The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kodwimol, 2021-05-20 06:15:00

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

คู่มือจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สพป พิษณุโลก เขต 1 ฉบับมัธยมศึกษา

Keywords: ูู,หลักสูตรสถานศึกษา

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรียนรู

สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

โครงสรา งหลกั สูตรกลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลมุ รายวิชาเพิม่ เติม
ที่ รหัสวิชา ช่ือวชิ า ระดบั ชนั้ หนวยกติ จำนวนชว่ั โมง
๑ ส ๓๐๒๐๑ หนา ทพ่ี ลเมือง ๑ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

๒ ส ๓๐๒๐๒ หนา ทพ่ี ลเมอื ง ๒ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

๓ ส ๓๐๒๐๓ หนาที่พลเมือง ๓ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

๔ ส ๓๐๒๐๔ หนาท่พี ลเมอื ง ๔ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

๕ ส ๓๐๒๐๕ กฎหมายทปี่ ระชาชนควรรู ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

๖ ส ๓๐๒๐๖ ทักษะความปลอดภัย ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

๗ ส ๓๐๒๐๗ ประวตั ิพิษณโุ ลก ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

๘ ส ๓๐๒๐๘ ประวตั ทิ อ งถ่นิ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐

9 ส 31๒๐1 การปอ งกนั การทจุ รติ 1 ม.๔ ๐.๕ ๒๐
10 ส 31๒๐2 การปอ งกนั การทจุ ริต 2 ม.๔ ๐.๕ ๒๐
11 ส 32๒๐3 การปองกนั การทจุ รติ 3 ม.๕ ๐.๕ ๒๐
12 ส 32๒๐4 การปองกนั การทจุ รติ 4 ม.๕ ๐.๕ ๒๐
13 ส 33๒๐5 การปอ งกนั การทจุ ริต 5 ม.๖ ๐.๕ ๒๐
14 ส 33๒๐5 การปอ งกนั การทุจริต 6 ม.๖ ๐.๕ ๒๐

สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๐๐

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ส ๓๐๒๐๑ หนาทพี่ ลเมือง ๑ กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มีสวนรวมและแนะนำผูอื่นใหอนุรักษและเผยแพรมารยาทไทยสูสาธารณะในเรื่องการแสดงความ

เคารพการสนทนาการแตงกายการมีสัมมาคารวะเห็นคุณคาอนุรักษสืบสานประยุกตและเผยแพรขนบธรรมเนียม

ประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความอดทนใฝหาความรูและ

ต้งั ใจปฏิบตั ิหนา ที่

ปฏิบตั ิตนเปน แบบอยา งมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมและสนบั สนุนใหผอู ่ืนแสดงออกถึงความรักชาติยึด

มนั่ ในศาสนาและเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ ปฏบิ ัติตนเปนแบบอยางประยุกตและเผยแพรพ ระบรมราโชวาท

ในเรื่องการมีระเบียบวินัยความสามัคคีหลักการทรงงานในเร่ืองระเบิดจากขางในไมติดตำราบริการรวมที่จุดเดยี ว

ใชอ ธรรมปราบอธรรมและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงปฏบิ ัติตนเปน ผูม ีวินัยในตนเองในเรื่องความซ่ือสัตย

สจุ รติ ขยันหมั่นเพียรอดทนใฝห าความรูต งั้ ใจปฏิบัติหนาทีย่ อมรับผลทีเ่ กดิ จากการกระทำของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ

กระบวนการแกป ญ หากระบวนการสืบเสาะหาความรู

เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเปนไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นใน

ศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยเปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน

ประมุขมีสวนรวมทางการเมืองการปกครองมีวิจารณญาณในการเลือกตั้งและการวิพากษนโยบายสาธารณะอยู

รวมกบั ผูอ ่นื อยา งสนั ติจดั การความขัดแยง ดวยสนั ตวิ ิธแี ละมีวนิ ัยในตนเอง

ผลการเรยี นรู
๑. มสี ว นรว มและแนะนำผอู ืน่ ใหอ นุรกั ษและเผยแพรม ารยาทไทยสูสาธารณะ
๒. เห็นคุณคา อนุรกั ษสืบสานประยกุ ตและเผยแพรขนบธรรมเนียมประเพณศี ิลปวฒั นธรรม
และภูมปิ ญญาไทย
๓. เปนแบบอยางมีสวนรว มในการจัดกิจกรรมและสนบั สนุนใหผูอื่นแสดงออกถึงความรักชาติยดึ มั่นใน
ศาสนาและเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย
๔. เปนแบบอยา งประยกุ ตและเผยแพรพ ระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
๕. เหน็ คุณคา ของการอยูรว มกันอยา งสนั ติ และพึ่งพาซึง่ กนั และกัน
๖. ปฏิบัตติ นเปน ผูมีวินยั ในตนเอง

รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๐๑

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ

ส ๓๐๒๐๒ หนาทพี่ ลเมือง ๒ กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปฏิบัติตนเปนแบบอยางและสงเสริมสนับสนุนใหผูอื่นเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในเรื่องการ

เปน ผูนำและการเปนสมาชิกทด่ี ีการใชส ทิ ธแิ ละหนาทีก่ ารใชเสรีภาพอยางรับผิดชอบความกลาหาญทางจริยธรรม

การเสนอแนวทางการแกป ญ หาสังคมตอ สาธารณะการติดตามและประเมินขา วสารทางการเมืองและการรูเทาทัน

สื่อการมีสวนรวมในกิจกรรมทางการเมืองประยุกตใชกระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษประเด็นนโยบาย

สาธารณะที่ตนสนใจมีสวนรวมและตัดสินใจเลือกตั้งอยางมีวิจารณญาณรูทันขาวสารและรูทันสื่อคาดการณ

เหตุการณลวงหนาบนพื้นฐานของขอมูลปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียร

อดทนใฝห าความรูต ง้ั ใจปฏบิ ัติหนาทแ่ี ละยอมรับผลทีเ่ กิดจากการกระทำของตนเอง

ยอมรบั ในอัตลกั ษณและเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรมเห็นคุณคา ของการอยรู วมกนั

อยา งสนั ตแิ ละพึ่งพาซึ่งกันและกนั ดวยการเคารพซ่งึ กนั และกนั ไมแ สดงกิริยาและวาจาดูหม่ินผูอน่ื ชว ยเหลือ

ซงึ่ กนั และกนั แบง ปน ปฏบิ ัติตนเปน ผมู วี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความอดทนใฝห าความรูและยอมรบั ผลที่เกิดจาก

การกระทำของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ

กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู

เพ่อื ใหผูเ รียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภมู ใิ จในความเปนไทยแสดงออกถงึ ความรักชาตยิ ึดม่นั

ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ เ ปน พลเมอื งดใี นระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ 

ทรงเปนประมุขมีสวนรวมทางการเมืองการปกครองมีวิจารณญาณในการเลือกตั้งและการวิพากษนโยบาย

สาธารณะอยรู ว มกับผูอ่ืนอยางสันตจิ ัดการความขัดแยงดว ยสนั ตวิ ิธแี ละมวี ินยั ในตนเอง

ผลการเรยี นรู
๑. เปน แบบอยา งและสง เสรมิ สนับสนนุ ใหผ ูอ ืน่ เปน พลเมอื งดีตามวิถปี ระชาธิปไตย
๒. ประยกุ ตใ ชก ระบวนการประชาธปิ ไตยในการวพิ ากษประเดน็ นโยบายสาธารณะที่ตนสนใจ
๓. มีสว นรว มและตดั สนิ ใจเลอื กตง้ั อยา งมวี ิจารณญาณ
๔. รทู ันขาวสารและรทู ันสอ่ื
๕. คาดการณเหตุการณลวงหนา บนพ้นื ฐานของขอมลู
๖. ยอมรับในอตั ลักษณและเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม
๗.เห็นคณุ คา ของการอยูร ว มกนั อยางสนั ติ และพึ่งพาซึง่ กนั และกัน
๘.ปฏบิ ัตติ นเปนผูมีวินยั ในตนเอง
รวมทัง้ หมด ๘ ผลการเรียนรู

สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๐๒

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

ส ๓๐๒๐๓ หนาทพี่ ลเมอื ง ๓ กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แสดงออก แนะผอู ื่น และยกยองบุคคลที่มีความเออ้ื เฟอเผือ่ แผแ ละเสียสละตอสงั คม ปฏิบตั ิตน

เปน ผมู วี นิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งใฝหาความรู

ปฏิบัติตนเปนแบบอยาง มีสวนรวมในการจัดกิจกรรม และสนับสนุนใหผูอื่นแสดงออกถึงความรัก

ชาติ ยดึ ม่ันในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ  ปฏิบัติตนเปน แบบอยาง ประยุกต และเผยแพร

พระบรมราโชวาท ในเรือ่ งการมรี ะเบียบวินัย ความสามคั คี หลกั การทรงงาน ในเรอื่ งระเบดิ จากขางใน

ไมตดิ ตำรา บรกิ ารรวมทจี่ ุดเดียว ใชอธรรมปราบอธรรม และหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏิบัติตนเปนผูมี

วนิ ัยในตนเอง ในเรื่องความซือ่ สตั ยส ุจริต ขยันหมัน่ เพียร อดทน ใฝห าความรู ตั้งใจปฏิบตั หิ นาท่ี ยอมรบั ผล

ทเ่ี กดิ จากการกระทำของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ

กระบวนการแกป ญ หา กระบวนการสืบเสาะหาความรู

เพื่อใหผ เู รียนมีลักษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน ไทย แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ

ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย เปนพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยอันมี

พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข มีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกตั้ง และการ

วิพากษนโยบายสาธารณะ อยูรวมกับผูอื่นอยางสันติ สามารถจัดการความขัดแยงดวยสันติวิธี และมีวินัยใน

ตนเอง

ผลการเรยี นรู
๑. แสดงออก แนะนำผอู ่นื และยกยองบุคคลทมี่ ีความเออ้ื เฟอ เผอื่ แผ และเสียสละ
๒. เปน แบบอยา ง มสี ว นรวมในการจัดกิจกรรม และสนบั สนุนใหผอู น่ื แสดงออกถึงความรักชาติ
ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบันพระมหากษตั รยิ 
๓. เปนแบบอยาง ประยกุ ต และเผยแผ พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๔. ปฏิบตั ิตนเปน ผูมีวินัยในตนเอง

รวมทัง้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๐๓

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ส ๓๐๒๐๔ หนา ทพี่ ลเมอื ง ๔ กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปฏิบัติตนเปนแบบอยางและสงเสริมสนับสนุนใหผูอื่นเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเรื่องการ

เปนผูนำและการเปนสมาชิกที่ดี การใชสิทธิและหนาที่ การใชเสรีภาพอยางรับผิดชอบ ความกลาหาญทาง

จริยธรรม การเสนอแนวทางแกปญหาสังคมตอสาธารณะ การติดตามและประเมินขาวสารทางการเมือง และ

การรูเทาทันสื่อ การมีสวนรวมในกิจกรรมทางการเมือง ประยุกตใชกระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษ

ประเด็นนโยบายสาธารณะที่ตนสนใจ มีสวนรวมและตัดสินใจเลือกตั้งอยางมีวิจารณญาณ รูทันขาวสารและ

รูทันสื่อ คาดการณลวงหนาบนพื้นฐานของขอมูล ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต

ขยนั หม่นั เพยี ร อดทน และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทำของตนเอง

มีสวนรวมในการแกป ญหาเมื่อเกิดความขัดแยงโดยสันติวิธี ดวยการเจรจาไกลเ กลี่ย การเจรจาตอรอง

การระงบั ความขดั แยง และสรางเครือขายปอ งกันปญหาความขดั แยงปฏบิ ัตติ นเปน ผูมวี ินัยในตนเอง ในเรื่อง

ความซอ่ื สัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทำของตนเอง

โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ

กระบวนการแกป ญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู

เพอ่ื ใหผ ูเ รียนมีลกั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภมู ใิ จในความเปน ไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ

ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย เปนพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยอันมี

พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข มีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกตั้ง และการ

วิพากษนโยบายสาธารณะ อยูรวมกับผูอื่นอยางสันติ สามารถจัดการความขัดแยงดวยสันติวิธี และมีวินัยใน

ตนเอง

ผลการเรยี นรู
๑.เปนแบบอยางและสง เสรมิ สนบั สนุนใหผ อู น่ื เปนพลเมอื งดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย
๒.ประยกุ ตใ ชก ระบวนการประชาธิปไตยในการวพิ ากษป ระเดน็ นโยบายสาธารณะท่ีตนสนใจ
๓.มสี วนรว มและตัดสินใจเลอื กต้งั อยา งมีวิจารณญาณ
๔.รูทนั ขา วสารและรูทนั สอ่ื
๕.คาดการณเ หตกุ ารณล ว งหนาบนพนื้ ฐานของขอมลู
๖.มีสว นรว มในการแกปญหาเมือ่ เกิดความขัดแยงโยสนั ติวธิ แี ละสรา งเครือขายปอ งกันปญ หา
ความขัดแยง
๗.ปฏบิ ตั ิตนเปนผมู ีวินัยในตนเอง

รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๐๔

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ

ส ๓๐๒๐๕ กฎหมายท่ปี ระชาชนควรรู กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บอก อธบิ าย จำแนก ยกตวั อยาง สรปุ เปรยี บเทียบ และวเิ คราะหค วามหมายความสำคญั ทมี่ า

และลักษณะสำคญั ของกฎหมาย ระบบกฎหมาย ประเภทของกฎหมาย กระบวนการจดั ทำกฎหมาย

ลายลกั ษณอกั ษร การบงั คบั ใชกฎหมายและการสิน้ ผลการบงั คับใชก ฎหมาย รัฐธรรมนูญ หลกั กฎหมายแพง

หลกั กฎหมายอาญา กฎหมายเก่ยี วกบั ทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน กฎหมายเกยี่ วกบั

การคมุ ครองเดก็ กฎหมายเกยี่ วกับการคุมครองผบู รโิ ภค กฎหมายเกยี่ วกบั การรบั ราชการทหาร กฎหมาย

เกี่ยวกับยาเสพตดิ ใหโ ทษรวมท้ังปญ หาการใชก ฎหมายในสงั คมไทยท่ีเกดิ จากประชาชน เจา พนักงาน

และตวั บทกฎหมายเอง รวมทงั้ แนวทางปองกนั แกไขปญ หาเหลาน

โดยใชกระบวนการสงั คมศาสตร การคดิ วิเคราะห การสืบคนขอ มลู กระบวนการกลุม การแกปญหา

และการอภิปราย เพ่อื ใหเ กิดความรู ความเขาใจ สามารถสอ่ื สารสิง่ ทีเ่ รียนรสู ามารถทีจ่ ะตดั สินใจ รวมท้ังปฏบิ ัติ

ตามกฎหมาย รวมท้งั ปฏิบัตติ ามกฎหมายไดอ ยางถูกตอ ง ตระหนกั เหน็ คณุ คา และความสำคญั ของกฎหมาย

รวมทง้ั เหน็ ความสำคัญท่ตี อ งปฏิบัตติ าม กฎหมาย มจี ติ สาธารณะ มีจรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู
๑. ตระหนกั ในความสำคัญของกฎหมายวา มีประโยชนและจำเปนตอ การดำรงอยขู องสงั คม
๒. รแู ละเขาใจเกี่ยวกบั ท่มี าของกฎหมายและระบบกฎหมาย อนั เปนพ้นื ฐานสำคญั ในการศกึ ษา
วิชากฎหมาย
๓. รูและเขาใจเกย่ี วกบั กฎหมายประเภทตาง ๆ ทจ่ี ะนำมาบังคับใชในสังคม ทง้ั สังคม ภายในประเทศ
และสังคมนานาประเทศ
๔. รแู ละเขาใจเก่ยี วกบั กระบวนการจัดทำ ตลอดจนขัน้ ตอนตาง ๆ ของการรา งและการ ประกาศใช
กฎหมายลายลกั ษณอกั ษร
๕. รูและเขา ใจเกี่ยวกับการบังคับใชก ฎหมายและการสนิ้ ผลการบงั คับใชก ฎหมายในสังคมไทย
๖. รแู ละเขาใจเกีย่ วกับรัฐธรรมนญู วาเปนกฎหมายสงู สุดท่ีวา ดว ยการจดั ระเบยี บแหง อำนาจรฐั
และกำหนดหลกั ประกนั สิทธแิ ละเสรภี าพของประชาชนในรฐั ซ่งึ เปนกฎหมายที่มีฐานะเหนือกวา บรรดา
กฎหมายและกฎเกณฑทัง้ ปวงที่มกี ารตราออกมาใชบ งั คบั
๗. รู เขา ใจ และเหน็ ความสำคัญของกฎหมายแพง รวมท้งั สามารถนำไปปฏบิ ัติเพื่อใหเกิดประโยชน
สำหรับตนเอง ครอบครวั และสงั คมไดอยา งถกู ตอ ง
๘. รูแ ละเขาใจในหลักกฎหมายอาญาวามคี วามสำคญั ในการควบคุม.พฤตกิ รรมของบุคคลในสังคม
ใหเคารพสทิ ธเิ สรีภาพ และปฏิบัตติ อกนั อยา งถกู ตองภายใตก รอบแหง กฎหมาย ไมประพฤติฝาฝน กฎหมาย ซ่ึง
จะมคี วามผิดและถูกลงโทษ

สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๐๕

๙. รู เขาใจ และตระหนกั ในความสำคัญของกฎหมายเก่ยี วกับการทะเบียนราษฎร
และบตั รประชาชน รวมท้ังสามารถไปปฏบิ ัติไดอ ยา งถูกตอง

๑๐. รู เขา ใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคมุ ครองเดก็ รวมทัง้ สามารถ
นำไปปฏบิ ัตไิ ดอยา งถูกตอง

๑๑. รู เขาใจ และตระหนกั ในความสำคัญของกฎหมายเกีย่ วกับการคมุ ครองผูบริโภค รวมท้งั สามารถ
นำไปปฏบิ ัติไดอยางถกู ตอ ง

๑๒. รู เขา ใจ แบะเหน็ ความสำคัญของการรับราชการทหาร รวมทัง้ ปฏบิ ัตติ นตามกฎหมายเกี่ยวกับ
การรับราชการทหารไดถูกตอ ง

๑๓. รูและเขาใจกฎหมายเกย่ี วกับยาเสพติดใหโ ทษ รวมทั้งสามารถนำไปใชแกป ญหาและแนะนำ
ใหผูอ น่ื ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษใน สังคมไทย
และสงั คมโลก

๑๔. ตระหนกั ถึงปญ หาการใชกฎหมายในสงั คมไทย และสามารถหาแนวทางปองกนั แกไขได
รวมทงั้ หมด ๑๔ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๐๖

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ

ส ๓๐๒๐๖ ทกั ษะความปลอดภยั กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาและปฏบิ ตั ิกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงาน การจดั ทีมงานสงเสริมความปลอดภยั ภายใน

และภายนอกสำนกั งาน การปองกันและการควบคมุ มลพาจากสภาพแวดลอ มในการทำงานดานชีวภาพ และทาง

เคมี เทคโนโลยีและวิศวกรรมความปลอดภัยเบื้องตน ความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ทำงาน การใชเครื่องมือ

เครื่องจักรและยานพาหนะ การเคลื่อนยายวัสดุและการเก็บรักษาวัสดุ ความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟา และในงาน

กอสราง การปองกันและระงับอัคคีภัย การสงเสริมสุขภาพอนามัยพนักงาน การปองกันและเฝาระวังโรคจาก

การทำงาน การปฐมพยาบาล การวิเคราะหและปรบั ปรงุ สภาพการทำงานตามหลักการยทุ ธศาสตร การจดั

อาชวี อนามัยแลความปลอดภัยเบื้องตน การตรวจตราความปลอดภยั การสอบสวนและวเิ คราะหอ บุ ัตเิ หตุในการ

ทำงาน การวิเคราะหงานเพอื่ ความปลอดภยั และการฝก การหยง่ั รอู นั ตราย

ผลการเรยี นรู
๑. เขาใจและปฏิบัติเก่ยี วกบั อาชวี อนามยั และความปลอดภยั การทำงาน
๒. วิเคราะหการปอ งกนั และควบคุมมลพิษในสภาพแวดลอมการทำงาน
๓. วเิ คราะหการเกดิ อุบตั ิเหตกุ ารทำงานเพอ่ื ความปลอดภยั
๔. ปรบั ปรงุ สภาพการทำงานตามหลักการยทุ ธศาสตร
๕. สงเสริมสุขภาพอนามยั และปฐมพยาบาลชวยเหลอื ผปู วยท่ีเกิดจากการทำงานได
๖. เขาใจกฎหมายอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในการทำงาน

รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๐๗

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ส ๓๐๒๐๗ ประวัตพิ ษิ ณโุ ลก กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา วิเคราะห ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตรที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของ

มนุษยชาติ ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร คุณคาและประโยชนของวิธีการทางประวัติศาสตรที่มีตอ

การศึกษาทางประวัติศาสตร การศึกษาเพื่อสืบคนตำนานและประวัติเมืองพิษณุโลก (สองแคว) สมัยทวาราวดี

สุโขทัย อยุธยา ธนบรุ ี และรตั นโกสินทร สืบคนเก่ยี วกับเมอื งพิษณุโลกในรัชสมยั สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สบื คน เกยี่ วกับความหมาย และคุณลกั ษณะของดอกไม ตนไม ธง ตรา สญั ลกั ษณ คำ

ขวัญ และเพลงที่มีความหมายถึงจังหวัดพิษณุโลก การสืบคนประวัติ ที่ตั้ง ความสำคัญและคุณคาของพระราชวัง

จันทน คูเมือง และกำแพงเมอื งพิษณโุ ลก สืบคน ตำนาน ประวัติ การรคู ุณคา ของพระพุทธชนิ ราช พระพทุ ธชินสีห

พระศรีศาสดา จิตกรรมฝาผนัง/ศิลปะภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารรวมถึงโบราณสถาน

โบราณวัตถุ ศกึ ษาชวี ประวัติจาสบิ เอก ดร.ทวี บูรณะเขตต ผูกอต้ังพพิ ธิ ภัณฑพ ้นื บา น ศึกษาพระราชประวัติของ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา ในสวนที่เกี่ยวของกับเมืองพิษณุโลก การ

สรางความภาคภูมิใจในวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจากเนื้อหา ความหมาย และคุณคาจากเพลง

นเรศวรรำลึก ศึกษาประวัติความเปนมา คุณคาของดนตรีมังคละ และการสืบทอดภูมิปญญาของดนตรีมังคละ

สืบคนความสำคัญและคุณคาของไกชนนเรศวรที่เกี่ยวของกับพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ใน

ดา นลักษณะ เอกลกั ษณ และคณุ คาของไกชนนเรศวร ทมี่ ตี อการละเลน และวถิ ชี ีวติ ไทย

โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ สถานการณ กระบวนการแกปญ หา และกระบวนการกลุม

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ตระหนักในความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตรไทย เกิดความรัก

ความภาคภูมิใจ และธำรงความเปนไทย มีคุณลักษณะที่พึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย สุจรติ

มีวินัย ใฝเ รยี นรู รกั ความเปนไทย มุงมน่ั ในการทำงาน

รหสั ตัวช้วี ดั
ส ๔.๑ ม.๔-๖/๑, ส ๔.๑ ม. ๔-๖/๒

รวมท้ังหมด ๒ ตวั ชี้วดั

สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๐๘

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ

ส ๓๐๒๐๘ ประวัตทิ องถน่ิ กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา วิเคราะห สืบคนตำนานและประวตั ปิ ระวัติความเปนมาของโรงเรียนและชมุ ชนของตนเอง ในดาน

ทำเลที่ตั้ง วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และภูมิปญญาทองถ่ิน ปจจัยที่มีผลตอการพัฒนาทองถิ่น โดยใช

ทักษะการสำรวจ กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม

กระบวนการเผชิญสถานการณ กระบวนการแกปญหา และกระบวนการกลุม รวบรวมหลักฐานทางประวัตศิ าสตร

ตรวจสอบและประเมินขอ เท็จจรงิ วิเคราะห วพิ ากษขอมลู ตีความ การใหเ หตุผล และการสังเคราะห

เพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับทองถิ่นของตน มีความภาคภูมิใจ หวงแหน และผูกพันกับทองถ่ิน

ตลอดจนมสี วนรว มในการพฒั นา รกั ษา สบื ทอดมรดกท่ดี งี ามของชมุ ชนและปฏิบตั ิตนเปน สมาชิกทีด่ ี

และมคี ณุ คา ของชุมชน มคี ุณลักษณะทีพ่ ึงประสงคใ นดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย สุจรติ มวี นิ ยั ใฝเรียนรู

รกั ความเปน ไทย มงุ มั่นในการทำงาน

รหสั ตวั ชี้วดั
ส ๔.๑ ม.๔-๖/๑, ส ๔.๑ ม. ๔-๖/๒

รวมท้งั หมด ๒ ตัวชี้วัด

สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๐๙

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ

วิชา การปองกนั การทุจรติ กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๔ เวลาเรยี น ๔๐ ชัว่ โมง/ป

..............................................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนกับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ

ความไมทนตอการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาที่ของพลเมือง และรับผิดชอบตอ

สังคมในการตอ ตานการทุจริต

โดยใชก ระบวนการคิด วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝก ปฏิบัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ

เรียนรู ๕ ขั้นตอน (๕ STEPs) อภิปราย การสืบสอบ การแกปญหา ทักษะการอานและการเขียน เพื่อใหมี

ความตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอตานและการปองกันการทุจรติ

ผลการเรยี นรู
๑. มคี วามรู ความเขาใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตน กบั ผลประโยชน

สว นรวม
๒. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกบั ความละอายและความไมท นตอการทจุ ริต
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกีย่ วกบั STRONG / จติ พอเพยี งตอตานทจุ ริต
๔. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบตอ สังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนส ว นรวมได
๖. ปฏิบตั ิตนเปน ผลู ะอายและไมท นตอการทจุ ริตทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ัติตนเปน ผทู ี่ STRONG / จติ พอเพียงตอ ตา นการทจุ ริต
๘. ปฏิบตั ติ นตามหนาทพ่ี ลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอสงั คม
๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการตอตานและปอ งกนั การทุจรติ

รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู

สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๑๐

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

วชิ า การปองกนั การทุจริต กลมุ สาระการเรยี นรูส ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๕ เวลาเรยี น ๔๐ ชั่วโมง/ป

..............................................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนกับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ

ความไมทนตอการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาที่ของพลเมือง และรับผิดชอบตอ

สังคมในการตอตา นการทุจรติ

โดยใชกระบวนการคดิ วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏิบตั จิ ริง การทำโครงงานกระบวนการ

เรียนรู ๕ ขั้นตอน (๕ STEPs) อภิปราย การสืบสอบ การแกปญหา ทักษะการอานและการเขียน เพื่อใหมี

ความตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอตานและการปอ งกันการทจุ ริต

ผลการเรยี นรู
๑. มคี วามรู ความเขาใจเกีย่ วกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตน กับผลประโยชน

สว นรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกีย่ วกับความละอายและความไมทนตอการทจุ รติ
๓. มีความรู ความเขา ใจเกี่ยวกับ STRONG / จิตพอเพยี งตอตา นทจุ ริต
๔. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมอื งและมคี วามรับผดิ ชอบตอสังคม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนสว นรวมได
๖. ปฏบิ ตั ติ นเปนผลู ะอายและไมทนตอ การทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ัติตนเปน ผทู ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอตานการทุจริต
๘. ปฏิบตั ิตนตามหนาทพี่ ลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตานและปอ งกันการทจุ ริต

รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๑๑

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

วชิ าการปองกนั การทุจรติ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๖ เวลาเรียน ๔๐ ชัว่ โมง/ป

..............................................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนกับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ

ความไมทนตอการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาที่ของพลเมือง และรับผิดชอบตอ

สังคมในการตอ ตา นการทุจรติ

โดยใชก ระบวนการคิด วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝก ปฏิบตั จิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ

เรียนรู ๕ ขั้นตอน (๕ STEPs) อภิปราย การสืบสอบ การแกปญหา ทักษะการอานและการเขียน เพื่อใหมี

ความตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอ ตานและการปอ งกนั การทุจรติ

ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตน กบั ผลประโยชน

สว นรวม
๒. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกับความละอายและความไมท นตอการทจุ รติ
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั STRONG / จิตพอเพยี งตอ ตานทุจริต
๔. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกับพลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบตอ สงั คม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กบั ผลประโยชนส ว นรวมได
๖. ปฏบิ ตั ติ นเปนผูละอายและไมทนตอ การทจุ ริตทุกรปู แบบ
๗. ปฏิบัติตนเปนผทู ่ี STRONG / จติ พอเพยี งตอ ตา นการทุจรติ
๘. ปฏิบตั ิตนตามหนาที่พลเมอื งและมีความรบั ผิดชอบตอ สงั คม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของการตอตานและปองกนั การทุจรติ

รวมทัง้ หมด ๙ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๑๒

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรยี นรู
สขุ ศึกษาและพลศึกษา

โครงสรางหลกั สูตรกลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

กลุมรายวิชาเพิ่มเติม

ที่ รหัสวชิ า ชือ่ วชิ า ระดับชน้ั หนวยกติ จำนวนชว่ั โมง
๑ พ ๓๓๒๐๑ ลีลาศ ๑ ม. ๖ ๐.๕ ๒๐
๒ พ ๓๓๒๐๒ ลีลาศ ๒ ม. ๖ ๐.๕ ๒๐

สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๑๔

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ

พ ๓๓๒๐๑ ลลี าศ ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศึกษา

ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษา ฝก ทกั ษะ องคป ระกอบสำคัญในการลีลาศ โครงสรา งของดนตรี ทิศทางในการลลี าศ

โดยการคน ควาหาความรู ฝกทกั ษะขัน้ พ้นื ฐาน

เพ่อื ใหม ีความรูความเขาใจ มีทักษะพนื้ ฐานในการลลี าศ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มคี า นิยมท่ีเหมาะสม

และสามารถนำไปใชใ นชวี ติ ประจำวนั ไดสามารถดำรงชีวติ ในสังคมไดอยา งมีความสุข

ผลการเรยี นรู
๑. มคี วามรคู วามเขาใจ ความหมายของคำวา ลลี าศ จุดมุงหมายและขอบเขตของลีลาศ
๒. มีความรคู วามเขา ใจในประวตั คิ วามเปน มาของลีลาศ

๓. มคี วามรคู วามเขาใจในมารยาทของลีลาศ
๔. มีความรคู วามเขาใจในและมีทักษะพนื้ ฐานของลลี าศ
รวมทงั้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๑๕

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ

พ ๓๓๒๐๒ ลลี าศ ๒ กลุมสาระการเรยี นรูส ขุ ศึกษาและพลศึกษา

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาวเิ คราะหการควบคมุ ตนเอง เปรียบเทยี บประสิทธภิ าพ รเู ขา ใจและแสดงทกั ษะ รวมทงั้

เลือกออกกำลังกายและเลนกีฬาลีลาศตามความถนัดและความสนใจ จำแนกและปฏิบัติตามกฎ กติกาในการ

ลนและการแขงขันกีฬาลีลาศ ใหความรวมมือในการเลน การแขงขันและการทำงานเปนทีมดวยความมีน้ำใจ

นักกีฬาและสามารถนำไปประยุกตใชเ ปน แนวปฏิบัติในการทำงานและการดำเนนิ ชีวติ ศึกษา

ฝก ทักษะทจ่ี ำเปน ในกีฬาลีลาศ โดยใชกระบวนการเรียนรแู บบปฏิบตั ิจรงิ การเรียนรูจากการใชคำถาม

ประกอบการอธิบายและ แสดงเหตผุ ลการเรียนรูจากการศึกษา คนควาการเรยี นรแู บบสบื เสาะหาความรู

เพอื่ พัฒนาทกั ษะและความรใู นกีฬาลลี าศ มีความคดิ รเิ ร่ิมสรา งสรรค นอกจากนนั้ กจิ กรรมการเรียนการสอน

ควรสง เสรมิ ใหนักเรียนตระหนกั ในคุณคา และมเี จตคติที่ดีตอกีฬาลลี าศ ตลอดจนฝก ใหน กั เรยี นทำงาน

อยางเปนระบบ มรี ะเบียบ วินยั รอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณ มคี วามเชื่อม่ันในตนเองและ

การเลนกีฬาเพื่อพัฒนา บุคลิกภาพและสมรรถภาพของตนเองเปนประจำสม่ำเสมอ รวมทั้งรูจักการสรางเสริม

สขุ ภาพและสมรรถภาพมีคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค

ผลการเรยี นรู
๑. มที ักษะในการแสดงการเตนลลี าศจงั หวะบกี นิ ได
๒. มีทกั ษะในการแสดงการเตนลลี าศจงั หวะชะชะชาได
๓. มที ักษะในการแสดงการเตน ลีลาศจงั หวะตลุงได
๔. มีทักษะในการแสดงการเตน ลลี าศจงั หวะรุมบาได
๕. มีทกั ษะในการแสดงการเตน ลีลาศจงั หวะรำวงได
๖. มีทกั ษะในการเตน จังหวะแทงโกได

รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู

สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๑๖

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรยี นรู
ศิลปะ

โครงสรางหลกั สูตรกลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

กลมุ รายวชิ าเพ่มิ เติม ชอ่ื วชิ า ระดบั ช้ัน หนว ยกติ จำนวนชวั่ โมง

ท่ี รหัสวิชา จิตรกรรม ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
ศลิ ปะไทย ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๑ ศ ๓๐๒๐๑ ประติมากรรม ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๒ ศ ๓๐๒๐๒ เขยี นแบบ ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๓ ศ ๓๐๒๐๓ ภาพพิมพ ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๔ ศ ๓๐๒๐๔ ออกแบบ ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๕ ศ ๓๐๑๐๕ ดนตรี ๑ ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๖ ศ ๓๐๒๐๖ ดนตรี ๒ ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๗ ศ ๓๐๒๐๗ ดนตรี ๓ ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๘ ศ ๓๐๒๐๘
๙ ศ ๓๐๒๐๙

สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๑๘

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ

ศ ๓๐๒๐๑ จติ รกรรม กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ

ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาและฝก ปฏิบัตกิ ารเขียนภาพเหมือนดวยวัสดตุ างๆ ตามความเหมาะสม เพอ่ื ใหมีความเขาใจ

เห็นคณุ คา และสามารถถายทอดสง่ิ ที่มองเหน็ ออกมาเปนภาพตามความเปน จรงิ ศกึ ษาจติ รกรรมของ ทองถน่ิ

วาดภาพเกีย่ วกบั ทอ งถ่นิ อยางชนื่ ชม

ผลการเรยี นรู
๑. เขยี นภาพเหมือนดวยวัสดุตางๆ ตามความเหมาะสมได
๒. ถายทอดสง่ิ ที่มองเห็นออกมาเปน ภาพเขียนได
๓. ศกึ ษาเหน็ คณุ คา เก่ยี วกับจติ กรรมทอ งถ่ิน

๔. วาดภาพเกี่ยวกบั ทองถนิ่ ได
รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๑๙

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

ศ ๓๐๒๐๒ ศลิ ปะไทย กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาประวัติศาสตรศิลปะวัฒนะธรรมในทองถิ่น ความเปนมา รูปแบบ คุณคา ศิลปวัฒนธรรม

ทองถิ่น ภูมิปญญาทองถิ่น ประวัติสถานที่สำคัญทางศิลปะ ประวัติบุคคลสำคัญในทองถิ่น ศิลปะในทองถิ่นท่ี

สำคัญ แสดงออกทางศิลปะสบื คนขอ มูลเกีย่ วกบั ศลิ ปะทางอนิ เทอรเนต็ บรู ณาการศลิ ปะกบั ชีวติ ประจำวนั

ผลการเรียนรู
๑. อธิบายหลกั การเขียนภาพดว ยดินสอดำ วธิ เี กบ็ รักษาอุปกรณได
๒. รางภาพขนาดสัดสว น หุนนงิ่ คนเหมอื นได
๓. วาดภาพตามจินตนาการกำหนดแสงเงา นำ้ หนักไดอ ยางเหมาะสม

๔. วาดภาพสถานท่ี บุคคลสำคัญในทอ งถนิ่ ได
รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๒๐

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

ศ ๓๐๒๐๓ ประติมากรรม กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาการปน ในเร่ือง รปู แบบ ความงาม วัสดุ เคร่อื งมอื ศกึ ษาและฝกปฏิบัติการเตรยี มวสั ดุ

การใชเครื่องมือ การขึ้นรูป การปนรูปนูนและลอยตัว เพื่อใหมีความเขาใจ เห็นคุณคาและสามารถปนไดตาม

รูป ศกึ ษาและอนุรกั ษง านประตมิ ากรรมในทอ งถ่นิ อยางชน่ื ชม

ผลการเรียนรู
๑. อธบิ ายหลักการปน รูปแบบ ความงาม วัสดุ เครอ่ื งมอื ท่ใี ชในการปน ได
๒. เตรียมวสั ดุเครอื่ งมือ ทใ่ี ชในการปน ไดอยา งถกู ตอง
๓. ปนข้ึนรูปนนู และลอยตวั ได

๔. เหน็ คณุ คาและอนรุ กั ษง านประตมิ ากรรมในทอ งถ่ิน
รวมทง้ั หมด ๔ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๒๑

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ศ ๓๐๒๐๔ เขยี นแบบ กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา ความสำคัญของงานเขียนแบบ วิวัฒนาการเขียนแบบ ลักษณะงานเขียนแบบประเภท ตางๆ

เครื่องมืออุปกรณในการเขียนแบบ มาตรฐานกระดาษและเสนในงานเขียนแบบมาตรฐาน ตัวอักษรในงานเขียน

แบบ มาตรฐาน การใชสัญลักษณและการบอกขนาดในงานเขียนแบบ การเขียนภาพฉาย การเขียนภาพตัด การ

เขยี นภาพออบลิค การเขยี นภาพไอโซเมตริก

ฝกปฏิบตั กิ ารเขยี นแบบเทคนคิ เบ้อื งตน ใชม าตรฐานในการเขยี นแบบและมาตรฐานของเสนตวั อักษร

ตวั เลขทใี่ ชในภาษาไทยและภาษอังกฤษ การกำหนดขนาด การอา นภาพจากภาพมติ ิตางๆ และการสเก็ตชภ าพ

ในเชิงภาพฉายสามดานจากของจรงิ การวางรูปแบบ วธิ ีบอกขนาด

มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คานิยมท่ีมตี ออาชีพสุจริต และลกั ษณะนิสยั ในการทำงาน ใฝเรยี นรู มงุ มั่นในการ

ทำงาน ใชพลังงาน ทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและยั่งยืน อยูอยางพอเพียง มีจิตสาธารณะเพื่อการ

อนรุ ักษสงิ่ แวดลอ มโดยยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู
๑.อธิบายเกย่ี วกบั ความสำคัญ วิวัฒนาการ ลกั ษณะงานเขยี นแบบประเภทตา งๆ
๒. บอกลกั ษณะ วธิ กี ารใชและเกบ็ รกั ษาเครื่องมือ อุปกรณงานเขยี นแบบ
๓. อธบิ ายเกี่ยวกับมาตรฐานกระดาษและเสนงานเขยี นแบบ
๔. อธบิ ายเก่ยี วกบั ตัวอักษรงานเขยี นแบบ
๕. อธิบายเก่ียวกับตัวอักษรงานเขียนแบบ
๖. บอกการใชสญั ลกั ษณแ ละการบอกขนาดของงานเขยี นแบบ
๗. อธบิ าย และปฏบิ ตั กิ ารเขียนแบบภาพฉาย
๘. อธิบาย และปฏิบตั ิการเขียนภาพออบลิค
๙. อธิบาย และปฏบิ ัตกิ ารเขียนภาพไอโซเมตรกิ
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู

สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๒๒

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ

ศ ๓๐๑๐๕ ภาพพมิ พ กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ

ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาและฝก ปฏบิ ัติ ประวัตกิ ารพิมพภ าพ การออกแบบภาพพมิ พ การทำแมพ ิมพ การพิมพ

ภาพสีเดียวและหลายสี เพื่อใหมีความเขาใจ เหน็ คณุ คา และสามารถทำภาพพิมพไ ดตามข้ันตอน ภาพพิมพ

กบั ความสมั พนั ธใ นทองถ่นิ

ผลการเรยี นรู
๑. อธิบายประวตั กิ ารพมิ พภ าพได
๒. ออกแบบภาพพมิ พการทำแมพิมพได
๓. พิมพภาพสเี ดยี วและหลายสีตามขน้ั ตอนได

๔. เหน็ คุณคาและอนรุ ักษง านพิมพภ าพในทอ งถน่ิ
รวมท้งั หมด ๔ ผลการเรียนรู

สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๒๓

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

ศ ๓๐๒๐๖ ออกแบบ กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาหลกั การออกแบบองคป ระกอบของศิลปะ และทฤษฎสี ี เพื่อใชเปนแนวทางพ้นื ฐาน

ในการสรางสรรคงานออกแบบ ฝกปฏิบัติการออกแบบประเภท ๒ มิติ และ ๓ มิติ โดยเนนการใชหลักการ

ออกแบบ การจัดองคประกอบของศิลปะ การวิเคราะห และใหคำอธิบายเปรียบเทียบเรื่องความงามได มี

ความคิดริเริม่ สรางสรรคในเชงิ ออกแบบ

ผลการเรยี นรู
๑. อธบิ ายความหมายท่วั ไปของงานศลิ ปะได
๒. มคี วามรคู วามเขาใจในองคป ระกอบของศิลปะ
๓. รูจ ักแหลงก าเนดิ สีและคณุ คาทางการเปรียบเทียบของสี
๔. มีความรูและเขาใจหลักพนื้ ฐานการออกแบบ
๕. รแู ละเขา ใจหลกั การออกแบบท้งั ประเภท ๒ มติ แิ ละ ๓ มติ ิ โดยใชหลักการเขียนภาพพิคทอเรียล
(PICTORIAL ) ภาพฉายและภาพชวย( ORTHOGRAPHIC PROJECTION )
๖. เขียนแบบ และออกแบบประเภท ๒ มิตแิ ละ ๓ มติ ไิ ด
๗. วเิ คราะหเปรยี บเทยี บ อธบิ ายงานออกแบบท่ีออกแบบดว ยตนเองได
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๒๔

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ศ ๓๐๒๐๗ ดนตรเี พิ่มเติม ๑ กลมุ สาระการเรียนรูศลิ ปะ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาความรูเกีย่ วกับประวัตขิ องนกั ดนตรีไทย ศพั ทสังคตี สว นประกอบและการดแู ลรักษา

เคร่ืองดนตรีไทย มีเทคนิคในการปฏบิ ตั กิ ารขับรอ งเพลงไทย เพลงไทยสากล และเพลงไทยลกู ทุง ไดอ ยา งไพเราะ

ถูกทำนอง จงั หวะและอารมณเ พลง มคี วามสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแกป ญ หา การใชทักษะชีวติ

และการใชเ ทคโนโลยี

เพอ่ื ใหมคี วามรู ความเขาใจในการสรางสรรคผลงานดา นทัศนศลิ ป ดนตรี และนาฏศลิ ป

โดยคำนงึ ถงึ ความมรี ะเบยี บวินยั ในการปฏบิ ัติงาน รักชาติ ศาสน กษตั รยิ  ใฝรูใฝเ รยี น อยอู ยา งพอเพยี ง

มีความซอ่ื สตั ยส จุ ริต มุง มันในการทำงาน มีจิตสาธารณะ ตอการสรางสรรคงานดนตรี เห็นคณุ คาและ

รกั ความเปนไทย

ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวงั
๑. อธิบายประวตั นิ ักดนตรไี ทยท่ีมคี วามสามารถในการปฏบิ ตั ไิ ด อยา งนอย ๑ คน
๒. อธิบายความหมายศพั ทสงั คตี ดนตรไี ทยได
๓. มีความรใู นการดูแลรกั ษาเครอื่ งดนตรไี ทยได

๔. สามารถใชเทคนิคการขบั รอ งเพลงไทย เพลงไทยสากล และเพลงไทยลกู ทงุ ตามบทฝก ที่กำหนด
ไดถูกตอ ง

รวมทั้งหมด ๔ ผลการเรียนรู

สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๒๕

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ

ศ ๓๐๒๐๘ ดนตรีเพ่มิ เตมิ ๒ กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ

ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาทฤษฎแี ละปฏิบัติ ประวัตดิ นตรสี ากล ระยะเสยี งคู บนั ไดเสยี ง ศัพทสังคีต และโครงสรางของ

ทำนองเพลง ฝกเขียนระยะคูเสียง สรางบันไดเสียง และเขียนจังหวะอัตราผสม เพื่อใหมีความเขาใจ และ เห็น

คณุ คาของดนตรีสากล ดนตรีสากลกับความสมั พนั ธในทอ งถน่ิ

ผลการเรยี นรู
๑. ศึกษาทฤษฎดี นตรีสากลเกี่ยวกับระยะเสยี งคู บันไดเสยี งศพั ทส ังคีตโครงสรางของทำนองเพลงได
๒. สรางบันไดเสียงได
๓. ปฏบิ ัตเิ ครอ่ื งดนตรีสากลในเรือ่ งระยะเสียงคู บันไดเสยี ง บนั ไดเสียงได

๔. เห็นคุณคา ของดนตรีสากล
๕. อธิบายความสัมพนั ธข องดนตรสี ากลกบั ทองถิ่นได
รวม ๕ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๒๖

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ

ศ ๓๐๒๐๙ ดนตรีเพม่ิ เติม ๓ กลุม สาระการเรียนรศู ลิ ปะ

ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาทฤษฎีการดนตรี โนตสากล ศัพทสงั คีต ฝก ปฏิบัติเครื่องดนตรี อยางนอ ย ๑ ชน้ิ โดยฝกบรรเลง

ทั้งเดี่ยวและกลุม และจัดแสดงดนตรีเปนครั้งคราว การดูแลรักษาเครื่องดนตรี เพื่อใหมีความรูความเขาใจ และ

บรรเลงดนตรีสากลที่ถนัดไดอยางถูกตอง ไพเราะและเพลิดเพลิน ปฏิบัติเครื่องดนตรีสากล เชน กีตารโซโล

กีตารคอรด เบสกีตาร กลองชุด และคียบอรด ไดอยางนอย ๑ ชิ้น สามารถปฏิบัติเครื่องดนตรีสากล ไดอยาง

ไพเราะ ถูกทำนอง จังหวะและอารมณเพลง มีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกปญหา การใชทักษะ

ชีวติ และการใชเทคโนโลยี

เพ่อื ใหม ีความรู ความเขาใจในการสรางสรรคผลงานดา นทัศนศิลป ดนตรแี ละนาฏศิลป

โดยคำนงึ ถงึ ความมรี ะเบยี บวินัยในการปฏบิ ตั งิ าน รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ  ใฝร ใู ฝเ รียน อยูอยางพอเพียง

มีความซ่ือสัตยสจุ ริต มงุ มนั ในการทำงาน มจี ติ สาธารณะ ตอการสรางสรรคง านดนตรี เห็นคณุ คา

และรักความเปน ไทย

ผลการเรยี นรทู ค่ี าดหวงั
๑. อธิบายทฤษฎีดนตรสี ากลเบอ้ื งตน ได

๒. อธบิ ายความหมายของศัพทสงั คตี สากลได
๓. สามารถปฏบิ ตั ิเคร่อื งดนตรสี ากลท้งั เดีย่ วและกลมุ พรอ มทง้ั บรรเลงเพลงตามทกี่ ำหนดใหไ ด
อยา งนอ ย ๑ เพลง

๔. สามารถปฏบิ ัติเทคนิคการขบั รองเพลงไทย/สากล และขบั รอ งเพลงไทย/สากลใหเ กดิ ความไพเราะ
ไดอ ยางนอย ๑ เพลง

รวม ๔ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๒๗

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
กลุมสาระการเรยี นรู
การงานอาชพี

โครงสรา งหลกั สตู รกลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

กลมุ รายวิชาเพมิ่ เติม

ท่ี รหสั วชิ า ชอื่ วิชา ระดบั ชน้ั หนวยกติ จำนวนชวั่ โมง

๑ ง ๓๐๒๐๑ งานจับผา ๑ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐
๒ ง ๓๐๒๐๒ งานจบั ผา ๒ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐
๓ ง ๓๐๒๐๓ ของชำรว ย ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐
๔ ง ๓๐๒๐๔ งานดอกไมป ระดษิ ฐ ม.ปลาย ๐.๕ ๒๐
๕ ง ๓๐๒๐๕ เกษตรขยายพนั ธุพชื ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐
๖ ง ๓๐๒๐๖ เกษตรไมด อกไมประดับ ม.ปลาย ๑.๐ ๔๐

สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๒๙

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ

ง ๓๐๒๐๑ งานจับผา ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิเก่ยี วกับความสำคัญของหลกั การตกแตง สถานท่ี รปู แบบการผกู และจบั จีบผา

การออกแบบการวเิ คราะห การเลอื กวสั ดุ อุปกรณ ผกู และจบั จบี ผา รูปแบบตา งๆ การเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ

การพัฒนารปู แบบการผกู และจับจบี ผา

ผลการเรยี นรู
๑. เขาใจเก่ียวกับหลักการตกแตงสถานท่ี รปู แบบ การออกแบบ การวเิ คราะห การเลอื กวสั ดอุ ปุ กรณ
การผูกและจับจบี ผา การคำนวณตน ทนุ กำหนดราคาบริการ
๒. สามารถผกู และจบั จีบผา รปู แบบตางๆ ตามลักษณะงาน

๓. มีเจตคติและกิจนิสัยท่ีดใี นการปฏบิ ตั งิ านดว ยความรับผดิ ชอบ เปนระเบียบ ขยนั อดทน ประณตี
สะอาด ปลอดภัยและมคี วามคิดสรา งสรรค

รวม ๓ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๓๐

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ง ๓๐๒๐๒ งานจบั ผา ๒ กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี

ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เพื่อพฒั นาศกั ยภาพของผเู รยี นใหม คี วามรูค วามเขาใจเกย่ี วกับ ความหมาย ความสำคัญและประโยชน

ของการจับสมอ็ กผา วสั ดุอุปกรณ เครอื่ งมือเคร่ืองใชใ นงานจบั สมอ็ กผา วธิ ีการ ขน้ั ตอนกระบวนการทำงาน

ในการจบั สม็อกผา

ปฏิบัติงานการเลือกแบบและวาดผังลายการจับสม็อกผาแบบตางๆไดหลายแบบ ฝกทักษะการ

จบั สม็อกผา ไดหลายรูปแบบ เชน ลายลกู คล่ืน ลายลกู ศร ลายดอกพิกลุ ออกแบบสรา งสรรคชิ้นงานจัดทำเปน

ของใช แบบตางๆไดส วยงาม คำนวณคาใชจาย การกำหนดราคาจำหนาย จดั จำหนา ย ประเมนิ และสรุปผลการ

ทำงานได

เพ่อื ใหนักเรียนไดม คี วามรแู ละทักษะในการจบั สมอ็ กผาได ปฏิบตั ิงานทำผงั ลายและทำสม็อก

ไดห ลายรปู แบบ สามารถออกแบบสรา งสรรคแ ละจัดทำเปนช้นิ งานตา งๆจากงานสมอ็ กไดสวยงาม

โดยใชกระบวนการการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดสรางสรรค มีความมุงมั่น ขยัน

อดทน ซอื่ สตั ย กตัญใู นการทำงาน มเี จตคตทิ ด่ี ตี องานอาชพี สามารถนำไปประยกุ ตใ ชในชีวติ ประจำวนั

และเปน แนวทางในการประกอบอาชีพตอ ไปในอนาคตได

ผลการเรยี นรู
๑. บอกความหมาย ความสำคญั ประโยชน ในการจับสมอ็ กผา
๒. สามรถเลอื กใชว ัสดุอุปกรณ เครอ่ื งมอื เครอื่ งใชใ นการจบั สม็อกผา
๓. สามารถเลอื กแบบและปฏบิ ตั กิ ารวาดผงั ลายการจบั สม็อกผาลายลกู คลืน่
๔. มีความรคู วามเขาใจวธิ กี าร ขัน้ ตอนในการทำลายลูกคลืน่
๕. ฝกทักษะการจัดทำงานการ จบั สมอ็ กผา ลายลูกศร ลายดอกพกิ ลุ
๖. สามารถออกแบบสรางสรรคและจดั ทำชนิ้ งานไดสวยงาม
๗. สามารถคำนวณคา ใชจ า ย จดั จำหนายผลงานได
๘. ประเมินและสรุปผลงานได
รวมทงั้ หมด ๘ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๓๑

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ

ง ๓๐๒๐๓ ของชำรว ย กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาความหมายและโอกาสในการใชของชำรวย หลกั การออกแบบและวิธกี ารประดษิ ฐข องชำรวย

แบบตา งๆ การใชและเกบ็ รักษาวัสดุอุปกรณ ปฏิบตั ิการออกแบบ เลือกวัสดปุ ระดษิ ฐของชำรว ยแบบตางๆ

ไมน อยกวา ๕ ชนดิ คำนวณคา ใชจ าย กำหนดราคา จัดจำหนา ย

เพื่อใหมีความรูความเขาใจและทักษะเกย่ี วกับการออกแบบ การประดิษฐของชำรว ยตามแบบ

ท่กี ำหนดและคดิ เองได

ผลการเรยี นรทู ีค่ าดหวงั
๑. อธิบายความหมายและโอกาสในการใชของชำรว ยได
๒. อธบิ ายหลักการออกแบบของชำรวยได
๓. อธิบายขนั้ ตอนและการประดษิ ฐของชำรว ยได
๔. ใชและเกบ็ รกั ษาเคร่อื งมือ อปุ กรณในการประดิษฐข องชำรวยได
๕. ปฏิบัติการประดษิ ฐข องชำรวยแบบตางๆไดอยา งนอย ๕ ชนิด
๖. สำรวจความตองการของตลาดได
๗. ทำบัญชรี ับ จา ยและจดั จำหนา ยได
รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๓๒

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ง ๓๐๒๐๔ งานดอกไมประดษิ ฐ กลุม สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาหลกั การ วิธกี าร กระบวนการ นำวสั ดตุ างๆ มาประดิษฐเปนชนิ้ งาน การเตรยี มเครอ่ื งมอื

และอุปกรณในการปฏบิ ตั งิ าน การดแู ลรักษาเครื่องมือวัสดอุ ุปกรณ ตลอดจนการวางแผนการทำงาน

ปฏบิ ัตแิ ละฝก งานการประดษิ ฐวัสดแุ ละการเลือกใชว ัสดอุ ุปกรณไดถกู ตอง สามารถประเมินผล

การปฏบิ ัติงานได

เพ่อื ใหมีความรูความเขาใจงานประดิษฐว ัสดุ และสามารถปฏิบัติงานไดด วยความปลอดภัย

มคี วามคิดริเริ่มสรางสรรคอยา งมีคุณธรรม และจริยธรรมในการทำงานและนำความรูไ ปเปน แนวทาง

ในการประกอบอาชพี ได

ผลการเรยี นรู
๑. มคี วามรูค วามเขาใจความหมาย ความสำคัญและประโยชนของเศษวัสดุ
๒. เลือกใชวัสดุอุปกรณ เคร่อื งมือไดเหมาะสมกบั ชน้ิ งาน
๓. สามารถวางแผนการปฏบิ ัติงานไดตามลำดับขนั้ ตอน
๔. สามารถออกแบบช้นิ งานได
๕. ปฏบิ ตั ิช้ินงานไดอยางนอย ๓ ชิน้ จากทก่ี ำหนดให ๔ ชิ้น
๖. เตม็ ใจทำงานตามบทบาทหนาที่ มคี วามรับผดิ ชอบ ประณตี รอบคอบ ขยัน ซื่อสัตย ประหยดั
และปลอดภัย
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๓๓

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

ง ๓๐๒๐๕ เกษตรขยายพนั ธุพืช กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษา อธิบาย วิเคราะหขอ มูล สำรวจ และปฏิบัตเิ กีย่ วกับความหมาย ความสำคญั ความตอ งการของ

ตลาดและประโยชนในการขยายพันธพุ ชื การจำแนกประเภทของพืช ปจ จัยที่มีผลตอการเจรญิ เตบิ โตของพนั ธุพ ืช

การเตรียมดนิ การคดั เลอื กพนั ธุ สำหรบั การปลกู เครอื่ งมอื อุปกรณ เทคนคิ และกระบวนการขยายพันธพุ ืชให

เหมาะสมกบั สภาพทอ งถน่ิ การดแู ลบำรุงรกั ษา คำนวณคาใชจ าย กำหนดราคาขาย จดั จำหนา ย จดบนั ทึกการ

ปฏบิ ตั ิงาน ทำบญั ชรี ายรับ-รายจาย และประเมินผล

โดยใชทกั ษะกระบวนการคดิ กระบวนการฝกปฏิบตั ิจรงิ อยางมขี ้นั ตอน กระบวนการแกป ญหา

ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะการใชเทคโนโลยี ทักษะชวี ติ ทักษะการสื่อสารและทกั ษะการคดิ คำนวณ

มีนิสัยรักการทำงาน มุงมั่นในการทำงาน มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มีความอดทน เสียสละ

เอ้ือเฟอเผอื่ แผ อยอู ยางพอเพียง มคี วามซื่อสัตยส จุ ริตและมีเจตคติทีด่ ีตออาชีพ เห็นคุณคาในอาชพี สจุ ริต

และเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพสจุ รติ

ผลการเรยี นรู
๑. ความรูทัว่ ไปเกี่ยวกับการขยายพันธพุ ืช
๒. การจำแนกประเภทของพืช
๓. การขยายพนั ธพุ ืชโดยใชเมล็ด
๔. การขยายพนั ธุพชื โดยการตัดชำ
๕. การขยายพันธุพ ชื โดยการตอนกงิ่
๖. การขยายพันธพุ ชื โดยการติดตา ตอก่งิ
๗. การขยายพนั ธุพืชโดยการทาบก่งิ
๘. การขยายพันธุพ ืชโดยการใชรากและลำตน พิเศษ
๙. การขยายพนั ธพุ ชื โดยการแยกสว น
๑๐. การจำหนา ยผลผลติ เพอ่ื การจำหนา ย
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๓๔

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ง ๓๐๒๐๖ เกษตรไมดอกไมป ระดับ กลมุ สาระการเรยี นรูก ารงานอาชพี

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๐ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาความหมาย ความสำคญั และประโยชนของไมดอกไมป ระดบั ประเภทของไมดอก

ไมป ระดับ พันธุ การขยายพันธุ และการอนบุ าลกลา ไม การเลือกปลกู ไมดอกไมประดบั ใหเ หมาะสมกบั

ทองถิน่ การเตรยี มดินปลูก การปลูก การปฏบิ ัตดิ ูแลรกั ษาในเรอื นเพาะชำ ในแปลงปลูก และภาชนะปลูก

การปองกันโรคและกำจัดศตั รู

ฝกปฏิบัติเพื่อใหเกดิ ทักษะในการทำงาน มคี วามรูความเขา ใจในงานอาชีพสจุ ริต มคี วามรับผิดชอบ

ซื่อสตั ย ประหยดั อดออม มีคา นยิ มการเปน ผผู ลติ มากกวาผูบริโภค มที ักษะในการจัดการและนำความรูไปใช

ในชวี ติ ประจำวันได

ผลการเรยี นรู
๑. บอกความหมาย ความสำคัญและประโยชนข องไมดอกไมป ระดับได
๒. อธบิ ายประเภทของไมด อกไมประดบั และปลูกไมดอกไมป ระดบั ได
๓. สำรวจความตอ งการของการตลาดและความนยิ มของคนทว่ั ไป
๓. ขยายพันธไุ มด อกไมป ระดับไดถูกตองเหมาะสมกับชนดิ ของไมดอกไมประดับ
๔. เตรียมดนิ ปลกู ไมดอกไมป ระดบั ไดและเลือกปลูกไมดอกไมประดับไดเหมาะสมกับสภาพทองถน่ิ
๗. ปฏบิ ตั ิดูแลไมดอกไมประดบั ได
๘. เกบ็ เก่ียวผลผลติ ได
๙. จัดผลผลิตและกำหนดราคาจำหนา ยได
๑๐. ทำบญั ชีรายรับ-รายจายและประเมนิ ผลกำไร-ขาดทุนได
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๓๕

คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
กลมุ สาระการเรยี นรู

ภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

โครงสรางหลกั สตู รกลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

กลมุ รายวิชาเพ่มิ เตมิ

ที่ รหสั วิชา ชอ่ื วชิ า ระดับช้นั หนว ยกติ จำนวนชว่ั โมง
๑ ๓๐๑๐๑ ภาษาอังกฤษอาน-เขียน ๑ ม.๔ ๑.๐ ๔๐

๒ ๓๐๑๐๒ ภาษาองั กฤษอาน-เขยี น ๒ ม.๔ ๑.๐ ๔๐

๓ ๓๐๑๐๓ ภาษาองั กฤษอาน-เขยี น ๓ ม.๕ ๑.๐ ๔๐

๔ ๓๐๑๐๔ ภาษาองั กฤษอาน-เขียน ๔ ม.๕ ๑.๐ ๔๐

๕ ๓๐๑๐๕ ภาษาอังกฤษอานเชิงวิเคราะห ๑ ม.๖ ๑.๐ ๔๐

๖ ๓๐๑๐๖ ภาษาองั กฤษอานเชงิ วิเคราะห ๒ ม.๖ ๑.๐ ๔๐

สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๓๗

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

อ ๓๐๑๐๑ ภาษาอังกฤษอาน-เขยี น ๑ กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนว ยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาการอานออกเสียงขอความใหถูกตองตามหลักการอาน อานเรื่องที่เปนสารคดี โดยใชทักษะ/กล

ยทุ ธก ารอา นดงั นี้ การเดาความหมายของคาศพั ทจ ากบรบิ ท การจบั ใจความสำคัญ ระบรุ ายละเอยี ด วเิ คราะห

ความเชือ่ มโยงความรเู ดมิ กบั ขอเขยี น เปรยี บเทยี บความเหมอื นและความตา ง

โดยใชกระบวนการเขียนในการเขียนเพื่อใหขอมูล บรรยาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเร่ืองทีอ่ าน พูดบรรยายความรูสึก และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองตาง ๆ อยางมีเหตุผล พูดนาเสนอ

ประเดน็ ตาง ๆ ท่ีนา สนใจ อภปิ รายวิถีชีวิต ความคิด ความเช่อื และประเพณขี องเจาของภาษา และชนชาติอ่ืน ๆ

อภิปรายความเหมอื นและความตางระหวา งวิถชี ีวิต ความเช่ือ และวฒั นธรรมของเจา ของภาษากับของไทย

โดยใชศาสตรพ ระราชา

เพือ่ ใหเกดิ ประโยชนจ ากการเรียนรูการใชภ าษาอังกฤษคนควา บนั ทึกขอ มูลท่เี กยี่ วขอ งกบั กลุมสาระ

การเรยี นรอู น่ื จากแหลงการเรยี นรูต าง ๆ และนำเสนอดว ยการพูด ไดรบั การสง เสริมใหเ ปนผูมวี นิ ัย ใฝเรียนรู

และรกั ความเปน ไทยเพอ่ื ใหมคี วามพอเพยี งในการดำรงชวี ติ

ผลการเรยี นรู
๑. อา นออกเสยี งคาศัพทและประโยคในบทอา นตามทีไ่ ดรบั มอบหมาย
๒. จบั ใจความสำคัญ ระบรุ ายละเอียด วิเคราะหค วาม ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากสารคดี
เกีย่ วกับการเฉลิมฉลอง ภมู ิศาสตร สขุ ภาพ ขนบธรรมเนียมและประเพณี
๓. เขยี นประโยค ยอ หนา บรรยายเกีย่ วกบั เรอื่ งท่ีอานหรือหวั ขอ ทกี่ ำหนด
๔. ใชภ าษาอังกฤษในการคน ควา และนำเสนอขอมลู ทเี่ กยี่ วของกับกลุม สาระการเรียนรูอ ่ืน
จากแหลง การเรยี นรูตาง ๆ
รวมผลการเรยี นรู ๔ ขอ

สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๓๘

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

อ ๓๐๑๐๒ ภาษาอังกฤษอาน-เขยี น ๒ กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาการอา นออกเสียงขอความ บทรอยกรอง ใหถูกตองตามหลักการอาน อานเรือ่ งท่ีเปนสารคดีและ

บันเทิงคดี โดยใชทักษะ/กลยุทธการอา นดังนี้ การจับใจความสำคัญ ระบรุ ายละเอียด วเิ คราะหค วาม ตีความ

สรุปความ เชื่อมโยงความรูเดิมกับขอเขียน ลาดับเหตุการณ ลาดับขั้นตอนในกระบวนการการสรางจินตนาการ

ตรวจสอบความเขาใจของตนเอง

โดยใชกระบวนการเขียนใน การเขียนเพื่อขอและใหขอมูล บรรยาย อธิบาย และแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรือ่ งทอี่ าน พูดบรรยายความรูส ึก และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องตาง ๆ อยางมีเหตุผล พูดนำเสนอ

ประเดน็ ตาง ๆ ท่นี าสนใจ โดยใชศ าสตรพระราชา

เพอ่ื ใหเ กดิ ประโยชนจากการเรียนรูก ารใชภ าษาองั กฤษคนควา บนั ทึกขอ มูลที่เกย่ี วของกบั กลุมสาระ

การเรยี นรูอ่นื จากแหลง การเรยี นรูตาง ๆ และและนาเสนอดว ยการพูด ไดรับการสง เสริมใหเ ปน ผูมีวินัยมีความคิด

สรา งสรรค มจี ิตสาธารณะ และซอื่ สัตยสจุ รติ เพื่อใหม คี วามพอเพียงในการดำรงชวี ิต

ผลการเรยี นรู
๑. อานออกเสยี งคาศัพทแ ละประโยคในบทอา นตามท่ีไดรบั มอบหมาย

๒. จบั ใจความสำคญั ระบุรายละเอียด วิเคราะหค วาม ตคี วาม สรุปความ และแสดงความคดิ เห็นจาก
สารคดเี กย่ี วกับอาหาร สิง่ ประดษิ ฐ บุคคล วรรณกรรม วรรณคดี

๓. เขยี นประโยค ยอ หนา บรรยายเก่ียวกับเรอื่ งท่อี า นหรอื หัวขอ ท่ีกำหนด

๔. ใชภ าษาองั กฤษในการคน ควาและนำเสนอขอมูลที่เกีย่ วขอ งกบั กลุมสาระการเรียนรอู นื่
จากแหลง การเรียนรตู า ง ๆ

รวมผลการเรยี นรู ๔ ขอ

สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๓๙

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

อ ๓๐๑๐๓ ภาษาอังกฤษอาน-เขยี น ๓ กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อา นออกเสยี งขอ ความถกู ตอ งตามหลักการอาน อา นสารคดีเกีย่ วกับบุคลกิ ลกั ษณะ อาหาร วฒั นธรรม

และประเพณี บุคคลสำคัญ โดยใชท กั ษะ/กลยุทธก ารอานดงั นคี้ อื การเดาความหมายของคาศพั ทจากบรบิ ท

การจับใจความสำคญั ระบุรายละเอยี ด วเิ คราะหค วาม ตีความ เชอ่ื มโยงความรเู ดิมกบั ขอเขยี น ความสมั พันธ

เชิงลำดับ

โดยใชกระบวนการเขยี นในการเขียนบรรยายและแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับเรื่องที่อา น พูดใหขอมูล

และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อานอยางมีเหตุผล อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ ประเพณีและ

วัฒนธรรมของเจา ของภาษากับของไทย โดยใชศ าสตรพระราชา

เพื่อใหเ กิดประโยชนจากการเรยี นรกู ารใชภ าษาองั กฤษคนควา บนั ทกึ ขอมูลท่เี กีย่ วของกับกลุมสาระ

การเรียนรูอื่นจากแหลงการเรียนรูตาง ๆ และนำเสนอดวยการพูด ไดรับการสงเสริมใหเปนผูมีวินัย อยูอยาง

พอเพียง รักความเปน ไทย และมีจิตสาธารณะเพ่ือใหมคี วามพอเพยี งในการดำรงชวี ิต

ผลการเรยี นรู
๑. อา นออกเสียงคาศัพทและประโยคในบทอานตามทีไ่ ดรบั มอบหมาย

๒. จับใจความสำคัญ เดาความหมายของคาศัพทจากบรบิ ท บอกรายละเอียด วิเคราะหค วาม ตคี วาม
จากบทอา นเกี่ยวกับบคุ ลิกลกั ษณะอาหาร วัฒนธรรมและประเพณี บคุ คลสำคัญ

๓. เขยี นประโยค ยอ หนา บรรยาย แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับเรื่องทอี่ า นหรือหัวขอ ที่กำหนด

๔. ใชภ าษาองั กฤษในการคน ควาและนำเสนอขอมูลท่เี กีย่ วของกับกลุมสาระการเรียนรอู ่นื
จากแหลงการเรยี นรตู าง ๆ

รวมผลการเรยี นรู ๔ ขอ

สำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๔๐

คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เตมิ

อ ๓๐๑๐๔ ภาษาองั กฤษอาน-เขยี น ๔ กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ

ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว ยกติ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อา นออกเสยี งขอ ความ บทรอยกรอง ถกู ตองตามหลกั การอา น อานสารคดีเกย่ี วกับภัยธรรมชาติ

การประดิษฐคิดคน วัฒนธรรม และประเพณี บันเทิงคดที ี่เปน บทรอ ยกรอง นิทานพื้นบา น

โดยใชทกั ษะ/กลยุทธก ารอา นดังนีค้ ือ การเดาความหมายของคำศัพทจากบริบท การจับใจความสำคญั

ระบุรายละเอียด วิเคราะหความ ตีความ เชื่อมโยงความรูเดิมกับขอเขียน เช่ือมโยงความสัมพันธเชิงเหตุผล

ความสัมพนั ธเชิงเปรียบเทยี บ สรางจนิ ตภาพ ระบุองคประกอบของเรอื่ งเลา ตรวจสอบความเขาใจของตนเอง

เขียนจดหมายธุรกจิ เขียนบทกวแี ละเรอื่ งเลา พูดใหข อ มลู บรรยายความรูสกึ และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับ

เรื่องที่อานอยางมีเหตุผล พูดนำเสนอประเด็นตาง ๆ ที่นาสนใจ เขียนยอหนาเลาประสบการณ ใหเหตุผล

เปรยี บเทยี บความเหมอื นและความตา ง จำแนกขอ ดีและขอเสีย โดยใชศาสตรพ ระราชา

เพอ่ื ใหเกิดประโยชนจากการเรียนรกู ารใชภาษาอังกฤษคนควา บนั ทกึ ขอ มูลทีเ่ กยี่ วขอ งกบั กลมุ สาระ

การเรยี นรอู นื่ จากแหลงการเรยี นรูตาง ๆ และนำเสนอดวยการพดู ไดรับการสง เสรมิ ใหเปนผูม งุ มั่นในการทำงาน

มวี นิ ยั ใฝเ รียนรู และรกั ความเปน ไทยเพ่ือใหม คี วามพอเพียงในการดำรงชีวติ

ผลการเรยี นรู
๑. อา นออกเสียงคาศัพทและประโยคในบทอานตามท่ีไดรบั มอบหมาย
๒. จับใจความสำคัญ เดาความหมายของคาศพั ทจากบริบท บอกรายละเอยี ด วิเคราะหค วาม ตีความ
สรุปความ จากบทอานเกย่ี วกบั ภยั ธรรมชาติ นวัตกรรมสงิ่ ประดษิ ฐ วฒั นธรรมและประเพณี วรรณกรรม และ
วรรณคดี
๓. เขียนประโยค ยอ หนาบรรยาย ใหเหตุผล แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรื่องท่ีอานหรือหวั ขอ ทก่ี ำหนด
๔. ใชภ าษาองั กฤษในการคนควาและนำเสนอขอ มูลทีเ่ ก่ยี วขอ งกับกลุมสาระการเรยี นรอู ่ืน
จากแหลง การเรียนรตู าง ๆ
รวมผลการเรยี นรู ๔ ขอ

สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๔๑

คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

อ ๓๐๑๐๕ ภาษาอังกฤษอา นเชิงวิเคราะห ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา คนควา อานและวิเคราะหบทความเกี่ยวกับระบบการทางานของรางกาย วิทยาศาสตรและ

เทคโนโลยี พลงั งาน ภัยธรรมชาติ สิ่งประดิษฐแ ละนวตั กรรม จับใจความสำคัญ ระบุขอเท็จจริงและรายละเอยี ด

ลำดับขั้นตอนในกระบวนการ ระบุสาเหตุและผลลัพธ ระบุจุดประสงคของผูเขียน เปรียบเทียบความเหมือนและ

ความตา ง และอนมุ านและสรปุ ความเกย่ี วกับเร่อื งรอบตวั ตางๆ

โดยใชทกั ษะกระบวนการทางภาษา/กลยทุ ธก ารอานจับใจความสำคญั ระบขุ อ เท็จจรงิ และรายละเอียด

พฒั นาทกั ษะการคิดควบคกู ับทกั ษะการอา น ไดแก การสรปุ ยอ การสรปุ อางอิง การสงั เกต การระบุ การสำรวจ

การต้งั คาถาม การเชอื่ มโยง การใหเ หตุผล การวิเคราะห การเรยี งลาดับ การตีความ และการเปรยี บเทียบ

การวิเคราะห และคิดอยางมีวิจารณญาณ โดยใชศาสตรพระราชาหลักการมีสวนรวม การใหเหตุผล ตลอดจน

เสรมิ สรางคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

เพื่อใหเกิดการใชภาษาในการสื่อความหมายในสถานการณตางๆ ไดอยางคลองแคลว ถูกตอง

เหมาะสม และใชภาษาตางประเทศในการคนควา สืบคน สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขอมูลที่ไดจาก

แหลงการเรียนรูตางๆ นำขอมูลตางๆ มาประกอบการตัดสินใจ และสามารถนำความรูที่ไดไปใชแกปญหาในการ

ดำเนินชีวิตอยา งมวี จิ ารณญาณ และสรา งสรรค สอดคลองตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู
๑. จบั ใจความสำคญั วเิ คราะหความ สรุปความ และแสดงความคิดเหน็ จากการอา นเร่อื งทเ่ี ปนสารคดี
และบันเทิงคดี
๒. พดู และเขยี นเพ่ือขอและใหขอมูล และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับเรือ่ งตา งๆ ขา ว เหตุการณทอ่ี าน
อยางเหมาะสม
๓. วิเคราะห และแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั เหตุการณใ นทอ งถนิ่ และสงั คม
๔. ใชภ าษาตา งประเทศในการคน ควา สืบคน สรุป และแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ขอมลู ทไี่ ดจ าก
แหลง การเรียนรตู างๆ
รวมทัง้ หมด ๔ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ๓๔๒

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

อ ๓๐๑๐๖ ภาษาอังกฤษอา นเชิงวิเคราะห ๒ กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนวยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา คนควา อานและวิเคราะหบทความเกี่ยวกับระบบการทางานของรางกาย วิทยาศาสตรและ

เทคโนโลยี พลังงาน ภยั ธรรมชาติ สิ่งประดิษฐแ ละนวัตกรรม จบั ใจความสำคญั ระบุขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ด

ลำดับขั้นตอนในกระบวนการ ระบุสาเหตุและผลลัพธ ระบุจุดประสงคของผูเขียน เปรียบเทียบความเหมือนและ

ความตาง และอนมุ านและสรุปความเกยี่ วกับเรื่องรอบตวั ตางๆ

โดยใชท ักษะกระบวนการทางภาษา/กลยทุ ธการอา นจบั ใจความสำคญั ระบขุ อ เทจ็ จรงิ และรายละเอียด

พัฒนาทกั ษะการคดิ ควบคูกบั ทกั ษะการอา น ไดแ ก การสรุปยอ การสรุปอา งอิง การสงั เกต การระบุ การสำรวจ

การต้ังคาถาม การเช่อื มโยง การใหเ หตผุ ล การวิเคราะห การเรยี งลาดบั การตีความ และการเปรยี บเทยี บ

การวิเคราะห และคิดอยางมีวิจารณญาณ โดยใชศาสตรพระราชาหลักการมีสวนรวม การใหเหตุผล ตลอดจน

เสริมสรางคุณลักษณะอนั พึงประสงค

เพื่อใหเกิดการใชภาษาในการสื่อความหมายในสถานการณตางๆ ไดอยางคลองแคลว ถูกตอง

เหมาะสม และใชภาษาตางประเทศในการคนควา สืบคน สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขอมูลที่ไดจาก

แหลงการเรียนรูตางๆ นำขอมูลตางๆมาประกอบการตัดสินใจ และสามารถนาความรูที่ไดไปใชแกปญหาในการ

ดาเนินชีวิตอยางมีวิจารณญาณ และสรางสรรค สอดคลองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหมีความรัก

ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซือ่ สตั ยสุจรติ มีวินยั ใฝเ รยี นรู อยอู ยา งเพยี งพอ มุงม่ันในการทำงาน รกั ความเปน ไทย และมี

จิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู
๑. จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะหความ สรปุ ความ และแสดงความคิดเห็นจากการอา นเรื่องทเ่ี ปนสารคดี
และบนั เทิงคดี

๒. พูดและเขียนเพือ่ ขอและใหขอ มลู และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองตางๆ ขาว เหตุการณท ่อี า น
อยาง เหมาะสม

๓. วเิ คราะห และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เหตุการณใ นทองถนิ่ และสงั คม
รวมท้งั หมด ๓ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๔๓

คำอธิบายรายวิชา
กิจกรรมพัฒนาผูเ รยี น

กิจกรรมพฒั นาผูเ รียน : กจิ กรรมแนะแนว
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

ที่ ชอื่ วชิ า ระดบั ช้นั จำนวนชวั่ โมง/ป
๑ กิจกรรมแนะแนว ๑ ม.4 ๒๐

๒ กจิ กรรมแนะแนว ๒ ม.4 ๒๐

๓ กจิ กรรมแนะแนว ๓ ม.5 ๒๐

4 กจิ กรรมแนะแนว 4 ม.5 ๒๐

5 กิจกรรมแนะแนว 5 ม.6 ๒๐

6 กจิ กรรมแนะแนว 6 ม.6 ๒๐

สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพษิ ณุโลก เขต 1 ๓๔๕

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมแนะแนว

ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง

..............................................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับการยอมรับผลการกระทำของตนเอง การสำรวจจุดเดนและความสามารถพิเศษใน

ตนเอง การสำรวจความชอบความสนใจในดานการเรียน อาชีพและบุคลิกภาพ การมองโลกในแงดี การรูจัก

แหลงขอมูลตางๆ การเลือกรับขอมูลขาวสาร โดยมุงเนนการพัฒนาผูเรียนใหเปนบุคลิกภาพที่รัก และเห็น

คุณคาในตนเองและผูอื่น รูจักแสวงหาและใชขอมูลสารสนเทศ ใหสามารถวางแผนการเรียน อาชีพ การ

ดำเนินชีวิตและสังคม สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและปรับตัวใหอยูในสังคมไดอยางมีความสุข มีเจตคติที่ดีตอ

อาชพี สจุ รติ มีคา นิยมท่ีดี มวี ินยั มีคุณธรรมจรยิ ธรรม มีจติ สำนึกรบั ผิดชอบตอ ตนเอง ครอบครวั สังคม และ

ประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู
๑. สามารถยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทำของตนเองได
๒. สำรวจจุดเดนและความสามารถพิเศษในตนเองได
๓. สำรวจความชอบ ความสนใจในดา นการเรยี น อาชพี และบุคลกิ ภาพของตนเองได
๔. รูจักมองโลกในแงด ี
๕. รูจักแหลางขอมูลสารสนเทศตา งๆ ทม่ี ปี ระโยชนตอชีวิตประจำวนั
๖. สามารถเลอื กรบั ขอ มูลสารสนเทศทมี่ ีผลกระทบตอชวี ติ ประจำวัน

รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู

สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 1 ๓๔๖

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมแนะแนว

ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง

..............................................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับปญหากับการพัฒนาคน การรูจักตนเองและเพื่อน ทักษะการสื่อสาร การสำรวจและ

พฒั นาความฉลาดทางดานอารมณ การทำประโยชนเพือ่ สงั คม และการอยูรว มกับผูอ่นื

โดยมุงเนนการพัฒนาผูเรียนใหเปนบุคคลที่รักและเห็นคุณคาในตนเองและผูอื่น รูจักแสวงหาและใช

ขอมูลสารสนเทศ ใหสามารถวางแผนการเรียน อาชีพ การดำเนินชีวิตและสังคม สามารถพัฒนาบุคลิกภาพ

และปรับตัวใหอยูในสังคมไดอยางมีความสุข มีเจตคติที่ดีตออาชีพสุจริต มีคานิยมที่ดี มีวินัย มีคุณธรรม

จรยิ ธรรม มีจิตสำนกึ รับผิดชอบตอตนเอง ครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู
๑. รแู ละเขา ใจปญหาทม่ี ผี ลกระทบตอ การพัฒนาตนเอง
๒. สำรวจตนเองเพ่ือการรจู ักตนเองและเขา ใจเพื่อน
๓. มที ักษะการสอื่ สาร
๔. สำรวจและพฒั นาความฉลาดทางอารมณของตนเอง
๕. สามารถพฒั นาและทำประโยชนเ พือ่ สังคม
๖. รจู ักวิธีการแสดงออกและสามารถอยรู ว มกับผอู น่ื ไดอ ยา งมีความสขุ

รวมท้งั หมด ๖ ผลการเรยี นรู

สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๔๗

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมแนะแนว

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง

..............................................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับการยอมรับผลการกระทำของตนเอง การพัฒนาจุดเดนและความสามารถพิเศษ การ

ปรับปรุงพัฒนาทางดานการเรียนและบุคลิกภาพ การพัฒนาสวนดีและแกไขขอบกพรองในตนเอง การชื่นชม

ยนิ ดใี นความดีงามของผอู ืน่ การวเิ คราะหแ ละสังเคราะหขอ มูล

โดยมุงเนนการพัฒนาผูเรียนใหเปนบุคคลที่รักและเห็นคุณคาในตนเองและผูอื่น รูจักแสวงหาและใช

ขอมูลสารสนเทศ ใหสามารถวางแผนการเรียน อาชีพ การดำเนินชีวิตและสังคม สามารถพัฒนาบุคลิกภาพ

และปรับตัวใหอยูในสังคมไดอยางมีความสุข มีเจตคติที่ดีตออาชีพสุจริต มีคานิยมที่ดี มีวินัย มีคุณธรรม

จรยิ ธรรม มจี ติ สำนกึ รบั ผดิ ชอบตอตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู
๑. สามารถยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
๒. สามารถพฒั นาจดุ เดนและความสามารถพเิ ศษของตนเอง
๓. สามารถปรบั ปรงุ และพัฒนาดานการเรยี นและบคุ ลิกภาพของตนเอง
๔. สามารถพฒั นาสวนดีและแกไ ขขอบกพรองของตนเอง
๕. แสดงความชน่ื ชมยินดีในความดีงามของผูอ่ืน
๖. วเิ คราะหแ ละสงั เคราะหขอมูลสารสนเทศที่มผี ลตอชวี ิตประจำวนั

รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรยี นรู

สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพิษณโุ ลก เขต 1 ๓๔๘


Click to View FlipBook Version