329 - ไล่อากาศในที่สายกลางโดยคลายสายที่แมนิโฟลด์เกจเล็กน้อย ปล่อยให้สารความเย็นใน สถานะแก๊สทิ้งออกประมาณ 3 วินาที ใช้สารความเย็นในระบบไล่อากาศ โดยเปิ ดวาล์ว ของแมนิโฟลด์เกจท้งัคู่ ปล่อยให้สารความเยน็ ในระบบรั่วทิ้งออกจากปลายสายกลาง แลว้จึงขนั ปลายสายกลางใหแ้น่น ปิดวาลว์แมนิโฟลดเ์กจท้งัคู่อีกคร้ัง - แมนิโฟลด์เกจพร้อมจะใช้งานได้ - สตาร์ตเครื่องยนต์ - เปิ ดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ปรับให้อยู่ในต าแหน่งความเย็นสูงสุดและที่ใบพัด ลม โบลว์เวอร์มีความเร็วสูงสุด - ปรับเครื่องยนต์ให้มีความเร็วรอบที่ 1,500 รอบต่อนาที - หลังจากระบบอยู่กับที่แล้ว (ประมาณ 10 ถึง 15 นาที) ตรวจดูความดันในระบบและดูสาร ความเย็นที่กระจกมองสารความเย็น
330 แผนการสอน หน่วยที่ 11 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 17 ชื่อหน่วย 11 การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ ชั่วโมงรวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ จ านวน 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ 2.การแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดแรงดัน 3. สารความเย็นในระบบ 4. คอมเพรสเซอร์ช ารุด 5. การแก้ไขข้อขัดข้องที่คอนเดนเซอร์ 6. การแก้ไขข้อขัดข้องที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 7. การแกไ้ขขอ้ขดัขอ้งที่เอก็แพนชนั่วาลว์ 8. การแก้ไขข้อขัดข้องที่เทอร์โมสตัด 9. แนวทางการแก้ไขข้อขัดข้อง ด้านทักษะ 10. งานใช้แมนิโฟลด์เกจวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 11. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 12. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบเป็นวิธีการตรวจหาสาเหตุข้อขัดข้องในเบ้ืองต้นที่ผู้ ให้บริการจะต้องศึกษาท าความเข้าใจเกี่ยวกับความดันสารความเย็นในระบบ ซึ่งมีสภาวะความดันที่แตกต่าง จากการทา งานปกติดงัน้นัการตรวจสอบเพื่อซ่อมบา รุงระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์จา เป็นจะตอ้งใชแ้มนิ โฟลด์เกจตรวจสอบค่าความดันของระบบ ท้งัดา้นความดนัต่า และดา้นความดนัสูงแลว้นา ค่าความดนัที่อ่าน ได้มาวิเคราะห์หาสาเหตุความผิดปกติ โดยเปรียบเทียบค่าความดันตามเกณฑ์ก าหนด เพื่อใช้เป็ นแนวทางการ แกไ้ขปัญหาของระบบที่เกิดข้ึน
331 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกวิธีการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศได้ 2. บอกวิธีการแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดแรงดันได้ 3. อธิบายระดับสารความเย็นในเกจวัดได้ 4. บอกวิธีบอกคอมเพรสเซอร์ช ารุดในเกจวัดได้ 5. บอกข้อขัดข้องที่คอนเดนเซอร์ในเกจวัดได้ 6. บอกขัดข้องที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ในเกจวัดได้ 7. บอกขดัขอ้งที่เอก็แพนชนั่วาลว์ในเกจวดัได้ 8. บอกขัดข้องที่เทอร์โมสตัดในเกจวัดได้ 9. บอกแนวทางการแก้ไขขัดข้องในเกจวัดได้ 10. ใช้แมนิโฟลด์เกจวิเคราะห์ค่าความดันในระบบได้ตามใบงาน 11. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 12. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต
332 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ค่าความดัน เกจวัดแรงดัน สารความเย็น การแก้ไข ขอ้ขดัขอ้งของคอนเดนเซอร์เทอร์โมสตดัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ได้(ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในงานใช้แมนิโฟลด์เกจวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ (ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้อง ส าเร็จทันภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกวิธีการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศได้ถูกต้อง(ด้านความรู้) 2. บอกวิธีการแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดแรงดันได้อย่างถูกต้อง(ด้านความรู้) 3. อธิบายระดับสารความเย็นในเกจวัดได้อย่างถูกต้อง(ด้านความรู้) 4. บอกคอมเพรสเซอร์ช ารุดในเกจวัดได้อย่างถูกต้อง(ด้านความรู้) 5. บอกข้อขัดข้องที่คอนเดนเซอร์ในเกจวัดได้อย่างถูกต้อง(ด้านความรู้) 6. บอกขัดข้องที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ในเกจวัดได้อย่างถูกต้อง 7. บอกขดัขอ้งที่เอก็แพนชนั่วาลว์ในเกจวดัไดอ้ยา่งถูกตอ้ง 8. บอกขัดข้องที่เทอร์โมสตัดในเกจวัดได้อย่างถูกต้อง 9. บอกแนวทางการแก้ไขขัดข้องในเกจวัดได้อย่างถูกต้อง 10. ใช้แมนิโฟลด์เกจวิเคราะห์ค่าความดันในระบบได้ตามใบงานได้อย่างถูกต้อง(ด้านทักษะ) 11.เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 12. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
333 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 11. การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ 1. การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ 2.การแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดแรงดัน 3. สารความเย็นในระบบ 4. คอมเพรสเซอร์ช ารุด 5. การแก้ไขข้อขัดข้องที่คอนเดนเซอร์ 6. การแก้ไขข้อขัดข้องที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 7. การแกไ้ขขอ้ขดัขอ้งที่เอก็แพนชนั่วาลว์ 8. การแก้ไขข้อขัดข้องที่เทอร์โมสตัด 9. แนวทางการแก้ไขข้อขัดข้อง ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 11.1 เรื่อง งานใช้แมนิโฟลด์เกจวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
334 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 11 เรื่องการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่าง ๆ วัสดุ อุปกรณ์แนะน าการใช้ ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงาน ตามใบงาน และวิธีการวัดผลและ ประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 11 เรื่องการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับ อากาศ แล้วให้นักเรียนสลับกันตรวจค าตอบ แบบทดสอบก่อนเรียนและใหค้ะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 11 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 11 การวิเคราะห์ค่าความดัน ในระบบปรับอากาศ กับนักเรียน และคอยให้ ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4 กลุ่ม แจกใบงานให้ นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่11.1 เรื่อง งานใช้แมนิโฟลด์เกจ วิเคราะห์ค่าความดันในระบบ ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 11 ท า ความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 11.1 เรื่องการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับ อากาศ 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 11 เรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ และ จะสลับกันตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 11 เรื่องการวิเคราะห์ ค่าความดันในระบบปรับอากาศ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ท า การเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 11.1 เรื่อง งานใช้แมนิโฟลด์เกจ วิเคราะห์ค่าความดันในระบบ
335 - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตามใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของ นักเรียนและประเมินผลการปฏิบัติงาน - ใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหาเรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงานหน้า ช้นัเรียน ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียนท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 11 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 1 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหา เรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 11
336 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 11 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 11 เรื่องการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศและ สลับกันตรวจค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 11 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียม เอกสารชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่11 เรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 11.1 เรื่อง งานใช้แมนิโฟลด์เกจวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุป เรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ 3. รายงานหนา้ช้นัเรียน เรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
337 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 11 เรื่องการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
338 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point - เรื่องการท าความเย็นการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ - เรื่องการแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดแรงดัน - เรื่องสารความเย็นในระบบ - เรื่องคอมเพรสเซอร์ช ารุด - เรื่องการแก้ไขข้อขัดข้องที่คอนเดนเซอร์ - เรื่องการแก้ไขข้อขัดข้องที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ - เรื่องการแกไ้ขขอ้ขดัขอ้งที่เอก็แพนชนั่วาลว์ - เรื่องการแก้ไขข้อขัดข้องที่เทอร์โมสตัด - เรื่องแนวทางการแก้ไขข้อขัดข้อง สื่อของจริง 1. ชุดฝึ กปฏิบัติระบบปรับอากาศรถยนต์ 2. คอนเดนเซอร์ 3. รีซีฟเวอรืดรายเออร์ 4. เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 5. เทอร์โมสตัด
339 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 11.1 เรื่อง งานใช้แมนิโฟลด์เกจวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 11 เรื่องการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับ อากาศ
340 บันทึกหลังการสอน ชุดการสอนที่ 11 เรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้สามารถใช้สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด 2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียน 1. นักเรียนมีสมรรถนะตามที่ต้องการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันปฏิบัติตามใบงานที่ 11.1 3. คะแนนการทดสอบหลงัเรียนดีข้ึนเมื่อเปรียบเทียบกบัคะแนนการทดสอบก่อนเรียน ผลการสอนของครู 1. สอนได้ตามสมรรถนะตามที่ก าหนดไว้ 2. สอนไดต้ามเน้ือหาของชุดการสอนที่ก าหนดไว้ 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ตามใบงาน
341 ใบเนื้อหาที่ 11 เรื่อง การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ 11. การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบปรับอากาศ การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบเป็นวิธีการตรวจหาสาเหตุข้อขัดขอ้งในเบ้ืองตน้ที่ผูใ้ห้บริการ จะต้องศึกษาท าความเข้าใจเกี่ยวกับความดันสารความเย็นในระบบ ซึ่งมีสภาวะความดันที่แตกต่างจากการ ทา งานปกติดงัน้นัการตรวจสอบเพื่อซ่อมบา รุงระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์จา เป็นจะตอ้งใช้แมนิโฟลด์ เกจตรวจสอบค่าความดันของระบบ ท้งัดา้นความดนัต่า และดา้นความดนัสูงแลว้นา ค่าความดนัที่อ่านไดม้า วิเคราะห์หาสาเหตุความผิดปกติ โดยเปรียบเทียบค่าความดันตามเกณฑ์ก าหนด เพื่อใช้เป็ นแนวทางการแก้ไข ปัญหาของระบบที่เกิดข้ึน การวิเคราะห์ค่าความดันของระบบจะสัมพันธ์กับอุณหภูมิกล่าวคือ ถ้าแรงดันสูงอุณหภูมิก็จะสูงตาม ไปดว้ย ดงัน้นั ในการตรวจสอบระบบปรับอากาศจะตอ้งทา ความเขา้ใจในเรื่องพ้ืนฐานอุณหภูมิและความดนั (หน่วยที่1ความความรู้เบ้ืองตน้เกี่ยวกบัการปรับอากาศ) ในการตรวจระบบการทา ความเยน็ของเครื่องปรับอากาศรถยนตน์ ้ัน ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจหา ความสามารถทางกล ซึ่งจะอ่านค่าได้จากความดันเกจแล้วแปลความหมายเพื่อหาข้อขัดข้อง ในขณะที่ระบบ ท างาน ปกติแล้วค่าความดันเกจทางด้านความดันต ่าที่อ่านได้เป็ นการแสดงค่าอุณหภูมิจุดเดือดของสารความ เย็นภายในอีวาพอเรเตอร์และค่าความดันเกจทางด้านความดันสูงที่อ่านได้ก็จะเป็ นการแสดงค่าอุณหภูมิจุด กลนั่ตวัของสารความเยน็ภายในคอนเดนเซอร์ความจริงอุณหภูมิจะต่า หรือสูงกว่าปกติเล็กน้อยเนื่องจาก ปริมาณความร้อนที่สูญเสียขณะผ่านผนังท่อทางเดินสารความเย็นและครีบ 11.1 การวิเคราะห์ค่าความดันในระบบ ในการตรวจซ่อมระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์จ าเป็ นจะต้องใช้เแมนิโฟลด์เกจเป็ นเครื่องมือ สา หรับใชว้ดัค่าความดนัของระบบท้งัทางดา้นความดนัสูงและดา้นความดนัต่า แลว้นา ค่าความดนั ในระบบที่ อ่านไดม้าวิเคราะห์หาสาเหตุที่เป็นไปไดจ้ากค่าความดนัเกจที่ผิดปกติในหน่วยน้ีไดน้า เอาตวัอย่างค่าความ ดนัที่ผิดปกติซ่ึงพบบ่อยคร้ังมาไวเ้ป็นแนวทางในการศึกษา
342 รูปที่ 11.1 ค่าความดันในระบบของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ที่ใช้สารความเย็น R-12 ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15 – 30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 – 230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ค่าความดันที่ผิดปกติ สาเหตุที่เป็นไปได้ 1. ความดันเกจ ด้านความดันต ่า-ต ่าเกินไป ด้านความดันสูง-ปกติ 1. ขัดข้องที่เทอร์โมสตัต 2. เกิดการอุดตนัที่เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 3. ช่วงรีซีฟเวอร์ดรายเออร์และเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ใกลก้นัเกินไป 4. มีความช้ืนในระบบ 5. ถา้เกจดา้นความดนัต่า ลงสุญญากาศแสดงวา่ลิ้นของเอ็กซ์- แพนชนั่วาลว์ปิด 2. ความดันเกจ ด้านความดันต ่า-ต ่าเกินไป ด้านความดันสูง-ปกติ 1. การทา งานของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ไม่ถูกตอ้ง 2. กระเปาะของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ขดัขอ้งหรือติดต้งัไม่ถูกตอ้ง 3. ความดันเกจ ด้านความดันต ่า-สูงเกินไป ด้านความดันสูง-ต ่ากว่าปกติ 1. ขัดข้องที่คอมเพรสเซอร์ 2. ขดัขอ้งที่ลิ้นของคอมเพรสเซอร์ 4. ความดันเกจ ด้านความดันสูง-สูงเกินไป ด้านความดันต ่า-ปกติ 1. มีอากาศในระบบหรือชาร์จสารความเย็นมากเกินไปในระบบ 2. เกิดการอุดตันภายนอกที่คอนเดนเซอร์ด้วยฝุ่ นหรือแมลง 3. ช่วงระหวา่งคอนเดนเซอร์ตวัดูดความช้ืน หรือท่อทางเดินสาร ความเยน็ดา้นความดนัสูงส้ันเกินไป 4. เติมน้า มนัคอมเพรสเซอร์มากเกินไป
343 5. เครื่องยนต์ร้อน 5. ความดันเกจ ด้านความดันสูง-ต ่ากว่าปกติ ด้านความดันต ่า-ต ่ากว่าปกติ 1. สารความเยน็รั่วหรือมีนอ้ย 2. เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ชา รุด ตารางที่ 11.1 ค่าความดันในระบบที่อ่านได้จากเกจที่มีค่าผิดปกติ 11.2 การแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดแรงดัน วิธีการแกไ้ขขอ้ขดัขอ้งดว้ยเกจวดัแรงดนัน้ีจะใช้เกจวดัแรงดนั ในการหาขอ้ขดัขอ้งของระบบและ ซ่อมแซมซึ่งแรงดันที่ด้านแรงดันต ่าจะแสดงออกมาที่เกจวัดแรงดัน เกจวดัจะแสดงในสภาวะดงัน้ีอุณหภูมิ ที่ช่องดูด 30-35 ํ C (86-95 ํ F )รอบเครื่องยนต์1,500 หรือ 2,000 รอบต่อนาที(rpm) ปรับความเย็นสูงสุด พัดลมหมุนด้วยความเร็วสูงสุด ดังน้ันจะต้องจา ไวว้่าการอ่านเกจวดัน้ันจะแตกต่างกันข้ึนอยู่กับสภาวะ โดยรอบ รูปที่ 11.2 แสดงความดันในระบบของเครื่องปรับอากาศ ถ้าระบบท าความเย็นท างานปกติจะอ่านค่าแรงดันต ่าได้ประมาณ 1.5-2.0 kg/cm 2 ( 21-28 lb/in2 , 147- 196 kPa)และแรงดันสูงได้ 14.5-15 kg/cm 2 ( 206-213 lb/in2 , 1,422-1,471 kPa) เมื่ออุณหภูมิที่ช่องดูดอากาศ ประมาณ 30-35 ํ C (86-95 ํ F ) รอบเครื่องยนต์1,500 หรือ 2,000 รอบต่อนาที(rpm) ปรับให้ความเย็น สูงสุดและพัดลมหมุนด้วยความเร็วสูงสุด
344 11.3 สารความเย็นในระบบมีปริมาณไม่เหมาะสม รูปที่ 11.3 แสดงสารความเย็นในระบบน้อย ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. มองเห็นสารความเย็นเหลวเต็มที่กระจกมองสารความเย็น 2. ลมที่ดูดเป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์จะเป็ นลมเย็นจัด ระบบผิดปกติ 1. ผลความเย็นน้อย 2. ค่าแรงดันเกจด้านความดันต ่าอ่านค่าได้ต ่ามาก 3. ค่าความดันเกจด้านความดันสูงอ่านค่าได้ต ่าเกินเกณฑ์ 4. ลมที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เป็ นลมอุ่น 5. ที่กระจกมองสารความเย็นใส(ไม่มีสารความเย็นในระบบเลย) สาเหตุ ภายในระบบมีสารความเย็นเหลืออยู่น้อย ซ่ึงอาจเกิดจากสารความเยน็รั่วที่จุดหน่ึงจุด ใดของระบบ การแก้ไข 1. ตรวจรอยรั่วของระบบ ปล่อยสารความเยน็ทิ้งจากระบบ ซ่อมตา แหน่งที่รั่ว 2. วดัระดบัน้า มนัคอมเพรสเซอร์ 3. ท าสุญญากาศ บรรจุสารความเย็นเข้าในระบบใหม่
345 11.4 คอมเพรสเซอร ์ ช ารุด รูปที่11.4 แสดงค่าความดันคอมเพรสเซอร์ช ารุด ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. ไม่มีฟองอากาศที่กระจกมองสารความเย็น 2. อากาศที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เป็ นอากาศที่เย็นจัด ระบบผิดปกติ 1. เกจด้านความดันต ่าของระบบอ่านค่าได้สูงเกินเกณฑ์ 2. เกจด้านความดันสูงของระบบอ่านค่าได้ต ่าเกินเกณฑ์ 3. ผลความเย็นที่อีวาพอเรเตอร์ไม่ดีเท่าที่ควร สาเหตุเกิดการรั่วภายในตวัคอมเพรสเซอร์หรือลิ้นของคอมเพรสเซอร์ชา รุด การแก้ไข 1. ปล่อยสารความเยน็ทิ้งจากระบบ ถอดคอมเพรสเซอร์ออกซ่อม 2. เปลี่ยนวาล์วเพลตและหรือปะเก็นฝาสูบ 3. ตรวจระดบัน้า มนัคอมเพรสเซอร์นา กลบัเขา้ติดต้งัในระบบ 4. ถอดเปลี่ยนรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5. ท าสุญญากาศระบบชาร์จสารความเย็นเข้าในระบบ
346 11.5 การขัดข้องที่คอนเดนเซอร์ รูปที่ 11.5 แสดงค่าความดันการขัดข้องที่คอนเดนเซอร์ ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. ไม่เห็นมีฟองอากาศที่กระจกมองสารความเย็น ท่อลิขวิดอุ่นแต่ไม่ถึงกับร้อน 2. อากาศที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เป็ นอากาศที่เย็นจัด ระบบผิดปกติ 1. ไม่มีผลความเย็น 2. ท่อซกัชนั่ร้อน 3. ค่าแรงดันด้านความดันต ่าอ่านค่าได้สูงผิดปกติ 4. ค่าแรงดันด้านความดันสูงอ่านค่าได้สูงเกินเกณฑ์ไปมาก 5. เห็นฟองอากาศที่กระจกมองสารความเย็น 6. เครื่องยนต์อาจร้อน สาเหตุ การระบายความร้อนออกที่คอนเดนเซอร์ไม่ดีเท่าที่ควรค่าความดันเกจด้านความดัน สูงอ่านค่าได้สูงผิดปกติท าให้ความเย็นลดลง ซ่ึงในกรณีน้ีสารความเยน็ ในระบบอาจ ปกติหรืออาจมีมากเกินไปก็ได้ การแก้ไข 1. ตรวจสอบสายพานว่าหย่อนหรือขาด 2. ตรวจดูคอนเดนเซอร์วา่อุดตนัจากแมลงหรือฝ่นุติดต้งัคอนเดนเซอร์ชิดกบัหมอ้น้า รถยนต์เกินไปหรือไม่
347 3. ตรวจดูฝาครอบหมอ้น้า วา่ยงัทา งานไดด้ีปกติหรือไม่ 4. ตรวจดูว่าบรรจุสารความเย็นเข้าในระบบมากเกินไปหรือไม่ 5. ถา้ความดนัเกจที่อ่านไดย้งัคงสูงผิดปกติอาจเกิดการอุดตนัน้า มนั ในคอนเดนเซอร์ 11.6 การขัดข้องที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ รูปที่ 11.6 แสดงค่าความดันการขัดข้องที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. อากาศที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เป็ นอากาศที่เย็นจัด 2. ท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์และท่อลิขวิดต้องอุ่น ระบบผิดปกติ 1. ผลความเย็นที่อีวาพอเรเตอร์มีน้อย 2. แรงดันเกจด้านความดันต ่าอ่านค่าได้ต ่า 3. แรงดันเกจด้านความดันสูงอ่านค่าได้ต ่า 4. ท่อลิขวิดมีหยดน้า จบั สาเหตุ เกิดการอุดตันในระบบที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ การแก้ไข 1. ปล่อยสารความเยน็ทิ้งจากระบบ
348 2. ถอดรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ออกและเปลี่ยนใหม่ 3. ท าสุญญากาศระบบ ชาร์จสารความเย็นเข้าในระบบ 11.7 การขัดข้องที่เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว รูปที่ 11.7 แสดงค่าความดันการขัดข้องที่เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว กรณีที่ 1 ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. อากาศที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เป็ นอากาศที่เย็นจัด 2. มีหยดน้า จบัที่ส่วนที่เป็นโลหะของท่อซกัชนั่เมื่อในอากาศมีความช้ืนสัมพทัธ์60 เปอร์เซ็นตห์รือสูงกวา่และจะมีหยดน้า จบันอ้ยลงหรือไม่มีเลยเมื่ออากาศมี ความช้ืนสัมพทัธ์ต่า กวา่ 60 เปอร์เซ็นต์ ระบบผิดปกติ 1. ไม่มีการท าความเย็นภายในรถ 2. ค่าแรงดันด้านความดันต ่าอ่านค่าได้สูงเกินเกณฑ์ 3. ค่าแรงดันด้านความดันสูงอ่านค่าได้สูงเกินเกณฑ์ สาเหตุลิ้นของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เปิดกวา้งมากสารความเยน็ผา่นเขา้ไปท่วมในอีวาพอเรเตอร์ การแก้ไข 1. ตรวจสอบการทา งานของลิ้นเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 2. ถา้ผิดปกติใหถ้อดเปลี่ยนเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ใหม่
349 3. ท าสุญญากาศระบบ ชาร์จสารความเย็นเข้าในระบบใหม่ กรณีที่ 2 ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. ลมส่งที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เย็นจัด 2. ท่อทางเขา้ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์จะอุ่นและที่ตวัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ควรอุ่นเกิน กว่าครึ่งตัว(โดยประมาณ) ระบบผิดปกติ 1. ที่ท่อทางเขา้ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์มีน้า แขง็จบั 2. ผลการท าความเย็นที่อีวาพอเรเตอร์ไม่คงที่ 3. ค่าแรงดันเกจด้านความดันต ่าอ่านค่าได้ต ่าผิดปกติ 4. ค่าแรงดันเกจด้านความดันสูงอ่านค่าได้ต ่าผิดปกติ สาเหตุ เกิดการอุดตนั ในระบบที่เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เนื่องจากวาลว์ติดขดัหรือกระเปาะแตก ชา รุดสารความเยน็ที่บรรจุภายในรั่วออกหมด การแก้ไข 1. ถา้ท่อทางเขา้ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์มีน้า แขง็จบั ใหป้ล่อยสารความเยน็ ในระบบ ออกแลว้ถอดเอาตะแกรงกรองที่ทางเขา้ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ออกมาลา้งและ ติดต้งักลบัเขา้ที่ทา สุญญากาศและชาร์จสารความเยน็เขา้ในระบบ 2. ถา้ท่อทางเขา้ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์อุ่นใหถ้อดเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ออกทดสอบ การท างาน 3. ถา้ไม่ทา งานเปลี่ยนเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ใหม่ทา สุญญากาศและชาร์จสารความเยน็ เข้าในระบบ
350 11.8 การขัดข้องที่เทอร์โมสตัด รูปที่ 11.8 แสดงค่าความดันการขัดข้องที่เทอร์โมสตัด ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. ลมส่งที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เย็นจัด 2. ที่ตวัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์จะอุ่น(มีอุณหภูมิประมาณเท่ากับอุณหภูมิของท่อลิขวิด) 3. แรงดันเกจด้านความดันต ่าของระบบมีค่าเท่ากับ 12-15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ขณะที่เทอร์โมสตัดถึงจุด “ตัด” และ 38-41 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ขณะที่เทอร์- โมสตัดถึงจุด “ต่อ” และมีช่วงพักเครื่องประมาณ 24-28 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ระบบผิดปกติ 1. แม็กเนติกคลัตซ์ตัด – ต่ออยู่ตลอดเวลา 2. ค่าแรงดันเกจด้านความดันต ่าอ่านค่าได้สูงเกินเกณฑ์ 3. ค่าแรงดันเกจด้านความดันสูงอ่านค่าได้ปกติ สาเหตุ เทอร์โมสตัดขัดข้องท าให้แม็กเนติกคลัตซ์ตัด – ต่ออย่างรวดเร็วตลอดเวลา การแก้ไข 1. ดับเครื่องยนต์ปิ ดระบบเครื่องปรับอากาศ 2. ถอดเทอร์โมสตัดออกเปลี่ยนใหม่และต้องแน่ใจว่าปลายกระเปาะของเทอร์โม- สตดัติดต้งัอยู่ที่เดิม
351 11.9 แนวทางการแก้ไขข้อขัดข้อง ในหัวข้อน้ีจะกล่าวถึงข้อแนะน าอันเป็นแนวทางที่จะช่วยค้นหาข้อขัดข้องที่เกิดกับระบบ เครื่องปรับอากาศรถยนต์เพราะในการวิเคราะห์หาสาเหตุการขัดข้องสามารถกระท าได้หลายวิธี แต่ถ้าขาด หลักเกณฑ์อันเป็ นแนวทางแล้วจะท าให้เสียเวลาในการค้นหาสาเหตุข้อขัดข้องอย่างมาก 11.9.1 ระบบไม่มีความเย็น สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางไฟฟ้า 1. ฟิ วส์ขาด 2. สายไฟหลุดหรือขาด 3. สายกราวด์หลุดหรือขาด 4. ขดลวดแม็กเนติกคลัตซ์ไหม้ หรือ สายไฟเข้าแม็กเนติกคลัตซ์หลุด 5. หน้าคอนแทคของสวิตซ์ เทอร์โมสตัตช ารุดหรือ ไม่ท างาน 6. มอเตอร์โบลว์เวอร์ไหม้หรือ ไม่ได้ต่อไฟเข้า 1. สายพานขาด 2. คอมเพรสเซอร์ไม่ท างาน 3. ลิ้นคอมเพรสเซอร์เสีย 4. ลิ้นเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ชา รุดและ อยู่ในต าแหน่งเปิ ดตลอดเวลา 1. อุปกรณ์ทางไฟฟ้าไม่ท างาน 2. อุปกรณ์ทางไฟฟ้าไม่ท างาน 3. อุปกรณ์ทางไฟฟ้าไม่ท างาน 4. คลัตซ์ของคอมเพรสเซอร์ ไม่จับติดกัน 5. คลัตซ์ของคอมเพรสเซอร์ไม่ ท างาน (กรณีที่ระบบท าความเย็น ควบคุมอุณหภูมิโดยเทอร์โมสตัต) 6. มอเตอร์โบลว์เวอร์ไม่ท างาน 1. ตรวจดูด้วยตา 2. พูลเลย์สายพานคอมเพรสเซอร์ ลื่นหรือไม่หมุนขณะที่คลัตซ์ต่ออยู่ 3. ค่าความดนัที่ปรากฏบนเกจท้งั ด้านความดันสูงและความดันต ่าไม่ แตกต่างกันขณะที่คอมเพรสเซอร์ ท างาน 4. ค่าความดันด้านความดันสูง-ปกติ ส่วนด้านความดันต ่า-สูงเกินเกณฑ์ สารความเย็นท่วม อีวาพอเตอร์ 1. เปลี่ยนฟิ วส์ 2. ตรวจสอบตามข้วัต่อสายไฟต่าง ๆ รวมท้งัตรวจดูว่าสายไฟขาดที่ใด 3. ตรวจสอบดูว่าสายกราวด์หลุด หลวม ไม่ได้ต่อที่ใด 4. ตรวจสอบดูว่ามีกระแสไฟเข้า เล้ียงแมก็เนติกคลตัซ์หรือไม่ถา้ไม่ ท างานให้เปลี่ยน แม็กเนติกคลัตซ์ใหม่ 5. เปลี่ยนเทอร์โมสตัต 6. ตรวจดูว่ามีกระแสไฟเข้ามอเตอร์ โบลว์เวอร์หรือไม่ถ้าไม่ท างานให้ ซ่อมหรือเปลี่ยนมอเตอร์โบลว์เวอร์ ใหม่ 1. เปลี่ยนสายพานใหม่ 2. ถอดคอมเพรสเซอร์ออกซ่อมหรือ เปลี่ยนใหม่ 3. ซ่อมหรือถอดเปลี่ยนลิน้ คอมเพรสเซอร์ 4. ถอดเปลี่ยนเอก็ซ์แพนชนั่ -วาล์ว ทางกล
352 สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางวงจรสารความเย็น 1. ท่อทางเดินสารความเยน็รั่ว 2. ปลกั๊หลอมละลายเปิดออก (กรณีระบบที่มีปลกั๊หลอม-ละลาย) 3. รั่วในระบบ 4.รั่วซึมที่แกนเพลาของ คอมเพรสเซอร์ 5. อุดตันภายในระบบที่ต าแหน่งต่าง ๆ เช่น ที่รีซีฟ-เวอร์ดรายเออร์หรือ เอ็กซ์-แพนชนั่วาลว์ 1. สารความเย็นไม่มีเหลืออยู่ใน ระบบเลย 2. สารความเย็นไม่มีเหลืออยู่ใน ระบบเลย 3. ไม่มีความดนั ในระบบเลยท้งั ด้านความดันสูงและด้านความดัน ต ่า 4. มีคราบน้า มนัจบัที่คลตัซ์และ ด้านหน้าคอมเพรสเซอร์ในระบบ ไม่มีสารความเย็น 5. ความดันเกจด้านความดันสูงปกติ หรืออาจสูงเกินเกณฑ์ เกจด้าน ความดันต ่าอ่านค่าได้ต ่ามาก ปกติ มกัจะมีน้า แขง็จบัที่จุดซ่ึงอุดตนั 1. ตรวจสอบท่อทางเดินสารความเย็น หาตา แหน่งที่รั่วเพื่อแกไ้ข 2. ตรวจสอบปลกั๊หลอม-ละลายถ้า ละลายออกให้เปลี่ยนใหม่ตามขนาด เดิม 3. ตรวจรอยรั่วระบบ ซ่อมที่รั่วถา้พบ ท าสุญญากาศและชาร์จสารความเย็น เข้าในระบบ 4. เปลี่ยนปะเก็นแกนเพลา คอมเพรสเซอร์ 5. ซ่อมระบบถ้าจ าเป็ น หมายเหตุหลังจากการเปิ ดซ่อมระบบ ทุกคร้ังจะตอ้งเปลี่ยนรีซีฟเวอร์ดราย เออร์ใหม่ก่อนทา สุญญากาศและชาร์จ สารความเย็นเข้าระบบ ตารางที่ 11.2 สาเหตุและวิธีการแก้ไขการที่ระบบไม่มีความเย็น 11.9.2 ระบบมีความเย็นน้อย สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางไฟฟ้า 1. มอเตอร์โบลว์เวอร์หมุนช้า ผิดปกติ 1. ลมส่งหัวจ่ายน้อยอาจมีเสียงดังที่ มอเตอร์โบลว์เวอร์ 1. ถอดมอเตอร์โบลว์เวอร์ออกซ่อม หรือเปลี่ยนใหม่ สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางกล 1. แม็กเนติกคลัตซ์ลื่น 2. มีสิ่งอุดตนัขวางทางลมส่ง 3. ฟิ ลเตอร์กรองอากาศอุดตัน (กรณีที่มีฟิ ลเตอร์ ) 1. ตรวจดูด้วยตา 2. โบลว์เวอร์อยู่ในต าแหน่ง ความเร็วรอบสูงสุดแต่ลมส่งน้อย 3. ลมส่งของอากาศน้อย 4.ขณะรถวิ่งดว้ยความเร็วสูงผล 1. ถอดคลัตซ์ออกซ่อมหรือเปลี่ยน 2. ตรวจสอบดูว่ามีสิ่งตกคา้งขณะ ทา การติดต้งัหรือไม่ซ่ึงอาจทา ให้ ปิ ดขวางทางลม 3. ถอดฟิ ลเตอร์กรองอากาศออก ล้างหรือเปลี่ยนใหม่ 4. ปิ ดช่องรับอากาศจากนอกรถ
353 4. ช่องรับอากาศจากรถเปิ ด 5. การระบายความร้อนออกที่ คอนเดนเซอร์ไม่ดีพอเนื่องจากครีบ อุดตันด้วยฝุ่ นหรือแมลง ความเย็นน้อย 5. ผลความเย็นน้อยเกจวัดความดัน สูงอ่านค่าได้สูงกว่าเกณฑ์ โดยทวั่ ไปเครื่องยนตร์้อนเกินเกณฑ์ 5. ทา ความสะอาดหมอ้น้า รถและ แผงคอนเดนเซอร์เพิ่มใบพดัระบาย อากาศทา กล่องหุ้มใบพดัหรือติดต้งั หมอ้น้า และแผงคอนเดนเซอร์ใหม่ 6. ท าความสะอาดโดยใช้อากาศเป่ า ทางสารความเย็น 1. สารความเย็นในระบบมี น้อย 1. เห็นฟองอากาศที่กระจก มองสารความเย็น เกจวัดความ ดันสูงอ่านค่าได้น้อยกว่าปกติ 1. ชาร์จสารความเย็นเข้าใน ระบบจนกว่าจะมองไม่เห็น ฟองอากาศและค่าความดัน เกจอ่านได้ค่าตามเกณฑ์ สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางสารความเย็น 2. อุดตนัที่เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 3. สารความเย็นที่ปลาย กระเปาะเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ แตกสารความเยน็รั่วทิ้ง 4. อุดตันที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5. มีความช้ืนหลงเหลือใน ระบบ 2. ค่าความดันเกจอาจปกติ หรือสูงเกินเกณฑ์ทางด้าน ความดันสูงและต ่าเกินเกณฑ์ ทางด้านความดันต ่า อุณหภูมิ ทางด้านอัดสูงเกินกว่าก าหนด 3. ความดันเกจด้านความดัน สูง-สูงเกินเกณฑ์ ด้านความดัน ต ่า-ต ่าเกินเกณฑ์ 4. ความดันเกจด้านความดัน สูง-สูงเกินเกณฑ์ และด้าน ความดันต ่า-ต ่าเกินเกณฑ์ ถ้าแตะดูที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ จะพบวา่เยน็หรือมีน้า แขง็จบั 5. ความดันเกจด้านความดัน สูง-สูงเกินไป 2. ปล่อยสารความเย็นออกจาก ระบบ ถอดตะแกรงกรองออก ล้างหรือเปลี่ยน 3. ปล่อยสารความเย็นออกจาก ระบบถอดเปลี่ยนเอก็ซ์แพนชนั่ วาล์ว 4. ปล่อยสารความเย็นออกจาก ระบบถอดเปลี่ยนรีซีฟเวอร์- ดรายเออร์ 5. ปล่อยสารความเย็นออกจาก ระบบ,เปลี่ยนตวัดูดความช้ืน
354 6. มีอากาศในระบบ 7. เทอร์โมสตัตช ารุด 6. ความดันเกจด้านความดัน สูง-สูงเกินไป เห็นฟองอากาศที่ กระจกมองสารความเย็น 7. เกจด้านความดันต ่ายังอ่าน ค่าได้สูงในขณะที่คลัตซ์ตัด-ต่อ 6. ปล่อยสารความเยน็ทิ้งทา สุญญากาศแล้วถอดเปลี่ยน รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 7. ปรับต้งัหรือเปลี่ยน เทอร์โมสตัตใหม่ หมายเหตุเมื่อมีการถอด อุปกรณ์ใด ๆ ออกจากระบบ จ าเป็ นต้องเปลี่ยนรีซีฟเวอร์- ดรายเออร์ใหม่ทุกคร้ัง ตารางที่ 11.3 สาเหตุและวิธีการแก้ไขการที่ระบบมีความเย็นน้อย 11.9.3 ระบบมีความเย็นไม่สม ่าเสมอ สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางไฟฟ้า 1. ตัวเซอร์กิตเบรกเกอร์ไม่ ท างานหรือสวิตซ์โบลว์เวอร์ หรือตัวมอเตอร์โบลว์เวอร์ไม่ ท างาน 2. วงจรไฟขาดตอน สายกราวด์ไม่แน่น หรือสายต่อเข้า แม็กเนติกคลัตซ์หลุดหลวม 1. อุปกรณ์ทางไฟฟ้าท างานไม่ สม ่าเสมอ 2. แม็กเนติกคลัตซ์จับตัวไม่ดี ขณะที่ระบบท างาน 1. ถอดอุปกรณ์ที่ช ารุดออก ซ่อมหรือเปลี่ยน 2. ตรวจข้วัสายเขา้แมก็ เนติกคลัตซ์หรือถอดแม็กเนติกคลัตซ์ออกเพื่อซ่อมหรือ เปลี่ยนใหม่ ทางกล 1. คลัตซ์ลื่น 1. ตรวจดูด้วยตา เดินระบบ แล้วดูเกจทางด้านความดันสูง วา่นานเท่าไรคลตัซ์จึงเริ่มจะ ลื่นซึ่งอาจจะมีเสียงหรือไม่มี เสียงดังก็ได้ 1. ถ้าคลัตซ์ลื่นเมื่อความดัน สูงข้ึนแสดงวา่จะถอดคลตัซ์ ออกซ่อมหรือปรับแต่ง ระยะห่างใหม่ ทางสารความเย็น 1. ระบบน้า แขง็จบัอาจเป็น 1. ระบบมีน้า แขง็จบัไม่1. ถอดเปลี่ยนเอก็ซ์แพนชนั่ -
355 เพราะในระบบมีความช้ืนหรือ ต้งัซุเปอร์ฮีตที่เอก็ซ์แพนชนั่ - วาล์วไม่ถูกต้องหรือเทอร์โมสตัตอยู่ในต าแหน่งเย็นจัด สม ่าเสมอ วาล์ว,ถอดเปลี่ยนรีซีฟเวอร์ ดรายเออร์ถ้าพบว่าในระบบมี ความช้ืนใหป้รับต้งัเทอร์- โมสตัตใหม่ ทางสารความเย็น 2. เทอร์โมสตัตไม่ท างาน 2. ค่าความดันเกจด้านความ ดันต ่าเกินเกณฑ์หรือสูงเกิน เกณฑก์ารปรับต้งัเทอร์โมสตตั อาจไม่ถูกต้อง 2. ถอดเปลี่ยนเทอร์โมสตัต ตารางที่ 11.4 สาเหตุและวิธีการแก้ไขการที่ระบบมีความเย็นไม่สม ่าเสมอ 11.9.4 ระบบมีเสียงดังผิดปกติ สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางไฟฟ้า 1. เดินสายไฟไม่ถูกต้อง หรือการ ต่อสายไฟเข้าแม็กเนติก -คลัตซ์ไม่ ถูกต้อง 2. ใช้สายพานผิดขนาดหรือหย่อน 3. เสียงดังที่คลัตซ์ 4. ตัวยึดอุปกรณ์ของระบบต่าง ๆ หลุดหลวม 5. น้า มนัคอมเพรสเซอร์นอ้ย 6. เสียงดังที่พัดลมโบลว์เวอร์ 7. เกิดข้อข้องที่พูลเลย์และ แบริ่ง 1. ตรวจดูดว้ยตาเปล่าดูการสั่นของ แม็กเนติกคลัตซ์ 2. คลัตซ์อาจลื่นหรือไม่ลื่นก็ได้แต่ มีเสียงดังขณะท างาน 3. น็อตยึดคอมเพรสเซอร์อาจหลุด หลวม 4. อุปกรณ์ต่าง ๆ สั่นและมีเสียงดงั ขณะที่ระบบท างาน 5. คอมเพรสเซอร์เกิดเสียงดัง ขณะท างาน 6. มอเตอร์โบลว์เวอร์เกิดเสียงดัง ขณะท างาน 7. เกิดเสียงดังผิดปกติขณะระบบ ท างาน ขณะทดลองหมุนด้วยมือ 1. ถอดเปลี่ยนหรือซ่อมส่วนที่ จ าเป็น 2. ถอดคลัตซ์ออกซ่อมหรือเปลี่ยน 3. ขันน็อตยึดคอมเพรสเซอร์ให้ แน่น 4. ตรวจสอบและใส่ตัวจับยึดต่าง ๆ ของระบบที่หลุดหายให้ครบ 5. เติมน้า มนัคอมเพรสเซอร์ให้ได้ ตามก าหนด 6. ถอดมอเตอร์โบลว์เวอร์ออกซ่อม หรือเปลี่ยนถ้าจ าเป็ น 7. ถอดแบริ่งและตรวจสอบพูลเลย์ แล้วซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่
356 สาเหตุข้อบ่งชี้ การแก้ไข ทางสารความเย็น 1. ชาร์จสารความเย็นเข้าระบบมาก เกินเกณฑ์ 2. ชาร์จสารความเย็นเข้าระบบน้อย เกินเกณฑ์ 3. มีความช้ืนในระบบ 4. ปิ ดวาล์วบริการด้าน ความดันสูงไว้ 1. เกิดเสียงดงัเนื่องจากการสั่นที่ท่อ ด้านความดันสูง มีเสียงดังใน คอมเพรสเซอร์ ค่าความดันด้าน ความดันสูงและด้านความดันต ่า-สูง เกินเกณฑท์ ้งั 2 ด้าน เห็น ฟองอากาศที่กระจกมองสาร 2. เกิดเสียงดังจากการฉีดสารความ เยน็ที่เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เห็น ฟองอากาศที่กระจกมองสารความ เย็นค่าความดันเกจ ด้านความดัน สูง-ต ่าเกินเกณฑ์ 3. เกิดเสียงดงัที่เอก็ซ์แพนชนั่ - วาล์ว ค่าความดันด้านความดันต ่าต ่าเกินเกณฑ์ 4. คอมเพรสเซอร์เกิดเสียงดัง ผิดปกติเกจด้านความดันสูงอ่านได้ ค่าปกติ 1. ปล่อยสารความเยน็ออกทิ้งจาก ระบบจนกว่าค่าความดัน เกจของระบบจะอยู่ตามเกณฑ์ 2. ตรวจหาที่รั่วของระบบ ชาร์จ สารความเยน็เพิ่มเขา้ในระบบ 3. ถอดเปลี่ยนรีซีฟเวอร์ดราย-เออร์ ปล่อยสารความเย็นในระบบท า สุญญากาศและชาร์จสารความเย็น เข้าในระบบ 4. เปิ ดวาล์วบริการด้าน ความดันสูงทันที ตารางที่ 11.5 สาเหตุและวิธีการแก้ไขการที่ระบบมีเสียงดังผิดปกติ 11.9.5 การท าความเย็นไม่เพียงพอ คอมเพรสเซอร์ อาการ สภาวะ สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไข แรงดันด้านจ่าย สูงผิดปกติ พดัลมหมอ้น้า ดูด อากาศไม่ ดี สายพานพัดลมขาดหย่อน คอนเดนเซอร์และครีบ หมอ้น้า มีสิ่งสกปรก ปรับหรือเปลี่ยนใหม่ ท าความสะอาด คอนเดนเซอร์และ หมอ้น้า ไม่มีฟองอากาศปรากฏที่ กระจกมองสารความเย็น เมื่อใชน้ ้า สาดที่ คอนเดนเซอร์ สารท าความเย็นมากเกินไป ปล่อยสารท าความเย็น ออกให้อยู่ในปริมาณที่ พอเหมาะ
357 แรงดันที่ท่อด้านแรงดัน สูง-สูงผิดปกติ หลังจาก คอมเพรสเซอร์หยุดหมุน แรงดันตกอย่างรวดเร็วถึง ประมาณ 2 kg/cm2 (28 psi , 1.96 kPa) มีอากาศปนอยู่ภายใน ระบบ ปล่อยสารท าความเย็น ออกให้หมดและท า สุญญากาศของระบบ ก่อนเติมสารทา ความ เย็นให้พอดี ภาระความเย็นมีมากเกินไป อุณหภูมิของอากาศรอบ นอกสูงผิดปกติ ท าให้คอนเดนเซอร์ เย็นตัวลง แรงดันด้านดูด สูงผิดปกติ ท่อด้านแรงดันสูงและวาล์ว บริการด้านแรงดันต ่าเย็น ผิดปกติ เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เปิดมาก เกินไป การสัมผัสของท่อ รับความร้อนไม่ดีหรือมี แก๊สรั่ว ปรับให้อยู่ต าแหน่งเดิม หรือเปลี่ยนใหม่ แรงดันที่ด้านแรงดันสูงแต่ แรงดันด้านดูดต ่าลงเมื่อท า ให้คอนเดนเซอร์เย็นตัว สารท าความเย็นมีมาก เกินไป ปล่อยสารท าความเย็น ออกให้อยู่ในปริมาณที่ พอเหมาะ หลังจากคอมเพรสเซอร์ หยุดหมุน แรงดันที่ด้าน แรงดันสูงและต ่าเท่ากัน ปะเก็นขาด วาล์วแรงดันสูงแตกหัก เปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนวาล์ว อาการ สภาวะ สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไข แรงดันด้านอัดต ่า ผิดปกติ ช่องทางออกของเอ็กซ์ แพนชนั่วาลว์ไม่เป็น น้า แขง็แรงดนัดา้น ความดันต ่าแสดงถึง สุญญากาศ กระเปาะเอก็ซ์แพนชนั่ วาล์วหัก เปลี่ยนใหม่ ฟองอากาศที่ไหลผ่าน กระจกมองสารความ เย็นมีขนาดใหญ่และ คอนเดนเซอร์เย็นตัว สารท าความเย็นไม่เพียงพอ เติมสารท าความเย็นให้ เพียงพอ
358 ถ้าคอมเพรสเซอร์หยุด แรงดันที่ด้านความดัน สูงและต ่ามีระดับเท่ากัน อย่างรวดเร็ว ลิ้นดา้นดูดหรือจ่ายขาด หรือมีสิ่งอุดตนัอยใู่นลิ้น ด้านจ่ายของคอมเพรสเซอร์ ซ่อมหรือเปลี่ยนถอด แยกเอาสิ่งอุดตนัออก แรงดันด้านดูด ผิดปกติ ฟองอากาศที่ผ่านทาง กระจกมองสารความ เย็นมีขนาดใหญ่และ คอนเดนเซอร์เย็นตัว สารท าความเย็นไม่เพียงพอ เติมสารท าความเย็นให้ เพียงพอ เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ ไม่เป็นน้า แขง็ กระเปาะเอก็ซ์แพนชนั่ - วาลว์มีแก๊สรั่ว เปลี่ยนใหม่ อุณหภูมิที่ช่องทางออก ไม่เย็นไม่มีอากาศจาก ภายนอกเข้ามา อีวาพอเรเตอร์เป็นน้า แขง็ ปรับต้งัสเตบิไลเซอร์ รีเลย์ให้ควบคุมอย่าง ถูกต้อง (ความเร็วพัด ลมและการควบคุม อุณหภูมิรวมกัน) อาการ สภาวะ สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไข แรงดันด้านดูดต ่า กว่าปกติ เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เป็น น้า แขง็ เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์อุดตนั ติดต้งัท่อกระเปาะเอก็ซ์ แพนชนั่วาลว์ ไม่ดี ท าความสะอาดหรือ เปลี่ยนใหม่เปลี่ยน ตา แหน่งติดต้งัใหม่ เกิดความแตกต่างของ อุณหภูมิรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เข้าและออก เมื่อมี มากเกินไปกรองรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ด้านออก จะกลายเป็นน้า แขง็ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์อุดตัน เปลี่ยนรีซีฟเวอร์-ดราย เออร์ใหม่
359 แรงดันด้านดูด และดา้นจ่ายสูงท้งั คู่ มีสิ่งสกปรกและฝ่นุ ในครีบคอนเดนเซอร์ คอนเดนเซอร์ได้รับการ ระบายความร้อนไม่ เพียงพอ ลา้งสิ่งสกปรกออก เพื่อเพิ่มช่องทางไหล ของอากาศ ไม่มีฟองผ่านทางกระจก มองน้า ยาเมื่อใชน้ ้า ราดที่ คอนเดนเซอร์ เติมสารท าความเย็นมาก เกินไป ปล่อยสารความเย็น ออกให้พอดี แรงดันด้านดูด และดา้นจ่ายต่า ท้งั คู่ บริเวณวาล์วบริการเย็น เมื่อเปรียบเทียบกับ อีวาพอเรเตอร์ ท่อทางอุดตัน ซ่อมหรือเปลี่ยน ท่อทาง อุณหภูมิที่ช่องทางเข้า ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ เย็นมากเกินไปเมื่อ เปรียบเทียบกับรอบ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ท่อด้านแรงดันสูง อุดตัน ซ่อมหรือเปลี่ยน ฟองอากาศที่ผ่านทาง กระจกมองมีขนาดใหญ่ สารท าความเย็นไม่เพียงพอ เติมสารท าความเย็น ให้เพียงพอ ตารางที่ 11.6 สาเหตุและการแก้ไขปัญหาที่เกดิจากคอมเพรสเซอร์ อาการ สภาวะ สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไข มีแก๊สรั่วไหล ซีลเพลาสกปรกและมี แก๊สออกเล็กน้อย มีการรั่วของแก๊สจากซีล เพลา เปลี่ยนซีลเพลาใหม่ มีคราบน้า มนัที่โบลตย์ดึมีการรั่วของแก๊สจากตวั โบลต์ ขันโบลต์ยึดให้แน่น ที่ปะเก็นมีคราบน้า มนัมีการรั่วของแก๊สจาก รอยต่อของปะเก็น เปลี่ยนปะเก็นใหม่ มีการรั่วจากรอยร้าว มีการรั่วของแก๊สจาก ชิ้นส่วน เปลี่ยนชิ้นส่วนที่ แตกร้าวใหม่
360 แม็กเนติกคลัตซ์ อาการ สภาวะ สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไข คลัตซ์ไม่จับ สายไฟปกติ ขดลวดขาด เปลี่ยนใหม่ คลัตซ์ไม่จับเมื่อเปิ ดสวิตซ์ ปรับอากาศ การต่อเนื่องภายในผิดปกติ (เทอร์โมสตัต, สเตบิไลเซอร์รีเลย์, สวิตซ์ แอร์) ต่อกลับที่เดิมหรือ เปลี่ยนส่วนที่สายไฟ ขาด ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ ขณะเปิ ดสวิตซ์โรเตอร์ มี การหมุนและจับเมื่อมี แรงเคลื่อนไฟฟ้า ระยะห่างระหว่าง โรเตอร์และสเตเตอร์ มากเกินไป ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ คลัตซ์ลื่นไถล เมื่อมีการหมุนของคลัตซ์ แบตเตอรี่มีไฟน้อย มีน้า มนัที่ผิวหนา้คลตัซ์ขด ลวดช๊อตรอบ ชาร์จแบตเตอรี่ ลา้งน้า มนัออก เปลี่ยนใหม่ ตารางที่ 11.7 สาเหตุและการแก้ไขปัญหาที่เกดิจากแม็กเนติกคลตัซ์ เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว อาการ สภาวะ สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไข วาล์วช่องทางออก ไม่เย็น ไม่มีความแตกต่างของ อุณหภูมิที่ช่องทางเข้า และออก มีแก๊สรั่วที่ท่อกระเปาะ เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ จ านวนของสารความเย็น ในระบบน้อยเกินไป เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ เปิ ดมากเกินไป เปลี่ยนเอก็ซ์แพนชนั่ -วาล์ว ซ่อมจุดที่รั่วและเติมสารทา ความเย็นเปลี่ยนเอ็กซ์ แพนชนั่วาลว์ วาล์วช่องทางเข้า เยน็หรือเป็นน้า แข็ง ท่อแรงดันสูงจาก รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ เย็น รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ อุดตัน เปลี่ยนรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ เป็นน้า แขง็ภายในเอก็ซ์แพนชนั่ - วาลว์อุดตนัดว้ยน้า แขง็ เปลี่ยนเอก็ซ์แพนชนั่ -วาล์ว และรีซีฟเวอร์ดราย-เออร์ ตารางที่ 11.8 สาเหตุและการแก้ไขปัญหาที่เกดิจากเอก็ซ์แพนชั่นวาล์ว
361 เสียงดังผิดปกติ อาการ สภาวะ สาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไข คอมเพรสเซอร์มี เสียงดัง มีเสียงเคาะจาก ด้านในคอมเพรสเซอร์ ลูกปื น กระบอกสูบ หรือเพลาเสียหาย ถอดแยก เปลี่ยน ชิ้นส่วนที่เสียหาย แม็กเนติกคลัตซ์ มีเสียงดัง มีเสียงเคาะที่ แม็กเนติกคลัตซ์ ลูกปื นสึกหรอหรือ เสียหาย เปลี่ยนลูกปื นใหม่ มีเสียงดังจากท่อ ขันท่อไม่แน่นท่อ ถูกรับโดยตรงกับตัวรถ ท่อมีการสั่นสะเทือน เสียงกระพือจากภายใน ตัวถัง ขันยึดท่อให้แน่น มีเสียงดังจาก คอนเดนเซอร์ คอนเดนเซอร์ แอ่น ตัวมากเกินไป จุดยึดคอนเดนเซอร์ไม่ ดีคอนเดนเซอร์จึง สัมผัสกับตัวถัง ใช้ยางรองระหว่าง คอนเดนเซอร์กับ ตัวถังรถ เสียงดังจากแผ่นยึด มีเสียงดังเมื่อจับ โยกดูและดังต่อเนื่อง เมื่อมีการท างาน แผ่นยึดร้าวหรือแตก ขันโบลต์ไม่แน่น ซ่อมโดยการเชื่อมหรือ ขันโบลต์ให้แน่น เสียงดังจากล้อปรับ ความตึงสายพาน มีเสียงดังกระทบกัน มีการเคาะเมื่อสัมผัส โยกดู ลูกปื นแตกแผ่นยึดร้าว หรือหลวม เปลี่ยนใหม่หรือขันให้ แน่น ตารางที่ 11.9 สาเหตุและการแก้ไขปัญหาเสียงดังผิดปกต 11.10 สรุป ในหน่วยการเรียนน้ีจะกล่าวถึงการวิเคราะห์ค่าความดันในระบบแล้วน ามาวิเคราะห์หาสาเหตุ ขอ้ขดัขอ้งที่เกิดข้ึนโดยการวิเคราะห์หรือการตรวจหาขอ้ขดัขอ้งของระบบจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ดงัน้ี 1. สาเหตุที่มาจากขอ้ขดัขอ้งภายใน ระบบของวฏัจกัรสารความเยน็ซ่ึงโดยทวั่ ไปจะสามารถทราบ ถึงสภาพและปัญหาความผิดปกติ โดยใช้แมนิโฟลด์เกจ ตรวจสอบค่าความดันของระบบ ซึ่งระบบปกติจะ แสดงค่าความดนัเกจจะมีค่าความดนัมาตรฐานเป็นเกณฑใ์นการตรวจสอบขอ้ขดัขอ้งดงัน้ี ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว (psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว (psi) 2. สาเหตุที่มาจากข้อขัดข้องภายนอก ที่สามารถรับรู้ได้โดยการใช้ประสาทสัมผัสของร่างกาย เช่น การฟังเสียงดงัผิดปกติการดูรอยรั่วของน้า ยา หรือแมก้ระทงั่การสัมผสัดูใหร้ับทราบถึงอุณหภูมิเป็นตน้
362 ผู้ศึกษาจะต้องท าความเข้าใจในเรื่องของความดันสารความเย็นในระบบที่แตกต่างจากเกณฑ์ความ ดนัมาตรฐานมาวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อใชเ้ป็นแนวทางการแกไ้ขปัญหาตลอดจนการศึกษาการแกไ้ขปัญหาท้งั ภายในและภายนอกระบบการท าความเย็นของเครื่องปรับอากาศรถยนต์และสามารถบริการระบบปรับ อากาศได้และเกิดทักษะในการปฏิบัติงาน
363 กิจกรรมที่ 11.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนอธิบายการแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดมาอย่างละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. จากภาพให้นักเรียนเขียนบอกการขัดข้องของอุปกรณ์ใด 2.1 2.2 กิจกรรมหน่วยที่ 11
364 2.3
365 กิจกรรมที่ 11.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1.ให้นักเรียนเขียนอธิบายการแก้ไขข้อขัดข้องด้วยเกจวัดมาอย่างละเอียด ตอบ - การท าความเย็น หมายถึงกระบวนการถ่ายเทความร้อนออกจากบริเวณที่ต้องการท า ความเย็น เช่น การดึงเอาปริมาณความร้อนจากอากาศในห้องปรับอากาศหรือภายในตู้เย็นออกไป ระบายทิ้งภายนอก ท าให้อากาศภายในมีอุณหภูมิลดต ่าลง เป็ นต้น หรือถา้จะกล่าวโดยเฉพาะยงิ่ข้ึนก็ คือการท าความเย็นเป็ นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่ว่าด้วยกระบวนการในการลดและรักษาระดับอุณหภูมิ ของเน้ือที่หรือวตัถุใหม้ีอุณหภูมิต่า กวา่อุณหภูมิโดยรอบ อุปกรณ์หลักของวงจรท าความเย็น เครื่องปรับอากาศรถยนต์ประกอบด้วยคอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์ รีซีฟ-เวอร์ดรายเออร์ เอ็กซ์ แพนชนั่วาลว์และอีวาพอเรเตอร์ 2. จากภาพให้นักเรียนเขียนบอกการขัดข้องของอุปกรณ์ใด ตอบ 2.1 รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ เฉลยค าถามท้ายบท
366 ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. อากาศที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เป็ นอากาศที่เย็นจัด 2. ท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์และท่อลิขวิดต้องอุ่น ระบบผิดปกติ 1. ผลความเย็นที่อีวาพอเรเตอร์มีน้อย 2. แรงดันเกจด้านความดันต ่าอ่านค่าได้ต ่า 3. แรงดันเกจด้านความดันสูงอ่านค่าได้ต ่า 4. ท่อลิขวิดมีหยดน้า จบั สาเหตุ เกิดการอุดตันในระบบที่รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ การแก้ไข 1. ปล่อยสารความเยน็ทิ้งจากระบบ 2. ถอดรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ออกและเปลี่ยนใหม่ 3. ท าสุญญากาศระบบ ชาร์จสารความเย็นเข้าในระบบ ตอบ 2.2 คอมเพรสเซอร์ช ารุด ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว(psi) ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. ไม่มีฟองอากาศที่กระจกมองสารความเย็น
367 2. อากาศที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เป็ นอากาศที่เย็นจัด ระบบผิดปกติ 1. เกจด้านความดันต ่าของระบบอ่านค่าได้สูงเกินเกณฑ์ 2. เกจด้านความดันสูงของระบบอ่านค่าได้ต ่าเกินเกณฑ์ 3. ผลความเย็นที่อีวาพอเรเตอร์ไม่ดีเท่าที่ควร สาเหตุเกิดการรั่วภายในตวัคอมเพรสเซอร์หรือลิ้นของคอมเพรสเซอร์ชา รุด การแก้ไข 1. ปล่อยสารความเยน็ทิ้งจากระบบ ถอดคอมเพรสเซอร์ออกซ่อม 2. เปลี่ยนวาล์วเพลตและหรือปะเก็นฝาสูบ 3. ตรวจระดบัน้า มนัคอมเพรสเซอร์นา กลบัเขา้ติดต้งัในระบบ 4. ถอดเปลี่ยนรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5. ท าสุญญากาศระบบชาร์จสารความเย็นเข้าในระบบ ตอบ 2.3 เทอร์โมสตัด ระบบปกติจะแสดงค่าความดันเกจ ด้านความดันต ่า 15-30 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว ด้านความดันสูง 210 –230 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ข้อบ่งชี้อื่น ๆ 1. ลมส่งที่เป่ าผ่านอีวาพอเรเตอร์เย็นจัด 2. ที่ตวัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์จะอุ่น(มีอุณหภูมิประมาณเท่ากับอุณหภูมิของท่อลิขวิด) 3. แรงดันเกจด้านความดันต ่าของระบบมีค่าเท่ากับ 12-15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ขณะที่เทอร์โมสตัดถึงจุด “ตัด” และ 38-41 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ขณะที่เทอร์- โมสตัดถึงจุด “ต่อ” และมีช่วงพักเครื่องประมาณ 24-28 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว(psi) ระบบผิดปกติ
368 1. แม็กเนติกคลัตซ์ตัด – ต่ออยู่ตลอดเวลา 2. ค่าแรงดันเกจด้านความดันต ่าอ่านค่าได้สูงเกินเกณฑ์ 3. ค่าแรงดันเกจด้านความดันสูงอ่านค่าได้ปกติ สาเหตุ เทอร์โมสตัดขัดข้องท าให้แม็กเนติกคลัตซ์ตัด – ต่ออย่างรวดเร็วตลอดเวลา การแก้ไข 1. ดับเครื่องยนต์ปิ ดระบบเครื่องปรับอากาศ 2. ถอดเทอร์โมสตัดออกเปลี่ยนใหม่และต้องแน่ใจว่าปลายกระเปาะของเทอร์โม- สตดัติดต้งัอยู่ที่เดิม
368 แผนการสอน หน่วยที่ 12 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 18 ชื่อหน่วย 12 การประมาณราคาค่าบริการ ชั่วโมงรวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การประมาณราคาค่าบริการ จ านวน 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. การประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ 2. การประมาณราคาค่าอะไหล่ 3. การก าหนดเวลามาตรฐานในการบริการปรับอากาศ 4. การก าหนดเวลา 5. การก าหนดราคาค่าบริการงานปรับอากาศรถยนต์ 6. สรุปการประมาณราคาค่าบริการ ด้านทักษะ 7. งานค านวณการประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 8. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 9. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ การประมาณราคาคือการตรวจสอบสภาพรถและแยกออกเป็นงานย่อย ๆ หลงัจากน้ันช่าง จะน างานย่อยมาเขียนเป็ นใบงานและไปทดลองหรือเปรียบเทียบกับมาตรฐานของอู่หรือศูนย์บริ การ เพื่อที่จะใหลู้กคา้ทา การตรวจสอบและตดัสินใจก่อนที่จะส่งซ่อมกบัทางอู่หรือศูนยบ์ริการต่อไป
369 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. อธิบายความหมายการประมาณราคาค่าบริการงานช่างยนต์ได้ 2. อธิบายความหมายการประมาณราคาค่าอะไหล่ได้ 3. บอกวิธีการก าหนดเวลามาตรฐานในงานปรับอากาศได้ 4. บอกวิธีการก าหนดเวลาได้ 5. บอกวิธีการก าหนดราคาค่าบริการปรับอากาศได้ 6. อธิบายความหมายการประมาณราคาค่าบริการได้ 7. ค านวณการประมาณราคาค่าบริการได้ตามใบงาน 8. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 9. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต
370 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการประมาณราคาค่าบริการงานช่างยนต์ การประมาณราคาค่าอะไหล่ การก าหนดเวลา และการก าหนดเวลาค่าบริการงานปรับอากาศรถยนต์ได้ (ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในงานค านวณการประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์(ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้อง ส าเร็จทันภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. อธิบายความหมายการประมาณราคาค่าบริการงานช่างยนต์ได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 2. อธิบายความหมายการประมาณราคาค่าอะไหล่ได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 3. บอกวิธีการก าหนดเวลามาตรฐานในงานปรับอากาศได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 4. บอกวิธีการก าหนดเวลาได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 5. บอกวิธีการก าหนดราคาค่าบริการปรับอากาศได้อย่างถูกต้อง (ด้านความรู้) 6. อธิบายความหมายการประมาณราคาค่าบริการได้อย่างถูกต้อง (ด้านทักษะ) 7.เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัด ได้อย่างถูกต้อง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 8. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
371 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 12. การประมาณราคาค่าบริการ 1. การประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ 2. การประมาณราคาค่าอะไหล่ 3. การก าหนดเวลามาตรฐานในการบริการปรับอากาศ 4. การก าหนดเวลา 5. การก าหนดราคาค่าบริการงานปรับอากาศรถยนต์ 6. สรุปการประมาณราคาค่าบริการ ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 12.1 เรื่อง งานค านวณการประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
372 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 12 เรื่องการประมาณราคาค่าบริการ สื่อการเรียนการ สอน เครื่องมือประเภทต่าง ๆ วัสดุ อุปกรณ์แนะน า การใช้ ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงาน ตามใบงาน และวิธีการวัดผลและประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 12 เรื่องการประมาณราคาค่าบริการ แล้วให้นักเรียน สลบักนัตรวจคา ตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและให้ คะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 12 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 12 การประมาณราคาค่าบริการ กับนักเรียน และคอยให้ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4 กลุ่ม แจกใบงานให้ นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่12.1 เรื่อง งานค านวณการประมาณราคา ค่าบริการในงานช่างยนต์ - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตามใบงาน ครู สังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของนักเรียน และประเมินผลการปฏิบัติงาน - ใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหาเรื่อง การประมาณราคาค่าบริการ - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงานหนา้ช้นั เรียน ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 12 ท า ความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอน ที่ 12 เรื่องการประมาณราคาค่าบริการ 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 12 เรื่องการประมาณราคาค่าบริการ และจะสลับกัน ตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 12 เรื่องการ ประมาณราคาค่าบริการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ ท าการเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 12.1 เรื่อง งานค านวณการประมาณ ราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 1 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหา เรื่อง การประมาณราคาค่าบริการ 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้ เพื่อนนักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย
373 ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของนักเรียน ที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียนท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 12 ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่ เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 12
374 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 12 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 12 เรื่องการประมาณราคาค่าบริการและสลับกันตรวจ ค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 12 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียม เอกสารชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่12 เรื่อง การประมาณราคาค่าบริการ แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 12.1 เรื่อง งานค านวณการประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุป เรื่อง การประมาณราคาค่าบริการ 3. รายงานหนา้ช้นัเรียน เรื่อง การประมาณราคาค่าบริการ หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
375 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 12 เรื่องการประมาณราคาค่าบริการ 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
376 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point - เรื่องการประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ - เรื่องการประมาณราคาค่าอะไหล่ - เรื่องการก าหนดเวลามาตรฐานในการบริการปรับอากาศ - เรื่องการก าหนดเวลา - เรื่องการก าหนดราคาค่าบริการงานปรับอากาศรถยนต์ สื่อของจริง 1. ใบเสร็จ ใบสั่งงานบริษทัต่างๆ
377 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 12.1 เรื่อง งานค านวณการประมาณราคาค่าบริการในงานช่างยนต์ หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 12 เรื่องการประมาณราคาค่าบริการ