The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม 165 แผนการสอนประถมศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bbt2561, 2022-08-19 05:14:12

รวมเล่ม 165 แผนการสอนประถมศึกษา

รวมเล่ม 165 แผนการสอนประถมศึกษา

แผนการจัดการเรยี นรรู้ ายวชิ าวัสดศุ าสตร์ รหสั พว12011
จานวน 2 หนว่ ยกติ ระดับประถมศกึ ษา จานวน 80 ชั่วโมง
***********************************************************************************************

รปู แบบวธิ เี รียน แบบเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ครง้ั ท่ี 2 วนั ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 จานวน 12 ชว่ั โมง

เรื่อง 2. สมบตั ิของวสั ดุ
ตัวช้วี ดั 5. จาแนกสมบัตกิ ารนาความรอ้ นของวสั ดุได้

6. นาความรู้เรอื่ งการนาความรอ้ นของวัสดไุ ปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้
7. อธบิ ายสมบัตกิ ารนาไฟฟา้ ของวัสดุได้
8. นาความรเู้ รื่องการนาไฟฟา้ ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้
เนื้อหา การนาความร้อน
การนาไฟฟ้า

ข้นั ตอนการจดั การกระบวนการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้

1. ครูให้ผเู้ รียนศกึ ษาความรู้จากคลิปวีดีโอ
https://www.youtube.com/watch?v=e4fXBvl8-hc การนาความร้อนของวสั ดุ

2. ครใู ห้ผูเ้ รยี นศึกษาความรู้จากคลิปวดี โี อ
https://www.youtube.com/watch?v=YLZeqL95XS4&t=7s การนาไฟฟา้ ของวัสดุ

ขั้นท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและการเรยี นรู้
1. ใหผ้ ูเ้ รียนศกึ ษาเร่ืองวสั ดใุ นชีวติ ประจาวนั จากชุดวิชาวสั ดุศาสตร์ 1 รหสั พว12011
เรื่อง การนาความร้อน หนา้ 20
2. ใหผ้ ูเ้ รียนศกึ ษาเรื่องสมบัติของวสั ดุ จากชดุ วิชาวัสดุศาสตร์ 1 รหัส พว12011 เรือ่ งการนาไฟฟ้า
หน้า 21

ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ตั ิและการนาไปประยุกต์ใช้
1. ให้ผู้เรยี นทา กจิ กรรมท้ายหน่วยท่ี 2 วสั ดใุ นชีวติ ประจาวัน เรื่อง การนาความร้อน หน้า 22 ในสมดุ

บันทกึ กจิ กรรมการเรยี น ชดุ วิชาวัสดุศาสตร์ 1
2. ให้ผเู้ รยี นทา กจิ กรรมท้ายหนว่ ยที่ 2 วสั ดุในชวี ิตประจาวนั ห กิจกรรมทา้ ยหนว่ ยที่ 2 เรือ่ งการนา

ไฟฟา้ หนา้ 24 ในสมดุ บันทกึ กิจกรรมการเรยี น ชดุ วิชาวสั ดศุ าสตร์ 1
3. ผ้เู รียนนาผลงานส่งขอคาปรกึ ษาจากครใู นการพบกลมุ่ สัปดาห์ถดั ไป

85

ขั้นท่ี 4 การประเมินผล
สมดุ บนั ทกึ กิจกรรม

สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. ชุดวชิ า วัสดศุ าสตร์ พว12011 ประถมศึกษา ไดจ้ าก e - book

2. สมดุ บนั ทกึ กิจกรรมวิชา วสั ดุศาสตร์ พว12011 ประถมศึกษา

3. วดี ที ัศน์ เรอ่ื ง https://www.youtube.com/watch?v=e4fXBvl8-hc การนาความร้อน

4. วดี ที ศั น์ เร่ือง https://www.youtube.com/watch?v=YLZeqL95XS4&t=7s การนาไฟฟา้ ของวัสดุ

การวัดและประเมนิ ผล
สมุดบันทกึ กิจกรรม

***********************************************************************************************

86

แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชา วสั ดุศาสตร์ รหสั พว12011
จานวน 2 หน่วยกติ ระดบั ประถมศกึ ษา จานวน 80 ชวั่ โมง

รูปแบบวธิ ีเรยี นรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ 3 วนั ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 จานวน 3 ชว่ั โมง

เรื่อง สมบตั ิของวสั ดุ
ตัวชว้ี ัด คานวณหาคา่ ความหนาแนน่ ของวสั ดไุ ด้
เนื้อหา ความหนาแนน่

ขน้ั ตอนการจดั การกระบวนการเรยี นรู้

ขั้นที่ 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้
1. ครแู ละผเู้ รียนรว่ มกนั พูดคุยทบทวนความรู้เกย่ี วกบั วัสดุในชีวติ ประจาวันและสมบัตขิ องวัสดุ

แลว้ รวบรวมปญั หาตา่ งๆ ดงั นี้
2. ครเู ขา้ สเู่ นอื้ หาเร่ืองความหนาแน่นและสมการหาความหนาแนน่ ของวสั ดโุ ดยการต้งั ประเดน็ คาถาม

ในหวั ข้อต่อไปนี้
- จงบอกความหมายของวัสดุ
- วัสดุมกี ป่ี ระเภทอะไรบ้าง และสามามรถนาไปใช้ประโยชนอ์ ยา่ งไร
- จงบอกสมบัติของวสั ดุ
- ความหนาแน่นของวสั ดุหมายถึง
- สมการหาความหนาแนน่ ของวัสดุ

3. ครใู ห้ผู้เรยี นศกึ ษาความรูจ้ ากคลปิ วดี โี อ
https://www.youtube.com/watch?v=W3njbxT1ZWo

ขัน้ ที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรยี นรู้

1. ครใู ห้ผเู้ รียนศึกษาจากใบความรู้ เร่ืองความหนาแน่น

2. ครูมอบหมายใหผ้ ูเ้ รยี นทาใบงาน เรอ่ื งความหนาแน่น

3. ครใู หผ้ ู้เรียนแบง่ กลุ่มๆ ละ 4-5 คน ทาการทดลอง เร่ือง การจม – การลอย ของวัสดแุ ตล่ ะชนดิ โดย

กาหนดชนดิ ของวัสดจุ านวน 5 ชนดิ

1. ขวดนา้ พลาสตกิ 2. ขวดแก้วกระทิงแดงเปิดฝา

3. เหรียญ 1 บาท 4. ดนิ สอ HB

5. ธนบตั รใบละ 20 บาท

นาวสั ดทุ ี่เตรียมมาใส่ลงไปในอ่างนา้ ทีละช้นิ สงั เกตการจม – การลอย ของวัสดแุ ต่ละชนิดและบนั ทึก

ผลการทดลองใบงาน เรื่อง การจม – การลอย ของวสั ดแุ ต่ละชนิด

4. ครใู หผ้ ู้เรยี นออกมานาเสนอผลการทดลอง เร่อื ง การจม – การลอย ของวสั ดุแต่ละชนิด

87

ข้ันที่ 3 การปฏิบัตแิ ละการนาไปประยุกตใ์ ช้
1. ครู ให้ผู้เรยี นคานวณโจทย์ ใบงานเร่ือง ความหนาแนน่
2. ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกันสรปุ ผล และร่วมแสดงความคดิ เห็นเรอื่ ง ความหนาแนน่

ข้นั ท่ี 4 การประเมนิ ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นร้รู ายบุคคล(ตามสภาพจรงิ )
2. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมกลุ่ม
3. ครูประเมินจากใบงาน เรือ่ ง ความหนาแน่น
4. ครปู ระเมนิ จากใบงาน เรือ่ ง การจม – การลอย ของวัสดุแต่ละชนิด

สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1. https://www.youtube.com/watch?v=W3njbxT1ZWo

เร่อื งความหนาแน่น
2. ชดุ วชิ า วสั ดศุ าสตร์ พว12011 ประถมศึกษา ได้จาก e - book

3. สมดุ บันทึกกิจกรรมวชิ า วัสดุศาสตร์ พว12011 ประถมศึกษา

4. ใบความรู้ เรื่อง ความหนาแน่น

88

5. ใบงาน เร่ือง ความหนาแน่น
6. ใบงาน เรือ่ ง การจม – การลอย ของวัสดุแต่ละชนิด
การวดั และประเมินผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผเู้ รยี นในการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ความตง้ั ใจ
ความรับผดิ ชอบ การให้ความรว่ มมอื
2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั ิกจิ กรรมกลุ่ม
3. ใบงาน เรอ่ื ง ความหนาแน่น
4. ใบงาน เรอ่ื ง การจม – การลอย ของวสั ดแุ ตล่ ะชนดิ
***************************************************************************************************

89

ใบความรู้ ครง้ั ที่ 3

สาระ ความรู้พน้ื ฐาน วชิ า วัสดศุ าสตร์ 1 รหัสวชิ า พว12011
เร่อื ง ความหนาแนน่ ของวัสดุ



90

91

ใบงาน คร้งั ท่ี 4

สาระ ความรพู้ ้ืนฐาน วิชา วัสดศุ าสตร์ 1 รหัสวชิ า พว12011
เรือ่ ง ความหนาแน่น (การจม – การลอย ของวสั ดแุ ต่ละชนดิ )


คาชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปนใ้ี หถ้ ูกต้อง

1. ความหนาแนน่ หมายถงึ …………………………………………………………………….......................................................

……………………………………………………………………………………………………………………………….................................

2. จงเขยี นสมการคานวณหาความหนาแนน่ ………………………………………………………………………………................

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………..............................

3. วัตถุรปู ลูกบาศก์มคี วามยาวแตล่ ะดา้ นเท่ากับ 5 เมตร มีมวล 380 กิโลกรมั จงหาความหนาแนน่ ของวัตถุ

กอ้ นนี้ (จงเสดงวิธีทา)

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………….................................

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………….................................

5. วตั ถหุ น่ึงมีมวล 100 กรัม และปรมิ าตร 20 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร จงหาความหนาแน่นของวตั ถุน้ี

(จงแสดงวธิ ีทา)

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. ให้นกั ศกึ ษาบันทึกผลการทดลองโดยการใส่เคร่อื งหมายถูก ()ลงในตารางการวทดลอง

ลาดับ ชนดิ ของวัสดุ วสั ดุจม วัสดุลอย

1 ขวดน้าพลาสตกิ

2 ขวดแกว้ กระทงิ แดงเปิดฝา

3 เหรยี ญ 1 บาท

4 ดินสอ HB

5 ธนบตั รใบละ 20 บาท

สรุปผลการทดลอง....................................................................................................................... .........................
……………………………………………………………………………………………………………………………….................................
……………………………………………………………………………………………………………………………….................................
……………………………………………………………………………………………………………………………….................................

92

แบบสงั เกตพฤตกิ รรม

คาช้ีแจง ใหท้ าเครอ่ื งหมาย ลงในช่องพฤติกรรมที่ตรงกับความเป็นจริง

ความสนใจ ความ การให้ความ

ลาดบั ชือ่ -สกลุ กระตอื รอื รน้ รบั ผิดชอบต่อ ร่วมมือในการ รวม ระดบั
ในการทางาน งานท่ที า ทากจิ กรรม คะแนน คุณภาพ

123123123

ขอ้ สงั เกตอ่นื ๆ
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมิน
(..................................................)
................/.............../...............

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบตั ิสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน 10 – 12 คะแนน = ระดับคณุ ภาพดีมาก
ปฏิบตั บิ างคร้ัง ให้ 2 คะแนน 6 – 9 คะแนน = ระดับคุณภาพดี
ปฏบิ ัติน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน 1 – 5 คะแนน = ระดบั คณุ ภาพพอใช้

93

บันทึกหลงั การสอน

ครัง้ ท่.ี ..........วนั ท.่ี ...........เดอื น.......................................พ.ศ.2565

จานวนนกั ศกึ ษาทั้งหมด......คน มาพบกลุ่ม.......คน คดิ เป็นร้อยละ....... ไมพ่ บกลุ่ม.........คน คดิ เป็นรอ้ ยละ........
1. กิจกรรมการเรยี นรู้ตามแผนการสอน
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................... ............................................................................................. ......................
2. ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................ ..................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................. .................
................................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. วิธีการแกป้ ญั หา
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
4. ข้อเสนอแนะต่อสถานศึกษา............................................................................................................................
.......................................................................................................... .................................................... ................

ลงชื่อ.......................................................ผู้บนั ทกึ หลงั การสอน
(..................................................................)

ตาแหนง่ .........................................................

(นางสาวธญั ญาภรณ์ ไมอนิ ทร์)
ครู รกั ษาการในตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศึกษา
วนั ที่............เดอื น.....................................พ.ศ.2565

94

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวสั ดศุ าสตร์ รหัส พว12011
จานวน 2 หนว่ ยกิต ระดับประถมศกึ ษา จานวน 80 ชั่วโมง

รูปแบบวธิ เี รยี นรู้ แบบเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ครง้ั ที่ 3 วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 จานวน 20 ชัว่ โมง

เรือ่ ง 3. การเลือกใช้และ ผลกระทบจากการใช้วัสดุ
ตัวช้ีวดั 1. อธิบายความหมายผลติ ภณั ฑท์ เ่ี ปน็ มิตรต่อสงิ่ แวดล้อมได้

2. อธบิ ายวิธีการเลอื กใช้วัสดุในชีวติ ประจาวันได้
3. อธิบายความหมายสัญลกั ษณผ์ ลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมติ รตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มได้
4. อธบิ ายผลกระทบทเ่ี กดิ จากการใชว้ ัสดใุ นชวี ิตประจาวันได้
5. ระบวุ สั ดอุ ันตรายในชวี ิตประจาวันได้
6. แก้ปญั หาท่ีก่อใหเ้ กิดผลกระทบจากการใช้วสั ดุในชวี ิตประจาวนั ได้
7. วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการใช้วสั ดใุ นชวี ิตประจาวันได้
เนอ้ื หา 3.1 การเลือกใช้วัสดุทเ่ี ปน็ มติ รต่อส่ิงแวดล้อม
3.2 ผลกระทบจากการใชว้ ัสดุในชวี ิตประจาวนั

ข้ันตอนการจัดการกระบวนการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้

ครใู ห้ผเู้ รียนศกึ ษาความรจู้ ากคลิปวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=U-gb6WjBKYg
การเลือกใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ท่ีเปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล้อม

ขนั้ ท่ี 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรียนรู้
ครใู ห้ผู้เรียนศึกษาเรอ่ื งการเลือกใช้และ ผลกระทบจากการใชว้ ัสดุ จากชุดวิชาวสั ดศุ าสตร์ 1 รหัส

พว12011 หน้า 27-39

ขัน้ ที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละการนาไปประยกุ ต์ใช้
1. ใหผ้ ู้เรยี นทา กิจกรรมท้ายหนว่ ยที่ 3 เร่อื งการเลือกใชแ้ ละ ผลกระทบจากการใชว้ สั ดุ

หน้า 29-32 ลงในสมดุ บนั ทกึ กจิ กรรมการเรียน ชุดวชิ าวสั ดศุ าสตร์ 1
2. ผเู้ รยี นนาผลงานส่งและขอคาปรึกษาจากครูในการพบกลมุ่ สัปดาหถ์ ัดไป

ขั้นท่ี 4 การประเมินผล
สมดุ บนั ทึกกจิ กรรม

95

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. ชุดวิชา วัสดุศาสตร์ พว12011 ประถมศึกษา ไดจ้ าก e - book

2. สมดุ บันทกึ กจิ กรรมวชิ า วัสดศุ าสตร์ พว12011 ประถมศึกษา

3. วีดีทศั น์ เรื่อง การเลือกใช้วสั ดุอปุ กรณ์ทเ่ี ปน็ มิตรกับสงิ่ แวดลอ้ ม

https://www.youtube.com/watch?v=U-gb6WjBKYg

การวัดและประเมินผล
1. สมุดบนั ทึกกิจกรรม
2. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มของผู้เรยี นในการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ความตง้ั ใจ ความสนใจ

************************************************************************************************

96

แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวชิ า วัสดศุ าสตร์ รหสั พว12011
จานวน 2 หนว่ ยกิต ระดับประถมศึกษา จานวน 80 ช่วั โมง

รูปแบบวิธีเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ 4 วันท่ี 5 มถิ ุนายน พ.ศ.2565 จานวน 3 ชั่วโมง

เรือ่ ง การจัดการและกาจัดวัสดทุ ่ีใช้แล้ว
ตวั ชีว้ ดั 1. บอกความหมายของการจัดการวัสดดุ ้วยหลัก 3Rs ได้

2. อธิบายวิธีการจัดการวสั ดทุ ่ีใช้แล้วดว้ ยหลัก 3Rs ได้
เน้อื หา การจดั การวสั ดุทใ่ี ช้แล้วด้วยหลกั 3Rs

ขน้ั ตอนการจัดการกระบวนการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้

1. ครูและผู้เรยี นรว่ มกนั พดู คุยแลกเปลีย่ นความรู้เกีย่ วกับการจดั การของเสยี และปญั หาต่างๆ ของ
การจดั การของสีย

2. ครูใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาความรจู้ ากคลิปวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=0F1iSVGfH-k
การจัดการขยะหลัก 3R

3. ครใู ห้ผูเ้ รียนบอกถึงความสาคัญ ข้อคดิ ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากการดูคลิปวดี ีโอ

ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและการเรยี นรู้
1. ครใู หผ้ เู้ รยี นศึกษาจากใบความรู้ เร่อื งการจดั การ “ของเสยี ” ตามหลกั 3Rs โดยการตัง้ คาถาม
- หลัก 3Rs มอี ะไรบ้าง และหมายความว่าอยา่ งไร
- จงยกตวั อยา่ งการนาหลัก 3Rs ทผ่ี ู้เรยี นนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
- ผ้เู รียนคิดว่าหลกั 3Rs นามาใชเ้ พือ่ อะไร
2. ครูมอบหมายให้ผู้เรยี นศึกษาใบความรู้ เรื่อง การจัดการวัสดุท่ีใช้แล้วด้วยหลัก 3Rs และทาใบงาน

เรื่อง การจดั การวสั ดทุ ใี่ ช้แลว้ ด้วยหลัก 3Rs
3. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษา ชุดวิชา วัสดุศาสตร1 หน่วยท่ี 4 การจัดการและกาจัดวัสดุที่ใช้แล้ว

หน้า 41-46

ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละการนาไปประยกุ ตใ์ ช้
1. ครูกาหนดสถานการณ์ เร่ือง การจัดการวัสดุท่ีใช้แล้วด้วยหลัก 3Rs โดยครูนาวัสดุเหลือใช้เช่น

เปลือกกล้วย ซองขนมยูโร่ ขวดน้าพลาสติก กระดาษใช้แล้ว กล่องพัสดุเก่า ถุงพลาสติกหูหิ้ว ให้นักศึกษาแยก
ประเภทให้ถกู ตอ้ ง ว่าวสั ดชุ ้ินไหนควรนาไปใชใ้ นลักษณะใด

2. ครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกันสรปุ ผลและรว่ มแสดงความคดิ เหน็ เรอ่ื ง การจดั การวสั ดทุ ใ่ี ช้แลว้ ด้วยหลกั 3Rs

97

3. ครูใหผ้ ู้เรียนศึกษากิจกรรมท้ายหนว่ ยท่ี 3 การเลือกใช้และผลกระทบจากการใช้วสั ดุ ใน สมดุ บันทึก
กิจกรรมวชิ า วสั ดศุ าสตร์ พว12011 ประถมศึกษา หน้า 29
ขน้ั ท่ี 4 การประเมนิ ผล

1. สังเกตพฤติกรรมการเรียนร้รู ายบคุ คล (ตามสภาพจรงิ )
2. ใบงาน เร่อื ง การจัดการวัสดทุ ่ใี ชแ้ ล้วด้วยหลัก 3Rs
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. ชดุ วิชา วสั ดุศาสตร์ พว12011 ประถมศึกษา ไดจ้ าก e - book

2. สมดุ บนั ทกึ กจิ กรรมวิชา วสั ดศุ าสตร์ พว12011 ประถมศึกษา

3. ใบความรู้ เรื่อง การจดั การวัสดทุ ่ใี ชแ้ ลว้ ด้วยหลกั 3Rs
4. คลิปวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=0F1iSVGfH-k การจดั การขยะหลัก 3R

วีดที ศั น์ 23 ไอเดยี ที่จะรีไซเคิลอะไรกไ็ ด้ https://www.youtube.com/watch?v=BaKxW-6IKMc

การวัดและประเมินผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มของผเู้ รยี นในการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ความตง้ั ใจ ความรับผิดชอบ

การใหค้ วามร่วมมือ
2. ใบงาน เร่ือง การจดั การวัสดทุ ีใ่ ช้แล้วดว้ ยหลัก 3Rs

98

ใบความรู้ ครัง้ ท่ี 4

สาระ ความรพู้ นื้ ฐาน วิชา วัสดุศาสตร์ 1 รหัสวชิ า พว12011
เร่ือง การจดั การและกาจัดวัสดุทใ่ี ช้แลว้ (การจดั การวสั ดุที่ใชแ้ ลว้ ด้วยหลกั 3Rs)


99

100

ใบงาน ครงั้ ท่ี 4

สาระ ความรู้พืน้ ฐาน วชิ า วัสดุศาสตร์ 1 รหสั วชิ า พว12011
เรื่อง การจัดการและกาจดั วัสดทุ ีใ่ ช้แลว้



ใหน้ กั ศึกษาตอบคาถามสน้ั ๆ
1. หลัก 3Rs มอี ะไรบา้ ง และหมายความว่าอย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................... ...................................
............................................................................................... ..............................................................................

2. จงยกตัวอย่างการนาหลกั 3Rs ท่ผี ู้เรียนนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
............................................................................................................................. ..............................................
..................................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
3. ผ้เู รยี นคดิ ว่าหลกั 3Rs นามาใชเ้ พื่ออะไร
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
........................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................
..................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................... ..........................................

101

แบบสังเกตพฤติกรรม

คาช้ีแจง ใหท้ าเครื่องหมาย ลงในชอ่ งพฤติกรรมทีต่ รงกับความเป็นจรงิ

ความสนใจ ความ การให้ความ

ลาดบั ชื่อ-สกลุ กระตือรือรน้ รับผิดชอบต่อ รว่ มมอื ในการ รวม ระดับ
ในการทางาน งานที่ทา ทากิจกรรม คะแนน คณุ ภาพ

123123123

ขอ้ สงั เกตอ่ืนๆ
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมิน
(..................................................)
................/.............../...............

เกณฑ์การให้คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพดีมาก
ปฏิบตั ิสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน 10 – 12 คะแนน = ระดับคุณภาพดี
ปฏิบัติบางคร้งั ให้ 2 คะแนน 6 – 9 คะแนน = ระดับคุณภาพพอใช้
ปฏบิ ตั ิน้อยครง้ั ให้ 1 คะแนน 1 – 5 คะแนน =

102

บนั ทึกหลงั การสอน

คร้ังท.ี่ ..........วันท่ี............เดอื น.......................................พ.ศ.2565

จานวนนกั ศกึ ษาท้ังหมด......คน มาพบกลุ่ม.......คน คิดเปน็ รอ้ ยละ....... ไม่พบกลุ่ม.........คน คิดเป็นรอ้ ยละ........
1. กจิ กรรมการเรยี นรู้ตามแผนการสอน
............................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................... ..........................................
......................................................................................... ............................................................... ......................
2. ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. วธิ กี ารแก้ปัญหา
........................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................
.................................................................................................... ..........................................................................
4. ข้อเสนอแนะต่อสถานศึกษา............................................................................................................................
.......................................................................................................... .................................................... ................

ลงชือ่ .......................................................ผู้บนั ทึกหลงั การสอน
(..................................................................)

ตาแหน่ง.........................................................

(นางสาวธัญญาภรณ์ ไมอนิ ทร์)
ครู รกั ษาการในตาแหน่ง ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
วนั ที.่ ...........เดอื น.....................................พ.ศ.2565

103

แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวสั ดศุ าสตร์ รหัส พว12011
จานวน 2 หน่วยกิต ระดับประถมศกึ ษา จานวน 80 ชั่วโมง

รปู แบบวิธีเรยี นรู้ แบบเรยี นรู้ด้วยตนเอง คร้งั ท่ี 4 วนั ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2565 จานวน 20 ชั่วโมง

เรือ่ ง 4. การจัดการและกาจัดวสั ดุท่ีใช้แลว้
ตัวช้วี ดั 3. บอกระยะเวลาการย่อยสลายของวัสดุทใี่ ช้แลว้ ได้

4. อธบิ ายวธิ ีการกาจัดและทาลายวัสดุทใ่ี ช้แล้วได้
5. กาจดั วัสดทุ ่ีใชแ้ ลว้ อยา่ งถูกต้องตามหลักสขุ าภบิ าลได้
เนอ้ื หา 4.2 การกาจัดและทาลาย

ข้นั ตอนการจดั การกระบวนการเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 1 การกาหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นรู้

ครูให้ผเู้ รียนศึกษาความรู้จากคลปิ วดี ีโอ https://www.youtube.com/watch?v=BaKxW-6IKMc
23 ไอเดยี ท่ีจะรีไซเคิลอะไรกไ็ ด้

ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและการเรยี นรู้
ครใู หผ้ ูเ้ รียนศึกษาเร่ืองการเลือกใชแ้ ละ ผลกระทบจากการใชว้ สั ดุ จากชดุ วชิ าวสั ดุศาสตร์ 1

รหสั พว12011 หน้า 27-39

ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ตั แิ ละการนาไปประยุกต์ใช้
1. ให้ผเู้ รยี นทา กจิ กรรมท้ายหน่วยท่ี 3 เรื่องการเลือกใชแ้ ละ ผลกระทบจากการใชว้ ัสดุ หน้า 29-32

ในสมดุ บันทึก กิจกรรมการเรียน ชุดวชิ าวสั ดศุ าสตร์ 1
2. ผเู้ รียนนากจิ กรรมทา้ ยหนว่ ยท่ี 3 ส่งขอคาปรึกษาจากครใู นการพบกลุ่มสัปดาห์ถัดไป

ขั้นท่ี 4 การประเมินผล
สมดุ บนั ทึกกจิ กรรม

สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. ชดุ วิชา วัสดศุ าสตร์ พว12011 ประถมศึกษา ไดจ้ าก e - book

104

2. สมุดบันทึกกิจกรรมวิชา วสั ดุศาสตร์ พว12011 ประถมศึกษา
3. วีดที ัศน์ 23 ไอเดยี ที่จะรีไซเคิลอะไรก็ได้ https://www.youtube.com/watch?v=BaKxW-6IKMc
การวัดและประเมนิ ผล
1. สมดุ บนั ทึกกิจกรรม
2. แบบสังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มของผเู้ รยี นในการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ความตงั้ ใจ ความสนใจ
***********************************************************************************************

105

แบบทดสอบวัดผลระหว่างภาคเรียน
รายวชิ า วัสดศุ าสตร์ 1 รหสั พว12011 ระดับประถมศึกษา

จานวน 20 ข้อ 10 คะแนน
**********************************************************************************
คาช้ีแจง : จงเลือกคาตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงข้อเดียวลงในกระดาษคาตอบ
1. ข้อใดให้ความหมายของคาวา่ “วสั ดศุ าสตร์” ไดถ้ ูกต้องที่สดุ

ก. เปน็ การศกึ ษาความรู้เกี่ยวกบั สมบตั ขิ องวสั ดุทใ่ี ชใ้ นชีวติ ประจาวัน
ข. เป็นการศกึ ษาโครงสรา้ งของวสั ดแุ ต่ละชนิด เพอ่ื นามาผลติ หรอื สรา้ งเปน็ ผลติ ภัณฑ์
ค. เป็นการศึกษาองค์ประกอบของวสั ดุ เพ่ือนามาพัฒนาผลติ ภณั ฑห์ รือสง่ิ ของเคร่อื งใช้
ง. เป็นการศกึ ษาองคค์ วามรู้ท่ีเกย่ี วข้องกบั วัสดุ ทน่ี ามาใชป้ ระกอบกนั เปน็ ชน้ิ งาน ตามการ
ออกแบบ มตี ัวตน สามารถสัมผสั ได้

2. ยางพาราสามารถนามาทาประโยชน์ไดห้ ลายอยา่ ง ยกเว้น ข้อใด

ก. ถงุ มือ ข. ยางลบ

ค. ยางรัดของ ง. ถงุ ใส่อาหาร

3. ส่งิ ใดต่อไปนี้ทาจากวัสดธุ รรมชาติ ข. เกา้ อ้ีไม้
ก. ขวดนา้ ง. กลอ่ งดนิ สอ
ค. ตะกร้าผา้

4. ส่งิ ใดต่อไปน้ีทาจากวัสดุสังเคราะห์ ข. โอง่ นา้
ก. ถังนา้ ง. กระถางต้นไม้
ค. ไม้กวาด

5. เส้ือกนั ฝน เปน็ ผลิตภณั ฑท์ ่ีไดจ้ ากการใช้ประโยชนข์ องวัสดุในขอ้ ใด

ก. ผ้า ข. ยาง

ค. กระดาษ ง. พลาสตกิ

6. วัสดชุ นิดใดเมือ่ ไดร้ บั ความร้อนจะไมเ่ ปล่ยี นแปลงรูปรา่ ง

ก. เทยี นไข ข. ดนิ นา้ มนั

ค. กระดาษ ง. ดินเหนียว

7. จากการศึกษาสมบัติด้านความแข็งของวสั ดุ สามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นด้านใด
ก. การนาเพชรมาใชใ้ นการตัดกระจก ข. การทาผลติ ภัณฑ์เครอ่ื งปน้ั ดินเผา
ค. การใช้เสน้ เอ็นทาสายเบ็ดตกปลา ง. การผลติ อปุ กรณ์ในครวั เรอื น

106

8. จากการทดลอง พบวา่ เมื่อนาวัสดุ A ไปขูดวัสดุ B ทาให้วัสดุ B เปน็ รอย และเม่ือนาวัสดุ C

ไปขูดวสั ดุ A ทาให้วัสดุ A เป็นรอย ขอ้ ใดเรยี งลาดบั ความแข็งของวัสดจุ ากมากไปน้อยได้

ถกู ต้อง

ก. A B C ข. C B A

ค. B A C ง. C A B

9. การรบั แรงหรือนา้ หนักทมี่ ากระทาของวัสดทุ ่มี ีขนาดและความยาวเทา่ กนั แสดงถงึ สมบตั ิ

ด้านใดของวัสดุ

ก. ความแขง็ ข. ความเหนยี ว

ค. ความยืดหยนุ่ ง. ความหนาแนน่

10. ความแตกต่างด้านการใช้งานของถงุ กระดาษและถุงพลาสติกแสดงถึงสมบตั ิด้านใดของวัสดุ

ก. ความแขง็ ข. ความเหนียว

ค. ความยืดหยุน่ ง. ความสวยงาม

11. วัสดุในข้อใดทส่ี ามารถรับแรงหรอื นา้ หนักท่มี ากระทาได้มากท่ีสดุ เม่อื วสั ดนุ ้ันมีขนาดและ

ความยาวเทา่ กนั

ก. เสน้ เอ็น ข. เส้นไหม

ค. เชอื กฟาง ง. ยางรัดของ

12. วัสดชุ นิดหน่ึงเมอ่ื ถกู แรงกระทาแลว้ มีการเปลยี่ นรูปรา่ งหรือขนาด และเม่ือหยุดออกแรง

กค็ นื สภาพเดิม แสดงว่าวัสดนุ ั้นมีสมบตั ิดา้ นใด

ก. การยดื ตัว ข. การคลายตวั

ค. การคืนสภาพ ง. สภาพยดื หย่นุ

13. วสั ดใุ นข้อใดทมี่ สี มบัตดิ ้านความยดื หย่นุ ข. เชือกฟาง
ก. ฟองนา้ ง. ดินเหนยี ว
ค. ดินน้ามนั

14. วัสดใุ นข้อใดควรนามาทาฉนวนความรอ้ น ข. เงิน
ก. ไม้ ง. อะลมู ิเนียม
ค. ทองเหลอื ง

107

15. การผลิตส่งิ ของเครอื่ งใชใ้ นขอ้ ใดใช้ประโยชนจ์ ากสมบตั ิการนาความร้อนของวัสดุ

ก. เครื่องเรือน ข. เครอ่ื งนอน

ค. ภาชนะหงุ ต้ม ง. อปุ กรณ์ตกแตง่ บ้าน

16. นาทพั พที ีท่ าจากวัสดุ A และ B ไปคนแกงที่กาลังเดือด พบว่า ทพั พีทท่ี าจากวัสดุ A

ไม่รู้สึกร้อนมือ แต่ทัพพีที่ทาจากวสั ดุ B รู้สึกรอ้ นมือ อยากทราบว่า ทพั พี A และ B น่าจะทา

มาจากวัสดใุ นข้อใดตามลาดับ

ก. พลาสตกิ แกว้ ข. แกว้ พลาสติก

ค. พลาสตกิ โลหะ ง. โลหะ พลาสตกิ

17. ในการดาเนินชวี ิตประจาวนั ถ้าต้องการเลือกใชว้ สั ดทุ มี่ สี มบัตใิ นการนาไฟฟ้า ควรเลือก

วัสดใุ นขอ้ ใด

ก. ผ้า ข. แก้ว

ค. โลหะ ง. พลาสตกิ

18. เพราะเหตุใดจึงใช้พลาสตกิ หมุ้ สายไฟฟ้า
ก. เพราะเปน็ ตวั รับพลงั งานไฟฟา้
ข. เพราะทาใหก้ ระแสไฟฟา้ ไหลผ่านได้ดี
ค. เพราะพลาสตกิ มสี มบัตเิ ป็นตวั นาไฟฟา้
ง. เพราะพลาสติกมสี มบัตเิ ปน็ ฉนวนไฟฟ้า

19. การทดสอบความหนาแน่นของวัสดุสามารถทาได้ด้วยวิธีการใด
ก. การขูดขดี ของวสั ดุ
ข. การจมนา้ – ลอยนา้ ของวัสดุ
ค. การกลบั คนื สสู่ ภาพเดิมของวัสดุ
ง. ความสามารถรบั แรงหรือน้าหนักท่ีมากระทาไดม้ าก

20. วสั ดใุ นขอ้ ใดมีความหนาแนน่ น้อยกวา่ น้า ข. ลกู แก้ว
ก. กอ้ นหิน ง. โฟม
ค. ตะปู

108

เฉลย แบบทดสอบวดั ผลระหว่างภาคเรยี น
รายวชิ า วัสดุศาสตร์ รหัส พว12011 ระดับประถมศกึ ษา
1. ก. เป็นการศกึ ษาองคค์ วามรู้ทเี่ ก่ยี วข้องกบั วสั ดุ ที่นามาใชป้ ระกอบกันเป็นช้นิ งาน ตาม
การออกแบบ มตี วั ตน สามารถสัมผสั ได้
2. ง. ถุงใสอ่ าหาร
3. ข. เก้าอไ้ี ม้
4. ก. ถงั นา้
5. ง. พลาสตกิ
6. ง. ดนิ เหนียว
7. ก. การนาเพชรมาใช้ในการตัดกระจก
8. ง. C A B
9. ข. ความเหนยี ว
10. ข. ความเหนยี ว
11. ก. เสน้ เอ็น
12. ง. สภาพยืดหยุ่น
13. ก. ฟองน้า
14. ก. ไม้
15. ค. ภาชนะหุงตม้
16. ค. พลาสติก โลหะ
17. ค. โลหะ
18. ง. เพราะพลาสติกมีสมบัตเิ ป็นฉนวนไฟฟ้า
19. ข. การจมน้า – ลอยนา้ ของวสั ดุ
20. ง. โฟม

109

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าชอ่ งทางการเขา้ สู่อาชพี รหสั วชิ า อช11001
จานวน 2 หนว่ ยกิต ระดับประถมศกึ ษา จานวน 80 ช่ัวโมง

รปู แบบวิธเี รียนรู้ แบบพบกลุ่ม คร้ังท่ี 5 วันท่ี 12 มิถนุ ายน พ.ศ.2565 จานวน 3 ชวั่ โมง
เร่อื ง การงานอาชีพ
ตัวช้ีวัด 1.อธิบายความสาคัญและความจาเปน็ ในการประกอบอาชีพ
เนื้อหา 1.ความสาคัญและความจาเป็นในการประกอบอาชีพ

ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นตอนที่ 1 การกาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O : Orientation)

1. ครูสอบถามพดู คยุ เร่ือง การประกอบการงานอาชีพในสถานการณ์ ปัจจุบนั หลังได้รับผลกระทบจาก
สถานการณ์โควิด - 19

2. ครใู หผ้ ้เู รียนบอกการงานอาชีพของตนเอง หรอื ครอบครัวที่ประกอบอาชีพในปัจจุบนั
3. ครูใหผ้ ู้เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน

ข้นั ตอนท่ี 2 การแสวงหาข้อมลู และจดั การเรียนรู้ (N : New ways of learning)
2.1. ครใู หผ้ ูเ้ รยี นศกึ ษาการงานอาชพี ตา่ งๆ หลังได้รบั ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด - 19 ดงั ต่อไปน้ี
- งานอาชพี ด้านเกษตรกรรม
https://www.youtube.com/watch?v=lw_A1YUzX18
- งานอาชีพดา้ นอุตสาหกรรม
https://www.youtube.com/watch?v=DiDo2Kec5TQ
- งานอาชพี ด้านพาณชิ ยกรรม
https://www.youtube.com/watch?v=WsbO1pod73c
- งานอาชีพด้านความคิด สรา้ งสรรค์
https://www.youtube.com/watch?v=OoF2B6OkHKw
- งานอาชพี ดา้ นอานวยการ และอาชพี เฉพาะทาง

https://www. youtube.com/watch?v=2u8Ntt1n79Q
2.2. ครแู ละผ้เู รียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้หลงั จากศกึ ษาการงานอาชีพต่างๆจากคลิปวีดีโอ

และทาใบงานที่ 1 เรอ่ื ง การงานอาชพี

110

ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบตั แิ ละนาไปประยุกตใ์ ช้ (I : Implementation)
3.1 ครใู ห้ผเู้ รยี นสารวจครอบครัวของผู้เรียนเพื่อนาไปปรับใช้ในอาชพี ของตนได้อยา่ งไร
3.2. ผเู้ รียนสามารถนาความรู้ทไี่ ดร้ บั จากการเรียนไปใชใ้ นการประกอบอาชพี และการพฒั นาวชิ าชีพ

ของตนและศึกษาอยู่ที่บ้านได้โดยไม่ต้องเข้าชน้ั เรยี นตามปกติประหยดั ทั้งเวลาและค่าใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทางและ
อืน่ ๆ

3.3 ผูเ้ รียนทาใบงานท่ี 1 เร่ือง การงานอาชพี
3.4 ครใู ห้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน
ขนั้ ตอนท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นร้(ู E : Evaluation)
1. ครูและผ้เู รียนสรปุ สาระสาคัญท่ไี ดจ้ ากการเรียนรู้
2. ผูเ้ รียนนาความรูท้ ่ีได้จากการสรปุ องค์ความรไู้ ปใช้ในการปรบั ปรงุ ใช้ในการประกอบอาชีพของตน
3. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/ แบบทดสอบหลังเรยี น
4. ใบงาน

สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน วิชาช่องทางการเขา้ สู่อาชีพ อช1100 ระดับประถมศึกษา
2. คอมพิวเตอร/์ อินเตอรเ์ น็ต
3. แหลง่ เรียนรู้ชมุ ชนหอ้ งสมดุ กศน.

การวัดและประเมินผล
1. ใบงาน/แบบฝึกหดั
2. การสังเกต
3. บนั ทกึ การเรยี นรู้
4. แบบทดสอบกอ่ นเรียน/ แบบทดสอบหลงั เรยี น

111

แบบทดสอบก่อนเรียน

คาชแ้ี จง จงเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องที่สุดเพยี งคาตอบเดียว

1. อาชีพ หมายถึงขอ้ ใด 6. การปฏิบตั เิ พ่อื ใหเ้ กดิ นิสัยทดี่ ใี นการทางานชา่ ง
ก. การประกอบอาชพี ทีม่ ีการแลกเปลยี่ น ขอ้ ใดมคี วามสาคัญมากทีส่ ดุ
ระหวา่ งสินคา้ กบั เงิน ก. รูจ้ กั รักษาความสะอาด
ข. การประกอบอาชพี ทมี่ ีรายได้ตอบแทนโดยใช้ ข. รู้จกั ระมัดระวังเครอ่ื งแตง่ กาย
แรงงาน ค. มวี นิ ัยในการปฏบิ ัตงิ านทุกขัน้ ตอน
ค. การประกอบอาชพี ที่เราทาแล้วเกิดผลกาไร ง. ประหยัดคา่ ใช้จ่ายในการจัดซอ้ื หาอปุ กรณ์
มีรายได้
ง. การประกอบอาชพี ทเ่ี ราทาเปน็ ประจาทกุ วนั 7. นิดเลยี้ งปลาดกุ เพราะคมมีความต้องการมาก
เป็นการสรา้ งอาชีพตามขอ้ ใด
2. อาชีพด้ังเดมิ ที่คนไทยดาเนินชีวติ ต้งั แตอ่ ดีต ก. ทรัพยากรทอ้ งถ่นิ
จนถงึ ปัจจุบันคอื ขอ้ ใด ข. ชอ่ งวา่ งระหว่างอาชพี
ก. คา้ ขาย ค. ความต้องการของการตลาด
ข. เล้ียงสตั ว์ ง. ผลกาไรของการประกอบอาชพี
ค. เกษตรกรรม
ง. อุตสาหกรรม 8. ข้อใดต่อไปนค้ี ือองคป์ ระกอบสาคญั
ในการจดั การการผลติ
3. คนไทยภาคใดทสี่ ่วนใหญ่นยิ มเดินทาง ก. การทาบญั ชี การหาสถานที่ การควบคุม
ไปประกอบอาชพี ขายแรงงานนอกท้องถิ่น การผลติ
ก. ภาคใต้ ข. การวางแผน การจัดหาสถานท่ี การควบคมุ
ข. ภาคกลาง การผลิต
ค. ภาคตะวนั ออก ค. การวางแผน การทาบัญชี การควบคุม
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การผลติ
ง. การทาบัญชี การจดั หาสถานท่ี การวางแผน
4. ลกั ษณะอาชพี ในสงั คมชนบทไทยมลี กั ษณะ
เป็นอย่างไร 9. อาชีพพอ่ ค้าคนกลางเปน็ อาชพี ที่เกิดจากข้อใด
ก. ไดร้ บั อิทธิพลมาจากสงั คมเมอื ง ก. ตามบรรพบรุ ษุ
ข. ประกอบอาชพี อยา่ งเดียวกันท้ังหมด ข. ช่องว่างระหว่างอาชพี
ค. เรียบง่าย อาศัยทรพั ยากรธรรมชาตริ อบตวั ค. ความต้องการของตลาด
ง. มอี าชีพและรายได้เป็นสาคญั ทุกสง่ิ ทุกอย่าง ง. ผลของการประกอบอาชพี
หามาดว้ ยเงนิ
10. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องในการจดั การอาชีพในชมุ ชน
5. ในทวปี ยโุ รปควรปลกู พืชชนิดใดจึงจะเหมาะสม ก. ใชเ้ ทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ก. อ้อย กลว้ ย ข. ใช้วสั ดุนาเขา้ จากประเทศเพอื่ นบา้ น
ข. กาแฟ โกโก้ ค. จดั การอย่างไรกไ็ ด้ตามใจผปู้ ระกอบการ
ค. ข้าวโพด ขา้ วฟา่ ง ง. เลือกอาชีพท่ใี ช้ทรพั ยากรที่มอี ยู่ในชุมชน
ง. ขา้ วสาลี ขา้ วโอต๊
112

รายวชิ า ช่องทางการเขา้ สอู่ าชีพ อช11001 ระดบั ประถมศึกษา

11. ปัญหาข้อใดไม่สามารถควบคุมได้ 16. ปุ๋ยชีวภาพ หมายถงึ ขอ้ ใด
ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก. ปุ๋ยท่ีได้จากสารเคมี
ก. ตลาด ข. ปุย๋ อนนิ ทรีย์ท่ีให้ธาตอุ าหารพชื
ข. ภยั ธรรมชาติ ค. ปุ๋ยทีไ่ ด้จากซากพืชซากสัตว์
ค. รปู แบบการผลิต ง. ปยุ๋ ที่ประกอบดว้ ยจลุ ินทรยี ท์ ่ยี งั มีชีวติ อยู่
ง. การใชเ้ ทคโนโลยี
17. ขอ้ ใดเป็นการน าเทคโนโลยมี าใชโ้ ดยมี
12. ข้อใดไมเ่ ป็นสิ่งสาคัญในการทาธุรกจิ ผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ มน้อยทสี่ ุด
ก. การพงึ พอใจของลกู ค้า ก. ดาใช้รถไถนาแบบเดินตาม
ข. การตอบรับของตลาด ข. แดง ฉีดยาฆา่ แมลงในสวนผลไม้
ค. การใช้เงนิ ลงทุนสูงสดุ ค. เขยี ว ใช้เครอื่ งจกั รในการผลิตรถยนต์
ง. การมีเทคโนโลยี ง. ขาว ใช้เครื่องซักผา้ โดยปล่อยนา้ ทง้ิ ลง
ในคลอง
13. อาชพี บรกิ ารใดท่มี ีส่วนในการพฒั นาประเทศ
ไดม้ ากที่สดุ 18. กลุม่ อาชีพใดที่ต้องคานึงถึง
ก. การเมอื ง ทรพั ยากรธรรมชาตคิ วบคกู่ ับลกั ษณะ
ข. เศรษฐกจิ ภมู อิ ากาศ ลกั ษณะภูมิประเทศและทรัพยากร
ค. การท่องเทยี่ ว มนุษยม์ ากทสี ุด
ง. การตา่ งประเทศ ก. เกษตรกรรม
ข. อุตสาหกรรม
14. สุดาเปน็ พนกั งานบริษัทแห่งหน่งึ เป็นคนขยนั ค. พาณิชยกรรม
ตรงตอ่ เวลา รู้จักหนา้ ทีข่ องตนเอง พฤตกิ รรม ง. ศิลปกรรม
ของสุดาตรงกบั ขอ้ ใด
ก. มคี ณุ ธรรม 19. การรู้จักช่องทางในการประกอบอาชีพ
ข. มจี รยิ ธรรม มคี วามสาคัญอยา่ งไร
ค. มีความซอ่ื สัตย์ ก. ทาใหร้ ู้จักวิธบี ริการลูกค้า
ง. มีความรับผดิ ชอบ ข. ทาให้ประกอบอาชีพท่ีไดผ้ ลกาไร
ค. ทาให้รแู้ หลง่ ทรพั ยากรทีม่ ีอยู่ในชมุ ชน
15. นายสวสั ดม์ิ ีอาชีพขายสง่ มังคดุ ตามส่งั ง. ทาให้สามารถเลือกอาชีพท่ีเหมาะสม
ในการบรรจุมังคุดเสยี ลงไปดว้ ยทา่ นคิดวา่ กับตนเอง
นายสวสั ดท์ิ าถกู หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ก. ถูกต้อง เพราะลูกค้าไมเ่ หน็ 20. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีการทดี่ ที ่ีสุดในการหาขอ้ มูล
ข. ถูกต้อง เพราะจะได้ขายได้จานวนมากขึน้ ทางการตลาด
ค. ไม่ถูกตอ้ ง เพราะจะทาใหม้ ังคดุ ผลอื่น ก. การวจิ ัยตลาด
เสียหายเพม่ิ ขน้ึ ข. การแนะนาสินค้า
ง. ไมถ่ กู ต้อง เพราะเป็นการกระทาท่ไี มซ่ อ่ื สัตย์ ค. การทดลองขายสินคา้
ง. การประเมินจากขอ้ มูลเดมิ

113

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง การงานอาชพี

1. ข
2. ค
3. ง
4. ค
5. ง
6. ค
7. ค
8. ข
9. ข
10. ง
11. ข
12. ค
13. ค
14. ง
15. ง
16. ค
17. ก
18. ก
19. ง
20. ก

114

ใบความรู้ครง้ั ที่ 5
วิชาช่องทางการเข้าสู่อาชีพ รหสั วิชา อช11001 ระดับประถมศึกษา

เรื่อง การงานอาชพี
**************************************************************************************************
งานอาชีพต่าง ๆ ในชุมชน
อาชีพ หมายถงึ การทามาหากิน การเล้ียงชพี กจิ การงานท่ีประกอบเพื่อเล้ียงชพี
อาชพี สุจริต หมายถึง การทามาหากนิ เพือ่ เลย้ี งชีพ โดยไมผ่ ิดกฎหมาย ไมผ่ ดิ ศีลธรรม หรือขัดต่อคุณธรรมและ
วัฒนธรรมอนั ดีงาม อาชีพต่างๆในชุมชน ทกุ ๆอาชีพล้วนมคี วามสาคญั ตอ่ ชมุ ชนหลายดา้ น ดงั นี้

-สร้างรายได้ให้กบั สมาชิกในชุมชน
-สมาชกิ ในชมุ ชนมคี ุณภาพชีวิตท่ีดี
-ช่วยพฒั นาเศรษฐกจิ ของชุมชน
-ชมุ ชนมกี ารพัฒนาในเรื่องสาธารณูปโภคอย่างทั่วถงึ
กระบวนการในการสรา้ งงานอาชพี มดี ังนี้
-สร้างอาชีพจากช่องว่างระหว่างอาชีพ
-สร้างอาชพี จากผลของการประกอบอาชีพ
-สรา้ งอาชีพจากทรัพยากรท้องถน่ิ
-สร้างอาชพี จากความต้องการของตลาด
-สรา้ งอาชพี ท่ีขาดแคลนในท้องถ่นิ
-ประกอบอาชีพตามบรรพบรุ ุษ
-ประกอบอาชีพตามสภาพภมู ิประเทศ
-ประกอบอาชีพตามนโยบายของรฐั บาลหรือผปู้ ระกอบการเอง
กลมุ่ อาชีพ แบ่งออกได้ 5 กลมุ่ ดังน้ี
-กลมุ่ อาชพี เกษตรกรรม
-กลุ่มอาชพี พาณชิ ยกรรม
-กลุ่มอาชีพอุตสาหกรรม
-กลมุ่ อาชพี ด้านความคดิ สรา้ งสรรค์
-กลุ่มอาชีพด้านการอานวยการและอาชีพเฉพาะทาง
ความรทู้ วั่ ไปเก่ียวกบั การจดั การการตลาด และการผลิต
ความหมายของการตลาดจึงประกอบไปดว้ ยคาสาคัญ 4 คาหลกั ดังนี้
1. ความต้องการ
2. การสร้างความพึงพอใจ
3. รับผดิ ชอบตอ่ สังคม
4. ทากาไรให้กบั กจิ การในระดับทเี่ ปน็ ที่พึงพอใจ

115

ความสาคัญของการตลาด
1. การตลาดเปน็ เครอื่ งมือทีท่ าให้เกิดการแลกเปล่ยี น การตลาดเสนอผลติ ภัณฑ์ที่ตอบสนองความ

ตอ้ งการของผบู้ ริโภค เม่ือผ้บู รโิ ภคเกดิ ความต้องการจึงเกดิ การแลกเปลี่ยนขึ้น
2. การตลาดเปน็ ตวั เชอ่ื มโยงเจ้าของผลิตภณั ฑก์ ับผบู้ รโิ ภค เจ้าของผลติ ภัณฑม์ ักจะส่ือสารกับผูบ้ รโิ ภค

ผ่านการทาการตลาด เมือ่ ผ้บู ริโภครบั สารแล้วกจ็ ะแสดงพฤตกิ รรมออกมาให้เจ้าของผลติ ภณั ฑร์ บั รดู้ ว้ ยการ
ตอบสนองตอ่ ผลติ ภณั ฑ์ จึงกล่าวไดว้ ่าการตลาดเป็นตัวเชอื่ มโยงเจ้าของผลิตภัณฑใ์ ห้รบั รูถ้ ึงความต้องการของ
ผบู้ รโิ ภค

3. การตลาดเปน็ ตัวผลกั ดันให้มีการพฒั นาปรับปรงุ ผลิตภัณฑจ์ ากขอ้ 2 จะเหน็ วา่ การตลาดทาให้
เจา้ ของผลิตภณั ฑร์ ับรู้ถึงความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค ด้วยเหตนุ เี้ จ้าของผลิตภัณฑจ์ ึงปรับปรงุ ผลิตภัณฑ์ใหต้ รง
ตามความต้องการของผบู้ ริโภคให้มากขึ้น จงึ กล่าวไดว้ า่ การตลาดทาให้เกดิ การปรบั ปรุงผลิตภณั ฑ์

4. การตลาดเป็นกลไกในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ การตลาดทาให้เกิดการจ้างงาน เพ่ือทาการ
ผลิตสินค้าและบริการ เมื่อเกิดการจ้างงานประชาชนจึงมีรายได้เม่ือมีรายได้จึงเกิดการบริโภค เมื่อเกิดการ
บรโิ ภคกท็ าให้มาตรฐานการครองชีพสงู ข้ึน จงึ กลา่ วได้ว่าการตลาดเป็นกลไกในการเสรมิ สร้างเศรษฐกิจ

การผลติ หมายถงึ การจดั การเกีย่ วกบั กระบวนการเปล่ียนแปลงทีใ่ ช้ปจั จยั การผลติ (ที่ดิน แรงงาน เงินทุน
และการจัดการ) ซง่ึ มีความครอบคลมุ ถงึ กิจกรรมที่สาคญั ดังนี้

1. การวางแผนผลิตภณั ฑ์
2. การกาหนดทาเลทีต่ ้ัง
3. การวางแผนกาลังการผลติ
4. การออกแบบระบบการผลติ และการวางผังกระบวนการผลิต
5. การออกแบบงาน การกาหนดมาตรฐาน และการวดั งานการผลิต
6. การวางแผนการผลติ และการจัดตารางการผลติ
7. การควบคุมการผลติ

ประเภทของระบบการผลิต
สามารถแบ่งระบบการผลติ ได้หลายประเภทตามเกณฑ์ต่างๆ ดงั ต่อไปนี้

1. จาแนกตามคาสั่งซ้ือ
1.1. การผลติ เพื่อเกบ็ เข้าคลัง เปน็ การผลติ โดยไม่ต้องรอคาส่ังซือ้
1.2. การผลิตตามคาสง่ั เป็นการผลติ เมื่อได้รับคาส่ังซื้อ

2. จาแนกตามลักษณะผลิตภัณฑ์
2.1. การผลิตแบบประกอบเป็นการผลติ ท่นี าชนิ้ ส่วนตา่ งๆ มาปะกอบเป็นผลติ ภณั ฑ์
2.2. การผลิตแบบกระบวนการ เป็นการผลติ ผลิตภณั ฑท์ ไ่ี ม่สามารถแยกสว่ นประกอบได้อกี

3. จาแนกตามปริมาณการผลติ
3.1. การผลติ แบบโครงการ เชน่ รับเหมาก่อสร้างอาคาร

116

3.2. การผลิตแบบงานเปน็ ครง้ั คราว เปน็ การผลิตสนิ ค้าครัง้ ละจานวนไม่มาก แต่ผลิตคร้ังละ
หลายแบบ

3.3. การผลิตเปน็ รุ่น หรอื เป็นชดุ เปน็ การผลติ ทีเ่ มื่อหมดรนุ่ แล้วกอ็ าจจะไมม่ กี ารผลติ อีก
3.4. การผลิตเป็นสายการประกอบ เปน็ การผลติ สินค้าจานวนมากๆ แตผ่ ลติ สินค้ารูป

แบบเดมิ ตายตัว
3.5. การผลติ ต่อเนอ่ื ง เป็นการผลติ ท่ีมีการไหลของวตั ถอุ ยา่ งตอ่ เน่ือง เชน่ โรงนา้ กล่นั

ผลติ ตลอด 24 ชว่ั โมง ส่วนใหญจ่ ะผลติ จานวนมากๆ และเปน็ สนิ ค้าประเภทเดยี ว
4. จาแนกตามวิธกี ารในการจัดการการผลติ

4.1. การผลิตแบบโครงการ
4.2. การผลิตแบบไมต่ ่อเนอ่ื ง คือ การผลิตแบบครงั้ คราว และการผลิตเป็นรุ่น
4.3. การผลติ แบบต่อเนอ่ื ง คือ การผลิตแบบสายประกอบ และการผลติ ต่อเนอื่ ง

ความรเู้ บอ้ื งต้นเกยี่ วกับการตลาด
แนวคิดการตลาด หมายถงึ การม่งุ ใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ท้ังหมดของกิจการมาตอบสนองความต้องการ

ของผูบ้ ริโภค โดยทาใหเ้ กดิ การสร้างสรรค์ จูงใจ และสรา้ งความพงึ พอใจใหก้ บั ผู้บริโภค ในระดบั ท่กี จิ การมผี ล
กาไร แนวคิดการตลาดทเี่ ป็นหลกั พนื้ ฐานการตลาด ที่ใช้ในการกาหนดกลยุทธ์การตลาดมี 3 ประการ คือ

1. การเนน้ ผบู้ ริโภคเปน็ สาคญั
แนวคดิ การตลาดน้ี คอื จงตอบสนองในส่งิ ทผ่ี ู้บรโิ ภคต้องการ นกั การตลาดจะตอ้ งค้นหาวา่ อะไรคือ
ส่งิ จูงใจผู้บรโิ ภค และผบู้ รโิ ภคต้องการซือ้ อะไร นอกเหนอื ไปจากส่งิ ท่ีเขาพูดว่าเขาจะซื้อ
2. การประสมประสานกิจกรรมการตลาด
แนวคดิ ท่สี าคัญในสว่ นน้ี คือ สร้างความพึงพอใจให้กบั ผ้บู รโิ ภคให้ไดม้ ากที่สดุ และพยายามลดข้อ
ขัดแย้งทั้งมวลใหน้ อ้ ยทส่ี ุด อีกท้ังควรไดม้ กี ารประสานงานกนั และควรไดม้ ีการบรู ณาการทุกกจิ กรรมที่
เกยี่ วขอ้ งกบั การตลาดเขา้ ด้วยกนั
3. การมงุ่ กาไรเป็นสาคญั
แนวคิดการตลาดในเรื่องน้ี คือ โดยธรรมชาติแล้วการมุ่งที่ผลกาไรของกิจการต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อความ
รับผิดชอบทางด้านสังคม การมุ่งกาไรนั้นคนละอย่างกันกับการมุ่งการขาย บางกิจการสามารถเพ่ิมยอดขายแต่
ไมส่ ามารถเพมิ่ กาไรได้

ประเภทของตลาด
ตามแนวคดิ ของ อารม์ สตรอง และคอตเลอร์ จาแนกตลาดลูกค้าออกได้เป็น 5 ประเภท ดงั น้ี

1. ตลาดผ้บู รโิ ภค คอื ตลาดผ้บู รโิ ภคขั้นสุดท้าย ซ้ือไปใช้เอง
2. ตลาดธรุ กจิ คือ ตลาดของผู้ผลิตท่ีซ้อื ผลติ ภัณฑ์เพือ่ นาไปเปน็ วัตถดุ ิบในการผลิต
3. ตลาดผขู้ ายตอ่ คอื ตลาดของพอ่ คา้ คนกลาง ซ้อื มาขายไปเพ่ือทากาไร
4. ตลาดรฐั บาล คอื ตลาดทีร่ ฐั บาลเปน็ ผูซ้ ้ือเพื่อนาผลติ ภณั ฑไ์ ปใชบ้ ริการสาธารณะ หรือให้กับ

ผ้ทู ตี่ อ้ งการ

117

5. ตลาดระหว่างประเทศ เป็นตลาดที่ประกอบด้วยผู้ซื้อในต่างประเทศ ท่ีเป็นทั้ง ผู้บริโภค ผู้ผลิต
ผขู้ ายตอ่ และรฐั บาล
ตลาดสามารถจาแนกตลาดตามลักษณะของตลาดไดด้ ังน้ี

1. จาแนกตามลกั ษณะประเภทสินค้าทซี่ ้ือขาย เช่น ตลาดเสอื้ ผา้ ตลาดอาหาร
2. จาแนกตามกลุ่มประชากร เชน่ ตลาดผู้ใหญ่ ตลาดวยั รนุ่
3. จาแนกตามลักษณะภูมศิ าสตร์ เช่น ตลาดภาคกลาง ตลาดภาคเหนือ
4. จาแนกตามกฎหมาย เช่น ตลาดการค้าชายแดน ตลาดบรเิ วณจดุ ผอ่ นปรนชายแดน
5. จาแนกตามลักษณะเวลา เช่น ตลาดเชา้ ตลาดเย็น
6. จาแนกตามบทบาทและส่งิ จงู ใจของผ้ซู ้ือสนิ ค้า เช่น ตลาดอตุ สาหกรรม ตลาดองคก์ ร
7. จาแนกตามลักษณะของผลิตภณั ฑ์ เชน่ ตลาดผบู้ ริโภค และตลาดองคก์ าร เป็นการซื้อเพื่อไป

จาหน่ายต่อ
องคป์ ระกอบของตลาด 4 ประการ มดี งั นี้

1. มีความจาเป็นหรอื ความต้องการ
2. มเี งนิ ทจี่ ะซื้อหรอื มอี านาจซอ้ื
3. มคี วามเต็มใจท่จี ะซื้อ
4. มอี านาจในการตัดสินใจซ้ือ

118

ใบความรูค้ ร้ังท่ี 5
วชิ าช่องทางการเขา้ สอู่ าชพี รหัสวชิ า อช11001 ระดับประถมศึกษา

เรอ่ื ง การงานอาชีพ

ความสาคญั ของจรยิ ธรรมในการประกอบอาชพี
จริยธรรมเป็นมาตรฐานความประพฤตขิ องมนุษยจ์ ะเกิดขึน้ ไดต้ ้องอาศยั ความสัมพันธร์ ะหว่างจรรยา

คอื ความประพฤติ และธรรม คือเครื่องรกั ษาความประพฤติ การประกอบอาชีพใด ๆ กต็ ามผปู้ ระกอบอาชพี
จะต้องคานึงถึงผลกระทบต่อสังคมภายนอกเสมอ ทั้งนี้ก็คือจะต้องไม่ใช้ความรู้ความสามารถในทางท่ีผิด
หากประกอบอาชีพโดยไรจ้ รยิ ธรรมผลเสียหายจะตกอยกู่ ับสงั คมและประเทศชาตฉิ ะนน้ั จริยธรรมจงึ มีบทบาท
สาคญั อยา่ งยงิ่ ท่จี ะลดปัญหาทอ่ี าจจะเกิดข้นึ
ความสาคญั ของจริยธรรมในการประกอบอาชีพ มีดงั น้ี

1. ชว่ ยใหผ้ ู้ประกอบอาชพี แตล่ ะสาขาไดใ้ ช้วิชาชีพในทางทถี่ กู ต้องเหมาะสม และเป็นประโยชนต์ อ่
สังคมและประเทศชาติ

2. ช่วยควบคุมและส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพทางานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความสานึกในหน้าท่ี
และมคี วามรับผดิ ชอบในงานของตน

3. ช่วยส่งเสริมและควบคุมการผลิต และการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพเป็นท่ีเช่ือถือและไว้วางใจได้ใน
เรื่องของความปลอดภยั และการบริการที่ดี

4. ช่วยสง่ เสริมให้ผปู้ ระกอบอาชีพไมเ่ อารัดเอาเปรียบผบู้ รโิ ภค และไมเ่ หน็ แกต่ ัว ทงั้ นตี้ อ้ งยึดหลักโดย
คานงึ ถงึ ผลกระทบท่ีจะเกดิ แกผ่ ้บู ริโภคเสมอ

5. ช่วยให้วงการธุรกิจของผู้ประกอบอาชีพมีความซ่ือสัตย์ ยุติธรรม และมีความเอ้ือเฟื้อต่อสังคม
สว่ นรวมมากขน้ึ อาชพี (Occupation) ดารง ฐานดพี (2536 : 2) ไดใ้ หค้ วามหมายไว้ ดังน้ี หมายถึง กิจกรรม
ทเี่ กยี่ วข้องกบั งานทุกประเภทและเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางดา้ นเทคนิค เศรษฐกิจ และสังคม ดงั นน้ั คาวา่
อาชีพจึงครอบคลุมไปถงึ งานทใี่ คร ๆ กท็ าได้โดยไมต่ อ้ งอาศยั การฝกึ หดั มาก่อน เชน่ งานท่ตี อ้ งใช้แรงงาน
(Manual works) และเป็นงานท่ีผู้กระทาจะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษหรือเป็นงานที่ใช้ทักษะและการ
ฝึกหดั ขนั้ สูง (Technic worls)” อาชพี มสี ่วนเก่ยี วขอ้ งกับสงั คมเป็นอยา่ งมาก ในทศั นะของนักสงั คมวิทยาน้ัน
อาชีพอาจก่อให้เกดิ ผลตอ่ สงั คมได้ ดงั นี้

1. อาชพี สามารถแบ่งแยกกลุ่มคนในสังคมออกเป็นสว่ น ๆ ตามสาขาอาชีพ เชน่ ผู้ประกอบธรุ กจิ
อตุ สาหกรรม ผูป้ ระกอบธุรกิจการเกษตร ผ้ปู ระกอบธุรกิจการบริการ ข้าราชการ เป็นต้น ในกลมุ่ อาชีพดังกลา่ ว
สามารถแยกย่อยออกไปได้อีก เช่น ข้าราชการก็มีทั้งข้าราชการครู ข้าราชการทหาร ข้าราชการตารวจ ผู้
ประกอบธรุ กิจการเกษตรกม็ ที ง้ั ชาวนา ชาวสวน ชาวประมง เป็นตน้

2. อาชีพแต่ละอาชีพน้ันก่อให้เกิดเปน็ แหล่งรวมผู้คนจากถ่ินต่าง ๆ เข้าด้วยกันทาให้กลายเป็นกลุ่มคน
ทมี่ อี ุดมการณ์ และความสนใจไปในแนวเดียวกัน

3. อาชพี มีผลต่อบุคลิกภาพของแตล่ ะบคุ คล
4. อาชีพมสี ว่ นเช่ือมโยงบุคคลรวมกนั เปน็ สังคม

119

5. อาชีพก่อให้เกิดความสามารถและความชานาญแก่ผู้ประกอบอาชีพน้ัน ๆ วิธีการสร้างจริยธรรม
ในการประกอบอาชีพ วิธีการสร้างจริยธรรมต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นหลัก ปัจจุบันน้ีโลกเรากาลังมีปัญหาด้าน
ศีลธรรม ปัญหาการขาดคุณธรรม จริยธรรม ในหลาย ๆ อาชีพ ฉะน้ันจะต้องมีการพัฒนาส่ิงท่ีมีอยู่แล้ วให้ดี
ยิ่งขึน้ และสร้างเสรมิ เตมิ ต่อสงิ่ ทยี่ งั ขาดอยใู่ ห้มีข้ึน

วธิ ีการทนี่ ามาใช้สรา้ งจริยธรรมสามารถทาไดด้ ังนี้
1. การอบรมตามหลกั ของศาสนา
2. การปลกู ฝังพฤตกิ รรมท่พี ึงประสงค์
3. การสอนใหร้ ู้จักความเมตตาต่อผู้อน่ื
4. การสร้างค่านิยมทพ่ี งึ ประสงค์
5. การใชอ้ ทิ ธิพลของกลมุ่ ให้เกดิ ความคล้อยตาม
6. การใช้หลกั มนษุ ยส์ ัมพันธ์
7. การจัดสิง่ แวดลอ้ มและประสบการณ์ในทางท่ีดี จรยิ ธรรมทีผ่ ปู้ ระกอบอาชีพควรประพฤติ

หลักในการยึดถือปฏบิ ัติของผปู้ ระกอบอาชีพทวั่ ไปพงึ กระทาเพ่ือความเจริญก้าวหนา้ ในอาชพี ของตน และร่วม
รับผดิ ชอบในสังคม ควรมีดงั น้ี

1. ความซอื่ สัตยส์ จุ รติ และมีความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
2. การมีจริยธรรมต่อสิง่ แวดล้อม
3. ความนา่ เช่ือถือและความปลอดภยั ในบริการ
4. การมีจรรยาอาชีพและดาเนินกจิ การอยา่ งมีคุณภาพ
5. การสร้างสัมพนั ธภาพท่ีดตี ่อลกู คา้
6. การเคารพสทิ ธิและรกั ษาผลประโยชน์ของผอู้ ่ืน
7. การใช้จรยิ ธรรมในการติดต่อสอ่ื สาร
8. การสร้างสัมพนั ธภาพกบั ชุมชน
9. การสรา้ งวนิ ยั ในการประกอบอาชพี
10. การดาเนนิ งานอย่างถกู ตอ้ งตามกฎหมาย
11. การให้แหล่งข้อมลู ขา่ วสารอย่างถกู ต้อง
12. การประกอบอาชีพด้วยความขยนั หมนั่ เพยี ร
การอนุรกั ษ์พลังงานและส่ิงแวดล้อม
การอนรุ ักษพ์ ลงั งาน
แนวทางในการอนรุ ักษพ์ ลังงานหรือการใชพ้ ลังงานเชงิ อนรุ กั ษท์ สี่ าคัญ ได้แก่
1. การใช้พลังงานอย่างประหยดั และคุ้มค่าโดยการสรา้ งค่านิยมและจติ ใต้สานึกการใชพ้ ลงั งาน
2. การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าจะต้องมีการวางแผนและควบคุมการใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล ะ
เกิดประโยชน์สูงสุดมีการลดการสูญเสียพลังงานทุกขั้นตอน มีการตรวจสอบและดูแลการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ตลอดเวลา เพื่อลดการรั่วไหลของพลงั งาน เป็นตน้

120

3. การใช้พลงั งานทดแทนโดยเฉพาะพลังงานท่ีไดจ้ ากธรรมชาติ เชน่ พลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งานลม
พลงั งานน้า และอื่น ๆ

4. การเลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 หลอดผอม
ประหยัดไฟ เปน็ ตน้

5. การเพ่ิมประสทิ ธิภาพเชอ้ื เพลงิ เชน่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทาใหเ้ ชื้อเพลิงใหพ้ ลงั งานได้มากขน้ึ
6. การหมุนเวียนกลบั มาใช้ใหม่ โดยการนาวัสดุที่ชารุดนามาซ่อมใช้ใหม่ การลดการทิ้งขยะที่ไมจ่ าเป็น
หรอื การหมนุ เวยี นกลบั มาผลติ ใหม่ (Recycle)
การอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดล้อม (Environmental Conservation)
หมายถึง การใช้สิ่งแวดลอ้ ม อยา่ งมเี หตุผล เพ่อื อานวยใหม้ ีคุณภาพชีวิตท่ีดตี ลอดไปแกม่ นุษย์
โดยมีแนวความคิดทีจ่ ะอนุรกั ษส์ งิ่ แวดล้อมให้เกดิ ผลอยู่ 6 ประการคือ
1) ตอ้ งมคี วามรูใ้ นการท่จี ะรักษาทรัพยากรธรรมชาตทิ จ่ี ะใหผ้ ลแก่มนุษย์ท้ังท่ี เป็นประโยชน์และโทษ
และคานงึ ถึงเรอ่ื งความสญู เปล่าในการจะนาทรัพยากรธรรมชาติไปใช้
2) รักษาทรัพยากรธรรมชาติที่จาเป็นและหายากด้วยความระมัดระวัง ตระหนักเสมอว่าการใช้
ทรัพยากรมากเกินไปจะเป็นการไม่ปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อมฉะนั้นต้องทาให้อยู่ในสภาพเพิ่มพูนท้ังด้าน
กายภาพและเศรษฐกจิ
3) รักษาทรพั ยากรท่ีทดแทนได้ใหม้ ีสภาพเพ่มิ พูนเท่ากบั อตั ราทีต่ ้องการใชเ้ ป็นอย่างน้อย
4) ประมาณอัตราการเปล่ียนแปลงของประชากรได้ พิจารณาความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
เปน็ สาคญั
5) ปรับปรุงวิธีการใหม่ ๆ ในการผลิตและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและพยายามค้นคว้า
ส่งิ ใหม่ ๆ ทดแทนการใชท้ รพั ยากรจากแหล่งธรรมชาติให้เพยี งพอต่อความต้องการใช้ของประชากร
6) ให้การศึกษาแกป่ ระชาชนเพื่อเข้าใจถงึ ความสาคัญในการรักษาสมดุลธรรมชาติ ซ่ึงมผี ลตอ่ การทา
ให้ส่ิงแวดล้อมอยู่ในสภาพที่ดี โดยปรับความรู้ที่จะเผยแพร่ให้เหมาะแก่วัย คุณวุฒิ บุคคล สถานท่ีหรือท้องถิ่น
ทั้งใน และนอกระบบโรงเรียน เพ่ือให้ประชาชนเข้าใจในหลักการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม อันจะเป็นหนทางนาไปสู่
อนาคตทีค่ าดหวังว่ามนุษย์จะไดอ้ าศยั ในสิ่งแวดล้อมทีด่ ีได้

แนวทางอนุรกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม
การอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ มจะได้ผลยง่ั ยนื ข้อมูลน้ัน ตลอดจนตอ้ งใชม้ าตรการทางกฎหมายควบคุมแนวทางในการ
อนรุ ักษอ์ ยา่ งยั่งยืนมี 3 แนวทางดังนี้

1.การให้การศกึ ษาคอื การสอนให้เขา้ ใจถงึ หลกั การ วธิ ีการอนรุ กั ษ์ มีจริยธรรม เกดิ สานกึ และร่วมใน
การอนุรักษ์

2.การใชเ้ ทคโนโลยใี นการน าทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์
3.การใช้กฎหมายควบคุมเป็นวธิ กี ารสดุ ทา้ ยในการดาเนินการ

121

ใบงานครง้ั ทท่ี ่ี 5
สาระทกั ษะการประกอบอาชีพ วิชา ชอ่ งทางการเขา้ สูอ่ าชีพ รหัสวชิ า อช11001

เร่อื ง การงานอาชีพ


1. ให้นกั ศกึ ษาศึกษาข้อมูลเพ่ิมเตมิ และอธิบายความหมายของคาต่างๆ ดังน้ี
1.1 ขอบข่ายของการขยายอาชีพ หมายถงึ .........................................................................................................
................................................................................................... ..........................................................................
..............................................................................................................................................................................
1.2 กจิ กรรมอาชพี ที่ทาอยู่ หมายความถึง.............................................................................................................
............................................................................................................... ...............................................................
1.3 การสรา้ งรายได้ หมายความถงึ .......................................................................................................................
....................................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ..................................................
1.4 การใชท้ นุ ใชท้ รพั ยากร หมายความถึง...........................................................................................................
............................................................................................................... ...............................................................
............................................................................................................................. .................................................
1.5 ความเข้มแข็งและความย่ังยนื หมายความถึง.................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
1.6 การหมุนเวยี น เปลี่ยนรูป หมายความถงึ .........................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
1.7 การสรา้ งและพัฒนาเครือขา่ ยจากอาชพี หลกั หมายความถงึ ........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
1.8 การขยายอาชีพจากการตลาดหมายถึง...........................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
1.9 การขยายอาชีพจากการส่งเสรมิ การท่องเทยี่ ว หมายความถึง......................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. .................................................
1.10 การขยายอาชพี จากการสง่ เสริมสขุ ภาพ อนามยั หมายความถึง..................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

122

แบบทดสอบหลังเรียน

คาชแ้ี จง จงเลือกคาตอบทถ่ี กู ต้องทสี่ ดุ เพียงคาตอบเดียว

1. อาชพี หมายถึงขอ้ ใด 6. การปฏิบตั เิ พ่อื ใหเ้ กดิ นิสัยท่ีดใี นการทางานชา่ ง
ก. การประกอบอาชพี ท่ีมีการแลกเปลย่ี น ข้อใดมคี วามสาคัญมากทีส่ ุด
ระหว่างสินคา้ กบั เงิน ก. รูจ้ กั รักษาความสะอาด
ข. การประกอบอาชพี ทีม่ ีรายไดต้ อบแทนโดยใช้ ข. รู้จกั ระมัดระวังเคร่อื งแต่งกาย
แรงงาน ค. มวี นิ ัยในการปฏบิ ัตงิ านทกุ ขั้นตอน
ค. การประกอบอาชพี ทเี่ ราทาแลว้ เกดิ ผลกาไร ง. ประหยัดคา่ ใช้จ่ายในการจัดซอ้ื หาอปุ กรณ์
มีรายได้
ง. การประกอบอาชพี ท่ีเราทาเป็นประจาทกุ วัน 7. นิดเลยี้ งปลาดกุ เพราะคมมคี วามตอ้ งการมาก
เปน็ การสรา้ งอาชีพตามขอ้ ใด
2. อาชีพด้ังเดมิ ที่คนไทยดาเนนิ ชีวติ ตัง้ แตอ่ ดตี ก. ทรัพยากรท้องถ่นิ
จนถึงปัจจุบันคอื ขอ้ ใด ข. ชอ่ งวา่ งระหว่างอาชีพ
ก. ค้าขาย ค. ความต้องการของการตลาด
ข. เล้ียงสตั ว์ ง. ผลกาไรของการประกอบอาชพี
ค. เกษตรกรรม
ง. อุตสาหกรรม 8. ข้อใดต่อไปนค้ี ือองคป์ ระกอบสาคัญ
ในการจดั การการผลติ
3. คนไทยภาคใดทสี่ ่วนใหญ่นิยมเดนิ ทาง ก. การทาบญั ชี การหาสถานที่ การควบคุม
ไปประกอบอาชพี ขายแรงงานนอกท้องถน่ิ การผลติ
ก. ภาคใต้ ข. การวางแผน การจัดหาสถานที่ การควบคมุ
ข. ภาคกลาง การผลิต
ค. ภาคตะวนั ออก ค. การวางแผน การทาบัญชี การควบคมุ
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื การผลติ
ง. การทาบัญชี การจดั หาสถานที่ การวางแผน
4. ลกั ษณะอาชพี ในสงั คมชนบทไทยมลี กั ษณะ
เปน็ อย่างไร 9. อาชีพพอ่ ค้าคนกลางเป็นอาชพี ที่เกิดจากข้อใด
ก. ไดร้ บั อิทธิพลมาจากสังคมเมือง ก. ตามบรรพบรุ ษุ
ข. ประกอบอาชพี อยา่ งเดยี วกันทง้ั หมด ข. ช่องว่างระหว่างอาชพี
ค. เรียบง่าย อาศัยทรพั ยากรธรรมชาตริ อบตัว ค. ความต้องการของตลาด
ง. มอี าชีพและรายได้เป็นสาคญั ทกุ ส่ิงทกุ อยา่ ง ง. ผลของการประกอบอาชพี
หามาดว้ ยเงนิ
10. ข้อใดกล่าวถูกต้องในการจดั การอาชีพในชมุ ชน
5. ในทวปี ยโุ รปควรปลกู พืชชนดิ ใดจึงจะเหมาะสม ก. ใชเ้ ทคโนโลยีจากตา่ งประเทศ
ก. อ้อย กลว้ ย ข. ใช้วสั ดุนาเขา้ จากประเทศเพ่อื นบา้ น
ข. กาแฟ โกโก้ ค. จดั การอย่างไรกไ็ ดต้ ามใจผปู้ ระกอบการ
ค. ข้าวโพด ขา้ วฟา่ ง ง. เลือกอาชีพท่ใี ช้ทรพั ยากรที่มีอยู่ในชุมชน
ง. ขา้ วสาลี ขา้ วโอต๊

123

รายวชิ า ช่องทางการเขา้ สอู่ าชพี อช11001 ระดบั ประถมศึกษา

11. ปัญหาข้อใดไม่สามารถควบคุมได้ 16. ปุ๋ยชีวภาพ หมายถงึ ข้อใด
ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก. ปุ๋ยที่ไดจ้ ากสารเคมี
ก. ตลาด ข. ปุย๋ อนนิ ทรยี ท์ ่ใี หธ้ าตอุ าหารพชื
ข. ภยั ธรรมชาติ ค. ปยุ๋ ที่ได้จากซากพชื ซากสัตว์
ค. รปู แบบการผลิต ง. ป๋ยุ ทีป่ ระกอบดว้ ยจลุ นิ ทรยี ท์ ่ยี งั มีชีวิตอยู่
ง. การใชเ้ ทคโนโลยี
17. ขอ้ ใดเปน็ การน าเทคโนโลยมี าใชโ้ ดยมี
12. ข้อใดไมเ่ ป็นสิ่งสาคัญในการทาธุรกจิ ผลกระทบต่อสงิ่ แวดลอ้ มนอ้ ยทสี่ ุด
ก. การพงึ พอใจของลกู ค้า ก. ดาใชร้ ถไถนาแบบเดนิ ตาม
ข. การตอบรับของตลาด ข. แดง ฉดี ยาฆา่ แมลงในสวนผลไม้
ค. การใช้เงนิ ลงทุนสูงสดุ ค. เขียว ใช้เคร่อื งจกั รในการผลิตรถยนต์
ง. การมีเทคโนโลยี ง. ขาว ใช้เคร่ืองซักผา้ โดยปล่อยนา้ ทง้ิ ลง
ในคลอง
13. อาชพี บรกิ ารใดท่มี ีส่วนในการพฒั นาประเทศ
ไดม้ ากที่สดุ 18. กลมุ่ อาชีพใดทีต่ ้องคานึงถึง
ก. การเมอื ง ทรัพยากรธรรมชาตคิ วบคกู่ ับลกั ษณะ
ข. เศรษฐกจิ ภมู ิอากาศ ลักษณะภูมปิ ระเทศและทรัพยากร
ค. การท่องเทยี่ ว มนษุ ย์มากทสี ุด
ง. การตา่ งประเทศ ก. เกษตรกรรม
ข. อตุ สาหกรรม
14. สุดาเปน็ พนกั งานบริษัทแห่งหน่งึ เป็นคนขยนั ค. พาณิชยกรรม
ตรงตอ่ เวลา รู้จักหนา้ ทีข่ องตนเอง พฤตกิ รรม ง. ศลิ ปกรรม
ของสุดาตรงกบั ขอ้ ใด
ก. มคี ณุ ธรรม 19. การรจู้ กั ชอ่ งทางในการประกอบอาชีพ
ข. มจี รยิ ธรรม มคี วามสาคญั อย่างไร
ค. มีความซอ่ื สัตย์ ก. ทาใหร้ ้จู กั วธิ บี ริการลกู ค้า
ง. มีความรับผดิ ชอบ ข. ทาให้ประกอบอาชีพท่ีไดผ้ ลกาไร
ค. ทาให้รูแ้ หล่งทรพั ยากรทีม่ ีอยู่ในชมุ ชน
15. นายสวัสดม์ิ อี าชีพขายสง่ มังคดุ ตามส่งั ง. ทาใหส้ ามารถเลือกอาชีพทีเ่ หมาะสม
ในการบรรจุมังคุดเสยี ลงไปดว้ ยทา่ นคิดวา่ กับตนเอง
นายสวสั ดท์ิ าถกู หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ก. ถูกต้อง เพราะลูกค้าไมเ่ หน็ 20. ขอ้ ใดเป็นวธิ กี ารทด่ี ที ่ีสุดในการหาขอ้ มูล
ข. ถูกต้อง เพราะจะได้ขายได้จานวนมากขึน้ ทางการตลาด
ค. ไม่ถูกตอ้ ง เพราะจะทาใหม้ ังคดุ ผลอื่น ก. การวิจยั ตลาด
เสียหายเพม่ิ ขน้ึ ข. การแนะนาสินค้า
ง. ไมถ่ กู ต้อง เพราะเป็นการกระทาท่ไี มซ่ อ่ื สัตย์ ค. การทดลองขายสนิ คา้
ง. การประเมนิ จากข้อมูลเดมิ

124

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง การงานอาชพี

1. ข
2. ค
3. ง
4. ค
5. ง
6. ค
7. ค
8. ข
9. ข
10. ง
11. ข
12. ค
13. ค
14. ง
15. ง
16. ค
17. ก
18. ก
19. ง
20. ก

125

แบบบันทกึ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน (หลังเรยี น)
รายวชิ า ..........................................................................ระดบั ชนั้ ......................................................

เลขท่ี ชื่อ - สกลุ คะแนนเตม็ กอ่ นเรียน หลังเรียน คะแนน
ความก้าวหน้า

รวม
คะแนนเฉล่ยี

รอ้ ยละ
จากตาราง นกั ศกึ ษาทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน (หลงั เรียน) ซ่ึงเป็นแบบทดสอบ
(ปรนยั /อัตนยั ) จานวน..................ข้อ คะแนนเต็ม..................คะแนน มผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นกอ่ นเรียน
เฉลี่ย.....................คิดเปน็ รอ้ ยละ..............................และมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นหลงั เรียน เฉล่ยี ....................
คดิ เป็นร้อยละ......................ซง่ึ (สูง/ต่า) กว่าก่อนเรียน

ลงชือ่ ......................................................................ผู้ประเมนิ
(...........................................................)

วนั ท่.ี ...........เดือน.......................................พ.ศ.................

126

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม (ในชั้นเรียน)

เลขท่ี ช่ือ - สกุล ความสนใจความ ความรบั ผิดชอบต่อ การให้ความร่วมมอื รวม
กระตือรอื รน้ ในการ งานที่ทา ในการทากิจกรรม คะแนน

ทางาน 123 123
123

ข้อสังเกตอ่นื ๆ
.......................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................

เกณฑก์ ารประเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
ระดบั คณุ ภาพ (...................................................)
............../................../................

3 คะแนน = ปฏิบัติสม่าเสมอ
2 คะแนน = ปฎิบตั บิ างครัง้
1 คะแนน = ปฏบิ ัติน้อยครงั้

127

บนั ทกึ หลงั การสอน

ครง้ั ท.ี่ ..........วันท.ี่ ...........เดอื น.......................................พ.ศ.2565
จานวนนกั ศึกษาทั้งหมด......คน มาพบกลุ่ม.......คน คิดเปน็ รอ้ ยละ....... ไมพ่ บกลมุ่ .........คน คดิ เปน็ ร้อยละ........
1. กิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................ ..................................
................................................................................................. .............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... .......................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................. .
3. วิธกี ารแก้ปัญหา
.............................................................................................................. ................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. ขอ้ เสนอแนะตอ่ สถานศึกษา............................................................................................................................
............................................................................................................... ...............................................................
.

ลงชอ่ื .......................................................ผู้บนั ทึกหลงั การสอน
(..................................................................)

ตาแหนง่ .........................................................

(นางสาวธญั ญาภรณ์ ไมอินทร์)
ครู รักษาการในตาแหน่ง ผู้อานวยการสถานศึกษา

วันที่............เดอื น.....................................พ.ศ.2565

128

แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าชอ่ งทางการเข้าสู่อาชพี รหสั วิชา อช11001
จานวน 2 หน่วยกิต ระดับประถมศึกษา จานวน 80 ช่ัวโมง

รปู แบบวธิ เี รยี นรู้ แบบเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง คร้งั ที่ 5 วันที่ 12 มถิ นุ ายน พ.ศ.2565 จานวน 47 ช่วั โมง
เร่ือง การงานอาชีพ
ตวั ชว้ี ดั 1.อธิบายความสาคัญและความจาเปน็ ในการประกอบอาชีพ
เนอ้ื หา 1.ความสาคัญและความจาเป็นในการประกอบอาชีพ

- งานอาชีพด้านเกษตรกรรม
- งานอาชพี ด้านอตุ สาหกรรม
- งานอาชพี ด้านพาณชิ ยกรรม
- งานอาชีพด้านความคิด สร้างสรรค์
- งานอาชีพดา้ นอานวยการ และอาชพี เฉพาะ
2.งานอาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวีปไดแ้ กท่ วปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลีย
ทวีปอเมรกิ า ทวีปยโุ รป และ ทวีปแอฟรกิ า
3.การจัดการงานอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวปี
3.1 การจดั การการผลิต
- การวางแผน
- การจดั ทาโครงการ
- การใชว้ ัสดุอปุ กรณ์
- การใชแ้ รงงาน
- การใชส้ ถานท่ี
- การใช้ทนุ
3.2 การจัดการการตลาด
- การกาหนดทิศทางการตลาด
- การหาความตอ้ งการของ ตลาด
- การขนสง่
- การขาย
- การกาหนดราคาขาย
- การทาบัญชีประเภทต่างๆ ฯลฯ
4.อธบิ าย คณุ ธรรม จริยธรรม ในการทางานอาชีพ
- ความรับผิดชอบ
- การประหยดั
- การอดออม
- ความสะอาด

129

- ความประณีต
- ความขยนั ความซื่อสัตย์
5.อธบิ ายการอนรุ กั ษ์พลงั งานและสิง่ แวดลอ้ มในการทางานอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศและภมู ภิ าค
5 ทวปี ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า

ขั้นตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้
ขนั้ ตอนที่ 1 การกาหนดสภาพ ปญั หา ความต้องการในการเรยี นรู้ (O : Orientation)

ผู้เรียนกาหนดแนวทางในการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองและติดต่อประสานงานเครือข่าย และแหล่ง
เรียนรูต้ า่ ง ๆ

ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาขอ้ มูลและจดั การเรียนรู้ (N : New ways of learning)
2.1. ผ้เู รยี นศกึ ษาการงานอาชีพต่างๆ หลงั ได้รบั ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด - 19 ดงั ตอ่ ไปนี้
- งานอาชพี ดา้ นเกษตรกรรม
https://www.youtube.com/watch?v=lw_A1YUzX18
- งานอาชพี ด้านอตุ สาหกรรม
https://www.youtube.com/watch?v=DiDo2Kec5TQ
- งานอาชพี ด้านพาณชิ ยกรรม
https://www.youtube.com/watch?v=WsbO1pod73c
- งานอาชพี ดา้ นความคิด สร้างสรรค์
https://www.youtube.com/watch?v=OoF2B6OkHKw
- งานอาชพี ดา้ นอานวยการ และอาชีพเฉพาะทาง

https://www. youtube.com/watch?v=2u8Ntt1n79Q
2.2. ผเู้ รยี นสรปุ องค์ความร้หู ลังจากศึกษาการงานอาชพี ต่าง ๆ จากคลิปวดี ีโอ

และทาใบงานที่ 1 เรื่อง การงานอาชพี

ข้ันตอนที่ 3 การปฏบิ ตั ิและนาไปประยกุ ตใ์ ช้ (I : Implementation)
1. ผู้เรียนสรุปองค์ความรูห้ ลังจากศึกษาการงานอาชีพต่าง ๆ จากคลิปวดี ีโอ เสนอขอคาปรึกษาจากครู

ในการพบกล่มุ ครง้ั ตอ่ ไป
2. ใบงาน เรื่อง การงานอาชพี

130

ขัน้ ตอนท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นร้(ู E : Evaluation)
1. แบบประเมินสรุปความรู้
2. ใบงาน เร่อื ง การงานอาชีพ

ส่อื การเรียนรู้
1. หนังสือเรียน วชิ าช่องทางการเข้าสู่อาชีพ อช1100 ระดับประถมศกึ ษา
2. คอมพวิ เตอร/์ อินเตอร์เน็ต
3. แหล่งเรยี นรู้ชุมชนหอ้ งสมุด กศน.

การวดั และประเมนิ ผล
1. ใบงาน
2. การสังเกต
3. บนั ทกึ การเรียนรู้

131

ใบงานการเรยี นรูด้ ้วยตนเอง คร้งั ที่ 5
สาระทักษะการประกอบอาชีพ วิชา ชอ่ งทางการเข้าสอู่ าชพี รหสั วชิ า อช11001

เร่ือง การงานอาชพี


ใหน้ กั ศึกษาสรุปสาระสาคัญ เรอื่ ง การงานอาชีพ
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................... ...............................................
.................................................................................... ..........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................... .......................................................
...................................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................
..................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

132

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาชอ่ งทางการเข้าสู่อาชีพ รหสั วชิ า อช11001
จานวน 2 หนว่ ยกติ ระดับประถมศึกษา จานวน 80 ช่ัวโมง

รปู แบบวธิ เี รียนรู้ แบบพบกลุ่ม คร้ังท่ี 6 วันที่ 19 มถิ นุ ายน พ.ศ.2565 จานวน 3 ชวั่ โมง

เรือ่ ง ช่องทางการเขา้ สู่อาชพี
ตวั ช้วี ัด 1.อธิบายความจาเป็นในการมองเห็นชอ่ งทางในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสมกับตนเอง

1.1 ความจาเป็นในการมองเหน็ ชอ่ งทางการประกอบอาชีพ
1.2 ศึกษาอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวปี ได้แก่ ทวีปเอเซยี ทวปี ออสเตรเลีย

ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า เพอื่ วเิ คราะหค์ วามเปน็ ไปไดใ้ นการเขา้ สอู่ าชีพ
ของตน
1.3 ลาดับอาชพี โดยพิจารณาความ เป็นไปได้ของอาชีพ จานวน 3 อาชีพ พรอ้ มทัง้ ใหเ้ หตุผลในการ
ลาดับอาชีพที่เลอื ก
เนอ้ื หา 1. ความจาเป็นในการมองเห็น ช่องทางการประกอบอาชีพ
2. ความเปน็ ไปได้ในการเข้าสอู่ าชีพ

- การลงทนุ
- การตลาด
- กระบวนการผลิต
- การขนสง่
- การบรรจหุ บี ห่อ
- การแปรรูป
- ผลกระทบต่อชมุ ชน และ สภาพแวดล้อม
- ความร้คู วามสามารถ ฯลฯ
3. การลาดบั อาชีพและเหตผุ ล
ขัน้ ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้
ขนั้ ตอนที่ 1 การกาหนดสภาพ ปญั หา ความต้องการในการเรียนรู้ (O : Orientation)
1. ครสู อบถามพูดคยุ เรอ่ื ง ชอ่ งทางการเข้าสู่อาชีพในสถานการณ์ ปจั จุบัน หลงั ได้รับ

ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด - 19
2. ครูใหผ้ ู้เรียนแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั ช่องทางการเข้าสู่อาชีพของตนเองหรือครอบครัว

ทปี่ ระกอบอาชีพในปัจจบุ ัน
3. ครูให้ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน

ขัน้ ตอนท่ี 2 การแสวงหาขอ้ มูลและจดั การเรียนรู้ (N : New ways of learning)
2.1. ครใู หผ้ ้เู รยี นศกึ ษาช่องทางการเขา้ สู่อาชีพหลังไดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด - 19

133

2.2 ครูใหผ้ ู้เรยี นศกึ ษาการทาธรุ กิจออนไลนจ์ ากคลิปวดี ีโอ ทีค่ รูกาหนดให้และทาใบงานที่ 2
https://www.youtube.com/watch?v=9w5SikhBpa4
2.3 ครู และผ้เู รียนรว่ มกนั สรุปองค์ความรทู้ ี่ได้จากการดคู ลิปวีดโี อ

ขนั้ ตอนท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละนาไปประยกุ ต์ใช้ (I : Implementation)
3.1 ครใู หผ้ ูเ้ รียนศึกษาวิเคราะหช์ ุมชนเพื่อนาไปปรับใช้ในอาชพี ของตนได้อยา่ งไร
3.2. ผูเ้ รียนนาความรทู้ ไี่ ด้รบั ไปปฏิบตั ใิ ช้ในการวางแผนการประกอบอาชีพ
3.3. ครูใหผ้ ูเ้ รียนรวบรวมผลการปฏบิ ตั ิ สรปุ สง่ ครู
3.4 ครูให้ผเู้ รยี นศกึ ษาใบความรู้ ซึ่งสามารถทาใบงาน และแบบทดสอบได้

ขน้ั ตอนท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นร(ู้ E : Evaluation)
1. ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ สาระสาคญั ทไ่ี ด้จากการเรยี นรู้
2. ผู้เรยี นนาความรูท้ ี่ได้จากการสรุปองคค์ วามรูไ้ ปใช้ในการปรบั ปรงุ ใช้ในการประกอบอาชีพของตน
3. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/ แบบทดสอบหลังเรยี น
4. ใบงาน

สื่อการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น วชิ าชอ่ งทางการเขา้ สู่อาชพี อช1100 ระดับประถมศึกษา
http://ccs.nfe.go.th/padrew-mediacenter/UserFiles/Pdf/patom/sara3/orchor11001.pdf
2. ใบความรู้
3. คอมพวิ เตอร์/อนิ เตอรเ์ น็ต
4. แหล่งเรียนรู้ชมุ ชนห้องสมดุ กศน.

การวดั และประเมินผล
1. ใบงาน/แบบฝึกหัด
2. การสงั เกต
3. บันทึกการเรยี นรู้
4. แบบทดสอบก่อนเรยี น/ แบบทดสอบหลังเรยี น

134


Click to View FlipBook Version