84
สว่ นท่ี 2
ทิศทางการพฒั นาการศึกษา
โรงเรยี นสรรพวิทยาคม อำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก
1. การนอ้ มนำศาสตรพ์ ระราชาสู่การปฏิบัติ
1.1 “ศาสตรพ์ ระราชา” ตำราแห่งชีวติ
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐั มนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตรพ์ ระราชาสู่การพัฒนาอย่างยัง่ ยนื ”
เม่ือวนั ศุกร์ที่ 23 ธนั วาคม 2559 ดังนี้ “ดว้ ยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร
พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ใหร้ ัฐมนตรี ซงึ่ ได้รบั พระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ต้ังใหม่
เฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารบั หน้าท่ี เม่อื วันท่ี 20 ธนั วาคม ที่ผ่านมา ณ ทนี่ ่งั อมั พรสถาน
พระราชวงั ดสุ ิต
ในโอกาสนี้ผมขออันเชิญกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพ
ยวรางกรู อนั มใี จความสำคัญ เป็นสิรมิ งคลแกค่ ณะรฐั มนตรี และปวงพสกนกิ รทกุ หมเู่ หล่า ผมเห็นว่าพวกเราทุกคน
ควรได้ระลกึ และรับใสเ่ กลา้ ใส่กระหมอ่ ม น้อมนำไปสู่การปฏิบตั ิ สรปุ ใจความได้ว่า
“...ขอให้น้อมนำศาสตร์พระราชา” แหง่ องคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ เดช รัชกาลที่ 9
โดยให้ศึกษาวิเคราะห์พระราชดำริและแนวทางพระราชทานนานัปการ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา รวมทั้ง
พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติมาสำหรับประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน การประกอบกิจการและการ
ปฏบิ ตั หิ นา้ ทีต่ า่ ง ๆ ในความรบั ผิดชอบ รวมท้งั ยืดถอื เปน็ แบบอยา่ งที่ดีในกิจวัตรประจำวัน อันจะเป็นสริ ิมงคล เป็น
พระคุ้มครองและเปน็ “แสงสว่างนำทาง”ให้แก่ปวงชนชาวไทยทกุ คนตลอดไป เพอ่ื สนองพระราชปณธิ าน และเพื่อ
ประโบชน์สุขของประชาชนชาวไทยทัง้ ปวง อยา่ งไรกต็ ามการปฏิบัติงานใด ๆ ย่อมมีปัญหา ยอ่ มมีอปุ สรรค ก็ขอให้
ปรึกษากัน หาข้อมูลที่ถูกต้อง และปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ทันกาล เหมาะสมกับสถานการณ์และมีเหตุผล ทั้งน้ี
ปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้น นอกจากเป็นเสมือน “บททดสอบ บทเรียน” แล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วย “เพิ่ม”
ความสามารถให้กับเราทุกคนด้วย ดังนั้น ต้องมีความตั้งใจ มีขันติ มีความอดทน ตลอดจนมีความกระตือรือร้นที่
จะศกึ ษาปญั หาและแก้ไขใหร้ อบคอบ กจ็ ะไดผ้ ลต่อประเทศและเปน็ บุญเป็นกุศลกับตนเองดว้ ย ...” นะครับ
“ ศาสตร์พระราชา” ถือว่าเปน็ “ตำราแห่งชชวี ิต” เพราะบันทึกจากประสบการณ์ จากการทรงงาน ที่ทำ
ให้ประเทศไทยสามารถผ่านวกิ ฤตการณต์ ่าง ๆ มาได้ทุกมิติ ผมขอชื่นชมสื่อทุกแขนงที่ได้นำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ
สู่สายตาประชาชนและเยาวชนรุ่นใหม่ให้รับรู้เข้าใจได้ลึกซึ้งและถ่องแท้มากย่ิ งขึ้นเพื่อสามารถน้อมนำไปสู่การ
ปฏบิ ตั ไิ ดเ้ ปน็ อยา่ งดี
1.2 23 หลักการทรงงาน พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ 9
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่นอกจากจะทรงด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว ทรงยังเป็น
พระราชาที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและการทำงานแก่พสกนิกรของพระองค์และนานาประเทศอีกด้วย
ผู้คนต่างประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ และมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุด
มิได้ ซง่ึ แนวคดิ หรือหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลท่ี 9 มคี วามน่าสนใจทส่ี มควรนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตการ
85
ทำงานเป็นอย่างยิ่ง หากท่านใดต้องการปฏิบัติตามรอยเบื้องพระยุคลลาท ท่านสามารถนำหลักการทรงงานของ
พระองคไ์ ปปรับใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ได้ ดังนี้
1. จะทำอะไรตอ้ งศกึ ษาขอ้ มูลให้เป็นระบบ
ทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบจากข้อมูลเบื้องต้น ทั้งเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าท่ี
นักวชิ าการ และราษฎรในพน้ื ทใ่ี ห้ได้รายละเอียดทถ่ี ูกต้อง เพื่อนำขอ้ มูลเหลา่ นัน้ ไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างถูกต้อง
รวดเร็ว และตรงตามเป้าหมาย
2. ระเบดิ จากภายใน
จะทำการใดๆ ต้องเริ่มจากคนที่เกี่ยวข้องเสียก่อน ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิดความเข้าใจและ
อยากทำ ไม่ใช่การสั่งให้ทำ คนไม่เข้าใจก็อาจจะไม่ทำก็เป็นได้ ในการทำงานนั้นอาจจะต้องคุยหรือประชุมกับ
ลูกนอ้ ง เพือ่ นรว่ มงาน หรือคนในทมี เสียก่อน เพ่อื ใหท้ ราบถึงเปา้ หมายและวธิ กี ารต่อไป
3. แกป้ ัญหาจากจุดเล็ก
ควรมองปัญหาภาพรวมก่อนเสมอ แต่เมื่อจะลงมือแก้ปัญหานั้น ควรมองในสิ่งที่คนมักจะมองข้าม แล้วเร่ิม
แก้ปัญหาจากจุดเล็กๆ เสียก่อน เมื่อสำเร็จแล้วจึงค่อยๆ ขยับขยายแก้ไปเรื่อยๆ ทีละจุด เราสามารถเอามา
ประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ โดยมองไปที่เป้าหมายใหญ่ของงานแต่ละช้ิน แล้วเริ่มลงมือทำจากจุดเล็กๆ ก่อน
ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ แก้ไปทีละจุด งานแต่ละชิ้นก็จะลุลวงไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ “ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก ก็
ต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน มันไม่ได้แก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปัญหาทีท่ ำให้เราปวดหัวให้ได้เสยี ก่อน เพื่อจะให้อยู่
ในสภาพทด่ี ีได…้ ”
4. ทำตามลำดบั ข้ัน
เริ่มต้นจากการลงมือทำในสงิ่ ท่ีจำเป็นก่อน เม่ือสำเร็จแล้วก็เร่ิมลงมือสิง่ ทจ่ี ำเป็นลำดับต่อไป ดว้ ยความรอบคอบ
และระมัดระวัง ถ้าทำตามหลักนี้ได้ งานทุกสิ่งก็จะสำเร็จได้โดยง่าย… ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทร งเริ่มต้นจากสิ่งที่
จำเป็นที่สุดของประชาชนเสียก่อน ได้แก่ สุขภาพสาธารณสุข จากนั้นจึงเป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และ
สิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค เน้นการปรับใช้ภูมิปัญญา
ท้องถิ่นที่ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัตไิ ด้ และเกิดประโยชน์สูงสุด “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน ใช้วิธีการและอุปกรณ์ท่ี
ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควร สามารถปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้า งเสริม
ความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นท่ีสูงขึ้นโดยลำดับต่อไป…” พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่
18 กรกฎาคม 2517
5. ภมู ิสังคม ภมู ศิ าสตร์ สังคมศาสตร์
การพัฒนาใด ๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่าเป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกบั
ลักษณะนสิ ัยใจคอคน ตลอดจนวฒั นธรรมประเพณใี นแต่ละทอ้ งถน่ิ ท่ีมีความแตกต่างกนั “การพัฒนาจะตอ้ งเป็นไป
ตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ ในสังคมวิทยา คือนิสัยใจคอของคนเรา จะไป
บังคับให้คนอื่นคิดอย่างอื่นไม่ได้ เราต้องแนะนำ เข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริง ๆ แล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจ
หลักการของการพฒั นานกี้ ็จะเกดิ ประโยชน์อย่างยิง่ ”
86
6. ทำงานแบบองค์รวม
ใช้วิธีคิดเพื่อการทำงาน โดยวิธีคิดอย่างองค์รวม คือการมองสิ่งต่างๆ ที่เกิดอย่างเป็นระบบครบวงจร ทุกสิ่งทุก
อยา่ งมีมติ เิ ช่ือมตอ่ กัน มองสงิ่ ที่เกดิ ขึ้นและแนวทางแกไ้ ขอย่างเชอ่ื มโยง
7. ไมต่ ิดตำรา
เมื่อเราจะทำการใดนั้น ควรทำงานอย่างยืดหยุ่นกับสภาพและสถานการณ์นั้นๆ ไม่ใช่การยึดติดอยู่กับแค่ใน
ตำราวชิ าการ เพราะบางที่ความรู้ทว่ มหัว เอาตัวไม่รอด บางครัง้ เรายึดตดิ ทฤษฎีมากจนเกินไปจนทำอะไรไม่ได้เลย
สิ่งทเ่ี ราทำบางครง้ั ตอ้ งโอบออ้ มต่อสภาพธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม สงั คม และจิตวทิ ยาด้วย
8. รู้จกั ประหยดั เรยี บง่าย ได้ประโยชนส์ งู สุด
ในการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใช้หลักในการแก้ปัญหาด้วยความเรียบง่ายและ
ประหยัด ราษฎรสามารถทำไดเ้ อง หาได้ในท้องถน่ิ และประยุกต์ใชส้ ่ิงที่มีอยู่ในภูมภิ าคน้ันมาแก้ไข ปรับปรุง โดยไม่
ต้องลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากมากนัก ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “…ให้ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกโดย
ปล่อยให้ขึน้ เองตามธรรมชาติจะไดป้ ระหยัดงบประมาณ…”
9. ทำใหง้ ่าย
ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริไปได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยาก
ซับซ้อนและที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบนิเวศโดยรวม “ทำให้
ง่าย”
10. การมีสว่ นร่วม
ทรงเป็นนักประชาธิปไตย ทรงเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วมแสดง
ความคิดเห็น “สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวาง หนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความ
วิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาดนั้น แท้จริงคือ การระดมสติปัญญาละประสบการณ์อันหลากหลายมา
อำนวยการปฏบิ ตั บิ ริหารงานใหป้ ระสบผลสำเร็จท่สี มบรู ณ์น่ันเอง”
11. ต้องยดึ ประโยชนส์ ว่ นรวม
ในหลวงรชั กาลที่ 9 ทรงระลกึ ถงึ ประโยชน์ของสว่ นรวมเปน็ สำคญั ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “…ใครต่อใคร
บอกว่า ขอใหเ้ สยี สละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อนั นฟ้ี งั จนเบอื่ อาจรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครตอ่ ใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึง
ประโยชน์สว่ นรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เป็นเพื่อส่วนรวมน้ัน
มิได้ใหส้ ว่ นรวมแต่อยา่ งเดยี ว เป็นการให้เพ่ือตวั เองสามารถท่ีจะมีสว่ นรวมท่จี ะอาศัยได้…”
12. บริการท่จี ดุ เดยี ว
ทรงมพี ระราชดำริมากว่า 20 ปีแล้ว ให้บริหารศนู ย์ศกึ ษาการพัฒนาหลายแห่งทั่วประเทศโดยใชห้ ลักการ “การ
บริการรวมที่จุดเดียว : One Stop Service” โดยทรงเน้นเรื่องรู้รักสามัคคีและการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันด้วย
การปรบั ลดช่องว่างระหวา่ งหนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วข้อง
13. ใชธ้ รรมชาตชิ ว่ ยธรรมชาติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับ
ทรัพยากรธรรมชาติ ทรงมองปญั หาธรรมชาติอย่างละเอียด โดยหากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติ
เขา้ ชว่ ยเหลือเราดว้ ย
87
14. ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม
ทรงนำความจริงในเรื่องธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวทางปฏิบัติในการแก้ไข
ปัญหาและปรับปรุงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่ปกติ เช่น การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยให้ผักตบชวา ซึ่งมีตาม
ธรรมชาติให้ดดู ซึมส่งิ สกปรกปนเป้อื นในนำ้
15. ปลกู ป่าในใจคน
การจะทำการใดสำเร็จต้องปลูกจิตสำนึกของคนเสียก่อน ต้องให้เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์กับสิ่งที่จะทำ….
“เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและจะ
รกั ษาต้นไมด้ ว้ ยตนเอง”
16. ขาดทนุ คอื กำไร
หลกั การในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัว รชั กาลท่ี 9 ทมี่ ตี อ่ พสกนิกรไทย “การให้” และ “การเสียสละ” เป็น
การกระทำอนั มผี ลเปน็ กำไร คอื ความอย่ดู มี ีสขุ ของราษฎร
17. การพึ่งพาตนเอง
การพฒั นาตามแนวพระราชดำริ เพ่อื การแกไ้ ขปญั หาในเบ้ืองตน้ ดว้ ยการแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้า เพอ่ื ให้มคี วาม
แข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือ การพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ ในสังคมได้ตาม
สภาพแวดลอ้ มและสามารถ พง่ึ ตนเองไดใ้ นทีส่ ุด
18. พออยพู่ อกิน
ให้ประชาชนสามารถอยอู่ ย่าง “พออยู่พอกิน” ให้ได้เสยี กอ่ น แล้วจงึ ค่อยขยับขยายให้มขี ีดสมรรถนะทีก่ า้ วหน้า
ตอ่ ไป
19. เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป็นปรัชญาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิต ให้ดำเนินไปบน
“ทางสายกลาง” เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และการ
เปลยี่ นแปลงต่างๆ ซ่งึ ปรชั ญาน้ีสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ได้ทงั้ ระดบั บคุ คล องคก์ ร และชุมชน
20. ความซื่อสัตยส์ ุจริต จรงิ ใจตอ่ กัน
ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ที่มีความรู้
มาก แตไ่ มม่ ีความสจุ รติ ไมม่ ีความบรสิ ทุ ธ์ใิ จ
21. ทำงานอย่างมีความสขุ
ทำงานต้องมีความสุขด้วย ถ้าเราทำอย่างไม่มีความสุขเราจะแพ้ แต่ถ้าเรามีความสุขเราจะชนะ สนุกกับการ
ทำงานเพียงเทา่ น้นั ถอื วา่ เราชนะแล้ว หรอื จะทำงานโดยคำนึงถงึ ความสุขท่ีเกิดจากการได้ทำประโยชนใ์ หก้ บั ผู้อ่ืนก็
สามารถทำได้ “…ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับ
ผูอ้ ืน่ …”
22. ความเพยี ร
การเรมิ่ ตน้ ทำงานหรือทำสงิ่ ใดนัน้ อาจจะไม่ได้มีความพร้อม ต้องอาศยั ความอดทนและความมุ่งมั่น ดังเช่นพระ
ราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” กษัตริย์ผูเ้ พียรพยายามแม้จะไม่เห็นฝั่งกจ็ ะว่ายนำ้ ต่อไป เพราะถ้าไม่เพียรว่ายก็จะตก
เป็นอาหารปู ปลาและไมไ่ ดพ้ บกบั เทวดาที่ชว่ ยเหลอื มิให้จมนำ้
88
23. รู้ รัก สามัคคี
รู้ คอื รู้ปัญหาและรวู้ ิธแี กป้ ญั หานั้น
รกั คอื เม่อื เรารู้ถึงปัญหาและวธิ ีแก้แล้ว เราต้องมีความรกั ท่ีจะลงมือทำ ลงมอื แกไ้ ขปญั หานัน้
สามคั คี คือ การแก้ไขปญั หาต่าง ๆ ไมส่ ามารถลงมือทำคนเดยี วได้ ตอ้ งอาศัยความรว่ มมอื ร่วมใจกนั
2. พระปฐมบรมราชโองการ รชั กาลที่ 10
“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผน่ ดินโดยธรรม
เพอ่ื ประโยชนส์ ุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดศี รสี ินทรวชิรางกรณ พระวชริ เกลา้
เจา้ อยูห่ ัว รัชกาลที่ 10 วันท่ี 4 พฤษภาคม พุทธศกั ราช 2562
3. พระบรมราโชบายในพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดี ศรสี ินทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชิรเกลา้
เจา้ อย่หู ัว รัชกาลที่ 10 กบั การพฒั นาการศกึ ษา
การศึกษาต้องมุ่งสรา้ งพ้นื ฐานให้แกผ่ เู้ รยี น 4 ด้าน
1. มที ัศนคตทิ ี่ถูกต้องตอ่ บ้านเมอื ง ประกอบด้วย
1.1 ความรคู้ วามเข้าใจต่อชาติบา้ นเมือง
1.2 ยดึ ม่ันในศาสนา
1.3 มน่ั คงในสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
1.4 มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน
2. มพี ืน้ ฐานชวี ติ ที่มน่ั คง – มคี ุณธรรม ประกอบดว้ ย
2.1 รจู้ ักแยกแยะสิ่งท่ผี ดิ – ชอบ/ช่ัว – ดี
2.2 ปฏิบัตแิ ต่สิ่งท่ีชอบ ส่ิงท่ดี ีงาม
2.3 ปฏเิ สธสง่ิ ท่ีผิด ส่ิงที่ชวั่
2.4 ช่วยกันสรา้ งคนดีให้แก่บ้านเมอื ง
3. มงี านทำ – มอี าชีพ ประกอบด้วย
3.1 การเลีย้ งดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝกึ ฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมงุ่ ใหเ้ ดก็ และเยาวชนรกั งาน
สู้งาน ทำจนงานสำเรจ็
3.2 การฝกึ ฝนอบรมท้ังในหลักสูตรและนอกหลกั สตู รต้องมีจดุ มงุ่ หมายให้ผู้เรียนทำงานเป็นและมีงานทำ
ในทส่ี ุด
3.3 ต้องสนับสนนุ ผ้สู ำเรจ็ หลกั สูตรมอี าชีพ มีงานทำ จนสามารถเล้ยี งตวั เองและครอบครัว
4. เป็นพลเมอื งดี ประกอบดว้ ย
4.1 การเป็นพลเมืองดี เปน็ หน้าท่ขี องทุกคน
4.2 ครอบครัว– สถานศึกษา และสถานประกอบการ ต้องส่งเสริมให้ทุกคนมโี อกาสทำหน้าท่เี ปน็ พลเมืองดี
89
4.3 การเป็นพลเมืองดีคอื “เห็นอะไรทจ่ี ะทำเพอื่ บา้ นเมอื งได้กต็ ้องทำ” เช่น งานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญ
ประโยชนง์ านสาธารณกุศล ให้ทำด้วยความมีน้ำใจและความเอ้ืออาทร
4. ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580)
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 กําหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ
เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทําแผนต่าง ๆ
ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยให้เป็นไป ตามที่
กาํ หนดในกฎหมายว่าดว้ ยการจัดทาํ ยทุ ธศาสตรช์ าติ และต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญตั ิ การจัดทํายุทธศาสตร์
ชาติ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดยกําหนดให้มี การแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์
ชาติ เพื่อรับผิดชอบในการจัดทําร่างยุทธศาสตร์ชาติ กําหนดวิธีการ การมีส่วนรว่ มของประชาชนในการจัดทํารา่ ง
ยทุ ธศาสตรช์ าติ ในการติดตาม การตรวจสอบ และการ ประเมนิ ผล รวมทั้งกําหนดมาตรการสง่ เสริมและสนับสนุน
ให้ประชาชนทุกภาคสว่ นดําเนินการ ใหส้ อดคลอ้ งกับยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องนําไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศ
ไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง”
ภายในชว่ งเวลาดงั กล่าว เพือ่ ความสขุ ของคนไทยทุกคน
วิสัยทัศนป์ ระเทศไทย … “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งค่ัง ย่งั ยนื เป็นประเทศพฒั นาแล้ว ดว้ ยการพฒั นาตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรอื เป็นคติพจนป์ ระจําชาติว่า “มั่นคง ม่ังคง่ั ยง่ั ยืน”
90
ความมนั่ คง หมายถึง การมีความมั่นคงปลอดภยั จากภัยและการเปล่ยี นแปลงท้งั ภายในประเทศ และ
ภายนอกประเทศในทุกระดับ ทงั้ ระดบั ประเทศ สงั คม ชมุ ชน ครวั เรอื น และปจั เจกบุคคล และ มีความมั่นคงในทกุ
มิติ ทัง้ มติ ิทางการทหาร เศรษฐกจิ สังคม ส่ิงแวดล้อม และการเมอื ง เช่น ประเทศ มีความมนั่ คงในเอกราชและ
อธิปไตย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยท่ีมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์มีความเข้มแข็งเป็นศนู ย์กลางและเป็นทีย่ ดึ เหนี่ยวจิตใจ ของประชาชน มรี ะบบการเมอื งทมี่ ัน่ คง
เป็นกลไกท่นี ําไปสู่การบรหิ ารประเทศที่ตอ่ เนอ่ื งและโปรง่ ใสตามหลกั ธรรมาภิบาล สังคมมีความปรองดองและ
ความสามคั คี สามารถผนกึ กาํ ลงั เพ่ือพฒั นาประเทศ ชุมชน มคี วามเข้มแข็ง ครอบครัวมคี วามอบอุน่ ประชาชนมี
ความม่นั คงในชีวิต มีงานและรายไดท้ ่มี ่ันคงพอเพยี ง กบั การดํารงชีวติ มีการออมสําหรับวยั เกษยี ณ ความมน่ั คง
ของอาหาร พลังงาน และน้ำ มีทอ่ี ยู่อาศัย และความปลอดภยั ในชวี ติ ทรพั ยส์ ิน
ความมั่งคง่ั หมายถึง ประเทศไทยมีการขยายตวั ของเศรษฐกิจอย่างต่อเน่ืองและมคี วามยั่งยนื จนเขา้ สู่
กลุ่มประเทศรายไดส้ งู ความเหลื่อมล้ำของการพฒั นาลดลง ประชากรมคี วามอยู่ดีมสี ุขได้รบั ผลประโยชน์จากการ
พัฒนาอย่างเทา่ เทียมกันมากขึ้น และมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงทุกภาคสว่ น มีคณุ ภาพชวี ิตตามมาตรฐานขององค์การ
สหประชาชาติ ไมม่ ปี ระชาชนท่อี ยใู่ นภาวะความยากจน เศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็ง ขณะเดยี วกันต้องมี
ความสามารถในการแข่งขนั กับประเทศตา่ ง ๆ ทั้งในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศเพือ่ ให้สามารถสร้างรายได้
ทง้ั จากภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนมีการสร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแหง่ อนาคตเพ่ือให้สอดรับกับ
บริบทการพฒั นา ท่ีเปลี่ยนแปลงไป และประเทศไทยมีบทบาทที่สําคญั ในเวทโี ลก และมีความสมั พันธท์ าง
เศรษฐกจิ และการค้าอยา่ งแน่นแฟ้นกับประเทศในภมู ภิ าคเอเชีย เปน็ จุดสาํ คัญของการเช่ือมโยงในภมู ิภาค ท้งั การ
คมนาคมขนส่ง การผลิต การค้า การลงทุน และการทําธุรกิจ เพ่อื ให้เป็นพลงั ในการพัฒนา นอกจากนี้ ยงั มคี วาม
สมบรู ณใ์ นทุนทจ่ี ะสามารถสร้างการพัฒนาตอ่ เนื่องไปได้ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทนุ ทางปัญญา ทนุ ทางการเงิน ทุนทีเ่ ปน็
เครอ่ื งมือเครอ่ื งจักร ทนุ ทางสังคม และทนุ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
91
ความยั่งยืน หมายถึง การพัฒนาท่สี ามารถสรา้ งความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของ ประชาชนให้
เพิม่ ขน้ึ อยา่ งต่อเนื่อง ซง่ึ เปน็ การเจรญิ เติบโตของเศรษฐกจิ ที่อย่บู นหลกั การใช้ การรกั ษา และการฟื้นฟูฐาน
ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งยงั่ ยืน ไม่ใช้ทรพั ยากรธรรมชาติจนเกินพอดี ไมส่ รา้ งมลภาวะ ต่อสงิ่ แวดลอ้ มจนเกิน
ความสามารถในการรองรบั และเยียวยาของระบบนิเวศ การผลติ และการบรโิ ภค เปน็ มติ รกับสิง่ แวดลอ้ ม และ
สอดคลอ้ งกบั เป้าหมายการพัฒนาท่ียง่ั ยืน ทรพั ยากรธรรมชาตมิ ี ความอุดมสมบูรณ์มากข้นึ และสงิ่ แวดล้อมมี
คุณภาพดีขึน้ คนมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม มีความ เอื้ออาทร เสยี สละเพื่อผลประโยชน์สว่ นรวม รัฐบาลมี
นโยบายทีม่ ่งุ ประโยชนส์ ว่ นรวมอยา่ งย่ังยืน และให้ความสาํ คัญกบั การมสี ว่ นร่วมของประชาชน และทุกภาคสว่ นใน
สังคมยึดถือและปฏิบัตติ าม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพ่ือการพฒั นาอยา่ งสมดุล มเี สถียรภาพ และยัง่ ยืน
เป้าหมายและประเด็นการพัฒนาตามยทุ ธศาสตร์
1. ยุทธศาสตรช์ าติด้านความมนั่ คง มเี ป้าหมายการพัฒนาทสี่ ําคญั คือ ประเทศชาติม่นั คง ประชาชนมีความสุข
เนน้ การบริหารจดั การสภาวะแวดลอ้ มของประเทศให้มคี วามมนั่ คง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบ
เรียบรอ้ ยในทุกระดับ ตั้งแต่ระดบั ชาติ สงั คม ชมุ ชน มงุ่ เน้นการพัฒนาคน เครอ่ื งมือ เทคโนโลยี และระบบ
ฐานข้อมูลขนาดใหญใ่ ห้มคี วามพร้อมสามารถรับมือกบั ภัยคุกคาม และภัยพบิ ัติไดท้ ุกรูปแบบ และทุกระดับความ
รนุ แรง ควบคูไ่ ปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา ด้านความมั่นคงที่มีอยู่ในปจั จุบัน และที่อาจจะเกดิ ขึน้ ในอนาคต
ใชก้ ลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทงั้ กบั ส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรทไ่ี ม่ใช่รฐั รวมถึง
ประเทศเพ่ือนบ้าน และมิตรประเทศท่ัวโลกบนพ้นื ฐานของหลกั ธรรมาภิบาล เพอ่ื เอ้อื อาํ นวยประโยชน์ต่อการ
ดําเนินการ ของยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านอน่ื ๆ ใหส้ ามารถขับเคลือ่ นไปได้ตามทิศทางและเปา้ หมายทก่ี าํ หนด
1. การรกั ษาความสงบภายในประเทศ
1. การพัฒนาและเสริมสร้างคนในทุกภาคส่วนให้มีความเข้มแขง็ มคี วามพร้อม ตระหนกั ในเรือ่ งความ
มั่นคง และมสี ่วนรว่ มในการแกไ้ ขปัญหา
2. การพฒั นาและเสรมิ สร้างความจงรกั ภักดีต่อสถาบนั หลักของชาติ
3. การพฒั นาและเสรมิ สร้างการเมืองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมี พระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุขท่ีมี
เสถยี รภาพและมธี รรมาภบิ าล เหน็ แก่ประโยชนข์ องประเทศชาติ มากกวา่ ประโยชนส์ ่วนตน
4. การพฒั นาและเสรมิ สร้างกลไกท่สี ามารถป้องกันและขจัดสาเหตุของประเดน็ ปญั หาความม่ันคงท่สี ําคญั
2. การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมนั่ คง
1. การแก้ไขปญั หาความมัน่ คงในปจั จุบัน
2. การตดิ ตาม เฝา้ ระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาท่ีอาจอบุ ัติขน้ึ ใหม่
3. การสรา้ งความปลอดภยั และความสนั ตสิ ขุ อย่างถาวรในพ้ืนทจ่ี ังหวัด ชายแดนภาคใต้
4. การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ทางทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ มท้ังทางบกและทางทะเล
3. การพัฒนาศกั ยภาพของประเทศใหพ้ ร้อมเผชญิ ภัยคุกคามท่ีกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
1. การพัฒนาระบบงานข่าวกรองแห่งชาตแิ บบบรู ณาการอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
92
2. การพฒั นาและผนกึ พลังอาํ นาจแห่งชาติ กองทพั และหน่วยงานความมั่นคง รวมทัง้ ภาครัฐและภาค
ประชาชน ใหพ้ รอ้ มปอ้ งกนั และรักษาอธปิ ไตยของประเทศ และเผชิญกับภยั คกุ คามได้ทุกมติ ทิ ุกรปู แบบ
และทกุ ระดบั
3. การพัฒนาระบบเตรียมพร้อมแหง่ ชาติและการบริหารจัดการภยั คุกคาม ให้มีประสทิ ธิภาพ
4. การบรู ณาการความรว่ มมือด้านความมนั่ คงกับอาเซยี นและนานาชาติ รวมถึงองคก์ ร ภาครัฐและทีม่ ใิ ช่ภาครัฐ
1. การเสรมิ สรา้ งและรักษาดุลยภาพสภาวะแวดลอ้ มระหว่างประเทศ
2. การเสรมิ สรา้ งและธํารงไวซ้ ง่ึ สนั ตภิ าพและความมนั่ คงของภูมิภาค
3. การร่วมมือทางการพัฒนากับประเทศเพอ่ื นบ้าน ภูมิภาค โลก รวมถงึ องค์กร ภาครฐั และทีม่ ิใช่ภาครฐั
5. การพัฒนากลไกการบริหารจดั การความมั่นคงแบบองคร์ วม
1. การพัฒนากลไกให้พร้อมสําหรบั การติดตาม เฝา้ ระวงั แจง้ เตือน ป้องกนั และแก้ไขปัญหาความมน่ั คง
แบบองค์รวมอย่างเปน็ รูปธรรม
2. การบริหารจัดการความม่นั คงให้เอ้ืออํานวยตอ่ การพัฒนาประเทศในมิติอน่ื ๆ
3. การพฒั นากลไกและองค์กรขับเคลอื่ นยุทธศาสตร์ชาติดา้ นความม่นั คง
2. ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ ้านการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั มีเปา้ หมายการพัฒนา ท่ีมงุ่ เน้นการยกระดบั
ศกั ยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพ้ืนฐานแนวคดิ 3 ประการ ได้แก่ (1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่
รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลกั ษณ์ วฒั นธรรม ประเพณี วิถีชวี ิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาตทิ ีห่ ลากหลาย
รวมทัง้ ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศ ในด้านอืน่ ๆ นาํ มาประยกุ ต์ผสมผสานกบั เทคโนโลยีและ
นวตั กรรม เพ่ือใหส้ อดรับกบั บรบิ ทของ เศรษฐกจิ และสังคมโลกสมัยใหม่ (2) “ปรบั ปัจจุบัน” เพือ่ ปูทางสู่อนาคต
ผา่ นการพฒั นาโครงสรา้ ง พื้นฐานของประเทศในมติ ติ ่าง ๆ ทงั้ โครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้าง
พ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดจิ ทิ ลั และการปรบั สภาพแวดลอ้ มให้เอ้ือต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและ
บรกิ ารอนาคต และ (3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ดว้ ยการเพมิ่ ศักยภาพของผูป้ ระกอบการ พัฒนาคนรนุ่ ใหม่
รวมถงึ ปรบั รูปแบบธรุ กิจ เพือ่ ตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของตลาด ผสมผสานกบั ยุทธศาสตรท์ ่ีรองรับ อนาคต
บนพ้นื ฐานของการต่อยอดอดีตและปรบั ปัจจุบัน พร้อมทง้ั การสง่ เสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศไทย
สามารถสรา้ งฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทนุ ในเวทีโลก ควบค่ไู ปกับการ
ยกระดับรายได้และการกินดีอยดู่ ี รวมถงึ การเพ่มิ ขน้ึ ของคนชน้ั กลาง และลดความเหล่ือมล้ำของคนในประเทศได้
ในคราวเดียวกนั
1. การเกษตรสร้างมูลคา่
1. เกษตรอัตลักษณ์พนื้ ถนิ่
2. เกษตรปลอดภัย
3. เกษตรชวี ภาพ
4. เกษตรแปรรูป
5. เกษตรอจั ฉริยะ
93
2. อตุ สาหกรรมและบรกิ ารแห่งอนาคต
1. อตุ สาหกรรมชีวภาพ
2. อุตสาหกรรมและบรกิ ารการแพทย์ครบวงจร
3. อุตสาหกรรมและบริการดิจิทลั ขอ้ มลู และปญั ญาประดิษฐ์
4. อุตสาหกรรมและบริการขนสง่ และโลจสิ ติกส์
5. อตุ สาหกรรมความมน่ั คงของประเทศ
3. สรา้ งความหลากหลายดา้ นการทอ่ งเท่ียว
1. ท่องเท่ียวเชงิ สร้างสรรคแ์ ละวฒั นธรรม
2. ท่องเทยี่ วเชงิ ธุรกิจ
3. ท่องเท่ียวเชงิ สุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย
4. ทอ่ งเทีย่ วสาํ ราญทางน้ำ
5. ท่องเทีย่ วเชอื่ มโยงภูมภิ าค
4. โครงสร้างพ้นื ฐาน เชื่อมไทย เชื่อมโลก
1. เชื่อมโยงโครงขา่ ยคมนาคมไร้รอยต่อ
2. สร้างและพฒั นาเขตเศรษฐกิจพเิ ศษ
3. เพิม่ พน้ื ทีแ่ ละเมืองเศรษฐกิจ
4. พัฒนาโครงสร้างพ้นื ฐานเทคโนโลยสี มัยใหม่
5. รกั ษาและเสริมสรา้ งเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจมหภาค
5. พัฒนาเศรษฐกจิ บนพนื้ ฐานผปู้ ระกอบการยุคใหม่
1. สร้างผปู้ ระกอบการอัจฉริยะ
2. สรา้ งโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงนิ
3. สรา้ งโอกาสเข้าถึงตลาด
4. สรา้ งโอกาสเขา้ ถึงข้อมลู
5. ปรับบทบาทและโอกาสการเขา้ ถึงบริการภาครัฐ
3. ยุทธศาสตร์ชาติดา้ นการพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ มเี ป้าหมาย การพฒั นาทส่ี ําคญั
เพ่ือพัฒนาคนในทกุ มิตแิ ละในทุกชว่ งวัยใหเ้ ป็นคนดี เก่ง และมคี ุณภาพ โดยคนไทย มีความพรอ้ มทั้งกาย ใจ
สติปัญญา มีพัฒนาการทด่ี รี อบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจติ สาธารณะ รบั ผดิ ชอบต่อสงั คมและผู้อ่นื
มธั ยสั ถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศลี ธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดทถ่ี กู ต้อง มีทกั ษะที่
จําเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 มีทกั ษะส่ือสาร ภาษาอังกฤษและภาษาทีส่ าม และอนรุ ักษภ์ าษาท้องถนิ่ มีนิสยั รกั การ
เรียนร้แู ละการพฒั นาตนเอง อย่างต่อเนอื่ งตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยทม่ี ที ักษะสูง เปน็ นวตั กร นักคดิ
ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ และอนื่ ๆ โดยมีสัมมาชพี ตามความถนัดของตนเอง
94
1. การปรบั เปล่ียนคา่ นิยมและวัฒนธรรม
1. การปลูกฝังค่านยิ มและวฒั นธรรมผ่านการเล้ยี งดใู นครอบครวั
2. การบรู ณาการเร่ืองความซ่ือสัตย์ วินัย คณุ ธรรม จริยธรรม ในการจดั การ เรยี นการสอนในสถานศึกษา
3. การสร้างความเข้มแข็งในสถาบันทางศาสนา
4. การปลูกฝังคา่ นิยมและวัฒนธรรมโดยใชช้ มุ ชนเป็นฐาน
5. การสรา้ งค่านยิ มและวัฒนธรรมทพี่ ึงประสงคจ์ ากภาคธุรกิจ
6. การใช้สอื่ และสื่อสารมวลชนในการปลกู ฝงั คา่ นิยมและวฒั นธรรมของคนในสงั คม
7. การสง่ เสรมิ ให้คนไทยมจี ติ สาธารณะและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสว่ นรวม
2. การพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชีวติ
1. ช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวยั
2. ชว่ งวัยเรยี น/วัยร่นุ
3. ช่วงวัยแรงงาน
4. ช่วงวยั ผสู้ ูงอายุ
3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรทู้ ต่ี อบสนองตอ่ การเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21
1. การปรับเปล่ยี นระบบการเรียนรใู้ หเ้ อ้อื ต่อการพัฒนาทกั ษะสาํ หรับศตวรรษท่ี 21
2. การเปลี่ยนโฉมบทบาท ‘คร’ู ใหเ้ ปน็ ครยู คุ ใหม่
3. การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพระบบบริหารจัดการศึกษาในทกุ ระดับ ทุกประเภท
4. การพัฒนาระบบการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ
5. การสร้างความต่ืนตัวให้คนไทยตระหนกั ถึงบทบาท ความรับผดิ ชอบ และ การวางตําแหนง่ ของ
ประเทศไทยในภูมิภาคเอเชยี อาคเนยแ์ ละประชาคมโลก
6. การวางพืน้ ฐานระบบรองรับการเรยี นรโู้ ดยใชด้ ิจิทัลแพลตฟอร์ม
7. การสร้างระบบการศกึ ษาเพ่อื เป็นเลิศทางวิชาการระดบั นานาชาติ
4. การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนษุ ย์ที่หลากหลาย
1. การพฒั นาและส่งเสริมพหุปญั ญาผา่ นครอบครวั ระบบสถานศกึ ษา สภาพแวดล้อม รวมทงั้ ส่อื
2. การสรา้ งเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการทํางาน และระบบสนับสนนุ ทเ่ี หมาะสมสําหรบั ผูม้ ี
ความสามารถพเิ ศษผ่านกลไกต่าง ๆ
3. การดึงดูดกลุ่มผู้เชย่ี วชาญตา่ งชาตแิ ละคนไทยที่มีความสามารถ ในต่างประเทศให้มาสร้างและพัฒนา
เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมให้กับประเทศ
5. การเสริมสร้างใหค้ นไทยมสี ุขภาวะทีด่ ี
1. การสรา้ งความรอบรู้ด้านสขุ ภาวะ
2. การปอ้ งกันและควบคมุ ปจั จยั เสย่ี งที่คกุ คามสุขภาวะ
3. การสร้างสภาพแวดล้อมทเ่ี ออ้ื ต่อการมีสขุ ภาวะที่ดี
4. การพฒั นาระบบบริการสุขภาพท่ที ันสมัยสนับสนุนการสรา้ งสุขภาวะทีด่ ี
5. การสง่ เสรมิ ให้ชมุ ชนเปน็ ฐานในการสรา้ งสุขภาวะที่ดใี นทกุ พื้นที่
95
6. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
1. การสร้างความอยู่ดีมสี ุขของครอบครวั ไทย
2. การส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครฐั ภาคเอกชน องคก์ รปกครอง ส่วนท้องถ่ิน ครอบครัวและ
3. ชุมชนในการพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์
4. การปลกู ฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรยี น
5. การพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู เพอ่ื การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์
7. การเสริมสรา้ งศกั ยภาพการกฬี าในการสรา้ งคุณค่าทางสังคมและพฒั นาประเทศ
1. การสง่ เสรมิ การออกกาํ ลงั กาย และกฬี าขั้นพน้ื ฐานให้กลายเป็นวิถีชวี ติ
2. การสง่ เสริมใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมออกกาํ ลงั กาย กฬี า และนันทนาการ
3. การสง่ เสริมการกีฬาเพ่ือพัฒนาส่รู ะดบั อาชีพ
4. การพฒั นาบุคลากรดา้ นการกฬี าและนนั ทนาการเพ่ือรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมกฬี า
4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับเปลีย่ นคา่ นยิ มและวฒั นธรรม การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
มเี ปา้ หมาย การพฒั นาที่ให้ความสําคญั กับการดงึ เอาพลงั ของภาคส่วนต่าง ๆ ทง้ั ภาคเอกชน ประชาสังคม ชมุ ชน
ท้องถิน่ มาร่วมขบั เคลอ่ื น โดยการสนับสนุนการรวมตวั ของประชาชนในการร่วมคิดร่วมทํา เพื่อส่วนรวม การ
กระจายอํานาจและความรับผิดชอบไปส่กู ลไกบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ในระดบั ท้องถน่ิ การเสริมสร้างความเข้มแข็ง
ของชุมชนในการจดั การตนเอง และการเตรยี มความพร้อมของประชากรไทย ทงั้ ในมิตสิ ุขภาพ เศรษฐกจิ สังคม
และสภาพแวดลอ้ มให้เปน็ ประชากรทมี่ ีคณุ ภาพ สามารถพ่ึงตนเอง และทาํ ประโยชนแ์ ก่ครอบครวั ชุมชน และ
สังคมให้นานทส่ี ดุ โดยรฐั ใหห้ ลกั ประกนั การเข้าถึงบริการและ สวสั ดิการที่มีคุณภาพอย่างเปน็ ธรรมและทัว่ ถึง
1. การลดความเหล่อื มล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทกุ มิติ
1. ปรบั โครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก
2. ปฏริ ูประบบภาษแี ละการคุ้มครองผูบ้ รโิ ภค
3. กระจายการถือครองท่ีดินและการเข้าถึงทรัพยากร
4. เพิ่มผลติ ภาพและคุ้มครองแรงงานไทย ให้เป็นแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพ และความริเร่ิมสร้างสรรค์
มีความปลอดภัยในการทํางาน
5. สร้างหลักประกันทางสงั คมทค่ี รอบคลุมและเหมาะสมกับคนทกุ ช่วงวยั ทุกเพศภาวะและทุกกลมุ่
6. ลงทุนทางสังคมแบบมุง่ เป้าเพ่ือชว่ ยเหลือกลุ่มคนยากจนและกลุม่ ผูด้ ้อยโอกาสโดยตรง
7. สรา้ งความเป็นธรรมในการเข้าถงึ บริการสาธารณสขุ และการศกึ ษา โดยเฉพาะสําหรบั ผู้มรี ายได้น้อย
และกลุม่ ผดู้ ้อยโอกาส
8. สร้างความเปน็ ธรรมในการเข้าถงึ กระบวนการยุติธรรมอยา่ งท่วั ถงึ
2. การกระจายศนู ยก์ ลางความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี
1. พฒั นาศูนยก์ ลางความเจริญทางเศรษฐกจิ สังคม และเทคโนโลยใี นภมู ภิ าค
2. กาํ หนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของแตล่ ะกลมุ่ จงั หวัดในมติ ิตา่ ง ๆ
96
3. จดั ระบบเมอื งที่เอ้ือต่อการสร้างชีวิตและสงั คมท่ีมีคณุ ภาพและปลอดภยั ใหส้ ามารถตอบสนองต่อ
สงั คมสูงวยั และแนวโน้มของการขยายตวั ของเมืองในอนาคต
4. ปรับโครงสร้างและแก้ไขกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน เพ่ือวาง ระบบและกลไกการ
บริหารงานในระดับภาค กลุ่มจังหวัด
5. สนับสนนุ การพฒั นาพืน้ ทบี่ นฐานข้อมูลความรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรม
6. การพฒั นากาํ ลังแรงงานในพื้นท่ี
3. การเสรมิ สร้างพลงั ทางสงั คม
1. สรา้ งสงั คมเข้มแข็งทแี่ บ่งปัน ไม่ทอดท้งิ กัน และมีคุณธรรม
2. การรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
3. สนบั สนุนความรว่ มมอื ระหว่างภาครฐั ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชา สงั คมและภาคประชาชน
4. ส่งเสรมิ ความเสมอภาคทางเพศและบทบาทของสตรใี นการสรา้ งสรรค์สงั คม
5. สนบั สนนุ การพัฒนาบนฐานทุนทางสังคมและวฒั นธรรม
6. สนบั สนุนการพัฒนาเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่ือสรา้ งสรรค์ เพอื่ รองรับ สงั คมยุคดจิ ิทลั
4. การเพิม่ ขีดความสามารถของชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ในการพัฒนา การพ่งึ ตนเองและการ จดั การตนเอง
1. สง่ เสริมการปรับพฤติกรรมในระดบั ครัวเรือน ให้มขี ีดความสามารถใน การจดั การวางแผนชีวิต สขุ ภาพ
ครอบครวั การเงนิ และอาชพี
2. เสริมสรา้ งศักยภาพของชุมชนในการพึง่ ตนเองและการพ่ึงพากนั เอง
3. สร้างการมีส่วนรว่ มของภาคส่วนต่าง ๆ เพอื่ สร้างประชาธปิ ไตยชุมชน
4. สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ทางปัญญาให้กบั ชุมชน
5. ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวิตท่ีเป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม มีเปา้ หมายการพฒั นาที่
สําคญั เพื่อนําไปสู่การบรรลเุ ป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยนื ในทุกมิติ ท้งั ด้านสังคม เศรษฐกจิ ส่งิ แวดล้อม ธรรมาภิบาล
และความเปน็ หุ้นสว่ นความร่วมมือระหวา่ งกัน ทัง้ ภายในและภายนอกประเทศอยา่ งบูรณาการ ใชพ้ ้ืนทีเ่ ป็นตัวตง้ั
ในการกาํ หนดกลยุทธแ์ ละแผนงาน และการให้ทกุ ฝ่ายท่เี ก่ียวข้องไดเ้ ขา้ มามีสว่ นร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สดุ
เท่าท่ีจะเปน็ ไปได้ โดยเป็น การดาํ เนนิ การบนพื้นฐานการเติบโตรว่ มกนั ไม่วา่ จะเป็นทางเศรษฐกจิ สิง่ แวดล้อม
และคุณภาพชวี ิต โดยให้ความสาํ คญั กบั การสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้าน อนั จะนําไปสู่ความย่ังยนื เพื่อคนร่นุ ต่อไปอยา่ ง
แทจ้ รงิ
1. สรา้ งการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสงั คมเศรษฐกจิ สเี ขียว
1. เพ่ิมมูลค่าของเศรษฐกจิ ฐานชีวภาพใหส้ อดคล้องกับยุทธศาสตรด์ า้ นการ สรา้ งความสามารถในการแขง่ ขัน
2. อนุรกั ษ์และฟน้ื ฟคู วามหลากหลายทางชวี ภาพในและนอกถน่ิ กาํ เนดิ
3. อนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลาํ คลองและแหลง่ น้ำธรรมชาติท่ัวประเทศ
4. รักษาและเพ่ิมพ้ืนทีส่ ีเขยี วท่เี ป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม
5. ส่งเสรมิ การบริโภคและการผลติ ทีย่ ั่งยืน
97
2. สรา้ งการเตบิ โตอย่างย่ังยนื บนสงั คมเศรษฐกิจภาคทะเล
1. เพ่มิ มลู ค่าของเศรษฐกิจฐานชวี ภาพทางทะเล
2. ปรับปรงุ ฟนื้ ฟู และสรา้ งใหมท่ รพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่ ทง้ั ระบบฟืน้ ฟชู ายหาดทเ่ี ป็นแหล่ง
ท่องเทยี่ ว ชายฝ่งั ทะเลไดร้ ับการปอ้ งกนั และแก้ไข ทง้ั ระบบ และมีนโยบายการ
3. จดั การชายฝง่ั แบบบูรณาการอยา่ งเป็นองค์รวม
4. พฒั นาและเพม่ิ สดั ส่วนกิจกรรมทางทะเลที่เป็นมติ รตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม
3. สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เปน็ มติ รต่อสภาพภมู อิ ากาศ
1. ลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจก
2. มีการปรับตัวเพื่อลดความสญู เสียและเสียหายจากภยั ธรรมชาติ และผลกระทบทเี่ กย่ี วขอ้ งกับการ
เปลยี่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
3. ม่งุ เป้าสู่การลงทุนท่เี ปน็ มิตรตอ่ สภาพภูมอิ ากาศในการพัฒนาโครงสรา้ ง พนื้ ฐาน ของภาครัฐและภาคเอกชน
4. พัฒนาและสรา้ งระบบรับมือปรบั ตัวต่อโรคอุบตั ิใหมแ่ ละโรคอบุ ัติซํา้ ที่เกิด จากการเปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศ
4. พัฒนาพ้นื ท่ีเมือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนเิ วศ มุ่งเนน้ ความเป็น เมืองที่เตบิ โตอยา่ ง
ตอ่ เน่อื งจัดทาํ แผนผังภูมนิ เิ วศเพ่ือการพฒั นาเมือง ชนบท พ้นื ท่เี กษตรกรรม และอตุ สาหกรรม รวมถึงพื้นท่ี
อนรุ ักษ์ตามศักยภาพและความเหมาะสมทางภูมนิ เิ วศอย่างเป็น เอกภาพ
1. พฒั นาพื้นท่เี มอื ง ชนบท เกษตรกรรม และ อตุ สาหกรรมเชงิ นเิ วศ ทีม่ ี การบรหิ ารจดั การตามแผนผงั
ภมู ินเิ วศอยา่ งย่งั ยนื
2. จัดการมลพษิ ทม่ี ีผลกระทบต่อสง่ิ แวดลอ้ ม และสารเคมีในภาคเกษตร ท้ังระบบ ใหเ้ ป็นไปตาม
มาตรฐานสากลและค่ามาตรฐานสากล
3. สงวนรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติ มรดก ทางสถาปัตยกรรมและ
ศิลปวัฒนธรรม อตั ลกั ษณ์ และวิถีชีวติ พ้นื ถิน่ บนฐานธรรมชาติ และฐาน วฒั นธรรมอย่างยั่งยืน
4. พฒั นาเครือข่ายองค์กรพฒั นาเมอื งและชมุ ชน รวมท้งั กลุ่มอาสาสมัคร ด้วยกลไกการมีส่วนรว่ มของ
ทุกภาคสว่ นในท้องถิน่
5. เสรมิ สร้างระบบสาธารณสขุ และอนามยั ส่ิงแวดล้อม และยกระดับ ความสามารถในการปอ้ งกนั โรค
อบุ ตั ใิ หม่และอบุ ัติซ้ำ
5. พัฒนาความม่นั คงน้ำ พลงั งาน และเกษตรทเ่ี ปน็ มิตรตอ่ ส่งิ แวดล้อม
1. พัฒนาการจดั การน้ำเชงิ ลุ่มน้ำทัง้ ระบบเพื่อเพ่ิมความมัน่ คงด้านน้ำ ของประเทศ
2. เพ่มิ ผลติ ภาพของน้ำทง้ั ระบบในการใช้น้ำอยา่ งประหยดั รูค้ ุณคา่ และสรา้ ง มูลค่าเพ่ิมจากการใช้น้ำ
ใหท้ ดั เทียมกับระดับสากล
3. พฒั นาความมน่ั คงพลงั งานของประเทศ และส่งเสริมการใชพ้ ลงั งาน ทีเ่ ปน็ มติ รตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม
4. เพ่ิมประสิทธภิ าพการใช้พลังงานโดยลดความเข้มขน้ ของการใช้พลงั งาน
5. พัฒนาความม่นั คงด้านการเกษตรและอาหารของประเทศและชุมชน ในมติ ิปริมาณ คุณภาพ ราคา
และการเขา้ ถึงอาหาร
98
6. ยกระดบั กระบวนทศั น์เพื่อกําหนดอนาคตประเทศ
1. สง่ เสริมคณุ ลกั ษณะและพฤตกิ รรมที่พงึ ประสงค์ดา้ นสงิ่ แวดล้อม และคุณภาพชีวติ ทด่ี ีของคนไทย
2. พัฒนาเคร่อื งมือ กลไกและระบบยตุ ธิ รรม และระบบประชาธิปไตย สิง่ แวดล้อม
3. จดั โครงสร้างเชงิ สถาบันเพื่อจดั การประเด็นรว่ ม ดา้ นการบริหารจดั การ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
สิง่ แวดลอ้ มที่สําคัญ
4. พฒั นาและดาํ เนนิ โครงการท่ยี กระดับกระบวนทศั น์เพือ่ กําหนดอนาคต ประเทศ ดา้ นทรัพยากร
ธรรมชาติ สิง่ แวดล้อมและวัฒนธรรม บนหลกั ของการมีสว่ นร่วม และธรรมาภิบาล
6. ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการปรับสมดลุ และพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ มีเปา้ หมายการพฒั นาท่สี าํ คัญ
เพ่ือปรบั เปลย่ี นภาครัฐทย่ี ดึ หลกั “ภาครฐั ของประชาชนเพื่อประชาชน และประโยชน์สว่ นรวม” โดยภาครัฐตอ้ งมี
ขนาดท่ีเหมาะสมกบั บทบาทภารกจิ แยกแยะบทบาท หน่วยงานของรฐั ที่ทาํ หน้าท่ีในการกาํ กบั หรือในการ
ให้บริการในระบบเศรษฐกจิ ท่ีมกี ารแขง่ ขนั มีสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวฒั นธรรมการทาํ งานให้มุ่ง
ผลสมั ฤทธ์ิและผลประโยชน์ส่วนรวม มคี วามทันสมยั และพร้อมที่จะปรบั ตวั ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่
ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างย่ิง การนํานวัตกรรม เทคโนโลยขี อ้ มูลขนาดใหญ่ ระบบการทาํ งานทเี่ ปน็ ดิจิทลั เขา้ มา
ประยุกต์ใช้อย่างคุ้มคา่ และปฏิบตั ิงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทัง้ มีลักษณะเปดิ กว้าง เชอ่ื มโยงถึงกนั และ
เปดิ โอกาสให้ ทุกภาคส่วนเขา้ มามีส่วนรว่ มเพ่ือตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเรว็ และ
โปร่งใส โดยทุกภาคสว่ นในสังคมต้องรว่ มกนั ปลูกฝังค่านิยมความซอื่ สตั ยส์ ุจรติ ความมธั ยัสถ์ และสรา้ งจิตสํานึกใน
การปฏิเสธไมย่ อมรับการทุจรติ ประพฤตมิ ิชอบอยา่ งส้ินเชงิ นอกจากน้นั กฎหมายต้องมีความชัดเจน มเี พยี งเท่าท่ี
จาํ เป็น มีความทนั สมยั มคี วามเป็นสากล มีประสิทธภิ าพ และนาํ ไปส่กู ารลด ความเหลอ่ื มล้ำและเอ้ือต่อการพัฒนา
โดยกระบวนการยุตธิ รรมมีการบริหารทีม่ ีประสิทธภิ าพ เป็นธรรม ไม่เลอื กปฏบิ ตั ิ และการอาํ นวยความยุติธรรม
ตามหลักนติ ธิ รรม
1. ภาครัฐทีย่ ึดประชาชนเป็นศูนยก์ ลาง ตอบสนองความตอ้ งการ และให้บริการอย่าง สะดวกรวดเร็ว
โปร่งใส
1. การใหบ้ รกิ ารสาธารณะของภาครัฐได้มาตรฐานสากลและเป็นระดับ แนวหน้าของภูมิภาค
2. ภาครฐั มีความเชอื่ มโยงในการให้บริการสาธารณะต่าง ๆ ผา่ นการ นําเทคโนโลยีดิจทิ ลั มาประยุกต์ใช้
2. ภาครฐั บรหิ ารงานแบบบูรณาการโดยมยี ุทธศาสตร์ชาติเปน็ เปา้ หมายและเชื่อมโยง การพัฒนาในทกุ ระดับ
ทุกประเดน็ ทกุ ภารกจิ และทกุ พ้นื ที่
1. ใหย้ ทุ ธศาสตร์ชาตเิ ป็นกลไกขับเคล่ือนการพฒั นาประเทศ
2. ระบบการเงนิ การคลังประเทศสนบั สนนุ การขับเคล่ือนยุทธศาสตรช์ าติ
3. ระบบตดิ ตามประเมินผลท่ีสะท้อนการบรรลุเปา้ หมายยุทธศาสตร์ชาติ ในทกุ ระดับ
3. ภาครฐั มีขนาดเลก็ ลง เหมาะสมกับภารกจิ ส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคสว่ น มสี ่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
1. ภาครัฐมขี นาดท่ีเหมาะสม
2. ทุกภาคส่วนมสี ว่ นร่วมในการพัฒนาประเทศ
99
3. ส่งเสริมการกระจายอาํ นาจและสนับสนุนบทบาทชุมชนท้องถ่ินให้องค์กร ปกครองสว่ นท้องถิ่นเปน็
หนว่ ยงานทม่ี สี มรรถนะสูง ตงั้ อยบู่ นหลักธรรมาภิบาล
4. ภาครฐั มีความทนั สมัย
1. องคก์ รภาครัฐมีความยดื หยนุ่ เหมาะสมกบั บริบทการพัฒนาประเทศ
2. พฒั นาและปรับระบบวธิ กี ารปฏิบัตริ าชการใหท้ ันสมัย
5. บคุ ลากรภาครฐั เป็นคนดีและเก่ง ยดึ หลกั คุณธรรม จริยธรรม มีจิตสํานกึ มคี วามสามารถสูง มุ่งมน่ั และ
เปน็ มอื อาชพี
1. ภาครฐั มีการบรหิ ารกําลังคนทม่ี คี วามคล่องตัว ยึดระบบคณุ ธรรม
2. บุคลากรภาครัฐยดึ ค่านยิ มในการทํางานเพ่ือประชาชน มีคณุ ธรรม และมกี ารพัฒนาตามเส้นทาง
ความกา้ วหนา้ ในอาชีพ
6. ภาครฐั มีความโปร่งใส ปลอดการทจุ รติ และประพฤติมชิ อบ
1. ประชาชนและภาคตี ่าง ๆ ในสงั คมร่วมมือกนั ในการป้องกนั การทุจริต และประพฤติมิชอบ
2. บคุ ลากรภาครัฐยดึ มั่นในหลกั คณุ ธรรม จริยธรรมและความซอ่ื สัตย์สุจริต
3. การปราบปรามการทจุ รติ ประพฤติมิชอบมีประสิทธภิ าพมคี วามเด็ดขาด เป็นธรรม และตรวจสอบได้
4. การบรหิ ารจดั การการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอยา่ งเป็นระบบ แบบบรู ณาการ
7. กฎหมายมีความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับบรบิ ทตา่ ง ๆ และมเี ทา่ ที่จาํ เปน็
1. ภาครฐั จัดใหม้ กี ฎหมายท่สี อดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่เปลย่ี นแปลง
2. มกี ฎหมายเท่าทจี่ ําเปน็
3. การบังคบั ใช้กฎหมายอย่างมีประสทิ ธิภาพ
8. กระบวนการยตุ ธิ รรมเคารพสทิ ธมิ นุษยชนและปฏิบัติต่อประชาชนโดยเสมอภาค
1. บคุ ลากรและหนว่ ยงานในกระบวนการยุตธิ รรมเคารพและยดึ มั่นในหลัก ประชาธปิ ไตย เคารพศักดิศ์ รี
2. ความเป็นมนุษย์ที่พงึ ได้รับการปฏิบัติอย่างเทา่ เทยี ม
3. ทกุ หน่วยงานในกระบวนการยตุ ธิ รรม มบี ทบาทเชงิ รุกร่วมกนั ในทุกข้นั ตอน ของการค้นหาความจริง
4. หนว่ ยงานในกระบวนการยุตธิ รรมทัง้ ทางแพ่ง อาญา และปกครอง มีเป้าหมายและยทุ ธศาสตรร์ ว่ มกนั
ส่งเสริมระบบยุตธิ รรมทางเลือก ระบบยตุ ิธรรมชมุ ชน และการมสี ่วนรว่ ม ของประชาชนในกระบวนการยุตธิ รรม
5. พัฒนามาตรการอืน่ แทนโทษทางอาญา
แผนยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี
100
การเชื่อมโยงระหวา่ งยุทธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี กับ 6 ยุทธศาสตรแ์ ผนพัฒนาการศกึ ษาของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560- 2564)
5. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 - 2564
101
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 12 พ.ศ.2560-2564 ได้น้อมนำหลกั “ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง” มาเป็นปรัชญานำทางในการพฒั นาประเทศอยา่ งต่อเนื่องจากแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคม ฉบบั ท่ี 9-
11 เพ่ือเสริมสร้างภมู ิคุ้มกนั และชว่ ยใหส้ งั คมไทยสามารถยืดหยดั อยไู่ ด้อย่างมนั่ คงเกิดภมู ิคมุ้ กัน และมกี ารบริหาร
จัดการความเสย่ี งอยา่ งเหมาะสม ส่งผลใหก้ ารพัฒนาประเทศสคู่ วามสมดลุ และยง่ั ยืน
ในการจดั ทำแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 12 ครง้ั นี้ ได้จดั ทำบนพนื้ ฐานของยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.
2561-2580) ซ่งึ เป็นแผนแม่บทหลกั ของการพฒั นาประเทศ และเปา้ หมายการพฒั นาที่ยง่ั ยืน (Sustainable
Development Goals : SDGs) รวมทง้ั การปรับโครงสรา้ งประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตลอดจนประเดน็
การปฏริ ูปประเทศ นอกจากน้ันไดใ้ ห้ความสำคญั กับการมีส่วนรว่ มของภาคีการพฒั นาทกุ ภาคส่วนท้ังในระดบั กลุ่ม
อาชพี ระดับภาค และระดบั ประเทศในทกุ ข้ันตอนของแผนฯ อย่างกวา้ งขวางและตอ่ เน่ืองเพื่อรว่ มกันกำหนด
วสิ ัยทัศนแ์ ละทิศทางการพฒั นาประเทศ รวมทั้งร่วมจดั ทำรายละเอียดยุทธศาสตรข์ องแผนฯ เพ่ือมุ่งสู่ “ความ
มน่ั คง ม่งั คั่ง และย่ังยืน” ซงึ่ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12 พ.ศ.2560-2564 ฉบบั นี้
ประกอบด้วย 5 สว่ นได้แก่
สว่ นท่ี 1 ภาพรวมการพฒั นาในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบบั ท่ี 12
สว่ นที่ 2 การประเมนิ สภาพแวดล้อมการพัฒนาประเทศ
– สถานการณ์และแนวโน้มภายนอก
– สถานการณ์และแนวโน้มภายใน
สว่ นท่ี 3 วตั ถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนาในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบบั ท่ี 12
สว่ นที่ 4 ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาประเทศ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 : การเสริมสรา้ งและพัฒนาศักยภาพทนุ มนุษย์
ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 : การสรา้ งความเป็นธรรมและลดความเหล่ือมลำ้ ในสังคม
102
ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 : การสรา้ งความเขม้ แข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขนั ไดอ้ ยา่ งย่ังยนื
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 : การเติบโตท่เี ปน็ มิตรกับสิ่งแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาอยา่ งยง่ั ยืน
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5 : การเสรมิ สร้างความมั่งคงแหง่ ชาตเิ พื่อการพฒั นาประเทศสู่
ความมงั่ ค่ังและยั่งยืน
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 6 : การบรหิ ารจัดการในภาครัฐ การป้องกนั การทุจรติ ประพฤติมชิ อบ
และธรรมาภิบาลในสงั คมไทย
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 7 : การพฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐานและระบบโลจิสตกิ ส์
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 8 : การพฒั นาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจยั และนวตั กรรม
ยทุ ธศาสตร์ที่ 9 : การพฒั นาภาคเมอื ง และพนื้ ท่เี ศรษฐกจิ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 10 : ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพฒั นา
สว่ นที่ 5 การขับเคล่ือนและตดิ ตามประเมนิ ผลแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 12
6. แผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579
ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญด้านการศึกษาในฐานะกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ
มาโดยตลอดและเนื่องจากแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติฉบับเดิมไดส้ ้ินสดุ ลง
กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จงึ ไดจ้ ัดทำ แผนการ
ศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560–2579 ฉบบั น้ีข้นึ เพื่อวางกรอบเป้าหมายและทศิ
ทางการจดั การศึกษาของประเทศ โดยมงุ่ จดั การศึกษาให้คนไทยทกุ คนสามารถ
เข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศกึ ษาท่ีมีคุณภาพ พฒั นาระบบการบริหาร
จัดการศึกษาทีม่ ีประสิทธิภาพ พฒั นากำลังคนใหม้ สี มรรถนะในการทำงานท่ี
สอดคล้องกบั ความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ
กระบวนการจัดทำเน้นการให้ความสำคญั กับการมีส่วนรว่ มและ
การยอมรบั ของทุกภาคส่วนที่เกยี่ วขอ้ ง โดยทำข้อคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะ
จากทกุ ภาคส่วนมาปรับปรงุ แกไ้ ข และไดน้ ำเสนอต่อทป่ี ระชุม
คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา และไดป้ รับแก้เอกสารตามความเหน็ ของท่ีประชุม โดยได้ปรบั เปน็
“(รา่ ง) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579” เปน็ แผนระยะยาว 20 ปี เพ่อื ให้มีความสอดคล้องกับ
ยทุ ธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) และนำเสนอตอ่ คณะรัฐมนตรใี นคราวประชมุ เมอื่ วนั ท่ี 14
มนี าคม 2560 ซ่ึงทป่ี ระชมุ มีมตเิ หน็ ชอบแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560-2579 และให้หน่วยงานทเี่ กีย่ วข้องใช้
เปน็ กรอบแนวทางในการพฒั นาการศึกษาในชว่ งระยะเวลาดังกล่าว
103
104
105
106
107
เป้าหมายที่ 1 : การเขา้ ถึงโอกาสทางการศึกษา (Access)
เป้าหมายท่ี 2 : ความเท่าเทยี มทางการศึกษา (Equity)
เป้าหมายที่ 3 : คุณภาพการศึกษา (Quality)
เป้าหมายท่ี 4 : ประสิทธภิ าพ (Efficiency)
เป้าหมายที่ 5 : การตอบโจทยบ์ รบิ ทท่มี กี ารเปลยี่ นแปลง (Relevancy)
108
การขบั เคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติเก่ียวกับการแกไ้ ขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และพนื้ ท่ีพิเศษ
ปรากฏในยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การจดั การศกึ ษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
เปา้ หมายที่ 2: คนทุกชว่ งวัยในเขตพัฒนาพเิ ศษเฉพาะกจิ จังหวัดชายแดนภาคใตแ้ ละพนื้ ทพี่ เิ ศษ
ได้รับการศึกษา และเรยี นรู้อยา่ งมีคุณภาพ ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579
109
110
7. นโยบายของรฐั บาล
นโยบายหลัก 12 ด้าน
นโยบายหรอื ยุทธศาสตรท์ ี่ พล.อ.ประยทุ ธ์ ตอกยำ้ อยูเ่ สมอ คอื ประเทศไทยต้องหลุดพน้ จากกบั ดัก
ประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มรี ายได้สงู และต้องลดความเหล่ือมลำ้ ทางรายไดร้ ะหวา่ งคนจนและคนรวย
โดยไมท่ งิ้ ใครไว้ข้างหลัง ดงั น้ันการสานต่อความมุง่ มัน่ ดงั กล่าวจงึ กลายเปน็ ท่ีมาของการกำหนดวสิ ยั ทัศนข์ อง
รฐั บาลชุดนี้ มุ่งมน่ั ใหป้ ระเทศไทยเป็นประเทศทพี่ ัฒนาแล้วในศตวรรษท่ี 21 โดยรัฐบาลได้กาํ หนดนโยบายในการ
บรหิ ารราชการแผ่นดิน สำหรับนโยบายในชว่ ง 4 ปถี ดั ไป ด้วยนโยบายหลกั 12 ด้าน ประกอบด้วย
1. การปกปอ้ งและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
2. การสร้างความมน่ั คงและความปลอดภยั ของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ
3. การทาํ นบุ าํ รงุ ศาสนา ศลิ ปะ และวัฒนธรรม
4. การสร้างบทบาทของไทยในเวทโี ลก
5. การพฒั นาเศรษฐกจิ และความสามารถในการแข่งขนั ของไทย
6. การพัฒนาพื้นท่เี ศรษฐกจิ และการกระจายความเจริญสูภ่ มู ิภาค
7. การพฒั นาสรา้ งความเขม้ แข็งจากฐานราก
8. การปฏริ ปู กระบวนการเรยี นรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกชว่ งวยั
9. การพฒั นาระบบสาธารณสุขและหลักประกนั ทางสงั คม
10. การฟ้นื ฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการรักษาสิ่งแวดล้อมเพ่ือสร้างการเติบโตอยา่ งย่ังยืน
11. การปฏิรูปการบรหิ ารจดั การภาครัฐ
12. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมชิ อบ และกระบวนการยตุ ธิ รรม
นโยบายรฐั บาล ทเ่ี ก่ียวกับการศกึ ษา ( ขอ้ 8 )
1. การปฏิรูปกระบวนการเรียนรูแ้ ละการพฒั นาศกั ยภาพของคนไทยทกุ ชว่ งวัย
1.1 ส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวยั
1.1.1 จดั ใหม้ ีระบบพฒั นาเดก็ แรกเกิดอยา่ งต่อเนื่องจนถึงเด็กวยั เรียนให้มโี อกาสพัฒนาตาม
ศักยภาพ เพื่อสร้างคนไทยที่มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพผ่านครอบครัวที่อบอุ่นในทุกรูปแบบครอบครัว เพื่อส่ง
ตอ่ การพฒั นาเด็กไทยให้มีคุณภาพสู่การพัฒนาในระยะถดั ไปบนฐานการให้ความช่วยเหลือทีค่ ำนึงถึงศักยภาพของ
ครอบครัวและพื้นที่ เตรียมความพร้อมการเป็นพ่อแม่ ความรู้เรื่องโภชนาการและสุขภาพการอบรมเลี้ยงดู
การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยผ่านการให้บริการสาธารณะที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพสถาน
พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ท่ัวประเทศให้ไดม้ าตรฐาน และพฒั นาศกั ยภาพของบคุ ลากรทางการศกึ ษาและผดู้ ูแลเด็กปฐมวัย
ใหส้ ามารถจัดการศึกษาไดอ้ ย่างมีคุณภาพ
1.1.2 สง่ เสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยคำนงึ ถึงพหปุ ญั ญาทีห่ ลากหลายของเด็กแต่ละคนให้
ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ ผ่านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบ
โรงเรียนปกติทเี่ ปน็ ระบบและมีทิศทางท่ชี ดั เจน
1.2 พัฒนาบณั ฑติ พันธ์ุใหม่
111
1.2.1 ปรับรูปแบบการเรียนร้แู ละการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะและอาชีพของคนทกุ ช่วงวยั สำหรับ
ศตวรรษที่ 21 โดยปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีและการเรียนรู้ผ่าน
ประสบการณ์จริงเข้ามามีส่วนในการจัดการเรียนเป็นครูยุคใหม่ที่สามารถออกแบบและจัดระบบการสร้างความรู้
สร้างวินัย กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโลกทัศน์มุมมองของเด็กและครูด้วยการสอนในเชิงแสดงความ
คดิ เห็นใหม้ ากขนึ้ ควบคูก่ ับหลักการทางวชิ าการ
1.2.2 จัดการศึกษาเชงิ บรู ณาการกบั การทำงานเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผเู้ รยี นท้งั ในส่วน
ฐานความรู้และระบบความคิดในลักษณะสหวิทยาการ และตรงกับความต้องการของประเทศในอนาคต และเป็น
ผู้เรียนที่สามารถปฏิบัติได้จริงและสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้ รวมถึงมีทักษะด้านภาษาอังกฤษและ
ภาษาที่สามที่สามารถสื่อสารและแสวงหาความรู้ได้ มีความพร้อมทั้งทักษะความรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต
กอ่ นเขา้ ส่ตู ลาดแรงงาน
1.3 พัฒนาอาชีวะ พัฒนาคุณภาพวิชาชีพ และพัฒนาแรงงานรองรับอุตสาหกรรม 4.0 โดยการจัดระบบ
และกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ชดั เจนเป็นระบบในการพฒั นากำลงั คนท่ีมีทักษะขน้ั
สงู ใหส้ ามารถนำความร้แู ละทักษะมาใชใ้ นการแก้ไขปัญหา รวมถงึ การสรา้ งและพฒั นานวตั กรรม ซง่ึ ตอ้ งครอบคลุม
การพัฒนากำลังคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมแล้ว กำลังคนที่กำลังจะเข้าสู่อุตสาหกรรม และเตรียมการสำหรับผลิต
กำลังคนในสาขาที่ขาดแคลน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต รวมทั้งเร่งรัดและขยายผลระบบ
คุณวฒุ ิวิชาชีพ การยกระดบั ฝมี ือแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมทมี่ ีศักยภาพและอุตสาหกรรมท่ีใช้แรงงานเข้มขน้
1.4 ดึงดูดคนเก่งจากทั่วโลกเข้ามาร่วมทำงานกับคนไทย และส่งเสริมผู้มีความสามารถสูง สนับสนุนให้
ธุรกิจชนั้ นำในประเทศดงึ ดูดบุคคลทมี่ คี วามสามารถระดับสงู จากทว่ั โลกโดยเฉพาะคนไทย เพือ่ กลับมาเปน็ ผ้นู ำการ
เปลี่ยนแปลงและถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ ความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากรในองค์กร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิด
การสรา้ งธุรกิจ ผลิตภณั ฑ์และนวตั กรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ โดยในระยะแรกให้ความสำคัญกับการดงึ ดูดนักวิจัย
ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีช้ันแนวหน้าในสาขาอุตสาหกรรมเปา้ หมายรวมทั้งมี
พื้นที่ให้กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษที่มีศักยภาพสูงได้ทำงานร่วมกัน หรือร่วมกับเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อสร้างองค์
ความรูแ้ ละนวตั กรรมใหม่ ๆ ใหก้ ับประเทศ
1.5 วจิ ยั และพฒั นานวัตกรรมทตี่ อบโจทยก์ ารพัฒนาประเทศ
1.5.1 สง่ เสรมิ การวิจัยและพัฒนานวตั กรรมเพ่อื ขจดั ความเหลือ่ มล้ำและความยากจน ยกระดบั
คุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคมและนวัตกรรมในเชิงพื้นที่ที่สามารถช่วย
แก้ปญั หาความเหลอ่ื มลำ้ สรา้ งโอกาสสำหรบั ผดู้ ้อยโอกาส และยกระดับคณุ ภาพชีวติ ผูส้ ูงวยั ควบคู่ไปกับการพัฒนา
ทุนมนุษย์ให้พร้อมสำหรับโลกยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ตามความเหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรมโดย
ระยะแรกจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจยั และพัฒนาด้านสุขภาพของประชาชนอยา่ งครบวงจร ทั้งระบบ
ยา วคั ซนี เวชภณั ฑ์ และเทคโนโลยีท่ที นั สมยั
1.5.2 สง่ เสรมิ การวจิ ยั และพัฒนานวัตกรรมทางดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีขน้ั สงู เพอื่ สรา้ ง
ความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง และสร้างความเป็นเลิศของประเทศใน
อนาคต โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ กำหนดวาระการวิจัย
แหง่ ชาติ สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื และการเปน็ หุ้นสว่ นของทกุ ฝ่ายทง้ั ภาครัฐ ภาคการศึกษา ชุมชน และภาคเอกชน
112
ในทุกสาขาการผลิตและบริการ สร้างสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของระบบวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมให้
เขม้ แขง็ รวมทั้งบูรณาการการวิจยั และพัฒนานวัตกรรมกับการนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นเชิงพาณิชย์
1.5.3 สร้างเครือข่ายการทำวิจัยระหวา่ งภาคส่วนตา่ ง ๆ ปฏิรูปและบูรณาการระบบการเรยี นการ
สอนกับระบบงานวิจัยและพัฒนา ให้เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ เพื่อสนับสนุนการสร้าง
ความเข้มแข็งของธรุ กิจไทยทุกระดับในเวทีการค้าโลก ส่งเสรมิ กระบวนการการทำงานของภาครัฐและภาคเอกชน
ในการวจิ ัยและพัฒนาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวตั กรรมให้เป็นระบบเปิด และมกี ารบรู ณาการการทำงานกนั อย่าง
มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง
นกั วิจยั มอื อาชีพและนวัตกรทส่ี ามารถสร้างมูลคา่ เพ่ิมและยกระดับงานวจิ ัย สกู่ ารเพ่ิมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและ
นวตั กรรมของประเทศ
1.6 สง่ เสรมิ การเรยี นรู้และพัฒนาทักษะทกุ ช่วงวยั
1.6.1 มุ่งเน้นการพฒั นาโรงเรยี นควบค่กู บั การพฒั นาครูเพมิ่ ประสิทธภิ าพระบบบรหิ ารจัด
การศึกษาในทกุ ระดบั บนพ้ืนฐานการสนบั สนนุ ท่ีคำนึงถึงความจำเปน็ และศักยภาพของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง
พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ และสร้างระบบวัดผลโรงเรียนและครูท่ีสะท้อนความ
รับผดิ ชอบต่อผลลัพธ์ทเ่ี กิดกบั ผู้เรียน คนื ครใู หน้ กั เรยี นโดยลดภาระงานที่ไมจ่ ำเปน็ รวมถึงจัดให้มีระบบฐานข้อมูล
เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการเชื่อมโยงหรือส่งต่อข้อมูลครอบครัวและผู้เรียนระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ
ตง้ั แตแ่ รกเกิดจนถงึ การพัฒนาตลอดชว่ งชวี ิต ตลอดจนพฒั นาช่องทางใหภ้ าคเอกชนมสี ว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา
และการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ
1.6.2 พัฒนาแพลตฟอร์มการเรยี นรูผ้ า่ นระบบดจิ ทิ ลั พรอ้ มทั้งส่งเสริมให้มกี ารนำเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสร้างสรรค์ที่เหมาะสมมาใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริม
การเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจและเหมาะสมกับช่วงวยั ตลอดจนพัฒนาแหล่งเรียนรู้และอุทยานการเรียนรู้
สำหรับเยาวชนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับวิถีชีวิต และส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เข้ าสู่สังคม
สูงวัย
1.6.3 ลดความเหลอื่ มลำ้ ทางการศึกษา โดยบรู ณาการการดำเนินงานระหว่างหนว่ ยจัด
การศึกษากับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มุ่งเน้นกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและกลุ่มเด็กนอกระบบ
การศึกษา ปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจำเป็นของผู้เรียนและลักษณะพื้นที่ของ
สถานศึกษา จดั ระบบโรงเรียนพ่ีเลยี้ งจับคู่ระหวา่ งโรงเรียนขนาดใหญ่ทม่ี ีคุณภาพการศึกษาดกี ับโรงเรียนขนาดเล็ก
เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ
การศึกษาในพ้ืนท่ี สนบั สนุนเดก็ ทีม่ ีความสามารถแต่ไม่มีทุนทรัพย์เป็นกรณีพิเศษ ตลอดจนแก้ไขปัญหาหนี้สินทาง
การศึกษา โดยการปรับโครงสร้างหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และทบทวนรูปแบบการให้กู้ยืม
เพอ่ื การศกึ ษาท่เี หมาะสม
1.6.4 พฒั นาทักษะอาชพี ทุกชว่ งวยั โดยกำหนดระบบทเ่ี อือ้ ต่อการพฒั นาทักษะและเพ่ิม
ประสิทธิภาพของทุกช่วงวัย อาทิ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เชื่อมโยงกับระบบคุณวุฒิวิชาชีพ
โดยมีกลไกการวัดและประเมินผลเพือ่ เทยี บโอนความรู้และประสบการณห์ น่วยการเรียนที่ชัดเจน ส่งเสริมเยาวชน
ที่มีศักยภาพด้านกีฬาให้สามารถพัฒนาไปสู่นักกีฬาอาชีพ การกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงาน การจัดให้มีระบบที่
113
สามารถรองรบั ความต้องการพฒั นาปรับปรงุ ทักษะอาชีพของทุกชว่ งวัย เพ่อื รองรับการเปลย่ี นสายอาชีพให้ตรงกับ
ความตอ้ งการของตลาดแรงงานทีอ่ าจจะเปลีย่ นไปตามแนวโน้มความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีในอนาคต
1.6.5 สง่ เสริมหลักคิดท่ีถกู ต้อง โดยสอดแทรกการปลูกฝังวนิ ัยและอุดมการณท์ ่ถี ูกต้องของคนใน
ชาติ หลักคิดที่ถูกต้องด้านคุณธรรม จริยธรรม การมีจิตสาธารณะการเคารพกฎหมาย และกติกาของสังคมเข้าไป
ในทุกสาระวิชาและในทุกกิจกรรม ควบคูไ่ ปกบั การส่งเสรมิ กลไกสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวในทุกมิติ
อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ปรับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาให้เอื้อต่อการมี
คุณธรรมจรยิ ธรรม และจิตสาธารณะ รวมทง้ั ลงโทษผลู้ ะเมิดบรรทัดฐานทด่ี ีทางสงั คม ตลอดจนสง่ เสริม
ให้เกดิ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการขบั เคลอื่ นประเทศ
1.7 จัดทำระบบปริญญาชุมชนและการจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้นเน้นออกแบบหลักสูตรระยะสั้น
ตามความสนใจ พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันและทักษะอาชีพของคนทุกช่วงวัยในพื้นท่ี
และชมุ ชนเป็นหลกั พร้อมทง้ั ศึกษาแนวทางการพัฒนาเป็นรปู แบบธนาคารหน่วยกติ ซง่ึ เป็นการเรียนเก็บหน่วยกิต
ของวิชาเรียนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนข้ามสาขาวิชาและข้ามสถาบันการศึกษา หรือทำงานไปพร้อมกัน หรือ
เลือกเรียนเฉพาะหลักสูตรที่สนใจ เพื่อสร้างโอกาสของคนไทยทุกช่วงวัยและทุกระดับสามารถพัฒนาตนเองทั้งใน
ด้านการศกึ ษาและการดำรงชีวติ
นโยบายเรง่ ดว่ นด้านการศึกษา ข้อท่ี ๗
7. การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ในระบบดิจิทัล ปรับปรุง
รปู แบบการเรยี นรู้มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรม คณติ ศาสตร์ โปรแกรมเมอร์
และภาษาต่างประเทศ ส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา การพัฒนา
โรงเรียนคุณภาพในทุกตำบลส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อแบ่งปันองค์
ความรู้ของสถาบนั การศึกษาสสู่ าธารณะ เชอื่ มโยงระบบการศึกษากบั ภาคปฏบิ ัติจริงในภาคธุรกิจสร้างนักวิจัยใหม่
และนวัตกรเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศสร้างความรู้ ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัล สื่อออนไลน์ และโครงข่ายสังคมออนไลน์ของคนไทยเพื่อป้องกันและลดผลกระทบในเชิงสังคม
ความปลอดภัย อาชญากรรมทางไซเบอร์ และสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูลข่าวสารท่ี
ถูกต้อง การสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีในสังคม รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่จำเป็นในการ
ดำเนินชีวติ
114
8. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธกิ าร
วิสัยทัศน์
มุ่งพัฒนาผ้เู รยี นให้มคี วามรู้ คู่คุณธรรม มคี ุณภาพชวี ิตทีด่ มี ีความสุขในสงั คม
พันธกจิ
1. ยกระดบั คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ/ประเภทสสู่ ากล
2. เสรมิ สรา้ งโอกาสเขา้ ถงึ บริการทางการศกึ ษาของประชาชนอย่างทัว่ ถงึ เท่าเทยี ม
3. พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภบิ าล
ยทุ ธศาสตร์
1. พฒั นาหลกั สูตร กระบวนการเรียนการสอน การวดั และประเมินผล
2. ผลติ พฒั นาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
3. ผลิตและพฒั นากำลงั คน รวมทัง้ งานวิจัยทส่ี อดคล้องกับความต้องการของการพฒั นาประเทศ
4. ขยายโอกาสการเขา้ ถงึ บรกิ ารทางการศกึ ษาและการเรยี นรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวติ
5. ส่งเสรมิ และพฒั นาระบบเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพื่อการศกึ ษา
6. พฒั นาระบบบริหารจดั การและสง่ เสรมิ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษา
เปา้ ประสงค์
1. คุณภาพการศึกษาของไทยดีข้ึน คนไทยมีคุณธรรมจริยธรรม มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลย่ี นแปลง และการ
พัฒนาประเทศในอนาคต
2. กำลังคนไดร้ บั การผลติ และพัฒนา เพอ่ื เสริมสร้างศกั ยภาพการแข่งขันของประเทศ
3. มอี งคค์ วามรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม สนับสนุนการพฒั นาประเทศอย่างย่ังยืน
4. คนไทยได้รับโอกาสในการเรียนรอู้ ย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต
5. ระบบบรหิ ารจดั การการศึกษามีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล โดยการมสี ่วนรว่ มจากทุกภาคสว่ น
115
ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
เรอ่ื ง นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
---------------------------------------------------
เพื่อใหก้ ารดำเนนิ การจดั การศกึ ษาและการบริหารจัดการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุเป้าหมาย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แล ะมาตรา 12 แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึง
ประกาศนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อให้ส่วนราชการใน
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยึดเป็นกรอบการดำเนินงานในการจัดทำแผนและงบประมาณรายจ่ายประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2564 พร้อมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษาให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพในทุกมิติ
โดยใช้จ่ายงบประมาณอยา่ งค้มุ ค่า เพื่อมุ่งเปา้ หมาย คอื ผู้เรียนทกุ ชว่ งวยั ดงั น้ี
หลกั การตามนโยบาย ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
กระทรวงศกึ ษาธิการมงุ่ ม่ันดำเนนิ การภารกจิ หลักตามแผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี
(พ.ศ. 2561 – 2580) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนทุกแผนย่อยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้
และแผนย่อยที่ 3 ในประเด็น 11 ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และ
นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุก
ช่วงวัย และนโยบายเร่งด่วน เรื่องการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนแผน
แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นอื่น ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2561 –
2564) นโยบายและแผนระดับชาติวา่ ดว้ ยความมนั่ คงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562 – 2565) รวมทงั้ นโยบายและแผน
ต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง โดยคาดหวงั วา่ ผูเ้ รยี นทุกชว่ งวัยจะได้รับการพัฒนาในทุกมิติ เปน็ คนดี คนเกง่ มีคุณภาพ และมี
ความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนั้น ในการเร่งรัดการทำงาน
ภาพรวมกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และผลักดันให้การจัดการศึกษามีคุณภาพ
และประสิทธภิ าพในทกุ มิติ กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดนโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ดงั นี้
1. ปรบั ร้อื และเปลีย่ นแปลงระบบการบริหารจดั การ โดยมงุ่ ปฏิรปู องค์การเพื่อหลอมรวมภารกจิ
และบคุ ลากร เช่น ดา้ นการประชาสมั พันธ์ ด้านการตา่ งประเทศ ด้านเทคโนโลยี ดา้ นกฎหมาย ฯลฯ ที่สามารถลด
การใช้ทรัพยากรทับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยท้ัง
การบรหิ ารงานและการจัดการศึกษารองรบั ความเป็นรัฐบาลดจิ ิทัล
2. ปรับรือ้ และเปลย่ี นแปลงระบบการบรหิ ารทรัพยากร โดยมุ่งปฏริ ปู กระบวนการวางแผนงาน/
โครงการแบบรว่ มมือและบรู ณาการ ท่สี ามารถตอบโจทย์ของสังคมและเปน็ การพฒั นาท่ยี ัง่ ยืน รวมทั้งกระบวนการ
จัดทำงบประมาณที่มีประสิทธิภาพและใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ส่งผลให้ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ
นานาชาติ เชื่อมนั่ และร่วมสนบั สนุนการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษามากยงิ่ ขน้ึ
3. ปรบั ร้อื และเปล่ยี นแปลงระบบการบริหารจดั การและพัฒนากำลังคนของกระทรวงศึกษาธิการ
โดยมุ่งบริหารจัดการอัตรากำลังให้สอดคล้องกับการปฏิรูปองค์การ รวมทั้งพัฒน าสมรรถนะและความรู้
ความสามารถของบุคลากรภาครัฐ ให้มีความพร้อมในการปฏบิ ตั ิงานรองรับความเป็นรัฐบาลดจิ ิทลั
4. ปรบั รือ้ และเปล่ยี นแปลงระบบการจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้ โดยมงุ่ ให้ครอบคลมุ ถึงการจัด
การศกึ ษาเพ่ือคณุ วฒุ ิ และการเรียนร้ตู ลอดชวี ิตท่สี ามารถตอบสนองการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21
116
จดุ เนน้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
1. การพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์
1.1 การจัดการศึกษาเพอื่ คุณวฒุ ิ
- จดั การศึกษาทกุ ระดับ ทุกประเภท โดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ รวมท้ังแนวทางการจัดการ
เรยี นรเู้ ชิงรกุ และการวัดประเมนิ ผลเพ่อื พัฒนาผเู้ รยี น ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศกึ ษาแห่งชาติ
- สง่ เสรมิ การพัฒนากรอบหลกั สูตรระดับทอ้ งถน่ิ และหลักสูตรสถานศกึ ษา ตามความต้องการ
จำเปน็ ของกลุ่มเปา้ หมายและแตกต่างหลากหลายตามบรบิ ทของพืน้ ท่ี
- พฒั นาผูเ้ รียนใหม้ ีทักษะการคิดวิเคราะห์ สามารถแกไ้ ขสถานการณเ์ ฉพาะหนา้ ได้อยา่ งมี
ประสิทธิภาพ โดยจัดการเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning) จากประสบการณ์จริงหรือจากสถานการณ์จำลองผา่ น
การลงมือปฏบิ ตั ิ ตลอดจนจัดการเรียนการสอนในเชงิ แสดงความคิดเห็นเพ่ือเปิดโลกทัศน์มุมมองร่วมกนั ของผู้เรียน
และครใู ห้มากข้ึน
- พัฒนาผเู้ รียนให้มคี วามรอบรแู้ ละทักษะชวี ติ เพอื่ เป็นเครื่องมือในการดำรงชวี ติ และสรา้ งอาชีพ
อาทิ การใช้เทคโนโลยีดจิ ิทัล สุขภาวะและทศั นคตทิ ด่ี ตี ่อการดูแลสุขภาพ
1.2 การเรยี นรตู้ ลอดชีวติ
- จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย เน้นส่งเสริมและยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ
(English for All)
- สง่ เสริมการเรยี นการสอนทเ่ี หมาะสมสำหรบั ผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ อาชีพท่ีเหมาะสมรองรับสังคมสูง
วยั หลักสตู รการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และหลักสูตรการดแู ลผู้สงู วยั หลกั สตู ร BUDDY โดยเนน้ การมีส่วนร่วมในการ
พัฒนาชุมชน โรงเรียน และผู้เรียน หลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์สินค้าออนไลน์ระดับ
ตำบล
- ส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการศึกษาเพื่อทักษะอาชีพและการมีงานทำ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขตพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บ ชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่ง
ทะเล ทงั้ กลมุ่ ชนต่างเช้อื ชาติ ศาสนา และวฒั นธรรม กล่มุ ชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าว)
- พัฒนาครูให้มีทักษะ ความรู้ และความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และ
ภาษาอังกฤษ รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผลเป็น
ขนั้ ตอน
- พัฒนาครูอาชีวศึกษาที่มีความรู้และความสามารถในทางปฏิบัติ (Hands – on Experience) เพื่อให้มี
ทักษะและความเชี่ยวชาญทางวชิ าการ โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศจัดหลักสตู รการพฒั นา
แบบเขม้ ขน้ ระยะเวลาอย่างนอ้ ย 1 ปี
- พัฒนาสมรรถนะและความรู้ความสามารถของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน
รองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดให้มีศูนย์พัฒนาสมรรถนะบุคลากรระดับจังหวัดทั่ว
ประเทศ
2. การพัฒนาการศกึ ษาเพอ่ื ความม่นั คง
- พัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ
เขา้ ถึง พฒั นา” เปน็ หลักในการดำเนินการ
- เฝ้าระวังภัยทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา โดยเฉพาะภัยจากยาเสพติด
อาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนษุ ย์
117
- ส่งเสริมให้ใช้ภาษาท้องถิ่นร่วมกับภาษาไทย เป็นสื่อจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ท่ีใช้ภาษาอย่าง
หลากหลาย เพื่อวางรากฐานให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ รวมทั้งมีทักษะการสื่อสารและใช้ภาษาท่ี
สามในการต่อยอดการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
- ปลูกฝังผ้เู รียนให้มีหลักคดิ ท่ีถูกต้องดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และเป็นผู้มีความพอเพยี ง วินยั สุจริต จิตอาสา โดย
ใชก้ ระบวนการลูกเสอื และยุวกาชาด
3. การสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั
- สนับสนุนให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาผลิตกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ ตามความเป็นเลิศของแต่ละ
สถานศกึ ษาและตามบรบิ ทของพื้นท่ี รวมทง้ั สอดคล้องกบั ความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต
- สนับสนุนให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ และจัดการเรียนการสอนด้วย
เครื่องมือปฏิบัติที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยี โดยเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล ( Data
Analysis) และทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ
4. การสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางการศกึ ษา
- พฒั นาแพลตฟอรม์ ดจิ ิทลั เพอ่ื การเรยี นรู้ และใชด้ จิ ิทัลเปน็ เครือ่ งมือการเรียนรู้
- ศึกษาและปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายต่อหัวในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับ
สภาพเศรษฐกิจและบทบัญญตั ิของรัฐธรรมนูญ
- ระดมสรรพกำลงั เพื่อส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อลดความเหล่ือมลำ้
ทางการศกึ ษาใหส้ อดคล้องพระราชบัญญตั ิพ้นื ทนี่ วตั กรรมการศึกษา พ.ศ. 2562
5. การจัดการศึกษาเพ่ือสร้างเสรมิ คณุ ภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับส่งิ แวดลอ้ ม
- เสรมิ สรา้ งการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนกั และส่งเสรมิ คณุ ลักษณะและพฤติกรรมที่พงึ ประสงค์ด้าน
สิ่งแวดล้อม
- ส่งเสริมการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้สามารถเป็นอาชีพ และสร้าง
รายได้
6. การปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบริหารจัดการ
- ปฏิรูปองค์การเพื่อลดความทับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพของหน่วยงานที่มีภารกิจ
ใกลเ้ คียงกนั เชน่ ด้านประชาสัมพันธ์ ดา้ นตา่ งประเทศ ดา้ นเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย เป็นต้น
- ปรบั ปรุงกฎหมายและระเบียบทเ่ี ปน็ อุปสรรคและข้อจำกัดในการดำเนินงาน โดยคำนงึ ถงึ ประโยชน์ของ
ผู้เรยี นและประชาชน ตลอดจนกระทรวงศกึ ษาธกิ ารโดยรวม
- สนบั สนุนกจิ กรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ และประพฤติมิชอบ
- พัฒนาระบบฐานข้อมูลดา้ นการศึกษา (Big Data)
- พัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการและพัฒนากำลังคนของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สอดคลอ้ งกับการปฏิรูป
องคก์ าร
- สนบั สนนุ ใหส้ ถานศึกษาเป็นนิติบุคคล เพ่อื ให้สามารถบริหารจัดการศึกษาท่ีมีคณุ ภาพได้อย่างอิสระและ
มีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบแนวทางของกระทรวงศกึ ษาธิการ
- จัดตั้งหน่วยงานวางแผนทางการเงิน (Financial Plan) ระดับจังหวัด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากร
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
- ส่งเสริมโครงการ 1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยเน้นปรับสภาพแวดล้อมท้ังภายในและภายนอก
บรเิ วณโรงเรียนให้เออื้ ต่อการเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรม จริยธรรม และจติ สาธารณะ
118
การขับเคลอื่ นนโยบายและจุดเนน้ สู่การปฏิบัติ
1. ให้ส่วนราชการ หนว่ ยงานในสงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ นำนโยบายและจดุ เนน้ เป็นกรอบ
แนวทางมาใช้ในการวางแผนและจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยคำนึงถึง
มาตรการ 4 ข้อ ตามทร่ี ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ได้ให้แนวทางในการบรหิ ารงบประมาณไว้ ดังนี้ (1) งด
ดูงานต่างประเทศ 1 ปี ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ (2) ลดการจัด
อบรมสมั มนาทม่ี ีขนาดใหญแ่ ละใช้งบประมาณมาก (3) ยกเลิกการจัดงาน Event และ (4) ทบทวนงบประมาณท่ีมี
ความซ้ำซ้อน
2. ใหม้ คี ณะกรรมการตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานการขับเคลอ่ื นนโยบายและจุดเนน้ สูก่ าร
ปฏิบัติระดับพื้นที่ โดยให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน สำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนัก
ตรวจราชการและตดิ ตามประเมินผล สป. เปน็ ฝ่ายเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการตามลำดบั โดยมบี ทบาทภารกิจ
ในการตรวจราชการ ติดตาม ประเมินผลในระดับนโยบาย และจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ทราบตามลำดับ
3. กรณมี ีปัญหาในเชงิ พืน้ ที่หรอื ขอ้ ขดั ข้องในการปฏิบัติงาน ใหศ้ กึ ษา วเิ คราะห์ข้อมลู และ
ดำเนินการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ก่อน โดยใช้ภาคีเครือข่ายในการแก้ไขข้อขัดข้อง พร้อมทั้งรายงานต่อ
คณะกรรมการตดิ ตามฯ ข้างต้น ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการตามลำดบั
อนง่ึ สำหรับภารกจิ ของส่วนราชการหลักและหนว่ ยงานทป่ี ฏบิ ตั ิในลกั ษณะงานในเชงิ หนา้ ที่
(Function) งานในเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และงานในเชิงพื้นที่ (Area) ซึ่งได้ดำเนนิ การอยูก่ ่อนเมื่อรัฐบาลหรือ
กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายสำคัญเพิ่มเติมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นอกเหนือจากที่กำหนด หากมีความ
สอดคล้องกับหลักการนโยบายและจดุ เน้นข้างต้น ให้ถือเป็นหน้าทีข่ องสว่ นราชการหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต้องเร่งรัด กำกับ ติดตาม ตรวจสอบให้การดำเนินการเกิดผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรมด้วย
เช่นกนั
ทั้งน้ี ต้ังแตบ่ ัดนเ้ี ป็นต้นไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562
(นายณฏั ฐพล ทีปสวุ รรณ)
รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
119
12 นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธิการ
1. การปรบั ปรุงหลกั สูตรและกระบวนการเรียนรใู้ ห้ทนั สมัย และทนั การเปลยี่ นแปลงของโลกในศตวรรษที่
21 โดยมุ่งพัฒนาผเู้ รียนทกุ ระดบั การศกึ ษาใหม้ คี วามรู้ ทกั ษะและคณุ ลกั ษณะทีเ่ หมาะสมกบั บริบทสงั คมไทย
2. การพฒั นาคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพครแู ละอาจารยใ์ นระดับการศึกษาข้ันพ้นื ฐานและอาชวี ศึกษา ให้มี
สมรรถนะทางภาษาและดจิ ิทลั เพ่ือให้ครแู ละอาจารย์ใดร้ บั การพัฒนาให้มีสมรรถนะท้ังด้านการจัดการเรียนรู้ ด้วย
ภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและการใช้สื่อทันสมัย และมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทาง
การศึกษาทเ่ี กิดกับผเู้ รยี น
3. การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลฝานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ (NDLP) และการ
สง่ เสรมิ การฝกึ ทักษะดิจิทัลในชวี ติ ประจำวนั เพอ่ื ใหม้ หี นว่ ยงานรับผดิ ชอบพฒั นาแพลตฟอรม์ การเรยี นรูด้ ้วยดิจิทัล
แห่งชาติ ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวางผ่าน
ระบบออนไลน์ และการนำฐานขอ้ มลู กลางทางการศึกษามาใชป้ ระโยชน์ในการพัฒนาประสิทธภิ าพการบรหิ ารและ
การจดั การศกึ ษา
4. การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษ าให้มี
ความเป็นอสิ ระและคล่องตัว การกระจายอำนาจการบรหิ ารและการจดั การศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน โดยอาศัย
อำนาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อกำหนดให้มีระบบบริหารและการจัดการ รวมถึง
การจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและ
คลอ่ งตวั การบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวดั เป็นฐาน มรี ะบบการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลักธรรมาภิ
บาล
5. การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัดทดสอบวัดความรู้ และ
ทักษะที่จำเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชาชีพ เพื่อให้ระบบการประเมินผล
การศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย ตอบสนองผลลัพธ์
ทางการศกึ ษาได้อยา่ งเหมาะสม
6. การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการระดมทรัพยากรทาง
การศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษามีความเป็นธรรมและสร้าง
โอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่น ๆ กระจายทรัพยากรทั้งบุคลากร ทาง
การศกึ ษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยีได้อยา่ งทวั่ ถงึ
7. การนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การปฏิบัติ เป็นการ
ผลิตและการพัฒนากำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เชื่อมโยงระบบการศึกษาและ
การอาชีพ โดยใช้กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคารหน่วยกิตและการจัดทำมาตรฐานอาชีพในสาขาที่
สามารถอา้ งอิงอาเซยี นได้
8. การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจวินยั
อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตาม
พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 สู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็น
กรอบในการจัดทำแผนปฏบิ ตั กิ ารเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และมกี ารติดตามความกา้ วหนา้ เป็นระยะ
120
9. การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบการศึกษาระดับ
ปริญญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีมีส่วนช่วยเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขนั ในเวทโี ลกได้
10. การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัด
การศกึ ษาทุกระดับการศกึ ษา เพอ่ื ให้สถาบนั การศึกษาทุกแหง่ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยที ี่ทันสมัยมาใช้ในการจัด
การศกึ ษาผ่านระบบดิจิทัล
11. การเพ่ิมโอกาสและการเข้าถงึ การศึกษาที่มคี ุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่
มคี วามต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการเพ่ิมโอกาสและการเข้าถงึ การศึกษาที่มีคุณภาพของกลมุ่ ผู้ด้อยโอกาสทาง
การศกึ ษา และผูเ้ รียนทม่ี ีความตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษ
12. การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมี
ส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทาง
การศกึ ษาและผเู้ รยี นทีม่ คี วามตอ้ งการจำเปน็ พเิ ศษ
7 วาระเรง่ ดว่ น (Quick Win) ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
วาระที่ 1 เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียน โดยจัดให้มีรูปแบบ วิธีการ หรือกระบวนการในการดูแล
ช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และได้รับการปกป้องคุ้มครองความ
ปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัย
อนั ตรายต่าง ๆ ทา่ มกลางสภาพแวดล้อมทางสงั คม
วาระที่ 2 หลักสูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรูท้ ี่หลากหลายโดยยึดความสามารถของผูเ้ รียน
เป็นหลกั และพัฒนาผเู้ รยี นใหเ้ กิดสมรรถนะทตี่ อ้ งการ
วาระที่ 3 Big Data พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวม
การศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่าง
แท้จรงิ
วาระที่ 4 ขับเคลอื่ นศนู ยค์ วามเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สนับสนนุ การดำเนินงาน
ของศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ตามความเลิศของแต่ละสถานศึกษาและตาม
บริบทของพื้นที่ สอดคล้องกับความตอ้ งการของประปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนมีการจัดการเรียนการสอนด้วย
เครอ่ื งมอื ที่ทันสมัย สอดคล้องกบั เทคโนโลยปี ัจจุบัน
วาระที่ 5 พัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียน เพื่อ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ิต สรา้ งอาชีพและรายไดท้ ่เี หมาะสม และเพิม่ ขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ
วาระที่ 6 การศึกษาตลอดชีวิต การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพและ
มาตรฐาน ประซาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน เหมาะสมและเต็มตาม
ศกั ยภาพตง้ั แต่วยั เดก็ จนถึงวยั ชรา และพฒั นาหลกั สูตรทีเ่ หมาะสมเพ่อื เตรียมความพร้อมในการเข้าส่สู งั คมผสู้ งู วัย
วาระท่ี 7 การจัดการศกึ ษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเปน็ พิเศษ สง่ เสริมการจัดการศึกษาให้ผู้ท่ีมีความ
ต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเตม็ ศักยภาพสามารถดำรงชวี ิตในสังคมอย่างมีเกยี รติ ศักดิ์ศรีเท่าเทยี ม
กบั ผอู้ ืน่ ในสังคม สามารถช่วยเหลอื ตนเองและมสี ่วนร่วมในการพฒั นาประเทศ
121
9. นโยบายสํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน จึงได้กำหนดนโยบายสำนกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาของ
ประเทศครั้งสำคัญที่จะพัฒนาประชากรในวัยเรียนทุกคนและทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหมายรวมถึงกลุ่ มผู้เรียนที่มี
ความต้องการจำเป็นพิเศษ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ให้มีความ
พร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อด
ออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ และพลเมืองโลกที่ดีมีหลักคิดที่ถูกต้อง มี
ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรัก
การเรยี นร้แู ละการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยและพลโลกที่มีทักษะการคิดข้ันสูง เป็น
นวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง โดยได้กำหนดนโยบาย
วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ กลยทุ ธ์ เป้าประสงค์ และแนวทางในการดำเนนิ การ ดังน้ี
วิสยั ทศั น์
สรา้ งคุณภาพทุนมนษุ ย์ สู่สังคมอนาคตท่ียงั่ ยนื
พันธกจิ
1. จดั การศกึ ษาเพอื่ เสรมิ สรา้ งความมัน่ คงของสถาบันหลกั ของชาติและการปกครอง ในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
2. พฒั นาผ้เู รยี นให้มคี วามสามารถความเปน็ เลิศทางวิชาการเพอ่ื สรา้ งขดี ความสามารถ ในการแขง่ ขนั
3. พัฒนาศกั ยภาพและคุณภาพผ้เู รยี นใหม้ สี มรรถนะตามหลักสูตรและคุณลกั ษณะ ในศตวรรษท่ี ๒๑
4. สรา้ งโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลอื่ มล้ำ ใหผ้ ้เู รียนทกุ คนไดร้ บั บริการทาง การศกึ ษาอยา่ งทัว่ ถึง
และเท่าเทยี ม
5. พฒั นาผบู้ รหิ าร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เปน็ มืออาชีพ
6. จัดการศกึ ษาเพ่ือพฒั นาคุณภาพชวี ติ ทีเ่ ปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดล้อม ยดึ หลักปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
และเปา้ หมายการพัฒนาท่ียั่งยนื (Sustainable Development Goals: SDGs)
7. ปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบริหารจดั การศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยดี ิจิทัล
(Digital Technology) เพอื่ พัฒนามุง่ สู่ Thailand 4.0
เป้าหมาย
1. ผู้เรียนมคี วามรกั ในสถาบันหลักของชาติ และยดึ มน่ั การปกครองระบอบประชาธิปไตย
อนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข มที ัศนคตทิ ี่ถูกต้องต่อบา้ นเมือง มีหลกั คิดทีถ่ กู ตอ้ ง และเป็นพลเมอื งดี
ของชาติ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีคา่ นิยมท่พี งึ ประสงค์ มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบตอ่ สงั คมและผอู้ ื่น ซอ่ื สตั ย์
สจุ รติ มัธยสั ถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รกั ษาศีลธรรม
2. ผเู้ รยี นทีม่ คี วามสามารถพเิ ศษด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศลิ ปะ ดนตรี กฬี า ภาษาและอื่น ๆ ได้รับ
การพฒั นาอยา่ งเตม็ ตามศักยภาพ
122
3. ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ คิดริเริ่มและสร้างสรรค์นวัตกรรม มีความรู้ มีทักษะมีสมรรถนะตาม
หลักสูตร และคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีสุขภาวะที่เหมาะสมตามวัยมีความสามารถในการพึ่งพา
ตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเป็นพลเมืองพลโลกที่ดี (Global Citizen) พร้อมก้าวสู่
สากล นำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
4. ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ (ผู้พิการ) กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มที่อยู่ในพื้นท่ี
หา่ งไกลทุรกนั ดาร ได้รับการศกึ ษาอยา่ งทัว่ ถงึ เทา่ เทยี ม และมีคุณภาพ
5. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีความรู้และจรรยาบรรณ ตาม
มาตรฐานวิชาชพี
6. สถานศึกษาจดั การศึกษาเพ่ือการบรรลุเปา้ หมายการพฒั นาอย่างยงั่ ยืน (Sustainable Development
Goals: SDGs) และสรา้ งเสริมคุณภาพชวี ติ ทเ่ี ป็นมิตรกับส่งิ แวดลอ้ ม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
7. สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา สถานศึกษามสี มดุลในการ
บริหารจัดการเชงิ บูรณาการ มีการกำกับ ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ และการ
รายงานผลอยา่ งเปน็ ระบบ ใชง้ านวิจยั เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมในการขบั เคลื่อนคณุ ภาพการศึกษา
นโยบาย สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ได้กำหนดนโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยยดึ
หลกั ของการพัฒนาท่ียง่ั ยืน และการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศในอนาคต เปน็ แนวทางในการจดั
การศึกษาจดั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน และสอดคล้องกับยุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ. 2561 - 2580 แผนแม่บทภายใต้
ยทุ ธศาสตรช์ าติ (พ.ศ. 2561-2580) แผนปฏริ ปู ประเทศด้านการศกึ ษา แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 และมุ่งสู่ Thailand 4.0 ดังนี้
นโยบายท่ี 1 ดา้ นการจดั การศกึ ษาเพ่ือความมั่นคงของมนุษยแ์ ละของชาติ
นโยบายที่ 2 ด้านการจดั การศกึ ษาเพื่อเพ่ิมความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ
นโยบายท่ี 3 ด้านการพฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์
นโยบายที่ 4 ด้านการสรา้ งโอกาสในการเข้าถงึ บรกิ ารการศึกษาที่มีคุณภาพมีมาตรฐาน
และลดความเหล่ือมล้ำทางการศึกษา
นโยบายท่ี 5 ด้านการจัดการศกึ ษาเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตท่เี ป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม
นโยบายที่ 6 ด้านการปรับสมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การศกึ ษา
123
124
125
126
10. แนวทางการจดั การศึกษาของสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาตาก
เนอื่ งจากสำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษาตาก ไดจ้ ัดต้ังสำนกั งานเขตขนึ้ มาใหม่ จงึ ขอใชแ้ นว
ทางการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (เขต 38 เดิม) โดยกำหนดวสิ ัยทัศน์
พันธกจิ เป้าประสงค์ ยทุ ธศาสตร์และจดุ เน้นการดำเนินงานการศึกษา ดงั นี้
วิสัยทศั น์
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต ๓๘ เปน็ องคก์ รคุณภาพ จัดการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
สู่มาตรฐานสากล บนพืน้ ฐานธรรมาภิบาล
พันธกิจ
1. จดั การศกึ ษาเพ่ือเสรมิ สรา้ งความม่ันคงของสถาบนั หลักของชาติและการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
2. พฒั นาศักยภาพผ้เู รยี นทุกช่วงวยั ใหม้ ที ักษะทจ่ี ำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพ่ือเพม่ิ ขีดความสามารถในการ
แข่งขนั ด้านทักษะวชิ าการ ทักษะชีวติ และทักษะวชิ าชีพ
3. สรา้ งโอกาส ความเสมอภาคทางการศึกษาและลดความเหลอ่ื มลำ้ ทางการศึกษาใหก้ ับผเู้ รียนอย่าง
ทว่ั ถึงและเทา่ เทยี ม
4. พัฒนา ส่งเสรมิ สนับสนุน ผู้บริหาร ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาใหม้ ีความเชีย่ วชาญทางวชิ าชีพ
5. พฒั นาระบบบริหารจดั การแบบมีส่วนรว่ มของภาคีเครือขา่ ยในการจดั การศึกษา
6. สง่ เสริมการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เปน็ มิตรกับสง่ิ แวดลอ้ ม ยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงและเปา้ หมายการพัฒนาท่ยี ัง่ ยืน (Sustainable Development Goals : SDGs, 2030)
เปา้ ประสงค์
1. ผ้เู รียนมคี วามรกั ในสถาบนั หลักของชาติ และยึดม่ันการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ มีทัศนคตทิ ่ีถกู ต้องต่อบา้ นเมอื ง มีพน้ื ฐานชีวิตท่ีมน่ั คง-มีคุณธรรม มงี านทำ-มี
อาชพี และเปน็ พลเมืองโลกท่ีดี (Global Citizen)
2. ผเู้ รียนเปน็ บคุ คลแหง่ การเรียนรู้ คดิ รเิ รม่ิ และสร้างสรรค์นวัตกรรม มีทักษะทีจ่ ำเป็นในศตวรรษท่ี 21
มสี ขุ ภาวะทเี่ หมาะสมตามวัย มคี วามสามารถในการพึ่งพาตนเอง ปรับตัวต่อการเป็นพลเมืองและพลโลกที่ดี
3. ผเู้ รียนท่มี ีความต้องการจำเป็นพเิ ศษ กลุ่มชาติพันธุ์ กล่มุ ผดู้ อ้ ยโอกาส กลุ่มท่ีอยใู่ นพน้ื ท่หี า่ งไกล
ทุรกนั ดาร ได้รบั การศึกษาอย่างท่ัวถงึ เทา่ เทียมและมคี ุณภาพ พร้อมก้าวสสู่ ากล ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
4. ผบู้ รหิ าร มีภาวะผู้นำและมีความสามารถในการบรหิ ารจัดการใหม้ ีคณุ ภาพตามหลักธรรมาภิบาล
5. ครมู จี ติ วิญญาณความเป็นครู มคี วามเข้มแข็งทางวชิ าการ เปน็ ผ้อู ำนวยการเรียนรใู้ นการจดั การเรียนรู้
ทห่ี ลากหลายตอบสนองผเู้ รียนเปน็ รายบคุ คล เปน็ ผสู้ ร้างสรรคน์ วัตกรรม และมีทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. บุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความสามารถ และมที ักษะในการปฏบิ ัตงิ านเป็นไปตามมาตรฐานของ
สมรรถนะหลัก (Core competency) และสมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)
127
7. สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาและสถานศกึ ษา บรหิ ารจัดการแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครอื ขา่ ยและ
บริหารเชิงบูรณาการดว้ ยนวัตกรรม ใชข้ ้อมลู สารสนเทศ การวิจัยและพฒั นา ในการขบั เคลือ่ นคุณภาพ มีการนเิ ทศ
กำกบั ตดิ ตาม ประเมนิ และรายงานผลอย่างเป็นระบบ
ค่านิยม (Core Value)
“ ทำงานเป็นทีม บริหารวอ่ งไว ไดม้ าตรฐานสากล บนพ้ืนฐานธรรมภบิ าล”
1. Good Team
2. Good Service
3. Good Standard
4. Good Governance
วฒั นธรรมองคก์ ร (Organization Culture)
ทศั นคติและพฤติกรรมของสมาชกิ ในองค์กร มีความรสู้ ึกเป็นพนี่ อ้ งกนั “We are family”
นโยบาย สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 38
1. จดั การศกึ ษาเพื่อความม่นั คง
2. พฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน
3. พฒั นาผูบ้ ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา
4. สร้างโอกาสในการเขา้ ถึงบริการการศึกษาท่ีมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และลดความเหลื่อมลำ้ ทางการศึกษา
5. จดั การศกึ ษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชวี ิตที่เปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อม
6. เพม่ิ ประสิทธภิ าพการบริหารจดั การ
จดุ เน้น
1. นอ้ มนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาและศาสตร์พระราชา สกู่ ารปฏิบัติ
2. สง่ เสริมให้ผเู้ รยี นมคี ุณธรรม จริยธรรม มคี า่ นยิ มท่ีพึงประสงค์ ยดึ มน่ั การปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข มีทกั ษะทจ่ี ำเปน็ ในศตวรรษที่ 21 มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวติ
ทักษะวิชาชีพนำไปสู่การมีงานทำ พฒั นาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกร และส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย Digital Platform
3. พัฒนาหลักสตู รและกระบวนการจดั การเรยี นรู้ให้สอดคลอ้ งกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
4. มรี ะบบการดูแลและชว่ ยเหลือผูเ้ รยี นอย่างมีประสทิ ธิภาพ เนน้ การมีสว่ นรว่ มของภาคีเครือข่าย ในการ
คมุ้ ครองดแู ลชว่ ยเหลือผเู้ รยี นอยา่ งรอบด้าน
5. พัฒนาศักยภาพและสมรรถนะ ผูบ้ ริหาร ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเน่ือง
6. สง่ เสริมการจดั การเรยี นรู้ ผา่ นกระบวนกิจกรรมการปฏิบัตจิ ริง (Active Learning)
7. บริหารจัดการโดยยดึ หลักธรรมาภบิ าล และบรหิ ารจดั การด้วยระบบคณุ ภาพ (SCQA , OBECQA)
8. มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาและการควบคุมภายในทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ
9. จัดกจิ กรรมอนุรักษส์ ่ิงแวดล้อมและการประยกุ ตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งอยา่ งย่งั ยืน
128
11. ยุทธศาสตร์และแนวทางพัฒนาโรงเรยี นสรรพวิทยาคม ระหวา่ งปี 2562 – 2565
วิสยั ทศั น์
สรรพวิทยาคม เป็นโรงเรียนคุณภาพชั้นนำระดับสากล บนพื้นฐานความเปน็ ไทย
พนั ธกิจ
1) จดั การศึกษามธั ยมศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล
2) ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม รักษ์ความเป็นไทย
3) พฒั นาทักษะสำคัญของผ้เู รียนส่คู วามเป็นพลโลก
เป้าประสงค์
1) ผู้เรยี นจบหลักสูตรการศึกษาอยา่ งมีคุณภาพ
2) ผ้เู รยี นมีความสามารถในการแขง่ ขันระดับสากล
3) ผ้เู รยี นมสี มรรถนะท่ีสำคัญสำหรับการศกึ ษาต่อและการดำเนนิ ชีวิต
4) ผ้เู รยี นปฏบิ ตั ติ ามระเบียบวินยั เป็นคนดีมีคณุ ธรรม มีจิตสำนึกเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก
5) ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะเหมาะสมอย่างเตม็ ตามศักยภาพ
6) โรงเรียนบริหารจัดการดว้ ยระบบคุณภาพบนพน้ื ฐานของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กลยุทธ์
กลยุทธ์ท่ี 1 พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นสูม่ าตรฐานสากล
กลยทุ ธ์ท่ี 2 เสริมสร้างคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ระเบยี บวินัย และมีจิตสำนึกความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก
กลยทุ ธ์ที่ 3 พฒั นาครูและบคุ ลากรทางการศึกษาทงั้ ระบบ ให้เป็นครูมืออาชีพมีสมรรถนะเหมาะสม
กบั การจัดการศึกษาตามมาตรฐานสากล
กลยุทธ์ที่ 4 บรหิ ารจดั การโดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐานตามหลักธรรมภิบาล ด้วยระบบคณุ ภาพ
และยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เอกลกั ษณ์ วชิ าการเด่น
อัตลกั ษณโ์ รงเรียน ความรู้คู่คุณธรรม
คุณธรรมอตั ลักษณ์ รับผิดชอบ มีวินยั จติ อาสา
วัฒนธรรมองค์กร (Culture Organization)
1) มุ่งผลลพั ธ์ท่เี ปน็ เลศิ (Excellence Orientation)
2) มคี วามรบั ผิดชอบสูง (Accountability)
3) มีนวตั กรรม (Innovation)
4) ทำงานเป็นทีม (Teamwork)
5) เพิ่มขีดความสามารถและความเป็นผู้นำรกั องค์กร (Empowering / Leadership)
129
วัฒนธรรมท่ีดีงามของบุคลากรในโรงเรยี น
1) ย้มิ Smile
2) ไหว้ Wai
3) ทกั ทาย Greet
4) ตรงเวลา Punctual
วาระเรง่ ดว่ นของโรงเรยี น (Agenda)
1. การบริหารจัดการขยะภายในโรงเรยี น
12. กลยุทธแ์ ละแผนงานโรงเรียนสรรพวิทยาคม ปีการศกึ ษา 2562 – 2565
กลยุทธ์ท่ี 1 พฒั นาคุณภาพผู้เรยี นสูม่ าตรฐานสากล
แผนงานท่ี 1 พัฒนาหลกั สตู รและกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อตอบสนองความต้องการ
ความถนัด ความสนใจ และส่งเสรมิ ศักยภาพของผู้เรยี น
แผนงานท่ี 2 ส่งเสรมิ และพัฒนาทกั ษะของผเู้ รยี นตามสมรรถนะของผู้เรียนใหเ้ หมาะสม
กับการเปน็ พลเมอื งไทย และพลโลก
แผนงานที่ 3 พัฒนาระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น เพือ่ ป้องกัน ช่วยเหลือ และลดความเหลอื่ มลำ้
ใหน้ กั เรียนเป็นคนเกง่ คนดี และมีความสุข
กลยุทธท์ ่ี 2 เสริมสรา้ งคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ระเบยี บวินัย และมีจิตสำนึกความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก
แผนงานท่ี 1 ปลูกฝังเอกลกั ษณ์ และคุณธรรมอัตลักษณ์ของนกั เรยี นสรรพวิทยาคม
แผนงานท่ี 2 เสรมิ สร้างทกั ษะ จิตสำนึกในการดำเนนิ ชีวติ ของการเป็นพลเมืองไทย และพลโลก
โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แผนงานที่ 3 สง่ เสริมกิจกรรมตามหลักของศาสนา ภูมปิ ญั ญา ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถน่ิ
และรักษาสุขภาพกาย และใจ ของผเู้ รยี น
กลยทุ ธ์ที่ 3 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาท้ังระบบ ให้เป็นครูมืออาชีพมสี มรรถนะเหมาะสม
กบั การจัดการศึกษาตามมาตรฐานสากล
แผนงานที่ 1 พัฒนาผูบ้ ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เปน็ บุคคลมืออาชีพ
แผนงานที่ 2 บริการ สง่ เสรมิ สวสั ดิการ และสวสั ดิภาพครู
กลยุทธ์ที่ 4 บรหิ ารจดั การโดยใชโ้ รงเรยี นเป็นฐานตามหลักธรรมภบิ าล ด้วยระบบคุณภาพ
และยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
แผนงานที่ 1 พัฒนาองค์กรสคู่ วามเป็นเลิศดว้ ยระบบคณุ ภาพโดยใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐานตามหลกั ธรรมภิบาล
แผนงานที่ 2 พฒั นาสิ่งแวดล้อม และแหล่งเรียนรูใ้ หเ้ อ้ือต่อการจดั การเรียนรู้ โดยยึดหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
แผนงานท่ี 3 เสรมิ สร้าง และประสานความรว่ มมือกับชุมชนและเครือขา่ ยของโรงเรยี น
แผนงานที่ 4 พฒั นางานประกันคุณภาพ และระบบสารสนเทศ ให้เป็นปัจจบุ ัน ทันสมัย พร้อมใช้และทวั่ ถงึ
130
13. การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ ม (SWOT) เพอื่ กำหนดยทุ ธศาสตร์พฒั นาการศึกษาของโรงเรยี นสรรพ
วิทยาคม
ปจั จยั สภาพแวดล้อมภายในของโรงเรียนสรรพวิทยาคม
ปจั จยั ภายใน จุดแขง็ (Strength) จุดออ่ น (Weakness)
S1 : ดา้ นโครงสร้าง
การบริหาร 1. มีนโยบายทิศทางการจดั การศึกษาท่ีชดั เจน 1. นโยบายของโรงเรียนและบุคลากรมีการ
และนโยบายโรงเรยี น
Structure and ประกอบดว้ ย ปรชั ญาทางด้านการศึกษา ทำงานที่ทับซ้อนกัน เชน่ มีชมรม
Policy
วิสยั ทศั น์ เอกลักษณ์ อตั ลักษณ์ วัฒนธรรม ผู้ปกครองท้งั ระดบั ชน้ั และคณะสี
S2 : ด้านบรกิ ารและ
ผลิตภัณฑเ์ พ่อื ผู้เรยี น ประเพณีที่ดีงามและวัฒนธรรมองค์กร 2. การกำหนดนโยบายบางประเดน็ ของ
Service and
Product 2. มีโครงสรา้ งการบรหิ ารงานชัดเจนเป็นระบบ โรงเรียน ชุมชนไมม่ สี ว่ นร่วมในการกำหนด
เออื้ ตอ่ การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา นโยบายของโรงเรยี น
3. โครงสรา้ งการบริหารชัดเจนในระดับฝ่าย/ 3. การประชาสมั พนั ธ์นโยบายของโรงเรียน
งาน /กลมุ่ สาระ/ระดบั ช้ัน ใหบ้ คุ คลภายนอกรบั รยู้ ังไม่ท่ัวถึง
4. โรงเรยี นบริหารจัดการโดยยึดหลกั
การบรหิ ารงานแบบอิงมาตรฐาน
(Standard -Based Administration :
SBA Model) วงจรเดมมงิ่ P - D - C - A
และวัฒนธรรมองคก์ ร ทำใหค้ รแู ละบคุ ลากร
รวมท้ังผู้รับบริการมีความเช่อื มั่นในการจดั
การศึกษาส่งผลดตี ่อการพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษา
5. มกี ารวางแผนการทำงานล่วงหน้าในการ
ปฏบิ ตั งิ านแตล่ ะคร้ัง
1. โรงเรียนมกี ารจัดกิจกรรมใหผ้ ูเ้ รยี นไดแ้ สดง 1. การเปล่ยี นแปลงหลักสูตรโดยไม่ไดส้ รุปผล
ศักยภาพทางวิชาการ ด้านกฬี า ศลิ ปะ การประเมนิ วิเคราะห์ มีข้อดี ข้อเสยี
ดนตรี ซงึ่ เปน็ การพัฒนาด้านรา่ งกาย จติ ใจ อยา่ งไร
อารมณแ์ ละสงั คม 2. กิจกรรมทจี่ ัดให้ผเู้ รยี นมีจำนวนมากเกินไป
2. โรงเรียนมหี ลกั สตู ร / กิจกรรมหลากหลาย ทำให้ผูเ้ รียนไม่มีเวลาทำกิจกรรมอืน่ ๆ
ตอบสนองความต้องการของผเู้ รยี น 3. กิจกรรมทจ่ี ัดให้กบั ผ้เู รียนขาด
และความต้องการของตลาด การบรู ณาการรว่ มกนั ทำให้เกดิ
3. โรงเรยี นมกี ารจดั กจิ กรรมทสี่ ่งเสริมคุณธรรม ความซำ้ ซอ้ น
จริยธรรมเพอ่ื พัฒนาคุณภาพ และทกั ษะ
ชวี ติ ของผเู้ รียน
131
ปจั จยั ภายใน จดุ แข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness)
M1 : ดา้ นบุคลากร 4. มกี จิ กรรมท่สี ่งเสริมทกั ษะการเรยี นรู้ของ
Man 1. บุคลากรบางสว่ นมีภาระงานมากเกนิ ไป
ผูเ้ รียนแต่ละโปรแกรมการเรียน/หลักสตู ร 2. บคุ ลากรบางสว่ นยงั ขาดประสบการณ์ใน
M2 : ดา้ นการเงิน 5. หลักสตู รมคี วามโดดเด่น ทั้งด้านภาษา
Money ระบบดแู ลช่วยเหลือผเู้ รยี น
และวิชาการ 3. ตำแหน่งรองผู้อำนวยการมีจำนวนไมค่ รบ
M3 : ด้านวัสดุ 1. คณะผูบ้ ริหารเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม
อปุ กรณ์ Materials ตำแหนง่ จึงสง่ ผลใหก้ ารบริหารไมเ่ ตม็ ท่ี
และเทคโนโลยมี ีวสิ ัยทัศน์กว้างไกลทันต่อ 4. การกระจายงานไปสู่ผู้ปฏบิ ัติไม่มีการ
เหตกุ ารณ์
2. ผเู้ รียนสามารถเลอื กเรียนไดห้ ลากหลาย ตดิ ตามประสทิ ธิผลการดำเนนิ งานตาม
ตามความถนัดและความสนใจ คำสง่ั
3. บคุ ลากรสว่ นใหญ่มปี ระสบการณ์ ทักษะ
ความชำนาญในการปฏิบัติงานตรงตามวุฒิ 1. การอนุมตั ิเบิกจา่ ยตามระเบียบมีขน้ั ตอน
4. มีครแู ละบุคลากรตรงตามวุฒแิ ละมีจำนวน ยุ่งยากซับซอ้ นและเอื้อต่อการทำงานน้อย
บุคลากรเพียงพอตามเกณฑ์
5. ผบู้ รหิ ารของโรงเรียนเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ 2. ระเบียบขั้นตอนในการเบิกเงนิ มขี นั้ ตอน
มีภาวะเป็นผู้นำ กำหนดทิศทางองค์กร ซับซ้อน เข้าใจไดย้ าก
ชดั เจน มีความสามารถด้านเทคโนโลยี
1. โรงเรียนมรี ะบบการบรหิ ารเงินงบประมาณ 3. การดำเนนิ งานบางกจิ กรรมไม่เป็นไปตาม
และข้นั ตอนการจ่ายเงนิ เป็นไปตามระเบียบ แผนงานการใชจ้ า่ ย
สง่ ผลใหก้ ารดำเนนิ งานมปี ระสิทธิภาพ
2. มีระบบการดำเนนิ การใช้จ่ายงบประมาณ 1. การใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ ขาดการดูแล
ตามแผนปฏบิ ัติการ สง่ ผลใหม้ กี ารเบิกจ่าย บำรุงรกั ษา
เปน็ ไปตามระบบ
3. โรงเรียนมีการจดั ทำแผนปฏบิ ัตกิ าร 2. การจดั เก็บอุปกรณ์ไมเ่ ปน็ ระบบ
การใช้จา่ ยเงนิ งบประมาณ โดยทุกฝา่ ย 3. วัสดุอุปกรณ์ สอื่ การเรยี นการสอน
มีส่วนร่วม
4. มกี ารจัดการด้านการเงนิ อยา่ งโปรง่ ใส มกี ารใช้งานอยา่ งจำกดั
ถกู ตอ้ ง ตรวจสอบได้
5. มีการระดมทนุ จากทกุ ภาคส่วน
1. การจดั สรรดา้ นวสั ดอุ ปุ กรณส์ ่วนมากเป็นไป
ตามความตอ้ งการของฝ่าย/งาน/กลุ่มสาระ
2. โรงเรยี นมีอาคารสถานที่ แหล่งเรียนรู้
และสงิ่ อำนวยความสะดวกส่งผลให้
การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ
132
ปจั จยั ภายใน จดุ แขง็ (Strength) จุดออ่ น (Weakness)
3. เปิดโอกาสให้เสนอขอใช้วัสดุอุปกรณไ์ ด้
M4 : ดา้ นการบรหิ าร 1. โรงเรียนไมม่ รี ะบบการประเมินครูผู้สอน
จัดการ หลากหลายตามความตอ้ งการ โดยนักเรยี นและผู้ปกครอง
Management 4. โรงเรยี นมสี ่อื เทคโนโลยี นวตั กรรม ครุภณั ฑ์
2. การจดั สารสนเทศยังไมเ่ ป็นระบบ
วัสดุอปุ กรณ์ที่ทันสมยั เพียงพอกบั และไม่เปน็ ปจั จุบนั
ความตอ้ งการ
1. ผบู้ ริหารมวี สิ ยั ทัศน์ และมีความสามารถ
ทำให้บรหิ ารการจัดการด้านต่าง ๆ
มีประสทิ ธภิ าพ
2. การนำเทคโนโลยที ี่ทนั สมัยมาใช้ใน
การบรหิ ารจัดการ ทำใหก้ ารดำเนินงาน
มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้รับบริการมีความ
พึงพอใจ
3. ผู้บริหารส่งเสรมิ พัฒนาครูและบคุ ลากร
ให้มีความรู้ ความสามารถ คณุ ธรรม
จรยิ ธรรม มีการพฒั นาตนเอง ส่งผลให้
ปฏิบัติหน้าที่อยา่ งเต็มศักยภาพ
4. คณะกรรมการสถานศึกษา
และผู้บริหารโรงเรยี น มคี วามสามารถ
ในดา้ นการบรหิ ารจดั การดีมาก
5. มรี ะบบการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา
ทมี่ ีประสทิ ธิภาพ
133
ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกของโรงเรยี นสรรพวทิ ยาคม
ปัจจยั ภายนอก โอกาส (Opportunities) ปญั หาและอปุ สรรค (Threats)
1. โรงเรยี นอยู่ใกล้ชายแดนทำให้เส่ยี ง
S1 : ปัจจัยด้าน 1. โรงเรียนเป็นที่ยอมรบั ในสังคม ชุมชน
ตอ่ ความปลอดภยั ในชวี ติ และทรัพย์สิน
สงั คมและวัฒนธรรม และผูป้ กครอง 2. ชุมชนมีแหล่งอบายมุข สถานบนั เทงิ
Social-Culture 2. โรงเรยี นไดร้ ับความรว่ มมือจากองคก์ ร รา้ นเกมส์และการแพรร่ ะบาด
ของสารเสพตดิ
Factor หนว่ ยงานในชุมชนเป็นอย่างดี
3. ชมุ ชนมคี วามหลากหลายทางสงั คม
วฒั นธรรมและศาสนา เป็นผลดีตอ่
การจดั การเรยี นการสอน ซึ่งสอดคล้อง
กบั หลักสูตร
4. โรงเรยี นต้ังอยู่ในแหล่งพหุวัฒนธรรม
ท่ีอยรู่ ว่ มกนั อย่างมคี วามสุข
5. สภาพชมุ ชนมีความหลากหลายทางสังคม
และวฒั นธรรมทำให้ผเู้ รยี นไดม้ ีโอกาส
เรยี นรู้ พฒั นา อนรุ กั ษ์ และเผยแพร่
T : ปัจจยั ด้าน 1. สถานที่ตง้ั ของโรงเรยี นอยู่ในเขตเมือง/ชมุ ชน 1. เครือข่ายอนิ เตอร์เนต็ ไร้สายทีโ่ รงเรยี น
เทคโนโลยี
Technological มีแหลง่ สือ่ เทคโนโลยีที่หลากหลาย มีความ ไม่เสถียร
Factor
สะดวกในการตดิ ต่อกบั หน่วยงานต่าง ๆ 2. เทคโนโลยดี ้านการสอื่ สารไม่ครอบคลุม
2. ผู้ปกครองไดร้ ับทราบพฤติกรรมของผ้เู รียน การใชง้ านของผู้ปกครอง
ผ่านระบบดแู ลนกั เรียนออนไลน์ 3. การใชเ้ ทคโนโลยีไม่ครอบคลมุ กบั ท่ีพกั
(I – Student) ไดอ้ ย่างรวดเรว็ อาศยั ของผู้ปกครองและผู้เรียน
3. ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยี มผี ลตอ่ 4. การใช้เทคโนโลยีท่ีไมเ่ หมาะสมสง่ ผลต่อ
การพัฒนาการเรยี นรู้ของผเู้ รียน/ การเรียนรแู้ ละการสร้างคุณธรรม
พฒั นาการจดั การเรยี นการสอนของครู จริยธรรมของผู้เรียน
4. โรงเรียนนำนวตั กรรมสำหรับผ้รู ับบริการ
ด้านเทคโนโลยที ี่ทนั สมัยมาใชใ้ น
การบริหารจดั การทำให้การดำเนนิ งาน
มีประสทิ ธิภาพ ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ
5. การสื่อสารท่รี วดเรว็ ทันสมยั และมชี ่องทาง
ท่ีหลากหลายในการติดต่อสื่อสาร