34 กิจกรรมที่ 1.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนบอกความหมายของการปรับอากาศมาโดยละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 2. ให้นักเรียนอธิบายหลักการพื้นฐานการน าความเย็นมาโดยละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. ให้นักเรียนอธิบายความหมายของแรง (Force) มาโดยละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 4. ให้นักเรียนอธิบายความหมายของความดัน (Pressure) มาโดยละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... กิจกรรมหน่วยที่ 1
35 กิจกรรมที่ 1.2 ให้นักเรียนอธิบายความหมายจากภาพข้างล่างนี้ 1. 2. 3.
36 กิจกรรมที่ 1.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนบอกความหมายของการปรับอากาศมาโดยละเอียด ตอบ - การปรับอากาศ หมายถึง การปรับหรือการบงัคบัควบคุมใหส้ภาพอากาศในบริเวณน้นั มีระดบัอุณหภูมิความช้ืน การหมุนเวียนของอากาศให้อยู่ในสภาพที่ต้องการตลอดระยะเวลาที่มีการปรับ อากาศ สภาพของอากาศตามธรรมชาติมกัมีสภาพที่ไม่เอ้ือต่อความสบายของมนุษย์เช่นอากาศอาจจะร้อน จนเกินไปหรือมีระดบัความช้ืนที่ค่อนขา้งสูง การเคลื่อนตัวของอากาศและปริมาณฝุ่ นละอองในอากาศมี ระดับที่ไม่เหมาะสม ความเข้าใจที่ว่า “การท าความเย็นหรือการปรับอากาศ คือการเป่ าความเย็นเข้ามาใน บริเวณที่ต้องการท าความเย็น”น้นัเป็นความเขา้ใจที่ผิดหลกัของการสร้างความเยน็ ใหเ้กิดข้ึนที่แทจ้ริงน้นัคือ “การพาความร้อนจากบริเวณที่ต้องการท าความเย็นออกไปที่บริเวณอื่น” ดว้ยเหตุน้ีจึงมีเครื่องปรับอากาศ 2. ให้นักเรียนอธิบายหลักการพื้นฐานการน าความเย็นมาโดยละเอียด ตอบ - อุณหภูมิร่างกายของคนเราน้นัจะอยทู่ ี่37 C หรือ 98.6 F จะช่วยให้เข้าใจถึงกระบวนการ ปรับอากาศในห้องปรับอากาศไดถู้กปรับอุณหภูมิความช้ืนใหอ้ยใู่นเกณฑท์ ี่คนรู้สึกสบายซ่ึงอยใู่นช่วง ประมาณ 23-25 C หรือ75-78 F ส่วนความช้ืนสัมพทัธ์(Relative Humidity) จะอยู่ในช่วง 50% และยัง มี การควบคุมให้อากาศภายในห้องหมุนเวียนในอัตราความเร็วที่สม ่าเสมอ อากาศที่หมุนเวียนภายในจะถูก ก าจัดฝุ่ นละออง โดยแผ่นกรองฝุ่ นภายในเครื่องปรับอากาศ ท าให้อากาศมีสภาพที่ปราศจากฝุ่ น ท าให้คนที่อยู่ ในห้องปรับอากาศรู้สึกสบาย 3. ให้นักเรียนอธิบายความหมายของแรง (Force) มาโดยละเอียด ตอบ - แรง (force) คือ อ านาจชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถเปลี่ยนหรือพยายามเปลี่ยนสถานภาพของ วตัถุเช่น ทา ให้วตัถุที่หยุดนิ่งอยู่เคลื่อนที่หรือทา ให้วตัถุที่เคลื่อนที่อยู่แลว้หยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทาง หรือ เคลื่อนที่เร็วข้ึน หรือชา้ลง และแรงอาจทา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหรือขนาดของวตัถุยืดหรือหดตวั บิดโค้งแรงมีหน่วยในการวัดเป็ นนิวตัน (Newton) 4. ให้นักเรียนอธิบายความหมายของความดัน (Pressure) มาโดยละเอียด ตอบ - ความดัน (pressure) หมายถึงแรงที่กระทา ต่อหน่วยของพ้ืนที่อาจอธิบายไดว้่าเป็นการ วดัความหนาแน่นที่จุดใดจุดหน่ึงของพ้ืนที่ผิวของวตัถุขณะใดก็ตามที่แรงกระทา บนพ้ืนที่ผิวท้งัหมดเท่ากนั แลว้ความดนัทุกจุดบนพ้ืนที่ผิวน้ันมีค่าเท่ากนัสามารถคา นวณไดโ้ดยเอาแรงท้งัหมดที่กระทา บนพ้ืนที่ผิว หารดว้ยพ้ืนที่ผิวท้งัหมดที่รับแรงน้นั ความต้านทานรวม ( R0 )= R1 + R2 เฉลยค าถามท้ายบท
37 กิจกรรมที่ 1.2 ให้นักเรียนอธิบายความหมายจากภาพข้างล่างนีใ้ห้ถูกต้อง 1. ตอบ การพาความร้อน (convection) เป็นวิธีการถ่ายเทความร้อนที่เกิดข้ึนในของเหลว ซ่ึงโมเลกุลมีอิสระ ที่เคลื่อนไหวไปรอบ ๆ ได้เมื่อความร้อนเคลื่อนที่ไดโ้ดยวิธีน้ีจา นวนปริมาณความร้อนจะไหลโดยติดไปกบั โมเลกุลซ่ึงกา ลงัเคลื่อนที่อยนู่้นั 2. ตอบ . การน าความร้อน (conduction) เป็ นวิธีการเคลื่อนที่ของความร้อน ซึ่งความร้อนจะส่งผ่านจาก ของแข็งโดยวิธีน้ีเช่น ถา้จบั ปลายดา้นหน่ึงของแท่งโลหะไว้แลว้นา ปลายอีกขา้งหน่ึงของโลหะน้นัเผาไฟ ไม่ชา้จะรู้สึกว่ามีความร้อนมาถึงมือที่จบั โลหะที่เป็นเช่นน้ีเพราะโมเลกุลของโลหะตรงจุดที่ถูกเผาไฟไดร้ับ ปริมาณความร้อนมากและมีอุณหภูมิสูงข้ึน ส่งผ่านไปให้โมเลกุลที่อยู่ข้างเคียงจากโมเลกุลแรกไปยังโมเลกุล ที่สองและต่อ ๆ ไปจนถึงปลายอีกข้างหนึ่งของโลหะที่มีมือจับอยู่ ซึ่งเรียกว่า เกิด-การน าความร้อนในแท่ง โลหะน้นั โดยที่โมเลกุลของแท่งโลหะไม่ไดเ้คลื่อนที่ไปดว้ย 3. ตอบ การแผ่รังสีความร้อน (radiation) เป็นวิธีเคลื่อนที่ของความร้อนโดยไม่ไดข้้ึนอยกู่บัโมเลกุลวิธีน้ี ความร้อนเคลื่อนที่ทางเดียวกับแสงเดินทางจากดวงไฟ ซึ่งเป็ นวิธีเดียวกับความร้อนจากดวงอาทิตย์ส่งผ่าน มายังโลก
38 แผนการสอน หน่วยที่ 2 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 2 ชื่อหน่วย 2 วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ ชั่วโมงรวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ จ านวน 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. การท าความเย็น 2. หลักการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 3. อุปกรณ์หลักในวัฏจักรของระบบปรับอากาศรถยนต์ 4. สรุปการปรับอากาศรถยนต์ ด้านทักษะ 5. งานอุปกรณ์ในวัฏจักรของระบบปรับอากาศรถยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 8. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 9. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ การท าความเย็น หมายถึงกระบวนการถ่ายเทความร้อนออกจากบริเวณที่ต้องการท าความเย็น เช่น การดึงเอาปริมาณความร้อนจากอากาศในหอ้งปรับอากาศหรือภายในตูเ้ยน็ออกไประบายทิ้งภายนอก ท าให้ อากาศภายในมีอุณหภูมิลดต ่าลง เป็ นต้น หรือถา้จะกล่าวโดยเฉพาะยงิ่ข้ึนก็คือการทา ความเยน็เป็น วิทยาศาสตร์สาขาหน่ึงที่วา่ดว้ยกระบวนการในการลดและรักษาระดบัอุณหภูมิของเน้ือที่หรือวตัถุใหม้ี อุณหภูมิต ่ากว่าอุณหภูมิโดยรอบ อุปกรณ์หลักของวงจรท าความเย็นเครื่องปรับอากาศรถยนต์ประกอบด้วย คอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์ รีซีฟ-เวอร์ดรายเออร์เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์และอีวาพอเรเตอร์
39 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกของการท าความเย็นได้ 2. อธิบายหลักการท างานของระบบปรับอากาศได้ 3. บอกชื่ออุปกรณ์ระบบปรับอากาศรถยนต์ได้ 4. บอกหน้าที่ของอุปกรณ์ระบบปรับอากาศรถยนต์ได้ 5. อธิบายการท างานของอุปกรณ์ในวัฏจักรของระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง 6. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 7. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต
40 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับความหมายของการท าความเย็น หลักการท างานของระบบปรับอากาศ รถยนต์ อุปกรณ์ในระบบปรับอากาศรถยนต์ (ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในงานอุปกรณ์ในวัฏจักรของระบบปรับอากาศรถยนต์(ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้อง ส าเร็จทันภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกความหมายของการท าความเย็นได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 2. อธิบายหลักการท างานระบบปรับอากาศได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 3. บอกอุปกรณ์ในระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 4. บอกหน้าที่อุปกรณ์ในระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 5. อธิบายการท างานของอุปกรณ์ในวัฏจักรระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 6. ใช้อุปกรณ์ในวัฏจักรระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง (ด้านทักษะ) 7. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 8. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
41 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 2. วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 2.1 การท าความเย็น 2.2 หลักการท างานของระบบปรับอากาศ 2.3 อุปกรณ์หลักในวัฏจักรระบบปรับอากาศรถยนต์ 2.4 สรุปการปรับอากาศรถยนต์ ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 2.1 เรื่อง งานใช้อุปกรณ์ในวัฏจักรระบบปรับอากาศรถยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
42 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 2 เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่าง ๆ วัสดุ อุปกรณ์แนะน าการใช้ ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงาน ตามใบงาน และวิธีการวัดผลและ ประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 2 เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศ รถยนต์แล้วให้นักเรียนสลับกันตรวจค าตอบ แบบทดสอบก่อนเรียนและใหค้ะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 2 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 2 วัฏจักรการท างานของระบบ ปรับอากาศรถยนต์กับนักเรียน และคอยให้ ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4 กลุ่ม แจกใบงานให้ นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่2.1 เรื่อง งานใช้อุปกรณ์ในวัฏจักร ระบบปรับอากาศรถยนต์ ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 2 ท าความ เข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 2 เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศ รถยนต์ 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 2 เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ และจะสลับกันตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 2 เรื่องวัฏจักรการ ท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ท า การเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 2.1 เรื่อง งานใช้อุปกรณ์ในวัฏจักร ระบบปรับอากาศรถยนต์
43 - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตามใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของ นักเรียนและประเมินผลการปฏิบัติงาน - ใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหาเรื่อง วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงานหน้า ช้นัเรียน ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียนท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 2 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 1 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหา เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 2
44 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 2 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 2 เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ และสลับกันตรวจค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 2 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียมเอกสาร ชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่2 เรื่อง วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 2.1 เรื่อง งานใช้อุปกรณ์ในวัฏจักรระบบปรับอากาศรถยนต์ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุป เรื่อง วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 3. รายงานหนา้ช้นัเรียน เรื่อง วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
45 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 2 เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
46 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point - เรื่องการท าความเย็น - เรื่องหลักการท างานระบบปรับอากาศรถยนต์ - เรื่องอุปกรณ์หลักในวัฏจักรระบบปรับอากาศรถยนต์ - เรื่องสรุปการปรับอากาศรถยนต์ สื่อของจริง 1. รถยนต์ 2. ชุดฝึ กปฏิบัติระบบปรับอากาศรถยนต์
47 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 2.1 เรื่อง งานใช้อุปกรณ์ในวัฏจักรระบบปรับอากาศรถยนต์ หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 2 เรื่องวัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศ รถยนต์
48 บันทึกหลังการสอน ชุดการสอนที่ 2 เรื่อง วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้สามารถใช้สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด 2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียน 1. นักเรียนมีสมรรถนะตามที่ต้องการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันปฏิบัติตามใบงานที่ 2.1 3. คะแนนการทดสอบหลงัเรียนดีข้ึนเมื่อเปรียบเทียบกบัคะแนนการทดสอบก่อนเรียน ผลการสอนของครู 1. สอนได้ตามสมรรถนะตามที่ก าหนดไว้ 2. สอนไดต้ามเน้ือหาของชุดการเรียนที่ก าหนดไว้ 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ตามใบงาน
49 ใบเนื้อหาที่ 2 เรื่อง วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ 2.1 การท าความเย็น โดยทวั่ ไปแลว้ความหมายของคา ว่า “การท าความเย็น” หมายถึงกระบวนการถ่ายเทความร้อนออก จากบริเวณที่ต้องการท าความเย็น เช่น การดึงเอาปริมาณความร้อนจากอากาศในห้องปรับอากาศหรือภายใน ตูเ้ยน็ออกไประบายทิ้งภายนอก ท าให้อากาศภายในมีอุณหภูมิลดต ่าลง เป็ นต้น หรือถ้าจะกล่าวโดยเฉพาะ ยิ่งข้ึนก็คือการท าความเย็นเป็นวิทยาศาสตร์สาขาหน่ึงที่ว่าด้วยกระบวนการในการลดและรักษาระดับ อุณหภูมิของเน้ือที่หรือวตัถุให้มีอุณหภูมิต่ ากว่าอุณหภูมิโดยรอบ อุปกรณ์หลักของวงจรท าความเย็น เครื่องปรับอากาศรถยนต์ประกอบด้วยคอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์ รีซีฟ-เวอร์ดรายเออร์เอ็กซ์แพนชั่น วาล์วและอีวาพอเรเตอร์ 2.2 หลักการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ เริ่มตน้จากเมื่อคอมเพรสเซอร์ทา งานจะทา หน้าที่ ดูดสารท าความเย็นที่เป็ นแก๊สจากอีวาพอเรเตอร์ แก๊สที่ดูดเข้ามาจะเป็ นแก๊สที่มีแรงดันต ่า และอุณหภูมิต ่า แก๊สจะถูกดูดเขา้คอมเพรสเซอร์ทางท่อทางดูด จากน้ันจะอดัสารทา ความเยน็ที่เป็นแก๊สให้มีแรงดนัสูงข้ึน ขณะที่แก๊สมีแรงดนัสูงข้ึนน้ีจะมีอุณหภูมิสูงข้ึนดว้ย (ตามกฏของชาร์ล) และถูกอัดออกทางท่อทางอัดและ ส่งไปยังคอนเดนเซอร์ คอนเดนเซอร์มีหน้าที่รับเอาสารท าความเย็นมาระบายความร้อนออก เมื่อสารท า ความเยน็ถูกระบายความร้อนออกจะเกิดการควบแน่นกลนั่ตวัหรือเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ขณะที่สาร ทา ความเยน็กลนั่ตวัเป็นของเหลวสารทา ความเยน็ยงัคงมีแรงดนัสูงและอุณหภูมิค่อนขา้งสูงและถูกส่งไปยงัรี ซีฟเวอร์ดรายเออร์เพื่อกรองสิ่งสกปรก ดูดความช้ืนออกจากสารทา ความเยน็และเป็นถงัพกัสารทา ความเยน็ สารทา ความเยน็ที่เป็นของเหลวจะถูกเก็บไวด้า้นล่าง ส่วนที่ยงัไม่กลนั่ตวัจะลอยอยู่ดา้นบน และ สารท าความ เย็นจะถูกส่งออกไปเฉพาะส่วนเป็ นของเหลวไปยังท่อสารท าความเย็นเหลวหรือเรียกว่า “ ท่อลิขวิด” (Liquid Line) จากน้นัจะถูกส่งไปยงัเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์ซ่ึงทา หนา้ที่ควบคุมปริมาณสารทา ความเยน็ที่จะฉีดให้เป็น ฝอยเข้าไปยังอีวาพอเรเตอร์ และมีหน้าที่ลดแรงดันของสารท าความเย็นที่จะเข้าไปในอีวาพอเรเตอร์สารท า ความเย็นที่เป็ นของเหลว เมื่อถูกลดแรงดันจะเกิดการเดือดระเหยเปลี่ยนสถานะกลายเป็ นไอทันที การ ระเหยของสารทา ความเยน็จะตอ้งใชค้วามร้อนเพื่อช่วยในการระเหย ดงัน้นัความร้อนจากท่ออีวาพอเรเตอร์ จะถูกดูดไปเพื่อการระเหยท าให้ท่ออีวาพอเรเตอร์เย็น สารท าความเย็นที่ระเหยกลายเป็ นไอหมดในอีวา พอเรเตอร์จะมีแรงดันต ่าและอุณหภูมิต ่าด้วย จะถูกดูดกลับเข้ามายังคอมเพรสเซอร์และถูกอัดต่อไป
50 รูปที่ 2.1 ระบบท าความเย็นของเครื่องปรับอากาศ 2.3 อุปกรณ ์ หลักในวัฏจักรของระบบปรับอากาศรถยนต์ อุปกรณ์หลักของวงจรท าความเย็นเครื่ องปรับอากาศรถยนต์ประกอบด้วย คอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์(ท่อพกัสารความเยน็เหลว) เอ็กซ์แพนชนั่วาล์ว อีวาพอเรเตอร์และท่อ ทางเดินของสารท าความเย็นต่อระหว่างอุปกรณ์หลัก รูปที่2.2 อุปกรณ์หลักของวงจรท าความเย็นเครื่องปรับอากาศรถยนต์
51 รูปที่ 2.3 แสดงสถานะและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบปรับอากาศรถยนต์ รูปที่2.4 ส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบท าความเย็น
52 1. คอมเพรสเซอร์ 5. เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 2. ชุดคลัตซ์คอมเพรสเซอร์ 6. รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 3. คอนเดนเซอร์ 7. อีวาพอเรเตอร์ 4. ท่อทางสารความเย็น รูปที่ 2.5 แสดงอุปกรณ์ในระบบปรับอากาศรถยนต์ฮอนด้า 2.3.1 คอมเพรสเซอร์ (Compressor) เป็ นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่ในการดูดและอัดสารความเย็นใน สถานะที่เป็ นแก๊ส โดยดูดแก๊สที่มีอุณหภูมิและความดันต ่าจากอีวาพอเรเตอร์อัดให้มีความดันและอุณหภูมิ สูงจนถึงจุดที่แก๊สพร้อมจะควบแน่นเป็ นของเหลวเมื่อมีการถ่ายเทความร้อนออกจากสารความเย็น รูปที่ 2.6 แสดงคอมเพรสเซอร์ของรถยนต์
53 คอมเพรสเซอร์จะสร้างแรงดันของสารความเย็นในระบบปรับอากาศโดยมีสายพานและมีพูลเลย์ต่อ อยู่ คอมเพรสเซอร์จะใช้ก าลังจากเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์เป็ นตัวขับคอมเพรสเซอร์ จะดูดแก็สอุ่น แรงดนัต่า จากอีวาพอเรเตอร์และอดัแก็สใหม้ีแรงดนัสูงขณะเดียวกนัอุณหภูมิก็จะสูงข้ึนดว้ยเพื่อส่งสารความ เย็นต่อไปให้คอนเดนเซอร์ คอมเพรสเซอร์จะดูดและอัดสารความเย็น ขณะที่สารท าความเย็นมีสถานะเป็ น แก็สเท่าน้นัหากสารทา ความเยน็เป็นของเหลวจะทา ใหค้อมเพรสเซอร์ชา รุด ชิ้นส่วนภายในคอมเพรสเซอร์ อาจจะเป็ นลูกสูบหรือรูปแบบอื่นๆ ท าหน้าที่ดูดและอัดสารความเย็นให้มีแรงดันสูง ท าให้สารความเย็น ไหลเวียนในระบบช่องทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์จะดูดแก็สแรงดันต ่าจากอีวาพอเรเตอร์คอมเพรสเซอร์ จะอัดแก็สแรงดันสูงและส่งไปช่องทางออกของคอมเพรสเซอร์ ไปยังท่อทางของสารความเย็น และเข้า คอนเดนเซอร์ชิ้นส่วนของคลตัซ์จะเป็นตวัตดัต่อจงัหวะในการอดัสารความเยน็ โดยเป็นคลตัซ์แบบไฟฟ้า วาล์วระบายแรงดันของสารความเย็นมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันเกินค่าที่ก าหนดถ้าแรงดันในระบบสูงมาก จะท าให้วาล์วระบายแรงดันเปิ ดและสารความเย็นก็จะออกสู่บรรยากาศภายนอก รูปที่ 2.7 แสดงส่วนต่าง ๆ ของคอมเพรสเซอร์ 1. ด้านช่องทางดูด 4. ชิ้นส่วนคลตัซ์คอมเพรสเซอร์ 2. ด้านช่องทางอัด 5. วาล์วระบาย 3. พูลเล่ย์
54 2.3.2 คอนเดนเซอร์ (Condensor) เป็ นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่ให้สารความเย็นในสถานะที่เป็ นแก๊ส กลนั่ตวัเป็นของเหลวดว้ยการระบายความร้อนออกจากสารความเยน็คือเมื่อสารทา ความเยน็ ในสถานะแก๊ส อุณหภูมิและความดันสูงซึ่งถูกอัดส่งมาจากคอมเพรสเซอร์ จะถูกระบายความร้อนแฝงออกโดยอากาศจาก ภายนอก สารทา ความเยน็จะกลนั่ตวัเป็นของเหลว ที่มีความดนัสูงและอุณหภูมิสูง คอนเดนเซอร์เรียกอีก อย่างหนึ่งว่า “อุปกรณ์ควบแน่น” รูปที่ 2.8 แสดงลักษณะคอนเดนเซอร์ คอนเดนเซอร์จะติดต้งัอยู่ทางดา้นหน้าของหมอ้น้า รถยนต์คอนเดนเซอร์จะรับความร้อนเป็นแก๊ส แรงดันสูงจากคอมเพรสเซอร์และส่งถ่ายความร้อนออกสู่บรรยากาศภายนอก คล้ายกับอีวาพอเรเตอร์คอนเดนเซอร์จะทา ให้สารความเยน็หมุนเวียนผ่านท่อทางในระบบ รวมท้งัไปยงัครีบพดัลมจะดูด อากาศจากภายนอกผ่านพ้ืนที่หน้าสัมผสัของคอนเดนเซอร์ทา ให้ความร้อนของสารความเยน็ถ่ายเทออกสู่ อากาศ เมื่อสารความเย็นเย็นลงจะเปลี่ยน สถานะจากแก็สแรงดันสูงเป็ นของเหลวแรงดันสูง ประสิทธิภาพ การทา งานของคอนเดนเซอร์เป็นสิ่งสา คญัอย่างยงิ่ในการทา งานของระบบปรับอากาศอากาศภายนอกจะตอ้ง ระบายความร้อนที่ถ่ายเทมาจากภายในห้องโดยสารและความร้อนที่เกิดจากการอัดสารความเย็น ถ้า คอนเดนเซอร์ระบายความร้อนออกได้มากอีวาพอเรเตอร์ก็จะให้ความเย็นได้มาก คอนเดนเซอร์ขนาดใหญ่ หรือพัดลมคอนเดนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยให้อุณหภูมิ ภายในห้องโดยสารเย็นลงอย่างรวดเร็ว
55 รูปที่ 2.9 ลักษณะการระบายความร้อนของคอนเดนเซอร์ 1. แก็สร้อนความดันสูง 2. ของเหลวร้อนความดันสูง 3. ของเหลวอุ่นความดันสูง 2.3.3 รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ (Receiver drier) หรือ ท่อพักสารความเย็นเหลว (receiver tank) สารท า ความเยน็เหลวที่มีความดนัและอุณหภูมิสูง ซ่ึงกลนั่ตวัจากคอนแดนเซอร์จะถูกส่งเขา้มาพกัในท่อพกัสาร ความเยน็เหลวน้ีก่อนที่จะถูกส่งไปยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ รูปที่ 2.10รีซีฟเวอร์ดรายเออร์
56 รีซีฟเวอร์ดรายเออร์จะติดต้งัอยใู่นช่วงระหวา่งทางออกของคอนเดนเซอร์และจะต่อกบัเอก็ซ์ แพนชนั่วาลว์ซ่ึงอยทู่างดา้นแรงดนัสูงของระบบ (High Pressure) รีซีฟเวอร์ดรายเออร์จะท าหน้าที่หลักคือ เก็บสารความเยน็เหลว กรองสิ่งสกปรกและดูดรับความช้ืนในระบบ ส่วนมากจะมีกระจกมองสารความเยน็ (Sigh Glass) ติดอยู่ด้วย รูปที่ 2.11 แสดงตา แหน่งติดต้งัท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ในระบบ รูปที่ 2.12 ท่อพกัสารความเยน็เหลวและสารดูดความช้ืน
57 รูปที่ 2.13 แสดงการไหลของสารท าความเย็นในรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 2.3.4 เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว (Expansion valve) เป็ นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่ควบคุมการไหลของสาร ความเย็นเหลวที่ผ่านเข้ายังอีวาพอเรเตอร์ ลดความดันของสารความเย็นให้มีความดันต ่าลงจนสามารถระเหย เปลี่ยนสถานะเป็ นไอได้ที่อุณหภูมิต ่า ๆ ในอีวาพอเรเตอร์ รูปที่ 2.14 เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์
58 เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์จะควบคุมปริมาณการไหลของสารความเยน็ที่ส่งไปยงัอีวาพอเรเตอร์โดย กระเปาะวดัอุณหภูมิที่ติดอยู่กบัอีวาพอเรเตอร์จะควบคุมการทา งานของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์โดยต่อท่อเลก็ๆ ที่ต่อกบักระเปาะจะต่อไปที่ชุดไดอะแฟรมภายในเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ถา้อีวาพอเรเตอร์อุณหภูมิต่า เกินไป ไดอะแฟรมจะเลื่อนวาลว์แบบเขม็ ปิดช่องไม่ใหส้ารความเยน็ ไหลผา่น เมื่ออีวาพอเรเตอร์อุณหภูมิสูงข้ึน ไดอะแฟรมก็จะควบคุมให้วาล์วแบบเข็มเปิ ดช่องทางยอมให้สารความเย็นไหลผ่าน รูปที่ 2.15 แสดงส่วนประกอบของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 2.3.5 อีวาพอเรเตอร์(Evaporator) เป็ นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่ดูดรับปริมาณความร้อนจากบริเวณหรือ เน้ือที่ที่ตอ้งการทา ความเยน็ ในขณะที่สารความเยน็ ในระบบตรงบริเวณน้ีระเหยตวัเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส จะดูดรับปริมาณความร้อนผ่านผิวท่อทางเดินสารความเย็นเข้าไปยังสารความเย็นภายในระบบ ท าให้ อุณหภูมิโดยรอบอีวาพอเรเตอร์ลดลง
59 รูปที่ 2.16 อีวาพอเรเตอร์ อีวาพอเรเตอร์ประกอบด้วยขดท่อทองแดงหรืออะลูมิเนียมและมีครีบอะลูมิเนียมเป็นตวัช่วยเพิ่ม พ้ืนที่ผิวถ่ายเทความร้อน เหตุผลที่ใชท้องแดงหรืออะลูมิเนียมเป็นท่อทางเดินสารความเยน็เพราะเป็นโลหะที่ มีคุณสมบัติเป็ นตัวน าความร้อนได้ดี ขณะที่สารท าความเย็นไหลผ่านท่อทาง อีวาพอเร-เตอร์ระเหยตัวดูดรับ ปริมาณความร้อนจากอากาศโดยรอบ และอีวาพอเรเตอร์น้ีจะอยู่ภายในโครงสร้างของชุดท าความเย็น (Cooling Unit) ซึ่ งมีมอเตอร์โบลว์เวอร์ท าหน้าที่เป่ าอากาศผ่านครีบของอีวาพอเร-เตอร์ และผิวของท่อ ทางเดินน้า ยาถ่ายเทความร้อนให้กบันา ยาภายในอีวาพอเรเตอร์ซ่ึงกา ลงัระเหยตวัดูดรับปริมาณความร้อนอยู่ ท าให้อุณหภูมิของอากาศที่ถูกเป่ าผ่านออกมามีอุณหภูมิต ่าลงและเป่ าเข้าในรถโดยตรง รูปที่ 2.17 แสดงตา แหน่งติดต้งัของอีวาพอเรเตอร์
60 2.4 สรุป การปรับอากาศในรถยนต์ เป็ นการควบคุมสภาวะของอากาศหรือการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ใน สภาวะที่เหมาะสมกับความต้องการและความรู้สึกสบาย โดยการควบคุมอุณหภูมิต้องมีอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่ ถ่ายเทความร้อนออกจากห้องโดยสารเพื่อให้อุณหภูมิลดต ่าลงเรื่อย ๆ ตามความต้องการ วฏัจกัรการทา งานของระบบปรับอากาศรถยนต์จะประกอบไปดว้ยอุปกรณ์หลกั5อุปกรณ์ไดแ้ก่ คอมเพรสเซอร์คอนเดนเซอร์รีซีฟเวอร์ดรายเออร์เอ็กซ์แพนชนั่วาลว์และอีวาพอเรเตอร์ซ่ึงอุปกรณ์หลกั ดังกล่าว จะเชื่อมต่อด้วยท่อทางเดินของสารความเย็นซึ่งจะประกอบด้วยท่อแรงดันสูง ท่อแรงดันต ่าและท่อ น้ ายาเหลวให้ไหลเวียนตามวฏัจกัรและหน้าที่การทา งานของแต่ละอุปกรณ์โดยใช้สารทา ความเย็นเป็น สื่อกลางในการถ่ายเทความร้อนออกจากห้องโดยสารท าให้ภายในรถยนต์มีอุณหภูมิลดต ่าลง
61 กิจกรรมที่ 2.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกความหมายของการท าความเย็นมาอย่างละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. ให้นักเรียนเขียนบอกหลักการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. จงบอกอุปกรณ์หลกัของระบบปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอยีด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 4. ให้นักเรียนบอกหน้าที่ของอีวาพอเรเตอร์มาอย่างละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... กิจกรรมหน่วยที่ 2
62 กิจกรรมที่ 2.2 ให้นักเรียนเขียนชื่อส่วนประกอบของเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วตามหมายเลข ดังต่อไปนี้ หมายเลข ชื่อส่วนประกอบของเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว 1 2 3 4 5 6 7 8
63 กิจกรรมที่ 2.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกความหมายของการท าความเย็นมาอย่างละเอียด ตอบ - การท าความเย็น หมายถึงกระบวนการถ่ายเทความร้อนออกจากบริเวณที่ต้องการท า ความเยน็เช่น การดึงเอาปริมาณความร้อนจากอากาศในหอ้งปรับอากาศหรือภายในตูเ้ยน็ออกไประบายทิ้ง ภายนอก ท าให้อากาศภายในมีอุณหภูมิลดต ่าลง เป็ นต้น หรือถา้จะกล่าวโดยเฉพาะยงิ่ข้ึนก็คือการทา ความ เยน็เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหน่ึงที่วา่ดว้ยกระบวนการในการลดและรักษาระดบัอุณหภูมิของเน้ือที่หรือวตัถุให้ มีอุณหภูมิต ่ากว่าอุณหภูมิโดยรอบ อุปกรณ์หลักของวงจรท าความเย็นเครื่องปรับอากาศรถยนต์ประกอบด้วย คอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์ รีซีฟ-เวอร์ดรายเออร์เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์และอีวาพอเรเตอร์ 2. ให้นักเรียนเขียนบอกหลักการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอียด ตอบ - วัฏจักรการท างานของระบบปรับอากาศรถยนต์ เริ่มตน้จากเมื่อคอมเพรสเซอร์ทา งานจะทา หน้าที่ดูดสารท าความเย็นที่เป็ นแก๊สจากอีวาพอเรเตอร์ แก๊สที่ดูดเข้ามาจะเป็ นแก๊สที่มีแรงดันต ่า และ อุณหภูมิต่า แก๊สจะถูกดูดเขา้คอมเพรสเซอร์ทางท่อทางดูด จากน้ันจะอดัสารทา ความเยน็ที่เป็นแก๊สให้มี แรงดนัสูงข้ึน ขณะที่แก๊สมีแรงดนัสูงข้ึนน้ีจะมีอุณหภูมิสูงข้ึนดว้ย (ตามกฏของชาร์ล) และถูกอัดออกทาง ท่อทางอัดและส่งไปยังคอนเดนเซอร์ คอนเดนเซอร์มีหน้าที่รับเอาสารท าความเย็นมาระบายความร้อนออก เมื่อสารทา ความเยน็ถูกระบายความร้อนออกจะเกิดการควบแน่นกลนั่ตวัหรือเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ขณะที่สารทา ความเยน็กลนั่ตวัเป็นของเหลวสารทา ความเยน็ยงัคงมีแรงดนัสูงและอุณหภูมิค่อนขา้งสูงและ ถูกส่งไปยงัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เพื่อกรองสิ่งสกปรก ดูดความช้ืนออกจากสารทา ความเยน็และเป็นถงัพกัสาร ทา ความเยน็สารทา ความเยน็ที่เป็นของเหลวจะถูกเก็บไวด้า้นล่าง ส่วนที่ยงัไม่กลนั่ตวัจะลอยอยดู่า้นบน และ สารท าความเย็นจะถูกส่งออกไปเฉพาะส่วนเป็ นของเหลวไปยังท่อสารท าความเย็นเหลวหรือเรียกว่า “ ท่อลิ ขวิด” (Liquid Line) จากน้นัจะถูกส่งไปยงัเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์ซ่ึงทา หนา้ที่ควบคุมปริมาณสารทา ความเยน็ ที่จะฉีดให้เป็ นฝอยเข้าไปยังอีวาพอเรเตอร์ และมีหน้าที่ลดแรงดันของสารท าความเย็นที่จะเข้าไปในอีวา พอเรเตอร์สารท าความเย็นที่เป็ นของเหลว เมื่อถูกลดแรงดันจะเกิดการเดือดระเหยเปลี่ยนสถานะกลายเป็ น ไอทนัทีการระเหยของสารทา ความเยน็จะตอ้งใชค้วามร้อนเพื่อช่วยในการระเหย ดงัน้นัความร้อนจากท่ออี วาพอเรเตอร์จะถูกดูดไปเพื่อการระเหยท าให้ท่ออีวาพอเรเตอร์เย็น สารท าความเย็นที่ระเหยกลายเป็ นไอ หมดในอีวาพอเรเตอร์จะมีแรงดันต ่าและอุณหภูมิต ่าด้วย จะถูกดูดกลับเข้ามายังคอมเพรสเซอร์และถูกอัด ต่อไป เฉลยค าถามท้ายบท
64 3. จงบอกอุปกรณ์หลกัของระบบปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอยีด ตอบ 1. คอมเพรสเซอร์ 2. ชุดคลัตซ์คอมเพรสเซอร์ 3. คอนเดนเซอร์ 4. ท่อทางสารความเย็น 5. เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 6. รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 7. อีวาพอเรเตอร์ 4. ให้นักเรียนบอกหน้าที่ของอีวาพอเรเตอร์มาอย่างละเอียด ตอบ อีวาพอเรเตอร์(Evaporator) เป็ นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่ดูดรับปริมาณความร้อนจากบริเวณหรือ เน้ือที่ที่ตอ้งการทา ความเยน็ ในขณะที่สารความเยน็ ในระบบตรงบริเวณน้ีระเหยตวัเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส จะดูดรับปริมาณความร้อนผ่านผิวท่อทางเดินสารความเย็นเข้าไปยังสารความเย็นภายในระบบ ท าให้ อุณหภูมิโดยรอบอีวาพอเรเตอร์ลดลง
65 กิจกรรมที่ 2.2 ให้นักเรียนเขียนชื่อส่วนประกอบของเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วตามหมายเลข ดังต่อไปนี้ หมายเลข ชื่อส่วนประกอบของเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว 1 ช่องทางออก 2 สปริงแรงดัน 3 ช่องทางเข้า 4 ไดอะแฟรม 5 ห้องไดอะแฟรม 6 ท่อแคปปิ ลารี 7 ท่อตรวจจับอุณหภูมิ 8 วาล์ว
66 แผนการสอน หน่วยที่ 3 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 3 ชื่อหน่วย 3 เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ ชั่วโมงรวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ จ านวน 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. ความหมายของเครื่องมือ 2. เครื่องมือทวั่ ไป 3. เครื่องมือวัดอัตราการจ่ายไฟ 4. เครื่องมือบริการในงานปรับอากาศรถยนต์ 5. การใช้เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ ด้านทักษะ 6. งานใช้เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 7. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 8. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ ในงานปรับอากาศรถยนต์สิ่งที่จา เป็นมากและตอ้งใชเ้ป็นประจา คือ เครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ น การติดต้งัอุปกรณ์ในระบบปรับอากาศรถยนต์การบริการ รวมไปถึงการวิเคราะห์ระบบ การท างานของ เครื่องปรับอากาศรถยนตส์ ิ่งต่าง ๆ เหล่าน้ีมีความจา เป็นที่จะตอ้งใชเ้ครื่องมือ ซ่ึงช่างผูป้ฏิบตัิงานจะตอ้ง เรียนรู้และศึกษาประเภทเครื่องมือที่ใช้ในงานปรับอากาศรถยนต์ ตลอดถึงการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อไม่เกิด ความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
67 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกความหมายของเครื่องมือได้ 2. บอกหนา้ที่และการใชง้านของเครื่องมือทวั่ ไปได้ 3. บอกหน้าที่และการใช้งานเครื่องมือวัดได้ 4. ใช้เครื่องมือบริการในงานปรับอากาศรถยนต์ได้ 5. บอกวิธีการใช้เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ได้ 6. ใช้เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกวิธี 7. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 8. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต
68 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับความหมายของเครื่องมือ เครื่องมือทวั่ ไป เครื่องมือวัด เครื่องมือ บริการในงานปรับอากาศรถยนต์ การใช้เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์(ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในงานใช้เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกวิธี (ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้อง ส าเร็จทันภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกความหมายของเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 2. บอกหนา้ที่และการใชง้านของเครื่องมือทวั่ ไปได(ด้านความรู้) ้ 3. บอกหน้าที่และการใช้งานเครื่องมือวัดได้(ด้านความรู้) 4. ใช้เครื่องมือบริการในงานปรับอากาศรถยนต์ได้(ด้านความรู้) 5. บอกวิธีการใช้เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 6. ใช้เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกวิธี (ด้านทักษะ) 7. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 8. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
69 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 3. เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ 1. ความหมายของเครื่องมือ 2. เครื่องมือทวั่ ไป 3. เครื่องมือวัดอัตราการจ่ายไฟ 4. เครื่องมือบริการในงานปรับอากาศรถยนต์ 5. การใช้เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 3.1 เรื่อง งานใช้เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
70 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสาร ชุดการสอนที่ 3 เรื่องเครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์สื่อการ เรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่าง ๆ วัสดุ และ อุปกรณ์แนะน าการใช้ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงานตามใบงาน และวิธีการวัดผลและ ประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอน ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ แล้ว ใหน้กัเรียนสลบักนัตรวจคา ตอบแบบทดสอบก่อน เรียนและให้คะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 3 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับ อากาศรถยนต์กับนักเรียนและคอยให้ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 3กลุ่ม แล้วแจกใบงาน ให้นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 3.1 เรื่อง งานใช้เครื่องมือบริการ ระบบปรับอากาศรถยนต์ - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่ม ตามใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของนักเรียนและประเมินผลการปฏิบัติงาน - จากน้นั ให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุป เน้ือหาเรื่องเครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงาน หนา้ช้นัเรียน ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 3 ท าความ เข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์และสลับกัน ตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงาน ปรับอากาศรถยนต์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 3 กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ ท าการเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 3.1 เรื่องงานใช้เครื่องมือบริการ ระบบปรับอากาศรถยนต์ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 1 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหา เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย
71 ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียนท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 3 ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 3
72 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 3 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ และสลับกันตรวจค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 3 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียมเอกสาร ชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ แบ่งกลุ่มเป็ น 3กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 3.1 เรื่อง งานใช้เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุป เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ 3. รายงานหนา้ช้นัเรียน เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
73 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
74 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point - เรื่องความหมายของเครื่องมือ - เรื่องเครื่องมือทวั่ ไป - เรื่องเครื่องมือวัด - เรื่องเครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ - เรื่องการใช้เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศรถยนต์ สื่อของจริง 1. เครื่องมือทวั่ ไป 2. เครื่องมือวัด 3. เครื่องมือบริการระบบปรับอากาศ
75 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 3.1 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์
76 บันทึกหลังการสอน ชุดการสอนที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้สามารถใช้สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด 2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียน 1. นักเรียนมีสมรรถนะตามที่ต้องการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันปฏิบัติตามใบงานที่ 3.1 3. คะแนนการทดสอบหลงัเรียนดีข้ึนเมื่อเปรียบเทียบกบัคะแนนการทดสอบก่อนเรียน ผลการสอนของครู 1. สอนได้ตามสมรรถนะตามที่ก าหนดไว้ 2. สอนไดต้ามเน้ือหาของชุดการสอนที่ก าหนดไว้ 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ตามใบงาน
77 ใบเนื้อหาที่ 3 เรื่อง เครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ 3.1 เครื่องมือ เครื่องมือ เรียกว่า “แฮนด์ ทูล” (Hand tools)คือ อุปกรณ์ที่ช่วยอ านวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน ใหไ้ดอ้ย่างรวดเร็ว ประหยดัเวลาในการทา งาน เครื่องมือเป็นพ้ืนฐานที่สา คญัมากส าหรับงานซ่อมรถยนต์ไม่ วา่จะเป็นการถอดแยกชิ้นส่วนหรือการปรับแต่งเครื่องยนต์ซ่ึงเป็นงานหลกัของการซ่อมเครื่องยนต์ฉะน้นัจึง จ าเป็ นอย่างมากที่จะต้องศึกษาเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้งกบัเครื่องมือ นอกจากน้ีจะตอ้งรู้จกัวิธีการใช้เครื่องมือ อย่างถูกต้องและผู้ปฏิบัติงานควรรู้จักการบ ารุงรักษาเครื่องมือด้วย 3.2 เครื่องมือทั่วไปที่ใช้ในงานปรับอากาศรถยนต์ เครื่องมือที่ใช้ในงานปรับอากาศรถยนต์โดยทวั่ ไป จะแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้ตามลักษณะงาน ไดแ้ก่เครื่องมือทวั่ ไปและเครื่องมือที่ใชใ้นงานปรับอากาศรถยนต์ 3.2.1 เครื่องมือทั่วไป เครื่องมือประเภทน้ีเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานที่มีความจา เป็นอยา่งยิ่งสา หรับการใชง้านโดยช่างทวั่ ไป ซ่ึง จะมีขนาดเล็กขนาดกลางและขนาดใหญ่ถา้ผูป้ฏิบตัิงานไม่มีเครื่องมือประเภทน้ีก็ไม่สามารถที่จะทา งาน ได้ส าเร็จ เครื่องมือทวั่ ไปที่ใช้ในงานปรับอากาศรถยนต์เป็นเครื่องชนิดเดียวกนักบัเครื่องมือทวั่ ไปที่ใช้ใน งานช่างยนตซ์ ่ึงไดแ้ก่ 1. ไขควง ( Screw driver) รูปที่ 3.1 แสดงลักษณะของไขควงแบบต่าง ๆ การใช้ไขควง - ไม่ควรน าไขควงไปใช้แทนสกัด - ไม่ควรน าไขควงไปใช้แทนเหล็กงัด
78 - ไม่ควรน าไขควงไปใช้ทดลองไฟแบตเตอรี่ - เลือกขนาดของปากไขควงให้พอดีกับร่องที่หัวสกรู - ถ้าจะลับปลายไขควงควรลับให้เต็มหน้า อย่าลับให้ปลายแหลมเกินไป 2. คีม ( Pliers) คีมเป็นเครื่องมือที่ใช้ส าหรับงานที่ตอ้งการที่ตอ้งการการจบับีบชิ้นงานทวั่ๆ ไป บางชนิดมีการ ออกแบบให้ปากมีฟันคมเพื่อใช้ในการตัด ส าหรับใช้ในงานจักรกลและงานที่เกี่ยวกับไฟฟ้า ซึ่งจะต้องมี ด้ามเป็ นฉนวนหุ้มไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าช็อตได้ 2.1 คีมปากจิ้งจก (Long nose pliers)คีมปากจิ้งจกจะมีท้ังปากแบนและปากกลม จะใช้ ส าหรับงานขนาดเล็ก ๆ เช่น การถอด ประกอบแหวนล็อกในหรือสลัก รูปที่ 3.2 แสดงลักษณะของคีมปากจิ้งจก 2.2 คีมตัด (Diagonal cutter pliers) คีมตัดจะใช้ส าหรับงานตัดเส้นลวดหรือสายไฟฟ้า เท่าที่จะตัดได้ ซึ่งอาจจะเป็ นด้ามเหล็กล้วนหรือมีพลาสติกหุ้มที่ด้ามคีม เพื่อเป็ นฉนวนป้องกันไฟฟ้าช็อต รูปที่ 3.3 แสดงลักษณะของคีมตัด
79 2.3 คีมปากขยายหรือคีมปากเลื่อน (Combination pliers) คีมปากขยายหรือคีมปากเลื่อน จะใชส้ าหรับจบังานทวั่ ไป ปากคีมจะสามารถเลื่อนได้ซ่ึงอาจจะใชแ้ทนประแจเลื่อนหรือประแจปากตายใน กรณีที่รีบด่วนเท่าน้นั รูปที่ 3.4 แสดงลักษณะของคีมปากขยายหรือคีมปากเลื่อน 2.4 คีมถอดแหวนล็อก (Snap ring pliers)คีมถอดแหวนล็อกจะมีท้งัแบบถอดแหวนล็อก ในและแหวนลอ็กนอก ตรงส่วนปลายของคีมอาจเป็นแบบแบนหรือกลมก็ได้โดยมีท้งัแบบปากตรงและปาก งอ มีหลายขนาดให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งส่วนมากจะใช้กับงานที่เป็ นเพลาหรือเฟื อง เกียร์ รูปที่ 3.5 แสดงลักษณะของคีมถอดแหวนล็อก 2.5 คีมล็อก (Locking pliers)คีมล็อกจะใชส้ าหรับจบัชิ้นงานให้แน่น จะมีท้งัชนิดปากโคง้ เพื่อใช้จบับีบชิ้นงานที่เป็นทรงกลมให้แน่น ซ่ึงสามารถล็อกการบีบไวไ้ด้โดยไม่ตอ้งออกแรงในการบีบ ตลอดเวลาในขณะจับชนิดงาน
80 รูปที่ 3.6 แสดงลักษณะของคีมล็อก การใช้คีม - ควรเลือกใชค้ีมใหเ้หมาะสมกบัชิ้นงาน - ไม่ควรใช้คีมทดลองไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ - ไม่ควรน าคีมไปตัดเส้นลวดในขณะร้อน - ไม่ควรลับปากคีมให้มีความคมมากจนเกินไป - ไม่ควรน าคีมไปขันสลักเกลียว - ไม่ควรน าคีมไปตอกแทนค้อน 3. ค้อน (Hammer) คอ้นเป็นเครื่องมือที่ใชส้า หรับตอกส่งชิ้นส่วนงานเครื่องจกัรกลต่าง ๆ และอาจจะใชส้า หรับตีข้ึนรูป หรือตีดดัชิ้นงานใหไ้ดต้ามความตอ้งการของผปู้ฏิบตัิงาน 3.1 ค้อนหัวกลม (Ball peen hammer) คอ้นหัวกลมมีหลายขนาดแต่ที่ใช้งานทวั่ๆ ไป คือ ขนาด 1 ปอนด์ เพื่อส าหรับตอกเหล็กส่ง หรือเหล็กศูนย์ใช้งานช่างยนต์ รูปที่ 3.7 แสดงลักษณะของค้อนหัวกลม 3.2 ค้อนทองเหลือง (Brass hammer) ค้อนทองเหลือง ซึ่งท าจากวัสดุที่อ่อนเพื่อใช้ส าหรับ ตีชิ้นงานหรือเคาะข้ึนงานที่ไม่ตอ้งการใหบุ้บสลาย รูปที่ 3.8 แสดงลักษณะของค้อนทองเหลือง
81 3.3 ค้อนพลาสติก (Plastic hammer)คอ้นพลาสติกจะมีท้งัแบบเปลี่ยนหัวพลาสติกไม่ได้ และแบบที่เปลี่ยนหัวพลาสติกได้และที่เปลี่ยนไม่ได้ใช้ส าหรับตอกหรือเคาะที่อ่อนและบอบบาง รูปที่ 3.9 แสดงลักษณะของค้อนพลาสติก การใช้ค้อน - ไม่ควรน าค้อนที่หัวคลอนมาใช้งาน - ในขณะที่ตอกหวัจะตอ้งขนานกบัชิ้นงาน - ควรเลือกใช้ค้อนให้เหมาะสมกับงาน - ไม่ควรใช้ด้ามค้อนส าหรับงัด - ไม่ควรใชด้า้มคอ้นกระทุง้ชิ้นงานที่เป็นโลหะ - ดา้มคอ้นตอ้งไม่เป้ือนน้า มนัหรือจาระบี 4. สกัด (Cold chisel) สกดัใช้ส าหรับกดัโลหะ หัวหมุดย้า ดดัโลหะแผ่น หัวน็อตที่เป็นสนิม ซ่ึงใชป้ระแจถอดไม่ได้ แล้ว โดยปากของสกัดจะมีหลายแบบ เช่น ปากแบน เซาะร่องลิ่ม ปากจิ้งจก คร่ึงวงกลม และปากกลม ส าหรับช่างยนต์จะใช้อยู่ 2 ชนิด คือ สกดัปากแบนและปากจิ้งจก
82 รูปที่ 3.10 แสดงลักษณะของสกัดแบบต่าง ๆ การใช้สกัด - ควรเลือกใช้สกัดให้เหมาะสมกับงาน - ไม่ควรใชส้กดัที่มีหวัและดา้มเยนิตอ้งลบั ใหเ้รียบก่อนที่จะนา มาใชง้าน - ในขณะที่ปฏิบัติงานควรระมัดระวังผู้ที่อยู่ข้างเคียงด้วย - ในขณะทา การลบัสกดัจะตอ้งสวมใส่แวน่ตานิรภยัทุกคร้ัง 5. เหล็กส่ง (Punch) เหล็กส่งมีหลายแบบ เช่น เหล็กส่งสกัด เหล็กส่งเรียว เหล็กปรับรู เหล็กส่ง เป็ นเครื่องมือที่ใช้ สา หรับตอกส่งในการถอดประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ รูปที่ 3.11 แสดงลักษณะของเหล็กส่งแบบต่าง ๆ การใช้เหล็กส่ง - ควรใช้เหล็กส่งให้เหมาะสมงาน - ไม่ควรใช้เหล็กส่งที่มีหัวและด้ามเยิน
83 6. เหลก็น าศูนย์(Center Punch) เหล็กนา ศูนยจ์ะใชส้า หรับตอกนา ก่อนการเจาะของโลหะ ปากจะลบัเป็นมุม 90องศาซึ่งจะท าให้ ได้ต าแหน่งเจาะที่ถูกต้อง รูปที่ 3.12 แสดงลกัษณะของเหลก็น าศูนย์ 7. ประแจ (Wrench) ประแจเป็ นเครื่องมือหลักที่มีความส าคัญที่สุดส าหรับการซ่อมเครื่องยนต์ หรือเครื่องจักรกล ทวั่ ไป การนา ประแจมาใชง้านตอ้งเลือกขนาดของประแจให้ตรงกบัขนาดน๊อตหรือสกรู 7.1 ประแจปากตาย (Open end wrench) ประแจปากตาย เป็ นประแจที่มีหน้าสัมผัสกับหัว สลักเกลียวหรือน๊อตเพียง 2 ด้าน จึงท าให้เหลี่ยมน๊อตเยินง่าย แต่ประแจปากตายยังมีความจ าเป็ น ส าหรับ งานบางประเภท เช่น การขัน หรือ คลายน๊อต สกรูและน๊อตท่อต่าง ๆ ที่ประแจแหวนขันไม่ได้เพราะ พ้ืนที่ในการขนัมีจา กดั รูปที่ 3.13 แสดงลักษณะของประแจปากตาย