181 รูปที่6.2 แสดงการติดตั้งเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วในระบบ เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ที่ใชก้บัเครื่องปรับอากาศรถยนตเ์ป็นชนิด เทอร์โมสแตติคเอ็กซ์แพน- ชนั่วาลว์ (Thermostatic Expansion Valve) หรือ ใช้ตัวย่อว่า T.E.V ท าหน้าที่เป็ นตัวควบคุมและปรับอัตราการไหล ของสารท าความเย็นโดยอาศัยหลักควบคุมให้อุณหภูมิทางอีวาพอเรเตอร์ให้คงที่อยู่เสมอ T.E.V จะติดต้งัอยู่ ใกลก้บัท่อทางเขา้ของอีวาพอเรเตอร์และเป็นตวัแบ่งระหว่างดา้นความดนัสูงและความดนัต่า ของระบบลิ้น ของเอ็กซ์แพนชนั่วาล์วจะเปิ ดเพียงเล็กน้อย เพื่อให้สารความเย็นเหลวไหลผ่านได้เพียงแต่น้อย แรงดันของ สารความเย็นจะลดลงจนสามารถเดือดเปลี่ยนสถานะ ได้ที่อุณหภูมิต ่า ๆ ตามอุณหภูมิของอีวาพอเร เตอร์ลิ้นของ T.E.V จะเปิ ดได้กว้างที่สุดประมาณ 0.02 เซนติเมตรจึงเห็นไดว้า่แมล้ิ้นอยใู่นตา แหน่งที่เปิด กวา้งสุด ก็จะมีสารความเยน็เหลวจา นวนเลก็นอ้ยเท่าน้นัที่ไหลผา่น หน้าที่ของ T.E.V. คือควบคุมและปรับอัตราการไหลของสารความเย็นให้อุณหภูมิทาง อีวา พอเรเตอร์คงที่อยู่เสมอและเข้าไปเดือดเปลี่ยนสถานะหมดพอดีในอีวาพอเรเตอร์ จะมีสถานะเป็ นแก๊ส 100 เปอร์เซ็นต์มีความดันและอุณหภูมิต ่า
182 รูปที่6.3 ลักษณะของเทอร์โมสแตติกเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว ถ้าสารท าความเย็นมีมากเกินไป จะเข้าไปท่วมในคอมเพรสเซอร์และระบบจะไม่เย็นเนื่องจากความ ดันของสารท าความเย็นในระบบสูงเกินเกณฑ์ท าให้อุณหภูมิจุดเดือดของสารความเย็นใน อีวาพอเร เตอร์สูงข้ึนดว้ย เมื่อสารทา ความเยน็ที่ท่วมในอีวาพอเรเตอร์ไม่เดือดเปลี่ยนสถานะเพื่อดูดรับความร้อนทา ให้ ไม่มีการท าความเย็นสารท าความเย็นที่ไหลท่วมอีวาพอเรเตอร์จะไหลเข้ายังคอมเพรสเซอร์ในลักษณะสาร ความเย็นเหลว ซึ่งอาจท าให้คอมเพรสเซอร์ช ารุดได้ ถ้าสารท าความเย็นในระบบมีน้อยเกินไป สารความเย็นเหลวที่เข้ามาเดือดเปลี่ยนสถานะหมดในช่วง ต้น ๆ ของอีวาพอเรเตอร์เท่าน้ันเมื่อเวลาผ่านไปสารความเยน็จะเป็นซูเปอร์ฮีตแก๊สไม่มีการ ดูดรับปริมาณ ความร้อนอีกท าให้ได้ผลความเย็นน้อยลง สารท าความเย็นที่บรรจุเข้าระบบควรจะให้พอดี อย่าให้มากหรือน้อยเกินไปควรบรรจุสารท าความ เย็นเข้าไปจนกระทั่งสารท าความเย็นเหลวที่ส่งมาถึงเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วเป็นสารความเย็นเหลว100 เปอร์เซนตแ์ละเดือดเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สหมดในอีวาพอเรเตอร์พอดีก่อนออกจากอีวาพอเร-เตอร์ สารท า ความเย็นต้องมีสถานะเป็ นแก็ส 100 เปอร์เซนต์ T.E.V. จะมีกระเปาะเป็นตวัรับสัมผสัอุณหภูมิท่อซักชั่น โดยปลายกระเปาะน้ีแนบติดกบัท่อซักชนั่ของระบบ อุณหภูมิและความดนัของสารความเยน็ ในกระเปาะจะ เปลี่ยนแปลงไป ปรับให้ลิ้นของเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์เปิดกวา้งมากข้ึนหรือนอ้ยลงข้ึนอยู่กบัอุณหภูมิซูเปอร์ฮีต แก๊สของสารความเยน็ ในท่อซักชนั่ของระบบโดยปกติจะเป็นท่อที่ใหญ่ที่สุดในระบบ อาจมีขนาด 5/8 นิ้ว สถานะของสารความเยน็ที่ปลายท่อซักชนั่จะมีสถานะเป็นแก๊สมีความดนัต่า และถูกต่อตรงเขา้ยงัทางดูดของ คอมเพรสเซอร์
183 รูปที่6.4 ตัวอย่างของจริงเทอร์โมสแตติกเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว 6.2 ส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติกเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว เทอร์โมสแตติคเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เป็นตวัควบคุมปริมาณของสารทา ความเยน็ที่ป้อนเขา้ อีวาพอเรเตอร์จึงต้องมีอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่เป็ นกลไกในการบังคับควบคุมปริมาณสารท าความเย็น มีส่วนประกอบ ดงัน้ี 1. ตัววาล์ว (Body) 2. แผ่นไดอะแฟรม (Diaphragm) 3. ก้านส่งวาล์ว (Push Rod) 4. บ่าวาล์ว (Valve Seat) 5. เข็มวาล์ว (Valve Needle) 6. แรงดันสปริง (Superheat Spring) 7. กระเปาะรับอุณหภูมิ (Remote Bulb) 8. ท่อทางเดินสารท าความเย็น (Capillary Tube) รูปที่6.5 ลักษณะโครงสร้างของเทอร์โมสแตติกเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว
184 6.3 หลักการท างานของเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว T.E.V. มีลักษณะการท างาน 2 แบบ แต่มีหลักการเหมือนกันคือ ใช้ความดันเป็ นตัวควบคุมการ ท างานความดันที่ใช้มี 3 ประเภท คือ 1. ความดันที่เกิดจากการสารความเย็นในอีวาพอเรเตอร์ (P1 ) 2. ความดันของสปริง (P2 ) 3. ความดันที่เกิดจากการขยายตัวของสารความเย็นในกระเปาะ (P3 ) รูปที่6.6 แสดงแรงที่มีผลต่อการท างานของ T.E.V. เทอร์โมสแตติกเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ที่นิยมใชม้ีอยู่2 แบบ คือ 1. แบบสมดุลภายใน (Internally Equalized Valve) T.E.V.แบบสมดุลภายใน เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์แบบน้ีสารทา ความเยน็ที่ทางออกของอีวาพอ- เรเตอร์ จะอยู่ในสภาพของซูเปอร์ฮีต (Superheat) หรือไอดงเป็ นระยะที่แน่นอน (ระยะS)ถ้าสารท าความเย็นในอีวา พอเรเตอร์นอ้ยลงสารทา ความเยน็ก็จะกลายเป็นไอไดเ้ร็วข้ึนเป็นเหตุให้ระยะของการเป็นไอดงในส่วนระยะ S ยาวข้ึน ดงัน้นักา ลงัดนั ในท่อคาฟิลลารีก็จะสูงข้ึนทา ใหเ้ข็มวาลว์ในเอ็กซ์-แพนชนั่วาลว์เปิดมากข้ึนเป็นผล ทา ให้สารทา ความเยน็ ไหลเขา้ไปในอีวาพอเรเตอร์มากข้ึน ในทางกลบักนัถา้สารความเยน็ ไหลเขา้ไปในอีวา พอเรเตอร์มาก ระยะทางการกลายเป็ นไอดงของสารความเย็น S จะส้ัน ความดนั ในท่อคาฟิลลารีก็จะนอ้ยลง ทา ใหเ้ขม็วาลว์ในเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เปิดนอ้ยลง เมื่อก าลังดันไอดงของเครื่องปรับอากาศคงที่ P3= P1+ P2จะอยู่ในสถานภาพคงที่ เข็มวาล์วของเอ็กซ์ แพนชนั่วาลว์จะเปิดอยใู่นลกัษณะคงที่และสารความเยน็ก็จะไหลคงที่อยตู่ลอดเวลา
185 รูปที่6.7 เทอร์โมสแตติกเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วแบบสมดุลภายใน 2. แบบสมดุลภายนอก(Externally Equalized Valve) T.E.V.แบบสมดุลภายนอก แรงดันที่เกิดจากการขยายตัวของก๊าซในกระเปาะ (P3 ) จะไปดันแผ่น ไดอะแฟรมให้กดลงวาล์วจะเปิ ด แรงดันที่เกิดจากสารความเย็นในอีวาพอเรเตอร์ (P1 ) จะดนัแผ่นไดอะแฟรมให้ยกข้ึนวาล์ว จะปิ ด เช่นเดียวกับแรงดันจากสปริง (P2 )ก็จะไปดนัวาลว์ยกข้ึน (วาล์วจะปิ ด) การท างานของวาล์วขณะที่อุณหภูมิ โดยรอบอีวาพอเรเตอร์คงที่ อุณหภูมิและแรงดันภายในอีวาพอเรเตอร์เท่ากับอุณหภูมิและแรงดันของก๊าซใน กระเปาะ (P3 ) แรงดันสปริงจะท าให้วาล์วปิ ด วาล์วเปิ ดไม่มาก ขณะที่อุณหภูมิทางด้านออกในอีวาพอเรเตอร์ลดต ่าลงก าลังดันในกระเปาะก็จะ ไปดันแผ่นไดอะแฟรมได้น้อย ขณะที่แรงดันของสปริงยังสูงอยู่ต าแหน่งของวาล์วจึงเปิ ดเพียงเล็กน้อย ท าให้ จา นวนสารความเยน็ ไหลผา่นไดน้อ้ยดว้ย ตา แหน่งน้ีจึงมีความเยน็ ไม่มากจา นวนสารทา ความเยน็ลดลงความ เย็นน้อย วาลว์เปิดมากขณะที่อุณหภูมิโดยรอบอีวาพอเรเตอร์สูงข้ึนแรงดนั ในกระเปาะจะสูงข้ึนไปดนัแผ่น ไดอะแฟรมกดวาลว์มากข้ึนจนสามารถชนะแรงดนัสปริงทา ให้สารทา ความเยน็ ไหลผ่านวาลว์มีปริมาณมาก ข้ึนความเยน็จึงค่อย ๆ มีมากข้ึนตามลา ดบัจา นวนของสารทา ความเยน็เพิ่มมากข้ึนจึงทา ใหเ้ยน็มาก รูปที่ 6.8 เทอร์โมสแตติกเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วแบบสมดุลภายนอก
186 รูปที่6.9 โครงสร้างของเทอร์โมสแตติกเอก็ซ์แพนชั่นวาล์วแบบสมดุลภายนอก การปรับ T.E.V. ถา้เพิ่มความดนัสปริงก็จะเป็นการเพิ่มจา นวนซูเปอร์ฮีตหรือไอดงการเพิ่มไอดงให้ มากข้ึน จะทา ให้ความเยน็ลดส้ันเขา้ทา ให้สารความเยน็เขา้อีวาพอเรเตอร์น้อยลง เป็ นผลให้ความเย็นลดลง และถา้ลดแรงดนัสปริงก็จะทา ให้ไอดงลดลงเป็นการทา ให้ลิ้นเปิดมากข้ึนทา ใหก้ารจ่ายสารความเยน็มากข้ึน และอีวาพอเรเตอร์เยน็มากข้ึน การต้งัไอดงน้อยเกินไปก็จะทา ให้เครื่องเดินไม่สม่า เสมอ ทา ให้การจ่ายสาร ความเยน็ขาดตอนเป็นช่วงๆ ทางบริษทัผูผ้ลิตจะต้งัไอดงตามการออกแบบที่กา หนด ดงัน้นัจึงไม่ควรปรับต้งั เองโดยไม่จ าเป็ น ข้อเสียของ T.E.V.คือความดันตลอดท่อจะลดลงเรื่อย ๆ จากแรงเสียดทานในท่อทางเดินระบบ มีผล ให้อุณหภูมิจุดเดือดของสารความเย็นลดลง อุณหภูมิก็จะน้อยลงด้วยท าให้ความดันของสารความเย็นใน กระเปาะลดลง ส่งผลให้วาลว์เปิดน้อยลงและสารความเยน็ฉีดเขา้อีวาพอเรเตอร์นอ้ยลงจนเกิดปิดก้นัที่วาลว์ ของ ท าให้ระบบการท างานขาดประสิทธิภาพ สรุปได้ว่า หน้าที่ของ T.E.V.คือ ปรับอัตราไหลของสารความเย็น ควบคุมอุณหภูมิทางอีวา-พอเร เตอร์ ให้คงที่อยู่เสมอและเข้าไปเดือดเปลี่ยนสถานะหมดพอดีในอีวาพอเรเตอร์ดงัน้ันสารความเยน็ที่ออก จากอีวาพอเรเตอร์จะมีสถานะเป็นก็าซท้งัหมดมีความดนัและอุณหภูมิต่า 6.4 อีวาพอเรเตอร์ อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator) หรือคอยล์เย็นคืออุปกรณ์ในระบบความเย็นที่ท าให้สารความเย็นซึ่งอยู่ ในสถานะของเหลวแรงดนัสูงผ่านทางเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์มายงัอีวาพอเรเตอร์มีแรงดนัลดลง สารความเยน็ ขยายตัวเปลี่ยนสถานะกลายเป็ นก๊าซ เป็ นเหตุให้จุดเดือดของสารความเย็นต ่าลงในชุด อีวาพอเรเตอร์จะมี พัดลมเป่ าอากาศให้ไหลเวียนผ่านอีวาพอเรเตอร์ดูดรับเอาปริมาณความร้อนจากลมที่พัดผ่าน เพื่อถ่ายความ ร้อนให้กับสารความเย็นภายในอีวาพอเรเตอร์ท าให้อุณหภูมิของอากาศที่ถูกเป่ าเข้าไปภายในห้องผู้โดยสาร เย็นลง ท าให้ก๊าซที่ไหลจากอีวาพอเรเตอร์เข้าไปยังคอมเพรสเซอร์ครบวงจรการไหลของระบบ
187 รูปที่6.10 แสดงการถ่ายเทความร้อนของลมที่อีวาพอเรเตอร์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยได้ให้ความหมายค าศัพท์ทางวิชาการของอีวาพอเรเตอร์ไว้ว่า “อีวา พอเรเตอร์คืออุปกรณ์ในระบบการท าความเย็นซึ่งจะท าให้สารท าความเย็นขยายตัวหรือกลายเป็ นไอ ท าให้ เกิดความเย็น” รูปที่6.11 อีวาพอเรเตอร์ เนื่องจากความต้องการในการใช้งานเพื่อการท าความเย็นมีความแตกต่างกัน ดงัน้นัการออกแบบอีวาพอเร เตอร์จึงมีความแตกต่างกนัท้งัชนิด รูปร่างและขนาดเพื่อความสะดวกต่อการใชง้าน การแบ่งชนิดของอีวา พอเรเตอร์มีวิธีการแบ่งแตกต่างกัน เช่น แบ่งตามลักษณะโครงสร้าง ลักษณะการท างานการหมุนเวียนของ อากาศหรือน้า ที่ผา่นอีวาพอเรเตอร์และชนิดของเครื่องทา ความเยน็ที่ ใชง้านแต่โดยทวั่ ไปแลว้อีวาพอเเตอร์ จะแบ่งออกได้ เป็ น 2 แบบคืออีวาพอเรเตอร์แบบแห้ง (Dry-Expansion Evaporator) และอีวาพอเรเตอร์แบบเปี ยก (Flooded Evaporator)อีวาพอเรเตอร์แบบแห้งจะมีสภาพของสารความเย็นภายในเป็ นสารความเย็นเหลว เดือดเป็นไอหรือก๊าซตลอดเวลาและจะเป็นก๊าซท้งัหมด ตรงท่อทางออกของอีวาพอเรเตอร์(Suction Line)
188 รูปที่6.12 ลักษณะการท างานอีวาพอเรเตอร์แบบแห้ง ส าหรับอีวาพอเรเตอร์แบบเปียกน้ันสารความเยน็จะมีสภาพเป็นของเหลวในปริมาณค่อนขา้งมากทา ให้สาร ความเยน็กลบัเขา้คอมเพรสเซอร์อีวาพอเรเตอร์แบบน้ีจึงตอ้งมีอุปกรณ์ที่ทา หน้าที่ป้องกนั ไม่ให้สารความ เยน็เหลวไหลกลบัเขา้คอมเพรสเซอร์เพื่อป้องกนัผลเสียหายที่เกิดข้ึน อีวาพอเรเตอร์แบบเปี ยกจะมีประสิทธิภาพในการท าความเย็นดีกว่าแบบแห้งเพราะจะมีปริมาณ สารความเย็นเหลวอยู่ภายในอีวาพอเรเตอร์มากกว่าแต่มีข้อยุ่งยากต่าง ๆ จึงไม่ได้รับความนิยมดังน้ัน เครื่องปรับอากาศรถยนตไ์ม่วา่จะเป็นขนาดใดก็ตามจะใชอ้ีวาพอเรเตอร์แบบแหง้ท้งัสิ้น อีวาพอเรเตอร์ จะมีโครงสร้างคลา้ยกบัคอนเดนเซอร์มีส่วนประกอบที่สา คญั ไดด้งัน้ี 1. ท่อน าสารความเย็น (Refrigerant Line) เป็ นท่อโลหะทองแดงหรืออะลูมิเนียมใช้ส าหรับเป็ น ทางเคลื่อนที่ของสารความเยน็เหลวที่ถูกส่งมาจากเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์เมื่อสารความเยน็เหลวผ่านเขา้มาในอี วาพอเรเตอร์จะเดือดและแปรสภาพเป็ นไอพร้อมกับการดูดความร้อนออกจากท่อน าสารความเย็นเป็ นผลให้ ท่อน าสารความเย็นเย็นลง วงจรสารความเย็น (Circuit)อีวาพอเรเตอร์เครื่องปรับอากาศรถยนต์จะเป็นท้งัแบบวงจรเดียวและ หลายวงจรจะสังเกตไดจ้ากท่อสารความเยน็ที่ออกจากเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ที่จ่ายสารความเยน็ ให้กบัอีวาพอเร เตอร์ ถ้าท่อสารความเย็นมี 2 ท่อแสดงว่ามี 2 วงจร วงจรที่มีมากกว่าความดันใน อีวาพอเรเตอร์จะน้อย จะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการท าความเย็นของเครื่องปรับอากาศ 2. ครีบ (Fin) ที่ใช้กับอีวาพอเรเตอร์ มักจะใช้แผ่นอะลูมิเนียมบาง ๆ ที่ยึดเกาะรอบท่อสารความ เยน็ช่วยในการเพิ่มพ้ืนที่ในการดูดความร้อนของท่อนา สารความเยน็ 3. ขอ้ต่อท่อนา สารความเยน็เป็นขอ้ต่อที่ใชต้่อกบัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เป็นขอ้ต่อเกลียวตวัเมีย ส่วนด้านเข้าอีวาพอเรเตอร์จะเป็ นข้อต่อตัวผู้โดยจะต่อกับสายยางท่อสารความเย็นเพื่อที่จะน าสารความเย็นที่ ออกกลบัเขา้ท่อซกัชนั่ของคอมเพรสเซอร์
189 6.5 โครงสร้างและการท างานของอีวาพอเรเตอร์ อีวาพอเรเตอร์ของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ แบ่งได้เป็ น 3 แบบ คือ 1. อีวาพอเรเตอร์แบบครีบท่อขด (Finned-Tube) ที่ใชก้นั โดยทวั่ ไปจะเป็นแบบท่อทองแดง มีลกัษณะขดไปมา มีครีบอะลูมิเนียมเป็นตวัเพิ่มพ้ืนที่ผิวในการถ่ายเทความร้อนให้กบัสารความเยน็ที่ไหลอยู่ ภายในท่อขอ้ดีของแบบครีบท่อขดคือความทนทานต่อการแตกและการรั่วซึม รูปที่6.13 อีวาพอเรเตอร์แบบครีบท่อขด จา นวนครีบของอีวาพอเรเตอร์แบบน้ีจะเป็นแผ่นอะลูมิเนียมมีจา นวนประมาณ 7 - 14 แผ่นต่อช่วงความยาว 2.5 เซนติเมตรถา้จา นวนครีบมีมากการถ่ายเทความร้อนย่อมจะดีข้ึนแต่ขอ้เสียคือ จะทา ให้ลมส่งมีความดนั น้อยลงและถา้ฟิลเตอร์ที่ใช้กรองอากาศก่อนผ่านคอยล์อีวาพอเรเตอร์ไม่ดีเท่าที่ควรก็อาจเกิดการอุดตนัสิ่ง สกปรกที่ครีบของอีวาพอเรเตอร์ไดม้ากข้ึน 2. แบบครีบขดไปมา (Corrugated Fin) ท่อสารความเยน็แบบน้ีใชแ้ผน่อะลูมิเนียม พบัไปมาวางขนานกนั ในลกัษณะขดไปมาเพื่อเป็นการเพิ่มพ้ืนผิวของครีบอะลูมิเนียมในส่วนที่วางสัมผสักบั น าสารความเย็นมีประสิทธิภาพในการท าความเย็นที่ดีมากแต่ไม่ทนต่อความดันของสารความเย็นและการแช่ ของน้า ดงัน้นัจึงไม่ควรบรรจุสารความเยน็มากเกินไปและก่อนปิดเครื่องปรับอากาศควรเปิดพดัลมทิ้งไว้ สักครู่เพื่อใหแ้รงลมไล่น้า ที่ขงัอยปู่ ้องกนัน้า ที่แช่ขงัอนัเป็นสาเหตุของการรั่ว อีวาพอเรเตอร์มักจะใช้กับคอยล์ ที่เป็ นแบบฝัง
190 รูปที่6.14 อีวาพอเรเตอร์แบบครีบขดไปมา 3. แบบรูปถ้วย (Drawn Cup) เป็ นแบบที่นิยมใช้มากในปับจุบัน เพราะโครงสร้าง การรับสารความเยน็แยกเป็นชิ้น ๆ เป็นการเพิ่มพ้ืนที่การไหลของความเยน็อีวาพอเรเตอแ์บบน้ีจะมีลกัษณะ เป็นรูปถว้ยทา ใหค้วามจุความเยน็เพิ่มข้ึน รูปที่6.15 อวีาพอเรเตอร์แบบรูปถ้วย การท างานของอีวาพอเรเตอร์ เมื่อสารความเย็นถูกส่งเข้าไปในอีวาพอเรเตอร์โดยมีสถานะเป็ นฝอยละอองของของเหลวที่เย็น แรงดันต ่าสารความเย็นจะไหลเวียนอยู่ในท่อและแผ่นครีบจะดูดอากาศที่อยู่ภายในรถและเป่ าผ่านท่อและ ครีบของอีวาพอเรเตอร์ สารความเย็นจะดูดซับความร้อนจากอากาศและเปลี่ยนสถานะจากฝอยละอองของของเหลวเป็ นก๊าซ สารความเย็นที่ออกจากอีวาพอเรเตอร์จะมีสถานะเป็ นก๊าซอุ่นแรงดันต ่า
191 รูปที่6.16 การไหลของสารความเย็น ชุดความเย็น (Cooling Unit) เครื่องปรับอากาศรถยนตป์ระกอบดว้ยเอ็กซ์แพนชนั่วาลอ์ีวาพอเรเตอร์ มอเตอร์พดัลมและถาดรองรับซ่ึงถูกติดต้งัอยภู่ายในรถ ปัจจุบันชุดความเย็นเครื่องปรับอากาศรถยนต์จะแยกมอเตอร์และพัดลมออกเพื่อให้ง่ายต่อการ บริการ รูปที่6.17 ชุดท าความเย็น
192 รูปที่6.18 ส่วนประกอบชุดท าความเย็น ชุดท าความเย็นของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ในรุ่นแรก ๆ จะเป็ นแบบแขวนใต้คอนโซลด้านหน้าซึ่ง เรียกว่าชุดความเย็นแบบแขวน สารความเย็นในอีวาพอเรเตอร์ รูปที่6.19 ชุดท าความเย็นแบบแขวน
193 รูปที่6.20 ส่วนประกอบชุดท าความเย็นแบบแขวน มอเตอร์โบลว์เวอร์ (Motor blower) ใบพัดโบลว์เวอร์จะถูกขับให้หมุนโดยตรงด้วยมอเตอร์ซึ่งจะท า ให้อากาศภายในรถเกิดการหมุนเวียนผ่านอีวาพอเรเตอร์ ลมกลับซึ่งเป็ นลมถูกดูดกลับเข้ามาจะเป็ นลมที่รับ ปริมาณความร้อนจากตัวคนและปริมาณความร้อนอื่น ๆ ที่ถ่ายเทเข้าในรถ เป่ าผ่าน อีวาพอเรเตอร์และ คายความร้อนให้กับสารความเย็นภายในอีวาพอเรเตอร์ ท าให้ลมที่เป่ าผ่านออกมาเป็ นลมเย็นท าให้ อุณหภูมิภายในรถต ่าลง รูปที่6.21 มอเตอร์โบลว์เวอร์
194 การท าความสะอาดชุดท าความเย็นเมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะมีฝุ่ นมาเกาะที่ครีบอะลูมิเนียมของอีวา พอเรเตอร์จะทา ใหล้มผา่นไม่สะดวกจึงตอ้งมีการทา ความสะอาดโดยมีข้นัตอน ดงัน้ี 1. ปล่อยสารท าความเย็นออกจากระบบ 2. ถอดชุดความเย็นออกและอุดท่อทางไว้เพื่อป้องกันฝุ่ นและอากาศเข้า 3. ถอดโครงสร้างของชุดท าความเย็น 4. ใชน้ ้า ยาลา้งอีวาพอเรเตอร์ที่ครีบอะลูมิเนียมเพื่อลา้งสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออก 5. ใชน้ ้า ลา้งหรือผงซกั ฟอกอีวาพอเรเตอร์และโครงสร้างชุดทา ความเยน็ 6. ใช้ลมเป่ ามอเตอร์พัดลมและทดสอบการหมุนของมอเตอร์ 7. ประกอบชุดความเย็นเข้ากับระบบ 8. ทา สุญญากาศและเติมสารความเยน็เป็นเสร็จข้นัตอน ข้อควรระวัง 1. อยา่ ใหน้ ้า เขา้ไปภายในท่อเพราะจะทา ใหร้ะบบการทา ความเยน็อุดตนั 2. การขันท่อควรท าด้วยความระมัดระวังเพราะท่ออาจหักหรืองอได้ 6.6 สรุป ชุดความเยน็เครื่องปรับอากาศรถยนตป์ระกอบดว้ยเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์อีวาพอเรเตอร์มอเตอร์พดัลม ทา ให้อากาศหมุนเวียนภายในห้องโดยสารและถาดรองรับซ่ึงถูกติดต้งัอยู่ภายในรถจะใชส้ าหรับเดรนน้า ทิ้ง ออกไปภายนอกตัวรถซึ่งอุปกรณ์ในชุดความเย็นจะมีหน้าที่การท างานและการออกแบบที่แตกต่างกันตาม ประเภทหรือรถยนต์แต่ละรุ่นแต่จะมีหลักการท างานที่เหมือนกันคือ การดูดความร้อนออกจากห้องโดยสาร และท าให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารต ่าลงและรู้สึกสบาย ชุดความเย็นของเครื่องปรับอากาศรถยนต์จะต้องมีการบริการและตรวจซ่อมตามอายุการใช้งาน เพื่อให้ท างานอย่างมีประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสาร
195 กิจกรรมที่ 6.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่เอ็กซ์แพนชั่นวาล์วมาอย่างละเอียด .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 2. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติกส์เอ็กซ์แพนชั่นวาล์วมาอย่างละเอียด .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. ให้นักเรียนเขียนบอกส่วนประกอบของอีวาพอเรเตอร์มาอย่างละเอียด .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 4. ให้นักเรียนเขียนบอกข้ันตอนการท าความสะอาดชุดท าความเย็นมาอย่างละเอียด .......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... กิจกรรมหน่วยที่ 6
196 กิจกรรมที่ 6.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1.ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่เอ็กซ์แพนชั่นวาล์วมาอย่างละเอียด ตอบ เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ (Expansion Valve) ท าหน้าที่ควบคุมการไหลของสารความเย็นเหลวที่ ผ่านเข้าไปยังอีวาพอเรเตอร์ ลดความดันของสารความเย็นให้มีความดันต ่าลงจนสามารถระเหยเปลี่ยนสถานะ เป็ นไอได้ที่อุณหภูมิต ่า ๆ ในอีวาพอเรเตอร์ 2. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติกส์เอ็กซ์แพนชั่นวาล์วมาอย่างละเอียด ตอบ เทอร์โมสแตติคเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เป็นตวัควบคุมปริมาณของสารทา ความเยน็ที่ป้อนเขา้ อีวาพอเรเตอร์จึงต้องมีอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่เป็ นกลไกในการบังคับควบคุมปริมาณสารท าความเย็น มีส่วนประกอบ ดงัน้ี 1. ตัววาล์ว (Body) 2. แผ่นไดอะแฟรม (Diaphragm) 3. ก้านส่งวาล์ว (Push Rod) 4. บ่าวาล์ว (Valve Seat) 5. เข็มวาล์ว (Valve Needle) 6. แรงดันสปริง (Superheat Spring) 7. กระเปาะรับอุณหภูมิ (Remote Bulb) 8. ท่อทางเดินสารท าความเย็น (Capillary Tube) 3. ให้นักเรียนเขียนบอกส่วนประกอบของอีวาพอเรเตอร์มาอย่างละเอียด ตอบ 1. ท่อน าสารความเย็น (Refrigerant Line) เป็ นท่อโลหะทองแดงหรืออะลูมิเนียมใช้ สา หรับเป็นทางเคลื่อนที่ของสารความเยน็เหลวที่ถูกส่งมาจากเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เมื่อสารความเยน็เหลวผา่น เข้ามาในอีวาพอเรเตอร์จะเดือดและแปรสภาพเป็ นไอพร้อมกับการดูดความร้อนออกจากท่อน าสารความเย็น เป็ นผลให้ท่อน าสารความเย็นเย็นลง วงจรสารความเย็น (Circuit)อีวาพอเรเตอร์เครื่องปรับอากาศรถยนต์จะเป็นท้งัแบบวงจรเดียวและ หลายวงจรจะสังเกตไดจ้ากท่อสารความเยน็ที่ออกจากเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ที่จ่ายสารความเยน็ ให้กบัอีวาพอเร เฉลยค าถามท้ายบท
197 เตอร์ ถ้าท่อสารความเย็นมี 2 ท่อแสดงว่ามี 2 วงจร วงจรที่มีมากกว่าความดันใน อีวาพอเรเตอร์จะน้อย จะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการท าความเย็นของเครื่องปรับอากาศ 2. ครีบ (Fin) ที่ใช้กับอีวาพอเรเตอร์ มักจะใช้แผ่นอะลูมิเนียมบาง ๆ ที่ยึดเกาะรอบท่อสารความ เยน็ช่วยในการเพิ่มพ้ืนที่ในการดูดความร้อนของท่อนา สารความเยน็ 3. ขอ้ต่อท่อนา สารความเยน็เป็นขอ้ต่อที่ใชต้่อกบัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์เป็นขอ้ต่อเกลียวตวัเมีย ส่วนด้านเข้าอีวาพอเรเตอร์จะเป็ นข้อต่อตัวผู้โดยจะต่อกับสายยางท่อสารความเย็นเพื่อที่จะน าสารความเย็นที่ ออกกลบัเขา้ท่อซกัชนั่ของคอมเพรสเซอร์ 4. ให้นักเรียนเขียนบอกข้ันตอนการท าความสะอาดชุดท าความเย็นมาอย่างละเอยีด ตอบ 1. ปล่อยสารท าความเย็นออกจากระบบ 2. ถอดชุดความเย็นออกและอุดท่อทางไว้เพื่อป้องกันฝุ่ นและอากาศเข้า 3. ถอดโครงสร้างของชุดท าความเย็น 4. ใชน้ ้า ยาลา้งอีวาพอเรเตอร์ที่ครีบอะลูมิเนียมเพื่อลา้งสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออก 5. ใชน้ ้า ลา้งหรือผงซกั ฟอกอีวาพอเรเตอร์และโครงสร้างชุดทา ความเยน็ 6. ใช้ลมเป่ ามอเตอร์พัดลมและทดสอบการหมุนของมอเตอร์ 7. ประกอบชุดความเย็นเข้ากับระบบ 8. ทา สุญญากาศและเติมสารความเยน็เป็นเสร็จข้นัตอน
198 แผนการสอน หน่วยที่ 7 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 10 ชื่อหน่วย 7 การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น ชั่วโมงรวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น จ านวน 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. หน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็น 2. ชนิดของท่อทางเดินสารความเย็น 3. วิธีการตัดท่อทางเดินสารความเย็น 4. วิธีการบานท่อทางเดินสารความเย็น 5. วิธีการดัดท่อทางเดินสารความเย็น 6. วิธีการขยายท่อทางเดินสารความเย็น ด้านทักษะ 7. งานตัดท่อทางเดินสารความเย็น 8. งานบานท่อทางเดินสารความเย็น 9. งานดัดท่อทางเดินสารความเย็น 10. งานขยายท่อทางเดินสารความเย็น ด้านคุณธรรม จริยธรรม 11. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 12. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ ทักษะการปฏิบัติงานการให้บริการท่อทางเดินสารความเย็น จะต้องมีความรู้ในการใช้เครื่องมือช่าง ทวั่ ไป เครื่องมือพิเศษ และความปลอดภยัในการปฏิบตัิงาน ซ่ึงมีความสา คญัมากในการใหบ้ริการ และมีความรู้เรื่องหน้าที่ ชนิดท่อทางเดินสารความเย็นแบบต่างๆ ซึ่งจะท าให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วย ตนเอง ในเรื่องการตัดท่อ การบานท่อ การดัดท่อ และการขยายท่อทางเดินสารความเย็น ซึ่งผู้เรียนจะ ปฏิบัติการให้บริการตรวจสอบแก้ไขข้อขัดข้องของท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง
199 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกหน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็นได้ 2. บอกชนิดของท่อทางเดินสารความเย็นได้ 3. บอกวิธีการตัดท่อทางเดินสารความเย็นได้ 4. บอกวิธีการบานท่อทางเดินสารความเย็นได้ 5. บอกวิธีการดัดท่อทางเดินสารความเย็นได้ 6. บอกวิธีการขยายท่อทางเดินสารความเย็นได้ 7. ตัดท่อทางเดินสารความเย็นได้ตามใบงาน 8. บานท่อทางเดินสารความเย็นได้ตามใบงาน 9. ดัดท่อทางเดินสารความเย็นได้ตามใบงาน 10. ขยายท่อทางเดินสารความเย็นได้ตามใบงาน
200 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็น ชนิดของท่อทางเดินสารความ เย็นวิธีการตัดท่อทางเดินสารความเย็นวิธีการบานท่อทางเดินสารความเย็นวิธีการดัดท่อทางเดินสารความเย็น วิธีการขยายท่อทางเดินสารความเย็นได้(ด้านความรู้) 2. เพื่อให้นักเรียนตัดท่อทางเดินสารความเย็น บานท่อทางเดินสารความเย็น ดัดท่อทางเดินสารความ เย็นขยายท่อทางเดินสารความเย็นได้(ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่าง ถูกต้อง ส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด มีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านความรู้) 1. บอกหน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 2. บอกชนิดของท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 3. บอกวิธีการตัดท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 4. บอกวิธีการบานท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 5. บอกวิธีการดัดท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 6. บอกวิธีการขยายท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง (ด้านทักษะ) 7. ตัดท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 8. บานท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 9. ดัดท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง 10. ขยายท่อทางเดินสารความเย็นได้อย่างถูกต้อง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 11. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 12. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
201 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 7.1 หน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็น 7.1.1 ท่อดิสชาร์จ 7.1.2 ท่อทูเฟส 7.1.3 ท่อเพียวลิควิด 7.1.4 ท่อซักชัน 7.2 ชนิดของท่อทางเดินสารความเย็น 7.2.1 แบบท่อยาง 7.2.2 แบบท่อโลหะ 7.3 วิธีการตัดท่อทางเดินสารความเย็น 7.3.1 การใช้คัตเตอร์ตัดท่อ 7.3.2 การใช้เลื่อยตัดท่อ 7.4 วิธีการบานท่อทางเดินสารความเย็น 7.4.1 การบานแบบท่อช้นัเดียว 7.4.2 การบานแบบท่อสองช้นั 7.5 วิธีการดัดท่อทางเดินสารความเย็น 7.5.1 การใช้สปริงดัดท่อ 7.5.2 การใช้เครื่องมือดัดท่อ 7.6 วิธีการขยายท่อทางเดินสารความเย็น 7.6.1 การขยายท่อแบบตอกขยาย 7.6.2 การขยายท่อแบบสกรูขยาย ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 7.1 เรื่อง งานตัดท่อทางเดินสารความเย็น 2. ใบงานที่ 7.2 เรื่อง งานดัดท่อทางเดินสารความเย็น 3. ใบงานที่ 7.3 เรื่อง งานบานท่อทางเดินสารความเย็น 4. ใบงานที่ 7.4 เรื่อง งานขยายท่อทางเดินสารความเย็น ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกรณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
202 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 7 เรื่องการบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น สื่อการ เรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่าง ๆ วัสดุและ อุปกรณ์ แนะน าการใช้ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงานตามใบงาน และวิธีการวัดผลและ ประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 7 เรื่องการบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น แล้วให้นักเรียนสลับกันตรวจค าตอบแบบทดสอบ ก่อนเรียนและ ให้คะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 7 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 7 เรื่องการบริการท่อทางเดิน สารท าความเย็น ให้กับนักเรียนและคอยให้ ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4กลุ่ม แล้วแจกใบงาน ให้นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่7.1 เรื่องงานตัดท่อทางเดินสารความ เย็น -ใบงานที่ 7.2 เรื่องงานดัดท่อทางเดินสารความ เย็น -ใบงานที่ 7.3 เรื่องงานบานท่อทางเดินสารความ เย็น -ใบงานที่ 7.4 เรื่องงานขยายตัดท่อทางเดินสาร ความเย็น ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 7 ท าความ เข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 7 เรื่องการบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 7 เรื่องการ บริการท่อทางเดินสารท าความเย็น และสลับกัน ตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 7 เรื่องการบริการท่อ ทางเดินสารท าความเย็น 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ท า การเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่ 7.1 เรื่องงานตัดท่อทางเดินสารความ เย็น -ใบงานที่ 7.2 เรื่องงานดัดท่อทางเดินสารความ เย็น -ใบงานที่ 7.3 เรื่องงานบานท่อทางเดินสารความ เย็น -ใบงานที่ 7.4 เรื่องงานขยายตัดท่อทางเดินสาร ความเย็น
203 - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตาม ใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของนักเรียนและประเมินผลการปฏิบัติงาน - จากน้นั ให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุป เน้ือหาเรื่องระบบจุดระเบิด - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงาน หนา้ช้นัเรียน ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียน ท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 7 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 4 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหาเรื่องระบบ จุดระเบิด 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอน ที่ 7
204 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 7 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 7 เรื่องการบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น และ สลับกันตรวจค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 7 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียมเอกสาร ชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่7 เรื่อง การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่ 1 เรื่องงานตัดท่อทางเดินสารความเย็น -ใบงานที่ 2 เรื่องงานดัดท่อทางเดินสารความเย็น -ใบงานที่ 3 เรื่องงานบานท่อทางเดินสารความเย็น -ใบงานที่ 4 เรื่องงานขยายท่อทางเดินสารความเย็น 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปเรื่อง การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น 3. รายงานหนา้ช้นัเรียนเรื่อง การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
205 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 7 เรื่อง การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
206 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point - เรื่องหน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็น - เรื่องชนิดของท่อทางเดินสารความเย็น - เรื่องวิธีการตัดท่อทางเดินสารความเย็น - เรื่องวิธีการบานท่อทางเดินสารความเย็น - เรื่องวิธีการดัดท่อทางเดินสารความเย็น - เรื่องวิธีการขยายท่อทางเดินสารความเย็น สื่อของจริง 1. ท่อสารความเย็น 2. ชุดบานท่อ
207 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 1 เรื่องงานตัดท่อทางเดินสารความเย็น 2. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 2 เรื่องงานดัดท่อทางเดินสารความเย็น 3. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 3 เรื่องงานบานท่อทางเดินสารความเย็น 4. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 4 เรื่องงานขยายท่อทางเดินสารความเย็น หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 7 เรื่อง การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น
208 บันทึกหลังการสอน ชุดการสอนที่ 7 เรื่อง การบริการท่อทางเดินสารท าความเย็น ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้สามารถใช้สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด 2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียน 1. นักเรียนมีสมรรถนะตามที่ต้องการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันปฏิบัติตามใบงานที่ 7.1-7.4 3. คะแนนการทดสอบหลงัเรียนดีข้ึนเมื่อเปรียบเทียบกบัคะแนนการทดสอบก่อนเรียน ผลการสอนของครู 1. สอนได้ตามสมรรถนะตามที่ก าหนดไว้ 2. สอนไดต้ามเน้ือหาของชุดการสอนที่ก าหนดไว้ 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ตามใบงาน
209 ใบเนื้อหาที่ 7 เรื่อง การบริการท่อทางเดินสารทำความเย็น 7. ท่อทางเดินสารความเย็น (Tubing) 7.1 หน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็น ท่อทางเดินสารความเย็นทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลักแต่ละตัวเข้าด้วยกันเพื่อให้ สารความเย็นไหลตามวัฏจักรการทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ซึ่งท่อทางเดินสารความเย็นตาม จุดต่างๆ ซึ่งจะมีชื่อเรียกดังต่อไปนี้ 7.1.1 ท่อดิสชาร์จ (Discharge Line) เป็นท่อที่ต่ออยู่ระหว่างด้านอัดของคอมเพรสเซอร์กับด้านทางเข้าของคอนเดนเซอร์ 7.1.2 ท่อทูเฟส (Two Phase Line) เป็นท่อที่ต่ออยู่ระหว่างด้านทางออกของคอนเดนเซอร์กับด้านทางเข้าของรีซีฟเวอร์ ดรายเออร์ 7.1.3 ท่อเพียวลิควิด (Pure Liquid) เป็นท่อที่ต่ออยู่ระหว่างด้านทางออกของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ กับด้านทางเข้าของเอ็กซ์ แพนชันวาล์ว 7.1.4 ท่อซักชัน (Suction Line) เป็นท่อที่ต่ออยู่ระหว่างทางออกของอีวาพอเรเตอร์กับทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ รูปที่ 7.1 วงจรท่อทางเดินสารความเย็น
210 7.2 ชนิดของท่อทางเดินสารความเย็น ท่อทางเดินสารความเย็นที่นิยมใช้กับระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดท่อยางและท่อโลหะ 7.2.1 ชนิดท่อยาง ท่อทางเดินสารความเย็นชนิดท่อยางจะนิยมใช้ต่อเข้ากับคอมเพรสเซอร์ เช่นท่อซักชั่น จะใช้ต่อทางออกของอีวาพอเรเตอร์กับด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ และท่อดิสชาร์จจะใช้ต่อด้านอัดของ คอมเพรสเซอร์กับทางเข้าของคอนเดนเซอร์ รูปที่ 7.2 ท่อทางเดินสารความเย็นแบบท่อยาง 7.2.2 ชนิดท่อโลหะ ท่อทางเดินสารความเย็นชนิดท่อโลหะจะนิยมใช้ท่ออะลูมิเนียม เช่นท่อทูเฟสจะต่อกับ ท่อทางออกของคอนเดนเซอร์กับทางเข้าของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ และท่อเพียวลิควิด จะต่อกับทางออกของ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์กับทางเข้าของเอ็กซ์แพนชันวาล์ว
211 รูปที่ 7.2 ท่อทางเดินสารความเย็นแบบท่อโลหะ 7.3 วิธีการตัดท่อทางเดินสารความเย็น การตัดท่อทางเดินสารความเย็นโดยทั่วไปมีอยู่ 2 วิธีคือ การใช้คัตเตอร์ตัดท่อและการใช้เลื่อย ตัดท่อ 7.3.1 การใช้คัตเตอร์ตัดท่อ คัตเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับตัดท่อทางเดินสารความเย็น ซึ่งส่วนมากจะนิยมใช้ใน การตัดท่อทองแดงและท่ออะลูมิเนียมอย่างอ่อนหรืออย่างบางซึ่งจะมีโครงสร้างส่วนประกอบดังต่อไปนี้ 1. หัวปรับสำหรับตั้งระยะใบมีด 2. ใบมีดตัด 3. โรลเลอร์ 4. รีมเมอร์หรือที่คว้านปลายท่อ รูปที่ 7.3 โครงสร้างส่วนประกอบของคัตเตอร์ 7.3.1.1 ขั้นตอนการตัดท่อโดยใช้คัตเตอร์ 1. วางท่อลงระหว่างโรลเลอร์และใบมีดคัตเตอร์ 2. หมุนตัวปรับตั้งระยะใบมีดให้ฝังลงในเนื้อของท่อเล็กน้อย 3. หมุนคัตเตอร์ช้าๆ รอบๆท่อจะทำให้ใบมีดหมุนฝังเนื้อของท่อโดยรอบ 4. หมุนหัวปรับระยะใบมีดและหมุนตัวคัตเตอร์ช้าๆให้รอบท่อจนท่อขาด
212 รูปที่ 7.4 การใช้คัตเตอร์ตัดท่อ 7.3.2 การใช้เลื่อยตัดท่อ การใช้เลื่อยตัดท่อจะนิยมใช้ตัดท่อชนิดแข็ง หรือหนาและจะต้องมีโต๊ะปากกาเพื่อจับ ยึดท่อให้แน่นเพื่อความสะดวกในการใช้เลื่อยตัดท่อ รูปที่ 7.5 การใช้เลื่อยตัดท่อ 7.4 วิธีการบานท่อทางเดินสารความเย็น การบานท่อทางเดินสารความเย็นมีอยู่ 2 วิธี คือการบานท่อแบบชั้นเดียวและการบานท่อแบบ สองชั้น 7.4.1 การบานท่อแบบชั้นเดียว
213 การบานท่อชั้นเดียวนิยมใช้ในการบานท่อที่มีความหนา หรือแข็งมากๆ ซึ่งไม่สามารถ บานท่อแบบสองชั้นได้ก่อนจะทำการบานท่อจะต้องเตรียมเครื่องมือบริการงานท่อให้ครบเพื่อใช้ ในการบานท่อ แบบต่างๆ รูปที่ 7.6 ชุดเครื่องมือบานท่อ 7.4.1.1 ขั้นตอนการบานท่อแบบชั้นเดียว 1. นำท่อที่ตัดแล้วมาคว้านปลายท่อให้เรียบร้อยและใช้ตัวจับท่อจับยึดท่อ ตามขนาดที่ต้องการให้แน่นและจะต้องให้ปลายท่อสูงกว่าระดับ H ของตัวจับท่อประมาณ 1/3 H 2. ขันยึดตัวจับท่อให้แน่นทั้งสองข้าง 3. สวมโยคเข้ากับตัวจับท่อเพื่อใช้ขันอัดบานปลายท่อแบบชั้นเดียว 4. เมื่อทำการบานท่อชั้นเดียวเสร็จแล้วให้คลายโยคจากตัวจับท่อ 5. คลายตัวจับท่อออกจากท่อที่ทำการบานเสร็จแล้ว รูปที่ 7.7 การบานท่อชั้นเดียว 7.4.2 การบานท่อแบบสองชั้น
214 การบานท่อสองชั้นนิยมใช้กับท่อที่มีขนาดบางหรือเพื่อให้จุดที่บานท่อมีความแข็งแรง มากกว่าการบานท่อแบบชั้นเดียวและท่อที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 5/16 นิ้วขึ้นไป 7.4.2.1 ขั้นตอนการบานท่อแบบสองชั้น 1. นำท่อที่ตัดแล้วมาคว้านปลายท่อให้เรียบร้อยและใช้ตัวจับท่อจับยึดท่อ ให้แน่นและจะต้องให้ปลายท่อสูงกว่าตัวจับท่อเท่ากับขนาดของตัวอะแดปเตอร์ 2. ขันยึดตัวจับท่อให้แน่นและสวมอะแดปเตอร์ลงในปลายท่อ 3. สวมโยคเข้ากับตัวจับท่อเพื่อใช้ขันอัดลงบนอะแดปเตอร์ 4. คลายโยคออกและดึงอะแดปเตอร์ออกจากตัวจับท่อ 5. สวมโยคเข้ากับตัวจับท่อเพื่อใช้ขันอัดบานปลายท่อแบบชั้นเดียวอีกครั้ง 6. เมื่อทำการบานท่อสองชั้นเสร็จแล้วให้คลายโยค และตัวจับท่อออกจาก ท่อที่ทำการบานเสร็จแล้ว รูปที่ 7.8 การบานท่อสองชั้น 7.5 วิธีการดัดท่อทางเดินสารความเย็น (Bending Tubing) การดัดท่อทางเดินสารความเย็น เพื่อต้องการดัดให้มุมของท่อทางเดินสารความเย็นเป็นไปตาม ความต้องการเช่นมุม 45 องศา หรือ90องศา เครื่องมือที่ใช้ดัดท่อมีอยู่ 2 แบบคือ สปริงดัดท่อ และเครื่องมือ ดัดท่อ 7.5.1 สปริงดัดท่อ สปริงดัดท่อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการดัดท่อทางเดินสารความเย็น จะใช้สวมได้ทั้ง ภายในและภายนอกท่อเพื่อช่วยในการดัดท่อให้ได้มุมตามความต้องการ สปริงดัดท่อจะมีขนาดที่แตกต่างกัน และต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องกับขนาดของท่อ รูปที่ 7.9 สปริงดัดท่อ
215 7.5.2 เครื่องมือดัดท่อ เครื่องมือดัดท่อแบบกระเดื่องเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการดัดท่อทางเดินสารความเย็นอีก แบบหนึ่ง ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ องศาของการดัดด้ามหมุนดัดท่อและด้ามยึดท่อสามารถใช้ดัดท่อได้ ตามมุมที่ต้องการเช่นมุม 45 องศาและ 90 องศา รูปที่ 7.10 เครื่องมือดัดท่อแบบกระเดื่อง 7.5.2.1 ขั้นตอนการดัดท่อ 1. เตรียมเครื่องมือดัดท่อและเตรียมท่อทองแดงหรือท่ออะลูมิเนียม 2. เลือกร่ององศาดัดท่อให้มีขนาดเท่ากับท่อที่จะทำการดัด 3. นำปลายท่อสวมเข้ากับด้ามยึดท่อ 4. จับปลายด้ามหมุนดัดท่อตามองศาหรือมุมที่ต้องการ 5. เมื่อดัดท่อเสร็จแล้วให้ยกปลายด้ามหมุนดัดท่อขึ้นและนำท่อออกจาก องศาการดัดหรือด้ามยึดท่อ รูปที่ 7.11 การใช้เครื่องมือดัดท่อแบบกระเดื่อง 7.6 วิธีการขยายท่อทางเดินสารความเย็น
216 การขยายท่อทางเดินสารความเย็น จะใช้ในกรณีที่ท่อมีขนาดเท่ากันและต้องการขยายท่อเพื่อ ทำการต่อเชื่อมท่อเข้าด้วยกัน ซึ่งมีวิธีการขยายท่อตามการใช้เครื่องมืออยู่ 2 แบบ คือแบบตอกขยายท่อ และ แบบสกรูขยายท่อ 7.6.1 แบบตอกขยายท่อ การตอกขยายท่อจะต้องเลือกใช้ตัวขยายท่อที่มีขนาดเท่ากับท่อที่ต้องการขยายซึ่งตัว ขยายท่อจะมีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ รูปที่ 7.11 เครื่องมือตอกขยายท่อ 7.6.1.1 ขั้นตอนการตอกขยายท่อ 1. ใช้ตัวจับท่อขันยึดท่อให้แน่นขนาดของท่อและขนาดรูของท่อจะต้อง เท่ากัน ที่ปลายท่อจะต้องสูงจากตัวจับท่อเท่ากับขนาดความยาวด้านบนของตัวตอกบานท่อ 2. นำตัวตอกขยายท่อใส่ลงในท่อที่ต้องการขยาย 3. ใช้ค้อนตอกตัวขยายท่อเข้าไปในท่อที่ต้องการขยายจนสุด 4. เมื่อขยายท่อเรียบร้อยแล้วให้ดึงตัวตอกขยายท่อออก 5. คลายสลักเกลียวตัวจับท่อออกทั้งสองข้างและถอดท่อออก รูปที่ 7.12 การตอกขยายท่อ
217 7.6.2 แบบสกรูขยายท่อ การขยายท่อโดยใช้สกรูขยายท่อ จะต้องเลือกใช้ตัวสกรูขยายท่อที่มีขนาดเท่ากับท่อที่ ต้องการขยายซึ่งสกรูขยายท่อจะมีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ รูปที่ 7.13 ชุดสกรูขยายท่อขนาดต่างๆ 7.6.2.1 ขั้นตอนการใช้สกรูขยายท่อ 1. ใช้ตัวจับท่อขันยึดน็อตจับท่อให้แน่นทั้งสองข้างขนาดของท่อและขนาดรู ของท่อจะต้องเท่ากันที่ปลายท่อจะสูงจากตัวจับท่อประมาณขนาดความยาวด้านบนของสกรูขยายท่อ 2. นำสกรูขยายท่อใส่ลงไปในท่อที่ต้องการขยาย 3. สวมโยคเข้ากับตัวจับท่อเพื่อใช้ขันอัดลงบนสกรูขยายท่อให้แน่น 4. ให้คลายโยคออกและดึงสกรูขยายท่อออกจากตัวจับท่อ 5. ให้คลายตัวจับท่อออกจากท่อที่ทำการขยายเสร็จแล้ว รูปที่ 7.14 การใช้สกรูขยายท่อ กิจกรรมที่ 7.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็นมาอย่างละเอียด กิจกรรมหน่วยที่ 7
218 .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 2. ให้นักเรียนเขียนบอกขั้นตอนการใช้คัดเตอร์ตัดท่อมาอย่างละเอียด .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. ให้นักเรียนอธิบายขั้นตอนการดัดท่อแบบชั้นเดียวมาอย่างละเอียด .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 4. ให้นักเรียนเขียนอธิบายขั้นตอนการตอกขยายท่อมาอย่างละเอียด ............................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... กิจกรรมที่ 7.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ เฉลยค าถามท้ายบท
219 1.ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของท่อทางเดินสารความเย็นมาอย่างละเอียด ตอบ ท่อทางเดินสารความเย็นท าหน้าที่เป็ นตัวเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลักแต่ละตัวเข้าด้วยกันเพื่อให้ สารความเย็นไหลตามวัฏจักรการท างานของระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์ 2.ให้นักเรียนเขียนบอกขั้นตอนการใช้คัดเตอร์ตัดท่อมาอย่างละเอียด ตอบ 1. วางท่อลงระหว่างโรลเลอร์และใบมีดคัตเตอร์ 2. หมุนตวัปรับต้งัระยะใบมีดใหฝ้ังลงในเน้ือของท่อเลก็นอ้ย 3. หมุนคตัเตอร์ชา้ๆ รอบๆท่อจะทา ใหใ้บมีดหมุนฝังเน้ือของท่อโดยรอบ 4. หมุนหัวปรับระยะใบมีดและหมุนตัวคัตเตอร์ช้าๆให้รอบท่อจนท่อขาด 3. ให้นักเรียนอธิบายขั้นตอนการดัดท่อแบบชั้นเดียวมาอย่างละเอียด ตอบ 1. น าท่อที่ตัดแล้วมาคว้านปลายท่อให้เรียบร้อยและใช้ตัวจับท่อจับยึดท่อตามขนาดที่ต้องการ ให้แน่นและจะต้องให้ปลายท่อสูงกว่าระดับ H ของตัวจับท่อประมาณ 1/3 H 2. ขนัยดึตวัจบัท่อใหแ้น่นท้งัสองขา้ง 3. สวมโยกเขา้กบัตวัจบัท่อเพื่อใชข้นัอดับานปลายท่อแบบช้นัเดียว 4. เมื่อท าการบานท่อช้นัเดียวเสร็จแลว้ให้คลายโยกจากตัวจับท่อ 5. คลายตัวจับท่อออกจากท่อที่ท าการบานเสร็จแล้ว 4. ให้นักเรียนเขียนอธิบายขั้นตอนการตอกขยายท่อมาอย่างละเอียด ตอบ 1. ใช้ตัวจับท่อขันยึดท่อให้แน่นขนาดของท่อและขนาดรูของท่อจะต้องเท่ากัน ที่ปลายท่อ จะต้องสูงจากตัวจับท่อเท่ากับขนาดความยาวด้านบนของตัวตอกบานท่อ 2. น าตัวตอกขยายท่อใส่ลงในท่อที่ต้องการขยาย 3. ใช้ค้อนตอกตัวขยายท่อเข้าไปในท่อที่ต้องการขยายจนสุด 4. เมื่อขยายท่อเรียบร้อยแล้วให้ดึงตัวตอกขยายท่อออก 5. คลายสลกัเกลียวตวัจบัท่อออกท้งัสองขา้งและถอดท่อออก
220
220 แผนการสอน หน่วยที่ 8 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 11-12 ชื่อหน่วย 8 ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ ชั่วโมงรวม 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ จ านวน 12 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. วงจรระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 2. แม็กเนติกคลัตช์ 3. สวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์ 4. เทอร์โมสตัด 5. มอเตอร์โบลเวอร์ 6. เมนรีเลย์ 7. สเตบิไลเซอร์แอนส์แอมพริไฟเออร์ 8. แวคคมัสวิตชช์ ิ่งวาลว์ 9. สวิตช์ควบคุมความดัน 10.การตรวจสอบอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ ด้านทักษะ 11. งานการต่อวงจรไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 12. งานการตรวจสอบอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 13. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 14. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ วงจรไฟฟ้าเป็ นที่ส าคัญและจ าเป็ นอย่างมากเพราะในปัจจุบันรถยนต์ที่ใช้เครื่องปรับอากาศรถยนต์ จะ ใช้วงจรไฟฟ้าในการควบคุมระบบการท างานในส่วนต่าง ๆ ของระบบปรับอากาศภายในรถยนต์เพื่ออ านวย ความสะดวกแก่ผูใ้ช้ระบบไฟฟ้ารถยนต์ เป็ นวงจรไฟฟ้าที่ควบคุมการท างานระบบต่าง ๆ การต่อวงจรมี อุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องหลายชนิด แต่ละชนิดมีรายละเอียดหน้าที่การท างานแตกต่างกัน เครื่องปรับอากาศ รถยนตน์ ้นัจะมีรีเลยแ์ละสวิตซ์ควบคุมการทา งานของอุปกรณ์หลกัแต่ละอย่าง จา เป็นอย่างยิ่งที่จะตอ้งศึกษา
221 รายละเอียดของชิ้นส่วนเหล่าน้นั ให้เขา้ใจ มิฉะน้นัอาจทา ใหก้ารต่อวงจรไฟฟ้าผิดพลาด ระบบปรับอากาศไม่ ท างานหรือท าให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ ได้ สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกหน้าที่ของแม็กเนติกคลัตช์ได้ 2. บอกหน้าที่ของสวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์ได้ 3. อธิบายการท างานของเทอร์โมสตัดได้ 4. บอกชนิดของมอเตอร์โบลเวอร์ได้ 5. บอกหน้าที่ของเมนรีเลย์ได้ 6. อธิบายการท างานของสเตบิไลเซอร์แอนส์แอมพริไฟเออร์ได้ 7. อธิบายการทา งานของแวคคมัสวิตชช์ ิ่งวาลว์ได้ 8. บอกหน้าที่สวิตช์ความดันได้ 9. ต่อวงจรไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ได้ตามใบงาน 10. ตรวจสอบอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ได้ตามใบงาน
222 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวงจรระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ แม็กเนติกคลัตช์ สวิตช์ควบคุม มอเตอร์โบลเวอร์ เทอร์โมสตัด มอเตอร์โบวเวอร์ เมนรีเลย์ สเตบิไลเซอร์แอนส์แอมพริไฟเออร์ แวคคัม สวิตชช์ ิ่งวาลว์สวิตช์ควบคุมความดนั การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ได้ (ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในการต่อวงจรไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์และงานตรวสอบอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าปรับ อากาศรถยนต์ (ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้อง ส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านความรู้) 1. บอกหน้าที่ของแม็กเนติกคลัตช์ได้อย่างถูกต้อง 2. บอกหน้าที่ของสวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์ได้อย่างถูกต้อง 3. อธิบายการท างานของเทอร์โมสตัดได้อย่างถูกต้อง 4. บอกชนิดของมอเตอร์โบลเวอร์ได้อย่างถูกต้อง 5. บอกหน้าที่ของเมนรีเลย์ได้อย่างถูกต้อง 6. อธิบายการท างานของสเตบิไลเซอร์แอนส์แอมพริไฟเออร์ได้อย่างถูกต้อง 7. อธิบายการทา งานของแวคคมัสวิตชช์ ิ่งวาลว์ไดอ้ยา่งถูกตอ้ง 8. บอกหน้าที่สวิตช์ความดันได้อย่างถูกต้อง 9. ต่อวงจรไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง 10. ตรวจสอบอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง (ด้านทักษะ) 1. งานต่อวงจรระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 2. งานตรวจสอบระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัด ได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
223 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 8. ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 8.1 วงจรระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 8.2 แม็กเนติกคลัตช์ 8.3 สวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์ 8.4 เทอร์โมสตัด 8.5 มอเตอร์โบวเวอร์ 8.6 เมนรีเลย์ 8.7 สเตบิไลเซอร์แอนส์แอมพริไฟเออร์ 8.8 แวคคมัสวิตชช์ ิ่งวาลว์ 8.9 สวิตช์ควบคุมความดัน 8.10 การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 8.1 เรื่อง งานต่อวงจรไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 2. ใบงานที่ 8.2 เรื่อง งานตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
224 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือครู และจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 8 เรื่องระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์สื่อการเรียน การสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ แนะน าการใช้ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงานตามใบงาน และวิธีการวัดผลและ ประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 8 เรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์แล้วให้ นักเรียนสลับกนัตรวจคา ตอบแบบทดสอบก่อนเรียน แลให้คะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 8 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 8 เรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับ อากาศรถยนต์ กับนักเรียนและคอยให้ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4กลุ่ม แล้วแจกใบงาน ให้นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่ 8.1 เรื่อง งานต่อวงจรไฟฟ้าปรับ อากาศรถยนต์ -ใบงานที่ 8.2 เรื่อง งานตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ปรับอากาศรถยนต์ ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 8 ท าความ เข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 8 เรื่องระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 8 เรื่องระบบ ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์และสลับกันตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 8 เรื่องระบบไฟฟ้า ปรับอากาศรถยนต์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ท า การเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่ 8.1 เรื่อง งานต่อวงจรไฟฟ้าปรับ อากาศรถยนต์ -ใบงานที่ 8.2 เรื่อง งานตรวจสอบอุปกรณ์ ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์
225 - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตาม ใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของนักเรียนและประเมินผลการปฏิบัติงาน - จากน้นั ให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุป เน้ือหาเรื่องระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงาน หนา้ช้นัเรียน ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียน ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 8 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 2 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหา เรื่องระบบ ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอน ที่ 8
226 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 8 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 8 เรื่องระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์และสลับกันตรวจ ค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 8 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียมเอกสาร ชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่8 เรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และ ปฏิบัติตามใบงาน -ใบงานที่ 8.1 เรื่อง งานต่อวงจรไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ -ใบงานที่ 8.2 เรื่อง งานตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปเรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 3. รายงานหนา้ช้นัเรียนเรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
227 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 8 เรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
228 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point 1. เรื่องวงจรระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 2. เรื่องแม็กเนติกคลัตช์ 3. เรื่องสวิตช์ควบคุมมอเตอร์โบลเวอร์ 4. เรื่องเทอร์โมสตัด 5. เรื่องมอเตอร์โบวเวอร์ 6. เรื่องเมนรีเลย์ 7. เรื่องสเตบิไลเซอร์แอนส์แอมพริไฟเออร์ 8. เรื่องแวคคมัสวิตชช์ ิ่งวาลว์ 9. เรื่องสวิตช์ควบคุมความดัน 10. เรื่องการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ สื่อของจริง -แม็กเนติกคลัตช์ - เทอร์โมสตัด - มอเตอร์โบลเวอร์ - เมนรีเลย์ -สเตบิไลเซอร์แอนส์แอมพริไฟเออร์ - สวิตช์ควบคุมความดัน -แวคคมัสวิตช์ชิ่งวาลว์
229 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 8.1 เรื่อง งานต่อวงจรไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ 2. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 8.2 เรื่อง งานตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์ หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 8 เรื่อง ระบบไฟฟ้าปรับอากาศรถยนต์