แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลา ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง การสร้างคำสมาสแบบมีสนธิ เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๐๐ น. ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๒/๑ การสร้างคำในภาษาไทย ๒. สาระสำคัญ การสมาสแบบมีสนธิหมายถึง การกลมกลืนหน่วยเสียงของภาษาบาลีและสันสกฤต โดยไทยได้นำมาใช้ใน การสร้างคำและได้ดัดแปลงให้เป็นการสนธิแบบไทย มี๓ ประเภท คือ สระสนธิพยัญชนะสนธิและ นฤคหิตสนธิ ๓. สาระการเรียนรู้ ๑. การสมาสแบบมีสนธิ ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกลักษณะของการสมาสแบบมีสนธิได้ถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถวิเคราะห์การสร้างคำสมาสแบบมีสนธิได้ถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำงาน (A)
๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีวินัย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด) ขั้นนำ ขั้นที่ ๑ สังเกต ๗.๑ นักเรียนสังเกตบัตรคำที่ครูติดไว้บทกระดานทั้งหมด ๘ คำ และให้นักเรียนอ่านพร้อมกัน ทั้งหมด ซึ่งเป็นคำสมาสแบบมีสนธิและไม่ใช่คำสมาสแบบมีสนธิสลับกัน เพื่อให้นักเรียนสังเกตความแตกต่าง ดังนี้ ดาราศาสตร์ มีนาคม ความหมายหลักอยู่ที่คำหลัง ความหมายหลักอยู่ที่คำหน้า พระหัตถ์ พระเจ้า วิสาขบูชา อนามัย ขั้นสอน ขั้นที่ ๒ ขั้นจำแนกความแตกต่าง ๗.๒ นักเรียนสังเกตบัตรคำที่ติดอยู่นกระดาน จากนั้นให้นักเรียนจัดกลุ่มที่มีลักษณะร่วมกันไว้ กลุ่มที่ ๑ และลักษณะไม่ร่วมกันไว้กลุ่มที่ ๒ ให้นักเรียนลองจำแนกคำศัพท์ที่อยู่กระดานออกเป็นสองกลุ่ม ด้วยตนเอง ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ สมาคม พระหัตถ์ ธันวาคม ดาราศาสตร์ มโนคติ ใจบุญ ทุรกันดาร เอกชน
๗.๓ ครูยกตัวอย่างคำเพิ่มเติม ๔ คำ ได้แก่ คำว่า สัญญา อัคคีภัย อัธยาศัย บ้านเรือน โดยให้ นักเรียนนำคำศัพท์เหล่านี้จำแนกคำศัพท์ลงในกลุ่มคำทั้ง ๒ กลุ่มอีกครั้ง นักเรียนจะตรวจสอบความคิดรวบยอด โดยบอกว่าใช่หรือไม่ใช่ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ สมาคม พระหัตถ์ ธันวาคม ดาราศาสตร์ มโนคติ ใจบุญ ทุรกันดาร เอกชน สัญญา อัคคีภัย อัธยาศัย บ้านเรือน ขั้นที่ ๓ หาลักษณะร่วม ๗.๔ นักเรียนสังเกตและบอกลักษณะสำคัญของตัวอย่างในกลุ่มที่ใช่ โดยเปรียบเทียบกับ กลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่ โดยใช้คำถามว่า “บัตรคำ ๒ กลุ่มนี้มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร” ให้นักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็น ครูเขียนคำตอบของนักเรียนแต่ละคนไว้บนกระดาน ขั้นที่ ๔ ขั้นระบุชื่อความคิดรวบยอด ๗.๕ นักเรียนสังเกตคำศัพท์ทั้งหมด โดยให้นักเรียนเปรียบเทียบคำศัพท์ในกลุ่มที่ ๑ กับคำศัพท์ใน กลุ่มที่ ๒ ว่ามีลักษณะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง คำตอบ : ความแตกต่างระหว่างคำศัพท์ในกลุ่มที่ ๑ กับกลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มที่ ๑ เป็นคำสมาส แบบมีสนธิส่วนคำศัพท์ในกลุ่มที่ ๒ เป็นไม่ใช่คำสมาสแบบมีสนธิ ขั้นที่ ๕ ขั้นทดสอบและนำไปใช้ ๗.๖ ครูแจกใบงานการสร้างคำสมาสแบบมีสนธิ ให้นักเรียนทำเป็นการบ้านและนำมาส่ง ในชั่วโมงเรียนถัดไป ขั้นสรุป ๗.๗ นักเรียนและครูสรุปความรู้เรื่อง การสร้างคำสมาส เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ที่เรียนมา ในชั่วโมง ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน ๑. ใบงานการสร้างคำสมาสแบบมีสนธิ
๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. บัตรคำสมาสแบบมีสนธิจำนวน ๖ บัตร ๒. บัตรคำที่ไม่ใช่คำสมาสแบบมีสนธิจำนวน ๖ บัตร ๓. ใบงานเรื่องการสร้างคำสมาสแบบมีสนธิ ๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถบอก ลักษณะของการสมาส แบบมีสนธิได้ถูกต้อง (K) การถามตอบ คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนสามารถวิเคราะห์ การสร้างคำสมาสแบบมี สนธิได้ถูกต้อง (P) การตรวจใบงานเรื่อง การสร้างคำสมาส แบบมีสนธิ ใบงานเรื่อง การสร้าง คำสมาสแบบมีสนธิ ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนให้ความร่วมมือใน การทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง
ใบงานเรื่อง การสร้างคำสมาสแบบมีสนธิ คำชี้แจง : ให้นักเรียนสนธิคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ๑. ธนู+ อาคม เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๒. สินธุ + อานนท์ เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๓. สามัคคี + อาจารย์ เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๔. อัคคี + โอภาส เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๕. มติ + อธิบาย เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๖. สติ + อารมณ์ เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๗. กิติ + อากร เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๘. จักษุ + อาพาธ เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๙. อัธิ + อาศัย เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ๑๐. สุ + อกขาโต เปลี่ยนสระ = ........................ + ......................... สนธิเป็น ................................................................ ชื่อ.......................................................................................................ชั้น................เลขที่...............
เฉลยใบงานเรื่อง การสร้างคำสมาสแบบมีสนธิ ๑. ธนู+ อาคม เปลี่ยนสระ = ธนว + อาคม สนธิเป็น ธันวาคม ๒. สินธุ + อานนท์ เปลี่ยนสระ = สินธว + อานนท์ สนธิเป็น สินธวานนท์ ๓. สามัคคี + อาจารย์ เปลี่ยนสระ = สามัคคย + อาจารย์ สนธิเป็น สามัคคยาจารย์ ๔. อัคคี + โอภาส เปลี่ยนสระ = อัคย + โอภาส สนธิเป็น อัคโยภาส ๕. มติ + อธิบาย เปลี่ยนสระ = มตย + อธิบาย สนธิเป็น มตยาธิบาย ๖. สติ + อารมณ์ เปลี่ยนสระ = สตย + อารมณ์ สนธิเป็น สตยารมณ ๗. กิติ + อากร เปลี่ยนสระ = กิตย + อากร สนธิเป็น กิตยากร ๘. จักษุ + อาพาธ เปลี่ยนสระ = จักษว + อาพาธ สนธิเป็น จักษวาพาธ ๙. อัธิ + อาศัย เปลี่ยนสระ = อัธย + อาศัย สนธิเป็น อัธยาศัย ๑๐. สุ + อกขาโต เปลี่ยนสระ = สว + อกขาโต สนธิเป็น สวาขาโต
บัตรคำ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลา ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง การจำแนกคำสมาส เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๒/๑ การสร้างคำในภาษาไทย ๒. สาระสำคัญ คำสมาส คือ วิธีการผสมคำในภาษาบาลีและสันสกฤต ที่ไทยได้นำมาดัดแปลงให้เข้ากับไวยากรณ์และ การออกเสียง โดยนำคำตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมารวมเป็นคำใหม่ที่มีความหมายแตกต่างไปจากเดิมเพื่อให้มีคำในภาษา ใช้มากขึ้น แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ การสมาสแบบไทย และการสมาสแบบมีสนธิ ๓. สาระการเรียนรู้ ๑. คำสมาสแบบไทย ๒. คำสมาสแบบมีสนธิ
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกลักษณะคำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบมีสนธิได้ถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถจำแนกคำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบมีสนธิได้ถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำงาน (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีวินัย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด) ขั้นนำ ขั้นที่ ๑ สังเกต ๗.๑ นักเรียนสังเกตบัตรคำที่ครูติดไว้บทกระดานทั้งหมด ๘ คำ และให้นักเรียนอ่านพร้อมกัน ทั้งหมด ซึ่งเป็นคำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบมีสนธิสลับกัน เพื่อให้นักเรียนสังเกตความแตกต่าง ดังนี้ มหานิกาย มโนภาพ ไตรลักษณ์นิรทุกข์ มังสวิรัติสัญญาณ มนุษยชาติทุรชน ขั้นสอน ขั้นที่ ๒ ขั้นจำแนกความแตกต่าง ๗.๒ นักเรียนสังเกตบัตรคำที่ติดอยู่นกระดาน จากนั้นให้นักเรียนจัดกลุ่มที่มีลักษณะร่วมกันไว้ กลุ่มที่ ๑ และลักษณะไม่ร่วมกันไว้กลุ่มที่ ๒ ให้นักเรียนลองจำแนกคำศัพท์ที่อยู่กระดานออกเป็นสองกลุ่ม ด้วยตนเอง ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ มหานิกาย มโนภาพ ไตรลักษณ์ นิรทุกข์
มังสวิรัติ สัญญาณ มนุษยชาติ ทุรชน ๗.๓ ครูยกตัวอย่างคำเพิ่มเติม ๔ คำ ได้แก่คำว่า จันทรคติธันวาคม คุณลักษณสนเทศ โดยให้นักเรียนนำคำศัพท์เหล่านี้จำแนกคำศัพท์ลงในกลุ่มคำทั้ง ๒ กลุ่มอีกครั้ง นักเรียนจะตรวจสอบความคิดรวบ ยอดโดยบอกว่าใช่หรือไม่ใช่ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ มหานิกาย มโนภาพ ไตรลักษณ์ นิรทุกข์ มังสวิรัติ สัญญาณ มนุษยชาติ ทุรชน จันทรคติ ธันวาคม คุณลักษณะ สนเทศ ขั้นที่ ๓ หาลักษณะร่วม ๗.๔ นักเรียนสังเกตและบอกลักษณะสำคัญของตัวอย่างในกลุ่มที่ใช่ โดยเปรียบเทียบกับ กลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่ ซึ่งใช้คำถามว่า “บัตรคำ ๒ กลุ่มนี้มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร” ให้นักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็น ครูเขียนคำตอบของนักเรียนแต่ละคนไว้บนกระดาน ขั้นที่ ๔ ขั้นระบุชื่อความคิดรวบยอด ๗.๕ นักเรียนสังเกตคำศัพท์ทั้งหมด โดยให้นักเรียนเปรียบเทียบคำศัพท์ในกลุ่มที่ ๑ กับคำศัพท์ ในกลุ่มที่ ๒ ว่ามีลักษณะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง คำตอบ : ความแตกต่างระหว่างคำศัพท์ในกลุ่มที่ ๑ กับกลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มที่ ๑ เป็นคำสมาส แบบไทย ส่วนคำศัพท์ในกลุ่มที่ ๒ เป็นคำสมาสแบบมีสนธิ ๗.๖ นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างคำสมาสแบบไทย และคำสมาสแบบมีสนธิ เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ ๕ ขั้นทดสอบและนำไปใช้ ๗.๗ นักเรียนทำกิจกรรม “จำแนกแยกให้ถูกหรรษา” โดยมีกติกา ดังนี้ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม จากนั้นแจกบัตรคำ จำนวน ๒๐ บัตร ซึ่งประกอบไปด้วยคำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบมีสนธิ ๒) ครูติดกระดาษจำแนกคำสมาสจำนวน ๖ แผ่น ไว้บนกระดาน
๓) เมื่อครูชูป้ายบัตรคำชนิดใด ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำคำชนิดนั้นไปติดบนกระดาษ กลุ่มของตน ๔) กลุ่มที่ติดได้เร็วและถูกต้อง ได้รับไป ๑ คะแนน ๕) นักเรียนทำกิจกรรมไปเรื่อย ๆ จนครบ ๑๐ คำถาม ขั้นสรุป ๗.๘ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเรื่อง คำการจำแนกคำสมาส เพื่อเป็นการทบทวนบทเรียน ๗.๙ นักเรียนทำฝึกทักษะ การจำแนกคำสมาส ส่งภายในชั่วโมงหน้า ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน ๑. ใบงานเรื่องการจำแนกคำสมาส ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. บัตรคำสมาสแบบมีสนธิจำนวน ๖ บัตร ๒. บัตรคำที่ไม่ใช่คำสมาสแบบมีสนธิจำนวน ๖ บัตร ๓. ใบงานเรื่องการจำแนกคำสมาส
๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถบอก ลักษณะคำสมาสแบบไทย และคำสมาสแบบมีสนธิ ได้ถูกต้อง (K) การถามตอบ คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนสามารถจำแนก คำสมาสแบบไทยและ คำสมาสแบบมีสนธิได้ ถูกต้อง (P) การตรวจใบงานเรื่อง การจำแนกคำสมาส ใบงานเรื่อง การจำแนกคำสมาส ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนให้ความร่วมมือใน การทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง
ใบงานเรื่อง การจำแนกคำสมาส คำชี้แจง : ให้นักเรียนขีดเส้นใต้คำสมาส และระบายสีคำสนธิจากตัวเลือกที่กำหนดให้ถูกต้อง ๑. พเนจร ธนาณัติ มฤคมาศ ๒. เมฆนาท สนธยากาล สุโขทัย ๓. วิทยาทาน วิทยาลัย ประวัติชีวิต ๔. สังฆาธิการ รุกขมูล สมจร ๕. คเชนทร์ วิบากกรรม ทรัพย์สมบัติ ๖. เคมีภัณฑ์ จรรยาบัน มัณฑณศิลป์ ๗. สันโดษ สหประชาชาติ ยานพาหนะ ๘. มูลผลา บาดทะยัก สนเทศ ๙. คุรุกรรม คุรโวปกรณ์ ซากศพ ๑๐. บรรณศาลา บรรณาคาร บรรณารักษ์ ชื่อ.......................................................................................................ชั้น................เลขที่...............
เฉลยใบงานเรื่อง การจำแนกคำสมาส คำชี้แจง : ให้นักเรียนขีดเส้นใต้คำสมาส และระบายสีคำสนธิจากตัวเลือกที่กำหนดให้ถูกต้อง ๑. พเนจร ธนาณัติ มฤคมาศ ๒. เมฆนาท สนธยากาล สุโขทัย ๓. วิทยาทาน วิทยาลัย ประวัติชีวิต ๔. สังฆาธิการ รุกขมูล สมจร ๕. คเชนทร์ วิบากกรรม ทรัพย์สมบัติ ๖. เคมีภัณฑ์ จรรยาบัน มัณฑณศิลป์ ๗. สันโดษ สหประชาชาติ ยานพาหนะ ๘. มูลผลา บาดทะยัก สนเทศ ๙. คุรุกรรม คุรโวปกรณ์ ซากศพ ๑๐. บรรณศาลา บรรณาคาร บรรณารักษ์ ชื่อ.......................................................................................................ชั้น................เลขที่...............
บัตรคำ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลา ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง สรุปความรู้เรื่องคำสมาส เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๒/๑ การสร้างคำในภาษาไทย ๒. สาระสำคัญ ภาษาไทยมีคำที่มาจากภาษาอื่นใช้อยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต ด้วยเหตุที่ไทยรับวัฒนธรรมทั้งจากพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู จึงได้รับภาษาบาลี จากทางพระพุทธศาสนาและภาษาสันสฤตจากทางศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู นอกจากนี้ยังรับวิธีการสร้างคำ ในภาษาบาลีสันสฤต ซึ่งเรียกว่า สมาส มาใช้เพื่อให้มีคำในภาษาใช้มากขึ้น ๓. สาระการเรียนรู้ ๑. คำสมาสแบบไทย ๒. คำสมาสแบบมีสนธิ
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกหลักการสร้างคำสมาสได้ถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถวิเคราะห์คำสมาสได้ถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีวินัย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กิจกรรมกลุ่ม+แผนผัง) ขั้นนำ ขั้นที่ ๑ สังเกต ๗.๑ นักเรียนสังเกตบัตรคำที่ครูติดไว้บนกระดานทั้งหมด ๑๒ คำ และให้นักเรียนอ่านพร้อมกัน ทั้งหมดเป็นคำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบสนธิ มีสนธิสลับกันเพื่อให้นักเรียนสังเกตความแตกต่าง ดังนี้ เบญจศีล สัมผัส ไม่มีตัวการันต์ระหว่างคำ มีการตัดสระของคำหน้า พลศึกษา สัญญาณ นามธรรม ทุรชน การคงคำเดิม การเปลี่ยนสระ อุตสาหกรรม สนเทศ ๗.๒ นักเรียนช่วยกันแยกคำและลักษณะที่เป็นคำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบสนธิเพื่อเป็น การทบทวความรู้เรื่อง คำสมาส โดยไม่มีผิดถูก ขั้นสอน ๗.๓ นักเรียนร่วมกันบอกลักษณะสำคัญของคำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบสนธิ โดยครูจะเขียนคำตอบของนักเรียนแต่ละคนไว้บนกระดาน
๗.๔ นักเรียนฟังครูสรุปเรื่อง คำสมาสแบบไทยและคำสมาสแบบสนธิเพื่อเป็นการทบทวน บทเรียนที่ได้เรียนมาในชั่วโมงก่อนๆ ๗.๕ นักเรียนทำกิจกรรมกลุ่ม “ช่วยคิดช่วยเขียน” ดังนี้ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม จากนั้นแจกกระดาษกลุ่มละ ๑ แผ่น ๒) ครูให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับคำสมาส โดยสรุปเป็น แผนผังความคิด ๓) เมื่อหมดเวลาครูให้แต่ละกลุ่มนำผลงานติดที่หน้ากระดาน ๔) ครูและนักเรียนให้คำแนะนำแต่ละกลุ่ม ขั้นสรุป ๗.๖ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเรื่อง คำสมาส เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ ๗.๗ นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง คำสมาส ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน ๑. แผนผังความคิด สรุปความรู้เรื่องการสร้างคำสมาส ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. บัตรคำสมาสแบบไทยจำนวน ๖ บัตร ๒. บัตรคำสมาสแบบมีสนธิจำนวน ๖ บัตร ๓. แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การจำแนกคำสมาส จำนวน ๒๐ ข้อ
๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถบอก หลักการสร้างคำสมาส ได้ถูกต้อง (K) การตรวจ แผนผังความคิด แผนผังความคิด เรื่อง คำสมาส ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนสามารถวิเคราะห์ คำสมาสได้ถูกต้อง (P) การทำแบบทดสอบ แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน เรื่อง การสรุป ความรู้คำสมาส ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนให้ความร่วมมือใน การทำกิจกรรมกลุ่ม (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง
บัตรคำ
แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การจำแนกคำสมาส จำนวน ๒๐ ข้อ คำชี้แจง : ๑. แบบทดสอบนี้เป็นแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ข้อ ๒๐ คะแนน ๒. ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวแล้วทำเครื่องหมาย × ลงในกระดาษคำตอบ ๓. เวลาที่ใช้ในการทำแบบทดสอบ ๓๐ นาที ๑. คำในภาษาใดไม่สามารถสร้างคำสมาสได้ ก. ภาษาบาลีกับภาษาสันสกฤต ข. ภาษาสันสกฤตกับภาษาสันสกฤต ค. ภาษาไทยกับภาษาบาลี ง. ภาษาบาลีกับภาษาบาลี ๒. ใครคือผู้ใช้ประโยชน์จากคำสมาส ก. มุทิตาอ่านและเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกเนื่องจากไม่รู้หลักเกณฑ์ของการสร้างคำสมาส ข. ปารมิตาสร้างคำสมาสจากคำภาษาเขมรกับคำภาษาสันสกฤต ค. อานนท์อ่านบทสวดมนต์จากตัวอักษรภาษาบาลีสันสกฤตทุกวัน ง. ปพลตั้งชื่อให้ลูกชายเพื่อนว่า “นพรัตน์” ๓. ข้อใดไม่ใช่คำสมาสทั้งหมด ก. มเหสี ชนมายุ ไตรทวาร ข. อุทกภัย ภัตตาคาร เทพเจ้า ค. คมนาคม ชนบท เทวาลัย ง. วาตภัย มหันตโทษ สุขารมณ์ ๔. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. คำสมาสกับคำประสมคือคำชนิดเดียวกัน ข. การสร้างคำสมาสมี ๒ วิธี คือแบบสมาสและแบบสนธิ ค. คำสมาส คือการสร้างคำจากภาษาบาลีและคำภาษาสันสกฤต ง. การประสมคำไทยกับคำภาษาบาลีหรือภาษาสันสกฤตไม่ถือเป็นคำสมาส
๕. ข้อใดอ่านคำสมาสได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การสร้างคำสมาส ก. คณิตศาสตร์ อ่านว่า คะ – นิด – ตะ – สาด ข. แพทยศาสตร์ อ่านว่า แพด – สาด ค. อักษรศาสตร์ อ่านว่า อัก – สอน – สาด ง. ประวัติศาสตร์ อ่านว่า ประ – หวัด – สาด ๖. “วาทศิลป์” แปลตามหลักคำสมาสว่าอย่างไร ก. ศิลปะและวาทะ ข. วาทะและศิลปะ ค. ถ้อยคำที่เป็นศิลปะ ง. ศิลปะแห่งถ้อยคำ ๗. ข้อใดเป็นคำสมาส ก. ประวัติบุคคล ข. ประวัติกวี ค. ประวัติการณ์ ง. ประวัติสุนทรภู่ ๘. ข้อใดไม่ใช่คำสมาส ก. สังคมศึกษา ข. วิทยาศาสตร์ ค. พานิชยกรรม ง. บรรจุภัณฑ์ ๙. ข้อใดแยกคำสมาสแบบสนธิไม่ถูกต้อง ก. อัคโยภาส = อัคคี + โยภาส ข. สุขารมณ์ = สุข + อารมณ์ ค. ทักษิโณทก = ทักษิณ + อุทก ง. สามัคยาจารย์ = สามัคคี + อาจารย์ ๑๐. ข้อใดแยกคำสมาสแบบสนธิได้ถูกต้อง ก. ภัตตาคาร = ภัต + อาคาร ข. พุทธานุภาพ = พุทธ + อานุภาพ ข. ราชูปถัมภ์ = ราช + อุปถัมภ์ ง. ดรุโณวาท = ดรุณ + โณวาท ๑๑. ข้อใดจัดเป็นคำสมาสแบบสนธิ ก. มหรรณพ ข. วิทยาลัย ค. ธันวาคม ง. ถูกทุกข้อ
๑๒. ข้อใดเป็นคำสมาสแบบสนธิ ก. กลเม็ด ข. วาตภัย ค. อรุโณทัย ง. เทพเจ้า ๑๓. ข้อใดเป็นคำสมาสแบบสนธิ ก. อรรถคดี ข. จตุรงค์ ค. คเชนทร์ ง. อดิศร ๑๔. คำว่า “มเหสี” แยกสนธิได้อย่างไร ก. มหิ+อิสี ข. มหา+อิสี ค. มเห+เอสี ง. มเห+เอสี ๑๕. คำในข้อใดเกิดจากการสมาสคำโดยที่ท้ายคำหน้ามีเครื่องหมายทัณฑฆาต ก. จันทรคติ ข. จักรยาน ค. จักษุแพทย์ ง. สัจจธิฐาน ๑๖. คำว่า “พระ” พระในข้อใดไม่ใช่การสร้างคำแบบสมาส ก. พระอู่ ข. พระกร ค. พระบิดา ง. พระนาภี ๑๗. ข้อใดกล่าวถึงการสมาสแบบสนธิได้ถูกต้อง ก. สมาสมีสนธิไม่มีการเปลี่ยนแปลงพยางค์ระหว่างคำ ข. คำสมาสมีสนธิเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี - สันสกฤต ค. สมาสมีสนธิมีการเปลี่ยนแปลงพยางค์ระหว่างคำ ง. สมาสมีสนธิเป็นการนำคำมาต่อกันเท่านั้น ๑๘. ข้อใดมีคำสมาส ก. คนทำดีเทพเจ้าก็จะยกย่อง ข. จงทำตนให้มีคุณค่าต่อสังคม ค. นี่คือผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ง. ฟิลิปปินส์ประสบอุทกภัยอย่างหนัก
๑๙. ข้อใดมีคำสมาสแบบสมาส และคำสมาสแบบสนธิอย่างละ ๑ คำ ก. เขาตั้งใจเรียนวิชาเคมีเพื่อสอบเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ข. วิทยาลัยแห่งนี้มีศาสตราจารย์หลายคน ค. ใครเป็นเจ้าของเคหสถานอันสุขารมณ์นี้หนอ ง. ภูมิอากาศขณะนี้อยู่ในฤดูฝนที่เรียกว่าวสันตฤดู ๒๐. ข้อใดไม่มีคำสมาส ก. ระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ข. ธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน ค. ชีวิตของชาวประมงไทย ง. คุณค่าของโภชนาการของน้ำปลา
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การจำแนกคำสมาส จำนวน ๒๐ ข้อ ๑. คำในภาษาใดไม่สามารถสร้างคำสมาสได้ ก. ภาษาบาลีกับภาษาสันสกฤต ข. ภาษาสันสกฤตกับภาษาสันสกฤต ค. ภาษาไทยกับภาษาบาลี ง. ภาษาบาลีกับภาษาบาลี ๒. ใครคือผู้ใช้ประโยชน์จากคำสมาส ก. มุทิตาอ่านและเขียนคำภาษาไทยไม่ถูกเนื่องจากไม่รู้หลักเกณฑ์ของการสร้างคำสมาส ข. ปารมิตาสร้างคำสมาสจากคำภาษาเขมรกับคำภาษาสันสกฤต ค. อานนท์อ่านบทสวดมนต์จากตัวอักษรภาษาบาลีสันสกฤตทุกวัน ง. ปพลตั้งชื่อให้ลูกชายเพื่อนว่า “นพรัตน์” ๓. ข้อใดไม่ใช่คำสมาสทั้งหมด ก. มเหสี ชนมายุ ไตรทวาร ข. อุทกภัย ภัตตาคาร เทพเจ้า ค. คมนาคม ชนบท เทวาลัย ง. วาตภัย มหันตโทษ สุขารมณ์ ๔. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. คำสมาสกับคำประสมคือคำชนิดเดียวกัน ข. การสร้างคำสมาสมี ๒ วิธี คือแบบสมาสและแบบสนธิ ค. คำสมาส คือการสร้างคำจากภาษาบาลีและคำภาษาสันสกฤต ง. การประสมคำไทยกับคำภาษาบาลีหรือภาษาสันสกฤตไม่ถือเป็นคำสมาส ๕. ข้อใดอ่านคำสมาสได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การสร้างคำสมาส ก. คณิตศาสตร์ อ่านว่า คะ – นิด – ตะ – สาด ข. แพทยศาสตร์ อ่านว่า แพด – สาด ค. อักษรศาสตร์ อ่านว่า อัก – สอน – สาด ง. ประวัติศาสตร์ อ่านว่า ประ – หวัด – สาด
๖. “วาทศิลป์” แปลตามหลักคำสมาสว่าอย่างไร ก. ศิลปะและวาทะ ข. วาทะและศิลปะ ค. ถ้อยคำที่เป็นศิลปะ ง. ศิลปะแห่งถ้อยคำ ๗. ข้อใดเป็นคำสมาส ก. ประวัติบุคคล ข. ประวัติกวี ค. ประวัติการณ์ ง. ประวัติสุนทรภู่ ๘. ข้อใดไม่ใช่คำสมาส ก. สังคมศึกษา ข. วิทยาศาสตร์ ค. พานิชยกรรม ง. บรรจุภัณฑ์ ๙. ข้อใดแยกคำสมาสแบบสนธิไม่ถูกต้อง ก. อัคโยภาส = อัคคี + โยภาส ข. สุขารมณ์ = สุข + อารมณ์ ค. ทักษิโณทก = ทักษิณ + อุทก ง. สามัคยาจารย์ = สามัคคี + อาจารย์ ๑๐. ข้อใดแยกคำสมาสแบบสนธิได้ถูกต้อง ก. ภัตตาคาร = ภัต + อาคาร ข. พุทธานุภาพ = พุทธ + อานุภาพ ข. ราชูปถัมภ์ = ราช + อุปถัมภ์ ง. ดรุโณวาท = ดรุณ + โณวาท ๑๑. ข้อใดจัดเป็นคำสมาสแบบสนธิ ก. มหรรณพ ข. วิทยาลัย ค. ธันวาคม ง. ถูกทุกข้อ ๑๒. ข้อใดเป็นคำสมาสแบบสนธิ ก. กลเม็ด ข. วาตภัย ค. อรุโณทัย ง. เทพเจ้า ๑๓. ข้อใดเป็นคำสมาสแบบสนธิ ก. อรรถคดี ข. จตุรงค์ ค. คเชนทร์ ง. อดิศร ๑๔. คำว่า “มเหสี” แยกสนธิได้อย่างไร
ก. มหิ+อิสี ข. มหา+อิสี ค. มเห+เอสี ง. มเห+เอสี ๑๕. คำในข้อใดเกิดจากการสมาสคำโดยที่ท้ายคำหน้ามีเครื่องหมายทัณฑฆาต ก. จันทรคติ ข. จักรยาน ค. จักษุแพทย์ ง. สัจจธิฐาน ๑๖. คำว่า “พระ” พระในข้อใดไม่ใช่การสร้างคำแบบสมาส ก. พระอู่ ข. พระกร ค. พระบิดา ง. พระนาภี ๑๗. ข้อใดกล่าวถึงการสมาสแบบสนธิได้ถูกต้อง ก. สมาสมีสนธิไม่มีการเปลี่ยนแปลงพยางค์ระหว่างคำ ข. คำสมาสมีสนธิเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี - สันสกฤต ค. สมาสมีสนธิมีการเปลี่ยนแปลงพยางค์ระหว่างคำ ง. สมาสมีสนธิเป็นการนำคำมาต่อกันเท่านั้น ๑๘. ข้อใดมีคำสมาส ก. คนทำดีเทพเจ้าก็จะยกย่อง ข. จงทำตนให้มีคุณค่าต่อสังคม ค. นี่คือผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ง. ฟิลิปปินส์ประสบอุทกภัยอย่างหนัก ๑๙. ข้อใดมีคำสมาสแบบสมาส และคำสมาสแบบสนธิอย่างละ ๑ คำ ก. เขาตั้งใจเรียนวิชาเคมีเพื่อสอบเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ข. วิทยาลัยแห่งนี้มีศาสตราจารย์หลายคน ค. ใครเป็นเจ้าของเคหสถานอันสุขารมณ์นี้หนอ ง. ภูมิอากาศขณะนี้อยู่ในฤดูฝนที่เรียกว่าวสันตฤดู ๒๐. ข้อใดไม่มีคำสมาส ก. ระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ข. ธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน ค. ชีวิตของชาวประมงไทย ง. คุณค่าของโภชนาการของน้ำปลา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้ กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง เวลา ๗ ชั่วโมง เรื่อง ประวัติความเป็นมาเรื่องกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๐๐ น. ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ๒. สาระสำคัญ กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง เป็นบทประพันธ์ที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเมื่อครั้งตามเสด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไปนมัสการพระพุทธบาท ณ จังหวัดสระบุรี มีเนื้อหา มุ่งพรรณนาธรรมชาติในป่าทั้งพรรณไม้และสัตว์ป่า ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติผ่านภาษาที่กวีเลือกคำให้เกิด ความไพเราะ ๓. สาระการเรียนรู้ ๑. ความเป็นมาของกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกความเป็นมาของกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงได้ถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านและนำมาเขียนได้ถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๗.๑ นักเรียนทำกิจกรรม “ค้นคำ นำสู่เรื่อง” เพื่อเรียนรู้ความหมายหรือรายละเอียดจากคำศัพท์ ที่ครูกำหนดให้ ซึ่งมีกติกาดังต่อไปนี้ ๑. นักเรียนเตรียมสมาร์ตโฟนและเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้เรียบร้อย ๒. นักเรียนค้นหาความหมายหรือรายละเอียดของคำศัพท์ที่ครูกำหนดให้ ๓. นักเรียนคนใดค้นหาความหมายหรือรายละเอียดของคำศัพท์ได้เป็น ๓ คนแรก ให้ออกมาเขียนหน้ากระดานพร้อมรับคะแนนสะสมคนละ ๒ คะแนน ซึ่งคำศัพท์ที่ครูกำหนดให้ในกิจกรรม “ค้นคำ นำสู่เรื่อง” มีดังต่อไปนี้ ๑. กาพย์ ๒. โคลง ๓. กาพย์ห่อโคลง ๔. ประพาส ๕. ธารทองแดง ๖. เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์
๗.๒ นักเรียนช่วยกันพิจารณาทั้ง ๖ คำ ที่ครูกำหนดให้ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ขั้นสอน ๗.๓ นักเรียนฟังครูอธิบายความเป็นมาของกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงซึ่งประกอบ ไปด้วย ประวัติความเป็นมา จุดมุ่งหมายในการแต่ง สาระสำคัญของเรื่อง ประวัติผู้แต่ง และลักษณะคำประพันธ์ แล้วจึงร่วมกันสรุปความเข้าใจ โดยมีครูเป็นผู้อธิบายเพิ่มเติม ๗.๔ นักเรียนทำกิจกรรม “หนึ่งคนถาม หนึ่งคนตอบ” เพื่อฝึกการตั้งคำถามและทดสอบ ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาของกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง ซึ่งมีกติกาดังนี้ ๑. นักเรียนแต่ละคนตั้งคำถามจากเนื้อหาลงในกระดาษที่ครูกำหนดให้แล้วนำมาหย่อน ลงกล่องการเรียนรู้ ๒. นักเรียนแต่ละคนสุ่มหยิบกระดาษคำถามในกล่องการเรียนรู้เพื่อทดสอบความเข้าใจ โดยเขียนคำถามที่ได้พร้อมคำตอบลงในสมุด ๓. นักเรียนคนใดตอบคำถามได้ถูกต้องถือเป็นผู้ชนะในกิจกรรมและได้รับคะแนนสะสม ๑ คะแนน ๗.๕ นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำถามจากกิจกรรม “หนึ่งคนถาม หนึ่งคนตอบ” ขั้นสรุป ๗.๖ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ความเป็นมาของกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง ๗.๗ นักเรียนเขียนสรุปความรู้เรื่อง ความเป็นมาของกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง จากที่ได้ฟังครูอธิบายและอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นม. ๒ เป็นการบ้าน ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน ๑. การเขียนสรุปความรู้จากเรื่องที่อ่าน ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. ชุดกิจกรรม ค้นคำ นำสู่เรื่อง ๒. ชุดกิจกรรม หนึ่งคนถาม หนึ่งคนตอบ ๓. หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นม. ๒ ๔. PowerPoint เรื่องประวัติความเป็นมาเรื่องกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง
๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถบอก ความเป็นมาของ กาพย์ห่อโคลงประพาส - ธารทองแดงได้ถูกต้อง (K) ตรวจคำตอบจาก กิจกรรม “หนึ่งคน ถาม หนึ่งคนตอบ” คำถามจากกิจกรรม “หนึ่งคนถาม หนึ่งคน ตอบ” ผ่านเมื่อนักเรียน ตอบคำถามได้ถูกต้อง นักเรียนสามารถ จับใจความสำคัญจากเรื่อง ที่อ่านและนำมาเขียนได้ ถูกต้อง (P) ตรวจการเขียนสรุป ความรู้จากเรื่องที่อ่าน แบบประเมินการเขียน สรุปความรู้จากเรื่อง ที่อ่าน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนมีความกระตือรือร้น ในการทำกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง