The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kodwimol, 2021-05-20 06:15:00

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Keywords: ูู,หลักสูตรสถานศึกษา

ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย
เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………….

ศึกษาและฝกทักษะการอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตองเหมาะสมกับเรื่องที่อานจับ
ใจความสำคัญจากเรื่องที่อาน ระบุเหตุและผลขอเท็จจริงกับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน ระบุและอธิบายในบริบท
ตาง ๆ จากการอาน ตีความคำยากในเอกสารวิชาการโดยพิจารณาจากบริบท ระบุขอสังเกตและความ
สมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโนมนาวใจ ปฏิบัติตามคูมือแนะนำวิธีการใชงานเครื่องมือหรือเครื่องใช
วิเคราะหคุณคาที่ไดรับจากการอานอยางหลากหลายเพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวิต การเขียนสื่อสารโดยใชถอยคำ
ถูกตองชัดเจนเหมาะสม คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนบรรยายประสบการณโดยระบุสาระสำคัญและ
รายละเอียดสนับสนุน เขียนเรียงความเขียนยอความจากเร่ืองที่อาน เขียนแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั สาระจากส่อื
ที่ไดรับ เขียนจดหมายสวนตัว และจดหมายกิจธุระ เขียนรายงานการศึกษาคนควาและเขียนโครงงาน มีมารยาท
ในการเขียนการพูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็นอยางสรางสรรคประเมิน
ความนาเชื่อถือที่มีเนื้อหาโนมนาว พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควา มีมารยาทในการฟง ดู และพูด
การอธิบายลักษณะของเสียงในภาษาไทย วิธีการสรางคำ วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำในประโยค วิเคราะห
ความแตกตางของภาษาพูดและภาษาเขียน แตงบทรอยกรองจำแนกและใชสำนวนที่เปนคำพังเพยและสุภาษิต
สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน วิเคราะหและอธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมสรุปความรู
และขอคิดจากการอานเพื่อประยุกตใชในชีวิตจริง ทองจำบทความตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตาม
ความสนใจ
โดยใชกระบวนการอาน เขียน ฟง พูด การสื่อความ กระบวนการคิดวิเคราะห ตีความสรุปความ
การแสวงหาความรู กระบวนการกลุม การอภปิ ราย และนำเสนอผลงานอยางสรางสรรค
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจสามารถ วิเคราะหประเมินคา พัฒนาการอานอยางมีประสิทธิภาพ มี
ทักษะกระบวนการคิดและการสื่อความหมาย สามารถจัดลำดับความคิด ถายทอด ความรูความคิดจากเรื่อง
ที่อานได เขียนเชิงสรางสรรคโดยรวบรวมขอมูล พูดในโอกาสตาง ๆได มีมารยาทและมีนิสัยรักการอาน
การเขียน การฟง การดู และการพูด รักการใฝรูใฝเรียน มีระเบียบมีวินัย ละเอียดรอบคอบ รับผิดชอบตอการ
ทำงาน กลาแสดงออก รับฟงความคิดเห็น และทำงานรวมกับผูอื่นได นำความรู ทักษะไปใชในการเรียนรู และใน
ชีวิตประจำวนั รกั และเห็นคณุ คา ของภาษาไทย มีคุณธรรม จริยธรรมทเ่ี หมาะสม ภาคภูมิใจในทอ งถิ่นของตน
รหสั ตัวชวี้ ดั
ท ๑.๑ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕ ,ม๑/๖ ,ม.๑/๗ ,ม.๑/๘ ,ม.๑/๙
ท ๒.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕ ,ม.๑/๖ ,ม.๑/๗ ,ม.๑/๘ ,ม.๑/๙
ท ๓.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕ , ม.๑/๖
ท ๔.๑ ม.๑/๑
ท ๕.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕
รวมท้งั หมด ๓0 ตัวช้วี ัด

สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๕๐

ท ๒๒๑๐1 ภาษาไทย ๓ คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย

ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………………….
ศึกษาและฝกการอานออกเสียงรอยแกวรอยกรองโดยใชน้ำเสียงแสดงอารมณความรูสึกอยางเหมาะสม
สามารถแยกขอเท็จจริง ขอคิดเห็นบอกเจตนาของผูสงสารประเมินคาเรื่องที่อาน และรูจักเลือกอานหนังสืออาน
เพิ่มเติมทั้งท่ีเปนบทความ เรื่องสั้น สารานุกรม สื่ออิเล็กทรอนิกส ศึกษาการเขียนจดหมายธุรกิจ จดหมาย
ราชการ การกรอกแบบรายการ การจดบันทึกสรุปความจากการอาน การฟง การดู และอ่ืนๆ การยอความจาก
เรื่องที่อานที่หลากหลาย การจดบันทึกรายงานการประชุม การเขียนโครงงาน คำขวัญ คติพจน คำคม เร่ืองส้ัน
อยางสรางสรรค การเขียนบรรยาย อธิบาย พรรณนาความเรื่องที่กำหนด การเขียนประชาสัมพันธ การเขียนเชิญ
ชวน การใชแผนภาพความคิด จัดลำดับความคิดในการรางขอเขียน การเลือกใชคำ สำนวนโวหาร มารยาทการ
เขียน การศึกษาคนควา การจดบันทึกขอมูล สมรรถภาพการฟง การดู และการจับใจความสำคัญ การจำแนก
ขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากการฟงและดูสื่อรูปแบบตางๆ การพูดเสนอความรู ความคิด การพูดในโอกาสตางๆ
การวิเคราะหเนื้อหาจุดประสงคการฟง การดู การพูด มีมารยาทการฟงการศึกษา คำและหนาที่ของคำในประโยค
คำราชาศัพทและคำสุภาพ การแตงคำประพันธประเภทโคลงสี่สุภาพ บทรองเลนการถายทอดเพลงพื้นบาน ใช
ภาษาแสดงความรู ระดมความคิด การอภปิ ราย ระดับภาษาท่เี ปน ทางการและไมเปนทางการ การใชภ าษา การพูด
ภาษาเขียนตามหลักการใชภาษา การใชเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อพัฒนาความรู การสรางเสริมลักษณะนิสัยและ
บุคลิกภาพสอดคลองกับวัฒนธรรม ประเพณีไทย การแสดงความชื่นชม ยกยอง ใชตัวเลขไทย ภาษาไทย การใช
ภาษาที่เหมาะสมกับบุคคลและกลุมอาชีพตางๆการศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรมประเภทกาพย กลอน ความ
เรียง เรื่องสั้น สารคดี กวีนิพนธประเภทกลอนสุภาพ โคลงส่ีสุภาพ การพิจารณาคุณคาของเรื่อง โดยใชหลักการ
พนิ ิจวรรณคดี
โดยใชกระบวนการปฏิบัติในการแสดงความคิดเห็นดวยการคิดวิเคราะหจากเรื่องที่ฟง อานและดูอยางมี
วจิ ารณญาณ การสรางสรรคเ พ่ือใหผูเรยี นมคี วามรคู วามเขาใจสามารถ วิเคราะหป ระเมินคา พัฒนาการอานอยาง
มีประสิทธิภาพ มีทักษะกระบวนการคิดและการสื่อความหมาย สามารถจัดลำดับความคิด ถายทอด ความรู
ความคดิ จากเรื่องท่ีอานได เขยี นเชิงสรา งสรรคโ ดยรวบรวมขอมูล พูดในโอกาสตาง ๆ ได มมี ารยาทและมีนิสัยรัก
การอานการเขยี น การฟง การดู และการพดู รกั การใฝรูใฝเ รียน มีระเบียบ มวี ินยั ละเอยี ดรอบคอบ รับผดิ ชอบ
ตอ การทำงาน กลา แสดงออก รับฟงความคิดเห็น และทำงานรวมกบั ผูอนื่ ได นำความรู ทกั ษะไปใชในการเรียนรู
และในชวี ิตประจำวัน รักและเหน็ คณุ คา ของภาษาไทย มีคุณธรรมจรยิ ธรรมที่เหมาะสมภาคภูมใิ จในทอ งถิน่ ของตน
รหสั ตวั ช้วี ัด
ท ๑.๑ ม.2/๑, ม 2/๒ ,ม.2/๓, ม.2/๔,ม.2/๕, ม.2/๖, ม.2/๗, ม.2/๘
ท ๒.๑ ม.2/๑,ม.2/๒, ม.๒/๓, ม.2/๔, ม.2/๕, ม 2/๖
ท ๓.๑ ม.2/๑, ม.2/๒, ม.2/๓, ม.2/๔, ม.2/๕, ม.2/๖
ท ๔.๑ ม.2/๑, ม.2/๒, ม.2/๓, ม.2/๔, ม.2/๕
ท ๕.๑ ม.2/๑, ม.2/๒, ม.2/๓, ม.2/๔, ม.2/๕
รวมทง้ั หมด ๓0 ตัวช้ีวัด

สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๕๑

ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษาและฝกอานออกเสียงบทรอยแกวที่เปนบทบรรยายและบทพรรณนา บทรอยกรอง กลอน เพลง
ยาว กาพยหอ โคลง อานจบั ใจความสำคัญ สรปุ ความและอธบิ ายรายละเอยี ด เขยี นแผนผงั ความคดิ เพอ่ื แสดงความ
เขาใจในบทเรยี นตางๆทอ่ี าน บทสนทนา บทโฆษณา อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ และ ขอ โตแ ยง เกี่ยวกบั เรื่องที่อาน
วิเคราะหและจำแนกขอเท็จจริงขอคิดเห็น ระบุขอ สังเกตการชวนเชื่อ การโนมนาว หรือความสมเหตุสมผลของ
งานเขียน เรื่องราวจากบทเรียนในกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทยและกลุมสาระการเรียนรูอื่น เลือกอานหนังสือที่
นกั เรียนสนใจและเหมาะสมกบั วัย หรอื หนังสืออานทคี่ รแู ละนกั เรียนกำหนดรวมกนั มีมารยาทในการอา น
ฝกคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย เขียนบรรยายและเขียนพรรณนา
เขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ เขียนยอความจากสื่อตางๆเรื่องราวในบทเรียนในกลุมสาระการเรียนรูอื่น
นิทานชาดก เขียนรายงานโครงงาน เขียนจดหมายกิจธุระ จดหมาย ขอความอนุเคราะห เขียนวิเคราะหวิจารณ
และแสดงความรู ความคิดเห็นหรือโตแยงจากสื่อตาง ๆ เชน หนังสืออานนอกเวลา สารคดี บันเทิงคดีอยางมี
เหตุผล มารยาทในการเขยี น
พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟง วิเคราะหขอเท็จจริง ขอคิดเห็นและความนาเชื่อถือของขาวสาร
วเิ คราะหแ ละวจิ ารณเรื่องท่ีฟงและดูอยางมีเหตุผลนำขอ คิดมาประยกุ ตใชในการดำเนินชีวิต พูดในโอกาสตางๆ พูด
โฆษณา พดู รายงานการศึกษาคน ควา จากแหลง เรียนรูต า ง ๆ มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด
สรางคำสมาธิ สนธิ วิเคราะหโครงสรางประโยคสามัญ ประโยครวม แตงบทรอยกรองประเภทกลอน
สภุ าพ ใชคำราชาศพั ท รวบรวมคำท่มี าจากภาษาตางประเทศ
สรุปเน้ือหาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอานเก่ยี วกบั สุภาษติ คำสอน เหตุการณ ประวัตศิ าสตร บันเทิง
คดี บันทึกการเดินทาง วิเคราะหวิจารณ อธิบายคุณคาสรุปความรูและขอคิดจากการอานวรรณคดี วรรณกรรม
ไปใชในชีวิตประจำวัน ทองจำบทอาขยานที่กำหนด และบทรอยกรองที่มีคุณคา โดยใชกระบวนการเรียนภาษา
กระบวนการเรียนความรูความเขาใจ กระบวนการสรางเจตคติ กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการอาน และเขียน ทกั ษะการสือ่ ความหมาย และทกั ษะกระบวนการ
คิดวิเคราะห คิดสงั เคราะหคดิ แกปญ หา คิดสรา งสรรค
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจสามารถ วิเคราะหประเมินคา พัฒนาการอานอยางมีประสิทธิภาพ มี
ทักษะกระบวนการคิดและการสื่อความหมาย สามารถจัดลำดับความคิด ถายทอด ความรูความคิดจากเรื่องท่ี
อานได เขียนเชิงสรางสรรคโดยรวบรวมขอมูล พูดในโอกาสตาง ๆได มีมารยาทและมีนิสัยรักการอานการเขียน
การฟง การดู และการพูด รักการใฝรูใฝเรียน มีระเบียบ มีวินัย ละเอียดรอบคอบ รับผิดชอบตอการทำงาน
กลาแสดงออก รับฟงความคิดเห็น และทำงานรวมกับผูอื่นได นำความรู ทักษะไปใชในการเรียนรู และใน
ชีวติ ประจำวัน รกั และเหน็ คณุ คาของภาษาไทย มคี ุณธรรม จริยธรรมทเี่ หมาะสม ภาคภูมใิ จในทอ งถิ่นของตน
รหสั ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.2/๑, ม 2/๒ ,ม.2/๓, ม.2/๔, ม.2/๕, ม.2/๖, ม.2/๗, ม.2/๘
ท ๒.๑ ม.2/๑, ม.2/๒, ม.๒/๓, ม.2/๔, ม.2/๕, ม 2/๖
ท ๓.๑ ม.2/๑, ม.2/๒, ม.2/๓, ม.2/๔, ม.2/๕, ม.2/๖
ท ๔.๑ ม.2/๑, ม.2/๒, ม.2/๓, ม.2/๔, ม.2/๕ ท ๕.๑ ม.2/๑, ม.2/๒, ม.2/๓, ม.2/๔, ม.2/๕
รวมทั้งหมด ๓0 ตวั ชวี้ ดั

สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๕๒

ท 23101 ภาษาไทย ๕ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย

ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต
……………………………………………………………….…………………………………………………………………………..………………….
ศึกษาและฝกการอานออกเสียงบทรอยแกวที่เปนบทความทั่วไปและบทความปกิณกะ บทรอยกรอง
ประเภทกลอนบทละคร กลอนเสภา กาพยยานี ๑๑ กาพยฉ บัง ๑๖ และโคลงส่ีสภุ าพ อานจบั ใจความจากวรรณคดี
ในบทเรียน บทความ บันเทิงคดสี ารคดเี ชงิ ประวตั ิ ตำนาน งานเขียนเชิงสรา งสรรค เรื่องราวจากบทเรียน อานตาม
ความสนใจจากหนังสืออานนอกเวลา หนังสืออานตามความสนใจตามวัย หนังสืออานท่ีครูและนักเรียนรวมกัน
กำหนด มารยาทในการอาน การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนขอความ
ตามสถานการณแ ละโอกาสตา ง ๆ เชน คำอวยพรในโอกาสตา ง ๆ คำขวญั คำคม โฆษณา คตพิ จน สุนทรพจนเ ขยี น
อัตชีวประวัติหรือชีวประวัติ เขียนยอความจากนิทาน ประวัติ ตำนาน สารคดีทางวิชาการ พระราชดำรัส พระบรม
ราโชวาท จดหมายราชการ เขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็น และโตแยงในเรื่องตาง ๆ เขียนวิเคราะห
วิจารณ และแสดงความรู ความคิดเห็น หรือโตแยงจากบทโฆษณา บทความทางวิชาการ กรอกแบบสมัครงาน
เขียนรายงานจากการศึกษา คนควา เขียนรายงานโครงการ มารยาทการเขียน พูดแสดงความคิดเห็นและประเมิน
เร่อื ง พูดวิเคราะหว ิจารณ จากเรือ่ งท่ีฟงและดู พดู รายงานการศกึ ษาคนควา เก่ยี วกบั ภมู ิปญ ญาทอ งถนิ่ พดู ในโอกาส
ตาง ๆ เชนพูดโตวาที อภิปรายพูดยอวาที พูดโนมนาว มารยาทในการฟง การดู การพูด จำแนกและใชค ำที่มาจาก
ภาษาตางประเทศ สรางประโยคที่ซับซอน วิเคราะหระดับภาษา ใชคำทับศัพทและคำศัพทบัญญัติ อธิบาย
ความหมายคำศัพททางวิชาการและวิชาชีพ แตงบทรอยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ สรุปเนื้อหาวรรณคดี
วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถิ่น เกี่ยวกับศาสนา สุภาษิตคำสอน ประเพณี พิธีกรรม เหตุการณใน
ประวัติศาสตร บันเทิงคดี วิเคราะหวิถีไทย และคุณคาจากวรรณคดีและวรรณกรรม ทองจำบทอาขยาน และบท
รอ ยกรองที่มีคุณคา
โดยใชทักษะการอาน การเขียน การพูด การฟง และการดูสื่อสารสนเทศในการแสวงหาความรู และการ
พัฒนาการเรียนรใู หกวา งขวางขนึ้ ดวยการสนทนาแลกเปล่ยี น การทำงานรว มกนั การอภิปราย หรือการเขียน จด
บันทึกความรู ใชทั้งที่เปนภาษาพูดและภาษาเขียนไดเหมาะสมกับบุคคล สถานการณและใชกระบวนการเรียน
ภาษา กระบวนการเรียนความรูความเขาใจ กระบวนการสรางเจตคติ กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการอานและเขียน ทักษะการส่ือความหมาย และทกั ษะกระบวนการ
คิดวิเคราะห คิดสังเคราะห คิดสรางสรรค คิดแกปญ หา
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจสามารถวิเคราะหประเมินคา พัฒนาการอานอยางมีประสิทธิภาพ มี
ทักษะกระบวนการคิดและการสื่อความหมาย สามารถจัดลำดับความคิด ถายทอด ความรูความคิดจากเรื่องท่ี
อานได เขียนเชิงสรางสรรคโดยรวบรวมขอมูล พูดในโอกาสตาง ๆ ได มีมารยาทและมีนิสัยรักการอานการเขียน
การฟง การดู และการพูด รักการใฝรูใฝเรียน มีระเบียบมีวินัย ละเอียดรอบคอบ รับผดิ ชอบตอการทำงาน กลา
แสดงออก รับฟงความคิดเห็น และทำงานรวมกับผูอื่นได นำความรู ทักษะไปใชในการเรียนรู และใน
ชีวิตประจำวัน รักและเห็นคุณคา ของภาษาไทย มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมท่เี หมาะสม ภาคภูมิใจในทองถ่ินของตน
รหสั ตัวช้ีวัด ท ๑.๑ ม.3/๑, ม.3/๒,ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕, ม.3/๖,ม.3/๗, ม.3/๘, ม.3/๙, ม.3/๑๐
ท ๒.๑ ม.3/๑, ม.3/๒,ม.3/๓, ม.3/๔,ม.3/๕, ม.3/๖, ม.3/๗
ท ๓.๑ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕, ม.3/๖
ท ๔.๑ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕, ม.3/๖
ท ๕.๑ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕ รวมท้ังหมด ๓4 ตวั ชวี้ ัด

สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๕๓

ท ๒๓๑๐2 ภาษาไทย ๖ อธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
………………………………………………………………….…………………………………………………………………………………………….
ศึกษาและฝกการอานออกเสียงบทรอยแกวที่เปนบทความทั่วไปและบทความปกิณกะ บทรอยกรองประเภท
กลอนบทละคร กลอนเสภา กาพยยานี ๑๑ กาพยฉบัง ๑๖ และโคลงสี่สุภาพ อานจับใจความจากวรรณคดีใน
บทเรียน บทความ บันเทิงคดีสารคดีเชิงประวตั ิ ตำนาน งานเขียนเชิงสรางสรรค เรื่องราวจากบทเรียน อานตามความ
สนใจจากหนังสืออานนอกเวลา หนังสืออานตามความสนใจตามวัย หนังสืออานที่ครูและนักเรียนรวมกันกำหนด
มารยาทในการอาน การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนขอความตาม
สถานการณและโอกาสตาง ๆ เชน คำอวยพรในโอกาสตาง ๆ คำขวัญ คำคม โฆษณา คติพจน สุนทรพจนเขียน
อัตชีวประวัติหรือชีวประวัติ เขียนยอความจากนิทาน ประวัติ ตำนาน สารคดีทางวิชาการ พระราชดำรัส พระบรม
ราโชวาท จดหมายราชการ เขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็น และโตแยงในเรื่องตาง ๆ เขียนวเิ คราะห วิจารณ
และแสดงความรู ความคิดเห็น หรือโตแยงจากบทโฆษณา บทความทางวิชาการ กรอกแบบสมัครงาน เขียนรายงาน
จากการศึกษาคนควา เขียนรายงานโครงการ มารยาทการเขียน พูดแสดงความคิดเห็นและประเมินเรื่อง พูดวิเคราะห
วิจารณ จากเรื่องท่ีฟงและดู พูดรายงานการศึกษาคนควาเกีย่ วกับภูมิปญญาทองถิ่น พูดในโอกาสตาง ๆ เชนพูดโตว าที
อภิปรายพูดยอวาที พูดโนมนาว มารยาทในการฟง การดู การพูด จำแนกและใชคำที่มาจากภาษาตางประเทศ สราง
ประโยคที่ซับซอน วิเคราะหระดับภาษา ใชคำทับศัพทและคำศัพทบัญญัติ อธิบายความหมายคำศัพททางวิชาการและ
วิชาชีพ แตงบทรอยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถิ่น เกี่ยวกับ
ศาสนา สุภาษิตคำสอน ประเพณี พิธีกรรม เหตุการณในประวัติศาสตร บันเทิงคดี วิเคราะหวิถีไทย และคุณคาจาก
วรรณคดีและวรรณกรรม ทอ งจำบทอาขยาน และบทรอ ยกรองที่มคี ุณคา
โดยใชทักษะการอาน การเขียน การพูด การฟง และการดูสื่อสารสนเทศในการแสวงหาความรู และการ
พัฒนาการเรียนรูใหกวางขวางขึ้นดวยการสนทนาแลกเปลี่ยน การทำงานรวมกัน การอภิปราย หรือการเขียน จดบันทึก
ความรู ใชทั้งที่เปนภาษาพูดและภาษาเขียน ไดเหมาะสมกับบุคคล สถานการณและใชกระบวนการเรียนภาษา
กระบวนการเรียนความรูความเขาใจ กระบวน การสรางเจตคติ กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสราง
ความตระหนัก กระบวนการอา นและเขียน ทักษะการสื่อความหมาย ความหมาย และทกั ษะกระบวนการคิดวเิ คราะห
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจสามารถ วิเคราะหประเมินคา พัฒนาการอาน อยางมีประสิทธิภาพ มีทักษะ
กระบวนการคิดและการสื่อความหมาย สามารถจัดลำดับความคิดถายทอด ความรูความคิดจากเรื่องที่อานได เขียนเชิง
สรางสรรคโ ดยรวบรวมขอมลู พดู ในโอกาสตาง ๆ ได มีมารยาทและมีนสิ ยั รกั การอานการเขียน การฟง การดู และการพูด
รักการใฝรูใฝเรียนมีระเบียบ มีวินัย ละเอียดรอบคอบ รับผิดชอบตอการทำงาน กลาแสดงออก รับฟงความคิดเห็นและ
ทำงานรวมกับผูอื่นได นำความรู ทักษะไปใชในการเรียนรู และในชีวิตประจำวัน รักและเห็นคุณคาของภาษาไทย มี
คุณธรรม จรยิ ธรรมที่เหมาะสม ภาคภมู ใิ จในทอ งถน่ิ ของตน
รหัสตัวชี้วดั ท ๑.๑ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕, ม.3/๖, ม.3/๗, ม.3/๘, ม.3/๙, ม.3/๑๐
ท ๒.๑ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕
ท ๓.๑ ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕, ม.3/๖
ท ๔.๑ ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕, ม.3/๖
ท ๕.๑ ม.3/๑, ม.3/๒, ม.3/๓, ม.3/๔, ม.3/๕
รวมทง้ั หมด ๓2 ตวั ช้วี ดั

สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๕๔

คำอธิบายรายวชิ า

กลมุ สาระการเรียนรู
คณติ ศาสตร

โครงสรางหลกั สูตรกลุม สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน

กลุมรายวิชาพืน้ ฐาน ชื่อวิชา ระดบั ชนั้ หนวยกิต จำนวนช่วั โมง/ป
ที่ รหัสวิชา คณิตศาสตร ๑ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๑ ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๒ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๒ ค ๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร ๓ ม. ๒ ๑.๕ ๖๐
๓ ค ๒๒๑๐๑ คณติ ศาสตร ๔ ม. ๒ ๑.๕ ๖๐
๔ ค ๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร ๕ ม. ๓ ๑.๕ ๖๐
๕ ค ๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร ๖ ม. ๓ ๑.๕ ๖๐
๖ ค ๒๓๒๐๒

สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๕๖

ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร

ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖0 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
……………………………………………………………………………………….……………………………………………………………….……….
ศกึ ษา วเิ คราะห อธิบาย ฝกทักษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปนี้
จำนวนตรรกยะจำนวนเตม็ สมบตั ิของจำนวนเตม็ ทศนยิ มและเศษสว น จำนวนตรรกยะและสมบตั ขิ อง
จำนวนตรรกยะ เลขยกกำลังท่ีมเี ลขช้ีกำลังเปนจำนวนเต็มบวก การนำความรเู กยี่ วกบั จำนวนเต็ม จำนวนตรรกยะ
และเลขยกกำลงั ไปใชในการแกป ญหา
สมการเชงิ เสน ตวั แปรเดียวสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวการแกส มการเชงิ เสน ตวั แปรเดียว การนำความรู
เก่ียวกับการแกสมการเชงิ เสน ตัวแปรเดียวไปใชในชีวิตจรงิ
อตั ราสวนอตั ราสว นของจำนวนหลาย ๆ จำนวน สัดสว น การนำความรเู กย่ี วกบั อตั ราสว น สดั สว นและ
รอยละไปใชในการแกปญ หา
โดยนำความรู ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรทห่ี ลากหลายมาใชในการแกป ญ หาในสถานการณต างๆ
ไดอยางเหมาะสม มเี หตุผลประกอบในการตดั สนิ ใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภ าษาและสัญลักษณทาง
คณติ ศาสตรในการส่ือสาร สือ่ ความหมาย และนำเสนอไดอ ยางถกู ตองชัดเจน เชื่อมโยงความรูตา งๆในคณิตศาสตร
และนำความรทู ักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร ไปเช่ือมโยงกบั ศาสตรอ ่นื ๆและมคี วามคิดรเิ ร่ิมสรา งสรรค
เพื่อใหเ กิดคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค สามารถทำงานอยางมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผดิ ชอบมี
วิจารณญาณ มคี วามเชอื่ มัน่ ในตนเอง มีความซื่อสตั ยสุจรติ มีวินัย ใฝเ รยี นรู มงุ ม่นั ในการทำงาน รักความเปนไทย มี
จติ สาธารณะ พรอมทง้ั ตระหนกั ในคุณคาและมเี จตคตทิ ่ดี ตี อคณติ ศาสตร

รหัสตัวชว้ี ัด
ค1.1 ม.1/1, ม.1/ 2, ม.1/ 3
ค1.3 ม.1/1

รวมทั้งหมด 4 ตัวชีว้ ัด

สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๕๗

ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร ๒ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร

ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖0 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
ศกึ ษา วเิ คราะห อธิบาย ฝก ทกั ษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปน้ี
สมการเชงิ เสน สองตวั แปรกราฟของความสัมพันธเชิงเสน สมการเชงิ เสนสองตัวแปร การนำความรู
เกยี่ วกบั สมการเชงิ เสนสองตัวแปร และกราฟของความสัมพันธเชิงเสน ไปใชในชีวิตจริง
สถติ ิการตั้งคำถามทางสถิติ การเกบ็ รวบรวมขอมลู การนำเสนอขอมูล ไดแก แผนภมู ิรปู ภาพ แผนภมู ิแทง
กราฟเสน และแผนภมู ริ ูปวงกลม การแปลความหมายขอ มลู การนำสถิติไปใชในชวี ิตจรงิ
การสรา งทางเรขาคณติ การสรางพ้นื ฐานทางเรขาคณิต การสรา งรูปเรขาคณติ สองมติ โิ ดยใชก ารสราง
พื้นฐานทางเรขาคณิต การนำความรูเ กี่ยวกับการสรางพ้ืนฐานทางเรขาคณติ ไปใชใ นชวี ติ จรงิ
มติ ิสัมพันธของรปู เรขาคณติ หนาตัดของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ ภาพทีไ่ ดจ ากการมองดานหนา ดานขาง
ดา นบนของรปู เรขาคณติ สามมิติทป่ี ระกอบขนึ้ จากลูกบาศก
โดยนำความรู ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรทหี่ ลากหลายมาใชในการแกป ญหาในสถานการณต างๆ
ไดอยางเหมาะสม มีเหตุผลประกอบในการตดั สินใจ และสรปุ ผลไดอยา งเหมาะสม ใชภ าษาและสญั ลกั ษณท าง
คณิตศาสตรใ นการสือ่ สาร สือ่ ความหมาย และนำเสนอไดอ ยา งถูกตองชัดเจน เชือ่ มโยงความรูตางๆในคณติ ศาสตร
และนำความรทู ักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร ไปเชอื่ มโยงกับศาสตรอ นื่ ๆและมีความคดิ ริเริม่ สรา งสรรค
เพอื่ ใหเกดิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค สามารถทำงานอยา งมีระบบระเบียบ รอบคอบ รบั ผดิ ชอบมี
วิจารณญาณ มคี วามเช่อื ม่นั ในตนเอง มคี วามซ่ือสัตยส ุจรติ มวี นิ ัย ใฝเรียนรู มงุ ม่นั ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มี
จติ สาธารณะ พรอ มทัง้ ตระหนักในคณุ คาและมีเจตคตทิ ดี่ ตี อ คณติ ศาสตร
รหสั ตวั ช้วี ดั
ค2.2 ม.1/1, ม.1/ 2
ค3.1 ม.1/1
รวมท้งั หมด 3 ตวั ช้วี ัด

สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๕๘

ค ๒2๑๐1คณิตศาสตร ๓ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูค ณิตศาสตร

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖0 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ
………………………………………………………………………………………………………………………….………..………..………………..
ศกึ ษา วิเคราะห อธบิ าย ฝก ทกั ษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปนี้
จำนวนตรรกยะเลขยกกำลังทีม่ เี ลขชีก้ ำลังเปน จำนวนเต็ม การนำความรเู ก่ียวกบั เลขยกกำลงั ไปใชในการ
แกป ญ หา
จำนวนจริงจำนวนอตรรกยะ จำนวนจรงิ รากที่สองและรากที่สามของจำนวนตรรกยะ การนำความรู
เกี่ยวกับจำนวนจรงิ ไปใช
ทฤษฎบี ทพีทาโกรัสทฤษฎบี ทพที าโกรสั และบทกลบั การนำความรูเกีย่ วกบั ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบท
กลับไปใชใ นชีวิตจรงิ
พหนุ ามพหนุ าม การบวก การลบ และการคณู ของพหุนาม การหารพหนุ ามดวยเอกนามท่มี ีผลหารเปน
พหนุ าม
การแยกตัวประกอบของพหนุ าม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี องโดยใช สมบตั กิ ารแจกแจง
กำลงั สองสมบรู ณ ผลตางของกำลังสอง เปนตน
สถติ ิการนำเสนอและวิเคราะหข อ มลู ไดแ ก แผนภาพจุด แผนภาพตน – ใบ ฮิสโทแกรมและคา กลางของ
ขอมูล การแปลความหมายผลลพั ธการนำสถติ ไิ ปใชใ นชีวติ จริง
โดยนำความรู ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรท ห่ี ลากหลายมาใชใ นการแกปญ หาในสถานการณต างๆ
ไดอยางเหมาะสม มเี หตผุ ลประกอบในการตดั สนิ ใจ และสรุปผลไดอ ยา งเหมาะสม ใชภ าษาและสัญลักษณท าง
คณติ ศาสตรในการส่อื สาร ส่ือความหมาย และนำเสนอไดอยา งถกู ตองชัดเจน เช่อื มโยงความรูตางๆในคณิตศาสตร
และนำความรทู กั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร ไปเชื่อมโยงกับศาสตรอ่นื ๆและมคี วามคิดรเิ ริ่มสรางสรรค
เพ่อื ใหเ กดิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค สามารถทำงานอยา งมรี ะบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบมี
วิจารณญาณ มคี วามเชื่อมัน่ ในตนเอง มคี วามซ่ือสัตยส ุจรติ มวี ินัย ใฝเ รียนรู มงุ ม่ันในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มี
จิตสาธารณะ พรอ มทงั้ ตระหนักในคุณคา และมเี จตคติที่ดีตอคณิตศาสตร
รหสั และตวั ชวี้ ดั
ค1.1 ม.2/1, ม.2/2
ค1.2 ม.2/1ม.2/2
ค2.2 ม.2/5
ค3.1 ม.2/1
รวมท้งั หมด 6 ตัวชวี้ ดั

สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๕๙

ค ๒๒๑๐2คณติ ศาสตร ๔ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖0 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………..
ศกึ ษา วเิ คราะห อธบิ าย ฝก ทักษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปน้ี
พื้นทผี่ ิว การหาพ้ืนที่ผวิ ของปริซมึ และทรงกระบอก การนำความรูเก่ียวกบั พน้ื ทีผ่ วิ ของปริซึมและ
ทรงกระบอกไปใชใ นการแกป ญ หา
ปรมิ าตรการหาปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอกการนำความรูเ กีย่ วกับปรมิ าตรของปริซมึ และ
ทรงกระบอกไปใชในการแกป ญ หา
เสน ขนานสมบตั ิเกีย่ วกับเสนขนานและรูปสามเหล่ียม
การเทา กนั ทกุ ประการ ความเทากันทกุ ประการของรปู สามเหลยี่ ม การนำความรเู กี่ยวกบั ความเทา กนั
ทุกประการไปใชใ นการแกปญ หา
การแปลงทางเรขาคณติ การเล่ือนขนาน การสะทอน การหมุนการนำความรเู กยี่ วกับการแปลงทาง
เรขาคณติ ไปใชในการแกป ญ หา
การสรา งทางเรขาคณิตการนำความรูเกยี่ วกบั การสรางทางเรขาคณิตไปใชในชวี ติ จรงิ
โดยนำความรู ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรท ่ีหลากหลายมาใชใ นการแกปญ หาในสถานการณต า งๆไดอยาง
เหมาะสม มีเหตผุ ลประกอบในการตดั สนิ ใจ และสรุปผลไดอยา งเหมาะสม ใชภ าษาและสัญลักษณท างคณิตศาสตร
ในการส่อื สาร ส่อื ความหมาย และนำเสนอไดอ ยา งถกู ตอ งชดั เจน เชื่อมโยงความรตู างๆในคณติ ศาสตรแ ละนำ
ความรทู ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร ไปเช่อื มโยงกับศาสตรอ น่ื ๆและมคี วามคิดริเรมิ่ สรางสรรค
เพ่ือใหเกิดคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค สามารถทำงานอยางมรี ะบบระเบียบ รอบคอบ รับผดิ ชอบมี
วจิ ารณญาณ มีความเช่ือมั่นในตนเอง มคี วามซื่อสัตยสจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเ รียนรู มงุ มั่นในการทำงาน รักความเปน ไทย มี
จิตสาธารณะ พรอมทงั้ ตระหนักในคณุ คาและมีเจตคตทิ ีด่ ตี อ คณติ ศาสตร
รหสั และตวั ชวี้ ดั
ค2.1 ม.2/1, ม.2/2
ค2.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
รวมท้งั หมด 6 ตัวช้ีวัด

สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๖๐

ค ๒๓๑๐๕คณิตศาสตร ๕ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖0 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษา ฝกทักษะการคิดคำนวณและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอัน ไดแก การแกปญหา
การใหเหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการเชื่อมโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตร
และมีความคิดริเริ่มสรางสรรคจ ัดประสบการณหรือสถานการณในชีวติ ประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรยี นไดศกึ ษาคนควา
โดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน ในสาระตอไปน้ี อสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว แนะนำอสมการเชิงเสนตัวแปร
เดยี ว คำตอบของอสมการเชงิ เสน ตัวแปรเดียว การแกอสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว และโจทยปญหาเกี่ยวกับ
อสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกวาสอง การแยกตัวประกอบของพหุนาม
ที่อยูในรูปผลบวกและผลตางของกำลังสาม และการแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกวาสาม สมการกำลัง
สองตัวแปรเดียว แนะนำสมการกำลังสองตัวแปรเดียว การแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียว และโจทยปญหา
เกยี่ วกับสมการกำลงั สองตัวแปรเดยี ว
ความคลาย รูปเรขาคณิตที่คลายกัน รูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน และโจทยปญหาเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยมท่ี
คลายกัน
กราฟของฟงกชันกำลังสอง แนะนำฟง กชัน และกราฟของฟงกชนั กำลงั สอง
สถติ ิ (3) แผนภาพกลอง และการอานและแปลความหมายจากแผนภาพกลอง
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ มีทักษะในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร การเชื่อมโยง และสามารถนำไปใชในการเรียนรูส่ิงตางๆ และใชในชีวิตประจำวัน อยางสรางสรรค มี
ระเบียบวินัย ใฝเรียนรู มีความรับผิดชอบ มุงมั่นในการทำงาน และมีความเชื่อมั่นตนเอง สามารถทำงานอยางเปน
ระบบ รวมทงั้ เห็นคุณคา และมีเจตคติท่ีดีตอคณติ ศาสตร
รหัสตัวชีว้ ัด
ค 1.2 ม.3/1, ม3/2
ค 1.3 ม.3/1, ม.3/2
ค 2.2 ม.3/1
ค 3.1 ม3/1
รวมทัง้ หมด 6 ตัวชีว้ ัด

สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๖๑

ค ๒๓๑๐๖ คณิตศาสตร ๖ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖0 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ
………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………………….
ศึกษา ฝกทักษะการคิดคำนวณและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอัน ไดแก การแกปญหา
การใหเหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการเช่ือมโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตร
และมีความคดิ ริเริ่มสรางสรรคจัดประสบการณหรือสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตวั ใหผ ูเรียนไดศ ึกษาคนควา
โดยปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน ในสาระตอไปน้ี
ระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร แนะนำระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร การแกระบบสมการเชิงเสน
สองตัวแปร และโจทยป ญหาเกย่ี วกับระบบสมการเชิงเสนสองตวั แปร
วงกลม มมุ ท่ีจุดศนู ยก ลางและมมุ ในสวนโคงของวงกลม คอรด ของวงกลม และเสนสัมผัสวงกลม
พีระมดิ กรวย และทรงกลม ปริมาตรและพืน้ ทีผ่ ิวของพีระมิด กรวย และทรงกลม
ความนาจะเปน โอกาสของเหตกุ ารณ และความนาจะเปน
อตั ราสวนตรโี กณมติ ิ ความหมายของอัตราสวนตรีโกณมิติ อัตราสวนตรโี กณมิตขิ องมุมแหลม และการนำ
อัตราสว นตรโี กณมติ ิไปใชใ นการแกป ญหา
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ มีทักษะในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมาย
ทางคณติ ศาสตร การเช่อื มโยง และสามารถนำไปใชในการเรียนรูส่ิงตางๆ และใชในชวี ติ ประจำวัน อยางสรางสรรค
มีระเบียบวินัย ใฝเรียนรู มีความรับผิดชอบ มุงมั่นในการทำงาน และมีความเชื่อมั่นตนเอง สามารถทำงานอยาง
เปน ระบบ รวมทัง้ เหน็ คุณคาและมเี จตคติทีด่ ตี อ คณติ ศาสตร
รหสั ตวั ช้ีวดั
ค 1.3 ม.3/3
ค 2.1 ม.3/1, ม3/2
ค 2.2 ม.3/2, ม.3/3
ค 3.2 ม3/1
รวมทั้งหมด 6 ตัวช้ีวัด

สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๖๒

คำอธิบายรายวิชา

กลมุ สาระการเรียนรู
วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

โครงสรา งหลักสูตรกลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน

กลุมรายวชิ าพืน้ ฐาน

ที่ รหัสวชิ า ชื่อวชิ า ระดับชน้ั หนวยกิต จำนวนชั่วโมง
๑ ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๒ ว ๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๒ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๓ ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๓ ม. ๒ ๑.๕ ๖๐
๔ ว ๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๔ ม. ๒ ๑.๕ ๖๐
๕ ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๕ ม. ๓ ๑.๕ ๖๐
๖ ว ๒๓๒๐๒ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๖ ม. ๓ ๑.๕ ๖๐

สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๖๔

คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑ กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……………..
ศึกษา วิเคราะห การเรียนรูวิทยาศาสตร สมบัติของสารบริสุทธิ์ การจำแนกและองคประกอบของสาร
บริสุทธิ์ เซลล การลำเลียงสารเขาออกเซลล การสืบพันธุและขยายพันธุพืชดอก การสังเคราะหดวยแสง การ
ลำเลียงน้ำ ธาตุอาหาร และอาหารของพืช แนวคิดหลักของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันและวิเคราะหสาเหตุหรือ
ปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปญหาหรือความตองการในชีวิตประจำวัน ออกแบบวิธีการ
แกปญหา ทดสอบ ประเมินผล และระบุขอบกพรองที่เกิดขึ้นพรอมทั้งหาแนวทางแกไข ทักษะเกี่ยวกับวัสดุ
อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา หรืออิเล็กทรอนิกส อัลกอริทึมที่ใชแนวคิดเชิงนามธรรม ออกแบบและเขียน
โปรแกรมอยางงาย รวบรวมขอมลู ปฐมภมู ิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอขอมูลและสารสนเทศตามวตั ถุประสงค
โดยใชซอฟตแวร หรือบริการบนอินเตอรเน็ตที่หลากหลาย ใชเทคโนโลยีอยางปลอดภัย ใชสื่อและแหลงขอมูลตาม
ขอกำหนดและขอตกลง
โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการ
เรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21 การสืบคนขอมลู และการอภปิ ราย เพื่อใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถสื่อสาร
สิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร
จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นิยมท่ีเหมาะสม
(ออกแบบและเทคโนโลยี) ศึกษาความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการ
เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดย
วิเคราะห เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จําเปนเพื่อออกแบบวิธีการแกปญหาในชีวิตประจําวันในดานการเกษตร
และอาหาร และสรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใชวัสดุ
อุปกรณ เครอื่ งมือ ในการแกป ญหาไดอ ยา งถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย

ตวั ชีว้ ดั
ว 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10

ม.1/11 ม.1/12 ม.1/13 ม.1/14 ม.1/15 ม.1/16 ม.1/17 ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10
ว 4.๑ ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/๕

รวมท้งั หมด ๓๓ ตัวชี้วดั
หมายเหตุ หากแยกจัดเปนรายวิชาเพิ่มเติมใหนำตัวชี้วัด ว 4.๑ ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/๕
ออกจากรายวชิ าพื้นฐาน

สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๖๕

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว ๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๒ กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ศึกษา วิเคราะห ความรอนกับการเปลี่ยนแปลงของสสาร การถายโอนความรอน ลมฟาอากาศรอบตัว
มนุษยและการเปลี่ยนแปลงลมฟา อากาศ
โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่
เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา กานำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คุณธรรม และคา นิยมที่เหมาะสม
(วิทยาการคำนวณ) ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จาเปนตอการแกปญหา

ขั้นตอนการแกปญหา การเขียนรหัสลาลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใช

งานตัวแปร เงื่อนไข และการวนซ้ำเพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมลู ปฐมภูมิ การ

ประมวลผลขอ มลู การสรา งทางเลือกและประเมนิ ผลเพือ่ ตัดสินใจ ซอฟตแ วรและบริการบนอินเทอรเ นต็ ท่ใี ชในการ

จัดการขอมูล แนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ การพิจารณาความ

เหมาะสมของเน้ือหา ขอ ตกลงและขอ กำหนดการใชส อ่ื และแหลง ขอมลู

นำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหาไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรม หรือการแกปญหา

ในชีวิตจริง รวบรวมขอมูลและสรางทางเลือกในการตัดสินใจไดอยางมีประสิทธิภาพ และตระหนักถึงการใชงาน

เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา งปลอดภยั เกดิ ประโยชนต อ การเรียนรู และไมส รางความเสียหายใหแ กผ ูอืน่

ตัวช้วี ดั
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7
ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7
ว 4.๒ ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4

รวมท้ังหมด ๑๙ ตวั ช้ีวดั
หมายเหตุ หากแยกจดั เปนรายวิชาเพม่ิ เตมิ ใหนำตัวชี้วัด ว 4.๒ ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 ออกจาก
รายวิชาพน้ื ฐาน

สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๖๖

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ว ๒๒๑๐1 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๓ กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
ศึกษา วิเคราะห อวัยวะและหนาที่ของอวัยวะที่เกี่ยวของในระบบหายใจ กลไกการหายใจเขาและออก
โดยใชแบบจำลอง กระบวนการแลกเปลี่ยนแกส ความสำคัญของระบบหายใจ หนาที่ของอวัยวะในระบบขับถาย
ในการกำจดั ของเสียทางไต ความสำคัญของระบบขบั ถายในการกำจัดของเสยี ทางไต บรรยายโครงสรา งและหนาที่
ของหัวใจ หลอดเลือด และเลือด การทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดโดยใชแบบจำลอง ออกแบบการทดลอง
และทดลองในการเปรียบเทียบอัตราการเตนของหัวใจ ขณะปกติและหลังทำกิจกรรม ความสำคัญของระบบ
หมุนเวียนเลือด อวัยวะและหนาที่ของอวัยวะในระบบประสาทสวนกลางในการควบคุมการทำงานตางๆ ของ
รา งกาย ความสำคญั ของระบบประสาท หนา ท่ีของอวยั วะในระบบสืบพันธุของเพศชายและหญงิ ผลของฮอรโมน
เพศชายและเพศหญงิ การเปลี่ยนแปลงของรางกายเมื่อเขาสูวยั หนุมสาว การตกไข การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ
และการพัฒนาของไซโกต วิธีการคุมกำเนิด ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย
ชนิดของตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีตอสภาพละลายไดของสาร ผลของความดันที่มีตอสภาพละลายไดของสาร ระบุ
ปริมาณตัวละลายในสารละลาย ในหนวยความเขมขนเปนรอยละ ปริมาตรตอปริมาตร มวลตอมวล และมวลตอ
ปริมาตร การนำความรูเรื่องความเขมขนของสารไปใช อธิบายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง การตกผลึก
การกลั่นอยางงา ย โครมาโทกราฟแ บบกระดาษ การสกดั ดว ยตัวทำละลาย แยกสารโดยการระเหยแหง การตกผลึก
การกลั่นอยางงาย โครมาโทกราฟแบบกระดาษ การสกัดดวยตัวทำละลาย นำวิธีการแยกสารไปใชแกปญหาใน
ชวี ิตประจำวนั โดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร แนวโนม
เทคโนลีที่จะเกิดขึ้น ออกแบบวิธีการแกปญหาภายใตทรัพยากรที่มีอยู ใชความรู และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ
เคร่อื งมอื กลไก ไฟฟา และอิเล็กทรอนกิ ส
เพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานไดอยา งถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย ออกแบบอัลกอรทิ มึ ท่ีใชแนวคิดเชงิ
คำนวณในการแกปญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใชตรรกะและฟงกชันในการแกปญหา อภิปราย
องคประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสาร ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยาง
ปลอดภัย มีความรบั ผดิ ชอบ
โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการ
เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคน ขอมูลและการอภปิ ราย เพ่อื ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถสอ่ื สาร
สิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร
จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ มทเ่ี หมาะสม
(ออกแบบและเทคโนโลยี) ศึกษาสาเหตุหรือปจจัยที่ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจน
คาดการณแนวโนมเทคโนโลยีในอนาคต เลือกใชเทคโนโลยีโดยคํานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอชีวิต สังคมและ
สิ่งแวดลอม ประยุกตใชความรูทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จําเปนเพื่อ
ออกแบบวธิ กี ารแกปญ หาในชมุ ชนหรือทองถิ่นในดานพลงั งาน สงิ่ แวดลอม การเกษตรและอาหาร และสรางชิ้นงาน
หรอื พฒั นาวิธีการโดยใชกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมท้ังเลือกใชว ัสดุ อุปกรณ เคร่อื งมือในการ
แกปญหาไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม และปลอดภัย

สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๖๗

ตวั ช้วี ัด
ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10

ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ม.2/17
ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
ว 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5

รวมทั้งหมด ๒๘ ตัวชวี้ ัด
หมายเหตุ หากแยกจดั เปน รายวิชาเพิม่ เติมใหน ำตัวช้ีวัด ว 4.๑ ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
ออกจากรายวชิ าพนื้ ฐาน

สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๖๘

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว ๒๒๑๐2 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๔ กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
………………………………………………………………………………………………………………………………………….……………………..
พยากรณการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เปนผลของแรงลัพธที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำตอวัตถุในแนว
เดยี วกัน เขยี นแผนภาพแสดงแรงและแรงลพั ธทเ่ี กิดจากแรงหลายแรงทีก่ ระทำตอวัตถุในแนวเดียวกัน แรงท่กี ระทำ
ตอวัตถุในของเหลว แรงเสียดทานและแรงอื่นๆ ที่กระทำตอวัตถุ แรงเสียดทานและแรงอื่นๆ ที่กระทำตอวัตถุ
ออกแบบการทดลองและทดลองปจจัยที่มีผลตอความดันของของเหลว ปจจัยที่มีผลตอขนาดของแรงเสียดทาน
โมเมนตของแรง เมื่อวัตถุอยูในสภาพสมดุลตอการหมุน และคำนวณโดยใชสมการ วิเคราะหแรงพยุงและการจม
การลอยของวัตถุในของเหลว อธิบายแรงเสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลน ประโยชนของความรูเรื่องแรง
เสียดทานโดยวิเคราะหสถานการณปญหาและเสนอแนะวิธีการลดหรอื เพิ่มแรงเสียดทานที่เปนประโยชนต อการทำ
กิจกรรมในชีวิตประจำวัน เปรียบเทียบแหลงของสนามแมเหล็ก สนามไฟฟา และสนามโนมถวง และทิศทางของ
แรงที่กระทำตอวัตถุที่อยูในแตละสนามจากขอมูลที่รวบรวมได เขียนแผนภาพแสดงแรงแมเหล็ก แรงไฟฟา และ
แรงโนมถวงที่กระทำตอวัตถุ วิเคราะหความสัมพันธระหวางขนาดของแรงแมเหล็ก แรงไฟฟา และแรงโนมถวงท่ี
กระทำตอวัตถุที่อยูในสนามนั้นๆ กับระยะหางจากแหลงของสนามถึงวัตถุจากขอมูลที่รวบรวมได อธิบายและ
คำนวณอัตราเร็วและความเร็วของการเคลื่อนที่ของวัตถุ เขียนแผนภาพแสดงการกระจัดและความเร็ว วิเคราะห
สถานการณและคำนวณเกี่ยวกับงานและกำลังที่เกิดจากแรงที่กระทำตอวัตถุจากขอมูลที่รวบรวมได หลักการ
ทำงานของเครื่องกลอยางงายจากขอมูลที่รวบรวมได ความรูของเครื่องกลอยางงาย ออกแบบและทดลองปจจัยท่ี
มีผลตอพลังงานจลน และพลังงานศักยโนมถวง แปลความหมายขอมูลและอธิบายการเปลี่ยนพลังงานระหวาง
พลงั งานศักยโนมถว งและพลังงานจลนข องวตั ถุโดยพลังงานกลของวัตถุมีคาคงตวั วเิ คราะหส ถานการณและอธิบาย
การเปลี่ยนและการถายโอนพลังงานโดยใชกฎการอนุรักษพลังงาน เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการ
ใชประโยชน รวมทั้งอธบิ ายผลกระทบจากการใชเ ชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ ผลจากการใชเช้ือเพลิงซากดึกดำบรรพ
โดยนำเสนอแนวทางการใชเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ เปรียบเทียบขอดีและขอจำกัดของพลังงานทดแทนแตละ
ประเภทจากการรวบรวมขอมูลและนำเสนอแนวทางการใชพลังงานทดแทนที่เหมาะสมในทองถิ่น สราง
แบบจำลองที่อธิบายโครงสรางภายในโลกตามองคประกอบทางเคมี อธิบายกระบวนการผุพังอยูกับที่ การกรอน
และการสะสมตัวของตะกอนจากแบบจำลองรวมทั้งยกตัวอยางผลของกระบวนการดังกลาวที่ทำใหผิวโลกเกิดการ
เปลี่ยนแปลง ลักษณะของชั้นหนาตัดดินและกระบวนการเกิดดิน จากแบบจำลอง รวมทั้งระบุปจจัยที่ทำใหดินมี
ลักษณะและสมบัติแตกตางกัน ตรวจวัดสมบัติบางประการของดิน โดยใชเครื่องมือที่เหมาะสมและนำเสนอแนว
ทางการใชประโยชนด ินจากขอมลู สมบัติของดิน อธิบายปจจัยและกระบวนการเกิดแหลงน้ำผิวดินและแหลงน้ำใต
ดิน จากแบบจำลอง สรางแบบจำลองที่อธิบายการใชน้ำ และนำเสนอแนวทางการใชอยางยั่งยืนในทองถิ่นของ
ตนเอง สรางแบบจำลองที่อธิบายกระบวนการเกิดและผลกระทบของน้ำทวม การกัดเซาะชายฝง ดินถลม หลุม
ยบุ แผนดินทรดุ
โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการ
เรยี นรูในศตวรรษท่ี 21 การสืบคน ขอ มูลและการอภปิ ราย เพอ่ื ใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถสือ่ สาร
สิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม

สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๖๙

(วทิ ยาการคำนวณ) ศกึ ษาแนวคิดเชิงคำนวณ การแกปญ หาโดยใชแนวคดิ เชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม
ที่มีการใชตรรกะและฟงกชัน องคประกอบและหลักการทางานของระบบคอมพิวเตอร เทคโนโลยีสื่อสาร แนว
ทางการปฏิบัติ เมื่อพบเนื้อหาที่ไมเหมาะสม การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางมีความรับผิดชอบ วิธีการสรางและ
กำหนดสิทธิความเปนเจาของผลงาน นำแนวคิดเชิงคำนวณไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการแกปญหา
ในชีวิตจรงิ สรางและ กำหนดสทิ ธก์ิ ารใชขอ มลู ตระหนกั ถงึ ผลกระทบในการเผยแพรขอมลู

ตวั ช้ีวัด
ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10

ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15
ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10
ว 4.๒ ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4

รวมท้งั หมด 3๕ ตัวชวี้ ดั
หมายเหตุ หากแยกจดั เปนรายวชิ าเพ่ิมเติมใหนำตวั ชวี้ ดั ว 4.๒ ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
ออกจากรายวิชาพน้ื ฐาน

สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๗๐

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว ๒๓๑๐1 วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๕ กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
ศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศ องคประกอบของระบบนิเวศ ความสัมพันธของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ดูแล
รักษาระบบนิเวศในทองถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย
ทางชีวภาพมีความสำคัญ ธรรมชาติของวิทยาศาสตร จิตวิทยาศาสตรพันธุศาสตร การถายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม โครโมโซมและการคนพบของเมนเดล โครโมโซมของมนุษยและความผิดปกติทางพันธุกรรมสิ่งมีชีวิต
ดดั แปรพนั ธกุ รรม จรยิ ธรรมดานพนั ธศุ าสตรข องนักเรยี น
ศึกษาปฏิกิริยาเคมี การเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมี และระบุสมบัติทางกายภาพและการใชประโยชน
วสั ดุประเภทพอลเิ มอร เซรามิค และวสั ดุผสม โดยใชห ลกั ฐานเชงิ ประจักษ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การ
วิเคราะห การอภิปราย การอธิบายและสรุปผล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและความนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน ตระหนักถึงคุณคา ประโยชน มีจิต
วิทยาศาสตร มีคุณธรรม และจรยิ ธรรม
(การออกแบบและเทคโนโลยี) ศึกษาและวิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลง
เทคโนโลยี และความสัมพันธของเทคโนโลยีกับศาสตรอื่น ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห
สถานการณเพื่อสรุปกรอบของปญหา เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จําเปนโดยคํานึงถึงทรัพยสินทางปญญา เพื่อ
ออกแบบวิธกี ารแกปญหาใน งานอาชพี ดานการเกษตร อาหาร พลังงานและขนสง โดยใชกระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม รวมทั้งเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสในการแกปญหาไดอยางถูกตอง
เหมาะสม และปลอดภยั
รวมตวั ชวี้ ัด
ว 1.3 ม.3/1 - ม.3/๑๑
ว 2.๑ ม.3/1 - ม.3/๘
ว 4.๑ ม.๓/1 ม.๓/2 ม.๓/3 ม.๓/4 ม.๓/๕
รวมท้งั หมด ๒๔ ตัวชี้วดั
หมายเหตุ หากแยกจัดเปน รายวิชาเพมิ่ เติมใหนำตัวชีว้ ัด ว 4.๑ ม.๓/1 ม.๓/2 ม.๓/3 ม.๓/4 ม.๓/๕
ออกจากรายวิชาพืน้ ฐาน

สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๗๑

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว ๒๓๑๐2 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๖ กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………..
ศึกษาวัสดุในชีวิตประจำวัน วัสดุรอบตัว ไฟฟา วงจรไฟฟาอยางงาย ปริมาณทางไฟฟา วงจรไฟฟาแบบ
อนุกรมและแบบขนาน ไฟฟาในชีวิตประจำวัน พลังงานไฟฟา อิเล็กทรอนิกส คลื่นและแสง คลื่น คลื่นกล คล่ืน
แมเหล็กไฟฟา แสง การสะทอนของแสง การหักเหของแสง ความสวาง ระบบสุริยะของเรา ปฏิสัมพันธในระบบ
สุริยะ แรงโนมถวงระหวางดวงอาทิตยกับดาวบริวาร ปรากฏการณที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของโลกรอบดวงอาทิตย
ปรากฏการณท ี่เกดิ จากปฏสิ ัมพนั ธร ะหวา งดวงอาทติ ยโ ลก และดวงจนั ทรเทคโนโลยอี วกาศ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การ
วิเคราะห การอภิปราย การอธิบายและสรุปผล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและความนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน ตระหนักถึงคุณคา ประโยชน มีจิต
วิทยาศาสตร มคี ุณธรรม และจรยิ ธรรม

รวมตัวชว้ี ดั
ว 1.1 ม.3/1-ม.3/6
ว 2.3 ม.3/1-ม.3/๒๑
ว ๓.1 ม.3/1-ม.3/๔
ว 4.๒ ม.๓/1 ม.๓/2 ม.๓/3 ม.๓/4

รวมทั้งหมด ๓๕ ตวั ชี้วดั
หมายเหตุ หากแยกจดั เปน รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ใหน ำตัวชี้วดั ว 4.๒ ม.๓/1 ม.๓/2 ม.๓/3 ม.๓/4
ออกจากรายวชิ าพน้ื ฐาน

สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๗๒

คำอธบิ ายรายวชิ า

กลมุ สาระการเรียนรู

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

โครงสรางหลกั สูตรกลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน

กลุม รายวิชาพ้ืนฐาน

ที่ รหัสวชิ า ชอื่ วิชา ระดับชนั้ หนว ยกติ จำนวนชว่ั โมง/ป
๑ ส ๒๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๒ ส ๒๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๑ ม. ๑ ๑.๕ ๒๐

๓ ส ๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ ม. ๑ ๑.๕ ๖๐
๔ ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๒ ม. ๑ ๑.๕ ๒๐

๕ ส ๒๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓ ม. ๒ ๑.๕ ๖๐
๖ ส ๒๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๓ ม. ๒ ๑.๕ ๒๐

๗ ส ๒๒๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔ ม. ๒ ๐.๕ ๖๐

๘ ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร ๔ ม. ๒ ๐.๕ ๒๐

๙ ส ๒๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ ม. ๓ ๐.๕ ๖๐

๑๐ ส ๒๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๕ ม. ๓ ๐.๕ ๒๐

๑๑ ส ๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ม. ๓ ๐.๕ ๖๐

๑๒ ส ๒๓๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร ๖ ม. ๓ ๐.๕ ๒๐

สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๗๔

คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ส ๒๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ฯ ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา 6๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.5 หนว ยกิต
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………..
ศกึ ษาความรู ความเขาใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธของสรรพส่ิงที่มผี ลตอกัน ใชแผน
ที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตรในการคนหา สรุปขอมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตรตลอดจนใชภูมิสารสนเทศ
อยา งมีประสทิ ธิภาพ วิเคราะหล กั ษณะทางกายภาพของทวีปเอเชียทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี โดยใชเคร่ืองมือ
ทางภูมิศาสตรสืบคนขอมูล อธิบายพิกัดภูมิศาสตร (ละติจูด, ลองติจูด, เสนแบงเวลาและเปรียบเทียบวันเวลาของ
โลก) วิเคราะหส าเหตกุ ารเกดิ ภยั พบิ ัติและผลกระทบในทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลยี และโอเชียเนยี
เขาใจปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับสิ่งแวดลอมทางกายภาพที่กอใหเกิดการสรางสรรควิธีการดำเนินชีวิต
และมีจิตสำนึก มีสวนรวมในการจัดการทรพั ยากรและสิ่งแวดลอมเพ่ือการพัฒนาที่ยั่งยนื สำรวจและระบทุ ำเลที่ตง้ั
ของกจิ กรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปเอเชียทวีปออสเตรเลียและโอเชยี เนีย วิเคราะหป จ จยั ทางกายภาพและ
ปจจัยทางสังคมที่สงผลตอทำเลที่ต้ังของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปเอเชียทวีปออสเตรเลียและโอเชีย
เนยี สบื คนอภิปรายประเดน็ ปญหาจากปฏสิ มั พนั ธร ะหวางสิง่ แวดลอ มทางกายภาพกับมนษุ ยทีเ่ กิดขน้ึ ในทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียวิเคราะหแนวทางการจัดการปฏิบัติการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอมในทวีป
เอเชียทวปี ออสเตรเลียและโอเชยี เนียทีย่ ัง่ ยนื
ตัวชีว้ ัด
ส 5.1 ม.1/1-3
ส 5.2 ม.1/1-4
รวม 7 ตวั ชี้วัด

สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๗๕

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ส ๒๑๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๑ กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
ศึกษาความสำคัญและการแบงชวงเวลาประวัติศาสตรไทย การใชศักราชที่ปรากฏในเอกสาร รวมทั้ง
ความสัมพันธและความสำคัญของอดีตที่มีตอปจจุบันและอนาคต ความหมาย ความสำคัญ หลักฐานทาง
ประวัตศิ าสตร และวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร
เพื่อใหเกิดความเขาใจและนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชศึกษาเรื่องราวของประวัติศาสตรทองถิ่นของ
ตนเอง
ตระหนักและเห็นคุณคา เกิดความภูมิใจและหวงแหนในความเปนไทย ไดแก มีความรักชาติ ศาสน
กษัตรยิ  มีความซอ่ื สตั ย สจุ ริต มีวินยั ใฝเ รยี นรู มงุ มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน ไทยและมจี ติ สาธารณะ

ตัวชีว้ ดั
ส.4.1 ม.1/1-3

รวม 3 ตวั ชี้วัด

สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๗๖

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ส ๒๑๑๐๓ สงั คมศึกษา ฯ ๒ กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา 6๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.5 หนวยกิต
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ศึกษากฎหมายคุมครอง สิทธิของบุคคล ประโยชนของการปฏิบัติตนตามกฎหมาย บทบาทหนาที่ของ
เยาวชนที่มีตอสังคมและประเทศชาติ ความคลายคลึงและความแตกตางของวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของ
ประเทศเพือ่ นบา น ซึ่งเปน ปจ จัยในการสรางความสัมพนั ธทด่ี ี หลักการ เจตนารมณ โครงสรา ง และสาระสำคญั ของ
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ฉบับปจจุบัน การแบงอำนาจและถวงดุลอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ฝาย คือ นิติ
บัญญัติ บริหาร และตลุ าการ เพื่อปฏิบตั ิตนใหเ ปนพลเมืองดีของสงั คมและประเทศชาตติ ามระบอบประชาธิปไตย
ศึกษาความหมาย ความสำคัญของเศรษฐศาสตรเบื้องตน ขอบขายของเศรษฐศาสตร การบริโภคปจจัยท่ี
สงผลตอการบริโภค พฤติกรรมการบริโภค ผลดี ผลเสีย ของคานิยมและพฤติกรรมการบริโภค ที่มีตอระบบ
เศรษฐกิจ สถาบันการเงิน บทบาทหนาท่ี ประเภทของสถาบันการเงิน ปจจัยที่มีอทิ ธิพลตอการกำหนดอุปสงคและ
อุปทาน ความหมายและความสำคัญของทรัพยสินทางปญญา ผลกระทบจากกฎหมายทรัพยสินทางปญญาเพื่อให
เกดิ ความรูความเขา ใจในหลกั เศรษฐศาสตรเบ้อื งตน เห็นคณุ คา ความสำคัญของการเปนผูบรโิ ภคที่ดี

ตัวชวี้ ัด
ส 2.1 ม.1/1-3
ส 2.2 ม.1/1-3
ส 3.1 ม.1/1-3
ส 3.2 ม.1/1-3

รวม 12 ตัวชว้ี ัด

สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๗๗

คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ส ๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร ๒ กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………….
ศึกษา วิเคราะหพัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในดานการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และ
ความสัมพันธระหวางประเทศ วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทยสมัยสุโขทัย ความเสื่อมของอาณาจักรสุโขทัยที่ตั้งและ
สภาพภมู ศิ าสตรท ีม่ ผี ลตอพฒั นาการทางประวัติศาสตร สงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศตา งๆ ในภูมภิ าค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต ความรวมมือผานการรวมกลุมเปนอาเซียนที่ถือวาเปนพัฒนาการของภูมิภาคที่ตั้งและ
ความสำคัญของแหลงอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต อิทธิพลของอารยธรรมโบราณในดินแดนไทยท่ี
มพี ฒั นาการของสังคมไทยสมัยปจจุบัน
โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม
กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ กระบวนการแกปญหา และวิธีการทางประวัติศาสตรเพื่อใหเกิดความรู ความ
เขาใจถึงความสำคัญของเหตุการณทางประวัติศาสตร สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณ
ตางๆ อยางเปนระบบ เขาใจความหมายความเปนมาของชาติไทย พัฒนาการดานตางๆ วัฒนธรรมไทย ภูมิปญญา
ไทย มีคุณลักษณะอันพ่ึงประสงคด านรกั ชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน รัก
ความเปนไทย และมจี ติ สาธารณะ

ตวั ช้วี ัด
ส 4.2 ม.1/1, ม.1/2
ส 4.3 ม.1/2, ม.1/3

รวมทั้งหมด 4 ตัวช้วี ัด

สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๗๘

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ส ๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ฯ ๓ กลุมสาระการเรยี นรูส งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา 6๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.5 หนว ยกติ
……………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………….
ศึกษาความรู ความเขาใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธของสรรพสิ่งซึ่งมีผลตอการใช
แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตรในการคนหาวิเคราะหและสรุปขอมูลกระบวนการทางภูมิศาสตรตลอดจนใช
ภูมิศาสตรสนเทศอยางมีประสิทธิภาพ โดยวิเคราะหลักษณะทางกายภาพของทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกา โดยใช
เครื่องมือทางภูมิศาสตรสืบคนขอมูล อธิบายมาตราสวนทิศและสัญลักษณ วิเคราะหสาเหตุการเกิดภัยพิบัติและ
ผลกระทบในทวปี ยโุ รปและทวปี แอฟริกา
เขาใจปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับสิ่งแวดลอ มทางกายภาพที่กอใหเกิดการสรางสรรควิถีการดำเนินชีวิตมี
จิตสำนึกและมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สำรวจและระบุที่ตั้งของ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกาวิเคราะหปจจัยทางกายภาพและปจจัยทางสังคมท่ี
สงผลตอทำเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมทวีปยุโรปและแอฟริกา สืบคนอภิปรายประเด็นปญหาจาก
ปฏสิ มั พนั ธร ะหวางสิ่งแวดลอ มทางกายภาพกบั มนุษยท ี่เกิดขึ้นในทวปี ยุโรปและทวีปแอฟริกาวิเคราะหแนวทางการ
จัดการภัยพิบัตแิ ละทรพั ยากรส่ิงแวดลอ มในทวีปยุโรปและทวปี แอฟริกาท่ยี งั่ ยนื

ตัวชี้วดั
ส.5.1 ม.2/1-3
ส 5.2 ม.1/1-4

รวม 7 ตวั ชวี้ ัด

สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๗๙

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ส ๒๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร 3 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
…………………………………………………………………..………………………………………………………………………………….…………….
ศึกษาวิเคราะหการประเมินความนา เชื่อถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร ขอมูลจากเอกสารและตีความ
จากหลักฐานในสมัยอยุธยาและธนบุรี การสถาปนาอาณาจักรอยุธยาและธนบุรี ผลงานของบุคคลสำคัญของไทย
และตางชาตทิ ีม่ สี วนรว มสรางสรรคช าติไทยและอารยธรรมโบราณในภมู ิภาคเอเชีย
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจและวิธีการประเมินความนาเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตรการ
สถาปนาอาณาจักรอยุธยาและธนบุรี พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของไทยสมัยอยุธยาธนบุรีและ
ภูมิภาคเอเชีย ภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยสมัยอยุธยาและธนบุรี ผลงานของบุคคลสำคัญของไทยและ
ตางชาตทิ ่มี ีสวนรว มสรางสรรคช าติไทย แหลงอารยธรรมในโบราณในภมู ภิ าคเอเชยี

ตวั ชีว้ ดั
ส 4.1 ม.2/1-3
ส 4.3 ม.2/1-2

รวม 5 ตัวชี้วดั

สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๘๐

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ส ๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ฯ ๔ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา 6๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.5 หนวยกติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………….………
ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ
หนาที่ ในฐานะพลเมอื งดีตามวิถีประชาธปิ ไตย สถาบันทางสงั คม ความคลายคลึงและความแตกตางของวัฒนธรรม
ไทย และวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย กระบวนการในการตรากฎหมาย เหตุการณ และการเปลี่ยน
สำคัญของระบอบการปกครองของไทย และการวิเคราะหขอมูลขาวสารสารสนเทศทางการเมือง การปกครองที่มี
ผลกระทบตอสังคมไทยในยุคปจจุบัน เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ กระบวนการที่มาของกฎหมายที่เกี่ยวของกับ
ตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หนาที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถี
ประชาธปิ ไตย
ศึกษาและวิเคราะหความหมาย ความสำคัญของการลงทุน การออม หลักการผลิตสินคาและการบริการ
การตลาด หลักการเปาหมายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การคุมครองสิทธิของตนในฐานะผูบริโภค ระบบเศรษฐกิจ
ตาง ๆ ความหมายความสำคัญ กฎหมายที่เกี่ยวของกับทรัพยสินทางปญญา หลักการและผลกระทบ การพึ่งพา
อาศัยกัน ที่เกิดจากการแขงขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอาเชีย รวมทั้งการกระจายทรัพยากรในโลกที่มีผลตอ
ความสัมพนั ธท างเศรษฐกิจระหวา งประเทศ
เพื่อใหเกิดความรูและความเขาใจในปจจัยที่มีผลตอการลงทุนและการออม การผลิตสินคาและบริการ
การตลาด และเสนอพัฒนาแนวทางการพัฒนาการผลิตในทองถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การคุมครอง
สิทธิของตนในฐานะผูบริโภค ระบบเศรษฐกิจแบบตาง ๆ ความหมาย ความสำคัญ กฎหมายที่เกี่ยวของกับ
ทรัพยสินทางปญญา หลักการและผลกระทบ การพึ่งพาอาศัยกัน ที่เกิดจากการแขงขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
เอเชยี รวมท้ังการกระจายทรัพยากรในโลกที่มผี ลตอความสมั พันธท างเศรษฐกจิ ระหวา งประเทศ

ตวั ช้ีวดั
ส 2.1 ม.1/1-3
ส 3.1 ม.2/1-3
ส 3.2 ม.2/1-3

รวม 9 ตัวช้วี ัด

สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๘๑

คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร 4 กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
……………………………………………………………………….…………………………………………………………………….………………………..
ศึกษาวิเคราะหที่ตั้งและสภาพภูมิศาสตรของแหลงอารยธรรมโบราณ แหลงมรดกโลกในแตละประเทศใน
ทวีปเอเชีย ตลอดจน พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของภมู ภิ าคเอเชีย ภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทย
สมัยอยุธยาและธนบุรี ศึกษาผลงานของบุคคลสำคัญของไทยและตางชาติที่มีสวนรวมสรางสรรคชาติไทยแหลง
อารยธรรมโบราณในภูมภิ าคเอเชยี
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองและอิทธิพลของอารยธรรม
โบราณท่ีมีผลตอภมู ิภาคเอเชียในปจ จบุ ัน

ตวั ช้วี ดั
ส.4.1 ม.2/1 - 3
ส 4.2 ม.2/1-2
ส4.3 ม.2/1-2

รวม 7 ตัวช้วี ัด

สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๘๒

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ส ๒๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ฯ ๕ กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา 6๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.5 หนวยกิต
……………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………
เขาใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธของสรรพสิ่งซึ่งมีผลตอการใชแผนที่และเครื่องมือ
ทางภมู ิศาสตรในการคน หาวิเคราะหแ ละสรปุ ขอมูลตามกระบวนการทางภมู ศิ าสตรตลอดจนใชภูมิสารสนเทศอยาง
มีประสิทธิภาพ โดยวิเคราะหลักษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใตโดยเลือกใชแผนท่ี
เฉพาะเรือ่ งและเครื่องมอื ทางภูมิศาสตรสบื คนขอมูลวิเคราะหสาเหตกุ ารเกิดภัยพบิ ัติและผลกระทบในทวีปอเมริกา
เหนือและทวีปอเมริกาใต เขาใจปฏิสัมพนั ธร ะหวางมนุษยกับส่ิงแวดลอมทางกายภาพทีก่ อใหเกดิ การสรา งสรรคว ิถี
การดำเนินชวี ิตมจี ติ สำนึกและมีสว นรวมในการจดั การทรัพยากรและสิง่ แวดลอ มเพือ่ การพฒั นาทย่ี ัง่ ยืน
สำรวจและระบุทำเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต
วิเคราะหปจจัยทางกายภาพและปจจัยทางสังคมที่มีผลตอทำเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีป
อเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต สืบคนอภิปรายประเด็นปญหาจากปฏิสัมพันธระหวางสิ่งแวดลอมทางกายภาพ
กับมนุษยที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต วิเคราะห แนวทางการจัดการภัยพิบัติและการจัดการ
ทรัพยากรและสิ่งแวดลอมในทวีปอเมรกิ าเหนือและทวีปอเมริกาใตที่ยั่งยืนระบุความรวมมือระหวางประเทศท่ีมีผล
ตอการจัดการทรัพยากรและสิง่ แวดลอม

ตัวช้วี ัด
ส 5.1 ม.3/1-3
ส 5.2 ม.3/1-4

รวม 7 ตัวช้ีวัด

สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๘๓

ส ๒๓๑๐๒ ประวัติศาสตร 5 คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูส งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
……………………………………………………………………..………………………………………………………………….………………………
ศึกษาและวิเคราะหประวัติทองถิ่นตนเองและเหตูการณสำคัญทางประวัติศาสตรไทยสมัยรัตนโกสินทร
ตลอดจนข้ันตอนของวิธที างประวัตศิ าสตร
ศกึ ษาวเิ คราะหล ักษณะทางกายภาพในภูมิภาคตา งๆของโลกท่ีมผี ลตอการพฒั นาทางประวตั ิศาสตร สังคม
เศรษฐกิจ การเมอื ง อทิ ธพิ ลอารยธรรมตะวันตกตอสังคมโลกและเหตุการณสำคัญตางๆในชวงคริสตศ ตวรรษที่ 20
ทง้ั ดานความขดั แยง ตลอดจนความรว มมือระหวา งประเทศดานตา งๆในโลก
เพื่อความรูความเขาใจและวิธีการทางประวัติศาสตรมาใชในชีวิตประจำวันและวิเคราะหเหตุการณสำคัญ
ในประวัติศาสตรของไทยและโลก

ตัวช้วี ัด
ส 4.1 ม.3/1-2
ส 4.2 ม.3/1-2

รวม 4 ตวั ช้วี ัด

สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๘๔

คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ส ๒๓๑๐๓ สังคมศึกษา ฯ ๖ กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา 6๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.5 หนวยกติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………..
ศึกษาความสำคัญของวัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทยและวัฒนธรรมสากล เพื่อปฏิบัติตนตามกฎหมายได
อยางถูกตอง เห็นความสำคัญขิงสิทธิมนุษยชน ตระหนักถึงคุณคาของวัฒนธรรมไทย ภูมปญญาของไทยเพื่อการ
อนุรักษและมีสวนรวมในกิจกรรมทางการเมืองระดับตางๆตลอดจนการเลือกรับวัฒนธรรมที่เหมาะสมนำไปใชใน
การดำรงชวี ิตอยางมีความสุขในสงั คมไทยละสงั คมโลก
ศึกษาเทคโนโลยีที่มีตอการผลิตการบริโภคสินคาและบริการ การบริหารจัดการวิชาการ กลไกราคาใน
ระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบตางๆ ภาวะเงินเฟอ เงินฝด เศรษฐกิจพอเพียง ระบบสหกรณความสัมพันธ
ทางเศรษฐกิจ บทบาทหนาที่ของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ ความสำคัญของการรวบรวมกลุมทางเศรษฐกิจ
ระหวางประเทศ
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ เห็นความสำคัญในการผลิต การบริโภคสินคา และการบริการมีคุณธรรม
เลือกใชทรัพยากรเพื่อการผลิตอยางมีคุณภาพ สามารถวิเคราะหเปรียบเทียบระบบเศรษฐกิจแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
ตลอดจนเขาใจและวิเคราะหความสัมพันธเกื้อกูลกันระหวางแนวคิดทางเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ
สามารถนำแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกตใชในการดำรงชวี ติ ในระบบบคุ คลและสงั คม

ตวั ชี้วดั
ส 2.1 ม.3/1-3
ส 3.1 ม.1/1-3
ส 3.2 ม.3/1-3

รวม 9 ตัวช้วี ัด

สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๘๕

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ส ๒๓๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร 6 กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
…………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………….….
ศึกษาขั้นตอนและวิธีการทางประวัติศาสตรและนำวิธีทางประวัติศาสตรมาใชในการศึกษาเรื่องราว
เกี่ยวกับตนเองแนวคิดเกี่ยวกับประเด็นตาง ๆในสมัยรัตนโกสินทร การปฏิรูปการปกครองในสมัย รัชการที่5 การ
เปลย่ี นแปลงการปกครองสมัย พ.ศ.2475 การเปลย่ี นแปลงท่ีสำคัญทม่ี ผี ลตอมนุษยชาติ ในยุคปจ จุบนั สาเหตุและ
ผลการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ตลอดจนปจจัยตาง ๆที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงโลกตะวันตกจนถึงสมัย
กลาง ศึกษาการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสูความรวมมือและความขัดแยงในศตวรรษที่ 20 และความพยายามในการ
ขจัดปญหาความขัดแยง
เพอ่ื ใหเกดิ ความรคู วามเขาใจในเรอื่ งราวเหตุการณสำคัญทางประวัตศิ าสตร ไดอยา งมีเหตผุ ลตามแนวคิดที่
หลากหลาย สามารถวิเคราะหความเชื่อมโยงสัมพันธกับเหตุการณสำคัญตาง ๆที่เกิดขึ้นโดยวิธีการทาง
ประวัติศาสตรตลอดจนเขาใจและเห็นความสำคัญของการใชหลักฐานและการตีความที่แตกตางจากอดีตที่มีผลตอ
การวิเคราะหเหตุการณทางประวัติศาสตร มีความรูความเขาใจวิเคราะหการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ที่มีผลตอการ
พัฒนาการของมนุษยชาติในยุคปจจุบัน วิเคราะหหาสาเหตุและผลของการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ท่ี
นำไปสูการเปล่ียนแปลงความรวมมอื และความขัดแยง และแกป ญ หาความขัดแยง

ตวั ชว้ี ัด
ส 4.2 ม.3/1-2
ส 4.3 ม.3/1-2

รวม 4 ตัวชีว้ ัด

สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๘๖

คำอธิบายรายวชิ า

กลุมสาระการเรยี นรู
สขุ ศึกษาและพลศึกษา

โครงสรางหลกั สูตรกลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

กลมุ รายวิชาพ้นื ฐาน

ที่ รหสั วชิ า ช่อื วิชา ระดับชน้ั หนว ยกิต จำนวนช่ัวโมง/ป
๑ พ ๒๑๑๐๑ สขุ ศึกษา ๑ ม. ๑ ๐.๕ ๒๐
๒ พ ๒๑๑๐๒ พลศกึ ษา ๑ ม. ๑ ๐.๕ ๒๐
๓ พ ๒๑๑๐๓ สขุ ศึกษา ๒ ม. ๑ ๐.๕ ๒๐
๔ พ ๒๑๑๐๔ พลศึกษา ๒ ม. ๑ ๐.๕ ๒๐
๕ พ ๒๒๑๐๑ สุขศึกษา ๓ ม. ๒ ๐.๕ ๒๐
๖ พ ๒๒๑๐๒ พลศกึ ษา ๓ ม. ๒ ๐.๕ ๒๐
๗ พ ๒๒๑๐๓ สุขศึกษา ๔ ม. ๒ ๐.๕ ๒๐
๘ พ ๒๒๑๐๔ พลศกึ ษา ๔ ม. ๒ ๐.๕ ๒๐
๘ พ ๒๓๑๐๑ สุขศึกษา ๕ ม. ๓ ๐.๕ ๒๐
๑๐ พ ๒๓๑๐๒ พลศกึ ษา ๕ ม. ๓ ๐.๕ ๒๐
๑๑ พ ๒๓๑๐๓ สขุ ศกึ ษา ๖ ม. ๓ ๐.๕ ๒๐
๑๒ พ ๒๓๑๐๔ พลศึกษา ๖ ม. ๓ ๐.๕ ๒๐

สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๘๘

พ ๒๑๑๐๑ สุขศกึ ษา ๑ คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุม สาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
.................................................................................................................................................................................
ศึกษาความสำคัญของระบบประสาทและตอมไรทอ วิธีการดูแลระบบประสาทและ ตอมไรทอ
แนวทางพัฒนาตนเองใหเจริญเติบโตสมวัย การเจริญเติบโตทางรางกายของตนเองกับเกณฑมาตรฐาน การ
ปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ และพัฒนาการทางเพศทักษะการปฏิเสธ เพ่ือ
ปองกันการถูกละเมดิ ทางเพศ การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับวยั โภชนาการที่มผี ลตอ สุขภาพ
โดยใชทักษะกระบวนการ คิดวิเคราะห การแสวงหา การอธิบาย การเลือก การแสดงทักษะ
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนำเสนอสื่อสารส่ิงที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตสาธารณะ มุงมั่นในการทำงาน ใฝเรียนรู
ซ่อื สัตยสจุ รติ และมีวินยั

รหสั ตวั ชว้ี ดั
พ ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓,ม.๑/๔
พ ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒
พ ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒

รวมทัง้ หมด 8 ตวั ช้วี ดั

สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๘๙

พ ๒๑๑๐๒ พละศึกษา ๑ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
………………………………………………………..........................................................................................……………………
ศึกษา วเิ คราะห อธิบาย ประวตั ิความเปนมา ประโยชน เกม กีฬาพืน้ บาน และแสดงการควบคุมตนเอง
เมอื่ เคลอื่ นไหวแบบผสมผสานในการรวมกจิ กรรมทางกาย พรอมทัง้ วิเคราะหรปู แบบการเคลื่อนไหวในการเลน
กฬี า และปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเกมเบด็ เตล็ด เกมกฬี าพืน้ บา น มีทักษะการเคลอ่ื นไหวแบบกีฬาชนิดใดชนิดหนงึ่ ท่ี
ตนเองชอบมีการออกกำลังกายตามถนัดและสนใจ จดั ตารางในการเลนกฬี าในชีวติ ประจำวัน โดยปฏิบัตแิ ละ
จำแนก กฎ กติกา การเลน และแขง ขนั กฬี าดว ยความปลอดภัย เลอื กใชแ ละการกำหนดรปู แบบกลวธิ ีการรุก การ
ปอ งกันในกฬี าประเภทบุคคล หรอื ประเภททีม เพอ่ื เปน ผนู ำกิจกรรมทตี่ รงตอเวลา มคี วามรับผิดชอบ มคี ณุ ธรรม
จรยิ ธรรม ทแี่ สดงออกถงึ ความมีนำ้ ใจเปน นักกีฬา รูแ พ รูชนะ รอู ภัย

รหสั ตวั ชี้วัด
พ ๓.๑ ม.๑ /๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
พ ๓.๒ ม.๑ /๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๙ ตัวช้ีวดั

สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๙๐

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
พ ๒๑๑๐๓ สุขศกึ ษา ๒ กลุมสาระการเรียนรู สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชวั่ โมงจำนวน ๐.๕ หนว ยกิต
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ศึกษาการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับวัย ภาวะโภชนาการที่มีผลตอสุขภาพ การควบคุมน้ำหนักใหอยู
ในเกณฑม าตรฐานการสรางเสรมิ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ การปฐมพยาบาล การรกั ษาโรคดวยยา
สมุนไพร และการเคลื่อนยายผูปวยอยางปลอดภัย อาการของผูติดสารเสพติดและการปองกันการติดสารเสพ
ตดิ การชกั ชวนใหผ ูอ่นื ลด ละ เลิก สารเสพตดิ
โดยใชทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห การควบคุม การเสริมสราง การเลือก การอธิบาย การแสดง
วิธี เพอื่ ใหเ กดิ ความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถนำเสนอส่ือสารส่ิงทเ่ี รียนรู มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ
เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตสาธารณะ มุงมั่นในการทำงาน ใฝเรียนรู
ซื่อสตั ยสจุ รติ และมวี นิ ัย

รหัสตวั ชว้ี ัด
พ ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
พ ๕.๑ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔

รวมท้ังหมด 8 ตวั ชี้วดั

สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๙๑

พ ๒๑๑๐๔ พละศึกษา ๒ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
………………………………………………………..........................................................................................……………………
รูเขาใจประวัติความเปนมา ประโยชน และการดูแลรักษาอุปกรณของกีฬาเทเบิลเทนนิสและแสดงการ
ควบคุมตนเอง เมื่อเคลื่อนไหวแบบผสมผสานในการรวมกิจกรรมทางกาย พรอมทั้งวิเคราะหรูปแบบการ
เคล่ือนไหวในการเลนกฬี าเทเบิลเทนนิส ปฏิบัติกิจกรรมมีทักษะการเคลื่อนไหวแบบกีฬาเทเบิลเทนนิส มีทักษะ
ในการเลน การแขงขัน ตลอดจนการตัดสินการแขงขัน มีการออกกำลังกายตามถนัดและสนใจ จัดตารางในการ
เลนกฬี าในชวี ิตประจำวัน
ปฏิบัติและจำแนก กฎ กติกา การเลน แขงขันกีฬาดวยความปลอดภัยเลือกใชและการกำหนดรูปแบบ
กลวิธีการรุก การปองกันในกีฬาประเภทบุคคล และประเภททีม เปนผูนำกิจกรรมที่ตรงตอเวลา เพื่อเปนผูนำ
กิจกรรมที่ตรงตอเวลา มีความรับผิดชอบ มีน้ำใจเปนนักกีฬา มีมารยาทของการเปนผูเลนและผูชมกีฬาที่ดี มี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม รแู พ รชู นะ

รหสั ตัวชีว้ ัด
พ ๓.๑ ม.๑/ ๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
พ ๓.๒ ม.๑ /๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
รวมท้ังหมด ๒ มาตรฐาน ๙ ตัวชว้ี ดั

สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๙๒

คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
พ ๒๒๑๐๑ สุขศึกษา ๓ กลุมสาระการเรยี นรู สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
.................................................................................................................................................................................
ศึกษาการเปล่ยี นแปลง ดานรางกาย จิตใจอารมณ สังคม และสติปญ ญาในวยั รุน ผลกระทบตอ การ
เจริญเติบโต ปจจัยทีม่ ีอทิ ธพิ ลตอเจตคติเร่อื งเพศ ผลกระทบท่เี กิดจากการ มีเพศสมั พนั ธในวยั เรียน การ
หลีกเลย่ี งจากโรคติดตอ ทางเพศสัมพนั ธ โรคเอดส การตงั้ ครรภโ ดยไมพ ึงประสงค การเสมอภาคทางเพศและ
การวางตัวทีเ่ หมาะสม การเลือกใชบรกิ ารดา นสุขภาพ ผลกระทบของเทคโนโลยีทมี่ ผี ลตอสขุ ภาพ ความ
เจรญิ กา วหนา ทางการแพทยท ่มี ีผลตอสขุ ภาพ ความสมดลุ ระหวา งสุขภาพกายและสุขภาพจติ
โดยใชท กั ษะกระบวนการ คดิ วเิ คราะห การเลือกใช การระบุปจ จยั การอธบิ าย เพ่อื ใหเ กดิ ความรู
ความเขา ใจ สามารถนำเสนอส่ือสารส่งิ ทเี่ รยี นรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคณุ คา ของการนำความรู
ไปใชประโยชน ในชวี ติ ประจำวนั มีจิตสาธารณะมุง มนั่ ในการทำงาน ใฝเรยี นรู ซื่อสตั ยส ุจริต และมวี นิ ัย

รหัสตวั ช้วี ดั
พ ๑.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒
พ ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ , ม.๒/๓, ม.๒/๔
พ ๔.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ , ม.๒/๓ , ม.๒/๔

รวมทัง้ หมด 10 ตวั ชีว้ ดั

สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๙๓

พ ๒๒๑๐๒ พละศึกษา ๓ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต
...............................................................................................................................................................………………
ศึกษา วิเคราะห อธิบายประวัติความเปนมา ประโยชน และการดูแลรักษาอุปกรณ การเปนผูเลน
และผูดูกรีฑาที่ดี ปฏิบัติทักษะการควบคุมตนเอง เมื่อเคลื่อนไหวแบบผสมผสานในการรวมกิจกรรมทางกาย
พรอมทัง้ วิเคราะหรูปแบบการเคลื่อนไหวในการเลน ปฏิบัติทักษะในการเลน การแขงขนั ตลอดจนการตัดสินการ
แขงขัน มีการออกกำลังกายตามถนัดและสนใจ จัดตารางในการเลนกีฬาออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน ปฏิบัติ
และจำแนกกฎ กติกา การเลน แขงขันกีฬาดวยความปลอดภัยปฏิบัติและวิเคราะหกฎ กติกา การเลน และ
แขงขันกรีฑาดวยความปลอดภัย เลือกใชและการกำหนดรูปแบบกลวิธีการรุก การปองกันในกีฬาประเภทบุคคล
หรือประเภททีม เปนผูที่ตรงตอเวลา มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจเปน
นกั กฬี า รูแพ รชู นะ รูอภยั นำไปใชในชีวติ ประจำวนั ได

รหัสตวั ชว้ี ัด
พ ๓.๑ ม.๒ /๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
พ ๓.๒ ม.๒ /๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๙ ตัวช้ีวัด

สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๙๔

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
พ ๒๒๑๐๓ สขุ ศึกษา ๔ กลมุ สาระการเรียนรู สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
.................................................................................................................................................................................
ศกึ ษาการเลือกใชบ รกิ ารทางสุขภาพ ผลกระทบของเทคโนโลยที ี่มตี อสขุ ภาพ ความเจริญกา วหนา ที่
มผี ลตอสขุ ภาพ ความสมดลุ ระหวางสุขภาพกายและสุขภาพจิต ลักษณะ อาการเบ้ืองตนของผมู ีปญหาโรคจติ
การปฏิบตั ติ นเพ่ือจดั การกบั อารมณ และความเครยี ด การพฒั นาสมรรถภาพทางกาย ปจจยั และแหลง
ชว ยเหลือฟน ฟูผูต ิดสารเสพตดิ การหลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมเสีย่ ง การปอ งกันตนเอง ทักษะการปฏเิ สธ การรักษา
โรคดว ยยาสมุนไพร
โดยใชท กั ษะกระบวนการ คิดวิเคราะห เสนอแนะ เลือกอธบิ าย ระบุวธิ กี าร พฒั นาการใชทักษะ
ชวี ติ เพอ่ี ใหเ กิดความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถนำเสนอส่อื สารส่งิ ทเี่ รียนรู มคี วามสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ เหน็ คณุ คา นำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตสาธารณะมงุ มนั่ ในการทำงาน ใฝเ รียนรู ซ่อื สัตย
สจุ ริตและมีวนิ ยั

รหสั ตัวชว้ี ัด
พ ๔.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ , ม.๒/๓ , ม.๒/๔ ,ม.๒/๕ , ม.๒/๖ , ม.๒/๗
พ ๕.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒,ม.๒/๓

รวมทัง้ หมด 10 ตัวชี้วัด

สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๙๕

พ ๒๒๑๐๔ พละศึกษา ๔ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศึกษา
ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
...............................................................................................................................................................………………
ศึกษา วิเคราะห อธิบายประวัติความเปน มา ประโยชน และการดูแลรกั ษาอุปกรณการเปนผูเลนและผูดู
กีฬาที่ดี ปฏิบัติทักษะการควบคุมตนเอง เมื่อเคลื่อนไหวแบบผสมผสานในการรวมกิจกรรมทางกาย พรอมท้ัง
วิเคราะหรูปแบบการเคลื่อนไหวในการเลน ปฏิบัติทักษะในการเลน การแขงขัน ตลอดจนการตัดสินการแขงขัน
มีการออกกำลังกายตามถนัดและสนใจ จัดตารางในการเลนกีฬาออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน โดยปฏิบัติและ
จำแนกกฎ กติกา การเลน แขงขันกีฬาดวยความปลอดภัยปฏิบัติและวิเคราะหก ฎ กติกา การเลน และแขงขนั
กีฬาดวยความปลอดภัย เลือกใชและการกำหนดรูปแบบกลวิธีการรุก การปองกันในกีฬาประเภทบุคคล หรือ
ประเภททีม เพื่อฝกใหเปนผูที่ตรงตอเวลา มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจ
เปนนักกีฬา รแู พ รชู นะ รูอ ภยั นำไปใชในชีวิตประจำวนั ได

รหัสตวั ชว้ี ัด
พ ๓.๑ ม.๒ /๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
พ ๓.๒ ม.๒ /๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕

รวมทงั้ หมด ๒ มาตรฐาน ๙ ตวั ชวี้ ดั

สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๙๖

คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
พ ๒๓๑๐๑ สุขศกึ ษา ๕ กลมุ สาระการเรยี นรู สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
.................................................................................................................................................................................
ศกึ ษาเกีย่ วกับการเปลย่ี นแปลงดา นรางกาย จิตใจ อารมณ สงั คม และสติปญญาแตล ะวัย อิทธิพล
ความคาดหวังของสังคมตอการเปลี่ยนแปลงของวัยรุน สื่อโฆษณามีอิทธิพลตอการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
ของวัยรุน องคประกอบอนามัยเจริญพันธ ปจจัยที่มีผลตอการตั้งครรภ สาเหตุความขัดแยงในครอบครัวและ
แนวทางการปองกัน การพัฒนาสุขภาพตนเอง การกำหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยตาง ๆ โรคติดตอ
และไมติดตอ การรักษาโรคดวยยาสมุนไพร ปญหาสุขภาพในชุมชนแนวทางการแกไขปญหาในชุมชน การจัด
เวลาออกกำลงั กายเพอ่ื สรา งเสริมสมรรถภาพทางกาย
โดยใชทักษะกระบวนการ คิดวิเคราะห การเปรียบเทียบ การอธิบาย การกำหนดรายการ เสนอ
แนวทาง รวบรวมขอมูล วางแผน เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนำเสนอสื่อสารสิ่งที่
เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิต
สาธารณะ มุงมั่นในการทำงาน ใฝเ รยี นรู ซอื่ สัตยส ุจริตและมีวินยั

รหสั ตัวช้ีวดั
พ ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
พ ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
พ ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/4

รวมท้งั หมด 10 ตวั ช้วี ัด

สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๙๗

พ ๒๓๑๐๒ พละศึกษา ๕ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูว ชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
...............................................................................................................................................................………………
ศึกษา วิเคราะห อธิบายประวัติความเปนมา ประโยชน และการดูแลรักษาอุปกรณการเปนผูเลน และผู
ดูกีฬากีฬาปงปองที่ดี ปฏิบัติทักษะการควบคุมตนเอง เมื่อเคลื่อนไหวแบบผสมผสานในการรวมกิจกรรมทางกาย
พรอมทั้งวิเคราะหรูปแบบการเคลือ่ นไหวในการเลน ปฏิบัติทักษะในการเลน การแขงขนั ตลอดจนการตัดสินการ
แขงขัน มีการออกกำลังกายตามถนัดและสนใจ จัดตารางในการเลนกีฬาออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน ปฏิบัติ
และจำแนกกฎ กติกา การเลน แขงขันกีฬาดวยความปลอดภัยปฏิบัติและวิเคราะหกฎ กติกา การเลน และ
แขงขันกีฬาดวยความปลอดภัย เลือกใชและการกำหนดรูปแบบกลวิธีการรุก การปองกันในกีฬาประเภทบุคคล
หรือประเภททีม โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติจริง กระบวนการกลุม กระบวนการแกปญหา เพื่อเปนผูที่ตรง
ตอเวลา มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจเปนนักกีฬา รูแพ รูชนะ รูอภัย
นำไปใชใ นชวี ติ ประจำวนั ได

รหัสตวั ชีว้ ดั
พ ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
พ ๓.๒ ม.๓ /๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕

รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๘ ตวั ชว้ี ัด

สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๙๘

คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
พ ๒๓๑๐๓ สุขศึกษา ๖ กลมุ สาระการเรียนรู สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
.................................................................................................................................................................................
ศกึ ษาโรคทีเ่ ปนสาเหตสุ ำคญั ของการเจ็บปวย และการตายของคนไทย โรคตดิ ตอและไมต ดิ ตอ การ
กำหนดรายการอาหารท่ีเหมาะสมกับวัยตาง ๆ ปญ หาสุขภาพในชุมชน การวางแผนจัดเวลาในการออกกำลังกาย
เพื่อสรา งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย การทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย ปจจัยเส่ียงและพฤตกิ รรมเสยี่ งตอ สุขภาพ
ปญหาและผลกระทบจากการใชความรุนแรง วิธีการใชความรุนแรงความสัมพันธของการดื่มเครื่องดื่มที่มี
แอลกอฮอล ตอ สุขภาพและการเกดิ อบุ ตั ิเหตุ วิธกี ารชวยฟน คนื ชีพ
โดยใชทักษะกระบวนการ คิดวิเคราะห แนวทางการปองกันการกำหนดรายการ การรวบรวมขอมลู
และเสนอแนวทางแกไข การวางแผน การทดสอบ การหลีกเลี่ยง วิธีการเพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความ
เขาใจ สามารถนำเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรูมีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใช
ประโยชนในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจิตสาธารณะ มุงมั่นในการทำงาน ใฝเรียนรู
ซื่อสตั ยสจุ ริตและมวี นิ ยั

รหสั ตวั ช้ีวดั
พ ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/4, ม.๓/5
พ ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/4, ม.๓/5

รวมท้ังหมด 10 ตวั ชว้ี ัด

สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๙๙


Click to View FlipBook Version