The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kmcenter.ago1, 2022-12-29 03:12:30

KM 3P ประจำปี พ.ศ. 2565

เรื่องที่ 1-286/2565

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 238/2565

ประจำวนั ที่ 23 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ข้นั ตอนกำรปฏิบตั งิ ำนกรณีรบั สำนวนคดคี วำมผิดฐำนคำ้ มนุษย์

เน่ืองจากคดีความผิดฐานค้ามนุษย์เป็ นคดีสาคัญที่รัฐมีนโยบายและปราบปรามเป็ นกรณีพิเศษ

ประกอบกบั คดีความผิดฐานคา้ มนุษยม์ ีกฎหมาย ระเบียบ คาสงั่ และหนังสือเวียนท่ีเก่ียวขอ้ งกับการปฏิบตั ิงาน

มากมาย

ดงั น้ัน เห็นควรใหม้ อี งคค์ วามรทู้ ่ีไดจ้ ากการปฏิบตั ิงาน และเป็ นประโยชน์ต่อการปฏิบตั ิงาน บนั ทึกไวแ้ ละ

เผยแพร่เพ่ือใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยนเรียนรูข้ องบุคลากร ตลอดจนเก็บรักษาและต่อยอดองคค์ วามรูใ้ หเ้ พิ่มพูนข้ ึน

อยา่ งต่อเนื่องต่อไป (สาหรบั สานักงานอยั การในต่างจงั หวดั ) ดงั น้ ี

1. เม่ือไดร้ บั สานวน ใหห้ ัวหน้าพนักงานอัยการพิจารณาว่าเห็นสมควรใหส้ งั่ จ่ายสานวนใหอ้ งค์คณะ

เป็ นผูพ้ ิจารณาหรือไม่ ตามหนังสือเวียนที่อา้ งใน (1) และ ระเบียบที่อา้ งใน (2) จากน้ันใหส้ ่งสานวนไปสานักงาน

คดีคา้ มนุษยเ์ พ่ือพิจารณาโดยไมต่ อ้ งมคี วามเห็นและคาสงั่ ตามคาสงั่ ท่ีอา้ งใน (3)

2. เมื่อไดร้ ับสานวนคืนจากสานักงานคดีคา้ มนุษยแ์ ลว้ ใหด้ าเนินการตามท่ีสานักงานคดีคา้ มนุษย์

มีความเห็นและคาสงั่ โดยหากมีคาสงั่ ฟ้ อง ให้ พนักงานอยั การเจา้ ของสานวนเป็ นผูร้ ่างคาฟ้ อง โดยจะตอ้ งมีคาขอ

เรื่องค่าสินไหมทดแทนใหแ้ ก่ผูเ้ สียหายดว้ ย โดยพิจารณาจากรายงานการประชุมพิจารณากาหนดค่าสินไหม

ทดแทน อนั เน่ืองมาจากการกระทาความผิดฐานคา้ มนุษยแ์ ละยน่ื ฟ้ องต่อศาลตามลาดบั

3. รายงานคดีอาญาสาคัญไปยังอธิบดีอัยการอัยการภาค ทุกระยะคาสัง่ จนกว่าคดีจะถึง ที่สุด

ตามระเบียบท่ีอา้ งใน (4)

4. เม่อื ศาลมคี าพิพากษาแลว้ ใหร้ ายงานคาพิพากษาแต่ละช้นั ศาลใหส้ านักงานอยั การคดีคา้ มนุษยท์ ราบ

เพ่ือเก็บเป็ นขอ้ มลู ต่อไป ตามคาสงั่ ท่ีอา้ งใน (3)

5. กรณีมีคาสัง่ ไม่ฟ้ อง ไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกา ใหร้ ายงานผลการดาเนินคดีคา้ มนุษย์ใหส้ านักงาน

อยั การสงู สุดทราบตามคาสงั่ ท่ีอา้ งใน (3)

6. กรณีมีคาสงั่ ไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกา ใหร้ ายงานผลการดาเนินคดีคา้ มนุษยใ์ หส้ านักงานคดีคา้ มนุษย์

ทราบโดยด่วนตามแบบรายงานคดีสาคญั ตามคาสงั่ ที่อา้ งใน (3)

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

7. กรณีศาลมีคาพิพากษาใหจ้ าเลยชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนใหแ้ ก่ผู้เสียหาย ใหแ้ จง้ ผลคาพิพากษา
ดังกล่าวใหพ้ ัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์จังหวดั ทราบเพ่ือพิจารณาดาเนินการใหค้ วามช่วยเหลือ
ทางกฎหมายแก่ผู้เสียหาย กรณีที่ต้องมีการบังคับคดี ตามพระราชบัญญัติที่อ้างใน (6) มาตรา 15
โดยประทบั ตรา “ลบั ” และ มเี อกสารปิ ดหนา้ ขอ้ มลู ขา่ วสารลบั

8. กรณีศาลมีคาพิพากษาใหจ้ าเลยชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนใหแ้ ก่ผูเ้ สียหายติดตามการขอออกคาบงั คบั
และขอออกหมายบงั คบั คดี ตามลาดบั และเมื่อไดร้ บั หมายบงั คบั คดีแลว้ ใหจ้ ดั ส่งหมายบงั คบั คดีไปยงั พฒั นาสงั คม
และความมนั่ คงของมนุษยจ์ งั หวดั เพ่ือพิจารณาดาเนินการใหค้ วามชว่ ยเหลือทางกฎหมายแกผ่ เู้ สียหายต่อไป

9. ภายหลังดาเนินการตาม ขอ้ 8 แลว้ ใหด้ าเนินการจัดส่งสาเนาคาพิพากษา, แบบรับรองรายการ
ทางทะเบียนราษฎรของผูเ้ สียหาย และ หนังสือรบั รองคดีถึงที่สุดใหแ้ ก่กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คง
ของมนุษย์ตามท่ีกระทรวงฯมีหนังสือขอความอนุเคราะห์ โดยประทับตรา “ลบั ” และ มีเอกสารปิ ดหน้าขอ้ มูล
ขา่ วสารลบั

ขอ้ กฎหมาย
(1) หนังสือสานักงานอยั การสงู สุดที่ อส (สฝคก) 0003/ว 123 ลงวนั ที่ 17 มนี าคม 2548
(2) ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 30
(3) คาสงั่ สานักงานอยั การสงู สุดท่ี 2361/2559 ลงวนั ที่ 7 ธนั วาคม 2559
(4) ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 141
(5) คาสงั่ สานักงานอยั การสงู สุดที่ 2361/2559 ลงวนั ที่ 7 ธนั วาคม 2559
(6) พระราชบญั ญตั ิวิธีพิจารณาคดีคา้ มนุษย์ พ.ศ. 2559

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางณวภา รุจิกณั หะ ล้ ิมศิริลกั ษณ์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั อตุ รดิตถ์

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 239/2565

ประจำวนั ที่ 24 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรสงั ่ ยตุ กิ ำรดำเนินคดีในคดีควำมผิดตอ่ ส่วนตวั เม่ือไดม้ ีกำรถอนคำรอ้ งทุกข์
จากการปฏิบตั ิงานเคยตรวจสานวนคดีพบว่า มีกรณีสานวนคดี ส. 2 พนักงานอยั การเจา้ ของสานวน
เดิมมีความเห็นควรสงั่ ฟ้ องผูต้ อ้ งหาท่ี 1 และที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันยกั ยอก.ซึ่งเป็ นความผิดอนั ยอม
ความได้และได้สัง่ ให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหาท่ี 1 และท่ี 2 มาฟ้ องต่อศาลภายในกาหนดอายุความ
ตามกฎหมายแลว้ ต่อมาเจา้ พนักงานจบั กุมตวั ผูต้ อ้ งหาท่ี 1 ได้ จึงนาส่งตวั ผูต้ อ้ งหาที่ 1 แก่พนักงานอยั การ
และพนักงานอยั การไดย้ ืน่ ฟ้ องผูต้ อ้ งหาท่ี 1 เป็ นจาเลยต่อศาลแลว้ โดยในช้นั ศาลปรากฏว่าผูเ้ สียหายไดแ้ ถลง
ต่อศาลขอถอนคารอ้ งทุกขผ์ ูต้ อ้ งหาที่ 1 ซ่ึงเป็ นจาเลยในคดีดงั กล่าว รวมถึงผูต้ อ้ งหาท่ี 2 ซ่ึงยงั มิไดย้ ่ืนฟ้ องต่อ
ศาลดว้ ย ศาลจึงไดม้ ีคาสงั่ จาหน่ายคดีออกจากสารบบความ และพนักงานอัยการเจา้ ของสานวนไดเ้ สนอ
ยุติการดาเนินคดีผู้ต้องหาท่ี 1 ซ่ึงเป็ นจาเลยในคดีดังกล่าวไปยังอัยการศาลสูงเพ่ือพิจารณาสัง่ ยุติ
การดาเนินคดีตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดี อาญาของพนักงานอัยการ
พ.ศ. 2563 ขอ้ 49 และอัยการศาลสูงมีคาสงั่ ยุติการดาเนินคดีผูต้ อ้ งหาท่ี 1 ซ่ึงเป็ นจาเลยในคดีดังกล่าว
ตามเสนอแลว้ แต่พนักงานอัยการเจ้าของสานวนมิได้มีความเห็นหรือคาสัง่ เก่ียวกับตัวผู้ต้องหาที่ 2
ซึ่งผูเ้ สียหายไดแ้ ถลงต่อศาลขอถอนคารอ้ งทุกขใ์ นสานวนคดี ส. 2 เดิมแต่อย่างใด จนกระทัง่ ต่อมาไดม้ ี
เจา้ พนักงานจบั กุมตัวผูต้ อ้ งหาท่ี 2 ได้ และนาตัวผูต้ อ้ งหาที่ 2 ส่งพนักงานอัยการเพื่อดาเนินคดีตามที่ได้
เคยสงั่ ใหจ้ ดั การใหไ้ ดต้ ัวผูต้ อ้ งหาท่ี 2 มาฟ้ องไวแ้ ลว้ ในสานวนคดี ส. 2 เดิม กรณีดังกล่าวจึงถือว่าเป็ นการ
กระทาท่ีกระทบกระเทือนสิทธิของผู้ต้องหาที่ 2 ซ่ึงผู้เสียหายได้เคยถอนคาร้องทุกข์ต่อศาลไวแ้ ล้ว
โดยเม่ือปรากฏในคดีท่ีย่ืนฟ้ องผูต้ อ้ งหาท่ี1 เป็ นจาเลยต่อศาลว่าผูเ้ สียหายมีความประสงคถ์ อนคารอ้ งทุกข์
ในส่วนของผูต้ อ้ งหาที่ 2 แมพ้ นักงานอยั การจะยงั มิไดย้ ่ืนฟ้ องผูต้ อ้ งหาที่ 2 ต่อศาล แต่การถอนคารอ้ งทุกข์
ในส่วนของผูต้ อ้ งหาท่ี 2 ดังกล่าวถือว่าชอบดว้ ยกฎหมายแลว้ พนักงานอัยการเจา้ ของสานวนจึงมีหน้าท่ี
ท่ีจะตอ้ งดาเนินการมีความเห็นและคาสงั่ ยุติการดาเนินคดีในส่วนของผูต้ อ้ งหาท่ี 2 ในสานวนคดี ส. 2 เดิม
ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ขอ้ 48
รวมถึงแจง้ งดจบั ผูต้ อ้ งหาที่ 2 จึงจะเป็ นการปฏิบตั ิหนา้ ที่ท่ีถูกตอ้ งตามกฎหมายและระเบียบ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เมื่อผู้เสียหายได้ขอถอนคาร้องทุกข์จาเลย รวมถึงผู้ต้องหาอ่ืนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้ องต่อศาล
พนักงานอัยการต้องมีความเห็นและคาสัง่ ยุติการดาเนินคดีในส่วนของผู้ต้องหาท่ียังไม่ได้ตัวมาฟ้ อง
ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ขอ้ 48
ในสานวนคดี ส. 2 เดิม และแจง้ งดจับผูต้ อ้ งหาดังกล่าวดว้ ยเสมอ เพื่อมิใหก้ ระทบต่อสิทธิของผูต้ อ้ งหา
ดงั กลา่ ว

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 และมาตรา 126
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 48

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายพิชชา คงทน ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีศาลแขวงเชียงใหม่

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 240/2565

ประจำวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรคมุ้ ครองสิทธิประชำชนทำงศำล กรณีรอ้ งขอใหศ้ ำลมีคำสงั ่ ตง้ั ผรู้ อ้ งเป็ นผปู้ กครองผูเ้ ยำว์
เพ่อื ยนื่ คำขอรบั เงินสงเครำะหบ์ ุตรจำกสำนกั งำนประกนั สงั คม

จากกรณีศึกษา ผู้เยาว์อายุ 15 ปี เศษ บิดาและมารดาของผู้เยาว์เสียชีวิต ผู้เยาว์มีสิทธิรับเงิน
สงเคราะห์จากสานักงานประกันสังคม ในกรณี ที่บิดาเสียชีวิตเน่ืองจากบิดาได้ทาประกันสังคมไว้
แต่เมื่อสอบขอ้ เท็จจริงแลว้ ปรากฏวา่ บิดาและมารดาของผูเ้ ยาวม์ ิไดจ้ ดทะเบียนสมรสกนั ผูเ้ ยาวจ์ ึงเป็ นบุตร
ท่ีมิชอบดว้ ยกฎหมายของบิดา ทาใหผ้ ู้เยาว์ไม่สามารถรับเงินสงเคราะห์บุตรได้ จากขอ้ เท็จจริงเบ้ ืองตน้
ดังกล่าว หากผู้เยาว์ตอ้ งการรับเงินสงเคราะห์บุตร ผู้เยาว์จะตอ้ งมีผูป้ กครองเพ่ือดาเนินการแทนผู้เยาว์
ซึ่งกรณีน้ ีจะมีขน้ั ตอน 2 ขน้ั ตอน ดงั น้ ี

ขน้ั ตอนที่ 1 ผูเ้ ยาวจ์ ะตอ้ งมีผูป้ กครองโดยชอบดว้ ยกฎหมายเพ่ือทานิติกรรมแทนผูเ้ ยาว์ ซ่ึงบิดาของ
มารดาผู้เยาว์ (ตา) ได้มารอ้ งขอรับความช่วยเหลือจากสานักงานอัยการคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือ
ทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด เพื่อให้ศาลมีคาสั่งแต่งต้ังผู้ร้องเป็ นผู้ปกครองของผู้เยาว์
สอบขอ้ เท็จจริงแลว้ ไดค้ วามว่า ผู้รอ้ งเป็ นบิดาของมารดาผูเ้ ยาว์ (ตา) เล้ ียงดูผู้เยาวม์ าต้ังแต่อายุ 2 ขวบ
ซึ่งขณะน้ันมารดาผูเ้ ยาวถ์ ึงแก่ความตายแลว้ ผูร้ อ้ งไดเ้ ล้ ียงดูและใหก้ ารศึกษาผูเ้ ยาวม์ าโดยตลอด และผูร้ อ้ ง
บรรลุนิติภาวะแลว้ อีกท้งั ไม่เป็ นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซ่ึงศาลสงั่ ใหเ้ ป็ นผูเ้ สมือนไรค้ วามสามารถ หรือ
เป็ นบุคคลลม้ ละลาย กรณีจึงไมต่ อ้ งดว้ ยลกั ษณะตอ้ งหา้ มที่จะเป็ นผูป้ กครองแต่อยา่ งใด

การรอ้ งขอใหศ้ าลมีคาสงั่ ต้งั ผูป้ กครอง เป็ นการดาเนินงานคุม้ ครองสิทธิทางศาล ตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1585 วรรคหน่ึง ถือเป็ นการดาเนินคดีคุม้ ครองสิทธิตามท่ี
กฎหมายบัญญัติให้เป็ นอานาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและ
พนักงานอยั การ พ.ศ. 2553 มาตรา 14(10) ประกอบมาตรา 23(1)(9) และเป็ นการช่วยเหลือประชาชน
โดยไมม่ ีคา่ ตอบแทน กอ่ ใหเ้ กิดสิทธิและหนา้ ท่ีระหวา่ งผูป้ กครองกบั ผูเ้ ยาว์ จนกวา่ ผเู้ ยาวจ์ ะบรรลุนิติภาวะ

ขน้ั ตอนที่ 2 เมือ่ ผูร้ อ้ งไดร้ บั คาสงั่ ศาลแต่งต้งั ใหผ้ ูร้ อ้ งเป็ นผูป้ กครองของผเู้ ยาวแ์ ลว้ ผูร้ อ้ งยงั ไม่สามารถ
ดาเนินการรบั เงินสงเคราะหบ์ ุตรแทนผูเ้ ยาวไ์ ดแ้ ต่อย่างใด ผูร้ อ้ งในฐานะผูป้ กครองโดยชอบดว้ ยกฎหมายของ
ผูเ้ ยาว์ ยงั ตอ้ งดาเนินการย่ืนคารอ้ งขอรบั รองบุตร ต่อศาลเยาวชนและครอบครวั ขอใหศ้ าลมีคาสงั่ ใหผ้ ูเ้ ยาว์
เป็ นบุตรท่ีขอบดว้ ยกฎหมายของนิดาท่ีเสียชีวติ ก่อน และต่อมาเมอ่ื ศาลมคี าสงั่ ใหผ้ ูเ้ ยาวเ์ ป็ นบุตรที่ชอบดว้ ย

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

กฎหมายของบิดาแลว้ ผูร้ อ้ งในฐานะผูป้ กครองของผูเ้ ยาวจ์ ึงจะสามารถดาเนินการรบั เงินสงเคราะหบ์ ุตรแทน
ผูเ้ ยาวไ์ ด้ ซึ่งกรณีน้ ีไมอ่ ยใู่ นอานาจของพนักงานอยั การตามพระราชบญั ญตั ิองคก์ รอยั การและพนักงานอยั การ
พ.ศ. 2553 แต่หากสานักงานอัยการคุม้ ครองสิทธิฯ มีทนายความอาสา และผูร้ อ้ งเป็ นผูย้ ากจน ก็อาจให้
ความช่วยเหลือโดยการแต่งต้งั ทนายความอาสาเป็ นผูย้ น่ื คารอ้ งใหแ้ ก่ผูร้ อ้ งได้

ขอ้ กฎหมาย
1. ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง่
3. พระราชบญั ญตั ิศาลเยาวชนและครอบครวั และวธิ ีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครวั พ.ศ. 2553
4. พระราชบญั ญตั ิองคก์ รอยั การและพนักงานอยั การ พ.ศ. 2553
5. ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีแพง่ ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2560
6. ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
พ.ศ. 2562

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอ่ื วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายวิโรจน์ หล่าสกุล ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานคดียาเสพติด

นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 241/2565

ประจำวนั ท่ี 25 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรจดทะเบยี นสมรสระหว่ำงชำวไทยกบั ชำวตำ่ งชำติในประเทศไทย
งานคุม้ ครองสิทธิประชาชนระหวา่ งประเทศ พบวา่ มีการขอรบั คาปรึกษาในเรื่องการจดทะเบียนสมรสระหวา่ งคนไทยกบั คน
ต่างชาติในประเทศไทยเป็ นจานวนมาก ซ่ึงโดยปกติการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย สามารถดาเนินการได้ โดยนาเอกสารไป
ย่ืนขอจดทะเบียนสมรส ตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี ณ สานักงานเขตใน กทม. หรอื ท่ีวา่ การอาเภอในต่างจงั หวดั ใดก็ไดใ้ นราชอาณาจกั รไทย
โดยนาพยานไปดว้ ยอย่างน้อยหนึ่งคน แต่กรณีคนต่างชาติประสงคจ์ ะไปจดทะเบียนสมรสกบั คนไทยที่อาเภอในประเทศไทย จะตอ้ ง
เตรียมเอกสารหลกั ฐาน ดงั น้ ี 1. หนังสือรบั รองความเป็ นโสดจากหน่วยงานที่มอี านาจของประเทศน้ัน ๆ 2. สาเนาหนังสือเดินทางของ
ชาวต่างชาติ **โดยนาหนังสือรับรองความเป็ นโสดและสาเนาหนังสือเดินทางของชาวต่างชาติ ไปผ่านการรับรองเอกสารระหวา่ ง
ประเทศ และแปลภาษาไทย แลว้ ใหก้ รมการกงสุล กระทรวงการตา่ งประเทศ รบั รองตราประทบั และคาแปลภาษาไทย
กรณีการสมรสในตา่ งประเทศ คสู่ มรสสามารถขอดาเนินการจดทะเบียนสมรสได้ ณ สถานทตู ไทยประจาต่างประเทศทุกแห่ง
เนื่องจาก พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 มาตรา 17 กาหนดใหก้ ารจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย
ในต่างประเทศสามารถกระทาต่อหน้าเจา้ พนักงานทูตหรือกงสุลไทย และยงั กาหนดใหก้ ระทรวงการต่างประเทศเป็ นส่วนราชการ
ซ่ึงทาหนา้ ท่ีจดทะเบียนครอบครวั ใหแ้ กค่ นไทยในต่างประเทศทวั่ โลก
การจดทะเบียนสมรสระหวา่ งชาวไทยกบั ชาวตา่ งชาติในประเทศไทย
- กรณีหญิงไทยท่ีสามตี ายหรอื การสมรสส้ ินสุดลงดว้ ยประการอื่น จะทาการสมรสใหม่ไดก้ ็ต่อเมื่อ ผ่านพน้ ไปแลว้ ไม่น้อยกวา่
310 วนั เวน้ แต่ 1. คลอดบุตรแลว้ ในระหว่างน้ัน 2. สมรสกับคู่สมรสเดิม 3. มีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญา
เป็ นผปู้ ระกอบการรกั ษาโรคในสาขาเวชกรรมไดต้ ามกฎหมายวา่ มไิ ดม้ คี รรภ์ 4. มีคาสงั่ ศาลใหท้ าการสมรสได้
- กรณีชายผูไ้ ม่มีสัญชาติไทยกับหญิงผู้ไม่มีสัญชาติไทย หรือกรณีฝ่ ายใดฝ่ ายหน่ึงไม่มีสัญชาติไทย ใหเ้ ตรียมเอกสาร
ตามวิธีการขา้ งตน้ แลว้ สามารถดาเนินการนาเอกสารไปย่ืนขอจดทะเบียนสมรส ต่อพนักงานเจา้ หน้าที่ ณ สานักงานเขตใน กทม.
หรือที่วา่ การอาเภอในต่างจังหวดั ใดก็ไดใ้ นราชอาณาจกั รไทย โดยนาพยานไปดว้ ยอย่างน้อยสองคน ท้งั น้ ี หลังจากย่ืนเอกสารแลว้
เจา้ หนา้ ท่ีอาจนัดหมายใหม้ าจดทะเบียนสมรสในภายหลงั (โดยประมาณ 1-2 เดือน)
ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1453 และมาตรา 1459
ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565
ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวอษุ ณีย์ ไพรสนต์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแกป่ ระชาชน

นำงสมสุข มีวุฒสิ ม
อยั กำรอำวุโส

สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 242/2565

ประจำวนั ที่ 25 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรแจง้ สิทธิเรียกคำ่ สินไหมทดแทนแก่ผเู้ สยี หำย ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 44/1

ในคดีท่ีพนักงานอยั การเป็ นโจทก์ ถา้ ผูเ้ สียหายมีสิทธิท่ีจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุไดร้ บั อนั ตรายแก่ชีวิต

ร่างกาย จิตใจ หรือไดร้ บั ความเส่ือมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือไดร้ บั ความเสียหายในทางทรพั ยส์ ิน อนั เน่ืองมาจาก

การกระทาความผิดอาญาของจาเลย ผูเ้ สียหายมีสิทธิสามารถจะย่ืนคารอ้ งต่อศาลท่ีพิจารณาคดีอาญาขอใหบ้ ังคบั จาเลยชดใช้

ค่าสินไหมทดแทนแก่ผูเ้ สียหายได้ โดยผูเ้ สียหายตอ้ งยื่นคารอ้ งก่อนเริ่มสืบพยาน หรือในกรณีท่ีไม่มีการสืบพยานใหย้ ่ืนคารอ้ ง

ก่อนศาลวินิจฉยั ช้ ีขาด แต่เน่ืองจากในวนั ท่ีพนักงานอยั การย่ืนฟ้ องผตู้ อ้ งหาเป็ นจาเลยต่อศาล หากจาเลยใหก้ ารรบั สารภาพ และ

ศาลไดม้ ีคาพิพากษาในวนั ที่ย่ืนฟ้ อง เป็ นเหตุทาใหผ้ ูเ้ สียหายไม่สามารถใชส้ ิทธิในการยื่นคารอ้ งเรียกค่าสินไหมทดแทนเขา้ ไป

ในคดีอาญาไดท้ นั ดงั น้ัน เมื่อพนักงานอยั การมีคาสงั่ ฟ้ องผตู้ อ้ งหาในคดีอาญาท่ีผเู้ สียหายมีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนแลว้

ก่อนวนั ย่ืนฟ้ องผตู้ อ้ งหาเป็ นจาเลยต่อศาล พนักงานอยั การควรจะตอ้ งแจง้ ใหผ้ ูเ้ สียหายทราบถึงสิทธิท่ีจะเรียกค่าสินไหมทดแทน

โดยเร็ว พรอ้ มท้งั แจง้ กาหนดวนั ท่ีจะยน่ื ฟ้ องผตู้ อ้ งหาต่อศาล และใหส้ อบถามดว้ ยว่า ผเู้ สียหายมีความประสงคจ์ ะย่ืนคารอ้ งเรียกเอา

ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวดว้ ยหรือไม่ เพื่อใหผ้ ูเ้ สียหายสามารถใชส้ ิทธิย่ืนคารอ้ งสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน ตามประมวล

กฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 44/1 ไดท้ นั กอ่ นศาลมคี าพิพากษา

การแจง้ สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนแก่ผเู้ สียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เพ่ือมิให้

เกดิ ความเสียหายแกผ่ เู้ สียหาย เมอื่ พนักงานอยั การมคี าสงั่ ฟ้ องผตู้ อ้ งหาแลว้ ควรจะตอ้ งแจง้ สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน พรอ้ มท้งั

แจง้ กาหนดวนั ท่ีจะย่นื ฟ้ องผูต้ อ้ งหาต่อศาล ใหผ้ ูเ้ สียหายไดร้ บั ทราบโดยเร็ว ก่อนวนั ยื่นฟ้ องผูต้ อ้ งหาต่อศาล มิใช่แจง้ สิทธิเรียก

คา่ สินไหมทดแทนแก่ผเู้ สียหาย เมอ่ื พนักงานอยั การไดย้ น่ื ฟ้ องผตู้ อ้ งหาเป็ นจาเลยต่อศาลแลว้

ขอ้ กฎหมาย

- ประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 44/1

- หนังสือสานักอยั การสงู สุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 54 ลงวนั ที่ 22 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2554

- หนังสือสานักอยั การสงู สุด ท่ี อส 0007(ปผ)/ว 25 ลงวนั ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

- หนังสือสานักอยั การสงู สุด ที่ อส 0007(ปผ)/ว 339 ลงวนั ท่ี 20 กนั ยายน พ.ศ. 2562

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวภทั รภรณ์ จีรเธียรนาถ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั แพร่

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 243/2565

ประจำวนั ท่ี 28 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ขอ้ ขดั ขอ้ งในกำรบริกำรจดั ทำคำรอ้ งตำมประมวลกฎหมำยวิธีพจิ ำรณำควำมอำญำ มำตรำ 44/1
เม่ือเขา้ รบั ราชการในสานักงานอยั การสงู สุด ไดป้ ฏิบตั ิราชการท้งั สานักงานอยั การคุม้ ครองสิทธิและ

ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนฯ และสานักงานอยั การจงั หวดั ต่าง ๆ พบวา่ ในคดีท่ีพนักงานอยั การเป็ น
โจทก์ กรณีผูเ้ สียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุไดร้ บั อนั ตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ
ห รื อ ไ ด้รับ ค ว า ม เ สื่ อ ม เ สี ย ต่ อ เ ส รี ภ า พ ใ น ร่ า ง ก า ย ช่ื อ เ สี ย ง ห รื อ ไ ด้รับ ค ว า ม เ สี ย ห า ย ใ น ท า ง ท รัพ ย์สิ น
อนั เน่ืองมาจากการกระทาความผิดของจาเลย และผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ ง ไดข้ อความช่วยเหลือจากสานักงาน
อัยการคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนฯ ในการจัดทาคารอ้ งใหผ้ ู้เสียหาย/ผู้รอ้ ง
ปรากฏว่า คาร้องท่ีจัดทาข้ ึนเพ่ือบริการประชาชนน้ัน สานักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ
ทางกฎหมายแก่ประชาชนฯ มีขอ้ จากดั ในเร่ืองระยะเวลาในการจดั ทา และผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ ง ที่ไม่ไดเ้ ตรียม
พยานหลกั ฐานและเอกสารประกอบในการย่ืนคารอ้ งจึงทาใหค้ ารอ้ งระบุไดเ้ พียงการเรียกรอ้ งค่าเสียหายเพียง
เท่าที่สอบขอ้ เท็จจริงได้ และอาจไม่ครบถว้ นตามความตอ้ งการของผูเ้ สียหาย ซึ่งเป็ นปัญหาในการสืบพยานของ
ผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ งช้นั พิจารณา ซึ่งหากผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ ง ไมม่ ีทนายความและตอ้ งดาเนินการกระบวนพิจารณา
เอง เมื่อตอ้ งแกไ้ ขคารอ้ งและตอ้ งสืบพยานผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ ง ซ่ึงเป็ นประชาชนและไม่มีความรูท้ างกฎหมาย
และไม่อาจดาเนินการไดเ้ อง เม่ือศาลมีคาสัง่ ใหผ้ ู้เสียหาย/ผู้รอ้ งแกไ้ ขคารอ้ งให้ชัดเจน หรือสืบพยาน
สภาพปั ญหาดังกล่าว เมื่อพนักงานอัยการโจทก์ในคดีอาญาพบความบกพร่องดังกล่าว จึงไดร้ ับการรอ้ ง
ขอใหแ้ นะนาและชว่ ยเหลือผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ ง ซ่ึงการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ พนักงานอยั การโจทกใ์ นคดีอาญา
ทาได้เพียงแนะนาเรื่องการสืบพยานและการนาพยานหลักฐานต่าง ๆ เข้านาสืบสนับสนุ นข้ออ้าง
แก่ผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ งเท่าน้ัน

ในการแกไ้ ขปัญหาดังกล่าว การบริการจดั ทาคารอ้ งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 44/1 เมื่อผู้เสียหาย/ผู้รอ้ ง เขา้ รับบริการต้องมีการสอบขอ้ เท็จจริงใหค้ รบถ้วนตามประเด็น
ท่ีผู้เสียหายประสงค์เรียกรอ้ ง โดยพิจารณาความเสียหายตามท่ีปรากฏจริงในสานวนใหส้ อดคลอ้ งกับ
พยานหลักฐานที่ผูเ้ สียหาย/ผู้รอ้ งมี และแนะนาใหผ้ ู้เสียหาย/ผูร้ อ้ งใหร้ วบรวมพยานท้ังพยานบุคคลและ
พยานเอกสารใหค้ รบถว้ นในการนาสืบ หากตอ้ งมีการสืบพยานในช้นั พิจารณา และการจดั ทาคารอ้ งดงั กลา่ ว

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ตอ้ งใหส้ านักงานอยั การจงั หวดั ต่าง ๆ แจง้ สิทธิแก่ผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ ง โดยเร็ว และการจดั ทาคารอ้ งและบญั ชี
พยานและรายละเอียดต่าง ๆ ตอ้ งใหพ้ นักงานอัยการประจาสานักงานอัยการคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือ
ทางกฎหมายแก่ประชาชนฯ ตรวจพิจารณาและแกไ้ ขร่างคารอ้ งดงั กล่าวก่อนใหผ้ ูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ งนาไปย่ืนต่อ
ศาล และใหส้ าเนาคารอ้ งดงั กลา่ วและประสานใหพ้ นักงานอยั การเจา้ ของสานวนคดีอาญาทราบเพื่อเป็ นขอ้ มูล
ในการใหค้ าแนะนาผเู้ สียหาย/ผูร้ อ้ งในช้นั พิจารณา และภายหลงั จากผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ งไดย้ ่ืนคารอ้ งต่อศาลแลว้
สานักงานอัยการคุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนฯ ควรตอ้ งมีบริการติดตามผลและ
แนะนาผูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ ง เพ่ือใหส้ ามารถติดตามแกไ้ ขปัญหาใหผ้ ูเ้ สียหาย/ผูร้ อ้ งใหไ้ ดร้ ับความยุติธรรมและ
ไดร้ บั การเยียวยาตามสิทธิของตนจนเสร็จส้ ินต่อไป

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอ่ื วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายเทพพงค์ ยงกุล ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั กนั ทรลกั ษ์

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 244/2565

ประจำวนั ที่ 28 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรยน่ื คำรอ้ งขอใหเ้ รียกผจู้ ดั กำรมรดกและทำยำทของผถู้ กู ฟ้ องคดี (ตำย) เขำ้ มำแทนที่ในคดีปกครอง
ขอ้ เท็จจริงไดค้ วามว่าหน่วยงานของรฐั ไดม้ ีหนังสือขอใหส้ านักงานดีปกครอง ดาเนินคดีปกครองกบั ผูถ้ ูกฟ้ องคดี
ที่ผิดสญั ญาทางปกครองกบั หน่วยงานของรฐั ผฟู้ ้ องคดี
สานักงานคดีปกครอง ไดด้ าเนินการฟ้ องผถู้ ูกฟ้ องคดีที่ผิดสญั ญาทางปกครอง เม่ือวนั ที่ 3 กรกฎาคม 2563 ใหช้ ดใช้
เงินคา่ เสียหาย และดอกเบ้ ียของตน้ เงินนับถดั จากวนั ฟ้ อง จนกว่าจะชาระเสร็จส้ ินแกผ่ ฟู้ ้ องคดี
ผูฟ้ ้ องคดีได้แจง้ ใหส้ านักงานคดีปกครอง ทราบว่า ผู้ถูกฟ้ องคดีได้ถึงแก่ความตายเมื่อวนั ท่ี 3 สิงหาคม 2564
แต่ไมไ่ ดแ้ จง้ ถึงความประสงคใ์ นการดาเนินคดี สานักงานคดีปกครองจึงแจง้ ใหผ้ ฟู้ ้ องคดีสืบหาทายาทของผตู้ าย และผจู้ ดั การ
มรดก เพื่อยื่นคารอ้ งต่อศาลขอใหเ้ รียกผูจ้ ดั การมรดกและทายาทของผูถ้ ูกฟ้ องคดี (ตาย) เขา้ มาแทนท่ีผูถ้ ูกฟ้ องคดี (ตาย)
ในคดีน้ ี และไดด้ าเนินการยนื่ คารอ้ งดงั กล่าวต่อศาลปกครองแลว้
พระราชบัญญัติจัดต้ังศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 53 ในกรณีที่คู่กรณีฝ่ ายหนึ่ง
ถึงแก่ความตายก่อนศาลปกครองพิพากษาคดี ใหศ้ าลปกครองรอการพิจารณาไปจนกว่าทายาท ผจู้ ดั การมรดก ผปู้ กครอง
ทรพั ยม์ รดก หรือผสู้ ืบสิทธิของคกู่ รณีผนู้ ้ันจะมีคาขอเขา้ มาแทนที่คกู่ รณีผถู้ ึงแกค่ วามตาย หรือผมู้ ีส่วนไดเ้ สียจะมีคาขอเขา้ มา
โดยมีคาขอเขา้ มาเองหรือโดยท่ีศาลหมายเรียกใหเ้ ขา้ มาเนื่องจากคู่กรณีฝายหน่ึ งฝ่ ายใดมีคาขอ คาขอเช่นว่าน้ ีจะตอ้ งย่ืน
ภายในกาหนดหน่ึงปี นับแต่วนั ท่ีค่กู รณีผนู้ ้ันถึงแกค่ วามตาย
ถา้ ไม่มีคาขอของบุคคลดังกล่าว หรือไม่มีคาขอของคู่กรณีฝ่ ายหน่ึงฝ่ ายใด ภายในเวลาที่กาหนดตามวรรคหน่ึง
ศาลปกครองจะมีคาสงั่ จาหน่ายคดีน้ันก็ได้
ดงั น้ัน หน่วยงานของรัฐที่ขอใหฟ้ ้ องคดีกบั ผูถ้ ูกฟ้ องคดี กรณีผถู้ ูกฟ้ องคดีเป็ นบุคคลธรรมดาตอ้ งตรวจสอบสถานะ
ของผูถ้ ูกฟ้ องคดี ทุก 2 – 3 เดือน ว่ายังมีชีวิตหรือไม่ ถา้ ถึงแก่ความตายแลว้ ตอ้ งรีบสืบหาผู้จดั การมรดกและทายาท
ของผูถ้ ูกฟ้ องคดี (ตาย) และขอใหพ้ นักงานอยั การย่ืนคารอ้ งขอใหเ้ รียกบุคคลดังกล่าวเขา้ มาแทนที่ผูถ้ ูกฟ้ องคดี (ตาย)
เพอื่ จะไดด้ าเนินคดีต่อไป โดยศาลปกครองจะไดไ้ ม่มีคาสงั่ จาหน่ายคดี
ขอ้ กฎหมาย : พระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลปกครองและวิธีพจิ ารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 53

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายประกอบ สิทธิวรรณรกั ษ์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานคดีปกครอง

นำงสำวณฤดี เกียรติคงยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 245/2565

ประจำวนั ที่ 29 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรใชด้ ลุ พินิจไม่รบั ดำเนินคดี และกำรสง่ เรื่องคืนตวั ควำมในคดีแพง่
กำรโตแ้ ยง้ คดั คำ้ นคำสงั ่ ศำล กำรถอนตนเองออกจำกกำรเป็ นทนำยควำม
ขอ้ เท็จจริงในคดีน้ ี สืบเน่ืองมาจากการที่ มีประชาชน รวม 17 คน เป็ นโจทกย์ น่ื ฟ้ อง อธิบดีกรมที่ดินเป็ นจาเลยท่ี 1
และ ฟ้ องเจา้ ของกรรมสิทธ์ิที่ดินแปลงพิพาท เป็ นจาเลยท่ี 2 ในคดีแพ่ง เร่ือง เพิกถอนโฉนดท่ีดิน โดยมีคาขอบังคบั ในคดี
ดังกล่าว ขอ้ 1. ขอใหศ้ าลมีคาพิพากษาหรือคาสัง่ ใหเ้ พิกถอนโฉนดที่ดินท้ังแปลงหรือแต่บางส่วนของท่ีดินที่พิพาทของ
จาเลยที่ 2 ในส่วนท่ีออกทบั คลองท่ีโจทกอ์ า้ งวา่ เป็ นสาธารณะสมบตั ิของแผ่นดิน และขอ้ 2. ขอใหศ้ าลมคี าพิพากษาหรือคาสงั่
ใหจ้ าเลยที่ 1 เพิกถอนโฉนดที่ดินท้งั แปลงหรือแต่บางส่วนของที่ดินท่ีพิพาท ตามคาขอในขอ้ 1
แต่เนื่องจากโจทกท์ ่ี 10 ในคดีดงั กล่าวไดย้ นื่ คารอ้ งเพือ่ ขอใหศ้ าลมีคาสงั่ เรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วม
ในคดีดงั กล่าว โดยอา้ งเหตุผลในคารอ้ งฉบับดงั กล่าวว่ากรุงเทพมหานครซึ่งเป็ นหน่วยงานท่ีตอ้ งดูแลคลองสาธารณะดูแล
พ้ ืนท่ีสาธารณะ แต่ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครไม่ไดท้ าหน้าท่ีและไม่มาช้ ีแนวเขตคลองที่พิพาทสาธารณะและสองฝัง่ คลอง
ที่เป็ นสาธารณะในคดีน้ ี โจทกท์ ่ี 10 เห็นว่าจะเป็ นประโยชน์ในคดีและช้ ีชดั ว่าคลองที่โจทกก์ ล่าวอา้ งว่าเป็ นสาธารณะสมบตั ิ
ของแผ่นดินและที่ดินสองฝัง่ คลองเป็ นสาธารณะถา้ กรุงเทพมหานครซึ่งเป็ นหน่วยงานท่ีมีอานาจหน้าท่ีมาร่วมเป็ นโจทกร์ ่วม
ในคดีน้ ี
กรุงเทพมหานครได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ว่าโจทก์ท่ี 10 ได้ยื่นคาร้องขอต่อศาลขอให้มีหมายเรียก
กรุงเทพมหานครเขา้ มาในคดีเป็ นโจทกร์ ่วมในฐานะผมู้ ีหน้าที่ดแู ลรกั ษาที่สาธารณะก็ตาม แต่กรุงเทพมหานครไม่มีส่วนได้
เสียตามกฎหมายในกรณีดังกล่าว ประกอบกับการกระทาของจาเลยท้ังสองไม่ได้โต้แยง้ เก่ียวกับสิทธิและหน้าที่ของ
กรุงเทพมหานครแต่อย่างใด และการดาเนินคดีของกรุงเทพมหานครมีลักษณะเป็ นปฏิปั กษ์แก่โจทก์ จึงควรสละสิทธ์ิ
จากการเป็ นโจทกร์ ่วม และขอความอนุเคราะหจ์ ากพนักงานอยั การ สานักงานอยั การสูงสุด เพ่ือโปรดจดั พนักงานอยั การ
พิจารณาดาเนินคดีแพ่งใหแ้ ก่กรุงเทพมหานครเป็ นคดีน้ ี
พนักงานอยั การพิจารณาแลว้ เห็นว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานท้ังหมดในคดีและจากการสอบปากคา
เจา้ หน้าท่ีของกรุงเทพมหานครแลว้ ไดค้ วามว่า กรุงเทพมหานครไม่ประสงคเ์ ขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมในคดีน้ ี เน่ืองจากกรณี
ดังกล่าวท่ีโจทก์ฟ้ องมาในคดีน้ ีน้ัน เร่ืองเดิมมีอยู่ว่า เม่ือปี พ.ศ. 2548 โจทก์ที่ 1 ไดม้ ีหนังสือชุมชนริมคลองดังกล่าว
เร่ือง ขอตรวจสอบกรรมสิทธ์ิท่ีดินไปยงั สานักงานเขตเพ่ือขอใหส้ านักงานเขตตรวจสอบกรรมสิทธ์ิที่ดินบริเวณท่ีต้ังชุมชน
คลองท่ีโจทกอ์ า้ งว่าเป็ นสาธารณะสมบตั ิของแผ่นดิน เพ่ือจะไดม้ ีความชดั เจนในการประสานกบั เจ้าของที่ดินในการเจรจา
เพ่ือขอจดั ทาโครงการบา้ นมนั่ คงตามนโยบายของรฐั บาล โดยต่อมาสานักงานเขตไดม้ ีหนังสือ แจง้ โจทกท์ ี่ 1 ในคดีน้ ีทราบ
วา่ สานักงานเขตไดม้ อบหมายใหฝ้ ่ายโยธาดาเนินการตรวจสอบที่ดินริมคลองพิพาท ปรากฏว่าเป็ นท่ีสาธารณะ ปรากฏตาม
สาเนาหนังสือสานักงานเขต เรื่อง การตรวจสอบกรรมสิทธ์ิท่ีดินชุมชนริมคลองพิพาท

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ดว้ ยเหตุน้ ีโจทกท์ ้งั 17 คน จึงถือเอาผลการตรวจสอบขอ้ เท็จจริงตามหนังสือฉบบั ดงั กล่าวมาโดยตลอด และใชเ้ ป็ น
เหตุยนื่ ฟ้ องจาเลยท้งั สองในคดีน้ ี ท้งั ๆ ท่ีต่อมาสานักงานเขตไดด้ าเนินการตรวจสอบท่ีดินบริเวณท่ีต้งั ชุมชนริมคลองพิพาท
โดยสานักเขตไดต้ รวจสอบแลว้ ปรากฏว่ากรณีดังกล่าวไดม้ ีการประชุมหารือขอ้ สรุปในกรณีเกี่ยวกับริมคลองพิพาทแลว้
ในปี พ.ศ. 2558 โดยผลการตรวจสอบขอ้ เท็จจริง โดยสานักงานพฒั นาสังคมไดต้ รวจสอบขอ้ เท็จจริงตามเอกสารหลกั ฐาน
ทางราชการแลว้ มีความเห็นว่าพ้ ืนท่ีริมคลองชุมชุมคลองพิพาทอาศยั อยู่ ไดม้ ีขอ้ เท็จจริงยุติโดยชดั แจง้ แลว้ ว่าเป็ นกรรมสิทธ์ิ
ของจาเลยที่ 2 ในคดีน้ ี และมติท่ีประชุมเห็นว่า สานักงานเขตมีหนังสือขอความอนุเคราะหต์ รวจสอบไปยงั สานักงานท่ีดิน
กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบโฉนดดังกล่าว ซ่ึงสานักงานที่ดินกรุงเทพมหานครไดม้ ีหนังสือแจง้ ผลการตรวจสอบ
ปรากฏว่าที่ต้งั โฉนดดงั กล่าวเป็ นที่ดินของจาเลยที่ 2 และจาเลยท่ี 2 ไดข้ อความอนุเคราะหส์ านักงานเขตจดั ประชุมเพื่อช้ ีแจง
ผลการพิสูจน์กรรมสิทธ์ิที่ดิน ในปี พ.ศ. 2553 โดยในวนั ดังกล่าวไดม้ ีการประชุมช้ ีแจงใหป้ ระชาชนชุมชนริมคลองพิพาท
ไดร้ ับทราบว่า เอกสารหนังสือสานักงานเขตที่แจง้ ผลการตรวจสอบกรรมสิทธ์ิท่ีดินชุมชนริมคลองพิพาท เป็ นขอ้ มูลท่ีมี
การตรวจสอบคลาดเคลื่อน โดยไดช้ ้ ีแจงใหป้ ระธานชุมชนริมคลองพพิ าททราบลกั ษณะขน้ั ตอนการพจิ ารณาแลว้

ดงั น้ัน พนักงานอยั การจึงไดพ้ ิจารณาแลว้ เห็นว่า คดีน้ ีโจทกไ์ ดย้ นื่ ฟ้ องจาเลยที่ 1 กบั พวก เพื่อฟ้ องบงั คบั ใหเ้ พิกถอน
โฉนดที่ดิน ซึ่งเป็ นอานาจหน้าท่ีของจาเลยที่ 1 กับพวก การท่ีจะเพิกถอนโฉนดที่ดินน้ันมิได้มีความเกี่ยวข้อง
กบั กรุงเทพมหานครแต่อย่างใด โดยการน้ ี โจทกท์ ี่ 10 ยื่นคารอ้ งขอเรียกกรุงเทพมหานคร เขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมที่ 1 น้ัน
โดยอ้างเหตุผลว่า เห็นว่า “จะเป็ นประโยชน์ในคดีและช้ ีชัดว่าคลองพิพาทและท่ีดินสองฝั่งคลองเป็ นที่สาธารณะ
ถา้ กรุงเทพมหานครซึ่งเป็ นหน่วยงานที่มีอานาจหน้าที่มาร่วมเป็ นโจทกร์ ่วมในคดี” ดงั น้ัน แมค้ ดีน้ ี โจทกท์ ี่ 1 - 17 ยื่นฟ้ อง
จาเลยที่ 1 กับพวกเพ่ือขอใหศ้ าลบังคับใหเ้ พิกถอนโฉนดที่ดิน ซ่ึงการฟ้ องดังกล่าวน้ัน แมว้ ่าจะเป็ นสิทธิของโจทก์ท่ี 1
กบั พวกก็ตาม แต่ตามคาบังคบั ท่ีขอมาทา้ ยคาฟ้ องของโจทกน์ ้ันไม่เขา้ หลักเกณฑห์ รือองคป์ ระกอบตามกฎหมายท่ีจะเรียก
กรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมได้ ซ่ึงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) บัญญัติว่า
“บุคคลภายนอกซง่ึ มิใช่คคู่ วามอาจเขา้ มาเป็ นคคู่ วามไดด้ ว้ ยการรอ้ งสอด (3) ดว้ ยถูกหมายเรียกใหเ้ ขา้ มาในคดี (ก) ตามคา
ขอของคคู่ วามฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงทาเป็ นคารอ้ งแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้ องหรือถกู ค่คู วามเช่นว่าน้ันฟ้ องตน้ ได้ เพอ่ื การใชส้ ิทธิไล่เบ้ ีย
หรือ เพื่อใชค้ า่ ทดแทน ถา้ หากศาลพิจารณาใหค้ ่คู วามเช่นว่าน้ันแพค้ ดี หรือ (ข) โดยคาสงั่ ของศาล เม่ือศาลน้ันเห็นสมควร
หรือเม่ือคคู่ วามฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงมคี าขอในกรณีท่ีกฎหมายบงั คบั ใหบ้ ุคคลภายนอกเขา้ มาในคดี หรือศาลเห็นจาเป็ นท่ีจะเรียก
บุคคลภายนอกเขา้ มาในคดีเพ่ือประโยชน์แหง่ ความยตุ ิธรรม แต่ถา้ คคู่ วามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกบุคคลภายนอกเขา้ มาในคดี
ดงั กล่าวแลว้ ใหเ้ รียกดว้ ยวิธีย่ืนคารอ้ งเพื่อใหห้ มายเรียกพรอ้ มกบั คาฟ้ อง หรือ คาใหก้ าร หรือในเวลาใด ๆ ต่อมาก่อนมีคา
พิพากษาโดยไดร้ บั อนุญาตจากศาล หรือ เมอ่ื ศาลเป็ นท่ีพอใจวา่ คารอ้ งน้ันไมอ่ าจยน่ื ไดก้ อ่ นหน้าน้ัน”

เมื่อไดพ้ ิจารณาจากคารอ้ งของโจทก์ ท่ี 10 ดงั กล่าว เห็นว่า กรุงเทพมหานคร มิไดถ้ ูกจาเลยที่ 1 กบั พวกโตแ้ ยง้
เก่ียวกบั สิทธิหรือหน้าท่ีของกรุงเทพมหานครตามกฎหมายแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
แต่อย่างใด อีกท้ัง ถึงแมว้ ่า กรุงเทพมหานครจะเป็ นผู้ดูแลคลองต่าง ๆ ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงที่ดินส่วนบุคคล ซ่ึงคดีน้ ี
กรณีดงั กล่าวยงั มีปัญหาถกเถียงโตแ้ ยง้ ว่า คลองพิพาทเป็ นคลองสาธารณะหรือไม่ อีกท้งั กรุงเทพมหานคร ไม่มีส่วนไดเ้ สียใน
คดี และ ไม่มีความสมคั รใจที่จะเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมในคดีน้ ีแต่อย่างใด ท้งั โจทกท์ ่ี 10 ก็มิไดบ้ รรยายคารอ้ งหรืออธิบายให้
ศาลเห็นวา่ การที่เรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมน้ัน ตนอาจฟ้ องหรือถูกค่คู วามเช่นว่าน้ันฟ้ องตนได้ เพื่อการใช้
สิทธิไล่เบ้ ีย หรือเพื่อใชค้ า่ ทดแทน ถา้ หากศาลพิจารณาใหค้ ่คู วามเช่นว่าน้ันแพค้ ดี อย่างไร คารอ้ งขอของโจทกท์ ี่ 10 ที่ขอให้
ศาลมีคาสงั่ เรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมในคดีน้ ี จึงเป็ นคารอ้ งท่ีมิชอบดว้ ยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
แพง่ มาตรา 57 (3) (ก) ดงั น้ัน ดว้ ยเพยี งว่ากรุงเทพมหานครเป็ นผดู้ แู ลคลองสาธารณะแลว้ จะตอ้ งเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมดว้ ย
น้ัน คาสงั่ ศาลที่เรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมในคดีน้ ี จงึ ผิดหลง อีกท้งั คดีน้ ีปรากฏขอ้ เท็จจริงและพยานเอกสาร

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

หลกั ฐานพบวา่ สานักงานเขต ไดด้ าเนินการตรวจสอบท่ีดินบริเวณท่ีต้งั ชุมชนริมคลองพิพาท โดยสานักเขตไดต้ รวจสอบแลว้
ปรากฏว่ากรณีดงั กล่าวไดม้ ีการประชุมหารือขอ้ สรุปในกรณีเก่ียวกบั ริมคลองพิพาทแลว้ โดยผลการตรวจสอบขอ้ เท็จจริง
โดยสานักงานพฒั นาสงั คมไดต้ รวจสอบขอ้ เท็จจริงตามเอกสารหลกั ฐานทางราชการแลว้ มีความเห็นว่าพ้ ืนที่ริมคลองพิพาท
ที่ชุมชนอาศยั อยู่ ไดม้ ีขอ้ เท็จจริงยุติโดยชัดแจง้ แลว้ ว่าเป็ นกรรมสิทธ์ิของ จาเลยท่ี 2 และมติท่ีประชุมเห็นว่า สานักงานเขต
มีหนังสือขอความอนุเคราะหต์ รวจสอบไปยงั สานักงานที่ดินกรุงเทพมหานครเพื่อตรวจสอบโฉนดดงั กล่าว ซึ่งสานักงานท่ีดิน
กรุงเทพมหานครไดม้ ีหนังสือแจง้ ผลการตรวจสอบปรากฏว่า ที่ต้งั โฉนดดังกล่าวเป็ นท่ีดินของจาเลยท่ี 2 และจาเลยท่ี 2
ไดข้ อความอนุเคราะหส์ านักงานเขต จดั ประชุมเพ่อื ช้ ีแจงผลการพิสจู น์กรรมสิทธ์ิท่ีดิน โดยในวนั เวลาดงั กล่าวไดม้ ีการประชุม
ช้ ีแจงใหป้ ระชาชนชุมชนริมคลองพิพาทไดร้ บั ทราบว่า เอกสารหนังสือสานักงานเขตท่ี แจง้ ผลการตรวจสอบกรรมสิทธ์ิท่ีดิน
ชุมชนริมคลองพิพาท เป็ นขอ้ มลู ที่มีการตรวจสอบคลาดเคลื่อน โดยไดช้ ้ ีแจงใหป้ ระธานชุมชนริมคลองพิพาททราบลกั ษณะ
ขน้ั ตอนการพิจารณาแลว้

อีกท้งั การที่ศาลมีคาสงั่ เรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมโดยอา้ งเหตุผลว่า กรุงเทพมหานครเป็ นผดู้ ูแล
คลองสาธารณะและเพอื่ ประโยชน์แหง่ ความยตุ ิธรรม น้ัน เห็นวา่ การท่ีศาลจะเรียกกรุงเทพมหานครหรือบุคคลใดเขา้ มาเป็ น
โจทกร์ ่วมน้ัน แมศ้ าลจะมีอานาจเรียกเขา้ มาไดต้ ามกฎหมายก็ตาม แต่การที่จะเรียกบุคคลภายนอกเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วม
ตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความแพง่ มาตรา 57 (3) (ข) ไดน้ ้ัน จะตอ้ งเป็ นกรณีท่ีมีกฎหมายบงั คบั ให้
บุคคลภายนอกเขา้ มาในคดี หรือศาลเห็นจาเป็ นที่จะเรียกบุคคลภายนอกเขา้ มาในคดีเพ่ือประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ซงึ่ ตามคาสงั่ ศาลดงั กล่าวอา้ งแต่เหตุผลวา่ เพอื่ ประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่มไิ ดอ้ ธิบายวา่ เพอ่ื ประโยชน์แห่งความยุติธรรม
อยา่ งไร และกรณีดงั กล่าวก็ไม่มีกฎหมายบงั คบั จะตอ้ งใหก้ รุงเทพมหานครเขา้ มาในคดีแต่อยา่ งใด เน่ืองจากกรุงเทพมหานคร
มิไดม้ ีส่วนไดเ้ สียในคดี มิไดถ้ ูกจาเลยท้ังสองโตแ้ ยง้ สิทธิใด อีกท้ัง กรุงเทพมหานครไดม้ ีเอกสารหลักฐานยืนยนั แลว้ ว่า
การตรวจสอบชุมชนริมคลองพิพาท ตามเอกสารหนังสือสานักงานเขตท่ีแจง้ ผลการตรวจสอบกรรมสิทธ์ิท่ีดินชุมชนริมคลอง
พพิ าท เป็ นขอ้ มลู ที่มีการตรวจสอบคลาดเคลื่อน ดงั น้ัน หากกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมในคดีน้ ี ยอ่ มเป็ นปฏปิ ักษ์
กบั โจทกแ์ ละเป็ นการขดั ต่อระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการพิจารณาช้ ีขาดการยุติขอ้ พิพาทระหว่างหน่วยงานของรฐั
และการดาเนินคดี พ.ศ. 2561 ขอ้ 12

ดังน้ันจึงเห็นว่าคาสัง่ ของศาลท่ีเรียกกรุงเทพมหานครเข้ามาเป็ นโจทก์ร่วมที่ 1 ในคดีน้ ี ขัดต่อระเบียบ
สานักนายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยการพิจารณาช้ ีขาดการยุติขอ้ พิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดาเนินคดี พ.ศ. 2561
ดงั กล่าวอีกดว้ ย

อีกท้งั การท่ีโจทกท์ ี่ 10 อา้ งว่ากรุงเทพมหานครเป็ นหน่วยงานท่ีตอ้ งดูแลคลองสาธารณะ ดแู ลพ้ ืนที่สาธารณะน้ัน
ก็ไม่เป็ นความจริง เนื่องจากขอ้ เท็จจริงเป็ นที่ยุติแลว้ ว่าที่ดินบริเวณดังกล่าว เป็ นท่ีดินซึ่งเป็ นกรรมสิทธ์ิของจาเลยที่ 2
มิใช่ที่สาธารณะแต่อย่างใด ซึ่งโจทกท์ ่ี 10 ก็ทราบดี เน่ืองจากโจทกท์ ่ี 10 ไดถ้ ูก จาเลยท่ี 2 ย่ืนฟ้ องเป็ นจาเลยต่อศาลน้ ี
เร่ือง ละเมิด ขบั ไล่ เรียกค่าเสียหายดงั น้ันโจทกท์ ่ี 10 ย่อมทราบคาพิพากษาในคดีดังกล่าวแลว้ ดงั น้ันกรุงเทพมหานคร
จึงไม่มีอานาจหน้าที่ในการดูแลที่ดินดังกล่าวได้แต่อย่างใด หากศาลเรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทก์ร่วม
กรุงเทพมหานครก็ไมอ่ าจฟ้ องหรือถกู ฟ้ อง หรือใชส้ ิทธิไล่เบ้ ียหรือเพื่อใชค้ ่าทดแทนใหแ้ ก่บุคคลใดได้ ดงั น้ันจึงไม่มีประโยชน์
และเหตุผลใดที่ศาลจะเรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมในคดีแต่อย่างใด ท้งั มิไดเ้ กี่ยวขอ้ งหรือเพื่อประโยชน์แห่ง
ความยุติธรรมแต่อย่างใด และหากศาลยงั คงมีคาสงั่ เรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมท่ี 1 ในคดีน้ ีคาสงั่ ศาลน่าจะ
เป็ นการไมช่ อบต่อกฎหมายและมิใช่เป็ นไปเพอื่ ประโยชน์แหง่ ความยตุ ิธรรมแต่อยา่ งใด

พนักงานอยั การจึงพิจารณารบั ดาเนินการใหก้ รุงเทพมหานคร โดยการยนื่ คารอ้ งขอไม่เขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมท่ี 1 และ
โตแ้ ยง้ คาสงั่ ศาลช้นั ตน้ เพื่อใชส้ ิทธิในการอุทธรณค์ าสงั่ ศาลดงั กล่าวตามกฎหมายต่อไป ตามความประสงคข์ องตวั ความ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

แต่ต่อมาศาลมีคาสงั่ ยกคารอ้ งที่ไม่ขอเขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมที่ 1 ฉบบั ดงั กล่าว พนักงานอยั การ จึงพิจารณาแลว้ เห็นว่า
การศาลมีคาสงั่ ยกคารอ้ งท่ีไม่ขอเขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมท่ี 1 ฉบบั ดงั กล่าว จึงตอ้ งถือว่า กรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นค่คู วามในคดี
ในฐานะโจทกร์ ่วมที่ 1 ซ่งึ คดีน้ ี พนักงานอยั การ สานักงานอยั การสงู สุด ซ่งึ ไดร้ บั แกต้ ่างเป็ นทนายความใหแ้ ก่อธิบดีกรมที่ดิน
จาเลยท่ี 1 ตามคารอ้ งขอของกรมที่ดินซึง่ เป็ นหน่วยงานของรฐั แลว้ หากรบั ดาเนินคดีใหก้ รุงเทพมหานครอีก การดาเนินคดี
อาจเกิดขอ้ พพิ าทโตแ้ ยง้ กนั ระหว่างกรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วมท่ี 1 กบั กรมที่ดิน โดยอธิบดีกรมที่ดิน จาเลยที่ 1 จึงถือเป็ น
กรณีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรฐั จงึ เป็ นการขดั ต่อระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการพิจารณาช้ ีขาดการยุติขอ้ พพิ าท
ระหว่างหน่วยงานของรฐั และการดาเนินคดี พ.ศ. 2561 ดงั กล่าวอีกดว้ ย และจะเป็ นการไมเ่ หมาะสมท่ีพนักงานอยั การจะเขา้
ดาเนินคดีใหก้ บั กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วมที่ 1 พนักงานอยั การจึงไม่อาจรบั เป็ นทนายความว่าต่างใหแ้ ก่กรุงเทพมหานคร
โจทกร์ ่วม ที่ 1 ได้

ดังน้ัน พนักงานอัยการจึงใชอ้ านาจตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ
พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (5) ในการไม่รบั ดาเนินการในฐานะเป็ นทนายความใหแ้ ก่กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วม ท่ี 1 และ
คืนสานวนเรื่องใหแ้ ก่กรุงเทพมหานครเพ่ือใหก้ รุงเทพมหานครไปดาเนินการจดั หาทนายความเอง และพนักงานอยั การ
ไดย้ นื่ คารอ้ งขอถอนทนายความในการเขา้ เป็ นทนายความใหแ้ ก่ กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วมที่ 1 ต่อศาล โดยเรียนประทาน
เหตุผลต่อศาลวา่ พนักงานอยั การรบั เขา้ เป็ นทนายความใหแ้ ก่กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วมที่ 1 เพยี งเพอ่ื ดาเนินการยน่ื คารอ้ ง
ขอไม่เขา้ เป็ นโจทก์ร่วมที่ 1 และ โต้แยง้ คัดค้านคาสัง่ ศาลที่หมายเรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทก์ร่วมที่ 1
ตามความประสงคข์ องกรุงเทพมหานครเท่าน้ัน แต่เมื่อศาลมีคาสงั่ ยกคารอ้ งที่ไม่ขอเขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมที่ 1 ฉบับดังกล่าว
พนักงานอยั การ จงึ พจิ ารณาแลว้ เห็นว่า การที่ศาลมีคาสงั่ ยกคารอ้ งท่ีไม่ขอเขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมที่ 1 ฉบบั ดงั กล่าว จึงตอ้ งถือว่า
กรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นคู่ความในคดีในฐานะโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งคดีน้ ี พนักงานอัยการ สานักงานอัยการสูงสุด
ไดร้ ับแกต้ ่างเป็ นทนายความใหแ้ ก่อธิบดีกรมที่ดิน จาเลยที่ 1 ตามคารอ้ งขอของกรมท่ีดินซ่ึงเป็ นหน่วยงานของรัฐแลว้
หากรับว่าต่างดาเนินคดีใหก้ รุงเทพมหานครอีก การดาเนินคดีอาจเกิดขอ้ พิพาทโต้แยง้ กันระหว่างกรุงเทพมหานคร
โจทกร์ ่วมท่ี 1 กบั กรมท่ีดิน โดยอธิบดีกรมท่ีดิน จาเลยท่ี 1 จึงถือเป็ นกรณีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรฐั จึงเป็ นการขดั ต่อ
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพิจารณาช้ ีขาดการยุติขอ้ พิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดาเนินคดี
พ.ศ. 2561 ดังกล่าวอีกด้วย และจะเป็ นการไม่เหมาะสมท่ีพนักงานอัยการจะเขา้ ดาเนินคดีใหก้ ับกรุงเทพมหานคร
โจทกร์ ่วมที่ 1 พนักงานอยั การจึงไมอ่ าจรบั เป็ นทนายความว่าต่างใหแ้ ก่กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วมที่ 1 ได้ จึงขอถอนตวั ออก
จากการเป็ นทนายความของโจทกร์ ่วมที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 65 โดยไดม้ ีหนังสือแจง้ ให้
กรุงเทพมหานคร ตวั ความทราบแลว้

คดีน้ ี การที่ศาลออกหมายเรียกกรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมท่ี 1 เม่ือพิจารณาแลว้ เห็นว่า การท่ีศาล
มีหมายเรียกใหก้ รุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นโจทกร์ ่วมท่ี 1 เมื่อกรุงเทพมหานคร ตวั ความไม่ประสงคเ์ ขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมท่ี 1
ตามคาสัง่ ศาล และเม่ือพิจารณาแลว้ เห็นว่า คาสงั่ ศาลดงั กล่าวน่าจะไม่ชอบดว้ ยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 57 (3) (ก) (ข) จึงตอ้ งย่ืนคารอ้ งขอไม่เขา้ เป็ นโจทก์ร่วมที่ 1 พรอ้ มอา้ งอธิบายเหตุผลแห่งการที่ไม่สามารถ
เขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมที่ 1 และใหเ้ หตุผลว่าการที่ศาลหมายเรียกกรุงเทพมหานครเขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมที่ 1 น้ัน คาสงั่ ศาลดงั กล่าว
น่าจะไม่ชอบดว้ ยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) (ก) (ข) อยา่ งไร โดยในคารอ้ งขอ
ไม่เขา้ เป็ นโจทก์ร่วมท่ี 1 ไดเ้ ขียนไวด้ ้วยว่าขอถือคาร้องฉบับน้ ีเป็ นการโตแ้ ยง้ คัดคา้ นคาสัง่ ศาล เพ่ือใช้สิทธิในการอุทธรณ์
ต่อไปดว้ ย

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

อน่ึงเมื่อไดด้ าเนินการยื่นคารอ้ งขอไม่เขา้ เป็ นโจทกร์ ่วม และขอถือคารอ้ งฉบบั ดงั กล่าวเป็ นการโตแ้ ยง้ คาสงั่ ศาลไว้
แลว้ แต่ต่อมาการที่ศาลยกคารอ้ งขอไม่เขา้ เป็ นโจทกร์ ่วมฉบบั ดงั กล่าวเสีย จึงตอ้ งถือว่า กรุงเทพมหานครเขา้ มาเป็ นค่คู วาม
ในคดีในฐานะโจทกร์ ่วมท่ี 1 ซ่ึงคดีน้ ีพนักงานอยั การ สานักงานอยั การสงู สุด ไดร้ บั แกต้ ่างเป็ นทนายความใหแ้ ก่อธิบดีกรม
ท่ีดิน จาเลยที่ 1 ตามคารอ้ งขอของกรมที่ดินซึง่ เป็ นหน่วยงานของรฐั แลว้ ซึง่ การดาเนินคดีอาจเกดิ ขอ้ พิพาทโตแ้ ยง้ กนั ระหว่าง
กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วมท่ี 1 กบั กรมท่ีดิน โดยอธิบดีกรมที่ดิน จาเลยที่ 1 จึงถือเป็ นกรณีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรฐั
จึงเป็ นการขดั ต่อระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยการพิจารณาช้ ีขาดการยุติขอ้ พิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและ
การดาเนินคดี พ.ศ. 2561 ดังกล่าวอีกด้วย และจะเป็ นการไม่เหมาะสมที่พนักงานอัยการจะเขา้ ดา เนินคดีให้กับ
กรุงเทพมหานคร เพราะไดร้ บั แกต้ ่างใหแ้ ก่จาเลยที่ 1 ซ่ึงเป็ นหน่วยงานของรฐั แลว้ จึงไม่อาจรบั เป็ นทนายความว่าต่างใหแ้ ก่
กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วมที่ 1 เพ่ือต่อสทู้ างคดีกนั เองได้ พนักงานอยั การจึงใชอ้ านาจตามบทบัญญตั ิแห่งพระราชบญั ญตั ิ
องคก์ รอยั การและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (5) ในการไม่รับดาเนินการในฐานะเป็ นทนายความใหแ้ ก่
กรุงเทพมหานคร โจทกร์ ่วม ท่ี 1 และคืนสานวนเรื่องใหแ้ ก่กรุงเทพมหานครเพ่ือใหก้ รุงเทพมหานครไปดาเนินการจดั หา
ทนายความเอง และพนักงานอยั การไดย้ น่ื คารอ้ งขอถอนทนายความในการเขา้ เป็ นทนายความใหแ้ ก่กรุงเทพมหานคร โจทก์
ร่วมที่ 1 ต่อศาล ซึ่งถือว่าเป็ นการใชด้ ุลพินิจในการไม่รบั ดาเนินคดีและคืนสานวนท่ีถูกตอ้ งเหมาะสมตามพระราชบัญญัติ
องคก์ รอยั การและพนักงานอยั การ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (5) และระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีแพง่
ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2560 ขอ้ 26 แลว้

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง่ มาตรา 57(3) (ก) (ข), 65, 226
- พระราชบญั ญตั ิองคก์ รอยั การและพนักงานอยั การ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (5)
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีแพง่ ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2560 ขอ้ 26

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่ือวนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวทิพรตั น์ เติมเพ็ชร ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานคดีแพ่งกรุงเทพใต้

นำงสมสขุ มีวุฒิสม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 246/2565

ประจำวนั ท่ี 29 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรระบุจดุ ประสงคใ์ นกำรตรวจพสิ ูจนอ์ ำวุธปื นและเคร่ืองกระสนุ ปื นของกลำง
ในคดีท่ีผูต้ อ้ งหามีอาวุธปื นและเคร่ืองกระสุนปื นไวใ้ นครอบครองโดยผิดกฎหมาย ซ่ึงพนักงานสอบสวนจะตอ้ งส่ง
อาวุธปื นและเครื่องกระสุนปื น ของกลาง ไปยงั ศูนยพ์ ิสูจน์หลักฐาน (กลุ่มงานตรวจอาวุธปื นและเครื่องกระสุนปื น) น้ัน
พนักงานงานสอบสวนมกั จะระบุจดุ ประสงคใ์ นการตรวจพสิ จู น์อาวธุ ปื น และเคร่ืองกระสุนปื น ของกลางไวด้ งั น้ ี
1. อาวุธปื นและกระสุนปื นของกลาง เป็ นอาวุธปื นและเครื่องกระสุนปื นตามพระราชบญั ญตั ิอาวุธปื น เครื่องกระสุนปื น
วตั ถุระเบิด ดอกไมเ้ พลิง และส่ิงเทียมอาวธุ ปื น พ.ศ. 2490 หรือไม่
2. อาวุธปื นและกระสุนปื นของกลางเป็ นชนิดและขนาดใด
3. อาวุธปื นและกระสุนปื นของกลาง เป็ นอาวุธปื นและเครื่องกระสุนปื น แบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตใหไ้ ดห้ รือไม่
4. อาวธุ ปื นและกระสุนปื นของกลาง ใชย้ งิ ทาอนั ตรายแก่ชีวติ และวตั ถุไดห้ รือไม่
ซึ่งผูเ้ ช่ียวชาญท่ีทาการตรวจพิสูจน์อาวุธปื นและกระสุนปื นของกลาง ก็จกั รายงานผลการตรวจพิสูจน์ตามประเด็น
เพียงเท่าที่พนักงานสอบสวนต้งั ประเด็นคาถามไวเ้ ท่าน้ัน ซ่ึงกรณีปัญหาที่พบ หากอาวุธปื น และกระสุนปื นดงั กล่าวผลการ
ตรวจตามขอ้ 3 ปรากฏว่าเป็ นอาวุธปื นและเครื่องกระสุนปื นที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตใหไ้ ม่ได้ เช่นปื นและกระสุนปื น
ของกลาง เป็ นปื นเล็กกล และกระสุนปื นเล็กกล ผูต้ รวจพิสูจน์ก็มักจะระบุในรายงานการตรวจพิสูจน์เพียงว่าอาวุธปื นและ
เคร่ืองกระสุนปื น ของกลาง เป็ นอาวธุ ปื นและเครื่องกระสุนปื นที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตใหไ้ ม่ได้ ตามพระราชบญั ญตั ิ
อาวุธปื น เครื่องกระสุนปื น วตั ถุระเบิด ดอกไมเ้ พลิง และสิ่งเทียมอาวุธปื น พ.ศ. 2490 และตามกฎกระทรวงฉบบั ที่ 11
(พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิอาวุธปื น เครื่องกระสุนปื น วตั ถุระเบิด ดอกไมเ้ พลิง และส่ิงเทียมอาวุธปื น
พ.ศ. 2490 เท่าน้ันแต่ไม่ไดร้ ะบุในรายงานการตรวจพสิ จู น์ว่าท่ีอาวธุ ปื นและเครื่องกระสุนปื นดงั กล่าวเป็ นแบบที่นายทะเบียน
จะออกใบอนุญาตใหไ้ ม่ได้ น้ัน เพราะปื นดังกล่าวมีลักษณะตอ้ งหา้ ม ไม่ใหอ้ อกใบอนุญาตตามกฎกระทรวงฉบับท่ี 11
(พ.ศ. 2522) ดังกล่าว เนื่องจากมีลักษณะอย่างใด ตามขอ้ ใด วงเล็บใด ของกฎกระทรวง ฉบับท่ี 11 (พ.ศ.2522)
ซ่ึงเป็ นขอ้ เท็จจริงที่เป็ นสาระสาคัญท่ีพนักงานอยั การจาเป็ นตอ้ งใช้ประกอบการพิจารณามีความเห็นและคาสัง่ ทางคดี
ตลอดจนตอ้ งนามาใชใ้ นการร่างฟ้ อง ส่งผลใหไ้ ม่อาจพิจารณามีความเห็นและคาสงั่ ไดใ้ นคราวเดียว หากแต่จาเป็ นตอ้ งสงั่ ให้
พนักงานสอบสวน ทาการสอบสวนเพ่ิมเติมเพื่อใหไ้ ดข้ อ้ เท็จจริงดังกล่าวเสียก่อนเพื่อนามาประกอบการพิจารณาและใช้
ในการร่างฟ้ องดงั ที่กล่าว ทาใหค้ ดีเกิดความล่าชา้ และเสียเวลาส่งผลกระทบต่อค่คู วามทุกฝ่ายในคดี อีกท้งั เป็ นการเพ่ิมภาระ
งานใหแ้ ก่ทุกฝ่ าย ไม่ว่าจะเป็ นพนักงานอยั การ พนักงานสอบสวน ตลอดจนผูเ้ ช่ียวชาญผูจ้ ดั ทารายงานตรวจพิสูจน์ และ
เกิดผลเสียต่อคดี

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เห็นควรมีหนังสือถึงสานักงานตารวจแห่งชาติ ใหแ้ จง้ เวียนใหพ้ นักงานสอบสวนระบุจุดประสงคใ์ นการตรวจพิสจู น์
ในหนังสือนาส่งของกลางไปตรวจพสิ จู น์เพมิ่ เติม โดยใหร้ ะบุวา่ หากอาวธุ ปื นและเครื่องกระสุนปื นของกลาง เป็ นอาวุธปื นและ
เครื่องกระสุนปื นตามกฎหมาย แบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้น้ัน มีสาเหตุเน่ืองจากอาวุธปื นและ
เคร่ืองกระสุนปื นดังกล่าวมีชนิดและขนาด และลกั ษณะตอ้ งหา้ มอย่างใด ตามกฎกระทรวงฉบบั ที่ 11 (พ.ศ.2522) ขอ้ ใด
วงเล็บใด จึงทาใหอ้ าวุธปื นและเครื่องกระสุนปื นดงั กล่าวไม่เขา้ หลกั เกณฑท์ ่ีนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตใหไ้ ดแ้ ละเห็นควร
มหี นังสือเวียนแจง้ แนวปฏบิ ตั ิ ในการตรวจรบั สานวนของนิติกรในสานักงานอยั การทุกแห่ง ใหต้ รวจสอบว่าในการส่งสานวน
ท่ีมีขอ้ หาดังกล่าว พนักงานสอบสวนไดม้ ีการสอบสวนและรวบรวมขอ้ เท็จจริงในประเด็นอนั เป็ นสาระสาคญั ดงั กล่าวน้ัน
ครบถว้ นแลว้ หรือไม่เสียก่อน โดยใหต้ รวจสอบรายงานการตรวจพิสูจน์อาวุธปื นและเคร่ืองกระสุนปื นของกลางว่า ไดร้ ะบุชดั
แจง้ หรือไม่ว่าของกลางเป็ นอาวุธปื นและเคร่ืองกระสุนปื นแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตใหไ้ ม่ได้ เพราะมีลักษณะ
ตอ้ งหา้ มหรือไม่เขา้ หลักเกณฑท์ ่ีจะออกใบอนุญาตใหไ้ ดต้ ามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ขอ้ ใดวงเล็บใด จึงค่อย
ตรวจรบั สานวน ท้งั น้ ีเพ่ือไมใ่ หค้ ดีเกิดความล่าชา้ จากการที่ตอ้ งแจง้ ใหพ้ นักงานสอบสวนทาการสอบสวนเพ่ิมเติม

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิอาวุธปื น เคร่ืองกระสุนปื น วตั ถุระเบิด ดอกไมเ้ พลิง และสิ่งเทียมอาวธุ ปื น พ.ศ. 2490
- กฎกระทรวงฉบบั ที่ 11 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิอาวุธปื น เครื่องกระสุนปื น วตั ถุระเบิด
ดอกไมเ้ พลิง และสิ่งเทียมอาวธุ ปื น พ.ศ. 2490 ขอ้ 2, 3

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางกาญจนา โนนทนวงศ์ หงษ์ทอง ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั อุดรธานี

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทกี ิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 247/2565

ประจำวนั ท่ี 30 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรยนื่ ฟ้ องคดีนอกเขตอำนำจของศำลปกครองช้นั ตน้
พระราชบัญญัติจดั ต้ังศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า
การฟ้ องคดีที่อยใู่ นเขตอานาจของศาลปกครองช้นั ตน้ ใหย้ ่ืนฟ้ องต่อศาลปกครองช้นั ตน้ ท่ีผฟู้ ้ องคดีมีภมู ิลาเนา หรือที่มลู คดี
เกดิ ข้ นึ ในเขตศาลปกครองช้นั ตน้ น้ัน ซ่งึ ต่างจากประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) บญั ญตั ิว่า คาฟ้ องให้
เสนอต่อศาลที่จาเลยมีภูมิลาเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลท่ีมูลคดีเกิดข้ ึนในเขตศาลไม่ว่าจาเลยจะมีภูมิลาเนา
อยใู่ นราชอาณาจกั รหรือไม่
ในขณะปฏิบัติหน้าท่ี ณ สานักงานคดีปกครอง ไดร้ ับสานวนคดีแกต้ ่างจากจงั หวัดสุราษฎร์ธานี ซ่ึงถูกบริษัท
จ. จากดั ยื่นฟ้ องต่อศาลปกครองกลาง เป็ นคดีหมายเลขดาที่ 2406/2561 เรียกรอ้ งค่าเสียหายตามสัญญาจา้ งก่อสรา้ ง
อาคารรกั ษาพยาบาล (รพ.ขนาด 400 เตียง) ที่โรงพยาบาลท่าโรงชา้ ง จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี โดยผูป้ ระสานงานคดีของ
จังหวัดสุราษฎร์ธานีไดเ้ ดินทางมาใหข้ อ้ เท็จจริงและพยานหลักฐานเพ่ือจัดทาคาให้การ ณ สานักงานคดีปกครอง และ
สานักงานคดีปกครองไดย้ น่ื คาใหก้ ารต่อสคู้ ดีต่อศาลปกครองกลางใหต้ ามความประสงคแ์ ลว้
ต่อมาจงั หวดั สุราษฎรธ์ านีไดม้ ีหนังสือขอใหส้ านักงานคดีปกครองรบั ว่าต่างดาเนินคดีแทนยื่นฟ้ องเรียกค่าเสียหาย
ค่าปรับ และดอกเบ้ ียตามสัญญาจากบริษัท จ. จากัด และธนาคาร ในมูลสัญญาเดียวกับคดีท่ีได้รับแก้ต่างไปแล้ว
เมื่อพิจารณาสานวนคดีแลว้ เห็นวา่ สญั ญาจา้ งกอ่ สรา้ งอาคารรกั ษาพยาบาล (รพ.ขนาด 400 เตียง) ที่โรงพยาบาลท่าโรงชา้ ง
จงั หวดั สุราษฎร์ธานี เป็ นสัญญาทางปกครอง ซ่ึงจังหวดั สุราษฎร์ธานีเป็ นส่วนราชการบริ หารส่วนภูมิภาค มีฐานะเป็ น
นิติบุคคล ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มีภมู ิลาเนาอย่ทู ่ีจงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
และมูลคดีเกิดที่จงั หวดั สุราษฎร์ธานี โดยที่พระราชบัญญัติจดั ต้ังศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ .ศ. 2542
มาตรา 8 วรรคสอง บัญญัติว่า ใหจ้ ดั ต้ังศาลปกครองกลางข้ ึนมีที่ต้ังในกรุงเทพมหานครหรือในจงั หวดั ใกลเ้ คียง โดยมี
เขตตลอดทอ้ งที่กรุงเทพมหานคร จงั หวดั นครปฐม จงั หวดั นนทบุรี จงั หวดั ปทุมธานี จงั หวดั ราชบุรี จงั หวดั สมุทรปราการ
จงั หวดั สมุทรสงคราม และจงั หวดั สมุทรสาคร ประกอบกบั ประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานและ
การกาหนดอานาจและหนา้ ที่ของหน่วยงานภายในของสานักงานอยั การสงู สุด พ.ศ. 2563 ขอ้ 42 (ก) กาหนดว่า สานักงาน
คดีปกครอง มีอธิบดีอยั การเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการ มีอานาจและหน้าที่ (ก) รบั ผิดชอบงาน
ดาเนินคดีท้ังปวงตามที่กฎหมายกาหนดให้เป็ นอานาจและหน้าท่ีของพนักงานอัยการหรือสานักงานอัยการสูงสุด
ซ่ึงอยู่ในอานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองกลาง ดังน้ัน ศาลปกครองกลางจึงไม่ใช่ศาลปกครองช้นั ตน้ ท่ีจังหวดั
สุราษฎรธ์ านีมีภูมิลาเนาอย่ใู นเขตอานาจศาล หรือที่มูลคดีเกิดข้ นึ ในเขตศาล ตามพระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลปกครองและ
วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 47 วรรคหน่ึง และเป็ นผลใหค้ ดีน้ ีไม่อย่ใู นอานาจของสานักงานคดีปกครอง
ตามประกาศคณะกรรมการอยั การ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานและการกาหนดอานาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของ
สานักงานอยั การสงู สุด พ.ศ. 2563 ขอ้ 42 (ก)

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสานักงานคดีปกครองไดร้ ับแกต้ ่างใหจ้ ังหวดั สุราษฎร์ธานีในขอ้ พิพาทตามสัญญาจา้ ง
ก่อสรา้ งอาคารรกั ษาพยาบาลฯ ไวแ้ ลว้ และเม่ือพิจารณาพระราชบัญญัติจดั ต้งั ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. 2542 มาตรา 8 วรรคส่ี บญั ญตั ิว่า บรรดาคดีที่เกิดข้ นึ นอกเขตอานาจศาลปกครองกลางตามวรรคสอง และวรรคสาม
จะยื่นฟ้ องต่อศาลปกครองกลางก็ได้ ท้งั น้ ี ใหอ้ ย่ใู นดุลพินิจของศาลน้ันท่ีจะไม่รบั พิจารณาพิพากษาคดีที่ย่ืนฟ้ องเช่นน้ันได้
เวน้ แต่คดีท่ีโอนมาตามหลักเกณฑ์ของการพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งจากขอ้ กฎหมายดังกล่าวจึงเป็ น โอกาสท่ีสานักงาน
คดีปกครองสามารถรับว่าต่างดาเนินคดีใหก้ บั จังหวดั สุราษฎรธ์ านีย่ืนฟ้ องเรียกค่าเสียหายและดอกเบ้ ียตามสัญญาจาก
บริษัท จ. จากดั และธนาคาร เพ่ือความสะดวกในการดาเนินคดีและเพื่อป้ องกนั ผลคาพิพากษาของศาลปกครองช้นั ตน้ ท่ีขดั แยง้
หรือแตกต่างกันได้ ดังน้ัน สานักงานคดีปกครองจึงพิจารณารับว่าต่างใหจ้ ังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยคาฟ้ องไดบ้ รรยาย
ขอ้ เท็จจริงไปดว้ ยว่า “คดีน้ ีเป็ นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรฐั กับเอกชนอนั เกิดจากขอ้ พิพาทตามสญั ญาจา้ งทางาน
ก่อสรา้ งอาคารรักษาพยาบาล (รพ.ขนาด 400 เตียง) เป็ นอาคาร คสล. 4 ช้นั พ้ ืนท่ีใชส้ อยประมาณ 5,774 ตารางเมตร
(โครงสร้างต้านแผ่นดินไหว) ที่โรงพยาบาลท่าโรงช้าง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จานวน 1 หลัง ตามสัญญาจา้ งเลขที่
432/2557 ซ่ึงเป็ นสญั ญาทางปกครอง และผูฟ้ ้ องคดีเป็ นผไู้ ดร้ ับความเสียหายอนั เน่ืองมาจากการโตแ้ ยง้ สิทธิตามสญั ญา
ดังกล่าวของผู้ถูกฟ้ องคดีท้ังสอง ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. 2542 ซ่ึงศาลปกครองมีอานาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคาสงั่ และกาหนดคาบังคบั ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)
และมาตรา 72 (3) แห่งพระราชบัญญตั ิเดียวกนั และเนื่องจากคดีน้ ีมีความเก่ียวพนั กบั คดีหมายเลขดาที่ 2406/2561
ของศาลปกครองกลาง ระหว่าง บริษัท จ. จากดั ผฟู้ ้ องคดี จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี ผถู้ ูกฟ้ องคดี ซ่ึงเป็ นขอ้ พิพาทตามสญั ญาจา้ ง
ฉบบั เดียวกนั และผูฟ้ ้ องคดีอาจฟ้ องแยง้ ไปในคดีเดิม หรือยืน่ ฟ้ องเป็ นคดีใหม่ไดภ้ ายในระยะเวลาการฟ้ องคดี โดยผฟู้ ้ องคดี
เห็นว่าการฟ้ องเป็ นคดีใหม่ต่อศาลปกครองกลางย่อมเป็ นการสะดวกและเป็ นประโยชน์ต่อการพิจารณาพิพากษาแก่ศาล
และคู่กรณีมากกว่าการฟ้ องแยง้ ในคดีเดิม ซึ่งผูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 2 ไม่ไดเ้ ป็ นคู่กรณีดว้ ย ดังน้ัน คดีน้ ีและคดีหมายเลขดาท่ี
2406/2561 สามารถท่ีจะรวมพิจารณาไปดว้ ยกนั ได้ ผูฟ้ ้ องคดีจึงนาคดีน้ ีมาฟ้ องต่อศาลปกครองกลางเพ่ือขอใหศ้ าล
โปรดมคี าพิพากษาบงั คบั ใหผ้ ถู้ กู ฟ้ องคดีท้งั สองชาระหน้ ีตามคาขอทา้ ยคาฟ้ องใหก้ บั ผฟู้ ้ องคดีต่อไป” ต่อมาศาลปกครองกลาง
ไดม้ ีคาสงั่ รบั คาฟ้ องไวพ้ ิจารณาตามพระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลปกครองและวธิ ีพจิ ารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 8

อนึ่ง ขณะท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานีขอใหร้ ับแก้ต่างในคดีหมายเลขดาที่ 2406/2561 ของศาลปกครองกลางน้ัน
จงั หวดั สุราษฎรธ์ านียงั ไมไ่ ดจ้ า้ งผรู้ บั จา้ งรายใหม่ จงึ ยงั ไม่ทราบคา่ เสียหายที่อาจเพิม่ ข้ นึ จากการทาสญั ญาจา้ งก่อสรา้ งอาคาร
ใหมใ่ หแ้ ลว้ เสร็จ จงึ ไม่อาจฟ้ องแยง้ เรียกค่าปรบั และค่าเสียหายจากค่าจา้ งท่ีเพ่มิ ข้ นึ จากการทาสญั ญาจา้ งก่อสรา้ งฯ ฉบบั ใหม่
ไปพร้อมกับคาให้การได้ ประกอบกับการฟ้ องแยง้ จะต้องเพ่ิมธนาคารผู้ค้า ประกันเป็ นผู้ถูกฟ้ องคดีร่วมรับผิดกับ
บริษัท จ. จากดั ซึ่งธนาคารไม่ไดเ้ ป็ นผฟู้ ้ องคดีหรือเป็ นคกู่ รณีในคดีเดิมดว้ ย

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

การฟ้ องคดีท่ีอย่นู อกเขตอานาจของศาลปกครองช้นั ตน้ ซ่ึงไม่ใช่ศาลท่ีผูฟ้ ้ องคดีมีภูมิลาเนา หรือท่ีมลู คดีเกิดข้ ึนใน
เขตศาลปกครองช้นั ตน้ น้ัน จะยน่ื ฟ้ องต่อศาลปกครองกลางก็ได้ แต่ตอ้ งเป็ นกรณีท่ีมคี วามจาเป็ น หรือเป็ นคดีมีความเก่ียวพนั
กบั คดีท่ีศาลปกครองกลางไดร้ บั ไวพ้ ิจารณาพิพากษาคดีก่อนแลว้ ท้งั น้ ี เพื่อความสะดวกแก่การพิจารณาพิพากษาของศาล
ปกครองและคกู่ รณี และเพอื่ ป้ องกนั ผลคาพิพากษาศาลปกครองช้นั ตน้ ที่มอี านาจพจิ ารณาพพิ ากษาคดีมากกว่าสองศาลท่อี าจ
ขดั แยง้ กนั หรือแตกต่างกนั ได้ ซึ่งคดีน้ ีมีขอ้ พิพาทกนั ตามสญั ญาทางปกครองฉบบั เดียวกนั ดงั น้ัน การบรรยายหรืออธิบาย
เหตุผลและขอ้ เท็จจริงในคาฟ้ องใหศ้ าลปกครองกลางไดเ้ ขา้ ใจถึงเหตุผลและความจาเป็ นในการย่ืนฟ้ องนอกเขตอานาจศาล
ปกครองกลาง จงึ เป็ นเร่ืองสาคญั เพอื่ ใหศ้ าลปกครองกลางใชป้ ระกอบดุลพนิ ิจในการรบั คาฟ้ องไวพ้ จิ ารณาพพิ ากษาคดี

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 8 และมาตรา 47
- ระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสงู สุด ว่าดว้ ยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ขอ้ 29
- ประกาศคณะกรรมการอยั การ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานและการกาหนดอานาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายใน
ของสานักงานอยั การสงู สุด พ.ศ. 2563 ขอ้ 42 (ก)

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พอื่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายชยั ฤทธ์ิ คงมา ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั นครปฐม

นำยวิรชั เนติธรรมำภิมขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 248/2565

ประจำวนั ที่ 30 พฤศจกิ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรจดั เรยี งลำดบั เอกสำรในคดลี ะเมิดลขิ สิทธิ์
คดีละเมิดลิขสิทธ์ิน้ัน มปี ระเด็นท่ีตอ้ งพิจารณาอยู่ 3 ประเด็นหลกั ไดแ้ ก่
1. การแจง้ ความรอ้ งทุกขช์ อบดว้ ยกฎหมายหรือไม่
2. การยืนยนั ความเป็ นเจา้ ของลิขสิทธ์ิของผูเ้ สียหาย
3. การพิสจู น์การกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหา
การจัดเรียงลาดับเอกสาร และการตรวจสอบเอกสาร จึงควรจัดเรียงและตรวจสอบตามประเด็น
ดังกล่าวตามลาดับ เพ่ือใหง้ ่ายและสะดวกต่อการตรวจพิจารณาสานวนและการสืบพยานในช้ันศาล
โดยในแต่ละประเด็น ควรตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ดงั น้ ี
1. การแจง้ ความรอ้ งทุกขช์ อบดว้ ยกฎหมายหรือไม่ ในกรณีที่มกี ารมอบอานาจจากผูเ้ สียหายใหบ้ ุคคล
อ่ืนแจง้ ความรอ้ งทุกขแ์ ทน ควรตรวจสอบหนังสือมอบอานาจว่า ระบุรายละเอียดการมอบอานาจครบถว้ น
ถูกต้องหรือไม่ ระบุให้ผู้รับมอบอานาจมีอานาจกระทาการใด เช่นให้มีอานาจแจ้งความร้องทุกข์
ถอนแจง้ ความรอ้ งทุกข์ ประนีประนอมยอมความ และหากมีการมอบอานาจช่วง ตอ้ งตรวจสอบใหช้ ดั เจนว่า
ในหนังสือมอบอานาจมีการระบุใหม้ อบอานาจช่วงต่อไปไดอ้ ีกหรือไม่ อีกท้ังหากมีการมอบอานาจช่วงไป
หลายทอด หนังสือมอบอานาจต้องระบุให้ชัดเจนด้วยว่าอนุญาตให้มอบอานาจช่วงไปได้อีกกี่ทอด
เพราะหากมไิ ดม้ ีการระบุใหช้ ดั เจน อาจทาใหก้ ารแจง้ ความรอ้ งทุกขไ์ ม่ชอบ และทาใหโ้ จทกไ์ มม่ ีอานาจฟ้ องได้
ท้งั น้ ีตามแนวคาพิพากษาศาลฎีกาที่ 6453/2562
2. การยืนยันความเป็ นเจา้ ของลิขสิทธ์ิของผู้เสียหาย ผู้เสียหายตอ้ งมีหนังสือยืนยนั ลิขสิทธ์ิระบุ
วนั เดือนปี ที่ไดส้ รา้ งสรรคง์ านอนั มีลิขสิทธ์ิข้ ึน หรือวนั เดือนปี ท่ีโฆษณาเผยแพร่งานอนั มีลิขสิทธ์ิเป็ นคร้งั แรก
รวมท้งั ประเทศที่สรา้ งสรรคง์ านอนั มีลิขสิทธ์ิข้ ึน หรือประเทศที่โฆษณาเผยแพร่งานอนั มีลิขสิทธ์ิเป็ นคร้งั แรกดว้ ย
เพราะเป็ นองคป์ ระกอบความผิดซ่ึงตอ้ งระบุใหช้ ดั เจนในฟ้ อง หรือตอ้ งแนบเอกสารหนังสือยืนยนั ลิขสิทธ์ิเป็ น
เอกสารทา้ ยฟ้ อง อีกท้ังผูเ้ สียหายตอ้ งส่งเอกสารหลกั ฐานตวั อย่างงานอนั มีลิขสิทธ์ิของผูเ้ สียหายมาประกอบ
สานวนการสอบสวนดว้ ย เชน่ ภาพงานจิตรกรรมอนั มลี ิขสิทธ์ิของผเู้ สียหาย เป็ นตน้

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

3. การพิสูจน์การกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหา ในการพิสูจน์การกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหาน้ัน
ตอ้ งตรวจสอบเอกสารหลักฐานใหช้ ัดเจนว่า ผูต้ อ้ งหาได้กระทาการละเมิดงานอนั มีลิขสิทธ์ิของผูเ้ สียหาย
โดยไม่ได้ได้รับอนุญาตจริงหรือไม่ เช่นกรณีการขายสินคา้ ท่ีละเมิดลิขสิทธ์ิ ต้องตรวจสอบของกลางที่
ละเมิดลิขสิทธ์ิ หรือกรณีการละเมิดงานดนตรีกรรม ตอ้ งตรวจสอบภาพถ่ายหรือวีดีโอบันทึกเหตุการณ์
การละเมิดลิขสิทธ์ิ ใบเสร็จรบั เงิน หรือกรณีการละเมิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตอ้ งตรวจสอบรายงานผล
การตรวจสอบคอมพิวเตอรข์ องกลาง เป็ นตน้

ท้ังน้ ี ในการตรวจพิจารณาสานวนและการสืบพยานในช้ันศาลในคดีละเมิดลิขสิทธ์ิน้ัน จึงควรจัด
เรียงลาดับเอกสารตามประเด็นที่ไดก้ ล่าวมาแลว้ โดยเร่ิมตน้ ด้วยเอกสารการมอบอานาจ และเอกสาร
การมอบอานาจช่วง เป็ นเอกสารลาดับที่ 1 หากมีเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งหลายแผ่นใหร้ ะบุเป็ นเอกสาร 1/1
เรียงลาดบั ไปจนถึงลาดบั สุดทา้ ย ต่อดว้ ยเอกสารยืนยนั ลิขสิทธ์ิ ใชเ้ อกสารลาดบั ท่ี 2 หากมีเอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง
หลายแผ่นใหร้ ะบุเป็ นเอกสาร 2/1 เรียงลาดบั ไปจนถึงลาดบั สุดทา้ ย เอกสารการพิสูจน์การกระทาความผิด
ของผูต้ อ้ งหา ซึ่งกรณีน้ ีอาจแบ่งย่อยไดเ้ ป็ นเอกสารหลายลาดบั ใหใ้ ชเ้ อกสารลาดบั ท่ี 3,4,5... เรียงตามลาดบั ไป
โดยหากมีเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งหลายแผ่นใหร้ ะบุเป็ นเอกสาร 3/1, 4/1, 5/1... เรียงลาดับไปจนถึงลาดับ
สุดทา้ ย ส่วนคาใหก้ ารพยานน้ันใหจ้ ดั เรียงต่อจากพยานเอกสารดงั กล่าว

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวศรุดา เข็มเจริญ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานคดีทรพั ยส์ ินทางปัญญาและการคา้ ระหวา่ งประเทศ

นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 249/2565

ประจำวนั ที่ 1 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรคดั คำ้ นขอคืนทรพั ยส์ นิ ของกลำง กรณีเป็ นรถยนตต์ ดิ สญั ญำเชำ่ ซ้ ือ
ขอ้ เท็จจริงไดค้ วามวา่ จาเลยไดใ้ ชร้ ถยนตเ์ ป็ นยานพาหนะในการกระทาความผิด เช่น แขง่ รถ หรือใชข้ นส่งยาเสพติด
และเจา้ พนักงานจบั กุมพรอ้ มยดึ ไดร้ ถยนต์ จานวน 1 คนั ซึง่ ไดใ้ ชใ้ นการกระทาผิด และไดย้ น่ื ฟ้ องจาเลยต่อศาล และจาเลยให้
การรับสารภาพ โดยศาลได้มีคาพิพากษาลงโทษจาเลยและริบรถยนต์ของกลาง (ในสานวนคดีหลัก) ต่อมาผูร้ ้องฯ
ซ่ึงเป็ นบริษัทไฟแนนท์หรือบริษัทผู้ให้เช่าซ้ ือรถยนต์ไดม้ าย่ืนคาร้องขอคืนรถยนต์ ของกลาง ตาม ป .อ. มาตรา 36
โดยอา้ งเหตุว่า เป็ นเจา้ ของแทจ้ ริงและมิไดร้ ูเ้ ห็นเป็ นใจดว้ ยในการกระทาความผิด โดยศาลนัดไต่สวนคารอ้ ง โดยตาม
ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาฯ ขอ้ 62 กาหนดใหพ้ นักงานอัยการยื่นคาร้องคัดค้าน
ยนื่ บญั ชีพยาน และใหถ้ ามคา้ นพยานของผรู้ อ้ งและนาสืบหกั ลา้ งคารอ้ ง และในกรณีที่ศาลสงั่ ใหค้ ืนทรพั ยส์ ินของกลางแก่ผรู้ อ้ ง
ก็ใหด้ าเนินคดีใหถ้ ึงที่สุด
ดว้ ยความที่พนักงานอัยการมีงานอ่ืนท่ีสาคญั กว่า มีปริมาณคดีในจานวนมากและอาจเห็นว่าการคัดคา้ นขอคืน
ของกลางเป็ นคดีท่ีเล็กน้อย เป็ นเรื่องดุลพินิจของศาล และมีหลายคาพิพากษาศาลฎีกาใหค้ ืนไปโดยมีแนวทางไม่ตรงกัน
จึงทาใหพ้ นักงานอยั การย่นื คารอ้ งคดั คา้ นส้นั ๆ ไม่ลงรายละเอียดในคารอ้ งคดั คา้ นมาก คงยื่นคารอ้ งคดั คา้ นเพียงว่าผรู้ อ้ ง
รเู้ ห็นเป็ นใจดว้ ยในการกระทาความผิดของจาเลย หรือการที่ผูร้ อ้ งมารอ้ งขอคืนของกลาง ในคดีน้ ีจึงเป็ นเพ่ือประโยชน์ของ
จาเลยอนั เป็ นการใชส้ ิทธิโดยไม่สุจริต ผรู้ อ้ งจึงไม่มีสิทธิรอ้ งขอคืนของกลางแต่อยา่ งใด ขอศาลไดโ้ ปรดมีคาสงั่ ยกคารอ้ งของ
ผู้ร้อง และถึงกาหนดวันไต่สวนก็ถามค้านพอเป็ นพิธี จนศาลช้ันต้นมีคาสัง่ ใหค้ ืนทรัพย์สินของกลางแก่ผู้ร้อง และ
พนักงานอยั การศาลสูงก็มิได้อุทธรณ์ เพราะเห็นเป็ นคดีเล็กน้อย เป็ นเหตุใหค้ ดีถึงท่ีสุด ซ่ึงความจริงแลว้ กรณีรถยนต์
ติดสญั ญาเช่าซ้ อื มแี นวทางยนื่ คารอ้ งคดั คา้ นในหลายประเด็น คอื
1. ผรู้ อ้ งไม่ใช่เจา้ ของกรรมสิทธ์ิรถจกั รยานยนตข์ องกลางและรเู้ ห็นเป็ นใจดว้ ยในการกระทาความผิด
2. ผรู้ อ้ งใชส้ ิทธิโดยไม่สุจริต การรอ้ งขอคืนของกลางจึงเป็ นการรอ้ งขอคืนเพื่อประโยชน์ของผเู้ ช่าซ้ อื
3. ผรู้ อ้ งปล่อยเวลาเนิ่นนานไม่บอกเลิกสญั ญา แสดงว่าผใู้ หเ้ ช่าซ้ ือไม่ประสงคจ์ ะเลิกสญั ญา มีเจตนาเพียงตอ้ งการ
รบั ชาระคา่ เช่าซ้ อื เท่าน้ัน โดยไม่ประสงคจ์ ะกลบั เขา้ ยดึ ถือรถยนตข์ องกลาง
และโดยเฉพาะกรณีรถที่มีสญั ญาเช่าซ้ ือผูร้ อ้ งจะแนบสัญญาเช่าซ้ ือมาประกอบคารอ้ งเสมอ ซ่ึงในสัญญาเช่าซ้ ือ
ทุกฉบับ จะมีสัญญา 1-2 ขอ้ ระบุขอ้ ความในทานองว่า “ในระหว่างที่ผูเ้ ช่าซ้ ือชาระค่าเช่าซ้ ือยงั ไม่หมดและมีเหตุวิบัติ
ทาใหท้ รพั ยส์ ินท่ีเช่าซ้ ือเป็ นอนั ตรายหรือสูญหายโดยเหตุประการใด ๆ แมจ้ ะเป็ นเหตุสุดวิสยั ก็ตาม ผเู้ ช่าซ้ ือก็ตกลงยินยอม
ชาระคา่ เช่าซ้ อื ท่ียงั คา้ งอยทู่ ้งั หมดใหแ้ กผ่ ใู้ หเ้ ช่าซ้ อื จนครบถว้ นโดยพลนั ” หรือ
“กรณีท่ีทางราชการมีคาสงั่ ใหร้ ิบ ยึดหรืออายดั รถท่ีเช่าซ้ ือหรือรถถูกใชเ้ ป็ นพาหนะในการกระทาความผิดหรือ
ใชร้ ถในลกั ษณะที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็ นการกระทาของผเู้ ช่าซ้ อื เองหรือโดยบุคคลภายนอก ใหถ้ ือว่าสญั ญาน้ ีส้ ินสุดลงทนั ที
และผเู้ ช่าซ้ อื ตอ้ งแจง้ ใหผ้ ใู้ หเ้ ช่าซ้ อื ทราบทนั ทีรวมท้งั ตอ้ งชดใชค้ ่าเสียหายตามท่ีกาหนดไวใ้ นสญั ญา” หรือ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

“กรณีที่ผูใ้ หเ้ ช่าซ้ ือไดร้ ถกลบั คืนมา ผูใ้ หเ้ ช่าซ้ ือตกลงว่าหากนารถออกขายไดร้ าคาเกินกว่ามูลหน้ ี ส่วนท่ีขาดอยู่
ตามสัญญาน้ ี ผูใ้ หเ้ ช่าซ้ ือจะคืนเงินส่วนเกินน้ันใหแ้ ก่ผูเ้ ช่าซ้ ือ แต่หากไดร้ าคาน้อยกว่ามูลหน้ ีส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาน้ ี
ผเู้ ช่าซ้ อื ตกลงรบั ผิดส่วนที่ขาดเฉพาะในกรณีท่ีผใู้ หเ้ ช่าซ้ อื ไดข้ ายโดยวิธีประมลู หรือขายทอดตลาดท่ีเหมาะสมเท่าน้ัน”

ซึ่งขอ้ สญั ญาเช่าซ้ ือที่กล่าวมาควรตอ้ งพิมพร์ ะบุต้งั ประเด็นในคารอ้ งคดั คา้ นของพนักงานอยั การเพื่อใหศ้ าลเห็น
ประเด็นขอ้ ต่อสู้ และนาสืบถามคา้ นพยานของผูร้ อ้ งใหย้ ืนยนั ขอ้ ความในสัญญาเช่าซ้ ือ เพ่ือใหศ้ าลเห็ นว่า ผูร้ อ้ งใชส้ ิทธิ
โดยไม่สุจริต การรอ้ งขอคืนของกลางจึงเป็ นการรอ้ งขอคืนเพื่อประโยชน์ของผูเ้ ช่าซ้ ือ เพ่ือใหผ้ ูร้ อ้ งไปเรียกรอ้ งหรือปฏิบัติ
ตามสญั ญาเช่าซ้ อื กบั จาเลยผเู้ ช่าซ้ อื และยกคารอ้ งขอคนื ของกลางเสีย

การยื่นคารอ้ งคัดคา้ นขอคืนของกลาง แมจ้ ะเป็ นคดีเล็กน้อยแต่ก็เป็ นการปฏิบัติตามกฎหมายในหน้าท่ีของ
พนักงานอัยการโดยตรง อีกท้ังโดยผลของกฎหมายถือว่าการริบทรัพยส์ ินเป็ นการลงโทษผูก้ ระทาความผิดหรือจาเลย
อีกสถานหน่ึง เพราะการคืนของกลางแก่เจา้ ของทรัพย์ผู้สุจริตหรือผู้ท่ีมิได้รู้เห็นเป็ นใจด้วยในการกระทาความผิด
ถือเป็ นขอ้ ยกเวน้ อันจะตอ้ งพิจารณาโดยเคร่งครัดเพราะเท่ากับเป็ นการยกเวน้ โทษดังกล่าวใหแ้ ก่จาเลยไปดว้ ยในตัว
ดงั น้ัน พนักงานอยั การควรตอ้ งระบุขอ้ ต่อสูใ้ นการรอ้ งคดั คา้ นขอคืนของกลาง (กรณีทรพั ยส์ ินติดสัญญาเช่าซ้ ือ) โดยระบุ
ขอ้ ต่อสูต้ ามสัญญาขอ้ ต่าง ๆ ใหช้ ัดเจน เพ่ือต้งั ประเด็นไวใ้ นคาคดั คา้ นใหศ้ าลเห็น และถามคา้ นพยานของผูร้ อ้ งใหย้ ืนยนั
ขอ้ ความในสญั ญาเช่าซ้ อื เพอ่ื ประสิทธิภาพในการทางานของอยั การและเป็ นบรรทดั ฐานในการทางานของอยั การทวั่ ประเทศ
เพื่อให้ศาลวางคาพิพากษาเป็ นบรรทัดฐานในแนวทางเดียวกัน ตามคาพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2533 และ
5085/2543

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 62

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พื่อเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายอนุรญั โมรารตั น์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั สุราษฎรธ์ านี

นำงสมสขุ มีวุฒิสม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

คาพิพากษาศาลฎกี าท่ี 2389/2533 และ
คาพิพากษาศาลฎกี าท่ี 5085/2543

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 250/2565

ประจำวนั ที่ 1 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

แนวทำงปฏิบตั กิ ำรรอ้ งขอควำมเป็ นธรรมตอ่ พนกั งำนอยั กำร กรณียตุ ิกำรดำเนินคดี เม่ือผตู้ อ้ งหำถงึ แกค่ วำมตำย

ผูต้ ้องหาที่ 1 ซึ่งมีอายุพน้ เกณฑ์เป็ นเยาวชน ผูต้ อ้ งหาที่ 2 ซ่ึงเป็ นเยาวชน ท้ังผู้ตอ้ งหาท่ี 1 และผูต้ อ้ งหาที่ 2

ไดถ้ ึงแก่ความตายไปแลว้ โดยผตู้ อ้ งหาท้งั สองไดข้ บั ขีร่ ถจกั รยานยนตเ์ ฉ่ียวชนกนั เป็ นเหตุใหผ้ ตู้ อ้ งหาท้งั สองถึงแก่ความตาย

จึงไม่สามารถดาเนินคดีในส่วนอาญากบั ผตู้ อ้ งหาท้งั สองต่อไปได้ ซึ่งเขา้ เง่ือนไขระงบั คดี ตามระเบียบสานักงานอยั การสูงสุด

วา่ ดว้ ยการดาเนินคดีของพนักงานอยั การ พ.ศ.2563 ขอ้ 48 (1) ซึ่งจะตอ้ งยตุ ิการดาเนินคดีกบั ผตู้ อ้ งหาท้งั สอง

เม่ือพนักงานอัยการยุติการดาเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาท่ี 2 ก็ไม่ตัดสิทธิผู้ร้อง ซ่ึงเป็ นมารดา

ของผูต้ อ้ งหาที่ 2 ที่จะไปว่ากล่าวในทางแพ่งเอากับทายาทของผูต้ อ้ งหาท่ี 1 และบริษัทประกันภัยได้ ซ่ึงความเห็นของ

พนักงานสอบสวนที่ปรากฏในสานวนการสอบสวนไม่ใช่คาพิพากษาส่วนอาญา ศาลไม่จาตอ้ งถือขอ้ เท็จจริงตามที่ปรากฏ

ในความเห็นของพนักงานสอบสวนที่ปรากฏในสานวนการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 46 จึงควรแนะนาใหผ้ รู้ อ้ งไปว่ากล่าวทางแพ่งเอากบั คกู่ รณีต่อไป

ต่อมาผูร้ อ้ งซึ่งเป็ นมารดาของผูต้ อ้ งหาท่ี 2 กับทนายความ ไดเ้ ขา้ มาพบพนักงานอัยการ จึงแนะนาใหผ้ ูร้ อ้ งไป

ดาเนินคดีในทางแพ่งกบั ทายาทของผูต้ อ้ งหาท่ี 1 และบริษัทประกนั ภยั ซึ่งการแนะนาผรู้ อ้ งซึ่งเป็ นมารดาของผูต้ อ้ งหาที่ 2

เป็ นการคุม้ ครองสิทธิของผรู้ อ้ ง และเป็ นการเสริมสรา้ งภาพลกั ษณท์ ่ีดีใหแ้ กส่ านักงานอยั การสงู สุด

ขอ้ กฎหมาย

- ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 39 (1)

- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 48 (1)

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ท่ี 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายประวตั ิ นาคนิยม ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั สุพรรณบรุ ี

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทกี ิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 251/2565

ประจำวนั ที่ 2 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรทำควำมเหน็ ใน อ.ก. 4 และบรรยำยฟ้ องเพือ่ ป้ องกนั ไม่ใหศ้ ำลรอกำรลงโทษ
กรณีจำเลยเคยไดร้ บั โทษจำคุกมำก่อน

การทาความเห็นใน อ.ก. 4 พนักงานอัยการจะตระหนักอยู่เสมอว่าจาเลยมีประวตั ิการกระทาผิด
อนั เป็ นเหตุใหต้ อ้ งเพ่ิมโทษ บวกโทษหรือนับโทษต่อหรือไม่ แต่ประวตั ิการกระทาผิดอันเป็ นเหตุใหศ้ าล
รอการลงโทษจาเลยไดห้ รือไม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 พนักงานอยั การมกั หลงลืม

อ.ก. 4 นอกจากเหตุเพิ่มโทษ บวกโทษ หรือนับโทษต่อแลว้ ควรต่อดว้ ย และมีหรือไม่มีเหตุรอ
การลงโทษหรือไม่ เช่น ไม่มีเหตุเพ่ิมโทษ บวกโทษ หรือนับโทษต่อ แต่จาเลยมีประวตั ิการกระทาผิดและ
เคยรับโทษจาคุกเกินหกเดือนมาก่อนและมิใช่โทษสาหรบั ความผิดที่ไดก้ ระทาโดยประมาท หรือความผิด
ลหุโทษ เห็นควรแนบประวตั ิการกระทาผิดทา้ ยฟ้ องเพ่ือประกอบดุลพินิจในการลงโทษของศาล

คำฟ้ อง ตอ้ งบรรยายว่าจาเลยมีประวตั ิการกระทาความผิด จึงขอส่งผลการตรวจสอบประวตั ิการ
กระทาผิดประกอบดุลพินิจในการพิจารณาพิพากษาของศาล ปรากฏตามเอกสารทา้ ยฟ้ อง

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ พ.ต.ท.เดชาชยั ณ ลาปาง ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั ปทุมธานี

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 252/2565

ประจำวนั ท่ี 2 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรจดั เรยี งลำดบั เอกสำรใหห้ มำยเลขเอกสำรและกำรรวบรวมเอกสำรต่ำง ๆ
การจดั เรียงลาดบั เอกสารในสานวนการสอบสวนคดีอาญา พนักงานสอบสวนจะจดั เรียงลาดบั จาก
น้อยไปหามาก โดยนาเลขลาดับน้อยอยู่ดา้ นหลงั เรียงไปหาลาดับมากอยู่ดา้ นบน และในเอกสารดังกล่าว
ไม่ระบุว่าเป็ นเอกสารที่ไดม้ าจากผูใ้ ด ทาใหค้ ดีที่มีขอ้ เท็จจริงยุ่งยากสลบั ซับซอ้ นและมีเอกสารจานวนมาก
มีความสับสนในการจัดลาดับและเรียงเอกสาร เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสานวน และอ้างเอกสาร
ส่งศาลในช้นั พิจารณา จึงควรเรียงลาดับเอกสารตามลาดับของพยานบุคคล เช่น คาใหก้ ารของผูก้ ล่าวหา
ใชเ้ ลขเอกสารลาดับที่ 1 และหากมีเอกสารท่ีอา้ งส่งโดยผูก้ ล่าวหาใหใ้ ชห้ มายเลข 1/1, 1/2 เรียงลาดับ
ไปจนถึงลาดับสุดทา้ ย คาใหก้ ารของพยาน ลาดับถัดไป ใหใ้ ชห้ มายเลข 2 และหากมีเอกสารดังกล่าว
ให้ใชห้ มายเลข 2/1 เรียงลาดับ เม่ือหมดพยานบุคคลแล้ว คาให้การของผู้ต้องหา ให้ใช้หมายเลข
ต่อจากพยานลาดับสุดทา้ ยดังกล่าว เช่น มีพยาน 2 ปาก พยานปากที่ 1 จะใชห้ มายเลข 2 พยานปากที่ 2
จะใชห้ มายเลข 3 และคาใหก้ ารของผูต้ อ้ งหาใชห้ มายเลข 4 และหากมีเอกสารอา้ งส่งจะใชห้ มายเลข 4/1
เรียงลาดับไปจนถึงเอกสารฉบับสุดท้าย และระบุลาดับเอกสารดังกล่าวไว้ในปกหลังท้ายสานวน
การสอบสวนดว้ ย
การจดั เรียงลาดับเอกสารตามลาดบั ของพยานบุคคล จะทาใหง้ ่ายในการตรวจสานวนการสอบสวน
และใชอ้ า้ งส่งศาลในช้นั พิจารณา ทาใหก้ ารตรวจสานวนและจดั เรียงเอกสารในการสืบพยานมีความสะดวก
รวดเร็วข้ นึ

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายอนันตศ์ กั ด์ิ อบแสงทอง ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั มุกดาหาร

นำงสำวณฤดี เกียรติคงยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 253/2565

ประจำวนั ที่ 6 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรในวนั ตรวจพยำนหลกั ฐำนคดีอำญำท่ีศำลพอใจ
การดาเนินการในวนั ตรวจพยานหลกั ฐานคดีอาญา ส่วนใหญ่ศาลจะนัดในวนั จันทร์ โดยในวนั นัด
ดงั กล่าวจะมีคดีท่ีศาลนัดคดีซอ้ นกนั ในบลั ลงั กเ์ ดียวกนั หลายคดี ส่ิงที่ผูพ้ ิพากษาในบลั ลงั กซ์ ่ึงมีงานมากในวนั
ดงั กลา่ วตอ้ งการคือความรวดเร็วในการดาเนินการของแต่ละคดี จากประสบการณพ์ บว่าเทคนิคของพนักงาน
อยั การที่เป็ นเจา้ ของสานวนท่ีจะใหถ้ ูกใจผพู้ ิพากษามีดงั น้ ี
1. ประเด็นที่ศาลตอ้ งการทราบจากพนักงานอยั การในวนั ตรวจพยานหลกั ฐานคือ
(1) โจทกม์ พี ยานเอกสารกี่ฉบบั มีพยานบุคคลก่ีปาก
(2) พยานบุคคลแต่ละปาก เก่ียวขอ้ งอยา่ งไร
(3) มพี ยานบุคคลปากไหนท่ีรบั ขอ้ เท็จจริงกนั ไดบ้ า้ ง
2. ประเด็นที่ควรดาเนินการกอ่ นไปศาลในวนั ตรวจพยานหลกั ฐาน
(1) ทบทวนคาฟ้ อง วา่ ไดฟ้ ้ องจาเลยในขอ้ หาใด
(2) ทบทวนบญั ชีพยานวา่ ไดอ้ า้ งพยานบุคคลกี่ปากและเอกสารกี่ฉบบั
(3) คดั แยกเอกสารท่ีอา้ งตามบญั ชีพยาน โดยเขียนเอกสารหมาย จ.1, จ.2, จ.3 ตามลาดบั ท่ีมุมบน
ดา้ นขวาของเอกสารแต่ละฉบบั แลว้ นาไปถ่ายเอกสารเพื่อเก็บไวใ้ นสานวน 1 ชุด
(4) อ่านคาใหก้ ารพยานและเอกสารที่อ้างส่ง แล้วสรุปย่อว่าพยานที่อา้ งแต่ละปากเกี่ยวขอ้ ง
ในคดีอยา่ งไร เช่นเป็ นผูเ้ สียหาย เป็ นประจกั ษ์พยาน เป็ นแพทยผ์ ูต้ รวจชนั สตู รบาดแผลผเู้ สียหาย เป็ นตน้
(5) พิจารณาว่ามีพยานปากใดท่ีจะใหท้ นายจาเลยรบั ขอ้ เท็จไดบ้ า้ ง ถา้ มีใหแ้ ยกเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง
กบั พยานปากน้ัน ๆ ไวต้ ่างหาก เชน่ เอกสารที่พยานน้ันไดจ้ ดั ทา และ/หรือ คาใหก้ ารพยานปากน้ัน ๆ
3. ในวนั นัดตรวจพยานหลกั ฐาน
(1) นาสานวนพรอ้ มเอกสารท่ีแยกไวแ้ ลว้ ดังกล่าวไปศาล โดยใหเ้ ดินทางไปถึงศาลก่อนเวลานัด
เพ่ือพูดคุยกับทนายจาเลยเร่ืองพยานที่สามารถรับขอ้ เท็จจริงกันได้ โดยจัดส่งเอกสารคาใหก้ ารพยาน
และ/หรือเอกสารที่พยานท่ีคาดว่าจะให้ทนายจาเลยรับขอ้ เท็จจริงได้จัดทาไว้ เช่นพยานปากแพทย์
ปากผูต้ รวจพิสจู น์ต่าง ๆ หรือพยานปากผูจ้ บั กุมตามหมายจบั เป็ นตน้

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

(2) เมื่อศาลออกนั่งพิจารณา ใหต้ อบคาถามศาลตามประเด็นในขอ้ 1 โดยแถลงว่ามีเอกสาร
ท่ีจะอา้ งส่งจานวนกี่ฉบับ พรอ้ มท้ังจดั ส่งเอกสารชุดตัวจริงท่ีเขียนระบุหมายเลข จ.ไวแ้ ลว้ ใหก้ ับศาลแลว้
แถลงว่ามีพยานบุคคลท้ังหมดจานวนกี่ปาก แต่ละปากเก่ียวขอ้ งอย่างไร มีพยานปากใดบา้ งท่ีรับกันได้
โดยพยานปากน้ัน ๆ จะใชเ้ อกสารใดแทนการสืบและแถลงจานวนพยานท่ีเหลือที่จะนามาสืบว่าจานวนกี่ปาก
ขอเวลาในการสืบก่ีนัด พรอ้ มท้งั แถลงขอใหศ้ าลออกหมายเรียกพยานปากใดใหม้ าศาลในนัดใด เชา้ หรือบ่าย

หากสามารถดาเนินการตามแนวทางท่ีระบุดังกล่าวขา้ งตน้ จากประสบการณ์ท่ีผ่านมาพบว่าจะ
กอ่ ใหเ้ กิดความรวดเร็วในการตรวจพยานหลกั ฐาน และเป็ นที่พอใจของศาล

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173/1, 173/2

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พือ่ เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมือ่ วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายสมนึก ทอแสงทอง ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั ราชบรุ ี

นำงสมสุข มีวุฒิสม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 254/2565

ประจำวนั ท่ี 6 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

แนวทำงปฏิบตั ใิ นกำรจดั ทำคำแถลงช้ ีแจงขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ กฎหมำยท่จี ำเลย

ซ่ึงเป็ นเจำ้ หนำ้ ที่ของรฐั ถูกฟ้ องคดีอำญำ อนั เนื่องมำจำกกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่

มีสิทธิท่จี ะยนื่ คำแถลงตอ่ ศำลตำมพระรำชบญั ญตั ิ วิธพี จิ ำรณำคดีทุจรติ และประพฤตมิ ิชอบ

พ.ศ. 2559 มำตรำ 17 วรรคสำม และกำรส่งแนวคำถำมขออนุญำตศำลถำม

ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา17 วรรคสาม

บัญญัติไวโ้ ดยสรุปว่าในการไต่สวนมูลฟ้ องจาเลยอาจแถลงให้ ศาลทราบถึงขอ้ เท็จจริงหรือขอ้ กฎหมาย

อันสาคัญที่ศาลควรสัง่ ว่าคดีไม่มีมูล และจะระบุในคาแถลงถึงตัวบุคคล เอกสาร หรือวตั ถุท่ีจะสนับสนุน

ขอ้ เท็จจริงตามคาแถลงของจาเลยดว้ ยก็ได้ กรณีเช่นว่าน้ ีศาลอาจเรียกบุคคล เอกสาร หรือวตั ถุดงั กล่าวมา

เป็ นพยานศาลเพ่ือประกอบการวินิจฉัยสงั่ คดีไดต้ ามที่เห็นสมควร โดยโจทกแ์ ละจาเลยอาจถามพยานศาล

ไดเ้ ม่ือไดร้ บั อนุญาตจากศาล ซึ่งสานักงานอยั การพิเศษฝ่ายคดีอาญา 1 และ 2 ซึ่งสงั กดั สานักงานคดีอาญา

และมอี านาจหนา้ ที่รบั ผิดชอบเฉพาะงานแกต้ ่างคดีอาญาที่เจา้ หนา้ ท่ีของรฐั ถูกฟ้ องเป็ นคดีอาญาเนื่องจากการ

ปฏิบตั ิหน้าท่ีโดยชอบจะมีกระบวนงานในการ พิจารณารบั แกต้ ่างสานวนคดีที่หน่ วยงานตน้ สงั กดั ของจาเลย

ซ่ึงเป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งเร่ืองขอให้จัดพนักงานอัยการเป็ นทนายจาเลยต่อสู้คดีแทนจาเลย

ตามพระราชบญั ญตั ิองคก์ รอยั การและพนักงานอยั การ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 (4) ซึ่งจาเลยและหน่วยงาน

ต้นสังกัดของจาเลยจะต้องช้ ีแจงขอ้ เท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นท่ีถูกฟ้ องคดีให้ชัดเจน

ในนัดประชุมคดีท่ีจะตอ้ งมีทุกสานวน เพื่อพนักงานอยั การประกอบการพิจารณาวา่ จะรบั แกต้ ่างคดีใหห้ รือไม่

โดยหากพนักงานอยั การรบั แกต้ ่างจะตอ้ งรวบรวมเอกสารพยานหลกั ฐานที่จะใชใ้ นการต่อสูค้ ดีเพื่อใชใ้ นการ

ดาเนินกระบวนพิจารณาที่ศาลต่อไป โดยพนักงานอยั การจะตอ้ งทาความเห็นและคาสงั่ เสนอผูบ้ งั คบั บญั ชา

เพื่อรบั แกต้ ่างคดี และดาเนินการจดั เตรียมเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งท้งั หมดท่ีตอ้ งใชใ้ นการดาเนินกระบวนพิจารณา

ในศาล เช่น ใบแต่งทนายความ คาแถลงรบั แกต้ ่างฯ และโดยเฉพาะอย่างย่ิงก่อนถึงกาหนดนัดไต่สวนมลู ฟ้ อง

จะตอ้ งย่ืนคาแถลงช้ ีแจงขอ้ เท็จจริง หรือขอ้ กฎหมายท่ีศาลควรสัง่ ว่าคดีไม่มีมูลตามกฎหมายดังกล่าว

โดยตอ้ งแนบเอกสารหลกั ฐาน รวมท้งั จดั เตรียมทาสาเนาเอกสารดงั กลา่ วใหค้ ่คู วามอีกฝ่ายหนึ่ง และยงั จะตอ้ ง

ปฏิบตั ิตามแนวทางปฏิบตั ิของ ศาลท่ีจะมีคาสงั่ ในรายงานกระบวนพิจารณาใหค้ คู่ วามส่งแนวทาคาถามท่ีจะขอ

อนุญาตศาลถามต่อศาลกอ่ นวนั นัดไต่สวนมลู ฟ้ องอีกดว้ ย

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

จากกระบวนงานในการประชุมคดีเพ่ือรวบรวมขอ้ เท็จจริงและพยานหลกั ฐาน ที่จะพิจารณารบั แกต้ ่าง
และเพื่อท่ีใชใ้ นการเตรียมการต่อสูค้ ดี ไปจนถึงการจัดเตรียมคาคู่ความ คาแถลง การจัดเตรียมเอกสาร
หลักฐานและการจัดทาแนวคาถามขออนุญาตศาลถาม อันเป็ นกระบวนการที่พนักงานอัยการทาหน้าท่ี
เสมือนเป็ นพนักงานสอบสวน ในคดีอาญาว่าต่างท่ีสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสานวน
การสอบสวน ซ่ึงมีหลายข้ันตอนกระบวนการและต้องอาศัยเวลาในการดาเนิ นการมากพอสมควร
ซึ่งพนักงานอยั การจะตอ้ งดาเนินกระบวนการทุกอย่างดงั กล่าวในการพิจารณาแต่ละสานวนคดี โดยเฉพาะ
อยา่ งยิ่งหากตอ้ งจดั เตรียมทาเอกสารท่ีอาจมีเน้ ือหาสาระเหมือนกนั ท่ีละคราวดงั กล่าว จะเป็ นการเพิ่มภาระ
งานและทาใหเ้ วลาหมดไปกบั การจดั เตรียมเอกสารดงั กล่าวโดยใช่เหตุ โดยเอกสารท่ีตอ้ งจดั เตรียมดงั กล่าว
ซึ่งจะมีเน้ ือหาสาระสาคญั สอดคลอ้ งใกลเ้ คียงกนั ไดแ้ ก่ 1. ความเห็นและคาสงั่ ของพนักงานอยั การ (อก. 4)
2. คาแถลงช้ ีแจงขอ้ เท็จจริงและขอ้ กฎหมายที่ศาลควรสัง่ ว่าคดีไม่มีมูล 3. แนวคาถามท่ีจะย่ืนต่อศาล
เพื่อขออนุญาตศาลถาม ซ่ึงเอกสารท้ังสามประเภทดังกล่าวจะมีเน้ ือหาส่วนท่ีสอดคลอ้ งใกลเ้ คียงกัน ไดแ้ ก่
1. สรุปคาฟ้ อง 2. ขอ้ เท็จจริงความเป็ นมาอันเป็ นมูลเหตุของคดีตามท่ีจาเลยช้ ีแจง 3. ขอ้ ต่อสูข้ องจาเลย
ซึ่งท้งั สามประเด็นน้ ีลว้ นจะตอ้ งมใี นเอกสารท้งั สามประเภทขา้ งตน้ อยแู่ ลว้

จากปัญหาดงั กลา่ วขา้ งตน้ มีขอ้ แนะนา ดงั น้ ี
(1) พนักงานอัยการเจา้ ของสานวนควรจัดทาความเห็นและคาสัง่ (อก. 4) ใหช้ ัดเจน มีเน้ ือหา
รายละเอียดใหค้ รบถว้ นท้งั 3 ประเด็น ไดแ้ ก่ 1. สรุปคาฟ้ อง 2. ขอ้ เท็จจริงความเป็ นมาอนั เป็ นมลู เหตุของคดี
ตามที่จาเลยช้ ีแจง 3. ขอ้ ต่อสูข้ องจาเลย โดยมีการอา้ งอิงถึงกฎหมาย ระเบียบหรือหลักเกณฑ์ทุกอย่าง
ที่เกี่ยวข้องกับการกระทาตามอานาจหน้าที่ของจาเลยในแต่ละประเด็นตามที่ถูกฟ้ องเป็ นคดี
จนไดค้ รบองคป์ ระกอบของความเห็นและคาสงั่ (อก. 4) เพ่ือเตรียมเสนอผูบ้ งั คบั บญั ชาเสนอรบั แกต้ ่างต่อไป
ในขณะเดียวกนั สามารถ นาเน้ ือหาในความเห็นและคาสงั่ (อก. 4) มาปรบั เพิ่มเติม โดยอา้ งอิงถึงเอกสาร
หลักฐานที่จาเลยนาส่งต้ังแต่ในช้นั ช้ ีแจงขอ้ เท็จจริง และนาไปพิมพ์เขา้ แบบฟอร์มคาแถลงของศาลเพื่อใช้
ยื่นต่อศาลเป็ นคาแถลงช้ ีแจงขอ้ เท็จจริงและขอ้ กฎหมายเพื่อขอใหศ้ าลสงั่ คดีไม่มีมูลตามพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 17 วรรคสาม ไดด้ ว้ ย
(2) นอกจากน้ ียงั นาเน้ ือหาในความเห็นและคาสัง่ (อก. 4) ดังกล่าวมาแบ่งเป็ นประเด็นส้ัน ๆ
ท่ีละประเด็นเพื่อต้ังเป็ นแนวคาถามท่ีจะตอ้ งยื่นต่อศาลเพื่อ ขออนุญาตศาลถาม โดยเพียงแต่ใส่คาที่จะ
แสดงว่าเป็ นคาถามเพิ่มไปตอนทา้ ย ซึ่งหากดาเนินการไดด้ ังน้ ีจะเป็ นการประหยัดเวลาในการจัดเตรียม
เอกสารท่ีตอ้ งใชใ้ นการดาเนินกระบวนพิจารณาไดม้ าก โดยไม่ตอ้ งเสียเวลาจดั ทาเอกสารใหม่ในแต่ละคราว
ท่ีจะตอ้ งดาเนินการตามกฎหมายและวิธีปฏิบตั ิของศาล

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ขอ้ แนะนาดังกล่าวขา้ งตน้ ทาใหก้ ระบวนงานการดาเนินการเก่ียวกบั การพิจารณาสานวนแกต้ ่าง
คดีอาญาซึ่งมีกระบวนการมากหลายข้นั ตอนและเตรียมเอกสารหลายอย่าง มีความสะดวกรวดเร็วและ
มีประสิทธิภาพเป็ นเอกภาพเดียวกนั ในการทางาน เป็ นการประหยดั เวลาและทรพั ยากรทางสมอง ทาใหเ้ พิ่ม
ประสิทธิภาพใหแ้ ก่สานักงานอัยการ พิเศษฝ่ ายคดีอาญา 1 และ 2 ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณสานวนคดีแกต้ ่าง
เพ่ิมมากข้ ึนทุกปี อยา่ งต่อเน่ือง สวนทางกบั จานวนบุคลากรท่ีเป็ นผูป้ ฏิบตั ิงานจริงซึ่งยงั ไม่เพียงพอกบั ปริมาณ
คดีที่เพ่ิมข้ นึ อยา่ งต่อเน่ือง

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิวธิ ีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 13 วรรคสาม

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอ่ื วนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายวนั เฉลิม เมตไตรพนั ธุ์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานคดีอาญา

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 255/2565

ประจำวนั ท่ี 7 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรพิจำรณำคำรอ้ งขอตรวจหรือขอคดั สำเนำเอกสำรในสำนวนกำรสอบสวน
การปฏิบัติหน้าที่ในตาแหน่งหัวหน้าพนักงานอัยการ นอกจากมีอานาจตามกฎหมายในการสัง่
คดีอาญาซึ่งไม่ถือว่าเป็ นคาสงั่ ทางปกครองแลว้ ในเร่ืองของการบริหารจัดการสานวนคดี หวั หน้าพนักงาน
อยั การยงั มอี านาจในทางบริหารสว่ นหน่ึงและเป็ นเรื่องที่มีความสาคญั ไมน่ อ้ ย คือการพิจารณาคารอ้ งขอตรวจ
หรือขอคดั สาเนาเอกสารในสานวนการสอบสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีบุคคลท่ีไม่ใช่พนักงานสอบสวน
และเป็ นบุคคลท้งั ที่เกี่ยวขอ้ งและท่ีไมเ่ ก่ียวขอ้ งในคดีน้ัน ๆ โดยตรงนาคารอ้ งมาย่ืนต่อหวั หน้าพนักงานอยั การ
เพื่อขอตรวจหรือขอคดั สาเนาเอกสารต่าง ๆ ในสานวนการสอบสวนเพื่อนาไปใชใ้ นประโยชน์ในกิจการของตน
อานาจดงั กลา่ วเป็ นการใชอ้ านาจตามกฎหมายของเจา้ หนา้ ที่ซึ่งถือวา่ เป็ นการใชอ้ านาจในทางปกครอง
อย่างหน่ึง โดยระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563
ไดก้ าหนดไวใ้ นขอ้ 142 และ ขอ้ 143 แต่ในท่ีน้ ีจะขอกล่าวถึงการพิจารณาคารอ้ งขอตรวจหรือขอคดั สาเนา
เอกสารในสานวนการสอบสวนสาหรบั ผูท้ ี่เกี่ยวขอ้ งในคดีท่ีไม่ใช่พนักงานสอบสวนตามระเบียบฯ ดังกล่าว
ขอ้ 143 ซ่ึงเป็ นอานาจและหน้าท่ีประการหน่ึงของหัวหน้าพนักงานอัยการที่จะตอ้ งสงั่ ใหเ้ ปิ ดเผยหรือไม่
เปิ ดเผยขอ้ มูลข่าวสารน้ัน ท้ังหมดหรือแต่บางส่วน โดยนาพระราชบัญญัติขอ้ มูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. 2540 มาเป็ นหลกั กฎหมายประกอบการพิจารณาสงั่
มีขอ้ สงั เกตว่า ตามระเบียบฯ ดงั กล่าว ขอ้ 143 ไดก้ าหนดไวแ้ ต่เพียงบุคคลผูม้ ีสิทธิในการขอตรวจ
หรือขอคดั สาเนาเอกสารในสานวนการสอบสวนเพียงผูเ้ สียหายและจาเลยและสามารถพิจารณาไดใ้ นกรณี
หลังมีการยื่นฟ้ องคดีอาญาต่อศาลแลว้ เท่าน้ัน หากเป็ นเวลาก่อนยื่นฟ้ องคดีหรือหลงั ยื่นฟ้ องคดี บุคคลอื่น
เช่น พยานในคดี ผูต้ รวจพิสูจน์พยานหลกั ฐานต่าง ๆ เจา้ ของทรัพยข์ องกลาง หรือผูม้ ีส่วนไดเ้ สีย โดยบุคคล
น้ันเองหรือผูร้ ับมอบอานาจ หัวหน้าพนักงานอัยการจะมีแนวทางในการพิจารณาสัง่ คาขอน้ัน ๆ อย่างไร
โดยผูจ้ ดั เก็บความรูห้ น้างานเห็นว่า แมร้ ะเบียบฯ ดงั กล่าวจะไม่ไดก้ าหนดไว้ แต่ในการบริหารจดั การสานวนคดี
เพื่อมิใหเ้ กิดความเสียหายแก่ราชการและประโยชน์ของประชาชนผู้ยื่นคาขอ หัวหน้าพนักงานอัยการ
พึงมีอานาจในการพิจารณาคารอ้ งของบุคคลดังกล่าวดว้ ย โดยนาพระราชบญั ญตั ิขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ
พ.ศ. 2540 ซ่ึงเป็ นกฎหมายกลางมาใชบ้ งั คบั

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ประการสาคัญหัวหน้าพนักงานอัยการพึงตอ้ งพิจารณาว่า สานวนการสอบสวนท่ีผู้ขอตรวจหรือ
ขอคดั สาเนาเอกสารน้ันอยใู่ นระหวา่ งการพิจารณาในขน้ั ตอนใด เอกสารประเภทใดที่ผูข้ อตรวจหรือคดั สาเนา
รอ้ งขอ สว่ นมากมกั จะเป็ นผูเ้ สียหายหรือจาเลยกรณีที่มีการยื่นฟ้ องคดีต่อศาลแลว้ ท้งั สองมีสิทธิขอตรวจหรือ
คัดสาเนาคาใหก้ ารของตนหรือเอกสารประกอบคาใหก้ ารของตนในช้ันสอบสวนได้ตามที่บัญญัติไวใ้ น
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 8 ประกอบระเบียบฯ ดังกล่าวขอ้ 143 วรรคหน่ึง
ส่วนเอกสารอ่ืน ๆ ก็ใหห้ ัวหน้าพนักงานอัยการพิจารณาตามความเหมาะสมและไม่ใหเ้ กิดความเสียหาย
แก่ราชการและแก่ผูอ้ ื่น โดยคานึงถึงกรอบเวลาและหากไม่อนุญาตจะตอ้ งบนั ทึกเหตุผลไวใ้ นการสงั่ ใหช้ ดั เจน
และตอ้ งแจง้ ผลการพิจารณาพรอ้ มดว้ ยเหตุผลและสิทธิในการอุทธรณค์ าสงั่ ตามกฎหมายว่าดว้ ยขอ้ มลู ขา่ วสาร
ของราชการใหผ้ ูย้ น่ื คาขอทราบโดยเร็ว ตามท่ีกาหนดไวต้ ามระเบียบฯ ขอ้ 143 วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคหา้

ในทางปฏิบตั ิเมื่อผูย้ ื่นคาขอย่ืนคาขอต่อหน่วยธุรการของสานักงานอยั การน้ัน ๆ หัวหน้าพนักงาน
อยั การจะมอบหมายใหพ้ นักงานอัยการเจา้ ของสานวนเป็ นผู้พิจารณาในเบ้ ืองตน้ แลว้ ทาความเห็นเสนอ
ต่อหวั หน้าพนักงานอยั การ โดยขณะที่ผูเ้ ก็บความรูห้ น้างานอย่ใู นหน้าที่ของผูป้ ฏิบตั ิงานมกั จะประสบปัญหา
การระบุประเภทเอกสารท่ีขอไมช่ ดั เจนเพียงพอ ซ่ึงผูข้ อมกั จะระบุมาโดยรวม ๆ ไม่ระบุใหช้ ดั ว่าเป็ นเอกสาร
ฉบบั ใด อาทิเช่น ผขู้ อ ระบุวา่ “บนั ทึกคาใหก้ ารและเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งกบั ผูข้ อท้งั หมด” หรือระบุว่า “เอกสาร
ในสานวนการสอบสวนคดีน้ ี”หรือระบุว่า “พยานเอกสารท่ีผูข้ อย่ืนไวต้ ่อพนักงานสอบสวนท้ังหมด ฯลฯ”
ซึ่งตามพระราชบญั ญตั ิขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 11 วรรคสอง ไดบ้ ญั ญตั ิไว้ กรณีมีผูข้ อ
ขอ้ มูลข่าวสารและคาขอของผู้น้ันระบุขอ้ มูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะท่ีอาจเข้าใจได้ตามสมควร
กรณีดงั กล่าวเคยมีแนวคาวินิจฉยั ของคณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการว่าการระบุคาขอขอ้ มลู ข่าวสาร
ที่ไม่อาจทราบไดว้ ่าผูข้ อตอ้ งการใหเ้ ปิ ดเผยขอ้ มูลข่าวสารในเร่ืองใด หน่วยงานของรฐั จึงไม่อาจจดั หาขอ้ มูล
ข่าวสารใหแ้ ก่ผูข้ อได้ ดังน้ันหากเกิดกรณีดงั กล่าวในเบ้ ืองตน้ หวั หน้าพนักงานอยั การจึงยงั ไม่ควรปฏิเสธไม่
จดั หาหรือไม่อนุญาตใหเ้ ปิ ดเผยขอ้ มลู ข่าวสารน้ันในทนั ที แต่ควรอธิบายถึงเหตุผลโดยใหผ้ ูข้ อแกไ้ ขคาขอระบุ
ประเภทของเอกสารท่ีตอ้ งการเสียใหม่ หากผู้ขอย่ืนคาขอมาทางไปรษณีย์ ก็ควรตอ้ งทาหนังสือแจง้ ให้
ผูข้ อแกไ้ ขคารอ้ งและส่งมาใหมใ่ หถ้ ูกตอ้ งเสียก่อน หากผูข้ อยินยอมแกไ้ ขและระบุเอกสารที่ตอ้ งการถูกตอ้ งแลว้
จึงมีคาสงั่ ตามอานาจหน้าที่ต่อไป ท้งั น้ ีเป็ นไปตามบทบญั ญตั ิใน มาตรา 11 และมาตรา 13 แห่งพระราชบญั ญัติ
ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540

ขอ้ ท่ีพึงระมัดระวงั ในตาแหน่งอัยการจงั หวดั ในฐานะหัวหน้าพนักงานอยั การที่จะตอ้ งพิจารณาสัง่
คาขอน้ัน จะตอ้ งใชด้ ุลพินิจตามกฎหมายอย่างสุจริต รอบคอบ ตามหลกั นิติธรรม มิฉะน้ันแลว้ หากต่อมา
คณะกรรมการวินิจฉยั การเปิ ดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารหรือศาลปกครองมีคาสงั่ ใหเ้ ปิ ดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารน้ันและการ
ไมจ่ ดั หาหรือไมเ่ ปิ ดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารน้ันก่อใหเ้ กิดความเสียหายแกผ่ ขู้ อ อาจทาใหห้ วั หนา้ พนักงานอยั การ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ผูไ้ มเ่ ปิ ดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารในช้นั ตน้ ตอ้ งรบั ผิดทางละเมิดและตอ้ งชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนแก่สานักงานอยั การ
สูงสุดกรณีท่ีไดช้ ดใช้ ใหแ้ ก่ผูย้ ่ืนคาขอ/ผูเ้ สียหายไปตามพระราชบญั ญตั ิความรบั ผิดทางละเมิดของเจา้ หน้าที่
พ.ศ. 2539 มาตรา 12 ประกอบระเบียบสานักนายกรฐั มนตรีวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑก์ ารปฏิบตั ิเก่ียวกบั ความรบั
ผิดทางละเมิดของเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. 2539

หลักการพิจารณาและขอ้ พึงระมดั ระวงั ในการสัง่ คาขอตรวจหรือคัดสาเนาเอกสารในสานวนคดี
ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการตามกฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง เพ่ือให้เกิดความโปร่งใส
ตรวจสอบไดเ้ ป็ นท่ีเช่ือถือของประชาชน

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความอาญา มาตรา 8
- พระราชบญั ญตั ิขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4, 11, 13, 15, 17
- พระราชบญั ญตั ิความรบั ผิดทางละเมิดของเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. 2539 มาตรา 5, 8, 12
- ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563
ขอ้ 143
- ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด
ของเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. 2539

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พอ่ื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายชชั วาล วริ ิยะเขตต์ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีศาลแขวงราชบรุ ี

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 256/2565

ประจำวนั ท่ี 7 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรรวบรวมพยำนหลกั ฐำนในคดีอำญำที่มีขอ้ จำกดั พยำนหลกั ฐำน
จากการปฏิบัติงานในสานักงานคดีศาลแขวง พบว่า สานวนคดีอาญาฐานฉอ้ โกง ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 341 ในคดีหน่ึงมีการกระทาความผิดของผูต้ ้องหาหลายคน และมีการกระทา
ความผิดหลายรอ้ ยกรรม ผูเ้ สียหายเป็ นผูร้ ่วมทุนต่างชาติ มีความเสียหายเป็ นจานวนเงินหลายรอ้ ยลา้ นบาท
เหตุเกิดยอ้ นหลงั จากพบการกระทาความผิดยอ้ นไปประมาณ 3 – 4 ปี และปรากฏผูเ้ สียหายเพิ่งตรวจพบ
ความเสียหาย และพบการกระทาความผิด ซึ่งการตรวจพยานหลกั ฐานเบ้ ืองตน้ พบว่า การกระทาความผิด
มีลกั ษณะเป็ นขนวนการร่วมกนั กระทาความผิด แบ่งหน้าท่ีกนั ทา โดยในคดีมีพยานหลกั ฐานที่เป็ นบุคคล
ประจกั ษ์พยานท่ียืนยนั การกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหาดังกล่าว มีเพียงบุคคลท่ีเป็ นผูร้ ่วมกระทาความผิด
เท่าน้ัน แต่ไม่มีประจกั ษ์พยานบุคคลอ่ืนที่ยืนยนั ผู้ร่วมกระทาความผิดไดเ้ ลยโดยเฉพาะผู้กระทาความผิด
ที่อยเู่ บ้ ืองหลงั การสงั่ การใหผ้ ูอ้ ื่นกระทาความผิดน้ัน ไมป่ รากฏพยานหลกั ฐานเอกสารเสน้ ทางการเงินไปถึงตวั
ผูอ้ ยู่เบ้ ืองหลังได้ ส่วนพยานเอกสารหลักฐานภาพวงจรปิ ดน้ัน ในคดีมีเพียงที่ยืนยนั การกระทาความผิด
ของผรู้ ว่ มกนั กระทาความผิดอื่นในการกระทาความผิด ในคร้งั ล่าสุดไม่เกิน 10 กรรมเท่าน้ัน ส่วนพยานวตั ถุ
ก็เป็ นพยานหลกั ฐานที่ไม่สามารถยืนยนั ว่าผูร้ ่วมกนั กระทาความผิดไดก้ ระทาความผิดหลายรอ้ ยกรรมตามท่ี
ผูเ้ สียหายยนื ยนั
ประเด็นปัญหาท่ีผูเ้ สียหายยืนยนั ว่ามีผูก้ ระทาความผิดที่อยู่เบ้ ืองหลงั แต่ไม่มีพยานหลกั ฐานเอกสาร
ไม่มีพยานภาพวงจรปิ ดเชื่อมโยงได้ และประเด็นเร่ืองพยานหลักฐานท่ีกระทาความผิด จานวนหลาย
รอ้ ยกรรม ในการแกไ้ ขปั ญหาดังกล่าว จึงไดต้ ้ังเป็ นคณะทางานเพ่ือใหพ้ นักงานอัยการร่วมกันพิจารณา
โดยรอบดา้ นโดยใหผ้ ูเ้ สียหายจดั ทา แนบจาลองเหตุการณท์ ่ีเกิดข้ ึนท้งั หมด เริ่มต้งั แต่เกิดเหตุจนกระทงั่ พบ
ความผิด ตามลาดับเหตุการณ์โดยละเอียด และให้พนักงานอัยการไดต้ รวจสอบไปดูสถานที่เกิดเหตุจริง
ใหพ้ นักงานสอบสวนตรวจสอบเสน้ ทางการเงิน ทางภาษี ภาพวงจรปิ ดที่เกี่ยวขอ้ งกบั บุคคลผูก้ ระทาความผิด
ท้งั หมด การสอบคาใหก้ ารผูก้ ระทาความผิดบางคนใหเ้ ป็ นพยาน เพื่อยืนยนั ผูก้ ระทาความผิดท่ีอยู่เบ้ ืองหลงั
ภายใตค้ วามยินยอมของผูเ้ สียหาย พรอ้ มใหพ้ นักงานสอบสวนจดั กลุ่มพยานเป็ นกลุ่ม ๆ ตามลาดบั เหตุการณ์
และภาพแผนภมู ิขบวนการกระทาความผิด เพ่ือสะดวกและความเขา้ ใจในการสืบพยานในขน้ั ตาลเป็ นข้นั ตอน
เพื่อยนื ยนั การกระทาความผิดของผูต้ อ้ งหาท้งั หมด

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

จากการแกป้ ัญหาดังกล่าว ทาใหส้ ามารถรวบรวมพยานหลักฐานไดเ้ พียงพอท่ีเช่ือมโยงน่าเชื่อว่า
ผูก้ ระทาความผิดท่ีอยู่เบ้ ืองหลงั เป็ นผูร้ ่วมกระทาความผิดได้ และในส่วนการกระทาความผิดหลายรอ้ ยกรรม
ที่ยอ้ นไปต้องสอบคาใหก้ ารผู้ทาบัญชี ผู้เช่ียวชาญที่พิสูจน์ความเสียหายของผู้เสียหายในแต่ละกรรม
ขอ้ ควรระวงั พยานบุคคลที่ไดม้ าเป็ นพยานซดั ทอด พึงระวงั เป็ นพยานที่มนี ้าหนักนอ้ ย พึงตอ้ งมีพยานหลกั ฐาน
อ่ืนประกอบการพิจารณาดว้ ย

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่ือวนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายศิริชยั ด่านพฒั นามงคล ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานคดีศาลแขวงระยอง

นำงสำวณฤดี เกียรติคงยง่ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 257/2565

ประจำวนั ท่ี 8 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรจดั เรยี งลำดบั เอกสำร กำรใหห้ มำยเลขเอกสำร กำรรวบรวมเอกสำรตำ่ ง ๆ
ที่ประกอบกำรดำเนินคดใี นคดีภำษีอำกร

ในคดีภาษีอากรซ่ึงเป็ นคดีแพ่งประเภทหน่ึงท้ังในส่วนของคดีว่าต่างและคดีแกต้ ่าง ส่วนใหญ่มีเอกสาร
หลกั ฐานต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ งกนั การประเมินภาษีอากรเป็ นจานวนมาก ซึ่งการเรียบเรียงเอกสารและการจดั ทา
ลาดับใหห้ มายเลขเอกสาร มีความจาเป็ นและสาคญั อย่างมากในการรวบรวมขอ้ เท็จจริงและขอ้ กฎหมาย
ของคดีเพ่ือจดั ทาคาฟ้ องหรือคาใหก้ ารและในช้นั สืบพยาน แต่หน่วยงานท่ีประเมินภาษีอากรจะส่งเอกสาร
ต่าง ๆ ใหพ้ นักงานอยั การ โดยยงั ไมไ่ ดค้ ดั แยกและเรียงเอกสารและจดั ทาบญั ชีแสดงรายละเอียดของเอกสาร
ตามขอ้ เท็จจริงที่เก่ียวขอ้ ง ซึ่งเป็ นเหตุใหเ้ สียเวลาในการตรวจสอบ การรวบรวมเอกสารต่าง ๆ และตรวจสอบ
พยานบุคคลที่เก่ียวขอ้ งเพ่ือประกอบการพิจารณาท้ังขอ้ เท็จจริงและขอ้ กฎหมายในการจดั ทาคาฟ้ องหรือ
คาใหก้ ารและตลอดจนในช้นั การตรวจสอบความถูกตอ้ งของเอกสารเพ่ือจดั ทาบญั ชีพยานและส่งเอกสารต่อ
ศาลเน่ืองจากในคดีภาษีอากร มีบทบญั ญตั ิเก่ียวกบั การยื่นบญั ชีพยานและการส่งเอกสารต่อศาลไวเ้ ป็ นเฉพาะ
ตามขอ้ กาหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 ขอ้ 15 โดยตอ้ งจดั ทาบญั ชีระบุพยานและย่ืนพยานเอกสารท้งั หมด
ต่อศาลก่อนวันช้ ีสองสถานไม่น้อยกว่า 30 วนั หรือก่อนวนั สืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วนั ในกรณีไม่มีการช้ ี
สองสถาน โดยจะตอ้ งจดั เรียงเอกสาร โดยใหห้ มายเลขเอกสารเป็ นรายแผ่น ดงั น้ัน ในคดีภาษีอากรจึงตอ้ งให้
หน่วยงานที่ประเมินภาษีอากรจดั ส่งเอกสารต่าง ๆ โดยใหจ้ ดั เรียงลาดนั เอกสารและหมายเลนเอกสารต่าง ๆ
แยกตามประเด็นที่เกี่ยวขอ้ ง พรอ้ มจดั ทาบญั ชีแสดงรายละเอียดของเอกสารเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ
การจัดเรียงเอกสารการจัดทาบัญชีพยานและส่งเอกสารต่อศาลในคดีภาษีอากรตอ้ งยื่นบัญชีระบุพยาน
โดยแสดงรายละเอียดของเอกสารและจัดเรียงลาดับหมายเลขของเอกสารที่จะส่งต่อศาลทุกแผ่นก่อนวัน
ช้ ีสองสถานไมน่ ้อยกว่า 30 วนั หรือก่อนวนั สืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วนั ในกรณีไม่มีการช้ ีสองสถาน จึงตอ้ งให้
หน่วยงานที่ประเมินภาษีอากรจัดเรียงลาดับเอกสาร ใหห้ มายเลขเอกสารแยกตามประเด็นที่เก่ียวขอ้ ง
พรอ้ มจดั ทาบญั ชีแสดงรายละเอียดดว้ ย พรอ้ มกบั การส่งสานวนใหพ้ นักงานอยั การ เพ่ือความสะดวกในการ
สงั่ คดีของพนักงานอยั การและในชน้ั ย่นื บญั ชีระบุพยานและส่งเอกสารต่อศาล

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ขอ้ กฎหมาย
- พระราชบัญญัติจัดต้ังศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตา 17
ขอ้ กาหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 ขอ้ 15

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่อื เสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายมานิตย์ นิตยพฤทธ์ิ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานคดีภาษีอากร

นำงสมสุข มีวุฒิสม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 258/2565

ประจำวนั ท่ี 8 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรบรรยำยฟ้ อง

หนังสือสัญญาเช่าบา้ น แบบคารับรองของเจา้ บา้ น และใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบา้ น เป็ นเอกสารสิทธิ

ซ่ึงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4(9) ใหค้ วามหมายไวว้ ่า หมายถึง เอกสารท่ีเป็ นหลกั ฐานแห่งการก่อ

เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงบั ซ่ึงสิทธิ การบรรยายฟ้ องเกี่ยวกบั การกระทาความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ

ดงั กล่าว จะตอ้ งบรรยายฟ้ องการกระทาท้งั หลายท่ีอา้ งว่าจาเลยไดก้ ระทาผิด ขอ้ เท็จจริง และรายละเอียดเก่ียวกบั

เวลาและสถานที่ซ่ึงเกิดการกระทาน้ัน อีกท้งั บุคคลหรือสิ่งของที่เก่ียวขอ้ งดว้ ยพอสมควรที่จาเลยจะเขา้ ใจขอ้ หาไดด้ ี

ดงั น้ัน การที่โจทกไ์ ดบ้ รรยายฟ้ องไวแ้ ลว้ ว่า หนังสือสญั ญาเช่าบา้ น แบบคารบั รองของเจา้ บา้ น และใบเสร็จรบั เงิน

ค่าเช่าบา้ น เป็ นเอกสารสิทธิ ซ่ึงมีความหมายเป็ นท่ีเห็นกนั โดยชดั แจง้ ว่า หนังสือสญั ญาเช่าบา้ น แบบคารบั รอง

ของเจา้ บา้ น และใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบา้ น เป็ นเอกสารท่ีเป็ นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน

หรือระงับซึ่งสิทธิอยู่ในตวั เองแลว้ ไม่จาเป็ นที่โจทกจ์ ะตอ้ งบรรยายซ้าลงในคาฟ้ องอีกแต่อย่างใด ถือว่าคาฟ้ อง

โจทกไ์ ดบ้ รรยายการกระทาท้งั หลายท่ีอา้ งว่าจาเลยไดก้ ระทาผิด ขอ้ เท็จจริง และรายละเอียดเก่ียวกับเวลาและ

สถานท่ีซึ่งเกิดการกระทาน้ัน อีกท้ังบุคคลหรือส่ิงของที่เกี่ยวขอ้ งดว้ ยพอสมควรท่ีจาเลยจะเขา้ ใจขอ้ หาไดแ้ ลว้

คาฟ้ องของโจทกจ์ ึงเป็ นคาฟ้ องที่สมบรู ณ์ เทียบเคียงคาพิพากษาฎีกาท่ี 3348/2541

ขอ้ กฎหมาย

- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และมาตรา 265

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมื่อวนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาววรวรรณ วงศป์ ัญญา ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั ชุมแพ

นำยปริญญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 259/2565

ประจำวนั ท่ี 9 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจเอกสำรในกำรทำสญั ญำของหน่วยงำนรำชกำร
หน่วยงานราชการมาปรึกษากรณีจา้ งบริษัทที่ 1 ติดต้งั ลิฟต์ โดยบริษัทท่ี 1 มอบอานาจใหน้ าย ก.
เป็ นผูล้ งนามในสัญญาจา้ งติดต้ังลิฟต์แทนบริษัทท่ี 1 และในหนังสือมอบอานาจมีการระบุขอ้ ความไวว้ ่า
เป็ นการมอบอานาจใหล้ งนามในสัญญาจา้ งติดต้ังลิฟต์เท่าน้ัน มิใหม้ ีอานาจในการโอนสิทธิเรียกรอ้ ง
ต่อมาบริษัทที่ 1 โดยกรรมการผูม้ ีอานาจลงนามไดท้ าสัญญาโอนสิทธิเรียกรอ้ งตามสญั ญาจา้ งติดต้งั ลิฟต์
ใหแ้ ก่บริษัทที่ 2 โดยมีการระบุในสญั ญาโอนสิทธิเรียกรอ้ งว่า ใหบ้ ริษัทท่ี 1 สามารถบอกเลิกการโอนสิทธิ
เรียกรอ้ งเมอื่ ใดก็ได้ โดยไมจ่ าตอ้ งไดร้ บั ความยินยอมของบริษัทที่ 2 โดยเมื่อบริษัทที่ 1 บอกเลิกการโอนสิทธิ
เรียกรอ้ งแก่บริษัทท่ี 2 แลว้ จะแจง้ ใหห้ น่วยงานผูว้ ่าจา้ งทราบ และมอบสญั ญาโอนสิทธิเรียกรอ้ งดังกล่าวให้
นาย ก. นาไปใหบ้ ริษัทท่ี 2 ลงนามต่อหนา้ หน่วยงานผูว้ า่ จา้ งและส่งมอบแก่หน่วยงานผูว้ า่ จา้ ง ซึ่งบริษัทที่ 2
คัดคา้ นขอ้ ความดังกล่าว จึงมีการแกไ้ ขขอ้ ความในสัญญาโอนสิทธิเรียกรอ้ ง โดยเปลี่ยนเป็ นขอ้ ความว่า
ในการบอกเลิกการโอนสิทธิเรียกรอ้ งตอ้ งไดร้ บั ความยินยอมของบริษัทท่ี 2 ดว้ ย และใหน้ าย ก.ลงลายมือชื่อ
กากบั ขอ้ ความที่แกไ้ ขเอาไว้ ต่อมาบริษัทท่ี 1 และ บริษัทที่ 2 มีขอ้ โตแ้ ยง้ สิทธิ บริษัทท่ี 1 จึงมีหนังสือแจง้
หน่วยงานผู้ว่าจ้างให้ระงับการจ่ายเงินตามสัญญาจา้ งติดต้ัง ลิฟต์แก่บริษัทที่ 2 แต่เนื่องจากใกล้ส้ ิน
ปี งบประมาณ และเงินค่าจ้างดังกล่าวได้มีการกันเงินงบประมาณขา้ มปี มาแล้ว หากไม่จ่ายออกไป
เงินงบประมาณดงั กล่าวจะตกเป็ นพบั ไป หน่วยงานผูว้ ่าจา้ งจึงจ่ายเงินใหแ้ ก่บริษัทที่ 2 ไป และมาปรึกษาว่า
การจ่ายเงินดงั กล่าวถกู ตอ้ งหรือไม่
ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารแลว้ ตามหนังสือมอบอานาจระบุมิใหผ้ ูร้ บั มอบอานาจลงนามในการ
โอนสิทธิเรียกรอ้ งได้ และจากการสอบถามเจา้ หน้าที่หน่วยงานผู้ว่าจา้ งพบว่า ในวันนาสัญญาโอนสิทธิ
เรียกรอ้ งไปใหบ้ ริษัทท่ี 2 ลงนาม และส่งมอบแก่หน่วยงานผูว้ ่าจา้ ง บริษัทที่ 1 มิไดม้ อบอานาจใหน้ าย ก.
ลงนามในสญั ญาโอนสิทธิเรียกรอ้ งท่ีเป็ นปัญหา จึงแนะนาเจา้ หน้าที่หน่วยงานว่า เม่ือหนังสือมอบอานาจ
ในการลงนามในสัญญาจ้างติดต้ังลิฟต์ ระบุชัดแจง้ ว่า นาย ก. ไม่มีอานาจในการโอนสิทธิเรียกร้อง
ดังน้ันการแกไ้ ขสัญญาโอนสิทธิเรียกรอ้ งจึงไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถใชบ้ ังคับได้ จึงตอ้ งกลับไปใชเ้ น้ ือความ
ตามสญั ญาโอนสิทธิเรียกรอ้ งเดิม คือ บริษัทที่ 1 สามารถบอกเลิกการโอนสิทธิเรียกรอ้ งได้ โดยไม่จาตอ้ ง
ไดร้ บั ความยินยอมของบริษัทท่ี 2 แต่เนื่องจากกรณีน้ ี แมบ้ ริษัทท่ี 1 จะมีหนังสือไปยงั หน่วยงานผูว้ า่ จา้ งให้
ระงบั การจา่ ยเงิน แต่ก็ไมป่ รากฏวา่ บริษัทท่ี 1 มีการบอกเลิกสญั ญาโอนสิทธิเรียกรอ้ งกบั บริษัทท่ี 2 และ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

แจง้ ไปยงั หน่วยงานผูว้ ่าจา้ งตามสญั ญา การโอนเงินค่าจา้ งใหแ้ ก่บริษัทที่ 2 จึงชอบแลว้ จึงแนะนาหน่วยงาน
ผูว้ ่าจา้ งว่า ในการลงนามและตรวจรบั เอกสารต่าง ๆ ในการว่าจา้ งของหน่วยงานของรฐั ตอ้ งตรวจสอบตัว
ผูล้ งนามในสญั ญาใหถ้ ูกตอ้ ง หากมกี ารมอบอานาจตอ้ งตรวจสอบวา่ เป็ นการมอบอานาจใหด้ าเนินการใดบา้ ง
หากผูล้ งนามไมม่ ีอานาจในการลงนาม ตอ้ งเรียกใหส้ ่งหนังสือมอบอานาจใหถ้ ูกตอ้ ง มิเช่นน้ันหา้ มดาเนินการ
หรือรบั เอกสารดงั กลา่ ว

การทาสัญญาของหน่วยงานของรฐั เจา้ หน้าที่ท่ีเกี่ยวขอ้ งตอ้ งตรวจสอบผูม้ ีอานาจลงนามในสัญญา
ทุกฝ่ายใหถ้ ูกตอ้ ง ในกรณีค่สู ญั ญาเป็ นนิติบุคคลตอ้ งตรวจสอบหนังสือรบั รองวา่ ขณะลงนาม บุคคลท่ีลงนาม
ในสญั ญาเป็ นผูม้ อี านาจลงนามผูกพนั นิติบุคคลตามหนังสือรบั รอง โดยตอ้ งมีเอกสารยืนยนั ตวั บุคคลประกอบ
และหากมีการมอบอานาจลงนามในเอกสารต่าง ๆ ตอ้ งตรวจสอบว่า ผูร้ ับมอบอานาจมีอานาจดาเนินการ
ใดบ้าง หากกิจการท่ีผู้รับมอบอานาจมาดาเนินการ ผู้รับมอบอานาจไม่มีอานาจดาเนินการดังกล่าว
ตอ้ งเรียกใหส้ ่งมอบหนังสือมอบอานาจ มเิ ชน่ น้ันไมส่ ามารถดาเนินการหรือรบั เอกสารดงั กลา่ วไวไ้ ด้

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา 303, 306, 797, 798

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลักสตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอื่ วนั ท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายทวีชยั สิริวฒั น์กุล ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั จนั ทบุรี

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 260/2565

ประจำวนั ที่ 9 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรรบั สำนวน กำรพิจำรณำและสงั ่ สำนวนคดีท่ีมีโทษปรบั สถำนเดยี วอยำ่ งสูงไม่เกินหน่ึงหมื่นบำท
พนักงานสอบสวนไดส้ ง่ สานวนคดีอาญาเห็นควรสงั่ ไม่ฟ้ องผตู้ อ้ งหาในความผิดขอ้ หาขบั รถโดยประมาทหรือ

น่าหวาดเสียวอนั อาจเกิดอนั ตรายแกบ่ ุคคลหรอื ทรพั ยส์ ิน มายงั สานักงานอยั การจงั หวดั ปราจีนบุรี
ขอ้ เท็จจริง เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2565 ผูต้ อ้ งหาที่ 1 ไดข้ บั รถยนต์ออกจากหน้ารา้ นสะดวกซ้ ือ

เพ่ือเขา้ ถนนหลกั โดยขบั ตดั หน้ารถจกั รยานยนต์คนั ที่ผตู้ อ้ งหาท่ี 2 ขบั ยอ้ นทิศทางจราจร (ยอ้ นศร) ในระยะกระช้นั ชิด
ทาใหผ้ ู้ต้องหาท่ี 2 ขับรถหลบหลีกรถคันที่ผู้ต้องหาท่ี 1 ไม่ทัน เป็ นเหตุใหร้ ถท้ังสองคันเฉี่ยวชนกันได้รับ
ความเสียหายท้งั สองคัน แต่ไม่มีผใู้ ดไดร้ บั บาดเจ็บ พนักงานสอบสวนไดแ้ จง้ ขอ้ กล่าวหาแก่ผูต้ อ้ งหาท้งั สองวา่ ขบั รถ
โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอนั อาจเกิดอนั ตรายแก่บุคคลหรือทรพั ยส์ ิน ช้นั สอบสวนผตู้ อ้ งหาที่ 1 ใหก้ ารปฏิเสธ
แต่ได้ชาระค่าปรับต่อพนักงานสอบสวน จานวน 1,000 บาท ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การรับสารภาพ
พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรบั 500 บาท ตามบันทึกการเปรียบเทียบปรับ พนักงานสอบสวนสรุปสานวน
เห็นควรสงั่ ไม่ฟ้ องผตู้ อ้ งหาท้งั สอง

ในเบ้ ืองตน้ นิติกรผตู้ รวจรบั สานวนไดน้ าสานวนมาปรึกษาขา้ พเจา้ ในฐานะผกู้ ลนั่ กรองงาน วา่ จะรบั สานวน
ไวไ้ ดห้ รือไม่ และรบั ไวเ้ ป็ นสานวนประเภทใด ตรวจสอบแลว้ ขอ้ หาขบั รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอนั อาจเกิด
อันตรายแก่บุคคลหรือทรพั ยส์ ิน ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), มาตรา 157
ท่ีใชบ้ ังคับอย่ใู นวนั เกิดเหตุ มีโทษปรับอย่างสูงหน่ึงพันบาท และไม่มีโทษจาคุก ซึ่งผูต้ อ้ งหาที่ 1 ใหก้ ารปฏิเสธ
แต่ไดย้ ินยอมชาระค่าปรับ จานวน 1,000 บาท จึงเป็ นกรณีคดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา มาตรา 37(1) ซึ่งระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ
พ.ศ. 2563 ขอ้ 48 วรรคสอง (3) ใหส้ ัง่ ยุติการดาเนินคดี ส่วนกรณีผูต้ ้องหาท่ี 2 พนักงานสอบสวนทาการ
เปรียบเทียบปรับเพียง 500 บาท ตามบันทึกการเปรียบเทียบปรับโดยไม่ได้สอบคาใหก้ ารในฐานะผูต้ อ้ งหาไว้
จึงเป็ นกรณีคดีอาญาเลิกกนั ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37(2) ซึ่งระเบียบสานักงาน
อยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ขอ้ 48 วรรคสอง (4) และวรรคสาม
ใหส้ งั่ คดีเปรียบเทียบตามขอ้ 79 และขอ้ 80 จึงแนะนาใหค้ ืนสานวนใหพ้ นักงานสอบสวนไปแยกสานวนในส่วนของ
ผตู้ อ้ งหาท่ี 2 ออกมาเป็ นสานวนเปรยี บเทียบ (ส 2 ก) และนาสานวนในส่วนของผตู้ อ้ งหาที่ 1 มาส่งพนักงานอยั การ
อีกคร้งั ซ่ึงพนักงานสอบสวนยนิ ยอมรบั สานวนกลบั ไปดาเนินการ ต่อมาพนักงานสอบสวนไดน้ าสานวนในส่วนของ
ผตู้ อ้ งหาที่ 1 มาส่งใหม่ ซึ่งไดร้ บั ไวเ้ ป็ นสานวน ส 2 ส่วนผตู้ อ้ งหาท่ี 2 รบั ไวเ้ ป็ นสานวน ส 2 ก อยั การจงั หวดั ไดจ้ ่าย
สานวนท้งั สองดงั กล่าวใหอ้ ยั การช้นั 3 เป็ นเจา้ ของสานวน ต่อมาอยั การเจา้ ของสานวนและผกู้ ลนั่ กรองงานไดเ้ สนอ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ความเห็นควรสัง่ ยุติการดาเนินคดีกับผู้ตอ้ งหาท่ี 1 เพราะคดีเลิกกันตามมาตรา 37(1) แห่งประมวลกฎหมาย
วธิ ีพิจารณาความอาญา และอยั การจงั หวดั ปราจีนบุรีไดส้ งั่ ยุติการดาเนินคดีตามความเห็นของอยั การเจา้ ของสานวน
และผกู้ ลนั่ กรองงาน เสนอรองอธิบดีอยั การภาค 2 ในฐานะผบู้ งั คบั บญั ชาถดั ข้ นึ ไปหนึ่งช้นั ทราบ ซ่ึงรองอธิบดีอยั การ
ภาค 2 มีคาสงั่ ทราบ ส่วนสานวนของผูต้ อ้ งหาท่ี 2 อัยการเจา้ ของสานวนมีความเห็นว่า การเปรียบเทียบชอบแลว้
และผกู้ ลนั่ กรองงานมีคาสงั่ วา่ การเปรียบเทียบชอบแลว้

คดีที่มีโทษปรบั สถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท อาจเลิกกนั ไดต้ ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา ท้ังตามมาตรา 37(1) และมาตรา 37(2) โดยหากเป็ นกรณีท่ีผูต้ อ้ งหายินยอมเสียค่าปรบั ในอตั รา
อย่างสูงสาหรับความผิดน้ัน คดีเลิกกันตาม มาตรา 37(1) ซึ่งพนักงานอัยการตอ้ งมีความเห็นและคาสัง่ ยุติ
การดาเนินคดี ตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ .ศ. 2563
ขอ้ 48 (3) และต้องเสนอสานวนใหผ้ ูบ้ ังคับบัญชาถัดไปหนึ่งช้ันทราบโดยเร็ว ตามขอ้ 48 วรรคส่ี ส่วนกรณีที่
พนักงานสอบสวนทาการเปรยี บเทียบ คดีเลิกกนั ตาม มาตรา 37(2) ซ่ึงหากพนักงานอยั การเห็นวา่ การเปรียบเทียบ
ถูกตอ้ งแลว้ ใหส้ งั่ วา่ “การเปรียบเทียบชอบแลว้ ” โดยหากอยั การช้นั 2 และช้นั 3 เป็ นเจา้ ของสานวน ผูม้ ีอานาจ
พิจารณาสัง่ คดีคือผู้กลัน่ กรองงานโดยไม่ต้องเสนอความเห็นต่ออัยการจังหวัดเพื่อทราบอีก แต่หากเป็ น
พนักงานอัยการช้นั 4 เป็ นเจา้ ของสานวน ซ่ึงมีอานาจสัง่ คดีได้ ตอ้ งเสนออัยการจงั หวดั เพ่ือทราบ ตามระเบียบฯ
ขอ้ 41, ขอ้ 48(4), ขอ้ 80

ขอ้ กฎหมาย
1) ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 37(1)(2)
2) พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), มาตรา 157
3) ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ขอ้ 41,
ขอ้ 48(3)(4), ขอ้ 79, ขอ้ 80

ที่มำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นท่ี 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เมอ่ื วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ท่ีมำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายอิสม่าแอน มสั การ ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การจงั หวดั ปราจนี บุรี

นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
อยั กำรอำวุโส

สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 261/2565

ประจำวนั ที่ 13 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรเบิกจำ่ ยเงินค่ำธรรมเนียมควำมแพ่งกรณีฟ้ องคดใี กลข้ ำดอำยุควำม
ในกรณีมีการส่งสานวนคดีแพ่งมายงั สานักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอใหพ้ ิจารณาฟ้ องบงั คบั เรียกหน้ ี
คา้ งชาระตามกฎหมาย ซ่ึงในกรณีปรกติ การเบิกจ่ายเงินค่าธรรมเนียมความแพ่งเพ่ือใชจ้ ่ายในคดีน้ัน
พนักงานอัยการผูว้ ่าคดีจะตอ้ งแจง้ ใหต้ ัวความส่งเงินค่าธรรมเนียมความแพ่งมายงั สานักงานอัยการสูงสุด
ตามระเบียบฯ ขอ้ 62 และทาการยืมเงิน เพ่ือนาไปใชจ้ ่ายเป็ นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้ องคดีและ
เป็ นค่าใชจ้ ่ายต่าง ๆ ในการดาเนินคดี ตามระเบียบฯ ขอ้ 63 แต่ในบางคร้งั คดีมีทุนทรพั ยส์ ูงและตัวความ
สง่ สานวนคดีมาเมอ่ื คดีใกลค้ รบกาหนดอายุความ โดยระยะเวลาท่ีเหลือก่อนคดีขาดอายุความ อาจไม่เพียงพอ
ต่อการดาเนินการ ตามระเบียบฯ ขอ้ 62 และขอ้ 63 ดังกล่าวขา้ งตน้ อันอาจทาใหไ้ ม่มีเงินท่ีจะนาไป
ชาระค่าธรรมเนียมศาลในวนั ฟ้ องคดีได้ ในกรณีเชน่ น้ ี พนักงานอยั การผูว้ ่าคดีสามารถแบ่ง เงินค่าธรรมเนียม
ความแพ่งท่ีตอ้ งใชจ้ ่ายในคดี ออกเป็ น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ เงินท่ีตอ้ งใชจ้ ่ายในวนั ฟ้ องคดี เช่น ค่าข้ ึนศาล
ค่านาสง่ หมายเรียกและสาเนาคาฟ้ อง และส่วนท่ีสองคือ เงินท่ีตอ้ งใชจ้ ่ายภายหลังฟ้ องคดีแลว้ เช่น ค่าคัดถ่าย
เอกสาร ค่าป่ วยการพยาน ฯลฯ โดยสาหรบั เงินที่ตอ้ งใชจ้ ่ายในวนั ฟ้ องคดีน้ัน พนักงานอยั การสามารถแจง้
ใหต้ ัวความนาเงินมาชาระท่ีศาลโดยตรงในเวลาที่นิติกรอัยการนาคาฟ้ องไปยื่นต่อศาลในวันฟ้ องคดี
โดยไมต่ อ้ งชาระผ่านสานักงานอยั การสงู สุดตามระเบียบฯ ขอ้ 62 และขอ้ 63 ส่วนเงินที่ตอ้ งใชจ้ ่ายภายหลงั
ฟ้ องคดีแลว้ ก็สามารถแจง้ ใหต้ วั ความส่งเงินมายงั สานักงานอยั การเพื่อทาการเบิกจ่ายตามระเบียบสานักงาน
อยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีแพง่ ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2560 ตามปรกติต่อไป
ในกรณีท่ีมรี ะยะเวลาไมเ่ พียงพอสาหรบั การเบิกจ่ายเงินตามระเบียบฯ ขอ้ 62 และขอ้ 63 ที่จะตอ้ งนา
เงินไปชาระท่ีศาลในวนั ฟ้ องคดี เช่น ค่าข้ ึนศาล ค่านาส่งหมายเรียกและสาเนาคาฟ้ อง พนักงานอัยการ
สามารถแจง้ ใหต้ วั ความนาเงินมาชาระท่ีศาลโดยตรงในวนั ฟ้ องคดีได้ โดยไมต่ อ้ งชาระผ่านสานักงานอยั การ
และเมื่อชาระเงินในวันฟ้ องแล้ว ตัวความจะนาใบเสร็จท่ีได้รับจากศาลกลับไปยังหน่วยงานของตน
เพ่ือทาเอกสารการเบิกจา่ ยเงิน ดงั น้ัน นิติกรอยั การผนู้ าคดีไปฟ้ องยงั ศาลจึงตอ้ งทาสาเนาใบเสร็จดงั กล่าว

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

มาเก็บไวใ้ นสานวนของอัยการเพื่อเป็ นหลักฐานดว้ ย และเพื่อป้ องกันความเสียหายกรณีที่อาจเกิดเหตุ
ไม่คาดคิดที่ทาใหต้ ัวความไม่สามารถนาเงินมาชาระท่ีศาลในวันฟ้ องคดีได้และหากเงินมีจานวนมาก
พนักงานอัยการอาจจัดทาคารอ้ งขออนุญาตศาลเลื่อนการวางเงินค่าข้ ึนศาลเตรียมไวใ้ หน้ ิติกรอัยการ
เพื่อใหส้ ามารถนาไปย่ืนพรอ้ มฟ้ องไดใ้ นกรณีดงั กลา่ ว

ขอ้ กฎหมาย
- ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุด วา่ ดว้ ยการดาเนินคดีแพ่งของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2560 ขอ้ 44
และขอ้ 62 - 68

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พื่อเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่ือวนั ที่ 4 พฤศจิกายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นายพรเทพ พวงมาลยั ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานคดีภาษีอากร

นำงสมสุข มีวุฒสิ ม
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 262/2565

ประจำวนั ท่ี 13 ธนั วำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ขอ้ พิจำรณำบำงประกำรในเรอื่ งอำนำจกำรดำเนินคดีและสอบสวนควำมผิดทีเ่ กิดในพ้ ืนทะเล

ประเทศไทยมีท้งั อาณาเขตทางทะเล และมีผลประโยชน์ในดา้ นกิจกรรมทางทะเลท้งั ใน น่านน้าภายใน (Internal

Waters) ทะเลอาณาเขต (Territorial Waters) เขตต่อเนื่อง (Contiguous Zone) เขตเศรษฐกิจจาเพาะ (Exclusive Economic

Zones) ไหล่ทวปี (Continental Shelf) ทะเลหลวง (High Seas)รวมท้งั พ้ นื ที่ใตท้ อ้ งทะเล และน่านฟ้ าเหนือทอ้ งทะเลดงั กล่าว

ซ่ึงแต่ละพ้ ืนที่มีขอ้ พิจารณาในเรื่องเขตอานาจในการดาเนินคดีแตกต่างกนั ซ่ึงเกี่ยวพนั ถึงอานาจในการดาเนินนคดีและ

อานาจในการสอบสวน และการรกั ษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน หากไม่มีการตรวจสอบไม่ชดั เจนก็อาจก่อใหเ้ กิด

ความเสียหายแกท่ ้งั ทางราชการเน่ืองจากคดียกฟ้ องเพราะอานาจสอบสวน อานาจในการดาเนินคดี ทาใหผ้ เู้ สียหายไม่ไดร้ บั

ความเป็ นธรรม และเกิดความเสียหายแก่ความขดั แยง้ กนั ของรัฐที่เกี่ยวขอ้ ง บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ผลประโยชน์ของประเทศ และความสงบเรียบรอ้ ยของสงั คมโดยรวม

ขอ้ พิจารณา

(1) พ้ นื ที่ในการกระทาความผิด

ในกรณีท่ีไดค้ วามวา่ ความผิดเกิดในราชอาณาจกั ร ผใู้ ดกระทาความผิดในราชอาณาจกั ร ตอ้ งรบั โทษตามกฎหมาย

ในกรณีท่ีความผิดเกิดข้ นึ ในเรือหรืออากาศยานน้ันแมป้ ระมวลกฎหมายอาญาตามมาตรา 4 กาหนดใหก้ ารกระทาความผิด

ในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ไม่วา่ จะอยู่ ณ ที่ใด ใหถ้ ือว่ากระทาความผิดในราชอาณาจกั ร อนั ทาใหศ้ าลไทยศาลสามารถ

ลงโทษผูก้ ระทาความผิดก็ตาม แต่การพิจารณาเรื่องอานาจสอบสวนในคดีดังกล่าวตอ้ งเป็ นไปตามประมวลกฎหมายวิธี

พจิ ารณาความอาญามาตรา 20 เช่นหากเรืออยใู่ นเขตเศรษฐกจิ จาเพาะ หรืออากาศยานไทยบินอยเู่ หนืออาณาเขตเพ่ือนบา้ น

การสอบสวนตอ้ งมกี ารดาเนินการตามบทบญั ญตั ิดงั กล่าว

(2) ตวั บุคคล

หากพิจารณาเห็นว่าเป็ นความผิดนอกราชอาณาจักร จะต้องพิจารณาถึงผูเ้ กี่ยวขอ้ งกับการกระทาความผิด

ท้งั ในฐานะผกู้ ระทาความผิด ผเู้ สียหาย ผคู้ วบคุมยานพาหนะ รฐั ธง อานาจสอบสวน ซ่งึ สามารถเช่ือมโยงกบั ความรบั ผิดและ

เขตอานาจ อันเป็ นเงื่อนไขในการดาเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญาเช่น ตัวการดว้ ยกนั ของ

ผสู้ นับสนุน หรือของผูใ้ ชใ้ หก้ ระทาความผิดน้ันจะไดก้ ระทานอกราชอาณาจกั ร ตามมาตรา 6 เป็ นตน้ ซ่ึงในเร่ืองดงั กล่าว

นอกเหนือจากเกี่ยวขอ้ งกบั พนักงานอยั การท่ีดาเนินคดีและยงั เกี่ยวพนั ถึงการดาเนินการร่วมมือระหวา่ งประเทศในดา้ นต่าง ๆ

เช่นการรวบรวมพยานหลักฐาน การใหค้ วามช่วยเหลือ เช่นกรณีท่ีผูเ้ สียหายเป็ นคนไทย ลงเรือแลว้ ไปถูกพบท่ีประเทศ

อนิ โดนีเซีย ซง่ึ ทางการไทยมหี น้าที่ในการใหค้ วามช่วยเหลือตลอดจนการดาเนินการใหไ้ ดม้ าซ่งึ พยานหลกั ฐานเพื่อดาเนินคดี

กบั ผกู้ ระทาความผิด และมีกรณีท่ีมีอานาจในการดาเนินคดีทบั ซอ้ น Compete jurisdiction ของรฐั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ซ่ึงในกรณีท่ีรฐั

ไทยเป็ นรฐั ธงก็ตอ้ งมกี ารตรวจสอบขอ้ มลู การจดั ทะเบียนเรือหรือสิทธิในการใชธ้ งของเรือท่ีเก่ียวขอ้ ง

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

นอกจากน้ ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 ยงั กาหนดใหเ้ จา้ หน้าท่ีไทยสามารถบังคบั ใชก้ ฎหมายลงโทษ
ผกู้ ระทาความผิดนอกราชอาณาจกั ร หากเป็ นกรณี ดงั ต่อไปน้ ี (ก) ผกู้ ระทาความผิดน้ันเป็ นคนไทย และรฐั บาลแห่งประเทศ
ที่ความผิดไดเ้ กิดข้ ึนหรือผูเ้ สียหายไดร้ อ้ งขอใหล้ งโทษ หรือ (ข) ผูก้ ระทาความผิดน้ันเป็ นคนต่างดา้ ว และรฐั บาลไทยหรือ
คนไทยเป็ นผเู้ สียหาย และผเู้ สียหายไดร้ อ้ งขอใหล้ งโทษ ดงั น้ันตอ้ งหยบิ ยกประเด็นดงั กล่าวข้ นึ พิจารณา

(3) ฐานความผิด
เขตอานาจในการบงั คบั ใชก้ ฎหมายและดาเนินคดีในแต่ละฐานความผิดอาจแตกต่างกนั เช่น ตามพระราชบญั ญตั ิวา่
ดว้ ยสิทธิการประมง ในเขตการประมงไทย พุทธศักราช 2482 ครอบคลุมไปถึงพ้ ืนท่ีเขตเศรษฐกิจจาเพาะ ซ่ึงอยู่นอก
ราชอาณาจกั รไทย พระราชบญั ญตั ิป้ องกนั และปราบปรามการคา้ มนุษย์ พ.ศ. 2551 ซึ่งมาตรา 11 กาหนดว่าผูใ้ ดกระทา
ความผิดตามมาตรา 6 นอกราชอาณาจกั ร ตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดบางประเภทแมก้ ระทาลงนอกราชอาณาจกั ร
จะตอ้ งรับโทษในราชอาณาจกั รตามมาตรา 7 เช่น ความผิดเกี่ยวกบั ความมนั่ คงแห่งราชอาณาจกั ร ความผิดเก่ียวกบั การ
ก่อการรา้ ย ความผิดฐานชิงทรัพย์ และความผิดฐานปลน้ ทรัพย์ ตามท่ีบัญญัติไวใ้ นมาตรา 339 และ 340 ซ่ึงไดก้ ระทา
ในทะเลหลวง ความผิดเกยี่ วกบั การกอ่ ใหเ้ กดิ ภยนั ตรายต่อประชาชนบางประการเป็ นตน้ แมก้ ระทงั่ รฐั ไทยไม่มีจุดเกาะเกี่ยว
ท้งั เรื่องอาณาเขต ผล หรือคนชาติ แต่ทางการไทยมีอานาจในการดาเนินคดีในความผิดแต่ละประเภทตามกฎหมายไทย
ตามกฎหมายจารีตประเพณีและพันธกรณีระหว่างประเทศในการปราบปรามผูก้ ระทาความผิดและใหค้ วามช่วยเหลือ
ผเู้ สียหาย รวมท้งั การใหค้ วามร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามการกระทาความผิด ช่วยเหลือ ใหข้ อ้ มลู กบั รฐั อน่ื
เม่ือไดร้ บั สานวนการสอบสวนความคิดที่เกิดในบริเวณพ้ ืนที่ทะเลพนักงานอยั การควรพิจารณาใหไ้ ดข้ อ้ เท็จจริงใน
เรื่องดงั ต่อไปน้ ี
(1) พ้ ืนท่ีบริเวณซ่ึงกระทาความผิดไดก้ ระทาลงอยู่ในเขตใด ในทางปฏิบัติควรใหพ้ นักงานสอบสวนรวบรวม
พยานหลักฐานขอ้ เท็จจริงเพียงพอเพื่อทราบว่าพ้ ืนท่ีเกิดเหตุอยู่ในเขตใดทางทะเล เช่นอาจสอบปากคาผู้เชี่ยวชาญ
ของกองทัพเรือ จากประสบการณ์ดาเนินคดีคา้ มนุษยท์ ่ีผ่านมาพนักงานสอบสวนไดด้ าเนินการประสานกับทหารเรือ
พาผเู้ สียหายไปช้ ีตาแหน่ง เพอ่ื พิสจู น์บริเวณสถานที่กระทาความผิด
(2) ผเู้ กี่ยวขอ้ งกบั การกระทาความผิด ท้งั ในฐานะผกู้ ระทาความผิด ผเู้ สียหาย ผคู้ วบคุมยานพาหนะ รฐั ธง ขอ้ มลู
การจดทะเบียนยานพาหนะที่เกี่ยวขอ้ ง
(3) อานาจในการดาเนินคดีและอานาจสอบสวนในความผิดแต่ละประเภทตามกฎหมายไทยและพนั ธกรณีระหว่าง
ประเทศ
ดังน้ันในกรณีที่ความผิดเกิดในพ้ ืนท่ีทะเลนอกเหนือจากจะตอ้ งพิจารณาพยานหลักฐานและสัง่ สานวนต่อไป
ตามรูปคดีแลว้ พนักงานอยั การจึงควรหยิบยกและกาหนดใหพ้ นักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในประเด็นเร่ือง
สถานท่ีเกิดเหตุว่าอยบู่ ริเวณใด หากไดค้ วามว่าการกระทาความผิดเกิดนอกราชอาณาจกั รตอ้ งแจง้ ใหใ้ หพ้ นักงานสอบสวน
ดาเนินการเรื่องการมอบอานาจใหส้ อบสวนความผิดในคดีอาญาที่เกิดนอกราชอาณาจกั รใหถ้ ูกตอ้ งก่อนสรุปสานวนมา
เพ่ือพิจารณา และในกรณีท่ีจาเป็ นตอ้ งมีการสอบสวนหรือรวบรวมพยานหลกั ฐานในต่างประเทศควรแนะนาใหพ้ นักงาน
สอบสวนดาเนินตามกฎหมายท่ีเกย่ี วขอ้ ง ต่อไป

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ขอ้ กฎหมาย
- ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 4 - 11
- ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 20
- อนุสญั ญาสหประชาชาติวา่ ดว้ ยกฎหมายทะเล พระราชบญั ญตั ิป้ องกนั และปราบปรามการคา้ มนุษยพ์ .ศ. 2551
- พระราชบญั ญตั ิว่าดว้ ยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พุทธศกั ราช 2482

ท่ีมำ : - การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดับสงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การจงั หวดั ” รุ่นที่ 43 ในหวั ขอ้ วชิ า การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร
(Leadership Competency) เม่อื วนั ที่ 4 พฤศจกิ ายน 2565

ที่มำ : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวภทั ราภรณ์ พรมนุชาธิป ตาแหน่ง อยั การจงั หวดั ประจาสานักงานอยั การสงู สุด
สงั กดั สานักงานอยั การคดีเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั สมุทรปราการ

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทกี ิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th


Click to View FlipBook Version