The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kmcenter.ago1, 2022-12-29 03:12:30

KM 3P ประจำปี พ.ศ. 2565

เรื่องที่ 1-286/2565

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 263/2565

ประจำวนั ท่ี 14 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรบรรยำยฟ้ องคดียำเสพติด
(ในสว่ นที่เกี่ยวกบั ปริมำณคำนวนเป็ นน้ำหนกั ของสำรบรสิ ทุ ธ์ิของเมทแอมเฟตำมีนไฮโดรคลอไรด)์
เดิม ความผิดฐานจาหน่ายยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต
หรือฐานมยี าเสพติดใหโ้ ทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด)์ ไวใ้ นครอบครองเพื่อจาหน่าย โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต
การบรรยายคาฟ้ องในส่วนที่เก่ยี วกบั เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ พนักงานอยั การจะตอ้ งระบุเก่ียวกบั จานวนหน่วยการใช้
น้าหนักสุทธิ และมีปริมาณคานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิไดเ้ ท่าใด ใหช้ ดั เจน ตามพระราชบญั ญตั ิยาเสพติดใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522
มาตรา 15, 66 เช่น มีปริมาณคานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิต้งั แต่สามรอ้ ยเจ็ดสิบหา้ มิลลิกรมั แต่ไม่เกินยสี่ ิบกรมั หรือมีปริมาณ
คานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิเกินกว่ายส่ี ิบกรมั ข้ นึ ไป เพราะมีอตั ราโทษแตกต่างกนั อยา่ งไรก็ดี แมต้ ามประมวลกฎหมายยาเสพติด
มาตรา 145 จะมิไดก้ าหนดในส่วนท่ีเกี่ยวกบั จานวน น้าหนักสุทธิ และมีปริมาณคานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิของเมทแอมเฟตามีน
ไฮโดรคลอไรดไ์ วด้ ว้ ยก็ตาม แต่ในการฟ้ องคดียาเสพติด พนักงานอยั การควรจะตอ้ งบรรยายฟ้ องระบุจานวน น้าหนักสุทธิ
และมีปริมาณคานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิไดเ้ ท่าใด ใหช้ ดั เจน โดยเฉพาะในส่วนท่ีเกี่ยวกบั ปริมาณคานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิของ
เมทแอมเฟตามนี ไฮโดรคลอไรด์ เพ่อื ใหศ้ าลสามารถใชป้ ระกอบดุลยพนิ ิจในการลงโทษจาเลยไดถ้ กู ตอ้ ง
การบรรยายฟ้ องคดียาเสพติด ในส่วนที่เกี่ยวกบั เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ หากพนักงานอยั การบรรยายฟ้ อง
โดยระบุแต่เพียงจานวน และน้าหนักสุทธิ เท่าน้ัน แต่มิใหบ้ รรยายฟ้ องระบุว่า มีปริมาณคานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิไดเ้ ท่าใด
ใหช้ ดั เจน ทาใหศ้ าลไมอ่ าจทราบไดว้ ่า เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรดต์ ามท่ีโจทกฟ์ ้ องจาเลยน้ัน มีปริมาณคานวณเป็ นสาร
บริสุทธ์ิไดเ้ ท่าใด ซ่งึ อาจมผี ลใหศ้ าลพพิ ากษาลงโทษจาเลยคลาดเคล่ือนได้
ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิยาเสพติดใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 มาตรา 66 และมาตรา 67
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90 และมาตรา 145

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พื่อเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวพรรณพร นาคเจริญ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีศาลแขวงขอนแกน่

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมขุ

อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 264/2565

ประจำวนั ที่ 14 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ลกั ษณะคดีฉอ้ โกงโดยใชเ้ ทคโนโลยแี ผนใหม่
สืบเนื่องจากปัจจุบนั มีผูเ้ สียหายที่ถูกหลอกลวงฉอ้ โกงโดยผ่านเครือขา่ ยอินเตอรเ์ น็ ตมากข้ ึน จนทาให้
สานวนคดีประเภทฉอ้ โกงประชาชนและฉอ้ โกงโดยแสดงตนเป็ นคนอ่ืนประกอบพระราชบญั ญตั ิว่าดว้ ยการ
กระทาความผิดเก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ มีจานวนมากข้ ึนกว่าคดีประเภทความผิดทางกายภาพทัว่ ไป ลกั ษณะ
การกระทาความผิดฐานฉอ้ โกงผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็ นเฟสบุ๊ค หรือไลน์ มีพฤติกรรมการ
กระทาผิดได้หลากหลายรูปแบบ ท้ังการนาขอ้ ความภาพหรือขอ้ มูลใดๆ อันเป็ นเท็จโพสในส่ือโซเชียล
เพื่อหลอกลวงใหโ้ อนเงินเพ่ือซ้ ือของ หรือ Romance Scam หรือการขโมยขอ้ มลู แฮคไลน์ แฮคเฟสบุค้ จากน้ัน
จึงนาไลน์หรือเฟสบุ๊คท่ีคนรา้ ยขโมยจากเจา้ ของที่แทจ้ ริงได้ ไปหลอกลวงผูอ้ ่ืนใหโ้ อนเงิน แต่เน่ืองจากในเขต
กรุงเทพมหานคร ไดม้ ีคาสงั่ กรมอยั การท่ี 26/2531 กาหนดใหค้ วามผิดแนบทา้ ยคาสงั่ เป็ นคดีท่ีอยูใ่ นอานาจ
หน้าท่ีของกองคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร แต่ในทางปฏิบัติ มีปั ญหาในการตีความคำสัง่ กรมอัยกำร
ที่26/2531 ขอ้ 2 ควำมผิดเก่ียวกับกำรคำ้ และกำรพำณิชย์ ไดแ้ ก่ 2.6 กำรฉอ้ โกงโดยใชเ้ ทคโนโลยี
แผนใหม่ ว่าครอบคลุมความผิดฉอ้ โกงโดยใชเ้ ฟสบุ๊คและไลน์หรือไม่ ทาใหเ้ กิดปัญหาว่าสานวนคดีดงั กล่าว
จะอยใู่ นอานาจหนา้ ท่ีของสานักงานใด ระหวา่ ง สานักงานคดีอาญาและสานักงานคดีเศรษฐกิจและทรพั ยากร
เนื่องจากพนักงานอยั การของท้งั สองสานักงานมีดุลพินิจในการตีความคาสงั่ กรมอยั การท่ี 26/2531
ขอ้ 2 ความผิดเกี่ยวกบั การคา้ และการพาณิชย์ ไดแ้ ก่ 2.6 การฉอ้ โกงโดยใชเ้ ทคโนโลยีแผนใหม่ แตกต่างกนั
กล่าวคือ สานักงานคดีเศรษฐกิจและทรพั ยากรเห็นว่า สานวนคดีประเภทดงั กล่าวไม่ใช่การกระทาความผิด
โดยใชเ้ ทคโนโลยีแผนใหม่ ในขณะที่สานักงานคดีอาญาเห็นว่า เป็ นการกระทาความผิดผ่านเทคโนโลยี
จึงเป็ นความผิดที่อาศัยเทคโนโลยีแผนใหม่ ทาใหเ้ กิดความลักลัน่ ในการปฏิบัติงาน การรับสานวนจาก
พนักงานสอบสวน และแนวทางการพิจารณาสงั่ คดี
ขอ้ สรุปสำระสำคญั
1. สานวนคดีประเภทฉอ้ โกงโดยใชเ้ ครือขา่ ยอินเตอรเ์ น็ต โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชนั่
เฟสบุ๊คและไลน์ ตอ้ งมีการแยกประเภทคดีโดยพิจารณาลกั ษณะการกระทาความผิดโดยละเอียดเป็ นรายคดี
เช่น 1) การหลอกลวงผ่านระบบเครือข่ายโดยใชเ้ ครือข่ายเป็ นเพียงเคร่ืองมือส่ือสาร เพ่ือการหลอกลวง
เชน่ เดียวกบั หลอกลวงคอลเซ็นเตอรท์ างโทรศพั ท์ หรือ 2) กรณีเป็ นการหลอกลวง โดยมีการกระทาความผิด

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ในลกั ษณะการทาใหเ้ สียหาย ทาลาย แกไ้ ข เปล่ียนแปลง ไมว่ า่ ท้งั หมดหรือบางส่วนซ่ึงขอ้ มูลคอมพิวเตอรข์ อง
ผู้อื่นโดยมิชอบ หรือการแฮคข้อมูลผู้อ่ืน โดยใช้ทักษะด้านระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย อันเป็ นอาชญากรรม
คอมพิวเตอร์โดยแท้ ร่วมกับการกระทาความผิดฐานฉอ้ โกง ควรอยู่ในอานาจการสงั่ คดีของสานักงานใด
ซึ่งขณะน้ ีเป็ นเร่ืองเร่งด่วนที่ควรไดร้ บั การช้ ีขาดผูม้ ีอานาจในการช้ ีขาดอานาจหน้าท่ีระหวา่ งสานักงานใหเ้ ป็ น
แนวทางที่ชดั เจน ในแต่ละประเภทและลกั ษณะของคดีฉอ้ โกงโดยผ่านเครือขา่ ยอินเตอรเ์ น็ต

2. คาสงั่ กรมอยั การท่ี 26/2531 ซึ่งกาหนดใหค้ วามผิดแนบทา้ ยคาสงั่ เป็ นคดีที่อยู่ในอานาจหนา้ ท่ี
ของสานักงานคดีเศรษฐกิจและทรพั ยากร มีความไม่ชดั เจนเนื่องจากสภาพคดีท่ีเก่ียวพนั กบั เทคโนโลยีและ
ระบบเครือขา่ ยอินเตอรเ์ น็ตเปล่ียนแปลงจากในอดีตเป็ นอยา่ งมาก คาสงั่ ดงั กล่าวไม่ทนั ต่อความเปลี่ยนแปลง
รูปลกั ษณะคดีในปัจจุบันอีกต่อไป สมควรมีการแกไ้ ขหรือกาหนดระเบียบดงั กล่าวข้ ึนใหม่ ใหม้ ีความละเอียด
และชัดเจนอย่างน้อยทันต่อสภาพคดีในปั จจุบัน เพื่อลดปั ญหาการตีความเก่ียวกับอานาจหน้าท่ีในการ
พิจารณาสงั่ สานวนอาชญากรรมยุคใหมต่ ่อไป

ขอ้ กฎหมำย
- คาสงั่ กรมอยั การท่ี 26/2531 แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยคาสงั่ กรมอยั การที่ 19/2534

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พอื่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565
- ผจู้ ดั ทา KCJ นางตะวนั ตงั คโนภาส ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานคดีอาญาธนบุรี

นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่งิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 265/2565

ประจำวนั ท่ี 15 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

แนวทำงกำรเขียนควำมเห็นและคำสงั ่ กรณีทมี่ ีทรพั ยส์ ินของกลำงในคดี
ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุด ว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563
ขอ้ 58 กรณีการเขียนความเห็นและคาสัง่ ของพนักงานอัยการกรณีท่ีมีทรัพย์สินของกลาง ซ่ึงการเขียน
ความเห็นและคาสงั่ ทุกคดีที่มีทรพั ยส์ ินของกลาง ตามบญั ชีของกลางคดีอาญา ใหพ้ นักงานอยั การมีความเห็น
เก่ียวกับทรัพย์สินของกลางดว้ ยความละเอียดรอบคอบ โดยเขียนความเห็นใหช้ ัดเจนว่าขอริบทรัพยส์ ิน
ของกลางใด หรือไม่ขอริบทรัพย์สินของกลางใด พรอ้ มดว้ ยเหตุ ผลตามพยานหลักฐานในสานวน และ
ใหจ้ ดั การของกลางอย่างไร ซึ่งจากการปฏิบตั ิงานพบวา่ คดีซึ่งเป็ นคดีความผิดเกี่ยวกบั ยาเสพติดใหโ้ ทษ และ
มีการยดึ รถท่ีใชใ้ นการกระทาความผิดมาเป็ นของกลาง ตามบญั ชีของกลางคดีอาญา แต่รถของกลางดงั กล่าว
มีชื่อบุคคลภายนอกเป็ นผู้ถือกรรมสิทธ์ิ แต่ในคดีดังกล่าวขา้ งตน้ พนักงานอัยการไม่ไดม้ ีการสัง่ ใหร้ ิบรถ
ของกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 หรือไม่ริบรถของกลางตามบัญชีของกลาง หรือสัง่ ให้
พนักงานสอบสวนจดั การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 แต่พนักงานอยั การกลบั
ได้มีความเห็นและคาสัง่ ในการจัดการเกี่ยวกับรถของกลางดังกล่าว โดยมีความเห็นให้มีหนังสือแจ้ง
พนักงานสอบสวนสง่ ไปตรวจสอบ ตามพระราชบญั ญตั ิมาตรการในการปราบปรามผูก้ ระทาความผิดเก่ียวกบั
ยาเสพติด และภายหลังมีความเห็นแล้วปรากฏว่าพนักงานสอบสวนมิได้ดาเนินการตามความเห็น
ของพนักงานอยั การแต่อยา่ งใด และพนักงานอยั การก็มไิ ดต้ ิดตามผลของคาสงั่ ดงั กล่าว
จากแนวทางการมีคาสัง่ ดังกล่าวข้างต้น พบปั ญหาว่าของกลางตามบัญชีของกลางดังกล่าว
เมื่อพนักงานอัยการมีความเห็นใหม้ ีหนังสือแจง้ พนักงานสอบสวนส่งไปตรวจสอบ ตามพระราชบัญญัติ
มาตรการในการปราบปรามผูก้ ระทาความผิดเก่ียวกบั ยาเสพติด โดยไม่มีการสงั่ ใหร้ ิบตามประมวลกฎหมาย
อาญามาตรา 33 หรือไมร่ ิบรถของกลางตามบญั ชีของกลาง หรือสงั่ ใหพ้ นักงานสอบสวนจดั การตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 เม่ือคดีดงั กล่าวไมม่ ีการขอริบรถของกลางเมื่อยื่นฟ้ องผูต้ อ้ งหา
ต่อศาลในคาฟ้ องย่อมมิไดข้ อศาลใหร้ ิบรถของกลางรายการดังกล่าว เมื่อศาลพิพากษาศาลย่อมไม่ได้
มีคาพิพากษาใหร้ ิบรถของกลาง ภายหลงั ศาลมีคาพิพากษาแลว้ ยอ่ มมผี ลใหบ้ ุคคลภายนอกท่ีเป็ นผูม้ ีช่ือถือ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

กรรมสิทธ์ิและไมม่ ีส่วนรเู้ ห็นเป็ นใจกบั การกระทาความผิดของจาเลย ไม่อาจใชส้ ิทธิย่ืนคารอ้ งขอคืนของกลาง
ดังกล่าวในช้ันศาลได้ และเนื่ องจากพนักงานอัยการไม่ได้มีคาสัง่ รถของกลางรายการดังกล่าวให้
พนักงานสอบสวนจดั การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธ์ิ
ในรถของกลางดังกล่าวจึงไม่อาจขอรบั รถของกลางตามบัญชีของกลางคืนจากพนักงานสอบสวนไดเ้ ช่นกัน
ทาใหผ้ ู้มีช่ือถือกรรมสิทธ์ิในรถของกลาง ตามบัญชีของกลางคดีอาญาดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อน
ไม่สามารถนารถของกลางดังกล่าวกลับไปใช้งานได้ตามปกติ รถของกลางถูกจอดไว้ในสภาพขาด
การบารุงรกั ษา ณ ที่เก็บรกั ษาของกลางของสถานีตารวจ

จากปัญหาดงั กล่าวขา้ งตน้ มขี อ้ แนะนา ดงั น้ ี
(1) การเขียนความเห็นและคาสงั่ ของพนักงานอัยการกรณีที่มีทรพั ยส์ ินของกลาง ใหป้ ฏิบตั ิตาม
แนวทางตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563
ขอ้ 58 โดยหากเห็นว่าเป็ นทรพั ยส์ ินท่ีไดใ้ ชใ้ นการกระทาความผิด ก็ใหพ้ นักงานอยั การมีความเห็นเกี่ยวกบั
ทรพั ยส์ ินของกลางขอริบทรพั ยส์ ินของกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 ซึ่งเมื่อพนักงานอยั การ
ขอริบและไดย้ ่ืนฟ้ องคดีต่อศาลหากภายหลงั ศาลมีคาพิพากษาใหร้ ิบของกลางดงั กล่าว กรณีของกลางเป็ นรถ
ย่อมมีผลใหบ้ ุคคลภายนอกท่ีเป็ นผูม้ ีช่ือถือกรรมสิทธ์ิและไม่มีส่วนรูเ้ ห็นเป็ นใจกบั การกระทาความผิดของ
จาเลย สามารถย่ืนคารอ้ งขอคืนทรพั ยส์ ินของกลางท่ีศาลไดม้ ีคาพิพากษาใหร้ ิบดงั กล่าวได้ และหากพนักงานอยั การ
เห็นวา่ ทรพั ยส์ ินของกลาง (กรณีเป็ นรถ) แมเ้ ป็ นทรพั ยท์ ี่ผูต้ อ้ งหาไดใ้ ชใ้ นการกระทาความผิดแต่ทรพั ยส์ ินของ
กลางดังกล่าวเป็ นทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่มิได้รูเ้ ห็นเป็ นใจกับการกระทาความผิดของผู้ตอ้ งหา
ก็ใหพ้ นักงานอัยการมีความเห็นเก่ียวกับทรัพยส์ ินของกลาง โดยมีคาสัง่ ใหพ้ นักงานสอบสวนจดั การตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 ต่อไป ท้งั น้ ีการเขียนความเห็นและคาสงั่ ของพนักงานอยั การ
กรณีที่มีทรพั ยส์ ินของกลางใหม้ ีความชัดเจน มีผลบงั คบั และจดั การทรพั ยส์ ินของกลางดังกล่าวไดโ้ ดยง่าย
มีผลบงั คบั ไดช้ ดั เจน
ซ่ึงขอ้ เสนอแนะการมีคาสัง่ ของพนักงานอัยการกรณีท่ีมีทรัพย์สินของกลางดังกล่าวข้างต้น
ทาใหท้ รพั ยส์ ินของกลางมกี ารจดั การทางใดทางหน่ึงอยา่ งชดั เจน มีผลบงั คบั ไดต้ ามกฎหมาย ทาใหล้ ดปัญหา
แก่บุคคลภายนอกที่เป็ นผูม้ ีช่ือถือกรรมสิทธ์ิและไม่มีส่วนรูเ้ ห็นเป็ นใจกับการกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหา
ในการใชส้ ิทธิในช้นั ศาลตามกฎหมายขอคืนทรพั ยส์ ินของกลาง หรือพนักงานสอบสวนไดจ้ ดั การตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 ตามคาสงั่ ของพนักงานอยั การ อนั เป็ นการอานวยความสะดวก
บรรเทาความเดือดรอ้ นแกบ่ ุคคลภายนอกท่ีเป็ นผูม้ ชี ื่อถือกรรมสิทธ์ิในทรพั ยส์ ินของกลางในการติดตามขอคืน
ทรพั ยส์ ินท่ีถูกยึดเป็ นของกลาง

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ขอ้ กฎหมาย
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 58
- ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33
- ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 85

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พื่อเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางรตั รดา คะสุวรรณ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั นางรอง

นำงสมสุข มีวุฒสิ ม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 266/2565

ประจำวนั ที่ 15 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรรวบรวมพยำนหลกั ฐำนเพ่อื พิจำรณำมีควำมเห็น

และคำสงั ่ ในคดบี ุกรุกยดึ ถอื ครอบครองลำหว้ ยสำธำรณะในเขตอทุ ยำนแหง่ ชำติ

สำนวนคดีอำญำกล่ำวหำว่ำผูต้ อ้ งหำบุกรุกยึดถือครอบครองปิ ดก้นั ลำหว้ ยสำธำรณะในเขตรักษำพนั ธุ์สัตว์ป่ ำ

ขอ้ เท็จจริงในคดีดงั กล่ำวมีรำษฎรคนหนึ่งกล่ำวหำใหด้ ำเนินคดีกบั ผตู้ อ้ งหำเม่ือปี 2562 ว่ำต้งั แต่ประมำณเดือนกรกฎำคม 2555

ผูต้ อ้ งหำปิ ดก้นั ลำหว้ ยท่ีติดกบั ทำงหลวงชนบท โดยใชท้ ่อซีเมนต์ ขนำด 120 ซม. ใส่แทนแลว้ ถมดินบนลำหว้ ยดงั กล่ำว

เป็ นแนวท่ี 1 และขุดลำหว้ ยทำเป็ นบ่อปลำใช้ท่อซีเมนต์ใหน้ ำเขำ้ บ่อและมีทำงน้ำออกสำมำรถปิ ดเปิ ดไดเ้ ป็ นแนวท่ี 2

อยู่ด้ำนในถัดจำกแนวที่ 1 มีกำรร้องเรียนต่อหน่วยงำนทำงรำชกำรให้ดำเนินกำร มีเจ้ำหน้ำท่ีหลำยฝ่ ำยไปดูแล้ว

สรุปใหร้ ้ ือบ่อปลำแต่ผตู้ อ้ งหำไม่ร้ ือระหว่ำงน้ัน ในปี 2560 เจำ้ หน้ำที่ของกรมอุทยำนแห่งชำติฯ ไปตรวจสอบกำรครอบครองท่ีดิน

ผตู้ อ้ งหำช้ ีส่วนบ่อปลำว่ำเป็ นที่ครอบครองทำงเจำ้ หน้ำที่กรมอุทยำนฯ ตรวจสอบแผนที่ภำพถ่ำยทำงอำกำศพบร่องรอยว่ำ
มีกำรทำประโยชน์ ไดร้ ับรองกำรครอบครองในลักษณะของกำรผ่อนผัน เพ่ือรอกำรพิสูจน์สิทธ์ิ ตำมมติ ครม. ปี 2541

ต่อมำปี ตน้ ปี พ.ศ. 2564 เจำ้ หน้ำท่ีเขตรกั ษำพนั ธุส์ ตั วป์ ่ ำที่ดูแลรบั ผิดชอบพ้ ืนท่ีดงั กล่ำวไดร้ อ้ งทุกขต์ ่อพนักงำนสอบสวน

ใหด้ ำเนินคดีกับผูต้ ้องหำเฉพำะกรณีผูต้ ้องหำปิ ดก้ันลำหว้ ยที่ติดกับทำงหลวงชนบทโดยใช้ท่อซีเมนต์ ขนำด 120 ซม.

ใส่แทนแลว้ ถมดินบนลำหว้ ยดงั กล่ำว เป็ นแนวที่ 1 โดยไม่ไดก้ ล่ำวหำดำเนินคดีในส่วนที่ 2 ดว้ ย ท้งั ท่ีอยตู่ ิดกนั ขอ้ เท็จจริง

ไม่ยตุ ิ เมื่อไปดทู ี่เกิดเหตุพรอ้ มเจำ้ หนำ้ ที่เขตรกั ษำพนั ธุส์ ตั วป์ ่ ำฯ ซึ่งยนื ยนั ตำมที่รอ้ งทุกขใ์ หพ้ นักงำนสอบสวนทำกำรสอบสวน

เพิ่มเติมแล้วเจ้ำหน้ำท่ีฯ ยืนยันว่ำในส่วนที่ 2 เป็ นกำรครอบครองตำมมติ ครม. ปี 2541 ให้พนักงำนสอบสวน

ทำกำรตรวจสอบแผนที่ภำพถ่ำยจำกดำวเทียมขององค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด ก็ไม่สำมำรถบอกแนวเขตลำหว้ ยได้

จึงมีปัญหำในกำรพจิ ำรณำสงั่ เนื่องจำกขอ้ เท็จจริงจำกเจำ้ หนำ้ ท่ีของรฐั ขดั กนั จึงไปพบผวู้ ่ำรำชกำรจงั หวดั ซ่ึงเป็ นผกู้ ำกบั ดแู ล

ขำ้ รำชกำรในจงั หวดั แจง้ ปัญหำใหท้ รำบ ไดเ้ รียกเจำ้ หน้ำที่ท่ีเก่ียวขอ้ งเขำ้ ร่วมประชุมหำขอ้ เท็จจริงเพิ่มเติม ฝ่ ำยปกครอง

ไปสอบปำกคำรำษฎรท่ีอยู่ในพ้ ืนท่ีที่อยู่มำนำน ไดข้ อ้ เท็จจริงยืนยันว่ำส่วนบ่อปลำเป็ นเขตลำหว้ ย เจำ้ หน้ำที่เขตรักษำ

พนั ธุส์ ตั วป์ ่ ำฯ ไดร้ ำยงำนไปยงั กรมอุทยำนฯ มีเจำ้ หน้ำท่ีส่วนวิเครำะหแ์ ผนท่ีมำดพู ้ ืนที่กลบั ไปวิเครำะหจ์ ำกแผนที่ภำพถ่ำย

ทำงอำกำศต้งั แต่อดีตถึงปัจจุบนั ก็ไม่อำจบอกแนวเขตลำหว้ ยได้ เน่ืองจำกมีแนวเขตตน้ ไมบ้ งั ลำหว้ ย และไม่มีน้ำขงั ตลอด

เน่ืองจำกเป็ นทำงน้ำไหลเม่ือฝนตกหนักจำกภูเขำลงแม่น้ำ จึงเช่ือตำมควำมรูเ้ ห็นของชำวบำ้ นว่ำบ่อปลำเป็ นเขตลำหว้ ย

บริเวณทำงน้ำสำธำรณะ และพนักงำนอัยกำรมีควำมเห็นสัง่ ฟ้ องผูต้ ้องหำในขอ้ เท็จจริงว่ำบุกรุกท้ังสองส่วน ในช้ันศำล

จำเลยรบั สำรภำพ ดงั น้ัน เมื่อเกดิ ปัญหำเช่นน้ ีควรดำเนินกำร ดงั น้ ี

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

1. คดีมีปัญหำเก่ยี วกบั พ้ ืนที่ควรไปดสู ถำนท่ีเกิดเหตุเพ่อื ใหเ้ ห็นสภำพที่แทจ้ ริง
2. คดีท่ีเกี่ยวกบั ขอ้ พิพำทท่ีเป็ นที่สำธำรณะประโยชน์ ควรตอ้ งสอบสวนขอ้ เท็จจริงจำกรำษฎรที่อยใู่ นพ้ ืนที่มำนำน
กว่ำเจำ้ หน้ำที่ที่ดแู ลตำมกฎหมำยแต่ยำ้ ยมำรบั รำชกำรภำยหลงั จะไดข้ อ้ เท็จจริงตรงควำมจริงมำกกวำ่
3. แผนท่ีภำพถ่ำยทำงอำกำศไมอ่ ำจบอกสภำพที่เกิดเหตุหรือขอบเขตไดท้ ุกกรณีเนื่องจำกขอ้ จำกดั ของกำรถ่ำยภำพ
หรือสภำพของพ้ นื ท่ีท่ีไมไ่ ดเ้ ป็ นสภำพเดียวกนั ตลอดท้งั ปี
4. หำกมีปัญหำควำมรคู้ วำมเห็นของเจำ้ หน้ำที่ที่เก่ยี วขอ้ งขดั กนั พนักงำนอยั กำรไมอ่ ำจเรียกหรือสงั่ ใหม้ ีกำรประชุม
เพื่อหำขอ้ ยตุ ิได้ แต่มีผวู้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั ซ่ึงเป็ นผกู้ ำกบั ดแู ลขำ้ รำชกำรส่วนภมู ภิ ำคของทุกหน่วยที่สำมำรถช่วยใหม้ กี ำรประชุม
หำรือหำขอ้ ยุติไดเ้ พื่อประโยชน์ในกำรรักษำที่สำธำรณะประโยชน์ในลกั ษณะกำรบูรณำกำรควำมร่วมมือของเจำ้ หน้ำที่
ท่ีเก่ียวขอ้ งเพือ่ หำขอ้ ยุติในปัญหำขอ้ เท็จจริง
ขอ้ กฎหมำย
- พระรำชบญั ญตั ิป่ ำไม้ พ.ศ. 2484 มำตรำ 4, 54, 55, 72 ตรี
- พระรำชบญั ญตั ิป่ ำไม้ (ฉบบั ที่ 5) พ.ศ. 2518 มำตรำ 22 พระรำชบญั ญตั ิป่ ำไม้ (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2522
มำตรำ 9
- พระรำชบญั ญตั ิสงวนและคุม้ ครองสตั วป์ ่ ำ พ.ศ. 2562 มำตรำ 55, 87, 92, 99, 101, 107, 114, 116
- พระรำชบญั ญตั ิสงวนและคุม้ ครองสตั วป์ ่ ำ พ.ศ. 2535 มำตรำ 38, 54
- พระรำชกฤษฎีเพิกถอนเขตรักษำพนั ธุส์ ตั วป์ ่ ำ ป่ ำลุ่มน้ำปำย บำงส่วน ในทอ้ งท่ีตำบลสบป่ อง อำเภอปำงมะผำ้
จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน พ.ศ. 2547
- ประมวลกฎหมำยท่ีดิน มำตรำ 9, 108 ทวิ
- ประกำศคณะปฏวิ ตั ิฉบบั ที่ 96 ลงวนั ท่ี 29 กุมภำพนั ธ์ พ.ศ. 2515 ขอ้ 11

ท่ีมำ : - กำรทำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรทำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสตู รนักบริหำรงำนยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รกำรอบรมอยั กำรจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชำ กำรจดั กำรควำมรเู้ พ่อื เสริมสรำ้ งสมรรถนะผบู้ ริหำร
(Leadership Competency) เม่ือวนั ที่ 4 พฤศจิกำยน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทำ KCJ พนั ตำรวจโทนิกร พลหนองหลวง ตำแหน่ง อยั กำรจงั หวดั ประจำสำนักงำนอยั กำรสงู สุด
สงั กดั สำนักงำนอยั กำรจงั หวดั แมฮ่ ่องสอน

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทกี ิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 267/2565

ประจำวนั ท่ี 16 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินคดีศำลแขวง (ฟ้ องวำจำ) ตำมพระรำชบญั ญตั ใิ หใ้ ชป้ ระมวลกฎหมำยยำเสพตดิ
พ.ศ. 2564 ประกอบประมวลกฎหมำยยำเสพตดิ

กรณีการฟ้ องคดีอาญา (ฟ้ องดว้ ยวาจา) ต่อศาล (แขวง) ในความผิดฐาน มียาเสพติดใหโ้ ทษ
ในประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน) ไวใ้ นครอบครองเพ่ือเสพโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต ซ่ึงตามพระราชบญั ญตั ิให้ใช้
ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประกอบประมวลกฎหมายยาเสพติด กาหนดโทษไวต้ ามมาตรา
164 ระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือปรบั ไม่เกินสี่หม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั ซ่ึงอยู่ในอานาจพิจารณา
พิพากษาของศาลแขวง ซ่ึงตามพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง
พ.ศ. 2499 มาตรา 7 ประกอบมาตรา 9, มาตรา 7 ประกอบมาตรา 20 เม่ือมีการจับตัวผูต้ อ้ งหาแลว้
ใหพ้ นักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบส่งตัวผู้ต้องหาพรอ้ มด้วยสานวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ
เพ่ือใหพ้ นักงานอยั การย่ืนฟ้ องต่อศาลแขวงใหท้ นั ภายในกาหนดเวลาส่ีสิบแปดชวั่ โมงนับแต่เวลาที่ผูต้ อ้ งหาถูกจบั
แต่มิใหน้ ับเวลาเดินทางตามปกติท่ีนาตวั ผูต้ อ้ งหาจากที่จบั มายงั ท่ีทาการของพนักงานสอบสวน จากที่ทาการ
ของพนักงานสอบสวนหรือจากท่ีทาการของพนักงานอยั การมาศาลเขา้ ในกาหนดเวลาส่ีสิบแปดชวั่ โมงน้ันดว้ ย
ซึ่งเม่ือจาเลยให้การรับสารภาพ ต้องดาเนิ นการฟ้ องด้วยวาจาต่อศาล ท้ังน้ ี ตามพระราชบัญญัติ
จดั ต้งั ศาลแขวงและวธิ ีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเติม

ประเด็นปัญหาเกิดเน่ืองจากเมอ่ื พนักงานสอบสวนไดส้ ่งสานวนคดีอาญาฟ้ องวาจาต่อพนักงานอยั การ
เพ่ือฟ้ องคดีในความผิดฐาน มียาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไวใ้ นครอบครอง
เพ่ือเสพโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต ซึ่งมีปริมาณยาเสพติดจานวนน้อย เมื่อพิจารณาพฤติการณแ์ ห่งคดีต่าง ๆ แลว้
อาทิมีการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด หรือพบอุปกรณ์การเสพ สามารถดาเนินคดีในความผิดฐานดงั กล่าวได้
แต่เนื่องจากของกลางในคดีท่ีพนักงานสอบสวนไดต้ รวจยึดและทาบญั ชีของกลางโดยยืนยนั ว่าของกลางน้ัน
เป็ นยาเสพติดใหโ้ ทษ (เมทแอมเฟตามีน) น้ัน ในเบ้ ืองตน้ พนักงานสอบสวนจะไม่สามารถส่งผลการตรวจ
พิสูจน์ของกลางดังกล่าวจากศูนยพ์ ิสูจน์หลักฐานที่จะยืนยนั ว่าของกลางเป็ นเมทแอมเฟตามีนได้ เนื่องจาก
ในการดาเนินการตรวจพิสูจน์ว่าเป็ นยาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) หรือไม่ ตอ้ งดาเนินการโดยศูนยพ์ ิสูจน์
หลักฐานซ่ึงจะตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการตรวจพิสูจน์ของกลางประมาณหน่ึงสปั ดาห์ทาใหพ้ นักงานสอบสวน
ไมส่ ามารถส่งผลการตรวจพิสจู น์ของกลาง รวมถึงผลการตรวจวา่ ยาเสพติดของกลางมเี หลือจากการ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ตรวจพิสูจน์ที่จะตอ้ งขอริบตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 134 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 32 มายังพนักงานอัยการเพื่อใหด้ าเนินการฟ้ องคดีได้ทันตามกาหนดระยะเวลา 48 ชัว่ โมง
ตามพระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลแขวงฯ เพ่ือใหย้ น่ื ฟ้ องดว้ ยวาจาต่อศาลภายในกาหนดเวลาดงั กล่าว

จากขอ้ ขดั ขอ้ งดงั กล่าวขา้ งตน้ ทาใหเ้ กิดปัญหาในทางปฏิบตั ิท่ีพนักงานอยั การไม่สามารถย่ืนฟ้ องวาจา
ในความผิดฐาน มียาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไวใ้ นครอบครองเพื่อเสพโดยไม่ได้
รบั อนุญาต ไดภ้ ายใน 48 ชัว่ โมง นับแต่ถูกจับ ท้ังที่ผูต้ อ้ งหาได้ใหก้ ารรับสารภาพ แต่จาตอ้ งคืนสานวน
ไปยงั พนักงานสอบสวนเพื่อใหท้ าการตรวจพิสูจน์ของกลางว่าเป็ นยาเสพติดหรือไม่ และมีจานวนยาเสพติด
เหลือที่จะตอ้ งขอริบหรือไม่ เช่นน้ ี ทาใหค้ ดีไม่สามารถดาเนินการไดท้ ันตามกาหนดระยะเวลาดังกล่าว
เป็ นเหตุใหพ้ นักงานสอบสวนตอ้ งปล่อยตวั ผูต้ อ้ งหาไป และดาเนินการส่งสานวนการสอบสวนแบบสานวนคดี
ตอ้ งดาเนินการขออนุญาตฟ้ อง ตามพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลแขวงฯ มาตรา 20 จึงส่งผลใหก้ ารปฏิบัติ
ตามพระราชบญั ญัติจดั ต้ังศาลแขวงฯ และพระราชบัญญัติใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564
ประกอบประมวลกฎหมายยาเสพติด น้ัน ไมส่ ามารถปฏิบตั ิไดจ้ ริง ทาใหค้ ดีคา้ ง และเกิดขดั ขอ้ งในทางปฏิบตั ิ
และเกิดปั ญหาระหว่างหน่วยงาน รวมถึงประชาชนตอ้ งถูกดาเนินคดีโดยล่าชา้ ท้ังท่ีไดใ้ หก้ ารรับสารภาพ
ตามกฎหมายแลว้

เมื่อพบปัญหาและขอ้ ขดั ขอ้ งดังกล่าวขา้ งตน้ ไดท้ าการประสานไปท่ีศูนยพ์ ิสูจน์หลกั ฐานจงั หวดั และ
ขอความร่วมมือในการดาเนินการตรวจพิสูจน์ของกลาง(ยาเสพติด) ท่ีไดม้ ีการตรวจยึดและจาตอ้ งฟ้ อง
คดีอาญาดว้ ยวาจาใหท้ ันภายในระยะเวลา 48 ชวั่ โมงนับแต่ผูต้ อ้ งหาถูกจบั ซึ่งไดม้ ีการร่วมมือกนั ระหว่าง
พนักงานอัยการ ศูนยพ์ ิสูจน์หลักฐานจังหวดั และเจา้ หน้าที่ตารวจ (พนักงานสอบสวน รวมถึงผู้จับกุม)
โดยเม่ือมีการจบั กุมในความผิดฐานมียาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไวใ้ นครอบครอง
เพื่อเสพโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและเขา้ เกณฑ์ในการฟ้ องวาจาต่อศาล
พนักงานสอบสวนสามารถสง่ ของกลางยาเสพติดไปยงั ศนู ยพ์ ิสจู น์หลกั ฐานไดใ้ นทนั ที และศูนยพ์ ิสจู น์หลกั ฐาน
จะทาการตรวจและออกผลการตรวจพิสูจน์เบ้ ืองต้นที่ยืนยันไดว้ ่าของกลางเป็ นยาเสพติดหรือไม่ และ
ของกลางมีเหลือหรือหมดไปในการตรวจพิสูจน์ (ปรากฏตามตัวอย่างผลตรวจพิสูจน์ตามเอกสารแนบ)
โดยศูนยพ์ ิสูจน์หลักฐานจังหวดั จะดาเนินการตรวจสอบทุกวนั ไม่เวน้ วันหยุดราชการ จึงทาใหพ้ นักงาน
สอบสวนสามารถส่งผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดใหพ้ นักงานอยั การได้ เป็ นผลใหพ้ นักงานอยั การสามารถ
ยื่นฟ้ องด้วยวาจาต่อศาลได้ในทุกคดีท้ังในวันราชการ รวมถึ งวันปฏิบัติราชการเวรแขวง (วันหยุด)
รวมถึงสามารถขอริบยาเสพติดท่ีเหลือจากการตรวจพิสูจน์หรือขอไม่ริบได้ในกรณียาเสพติดหมดไป
ในการตรวจพิสูจน์ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 134 ทาใหก้ ารบังคับใช้กฎหมายประมวล
กฎหมายยาเสพติดและพระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลแขวงฯ สามารถดาเนินการไปได้ โดยคดีไมม่ ีการคา้ ง

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ต้องดาเนินการขออนุญาตฟ้ องตามพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลแขวงฯ มาตรา 9 แต่อย่างใด ปั จจุบัน
การดาเนินคดีในความผิดฐานดงั กล่าวดว้ ยการฟ้ องดว้ ยวาจาต่อศาลแขวง จึงไม่มีเหตุขดั ขอ้ งในทางปฏิบัติ
และขอ้ กฎหมาย เป็ นความร่วมมือกนั ของทุกหน่วยงาน ทาใหส้ ามารถดาเนินการไดร้ วดเร็ว เพ่ืออานวย
ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานและไมท่ าใหค้ ดีมคี วามคงั่ คา้ งแต่อยา่ งใด

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499
- พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่ือวนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวอภิรดี ตะเคยี นนุช ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั สุโขทยั

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

เอกสารแนบ แบบ ป.ป.ส.6-33
การตรวจรบั ของกลางยาเสพติด
และรายงานผลการตรวจพสิ จู น์เบ้ ืองตน้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 268/2565

ประจำวนั ที่ 16 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

หำรือขอ้ กฎหมำยกรณีกำรจำ้ งบริษทั รกั ษำควำมปลอดภยั ส. จำกดั เขำ้ ปฏิบตั งิ ำนรกั ษำควำมปลอดภยั
ต้งั แตว่ นั ที่ 1 – 21 ตลุ ำคม 2563 จะมีผลผกู พนั ทำงดำ้ นกฎหมำยใหส้ ำนกั งำน ก.
ตอ้ งชำระหน้ ีตำมที่ไดผ้ กู พนั หรอื ไม่

สำนักงำน ก. ไดแ้ จง้ ทำงโทรศพั ทไ์ ปยงั บริษัท รกั ษำควำมปลอดภัย ส. จำกดั ใหป้ ฏิบตั ิงำนต่อเนื่องภำยหลกั จำก
สัญญำเดิมส้ ินสุดลง และจะมีกำรลงนำมสัญญำใหม่ในภำยหลัง โดยบริษัทฯ ไดจ้ ดั ใหพ้ นักงำนรักษำควำมปลอดภัยเขำ้
ปฏบิ ตั ิงำน ต้งั แต่วนั ท่ี 1 – 21 ตุลำคม 2563 ท้งั น้ ี สำนักงำน ก. แจง้ ว่ำ โดยสภำพของงำนมีควำมจำเป็ นตอ้ งจำ้ งต่อเน่ือง
ภำยหลงั จำกสญั ญำเดิมส้ ินสุดลง โดยอำศยั แนวทำงกำรปฏบิ ตั ิตำมหนังสือคณะกรรมกำรวินิจฉยั ปัญหำกำรจดั ซ้ ือจดั จำ้ งและ
กำรบริหำรพสั ดุภำครฐั กรมบญั ชีกลำง ด่วนที่สุด ท่ีกค (กวก) 0405.2/ว 346 ลงวนั ท่ี 8 กนั ยำยน 2560 เรื่อง กำรอนุมตั ิ
ยกเวน้ กำรใหเ้ ช่ำหรือกำรจำ้ งท่ีตอ้ งกระทำต่อเน่ืองไปในปี งบประมำณใหม่ แต่ไม่อำจลงนำมในสญั ญำไดท้ นั มีผลยอ้ นหลงั
ต่อมำเม่ือวันที่ 22 ตุลำคม 2563 สำนักงำน ก. จึงได้หำรือมำยงั พนักงำนอัยกำรว่ำ กำรจำ้ งบริษัทฯ เขำ้ ปฏิบัติงำน
รักษำควำมปลอดภยั ต้ังแต่วนั ที่ 1 – 21 ตุลำคม 2563 จะมีผลผูกพนั ทำงดำ้ นกฎหมำยให้ สำนักงำน ก. ตอ้ งชำระหน้ ี
ตำมท่ีไดผ้ กู พนั หรือไม่

กรณีน้ ีเป็ นกำรหำรือในปั ญหำขอ้ กฎหมำยหรือกำรตีควำมสัญญำ ไม่ใช่ปั ญหำขอ้ หำรือเก่ียวกบั กำรปฏิบัติตำม
พระรำชบัญญัติกำรจัดซ้ ือจัดจำ้ งและกำรบริหำรพัสดุภำครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงหรือระเบียบท่ีออกตำมควำม
ในพระรำชบัญญตั ิดงั กล่ำว ดงั น้ัน ขอ้ หำรือน้ ี จึงอยู่ในอำนำจของสำนักงำนอัยกำรสูงสุดท่ีจะใหค้ ำปรึกษำหรือตอบขอ้ หำรือ
แก่หน่วยงำนของรฐั ได้ ตำมนัยแหง่ พระรำชบญั ญตั ิองคก์ รอยั กำรและพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2553 มำตรำ 23(2)

สำนักงำนอยั กำรสงู สุดขอเรียนวำ่ เมอ่ื ขอ้ เท็จจริงปรำกฏวำ่ กำรจำ้ งเหมำบริกำรรกั ษำควำมปลอดภยั สำนักงำน ก.
ได้อำศัยแนวทำงกำรปฏิบัติตำมหนังสือคณะกรรมกำรวินิจฉัยปั ญหำกำรจัดซ้ ือจัดจำ้ งและกำรบริหำรพัสดุภำครัฐ
กรมบัญชีกลำง ด่วนท่ีสุด ท่ี กค (กวจ) 0405.2/ว 346 ลงวันที่ 8 กนั ยำยน 2560 เรื่อง กำรอนุมตั ิยกเวน้ กำรใหเ้ ช่ำ
หรือกำรจำ้ งที่ตอ้ งกระทำต่อเน่ืองในปี งบประมำณใหม่ แต่ไม่อำจลงนำมในสัญญำไดท้ นั มีผลยอ้ นหลัง กอปรกับในขณะ
ย่ืนขอ้ เสนอ บริษัทฯ ยงั ไม่ถูกแจง้ เวียนชื่อใหเ้ ป็ นผูท้ ้ ิงงำน จึงไม่มีคุณสมบัติและลักษณะตอ้ งหำ้ มตำมนัยพระรำชบัญญัติ
กำรจดั ซ้ ือจดั จำ้ งและกำรบริหำรพสั ดุภำครฐั พ.ศ. 2560 มำตรำ 64(5) กบั ท้งั กำรจำ้ งเหมำบริกำรรกั ษำควำมปลอดภยั
ก็เป็ นสญั ญำจำ้ งทำของ เพรำะมีลกั ษณะมุ่งถึงผลสำเร็จของงำนที่ทำเป็ นสำคญั ซ่ึงไม่มีกฎหมำยบงั คบั ว่ำตอ้ งทำเป็ นหนังสือ
หรือมหี ลกั ฐำนเป็ นหนังสือ ดงั น้ัน กำรทำสญั ญำจำ้ งเหมำบริกำรรกั ษำควำมปลอดภยั ดงั กล่ำวจึงมผี ลผกู พนั ตำมกฎหมำยแลว้

อยำ่ งไรก็ตำม ขอ้ เท็จจริงต่อมำปรำกฏว่ำ บริษัทฯ ตกเป็ นผทู้ ้ ิงงำน สำนักงำน ก. จึงไมอ่ ำจดำเนินกำรทำสญั ญำจำ้ ง
เหมำบริกำรรักษำควำมปลอดภยั ในระบบ e-GP ไดต้ ำมระเบียบกระทรวงกำรคลงั ว่ำดว้ ยกำรจดั ซ้ ือจดั จำ้ งและกำรบริหำร
พสั ดุภำครฐั พ.ศ. 2560 ขอ้ 192 ซึ่งกำหนดหำ้ มมใิ หห้ น่วยงำนของรฐั ก่อนิติสมั พนั ธก์ บั ผทู้ ้ ิงงำน และต่อมำสำนักงำน ก.

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ไดม้ ีหนังสือแจง้ บริษัทฯ ใหห้ ยุดปฏบิ ตั ิงำน ถือเป็ นกำรบอกเลิกสญั ญำตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ 386
เม่ือค่สู ัญญำฝ่ ำยหนึ่งไดใ้ ชส้ ิทธิบอกเลิกสญั ญำแลว้ คู่สญั ญำแต่ละฝ่ำยจำตอ้ งใหค้ ่สู ญั ญำอีกฝ่ำยหนึ่งไดก้ ลับคืนสู่ฐำนะเดิม
แต่กำรที่บริษัทฯ ได้จัดใหพ้ นักงำนเขำ้ ปฏิบัติงำนรักษำควำมปลอดภัย ต้ังแต่วันท่ี 1 -21 ตุลำคม 2563 ถือเป็ นงำน
อนั ไดก้ ระทำแก่ สำนักงำน ก. ดงั น้ัน สำนักงำน ก. จะตอ้ งชดใชเ้ งินตำมควรค่ำแห่งกำรงำนน้ัน ๆ โดยพิจำรณำจำกมลู ค่ำ
ของงำนตำมควำมเป็ นจริงตำมประมวลกฎหมำยแพง่ และพำณิชย์ มำตร 391

ในกำรพิจำรณำตอบขอ้ หำรือของสำนักงำนอยั กำรสงู สุด จะตอ้ งพิจำรณำเบ้ ืองตน้ วำ่ อยใู่ นอำนำจหน้ำที่ของพนักงำน
หรือไม่ เม่ืออยใู่ นอำนำจหน้ำที่ของสำนักงำนอยั กำรสูงสุดแลว้ ในกำรวินิจฉยั ปัญหำดงั กล่ำว เพ่ือตอบขอ้ หำรือไดค้ รบถว้ น
ถูกตอ้ ง นอกจำกพนักงำนอัยกำรจะต้องมีองคค์ วำมรู้ตำมหลักกฎหมำยทัว่ ไป เช่น ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์
พนักงำนอยั กำรจะตอ้ งมอี งคค์ วำมรใู้ นกฎหมำย ระเบียบ และหนังสือเวียนอื่น ๆ ดว้ ย เช่น พระรำชบญั ญตั ิกำรจดั ซ้ ือจดั จำ้ ง
และกำรบริหำรพสั ดุภำครฐั พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำดว้ ยกำรจดั ซ้ ือจดั จำ้ งและกำรบริหำรพสั ดุภำครัฐ
พ.ศ. 2560 ตลอดจนหนังสือของคณะกรรมกำรวินิจฉัยปั ญหำกำรจดั ซ้ ือจัดจำ้ งและกำรบริหำรพัสดุภำครัฐที่เกี่ยวขอ้ ง
เพื่อใหห้ น่วยงำนของรัฐ ผูบ้ ริหำรสัญญำสำมำรถนำกำรตอบขอ้ หำรือของสำนักงำนอัยกำรสูงสุดไปปรับใชโ้ ดยถูกตอ้ ง
กฎหมำย ซงึ่ เป็ นกำรรกั ษำผลประโยชน์ของรฐั และขจดั ขอ้ พพิ ำทของค่สู ญั ญำที่อำจมีข้ นึ

ขอ้ กฎหมำยและระเบียบ
- พระรำชบญั ญตั ิองคก์ รอยั กำรและพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2553 มำตรำ 23(2)
- ประมวลกฎหมำยแพร่งและพำณิชย์ มำตรำ 391 มำตรำ 587 และมำตรำ 602
- พระรำชบญั ญตั ิกำรจดั ซ้ อื จดั จำ้ งและกำรบริหำรพสั ดุภำครฐั พ.ศ. 2560 มำตรำ 29(3) มำตรำ 64(5) มำตรำ 109 และ
มำตรำ 111
- ระเบียบกระทรงกำรคลังว่ำด้วยกำรจัดซ้ ือจัดจ้ำงและกำรบริกำรพัสดุภำครัฐ กรมบัญชีกลำง ด่วนที่สุด
ท่ี กค (กวจ) 0405.2/ว 346 ลงวนั ท่ี 8 กนั ยำยน 2560 เรื่อง กำรอนุมตั ิกำรยกเวน้ ใหเ้ ช่ำหรือกำรจำ้ งท่ีตอ้ งกระทำ
ต่อเนื่องไปในปี งบประมำณใหม่ แต่ไมอ่ ำจลงนำมในสญั ญำไดท้ นั มผี ลยอ้ นหลงั
- ระเบียบสำนักงำนอยั กำรสงู สุดว่ำดว้ ยกำรดำเนินคดีแพ่งของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2560 ขอ้ 28

ท่ีมำ : - กำรทำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรทำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลกั สูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รกำรอบรมอยั กำรจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชำ กำรจดั กำรควำมรเู้ พื่อเสริมสรำ้ งสมรรถนะผบู้ ริหำร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ท่ี 4 พฤศจกิ ำยน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทำ KCJ นำยเจษฎำ ธนำสิทธ์ิพนั ธก์ ุล ตำแหน่ง อยั กำรจงั หวดั ประจำสำนักงำนอยั กำรสงู สุด
สงั กดั สำนักงำนอยั กำรจงั หวดั สระบุรี

นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 269/2565

ประจำวนั ที่ 19 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรกบั สำนวนคดีทผี่ ูต้ อ้ งหำถูกจบั กุมและควบคุมตวั ตำมหมำยจบั ท่ีขำดอำยุควำม
ในการปฏิบตั ิหน้าท่ี ไดร้ บั สานวนการสอบสวน ในกรณีที่มีการจับกุมตัวผูต้ อ้ งหาและควบคุมตัวไว้

ตามหมายขงั ของศาล ซึ่งเป็ นการจับกุมตามหมายจบั ที่ขาดอายุความหลายคร้งั ไม่ว่าจะสานวนเดิมจะเป็ น
สานวนปรากฏตวั ผูก้ ระทาความผิดแต่ไมไ่ ดส้ ่งตวั มา(ส. 2) หรือ สานวนปรากฏผูต้ อ้ งหาที่ส่งตวั มาและที่ยงั
ไมไ่ ดส้ ง่ ตวั มา (ส. 1 มสี งั่ จบั รวมอยดู่ ว้ ย) ซึ่งลว้ นแต่กอ่ ใหเ้ กิดปัญหาในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ ซ่ึงกรณีดงั กล่าวเป็ น
เรื่องรา้ ยแรงเนื่องจาก การที่คดีไดข้ าดอายุความแลว้ ไมว่ ่าจะเป็ นเพราะหมายจบั ไดอ้ อกโดยระบุอายุความไม่
ถูกตอ้ ง หรือ หมายจบั กาหนดอายุความถูกตอ้ งแลว้ แต่ผูจ้ บั กุมไดจ้ บั กุมตวั มาในขณะท่ีคดียงั ไมข่ าดอายุความ
แต่พนักงานสอบสวนไดร้ บั ตวั ผูต้ อ้ งหาแลว้ นาไปฝากขงั ผูต้ อ้ งหา แต่ต่อมาคดีไดข้ าดอายุความแลว้ พนักงาน
สอบสวนไดส้ ่งสานวนการสอบใหพ้ นักงานอยั การพิจารณา โดยไม่มีการขอศาลออกหมายปล่อยตัวผูต้ อ้ งหา
ซึ่งกรณีดงั กลา่ วเป็ นการสุม่ เส่ียงต่อการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีโดยมิชอบ และทาใหเ้ กิดปัญหาในการปฏิบตั ิงาน

1. การแกป้ ัญหาเมื่อไดร้ บั สานวนประเภท ปรากฏผูต้ อ้ งหาที่ยงั ไม่ไดส้ ่งตวั มา (ส. 2) หรือ สานวน
ปรากฏผูต้ อ้ งหาที่ส่งตัวมาและท่ียงั ไม่ไดส้ ่งตัวมา (ส. 1 มีสงั่ จบั รวมอยู่ดว้ ย) เมื่อตรวจสอบพบว่าคดีไดข้ าด
อายุความแลว้ และผูต้ อ้ งหายงั ถูกคุมขงั ไว้ ตามหมายขงั ของศาล ไดน้ าเรียนท่านอยั การจังหวดั ทราบ และ
ต่อมาไดด้ าเนินการประสานไปยงั พนักงานสอบสวนอย่างเร่งด่วน โดยแจง้ ใหพ้ นักงานสอบสวนทราบว่า
คดีไดข้ าดอายุความแลว้ พนักงานอยั การมีความเห็นสงั่ ยุติดาเนินคดีและจะดาเนินการจดั ส่งคาสงั่ ยุติดาเนิน
คดีใหก้ ับพนักงานสอบสวนโดยเร็วท่ีสุด และใหพ้ นักงานสอบสวนดาเนินการยื่นคารอ้ งขอศาลออกหมาย
ปล่อยตวั ผูต้ อ้ งหา เน่ืองจากการควบคุมตวั ผูต้ อ้ งหาเป็ นการไมช่ อบ และเมื่อพนักงานสอบสวนไดย้ ื่นคารอ้ งขอ
ออกหมายปล่อยผูต้ อ้ งหาแลว้ ใหพ้ นักงานสอบสวนแจง้ ใหพ้ นักงานอยั การทราบพรอ้ มท้งั จดั ส่งสาเนาหมาย
ปลอ่ ยตวั ผูต้ อ้ งหามาเพ่ือรวบรวมไวใ้ นสานวน

2. แนวทางการแกไ้ ขปัญหาและป้ องกนั ปัญหาดงั กลา่ วไมใ่ หเ้ กิดข้ นึ
2.1 เมื่อพนักงานอัยการไดร้ ับสานวนการสอบสวนประเภท ปรากฏผู้ตอ้ งหาท่ียงั ไม่ไดส้ ่งตัวมา
(ส. 2) หรือสานวนปรากฏผูต้ อ้ งหาท่ีส่งตัวมาและที่ยงั ไม่ไดส้ ่งตัวมา (ส.1 มีสัง่ จับรวมอยู่ดว้ ย) ในการ
พิจารณาทาความเห็นและสงั่ สานวน เม่อื มีความเห็นควรสงั่ ฟ้ องผูต้ อ้ งหา ก่อนมีหนังสือแจง้ ใหจ้ ดั การใหไ้ ดต้ วั
ผูต้ อ้ งหามาภายในอายุความ....นับแต่วนั กระทาความผิด ตามระเบียบฯพนักงานอยั การจะตอ้ งตรวจสอบ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

หมายจบั ในสานวนการสอบสวนใหช้ ดั เจนว่า ฐานความผิด และอายุความตามหมายจบั รวมท้งั รายละเอียด
วนั และเวลาตามหมายจบั ถูกตอ้ งตรงกบั ที่ไดม้ ีความเห็นควรสงั่ ฟ้ องหรือไม่ หากปรากฏว่า ไม่ตรงกบั ท่ีไดม้ ี
ความเห็นควรสงั่ ฟ้ องไว้ ก่อนที่จะมีหนังสือแจง้ ใหจ้ ดั การใหไ้ ดต้ วั ผูต้ อ้ งหามาฟ้ อง ใหแ้ จง้ พนักงานสอบสวน
ดาเนินการแกไ้ ขหมายจบั ใหถ้ ูกตอ้ งเสียกอ่ นแลว้ จึงมีหนังสือสงั่ แจง้ ใหจ้ ดั การใหไ้ ดต้ วั มาฟ้ องต่อไป

2.2 แจง้ เจา้ หน้าที่ผูร้ บั สานวนสอบสวน ว่า ก่อนรับสานวนการสอบสวนดังกล่าวใหต้ รวจสอบว่า
คดีไดข้ าดอายุความแลว้ หรือไม่ หากคดีขาดอายุความแลว้ ผูต้ อ้ งหาถูกคุมขงั อยู่ ใหพ้ นักงานสอบสวนยื่นคา
รอ้ งขอออกหมายปล่อยตวั ผูต้ อ้ งหาก่อน แลว้ นาสาเนาหมายปล่อยรวมไวใ้ นสานวน แลว้ จึงจะรบั สานวนการ
สอบสวนดังกล่าวไวไ้ ด้ และหากเป็ นกรณีผู้ตอ้ งหาได้รับการประกันตัวไปในช้ันสอบสวน ก็ใหพ้ นักงาน
สอบสวนดาเนินการคืนหลกั ประกนั และขอยกเลิกหมายจบั กอ่ นสง่ สานวนการสอบสวน

2.3 ใหต้ ้ังคณะทางานตรวจสอบสานวนประเภท ปรากฏผูต้ อ้ งหาที่ยงั ไม่ไดส้ ่งตัวมา (ส. 2) และ
สานวนปรากฏผูต้ อ้ งหาท่ีส่งตัวมาและท่ียงั ไม่ไดส้ ่งตัวมา (ส. 1 มีสงั่ จบั รวมอยู่ดว้ ย) ดงั กล่าว ประกอบดว้ ย
พนักงานอัยการและเจา้ หน้าที่ธุรการ ในการตรวจสอบ คัดกรองสานวนการสอบสวน ยอ้ นหลังลงไป
ต้งั แต่ 10 ปี ข้ ึนไป นับแต่ปัจจุบัน ว่ามีสานวนใดขาดอายุความแลว้ หรือไม่ หากปรากฏว่า ขาดอายุความ
หรือ อายุความไม่ถูกตอ้ ง ใหน้ าเรียนอัยการจังหวดั เพื่อพิจารณา สงั่ ยุติดดาเนินคดี แลว้ แจง้ งดจบั รวมท้ัง
แจง้ พนักงานสอบสวนเพื่อยกเลิกหมายจบั หรือแกไ้ ขหมายจบั ใหถ้ กู ตอ้ งต่อไป

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6)
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563
ขอ้ 48(7) และขอ้ 77

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวนิภา นอ้ ยมล ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั ระยอง

นำงสมสุข มีวุฒิสม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 270/2565

ประจำวนั ท่ี 19 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรสอบสวนและกำรรวบรวมพยำนหลกั ฐำนของพนกั งำนสอบสวนในกำรสอบสวนคดอี ำญำ

ในคดีอาญาท่ีสาคัญและคดีท่ีมีอัตราโทษสูงมักจะพบว่า ผู้ตอ้ งหาหรือผู้กระทาความผิดในคดีอาญา
ดังกล่าวจะใหก้ ารต่อสู้คดี ท้ัง ๆ ที่ผู้ต้องหาและจาเลยให้การรับสารภาพตลอดมาต้ังแต่ในช้ันจับกุมและ

ชน้ั สอบสวน คร้นั เม่ือถึงช้นั พิจารณาคดีของศาล บุคคลดงั กล่าวไดก้ ลบั คาใหก้ ารของตนเองจากใหก้ ารรบั สารภาพ

เป็ นใหก้ ารปฏิเสธต่อสคู้ ดี ลกั ษณะการต่อสูค้ ดี เช่น การอา้ งฐานท่ีอยู่ ของกลางที่ตรวจพบไม่ไดอ้ ยู่ท่ีตนเองหรือ

ไมใ่ ช่ของตน อา้ งวา่ ไม่ไดอ้ ยทู่ ่ีเกิดเหตุ คาใหก้ ารที่พนักงานสอบสวนบนั ทึกวา่ ตนเองใหก้ าร รบั สารภาพน้ันตนเอง
ไมไ่ ดอ้ ่าน ถูกพนักงานสอบสวนทารา้ ย/ซอ้ มใหร้ บั สารภาพ เป็ นตน้ ซ่ึงขอ้ ต่อสดู้ งั กล่าว อาจทาใหพ้ ยานหลกั ฐาน

ของพนักงานอยั การในการพิสูจน์การกระทาความผิดของจาเลยมีน้าหนักลดลง ดังน้ัน พนักงานอยั การควรให้
ความสาคญั และใหค้ าแนะนาพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลกั ฐานว่าควรจดั ใหม้ ีการบนั ทึกภาพ

และเสียงขณะทาการสอบสวนปากคาผูต้ อ้ งหาไว้ รวมท้งั การรวบรวมพยานหลกั ฐานในข้นั ตอนสาคญั อ่ืน ๆ
ไม่ว่าจะเป็ นเหตุการณ์ขณะตรวจคน้ หรือจบั กุม การยึดของกลางในคดี ก็ควรจดั ทาบนั ทึกภาพและเสียงไว้

โดยตลอดขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการยืนยันการกระทาความผิดของผู้ต้องหาหรือจาเลย
เพราะเป็ นวิธีการที่ทาใหก้ ารดาเนินคดีมีประสิทธิภาพ มีความชัดแจง้ ในการแสดงขอ้ เท็จจริงเพื่อพิสูจน์

ความผิดของจาเลย อีกท้งั การรวบรวมพยานหลกั ฐานดว้ ยวิธีการเช่นน้ ีก็ไม่ไดต้ อ้ งหา้ มตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา นอกจากน้ันยงั ก่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการนาตัวผูก้ ระทาความผิดทางอาญามา

ลงโทษตามกฎหมายอีกดว้ ย

ขอ้ กฎหมาย

- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พื่อเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ พ.ต.ต.วฒั นา บญุ เหิน ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั สมุทรสงคราม

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ

อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 271/2565

ประจำวนั ท่ี 20 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรอำ้ งบทกฎหมำยที่แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ บทบญั ญตั ิควำมผิดและกำหนดโทษในคำขอทำ้ ยคำฟ้ องคดอี ำญำ

ตามท่ีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) บัญญัติว่าฟ้ องต้องทาเป็ นหนังสือและ

มอี า้ งมาตราในกฎหมายซ่ึงบญั ญตั ิว่าการกระทาเช่นน้ันเป็ นความผิด และระเบียบสานักงานอยั การสงงสดดว่าดว้ ยการดาเนิน

คดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 94 กาหนดหลกั ในการบรรยายฟ้ องใหย้ ดึ หลกั ในมาตรา 158 แห่งประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซ่ึงตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าว กาหนดการระบดอา้ งบทมาตราแห่งกฎหมายใน
คาขอทา้ ยฟ้ องคดีอาญาเพียงเฉพาะบทมาตราที่บญั ญตั ิว่าการกระทาตามฟ้ องเป็ นความผิดและมีโทษตามมาตราใดเท่าน้ัน

เช่น ความผิดฐานปลอมเอกสาร เป็ นความผิดและมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ความผิดฐานชิงทรพั ย์

เป็ นความผิดและมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 เป็ นต้น แต่ในทางปฏิบัติการบรรยายฟ้ องของ
พนักงานอยั การส่วนใหญ่ พบว่านอกจากการอา้ งบทบัญญัติความผิดและกาหนดโทษแลว้ ยงั มีการระบดอา้ งบทกฎหมาย

ท่ีแกไ้ ขเพิ่มเติมบทมาตราที่บัญญัติความผิดและกาหนดโทษด้วย เช่น ความผิดฐานปลอมเอกสาร มีการอา้ งประมวล

กฎหมายอาญา มาตรา 264 และพระราชบญั ญตั ิแกไ้ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4
ความผิดฐานชิงทรัพย์ มีการอา้ งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 11 ลงวันที่
21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ขอ้ 14 และพระราชบัญญัติแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี 26) พ.ศ. 2560

มาตรา 10 เป็ นตน้ อย่างไรก็ตาม ในระยะหลงั พนักงานอยั การบางส่วนก็ระบดอา้ งเฉพาะบทมาตราท่ีบญั ญตั ิความผิดและ

กาหนดโทษเท่าน้ัน โดยอาศัยหนังสือสานักงานอยั การสงงสดด ท่ี อส(สฝปผ.)0018/ว 29 ลงวันท่ี 25 มกราคม 2548
ที่กาหนดแนวทางการอา้ งบทกฎหมายท่ีเป็ นบทมาตราความผิดและกาหนดโทษในคาขอทา้ ยคาฟ้ องสามารถดาเนินการได้ 2

วิธี คือ 1) อา้ งบทกฎหมายท่ีเป็ นบทมาตราความผิดและกาหนดโทษ รวมท้งั บทกฎหมายที่แกไ้ ขเพ่ิมเติมฉบบั ล่าสดด หรือ
2) อา้ งบทกฎหมายที่เป็ นบทมาตราความผิดและกาหนดโทษที่ยงั ใชอ้ ย่งเป็ นปัจจดบันเท่าน้ัน โดยไม่ตอ้ งอา้ งบทกฎหมาย
ที่แกไ้ ขเพม่ิ เติม ทาใหเ้ กิดปัญหาในการตรวจร่างฟ้ องของผกง้ ลนั่ กรองงานและอยั การจงั หวดั ซ่ึงตอ้ งตรวจแกร้ ่างฟ้ องใหเ้ ป็ นไป

ในแนวทางเดียวกนั เพอ่ื ใหค้ าฟ้ องที่นาไปย่ืนต่อศาลมีความเป็ นเอกภาพ

การอา้ งบทบัญญัติแห่งกฎหมายในคาขอท้ายฟ้ องคดีอาญา มีการกาหนดหลักเกณฑ์ไวช้ ัดเจนท้ังในประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) และระเบียบสานักงานอัยการสงงสดดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญา
ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 94 แลว้ คือ กาหนดใหอ้ า้ งเฉพาะมาตราในกฎหมายซ่ึงบญั ญตั ิว่าการกระทาตามฟ้ อง

เป็ นความผิด ประกอบกบั มีคาพิพากษาศาลฎีกาหลายเร่ืองพิพากษาไปในแนวทางเดียวกนั ตลอดมา ดงั ปรากฏในหนังสือ

สานักงานอยั การสงง สดด ท่ี อส(สฝปผ.)0018/ว 29 ลงวนั ที่ 25 มกราคม 2548 จงึ เห็นว่าการระบดบทกฎหมายในคาขอทา้ ย
ฟ้ อง สามารถอา้ งเฉพาะบทกฎหมายที่เป็ นบทมาตราความผิดและกาหนดโทษที่ยงั ใชอ้ ยเ่ง ป็ นปัจจดบนั เท่าน้ัน โดยไม่ตอ้ งอา้ ง

บทกฎหมายท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเติม และสมควรมีการกาหนดแนวทางการอา้ งบทบัญญัติในคาขอทา้ ยฟ้ องใหช้ ดั เจนในระเบียบ

หรือหนังสือเวียนของสานักงานอยั การสงง สดดต่อไป

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ขอ้ กฎหมาย
1) ประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 158
2) ระเบียบสานักงานอยั การสงง สดดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 94
3) หนังสือสานักงานอยั การสงง สดด ที่ อส(สฝปผ.)0018/ว 29 ลงวนั ท่ี 25 มกราคม 2548

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตง รนักบริหารงานยดติธรรมระดบั สงง
“หลกั สตง รการอบรมอยั การจงั หวดั ” ร่ดนที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเง้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบง้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจง้ ดั ทา KCJ นายวิทยา นิลฑมร ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงง สดด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั นครสวรรค์

นำยวิรชั เนติธรรมำภมิ ขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 272/2565

ประจำวนั ท่ี 20 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เขตอำนำจศำลคดอี ำญำที่มีขอ้ หำวำ่ เด็กหรือเยำวชนกระทำควำมผิด
กรณีกำรฟ้ องคดตี อ่ ศำลแหง่ ทอ้ งที่ทเี่ ด็กหรอื เยำวชนมีถิน่ ท่ีอยปู่ กติ
เขตอำนำจศำลเกี่ยวกบั คดีอำญำในคดีเยำวชนและครอบครัว ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัว
และวิธีพจิ ำรณำคดีเยำวชนและครอบครวั พ.ศ. 2553 มำตรำ 95 บญั ญตั ิว่ำ “คดีอำญำที่มีขอ้ หำว่ำเด็กหรือเยำวชนกระทำ
ควำมผิด ใหศ้ ำลเยำวชนและครอบครัวซ่ึงมีเขตอำนำจในทอ้ งที่ที่เด็กหรือเยำวชนมีถิ่นท่ีอยู่ปกติ มีอำนำจพิจำรณำคดี
เก่ียวกบั ควำมผิดน้ัน แต่ถำ้ เพื่อประโยชน์แก่เด็กหรือเยำวชน ใหศ้ ำลแห่งทอ้ งที่ที่เด็กหรือเยำวชนกระทำควำมผิดมีอำนำจ
รบั พจิ ำรณำคดีน้ันได”้
ดงั น้ัน เขตอำนำจศำลในคดีอำญำที่มีขอ้ หำว่ำเด็กหรือเยำวชนกระทำควำมผิดจึงประกอบดว้ ย
1. ศำลหลกั คือ ศำลแหง่ ทอ้ งที่ที่เด็กหรือเยำวชนมถี ิ่นที่อยปู่ กติ
2. ศำลยกเวน้ คือ ศำลแห่งทอ้ งที่ที่เด็กหรือเยำวชนกระทำควำมผิด (ต้องเขำ้ เง่ือนไขเพื่อประโยชน์แก่เด็ก
หรือเยำวชน)
คำว่ำ “ถิ่นท่ีอยปู่ กติ” โดยเจตนำรมณข์ องกฎหมำยแลว้ ตอ้ งกำรใหม้ ีกำรพิจำรณำคดีในศำลท่ีอย่ใู กลก้ บั ภมู ิลำเนำ
ของบิดำมำรดำหรือผูป้ กครองที่เด็กหรือเยำวชนอำศัยอย่ดู ว้ ย สำมำรถเดินทำงมำศำลเพื่อเยี่ยมเยียนเด็กหรือเยำวชนได้
สะดวกอนั เป็ นประโยชน์แก่เด็กหรือเยำวชน ซ่ึงถิ่นที่อย่ปู กติไม่ไดถ้ ือตำมทอ้ งท่ีท่ีเด็กหรือเยำวชนมีภูมิลำเนำตำมทะเบียน
บำ้ น แต่ถือตำมทอ้ งที่ท่ีเด็กหรือเยำวชนมีท่ีพกั อำศยั เป็ นปกติ ซ่ึงอำจพิจำรณำจำกรำยงำนสืบเสำะขอ้ เท็จจริงของสถำนพินิจ
ประกอบ
กำรตรวจสอบเขตอำนำจพนักงำนอยั กำรและเขตอำนำจศำลตำมคู่มือกำรดำเนินคดีเยำวชนและครอบครัว
ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2563 ส่วนที่ 3 กำรดำเนินคดีอำญำ ไดย้ กตวั อยำ่ งแนวทำงกำรรบั สำนวนกำรสอบสวนจำกพนักงำน
สอบสวนไวว้ ่ำ ถำ้ ขอ้ เท็จจริงปรำกฏว่ำเด็กกระทำควำมผิดที่จงั หวดั หนึ่ง แต่มีถิ่นที่อย่ปู กติอย่อู ีกจงั หวดั หนึ่ง หำกพนักงำน
สอบสวนซึ่งรับผิดชอบในทอ้ งที่ท่ีเกิดเหตุไดท้ ำสำนวนกำรสอบสวนส่งยงั พนักงำนอัยกำร (สำนวน ส.1) โดยหลักแลว้
พนักงำนอยั กำรในทอ้ งที่ที่เด็กมีถิ่นที่อยปู่ กติจะตอ้ งรบั สำนวนไวเ้ พ่ือดำเนินคดี แตถ่ ำ้ เพือ่ ประโยชนแ์ ก่เด็ก เพรำะไดม้ ีกำร
ตรวจสอบกำรจับ ผัดฟ้ อง ต่อศำลเยำวชนและครอบครวั ในทอ้ งที่ท่ีเกิดเหตุแลว้ และมีกำรสืบเสำะขอ้ เท็จจริง
จำกสถำนพินิจและคมุ้ ครองเด็กและเยำวชนในทอ้ งท่ีท่ีเกิดเหตไุ วแ้ ลว้ พนักงำนอยั กำรในทอ้ งที่ท่ีเกิดเหตุก็มีอำนำจรับ
สำนวนกำรสอบสวนไวเ้ พอื่ ดำเนินกำรได้
ส่วนกรณีสำนวนกำรสอบสวนที่พนักงำนสอบสวนในทอ้ งท่ีท่ีเกิดเหตุไดส้ อบสวนไวแ้ ลว้ ในจงั หวดั หน่ึง แต่ยงั ไม่ได้
ตวั ผูต้ อ้ งหำ (สำนวน ส.2) โดยขอ้ เท็จจริงไม่ปรำกฏว่ำผูต้ อ้ งหำมีถิ่นที่อย่ทู ี่ใด แต่มีทะเบียนบำ้ นอีกจงั หวดั หนึ่ง พนักงำน
สอบสวนในทอ้ งที่ที่เกดิ เหตุควรส่งสำนวนไปยงั พนักงำนอยั กำรในทอ้ งที่ที่เกิดเหตุเป็ นผรู้ บั ผิดชอบ นอกจำกน้ ีกรณีท่ีเด็กหรือ
เยำวชนหลบหนีและไม่ปรำกฏว่ำมีถิ่นที่อยอู่ ย่ทู ่ีใด ซึงทอ้ งท่ีท่ีเด็กหรือเยำวชนมีชื่ออย่ใู นทะเบียนบำ้ นน้ัน อำจไม่ใช่ถ่ินท่ีอยู่
ปกติของเด็กหรือเยำวชนตำมกฎหมำยก็ได้ ดังน้ัน พนักงำนอัยกำรในทอ้ งที่ท่ีเด็กหรือเยำวชนมีช่ืออยู่ในทะเบียนบำ้ น
จึงไม่ควรรบั สำนวนกำรสอบสวนไวพ้ ิจำรณำสงั่

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

สำหรับแนวทำงกำรรับสำนวนกำรสอบสวนและกำรย่ืนฟ้ องฟ้ องคดีต่อศำลของสำนักงำนอัยกำรคดีเยำวชน
และครอบครวั จงั หวดั กระบี่ แต่เดิมหำกเป็ นกรณีที่เด็กหรือเยำวชนมิไดม้ ีถ่ินท่ีอย่ปู กติท่ีจงั หวดั กระบี่ แต่กำรกระทำควำมผิด
เกิดข้ ึนท่ีจังหวัดกระบี่ และพนักงำนสอบสวนในท้องที่ท่ีควำมผิดเกิดได้ทำสำนวนกำรสอบสวนไว้โดยชอบแล้ว
พนักงำนอัยกำรจะรับสำนวนไวพ้ ิจำรณำสัง่ และเม่ือยื่นคำฟ้ องต่อศำลจะบรรยำยในคำฟ้ องว่ำ “จำเลยมีถ่ินท่ีอยู่ปกติ
นอกเขตศำลน้ ี แต่ไดม้ ำกระทำควำมผิดในเขตอำนำจศำลน้ ี พนักงำนสอบสวนไดท้ ำกำรสอบสวน และผูอ้ ำนวยกำรสถำนพินิจ
และคุม้ ครองเด็กและเยำวชนจงั หวดั กระบี่ไดร้ ำยงำนขอ้ เท็จจริงเกี่ยวกบั เด็กและเยำวชนไวโ้ ดยชอบแลว้ เพื่อสะดวกและ
เป็ นประโยชน์กับจำเลย โจทกจ์ ึงไดย้ ื่นฟ้ องจำเลยต่อศำลน้ ี ” อนั เป็ นกำรยื่นฟ้ องเด็กหรือเยำวชนต่อศำลแห่งทอ้ งที่ท่ีเด็ก
หรือเยำวชนกระทำควำมผิด โดยอำ้ งเหตุผลเพ่ือประโยชน์ของเด็กหรือเยำวชนตำมแนวทำงของค่มู ือกำรดำเนิ นคดีเยำวชน
และครอบครวั ซึง่ ที่ผ่ำนมำศำลเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบ่ีจะรบั ฟ้ องไวพ้ ิจำรณำมำโดยตลอด

ต่อมำเมือ่ วนั ท่ี 17 สิงหำคม 2565 พนักงำนสอบสวนไดส้ ่งสำนวนกำรสอบสวนคดีอำญำขอ้ หำควำมผิดฐำนฉอ้ โกง
และนำเขำ้ สู่ระบบคอมพิวเตอรซ์ ึ่งขอ้ มลู คอมพิวเตอรอ์ นั เป็ นเท็จโดยประกำรท่ีน่ำจะเกิดควำมเสียหำยแก่ผูอ้ ่ืนอนั เป็ นกำร
กระทำต่อบุคคลใดบุคคลหน่ึง ซ่ึงขอ้ เท็จจริงไดค้ วำมว่ำ ขณะเกิดเหตุผูเ้ สียหำยอยทู่ ่ีจงั หวดั กระบี่ไดถ้ ูกหลอกลวงใหโ้ อนเงิน
ค่ำใชจ้ ่ำยในกำรสมคั รรบั จำ้ งทำงำนออนไลน์ จำนวน 2,200 บำท ไปยงั บญั ชีธนำคำรของผตู้ อ้ งหำ โดยปรำกฏขอ้ เท็จจริง
ตำมรำยงำนสถำนพนิ ิจฯ ว่ำ ผตู้ อ้ งหำมีถ่ินที่อยปู่ กติอยทู่ ี่จงั หวดั เชียงรำย

อยั กำรจงั หวดั คดีเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบี่พิจำรณำแลว้ สงั่ ฟ้ องผตู้ อ้ งหำและย่นื ฟ้ องผตู้ อ้ งหำเป็ นจำเลย
ต่อศำลเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบี่ โดยบรรยำยคำฟ้ องว่ำ “พนักงำนสอบสวนไดท้ ำกำรสอบสวน และผอู้ ำนวยกำร
สถำนพินิจและคุม้ ครองเด็กและเยำวชนจังหวัดกระบ่ีได้รำยงำนขอ้ เท็จจริงเกี่ยวกับเด็กและเยำวชนไวโ้ ดยชอบแล้ว
เพื่อสะดวกและเป็ นประโยชน์กบั จำเลย โจทกจ์ งึ ไดย้ น่ื ฟ้ องจำเลยต่อศำลน้ ี” ตำมแนวทำงของค่มู ือกำรดำเนินคดีเยำวชนและ
ครอบครวั แต่ศำลเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบ่ีมีคำสงั่ ไม่รบั ฟ้ องโดยใหเ้ หตุผลว่ำ เยำวชนไม่ไดม้ ีถ่ินท่ีอยปู่ กติในเขต
ศำลน้ ี ท้งั กำรฟ้ องคดตี อ่ ศำลน้ ี เยำวชนและผปู้ กครองตอ้ งเดินทำงมำจำกจงั หวดั เชียงรำย กรณีจงึ มิใช่เพื่อประโยชน์
ของเยำวชน ศำลแห่งทอ้ งท่ีท่ีเยำวชนกระทำควำมผิดจึงไม่มีอำนำจรบั คดีน้ ีไว้ จงึ ไม่รบั ฟ้ องเพื่อใหไ้ ปฟ้ องต่อศำลที่มี
เขตอำนำจตอ่ ไป อยั กำรจงั หวดั คดีเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบ่ีมีคำสงั่ ไม่อุทธรณ์ ผวู้ ่ำรำชกำรจงั หวดั กระบ่ีเห็นชอบ
คำสงั่ ไมอ่ ทุ ธรณ์ สำนักงำนอยั กำรคดีเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบ่ีจงึ คนื สำนวนแกพ่ นักงำนสอบสวน เพ่ือใหส้ ่งสำนวน
พรอ้ มตวั ผตู้ อ้ งหำไปยงั พนักงำนอยั กำรประจำศำลที่อยใู่ นเขตอำนำจต่อไป

จะเห็นไดว้ ่ำ แมเ้ หตุผลที่ศำลเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบ่ีมีคำสงั่ ไม่รบั ฟ้ อง โดยเห็นว่ำกำรฟ้ องคดีมิใช่เพ่ือ
ประโยชน์ของเยำวชน เน่ืองจำกเยำวชนและผูป้ กครองตอ้ งเดินทำงมำจำกจงั หวดั เชียงรำยซ่ึงสอดคลอ้ งกบั เจตนำรมณ์ของ
กฎหมำยที่ตอ้ งกำรใหม้ ีกำรพิจำรณำคดีในศำลที่อย่ใู กลก้ บั ภมู ิลำเนำของบิดำมำรดำหรือผปู้ กครองที่เด็กหรือเยำวชนอำศยั
อยู่ดว้ ย สำมำรถเดินทำงมำศำลเพ่ือเย่ียมเยียนเด็กหรือเยำวชนไดส้ ะดวกอนั เป็ นประโยชน์แก่เด็กหรือเยำวชนก็ตำม
แต่กำรที่หลักกำรตำมเจตนำรมณ์ของกฎหมำยดังกล่ำวคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กหรือเยำวชนแต่ฝ่ ำยเดียวโดยไม่คำนึง
ถึงผูเ้ สียหำย ซ่ึงไดร้ ับควำมเสียหำยจำกกำรกระทำของผูต้ อ้ งหำซึ่งเป็ นเด็กหรือเยำวชน พยำนที่รูเ้ ห็นเหตุกำรณ์ในคดี
เจำ้ พนักงำนตำรวจชุดจบั กุมและพนักงำนสอบสวน ซึ่งมีภูมิลำเนำอย่ใู นทอ้ งที่ท่ีควำมผิดเกิดที่จะตอ้ งเดินทำงไปศำลแห่งที่
ท่ีเด็กมีถิ่นที่อย่ปู กติ ย่อมสรำ้ งภำระท้งั ภำระค่ำใชจ้ ่ำยในกำรเดินทำง ค่ำเสียเวลำ ควำมยุ่งยำกในข้นั ตอนกำรควบคุมตัว
ผตู้ อ้ งหำ และกำรดำเนินกำรส่งตวั ผตู้ อ้ งหำจำกทอ้ งท่ีท่ีควำมผิดเกดิ ไปยงั ทอ้ งท่ีท่ีเด็กหรือเยำวชนมีถ่ินที่อยปู่ กติ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

แมใ้ นปั จจุบันกำรเบิกควำมเป็ นพยำนต่อศำลสำมำรถใช้วิธีกำรประชุมทำงจอภำพไดโ้ ดยท่ีพยำนไม่ตอ้ งเดินทำงไปท่ี
ศำลแห่งที่ท่ีเด็กมีถ่ินท่ีอยู่ปกติไดก้ ็ตำม แต่ในทำงปฏิบัติกำรเบิกควำมโดยกำรประชุมทำงจอภำพยงั ไม่มีประสิทธิภำพ
เท่ำท่ีควร กำรท่ีจะใหผ้ เู้ สียหำยและพยำนซึ่งในบำงคดีอำจจะมีจำนวนหลำยคนเบิกควำมดว้ ยวิธีกำรดงั กล่ำวย่อมเกิดปัญหำ
และขอ้ ยุ่งยำกในทำงปฏิบตั ิอย่ำงแน่นอน กลบั กนั หำกกฎหมำยเปิ ดช่องใหส้ ำมำรถฟ้ องคดีต่อศำลแห่งทอ้ งที่ที่ควำมผิดเกิด
ดังเช่นคดีที่ผูก้ ระทำควำมผิดเป็ นผูใ้ หญ่ โดยท่ีผูป้ กครองของเด็กหรือเยำวชนสำมำรถเย่ียมเยียนเพื่อพูดคุยกบั เด็กหรือ
เยำวชนผ่ำนระบบกำรประชุมทำงจอภำพแทนกำรเดินทำงไปเยยี่ มโดยตรงน่ำจะเกิดควำมสะดวกในกำรดำเนินคดี อีกท้งั
ยงั เป็ นกำรคำนึงถึงประโยชน์ของผูเ้ สียหำย พยำน และเจำ้ พนักงำนตำรวจซ่ึงเป็ นบุคคลกลุ่มใหญ่ในคดี นอกจำกจะคำ นึง
แต่เฉพำะเพอ่ื ประโยชน์ของตวั เด็กหรือเยำวชนแต่เพยี งฝ่ำยเดียว น่ำจะเป็ นประโยชน์แก่ทุกฝ่ำยมำกกว่ำ ประกอบกบั ปัจจุบนั
กำรกระทำควำมผิดดว้ ยวิธีกำรหลอกลวงใหผ้ ูเ้ สียหำยโอนเงินซึ่งส่วนใหญ่แลว้ สถำนท่ีที่ควำมผิดเกิดกบั บญั ชีธนำคำรของ
ผูต้ อ้ งหำอยู่ต่ำงทอ้ งที่กัน หำกกฎหมำยเกี่ยวกับกำรดำเนินคดีอำญำแก่เด็กหรือเยำวชนยงั คงหลักกำรใหย้ ื่นฟ้ องคดีต่อ
ศำลแหง่ ทอ้ งท่ีที่เด็กหรือเยำวชนมถี ่ินท่ีอยปู่ กติเหมอื นเช่นดงั เดิมแลว้ ย่อมเกิดปัญหำในทำงปฏบิ ตั ิและสรำ้ งภำระแก่ทุกฝ่ำย
ดงั ที่ไดก้ ล่ำวมำแลว้ ขำ้ งตน้ ต่อไป

จำกปัญหำดงั กล่ำวขำ้ งตน้ มีขอ้ เสนอแนะ ดงั น้ ี
(1) ควรแกไ้ ขเพิ่มเติมระเบียบสำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำดว้ ยกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำรในส่วน
กำรดำเนินคดีเด็กและเยำวชน และค่มู ือกำรดำเนินคดีเยำวชนและครอบครวั โดยกำหนดแนวทำงและข้นั ปฏิบตั ิในกำรรับ
สำนวน ส.1 และสำนวน ส.2 กำรคืนสำนวน กำรโอนคดี และกำรยน่ื ฟ้ องคดีต่อศำลแห่งทอ้ งที่ที่เด็กหรือเยำวชนมีถ่ินท่ีอยู่
ปกติใหช้ ดั เจน หรือ
(2) ควรแกไ้ ขเรื่องเขตอำนำจศำล ตำมพระรำชบญั ญตั ิศำลเยำวชนและครอบครวั และวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและ
ครอบครวั พ.ศ. 2553 มำตรำ 95 โดยกลบั ไปใชห้ ลักกำรเดียวกบั ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 22
เช่นเดียวกบั คดีท่ีผกู้ ระทำควำมผิดเป็ นผใู้ หญ่
ขอ้ กฎหมำยและระเบียบ
1. พระรำชบญั ญตั ิศำลเยำวชนและครอบครวั และวธิ ีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครวั พ.ศ. 2553 มำตรำ 95
2. คมู่ ือกำรดำเนินคดีเยำวชนและครอบครวั ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2563 ส่วนที่ 3 กำรดำเนินคดีอำญำ

ท่ีมำ : - กำรทำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรทำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลกั สูตรนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รกำรอบรมอยั กำรจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชำ กำรจดั กำรควำมรเู้ พอ่ื เสริมสรำ้ งสมรรถนะผบู้ ริหำร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกำยน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทำ KCJ นำยสถำพร เมฆำสวสั ด์ิ ตำแหน่ง อยั กำรจงั หวดั ประจำสำนักงำนอยั กำรสงู สุด
สงั กดั สำนักงำนอยั กำรคดีเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั กระบี่

นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 273/2565

ประจำวนั ท่ี 21 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรรวบรวมเอกสำรตำ่ ง ๆ ทปี่ ระกอบกำรสืบพยำนคดีอำญำทมี่ ีขอ้ ยงุ่ ยำก
ในการสืบพยานคดีอาญาที่มีขอ้ ยุ่งยาก เช่น คดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คดีกูย้ ืมเงินอนั เป็ นการฉอ้ โกง
ประชาชน เป็ นตน้ ส่วนใหญ่มีเอกสารหลักฐานท่ีจะใชใ้ นการนาสืบต่อศาลจานวนมาก ท้ังพยานบุคคล
พยานเอกสาร พยานวตั ถุ โดยจะตอ้ งยื่นเอกสารต่อศาลก่อนวนั สืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา ดงั น้ัน จึงตอ้ งทาการแยกพยานหลกั ฐานท่ีจะตอ้ งใชใ้ นการนาสืบพยานของแต่ละคนไวต้ ่างหาก
โดยใหจ้ ดั ลาดบั พยานไวต้ ามลาดบั ข้นั ตอนในการนาสืบ ใหร้ ะบุหมายเลขไวด้ ว้ ย และใหถ้ ่ายสาเนาเอกสาร
ที่ใชอ้ า้ งต่อศาลท้งั หมดเก็บไวเ้ พ่ือความสะดวกในการตรวจสอบ การสืบพยานและการส่งเอกสารต่อศาล
ในการสืบพยานคดีอาญาที่มีขอ้ ยุ่งยาก ตอ้ งตรวจดูพยานหลักฐานในสานวนท้ังหมดใหค้ รบถว้ น
ว่าในพยานแต่ละคนท่ีจะนาสืบ ต้องใช้พยานหลักฐานใดบา้ ง เพ่ือที่จะใช้พิสูจน์ความผิดของจา เลย
ในการพิจารณาคดี ใหไ้ ดค้ วามชดั เจนครบถว้ น ถึงมีพยานหลกั ฐานท่ีเป็ นประโยชน์กบั จาเลยก็ใหอ้ า้ งไวด้ ว้ ย
เช่น มีการตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย เพ่ือให้เกิดความเป็ นธรรมต่อทุกฝ่ าย
ในการดาเนินคดีอาญา
ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 - 244

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายวรี ะ พนมวนั ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีศาลแขวงสมุทรปราการ

นำงสมสุข มีวุฒสิ ม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 274/2565

ประจำวนั ที่ 21 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เอกภำพในกำรสงั ่ คดี

สำนวนคดีเอกภำพในต่ำงจังหวัด ส่วนใหญ่จะเป็ นกรณีผู้ตอ้ งหำอำยุพน้ เกณฑ์เยำวชน (ผู้ใหญ่)

รว่ มกระทำควำมผิดกบั ผูต้ อ้ งหำที่เป็ นเด็กและเยำวชน เชน่ คดีร่วมกนั ปลน้ ทรพั ย์ ร่วมกนั ฆ่ำ เป็ นตน้ ซ่ึงอยู่ใน

ทอ้ งท่ีจงั หวดั เดียวกนั แต่เขตอำนำจศำลต่ำงศำลกนั คือ ศำลจงั หวดั กบั ศำลเยำวชนและครอบครวั ในจงั หวดั น้ัน

กรณีเช่นน้ ี ระเบียบกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 46 วรรคหนึ่ง (3) กำหนดให้

อยั กำรจังหวดั ท่ีเก่ียวขอ้ งทำควำมเห็น เสนอสำนวนดังกล่ำวใหอ้ ยั กำรจงั หวดั ของสำนักงำนอัยกำรจงั หวดั

ท่ีต้งั อยู่ ณ ตวั จงั หวดั ซึ่งรบั ผิดชอบกำรดำเนินคดีที่อยู่ในอำนำจของศำลจงั หวดั ซ่ึงมิใช่ศำลจงั หวดั สำขำหรือ

หน่วยงำนที่เรียกช่ืออย่ำงอ่ืนในศำลจังหวัดเป็ นผู้พิจำรณำสัง่ แต่หำกเป็ นกรณีที่คดีประเภทดังกล่ำว

อย่ใู นทอ้ งที่สำนักงำนอยั กำรต่ำงภำคกนั ในกรณีเช่นว่ำน้ ีใหห้ วั หนำ้ พนักงำนอยั กำรท่ีเกี่ยวขอ้ งทำควำมเห็น

เสนอสำนวนตำมลำดบั ช้นั ใหอ้ ธิบดีอยั กำรของแต่ละสำนักงำน เป็ นผูพ้ ิจำรณำ หำกอธิบดีอยั กำรเห็นพอ้ งกนั

ก็ให้สัง่ คดีไปได้ แต่ถ้ำเห็นขัดแย้งกันให้เสนอรองอัยกำรสูงสุด ผู้ได้รับมอบหมำยเป็ นผู้พิจำรณำสัง่

แต่ถำ้ เป็ นกรณีที่สำนักงำนอยั กำรที่เกี่ยวขอ้ งแห่งหน่ึงต้งั อยู่ในทอ้ งที่กรุงเทพมหำนคร ส่วนสำนักงำนอยั กำร

ที่เกี่ยวขอ้ งอีกแห่งหนึ่งต้ังอยู่ในทอ้ งที่ต่ำงจงั หวดั ยกตัวอย่ำงเช่น สำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยคดียำเสพติด

(อำคำรรชั ดำภิเษก กรุงเทพฯ) ซ่ึงมีผูต้ อ้ งหำอำยุพน้ เกณฑเ์ ยำวชนร่วมกระทำควำมผิดกบั ผูต้ อ้ งหำท่ีเป็ น

เด็กและเยำวชนอำยุซ่ึงอยู่ในอำนำจพิจำรณำของสำนักงำนอยั กำรคดีเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั ปทุมธำนี

กรณีเช่นน้ ีไม่ใช่กรณีท่ีคดีอยู่ในท้องที่สำนักงำนอัยกำรต่ำงภำคกัน ซ่ึงต้องใหห้ ัวหน้ำพนักงำนอัยกำร

ท่ีเก่ียวขอ้ งทำควำมเห็นเสนอสำนวนตำมลำดับช้ันใหอ้ ธิบดีอัยกำรของแต่ละสำนักงำน เป็ นผูพ้ ิจำรณำ

หำกอธิบดีอยั กำรเห็นพอ้ งกนั ก็ใหส้ งั่ คดีไปได้ แต่ถำ้ เห็นขดั แยง้ กนั ใหเ้ สนอรองอยั กำรสงู สุด ผูไ้ ดร้ บั มอบหมำย

เป็ นผูพ้ ิจำรณำสงั่ ตำมระเบียบกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 46 (3) วรรคสำม

แต่กรณีตำมตัวอย่ำงดังกล่ำว เขำ้ หลักเกณฑ์ตำมระเบียบกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร

พ.ศ. 2563 ขอ้ 46 วรรคหน่ึง (1) และ (2) กล่ำวคือ หำกสำนักงำนอยั กำรที่เกี่ยวขอ้ ง จะสงั่ คดีไปในแนวทำง

เดียวกนั ก็ใหส้ งั่ คดีไปได้ หำกจะสงั่ คดีขดั แยง้ กนั ใหแ้ ต่ละสำนักงำนอยั กำรทำควำมเห็นเสนอสำนวนตำมลำดับ

ช้นั ไปยงั อธิบดีอยั กำรของแต่ละสำนักงำนอยั กำรพิจำรณำ หำกอธิบดีอยั กำรเห็นพอ้ งกนั ก็ใหส้ งั่ คดีไปได้

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

แต่ถำ้ เห็นขดั แยง้ กันใหเ้ สนอรองอยั กำรสูงสุดผูไ้ ดร้ บั มอบหมำยเป็ นผูพ้ ิจำรณำสงั่ ดงั น้ันกรณีตำมตัวอย่ำง
หำกสำนักงำนอยั กำรคดีเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั ปทุมธำนี และสำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ำยคดียำเสพติด
(อำคำรรัชดำภิเษก กรุงเทพฯ) ไดป้ ระสำนกันแลว้ หำกจะสัง่ คดีไปในแนวทำงเดียวกันก็ใหส้ ัง่ คดีไปได้
หำกจะสงั่ คดีขดั แยง้ กนั ใหแ้ ต่ละสำนักงำนอยั กำรทำควำมเห็นเสนอสำนวนตำมลำดบั ช้นั ไปยงั อธิบดีอยั กำร
ของแต่ละสำนักงำนอัยกำรพิจำรณำ หำกอธิบดีอยั กำรเห็นพอ้ งกันก็ใหส้ ั่งคดีไปได้ แต่ถำ้ เห็น ขัดแยง้ กัน
ใหเ้ สนอรองอยั กำรสงู สุดผไู้ ดร้ บั มอบหมำยเป็ นผูพ้ ิจำรณำสงั่

กำรสั่งคดีเอกภำพ ถ้ำเป็ นกรณีท่ี สำนักงำนอัยกำรที่เก่ียวข้องแห่งหนึ่ งต้ังอยู่ในท้องที่
กรุงเทพมหำนคร ส่วนสำนักงำนอยั กำรท่ีเกี่ยวขอ้ งอีกแห่งหน่ึงต้ังอยู่ในทอ้ งที่ต่ำงจงั หวดั จะเขำ้ หลกั เกณฑ์
ตำมระเบียบกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 46 วรรคหน่ึง (1) และ (2) มิใช่กรณี
ตำมระเบียบกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 46 (3) วรรคสำม

ขอ้ กฎหมำย
- ระเบียบกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 46

ท่ีมำ : - กำรทำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรทำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลกั สตู รนักบริหำรงำนยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รกำรอบรมอยั กำรจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชำ กำรจดั กำรควำมรเู้ พ่ือเสริมสรำ้ งสมรรถนะผบู้ ริหำร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ที่ 4 พฤศจกิ ำยน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทำ KCJ นำยนพงศ์ ประเสริฐชยั ตำแหน่ง อยั กำรจงั หวดั ประจำสำนักงำนอยั กำรสงู สุด
สงั กดั สำนักงำนอยั กำรคดีเยำวชนและครอบครวั จงั หวดั ปทุมธำนี

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 275/2565

ประจำวนั ที่ 22 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรพจิ ำรณำควำมผิดตำมพระรำชบญั ญตั ิโรงงำน พ.ศ.2535

ซึ่งแกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระรำชบญั ญตั โิ รงงำน (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2562

กรณีสำนวนกำรสอบสวนที่พนักงำนสอบสวนแจง้ ขอ้ หำ ต้ังโรงงำนจำพวกท่ี 3 หรือประกอบกิจกำรโรงงำน

จำพวกที่ 3 โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญำต แกผ่ ตู้ อ้ งหำ กำรพิจำรณำพยำนหลกั ฐำนในสำนวนตอ้ งดวู ่ำ พนักงำนสอบสวนไดต้ รวจสอบ

กำลงั เครื่องจกั รรวม และจำนวนคนงำนรวมในโรงงำนน้ันมำหรือไม่ หำกไม่ปรำกฏขอ้ เท็จจริงในส่วนน้ ีจะตอ้ งใหพ้ นักงำน
สอบสวนทำกำรสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นดงั กล่ำวเพรำะถือเป็ นสำระสำคญั ในกำรพิจำรณำควำมผิดตำมขอ้ หำดงั กล่ำว
นอกจำกน้ ียงั ตอ้ งดวู ำ่ โรงงำนดงั กล่ำวประกอบกจิ กำรเก่ยี วกบั อะไร ประเภทใด เปรียบเทียบกบั กฎกระทรวง กำหนดประเภท

ชนิด และขนำดของโรงงำน พ.ศ. 2563 และบญั ชีทำ้ ยกฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนำดของโรงงำน พ.ศ. 2563
เพ่ือใหท้ รำบว่ำ โรงงำนดงั กล่ำวหำกเป็ นโรงงำนจำพวกท่ี 3 ตอ้ งมีขนำดโรงงำนเท่ำใด ตัวอย่ำงเช่น หำกเป็ นโรงงำนแปรรูปไม้
จะเป็ นโรงงำนตำมบัญชีท้ำยกฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนำดของโรงงำน พ .ศ. 2563 ลำดับท่ี 34

ซึ่งบญั ญตั ิว่ำ โรงงำนแปรรูปไมท้ ุกขนำด เป็ นโรงงำนจำพวกที่ 3 ซึ่งทำใหเ้ รำเขำ้ ใจว่ำ หำกเป็ นโรงงำนแปรรูปไมห้ รือเป็ น
โรงงำนประเภทอื่นใดที่บัญชีทำ้ ยกฎกระทรวงฯ ระบุ ขนำดของโรงงำนว่ำ ทุกขนำดแลว้ ไม่ว่ำจะมีกำลงั รวมของเครื่องจกั ร
เป็ นเท่ำใดหรือมจี ำนวนคนงำนเท่ำใด ก็ย่อมเป็ นโรงงำนจำพวกที่ 3 หำกเจำ้ ของโรงงำน (ผตู้ อ้ งหำ) มิไดข้ ออนุญำตต้งั หรือ

ประกอบกิจกำรโรงงำน ย่อมเป็ นควำมผิดตำมกฎหมำย ซึ่งกรณีดงั กล่ำวไม่ถูกตอ้ งเพรำะกำรพิจำรณำควำมผิดในขอ้ หำ

ดังกล่ำว ตอ้ งดูบทนิยำมศัพท์ คำว่ำ “โรงงำน” ที่บญั ญตั ิไวใ้ น พระรำชบัญญตั ิโรงงำน พ.ศ.2535 มำตรำ 5 ซึ่งปั จจุบัน
ถูกแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระรำชบัญญัติโรงงำน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มำตรำ 4 ที่บัญญัติว่ำ โรงงำน หมำยถึง
อำคำร สถำนท่ี หรือยำนพำหนะท่ีใชเ้ ครื่องจกั รมีกำลงั รวม ต้งั แต่หำ้ สิบแรงมำ้ หรือกำลงั เทียบเท่ำต้งั แต่หำ้ สิบแรงมำ้ ข้ นึ ไป

หรือใชค้ นงำนต้งั แต่หำ้ สิบคนข้ ึนไป โดยใชเ้ คร่ืองจกั รหรือไม่ก็ตำม ดงั น้ัน กำรพิจำรณำว่ำ โรงงำนแปรรูปไม้ หรือโรงงำน
ประเภทอื่น ๆ ที่บญั ชีทำ้ ยกฎกระทรวงฯ ระบุขนำดของโรงงำนว่ำ ทุกขนำด ตอ้ งพิจำรณำตำมบทนิยำมศพั ทค์ ำว่ำ “โรงงำน”
ตำมพระรำชบญั ญตั ิโรงงำน 2535 ท่ีแกไ้ ขแลว้ ประกอบดว้ ย อันหมำยควำมว่ำ คำว่ำ โรงงำนทุกขนำด จะตอ้ งผ่ำนเกณฑ์

ข้นั ตำ่ ตำมบทนิยำมศพั ท์คำว่ำ “โรงงำน” ตำมกฎหมำย ซึ่งหมำยถึง ตอ้ งมีกำลังเครื่องจกั รรวมต้งั แต่หำ้ สิบแรงมำ้ ข้ ึนไป

หรือมีจำนวนคนงำนต้ังแต่หำ้ สิบคนข้ ึนไป หำกโรงงำนใดมีกำลังเครื่องจกั รรวมไม่ถึงหำ้ สิบแรงมำ้ หรือมีจำนวนคนงำน
ไม่ถึงหำ้ สิบคน แมใ้ นบญั ชีทำ้ ยกฎกระทรวงฯ จะระบุขนำดของโรงงำนประเภทน้ัน ๆ ว่ำ ทุกขนำด ก็ย่อมไม่เป็ นควำมผิด
ในขอ้ หำ ต้งั โรงงำนจำพวกที่ 3 หรือประกอบกิจกำรโรงงำนจำพวกที่ 3 โดยไม่ไดร้ บั อนุญำต

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

กำรพิจำรณำขอ้ หำควำมผิดฐำนต้งั โรงงำนจำพวกท่ี 3 หรือประกอบกิจกำรโรงงำนจำพวกที่ 3 โดยไม่ไดร้ บั อนุญำตน้ัน
จะพิจำรณำขนำดของโรงงำนตำมกฎกระทรวง กำหนดประเภท ชนิด และขนำดของโรงงำน พ.ศ. 2563 ขอ้ 2 และ 3 และ
บัญชีทำ้ ยกฎกระทรวงดังกล่ำว แต่เพียงอย่ำงเดียวไม่ได้ แต่ต้องพิจำรณำประกอบกับบทนิยำมศัพท์คำว่ำ “โรงงำน”
ตำมพระรำชบัญญัติโรงงำน พ.ศ. 2535 ซ่ึงแกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระรำชบญั ญัติโรงงำน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ซ่ึงกำหนด
เกณฑข์ น้ั ตำ่ ในส่วนที่เป็ นกำลงั เคร่ืองจกั รรวม หรือจำนวนคนงำนรวม เอำไวด้ ว้ ย เพ่ือใหก้ ำรวินิจฉยั สงั่ คดีเป็ นไปโดยถูกตอ้ ง
ตำมกฎหมำย

ขอ้ กฎหมำย
- พระรำชบญั ญตั ิโรงงำน พ.ศ.2535 มำตรำ 5, 7, 8 ,
- พระรำชบญั ญตั ิโรงงำน (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2562 มำตรำ 4
- กฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนำดของโรงงำน พ.ศ. 2563 ขอ้ 2 และ 3
- บญั ชีทำ้ ยกฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนำดของโรงงำน พ.ศ. 2563

ท่ีมำ : - กำรทำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรทำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลักสตู รนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รกำรอบรมอยั กำรจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชำ กำรจดั กำรควำมรเู้ พ่อื เสริมสรำ้ งสมรรถนะผบู้ ริหำร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ที่ 4 พฤศจกิ ำยน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทำ KCJ นำยประเสริฐศกั ด์ิ สวำ่ งเนตร ตำแหน่ง อยั กำรจงั หวดั ประจำสำนักงำนอยั กำรสงู สุด
สงั กดั สำนักงำนอยั กำรจงั หวดั ลำพนู

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 276/2565

ประจำวนั ท่ี 22 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

แนวทำงปฏิบตั กิ ำรสงั ่ ใหส้ ง่ พยำนมำเพือ่ ซกั ถำมตำมรูปคดใี นสำนวนคดคี วำมผิดเก่ียวกบั ทรพั ยป์ ระเภท ส.1
จากประสบการณก์ ารตรวจสานวนคดีอาญาประเภทปรากฏผตู้ อ้ งหาท่ีส่งตวั มา (ส.1) ขณะปฏบิ ตั ิหน้าท่ีผกู้ ลนั่ กรองงาน

มกั พบปั ญหาคดีประเภทความผิดเกี่ยวกบั ทรัพยท์ ี่มีความยุ่งยากสลับซบั ซอ้ นเอกสารจานวนมาก หรือพยานหลักฐาน
เก่ียวกับรายละเอียดของทรัพยท์ ี่ถูกประทุษรา้ ยบกพร่องคลุมเครือไม่ชัดเจน เช่น เก่ียวกับราคาทรัพย์ วนั เวลาที่พบว่า
ทรพั ยอ์ ย่แู ละทรพั ยห์ ายไปเมื่อใด ซึ่งเกิดจากพนักงานสอบสวนซกั ถามพยานไม่ละเอียด หรือเกิดจากพยานผกู้ ล่าวหาหรือ
ผูร้ อ้ งทุกขเ์ ป็ นเพียงผูร้ ับมอบอานาจจากผูเ้ สียหายหรือแมแ้ ต่เป็ นเจา้ หน้าที่การเงินของผูเ้ สียหายท่ีใหก้ ารสับสนไม่ชัดแจง้
และสานวนดงั กล่าวใกลค้ รบกาหนดระยะเวลาฝากขงั ในคร้งั สุดทา้ ยเหลือเพียง 3 ถึง 4 หรือ 5 วนั จะครบกาหนด ซ่ึงมีผลให้
พนักงานอยั การไม่สามารถจดั ทาร่างคาฟ้ องใหส้ มบูรณ์ได้ และทาใหไ้ ม่อาจทราบ หรือไม่อาจกาหนดจานวนราคาทรัพย์
ที่ถูกประทุษร้ายท่ีแทจ้ ริง ที่จะมีคาขอใหค้ ืนหรือใช้ราคาทรัพยใ์ นคาขอท้ายฟ้ อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา มาตรา 43 ใหแ้ ก่ผูเ้ สียหายได้ ซ่ึงหากพนักงานอยั การสงั่ ใหพ้ นักงานสอบสวนจดั การสอบสวนพยานเพ่ิมเติม
ดว้ ยวิธีปกติ ท่ีใหพ้ นักงานสอบสวนเรียกพยานมาสอบสวนบันทึกคาใหก้ ารท่ีสถานีตารวจ และจัดส่งบันทึกคาใหก้ าร
มาใหพ้ นักงานอยั การตามระบบหนังสือราชการน้ัน อาจทาใหย้ งั ไม่ไดข้ อ้ เท็จจริงท่ีชดั แจง้ และเกิดความล่าชา้ ทาใหไ้ ม่อาจ
ตรวจพิจารณาสัง่ สานวนและจัดทาร่างคาฟ้ องไดท้ ัน ซ่ึงมีปัญหาดงั กล่าวควรจะนาระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ย
การดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 35 ขอ้ 36 ท่ีไดก้ าหนดทางเลือกเพ่ือใหก้ ารพิจารณาสงั่ สานวน
เป็ นไปโดยรวดเร็วยงิ่ ข้ นึ โดยระเบียบฯ ขอ้ 35 วรรคสอง ใหอ้ านาจหวั หน้าพนักงานอยั การเป็ นผพู้ ิจารณาสงั่ ใหส้ ่งพยานมา
เพื่อซักถามตามรูปคดี และระเบียบขอ้ 36 วรรคแรก กาหนดว่า “เม่ือมีเหตุอนั ควรสงสัยว่าพยานใหก้ ารโดยไม่สมัครใจ
หรือให้การขัดต่อความจริง หรือเมื่อมีเหตุอ่ืนท่ีเห็นสมควร และพนักงานเห็นว่าการซักถามพยานจะได้ความชัดแจง้
และรวดเร็วกว่าการสอบสวนเพ่ิมเติม โดยให้พนักงานอัยการสัง่ ให้พนักงานสอบสวนส่งพยานคนใดมาใหซ้ ักถาม ”
มาใชห้ รือไม่ และเมื่อหากพนักงานอัยการนาวิธีการสั่งใหส้ ่งพยานมาเพ่ือซักถามมาใช้แลว้ ระเบียบขอ้ 36 วรรคสอง
ไดก้ าหนดใหพ้ นักงานอยั การผซู้ กั ถามบนั ทึกถอ้ ยคาของพยานที่ซกั ถามตามแบบวิธีการที่บญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา 9 มาตรา 11
และมาตรา 13 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยอนุโลม ซ่ึงอาจเกิดปั ญหาในทางปฏิบัติประการต่อมาว่า
บนั ทึกถอ้ ยคาของพยานดังกล่าวเป็ น “บนั ทึก” ตามมาตรา 2(20) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่
และ “บนั ทึก” ดงั กล่าว จะนาไปใชร้ บั ฟังเป็ นพยานหลกั ฐานเพื่อพิสจู น์ความผิดของผตู้ อ้ งหาหรือจาเลยในช้นั ศาลไดเ้ พียงใด
หากจาเลยโตแ้ ยง้ คัดคา้ นเอกสารดังกล่าวท่ีพนักงานอยั การผู้ซักถามบันทึกถ้อยคาของพยานท่ีซักถามในช้ันศาล ตาม
ระเบียบขอ้ ดงั กล่าวน้ัน ว่าไม่ใช่เอกสารท่ีพนักงานสอบสวนจดั ทาในสานวนการสอบสวนเพื่อ “บนั ทึก” ตามความหมายของ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(20) หมายถึงหนังสือใดท่ีพนักงานฝ่ ายปกครองหรือตารวจจดไว้
เป็ นหลักฐานในการสอบสวนความผิดอาญา พนักงานอยั การไม่ใช่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจตามประมวลกฎหมาย
วธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(17)

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

กำรแกป้ ัญหำ
ประการแรก พนักงานอัยการเจา้ ของสานวนรวมท้ังผูก้ ลัน่ กรองงานควรทาความเห็นใน อก.4 โดยเห็นควรให้
หัวหน้าพนักงานอัยการ หรืออยั การจังหวดั พิจารณาสัง่ ใหพ้ นักงานสอบสวนส่งพยานปากผูเ้ สียหาย ผูร้ ับมอบอานาจ
ผู้เสียหาย หรือเจ้าหน้าท่ีการเงินของผู้เสียหายมา เพ่ือให้ซักถามตามรูปคดี ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุด
ว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 35 วรรคสอง และขอ้ 36 วรรคแรก และควรนัดวัน
พนักงานสอบสวนโดยโทรศพั ทป์ ระสานพนักงานสอบสวนใหส้ ่งพยานผเู้ สียหาย, ผรู้ บั มอบอานาจ ฯลฯ มาใหพ้ นักงานอยั การ
ซักถาม ณ สานักงานอัยการแห่งท้องท่ี นอกจากการส่งหนังสือไปยังพนักงานสอบสวนใหด้ าเนินกาตามที่หัวหน้า
พนักงานอยั การพิจารณาสัง่ ท้ังน้ ี เพราะเม่ือผูเ้ สียหายมาดว้ ยตนเอง ย่อมใหข้ อ้ เท็จจริงและอธิบายพฤติการณ์ต่าง ๆ
แหง่ คดีของผตู้ อ้ งหาไดช้ ดั แจง้ และสามารถแกไ้ ขอธิบายขอ้ บกพร่องของคาใหก้ ารเดิมและเอกสารในสานวนการสอบสวนได้
อย่างชัดเจนทันท่วงทีและเสร็จภายในวันที่มาพบพนักงานอัยการ อย่างไรก็ดี พนักงานอัยการควรมีหนังสือแจง้ ให้
พนักงานสอบสวนมาร่วมฟ้ องการซกั ถามพยานของพนักงานอยั การดว้ ย
ประการที่สอง ควรใหพ้ นักงานสอบสวนลงลายมือชื่อร่วมในบันทึกถอ้ ยคาของพยานท่ีพนักงานอยั การซักถาม
ในฐานะพนักงานสอบสวนวา่ /ร่วมบนั ทึก/จดถอ้ ยคาพยานดว้ ย เนื่องจากหากมขี อ้ บกพร่องกรณีพยานใหก้ ารไม่สอดคลอ้ งกบั
เอกสารท่ีพนักงานสอบสวนจดั ทาในช้นั แรก เช่น บญั ชีทรพั ยถ์ ูกประทุษรา้ ย, บนั ทึกคาใหก้ าร, เอกสารเกี่ยวกบั การประเมิน
ความเสียหายของทรพั ย์ ฯลฯ พนักงานอยั การย่อมของความร่วมมือพนักงานสอบสวนใหแ้ กไ้ ขขอ้ บกพร่องของเอกสารอ่ืน ๆ
ที่เกี่ยวขอ้ ง ในสานวนการสอบสวนได้ทันทีโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือวิธีการอ่ืนใด และ
การลงลายมือช่ือลงในบนั ทึกถอ้ ยคาของพยานท่ีพนักงานอยั การซกั ถามของพนักงานสอบสวนในฐานะพนักงานสอบสวน
ร่วมกบั พนักงานอยั การเจา้ ของสานวน หวั หนา้ พนักงานอยั การ หรือพนักงานอยั การท่ีมอี าวโุ สถดั จากหวั หน้าพนักงานอยั การ
ลงมาตามลาดบั น้ัน ย่อมตดั ขอ้ โตแ้ ยง้ ท่ีอาจเกิดข้ นึ ในช้นั ศาลในประเด็นว่า บนั ทึกถอ้ ยคาของพยานที่พนักงานอยั การซกั ถาม น้ัน
ไม่ใช่เอกสารที่ผ่านการสอบสวนของพนักงานสอบสวน เนื่องจากบันทึกถอ้ ยคาของพยานท่ีพนักงานอัยการซักถามน้ัน
ถือเป็ น “บนั ทึก” ตามความหมายของประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(20) แลว้
ขอ้ กฎหมาย
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 35 ขอ้ 36
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(20) มาตรา 9 มาตรา 11 มาตรา 13

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พื่อเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายอารยะ ธีระภทั รานันท์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั นครปฐม

นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 277/2565

ประจำวนั ท่ี 23 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรพิจำรณำคดียำเสพตดิ ตำมประมวลกฎหมำยยำเสพตดิ
เนื่องจากพระราชบญั ญัติใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลใชบ้ งั คับเม่ือวนั ท่ี
9 พฤศจิกายน 2564 มาตรา 7 ได้บัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด พ.ศ. 2522 มีผลทาให้
การครอบครองยาเสพติดไม่ไดข้ ้ ึนอยู่กับจานวนยาเสพติดหรือปริมาณน้าหนักสารบริสุทธ์ิอีกต่อไปในการ
ที่จะพิจารณาว่าผูก้ ระทาความผิดมีเจตนาครอบครองยาเสพติดเช่นไร แต่ใหพ้ ิจารณาจากพฤติการณใ์ นการ
กระทาผิดและเจตนาในการกระทาความผิดของผูก้ ระทาความผิดเป็ นสาคัญว่าผู้กระทาความผิดมีเจตนา
เช่นไร ประกอบกบั ปัจจุบนั ยงั ไม่มีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศท่ีออกตามความในประมวลกฎหมาย
ยาเสพติดกาหนดหลกั เกณฑ์ในการกระทาผิดใหม้ ีความชัดเจนมากย่ิงข้ ึน พนักงานสอบสวนก็ยงั รวบรวม
พยานหลักฐานในสานวนไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติตามประมวลก ฎหมายยาเสพติด มาตรา 145
เช่น ปริมาณยาเสพติดมจี านวนเท่ากนั พฤติการณแ์ ละเจตนาในการกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหาเช่นเดียวกนั
แต่พนักงานสอบสวนบางคนดาเนินคดีกบั ผูต้ อ้ งหาฐานจาหน่ายโดยการมีเมทแอมเฟตามีนไวใ้ นครอบครอง
เพื่อจาหน่ายตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคแรก แต่พนักงานสอบสวนบางคนดาเนินคดี
กบั ผูต้ อ้ งหาในความผิดฐานจาหน่ายโดยการมีเมทแอมเฟตามีนไวใ้ นครอบครองเพื่อจาหน่าย เพื่อการคา้
และก่อใหเ้ กิดการแพร่กระจายในกลุ่มของประชาชน ตามประมวลกฎหมายกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145
วรรคสอง หรือบางกรณีเจ้าพนักงานตารวจเขา้ ตรวจคน้ จับกุมผูต้ ้องหาท่ีบา้ นพกั ของผูต้ อ้ งหาตรวจค้นพบ
เมทแอมเฟตามีนและอาวุธปื น เช่นน้ ีจะสามารถดาเนินคดีกบั ผูต้ อ้ งหาในความผิดฐานจาหน่ายโดยการมี
เมทแอมเฟตามีนไวใ้ นครอบครองโดยมีอาวุธปื นซ่ึงตอ้ งระวางโทษหนักข้ ึนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
มาตรา 145 วรรคสอง (6) ได้หรือไม่ เพียงใด นอกจากน้ ีในช้ันจับกุมเจา้ พนักงานชุดจับกุมก็ไม่ได้
ดาเนินการใด ๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ประมวลกฎหมายยาเสพติดเพื่อใหค้ ดีมีพยานหลกั ฐานที่ยืนยนั แน่ชัดว่า
ผูต้ อ้ งหามีเจตนาครอบครองเมทแอมเฟตามนี ไวใ้ นครอบครอง หรือมีเจตนามไี วใ้ นครอบครองเพื่อจาหน่าย

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เช่น การเฝ้ าติดตามดพู ฤติกรรมของผตู้ อ้ งหาสกั ระยะหนึ่งก่อนเขา้ ทาการจบั กุม การจดั ทารายงานการสืบสวน
ไวป้ ระกอบสานวน การทาบนั ทึกขอ้ ความรายงานผลการสืบสวนต่อผูบ้ ังคับบัญชา การออกหมายคน้ ต่อศาล
การตรวจสอบประวัติการกระทาผิดของผู้ต้องหา หรือการพยายามตรวจค้น และตรวจสอบข้อมูล
ในโทรศพั ทเ์ คลื่อนท่ีของผตู้ อ้ งหา เป็ นตน้ ท้งั น้ ีเพื่อใหเ้ ห็นถึงพฤติการณแ์ ละเจตนาในการกระทาความผิดของ
ผูต้ อ้ งหาใหช้ ดั เจนมากยิ่งข้ ึน สานักงานอยั การสูงสุดก็มิไดม้ ีการวางหลกั เกณฑ์ แนวทาง หรือหนังสือเวียนใด ๆ
เพื่อกาหนดหลักเกณฑ์ท่ีชัดเจนอันจะทาใหเ้ ห็นว่าการครอบครองเมทแอมเฟตามีนจานวนเท่าใดและ
มีพฤติการณอ์ ยา่ งไร จึงจะเป็ นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคแรก หรือกรณีใด
จะเป็ นความผิดตาม มาตรา 145 วรรคสอง หรือกาหนดคานิยามและหลักเกณฑ์ของคาว่า การกระทา
เพื่อการคา้ , การก่อใหเ้ กิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน การกระทาโดยมีอาวุธหรือใชอ้ าวุธ ผูก้ ระทา
จาตอ้ งมีพฤติการณใ์ นการกระทาผิดเช่นไรจึงจะมีความผิดฐานดงั กล่าว และเมื่อสานวนมาถึงพนักงานอยั การ
พนักงานอยั การเจา้ ของสานวนพิจารณาสงั่ คดีไม่เป็ นไปในทิศทางเดียวกนั เช่น ขอ้ เท็จจริงเดียวกนั ปริมาณ
ยาเสพติดเท่ากัน พนักงานอัยการเจ้าขอสานวนบางคนพิจารณาสั่งสานวน ตามความเห็นของ
พนักงานสอบสวนโดยไม่สงั่ สอบสวนเพิ่มเติมใหไ้ ดค้ วามชดั เจน แต่พนักงานอยั การเจา้ ของสานวนบางคน
พิจารณาสัง่ สานวนโดยสัง่ สอบสวนเพิ่มเติมเพ่ือให้เห็นพฤติการณ์ในการกระทาความผิดของผู้ตอ้ งหา
จึงกอ่ ใหเ้ กิดปัญหาคดีขาดความเป็ นเอกภาพ การสงั่ สานวนของพนักงานอยั การแมจ้ ะอยู่ในสานักงานเดียวกนั
ก็ไม่เป็ นไปในทิศทางเดียวกัน จึงทาใหพ้ นักงานอัยการผูก้ ลนั่ กรองงาน หรืออัยการจังหวดั ตอ้ งแกป้ ัญหา
โดยวิธีการสงั่ สอบสวนเพ่ิมเติม เพื่อใหไ้ ดพ้ ยานหลกั ฐานที่ชดั เจนย่ิงข้ ึนว่าผูต้ อ้ งหามีเจตนาและพฤติการณ์
ในการกระทาผิดเช่นไร หรือบางคร้ังก็มีคาสัง่ ใหพ้ นักงานสอบสวนทาการสอบสวนเพ่ิมเติมโดยการแจง้
ขอ้ กล่าวหาเพ่ิมเติมแก่ผูต้ อ้ งหาใหส้ อดคลอ้ งกับพยานหลกั ฐานท่ีปรากฏในสานวนซ่ึงบางคร้งั มีระยะเวลา
ในการดาเนินการกระช้นั ชิดเน่ืองจากใกลจ้ ะครบกาหนดฝากขงั ครง้ั สุดทา้ ย

จากปัญหาขา้ งตน้ มีขอ้ แนะนาดงั น้ ี
(1) รัฐควรออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศกาหนดหลักเกณฑ์ของประมวลกฎหมาย
ยาเสพติด มาตรา 145 ใหม้ คี วามชดั เจนมากยิ่งข้ นึ
(2) สานักงานอัยการสูงสุดควรออกหลกั เกณฑ์ แนวทาง หรือหนังสือเวียนกาหนดหลกั เกณฑข์ อง
ประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 145 ใหม้ ีความชดั เจนมากยง่ิ ข้ นึ
(3) พนักงานสอบสวนและเจา้ พนักงานตารวจชุดจบั กุมควรมีการรวบรวมพยานหลกั ฐานท่ีเก่ียวขอ้ ง
ในคดีใหม้ ากท่ีสุดเพื่อจะทาใหเ้ ห็นถึงเจตนาและพฤติการณใ์ นการกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหาและสอดคลอ้ ง
กบั ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

(4) พนักงานอัยการควรพิจารณาสัง่ สานวนอย่างละเอียดรอบคอบ โดยพิจารณาถึงเจตนาและ
พฤติการณ์ในการกระทาผิดของผูต้ อ้ งหาเป็ นสาคัญ การสงั่ ใหพ้ นักงานสอบสวนทาการสอบสวนเพิ่มเติม
หากขอ้ เท็จจริงในสานวนยงั ไม่มีความชดั เจนเพียงพอหรือการสงั่ ใหพ้ นักงานสอบสวนแจง้ ขอ้ กล่าวหาเพ่ิมเติม
แกผ่ ูต้ อ้ งหาใหถ้ กู ตอ้ งครบถว้ นตามพยานหลกั ฐานท่ีปรากฏในสานวน

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวอุมาพร ศิริพงศ์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั สตลู

นำงสมสุข มีวุฒิสม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 278/2565

ประจำวนั ที่ 23 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

บริษทั ประกนั ภยั รถรอ้ งขอควำมเป็ นธรรมเพอื่ ใหส้ อบสวนเพิม่ เติมในคดีทผ่ี ตู้ อ้ งหำผเู้ อำประกนั ภยั ไวก้ บั บรษิ ทั

ถกู ดำเนินคดีฐำนขบั รถโดยประมำทน่ำหวำดเสียวเป็ นเหตใุ หผ้ อู้ ่ืนถึงแกค่ วำมตำยและทรพั ยส์ นิ เสยี หำย

ผทู้ ่ีจะรอ้ งขอความเป็ นธรรมตามระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ

พ.ศ. 2563 ขอ้ 65 มเี ฉพาะเพียงผเู้ สียหาย ผตู้ อ้ งหาและบุคคลอน่ื ใดเพื่อประโยชน์ของผเู้ สียหายหรือผตู้ อ้ งหาเท่าน้ัน ดงั น้ัน

เมื่อบริษัทประกนั ภยั ซ่ึงเป็ นบุคคลอื่น มิใช่ผตู้ อ้ งหา หรือผเู้ สียหาย และการรอ้ งขอความเป็ นธรรมซึ่งแสดงใหเ้ ห็นเจตนาว่า

เพื่อจะใหม้ ีผลในการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งระหว่างผูต้ อ้ งหาและผูต้ ายว่าแต่ละฝ่ ายเป็ นผูก้ ่อใหเ้ กิดความเสียหาย

ยง่ิ หยอ่ นกว่ากนั เพยี งใดอนั เป็ นความรบั ผิดในทางแพ่ง จงึ หาใช่กรณีบุคคลอนื่ รอ้ งขอความเป็ นธรรมโดยกล่าวอา้ งวา่ ผเู้ สียหาย

หรือผูต้ อ้ งหาไม่ไดร้ บั ความธรรมจากพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอยั การและเพื่อประโยชน์ของผูเ้ สียหายหรือผตู้ อ้ งหา

แต่อยา่ งใดไม่ จงึ ทาใหพ้ นักงานอยั การไมม่ อี านาจรบั คารอ้ งขอความเป็ นธรรมของบริษัทประกนั ภยั ไวพ้ จิ ารณาสงั่ ต่อไปได้

การรอ้ งขอความเป็ นธรรมโดยกล่าวอา้ งว่าผเู้ สียหายหรือผูต้ อ้ งหาไม่ไดร้ บั ความธรรมจากพนักงานสอบสวนหรือ

พนักงานอยั การใหพ้ นักงานอยั การพิจารณารบั คารอ้ งขอความเป็ นธรรมดงั กล่าวไวพ้ ิจารณาก็เฉพาะแต่ผูเ้ สียหาย ผตู้ อ้ งหา

หรือบุคคลอืน่ ใดเพ่อื ประโยชน์ของผเู้ สียหายหรือผตู้ อ้ งหา ตามระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของ

พนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 65 ส่วนบริษัทประกนั ภยั ซึง่ เป็ นบุคคลอ่ืนท่ีมิไดร้ อ้ งเพือ่ ประโยชน์ของผเู้ สียหายหรือผตู้ อ้ งหา

จงึ ไมอ่ าจกระทาได้

ขอ้ กฎหมาย

- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 65

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ พนั ตารวจโทสมนึก เขมทองคา ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั อบุ ลราชธานี

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 279/2565

ประจำวนั ที่ 26 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรคมุ้ ครองสวสั ดิภำพ

ด้วยเม่ือวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ผูร้ ้องได้เขา้ พบพนักงานอัยการเพื่อให้พนักงานอัยการยื่นคาร้องต่อศาล

เพื่อมีคาสัง่ คุม้ ครองสวัสดิภาพ โดยเบ้ ืองต้นได้มีการสอบขอ้ เท็จจริงแล้ว ไดค้ วามว่า เม่ือวันที่ 21 พฤษภาคม 2564
เวลาประมาณ 15.30 นาฬิกา ขณะที่ผูร้ อ้ งพกั อาศยั อยู่ที่บา้ นพกั เลขที่ 72/22 ถนนทิพยเนตร ตาบลหายยา อาเภอเมือง
จงั หวดั เชียงใหม่ กบั ผถู้ กู กล่าวหาซง่ึ เป็ นบิดาโดยชอบดว้ ยกฎหมาย ไดเ้ กิดมีการโตเ้ ถียงกนั เร่ืองทรพั ยม์ รดกจนผถู้ ูกกล่าวหา
เร่ิมโมโห จึงไดใ้ ชม้ ือท้ังสองขา้ งของผูถ้ ูกกล่าวหามาบีบคอผูร้ อ้ ง พรอ้ มท้ังดันตัวผูร้ ้องไปชนผนังติดมุมตู้ จนผูร้ อ้ งหายใจ

ไม่ออก และเร่ิมมีอาการหน้ามืด โดยขณะบีบคอผรู้ อ้ ง ผถู้ ูกกล่าวหาไดก้ ล่าวถอ้ ยคาว่า “กูจะเอามึงใหต้ าย” ซ้าไปมาหลาย

รอบ ผรู้ อ้ งรวบรวมกาลงั จงึ สามารถผลกั ดนั ตวั ผถู้ ูกกล่าวหาออกไปได้ หลงั จากน้ันผรู้ อ้ งจึงไดโ้ ทรศพั ทแ์ จง้ 191 จนสายตรวจ
ได้เดินทางมาท่ีเกิดเหตุ ผู้ร้องแจ้งกับสายตรวจว่าตนโดนทารา้ ยร่างกาย แต่สายตรวจแจง้ ว่าเป็ นเรื่องในครอบครัว

ใหไ้ ปที่โรงพกั เลย ผูร้ อ้ งจึงเดินทางไปที่สถานีตารวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ลงบันทึกประจาวนั ไวเ้ ป็ นหลกั ฐาน และเจา้ หน้าท่ี

ตารวจไดส้ ่งไปตรวจร่างกายท่ีโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พบว่า ผรู้ อ้ งมีบาดแผลฟกช้าบริเวณแขนซา้ ย และเข่าขวา
และกดเจ็บบริเวณลาคอ ผูร้ ้องแจง้ กับพนักงานอัยการว่า ระหว่างท่ีอยู่อาศัยบา้ นพักดังกล่าวขา้ งตน้ กับผู้ถูกกล่าวหา
มกั จะมีเรื่องทะเลาะกนั ตลอดมา และถูกผูถ้ ูกกล่าวหาทารา้ ยร่างกายเสมอ ซึ่งปัจจุบันผูร้ อ้ งมีอาการหวาดกลัว วิตกกงั วล

ประกอบกับไม่มีความรูด้ า้ นกฎหมาย ไม่รูจ้ ะหันหน้าไปพึ่งใคร อนั ไม่อย่ใู นสภาพหรือวิสัยท่ีจะรอ้ งขอต่อศาลใหค้ ุม้ ครอง

สวสั ดิภาพไดด้ ว้ ยตนเอง จึงรอ้ งขอใหพ้ นักงานอยั การดาเนินการดงั กล่าวแทน โดยผูร้ อ้ งประสงคข์ อใหศ้ าลออกคาสงั่ คุม้ ครอง
สวสั ดิภาพ ดงั น้ ี

1. หา้ มผถู้ กู กล่าวหากอ่ เหตุยวั่ ยุท้งั โดยตรงและโดยทางออ้ มที่จะก่อความรุนแรง
2. หา้ มผถู้ ูกกล่าวหาเขา้ มาในบา้ นพกั ที่ผรู้ อ้ งอาศยั อยู่ เป็ นเวลา 1 ปี
3. หา้ มก่อความเดือดรอ้ นราคาญ หา้ มคุกคาม ติดตาม สะกดรอย ถ่ายภาพ โทรศพั ท์ ส่งขอ้ ความท้งั ทางตรงและ

ทางออ้ ม

4. หา้ มติดกลอ้ งวงจรปิ ดภายในบา้ นพกั ที่ผรู้ อ้ งอาศยั อยเู่ พือ่ ติดตามดคู วามเคล่ือนไหว
ภายหลงั จากยน่ื คารอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพต่อศาลแลว้ ผรู้ อ้ งและผถู้ ูกกล่าวหาสามารถตกลงกนั ได้ ผรู้ อ้ งจึงย่นื คา
รอ้ งต่อศาลเพ่ือขอถอนคารอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพ

ขอ้ สรุปสาระสาคญั แกน่ ความรู้

1. คดีคุม้ ครองสวสั ดิภาพ หมายถึงคดี 1 ประเภท คือ
(1.1) คดีรอ้ งขอใหศ้ าลคุม้ ครองสวสั ดิภาพผูถ้ ูกกระทาดว้ ยความรุนแรงในครอบครวั ตามกฎหมายว่าดว้ ยการ

คุม้ ครองผถู้ ูกกระทาดว้ ยความรุนแรงในครอบครวั

(1.2) คดีรอ้ งขอใหศ้ าลคุม้ ครองสวสั ดิภาพในกรณีที่มกี ารปฏบิ ตั ิต่อเด็กโดยมิชอบดว้ ยกฎหมายวา่ ดว้ ยการคุม้ ครองเด็ก

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

2. ผทู้ ่ีมสี ิทธิรอ้ งต่อศาลขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพ ไดแ้ ก่
(ก) คดีที่ถูกกระทาดว้ ยความรุนแรงในครอบครวั
2.1 บุคคลในครอบครัวซึ่งถูกกระทาด้วยความรุนแรงตามกฎหมายว่าดว้ ยการคุม้ ครองผูถ้ ูกกระทาดว้ ย

ความรุนแรงในครอบครวั
2.2 ผูก้ ระทาการแทนในกรณีท่ีบุคคลตามขอ้ 2.1 ไม่อย่ใู นสภาพหรือวิสัยที่จะรอ้ งขอไดเ้ อง ซึ่งไดแ้ ก่ ญาติ

พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ พนักงานเจา้ หน้าท่ี องค์การซึ่งมีหน้าที่ใหค้ วามช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
หรือองคก์ ารซึ่งมีหน้าท่ีคุม้ ครองสวสั ดิภาพเด็ก เยาวชน สตรี ผสู้ งู อายุ ผพู้ ิการหรือทุพพลภาพ ครอบครวั หรือบุคคลอื่นใด
เพอ่ื ประโยชน์ของผถู้ กู กระทา

(ข) คดีท่ีมกี ารปฏบิ ตั ิต่อเด็กโดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย
2.3 เด็กหรือผปู้ กครองของเด็ก
ผปู้ กครอง หมายความว่า บิดามารดา ผอู้ นุบาล ผรู้ บั บุตรบุญธรรม และ ผปู้ กครอง ตามประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ และใหห้ มายความรวมถึงพ่อเล้ ียงแม่เล้ ียง ผูป้ กครองสวสั ดิภาพ นายจา้ ง ตลอดจนบุคคลอ่ืนซ่ึงรับเด็กไว้
ในความอปุ การะเล้ ียงดหู รือซงึ่ เด็กอาศยั อยดู่ ว้ ย
2.4 ผกู้ ระทาการแทน ตามขอ้ 2.2
3. การคุม้ ครองสวสั ดิภาพ กฎหมายกาหนดใหเ้ ป็ นอานาจหนา้ ท่ีของพนักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั
ที่ผูเ้ สียหายมีถิ่นที่อย่หู รือมีภูมิลาเนา หรือศาลที่มลู เหตุของคดีเกิดข้ ึนในการเขา้ ไปดาเนินคดีคุม้ ครองสวสั ดิภาพแก่เด็ก
และสตรี รวมถึงบุคคลในครอบครวั คดีคุม้ ครองสวสั ดิภาพอยใู่ นเขตอานาจศาลเยาวชนและครอบครวั ใด ใหพ้ นักงานอยั การ
ประจาศาลน้ันเป็ นผูร้ บั ผิดชอบ เม่ือไดร้ ับการรอ้ งขอหรือความปรากฏแก่พนักงานอยั การเองว่ามีเหตุที่ตอ้ งรอ้ งขอต่อศาล
เพ่ือมีคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพตามกฎหมายว่าดว้ ยการคุม้ ครองผูถ้ ูกกระทาดว้ ยความรุนแรงในครอบครวั โดยผถู้ ูกกระทา
ด้วยความรุนแรงในครอบครัวไม่อยู่ในสภาพหรือวิสัยที่จะร้องขอต่อศาลได้เอง หรือมีการร้องขอคุม้ ครองสวัสดิภาพ
ตามกฎหมายว่าดว้ ยการคุม้ ครองเด็ก ใหพ้ นักงานอยั การรบั เรื่องน้ันไว้ และใหจ้ ดั ทาและลงสารบบคดีคุม้ ครองสวสั ดิภาพ
โดยใชช้ ่ือว่าสารบบ ส.1 คดีคุม้ ครองสวสั ดิภาพ และทาความเห็นและคาสงั่ ใน อ.ก. 4 พรอ้ มร่างคารอ้ ง ตอ้ งบรรยายใหช้ ดั เจน
ว่าพนักงานอัยการเขา้ มายื่นคารอ้ งแทนผูถ้ ูกกระทาดว้ ยความรุนแรงในครอบครัวดว้ ยเหตุใด และดาเนินการต่อไป
โดยเร็ว ดังน้ ี
(1) สอบขอ้ เท็จจริงให้ได้ความชัดเจนเพียงพอท่ีวินิจฉัย ท้ังน้ ี โดยอาจเรียกหรือเชิญบุคคลใดมาให้
ถอ้ ยคา ตลอดจนรวบรวมเอกสารพยานหลกั ฐานต่าง ๆ
(2) เมื่อพิจารณาเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอท่ีจะย่ืนคาร้อง ต่อศาล ให้ทาความเห็นเสนอหัวหน้า
พนักงานอยั การเพ่ือพจิ ารณาสงั่ และลงชื่อในคารอ้ งและย่ืนต่อศาล ท้งั น้ ีในคารอ้ งดงั กล่าวใหม้ ีคาขอกรณีคุม้ ครองสวสั ดิภาพ
ตอ้ งสอบผรู้ อ้ ง (ผเู้ สียหาย) เพือ่ ใหไ้ ดข้ อ้ เท็จจริง ใน อก. 22 ดงั น้ ี

(1) ผูร้ อ้ ง ผูถ้ ูกกล่าวหา เป็ นใคร เกี่ยวขอ้ งกนั อย่างไร (ใหเ้ ขา้ คานิยามบุคคลในครอบครัวเดียวกนั )
บตั รประชาชน ทะเบียนบา้ น

(2) ถกู ทารา้ ยอยา่ งไร เป็ นความรุนแรงในครอบครวั อยา่ งไร
(3) ประสงคจ์ ะใหศ้ าลออกคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพอยา่ งไรเพ่ือป้ องกนั การกระทาซ้า และควรมีคาขอ
ใหศ้ าลออกคาสงั่ กาหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกขอ์ ื่น ๆ ตามกฎหมายที่เหมาะสมดว้ ย และควรจะตอ้ งมีการ
สอบขอ้ เท็จจริงจากพยานบุคคลที่พบเห็นเหตุการณ์ และพยานฝ่ายผถู้ ูกรอ้ ง เพื่อใหไ้ ดค้ วามชดั เจนใชป้ ระกอบการย่นื คารอ้ ง
ขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพของผเู้ สียหายต่อไป โดยตอ้ งทาหนังสือเรียกพยานมาสอบถามขอ้ เท็จจริง

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เมื่อพิจารณาขอ้ เท็จจริงแลว้ เห็นว่าไม่อาจยื่นคารอ้ งต่อศาลเพ่ือใหม้ ีคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพได้ ใหท้ าความเห็น
เสนอหวั หน้าพนักงานอยั การเพอื่ พิจารณาสงั่ และใหแ้ จง้ ผรู้ อ้ งทราบ

หากพิจารณาว่าขอ้ เท็จจริงเพียงพอท่ีจะยื่นคารอ้ งต่อศาล หรือพิจารณาขอ้ เท็จจริงแลว้ เห็นว่าไม่อาจย่ืนคารอ้ ง
ต่อศาลได้ ใหร้ ายงานอธิบดีอยั การหรืออธิบดีอยั การภาคทราบ

3. สานักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัด มีอานาจและหน้าที่รับผิดชอบการคุม้ ครองสวัสดิภาพ
ตามพระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองเด็ก พ.ศ.2546 พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองผถู้ ูกกระทาดว้ ยความรุนแรงในครอบครวั พ.ศ. 2550
และพระราชบญั ญตั ิศาลเยาวชนและครอบครวั และวธิ ีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครวั พ.ศ. 2553 และการคุม้ ครองสิทธิ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยซ์ ึ่งเก่ียวเนื่องกบั การคุม้ ครองสวสั ดิภาพดงั กล่าว โดยใหส้ านักงานอยั การคดีเยาวชน
และครอบครัวจงั หวัดเป็ นผูด้ าเนินการต้ังแต่ช้ันสอบขอ้ เท็จจริงและการยื่นคาร้องขอคุม้ ครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย
ท้ังในกรณีท่ีผู้ร้องมาร้องขอท่ีสานักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดด้วยตนเอง และกรณีท่ีสานักงาน
อัยก า ร คุ ้มคร อ ง สิ ทธิ แล ะ ช่ ว ยเห ลื อท า ง กฎห มา ย แล ะ กา ร บัง คับ ค ดี จังหวัดส่ ง เร่ื องพ ร้อม ผู้ร้องม า ใ ห้เพ่ื อดา เนิ น กา ร
โดยใหส้ านักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั รีบดาเนินการโดยไมช่ กั ชา้ เพอื่ แกไ้ ขปัญหาไดท้ นั ท่วงที

ส่วนสานักงานอยั การคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบงั คบั คดีรบั ผิดชอบงานที่อย่ใู นอานาจของ
ศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั เฉพาะงานคุม้ ครองสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากเป็ นกรณีท่ีเก่ียวเน่ือง
กบั การคุม้ ครองสวสั ดิภาพใหส้ ่งเรื่องใหส้ านักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวดั ดาเนินการ หากประชาชนมา
ขอรับคาปรึกษาท่ีสานักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด ใหส้ านักงาน
ดงั กล่าวรบั คารอ้ งขอปรึกษา (สคช.9) และเมื่อขอ้ เท็จจริงปรากฏว่า เป็ นกรณีมีเหตุท่ีจะยื่นคารอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพได้
ตามกฎหมาย และสอบถามผรู้ อ้ งแลว้ ไดค้ วามว่า ผู้รอ้ งประสงคจ์ ะย่ืนคารอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพ แต่ผูร้ อ้ งไม่อย่ใู นสภาพ
หรือวิสยั ท่ีจะยนื่ คารอ้ งไดด้ ว้ ยตนเอง ใหส้ ่งผรู้ อ้ งไปยงั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั เพื่อดาเนินการสอบ
ขอ้ เท็จจริงและยนื่ คารอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพตามอานาจหนา้ ที่ต่อไป

4. การรอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพในเหตุฉุกเฉิน ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ผูร้ อ้ งจะยื่นคารอ้ งขอคุม้ ครองสวัสดิภาพ
ในเหตุฉุกเฉินรวมไปดว้ ยกบั คารอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพ เพือ่ ใหศ้ าลมีคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพโดยมิชกั ชา้ หรือจะยน่ื ในเวลา
ใด ๆ ระหว่างไต่สวนก็ได้

5. อานาจศาลในการออกคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพ ศาลมีอานาจออกคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพไดภ้ ายในระยะเวลา
ท่ีศาลเห็นสมควร แต่ท้ังน้ ี ตอ้ งไม่เกินกว่าหกเดือน โดยคาสัง่ คุม้ ครองสวัสดิภาพใหเ้ ป็ นท่ีสุด คู่ความไม่อาจอุทธรณ์ได้
แต่ถา้ พฤติการณเ์ ปลี่ยนแปลงไป ศาลมีอานาจสงั่ แกไ้ ขคาสัง่ เดิมได้ และพนักงานอยั การในฐานะผกู้ ระทาการแทนผรู้ อ้ งอาจ
แถลงขอ้ เท็จจริงใหศ้ าลทราบเพ่ือใหศ้ าลมีคาสงั่ แกไ้ ขคาสงั่ เดิมได้ ท้งั น้ ีหากศาลสงั่ ยกคารอ้ งก็สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้
เพราะศาลมิไดม้ ีคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพตามกฎหมายแต่อยา่ งใด โดยการอุทธรณ์หรือฎีกาคาสงั่ ตอ้ งเป็ นไปตามกฎหมาย
และความประสงคข์ องผถู้ ูกกระทาความรุนแรงในครอบครวั

เมื่อศาลมีคาสงั่ คุม้ ครองสวสั ดิภาพประการใดแลว้ ศาลจะมีคาสงั่ ใหน้ ักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา พนักงาน
เจา้ หน้าท่ี หรือเจา้ พนักงานอน่ื ติดตามกากบั ใหผ้ ถู้ กู กล่าวหาตอ้ งปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ และบุคคลดงั กล่าวมีหน้าท่ีรายงานใหศ้ าลทราบ
รวมถึงศาลอาจสงั่ ใหผ้ ูถ้ ูกกระทาดว้ ยความรุนแรง หรือผกู้ ระทาความรุนแรง หรือค่คู วามท้งั สองฝ่าย หรือบุคคลท่ีเก่ียวขอ้ ง
มาสอบถามถึงการปฏิบัติตามคาสัง่ ศาลก็ได้ และหากผูถ้ ูกกล่าวหาจงใจฝ่ าฝืนไม่ปฏิบัติตามคาสัง่ คุม้ ครองสวัสดิภาพ
โดยไม่มีเหตุอนั สมควร ศาลมีอานาจออกหมายจบั ผูถ้ ูกกล่าวหามาขงั จนกว่าจะปฏิบัติตามคาสงั่ แต่ไม่เกินกว่าหน่ึงเดือน
อันเป็ นมาตรการบังคับให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องปฏิบัติตามคาสัง่ ดังกล่าว และถ้าผู้ถูกกล่าวหาได้รับการปล่อยชัว่ ครา ว
ศาลมอี านาจกาหนดเง่อื นไขใหผ้ ถู้ ูกกล่าวหาปฏบิ ตั ิในระหวา่ งการปล่อยชวั่ คราวก็ได้

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

6. การแจง้ ผลคาสงั่ ศาล เม่อื ศาลมคี าสงั่ คารอ้ งขอคุม้ ครองสวสั ดิภาพประการใดแลว้ ใหพ้ นักงานอยั การแจง้ ใหผ้ รู้ อ้ ง
ขอหรือผูเ้ ก่ียวขอ้ งรวมถึงผูต้ อ้ งปฏิบัติตามคาสงั่ ศาลทราบโดยเร็ว ตามระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนิน
คดีอาญาฯ ขอ้ 203

7. การปฏบิ ตั ิเมื่อมีการขอยตุ ิคาสงั่ ก่อนครบกาหนด หากผถู้ ูกกล่าวหายน่ื คารอ้ งขอให้ ศาลมีคาสงั่ ยุติการคุม้ ครอง
สวสั ดิภาพก่อนครบระยะเวลา พนักงานอัยการควรพิจารณาว่า ผูถ้ ูกกระทาความรุนแรงจาเป็ นตอ้ งไดร้ ับความคุม้ ครอง
สวสั ดิภาพต่อไปหรือไม่ หากจาเป็ นพนักงานอยั การควรยน่ื คาคดั คา้ นต่อศาลดว้ ย

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิส่งเสริมการพฒั นาและคุม้ ครองสถาบนั ครอบครวั พ.ศ. 2562
- พระราชบญั ญตั ิศาลเยาวชนและครอบครวั และวธิ ีพจิ ารณาคดีเยาวชนและครอบครวั พ.ศ. 2553
- พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองเด็ก พ.ศ. 2546
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 201 – 203
- ขอ้ บงั คบั ของประธานศาลฎกี าวา่ ดว้ ยวิธีการดาเนินคดีคุม้ ครองสวสั ดิภาพ พ.ศ. 2554
- คาสัง่ สานักงานอัยการสูงสุดท่ี 1528/2558 เร่ือง การกาหนดอานาจและหน้าท่ีและความรับผิดชอบของ
สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั และสานักงานอยั การคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการ
บงั คบั คดีจงั หวดั
- หนังสือสานักงานอยั การสงู สุด ที่ อส 0007 (สอ)/ว 387 ลงวนั ที่ 30 ตุลาคม 2562 เร่ือง ซกั ซอ้ มความเขา้ ใจ
เก่ียวกับอานาจหน้าท่ีระหว่างสานักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด
กบั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั ในการดาเนินคดีคุม้ ครองสวสั ดิภาพ

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางพรพรรณ สุริยะวภิ าดา ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั เชียงใหม่

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 280/2565

ประจำวนั ท่ี 26 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

พยำนกลบั คำในคดอี ำญำ
สำนวน ส.1 ในคดีอำญำ พนักงำนอยั กำร รบั สำนวนกำรสอบสวนจำกพนักงำนสอบสวน พรอ้ มทำ
ควำมเห็นและมีคำสงั่ ฟ้ องผูต้ อ้ งหำ และไดฟ้ ้ องคดีอำญำต่อศำลแลว้ ต่อมำไดม้ ีกำหนดนัดสืบพยำนในช้นั
พิจำรณำของศำลช้นั ตน้ พนักงำนอัยกำรไดท้ ำบัญชีระบุพยำนพรอ้ มขอศำลออกหมำยเรียกพยำนมำศำล
เพื่อทำกำรสืบพยำน ซึ่งพยำนปำกดงั กล่ำวเป็ นพยำนสำคญั แห่งคดี ขณะนำพยำนปำกดงั กล่ำวเขำ้ เบิกควำม
ต่อศำล ปรำกฏว่ำพยำนเบิกควำมกลับคำหรือแตกต่ำงจำกคำใหก้ ำรช้ันสอบสวนในขอ้ สำระสำคัญ
ซ่ึงอำจทำใหเ้ สียรูปคดี และพนักงำนอัยกำรเห็นว่ำคำเบิกควำมของพยำนดังกล่ำวเป็ นปรปั กษ์ต่อคดี ให้
พนักงำนอยั กำรแถลงขออนุญำตต่อศำลเพื่อซกั ถำมพยำนน้ัน เสมือนหนึ่งพยำนน้ันเป็ นพยำนซึ่งคู่ควำมอีก
ฝ่ำยหนึ่งอำ้ งมำ(พยำนจำเลย) และใหพ้ ยำนรบั รองคำใหก้ ำรพยำนในช้นั สอบสวนอำ้ งส่งคำใหก้ ำรดงั กล่ำว
เป็ นพยำนต่อศำล โดยถำมพยำนใหไ้ ดค้ วำมวำ่ ขอ้ เท็จจริงใดเป็ นขอ้ เท็จจริงท่ีถูกตอ้ ง โดยมีหลกั ปฏิบตั ิดงั น้ ีคือ
1) พนักงำนอยั กำรตอ้ งทำ อก.13 ในทนั ที ใหช้ ดั เจน 2) ทำบนั ทึกรำยงำนหวั หน้ำพนักงำนอยั กำรโดยเร็ว
เสนอวำ่ สมควรจะดำเนินคดีกบั พยำนผนู้ ้ันหรือไม่ เม่ือหวั หนำ้ พนักงำนอยั กำรเห็นสมควรดำเนินคดีกบั พยำน
3) ใหม้ ีหนังสือแจง้ ใหพ้ นักงำนสอบสวนดำเนินคดีกบั พยำนผูน้ ้ันต่อไปโดยเร็ว โดยแจง้ ใหพ้ นักงำนสอบสวน
ทรำบว่ำพยำนได้ใหก้ ำรในช้ันสอบสวนอย่ำงไร และไดเ้ บิกควำมในช้ันพิจำรณำของศำล แตกต่ำงกัน
ในขอ้ สำระสำคญั อย่ำงไร และแนะนำใหพ้ นักงำนสอบสวนขอคัดถ่ำยคำใหก้ ำรของพยำนที่อำ้ งส่งศำลและ
คำเบิกควำมของพยำนในช้นั ศำล เพ่ือนำมำประกอบกำรพิจำรณำต่อไป

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

พยำนเบิกควำมต่อศำล ปรำกฏว่ำพยำนเบิกควำมกลับคำหรือแตกต่ำงจำกคำใหก้ ำรช้นั สอบสวน
ในขอ้ สำระสำคัญ ซึ่งอำจทำให้เสียรูปคดี และพนักงำนอัยกำรเห็นว่ำคำเบิกควำมของพยำนดังกล่ำว
เป็ นปรปักษ์ต่อคดี ใหพ้ นักงำนอัยกำรแถลงขออนุญำตต่อศำล เพ่ือซักถำมพยำนน้ันเสมือนหนึ่งพยำนน้ัน
เป็ นพยำนซ่ึงค่คู วำมอีกฝ่ำยหนึ่งอำ้ งมำ และใหพ้ ยำนรบั รองคำใหก้ ำรพยำนในช้นั สอบสวน อำ้ งส่งคำใหก้ ำร
ดงั กล่ำวเป็ นพยำนต่อศำล โดยถำมพยำนใหไ้ ดค้ วำมว่ำขอ้ เท็จจริงใดเป็ นขอ้ เท็จจริงท่ีถูกตอ้ ง เพื่อแกป้ ัญหำ
พยำนเบิกควำมใหเ้ ป็ นควำมจริงต่อเหตุกำรณ์ที่ตนเห็นและไดย้ ินมำเป็ นควำมจริง และเพ่ือควำมยุติธรรม
ต่อคดี ป้ องกนั มใิ หพ้ ยำนไดช้ ว่ ยเหลือกนั ในกำรดำเนินคดี

ขอ้ กฎหมำย
- ประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 137 มำตรำ 177
- ระเบียบสำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำดว้ ยกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ .ศ. 2563
ขอ้ 122

ที่มำ : - กำรทำ KCJ (Knowledge Capturing on Job) จำกกำรทำ Workshop ของโครงกำรอบรมหลกั สตู รนักบริหำรงำนยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รกำรอบรมอยั กำรจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ ำ กำรจดั กำรควำมรเู้ พอ่ื เสริมสรำ้ งสมรรถนะผบู้ ริหำร
(Leadership Competency) เม่ือวนั ที่ 4 พฤศจิกำยน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทำ KCJ พนั ตำรวจโทสุรสีห์ เทพอวยพร ตำแหน่ง อยั กำรจงั หวดั ประจำสำนักงำนอยั กำรสงู สุด
สงั กดั สำนักงำนอยั กำรจงั หวดั รำชบรุ ี

นำงสำวณฤดี เกียรติคงยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 281/2565

ประจำวนั ท่ี 27 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรพิจำรณำคดียำเสพตดิ ตำมประมวลกฎหมำยยำเสพตดิ
หน้าท่ีหลกั ของพนักงานอยั การผู้ปฏิบตั ิงานในศาลช้นั ตน้ น้ันนอกจากพิจารณาสงั่ สานวนความเห็น
ร่างฟ้ องแลว้ ก็ยงั มีการลืบพยาน ซึ่งมีความสาคัญไม่ย่ิงหย่อนไปกว่าการสงั่ คดี ซึ่งพนักงานอยั การทุกท่าน
ก็จะต้องทาหน้าที่ในการสืบพยานอย่างแน่นอน และในต่างจังหวัดน้ันการสืบพยานจะต้องสืบพยาน
ในคดีอาญาเป็ นหลัก การทาหน้าที่ของพนักงานอัยการส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดทาหน้าที่โจทก์เป็ นหลัก
ซึ่งพยานท่ีจะนามาพิสูจน์เพื่อใหศ้ าลลงโทษจาเลยตามที่พนักงานอยั การเป็ นโจทกฟ์ ้ องน้ันจะมีพยานหลาย
ประเภท เช่น พยานที่ผูก้ ล่าวหาเป็ นเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั และเป็ นพยานโจทกซ์ ึ่งผูเ้ สียหายไดร้ อ้ งทุกขด์ ว้ ยตนเอง
และพยานโจทก์ซึ่งเป็ นพยานท่ีบุคคลทัว่ ไปที่เป็ นประจักษ์พยานรูเ้ ห็นเกี่ยวกับขอ้ เท็จจริงในคดี ในท่ีน้ ี
จะพูดถึงกรณีพยานที่เป็ นประจกั ษ์พยาน หรือพยานอื่นแมไ้ ม่ใช่ประจกั ษ์พยานแต่รูเ้ ห็นในประเด็นสาคัญ
ซึ่งเป็ นขอ้ แพช้ นะของคดี พยานเหล่าน้ ีถือเป็ นพยานสาคญั ท่ีทาใหผ้ ลคดีหรือรปู คดีจะไมเ่ ป็ นไปโดยถูกตอ้ งและ
ยุติธรรม ซ่ึงหากพยานดงั กล่าวใหก้ ารแตกต่างจากคาใหก้ ารท่ีเคยใหไ้ วก้ นั พนักงานสอบสวนอาจมีสาเหตุ
ที่ทาใหพ้ ยานน้ันมากลบั คาใหก้ ารในช้นั พิจารณา (พยานกลบั คา) ไมว่ า่ จะดว้ ยเหตุแห่งอิทธิพลของจาเลยจาก
การข่มขู่ การจา้ งโดยใชเ้ งินหรือความสงสารและเห็นใจ ไม่วา่ จะเป็ นญาติพี่น้อง เพ่ือนพอ้ ง ดงั น้ัน หากพยาน
โจทก์ดังกล่าวขา้ งตน้ เป็ นพยานที่พนักงานอัยการนาสืบเพื่อใหศ้ าลพิจารณาลงโทษจาเลยน้ันมีการกลับ
คาใหก้ ารอนั เป็ นประเด็นสาคญั ของคดีจะรบั มืออยา่ งไร
อนั อันแรกก่อนท่ีจะมีการสืบพยานใด ๆ ท่ีโจทกอ์ า้ งน้ัน จะตอ้ งอ่านขอ้ เท็จจริงแห่งคดีใหล้ ะเอียด
รอบครอบ โดยจาขอ้ เท็จจริงในสาระสาคญั ใหไ้ ดม้ ากที่สุดเท่าที่จะทาได้ แลว้ เม่ือถึงวนั ที่ตอ้ งมีการสืบพยาน
ก่อนท่ีจะลงมือสืบพยานดงั กล่าวท่ีเป็ นพยานสาคญั ก็อาจจะเป็ นการพดู คุยสอบถามพยานโดยใหพ้ ยานตอบ
เล่าขอ้ เท็จจริงใหฟ้ ังก่อนโดยพนักงานอยั การไม่ต้องมีการถามนาหรือบอกขอ้ เท็จจริง แต่อย่างไรไม่อย่างน้ัน
จะเป็ นการบอกใหพ้ ยานเบิกความเหมือนกับท่ีพนักงานอัยการตอ้ งการ (ซอ้ มพยาน) ซ่ึงจากการพูดคุย
กบั พยานดงั กล่าวแลว้ ใหด้ ู ท่าทาง การวางตวั ของพยานการตอบคาถาม ท่าทางเป็ นปกติหรือไม่

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

มีความหวาดกลวั อะไรหรือไมห่ รือมา ดว้ ยกนั กบั ฝ่ายจาเลยหรือไม่ มีการพดู คุยกบั ทางจาเลยอย่างเป็ นมิตร
ซ่ึงจากการประเมินเบ้ ืองตน้ น้ันอาจทาให้ พนักงานอยั การสามารถทราบไดว้ า่ พยานดงั กล่าวจะเบิกความไปใน
ทิศทางไหน ซึ่งหากประเมินไดแ้ ลว้ วา่ “พยานดงั กล่าวจะกลบั คาใหก้ ารอย่างแน่นอน” จะดาเนินการอย่างไร
ซ่ึงก่อนท่ีจะลงมือสืบพยานเม่ืออยู่ในหอ้ ง พิจารณาน้ันกฎหมายกาหนดใหพ้ ยานสาบานตนก่อนโดยให้
พนักงานอยั การมาสาบานตนดว้ ยเสียงดงั ฟังชดั และก่อนที่จะถามถึงประเด็นสาคญั ใหถ้ ามถึงการศึกษาของ
พยานก่อน เช่นว่าพดู อ่านเขียนภาษาไทยไดม้ ้ยั เช่น ถามจบการศึกษาช้นั ไหน อ่านหนังสือออกหรือไม่อย่างไร
เขียนหนังสือไดม้ ย้ั แลว้ ใหถ้ ามถึงวิธีการสอบสวนก่อนว่า พนักงานสอบสวนทาการสอบสวนอยา่ งไร โดยมีการ
ถามแลว้ ใหพ้ ยานตอบแลว้ พิมพ์หรือถามขอ้ เท็จจริงท้ังหมด แลว้ ค่อยมาพิมพ์แลว้ ใหถ้ ามว่าก่อนใหพ้ ยาน
เซ็นช่ือในคาใหก้ ารมีการอ่านใหพ้ ยานฟังหรือไม่ ฟังแลว้ ไม่มีการคดั คา้ นโดยมีการลงลายมือช่ือดว้ ยความ
สมคั รใจใช่มย้ั ต่อจากน้ันก็พยายามถามใหพ้ ยานตอบตามขอ้ เท็จจริงใน คาใหก้ ารมาตามท่ีใหก้ ารในส่วนอ่ืน ๆ
ซึ่งก่อนที่จะถามประเด็นสาคญั โดยพยายามใหพ้ ยานตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง ตรงกบั คาใหก้ ารในช้นั สอบสวน
มากที่สุด เมื่อมาถึงประเด็นสาคัญแห่งคดี ถา้ พยานดังกล่าวกลับคาใหก้ ารผิดไป จากน้ันสอบสวนแลว้
พนักงานอยั การจะตอ้ งดาเนินการถามความโดยการขออนุญาตศาลถามความแบบปรปักษ์ ซึ่งตามกฎหมาย
วิธีพิจารณาอาญาไม่ไดบ้ ญั ญตั ิไว้ จึงตอ้ งนาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 117 วรรค 6
ประกอบกบั ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาใชโ้ ดยใชค้ าถามนาซ่ึงเหมือนเช่น กบั
การถามคา้ น โดยก่อนท่ีจะเร่ิมถามปรปั กษ์อาจมีการขอใหผ้ ูพ้ ิพากษาท่ีพิจารณาคดีเตือนพยานก่อนว่า
หาก พยานกลับคาใหก้ ารดังกล่าวจะมีผลใหพ้ ยานถูกดาเนินคดีในขอ้ หาเบิกความเท็จหรือใหก้ ารเท็จได้
ตามกฎหมาย อาญา มาตรา 137, 177 แลว้ เม่ือลงมือถามพยานดังกล่าวใหน้ าคาใหก้ ารมาใหพ้ ยานอ่าน
ดว้ ยตนเองแลว้ ถามวา่ ที่ใหก้ ารมาน้ันถูกตอ้ งหรือไม่ หากไมถ่ กู ตอ้ งตรงไหนซึ่งสว่ นใหญ่พยานที่กลบั คาใหก้ าร
จะบอกว่าไม่ถูกตอ้ ง เฉพาะประเด็นสาคญั แห่งคดีเท่าน้ัน ซึ่งพนักงานอยั การตอ้ งพยายามทาใหศ้ าลเห็นว่า
คาใหก้ ารตรงสว่ นอ่ืนท่ี พนักงานสอบสวนพิมพม์ าถูกตอ้ งหมดผิดเฉพาะตรงประเด็นสาคญั แห่งคดีเท่าน้ันแลว้
ก็ถามใหเ้ ห็นวา่ ไดใ้ หก้ าร หลงั เกิดเหตุทนั ทีใช่มย้ั ซึ่งไมม่ ีเวลาที่พยานดงั กล่าวจะมาคิดปรุงแต่งเช่นว่าน้ันที่มา
เบิกความใหถ้ ามว่ามีความสนิทสนมกบั จาเลยอยา่ งไรหรือไม่ ซ่ึงก่อนที่ใหก้ ารต่อพนักงานสอบสวนน้ันก็ไม่มี
สาเหตุโกรธเคืองกบั จาเลยแต่อยา่ งใดแลว้ ใหพ้ ยานยืนยนั ซึ่งตามระเบียบฯ ขอ้ 122 วา่ ใหย้ ืนยนั วา่ สิ่งไหนถูก
ระหว่างคาใหก้ ารกบั ท่ีมาเบิกความ ในวนั น้ันหากพยานเบิกความว่าในช้นั พิจารณาถูกตอ้ งก็ใหป้ ฏิบตั ิตาม
ระเบียบขอ้ 122 ต่อไป

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

สรุปเตรียมความพรอ้ มในขอ้ เท็จจริงใหล้ ะเอียด ประเมินสถานการณพ์ ยานแลว้ หากพยานสาคญั เบิก
ความกลับคาใหก้ ารใหถ้ ามความแบบปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177
วรรค 6 ประกอบวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาใชใ้ นคดีอาญาและตามระเบียบขอ้ 122 มาใชใ้ นการ
สืบพยาน ใหด้ าเนินการโดยทาอย่างไรใหศ้ าลเช่ือว่าพยานดังกล่าวใหก้ ารกลบั คาจากความเป็ นจริงซ่ึงเคย
ใหก้ ารไวต้ าม คาใหก้ ารช้นั พนักงานสอบสวน โดยพยายามช่วยเหลือจาเลยไม่ใหต้ อ้ งรบั โทษโดยดาเนินการ
ตามท่ีไดม้ กี าร เสนอแนะไปแลว้ ขา้ งตน้

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายยาวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 117 วรรค 6 ประกอบประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
- ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 122
และขอ้ 122

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายสถาพร ทองคล้ ิง ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั นครศรธรรมราช

นำงสมสุข มีวุฒสิ ม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 282/2565

ประจำวนั ที่ 27 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรระบุพยำนในบญั ชีระบพุ ยำนคดอี ำญำ และกำรส่งพยำนเอกสำรในคดอี ำญำ

การระบุพยาน เพื่อความสะดวกในช้นั พิจารณาสืบพยาน ควรระบุพยานบุคคลโดยเรียงลาดับพยานบุคคล

ตามลาดับความสาคัญ คือ เรียงจากผูก้ ล่าวหา หรือผูเ้ สียหาย ประจกั ษ์พยาน พยานแวดลอ้ ม พยานเจา้ พนักงาน

และในกรณีท่ีพยานปากใดได้มีการช้ ียืนยนั ตัวผู้ตอ้ งหา ควรรวมบันทึกคาใหก้ ารของประจักษ์พยานปากน้ันกับ

ภาพถ่ายช้ ียนื ยนั ตวั ผตู้ อ้ งหาอยใู่ นการอา้ งส่งในคราวเดียวกนั เพ่ือใหส้ ะดวกกบั การอา้ งเอกสาร

ในคดีที่มีเอกสารจานวนมาก เช่น รายงานสืบสวนที่มีเอกสารเป็ นจานวนมาก ควรระบุพยานเป็ นรายงาน

การสืบสวน โดยนารายงานการสืบสวนทุกฉบบั มารวมกนั โดยเรียงตามวนั เวลาท่ีจดั ทา และระบุเป็ น เอกสารหมาย

จ. เดียวกนั เนื่องจากหากแยกเอกสารในรายการการสืบสวนออกจากกันจะก่อในเกิดความสบั สนลาดับก่อนหลัง

ของเอกสาร และยากในการทาความเขา้ ใจในขอ้ เท็จจริง โดยในการสืบพยานหากตอ้ งการระบุเอกสารแผ่นใดใน

รายงานการสืบสวนดังกล่าว ใหใ้ ชล้ าดับเลขที่มุมขวาบนของเอกสารดังกล่าว ท้ังน้ ีหากเป็ นเอกสารชุดในลักษณะ

เดียวกนั ก็สามารถจดั การในลกั ษณะเดียวกนั น้ ีได้

ขอ้ กฎหมาย

- ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 173/1

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายประทีป ศุภวบิ ลู ยผ์ ล ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั ยะลา

นำยปริญญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 283/2565

ประจำวนั ที่ 28 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

คดั คำ้ นกำรสง่ พยำนภำพถำ่ ยทีเ่ กิดเหตขุ องจำเลยตอ่ ศำล

เม่ือคร้งั ขา้ พเจา้ ดารงตาแหน่งเป็ นอยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด ปฏบิ ัติหน้าท่ีเป็ นผูก้ ลนั่ กรองงาน

ที่สานักงานอัยการจังหวัดเดชอุดม ไดฟ้ ้ องและนาสืบพยานคดียาเสพติดในความผิดฐานมียาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 1
(เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) มีปริมาณคานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิต้ังแต่สามรอ้ ยเจ็ดสิบหา้ มิลลิกรมั แต่ไม่เกินยีส่ ิบกรมั
ไวใ้ นครอบครองเพ่ือจาหน่าย (โดยขณะเกิดเหตุและฟ้ องพระราชบญั ญัติยาเสพติดใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 ยงั มีผลบงั คบั ใช้)
จนเสร็จส้ ินกระบวนการนาสืบพยานของโจทกเ์ ป็ นท่ีเรียบรอ้ ย เม่ือถึงคราวเวลาจาเลยนาพยานเขา้ สืบ จาเลยไดอ้ า้ งตนเอง

เป็ นพยานได้ปฏิเสธตามฟ้ องโจทก์ (โดยจาเลยใหก้ ารปฏิเสธมาต้ังแต่ช้ันสอบสวน) และใหก้ ารว่า เมทแอมเฟตามีนฯ

ของกลางท่ีเจา้ พนักงานตารวจตรวจยึดไดจ้ ากขา้ งฝาโรงครวั (ท่ีเกิดเหตุ) ซึ่งติดอยกู่ บั เรือนพกั อาศยั ของจาเลยในบริเวณร้วั บา้ น
เดียวกนั ไม่ใช่ของจาเลย และใหก้ ารในทานองว่า ก่อนเจา้ พนักงานตารวจไดแ้ สดงหมายคน้ ของศาลเพ่ือขอทาการตรวจคน้

มีเจา้ หน้าที่ตารวจชุดจบั กุม (ท่ีโจทก์ไดน้ าเขา้ สืบไปก่อนหน้าน้ันแลว้ ) ไดเ้ ขา้ มาภายในบริเวณบา้ นของจาเลยก่อนแลว้

ไดเ้ ดินไปทางโรงครัวที่เกิดเหตุ (ก่อนที่จะตรวจคน้ เจอเมทแอมเฟตามีนฯของกลางท่ีโรงครวั ) ซ่ึงขณะน้ันจาเลยนอนอยู่
ในเรือนพกั อาศยั ช้นั สองของบา้ น ต่อมาสกั พกั เจา้ พนักงานตารวจไดต้ ะโกนเรียกจาเลยลงมาเพื่อรบั ทราบหมายคน้ ของศาล
และขอทาการตรวจคน้ จากน้ันใหจ้ าเลยพานาตรวจคน้ สกั คร่เู จา้ พนักงานก็สามารถตรวจพบเมทแอมเฟตามีนฯ ของกลาง

ซุกซ่อนอยู่ขา้ งฝาโรงครวั ท่ีเกิดเหตุ พรอ้ มไดอ้ า้ งส่งภาพวงจรปิ ดที่ปรากฏภาพเจา้ พนักงานตารวจ 2 นายเดินไปทิศทาง

โรงครวั กอ่ นทาการตรวจคน้ เป็ นพยานต่อศาล ศาลรบั ไวเ้ ป็ นพยานหมาย ล... หลงั จากจาเลยใหก้ ารเป็ นพยานเสร็จส้ ินแลว้
ขา้ พเจา้ จึงไดล้ ุกข้ นึ ถามคา้ นจาเลยในประเด็นน้ ีว่า “หลงั จากพยาน (จาเลย) ถูกจบั กุมและถูกฟ้ องเป็ นคดีน้ ี พยานก็ไดว้ ่าจา้ ง

ทนายคนน้ ี (ในหอ้ งพจิ ารณา ช่วยแกต้ ่างคดีใหน้ ับแต่โจทกฟ์ ้ องมาตลอดจนถึงขณะน้ ี ใช่ม้ยั ” จาเลยตอบว่า “ใช่” ขา้ พเจา้ ได้
คา้ นต่อไปวา่ ” รวมถึงไดส้ ่งภาพวงจรปิ ดน้ ีตลอดจนเล่าขอ้ เท็จจริงต่าง ๆ ที่จาเลยเบิกความมาท้งั หมดน้ ีใหก้ บั ทนายของจาเลย
มาแต่ตน้ แลว้ ใช่ม้ยั ” จาเลยตอบว่า “ใช่” ศาลจึงเรียกขา้ พเจา้ ไปท่ีหน้าบลั ลังก์ แลว้ ถามขา้ พเจา้ ว่า ที่ถามประโยคหลังน้ ี

มีวัตถุประสงค์อะไร ขา้ พเจา้ จึงตอบเรียนไปว่า ขอ้ เท็จจริงและภาพถ่ายวงจรปิ ดดังกล่าวน้ ีจาเลยไดม้ อบใหท้ นายจาเลย

มาแต่ตน้ จาเลยและทนายจาเลยมีภาพถ่ายอยใู่ นมือแลว้ ในขณะท่ีโจทกน์ าพยานของโจทกป์ ากเจา้ พนักงานจบั กุมและตรวจ
ยดึ ของกลางมาเบิกความต่อศาลในเวลาก่อนหน้าน้ ี แต่จาเลยและทนายจาเลยกลบั มิไดน้ าภาพถ่ายดงั กล่าวมาซกั ถามให้
พยานโจทก์ไดอ้ ธิบายถึงความเป็ นมา ความมีอยู่จริงถูกต้องหรือไม่ของภาพถ่ายดังกล่าว เป็ นประเด็นไวใ้ นขณะน้ัน

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89(2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15

และขา้ พเจา้ ก็ไดค้ ดั คา้ นการรบั ฟังพยานภาพถ่ายวงจรปิ ดดงั กล่าวของจาเลยท่ีอา้ งส่งเป็ นพยานต่อศาล ศาลจึงไดพ้ ยักหน้า
รบั รู้ หลงั จากค่คู วามไดน้ าพยานเขา้ สืบจนเสร็จส้ ิน ศาลนัดฟังคาพิพากษา ผลของคาพิพากษา ศาลไดม้ ีคาพิพากษาลงโทษ

จาเลยท้งั จาคุกและปรบั (แต่ขา้ พเจา้ จาไม่ไดว้ ่าจาคุกก่ีปี และปรบั เป็ นเงินเท่าใด เพราะขา้ พเจา้ ไดย้ า้ ยออกจากที่ทาการเดิมแลว้ )

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

สาระสาคญั คือรูปคดีขณะเกิดเหตุ ไม่มีประจักษ์พยานและไม่มีพยานเช่ือมโยง (ล่อซ้ ือ) ใหเ้ ห็นว่าเมทแอมเฟตามีนฯ
ของกลางเป็ นของจาเลยและไม่สามารถตรวจยดึ ของกลางไดจ้ ากที่ตวั จาเลยหรือพบจาเลยในทนั ทีทนั ใดหลงั จากกระทาผิดมา
แต่ขอ้ เท็จจริงปรากฏในสานวนการสอบสวนว่าของกลางสามารถตรวจยึดไดภ้ ายในบริเวณเคหสถานท่ี มีร้ัวรอบขอบชิด
ของจาเลยและก่อนเกิดเหตุจาเลยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเป็ นผู้จาหน่าย แม้จาเลยจะใหก้ ารปฏิเสธ
แต่คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้ อง จึงไดส้ งั่ ฟ้ องไป ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่โจทกม์ ีหน้าท่ีนาสืบพิสูจน์ความผิดของจาเลยให้
สมฟ้ องโดยปราศจากขอ้ สงสยั อนั สมควรแก่พฤติการณแ์ ก่ศาล

แกน่ ความรใู้ นการว่าความ กอ่ นวา่ ความนาพยานเขา้ สืบ จึงตอ้ งเตรียมคดีใหพ้ รอ้ ม เม่ือสืบพยานคดีน้ ี ใหส้ ืบพยาน
ใหศ้ าลเห็นพฤติการณข์ องจาเลยท่ีเขา้ ไปเกี่ยวขอ้ งกบั ยาเสพติดท้งั ก่อนและขณะเกิดเหตุ ตลอดจนถึงสภาพและสิ่งแวดลอ้ ม
ของสถานท่ีเกิดเหตุ ตาแหน่งท่ีพบของกลางอยู่ในสภาพลักษณะใด บา้ นเคหสถานที่เกิดเหตุมีร้ัวรอบขอบชิดและเป็ นท่ี
รโหฐานที่อยอู่ าศยั ของจาเลยเท่าน้ันมไิ ดเ้ ปิ ดเป็ นรา้ นคา้ ไม่มีบุคคลอ่ืนเขา้ เกี่ยวขอ้ งเพื่อพิสูจน์ใหเ้ ห็นว่า ที่เกิดเหตุท่ีพบเมทแอมเฟ
ตามีนฯ ของกลางมีเพียงจาเลยอยลู่ าพงั เท่าน้ันเป็ นผคู้ รอบครอง และสืบถึงพยานโจทกไ์ มม่ ีสาเหตุโกธรเคอื งกบั จาเลยมาก่อน
ไม่มีเหตุปรกั ปราและอื่นๆท่ีเป็ นประโยชน์ต่อรูปคดี พอถึงคราวจาเลยนาพยานเขา้ สืบ พนักงานอยั การโจทกค์ วรอยซู่ กั คา้ น
พยานจาเลยทุกปากจนจบ โดยเฉพาะพยานปากจาเลยในฐานะเป็ นเจา้ ของผคู้ รอบครองเคหสถานท่ีเกิดเหตุ ใหไ้ ดค้ วามว่า
ตาแหน่งท่ีพบของกลางจาเลยรูห้ รือควรรูแ้ ละเขา้ ถึงไดโ้ ดยลาพงั นอกจากน้ ีเม่ือจาเลยนาพยานเขา้ สืบถึงขอ้ เท็จจริงหรือ
พยานหลกั ฐานท่ีเป็ นสาระสาคญั แห่งคดีในภายหลงั โดยไม่ไดน้ าขอ้ เท็จจริงหรือพยานหลกั ฐานน้ันมาซกั ถามหรือใหโ้ อกาส
พยานโจทกไ์ ดด้ ูหรือไดอ้ ธิบายถึงความเป็ นมาถึงความมีอย่จู ริงถูกต้องหรือไม่เสียก่อนในขณะท่ีโจทกน์ าพยานท่ีเก่ียวขอ้ ง
ดังกล่าวเขา้ เบิกความ พนักงานอยั การโจทกช์ อบที่จะคดั คา้ นในประเด็นดังกล่าวเพ่ือมิใหศ้ าลรับฟังพยานดังกล่าวตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความแพง่ มาตรา 89 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 15 ทนั ที

ซ่ึงหากไม่ทาการคดั คา้ น ศาลอาจหลงลืมขอ้ หา้ มรบั ฟังพยานดงั กล่าวตามท่ีกฎหมายกาหนด แลว้ หยิบยกพยาน
ดงั กล่าวข้ นึ เป็ นเหตุสงสยั สมควรแกพ่ ฤติการณ์ (เนื่องจากจาเลยพยายามนาสืบภาพถ่ายวงจรปิ ดใหศ้ าลเห็นวา่ เมทแอมเฟตา
มีนฯของกลางท่ีตรวจยึดได้ เจา้ พนักงานอาจเป็ นผูน้ ามาซุกซ่อนไวก้ ่อนเกิดเหตุเอง) แมจ้ าเลยจะเป็ นผูน้ าตรวจคน้ ก็ตาม
เม่ือศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัยดังกล่าวน้ ีใหแ้ ก่จาเลย แลว้ ยกฟ้ องโจทกเ์ สีย จะทาใหร้ ัฐเสียหายได้ แต่ท้ังน้ ีตอ้ งให้
ความเป็ นธรรมทุกฝ่าย

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89(2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 15

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอ่ื วนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายสุกฤษ เดชะทตั ตานนท์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีศาลแขวงอบุ ลราชธานี

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 284/2565

ประจำวนั ที่ 28 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ขอ้ หำ ฝ่ ำฝื นคำสงั ่ ของพนกั งำนเจำ้ หนำ้ ที่ซึ่งไดส้ งั ่ ใหป้ ฏิบตั ติ ำมพระรำชบญั ญตั อิ ทุ ยำนแหง่ ชำติ พ.ศ. 2562
มำตรำ 20 ตำมพระรำชบญั ญตั ิอทุ ยำนแห่งชำติ พ.ศ. 2562 มำตรำ 20, มำตรำ 47

ปั ญหาผลกระทบจากการทาลายส่ิงแวดลอ้ มตามธรรมชาติทุกวันน้ ี ปั ญหาใหญ่เร่ืองหน่ึงของมวลมนุษยชาติ
นานาประเทศ รวมถึงประเทศไทย คือ ปัญหาผลกระทบจากการทาลายสิ่งแวดลอ้ มตามธรรมชาติ เช่น น้าในแม่น้าลาคลอง
ท่ีเน่าเสีย น้าขนุ่ ขน้ ดว้ ยโคลนตมและขยะมากมาย ดินท่ีใชป้ ลูกพืชน้ันเสียเพาะปลกู พืชก็ไม่เจริญเติบโต และปัญหาเกี่ยวกบั
หมอกควนั อนั เกิดข้ ึนจากฝุ่น PM2.5 เป็ นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยที่เกิดข้ ึนแทบจะทวั่ ทุกพ้ ืนที่ของประเทศ โดยเฉพาะ
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมท้งั พ้ นื ที่ทางภาคเหนือหลายจงั หวดั ของประเทศไทยอนั ไดแ้ ก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลาปาง
เป็ นตน้ ไดท้ วคี วามรุนแรงเพิม่ ข้ นึ ในทุกๆปี เมอื่ ฤดกู าลยา่ งเขา้ ส่หู น้าหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม ถึง เดือนมกราคมของทุกปี
และปริมาณฝุ่น ความรุนแรง ก็มาจากปัญหาไฟป่ าในพ้ ืนที่ป่ าไม่ว่าจะอย่ใู นเขตป่ าสงวนแห่งชาติ หรือเขตอุทยานแห่งชาติ
จึงเป็ นเหตุให้ อุทยานแห่งชาติ จะมีการออกประกาศประจาปี เร่ือง หา้ มเขา้ ไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ระหว่างช่วงเดือน
กุมภาพนั ธ์ ถึงเดือนเมษายน ของทุกปี เพื่อป้ องกนั ไฟป่ าและควบคุมหมอกควนั เน่ืองจากหากมีบุคคลเขา้ ไปในพ้ ืนที่ป่ าเขต
อุทยานแห่งชาติ จะทาใหเ้ ส่ียงต่อการเกิดไฟป่ าได้ ท้ังน้ ีหากผู้ใดฝ่ าฝื นจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง แสนบาท
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 47 ซึ่งความผิดตามมาตราดังกล่าว ฐาน ฝ่ าฝื นคาสัง่ ของ
พนักงานเจา้ หน้าที่ ซ่ึงไดส้ งั่ ใหป้ ฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 ซ่ึงบญั ญตั ิว่า “บุคคลซึ่ง
เขา้ ไปในอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคาสัง่ ของพนักงานเจา้ หน้าที่ซึ่งไดส้ ัง่ ใหป้ ฏิบัติตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนด”
ผูใ้ ดฝ่ าฝืนจะมีความผิดตาม มาตรา 47 ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงแสนบาท คาสงั่ ท่ีจะถือว่าเป็ นคาสงั่ ของพนักงาน
เจา้ หน้าที่ตามมาตรา 20 จึงตอ้ งเป็ นคาสัง่ ซึ่งไดส้ ัง่ ใหป้ ฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกาหนด แต่จากการที่พนักงานอยั การ
มคี าสงั่ ใหท้ าการสอบสวนเพม่ิ เติมประเด็นดงั กล่าว ปรากฏว่า ประกาศอุทยานแห่งชาติ เรื่อง หา้ มเขา้ ไปในอุทยานแห่งชาติ
เป็ นการออกตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการปฏิบัติการของพนักงานเจา้ หน้าที่
ในเขตอทุ ยานแห่งชาติ พ.ศ. 2549 ขอ้ 4 (1)(4) (11) ซ่ึงระเบียบดงั กล่าวออกโดยอาศยั อานาจตามความในมาตรา 19
แห่งพระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และ ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สตั วป์ ่ า และพนั ธุพ์ ืชว่าดว้ ยการเขา้ ไป
ในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ซ่ึงออกโดยอาศัยอานาจตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ
พ.ศ. 2504 ฉะน้ัน ประกาศอุทยานแห่งชาติ เร่ือง ห้ามเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ จึงมิใช่ประกาศหรือคาสัง่ ของ
พนักงานเจา้ หน้าท่ีตามพระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 แต่อย่างใด จึงเป็ นเหตุใหม้ ิใช่การเขา้ ไป
โดยฝ่ าฝืนคาสงั่ ของพนักงานเจา้ หน้าท่ีซึ่งไดส้ ัง่ ใหป้ ฏิบตั ิตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนดตามมาตรา 20 อนั จะเป็ นความผิด
ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ตามขอ้ กล่าวหา ท้ังน้ ี ต่อมาไดม้ ีการออกระเบียบ
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่ า และพนั ธุพ์ ืช ว่าดว้ ยการเขา้ ไปในอทุ ยานแหง่ ชาติ พ.ศ. 2563 ซง่ึ เป็ นการออกระเบียบโดยอาศยั

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

อานาจตามพระราชบญั ญตั ิอทุ ยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 แต่ระเบียบดงั กล่าวในขอ้ 3. บุคคลซึ่งเขา้ ไปในอุทยาน
แห่งชาติตอ้ งปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ ของพนักงานเจา้ หน้าท่ีไดส้ งั่ ใหป้ ฏบิ ตั ิตามระเบียบน้ ี โดยยงั ไม่ปรากฏว่ามรี ะเบียบขอ้ ใดหา้ มมใิ ห้
บุคคลเขา้ ไปในพ้ ืนท่ีอุทยานแห่งชาติ ดังน้ัน การที่มีบุคคลใดเขา้ ไปในพ้ ืนท่ีอุทยานแห่งชาติในช่วงเวลาตามประกาศของ
อุทยานแห่งชาติ จึงไม่เป็ นความผิดฐาน ฝ่ าฝืนคาสงั่ ของพนักงานเจา้ หน้าท่ี ซ่ึงไดส้ งั่ ใหป้ ฏิบตั ิตามพระราชบัญญตั ิอุทยาน
แหง่ ชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20

การแกไ้ ขปัญหาไฟป่ าในพ้ ืนท่ีป่ าเขตอุทยานแห่งชาติ โดยใชม้ าตรการทางกฎหมาย โดยการออกประกาศประจาปี
หา้ มบุคคลเขา้ ไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ระหว่างช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน ของทุกปี เพื่อป้ องกันไฟป่ า
และควบคุมหมอกควนั เน่ืองจากหากมีบุคคลเขา้ ไปในพ้ ืนที่ป่ าเขตอุทยานแห่งชาติ จะทาใหเ้ สี่ยงต่อการเกิดไฟป่ าได้
ท้ังน้ ี หากผู้ใดฝ่ าฝืนจะถูกดาเนินคดี ฐาน ฝ่ าฝืนคาสัง่ ของพนักงานเจา้ หน้าที่ ซึ่งได้สัง่ ใหป้ ฏิบัติตามพระราชบัญญัติ
อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 จะตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ตามมาตรา 47 จึงไม่อาจใชบ้ ังคบั ได้
หากมีการดาเนินคดีตามขอ้ กล่าวหาดังกล่าว พนักงานอัยการจะมีคาสัง่ ไม่ฟ้ อง ท้ังน้ ี การแกป้ ั ญหาดังกล่าวจึงยังเป็ น
ในลกั ษณะของการขอความร่วมมือ ปลุกจิตสานึกของคน ไม่ว่าจะเป็ นคนในพ้ ืนท่ีหรือนักท่องเท่ียวใหม้ ีความระมดั ระวัง
รกั และหวงแหนป่ า ทรพั ยากรธรรมชาติท่ีทรงคุณค่าของพวกเราทุกคน

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
มาตรา 20, มาตรา 47

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายธรรมเรศวร์ ลิ่มกุลพงษ์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั ลาปาง

นำงสำวณฤดี เกียรติคงยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 285/2565

ประจำวนั ที่ 29 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

รถจกั รยำนไฟฟ้ ำกบั กฎหมำยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
มีอุบัติเหตุเกิดข้ ึนบนถนนสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องน้ ีไดม้ ีพนักงานสอบสวนไดม้ าขอคาปรึกษา
กรณีมีอุบตั ิเหตุระหว่างรถยนต์กับรถจักรยานไฟฟ้ า ว่าในส่วนของรถจักรยานไฟฟ้ าเก่ียวกบั ผูข้ บั ขี่จะตอ้ ง
ปฏิบตั ิตามกฎหมายใดในการขบั ขบี่ นถนนสาธารณะหรือไม่
ประเด็นแรก รถจกั รยานไฟฟ้ า ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกาหนดกาลงั ของมอเตอรไ์ ฟฟ้ า
ที่ใชข้ ับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าดว้ ยรถยนต์ พ.ศ. 2563 ลงวันท่ี 23 ธันวาคม 2563 ขอ้ 6 ระบุว่า
รถจกั รยานยนตท์ ่ีขบั เคลื่อนดว้ ยมอเตอรไ์ ฟฟ้ า ที่สามารถนามาจดทะเบียนเป็ นรถจกั รยานยนตไ์ ด้ ตอ้ งมีกาลงั
ไม่น้อยกว่า 250 วตั ต์ แต่ไม่เกิน 4 กิโลวตั ต์ และสามารถใชข้ บั เคล่ือนรถที่ใชค้ วามเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า
45 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง ดังน้ันจึงแจ้งใหพ้ นักงานสอบสวนไปตรวจสอบกาลังของมอเตอร์ไฟฟ้ าและ
ความเร็วสูงสุดของรถจักรยานไฟฟ้ าคันดังกล่าวใหย้ ุติก่อนว่าอยู่ในเง่ือนไขดังกล่าวหรือไม่ หากเป็ นไป
ตามประกาศดงั กล่าว รถจกั รยานไฟฟ้ า จะตอ้ งจดทะเบียนและเสียภาษีประจาปี หากผูข้ บั ข่ีไมจ่ ดทะเบียนและ
ไม่เสียภาษีก็จะมีความผิด ตามพระราชบญั ญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6(1), (3), 59, 60 หรือ
ถา้ ตรวจสอบแลว้ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมีการจดทะเบียนและเสียภาษีตามกฎหมายแลว้ แต่ไม่ติด
หรือแสดงแผ่นป้ ายทะเบียน ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 60 และ
ตามพระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 7, 152
ประเด็นที่สอง ตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ใหค้ านิยามคาว่า “รถ”
หมายความว่า รถยนต์ รถจกั รยานยนตฯ์ และคาว่า “รถจกั รยานยนต์” หมายความวา่ รถท่ีเดินดว้ ยกาลงั
เคร่ืองยนตห์ รือกาลงั ไฟฟ้ า และมีลอ้ ไมเ่ กินสองลอ้ ถา้ มีพ่วงขา้ งมีลอ้ เพ่ิมอีกไม่เกินหน่ึงลอ้ และใหห้ มายความ
รวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์ดว้ ย ดังน้ันเมื่อรถจักรยานไฟฟ้ าเคลื่อนท่ีโดยการใชพ้ ลังไฟฟ้ าไม่ไดใ้ ช้
กาลังจากคนอย่างเดี ยว คาว่ารถจักรยานยนต์ จึงหมายความรวมถึ งรถจักรยานไฟฟ้ าด้วย
เม่ือถือว่ารถจักรยานไฟฟ้ าเป็ นรถจักรยานยนต์ แล้วผู้ขับข่ีต้องได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์
ตามพระราชบญั ญตั ิรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42, 43 ดว้ ย หากผูข้ บั ข่ีไม่มีใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขบั ขี่
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลส้ ินอายุหรือมีแต่ไม่แสดงใบอนุญาต ผูข้ บั ข่ีก็จะมีความผิด ตามพระราชบญั ญัติ
รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64, 65, 66 แลว้ แต่กรณี และหากเป็ นกรณีเมาขบั แลว้ เกิดอุบตั ิเหตุ หรือขบั ข่ี
รถเสพยาเสพติดใหโ้ ทษ จะตอ้ งมีคาขอเพิกถอนหรือพกั ใชเ้ ก่ียวกับใบอนุญาตขับรถตามพระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(2), 43 ทวิ, 157/1 , 160 ตรี ดว้ ย

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ประเด็นท่ีสาม เม่ือถือว่ารถจกั รยานไฟฟ้ า เป็ นรถจกั รยานยนต์ดงั กล่าวในประเด็นแรกและประเด็น
ที่สองแล้ว เมื่อขับขี่ออกถนนสาธารณะจะต้องสวมหมวกนิรภัย ตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก
พ.ศ. 2522 มาตรา 122 หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 148

ประเด็นที่สี่ เมือ่ รถจกั รยานยนตไ์ ฟฟ้ าท่ีมีกาลงั และความเร็วเขา้ เงื่อนไขดงั กล่าวไวป้ ระเด็นแรก และถือ
เป็ นรถจกั รยานยนต์ ดงั กล่าวในประเด็นแรกและประเด็นท่ีสองแลว้ การใช่ขบั ข่ีในถนนสาธารณะจะตอ้ งจดั ทา
ประกันความเสียหายสาหรบั ผู้ประสบภัย ตามพระราชบัญญัติคุม้ ครองผูป้ ระสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
มาตรา 7 หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม มาตรา 35

เมื่อมีสานวนการสอบสวนเกี่ยวกับคดีขับรถประมาท หรือขับขี่รถเสพยาเสพติดใหโ้ ทษ หรือ
เมาขบั ท่ีมีผูข้ บั ขี่รถจักรยานไฟฟ้ า เขา้ มาเกี่ยวขอ้ งนอกจากจะพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญาแลว้
จะตอ้ งแจง้ พนักงานสอบสวนตรวจสอบขอ้ เท็จจริงท้งั สี่ประเด็นดงั กล่าวขา้ งตน้ ว่าเขา้ เงื่อนไขดงั กล่าวไวห้ รือไม่
เพ่ือจะไดพ้ ิจารณาสงั่ คดีไดค้ รบถว้ นต่อไป

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6, 11, 42, 43
- พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 7, 43(2), 43 ทวิ
- พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองผูป้ ระสบภยั จากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 7, 122
- ประกาศกรมการขนส่งทางบก เร่ืองกาหนดกาลงั ของมอเตอรไ์ ฟฟ้ า ท่ีใชข้ บั เคล่ือนรถตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยรถยนต์ พ.ศ. 2563 ลงวนั ท่ี 23 ธนั วาคม 2563 ขอ้ 6

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายวุฒชิ ยั วุฒิศาสตรก์ ุล ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั อดุ รธานี

ประกาศกรมการขนส่งทางบก นำงสมสุข มีวุฒสิ ม
เรื่อง การกาหนดกาลงั มอเตอรไ์ ฟฟ้ าท่ีใชข้ บั เคล่ือนรถ อยั กำรอำวุโส

ตามกฎหมายว่าดว้ ยรถยนต์ พ.ศ. 2563 สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 286/2565

ประจำวนั ที่ 29 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรกลบั ควำมเหน็ และคำสงั ่ เดิม

กรณีกลับความเห็นและคาสัง่ ท่ีจะต้องปฏิบัติตามขอ้ 10 แห่งระเบียบสานักงานอัยการสูงสุด

วา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ.2563 อนั จะอยู่ในอานาจพิจารณาของอธิบดีอยั การ น้ัน

จะตอ้ งเป็ นความเห็นและคาสงั่ เกี่ยวกบั เน้ ือหาแหง่ คดีโดยตรง เช่น คาสงั่ ฟ้ อง คาสงั่ ใหศ้ าลมีคาสงั่ ใหร้ ิบทรพั ย์

ตามบญั ชีของกลาง หรือคาสงั่ เก่ียวกบั คาขอทา้ ยฟ้ องอ่ืน ๆ ตามท่ีกฎหมายกาหนดไว้ แต่กรณีมีคาสงั่ ฟ้ อง

ไวแ้ ลว้ ต่อมามีคาสัง่ ยุติการดาเนินคดีดว้ ยเหตุใดก็ตาม หาใช่เป็ นกรณีการกลบั ความเห็น และคาสัง่ เดิม

ท่ีจะตอ้ งดาเนินการตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ

พ.ศ. 2563 ข้อ 10 แต่อย่างใดไม่ แต่เป็ นกรณีออกคาสั่งยุติการดาเนิ นคดี ผู้มีอานาจสั่ง คือ

หัวหน้าพนักงานอยั การ โดยจะตอ้ งเสนอสานวนดังกล่าว ใหผ้ ูบ้ งั คับบัญชาถัดข้ ึนไปหน่ึงช้ันทราบโดยเร็ว

(ท้ังน้ ี ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563

ขอ้ 48) ซ่ึงตามหนังสือสานักงานอัยการสูงสุด ท่ี อส 0007(พก)/ว 305 ลงวนั ท่ี 17 สิงหาคม 2558

ไดก้ าหนดว่าผูบ้ งั คบั บญั ชาถดั ข้ ึนไปหนึ่งช้นั จากอยั การจงั หวดั ไดแ้ ก่ รองอธิบดีอยั การภาคหรืออธิบดีอยั การ

ภาคแลว้ แต่กรณี

ขอ้ กฎหมาย

- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 10

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พื่อเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายพลภทั ร สีแดง ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั ฮอด

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th


Click to View FlipBook Version