The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนงานปรับอากาศรถยนต์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 9101ยุธัญชัย บรรจง, 2024-01-30 12:03:21

แผนงานปรับอากาศรถยนต์

แผนงานปรับอากาศรถยนต์

84 7.2 ประแจแหวน (Box wrench) ประแจแหวนจะมีคอที่งอ ใช้ส าหรับขันหรือคลายน๊อตสก รูและงานทวั่ ๆ ไป เหลี่ยมของประแจแหวนจะสัมผัสจึงท าให้เหลี่ยมไม่เยินขันได้แน่น ประแจแหวนมีหัวอยู่ 2 ด้าน และมีเบอร์บอกขนาดน๊อตหรือสกรู การขันหรือคลายน๊อตด้วยประแจจึงควรใช้ประแจแหวน รูปที่ 3.14 แสดงลักษณะของประแจแหวน 7.3 ประแจรวม (Combination wrench) ประแจรวมจะถูกออกแบบข้างหนึ่ งเป็ นประแจ ปากตาย ส่วนอีกข้างหนึ่งจะท าเป็ น ประแจแหวน ซึ่งแต่ละข้างจะมีขนาดเท่ากัน ประแจรวมจะใช้ขันหรือ คลายน๊อตแทนประแจแหวนในบริเวณที่แคบ ๆ รูปที่ 3.15 แสดงลักษณะของประแจรวม 7.4 ประแจแหวนหัวผ่า (Flare not wrench) ประแจแหวนหัวผ่า จะมีลักษณะคล้ายประแจ แหวนแต่ผ่าปลายออกเพื่อใชส้ าหรับขนัน๊อตท่อไอเสียหรือท่อน้า มนัต่าง ๆ เช่น ท่อน้า มนั -เบรก ท่อน้า มนั ของปั๊มฉีดน้า มนัเช้ือเพลิง ซ่ึงถา้ใชป้ระแจปากตายขนัอาจจะทา ใหเ้หลี่ยมของน๊อตเยนิไดง้่าย


85 รูปที่ 3.16 แสดงลักษณะของประแจแหวนหัวผ่า 7.5 ประแจแหวนโค้ง (Half moon box wrench) ประแจแหวนโค้ง ใช้ส าหรับขันตรงไม่ได้ เช่น ท่อร่วมไอดีและท่อร่วมไอเสีย มอเตอร์สตาร์ต ประแจชนิดน้ีใชข้นัเฉพาะที่เท่าน้นั รูปที่ 3.17 แสดงลักษณะของประแจแหวนโค้ง 7.6 ประแจกระบอก (Socket wrench) เป็ นประแจที่ใช้ร่วมกับด้ามประแจ ใช้ส าหรับขัน หรือคลายน๊อตได้ดีที่สุด ขันแน่นได้สะดวกและหัวน๊อตไม่เยินหรือช ารุด


86 รูปที่ 3.18 แสดงลักษณะของประแจกระบอกแบบต่าง ๆ 8. ด้ามขันแบบสว่าน (Speed handle) ใช้ต่อประแจกระบอกเพื่อใช้ส าหรับขันหรือคลายน๊อตเพื่อความรวดเร็ว แต่ไม่สามารถขันน๊อต ให้แน่น และไม่สามารถคลายน๊อตที่แน่นเกินไปได้ รูปที่ 3.19 แสดงลักษณะของด้ามขันแบบสว่าน 9. ด้ามขันแบบยาวหรือด้ามตรง (Flex handle) จะใช้ส าหรับกบั ประแจกระบอกเพื่อใช้ขนัน๊อตที่แน่นมาก ๆ ซ่ึงโดยทวั่ ไปจะใช้ขนัแน่นคร้ัง สุดท้าย รูปที่ 3.20 แสดงลักษณะของด้ามขันแบบยาวหรือด้ามขันตรง


87 10. ด้ามขันตัวที (Sliding T handle) จะใช้ส าหรับต่อกับประแจกระบอกเพื่อขันหรือคลายที่ต้องการออกแรงดันทางด้านซ้ายและ ทางด้านขวาเท่า ๆ กัน รูปที่ 3.21 แสดงลักษณะของด้ามขันแบบตัวที 11. ก้านต่อ (Extension) ใช้ส าหรับต่อกับประแจกระบอกและด้ามขัน เพื่อขันหรือคลายน๊อตที่อยู่ลึก รูปที่ 3.22 แสดงลักษณะของก้านต่อ 12. ประแจเลื่อน (Adjustable wrench) จะใช้ส าหรับงานทวั่ๆ ไปโดยจะใช้ขันหรือคลายน๊อตที่ประแจปากตายหรือประแจแหวนจับ ไม่ได้ รูปที่ 3.23 แสดงลักษณะของประแจเลื่อน 13. ประแจจับแป๊ บ (Pipe wrench) ประแจจบัแป๊บจะใชส้า หรับงานต่อท่อทวั่ๆ ไปหรือท่อที่มีขนาดใหญ่


88 รูปที่ 3.24 แสดงลักษณะของประแจจับแป๊ ป 14. ประแจแอล(Allen wrench) ประแจแอล หรือประแจหกเหลี่ยมใช้ส าหรับขันหรือคลายน๊อตที่มีหัวเป็ นรูหกเหลี่ยม รูปที่ 3.25 แสดงลักษณะของประแจแอล การเลือกใช้ประแจ - เลือกใช้ประแจให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงาน - การขันหรือคลายน๊อตควรใช้ประแจกระบอกหรือประแจแหวนไม่ควรใช้ประแจ ปากตาย นอกจากมีความจ าเป็ น -การขันน๊อตให้แน่นควรใช้แรงขันที่สม ่าเสมอให้ขันจนตึงมือไม่ควรกระชาก ประแจ - ก่อนใชป้ระแจควรตรวจเช็คประแจก่อนปฏิบตัิงานทุกคร้ัง 3.2.2 เครื่องมือวัด เครื่องมือวัดเป็ นเครื่องมือที่ส าคัญมากในงานช่างยนต์และต้องใช้ให้ได้อย่างถูกต้องและมีความ แม่นย าซึ่งเครื่องมือวัดบางอย่างจะมีความละเอียดพอสมควร เช่น บรรทัดเหล็ก ตลับเมตร เป็นตน้ สา หรับเครื่องมือวดัที่มีความละเอียดมากซ่ึงไดแ้ก่ 1. ไดอัลเกจ (Dial gauge) ไดอัลเกจ ใช้ส าหรับวดัหาค่าความสึกหรอของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์จะมีหน้าปัดมี ลกัษณะคลา้ยกบันาฬิกาไวส้า หรับอ่านค่าโดยปกติแลว้ไดอลัเกจจะติดต้งัไวก้บัขาแม่เหลก็เพื่อใหใ้ชไ้ดอ้ยา่ง สะดวกและปลอดภัย ซึ่งที่ขาแม่เหล็กอาจจะมีสวิตซ์ ปิ ด - เปิด เพื่อให้เกิดความสะดวกในการติดต้งัและ สามารถถอดออกจากชิ้นงานไดง้่าย


89 รูปที่ 3.26 แสดงลักษณะของไดอัลเกจ วิธีการวัดชิ้นงาน - ก่อนจะทา การวดัจะตอ้งทา ความสะอาดชิ้นงานทุกคร้ัง - นา ขาแม่เหลก็มาติดต้งัในตา แหน่งที่จะทา การวดัชิ้นงาน - ปรับสเกลที่หน้าปัดให้อยู่ในต าแหน่ง 0 ก่อนทา การวดัชิ้นงาน - หมุนหรือขยบัชิ้นงานที่จะทา การวดัอยา่งชา้ - จดบันทึกจากค่าที่อ่านได้ รูปที่ 3.27 แสดงลักษณะของขาแม่เหล็กของไดอัลเกจ การใช้งาน - ควรยึดไดอัลเกจกับขาแม่เหล็กให้แน่น - อยา่ ใหไ้ดอลัเกจตกพ้ืน เพราะจะทา ใหแ้ตกหรือชา รุดเสียหายได้ - ควรใชไ้ดอลัเกจวดัชิ้นงานอยา่งระมดัระวงัเพราะเป็นเครื่องมือที่ชา รุดง่าย - การวดัชิ้นงานของไดอลัเกจจะตอ้งทา การวดัให้อยใู่นแนวขนานกบัการ เคลื่อนที่ของชิ้นงานเสมอ การบ ารุงรักษาไดอลัเกจ


90 - หลังจากใช้งานเสร็จแล้ว ควรเช็ดท าความสะอาดแล้วเก็บไว้ในตู้เครื่องมือหรือ เก็บใน กล่องที่มีความแข็งแรง 2. ฟิ ลเลอร์เกจ (Feeler gauge) ฟิ ลเลอร์เกจใช้ส าหรับวัดระยะช่องว่างของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่องยนต์ตัวอย่าง เช่น ระยะห่าง ของเข้ียวหวัเทียน ระยะห่างของหนา้ทองขาวระยะห่างของปากแหวนลูกสูบ ระยะห่างของแม็กเนติกคลตัซ์ และใชส้า หรับปรับต้งัลิ้นไอดีไอเสีย เป็นตน้ รูปที่ 3.28 แสดงลักษณะของฟิ ลเลอร์เกจ การใช้งานฟิ ลเลอร์เกจ - ควรเลือกฟิลเลอร์เกจวดัระยะห่างใหเ้หมาะสมกบัชิ้นงาน และขนาดที่ต้องการวัด - ดูคู่มือซ่อมประกอบด้วยจึงจะวัดค่าได้ตามมาตรฐานที่ก าหนด การบ ารุงรักษาฟิลเลอร์เกจ - เมื่อใช้งานฟิลเลอร์เกจแล้วเสร็จควรเช็ดด้วยผ้าให้สะอาดแล้วชะโลมน้ ามันไว ้ เสมอ - ควรเก็บไวใ้นกล่องเครื่องมือใหเ้รียบร้อยทุกคร้ัง 3. เวอร์เนียร์คาลิเปอร์ (Vernier caliper) เวอร์เนียร์คาลิเปอร์เป็ นเครื่องมือวัดที่สามารถอ่านค่าได้ละเอียด ใช้ส าหรับวัดความโตด้านนอก ดา้นใน และความลึกของชิ้นงาน เวอร์เนียร์คาลิเปอร์ที่ใชท้วั่ๆ ไปมีส่วนประกอบหลกัดงัภาพ 1. เวอร์เนียร์วัดความโต 4. สเกลหลัก 2. เวอร์เนียร์วัดความลึก 5. สเกลเลื่อน 3. เวอร์เนียร์วัดความสูง 6. สกรูล็อค


91 รูปที่ 3.29 แสดงส่วนประกอบของเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ การใช้งานเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ - อยา่นา เวอร์เนียร์คาลิเปอร์ไปวดัชิ้นงานที่กา ลงัร้อน - อยา่นา เวอร์เนียร์คาลิเปอร์ไปวดัชิ้นงานที่กา ลงัเคลื่อนที่ - วางหรือถือเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ด้วยความระมัดระวัง - อยา่ลากเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ไปมาขณะวดัชิ้นงาน - กดปากเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ขณะวดัชิ้นงานดว้ยแรงพอประมาณ - ชิ้นงานที่นา มาวดัจะตอ้งทา การลบคมหรือมีผิวชิ้นงานที่เรียบก่อน - อย่าน าเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ไปวางไว้กับเครื่องมือมีคม - หลังจากเลิกใช้แล้ว ควรเลื่อนปากเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ให้สนิทกัน การบ ารุงรักษา - หลงัจากเลิกใชง้าน ควรทา ความสะอาดทุกคร้ังโดยการเช็ดดว้ยผา้สะอาด - ควรเก็บเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งอาจเก็บเข้าตู้เครื่องมือ หรือเก็บไว้ ในกล่องที่มีความแข็งแรง 3.2.3 เครื่องมือบริการในงานปรับอากาศรถยนต์ 1. แมนิโฟลด์เกจ (Manifold Gauge) แมนิโฟลด์เกจ เป็ นเครื่องมือที่ใช้ส าหรับวัดค่าความดันภายในระบบเพื่อการตรวจซ่อมหรือ บริการเครื่องทา ความเยน็การตรวจซ่อมและการบริการระบบเครื่องปรับอากาศรถยนตน์บัวา่เป็นสิ่งที่สา คญั มากส าหรับช่างที่จะต้องศึกษาถึงหน้าที่และเทคนิคการใช้งานในการตรวจระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์


92 รูปที่ 3.30 แสดงลักษณะของแมนิโฟลด์เกจ แมนิโฟลด์เกจ ที่ใช้ในงานซ่อมและบริการเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ประกอบด้วยส่วนส าคัญต่าง ๆ ดงัน้ี 1. เกจวัดความดันด้านสูง 2. เกจวัดความดันด้านต ่า 3. วาล์วปรับด้วยมือ 2 ตัว 4. สายชาร์จสารท าความเย็น 3 เส้น การใช้งานแมนิโฟลด์เกจ มีข้นัตอนในการใชด้งัน้ี - ปิ ดวาล์วด้านความดันสูง (HI) และด้านความดันต ่า (LO) - ต่อท่อดา้นความดนัต่า เขา้กบัลิ้นบริการดา้นดูดคอมเพรสเซอร์ (S) - ต่อท่อดา้นความดนัสูงเขา้กบัลิ้นบริการดา้นส่งคอมเพรสเซอร์ (D) - ตรวจสอบตามสภาวะการท างานของระบบ - หลงัการใชง้านเสร็จตอ้งปิดวาลว์ท้งั 2 ด้านและจัดเก็บให้เรียบร้อย 2. เครื่องมือบริการ R-134 a ใช้ส าหรับบริการรถยนต์ที่ใช้สารท าความเย็น R-134 a สามารถบริการทา สุญญากาศโดยการต้งั เวลาและเติมสารทา ความเยน็ โดยคิดเป็นน้า หนักซ่ึงจะมีระบบประมวลผล(คอมพิวเตอร์) ระยะเวลาในการ ท าสุญญากาศและปริมาณของสารท าความเย็น ซึ่งเครื่องมือบริการ R-134 a ระบบคอมพิวเตอร์น้ีสามารถใช้ งานได้สะดวกรวดเร็ว เนื่องจากเครื่องมือและอุปกรณ์จัดรวมเป็ นชุดเดียวกันและการบรรจุสารท าความเย็น ไม่ต้องติดเครื่องยนต์ท าให้ช่างผู้บริการปฏิบตัิงานไดส้ะดวกยงิ่ข้ึน รูปที่ 3.31 แสดงลักษณะของเครื่องมือบริการ R-134a


93 3. ตะเกียงตรวจการรั่ว (Halide Leak Torch Detector) ตะเกียงตรวจการรั่วจะใช้“ก๊าซโปรเพน” (Propane Gas) เป็นเช้ือเพลิงเพื่อให้เกิดเปลวไฟใชใ้น การพิจารณาการรั่วซึมของสารความเยน็ R-12 คือเมื่อถูกเผาไหม้จะเปลี่ยนสีเปลวไฟจากสีเหลืองส้มเป็ นสี เขียวตองอ่อน การตรวจการรั่วดว้ยวิธีน้ีตอ้งมีเพียงสารทา ความเยน็เท่าน้นัที่อยใู่นระบบ จึงจะสามารถหา จุดรั่วซึมต่าง ๆ ไดเ้ป็นวิธีที่ใชใ้นการตรวจการรั่วไดด้ี รูปที่ 3.32 แสดงลักษณะของตะเกียงตรวจการรั่ว 4. เครื่องตรวจรั่วอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Leak Detector) โดยทั่วไปเครื่องตรวจรั่วอิเล็กทรอนิกส์จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ แบบที่ใช้แสงจากหลอดไฟ และ แบบที่ใช้เสียงบอกการรั่ว ซ่ึงแบบที่ใช้เสียงบอกการรั่วเป็นแบบที่นิยมใชท้ ้งัน้ีเพราะใชไ้ดง้่ายผูต้รวจก็คอย สังเกตเพียงเสียงจากเครื่องเท่าน้ัน เครื่องตรวจรอยรั่วอาจมีลกัษณะเป็นแบบปืนหรือแบบกล่อง มีหลกัการ ทา งานเหมือนกนัคือจะมีปลายรับสัมผสัก๊าซที่ไวมากถา้พบว่ามีสารความเยน็รั่วจะทา ให้เกิดเสียงดงัหรือ แสงสว่างหลอดไฟที่ตัวเครื่อง รูปที่ 3.33 แสดงลักษณะของเครื่องตรวจรั่วอิเล็กทรอนิกส์แบบกล่องและแบบปื น 5. เครื่องตัดท่อทองแดง (Copper Tube Cutter)


94 เป็นเครื่องมือที่ใชใ้บมีดกลมเป็นตวัตดัเน้ือทองแดง ในงานเครื่องทา ความเยน็เครื่องมือน้ีมี 2 ขนาด คือ ขนาดมาตรฐานและขนาดเล็ก ส าหรับงานที่มีช่องว่างในการหมุนเครื่องมือจ ากัด เนื่องจากรัศมี ของการหมุนตดัเล็กตามขนาด ท้งัคู่มีโครงสร้างที่ส าคญัเหมือนกนั ประกอบไปดว้ยใบมีดเป็นใบกลมหมุน ไดอ้ิสระทา หน้าที่ตดัเน้ือทองแดง โดยการปรับเขา้ออกของตวัปรับใบมีด ดา้นตรงขา้มกนัเป็นลูกกลิ้ง ทา หน้าที่รองรับท่อขณะตดัท่อ นอกจากน้ีบนสันของตวัเครื่องมือมีตะไบส าหรับลบคมและตกแต่งปลายท่อที่ ตัด ขนาดมาตรฐาน ขนาดเล็ก รูปที่ 3.34 แสดงลักษณะของเครื่องมือตัดท่อทองแดง 6. ตัวจับท่อ (Tube Blocking) ตัวจับท่อ ท าหน้าที่จับยึดท่อทองแดงในงานตัดต่อและงานลักษณะอื่น ๆ ด้วย ตัวจับท่อมีช่องยึด ท่อหลายช่องส าหรับท่อทองแดงแต่ละขนาด ซึ่งมีขนาดท่อระบุไว้ รูปที่ 3.35 แสดงลักษณะของตัวจับท่อ 7. ตัวลบคมท่อ (Reamer) ตัวลบคมท่อ เป็ นเครื่องมือตกแต่งหรือลบคมปลายท่อทองแดงด้วยใบลบคม 3 แฉกด้านใน สามารถลบท่อไดท้ ้งัดา้นในและดา้นนอก


95 รูปที่ 3.36 แสดงลักษณะของตัวจับท่อ 8. เครื่องมือบานท่อ (Flaring Tool) เครื่องมือบานท่อ มีส่วนประกอบที่ส าคัญคือ กรวยบานท่อ (Cone) เป็ นส่วนที่จะกดอัดไปที่ปลาย ท่อทองแดง ท าให้ปลายท่อบานออกตามลักษณะของกรวยและบ่าของข้อต่อ โดยกรวยบานถูกปรับด้วยก้าน หมุนและเกลียวปรับ ที่โครงของเครื่องมือบานท่อมีแนวบากที่ขาท้งัสองเป็นส่วนที่ทา หนา้ที่ยึดโครงเขา้กบั ตวัจบัท่อ สามารถบานท่อช้นัเดียวและสองช้นัได้ รูปที่ 3.37 แสดงลักษณะของเครื่องมือบานท่อ 9. เครื่องมือที่ใช้ในงานขยายท่อ (Swaging Tool) 9.1 เครื่องมือขยายท่อแบบตอกอัด (Swaging Punch)วิธีใช้งานคือ การสอดเครื่องมือขยาย เข้าที่ปลายท่อและใช้ค้อนตอกลงไป ปลายท่อก็จะบานออกตามขนาดที่ต้องการ


96 รูปที่ 3.38 แสดงลักษณะของเครื่องมือขยายท่อแบบตอกอัด 9.2 เครื่องมือขยายท่อแบบหมุน (Screw Type Swaging Tool) โครงสร้างเหมือนเครื่อง บานท่อทุกประการแต่ใช้หัวขยายต่อแทน มีขนาดเท่ากับขนาดต่าง ๆ ของท่อทองแดงสามารถถอดเปลี่ยนได้ รูปที่ 3.39 แสดงลกัษณะของเครื่องมือขยายท่อแบบหมุน 9.3 เครื่องมือขยายท่อแบบคานบีบ (Level Type Swaging Tool) หัวขยายของเครื่องมือน้ีใช้ หลักการการแยกตัว หรือบานออก เพื่อขยายท่อที่สวมอยู่โดยมีคานบีบเป็ นตัวทุ่นแรง รูปที่ 3.40 แสดงลักษณะของเครื่องมือขยายท่อแบบคานบีบ 10. เครื่องมือดัดท่อแบบคาน (Lever Type Bender) เครื่องมือดัดท่อแบบคาน เหมาะส าหรับงานดัดท่อทองแดงที่ต้องการความเที่ยงตรงตาม ระยะที่ ออกแบบไว้ เนื่องจากส่วนประกอบได้สร้างให้มีรัศมีของแนวส่วนโค้งและความยาวส่วนโค้งที่แน่นอน


97 หลักการเหมือนกับเครื่องมือดัดท่อร้อยสายไฟฟ้า แต่มีขนาดที่เล็กกว่าและมีคานโยก 2 คานโครงสร้าง หลักของเครื่องมือดัดท่อทองแดงประกอบด้วย คานหลัก มีวงกลมรองท่อทองแดงที่มีสเกลองศาของการดัด และคานโยกส าหรับโยกดัดท่อไปตามองศาที่ต้องการ โดยมีเครื่องหมายหรือ Gain Scale อักษร “R” หรือ Right Mark ใช้ในการดัดด้านขวาและอักษร “L” หรือ Left Mark ใช้ดัดด้านซ้าย รูปที่ 3.41 แสดงลักษณะของเครื่องมือดัดท่อทองแดงและองศาการดัดบนเครื่องมือดัดท่อทองแดง 11. เครื่องท าสุญญากาศ (Vacuum Pump) เครื่องท าสุญญากาศ เป็ นเครื่องมือบริการในระบบปรับอากาศที่ส าคัญมากท าหน้าที่ ดูด อากาศและความช้ืนออกจากระบบ เพื่อให้สารความเย็นที่บรรจุเข้าไปปราศจากอากาศ ความช้ืนและ สิ่งเจือปน เครื่องทา สุญญากาศจะใชง้านร่วมกบัแมนิโฟลด์เกจและจะมีมอเตอร์220 โวลต์เป็ น ต้นก าลัง ในการท าสุญญากาศ รูปที่ 3.42 แสดงลกัษณะของเครื่องท าสุญญากาศ 3.3 การใช้งานเครื่องมือในงานปรับอากาศรถยนต์ 3.3.1 การใช้งานเครื่องมือทั่วไป - ควรเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงาน


98 - อยา่นา เครื่องมือที่มีปลายแหลมหรือมีคมไวใ้นกระเป๋าเส้ือหรือกระเป๋ากางเกง - เครื่องมือบางชนิดในโรงงาน จะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายด้วย - ควรใช้แว่นนิรภัยเมื่อใช้เครื่องมือที่มีเศษโลหะฟุ้งกระจายออกมา - ในบริเวณที่ปฏิบัติงานจะต้องมีแสงสว่างเพียงพอและมีการระบายอากาศได้ดี แต่งกายให้รัดกุม ไม่รุ่มร่าม - ควรตรวจสอบและบ ารุงรักษาเครื่องมือที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกัน กระแสไฟฟ้ารั่ว - หลังจากเลิกใช้งานควรท าความสะอาดเครื่ องมือให้เรี ยบร้อย แล้วเก็บไว้ในห้อง เครื่องมือหรือเก็บไว้ในกล่องที่มีความแข็งแรง - ในโรงฝึ กงานจะต้องมีอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลและมีป้ายเตือนอันตราย จากการใช้เครื่องมือ 3.3.2 การใช้งานเครื่องมือบริการงานปรับอากาศรถยนต์ซ่ึงแบ่งการใชง้านดงัต่อไปน้ี 1. การใช้แมนิโฟลด์เกจ มีข้นัตอนการปฏิบตัิดงัน้ี - หาต าแหน่งของวาล์วบริการในระบบ - คลายฝาครอบส าหรับต่อเข้าเกจที่วาล์วบริการอย่างช้า ๆ - ตรวจสอบวาลว์แมนิโฟลดเ์กจอยใู่นตา แหน่งปิดท้งัคู่ - ต่อสายเกจเข้ากับวาล์วบริการ - ถ้าเป็ นระบบที่ใช้วาล์วบริ การแบบปรับด้วยมือ ให้หมุนวาล์วบริ การเข้า (ตามเข็ม นาฬิกา) ประมาณ 1/4 รอบ - ขณะน้ีควรหาค่าความดนัเกจไดบ้นเกจท้งัคู่ถา้ไม่มีความดนัเกิดข้ึน แสดงวา่ ภายใน ระบบไม่มีสารความเยน็ ใหห้าตา แหน่งรั่วและทา การแกไ้ข - ไล่อากาศในที่สายกลางโดยคลายสายที่แมนิโฟลด์เกจเล็กน้อย ปล่อยให้สารความเย็นใน สถานะแก๊สทิ้งออกประมาณ 3 วินาที ใช้สารความเย็นในระบบไล่อากาศ โดยเปิ ดวาล์ว ของแมนิโฟลด์เกจท้งัคู่ ปล่อยให้สารความเยน็ ในระบบรั่วทิ้งออกจากปลายสายกลาง แลว้จึงขนั ปลายสายกลางใหแ้น่น ปิดวาลว์แมนิโฟลดเ์กจท้งัคู่อีกคร้ัง - แมนิโฟลด์เกจพร้อมจะใช้งานได้ - สตาร์ตเครื่องยนต์ - เปิ ดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ปรับให้อยู่ในต าแหน่งความเย็นสูงสุดและที่ใบพัด ลม โบลว์เวอร์มีความเร็วสูงสุด - ปรับเครื่องยนต์ให้มีความเร็วรอบที่ 1,500 รอบต่อนาที - หลังจากระบบอยู่กับที่แล้ว (ประมาณ 10 ถึง 15 นาที) ตรวจดูความดันในระบบและดูสาร ความเย็นที่กระจกมองสารความเย็น


99 2. การใช้ตะเกียงตรวจรอยรั่ว มีข้นัตอนการปฏิบตัิดงัน้ี - เปิ ดวาล์วให้แก๊สในท่อออกมา - จุดไฟที่หัวจุดไฟ - น าปลายสายยางส าหรับดูดอากาศเข้าไปจ่อตามจุดข้อต่อต่าง ๆ ของท่อทางเดินสารความ เยน็ที่สงสัยวา่จะรั่ว - สังเกตสีเปลวไฟ หากจุดใดของระบบเกิดรั่ว สารความเยน็ R-12 จะถูกดูดเข้าไปผสมกับ แก๊สแล้วจุดไฟ สีของเปลวไฟจะเปลี่ยนเป็ นสีเขียวตองอ่อน 3. การใช้เครื่องท าสุญญากาศระบบ มีข้นัตอนการปฏิบตัิดงัน้ี - ต่อชุดแมนิโฟลด์เกจเข้ากับวาล์วบริการ - เปิดวาลว์ท้งัคู่ของแมนิโฟลดเ์กจ (ทวนเขม็นาฬิกา) - ต่อสายท่อกลางของแมนิโฟลดเ์กจเขา้กบั ปั๊มสุญญากาศ - เดินเครื่องปั๊มสุญญากาศ - เข็มความดนัของเกจวดัความดนัต่า เริ่มลดต่า กว่าตา แหน่ง 0 (ส่วนเกจวัดความดันสูงจะ ไม่สามารถอ่านค่าได้) - เมื่อเข็มของเกจวัดความดันต ่าอ่านค่าได้ถึง -30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ให้เดินเครื่องปั๊ม สุญญากาศต่อไปอีกอย่างน้อย 20 นาที - ถ้าเข็มของเกจวัดความดันต ่าไม่สามารถลดลงอีก -30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ให้ทา การ ตรวจข้อต่อต่าง ๆ ใหม่ท้งัหมด - ถา้ค่าเกจทางสุญญากาศที่อ่านไดไ้ม่เป็นที่น่าพอใจ ให้หมุนวาลว์ท้งัคู่ของแมนิ-โฟลด์เกจ ให้อยใู่นตา แหน่งปิด ถา้ค่าความดนัสูงข้ึน (แต่ยงัต่า กว่า 0 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)แสดงว่า ระบบรั่วใหห้ยดุเครื่องปั๊มสุญญากาศแลว้คน้หาที่รั่วและซ่อม - ถ้าค่าเกจทางสุญญากาศคงที่(ขณะที่แมนิโฟลด์เกจอยู่ในต าแหน่งปิด) แสดงว่าปั๊ม สุญญากาศไม่ดีพอ - ภายหลงัจากเดินเครื่องปั๊มสุญญากาศ 20 ถึง 30 นาทีแลว้ ปิดวาลว์ท้งัคู่ของแมนิ-โฟลด์ เกจ - หยดุเครื่องปั๊มสุญญากาศ - ระบบท าสุญญากาศเรียบร้อย พร้อมที่จะชาร์จสารความเย็นเข้าในระบบต่อไป 3.4 สรุป ในงานปรับอากาศรถยนต์เครื่องมือเป็นสิ่งที่จา เป็นมากในการติดต้งัตรวจซ่อม แกไ้ข ตลอดจนการ บริการเครื่องปรับอากาศรถยนตเ์พื่อให้ระบบปรับอากาศมีประสิทธิภาพในการทา ความเยน็ โดยในหน่วยน้ี จะแบ่งประเภทของเครื่องมือออกเป็ น 3 ประเภท คือเครื่องมือทวั่ ไป ไดแ้ก่ ประแจชนิดต่าง ๆ ไขควง คีม เครื่องมือวดั ได้แก่ ฟิ ลเลอร์เกจ ไดอัลเกจ เวอร์เนียร์คาลิเปอร์และเครื่องมือบริการในงานปรับอากาศ


100 รถยนต์ไดแ้ก่แมนิโฟลด์เกจ เครื่องท าสุญญากาศ เครื่องมือบริการ R-134a เป็ นต้น ช่างผู้ปฏิบัติงานจะต้อง ศึกษาหน้าที่และการใช้งานของเครื่องมือแต่ละประเภทเพื่อใช้ในงานปรับอากาศรถยนต์ได้ถูกต้องและ ปลอดภัย กิจกรรมที่ 3.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนบอกชื่อเครื่องมือทั่วไปในงานปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. ให้นักเรียนบอกชื่อเครื่องมือบริการงานปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอียด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... กิจกรรมหน่วยที่3


101 ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. ให้นักเรียนเขียนอธิบายการท าสุญญากาศในระบบมาอย่างละเอยีด ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 4. ให้นักเรียนเขียนอธิบายการใช้แมนิโฟเกจมาอย่างละเอียด ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… กิจกรรมที่ 3.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนบอกชื่อเครื่องมือทั่วไปในงานปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอียด ตอบ 1. ค้อน 2. คีม 3. คีมล็อก 4. สกัด 5. เหล็กส่ง 6. เหล็กน าศูนย์ 7. ประแจ 8. ประแจบล็อก 9. ด้ามขัน เฉลยค าถามท้ายบท


102 10. ประแจแอล 11. ประแจโค้ง 12. ประแจรวม 13. หัวผ่า 14. ตัวที 2. ให้นักเรียนบอกชื่อเครื่องมือบริการงานปรับอากาศรถยนต์มาอย่างละเอียด ตอบ 1. แมนิโฟลด์เกจ 2.ตะเกียงตรวจรอยรั่ว 3. เครื่องตรวจรอยรั่วอิเลก็ทรอนิกส์ 4. เครื่องตัดท่อทองแดง 5. เครื่องมือบานท่อ 6. เครื่องมือขยายท่อ 7. เครื่องท าสุญญากาศ 3. ให้นักเรียนเขียนอธิบายการท าสุญญากาศในระบบมาอย่างละเอยีด ตอบ - ต่อชุดแมนิโฟลด์เกจเข้ากับวาล์วบริการ - เปิดวาลว์ท้งัคู่ของแมนิโฟลดเ์กจ (ทวนเขม็นาฬิกา) - ต่อสายท่อกลางของแมนิโฟลดเ์กจเขา้กบั ปั๊มสุญญากาศ - เดินเครื่องปั๊มสุญญากาศ - เข็มความดนัของเกจวดัความดนัต่า เริ่มลดต่า กว่าตา แหน่ง 0 (ส่วนเกจวัดความดันสูงจะ ไม่สามารถอ่านค่าได้) - เมื่อเข็มของเกจวัดความดันต ่าอ่านค่าได้ถึง -30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ให้เดินเครื่องปั๊ม สุญญากาศต่อไปอีกอย่างน้อย 20 นาที - ถ้าเข็มของเกจวัดความดันต ่าไม่สามารถลดลงอีก -30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ให้ทา การ ตรวจข้อต่อต่าง ๆ ใหม่ท้งัหมด - ถา้ค่าเกจทางสุญญากาศที่อ่านไดไ้ม่เป็นที่น่าพอใจ ให้หมุนวาลว์ท้งัคู่ของแมนิ-โฟลด์เกจ ให้อยใู่นตา แหน่งปิด ถา้ค่าความดนัสูงข้ึน (แต่ยงัต่า กว่า 0 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)แสดงว่า ระบบรั่วใหห้ยดุเครื่องปั๊มสุญญากาศแลว้คน้หาที่รั่วและซ่อม - ถ้าค่าเกจทางสุญญากาศคงที่(ขณะที่แมนิโฟลด์เกจอยู่ในต าแหน่งปิด) แสดงว่าปั๊ม สุญญากาศไม่ดีพอ


103 - ภายหลงัจากเดินเครื่องปั๊มสุญญากาศ 20 ถึง 30 นาทีแลว้ ปิดวาลว์ท้งัคู่ของแมนิ-โฟลด์ เกจ - หยดุเครื่องปั๊มสุญญากาศ - ระบบท าสุญญากาศเรียบร้อย พร้อมที่จะชาร์จสารความเย็นเข้าในระบบต่อไป 4. ให้นักเรียนเขียนอธิบายการใช้แมนิโฟเกจมาอย่างละเอียด ตอบ - หาต าแหน่งของวาล์วบริการในระบบ - คลายฝาครอบส าหรับต่อเข้าเกจที่วาล์วบริการอย่างช้า ๆ - ตรวจสอบวาลว์แมนิโฟลดเ์กจอยใู่นตา แหน่งปิดท้งัคู่ - ต่อสายเกจเข้ากับวาล์วบริการ - ถ้าเป็ นระบบที่ใช้วาล์วบริ การแบบปรับด้วยมือ ให้หมุนวาล์วบริ การเข้า (ตามเข็ม นาฬิกา) ประมาณ 1/4 รอบ - ขณะน้ีควรหาค่าความดนัเกจไดบ้นเกจท้งัคู่ถา้ไม่มีความดนัเกิดข้ึน แสดงวา่ ภายใน ระบบไม่มีสารความเยน็ ใหห้าตา แหน่งรั่วและทา การแกไ้ข - ไล่อากาศในที่สายกลางโดยคลายสายที่แมนิโฟลด์เกจเล็กน้อย ปล่อยให้สารความเย็นใน สถานะแก๊สทิ้งออกประมาณ 3 วินาที ใช้สารความเย็นในระบบไล่อากาศ โดยเปิ ดวาล์ว ของแมนิโฟลด์เกจท้งัคู่ ปล่อยให้สารความเยน็ ในระบบรั่วทิ้งออกจากปลายสายกลาง แลว้จึงขนั ปลายสายกลางใหแ้น่น ปิดวาลว์แมนิโฟลดเ์กจท้งัคู่อีกคร้ัง - แมนิโฟลด์เกจพร้อมจะใช้งานได้ - สตาร์ตเครื่องยนต์ - เปิ ดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ปรับให้อยู่ในต าแหน่งความเย็นสูงสุดและที่ใบพัด ลม โบลว์เวอร์มีความเร็วสูงสุด - ปรับเครื่องยนต์ให้มีความเร็วรอบที่ 1,500 รอบต่อนาที - หลังจากระบบอยู่กับที่แล้ว (ประมาณ 10 ถึง 15 นาที) ตรวจดูความดันในระบบและดูสาร ความเย็นที่กระจกมองสารความเย็น


104


104 แผนการสอน หน่วยที่ 4 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 4-7 ชื่อหน่วย 4 คอมเพรสเซอร์ ชั่วโมงรวม 24 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง คอมเพรสเซอร์ จ านวน 24 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. หน้าที่ของคอมเพรสเซอร์ 2. ชนิดของคอมเพรสเซอร์ 3. คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ 4. คอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลต 5. คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ 6. สรุปคอมเพรสเซอร์ ด้านทักษะ 7. งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ 8. งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลต 9. งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ 10. งานประกอบคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 11. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 12. ความมีมนุษย์สัมพันธ์ ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ คอมเพรสเซอร์ ( Compressor) เป็นอุปกรณ์ที่ทา หนา้ที่อดัอากาศหรือก๊าซให้มีความดนัสูงข้ึน โดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศรถยนต์จะทา หนา้ที่อดัน้า ยาที่อยใู่นรูปของก๊าซความดนัต่า และอุณหภูมิต่า จากอีวาพอเรเตอร์ที่ผา่นเขา้มาทางท่อซกัชนั่ในระบบใหม้ีความดนัสูงข้ึน ก่อนที่สารความ เย็นจะไหลเข้าไปยังคอนเดนเซอร์ด้วยการระบายความร้อนออกจากสารความเย็นอีกทีหนึ่ง คอมเพรสเซอร์มี อยู่หลายแบบมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันโดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์แบบ โรตารี่เป็ นแบบที่มี ประสิทธิภาพกับระบบเครื่องท าวามเย็นขนาดเล็กจึงได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน


105 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกหน้าที่คอมเพรสเซอร์ได้ 2. บอกชนิดของคอมเพรสเซอร์ได้ 3. บอกส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบได้ 4. บอกส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลตได้ 5. บอกส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ 6.อธิบายการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบได้ 7.อธิบายการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลตได้ 8. อธิบายการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ 9. ถอดคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบได้ 10.ถอดคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลตได้ 11.ถอดคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ 12. ประกอบคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ 13. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้ อย่างถูกต้อง 14. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด


106 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ ชนิดของคอมเพรสเซอร์ คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ คอมเพรสเซอร์ แบบสวอทเพลต และคอมเพลตเซอร์แบบโรตารี่ได้ (ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในการถอดคอมเพลตเซอร์แบบลูกสูบ แบบสวอทเพลตและประกอบคอมเพรสเซอร์แบบ โรตารี่ได้ (ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้อง ส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านความรู้) 1. บอกหน้าที่ของคอมเพรสเซอร์ได้อย่างถูกต้อง 2. บอกชนิดของคอมเพรสเซอร์ได้อย่างถูกต้อง 3. บอกส่วนประกอบของคอมเพลสเซอร์แบบลูกสูบได้อย่างถูกต้อง 4. บอกส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลตได้อย่างถูกต้อง 5. บอกส่วนประกอบของคอมเพลตเซอร์แบบโรตารี่ได้อย่างถูกต้อง 6. อธิบายการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบได้อย่างถูกต้อง 7. อธิบายการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลตได้อย่างถูกต้อง 8.อธิบายการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้อย่างถูกต้อง (ด้านทักษะ) 1. ถอดคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบได้ 2. ถอดคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลตได้ 3. ถอดคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ 4. ประกอบคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัด ได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด


107 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 4. คอมเพลตเซอร์ 4.1 หน้าที่ของคอมเพรสเซอร์ 4.2 ชนิดของคอมเพรสเซอร์ 4.3 คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ 4.4 คอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลต 4.5 คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ 4.6 สรุปคอมเพรสเซอร์ ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 4.1 เรื่อง งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบได้ 2. ใบงานที่ 4.2 เรื่อง งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลตได้ 3. ใบงานที่ 4.3 เรื่อง งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ 4. ใบงานที่ 4.4 เรื่อง งานประกอบคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ได้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด


108 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 4 เรื่องคอมเพลตเซอร์สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือ ประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์แนะน าการใช้ชุด การสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงานตามใบงาน และวิธีการวัดผลและประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 4 เรื่อง คอมเพลตเซอร์แล้วให้นักเรียนสลับกัน ตรวจคา ตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและ ให้คะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 4 ให้ ทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 4 เรื่อง คอมเพลตเซอร์ กับ นักเรียนและคอยให้ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4กลุ่ม แล้วแจกใบงาน ให้นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่ 1 เรื่องงานถอดคอมเพรสเซอร์แบบ ลูกสูบ -ใบงานที่ 2 เรื่องงานถอดคอมเพลตเซอร์ แบบสวอทเพลต -ใบงานที่ 3 เรื่องงานถอดคอมเพลตเซอร์แบบ โรตารี่ -ใบงานที่ 4 เรื่องงานประกอบคอมเพลตเซอร์ แบบโรตารี่ - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตาม ใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของนักเรียนและประเมินผลการปฏิบัติงาน - จากน้นั ให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุป เน้ือหาเรื่องคอมเพรสเซอร์ ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 4 ท าความ เข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 4 เรื่องคอมเพลตเซอร์ 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 4 เรื่อง คอมเพลตเซอร์และสลับกันตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 4 เรื่องคอมเพลตเซอร์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ท า การเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่ 1 เรื่องงานถอดคอมเพรสเซอร์แบบ ลูกสูบ -ใบงานที่ 2 เรื่องงานถอดคอมเพลตเซอร์ แบบสวอทเพลต -ใบงานที่ 3 เรื่องงานถอดคอมเพลตเซอร์แบบ โรตารี่ -ใบงานที่ 4 เรื่องงานประกอบคอมเพลตเซอร์ แบบโรตารี่ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 10 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหาเรื่อง คอมเพรสเซอร์ 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน


109 - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงาน ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียน ท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 4 นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอน ที่ 4


110 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 4 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 4 เรื่องคอมเพรสเซอร์และสลับกันตรวจค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 4 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียมเอกสาร ชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่4 เรื่องคอมเพรสเซอร์ แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 4.1 เรื่อง งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ - ใบงานที่ 4.2 เรื่อง งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลต - ใบงานที่ 4.3 เรื่อง งานถอดคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ - ใบงานที่ 4.4 เรื่อง งานประกอบคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุป เรื่อง คอมเพลตเซอร์ 3. รายงานหนา้ช้นัเรียนเรื่อง คอมเพลตเซอร์ หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน


111 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 4 เรื่องคอมเพรสเซอร์ 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.


112 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point - เรื่องหน้าที่ของคอมเพลตเซอร์ - เรื่องชนิดของคอมเพลตเซอร์ - เรื่องคอมเพลตเซอร์แบบลูกสูบ - เรื่องคอมเพลตเซอร์แบบสวอทเพลต - เรื่องคอมเพลตเซอร์แบบโรตารี่ สื่อของจริง 1.คอมเพลตเซอร์แบบลูกสูบ 2. คอมเพลตเซอร์แบบสวอทเพลต 3. คอมเพลตเซอร์แบบโรตารี่


113 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 4.1 เรื่องงานถอดคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ 2. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 4.2 เรื่องงานถอดคอมเพรสเซอร์แบบสวอทเพลต 3. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 4.3 เรื่องงานถอดคอมเพลตเซอร์แบบโรตารี่ 4. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 4.4 เรื่องงานประกอบคอมเพลตเซอร์แบบโรตารี่ หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 4 เรื่อง คอมเพรสเซอร์


114 บันทึกหลังการสอน ชุดการสอนที่ 4 เรื่องคอมเพรสเซอร์ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้สามารถใช้สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด 2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียน 1. นักเรียนมีสมรรถนะตามที่ต้องการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันปฏิบัติตามใบงานที่ 4.1-4.4 3. คะแนนการทดสอบหลงัเรียนดีข้ึนเมื่อเปรียบเทียบกบัคะแนนการทดสอบก่อนเรียน ผลการสอนของครู 1. สอนได้ตามสมรรถนะตามที่ก าหนดไว้ 2. สอนไดต้ามเน้ือหาของชุดการสอนที่ก าหนดไว้ 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ตามใบงาน


115 ใบเนื้อหาที่ 4 เรื่อง คอมเพรสเซอร์ 4. คอมเพรสเซอร์ คอมเพรสเซอร์ (Compressor) เป็นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่อัดอากาศหรือก๊าซให้มีความดันสูงข้ึน โดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศรถยนต์จะทา หนา้ที่อดัน้า ยาที่อยู่ในรูปของก๊าซความดนัต่า และอุณหภูมิต่า จากอีวาพอเรเตอร์ที่ผ่านเขา้มาทางท่อซักชนั่ในระบบให้มีความดนัสูงข้ึน ก่อนที่สารความ เย็นจะไหลเข้าไปยังคอนเดนเซอร์ด้วยการระบายความร้อนออกจากสารความเย็นอีกทีหนึ่ง คอมเพรสเซอร์มี อยู่หลายแบบมีข้อดีและข้อเสี ยที่แตกต่างกันโดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์แบบ โรตารี่ เป็ นแบบที่มี ประสิทธิภาพกับระบบเครื่องท าวามเย็นขนาดเล็กจึงได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน 4.1 หน้าที่ของคอมเพรสเซอร์ คอมเพรสเซอร์ (Compressor) หรือเครื่องอดัเป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มความดนัของสารทา ความเยน็ที่อยใู่น สถานะเป็ นก๊าซโดยการดูดและอัดสารความเย็นในสถานะที่เป็ นก๊าซที่มีความดันและอุณหภูมิต ่าจากอีวา พอเรเตอร์ผ่านเขา้ท่อซักชั่นทางด้านวาล์วดูดของคอมเพรสเซอร์และอดัก๊าซให้มีความดันและอุณหภูมิ สูงข้ึน ส่งเขา้ไปยงัคอนเดนเซอร์ทางท่อดิสชาร์จโดยมีความดนัมากกวา่14.1กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (201 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว, 1,383กิโลปาสคาล) เพื่อไปกลนั่ตวัเป็นของเหลวในคอนเดนเซอร์ดว้ยการระบาย ความร้อนออกจากน้า ยา 4.2 ชนิดของคอมเพรสเซอร์ หลังจากที่สารท าความเย็นมีการเปลี่ยนแปลงสถานะไปเป็ นแก๊สอุณหภูมิและความดันต ่า สารท าความเย็นจะถูกอัดตัวโดยคอมเพรสเซอร์ท าให้มีความดันและอุณหภูมิสูงข้ึนแล้วส่งต่อไปยงั คอนเดนเซอร์ คอมเพรสเซอร์ แบ่งออกได้ 3 ชนิด ดงัน้ี 4.3.1 แบบลูกสูบ (Reciprocating Compressor) ในคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบหรือแบบเหวี่ยงไปมา การหมุนของเพลาข้อเหวี่ยงจะถูกเปลี่ยน เป็ น การเคลื่อนที่ข้ึน-ลงของลูกสูบ


116 รูปที่4.1 คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบและกลไกการอัด 4.3.2 แบบสวอชเพลต (Swash plate compressor) จ านวนของลูกสูบคู่ที่ติดอยู่บนสวอชเพลตจะท ามุม 72 องศาส าหรับคอมเพรสเซอร์แบบ 10 กระบอกสูบ หรือ ท ามุม 120 องศาส าหรับคอมเพรสเซอร์แบบ 6 กระบอกสูบเมื่อลูกสูบด้านหนึ่ งอยู่ ในช่วงจังหวะอัด อีกด้านหนึ่งจะอยู่ในจังหวะดูด


117 รูปที่4.2 คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลตและกลไกการอัด 4.3.3 คอมเพรสเซอร์เวนโรตารี่หรือใบพดัหมุน (Vane Rotary) ลักษณะของคอมเพรสเซอร์แบบใบพัดหมุนแต่ละใบอยู่ตรงข้ามกันซึ่งจะมีใบพัดอยู่ 2 คู่ สวมติดอยู่ ในร่องของโรเตอร์ขณะโรเตอร์หมุนใบพัดจนเลื่อนอยู่ในทิศทางตามแนวรัศมีและปลายด้านหนึ่งจะสัมผัส กับผิวด้านในของกระบอกสูบ


118 รูปที่4.3 คอมเพรสเซอร์แบบเวนโรตารี่หรือใบพดัหมุน 4.3 คอมเพรสเซอร ์ แบบลูกสูบ คอมเพรสเซอร์แบบลูกสู บ (Reciprocating Type) มีหลักการท างาน คือ ในแต่ละกระบอกสูบจะ ประกอบด้วยชุดวาล์วทางดูด และทางอัด ซึ่งติดอยู่กับวาล์วเพลต (Valve Plate) เมื่อลูกสูบลูกหนึ่งเคลื่อนที่ลง ในจังหวะดูด อีกลูกสูบหนึ่งจะเคลื่อนที่ในจังหวะอัด ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงหรือจังหวะดูดแรงดันของสาร ความเย็นภายในกระบอกสูบลดลงมาก วาล์วอัดจะถูกปิ ดโดยแรงอัดของสารความเย็นที่อยู่ทางด้านความดัน สูง วาล์วทางดูดจะเปิ ดและดูดเอาสารความเย็นทางด้านความดันต ่าผ่านเข้ามาในกระบอกสูบ เมื่อลูกสูบ เคลื่อนที่ข้ึนหรือจงัหวะอดัแรงดนัของสารความเยน็ ในกระบอกสูบจะถูกอดัตวัสูงข้ึน วาล์วดูดจะปิดดว้ย แรงอดัที่สูงกวา่ภายในกระบอกสูบวาลว์อดัจะถูกเปิดอดัน้า ยาส่งออกไปทางดา้นความดนัสูงของระบบ


119 รูปที่4.4 คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ 4.3.1 หลกัการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ หลกัการทา งานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบมีดงัน้ีคือในแต่ละกระบอกจะประกอบดว้ยชุดของ ลิ้นทางดูดและลิ้นทางอดัซ่ึงติดอยกู่บัวาลว์เพลต (valve plate) ขณะที่ลูกสูบหนึ่งเคลื่อนที่ลงในจังหวะดูด อีก ลูกสูบหน่ึงจะเคลื่อนที่ข้ึนในจงัหวะอดั ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงหรือจงัหวะดูด แรงดนัของสารความเยน็ ในกระบอกสูบจะลดลงมากลิ้น ทางอดัจะถูกปิดโดยแรงอดัของสารความเยน็ที่อยทู่างดา้นความดนัสูงและลิ้นทางดูดจะถูกเปิด ดูดเอาสาร ความเยน็จากทางดา้นความดนัต่า ผา่นเขา้มาในกระบอกสูบ ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ข้ึนหรือจงัหวะอดัแรงดนั ของสารความเยน็ ในกระบอกสูบจะถูกอดัตวัสูงข้ึน ลิ้นทางดูดจะถูกปิดดว้ยแรงอดัที่สูงข้ึนภายในกระบอก สูบน้ีและลิ้นทางอดัจะถูกเปิดอดัสารความเยน็ส่งออกไปทางดา้นความดนัสูงของระบบ รูปที่4.5 การท างานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ


120 ส่วนประกอบที่ส าคัญของการดูดอัดตัวสารความเย็นคือ วาล์วเพลต ซ่ึงประกอบดว้ยลิ้นดูดติดอยู่ ดา้นล่างของวาลว์เพลต และลิ้นอดัติดอยดู่า้นบนของวาลว์เพลต และยงัมีสตอ็ ปเปอร์วาลว์ประกบัอยบู่นสุด รูปที่4.6 วาล์วเพลต จงัหวะดูด ในขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงความดนัของสารความเยน็ ในกระบอกสูบลดลงมากลิ้นทาง อัดจะถูกเปิ ดด้วยแรงดันของสารความเย็นในระบบ ดา้นความดนัสูงและลิ้นทางดูดจะถูกเปิดดูดเอาสารความ เย็นจากด้านความดันต ่าเข้าในกระบอกสูบ รูปที่4.7 จังหวะดูด รูปที่4.8 จังหวะอัด


121 4.3.2 โครงสร้างของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบน้ีพบวา่ ใชก้นัมากที่สุดในงานเครื่องทา ความเยน็มีต้งัแต่ขนาด เล็กประมาณ 1/20 แรงม้าจนถึงเครื่องท าความเย็นขนาด 50–60 ตนัข้ึนไปโครงสร้างของคอมเพรสเซอร์แบบ ลูกสูบ ประกอบด้วย 1. กระบอกสูบ 2. เพลาข้อเหวี่ยง 3. ลูกสูบ 4. ก้านสูบ 5. ฝาสูบ 6. วาล์วทางดูดและทางอัด 7. วาล์วบริการ 8. ซีลแกนเพลา 9. ปะเก็น 10. น้า มนัหล่อลื่น คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบน้ีเป็นแบบที่ท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง การถอดซ่อม คอมเพรสเซอร์สามารถทา ไดเ้ช่นเดียวกนัส าหรับชิ้นส่วนประกอบบางอย่างอาจใชอ้ะลูมิเนียมอยา่งไรก็ตาม การน าไปใช้งานจะต้องระมัดระวังว่าอะลูมิเนียมอาจท าปฏิกิริยากับสารความเย็นบางชนิด ส่วนก้านสูบและ เพลาขอ้เหวี่ยงมกัจะทา จากเหลก็หล่อแมว้า่บางส่วนจะทา จากเหลก็เน้ือแขง็อยา่งดี รูปที่4.9 ส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ


122 รูปที่4.10 โครงสร้างของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ กระบอกสูบ กระบอกสูบคอมเพรสเซอร์โดยทวั่ ไปจะทา จากเหล็กหล่อที่มีเน้ือดีและเหล็กหล่อน้ี จะตอ้งมีความหนาแน่นพอที่ป้องกันการรั่วซึมของสารความเย็นเครื่องทา ความเย็นเครื่องทา ความเย็นได้ ดงัน้ันมีการผสมนิกเกิลเขา้ไปเพื่อให้เป็นเหล็กหล่อที่มีความหนาแน่นตามความตอ้งการคอมเพรสเซอร์ ขนาดเล็กมักจะท าครีบรอบกระบอกสูบเพื่อช่วยในการระบายความร้อน ส่วนคอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่ ๆ มกัจะมีเส้ือสูบใหน้ ้า เขา้ไปหล่อเยน็ โดยรอบกระบอกสูบ ส่วนมากแล้วมักหล่อห้องเพลาข้อเหวี่ยง (crankcase) เขา้เป็นเน้ือเดียวกบักระบอกสูบ เพื่อลดจา นวน ชิ้นส่วนประกอบให้น้อยลง เป็นการป้องกนัการรั่วภายในกระบอกสูบซ่ึงลูกสูบเคลื่อนที่อยู่จะตอ้งทา ดว้ย ความประณีต มีผิวเรียบมนั ฟิตพอดีกบัลูกสูบ ดงัน้นัจึงมีบริษทัผูผ้ลิตบางแห่งใชก้ารขดัมนักระบอกสูบดว้ย ตัวเองโดยลูกสูบด้วยการประกอบกระบอกสูบและลูกสูบเข้าเป็ นชุดเดียวกัน ลูกสูบ ลูกสูบโดยทวั่ ไปทา จากเหล็กหล่อเน้ือดีและพ้ืนผิวนอกของลูกสูบขดัมนัดว้ยความประณีต เพื่อให้มีความฟิ ตพอดีกับกระบอกสูบ ตัวลูกสูบจะมีรูส าหรับสลักยึดให้ก้านสูบติดกับลูกสูบ ลูกสูบขนาดเลก็มกัจะมีร่องน้า มนัโดยรอบลูกสูบทา หนา้ที่เช่นเดียวกบัแหวนลูกสูบ ในขณะที่ลูกสูบ ขนาดใหญ่(เกินกวา่1.5 นิ้ว)จะมีแหวนลูกสูบอยดู่ว้ย


123 รูปที่4.11 โครงสร้างของลูกสูบ แหวนลูกสูบโดยปกติทา จากเหลก็หล่อ บางคร้ังพบวา่ทา จากบรอนซ์แหวนลูกสูบจะตอ้งอยใู่น ตา แหน่งใกลร้่องน้า มนั ใหม้ากที่สุดเท่าที่จะมากได้สลกัลกูสูบที่ยดึกา้นสูบใหต้ิดกบัลูกสูบจะทา จากเหลก็ แขง็ผสมคาร์บอน และเมื่อยึดดว้ยสลกัน้ีแลว้ลูกสูบยงัสามารถหมุนไดโ้ดยอิสระกบัดว้ยกา้นสูบ เพื่อให้ ลูกสูบสามารถเคลื่อนตวัข้ึนลงดูดอดัสารความเยน็ ในกระบอกสูบได้ ก้านสูบ ก้านสูบท าหน้าที่ต่อเชื่อมระหว่างลูกสูบกับเพลาข้อเหวี่ยง ก้านสูบน้ีบางคร้ังท าจาก เหล็กหล่อธรรมดา บางคร้ังทา จากเหล็กหล่อเน้ือดีกา้นลูกสูบส่วนที่ยึดครอบเพลาขอ้เหวี่ยงจะแยกออกเป็น ส่วนบนและส่วนล่าง และมีสกรูยึดเพื่อให้ก้านสูบยึดครอบเพลาข้อเหวี่ยงซึ่งจะต้องให้ฟิ ตพอดี มีช่องว่าง ระหวา่งกา้นสูบกบัเพลาขอ้เหวี่ยงประมาณ 0.001 นิ้ว ลิ้นคอมเพรสเซอร์ ลิ้นคอมเพรสเซอร์ประกอบดว้ยวาลว์เพลต ลิ้นทางดูดและลิ้นทางอดั โดยทวั่ ไป ลิ้นคอมเพรสเซอร์ทา จากเหลก็แผน่บางซ่ึงมีผิวเรียบมนัและยดึติดอยกู่บัวาลว์เพลต รูปที่4.12 ลนิ้คอมเพรสเซอร์และวาล์วเพลต


124 ตวัวาล์วเพลตทา จากเหล็กหล่อชนิดแข็งอย่างดีผิวเรียบมนัลิ้นทางดูดจะยึดติดกับวาล์วเพลตดว้ย สลกัเล็ก ๆ และฝาสูบคอมเพรสเซอร์ส่วนลิ้นทางอดัจะยึดติดกบัวาลว์เพลตดว้ยสกรูตวัเลก็ๆ มีเหลก็ ประกบั และสปริงคอยดนัตวัให้ลิ้นเปิดอยู่ตลอดเวลาลิ้นเมื่อถูกประกอบเขา้กบัวาลว์เพลตแลว้จะตอ้งเรียบเกือบเป็น ผิวเดียวกัน ยอมให้มีวามแตกต่างเพียง 0.0001 -0.0002 นิ้วเท่าน้ัน เพื่อป้องกนั ไม่ให้ลิ้นรั่ว ในทางปฏิบตัิ หากมีการรั่วที่วาล์วเพลตแลว้จะไม่มีการซ่อมแซมแผ่นวาล์วเพลต แต่จะตอ้งเปลี่ยนวาล์วเพลตใหม่เสมอ ส่วนลิ้นคอมเพรสเซอร์น้นัหากมีเขม่าจบัทา ให้แรงอดัของคอมเพรสเซอร์ลดนอ้ยลงแลว้ก็สามารถถอดเอา ลิ้นออกมาบดใหม่ไดด้ว้ยมือบนแผ่นกระจกเรียบ แต่การปรับต้งัลิ้นใหม่จะตอ้งทา ความประณีตและความ ชา นาญสูง เพื่อให้ลิ้นขณะทา งานเปิดประมาณ 0.010 นิ้ว ซ่ึงถา้ลิ้นเปิดมากกวา่น้ีก็จะเกิดอาการเสียงดงัที่ลิ้น และถา้เปิดนอ้ยกวา่น้ีสารความเยน็ ในสถานะแก๊สจะถูกดูดอดัผา่นนอ้ยเกินไป รูปที่4.13 โครงสร้างของวาล์วเพลต ซีลแกนเพลา เครื่องท าความเย็นที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์แบบแยกส่วน (open type) ตวัคอมเพรสเซอร์จะมีแกนเพลายื่นออกมาจากห้องเพลาขอ้เหวี่ยง ซ่ึงจุดน้ีตอ้งมีซีลแกนเพลาส าหรับป้องกนั การรั่วของสารความเยน็ ในระบบ และเนื่องจากแกนเพลาจะตอ้งหมุนอยู่ตลอดเวลาที่คอมเพรสเซอร์ทา งาน ดงัน้ันการออกแบบซีลแกนเพลาจึงตอ้งให้กนัการรั่วของสารความเยน็ ในระบบไดข้ณะที่แกนเพลาหมุนอยู่ ดว้ย และ ป้องกันการรั่วได้ท้งัในขณะที่ความดันของสารความเยน็ ในห้องเพลาขอ้เหวี่ยงต่า กว่าความดัน บรรยากาศและขณะที่ความดนัของสารความเยน็สูงข้ึนเท่าความดนัดา้นสูงของสารความเยน็ ในระบบ หน้าสัมผัสของซีลแกนเพลามักจะท าจากคาร์บอนแข็ง ผิวหน้าต้องเรียบมัน เมื่อประกบกันแล้วต้อง แนบกนัอยา่งสนิท สามารถกนัการรั่วไดท้ ้งัในขณะที่หยดุนิ่งและในขณะที่หมุน


125 ซีลแกนเพลาของคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศรถยนต์บางคร้ังพบว่าทา มาจากยางสังเคราะห์ ประเภทยางเทียมชนิดทนน้ ามัน หรือสารทนความร้อนประเภทเทฟลอน เพราะคอมเพรสเซอร์ เครื่องปรับอากาศรถยนต์จะต้องท างานในต าแหน่งที่อุณหภูมิสูงกว่าปกติเนื่องจากความร้อนของเครื่องยนต์ รูปที่4.14 ตัวอย่างของซีลแกนเพลา ปะเก็น ในการถอดซ่อมคอมเพรสเซอร์ส่วนต่อภายในของคอมเพรสเซอร์มกัจะตอ้งมีซีลกนัรั่ว ซ่ึง ปะเก็นคอมเพรสเซอร์จะเป็นตวัทา หน้าที่กนัรั่วน้ีดงัน้ันปะเก็นจึงตอ้งทา จากวสัดุที่ไม่เกิดปฏิกิริยาทางเคมี กับน้ ามนัคอมเพรสเซอร์หรือสารความเย็นที่ใช้ในเครื่องทา ความเย็น และจะต้องไม่ยืดหดตวัมากเมื่อมี อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ซ่ึงตอ้งมีอตัราการขยายตวัใกลเ้คียงกบัชิ้นส่วนอุปกรณ์ของคอมเพรสเซอร์ ปะเก็นที่ใช้มักท าจากไม้คอร์ก (cork) ส่วนประกอบของกระดาษ แอสเบสตอส ยางหรืออลูมิเนียม ปะเก็นกระดาษเป็นชนิดที่พบใชก้นัมากที่สุด ปะเก็นอลูมิเนียมบางคร้ังไม่สามารถใชก้บัระบบเครื่องทา ความ เย็นซึ่งใช้สารความเย็นที่ท าปฏิกิริยาทางเคมีกับอลูมิเนียม ปะเก็นที่ใช้ระหว่างกระบอกสูบและวาล์วเพลต เป็ นปะเก็นที่ส าคัญที่สุด ซึ่งจะต้องใช้ปะเก็นที่มีขนาดความหนาเท่าเดิม ถ้าปะเก็นหนาเกินไป ช่องว่างเหนือ กระบอกสูบจะมากข้ึน ทา ให้ประสิทธิภาพเชิงปริมาตรของกระบอกสูบลดลงและถา้ปะเก็นบางเกินไป ก็ อาจท าให้ลุกสูบกระแทกกับวาล์วเพลตได้ ดงัน้นั ในการเปลี่ยนปะเก็น ทางที่ดีแลว้ควรเปลี่ยนปะเก็นที่มีขนาดความหนาเท่าเดิมและเป็นปะเก็น ที่ผลิตจากบริษทัผูผ้ลิตคอมเพรสเซอร์น้ัน และการเปลี่ยนปะเก็นจะตอ้งแน่ใจว่าไดป้รับแต่งผิวหน้าท้งัสอง ของโลหะส่วนประกอบคอมเพรสเซอร์ให้เรียบสนิท ไม่มีรอยแตกเหลืออยู่มิฉะน้นั ปะเก็นจะไม่สามารถทา หนา้ที่ซีลกนัรั่วได้ น ้ามันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ น้า มนัคอมเพรสเซอร์ใช้ส าหรับหล่อลื่นส่วนที่เคลื่อนที่ต่าง ๆ ของ คอมเพรสเซอร์น้ ามนัน้ีจะถูกดูดอดั ปนกบัสารความเยน็เขา้ไปในท่อทางเดินสารความเยน็ของระบบบา้ง เล็กนอ้ยแต่จะไม่ทา ปฏิกิริยากบัสารความเยน็น้า มนัที่ใชใ้นการหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์น้ีตอ้งมีค่าความหนืด (viscosity) ตามที่บริษัทผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์ก าหนด ถ้ามีการเติมหรือถ่ายเปลี่ยนน้ ามันหล่อลื่น


126 คอมเพรสเซอร์ให้พึงระวงัไวว้่าการใชน้ ้า มนัผิดชนิดและการเติมน้า มนัมากหรือน้อยเกินไป นอกจากจะทา ให้ลดประสิทธิภาพในการท าความเย็นแล้ว ยังอาจท าให้คอมเพรสเซอร์เกิดช ารุดเสียหายได้ 4.3.3 การหล่อลื่นของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ การหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบที่มีลูกสูบเคลื่อนที่ข้ึนลงในกระบอกสูบ ตวัคอมเพรสเซอร์จะ มีอ่างน้ ามันหล่อลื่นซ่ึงก้านสูบและเพลาข้อเหวี่ยงจะวิดสาดน้ ามันหล่อลื่นภายในคอมเพรสเซอร์และ คอมเพรสเซอร์บางแบบก็มีปั๊มน้า มนัหล่อลื่นดูดน้า มนัหล่อลื่นข้ึนไปหล่อลื่นภายในคอมเพรสเซอร์ รูปที่4.15 การหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ 4.4 คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต (Swash Plate Type) ปัจจุบันเป็ นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในการ ติดต้งัเครื่องปรับอากาศรถยนต์เพราะคอมเพรสเซอร์แบบน้ีมีขนาดเล็กกะทดัรัด มีประสิทธิภาพในการ ท างานสูง และฉุดแรงเครื่องยนต์น้อยกว่าแบบลูกสูบในขนาดของการท าความเย็นจ านวนบีทียูที่เท่ากัน รูปที่4.16 คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต


127 โครงสร้างของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต โครงสร้างของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลตน้ีประกอบดว้ยกระบอกสูบ 5กระบอกสูบ มี สวอชเพลตเป็นเพลตเอียงหมุนกวาดให้ลูกสูบท้ัง 5 ทา หน้าที่ดูดอัดสารความเย็นในสถานะแก๊ส การ เคลื่อนที่ของลูกสูบในขณะที่อดัสารความเยน็ของคอมเพรสเซอร์แบบน้ีไม่ตอ้งมีเพลาขอ้เหวี่ยงเป็นตวัช่วย ให้ลูกสูบเคลื่อนที่ในกระบอกสูบ แต่จะใช้เพลตเอียงท าหน้าที่แทน รูปที่4.17 โครงสร้างภายในของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต รูปที่4.18 โครงสร้างของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต


128 รูปที่4.19 ส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต ส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต ที่สา คญัมีดงัน้ี 1. สวอชเพลต(Swash Plate) เป็ นแผ่นโลหะหนาโดยจะยึดติดกับเพลาและจะหมุนในลักษณะเอียง ตัวไปมา เมื่อเพลาขับท างานจะอาศัยการเอียงตัวของจานเอียงที่จะบังคับให้ลูกสูบเคลื่อนที่ไปมาในกระบอก สูบได้จานเอียงจะมีเบา้ยดึลูกปืนขบัท้งั2 ดา้น มีลูกสูบเกาะคร่อมลูกปืนไวด้ว้ยกนัทา หนา้ที่เป็นตวัส่งกา ลงั ให้กับก้านสูบเพื่อน าไปบังคับให้ลูกสูบเคลื่อนที่ไปมา 2. เพลาขับ(Main Shaft) เป็ นส่วนที่ยึดเกาะของสวอชเพลตและรับแรงการหมุนจากภายนอก โดย การตัดต่อการท างานของคลัตซ์แม่เหล็ก 3. ลูกสูบ(Piston) ในแต่ละลูกสูบจะมีลูกสูบทา งาน 2 หัวถา้หัวลูกสูบดา้นหน่ึงดูดน้า ยาเขา้กระบอก สูบ หัวลูกสูบอีกดา้นจะอดัน้า ยาออกไป ดงัน้ัน การหมุนของสวอชเพลต 1 รอบ จะทา ให้เกิดงาน 2 เท่าต่อ ลูกสูบ 1 ลูกสูบ การนับจ านวนลูกสูบจะนับตามจ านวนหัวลูกสูบที่ท างานในแต่ละด้าน เช่น ถ้ามีลูกสูบ 3 สูบ ก็จะเรียกว่า คอมเพรสเซอร์แบบ 6 สูบ เนื่องจากลูกสูบแต่ละลูกสูบจะทา งานไดท้ ้งัสองดา้น 4. กระบอกสูบ(Cylinder) มีเท่ากับจ านวนลูกสูบจะต้องมีผิวเรียบเป็ นมัน เพื่อเคลื่อนตัวของลูกสูบ 5. วาล์วดูดและวาล์วอัด (Intake and Exhaust Valve) จะมีตามจ านวนลูกสูบ 6. ชาฟต์ ซีล(Shaft Seal) ทา หนา้ที่ป้องกนัน้า ยาและน้า มนัหล่อลื่นรั่วซึม


129 หลักการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต ในขณะที่แกนเพลาของคอมเพรสเซอร์หมุน เพลตเอียงจะถูกหมุนตามไปด้วย ซึ่ งมีผลให้ลูกสูบ เคลื่อนที่กลับไปกลับมาภายในกระบอกสูบเกิดการดูดและอัดสารความเย็นเช่นเดียวกับคอมเพรสเซอร์แบบ ลูกสูบ จ านวนของลูกสูบคู่ที่อยู่บนสวอชเพลตจะท ามุม 72 องศาส าหรับคอมเพรสเซอร์แบบ 10 กระบอกสูบ และท ามุม 120 องศา ส าหรับคอมเพรสเซอร์แบบ 6 กระบอกสูบ เมื่อลูกสูบด้านหนึ่งอยู่ในช่วงจังหวะอัด อีก ด้านหนึ่งอยู่ในช่วงจังหวะดูด รูปที่4.20 สวอชเพลตแบบ 10 สูบ รูปที่4.21 สวอชเพลตแบบ 6 สูบ รูปที่4.22 การท างานของคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต


130 การเคลื่อนตัวของสารความเย็นภายในคอมเพรสเซอร์ จะถูกส่งเข้าห้องดูดของคอมเพรสเซอร์ซึ่งอยู่ ตอนทา้ยและจะถูกจ่ายไปยงักระบอกสูบ จากน้ันก็จะถูกอดัจ่ายออกไปยงัห้องแรงดนัสูงทางส่วนทา้ยของ คอมเพรสเซอร์แล้วส่งไปยังช่องทางเข้าห้องแรงดันในส่วนหน้าอย่างต่อเนื่อง การหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต มีการหล่อลื่นโดยอาศัยเพลตเอียงวิดสาดน้ ามันหล่อลื่นเข้าไปในกระบอกสูบ และจะมี น้า มนัหล่อลื่นบางส่วนติดไปกบัสารความเยน็ ในระบบ รูปที่4.23 การหล่อลื่นใช้วิดสาดโดยเพลตเอยีง ยงัมีคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลตชนิดที่มีการหล่อลื่นโดยมีปั๊มน้า มนัหล่อลื่นคอยดูดน้า มนัจากส่วนล่าง ของคอมเพรสเซอร์ข้ึนไปหล่อเล้ียงเพลาลูกปืนและซีล จากน้ันแรงดันในคอมเพรสเซอร์ก็จะดัน น้า มนัหล่อลื่นจากแกนเพลาและไปเล้ียงลูกปืนที่สวอชเพลตดว้ย รูปที่4.24 การหล่อลื่นใช้ปั๊มน ้ามันหล่อลื่น


131 ซีลแกนเพลาคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลตจะมีซีลอยู่ที่แกนเพลา ประกอบด้วยยางโอริง แผ่นซีล และสปริง รวมอยู่ด้วย รูปที่4.25 ซีลแกนเพลา 4.5 คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่(Rotary Type) เป็ นคอมเพรสเซอร์ที่ใช้ใบพัดหมุน ถูกน ามาใช้เมื่อไม่กี่ปี น้ีเอง เนื่องจากการที่ราคาน้า มนัเช้ือเพลิงเพิ่มสูงข้ึนมากจึงมีการออกแบบให้คอมเพรสเซอร์มีขนาดเล็กลง ช่วยให้ประหยดัน้า มนัเช้ือเพลิงคอมเพรสเซอร์แบบน้ีจะทา งานไดอ้ย่างมีประสิทธิภาพกบัระบบเครื่องทา ความเย็นขนาดเล็ก จึงเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปและเข้ามาแทนที่คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต คอมเพรสเซอร์แบบน้ีมีคุณสมบตัิดงัน้ี 1. ขนาดคอมเพรสเซอร์เลก็จึงมีน้า หนกัเบา 2. ปริมาตรดูดสูงจากนอ้ยไปกระทงั่สูงสุด 3. เนื่องจากใช้ใบพัดความเสียดทานจึงน้อย 4. แรงสั่นจากการทา งานนอ้ยระดบัเสียงต่า 5. ใช้แรงเครื่องยนต์น้อยกว่า


132 รูปที่4.26 คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ รูปที่4.27 ส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่


Click to View FlipBook Version