The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kodwimol, 2021-05-20 06:15:00

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Keywords: ูู,หลักสูตรสถานศึกษา

คูม อื หลักสูตรสถานศกึ ษา
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ฉบับ ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๑ - ๖

องคป ระกอบท่ี ๑ สว นนำ
องคประกอบท่ี ๒ โครงสรางหลกั สูตร
องคป ระกอบท่ี ๓ คำอธบิ ายรายวชิ า
องคประกอบท่ี ๔ กิจกรรมพฒั นาผูเ รียน
องคป ระกอบท่ี ๕ เกณฑการจบการศกึ ษา

กลมุ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา
สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต ๑
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

คมู ือ
การจัดทำหลกั สตู รสถานศกึ ษา
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน

พุทธศกั ราช 2551

(ระดับมัธยมศึกษาปที่ 1-6)

องคป ระกอบท่ี 1 สว นนำ
องคป ระกอบที่ 2 โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษา
องคป ระกอบท่ี 3 คำอธบิ ายรายวชิ า
องคประกอบที่ 4 กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
องคป ระกอบที่ 5 เกณฑก ารจบการศกึ ษา

กลุม งานพฒั นาหลักสูตรการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานและกระบวนการเรียนรู
กลุม นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจดั การศกึ ษา

สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลกเขต 1
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

คำนำ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ไดมีการพัฒนาคูมือการจัดทำ
หลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู
และตวั ชวี้ ัดกลมุ สาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร และสาระภมู ิศาสตร ในกลุมสาระการเรียนรูส งั คมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) เพื่อใหสถานศึกษาไดนำไปใชเปนกรอบและทิศทางในการ
พัฒนาหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ใหมีคุณภาพดานความรู และทักษะที่จำเปนสำหรับใชเปนเครื่องมือในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง
และแสวงหาความรเู พอ่ื พัฒนาตนเองอยา งตอ เนอ่ื งตลอดชวี ติ
การจดั ทำคูมอื หลกั สตู รสถานศึกษาในครง้ั นี้ จดั ทำเปน 2 ระดับ คือ ระดบั ประถมศึกษาปที่ 1-6
และระดับมัธยมศึกษาปที่ 1-6 ภายในคูมือการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา จะอธิบายถึง องคประกอบการจัดทำ
หลักสูตรสถานศึกษา ครบทั้ง 5 องคประกอบ องคประกอบที่ 1 สวนนำองคประกอบที่ 2 โครงสรางหลักสูตร
สถานศึกษาองคประกอบที่ 3 คำอธิบายรายวิชาองคประกอบที่ 4 กิจกรรมพัฒนาผูเรียนและองคประกอบที่ 5
เกณฑการจบการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ขอขอบคุณ ผูอำนวยการรอง
ผูอำนวยการ ผูอำนวยการกลุมงานทกุ กลุมงาน คณะศึกษานิเทศก ผูอำนวยการโรงเรยี น รองผูอำนวยการโรงเรยี น
และคณะทำงานในการพัฒนาคูมือการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ใหไดขอมูลที่ถูกตอง สามารถนำไปวางแผน
พัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษาของโรงเรียนในสังกดั สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1เพ่ือให
การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษามีมาตรฐาน และเปนไปในทางเดียวกัน มีความนาเชื่อถือ ถูกตอง ตรง
ตามความตองการในการพัฒนาผูเรียนอยางแทจริง นำไปใชในการวางแผนปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรของ
สถานศึกษาตอ ไป

กชวมิ ล ไชยะโสดา
กลุมงานพฒั นาหลกั สูตรการศกึ ษาขั้นพื้นฐานและกระบวนการเรยี นรู

กลุมนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศึกษา
สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลกเขต 1

สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ก

สารบญั หนา
เร่ือง ก
คำนำ .................................................................................................................................................. ข
สารบญั .................................................................................................................................................. 8
ตอนที่ 1 องคป ระกอบท่ี 1 สว นนำ…………………………………………………………………………………………
12
ความนำ.................................................................................................................................... 13
วิสัยทัศนข องสถานศึกษา……………………………………………………………………………………………… 13
สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน………………………………………………………………………………………….. 14
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค…………………………………………………………………………………………… 18
ตอนท่ี 2 องคป ระกอบที่ 2 โครงสรา งหลกั สูตรสถานศกึ ษา………………………………………………………. 21
โครงสรา งเวลาเรยี น………………………………………………………………………………………………….... 23
โครงสรา งหลักสตู รชั้นป… ……………………………………………………………………………………………. 29
มาตรฐานการเรยี นรูและตวั ชวี้ ัดและลักษณะตัวช้ีวัด……………………………………………………….. 39
ตอนท่ี 3 องคป ระกอบที่ 3 คำอธบิ ายรายวิชา…………………………………………………………….……………
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน 47
รายวชิ าพ้นื ฐาน 55
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย……………………………………………………………………………………… 63
กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร. ............................................................................................. 73
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี…………………………………………………………….. 87
กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม…………………………………………………… 101
กลมุ สาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศกึ ษา……………………………………………………………………. 109
กลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ…………………………………………………………………………………………… 117
กลุม สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี ………………………………………………………………………………... 128
กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ..................................................................................... 136
รายวิชาเพ่ิมเติม 144
วชิ าวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี……………………………………………………………………………………. 159
วชิ าการงานอาชพี ………………………………………………………………………………............................ 161
วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม………………………………………………………………………….. 165
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน 173
กิจกรรมแนะแนว………………………………………………………………………………………………………...
กิจกรรมนักเรยี น.………………………………………………………………………………………………………...
กจิ กรรมชมุ นมุ ….………………………………………………………………………………………………………...
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน………………………………………………………………………

สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ข

สารบัญ (ตอ)

เรอื่ ง หนา
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ าพืน้ ฐาน 180
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย……………………………………………………………………………………... 188
กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร. ............................................................................................. 196
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลย…ี ………………………………………………………….. 209
กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม…………………………………………………… 221
กลมุ สาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศึกษา……………………………………………………………………. 229
กลุมสาระการเรยี นรศู ิลปะ………………………………………………………………………………………….... 237
กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชีพ………………………………………………………………………………… 241
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ..................................................................................... 253
รายวิชาเพิม่ เตมิ 260
วชิ าคณติ ศาสตร. ....................................................................................................................... 299
วิชาวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี…………………………………………………………………..……………….. 313
วชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม…………………………………………………………..……………… 317
วิชาสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา…………………………………………………………………………..………………. 328
วชิ าศิลปะ……………………………………………………………………………………………….……………….... 336
วิชาการงานอาชพี …………………………………………………………………………………………………….… 345
วชิ าภาษาอังกฤษ..................................................................................................................... 352
กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น 362
กิจกรรมแนะแนว………………………………………………………………………………………………………... 372
กจิ กรรมนกั เรยี น……………………………………………………………………………………………………….... 374
กิจกรรมชุมนุน…………………….……………………………………………………………………………………... 377
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน………………………………………………………………………. 377
378
ตอนที่ 4 องคป ระกอบท่ี 4 กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น………………………………………….………………………... 381
กิจกรรมแนะแนว………………………………………………………………………………………………………... 382
กจิ กรรมนักเรยี น……………………………………………………………………………………………………….... 388
กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน………………………………………………………………………. 391
393
ตอนที่ 5 องคป ระกอบท่ี 5 เกณฑก ารจบการศกึ ษา……………………………………………………………….....
การวดั และประเมินผลการเรยี นรู……………………………………………………………………………….....
เกณฑก ารวัดและประเมนิ ผลการเรียน……………………………………………………………………………
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา……………………………………………………………………………………………
การเทียบโอนผลการเรียน…………………………………………………………………………………………….

สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ค

ตอนที่ 6 การตรวจสอบองคประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา………………………………………………..……….. 394
แบบตรวจสอบองคประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา…………………………………………………………… 396
สรุปผลการตรวจสอบภาพรวมองคป ระกอบหลักสูตรสถานศกึ ษา……………………………………… 401

บรรณานกุ รม
ภาคผนวก

ภาคผนวก ก ตวั อยา งปกหลักสตู รสถานศึกษา
ภาคผนวก ข ตัวอยา งประกาศโรงเรยี นเรอื่ งใหใ ชหลักสูตร
ภาคผนวก ค ตวั อยางคำนำ
ภาคผนวก ง ตวั อยางสารบญั
ภาคผนวก จ ตวั อยา งคำสงั่ แตงต้ังคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการ
ภาคผนวก ฉ ตัวอยา งคำสัง่ แตงตั้งคณะกรรมการดําเนนิ งานวิชาการ
ภาคผนวก ช คำสง่ั และประกาศทเ่ี ก่ียวขอ ง

สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ง

สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1

กระบวนการพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา

แตงต้งั คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและงานวชิ าการของสถานศึกษา

แตงตั้งคณะกรรมการดำเนินงานวิชาการ

ศกึ ษา วเิ คราะหห ลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
กรอบหลกั สตู รระดบั ทองถ่นิ และเอกสารประกอบหลักสตู รตา งๆรวมท้งั ขอมูล
สารสนเทศเกี่ยวกบั สภาพปญ หา จดุ เนน ความตองการของสถานศกึ ษา
ผเู รยี น และชมุ ชน

จดั ทำ หลกั สตู รสถานศึกษา ซง่ึ มอี งคป ระกอบสำคัญ ดงั น้ี สว นนำ โครงสราง
หลกั สูตรสถานศกึ ษา คำอธบิ ายรายวิชา เกณฑก ารวัดและประเมนิ ผล
และเกณฑก ารจบการศกึ ษา

ตรวจสอบองคประกอบหลักสตู รสถานศึกษา โดยพจิ ารณาคุณภาพ ความถกู ตอ ง
และความเหมาะสม

นำเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐานพิจารณาใหความเห็นชอบ
หากมขี อเสนอแนะจากคณะกรรมการ ใหนำขอเสนอแนะไปพจิ ารณาปรบั ปรงุ
กอ นการอนมุ ัติใชหลกั สูตร

จัดทำเปนประกาศหรอื คำส่ังเรอื่ งใหใ ชหลักสูตรสถานศึกษา โดยผูบริหาร
สถานศึกษาและประธานกรรมการสถานศกึ ษาเปน ผูลงนาม หรอื ผบู รหิ าร
สถานศกึ ษาเปน ผลู งนาม

ใชห ลกั สตู รสถานศึกษา ครผู สู อนนำหลกั สตู รสถานศกึ ษาไปกำหนดโครงสรา ง
รายวชิ า และออกแบบหนว ยการเรียนรูเพ่ือพัฒนาผูเรียนใหมคี ุณภาพตาม
เปา หมาย

วจิ ัยและตดิ ตามผลการใชหลักสตู ร ดำเนนิ การติดตามผลการใชห ลกั สูตรอยา ง
ตอ เนื่องเปน ระยะๆ เพอ่ื นำผลจากการตดิ ตามมาใชเ ปน ขอมูลพิจารณาปรบั ปรุง
หลักสูตรใหมคี ุณภาพ และมคี วามเหมาะสมยิ่งขนึ้

ปรบั ปรุงพัฒนา

ตอนท่ี 1
องคประกอบที่1สว นนำ

ตอนท่ี 1
องคประกอบที่ 1
องคประกอบหลักสตู รสถานศึกษา
การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเปนการจัดทำเอกสารในระดับโรงเรียนโดยองคคณะบุคคลไดแก
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการเมื่อจัดทำเอกสารหลักสูตร
โรงเรียนเสร็จเรียบรอยการจัดทำรูปเลมและการจัดแบงจำนวนเลมของหลักสูตรโรงเรียนขึ้นอยูกับการพิจารณา
ตามความเหมาะสมของโรงเรียนเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและการนำไปใชสวนองคประกอบของ
หลักสูตรโรงเรียนหากไมนับรวมปกของหลักสูตรและประกาศของโรงเรียนแลวควรมีองคประกอบที่สำคัญของ
หลกั สูตรโรงเรยี นจำนวน 5 องคป ระกอบ ดังตอ ไปน้ี
องคประกอบท่ี 1 สวนนำ
- ความนำ
- วิสัยทัศนส ถานศึกษา
- สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
- คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
องคประกอบที่ 2 โครงสรา งหลักสูตรสถานศกึ ษา
องคประกอบที่ 3 คำอธิบายรายวชิ า
องคประกอบที่ 4 กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น
องคป ระกอบที่ 5 เกณฑการจบการศึกษา
องคประกอบท่ี 1 สว นนำ
1. สวนนำ
1.1 ความนำ
แสดงความเชอ่ื มโยงระหวางหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
กรอบหลักสตู รระดบั ทอ งถิ่น จดุ เนน และความตอ งการของโรงเรียน
1.2 วสิ ยั ทศั นส ถานศกึ ษา
1.2.1 แสดงภาพอนาคตท่ีพึงประสงคข องผเู รยี นท่ีสอดคลองกบั วสิ ยั ทัศนข องหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 อยางชดั เจน
1.2.2 แสดงภาพอนาคตทีพ่ ึงประสงคข องผูเ รยี นสอดคลอ งกบั กรอบหลกั สูตรระดบั ทอ งถน่ิ
1.2.3 แสดงภาพอนาคตทพี่ ึงประสงคของผเู รียน ครอบคลมุ สภาพความตองการของโรงเรียน
ชมุ ชน ทองถิ่น
1.2.4 ชดั เจนสามารถปฏบิ ตั ิได
1.3 สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
สอดคลองกับหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
1.4 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
1.4.1 สอดคลอ งกับหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
1.4.2 สอดคลอ งกับเปาหมายจุดเนน กรอบหลักสูตรระดบั ทองถนิ่
1.4.3 สอดคลอ งกบั วสิ ัยทัศนของสถานศึกษา

องคประกอบที่ 2โครงสรา งหลกั สตู รสถานศกึ ษา
2. โครงสรางหลกั สูตรสถานศึกษา
2.1 โครงสรา งเวลาเรยี น

2.1.1 ระบเุ วลาเรยี นของ 8 กลุม สาระการเรียนรู ที่เปน เวลาเรียนพ้ืนฐานและเพ่ิมเติม จำแนกแตล ะชน้ั
ปอยา งชัดเจน

2.1.2 เวลาเรยี นของรายวชิ าพ้นื ฐานในระดบั ประถมศึกษาทงั้ 8 กลุมสาระ เทา กบั 840 ชัว่ โมง
** สำหรับภาษาองั กฤษ ป.1- ป.3 ให จัดเปน รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน 200 ชั่วโมง ตอ ป หรือจัดเปน
รายวิชาพนื้ ฐาน อยา งนอย 120 ช่ัวโมงตอป และจัดเปนรายวชิ าเพิม่ เติมและหรือกิจกรรมพฒั นาผเู รยี นหรือ
กิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร 80 ชม ตอป
**วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 80 ช่ัวโมงตอ ปประวตั ิศาสตร 40 ชั่วโมงตอปรวม 120 ชว่ั โมง
ตอป
**รายวิชาเพ่มิ เติมปละไมน อ ยกวา 40 ช่ัวโมง
** หลักสูตรตานทุจริตศึกษา วิชาการปองกันการทุจริต เปนรายวิชาเพิ่มเติมและหรือกิจกรรมพัฒนา
ผูเรยี นหรอื กิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร 40 ชม ตอป ตามคำสัง่ กระทรวง ท่ี สป 1137/2561
** กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น 120 ชว่ั โมงตอ ป
2.1.3 เวลาเรยี นของรายวชิ าพนื้ ฐานในระดบั มัธยมศึกษาตอนตนทง้ั 8 กลมุ สาระ เทา กบั 880 ชว่ั โมง
**วชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 120 ชว่ั โมงตอ ปป ระวตั ศิ าสตร 40 ชัว่ โมงตอ ปรวม 160
ชว่ั โมงตอป
**รายวิชาเพ่มิ เตมิ ปละไมนอยกวา 200 ชว่ั โมง
** หลักสูตรตานทุจริตศึกษา วิชาการปองกันการทุจริต เปนรายวิชาเพิ่มเติมและหรือกิจกรรมพัฒนา
ผูเรียนหรือกิจกรรมเสรมิ หลักสูตร 40 ชม ตอป ตามคำสั่งกระทรวง ที่ สป 1137/2561
** กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น 120 ช่วั โมงตอป
2.1.4 เวลาเรยี นของรายวชิ าพื้นฐานในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลายทง้ั 8 กลมุ สาระ เทากบั 1,640
ชว่ั โมง
** วิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 240 ชัว่ โมงตอ ปประวตั ิศาสตร 80 ชว่ั โมงตอ ปรวม 320
ชั่วโมงตอป
**รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ปละไมนอยกวา 1,600 ชว่ั โมง
** หลักสูตรตานทุจริตศึกษา วิชาการปองกันการทุจริต เปนรายวิชาเพิ่มเติมและหรือกิจกรรมพัฒนา
ผูเ รยี นหรอื กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร 40 ชม ตอ ป ตามคำสงั่ กระทรวง ท่ี สป 1137/2561
** กิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น 360 ชวั่ โมงตอป
2.1.5 ระบเุ วลาจัดกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นจำแนกแตล ะชน้ั ปอยางชัดเจน และเปน ไปตามโครงสรา งเวลา
เรยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
2.1.6 เวลาเรยี นรวมของหลกั สูตรสถานศกึ ษาสอดคลอ งกบั โครงสรางเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 และเปนไปตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา
2.2 โครงสรา งหลกั สตู รชนั้ ป
2.2.1 ระบุ รายวิชาพืน้ ฐานท้งั 8 กลมุ สาระการเรยี นรู พรอ มท้งั ระบุเวลาเรยี น
2.2.2 ระบรุ ายวิชาเพมิ่ เติมทีส่ ถานศกึ ษากำหนด พรอ มท้งั ระบุเวลาเรยี น
2.2.3 ระบกุ จิ กรรมพัฒนาผูเรยี น พรอ มท้ังระบุเวลาเรียน

สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๙

2.2.4 รายวชิ าพื้นฐานทีร่ ะบรุ หัสวชิ า ชอื่ รายวชิ า จำนวนเวลาเรยี นไวอ ยา งถูกตอ งชัดเจน
2.2.5 รายวิชาเพิม่ เตมิ / กิจกรรมเพิ่มเตมิ สอดคลอ งกับวสิ ัยทัศน จุดเนน ของโรงเรยี น
2.3 มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชีว้ ดั และลักษณะตวั ชวี้ ัด
2.3.1 กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทยมี 5 สาระ จำนวน 5 มาตรฐาน
2.3.2กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตรม ี 4 สาระจำนวน 7 มาตรฐาน (สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณติ
สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ และ สาระท่ี 3 สถติ ิและความนา จะเปน)
2.3.3 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีมี 4 สาระจำนวน 10 มาตรฐาน (สาระที่ 1
วิทยาศาสตรชีวภาพสาระที่ 2วิทยาศาสตรกายภาพสาระที่ 3 วิทยาศาสตรโลกและอวกาศและ สาระที่ 4
เทคโนโลยี( ป.1-3 ใช 20 ชม/ป ,ป.4-6 ใช 40 ชม/ป , ม.1-3 ใช 40 ชม/ป, ม.4-6 ใช 80 ชม/ป))
2.3.4 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมมี 5 สาระ จำนวน 11 มาตรฐาน(รวม
ประวตั ิศาสตร)
2.3.5 กลุมสาระการเรียนรูสขุ ศกึ ษาและพลศึกษามี 5 สาระ จำนวน 6 มาตรฐาน
2.3.6 กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะมี 3 สาระ จำนวน 6 มาตรฐาน
2.3.7 กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชพี มี 2 สาระ จำนวน 2 มาตรฐาน
2.3.8 กลุม สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศมี 4 สาระ จำนวน 8 มาตรฐาน
องคประกอบท่ี 3 คำอธบิ ายรายวิชา
3. คำอธิบายรายวชิ า
3.1 ระบุรหสั วิชา ชื่อรายวิชา และชอ่ื กลุมสาระการเรียนรู ไวอยางถกู ตองชดั เจน
3.2รายวิชาพื้นฐาน ตามกลมุ สาระการเรียนรู กลมุ ละ 1รายวิชาตอ ป ยกเวน กลุม สาระการเรยี นรูสังคมฯ โดย
เปดรายวชิ าประวัติใหจัดการเรยี นการสอน 40 ชว่ั โมงตอ ป
3.3 ระบชุ ัน้ ปท ี่สอนและจำนวนเวลาเรียนไวอยางถกู ตอ งชัดเจน
3.4 การเขียนคำอธิบายรายวชิ า เขยี นเปนความเรียง โดยระบอุ งคความรู ทกั ษะกระบวนการ และ
คณุ ลกั ษณะหรอื เจตคติทตี่ องการ
3.5 จัดทำคำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐานครอบคลุมตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู กนกลาง

- วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
- คณิตศาสตร
- สังคมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
- ภาษาไทย
- การงานอาชีพ
- สุขศึกษาพลศึกษา
- ศิลปะ
- ภาษาอังกฤษ **ใหเ ปนไปตามการบรหิ ารจัดการภาษาอังกฤษ
3.6 มกี ารระบรุ หัสตวั ชว้ี ดั ในรายวิชาพ้นื ฐาน และจำนวนรวมของตัวชีว้ ดั
3.7 มีการระบุผลการเรยี นรู ในรายวิชาเพิม่ เตมิ และจำนวนรวมของผลการเรยี นรู
3.8 มกี ารกำหนดสาระการเรียนรทู อ งถ่ินสอดแทรกอยใู นคำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐานหรอื รายวิชาเพิ่มเติม

สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๐

องคป ระกอบท่ี 4 กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
4. กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น

4.1 จดั กจิ กรรมท้งั 3 กจิ กรรมตามที่กำหนดไวในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
2551

4.2 จดั เวลาทง้ั 3 กิจกรรมสอดคลองกบั โครงสรา งเวลาเรียนท่ีหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551

4.3 มีแนวทางการจัดกิจกรรมทีช่ ดั เจน
4.4 มแี นวทางการประเมินกจิ กรรมทีช่ ัดเจน
องคประกอบที่ 5 เกณฑการจบการศกึ ษา
5. เกณฑก ารจบการศกึ ษา
5.1 มกี ารระบุเวลาเรยี น/หนว ยกิต รายวิชาพ้ืนฐานและรายวชิ าเพ่มิ เติม ตามเกณฑก ารจบหลกั สูตรของ
โรงเรยี นไวอ ยางชดั เจนและสอดคลองกับโครงสรา งหลักสตู รของโรงเรียน
5.2 มกี ารระบุเกณฑก ารประเมินการอา นคดิ วิเคราะห และเขยี นไวอ ยางชดั เจน
5.3 มกี ารระบุเกณฑการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคไ วอ ยางชัดเจน
5.4 มีการระบเุ กณฑการผา นกจิ กรรมพฒั นาผูเ รียนไวอยา งชดั เจน

สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๑

ตัวอยา งความนำ

ความนำ

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด กลุมสาระการเรียนรู
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่
สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560 และคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่ี
30/2561 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561 ใหเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด กลุมสาระการเรียนรู
คณิตศาสตรและวิทยาศาสตร โดยมีคำสั่งใหโรงเรียนดำเนินการใชหลักสูตรในปการศึกษา 2561 โดยใหใชในช้ัน
ประถมศึกษาปที่ 1, 4 และ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1ตั้งแตปการศึกษา 2561 เปนตนมา และ ปการศึกษา 2563
โดยใหใชในทุกระดับช้ัน ตั้งแตชั้นประถมศึกษาปที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6ใหเปนหลักสูตรแกนกลางของ
ประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพ
ผูเรียนมีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 เพื่อใหสอดคลองกับ
นโยบายและเปาหมายของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน

โรงเรียน...................................จึงไดทำหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช.............. ใหสอดคลอง
กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ในกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร
และสาระภูมิศาสตรในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใชประโยชนและเปน
กรอบในการวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเปาหมายในการพัฒนา
คุณภาพผูเรียน ใหมีกระบวนการนำหลักสูตรไปสูการปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน จุดหมาย สมรรถนะ
สำคัญของผูเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด โครงสรางเวลาเรียน ตลอดจน
เกณฑการวัดประเมินผลใหมีความสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรู เปดโอกาสใหโรงเรียนสามารถกำหนด
ทิศทางในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนในแตละระดับตามความพรอมและจุดเนน โดยมีกรอบแกนกลาง
เปนแนวทางที่ชัดเจนเพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด 4.0 มีความพรอมในการกาวสูสังคมคุณภาพ มีความรู
อยางแทจริง และมีทักษะในศตวรรษที่ 21

มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดที่กำหนดไวในเอกสารนี้ ชวยทำใหหนวยงานที่เกี่ยวของ ในทุกระดับเห็น
ผลคาดหวังที่ตองการในการพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถชวยใหหนวยงานที่
เกี่ยวของในระดับทองถิ่นและสถานศึกษารวมกันพัฒนาหลักสูตรไดอยางมั่นใจ ทำใหการจัดทำหลักสูตรในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเปนเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังชวยใหเกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู และชวยแกปญหาการเทียบโอนระหวางสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต
ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะตองสะทอนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดที่กำหนดไวใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งเปนกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผูเรียนทกุ กลุม เปาหมายในระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตามเปาหมายที่คาดหวังไดทุกฝายที่เกี่ยวของ
ท้ังระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลตองรวมรับผิดชอบ โดยรวมกันทำงานอยางเปนระบบ และตอเนื่อง

สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๒

ในการวางแผนดำเนินการ สงเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแกไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู
คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรูทกี่ ำหนดไว

ตัวอยา งวสิ ยั ทัศน

วิสัยทศั นของสถานศึกษา

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี น..............................พทุ ธศักราช………………….. ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เปนหลกั สตู รทม่ี ุงพฒั นาผูเรียนทกุ คนเปนบุคคลแหงการเรยี นรสู ู
มาตรฐานสากลและเปนมนษุ ยท ีม่ ีความสมดลุ ทั้งรางกาย ความรคู คู ุณธรรม มคี วามเปนผูนำของสังคมมีจิตสำนึก
ในความเปนพลเมืองไทยและเปนพลโลกโดยใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งยึดม่นั ในการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ เปน ประมขุ มคี วามรูและทักษะพนื้ ฐานสามารถใชนวตั กรรมและ
เทคโนโลยีรวมทง้ั เจตคตทิ ีจ่ ำเปนตอ การศกึ ษาในการประกอบอาชพี และการศึกษาตลอดชวี ติ โดยมุงเนนผูเรยี นเปน
สำคญั บนพ้ืนฐานความเชื่อวาทุกคนสามารถเรยี นรแู ละพฒั นาตนเองไดเต็มตามศักยภาพ

วิสยั ทัศนข องสถานศกึ ษา ………………………………………………………………………………………………………………
พนั ธกจิ ของสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………
เปา ประสงคข องสถานศกึ ษา……………………………………………………………………………………………………………
หมายเหตุ : ปรับแกไ ขใหเ ปน รูปแบบของสถานศกึ ษาใหภ าพชัด

ตัวอยางสมรรถนะสมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค

สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

ในการพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียน................................. พุทธศักราช ...................
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 มุงเนนพัฒนาผูเ รียนใหมีคุณภาพตามมาตรฐานท่ี
กำหนด ซงึ่ จะชว ยใหผูเรยี นเกิดสมรรถนะสำคัญและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค ดังนี้
สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียน.................................พุทธศักราช................ มุงใหผูเรียนเกิดสมรรถนะ
สำคัญ 5 ประการ ดังนี้

1. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา
ถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไมรับขอมูลขาวสารดวยหลัก
เหตุผลและความถูกตอง ตลอดจนการเลือกใชวิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีตอตนเอง
และสังคม

สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๓

2. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด อยาง
สรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนำไปสูการสรางองคความรูหรือสารสนเทศเพอ่ื
การตัดสินใจเกีย่ วกบั ตนเองและสังคมไดอ ยางเหมาะสม

3. ความสามารถในการแกป ญ หา เปนความสามารถในการแกปญ หาและอปุ สรรคตา ง ๆ ทเี่ ผชิญไดอ ยาง
ถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธและการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรูมาใชในการปองกันและแกไขปญหา
และมกี าตัดสินใจทม่ี ปี ระสิทธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ตอ ตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอม

4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนำกระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดำเนิน
ชวี ติ ประจำวนั การเรยี นรดู วยตนเอง การเรยี นรูอยา งตอ เน่อื ง การทำงาน และการอยรู ว มกันในสงั คมดวยการสราง
เสรมิ ความสมั พนั ธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญ หาและความขัดแยง ตาง ๆ อยางเหมาะสม การปรับตวั ใหท นั กับ
การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม และการรูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพึงประสงคที่สงผลกระทบตอ
ตนเองและผอู น่ื

5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยีเปนความสามารถในการเลือก และใช เทคโนโลยีดานตาง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู การสื่อสาร การทำงาน การ
แกป ญ หาอยา งสรางสรรค ถกู ตอง เหมาะสม และมคี ุณธรรม

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียน............................................พุทธศักราช ...................... ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 มงุ พฒั นาผเู รียนใหมีคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค เพอ่ื ใหส ามารถ
อยรู ว มกับผูอืน่ ในสังคมไดอ ยางมคี วามสขุ ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี

1. รกั ษชาติ ศาสน กษัตริย
2. ซ่ือสัตยสุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝเรยี นรู
5. อยูอยา งพอเพยี ง
6. มงุ ม่นั ในการทำงาน
7. รกั ความเปน ไทย
8. มจี ิตเปนสาธารณะ
1. รักชาตศิ าสนกษัตรยิ ห มายถึง คณุ ลกั ษณะทแี่ สดงออกถงึ การเปนพลเมอื งดีของชาตธิ าํ รงไวซ ง่ึ ความ
เปนชาติไทย ศรัทธา ยดึ มั่นในศาสนา และเคารพเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ  ผูทร่ี กั ชาตศิ าสนกษตั รยิ  คอื ผทู ่ี
มีลักษณะซง่ึ แสดงออกถึงการเปน พลเมอื งดีของชาตมิ คี วามสามคั คีปรองดอง ภมู ิใจ เชดิ ชคู วามเปน ชาติไทย ปฏบิ ัติ
ตนตามหลักศาสนาท่ีตนนบั ถือ และแสดงความจงรกั ภักดีตอ สถาบนั พระมหากษตั รยิ 
2. ซอ่ื สตั ยส จุ รติ หมายถงึ คณุ ลกั ษณะทแี่ สดงออกถงึ การยึดม่ันในความถูกตองประพฤติตรงตามความ
เปนจรงิ ตอ ตนเองและผูอื่นทั้งทางกาย วาจา ใจ ผูท่ีมคี วามซ่อื สตั ยส จุ รติ คือ ผทู ีป่ ระพฤติตรงตามความเปนจรงิ ทั้ง
ทางกาย วาจา ใจ และยดึ หลกั ความจริง ความถูกตองในการดําเนนิ ชีวิต มคี วามละอายและเกรงกลัวตอ การกระทํา
ผดิ

สำนักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๔

3. มีวินัย หมายถงึ คณุ ลักษณะที่แสดงออกถึงการยดึ มั่นในขอ ตกลง กฎเกณฑและระเบยี บขอ บงั คบั ของ
ครอบครวั โรงเรียน และสงั คม ผทู ีม่ ีวนิ ยั คอื ผทู ีป่ ฏิบตั ิตนตามขอตกลง กฎเกณฑระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสังคมเปนปกติวสิ ัย ไมละเมิดสทิ ธิของผูอืน่

4. ใฝเ รยี นรหู มายถงึ คุณลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ ความตัง้ ใจ เพยี รพยายามในการเรียน แสวงหาความรู
จากแหลง เรยี นรทู ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน ผทู ีใ่ ฝเรยี นรคู อื ผทู ม่ี ลี ักษณะซ่ึงแสดงออกถงึ ความตั้งใจ เพยี ร
พยายามในการเรยี นและเขา รวมกจิ กรรมการเรียนรูแ สวงหาความรจู ากแหลงเรยี นรูท งั้ ภายในและภายนอก
โรงเรยี นอยางสมำ่ เสมอ ดวยการเลอื กใชส่อื อยา งเหมาะสม บันทึกความรูวเิ คราะหส รปุ เปนองคความรูแลกเปลย่ี น
เรียนรถู า ยทอด เผยแพรและนําไปใชใ นชีวติ ประจาํ วันได

5. อยอู ยางพอเพียง หมายถงึ คณุ ลกั ษณะทีแ่ สดงออกถงึ การดาํ เนนิ ชีวิตอยางพอประมาณ มีเหตผุ ล
รอบคอบ มีคณุ ธรรม มีภมู ิคมุ กันในตวั ทดี่ แี ละปรบั ตัวเพ่ืออยูใ นสังคมไดอ ยางมคี วามสขุ ผทู อ่ี ยูอยา งพอเพยี งคือ ผู
ทด่ี าํ เนินชวี ิตอยา งประมาณตน มเี หตผุ ล รอบคอบ ระมัดระวงั อยรู วมกบั ผูอ่นื ดวยความรับผดิ ชอบ ไมเบยี ดเบยี น
ผูอืน่ เหน็ คณุ คา ของทรัพยากรตาง ๆ มกี ารวางแผนปองกันความเสี่ยงและพรอ มรบั การเปล่ียนแปลง

6. มุงม่นั ในการทํางาน หมายถงึ คุณลกั ษณะท่แี สดงออกถงึ ความตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทาํ หนาที่
การงาน ดว ยความเพยี รพยายาม อดทน เพอ่ื ใหง านสําเรจ็ ตามเปาหมาย ผูท ่ีมุงมน่ั ในการทํางาน คอื ผูท ีม่ ลี กั ษณะ
ซงึ่ แสดงออกถึงความต้ังใจปฏิบัตหิ นา ท่ที ีไ่ ดร ับมอบหมายดว ยความเพียรพยายาม ทมุ เทกําลงั กาย กําลังใจ ในการ
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตา ง ๆ ใหส ําเร็จลุลวง ตามเปาหมายท่กี ําหนดดวยความรับผิดชอบ และมีความภาคภมู ิใจในผลงาน

7. รกั ความเปน ไทย หมายถงึ คุณลกั ษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมใิ จ เห็นคุณคา รว มอนรุ ักษส บื ทอด
ภมู ปิ ญญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณีศลิ ปะและวัฒนธรรม ใชภาษาไทยในการสอ่ื สารไดอยา งถูกตองและ
เหมาะสม ผูทรี่ ักความเปนไทย คือ ผทู ี่มีความภาคภมู ใิ จ เหน็ คณุ คา ชื่นชม มสี วนรวมในการอนุรักษส บื ทอด
เผยแพรภมู ปิ ญ ญาไทยขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตญั ูกตเวทีใชภาษาไทยในการ
สื่อสารอยางถูกตอ งเหมาะสม

8. มีจติ สาธารณะ หมายถึง คณุ ลักษณะทแ่ี สดงออกถึงการมสี วนรว มในกจิ กรรมหรอื สถานการณท ่ี
กอใหเกดิ ประโยชนแกผ อู ืน่ ชมุ ชน และสงั คม ดวยความเต็มใจ กระตือรอื รน โดย ไมห วงั ผลตอบแทน ผทู ม่ี จี ติ
สาธารณะ คือ ผูทม่ี ลี กั ษณะเปนผูใหแ ละชว ยเหลือผูอ่ืน แบง ปนความสขุ สว นตนเพ่อื ทาํ ประโยชนแกส ว นรวม
เขาใจ เหน็ ใจผทู ี่มคี วามเดือดรอน อาสาชวยเหลือสังคม อนรุ ักษสิ่งแวดลอ ม ดว ยแรงกายสตปิ ญ ญา ลงมอื ปฏบิ ัติ
เพอื่ แกปญหา หรือรวมสรางสรรคส ่งิ ที่ดงี ามใหเ กดิ ในชุมชน โดยไมหวงั สิง่ ตอบแทน

คา นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. (เพม่ิ เตมิ )

๑. ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย คอื การประพฤตปิ ฏบิ ัติตนท่แี สดงถงึ ความสำนกึ และ
ภาคภูมใิ จความเปน ไทยปฏบิ ัติตามหลกั ศาสนาทีต่ นนับถือและจงรักภกั ดตี อ สถาบันพระมหากษัตริย

2. ซือ่ สัตย เสยี สละ อดทน มีอุดมการณใ นสิง่ ที่ดีงามเพอ่ื สว นรวม คอื การประพฤตปิ ฏบิ ัติตนทแ่ี สดง
ถงึ การยึดมนั่ ในความถูกตอง ประพฤติตรงตามความเปน จรงิ ตอ ตนเองและผูอ ืน่ ละความเห็นแกต วั รูจ กั แบงปน

สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๕

ชว ยเหลือสงั คมและบคุ คลทคี่ วรให รูจ กั ควบคุมตัวเองเมื่อประสบกับความยากลำบากและสง่ิ ท่กี อ ใหเกดิ ความ
เสยี หาย

3. กตญั ตู อพอ แม ผูป กครอง ครบู าอาจารย คอื การประพฤตทิ แ่ี สดงถงึ การรูจักบญุ คุณ ปฏบิ ตั ิตาม
คำสั่งสอน แสดงความรัก ความเคารพ ความเอาใจใส รักษาชื่อเสียง และตอบแทนบุญคุณของพอ
แม ผูปกครอง และครูอาจารย

4. ใฝห าความรู หม่นั ศกึ ษาเลาเรียนทงั้ ทางตรง และทางออ ม คือ การประพฤติปฏิบัตติ นท่ีแสดงถึง
ความตั้งใจเพยี รพยายามในการศกึ ษาเลา เรยี น แสวงหาความรูท ั้งทางตรงและทางออม

5. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอันงดงาม คือ การปฏบิ ัติตนที่แสดงถงึ การเห็นคา คณุ คา ความสำคญั
ภาคภมู ใิ จ อนรุ กั ษ สบื ทอดวฒั นธรรมและประเพณไี ทยอันดงี าม

6. มีศีลธรรม รกั ษาความสตั ย หวังดตี อผอู ื่น เผื่อแผและแบง ปน คือ การประพฤตปิ ฏบิ ัติตน โดยยึด
มัน่ ในคำสญั ญา มจี ิตใจโอบออ มอารี ชวยเหลือผอู นื่ เทา ทีช่ วยได ท้ังกำลงั ทรพั ย กำลังกาย และกำลงั สติปญญา

7. เขา ใจเรียนรกู ารเปน ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ทรงเปน ประมุขที่ถูกตอ ง คอื การแสดงถงึ
การมคี วามรู ความเขาใจ ปฏิบัติตนตามหนาที่และสทิ ธขิ องตนเอง เคารพสทิ ธขิ องผูอนื่ ภายใตการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ทรงเปน ประมุข

8. มรี ะเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู อยรจู ักการเคารพผูใหญ คอื การปฏบิ ตั ติ นตามขอ ตกลง
กฎเกณฑ ระเบียบ ขอ บังคับ และกฎหมายไทย มีความเคารพและนอบนอ มตอ ผใู หญ

9. มสี ติรูต ัว รคู ิด รทู ำ รปู ฏบิ ตั ติ ามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั คอื การประพฤติ
ปฏบิ ัตติ นอยางมีสติรูตวั รคู ิด รทู ำอยา งรอบคอบ ถูกตอ งเหมาะสม และนอ มนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ
พระเจา อยูหัวมาเปน หลักปฏบิ ตั ใิ นการดำเนินชวี ิต

10. รูจักดำรงตนอยูโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง คือ การดำเนนิ ชีวิตอยางพอประมาณ มี
เหตุผล มีภมู คิ มุ กันในตวั ที่ดี มคี วามรู มคี ณุ ธรรม และปรับตวั เพื่ออยใู นสังคมไดอยางมีความสขุ ตามพระราชดำรัส
ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห วั

11. มคี วามเขมแข็งท้ังรายกาย และจิตใจ ไมยอมแพต ออำนาจฝา ยตำ่ หรอื กิเลสมคี วามละอายเกรง
กลวั ตอบาปตามหลักของศาสนา คือ การปฏิบัตติ นใหมีรางกายสมบูรณแขง็ แรงปราศจากโรคภัย และมจี ติ ใจท่ี
เขม แข็ง มคี วามละอายเกรงกลัวตอบาป ไมกระทำความชัว่ ใดๆ ยึดมนั่ ในการทำความดขี องศาสนา

12. คำนงึ ถงึ ผลประโยชนข องสวนรวม และของชาติมากกวาผลประโยชนข องตนเอง คือ การปฏิบัติ
ตนและใหความรวมมือในกจิ กรรมทเ่ี ปนประโยชนตอสว นรวม และประเทศชาติ ยอมเสียสละประโยชนสว นตนเพ่ือ
รกั ษาประโยชนของสวนรวม

หลกั สูตรตา นทุจริต (เพมิ่ เตมิ )
สำนักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ป.ป.ช.) รวมกับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไดจัดทำหลักสูตรตานทุจริตศึกษาสำหรับใชในทุกระดับการศึกษา ใน
สวนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดจัดทำหลักสูตรตานทุจริตศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม “การ
ปอ งกนั การทุจริต” ขน้ึ และคณะรัฐมนตรมี ีมติเห็นชอบหลักสูตรตานทจุ รติ ศึกษา เม่ือวนั ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑
และใหหนวยงานที่เกี่ยวของนำหลักสูตรตานทุจริตศึกษาไปปรับใชในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาโดย
มุงเนนการสรา งความรูความเขา ใจทีถ่ กู ตองเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของการกระทำทจุ ริตในลักษณะตาง ๆ

สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๑๖

ท้ังทางตรงและทางออม ความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต ความสำคัญของการตอตานการทุจริต รวมทั้งจัดใหมี
การประเมินผลสัมฤทธิ์ของการจัดหลกั สตู รในแตล ะชว งวัยของผูเรียนดวย

หลักสูตรตานทุจริตศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพิ่มเติม “การปองกันการทุจริต”
ประกอบดว ย ๔ หนว ยการเรียนรู ไดแก ๑) การคิดแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม
๒) ความละอายและความไมทนตอการทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพยี งตานทุจรติ ๔) พลเมืองกับความรบั ผดิ ชอบ
ตอสังคม ที่สถานศึกษาจัดใหกับผูเรียนเพื่อปลูกฝงและปองกันการทุจริตไมใหเกิดขึ้น โดยเริ่มปลูกฝงผูเรียนตั้งแต
ชั้นปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ ใหมีความรูความเขาใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะที่สำคัญ และมี
คณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค

สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๗

ตอนที่ 2
องคป ระกอบที่ 2
โครงสรา งหลกั สูตร
สถานศึกษา

ตอนท่ี 2
องคประกอบที่ 2 โครงสรา งหลักสูตรสถานศึกษา

ตวั อยางโครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษา

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี น............................................ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ไดกำหนดโครงสรา งของหลกั สตู รสถานศึกษาเพื่อใหผูสอนและผูท่ีเก่ยี วของในการจัดการ
เรยี นรูตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษามแี นวปฏบิ ัติดังน้ี
ระดับการศกึ ษา

หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียน............................................ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 จดั การศกึ ษาดงั นี้

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน จดั ระดบั การศกึ ษาเปน ๓ ระดบั ดังน้ี

๑. ระดับประถมศกึ ษา (ชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ – ๖) การศกึ ษาระดับนเ้ี ปน ชว งแรกของการศึกษาภาค
บังคบั มุงเนน ทกั ษะพืน้ ฐานดานการอาน การเขียน การคิดคำนวณ ทกั ษะการคิดพน้ื ฐานการตดิ ตอส่ือสาร
กระบวนการเรียนรูท างสังคม และพนื้ ฐานความเปน มนุษย การพัฒนาคุณภาพชีวิตอยางสมบรู ณแ ละสมดลุ ทงั้ ใน
ดา นรางกาย สตปิ ญญา อารมณ สงั คม และวัฒนธรรมโดยเนน จดั การเรียนรแู บบบรู ณาการ

๒. ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน (ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๑ – ๓) เปนชวงสุดทายของการศึกษาภาคบังคบั
มงุ เนนใหผ ูเ รยี นไดส ำรวจความถนัดและความสนใจของตนเอง สงเสรมิ การพัฒนาบุคลกิ ภาพสว นตน มที ักษะในการ
คดิ วจิ ารณญาณ คดิ สรา งสรรค และคดิ แกป ญหา มที กั ษะในการดำเนินชวี ติ มีทักษะการใชเ ทคโนโลยเี พ่ือเปน
เคร่ืองมือในการเรยี นรู มคี วามรบั ผดิ ชอบตอสงั คม มีความสมดุลทัง้ ดา นความรู ความคดิ ความดงี าม และมีความ
ภมู ใิ จในความเปน ไทย ตลอดจนใชเ ปนพืน้ ฐานในการประกอบอาชพี หรือการศกึ ษาตอ

๓. ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๔ – ๖) การศกึ ษาระดับนีเ้ นนการเพ่มิ พูนความรแู ละ
ทักษะเฉพาะดา น สนองตอบความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผเู รียนแตล ะคนทั้งดานวิชาการและวิชาชพี
มที ักษะในการใชวิทยาการและเทคโนโลยี ทกั ษะกระบวนการคดิ ขน้ั สูง สามารถนำความรไู ปประยกุ ตใชใ หเ กิด
ประโยชนใ นการศึกษาตอและการประกอบอาชพี มงุ พัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเปน ผนู ำ และ
ผใู หบ รกิ ารชมุ ชนในดา นตา ง ๆ

การจัดเวลาเรยี น
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี น............................................ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน

พทุ ธศกั ราช 2551 ไดจ ัดเวลาเรยี นตามกลมุ สาระการเรยี นรู 8 กลุมสาระและกจิ กรรมพฒั นาผูเรียนโดยจัดให
เหมาะสมตามบริบทจดุ เนนของโรงเรยี นและสภาพของผูเ รียนดังนี้

๑. ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๑ – ๖) ใหจัดเวลาเรียนเปน รายป โดยมีเวลาเรียนวันละ
ไมเกนิ ๕ ช่ัวโมง

๒. ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน (ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๑ – ๓) ใหจ ัดเวลาเรียนเปน รายภาค มีเวลาเรียนวนั ละไม
เกนิ ๖ ช่วั โมง คดิ น้ำหนกั ของรายวิชาท่เี รยี นเปน หนวยกติ ใชเ กณฑ ๔๐ ชว่ั โมงตอ ภาคเรยี น มคี าน้ำหนกั วิชา เทา กบั
๑ หนวยกิต (นก.)

๓. ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๔ - ๖) ใหจ ดั เวลาเรยี นเปน รายภาค มีเวลาเรียน วนั
ละไมนอยกวา ๖ ชวั่ โมง คิดนำ้ หนกั ของรายวชิ าที่เรียนเปนหนว ยกติ ใชเกณฑ ๔๐ ช่ัวโมง ตอ ภาคเรียน มคี า
น้ำหนักวิชา เทากบั ๑ หนวยกติ (นก.)
โครงสรา งหลกั สูตร

โครงสรา งหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี น............................................ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั
พ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 ประกอบดว ยโครงสรางเวลาเรยี นและโครงสรา งหลกั สตู รช้ันปดงั น้ี

1. โครงสรางเวลาเรยี นเปนโครงสรางทแ่ี สดงรายละเอียดในภาพรวมเวลาเรยี นของแตล ะกลมุ สาระ
การเรียนรู 8 กลมุ สาระที่เปน เวลาเรียนพนื้ ฐานเวลาเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติมและเวลาในการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ รียน
จำแนกแตล ะชน้ั ปใ นระดับประถมศึกษาและจำแนกแตล ะภาคเรียนในระดับมธั ยมศึกษาตอนตน และระดับ
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

2. โครงสรางหลกั สตู รชั้นปเ ปนโครงสรา งทีแ่ สดงรายละเอยี ดเวลาเรียนของรายวชิ าพื้นฐานรายวิชา/
กจิ กรรมเพม่ิ เตมิ และกิจกรรมพัฒนาผเู รียนจำแนกแตละชั้นป

3. มาตรฐานการเรียนรูและตวั ชีว้ ดั และลกั ษณะตัวชวี้ ัด

สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๐

โครงสรา งเวลาเรียน

โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี น..........................
โครงสรางเวลาเรียนระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
เวลาเรียน(ชวั่ โมง / ป)

กลมุ สาระการเรยี นรู/ กิจกรรม ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓

กลุมสาระการเรยี นรู ๑2๐ (3 นก.) ๑2๐ (3 นก.) ๑2๐ (3 นก.)
ภาษาไทย ๑2๐ (3 นก.) ๑2๐ (3 นก.) ๑2๐ (3 นก.)
คณติ ศาสตร ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.)
วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 160 (4นก.) 160 (4นก.) 160 (4นก.)
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

o ภเศศามู รสิศษนาฐาสศศตาีลรสธ ตรรรม จริยธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
o
o

o ประวัติศาสตร ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.)
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.)
ศลิ ปะ ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.)
การงานอาชีพ ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒นก.)
ภาษาตา งประเทศ ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.)
รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) 880 (๒2 นก.) 880 (๒2 นก.) 880 (๒2 นก.)
 รายวชิ าเพม่ิ เติม
*หนาทพ่ี ลเมอื ง ปละไมน อยกวา ๒๐๐ ช่ัวโมง
**การปองกนั การทุจริต ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.)
 กิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.) ๔๐ (๑นก.)
กจิ กรรมแนะแนว (40)
กจิ กรรมนักเรยี น (40) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
- ลกู เสอื -เนตรนารี
- ชมุ นมุ (30) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กแลิจกะสรรามธาเพรณอ่ื สปงั รคะมโย(ช1น0 ) 1,200 ชัว่ โมง

รวมเวลาเรียนกิจกรรมพฒั นาผเู รียน

รวมเวลาเรียนทง้ั หมด

สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๑

โครงสรางหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียน..........................
โครงสรา งเวลาเรียนระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
เวลาเรยี น(ช่ัวโมง / ป)

กลุมสาระการเรยี นร/ู กจิ กรรม ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

กลมุ สาระการเรยี นรู ม. 4 ม. 5 ม. 6
ภาษาไทย ๒๔๐
คณติ ศาสตร ๒๔๐
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๒๔๐
สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 320
- ประวตั ิศาสตร 80
- ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
- หนา ท่พี ลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชีวิต 240

ในสังคม 120
- ภมู ศิ าสตร 120
- เศรษฐศาสตร 120
240
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑,๖๔๐
ศิลปะ ปละไมน อยกวา 1,600 ชวั่ โมง
การงานอาชีพ 40
ภาษาตางประเทศ 40

รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) 360

 รายวิชาเพมิ่ เติม 360
*หนาที่พลเมอื ง
**การปอ งกันการทจุ รติ

กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น
กจิ กรรมแนะแนว (40)
กิจกรรมนักเรยี น (40)
- ลกู เสอื -เนตรนารี
- ชมุ นมุ (30)

กแลจิ กะสรรามธาเพรณ่อื สปงั รคะมโย(ช1น0 )
รวมเวลาเรียนกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน

รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด 3,600 ชว่ั โมง

สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๒

โครงสรางหลกั สูตรชน้ั ป

๒. โครงสรา งหลกั สูตรช้นั ปเปนโครงสรา งท่แี สดงรายละเอยี ดเวลาเรยี นของรายวชิ าพ้นื ฐานรายวชิ า/
กจิ กรรมเพม่ิ เตมิ และกิจกรรมพัฒนาผูเ รียนจำแนกแตละช้นั ปด ังนี้

โครงสรา งหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียน………………….
ระดับมธั ยมศกึ ษาช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 1

ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ (ภาคเรยี นที่ ๑) ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๑ (ภาคเรียนท่ี ๒)
รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรียน รายวชิ า / กจิ กรรม เวลาเรียน
(หนว ยกติ /ชม.) (หนว ยกิต/ชม.)
รายวชิ าพื้นฐาน ๑๑ (๔๔๐) รายวชิ าพน้ื ฐาน ๑๑ (๔๔๐)
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย๑ ๑.๕ (๖๐) ท. ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย๒ ๑.๕ (๖๐)
ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑ ๑.๕ (๖๐) ค. ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร๒ ๑.๕ (๖๐)
ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี๑ ๑.๕ (๖๐) ว. ๒๑๑๐๒วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี๒ ๑.๕ (๖๐)
ส ๒๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ๑ ๑.๕ (๖๐) ส. ๒๑๑๐๓ สงั คมศึกษา๒ ๑.๕ (๖๐)
ส ๒๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๑ ๐.๕ (๒๐) ส. ๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร๒ ๐.๕ (๒๐)
พ ๒๑๑๐๑ สขุ ศึกษา ๑ ๐.๕ (๒๐) พ. ๒๑๑๐๓ สขุ ศกึ ษา๒ ๐.๕ (๒๐)
พ ๒๑๑๐๒ เทเบิลเทนนิส ๑ ๐.๕ (๒๐) พ. ๒๑๑๐๔เทเบิลเทนนิส ๒ ๐.๕ (๒๐)
ศ ๒๑๑๐๑ ทศั นศลิ ป ๑ ๐.๕ (๒๐) ศ. ๒๑๑๐๓ ทศั นศิลป ๒ ๐.๕ (๒๐)
ศ ๒๑๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศลิ ป ๑ ๐.๕ (๒๐) ศ. ๒๑๑๐๔ ดนตร-ี นาฏศิลป ๒ ๐.๕ (๒๐)
ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๑ (๔๐) ง. ๒๑๑๐๒การงานอาชพี ๒ ๑ (๔๐)
อ ๒๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๑.๕ (๖๐) อ. ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ ๑.๕ (๖๐)
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 2.5 ( 10๐) รายวิชาเพ่มิ เติม 2.5 ( 10๐)
ส 21201 *การปองกันการทจุ รติ 1 ๑ (๔๐) ส 21202 *การปอ งกันการทจุ ริต 2 ๑ (๔๐)
กิจกรรมพฒั นาผูเ รียน (60) กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น (60)
กิจกรรมแนะแนว 2๐ กจิ กรรมแนะแนว 2๐
กิจกรรมนกั เรียน กจิ กรรมนักเรยี น
ลกู เสอื - เนตรนารี 15 ลูกเสือ - เนตรนารี 15
ชุมนุม 20 ชมุ นุม 20
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยขน 5 กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยขน 5
เวลาเรียน/สัปดาห 15 ชม. เวลาเรยี น/สปั ดาห 15 ชม.
รวมหนวยกิต 13.5 รวมหนว ยกิต 13.5
หมายเหตุ ๑. วิชาหนา ที่พลเมอื ง บูรณาการกับการเรียนรูและวัดผลรวมในรายวชิ าพ้ืนฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา
และวฒั นธรรม
2. *หลักสูตรตา นทุจรติ ศกึ ษา วิชาการปอ งกันการทุจริต เปนรายวิชาเพิม่ เตมิ และหรอื กิจกรรมพัฒนา
ผเู รยี นหรอื กจิ กรรมเสริมหลกั สูตร 40 ชม ตอ ป ตามคำสง่ั กระทรวง ท่ี สป 1137/2561
3. กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นจัดเปน กจิ กรรม “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู” บังคบั ตามหลักสตู ร
ประกอบดว ยกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรยี น และกิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน
4. รายวิชาเพม่ิ เติมปละไมน อยกวา 200 ชว่ั โมง

สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๓

โครงสรางหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี น………………….
ระดับมธั ยมศกึ ษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ภาคเรียนท่ี ๑) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๒ (ภาคเรียนที่ ๒)

รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรยี น รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรยี น
(หนวยกติ /ชม.) (หนว ยกิต/ชม.)
รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑ (๔๔๐) รายวชิ าพนื้ ฐาน ๑๑ (๔๔๐)
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย๓ ๑.๕ (๖๐) ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ๑.๕ (๖๐)
ค ๒๒๑๐๑ คณติ ศาสตร ๓ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร ๔ ๑.๕ (๖๐)
ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๓ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๔ ๑.๕ (๖๐)
ส ๒๒๑๐๑ สังคมศึกษา ๓ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๒๑๐๓ สงั คมศึกษา ๔ ๑.๕ (๖๐)
ส ๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๓ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๔ ๐.๕ (๒๐)
พ ๒๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษา ๓ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๒๑๐๓ สขุ ศกึ ษา ๔ ๐.๕ (๒๐)
ศ ๒๒๑๐๒ ตะกรอ ๑ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๒๑๐๔ตะกรอ ๒ ๐.๕ (๒๐)
ศ ๒๒๑๐๑ ทัศนศลิ ป ๓ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๒๑๐๓ ทัศนศลิ ป๔ ๐.๕ (๒๐)
ศ ๒๒๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศลิ ป ๓ ๐.๕ (๒๐) ศ. ๒๒๑๐๔ ดนตร-ี นาฏศลิ ป ๔ ๐.๕ (๒๐)
ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ๓ ๑ (๔๐) ง ๒๒๑๐๒การงานอาชีพ๔ ๑ (๔๐)
อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๑.๕ (๖๐) อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ ๑.๕ (๖๐)
รายวิชาเพมิ่ เติม ๒.๕ ( ๑๐๐) รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๒.๕ ( ๑๐๐)
ส 22203 *การปองกนั การทจุ ริต 3 ๑ (๔๐) ส 22204 *การปอ งกันการทจุ รติ 4 ๑ (๔๐)
กิจกรรมพฒั นาผูเรียน (60) กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น (60)
กิจกรรมแนะแนว 2๐ กจิ กรรมแนะแนว 2๐
กิจกรรมนกั เรยี น กิจกรรมนักเรียน
ลูกเสือ - เนตรนารี 15 ลกู เสอื - เนตรนารี 15
ชุมนุม 20 ชมุ นุม 20
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยขน 5 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยขน 5
เวลาเรยี น/สัปดาห 15 ชม. เวลาเรียน/สัปดาห 15 ชม.
รวมหนว ยกิต 13.5 รวมหนวยกิต 13.5
หมายเหตุ
๑. วชิ าหนาท่พี ลเมือง บูรณาการกบั การเรยี นรแู ละวดั ผลรวมในรายวิชาพน้ื ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา
และวฒั นธรรม
2. *หลกั สตู รตานทุจริตศกึ ษา วชิ าการปอ งกันการทุจรติ เปนรายวิชาเพม่ิ เตมิ และหรือกจิ กรรมพฒั นา
ผูเ รียนหรือกิจกรรมเสริมหลกั สตู ร 40 ชม ตอ ป ตามคำสัง่ กระทรวง ท่ี สป 1137/2561
3. กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี นจัดเปน กจิ กรรม “ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลาร”ู บงั คบั ตามหลักสตู ร
ประกอบดวยกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรยี น และกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน
4. รายวิชาเพิ่มเตมิ ปล ะไมน อ ยกวา 200 ชั่วโมง

สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๔

โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี น………………….
ระดับมัธยมศกึ ษาชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๓ (ภาคเรียนที่ ๑) ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี ๓ (ภาคเรยี นท่ี ๒)
รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรียน
(หนวยกิต/ชม.) (หนว ยกิต/ชม.)
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๑๑ (๔๔๐) รายวชิ าพื้นฐาน ๑๑ (๔๔๐)
ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย๕ ๑.๕ (๖๐) ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย๖ ๑.๕ (๖๐)
ค ๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร๕ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร ๖ ๑.๕ (๖๐)
ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี๕ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี๖ ๑.๕ (๖๐)
ส ๒๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ๕ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๓๑๐๓ สงั คมศึกษา๖ ๑.๕ (๖๐)
ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร๕ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๓๑๐๔ ประวัติศาสตร๖ ๐.๕ (๒๐)
พ ๒๓๑๐๑ สุขศึกษา ๕ ๑ (๔๐) พ ๒๓๑๐๓ สขุ ศกึ ษา๖ ๑ (๔๐)
พ ๒๓๑๐๒ วอลเลยบ อล ๑ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๓๑๐๔ วอลเลยบอล ๒ ๐.๕ (๒๐)
ศ ๒๓๑๐๑ ทัศนศิลป ๕ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๓๑๐๓ ทัศนศิลป๖ ๐.๕ (๒๐)
ศ ๒๓๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศลิ ป ๕ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๓๑๐๔ ดนตร-ี นาฏศิลป ๔ ๐.๕ (๒๐)
ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชพี ๕ ๑ (๔๐) ง๒๓๑๐๒ การงานอาชพี ๖ ๑ (๔๐)
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๑.๕ (๖๐) อ.๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ ๑.๕ (๖๐)
รายวิชาเพ่มิ เติม ๒.๕ ( ๑๐๐) รายวิชาเพม่ิ เติม ๒.๕ ( ๑๐๐)
ส 23205 *การปอ งกันการทจุ รติ 3 ๑ (๔๐) ส 23206 *การปอ งกันการทจุ ริต 4 ๑ (๔๐)
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน (60) กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น (60)
กิจกรรมแนะแนว 2๐ กจิ กรรมแนะแนว 2๐
กจิ กรรมนักเรยี น กจิ กรรมนกั เรยี น
ลกู เสือ - เนตรนารี 15 ลกู เสอื - เนตรนารี 15
ชุมนุม 20 ชุมนุม 20
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยขน 5 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยขน 5
เวลาเรียน/สปั ดาห 15 ชม. เวลาเรียน/สปั ดาห 15 ชม.
รวมหนวยกิต 13.5 รวมหนวยกิต 13.5
หมายเหตุ
๑. วชิ าหนา ทพ่ี ลเมือง บูรณาการกบั การเรียนรูและวัดผลรวมในรายวชิ าพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา
และวฒั นธรรม
2. *หลกั สตู รตานทจุ รติ ศกึ ษา วิชาการปองกันการทุจรติ เปน รายวชิ าเพ่ิมเตมิ และหรอื กจิ กรรมพัฒนา
ผูเ รียนหรือกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร 40 ชม ตอป ตามคำสง่ั กระทรวง ที่ สป 1137/2561
3. กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียนจัดเปนกจิ กรรม “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู” บังคับตามหลักสตู ร
ประกอบดว ยกิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน และกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน
4. รายวชิ าเพิ่มเติมปละไมนอยกวา 200 ชัว่ โมง

สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๕

โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียน………………….
ระดบั มธั ยมศกึ ษาชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 4

ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 (ภาคเรียนท่ี ๑) ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 (ภาคเรยี นท่ี ๒)
รายวชิ า / กจิ กรรม เวลาเรยี น รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรียน
(หนว ยกิต/ชม.) (หนว ยกติ /ชม.)
รายวชิ าพ้ืนฐาน 7.0 (280) รายวชิ าพ้นื ฐาน 7.0 (280)
ท 3๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ 1.0 (4๐) ท 3๑๑๐2 ภาษาไทย 2 1.0 (4๐)
ค 3๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑ 1.0 (4๐) ค 3๑๑๐2 คณติ ศาสตร 2 1.0 (4๐)
ว 3๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรช วี ภาพ ๑ 1.0 (4๐) ว 3๑๑๐2 วิทยาศาสตรช วี ภาพ 2 1.0 (4๐)
ส 3๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๑ 1.0 (4๐) ส 3๑๑๐2 สังคมศึกษา 2 1.0 (4๐)
ส 3๑๑๐3 ประวัติศาสตร ๑ 0.5 (2๐) ส 3๑๑๐2 ประวัตศิ าสตร 2 0.5 (2๐)
พ 3๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑ 0.5 (2๐) พ 3๑๑๐2 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 2 0.5 (2๐)
ศ 3๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ 0.5 (2๐) ศ 3๑๑๐2 ศลิ ปะ 2 0.5 (2๐)
ง 3๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ 0.5 (2๐) ง 3๑๑๐2 การงานอาชีพ 2 0.5 (2๐)
อ 3๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ 1.0 (4๐) อ 3๑๑๐2 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 (4๐)
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ 20.0 ( 800) รายวชิ าเพมิ่ เตมิ 20.0 ( 800)
ส 31201 *การปองกันการทจุ ริต 3 ๑ (๔๐) ส 31202 *การปองกนั การทุจริต 4 ๑ (๔๐)
กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น (60) กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น (60)
กจิ กรรมแนะแนว 2๐ กจิ กรรมแนะแนว 2๐
กจิ กรรมนักเรยี น กิจกรรมนกั เรียน
ลูกเสอื - เนตรนารี 15 ลกู เสือ - เนตรนารี 15
ชมุ นุม 20 ชุมนุม 20
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยขน 5 กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยขน 5
เวลาเรียน/สัปดาห 28.5 ชม. เวลาเรียน/สปั ดาห 28.5 ชม.
รวมหนว ยกิต 27.0 รวมหนว ยกิต 27.0
หมายเหตุ
๑. วิชาหนาทพี่ ลเมอื ง บรู ณาการกบั การเรียนรูแ ละวัดผลรวมในรายวชิ าพ้นื ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม
2. *หลกั สตู รตานทุจรติ ศกึ ษา วชิ าการปองกันการทุจรติ เปน รายวิชาเพิ่มเตมิ และหรอื กิจกรรมพัฒนา
ผเู รยี นหรือกจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร 40 ชม ตอป ตามคำส่งั กระทรวง ท่ี สป 1137/2561
3. กจิ กรรมพัฒนาผเู รียนจัดเปน กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู บังคับตามหลักสตู ร
ประกอบดว ยกิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรยี น และกจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน
4. รายวชิ าเพิ่มเตมิ ปละไมนอ ยกวา 1,600 ช่วั โมง

สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๖

โครงสรา งหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียน………………….
ระดบั มธั ยมศกึ ษาชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 5

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 (ภาคเรยี นท่ี ๑) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 (ภาคเรยี นท่ี ๒)
รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรยี น รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรียน
(หนว ยกิต/ชม.) (หนว ยกติ /ชม.)
รายวชิ าพ้ืนฐาน 7.0 (280) รายวชิ าพน้ื ฐาน 7.0 (280)
ท 32๑๐๑ ภาษาไทย 3 1.0 (4๐) ท 32๑๐2 ภาษาไทย 4 1.0 (4๐)
ค 32๑๐๑ คณติ ศาสตร 3 1.0 (4๐) ค 32๑๐2 คณติ ศาสตร 4 1.0 (4๐)
ว 32๑๐๑ วทิ ยาศาสตรก ายภาพ 1 1.0 (4๐) ว 32๑๐2 วิทยาศาสตรก ายภาพ 2 1.0 (4๐)
ส 32๑๐๑ สงั คมศกึ ษา 3 1.0 (4๐) ส 32๑๐2 สังคมศกึ ษา 4 1.0 (4๐)
ส 32๑๐3 ประวัติศาสตร 3 0.5 (2๐) ส 32๑๐4 ประวัตศิ าสตร 4 0.5 (2๐)
พ 32๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 3 0.5 (2๐) พ 32๑๐2 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 4 0.5 (2๐)
ศ 32๑๐๑ ศลิ ปะ 3 0.5 (2๐) ศ 32๑๐2 ศลิ ปะ 4 0.5 (2๐)
ง 32๑๐๑ การงานอาชีพ 3 0.5 (2๐) ง 32๑๐2 การงานอาชีพ 4 0.5 (2๐)
อ 32๑๐๑ ภาษาองั กฤษ 3 1.0 (4๐) อ 32๑๐2 ภาษาองั กฤษ 4 1.0 (4๐)
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ 20.0 ( 800) รายวชิ าเพมิ่ เตมิ 20.0 ( 800)
ส 32203 *การปองกันการทจุ ริต 3 ๑ (๔๐) ส 32204 *การปองกันการทุจรติ 4 ๑ (๔๐)
กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น (60) กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน (60)
กจิ กรรมแนะแนว 2๐ กจิ กรรมแนะแนว 2๐
กจิ กรรมนักเรยี น กิจกรรมนกั เรยี น
ลูกเสอื - เนตรนารี 15 ลกู เสือ - เนตรนารี 15
ชมุ นุม 20 ชุมนุม 20
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยขน 5 กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยขน 5
เวลาเรียน/สัปดาห 28.5 ชม. เวลาเรียน/สปั ดาห 28.5 ชม.
รวมหนวยกิต 27.0 รวมหนว ยกิต 27.0
หมายเหตุ
๑. วิชาหนา ทีพ่ ลเมือง บรู ณาการกบั การเรยี นรูแ ละวัดผลรวมในรายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม
2. *หลกั สตู รตานทจุ รติ ศึกษา วิชาการปองกันการทุจรติ เปน รายวิชาเพม่ิ เตมิ และหรือกิจกรรมพัฒนา
ผเู รยี นหรือกจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร 40 ชม ตอป ตามคำส่งั กระทรวง ท่ี สป 1137/2561
3. กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี นจัดเปน กจิ กรรม “ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลาร”ู บังคับตามหลักสตู ร
ประกอบดว ยกิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรยี น และกิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน
4. รายวิชาเพ่มิ เติมปล ะไมนอยกวา 1,600 ชั่วโมง

สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๗

โครงสรา งหลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียน………………….
ระดับมัธยมศกึ ษาช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 6

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 (ภาคเรยี นท่ี ๑) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 (ภาคเรียนท่ี ๒)
รายวชิ า / กจิ กรรม เวลาเรียน รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรยี น
(หนวยกติ /ชม.) (หนวยกิต/ชม.)
รายวิชาพ้ืนฐาน 6.5 (260) รายวิชาพ้ืนฐาน 6.5 (260)
ท 33๑๐๑ ภาษาไทย 5 ๑.0 (4๐) ท 33๑๐2 ภาษาไทย 6 ๑.0 (4๐)
ค 33๑๐๑ คณติ ศาสตร 5 ๑.0 (4๐) ค 33๑๐2 คณติ ศาสตร 6 ๑.0 (4๐)
ว ๓๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตรพ้นื ฐาน (โลกและ ๑.0 (4๐) ว ๓๓๑๐2 วิทยาศาสตรพ น้ื ฐาน (โลกและ ๑.0 (4๐)
อวกาศ) ๑ อวกาศ) 2
ส 33๑๐๑ สังคมศึกษา 5 ๑.0 (4๐) ส 33๑๐2 สังคมศกึ ษา 6 ๑.0 (4๐)
พ 33๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา5 ๐.๕ (๒๐) พ 33๑๐2 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 6 ๐.๕ (๒๐)
ศ 33๑๐๑ ศลิ ปะ 5 ๐.๕ (๒๐) ศ 33๑๐2 ศิลปะ 6 ๐.๕ (๒๐)
ง 33๑๐๑ การงานอาชพี 5 ๐.๕ (๒๐) ง 33๑๐2 การงานอาชพี 6 ๐.๕ (๒๐)
อ 33๑๐๑ ภาษาอังกฤษ 5 ๑.0 (4๐) อ 33๑๐2 ภาษาอังกฤษ 6 ๑.0 (4๐)
รายวชิ าเพมิ่ เติม 20.0 ( 800) รายวิชาเพ่มิ เตมิ 20.0 ( 800)
ส 33205 *การปอ งกันการทุจรติ 3 ๑ (๔๐) ส 33205 *การปอ งกันการทจุ รติ 4 ๑ (๔๐)
กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น (60) กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน (60)
กจิ กรรมแนะแนว 2๐ กจิ กรรมแนะแนว 2๐
กจิ กรรมนกั เรยี น กจิ กรรมนกั เรียน
ลูกเสอื - เนตรนารี 15 ลูกเสอื - เนตรนารี 15
ชุมนุม 20 ชมุ นุม 20
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยขน 5 กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยขน 5
เวลาเรียน/สปั ดาห 28 ชม. เวลาเรียน/สปั ดาห 28 ชม.
รวมหนว ยกิต 26.5 รวมหนวยกิต 26.5

หมายเหตุ
๑. วชิ าหนาท่พี ลเมอื ง บูรณาการกบั การเรยี นรูแ ละวัดผลรวมในรายวชิ าพ้นื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา

และวัฒนธรรม
2. *หลักสูตรตา นทจุ ริตศกึ ษา วชิ าการปองกันการทุจรติ เปน รายวชิ าเพ่ิมเติมและหรอื กจิ กรรมพฒั นา

ผเู รยี นหรือกจิ กรรมเสริมหลกั สูตร 40 ชม ตอป ตามคำสง่ั กระทรวง ท่ี สป 1137/2561
3. กจิ กรรมพฒั นาผเู รียนจดั เปน กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลาร”ู บังคบั ตามหลกั สตู ร

ประกอบดว ยกิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรยี น และกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน
4. รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ปล ะไมน อยกวา1,600 ชวั่ โมง

สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๘

มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ช้ีวดั และลกั ษณะตัวช้วี ัด

มาตรฐานการเรียนรู

การพัฒนาผูเรียนใหเกิดความสมดุล ตองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปญญา
หลักสูตรโรงเรียน.......................................... พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ จงึ กำหนดใหผูเรยี นเรียนรู ๘ กลุมสาระการเรยี นรดู ังน้ี

๑. ภาษาไทย
๒. คณิตศาสตร
๓. วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
๔. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
๖. ศลิ ปะ
๗. การงานอาชพี
๘. ภาษาตา งประเทศ

ในแตละกลุมสาระการเรียนรูไดกำหนดมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายสำคัญของการพัฒนา
คุณภาพผเู รียน มาตรฐานการเรยี นรรู ะบสุ ่ิงที่ผูเรียนพึงรู ปฏบิ ัตไิ ด มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม และคานิยมท่ีพึงประสงค
เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรูยังเปนกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษา
ทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรูจะสะทอนใหทราบวาตองการอะไร จะสอนอยางไร และประเมินอยางไร
รวมทั้งเปนเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชระบบการประเมินคุณภาพภายใน
และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ
ระบบการตรวจสอบเพือ่ ประกันคุณภาพดังกลาวเปนสงิ่ สำคัญท่ีชวยสะทอนภาพการจัดการศกึ ษาวา สามารถพัฒนา
ผเู รียนใหม ีคณุ ภาพตามท่ีมาตรฐานการเรียนรกู ำหนดเพยี งใด

สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๙

ตัวชว้ี ัด

ตัวชวี้ ัดระบสุ ่ิงท่ีนกั เรยี นพึงรแู ละปฏิบัตไิ ด รวมทง้ั คณุ ลกั ษณะของผูเรียนในแตล ะระดับชน้ั
ซงึ่ สะทอนถงึ มาตรฐานการเรยี นรู มคี วามเฉพาะเจาะจงและมคี วามเปนรปู ธรรม นำไปใชใ นการกำหนดเน้ือหา จดั ทำ
หนว ยการเรียนรู จดั การเรยี นการสอน และเปน เกณฑส ำคญั สำหรบั การวัดประเมนิ ผลเพอื่ ตรวจสอบ
คุณภาพผเู รียน

๑. ตัวชีว้ ัดชนั้ ป เปน เปา หมายในการพฒั นาผเู รียนแตล ะช้ันปในระดับการศกึ ษาภาคบังคับ
(ประถมศึกษาปที่ ๑ – มธั ยมศึกษาปท ่ี ๓)

๒. ตัวช้วี ัดชวงชน้ั เปนเปาหมายในการพฒั นาผเู รยี นในระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๔- ๖)

หลักสูตรไดม ีการกำหนดรหัสกำกบั มาตรฐานการเรียนรูและตัวชีว้ ดั เพือ่ ความเขา ใจ
และใหส ื่อสารตรงกัน ดังน้ี
ค 1.1 ม.1/๓

ม.1/๓ ตวั ชีว้ ัดช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน ขอที่ ๑
1.1 สาระที่ 1 มาตรฐานขอ ที่ 1
ค กลมุ สาระการเรียนรูค ณิตศาสตร

ต ๒.๒ ม.๔-๖/ ๓
ม.๔-๖/๓ ตวั ช้ีวดั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย ขอ ที่ ๓
๒.๓ สาระที่ ๒ มาตรฐานขอ ท่ี ๒
ต กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๐

สาระและมาตรฐานการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียน…………………………………………….. พทุ ธศกั ราช ………………….. ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดมาตรฐานการเรียนรใู น ๘ กลมุ สาระการ
เรยี นรูมี 31 สาระจำนวน 55 มาตรฐาน ดงั นี้

ภาษาไทย

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทยมี 5 สาระ จำนวน 5 มาตรฐาน
สาระท่ี ๑ การอา น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรูแ ละความคิดเพอื่ นำไปใชต ัดสินใจ แกป ญหาในการ
ดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอาน

สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขียน เขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ยอความ และเขยี นเรอ่ื งราวใน
รปู แบบตางๆ เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควา อยา งมี
ประสทิ ธภิ าพ

สาระที่ ๓ การฟง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดอู ยา งมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคดิ ความรูส กึ
ในโอกาสตา งๆ อยางมีวจิ ารณญาณ และสรา งสรรค

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษา ภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ิ ของชาติ

สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเหน็ คุณคา และ
นำมาประยุกตใชในชวี ิตจริง

คณิตศาสตร

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตรมี 3 สาระจำนวน 7 มาตรฐาน
สาระที่ ๑ จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน

ผลทีเ่ กดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนนิ การ และนำไปใช
มาตรฐาน ค ๑.๒ เขาใจและวเิ คราะหแบบรปู ความสัมพนั ธ ฟง กช นั ลำดบั และอนกุ รม และนำไปใช
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชน พิ จน สมการ และอสมการ ธบิ ายความสัมพันธหรือชวยแกปญหาท่กี ำหนดให
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขาใจพื้นฐานเกยี่ วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ีตอ งการวัด และนำไปใช
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขาใจและวิเคราะหร ปู เรขาคณิต สมบตั ิของรูปเรขาคณติ ความสมั พันธร ะหวา ง

รูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช

สำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๑

สาระท่ี ๓ สถติ แิ ละความนา จะเปน
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขาใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค วามรูทางสถิตใิ นการแกป ญ หา

มาตรฐาน ค ๓.๒ เขาใจหลกั การนับเบอื้ งตน ความนาจะเปน และนำไปใช

วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยมี ี 4 สาระจำนวน 10มาตรฐาน
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช ีวภาพ

มาตรฐาน ว ๑.๑ เขาใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พันธร ะหวางส่ิงไมม ชี ีวติ กับสง่ิ มีชีวิต
และความสมั พนั ธระหวางสิ่งมีชีวิตกบั สิง่ มชี ีวติ ตาง ๆ ในระบบนเิ วศ การถา ยทอด
พลังงาน การเปล่ยี นแปลงแทนทใ่ี นระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญ หาและ
ผลกระทบทม่ี ตี อทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม แนวทางในการอนรุ กั ษ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไขปญหาสิ่งแวดลอม รวมทั้งนำความรูไปใชป ระโยชน

มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา ใจสมบัตขิ องส่ิงมชี ีวิต หนวยพ้นื ฐานของสงิ่ มีชีวติ การลำเลยี งสารเขา และออกจาก
เซลล ความสัมพันธข องโครงสรา ง และหนาทข่ี องระบบตาง ๆ ของสัตวและมนุษยที่
ทำงานสมั พนั ธกัน ความสมั พนั ธของโครงสราง และหนาทขี่ องอวัยวะตา ง ๆ ของพชื ที่
ทำงานสัมพันธก นั รวมท้ังนำความรูไ ปใชป ระโยชน

มาตรฐาน ว ๑.๓ เขา ใจกระบวนการและความสำคัญของการถา ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม

สารพันธกุ รรม การเปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมท่มี ผี ลตอสงิ่ มชี ีวิต ความหลากหลายทาง
ชวี ภาพและวิวัฒนาการของส่งิ มชี ีวิต รวมท้งั นำความรไู ปใชประโยชน

สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก ายภาพ

มาตรฐาน ว ๒.๑ เขาใจสมบัตขิ องสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพนั ธระหวางสมบตั ขิ องสสารกับ
โครงสรางและแรงยึดเหนี่ยวระหวา งอนภุ าค หลักและธรรมชาติของการเปล่ยี นแปลง
สถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี

มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา ใจธรรมชาติของแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงทกี่ ระทำตอ วัตถุ ลักษณะ

การเคลอ่ื นท่ีแบบตาง ๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรูไปใชประโยชน

สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๒

มาตรฐาน ว ๒.๓ เขาใจความหมายของพลังงาน การเปลย่ี นแปลงและการถา ยโอนพลังงาน ปฏสิ ัมพนั ธ
ระหวางสสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฎการณท ี่
เกย่ี วของกบั เสียง แสง และคลื่นแมเหลก็ ไฟฟา รวมทงั้ นำความรไู ปใชป ระโยชน

สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๑ เขา ใจองคประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแลก็ ซีดาว
ฤกษ และระบบสุรยิ ะ รวมทงั้ ปฏสิ มั พนั ธภ ายในระบบสุริยะท่ีสง ผลตอ สงิ่ มชี วี ติ และการ
ประยุกตใชเ ทคโนโลยีอวกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๒ เขาใจองคประกอบและความสัมพนั ธข องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลง

ภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟาอากาศและ
ภมู ิอากาศโลก รวมทัง้ ผลตอสิ่งมีชีวติ และสง่ิ แวดลอ ม

สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๔.๑ เขาใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพือ่ การดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการ

เปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วใชความรแู ละทักษะทางดานวิทยาศาสตร คณติ ศาสตร และ
ศาสตรอืน่ ๆเพอื่ แกป ญหาหรือพัฒนางานอยา งมีความคิดสรางสรรคดวยกระบวนการ
ออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใชเทคโนโลยอี ยางเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอ ชีวติ
สงั คม และสง่ิ แวดลอม

มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา ใจและใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญ หาท่พี บในชวี ิตจริงอยา งเปน

ข้นั ตอนและเปนระบบ ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรู การทำงาน
และการแกปญ หาไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ รเู ทาทนั และมีจรยิ ธรรม

สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรมมี 5 สาระ จำนวน 11 มาตรฐาน
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม

มาตรฐาน ส ๑.๑ รู และเขาใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกตอง ยึดมั่น และปฏิบัติตาม
หลักธรรม เพอื่ อยูร วมกนั อยางสนั ติสขุ

มาตรฐาน ส ๑.๒ เขา ใจตระหนกั และปฏบิ ตั ิตนเปนศาสนกิ ชนท่ดี แี ละธำรงรกั ษาพระพทุ ธ ศาสนา
หรือศาสนาทต่ี นนบั ถอื

สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๓

สาระท่ี ๒ หนา ทพ่ี ลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา ใจและปฏิบัติตนตามหนาทขี่ องการเปน พลเมืองดี มีคานิยมท่ีดงี ามและธำรง
รักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และ สงั คม
โลกอยางสันติสขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรง
รักษาไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน
ประมุข
สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร
มาตรฐาน ส ๓.๑ เขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช
ทรัพยากรที่มีอยูจ ำกัดไดอยา งมีประสิทธิภาพและคุมคา รวมทั้งเขา ใจหลักการ
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อการดำรงชวี ติ อยางมดี ุลยภาพ
มาตรฐาน ส ๓.๒ เขาใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจตาง ๆ ความสัมพันธทางเศรษฐกิจ และ
ความจำเปน ของการรวมมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
สาระท่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขาใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร
สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยางเปน
ระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขาใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปจจุบัน ในดานความสัมพันธ
และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณอยางตอเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและ
สามารถวเิ คราะหผ ลกระทบท่ีเกดิ ข้ึน
มาตรฐาน ส ๔.๓ เขาใจความเปนมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทยมีความรัก
ความภมู ิใจและธำรงความเปนไทย
สาระท่ี ๕ ภูมศิ าสตร

มาตรฐาน ส ๕.๑ เขาใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลตอ

กนั ใชแผนทแ่ี ละเครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตรใ นการคนหา วิเคราะห และสรุปขอ มูล

ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร ตลอดจนใชภมู ิสารสนเทศอยา งมีประสิทธิภาพ

มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา ใจปฏิสัมพนั ธร ะหวางมนุษยกบั สิง่ แวดลอ มทางกายภาพทีก่ อ ใหเกิดการ

สรางสรรควถิ ีการดำเนินชวี ิต มจี ติ สำนกึ และมสี วนรวมในการจดั การทรพั ยากร

และสิ่งแวดลอ มเพื่อการพฒั นาท่ยี ่ังยืน

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

กลมุ สาระการเรยี นรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษามี 5 สาระ จำนวน 6มาตรฐาน
สาระที่ ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย

มาตรฐาน พ ๑. ๑ เขาใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย

สาระที่ ๒ ชวี ติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา ใจและเห็นคณุ คาตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมที กั ษะในการดำเนิน
ชีวติ

สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๔

สาระที่ ๓ การเคลอื่ นไหว การออกกำลงั กาย การเลน เกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขาใจ มที ักษะในการเคลอ่ื นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน เกม และกฬี า
มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลังกาย การเลน เกม และการเลนกีฬา ปฏบิ ัตเิ ปน ประจำอยู
สมำ่ เสมอ มวี นิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี ้ำใจนักกีฬา มีจติ วญิ ญาณในการ
แขงขัน และชน่ื ชมในสนุ ทรยี ภาพของการกีฬา

สาระที่ ๔ การสรา งเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพและการปองกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณคา และมที กั ษะในการสรา งเสรมิ สขุ ภาพ การดำรงสขุ ภาพ การ
ปอ งกันโรคและการสรา งเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพ

สาระท่ี ๕ ความปลอดภยั ในชวี ิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ ปองกนั และหลกี เลยี่ งปจจัยเส่ยี ง พฤตกิ รรมเสยี่ งตอ สขุ ภาพ อบุ ตั ิเหตุ การใชยา
สารเสพติด และความรนุ แรง

ศลิ ปะ

สาระที่ ๑ ทศั นศิลป กลุม สาระการเรยี นรศู ลิ ปะมี 3 สาระ จำนวน 6 มาตรฐาน

มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ และความคิดสรางสรรค วิเคราะห
วิพากษ วจิ ารณค ุณคา งานทศั นศิลป ถายทอดความรูสึก ความคดิ ตอ งานศิลปะ
อยางอิสระ ชน่ื ชม และประยุกตใชใ นชีวิตประจำวนั
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา ใจความสมั พันธร ะหวา งทศั นศลิ ป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เหน็ คุณคา
งานทัศนศิลปที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทยและ
สากล
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา งสรางสรรค วิเคราะห วพิ ากษวิจารณคุณคา
ดนตรี ถายทอดความรูสึก ความคิดตอ ดนตรีอยางอิสระ ชน่ื ชม และประยุกตใช
ในชวี ติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคา
ของดนตรีที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น ภูมิปญญาไทยและ
สากล
สาระที่ ๓ นาฏศลิ ป
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขาใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษ วิจารณ
คุณคานาฏศลิ ป ถายทอดความรูส กึ ความคิดอยางอิสระ ช่นื ชม และประยกุ ตใช
ในชีวติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขาใจความสมั พนั ธร ะหวางนาฏศิลป ประวัตศิ าสตรและวฒั นธรรม เหน็ คุณคา ของ
นาฏศิลปที่เปนมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถน่ิ ภมู ปิ ญ ญาไทยและสากล

สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๕

การงานอาชพี
กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี มี 2 สาระ จำนวน 2 มาตรฐาน
สาระที่ ๑ การดำรงชีวติ และครอบครวั

มาตรฐาน ง ๑.๑ เขา ใจการทำงาน มคี วามคดิ สรางสรรค มที กั ษะกระบวนการทำงานทักษะการจัดการ
ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู มี
คณุ ธรรมและลกั ษณะนิสยั ในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใชพ ลงั งาน ทรพั ยากร และ
สิ่งแวดลอ ม เพอื่ การดำรงชีวิตและครอบครวั

สาระที่ ๒ การอาชีพ

มาตรฐาน ง ๒.๑ เขาใจ มที ักษะที่จำเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใชเทคโนโลยเี พอ่ื
พฒั นาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมีเจตคตทิ ีด่ ีตออาชพี

หมายเหตุ: ปก ารศึกษา 2561 ใหย กเลกิ สาระที่ 2 มาตรฐาน ง2.๑และสาระที่ 3 มาตรฐาน ง3.๑
ในระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1และ4และมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 และเปล่ยี นสาระที่ 4 การอาชพี เปน สาระที่ 2 การ
อาชีพ

ปก ารศกึ ษา 2562 ใหย กเลิกสาระท่ี 2 มาตรฐาน ง2.๑และสาระที่ 3 มาตรฐาน ง3.๑
ในระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 1,2,4และ5 และมธั ยมศึกษาปท ี่ 1 และ 2 และเปลยี่ นสาระที่ 4 การอาชีพ เปน
สาระที่ 2 การอาชพี

ปก ารศกึ ษา 2563 เปน ตนไป ใหยกเลิกและเปลี่ยนช่ือสาระทกุ ช้ันเรยี น

ภาษาตางประเทศ
กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศมี 4 สาระ จำนวน 8 มาตรฐาน
สาระท่ี ๑ ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขาใจและตีความเรื่องที่ฟงและอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็

อยางมเี หตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก

และความคิดเหน็ อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอขอมูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตางๆโดย

การพูดและการเขียน
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม

มาตรฐาน ต ๒.๑ เขาใจความสัมพันธระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษา และนำไปใช
ไดอยางเหมาะสมกบั กาลเทศะ

มาตรฐาน ต ๒.๒ เขาใจความเหมือนและความแตกตา งระหวางภาษาและวฒั นธรรมของเจาของ
ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ ยางถูกตอง และเหมาะสม

สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๖

สาระที่ ๓ ภาษากบั ความสมั พนั ธกบั กลมุ สาระการเรียนรอู ่นื
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภาษาตางประเทศในการเชื่อมโยงความรูกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น และเปน
พืน้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู และเปดโลกทศั นของตน
สาระท่ี ๔ ภาษากับความสัมพนั ธก ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ าษาตางประเทศในสถานการณตางๆ ท้งั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชนและสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลยี่ นเรียนรกู ับสังคมโลก

สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๗

การกำหนดรหสั วชิ า

ท ๑๑๑๐๑

หลักท่ี 5 และ 6 เปน รหสั ตัวเลขแสดงลำดบั ของรายวชิ าแตละกลุมสาระการเรียนรใู นป/ ระดบั การศึกษา เดียวกนั ใน
ระดับประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน หรือมัธยมศกึ ษาตอนปลาย มจี ำนวนตัง้ แต 01-99 เหมือนเดิม ดังนี้ รายวชิ าท่ี
กำหนดปท ี่เรียน ใหน บั รหสั หลักที่ 5-6 ตอ เนอ่ื งในปเ ดยี วกนั
รายวชิ าที่ไมกำหนดปท ่ีเรียน ใหนับรหสั หลักที่ 5-6 ตอเน่ืองในระดบั ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษา
ตอนปลาย

หลกั ที่ 4 เปน รหสั ตวั เลขแสดงประเภทของรายวิชา ซ่งึ กำหนดรหัสตัวเลขไว 2 ตัว เหมอื นเดมิ ดงั นี้
1 หมายถงึ รายวชิ าพนื้ ฐาน 2 หมายถงึ รายวชิ าเพ่มิ เติม

หลักท่ี 3 เปน รหสั ตัวเลขแสดงปท่ีเรยี นของรายวิชา ซ่ึงสะทอ นระดบั ความรแู ละทักษะในรายวชิ าทีก่ ำหนดไวในแตละป ซงึ่ มีการ
เปลี่ยนจากรหสั ตวั เลข 4 ตัว เปน 7 ตวั ดังน้ี

0 หมายถึง รายวชิ าที่ไมกำหนดปที่เรียน จะเรียนปใ ดกไ็ ดในระดับประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1 หมายถงึ รายวชิ าที่เรยี นในปท่ี 1 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ป.1 ม.1 และม.4)
2 หมายถึง รายวชิ าท่ีเรยี นในปท ี่ 2 ของระดบั ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนตน และมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ป.2 ม.2 และม.5)
3 หมายถึง รายวิชาทีเ่ รียนในปที่ 3 ของระดับประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ป.3 ม.3 และ ม.6)
4 หมายถึง รายวิชาท่ีเรยี นในปที่ 4 ของระดบั ประถมศึกษา (ป.4)
5 หมายถงึ รายวชิ าทเี่ รียนในปที่ 5 ของระดับประถมศกึ ษา (ป.5)
6 หมายถงึ รายวิชาท่เี รยี นในปท ่ี 6 ของระดับประถมศึกษา (ป.6)

หลกั ท่ี 2 เปน รหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษา มีการเปลีย่ นจากการใชรหัสตวั เลข 4 ตวั เปน 3 ตัว ดังนี้
1 หมายถงึ รายวิชาระดับประถมศึกษา 2 หมายถงึ รายวิชาระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน
3 หมายถึง รายวิชาระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

หลักที่ 1 เปน รหัสตัวอกั ษรแสดงกลุมสาระการเรียนรู ซง่ึ กำหนดรหัสตัวอักษรแสดงกลมุ สาระการเรียนรู เหมือนเดิม ดงั นี้
ท หมายถึง กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย ค หมายถงึ กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ว หมายถงึ กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร ส หมายถงึ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
พ หมายถึง กลุม สาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศึกษา ศ หมายถงึ กลมุ สาระการเรยี นรูศ ลิ ปะ
ง หมายถึง กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี อ หมายถงึ กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศใหใชร หัสของแตละภาษา

ตอนท่ี 3
องคป ระกอบที่ 3
คำอธบิ ายรายวิชา

ตอนท่ี 3
องคประกอบท่ี 3 คำอธิบายรายวชิ า

ตัวอยา งคำอธิบายรายวชิ า

หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียน.................................................... ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั
พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดก ำหนดคำอธิบายรายวิชาของวชิ าตาง ๆ ที่สอนในแตล ะปก ารศึกษา
ซึง่ ประกอบดว ย ชอื่ รหสั วิชา ชื่อรายวชิ า จำนวนช่วั โมงตอป ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวงั และสาระการเรยี นรรู ายป
คำอธบิ ายรายวชิ าจะชวยใหผสู อนจดั หนวยการเรียนรูใ นแตละชนั้ ป ไดสอดคลอ งกบั มาตรฐานการเรียนรู
เนื่องจากคำอธิบายรายวิชาจะรวมสาระการเรยี นรทู ผี่ ูเรยี นตอ งเรียนรตู ลอดท้งั ป กลุมของสาระการเรียนรตู ลอดป
จะมจี ำนวนมาก ดังนั้น การจดั เปนหนวยการเรยี นรูหลาย ๆ หนวย จะชว ยใหกลุมของสาระการเรียนรูมีขนาดเล็ก
ลงและบูรณาการไดห ลากหลายมากขน้ึ

โรงเรียน.............................. ไดกำหนดรายละเอียดของคำอธบิ ายรายวิชาเรียงตามลำดับไว ดงั นี้
๑. คำอธิบายรายวิชากลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ ถงึ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
๒. คำอธบิ ายรายวิชากลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๑ ถึงชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖
๓. คำอธิบายรายวชิ ากลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๑ ถงึ ชนั้
มธั ยมศกึ ษาปที่ ๖
๔. คำอธบิ ายรายวชิ ากลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๑
ถงึ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๖
๕. คำอธิบายรายวิชากลุม สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าประวตั ิศาสตร
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๑ ถงึ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖
๖. คำอธิบายรายวชิ ากลุม สาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๑ ถงึ ชน้ั
ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๗. คำอธบิ ายรายวิชากลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๑ ถึงชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๖
๘. คำอธบิ ายรายวิชากลุมสาระการเรยี นรูก ารงานอาชพี ชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ ถึงชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖
๙. คำอธิบายรายวชิ ากลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๑
ถึงชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖
๑๐. คำอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม วชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๑ ถงึ ชน้ั
ประถมศึกษาปที่ ๖
๑๑. คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม วชิ าหนาที่พลเมอื ง ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๑ ถงึ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖
๑๒. คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม วชิ าการปอ งกันการทจุ รติ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๑ ถึงชน้ั ประถมศกึ ษา
ปท ่ี ๖
๑๓. คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๑ ถงึ ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖

ระดับ
มธั ยมศึกษาตอนตน

รายวชิ าพ้นื ฐาน

รายวชิ าพื้นฐานกลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย

ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓

ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔

ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕

ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖

รายวชิ าพน้ื ฐานกลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร

ระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร ๒ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓

ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร ๔

ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๕

ค ๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร ๖

รายวชิ าพน้ื ฐานกลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ว ๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๓

ว ๒๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๔

ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๕

ว ๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๖

สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๔๓

รายวชิ าพน้ื ฐานกลุม สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ส ๒๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
ส ๒๑๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ส ๒๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓

ส ๒๒๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔

ส ๒๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕

ส ๒๓๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖

ส ๒๑๑๐๓ ประวัติศาสตร ๑ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
ส ๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร ๒ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
ส ๒๒๑๐๓ ประวัตศิ าสตร ๓ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร ๔ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ส ๒๓๑๐๓ ประวัตศิ าสตร ๕ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒๓๑๐๔ ประวัติศาสตร ๖ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง

รายวชิ าพื้นฐานกลมุ สาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศึกษา

ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
พ ๒๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษา ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
พ ๒๑๑๐๒ สขุ ศึกษา ๒ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
พ ๒๒๑๐๑ สขุ ศึกษา ๓ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง
พ ๒๒๑๐๒ สขุ ศกึ ษา ๔ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
พ ๒๓๑๐๑ สขุ ศึกษา ๕ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
พ ๒๓๑๐๒ สขุ ศกึ ษา ๖ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
พ ๒๑๑๐๓ พลศึกษา ๑ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
พ ๒๑๑๐๔ พลศึกษา ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
พ ๒๒๑๐๓ พลศึกษา ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
พ ๒๒๑๐๔ พลศึกษา ๔ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
พ ๒๓๑๐๓ พลศึกษา ๕
พ ๒๓๑๐๔ พลศึกษา ๖

สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๔๔

รายวชิ าพ้นื ฐานกลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ศ ๒๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๒๑๑๐๒ ศลิ ปะ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๒๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๒๒๑๐๒ ศลิ ปะ ๔ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ศ ๒๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๒๓๑๐๒ ศลิ ปะ ๖ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ศ ๒๑๑๐๓ ดนตรี นาฎศิลป ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๒๑๑๐๔ ดนตรี นาฎศิลป ๒ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ศ ๒๒๑๐๓ ดนตรี นาฎศลิ ป ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๒๒๑๐๔ ดนตรี นาฎศลิ ป ๔ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ศ ๒๓๑๐๓ ดนตรี นาฎศิลป ๕
ศ ๒๓๑๐๔ ดนตรี นาฎศิลป ๖

รายวชิ าพื้นฐานกลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๓

ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ ๔

ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชพี ๕

ง ๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๖

รายวชิ าพน้ื ฐานกลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
อ ๒๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง

อ ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๒

อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓

สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๔๕

อ ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๔ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
อ ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๖ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง

สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๔๖

คำอธิบายรายวิชา

กลุมสาระการเรยี นรู
ภาษาไทย

โครงสรางหลกั สูตรกลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

กลุมรายวชิ าพน้ื ฐาน

ที่ รหัสวชิ า ชอ่ื วิชา ระดับชนั้ หนวยกิต จำนวนชั่วโมง/ป
๑ ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๒ ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๓ ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ม. ๒ ๑.๕ ๖๐
๔ ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ม. ๒ ๑.๕ ๖๐
๕ ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ม. ๓ ๑.๕ ๖๐
๖ ท ๒๓๒๐๒ ภาษาไทย ๖ ม. ๓ ๑.๕ ๖๐

สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๔๘

ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย
เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
…………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………….…

ศึกษาและฝกทักษะการอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตองเหมาะสมกับเรื่องที่อาน
จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อาน ระบุเหตุและผลขอเท็จจริงกับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน ระบุและอธิบาย
ในบริบทตาง ๆ จากการอาน ตีความคำยากในเอกสารวิชาการโดยพิจารณาจากบริบท ระบุขอสังเกตและ
ความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโนมนาวใจ ปฏิบัติตามคูมือแนะนำวิธีการใชงานเครื่องมือหรือ
เครื่องใช วิเคราะหคุณคาที่ไดรับจากการอานอยางหลากหลายเพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวิต การเขียนสื่อสาร
โดยใชถอยคำถูกตองชัดเจนเหมาะสม คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนบรรยายประสบการณโดยระบุ
สาระสำคัญและรายละเอียดสนับสนุน เขียนเรียงความเขียนยอความจากเรื่องที่อาน เขียนแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ไดรับ เขียนจดหมายสวนตัว และจดหมายกิจธุระ เขียนรายงานการศึกษาคนควาและ
เขียนโครงงาน มีมารยาทในการเขียนการพูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็น
อยางสรางสรรคประเมินความนาเชื่อถือที่มีเนื้อหาโนมนาว พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควา มี
มารยาทในการฟง ดู และพูดการอธิบายลักษณะของเสียงในภาษาไทย วิธีการสรางคำ วิเคราะหชนิดและหนาท่ี
ของคำในประโยค วิเคราะหความแตกตางของภาษาพูดและภาษาเขียน แตงบท รอยกรองจำแนกและใชส ำนวน
ที่เปนคำพังเพยและสุภาษิตสรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน วิเคราะหและอธิบายคุณคาของวรรณคดี
และวรรณกรรม สรุปความรูและขอคิดจากการอานเพื่อ ประยุกตใชในชีวิตจริง ทองจำบทความตามที่กำหนด
และบทรอยกรองท่มี ีคุณคาตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการอาน เขียน ฟง พูด การสื่อความ กระบวนการคิดวิเคราะห ตีความสรุปความ
การแสวงหาความรู กระบวนการกลมุ การอภปิ ราย และนำเสนอผลงานอยา งสรางสรรค
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจสามารถ วิเคราะหประเมินคา พัฒนาการอานอยาง มีประสิทธิภาพ
มีทักษะกระบวนการคิดและการสื่อความหมาย สามารถจัดลำดับความคิด ถายทอด ความรูความคิดจากเรื่องท่ี
อานได เขียนเชิงสรางสรรคโดยรวบรวมขอมูล พูดในโอกาสตาง ๆไดมีมารยาทและมีนิสัยรักการอานการเขียน
การฟง การดู และการพูด รักการใฝรูใฝเ รยี น มีระเบียบ มีวินัย ละเอียดรอบคอบ รับผิดชอบตอการทำงาน กลา
แสดงออก รับฟงความคิดเห็น และทำงานรวมกับผูอื่นได นำความรู ทักษะไปใชในการเรียนรูและใน
ชวี ติ ประจำวนั รกั และเห็นคณุ คาของภาษาไทย มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมทเี่ หมาะสม ภาคภมู ใิ จในทอ งถ่ินของตน

รหัสตัวชว้ี ดั
ท ๑.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕ ,ม๑/๖ ,ม.๑/๗, ม.๑/๘ ,ม.๑/๙
ท ๒.๑ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕ ,ม.๑/๖ ,ม.๑/๗, ม.๑/๘ , ม.๑/๙,
ท ๓.๑ม.๑/๑, ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕ ,ม.๑/๖
ท๔.๑ม.๑/๑,
ท ๕.๑ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕

รวมทง้ั หมด ๓0 ตวั ชี้วัด

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๔๙


Click to View FlipBook Version