รายวชิ าเพ่มิ เตมิ กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าเพิ่มเติม จำนวน 4๐ ช่ัวโมง
จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
ค ๓๑๒๐๑ คณิตศาสตรเ พ่ิมเตมิ ๑ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ค ๓๑๒๐๒ คณติ ศาสตรเ พิ่มเตมิ ๒ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ค ๓๒๒๐๑ คณติ ศาสตรเ พิม่ เติม ๓ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ค ๓๒๒๐๒ คณติ ศาสตรเ พิ่มเตมิ ๔
ค ๓๒๒๐๒ คณติ ศาสตรเ พ่มิ เตมิ ๕
ค ๓๒๒๐๒ คณติ ศาสตรเ พมิ่ เตมิ ๖
รายวชิ าเพ่ิมเติมกลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชาเพม่ิ เติม
ว ๓๐๒๐๑ ฟส กิ ส ๑ จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
ว ๓๐๒๐๒ ฟส ิกส ๒ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๒๑ เคมี ๑ จำนวน 4๐ ช่วั โมง
เคมี ๒ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ว ๓๐๒๒๒
ว ๓๐๒๔๑ ชีววทิ ยา ๑ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๔๒ ชวี วิทยา ๒ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๘๑ คอมพวิ เตอร ๑ จำนวน 2๐ ช่ัวโมง
ว ๓๐๒๘๒ คอมพิวเตอร ๒ จำนวน 2๐ ชั่วโมง
ว ๓๐๒๐๓ ฟส กิ ส ๓ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ว ๓๐๒๐๔ ฟส กิ ส ๔ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ว ๓๐๒๒๓ เคมี ๓ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๒๔ เคมี ๔ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๔๓ ชวี วทิ ยา ๓ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๔๔ ชวี วิทยา ๔ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ว ๓๐๒๘๓ คอมพวิ เตอร ๓ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๘๔ คอมพิวเตอร ๔ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ว ๓๓๒๖๑ โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ ๑ จำนวน 6๐ ชว่ั โมง
ว ๓๓๒๖๒ โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ ๑ จำนวน 6๐ ชั่วโมง
สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๕๐
ว ๓๐๒๘๕ คอมพวิ เตอร ๕ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ว ๓๐๒๘๖ โครงงานคอมพวิ เตอร ๑ จำนวน 8๐ ชวั่ โมง
ว ๓๐๒๘๗ คอมพวิ เตอรก ราฟฟก จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ว ๓๐๒๘๘ โครงงานคอมพิวเตอร ๒ จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าเพมิ่ เติมกลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 2๐ ชั่วโมง
รายวชิ าเพิม่ เตมิ /บรู ณาการ (หนา ทพ่ี ลเมือง) จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ส ๓๐๒๐๑ หนา ทพ่ี ลเมอื ง ๑ จำนวน 2๐ ชวั่ โมง
จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ส ๓๐๒๐๒ หนา ท่พี ลเมือง ๒
ส ๓๐๒๐๓ หนาท่ีพลเมอื ง ๓
ส ๓๐๒๐๔ หนาทพี่ ลเมอื ง ๔
รายวิชาเพม่ิ เตมิ จำนวน 2๐ ชั่วโมง
ส ๓๐๒๐๕ กฎหมายท่ปี ระชาชนควรรู จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ส ๓๐๒๐๖ ทักษะความปลอดภยั จำนวน 2๐ ชั่วโมง
ส ๓๐๒๐๗ ประวตั ิพษิ ณุโลก จำนวน 2๐ ช่ัวโมง
ส ๓๐๒๐๘ ประวตั ทิ องถนิ่
รายวิชาเพมิ่ เตมิ /บรู ณาการ (หลักสูตรตา นทุจริต :การปองกนั การทุจริต)
ส 31๒๐1 การปองกันการทุจริต 1 จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ส 31๒๐2 การปองกันการทจุ ริต 2 จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ส 32๒๐3 การปองกนั การทจุ ริต 3 จำนวน 4๐ ช่วั โมง
ส 32๒๐4 การปอ งกนั การทจุ ริต 4 จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
ส 33๒๐5 การปอ งกันการทุจรติ 5 จำนวน 4๐ ชวั่ โมง
ส 33๒๐5 การปอ งกันการทุจริต 6 จำนวน 4๐ ช่ัวโมง
รายวชิ าเพม่ิ เติมกลมุ สาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
รายวิชาเพิม่ เติม จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
พ ๓๓๒๐๑ ลลี าศ ๑
พ ๓๓๒๐๒ ลีลาศ ๒
สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๕๑
รายวชิ าเพม่ิ เติมกลมุ สาระการเรยี นรศู ิลปะ
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าเพ่มิ เติม จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ศ ๓๐๒๐๑ จติ รกรรม จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ศ ๓๐๒๐๒ ศิลปะไทย จำนวน 4๐ ชวั่ โมง
ศ ๓๐๒๐๓ ประตมิ ากรรม จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ศ ๓๐๒๐๔ เขียนแบบ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ศ ๓๐๑๐๕ ภาพพิมพ จำนวน 4๐ ช่วั โมง
ศ ๓๐๒๐๖ ออกแบบ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
ศ ๓๐๒๐๗ ดนตรี ๑ จำนวน 4๐ ช่วั โมง
ศ ๓๐๒๐๘ ดนตรี ๒
ศ ๓๐๒๐๙ ดนตรี ๓
รายวชิ าเพม่ิ เติมกลุมสาระการเรียนรกู ารงาน
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2๐ ช่วั โมง
รายวิชาเพิม่ เตมิ จำนวน 2๐ ชว่ั โมง
ง ๓๐๒๐๑ งานจบั ผา ๑ จำนวน 2๐ ชั่วโมง
จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
ง ๓๐๒๐๒ งานจับผา ๒ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
จำนวน 4๐ ช่ัวโมง
ง ๓๐๒๐๓ ของชำรว ย
ง ๓๐๒๐๔ งานดอกไมป ระดิษฐ
ง ๓๐๒๐๕ เกษตรขยายพันธุพืช
ง ๓๐๒๐๖ เกษตรไมด อกไมป ระดบั
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชาเพม่ิ เติม
๓๐๑๐๑ ภาษาองั กฤษอาน-เขียน ๑ จำนวน 4๐ ช่วั โมง
๓๐๑๐๒ ภาษาองั กฤษอาน-เขยี น ๒ จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
๓๐๑๐๓ ภาษาองั กฤษอาน-เขียน ๓ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
๓๐๑๐๔ ภาษาองั กฤษอาน-เขียน ๔ จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
๓๐๑๐๕ ภาษาองั กฤษอานเชงิ วิเคราะห ๑ จำนวน 4๐ ช่วั โมง
๓๐๑๐๖ ภาษาองั กฤษอานเชงิ วิเคราะห ๒ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๕๒
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
กลุมสาระการเรยี นรู
คณติ ศาสตร
โครงสรา งหลกั สูตรกลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
กลมุ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ท่ี รหัสวชิ า ชื่อวชิ า ระดับชนั้ หนวยกิต จำนวนชว่ั โมง
๑ ค ๓๑๒๐๑ คณติ ศาสตรเ พ่ิมเติม ๑ ม. ๔ ๑ ๔๐
๒ ค ๓๑๒๐๒ คณิตศาสตรเพม่ิ เตมิ ๒ ม. ๔ ๑ ๔๐
๓ ค ๓๒๒๐๑ คณิตศาสตรเ พมิ่ เตมิ ๓ ม. ๕ ๑ ๔๐
๔ ค ๓๒๒๐๒ คณิตศาสตรเพมิ่ เตมิ ๔ ม. ๕ ๑ ๔๐
๕ ค ๓๓๒๐๑ คณติ ศาสตรเพ่ิมเตมิ ๕ ม. ๖ ๑ ๔๐
๖ ค ๓๓๒๐๒ คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม ๖ ม. ๖ ๑ ๔๐
สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๕๓
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ค ๓๑๒๐๑ คณิตศาสตรเ พมิ่ เตมิ ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว ยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษา ฝก ทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝกการแกปญ หาเรอื่ ง
จำนวนจรงิ และพหนุ าม จำนวนจรงิ การเทากัน การบวก การลบ การคณู และการหารในระบบ
จำนวนจริง สมบัตขิ องระบบจำนวนจริง การแกสมการพหุนามตวั แปรเดยี ว สมบัตกิ ารไมเ ทากัน ชว งและการ
แกอสมการ คา สมั บรู ณ การแกสมการและอสมการในรปู คา สมั บรู ณ
เรขาคณติ วิเคราะห ความรเู บอ้ื งตนเก่ียวกับเรขาคณิตวิเคราะห ระยะทางระหวา งจุดสองจุด จดุ
กง่ึ กลางระหวา งจดุ สองจุด ความชนั ของเสนตรง เสนขนาน เสนตงั้ ฉาก ความสมั พันธซ ่ึงมีกราฟเปน
เสนตรง ระยะหา งระหวางเสน ตรงกับจดุ ภาคตัดกรวย วงกลม วงรี พาราโบลา ไฮเพอรโบลา และการ
เลื่อนแกน
โดยการจดั กจิ กรรม จัดประสบการณห รือสรา งสถานการณที่ใกลต ัวใหผ เู รยี นไดศ ึกษา คนควาและ
คนพบดว ยตนเอง ดว ยการปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรุปและรายงานเพ่อื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกป ญ หา การใหเ หตุผล การสอื่ สาร การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร การนำเสนอ การ
เช่ือมโยงความรู มีความคิดรวบยอด ความคดิ ริเรมิ่ สรา งสรรค สามารถทำงานอยางเปนระบบ มรี ะเบียบวนิ ัย
มีความรับผิดชอบ มคี วามเชอื่ ม่ันในตนเอง ตระหนักเห็นคณุ คาและมีเจตคตทิ ่ีดีตอ วิชาคณติ ศาสตร
ผลการเรยี นรู
๑. บอกองคป ระกอบของระบบจำนวนจริงได
๒. แกส มการพหุนามตัวแปรเดียวดีกรไี มเ กิน ๔ ได
๓. แกส มการและอสมการในรปู คาสัมบูรณได
๔. หาระยะระหวา งจดุ สองจดุ จุดก่งึ กลาง ระยะระหวา งเสนตรงกับจุด ระยะระหวางเสน ขนาน
๕. หาความชันของเสน ตรง เสนขนาน เสน ต้งั ฉากและหาความสมั พันธท มี่ กี ราฟเปนเสน ตรง
๖. บอกความสัมพันธทีเ่ ปน ภาคตดั กรวยพรอ มท้ังบอกสว นประกอบ
๗. เขียนความสัมพนั ธท ่มี ีกราฟเปน ภาคตัดกรวย เม่ือกำหนดสว นประกอบให
รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรียนรู
สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๕๔
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ค ๓๑๒๐๒ คณติ ศาสตรเ พม่ิ เตมิ ๒ กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑ หนวยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษา ฝก ทกั ษะการคิดคำนวณ และฝกการแกป ญหาเรอื่ ง
ฟง กชัน ความสมั พนั ธ ผลคณู คารท เี ซียน ความสมั พนั ธ โดเมนและเรนจของความสมั พนั ธ
ตวั ผกผันของความสมั พนั ธ ฟง กช ัน ความหมายของฟงกชนั การดำเนินการของฟงกชนั ฟง กช นั ผกผัน
เทคนคิ การเขยี นกราฟ
ฟงกชันเอกซโ พเนนเชยี ลและฟงกชนั ลอการทิ มึ เลขยกกำลังทมี่ เี ลขชก้ี ำลงั เปน จำนวนเตม็
รากท่ี n ในระบบจำนวนจริงและจำนวนจรงิ ในรูปกรณฑ เลขยกกำลงั ทม่ี ีเลขช้กี ำลงั เปน จำนวนตรรก
ยะ ฟง กชนั เอกซโ พเนนเชียล ฟงกช นั ลอการทิ ึม การหาคา ลอการทิ มึ การเปลย่ี นฐานลอการิทึม สมการเอกซ
โพเนนเชยี ล
และฟง กช ันลอการิทมึ การประยกุ ตข องสมการเอกซโพเนนเชยี ลและฟงกชนั ลอการิทึม
โดยการจดั กิจกรรม จดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณท ่ใี กลต ัวใหผเู รียนไดศกึ ษา คน ควาและ
คน พบดว ยตนเอง ดวยการปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรุปและรายงานเพอ่ื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิด
คำนวณ การแกป ญ หา การใหเหตผุ ล การสอ่ื สาร การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร การนำเสนอ การ
เชอ่ื มโยงความรู มีความคดิ รวบยอด ความคดิ รเิ รมิ่ สรา งสรรค สามารถทำงานอยางเปนระบบ มรี ะเบยี บวินัย
มคี วามรบั ผิดชอบ มคี วามเช่อื มน่ั ในตนเอง ตระหนกั เหน็ คณุ คา และมเี จตคติท่ีดตี อ วชิ าคณติ ศาสตร
ผลการเรยี นรู
๑. เขยี นผลคณู คารทเี ซยี นของเซตท่กี ำหนดใหไ ด และเขยี นความสัมพนั ธใ นรูปเซต
๒. หาโดเมนและเรนจ ตัวผกผนั ของความสัมพนั ธ และเขยี นกราฟ
๓. บอกความสมั พันธท่ีเปนฟง กชัน บอกชนดิ ของฟงกช ัน
๔. หาการดำเนินการของฟง กช ัน ฟงกช ันประกอบ ฟง กชนั ผกผัน
๕. มคี วามคดิ รวบยอดเก่ียวกับฟงกช ันเอกซโพเนนเชียลและฟงกชันลอการทิ มึ และเขยี นกราฟได
๖. นำความรูเกย่ี วกับฟงกช ันเอกซโพเนนเชียลและฟงกชนั ลอการิทมึ ไปใชแกปญ หา
รวมท้งั หมด ๖ ผลการเรียนรู
สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๕๕
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
ค ๓๒๒๐๑ คณิตศาสตรเพ่ิมเตมิ ๓ กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ
....................................................................................................................................................................
ศกึ ษาเก่ยี วกบั ฟงกชนั ตรีโกณมติ ิ การวัดความยาวสว นโคง และพกิ ัดของจุดปลายสวนโคง คา ของ
ฟง กชนั ไซนแ ละโคไซน ฟงกช นั ตรีโกณมิติอนื่ ๆ ฟงกชันตรีโกณมติ ขิ องมุม การใชต ารางคา ฟง กช นั ตรีโกณมติ ิ
กราฟของฟงกชันตรีโกณมิติ ฟง กช นั ตรีโกณมติ ขิ องผลบวกและผลตางของจำนวนจริงหรอื มมุ ฟง กช ัน
ตรีโกณมติ ขิ องสองเทา สามเทา และครง่ึ เทา ของจำนวนจริงหรือมมุ ความสมั พันธระหวา งผลบวก ผลตาง และ
ผลคูณของฟง กช ันตรีโกณมติ ิ ตัวผกผันของฟงกชันตรีโกณมิติ เอกลกั ษณแ ละสมการตรีโกณมติ ิ กฎของไซนแ ละ
โคไซน และการหาระยะทางและความสงู ระบบสมการเชงิ เสน การหาเมทรกิ ซผ กผนั ของ ๒ × ๒ ดเี ทอรมแิ น
นตของเมทริกซ n × n เมอื่ n เปน จำนวนนับท่ีไมเกนิ สาม และการใชเ มทรกิ ซแ กร ะบบสมการเชิงเสน ระบบพิกัด
ฉากสามมิติ เวกเตอร เวกเตอรในระบบพิกดั ฉาก ผลคณู เชงิ สเกลาร ผลคณู เชงิ เวกเตอร และการนำเวกเตอรใน
สามมิติไปใชใ นการแกป ญ หา
โดยการจัดประสบการณห รอื สรางสถานการณในชวี ติ ประจำวันทใ่ี กลต วั ใหผูเรียนไดศ กึ ษา คน ควา
ฝก ทกั ษะ โดยการปฏบิ ัตจิ รงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พัฒนาทกั ษะ กระบวนการในการคิดคำนวณ การ
แกป ญหา การใหเ หตผุ ล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะ
และกระบวนการทไี่ ดไปใชใ นการเรียนรูส ิง่ ตา ง ๆ และใชใ นชีวิตประจำวันอยา งสรางสรรค
เพ่ือใหเ ห็นคุณคาและมเี จตนคตทิ ่ีดตี อ คณิตศาสตร สามารถทำงานไดอ ยางเปน ระบบ มีระเบียบ
มีความรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ มคี วามคิดริเริ่มสรา งสรรคแ ละมคี วามเชื่อมน่ั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู
๑. เขาใจฟงกช นั ตรีโกณมติ ิและลักษณะกราฟของฟง กชันตรีโกณมติ ิ และนำไปใชในการแกป ญ หา
๒. แกสมการตรีโกณมิติ และนำไปใชใ นการแกปญหา
๓. ใชก ฎของโคไซนแ ละกฎของไซนใ นการแกป ญหา
๔. เขา ใจความหมาย หาผลลพั ธของการบวกเมทรกิ ซ การคูณเมทริกซกบั จำนวนจริง การคูณระหวา ง
เมทริกซ และหาเมทรกิ ซส ลบั เปลยี่ น หาดีเทอรมิแนนตของเมทรกิ ซ n × n เมือ่ n เปนจำนวนนับท่ไี มเกนิ สาม
๕. หาเมทรกิ ซผ กผนั ของเมทริกซ ๒ × ๒
๖. แกร ะบบสมการเชิงเสน โดยใชเ มทริกซผ กผัน และการดำเนนิ การตามแถว
๗. หาผลลัพธของการบวก การลบเวกเตอร การคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร หาผลคณู เชิงสเกลาร
และผลคูณเชิงเวกเตอร
๘. นำความรเู กี่ยวกบั เวกเตอรในสามมิตไิ ปใชใ นการแกป ญหา
รวม ๘ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๕๖
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ค ๓๒๒๐๒ คณิตศาสตรเ พ่มิ เตมิ ๔ กลุมสาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
....................................................................................................................................................................
ศกึ ษาเกีย่ วกับจำนวนเชงิ ซอน สมบัติเชิงพีชคณิตของจำนวนเชงิ ซอ น กราฟและคาสมั บรู ณข อง
จำนวนเชิงซอน รากทส่ี องของจำนวนเชิงซอ น จำนวนเชิงซอนในรปู เชงิ ขัว้ รากที่ n ของจำนวนเชิงซอ น
สมการพหุนาม กฎเกณฑเ บอื้ งตนเก่ียวกบั การนับ การเรยี งสบั เปล่ียน การจัดหมู ทฤษฎีบททวินาม การ
ทดลองสมุ และเหตกุ ารณ ความนาจะเปนของเหตกุ ารณ
โดยการจดั ประสบการณห รอื สรา งสถานการณในชวี ิตประจำวนั ที่ใกลต วั ใหผ ูเรยี นไดศ กึ ษา คน ควา
ฝกทักษะ โดยการปฏบิ ตั จิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะ กระบวนการในการคดิ คำนวณ การ
แกป ญ หา การใหเหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะ
และกระบวนการที่ไดไปใชในการเรยี นรสู ่ิงตา ง ๆ และใชใ นชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค
เพ่อื ใหเห็นคณุ คาและมเี จตนคตทิ ดี่ ีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอ ยางเปนระบบ มีระเบยี บ
มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคิดรเิ รมิ่ สรา งสรรคและมคี วามเชื่อมน่ั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู
๑. เขา ใจจำนวนเชิงซอนและใชสมบัติของจำนวนเชิงซอ นในการแกป ญหา
๒. หารากที่ n ของจำนวนเชิงซอน เมื่อ n เปนจำนวนนบั ทม่ี ากกวา ๑
๓. แกส มการพหนุ ามตัวแปรเดยี วดกี รีไมเกนิ สีท่ ่ีมสี ัมประสทิ ธิเ์ ปนจำนวนเต็ม และนำไปใช
ในการแกป ญ หา
๔. เขา ใจและใชห ลกั การบวกและการคณู การเรยี งสบั เปลีย่ น และการจดั หมใู นการแกป ญ หา
๕. หาความนา จะเปนและนำความรเู กยี่ วกับความนาจะเปนไปใช
รวม ๕ ผลการเรยี นรู
สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๕๗
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ค ๓๓๒๐๑ คณติ ศาสตรเ พม่ิ เตมิ ๕ กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษา วเิ คราะห อธบิ าย ฝก ทกั ษะการแกป ญ หาในสาระตอไปนี้
ลำดับและอนกุ รม ลำดบั จำกดั และลำดับอนนั ต ลำดับเลขคณติ และลำดับเรขาคณิต ลมิ ิตของลำดบั
อนนั ต อนุกรมจำกดั และอนกุ รมอนันต อนกุ รมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณติ ผลบวกของอนกุ รมอนนั ต การนำ
ความรูเกี่ยวกับลำดับและอนกุ รมไปใชใ นการแกป ญหามลู คา ของเงนิ และคารายงวด
สถติ ิ ขอมลู ตำแหนงทีข่ องขอ มูล คา กลาง(ฐานนยิ ม มัธยฐาน คาเฉล่ยี เลขคณติ ) คา การกระจาย (พิสัย
สวนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน)
ผลการเรยี นรู
๑. ระบไุ ดวาลำดบั ที่กำหนดใหเปน ลำดบั ลเู ขา หรอื ลูอ อก
๒. หาผลบวก n พจนแ รกของอนกุ รมเลขคณติ และอนกุ มเรขาคณิตได
๓. หาลมิ ติ ของลำดบั อนนั ต โดยอาศัยทฤษฎีเกยี่ วกบั ลิมติ ได
๔. หาผลบวกของอนุกรมอนันตได
๕. เขาใจและนำความรูเ ก่ียวกบั ลำดบั และอนกุ รมไปใชได
๖. เขาใจและใชค วามรทู างสถติ ใิ นการนำเสนอขอ มูล
๗. แปลความหมายของคา สถติ เิ พอื่ ประกอบการตดั สนิ ใจได
๘. เลอื กวธิ วี ิเคราะหเบอื้ งตนั และอธิบายผลการวิเคราะหข อ มูลไดถกู ตอ ง
๙. นำความรเู รอื่ งการวเิ คราะหข อมูลไปใชแ กปญ หาบางประการได
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู
สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๕๘
คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ค ๓๑๒๐๒ คณติ ศาสตรเ พมิ่ เติม ๖ กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศกึ ษา วเิ คราะห อธบิ าย ฝก ทักษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้
การแจกแจงความนาจะเปน เบื้องตน การแจกแจงเอกรูป การแจกแจงทวนิ าม การแจกแจงปกติ
แคลคลู สั เบอื้ งตน ลมิ ติ และความตอเนอื่ งของฟงกชัน อนุพันธของฟงกชันพีชคณิต ปรพิ ันธของ
ฟง กชันพีชคณิต
ผลการเรยี นรู
๑.หาความนา จะเปน ของเหตกุ ารณทีเ่ กิดจากตวั แปรสมุ ทม่ี กี ารแจกแจงเอกรูปและนำไปใชแกปญหาได
๒. หาความนาจะเปนของเผตุการณท ่ีเกดิ จากตวั แปรสุม ทม่ี ีการแจกแจงทวนิ ามและนำไปใชแ กปญ หาได
๓. หาความนาจะเปนของเหตกุ ารณท ่ีเกิดจากตัวแปรสุมทม่ี กี ารแจกแจงทวินามและนำไปใชแกป ญ หาได
๔. หาความนาจะเปนของเหตุการณท่ีเกิดจากตวั แปรสมุ ทมี่ ีการแจกแจงปกติและนำไปใชแกปญหาได
๕. หาลมิ ิตของฟงกช ันที่กำหนดใหไ ด
๖. ตรวจสอบความตอ เนื่องของฟงกช ันท่ีกำหนดใหไ ด
๗. หาอนพุ ันธข องฟงกชนั พีชคณติ ท่กี ำหนดใหแ ละนำไปใชแ กปญ หาได
๘. นำความรูเร่ืองอนุพันธของฟง กชนั ไปประยกุ ตใชได
๙. หาปรพิ ันธไ มจ ำกดั เขตและนำไปใชแกปญหาได
๑๐.หาปรพิ ันธจ ำกดั เขตบนชวงที่กำหนดใหแ ละนำไปใชแกปญ หาได
๑๑. หาท่ีปดลอ มดวยเสนโคงบนชว งท่กี ำหนดใหไ ด
รวมท้ังหมด ๑๑ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๕๙
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลมุ สาระการเรียนรู
วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
โครงสรางหลกั สูตรกลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลมุ รายวิชาเพิ่มเติม
ที่ รหสั วชิ า ชือ่ วชิ า ระดับชน้ั หนวยกติ จำนวนชว่ั โมง
๑ ว ๓๐๒๐๑ ฟสิกส ๑ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๒ ว ๓๐๒๐๒ ฟส กิ ส ๒ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๓ ว ๓๐๒๒๑ เคมี ๑ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๔ ว ๓๐๒๒๒ เคมี ๒ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๕ ว ๓๐๒๔๑ ชีววิทยา ๑ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๖ ว ๓๐๒๔๒ ชีววิทยา ๒ ม. ๔ ๑.๐ ๔๐
๗ ว ๓๐๒๘๑ คอมพิวเตอร ๑ ม. ๔ ๐.๕ ๒๐
๘ ว ๓๐๒๘๒ คอมพวิ เตอร ๒ ม. ๔ ๐.๕ ๒๐
๙ ว ๓๐๒๐๓ ฟสกิ ส ๓ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๑๐ ว ๓๐๒๐๔ ฟส ิกส ๔ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๑๑ ว ๓๐๒๒๓ เคมี ๓ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๑๒ ว ๓๐๒๒๔ เคมี ๔ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๑๓ ว ๓๐๒๔๓ ชีววิทยา ๓ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๑๔ ว ๓๐๒๔๔ ชวี วทิ ยา ๔ ม. ๕ ๑.๐ ๔๐
๑๕ ว ๓๐๒๘๓ คอมพวิ เตอร ๓ ม. ๕ ๐.๕ ๒๐
๑๖ ว ๓๐๒๘๔ คอมพวิ เตอร ๔ ม. ๕ ๐.๕ ๒๐
๑๗ ว ๓๓๒๖๑ โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ ๑ ม. ๖ ๑.๕ ๖๐
๑๘ ว ๓๓๒๖๒ โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ ๑ ม. ๖ ๑.๕ ๖๐
๑๙ ว ๓๐๒๘๕ คอมพวิ เตอร ๕ ม. ๖ ๐.๕ ๒๐
๒๐ ว ๓๐๒๘๖ โครงงานคอมพิวเตอร ๑ ม. ๖ ๒.๐ ๘๐
๒๑ ว ๓๐๒๘๗ คอมพิวเตอรกราฟฟก ม. ๖ ๑.๐ ๔๐
๒๒ ว ๓๐๒๘๘ โครงงานคอมพิวเตอร ๒ ม. ๖ ๑.๐ ๔๐
สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๖๑
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ว ๓๐๒๐๑ ฟส ิกส ๑ กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาความรูทางฟสิกสประวัติความเปนมา พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟสิกสที่มีผลตอการ
แสวงหาความรใู หมแ ละการพัฒนาเทคโนโลยี การวดั ปริมาณทางฟส ิกส ความคลาดเคล่ือนในการวัด ความหมาย
จากกราฟเสน ตรง ความสมั พนั ธร ะหวา งตำแหนง การกระจดั ความเรว็ และความเรง ของการเคลื่อนท่ีของวัตถใุ น
แนวตรงท่ีมีความเรงคงตัว คาความเรงโนมถวงของโลก แรงลัพธของแรงสองแรงที่ทำมุมตอกัน กฎการเคลื่อนที่
ของนิวตัน กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันกับสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ กฎความโนมถวงสากลและผลของสนาม
โนมถวง แรงเสียดทานระหวางผิวสัมผัสของวัตถุคูหนึ่ง ๆ ในกรณีที่วัตถุหยุดนิ่งและวัตถุเคลื่อนที่ สัมประสิทธิ์
ความเสียดทานระหวางผิวสัมผัสของวัตถุคูหนึ่ง ๆ และนำความรูเรื่องแรงเสียดทานไปใชในชีวิตประจำวัน การ
เคลอื่ นทีแ่ บบโพรเจกไทล ปรมิ าณตาง ๆ ของการเคล่ือนทแ่ี บบโพรเจกไทล ความสมั พนั ธระหวางแรงสูศูนยกลาง
รัศมีของการเคลื่อนที่อัตราเร็วเชิงเสนอัตราเร็วเชิงมุม มวลของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ
การประยุกตใชค วามรกู ารเคลือ่ นทแ่ี บบวงกลมในการอธบิ ายการโคจรของดาวเทียม
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ในการคนควา สรางองคความรู ใช
ขอ มลู หลากหลายและประจักษพ ยานที่ตรวจสอบได จากวิธสี งั เกต การสำรวจตรวจสอบ การทดลอง และนำผลท่ี
ไดมาจดั ระบบ เปนหลักการ แนวคดิ และองคค วามรู
เพอื่ ใหเ กดิ สมรรถนะ ดานความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแกปญหา ใชทกั ษะชีวิต ใชเทคโนโลยี
และนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ ม ในการใชว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยีอยางสรา งสรรคใ ห เกิดประโยชนต อ สังคม
และการดำรงชีวติ
ผลการเรยี นรู
๑. สบื คน และอธบิ ายการคนหาความรูท างฟสกิ สป ระวัตคิ วามเปน มา รวมท้ังพัฒนาการของหลักการ
และแนวคดิ ทางฟสกิ สท ม่ี ีผลตอการแสวงหาความรใู หมและการพัฒนาเทคโนโลยี
๒. วัดและรายงานผลการวัดปริมาณทางฟส กิ สไดถูกตองเหมาะสม โดยนำความคลาดเคลื่อนในการวัด
มาพิจารณาในการนำเสนอผล รวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห และแปลความหมายจาก
กราฟเสนตรง
๓. ทดลองและอธิบายความสัมพันธระหวาง ตำแหนงการกระจัด ความเร็ว และความเรงของการ
เคลื่อนที่ของวัตถุในแนวตรงที่มีความเรงคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาคาความเรงโนมถวงของ
โลก และคำนวณปรมิ าณตาง ๆ ท่เี ก่ียวขอ ง
๔. ทดลองและอธบิ ายการหาแรงลัพธข องแรงสองแรงท่ที ำมุมตอ กัน
๕. เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอวัตถุอิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน และ
การใชก ฎการเคลือ่ นทขี่ องนวิ ตันกับสภาพการเคล่ือนท่ขี องวตั ถุ รวมทัง้ คำนวณปรมิ าณตา ง ๆ ทเ่ี กยี่ วของ
สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๖๒
๖. อธิบายกฎความโนมถว งสากลและผลของสนามโนมถวงที่ทำใหวัตถุมีน้ำหนักรวมท้ังคำนวณปรมิ าณ
ตา ง ๆ ท่เี กีย่ วขอ ง
๗. วิเคราะห อธบิ าย และคำนวณแรงเสียดทานระหวางผิวสมั ผสั ของวตั ถุคูหน่ึง ๆ ในกรณที ว่ี ัตถุ
หยุดน่งิ และวัตถุเคลอ่ื นท่ี รวมท้งั ทดลองหาสัมประสิทธคิ์ วามเสยี ดทานระหวา งผวิ สมั ผัสของวัตถุคหู น่ึง ๆ และ
นำความรูเร่อื งแรงเสียดทานไปใชในชวี ิตประจำวนั
๘. อธิบาย วิเคราะห และคำนวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล และ
ทดลองการเคลอื่ นทีแ่ บบโพรเจกไทล
๙. ทดลองและอธบิ ายความสัมพันธระหวางแรงสศู ูนยก ลาง รัศมีของการเคลื่อนที่อัตราเร็วเชิงเสน
อัตราเรว็ เชิงมุม และมวลของวตั ถุในการเคล่อื นท่ีแบบวงกลมในระนาบระดบั รวมทั้งคำนวณปริมาณตาง ๆ ท่ี
เกยี่ วขอ ง และประยุกตใ ชค วามรูการเคลอ่ื นทีแ่ บบวงกลม ในการอธบิ ายการโคจรของดาวเทยี ม
รวมทงั้ หมด ๙ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๖๓
คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ
ว ๓๐๒๐๒ ฟส กิ ส ๒ กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาหลักการของกลศาสตรในเรื่องสมดุลกลและเงื่อนไขที่ทำ ใหวัตถุหรือระบบอยูในสมดุลกล
ศูนยกลางมวลของวตั ถแุ ละผลของศนู ยถ ว งทมี่ ตี อ เสถียรภาพของวัตถุ งาน พลงั งาน ความสมั พันธร ะหวาง
งานกับพลงั งานจลน ความสมั พันธร ะหวา งงานกับพลังงานศกั ยโ นม ถว ง และความสัมพนั ธร ะหวา งขนาดของแรง
ท่ีใชด ึงสปรงิ กับระยะทีส่ ปริงยืดออก แรงอนรุ กั ษ กฎการอนรุ กั ษพ ลงั งาน กำ ลัง เคร่อื งกลอยา งงา ยประสิทธิภาพ
และการไดเปรียบเชิงกลของเครื่องกลอยางงายบางชนิด โมเมนตัม การดล แรงดล กฎการ อนุรักษโมเมนตัม
และ การชนและการดีดตัวแยกจากกันของวัตถุในหนึ่งมิติ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล และการเคลื่อนที่แบบ
วงกลม ในระนาบระดับ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
วเิ คราะห เปรยี บเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพือ่ ใหเ กดิ ความรคู วามเขาใจ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ
มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะแหงศตวรรษ ที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำ ความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มีจิต
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนตและผลรวมของโมเมนตท มี่ ีตอการหมุน แรงคูควบและผลของแรง
คูควบที่มีตอสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพวัตถุอิสระเมื่อวัตถุอยูในสมดุลกล และคำนวณ ปริมาณตาง ๆ ท่ี
เก่ียวของ รวมท้งั ทดลองและอธิบายสมดลุ ของแรงสามแรง
๒. สังเกตและอธบิ ายสภาพการเคล่ือนที่ของวัตถุ เมือ่ แรงทก่ี ระทำ ตอวัตถผุ านศนู ยกลางมวลของ วตั ถุ
และผลของศูนยถว งท่มี ตี อ เสถยี รภาพของวัตถุ
๓. วเิ คราะห และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพน้ื ทีใ่ ตกราฟความสัมพนั ธระหวางแรง กบั
ตำแหนง รวมทั้งอธิบายและคำนวณกำ ลังเฉลยี่
๔. อธิบายและคำนวณพลังงานจลน พลงั งานศักย พลังงานกล ทดลองหาความสมั พนั ธร ะหวางงาน กับ
พลังงานจลน ความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักยโนมถวง ความสัมพันธระหวางขนาด ของแรงที่ใชดึง
สปริงกับระยะที่สปริงยืดออก และความสัมพันธระหวางงานกับพลังงานศักย ยืดหยุน รวมทั้งอธิบาย
ความสมั พันธร ะหวางงานของแรงลพั ธแ ละพลังงานจลน และคำนวณงาน ที่เกดิ ขน้ึ จากแรงลัพธ
๕. อธิบายกฎการอนุรักษพลังงานกล รวมทั้งวิเคราะห และคำนวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ กับการ
เคลอ่ื นท่ขี องวตั ถุในสถานการณตาง ๆ โดยใชก ฎการอนรุ ักษพลังงานกล
สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๖๔
๖. อธิบายการทำงาน ประสิทธิภาพและการไดเปรียบเชิงกลของเครื่องกลอยางงายบางชนิด โดยใช
ความรูเ รอ่ื งงานและสมดุลกล รวมทง้ั คำนวณประสทิ ธภิ าพและการไดเ ปรียบเชิงกล
๗. อธิบาย และคำนวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใตกราฟ ความสัมพันธ
ระหวางแรงลพั ธกับเวลา รวมทั้งอธิบายความสมั พันธระหวางแรงดลกบั โมเมนตมั
๘. ทดลอง อธิบายและคำนวณปรมิ าณตาง ๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหน่ึงมติ ิท้ังแบบ ยืดหยุน ไม
ยดื หยนุ และการดีดตวั แยกจากกนั ในหนึง่ มิตซิ งึ่ เปน ไปตามกฎการอนุรกั ษโมเมนตมั
๙. อธิบาย วิเคราะห และคำนวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนท่ีแบบโพรเจกไทล และ
ทดลองการเคลอ่ื นทีแ่ บบโพรเจกไทล
๑๐. ทดลอง และอธิบายความสัมพนั ธร ะหวางแรงสูศูนยกลาง รัศมีของการเคล่ือนที่ อตั ราเร็ว เชิงเสน
อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมทั้งคำนวณปริมาณตาง ๆ ท่ี
เกยี่ วขอ งและประยุกตใชค วามรูการเคลอ่ื นทแี่ บบวงกลม ในการอธิบายการโคจรของดาวเทียม
รวมท้งั หมด ๑๐ ผลการเรียนรู
สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๖๕
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว ๓๐๒๒๑ เคมี ๑ กลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาเกีย่ วกับสัญลกั ษณแ สดงความเปน อนั ตรายของสารเคมใี นระบบ GHS และ NFPA ขอควรปฏบิ ัติ
ในการทาํ ปฏบิ ตั กิ ารเคมี ทงั้ กอ นทาํ ปฏบิ ตั กิ าร ขณะทาํ ปฏิบัตกิ าร และหลงั ทําปฏบิ ัติการ การกําจัดสารเคมี
และการปฐมพยาบาลเม่อื ไดรับอบุ ัตเิ หตุจากสารเคมี ศกึ ษาการพิจารณาความนาเชือ่ ถอื ของขอ มลู ทไ่ี ดจ ากการ
วัดจากความเที่ยงและความแมน อุปกรณวัดปริมาตรและวัดมวล เลขนัยสําคัญ หนวยวัดในระบบเอสไอ แฟกเต
อรเปลี่ยนหนวย รวมทั้งวิธีการทางวิทยาศาสตรทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร และจิตวิทยาศาสตร ศึกษา
แบบจําลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอรฟอรด โบร และแบบกลุมหมอก เขียนและแปล ความหมาย
สัญลักษณนิวเคลียรของธาตุ เลขอะตอม เลขมวล ไอโซโทป เขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ศึกษา
ความหมายของระดับพลังงานของอิเล็กตรอน ออรบทิ ัล เวเลนซอ เิ ลก็ ตรอน วิวฒั นาการของการสราง ตารางธาตุ
และตารางธาตุในปจจุบัน แนวโนมสมบัติบางประการของธาตุในตารางธาตุตามหมูและตามคาบ เกี่ยวกับขนาด
อะตอม ขนาดไอออน พลังงานไอออไนเซชัน สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน อิเล็กโทรเนกาติวิตี ศึกษา สมบัติของ
ธาตุแทรนซิชัน ธาตุกัมมันตรังสี การเกิดกัมมันตภาพรังสี การสลายตัวและอันตรายจากไอโซโทป กัมมันตรังสี
คํานวณครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสี ศึกษาปฏิกิริยานิวเคลียรและเทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับ การใชสาร
กัมมันตรังสีการนําธาตุไปใชประโยชน รวมทั้งผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม ศึกษาพันธะเคมี สัญลักษณ
แบบจุดและกฎออกเตต การเกิดพันธะไอออนิก สูตรเคมีและชื่อของ สารประกอบไอออนิก เลขออกซิเดชัน
พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออนิก สมการไอออนิกและสมการไอออนิก
สุทธิการเกิดพันธะโคเวเลนต โครงสรางลิวอิส สูตรโมเลกุลและชื่อของ สารประกอบโคเวเลนต ความยาวและ
พลงั งานพนั ธะ เรโซแนนซ การคํานวณพลงั งานพันธะและพลังงานของ ปฏกิ ริ ิยา รปู รา งและสภาพขว้ั ของโมเลกุล
โคเวเลนต แรงยึดเหนี่ยวระหวางโมเลกุลและสมบัติของสาร โคเวเลนต สารโคเวเลนตโครงรางตาขาย การเกิด
พนั ธะโลหะและสมบตั ิของโลหะ และการนาํ สารประกอบ ชนดิ ตาง ๆ ไปใชประโยชนข องสารประกอบ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ในการคนควา สรางองคความรู ใช
ขอมลู หลากหลายและประจกั ษพ ยานทตี่ รวจสอบได จากวิธีสงั เกต การสำรวจตรวจสอบ การทดลอง และนำผลท่ี
ไดม าจดั ระบบ เปนหลกั การ แนวคิด และองคค วามรู
เพื่อใหเกิดสมรรถนะ ดา นความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป ญหา ใชทักษะชีวิต ใชเทคโนโลยี
และนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คณุ ธรรม และคา นิยม ในการใชวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีอยางสรางสรรคให เกิดประโยชนตอ สังคม
และการดำรงชีวิต
ผลการเรียนรู
๑. บอกและอธิบายขอปฏิบัติเบื้องตน และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทำปฏิบัติการเคมี
เพอ่ื ใหมีความปลอดภยั ท้งั ตอ ตนเอง ผูอ ่นื และส่ิงแวดลอม และเสนอแนวทางแกไ ขเมอื่ เกิด อุบตั เิ หตุ
สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๖๖
๒. เลอื กและใชอ ปุ กรณหรือเครื่องมือในการทำปฏบิ ตั กิ าร และวดั ปรมิ าณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม
๓. ระบุหนว ยวดั ปรมิ าณตา ง ๆ ของสาร และเปลี่ยนหนว ยวดั ใหเปนหนว ยในระบบเอสไอดวย
การใชแฟกเตอรเ ปล่ียนหนว ย
๔. นำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
รวมทัง้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๖๗
คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ว ๓๐๒๒๒ เคมี ๒ กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาเกี่ยวกับมวลอะตอมของธาตุ มวลของธาตุ ๑ อะตอม มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวลโมเลกุลของ
สาร ความสัมพันธระหวางจำนวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตรของแกสที่ STP ศึกษาหนวยและการคำนวน
ความเขมขนของสารละลาย การทดลองเตรียมสารละลายการเปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสาร
บริสุทธิ์และสารละลาย ศึกษาความหมายและเขียนสูตรโมเลกุล สูตรเอมพิริคัล หรือสูตรอยางงาย และสูตร
โครงสราง การคำนวณหามวลเปนรอยละจากสูตรการคำนวณหาสูตรเอมพิริคัลและสูตรโมเลกุลของสาร ศึกษา
การเขียนและดุลสมการเคมี ทดลองและคำนวณหาอัตราสวนจำนวนโมลของสารตั้งตนที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน
ศึกษาสมบัติของระบบปด และระบบเปด ศึกษาและฝกคำนวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมีที่เปนไปตามกฎทรง
มวล กฎสัดสวนคงที่ ศึกษาทดลองและคำนวณปริมาตรของแกสในปฏิกิริยาเคมีตามกฎของเกย-ลูสแซก และกฎ
อาโวกาโดร ศึกษาและฝกคำนวณหาความสัมพันธระหวางปริมาณของสารในสมการเคมีนั้นๆ และสมการเคมีท่ี
เกยี่ วขอ งมากกวาหนง่ึ สมการ สารกำหนดปรมิ าณ ผลไดร อยละ
โดยใชการเรียนรดู ว ยกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบสามารถ
นำความรแู ละหลกั การไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ หรือแกปญ หาในชีวิตประจำวันสามารถจัด
กระทำและวิเคราะหขอมูลสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจแกปญหา มีจิตวิทยาศาสตร เห็น
คุณคา ของวิทยาศาสตร มีจริยธรรม คณุ ธรรมและคานิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคำนวณมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ มวลโมเลกลุ และ
มวลสูตร
๒. อธิบายและคำนวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธของโมล จำนวนอนุภาค มวล และ
ปรมิ าตรของแกสที่ STP
๓. คำนวณอตั ราสวนโดยมวลของธาตอุ งคประกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว นคงท่ี
๔. คำนวณสตู รอยา งงายและสตู รโมเลกลุ ของสาร
๕. คำนวณความเขมขน ของสารละลายในหนวยตางๆ
๖. อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายใหมีความเขมขนในหนวยโมลาริติ และปริมาตรสารละลาย
ตามทกี่ ำหนด
๗. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมทั้งคำนวณจุดเดือดและ
จดุ เยอื กแข็งของสารละลาย
๘. แปลความหมายสญั ลกั ษณในสมการเคมี เขียนและดลุ สมการเคมขี องปฏกิ ริ ยิ าเคมบี างชนดิ
๙. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมีท่เี กยี่ วของกบั มวลสาร
๑๐. คำนวณปริมาณของสารในปฏิกริ ิยาเคมที เ่ี กย่ี วของกับความเขม ขนของสารละลาย
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๖๘
๑๑. คำนวณปริมาณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมที ีเ่ กยี่ วของกบั ปริมาตรแกส
๑๒. คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมหี ลายขน้ั ตอนได
๑๓. ระบุสารกำหนดปริมาณและคำนวณปริมาณสารตางๆในปฏิกิรยิ าเคมี
๑๔. คำนวณผลไดร อยละของผลิตภัณฑในปฏกิ ริ ยิ าเคมี
รวมทงั้ หมด ๑๔ ผลการเรียนรู
สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๖๙
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ว ๓๐๒๔๑ ชวี วิทยา ๑ กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
สืบคนขอ มูล อธิบายและสรุปสมบัตทิ ่ีสำคัญของสิ่งมชี ีวิต และความสัมพันธของการจัดระบบในสิ่งมีชวี ติ
ที่ทำใหสิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยูได ความสำคัญของการระบุปญหา ความสัมพันธระหวางปญหา สมมติฐาน และ
วิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้งออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐานโครงสรางรวมทั้งความสำคัญ
ของสารเคมี คารโบไฮเดรต โปรตีน ลิปด กรดนิวคลิอิก และธาตุตางๆในเซลลของสิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมี การ
ทำงานของเอนไซมและระบุปจจัยที่มีผลตอ การทำงานของเอนไซม ที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต การและเตรียมตัวอยาง
สิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษาภายใตกลองจุลทรรศนใชแสง วัดขนาดโดยประมาณและวาดภาพที่ปรากฏภายใตกลอง บอก
วิธีการใช และการดูแลรกั ษากลอ งจุลทรรศนใ ชแสงที่ถูกตองโครงสรางและหนาทขี่ องสวนประกอบภายในเซลลท่ี
ศึกษาดวยกลองจุลทรรศน แบงนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอยางภายใตกลองจุลทรรศน
พรอมทั้งอธิบายและเปรียบเทียบการแบงนิวเคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส การแพร ออสโมซิส และเขียน
แผนภาพการลำเลียงสารโมเลกุลใหญเขาออกจากเซลล การหายใจระดับเซลลในภาวะทีม่ อี อกซิเจนเพียงพอและ
ภาวะที่มอี อกซเิ จนไมเพยี งพอ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ในการคนควา สรางองคความรู ใช
ขอมลู หลากหลายและประจกั ษพ ยานที่ตรวจสอบได จากวธิ ีสังเกต การสำรวจตรวจสอบ การทดลอง และนำผลที่
ไดมาจดั ระบบ เปนหลกั การ แนวคิด และองคค วามรู
เพอ่ื ใหเ กิดสมรรถนะ ดา นความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแกปญหา ใชทักษะชวี ิต ใชเ ทคโนโลยี
และนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีจิตวิทยาศาสตร
จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ ม ในการใชว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยีอยา งสรางสรรคให เกดิ ประโยชนตอ สังคม
และการดำรงชีวติ
ผลการเรียนรู
๑. อธิบายและสรุปสมบัติที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตที่ทำให
สงิ่ มีชวี ิตดำรงชวี ิตอยไู ด
๒. อภิปรายและบอกความสำคัญของการระบุปญหา ความสัมพันธระหวางปญหา สมมติฐาน และ
วิธกี ารตรวจสอบสมมติฐาน รวมทง้ั ออกแบบการทดลองเพ่อื ตรวจสอบสมมติฐาน
๓. สืบคนขอมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้ำและบอกความสำคัญของน้ำที่มีตอสิ่งมีชีวิต และ
ยกตัวอยางธาตุชนดิ ตาง ๆ ท่มี ีความสำคัญตอ รา งกายส่งิ มีชีวิต
๔. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางของคารโบไฮเดรต ระบุกลุมของคารโบไฮเดรต รวมทั้งความสำคัญ
ของคารโ บไฮเดรตที่มีตอส่งิ มชี ีวติ
๕. สบื คน ขอมูล อธิบายโครงสรา งของโปรตีน และความสำคัญของโปรตนี ท่มี ตี อสงิ่ มีชีวิต
๖. สบื คน ขอ มลู อธิบายโครงสรา งของลิพดิ และความสำคญั ของลพิ ิดท่มี ตี อ สง่ิ มชี วี ติ
สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๗๐
๗. อธิบายโครงสรางของกรดนวิ คลอิ ิก และระบชุ นิดของกรดนิวคลิอิกและความสำคญั ของกรดนิวคลิอิก
ทีม่ ีตอ ส่งิ มชี วี ิต
๘. สืบคนขอมลู และอธบิ ายปฏกิ ิริยาเคมี ที่เกิดขึ้นในส่งิ มชี ีวิต
๙. อธิบายการทางานของเอนไซมในการเรงปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตและระบุปจจัยที่มีผลตอการทำงาน
ของเอนไซม
๑๐. บอกวิธีการและเตรียมตัวอยางสิ่งมีชีวิตเพ่ือศึกษาภายใตกลองจุลทรรศนใชแสง วัดขนาด
โดยประมาณและวาดภาพที่ปรากฏภายใตกลอง บอกวิธีการใช และการดูแลรักษากลองจุลทรรศนใชแสงท่ี
ถกู ตอ ง
๑๑. อธิบายโครงสรางและหนาท่ีของสว น ทห่ี อหุม เซลลข องเซลลพ ืชและเซลลส ตั ว
๑๒. สบื คนขอ มูล อธิบาย และระบุชนิดและหนาทขี่ องออรแกเนลล
๑๓. อธบิ ายโครงสรางและหนา ท่ีของนิวเคลยี ส
๑๔. อธิบายและเปรยี บเทยี บการแพรอ อสโมซิส การแพรแบบฟาซิลเิ ทต และแอกทฟี ทรานสปอรต
๑๕. สืบคนขอมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลำเลียงสารโมเลกุลใหญออกจากเซลลดวย
กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญเขาสูเ ซลลดวยกระบวนการ เอนโดไซโทซิส
๑๖. สังเกตการแบงนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอยางภายใตกลองจุลทรรศน พรอม
ทัง้ อธบิ ายและเปรียบเทยี บการแบง นิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ
๑๗. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขั้นตอน การหายใจระดับเซลลในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและ
ภาวะที่มีออกซิเจนไมเพยี งพอ
รวมทงั้ หมด ๑๗ ผลการเรยี นรู
สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๗๑
คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ
ว ๓๐๒๔๒ ชวี วิทยา ๒ กลมุ สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถายทอดยีนบนโครโมโซม สมบัติ และหนาที่ของสาร
พันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ หลักฐาน ขอมูลและแนวคิดเกี่ยวกบั วิวฒั นาการของสิ่งมีชวี ิต
ภาวะสมดุลของฮารดี-ไวนเบิรก การเกิดสปชีสใหม ความหลากหลายทางชีวภาพ กำเนิดของสิ่งมีชีวิต ความ
หลากหลาย ของสงิ่ มชี วี ติ และอนุกรมวิธาน รวมทง้ั นำความรูไปใชประโยชน
โดยใชการเรียนรูดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ
สามารถนำความรูและหลักการไปใชประโยชน เชื่อมโยง อธิบายปรากฎการณ หรือแกปญหาในชีวิตปรำจำวัน
สามารถจัดกระทำและวิเคราะหขอมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารในการตัดสินใจแกปญหา มีจิต
วทิ ยาศาสตร เหน็ คณุ คาของวทิ ยาศาสตร มีจริยธรรม คุณธรรมและคานยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. สืบคน ขอ มูล อธบิ าย และสรปุ ผลการทดลอง ของเมนเดล
๒. อธิบาย และสรุปกฎแหงการแยก และกฎแหงการรวมกลุมอยางอิสระ และนำกฎของเมนเดลไป
อธิบายการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและใชในการคำนวณโอกาสในการเกิดฟโนไทปและจีโนไทปแบบตาง
ๆ ของรุน F๑ และ F๒
๓. สืบคนขอมูล วิเคราะห อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ที่เปนสวน
ขยายของพนั ธศุ าสตรเ มนเดล
๔. สืบคนขอมูล วิเคราะห และเปรียบเทียบลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการแปรผันไมตอเนื่องและ
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมที่มกี ารแปรผันตอ เน่อื ง
๕. อธิบายการถายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอยางลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมดวยยีน
บนออโตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศ
๖. สืบคนขอมูล อธิบายสมบัติและหนาที่ของสารพันธุกรรม โครงสรางและองคประกอบทางเคมีของ
DNA และสรปุ การจำลอง DNA
๗. อธิบาย และระบุขั้นตอนในกระบวนการสังเคราะหโปรตีนและหนาที่ของ DNA และ RNA แตละ
ชนิดในกระบวนการสังเคราะห โปรตีน
๘. สรุปความสัมพันธระหวางสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเชื่อมโยงกับ
ความรูเรื่องพนั ธุศาสตรเมนเดล
๙. สืบคนขอมูล และอธิบายการเกิดมิวเทชันระดับยีนและระดับโครโมโซม สาเหตุการเกิดมิวเทชัน
รวมทั้งยกตวั อยา งโรคและกลุม อาการท่ีเปน ผลของการเกิดมิวเทชนั
๑๐. อธบิ ายหลกั การสรา งสิง่ มีชวี ิตดดั แปรพนั ธุกรรมโดยใชด ีเอ็นเอรคี อมบแิ นนท
สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๗๒
๑๑. สืบคนขอมูล ยกตัวอยาง และอภิปรายการนำเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกตใชทั้งในดาน
สิ่งแวดลอม นิติวิทยาศาสตร การแพทย การเกษตรและอุตสาหกรรม และขอควรคำนึงถึงดาน
ชีวจริยธรรม
๑๒. สืบคนขอมูล และอธิบายเกี่ยวกับหลักฐานที่สนับสนุนและขอมูลที่ใชอธิบายการเกิดวิวัฒนาการ
ของสง่ิ มชี ีวติ
๑๓. อธิบาย และเปรียบเทียบแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตของฌอง ลามารก และทฤษฎี
เกี่ยวกบั วิวัฒนาการของสงิ่ มีชีวติ ของชาลส ดารว ิน
๑๔. ระบุสาระสำคัญ และอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮารดี-ไวนเบิรก ปจจัยที่ทำใหเกิดการ
เปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากร พรอมทั้งคำนวณหาความถี่ของแอลลีลและจีโนไทปของประชากร
โดยใชห ลักของฮารด -ี ไวนเ บิรก
๑๕. สบื คนขอมลู อภิปราย และอธิบายกระบวนการเกิดสปชสี ใ หมข องส่ิงมชี ีวิต
รวมทั้งหมด ๑๕ ผลการเรียนรู
สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๗๓
คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
ว ๓๐๒๘๑ คอมพิวเตอร ๑ กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาหลักการโปรแกรมเบื้องตน ลำดับการทำงาน กระบวนความ ผังงานโครงสราง หลักการโปรแกรม
แบบโครงสราง คำสั่งในการประมวลผล คำสั่งในการคำนวณ ตัวแปร ชนิดของตัวแปร ขอมูลแบบตาง ๆ คำสั่ง
ควบคมุ โปรแกรมแบบตา ง ๆ คำสงั่ รบั ขอ มลู และแสดงผล
ปฏบิ ตั กิ ารเขยี นโปรแกรมเบ้อื งตน โดยใชภ าษาคอมพวิ เตอร (โปรแกรม Scratch หรือ Python)
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับหลักการโปรแกรมเบื้องตน และสามารถเขียนลำดับการทำงานโดย
ใชคำสงั่ ภาษาคอมพวิ เตอรพื้นฐาน
ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายความเปนมาของการใชค อมพิวเตอรแ ละระบบคอมพวิ เตอรได
๒. อธิบายรูปแบบโปรแกรมสง่ั งานและกระทำกบั โปรแกรมได
๓. ใชค ำส่ังพนื้ ฐานในการสงั่ การ คอมพิวเตอรใหป ระมวลผลได
๔. มที ักษะในการคดิ วิเคราะหแ ละวางแผนในการสรางรปู ดวยคำสง่ั ทำซ้ำและการสรา งกระบวน
ความ
๕. เขา ใจในการใชต ัวแปรสรา งกระบวนความ
๖. บอกและใชเครื่องมอื ชดุ ตางๆในการปฏบิ ัตกิ ารเขยี นโปรแกรมได
๗. บอกลำดบั การทำงานและวางแผนผงั การทำงานได
๘. มคี วามรคู วามเขาใจทีเ่ ปนพ้ืนฐานในการเขียนโปรแกรมข้ันสูงได
รวมทง้ั หมด ๘ ผลการเรยี นรู
สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๗๔
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว ๓๐๒๘๒ คอมพิวเตอร ๒ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาหลักการภาษาเชิงวตั ถุ เทคโนโลยขี องภาษาเชงิ วตั ถแุ นวคดิ และการออกแบบโปรแกรมเชงิ วตั ถุ
การแปลงแนวคิดเปนโปรแกรม โครงสรางพื้นฐานของโปรแกรมภาษาเชิงวัตถุตัวแปร ชนิดขอมูล พื้นฐานและ
นิพจนตัวดำเนินการ คาคงตัว คาคงที่ขอมูลสายอกั ขระ การรับและแสดงผลขอมูล โครงสราง ควบคุมการทำงาน
ของการโปรแกรม คลาส เมท็อด แถวลำดับ
โดยการปฏิบัติการเขียนภาษาเชิงวัตถุโดยใชคำสั่งจัดการตัวแปรตางๆ และสามารถเขียนลำดับการ
ทำงาน การประมวลผลคำสั่งในการคำนวณ คำสั่งจัดการแฟมขอมูล ฟงกชันตางๆ เขียนโปรแกรมที่มี โปรแกรม
ยอย และเขียนภาษาเชิงวัตถุเพื่อประยุกตกับงานดานตางๆ เพื่อใหพัฒนาผูเรียนใหมีความรูความเขาใจ
กระบวนการแกปญ หา ประยกุ ตใ ชการเขยี นภาษาเชงิ วัตถใุ นชวี ิตประจำวัน
เพือ่ ใหเขา ใจบทบาทและการนำเอาความสามารถในการเขยี นภาษาเชงิ วตั ถไุ ปใชไ ด อยา งถูกตอง
มีจิตสำนกึ และรบั ผดิ ชอบ
ผลการเรยี นรู
๑. ผเู รียนอธบิ ายเทคโนโลยีของภาษาเชิงวัตถุ
๒. ผเู รยี นอธิบายแนวคิดและการออกแบบโปรแกรมเชิงวัตถุ
๓. ผเู รยี นอธบิ ายโครงสรา งพ้ืนฐานของโปรแกรม
๔. ผเู รียนอธบิ ายข้ันตอนและเขยี นโปรแกรมส่ังงานคอมพวิ เตอร
๕. ผเู รียนใชคำสง่ั รบั และแสดงผลขอ มลู
๖. ผูเรียนกำหนดตัวแปรและใชง านตัวแปร
๗. ผูเรียนใชงานคาคงตวั และคา คงท่ี
๘. ผูเ รยี นใชคำสั่งโครงสรา งควบคุมในการเขยี นโปรแกรม
๙. ผเู รียนสรางและเรยี กใชคลาส
๑๐. ผเู รียนสรา งและเรยี กใชเมท็อด
๑๑. ผูเรยี นเขยี นโปรแกรมโดยใชแ ถวลำดบั
๑๒. ผูเ รยี นสามารถนำการเขียนภาษาเชงิ วัตถุมาประยุกตใ ชใ นชวี ติ ประจำวัน
๑๓. ผูเรยี นจดั ทำโครงงานการเขยี นภาษาเชิงวัตถุอยางมีคุณธรรมโดยไมล อกเลียนผลงานของคนอ่นื
รวมท้ังหมด ๑๓ ผลการเรยี นรู
สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๗๕
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว ๓๐๒๐๓ ฟส ิกส ๓ กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนวยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาลกั ษณะการเคล่อื นทแี่ บบฮารม อนกิ อยา งงา ย ปรมิ าณที่เก่ียวขอ งกบั การเคลอ่ื นที่แบบฮารมอนิก
อยางงาย แรงกับการสั่นของมวลติดปลายสริงและลูกตุมอยางงาย ความถี่ธรรมชาติและการสั่นพอง ธรรมชาติ
ของคล่ืน อตั ราเร็วของคลื่น หลกั การทเี่ กยี่ วกบั คล่ืน พฤตกิ รรมของคลน่ื แนวคดิ เกีย่ วกับ แสงเชิงคลื่น การแทรก
สอดของแสงผานสลิตคู การเลี้ยวเบนของแสงผา นสลิตเด่ียว การเลี้ยวเบนของ แสงผานเกรตติง การสะทอนและ
การหักเหของแสง การมองเห็นและการเกิดภาพ ภาพจากเลนสและ กระจกเงาทรงกลม แสงสีและการมองเห็น
แสงสี ปรากฏการณธรรมชาติและการใชประโยชนเ กี่ยวกับแสง โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะ
หาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อใหเกิดความรู
ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะแหงศตวรรษที่
๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำ ความรู
ไปใชใ นชีวิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. ทดลองและอธิบายการเคลื่อนที่แบบฮารมอนิกอยางงายของวัตถุติดปลายสริงและลูกตุมอยางงาย
รวมทง้ั คำนวณปรมิ าณตา ง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ ง
๒. อธบิ ายความถ่ธี รรมชาติของวตั ถุและการเกิดการส่นั พอง
๓. อธบิ ายปรากฏการณคลื่น ชนิดของคลื่น สว นประกอบของคล่ืน การแผของหนาคลน่ื ดวยหลกั การ
ของฮอยเกนส และการรวมกนั ของคลื่นตามหลกั การซอนทับ พรอมทง้ั คำนวณอัตราเรว็ ความถี่ และความยาวคลน่ื
๔. สังเกตและอธบิ ายการสะทอ น การหักเห การแทรกสอด และการเลยี้ วเบนของคลื่นผิวน้ำ รวมท้ัง
คำนวณปริมาณตา ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วของ
๕. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผานสลติ คูแ ละเกรตตงิ การเล้ียวเบนและการแทรกสอด
ของแสงผา นสลิตเดี่ยว รวมท้ังคำ นวณปรมิ าณตาง ๆ ทเี่ กย่ี วของ
๖. ทดลอง และอธิบายการสะทอนของแสงที่ผิววัตถุตามกฎการสะทอน เขียนรังสีของแสงและ
คำนวณตำแหนง และขนาดภาพของวัตถุ เมอื่ แสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมท้ังอธิบาย
การนำความรูเรื่องการสะทอนของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลม ไปใชประโยชนใน
ชีวติ ประจำวนั
๗. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวางดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเหรวมทั้งอธิบาย
ความสัมพันธร ะหวางความลกึ จริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะทอนกลบั หมดของ แสง และคำนวณ
ปริมาณตาง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ ง
๘. ทดลอง และเขยี นรงั สีของแสงเพ่อื แสดงภาพท่ีเกดิ จากเลนสบ าง หาตำแหนง ขนาด ชนิดของภาพ
และความสัมพนั ธร ะหวา งระยะวัตถุ ระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมท้งั คำนวณปริมาณตาง ๆ ท่ีเก่ียวขอ ง
สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๗๖
และอธิบายการนำความรเู รื่องการหักเหของแสงผา นเลนสบ างไปใชประโยชน ในชีวิตประจำวนั
๙. อธิบายปรากฏการณธรรมชาติที่เกี่ยวกับแสง เชน รุง การทรงกลด มิราจ และการเห็นทองฟา เปน
สีตา ง ๆ ในชวงเวลาตางกัน
๑๐. สงั เกต และอธบิ ายการมองเหน็ แสงสี สีของวตั ถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทัง้
อธบิ ายสาเหตขุ องการบอดสี รวมท้งั หมด ๑๐ ผลการเรียนรู
สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๗๗
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
ว ๓๐๒๐๔ ฟส กิ ส ๔ กลมุ สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาการเกิดเสียง การเคล่อื นที่ของเสียง การสะทอ น การหกั เห การแทรกสอด และการเลย้ี วเบน
ของคลื่นเสียง การไดยินเสียง ความเขมเสียง คุณภาพเสียง มลพิษทางเสียง คลื่นนิ่งของเสียง การสั่นพองของ
เสียง การเกิดบีต ปรากฏการณดอปเพลอร คลื่นกระแทกของเสียง ธรรมชาติของไฟฟาสถิต การเหน่ียวนำไฟฟา
สถิต กฎของคูลอมบ สนามไฟฟา ศักยไฟฟา ความตางศักย ความจุและพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ การตอตัว
เกบ็ ประจุ กระแสไฟฟา ในลวดตวั นำ กฎของโอหม สภาพตานทาน การตอ ตัวตานทาน อีเอม็ เอฟของแหลง กำเนิด
ไฟฟากระแสตรง พลังงานไฟฟา กำลังไฟฟา การตอแบตเตอรี่ การวิเคราะหวงจรไฟฟากระแสตรง การเปลี่ยน
พลงั งานทดแทนเปนพลงั งานไฟฟา และเทคโนโลยีดา นพลังงาน
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะแหงศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิด
และการแกปญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม
คุณธรรม และคา นยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายการเกิดเสยี ง การเคลอื่ นทข่ี องเสียง ความสัมพนั ธร ะหวา งคล่ืนการกระจัดของอนุภาคกบั
คลื่นความดัน ความสัมพันธระหวางอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิในหนวยองศาเซลเซียส การ
สะทอน การหักเห การแทรกสอด การเล้ียวเบน ของคล่ืนเสยี ง รวมท้ังคำนวณ ปริมาณตาง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ ง
๒. อธิบายความเขมเสียง ระดับเสียง องคประกอบของการไดยินคุณภาพเสียง และมลพิษทางเสียง
รวมท้ังคำนวณปรมิ าณตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วของ
๓. ทดลอง และอธิบายการเกิดการสั่นพองของอากาศในทอปลายเปดหนึ่งดาน รวมทั้งสังเกตและ
อธิบายการเกิดบตี คล่ืนนง่ิ ปรากฏการณด อปเพลอร คล่นื กระแทกของเสยี ง คำนวณปรมิ าณตา ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ ง
และนำความรูเ ร่ืองเสียงไปใชในชวี ิตประจำวนั
๔. ทดลอง และอธิบายการทำวัตถุที่เปนกลางทางไฟฟาใหมีประจุไฟฟาโดยการขัดสีกันและการ
เหน่ียวนำ ไฟฟาสถิต
๕. อธบิ าย และคำนวณแรงไฟฟาตามกฎของคูลอมบ
๖. อธบิ าย และคำนวณสนามไฟฟาและแรงไฟฟา ท่กี ระทำกับอนุภาคทมี่ ีประจไุ ฟฟาทอ่ี ยูในสนามไฟฟา
รวมทั้งหาสนามไฟฟา ลัพธเ น่อื งจากระบบจุดประจโุ ดยรวมกนั แบบเวกเตอร
๗. อธิบาย และคำนวณพลังงานศกั ยไฟฟาศักยไฟฟา และความตางศกั ยร ะหวางสองตำแหนง ใด ๆ
สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๗๘
๘. อธิบายสวนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพนั ธระหวางประจุไฟฟา ความตางศกั ย และความจุ
ของตัวเก็บประจุ และอธิบายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูล รวมทั้ง คำนวณปริมาณตาง ๆ ที่
เกยี่ วขอ ง
๙. นำความรเู รอ่ื งไฟฟาสถติ ไปอธิบายหลักการทำงานของเครอ่ื งใชไฟฟา บางชนิด และปรากฏการณ
ในชวี ติ ประจำวัน
๑๐. อธิบายการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระและกระแสไฟฟาในลวดตัวนำ ความสัมพันธระหวาง
กระแสไฟฟาในลวดตัวนำกับความเร็วลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแนนของ อิเล็กตรอนในลวด
ตวั นำ และพื้นท่หี นาตัดของลวดตัวนำ และคำนวณปริมาณตาง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ ง
๑๑. ทดลอง และอธิบายกฎของโอหม อธิบายความสัมพันธระหวางความตานทานกับความยาว
พื้นที่หนาตัด และสภาพตานทานของตัวนำโลหะที่อุณหภูมิคงตัว และคำนวณปริมาณตาง ๆ ที่เกี่ยวของ รวมทั้ง
อธบิ ายและคำนวณความตา นทานสมมูลเม่อื นำ ตวั ตา นทานมาตอ กนั แบบ อนกุ รมและแบบขนาน
๑๒. ทดลอง อธิบาย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหลงกำเนิดไฟฟากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและ
คำนวณพลังงานไฟฟา และกำลงั ไฟฟา
๑๓. ทดลอง และคำนวณอเี อม็ เอฟสมมูลจากการตอแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทั้ง
คำนวณปรมิ าณตา ง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ งในวงจรไฟฟากระแสตรงซ่งึ ประกอบดว ยแบตเตอรแ่ี ละตวั ตานทาน
๑๔. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเปนพลังงานไฟฟา รวมทั้งสืบคนและอภิปรายเกี่ยวกับ
เทคโนโลยีที่นำมาแกปญหาหรือตอบสนองความตองการทางดานพลังงาน โดยเนนดานประสิทธิภาพและความ
คมุ คา ดานคาใชจา ย
รวมทัง้ หมด ๑๔ ผลการเรียนรู
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๗๙
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว ๓๐๒๒๓ เคมี ๓ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศกึ ษาความหมายของอตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี ทดลองเพอ่ื ศกึ ษาอตั ราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
การคำนวณหาอตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาของสารจากกราฟ ศกึ ษาและวเิ คราะหแ นวคิดเก่ยี วกับการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
โดยใชทฤษฎจี ลนและการชนกันของอนุภาค การเกิดสารเชงิ ซอนกัมมันต พลังงานกบั การดำเนนิ ไปของปฏิกิริยา
เคมี ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับผลของความเขมขน พื้นที่ผิว อุณหภูมิ ตัวเรงปฏิกิริยาและตัวหนวง ปฏิกิริยาตอ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมบัติของตัวเรงปฏิกิริยา และการใชทฤษฎีจลนอธิบายผลของปจจัยตางๆ ที่มีตอ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ศึกษาปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นอยางสมบูรณ การเกิดปฏิกิริยาไปขางหนา ปฏิกิริยา
ยอนกลับและปฏิกริ ิยาท่ีผันกลับได ทดลองเกย่ี วกับปฏิกิริยาท่ีผันกลับไดศ กึ ษาการเปลย่ี นแปลงท่ีทำ ใหเกิดภาวะ
สมดุลระหวางสถานะ สมดุลในสารละลายอิ่มตัว สมดุลไดนามิก ศึกษาและทดลองสมดุลเคมีใน ปฏิกิริยา
วิเคราะหความสมั พนั ธระหวางความเขมขน ของสารตางๆ ณ ภาวะสมดลุ คา คงทสี่ มดุลกบั สมการเคมี คำนวณหา
คาคงที่ของสมดุลและหาความเขมขนของสารในปฏิกิริยา ณ ภาวะสมดุล ทดลองเพื่อศึกษาผลของ ความเขมขน
ความดัน อณุ หภมู ิตอภาวะสมดลุ และคา คงทส่ี มดุล หลกั ของเลอชาเตอลิเอและการนำหลักของเลอ ชาเตอลิเอไป
ใชในกระบวนการอุตสาหกรรม กระบวนการตางๆ ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอมศึกษาและทดลองสมบัติบาง
ประการของสารละลายอิเล็กโทรไลตและสารละลายนอนอิเล็กโทรไลต ประเภทของสารละลายอิเล็กโทรไลต
ศึกษาไอออนในสารละลาย กรด และเบส ทฤษฎีกรด-เบสของอารเรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และลิวอิส ศึกษา
และทดลองเกี่ยวกับการถายโอนโปรตอนของสารละลายกรด-เบส ศึกษาคูกรด–เบส การคำนวณและ การเขียน
สมการการแตกตัวของกรด-เบส การคำนวณคาคงที่การแตกตัวเปนไอออนของกรดออนและเบสออน ศึกษาและ
ทดลองการแตกตัวเปนไอออนของน้ำ การคำนวณคาคงที่การแตกตัวของน้ำpH ของสารละลาย และ การ
คำนวณคา pH อินดิเคเตอรสำหรับกรด-เบส สารละลายกรด-เบสในชีวิตประจำวันและในสิ่งมีชีวิต ศึกษาและ
ทดลองเรื่องปฏิกิริยาสะเทินและปฏิกิริยาการเกิดเกลือจากปฏิกิริยาระหวางสารละลายกรดกับสารละลาย เบส
ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือ ศึกษาเกี่ยวกับการไทเทรตสารละลายกรด-เบส การเขียนกราฟและการ หาจุด
สมมูลจากกราฟของการไทเทรต และคำนวณหาความเขมขนของสารละลายกรด-เบสศึกษาหลักการ เลือกใช
อินดิเคเตอรสำหรับไทเทรต กรด-เบส การประยุกตความรูเรื่องการไทเทรตไปใชในชีวิตประจำวัน ศึกษาและ
ทดลองสมบัติความเปนบัฟเฟอรข องสารละลาย
โดยใชก ารเรยี นรดู ว ยกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ
ทักษะดานการอาน (Reading) การเขียน (Writing) การคิดคำนวณ (Arithmatics) มีทักษะดานการคิดอยางมี
วิจารณญาณและทักษะในการแกปญหา (Critical Thinking & Problem Solving) ทักษะดานการสรางสรรค
(Creativity) ทักษะดานความรวมมือ การทางานเปนทีม และภาวะผูนำ (Collaboration, Teamwork
&Leadership) ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing & Media
Literacy) ทักษะการเรียนรู (Learning Self-reliance) เพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับอัตราการ
สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๘๐
เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลเคมีในสิ่งมชี ีวิตและสิ่งแวดลอม และสารละลายกรด-เบส สามารถนำความรูและหลักการ
ไปใชประโยชนเชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณหรือแกปญหาในชีวิตประจำวัน สามารถจัดกระทำและวิเคราะห
ขอมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรูมีความสามารถในการตัดสินใจ แกปญหา มีจิตวิทยาศาสตร เห็นคุณคาของ
วทิ ยาศาสตร มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและคา นยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. คำนวณและเปรียบเทยี บอัตราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมไี ด
๒. เขียนและแปลความหมายกราฟแสดงความสัมพันธร ะหวา งความเขมขน ของสารกบั เวลา รวมทัง้
สามารถหาอตั ราการเกิดปฏิกิริยาเคมจี ากกราฟได
๓. อธบิ ายแนวคดิ เกย่ี วกับการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมีโดยใชทฤษฎจี ลนแ ละการชนกนั ของอนุภาค และการ
เกิด สารเชิงซอ นกัมมนั ตได
๔. แปลความหมายกราฟแสดงการเปลีย่ นแปลงพลังงานกบั การดำเนินไปของปฏิกิริยาเคมแี ละ
สามารถ ระบไุ ดวา เปน ปฏิกิรยิ าดดู หรอื คายพลงั งานได
๕. ระบปุ จจัยตาง ๆ ที่มผี ลตอ อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมีได
๖. อธิบายผลของความเขมขนและพน้ื ที่ผิวของสาร อุณหภมู ิ ตวั เรง และตวั หนว งปฏกิ ิริยาทมี่ ีตอ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีได
๗. อธบิ ายความหมายของปฏกิ ริ ยิ าผันกลับ ภาวะสมดลุ สมดลุ ระหวางสถานะ สมดลุ ในสารละลาย
อิ่มตวั สมดุลในปฏกิ ิริยาเคมี และคา คงทส่ี มดลุ ได
๘. อธบิ ายสมบตั ติ างๆ ของระบบ ณ ภาวะสมดุลได
๙. เขยี นความสมั พนั ธร ะหวางความเขม ขนของสารตง้ั ตนกับผลติ ภัณฑ ณ ภาวะสมดลุ ได
๑๐. คำนวณคา คงที่สมดุลและความเขมขนของสารตา งๆ ณ ภาวะสมดลุ ได
๑๑. ระบปุ จจยั ทีม่ ีผลตอ ภาวะสมดลุ ของระบบ พรอ มทั้งอธบิ ายการเปลี่ยนแปลงทเี่ กิดข้ึนเมือ่ ภาวะ
สมดุล ของระบบถกู รบกวนได
๑๒. ระบปุ จ จยั ทีม่ ีผลตอ คา คงทส่ี มดุลพรอมท้ังอธบิ ายเหตุผลได
๑๓. อธบิ ายการปรับตัวของระบบเพือ่ เขา สูภาวะสมดลุ โดยใชหลักของเลอชาเตอลิเอ รวมทั้งการเลอื ก
ภาวะที่เหมาะสมเพอื่ ใหไ ดผ ลติ ภณั ฑสูงในอุตสาหกรรมได
๑๔. อธบิ ายการเกดิ สมดุลเคมใี นกระบวนการตา งๆ ของสงิ่ มชี วี ิต และปรากฏการณต างๆ ในธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ มได
๑๕. เปรียบเทยี บสมบัติของสารละลายอเิ ลก็ โทรไลตก บั สารละลายนอนอเิ ลก็ โทรไลต และระบุ
ประเภท ของสารละลายอิเล็กโทรไลตไ ด
๑๖. อธิบายการเปลี่ยนแปลงเมื่อกรดหรอื เบสละลายในนำ้ พรอมทัง้ ระบุชนดิ ของไอออนท่ที ำให
สารละลาย แสดงสมบตั เิ ปนกรดหรอื เบสได
สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๘๑
๑๗. อธบิ ายความหมายของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด–เบสอารเรเนียส เบรนิ สเตด–ลาวรี และลิวอิส
พรอมทั้งอธิบายสมบัตขิ องกรดหรือเบสตามทฤษฎกี รด–เบสเหลา นีไ้ ด
๑๘. ระบโุ มเลกลุ หรอื ไอออนท่เี ปน คกู รด – เบสในปฏิกิรยิ าตามทฤษฎีกรด – เบสเบรินสเตด – ลาวรีได
๑๙. อธิบายความสามารถในการแตกตัวของกรดแก เบสแก กรดออน เบสออน รวมทั้งคำนวณหารอ ย
ละ ของการแตกตัว และคา คงทกี่ ารแตกตัวของกรดออ นหรือเบสออ นได
๒๐. เปรยี บเทยี บปริมาณการแตกตัวของกรดหรอื เบส และคำนวณหาความเขม ขน ของ H3O+ และ
OH โดยใชค าคงท่ีการแตกตัวของกรดและเบสได
๒๑. อธิบายการเปลยี่ นแปลงภาวะสมดุลของน้ำเมอื่ เติมกรดหรือเบส พรอมท้ังคำนวณหาความเขมขน
ของ H3O+ และ OH ในสารละลายได
๒๒. คำนวณหา pH ของสารละลายเม่ือทราบความเขม ขนของ H3O+ และ OH และบอกความเปน
กรด – เบส ของสารละลายจากคา pH ได
๒๓. อธิบายเหตุผลที่ทำใหอ ินดเิ คเตอรเปลี่ยนสี และใชช วงของการเปล่ยี นสีของอินดิเคเตอรบ อกคา
pH หรอื ความเปน กรด – เบสของสารละลายได
๒๔. อธบิ ายความสำคญั ของ pH หรือความเปน กรด – เบสของสารละลายในสงิ่ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอ มได
๒๕. อธิบายการเกิดเกลอื จากปฏกิ ริ ยิ าระหวางกรดกับเบส และกรดหรอื เบสกับสารบางชนดิ พรอ มทัง้
เขยี นสมการแสดงปฏิกิรยิ าและบอกสมบตั ิของเกลอื ทเี่ กดิ ขึน้ ได
๒๖. อธบิ ายความหมายของปฏิกิริยาการสะเทิน พรอ มทง้ั เขยี นสมการแสดงปฏกิ ิรยิ าได
๒๗. อธิบายการเกดิ ปฏิกริ ิยาไฮโดรลซิ ิสของเกลือในนำ้ พรอ มทง้ั เขยี นสมการแสดงปฏิกริ ิยาได
๒๘. อธิบายวธิ ีการไทเทรต การเลือกใชอ นิ ดิเคเตอรท เี่ หมาะสมในการไทเทรตกรด – เบส ตลอดจน
คำนวณหาความเขม ขนของสารละลายจากการไทเทรตได
๒๙. เขียนกราฟของการไทเทรตและหาจุดสมมลู จากกราฟ พรอมท้งั บอกคา pH ของสารละลาย
ณ จุดสมมลู ได
๓๐. อธิบายการเปลยี่ นแปลงที่เกดิ ข้ึนเมือ่ เติมกรดหรอื เบสลงในระบบบัฟเฟอรเ ขียนสมการแสดง
ปฏกิ ิริยา การควบคมุ pH ของสารละลายบัฟเฟอรได
รวม ๓๐ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๘๒
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
ว ๓๐๒๒๔ เคมี ๔ กลุม สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาวิเคราะหเกีย่ วกบั พันธะของคารบอน การเขยี นสตู รโครงสรางของสารประกอบอินทรยี
ไอโซเมอรริซึม หมูฟงกชัน สารประกอบไฮโดรคารบอน สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคารบอน แอ
ลเคน แอลคีน แอลไคนอะโรมาติกไฮโดรคารบอน สารประกอบอินทรียที่มีธาตุออกซิเจนเปนองคประกอบ
แอลกอฮอล ฟนอล และอีเทอรแอลดีไฮนและคีโตน กรดคารบอกซาลิก เอสเทอรสารประกอบอินทรียที่มีธาตุ
ไนโตรเจนเปนองคประกอบ เอมีน สารประกอบอินทรียที่มีธาตุออกซิเจนและไนโตรเจนเปนองคประกอบเอไมด
เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ การเกิดถานหิน การใชประโยชนจากถานหิน การเกิดหินน้ำมัน การใชประโยชน จาก
หินน้ำมนั การเกิดปโ ตรเลียม การสำรวจปโตรเลยี ม การกล่ันนำ้ มันดบิ การแยกแกสธรรมชาติปโ ตร เคมีภัณฑพอ
ลิเมอรปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน โครงสรางและสมบัติของพอลิเมอร พลาสติก เสนใย ยางพอลิเมอรสังเคราะห
ภาวะมลพษิ ทเี่ กิดจากการผลิต และการใชผลิตภณั ฑจากเชื้อเพลิง ซากดกึ ดำบรรพ มลภาวะทางอากาศ มลภาวะ
ทางน้ำ มลภาวะทางดิน สารชีวโมเลกุล โปรตีน กรดอะมิโนและพันธะเพปไทด โครงสรางของโปรตีน ชนิดและ
หนา ท่ีของโปรตีน เอนไซมการแปลงสภาพโปรตนี ชนดิ และโครงสรางของ คารโบไฮเดรต สมบัติและปฏิกิริยาของ
คารโบไฮเดรต ลิพดิ สมบัติโครงสราง และปฏิกริ ิยาของไขมันและน้ำมัน ฟอสโฟลิพิด ไข สเตรอยดแ ละโครงสราง
ของนิวคลีโอไทด DNA และ RNA
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
และการอภิปราย ทักษะดานการอาน (Reading) การเขียน (Writing) การคิดคำนวณ (Arithmatics) มี ทักษะ
ดา นการคดิ อยางมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกปญหา(Critical Thinking & Problem Solving) ทักษะดาน
การสรางสรรค (Creativity) ทักษะดานความรวมมือ การทำงานเปนทีม และภาวะผูนำ (Collaboration,
Teamwork&Leadership) ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing &
Media Literacy) ทักษะการเรียนรู (Learning Self-reliance)เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ความคิด สามารถ
สอื่ สารสงิ่ ท่ีเรียนรู มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ เหน็ คณุ คาของการนำความรูไปใชประโยชนใ นชวี ิตประจำวนั
มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู
๑. อธบิ ายความหมายของสารประกอบอินทรยี แ ละเคมอี ินทรยี
๒. อธบิ ายเหตผุ ลทีท่ ำใหมีสารประกอบอนิ ทรียเ ปน จำนวนมาก
๓. เขยี นสตู รโครงสรา งของสารประกอบอนิ ทรยี ใ นรปู แบบตา งๆ ไดแก ลิวอิส แบบยอ แบบผสม
แบบใชเสนและมมุ
๔. เขียนไอโซเมอรโครงสรา งของสารประกอบอินทรยี ประเภทตา งๆ
๕. ระบุประเภทของสารประกอบอินทรียโดยใชหมูฟงกช ันเปน เกณฑ พรอ มทั้งยกตวั อยา ง
สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๘๓
๖. บอกประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบอนโดยใชพันธะในโมเลกุลและสมบัติบางประการเปน
เกณฑ พรอ มทง้ั ยกตัวอยาง
๗. อธิบายความแตกตา งระหวา งซิสไอโซเมอรกับทรานสไ อโซเมอร พรอมทั้งยกตวั อยาง
๘. เรยี กชื่อสารประกอบอินทรยี ประเภทตางๆ
๙. สรุปความสัมพันธระหวางการละลายในน้ำ จุดหลอมเหลวและจุดเดือดกับจำนวนอะตอมของ
คารบอน ในโมเลกลุ ของสารประกอบอินทรีย
๑๐. เปรียบเทียบจุดเดอื ดของสารประกอบอนิ ทรยี ช นดิ ตา งๆ ที่มีมวลโมเลกุลใกลเคยี งกัน
๑๑. อธิบายการเกิดปฏิกิริยาบางชนิดของสารประกอบอินทรียประเภทตางๆ พรอมทั้งเขียนสมการ
เคมี แสดงปฏกิ ิรยิ าท่ีเกดิ ข้นึ
๑๒. บอกประโยชนหรอื โทษของสารประกอบอนิ ทรยี บ างชนิด
๑๓. ทำการทดลอง รวบรวมขอ มูล แปลความหมายขอมูล และสรุปผลการทดลอง เกยี่ วกบั
- การจัดเรยี งอะตอมของคารบอนในสารประกอบอินทรยี
- สมบตั บิ างประการของเอทานอลและกรดแอซตี ิก
- สมบัตบิ างประการของสารประกอบไฮโดรคารบอน
- ปฏิกริ ยิ าระหวางกรดคารบ อกซลิ ิกกับแอลกอฮอล
- ปฏิกิริยาของเอสเทอร
๑๔. อธิบายการเกิดองคประกอบทางเคมี และการสำรวจหาแหลงเช้ือเพลงิ ซากดกึ ดำบรรพชนดิ ตา งๆ
๑๕. อธบิ ายการใชป ระโยชนจ ากถานหินและหินน้ำมนั
๑๖. อธบิ ายกระบวนการกลนั่ นำ้ มนั ดบิ และการแยกแกสธรรมชาติ พรอ มทงั้ ยกตัวอยางผลิตภณั ฑที่ได
และการนำไปใชป ระโยชน
๑๗. อธิบายความหมายของเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ ปโตรเลียม เลขออกเทน เลขซีเทน ปโตร
เคมีภัณฑ อุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตน อุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตอเนื่อง พอลิเมอร มอนอเมอร พลาสติก เสน
ใยธรรมชาติ เสน ใยสงั เคราะห ยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห และกระบวนการวลั คาไนเซชนั
๑๘. อธิบายการเกิดพอลเิ มอรและความสมั พันธร ะหวางโครงสรางกับสมบัตขิ องพอลเิ มอร
๑๙. อธบิ ายสมบัติของผลติ ภัณฑพอลเิ มอรแตละชนิด รวมทง้ั การนำไปใชประโยชน
๒๐. อธิบายความกาวหนาทางเทคโนโลยีที่นำมาใชในการพัฒนาผลิตภัณฑพอลิเมอรสังเคราะห และ
ยกตวั อยา งการใชป ระโยชนจ ากผลติ ภณั ฑพอลเิ มอรส ังเคราะห
๒๑. อธิบายผลที่เกิดจากการผลิตและการใชผลิตภัณฑจากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ ตอชีวิตและ
สิ่งแวดลอ ม
๒๒. อธบิ ายวิธีการนำผลิตภัณฑจากเช้ือเพลงิ ซากดกึ ดำบรรพไ ปใชอ ยางเหมาะสม เพอื่ ใหเกิด
ความปลอดภยั ตอตนเอง ผอู นื่ และสิง่ แวดลอม
๒๓. ทำการทดลอง รวบรวมขอมูล แปลความหมายขอ มูล และสรุปผลการทดลอง เกย่ี วกบั สมบตั ิ
บางประการของพลาสตกิ ชนดิ ตางๆ และการเตรียมเสน ใยสงั เคราะห
สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๘๔
๒๔. อธิบายโครงสรางของโปรตีน คารโบไฮเดรต ลพิ ดิ และกรดนวิ คลีอิก
๒๕. บอกสมบตั ิและวธิ ที ดสอบไขมนั โปรตีน และคารโบไฮเดรต
๒๖. บอกประโยชนของโปรตีน คารโบไฮเดรต ลิพดิ และกรดนิวคลอี กิ
๒๗. ทำการทดลอง รวบรวมขอ มลู แปลความหมายขอมลู และสรปุ ผลการทดลอง ในเรอ่ื งตอไปน้ี
- การทดสอบโปรตนี ในอาหาร
- การแปลงสภาพโปรตีน
- สมบัตขิ องเอนไซม
- สมบัติบางประการของคารโ บไฮเดรต
- การละลายของไขมนั และน้ำมัน ในตัวทำละลายบางชนดิ
- ปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลซิ ิสนำ้ มนั พชื ดว ยโซเดยี มไฮดรอกไซด
รวมทั้งสนิ้ ๒๗ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๘๕
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว ๓๐๒๔๓ ชวี วทิ ยา ๓ กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศกึ ษาวเิ คราะหและสำรวจตรวจสอบ โครงสรางและหนา ทข่ี องรากลำตน ใบ ดอก ผล และเมลด็
ตามแนวทางงานสวนพฤกษศาสตรโ รงเรยี น โครงการอนุรักษพนั ธกุ รรมพชื อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี การคายน้ำ การลำเลียงนำ้ การลำเลียงธาตุอาหาร
และการลำเลียงอาหารของพืช การสังเคราะหดวยแสง การสืบพันธุของพืชดอก การเจริญเติบโต และการ
ตอบสนอง ของพชื
โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การอภิปราย การสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ
การสืบคนขอมูล ทักษะดานการอา น (Reading) การเขยี น (Writing) การคิดคำนวณ (Arithmatics) มีทักษะดาน
การคิดอยางมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป ญ หา(Critical Thinking & Problem Solving) ทกั ษะดาน
การสรางสรรค (Creativity) ทักษะดานความรวมมือ การทำงานเปนทีม และภาวะผูนำ (Collaboration,
Teamwork&Leadership) ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing &
Media Literacy) ทกั ษะการเรียนรู (Learning Self-reliance)
เพื่อใหเกดิ ความคดิ ความเขาใจ สามารถสอื่ สารสงิ่ ทเ่ี รยี นรู มคี วามสามารถในการตดั สินใจ นำความรู
ไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม คานิยม คุณลักษณะที่พึงประสงค ตระหนักถึง
ความสำคญั ของชีววิทยาตอ การดำรงชวี ิตของสตั วแ ละมนษุ ย
ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายและเปรียบเทยี บลักษณะของราก ลำตน ใบ ดอก ผล และเมลด็ ของพชื ดอก
๒. บอกลักษณะเซลลคมุ อธบิ ายกลไกการคายนำ้ ทางปากใบ การคายน้ำเปน หยด และวดั อัตราการคายน้ำ
๓. อธบิ ายลักษณะ หนาที่ ตำแหนง ทีพ่ บเซลลพืชประเภทตางๆ และเรียงลำดบั ช้ันเน้ือเย่อื ของราก
และลำตน
๔. เปรียบเทยี บโครงสรางภายในระหวางรากพชื ใบเลีย้ งเด่ียวและพชื ใบเล้ียงคู และระหวางลำตน
พชื ใบเล้ียงเดย่ี วและพืชใบเล้ียงคู
๕. อธิบายการเจรญิ เติบโตข้นั ปฐมภูมิและการเจรญิ เติบโตข้นั ทุตยิ ภมู ิของพืช
๖. อธิบายการลำเลยี งนำ้ ธาตอุ าหารและอาหารในพืช
๗. อธิบายความสำคญั ของธาตอุ าหารและผลทีเ่ กิดจากการขาดธาตุอาหาร
๘. สรปุ ขัน้ ตอนของกระบวนการสังเคราะหดว ยแสงและวิเคราะหผ ลการทดลองของนักวิทยาศาสตรใ นอดตี
๙. อธบิ ายโครงสรา งของคลอโรพลาสตแ ละระบุบรเิ วณทเ่ี กิดการสงั เคราะหด วยแสง
๑๐. เปรยี บเทยี บโครงสรา งภายในของใบพืช C๓ และใบพืช C๔
๑๑. เปรยี บเทยี บการตรึงคารบอนไดออกไซดข องพืช C๓ พชื C๔ และพชื CAM
๑๒. อธบิ ายผลของปจ จัยบางประการตอการสังเคราะหดว ยแสง
สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๘๖
๑๓. อธบิ ายกระบวนการสรางเซลลสบื พนั ธขุ องพชื ดอก การเกิดผลและการงอกของเมล็ด
๑๔. เขยี นกราฟและอธิบายกราฟการเจรญิ เตบิ โตของพืช
๑๕. จำแนก บอกหนาทีแ่ ละยกตวั อยางสารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพืช
๑๖. อธบิ ายและยกตวั อยา งการตอบสนองของพืชทเ่ี กดิ จากสง่ิ เรา การเจรญิ เตบิ โตและการ
เปล่ียนแปลงแรงดันเตง รวม ๑๖ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๘๗
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว ๓๐๒๔๔ ชวี วทิ ยา ๔ กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาเกี่ยวกับพันธุศาสตรและวิวัฒนาการ การถายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตรของเมน
เดล กฎของความนาจะเปน กฎแหงการแยก และกฎแหงการรวมกลุมอยางอิสระการผสมเพื่อทดสอบ ลักษณะ
ทางพันธกุ รรมท่ีเปนสวนขยายของพันธุศาสตรเมนเดล การศกึ ษาเกย่ี วกับยนี และโครโมโซม การถายทอดยีนและ
โครโมโซม การคน พบสารพันธุกรรม โครโมโซม องคป ระกอบทางเคมขี อง DNA โครงสรางของ DNA สมบัตขิ อง
สารพันธุกรรม มิวเทชัน ศึกษาเกี่ยวกับพันธุศาสตรและเทคโนโลยีทาง DNA พันธุวิศวกรรม การวิเคราะห DNA
และการศึกษาจีโนม การประยุกตใชเทคโนโลยีทาง DNA ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทาง DNA และมุมมอง
ทางสังคมและจริยธรรม ศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการ หลักฐานที่บงบอกถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิด
เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุศาสตรประชากร ปจจัยที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลง ความถี่ของแอลลีล
และกำเนิดของสปช ีส
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
วิเคราะห การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป ทักษะดานการอาน (Reading) การเขียน (Writing)
การคิดคำนวณ (Arithmatics) มีทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทักษะในการแกปญหา(Critical
Thinking & Problem Solving) ทักษะดา นการสรางสรรค( Creativity) ทกั ษะดานความรว มมือ การทำงาน เปน
ทีม และภาวะผูนำ (Collaboration, Teamwork&Leadership) ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร (Computing & Media Literacy) ทักษะการเรียนรู (Learning Self-reliance)
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูไปใชใน ชีวิตของ
ตนเอง มจี ิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา นิยม
ผลการเรยี นรู
๑. สืบคนขอมูล วเิ คราะห อภปิ ราย อธบิ าย และสรปุ การคนพบกฎการถายทอดทางพนั ธุกรรมของเมน
เดล
๒. สืบคนขอมูล วิเคราะห อภิปราย อธิบาย และสรุปการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปนสวน
ขยาย ของพันธศุ าสตรเมนเดลและความแปรผนั ทางพนั ธุกรรม
๓. สืบคน ขอ มูล วเิ คราะห และอธิบายเก่ยี วกับโครโมโซม โครงสรางและหนา ทขี่ องสารพนั ธุกรรม
๔. สบื คนขอ มูล วิเคราะห อธบิ าย และสรปุ เกีย่ วกบั สมบัตขิ องสารพันธกุ รรม
๕. สืบคนขอมูล วิเคราะห อภิปราย อธิบาย และสรุปเก่ียวกับการเกิดมิวเทชัน และผลของการเกิดมิว
เทชัน
๖. สืบคนขอมลู วิเคราะห อภปิ ราย และอธบิ ายเก่ยี วกบั เทคโนโลยีทางดเี อน็ เอและการนำความรู
ไปประยกุ ตใชในดานตา งๆ อยางพอเพยี ง
สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๘๘
๗. สบื คน ขอมลู วิเคราะห อภิปราย อธบิ าย และสรุปเกีย่ วกับหลกั ฐานการเกดิ ววิ ฒั นาการ และแนวคดิ
เก่ยี วกบั ววิ ัฒนาการ
๘. สืบคนขอ มลู วเิ คราะห อธบิ าย และสรุปเกีย่ วกบั พันธศุ าสตรป ระชากรและการกำเนดิ สปช สี
๙. สบื คนขอมลู วเิ คราะห อธิบาย และสรปุ เก่ียวกับววิ ัฒนาการของมนษุ ย
รวม ๙ ผลการเรียนรู
สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๘๙
คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ว ๓๐๒๘๓ คอมพิวเตอร ๓ กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาคุณสมบัตขิ องคอมพิวเตอรท ่ใี ชง านระบบอนิ เทอรเ นต็ องคป ระกอบของเว็บไซต คำสัง่ ของการ
สรา งเว็บไซต การใชโ ปรแกรมสำเร็จในการสรา งเวบ็ ไซต การสรางเวบ็ ไซตโ ดยไมตอ งใชโปรแกรมสำเร็จ
สรา งเวบ็ ไซตท มี่ ลี กั ษณะสวยงาม มีความคิดสรางสรรคเกยี่ วกับรปู แบบลลี าลูกเลนตาง ๆ ของเวบ็ เพจ
และมีปฏิสัมพันธระหวางผูเยี่ยมชมกับเว็บไซต มีการจัดการฐานขอมูล ปายประกาศ การทำแบบสำรวจ การ
บริการ จดหมายอิเล็กทรอนิกส ศึกษาตัวอยางเว็บไซตที่ควรศึกษา ปฏิบัติการสรางเว็บไซต เว็บเพจโดยใช
โปรแกรมสำเร็จและไมใชโปรแกรมสำเร็จ สรางเว็บไซตที่มีลักษณะสวยงาม มีลีลา และรูปแบบตาง ๆ ของเว็บ
เพจ มีการจัดการขอมูล และปฏิสัมพันธระหวางผูดูแลเว็บไซตกับผูเยี่ยมชม การทำปายประกาศ การบริการ
จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส การทำแบบสำรวจ ศกึ ษาตวั อยา งเวบ็ ไซตเพื่อนำมาพฒั นาการสรางเว็บไซต
เพื่อใหมีความรูความเขาใจและทักษะและเจตคติที่ดีในการสรางเว็บไซตโดยใชโปรแกรมสำเร็จและไม
ใช โปรแกรมสำเร็จ เพ่อื สรา งเว็บไซต
ผลการเรียนรู
๑. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของคอมพิวเตอรที่ใชงานระบบอินเทอรเน็ต องคประกอบ
ของเวบ็ ไซต คำสัง่ ของการสรางเวบ็ เพจ
๒. สามารถใชโปรแกรมสำเรจ็ ในการสรางเว็บไซตและเวบ็ เพจ
๓. สามารถสรางเว็บไซตและเว็บเพจโดยไมตองใชโปรแกรมสำเร็จ สรางเว็บไซตและเว็บเพจ ที่มี
ลักษณะ สวยงาม มีความคิดสรางสรรคเกี่ยวกับรูปแบบลีลาลูกเลนตาง ๆ ของเว็บเพจ และมีปฏิสัมพันธระหวาง
ผเู ยย่ี มชมกบั เว็บไซต มกี ารจดั การฐานขอ มูล ปา ยประกาศ การทำแบบสำรวจ การบรกิ ารจดหมายอเิ ล็กทรอนิกส
ฯลฯ
๔. ติดตามศกึ ษาตัวอยางเว็บไซตอน่ื เพื่อนำมาพฒั นาเวบ็ ไซต
รวม ๔ ผลการเรยี นรู
สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๙๐
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว ๓๐๒๘๔ คอมพิวเตอร ๔ กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาวิเคราะหหลักการทำงานของโปรแกรม วิธีการสรางแอนิเมชัน การกำหนดปญหาและการศึกษา
ความตองการและคณุ ลักษณะเฉพาะของชิน้ งาน ดวยการใชเครอื่ งมอื การสรางชน้ิ งาน การตกแตงแกไขช้นิ งาน
โดยใชซอฟตแวรคอมพิวเตอรและหลักการเบื้องตนในการจัดเก็บขอมูล โครงสราง สุนทรียศาสตร และการ
ออกแบบทางกายภาพ การทดสอบและพัฒนาชิ้นงาน การใชเสนในการสรางภาพเคลื่อนไหว การแปลงชิ้นงาน
เพอื่ ใชใ นการเผยแพรช้นิ งานและประยกุ ตใ ชกบั งานดานอน่ื ๆ ได
โดยใชกระบวนการวิเคราะหหลักการสรางภาพเคลื่อนไหว ลักษณะสำคัญของงานแอนิเมชัน
ปฏิบัติการ วิเคราะหปญหา การกำหนดโครงสราง การออกแบบช้ินงานใหเหมาะสมกับประเภทและลักษณะของ
งานท่ที ำปฏิบตั ิการใชเ ครื่องมอื ในการสรางภาพเคล่ือนไหว การวาดเสน การออกแบบชน้ิ งานดวยโปรแกรมแกรม
เฉพาะ และประยุกตพ ฒั นาชน้ิ งานจากโปรแกรมทใ่ี ชใ นงานแอนิเมชนั แตล ะประเภทไดอยางเหมาะสม
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ในกระบวนการวิเคราะหงานแอนิเมชัน และเลือกใชเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมกับชีวิตประจำวันอยางสรางสรรคตอชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอม และสามารถแกปญหาแลวถายทอด
ความคดิ ในการแกปญหาอยา งมีข้ันตอน
ผลการเรียนรู
๑. มีความรูความเขา ใจเกี่ยวกับหลกั การการทำงานของโปรแกรมทใี่ ชส รางแอนเิ มชนั
๒. รจู กั วิธกี ารสรางแอนิเมชัน
๓. วิเคราะหและกำหนดปญ หาและการศกึ ษาความตอ งการและคุณลกั ษณะเฉพาะของชน้ิ งาน
๔. ออกแบบช้นิ งานใหเหมาะสมกับประเภทและลักษณะของงานที่ทำ
๕. สามารถสรา งช้ินงาน การตกแตงแกไขชน้ิ งาน โดยใชซ อฟตแ วรคอมพวิ เตอรและหลกั การเบ้อื งตน
ในการสรา งแอนเิ มชัน
๖. ทดสอบและพฒั นาช้ินงานเพ่อื ใชใ นการเผยแพรและประยุกตใ ชกับงานดา นอื่นๆ
รวม ๖ ผลการเรียนรู
สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๙๑
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ว ๓๓๒๖๑ โลก ดาราศาสตรและอวกาศ ๑ กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาพิกัดของดาวบนทรงกลมฟา ตามพกิ ดั ขอบฟา พกิ ัดเสน ศนู ยส ูตรฟา และพิกดั สุริยะวถิ ี เวลา
สรุ ิยคติ และเวลาดาราคติ แบบจำลองของระบบสุริยะ การเคลื่อนท่ีปรากฏของดาวเคราะห และมมุ หาง กฎ
เคพเลอร และแรงโนมถวงที่ทำใหดวงอาทิตยและบริวารอยูเปนระบบ การกำเนิดดาวฤกษ การแผพลังงานและ
คาดัชนีสีของดาวฤกษ โชติมาตรปรากฏและโชติมาตรสัมบูรณ วิวัฒนาการของดาวฤกษ ระบบดาวคู กระจุก
ดาวกาแล็กซีและกระจุกกาแล็กซี การขยายตัวของเอกภพโดยใชกฎของฮับเบิล หลักการทำงานของกลอง
โทรทรรศนแบบตางๆ กำลังแยก กำลังขยาย และกำลังรวมแสงของกลองโทรทรรศน การสังเกตการณทางดารา
ศาสตร และอุปกรณสังเกตการณใ นชว งความยาวคลน่ื ตางๆ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบคนขอมูล การสำรวจตรวจสอบ ทักษะดานการอาน
(Reading) การเขียน (Writing) การคิดคำนวณ (Arithmatics) มีทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณ และ
ทกั ษะในการแกป ญหา (Critical Thinking & Problem Solving) ทักษะดา นการสรา งสรรค (Creativity) ทกั ษะ
ดานความรวมมือ การทำงานเปนทีม และภาวะผูนำ (Collaboration, Teamwork&Leadership) ทักษะดาน
คอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing & Media Literacy) ทักษะการเรียนรู
(Learning Self-reliance)
เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการสือ่ สารส่ิงทเี่ รียนรู การตัดสนิ ใจ
การนำความรูไ ปใชใ นชีวิตประจำวนั มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคา นยิ มที่ถกู ตองเหมาะสม
ผลการเรียนรู
๑. วเิ คราะห อธบิ ายการหาพิกัดของดาวบนทรงกลมฟา ตามพิกดั ขอบฟา พิกดั ศูนยสตู ร และ พิกัดสรุ ิยวถิ ี
๒. สืบคน และอธิบายเกี่ยวกับเวลาสุริยคติและเวลาดาราคติ
๓. อธิบายแบบจำลองของระบบสรุ ิยะ การเคลอ่ื นทป่ี รากฎของดาวเคราะหและมมุ หา ง
๔. อธิบายและคำนวณการโคจรของดาวเคราะหโ ดยใชกฎเคพเลอร และการนำความรูไปใชป ระโยชน
๕. สืบคน อธิบาย และคำนวณแรงโนม ถวงท่ที ำใหด วงอาทิตยแ ละบริวารอยใู นระบบ และแสดง
การคำนวณในปญหาท่เี กีย่ วของกบั กฎนวิ ตนั ได
๖. สืบคน และอธบิ ายการเกิดของดาวฤกษ การแผพ ลังงานและคา ดชั นีสขี องดาวฤกษ โชตมิ าตรปรากฏ
และโชตมิ าตรสมั บรู ณ รวมท้ังแสดงการคำนวณในกรณที เ่ี ก่ียวของ
๗. สืบคน และอธิบายการอยูรวมกันของดาวคู กระจุกดาว กาแล็กซ่ี และกระจกุ กาแล็กซี่
๘. สืบคน และอธบิ ายการขยายตวั ของเอกภพ โดยใชก ฎของฮับเบิล
๙. สืบคนและอธิบายหลกั การทำงานของกลอ งโทรทรรศนแ บบตางๆ และอธบิ ายความกาวหนา
ของเทคโนโลยอี วกาศ
๑๐. สบื คน อธบิ าย และคำนวณ กำลังแยก กำลงั ขยาย และกำลงั รวมแสงของกลอ งโทรทรรศน
สำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๙๒
๑๑. สืบคน อธบิ าย และยกตวั อยา งการสังเกตการณท างดาราศาสตร และอปุ กรณสงั เกตการณ
ในชวงความยาวคลื่นตา งๆ
รวมทั้งหมด ๑๑ ผลการเรียนรู
สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๙๓
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว ๓๓๒๖๒ โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ ๒ กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาองคประกอบของอากาศ การแบง ช้นั บรรยากาศ และอิทธพิ ลของช้ันบรรยากาศที่มีตอ โลก
ระบบของโลก พรอมระบุปจจัยทีเ่ กีย่ วขอ ง การหมุนเวยี นของนำ้ ในมหาสมุทรพรอมทั้งระบปุ จจยั ทเี่ กยี่ วขอ ง
การเกิดเมฆ เสถยี รภาพของอากาศและแนวปะทะอากาศ การเกิดพายฝุ นฟาคะนอง ทอรน าโด พายุหมุนเขตรอน
มรสุม ผลกระทบและแนวทางปฏิบัติตนใหปลอดภัยจากพายุตาง ๆ การเกิดความแปรปรวนของอากาศ และผล
ตอสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดลอม การพยากรณอากาศ และลักษณะอากาศจากแผนที่อากาศ ปรากฏการณทางแสงใน
ทองฟา
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสงั เกต
การวิเคราะห การอภปิ ราย การอธบิ ายและสรุป
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำ
ความรู ไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่นเผาระวังและพัฒนาสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่ถูกตองเหมาะสม โดยมุงเนนความเปนไทยควบคูกับความเปน
สากล
ผลการเรียนรู
๑. สืบคนขอมูล วิเคราะห อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับองคประกอบของอากาศ การแบงช้ัน
บรรยากาศ และอทิ ธิพลของชน้ั บรรยากาศทมี่ ีตอ โลก
๒. ทดลอง สืบคน อภิปราย และอธบิ ายระบบของโลก พรอมระบปุ จ จัยที่เก่ียวของ
๓. ทดลอง สืบคน อภิปราย และอธิบายการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรพรอมทั้งระบุปจจัยที่
เกยี่ วของ
๔. ทดลอง สบื คน อภิปราย และอธบิ ายการเกดิ เมฆ เสถียรภาพของอากาศและแนวปะทะอากาศ
๕. สืบคน อภิปราย และอธิบายการเกิดพายุฝนฟาคะนอง ทอรนาโด พายุหมุนเขตรอน มรสุม
ผลกระทบ และแนวทางปฏบิ ัติตนใหป ลอดภยั จากพายตุ าง ๆ
๖. สืบคน อภปิ ราย และอธิบายการเกิดความแปรปรวนของอากาศและผลตอสงิ่ มชี วี ิตและสิง่ แวดลอม
๗. สืบคน อภปิ ราย และอธบิ ายการพยากรณอ ากาศ และลกั ษณะอากาศจากแผนท่ีอากาศ
๘. ทดลอง สืบคน อภิปราย และอธบิ ายปรากฏการณท างแสงในทองฟา
รวมทง้ั หมด ๘ ผลการเรียนรู
สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๒๙๔
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว ๓๐๒๘๕ คอมพวิ เตอร ๕ กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาความหมาย ขอบขาย และประเภท ของงานดานคอมพิวเตอร วิธีการสรางงาน การนำเสนอ
ผลงาน ดานคอมพิวเตอร ปฏิบัติการ วิเคราะหงาน วางแผนและเลือกงานที่ตองการ สรางงานและนำเสนอ
ผลงานดานคอมพวิ เตอร
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ และทักษะในการวิเคราะหงาน สรางงาน และนำเสนอผลงานดาน
คอมพวิ เตอร
ผลการเรียนรู
๑. สามารถอธิบายความหมาย ขอบขายและประเภทของงานและวิธีการในการสรางงานดาน
คอมพิวเตอร
๒. สามารถวเิ คราะหง านดานคอมพิวเตอรอยางมีหลกั เกณฑ
๓. สามารถเลือกหัวขอ ในการสรา งงานดานคอมพิวเตอร อยางมีหลกั การและจินตนาการ
๔. สามารถวางแผนในการสรางสรรคงานดา นคอมพิวเตอร และสรา งงานดา นคอมพวิ เตอร
๕. สามารถเขยี นรายงาน นำเสนอผลงานและเผยแพรผ ลงานท่ีสรา งขน้ึ
รวม ๕ ผลการเรยี นรู
สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๒๙๕
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว ๓๐๒๘๖ โครงงานคอมพวิ เตอร ๑ กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง จำนวน ๒.๐ หนว ยกิต
...........................................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะหลักษณะของการทำโครงงานจากปญหาหรือเรื่องที่สนใจจะศึกษา วิเคราะหรูปแบบ
กระบวนการดำเนินงานโครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร แนวทางการประยุกต
คอมพิวเตอรกับโครงงาน การออกแบบระบบงาน จัดทำและสรางซอฟตแวรและการจัดทำเอกสารประกอบ
โครงงานและนำเสนอ
ปฏิบัติการสรางโครงงานดวยใชค อมพิวเตอรเปนเครื่องมือ โดยใชความรู ความคิด จินตนาการ ทักษะ
เหตุผล และกระบวนการตางๆ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนประสบการณดานคอมพวิ เตอร ซอฟตแวร
ระบบการสื่อสารขอมูล ในการแกป ญหาตางๆ ที่มีอยู มาเชื่อมโยงสัมพันธกัน จนเกิดความรูใหมที่มคี วามหมาย
สอดคลอง และเชอื่ มโยงกันได โดยมีการบูรณาการความรูดา นอน่ื ๆ หรือจากรายวิชาอื่นๆ ที่เก่ียวของเขามารวม
ดวย เพื่อใหมีความรู ความเขาใจและสามารถนำเอาคอมพิวเตอรมาประยุกตใชในการสรางโครงงานไดอยางมี
จิตสำนกึ และมคี วามรบั ผดิ ชอบ
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ ความสามารถในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการสรางและ
ออกแบบเว็บไซต มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรูไปใชในชีวิตประจำวันใหสอดคลองกับหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงและปรับตนใหเปนพลเมืองที่ดีภายใตกฎบัตรของอาเซียนสามารถดำรงชีวิตในยุคโลกาภิ
วัตนไ ดอยางเหมาะสม มคี ุณธรรม และมีลกั ษณะนสิ ัยรกั การทำงาน
ผลการเรยี นรู
๑. เขยี นกระบวนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอรได
๒. ศกึ ษาโปรแกรมทใ่ี ชใ นการจดั ทำโครงงานดานคอมพิวเตอรโดยใชซอฟตแวรไ ด
๓. ทดลองโปรแกรมหรอื ผลงานที่เกดิ จากการทำโครงงานได
๔. ทำเอกสารประกอบโครงงานได
๕. นำเสนอโครงงานตามโปรแกรมทศี่ ึกษาได
๖. ทำโครงงานอยางมีคณุ ภาพถกู ตอ งตามข้นั ตอนได
รวมท้งั หมด ๖ ผลการเรยี นรู
สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๒๙๖
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
ว ๓๐๒๘๗ คอมพิวเตอรก ราฟฟก กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาคุณสมบตั ขิ องเครือ่ งคอมพิวเตอรในงานกราฟก การเขียนรปู การวาดรูปดวยโปรแกรม
วาดภาพกราฟก และรูปกราฟกพนื้ ฐาน การสรางรูปภาพสำหรับงานทำปายประกาศ ใชค ำสงั่ พื้นฐานจาก
โปรแกรมกราฟก
ปฏิบัติการใชไมโครคอมพิวเตอรในการสรางงานดานกราฟก สรางภาพ วาดภาพ เก็บภาพ เรียกมา
แกไข ระบายสี สำเนาภาพ ขยายและลดขนาดภาพ รูปแบบตัวอักษร การสรางภาพเคลื่อนไหว พิมพงาน การ
นำเสนอขอ มูลดวยกราฟ การพิมพร ปู ภาพงานศิลปะดว ยคอมพิวเตอร การประยุกตใชกับงานดานตางๆ
มีทักษะในการทำงานเปนทีม เคาพรความคิดเห็นและผลงานของอื่น อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
พลงั งานและสิ่งแวดลอ มโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
๑. สามารถอธบิ ายพืน้ ฐานของคอมพวิ เตอรกราฟก ได
๒.สามารถบอกหลักการออกแบบงานกราฟกได
๓. สามารถบอกลกั ษณะองคประกอบของงานกราฟก ได
๔. สามารถบอกลกั ษณะตัวอักษรตางๆ ไดอยางมีจนิ ตนาการและสรางสรรค
๕. สามารถแตงภาพแบบตางๆ ไดอ ยา งมจี นิ ตนาการและสรา งสรรค
๖. สามารถทา งานออกแบบสงิ่ พมิ พเบ้ืองตนได
๗. ผลติ ชน้ิ งาน นำเสนอ และนำไปใชไดอ ยา งเหมาะสม
รวม ๗ ผลการเรียนรู
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๙๗
คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
ว ๓๐๒๘๘ โครงงานคอมพวิ เตอร ๒ กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
...........................................................................................................................................................................
ศึกษาวิเคราะหความเขา ใจและสรางทกั ษะในการแกปญ หา การวิเคราะหป ญหา การออกแบบและ
การวางแผนแกปญหาอยางเปนระบบ ปฏิบัติการแกปญหา และการตรวจสอบปรับปรุง ศึกษาพื้นฐานของระบบ
หุน ยนต
โดยใชกระบวนการการออกแบบและการสรางหุนยนตอยางงาย ศึกษาพื้นฐานการเขียนโปรแกรมและ
เลือกใชโปรแกรมทเี่ หมาะสมในการควบคมุ หนุ ยนต
เพ่อื ใหเกิดคนควา การแกปญหา การสรา งหนุ ยนต ปฏบิ ัติการสรา งโปรแกรมควบคุมหนุ ยนต มที กั ษะ
ในการทำงานมีอาชีพสุจริต มีทักษะในการจัดการทำงานอยางเปนระบบและมีกลยุทธ สามารถคิด ออกแบบ
สราง และพัฒนาผลิตภัณฑหรือวิธีการใหม ๆ ในการทำงานดวยความรับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตย มุงมั่น อดทน
สามารถ ทำงานรวมกับผูอื่นไดอยางมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบของการทำโครงงานหุนยนตที่สามารถประยุกตใช
ในชวี ติ ประจำวัน
ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายวิธีการในการแกป ญ หาโดยการแกปญหาอยา งเปนระบบ
๒. อธบิ ายการแกปญ หาโดยใชร ะบบหนุ ยนต
๓. สามารถแกป ญ หาโดยการใชห ุนยนตผ า นกระบวนการในการทำโครงงาน
๔. สามารถสรา งและออกแบบโครงงานโดยใชห นุ ยนตเปน หลักในการจดั ทำโครงงาน
๕. สามารถทำงานรวมกับผอู น่ื ไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
รวม ๕ ผลการเรียนรู
สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๒๙๘