๔. ขันตีมีมากหมั้น สันดาน ใครเกะกะระราน อดกลั้น ไป่ฉุนเฉียบเฉกพาล พาเดือด ร้อนพ่อ ผู้ประพฤติดั่งนั้น จักได้ใจเย็น ถอดคำประพันธ์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ๕. ไป่ฟังคนพูดฟุ้ง ฟั่นเฝือ เท็จและจริงจานเจือ คละเคล้า คือมีดเที่ยวกรีดเทือ ท่านทั่ว ไปนา ฟังจะพาพลอยเข้า พวกเพ้อรังควน ถอดคำประพันธ์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............
เฉลยใบงาน เรื่อง ถอดคำประพันธ์โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๑. พาทีมีสติรั้ง รอคิด รอบคอบชอบแลผิด ก่อนพร้อง คำพูดพ่างลิขิต เขียนร่าง เรียงแฮ ฟังเพราะเสนาะต้อง โสตทั้งห่างภัย ถอดคำประพันธ์ ก่อนที่จะพูดสิ่งใดให้ตั้งสติให้รอบครอบก่อน เพราะการพูดดีก็เหมือนกับการเขียนที่มีการเรียบเรียง ไว้แล้ว ทำให้เวลาฟังเกิดความไพเราะเสนาะหู และไม่เป็นภัยตัวผู้พูดด้วย ๒. สามารถอาจห้ามงด วาจา ตนเฮย ปางเมื่อยังโกรธา ขุ่นแค้น หยุดคิดพิจารณา แพ้ชนะ ก่อนนา ชอบผิดคิดเห็นแม้น ไม่ยั้งเสียความ ถอดคำประพันธ์ การรู้จักหักห้ามตนเองไม่ให้พูดในขณะที่ยังโกรธอยู่โดยให้หยุดคิดพิจารณาว่าพูดแล้วจะเป็นฝ่ายแพ้หรือ ชนะ หรือพูดไปแล้วจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด หากไม่รู้จักยับยั้งแล้วละก็อาจทำให้เสียหายได้ ๓. กรุณานรชาติผู้ พ้องภัย พิบัติเฮย ช่วยรอดปลอดความกษัย สว่างร้อน ผลจักเพิ่มพูนใน อนาคต กาลแฮ ชนจักชูชื่อช้อน ป่างเบื้องปัจจุบัน ถอดคำประพันธ์ การมีความเมตตากรุณาและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบภัย ทำให้เขารอดพ้นจากความทุกข์ยาก ผลที่ได้รับคือผู้คนจะพากันสรรเสริญทั้งในปัจจุบันแล้วอนาคต
๔. ขันตีมีมากหมั้น สันดาน ใครเกะกะระราน อดกลั้น ไป่ฉุนเฉียบเฉกพาล พาเดือด ร้อนพ่อ ผู้ประพฤติดั่งนั้น จักได้ใจเย็น ถอดคำประพันธ์ การมีความอดทนอดกลั้นต่อผู้ที่มาข่มเหงรังแก ไม่ฉุนเฉียวเหมือนคนพาล นี่แหละจักได้ชื่อว่า เป็นคนใจเย็น ๕. ไป่ฟังคนพูดฟุ้ง ฟั่นเฝือ เท็จและจริงจานเจือ คละเคล้า คือมีดเที่ยวกรีดเทือ ท่านทั่ว ไปนา ฟังจะพาพลอยเข้า พวกเพ้อรังควน ถอดคำประพันธ์ การไม่ควรฟังคนที่ชอบพูดเพ้อเจ้อ ควรฟังเท็จจริงบ้าง เพราะเปรียบเสมือนมีดที่กรีดหรือระรานคนทั่วไป ฟังแล้วจะพาเราเข้าไปอยู่ในพวกพูดจาเหลวไหลไปด้วย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลา ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง ประวัติความเป็นมาของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. สาระสำคัญ โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นสุภาษิตคำสอนที่ลึกซึ้งคมคาย มีวรรณศิลป์ที่เรียบง่ายแต่ใช้การเปรียบเทียบอย่างแยบคาย ทำให้โคลงสุภาษิตมีคุณค่าทั้งด้านเนื้อหาและ วรรณศิลป์ เป็นสุภาษิตที่ให้ข้อคิดสอนใจและสามารถนำคำสอนไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง
๓. สาระการเรียนรู้ ๑. ประวัติความเป็นมาของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ ๒. วรรณคดีและวรรณกรรมที่เกี่ยวกับสุภาษิตคำสอน ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกความเป็นมาของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำได้ (K) ๒. นักเรียนสามารถเล่านิทานอีสปได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำงาน (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีวินัย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method: ๕E) ขั้นนำ ขั้นที่ ๑ การสร้างความสนใจ (Engagement) ๗.๑ นักเรียนสังเกตบัตรภาพเด็กกำลังเลี้ยงแกะบนกระดาน แล้วครูใช้คำถามกระตุ้น ความคิดของนักเรียนว่าภาพนี้เป็นภาพอะไร เกิดเหตุการณ์ใดขึ้น แล้วนักเรียนคิดว่าเป็นภาพจากนิทานเรื่องใด (เด็กเลี้ยงแกะ) และเป็นนิทานประเภทใด (นิทานอีสป) ครูโยงเข้าสู่เนื้อหาที่จะเรียนในวันนี้ว่ารู้หรือไม่ทำไมถึงชื่อ นิทานอีสป
ขั้นสอน ขั้นที่ ๒ การสํารวจและค้นหา (Exploration) ๗.๒ นักเรียนช่วยกันตอบคำถามครูประเด็นเรื่องที่มาของคำว่า นิทานอีสป ๗.๓ นักเรียนฟังครูอธิบายที่มาของคำว่านิทานอีสป คือ เรียกตามชื่อของทาสชาวกรีก ซึ่งชื่อว่า อีสป เป็นนักเล่านิทาน ร่างกายพิกลพิการ แต่สติปัญญาเฉลียวฉลาด ชอบยกนิทานมาเล่าเปรียบเปรย ให้ผู้เป็นนายได้คิด ๗.๔ นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องที่มาของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ ซึ่งพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เป็นโคลงสี่สุภาพ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับนิทานอีสปแต่ละเรื่องว่า มีใจความสำคัญอย่างไร ขั้นที่ ๓ การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) ๗.๕ นักเรียนฟังครูอธิบายที่มาและความสำคัญของเรื่องโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ จบแล้ว ให้นักเรียนยกมือถามข้อที่สงสัย ๗.๖ นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งนิทานสั้นๆ ที่ให้ข้อคิด พร้อมบอกชื่อเรื่อง จากนั้นให้ส่งตัวแทนกลุ่ม ๑ คนออกมาเล่านิทานที่ช่วยกันแต่งในกลุ่ม โดยกลุ่มไหน จะมีการแสดงประกอบการเล่าก็ได้ (ใช้เวลาเล่าไม่เกินกลุ่มละ ๓ นาที) ขั้นที่ ๔ การขยายความรู้ (Elaboration) ๗.๗ นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการเล่านิทานเรียบร้อยแล้ว ครูให้นักเรียนไปศึกษาเรื่อง โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เป็นการบ้าน ขั้นสรุป ขั้นที่ ๕ การประเมินผล (Evaluation) ๗.๘ นักเรียนรวมกันสรุปเนื้อเรื่อง โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เพื่อเป็นการทบทวนสิ่งที่ได้ เรียนมาในชั่วโมง ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน -
๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. บัตรภาพเด็กกำลังเลี้ยงแกะ ๒. หนังสือเรียนภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถบอก ความเป็นมาของ โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำได้ (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนสามารถเล่านิทาน อีสปได้ (P) ประเมินการเล่านิทาน แบบประเมินการเล่า นิทาน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนให้ความร่วมมือใน การทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง
แบบประเมินการเล่านิทาน กลุ่มที่ …….. ชื่อ – นามสกุล ตั้งชื่อเรื่องเหมาะสม ๕ คะแนน เนื้อเรื่องสร้างสรรค์ ๕ คะแนน มีข้อคิดคติสอนใจ ฉันทลักษณ์ ๕ คะแนน น้ำเสียงอารมณ์ ๕ คะแนน บุคลิกท่าทาง ๕ คะแนน การทำงานร่วมกัน ๕ คะแนน รวม ๓๐ คะแนน เกณฑ์การวัด ให้คะแนนระดับคุณภาพของการเล่านิทาน ดังนี้ คะแนน ๒๖ - ๓๐ ดีมาก คะแนน ๒๑ - ๒๕ ดี คะแนน ๑๕ - ๒๐ พอใช้ คะแนน ๐ - ๑๔ ปรับปรุง ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
บัตรภาพ
หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลา ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ (ราชสีห์กับหนู) เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. สาระสำคัญ โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นสุภาษิตคำสอนที่ลึกซึ้งคมคาย มีวรรณศิลป์ที่เรียบง่ายแต่ใช้การเปรียบเทียบอย่างแยบคาย ทำให้โคลงสุภาษิตมีคุณค่าทั้งด้านเนื้อหาและ วรรณศิลป์ เป็นสุภาษิตที่ให้ข้อคิดสอนใจและสามารถนำคำสอนไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ๓. สาระการเรียนรู้ ๑. โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ (ราชสีห์กับหนู)
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกความเป็นมาของโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำได้ (K) ๒. นักเรียนสามารถเล่านิทานอีสปได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำงาน (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีวินัย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (Memory Model) ขั้นนำ ขั้นที่ ๑ การสังเกตหรือศึกษา ๗.๑ นักเรียนร่วมกันตอบคำถามจากครู ดังนี้ - นักเรียนเคยอ่านนิทานอีสปเรื่อง ราชสีห์กับหนูหรือไม่ ถ้านักเรียนเคยอ่านเรื่องราว ราชสีห์กับหนูมีเรื่องราวอย่างไร ขั้นสอน ขั้นที่ ๒ การสร้างความเชื่อมโยง ๗.๒ นักเรียนอ่านนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูที่อยู่ในหนังสือเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ วรรณคดี และวรรณกรรม หน้า ๑๒๓ พร้อมกับอ่านโคลงสี่สุภาพที่อยู่ท้ายเรื่อง ๗.๓ นักเรียนผลัดกันออกไปอธิบายใจความสำคัญของเรื่อง ราชสีห์กับหนู ให้เพื่อนฟัง หน้าชั้นเรียนตามลำดับ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่อง ขั้นที่ ๓ การใช้จินตนาการ ๗.๔ นักเรียนส่งตัวแทนมาถือบัตรภาพหน้าชั้นเรียน จำนวน ๙ คน
๗.๕ นักเรียนร่วมกันเรียงลำดับเหตุการณ์จากภาพที่ครูให้ จำนวน ๙ ภาพ ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ โดยมีครูผู้สอนคอยแนะนำ ขั้นสรุป ขั้นที่ ๔ การฝึกใช้ ๗.๖ เมื่อนักเรียนเรียงบัตรภาพนิทานเรื่อง ราชสีห์หับหนู เสร็จแล้วครูถามนักเรียนในชั้นเรียนว่า จากเรื่อง ราชสีห์กับหนู นักเรียนชอบตัวละครตัวใดมากที่สุดเพราะอะไร ๗.๘ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อเรื่องโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เรื่อง ราชสีห์กับหนูว่านิทาน เรื่องนี้ให้ข้อคิดอย่างไรและสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างไร พร้อมจดใส่สมุดส่งครูท้ายคาบ ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน ๑. สรุปข้อคิดราชสีห์กับหนู ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. บัตรภาพตัวละคร เรื่อง ราชสีห์กับหนู ๒. หนังสือเรียนภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถบอก เหตุการณ์เรื่องราชสีห์กับหนู ได้(K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหา และบอกข้อคิดจากเรื่อง ราชสีห์กับหนูได้(P) การตรวจการบันทึก ความรู้ สมุดบันทึก ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนให้ความร่วมมือ ในการทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง
บัตรภาพ ภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒
ภาพที่ ๓ ภาพที่ ๔
ภาพที่ ๕ ภาพที่ ๖
ภาพที่ ๗ ภาพที่ ๘
ภาพที่ ๙ หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลา ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ (บิดากับบุตรทั้งหลาย) เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๐๐ น. ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. สาระสำคัญ โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นสุภาษิตคำสอนที่ลึกซึ้งคมคาย มีวรรณศิลป์ที่เรียบง่ายแต่ใช้การเปรียบเทียบอย่างแยบคาย ทำให้โคลงสุภาษิตมีคุณค่าทั้งด้านเนื้อหาและ วรรณศิลป์ เป็นสุภาษิตที่ให้ข้อคิดสอนใจและสามารถนำคำสอนไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ๓. สาระการเรียนรู้ ๑. โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ (บิดากับบุตรทั้งหลาย)
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องบิดากับบุตรทั้งหลายได้ถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาและบอกข้อคิดจากเรื่องบิดากับบุตรทั้งหลายได้(P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำงาน (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีวินัย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method: ๕E) ขั้นนำ ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ (Engage) ๗.๑ นักเรียนทบทวนความรู้เดิมจากชั่วโมงที่แล้ว เรื่องโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เป็นเรื่องที่แปล มาจากกรีกฉบับภาษาอังกฤษ ในเนื้อหาแฝงด้วยคุณธรรมข้อคิดคติสอนใจ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์แปลนิทานอิสปไว้ ๒๔ เรื่อง ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จะเรียนด้วยกัน ๔ เรื่องคือ ๑. ราชสีห์กับหนู ๒. บิดากับบุตรทั้งหลาย ๓. สุนัขป่ากับลูกแกะ ๔. กระต่ายกับเต่า ๗.๒ นักเรียนบอกชื่อเรื่องนิทานอีสปที่นักเรียนได้อ่านได้ฟังมาแต่ละเรื่องให้ข้อคิดคติสอนใจเรา อย่างไร จากนั้นครูโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา (Explore)
๗.๓ นักเรียนฟังครูเล่านิทานเรื่อง “สมบัติเป็นเหตุ” การเล่านิทานนั้นจะมีภาพตัวละครประกอบ โดยใช้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเล่านิทานเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครเรื่องนี้ เนื้อหาในนิทานจะกล่าวถึงการแย่งสมบัติ ของพ่อที่ลูกๆ เกิดการทะเลาะกันไม่พอใจที่พ่อแบ่งสมบัติให้น้อยเกินไป ผู้เป็นพ่อลำบากใจมากได้คิดหาวิธีให้ลูก มีความรักความสามัคคีกัน โดยพ่อให้ลูกๆ ไปหาท่อนไม้เล็กๆ มาให้ได้ ๑ กำมือ จากนั้นพ่อให้ลูกๆ แต่ละคนหักไม้ ที่นำมา ๗.๔ ครูสุ่มนักเรียนในชั้นหรือนักเรียนที่อาสามาหักไม้ที่ครูใช้ประกอบการเล่านิทาน จากนั้นครู แยกไม้ออกจากกำให้นักเรียน ๑ คนต่อ ๑ อัน จากนั้นนักเรียนหักไม้ที่อยู่ในมือของตนอย่างง่ายดาย จากนิทาน เรื่องนี้พ่อเปรียบกับลูกๆ ของเขาว่าถ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะไม่มีศัตรูมาทำร้ายเราได้แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรา แตกคอกันไม่เข้าใจกันภัยอันตรายต่างๆ ก็ยิ่งจะเข้ามา ครูโยงเข้าสู่การดำเนินชีวิตของนักเรียนในชั้นเรียนเรื่อง ความสามัคคีกันในหมู่คณะ ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้(Explane) ๗.๕ เมื่อนักเรียนฟังครูเล่านิทานจบแล้ว ครูถามนักเรียนในชั้นเรียนว่าจากเรื่อง “สมบัติเป็นเหตุ” ลูกๆ แต่ละคนมีลักษณะนิสัยอย่างไร และพ่อมีวิธีการสอนลูกของเขาอย่างไร ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ(Expand) ๗.๖ นักเรียนอ่านเรื่องบิดากับบุตรทั้งหลาย ที่อยู่ในหนังสือเรียนภาษาไทย วรรณคดีและ วรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จนจบเรื่อง ให้เวลาอ่านประมาณ ๓ - ๕ นาที ๗.๗ เมื่อนักเรียนอ่านจบแล้วครูซักถามว่าจากเรื่องที่อ่านเนื้อหาของเรื่องมีความคล้ายคลึงกับ นิทานเรื่อง สมบัติเป็นเหตุหรือไม่ และทั้งสองเรื่องนี้ต้องการที่จะสอนและให้ข้อคิดอะไร ๗.๘ นักเรียนอ่านโคลงสี่สุภาพที่อยู่ท้ายเรื่องพร้อมกันทั้งชั้นเรียนจากภาพประกอบการศึกษา ที่อยู่บนกระดานจากนั้นฟังครูอธิบายความหมายของคำศัพท์ที่ปรากฏในบทประพันธ์ พร้อมกับถอดคำประพันธ์ให้ นักเรียนทราบว่าโคลงสี่สุภาพบทนี้แต่งเพื่อจุดประสงค์ใด ขั้นสรุป ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) ๗.๙ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อเรื่องโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เรื่อง บิดากับบุตรทั้งหลาย ว่านิทานเรื่องนี้ให้ข้อคิดอย่างไรและสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างไร พร้อมจดใส่สมุดส่งครูท้ายคาบ ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน ๑. สรุปเนื้อหาและบอกข้อคิดที่ได้รับจากเรื่องบิดากับบุตรทั้งหลาย
๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. ไม้ ๒. หนังสือเรียนภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถเข้าใจ เนื้อเรื่องบิดากับบุตร ทั้งหลายได้ถูกต้อง (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหา และบอกข้อคิดจากเรื่องบิดา กับบุตรทั้งหลายได้(P) การตรวจการบันทึก ความรู้ สมุดบันทึก ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนให้ความร่วมมือ ในการทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง
หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ม.๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนชุมชนโนนสูง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๒๑๐๒ หน่วยการเรียนรู้โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลา ๒๐ ชั่วโมง เรื่อง โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ (สุนัขป่ากับลูกแกะ, กระต่ายกับเต่า) เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอนนางสาวภัทราวดี ด้วงชารี วันที่สอน ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ เวลา ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. สาระสำคัญ โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นสุภาษิตคำสอนที่ลึกซึ้งคมคาย มีวรรณศิลป์ที่เรียบง่ายแต่ใช้การเปรียบเทียบอย่างแยบคาย ทำให้โคลงสุภาษิตมีคุณค่าทั้งด้านเนื้อหาและ วรรณศิลป์ เป็นสุภาษิตที่ให้ข้อคิดสอนใจและสามารถนำคำสอนไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ๓. สาระการเรียนรู้ ๑. โคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เรื่อง สุนัขป่ากับลูกแกะและกระต่ายกับเต่า
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกเหตุการณ์เรื่องสุนัขป่ากับลูกแกะและกระต่ายกับเต่าได้ (K) ๒. นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาและบอกข้อคิดจากเรื่องสุนัขป่ากับลูกแกะและกระต่ายกับเต่าได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำงาน (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มุ่งมั่นในการทำงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีวินัย ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (Memory Model) ขั้นนำ ขั้นที่ ๑ การสังเกตหรือศึกษา ๗.๑ นักเรียนร่วมกันตอบคำถามจากครู ดังนี้ - จากนิทานอีสปที่ปรากฏในโคลงอิศปปกรณำ ในหนังสือวรรคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ นักเรียนยังชื่นชอบนิทานอีสปเรื่องไหนอีกบ้างเพราะอะไร ขั้นสอน ขั้นที่ ๒ การสร้างความเชื่อมโยง ๗.๒ นักเรียนอ่านนิทานเรื่องสุนัขป่ากับลูกแกะและกระต่ายกับเต่าที่อยู่ในหนังสือเรียน วรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน้า ๑๒๗-๑๒๘ พร้อมกับอ่านโคลงสี่สุภาพที่อยู่ท้ายเรื่อง ๗.๓ นักเรียนแบ่งออกเป็น ๒ ฝั่ง จากนั้นนักเรียนแต่ละฝั่งผลัดกันออกไปอธิบายใจความสำคัญ ของเรื่องสุนัขป่ากับลูกแกะและกระต่ายกับเต่า ให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียนตามลำดับ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่อง
ขั้นที่ ๓ การใช้จินตนาการ ๗.๔ นักเรียนทั้ง ๒ ฝั่งส่งตัวแทนมาถือบัตรภาพหน้าชั้นเรียน โดยครูจะมีบัตรภาพเรื่องสุนัขป่ากับ ลูกแกะและกระต่ายกับเต่า มาให้นักเรียนเลือกว่าจะเอาเรื่องใด ๗.๕ นักเรียนร่วมกันเรียงลำดับเหตุการณ์จากภาพที่ครูให้ทั้งสองเรื่อง และแข่งกันเรียงบัตรภาพ ทั้งสองเรื่องให้ถูกต้องและสมบูรณ์โดยมีครูผู้สอนคอยแนะนำ กลุ่มไหนเสร็จก่อนกลุ่มนั้นจะได้รับรางวัลไป ขั้นสรุป ขั้นที่ ๔ การฝึกใช้ ๗.๖ เมื่อนักเรียนเรียงบัตรภาพนิทานเรื่อง สุนัขป่ากับลูกแกะและกระต่ายกับเต่า เสร็จแล้ว ครูถามนักเรียนในชั้นเรียนว่าจากเรื่อง ราชสีห์กับหนู นักเรียนชอบตัวละครตัวใดมากที่สุดเพราะอะไร ๗.๗ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อเรื่องโคลงสุภาษิตอิศปปกรณำ เรื่อง สุนัขป่ากับลูกแกะและ กระต่ายกับเต่า ว่านิทานเรื่องนี้ให้ข้อคิดอย่างไรและสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างไร พร้อมจดใส่สมุด ส่งครูท้ายคาบ ๘. ภาระงาน / ชิ้นงาน ๑. สรุปเนื้อหาและบอกข้อคิดที่ได้รับจากเรื่องนัขป่ากับลูกแกะและกระต่ายกับเต่า ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. บัตรภาพ เรื่อง กระต่ายกับเต่า ๒. บัตรภาพตัวละคร เรื่อง สุนัขป่ากับลูกแกะ ๓. หนังสือเรียนภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
๑๐. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การวัดและการ ประเมินผล นักเรียนสามารถบอก เหตุการณ์เรื่องสุนัขป่า กับลูกแกะและกระต่าย กับเต่าได้ (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหา และบอกข้อคิดจากเรื่อง สุนัขป่ากับลูกแกะและ กระต่ายกับเต่าได้ (P) การตรวจการบันทึก ความรู้ สมุดบันทึก ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐ นักเรียนให้ความร่วมมือ ในการทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๗๐
แบบการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรงต่อ เวลาและความ พร้อมในการ เรียน มุ่งมั่นในการ ทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน มีคุณธรรมใน การเรียน เช่น ความมีวินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ” ๓๑ ลงชื่อ.............................................(ผู้ประเมิน) (นางสาวภัทราวดี ด้วงชารี) วันที่…..…..เดือน…………..……..พ.ศ.…………
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือเรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การเรียน มาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ความสนใความ กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟัง ครูสอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒. จดบันทึกบ้างบางครั้ง ไม่ตั้งใจฟังเท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้รับ อนุญาต เล่นกับเพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อนตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง
บัตรภาพ เรื่อง หมาป่ากับลูกแกะ ภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒
ภาพที่ ๓ บัตรภาพ เรื่อง กระต่ายกับเต่า ภาพที่ ๑
ภาพที่ ๒ ภาพที่ ๓
ภาพที่ ๔ ภาพที่ ๕
ภาพที่ ๖ ภาพที่ ๗
ภาพที่ ๘ ภาพที่ ๙