แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าทักษะการเรยี นรู้ รหัสวชิ า ทร11001
จานวน 5 หนว่ ยกิต ระดับประถมศกึ ษา จานวน 200 ชวั่ โมง
รูปแบบวธิ เี รียนรู้ แบบเรยี นรู้ด้วยตนเอง ครัง้ ท่ี 8 วนั ท่ี 3 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 31 ช่ัวโมง
เรื่อง การเรียนร้ดู ้วยตนเอง
ตัวช้ีวดั
1. รู้ เข้าใจความหมาย ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
2. สามารถกาหนดเป้าหมายและวางแผนการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
3. มีทกั ษะพื้นฐานทางการศกึ ษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหาและเทคนคิ ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
4. สามารถอธบิ ายปัจจัย ที่ทาใหก้ ารเรียนรูด้ ้วยตนเองประสบความสาเรจ็
เน้ือหา
1. ความหมาย ความสาคัญของการเรยี นรู้ด้วยตนเอง
2. การกาหนดเป้าหมายและวางแผนการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
3. ทกั ษะพืน้ ฐานทางการศึกษาหาความรทู้ กั ษะการแก้ปญั หา และเทคนิคในการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
(การอ่าน การฟัง การสงั เกต การจา และการจดบนั ทึก)
4. เจตคติ/ปจั จยั ท่ีทาให้การเรียนรู้ด้วยตนเองประสบความสาเร็จ (การเปดิ รับโอกาสการเรียนรู้ การ
คิดริเร่มิ และเรยี นรู้ด้วยตนเอง การสรา้ งแรงจูงใจการสรา้ งวินยั ในตนเอง การคิดเชิงบวกความคิดสรา้ งสรรค์
ความรกั ในการเรียน การใฝ่ร้ใู ฝเ่ รียน และความรบั ผิดชอบ)
ขั้นตอนการจดั การกระบวนการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
ผู้เรยี นกาหนดแนวทางในการศึกษาเรยี นรู้ดว้ ยตนเองและวางแผนการเรยี นรู้ต่าง ๆ
ขั้นท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและการเรยี นรู้
1. ผู้เรียนศึกษาเรื่องความสาคญั ของการเรยี นรดู้ ว้ ยตวั เอง จากหนงั สอื เรียนรายวชิ าทกั ษะการเรยี นรู้
(ทร11001)
ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละการนาไปประยุกต์ใช้
1. ผเู้ รียนศึกษาหนังสอื เรยี นรายวิชาทกั ษะการเรยี นรู้ (ทร11001) ระดบั เรียนรปู้ ระถมศกึ ษา เร่อื ง การ
ดว้ ยตนเอง พร้อมทาใบงานท่ี 1 การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง และใบงานที่ 2 ทักษะการแกป้ ญั หาและเทคนคิ การ
เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
2. ผ้เู รียนนาผลการบนั ทกึ ผลการเรียนรเู้ สนอขอคาปรึกษาจากครูในการพบกลุ่มคร้ังต่อไป
185
ข้นั ท่ี 4 การประเมนิ ผล
ครตู รวจใบงานท่ี 1 การเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง และใบงานที่ 2 ทกั ษะการแกป้ ญั หาและเทคนิคการเรียนรู้
ด้วยตนเอง
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวชิ าทักษะการเรียนรู้ (ทร11001) ระดับประถมศึกษา
การวัดและประเมนิ ผล
1. ตรวจผลงาน/ชนิ้ งาน (ใบงานที่ 1 การเรียนรู้ด้วยตนเอง และใบงานที่ 2 ทักษะการแก้ปญั หาและ
เทคนิคการเรียนรู้ด้วยตนเอง)
2. ประเมินทกั ษะการเขยี น (ใบงานที่ 1 การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง และใบงานที่ 2 ทักษะการแก้ปัญหา
และเทคนิคการเรยี นรู้ด้วยตนเอง)
186
ใบงานการเรียนรดู้ ้วยตนเอง ครั้งที่ 8
สาระทักษะการเรียนรู้ วิชา ทกั ษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร11001
เรือ่ ง การเรียนรดู้ ้วยตนเอง
ใบงานท่ี 1
เร่ือง การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
คาชแี้ จง ให้ผเู้ รยี นทาใบงานและนาสง่ ครผู ู้สอน
1. ให้ผ้เู รยี นบอกความหมายและความสาคัญของการเรยี นรู้ด้วยตนเอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ให้ผเู้ รียนกาหนดเป้าหมายและวางแผนการเรยี นรดู้ ว้ ยตัวเอง บอกมาเป็นขอ้ ๆ อยา่ งน้อย 5 ข้อ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ให้นกั ศกึ ษาอธิบายปัจจัยท่ีทาใหก้ ารเรยี นรูด้ ้วยตนเองประสบความสาเร็จ อย่างนอ้ ย 5 ขอ้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
187
ใบงานที่ 2
เรื่อง ทกั ษะการแกป้ ญั หาและเทคนคิ การเรียนรดู้ ้วยตนเอง
คาสั่ง ให้ผ้เู รยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ผูเ้ รียนรักใครมากทส่ี ดุ ในเวลานี้ เพราะอะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หากผูเ้ รียนเป็นนายกรัฐมนตรี ผ้เู รยี นจะทาอะไรเปน็ อย่างแรกเพ่อื พฒั นาประเทศ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ผู้เรยี นมคี วามเหน็ อย่างไรกับการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ผ้เู รยี นคดิ วา่ ควรยอมรบั สาวประเภทสองหรอื ไม่
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. เหตุใดประเทศไทยยงั มีความเจรญิ ไม่เทา่ เทียมกบั ประเทสญี่ปนุ่
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
188
แบบบนั ทึกการประเมนิ การเขียน
คาชี้แจง : ให้ครูผสู้ อนประเมนิ การเขยี นของผู้เรยี นตามเกณฑ์การให้คะแนนการเขียน
ประเดน็ /คะแนน การใชภ้ าษา เน้อื หา รวมคะแนน
20
ท่ี ชื่อ - สกุล 12 8
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ.........................................................ผปู้ ระเมิน
(................................................................)
วันท.ี่ .........เดือน.................................พ.ศ. .................
189
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการเขียน
ระดบั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน
นา้ หนกั / คะแนน
ประเด็น 4 3 2 1 ความสาคญั รวม
การประเมิน
การใชภ้ าษา การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ สะกดคาผิด
คาศัพท์ คาศัพทผ์ ิด มาก แต่พอ มาก
ถกู ต้อง เลก็ น้อย พอ เดา เขียนรูป
การเลือกใช้ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม่
คาตรงกบั ไดเ้ ขียนรูป ได้รปู ประโยค ถกู ต้อง ไม่มี
เนอื้ หา ประโยคผิด ผดิ พลาดมาก เครอื่ งหมาย 3 12
ประโยค หลกั เครอ่ื งหมาย วรรคตอน
ถูกต้อง ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่
มเี คร่อื งหมาย เล็กนอ้ ย ครบหรือไม่
วรรคตอนที่ เคร่อื งหมาย ถูกต้อง
ถูกต้อง วรรคตอนผิด
เลก็ น้อย
เนอื้ หา มรี ายละเอียด รายละเอียด มรี ายละเอยี ด มรี ายละเอยี ด
เน้ือหาตรง ข อ งเนื้ อ ห า ของเน้ือหา ของเนือ้ หา
กบั ลกั ษณะท่ี มากแต่ยังไม่ น้อย น้อยมาก 28
กาหนดมาก ครอบคลมุ
ทส่ี ดุ ทัง้ หมด
รวม 5 20
190
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวชิ า ทร11001
จานวน 5 หนว่ ยกติ ระดับประถมศึกษา จานวน 200 ชว่ั โมง
รปู แบบวธิ เี รยี นรู้ แบบพบกลุ่ม ครัง้ ท่ี 9 วันท่ี 10 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 3 ชัว่ โมง
เรอื่ ง การจดั การความรู้
ตวั ชีว้ ดั สามารถจัดการความรโู้ ดยกระบวนการกล่มุ
เน้อื หา กระบวนการจัดการความรดู้ ้วยการปฏบิ ัตกิ ารกลุ่ม (ชุมชนนกั ปฏบิ ตั หิ รอื ชุมชนแห่งการเรียรู้ :Cops)
1. รูปแบบของ Cops ทีใ่ ช้ในการจัดการความรู้
2. การทา Cops เพื่อจัดการความรู้
2.1 บันทึกการเล่าเร่อื ง
2.2 บันทึกขุมความรู้
2.3 บันทึกแกน่ ความรู้
3. บนั ทึก จดั เก็บ เป็นองค์ความรู้ของกลุ่มเพื่อใช้ประโยชนใ์ ห้ผ้อู ่นื ได้เรียนรู้ต่อไป
ขนั้ ตอนการจัดการกระบวนการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
1. ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเกย่ี วกับเรือ่ ง การจัดการเรยี นรู้ และองค์ความรปู้ ระเภทตา่ ง ๆ ท่ีมรี อบ ๆ ตัว
เรา และให้ผูเ้ รียนยกตวั อยา่ งความรู้ดา้ นต่าง ๆ
2. ครเู กร่ินนาเร่ืองการจัดการความรหู้ ัวข้อ กระบวนการจดั การความรดู้ ้วยการปฏิบัติการกลุม่ (ชุมชน
นกั ปฏบิ ัตหิ รือชุมชนแห่งการเรยี นรู้ : Cops) โดยยกตวั อย่าง “ชมุ ชนนักปฏิบัติ” ท่ปี ระสบความสาเรจ็
ขั้นที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรียนรู้
1. ครูให้ผ้เู รยี นศกึ ษาเน้ือหาเร่ือง กระบวนการจดั การความรู้ด้วยการปฏบิ ตั ิการกลุม่ (ชุมชนนักปฏบิ ัติ
หรือชุมชนแหง่ การเรยี นรู:้ Cops)
2. ผเู้ รยี นศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง ชมุ ชนนักปฏิบตั ิ (เพม่ิ เติม) พร้อมสรปุ ความรูเ้ ป็นแผนผังความคดิ
(Mine Mapping)
3. ครูอธิบายเพ่มิ เตมิ เรื่องกระบวนการจัดการความรู้ดว้ ยการปฏิบตั ิการกลุ่ม (ชมุ ชนนกั ปฏิบตั หิ รือ
ชุมชนแห่งการเรยี นรู้: Cops) และสรปุ การเรียนรรู้ ว่ มกบั ผู้เรยี น
ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละการนาไปประยกุ ตใ์ ช้
1. ผ้เู รียนทาใบงานที่ 1 เรื่องกระบวนการจัดการความรูด้วยการปฏบิ ตั กิ ารกลุม
2. ผู้เรยี นทาใบงานที่ 2 เรอ่ื งชมุ ชนนักปฏิบตั ิ
3. ครูและผ้เู รยี นร่วมกันสรปุ ผล และรว่ มแสดงความคดิ เห็นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง
191
ขนั้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล
1. ครูประเมนิ ทักษะจากการทาใบงานท่ีเร่ือง กระบวนการจัดการความรูดว้ ยการปฏิบตั ิการกลุม และ
ใบงานที่ 2 เร่ือง ชุมชนนกั ปฏบิ ัติ
2. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผเู้ รยี น เชน่ ความสนใจ การรว่ มแลกเปล่ียนเรยี นรู้ ความ
รบั ผิดชอบเป็นต้น
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนทักษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา (ทร11001)
2. ใบความรเู้ ร่อื ง ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ
3. ใบงานที่ 1 เรื่อง กระบวนการจดั การความรูดว้ ยการปฏิบัติการกลุม
4. ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง ชุมชนนักปฏบิ ัติ
การวัดและประเมนิ ผล
1. ตรวจผลงาน/ชนิ้ งาน (ใบงานที่ 1 เรื่อง กระบวนการจดั การความรดู้ ้วยการปฏิบตั ิการกลุ่ม, ใบงาน
ที่ 2 เรอ่ื ง ชุมชนนกั ปฏิบัต)ิ
2. ประเมินทกั ษะการเขยี น (ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง กระบวนการจดั การความรูด้ ้วยการปฏิบตั ิการกลมุ่ , ใบ
งานที่2เร่ืองชมุ ชนนกั ปฏบิ ัต)ิ
3. แบบสังเกตพฤติกรรม (รายบคุ คล)
192
ใบความรคู้ รงั้ ที่ 9
วิชาทักษะการเรยี นรู้ รหัสวชิ า ทร11001 ระดับประถมศึกษา
เรอื่ ง ชุมชนนกั ปฏบิ ัติ
**************************************************************************************************
CoP ย่อมาจาก Community of Practice ซ่ึงหมายถึง ชุมชนนักปฏิบัติ หรือ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่รวบรวม
กลมุ่ คนทีม่ ีความรคู้ วามสนใจในเร่อื งเดียวกันมาร่วมแลกเปลยี่ น แบ่งปัน เรียนร้ใู นเรื่องน้ัน ๆ ร่วมกัน เพื่อไดม้ า
ซ่ึง Knowledge Assets : KA หรือ ขุมความรู้ ในเรื่องน้ัน ๆ สาหรับคนในชุมชนเพื่อไปทดลองใช้แล้วนาผลท่ี
ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิก อันส่งผลให้ความรู้นั้น ๆ ถูกยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการปฏิบัติ
ประยุกต์ และปรบั ใช้ตามแตส่ ภาพแวดลอ้ มและสถานการณท์ ่หี ลากหลาย อนั ทาให้งานบรรลผุ ลดีข้ึนเรื่อย ๆ
ชมุ ชนนกั ปฏิบตั ิ (Community of Practice) คือ อะไร
ชุมชนนักปฏิบัติ คือ ชุมชนที่มีการรวมตัวกันหรือเช่ือมโยงกันอย่างไม่เป็นทางการ มีวัตถุประสงค์เพ่ือ
แลกเปลย่ี นเรียนรูแ้ ละสร้างองคค์ วามรใู้ หม่ ๆเพอ่ื ชว่ ยให้การทางานมีประสิทธิผลทีด่ ีขน้ึ ส่วนใหญก่ ารรวมตัวกัน
ในลักษณะน้ีมักจะมาจากคนท่ีอยู่ในกลุ่มงานเดียวกันหรือมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งร่วมกันซึ่งความ
ไว้วางใจและความเชื่อม่ันในการแลกเปล่ียนข้อมูลระหว่างกันจะเป็นส่ิงที่สาคัญทาให้เพ่ิ มพูนความรู้ที่ลึกซึ้งขึ้น
เรอื่ ย ๆ โดยมีลกั ษณะทัว่ ไปดงั น้ี
1. สนใจในเรอ่ื งเดียวกัน ต้องการแลกเปลย่ี นเรยี นรแู้ ละประสบการณ์ซ่งึ กนั และกนั
2. ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน และมีเป้าหมาย/ความมุ่งมนั่ รว่ มกนั ท่จี ะพัฒนาวธิ ีการทางานใหด้ ีขนึ้
3. มคี วามรว่ มมอื ชว่ ยเหลือเพื่อพัฒนาและเรยี นรู้จากสมาชกิ ด้วยกันเอง
4. วิธีปฏบิ ัติ มีบทบาทในการสรา้ ง และใชค้ วามรู้ท่ีคล้ายกัน
5. มชี ่องทางเพือ่ การไหลเวียนของความรู้ ทาให้ความร้เู ขา้ ไปถงึ ผ้ทู ี่ต้องการใชไ้ ด้งา่ ย
6. มีปฏิสมั พันธต์ อ่ เน่ือง มวี ิธีการเพ่ือเพ่ิมความเข้มแข็งให้แกก่ ันในทางสงั คม
อย่างง่ายที่สุด ชุมชนนักปฏิบัติคือคนกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งทางานด้วยกันมาระยะหน่ึง มีเป้าหมายร่วมกัน
และต้องการท่ีจะแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์จากการทางาน กลุ่มดังกล่าวมักจะไม่ได้เกิดจากการ
จัดตั้งโดยองค์การ แต่เป็นกลุ่มที่เกิดจากความต้องการทางสังคมและความพยายามท่ีจะทาให้บรรลุผลสาเร็จ
เป็นกลุ่มที่ไม่มีอานาจ ไม่มีการกาหนดไว้ในแผนภูมิโครงสร้างองค์กร และอาจจะมีเป้าหมายที่ขัดแย้งกับผู้นา
องค์กรในหน่ึงองค์กรอาจจะมีชุมชนนักปฏิบัติจานวนมาก และคนคนหนึ่งจะเป็นสมาชิกในหลายชุมชน ชุมชน
นักปฏิบัติมีความสาคัญอย่างไร เครือข่ายความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการเกิดจากความใกล้ชิด ความพอใจ และ
พ้ืนฐานท่ีใกล้เคียงกัน ลักษณะที่ไม่เป็นทางการจะเอ้ือต่อการเรียนรู้และการสร้างความรู้ใหม่ๆ มากกว่า
โครงสร้างท่ีเป็นทางการ
193
ใบงานครั้งที่ 9
สาระ ทักษะการเรยี นรู้ วิชา ทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร11001
เรือ่ ง การจัดการความรู้
ใบงานที่ 1 เรื่อง กระบวนการจดั การความรดู้ ว้ ยการปฏิบตั ิการกล่มุ
คาช้แี จง ให้นักศกึ ษาตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ ูกต้อง
1. รูปแบบของ (ชมุ ชนนกั ปฏิบัติหรอื ชุมชนแหง่ การเรียนรู้ : Cops) ทีใ่ ชใ้ นการจดั การความรู้ มี
รปู แบบใดบ้าง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. การจดั การความรู้ในการปฏิบตั ิการคืออะไร มีความสาคัญอยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................... ....................................
.............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. บุคคลท่เี กยี่ วขอ้ งกับการจดั การความรใู้ นการปฏิบตั ิการกลุ่มมีใครบา้ ง ทาหนา้ ท่ีอะไร
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................. ................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
194
4. ให้ผูเ้ รยี นเขยี นเร่อื งเลา่ แหง่ ความสาเร็จ และรวมกลุม่ กบั เพื่อนทมี่ เี ร่ืองเล่าลกั ษณะคลา้ ยกนั ผลดั กันเลา่
เรอื่ ง สรปุ ความรจู้ ากเรอ่ื งเล่าของเพอ่ื นตามแบบฟอร์มนี้
ชอื่ เร่ือง………………………………………………………………………………………………………………...................……………..
ช่ือผู้เลา่ ……………………………………………………………………………………………………………....................……………….
1. เน้อื เรอ่ื งยอ่
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... .......................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. การบนั ทึกขุมความรจู้ ากเรอื่ งเล่า
2.1 ปัญหา.................................................................................................................. ...........................
.................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... .....................................................
2.2 วธิ ีแกป้ ัญหา(ขมุ ความรู้) ..................................................................................................................
............................................................................................................... ...............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................
2.3 ผลทีเ่ กดิ ข้นึ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ความรูส้ กึ ของผู้เลา่ / ผเู้ ลา่ ไดเ้ รยี นรู้อะไรบา้ งจากการทางานนี้
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................... ..........................................................................
3. แกน่ ความรู้ (สังเคราะห์ขุมความรู้) ..............................................................................................................
........................................................................................................... ...................................................................
............................................................................................................................. .................................................
195
ใบงานท่ี 2 เรื่อง ชุมชนนกั ปฏบิ ัติ
คาชแี้ จง ให้นักศึกษาตอบคาถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง
1. ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) คอื อะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..................
2. ชุมชนนักปฏิบตั ิ (Community of Practice) มีความสาคัญอยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ให้ผเู้ รยี นยกตวั อย่าง ชุมชนนักปฏบิ ตั ิ ในอาเภอของตนเองชุมชน มาอย่างนอ้ ย 5 ชุมชน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ให้ผู้เรียนอธิบาย Cops ในการจดั การความรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
196
แบบประเมินเรือ่ ง......................................................
ชือ่ ผู้นาเสนอ.....................................................................................
คาชแ้ี จง : ให้ครผู ูส้ อนประเมินการนาเสนอผลงานของผู้นาเสนอตามรายการทีก่ าหนด แล้วขีด ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกับระดบั คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321
1 ความถูกตอ้ งของรูปแบบ
2 ความเหมาะสมของเน้ือหา
3 การใช้สัญลกั ษณ์
4 ความคดิ สรา้ งสรรค์
5 การใช้สี
รวม
ลงชอื่ ……………………………………………ผปู้ ระเมิน
………. / ………. / ……….
เกณฑก์ ารให้คะแนน
นาเสนอผลงานสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 4 คะแนน
นาเสนอผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 3 คะแนน
นาเสนอผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ บางส่วน ให้ 2 คะแนน
นาเสนอผลงานไมส่ อดคล้องกบั รายการประเมนิ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก
16 – 20 ดี
11 – 15 พอใช้
6 – 10 ปรบั ปรุง
0–5
197
แบบสังเกตพฤตกิ รรม (รายบคุ คล)
ความสนใจ ความ การให้ความ รวม
ความ รับผดิ ชอบต่อ ร่วมมอื ในการ คะแนน
เลขท่ี ช่ือ - สกลุ กระตอื รือรน้ ใน งานท่ที า ทากิจกรรม
การทางาน
123123123
ข้อสงั เกตอน่ื ๆ
......................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..........................................................................................
ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมิน
(...................................................)
............../................../................
เกณฑก์ ารประเมิน
ระดับคณุ ภาพ 3 คะแนน = ปฏิบตั ิสมา่ เสมอ
2 คะแนน = ปฏิบตั ิบางคร้งั
1 คะแนน = ปฏิบตั นิ ้อยครั้ง
198
บนั ทกึ หลงั การสอน
คร้ังท่.ี ..........วนั ที.่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ.2565
จานวนนกั ศกึ ษาท้ังหมด......คน มาพบกลุ่ม.......คน คิดเปน็ ร้อยละ....... ไม่พบกลุ่ม.........คน คดิ เป็นร้อยละ........
1. กิจกรรมการเรยี นรู้ตามแผนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................... ..........................................
......................................................................................... .....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปัญหาอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
3. วธิ กี ารแกป้ ญั หา
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................. .............................
..................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. ข้อเสนอแนะต่อสถานศึกษา............................................................................................................................
................................................................................................................. .............................................................
.
ลงช่ือ.......................................................ผบู้ นั ทกึ หลงั การสอน
(..................................................................)
ตาแหนง่ .........................................................
(นางสาวธญั ญาภรณ์ ไมอนิ ทร์)
ครู รักษาการในตาแหน่ง ผูอ้ านวยการสถานศึกษา
วันท่ี............เดอื น.....................................พ.ศ.2565
199
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาทักษะการเรยี นรู้ รหัสวชิ า ทร11001
จานวน 5 หน่วยกติ ระดับประถมศกึ ษา จานวน 200 ชั่วโมง
รูปแบบวธิ ีเรยี นรู้ แบบเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ครัง้ ที่ 9 วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 34 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง การใชแ้ หล่งเรียนรู้
ตวั ชี้วดั
1. รู้ เขา้ ใจความหมาย ตระหนักและเห็นความสาคัญของแหลง่ เรยี นร้โู ดยท่ัวไป
2. อธบิ ายถึงความสาคญั ของการใชแ้ หลง่ เรียนรู้
3. สามารถบอกและยกตัวอย่างประเภทของแหล่งเรียนรู้
4. สามารถเลือกและบอกวิธกี ารเข้าถึงแหลง่ เรียนรู้
5. ยกตัวอย่างการใช้แหล่งเรียนรูข้ องตนเอง
6. สามารถอธิบายหรอื ยกตัวอย่างการใชข้ อ้ มลู สารสนเทศจากห้องสมุดประชาชนทีส่ อดคลอ้ งกับความ
ต้องการ ความจาเปน็ เพ่ือนาไปใช้ในการเรยี นรูข้ องตนเอง
เน้อื หา 1. ความหมาย ความสาคญั ของแหลง่ เรียนร้โู ดยทั่วไป (กลมุ่ บริการข้อมูลกลุ่มศิลปวัฒนธรรม
ประวัตศิ าสตร์ กล่มุ ขอ้ มูล ท้องถ่นิ กลุ่มส่ือ กลมุ่ สันทนาการ)
2. การเข้าถงึ และเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ (หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอของสถานศึกษา และศูนย์การเรยี น)
3. บทบาทหนา้ ทแ่ี ละการบริการของแหลง่ เรยี นร้ดู ้านตา่ ง ๆ
4. กฎ กติกา เงือ่ นไขต่าง ๆ ในการไปขอใชแ้ หลง่ เรียนรู้
5. ทักษะการใชข้ ้อมูลสารสนเทศจากห้องสมุดประชาชนทส่ี อดคล้องกับความต้องการ ความจาเป็น
เพอ่ื นาไปใช้ในการเรียนร้ขู องตนเอง
ขัน้ ตอนการจดั การกระบวนการเรยี นรู้
ขนั้ ท่ี 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
ผเู้ รยี นกาหนดแนวทางในการศึกษาเรียนรดู้ ว้ ยตนเองและวางแผนการเรียนรตู้ ่าง ๆ
ขั้นท่ี 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรียนรู้
ผู้เรียนศึกษาเรื่องความหมาย ความสาคัญของแหล่งเรียนรู้ การเข้าถึงและเลือกใช้แหล่งเรียนรู้
บทบาทหน้าที่และการบริการของแหล่งเรียนรู้ด้านต่าง ๆ กฎ กติกา เง่ือนไขต่าง ๆ ในการไปขอใช้แหล่ง
เรียนรู้ ทักษะการใช้ข้อมูลสารสนเทศของห้องสมุดประชาชน จากหนังสือเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้
(ทร11001)
200
ขนั้ ท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ละการนาไปประยุกตใ์ ช้
1. ผ้เู รียนศึกษาเนอ้ื หาจากหนังสือเรียนรายวิชาทกั ษะการเรยี นรู้ (ทร11001) ระดบั ประถมศึกษา เรอื่ ง
ที่ 1 ความหมายและความสาคัญของแหล่งเรียนรู้ เรื่องท่ี 2 แหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ เร่ืองที่ 3 การใช้แหล่ง
เรียนรู้ที่สาคัญ เรื่องท่ี 4 บทบาทหน้าที่ของศูนย์การเรียนชุมชน และเร่ืองที่ 5 กฎ ข้อกาหนด ข้อบังคับ
ระเบยี บ เกย่ี วกับการใช้หอ้ งสมุดประชาชน พร้อมทาใบงานที่ 1 และ 2
2. ผ้เู รยี นนาผลการบันทึกผลการเรียนรู้เสนอขอคาปรกึ ษาจากครใู นการพบกลุม่ คร้ังตอ่ ไป
ข้นั ที่ 4 การประเมนิ ผล
ครูตรวจใบงาน เร่ืองท่ี 1 ความหมายและความสาคัญของแหล่งเรียนรู้ เรื่องที่ 2 กฎ ข้อกาหนด
ขอ้ บังคบั ระเบียบ เก่ยี วกบั การใช้ห้องสมดุ ประชาชน และใบงาน เร่ือง การสารวจแหลง่ เรียนรู้
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ (ทร11001) ของสานักงาน กศน. โดยใหส้ แกน QR Code
ดา้ นล่าง https://online.fliphtml5.com/jadym/taja/#p=1
การวัดและประเมินผล
1. ตรวจผลงาน/ชิน้ งาน (ใบงานที่ 1 และใบงานที่ 2)
2. ประเมินทักษะการเขยี น (ใบงานที่ 1 และใบงานที่ 2)
201
ใบงานการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ครงั้ ที่ 9
สาระ ทักษะการเรียนรู้ วิชา ทักษะการเรียนรู้ รหัสวชิ า ทร11001
เรอื่ ง การใชแ้ หล่งเรยี นรู้
ใบงานที่ 1 เรอื่ ง ความหมายและความสาคัญของแหล่งเรียนรู้
คาสั่ง ใหผ้ ู้เรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1. ความหมายของคาวา่ “แหลง่ เรียนรู้” ..............................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................... .......................................
....................................................................................... ................................................................................
2. ความสาคญั ของแหลง่ เรยี นร.ู้ .........................................................................................................................
................................................................................................................................................. ......................
........................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. ..........................................
3. ประเภทของแหล่งเรียนรู้................................................................................................................................
.................................................................................................. .....................................................................
............................................................................................................................. .........................................
........................................................................................................................................ ...............................
............................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
...................................................................................................................................... ................................
4. ความหมายและความสาคัญของภูมิปัญญา......................................................................................................
.................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .........................................
........................................................................................................................................................ ...............
............................................................................................................... .......................................................
5. คณุ ลักษณะของปราชญ์ชาวบา้ น
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. ..........................................
202
ใบงานที่ 2 เรือ่ ง กฎ ข้อกาหนด ข้อบังคับ ระเบียบ เกีย่ วกบั การใช้ห้องสมดุ ประชาชน
คาส่ัง ใหผ้ ้เู รยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1. ข้ันตอนในการเขยี นรายงาน มอี ะไรบ้าง
............................................................................................................................. ........................................
.................................................................................................................................. ....................................
.......................................................................................... .............................................................................
............................................................................................................................. .........................................
................................................................................................................................. ......................................
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................... .......................................
2. การสบื คน้ ขอ้ มูลจากห้องสมุด มวี ิธใี ดบา้ ง อธิบาย
............................................................................................................................................................. ..........
.................................................................................................................... ..................................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................... ............
................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................................................................................... .............
................................................................................................................. .....................................................
3. ระเบยี บ กฎ ในการขอใชบ้ รกิ ารหอ้ งสมดุ
............................................................................................................................. ..........................................
.................................................................................................................................................................. ....
.......................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. .........................................
................................................................................................................................................................. ......
........................................................................................................................ ................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................................................. .........
...................................................................................................................... .................................................
203
ใบงานที่ 3 เรื่อง การสารวจแหล่งเรยี นรู้
1. ช่ือแหล่งเรยี นรู้ ...............................................................................................................................
2. ทีต่ ัง้ /ทอ่ี ยู่ เลขที่ .............. หมู่ท่ี ................ ชอ่ื หมู่บา้ น ...................................................................
ตาบล ..................... อาเภอ....................................... จงั หวดั .........................................................
โทรศัพท์บา้ น .............................โทรศพั ท์เคลอ่ื นท่ี ............................ โทรสาร ...........................
เว็บไซต์ (ถ้าม)ี ................................................................................................................................
3. เจ้าของ/ผ้คู รอบครอง/ผจู้ ดั การแหล่งเรยี นรู้
สว่ นราชการ วดั โบสถ์ มสั ยดิ เอกชน ชมุ ชน
องค์กรชุมชน อืน่ ๆ (ระบุ) .....................................................................................................
4. ช่ือบุคคลของแหลง่ เรยี นรสู้ าหรับตดิ ตอ่ ........................................................................................
สถานทีต่ ดิ ตอ่ .......................................................... โทรศพั ท์ ......................................................
5. ประเภทของแหล่งเรยี นรู้
หอ้ งสมุด พิพธิ ภณั ฑ์ โบราณสถาน ศาสนสถาน
อนสุ าวรยี ์ หอศลิ ป์ ศูนยว์ ัฒนธรรม ศนู ย์ขอ้ มูลท้องถิน่
แหล่งหัตถกรรม แหล่งเรยี นรศู้ ลิ ปะ แหลง่ เรยี นรูใ้ นท้องถิน่ แหลง่ ฝกึ อบรม
อทุ ยานวิทยาศาสตร์ ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์ พิพิธภณั ฑ์ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี
ศูนยก์ ารเรยี นรู้ชมุ ชน หมู่บา้ น/ชมุ ชนโบราณ ศนู ย์ศึกษาตามแนวพระราชดาริฯ
สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ สงิ่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ
สวนสาธารณะ สวนเกษตร สวนสนกุ สวนสมุนไพร
อทุ ยาน สวนอุทยาน แหลง่ ทอ่ งเที่ยว สอ่ื สารมวลชน
ส่ือพนื้ บ้าน โรงละคร ศนู ยก์ ฬี า แหล่งนนั ทนาการ
ศูนย์การค้า/ตลาด สถานประกอบการ สถาบนั การศึกษา ศนู ย์ข้อมูล
อ่นื ๆ (โปรดระบุ) ..........................................................................................................
6. ความร้ทู ส่ี ามารถเรียนได้จากแหลง่ เรยี นรแู้ ห่งน้ี (เรียงตามลาดับความสาคัญและความโดดเดน่ 3 ลาดับ)
1. ……………………………………………………………………………………………………………..........................................
2. ……………………………………………………………………………………………………………..........................................
3. ………………………………………………………………........................................................………..……......………….
ผู้บนั ทึก ...........................................................................
วนั ท.่ี ........... เดอื น ................................. พ.ศ. ….…………
204
แบบบนั ทึกการประเมนิ การเขียน
คาชี้แจง : ให้ครูผสู้ อนประเมนิ การเขยี นของผู้เรยี นตามเกณฑ์การให้คะแนนการเขียน
ประเดน็ /คะแนน การใชภ้ าษา เน้อื หา รวมคะแนน
20
ท่ี ชื่อ - สกุล 12 8
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ.........................................................ผูป้ ระเมนิ
(................................................................)
วันท.่ี .........เดือน.................................พ.ศ. .................
205
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการเขียน
ระดบั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน
นา้ หนกั / คะแนน
ประเด็น 4 3 2 1 ความสาคญั รวม
การประเมิน
การใชภ้ าษา การสะกด การสะกด สะกดคาผิด สะกดคาผิด
คาศัพท์ คาศัพทผ์ ิด มาก แต่พอ มาก
ถกู ต้อง เลก็ น้อย พอ เดา เขียนรูป
การเลือกใช้ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม่
คาตรงกบั ไดเ้ ขียนรูป ได้รปู ประโยค ถกู ต้อง ไม่มี
เนอื้ หา ประโยคผิด ผดิ พลาดมาก เครอื่ งหมาย 3 12
ประโยค หลกั เครอ่ื งหมาย วรรคตอน
ถูกต้อง ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่
มเี คร่อื งหมาย เล็กนอ้ ย ครบหรือไม่
วรรคตอนที่ เคร่อื งหมาย ถูกต้อง
ถูกต้อง วรรคตอนผิด
เลก็ น้อย
เนอื้ หา มรี ายละเอียด รายละเอียด มรี ายละเอยี ด มรี ายละเอยี ด
เน้ือหาตรง ข อ งเนื้ อ ห า ของเน้ือหา ของเนือ้ หา
กบั ลกั ษณะท่ี มากแต่ยังไม่ น้อย น้อยมาก 28
กาหนดมาก ครอบคลมุ
ทส่ี ดุ ทัง้ หมด
รวม 5 20
206
แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวิชาทักษะการเรยี นรู้ รหสั วชิ า ทร11001
จานวน 5 หนว่ ยกิต ระดับประถมศกึ ษา จานวน 200 ชว่ั โมง
รปู แบบวธิ ีเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งท่ี 10 วนั ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 3 ชัว่ โมง
เรือ่ ง การคิดเปน็
ตวั ช้ีวดั เขยี นผงั กระบวนการคิดแกป้ ญั หา ตามแนวทางของคนคิดเป็น
เนื้อหา กระบวนการและขน้ั ตอนการแก้ปญั หาอยา่ งคนคดิ เป็น
1. ทุกข/์ ปญั หาที่ปรากฏ
2. ศึกษาสาเหตุของทุกข์ ปัญหา โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อมูลวิชาการ ข้อมูลตนเอง
และข้อมูลทางสังคม ส่ิงแวดล้อม ให้รู้ลักษณะเบื้องต้นของข้อมูลท้ัง 3 ประการและเปรียบเทียบความแตกต่าง
ของขอ้ มลู ต่าง ๆ อยา่ งงา่ ย ๆ ได้
3. กาหนดทางเลือกในการดับทกุ ข์/ปัญหา และเลือกแนวทางที่เหมาะสม
4. ดาเนนิ การแกป้ ัญหาเพื่อการดบั ทกุ ข์
5. ประเมินผลการดาเนินงาน หากมีผลเป็นท่ีพอใจก็จะเกิดสันติสุข ถ้ายังไม่พอใจก็จะย้อนกลับไป
พิจารณาสาเหตุทุกข์หรือปัญหาใหม่และแสวงหาข้อมูล เพ่ิมเติมอย่างพอเพียงจนพอใจกับการตัดสินใจของ
ตนเอง
ขน้ั ตอนการจัดการกระบวนการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
1. ครสู อบถามผ้เู รยี นเก่ียวกับปญั หาต่าง ๆ ท่เี กิดขนึ้ ในชวี ิตหรือในชมุ ชนของตนเอง หรอื ปัญหา
ปจั จบุ ันที่มผี ลกระทบตอ่ ชีวิตและทรัพย์สินโดยตรงของผเู้ รยี น และผู้เรยี นมวี ิธีแกป้ ญั หาอย่างไร
ขัน้ ที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรยี นรู้
1. ครใู ห้ผูเ้ รียนศึกษาเน้ือหา เรอื่ ง กระบวนการและข้นั ตอนการแก้ปญั หาอย่างคนคิดเป็น หลังจาก
นั้นครูให้ผูเ้ รยี นแบง่ กลุ่ม ๆ ละ 3-5 คน และใหก้ าหนดปัญหาท่พี บในปจั จบุ นั เชน่ ปญั หาการแพร่ระบาดของ
การตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 พร้อมอธบิ ายวิธีแก้ปัญหาตามกระบวนการและข้ันตอนแก้ปัญหาอยา่ งคนคดิ
เป็นตามหัวขอ้ ทคี่ รูกาหนดให้และนาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน ตามหัวขอ้ ดงั นี้
- ปญั หาด้านสุขภาพ
- ปัญหาด้านเศรษฐกิจ
2. ครอู ธบิ ายเน้อื หาเพิม่ เติม และใหผ้ ู้เรียนบนั ทึกความร้ทู ่ีได้จากการเรียนลงในแบบบนั ทึกการเรียนรู้
207
ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละการนาไปประยกุ ตใ์ ช้
1. ผู้เรียนออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรียน
2. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ และรว่ มแสดงความคิดเหน็ เพ่อื แก้ไขข้อบกพร่อง
3. ผ้เู รียนทาใบงาน เรือ่ ง การคิดเปน็
4. ครูมอบหมายงาน (กรต.) ให้ผูเ้ รยี นตามใบงาน และให้สง่ ใหก้ ารพบกลุ่มคร้ังต่อไป
ข้นั ที่ 4 การประเมินผล
1. ครปู ระเมนิ ผลการเรียนรขู้ องผู้เรียนจากใบงานที่ครูมอบหมายให้กับผู้เรยี น
2. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ เชน่ ความสนใจ การมีสว่ นร่วมในการแลกเปลยี่ นเรียนรู้
ความรบั ผิดชอบ
สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1. แบบเรยี นวิชาทักษะการเรียนรู้ ระดบั ประถมศึกษา (ทร11001) ของสานักงาน กศน. โดยให้
สแกน QR Code ด้านล่าง https://online.fliphtml5.com/jadym/taja/#p=1
การวัดและประเมนิ ผล
1. ตรวจใบงานเรอ่ื ง การคิดเป็น
2. ประเมนิ คุณลกั ษณะของผู้เรียนแบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล/รายกลุ่ม
208
ใบงาน ครั้งที่ 10
สาระ ทักษะการเรยี นรู้ วิชา ทกั ษะการเรียนรู้ รหัสวชิ า ทร11001
เรือ่ ง การคดิ เปน็
คาช้ีแจง ให้นักศึกษาตอบคาถามต่อไปนีใ้ หส้ มบรู ณ์
1. ใหผ้ ู้เรียนไปหาความหมายของคาว่า “คิดเป็นในแง่มมุ ต่าง ๆ” ทงั้ โดยการอ่านหนงั สือ สนทนาธรรม ฟงั วทิ ยุ
คยุ กบั เพ่อื น ฯลฯ โดยใหเ้ ขียนคาตอบมาไมน่ ้อยกว่า 5 ขอ้
................................................................................................................................................................. ............
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายให้ความเหน็ เร่ืองกระบวนการและขัน้ ตอนการแก้ปญั หาของคนคิดเป็น
………………………………….......................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ..
3. ให้ผู้เรยี นอธิบายให้ความเห็น “ลกั ษณะของคนคิดเป็น” วา่ มลี ักษณะอยา่ งไรบ้าง
........................................................................................................................................................................... ..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ให้ผเู้ รยี นอธิบายผลของการคิดเปน็
............................................................................................................................. ................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
209
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล/รายกล่มุ
ความสนใจ ความ การให้ความ รวม
ความ รับผิดชอบต่อ รว่ มมอื ในการ คะแนน
เลขที่ ช่อื - สกลุ กระตือรอื ร้นใน งานทีท่ า ทากิจกรรม
การทางาน
123123123
ข้อสงั เกตอนื่ ๆ
............................................................................................... ...............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..........................................................................................
เกณฑ์การประเมิน ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมนิ
ระดบั คุณภาพ (...................................................)
............../................../................
3 คะแนน = ปฏบิ ตั ิสม่าเสมอ
2 คะแนน = ปฏิบตั บิ างคร้ัง
1 คะแนน = ปฏบิ ัติน้อยคร้ัง
210
บันทึกหลงั การสอน
ครัง้ ที่...........วันที.่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ.2565
จานวนนกั ศึกษาทง้ั หมด......คน มาพบกลุ่ม.......คน คิดเป็นรอ้ ยละ....... ไม่พบกลุ่ม.........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ........
1. กิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................ ......
3. วธิ กี ารแกป้ ญั หา
......................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................... ....................................
.............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. ข้อเสนอแนะต่อสถานศกึ ษา............................................................................................................................
.......................................................................................................... ....................................................................
.
ลงชื่อ.......................................................ผบู้ นั ทึกหลงั การสอน
(..................................................................)
ตาแหนง่ .........................................................
(นางสาวธัญญาภรณ์ ไมอนิ ทร์)
ครู รักษาการในตาแหน่ง ผ้อู านวยการสถานศึกษา
วนั ที.่ ...........เดอื น.....................................พ.ศ.2565
211
แผนการจัดการเรียนร้รู ายวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ รหสั วชิ า ทร11001
จานวน 5 หนว่ ยกิต ระดับประถมศึกษา จานวน 200 ชวั่ โมง
รปู แบบวธิ เี รยี นรู้ แบบเรยี นรู้ด้วยตนเอง คร้ังท่ี 10 วนั ท่ี 17 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 34 ชั่วโมง
เร่ือง การจัดการความรู้
ตวั ช้ีวดั
1. รู้ เข้าใจ ความหมายความสาคญั ประโยชน์หลกั การของการจดั การความรู้
2. รู้ เขา้ ใจกระบวนการจดั การความรู้
3. สามารถใช้การจดั การความรู้ เปน็ เคร่ืองมือในการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
4. สามารถจัดการความรู้โดยกระบวนการกลมุ่
5. สามารถสร้าง พัฒนาความรู้ (นวัตกรรม)
6. สามารถใชส้ ารสนเทศเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่องค์ความรู้
เน้อื หา
1. ความหมาย ความสาคัญ หลกั การของการจัดการความรู้
2. กระบวนการจัดการความรู้ (กาหนดเปา้ หมายการเรยี นรู้/ระบคุ วามรู้/กาหนดความรู้ท่ีตอ้ งการใช้/
การแสวงหาความรู/้ สรุปองค์ความรู้ ปรับปรุง ดัดแปลงให้เหมาะสมต่อการใช้งาน/ ประยุกต์ใช้ความรูใ้ นกจิ การ
งานของตน/แลกเปลีย่ นความรู้/รวมกลุ่มปฏบิ ตั กิ ารต่อยอดความรู้ พฒั นาขอบข่ายความรู้ของกลมุ่ /สรุปองค์
ความรขู้ องกลุ่ม/จดั ทาสารสนเทศ เผยแพร่ความร้)ู
3. กระบวนการจดั การความรู้ดว้ ยตนเอง(ระดบั ปจั เจก)
3.1 กาหนดความรหู้ ลกั ท่จี าเปน็ หรอื สาคัญต่องานหรือกิจกรรม
3.2 เสาะแสวงหาความรู้
3.3 ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
3.4 แลกเปลีย่ นความรู้
3.5 พฒั นาความร/ู้ ยกระดบั ความร/ู้ ต่อยอดความรู้
3.6 สรปุ องค์ความรู้
3.7 จดั ทาสารสนเทศองค์ความรูใ้ นการพัฒนาตนเอง
กระบวนการจดั การความรู้ดว้ ยการปฏิบัตกิ ารกลุ่ม (ชุมชนนกั ปฏบิ ัติหรือชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ : COPS)
1. รูปแบบของ COPS ที่ใชใ้ นการจดั การความรู้
2. การทา COPS เพ่ือจดั การความรู้
2.1 บนั ทกึ การเล่าเร่ือง
2.2 บันทกึ ขุมความรู้
2.3 บนั ทึกแกน่ ความรู้
3. บนั ทึก จดั เก็บ เป็นองค์ความรู้ของกลุ่มเพือ่ ใชป้ ระโยชน์ใหผ้ อู้ ่ืนได้เรยี นรู้ต่อไป
212
การสร้างองค์ความรู้ พัฒนา ตอ่ ยอดยกระดับความรู้
1. การใช้ความร้แู ละประสบการณใ์ นตัวบุคคลใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ กลุม่ /หนว่ ยงาน/ชมุ ชน
2. การทางานแบบต่อยอดความรู้
3. วิธีปฏบิ ตั ทิ เี่ ป็นเลศิ (Best Practice)
การจัดทาสารสนเทศเผยแพรอ่ งคค์ วามรู้
1. การถ่ายทอดความรู้ รูปแบบ วิธกี าร
2. การประสานความรู้
3. การถอดองค์ความรู้
4. การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
5. การจดั เกบ็ ความรู้ของกลุ่ม/องค์กร การสรา้ งคลังความรู้ การประยุกต์ใช้ ICT
ขน้ั ตอนการจัดการกระบวนการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
ผู้เรยี นกาหนดแนวทางในการศกึ ษาเรยี นรู้ด้วยตนเองและวางแผนการเรยี นร้ตู า่ ง ๆ
ขัน้ ที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรยี นรู้
1. ผู้เรียนศกึ ษาเร่ืองความสาคัญของการจดั การความรู้จากหนังสอื เรียนรายวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ (ทร
11001)
2. ผูเ้ รียนศึกษาใบความรู้ เร่ืองกระบวนการจัดการความรู้
ขน้ั ท่ี 3 การปฏบิ ัตแิ ละการนาไปประยุกตใ์ ช้
1. ผู้เรียนศกึ ษาหนังสือเรยี นรายวิชาทักษะการเรียนรู้ ระดับเรียนรู้ประถมศกึ ษา เรื่องการจดั การ
ความรู้ พรอ้ มทาใบงานท่ี 1–4 เร่ือง การจัดการความรู้
2. ผ้เู รียนนาผลการบันทกึ ผลการเรยี นรู้เสนอขอคาปรกึ ษาจากครใู นการพบกลมุ่ คร้ังตอ่ ไป
ขน้ั ที่ 4 การประเมนิ ผล
ครตู รวจใบงานที่ 1–4 เรื่องการจัดการความรู้
สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าทักษะการเรยี นรู้ (ทร11001) ระดบั ประถมศึกษา
การวดั และประเมนิ ผล
1. ตรวจผลงาน/ช้ินงาน (ใบงานที่ 1–4 เรือ่ งการจดั การความรู้)
2. ประเมินทกั ษะการเขียน (ใบงานที่ 1–4 เรือ่ งการจัดการความรู้
213
ใบงานการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ครง้ั ท่ี 10
สาระ ทกั ษะการเรียนรู้ วิชา ทักษะการเรียนรู้ รหัสวชิ า ทร11001
เรื่อง การจัดการความรู้
คาชแี้ จง ใหผ้ ู้เรยี นทาใบงานและนาสง่ ครผู สู้ อน
1. ใหผ้ ู้เรียนอธิบายความหมายและความสาคัญของการจัดการความรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..................
2. ใหผ้ เู้ รียนบอกหลกั การของการจัดการเรียนรู้ บอกมาเป็นข้อๆ อย่างน้อย 5 ข้อ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..................
3. ใหน้ ักศกึ ษาอธิบายรปู แบบของการจัดการความร้ทู เ่ี หมาะสม กบั ชุมชน หรือบุคคล มาอย่างน้อย 5 ขอ้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..................
214
4. กระบวนการจดั การความรู้ทาได้อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ใหผ้ เู้ รียนบอกข้นั ตอนหลักของกระบวนการความรู้มี 7 ข้ันตอน (Knowledge Management)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
215
แบบบนั ทึกการประเมนิ การเขยี น
คาชี้แจง : ให้ครูผสู้ อนประเมนิ การเขยี นของผู้เรยี นตามเกณฑ์การให้คะแนนการเขยี น
ประเดน็ /คะแนน การใชภ้ าษา เน้ือหา รวมคะแนน
20
ท่ี ชื่อ - สกุล 12 8
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ.........................................................ผ้ปู ระเมิน
(................................................................)
วันท.ี่ .........เดือน.................................พ.ศ. .................
216
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการเขียน
ระดบั เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คะแนน
นา้ หนกั / คะแนน
ประเด็น 4 3 2 1 ความสาคญั รวม
การประเมิน
การใชภ้ าษา การสะกด การสะกด สะกดคาผิด สะกดคาผิด
คาศัพท์ คาศัพทผ์ ิด มาก แต่พอ มาก
ถกู ต้อง เลก็ น้อย พอ เดา เขียนรูป
การเลือกใช้ เดาวามหมาย ความหมาย ประโยคไม่
คาตรงกบั ไดเ้ ขียนรูป ได้รปู ประโยค ถกู ต้อง ไม่มี
เนอื้ หา ประโยคผิด ผดิ พลาดมาก เครอื่ งหมาย 3 12
ประโยค หลกั เครอ่ื งหมาย วรรคตอน
ถูกต้อง ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่
มเี คร่อื งหมาย เล็กนอ้ ย ครบหรือไม่
วรรคตอนที่ เคร่อื งหมาย ถูกต้อง
ถูกต้อง วรรคตอนผิด
เลก็ น้อย
เนอื้ หา มรี ายละเอียด รายละเอียด มรี ายละเอยี ด มรี ายละเอยี ด
เน้ือหาตรง ข อ งเนื้ อ ห า ของเน้ือหา ของเนือ้ หา
กบั ลกั ษณะท่ี มากแต่ยังไม่ น้อย น้อยมาก 28
กาหนดมาก ครอบคลมุ
ทส่ี ดุ ทัง้ หมด
รวม 5 20
217
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าทักษะการเรียนรู้ รหัสวชิ า ทร11001
จานวน 5 หนว่ ยกิต ระดับประถมศึกษา จานวน 200 ชวั่ โมง
รูปแบบวิธีเรยี นรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ 11 วนั ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 3 ช่วั โมง
เรื่อง การวิจัยอย่างงา่ ย
ตัวชว้ี ัด ร้เู ขา้ ใจกระบวนการและข้ันตอนการวิจัย
เนอ้ื หา ทาวิจยั อยา่ งไร (กระบวนการและขั้นตอนการวิจัย)
1. คาถามทต่ี ้องการคาตอบคืออะไรปญั หาทต่ี อ้ งการทราบจากการวจิ ยั คืออะไร (การระบปุ ัญหาการ
วจิ ัย)
2. คาดเดาคาตอบวา่ อยา่ งไรกาหนดแนวคาตอบเบ้ืองต้น (สมมตฐิ าน)
3. วิธกี ารหาคาตอบทีต่ ้องการรู/้ แหล่งคาตอบ/การรวบรวมคาตอบ(การเกบ็ รวบรวมข้อมูล/เครือ่ งมือ
การวจิ ยั )
4. ตอบคาถามท่ีสงสยั ว่าอยา่ งไร (การวิเคราะหข์ ้อมลู /สรุปผลการวจิ ยั )
ขน้ั ตอนการจัดการกระบวนการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
1. ครูสอบถามผู้เรียนว่าเคยได้ยินคาว่า “วิจัย” หรือไม่ และคิดว่าการทาวิจัยมีประโยชน์หรือไม่
อย่างไร โดยให้ผู้เรียนแต่ละคนตอบคาถาม ครูเขียนคาตอบทุกอย่างบนกระดาน หลังจากนั้นครูและผู้เรียน
ร่วมกนั พจิ ารณาขอ้ มูลแตล่ ะคาตอบ พรอ้ มสรุปความหมาย และประโยชนข์ องการทาวจิ ัย
ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและการเรยี นรู้
1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาจากหนังสือเรียนทักษะการเรยี นรู้ ระดับประถมศึกษา (ทร11001) เร่ือง
ทาวิจัยอย่างไร (กระบวนการและข้ันตอนการวิจัย) และให้ผู้เรียนเขียนคาถามการวิจัยตามความสนใจของ
ตนเอง คนละ 3 คาถาม
2. ครใู หผ้ เู้ รยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน ศึกษาวธิ ีการหาคาตอบท่ีต้องการรู้ ผ้เู รยี นในกลุ่มแตล่ ะคน
นาเสนอคาถามการวิจัยตามท่ีตนเองสนใจที่เคยเขียนไว้ และให้กลุม่ พจิ ารณาเลือกคาถามการวจิ ัยท่นี า่ สนใจ
ท่ีสดุ มา 1 คาถาม ระดมสมองในกล่มุ ว่าจากคาถามการวิจัยทเี่ ลือกมา จะทาวจิ ัยเรื่องอะไร ทาไม จงึ ทาเร่อื งนี้
อยากรู้คาตอบอะไร จะเกิดประโยชนอ์ ยา่ งไร และมแี นวทางวิธกี ารทาวจิ ยั อยา่ งไรบา้ ง โดยเขียนรายละเอียดให้
ครอบคลุมหวั ข้อต่อไปน้ี
1) จะทาวิจยั เรอ่ื งอะไร (ชื่อเรอ่ื งท่วี ิจยั )
2) ทาไมจงึ ทาเรื่องนี้ (เหตุผลที่สมใจทาวจิ ัยเรอ่ื งน้ีคืออะไร)
3) อยากรู้อะไรบ้างจากการวิจยั (วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ัย)
218
4) มีวธิ กี ารขนั้ ตอนการวจิ ัยอยา่ งไร (อธบิ ายรายละเอียดของการดาเนนิ งานวิจยั ระยะเวลา
แผนการดาเนนิ งาน)
5) ประโยชนท์ ีไ่ ดจ้ ากการวิจัยคืออะไร
3. สง่ ตัวแทนไปนาเสนอรายละเอียดหน้าชัน้ เรยี น
4. ครูอธบิ ายองค์ความรู้เพ่ิมเติม และสรุปการเรียนรูร้ ่วมกับผเู้ รียน
ข้ันที่ 3 การปฏิบตั ิและการนาไปประยุกตใ์ ช้
1. ผเู้ รียนทาใบงานที่ 1 กระบวนการวจิ ัย
2. ผ้เู รียนทาใบงานท่ี 2 กระบวนการและขนั้ ตอนการทาวจิ ัย
3. ครูและผู้เรียนร่วมกนั สรปุ ผล และร่วมแสดงความคิดเห็นเพือ่ แก้ไขข้อบกพร่อง
ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล
1. ครูประเมนิ ทักษะจากการทาใบงานท่ี 1 เรอื่ ง กระบวนการวจิ ยั
2. ครูประเมินทักษะจากการทาใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง กระบวนการและขั้นตอนการทาวจิ ัย
สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นทักษะการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษา (ทร11001)
2. ใบความรู้ เร่อื ง การเขียนงานวจิ ยั อย่างงา่ ย
3. ใบงานที่ 1 เรื่อง กระบวนการวิจัย
4. ใบงานที่ 2 เรื่อง กระบวนการและขั้นตอนการทาวิจัย
การวัดและประเมินผล
1. ผลงาน/ช้ินงาน (ใบงานที่ 1 เร่ือง กระบวนการวจิ ยั ใบงานท่ี 2 เรื่อง กระบวนการและข้ันตอนการ
วจิ ยั )
2. ประเมินทกั ษะการเขียน ใบงานที่ 1 เร่ือง กระบวนการวจิ ัย ใบงานที่ 2 เรอื่ ง กระบวนการและ
ข้ันตอนการวิจัย
3. แบบสังเกตพฤติกรรม (รายบคุ คล)
219
ใบความรคู้ ร้ังที่ 11
วชิ าทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร11001 ระดบั ประถมศึกษา
เรื่อง การเขยี นงานวิจัยอย่างง่าย
**************************************************************************************************
กระบวนการและขน้ั ตอนการทาวิจัยอยา่ งง่าย
1. ขนั้ ตอนแรก มักจะเร่ิมต้นจากผวู้ จิ ัยอยากรูอ้ ะไร มีปัญหาข้อสงสยั อะไร เปน็ ขน้ั ตอนการกาหนดคาถาม
วิจยั / ปัญหาวจิ ยั
ตัวอยา่ งคาถามการวจิ ยั เชน่ นักรอ้ งในดวงใจวยั รุ่นคือใคร นกั การเมืองในดวงใจวัยรนุ่ คอื ใคร
วัยรุ่นใชเ้ วลาว่างทาอะไร เปน็ ต้น
ตวั อยา่ งปัญหาวจิ ยั เช่น ปญั หาการตดิ เกมส์ของวยั รนุ่ ปัญหาการใชเ้ วลาวา่ งของวัยรุน่ ฯลฯ เป็นตน้
2. ขน้ั ตอนทีส่ อง คือ การเขยี นโครงการวิจยั ซึง่ ต้องเขยี นกอ่ นการทาวิจัยจริง โดยเขียนใหค้ รอบคลุมว่า
จะทาวิจัยเรอ่ื งอะไร (ช่ือโครงการวจิ ัย)
ทาไมจึงทาเรื่องนี้ (ความเปน็ มาและความสาคญั )
อยากรู้อะไรบา้ งจากการวจิ ยั (วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั )
มแี นวทางขนั้ ตอนการดาเนนิ งานวิจยั อยา่ งไร (วิธีดาเนินการวิจัย)
ระยะเวลาการวจิ ยั และแผนการดาเนนิ งาน (ปฏทิ นิ ปฏบิ ตั งิ าน)
การวิจัยนี้จะเปน็ ประโยชน์อย่างไร (ประโยชนข์ องการวิจัยหรือผลท่คี าดวา่ จะได้รับ)
3. ข้ันตอนท่ีสาม คือการดาเนินงานวจิ ยั ตามแผนท่ีกาหนดไวใ้ นโครงการวจิ ัย
220
4. ขัน้ ตอนทีส่ ่ี คือการเขยี นรายงานการวจิ ัย ส่วนใหญป่ ระกอบดว้ ยหัวขอ้ คือ
1) ชื่อเรือ่ ง
2) ชอ่ื ผู้วิจัย
3) ความเป็นมาของการวิจยั
4) วตั ถุประสงค์ของการวิจัย
5) วธิ ดี าเนินการวิจยั
6) ผลการวจิ ยั
7) ข้อเสนอแนะ
8) เอกสารอ้างอิง (ถา้ ม)ี
5. ขน้ั ตอนสุดทา้ ย คือ การเผยแพร่ผลงานวิจยั เพือ่ ใหบ้ ุคคล หรือหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้อง นาผลงานวจิ ยั
น้นั ไปใช้ประโยชน์ต่อไป
สรปุ กระบวนการและขน้ั ตอนการทาวจิ ยั อยา่ งงา่ ย เขยี นเปน็ แผนภมู ิได้ ดงั น้ี
221
ใบงาน ครง้ั ท่ี 11
สาระ ทักษะการเรยี นรู้ วิชา ทกั ษะการเรยี นรู้ รหัสวิชา ทร11001
เรื่อง การวจิ ัยอยา่ งง่าย
ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง กระบวนการวิจัย
คาชี้แจง ใหน้ ักศกึ ษาตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. การระบปุ ญั หาในการวจิ ัยไดม้ าจากสงิ่ ใด.......................................................................................................
............................................................................................................. ..........................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................
............................................................................................................................. ...........................................
2. สมมติฐานการวิจยั คือ..............................................................................................................................
............................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................................ ............................
...................................................................................................... ...................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
3. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล คือ.........................................................................................................................
............................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................. ...........................................
.........................................................................................................................................................................
4. เคร่ืองมือการวิจัย หมายถงึ ..........................................................................................................................
............................................................................................................. ..........................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................
5. การวเิ คราะหข์ ้อมลู หมายถึง......................................................................................................................
............................................................................................. ..........................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
......................................................................................................................................... ................................
6. การสรุปผลการวิจัย คอื ...............................................................................................................................
............................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................... ................................................
222
ใบงานที่ 2 เรอื่ ง กระบวนการและข้ันตอนการวจิ ัย
คาสั่ง ใหผ้ ูเ้ รยี นแบง่ กลุ่ม และให้แต่ละกลุ่มกลุ่ม ศึกษาปญั หาโดยวธิ ีการทาวจิ ัยอย่างง่าย 1 เร่ือง
และเขียนเป็นรายงาน โดยมีการนาเสนอในหวั ข้อตอ่ ไปนี้
ชอ่ื เรื่อง…………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอ่ื ผูว้ จิ ยั …………………………………………………………………………………………………………………………………………
ความเปน็ มาของการวจิ ยั …………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจัย………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
วิธดิ าเนนิ การวจิ ัย…………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
วธิ ดิ าเนินการวิจยั …………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ผลการวจิ ัย………………………………………………………………………………………………………………………………..…..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ขอ้ เสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………………………..…..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
เอกสารอา้ งอิง………………………………………………………………………………………………………………………………..…..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
223
แบบประเมินเรื่อง......................................................
ชื่อผนู้ าเสนอ.....................................................................................
คาชีแ้ จง : ใหค้ รผู ู้สอนประเมินการนาเสนอผลงานของผนู้ าเสนอตามรายการทีก่ าหนด แลว้ ขีด ลงในช่อง
ท่ตี รงกับระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 ความถูกตอ้ งของรูปแบบ
2 ความเหมาะสมของเน้ือหา
3 การใช้สัญลักษณ์
4 ความคดิ สรา้ งสรรค์
5 การใช้สี
รวม
ลงชื่อ……………………………………………ผูป้ ระเมนิ
………. / ………. / ……….
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
นาเสนอผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ดั เจน ให้ 4 คะแนน
นาเสนอผลงานสอดคลอ้ งกับรายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 3 คะแนน
นาเสนอผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางส่วน ให้ 2 คะแนน
นาเสนอผลงานไมส่ อดคล้องกับรายการประเมิน ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดมี าก
16 – 20 ดี
11 – 15 พอใช้
6 – 10 ปรบั ปรุง
0–5
224
บนั ทึกหลงั การสอน
คร้งั ที่...........วนั ท.ี่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ.2565
จานวนนักศกึ ษาทัง้ หมด......คน มาพบกลุ่ม.......คน คิดเปน็ ร้อยละ....... ไม่พบกลุ่ม.........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ........
1. กจิ กรรมการเรยี นรู้ตามแผนการสอน
................................................................................................................................ ..............................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
...................................................................................................................... ........................................................
3. วธิ กี ารแก้ปญั หา
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................... ...........................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. ขอ้ เสนอแนะตอ่ สถานศกึ ษา............................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.
ลงชอ่ื .......................................................ผูบ้ นั ทึกหลังการสอน
(..................................................................)
ตาแหน่ง.........................................................
(นางสาวธญั ญาภรณ์ ไมอินทร์)
ครู รกั ษาการในตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศึกษา
วันท.ี่ ...........เดอื น.....................................พ.ศ.2565
225
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าทักษะการเรียนรู้ รหสั วิชา ทร11001
จานวน 5 หนว่ ยกติ ระดับประถมศกึ ษา จานวน 200 ชว่ั โมง
รปู แบบวธิ เี รียนรู้ แบบเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ครั้งท่ี 11 วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 25 ช่วั โมง
เร่อื ง การคิดเป็น
ตัวชี้วัด
1. เขา้ ใจและเชอ่ื มนั่ ในความเช่ือพืน้ ฐานทางการศึกษาผู้ใหญ/่ การศึกษานอกระบบทเ่ี ปน็ พ้นื ฐาน
เบอ้ื งต้นของการเข้าถงึ กระบวนการคดิ เป็น
2. รู้และเขา้ ใจปรชั ญาคิดเป็นง่าย ๆ สามารถอธิบาย ไดถ้ งึ ความหมายและความสาคญั ของการคดิ เป็น
ท่ีเชือ่ มโยงจากความเช่อื พ้นื ฐานทางการศกึ ษาผู้ใหญ่ และการศึกษานอกระบบ/การศึกษาตามอัธยาศัย
4. อธบิ ายเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาตามกระบวนการคิดเปน็ จากกรณีตวั อยา่ งทกี่ าหนดไดอ้ ยา่ งมี
ขอ้ มูลเพียงพอ
5. ทาแบบฝึกหดั การแกป้ ัญหาดา้ นกระบวนการคดิ เปน็ ทีก่ าหนดใหไ้ ดค้ ล่อง
เนอ้ื หา 1. ความเชอ่ื พ้นื ฐานทางการศึกษาผ้ใู หญ/่ การศึกษานอกระบบ 5 ประการ
1.1 คนทุกคนมีความแตกต่างกัน แต่ทกุ คนต้องการความสุข ความสขุ ของแต่ละคนจึงแตกต่างกนั
1.2 ความสุขของคนจะเกิดขึ้นกต็ อ่ เมอ่ื มีการปรบั ตัวเองและสิ่งแวดลอ้ มใหเ้ ข้าหากันอย่างผสม
กลมกลืนจนเกิดความพอดี
1.3 สภาวะแวดล้อมในสังคมเปลีย่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลา จงึ ทาใหเ้ กิดปัญหา เกิดความทุกข์ ความ
ไม่สบายกายไมส่ บายใจอย่ตู ลอด
1.4 เมื่อเกิดปญั หาหรือเกิดทุกขก์ ต็ ้องหาวธิ แี ก้ปญั หา ซง่ึ การแก้ปญั หาที่เหมาะสมต้องมีขอ้ มลู
ประกอบ การคิดการตดั สนิ ใจ อย่างนอ้ ย 3 ประการ คือ ข้อมลู ด้านวิชาการ ข้อมลู ดา้ นตนเองข้อมลู ด้านสังคม
ส่งิ แวดลอ้ ม
1.5 เม่อื ไดใ้ ช้วิธแี กป้ ัญหาดว้ ยการวเิ คราะห์ข้อมูลและไตร่ตรองข้อมูลอย่างรอบคอบ ทั้ง 3 ด้าน จน
มคี วามพอใจแล้วกพ็ ร้อมทจี่ ะรบั ผดิ ชอบการตัดสนิ ใจท่ีเกิดความพอดี ความสมดุลระหว่างชีวิตกบั ธรรมชาติ
อย่างสนั ตสิ ขุ
2. ปรัชญาคดิ เปน็
2.1 ความหมาย
2.2 ความสาคญั
2.3 คาท่เี ก่ียวขอ้ ง
2.4 การเช่ือมโยงความเชอ่ื พ้ืนฐาน ทางการศึกษาผ้ใู หญ่/การศึกษานอกระบบ กับปรัชญาคดิ เปน็
3. กระบวนการและขนั้ ตอนการแก้ปญั หาอย่างคนคิดเป็น
4. กรณตี ัวอย่างท่ีหลากหลายเพ่ือฝึกทกั ษะการคิดเป็นด้วยกระบวนการแก้ปญั หาอยา่ งคนคิดเป็น
226
ขน้ั ตอนการจัดการกระบวนการเรยี นรู้
ขั้นท่ี 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
1. ครแู ละผเู้ รยี น ร่วมกันวางแผนการเรียนรดู้ ้วยตนเอง
ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรยี นรู้
1. ครใู ห้ผเู้ รยี นศึกษาเน้ือหาความเชื่อพ้นื ฐานทางการศึกษาผูใ้ หญ/่ การศึกษานอกระบบ 5 ประการ
ปรชั ญาคิดเป็น และกรณีตวั อย่างท่ีหลากหลายเพอ่ื ฝึกทกั ษะการคดิ เปน็ ดว้ ยกระบวนการแก้ปญั หาอยา่ งคนคิด
เปน็ พร้อมทง้ั บันทกึ ผลลงในแบบบันทกึ การเรียนรู้
2. ผูเ้ รียนนาเสนอแบบบนั ทกึ การเรยี นรู้ ต่อครผู ้สู อนในสัปดาห์ถดั ไป
3. ผเู้ รียนทาใบงานทคี่ รูกาหนดให้
ขน้ั ที่ 3 การปฏิบัติและการนาไปประยุกตใ์ ช้
1. ผ้เู รยี นนาเสนอแบบบนั ทึกการเรยี นรตู้ ่อครูผสู้ อน
2. ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ และร่วมแสดงความคิดเหน็ เพอื่ แก้ไขข้อบกพร่อง
3. ผ้เู รียนทาใบงานทีค่ รูกาหนดให้
ขั้นที่ 4 การประเมินผล
1. ครูประเมินผลการเรียนรูข้ องผู้เรยี นจากใบงานท่ีครมู อบหมายให้กับผู้เรียน
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นรายวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ (ทร11001) ระดบั ประถมศึกษา
การวดั และประเมินผล
1. ตรวจผลงาน/ชน้ิ งาน เรื่อง การคดิ เปน็
2. ประเมินทักษะการเขียน เร่อื ง การคิดเป็น
227
ใบงานการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง คร้งั ที่ 11
สาระ ทักษะการเรยี นรู้ วิชา ทกั ษะการเรียนรู้ รหัสวชิ า ทร11001
เรอ่ื ง การคิดเปน็
คาชี้แจง ใหผ้ เู้ รยี นอา่ นกรณีตัวอย่าง จากแบบเรียนทักษะการเรยี นรู้ หน้า 77-85 แลว้ ตอบประเด็นคาถาม
1. ประเด็น กรณีตวั อยา่ งเรือ่ ง “หลายชวี ติ ” บอกอะไรบา้ งเกย่ี วกบั ชวี ติ มนษุ ย์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จากกรณีตวั อย่างเรือ่ ง “แป๊ะฮง” ประเดน็ ในเรอื่ งของความสุขของคนในเรือ่ งนี้ท่านได้แนวคิดอะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จากกรณีตวั อย่างเร่ือง “ธญั ญวดี” หากทา่ นเปน็ ธญั ญวดี จะทาอย่างไรจึงจะอยูใ่ นสังคมนั้นได้อยา่ งมี
ความสุข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จากกรณีตวั อย่างเร่อื ง “วุน่ ”
1. ทาไมจึงเกิดปัญหาต่าง ๆ เหล่านข้ี ้ันในหม่บู ้านดอนทรายมลู
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ถ้าทา่ นเปน็ คนในหมูบ่ ้านทรายมลู ทา่ นจะแก้ปญั หาอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ท่านคดิ ว่าการเรียนรทู้ ่ีเหมาะสมกบั สภาพของชุมชนเช่นนีค้ วรเปน็ อยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จากกรณีตวั อย่างเรื่อง “สู้ไหม”
1. หากคณุ อยใู่ นเหตุการณ์ คุณจะตัดสนิ ใจอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
228
2. กอ่ นทคี่ ุณจะตดั สนิ ใจคุณคิดถงึ อะไรบ้าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. อา่ นกรณตี วั อย่างเรื่อง “ชาวบ้านบางระจัน” จากแบบเรียน ทร11001 หน้า 94 แลว้ ตอบคาถามต่อไปนี้
1. ถา้ ท่านเป็นคนไทยในสมยั นนั้ ทา่ นคดิ จะไปชว่ ยชาวบ้านบางระจนั ต่อสกู้ บั ข้าศกึ หรือไม่ เพราะเหตุ
ใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หากท่านจะใช้กะบวนการ “คิดเป็น” ในการตัดสินใจครั้งน้ี ท่านจะใชข้ ้อมลู ประกอบการตดั สินใจ
อย่างไรบ้าง
1) ขอ้ มลู ตนเอง (ตวั ทา่ นและชาวบ้านบางระจัน)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2) ขอ้ มูลสังคมและสง่ิ แวดล้อม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3) ขอ้ มูลทางวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. อา่ นกรณีตวั อย่างเร่ือง ““เหตเุ กดิ ทีโ่ นนหมากมุ่น”” จากแบบเรียน ทร11001 หนา้ 96 แลว้ ตอบคาถาม
ตอ่ ไปน้ี
1. ถา้ ทา่ นเปน็ ส.ต.มั่น มอื เขียน จะตัดสนิ ใจอย่างไร เพราะอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ในการที่ท่านจะตดั สินใจน้ัน ทา่ นตอ้ งใช้ขอ้ มูลอะไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
229
แบบบนั ทึกการประเมนิ การเขยี น
คาชี้แจง : ให้ครูผสู้ อนประเมนิ การเขยี นของผู้เรยี นตามเกณฑ์การใหค้ ะแนนการเขยี น
ประเดน็ /คะแนน การใชภ้ าษา เน้ือหา รวมคะแนน
20
ท่ี ชื่อ - สกุล 12 8
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ.........................................................ผ้ปู ระเมิน
(................................................................)
วันท.ี่ .........เดือน.................................พ.ศ. .................
230
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาทกั ษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร11001
จานวน 5 หนว่ ยกติ ระดับประถมศึกษา จานวน 200 ชวั่ โมง
รปู แบบวธิ เี รียนรู้ แบบพบกลุ่ม คร้ังที่ 12 วันท่ี 31 กรกฎาคม พ.ศ.2565 จานวน 3 ชว่ั โมง
เร่อื ง การวิจัยอย่างงา่ ย
ตวั ชีว้ ดั ฝกึ ปฏิบตั ิการสังเกตปญั หาการระบุปัญหา การต้ังสมมติฐานการเก็บรวบรวมข้อมูล การสรปุ
ขอ้ มลู และการเขียนรายงานการวิจัยอยา่ งงา่ ย
เนือ้ หา เขียนอยา่ งไร ใหค้ นอ่านเขา้ ใจ (การเขยี นรายงานการวจิ ัยอย่างง่าย)
1. ความเป็นมา/ความสาคัญของเร่ืองท่ีทาวจิ ัย
2. วตั ถปุ ระสงค์การวจิ ัย
3. ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการวจิ ยั
4. เอกสารที่เกีย่ วขอ้ ง
5. วธิ ีดาเนินการวิจัย
6. การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
7. สรปุ ผลและขอ้ เสนอแนะ
8. เอกสารอา้ งองิ
ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรยี นรู้
ข้ันที่ 1 กาหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการในการเรียนรู้
1. ครูกล่าวทักทายผ้เู รยี น และทบทวนเนือ้ หาทีเ่ รียนในคร้ังทผ่ี ่านมา
ขนั้ ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและการเรียนรู้
1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาคน้ คว้าจากสอื่ อินเตอร์เนต็ เรือ่ ง การเขียนรายงานการวิจยั
ที่ลงิ ค์ http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~jaimorn/re10.htm หรือ สแกน QR CODE
231
2. ครใู ห้ผเู้ รียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 3-5 คน โดยการคละชาย-หญิง ศึกษาค้นคว้าตัวอย่างการเขียนรายงาน
การวิจัยในเอกสารใบความรู้ เร่ือง ตัวอย่างการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนอย่างง่าย หรือจากเว็บไซต์
และเขียนสรุปรายงานการวิจัยตามหัวข้อการวิจัยในครั้งที่ผ่านมา ให้ครอบคลุมตามเนื้อหาข้างต้น และส่ง
ตัวแทนมานาเสนอหน้าช้ันเรยี น
3. ครูให้คาแนะนา และอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อในหัวขอ้ ทผี่ ู้เรยี นไมเ่ ขา้ ใจ
ขัน้ ท่ี 3 การปฏิบัตแิ ละการนาไปประยกุ ตใ์ ช้
1. ผ้เู รยี นแบง่ กลุ่ม ทาใบงาน เร่อื ง การเขียนวจิ ัยอยา่ งง่าย โดยครใู หค้ าแนะนาในการเขยี นรายงาน
การวิจัยในแต่ละหวั ข้อ
2. ผูเ้ รียนแต่ละกล่มุ ไดน้ าเสนอผลงานการเขียนวจิ ัยอย่างง่าย
3. ครูและผู้เรยี นร่วมกันสรุปประเด็นเน้ือหาสาระรว่ มกนั โดยการรว่ มกนั วเิ คราะห์เรื่องที่ผ้เู รยี นแตล่ ะ
กล่มุ ไดน้ าเสนอ
ข้ันที่ 4 การประเมินผล
1. ครูประเมนิ ทักษะการเขียนจากใบงาน เร่ือง การเขยี นรายงานการวจิ ยั อยา่ งง่าย
2. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เชน่ ความสนใจ การร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความ
รับผดิ ชอบ เป็นตน้
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. ครใู หผ้ ูเ้ รียนศึกษาคน้ ควา้ จากสื่ออนิ เตอร์เน็ต เรอื่ ง การเขียนรายงานการวิจัย
ทีล่ ิงค์ http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~jaimorn/re10.htm หรอื สแกน QR CODE
2. หนงั สือเรียน ทักษะการเรยี นรู้ ทร11001 ระดับประถมศกึ ษา
3. ใบงานท่ี 1 เรอื่ งการทาวจิ ยั อยา่ งง่าย
การวัดและประเมินผล
1. ตรวจผลงาน/ชนิ้ งาน (ผลงานการเขียนรายงานการวจิ ยั )
2. ประเมินคณุ ลักษณะของผเู้ รยี นจากแบบสงั เกตพฤติกรรม รายบุคคล/รายกลุ่ม
232
ใบความร้คู รง้ั ท่ี 12
วชิ าทักษะการเรียนรู้ รหสั วิชา ทร11001 ระดับประถมศึกษา
เร่ือง ตวั อยา่ งการเขียนรายงานการวิจยั ในช้ันเรียนอยา่ งง่าย
**************************************************************************************************
เรื่อง การใชเ้ ทคนคิ การสร้างผงั กราฟิก (graphic organizers) เพ่ือพฒั นาความคิด รวบยอดและผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนวชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ของนกั เรยี น ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
ผู้วิจยั : นายจักรกฤษณ์ จนั ทะคุณ
ความสาคัญของปัญหาการวิจยั
จากการจัดการเรียนการสอนวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 มา
ต้ังแต่ ปีการศึกษา 2545 - 2550 พบว่า นักเรียนยังไม่สามารถสรุปเนื้อหาท่ีเรียนได้ ไม่เกิดความคงทนในการ
เรียนรู้ เรียนแลว้ ลืม ทาให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่า อกี ท้งั เนื้อหาทเ่ี รียนยังเป็นนามธรรม ดงั นน้ั ผูว้ จิ ยั จึง
มีความสนใจท่ีจะพัฒนาความสามารถในการคิด โดยเฉพาะการคิดรวบยอด ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสรุปเนื้อหา
ไดด้ ีข้ึน โดยใช้เทคนคิ การใช้ผังกราฟิก (graphic organizers) เนือ่ งจากผังกราฟกิ เป็นเคร่ืองมือที่ช่วยให้ผูเ้ รียน
จัดขอ้ มลู ให้เป็นระบบระเบียบอยูใ่ นรปู แบบท่อี ธิบายให้เข้าใจและจดจาได้ง่าย นอกจากใช้ประมวลความรู้หรือ
จัดความรู้แล้ว ในหลายกรณีที่ผู้เรียนมีมีความคิดริเริ่มหรือสร้างความคิดข้ึน ผังกราฟิกยังเป็นเครื่องมือทาง
ความคิดไดด้ ี เน่ืองจากการสรา้ งความคิดซึ่งมีลักษณะเป็นนามธรรมอยู่ในสมอง จาเป็นต้องมีการแสดงออกมา
ให้เห็นเป็นรูปธรรม ผังกราฟิกเป็นรูปแบบของการแสดงออกของความคิดที่สามารถมองเห็นและอธิบายได้
อย่างเปน็ ระบบชัดเจนและอยา่ งประหยดั เวลาด้วย
วัตถุประสงค์ของการวจิ ัย
1. เพ่อื ศึกษาความสามารถในการคิดรวบยอดของนกั เรียนก่อนเรยี นและหลงั เรียนโดยใช้เทคนคิ การ
สรา้ งฝงั กราฟิก
2. เพอ่ื เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรยี นก่อนเรยี นและหลังเรยี นโดยใช้เทคนคิ การสร้าง
ฝงั กราฟิก
วธิ ดี าเนินการวิจัย
1. รปู แบบการวิจัย เป็นการวิจัยเชงิ กง่ึ ทดลอง ใชก้ บั นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/1 โดยมีการ
ทดสอบก่อนและหลังการเรียนโดยใช้เทคนคิ การสร้างฝังกราฟิก
2. กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4/1 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2551 จานวน 38 คน
ผลการวจิ ัย
1. นักเรยี นมคี วามสามารถในการคิดรวบยอด ภาพรวมอยู่ในระดับดี ( = 20.71) (ดังตาราง 1)
2. ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4/1 ท่ีเรียนโดยใช้เทคนิคการสร้างฝงั
กราฟิก หลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .05 (ดังตาราง 2)
233
ใบงาน ครัง้ ท่ี 12
สาระ ทกั ษะการเรียนรู้ วิชา ทกั ษะการเรยี นรู้ รหัสวชิ า ทร11001
เร่ือง การเขยี นวจิ ัยอยา่ งง่าย
คาช้แี จง ใหผ้ ูเ้ รียนเขยี นวจิ ยั อย่างง่าย 1 เรื่อง ( 10 คะแนน)
1. ช่อื เรื่อง ……………………………………………………………………………………………………………………………
2. ชอื่ ผู้วิจยั ………………………………………………………………………………………………………………………….
............................................................................................................................. ...............................
3. ความเป็นมาของการวจิ ัย …………………………………………………………………………………………………..
............................................................................................................................. ...............................
.................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. ..............................
4. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั ………………………………………………………………………………………………….
.............................................................................................................................. ..............................
............................................................................................................................................................
5. วธิ ดี าเนนิ การวิจัย ……………………………………………………………………………………………………………..
............................................................................................. ................................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................................................
6. ผลการวิจยั ……………………………………………………………………………………………………………………….
............................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
7. ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………….
............................................................................................................................. ................................
......................................................................................................................................................... .....
8. เอกสารอ้างอิง (ถ้ามี) ………………………………………………………………………………………………………..
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
234