The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kmcenter.ago1, 2022-12-29 03:12:30

KM 3P ประจำปี พ.ศ. 2565

เรื่องที่ 1-286/2565

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 134/2565

ประจำวนั ท่ี 27 มิถนุ ำยน 2565
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมลู ควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเด็นเกี่ยวกบั กำรดำเนินกำรทำงวินยั แกอ่ ดตี เจำ้ หนำ้ ทขี่ องรฐั ตอนท่ี 5
ขอ้ เท็จจริง ก. ขา้ ราชการตารวจออกจากราชการก่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิตารวจแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2562
มีผลใชบ้ ังคบั และต่อมาพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใชบ้ ังคบั โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติช้ ีมูลความผิดทางวินัย
อดีตขา้ ราชการตารวจดงั กล่าวตามพระราชบญั ญตั ิตารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดส้ ่งรายงาน
สานวนการไต่สวน เอกสารหลกั ฐาน และคาวินิจฉยั ไปยงั ผบู้ งั คบั บญั ชาเพอ่ื ใหด้ าเนินการทางวินัยต่อไป
ประเด็นปัญหา ในกรณีท่ีมีการแกไ้ ขเพิ่มเติมพระราชบัญญตั ิตารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ขา้ งตน้ ผูบ้ ังคบั บัญชา
ตอ้ งพิจารณาดาเนินการทางวินัยตามพระราชบญั ญตั ิตารวจแห่งชาติท่ีใชบ้ งั คบั อยใู่ นขณะใด
ความเห็น เม่ือ ก. ออกจากราชการก่อนวนั ที่พระราชบญั ญัติตารวจแห่งชาติ (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2562 จะมีผลใช้
บังคบั โดยมาตรา 94 วรรคหน่ึง แห่งพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ซ่ึงใชบ้ ังคบั อยู่ในขณะน้ัน กาหนดว่า
ขา้ ราชการตารวจผูใ้ ดถูกสอบสวนในกรณีการกระทาความผิดวินัยอย่างรา้ ยแรงหรือมีกรณีที่ถูกช้ ีมลู ความผิดตามกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริตไวแ้ ลว้ แมต้ ่อมาขา้ ราชการตารวจผนู้ ้ันจะออกจากราชการ
ไปแลว้ ก็ใหท้ าการสอบสวนต่อไปได้ แต่ตอ้ งดาเนินการสอบสวนใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหน่ึงปี นับแต่วนั ออกจากราชการ ดงั น้ัน
เม่อื ขอ้ เท็จจริงปรากฏว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติช้ ีมลู ความผิดภายหลงั จากท่ี ก. ผถู้ ูกกล่าวหา ออกจากราชการไปแลว้
เกนิ หนึ่งปี อนั ล่วงเลยระยะเวลาที่กาหนดใหด้ าเนินการสอบสวนใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหนึ่งปี ไปแลว้ ผบู้ งั คบั บญั ชาจึงไมส่ ามารถ
ลงโทษทางวินัยในกรณีน้ ีได้

ท่ีมำ : - พระราชบญั ญตั ิตารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 94
ท่ีมำ : - ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า (ที่ประชุมร่วม คณะที่ 1 และคณะที่ 2) (เร่ืองเสร็จท่ี 34/2563)
ท่ีมำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นเกี่ยวกบั การดาเนินการทางวินัยตามการช้ ีมลู ความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

โดยฝ่ายกฎหมายการเมอื งการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า,
ธนั วาคม 2564, ส่วนที่ 3 หนา้ 8

นำยวิรชั เนติธรรมำภิมุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 135/2565

ประจำวนั ท่ี 28 มิถนุ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เร่ือง ขอ้ สงั เกตในกำรปฏิบตั ริ ำชกำร : กำรตรวจรบั สำนวนคดที ุจริต
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าดว้ ยความผิดเกี่ยวกบั การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรฐั พ.ศ. 2542 มาตรา 4
และมาตรา 5 อยู่ในอานาจพิจารณาพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค มิใช่อยู่ในอานาจของ
ศาลจังหวัด และพนักงานอัยการที่มีอานาจพิจารณาสัง่ สานวนการสอบสวนคดีน้ ีคือ พนักงานอัยการ สานักงาน
คดีปราบปรามการทุจริตภาค ตามพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3
ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2560
ขอ้ 3 และขอ้ 6 (3) และระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2547 ขอ้ 10
วรรคสอง (ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 และขอ้ 44)
ท่ีกาหนดว่า “กรณีที่คาสัง่ หรือระเบียบน้ ีมิไดก้ าหนดไวเ้ ป็ นอย่างอ่ืน ..... การคืนสานวนการสอบสวนในกรณีที่ไม่อยู่ใน
เขตอานาจของศาลน้ัน ใหพ้ นักงานอยั การประจาศาลน้ันๆ ส่งสานวนคดีน้ันคืนพนักงานสอบสวน เพ่ือส่งไปยงั พนักงานอยั การ
ประจาศาลท่ีคดีน้ันอยใู่ นเขตอานาจ”
ดงั น้ัน การรบั สานวนและการพจิ ารณาสงั่ คดีของอยั การจงั หวดั จงึ มชิ อบดว้ ยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 16 ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
พ.ศ. 2560 ขอ้ 3 และขอ้ 6(3) พระราชบญั ญตั ิจดั ต้ังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3(2)
จึงถือเป็ นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2547
ขอ้ 10 ขอ้ 49 ขอ้ 56 และขอ้ 69 (ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ
พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 และขอ้ 44 ขอ้ 32 ขอ้ 33 และขอ้ 35)

ท่ีมำ : ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2547 ขอ้ 10 ขอ้ 49 ขอ้ 56
และขอ้ 69 (ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 และขอ้ 44 ขอ้ 32
ขอ้ 33 และขอ้ 35)
ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2560 ขอ้ 3 และขอ้ 6 (3)
พระราชบญั ญตั ิจดั ต้งั ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมชิ อบ พ.ศ. 2559
สานักงานอยั การพเิ ศษฝ่ายประเมินผล สานักงานวิชาการ, บนั ทึกขอ้ ความ สานักงานอยั การพเิ ศษฝ่าย
ประเมินผล ท่ี อส 0008(ปผ)/123 ลงวนั ที่ 14 ตุลาคม 2563

นำยยคุ ล เหล่ำพลู สุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 136/2565

ประจำวนั ที่ 28 มิถนุ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ผเู้ สยี หำยในคดอี ำญำ ตอนท่ี 2
ความเป็ นผเู้ สียหายตามที่บญั ญตั ิในประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) นอกจากการเป็ นบุคคลท่ีจะตอ้ ง
ไดร้ บั ความเสียหายจากการกระทาความผิดอาญาท่ีผูก้ ระทาความผิดไดก้ ่อข้ ึน แลว้ บุคคลน้ันตอ้ งเป็ นผูเ้ สียหายโดยนิตินัยดว้ ย มิฉะน้ัน
ไมถ่ ือวา่ เป็ นผเู้ สียหาย ตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) และมีผลทาใหบ้ ุคคลตาม มาตรา 5 และมาตรา 6
ไมม่ อี านาจจดั การแทนผเู้ สียหายได้ และไมม่ ีอานาจในการเขา้ เป็ นโจทกร์ ว่ มกบั พนักงานอยั การตาม มาตรา 30 อีกดว้ ย
คาวา่ ผเู้ สียหายโดยนิตินัย หมายถึง ผูท้ ่ีไมม่ ีส่วนก่อการกระทาผิด หรือ ไมเ่ ป็ นผูใ้ ช้ หรือ สนับสนุนหรือรเู้ ห็นในการกระทา
ผิดน้ันดว้ ย หรือ สมคั รใจใหเ้ กิดความผิดน้ัน หรือการกระทาน้ันตอ้ งไมฝ่ ่ าฝืนต่อความสงบเรียบรอ้ ยหรือศีลธรรมอนั ดีของประชาชน
ท้งั น้ ี ประเด็นอนั เกี่ยวกบั ผเู้ สียหายนิตินัย อาจจาแนกได้ ดงั น้ ี
1. กรณีมสี ่วนกอ่ การกระทาผิด เชน่ ตา่ งฝ่ายต่างสมคั รใจทะเลาะววิ าทกนั แลว้ เขา้ ทารา้ ยรา่ งกายกนั เชน่
คาพิพากษาฎีกาที่ 9174/2560 ผูต้ ายแสดงความไม่พอใจที่จาเลยที่ 1 สนิทสนมกับ พ. ซึ่งเป็ นคนรกั เก่าและผูต้ าย
พูดทา้ ทายจาเลยท่ี 1 ก่อน หลังจากน้ันผูต้ ายและจาเลยที่ 1 ชกต่อยกัน เป็ นกรณีที่ผูต้ ายกับจาเลยท่ี 1 สมัครใจวิวาทต่อสูก้ ัน
ผูต้ ายจึงไม่ใช่ผูเ้ สียหายโดยนิตินัย ที่บิดาผูต้ ายและบุตรท้ังสองของผูต้ ายจะรอ้ งขอเขา้ ร่วมเป็ นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการได้
ตามมาตรา 2(4) และมาตรา 30
คาพิพากษาฎีกาท่ี 481/2524 ผูเ้ สียหายท้ังสาม เป็ นผูใ้ ชใ้ หจ้ าเลยนาเงินไปซ้ ือสลากกินรวบอันเป็ นความผิด จึงไม่ใช่
ผเู้ สียหายโดยนิตินัยท่ีจะมีสิทธิรอ้ งทุกขใ์ นความผิดฐานฉอ้ โกง ซึ่งเป็ นความผิดอนั ยอมความได้
คาพิพากษาฎีกาท่ี 7869/2560 โจทกร์ ว่ มเป็ นนายทุนปล่อยเงินกูโ้ ดยมีเจตนามุง่ ประสงคต์ ่อผลประโยชน์ที่เรียกดอกเบ้ ีย
เกินอตั ราตามกฎหมายอนั เป็ นความผิดต่อ พ.ร.บ.หา้ มเรียกดอกเบ้ ียเกินอตั ราฯ ขณะเกิดเหตุไม่ว่าจาเลยท้งั สองจะร่วมกนั หลอกลวง
โจทกห์ รือไมก่ ็ตาม ถือไดว้ า่ โจทกร์ ว่ มไมใ่ ช่ผเู้ สียหายโดยนิตินัย
2. ผูเ้ สียหายและจาเลยต่างประมาทในเหตุการณ์เดียวกัน ไม่เป็ นผูเ้ สียโดยนิตินัย เช่น คาพิพากษาฎีกาที่ 461/2539
การท่ีผูต้ ายและจาเลยต่างขับรถดว้ ยความเร็วและต่างขับรถเขา้ ไปในช่องทางเดินรถของอีกฝ่ ายหน่ึง ฟังไดว้ ่าขบั รถโดยประมาท
ท้งั สองฝ่าย เมอ่ื ผตู้ ายมสี ่วนกระทาผิดดว้ ย ผตู้ ายจึงมใิ ช่ผเู้ สียหายโดยนิตินัย ตาม ป.วิ อาญา มาตรา 2(4) โจทกร์ ว่ มซึ่งเป็ นบิดาผูต้ าย
ยอ่ มไมม่ อี านาจจดั การแทนผเู้ สียหายผตู้ ายไดต้ ามมาตรา 5(2) ไมม่ ีอานาจเขา้ รว่ มเป็ นโจทกร์ ว่ มไดต้ ามมาตรา 30
3. จาเลยกระทาความผิดโดยบันดาลโทสะเพราะถูกผูต้ ายหรือผูเ้ สียหายข่มเหง ผูต้ ายหรือผูเ้ สีย หายไม่เป็ นผูเ้ สียหาย
โดยนิตินัย จึงไม่มีสิทธิขอเป็ นโจทกร์ ่วมและไมม่ ีสิทธิอุทธรณห์ รือฎีกา รวมถึงบุคคลตามมาตรา 5 ไม่มีอานาจจดั การแทนผูเ้ สียหาย
เชน่ คาพิพากษาฎีกาท่ี 12480/2556 เมอ่ื การกระทาของจาเลยที่ 1 เป็ นการกระทาโดยบนั ดาลโทสะโดยโจทกร์ ว่ มเป็ นผูข้ ่มเหงดว้ ย
เหตุรา้ ยแรงอยา่ งไมเ่ ป็ นธรรม จึงถือวา่ โจทกร์ ว่ มมิใช่ผเู้ สียหายโดนนิตินัย จึงไมม่ อี านาจท่ีจะย่นื คารอ้ งขอเขา้ รว่ มเป็ นโจทก์
คาพิพากษาฎีกาที่ 2690/2562 ขณะเกิดเหตุเป็ นเวลากลางคืน ผูต้ ายแต่งกายสวมเส้ ือผา้ สีดามีผา้ สีดาปิ ดบังใบหน้า
โดยมีอาวุธมีปลายแหลมบุกรุกเขา้ ไปในบริเวณบา้ นของผูเ้ สียหาย พฤติการณ์ของผูต้ ายจึงเป็ นการกระทาอันละเมิดต่อกฎหมาย
เมือ่ จาเลยไลใ่ หผ้ ตู้ ายออกไปแตผ่ ตู้ ายไมย่ อมออก กลบั ชกั อาวุธมีดออกมาในลกั ษณะจะทาร่ายร่างกาย จาเลยตอ้ งใชอ้ าวุธปื นของกลาง
ยิงผูต้ ายเพื่อป้ องกนั เหตุรา้ ยท่ีจะเกิดข้ ึน การกระทาของผูต้ ายจึงเป็ นผูก้ ่อใหจ้ าเลยกระทาความผิด ผูต้ ายจึงไมใ่ ช่ผูเ้ สียหายโดยนิติ นัย
ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2(4) ศ. โจทกร์ ่วมซึ่งเป็ นบิดาของผูต้ ายย่อมไมม่ ีอานาจจดั การแทนผูต้ ายตามมาตรา 5(2) และขอเขา้ ร่วม
เป็ นโจทกต์ าม มาตรา 30 ได้

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

4. ความผิดฐานกระทาชาเราเด็กหญิงอายุไมเ่ กิน 15 ปี ตาม ป.อาญา มาตรา 277 เป็ นความผิดที่มิไดค้ านึงถึงวา่ เด็กหญิง
น้ันจะยินยอมหรือไม่ ดังน้ ี แมเ้ ด็กหญิงยินยอมก็ไม่ถือว่าเด็กหญิงมีส่วนร่วมกระทาความผิด เด็กหญิงจึงเป็ นผูเ้ สียหายโดยนิตินัย
ผแู้ ทนโดยชอบธรรมยอ่ มมอี านาจขอเขา้ รว่ มเป็ นโจทกร์ ว่ มตาม มาตรา 30 ได้ เชน่

คาพิพากษาฎีกาที่ 3554/2561 แมก้ ารล่วงละเมิดทางเพศของจาเลยต่อผูเ้ สียหายท่ี 1 น้ันเป็ นไปโดยผูเ้ สียหายท่ี 1
ยนิ ยอม

ที่มำ : ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 5(2)

นำยเชดิ ศกั ด์ิ หริ ญั สริ ิสมบตั ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 137/2565

ประจำวนั ที่ 29 มิถนุ ำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /263

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรคืนสำนวน

การรบั สานวนจากพนักงานสอบสวน บางคร้งั มีกรณีรบั สานวนการสอบสวนท่ีไม่อาจดาเนินคดีต่อไปไดไ้ ว้

ดงั น้ัน เมื่อตรวจพบในภายหลงั ก็จะตอ้ งสง่ สานวนดงั กลา่ วคืนไปใหพ้ นักงานสอบสวนเพ่ือดาเนินการต่อไป อาทิเชน่

1. สานวนที่การสอบสวนยังไม่เสร็จ หรือยังมิได้มีการสอบสวนในความผิดน้ันก่อนให้ถูกต้อง

ตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 140, มาตรา 120 และมาตรา 121

2. สานวนที่ไม่อยู่ในอานาจหน้าที่ของพนักงานอัยการประจาศาล (ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุด

ว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 วรรคสอง, ประกาศคณะกรรมการอยั การ

เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกาหนดอานาจและหน้าท่ีของหน่วยงานภายในของสานักงานอัยการสูงสุด

พ.ศ. 2563)

3. สานวนคดีท่ีไม่อย่ใู นเขตอานาจของศาล (ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญา

ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 วรรคสอง)

4. สานวนที่มีการสอบสวนซ้า เช่น กรณีที่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบทาการสอบสวนเสร็จส้ ิน

และส่งสานวนใหพ้ นักงานอัยการพิจารณาแลว้ พนักงานสอบสวนย่อมหมดอานาจที่จะทาการสอบสวนต่อไป

การท่ีพนักงานสอบสวนอ่ืนทาการสอบสวนและทาความเห็นใหม่ แลว้ เสนอสานวนการสอบสวนต่อพนักงานอยั การ

ในรูปของการสอบสวนเพ่ิมเติมน้ัน พนักงานอัยการไม่อาจรับไวพ้ ิจารณาได้ (คาวินิจฉัยตอบข้อหารือของ

สานักงานอยั การสงู สุดที่ 47/2530 เรื่อง อานาจสอบสวน)

อนึ่ง ผูม้ ีอานาจสัง่ คืนสานวนการสอบสวนโดยปกติ คือ หัวหน้าพนักงานอัยการ (ระเบียบสานักงาน

อยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 วรรคหน่ึง)

ที่มำ : - คมู่ อื การดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ ือการดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 138/2565

ประจำวนั ท่ี 29 มิถุนำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เรอื่ ง กำรใชภ้ ำษำในบรรยำยฟ้ อง (ตอนที่ 2)

กำรใชภ้ ำษำในกำรรำ่ งฟ้ องมีขอ้ พิจำรณา ดงั น้ ี

ใชภ้ าษาอย่างถูกตอ้ ง แมก้ ารบรรยายฟ้ องไม่บงั คบั ว่าจะตอ้ งใชถ้ อ้ ยคาตามที่บญั ญัติไวใ้ นกฎหมาย

ทุ กประการ แ ต่ จะใช้ถ้อยคาอย่างอื่ นซึ่ งมีคว ามห มายเช่นเดี ยวกัน ก็ ได้ เป็ นฟ้ องท่ี สมบูร ณ์

(ฎีกาที่ 706/2516, 6711/2539) เช่น คาว่าบงั อาจ มีความหมายว่า โดยทุจริต หรือโดยไมม่ ีเหตุสมควร

ตามฎีกาที่ 306/2517 แต่พนักงานอยั การควรบรรยายฟ้ องโดยใชภ้ าษาและถอ้ ยคาตามกฎหมายใหม้ าก

โดยเฉพาะภาษาตามองค์ประกอบของความผิดในกฎหมายจะมีความถูกตอ้ งชัดเจนอยู่ในตัวของมนั เอง

และภาษาไดผ้ ่านการเรียบเรียงมาดีแลว้ ไม่ควรตัดทอนแต่งใหม่ หากตอ้ งการบรรยายใหจ้ าเลยเขา้ ใจไดด้ ี

ควรใช้วิธีขยายความดว้ ยขอ้ เท็จจริงและรายละเอียด หรือ อาจวงเล็บภาษาท้องถ่ิน หรือภาษาพูดไว้

เพื่อใหจ้ าเลยเขา้ ใจไดง้ ่ายข้ นึ ก็ได้ และพึงระมดั ระวงั ไมใ่ ชภ้ าษาที่อาจตีความไปไดใ้ นหลายนัย

ทม่ี ำ : คมู่ อื การดาเนินคดีอาญาสาหรบั พนักงานอยั การ พ.ศ. 2546 หนา้ 130.
ที่มำ : คลงั กฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจดั การความรู้ สานักงานอยั การสงู สุด

นำงศริ ิอร มณีสนิ ธุ์
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th

Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร

ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ

เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 139/2565

ประจำวนั ท่ี 30 มิถนุ ำยน 2565
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ท่ีของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมูลควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเด็นเกี่ยวกบั กำรดำเนินกำรทำงวินยั แก่อดตี เจำ้ หนำ้ ทข่ี องรฐั ตอนที่ 6
ขอ้ เท็จจริง ในปี 2550 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ ีมติแต่งต้ังคณะอนุกรรมการไต่สวนขอ้ เท็จจริง กรณีมีการ
กล่าวหาว่าขา้ ราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระทาความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือกระทาความผิดต่อ
ตาแหน่งหนา้ ที่ราชการ และในปี ๒๕๕๘ ผถู้ ูกกล่าวหาดงั กล่าวออกจากราชการดว้ ยเหตุเกษียณอายุราชการ
ต่อมาในปี 2563 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติช้ ีมูลการกระทาของผู้ถูกกล่าวหาว่ามีมูลความผิดทางวินัย
อย่างรา้ ยแรง ฐานปฏิบัติหรือละเวน้ การปฏิบัติหน้าท่ีราชการโดยมิชอบ เพ่ือใหต้ นเองหรือผูอ้ ื่นไดป้ ระโยชน์ที่มิควรได้
เป็ นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามประกาศคณะกรรมการขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เร่ือง หลักเกณฑแ์ ละ
เงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การใหอ้ อกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และส่งเร่ืองให้
ผบู้ งั คบั บญั ชาดาเนินการตามมาตรา 91 (2) แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปราม
การทุจริต พ.ศ. 2561 ภายหลงั จากผถู้ ูกกล่าวหาเกษียณอายรุ าชการไปแลว้ ไดม้ ีประกาศคณะกรรมการขา้ ราชการองคก์ าร
บริหารส่วนจงั หวดั เร่ือง หลกั เกณฑแ์ ละเงื่อนไขเก่ียวกบั วินัยและการรกั ษาวินัย และการดาเนินการทางวินัย พ .ศ. 2558
ซ่ึงแกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะกรรมการขา้ ราชการองค์การบริหารส่วนจงั หวดั เรื่อง หลักเกณฑแ์ ละเง่ือนไขเกี่ยวกับ
วินัยและการรกั ษาวินัย และการดาเนินการทางวินัย (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2562 ซึ่งขอ้ 28 กาหนดเง่ือนเวลาในการสงั่ ลงโทษ
ทางวินัยว่าจะตอ้ งสงั่ ลงโทษภายในสามปี นับแต่วนั ที่ผนู้ ้ันออกจากราชการ และขอ้ 28/1 แห่งประกาศดงั กล่าวกาหนดว่า
ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติช้ ีมูลความผิดขา้ ราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้ใดซ่ึงออกจากราชการแล้ว
การดาเนินการทางวินัยและสงั่ ลงโทษแก่ขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ผูน้ ้ันให้เป็ นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละเง่ือนไข
ที่กาหนดไวใ้ นกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต
ประเด็นปัญหา นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จะสัง่ ลงโทษทางวินัยแก่ขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด
ซง่ึ ออกจากราชการแลว้ เกินสามปี ตามฐานความผิดท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไดห้ รือไม่
ความเห็น อานาจของนายกองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดในการสงั่ ลงโทษขา้ ราชการองค์การบริหารส่วนจงั หวดั
ซึง่ ออกจากราชการแลว้ ยอ่ มเป็ นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละเง่อื นไขท่ีกาหนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการ
ป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และกฎหมาย ระเบียบ หรือขอ้ บังคับว่าดว้ ยการบริหารงานบุคคลของ
ขา้ ราชการน้ัน เมอื่ ขอ้ 28/1 แหง่ ประกาศคณะกรรมการขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เร่ือง หลกั เกณฑแ์ ละเง่ือนไข
เก่ียวกบั วินัยและการรักษาวินัย และการดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2558 กาหนดว่า ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช.
มีมติช้ ีมลู ความผิดขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ผใู้ ดซ่ึงออกจากราชการแลว้ การดาเนินการทางวินัยและสงั่ ลงโทษ
แกผ่ นู้ ้ันใหเ้ ป็ นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละเง่อื นไขท่ีกาหนดไวใ้ นกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปราม
การทุจริต แต่โดยท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ยงั ไม่มีการกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละเงือ่ นไขในเร่ืองน้ ี และยงั คงกาหนดใหก้ ารดาเนินการทางวนิ ัยและการสงั่ ลงโทษเป็ นไป

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ตามกฎหมาย ระเบียบ หรือขอ้ บงั คบั ว่าดว้ ยการบริหารงานบุคคลของขา้ ราชการน้ัน ดงั น้ัน อานาจของนายกองคก์ ารบริหาร
ส่วนจังหวัด ในการดาเนินการทางวินัยและสัง่ ลงโทษแก่ขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดซ่ึงออกจากราชการแลว้
ตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องน้ ี จึงตอ้ งพิจารณาตามขอ้ 28 วรรคหนึ่ง แห่งประกาศฉบบั เดียวกนั ซึ่งใชบ้ งั คบั
ในภายหลงั และกาหนดเง่ือนเวลาการใชอ้ านาจของนายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ในการสงั่ ลงโทษทางวินัยขา้ ราชการ
ซึ่งออกจากราชการไปแลว้ ใหต้ อ้ งสงั่ ลงโทษภายในสามปี นับแต่วนั ท่ีผนู้ ้ันออกจากราชการ อนั มีผลเป็ นคุณแก่ผถู้ ูกกล่าวหา
มากกว่าบทบัญญัติท่ีใช้บังคับอยู่ในขณะกระทาความผิดที่ไม่ได้กาหนดกรอบระยะเวลาในการสัง่ ลงโทษทางวินัยไว้
ดงั น้ัน เม่อื ผถู้ กู กล่าวหาออกจากราชการไปเกนิ สามปี แลว้ นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จึงไม่มีอานาจสงั่ ลงโทษทางวินัย
แกบ่ ุคคลดงั กล่าว

ท่ีมำ : - ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ 1) (เรื่องเสร็จที่ 1033/2564)
ท่ีมำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นเกี่ยวกบั การดาเนินการทางวินัยตามการช้ ีมูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

โดยฝ่ายกฎหมายการเมอื งการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า,
ธนั วาคม 2564, ส่วนที่ 3 หนา้ 8-10

นำยวิรชั เนติธรรมำภิมขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 140/2565

ประจำวนั ที่ 30 มิถุนำยน 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เร่ือง ขอ้ สงั เกตในกำรปฏิบตั ริ ำชกำร : กำรตรวจสำนวนคดอี ำญำ
ความผิดฐานร่วมกนั จดั หางานใหค้ นหางานเพ่ือไปทางานต่างประเทศโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต และหลอกลวงคนหางาน
ใหไ้ ปทางานต่างประเทศ และไดไ้ ปซึ่งทรพั ยส์ ินจากผถู้ ูกหลอกลวง และร่วมกนั ฉอ้ โกงประชาชน ซึ่งพนักงานอยั การเจา้ ของ
สานวน และอยั การจงั หวดั ไดม้ ีความเห็นสงั่ ฟ้ องและยนื่ ฟ้ องจาเลยในฐานความผิดดงั กล่าว แต่ความผิดฐานร่วมกนั จดั หางาน
ให้คนหางานเพ่ือไปทางานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุม้ ครองคนหางาน
พ.ศ. 2528 มาตรา 4 มาตรา 30 และมาตรา 42 น้ัน การกระทาของจาเลยไม่เป็ นความผิด ตามนัยคาพิพากษาศาลฎีกา
ท่ี 4191/2552 เน่ืองจากคดีน้ ี จาเลยเป็ นบุคคลธรรมดา ไม่ได้เป็ นลูกจา้ งหรือตัวแทนสานักงานจดั หางานใด ๆ และ
ไม่ไดเ้ ป็ นผรู้ บั อนุญาตจดั หางานใหค้ นหางานเพ่ือไปทางานต่างประเทศ ดงั น้ัน การกระทาของจาเลยนอกจากจะไม่ตอ้ งดว้ ย
คาจากดั ความของคาว่า “จัดหางาน” แลว้ ยงั ไม่ไดม้ ีเจตนาจะหางานใหแ้ ก่คนหางานหรือจัดหางานใหแ้ ก่นายจา้ งหรือ
ลูกจ้างอย่างจริงจัง แต่เป็ นเร่ืองท่ีจาเลยอ้างเอาเรื่องการจัดหางานข้ ึนมาเป็ นเหตุหลอกลวงเอาเงินหรือทรัพย์สิน
หรือประโยชน์อื่นใดจากผูถ้ ูกหลอกลวง อันอาจเป็ นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุม้ ครองคนหางาน
พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี และความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือ มาตรา 343
ฉะน้ัน ควรที่จะสงั่ ไม่ฟ้ องกลับความเห็นเดิม จึงเป็ นเหตุใหศ้ าลพิพากษายกฟ้ องในฐานความผิดดงั กล่าว ทาใหเ้ สียหาย
ต่อคดี ไม่ชอบดว้ ยระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2547 ขอ้ 49 ขอ้ 56
และขอ้ 94 (ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 32 ขอ้ 33
และขอ้ 94) ถือว่าเป็ นความบกพร่องในการปฏิบตั ิหน้าท่ีราชการของพนักงานอยั การผูเ้ กี่ยวขอ้ ง ตามระเบียบสานักงาน
อยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาช้นั ศาลสูงของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2556 ขอ้ 35 (ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุด
วา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาช้นั ศาลสงู ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 37)

ที่มำ : ระเบยี บสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2547 ขอ้ 49 ขอ้ 56 และ ขอ้ 94
(ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 32 ขอ้ 33 และขอ้ 94)
ระเบยี บสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาชน้ั ศาลสงู ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2556 ขอ้ 35
(ระเบยี บสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาชน้ั ศาลสงู ของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 37)
คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 4191/2552
สานักงานอยั การพเิ ศษฝ่ายประเมนิ ผล สานักงานวิชาการ, บนั ทึกขอ้ ความ สานักงานอยั การพเิ ศษฝ่ายประเมนิ ผล
ท่ี อส 0007(ปผ)/43 ลงวนั ที่ 3 กุมภาพนั ธ์ 2563

นำยยคุ ล เหลำ่ พลู สขุ

อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 141/2565

ประจำวนั ท่ี 1 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ผจู้ ดั กำรแทนผเู้ สียหำยในคดอี ำญำ ตอนท่ี 1

กรณีที่ผเู้ สียหายไม่สามารถดาเนินคดีอาญาไดด้ ว้ ยตนเอง เช่น เป็ นผเู้ ยาว์ หรือไดร้ บั อนั ตรายหรือถึงแก่ความตาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 บัญญัติใหม้ ีบุคคลผูม้ ีอานาจจดั การแทน
ผูเ้ สียหายในการดาเนินคดีอาญากบั ผูก้ ระทาความผิดไดใ้ นหลายกรณี ตามท่ีบัญญัติไวใ้ นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา มาตรา 3 ว่าผมู้ ีอานาจจดั การแทนผเู้ สียหาย ตามมาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 มีอานาจผมู้ ีอานาจจดั การ

แทนผเู้ สียหาย (มาตรา 4, 5, 6) ไดแ้ ก่ (1) รอ้ งทุกข์ (2) เป็ นโจทกฟ์ ้ องคดีแพง่ ท่ีเกยี่ วเนื่องกบั คดีอาญา (3) เป็ นโจทกฟ์ ้ อง

คดีอาญา หรือเขา้ ร่วมเป็ นโจทกก์ บั พนักงานอยั การ (4) ถอนฟ้ องคดีอาญาหรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกบั คดีอาญา และ (5)
ยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตวั ท้งั น้ ี ผมู้ อี านาจจดั การแทนผเู้ สียหายไดแ้ ก่

1. ผู้เสียหายเป็ นหญิงมีสามี หญิงมีสามีมีสิทธิฟ้ องคดีได้เองโดยไม่ตอ้ งรับอนุญาตจากสามีก่อน (มาตรา 4

วรรคหน่ึง) ส่วนสามีน้ันจะดาเนินคดีอาญาแทนภริยาไดโ้ ดยไดร้ บั อนุญาตโดยชัดแจง้ จากภริยา เวน้ แต่เป็ นกรณีท่ีภริยา
ถูกทารา้ ยถึงตายหรือบาดเจ็บจนสามารถจดั การเองได้ ตามมาตรา 5(2) ท้งั น้ ี สามีภริยา ตอ้ งเป็ นสามีภริยากนั โดยชอบ
ดว้ ยกฎหมาย และการอนุญาตน้ันเม่ือกฎหมายมิไดก้ าหนดแบบไว้ จึงอาจอนุญาตดว้ ยวาจาหรือทาเป็ นหนังสือเสนอต่อศาล

พรอ้ มคาฟ้ องก็ได้

ที่มำ : ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 5

นำยเชิดศกั ด์ิ หิรญั สิรสิ มบตั ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท1ี่ 42/2565

ประจำวนั ท่ี 4 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรจำ่ ยสำนวน

หัวหน้าพนักงานอัยการเป็ นผู้สัง่ จ่ายสานวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการในบังคับบัญชา

และตอ้ งลงชื่อในคาสงั่ พรอ้ มวนั เดือนปี ที่สงั่ แมจ้ ะสงั่ จ่ายใหต้ นเองก็ตาม (ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุด

วา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 วรรคหนึ่ง)

อน่ึง สานวนที่จ่ายมอบหมายไปแลว้ ผูบ้ งั คบั บญั ชาอาจเรียกสานวนคดีหนึ่งคดีใดท่ีอยู่ในเขตอานาจ

มาตรวจสอบพิจารณาหรือดาเนินคดีเสียเอง หรือจะมอบหมายใหพ้ นักงานอยั การคนใดดาเนินคดีแทนก็ได้

(ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 10 วรรคสาม)

ทีม่ ำ : - คมู่ ือการดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ ือการดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด

นำยปริญญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 143/2565

ประจำวนั ท่ี 5 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ตวั อยำ่ งกำรจดั เก็บองคค์ วำมรูห้ นำ้ งำน : หลกั สูตรกำรอบรมอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำย รุน่ ท่ี 9
เร่ือง กำรบงั คบั คดีกบั ควำมผดิ ฐำนโกงเจำ้ หน้ ี

หลงั จากศาลพิพากษาใหจ้ าเลย หรือลูกหน้ ีตามคาพิพากษาชาระเงินแก่หน่วยงานของรฐั ลกู หน้ ีตามคาพิพากษา
ไดโ้ อนท่ีดินของตนใหแ้ ก่บุตรชาย จากการสอบทรพั ยข์ องสานักงานอยั การสูงสุด สานักงานการบงั คบั คดี ไม่พบว่าลูกหน้ ี
ตามคาพิพากษามีทรัพย์สินหรือลูกหน้ ีตามคาพิพากษาไม่มีทรัพย์สินอื่นเพียงพอที่จะชาระหน้ ี ตามคาพิพากษา
คดีจึงมีพยานหลักฐานน่าเช่ือว่า การกระทาดังกล่าวของลูกหน้ ีตามคาพิพากษามีเจตนาโอนทรัพยใ์ หบ้ ุตรชายเพ่ือมิให้
หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็ นเจา้ หน้ ีตามคาพิพากษาไดร้ ับชาระหน้ ี จึงมีความผิดฐานโกงเจา้ หน้ ี หลังจากศาลพิพากษาให้
จาเลย หรือลกู หน้ ีตามคาพิพากษาชาระเงินแก่หน่วยงานของรฐั ลกู หน้ ีตามคาพิพากษาไดโ้ อนท่ีดินของตนใหแ้ ก่บุตรชา ย
จากการสอบทรพั ยข์ องสานักงานอยั การสงู สุด สานักงานการบงั คบั คดี ไม่พบวา่ ลกู หน้ ีตามคาพพิ ากษามีทรพั ยส์ ินหรือลูกหน้ ี
ตามคาพิพากษาไมม่ ีทรพั ยส์ ินอ่ืนเพียงพอท่ีจะชาระหน้ ีตามคาพิพากษา คดีจึงมีพยานหลกั ฐานน่าเชื่อว่า การกระทาดงั กล่าว
ของลูกหน้ ีตามคาพิพากษามีเจตนาโอนทรัพยใ์ หบ้ ุตรชายเพ่ือมิใหห้ น่วยงานของรฐั ซึ่งเป็ นเจา้ หน้ ีตามคาพิพากษาไดร้ ับ
ชาระหน้ ี จึงมีความผิดฐานโกงเจา้ หน้ ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 และบุตรชายเป็ นตวั การร่วมในความผิด
ดงั กล่าวดว้ ย ท้งั น้ ีตามนัยคาพพิ ากษาศาลฎกี า ที่ 143/2517

สานักงานการบังคับคดี จึงแจง้ หน่วยงานของรัฐใหพ้ ิจารณารอ้ งทุกขด์ าเนินคดีกบั ลูกหน้ ีตามคาพิพากษาและ
บุตรชายในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ท้ังน้ ีเร่ืองทานองเดียวกันน้ ี สานักงานการบังคับคดี
เคยตอบขอ้ หารือของสานักงานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร เจา้ หน้ ีตามคาพิพากษาในคดี หมายเลขแดงท่ี 1938/2551
ของศาลแพ่ง ในสานวนตอบข้อหารือ เลขรับท่ี 1/2560 ตามหนั งสือ สานั กงานการบังคับคดี ด่วนที่สุด
ที่ อส. 0019.1/628 ลงวนั ที่ 14 มถิ ุนายน 2560 และต่อมาจาเลยในคดีดงั กล่าวไดน้ าเงนิ ชาระคืน แก่สานักงานเลขาธิการ
สภาผแู้ ทนราษฎรจนครบถว้ น

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ขอ้ สรุปสาระสาคญั /แก่นความรู้
การดาเนินการเกี่ยวกบั การบังคบั คดีแพ่งและคดีปกครองแทนรฐั บาลหรือหน่วยงานของรฐั ตามพระราชบญั ญัติ
องคก์ รอยั การ พ.ศ. 2553 มาตรา 23 (4) หากมกี ารสอบทรพั ยข์ องลูกหน้ ี ตามระเบียบสานักงานอยั การสงู สุด ว่าดว้ ยการ
ดาเนินการเกี่ยวกับการบังคบั คดี พ.ศ. 2563 ขอ้ 24 แลว้ ไม่ปรากฏว่าลูกหน้ ีมีทรัพยอ์ ่ืนเพียงพอท่ีจะชาระหน้ ีตามคา
พิพากษา แต่ลกู หน้ ีมพี ฤติการณโ์ อนทรพั ยข์ องตนใหบ้ ุคคลอ่นื เพอื่ มิใหห้ น่วยงานของรฐั ซ่ึงเป็ นเจา้ หน้ ีตามคาพิพากษาไดร้ บั
ชาระหน้ ี ใหส้ านักงานการบงั คบั คดี หรือสานักงานอยั การจงั หวดั คุม้ ครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบงั คบั คดี
จงั หวดั มหี นังสือถึงหน่วยงานของรฐั เพอื่ พิจารณารอ้ งทุกขด์ าเนินคดีกบั ลกู หน้ ีตามคาพิพากษา และผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งในความผิด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ฐานโกงเจา้ หน้ ี ภายในอายุความ 3 เดือน นับแต่รเู้ ร่ืองความผิดและรตู้ วั ผกู้ ระทา
ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96

ทีม่ ำ : - พระราชบญั ญตั ิองคก์ รอยั การและพนักงานอยั การ พ.ศ.2553 มาตรา 23 (4)
- ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินการเก่ียวกบั การบงั คบั คดี พ.ศ. 2563 ขอ้ 24
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350
- การทา KCJ (Knowledge Capturing on Job) จากการทา Workshop ของโครงการอบรมหลกั สตู รนักบริหารงานยุติธรรมระดบั สงู
“หลกั สตู รการอบรมอยั การพิเศษฝ่าย” รุน่ ที่ 9 ในหวั ขอ้ วิชา การจดั การความรเู้ พ่ือเสริมสรา้ งสมรรถนะผบู้ ริหาร (Leadership Competency)
เมื่อวนั ท่ี 10 พฤษภาคม 2565

ท่ีมา : - ผจู้ ดั ทา KCJ นางสาวอาไพ สิงหเพชร ตาแหน่ง อยั การผเู้ ช่ียวชาญพิเศษ สงั กดั สานักงานการบงั คบั คดี สานักงานอยั การสงู สุด

นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยงิ่
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 144/2565

ประจำวนั ท่ี 5 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เรื่อง กำรใชภ้ ำษำในบรรยำยฟ้ อง (ตอนที่ 3)

ขอ้ สงั เกต การใชภ้ าษาในกฎหมาย กรณีที่กฎหมายกาหนดถอ้ ยคาไวแ้ ลว้ ควรใชถ้ อ้ ยคาท่ีกฎหมาย

บญั ญตั ิในการบรรยายฟ้ องถึงพฤติกรรมการกระทาความผิดของจาเลย เช่น

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 โดยใชก้ าลังประทุษรา้ ยดว้ ยการชกต่อย หรือโดยใชก้ าลัง

ประทุษรา้ ยชกต่อยก็ได้ แต่ไมค่ วรเขียนวา่ ใชก้ าลงั ทารา้ ย แมว้ า่ จะมคี วามหมายเหมอื นกนั ก็ตาม

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กฎหมายใชค้ าว่า ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลท่ีสาม ก็ควร

บรรยายฟ้ อง โดยใชค้ าว่า “ใส่ความ” ซ่ึงมีความหมายอยู่ในตัวแลว้ ว่า เป็ นการกล่าวถึงผูอ้ ่ืนเพ่ือใหผ้ ู้น้ัน

ไดร้ บั ความเสียหาย การบรรยายฟ้ องจึงควรเป็ น “ใสค่ วามดว้ ยการ….”

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ใชค้ าวา่ ทารา้ ยผอู้ ่ืนจนเป็ นเหตุใหเ้ กิดอนั ตรายแก่กาย

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ใชค้ าวา่ ทารา้ ยผอู้ ่ืนจนเป็ นเหตุใหร้ บั อนั ตรายสาหสั จึงไม่ควร

ใชค้ าวา่ ไดร้ บั อนั ตรายแกก่ ายถึงสาหสั

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ใชค้ าว่า ลักทรัพย์ที่เป็ นของนายจา้ ง จึงไม่ควรเขียนว่า

ลกั ทรพั ยน์ ายจา้ ง

ท่มี ำ : ค่มู อื การดาเนินคดีอาญาสาหรบั พนักงานอยั การ พ.ศ. 2546 หนา้ 130-131.
ทมี่ ำ : คลงั กฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจดั การความรู้ สานักงานอยั การสงู สุด

นำงศริ ิอร มณีสนิ ธุ์
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 145/2565

ประจำวนั ท่ี 6 กรกฎำคม 2565
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมูลควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเด็นเก่ียวกบั กำรดำเนินกำรทำงวินัยแก่อดีตเจำ้ หนำ้ ที่ของรฐั ตอนท่ี 7
ขอ้ เท็จจริง คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติช้ ีมูลความผิดทางวินัยอย่างรา้ ยแรงอดีตเลขาธิการและ
อดีตรองเลขาธิการขององค์การมหาชนแห่งหนึ่ง และมีหนังสือแจง้ ใหค้ ณะกรรมการองคก์ ารมหาชนและ
องค์การมหาช นดังกล่าวดาเ นิ นการพิ จารณ าโทษทางวินั ย แก่อดี ตเลขาธิ การและอดี ตร องเลขาธิ การ ฯ
ตามมาตรา 91 (2) และมาตรา 98 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกันและ
ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ประเด็นปั ญหา ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอานาจแต่งต้ังถอดถอนจะพิจารณาโทษทางวินัย
แก่อดีตเลขาธิการ และอดีตรองเลขาธิการขององคก์ ารมหาชนขา้ งตน้ ตามมติช้ ีมูลความผิดทางวินัยของ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
ความเห็น โดยท่ีพนักงานเจา้ หน้าท่ีซ่ึงถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ช้ ีมูลความผิดดารงตาแหน่ง
ท่ีแตกต่างกนั จึงเห็นควรพิจารณาใหค้ วามเห็นเป็ นรายกรณี ดงั น้ ี
1. กรณีอดีตเลขาธิการฯ การดาเนินการทางวินัยตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตอ้ งพิจารณาตาม
กฎหมายซึ่งใชบ้ งั คบั อยู่ในขณะกระทาความผิด เวน้ แต่จะปรากฏว่ากฎหมายท่ีใชบ้ งั คบั ในภายหลงั จะมีผล
เป็ นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหามากกว่า และโดยที่ขอ้ 28 แห่งระเบียบว่าดว้ ยวินัยและการดาเนินการทางวินัย
ขององค์การมหาชนดังกล่าวซึ่งใชบ้ ังคับอยู่ในขณะกระทาความผิด ได้กาหนดหลักเกณฑ์และเง่ือนไข
ในการดาเนินการทางวินัยแก่พนักงานเจา้ หน้าที่ซ่ึงออกจากงานไปแลว้ ไวเ้ ป็ นการเฉพาะว่าจะกระทาได้
เมื่อไดม้ ีการกล่าวหาในขณะที่ผูน้ ้ันยงั เป็ นพนักงานเจา้ หน้าท่ี เมื่อขอ้ หารือน้ ีปรากฏว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ได้มีมติเม่ือเดือนมิถุนายน 2559 สัง่ ใหไ้ ต่สวนขอ้ เท็จจริงกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า อดีตเลขาธิการฯ
กระทาความผิดตามขอ้ กล่าวหา หากจะถือเอาวนั ดงั กล่าวซึ่งเป็ นวนั ท่ีเกิดข้ ึนก่อนวนั ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
มีคาสัง่ แต่งต้ังคณะอนุกรรมการไต่สวนขอ้ เท็จจริงเป็ นวันท่ีมีการกล่าวหาพนักงานเจา้ หน้าที่ ว่ากระทา
ความผิดก็ยงั เป็ นการดาเนินการภายหลงั จากที่ผูถ้ ูกกล่าวหาพน้ จากตาแหน่งไปแลว้ กรณีจึงไม่เป็ นไปตาม
เง่ือนไขท่ีองค์การมหาชนดังกล่าวจะสามารถดาเนิ นการทางวินัย และลงโทษแก่อดีตเลขาธิการฯ
ท้งั 2 ราย ได้ และเม่ือกรณีน้ ีไม่สามารถดาเนินการทางวินัยไดแ้ ลว้ จึงไม่จาเป็ นตอ้ งพิจารณาอีกว่าระเบียบ
ท่ีใช้บังคับในภายหลังจะมีหลักเกณฑ์การดาเนินการทางวินัยที่มีผลเป็ นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหามากกว่า
หรือไมแ่ ต่อยา่ งใด

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

2. กรณีอดีตรองเลขาธิการฯ เม่ือขอ้ หารือน้ ีปรากฏว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ ีมติเม่ือเดือน
มิถุนายน 2559 สัง่ ใหไ้ ต่สวนขอ้ เท็จจริงกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าอดีตรองเลขาธิการฯ กระทาความผิด
ตามขอ้ กล่าวหา หากจะถือเอาวนั ดงั กล่าวซ่ึงเป็ นวนั ที่เกิดข้ ึนก่อนวนั ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคาสงั่ แต่งต้งั
คณะอนุกรรมการไต่สวนขอ้ เท็จจริงเป็ นวนั ที่มีการกล่าวหาพนักงานเจา้ หน้าที่ว่ากระทาความผิดก็ยงั เป็ น
การดาเนินการภายหลังจากท่ีผูถ้ ูกกล่าวหาพน้ จากตาแหน่งและสถานะการเป็ นพนั กงานเจา้ หน้าท่ีของ
องคก์ ารมหาชนดังกล่าวแลว้ กรณีจึงไม่เป็ นไปตามเงื่อนไขท่ีเลขาธิการฯ จะสามารถดาเนินการทางวินัย
และลงโทษแกอ่ ดีตรองเลขาธิการฯ ตามระเบียบวา่ ดว้ ยวินัยและการดาเนินการทางวินัยฯ ขององคก์ ารมหาชน
ดงั กลา่ วได้

ทีม่ ำ : - ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ 1) (เรื่องเสร็จที่ 1590/2564)
ทม่ี ำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี าในประเด็นเกย่ี วกบั การดาเนินการทางวนิ ัยตามการช้ ีมลู ความผิด

ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยฝ่ ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน
สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า, ธนั วาคม 2564, ส่วนที่ 3 หน้า 10-11

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 146/2565

ประจำวนั ท่ี 7 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ผจู้ ดั กำรแทนผเู้ สยี หำยในคดอี ำญำ ตอนท่ี 2
(ตอนท่ี 1 ปรากฏตามผูจ้ ดั การแทนผเู้ สียหายในคดีอาญา เรื่องท่ี 141/2565)
2. ผมู้ อี านาจจดั การแทนผเู้ สียหาย ตาม มาตรา 5 แบง่ ออกเป็ น 3 กรณีดว้ ยกนั คอื
2.1 ผูแ้ ทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาลเฉพาะแต่ในความผิดซึ่งไดก้ ระทาหรือผู้ไรค้ วามสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล
มาตรา 5(1))
ผูแ้ ทนโดยชอบธรรม ไดแ้ ก่ บิดามารดา ซึ่งเป็ นผูใ้ ชอ้ านาจปกครองบุตรผูเ้ ยาว์ หรือผูป้ กครองที่ศาลต้งั ตามนัยแห่ง ป .พ.พ.
มาตรา 1585 ซึ่งกรณีบิดาจะตอ้ งเป็ นบิดาโดยชอบดว้ ยกฎหมายของผเู้ ยาวด์ ว้ ย ไมถ่ ือตามหลกั สายโลหติ เชน่
คาพิพากษาฎีกาท่ี 6306/2545 ผู้เสียหายอายุ 17 ปี เศษเป็ นบุตรของโจทก์ร่วมกับ ส. แต่โจทก์ร่วมกับ ส. มิได้
จดทะเบียนสมรสกนั ผูเ้ สียหายจึงมิใช่บุตรโดยชอบดว้ ยกฎหมายของโจทก์ร่วม เม่ือไม่ปรากฏโจทก์ร่วมไดจ้ ดทะเบียนว่าผูเ้ สียหาย
เป็ นบุตร โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผูใ้ ชอ้ านาจปกครองและไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมของผูเ้ สียหายที่จะมีอานาจจัดการแทนผู้เสียหาย
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5(1) จึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคารอ้ งขอเขา้ ร่วมเป็ นโจทก์กับพนักงานอัยการและไม่มีฐานะเป็ นโจทกท์ ่ีจะอุทธรณ์
คาพิพากษาได้
- แต่ในคดีความผิดฐานพรากผูเ้ ยาว์ เป็ นความผิดท่ีกระทาต่ออานาจปกครองของบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือต่อผูด้ ูแล
บิดาที่ไมช่ อบดว้ ยกฎหมายแตอ่ ุปการะเล้ ียงดบู ุตรผเู้ ยาวน์ ับเป็ นผดู้ แู ลผูเ้ ยาว์ จึงเป็ นผเู้ สียหายโดยนิตินัย
คาพิพากษาฎีกาท่ี 8420-8421/2558 แมผ้ ูร้ อ้ งท่ี 2 มิไดเ้ ป็ นบิดาโดยชอบดว้ ยกฎหมายของผูร้ อ้ งที่ 1 กรณีผูร้ อ้ งที่ 2
จึงมิใช่ผูใ้ ชอ้ านาจปกครองของผูร้ อ้ งที่ 1 ซึ่งเป็ นผูเ้ ยาวเ์ หมือนผูร้ อ้ งท่ี 3 ท่ีเป็ นมารดาชอบดว้ ยกฎหมายอันเป็ นผูใ้ ชอ้ านาจปกครอง
ตามกฎหมายก็ตาม แต่เมื่อผูร้ อ้ งท่ี 2 เป็ นบิดาที่แทจ้ ริงของผูร้ อ้ งท่ี 1 ตอ้ งถือวา่ ผูร้ อ้ งที่ 2 อยูใ่ นฐานะผูด้ ูแลผูร้ อ้ งที่และเป็ นผูเ้ สียหาย
ในความผิดฐานร่วมกันพรากผูเ้ ยาวอ์ ายุกว่าสิบหา้ ปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดาซึ่งเป็ นผูด้ ูแลตาม ป .อ. มาตรา 319
วรรคแรกดว้ ย ผรู้ อ้ งท่ี 2 ยอ่ มมสี ิทธิเรียกคา่ สินไหมทดแทนตาม ป.ว.ิ อาญามาตรา 44/1 ได้
- กรณีเป็ นบุตรบุญธรรม ตอ้ งมีการจดทะเบียนรบั เป็ นบุตรบุญธรรม ฉะน้ันหากยงั ไม่ไดจ้ ดทะเบียนการรบั บุตรบุญธรรม
ถือวา่ การรบั บุตรบุญธรรมน้ันยงั ไมส่ มบรู ณแ์ ละไมม่ ีผลตามกฎหมาย
คาพิพากษาฎีกาที่ ฎีกาท่ี 591/2563 โจทกร์ ่วมเป็ นยายของผูเ้ สียหายที่ 2 ซ่ึงเป็ นผูเ้ ยาว์ มิใช่เป็ นผูแ้ ทนโดยชอบธรรม
ซึ่งเป็ นบุคคลที่มอี านาจจดั การแทนผเู้ สียหายท่ี 2 ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 5(1) แมศ้ าลเยาวชนและครอบครวั มีคาสงั่ อนุญาตใหโ้ จทก์
ร่วมจดทะเบียนรับผูเ้ สียหายที่ 2 เป็ นบุตรบุญธรรมก็ตาม แต่เม่ือโจทก์ร่วมมิไดจ้ ะทะเบียนรับผูเ้ สียหายท่ี 2 เป็ นบุตรบุญธรรม
การรบั บุตรบุญธรรมของโจทก์ร่วมยงั ไม่สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมาย โจทกร์ ่วมจึงจึงไม่ใช่ผูร้ บั บุตรบุญธรรมตามตาม ป .พ.พ.
มาตรา 1598/21 และมาตรา 1598/27 และไม่ใช่ผูแ้ ทนโดยชอบธรรมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5(1) ไมม่ ีอานาจจดั การแทนผูเ้ สียหาย
ท่ี 2 ไม่มีสิทธิขอเขา้ รว่ มเป็ นโจทก์กบั พนักงานอัยการในความผิดฐานกระทาโดยประมาทเป็ นเหตุใหร้ บั อันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตาม ป.ว.ิ อ. มาตรา 30 ท้งั ไมม่ สี ิทธิฎีกาในความผิดฐานดงั กล่าว

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

กรณีผูไ้ รค้ วามสามารถ ผูม้ ีอานาจจัดการแทนไดแ้ ก่ ผูอ้ นุบาล เพราะผูไ้ รค้ วามสามารถไม่มีอานาจฟ้ องคดีไดด้ ว้ ยตนเอง
และตอ้ งเป็ นกรณีที่ศาลมีคาสงั่ ใหเ้ ป็ นคนไรค้ วามสามารถและแต่งต้งั ผูอ้ นุบาลแลว้ ดงั น้ัน กรณีผูเ้ สียหายเป็ นบุคคลวิกลจริตท่ีศาล
ยงั ไดม้ ีคาสงั่ ใหเ้ ป็ นคนไรค้ วามสามารถย่อมไม่มีผูอ้ นุบาลจดั การแทนตาม มาตรา 5(1) จะตอ้ งใหญ้ าติของผูน้ ้ันหรือผูม้ ีประโยชน์
เกี่ยวขอ้ งรอ้ งขอใหต้ ้ังแต่ตนเป็ นผูแ้ ผนเฉพาะคดีตามมาตรา 6 ได้ เวน้ แต่เป็ นกรณีตาม มาตรา 5(2) ไม่อาจกระทาได้ ดังน้ัน
หากผไู้ รค้ วามสามารถฟ้ องคดีเองหรอื มอบอานาจใหผ้ อู้ ่ืนฟ้ องคดี ถือวา่ โจทกไ์ มม่ อี านาจฟ้ อง เชน่

คาพิพากษาฎีกาท่ี 3717/2561 โจทก์ซึ่งเป็ นคนไรค้ วามสามารถและอยู่ในความอนุบาลของ ช. ฟ้ องคดีโดยทาหนังสือ
มอบอานาจให้ ม. ดาเนินคดีแทน เป็ นการกระทาโดยโจทกไ์ ม่มีอานาจท่ีจะกระทาได้ ตอ้ งให้ ช. ผูอ้ นุบาลเป็ นผูก้ ระทาแทน กรณีมิใช่
เป็ นเร่ืองของการบกพร่องในความสามารถของโจทก์และจาตอ้ งแกไ้ ขขอ้ บกพร่องน้ันเสียใหบ้ ริบูรณ์ภายในกาหนดเวลาอันสมควร
ตาม ป.ว.ิ พ. มาตรา 56 ประกอบ ป.ว.ิ อาญามาตรา 15 เพราะโจทกไ์ มม่ ีอานาจฟ้ องมาแต่ตน้ แลว้ ศาลชอบที่จะยกฟ้ องโจทก์

ทีม่ ำ : ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 5

นำยเชิดศกั ด์ิ หริ ญั สิริสมบตั ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 147/2565

ประจำวนั ที่ 8 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพจิ ำรณำสำนวนเบ้ ืองตน้ เก่ียวกบั อำนำจหนำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

การตรวจพิจารณาเก่ียวกับอานาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ ก็เพื่อทราบว่าสานวนคดีที่รับไวน้ ้ัน

พนักงานอัยการผูร้ ับผิดชอบสานวน มีอานาจหน้าท่ีที่จะทาความเห็นและสงั่ คดีน้ันหรือไม่ และเม่ือทาความเห็น

และสงั่ คดีแลว้ จะฟ้ องคดีในเร่ืองน้ันต่อศาลท่ีมีเขตอานาจไดห้ รือไม่

ในการใช้อานาจ หรือกระทาหน้าท่ีของพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบน้ัน จะตอ้ งเป็ นไปตามโครงสรา้ ง

การแบ่งส่วนราชการของสานักงานอัยการสูงสุด ซึ่งกาหนดอานาจหน้าท่ีและความรับผิดชอบในการดาเนินคดี

ตามลักษณะของความผิด และเขตพ้ ืนท่ีที่กาหนด และตามคาสัง่ ของอัยการสูงสุดที่ออกคาสัง่ เฉพาะเร่ือง หรือ

วางระเบียบไวใ้ หพ้ นักงานอยั การปฏิบัติได้ รวมท้ังอานาจการสงั่ คดีและอานาจการดาเนินคดีของพนักงานอยั การ

ในแต่ละช้นั การตรวจพิจารณาในช้นั น้ ี หากพบวา่ คดีใดไมอ่ ยใู่ นเขตอานาจ ใหส้ ่งสานวนคดีน้ันคืนพนักงานสอบสวน

เพื่อสง่ ไปยงั พนักงานอยั การประจาศาลท่ีคดีน้ันอยใู่ นเขตอานาจ (ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนิน

คดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 29 วรรคสอง )

ดังน้ัน ในการตรวจพิจารณาสานวนคดีในเรื่องอานาจหน้าที่ของพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบ

จงึ ตอ้ งพิจารณาถึง

ก. สานักงานอัยการที่ตนสังกัดอยู่ ว่ามีอานาจหน้าที่ในการช้ ีขาดคดีตามท่ีกาหนดไวใ้ นกฎหมาย

และระเบียบ หรอื ไม่

ข. เขตอานาจศาล ตอ้ งพิจารณาถึงอายุผูต้ อ้ งหา อตั ราโทษ ตลอดจนสถานภาพของผตู้ อ้ งหา และลกั ษณะ

ความผิด วา่ เป็ นคดีท่ีอยใู่ นเขตอานาจของศาลเยาวชนและครอบครวั , ศาลแขวง, ศาลจงั หวดั , ศาลอาญา, ศาลทหาร

หรือศาลทรพั ยส์ ินทางปัญญาและการคา้ ระหวา่ งประเทศฯลฯ หรอื ไม่

ค. สานวนคดีน้ันเป็ นกรณีที่ผตู้ อ้ งหาถกู คุมขงั อยใู่ นคดีอ่ืนที่เรือนจาอยใู่ นเขตอานาจศาลอื่นหรอื ไม่

เมื่อเห็นวา่ คดีใดไม่อยใู่ นเขตอานาจ ก็ใหร้ ีบดาเนินการส่งสานวนคดีน้ันคืนพนักงานสอบสวน เพ่ือส่งไปยงั

พนักงานอยั การท่ีคดีน้ันอยใู่ นเขตอานาจทนั ที

ทมี่ ำ : - คมู่ อื การดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ ือการดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด

นำยปริญญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 148/2565

ประจำวนั ที่ 11 กรกฎำคม 2565
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เร่ือง กำรใชภ้ ำษำในบรรยำยฟ้ อง (ตอนท่ี 4)
1. ควรใชภ้ าษาที่เป็ นภาษาหนังสือหรือภาษาทางราชการ ไม่ใชภ้ าษาพูดในการบรรยายฟ้ อง (ยกเวน้ คดี
หมิ่นประมาท กฎหมายใหก้ ลา่ วถอ้ ยคาหมิ่นประมาทไวโ้ ดยบริบรู ณ์) เช่น

ศาลอาญารชั ดา ท่ีถกู ตอ้ งคือ ศาลอาญา
ศาลอาญาหลกั เมือง ท่ีถกู ตอ้ งคือ ศาลอาญากรุงเทพใต้
สถานีหมอชิต ท่ีถกู ตอ้ งคือ สถานีขนสง่ สายเหนือ
สถานีหวั ลาโพง ที่ถกู ตอ้ งคือ สถานีรถไฟกรุงเทพ
สนามบินดอนเมือง ที่ถกู ตอ้ งคือ ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ปัจจุบนั คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง)
จงั หวดั อยธุ ยา ที่ถกู ตอ้ งคือ จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา
2. ควรใชถ้ อ้ ยคาใหต้ รงความหมายท่ีถกู ตอ้ ง
ตวั อย่ำงท่ี 1 จาเลยมีกระสุนปื นขนาด .22 ตอ้ งบรรยายว่า จาเลยมีกระสุนปื นขนาด .22 อันเป็ น
เครื่องกระสุนปื นตามกฎหมาย ไม่ควรบรรยายวา่ จาเลยมีเครื่องกระสุนปื น เพราะเครื่องกระสุนปื น เป็ นคานิยาม
ตามกฎหมาย ซ่ึงหมายความรวมถึง กระสุนปื นชนิดต่าง ๆ ลกู ระเบิด ตอรป์ ิ โด จรวด เช้ ือโรค ไอพิษ หมอก ควนั
ฉะน้ันกระสุนปื นท่ีจาเลยมีดังกล่าว หมายถึง ลกู กระสุนปื นชนิดหนึ่ง จึงตอ้ งระบุกระสุนปื น จะทาใหจ้ าเลยเขา้ ใจ
สิ่งของน้ันไดด้ ี และถกู ตอ้ งตามความหมาย ไมเ่ คลือบคลุม และไมผ่ ิดในขอ้ กฎหมายดว้ ย
ตวั อย่ำงที่ 2 ความผิดฐาน ทารา้ ยร่างกาย หากผู้เสียหายไดร้ บั อนั ตรายท้งั กายและจิตใจ ควรใชค้ าว่า
“และ” แต่ถา้ ไดร้ บั ความเสียหายทางกายเท่าน้ัน ควรใชค้ าวา่ “เกิดอนั ตรายแก่กาย” เพียงอยา่ งเดียวตามความเป็ นจริง
ไม่ควรบรรยายวา่ “เกิดอนั ตรายแกก่ าย หรอื จิตใจ”
ตวั อย่ำงที่ 3 ความผิดฐานรบั ของโจร มีองค์ประกอบความผิดหลายอย่างที่เป็ นความผิดไดใ้ นตัวเอง
หากจาเลยกระทาผิดเขา้ องคป์ ระกอบความผิดขอ้ ใด ควรบรรยายเพียงเท่าน้ัน ไมค่ วรบรรยายเกินความจรงิ หลายอยา่ ง
3. ในการบรรยายถึงเอกสารใด ควรใชถ้ อ้ ยคาใหต้ รงตามหวั ขอ้ ของเอกสารน้ัน
4. ไม่ควรใชค้ าทบั ศพั ทต์ ่างประเทศในขณะท่ีมีภาษาไทยนิยมใชก้ นั แลว้ เช่น
คาวา่ “รถมอเตอรไ์ ซค”์ ควรใชค้ าวา่ รถจกั รยานยนต์
คาวา่ “เบรก” ควรใชค้ าวา่ “หา้ มลอ้ ”
คาวา่ “รถปิ กอพั ” ควรใชค้ าวา่ “รถยนตบ์ รรทุกเล็ก”
คาวา่ “พาสปอรต์ ” ควรใชค้ าวา่ “หนังสือเดินทาง”
คาวา่ “เซง้ ” ควรใชค้ าวา่ “โอนสิทธิการเช่า” หรือ “โอนสิทธิการทาประโยชน์”
คาวา่ “ยเู ทิรน์ ” ควรใชค้ าวา่ “ที่กลบั รถ หรือ ทางกลบั รถ” เป็ นตน้

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

คาบางคาซ่ึงเป็ นภาษาต่างประเทศ แต่ยงั ไม่มีคาแปลในภาษาไทยหรือแมม้ ีคาแปลแต่ไม่เป็ นท่ีนิยมใช้
ก็สามารถใชท้ ับศัพท์ไดโ้ ดยอนุโลม เช่นคาว่า “แบตเตอร่ี” “ปิ โตรเลียม” “คอมพิวเตอร์” “เครื่องเล่นวีดีโอ”
“เครอ่ื งเล่นดีวดี ี” สาหรบั มว้ นเทปวดี ีโอ อาจใชภ้ าษาไทยวา่ แถบบนั ทึกภาพและเร่อื ง หรือวสั ดุเทปโทรทศั น์

5. ควรใช้ลักษณะนามของสัตว์และส่ิงของใหถ้ ูกต้อง โดยตรวจดูจากพจนานุกรมลักษณะนามของ
ราชบณั ฑิตยสถานดว้ ย

6. ควรใส่ฐานะของบุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ งในคดี ไวใ้ นตอนแรกเมื่อกล่าวดว้ ย เพ่ือจะใชเ้ ป็ นคาแทนการกล่าวถึง
ในคร้ังต่อไป เช่น นาย...ผูเ้ สียหาย เด็กชาย...ผูเ้ ยาว์ เม่ือกล่าวถึงบุคคลน้ันอีกใหใ้ ชค้ าว่า ผูเ้ สียหาย หรือผูเ้ ยาว์
แทนการบรรยายชื่อ และ ขอ้ ความใดที่ไดก้ ล่าวไวแ้ ลว้ หากจะกล่าวถึงอีก ควรใชค้ าวา่ “ดังกล่าว” แทน จะทาใหไ้ ด้
ขอ้ ความท่ีส้นั กะทดั รดั ไมฟ่ ่ ุมเฟื อย

7. การเรียงลาดับเหตุการณ์ก่อนหลัง โดยเฉพาะความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท จะทาให้
เกิดความเรียงที่ดีและเป็ นการบรรยายฟ้ องตามลาดบั เหตุการณ์ที่ทาใหเ้ ขา้ ใจผิดตามขอ้ เท็จจริงท่ีนาสืบดว้ ย

8. ควรใช้ คาย่อ เฉพาะที่มีกฎหมายรับรองแลว้ และเป็ นที่รูเ้ ขา้ ใจกันได้อย่างแพร่หลาย เช่น พ.ศ. และ
ยศทางทหาร หรอื ตารวจ ส่วนคายอ่ อื่น แมจ้ ะมีกฎหมายรบั รองไว้ เช่น ปตท. ก็ยงั ไม่เป็ นท่ีเขา้ ใจไดอ้ ยา่ งแพร่หลาย
จึงควรใชค้ าเต็ม ว่า การปิ โตรเลียมแห่งประเทศไทย แลว้ วงเล็บตัวย่อไวต้ ่อทา้ ยว่า (ปตท.) เมื่อจะบรรยายฟ้ อง
กลา่ วถึงอีกในชว่ งต่อมา อาจใชค้ ายอ่ แทนได้

9. การรวบถ้อยคา ในบางกรณีเป็ นการช่วยใหไ้ ม่ต้องใช้คาที่ซ้ากัน แต่ต้องไม่เสียความหมายหรือ
ผิดหลกั ในการใชภ้ าษา เช่นคาวา่ “มียาเสพติดใหโ้ ทษและเสพยาเสพติดใหโ้ ทษ” อาจใชค้ าวา่ “มีและเสพยาเสพติด
ใหโ้ ทษ” ได้ คาวา่ “มีอาวุธปื นโดยไม่ไดร้ บั อนุญาตและพาอาวุธปื นติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต”
อาจใชค้ าวา่ “มีอาวุธปื นและพาอาวธุ ปื นติดตวั ไปในทางสาธารณะโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต” เป็ นตน้

10. ในการบรรยายฟ้ องตอ้ งสะกดคาใหถ้ กู ตอ้ งตามพจนานุกรมดว้ ย คาที่มกั สะกดผิด เช่น อนุญาติ ที่ถกู คือ
อนุญาต, สงั เกตุ ที่ถกู คือ สงั เกต

11. คาทุกคาท่ีใชใ้ นการบรรยายฟ้ อง ควรมีจุดมุ่งหมาย และความหมายในการใชจ้ ะทาใหเ้ กิดความรดั กุม
และรอบคอบ

12. คาในกฎหมายที่เกี่ยวกับจานวน เช่น อายุ ระยะเวลา อัตราโทษ กฎหมายใชเ้ ป็ นตัวอักษร เช่น
“อายุเจ็ดปี หรือสิบแปดปี ” ภายในเวลา “หา้ ปี หรือสามปี ” โทษจาคุก “หนึ่งปี ถึงเจ็ดปี ” ตามมาตรา...วรรคสาม
วรรคส่ี ดงั น้ันในการบรรยายฟ้ องควรใชต้ วั อกั ษรตามกฎหมาย ไมค่ วรใชต้ วั เลข

13. ควรใชค้ าเช่ือมประโยคอยา่ งเหมาะสม และ ไม่ใชซ้ ้ากนั ในประโยคท่ีใกลก้ ัน

ท่มี ำ : คมู่ อื การดาเนินคดีอาญาสาหรบั พนักงานอยั การ พ.ศ. 2546 หนา้ 131-133.
ท่ีมำ : คลงั กฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจดั การความรู้ สานักงานอยั การสงู สุด

นำงศิรอิ ร มณีสินธุ์
อยั กำรอำวุโส

สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 149/2565

ประจำวนั ที่ 12 กรกฎำคม 2565
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ที่ของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมูลควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเดน็ เก่ียวกบั กำรดำเนินกำรทำงวินยั แกอ่ ดีตเจำ้ หนำ้ ทีข่ องรฐั ตอนที่ 8
สรุปแนวควำมเห็นในปัจจบุ นั ของคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (จดั ทำในเดอื นธนั วำคม 2564)
เรอื่ ง กำรดำเนินกำรทำงวินยั แก่อดีตขำ้ รำชกำรหรอื เจำ้ หนำ้ ทขี่ องรฐั ตำมมตคิ ณะกรรมกำร ป.ป.ช.
1. กำรดำเนินกำรทำงวินัยต้องเป็ นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ หรือข้อบังคับว่ำด้วยกำรบริหำรงำนบุคคล
ของขำ้ รำชกำรหรอื เจำ้ หนำ้ ทน่ี ้นั
- ในการสัง่ ลงโทษทางวินัยตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติวินิจฉัยมูลความผิดตอ้ งเป็ นไปตามกฎหมาย
(ซ่ึงรวมถึงระเบียบ หรือขอ้ บงั คบั ) ว่าดว้ ยการบริหารงานบุคคลของขา้ ราชการหรือเจา้ หน้าที่น้ัน เช่น พระราชบญั ญตั ิขา้ ราชการพล
เรือน พ.ศ. 2551 สาหรบั ขา้ ราชการพลเรือน หรือพระราชบญั ญตั ิตารวจแหง่ ชาติ พ.ศ. 2547 สาหรบั ขา้ ราชการตารวจ
- ไม่อาจอาศัยพระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ .ศ. 2561 มาใช้
ในการสงั่ ลงโทษไดโ้ ดยตรง แตต่ อ้ งสงั่ ลงโทษตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการบริหารงานบุคคลของขา้ ราชการหรือเจา้ หนา้ ท่ีน้ัน
2. กำรดำเนินกำรทำงวินัยตอ้ งมีกฎหมำยใหอ้ ำนำจ เป็ นไปตำมเงอ่ื นไข และระยะเวลำ
หากไม่มีกฎหมายใหอ้ านาจในการดาเนินการและลงโทษทางวนิ ัย
หากไม่ดำเนินกำรตำมเงอ่ื นไขทีก่ ำหนด เช่น ไมม่ ีการกล่าวหากอ่ นออกจากราชการ
หากไม่ดำเนินกำรภำยในระยะเวลำ เชน่ ไมเ่ รมิ่ สอบสวนภายในระยะเวลาที่กาหนด หรือไมไ่ ดล้ งโทษภายในระยะเวลา
ท่ีกาหนด
ผบู้ งั คบั บญั ชำหรอื ผูม้ ีอำนำจแตง่ ต้งั ถอดถอน ยอ่ มไม่สำมำรถดำเนินกำรพิจำรณำลงโทษทำงวินยั

ตำมทคี่ ณะกรรมกำร ป.ป.ช. มีมตชิ ้ มี ูลได้
3. กำรไตส่ วนของคณะกรรมกำร ป.ป.ช. มีผลอยำ่ งเดียวกบั กำรสอบสวนของผูบ้ งั คบั บญั ชำ

การไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่ีชอบดว้ ยกฎหมายถือเป็ นการไต่สวนของผู้บงั คบั บญั ชา ผูบ้ งั คบั บญั ชาจึงไมต่ อ้ ง
ดาเนินการสอบสวนอีก และสามารถอาศยั สานวนดงั กลา่ วมาใชใ้ นการสงั่ ลงโทษทางวนิ ัยได้

ที่มำ : - แนวความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นเกย่ี วกบั การดาเนินการทางวินัยตามการช้ มี ลู ความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
โดยฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,
ธนั วาคม 2564, ส่วนที่ 3 หนา้ 12

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 150/2565

ประจำวนั ท่ี 18 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ผจู้ ดั กำรแทนผเู้ สยี หำยในคดอี ำญำ ตอนท่ี 3
(ตอนท่ี 1 และ 2 ปรากฏตามผจู้ ดั การแทนผเู้ สียหายในคดีอาญา เร่ืองที่ 141/2565 และเร่ืองที่ 145/2565)
2. ผมู้ ีอานาจจดั การแทนผเู้ สียหาย ตาม มาตรา 5 แบ่งออกเป็ น 3 กรณีดว้ ยกนั คอื
2.2 ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา เฉพาะแต่ในความผิดอาญาซึ่งผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยถึงตายหรือบาดเจ็บจน
ไม่สามารถจะจดั การเองได้ ตามมาตรา 5(2) ท้งั น้ ี ความเป็ นบุพการี ผูส้ ืบสนั ดาน ถือตามฐานะที่เป็ นจริง แต่สามีภริยาตอ้ งเป็ น
สามภริยาโดยชอบดว้ ยกฎหมาย เชน่
คาพิพากษาฎีกาที่ 1384/2516 (ประชุมใหญ่) ผูบ้ ุพการี ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 5(2) หมายถึง บุพการีตามความเป็ นจริง
โจทกม์ ิไดจ้ ดทะเบียนสมรสกบั มารดาผูต้ าย แต่เป็ นบิดาของผูต้ ายตามความเป็ นจริง เม่ือผูต้ ายถูกทารา้ ยถึงตาย โจทกย์ ่อมมีอานาจ
ฟ้ องคดีแทนผตู้ ายได้
- กรณีที่เป็ นบุตรบุญธรรมซึ่งไม่ไดจ้ ดทะเบียน ผูร้ บั บุตรบุญธรรมน้ันไม่ถือวา่ เป็ นบุพการีของบุตรบุญธรรม จึงไมม่ ีอานาจ
จัดการแทนผูเ้ สียหายตามมาตรา 5(2) เช่น คาพิพากษาฎีกาท่ี 1500/2558 ผู้รอ้ งเป็ นมารดาบุตรบุญธรรมผูต้ ายโดยไม่ได้
จดทะเบียนรบั ผูต้ ายเป็ นบุตรบุญธรรมเพียงแต่แจง้ เกิดและเล้ ียงดมู าแต่วยั เยาว์ ผูร้ อ้ งไม่ไดเ้ ป็ นมารดาโดยชอบดว้ ยกฎหมายของผู้ตาย
จึงไมใ่ ชผ่ เู้ สียหายตาม ป.ว.ิ อาญา มาตรา 2(4) และไมม่ สี ิทธิย่นื คารอ้ งขอใหบ้ งั คบั จาเลยชดใชค้ า่ สินไหมทดแทนตาม มาตรา 44/1 ได้
- ถา้ บุคคลที่มีอานาจจัดการแทนตาม มาตรา 5(2) ไมม่ ีบุคคลอื่นจะขอเป็ นผูจ้ ดั การแทนตามมาตราน้ ีไม่ได้ เวน้ แต่เป็ น
กรณีตามมาตรา 5(1) ที่อาจขอต้งั ผแู้ ทนเฉพาะคดีตามมาตรา 6 ได้
- การจดั การแทนตามมาตรา 5(2) น้ ี จากดั เฉพาะความผิดอาญาที่ผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยถึงตายหรือบาดเจ็บจนไมส่ ามารถ
จดั การเองได้ ไม่วา่ จะเป็ นการกระทาโดยเจตนาหรือกระทาโดยประมาทก็ตาม และการถึงแก่ความตายของผูเ้ สียหายน้ันตอ้ งเป็ นผล
มาจากการกระทาความผิดของผู้ทารา้ ยดว้ ย ดังน้ัน หากไม่ใช่ความผิดที่เก่ียวกับการถูกทารา้ ยถึงตาย หรือ ผลแห่งการตาย
มไิ ดม้ าจากการกระทาของผกู้ ระทาความผิด ไมใ่ ชก่ รณีตามมาตรา 5(2) เชน่
คาพิพากษาฎีกาท่ี 3063/2552 ผูบ้ ุพการีมีอานาจเป็ นโจทก์ฟ้ องคดีอาญาหรือเขา้ ร่วมเป็ นโจทก์กับพนักงานอัยการ
ไดเ้ ฉพาะแต่ในความผิดอาญาที่ผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองไดต้ าม ป.วิ.อาญา มาตรา 3(2)
ประกอบมาตรา 5(2) แต่คดีที่เป็ นความผิดต่อเจา้ พนักงานในระบวนการยุติธรรมและความผิดเกี่ยวกับเอกสารซึ่งผูเ้ สียหายถึง
แต่ความตายดว้ ยโรคประจาตวั ของผเู้ สียหายเอง ไมต่ อ้ งดว้ ยบทบญั ญตั ิดงั กลา่ ว
คาพิพากษาฎีกาที่ 1338/2563 เหตุเกิดวนั ท่ี 25 เมษายน 2543 ผูเ้ สียหายถึงแก่ความตายวนั ที่ 19 เมษายน 2553
หลงั เกิดเหตุประมาณ 10 ปี ถือไมไ่ ดว้ า่ ผเู้ สียหายถูกทารา้ ยถึงแก่ความตายอนั จะเป็ นเหตุใหโ้ จทกร์ ่วมมีอานาจจดั การแทนตาม ป.วิ.อ.
มาตรา 5(2) ที่ศาลช้นั ตน้ อนุญาตใหโ้ จทกร์ ว่ มเขา้ เป็ นโจทกก์ บั พนักงานอยั การและศาลอุทธรณภ์ าค 9 มไิ ดแ้ กไ้ ขจึงไมช่ อบ
โจทก์รว่ มเป็ นบุตรโดยชอบดว้ ยกฎหมายของผูต้ ายยื่นคารอ้ งขอใหบ้ งั คบั จาเลยชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนอนั เนื่องจากจาเลย
กระทาละเมิดเป็ นเหตุใหผ้ ู้เสียหายไดร้ ับบาดเจ็บ มิใช่เป็ นกรณีท่ีโจทก์ร่วมเป็ นผู้มีอานาจจัดการแทนผู้เสียหายไดต้ าม ป.วิ.อ.
มาตรา 5(2) แต่โจทก์ร่วมสามารถใชส้ ิทธิทางแพ่งได้ และคดีส่วนแพ่งตอ้ งเป็ นไปตามบทบัญญัติว่าดว้ ยความรับผิดของบุคคล
ในทางแพ่ง เมอื่ ผเู้ สียหายถึงแกค่ วามตายสิทธิเรียกรอ้ งคา่ เสียหายเป็ นมรดกตกทอดแก่ทายาท โจทกร์ ว่ มในฐานะทายาทของผูเ้ สียหาย
ยงั คงมสี ิทธิเรยี กรอ้ งใหจ้ าเลยชดใชค้ า่ สินไหมทดแทนตาม ป.ว.ิ อ.มาตรา 44/1 วรรคหน่ึง ได้

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ขอ้ สังเกต เร่ืองน้ ี ไมป่ รากฏวา่ ผูต้ ายถึงแก่ความตายดว้ ยสาเหตุใด ศาลฎีกาเห็นว่า ผูต้ ายถึงแก่ความตายหลงั เกิดเหตุเป็ น
เวลานานถึง 10 ปี จึงเชื่อวา่ ความตายน่าจะเกิดจากเหตุอื่นไม่ใช่เหตุจากการถูกจาเลยทารา้ ย โจทกร์ ่วมซ่ึงเป็ นบุตรย่อมไม่มีอานาจ
จดั การแทนตามป.ว.ิ อ.มาตรา 5(2) แต่สาหรบั ความรบั ผิดทางแพ่ง โจทกร์ ว่ มในฐานะทายาทโดยธรรมของผูต้ ายมีสิทธิไดร้ บั ชดใชค้ า่
สินไหมทดแทนจากจาเลยท่ีทาละเมิดใหผ้ ูต้ ายถึงแก่ความตาย ดังน้ ี แมโ้ จทกร์ ่วมไม่มีสิทธิย่ืนคารอ้ งขอเขา้ เป็ นโจทก์ร่วมตาม ป .วิ.อ.
มาตรา 30 แต่ก็มสี ิทธิยนื่ คารอ้ งขอใหช้ ดใชค้ า่ สินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1

- คาว่า ผูเ้ สียหายท่ีถูกทารา้ ยถึงตาย ตอ้ งเป็ นการถึงแก่ความตายตามความเป็ นจริง ไมใ่ ช่การท่ีศาลสงั่ ใหเ้ ป็ นคนสาบสูญ
ซ่ึงเป็ นการตายโดยผลตามกฎหมาย และตอ้ งบรรยายฟ้ องยืนยนั ว่า ผูเ้ สียหายตายไปแลว้ หรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจดั การเองได้
หากไมบ่ รรยายฟ้ องยนื ยนั การตายของผเู้ สียหาย กรณีไมเ่ ขา้ หลกั เกณฑต์ าม มาตรา 5(2) เช่น

คาพิพากษาฎีกาท่ี 10915/2558 โจทกฟ์ ้ องกล่าวหาว่าจาเลยท้งั หา้ กับพวกร่วมกนั ปลน้ ทรพั ยข์ อง ส.ไปและร่วมกันใช้
กาลังประทุษรา้ ย ผลักและฉุดกระชาก ส. เขา้ ไปในรถยนต์ของจาเลยท้งั หา้ กับพวก อันเป็ นการข่มขืนใจ ส. ใหต้ อ้ งจายอมเขา้ ไป
ในรถยนตข์ องจาเลยท้งั หา้ กบั ดว้ ยการทาใหก้ ลวั วา่ จะเกิดอนั ตรายต่อชีวิต รา่ งกายหรือเสรีภาพ และขณะน้ ีไม่ทราบยงั มีชีวติ อยู่หรือไม่
ซ่ึงแมค้ าบรรยายฟ้ องแสดงว่าจาเลยท้ังหา้ กับพวกร่วมกันใช้กาลังประทุษรา้ ย ส . แต่ฟ้ องโจทก์มิไดย้ ืนยันว่า ส. เสียชีวิตแลว้
จึงไม่อาจถือไดว้ ่า ส.ถูกทารา้ ยถึงตาย อีกท้ังการท่ีจาเลยท้ังห้ากับพวกร่วมกันใชก้ าลังประทุษรา้ ยผลักและฉุดกระชาก ส. เขา้ ไป
ในรถยนต์ของจาเลยท้ังหา้ กับพวก ก็ไม่ไดค้ วามตามคาฟ้ องของโจทกว์ ่าเป็ นเหตุให้ ส. ไดร้ ับบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้
แมต้ ่อมาศาลมีคาสัง่ แสดงว่า ส. เป็ นคนสาบสูญซ่ึงถือว่าถึงแก่ความตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 62 ก็ตาม แต่เป็ นการตายโดยผล
ของกฎหมาย มิใช่เป็ นกรณีถูกทารา้ ยถึงตายตามความเป็ นจริง เม่ือในขณะที่ภริยาและผูส้ ืบสนั ดานของ ส. ย่ืนคารอ้ งขอเขา้ ร่วมเป็ น
โจทก์ ไม่ปรากฏวา่ ส. ถูกทารา้ ยถึงตายหรือบาดเจ็บจนไมส่ ามารถจะจัดการเองได้ ศาลอุทธรณ์ยกคาขอเขา้ ร่วมเป็ นโจทกข์ องโจทก์
รว่ มที่ 1 และโจทกร์ ว่ มท่ี 2 ถึงที่ 5 ซึ่งเป็ นและบุตรของ ส. จึงถูกตอ้ งและชอบดว้ ย ป.ว.ิ อ. มาตรา 5 (2) แลว้

- คาว่า ผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยบาดเจ็บจนไม่สามารถจดั การเองได้ ตาม มาตรา 5(2) หมายถึง ผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยไดร้ ับ
บาดเจ็บอยา่ งรา้ ยแรงจนไมส่ ามารถจดั การเพื่อคุม้ ครองสิทธิของตนในขณะน้ันโดยส้ ินเชิง เชน่

คาพิพากษาฎีกาที่ 5207/2550 ตามบทบญั ญตั ิ ป.วิ.อาญามาตรา 5(2) ประกอบมาตรา 3(3) สามีผูเ้ สียหายมีอานาจ
ฟ้ องผูก้ ระทาผิดทารา้ ยผูเ้ สียหายที่เป็ นภริยา หมายความว่า ผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยถึงแก่ความตายส้ ิ นสภาพบุคคลไป หรือ มิฉะน้ัน
ผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยไดร้ บั บาดเจ็บอย่างรา้ ยแรงจนไม่สามารถจัดการเพื่อคุม้ ครองรกั ษาสิทธิของตนเองในขณะน้ันโดยส้ ินเชิง เช่น
ผูเ้ สียหายไดร้ บั อันตรายจนสูญส้ ินสติสมั ปชญั ญะไป สูญส้ ินความทรงจา พูดจาไม่เขา้ ใจ ร่างกายไมอ่ าจเคล่ือนไหว หรือจิตฟั่นเฟื อน
เป็ นตน้ กฎหมายจึงจาเป็ นตอ้ งบญั ญัติใหบ้ ุคคลผูผ้ ูกพนั ใกลช้ ิดที่มีหน้าที่ตามกฎหมายและศีลธรรมใหม้ ีอานาจจดั การแทนไดโ้ ดย
ไมต่ อ้ งไดร้ บั อนุญาตจากศาลกอ่ น

คาพิพากษาฎีกาท่ี 1339/2557 ผูเ้ สียหายถูกคนรา้ ยทารา้ ยร่างกายจนเป็ นเหตุใหไ้ ดร้ ับอันตรายสาหัสไม่รูส้ ึกตัวและ
ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงเป็ นกรณีผูเ้ สียหายถูกทารา้ ยถึงบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ ถา้ ผูเ้ สียหายจะเขา้ รว่ มเป็ น
โจทกก์ บั พนักงานอยั การตอ้ งกระทาโดยบุพการี ผสู้ ืบสนั ดาน สามี หรือภริยาของผูเ้ สียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 3 (2) ประกอบมาตรา
5 (2) การท่ีผเู้ สียหายย่นื คารอ้ งขอเขา้ ร่วมเป็ นโจทกด์ ว้ ยตนเองโดยมีการพิมพล์ ายน้ ิวหวั แม่มือในใบแต่งทนายความ แมจ้ ะมีพยานลง
ลายมือชื่อรบั รอง 2 คน ก็ถือไมไ่ ดว้ า่ ผเู้ สียหาย พิมพล์ ายน้ ิวหวั แมม่ ือดว้ ยตนเอง เนื่องจากผูเ้ สียหายไมร่ สู้ ึกตวั และไมส่ ามารถช่วยเหลือ
ตนเองได้ ท่ีศาลช้นั ตน้ อนุญาตใหผ้ ูเ้ สียหายเขา้ ร่วมเป็ นโจทกก์ ับพนักงานอยั การจึงมิไดเ้ ป็ นไปตามบทบัญญตั ิกฎหมายดงั กล่าว เป็ น
การไมถ่ ูกตอ้ ง ยงั ถือไมไ่ ดว้ า่ ผเู้ สียหายเป็ นโจทกร์ ว่ ม จึงไมม่ สี ิทธิฎกี า

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

คาพิพากษาฎีกาท่ี 9866/2560 (ประชุมใหญ่) ผูต้ ายเป็ นผูท้ ่ีถูกทาใหถ้ ึงแก่ความตายจากการกระทาความผิดอาญา
ของจาเลยที่ 1 แมพ้ นักงานอยั การโจทกจ์ ะบรรยายฟ้ องมาดว้ ยวา่ ผูต้ ายขบั รถจกั รยานยนตด์ ว้ ยความเร็วสูงเกินสมควรจนไมส่ ามารถ
หยุดหรือชะลอความเร็วของรถใหช้ ้าลงพอที่จะขับหลบหลีกไม่ให้ชนรถคันอ่ืนที่จอดขวางอยู่ขา้ งหน้าได้ทัน ผู้ตายหาได้ใช้
ความระมดั ระวงั ในการขบั รถใหเ้ พียงพอไม่เป็ นเหตุใหร้ ถชนทา้ ยรถยนต์ที่จอดอยู่ก็ตาม แต่เม่ือผูต้ ายถึงแก่ความตายไปก่อนไม่ถูก
พนักงานอัยการโจทกฟ์ ้ องเป็ นจาเลยในคดีอาญาดว้ ย ขอ้ เท็จจริงจึงยังไม่พอฟังว่าผูต้ ายมีส่วนประมาทดว้ ย ผูต้ ายจึงเป็ นผูเ้ สียหาย
ตาม ป.ว.ิ อ. มาตรา 2(4) โจทกท์ ้งั สองซึ่งเป็ นบุพการีของผตู้ ายจึงเขา้ จดั การแทนผเู้ สียหายไดต้ ามมาตรา 5 (2) การท่ีพนักงานอยั การ
เป็ นโจทกฟ์ ้ องจาเลยท่ี 1 เป็ นคดีอาญาฐานกระทาโดยประมาทเป็ นเหตุใหผ้ ูอ้ ่ืนถึงแก่ความตาย ถือไดว้ า่ พนักงานอยั การฟ้ องคดีแทน
โจทก์ท้ังสองซ่ึงเป็ นบุพการีของผู้ตายด้วย คดีน้ ีจึงเป็ นคดีแพ่งเก่ี ยวเนื่องกับคดีอาญาตามความหมายแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 51
ในอนั ท่ีจะตอ้ งใชอ้ ายุความในทางอาญาที่ยาวกวา่ มาใชบ้ งั คบั แก่คดีตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง

ท่ีมำ : ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 5

นำยเชดิ ศกั ดิ์ หริ ญั สริ ิสมบตั ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 151/2565

ประจำวนั ที่ 19 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพิจำรณำสำนวนเบ้ อื งตน้ เกี่ยวกบั ควำมครบถว้ นหรือสมบูรณข์ องเอกสำรในสำนวน
การตรวจพิจารณาถึงความครบถว้ นหรือความสมบูรณ์ของเอกสารในสานวนการสอบสวน เป็ นการตรวจท้ังในเชิงปริมาณและ
คุณภาพเพ่ือทราบว่า สานวนคดีดังกล่าว บกพร่อง และหรือครบถว้ นถูกตอ้ ง ตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ ซึ่งในการตรวจช้ันน้ ี
จะตอ้ งพิจารณาถึงจานวนเอกสารและสาระสาคญั ตา่ ง ๆ ในเอกสารบางเรอื่ งท่ีเก่ียวกบั ประเด็นแหง่ คดี ซึ่งมีขอ้ พิจารณาในทางปฏบิ ตั ิ ดงั น้ ี
ก. ความครบถว้ นของจานวนเอกสารในเชิงปริมาณ ใหต้ รวจสอบจากบญั ชีทา้ ยสานวนการสอบสวน เปรียบเทียบกบั เอกสาร
ในสานวนการสอบสวน วา่ มีจานวนครบถว้ นตรงกนั หรือไม่ โดยเฉพาะคดีสาคญั ท่ีมีเอกสารจานวนมาก ใหเ้ น้นการตรวจในลกั ษณะ
เช่นน้ ีเป็ นกรณีพิเศษ
ข. ความครบถว้ นของเอกสารท่ีจะตอ้ งปฏิบตั ิตามระเบียบ ขอ้ บงั คบั และกฎหมาย ใหพ้ ิจารณาถึงลกั ษณะและประเภทคดี ตลอดจน
ประเด็นแหง่ คดี แลว้ ตรวจสอบเอกสารในสานวนวา่ มีครบถว้ น ถูกตอ้ ง ตามที่ระเบียบ ขอ้ บงั คบั และกฎหมายกาหนดไวห้ รอื ไม่ อาทิเช่น
- กรณีความผิดเก่ียวกบั ชีวติ และรา่ งกาย มีรายงานการชนั สตู รบาดแผล หรือรายงานการตรวจชนั สูตรพลิกศพของแพทยแ์ ละ
เจา้ พนักงานหรอื ไม่
- ความผิดเก่ียวกบั ปลอมแปลงเอกสาร มรี ายงานการตรวจพิสูจน์เอกสารโดยผชู้ านาญการพิเศษหรอื ไม่
- ความผิดต่อส่วนตวั มคี ารอ้ งทุกขข์ องผเู้ สียหายหรอื ไม่
- ความผิดฐานหมิ่นประมาท มเี อกสารที่แสดงถึงถอ้ ยคาพดู หนังสือ ภาพ หรือส่ิงอ่ืนอนั เกี่ยวกบั ขอ้ หม่ินประมาทหรอื ไม่
- ความผิดเก่ียวกบั ยาเสพติดใหโ้ ทษ มรี ายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางโดยผชู้ านาญการพิเศษหรือไม่
- ความผิดเก่ียวกบั การฝ่ าฝืนประกาศหรือกฎกระทรวง มีสาเนาประกาศหรือกฎกระทรวง เพ่ือเป็ นพยานหลักฐานอา้ งอิง
ประกอบหรือไมฯ่ ลฯ
ค. ความสมบรู ณถ์ ูกตอ้ งของเอกสารใหต้ รวจสอบเอกสารสาคญั ๆ ที่อาจใชเ้ ป็ นพยานหลกั ฐานในประเด็นการพิสูจน์ความผิด
หรือแสดงถึงเงื่อนไขแห่งอานาจฟ้ อง วา่ มีสาระครบถว้ นหรือไม่ และมีการลงลายมือชื่อไวค้ รบถว้ นถูกตอ้ งหรือไม่ โดยเฉพาะเอกสาร
ซ่ึงเป็ นคาใหก้ ารของผูต้ อ้ งหา บนั ทึกการรอ้ งทุกข์ บนั ทึกการจบั กุม แผนท่ีเกิดเหตุ และบนั ทึกการช้ ีตวั ผูต้ อ้ งหา และเอกสารสาคญั ๆ
ทานองเดียวกนั ใหต้ รวจสอบความครบถว้ นสมบรู ณเ์ ป็ นกรณีพิเศษ
อนึ่ง ถา้ ตรวจพบว่าเอกสารในสานวนการสอบสวนไม่ครบถว้ น และหรือไม่สมบูรณ์ พนักงานอัยการอาจส่งสานวนคืน
หรืออาจสงั่ ใหพ้ นักงานสอบสวน ทาการสอบสวนเพิ่มเติม หรือเรียกใหพ้ นักงานสอบสวนส่งตวั พยานมาเพ่ือซกั ถาม แลว้ แต่ขอ้ เท็จจริง
เป็ นกรณี ๆ ไป

ทม่ี ำ : - คมู่ ือการดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ ือการดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทกี ิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 152/2565

ประจำวนั ท่ี 20 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ภำค 3 บทท่ี 1 กำรดำเนินคดีช้นั ศำลก่อนฟ้ อง

ตอนท่ี 1 กำรฝำกขงั

กำรฝำกขัง ใชใ้ นกรณีท่ีสำนวนกำรสอบสวนเป็ นคดีท่ีตอ้ งดำเนินคดีในศำลอื่น นอกจำกศำลแขวงและ

ศำลเยำวชนและครอบครวั

กำรฝำกขงั ในกรณีท่ีสำนวนกำรสอบสวนเป็ นควำมผิดที่มีอตั รำโทษจำคุกอยำ่ งสงู เกินกวำ่ หกเดือนแต่ไม่ถึง

สิบปี หรือปรบั เกินกวำ่ หำ้ รอ้ ยบำทหรอื ท้งั จำท้งั ปรบั ศำลมีอำนำจสงั่ ขงั หลำยคร้งั ติดๆ กนั ได้ แต่คร้งั หน่ึงตอ้ งไม่เกิน

สิบสองวนั และรวมกันท้ังหมดตอ้ งไม่เกินส่ีสิบแปดวนั ในคดีเช่นน้ ีพนักงำนอยั กำรเม่ือไดส้ งั่ สอบสวนเพ่ิมเติมแลว้

ใหย้ ื่นคำรอ้ งเพ่ือขอฝำกขงั มีกำหนดสิบสองวนั ต่อไป ซ่ึงศำลจะไม่ไต่สวนคำรอ้ งขอฝำกขงั โดยสำมำรถขอใหศ้ ำล

สงั่ ขงั ต่อได้ รวมกนั ท้งั หมดตอ้ งไมเ่ กินสี่สิบแปดวนั

ถ้ำเป็ นคดีท่ีเป็ นควำมผิดอำญำท่ีมีอัตรำโทษจำคุกอย่ำงสูงต้ังแต่สิบปี ข้ ึนไปจะมี โทษปรับด้วยหรือไม่

ก็ตำม ศำลมีอำนำจสัง่ ขงั หลำยคร้งั ติดๆ กันได้ แต่คร้งั หน่ึงตอ้ งไม่เกินสิบสองวนั และรวมกันท้ังหมดตอ้ งไม่เกิน

แปดสิบส่ีวนั ในกรณีที่ศำลสัง่ ขังครบสี่สิบแปดวนั แลว้ หำกพนักงำนอัยกำรยื่นคำรอ้ งต่อศำลเพ่ือขอขงั ต่อไปอีก

โดยอำ้ งเหตุจำเป็ น ศำลจะสงั่ ขงั ต่อไปไดก้ ็ต่อเมื่อพนักงำนอยั กำรไดแ้ สดงถึงเหตุจำเป็ นและนำพยำนหลกั ฐำนมำให้

ศำลไต่สวนจนเป็ นท่ีพอใจแก่ศำล ในกรณีน้ ีนอกจำกจะย่ืนคำรอ้ งขอฝำกขังต่อศำลแล้ว จะต้องนำสำนวน

กำรสอบสวนไปศำลเพ่ือกำรไต่สวนถึงเหตุจำเป็ นที่ขอฝำกขงั ต่อ ดงั น้ัน พนักงำนอยั กำรจึงตอ้ งสงั่ สอบสวนเพ่ิมเติม

ดว้ ยเหตุจำเป็ นในประเด็นท่ีขอ้ เท็จจริงเป็ นประเด็นสำคัญและยงั ไม่ส้ ินกระแสควำมจริงๆ ในทำงปฏิบัติพนักงำน

อยั กำรเวรช้ ีฯ จะเป็ นผรู้ บั ผิดชอบในช้นั ไต่สวนดงั กล่ำว

กำรบรรยำยคำรอ้ งขอฝำกขงั จะตอ้ งกล่ำวใหช้ ดั เจนถึงเหตุควำมจำเป็ นเพ่ือทำกำรสอบสวนเพ่ิมเติมหรือเหตุ

จำเป็ นอยำ่ งอ่ืนที่ไม่สำมำรถฟ้ องผตู้ อ้ งหำไดท้ ันภำยในกำหนด มิฉะน้ันศำลจะไม่อนุญำตและตอ้ งติดตำมตรวจดูวำ่

ศำลสงั่ อนุญำตก่ีวนั

กำรย่ืนคำรอ้ งดังกล่ำวขำ้ งตน้ พนักงำนอยั กำรตอ้ งย่นื ในวนั ครบกำหนด ในกรณีท่ีวนั ครบกำหนดดงั กล่ำว

เป็ นวนั หยุดรำชกำรใหย้ น่ื กอ่ นวนั หยุดรำชกำร

ที่มำ : คมู่ ือกำรดำเนินคดีอำญำสำหรบั พนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2546 หนำ้ 163.
คลงั กฎหมำยและเอกสำร ระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ สำนักงำนอยั กำรสงู สุด

นำงศิริอร มณีสินธุ์

อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 153/2565

ประจำวนั ท่ี 21 กรกฎำคม 2565
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่อื ทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมูลควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเด็นเก่ียวกบั อำนำจของนำยกรฐั มนตรใี นกำรสงั ่ กำรเพ่อื ใหด้ ำเนินกำรทำงวินยั แกข่ ำ้ รำชกำร

ตำมมตชิ ้ ีมลู ของคณะกรรมกำร ป.ป.ช. (ตอนท่ี 1)
ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนแลว้ มีมติวินิจฉยั ว่าเจา้ หน้าที่ของรัฐกระทาความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่
หรือกระทาความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม หรือความผิดท่ีเก่ียวขอ้ งกนั
ถา้ การกระทาน้ันมีมลู ความผิดทางวินัย คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะส่งรายงาน สานวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และ
คาวินิ จฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอานาจแต่งต้ังถอดถอนภายในสามสิบวันเพื่อให้ดาเนินการทางวินัยต่อไป
เมื่อผูบ้ ังคับบัญชาหรือผูม้ ีอานาจแต่งต้ังถอดถอนผูถ้ ูกกล่าวหาไดร้ ับสานวนการไต่ สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว
ผู้บั ง คับ บั ญ ช า ห รื อ ผู้มี อ า น า จ แ ต่ ง ต้ั ง ถ อ ด ถ อ น ผู้ถู ก ก ล่ า ว ห า ผู้น้ั น จ ะ ต้อ ง พิ จ า ร ณ า โ ท ษ ท า ง วิ นั ย ต า ม ฐ า น ค ว า ม ผิ ด
ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ ีมติ โดยไม่ตอ้ งแต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนวินัยอีก โดยในการพิจารณาโทษทางวินัยแก่
ผถู้ ูกกล่าวหา ใหถ้ ือว่าสานวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็ นสานวนการสอบสวนทางวินัยของคณะกรรมการ
สอบสวนวินัยตามกฎหมาย ระเบียบ หรือขอ้ บังคับว่าดว้ ยการบริหารงานบุคคลของผูถ้ ูกกล่าวหาน้ัน แลว้ แต่กรณี ตามที่
กาหนดไวใ้ นมาตรา 91 ประกอบมาตรา 98 แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปราม
การทุจริต พ.ศ. 2561
เม่อื มีการพจิ ารณาโทษทางวินัยแกผ่ ถู้ กู กล่าวหาแลว้ ในทางปฏบิ ตั ิคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะขอใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาหรือ
ผมู้ ีอานาจแต่งต้งั ถอดถอนส่งสาเนาคาสงั่ ลงโทษดงั กล่าวใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. เพ่ือเป็ นการตรวจสอบว่าผูบ้ งั คบั บัญชา
หรือผู้มีอานาจแต่งต้ังถอดถอนได้ดาเนินการทางวินัยตามฐานความผิดที่คณะกรรมการ ป .ป.ช. มีมติหรือไม่ หรือ
การดาเนินการทางวนิ ัยน้ันถกู ตอ้ งหรือเหมาะสมหรือไม่ โดยในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการดาเนินการทางวินัย
ไม่ถูกตอ้ งหรือไม่เหมาะสม มาตรา 100 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและ
ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ได้กาหนดหลักการสาคัญให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถเสนอความเห็น
ไปยงั นายกรฐั มนตรี เพ่ือใหน้ ายกรฐั มนตรีสงั่ การใหม้ กี ารดาเนินการทางวินัยไดต้ ามที่เห็นสมควร อย่างไรก็ดี การใชอ้ านาจ
สัง่ การของนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติดังกล่าวจะตอ้ งพิจารณาอย่างรอบดา้ นภายใตก้ รอบของกฎหมายท่ีใหอ้ านาจ
นายกรฐั มนตรีในการสงั่ การ และกฎหมายว่าดว้ ยระเบียบบริหารงานบุคคลของเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั น้ันดว้ ย
กรณีศึกษาสรุปความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎกี าจากขอ้ เท็จจริง ในทางปฏิบตั ิที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า
การดาเนินการทางวินัยของหน่วยงานของรัฐไม่ถูกตอ้ งหรือไม่เหมาะสม และไดส้ ่งเรื่องใหน้ ายกรัฐมนตรีสัง่ การตามท่ี
เห็นสมควร โดยมีประเด็นพจิ ารณาว่านายกรฐั มนตรีจะมีอานาจสงั่ การในเร่ืองดงั กล่าวไดเ้ พยี งใด อยา่ งไร

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

กรณีศึกษำ
ขอ้ เท็จจริง กรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติช้ ีมูลความผิดว่าขา้ ราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษากระทา
ความผิดทางวินัย และส่งเรื่องใหผ้ ูบ้ ังคบั บญั ชาหรือผูม้ ีอานาจแต่งต้ังถอดถอนพิจารณาโทษทางวินัย ตามฐานความผิดท่ี
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ แต่สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเห็นว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ ีคาสงั่ แต่งต้ัง
คณะอนุกรรมการไต่สวนขอ้ เท็จจริงอนั เป็ นการเร่ิมดาเนินการทางวนิ ัยเมอ่ื พน้ ระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วนั ที่ขา้ ราชการดงั กล่าว
พน้ จากราชการ ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือนในสถาบนั อุดมศึกษา พ.ศ. 2547 ดังน้ัน
จึงไม่อาจดาเนินการทางวินัยแก่ขา้ ราชการดังกล่าวได้ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการดาเนินการทางวินัยของ
ผบู้ งั คบั บญั ชา หรือผมู้ ีอานาจแต่งต้งั ถอดถอนไม่ถูกตอ้ งหรือไม่เหมาะสม และไดส้ ่งเรื่องใหน้ ายกรฐั มนตรีพิจารณาสงั่ การ
ตามท่ีเห็นสมควรตามมาตรา 100 วรรคสอง แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปราม
การทุจริต พ.ศ. 2561 นายกรฐั มนตรีจะมีอานาจพิจารณาสงั่ การอยา่ งไร
ประเด็นปั ญหา ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า การดาเนินการทางวินัยของหน่วยงานของรัฐไม่ถูกตอ้ ง
หรือไม่เหมาะสม และได้ส่งเร่ืองให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสัง่ การตามที่เห็นสมควร ตามมาตรา 100 วรรคสอง
นายกรฐั มนตรีจะมีอานาจพิจารณาสงั่ การอยา่ งไร
ความเห็น การท่ีผูบ้ ังคบั บัญชาจะสามารถดาเนินการทางวินัยแก่ขา้ ราชการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้
เพียงใดและอย่างไร ย่อมตอ้ งเป็ นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือขอ้ บังคบั ว่าดว้ ยการบริหารงานบุคคลของขา้ ราชการน้ัน
เม่ือขอ้ เท็จจริงปรากฏว่า ผูบ้ งั คบั บญั ชาหรือผูม้ ีอานาจแต่งต้งั ถอดถอนไม่อาจดาเนินการทางวินัยแก่ขา้ ราชการดงั กล่าวได้
ตามกฎหมาย เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งต้งั คณะอนุกรรมการไต่สวนขอ้ เท็จจริงเมื่อพน้ ระยะเวลาหน่ึงปี นับแต่วนั ท่ี
ขา้ ราชการดังกล่าวพน้ จากราชการ ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาฯ
แมค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเห็นว่าการดาเนินการทางวินัยของผูบ้ งั คบั บัญชาหรือผูม้ ีอานาจแต่งต้งั ถอดถอนน้ันไม่ถูกตอ้ ง
หรือไม่เหมาะสม กรณีน้ ีนายกรฐั มนตรีก็ไม่อาจสงั่ การเพ่ือใหม้ ีการดาเนินการทางวินัยกบั ขา้ ราชการน้ันเป็ นอยา่ งอื่นไดอ้ ีก
เนื่องจากมาตรา 100 วรรคสอง มิไดใ้ หอ้ านาจนายกรัฐมนตรีในการพิจารณาสงั่ การเพื่อลงโทษทางวินัยแก่ขา้ ราชการได้
เป็ นกรณีพิเศษนอกเหนือจากท่ีกฎหมายบญั ญตั ิไว้

ที่มำ : - พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91, 98, 100
ท่ีมำ : - พระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือนในสถาบนั อดุ มศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 53
ท่ีมำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี าในประเด็นเก่ยี วกบั การดาเนินการทางวินัยตามการช้ มี ลู ความผิด

ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน
สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า, ธนั วาคม 2564, ส่วนที่ 4 หนา้ 1-3

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 154/2565

ประจำวนั ท่ี 22 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ผจู้ ดั กำรแทนผเู้ สียหำยในคดอี ำญำ ตอนที่ 4
(ตอนที่ 1 2 และ 3 ปรากฏตามผจู้ ดั การแทนผเู้ สยี หายในคดีอาญา เรื่องที่ 141/2565 เร่ืองท่ี 145/2565 และเร่ืองที่ 149/2565)

2. ผมู้ ีอานาจจดั การแทนผเู้ สียหาย ตาม มาตรา 5 แบ่งออกเป็ น 3 กรณีดว้ ยกนั คอื
2.3 ผจู้ ดั การหรือผแู้ ทนอื่น ๆ ของนิติบุคคลเฉพาะความผิดซ่ึงกระทาลงแก่นิติบุคคลน้ัน ตาม มาตรา 5(3) เป็ นกรณีที่นิติบุคคลเป็ น
ผเู้ สียหาย ผูจ้ ดั การหรือผแู้ ทนนิติบุคคลอาจมอบอานาจใหผ้ อู้ ื่นดาเนินคดีแทนได้ ท้ังน้ ีหนังสือมอบอานาจตอ้ งทาใหถ้ ูกตอ้ งตามขอ้ บงั คบั ของ
นิติบุคคลน้ันดว้ ย เช่น
คาพิพากษาฎกี าท่ี 4812/2555 โจทกร์ ่วม (สหกรณอ์ อมทรพั ยฯ์ ) มมี ติให้ อ.ซ่ึงเป็ นคณะกรรมการของโจทกร์ ่วมไปรอ้ งทุกขด์ าเนินคดี
แก่จาเลยจนกว่าคดีจะถึงท่ีสุด ดังน้ ี อ. ย่อมมีอานาจดาเนินการรอ้ งทุกข์แทนโจทก์ร่วมแลว้ ต้ังแต่วันที่ท่ีประชุมของโจทก์ร่วมมีมติให้ อ .
เป็ นผดู้ าเนินการ การมอบอานาจใหบ้ คุ คลใด ๆ ไปรอ้ งทุกขน์ ้ัน กฎหมายหาไดบ้ งั คบั ว่าตอ้ งทาเป็ นหนังสือหรือไม่ เมื่อโจทกร์ ่วมมอบหมายให้ อ.
ไปรอ้ งทุกข์เพ่ือดาเนินคดีแก่ผูก้ ระทาความคดีน้ ีจริง อ. ย่อมมีฐานะเป็ นผูแ้ ทนอ่ืน ๆ ของโจทก์ร่วมท่ีจัดการแทนโจทก์ร่วมไดต้ าม ป.วิ.อ.
มาตรา 5(3) การรอ้ งทุกข์สามารถกระทาไดด้ ว้ ยวาจาใหพ้ นักงานสอบสวนบันทึกเม่ือเป็ นการกระทาในขอบอานาจ แมห้ นังสือมอบอานาจ
ลงวนั ที่ภายหลงั ก็ไม่ทาให้ อ. ซึ่งมอี านาจรอ้ งทุกขแ์ ทนโจทกร์ ่วมไดอ้ ย่แู ลว้ กลายเป็ นผไู้ มม่ ีอานาจรอ้ งทุกขแ์ ทนโจทกร์ ่วม การร้องทุกขจ์ ึงชอบดว้ ย
กฎหมายแลว้ ตามมาตรา 123 วรรคสอง พนักงานสอบสวนและโจทกจ์ งึ มีอานาจสอบสวนและฟ้ องคดีน้ ี
ขอ้ สังเกต เร่ืองน้ ี จาเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอานาจทาข้ ึนวนั ท่ี 14 มิถุนายน 2547 ภายหลัง อ. ไปรอ้ งทุกขใ์ นวนั ที่ 10 มิถุนายน 2547
จากคาวนิ ิจฉยั ศาลฎกี าดงั กล่าวถือว่าการท่ีไปรอ้ งทุกขโ์ ดยชอบแลว้ ต้งั แต่วนั ท่ี 10 มิถุนายน 2547
- กรณีผูเ้ สียหายเป็ นนิติบุคคลประเภทหา้ งหุน้ ส่วนจากัดหรือบริษัทจากัด และหุน้ ผูจ้ ัดการของหา้ งหุน้ ส่วนจากัดหรือกรรมการ
บริษัทจากดั เป็ นผูก้ ระทาผิดอาญาต่อหา้ งหุ้นส่วนจากดั หรือบริษัทเสียเอง ถือว่าผเู้ ป็ นหุน้ ส่วนหรือผถู้ ือหุน้ เป็ นผทู้ ี่ไดร้ ับความเสียหายจากการ
กระทาของบุคคลดงั กล่าวตามมาตรา 2(4) ผเู้ ป็ นหุน้ ส่วนหรือผถู้ ือหนุ้ ยอ่ มเป็ นผเู้ สียหาย มอี านาจดาเนินคดีแกผ่ จู้ ดั การหรือผแู้ ทนนิติบคุ คลได้
คาพิพากษาฎีกาที่ 1041/2558 บริษัท ค.มีกรรมการท้ังหมด 9 คน จาเลยท่ี 1 ท่ี 3 และที่ 5 เป็ นกรรมการบริษัทด้วย
โดยผูม้ ีอานาจลงชื่อผูกพนั บริษัท คือจาเลยท่ี 1 หรือจาเลยท่ี 3 ลงลายมือชื่อร่วมกับจาเลยที่ 2 หรือกรรมการอื่นรวม 2 คน และประทับตรา
สาคญั ของบริษัท มีอานาจกระทาการแทนบริษัทได้ กรณีคดีน้ ีเป็ นความผิดที่ไดก้ ระทาต่อนิติบุคคลซ่ึงตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 5(3) บญั ญตั ิให้
ผูจ้ ดั การหรือผูแ้ ทนอื่น ๆ ของนิติบุคคลเป็ นผูฟ้ ้ องคดีแทน เมื่อจาเลยที่ 1 ท่ี 3 และที่ 5 เป็ นกรรมการผูม้ ีอานาจกระทาการแทนบริษัทและ
เป็ นผูก้ ระทาผิดต่อบริษัท ค. เป็ นนิติบุคคลน้ันเอง ย่อมจะไม่ฟ้ องคดีแทนนิติบุคคลเพ่ือกล่าวหาตนเอง เม่ือเป็ นดังน้ ี โจทก์ซึ่งเป็ นผูถ้ ือหุน้
ซ่ึงมปี ระโยชน์ไดเ้ สียร่วมกนั กบั นิติบคุ คลน้ัน ยอ่ มไดร้ บั ความเสียหายท้งั ป.พ.พ. มาตรา 1169 ก็บญั ญตั ิไวว้ า่ ถา้ กรรมการทาใหเ้ กิดความเสียหาย
แก่บริษัทและบริษัทไม่ฟ้ องผูถ้ ือหุน้ คนใดคนหนึ่งฟ้ องคดีได้ ดังน้ ี โจทก์ซึ่งเป็ นผูถ้ ือหุน้ จึงเป็ นผูเ้ สียหายมีสิทธิฟ้ องจาเลยที่ 1 ท่ี 3 และท่ี 5
ฐานร่วมกนั ยกั ยอกทรพั ยข์ องบริษัท ค. ตาม ป.วิอาญา มาตรา 28(2) ประกอบ มาตรา 2(4) และตอ้ งถือว่า โจทกฟ์ ้ องแทนบริษัท ค ดว้ ย

ท่ีมำ : ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 5

นำยเชิดศกั ดิ์ หิรญั สิริสมบตั ิ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 155/2565

ประจำวนั ท่ี 25 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพิจำรณำสำนวนเบ้ ืองตน้ เก่ียวกบั ควำมสอดคลอ้ งระหว่ำงขอ้ กลำ่ วหำกบั ควำมเหน็ ของพนกั งำนสอบสวน

การตรวจพิจารณาในประเด็นความสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ กล่าวหา (ขอ้ หา) กบั ความเห็นของพนักงานสอบสวน

ก็เพ่ือทราบวา่ พนักงานสอบสวนไดม้ ีความเห็นทางคดีครบถว้ นตรงกนั กบั ขอ้ หาที่พนักงานสอบสวนไดแ้ จง้ ใหผ้ ตู้ อ้ งหาทราบ
หรือไม่ ท้งั น้ ี เพ่ือพิจารณาว่าไดม้ ีการสอบสวนในคดีความผิดท่ีกล่าวหา ถูกตอ้ งตามเง่ือนไขท่ีกฎหมายกาหนดไวเ้ พียงใด
หรือไม่ เพราะถา้ การสอบสวนไมช่ อบ พนักงานอยั การก็ไมม่ อี านาจฟ้ อง นอกจากน้ันแลว้ การตรวจในประเด็นน้ ียงั จะช่วยให้

พนักงานอยั การทาความเห็นและสงั่ คดีไดอ้ ยา่ งครบถว้ นถูกตอ้ งอีกดว้ ย

ในการตรวจในประเด็นดังกล่าว พนักงานอยั การจะตอ้ งตรวจถึงความสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ หาในคาใหก้ ารของ
ผตู้ อ้ งหา กบั ความเห็นทางคดีของพนักงานสอบสวนในเชิงเปรียบเทียบวา่ พนักงานสอบสวนไดท้ าความเห็นครบถว้ นถูกตอ้ ง
ตรงกบั ขอ้ หาที่แจง้ ไวใ้ นคาใหก้ ารของผูต้ อ้ งหาหรือไม่ เพียงใด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มีความเห็นเกินกว่าขอ้ หาหรือไม่

หรือมคี วามเห็นน้อยกวา่ ขอ้ หาหรือไม่ โดยมีขอ้ ควรพจิ ารณา ดงั น้ ี
ก. พิจารณาจากรายงานการสอบสวน โดยตอ้ งตรวจสอบดูความเห็นช้นั สุดทา้ ยของพนักงานสอบสวนผูม้ ีอานาจ

(ผบู้ งั คบั บญั ชาสงู สุดในสานวนน้ัน) ทาความเห็นวา่ มีความเห็นช้นั ที่สุดเป็ นอย่างไร มีการแยกขอ้ หาบางขอ้ หาไปเปรียบเทียบปรบั

ต่างหากแลว้ หรือไม่ และมีความเห็นในเรื่องการใชว้ ิธีการเพื่อความปลอดภยั ไวอ้ ยา่ งไร หรือไม่ (คดีเรียกประกนั ทณั ฑบ์ น)

ข. พิจารณาจากคาใหก้ ารของผูต้ อ้ งหา ท้งั ดา้ นหน้าในคาใหก้ าร และเน้ ือหาในคาใหก้ าร ในกรณีมีการแจง้ ขอ้ หา
เพิ่มเติม โดยเปรียบเทียบกบั รายงานการสอบสวนดงั กล่าวในขอ้ ก. ว่ามีขอ้ หาที่แจง้ ไวก้ บั ผตู้ อ้ งหาตรงกนั กบั ความเห็นของ
พนักงานสอบสวนหรือไม่

อนึ่ง หากตรวจพบว่า ความเห็นของพนักงานสอบสวนไมส่ อดคลอ้ งกบั ขอ้ หาที่ไดแ้ จง้ ไวก้ บั ผตู้ อ้ งหา พนักงานอยั การ
อาจสัง่ ใหม้ ีการแจ้งขอ้ หาเพ่ิมเติม หรือแจง้ ใหพ้ นักงานสอบสวนทาความเห็นเพ่ิมเติมใหค้ รบถว้ น แล้วแต่ขอ้ เท็จจริง
เป็ นกรณี ๆ ไป

ท่ีมำ : - ค่มู อื การดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ อื การดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 156/2565

ประจำวนั ท่ี 26 กรกฎำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เรอ่ื ง ขอ้ กำหนดเกี่ยวกบั สญั ญำรบั ทุนกำรศกึ ษำและกำรลำศกึ ษำตอ่

ควำมผูกพนั ตำมสญั ญำรบั ทุนกำรศกึ ษำ

สรุปขอ้ เทจ็ จริง
กรณีท่ีสญั ญาลาศึกษาต่อภายในประเทศซ่ึงผใู้ หส้ ญั ญา (ผูถ้ กู ฟ้ องคดี) ทากบั ส่วนราชการ ผูร้ บั สญั ญา
(ผูฟ้ ้ องคดี) มีขอ้ ตกลงเก่ียวกับการกลบั เขา้ ปฏิบตั ิราชการ การชดใชเ้ งินและเบ้ ียปรบั ว่า เม่ือผูถ้ ูกฟ้ องคดี
สาเร็จการศึกษาแลว้ จะตอ้ งกลบั เขา้ ปฏิบตั ิราชการต่อไปอีกเป็ นเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของเวลาท่ีไปศึกษา
ต่อ ถา้ ผูถ้ ูกฟ้ องคดีไม่กลบั เขา้ ปฏิบัติราชการหรือกลบั เขา้ ปฏิบัติราชการ ไม่ครบกาหนดเวลา ผูถ้ ูกฟ้ องคดี
ยินยอมชดใชค้ ืนเงินทุนและหรือเงินเดือน รวมท้งั เงินเพิ่ม หรือเงินอื่นใดท้งั ส้ ินท่ีผูถ้ ูกฟ้ องคดีไดร้ บั จากทาง
ราชการในระหวา่ งที่ไดร้ บั อนุมตั ิใหไ้ ปศึกษาต่อ พรอ้ มท้งั เงินเบ้ ียปรบั อีกจานวนสองเท่าของเงินท่ีผูถ้ ูกฟ้ องคดี
จะตอ้ งชดใชค้ ืน ท้ังน้ ี ผูถ้ ูกฟ้ องคดีจะตอ้ งชาระใหค้ รบถว้ นภายใน 30 วนั นับแต่วนั ท่ีไดร้ บั แจง้ จากผูฟ้ ้ องคดี
หากผูถ้ กู ฟ้ องคดีไม่ชาระหรือชาระใหไ้ ม่ครบภายในกาหนด ผูถ้ ูกฟ้ องคดียอมใหค้ ิดดอกเบ้ ียจากเงินที่ยงั ไม่ได้
ชาระอีก ในอตั รารอ้ ยละ 15 ต่อปี ดว้ ย นอกจากน้ัน ในกรณีที่ผูถ้ ูกฟ้ องคดีประพฤติตวั ผิดวินัยจนถึงถูกไล่ออก
ปลดออก หรือใหอ้ อกจากราชการ ผูถ้ ูกฟ้ องคดียินยอมชดใชเ้ งินกบั เบ้ ียปรบั ใหแ้ ก่ผูถ้ ูกฟ้ องคดีเป็ นจานวนเงิน
ท้งั หมดหรือลดลงตามส่วนเช่นเดียวกบั กรณีขา้ งตน้ แต่ปรากฏว่าภายหลงั จากสาเร็จการศึกษาตามหลกั สูตร
ผู้ถูกฟ้ องคดีถูกคาสัง่ ลงโทษออกจากราชการก่อนปฏิบัติราชการชดใช้ทุนครบระยะเวลาตามสัญญา
ผูฟ้ ้ องคดี ไดม้ ีหนังสือเรียกใหผ้ ู้ถูกฟ้ องคดีชดใชท้ ุนพรอ้ มเบ้ ียปรบั แต่ผูถ้ ูกฟ้ องคดีเพิกเฉย ผูฟ้ ้ องคดีจึงนาคดี
มาฟ้ องต่อศาลขอใหผ้ ูถ้ กู ฟ้ องคดีชดใชท้ ุนพรอ้ มเบ้ ียปรบั ตามสญั ญา
คำวินิจฉยั ของศำลปกครองสูงสุด
ผูฟ้ ้ องคดีควรไดร้ บั การชดใชเ้ งินคืนจากผถู้ ูกฟ้ องคดีหรือไม่ เป็ นจานวนเท่าใด
เบ้ ียปรบั ดงั กลา่ วเป็ นค่าเสียหายที่ผูฟ้ ้ องคดีซึ่งเป็ นส่วนราชการกาหนดไวเ้ พื่อป้ องกนั ไม่ใหผ้ ูถ้ ูกฟ้ องคดี
กระทาผิดสัญญา การกาหนดเบ้ ียปรับไวส้ องเท่าเพ่ือเป็ นหลกั ประกันความรับผิดตามสญั ญาและเป็ นการ
ลงโทษผูถ้ ูกฟ้ องคดีที่กระทาผิดสญั ญา โดยขอ้ สญั ญาดงั กล่าว ไม่ไดท้ าใหร้ ฐั ไดเ้ ปรียบถึงขนาดที่ผูถ้ ูกฟ้ องคดี
ไม่อาจดารงฐานะตามปกติอยู่ไดห้ รือตอ้ งเลิกลม้ กิจการ หรือกระทบต่อสิทธิหน้าท่ีของผูถ้ ูกฟ้ องคดีรุนแรง
เกินสมควร นอกจากน้ัน หากศาลเห็นว่า เบ้ ียปรบั ท่ีกาหนดไวส้ ูงเกินส่วนศาลยงั มีอานาจลดลงเป็ นจานวน
พอสมควรไดต้ ามมาตรา 383 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยศาลตอ้ งพิเคราะหถ์ ึงทางไดเ้ สีย

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

อนั ชอบดว้ ยกฎหมายทุกอย่างของเจา้ หน้ ี ไม่ใช่แต่เพียงทางไดเ้ สียในเชิงทรพั ยส์ ินเท่าน้ัน กรณีจึงเห็นไดว้ ่า
เบ้ ียปรบั ที่กาหนดไวเ้ ป็ นจานวนสองเท่าไม่เป็ นการเกินสมควร และเป็ นค่าเสียหายท่ีเหมาะสมและเป็ นธรรม
ท้งั น้ ี เนื่องจากความเสียหายท่ีเกิดข้ ึนจากการที่ผูถ้ ูกฟ้ องคดีกระทาผิดสญั ญาย่อมมีผลกระทบต่อการเรียน
การสอนของโรงเรียนท่ีผู้ถูกฟ้ องคดีสังกัดอยู่ เม่ือปรากฏว่าผู้ถูกฟ้ องคดีกระทาผิดสัญญาทาใหไ้ ม่บรรลุ
วตั ถุประสงคต์ ามสญั ญาที่ให้ ผูถ้ กู ฟ้ องคดีกลบั มาดาเนินการบริการสาธารณะจดั การเรียนการสอนและพฒั นา
การศึกษาใหแ้ ก่นักเรียน โดยผูถ้ ูกฟ้ องคดีไดใ้ ชเ้ วลาศึกษาต่อเป็ นเวลา 2 ปี 4 เดือน 24 วัน และไดร้ ับ
เงินเดือน ระหวา่ งลาศึกษาต่อเป็ นจานวนเงิน 217,145.81 บาท ซึ่งผูถ้ ูกฟ้ องคดีจะตอ้ งปฏิบัติราชการชดใช้
ตามสญั ญาเป็ นเวลา 4 ปี 9 เดือน 18 วนั แต่เม่อื ผูถ้ ูกฟ้ องคดีปฏิบตั ิราชการชดใชเ้ พียง 2 ปี 9 เดือน 11 วนั
จึงเหลือเวลาท่ีผู้ถูกฟ้ องคดีจะตอ้ งปฏิบัติราชการตามสัญญาอีก 2 ปี 7 วัน (737 วัน) ซ่ึงเมื่อหักเวลา
ท่ีปฏิบตั ิราชการชดใชอ้ อกแลว้ จึงคิดเป็ นเงินที่ผูถ้ ูกฟ้ องคดีตอ้ งชดใชค้ ืน พรอ้ มท้งั เบ้ ียปรับอีกสองเท่า และ
ดอกเบ้ ียตามสัญญาท่ีต้องชดใช้คืนให้แก่ผู้ฟ้ องคดี พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้ องคดีใช้เงินให้แก่ผู้ฟ้ องคดี
(คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด ที่ อ.47/2548)

ท่มี ำ : ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา 383
แนวคาวินิจฉยั ของศาลปกครอง พ.ศ. 2544 - 2552 หนา้ 1299 - 1300
เชิดศกั ด์ิ หิรญั สิริสมบตั ิ “รวมแนวคาพพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ พ.ศ. 2542 - 2563
เร่ือง สญั ญาทางปกครอง” ไมป่ รากฏสานักพิมพ์ พ.ศ. 2564 หนา้ 230.
คาพพิ ากษา (อทุ ธรณ)์ ศาลปกครองสงู สุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.47/2548

นำงศิริอร มณีสนิ ธุ์
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 157/2565

ประจำวนั ท่ี 27 กรกฎำคม 2565
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ที่ของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมูลควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเดน็ เก่ียวกบั อำนำจของนำยกรฐั มนตรีในกำรสงั ่ กำรเพอ่ื ใหด้ ำเนินกำรทำงวินยั แกข่ ำ้ รำชกำร

ตำมมตชิ ้ ีมลู ของคณะกรรมกำร ป.ป.ช. (ตอนที่ 2)
สรุปแนวควำมเห็นในปัจจบุ นั ของคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (จดั ทำในเดือนธนั วำคม 2564
เรอ่ื ง อำนำจสงั ่ กำรของนำยกรฐั มนตรเี พอ่ื ใหด้ ำเนินกำรทำงวินยั ตำมมติคณะกรรมกำร ป.ป.ช. (มำตรำ 100)
1. คณะกรรมกำร ป.ป.ช. ช้ ีมูลวินัย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติช้ ีมูลความผิดวินัย และส่งคาวินิจฉัยไปยัง
ผบู้ งั คบั บญั ชา/ผมู้ ีอานาจแต่งต้งั ถอดถอน
2. พิจำรณำสงั ่ ลงโทษทำงวินยั การสงั่ ลงโทษทางวินัยตอ้ งเป็ นไปตามกฎหมาย (ซ่ึงรวมถึงระเบียบหรือขอ้ บงั คบั )
วา่ ดว้ ยการบริหารงานบุคคลของขา้ ราชการหรือเจา้ หน้าท่ีน้ัน
3. รำยงำนกำรดำเนินกำรทำงวินัย หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการดาเนินการทางวินัยไม่ถูกตอ้ ง/
ไมเ่ หมาะสม ใหเ้ สนอความเห็นไปยงั นายกรฐั มนตรี
4. อำนำจสงั ่ กำรของนำยกรฐั มนตรี สงั่ การตามท่ีเห็นสมควร แต่ตอ้ งเป็ นไปตามท่ีกฎหมายวา่ ดว้ ยการบริหารงาน
บุคคลกาหนดไว้ เนื่องจากมาตรา 100 แหง่ พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561 ไม่ไดใ้ หอ้ านาจสงั่ การไดเ้ ป็ นพิเศษนอกเหนือจากท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ

ที่มำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี าในประเด็นเกี่ยวกบั การดาเนินการทางวนิ ัยตามการช้ ีมลู ความผิด
ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน
สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า, ธนั วาคม 2564, ส่วนท่ี 4 หนา้ 4

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 158/2565

ประจำวนั ที่ 1 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ขี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพิจำรณำสำนวนเบ้ อื งตน้ เกี่ยวกบั กำรควบคุมและฝำกขงั (ผดั ฟ้ อง)

การตรวจพิจารณาในเร่ืองระยะเวลาการควบคุม ฝากขังและผัดฟ้ อง ในสานวนการสอบสวน

เป็ นการตรวจเพ่ือทราบว่ามีระยะเวลาที่เหลือใหพ้ นักงานอัยการจะตอ้ งทาความเห็นและสงั่ คดีไดแ้ ค่ไหน

และหากจะตอ้ งมีการสงั่ สอบสวนเพ่ิมเติม หรือเรียกพยานมาเพื่อซักถาม จะควบคุม ฝากขงั หรือผัดฟ้ อง

ต่อไปไดอ้ ีกหรือไม่ การตรวจในประเด็นน้ ีก็เพ่ือป้ องกนั ความเสียหายหรือความผิดพลาดในการดาเนินคดี

ของพนักงานอัยการ เพราะถา้ ตรวจนับวันเวลาไม่ถูกต้องและผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวไป หรือขาดฝากขัง

หรือผดั ฟ้ อง ก็ไมอ่ าจฟ้ องคดีต่อศาลได้

ในการตรวจสอบระยะเวลาการควบคุม ฝากขัง หรือผัดฟ้ อง ในเบ้ ืองตน้ จาเป็ นจะตอ้ งตรวจดูว่า

ระยะเวลาท่ีควบคุม ฝากขงั หรือผัดฟ้ อง ท่ีควบคุมมาหรือที่ศาลอนุญาตแลว้ น้ัน ไดน้ ับวนั เวลามาถูกตอ้ งแลว้

หรือไม่ ศาลอนุญาตเพียงใด สามารถฝากขงั หรือผัดฟ้ องต่อไปไดอ้ ีกหรือไม่ อย่างไร ท้ังน้ ี ภายใตเ้ งื่อนไข

ต่าง ๆ ตามท่ีกฎหมายกาหนดไว้ และในกรณีที่มีการอายดั ตัวผูต้ อ้ งหาโดยผูต้ อ้ งหาฝากขงั หรือผัดฟ้ องอยู่

ในคดีอ่ืน ยงั จะตอ้ งติดตามประสานงานตรวจสอบดูว่าในคดีท่ีมีการอายัดตัวน้ัน พนักงานสอบสวนหรือ

พนักงานอยั การไดม้ ีการฝากขงั หรือผดั ฟ้ องต่อไปอีกหรือไม่ เพียงใด

อน่ึง การตรวจสอบในช้นั น้ ี พนักงานอัยการผูร้ ับผิดชอบสานวนควรตรวจสอบดว้ ยตนเองทุกคร้ัง

อย่าไดย้ ึดติดหลงเช่ือ วนั เวลา ครบขงั หรือผัดฟ้ องท่ีเจา้ หน้าท่ีธุรการหรือนิติกรไดบ้ นั ทึกไวท้ ี่หนา้ ปกสานวน

โดยเด็ดขาด เพราะหากเกิดความผิดพลาดเสียหายแก่การดาเนินคดี พนักงานอยั การผูร้ บั ผิ ดชอบก็ไม่อาจ

ปฏิเสธความรบั ผิดไดแ้ ต่อยา่ งใด

ท่ีมำ : - ค่มู อื การดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาค่มู อื การดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด

นำยปริญญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 159/2565

ประจำวนั ที่ 2 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เร่ือง ขอ้ กำหนดเก่ียวกบั สญั ญำรบั ทุนกำรศึกษำและกำรลำศกึ ษำตอ่

ควำมผูกพนั ตำมสญั ญำรบั ทุนกำรศกึ ษำ

เม่ือพิจารณาสญั ญาระหวา่ ง ผูฟ้ ้ องคดีกบั ผูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1 มีชื่อสญั ญาวา่ “สญั ญาของขา้ ราชการที่ไป
ศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ” โดยผูฟ้ ้ องคดีอยู่ในฐานะผูร้ บั สญั ญา และผูถ้ ูกฟ้ องคดีที่ 1 อยใู่ นฐานะ
ผู้ใหส้ ัญญา ซ่ึงขอ้ ความในสัญญาได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่ือของผู้ถูกฟ้ องคดี ท่ี 1 โดยไม่มีการระบุ
รายละเอียดเก่ียวกบั การรบั ราชการของผูถ้ ูกฟ้ องคดีที่ 1 แต่อย่างใด จึงอนุมานไดว้ ่า ในขณะทาสญั ญาผูถ้ ูก
ฟ้ องคดีท่ี 1 ย่อมรูว้ ่าตนเองไม่ไดม้ ีฐานะเป็ นขา้ ราชการตารวจหรือขา้ ราชการอ่ืนใด แต่รูว้ ่าตนมีฐานะเป็ น
นักเรียนนายรอ้ ยตารวจ เพียงแต่รอการอนุมตั ิใหไ้ ดร้ ับการยกเวน้ คุณสมบัติเฉพาะราย ใหไ้ ปศึกษาต่อ
ณ ต่างประเทศ ตามข้อ 10 ของระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึ กอบรม และดูงาน
ณ ต่างประเทศ พ.ศ. 2512 ที่กาหนดหา้ มมิใหข้ า้ ราชการต้งั แต่ระดบั 2 หรือเทียบเท่าลงมาไปศึกษาหรือ
ฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ เวน้ แต่กรณีท่ีคณะกรรมการกาหนดโครงการใหข้ า้ ราชการไปศึกษา ฝึกอบรม
และปฏิบตั ิการวิจยั ณ ต่างประเทศ (ก.ข.ต.) จะพิจารณาตามความจาเป็ นเฉพาะรายหรือกรณีไปฝึกอบรม
ตามขอ้ ตกลงระหว่างรฐั บาลไทยกบั ต่างประเทศ และ เนื่องจากในขณะท่ีผู้ถูกฟ้ องคดีที่ 1 ไดร้ บั การคดั เลือก
ใหเ้ ป็ นผูร้ บั ทุนกรมตารวจ ผูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1 มิไดเ้ ป็ นขา้ ราชการตารวจระดับ 2 ข้ ึนไป และมีวนั รบั ราชการ
ไมถ่ ึง 1 ปี ซึ่ง ก.ข.ต. ยงั มิไดพ้ ิจารณายกเวน้ ให้ และเม่ือพิจารณาระเบียบกรมตารวจว่าดว้ ยการใหข้ า้ ราชการ
ตารวจและนักเรียนนายร้อยตารวจรับทุน ไปศึกษา ฝึ กอบรม ปฏิบัติการวิจัย หรือเชิญผู้เช่ียวชาญ
ชาวต่างประเทศเพื่อพฒั นาการศึกษาวิชาการตารวจ พ.ศ. 2538 ในขอ้ 3 ไดใ้ หน้ ิยามความหมายของคาว่า
ผูร้ บั ทุน หมายความถึง “ผูร้ บั ทุนพฒั นาอาจารย์ และใหค้ วามหมายรวมถึงขา้ ราชการตารวจหรือนักเรียน
นายรอ้ ยตารวจที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งประสงคจ์ ะขอรับทุนพัฒนาอาจารย์ตามโครงการพัฒนาการศึกษา
วิชาการตารวจดว้ ย” ประกอบกบั ขอ้ 8 ของระเบียบดงั กล่าว ไดก้ าหนดวิธีการและหลกั เกณฑใ์ นการคดั เลือก
นักเรียนนายรอ้ ยตารวจไปศึกษาข้นั ปริญญาตรี ณ ต่างประเทศ โดยทุนพฒั นาอาจารย์ ประเภท ก ผูร้ บั ทุน
ตอ้ งสมัครใจทาสัญญาผูกพันเพ่ือกลับมาปฏิบัติหน้าท่ีอาจารย์ประจาภาควิชา ชดใชท้ ุนตามแผนพัฒนา
อาจารยใ์ นโครงการพฒั นาการศึกษาวิชาการตารวจแลว้ จะเห็นไดว้ า่ แมใ้ นสญั ญาพิพาทจะระบุว่า ผูถ้ ูกฟ้ อง
คดีที่ 1ไดร้ บั อนุมตั ิใหไ้ ปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศดว้ ยทุนประเภท 1 (ก) ตามระเบียบว่าดว้ ยการ
ใหข้ า้ ราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.ศ. 2512 และ ก.ข.ต. จะยงั ไม่ไดพ้ ิจารณา

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เพ่ืออนุมัติใหผ้ ู้ถูกฟ้ องคดีที่ 1 ได้รับการยกเวน้ คุณสมบัติเฉพาะรายให้ไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ
ตามขอ้ 10 ของระเบียบฉบับดังกล่าว ก็ไม่ไดท้ าใหผ้ ูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1 ตกเป็ นผูเ้ สียสิทธิหรือขาดคุณสมบัติ
ในการไดร้ บั ทุนไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศแต่ประการใด เนื่องจากในขณะทาสญั ญาพิพาท ผูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1
ไม่ไดอ้ ยู่ในฐานะของขา้ ราชการที่อยู่ในบังคับตามระเบียบฉบับดังกล่าว จึงไม่จาตอ้ งขอยกเวน้ คุณสมบัติ
ต่อ ก.ข.ต. เพ่ือพิจารณาอนุมตั ิเป็ นกรณีพิเศษเฉพาะราย ในกรณีที่มีเวลารบั ราชการไมถ่ ึง 1 ปี เม่ือผูถ้ ูกฟ้ อง
คดีที่ 1 เป็ นผูท้ ี่ผ่านหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการคดั เลือกใหไ้ ปศึกษาต่อแลว้ และผูถ้ กู ฟ้ องคดีท่ี 1 สมคั รใจทาสญั ญา
พิพาทผูกพันตนเพื่อกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของผู้ฟ้ องคดีหรือหน่วยงานของทางราชการอื่น
เพ่ือใชท้ ุนที่ไดร้ ับ จึงถือไม่ไดว้ ่าผูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1 สาคัญผิดในสาระสาคญั ของสัญญาเกี่ยวกับสิทธิของตน
ซ่ึงทาใหน้ ิติกรรมตกเป็ นโมฆะ ตามมาตรา 156 แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยแ์ ต่ประการใด รวมท้งั
ผูถ้ ูกฟ้ องคดีที่ 1 ก็มิไดป้ ฏิเสธว่าตนไดร้ ับเงินทุนการศึกษา ซ่ึงประกอบดว้ ย ค่าตัว๋ โดยสาร เงินค่าใชจ้ ่าย
ประจาตัว ค่าการศึกษา และค่าใชจ้ ่ายอ่ืน ๆ ในระหวา่ งที่ศึกษา ณ ต่างประเทศ จึงถือไดว้ ่าผูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1
ไดย้ อมรบั ความถูกตอ้ งและความมีอยู่ของสญั ญา อีกท้งั ยงั ไดเ้ ขา้ รบั ประโยชน์ตามสญั ญาไปโดยครบถว้ น
สมบูรณ์แลว้ ผูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1 จึงตอ้ งผูกพนั ตามสิทธิหน้าท่ีของตนในสญั ญาพิพาท โดยตอ้ งรับผิดชดใชเ้ งิน
และเบ้ ียปรับในกรณีที่ผิดสัญญา รวมท้ังดอกเบ้ ียในกรณีผิดนัดชาระหน้ ี เมื่อสัญญาพิพาทอันเป็ นสญั ญา
ประธานไม่ตกเป็ นโมฆะและมีผลผูกพนั คู่สญั ญาแลว้ สญั ญาค้าประกนั ที่ไดท้ าไวก้ บั ผูฟ้ ้ องคดี อนั เป็ นสญั ญา
อุปกรณ์จึงยงั มีผลผูกพนั ผูถ้ ูกฟ้ องคดีที่ 2 (ผูค้ ้าประกนั ) ดว้ ย พิพากษาใหผ้ ูถ้ ูกฟ้ องคดีท่ี 1 และผูถ้ ูกฟ้ องคดี
ที่ 2 (ผูค้ ้าประกัน) ร่วมกันหรือแทนกนั ชดใชเ้ งินตามสัญญาพรอ้ มท้ังดอกเบ้ ียตามสญั ญาใหแ้ ก่ผูฟ้ ้ องคดี
(คาพิพากษาศาลปกครองสงู สุด ท่ี อ.186/2552)

ท่ีมำ : คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.186/2552
เชิดศกั ด์ิ หิรญั สิรสิ มบตั ิ “รวมแนวคาพิพากษาศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. 2542 - 2563 เรื่อง สญั ญาทางปกครอง”
ไมป่ รากฏสานักพิมพ์ พ.ศ. 2564 หนา้ 230 - 231.

นำงศริ อิ ร มณีสินธุ์
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องท่ี 160/2565

ประจำวนั ที่ 3 สิงหำคม 2565
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่อื ทบทวนและเพิม่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมลู ควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเดน็ เกี่ยวกบั กำรสง่ เรอื่ งทม่ี ิใช่ควำมผิดรำ้ ยแรง หรอื เร่ืองทไี่ มอ่ ยใู่ นหนำ้ ทแี่ ละอำนำจของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.

ใหห้ น่วยงำน/ผบู้ งั คบั บญั ชำ/ผมู้ ีอำนำจแตง่ ต้งั หรือถอดถอน ดำเนินกำรทำงวินยั ตอนที่ 1
โดยหลกั กฎหมายวา่ ดว้ ยการบริหารงานบุคคล เม่อื มีเจา้ หน้าที่ของรฐั ถูกกล่าวหาว่ากระทาความผิด ผบู้ งั คบั บญั ชา
มีหน้าท่ีต้องดาเนินการทางวินัย แต่หากเป็ นกรณีการกล่าวหาว่ากระทาผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทาความผิด
ต่อตาแหน่งหน้าท่ีราชการ หรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม ท้งั ความผิดทางวินัยและทางอาญา ซ่ึงเป็ นหน้าที่
และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการไต่สวนและวินิจฉัย ก็ตอ้ งส่งเร่ืองไปยงั คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกกรณี และ
เมื่อเป็ นเร่ืองกล่าวหาว่าเจ้าหน้าท่ีของรัฐกระทาความผิดจึงมีท้ังเรื่องที่มีมูลความจริงบ้าง ไม่มีมูลความจริงบ้าง
ทาใหม้ ีเรื่องกล่าวหาว่าเจา้ หน้าที่ของรัฐกระทาความผิดต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็ นจานวนมาก ดังน้ัน มาตรา 64
แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จึงกาหนดให้
คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถส่งเรื่องท่ีมิใช่ความผิดรา้ ยแรง และเร่ืองท่ีไม่อยู่ในหน้าที่และอานาจใหผ้ ู้บังคับบัญชา
ดาเนินการทางวนิ ัยตามหน้าที่และอานาจได้ เพอื่ แบ่งเบาภาระหนา้ ที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงไดห้ ารือมายงั คณะกรรมการกฤษฎกี า และคณะกรรมการกฤษฎกี ามคี วามเห็นดงั น้ ี
ขอ้ เท็จจริง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดร้ ับเรื่องกล่าวหาคณะกรรมการ ก. ว่าปฏิบัติหรือละเวน้ การปฏิบัติหน้าที่
โดยมิชอบ จึงส่งเร่ืองใหน้ ายกรฐั มนตรีในฐานะผบู้ งั คบั บญั ชาหรือผมู้ ีอานาจแต่งต้งั ถอดถอนดาเนินการทางวินัยตามหน้าที่
และอานาจตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561 คณะกรรมการ ป.ป.ช. จงึ ไดห้ ารือมายงั คณะกรรมการกฤษฎกี า และคณะกรรมการกฤษฎกี า มีความเห็นดงั น้ ี
ประเด็นปั ญหาที่ 1 ก่อนจะส่งเร่ืองใหผ้ ูบ้ ังคบั บัญชาดาเนินการทางวินัยตามหน้าท่ีและอานาจตามมาตรา 64
แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ตอ้ งดาเนินการไต่สวนและวินิจฉัยจนไดค้ วามว่า เร่ืองที่มีการกล่าวหามิใช่เป็ นความผิดรา้ ยแรง หรือมิได้อย่ใู นหน้าท่ีและ
อานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียก่อนหรือไม่ อยา่ งไร

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่าบทบัญญัติ มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าดว้ ยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มีความมุ่งหมายเพื่อใหเ้ ป็ นทางออกที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
จะร่วมกบั ผูบ้ ังคับบัญชาของเจา้ หน้าที่ในการกากบั ดูแลการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต หรือประพฤติมิชอบใหม้ ี
การดาเนินการตามควรแก่กรณี โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่จาเป็ นตอ้ งเป็ นผดู้ าเนินการในทุกเรื่อง บทบญั ญตั ิมาตรา 64
แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จึงให้อานาจ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะส่งเร่ืองใหผ้ ูบ้ ังคบั บญั ชาดาเนินการในเร่ืองท่ีมีลกั ษณะแห่งความผิดหรือการกระทาไม่รา้ ยแรง
หรือไม่อย่ใู นหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพราะผบู้ งั คบั บญั ชาก็มีหน้าที่โดยตรงที่จะดาเนินการทางวินัยแก่
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาอยดู่ ว้ ยแลว้ ดงั น้ัน เม่ือคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า กรณีใดเป็ นเร่ืองที่ไม่รา้ ยแรง หรือไม่อยใู่ นหน้าที่และ
อานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงย่อมมีอานาจที่จะส่งเร่ืองใหผ้ ูบ้ ังคบั บัญชาดาเนินการต่อไปตามหน้าที่และอานาจ
โดยไม่จาเป็ นตอ้ งดาเนินการไต่สวนตามข้นั ตอนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อน เพราะถ้าไดด้ าเนินการตามข้นั ตอน
จนถึงข้นั ช้ ีมูลความผิดแลว้ ก็ไม่มีเหตุอันใดท่ีจะส่งเรื่องใหผ้ ู้บังคับบัญชาไปดาเนินการสอบสวนใหม่ ในกรณีเช่นน้ัน
ผบู้ งั คบั บญั ชาจะตอ้ งดาเนินการลงโทษโดยไมต่ อ้ งสอบสวนอีก

ท่ีมำ : - พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64
ที่มำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี าในประเด็นเกี่ยวกบั การดาเนินการทางวินัยตามการช้ ีมูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

โดยฝ่ายกฎหมายการเมอื งการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า,
ธนั วาคม 2564, ส่วนท่ี 5 หนา้ 1-2

นำยวิรชั เนติธรรมำภมิ ขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 161/2565

ประจำวนั ที่ 4 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพจิ ำรณำสำนวนเบ้ ืองตน้ เก่ียวกบั กำรปลอ่ ยชวั ่ ครำว

การตรวจพิจารณาเกี่ยวกับการปล่อยชวั่ คราว ก็เพื่อตรวจสอบว่าระยะเวลาการปล่อยชัว่ คราวซ่ึงใชไ้ ดร้ ะหว่าง

การสอบสวน หรือจนกวา่ ผตู้ อ้ งหาถูกศาลสงั่ ขงั ระหว่างสอบสวน หรือจนถึงศาลประทบั ฟ้ องเกนิ กวา่ ที่กฎหมายกาหนดหรือไม่
เน่ืองจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 113 ไดก้ าหนดไวม้ ิใหเ้ กิน 3 เดือนนับแต่วันแรกท่ีมีการ
ปล่อยชวั่ คราว ไม่ว่าเป็ นการปล่อยชวั่ คราวโดยพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอยั การ ในกรณีที่มีเหตุจาเป็ นทาใหไ้ ม่อาจ

ทาการสอบสวนไดเ้ สร็จภายในกาหนด 3 เดือน จะยืดเวลาการปล่อยชัว่ คราวใหเ้ กิน 3 เดือนก็ได้ แต่ไม่เกิน 6 เดือน

เพราะถา้ เกิน 6 เดือน สญั ญาประกนั จะไม่มีผลบงั คบั ตามกฎหมาย เน่ืองจากการปล่อยตวั ชวั่ คราวไดส้ ้ ินสุดลงซ่ึงเป็ นผลให้
ความรับผิดตามสัญญาประกนั ระงบั ไป (หนังสือสานักงานอยั การสูงสุดท่ี มท 1203/ว 120 เร่ืองการคืนหลักประกนั ตวั
ผตู้ อ้ งหา ลงวนั ที่ 13 ธนั วาคม 2533)

ในกรณีท่ีการสอบสวนยังไม่แลว้ เสร็จภายใน 6 เดือน และมีความจาเป็ นท่ีจะตอ้ งควบคุมผู้ต้องหาไวต้ ่อไป
ตอ้ งนาตัวผูต้ อ้ งหาไปย่ืนคารอ้ งขอฝากขงั ต่อศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 113 วรรคสอง
ซ่ึงกาหนดใหน้ าบทบญั ญตั ิมาตรา 87 วรรคส่ี ถึงวรรคเกา้ มาใชบ้ งั คบั

การพิจารณาว่า จะขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลไว้ดังกล่าวหรือไม่ สานักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือ

ที่ อส 0004/ว 91 ลงวนั ที่ 29 กนั ยายน 2535 เร่ือง แนวทางปฏบิ ัติกรณีพนักงานสอบสวนส่งสานวนคดีปล่อยชวั่ คราว
ครบกาหนด 6 เดือน กาหนดแนวทางปฏิบัติให้พนั กงานอัยการยื่นคาร้องต่อศาลขอให้ขังผู้ต้องหาต่อไป
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 113 เฉพาะแต่ในกรณีที่มีเหตุอนั ควรเชื่อว่าผูต้ อ้ งหาจะหลบหนี

หรือจะไปยุ่งเหยิงกบั พยานหลกั ฐาน หรือก่อเหตุอนั ตรายประการอ่ืน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางออ้ ม ตามนัยมาตรา 66
แหง่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เท่าน้ัน

หากพนักงานอัยการจะไม่ย่ืนคาร้องต่อศาลขอให้ขังผู้ต้องหา ก็ต้องขอความเห็นชอบจากอธิบดีอัยการ

ตามระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 56

ที่มำ : - ค่มู อื การดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ อื การดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด
ที่มำ : - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ท่ีมำ : - ระเบยี บสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทกี ิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 162/2565

ประจำวนั ท่ี 5 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

ควำมเป็ นมำของพระรำชบญั ญตั ใิ หใ้ ชป้ ระมวลกฎหมำยยำเสพติด พ.ศ. 2564

ประมวลกฎหมำยยำเสพติด และพระรำชบญั ญตั ิวธิ ีพจิ ำรณำคดียำเสพติด (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2564 (ตอนที่ 1)

สรุปควำมเป็ นมำในกำรจดั ทำประมวลกฎหมำยยำเสพติด
เน่ืองดว้ ยในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. คร้งั ท่ี 1/2557 เม่ือวนั ท่ี 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 คณะกรรมการ
ป.ป.ส. ไดม้ ีมติใหท้ บทวนกฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ยาเสพติดท้งั ระบบ โดยมีคาสัง่ ศูนยอ์ านวยการป้ องกันและปราบปราม
ยาเสพติดแห่งชาติ ศอ.ปส. ที่ 1/2557 ลงวนั ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 แต่งต้งั คณะอนุกรรมการพฒั นาและปรบั ปรุง
กฎหมายยาเสพติด ต่อมาในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559 กระทรวงยุติธรรม โดยสานักงาน ป.ป.ส. ได้เสนอร่าง
พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี คร้ังแรกเมื่อวนั ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559
คณะรฐั มนตรีไดม้ มี ติอนุมตั ิหลกั การร่างพระราชบญั ญตั ิดงั กล่าว ที่กระทรวงยตุ ิธรรมเสนอและส่งใหส้ านักงานคณะกรรมการ
กฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยได้ปรับปรุงแกไ้ ขเน้ ือหาของร่างประมวลกฎหมายยาเสพติ ดให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ
ของรัฐธรรมนูญและผลการประชุมสมชั ชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าดว้ ยปั ญหายาเสพติดโลก หรือ UNGASS 2016
โดยแยกออกเป็ น 2 ฉบบั คือ
1) ร่างพระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... โดยมปี ระมวลกฎหมายยาเสพติดแนบทา้ ย
2) ร่างพระราชบญั ญตั ิวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. ....
สานักงาน ป.ป.ส. ไดจ้ ัดใหม้ ีการรับฟังความคิดเห็น จานวน 2 คร้ัง เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน – 30 มิถุนายน
พ.ศ. 2560 และวนั ท่ี 13 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2560 ต่อมาสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาร่าง
(คร้งั ที่ 1) แลว้ เสร็จ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2561 (เรื่องเสร็จที่ 626-627/2561) และไดส้ ่งร่างที่พิจารณาแลว้
ไปยงั คณะรัฐมนตรี โดยเม่ือวนั ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 คณะรฐั มนตรีไดม้ ีมติอนุมตั ิหลักการร่างพระราชบัญญัติ
ท้งั 2 ฉบบั ดงั กล่าว ต่อมาวนั ท่ี 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561 สภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติ ไดล้ งมติรบั ร่างพระราชบญั ญตั ิ ท้งั 2 ฉบบั
ท่ีคณะรฐั มนตรีเป็ นผเู้ สนอ และต้งั คณะกรรมาธิการวิสามญั คณะหน่ึงพิจารณา
กมธ. (สนช.) พิจารณาร่างไม่แลว้ เสร็จ สภานิติบัญญัติแห่งชาติส้ ินสุดวาระ ต่อมาภายหลังการเลือกต้ังทัว่ ไป
คณะรฐั มนตรีชุดใหมเ่ ขา้ มาบริหารประเทศ เม่ือวนั ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 คณะรฐั มนตรีไดล้ งมติใหร้ อ้ งขอต่อรัฐสภา
เพือ่ ใหพ้ ิจารณาพระราชบญั ญตั ิ ท้งั 2 ฉบบั ดงั กล่าว และรฐั สภายงั มิไดใ้ หค้ วามเห็นชอบต่อไป ตามรฐั ธรรมนูญ มาตรา 147
เมอ่ื วนั ท่ี 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562 กระทรวงยตุ ิธรรม จึงไดเ้ สนอขอถอนร่างพระราชบญั ญตั ิ ท้งั 2 ฉบบั ดงั กล่าว มาพิจารณา
ทบทวนเน้ ือหาร่วมกบั หน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ งอกี คร้งั หนึ่ง โดยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรี

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 กระทรวงยุติธรรม โดยสานักงาน ป.ป.ส. ไดเ้ สนอร่างพระราชบัญญัติ
ท้งั 2 ฉบับ ต่อคณะรฐั มนตรี และคณะรัฐมนตรีไดอ้ นุมตั ิหลักการร่างกฎหมาย และส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ตรวจพิจารณา (คร้ังที่ 2) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2563 สานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎกี า ตรวจพิจารณาร่าง (คร้งั ที่ 2) แลว้ เสร็จ (เร่ืองเสร็จท่ี 1038-1040/2563) และส่งร่างดงั กล่าว
ไปยงั คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรมไดย้ ืนยนั ร่างที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ต่อคณะรฐั มนตรี เม่ือวนั ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563 และวนั ที่ 1 กนั ยายน พ.ศ. 2563 ท่ีประชุมร่วมกนั ของรฐั สภา ไดล้ งมติ
รับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ท้ัง 2 ฉบับ ท่ีคณะรัฐมนตรีเป็ นผูเ้ สนอ และแต่งต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะหน่ึง
พิจารณา โดยเม่ือวนั ท่ี 11 มีนาคม พ.ศ. 2564 คณะกรรมาธิการวิสามญั ไดพ้ ิจารณาแลว้ เสร็จ และที่ประชุมร่วมกนั ของ
รฐั สภา ไดใ้ หค้ วามเห็นชอบร่างกฎหมาย เมอื่ วนั ที่ 22 มิถุนายน 2564 และวนั ท่ี 24 สิงหาคม 2564

วนั ทม่ี ีผลใชบ้ งั คบั
ดว้ ยพระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประมวลกฎหมายยาเสพติด และพระราชบญั ญตั ิ
วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2564 ไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบบั กฤษฎกี า เล่ม 138 ตอนที่ 73 ก
วนั ที่ 8 พฤศจิกายน 2564 โดยพระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 2 ใหม้ ีผลใชบ้ งั คบั
ต้งั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็ นตน้ ไป คือ วนั ที่ 9 พฤศจกิ ำยน 2564 มาตรา 3 กาหนดใหป้ ระมวล
กฎหมายยาเสพติด ทา้ ยพระราชบัญญตั ิน้ ีใหใ้ ชบ้ งั คบั เม่ือพน้ กาหนดสามสิบวนั นับแต่วนั ท่ีพระราชบญั ญัติน้ ีมีผลใชบ้ ังคบั
เป็ นตน้ ไป คือ วนั ที่ 9 ธันวำคม 2564 และพระราชบัญญตั ิวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2564 มาตรา 2
ใหใ้ ชบ้ งั คบั เมอ่ื พน้ กาหนดสามสิบวนั นับแต่วนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็ นตน้ ไป คือ วนั ที่ 8 ธนั วำคม 2564
สานักงานศาลยุติธรรมไดแ้ จง้ การประกาศในราชกจิ จานุเบกษาของพระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด
พ.ศ. 2564 ประมวลกฎหมายยาเสพติด และพระราชบญั ญตั ิวิธีพจิ ารณาคดียาเสพติด (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2564 ดงั กล่าว

ที่มำ : - สรุปความเป็ นมาในการจดั ทาประมวลกฎหมายยาเสพติด, สานักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม
ที่มำ : - หนังสือสานักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม ด่วนที่สุด ที่ ศย 016/ว 1184 ลงวนั ท่ี 9 พฤศจกิ ายน 2564
- www.jia.coj.go.th
- www.ratchakitcha.soc.go.th

นำงศิรอิ ร มณีสินธุ์
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 163/2565

ประจำวนั ที่ 8 สิงหำคม 2565
สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่อื ทบทวนและเพ่มิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ที่ของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินัยตำมกำรช้ ีมูลควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเดน็ เก่ียวกบั กำรส่งเร่ืองท่ีมิใชค่ วำมผดิ รำ้ ยแรง หรือเรื่องทีไ่ ม่อยใู่ นหนำ้ ท่แี ละอำนำจของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.

ใหห้ น่วยงำน/ผบู้ งั คบั บญั ชำ/ผมู้ ีอำนำจแต่งต้งั หรอื ถอดถอน ดำเนินกำรทำงวินัย ตอนท่ี 2
ประเด็นปั ญหาท่ี 2 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องกล่าวหาเจา้ หน้าท่ีของรัฐวา่ ปฏิบัติหรือละเวน้ การปฏิบัติหน้าท่ี
โดยมชิ อบใหน้ ายกรฐั มนตรดี าเนินการทางวนิ ัยน้ัน เป็ นหนา้ ที่ของนายกรฐั มนตรีที่จะตอ้ งพิจารณาดาเนินการในเรอ่ื งน้ ี หรอื ไม่
ความเห็น กฎหมายวา่ ดว้ ยการบริหารงานบุคคลส่วนใหญ่ไดว้ างเป็ นหลกั การไวว้ า่ “เมื่อมีการกล่าวหาหรือมีกรณีเป็ นท่ีสงสยั
วา่ เจา้ หน้าท่ีของรฐั กระทาความผิด ผูบ้ งั คบั บัญชาย่อมมีหน้าที่จะตอ้ งดาเนินการทางวนิ ัยในทันที” โดยไมต่ อ้ งคานึงวา่ ผูก้ ล่าวหาเป็ น
ใคร มีอานาจหรือไม่ หรือเหตุแห่งการสงสัยน้ันมาจากที่ใด หากนายกรัฐมนตรีเป็ นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้ถูกกล่าวหา
นายกรฐั มนตรีก็ตอ้ งสงั่ การใหม้ ีการดาเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณีต่อไป หากนายกรัฐมนตรีมิไดเ้ ป็ นผูบ้ ังคบั บญั ชาโดยตรง
ของผถู้ กู กลา่ วหา ก็ตอ้ งสงั่ การใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาโดยตรงของผถู้ ูกกลา่ วหาดาเนินการทางวนิ ัยตอ่ ไป
ประเด็นปั ญหาท่ี 3 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวหาว่า คณะกรรมการ ก. กระทาความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือ
กระทาความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะส่งเรื่องท่ีมีการกล่าวหาใหน้ ายกรฐั มนตรีในฐานะผูบ้ ังคบั บญั ชา
หรือผมู้ อี านาจแตง่ ต้งั หรือถอดถอนดาเนินการทางวนิ ัยไดห้ รอื ไม่
ความเห็น เป็ นกรณีที่กฎหมายกาหนดใหม้ ีคณะกรรมการ ก. โดยกาหนดกระบวนการไดม้ าและการพน้ จากตาแหน่งของ
กรรมการไวเ้ ป็ นการเฉพาะ นายกรฐั มนตรีเป็ นแต่เพียงผูเ้ สนอเรื่องเพื่อใหม้ ีการแต่งต้ังกรรมการ ดงั น้ัน นายกรฐั มนตรีจึงไม่ไดอ้ ยู่
ในฐานะเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาหรือเป็ นผูม้ ีอานาจแต่งต้งั หรือถอดถอนท่ีมีอานาจดาเนินการทางวินัยกบั กรรมการตามท่ีสานักงาน ป .ป.ช.
ส่งเรื่องมาใหน้ ายกรฐั มนตรีพิจารณาดาเนินการตามมาตรา 64 แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกันและ
ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 นอกจากน้ ี กฎหมายยงั กาหนดใหเ้ ป็ นหน้าที่และอานาจโดยตรงสาหรบั คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ที่จะดาเนินการในกรณีท่ีมีการกล่าวหาคณะกรรมการดงั กล่าวไวเ้ ป็ นการเฉพาะ นอกเหนือจากหน้าท่ีและอานาจท่ีไดก้ าหนดไวแ้ ลว้ ใน
รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นเดียวกับ
การกาหนดกลไกการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป .ป.ช. ท่ีได้กาหนดไวเ้ ป็ นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญ
นายกรฐั มนตรจี ึงชอบที่จะใหส้ ่งเรอ่ื งคืนคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อใหด้ าเนินการตามหนา้ ที่และอานาจตามกฎหมายตอ่ ไป

ท่มี ำ : - พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64
- แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นเกี่ยวกบั การดาเนินการทางวนิ ัยตามการช้ ีมลู ความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

โดยฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,
ธนั วาคม 2564, ส่วนที่ 5 หนา้ 2-3.

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เรื่องที่ 164/2565

ประจำวนั ที่ 9 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพิจำรณำสำนวนเบ้ ืองตน้ เกี่ยวกบั อำยคุ วำม

การตรวจสอบเรื่องอายุความ ก็เพื่อพิจารณาถึงระยะเวลาการฟ้ องคดีท่ีกฎหมายกาหนด และยงั เป็ น

การตรวจสอบถึงเงื่อนไขการระงับคดี และเง่ือนไขการฟ้ องคดีในกรณีที่เป็ นความผิดต่อส่วนตัวอีกดว้ ย

กลา่ วคือ

ก. ในกรณีความผิดต่อส่วนตัว ตอ้ งพิจารณาถึงอายุความรอ้ งทุกข์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 96 ระบุว่าหากผูเ้ สียหายมิไดร้ อ้ งทุกขภ์ ายใน 3 เดือนนับแต่วนั ที่รูเ้ รื่องความผิดและรูต้ วั ผูก้ ระทา

ความผิด เป็ นอนั ขาดอายุความ โดยมิตอ้ งพิจารณาถึงอายุความการฟ้ องคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 95

ข. ในกรณีความผิดต่อแผ่นดิน ตอ้ งพิจารณาถึงอายุความการฟ้ องคดีตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 95 เท่าน้ัน

อนึ่ง หากความผิดที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากับผู้ต้องหามีหลายข้อหา ในการพิจารณา

ใหด้ ูอายุความในขอ้ หาเบาที่สุดเป็ นหลกั เพื่อป้ องกนั ความผิดพลาดในเร่ืองคดีขาดอายุความ นอกจากน้ ียงั มี

ความผิดตามกฎหมายบางประเภทท่ีมีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษปรับในอัตราสูงแต่โทษจาคุกตา่

จึงต้องพิจารณาตรวจดูในเร่ืองอายุความด้วยความระมัดระวังเป็ นพิเศษด้วยเพราะคดีประเภทน้ ี

มักมีอายุความส้ัน (ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ

พ.ศ. 2563 ขอ้ 48(7) (9))

ทีม่ ำ : - คมู่ ือการดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ ือการดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด
ทมี่ ำ : - ประมวลกฎหมายอาญา
ทมี่ ำ : - ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดวา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 165/2565

ประจำวนั ที่ 10 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

เจตนำรมณพ์ ระรำชบญั ญตั ใิ หใ้ ชป้ ระมวลกฎหมำยยำเสพตดิ พ.ศ. 2564

ประมวลกฎหมำยยำเสพตดิ และพระรำชบญั ญตั ิวิธพี จิ ำรณำคดยี ำเสพตดิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2564 (ตอนท่ี 2)

เหตุผลในกำรประกำศใชพ้ ระรำชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมำยยำเสพติด พ.ศ. 2564 ประมวลกฎหมำยยำเสพติด

โดยที่กฎหมายเก่ียวกับการป้ องกัน ปราบปราม และควบคุมยาเสพติด รวมถึงการบาบัดรักษา และฟ้ ื นฟูสมรรถภาพ

ผูต้ ิดยาเสพติดไดก้ ระจายอยู่ในกฎหมายหลายฉบบั และการดาเนินการตามกฎหมายแต่ละฉบับเป็ นหน้าท่ีและอานาจของหลายองคก์ ร

ทาใหก้ ารบังคับใชก้ ฎหมายไม่มีความสอดคลอ้ งกัน อีกท้ังบทบัญญัติของกฎหมายเก่ียวกับยาเสพติดบางประการไม่เหมาะสมกับ

สภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรรวบรวมกฎหมายดงั กล่าวจดั ทาเป็ นประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อประโยชน์ในการอา้ งอิงและใชก้ ฎหมาย

ท่ีจะรวมอยใู่ นฉบบั เดียวกนั อยา่ งเป็ นระบบ พรอ้ มกนั น้ ีไดม้ ีการปรบั ปรุงบทบญั ญตั ิในกฎหมายดงั กล่าวใหเ้ หมาะสมกบั สภาพการณ์ปัจจุบนั

นอกจากน้ ี จาเป็ นตอ้ งกาหนดใหม้ ีระบบอนุญาตเพื่อใหก้ ารควบคุมและการใชป้ ระโยชน์ยาเสพติดในทางการแพทย์ ทางวิทยาศาสตร์

และทางอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นการป้ องกันการแพร่กระจายยาเสพติดและการใชย้ าเสพติดในทางท่ีไม่ถูกต้อง

อนั จะนาไปสูก่ ารเสพติดยาเสพติดซึ่งเป็ นการบนั่ ทอนสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการแพร่กระจายยาเสพติดเขา้ สู่กลุ่มเยาวชน

ซึ่งเป็ นกาลังสาคัญในการพัฒนาประเทศ รวมท้ังกาหนดใหม้ ีระบบคณะกรรมการท่ีประกอบดว้ ยบุคลากรซ่ึงมีความหลากหลาย

จากท้งั ภาครฐั และภาคเอกชน ใหเ้ ขา้ มามีส่วนร่วมในการพิจารณากาหนดนโยบายในเรื่องต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกับการป้ องกัน ปราบปราม

และควบคุมยาเสพติด และรวมถึงการบาบัดรักษาและฟ้ ื นฟูสภาพทางสังคมแก่ผู้ติดยาเสพติดใหเ้ ป็ นไปดว้ ยความรอบคอบและ

มีประสิทธิภาพ จึงจาเป็ นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ิน้ ี

เหตผุ ลในกำรประกำศใชพ้ ระรำชบญั ญตั ิวิธพี จิ ำรณำคดยี ำเสพติด (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2564

โดยที่มีการปรบั ปรุงบทบญั ญัติของกฎหมายเก่ียวกับยาเสพติดเพ่ือจัดทาประมวลกฎหมายยาเสพติด ทาใหต้ อ้ งมีการยกเลิก

กฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ งหลายฉบับ และในประมวลกฎหมายยาเสพติดน้ ีได้กาหนดเฉพาะบทบัญญัติของกฎหมายสารบัญญัติเท่าน้ัน

สาหรับบทบัญญัติของกฎหมายวิธีสบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่และอานาจของกรรมการป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด เลขาธิการ

คณะกรรมการป้ องกนั และปราบปรามยาเสพติด รองเลขาธิการคณะกรรมการป้ องกันและปราบปรามยาเสพติด และเจา้ พนักงาน ป.ป.ส.

ในการป้ องกนั และปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการดาเนินการเก่ียวกบั ยาเสพติดที่ถูกยึดไวต้ ามกฎหมาย ซึ่งเดิมเคยกาหนดไวใ้ นกฎหมาย

เก่ียวกับยาเสพติดน้ัน สมควรนามารวมกาหนดไวใ้ นกฎหมายว่าดว้ ยวิธีพิจารณาคดียาเสพติดและปรับปรุงบทบัญญัติบางประการ

ใหเ้ หมาะกับสภาพการณ์ปั จจุบัน เพื่อใหก้ ารปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและสอดคลอ้ งกับประมวลกฎหมายยาเสพติด อีกท้ังกาหนด

บทบญั ญัติเร่ืองการแสดงตนของจาเลยต่อเจา้ พนักงานศาลในขณะย่ืนอุทธรณ์ การย่ืนคาขออนุญาตฎีกาและการฎีกาใหส้ อดคลอ้ งกับ

ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา จึงจาเป็ นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ิน้ ี

ที่มำ : - พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประมวลกฎหมายยาเสพติด พระราชบญั ญตั ิวธิ ีพจิ ารณาคดียาเสพติด

(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2564,

- www.ratchakitcha.soc.go.th นำงศิรอิ ร มณีสนิ ธุ์

อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 166/2565

ประจำวนั ท่ี 11 สิงหำคม 2565
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมลู ควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเด็นเก่ียวกบั กำรสง่ เรือ่ งทีม่ ิใชค่ วำมผิดรำ้ ยแรง หรอื เร่ืองท่ไี มอ่ ยใู่ นหนำ้ ทีแ่ ละอำนำจของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.

ใหห้ น่วยงำน/ผบู้ งั คบั บญั ชำ/ผมู้ ีอำนำจแตง่ ตง้ั หรอื ถอดถอน ดำเนินกำรทำงวินยั ตอนท่ี 3
สรปุ แนวความเห็นในปัจจุบนั ของคณะกรรมการกฤษฎกี า (จดั ทาในเดือนธนั วาคม 2564)
เร่ือง การดาเนินการทางวินัยเป็ นหน้าที่โดยตรงของผบู้ งั คบั บญั ชา

- เม่ือมีการกล่าวหาหรือมีกรณีเป็ นท่ีสงสยั ว่าเจา้ หน้าท่ีกระทาความผิด ผบู้ งั คบั บญั ชามีหน้าท่ีจะตอ้ งดาเนินการ
ทางวนิ ัยในทนั ที โดยไม่ตอ้ งคานึงวา่ ผกู้ ล่าวหาเป็ นใคร มีอานาจหรือไม่ หรือเหตุแหง่ การสงสยั น้ันมาจากที่ใด

- ถา้ มีการกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า เป็ นเร่ืองท่ีไม่รา้ ยแรง หรือไม่อยู่
ในหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดาเนิ นการตามหน้าที่และอานาจ
โดยไม่จาเป็ นตอ้ งดาเนินการไต่สวนตามข้นั ตอนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อน (มาตรา 64 แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบ
รฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561)

ถา้ มีกรณีกล่าวหาเจา้ หน้าที่ของรัฐว่าปฏิบัติหรือละเวน้ การปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบให้นายกรฐั มนตรีดาเนินการ
ทางวนิ ัย

- หากนายกรฐั มนตรีเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาโดยตรงของผถู้ กู กล่าวหา ตอ้ งสงั่ การใหด้ าเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี
- หากนายกรัฐมนตรีมิได้เป็ นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้ถูกกล่าวหา ต้องสัง่ การใหผ้ ูบ้ ังคับบัญชาโดยตรง
ดาเนินการทางวนิ ัย
คณะกรรมการท่ีมีกฎหมายเฉพาะกาหนดกระบวนการไดม้ าและการพน้ จากตาแหน่งของกรรมการไวเ้ ป็ นการเฉพาะ
นายกรัฐมนตรีเป็ นแต่เพียงผูเ้ สนอเรื่องเพ่ือใหม้ ีการแต่งต้ังกรรมการ ดังน้ัน นายกรัฐมนตรีจึงไม่ได้อยู่ในฐานะเป็ น
ผบู้ งั คบั บญั ชาหรือเป็ นผมู้ ีอานาจแต่งต้งั หรือถอดถอนท่ีมอี านาจดาเนินการทางวินัยกบั คณะกรรมการน้ันได้

ที่มำ : - พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64
ท่ีมำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี าในประเด็นเก่ียวกบั การดาเนินการทางวินัยตามการช้ ีมูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

โดยฝ่ายกฎหมายการเมอื งการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า,
ธนั วาคม 2564, ส่วนท่ี 5 หนา้ 4

นำยวิรชั เนติธรรมำภิมขุ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 167/2565

ประจำวนั ที่ 15 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำต่ำง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพิจำรณำสำนวนเบ้ ืองตน้ เก่ียวกบั กำรรอ้ งทุกข์

การตรวจพิจารณาสานวนเบ้ ืองตน้ เก่ียวกบั การรอ้ งทุกข์ การตรวจสอบการรอ้ งทุกข์ ก็เพ่ือพิจารณา

ถึงอานาจฟ้ องคดีของพนักงานอัยการ การตรวจพิจารณาในส่วนน้ ีจะมุ่งเน้นเฉพาะคดีท่ีเป็ นคว ามผิด

ต่อส่วนตัว หรือความผิดอันยอมความได้ ความผิดอาญาใดจะเป็ นความผิดอันยอมความได้ กฎหมาย

จะระบุไวโ้ ดยเฉพาะ การดาเนินคดีในความผิดอันยอมความไดห้ รือความผิดต่อส่วนตัว มีผลโดยตรงต่อ

อานาจฟ้ องคดีของพนักงานอยั การ เนื่องจากการดาเนินคดีในความผิดอนั ยอมความไดน้ ้ัน พนักงานสอบสวน

จะมีอานาจสอบสวนได้ ก็ต่อเม่ือไดม้ ีการรอ้ งทุกขต์ ามระเบียบโดยผูเ้ สียหายแลว้ ดงั น้ัน การตรวจพิจารณา

สานวนจึงตอ้ งดูว่า สานวนการสอบสวนมีการแจง้ ขอ้ หาในความผิดต่อส่วนตวั หรือไม่ และไดม้ ีการรอ้ งทุกข์

โดยผเู้ สียหายตามระเบียบหรือไมเ่ ป็ นสาคญั

ทม่ี ำ : - ค่มู อื การดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาคมู่ อื การดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด

นำยปริญญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th

Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร

ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ

เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองที่ 168/2565

ประจำวนั ท่ี 16 สิงหำคม 2565
สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ท่ีของพนักงำนอยั กำร

----------------------------

กำรดำเนินกำรทำงวินยั ตำมกำรช้ ีมูลควำมผิดของคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
: ประเดน็ เก่ียวกบั กำรหยดุ ปฏบิ ตั หิ นำ้ ท่ีและกำรพน้ จำกตำแหน่งของเจำ้ หนำ้ ท่ีของรฐั ตอนท่ี 1
ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ ีคาวินิจฉัยว่า เจา้ หน้าที่ของรัฐมีมูลความผิดอาญา และอัยการสูงสุดได้
ดาเนินการฟ้ องคดีต่อศาลท่ีมีเขตอานาจ ต่อมาเม่ือศาลไดม้ ีคาสงั่ ประทบั รบั ฟ้ องคดีดงั กล่าวแลว้ ส่งผลใหเ้ จา้ หน้าที่ของรฐั
ผูถ้ ูกกล่าวหาตอ้ งหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและ
ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 บญั ญตั ิใหน้ ามาตรา 81 ซึ่งเป็ นบทบญั ญตั ิเกี่ยวกบั การหยุดปฏิบตั ิหน้าท่ีและการพน้ จาก
ตาแหน่งของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองมาใชบ้ งั คบั แก่การหยุดปฏบิ ตั ิหน้าท่ีและการพน้ จากตาแหน่งของเจา้ หน้าท่ีของรฐั
ดว้ ยโดยอนุโลม ซึ่งมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561 บญั ญตั ิว่า ในกรณีท่ีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองประทบั ฟ้ อง ใหผ้ ถู้ ูกกล่าวหาหยุด
ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีจนกวา่ จะมีคาพพิ ากษา เวน้ แต่ศาลฎกี าแผนกคดีอาญาของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองจะมีคาสงั่ เป็ นอยา่ งอ่ืน
และในกรณีท่ีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูด้ ารงตาแหน่งทางการเมืองมีคาพิพากษาว่าผูถ้ ูกกล่าวหากระทาความผิดตาม
ที่ถกู กล่าวหา ใหผ้ ตู้ อ้ งคาพพิ ากษาน้ันพน้ จากตาแหน่งนับแต่วนั หยุดปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี
ในกรณีของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง การหยดุ ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีและการพน้ จากตาแหน่งเป็ นไปโดยผลของกฎหมาย
เมอ่ื ศาลฎกี าแผนกคดีอาญาของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื งประทบั รบั ฟ้ องแลว้ จะมีผลใหผ้ ดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองตอ้ ง
หยุดปฏบิ ตั ิหน้าที่โดยไม่จาตอ้ งดาเนินการใด ๆ ต่อไป แต่ในกรณีของเจา้ หน้าที่ของรฐั เม่ือศาลอาญาประทบั รบั ฟ้ องแลว้
โดยไม่มีคาสัง่ เป็ นอย่างอื่น ซึ่งจะส่งผลใหเ้ จา้ หน้าที่ของรัฐผูถ้ ูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าท่ีจนกว่าจะมีคาพิพากษา
การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของเจา้ หน้าที่ของรัฐผถู้ ูกกล่าวหา ซ่ึงเป็ นไปตามมาตรา 93 ประกอบกบั มาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติ
ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 น้ัน เป็ นไปโดยผลของกฎหมายโดยไม่จาตอ้ ง
ดาเนินการใด ๆ อีกต่อไป เช่นเดียวกบั การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผูด้ ารงตาแหน่งทางการเมือง หรือผูบ้ ังคบั บัญชาของ
เจา้ หนา้ ที่ของรฐั ผถู้ กู กล่าวหาจะตอ้ งมีคาสงั่ หรือดาเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกบั บริหารงานบุคคลใหเ้ จา้ หน้าท่ีของรฐั ผนู้ ้ัน
หยุดปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีอีกหรือไม่ และการรบั เงนิ เดือน ค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดในระหว่างเจา้ หน้าที่ของรฐั ตอ้ งหยุด
ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีจะเป็ นอยา่ งไร
ต่อมาหากศาลมีคาพิพากษาว่า เจ้าหน้าท่ีของรัฐกระทาความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และคดีถึงท่ีสุดแล้ว
ส่งผลใหเ้ จา้ หน้าท่ีของรัฐผูน้ ้ันต้องพน้ จากตาแหน่งนับแต่วนั หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 93 ประกอบกับมาตรา 81
แห่งพระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 การพน้ จากตาแหน่ง
จะเป็ นไปโดยผลของกฎหมาย หรือผูบ้ ังคับบัญชาของเจา้ หน้าท่ีของรัฐผูน้ ้ันจะตอ้ งมีคาสัง่ หรือดาเนิ นการตามกฎหมาย
เก่ียวกบั การบริหารงานบุคคลใหเ้ จา้ หน้าที่ของรฐั ผถู้ ูกกล่าวหาพน้ จากตาแหน่งหรือไม่ อยา่ งไร
ขอ้ เท็จจริง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ มี ติช้ ีมลู ความผิดขา้ ราชการสงั กดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั วา่ มมี ลู ความผิด
วินัยอย่างรา้ ยแรงฐานปฏิบตั ิหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี
หรือนโยบายของรฐั บาล อนั เป็ นเหตุใหเ้ สียหายแก่ราชการอยา่ งรา้ ยแรง และมมี ลู ความผิดอาญาตามมาตรา 157 และ

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

มาตรา 162 (1) (4) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งในส่วนของการดาเนินคดีอาญา ศาลอาญาไดม้ ีคาสงั่ ประทบั รบั ฟ้ อง
เป็ นเหตุใหน้ ายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั มีหนังสือแจง้ ใหข้ า้ ราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 93 ประกอบกับ
มาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ต่อมา
ศาลอาญาไดม้ ีคาพิพากษาว่า ขา้ ราชการผถู้ ูกกล่าวหากระทาความผิดอาญา แต่โทษจาคุกใหร้ อการลงโทษ และคดีถึงท่ีสุดแลว้
นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ในฐานะผบู้ งั คบั บญั ชาตอ้ งดาเนินการอยา่ งไรต่อไป

ประเด็นปัญหาท่ี 1 เม่อื ศาลประทบั รบั ฟ้ องโดยมิไดม้ ีคาสงั่ เป็ นอยา่ งอ่ืน ส่งผลใหเ้ จา้ หน้าท่ีของรฐั ผถู้ ูกกล่าวหาตอ้ ง
หยุดปฏบิ ตั ิหน้าท่ีจนกว่าจะมีคาพิพากษาตามมาตรา 93 ประกอบกบั มาตรา 81 แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญ
ว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 แลว้ ผบู้ งั คบั บญั ชาตอ้ งมีคาสงั่ ใหเ้ จา้ หน้าท่ีผนู้ ้ันหยุดปฏิบตั ิหน้าท่ี
อกี หรือไม่ อยา่ งไร

ความเห็น มาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561 เป็ นบทบัญญัติท่ีใชแ้ ก่ผูด้ ารงตาแหน่งทางการเมือง เม่ือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูด้ ารงตาแหน่งทาง
การเมืองประทบั รับฟ้ อง จึงมีผลใหผ้ ดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองตอ้ งหยุดปฏบิ ตั ิหน้าท่ีโดยไม่จาตอ้ งดาเนินการใด ๆ ต่อไป
แต่กรณีน้ ีเป็ นการนาบทบญั ญตั ิท่ีใชแ้ กผ่ ดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื งมาใชบ้ งั คบั แกเ่ จา้ หนา้ ท่ีของรฐั โดยอนุโลมตามมาตรา 93
วรรคสอง แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ที่ใหน้ ามาตรา
81 มาใชบ้ งั คบั แกเ่ จา้ หน้าที่ของรฐั ท่ีถูกฟ้ องคดีตามมาตรา 91 แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั
และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดว้ ยโดยอนุโลม กำรนำมำใชบ้ ังคับจึงตอ้ งปรบั ใชใ้ หส้ อดคลอ้ งกับกฎหมำย
ระเบียบ หรอื ขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั กำรบริหำรงำนบุคคลของขำ้ รำชกำรน้นั ๆ ดว้ ย

เม่ือมาตรา 15 แห่งพระราชบญั ญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2542 กาหนดใหก้ ารออกคาสงั่
เกย่ี วกบั การบรรจแุ ละแต่งต้งั การยา้ ย การโอน การรบั โอน การเล่ือนระดบั การเลื่อนข้นั เงินเดือน การสอบสวน การลงโทษ
ทางวินัย การใหอ้ อกจากราชการ การอุทธรณ์ และการรอ้ งทุกข์ หรือการอ่ืนใดท่ีเก่ียวกบั การบริหารงานบุคคล เป็ นอานาจ
ของนายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั และขอ้ เท็จจริงปรากฏว่าขา้ ราชการสงั กดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ถกู ดาเนินคดีอาญา
และศาลไดม้ ีคาสงั่ ประทบั รบั ฟ้ องคดีอาญาไวแ้ ลว้ นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จึงตอ้ งมีคาสงั่ ตามกฎหมายเก่ียวกบั การ
บริหารงานบุคคลเพ่ือใหข้ า้ ราชการซึ่งถูกฟ้ องคดีหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั ผลตามมาตรา 93 ประกอบกบั
มาตรา 81 แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

ท่ีมำ : - พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81, 91, 93
- พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบริหารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2542 มาตรา 15

ท่ีมำ : - ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะท่ี 1) (เร่ืองเสร็จท่ี 1339/2563)
ที่มำ : - แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นเกี่ยวกบั การดาเนินการทางวินัยตามการช้ ีมูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

โดยฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า,
ธนั วาคม 2564, ส่วนที่ 6 หนา้ 1-2

นำยวิรชั เนตธิ รรมำภิมุข
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th

KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475

เร่ืองท่ี 169/2565

ประจำวนั ท่ี 17 สิงหำคม 2565

สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563

ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ

ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร

----------------------------

กำรตรวจพิจำรณำสำนวนเบ้ ืองตน้ เก่ียวกบั กำรรอสงั ่ คดีท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั คดีวิสำมัญฆำตกรรม

การตรวจพิจารณาในส่วนน้ ี ก็เพื่อดูว่าพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบสานวนสามารถทาความเห็น

หรือสัง่ คดีได้ทันทีเลยหรือไม่ เพราะระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดาเนินคดีอาญาของ

พนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 235 วรรคหนึ่ง ไดก้ าหนดว่า “ใหพ้ นักงานอยั การรอการสงั่ คดีท่ีราษฎร

ถูกกล่าวหาว่ามีเจตนาฆ่าเจา้ พนักงาน จนกว่าอัยการสูงสุดจะมีคาสงั่ ในคดีวิสามัญฆาตกรรมท่ีเกี่ยวพัน

กนั เสียก่อน ... ”

ดังน้ัน เม่ือมีการตรวจพบว่า สานวนคดีท่ีพนักงานสอบสวนส่งมาเพ่ือพิจารณา เป็ นคดีที่เกี่ยวพัน

กับคดีวิสามญั ฆาตกรรมตามนัยระเบียบดังกล่าว พนักงานอัยการตอ้ งรอการสัง่ คดีท่ีราษฎรถูกกล่าวหา

ว่ามีเจตนาฆ่าเจา้ พนักงานไวจ้ นกว่าอยั การสูงสุดจะมีคาสงั่ ในคดีวิสามญั ที่เกี่ยวพนั กนั เสียก่อน ตวั อย่างเช่น

คดีที่เจา้ พนักงานเขา้ จบั กุมผูก้ ระทาผิดหลายคน แลว้ มีผูต้ อ้ งหาบางคนถูกเจา้ พนักงานฆ่า โดยอา้ งเหตุว่า

เป็ นการปฏิบตั ิการตามหนา้ ที่ ซ่ึงเจา้ พนักงานจะถูกดาเนินคดีไปส่วนหน่ึง การวินิ จฉยั สงั่ คดีน้ ีเป็ นอานาจของ

อยั การสูงสุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 วรรคทา้ ย ส่วนการดาเนินคดี

กบั ผูต้ อ้ งหาอ่ืนซ่ึงถูกกล่าวหาว่าพยายามฆ่าเจา้ พนักงาน พนักงานอัยการจะตอ้ งรอการสงั่ คดีไว้ หากพนักงานอัยการ

ทาความเห็นหรือสงั่ คดีไป ก็อาจขดั แยง้ กบั ความเห็นและคาสงั่ ของอยั การสงู สุดได้

ท่ีมำ : - ค่มู อื การดาเนินคดีอาญา จดั ทาโดยคณะกรรมการจดั ทาค่มู อื การดาเนินคดีอาญา สานักงานอยั การสงู สุด
ท่มี ำ : - ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563

นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส

สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้

องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งั หมด

อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th


Click to View FlipBook Version