The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวบรวมสรุปคำพิพากษาและคำสั่งของ
ศาลปกครองและศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง
จัดทำโดย กรมส่งเสริมสหกรณ์
สำนักนายทะเบียนและกฎหมาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lawcpd2563, 2022-04-29 04:08:25

รวบรวมสรุปคำพิพากษาและคำสั่งของศาลปกครองและศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง

รวบรวมสรุปคำพิพากษาและคำสั่งของ
ศาลปกครองและศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง
จัดทำโดย กรมส่งเสริมสหกรณ์
สำนักนายทะเบียนและกฎหมาย

ใชเ้ พื่อประกอบการศกึ ษาเท่าน้นั หา้ มมใิ ห้นาไปใช้เพ่อื แสวงหากาไร

สารบัญ หนา้
4-5
1. สรปุ คาพิพากษาศาลปกครองสงู สดุ คดหี มายเลขดาที่ อ.251/2547
คดีหมายเลขแดงท่ี อ.28/2549 6 – 17
คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดีหมายเลขดาท่ี อ.251/2547 18 - 19
คดีหมายเลขแดงที่ อ.28/2549 20 - 51
2. สรปุ คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดหี มายเลขดาที่ อ.743/2557 52 - 53
คดหี มายเลขแดงท่ี อ.537/2563 54 - 77
คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดหี มายเลขดาท่ี อ.743/2557 78 - 79
คดีหมายเลขแดงที่ อ.537/2563 80 - 110
3. สรปุ คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดาที่ อร.27/2561
คดหี มายเลขแดงท่ี อร.36/2563 111
คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดหี มายเลขดาที่ อร.27/2561 112 - 123
คดหี มายเลขแดงท่ี อร.36/2563 124 - 125
4. สรุปคาพิพากษาศาลปกครองสูงสดุ คดหี มายเลขดาท่ี อ.423/2557 126 – 133
คดหี มายเลขแดงท่ี อ.961/2563
คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดีหมายเลขดาท่ี อ.423/2557
คดหี มายเลขแดงท่ี อ.961/2563
5. สรปุ คาสง่ั ศาลปกครองสงู สดุ คาร้องที่ คร.383/2561
คาส่งั ท่ี คร. 173/2562
คาสง่ั ศาลปกครองสูงสุด คาร้องที่ คร.383/2561
คาสง่ั ที่ คร. 173/2562
6. สรุปคาส่งั ศาลปกครองสงู สดุ คาร้องท่ี คร.110/2562
คาสง่ั ท่ี คร. 4/2563
คาส่ังศาลปกครองสงู สุด คาร้องที่ คร.110/2562
คาสัง่ ท่ี คร. 4/2563

ใชเ้ พอ่ื ประกอบการศกึ ษาเท่าน้นั หา้ มมใิ ห้นาไปใช้เพื่อแสวงหากาไร

7. สรุปคาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดหี มายเลขดาท่ี อ.61/2560

คดหี มายเลขแดงท่ี อ.1213/2564 134 – 135

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดีหมายเลขดาท่ี อ.61/2560

คดหี มายเลขแดงที่ อ.1213/2564 136 - 158

8. สรปุ คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดหี มายเลขดาที่ อ.282/2562

คดหี มายเลขแดงที่ อ.344/2564 159 - 160

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดหี มายเลขดาท่ี อ.282/2562

คดีหมายเลขแดงที่ อ.344/2564 161 - 189

9. สรปุ คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดาท่ี อ.1390/2558

คดีหมายเลขแดงท่ี อ.593/2564 190

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดีหมายเลขดาที่ อ.1390/2558

คดีหมายเลขแดงท่ี อ.593/2564 191 - 244

10. สรุปคาพิพากษาศาลปกครองสูงสดุ คดหี มายเลขดาที่ อร.292/2561

คดีหมายเลขแดงท่ี อร.133/2564 245

คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดาที่ อร.292/2561

คดีหมายเลขแดงที่ อร.133/2564 246 – 258

11. สรุปคาสั่งศาลปกครองสูงสดุ คาร้องที่ 945/2559

คาสั่งที่ 143/2563 259

คาสงั่ ศาลปกครองสูงสุด คาร้องที่ 945/2559

คาสงั่ ท่ี 143/2563 260 - 273

12. สรุปคาพิพากษาศาลจังหวดั นครสวรรค์ 274

คาพิพากษาศาลจังหวดั นครสวรรค์ 275 - 277

13. สรุปคาพิพากษาศาลปกครองกลาง 278 - 279

คาพิพากษาศาลปกครองกลาง 280 - 309

14. สรุปคาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดหี มายเลขแดงที่ อ.931/2564 310 - 311

คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.931/2564 312 - 351

15. สรุปคาพิพากษาศาลปกครองกลาง 352

คาพิพากษาศาลปกครองกลาง 353 - 361

ใชเ้ พ่อื ประกอบการศกึ ษาเท่านั้น ห้ามมิใหน้ าไปใช้เพือ่ แสวงหากาไร

ยอ่ คำพพิ ากษาศาลปกครองสูงสุดท่ี อ.28/2549

ผู้ฟ้องคดี นางสุนันทา สุวรรณวร

ผู้ถกู ฟ้องคดี คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ

กรณีเรือ่ ง คดีพิพาทเก่ียวกับการท่ีเจา้ หน้าท่ีของรัฐออกคำส่งั โดยชอบด้วยกฎหมาย (อุทธรณ์คำพิพากษา)

กฎหมายทเ่ี กยี่ วข้อง มาตรา 22 (2) แห่งพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ. 2542

ผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรและเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์
กรมส่งเสริมสหกรณ์การเกษตร จำกัด ผู้ฟ้องคดีได้ตกลงยินยอมร่วมกับนาย ก. เพื่อค้ำประกันการกู้ยืมเงินจาก
สหกรณ์ฯ ของนาย ข. ต่อมานาย ข .ผิดนัดไม่ชำระหน้ี สหกรณ์ฯจึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีชำระหนี้แทนนาย ข.
ในฐานะผู้ค้ำประกันแต่เพียงผู้เดียว ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อนายทะเบียนสหกรณ์
และนายทะเบียนสหกรณ์ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วจึงมีอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 (2) แห่ง
พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีคำสั่งให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ทำหน้าที่สอบสวนหา
ผู้รับผิดชอบในการชดใช้หนี้ของนาย ข. ในส่วนที่เกินกว่าความรับผิดของผู้ฟ้องคดีที่ได้ชำระหนี้ไปแล้ว
แต่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวจึงได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ถูกฟ้องคดี
ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้พิจารณาและมีมติให้เพิกถอนคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ รวมทั้งให้ผู้ฟ้องคดีชำระหนี้เดือนละ
2,000 บาท ในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้ของนาย ข. และให้ชะลอการอนุมัติจ่ายเงินกู้ของผู้ฟ้องคดีทุกประเภท
จนกว่าผู้ฟ้องคดีจะชำระหนี้แล้วเสร็จ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า หนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ เป็นคำสั่งทางปกครอง
ทไ่ี ม่ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนดในมาตรา 37 แหง่ พระราชบัญญัติวธิ ีการปฏบิ ัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
อกี ทัง้ ผ้ฟู อ้ งคดีเห็นว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ถกู ฟ้องคดีไม่ถูกต้องตามรปู แบบขั้นตอนหรือวิธีการ
อันเปน็ สาระสำคญั ตามท่ีกฎหมายบัญญตั ิ ดังนัน้ มตขิ องผู้ถูกฟอ้ งคดดี งั กลา่ วจงึ เปน็ คำสัง่ ทีไ่ ม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์
พ.ศ. 2542 กำหนดให้นายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการดำเนินการ
สหกรณ์ระงับการปฏิบัติบางส่วนที่เป็นเหตุให้เกิดข้อบกพร่องหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกร ณ์ หรือ
สมาชิก มาตรา 26 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า คำสั่งใดๆ ตามมาตรา 20 มาตรา 22 มาตรา 24 และมาตรา 25
ใหผ้ มู้ ีสว่ นได้เสยี อทุ ธรณ์ต่อคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณแ์ หง่ ชาตภิ ายในสามสิบวันนบั แต่ได้รับทราบคำส่ัง
วรรคสอง กำหนดต่อไปว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติให้เป็นที่สุด
และมาตรา 14 วรรคหนึ่งกำหนดว่า คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมอบหมายได้ ดังนั้น เมื่อสหกรณ์ฯ
ซึ่งเป็นผู้รับคำสั่งดังกล่าวเห็นว่าไม่ชอบและได้อุทธรณ์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง และ
คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซ่ึงได้รับการแต่งตง้ั จากผู้ถูกฟ้องคดีตามมาตรา 14 ได้ประชุมพิจารณาและ
มีมติดังกล่าวนั้น จึงถือว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญท่ี
กำหนดไวส้ ำหรบั การกระทำน้ันแลว้

2

คดีมีประเด็นต้องพิจารณาต่อไปว่า มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งนายทะเบียน
สหกรณช์ อบด้วยกฎหมายหรอื ไม่

ศาลปกครองสูงสุด เหน็ ว่า ผฟู้ ้องคดีได้ตกลงทำหนงั สือค้ำประกันการกู้เงนิ สามัญของนาย ข.
โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ถือได้ว่าเป็นสัญญาค้ำประกันตามมาตรา 680 แห่ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อีกทั้งผู้ฟ้องคดีได้แสดงความยินยอมที่จะค้ำประกันอย่างไม่จำกัดจำนวน
และยอมปฏิบัติตามข้อผูกพันเพ่ือหนสี้ นิ เกยี่ วกับเงินกรู้ ายน้ี ซึง่ เป็นไปตามมาตรา 683 แห่งประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์แล้ว นอกจากนี้ผู้ฟ้องคดียังได้แสดงเจตนายอมรับผิดชำระหนี้แทนนาย ข. โดยมิพักใช้สิทธิ
ของผู้ค้ำประกันตามมาตา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ดังนั้น การที่สหกรณ์ฯ ยืนยันให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ชำระเงินแทนนาย ข. ในส่วนที่เหลือทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
จึงเป็นการใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และการที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์ได้เสนอคณะกรรมการเงินกู้เพ่ือ
พิจารณาอนุมัติโดยเสนอชื่อผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ของนาย ข.แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่เสนอชื่อ
นาย ก. เนื่องจากนาย ก. ได้ทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้รายอื่นแล้วจำนวน 2 ราย นาย ก. จึงไม่อาจเป็นผู้ค้ำ
ประกันการกู้เงินให้แก่นาย ข. ได้อีกตามระเบียบสหกรณ์ฯ ว่าด้วยเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินและเงินกู้สามัญ
พ.ศ. 2534 ประกอบกับคณะกรรมการเงินกู้มีอำนาจกำหนดให้ผู้ค้ำประกันเพียงรายเดียวได้ตามระเบียบ
ดังกล่าว การที่คณะกรรมการเงินกู้พิจารณาอนุมัติโดยมีผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ค้ำประกันรายเดียวจึงชอบแล้ว
นายทะเบียนสหกรณ์จึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริม
การเกษตร จำกัด สอบสวนหาตัวผู้รบั ผิดชดใชห้ นี้ของนาย ข. ในสว่ นทเ่ี กินจากความรับผดิ ชอบของผู้ฟ้องคดีที่
ได้ชำระหนี้ไปแล้วโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 คำสั่งของ
นายทะเบยี นสหกรณด์ ังกลา่ วจงึ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย และมติของผู้ถูกฟ้องคดีท่ีสั่งให้เพิกถอนคำส่ัง
นายทะเบียนสหกรณ์ดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์
แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ของผ้ถู ูกฟ้องคดใี ห้แก่ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณฯ์ เปน็ เพยี งการแจ้งมติ
ของผู้ถูกฟ้องคดีที่พิจารณาอุทธรณ์ จึงมิใช่คำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ
ราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

พพิ ากษายืน

สำนกั นายทะเบยี นและกฎหมาย กลุม่ กฎหมาย/ย่อ

ใชเ้ พอ่ื ประกอบการศึกษาเท่านนั้ ห้ามมิให้นำไปใชเ้ พ่ือแสวงหากำไร

























ยอ่ คำพพิ ากษาศาลปกครองสูงสดุ ท่ี อ.537/2563

ผฟู้ อ้ งคดี นายสุเทพ สืบพงษ์

ผรู้ อ้ งสอด สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบนิ ไทย จำกัด

ผู้ถูกฟ้องคดี นายทะเบยี นสหกรณ์ ที่ 1, กรมสง่ เสริมสหกรณ์ ที่ 2

กรณีเร่ือง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วย
กฎหมาย และการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตาม
กฎหมาย (อุทธรณ์คำพิพากษา)

กฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ ง มาตรา 22 (2) แหง่ พระราชบญั ญัตสิ หกรณ์ พ.ศ. 2542

ผ้ฟู อ้ งคดเี ป็นสมาชกิ และเป็นกรรมการดำเนินการสหกรณ์ของผู้ร้องสอด ซงึ่ คณะกรรมการดำเนินการ
สหกรณ์ของสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด มีมติแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นกรรมการสรรหา
บุคคลเป็นผู้ตรวจสอบกิจการ ต่อมาประธานกรรมการสรรหาได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้ง
โดยปรากฏรายชื่อผู้ฟอ้ งคดเี ป็นผ้สู มคั รในทีมของนาย ก. ผู้ฟอ้ งคดีจงึ ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ตรวจสอบกิจการ
ตามข้อบงั คับและระเบียบของสหกรณ์ฯ นายทะเบยี นสหกรณ์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจรงิ แล้ว จึงอาศยั อำนาจตาม
มาตรา 22 (2) แห่งพระราชบญั ญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีคำส่งั ให้ผู้ฟอ้ งคดีหยุดปฏิบตั ิหน้าที่ผู้ตรวจสอบกิจการ
ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การเตรียมการและการดำเนินการเพื่อออกคำสั่งดังกล่าวเป็นการพิจารณาทางปกครอง
ที่ไมช่ อบด้วยกฎหมาย จึงนำคดมี าฟ้องตอ่ ศาล

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแลว้

คดีมีประเด็นที่ต้องวินจิ ฉัยว่า คำสั่งที่ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ของผู้ร้องสอดแจง้
ให้ผู้ฟ้องคดีหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ตรวจสอบกิจการ อันเนื่องมาจากขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับและ
ระเบียบของผู้ร้องสอด เป็นการชอบด้วยกฎหมายและละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ หากเป็นการละเมิดผู้ฟ้องคดี
มีสิทธไิ ดร้ ับชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนเพียงใด และผูใ้ ดต้องรบั ผิดชำระเงนิ ดงั กลา่ วแก่ผู้ฟอ้ งคดี

เห็นว่า เนื่องจากผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่อาจมีคำสั่งตามมาตรา 22 แห่ง
พระราชบัญญตั ิสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ได้ เนอ่ื งจากรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2550 และ
มาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ไม่ได้ให้อำนาจผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไว้ การใช้อำนาจของ
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อพิจารณาตามข้อ 73 วรรคสี่ ของข้อบังคับสหกรณ์
ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด พ.ศ. 2543 ประกอบกับข้อ 7 ของระเบียบสหกรณ์ฯ ว่าด้วยการ
สรรหาบุคคลเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินการสหกรณ์ พ.ศ. 2550 ในขณะที่ผู้ฟ้องคดี
สมคั รเขา้ รบั การเลอื กตง้ั เป็นผตู้ รวจสอบกจิ การ ในระหวา่ งวนั ท่ี 3 ถึง 13 มกราคม 2555 นัน้ ผู้ฟอ้ งคดียังคง
ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการดำเนินการสหกรณ์และกรรมการสรรหาอยู่ โดยผู้ฟ้องคดีเพิ่งมีหนังสือลาออกจาก
การเปน็ กรรมการดำเนนิ การสหกรณ์และกรรมการสรรหา เมือ่ วนั ที่ 24 มกราคม 2555 แตใ่ ห้มผี ลต้ังแต่วันท่ี
10 กุมภาพันธ์ 2555 อันเป็นวันที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 ลงคะแนนเลือกตั้งคณะผู้ตรวจสอบ
กจิ การ ก็ไมม่ ผี ลทำใหผ้ ู้ฟ้องคดีกลายเปน็ ผู้มสี ิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตง้ั เปน็ ผู้ตรวจกิจการได้ เพราะผู้ฟ้องคดี
ยงั มไิ ดล้ าออกกอ่ นท่ผี ู้ฟ้องคดีจะยน่ื ใบสมัครเข้ารับการเลอื กตั้งเป็นผู้ตรวจสอบกจิ การ ดงั นน้ั การพิจารณาของ

ใช้เพอ่ื ประกอบการศึกษาเท่าน้นั หา้ มมิใหน้ ำไปใช้เพือ่ แสวงหากำไร

2

คณะกรรมการสรรหา และการประกาศรายชื่อผู้ฟ้องคดีให้เป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการเลือกตั้งเป็นผู้ตรวจสอบ
กิจการ จึงล้วนเป็นการขัดต่อข้อ 73 ของข้อบังคับดังกล่าว ส่งผลให้ผลการเลือกตั้งคณะผู้ตรวจสอบกิจการ
เฉพาะในส่วนของผู้ฟ้องคดีเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีหยุดปฏิบัติหน้าท่ีผู้ตรวจสอบ
กิจการ ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มิได้มาจากกรณีที่ผู้ร้องสอดร้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำวินิจฉัยในปัญหา
เกี่ยวกับการตีความข้อบังคับของผู้ร้องสอดตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542
แต่เกิดจากหนังสือขอหารือของนาย ข. ซึ่งเป็นคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ นั้น ก็ไม่เป็นการตัดอำนาจ
ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในการกำกับดูแลสหกรณ์ ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันแต่อย่างใด
กรณีจึงไม่เป็นการหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นมาพิจารณาเองตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1
ได้ข้อสรุปจากการตรวจสอบว่าผลการเลือกตั้งคณะผู้สอบกิจการดังกล่าว เป็นการไม่ชอบแต่เฉพาะรายผู้ฟ้อง
คดีกับพวกอีกหนึ่งคนเท่าน้ัน หาเป็นการไม่ชอบทั้งหมดแต่อย่างใด การให้ผู้ฟ้องคดกี ับพวกปฏิบัตหิ น้าท่เี ป็นผู้
ตรวจสอบกิจการต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องสอดหรือสมาชิกได้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงย่อมมี
ดุลพินิจที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการมี คำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีหยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจสอบกิจการ ดังกล่าวได้
ทั้งนี้ ตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (1) (5) และมาตรา
22 (2) แห่งพระราชบญั ญตั สิ หกรณ์ พ.ศ. 2542

สำหรับข้อที่ผู้ฟ้องอุทธรณ์ว่า คำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีหยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจสอบกิจการ
ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ออกโดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกร ณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2
รองนายทะเบียนสหกรณ์ ปฏิบัติการแทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นการสั่งการที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย น้ัน
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ ได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ 130/2555
ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 ข้อ 2 (4) แต่งตั้งให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกร์กรุงเทพมหานคร
พื้นที่ 1 – 2 มีอำนาจปฏบิ ตั ิการแทนนายทะเบียนสหกรณ์เฉพาะสหกรณท์ ่ีอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน
ส่งเสรมิ สหกรณ์กรงุ เทพมหานคร พื้นที่ 1 – 2 ดังนั้น คำสั่งดังกล่าวที่ออกโดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริม
สหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 รองนายทะเบียนสหกรณ์ จึงเป็นการดำเนินการภายใต้ขอบอำนาจหน้าท่ี
ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยชอบด้วยกฎหมาย กรณีจึงไม่เป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีที่จะต้อง
รบั ผดิ ชดใช้คา่ สินไหมทดแทนแกผ่ ้ฟู ้องคดี

การท่ศี าลปกครองชน้ั ตน้ พิพากษายกฟ้อง นัน้ ศาลปกครองสูงสุดเหน็ พ้องดว้ ย
พิพากษายืน

สำนักนายทะเบยี นและกฎหมาย กลุ่มกฎหมาย/ย่อ

ใชเ้ พ่ือประกอบการศกึ ษาเท่านนั้ ห้ามมิใหน้ ำไปใชเ้ พื่อแสวงหากำไร






























































Click to View FlipBook Version