133 รูปที่4.28 รูปตัดด้านข้างของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ ส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ 1. ใบพัดอยู่กับที่ (Stationary Blade) ใบพัดจะฝังตัวกับกระบอกสูบและที่ตัวหมุนกวาดสารความ เยน็หมุนห่างออกไป สปริงจะดนั ให้ใบพดัชิดอยู่กบัตวัหมุนตลอดเวลาและทา หน้าที่เป็นตวัก้นัห้องดูดและ หอ้งอดัในกระบอกสูบ มีส่วนประกอบที่สา คญัดงัน้ี 1.1 กระบอกสูบ(Cylinder)จะท ามาจากเหล็กหล่อภายในจะเรียบเป็ นมันจะมีช่องหรือรูที่จะ ใหน้ ้า ยาที่ถูกดูดเขา้มาในกระบอกสูบ เรียกวา่ “รูน้า ยาเขา้”(Suction Port)และอีกรูมีไวส้ าหรับใหน้ ้า ยาที่ถูกอดั มีความดันสูงแล้วออกไปภายนอก เรียกว่า“รูน้า ยาออก”(Exhaust Port) 1.2 โรลเลอร์(Roller or Rotor) เป็นเสมือนลูกกลิ้งที่หมุนและกลิ้งไปบนผิวของกระบอกสูบ เพื่อทา การดูดและอดัน้า ยา“โรลเลอร์”มีลกัษณะการหมุนที่เหวี่ยงไปมาคลา้ยกบัการหมุนของลูกเบ้ียว เมื่อ นา ไปประกอบเขา้กบักระบอกสูบโรลเลอร์ก็จะสามารถดูดและอดัน้า ยาโดยการกลิ้งอยู่บนผิวของกระบอก สูบ 1.3 ใบพัดหรื อครี บ(Blade or Vane) เป็ นส่วนประกอบที่ส าคัญมากในคอมเพรสเซอร์ เนื่องจากจะทา หน้าที่เป็นตวัก้นั ไม่ให้น้า ยาทางดา้นความดนัสูงผ่านเขา้มาทาง ดา้นความดนัต่า ซ่ึงใบพดัจะ กดลงบนผิวของโรลเลอร์อยู่ตลอดเวลาด้วยการยันของสปริงที่อยู่ด้านท้ายใบพัดเมื่อโรลเลอร์เกิดการหมุนก็ จะเลื่อนเข้าออกตามการหมุนของโรลเลอร์ โดยมีสปริงคอยกดด้านท้ายใบพัดเพื่อให้สัมผัสกับโรลเลอร์ ดงัน้นัถา้ส่วนน้ีเกิดการสึกหรอหรือชา รุดคอมเพรสเซอร์จะไม่มีแรงดูดและแรงอดัทนัที 1.4 วาล์วอัด(Exhaust Valve)คอมเพรสเซอร์แบบน้ีจะมีวาล์วอดัซ่ึงติดต้ังกับกระบอกสูบ ด้านที่เป็ น“รูน้า ยาออก”เพื่อก้นัไม่ใหน้ ้า ยาที่ถูกอดัออกไปแลว้ไหลยอ้นกลบัมากระบอกสูบอีก 1.5 เพลา (Shaft) จะสวมประกอบกับโรลเลอร์รับแรงการหมุนมาจากภายนอกหลัก การ ทา งาน เมื่อแกนเพลาของคอมเพรสเซอร์หมุนโรลเลอร์ก็จะหมุนไปดว้ยขณะที่หมุนก็จะกลิ้งติดไปกบัผนัง
134 กระบอกสูบ และก็จะไล่อดัน้า ยาผา่นวาลว์อดัออกไปทางท่ออดัอีกดา้นหน่ึงของโรลเลอร์ก็กา ลงัดูดน้า ยาจาก ท่อซักชนั่ผ่านเขา้มาทางรูน้า ยาเขา้เขา้มายงักระบอกสูบ ขณะที่โรลเลอร์หมุนกลิ้งบนผิวของกระบอกสูบอยู่ น้ีสปริงที่กดยนัอยดู่า้นทา้ยจะกดใบพดัใหส้ ัมผสักบัพ้ืนผิวของโรลเลอร์อยตู่ลอดเวลา 2. ใบพัดเคลื่อนที่ (Rotating Blade) ใบพัดจะฝังตัวอยู่ในตัวหมุนกวาดสารความเย็นขณะที่ตัวหมุน กวาดสารความเย็นหมุนห่างออกไป สปริงจะดันให้ใบพัดชิดกับกระบอกสูบเคลื่อนที่โดยรอบและท าหน้าที่ แบ่งหอ้งดูดและหอ้งอดัมีส่วนประกอบที่สา คญัดงัน้ี 2.1 กระบอกสูบ(Cylinder) ท ามาจากเหล็กหล่อมีผิวเรียบมันวาว แต่ที่กระบอกสูบจะไม่มี ส่วนที่ยึดใบพัดหรือครีบ 2.2 ใบพัดหรือครีบ(Vane) ท ามาจากเหล็กหล่อเหล็กเหนียวหรืออะลูมิเนียมคอม-เพรส เซอร์แบบน้ีจะมีใบพดัต้งัแต่2 ใบข้ึนไปโดยยดึกบั โรลเลอร์เมื่อโรลเลอร์หมุนใบพดัก็จะหมุนสัมผสัและ กวาดไล่น้า ยาแทนที่จะใชโ้รลเลอร์เหมือนกบัแบบใบพดัอยกู่บัที่ หลักการท างาน เมื่อแกนเพลาของคอมเพรสเซอร์หมุนโรลเลอร์ก็จะหมุนไปด้วยใบพัดที่ติดอยู่ กบั โรลเลอร์ก็จะเคลื่อนตวัออกตามแนวของแรงหนีศูนยก์ลาง สัมผสักบัผนงัของกระบอกสูบอดัไล่น้า ยา ออกทางท่ออดัและดูดน้า ยาเขา้ทางท่อดา้นดูดทา งานไดด้ีกว่าใบพดัอยกู่บัที่เนื่องจากการสึกและชา รุดจะ มีน้อยกว่า แบบใบพดัอยู่กบัที่จะมีใบพดัเพียงอนัเดียว ที่ตอ้งทา หนา้ที่ก้นัน้า ยาท้งัดา้นความดนัสูงและดา้น ความดันต ่า ตลอดจนต้องมีการเสียดสีกับโรลเลอร์อยู่ตลอดเวลา รูปที่4.29 การอดัจากด้านหลงัและจังหวะดูดช่วงแรก
135 รูปที่4.30 จังหวะดูดเต็มที่รูปที่4.31 จังหวะอัดช่วงแรก รูปที่4.32 จังหวะอดัเต็มที่รูปที่4.33 จังหวะอัดส่ง การหล่อลื่นของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ ภายในตวัเรือนคอมเพรสเซอร์จะมีอ่างน้า มนัหล่อลื่นอยทู่างดา้นความดนัสูงของระบบขณะ คอมเพรสเซอร์ทา งานน้า มนัหล่อลื่นจะถูกอดัผสมไปกบัสารความเยน็ผา่นทางกระบอกสูบไปกระทบแผน่ ก้นัน้า มนัหล่อลื่นซ่ึงมีน้า หนกัมากกวา่สารความเยน็จะตกลงดา้นล่างของอ่างน้า มนัหล่อลื่น รูปที่4.34 อ่างน ้ามันหล่อลื่น
136 วาล์วน ้ามันหล่อลื่นกลับ (Oil Return Valve) จะอยู่ภายในอ่างน้า มนัหล่อลื่นควบคุมน้า มนัส าหรับ การหล่อลื่นในกระบอกสูบ รูปที่4.35วาล์วน ้ามันหล่อลื่นกลับ วาล์วน้ ามันหล่อลื่นกลับประกอบด้วยลูกสูบควบคุม (Piston Controller) วาล์วลูกปื น (Ball Valve) สปริงและสต็อปเปอร์ซ่ึงมีกรองติดอยู่ดว้ยกา ลงัดนัสปริงจะดนัวาลว์ให้นั่งบนบ่าและลูกสูบควบคุม การเคลื่อนที่อิสระภายในเส้ือสูบ ในห้องดา้นล่างของชุดลูกสูบควบคุมจะมีช่อง A ทะลุผ่านไปถึงด้านหลัง เส้ือคอมเพรสเซอร์จนถึงห้องในกระบอกสูบ ภายในห้องดา้นบนจะมีช่อง B ยาวทะลุไปตามดา้นหลงัเส้ือ คอมเพรสเซอร์และผ่านเข้าด้านหลังของปลายเพลา รูปที่4.36 โครงสร้างของวาล์วน ้ามันหล่อลื่น วาล์วน ้ามันหล่อลื่นกลับ มีหลกัการทา งานดงัน้ี ขณะที่คอมเพรสเซอร์หยุด ความดันภายในคอมเพรสเซอร์ระหว่างห้อง A และห้อง B จะเท่ากัน วาลว์ก็จะปิดดว้ยแรงดนัสปริงปิดทางไหลของน้า มนั
137 รูปที่4.37 วาล์วน ้ามันหล่อลื่นปิ ด ขณะที่คอมเพรสเซอร์ท างาน ห้อง A จะมีแรงน้อยกว่าห้อง B เนื่องจากมีพ้ืนที่รับแรงดนันอ้ยกวา่ ครึ่งหนึ่ง เป็ นผลท าให้ลูกสูบควบคุมถูกกดลงและก้านกระทุ้งก็จะไปดันให้วาล์วปิ ด ขณะที่คอมเพรสเซอร์ ทา งาน น้า มนัหล่อลื่นก็จะไหลจากอ่างผา่นตะแกรงกรองน้า มนัจากหอ้ง A เข้าไปในกระบอกสูบหล่อลื่นโร เตอร์และใบมีด ขณะที่คอมเพรสเซอร์หยุดท างาน ความดันห้อง A และ B จะกลับมาเท่ากันอีก เป็ นผลท าให้ความ ดนัน้า มนัหล่อลื่นในอ่างน้า มนัหล่อลื่นกบัแรงดนัของสปริงดนั ให้วาลว์ ปิดก้นัการไหลของน้า มนัหล่อลื่นที่ เขา้ไปในกระบอกสูบ จนกระทงั่คอมเพรสเซอร์จะเริ่มทา งานใหม่ รูปที่4.38 แสดงการท างานของวาล์วน ้ามันหล่อลื่น สลดักิ้งวาล์ว (Sludging Valve) จะติดต้งัอยู่ด้านท้ายของตัวเรื่อนคอมเพรสเซอร์ปกติความดันสูง ภายในกระบอกสูบจะไหลผา่นออกทางสปริงโหลดสลดักิ้งวาลว์
138 รูปที่4.39 สลัดกิ้งวาล์ว การทา งานของสลดักิ้งวาล์วขณะที่คอมเพรสเซอร์อดัสารทา ความเยน็ ในสถานะก๊าซตามปกติถา้ เอ็กซ์แพนชนั่วาล์วชา รุดเสียหาย สารทา ความเยน็จะเป็นของเหลวและจะเขา้ไปในกระบอกสูบความดนั ใน กระบอกสูบก็จะเพิ่มสูงข้ึนทนัทีสลดักิ้งวาลว์จะเปิดให้สารทา ความเยน็ระบายออกไปสู่อ่างน้า มนัหล่อลื่น ท าให้แรงดันเนื่ องจากการอัดลดลง วาล์วจะท างานเมื่อความดันในคอมเพรสเซอร์มากกว่าในอ่าง น้า มนัหล่อลื่นเกินกวา่ 9 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตรหรือ 128 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว 4.6 สรุป คอมเพรสเซอร์ที่ใช้ในงานปรับอากาศรถยนต์โดยทวั่ ไปมี3 แบบ คือ คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบ คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลต และคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ ซึ่งคอมเพรสเซอร์มีหน้าที่หลักคือ ดูดสารท า ความเยน็ ในสถานะก๊าซอุณหภูมิต่า แรงดนัต่า และอดัสารความเยน็เพื่อเพิ่มแรงดนั ให้สูงข้ึนและอุณหภูมิสูง ส่งต่อไปยงัคอนเดนเซอร์เพื่อใหน้ ้า ยาสามารถกลนั่ตวัเป็นของเหลว คอมเพรสเซอร์จะติดต้งัอยู่ดา้นหนา้ขา้งเครื่องยนต์โดยจะมีเครื่องยนตเ์ป็นตน้กา ลงัและส่งถ่ายกา ลงั โดยสายพานซึ่งจะท างานโดยอาศัยอ านาจแม่เหล็กจากชุดแม็กเนติกคลัตซ์โดยมีโครงสร้างภายในที่เคลื่อนที่ ตามประเภทของคอมเพรสเซอร์ซ่ึงจะมีการหล่อลื่นโดยใชน้ ้า มนัคอมเพรสเซอร์ จากอายุการใช้งานจะมีชิ้นส่วนที่ชา รุดและสึกหรอจึงตอ้งมีการตรวจสอบเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ ข้อขัดข้องในการตรวจซ่อม บริการและแก้ไขเพื่อให้มีประสิทธิภาพต่อระบบปรับอากาศรถยนต์
139 กิจกรรมที่ 4.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของคอมเพรสเซอร์มาอย่างละเอียด .......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 2. ให้นักเรียนเขียนอธิบายหลกัการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบมาอย่างละเอียด .......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ชนิดใบพดัอยู่กบัที่มาอย่างละเอียด ………… .......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ 4. ให้นักเรียนบอกคุณสมบัติของคอมเพรสเซอร ์ แบบโรตารี่มาอย่างละเอยีด ………….......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ กิจกรรมหน่วยที่ 4
140 กิจกรรมที่ 4.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของคอมเพรสเซอร์มาอย่างละเอียด ตอบ คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ท าหน้าที่เพิ่มความดนัของสารทา ความเยน็ที่อยใู่นสถานะเป็นก๊าซโดย การดูดและอัดสารความเย็นในสถานะที่เป็ นก๊าซที่มีความดันและอุณหภูมิต ่าจากอีวาพอเรเตอร์ ผ่านเข้าท่อ ซักชั่นทางด้านวาล์วดูดของคอมเพรสเซอร์และอัดก๊าซให้มีความดันและอุณหภูมิสูงข้ึน ส่งเข้าไปยงั คอนเดนเซอร์ทางท่อดิสชาร์จโดยมีความดันมากกว่า 14.1 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (201 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว, 1,383กิโลปาสคาล) เพื่อไปกลนั่ตวัเป็นของเหลวในคอนเดนเซอร์ดว้ยการระบาย ความร้อนออกจากน้า ยา 2. ให้นักเรียนเขียนอธิบายหลกัการท างานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบมาอย่างละเอยีด ตอบ หลกัการทา งานของคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบมีดงัน้ีคือในแต่ละกระบอกจะประกอบดว้ยชุดของ ลิ้นทางดูดและลิ้นทางอดัซ่ึงติดอยกู่บัวาลว์เพลต (valve plate) ขณะที่ลูกสูบหนึ่งเคลื่อนที่ลงในจังหวะดูด อีก ลูกสูบหน่ึงจะเคลื่อนที่ข้ึนในจงัหวะอดั ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงหรือจงัหวะดูด แรงดนัของสารความเยน็ ในกระบอกสูบจะลดลงมากลิ้น ทางอดัจะถูกปิดโดยแรงอดัของสารความเยน็ที่อยทู่างดา้นความดนัสูงและลิ้นทางดูดจะถูกเปิด ดูดเอาสาร ความเยน็จากทางดา้นความดนัต่า ผา่นเขา้มาในกระบอกสูบ ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ข้ึนหรือจงัหวะอดัแรงดนั ของสารความเยน็ ในกระบอกสูบจะถูกอดัตวัสูงข้ึน ลิ้นทางดูดจะถูกปิดดว้ยแรงอดัที่สูงข้ึนภายในกระบอก สูบน้ีและลิ้นทางอดัจะถูกเปิดอดัสารความเยน็ส่งออกไปทางดา้นความดนัสูงของระบบ เฉลยค าถามท้ายบท
141 3. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบของคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ชนิดใบพดัอยู่กบัที่มาอย่างละเอยีด ตอบ แบบใบพัดอยู่กับที่(Stationary Blade) ใบพัดจะฝังตัวกับกระบอกสูบและที่ตัวหมุนกวาด สารความเยน็หมุนห่างออกไป สปริงจะดนั ให้ใบพดัชิดอยกู่บัตวัหมุนตลอดเวลาและทา หนา้ที่เป็นตวัก้นัหอ้ง ดูดและหอ้งอดัในกระบอกสูบ มีส่วนประกอบที่สา คญัดงัน้ี 1.1 กระบอกสูบ(Cylinder)จะท ามาจากเหล็กหล่อภายในจะเรียบเป็ นมันจะมีช่องหรือรูที่จะ ใหน้ ้า ยาที่ถูกดูดเขา้มาในกระบอกสูบ เรียกวา่ “รูน้า ยาเขา้”(Suction Port)และอีกรูมีไวส้ าหรับใหน้ ้า ยาที่ถูกอดั มีความดันสูงแล้วออกไปภายนอก เรียกว่า“รูน้า ยาออก”(Exhaust Port) 1.2 โรลเลอร์(Roller or Rotor) เป็นเสมือนลูกกลิ้งที่หมุนและกลิ้งไปบนผิวของกระบอกสูบ เพื่อทา การดูดและอดัน้า ยา“โรลเลอร์”มีลกัษณะการหมุนที่เหวี่ยงไปมาคลา้ยกบัการหมุนของลูกเบ้ียว เมื่อ นา ไปประกอบเขา้กบักระบอกสูบโรลเลอร์ก็จะสามารถดูดและอดัน้า ยาโดยการกลิ้งอยู่บนผิวของกระบอก สูบ 1.3 ใบพัดหรื อครี บ(Blade or Vane) เป็ นส่วนประกอบที่ส าคัญมากในคอมเพรสเซอร์ เนื่องจากจะทา หน้าที่เป็นตวัก้นั ไม่ให้น้า ยาทางดา้นความดนัสูงผ่านเขา้มาทาง ดา้นความดนัต่า ซ่ึงใบพดัจะ กดลงบนผิวของโรลเลอร์อยู่ตลอดเวลาด้วยการยันของสปริงที่อยู่ด้านท้ายใบพัดเมื่อโรลเลอร์เกิดการหมุนก็ จะเลื่อนเข้าออกตามการหมุนของโรลเลอร์ โดยมีสปริงคอยกดด้านท้ายใบพัดเพื่อให้สัมผัสกับโรลเลอร์ ดงัน้นัถา้ส่วนน้ีเกิดการสึกหรอหรือชา รุดคอมเพรสเซอร์จะไม่มีแรงดูดและแรงอดัทนัที 1.4 วาล์วอัด(Exhaust Valve)คอมเพรสเซอร์แบบน้ีจะมีวาล์วอดัซ่ึงติดต้ังกับกระบอกสูบ ด้านที่เป็ น“รูน้า ยาออก”เพื่อก้นัไม่ใหน้ ้า ยาที่ถูกอดัออกไปแลว้ไหลยอ้นกลบัมากระบอกสูบอีก 1.5 เพลา (Shaft) จะสวมประกอบกับโรลเลอร์รับแรงการหมุนมาจากภายนอกหลัก การ ทา งาน เมื่อแกนเพลาของคอมเพรสเซอร์หมุนโรลเลอร์ก็จะหมุนไปดว้ยขณะที่หมุนก็จะกลิ้งติดไปกบัผนัง กระบอกสูบ และก็จะไล่อดัน้า ยาผา่นวาลว์อดัออกไปทางท่ออดัอีกดา้นหน่ึงของโรลเลอร์ก็กา ลงัดูดน้า ยาจาก ท่อซักชนั่ผ่านเขา้มาทางรูน้า ยาเขา้เขา้มายงักระบอกสูบ ขณะที่โรลเลอร์หมุนกลิ้งบนผิวของกระบอกสูบอยู่ น้ีสปริงที่กดยนัอยดู่า้นทา้ยจะกดใบพดัใหส้ ัมผสักบัพ้ืนผิวของโรลเลอร์อยตู่ลอดเวลา 4. ให้นักเรียนบอกคุณสมบัติของคอมเพรสเซอร ์ แบบโรตารี่มาอย่างละเอยีด ตอบ 1. ขนาดคอมเพรสเซอร์เลก็จึงมีน้า หนกัเบา 2. ปริมาตรดูดสูงจากนอ้ยไปกระทงั่สูงสุด 3. เนื่องจากใช้ใบพัดความเสียดทานจึงน้อย 4. แรงสั่นจากการทา งานนอ้ยระดบัเสียงต่า 5. ใช้แรงเครื่องยนต์น้อยกว่า
142
142 แผนการสอน หน่วยที่ 5 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 8 ชื่อหน่วย 5 คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ชั่วโมงรวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ จ านวน 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. หน้าที่ โครงสร้างและประเภทของคอนเดนเซอร์ 2. หลักการท างานของคอนเดนเซอร์ 3. การทดสอบคอนเดนเซอร์ 4. หลักการท างานของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5. ส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 6. การทดสอบรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ด้านทักษะ 7. การถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 8. การตรวจสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 9. การประกอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 10. ความรับผิดชอบ 11. ความสนใจใฝ่ รู้ สาระส าคัญ การทา ความเยน็และการปรับอากาศใชใ้นรถยนตน์ ้นั จะใช้การไหลเวียนของสารท าความเย็นโดยการ ท าให้สารท าความเย็นมีสถานะที่แตกต่างกันกล่าวคือ สารท าความเย็นที่ออกจากคอมเพรสเซอร์จะมีสถานะ เป็ นแก็สแรงดันสูงและจะถูกเปลี่ยนสถานะให้เป็ นของเหลวแรงดันสูงโดยอาศัยคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ ดรายเออร์
143 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกหน้าที่ของคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ 2. บอกประเภทคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ 3. ทดสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ 4. อธิบายการท างานคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ 5. บอกส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ 6. ถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ได้ 7. ตรวจสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ 8. ประกอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ 9. ความรับผิดชอบ 10. ความสนใจใฝ่ รู้
144 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับหน้าที่การท างานของคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์, หลักการท างาน, ส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ (ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในการถอด ประกอบและตรวจสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์(ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงานอย่าง ถูกต้อง ส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกหน้าที่ของคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์(ด้านความรู้) 2. บอกประเภทคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้(ด้านความรู้) 3. ทดสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้(ด้านความรู้) 4. อธิบายการท างานคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้(ด้านความรู้) 5. บอกส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้(ด้านความรู้) 6. ถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้(ด้านทักษะ) 7. ตรวจสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้(ด้านทักษะ) 8. ประกอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ได้ (ด้านทักษะ) 9. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับงานได้อย่างถูกต้อง(ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 10. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 11. มีกิจนิสัยที่ดีในการท างาน รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา รักษาความสะอาด และความปลอดภัย (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
145 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 5.1 หน้าที่ โครงสร้างและประเภทของคอนเดนเซอร์ 5.2 หลักการท างานของคอนเดนเซอร์ 5.3 การทดสอบคอนเดนเซอร์ 5.4 หลักการท างานของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5.5 ส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5.6 การทดสอบรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 5.1 เรื่อง งานถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 2. ใบงานที่ 5.2 เรื่อง งานตรวจสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 3. ใบงานที่ 5.3 เรื่อง งานประกอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
146 ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 5 เรื่องคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ สื่อการ เรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และ อุปกรณ์แนะน าการใช้ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงานตามใบงาน และวิธีการวัดผลและ ประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 5 เรื่องคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์แล้ว ใหน้กัเรียนสลบักนัตรวจคา ตอบแบบทดสอบก่อน เรียนและให้คะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 5 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 5 เรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟ เวอร์ดรายเออร์ให้กับนักเรียนและคอยให้ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4กลุ่ม แล้วแจกใบงาน ให้นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 1 เรื่อง งานถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟ เวอร์ดรายเออร์ - ใบงานที่ 2 เรื่อง งานตรวจสอบคอนเดนเซอร์และ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ - ใบงานที่ 3 เรื่อง งานประกอบคอนเดนเซอร์และรี ซีฟเวอร์ดรายเออร์ ขั้นเตรียม 1. นักเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการเรียนที่ท าความเข้าใจ และให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 5 เรื่องคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 5 เรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์และสลับกัน ตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 5 เรื่องคอนเดนเซอร์ และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ท า การเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 1 เรื่อง งานถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟ เวอร์ดรายเออร์ - ใบงานที่ 2 เรื่อง งานตรวจสอบคอนเดนเซอร์และ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ - ใบงานที่ 3 เรื่อง งานประกอบคอนเดนเซอร์และรี ซีฟเวอร์ดรายเออร์
147 - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตามใบงานครู สังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกันของนักเรียนและ ประเมินผลการปฏิบัติงาน - จากน้นั ให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหา เรื่องคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงาน หนา้ช้นั เรียน ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียน ท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 5 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 4 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหาเรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่ เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 5
148 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 5 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 5 เรื่องคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์และสลับกัน ตรวจค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 5 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียมเอกสาร ชุดการเรียน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่5 เรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 5.1 เรื่องงานถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ - ใบงานที่ 5.2 เรื่องงานตรวจสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ - ใบงานที่ 5.3 เรื่องงานประกอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปเรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 3. รายงานหนา้ช้นัเรียนเรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
149 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 5 เรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
150 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point – เรื่องหน้าที่ โครงสร้างและประเภทของคอนเดนเซอร์ – เรื่องหลักการท างานของคอนเดนเซอร์ – เรื่องหลักการท างานของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ – เรื่องส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ – เรื่องการทดสอบรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ สื่อของจริง 1.คอนเดนเซอร์ 2. รีซีฟเวอร์ดรายเออร์
151 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 5.1 เรื่อง งานถอดคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 2. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 5.2 เรื่อง งานตรวจสอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 3. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 5.3 เรื่อง งานประกอบคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 5 เรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์
152 บันทึกหลังการสอน ชุดการสอนที่ 5 เรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้สามารถใช้สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด 2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียน 1. นักเรียนมีสมรรถนะตามที่ต้องการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันปฏิบัติตามใบงานที่ 5.1-5.3 3. คะแนนการทดสอบหลงัเรียนดีข้ึนเมื่อเปรียบเทียบกบัคะแนนการทดสอบก่อนเรียน ผลการสอนของครู 1. สอนได้ตามสมรรถนะตามที่ก าหนดไว้ 2. สอนไดต้ามเน้ือหาของชุดการสอนที่ก าหนดไว้ 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ตามใบงาน
153 ใบเนื้อหาที่ 5 เรื่อง คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5. คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ คอนเดนเซอร์ใช้ท าหน้าที่ถ่ายเทความร้อนออกจากสารท าความเย็นที่เป็ นแก๊สซึ่ งถูกอัดโดย คอมเพรสเซอร์ทา ให้มีอุณหภูมิสูงความดนัสูงจากน้ันจะเปลี่ยนสถานะจากแก๊สไปเป็น ของเหลวและจะส่ง สารท าความเย็นต่อไปยังรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เพื่อทา หนา้ที่เป็นที่พกัสารทา ความเยน็เหลวรวมถึงกรองเอาสิ่ง สกปรกและดูดความช้ืนที่จะเป็นตวัทา ความเสียหายให้แก่ระบบปรับอากาศโดยอุปกรณ์ท้งั 2 สิ่งน้ีจะติดต้งัใน ต าแหน่งที่สามารถระบายความร้อนได้ดีและมองเห็นสารท าความเย็นได้ชัดเจน รูปที่5.1 แสดงต าแหน่งการติดต้ังคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 5.1 โครงสร้างและประเภทของคอนเดนเซอร์ โครงสร้างของคอนเดนเซอร์จะประกอบด้วยขดท่อทองแดงหรือท่ออะลูมิเนียม และจะมี ครีบ (fin) เป็นตัวช่วยเพิ่มพ้ืนที่ผิวในการระบายความร้อนโดยอากาศที่ผ่านเขา้มาบนผิวหน้าของคอนเดนเซอร์ซ่ึง คอนเดนเซอร์ส่วนใหญ่จะมี 2 แบบ คือแบบขดท่อและครีบ และแบบครีบขดไปมา
154 รูปที่ 5.2 คอนเดนเซอร์ 5.2 หลักการท างานของคอนเดนเซอร์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ให้ความหมายค าศัพท์ทางวิชาการของคอนเดนเซอร์ว่า “อุปกรณ์ควบแน่นคืออุปกรณ์ที่ท าให้สารความเย็นในสภาพที่เป็ นไอเปลี่ยนสภาพเป็ นของเหลวโดยการ ระบายความร้อนออกจากสารความเย็น” คอนเดนเซอร์หรื อคอยล์ร้อน ท าหน้าที่ระบายความร้อนของไอสารท าความเย็นที่ส่งมาจาก คอมเพรสเซอร์เพื่อให้ควบแน่นเป็ นสารท าความเย็นเหลว แต่อุณหภูมิและความดันยังคงสูงอยู่ คอยล์ร้อนจะ ประกอบดว้ยขดท่อทองแดงหรืออะลูมิเนียมสอดสลบัดว้ยครีบเพื่อเพิ่มพ้ืนที่ผิวในการระบายความร้อนดว้ย อากาศ โดยมีพัดลมพัดผ่านเพื่อช่วยในการระบายความร้อน ท่อทางเข้าของสารท าความเย็นจะอยู่ด้านบนของคอยล์ร้อนเสมอเพราะเมื่อไอสารท าความเย็น ควบแน่นเป็ นของเหลวแล้วจะตกลงมาตอนล่าง เพื่อส่งผ่านท่อทางเดินสารเหลว ถ้าต่อสลับด้านจะท าให้สาร ท าความเย็นในสภาพไอดันผ่านของเหลว จะท าให้ความดันในคอยล์ร้อนสูงเกินก าหนด
155 คอนเดนเซอร์จะตอ้งติดต้งัที่ดา้นหน้าของรถยนต์เพื่อให้มีการระบายความร้อนดว้ยอากาศโดยใช้ พดัลมหม้อน้ าและแรงดันของอากาศขณะที่รถยนต์มีการเคลื่อนที่ปัจจุบันจะใช้พดัลมไฟฟ้าช่วยในการ ระบายความร้อน รูปที่5.3 สถานะและอุณหภูมิสารท าความเย็นในคอนเดนเซอร์ การใช้พดัลมหมอ้น้า ระบายความร้อน โดยปกติเครื่องปรับอากาศรถยนตส์ ่วนมากมกัจะนิยมใชพ้ดั ลมระบายความร้อนหมอ้น้ ารถยนต์เป็นตวัช่วยในการระบายความร้อนให้กับคอนเดนเซอร์โดยจะติดต้งั คอนเดนเซอร์ไวห้น้าหม้อน้ าและพัดลมหม้อน้ าก็จะท าการดูดอากาศให้ผ่านคอนเดนเซอร์และหม้อน้ า ขณะที่รถวิ่งอากาศที่เคลื่อนที่ปะทะดา้นหนา้รถก็จะช่วยในการระบายความร้อน รูปที่5.4 การใช้พัดลมหม้อน ้าระบายความร้อน
156 การใช้พัดลมไฟฟ้าระบายความร้อนมักจะใช้กับเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนล้อหน้าซึ่ งจะวางเครื่อง ลกัษณะขวางกับตวัรถ ไม่สามารถที่จะใช้พดัลมหม้อน้ าระบายความร้อนได้เลย การติดต้งัพัดลมไฟฟ้า ด้านหลังคอนเดนเซอร์เพื่อดูดอากาศจากด้านหน้ารถให้พัดผ่านคอนเดนเซอร์ โดยที่พัดลมไฟฟ้าจะระบาย ความร้อนให้เฉพาะคอนเดนเซอร์เพียงอย่างเดียวและแยกการระบายความร้อนออกจากระบบระบายความ ร้อนของเครื่องยนต์ รูปที่5.5 การใช้พัดลมไฟฟ้าระบายความร้อนคอนเดนเซอร์ 5.3 การทดสอบคอนเดนเซอร์ 5.4.1 การท าความสะอาดแผงคอนเดนเซอร์ คอนเดนเซอร์เมื่อใช้งานไปนาน ๆ มักจะมีเศษฝุ่ นใบไม้มาเกาะติดกับครีบที่แผง ซึ่งจะท าให้ลมผ่าน ไม่สะดวก ระบายความร้อนออกจากสารท าความเย็นไม่เต็มที่ ท าให้ประสิทธิภาพการท าความเย็นลดลง จะมี ผลทา ใหค้วามดนั ในระบบสูงเกินเกณฑ์เครื่องยนตร์้อนจดัการทา ความสะอาดให้ใชน้ ้า ฉีดลา้งและใชแ้ปรงถู เอาสิ่งสกปรกออกและจดัครีบที่ลม้ ใหม่เพื่อให้อากาศสามารถผ่านได้สะดวกซ่ึงสามารถทา ไดใ้นรถยนต์ โดยถอดกระจงัหนา้รถยนตอ์อกหรือการถอดแผงคอนเดนเซอร์ออกมาซ่ึงมีข้นัตอน ดงัน้ี 5.4.2 การตรวจสอบสภาพการแตกรั่วของแผงคอนเดนเซอร์ ถา้หากรอยรั่วของขดท่ออยู่บริเวณตอนกลางของคอนเดนเซอร์ไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้ ปฏิบัติโดยการปล่อยสารความเย็นออกจากระบบ แล้วถอดแผงคอนเดนเซอร์แล้วใช้ฝาปิ ดเกลียวอุดท่อด้าน หน่ึงไว้แลว้นา แผงคอนเดนเซอร์ท้งัตวัไปแช่น้า โดยใหข้อ้ต่อท้งัสองดา้นอยเู่หนือน้า และอดัอากาศหรือแก็ส ใหม้ีความดนัถา้เกิดการรั่วตอ้งเปลี่ยนคอนเดนเซอร์ใหม่ ข้อควรจ า อย่าให้มีน้ าเขา้ในขดท่อของคอนเดนเซอร์เด็ดขาด เมื่อตรวจสอบสภาพคอนเดนเซอร์ เรียบร้อยแล้ว ควรท าความสะอาดเป่ าล้างภายนอก จัดครีบและเป่ าภายในขอท่อคอนเดนเซอร์ด้วยสารท า ความเย็น R-11 หรือ R-12, R-134a
157 รูปที่5.6 การตรวจสอบการรั่วของคอนเดนเซอร์ รูปที่5.7 การท าความสะอาดแผงคอนเดนเซอร์
158 5.4 หลักการท างานของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์หรือท่อพกัน้า ยาและตวัดูดรับความช้ืน เป็นอุปกรณ์ตวัหน่ึงของระบบที่ทา ดว้ย กระบอกโลหะมีขอ้ต่อทางเขา้และทางออกของน้ ายาส่วนมากมีกระจกมองน้า ยา (Sight Glass) ติดอยู่ด้วยรี ซีฟเวอร์ดรายเออร์ติดต้งัอยู่ทางดา้นความดนัสูง (High-Pressure) ในช่วงที่ต่อจากคอนเดนเซอร์สารท าความ เย็นที่เข้ามาพักในรีซีฟเวอร์ดรายเออร์อาจแบ่งเป็ นสองส่วนคือ รีซีฟเวอร์ท าหน้าที่เป็ นที่พักสารท าความเย็น และ ดรายเออร์เป็นตวัดูดความช้ืนในระบบซ่ึงสรุปหนา้ที่ของ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ไดด้งัน้ี 1. กักสารท าความเย็นสถานะเป็ นแก็สและปล่อยสารท าความเย็นที่เป็ นของเหลวผ่านท าให้ที่สารท า ความเยน็ผา่นเขา้ไปในเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์มีปริมาณสารทา ความเยน็สม่า เสมอคงที่ 2. ดูดความช้ืนจากสารความเยน็ถา้มีความช้ืนในระบบจะเป็นตวัลดสมรรถนะในการทา ความเยน็ 3. กรองผงหรือเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่มีอยใู่นระบบไม่ใหผ้า่นเขา้ไปยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 4. ดูสภาพของสารความเยน็ที่ผา่นเขา้ไปยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 5. เก็บและรับการขยายตัวของสารความเย็น เท่าที่ขนาดจะท าได้ รูปที่ 5.8 ตัวอย่างของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ นับว่าเป็ นอุปกรณ์ส าคัญตัวหนึ่งในระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์เพราะจะท า หน้าที่เก็บน้ ายาเหลวให้มีปริมาณมากพอส าหรับฉีดเขา้ในอีวาพอเรเตอร์ระเหยดูดรับปริมาณความร้อน ภายในรถ
159 รูปที่5.9 แสดงต าแหน่งที่ติดต้ังรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ในระบบ รูปที่5.10 ลกัษณะโครงสร้างภายในของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์
160 5.5 ส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์จะรวมอุปกรณ์หลายอย่างเข้าด้วยกันซึ่งมีหน้าที่ ๆ แตกต่างกันประกอบด้วย 1. สารดูดความช้ืน (Desiccant) จะเป็นสารในสถานะของแข็ง มีคุณสมบตัิในการดูดซับความช้ืน จากแก็ส ของเหลวหรือแมแ้ต่ของแข็งก็ตาม สารดูดความช้ืนในระบบปรับอากาศรถยนต์จะใช้ซิลิกาเจล (Silica - Gal) หรือ โมบิลเจล (Mobil - Gel) โดยบรรจุอยู่ระหว่างตะแกรงกรองภายในท่อพักสารความเย็น เหลว หรือในถุงโลหะพรุนภายในท่อพกัสารความเยน็เหลว ช่วยป้องกนั ไม่ให้สารดูดรับความช้ืนหลุดออก จากภายในท่อพักเข้าไปในระบบ ถา้สารทา ความเยน็มีความช้ืนปนอยู่ความช้ืนจะเป็นตวัทา ลายส่วนประกอบในระบบและทา ให้เกิด การอุดตนัความช้ืนภายในเอ็กซ์แพนชนั่วาล์วทา ให้เกิดการก้นัการไหลของสารความเยน็หรือเกิดจุดเยือก แขง็ในอีวาพอเรเตอร์ดงัน้นัเพื่อป้องกนั ปัญหาน้ีจึงจา เป็นตอ้งใชส้ารดูดรับความช้ืน 2. ฟิ ลเตอร์ (Filter) ฟิลเตอร์จะทา หน้าที่ป้องกนัสารดูดความช้ืน ฝุ่นผง หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆที่ติด มากบัสารทา ความเยน็ ไม่ให้ผ่านไปได้ตวัดูดรับความช้ืนบางชนิดจะมีฟิลเตอร์ท้งัสองดา้นดูดรับความช้ืน ก่อนออกจากท่อพกัสารความเย็นเหลวน้ีแต่สารดูดรับความช้ืนบางชนิดใช้ตะแกรงกรอง (Strainer) ท า หนา้ที่แทนในท่อพกัสารความเยน็และตวัดูดรับความช้ืน 3. ตะแกรงกรอง (Strainer) ท าด้วยลวดเส้นเล็ก ๆ สานเป็ นตะแกรงอยู่ในท่อพักสารความเย็นท า หน้าที่ป้องกันไม่ให้ฝุ่ นผงผ่านรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เข้าไปในระบบ เช่นเดียวกับฟิ ลเตอร์สารความเย็นเหลว จะตอ้งผ่านตะแกรงกรองน้ีก่อนส่งออกจากท่อพกัสารความเย็นเหลว ท่อพกัสารความเย็นบางชนิดจะมี ตะแกรงกรองสองอนั ปิดครอบหัวทา้ยของสารดูดความช้ืน ถา้ตวัดูดรับความช้ืนไม่มีฟิลเตอร์อยู่ก็ตอ้งมี ตะแกรงกรองท าหน้าที่แทนเสมอ 4. ท่อส่งสารความเย็น (Pickup Tube) สารความเยน็ที่ถูกส่งเขา้มาน้ีส่วนมากแลว้จะเป็นสารความ เยน็เหลว จะมีบางส่วนที่ยงัคงมีสถานะเป็นแก็สอยู่ท่อพกัสารความเยน็น้ีจะทา หนา้ที่แบ่งให้สารความเยน็ เหลวอยู่ที่ส่วนล่างและส่วนที่เป็นแก็สจะอยู่ที่ส่วนบนของท่อพกัส าหรับท่อส่งสารความเย็นจะเริ่มจาก ส่วนล่างของท่อพกัสารความเยน็ที่ส่งผ่านข้ึนมาน้ีจะเป็นสารความเยน็เหลวท้งัหมด โดยไม่มีแก็สผสมติด ข้ึนมาดว้ยก่อนส่งผา่นเขา้ยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 5. กระจกมองสารความเย็น (Sight Glass)กระจกมองสารความเยน็มกัจะติดต้งัอยู่ที่ท่อทางออกของ รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ช่างบริการเครื่องปรับอากาศใช้ดูสารความเย็นภายในระบบว่ามีเพียงพอและไม่มี ฟองอากาศผ่าน ณ จุดน้ีถา้พบว่ามีฟองอากาศผา่น แสดงว่าสารความเยน็ ในระบบมีนอ้ยหรืออาจเกิดการรั่ว ที่จุดใดจุดหนึ่งของท่อทางเดินภายในระบบวงจรสารความเย็นของเครื่องปรับอากาศ สรุปได้ว่ากระจกมอง สารความเย็นมีไว้เพื่อดูว่าสารความเย็นในระบบมีเพียงพอหรือไม่หรือมีสารความเย็นระดับปกติมีน้อย
161 รูปที่5.11 ส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ 6. ปลกั๊หลอมละลาย(Melt Bolt) หรือโบลตล์ะลาย ประกอบดว้ย ตะกวั่พิเศษที่เติมอยใู่นช่องที่เจาะ รูตรงกลางโดยตลอดของปลกั๊ถา้คอนแดนเซอร์ระบายความร้อนไม่ดีหรือมีภาระการทา ความเยน็มาก เกินไป แรงดันด้านแรงดันสูงของคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ผิดปกติจะเป็ นอันตรายต่ออุปกรณ์ ต่าง ๆ เมื่อแรงดันและอุณหภูมิดา้นแรงดนัสูงเพิ่มข้ึนถึง 30กิโลกรัมต่อตาราง-เซนติเมตร (427 ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว) ที่95ถึง 100องศาเซลเซียส (203ถึง 212องศาฟาเรนไฮต์) ตะกวั่พิเศษในปลกั๊จะหลอมละลาย ยอมให้สารท าความเย็นปล่อยออกสู่บรรยากาศภายนอก เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับอุปกรณ์ใน ระบบทา ความเยน็ ปลกั๊หลอมละลายจะถูกติดต้งัอยทู่ ี่ดา้นบนของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เพื่อความปลอดภยั
162 รูปที่5.13 ปลกั๊หลอมละลาย การติดต้งัท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ส่วนมากมกัจะติดต้งัที่ดา้นหน้าของหมอ้น้ ารถยนต์ภายใตฝ้า กระโปรงรถควรจะเป็นตา แหน่งที่เยน็ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทา ได้ตา แหน่งที่ติดต้งัท่อรีซีฟ-เวอร์ดรายเออร์ น้ัน ควรจะเป็นต าแหน่งที่ดรายเออร์สามารถดูดรับความช้ืนได้สูงโดยขณะที่อุณหภูมิสูงข้ึน ขีด ความสามารถการดูดรับความช้ืนจะลดลงกล่าวคือความสามารถในการดูดรับความช้ืนของสารดูดความช้ืน จะเป็นปฏิภาคยอ้นกลบักบัอุณหภูมิโดยรอบ เพื่อป้องกนั ไม่ให้ความช้ืนในระบบจบัตวัแข็งบริษทัผูผ้ลิตบาง รายได้เติมแอลกอฮอล์ผสมเข้าในระบบเครื่องปรับอากาศสารความเย็น R-12 จะท าให้กรดไฮโดรคลอริก กดัทา ลายชิ้นส่วนของระบบที่เป็นโลหะได้การติดต้งัรีซีฟเวอร์- ดรายเออร์มีวิธีการ ดงัน้ี 1. ตอ้งติดต้งัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ไม่ให้เอียงเกิน 15องศาแนวดิ่ง เพราะอาจทา ให้สารความ เย็นในสภาพของเหลวที่ทางออกมีสภาพเป็ นก๊าซปนออกมาด้วยส่งผลให้ประสิทธิภาพทางความเย็นลดลง และการติดต้งัตอ้งใหแ้น่น 2. ตอ้งติดต้งัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ในที่ระบายความร้อนได้ดีและไม่ควรติดต้งัใกลแ้หล่ง ความร้อน เพราะจะท าให้สารดูดความช้ืนเสื่อมประสิทธิภาพ โดยมากมักติดต้ังบริเวณหน้ารถใกล้ คอนเดนเซอร์ 3. การต่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ผิดทิศทางจะท าให้ประสิทธิภาพทางความเย็นลดลงและอาจ ทา ใหค้ ่าความดนัของระบบสูงข้ึนมาก ทา ใหก้ารวิเคราะห์ปัญหาผิดพลาด 4. การติดต้งัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ตอ้งติดต้งัเป็นอุปกรณ์สุดทา้ยเพื่อป้องกนัการดูดความช้ืน จากภายนอก
163 5. ข้อต่อของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ส่วนใหญ่มีขนาด 3/8 นิ้ว หรือขนาด 1/4นิ้ว มีท้งัแบบตวั เมียและแบบตัวผู้ หรือบางแบบใช้สายสวมเข้าแล้วยืดให้แน่นด้วยสายรัด (Camp) รูปที่5.14 ข้อต่อท่อและการต่อท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ปกติแล้วที่ท่อทางเข้ารีซีฟเวอร์ดรายเออร์มักจะติดอักษรค าว่า “IN” หรือมีลูกศรแสดงทิศทางการ ไหลของสารความเย็นแทนการติดต้งัหรือตรวจซ่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ของระบบเครื่องปรับอากาศถา้รักษา ความสะอาดไม่ดีพออาจท าให้เกิดอุดตันภายในระบบที่ท่อรีซีฟเวอร์ดราย-เออร์ได้ ถ้าเกิดการอุดตันภายใน ท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ข้ึนแลว้ความดนัและอุณหภูมิของสารความเยน็เหลวไดท้ ี่ออกจากท่อพกัน้ีจะลดลง และมองเห็นมีหยดน้า จบัภายนอกท่อสารความเยน็เหลว ซ่ึงตามปกติแลว้สารความเยน็ภายในช่วงน้ียงัคง มีอุณหภูมิและความดันสูงอยู่ 5.6 การทดสอบการท างานของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ การเดินเครื่องปรับอากาศรถยนต์ในตอนเช้าและตอนเย็น ขณะที่อุณหภูมิโดยรอบภายนอกต ่าสารดูด รับความช้ืนสามารถดูดรับความช้ืนไวไ้ดห้มด เพื่อป้องกนั ไม่ให้ความช้ืนหมุนเวียนในระบบเมื่ออุณหภูมิ สูงข้ึนในเวลากลางวนัจะทา ให้ความสามารถการดูดรับความช้ืนลดลงและถา้ถึงจุดอิ่มตวัความช้ืนบางส่วน ผ่านเขา้ไปในระบบ และจะถูกสะสมภายในเทอร์โมสแตติกเอ็กซ์แพนชนั่วาล์วและถูกเปลี่ยนสถานะเป็น น้า แข็งจบัที่ลิ้น น้ าแข็งน้ีจะปิดก้นัทางไหลของสารความเยน็และจะหยุดการทา ความเยน็ ในอีวาพอเรเตอร์ เกิดความช้ืนอุดตนัข้ึนภายในระบบ การตรวจระบบเพื่อหาข้อขัดข้อง จะท าให้สะดวกและรวดเร็วต่อการบริการ ถ้าผู้ใช้รถสังเกตอาการ ที่เป็นอยขู่องเครื่องปรับอากาศเช่น ถา้เครื่องปรับอากาศทา งานไดด้ีอยปู่ระมาณ 15 นาทีหลงัจากน้นัจะมีแต่ ลมร้อนเป่ าออกมา พอหยุดเครื่องประมาณ 3 -4 นาทีแล้วเดินเครื่องใหม่จึงจะเย็นต่อไปอีกแสดงว่าในระบบ มีอากาศหรือความช้ืนอยู่ทา ใหเ้กิดการอุดตนัความช้ืนในระบบข้ึนได้
164 การแก้ไข ถ้าจ าเป็ นต้องเปลี่ยนท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ใหม่และต้องท าสุญญากาศภายในระบบให้ นานเท่าที่จะทา ได้หรืออย่างน้อย 30 นาทีเพื่อป้องกันความช้ืนไม่ให้หลงเหลืออยู่ในระบบก่อนชาร์จสาร ความเย็นเข้าในระบบ หมายเหตุเมื่อมีการถอดชิ้นส่วนระบบตอ้งเปลี่ยนท่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ดว้ยทุกคร้ัง 5.7 สรุป คอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เป็นอุปกรณ์ที่ติดต้งัอยู่ในดา้นความดนัสูงโดยคอนเดนเซอร์ ท าหน้าที่ถ่ายเทความร้อนออกจากสารท าความเย็นที่เป็ นแก๊สซึ่งถูกอัดโดยคอมเพรสเซอร์ควบแน่นเปลี่ยน สถานะจากแก๊สไปเป็ นของเหลวและจะส่งสารท าความเย็นต่อไปยัง รีซีฟเวอร์ดรายเออร์ เพื่อท าหน้าที่เป็ นที่ พกัสารทา ความเยน็ ให้เป็นของเหลวท้งัหมด รวมถึงกรองเอาสิ่งสกปรกและดูดความช้ืน เพื่อที่จะส่งต่อไป ยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์และเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สที่อีวาพอเรเตอร์ต่อไป
165 กิจกรรมที่ 5.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของคอนเดนเซอร์มาอย่างละเอียด .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 2. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์มาอย่างละเอียด .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. ให้นักเรียนเขียนบอกส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์มาให้ครบทุกข้อ .............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 4. ให้นักเรียนเขียนบอกวิธีการติดตั้งรีซีฟเวอร์ดรายเออร์มาอย่างละเอียด ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... กิจกรรมหน่วยที่ 5
166 กิจกรรมที่ 5.1 ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของคอนเดนเซอร์มาอย่างละเอียด ตอบ คอนเดนเซอร์ใช้ท าหน้าที่ถ่ายเทความร้อนออกจากสารท าความเย็นที่เป็ นแก๊สซึ่งถูกอัดโดย คอมเพรสเซอร์ทา ให้มีอุณหภูมิสูงความดนัสูงจากน้ันจะเปลี่ยนสถานะจากแก๊สไปเป็น ของเหลวและจะส่ง สารท าความเย็นต่อไปยังรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เพื่อทา หนา้ที่เป็นที่พกัสารทา ความเยน็เหลวรวมถึงกรองเอาสิ่ง สกปรกและดูดความช้ืนที่จะเป็นตวัทา ความเสียหายให้แก่ระบบปรับอากาศโดยอุปกรณ์ท้งั 2 สิ่งน้ีจะติดต้งัใน ต าแหน่งที่สามารถระบายความร้อนได้ดีและมองเห็นสารท าความเย็นได้ชัดเจน 2. ให้นักเรียนเขียนบอกหน้าที่ของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์มาอย่างละเอียด ตอบ 1. กักสารท าความเย็นสถานะเป็ นแก็สและปล่อยสารท าความเย็นที่เป็ นของเหลวผ่านท าให้ที่ สารทา ความเยน็ผา่นเขา้ไปในเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์มีปริมาณสารทา ความเยน็สม่า เสมอคงที่ 2. ดูดความช้ืนจากสารความเยน็ถา้มีความช้ืนในระบบจะเป็นตวัลดสมรรถนะในการทา ความ เย็น 3. กรองผงหรือเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่มีอยใู่นระบบไม่ใหผ้า่นเขา้ไปยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 4. ดูสภาพของสารความเยน็ที่ผา่นเขา้ไปยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 5. เก็บและรับการขยายตัวของสารความเย็น เท่าที่ขนาดจะท าได้ 3. ให้นักเรียนเขียนบอกส่วนประกอบของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์มาให้ครบทุกข้อ ตอบ 1. สารดูดความช้ืน (Desiccant) จะเป็ นสารในสถานะของแข็ง มีคุณสมบัติในการดูดซับ ความช้ืนจากแก็ส ของเหลวหรือแมแ้ต่ของแขง็ก็ตาม สารดูดความช้ืนในระบบปรับอากาศรถยนตจ์ะใชซ้ิลิกา เจล (Silica - Gal) หรือ โมบิลเจล (Mobil - Gel) โดยบรรจุอยู่ระหว่างตะแกรงกรองภายในท่อพักสารความ เยน็เหลว หรือในถุงโลหะพรุนภายในท่อพกัสารความเยน็เหลว ช่วยป้องกนั ไม่ให้สารดูดรับความช้ืนหลุด ออกจากภายในท่อพักเข้าไปในระบบ เฉลยค าถามท้ายบท
167 ถา้สารทา ความเยน็มีความช้ืนปนอยู่ความช้ืนจะเป็นตวัทา ลายส่วนประกอบในระบบและทา ให้เกิด การอุดตนัความช้ืนภายในเอ็กซ์แพนชนั่วาล์วทา ให้เกิดการก้นัการไหลของสารความเยน็หรือเกิดจุดเยือก แขง็ในอีวาพอเรเตอร์ดงัน้นัเพื่อป้องกนั ปัญหาน้ีจึงจา เป็นตอ้งใชส้ารดูดรับความช้ืน 2. ฟิ ลเตอร์ (Filter) ฟิลเตอร์จะทา หนา้ที่ป้องกนัสารดูดความช้ืน ฝุ่นผง หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆที่ ติดมากับสารท าความเย็นไม่ให้ผ่านไปได้ตัวดูดรับความช้ืนบางชนิดจะมีฟิลเตอร์ท้ังสองด้านดูดรับ ความช้ืนก่อนออกจากท่อพกัสารความเยน็เหลวน้ีแต่สารดูดรับความช้ืนบางชนิดใชต้ะแกรงกรอง (Strainer) ทา หนา้ที่แทนในท่อพกัสารความเยน็และตวัดูดรับความช้ืน 3. ตะแกรงกรอง (Strainer) ท าด้วยลวดเส้นเล็ก ๆ สานเป็ นตะแกรงอยู่ในท่อพักสารความเย็น ท าหน้าที่ป้องกันไม่ให้ฝุ่ นผงผ่านรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เข้าไปในระบบ เช่นเดียวกับฟิ ลเตอร์สารความเย็นเหลว จะตอ้งผ่านตะแกรงกรองน้ีก่อนส่งออกจากท่อพกัสารความเย็นเหลว ท่อพกัสารความเย็นบางชนิดจะมี ตะแกรงกรองสองอนั ปิดครอบหัวทา้ยของสารดูดความช้ืน ถา้ตวัดูดรับความช้ืนไม่มีฟิลเตอร์อยู่ก็ตอ้งมี ตะแกรงกรองท าหน้าที่แทนเสมอ 4. ท่อส่งสารความเย็น (Pickup Tube) สารความเยน็ที่ถูกส่งเขา้มาน้ีส่วนมากแลว้จะเป็นสาร ความเยน็เหลว จะมีบางส่วนที่ยงัคงมีสถานะเป็นแก็สอยู่ท่อพกัสารความเยน็น้ีจะทา หนา้ที่แบ่งใหส้ารความ เยน็เหลวอยู่ที่ส่วนล่างและส่วนที่เป็นแก็สจะอยู่ที่ส่วนบนของท่อพกัส าหรับท่อส่งสารความเยน็จะเริ่มจาก ส่วนล่างของท่อพกัสารความเยน็ที่ส่งผ่านข้ึนมาน้ีจะเป็นสารความเยน็เหลวท้งัหมด โดยไม่มีแก็สผสมติด ข้ึนมาดว้ยก่อนส่งผา่นเขา้ยงัเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 5. กระจกมองสารความเย็น (Sight Glass) กระจกมองสารความเย็นมักจะติดต้ังอยู่ที่ท่อ ทางออกของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ช่างบริการเครื่องปรับอากาศใช้ดูสารความเย็นภายในระบบว่ามีเพียงพอ และไม่มีฟองอากาศผ่าน ณ จุดน้ีถา้พบว่ามีฟองอากาศผ่าน แสดงว่าสารความเยน็ ในระบบมีน้อยหรืออาจ เกิดการรั่วที่จุดใดจุดหน่ึงของท่อทางเดินภายในระบบวงจรสารความเยน็ของเครื่องปรับอากาศ สรุปไดว้่า กระจกมองสารความเย็นมีไว้เพื่อดูว่าสารความเย็นในระบบมีเพียงพอหรือไม่หรือมีสารความเย็นระดับปกติ มีน้อย 6. ปลกั๊หลอมละลาย (Melt Bolt) หรือโบลตล์ะลาย ประกอบดว้ย ตะกวั่พิเศษที่เติมอยใู่นช่อง ที่เจาะรูตรงกลางโดยตลอดของปลกั๊ถา้คอนแดนเซอร์ระบายความร้อนไม่ดีหรือมีภาระการทา ความเยน็ มากเกินไป แรงดันด้านแรงดันสูงของคอนเดนเซอร์และรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ผิดปกติจะเป็ นอันตรายต่อ อุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อแรงดันและอุณหภูมิด้านแรงดันสูงเพิ่มข้ึนถึง 30กิโลกรัมต่อตาราง-เซนติเมตร (427 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว) ที่95ถึง 100องศาเซลเซียส (203ถึง 212องศาฟาเรนไฮต)์ตะกวั่พิเศษในปลกั๊จะหลอม ละลาย ยอมให้สารท าความเย็นปล่อยออกสู่บรรยากาศภายนอก เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับอุปกรณ์ ในระบบทา ความเยน็ ปลกั๊หลอมละลายจะถูกติดต้งัอยทู่ ี่ดา้นบนของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์เพื่อความปลอดภยั
168 4. ให้นักเรียนเขียนบอกวิธีการติดตั้งรีซีฟเวอร์ดรายเออร์มาอย่างละเอียด ตอบ 1. ตอ้งติดต้งัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ไม่ให้เอียงเกิน 15องศาแนวดิ่ง เพราะอาจทา ให้สารความ เย็นในสภาพของเหลวที่ทางออกมีสภาพเป็ นก๊าซปนออกมาด้วยส่งผลให้ประสิทธิภาพทางความเย็นลดลง และการติดต้งัตอ้งใหแ้น่น 2. ตอ้งติดต้งัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ในที่ระบายความร้อนได้ดีและไม่ควรติดต้งัใกลแ้หล่ง ความร้อน เพราะจะท าให้สารดูดความช้ืนเสื่อมประสิทธิภาพ โดยมากมักติดต้ังบริเวณหน้ารถใกล้ คอนเดนเซอร์ 3. การต่อรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ผิดทิศทางจะท าให้ประสิทธิภาพทางความเย็นลดลงและอาจ ทา ใหค้ ่าความดนัของระบบสูงข้ึนมาก ทา ใหก้ารวิเคราะห์ปัญหาผิดพลาด 4. การติดต้งัรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ตอ้งติดต้งัเป็นอุปกรณ์สุดทา้ยเพื่อป้องกนัการดูดความช้ืน จากภายนอก 5. ข้อต่อของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ส่วนใหญ่มีขนาด 3/8 นิ้ว หรือขนาด 1/4นิ้ว มีท้งัแบบตวั เมียและแบบตัวผู้ หรือบางแบบใช้สายสวมเข้าแล้วยืดให้แน่นด้วยสายรัด (Camp)
169
169 แผนการสอน หน่วยที่ 6 ชื่อวิชา งานปรับอากาศรถยนต์ สอนครั้งที่ 9 ชื่อหน่วย 6 หน่วยความเย็น ชั่วโมงรวม 6 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง หน่วยความเย็น จ านวน 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่อง ด้านความรู้ 1. เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 2. ส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติก 3. หลกัการทา งานของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 4. อีวาพอเรเตอร์ 5. โครงสร้างและการท างานของอีวาพอเรเตอร์ 6. สรุปหน่วยความเย็น ด้านทักษะ 7. งานถอด ประกอบหน่วยความเย็น ด้านคุณธรรม จริยธรรม 8. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 9. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต สาระส าคัญ ชุดความเยน็เครื่องปรับอากาศรถยนตป์ระกอบดว้ยเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์อีวาพอเรเตอร์มอเตอร์พดัลม และถาดรองรับซ่ึงถูกติดต้งัอยู่ภายในรถจะใชส้า หรับเดรนน้า ที่ออกจากอีวาพอเรเตอร์ออกไปทิ้งภายนอกตวั รถเพื่อป้องกนัไม่ใหน้ ้า รั่วไหลเขา้ไปในหอ้งโดยสาร ชุดท าความเย็นของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ในรุ่นแรก ๆ จะเป็ นแบบแขวนใต้คอนโซลด้านหน้าซึ่ง เรียกว่า ชุดความเย็นแบบแขวน ซึ่งจะมีสวิตซ์ควบคุมความเร็วมอเตอร์พัดลม และสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิ หรือ เทอร์โมสตัต (Thermostat) อยู่ในชุดเดียวกันหรือเรียกว่า อีวาพอเรเตอร์แบบแขวน ปัจจุบันชุดความเย็น เครื่องปรับอากาศรถยนต์จะแยกมอเตอร์พัดลมและพัดลมสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิออกเพื่อให้ง่ายต่อการ บริการ
170 สมรรถนะอาชีพประจ าหน่วย (ความรู้ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม) 1. บอกหนา้ที่ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ได้ 2. บอกส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติกได้ 3. อธิบายหลกัการทา งานของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ได้ 4. บอกหน้าที่ของอีวาพอเรเตอร์ได้ 5. บอกโครงสร้างและการท างานของอีวาพอเรเตอร์ได้ 6. ถอด ประกอบหน่วยความเย็นได้อย่างถูกต้อง 7. ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสนใจใฝ่ รู้ 8. ความมีมนุษยส์ ัมพนัธ์ความอดทนอดกล้นัความซื่อสัตยส์ุจริต
171 จุดประสงค ์ การสอน จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์ ส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติก หลักการท างาน ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์อีวาพอเรเตอร์ โครงสร้างและการท างานของอีวาพอเรเตอร์ (ด้านความรู้) 2. เพื่อให้มีทักษะในงานถอด ประกอบหน่วยความเย็น (ด้านทักษะ) 3. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเตรียมความพร้อมด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้อง ส าเร็จทันภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกหนา้ที่ของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ไดอ้ยา่งถูกตอ้ง 2. บอกส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติกได้อย่างถูกต้อง 3. อธิบายหลกัการทา งานของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ไดอ้ยา่งถูกตอ้ง 4. บอกหน้าที่ของอีวาพอเรเตอร์ได้อย่างถูกต้อง 5. บอกโครงสร้างและการท างานของอีวาพอเรเตอร์ได้อย่างถูกต้อง 6. ถอด ประกอบหน่วยความเย็นได้อย่างถูกต้อง (ด้านทักษะ) 7. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงานและใช้วัสดุ อุปกณ์อย่างคุ้มค่า ประหยัด ได้อย่างถูกต้อง (ด้านคุณธรรม จริยธรรม) 8. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด (ด้านคุณธรรม จริยธรรม)
172 เนื้อหาสาระการสอน ด้านความรู้(ทฤษฎี) 6. หน่วยความเย็น 6.1 เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 6.2 ส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติก 6.3 หลกัการทา งานของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 6.4 อีวาพอเรเตอร์ 6.5 โครงสร้างและการท างานของอีวาพอเรเตอร์ ด้านทักษะ (ปฏิบัติ) 1. ใบงานที่ 6.1 เรื่อง งานถอด ประกอบหน่วยความเย็น ด้านคุณธรรม จริยธรรม 1. เตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ สอดคล้องกับงาน และใช้วัสดุ อุปกณ์ อย่างคุ้มค่า ประหยัดได้อย่างถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และส าเร็จภายในเวลาที่ก าหนด
173 กิจกรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการสอนหรือกจิกรรมของครูขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นเตรียม 1.ศึกษาคู่มือและจัดเตรียมเอกสารชุดการสอนที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ แนะน า การใช้ชุดการสอน เน้ือหารายวิชา มอบหมายงาน ตามใบงาน และวิธีการวัดผลและประเมินผล 2. ใหน้กัเรียนทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น แล้วให้นักเรียนสลับกัน ตรวจคา ตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและ ให้คะแนน 3. ช้ีแจงจุดประสงคก์ารเรียนชุดการสอนที่ 6 ให้ นักเรียนทราบและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรมทุกคน ขั้นการเรียนการสอน 1.ครูแจกใบความรู้ที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น ให้กับนักเรียนและคอยให้ค าแนะน า 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็ น 4กลุ่ม แล้วแจกใบงาน ให้นักเรียนปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 6.1 เรื่องงานถอด ประกอบหน่วย ความเย็น - ขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานเป็ นกลุ่มตาม ใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการท างานร่วมกัน ของนักเรียนและประเมินผลการปฏิบัติงาน - จากน้นั ให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุป เน้ือหาเรื่องระบบประจุไฟ - ครูสุ่มให้นักเรียน 1 กลุ่มออกมารายงาน หนา้ช้นัเรียน ขั้นเตรียม 1. นกัเรียนอ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 6 ท าความ เข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม 2. เตรียมตวัทา แบบทดสอบก่อนเรียน ชุดการสอน ที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น 3. ทา แบบทดก่อนเรียนชุดการสอนที่ 6 เรื่องหน่วย ความเย็น และสลับกันตรวจค าตอบ ขั้นการเรียนการสอน 1. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 6 เรื่องหน่วยความเย็น 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และแต่ละกลุ่มให้ ท าการเลือกหัวหน้ากลุ่มแล้วรับใบงานจากครูและให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 6.1 เรื่องงานถอด ประกอบหน่วย ความเย็น 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องปฏิบัติตามใบงานจน ครบท้งั 5 ใบงาน 4. นกัเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนัสรุปเน้ือหาเรื่องหน่วย ความเย็น 5. ให้นักเรียนกลุ่มที่ครูมอบหมายงานให้ออกมา รายงานหนา้ช้นัเรียน เมื่อรายงานเสร็จแล้วให้เพื่อน นักเรียนในห้องซักถามข้อสงสัย
174 ข้ันสรุป 1.ครูสรุปเน้ือหาจากที่นกัเรียนนา ขอ้มูลออกมา รายงานพร้อมท้งัอธิบายเพิ่มเติม และสรุปเน้ือหา ตามหัวข้อสาระส าคัญของใบความรู้ 2. ให้นักเรียนซักถามและตอบข้อซักถามของ นักเรียนที่ไม่เข้าใจ 3. แจกแบบทดสอบหลังเรียนและให้นักเรียน ท า แบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอนที่ 6 ข้ันสรุป 1. นักเรียนรับฟังค าสรุปและข้อเสนอแนะจากครู 2. จดบันทึกข้อมูลและซักถามในหัวข้อที่ยังไม่เข้าใจ 3. ท าแบบทดสอบหลังเรียนประจ าชุดการสอน ที่ 6
175 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน 1. เตรียมทา แบบทดสอบก่อนเรียนชุดการสอนที่ 6 2. ทา แบบทดก่อนเรียน ชุดการสอนที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น และสลับกันตรวจค าตอบ 3. อ่านคา ช้ีแจงชุดการสอนที่ 6 ท าความเข้าใจและให้ความมือในการท ากิจกรรม จัดเตรียมเอกสาร ชุดการสอน สื่อการเรียนการสอน เครื่องมือประเภทต่างๆ วัสดุ และอุปกรณ์ ขณะเรียน 1. ต้งัใจศึกษาตามใบความรู้ที่6 เรื่อง หน่วยความเย็น แบ่งกลุ่มเป็ น 4กลุ่ม และปฏิบัติตามใบงาน - ใบงานที่ 6.1 เรื่อง งานถอด ประกอบหน่วยความเย็น 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปเรื่อง หน่วยความเย็น 3. รายงานหนา้ช้นัเรียนเรื่อง หน่วยความเย็น หลังเรียน 1. ท าแบบทดสอบหลังเรียน
176 สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ 1. ชุดการสอนที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น 2.ธีรยุทธ ชัยวงศ์ . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, 2547. 3. พงศักดิ์ ศิริขันธ์และคณะ . งานเครื่องยนตเ์บ้ืองตน้. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม อาชีวะ, 2546. 4. บรรเลง ศรนิลและคณะ . พ้ืนฐานเครื่องทา ความเยน็. กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าพระนครเหนือ, 2527. 5. วีรพจน์ เวชประสิทธิ์ และภักดี วิสาวโท . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : จงเจริญการ พิมพ์, 2523. 6. วีระศักดิ์ มะโนน้อม . งานปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2549. 7. สมชาย วณารักษ์ . ธุรกิจช่างยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์เอมพันธ์, 2543. 8. สมศักดิ์ สุโมตยกุล . เครื่องปรับอากาศรถยนต์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเูคชนั่, 2541. 9. อ าพล ซื่อตรง . งานเครื่องยนต์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, 2545.
177 สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) 1. สื่อ Power Point - เรื่องเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ - เรื่องส่วนประกอบของเทอร์โมสแตติก - เรื่องหลกัการทา งานของเอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ - เรื่องอีวาพอเรเตอร์ -โครงสร้างและการท างานของอีวาพอเรเตอร์ สื่อของจริง 1. เอก็ซ์แพนชนั่วาลว์ 2. เทอร์โมสแตติก 3. อีวาพอเรเตอร์
178 การประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน ขณะเรียน 1. ตรวจผลงานตามใบงานที่ 6.1 เรื่อง งานถอดประกอบหน่วยความเย็น หลังเรียน 1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 2. ตรวจแบบประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น
179 บันทึกหลังการสอน ชุดการสอนที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้สามารถใช้สอนได้ทันตามเวลาที่ก าหนด 2. สามารถน าไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียน 1. นักเรียนมีสมรรถนะตามที่ต้องการ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันปฏิบัติตามใบงานที่ 6.1 3. คะแนนการทดสอบหลงัเรียนดีข้ึนเมื่อเปรียบเทียบกบัคะแนนการทดสอบก่อนเรียน ผลการสอนของครู 1. สอนได้ตามสมรรถนะตามที่ก าหนดไว้ 2. สอนไดต้ามเน้ือหาของชุดการสอนที่ก าหนดไว้ 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ตามใบงาน
180 ใบเนื้อหาที่ 6 เรื่อง หน่วยความเย็น 6. หน่วยความเย็น ชุดความเยน็เครื่องปรับอากาศรถยนตป์ระกอบดว้ยเอ็กซ์แพนชนั่วาลว์อีวาพอเรเตอร์มอเตอร์พดัลม และถาดรองรับซ่ึงถูกติดต้งัอยู่ภายในรถจะใชส้า หรับเดรนน้า ที่ออกจากอีวาพอเรเตอร์ออกไปทิ้งภายนอกตวั รถเพื่อป้องกนัไม่ใหน้ ้า รั่วไหลเขา้ไปในหอ้งโดยสาร ชุดท าความเย็นของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ในรุ่นแรก ๆ จะเป็ นแบบแขวนใต้คอนโซลด้านหน้าซึ่ง เรียกว่า ชุดความเย็นแบบแขวน ซึ่งจะมีสวิตซ์ควบคุมความเร็วมอเตอร์พัดลม และสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิ หรือ เทอร์โมสตัต (Thermostat) อยู่ในชุดเดียวกันหรือเรียกว่า อีวาพอเรเตอร์แบบแขวน ปัจจุบันชุดความเย็น เครื่องปรับอากาศรถยนต์จะแยกมอเตอร์พัดลมและพัดลมสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิออกเพื่อให้ง่ายต่อการ บริการ รูปที่6.1 แสดงการติดตั้งหน่วยความเย็นในรถยนต์ 6.1 เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว เอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว (Expansion Valve) ท าหน้าที่ควบคุมการไหลของสารความเย็นเหลวที่ผ่านเข้า ไปยังอีวาพอเรเตอร์ ลดความดันของสารความเย็นให้มีความดันต ่าลงจนสามารถระเหยเปลี่ยนสถานะเป็ นไอ ได้ที่อุณหภูมิต ่า ๆ ในอีวาพอเรเตอร์