The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kodwimol, 2021-05-20 06:15:00

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Keywords: ูู,หลักสูตรสถานศึกษา

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ส ๒๓๒๐๑ หนา ทพ่ี ลเมอื ง ๕ กลุมสาระการเรียนรูส งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต
…………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
มีสวนรวมแนะนาผูอื่นใหอนุรักษและยกยองผูมีมารยาทไทยในเรื่องของการแสดงความเคารพการ
สนทนาการแตงกายการมสี ัมมาคารวะแสดงออกแนะนำผอู นื่ และมสี ว นรวมในกจิ กรรมเก่ยี วกบั ความเออ้ื เฟอ เผ่อื
แผและเสียสละตอสังคมเห็นคุณคาอนุรักษสืบสานและประยุกตขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิ
ปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝ หาความรู ตั้งใจ
ปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเองปฏิบัติตนเปนแบบอยางและมีสวนรวมในการจัด
กิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยประยุกต และเผยแพร
พระบรมราโชวาทในเร่ืองการเสยี สละความซื่อสัตยหลักการทรงงานในเรื่องศึกษาขอมูลอยางเปนระบบแกปญหา
ที่จุดเล็กปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝ หาความรูและตั้งใจ
ปฏิบัติหนาที่โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวน การเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสรางคานิยม
และกระบวนการสรางเจตคตเิ พ่ือใหผูเรียนมีลกั ษณะที่ดีของคนไทยภาคภมู ิใจในความเปน ไทยแสดงออกถึงความ
รักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยเปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั รยิ ท รงเปนประมขุ มสี ว นรวมทางการเมืองการปกครองอยรู วมกับผอู ืน่ อยา งสันติจดั การความขัดแยง
ดว ยสันตวิ ิธีและมวี นิ ยั ในตนเอง

ผลการเรียนรู
๑. มีสวนรว มแนะนาผอู ืน่ ใหอ นุรักษและยกยอ งผมู ีมารยาทไทย
๒. แสดงออกแนะนาผูอืน่ และมีสว นรว มในกิจกรรมเก่ียวกบั ความเออ้ื เฟอ เผ่อื แผและเสียสละ
๓. เห็นคณุ คาอนุรกั ษส ืบสานและประยกุ ตข นบธรรมเนียมประเพณศี ิลปวัฒนธรรมและ

ภูมปิ ญญาไทย
๔. เปน แบบอยางและมีสว นรวมในการจัดกจิ กรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติยดึ ม่นั ในศาสนา

และเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ 
๕. ประยกุ ตและเผยแพรพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพยี ง
๖. ปฏบิ ัติตนเปน ผูมีวินยั ในตนเอง

รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๕๐

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ

ส ๒๓๒๐๒ หนา ทพ่ี ลเมือง ๖ กลุมสาระการเรียนรูส งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
…………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในเรื่องการใชสิทธิและหนาที่การใชเสรีภาพอยาง
รับผิดชอบการมีสวนรวมในกิจกรรมการเลือกตั้งมีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจตอกิจกรรมของ
หองเรียนและโรงเรียนตรวจสอบขอมูลตรวจสอบการทาหนาที่ของบุคคลเพื่อใชประกอบการตัดสินใจปฏิบัติตน
เปน ผูม วี ินยั ในตนเองในเรอ่ื งความซือ่ สัตยสจุ ริตขยันหมั่นเพยี รใฝห าความรูตั้งใจปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลท่ีเกิด
จากการกระทาของตนเองเห็นคุณคาของการอยูรวมกันในภูมิภาคเอเชียอยางสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ทามกลางความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคตาง ๆของโลกในเร่ืองวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนา
สิ่งแวดลอมการอยูรวมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและพึ่งพาซึ่งกันและกันในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกันไมแสดง
กิริยาและวาจาดูหมิ่นผูอื่นชวยเหลือซึ่งกันและกันแบงปนมีสวนรวมและเสนอแนวทางการปองกันปญหาความ
ขัดแยงในเรื่องทัศนคติความคิดความเชื่อชูสาวปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตอดทน
ใฝหาความรูตั้งใจปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเองโดยใชกระบวนการกลุม
กระบวนการคิดกระบวนการปฏิบตั ิกระบวนการเผชิญสถานการณกระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหา
ความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสรางคานิยมและกระบวนการสรางเจตคติเพื่อใหผูเรียนมี
ลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเปนไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริยเปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขมีสวนรวมทางการ
เมอื งการปกครองอยรู ว มกบั ผอู ่ืนอยา งสันตจิ ดั การความขดั แยงดวยสนั ตวิ ธิ ีและมีวินัยในตนเอง

ผลการเรียนรู

๑. ปฏบิ ตั ิตนเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธปิ ไตย
๒. มสี ว นรวมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจตรวจสอบขอมูลเพอ่ื ใชป ระกอบการตัดสินใจในกิจกรรม

ตาง ๆ และรขู า วสาร

๓. เหน็ คุณคาของการอยูรว มกนั ในภูมิภาคตาง ๆ ของโลกอยา งสันตแิ ละพ่งึ พาซง่ึ กนั และกัน
๔. มสี วนรวมและเสนอแนวทางการปูองกันปญ หาความขัดแยง
๕. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผูม ีวินัยในตนเอง

รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๕๑

คำอธิบายรายวิชา

ส ๒๑๒๐๓ การปองกันการทจุ รติ ๑ กลุม สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รูและเขาใจความหมายของการขัดกันระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม

ความสัมพันธระหวางการขัดกันของประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม และพลเมืองศึกษา รูและเขาใจ

คณุ ลกั ษณะของพลเมืองในดานอสิ รภาพ การพึง่ พาตนเอง ความเทา เทยี มกนั การยอมรบั ความแตกตางของความ

เปนพลเมือง การเคารพสิทธผิ ูอืน่ การรบั ผิดชอบตอสงั คมระบบประชาธปิ ไตย และการมีสวนรวม

ปฏิบัติตนเปนพลเมืองที่ดีดานอิสรภาพ การพึ่งพาตนเอง ความเทาเทียมกัน การยอมรับความแตกตาง

ของความเปนพลเมือง การเคารพสิทธิผูอื่น การรับผิดชอบตอสังคมระบบประชาธิปไตย และการมีสวนรวมใน

ชมุ ชนและสังคม นำระบบคิดฐานสองมาปฏบิ ัติโดยบอกไดวา สง่ิ ใดถกู หรือผดิ ใชหรอื ไมใช ไดหรือไมไ ด เหมาะสม

หรือไมเหมาะสม นำไปใชในชีวิตประจำวันและประเทศชาติ ปฏิบัติตนเปนผูมีความละอายและไมทนตอการ

ทุจริตในชมุ ชน

ปฏิบัติตนเปนผูมีความพอเพียง ความโปรงใส ความตื่นรู การมุงไปขางหนา ความรู ความเอื้ออาทรบน

พื้นฐานการไมทุจริต เห็นความสำคัญของการตอตานและปองกันการทุจริต ตระหนักและเห็นความสำคัญของ

การปฏิบัติตนเปนผูมีคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับความพอเพียง มีวินัย ซื่อสัตยสุจริตและมีจิตสาธารณะในการ

ปองกนั การทุจริต

ผลการเรยี นรู

๑. มคี วามรู ความเขาใจเกยี่ วกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตน กบั ผลประโยชนสวนรวม

๒. มคี วามรู ความเขา ใจเก่ยี วกับความละอายและความไมท นตอ การทจุ รติ

๓. มคี วามรู ความเขาใจเกย่ี วกับ STRONG / จิตพอเพยี งตอตานการทุจรติ

๔. มีความรู ความเขา ใจเกยี่ วกับพลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ สังคม

๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กับผลประโยชนส วนรวมได

๖. ปฏิบตั ิตนเปนผลู ะอายและไมทนตอการทุจริตทุกรูปแบบ

๗. ปฏิบัตติ นเปนผทู ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ ตา นการทจุ ริต

๘. ปฏิบตั ติ นตามหนาที่พลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบตอสงั คม

๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการตอตานและปองกนั การทุจริต

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู

คำอธบิ ายรายวิชา

ส ๒๑๒๐๔ การปองกนั การทุจรติ 2 กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รูและเขาใจความหมายของการขัดกันระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม

ความสัมพันธระหวางการขัดกันของประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม และพลเมืองศึกษา รูและเขาใจ

คุณลักษณะของพลเมืองในดานอิสรภาพ การพง่ึ พาตนเอง ความเทา เทียมกนั การยอมรบั ความแตกตา งของความ

เปน พลเมือง การเคารพสิทธผิ ูอ ่ืน การรับผิดชอบตอ สงั คมระบบประชาธิปไตย และการมสี ว นรว ม

ปฏิบัติตนเปนพลเมืองที่ดีดานอิสรภาพ การพึ่งพาตนเอง ความเทาเทียมกัน การยอมรับความแตกตาง

ของความเปนพลเมือง การเคารพสิทธิผูอื่น การรับผิดชอบตอสังคมระบบประชาธิปไตย และการมีสวนรวมใน

ชมุ ชนและสงั คม นำระบบคิดฐานสองมาปฏบิ ัตโิ ดยบอกไดวา สิง่ ใดถูกหรอื ผดิ ใชหรอื ไมใ ช ไดห รอื ไมได เหมาะสม

หรือไมเหมาะสม นำไปใชในชีวิตประจำวันและประเทศชาติ ปฏิบัติตนเปนผูมีความละอายและไมทนตอการ

ทุจริตในชมุ ชน

ปฏิบัติตนเปนผูมีความพอเพียง ความโปรงใส ความตื่นรู การมุงไปขางหนา ความรู ความเอื้ออาทรบน

พื้นฐานการไมทุจริต เห็นความสำคัญของการตอตานและปองกันการทุจริต ตระหนักและเห็นความสำคัญของ

การปฏิบัติตนเปนผูมีคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับความพอเพียง มีวินัย ซื่อสัตยสุจริตและมีจิตสาธารณะในการ

ปองกันการทจุ ริต

ผลการเรยี นรู

๑. มคี วามรู ความเขา ใจเกยี่ วกบั การแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กบั ผลประโยชนส ว นรวม

๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต

๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั STRONG / จิตพอเพียงตอตา นการทุจรติ

๔. มีความรู ความเขา ใจเกีย่ วกับพลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอสังคม

๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กบั ผลประโยชนสวนรวมได

๖. ปฏิบัติตนเปนผูละอายและไมทนตอการทุจริตทุกรูปแบบ

๗. ปฏิบัติตนเปน ผทู ี่ STRONG / จติ พอเพยี งตอตานการทจุ รติ

๘. ปฏิบัติตนตามหนาท่ีพลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบตอสังคม

๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอ ตานและปองกนั การทจุ ริต

รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรียนรู

สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๕๓

คำอธิบายรายวิชา

ส ๒๒๒๐๓ การปอ งกันการทุจรติ ๓ กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รูและเขา ใจความหมายของสทิ ธิและหนาทขี่ องพลเมืองทมี่ ใี นโรงเรยี น รแู ละเขา ใจผลประโยชนส ว นตน

และผลประโยชนสว นรวมทส่ี ง ผลกระทบตอ ประเทศในระดับอาเซยี น

ปฏิบตั ิตนตามกฎ ระเบยี บ กตกิ า ของโรงเรียน ชุมชน และสงั คม ประกอบอาชีพโดยใชวสั ดุทอ งถิ่น ตาม

หลกั STRONG : จิตพอเพียงตานทจุ รติ ในการทาํ นำ้ ยาลา งจาน การนวดแผนโบราณ การซอ มรถจักรยาน การทํา

ปยุ ชวี ภาพ การใหบ ริการ Home stay ปฏบิ ัติตนเปน แบบอยางทดี่ ีเปนผมู ีความรบั ผิดชอบ มีความยุตธิ รรมตอ

ชุมชน สังคม และสำนกึ ในการเปนพลเมืองดีตอประเทศ ปฏบิ ัติตนเปน ผูละอายและไมท นตอการทจุ รติ ในการใช

นำ้ ไฟฟา การทง้ิ ขยะ การรบั ประทานอาหาร และการเลือกต้ังประธานนักเรยี นในโรงเรยี น

นําระบบคดิ ฐานสองมาปฏิบัติโดยบอกไดวา ส่งิ ใดถกู หรอื ผดิ ใชหรือไมใ ช ไดหรอื ไมไ ด เหมาะสมหรอื ไม

เหมาะสม นําไปใชในชวี ิตประจาํ วนั ตระหนักและเหน็ ความสําคัญของการเปน พลเมืองดใี นการตอตา นและ

ปองกนั

การทุจริตท่จี ะสง ผลเสยี ตอสว นรวมในระดับอาเซยี น เหน็ ความสําคญั ของการปฏิบัติตนเปนผูมีคุณธรรม

จรยิ ธรรมเกย่ี วกับความพอเพียง มีวนิ ยั ซอื่ สตั ยสุจรติ และมจี ิตสาธารณะในการปอ งกันการทจุ รติ

ผลการเรยี นรู

๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนส วนรวม

๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกยี่ วกับความละอายและความไมท นตอการทจุ รติ

๓. มีความรู ความเขา ใจเกี่ยวกับ STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทุจริต

๔. มคี วามรู ความเขาใจเกีย่ วกบั พลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบตอ สังคม

๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กับผลประโยชนส ว นรวมได

๖. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผลู ะอายและไมท นตอ การทุจริตทุกรปู แบบ

๗. ปฏบิ ัตติ นเปนผูที่ STRONG / จติ พอเพียงตอตานการทุจริต

๘. ปฏบิ ตั ิตนตามหนาท่ีพลเมอื งและมคี วามรับผดิ ชอบตอ สังคม

๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอ ตา นและปอ งกนั การทุจริต

รวมทัง้ หมด ๙ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๕๔

คำอธบิ ายรายวิชา

ส ๒๒๒๐๔ การปองกนั การทจุ ริต ๔ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รูและเขา ใจความหมายของสิทธแิ ละหนาทขี่ องพลเมืองท่มี ใี นโรงเรียน รแู ละเขา ใจผลประโยชนส วนตน

และผลประโยชนสว นรวมทส่ี ง ผลกระทบตอประเทศในระดบั อาเซยี น

ปฏบิ ตั ติ นตามกฎ ระเบียบ กติกา ของโรงเรียน ชุมชน และสงั คม ประกอบอาชีพโดยใชวัสดทุ อ งถ่นิ ตาม

หลัก STRONG : จิตพอเพียงตา นทจุ ริตในการทาํ นำ้ ยาลางจาน การนวดแผนโบราณ การซอมรถจักรยาน การทาํ

ปยุ ชีวภาพ การใหบรกิ าร Home stay ปฏบิ ัติตนเปน แบบอยา งทด่ี ีเปนผมู คี วามรบั ผดิ ชอบ มคี วามยุตธิ รรมตอ

ชุมชน สงั คม และสำนึกในการเปน พลเมืองดตี อประเทศ ปฏบิ ัติตนเปนผลู ะอายและไมทนตอ การทจุ ริตในการใช

น้ำ ไฟฟา การทงิ้ ขยะ การรับประทานอาหาร และการเลอื กตั้งประธานนักเรียนในโรงเรียน

นาํ ระบบคดิ ฐานสองมาปฏิบัตโิ ดยบอกไดวา สิง่ ใดถูกหรือผดิ ใชหรือไมใ ช ไดหรือไมไ ด เหมาะสมหรอื ไม

เหมาะสม นําไปใชใ นชวี ิตประจาํ วนั ตระหนกั และเหน็ ความสาํ คญั ของการเปน พลเมอื งดใี นการตอตานและ

ปองกนั

การทจุ ริตที่จะสง ผลเสยี ตอ สว นรวมในระดบั อาเซยี น เหน็ ความสาํ คญั ของการปฏบิ ตั ิตนเปนผูม คี ุณธรรม

จรยิ ธรรมเกยี่ วกบั ความพอเพียง มวี นิ ยั ซอ่ื สตั ยส ุจริตและมจี ติ สาธารณะในการปองกนั การทุจรติ

ผลการเรยี นรู

๑. มีความรู ความเขา ใจเก่ยี วกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กับผลประโยชนส วนรวม

๒. มคี วามรู ความเขา ใจเก่ยี วกบั ความละอายและความไมทนตอการทจุ รติ

๓. มคี วามรู ความเขาใจเกี่ยวกบั STRONG / จิตพอเพียงตอ ตานการทจุ ริต

๔. มคี วามรู ความเขาใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอสงั คม

๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กบั ผลประโยชนส วนรวมได

๖. ปฏบิ ัติตนเปนผลู ะอายและไมท นตอ การทจุ ริตทกุ รูปแบบ

๗. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผทู ี่ STRONG / จติ พอเพียงตอตา นการทุจรติ

๘. ปฏบิ ัตติ นตามหนา ทีพ่ ลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบตอ สงั คม

๙. ตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอ ตา นและปองกนั การทจุ รติ

รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๕๕

คำอธบิ ายรายวชิ า

ส ๒๓๒๐๓ การปองกันการทุจริต ๕ กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รูและเขาใจการขัดกันระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวมทีส่ งผลตอประเทศในระดับ

สังคมโลก รูและเขาใจใชจริยธรรมในการแกปญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในโลก รูและเขาใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

จากการขัดกันระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม ผลประโยชนทับซอน และแนวทางการ

ปองกันผลประโยชนทับซอนในกลุมประเทศอาเซียน ปฏิบัติตนเปนผูมีความละอายและไมทนตอการทุจริตใน

ประเทศและโลก ดำเนนิ งานบริษทั สรา งการดีโดยยดึ หลกั STRONG : จติ พอเพยี งตา นทจุ รติ มเี จตคตทิ ่ีดีและเห็น

ความสำคัญในการปฏบิ ัตติ นเปนพลเมืองดขี องประเทศและโลกในการตอ ตานการทุจริต

ตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการปฏิบัติตนเปน ผูมีคุณธรรมจริยธรรมเก่ียวกับ ความพอเพียง มีวินยั

ซ่ือสตั ยสุจรติ และมีจิตสาธารณะในการปอ งกันการทจุ ริต

ผลการเรยี นรู

๑. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตน กบั ผลประโยชนสว นรวม

๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไมทนตอ การทจุ รติ

๓. มคี วามรู ความเขาใจเก่ียวกบั STRONG / จิตพอเพยี งตอตา นการทุจรติ

๔. มีความรู ความเขา ใจเก่ยี วกับพลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอสังคม

๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนส วนตน กบั ผลประโยชนสว นรวมได

๖. ปฏบิ ตั ติ นเปนผลู ะอายและไมท นตอการทจุ ริตทุกรปู แบบ

๗. ปฏบิ ตั ติ นเปนผทู ่ี STRONG / จิตพอเพียงตอตา นการทุจริต

๘. ปฏบิ ัติตนตามหนาท่ีพลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอสงั คม

๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอตานและปองกนั การทจุ รติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๕๖

คำอธบิ ายรายวิชา

ส ๒๓๒๐๔ การปองกันการทุจรติ ๖ กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รูและเขาใจการขดั กนั ระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวมที่สง ผลตอประเทศในระดบั

สังคมโลก รูและเขาใจใชจริยธรรมในการแกปญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในโลก รูและเขาใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

จากการขัดกันระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม ผลประโยชนทับซอน และแนวทางการ

ปองกันผลประโยชนทับซอนในกลุมประเทศอาเซียน ปฏิบัติตนเปนผูมีความละอายและไมทนตอการทุจริตใน

ประเทศและโลก ดำเนินงานบริษทั สรางการดีโดยยึดหลกั STRONG : จิตพอเพียงตานทุจรติ มีเจตคติที่ดแี ละเห็น

ความสำคญั ในการปฏบิ ัตติ นเปน พลเมืองดขี องประเทศและโลกในการตอ ตานการทุจริต

ตระหนักและเห็นความสำคัญของการปฏิบัติตนเปนผูมีคุณธรรมจรยิ ธรรมเกี่ยวกับ ความพอเพียง มีวินัย

ซ่ือสตั ยส จุ รติ และมีจิตสาธารณะในการปอ งกันการทจุ รติ

ผลการเรียนรู

๑. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตน กับผลประโยชนสว นรวม

๒. มคี วามรู ความเขาใจเกย่ี วกับความละอายและความไมท นตอ การทจุ รติ

๓. มีความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทจุ รติ

๔. มคี วามรู ความเขา ใจเกยี่ วกับพลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอสังคม

๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนส ว นรวมได

๖. ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูละอายและไมท นตอการทจุ ริตทุกรูปแบบ

๗. ปฏบิ ัตติ นเปน ผูท ี่ STRONG / จิตพอเพยี งตอตานการทุจรติ

๘. ปฏบิ ัติตนตามหนาท่ีพลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบตอสงั คม

๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอตานและปองกนั การทจุ ริต

รวมทงั้ หมด ๙ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๕๗

คำอธิบายรายวิชา
กิจกรรมพัฒนาผูเ รยี น

กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน : กจิ กรรมแนะแนว
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน

ที่ ชื่อวชิ า ระดบั ชนั้ จำนวนชวั่ โมง/ป
๑ กจิ กรรมแนะแนว 1 ม.๑ ๔๐
๒ กิจกรรมแนะแนว ๒ ม.๑ ๔๐
๓ กจิ กรรมแนะแนว ๓ ม.๒ ๔๐
4 กจิ กรรมแนะแนว 4 ม.๒ ๔๐
5 กิจกรรมแนะแนว 5 ม.๓ ๔๐
6 กจิ กรรมแนะแนว 6 ม.๓ ๔๐

สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๕๙

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๑ - 3 คำอธบิ ายกจิ กรรมแนะแนว เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ป

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผูเรียนรูและเขาใจสาเหตุของความตองการและปญหา แสวงหาเอกลักษณที่เปนแบบอยางที่ดีและ
เหมาะสมกับตนเองรูและเขาใจความสนใจ ความถนัด ความสามารถดานการเรียนอาชีพ และบุคลิกภาพของ
ตนเองรักนับถือตนเองและผูอื่นสามารถคนควารวบรวมวิเคราะหสังเคราะหขอมูลเฉพาะดานจากแหลงตางๆ
ดวยวิธีการที่หลากหลายสามารถเลือกสรรและใชขอมูลสารสนเทศใหเปนประโยชนตอตนเองและสังคมสามารถ
ตัดสินใจและแกไขปญหาของตนเองและรวมตัดสินใจแกไขปญหาเกี่ยวกับครอบครัว โรงเรียนและชุมชนเขาใจ
และยอมรับความแตกตางและความคิดเห็นของผูอื่นอยางมีเหตุผลสามารถสื่อสาร ความคิดความรูสึกใหผูอ่ืน
เขาใจไดเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลสามารถจัดการกับอารมณและแสดงออกไดอยางเหมาะสมกับวัยและ
สถานการณปฏิบัติตนใหเปนประโยชนตอสวนรวมสามารถทำงานตามบทบาทในฐานะผูนำและผูตามที่ดีและอยู
รว มกับผอู ่ืนไดอ ยา งมีความสขุ

ผลการเรียนรู

1. เพอ่ื ใหผ ูเ รียนเกิดการเรยี นรู รูจักเขาใจ และเห็นคณุ คาในตนเองและผูอ น่ื
2. เพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรูสามารถวางแผนการเรียนอาชีพ รวมทั้งการดำเนิน

ชวี ติ และสังคม
3. เพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรู สามารถปรับตัวไดอยางเหมาะสม และอยูรวมกับ

ผูอนื่ ไดอ ยางมีความสขุ

รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๖๐

กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน : กจิ กรรมนักเรยี น
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

ที่ ช่อื วิชา ระดับชนั้ จำนวนชวั่ โมง/ป
๑ กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี ๑ ม.๑ ๓๐
กิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน ๑
๒ กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ๒ ม.๑ ๓๐
กจิ กรรมบำเพญ็ ประโยชน ๒
๓ กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี ๓ ม.๒ ๓๐
กจิ กรรมบำเพญ็ ประโยชน ๓
4 กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี 4 ม.๒ ๓๐
กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน 4
5 กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี 5 ม.๓ ๓๐
กจิ กรรมบำเพ็ญประโยชน 5
6 กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี 6 ม.๓ ๓๐
กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน 6

สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๖๑

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๑ คำอธบิ ายรายกจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารี เวลา 3๐ ชว่ั โมง/ป

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เปดการเรียนการสอน ดำเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐานโดยเนนระบบหมู สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรมการเปดการเรียนการสอน
ในเร่ือง

เครือ่ งหมายลูกเสือโลก

๑. กจิ กรรมของคณะลกู เสอื แหงชาติ และลูกเสอื โลกบทบาทของตนเองในฐานะลกู เสือสามญั รนุ ใหญ
๒. คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื สามัญรนุ ใหญ
๓. ระเบียบแถว
๔. การใชช วี ติ กลางแจง
๕. การผูกเง่อื นและประโยชนข องเงอื่ น
๖. การปฐมพยาบาล
๗. ความปลอดภัยทั่วไป

หมายเหตุ ผูเรียนจะไดร บั เครอื่ งหมายลกู เสือโลก เมื่อเรียนและสอบผา นวชิ าในขอ ๑ – ๗

สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๖๒

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๒ คำอธบิ ายรายกจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารี เวลา 3๐ ช่วั โมง/ป

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เปดการเรียนการสอน ดำเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐานโดยเนนระบบหมู สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรมการเปดการเรียนการสอน
ในเร่อื ง

เคร่ืองหมายลูกเสือโลกช้นั พเิ ศษ
1. การเดินทางสำรวจ
2. การบริการ
3. หนาที่พลเมือง
4. ส่งิ แวดลอม
5. การแสดงออกทางศลิ ปะ
6. สมรรถภาพทางกาย
7. อุดมคติ
8. กจิ กรรมทสี่ นใจเปนพิเศษ

หมายเหตุ ผูเรยี นจะไดรับเคร่ืองหมายลูกเสอื ชัน้ พิเศษ

1. ไดรบั เคร่อื งหมายลูกเสือโลก
2. เรียนและสอบไดวิชา การเดินทางสำรวจและการบริการ ซึ่งตองเรียนและสอบผานอีก ๓
วชิ า จาก ๖ วิชา ในระดบั ลกู เสอื ชั้นพเิ ศษ
3. ผานการฝก อบรมวิชาความคดิ รเิ รมิ่ (การเดนิ ทางไกล และอยูคา ยพกั แรม)
4. สำหรับวิชาพิเศษ ใหใชขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติ วาดวยการปกครองหลักสูตรและวิชา
พเิ ศษลกู เสอื สามญั รุนใหญ ( ฉบับท่ี ๑๔ ) พ.ศ. ๒๕๒๘

สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๖๓

ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๓ คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี เวลา 3๐ ชัว่ โมง/ป

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เปดการเรียนการสอน ดำเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยใหศึกษา วิเคราะห
วางแผน ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเนน ระบบหมู สรปุ ผลการปฏิบตั ิกจิ กรรมการเปด การเรียนการสอน
ในเร่อื ง

เครือ่ งหมายลูกเสือหลวง

1. การเดินทางสำรวจ
2. การบริการ
3. หนาทพ่ี ลเมือง
4. สิง่ แวดลอม
5. การแสดงออกทางศลิ ปะ
6. สมรรถภาพทางกาย
7. อุดมคติ
8. กจิ กรรมที่สนใจเปนพิเศษ

หมายเหตุ ผูเรยี นจะไดร บั เคร่อื งหมายลกู เสือหลวง ตอ ง
1. ไดร บั เครอื่ งหมายลกู เสอื ชน้ั พเิ ศษ
2. เรียนและสอบไดวิชาพื้นฐานอีก ๓ วิชา ในระดับลูกเสือชั้นพิเศษที่ไมซ้ำกับวิชาพื้นฐานในชัน้

มัธยมศกึ ษาปที่ ๒
3. สอบไดว ิชาการบรกิ ารและวชิ าพ้นื ฐานอกี ๓ วิชา ในระดับลูกเสือหลวง
4. ผานการฝก อบรมวชิ าการเปนผนู ำ ตามหลกั สตู รท่ีกำหนดไว

สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๖๔

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน : กจิ กรรมชุมนุม
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น

ที่ ชือ่ วิชา ระดบั ชนั้ จำนวนชวั่ โมง/ป
๑ กจิ กรรมชมุ นมุ ๑ ม.๑ ๔๐
๒ กิจกรรมชมุ นมุ ๒ ม.๑ ๔๐
๓ กจิ กรรมชุมนุม ๓ ม.๒ ๔๐
4 กจิ กรรมชุมนมุ 4 ม.๒ ๔๐
5 กิจกรรมชมุ นุม 5 ม.๓ ๔๐
6 กิจกรรมชมุ นุม 6 ม.๓ ๔๐

สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๖๕

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมชมุ นมุ พุทธศาสนา

ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1-3 เวลา 40 ช่ัวโมง/ป
..............................................................................................................................................................................
พุทธศาสนาเปนศาสนาประจำชาติของประเทศไทย สมควรใหผูที่นับถือศาสนาพุทธเรียนรูเพ่ือใหเขาใจ
พื้นฐานในหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนา เรียนรูขั้นตอนการปฏิบัติศาสนพิธีขั้นพื้นฐานในพระพุทธศาสนา
และฝก ทักษะปฏิบัติทำความดี ละเวน ความชัว่ เพอ่ื ฝกทำจิตใจใหผ องใสตามหลักธรรมทางพุทธศาสนา

ผลการเรยี นรทู ีค่ าดหวัง
1. นักเรียนความรูความเขาใจพื้นฐานในหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนา เพื่อฝกทักษะการ
เรยี นรูเศรษฐกิจ
2. นักเรียนสามารถปฏิบัตศิ าสนพธิ ีขน้ั พื้นฐานในพระพุทธศาสนา
3. นักเรียนสามารถปฏิบัติทำความดี ละเวนความชั่ว ทำจิตใจใหผองใสตามหลักธรรมทางพุทธ
ศาสนา
4. นกั เรยี นสามารถเปนผูนำในการปฏบิ ัติศาสนาตามบริบทของโรงเรยี นได

รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๖๖

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมชุมนมุ ภาษาไทย

ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ ๑-3 เวลา 40 ช่วั โมง/ป
..............................................................................................................................................................................
ประเทศไทยมีภาษาไทยเปนภาษาประจำชาติ อันเปนเอกลักษณที่สำคัญอยางหนึ่งของชาติ สมควรจะ
ไดรบั การทำนบุ ำรงุ สง เสรมิ และอนุรักษไ วใ หยงั่ ยืนตลอดไป
ทั้งนี้ในยุคปจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีตาง ๆ ไดกาวหนาไปอยางรวดเร็วเกิดเทคนิคใหม ๆ ในการ
ติดตอสื่อสาร ที่มุงเนนความสะดวกรวดเร็ว สงผลใหภาษาไทยซึ่งเปนสื่อกลางสำคัญในการติดตอและผูกพันตอ
การดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยไดรับผลกระทบ ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ทำใหภาษาไทยเกิดการ
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอยางนาวิตกเปนอยางยิ่ง สภาพการณเชนนี้หากไมเรงรีบหาทางแกไขและปองกันเสียแต
เนิ่นๆ การใชภาษาไทยของเราก็จะยิ่งเสื่อมลง จะสงผลเสียหายตอเอกลักษณและคุณคาของภาษาไทยเปน
ทวีคูณ อา นและเขาใจความหมายของคำ ประโยค ขอ ความและจัดทำแบบฝก เปนรปู เลม จัดทำพจนานุกรมฉบบั
จว๋ิ ศึกษา คนควา เกี่ยวกับ ขาว บทความจากส่งิ ตพี ิมพประเภทตา งๆ และประดษิ ฐทคี่ ั่นหนงั สือประเภทตางๆ
เพื่อใหสมาชิกมีความคิดริเริ่มสรางสรรค รูจักคนควา และแกปญหาในการทำงานอยางมีระบบ เพื่อให
สมาชิกเปนผูมีระเบียบวินัยเพื่อใหสมาชิกมีความเขาใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยเปนประมุขเพื่อใหสมาชิกมีความรับผิดชอบตอการปฏิบัติหนาที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพื่อใหสมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณคา ดำรงไวและสงเสริมเอกลักษณวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ไทยเพื่อใหสมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมูคณะเพื่อใหสมาชิกไดรับการสงเสริมการพัฒนาทางรางกาย
จิตใจ และรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพื่อใหสมาชิกรูจักบำเพ็ญประโยชนตอสังคม และสรางเสริมความ
มั่นคงของชาติเพ่ือใหสมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อใหสมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงคของการจัด
การศึกษา สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยกุ ตใ ชกบั ชีวิตประจำวนั ไดอยา งถกู ตอ งเหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1.ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตองการของตน
2. อานออกเสยี งบทรอยแกว รอยกรองไดอยา งถกู ตองตามอักขระวิธี
3. เขียน ไดถูกตองตามหลักภาษาไทย
4. ใชเวลาวา งใหเ กิดประโยชนต อ ตนเองและสว นรวม
5. นกั เรียนมีความตระหนักและเหน็ คุณคา ของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจำชาติ
6. นกั เรยี นสามารถเปนตัวแทนเขารวมแขง ขนั กจิ กรรมทางคณติ ศาสตร

รวม ๕ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๖๗

คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมชุมนุมคณติ ศาสตร
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๑-3 เวลา 40 ช่ัวโมง/ป
..............................................................................................................................................................................
คณติ ศาสตรเปนวชิ าที่มีความเกย่ี วขอ งกับสิง่ ทอ่ี ยรู อบตัวและชีวิตของเรา คณติ ศาสตรสามารถอธิบายส่ิง
ตางๆ นานาที่อยูรอบตัวเราได ถึงแมวาคนสวนใหญจะมองคณิตศาสตรนั้น ยาก ซับซอน นาเวียนหัว ทำใหเกิด
ความเครียด และความวิตกกงั วลในการเรยี น
ชมุ นมุ นีจ้ งึ จดั ขน้ึ มาเพ่ือใหน กั เรียนในชมุ นุมไดม องเห็นมุมมองอกี ดานหน่ึงของคณติ ศาสตร โดยการ
รวบรวมดานสนกุ สนานของคณิตศาสตร ตลอดจนเกร็ดนา รูตางๆ มากมาย รวมถึงเกร็ดแปลกๆ เกี่ยวกับตัวเลขท่ี
อาจจะทำใหนักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขขึ้นมาก็ได และนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยในหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงไปประยุกตใ นกับชวี ติ ประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม

ผลการเรยี นรทู ีค่ าดหวงั
1. เพ่ือใหนกั เรยี นมองเหน็ ความสำคญั ของคณิตศาสตรในชวี ิตประจำวนั
2. เพอื่ ใหน กั เรียนมีความรคู วามเขาใจ มคี วามสขุ และความสนุกสนานในการเขา รวม กจิ กรรม
ในวิชาคณติ ศาสตร
3. เพื่อใหนกั เรียนไดป ฏบิ ัติกิจกรรมตามทีต่ นเองถนัดและสนใจ
4. เพอ่ื สง เสริมนกั เรียนใหม ที ศั นคตทิ ่ดี ีตอ วชิ าคณติ ศาสตร
5. เพือ่ ใหนักเรยี นสามารถนำความรไู ปปรบั ใชในชวี ิตประจำวนั ไดเปน และไดใ ชเ วลาวางใหเ ปน
ประโยชน
6. นักเรยี นสามารถเปนตวั แทนเขารวมแขง ขันกจิ กรรมทางคณิตศาสตร

รวมทัง้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๖๘

คำอธิบายรายวิชากิจกรรมชมุ นุมสรางสรรคดว ยลลี ามอื

ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๑-3 เวลา 40 ชว่ั โมง/ป
..............................................................................................................................................................................
รูจักช่ือ และบอกลักษณะของเสนตาง ๆ ซึ่งมาประกอบเปนพยัญชนะ ตัวเลขและเปนภาพตางๆ ที่ใชใน
ชีวิตประจำวันได เพื่อสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการทางดาน รางกาย อารมณ จิตใจ สังคม และสติปญญา สามารถ
นำไปใชใ นชีวิตประจำวันได
เพื่อใหสมาชิกมีความคิดริเริ่มสรางสรรค รูจักคนควา และแกปญหาในการทำงานอยางมีระบบ เพื่อให
สมาชิกเปนผูมีระเบียบวินัยเพื่อใหสมาชิกมีความเขาใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยเปนประมุขเพื่อใหสมาชิกมีความรับผิดชอบตอการปฏิบัติหนาที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพื่อใหสมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณคา ดำรงไวและสงเสริมเอกลักษณวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ไทยเพื่อใหสมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมูคณะเพื่อใหสมาชิกไดรับการสงเสริมการพัฒนาทางรางกาย
จิตใจ และรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพื่อใหสมาชิกรูจักบำเพ็ญประโยชนตอสังคม และสรางเสริมความ
มั่นคงของชาติเพื่อใหสมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อใหสมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงคของการจัด
การศึกษา สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยกุ ตใ ชก ับชีวติ ประจำวันไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ งการของตน
2. มีความรู ความสามารถดา นการคดิ วิเคราะห สงั เคราะหใหเกดิ ประสบการณ ทัง้ ทาง
วิชาการและ วชิ าชีพตามศักยภาพ
3. ใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชนตอตนเองและสวนรวม
4. มงุ ม่ันในการทำงานและทำงานรวมกบั ผูอ ื่นไดต ามวิถปี ระชาธิปไตย
5. ประยุกตใ ชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ ยางเหมาะสม

รวม ๕ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๖๙

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมชุมนมุ คอมพิวเตอร

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี ๑-3 เวลา 40 ชว่ั โมง/ป
..............................................................................................................................................................................
ในปจจุบัน เทคโนโลยีคอมพิวเตอรไดพัฒนาไปอยางรวดเร็วในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอยางย่ิง
การพัฒนาดานการสื่อสารและดานขอมูล ดังนั้นจึงจำเปนอยางยิ่งที่สถานศึกษาใหความสำคัญตอการ
เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อใหผูเรียนมีความรู เกิดความตระหนักและเทาทันเทคโนโลยีในปจจุบันเพ่ือ
สนับสนุนใหผูเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนในยุคศตวรรษที่ 21 ไดแก เปนนักคิดวิเคราะห เปน
นักแกปญหา เปนนักสรางสรรค เปนนักประสานความรวมมือ รูจักใชขอมูลและขาวสาร เปนผูเรียนรูดวยตนเอง
เปนนักสื่อสาร และตระหนักรับรูสภาวการณของโลกปจจุบันและอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร จึงเปน
กิจกรรมกลุมเสริมทักษะดานวิชาการ ในกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนานักเรียนใหเต็ม
ศักยภาพ เพื่อตอบสนองศักยภาพของนักเรียนไดหลากหลายวิชาสามารถตอบสนองความตองการของสังคม
สรา งองคความรแู ละเพ่มิ พูนทักษะคอมพิวเตอรใ หแ กนักเรียนเปนผมู คี วามรูความสามารถ มปี ระสบการณตรงกับ
สภาพแวดลอ ม และเทคโนโลยใี หมๆ และนำมาปรับใชใ นชีวิตประจำวันไดอยา งเหมาะสม

ผลการเรยี นรทู คี่ าดหวงั
1. นักเรยี นเกดิ ทักษะในการใชเ ทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน
2. นักเรียนมคี วามรูท างดานคอมพิวเตอร นำมาใชใ นงานตางๆ
3. นกั เรียนพัฒนาความรูความสามารถดา นการคิด วิเคราะห สงั เคราะห
4. นักเรยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคานิยมท่ีพงึ ประสงค
5. นกั เรียนมีมนุษยสมั พนั ธใ นการทำกิจกรรมรว มกนั กบั ผอู นื่

รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๗๐

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมชมุ นุมเศรษฐกจิ พอเพียง

ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๑-3 เวลา 40 ชว่ั โมง/ป
..............................................................................................................................................................................
ฝกทักษะนักเรียนเรียนรูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน 3 หลักการ คือ ความพอประมาณ ความ
มีเหตุผล และการสรางภูมิคุมกันในตัวที่ดี และ 2 เงื่อนไข คือ คุณธรรมและความรู โดยนักเรียนฝกเรียนเกษตร
พอเพียง ไดแก การเพาะเห็ดนางฟา การเล้ียงไกพื้นเมือง การเลี้ยงปลาดุกในบอซีเมนต และการปลูกพืชผัก
สวนครัว เพ่ือสามารถนำความรไู ปประยกุ ตใชใ นชวี ติ ประจำวนั และสงเสรมิ อาชพี ในอนาคต

ผลการเรียนรทู ีค่ าดหวัง
1. เพ่ือฝกทกั ษะการเรยี นรูเ ศรษฐกิจพอเพียง ไดแ ก การเพาะเหด็ นางฟา การเล้ียงไก

พื้นเมอื ง การเลีย้ งปลา และการปลกู พชื ผกั สวนครวั
2. เพอ่ื ฝก นสิ ยั รักการทำงาน อยูอยา งพอเพยี ง ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
3. เพื่อสงเสรมิ และปลูกฝง วิธกี ารคดิ ในการปฏิบตั ติ นตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๗๑

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมชมุ นมุ รักการอา น

ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๑-3 เวลา 40 ช่ัวโมง/ป
..............................................................................................................................................................................
อานและเขาใจความหมายของคำ ประโยค ขอความและจัดทำแบบฝกเปนรูปเลม จัดทำพจนานุกรม
ฉบับจิ๋ว ศึกษา คนควาเกี่ยวกับ ขาว บทความจากสิ่งตีพิมพประเภทตางๆ และประดิษฐที่คั่นหนังสือประเภท
ตางๆ
เพื่อใหมีความรูความเขาใจและเห็นคุณคาเกี่ยวกับการจัดทำแบบฝกเปนรูปเลม จัดทำพจนานุกรมฉบับ
จิว๋ และประดิษฐท ่ีคัน่ หนงั สือประเภทตา งๆ สามารถนำไปใชในชีวิตประจำวนั ได
เพื่อใหสมาชิกมีความคิดริเริ่มสรางสรรค รูจักคนควา และแกปญหาในการทำงานอยางมีระบบ เพื่อให
สมาชิกเปนผูมีระเบียบวินัยเพื่อใหสมาชิกมีความเขาใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยเปนประมุขเพ่ือใหสมาชิกมีความรับผิดชอบตอการปฏิบัติหนาที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพื่อใหสมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณคา ดำรงไวและสงเสริมเอกลักษณวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ไทยเพื่อใหสมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมูคณะเพื่อใหสมาชิกไดรับการสงเสริมการพัฒนาทางรางกาย
จิตใจ และรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชนเพื่อใหสมาชิกรูจักบำเพ็ญประโยชนตอสังคม และสรางเสริมความ
มั่นคงของชาติเพื่อใหสมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อใหสมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงคของการจัด
การศึกษา สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยุกตใ ชก บั ชวี ิตประจำวันไดอยางถกู ตอ งเหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. ปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตองการของตน
2. มีความรู ความสามารถดานการคดิ วเิ คราะห สงั เคราะหใ หเ กดิ ประสบการณ ทง้ั ทาง
วิชาการและวิชาชพี ตามศักยภาพ
3. ใชเ วลาวางใหเกดิ ประโยชนตอตนเองและสวนรวม
4. มงุ มัน่ ในการทำงานและทำงานรวมกับผอู ่นื ไดต ามวิถีประชาธปิ ไตย
5. ประยุกตใชหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ ยางเหมาะสม

รวม ๕ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๗๒

กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน : กิจกรรมเพือ่ สาธารณประโยชน
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน

ที่ ชื่อวิชา ระดบั ชนั้ จำนวนช่วั โมง/ป
๑ กจิ กรรมเพื่อสาธารณประโยชน ๑ ม.๑ ๑๐
๒ กิจกรรมเพือ่ สาธารณประโยชน ๒ ม.๑ ๑๐
๓ กิจกรรมเพือ่ สาธารณประโยชน ๓ ม.๒ ๑๐
4 กจิ กรรมเพื่อสาธารณประโยชน 4 ม.๒ ๑๐
5 กิจกรรมเพือ่ สาธารณประโยชน 5 ม.๓ ๑๐
6 กจิ กรรมเพื่อสาธารณประโยชน 6 ม.๓ ๑๐

สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๗๓

คำอธิบายรายวิชากิจกรรมเพ่อื สาธารณประโยชน

ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี ๑ –๓ เวลา 10 ชัว่ โมง/ป
..............................................................................................................................................................................
ฝก ปฏบิ ตั ิกิจกรรมดวยความสมัครใจผานกิจกรรมท่ีหลากหลาย ฝก การทำงานท่ีสอดคลองกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะทอนความรู ทักษะ และประสบการณ สำรวจและใชขอมูลประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ
เนนทักษะการคิดวิเคราะห และใชความคิดสรางสรรค การบริการดานตาง ๆ ท่ีเปนประโยชนตอตนเองและ
สวนรวม เสรมิ สรางความมีนำ้ ใจ เอื้ออาทร ความเปน พลเมืองดีและความรับผดิ ชอบตอ ตนเอง ครอบครวั และ
สังคม คิดออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชนในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบตอ
สังคมตามแนวทางวถิ ชี วี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง
เพื่อใหผูเรียนบำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคต ามความถนัดและความสนใจ
ในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมี
ประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค
มจี ติ สาธารณะและใชเ วลาวา งใหเ กดิ ประโยชน และสามารถประยุกตใชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได

ผลการเรยี นรู
1. บำเพญ็ ตนใหเ ปนประโยชนต อครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ
2. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรค ตามความถนัด
และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร
3. สามารถพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ
4. ปฏิบัติกิจการเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค
5. สามารถประยุกตใ ชห ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได

รวม ๕ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๗๔

ระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

รายวชิ าพ้นื ฐาน

รายวชิ าพ้นื ฐานกลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย

ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท ๓๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ท ๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ท ๓๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓

ท ๓๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔

ท ๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕

ท ๓๓๒๐๒ ภาษาไทย ๖

รายวชิ าพนื้ ฐานกลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร

ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๓๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
ค ๓๑๑๐๒ คณติ ศาสตร ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๓๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓

ค ๓๒๑๐๒ คณติ ศาสตร ๔

ค ๓๓๑๐๑ คณติ ศาสตร ๕

ค ๓๓๒๐๒ คณติ ศาสตร ๖

รายวชิ าพนื้ ฐานกลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ว ๓๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรชีวภาพ ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง
ว ๓๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตรชีวภาพ ๒ จำนวน 2๐ ช่ัวโมง
ว ๓๑๑๐๓ ออกแบบและเทคโนโลยี ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ว ๓๑๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง
ว ๓๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรกายภาพ ๑ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ว ๓๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตรก ายภาพ ๒

ว ๓๒๑๐๓ ออกแบบและเทคโนโลยี ๒
ว ๓๒๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๒

ว ๓๓๑๐๑ วิทยาศาสตรพ น้ื ฐาน (โลก และอวกาศ) ๑ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ว ๓๓๒๐๒ วทิ ยาศาสตรพน้ื ฐาน (โลก และอวกาศ) ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ว ๓๓๑๐๓ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) จำนวน 2๐ ช่วั โมง

รายวชิ าพ้ืนฐานกลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง
รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ส 3๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ส 3๑๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ส 3๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ส 3๒๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ส 3๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ส 3๓๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
ส 3๑๑๐๓ ประวตั ิศาสตร ๑ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
ส 3๑๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร ๒ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ส 3๒๑๐๓ ประวตั ศิ าสตร ๓ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ส 3๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร ๔
ส 3๓๑๐๓ ประวัตศิ าสตร ๕
ส 3๓๑๐๔ ประวัตศิ าสตร ๖

รายวชิ าพืน้ ฐานกลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
พ 3๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
พ 3๑๑๐๒ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 2 จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
พ 3๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 3 จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
พ 3๒๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 4
พ 3๓๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 5
พ 3๓๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 6

สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๗๘

รายวชิ าพืน้ ฐานกลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน จำนวน 2๐ ชวั่ โมง
จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ศ 3๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จำนวน 2๐ ช่ัวโมง
ศ 3๑๑๐๒ ศลิ ปะ ๒ จำนวน 2๐ ช่วั โมง
ศ 3๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ จำนวน 2๐ ชั่วโมง
ศ 3๒๑๐๒ ศลิ ปะ ๔
ศ 3๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๕
ศ 3๓๑๐๒ ศลิ ปะ ๖

รายวชิ าพน้ื ฐานกลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี

ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 2๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน จำนวน 2๐ ชว่ั โมง

ง 3๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑
ง 3๑๑๐๒ การงานอาชพี ๒

รายวชิ าพืน้ ฐานกลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 4๐ ช่วั โมง
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน 4๐ ช่ัวโมง
จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
อ 3๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน 4๐ ช่ัวโมง
อ 3๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
อ 3๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ จำนวน 4๐ ชวั่ โมง
อ 3๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๔
อ 3๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕
อ 3๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖

สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๑๗๙

คำอธิบายรายวิชา

กลุมสาระการเรยี นรู
ภาษาไทย

โครงสรา งหลกั สูตรกลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

กลุม รายวิชาพื้นฐาน

ที่ รหสั วิชา ชอื่ วชิ า ระดับชนั้ หนวยกติ จำนวนชว่ั โมง
๑ ท ๓๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ม. ๔ ๑ ๔๐
๒ ท ๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ม. ๔ ๑ ๔๐
๓ ท ๓๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ม. ๕ ๑ ๔๐
๔ ท ๓๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ม. ๕ ๑ ๔๐
๕ ท ๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ม. ๖ ๑ ๔๐
๖ ท ๓๓๒๐๒ ภาษาไทย ๖ ม. ๖ ๑ ๔๐

สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๘๑

ท ๓๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย

ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑ หนว ยกิต

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อา นออกเสียงบทรอ ยแกว และบทรอยกรองประเภทโคลงไดอ ยา งถกู ตอง จับใจความสำคัญ วเิ คราะห

วจิ ารณ และตอบคำถามจากเรือ่ งท่อี านอยา งมีเหตุผล เขยี นกรอบแนวคิด ผังความคดิ จากเร่อื งที่อาน เขยี น

บนั ทกึ ยอ ความ เรยี งความ สังเคราะหความรจู ากสื่อสิ่งพิมพ สื่ออิเล็กทรอนิกสแ ละแหลง เรียนรตู า งๆ เขียน

สอ่ื สาร

เขยี นบรรยาย อธิบาย พรรณนา ไดถกู ตอ งตรงตามวัตถุประสงค มขี อมลู และสาระสำคญั รวมถงึ

มีมารยาท ในการเขยี น วิเคราะหแนวคิด การใชภ าษาและความนาเชอื่ ถือจากเรือ่ งที่ฟง ดู และพดู อธบิ าย มี

ความรคู วามเขาใจหลกั การแตงคำประพนั ธประเภทโคลง ศกึ ษาวิเคราะห วจิ ารณ อธบิ ายธรรมชาติ พลังและ

ลักษณะของภาษา เห็นคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน ทอ งจำบทอาขยานตามที่กำหนด และตาม

ความสนใจ มมี ารยาทในการอา น การฟง การดู การพดู และการเขยี น

โดยใชก ระบวนการอาน กระบวนการเขยี น กระบวนการคิด ทักษะการใชภ าษา ทกั ษะการสอ่ื สาร

การสืบคน ขอมลู บันทึก จัดกลุมขอ มลู และการอภปิ ราย เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ หลกั การอา น

ออกเสียงรอ ยแกว รอยกรอง พฒั นาทักษะการคดิ วเิ คราะหวิจารณ ประเมนิ คา สรุปลักษณะเดน

และประเดน็ สำคญั ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม สงั เคราะหความรูจากการอา นขา วสารจากสอื่ สิ่งพมิ พ

ส่อื อิเล็กทรอนกิ สแ ละแหลงเรยี นรตู างๆในชมุ ชน บทความ เขียนสรปุ ความเขียนบนั ทกึ ยอ ความ เรียงความ

จากส่อื สงิ่ พมิ พ สื่ออิเลก็ ทรอนกิ สและแหลง เรียนรูต า งๆ เขยี นสอื่ สาร เขยี นบรรยาย อธิบาย พรรณนา

ยอ ความ ฝกฝนทกั ษะการฟง การพดู การเลาเรอื่ ง และการแสดงความคดิ เห็นตามเจตนารมณท ่ตี องการ

สอ่ื สาร สามารถนำความรทู ่ไี ดร ับไปสอ่ื สารไดอยางมีประสิทธิภาพ

เห็นคณุ คาวิถชี วี ิตของคนไทยในอดีต มีความภาคภูมิใจในวรรณคดแี ละวรรณกรรมอันเปน มรดก

ของชาติ สามารถนำความรูไปใชในการตัดสนิ ใจและการดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั มจี ิตสาธารณะ ตระหนกั ถงึ

คุณคาของคุณธรรมจริยธรรม และมีคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย ซ่ือสัตยส ุจริต มวี ินัย

ใฝเรียนรู อยอู ยา งพอเพยี ง มุงมัน่ ในการทำงาน รักความเปนไทย มจี ิตสาธารณะ ใชความรภู าษาไทยเพอื่

การจรรโลงจติ ใจ ธำรงและพฒั นาสังคมไดเ ตม็ ศกั ยภาพของผูเ รยี น

รหัสตัวชว้ี ัด

ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๙

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘

ท ๓.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖

ท ๔.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๗

ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๖

รวมทัง้ หมด ๒๐ ตัวชวี้ ัด

สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๘๒

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ท ๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว ยกิต

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อานออกเสยี งบทรอ ยแกวและบทรอ ยกรอง ประเภทกาพย กลอน ตคี วาม แปลความ ขยายความ

วิเคราะหว จิ ารณ และตอบคำถามจากเรื่องท่อี า นอยางมีเหตผุ ล เขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคดิ จากเร่ืองที่อา น

เขยี นรายงาน สังเคราะหความรจู ากสื่อส่งิ พมิ พ ส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกสและแหลง เรียนรตู างๆ เขยี นจดหมายกจิ ธรุ ะ

การกรอกแบบรายการตา งๆ ไดถกู ตอ งตรงตามวัตถปุ ระสงค มขี อ มูลและสาระสำคัญ รวมถงึ มีมารยาทในการ

เขียน วิเคราะหแนวคิด การใชภ าษาและความนา เชอ่ื ถอื จากเรอ่ื งทีฟ่ ง ดู และพูด อภิปราย มคี วามรคู วามเขาใจ

หลักการแตงคำประพันธประเภทกาพย กลอน ศึกษาวิเคราะหวิจารณ เสียงในภาษา สวนประกอบของ

ภาษา องคป ระกอบของพยางคแ ละคำ และเหน็ คณุ คาของวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า น ทอ งจำบทอาขยาน

ตามท่ีกำหนด และตามความสนใจ มมี ารยาทในการอา น การฟง การดู การพูดและการเขยี น

โดยใชกระบวนการอา น กระบวนการเขียน กระบวนการคิด ทักษะการใช ภาษา ทักษะการสื่อสาร

การสบื คน ขอมลู บันทึก จัดกลุมขอมลู และการอภปิ ราย เพ่ือใหเ กดิ ความรู ความคิด ความเขา ใจ หลกั การ

อา นออกเสยี งรอ ยแกว รอยกรอง พัฒนาทักษะการคิด วเิ คราะหว ิจารณ ประเมนิ คา สรปุ ลกั ษณะเดนและ

ประเด็นสำคญั ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม รวบรวมวรรณกรรมพนื้ บา นท่ีแสดงถงึ ภาษากบั วัฒนธรรม ภาษาถิ่น

อธบิ ายภมู ิปญ ญาทางภาษา สงั เคราะหค วามรจู ากการอานขาวสารจากส่อื ส่ิงพิมพสอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สแ ละแหลง

เรียนรูต างๆในชุมชน บทความ เขียนรายงาน จากสื่อส่ิงพมิ พ สอื่ อเิ ล็กทรอนิกสและแหลงเรียนรูตา งๆ เขยี น

จดหมายกิจธรุ ะ การกรอกแบบรายการตา งๆ เขียนรายงานเชงิ วิชาการ การใชคำ การเรียบเรยี งประโยค

ถกู ตองเหมาะสมตามระดับภาษา ฝกฝนทกั ษะการฟง การพดู การพดู ตอ ที่ประชมุ ชน การพดู อภปิ ราย การ

เลาเรื่อง และการแสดงความคิดเห็นตามเจตนารมณทต่ี องการสอ่ื สาร สามารถนำความรทู ไ่ี ดร บั ไปใชภ าษาสอื่ สาร

ไดอ ยางมีประสิทธภิ าพ

เหน็ คุณคา วถิ ีชวี ติ ของคนไทยในอดีต มคี วามภาคภูมใิ จในวรรณคดีและวรรณกรรมอนั เปนมรดกของ

ชาติ สามารถนำความรไู ปใชในการตัดสนิ ใจและการดำเนินชีวติ ประจำวัน มจี ติ สาธารณะ ตระหนักถึงคณุ คา

ของคุณธรรมจริยธรรม และมคี ุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค รกั ชาติ ศาสน กษัตริย ซือ่ สตั ยสจุ ริต มวี นิ ยั ใฝเ รียนรู

อยอู ยา งพอเพียง มงุ มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มีจติ สาธารณะ ใชความรูภาษาไทยเพื่อการจรรโลง

จิตใจ ธำรงและพฒั นาสงั คมไดเตม็ ศกั ยภาพของผูเรียน

รหัสตัวชว้ี ัด ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๙

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๖, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘

ท ๓.๑ ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๖

ท ๔.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๗

ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖

รวมทง้ั หมด ๒๐ ตัวชว้ี ดั

สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๘๓

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ท ๓๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย

ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนวยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาการอา นออกเสียงท้งั รอยแกวประเภทบทความ นวนยิ าย และความเรยี ง รอยกรองประเภท

ราย และลลิ ติ ตีความ แปลความ และขยายความเรอื่ งสน้ั นวนิยาย วรรณกรรมพน้ื บาน วรรณคดีใน

บทเรยี น บทโฆษณา คำขวญั รวมถงึ การวเิ คราะหและวิจารณ การเขยี นผงั ความคิด การบันทกึ หลกั การ

เขียนเชญิ ชวน โครงการ เรยี งความ ยอ ความ ผลติ งานเขียนในรูปแบบสารคดี บนั เทงิ คดี ประเมินงานเขียน

ของผูอืน่ การสรุปแนวคดิ แสดงความคดิ เห็น ประเมินการฟงการดู มีวจิ ารณญาณในการเลือกเรอ่ื งจากการฟง

และดู หลกั การพูดอภปิ ราย โนมนา วใจ ดว ยภาษาทถ่ี กู ตอง การใชค ำและกลุม คำสรา งประโยค หลักการแตง

คำประพันธป ระเภทรา ย อทิ ธิพลของภาษาตางประเทศและภาษาถิน่ หลกั การสรา งคำในภาษาไทย หลักการ

วิเคราะห และประเมนิ การใชภาษาและส่อื สง่ิ พมิ พอ เิ ล็กทรอนิกส หลกั การวิเคราะหวิจารณว รรณคดีและ

วรรณกรรม การประเมินคุณคา วรรณคดี การทองบทอาขยาน

โดยใชก ระบวนการดา นทกั ษะทางภาษา การสอ่ื สารในรปู แบบการเชญิ ชวน โครงการ เรียงความ

ยอ ความ ผลติ งานเขยี นในรูปแบบสารคดี บนั เทงิ คดี ประเมนิ งานเขียนของผอู นื่ บันทึก สรุปแนวคิด

แสดงความคิดเหน็ ประเมินการฟง การดู มีวจิ ารณญาณในการเลอื กเรอ่ื งจากการฟง และดู พดู อภิปราย

โนม นา วใจ ดว ยภาษาทถี่ ูกตอง ใชคำและกลมุ คำสรางประโยคตรงตามวัตถุประสงค ใชภ าษาเหมาะสม

แกโอกาสและกาลเทศะ แตง คำประพันธประเภท รา ย วิเคราะหอิทธิพลของภาษาตางประเทศและภาษาถิ่น

อธบิ ายและวิเคราะหห ลกั การสรางคำในภาษาไทย ตลอดจนวิเคราะหแ ละประเมินการใชภาษาและส่อื สง่ิ พิมพ

อิเล็กทรอนกิ ส ประเมินคุณคา วรรณคดี ทอ งบทอาขยาน

มมี ารยาทในการอาน การเขียน การฟงการดู และการพดู และเหน็ คณุ คา ของการใชภาษาไทย

เพือ่ การสื่อสาร นำความรูจากวรรณคดี วรรณกรรม ไปประยกุ ตใชในชวี ติ จรงิ ตระหนักถึงคุณคา ของคุณธรรม

จริยธรรม และมีคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซือ่ สตั ยส ุจริต มีวินยั ใฝเ รยี นรู

อยูอยางพอเพียง มงุ ม่นั ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มีจติ สาธารณะ ตลอดจนมคี วามรกั และภาคภูมใิ จ

ในภาษาไทย อันเปน ภาษาของชาติ

รหสั ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๙
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘

ท ๓.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๗
ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๗
รวมทัง้ หมด ๒๖ ตวั ชี้วดั

สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๑๘๔

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ท ๓๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว ยกติ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาการอา นออกเสียงบททง้ั รอยแกวประเภทบทความ นวนิยาย และความเรียง รอ ยกรอง

ประเภทรา ย และลลิ ติ ตีความ แปลความ ขยายความ วเิ คราะหและวจิ ารณ คาดคะเนเหตุการณ ตอบ

คำถาม ผงั ความคดิ บนั ทกึ ยอ ความ สังเคราะหความรจู ากการอา น การเขียนสื่อสารในรปู แบบประกาศ

จดหมายกจิ ธรุ ะ เรียงความ ยอ ความการเขียนรายงาน เขียนโครงงาน และเขียนรายงานการศึกษาคน ควา การ

สรุปแนวคดิ แสดงความคิดเห็น ประเมนิ การฟงการดู มวี จิ ารณญาณในการเลอื กเร่ืองจากการฟง และดู หลกั การ

พดู อภิปรายโนมนาวใจ แลวใชขอมลู สารสนเทศอา งองิ อยางถกู ตอง แสดงความคดิ เห็น วเิ คราะห วิจารณ

แนวคิด การใชภาษาและความนาเชื่อถือ และประเมิน จากเรื่องทฟ่ี ง และดูแลวนำกำหนดแนวทางไป

ประยุกตใชใ นชวี ติ ประจำวัน การใชคำและกลมุ คำสรางประโยค การสรา งคำในภาษาไทย ตลอดจนวิเคราะห

และประเมินการใชภ าษาและสอื่ สิ่งพมิ พอ ิเลก็ ทรอนิกส ประเมินคุณคาดา นวรรณศลิ ป ขอคิดจากวรรณคดี

และวรรณกรรม เพือ่ นำไปประยกุ ตใ ชใ นชีวิตจริง ตลอดจนรวบรวมวรรณกรรมพื้นบานและอธบิ ายภูมปิ ญ ญา

ทางภาษา

โดยใชก ระบวนการอาน กระบวนการเขียน กระบวนการคิด ทักษะการใช ภาษา การสือ่ สาร มี

มารยาทในการอาน การเขยี น การฟงการดู และการพูด ตระหนกั ถึงคณุ คา ของคณุ ธรรมจริยธรรม และมี

คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย ซ่ือสตั ยส จุ รติ มวี ินยั ใฝเ รยี นรู อยูอ ยา งพอเพียง มุงมั่นใน

การทำงาน รกั ความเปน ไทย มจี ติ สาธารณะตลอดจนมีความรกั และภาคภูมิใจในภาษาไทย อนั เปน ภาษาของ

ชาติ

รหัสตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘, ม.๔-๖/๙

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๖, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘
ท ๓.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓

ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖
รวมท้ังหมด ๒๗ ตวั ชว้ี ัด

สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๘๕

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ท ๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาหลักการอา นรอ ยแกว ประเภทปาฐกถา เทศนา บทรอยกรองประเภทโคลง ฉนั ท กาพย

กลอน ราย การอา นจบั ใจความสำคญั การตีความ การแปลความ และการขยายความ การอานวเิ คราะห

การวิจารณ การประเมนิ คา และการแสดงความคดิ เห็นวรรณกรรมประเภทตาง ๆ การสรปุ เปน แผนผัง

ความคดิ บนั ทึก ยอความ รายงาน ความรูจากการอานสือ่ สิ่งพมิ พ สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส และแหลงเรียนรู การ

เขียนอธบิ าย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ การโตแ ยงไดตรงตามวัตถปุ ระสงค โดยใชภ าษาเรยี บเรียง

ถกู ตอ ง และมขี อมูลสาระสำคัญชดั เจน การเขยี นเรยี งความ ยอความจากสือ่ ทหี่ ลากหลาย และการเขียน

บนั เทงิ คดี การเขยี นรายงานจากการศึกษาคน ควาเร่ืองทส่ี นใจ การฟง การดู ขาว เหตกุ ารณ การอภปิ ราย

การใหความรู การคิดวเิ คราะห วิจารณ การประเมนิ คา โดยใชวจิ ารณญาณอยา งสรางสรรค การศกึ ษาบรบิ ท

ธรรมชาติของภาษา พลงั ของภาษา และลกั ษณะของภาษา การใชคำ กลมุ คำ เพ่ือสรางประโยคในการ

สื่อสาร การแตง บทรอ ยกรองประเภทฉนั ท อทิ ธพิ ลของภาษาตา งประเทศและภาษาถน่ิ การศกึ ษากวนี พิ นธ

กลอน บทละคร วรรณกรรม วรรณคดี และการรวบรวมวรรณกรรมพืน้ บา นทเี่ ปนภมู ิปญญาทางภาษา การ

ทองจำบทอาขยานที่นา สนใจ

โดยใชทกั ษะกระบวนการอา น กระบวนการเขียน กระบวนการคิด ทักษะการใชภาษา ทกั ษะ

การสือ่ สาร การสืบคน ขอ มูล บนั ทึก จัดกลุมขอ มลู และการอภิปรายเพอ่ื ใหเ กดิ ความรู ความคดิ ความเขา ใจ

สามารถนำความรูทไ่ี ดร บั นน้ั ไปใชสอื่ สารไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพ

เหน็ คุณคา ของวรรณคดี วรรณกรรม มีคณุ ธรรมในการใชภ าษา ตระหนกั ถึงคุณคาของคุณธรรม

จริยธรรม และมีคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซ่อื สตั ยสจุ รติ มีวนิ ยั ใฝเรียนรู อยูอยาง

พอเพียง มงุ มัน่ ในการทำงาน รักความเปน ไทย มจี ิตสาธารณะ และนำไปใชในชีวิตประจำวนั

รหัสตัวชวี้ ดั
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖,

ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘, ม.๔-๖/๙

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘
ท ๓.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๗

ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖
รวมทงั้ หมด ๓๒ ตัวชว้ี ัด

สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๑๘๖

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ท ๓๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาหลักการอานรอยแกวประเภทพระบรมราโชวาท บทรอยกรองประเภทกลอน รา ย รอ ยกรอง

รวมสมยั และบทอาเศยี รวาท การจบั ใจความสำคัญ การตคี วาม การแปลความ และการขยายความ

การอานวเิ คราะห วิจารณ การประเมินคา และการแสดงความคดิ เห็นวรรณกรรมประเภทตาง ๆ การสรปุ

เปน แผนผังความคดิ ยอ ความ รายงาน การสงั เคราะหความรูจากการอานสอ่ื สงิ่ พมิ พ สื่ออิเลก็ ทรอนิกส

และแหลง เรียนรู การเขียนโนม นา วใจเชิญชวน ประกาศ จดหมายกิจธุระ และการรายงานการประชุม

ไดตรงตามวัตถุประสงค โดยใชภาษาเรยี บเรียงถกู ตอ ง และมีขอ มลู สาระสำคญั ชดั เจน การเขยี นสารคดี

การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคนควาท่สี นใจ เพอ่ื พัฒนาตนเอง การฟง การดูสารคดี โฆษณาทางสอ่ื

การวิเคราะห วิจารณ ประเมินคาโดยใชวิจารณญาณอยางสรางสรรค โดยการพูดแสดงความรู พูดแสดง

ทรรศนะ และพูดโนม นา วใจ การศกึ ษาการใชภาษาเหมาะสมแกโอกาส กาลเทศะ บคุ คล พรอมที่จะใชระดับ

ของภาษา เปนตัวกำหนด การใชคำราชาศัพท และประเมินคา การใชภาษาจากสือ่ ส่ิงพิมพ สื่ออิเล็กทรอนิกส

การศึกษา กวีนิพนธ กลอนบทละคร วรรณกรรม วรรณคดี และการรวบรวมขอคิดจากวรรณคดี วรรณกรรม

มาประยกุ ตใชในชีวิตจริง

โดยใชท กั ษะกระบวนการอา น กระบวนการเขยี น กระบวนการคิด ทกั ษะการใชภาษา ทกั ษะ

การสื่อสาร การสืบคน ขอมลู บนั ทกึ จัดกลมุ ขอ มูล และการอภปิ รายเพอื่ ใหเ กดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ

สามารถนำความรทู ่ีไดรับนั้นไปใชส ื่อสารไดอยา งมีประสิทธภิ าพ

เห็นคุณคาของวรรณคดี วรรณกรรม มีคุณธรรมในการใชภาษาตระหนักถึงคุณคาของคุณธรรม

จริยธรรม และมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง

พอเพียง มุง ม่นั ในการทำงาน รักความเปนไทย มีจติ สาธารณะ และนำไปใชในชีวิตประจำวัน

รหัสตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖,

ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘, ม.๔-๖/๙

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖, ม.๔-๖/๗, ม.๔-๖/๘
ท ๓.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๗

ท ๕.๑ ม.๔-๖/๑, ม.๔-๖/๒, ม.๔-๖/๓, ม.๔-๖/๔, ม.๔-๖/๕, ม.๔-๖/๖
รวมทง้ั หมด ๓๒ ตัวชี้วดั

สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๘๗

คำอธิบายรายวชิ า

กลมุ สาระการเรียนรู
คณติ ศาสตร

โครงสรา งหลกั สูตรกลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

กลมุ รายวชิ าพ้นื ฐาน

ที่ รหัสวิชา ช่อื วิชา ระดบั ชนั้ หนว ยกิต จำนวนชว่ั โมง
๑ ค ๓๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑ ม. ๔ ๑ ๒
๒ ค ๓๑๑๐๒ คณิตศาสตร ๒ ม. ๔ ๑ ๒
๓ ค ๓๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ ม. ๕ ๑ ๒
๔ ค ๓๒๑๐๒ คณติ ศาสตร ๔ ม. ๕ ๑ ๒
๕ ค ๓๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ ม. ๖ ๑ ๒
๖ ค ๓๓๒๐๒ คณติ ศาสตร ๖ ม. ๖ ๑ ๒

สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๘๙

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ค ๓๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑ กลุม สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร

ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนวยกติ

...........................................................................................................................................................................

ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ ันไดแก การแกป ญ หา การใหเหตผุ ล การ

ส่อื สาร การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรตู างๆ ทางคณิตศาสตรและ

เชือ่ มโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอ น่ื ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริม่ สรา งสรรคใ นสาระตอไปน้ี

เซต การเขยี นเซต เซตจำกัดและเซตอนันต เซตที่เทากนั เอกภพสัมพทั ธ สบั เซตและเพาเวอรเ ซต

การเขยี นแผนภาพของเวนน – ออยเลอรแ ทนเซต ยูเนยี น อนิ เตอรเ ซกชันและคอมพลีเมนตข องเซต จำนวน

สมาชิกของเซตจำกดั การแกโ จทยป ญ หาทเ่ี กี่ยวกบั จำนวนสมาชิกของเซต

ตรรกศาสตรเบือ้ งตน ประพจน การเชือ่ มประพจน การหาคา ความจริงของประพจน การสราง

ตารางคา ความจรงิ รปู แบบของประพจนที่สมมูลกนั สจั นริ นั ดร การอา งเหตุผล ประโยคเปด ตัวบง ปรมิ าณ

คา ความจรงิ ของประโยคท่มี ีตวั บงปริมาณตัวเดียว สมมลู และนิเสธของประโยคทมี่ ตี วั บงปริมาณ คา ความจริง

ของประโยคท่มี ตี ัวบงปริมาณสองตัว

ตัวชีว้ ดั
ค ๑.๑ ม.๔/๑

รวมทงั้ หมด ๑ ตัวชวี้ ัด

สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๙๐

ค ๓๑๑๐๒ คณิตศาสตร ๒ คาํ อธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน กลุม สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑ หนว ยกิต

...........................................................................................................................................................................

ศกึ ษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรอนั ไดแก การแกป ญหา การใหเหตุผล การ

ส่ือสาร การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเช่ือมโยงความรตู า งๆ ทางคณติ ศาสตรและ

เช่ือมโยงคณติ ศาสตรก บั ศาสตรอืน่ ๆ และมคี วามคดิ ริเริ่มสรา งสรรคใ นสาระตอไปน้ี

หลักการนบั เบอื้ งตน ใชค วามรเู กีย่ วกบั หลกั การนบั เชน หลกั การบวก หลักการคูณ การเรยี ง

สับเปล่ียน และการจดั หมูในการแกปญ หา การวางแผนการจัดการแขงขนั กีฬา การกำหนดปา ยทะเบียนรถยนต

นั่งสวนบคุ คล การบรหิ ารจัดการเกีย่ วกับการออกตัว๋ ชมการแสดง

ความนา จะเปน ความนาจะเปน การทดลองสมุ ปรภิ ูมติ ัวอยา งหรือแซมเปล สเปซ เหตุการณ

ความนาจะเปนของเหตุการณใ นการแกป ญ หา

รหัสตวั ช้วี ดั
ค ๓.๒ ม.๔/๒ ม.๔/๒

รวมทง้ั หมด ๒ ตวั ชีว้ ดั

สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๙๑

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ค ๓๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๓ กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร

ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ

...........................................................................................................................................................................

ศกึ ษา วเิ คราะห อธบิ าย ฝกทกั ษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปน้ี

เลขยกกำลงั รากท่ี n ของจำนวนจริง เมื่อ n เปน จำนวนนับทมี่ ากกวา ๑ เลขยกกำลงั ท่มี เี ลขชีก้ ำลัง

เปน จำนวนตรรกยะ

ฟง กช นั ฟงกช นั และกราฟของฟง กช นั (ฟง กชันเชงิ เสน ฟงกช ันกำลังสอง ฟง กชันขัน้ บันได ฟง กช นั

เอกซโ พเนนเชียล)

โดยนำความรู ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรท่หี ลากหลายมาใชใ นการแกปญ หาในสถานการณ

ตา งๆไดอ ยา งเหมาะสม มีเหตุผลประกอบในการตัดสินใจ และสรุปผลไดอ ยา งเหมาะสม ใชภ าษาและสัญลักษณ

ทางคณติ ศาสตรในการสอ่ื สาร สอื่ ความหมาย และนำเสนอไดอยา งถกู ตอ งชัดเจน เช่อื มโยงความรตู า งๆ

ในคณิตศาสตรแ ละนความรูทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรไปเช่ือมโยงกบั ศาสตรอ ื่นๆและมคี วามคดิ รเิ ร่ิม

สรางสรรค

เพื่อใหเ กิดคุณลักษณะอันพึงประสงค สามารถทำงานอยางมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบ

มวี จิ ารณญาณ มีความเช่อื มั่นในตนเอง มคี วามซ่อื สัตยส ุจริตมีวินัย ใฝเรยี นรู มงุ มัน่ ในการทำงาน รักความเปน

ไทย มีจิตสาธารณะ พรอ มท้งั ตระหนักในคณุ คาและมเี จตคตทิ ด่ี ีตอคณติ ศาสตร

รหัสและตวั ชวี้ ัด
ค๑.๑ ม.๕/๑

ค๑.๓ ม.๕/๑

รวมทัง้ หมด ๒ ตัวชว้ี ัด

สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๙๒

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ค ๓๒๑๐๒ คณิตศาสตร ๔ กลุม สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร

ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ

...........................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห อธิบาย ฝกทักษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปนี้

ลำดบั และอนกุ รม ลำดบั เลขคณติ และลำดับเรขาคณิต อนุกรมเลขคณติ และอนุกรมเรขาคณิต

ดอกเบ้ยี และมลู คา ของเงนิ ดอกเบย้ี มูลคา ของเงิน คารายงวด

โดยนำความรู ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรท ่หี ลากหลายมาใชใ นการแกปญ หาในสถานการณ

ตา งๆไดอยางเหมาะสม มเี หตผุ ลประกอบในการตดั สินใจ และสรปุ ผลไดอ ยา งเหมาะสม ใชภาษาและสญั ลักษณ

ทางคณติ ศาสตรใ นการสอ่ื สาร ส่ือความหมาย และนำเสนอไดอ ยางถูกตองชัดเจน เช่ือมโยงความรูตางๆใน

คณติ ศาสตรแ ละนความรูทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปเชอื่ มโยงกบั ศาสตรอ น่ื ๆและมคี วามคดิ รเิ ร่มิ

สรา งสรรค

เพอ่ื ใหเ กิดคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค สามารถทำงานอยา งมรี ะบบระเบียบ รอบคอบ รบั ผิดชอบ

มีวจิ ารณญาณ มคี วามเช่อื มั่นในตนเอง มีความซือ่ สตั ยส ุจรติ มวี ินัย ใฝเ รยี นรู มุงมนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน

ไทย มจี ติ สาธารณะ พรอ มท้ังตระหนักในคณุ คาและมีเจตคติที่ดีตอ คณิตศาสตร

รหัสและตวั ชว้ี ัด
ค๑.๒ ม.๕/๒

รวมทงั้ หมด ๑ ตวั ช้วี ัด

สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๙๓

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ค ๓๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๕ กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ

...........................................................................................................................................................................

ศกึ ษา วเิ คราะห อธบิ าย ฝก ทักษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปนี้

สถติ ิ ขอมูล ตำแหนง ที่ของขอมลู คากลาง (ฐานนยิ ม มัธยฐาน คา เฉลย่ี เลขคณิต) โดยนำความรู ทักษะ

กระบวนการทางคณิตศาสตรท ่หี ลากหลายมาใชในการแกป ญ หาในสถานการณต า งๆไดอยา งเหมาะสม มเี หตผุ ล

ประกอบในการตัดสนิ ใจ และสรปุ ผลไดอ ยา งเหมาะสม ใชภ าษาและสญั ลักษณท างคณิตศาสตรในการสื่อสาร

ส่ือความหมาย และนำเสนอไดอ ยางถกู ตองชดั เจน เชอ่ื มโยงความรตู า งๆในคณิตศาสตรแ ละนความรทู กั ษะ

กระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปเช่ือมโยงกบั ศาสตรอ น่ื ๆและมคี วามคิดริเริม่ สรางสรรค

เพ่อื ใหเ กดิ คุณลักษณะอันพึงประสงค สามารถทำงานอยางมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผดิ ชอบ

มีวจิ ารณญาณ มีความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง มีความซ่อื สัตยสจุ ริตมีวินยั ใฝเ รยี นรู มุงม่ันในการทำงาน รักความเปน

ไทย มีจติ สาธารณะ พรอ มทง้ั ตระหนกั ในคณุ คาและมีเจตคติทดี่ ตี อ คณิตศาสตร

รหัสและตัวชว้ี ดั
ค๓.๑ ม.๖/๑

รวมทง้ั หมด ๑ ตวั ชว้ี ดั

สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๑๙๔

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ค ๓๓๑๐๒ คณิตศาสตร ๖ กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต

...........................................................................................................................................................................

ศกึ ษา วิเคราะห อธบิ าย ฝกทกั ษะการแกปญ หาในสาระตอ ไปนี้

สถติ ิ คา การกระจาย (พสิ ยั สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน) การนำเสนอขอมลู เชิงคุณภาพ

และเชิงปริมาณ การแปลความหมายของคา สถิติ

โดยนำความรู ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรทีห่ ลากหลายมาใชใ นการแกป ญหาในสถานการณ

ตา งๆไดอยา งเหมาะสม มเี หตผุ ลประกอบในการตดั สนิ ใจ และสรุปผลไดอ ยา งเหมาะสม ใชภาษาและสญั ลกั ษณ

ทางคณิตศาสตรใ นการส่ือสาร สื่อความหมาย และนำเสนอไดอยางถกู ตองชัดเจน เชือ่ มโยงความรูตางๆใน

คณิตศาสตรและนความรทู ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปเชื่อมโยงกับศาสตรอ ืน่ ๆและมคี วามคิดริเริม่

สรางสรรค

เพ่อื ใหเ กิดคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค สามารถทำงานอยา งมีระบบระเบียบ รอบคอบ รบั ผิดชอบมี

วิจารณญาณ มีความเช่อื ม่นั ในตนเอง มีความซ่อื สตั ยสจุ รติ มวี ินัย ใฝเ รยี นรู มงุ มนั่ ในการทำงาน รักความเปน ไทย

มีจติ สาธารณะ พรอ มทั้งตระหนกั ในคุณคา และมเี จตคติทด่ี ตี อ คณิตศาสตร

รหัสและตัวชว้ี ัด
ค ๓.๑ ม.๖/๒

รวมทั้งหมด ๑ ตัวชีว้ ัด

สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๑๙๕

คำอธิบายรายวิชา

กลมุ สาระการเรียนรู
วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

โครงสรา งหลกั สูตรกลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
กลุม รายวิชาพ้ืนฐาน
ท่ี รหสั วชิ า ชือ่ วิชา ระดับชนั้ หนวยกิต จำนวนชว่ั โมง
๑ ว ๓๑๑๐๑ วิทยาศาสตรชวี ภาพ ๑ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๒ ว ๓๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตรชีวภาพ ๒ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๓ ว ๓๑๑๐๓ ออกแบบและเทคโนโลยี ๑ ม. ๔ ๐.๕ ๒๐
๔ ว ๓๑๑๐๔ วิทยาการคำนวณ ๑ ม. ๔ ๐.๕ ๒๐
๕ ว ๓๒๑๐๑ วิทยาศาสตรกายภาพ ๑ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๖ ว ๓๒๑๐๒ วิทยาศาสตรกายภาพ ๒ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๗ ว ๓๒๑๐๓ ออกแบบและเทคโนโลยี ๒ ม. ๕ ๐.๕ ๒๐
๘ ว ๓๒๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๒ ม. ๕ ๐.๕ ๒๐
๙ ว ๓๓๑๐๑ วิทยาศาสตรพ ้ืนฐาน ม. ๖ ๐.๕ ๒๐
(โลก และอวกาศ) ๑ ๔๐
๑๐ ว ๓๓๒๐๒ วทิ ยาศาสตรพ น้ื ฐาน ม. ๖ ๑.๐ ๒๐
(โลก และอวกาศ) ๒
๑๑ ว ๓๓๑๐๓ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม. ๖ ๐.๕

สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๙๗

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว ๓๑๑๐๑ วิชา วิทยาศาสตรช ีวภาพ ๑ กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กระบวนการและความสำคญั ของการถายทอดลักษณะทางพันธกุ รรมสารพนั ธุกรรม

การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธกุ รรมทม่ี ผี ลตอ สงิ่ มีชวี ติ รวมท้งั นำความรูไ ปใชป ระโยชน โดยใชการเรยี นรู

ดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ สามารถนำความรแู ละ

หลักการไปใชป ระโยชน เช่อื มโยง อธบิ ายปรากฎการณ หรอื แกปญ หาในชีวติ ประจำวัน สามารถจดั กระทำ

และวเิ คราะหข อมลู สือ่ สารสิ่งท่ีเรยี นรู มคี วามสามารในการตดั สินใจแกป ญ หา มจี ติ วิทยาศาสตร เห็นคณุ คา

ของวทิ ยาศาสตรมีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา นยิ มท่ีเหมาะสม

ตวั ชีว้ ดั
ว ๑.๓ ม. ๔/๑, ม.๔/๒, ม. ๔/๓

รวมทงั้ หมด ๓ ตวั ช้วี ดั

สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๑๙๘

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว ๓๑๑๐๒ วชิ า วิทยาศาสตรช วี ภาพ กลุม สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มิวเทชนั การนำมิวเทชันไปใชประโยชน ผลของเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอที่มีตอ มนษุ ยแ ละสิง่ แวดลอม

รวมท้งั นำความรไู ปใชป ระโยชน โดยใชการเรียนรดู วยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู

การสำรวจตรวจสอบ สามารถนำความรแู ละหลักการไปใชป ระโยชน เชอื่ มโยง อธบิ ายปรากฎการณ หรอื

แกป ญ หาในชีวติ ปรำจำวนั สามารถจดั กระทำและวิเคราะหข อมลู สอ่ื สารสิ่งท่เี รยี นรู มีความสามารในการ

ตดั สินใจแกป ญ หา มีจติ วทิ ยาศาสตร เห็นคุณคาของวิทยาศาสตร มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา นิยมทเ่ี หมาะสม

ตัวชีว้ ดั
ว ๑.๓ ม. ๔/๔, ม.๔/๕

รวมทั้งหมด ๒ ตวั ช้ีวัด

สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๑๙๙


Click to View FlipBook Version