The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือสมรรถนะ หลักสูตรซ่อมบำรุงระบบราง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Faii warit, 2020-09-01 03:56:10

คู่มือสมรรถนะ หลักสูตรซ่อมบำรุงระบบราง

คู่มือสมรรถนะ หลักสูตรซ่อมบำรุงระบบราง

การพฒั นาสือ่ การเรยี นดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพัฒนาทักษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ภาพท่ี 1-60 DC Track Circuit
(ทมี่ าภาพ : http://inside.eng.psu.ac.th/images/stories/document/rail/4.pdf, ม.ป.ป.)

ภาพท่ี 1-61 AC Track Circuit
(ท่ีมาภาพ : http://inside.eng.psu.ac.th/images/stories/document/rail/4.pdf, ม.ป.ป.)

เคร่อื งกนั้ ถนน (Level Crossing devices )
-ชนิดมีพนกั งานควบคมุ

- แบบแผงเข็นกั้นถนน
- แบบม่านยกตรง
- แบบคานมอื หมุน
- แบบคานไฟฟ้า
-ชนดิ ไมม่ ีพนักงานควบคมุ
- แบบสญั ญาณไฟอตั โนมัติ
- แบบคานอตั โนมตั ิ
- แบบคานไฟฟา้ ควบคุมทส่ี ถานี

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หนา้ | 28

การพฒั นาส่ือการเรียนดจิ ิทัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพัฒนาทักษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ระบบบังคับลอ็ คสัมพันธ์ (Interlocking system)
ระบบตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ระบบตา่ งๆ ทเี่ ก่ยี วกับการเตรียมทางใหข้ บวนรถเข้าออก
สถานใี หท้ ทำงานสัมพันธก์ ัน เพือ่ ให้เกดิ ความม่ันใจวา่ การเดินรถมีความปลอดภยั เมอื่ ได้เตรียมทางเรียบร้อย
แล้ว ระบบจะล็อคท่าของอุปกรณ์แต่ละชนิดไว้ ป้องกันการเปลี่ยน ท่าไปโดยไม่ตั้งใจ และจะคลายล็อคเมือ่
ขบวนรถไดว้ ิ่งเข้ามาในทางที่เตรยี มไวห้ รือยกเลิกการ เตรียมทาง การยกเลกิ กระทนั หนั สามารถทำได้เช่นกรณี
ฉุกเฉินหรือกรณีขบวนรถเข้ามาใกล้ถึงทางที่ได้เตรียมไว้แล้ว(approach locking) แต่จะมีการหน่วงเวลาไว้
ก่อนที่จะคลายล็อค Fail Safe เป็นการออกแบบที่ให้การเดินรถยังมีความปลอดภัยแม้เกิดการขัดข้องระบบ
หรอื อุปกรณ์

ภาพท่ี 1-62 ระบบบงั คบั ลอ็ คสัมพันธ์ (Interlocking system)
(ที่มาภาพ : http://inside.eng.psu.ac.th/images/stories/document/rail/4.pdf, ม.ป.ป.)

Control Tableตารางการควบคุม
เป็นข้อกำหนดการทำงานสำหรับการสง่ สญั ญาณการเชอ่ื มตอ่ ทางรถไฟ พวกเขามบี ทบาทสำคัญใน
การออกแบบการส่งสัญญาณกระบวนการ ตง้ั แต่พวกเขาทำหน้าที่เป็นขอ้ ตกลงระหวา่ งการบรหิ ารทางรถไฟกบั
ผปู้ ระกอบการรถไฟ (ในหลายประเทศจะใชท้ างรว่ มกัน แยกผ้ปู ระกอบการรถไฟ กับการดแู ลเสน้ ทาง)
ในเมื่อการเคลื่อนขบวนได้รับอนุญาต ตารางควบคุมประกอบด้วยรหัสข้อกำหนดด้านความ
ปลอดภัยในการใชง้ านสำหรบั ที่เช่อื มตอ่ กันแบบ interlocking.
ระบบตรวจสอบการทำงานของอุปกรณร์ ะบบต่างๆ ที่เกีย่ วกับการเตรยี มทางให้ขบวนรถเข้าออก
สถานใี ห้ททำงานสัมพนั ธ์กัน เพอ่ื ให้เกิดความม่ันใจวา่ การเดินรถมีความปลอดภัย เมือ่ ไดเ้ ตรียมทางเรียบร้อย
แล้ว ระบบจะล็อคท่าของอุปกรณ์แต่ละชนิดไว้ ป้องกันการเปลี่ยน ท่าไปโดยไม่ตั้งใจ และจะคลายล็อคเม่ือ
ขบวนรถไดว้ ิ่งเขา้ มาในทางที่เตรียมไวห้ รอื ยกเลกิ การ เตรยี มทาง การยกเลกิ กระทนั หันสามารถทำได้เช่นกรณี
ฉุกเฉินหรือกรณีขบวนรถเข้ามาใกล้ถึงทางที่ได้เตรียมไว้แล้ว(approach locking) แต่จะมีการหน่วงเวลาไว้
ก่อนที่จะคลายล็อค Fail Safe เป็นการออกแบบที่ใหก้ ารเดินรถยงั มีความปลอดภัยแม้เกิดการขัดข้องระบบ
หรอื อปุ กรณ์

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หน้า | 29

การพฒั นาสือ่ การเรียนดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

Computer Base Interlocking (CBI)
เปน็ คำศัพท์ทั่วไปสำหรบั การเช่ือมตอ่ สัญญาณรถไฟทใี่ ช้กับคอมพวิ เตอร์มากกว่าเทคโนโลยีเกา่ เช่น
รเี ลย์หรือกลไก CBIs ส่วนใหญ่จะดำเนนิ การใน 2 ส่วน
1. สว่ นดำเนินการตามขอ้ กำหนดดา้ นความปลอดภัยและความลม้ เหลว
2 ส่วนทใ่ี ชก้ ารควบคุมและตวั บง่ ชที้ ไี่ ม่สำคญั

ภาพท่ี 1-63 Computer Base Interlocking (CBI)
(ทมี่ าภาพ : https://www.wikiwand.com/en/Solid_State_Interlocking, ม.ป.ป.)

ภาพที่ 1-64 CBI
(ทีม่ าภาพ : https://www.wikiwand.com/en/Solid_State_Interlocking, ม.ป.ป.)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 30

การพัฒนาสอื่ การเรียนดจิ ทิ ัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

Automatic train protection (ATP)
เป็นระบบป้องกันรถไฟชนิดหนึ่งที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าความเร็วของรถไฟเข้ากันได้กับ
ความเร็วทีอ่ นุญาตโดยการส่งสัญญาณรวมถึงการหยุดอตั โนมัติท่ีสัญญาณบางด้าน หากไม่ใช่ ATP จะเปิดใช้
งานเบรกฉุกเฉินเพือ่ หยุดรถไฟ
ระบบ ATP เป็นเทคโนโลยีท่ีกำลังถูกแทนท่ี และยกเลิกไปทั่วยุโรปและในระดับสากลโดยระบบ
การจัดการจราจรทางรถไฟของยุโรป

ภาพที่ 1-65 ATP switchboard in a Taiwan Railways Administration DR2700 series carriage
(ที่มาภาพ : https://www.wikiwand.com/en/Automatic_train_protection, ม.ป.ป.)

Automatic Train Stop (ATS)
เป็นระบบบนรถไฟท่ีหยุดรถไฟโดยอตั โนมัตหิ ากมสี ถานการณบ์ างอยา่ งเกดิ ข้นึ (ผู้ควบคุมรถไฟทไี่ ม่
ตอบสนอง แผ่นดินไหว รางที่ไม่ไดเ้ ชือ่ มต่อ รถไฟที่วิ่งผ่านสัญญาณหยุด ฯลฯ ) เพื่อป้องกันอุบัตเิ หตุในบาง
สถานการณ์มันทำหน้าที่เป็นสวิตช์ชนิดของคนตาย การหยุดรถไฟอัตโนมัตินั้นแตกต่างจากแนวคิดของการ
ควบคุมการรถไฟอัตโนมัตซิ ึง่ โดยทวั่ ไปแล้ว ATS จะไมม่ ีกลไกควบคุมความเรว็ แบบออนบอร์ด

ภาพท่ี 1-66 Automatic Train Stop (ATS)
(ทม่ี าภาพ : https://www.wikiwand.com/en/Automatic_train_stop, ม.ป.ป.)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หนา้ | 31

การพฒั นาสอ่ื การเรียนดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทักษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ภาพท่ี 1-67 Automatic Train Stop (ATS)
(ที่มาภาพ : https://www.wikiwand.com/en/Automatic_train_stop, ม.ป.ป.)

ภาพท่ี 1-68 Automatic Train Stop (ATS)
(ทมี่ าภาพ : http://inside.eng.psu.ac.th/images/stories/document/rail/4.pdf, ม.ป.ป.)

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หนา้ | 32

การพฒั นาสอื่ การเรยี นดจิ ทิ ัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพื่อชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

Automatic Train control (ATC)
เป็นระบบป้องกันรถไฟทั่วไปสำหรับรถไฟที่มีกลไกควบคุมความเร็วในการตอบสนองต่ออินพุต
ภายนอก
ตัวอย่างเช่นระบบอาจส่งผลกระทบต่อแอปพลิเคชันเบรกฉุกเฉิน หากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนองต่อ
สัญญาณที่เปน็ อนั ตราย ระบบ ATC มแี นวโน้มท่ีจะรวมเทคโนโลยกี ารส่งสัญญาณ cab ตา่ ง ๆ และพวกเขาใช้
รปู แบบการชะลอตัวที่ละเอยี ดยง่ิ ข้นึ แทนการหยุดแบบแข็งท่พี บกบั เทคโนโลยหี ยดุ รถไฟอัตโนมัตแิ บบเกา่ ATC
ยังสามารถใช้กับการดำเนินการรถไฟอัตโนมัติ (ATO) และมักจะถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนที่สำคัญต่อความ
ปลอดภัยของระบบ

ภาพท่ี 1-69 Automatic Train control (ATC)
(ทม่ี าภาพ : https://en.wikipedia.org/wiki/Automatic_train_control, 2563)

ไม่จำเปน็ ตอ้ งมีเสาสัญญาณ แต่จะแสดงความเร็วเป็นขัน้ ๆ ที่แผงคอนโซลของผูข้ ับ ใช้กับในทาง
ระหว่างสถานีที่เป็นตอนอัตโนมัติหลายตอน ซึ่งมีขบวนรถวิ่งไล่ตามกันและในเส้นทางของขบวนรถไฟ
ความเร็วสูง จะลดความเร็วลงเป็นขั้นๆโดยอัตโนมัติตามจุดที่กำหนด และเมื่อเข้าใกล้ขบวนรถที่วิ่งตามอยู่
ระหว่างสถานจี ะเบรครถโดยอตั โนมัตเิ มอ่ื ผา่ นจุดท่ีกำหนดความเร็วต่ำสดุ เน่ืองจากอยใู่ กลข้ บวนรถทีอ่ ยนู่ ำหน้า
มากเกนิ

CTC (Centralized Traffic Control)
การควบคมุ การจราจรส่วนกลาง (CTC) เปน็ รปู แบบของการส่งสญั ญาณรถไฟทม่ี ีตน้ กำเนิดในทวีป
อเมริกาเหนอื CTC รวบรวมการตัดสินใจกำหนดเส้นทางรถไฟท่ีเคยดำเนินการโดยผู้ให้สัญญาณท้องถิ่นหรือ

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หนา้ | 33

การพฒั นาสอื่ การเรียนดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

ทีมงานรถไฟมาดว้ ยตนเอง ระบบประกอบด้วยสำนกั งานผู้กระจายของรถไฟสว่ นกลางที่ควบคุมการเชื่อมตอ่
ทางรถไฟและการไหลของการจราจรในส่วนของระบบรางทก่ี ำหนดให้เป็นดินแดน CTC จดุ เดน่ หน่งึ ของ CTC
คือแผงควบคุมพร้อมภาพกราฟิกของทางรถไฟ บนแผงควบคุมนี้ดิสแพตเชอร์สามารถติดตามตำแหน่งของ
รถไฟข้ามเขตแดนที่ดิสแพตเชอร์ควบคุมได้ทางรถไฟขนาดใหญ่อาจมีสำนักงานผู้มอบหมายหลายคนและ
แม้กระท่ังผู้มอบหมายหลายคนสำหรับแตล่ ะแผนกปฏิบัติการ สำนักงานเหลา่ นี้มักจะต้ังอยู่ใกล้กบั ลานจอด
หรือสถานีท่ีคบั คงั่ ท่ีสดุ และคณุ ภาพการปฏิบัติการของพวกเขาสามารถนำมาเปรียบเทียบกบั การควบคุมจราจร
ทางอากาศ

เป็นระบบควบคุมการเดินรถจากศูนยก์ ลาง รวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆจากอุปกรณ์ต่างๆ ภายนอกอาคาร
สถานี เช่น สัญญาณ ประแจ วงจรไฟตอน ต่างๆ จากทุกสถานี มาที่ผู้ควบคุมที่ศูนย์กลางเพื่อควบคุมรถได้
อย่างรวดเร็ว มปี ระสทิ ธิภาพมากข้ึน โดยรบั ขอ้ มลู โดยตรงไมต่ อ้ งผา่ นนายสถานีแต่ละสถานี

ภาพท่ี 1-70 CTC (Centralized Traffic Control)
(ทีม่ าภาพ : http://inside.eng.psu.ac.th/images/stories/document/rail/4.pdf, ม.ป.ป.)

ภาพท่ี 1-71 CTC (Centralized Traffic Control) หน้า | 34
(ทมี่ าภาพ : https://en.wikipedia.org/wiki/Interlocking, 2557)

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง

การพฒั นาสือ่ การเรยี นดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

1.3 ระบบอาณัติสัญญาณ: การส่งสัญญาณและโทรคมนาคม (Signaling & Telecom) :
ตอนท่ี 2
ปา้ ยสัญญาณ มีลักษณะเปน็ แผ่นรูปตา่ ง ๆ ติดอย่บู นเสาใช้ปกั เพือ่ ใหพ้ นกั งานขับรถเหน็ โดยชดั เจน

ภาพท่ี 1-72 เครือ่ งหมายที่คนขบั รถทั่วไปควรรจู้ กั
(ทมี่ าภาพ : http://www.thinsiam.com/archives/64692, 2561)

ชนดิ และการใชง้ านของปา้ ยสญั ญาณ
1. ปา้ ยแดง

ลักษณะ : เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 30 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร ด้านหน้า และ
ด้านหลังสีแดง ขอบสขี าวท้งั สองด้าน

การใช้งาน : การปกั ป้ายน้ีตอ้ งปักกอ่ นถึงท่ี ซึง่ ไม่ต้องการใหร้ ถผา่ น เป็นระยะทาง ไมน่ ้อยกว่า 600
เมตร และตามปกตใิ ห้ปกั ไว้ระหว่างราง

2. ป้ายหยดุ เป็นปา้ ยถาวร มี 2 ชนิด ดังน้ี
2.1 ป้ายหยุดขอบแดง

ลกั ษณะ : เป็นแผน่ สเี่ หลี่ยมจัตรุ สั ขนาด 50 เซนตเิ มตร ดา้ นหน้าสีขาว ขอบสีแดง มคี ำว่า
"หยดุ " เขียนด้วยสีดำ ด้านหลังสีขาว

การใชง้ าน : การปักป้ายน้ีตอ้ งปกั ก่อนถงึ ท่ี ซ่งึ ต้องการให้ขบวนรถหยุดเป็นระยะ ทางไม่
นอ้ ยกวา่ 100 เมตร ขบวนรถตอ้ งหยุดโดยไมล่ ้ำปา้ ย และจะ เคลอื่ นขบวนต่อไปไดต้ ้องไดร้ บั สัญญาณมือแสดง
อนุญาตที่ปา้ ยนั้น

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หน้า | 35

การพัฒนาสือ่ การเรยี นดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

2.2 ป้ายหยดุ ขอบดำ

ลักษณะ : เป็นแผ่นสีเ่ หล่ยี มจัตรุ ัสขนาด 50 เซนติเมตร ดา้ นหนา้ สขี าว ขอบสีดำ มีคำว่า
"หยดุ " เขียนด้วยสดี ำ ด้านหลังสขี าว

การใช้งาน : การปกั ปา้ ยนีใ้ ห้ปกั ณ ที่ซงึ่ ต้องการให้ขบวนรถหยุด ขบวนรถต้อง หยุดโดย
ไมล่ ้ำปา้ ย เม่อื ขบวนรถหยดุ นง่ิ แล้วให้เคลอ่ื นขบวนรถต่อไปได้

3. ปา้ ยเตอื น มี 3 ชนดิ ดังนี้
3.1 ป้ายเตอื นสายเหลย่ี ม

ลักษณะ : เป็นแผ่นสามเหลีย่ มดา้ นเท่า ด้านละ 60 เซนติเมตร ด้านหนา้ สีเหลือง ขอบสี
ดำ มีอกั ษร "ต" เขียนดว้ ยสีดำ ด้านหลงั สขี าว

การใช้งาน : การปกั ป้ายชนดิ น้ีให้ใชป้ ักกำกับลว่ งหน้าก่อนถึง "ป้ายแดง" หรือ "ป้ายหยุด
ขอบแดง" หรือ "ป้ายหยุดขอบดำ" เปน็ ระยะไม่นอ้ ยกว่า 800 เมตร เมื่อขบวนรถว่ิงผ่านป้ายนีต้ ้องลดความเร็ว
และเตรียมพร้อมทจี่ ะหยุด

3.2 ปา้ ยเตือนระบคุ วามเร็ว

ลักษณะ : เป็นแผน่ กลมขนาดวัดเส้นศูนยก์ ลาง 50 เซนตเิ มตร 2 แผ่น ดา้ นหน้าสีเหลือง
ขอบสีดำ ติดเรียงตามเส้นดิ่ง แผ่นบนมีอักษร "ต" แผ่นล่างระบตุ ัวเลขความเร็วเท่ากบั ปา้ ยลดความเร็ว หรือ
ปา้ ยจำกัดความเร็ว เขียนดว้ ยสดี ำ ดา้ นหลังสีขาว

การใช้งาน : การปักป้ายชนิดนี้ให้ใช้ปักกำกับล่วงหน้าก่อนถึง "ป้ายลดความเร็ว" และ
"ป้ายจำกัดความเร็ว" เป็นระยะไม่น้อยกว่า 800 เมตร เพื่อเตือน พนักงานขับรถให้เตรียมพร้อมที่จะลด
ความเรว็ ลง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 36

การพฒั นาสอื่ การเรียนดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพัฒนาทักษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

3.3 ป้ายเตอื นใหร้ ถจกั รพว่ งพหลุ ดความเร็ว

ลกั ษณะ : เชน่ เดียวกับ "ปา้ ยเตอื นระบคุ วามเร็ว" แตข่ อบสแี ดงท้งั สองแผน่
การใช้งาน : การปักป้ายชนดิ นใ้ี หใ้ ช้ปกั กำกับลว่ งหนา้ กอ่ นถึง "ป้ายอนุญาตให้ รถจักรพว่ ง
พหผุ ่านได้" เปน็ ระยะไม่นอ้ ยกว่า 800 เมตร เพอื่ เตือน พนักงานขบั รถให้เตรียมพร้อมทีจ่ ะลดความเรว็ ลง
4. ป้ายลดความเร็ว

ลักษณะ : เป็นแผ่นกลมขนาดวัดเส้นผ่าศนู ย์กลาง 50 เซนติเมตร ด้านหน้ามีเขียว มีตัวเลข
เขียนด้วยสขี าวแสดงความเรว็ เปน็ กโิ ลเมตร ต่อชวั่ โมง ด้านหลังสขี าว

การใช้งาน : การปักป้ายนี้ต้องปักก่อนถึงที่ ซึ่งตอ้ งการให้ขบวนรถผ่านโดย ระมัดระวัง เป็น
ระยะไม่นอ้ ยกว่า 100 เมตร

5. ป้ายจำกดั ความเร็ว

ลกั ษณะ : เป็นปา้ ยถาวร มลี ักษณะเป็นแผน่ สเ่ี หลี่ยมจัตุรัส ขนาด 50 เซนติเมตร ติดแบบมุม
ต้งั ด้านหน้าสขี าว มตี ัวเลขเขยี นดว้ ยสีดำ แสดง ความเรว็ เปน็ กโิ ลเมตรตอ่ ชั่วโมง ด้านหลงั สขี าว

การใช้งาน : การปักป้ายชนิดนี้ใหป้ ักในระยะไม่น้อยกว่า 100 เมตร ก่อนถงึ ท่ี ซ่งึ ต้องการให้
ขบวนรถใชค้ วามเรว็ ไม่เกินกวา่ ทแี่ สดงไว้ที่ปา้ ย

6. ปา้ ยปกติ

ลักษณะ : เป็นปา้ ยถาวร มลี ักษณะเป็นแผน่ สีเ่ หลย่ี มจัตรุ ัส ขนาด 50 เซนตเิ มตร ตดิ แบบมุม
ตงั้ ด้านหนา้ สขี าว มีคำว่า "ปกติ" เขียนด้วยสดี ำ ด้านหลงั สีขาว

การใช้งาน : การปักป้ายชนิดนี้ต้องปักต่อจากป้าย "จำกัดความเร็ว" ทุก ๆ แห่ง เมื่อท้าย
ขบวนรถผ่านป้ายนี้ ใหพ้ นักงานขบั รถนำขบวนรถเดนิ โดยใช้ ความเร็วปกติ

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หนา้ | 37

การพฒั นาสือ่ การเรียนดจิ ิทัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทักษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

7. ปา้ ยอนญุ าตใหใ้ ช้ความเรว็ ผ่านประแจ

ลักษณะ : เปน็ แผน่ แปดเหลยี่ ม ขนาดวัดเส้นผ่าศนู ยก์ ลางกว้าง 60 เซนตเิ มตร ด้านหน้าสขี าว
ขอบสดี ำ มเี ส้นแบง่ ครึ่งทแยงสีดำ สว่ นบน ดา้ นซ้ายเขยี นตวั แลขด้วนสีดำ แสดงความเร็วทอี่ นญุ าตให้ขบวนรถ
วิ่งผ่านประแจในทางตรง ส่วนล่างด้านขวาเขียนตัวเลขด้วยสีดำ แสดง ความเรว็ ที่อนุญาตให้ขบวนรถว่งิ ผ่าน
ประแจเข้าทางหลีกเปน็ กิโลเมตร ตอ่ ชัว่ โมง ด้านหลังสีขาว

การใช้งาน : ป้ายนี้ตั้งร่วมอยู่กับเสาสัญญาณเข้าเขตใน หรือหลักเขตสถานี สุดแต่กรณี เม่อื
พนักงานขับรถเหน็ ป้ายนี้แสดงไว้ ต้องใหข้ บวนรถใช้ ความเร็วไม่เกินกวา่ ท่ีแสดงไว้ในป้าย

8. ป้ายหวดี รถจักร

หลายๆคนทเี่ ดนิ ทางโดยรถไฟคงจะเคยเหน็ ปา้ ยวงกลมสขี าวมตี วั อกั ษร "ว" อยูต่ รงกลางปกั ไว้
อยู่ข้างทางรถไฟ ป้ายนี้คือ "ป้ายหวีดรถจักร" เมื่อพนักงานขับรถเห็นป้ายสัญญาณนี้จะต้องทำการเปิดหวีด
เตือนตามข้อบังคับฯ ที่การรถไฟฯกำหนดไว้ "ปา้ ยหวีดรถจักร" มีท้ังหมด 5 ชนิด สรปุ งา่ ยๆก็คือป้าย "ว" ทเี่ ห็น
มีไวเ้ ตอื นใหพ้ นกั งานขับรถเปดิ "หวดี " หรอื ทคี่ นท่ัวไปเรียก "หวดู " เพื่อส่งเสยี งเตอื นใหร้ ะวงั วา่ จะมรี ถไฟวง่ิ ผ่าน
นน่ั เอง

การใช้งานของป้ายหวีดรถจักร ให้ปักโดยมีระยะตามความจำเปน็ เมื่อขบวนรถถึงป้ายแล้ว
พนกั งานขบั รถจะต้องใช้หวดี รถจกั รเตอื น

ปา้ ยหวดี รถจกั ร มี 5 ชนิด ดงั น้ี
8.1 ป้ายหวีดรถจักรทว่ั ไป

ลักษณะ : มลี ักษณะเปน็ แผน่ กลมขนาดเส้นผ่าน ศนู ย์กลาง 60 เซนติเมตร ดา้ นหน้าสขี าว มี
อกั ษร "ว" เขียนดว้ ยสีดำ ด้านหลงั สขี าว

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หนา้ | 38

การพฒั นาส่ือการเรียนดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพฒั นาทกั ษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง
8.2 ปา้ ยหวดี รถจกั รสำหรบั ถนนผา่ นเสมอระดับทางรถไฟไม่มเี ครือ่ งกัน้ ถนน

ลักษณะ : มีลักษณะเป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร ด้านหน้าสีขาว มี
อกั ษร "ว" เขยี นด้วยสดี ำ ใตอ้ กั ษร "ว" มเี ส้นสดี ำ กว้าง 5 เซนตเิ มตร ด้านหลังสีขาว

8.3 ป้ายหวดี รถจักรสำหรบั ถนนผา่ นเสมอระดับทางรถไฟมเี ครื่องก้ันถนน และมีสญั ญาณผ่าน
เสมอระดับทาง

ลกั ษณะ : เปน็ แผน่ กลม ขนาดวดั เสน้ ผ่าศนู ย์กลาง 60 เซนตเิ มตร ดา้ นหน้าสีขาว มีอักษร "ว"
เขียนด้วยสีดำ ใต้อักษร "ว" มีเส้นสีดำกว้าง 5 เซนติเมตร ด้านหลังสีขาว ใต้แผ่นกลมมีแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ขนาดกว้าง 25 ซม. ยาว 50 เซนติเมตร ด้านหน้าสีดำ มีวงกลมสีขาว 5 วง เส้นผ่าศูนย์กลาง วงละ 10
เซนตเิ มตร อยตู่ รงมุมท้ัง 4 ด้านรวม 4 วง และตรงกลางอีก 1 วง ดา้ นหลังสขี าว

8.4 ปา้ ยหวดี รถจักรสำหรบั ถนนผ่านเสมอระดบั ทางรถไฟมีเคร่ืองกั้นถนน และมสี ญั ญาณผา่ น
เสมอระดับทาง

ลกั ษณะ : เปน็ แผ่นกลม ขนาดวดั เสน้ ผา่ ศนู ย์กลาง 60 เซนตเิ มตร ด้านหน้าสขี าว มอี ักษร "ว"
เขียนด้วยสีดำ ใต้อักษร "ว" มีเส้นสีดำกว้าง 5 เซนติเมตร ด้านหลังสีขาว ใต้แผ่นกลมมีแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ขนาดกว้าง 25 ซม. ยาว 50 เซนติเมตร ด้านหน้าสีดำ มีวงกลมสีขาว 5 วง เส้นผ่าศูนย์กลาง วงละ 10
เซนตเิ มตร อยู่ตรงมมุ ทงั้ 4 ด้านรวม 4 วง และตรงกลางอีก 1 วง ดา้ นหลังสีขาว

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หนา้ | 39

การพัฒนาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง
8.5 ปา้ ยหวีดรถจักรสำหรบั ถนนผา่ นเสมอระดบั ทางรถไฟมเี ครอ่ื งกัน้ ถนนสมั พันธ์กบั สัญญาณ

ประจำทไี่ ม่มีสัญญาณผ่านถนนเสมอระดับทาง

ลักษณะ : เป็นแผ่นกลมขนาดวดั เสน้ ผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร ด้านหนา้ สขี าว มีอกั ษร "ว"
เขียนด้วยสีดำ ใต้อักษร "ว" มีเส้นสีดำกว้าง 5 เซนติเมตร ด้านหลังสีขาว ใต้แผ่นกลมมีแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ขนาดกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร ด้านหน้าสีดำมีวงกลม 2 วงเส้นผ่าศูนย์กลางวงละ 10
เซนตเิ มตร สเี หลอื ง 1 วง สขี าว 1 วง เรียงกนั ตามแนวดงิ่ ดา้ นหลงั สีขาว

9. ปา้ ยห้ามรถจักรพว่ งพหุผา่ นสะพาน

ลกั ษณะ : เป็นแผน่ กลม มขี นาดเสน้ ผ่าศนู ย์กลาง 50 เซนตเิ มตร ด้านหนา้ มีขาว ขอบสีแดง มี
ตัวอกั ษร "พหุ" สีดำ และคาดทบั ตวั อกั ษร ดว้ ยเส้นมแี ดง ด้านหลงั สีขาว

การใช้งาน : การปักป้ายนีใ้ หป้ ักไวท้ ่ีปลายชานสถานที างสะดวกต้นตอนทีม่ ี ทางหลีกก่อนถึง
สะพานหา้ มรถจักรพว่ งพหผุ า่ น

10. ป้ายอนุญาตใหร้ ถจักรพ่วงพหผุ า่ นสะพานไดโ้ ดยระบคุ วามเร็ว

ลักษณะ : เป็นแผ่นกลม 2 แผ่น มีขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลาง 50 เซนตเิ มตร แผน่ บนด้านหน้ามี
ขาว ขอบสีแดง มีตัวอักษร "พหุ" สีดำ ด้านหลังสีขาว แผ่นล่างดา้ นหน้ามีเหลือง ขอบสีดำ มีตัวเลขสีดำ ระบุ
ความเรว็ ท่อี นญุ าต ให้รถจกั รพ่วงพหุผ่าน ด้านหลังสีขาว ป้ายทั้งสองติดเรยี งตามแนวเส้นดิง่

การใชง้ าน : ปา้ ยชนิดน้ีต้องปกั ก่อนถึงสะพานซึ่งต้องการให้ขบวนรถลดความเรว็ ไม่นอ้ ยกว่า
100 เมตร

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หนา้ | 40

การพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทักษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง
11. ปา้ ยพิกัดความเร็วสูงสุดในทางประธาน

ลักษณะ : เปน็ แผ่นแปดเหลี่ยม มีขนาดเสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง 60 เซนติเมตร ด้านหนา้ มขี าว ขอบ
สีดำ เขียนตัวเลขด้วยสีดำแสดงพิกัดความเร็วสูงสุด ที่อนุญาตให้ขบวนรถเดินในทางประธานตอนนั้นเป็น
กิโลเมตรต่อช่ัวโมง ดา้ นหลงั สีขาว

การใช้งาน : ป้ายชนิดนี้ให้ปักไวใ้ นทางตอนที่ต้องการใหพ้ นักงานขับรถทราบ พิกัดความเร็ว
สูงสุดในทางตอนนน้ั

ภาพที่ 1-73 เคร่ืองหมายทคี่ นขบั รถท่ัวไปควรรจู้ ัก
(ทม่ี าภาพ : http://www.thinsiam.com/archives/64692, 2561)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หน้า | 41

การพัฒนาสอ่ื การเรยี นดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

1.4 การสื่อสารในระบบราง (Railway Telecoms): ตอนท่ี 1
ด้ังเดิม ยคุ ปัจจบุ ัน

- ทศั นะสญั ญาณ - ไมโครเวฟ วทิ ยุดจิ ิทัล

- โทรเลข - WiFi

- โทรศัพท์ - FiberOptic

- วิทยโุ ทรศัพท์ - ดาวเทยี ม

- คลืน่ โทรศัพท์มือถือ LTE

ระบบโทรคมนาคม (Telecommunications Systems)
ระบบที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จำนวนหนึ่งที่สามารถทำงานร่วมกันและถูกจัดไว้
สำหรับการสื่อสารข้อมูลจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถถ่ายทอดข้อความ
ภาพกราฟกิ เสียงสนทนา และวีดิทัศนไ์ ด้
รายละเอียดโครงสรา้ งสว่ นประกอบของระบบโทรคมนาคม มีดังนี้
1. เครื่องคอมพวิ เตอรห์ รือเครื่องมือเปล่ียนปริมาณใดให้เป็นไฟฟ้า (Transducer) เช่น โทรศัพท์
หรือไมโครโฟน
2. เครื่องเทอร์มินอลสำหรับการรับข้อมูลหรือแสดงผลข้อมูล เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์หรือ
โทรศัพท์
3. อปุ กรณ์ประมวลผลการสอ่ื สาร (Transmitter) ทำหนา้ ทแ่ี ปรรปู สัญญาณไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกับ
ช่องสัญญาณ เช่น โมเด็ม (MODEM) มัลติเพลก็ เซอร์ (multiplexer) แอมพลิไฟเออะ (Amplifier) ดำเนินการได้
ท้งั รับและสง่ ข้อมูล
4. ชอ่ งทางส่ือสาร (Transmission Channel) หมายถงึ การเช่ือมต่อรปู แบบใดๆ เช่น สายโทรศพั ท์
ใยแกว้ นำแสง สายโคแอคเซียล หรือแมแ้ ตก่ ารสอื่ สารแบบไร้สาย
5. ซอฟต์แวร์การสื่อสารซึ่งทำหน้าที่ควบคมุ กิจกรรมการรับส่งข้อมูลและอำนวยความสะดวกใน
การส่อื สาร
หนา้ ทีข่ องระบบโทรคมนาคมทำหนา้ ทใ่ี นการส่งและรับขอ้ มลู ระหว่างจดุ สองจดุ ไดแ้ ก่

ภาพท่ี 1-74 หนา้ ทข่ี องระบบโทรคมนาคม หน้า | 42
(ท่ีมาภาพ : การรถไฟแหง่ ประเทศไทย, 2563)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง

การพัฒนาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพัฒนาทักษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

จะดำเนินการจัดการลำเลียงข้อมูลผ่านเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด จัดการตรวจสอบความ
ถูกต้องของข้อมูลที่จะส่งและรับเข้ามา สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อมูลให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเข้าใจได้
ตรงกัน ซึ่งท่ีกล่าวมานีส้ ว่ นใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์เปน็ ตัวจัดการ

ในระบบโทรคมนาคมส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลข่าวสารต่างชนิด ต่างยี่ห้อกัน แต่
สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้เพราะใช้ชุดคำสั่งมาตรฐานชุดเดียวกนั อย่างเดียวกัน จึงจะสามารถ
ส่ือสารถึงกนั และกนั ได้

โปรโตคอล (Protocol) คือ
การทำความรูจ้ ักกับอุปกรณต์ วั อ่นื ทอี่ ย่กู ฎเกณฑ์มาตรฐานในการส่อื สารน้เี ราเรยี กว่า“โพรโทคอล
(Protocol)”อุปกรณ์แต่ละชนิดในเครือข่ายเดียวกนั ต้องใช้โพรโทคอลในเส้นทางการถ่ายทอดข้อมูล การตก
ลงเงอื่ นไขในการรบั ส่งขอ้ มูล การตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูล การแก้ไขปญั หาข้อมูลทเ่ี กดิ การผิดพลาด
ในขณะที่ส่งออกไปและการแก้ปัญหาการสื่อสารขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นโพรโทคอลที่รู้จักกันมาก ได้แก่
โปรโตคอลในระบบเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ เชน่ Internet Protocal ; TCP/IP , IP Address ท่เี ราใช้กันอยู่ทกุ
วนั น้ี
ระบบโทรคมนาคมยคุ แรกๆ

ภาพท่ี 1-75 ระบบโทรคมนาคมยุคแรกๆ
(ทมี่ าภาพ : การรถไฟแหง่ ประเทศไทย, 2563)

โทรเลข และ โทรศัพท์
การทดลองหลายครั้งในการสื่อสารด้วยไฟฟ้าเริ่มขึ้นประมาณปี 1726 ในตอนต้นไม่ประสบ
ความสำเร็จ นกั วทิ ยาศาสตร์ รวมทั้ง Laplace, Ampère และ Gauss มสี ่วนเกย่ี วข้อง ระบบโทรเลขด้วยไฟฟา้
ที่ใช้งานได้จริงถูกเสนอในเดอื นมกราคม ค.ศ. 1837 โดยวิลเลียม Fothergill Cooke ผู้ที่พจิ ารณาวา่ มันเป็น
การปรับปรุง "โทรเลขแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า" ท่ีมอี ยเู่ ดมิ ; การปรบั ปรงุ ระบบหา้ เขม็ -หกสายทถี่ กู พฒั นาร่วมกบั ชาร์ลส์
วีทสโตน เข้าสู่การใช้ในเชิงพาณิชย์ในปี ค.ศ. 1838[14] ระบบโทรเลขในตอนต้นใช้สายไฟหลายสายเชื่อม
ต่อไปยงั เขม็ ชหี้ ลายๆเขม็
นกั ธรุ กิจ ซามูเอล F.B. มอรส์ และนักฟิสิกส์ โจเซฟ เฮนรี ของสหรฐั ฯได้พัฒนาระบบโทรเลขไฟฟา้
ร่นุ ท่ีเรยี บงา่ ยของพวกเขาขึ้นมาเองอย่างอิสระ มอร์สประสบความสำเรจ็ ในการแสดงใหเ้ ห็นถึงการใช้ระบบน้ี

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 43

การพัฒนาส่อื การเรยี นดจิ ิทลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

เม่ือวนั ที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1837 การสนบั สนนุ ทางเทคนคิ ท่ีสำคัญท่ีสดุ ของมอรส์ ในระบบโทรเลขนี้เป็นเร่ือง
ง่ายและมีประสิทธิภาพสูง รหัสมอร์สได้รับการพัฒนาร่วมกนั กับเพื่อนของเขา อัลเฟรด เวล ซึ่งเป็นการก้าว
หน้าท่ีสำคัญเหนอื กวา่ ระบบทซ่ี บั ซอ้ นมากกว่าและมีราคาแพงกว่าของ Wheatstone และจำเปน็ ตอ้ งใช้เพียง
แค่สายไฟสองเส้นเทา่ นัน้ ประสิทธิภาพการสื่อสารของรหัสมอร์สนำหน้ารหัส Huffman ในการสื่อสารแบบ
ดิจิตอลกว่า 100 ปี แต่มอร์สและเวลก็พัฒนารหัสได้หมดข้อสังเกต โดยใช้รหัสสั้นกว่าสำหรับตัวอักษรที่ใช้
บอ่ ยๆ

สายเคเบิลโทรเลขถาวรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นครั้งแรกประสบความสำเร็จใน 27
กรกฎาคม ค.ศ. 1866 ช่วยให้มีการสื่อสารด้วยไฟฟ้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนตกิ เป็นครั้งแรก[15] สายเคเบิล
ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการมาไม่กี่เดือนในปี 1859 และในหมู่สิ่งอื่นๆ มันขนส่ง
ข้อความทักทายไปมาระหว่างประธานาธิบดีเจมส์ บูคานัน ของสหรัฐฯกับสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียแห่งส
หราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม สายเคเบิลที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นครั้งแรกได้ล้มเหลวในไม่ช้า และ
โครงการที่จะวางสายแทนถูกเล่ือนออกไปเปน็ เวลาหา้ ปเี น่อื งจากสงครามกลางเมอื งอเมรกิ า สายโทรศพั ทแ์ รก
ที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก(ซึ่งประกอบด้วยตัวขยายอิเล็กทรอนิกส์หลายร้อยชุด) ไม่ได้ใช้งานจนกระทั่ง
ปี ค.ศ.1956 เพยี งหกปีกอ่ นทดี่ าวเทยี มสอื่ สารเชิงพาณชิ ยด์ วงแรกคอื เทลสตารจ์ ะปลอ่ ยขนึ้ สู่วงโคจรในอวกาศ

โทรศัพท์ธรรมดาที่ใช้งานทั่วโลกในปัจจุบันได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นครั้งแรกโดย Alexander
Graham Bell ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1876 สิทธิบัตรครั้งแรกอันน้ันของเบลล์เป็นสทิ ธิบัตรหลกั ของโทรศพั ท์
จากสิทธบิ ตั รนีส้ ิทธิบตั รอืน่ ๆ ทั้งหมดสำหรับอุปกรณโ์ ทรศพั ท์ไฟฟ้าและคณุ สมบตั อิ นื่ กเ็ ร่มิ ไหลออกมา เครดิต
สำหรับการประดิษฐ์โทรศัพท์ไฟฟ้าได้รับการโต้แย้งบ่อยๆและการถกเถียงใหม่เกี่ยวกับปัญหาได้เกิดขึ้น
ตลอดเวลา. เชน่ เดียวกบั สงิ่ ประดิษฐ์ท่ยี ง่ิ ใหญ่อ่ืนๆ เช่นวิทยุ โทรทศั น์ หลอดไฟและดิจิตอลคอมพวิ เตอร์ ท่ีจะมี
หลายนกั ประดิษฐท์ ไ่ี ด้ทำการทดลองบุกเบิกในการส่งผา่ นเสยี งทางสายท่ี และปรับปรงุ ความคดิ ของกนั และกนั
อย่างไรก็ตาม นกั ประดิษฐท์ ี่สำคัญคืออเลก็ ซานเดอ แกรฮม์ เบลล์และการ์ดเิ นอ กรนี ฮับบาร์ด ผูท้ ่จี ดั ตั้งบรษิ ทั
โทรศัพท์บริษัทแรกชื่อ Bell Telephone Company ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น
American Telephone & Telegraph (AT&T) ณ เวลาน้ันเปน็ บริษัทโทรศพั ทท์ ใ่ี หญท่ สี่ ดุ ในโลก

บริการโทรศัพทใ์ นเชิงพาณิชย์ครั้งแรกถูกจัดตั้งขึ้นมาในปี 1878 และ 1879 บนทั้งสองด้านของ
มหาสมุทรแอตแลนติก ในเมือง New Haven มลรัฐคอนเนคติกทั , และลอนดอนประเทศอังกฤษ.

โทรเลขในประเทศไทย
เริม่ แรกในสมยั รชั กาลที่ 5 เมือ่ วันท่ี 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2412 ทรงอนุมตั ิให้ชาวอังกฤษจดั ตัง้ บรษิ ทั
ก่อสร้างและบำรงุ รกั ษาทางโทรเลขตามคำเสนอขอ แต่การดำเนนิ งานกลับล้มเหลว

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หนา้ | 44

การพัฒนาสือ่ การเรียนดจิ ิทัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพัฒนาทักษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

เมื่อ พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลท่ี 5 กรมกลาโหมดำเนินการสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจาก
กรงุ เทพมหานครไปปากน้ำ (หรอื จังหวัดสมุทรปราการในปัจจบุ ัน) โดยวางสายเคเบิลโทรเลขใต้น้ำต่อออกไป
ถึงกระโจมไฟนอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยารวมระยะทาง 45 กิโลเมตร เพื่อใช้ในการส่งข่าวสารทาง
ราชการเปน็ หลกั

ในปี พ.ศ. 2421 กรมกลาโหมได้สร้างทางโทรเลขสายที่ 2 จากกรุงเทพฯ ถึงพระราชวังบางปะ
อนิ และไดข้ ยายสายออกไปถงึ กรงุ เกา่ (จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา)

ปี พ.ศ. 2426 เริ่มสร้างทางใช้ลวดเหล็กอาบสังกะสีเป็นสายแรกของกรุงเทพฯ ผ่านปราจีนบุรี
กบินทร์บรุ ี อรญั ประเทศ ศรีโสภณ และคลองกำปงปลัก ในจงั หวดั พระตะบอง (สมัยนน้ั ยงั เป็นของสยาม) ได้
เชื่อมต่อกับสายโทรเลขอินโดจีน ไซง่อนซึ่งเป็นสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศ และในวันท่ี 26
กรกฎาคม พ.ศ. 2426 ได้เปิดโอกาสใหป้ ระชาชนได้ใชบ้ ริการโทรเลข

เมือ่ มาถึง พ.ศ. 2440 กรมโทรเลขไดส้ รา้ งทางสายกรงุ เทพฯ แม่สอด จงั หวัดตาก เพื่อไปตอ่ กับสาย
โทรเลขของอังกฤษไปเมืองมะละแหมง่ และยา่ งกงุ้ และไดส้ รา้ งทางโทรเลขจากกรงุ เทพฯ เพชรบรุ ี ชุมพร ทุ่ง
สง หาดใหญ่ และสงขลา และในปี พ.ศ. 2441 ไดส้ รา้ งสายยอ่ จากสงขลาไปไทรบุรี (สมยั น้นั ยงั เปน็ ของสยาม
และปัจจุบันคือรัฐเกอดะฮ์ ประเทศมาเลเซยี ) และกัวลามุดา เพื่อเชือ่ มต่อกับสายโทรเลขของอังกฤษไปปีนัง
และสิงคโปร์

ในปี พ.ศ. 2496 นายสมาน บุณยรัตพันธุ์ นายช่างโทรเลขได้สร้างเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยได้
สำเร็จ โดยคิดระบบกลไก หรอื Spacing Control Mechanism ต่อมาไดป้ ระดิษฐเ์ พมิ่ เติมโดยใหเ้ คร่อื งทำงาน
ได้ทั้งสองภาษา (ไทยและองั กฤษ) ให้ชอ่ื วา่ เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบ S.P. โดยกรมไปรษณียโ์ ทรเลขรับรองเม่ือ
ปี พ.ศ. 2498

เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 กรมไปรษณีย์โทรเลขสั่งสร้างเครื่องโทรพิมพ์ไทยจากประเทศ
ญี่ปนุ่ เข้ามาใช้งานเป็นรนุ่ แรกระหว่างกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ กรุงเทพฯ-อตุ รดิตถ์-เชียงใหม่ หลังจากน้ันได้ใช้
เครื่องโทรพมิ พ์ออกไปทัว่ ประเทศ

ปี พ.ศ. 2503 ได้มีการปรับปรุงบริการให้ทันสมัยโดยจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ เช่น เครื่องส่งและ
เครื่องรับวิทยุความถี่สูง เครื่องโทรพิมพ์ที่ใช้งานโทรเลขแบบต่างๆ เปิดการใช้งานรับส่งโทรเลขติดต่อกับ
ตา่ งประเทศด้วยวงจร HF1 ARQ โดยประเทศแรกทต่ี ิดตอ่ ดว้ ยวงจรน้ีคอื ประเทศญปี่ ุน่

นบั ตัง้ แตป่ ี พ.ศ. 2496 กรมไปรษณยี โ์ ทรเลขไดจ้ ัดต้ังสถานีวิทยคุ มนาคมข้นึ ในจังหวัดและอำเภอ
ต่าง ๆ เปน็ จำนวนท้งั ส้นิ 50 สถานี

จนกระทั่งพ.ศ. 2520 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้โอนส่วนปฏิบัติการให้บริการโทรคมนาคมของ
ประเทศรวมถึงบริการโทรเลขไปอยู่ในความรับผิดชอบของการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ซึ่งเป็น
รัฐวสิ าหกจิ ตงั้ ข้ึนใหม่ สังกดั กระทรวงคมนาคม

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หน้า | 45

การพฒั นาสอ่ื การเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทักษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

ต่อมาปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องการแปรสภาพรฐั วิสาหกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
ทำงานให้เทยี บเท่าภาคเอกชน ซ่งึ กสท.เป็นหนง่ึ ในรัฐวิสาหกจิ ท่ตี อ้ งดำเนนิ การตามนโยบายดงั กล่าว โดยเมื่อ
วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 คณะรัฐมนตรีมีมติให้แปรสภาพ กสท. ตามแผนแม่บทพัฒนากิจการ
โทรคมนาคม และพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 แยกกิจการเป็น 2 บริษัท คือ บริษัท ไปรษณีย์
ไทย จำกัด และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทเมื่อวันท่ี 14
สิงหาคม พ.ศ. 2546 โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ยังคงรับผดิ ชอบการให้บริการโทรเลขดว้ ย และยกเลิก
บริการโทรเลข ต้ังแตว่ นั ท่ี 30 เมษายน พ.ศ. 2551 เวลา 20.00 น.

รหัสมอร์ส (Morse code)

ภาพท่ี 1-76 ซามเู อล ฟินลีย์ บรีส มอร์ส (Samuel Finley Breese Morse)
(ทม่ี าภาพ : http://varavut05.blogspot.com/2015/08/morse-code.html, 2558)

เปน็ วธิ ีการส่งผา่ นสารสนเทศขอ้ ความเปน็ ชุดสญั ญาณเสยี งไฟหรอื เสยี งเคาะ(click) เปิด-ปิดซงึ่ ผฟู้ งั
หรือผู้สงั เกตทีม่ ที กั ษะสามารถเข้าใจได้โดยตรงโดยไม่มีอปุ กรณ์พเิ ศษ รหสั มอร์สระหว่างประเทศประกอบด้วย
พยัญชนะละตินพ้ืนฐานของไอเอสโอ เคร่อื งหมายวรรคตอน ตัวอกั ษรละตินอ่ืนๆ ตัวเลขอารบิก กระบวนคำส่ัง
เป็นลำดับสัญญาณสัน้ และยาวซงึ่ จัดทำไวเ้ ปน็ มาตรฐาน เรียก "ดอต" และ "แดช" มกี ารคิดค้นพยญั ชนะมอร์ส
สำหรบั ภาษาธรรมชาตนิ อกเหนือจากภาษาองั กฤษ เพราะหลายภาษาดงั กลา่ วใชม้ ากกวา่ อักษรโรมัน 44 ตัว

ภาพที่ 1-77 รหัสมอรส์ ภาษาสากล หนา้ | 46
(ทม่ี าภาพ : https://www.wikiwand.com/th/รหสั มอรส์ , 2560)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง

การพัฒนาสื่อการเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หน้า | 47

การพัฒนาสอ่ื การเรียนดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพัฒนาทักษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ภาพท่ี 1-78 รหสั ภาษาไทย
(ทมี่ าภาพ : https://www.scimath.org/article-mathematics/item/4688-morse-code, 2558)

โทรเลขกบั รถไฟ
ในปี พ.ศ. 2410 เดวิด บรูกส์ (David Brooks) ระหว่างที่ทำงานให้กับบริษัทรถไฟ Central
Pacific Railroad ได้รับสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาหลายฉบับเกี่ยวกับการปรับปรุงฉนวนสำหรับสายโทรเลข
สิทธิบัตรของบรคู ส์มีสว่ นสำคญั ในงานสรา้ งทางรถไฟข้ามทวีปสายแรกของอเมรกิ า

ภาพท่ี 1-79 โทรเลขกับรถไฟ

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หน้า | 48

การพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพอื่ ชว่ ยพฒั นาทักษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง
ระบบโทรคมของรถไฟ
- โทรเลขแบบซิมเพล็กซ์ (simplex) เปน็ แบบโทรเลขทใี่ ชส้ ่งขา่ วไดท้ างเดยี ว
- โทรศัพท์แบบพาร์ตีไลน์ (party line) คือ ระบบโทรศัพทท์ ีใ่ ช้ติดต่อพร้อมกันได้หลายๆ เครื่องใน
เวลาเดียวกัน
ต่อมาไดม้ ีการปรบั ปรงุ ขา่ ยโทรเลขใหเ้ ปน็ ชนิด ดูเพล็กซ์ (duplex) ได้แก่ระบบ โทรเลขท่ใี ชส้ ง่ ข่าว
สวนกันได้ในขณะเดียวกนั เพอื่ เอาไวใ้ ชใ้ นการตดิ ต่อระหว่างสถานีสำคญั ต่างๆ

ภาพท่ี 1-80 โทรศพั ทค์ วบคมุ การเดินรถ
(ทมี่ าภาพ : https://www.trueplookpanya.com/blog/content/60497, 2560)

โทรศพั ท์แคเรยี
เปน็ ระบบโทรคมนาคมสำหรับระยะไกล ได้ตดิ ต้งั ใชง้ าน เพอื่ การติดตอ่ ระหวา่ งหน่วยงานที่สำคัญ
ตา่ งๆ ทง้ั ในสว่ นกลาง และสว่ นภูมภิ าค

ภาพท่ี 1-81 โทรศพั ท์แคเรยี

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หน้า | 49

การพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพฒั นาทักษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง
โทรพิมพ์
ไดท้ ำการติดตั้งควบคู่กันไปกบั โทรศัพท์แคเรยี เพือ่ ใช้สำหรบั ส่งขา่ วสารต่างๆ ทต่ี ้องการหลักฐาน
และต้องการความชัดเจน เช่น รายงานรถ รายงานการ หมุนเวยี นล้อเล่ือน แจ้งเหตุอันตรายเร่งด่วน เป็นตน้
นอกจากนนั้ ยังไดม้ ีการขยายงาน ดา้ นโทรศัพท์อตั โนมัติ โทรศัพทบ์ ำรงุ ทาง วิทยุ เปน็ ต้น ส่วนระบบโทรเลขนน้ั
ก็ยังคงอยู่ เพราะในการวางข่ายโทรคมนาคม จำเป็นจะต้องมีข่ายหลักและข่ายสำรองไว้เสมอ เพื่อความ
คลอ่ งตัวในการปฏิบัตงิ าน

ภาพท่ี 1-82 โทรพมิ พ์
(ทมี่ าภาพ : https://www.trueplookpanya.com/blog/content/60497, 2560)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หนา้ | 50

การพฒั นาส่ือการเรียนดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

1.5 การสือ่ สารในระบบราง (Railway Telecoms): ตอนท่ี 2
โทรคมนาคม (telecommunication)
หมายถึง การสอื่ สารระยะไกล โดยใช้เทคโนโลยตี ่าง ๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ผา่ นทางสัญญาณไฟฟ้า

หรือคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้า เนอ่ื งจากเทคโนโลยที ี่แตกตา่ งกนั จำนวนมากทีเ่ ก่ียวข้องกับคำน้ี จงึ มักใช้ในรูปพหูพจน์
เช่น Telecommunications

เทคโนโลยกี ารสอ่ื สารโทรคมนาคมในช่วงตน้ ประกอบดว้ ยสญั ญาณภาพ เชน่ ไฟสญั ญาณ สญั ญาณ
ควัน โทรเลข สัญญาณธง และเครื่องส่งสัญญาณด้วยกระจกสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ ตัวอย่างอื่น ๆ ของ
การส่ือสารโทรคมนาคมกอ่ นช่วงท่ีทนั สมยั ได้แกข่ ้อความเสียงเช่นกลอง แตรและนกหวดี เทคโนโลยกี ารสือ่ สาร
โทรคมนาคมด้วยไฟฟ้าและแม่เหล็กไฟฟ้าได้แก่โทรเลข โทรศัพท์และ โทรพิมพ์ เครือข่าย วิทยุ เครื่องส่ง
ไมโครเวฟ ใยแกว้ นำแสง ดาวเทยี มสือ่ สารและอนิ เทอร์เนต็

การปฏิวัติ ในการสื่อสารโทรคมนาคมไร้สายเริม่ ต้นข้ึนในปี 190X กับการเป็นผูบ้ ุกเบิกพัฒนาใน
การสื่อสารทางวิทยุ โดย Guglielmo มาร์โคนี ที่ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1909 สำหรับ
ความพยายามของเขา นักประดิษฐ์ผู้บุกเบิกและนักพัฒนาอื่น ๆ ที่น่าทึ่งมาก ๆ ในด้านการ สื่อสาร
โทรคมนาคมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวมถึง ชาร์ลส์ วีทสโตน และ ซามูเอล มอร์ส (โทรเลข), Alexander
Graham Bell (โทรศัพท์) เอ็ดวิน อาร์มสตรอง และลีเดอฟอเรสท์ (วิทยุ) เช่นเดียวกับ ที่ จอห์น โลจี แบรด์
และ Philo Farnsworth (โทรทัศน์)

การสอ่ื สารแบบอนาลอ็ กและแบบดิจิทลั
สัญญาณที่ใช้ในการสื่อสารสามารถเป็นได้ทั้งอนาล็อกหรือดิจิทัล สำหรับสัญญาณแอนะล็อก
สัญญาณจะแปรอย่างต่อเน่ืองไปตามข้อมลู ในสัญญาณดจิ ิทัลข้อมูลจะถกู เข้ารหัสเปน็ ชดุ ของค่าที่ไมต่ อ่ เนือ่ ง
(เชน่ ชดุ ของหน่งึ และศูนย)์ ในระหวา่ งทีส่ ัญญาณของข้อมูลถูกส่งออกไปและรบั เข้ามา ขอ้ มลู ทีม่ ีอยู่ในสญั ญาณ
แอนะลอ็ กหลกี เล่ยี งไมไ่ ดท้ ี่จะถกู ลดสภาพลงเนอื่ งจากการรบกวนทางกายภาพทีไ่ ม่พงึ ประสงค์ (สัญญาณที่ถูก
สง่ ออกจากเครื่องสง่ ในทางปฏิบัตจิ ะไม่มเี สยี งรบกวน) ปกตแิ ล้วเสยี งรบกวนในระบบการสือ่ สารสามารถเปน็ ได้
ทัง้ เพม่ิ เข้าหรือลบออกจากสัญญาณที่พงึ ประสงคใ์ นการสมุ่ ทส่ี มบรู ณ์ รูปแบบของเสียงรบกวนนจี้ ะเรยี กว่าเสยี ง
เตมิ แตง่ ด้วยความเข้าใจว่าเสียงรบกวนจะเป็นลบหรอื บวกแล้วแตจ่ ังหวะท่ีแตกต่างกนั ของเวลา
ในทางตรงกันข้าม ถ้าเสียงรบกวนเติมแตง่ มีไม่เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ข้อมูลที่มีอยู่ในสัญญาณ
ดิจิทัลจะยังคงเหมือนเดิม ความต้านทานในเสียงรบกวนของระบบดิจิทัล ทำให้เป็นขอ้ ได้เปรียบท่ีสำคญั ของ
สัญญาณดิจทิ ัลเหนอื กว่าสัญญาณอนาล็อก

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หนา้ | 51

การพัฒนาส่ือการเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

ภาพท่ี 1-83 สัญญาณแอนะล็อกและสญั ญาณดิจทิ ลั
(ทม่ี าภาพ : https://www.electronicshub.org/author/raviteja/page/8/, ม.ป.ป.)
การแบง่ วิธกี ารส่ือสารโทรคมนาคม ปจั จบุ ัน มีดังน้ี
การสอ่ื สารแบบ Simplex
เป็นการสื่อสารแบบทางเดียว เนื่องจากมีทิศทางในการสื่อสารแบบทิศทางเดียว เมื่อฝ่ายหนึง่ ทำ
หน้าท่เี ป็นผ้สู ง่ และในเวลาเดียวกัน
อกี ฝ่ายหนึ่งทำหนา้ ทีเ่ ปน็ ผู้รบั โดยไมส่ ามารถสง่ ขอ้ มลู ยอ้ นกลับมาได้ เช่น ระบบโทรเลข วิทยุโทร
เลข ระบบวทิ ยุกระจายเสยี ง และ โทรทัศนแ์ บบแพร่ภาพในระบบอนาลอ็ กและดิจิทัล

การสอื่ สารแบบ Half Duplex
เปน็ การสื่อสารแบบทางใดทางหนง่ึ เปน็ รูปแบบการสือ่ สารท่ีทั้งสองฝา่ ยสามารถเปน็ ไดท้ ง้ั ผู้ส่งและ
ผรู้ ับ แตท่ ิศทางทางการสื่อสารจะส่งสญั ญาณ ขอ้ มลู ผ่านทางชอ่ งสัญญาณเพียงช่องเดยี ว ใชว้ ิธกี ารสลับกันส่ง
ข้อมลู โดยทัง้ ผู้ส่งและผรู้ บั ไม่สามารถส่งข้อมูลได้พร้อมกัน เมอ่ื ฝ่ายใดเป็นผสู้ ง่ ข้อมลู จะต้องกดสวิตซ์ เพื่อขอ
เปลย่ี นสถานะของตนเองเปน็ ผสู้ ง่ ข้อมลู และอีกฝ่ายกจ็ ะถกู เปลย่ี นสถานะเปน็ ผู้รบั ข้อมลู ทนั ที เช่น วทิ ยุสื่อสาร
แบบผลดั กันพดู สลับกันส่ง ทลี ะคน

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หน้า | 52

การพัฒนาสื่อการเรียนดจิ ิทัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง
การสอ่ื สารแบบ Full Duplex
เปน็ การสอ่ื สารแบบสองทาง เปน็ ทิศทางการสื่อสารท่สี ามารถส่งข้อมูลไดส้ องทางในเวลาเดียวกัน
โดยทั้งฝ่ายผู้รับและฝ่ายผู้ส่งสามารถสื่อสารร่วมกันได้ โดยที่คู่สนทนาสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ในเวลา
เดียวกัน ไม่ต้องกดสวิตช์เพื่อแลกเปล่ียนสถานะก่อนทีจ่ ะสื่อสาร เช่น การสนทนาทางโทรศพั ท์รับและส่งได้
พรอ้ ม ๆ กัน

สือ่ Medium ในระบบราง และ ระบบใด ๆ

คลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ หรือ Spectrum
A diagram of the electromagnetic spectrum, showing various properties across the
range of frequencies and wavelengths

ภาพที่ 1-84 คลืน่ ไมโครเวฟ
(ทมี่ าภาพ : https://witpoko.com/?p=6762, 2562)

Inductiveload, NASA - self-made, information by NASA Based off of File:EM Spectrum3-
new.jpg by NASA The butterfly icon is from the P icon set, File:P biology.svg The humans are
from the Pioneer plaque, File:Human.svg The buildings are the Petronas towers and the
Empire State Buildings, both from File:Skyscrapercompare.svg

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 53

การพัฒนาสื่อการเรยี นดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพฒั นาทกั ษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ภาพที่ 1-85 การนับค่าความถ่ี

Electromagnetic radiation interaction with matter

Region of the Main interactions with matter
spectrum

Collective oscillation of charge carriers in bulk material (plasma
Radio oscillation). An example would be the oscillatory travels of the

electrons in an antenna.

Microwave through Plasma oscillation, molecular rotation
far infrared

Near infrared Molecular vibration, plasma oscillation (in metals only)

Visible Molecular electron excitation (including pigment molecules found
in the human retina), plasma oscillations (in metals only)

Ultraviolet Excitation of molecular and atomic valence electrons, including
X-rays ejection of the electrons (photoelectric effect)

Gamma rays Excitation and ejection of core atomic electrons, Compton
scattering (for low atomic numbers)
High-energy gamma
rays Energetic ejection of core electrons in heavy elements, Compton
scattering (for all atomic numbers), excitation of atomic nuclei,
including dissociation of nuclei

Creation of particle-antiparticle pairs. At very high energies a single
photon can create a shower of high-energy particles and
antiparticles upon interaction with matter.

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หนา้ | 54

การพัฒนาสือ่ การเรียนดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอื่ ชว่ ยพฒั นาทักษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง
คลนื่ ท่ีใช้ ในการสื่อสารรถไฟ จะเป็นย่าน วิทยุ และ ไมโครเวฟ

ภาพท่ี 1-86 คลน่ื ท่ใี ช้ ในการส่อื สารรถไฟ

ชอ่ื แถบความถี่ ความถี่ การใชง้ านในประเทศไทย
- Very Low Frequency(VLF) 3-30 KHz (K=1พนั )
- Low Frequency (LF) 30-300 KHz
- Medium Frequency (MF) 300-3,000 KHz วิทยุ AM คลืน่ MW
- High Frequency (HF) 3,000-30,000 KHz วิทยุ AM คลนื่ ส้ัน (SW)
- Very High Frequency (VHF) 30-300 MHz (M=1ลา้ น) วิทยุ FM และโทรทศั น์ช่อง2-12
- Ultra High Frequency (UHF) 300-3,000 MHz โทรทัศนช์ อ่ ง 14-69
- Super High Frequency (SHF) 3-30 GHz (G=พนั ลา้ น) สญั ญาณผ่านดาวเทียม
- Extremely High Frequency (EHF) 30-300 GHz -

วทิ ยเุ อเอม็ และเอฟเอ็ม หมายถึงระบบการผสมคลื่นเสียงเข้ากบั คลื่นวิทยซุ ึ่งทำได้ 2 วธิ ีคอื
1.ระบบเอเอ็ม (AM) หมายถึงระบบการผสมคลื่นที่เมื่อผสมกันแล้วทำให้ความสูงของคลืน่ วิทยุ
เปล่ยี นแปลงไปตามคล่ืนเสยี ง จึงเรยี กวา่ การผสมทางความสงู ของคลน่ื (Amplitude Modulation) หรอื AM วิทยุ
AM ให้คุณภาพของเสียงไม่ดีนัก เพราะเกดิ การรบกวน ได้ง่าย เช่น ถูกรบกวนจากสถานีขา้ งเคยี ง เครื่องใชไ้ ฟฟา้
และท่สี ำคัญคอื การรบกวนจากธรรมชาติ ได้แก่ เวลาฝนตก ฟ้าแลบ ฟ้าผา่ สภาพอากาศทีแ่ ปรปรวนมาก ๆ จะทำ
ให้เสยี งขาดหายเปน็ ชว่ ง ๆ การส่งวิทยุ AM แบง่ ความถี่การใชง้ านออกเป็นชว่ งคล่ืน (Band) ต่าง ๆ ดังน้ี
- LW (Long wave) ความถ่ี 30 – 300 KHz
- MW (Medium Wave) ความถี่ 535 – 1605 KHz เป็นความถี่ของวิทยุ AM ส่วนใหญ่ที่ใช้ใน
ประเทศไทย จำนวนกว่า 200 สถานี กระจายอยู่ท่ัวประเทศ โดยทัว่ ไปสง่ ได้ไกลประมาณ 200 กโิ ลเมตร
- SW (Shot Wave) ความถ่ี 3 – 30 MHz คุณภาพเสยี งไมด่ ี แต่ส่งไปได้ไกลมากนับพันกิโลเมตร จึง
สามารถส่งกระจายเสียงได้ถึงข้ามทวีป เช่น สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (Radio Thailand)
11.965 MHz และ 9.0655 MHz สถานี BBC ความถี่ที่รับได้ในประเทศไทย 11.910 MHz สถานีวิทยุเสียง

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 55

การพฒั นาส่ือการเรยี นดจิ ิทัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

อเมริกา หรือ (Voice of America) ความถ่ี 11.780 MHz สถานีวิทยุของออสเตรเลีย (Radio Australia)
ความถี่ 15.40 MHz Radio Japan ความถี่ 15.235 MHz (ยุทธนา สาริยา 2527 : 18)

2.ระบบ เอฟเอ็ม (FM) เปน็ การผสมคลน่ื ทางความถ่ี (Frequency Modulation) คือคลื่นวิทยุท่ี
ผสมกบั คลื่นเสยี งแล้ว จะมีความถไี่ ม่สม่ำเสมอ เปลีย่ นแปลงไปตามคล่ืนเสยี ง แตค่ วามสูงของคลืน่ ยังคงเดิม วิทยุ
FM ส่งด้วยความถ่ี 88 -108 MHz ในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 100 สถานี กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ท่ัว
ประเทศ ให้คุณภาพเสยี งดีเยี่ยม ไม่เกดิ สญั ญาณรบกวนจากสภาพอากาศแปรปรวน แต่ส่งได้ในระยะประมาณไม่
เกนิ ประมาณ 150 กโิ ลเมตร ปจั จบุ ันนยิ มสง่ ในแบบ สเตอรโิ อ ทีเ่ รยี กว่าระบบ FM Stereo Multiplex ซ่งึ เคร่อื งรบั
วทิ ยสุ ามารถแยกสญั ญาณแอกเป็น 2 ขา้ ง คือ สญั ญาณสำหรับลำโพงดา้ นซา้ ย (L) และ สญั ญาณสำหรบั ลำโพงขวา
(R)

คลืน่ วิทย:ุ สายอากาศ
1. ตัวนำโลหะ ซงึ่ มกั จะเปน็ แบบใดแบบหนงึ่ ของความยาวลวดหรอื ทอ่ กลวง ตัวนำ ท่ีจะใชส้ ำหรับ
สายอากาศจะตอ้ งให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวนำนั้นได้
2. สายอากาศของเครื่องส่ง กระแสไฟฟา้ จะสรา้ งคลนื่ วทิ ยแุ ม่เหลก็ ไฟฟา้ คลน่ื นจี้ ะประกอบไปดว้ ย
สนามไฟฟา้ และสนามแม่เหลก็ ซึ่งเคล่อื นที่ไปในอากาศจากสายอากาศ
3. สายอากาศของเครื่องรับคลื่นวิทยุจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้า ในสายอากาศ ซ่ึง
กระแสไฟฟา้ น้ีจะเป็นสัญญาณเขา้ ของเครื่องรับ
4. วิทยุ ความถ่ปี ระชาชน (CB) ต่างกใ็ ช้สายอากาศสำหรบั รับ – ส่งเหมอื นกัน
5. สายนำสัญญาณ จะตอ่ กบั สายอากาศ ภายในสายนำสัญญาณจะประกอบด้วยตัวนำลวดคู่ วาง
ใน ช่องว่างระหว่างกันคงท่ี หน้าที่ของสายนำสัญญาณคือ การนำกระแสไฟฟ้าโดยปราศจากการแผ่คลื่น
แมเ่ หล็กไฟฟ้า
โทรศัพท์เคล่อื นท่ี หรอื โทรศพั ทม์ ือถือ
บ้างเรยี ก วิทยุโทรศพั ท์ คอื อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ใ่ี ช้ในการส่อื สารสองทางผ่าน โทรศพั ทเ์ คลอื่ นที่
ใชค้ ลืน่ วิทยุในการตดิ ตอ่ กบั เครือข่ายโทรศพั ท์มือถือโดยผ่านสถานฐี าน โดยเครอื ขา่ ยของโทรศพั ทเ์ คลื่อนท่ีแต่ละผู้
ให้บริการจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายของโทรศัพท์บ้านและเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการอื่น
โทรศพั ท์เคลื่อนท่ีทมี่ คี วามสามารถเพิม่ ขน้ึ ในลกั ษณะคอมพวิ เตอรพ์ กพาจะถูกกล่าวถงึ ในชื่อสมาร์ตโฟน
สำหรบั คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ จากโทรศัพท์มือถอื อย่ใู นช่วงไมโครเวฟ มีความถีป่ ระมาณ 800–2,500
MHz (1 MHz = 1 ลา้ นลูกคล่นื ตอ่ วนิ าท)ี เปน็ คล่นื ที่สามารถทะลเุ ข้าไปในร่างกายมนุษย์หรอื เนอื้ เยอื่ ได้ง่าย (ต่าง
กับคลื่นแสงที่ไม่สามารถทะลุผิวหนังเข้าไปลึกๆ ได้) และเป็นช่วงคลืน่ เดียวกับที่ใช้ในเตาไมโครเวฟ ถึงแม้กำลัง
(อัตราพลังงานที่ใชต้ อ่ วนิ าท)ี ของโทรศัพทม์ อื ถอื (1-2 วัตต์) จะนอ้ ยกว่าของเตาไมโครเวฟ (ประมาณ 1,000 วตั ต์)

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หน้า | 56

การพัฒนาส่ือการเรียนดจิ ิทัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ไวไฟ (Wi-Fi หรอื WiFi)

เปน็ เทคโนโลยีท่ไี ด้รบั ความนิยมท่ีช่วยใหอ้ ปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกสใ์ นการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือการ
เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายโดยใช้คลื่นวิทยุ คำ ๆ นี้เป็นเครื่องหมายการค้าของ Wi-Fi Alliance ที่ได้ให้คำ
นยิ ามของวายฟายวา่ หมายถึง "ชุดผลิตภณั ฑใ์ ด ๆ ท่ีสามารถทำงานได้ตามมาตรฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้
สาย (แลนไรส้ าย) ซึ่งอยูบ่ นมาตรฐาน IEEE 802.11 อยา่ งไรกต็ ามเนอื่ งจากแลนไรส้ ายท่ที นั สมยั สว่ นใหญ่จะข้ึนอยู่
กบั มาตรฐานเหล่าน้ี คำวา่ "ไวไฟ" จึงนำมาใชใ้ นภาษาองั กฤษทั่วไปโดยเปน็ คำพอ้ งสำหรับ "แลนไร้สาย" เดมิ ทีวาย
ฟายออกแบบมาใช้สำหรับอุปกรณพ์ กพาต่าง ๆ และใช้เครือข่าย LAN เท่านัน้ แต่ปัจจบุ ันนิยมใชว้ ายฟายเพือ่ ต่อ
กับอนิ เทอรเ์ น็ต โดยอปุ กรณ์พกพาต่าง ๆ เช่นคอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คล เคร่อื งเลน่ เกมส์ โทรศพั ท์สมาร์ตโฟน แท็บ
เล็ต กล้องดิจิทลั และเคร่ืองเสยี งดจิ ทิ ลั สามารถเชอื่ มต่อกับอินเทอรเ์ น็ตได้ผา่ นอุปกรณท์ ่ีเรยี กว่าแอคเซสพอยต์รือ
ฮอตสปอต และบรเิ วณท่รี ะยะทำการของแอคเซสพอยต์ครอบคลมุ อยู่ท่ปี ระมาณ 20 ม.ในอาคาร แต่ระยะน้จี ะไกล
กว่าถา้ เปน็ ทโ่ี ล่งแจ้ง

ภาพที่ 1-87 ระบบ G

1G
เป็นชื่อย่อของมาตรฐานโทรศัพท์เคล่ือนท่ียุคแรก ใช้งานในระบบอนาล็อก ซึ่งใช้สำหรับการโทร
ทางไกล คดิ ค้นและเรมิ่ ใชใ้ นยุโรปเหนอื หรอื ประเทศในแถบคาบสมทุ รสแกนดเิ นเวีย คลน่ื ความถีท่ีเหมาะคือ 450
mhz
2G
เป็นชื่อยอ่ ของ มาตรฐานโทรศัพท์เคลอ่ื นทยี่ ุคท่ี 2 โดยเป็นเทคโนโลยีทใ่ี ชง้ านบนจเี อสเอม็ ซึ่งถูกใช้
งานโดย เรดิโอลินจา ของประเทศฟินแลนด์ (ปัจจุบันคือ อีลีซา) ในปีพ.ศ. 2534 โดยสามารถสื่อสารด้วยระบบ
ดิจิตอลในยุคใหม่ได้ ซึ่ง 2 จีเป็นกลไลสำคญั ในการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมในยคุ ใหม่
โดยสามารถส่งบรกิ ารข้อความสัน้ และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตดว้ ยจพี ีอารเ์ อส ได้

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 57

การพฒั นาสื่อการเรียนดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

3G
3 จี ( อ ั ง ก ฤ ษ : 3 G,3rd generation mobile telecommunications) เ ป ็ น ม า ต ร ฐ า น
โทรศัพท์มือถือในยุคท่ี 3 ถูกพัฒนาเพื่อแทนที่ ระบบโทรศัพท์ 2G ซึ่ง 3G นั้นได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ
มาตรฐาน IMT-2000 ภายใต้กล่มุ ของสหภาพโทรคมนาคมระหวา่ งประเทศ
มาตรฐานโทรศัพทม์ ือถอื ยคุ ที่ 3 หรือท่ีเรยี กวา่ ระบบ UMTS หรือ WC ในระบบจเี อสเอ็ม (GSM)
ใช้ช่วงความถ่ีตั้งแต่ 850 , 900 , 1800 , 1900 และ 2100 ผสานเทคโนโลยใี นปจั จบุ นั เขา้ ด้วยกัน มคี วามสามารถ
ในการนำเสนอขอ้ มูล ใชง้ านดา้ นมัลตมิ ีเดยี สง่ ผา่ นข้อมูลทั้งภาพและเสยี งในระบบไรส้ ายดว้ ยความเรว็ ที่สงู
4G
กลา่ วถงึ มาตรฐานโทรศัพท์มือถือที่เป็นรุน่ มาตรฐานที่ตอ่ จาก 3G และ 2G ซง่ึ 4G จะสามารถเล่น
บนคลื่นความถ่ี 2100 2500 และ 2600 ขึน้ อยกู่ ับภูมิภาคและผู้ใหบ้ ริการ ซงึ่ ในประเทศไทย ทรมู ูฟเอชเปิดตัวไป
เปน็ ค่ายแรก เม่ือวนั ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ดแี ทคเปิดตัวไปเมอื่ วนั ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 และเอไอเอส
4 จี แอดวานซ์ เปดิ ตวั ไปเป็นคา่ ยสดุ ท้ายเมอ่ื วันท่ี 4 ธนั วาคม พ.ศ. 2558
IMT Advanced ที่กำหนดโดยไอทียู ที่มีข้อกำหนดว่า อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลต้องมีค่า
ข้อมลู สูงสุดท่ี 100 Mbit/s ในชว่ ง high mobility และ 1 Gbit/s ในช่วง low mobility
เทคโนโลยี LTE ถูกเรียกแทน "4G" โดยแตกต่างกันออกไปเช่น "3.9G" แม้กระนั้นมาตรฐาน LTE
ในปี 2552 ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของทาง "IMT-Advanced" โดยมีการพัฒนาเป็น LTE Advanced
ปรบั ปรุงการใชง้ าน ในขณะเดียวกันไดม้ กี ารพัฒนา IEEE 802.16m WiMax 4G เชน่ กนั
5G
5G (เครอื ข่ายโทรศพั ทม์ ือถอื ร่นุ หรอื ระบบไร้สายรุน่ ท่ี 5) เปน็ เครือข่ายไรส้ ายที่ถูกพัฒนาและเริ่ม
ใช้ในปีพ.ศ. 2561 เป็นต้นมา เทคโนโลยีพื้นฐานได้แก่คลื่นความถ่ี (Millimeter wave bands 26, 28, 38, และ
60 GHz) มีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 20 จิกะบิตต่อวินาที MIMO(Multiple Input Multiple Output - 64-256
antennas)ประสทิ ธิภาพสูงซ่งึ เรว็ กว่า 4G ถึง 10 เท่า 5G ยา่ นความถ่ีต่ำและกลางใชค้ วามถร่ี ะหว่าง 600 MHz ถึง
6 GHz โดยเฉพาะระหวา่ ง 3.5-4.2 GHz
ในปีพ.ศ. 2560 หลายบริษัทต่างพัฒนาเทคโนโลยี 5G เช่น Samsung, Intel, Qualcomm,
Nokia, Huawei, Ericsson, ZTE และอื่น ๆแม้ว่า 5G จะครอบคุลมทั่วโลกภายในปี 2563 เกาหลีใต้ได้เร่ิม
ให้บริการเทคโนโลยีนี้ที่โอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ในปีพ.ศ. 2561 Verizon วางแผนจะให้บริการ 5G FWA ใน 4
เมืองในสหรัฐ แซคราเมนโต แอลเอ อนิ เดยี แนโพลสิ และฮวิ สตัน
การสื่อสารไร้สายรุ่นใหม่ ๆ มักปรากฏทุก ๆ 10 ปี นับจากครั้งแรกที่ระบบเครือข่าย 1G โดย
Nordic Mobile Telephone ได้เป็นที่รู้จักกันในปี 1981 ต่อมาระบบเครือข่าย2G ก็ได้เริ่มถกู ใช้งานในปี 1992

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หน้า | 58

การพัฒนาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ส่วนระบบเครือข่าย 3G ไดป้ รากฏเป็นครงั้ แรกเมอ่ื ปี 2001 และระบบเครอื ขา่ ย 4G ทท่ี ำงานสอดคล้องกับระบบ
IMT Advancedก็ได้รบั มาตรฐานในปี 2012 เชน่ กัน

การพัฒนาของมาตรฐาน 2G (GSM) และ 3G (IMT-2000 และ UMTS) ที่ใช้เวลาประมาณ 10 ปี
จากจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของโครงการ R & D และการพฒั นาระบบเครือข่าย 4G เริ่มต้น ในปี 2001 หรือ
2002 เทคโนโลยีรุ่นก่อนที่เกิดขึ้นในตลาดไม่กี่ปีก่อนรุ่นมือถือใหม่เช่นระบบ Pre-3G CDMAOn / IS95 ใน
สหรฐั อเมริกา ในปี 1995 และระบบ Pre-4G Mobile WiMAX ในภาคใต้ ของเกาหลี ปี 2006 และเปน็ ครง้ั แรกท่ี
ปล่อยสญั ญาณ LTE ในสแกนดเิ นเวยี เมือ่ ปี 2009

ภาพที่ 1-88 cellular Network Evolution
(ทม่ี าภาพ : https://industry-media.com/index.php/articles/business-core-crackers/item/5930-

mce, 2562)

5G คือ
สำหรบั 5G ไมม่ ีความหมายแตกต่างจากเดิม โดยยงั คงสือ่ ถึงว่า "เราเดินมาถงึ ยคุ การตดิ ต่อสื่อสาร
ในเจเนอเรชนั ท่ี 5 แลว้ เท่าน้ัน" ซ่ึงมีเปา้ หมายพฒั นาเพอ่ื ตอบโจทยโ์ ลกหมนุ เปลย่ี นไป รวมถึงการมาของ Internet
of Things อ ย ่ า ง เ ช่น Smart Home, Smart Infrastructure, Smart City, Smart Car เ ป ็ น ต ้ น ต า ม คอน
เซปต์ “Anything that can be connected, will be connected” หรืออะไรที่สามารถเชื่อมต่อได้ก็จะถูก
เช่ือมต่อด้วยระบบอินเทอรเ์ น็ต แตเ่ พอ่ื ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพการทำงานสูงสดุ และอะไรท่ีตอ้ งการแสดงผลเรยี ลไทมจ์ งึ
จำเปน็ ตอ้ งมีความรวดเร็วในการรบั สง่ ข้อมูลเชน่ การศกึ ษา การขนส่ง การแพทย์ เปน็ ตน้
วิทยดุ ิจิตอล คือ
เนือ่ งจากการเปล่ยี นผา่ นทางด้านเทคโนโลยกี ารออกอากาศทวี ีที่เดมิ ถูกจำกัดจำนวนชอ่ งเนื่องจาก
ความแออัดของคลื่นความถี่ การรบกวนของสัญญาณ และการเติบโตของทีวีดาวเทียม พอมาเป็นระบบดจิ ิตอล

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หนา้ | 59

การพัฒนาสอ่ื การเรยี นดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพอื่ ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

ด้วยคลื่นความถี่เทา่ เดิมกลบั สามารถสง่ สัญญาณชอ่ งทีวีไดม้ ากขึน้ ซ่ึงกต็ ้องมาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนระบบการ
รับชมท่ีต้องอาศัยกล่องรบั สัญญาณทีวีดจิ ิตอลสำหรับเคร่ืองรุน่ เก่า

วิทยุดิจิตอล ก็เช่นเดียวกัน ด้วยจุดเด่นที่เราสามารถติดตามข่าวสาร บันเทิงได้ทุกท่ี โดยไม่
จำเป็นต้องละสายตาจากกิจกรรมที่กำลงั ทำอยู่ ไม่ว่าจะขับรถยนต์ ออกกำลังกาย หรือทำงานบ้าน อ่านหนงั สือ
วิทยสุ ามารถให้ความบนั เทิงได้แมก้ ระทั่งตน้ ไม้ยังชอบฟัง

จากปัจจุบันทีก่ ารออกอากาศเป็นระบบอนาล็อก (FM) ก็จะมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใหเ้ ป็น
ระบบดิจิตอลคลา้ ยๆกับทีวดี ิจิตอลที่เรารบั ชมกันอยู่ในตอนนี้ ทั้งนี้ปัจจุบนั ความนิยมในการรับฟังวิทยอุ าจจะลด
น้อยลงกว่าในอดีต แต่เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสัญญาณวิทยุนั้นปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ออกมาในรูปของ
อินเทอร์เน็ตไร้สาย โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่ RFID เป็นต้น และคาดว่าการกลับมาของวิทยุดิจิตอลน่าจะปลกุ
กระแสการรับฟงั วทิ ยไุ ดอ้ กี ครั้ง

ในการรับฟังวิทยุขนะขับรถบนทางหลวงนั้น ระหว่างการฟังเพลงที่ชื่นชอบแล้วคุณต้องลงอุโมง
หรือผ่านชอ่ งเขาสูงๆ คณุ จะพบวา่ เกดิ เสยี งซา่ เสียงขาดๆหายๆ หรอื บางทีหายไปทง้ั เพลงก็มี ปัญหานี้จะไมเ่ กดิ กับ
วทิ ยุดจิ ติ อลอีกตอ่ ไป เน่อื งจากการส่งข้อมลู ผ่านอากาศมานนั้ จะเปน็ ตัวเลข 0 กบั 1 เรยี งกันมา ไม่วา่ จะมีอะไรมา
ขวางกนั้ ระหวา่ งเครือ่ งรบั หรอื เครื่องสง่ สญั ญาณกม็ กั จะผา่ นมาได้ และยังฟังได้ชดั เหมอื นเดมิ

ทกี่ ลา่ วมานน้ั คอื จดุ เดน่ ของวิทยดุ ิจิตอล ซง่ึ สงิ่ ที่เพ่ิมเตมิ มากจ็ ะมขี อ้ มลู เกย่ี วกับรายการที่กำลังฟัง
เช่นชือ่ เพลง ชื่อรายการตามมาด้วย

ในการรับฟังวิทยุขนะขับรถบนทางหลวงนั้น ระหว่างการฟังเพลงที่ชื่นชอบแล้วคุณต้องลงอุโมง
หรอื ผา่ นช่องเขาสูงๆ คณุ จะพบวา่ เกดิ เสยี งซ่า เสียงขาดๆหายๆ หรอื บางทีหายไปทงั้ เพลงก็มี ปญั หาน้จี ะไมเ่ กดิ กับ
วทิ ยดุ ิจติ อลอกี ตอ่ ไป เนอ่ื งจากการส่งข้อมูลผ่านอากาศมาน้ันจะเปน็ ตัวเลข 0 กบั 1 เรียงกนั มา ไม่ว่าจะมีอะไรมา
ขวางก้นั ระหว่างเครื่องรบั หรอื เครอื่ งส่ง สัญญาณก็มกั จะผา่ นมาได้ และยังฟังได้ชัดเหมือนเดมิ

ท่ีกล่าวมาน้นั คือจดุ เด่นของวทิ ยุดจิ ิตอล ซึ่งสงิ่ ท่เี พ่ิมเตมิ มาก็จะมขี อ้ มลู เก่ยี วกับรายการท่ีกำลังฟัง
เชน่ ชื่อเพลง ชื่อรายการตามมาดว้ ย

ระบบทรังค์เรดโิ อ (Trunked Radio System)
คือระบบสอื่ สารเคลือ่ นท่แี บบสองทาง (Two-way Communication) ทีค่ วบคมุ ดว้ ยคอมพิวเตอร์
(Computer-controlled Radio System) สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้ได้มาก และสนับสนุนการสื่อสารแบบ
กลุ่ม เทคโนโลยีทรังค์เรดิโอได้ถูกเลือกให้เป็นระบบสื่อสารภาครัฐหลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในหน่วยงาน
ดับเพลิง ตำรวจ ทหาร และในองค์กรด้านสาธารณะอื่น ๆ ซึ่งมีจุดเด่นที่ทุกหน่วยงานสามารถใช้งานเครือข่าย
รว่ มกันได้ เทคโนโลยที รังคเ์ รดโิ อในปัจจบุ นั มกี ารพฒั นาไปมากจนสามารถสนับสนุนการเชือ่ มตอ่ กับระบบเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็น ระบบ Packet-switching Network ด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายด้วย IP Router นั่น
หมายถึงสามารถสนับสนุนให้เป็นระบบ IP Network ได้ ระบบทรังค์เรดิโอสามารถสนับสนุนการทำงานของ

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หนา้ | 60

การพัฒนาส่อื การเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

เจ้าหน้าที่ในรูปแบบการส่งข้อมูลแบบสื่อประสม (Multimedia) และยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่อยู่บน
มาตรฐาน IP ได้ด้วย เช่น สามารถเชื่อมต่อกับกล้อง CCTV ที่มีมาตรฐาน IP Protocol และสามารถเชื่อมตอ่ กับ
ระบบ GPS เพอ่ื บอกตำแหน่งยานพาหนะได้ดว้ ย

ภาพที่ 1-89 The UHF TETRA Radio System
(ทมี่ าภาพ : http://tashkoo.com/solutions/TASHKOO_TETRA.html, ม.ป.ป.)

ภาพท่ี 1-90 วทิ ยสุ ื่อสารระบบ Trunk
(ทมี่ าภาพ : https://www.firsttelecom.co.th/HYTERA_Und_MT680/5c08991e062c8b001b900fe3,

2561)

ภาพที่ 1-91 วทิ ยุ สอ่ื สารแบบ MobileTEDRA Ready MTM5400
(ทมี่ าภาพ : http://www.tacthailand.com/product-detail/15/MTM5400_, 2561)

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หนา้ | 61

การพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ภาพท่ี 1-92 วทิ ยสุ ื่อสาร MTP3100 แบบพกพา
(ทม่ี าภาพ : http://www.tacthailand.com/product-detail/14/MTP3100, ม.ป.ป.)

ภาพที่ 1-93 PT580H Plus วิทยุสอื่ สาร TETRA แบบพกพา
(ทม่ี าภาพ : http://www.tacthailand.com/product-detail/13/PT580H_Plus, ม.ป.ป.)

ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์
เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ หรือ คอมพวิ เตอร์เน็ตเวริ ก์ (computer network ศัพทบ์ ัญญัตวิ า่ ขา่ ยงาน
คอมพิวเตอร์) คือเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปสามารถ
แลกเปล่ยี นขอ้ มลู กนั ได้ การเชื่อมตอ่ ระหว่างอปุ กรณค์ อมพวิ เตอรต์ า่ ง ๆ ในเครือข่าย (โหนดเครอื ข่าย) จะใช้ส่ือที่
เปน็ สายเคเบลิ หรือสอ่ื ไรส้ าย เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ทร่ี ู้จกั กนั ดคี ือ อินเทอรเ์ นต็
การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่าง
แพร่หลาย จงึ เกดิ ความต้องการทจี่ ะเชื่อมตอ่ คอมพวิ เตอร์เหลา่ นน้ั ถงึ กนั เพอ่ื เพมิ่ ความสามารถของระบบให้สูงข้ึน
และลดตน้ ทุนของระบบโดยรวมลง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หนา้ | 62

การพัฒนาสอ่ื การเรียนดจิ ทิ ัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพื่อชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกนั ในเครอื ข่าย ทำให้ระบบมีขดี ความสามารถเพ่มิ มากขึ้น การแบ่งการ
ใชท้ รพั ยากร เช่น หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยจดั เก็บขอ้ มูล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ
ทีม่ ีราคาแพงและไม่สามารถจดั หามาใหท้ ุกคนได้ เชน่ เครื่องพิมพ์ เครือ่ งกราดภาพ (scanner) ทำให้ลดต้นทุนของ
ระบบลงได้

อุปกรณ์เครือข่ายที่สร้างข้อมูล ส่งมาตามเส้นทางและบรรจบข้อมูลจะเรียกว่าโหนดเครือข่าย
โหนดประกอบด้วยโฮสต์ (Host) เช่นเซิร์ฟเวอร์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและฮาร์ดแวร์ของระบบเครือข่าย
อุปกรณ์สองตัวจะกล่าวว่าเปน็ เครอื ข่ายได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการในเครื่องหนึ่งสามารถที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ
กระบวนการในอีกอปุ กรณห์ น่ึงได้

เครอื ขา่ ยจะสนับสนนุ แอปพลเิ คชันเช่นการเข้าถงึ เวิลดไ์ วดเ์ ว็บ การใชง้ านรว่ มกนั ของแอปพลิเคชนั
การใช้เซิรฟ์ เวอร์สำหรับเกบ็ ขอ้ มลู ร่วมกัน การใช้เครอื่ งพมิ พ์และเคร่อื งแฟ็กซร์ ่วมกนั และการใชอ้ ีเมลและโปรแกรม
ส่งขอ้ ความโต้ตอบแบบทนั ทรี ่วมกนั

การเช่อื มโยงเครอื ข่าย
สอ่ื กลางการสือ่ สารทใี่ ช้ในการเชื่อมโยงอปุ กรณ์เพ่ือสร้างเปน็ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย
สายเคเบลิ ไฟฟา้ (HomePNA, สายไฟฟ้าสือ่ สาร, G.hn), ใยแก้วนำแสง และคล่ืนวทิ ยุ (เครือข่ายไร้สาย) ในโมเดล
OSI ส่ือเหล่านีจ้ ะถูกกำหนดใหอ้ ยู่ในเลเยอร์ท่ี 1 และท่ี 2 หรือชน้ั กายภาพและชน้ั เชื่อมโยงขอ้ มลู
ครอบครัวของสื่อการสื่อสารที่ถูกพัฒนาอย่างกว้างขวางและถูกนำมาใช้ในเทคโนโลยีเครือข่าย
ทอ้ งถ่ิน (LAN) เรียกวา่ อเี ธอรเ์ น็ต มาตรฐานของส่ือกลางและของโพรโทคอลท่ีช่วยในการส่ือสารระหว่างอุปกรณ์
ในเครอื ขา่ ยอีเธอรเ์ นต็ ถูกกำหนดโดยมาตรฐาน IEEE 802. อเี ธอร์เน็ตในโลกไซเบอรม์ ที งั้ เทคโนโลยีของ LAN แบบ
ใช้สายและแบบไรส้ าย อุปกรณ์ของ LAN แบบใช้สายจะสง่ สัญญาณผ่านสื่อกลางทเ่ี ปน็ สายเคเบิล อปุ กรณ์ LAN ไร้
สายใช้คลื่นวิทยุหรอื สัญญาณอินฟราเรดเปน็ สอ่ื กลางในการสง่ ผา่ นสญั ญาณ
เทคโนโลยีแบบใชส้ าย
สายคู่บิด เป็นสื่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดสำหรับการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งหมด สายคู่บิด
ประกอบด้วยกลุ่มของสายทองแดงหุ้มฉนวนที่มีการบิดเป็นคู่ ๆ สายโทรศัพท์ธรรมดาที่ใช้ภายในบ้านทั่วไป
ประกอบด้วยสายทองแดงหมุ้ ฉนวนเพียงสองสายบดิ เปน็ คู่ สายเคเบิลเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ (แบบใชส้ ายอเี ธอรเ์ นต็
ตามที่กำหนดโดยมาตรฐาน IEEE 802.3) จะเป็นสายคู่บิดจำนวน 4 คู่สายทองแดงที่สามารถใช้สำหรับการส่งทง้ั
เสียงและขอ้ มูล การใช้สายไฟสองเสน้ บดิ เปน็ เกลยี วจะช่วยลด crosstalk และการเหน่ยี วนำแม่เหลก็ ไฟฟ้าระหวา่ ง
สายภายในเคเบิลชุดเดยี วกนั ความเร็วในการส่งอยู่ในชว่ ง 2 ล้านบิตต่อวนิ าทีถงึ 10 พนั ล้านบิตตอ่ วินาที สายคู่บิด
มาในสองรูปแบบคือคู่บิดไม่มีต้วนำป้องกัน(การรบกวนจากการเหนีย่ วนำแม่เหลก็ ไฟฟ้าภายนอก) (unshielded
twisted pair หรอื UTP) และคู่บดิ มตี ัวนำป้องกัน (shielded twisted pair หรอื STP) แตล่ ะรูปแบบออกแบบมา
หลายอตั ราความเรว็ ในการใช้งานในสถานการณต์ า่ งกัน

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หนา้ | 63

การพฒั นาสือ่ การเรียนดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทักษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ภาพที่ 1-94 สายค่บู ิต (Twisted Pair)
(ทม่ี าภาพ : http://www.netmarks.co.th/index.php?option=com_oursolution&

view=solution&content_id=29&Itemid=142&lang=th, ม.ป.ป.)
สายโคแอคเชยี ล
ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับระบบเคเบิลทีวี ในอาคารสำนักงานและสถานที่ทำงานอื่น ๆ ใน
เครือข่ายทอ้ งถิน่ สายโคแอคประกอบด้วยลวดทองแดงหรืออะลมู ิเนียมเสน้ เดี่ยวทลี่ อ้ มรอบดว้ ยชนั้ ฉนวน (โดยปกติ
จะเป็นวัสดุที่มคี วามยืดหยุ่นกับไดอิเล็กทริกคงที่สูง) และล้อมรอบทั้งหมดด้วยตัวนำอีกชั้นหนึ่งเพือ่ ป้องกันการ
เหนี่ยวนำแม่เหลก็ ไฟฟ้าจากภายนอก ฉนวนไดอิเลก็ ทรกิ จะชว่ ยลดสัญญาณรบกวนและความผดิ เพี้ยน ความเร็วใน
การสง่ ข้อมลู อยู่ในช่วง 200 ลา้ นบติ ตอ่ วนิ าทจี นถึงมากกว่า 500 ล้านบติ ตอ่ วินาที

ภาพท่ี 1-95 สายโคแอคเชียล
(ทม่ี าภาพ : https://www.mindphp.com/บทความ/212-network/4619-coaxialcable.html, 2561)

ITU-T G.hn เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สายไฟที่มีอยู่ในบ้าน (สายโคแอค สายโทรศัพท์และสายไฟฟ้า)
เพอ่ื สร้างเครอื ขา่ ยท้องถ่ินความเร็วสงู (ถึง 1 Gb/s)

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 64

การพัฒนาสอ่ื การเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพฒั นาทักษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

ใยแกว้ นำแสง
เป็นแก้วไฟเบอร์ จะใช้พัลส์ของแสงในการส่งข้อมูล ข้อดีบางประการของเส้นใยแสงที่เหนือกว่า
สายโลหะก็คือมีการสูญเสยี ในการส่งน้อยและมีอิสรภาพจากคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าและมคี วามเร็วในการส่งรวดเรว็
มากถึงล้านล้านบิตต่อวินาที เราสามารถใช้ความยาวคลื่นที่แตกต่างของแสงที่จะเพิ่มจำนวนของข้อความที่ถูก
ส่งผา่ นสายเคเบิลใยแก้วนำแสงพรอ้ มกนั ในเส้นเดยี วกัน
ใยแก้วนำแสงนอกจากประกอบด้วยใยแก้วที่ทำด้วยแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูงแล้ว ยัง
ประกอบด้วยเปลือกห้มุ ดา้ นในหรอื cladding ทม่ี คี า่ ดชั นใี นการหกั เหของแสงต่ำ มีเสน้ ผา่ ศนู ย์กลาง 125 ไมครอน
เคลือบด้วยสซี ลิ ิโคนหนา 125 ไมครอนโดยรอบ สีนี้ช่วยบง่ บอกวา่ สายใยแก้วนำแสงเป็นสายลำดับท่เี ท่าไร เพราะ
เนื่องจากสายแต่ละเส้นมีขนาดเล็กมาก สายใยแก้วจึงถูกมัดรวมกัน เป็นชุด ๆละไม่เกิน 12 เส้น อยู่ในหลอด
พลาสติกคล้ายหลอดกาแฟ เรียกว่า loose tube แต่ละเสน้ จึงบอกใหร้ ู้ว่าเสน้ ไหนเป็นเส้นไหน ต้นทางปลายทาง
จะได้ต่อเป็นเสน้ เดยี วกัน ตามตารางด้านลา่ ง ในแต่ละเส้น มี 2 สี สีหนึ่งบอกว่าเป็นชุดที่เทา่ ไร อีกสีหนึ่งบอกว่า
เป็นเสน้ ที่เทา่ ไร เช่น ชุดท่ี 1 เส้นท่ี 5 จะมีสีน้ำเงิน-เทา เป็นต้นส่วนประกอบสุดทา้ ย จะเป็นพลาสติกหุ้มเพ่อื กัน
กระแทก มเี ส้นผ่าศนู ยก์ ลางโดยรวมตง้ั แต่ 400-900 ไมครอน

ภาพที่ 1-96 ใยแกว้ นำแสง
(ทมี่ าภาพ : https://th.m.wikipedia.org/wiki//ไฟล์:Fiberkabel.jpg, 2555)

ภาพที่ 1-97 ใยแก้วนำแสง
(ทม่ี าภาพ : https://www.accu-tech.com/accu-insider/102589/understanding-fiber-connectivity-

with-belden, 2557)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หนา้ | 65

การพัฒนาสือ่ การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพฒั นาทักษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

ภาพท่ี 1-98 Fiber-Panel-Rack
(ทม่ี าภาพ : https://th.wikipedia.org/wiki/ไฟล:์ Fiber-Panel-Rack.jpg, 2554)
เทคโนโลยไี ร้สาย
ไมโครเวฟบนผิวโลก - การสื่อสารไมโครเวฟบนผิวโลกจะใช้เครื่องส่งและเครื่องรับสัญญาณจาก
สถานีบนผิวโลกที่มลี ักษณะคล้ายจานดาวเทียม ไมโครเวฟภาคพน้ื ดินอยใู่ นชว่ งกิกะเฮิรตซท์ ี่ตำ่ ซึง่ จำกัดการสื่อสาร
ทั้งหมดด้วยเส้นสายตาเทา่ นัน้ สถานที วนสัญญาณมรี ะยะห่างประมาณ 48 กโิ ลเมตร (30 ไมล์)

ภาพที่ 1-99 เทคโนโลยไี รส้ าย
(ทม่ี าภาพ : https://sites.google.com/a/nongki.ac.th/27428nongki-ac-th/rabb-suxsar-khx-muul-

sahrab-khxmphiwtexr, ม.ป.ป.)

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หน้า | 66

การพฒั นาสือ่ การเรยี นดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง
ดาวเทยี มสอื่ สาร
การสื่อสารดาวเทียมผ่านทางคลื่นวิทยุไมโครเวฟที่ไม่ได้เบี่ยงเบนโดยชั้นบรรยากาศของโลก
ดาวเทยี มจะถูกส่งไปประจำการในอวกาศ ท่ีมักจะอย่ใู นวงโคจร geosynchronous ที่ 35,400 กโิ ลเมตร (22,000
ไมล์) เหนือเสน้ ศนู ยส์ ตู ร ระบบการโคจรของโลกน้มี คี วามสามารถในการรับและถา่ ยทอดสัญญาณเสยี ง ขอ้ มลู และ
ทวี ี

ภาพที่ 1-100 ดาวเทยี มสอ่ื สาร
(ทม่ี าภาพ : https://www.thequint.com/tech-and-auto/tech-news/satellite-phone-bsnl-

inmarsat-india-buy-soon, 2560)

ภาพที่ 1-101 ดาวเทยี มสอื่ สาร
(ทมี่ าภาพ : https://www.ku.ac.th/e-magazine/jan52/it/engineers.htm, 2552)

ระบบเซลลูลารแ์ ละ PCS
ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารวิทยุหลายเทคโนโลยี ระบบแบ่งภูมิภาคที่ครอบคลุมออกเป็นพื้นที่ทาง
ภูมศิ าสตร์หลายพืน้ ที่ แต่ละพ้นื ท่มี ีเครื่องส่งหรอื อุปกรณเ์ สาอากาศถ่ายทอดสญั ญาณวิทยุพลังงานต่ำเพ่ือถ่ายทอด
สญั ญาณเรยี กจากพนื้ ท่หี นึง่ ไปยงั อกี พน้ื ทห่ี นึ่งขา้ งหนา้

ภาพท่ี 1-102 ระบบเซลลลู าร์และ PCS
(ทมี่ าภาพ : https://winwonstop.wordpress.com/2014/02/08/การส่ือสารขอ้ มลู สำหรับ/, 2557)

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หนา้ | 67

การพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ิทัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง
เทคโนโลยวี ิทยแุ ละการแพร่กระจายสเปกตรมั
เครอื ข่ายท้องถ่ินไรส้ ายจะใชเ้ ทคโนโลยวี ทิ ยุความถ่ีสูงคลา้ ยกบั โทรศัพท์มอื ถอื ดจิ ทิ ลั และเทคโนโลยี
วทิ ยคุ วามถตี่ ำ่ . LAN ไรส้ ายใช้เทคโนโลยีการแพรก่ ระจายคล่นื ความถีเ่ พ่อื การสือ่ สารระหว่างอปุ กรณห์ ลายชนิดใน
พนื้ ที่จำกดั . IEEE 802.11 กำหนดคุณสมบตั ทิ ่วั ไปของเทคโนโลยคี ลื่นวิทยุไรส้ ายมาตรฐานเปิดทรี่ จู้ ักกนั คอื Wifi

ภาพที่ 1-103 เทคโนโลยีวทิ ยแุ ละการแพร่กระจายสเปกตรมั
(ทม่ี าภาพ : https://www.shutterstock.com/th/video/clip-26317781-wi-fi-flat-icon-png-format-

alpha-transparency, ม.ป.ป.)
การสอ่ื สารอินฟราเรด
สามารถสง่ สัญญาณระยะทางสน้ั ๆมกั ไมเ่ กนิ 10 เมตร ในหลายกรณีส่วนใหญ่ การส่งแสงจะใช้
แบบเส้นสายตา ซ่ึงจำกดั ตำแหนง่ การติดต้งั ของอุปกรณก์ ารสอื่ สาร

ภาพท่ี 1-104 การสอื่ สารอินฟราเรด
(ทม่ี าภาพ : https://tenor.com/search/remote-control-gifs, ม.ป.ป.)

ภาพท่ี 1-105 การสื่อสารอินฟราเรด
(ทม่ี าภาพ : https://giphy.com/gifs/remote-control-5JWCsodGnbtyU, ม.ป.ป.)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หนา้ | 68

การพัฒนาสอื่ การเรียนดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพฒั นาทกั ษะวิศวกรซ่อมบำรงุ ระบบราง
เครือขา่ ยทวั่ โลก (global area network หรือ GAN)
เป็นเครือข่ายที่ใช้สำหรับการสนับสนุนการใช้งานมือถือข้ามหลายๆ LAN ไร้สาย หรือในพื้นที่ท่ี
ดาวเทียมครอบคลุมถึง ฯลฯ ความท้าทายที่สำคัญในการสื่อสารเคลื่อนที่คอื การส่งมอบการส่ือสารของผู้ใช้จาก
พ้ืนท่หี นง่ึ ไปอีกพืน้ ท่หี นง่ึ ใน IEEE 802 การส่งมอบนเี้ กยี่ วข้องกับความต่อเนอ่ื งของ LAN ไรส้ ายบนผวิ โลก

ภาพท่ี 1-106 เครือขา่ ยทว่ั โลก
(ทม่ี าภาพ : https://gfycat.com/discover/objection-network-gifs, ม.ป.ป.)

ภาพที่ 1-107 เครอื ข่ายทั่วโลก
(ทมี่ าภาพ : https://medium.com/natu-ventures/dominate-your-niches-with-a-multiple-

domain-strategy-20d3318bc9da, 2560)

ชนิดของเครอื ขา่ ย
เครือข่ายภายใน หรือ แลน (Local Area Network: LAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการ เชื่อมโยงกัน
ในพ้นื ทีใ่ กล้เคยี งกัน เชน่ อย่ใู นห้อง หรือภายในอาคารเดยี วกนั
เครอื ขา่ ยวงกว้าง หรือ แวน (Wide Area Network: WAN) เปน็ เครือขา่ ยทีใ่ ช้ในการ เชื่อมโยงกัน
ในระยะทางท่หี ่างไกล อาจจะเปน็ กโิ ลเมตร หรอื หลาย ๆ กิโลเมตร
เครือขา่ ยงานบริเวณนครหลวง หรอื แมน (Metropolitan area network : MAN)
เครือขา่ ยของการตดิ ต่อระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ หรือ แคน (Controller area network) :
CAN) เปน็ เครือขา่ ยทีใ่ ช้ตดิ ต่อกนั ระหวา่ งไมโครคอนโทรลเลอร์ (Micro Controller unit: MCU)

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารุงระบบราง หน้า | 69

การพฒั นาส่ือการเรยี นดจิ ิทัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

เครือขา่ ยส่วนบคุ คล หรอื แพน (Personal area network) : PAN) เปน็ เครือขา่ ยระหวา่ งอุปกรณ์
เคลอื่ นทส่ี ่วนบคุ คล เชน่ โน้ตบุก๊ มอื ถอื อาจมสี ายหรือไร้สายก็ได้

เครือข่ายข้อมูล หรือ แซน (Storage area network) : SAN) เป็นเครือขา่ ย (หรือเครือข่ายย่อย)
ความเรว็ สูงวตั ถุประสงคเ์ ฉพาะทเี่ ชื่อมต่อภายในกับอุปกรณจ์ ัดเก็บขอ้ มูลชนิดตา่ งกนั ด้วยแม่ข่ายข้อมูลสัมพันธ์กัน
บนควั แทนเครือขา่ ยขนาดใหญ่ของผใู้ ช้

อุปกรณเ์ ครอื ขา่ ย
เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องแม่ข่าย เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักใน
เครือข่าย ท่ที ำหนา้ ทจ่ี ดั เก็บและใหบ้ รกิ ารไฟลข์ อ้ มูลและทรพั ยากรอ่ืน ๆ กับคอมพวิ เตอร์เครื่องอื่น ๆ ใน เครือขา่ ย
โดยปกติคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้เป็นเซิรฟ์ เวอรม์ ักจะเป็นเคร่ืองที่มีสมรรถนะสูง และมีฮาร์ดดิสก์ความจำสูงกว่า
คอมพิวเตอร์เครอื่ งอืน่ ๆ ในเครือข่าย
ไคลเอนต์ (Client) หรอื เรียกอกี อยา่ งหนึ่งวา่ เครอ่ื งลูกขา่ ย เป็นคอมพิวเตอร์ในเครอื ขา่ ยที่ร้องขอ
บรกิ ารและเขา้ ถึงไฟลข์ ้อมูลทีจ่ ัดเกบ็ ในเซริ ฟ์ เวอร์ หรอื พดู งา่ ย ๆ กค็ อื ไคลเอนต์ เป็นคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้แต่ละ
คนในระบบเครือข่าย
ฮับ (HUB) หรือ เรียก รีพีตเตอร์ (Repeater) คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มคอมพิวเตอร์ ฮับ มี
หน้าที่รับส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่ง ไปยังพอร์ตที่เหลือ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้า
กบั ฮบั จะแชรแ์ บนด์วธิ หรอื อตั ราข้อมูลของเครือขา่ ย เพราะฉะน้นั ถ้ามคี อมพวิ เตอรเ์ ชอื่ มตอ่ มากจะทำให้อัตราการ
สง่ ขอ้ มูลลดลง
เนทเวิรค์ สวติ ช์ (Switch) คอื อุปกรณ์เครือขา่ ยทท่ี ำหน้าท่ีในเลเยอรท์ ี่ 2 และทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่
ได้รบั มาจากพอรต์ หนึง่ ไปยงั พอรต์ เฉพาะทเ่ี ปน็ ปลายทางเท่านัน้ และทำให้คอมพิวเตอร์ทีเ่ ชื่อมต่อกับพอรต์ ท่เี หลือ
สง่ ข้อมลู ถงึ กันในเวลาเดียวกัน ดังน้นั อตั ราการรับสง่ ขอ้ มูลหรือแบนดว์ ธิ จงึ ไมข่ ึ้นอยู่กบั คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนิยม
เชอ่ื มตอ่ แบบน้มี ากกว่าฮับเพราะลดปญั หาการชนกนั ของขอ้ มลู
เราต์เตอร์ (Router)เป็นอุปรณ์ที่ทำหน้าท่ีในเลเยอร์ท่ี 3 เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address) ของ
สถานีปลายทางท่ีสว่ นหวั (Header) ข้อแพ็กเกต็ ขอ้ มูล เพอ่ื ที่จะกำหนดและสง่ แพก็ เกต็ ต่อไป เราท์เตอร์จะมีตัวจัด
เส้นทางในแพ็กเก็ต เรียกว่า เราติ้งเทเบิ้ล (Routing Table) หรือตารางจัดเส้นทางนอกจากนี้ยังส่งข้อมูลไปยัง
เครือข่ายที่ให้โพรโทคอลต่างกันได้ เช่น IP (Internet Protocol) , IPX (Internet Package Exchange) และ
AppleTalk นอกจากนย้ี งั เชอื่ มต่อกับเครือข่ายอืน่ ได้ เชน่ เครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็
บรดิ จ์ (Bridge) เป็นอุปกรณ์ท่มี กั จะใช้ในการเชอ่ื มต่อวงแลน (LAN Segments) เข้าด้วยกัน ทำให้
สามารถขยายขอบเขตของ LAN ออกไปได้เร่อื ยๆ โดยทป่ี ระสิทธิภาพรวมของระบบ ไมล่ ดลงมากนัก เน่ืองจากการ
ติดต่อของเครื่องที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกันจะไม่ถูกส่งผ่าน ไปรบกวนการจราจรของเซกเมนต์อื่น และเนื่องจาก

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารุงระบบราง หน้า | 70

การพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

บรดิ จ์เปน็ อุปกรณท์ ี่ทำงานอยูใ่ นระดบั Data Link Layer จึงทำใหส้ ามารถใช้ในการเชื่อมต่อเครอื ข่ายทีแ่ ตกตา่ งกนั
ในระดับ Physical และ Data Link ได้ เชน่ ระหว่าง Eternet กบั Token Ring เปน็ ตน้

บริดจ์ มักจะถูกใช้ในการเชื่อมเครือข่ายย่อย ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใหญ่ เพียง
เครอื ขา่ ยเดยี ว เพ่อื ให้เครอื ขา่ ยยอ่ ย ๆ เหลา่ นั้นสามารถตดิ ต่อกับเครอื ขา่ ยย่อยอน่ื ๆ ได้

เกตเวย์ (Gateway) เปน็ อุปกรณ์ฮารด์ แวร์ทเ่ี ช่ือมตอ่ เครือข่ายต่างประเภทเขา้ ด้วยกัน เช่น การใช้
เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี (PC) เข้ากับคอมพิวเตอร์ประเภทแมคอินทอช
(MAC) เปน็ ต้น

การรถไฟแหง่ ประเทศไทย ในการสื่อสารและการควบคมุ
โทรเลข และ โทรศพั ท์ จะตอ้ งมสี ายระหว่างสถานี ท่านผโู้ ดยสารท่นี งั่ รถไฟหลายคนคงจะสงสยั วา่
เสาทอี่ ย่ขู า้ งทางรถไฟ
เสาท่อี ยขู่ ้างทางรถไฟนั้นเปน็ เสาโทรเลข ซึง่ เดิมใช้ในการโยงสายโทรเลขเพื่อใช้ในการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร
แตเ่ มอื่ หลงั จากที่บทบาทของโทรเลขลดน้อยลง ปจั จบุ ันการรถไฟก็ได้ใช้เสาโทรเลขในการ โยงสายโทรศัพท์ และ
สายท่ใี ชใ้ นการสอ่ื สาร
อกี หนา้ ทีห่ นงึ่ ของเสาโทรเลขซึ่งเปน็ หนา้ ทห่ี ลักก็คอื "การบอกพิกัดกิโลเมตร"
ด้วยการเดินรถไฟนั้นจำเป็นต้องมีการบอกพิกัดเพ่ือสะดวกต่อการเข้าถึงจุดเกิดเหตุ ในกรณีเกิด
อบุ ตั เิ หตหุ รือรถชำรดุ และเพ่ือเป็นการสงั เกตระยะทางดว้ ย ถงึ แมว้ ่ารถไฟจะมีหลักกิโลเมตรเหมือนรถยนต์ก็ตาม
แต่ก็จะมเี ฉพาะจุดทีค่ รบทกุ ๆ 1 กโิ ลเมตร นนั่ เอง
ใน 1 กิโลเมตร เสาโทรเลขอยู่ 16 ต้นในทางราบ (ระยะห่างระหว่างต้นเฉลี่ย 62.5 เมตร) และ
มากกวา่ 16 ตน้ ในทางภเู ขา โดยบนเสาโทรเลขน้นั จะมตี ัวเลขกำกับอยู่ 2 สว่ น คอื สว่ นทบี่ อกพิกัดกโิ ลเมตร และ
ส่วนที่บอกลำดบั ของเสาโทรเลข โดยคั่นไวด้ ้วยเครื่องหมาย " / " เช่น สทล. 200/1 หมายถึง กม.ที่ 200 ต้นท่ี 1
(แต่ในการอา่ น จะอ่านวา่ ส-ท-ล ที่ สองรอ้ ย หลกั หน่ึง
ยกตัวอยา่ งเช่น "น้ำท่วมทางรถไฟสายเหนอื เหนอื ระดับสันราง 5 ซม. ท่ี สทล.600/5-10 ระหว่าง
สถานแี มจ่ าง - แมเ่ มาะ ขบวนรถผ่านไมไ่ ด้“
หมายถงึ นำ้ ทว่ มทีร่ ะหวา่ งสถานแี ม่จาง - แม่เมาะ ณ บริเวณ สทล.ที่ 600 ต้นท่ี 5 ถงึ ตน้ ที่ 10 ซ่ึง
เป็นระยะทางประมาณ 375 เมตร (นบั จากต้นที่ 5-10) น่ันเอง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 71

การพัฒนาสื่อการเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หน้า | 72

การพฒั นาสื่อการเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพัฒนาทักษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง
สายคอปเปอร์เวล (ทองแดง) หมุ้ ฉนวน

ภาพที่ 1-108 สายคอปเปอรเ์ วล (ทองแดง) หมุ้ ฉนวน
(ทมี่ าภาพ : https://thai.alibaba.com/product-detail/2-core-strand-circular-conductor-lv-power-

cable-with-bs-standard-size-list-60774833129.html, ม.ป.ป.)
ระบบวทิ ยุ Radio and Telecommunication ตวั อยา่ งการจดั ซ้อื และปญั หาของระบบวทิ ยุ

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หนา้ | 73

การพัฒนาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ัลด้วยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง

งานจัดหาและติดตั้งโครงข่ายวิทยุระบบดิจิตอลเพื่อความปลอดภัยในการเดินรถเขตควบคุมวง
เวยี นใหญ่-มหาชัยและแมก่ ลอง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพอ่ื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หนา้ | 74

การพัฒนาสื่อการเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หน้า | 75

การพัฒนาสื่อการเรียนดจิ ทิ ัลดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่ือชว่ ยพัฒนาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบำรงุ ระบบราง

รายงานการพฒั นาส่อื การเรยี นดจิ ทิ ลั ด้วยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ช่วยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซอ่ มบารงุ ระบบราง หน้า | 76

การพัฒนาส่ือการเรยี นดจิ ิทลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพือ่ ชว่ ยพัฒนาทักษะวิศวกรซอ่ มบำรงุ ระบบราง
ความถีข่ องรถไฟความเรว็ สงู

ภาพที่ 1-109 ความถข่ี องรถไฟความเร็วสงู

ภาพที่ 1-110 ความถข่ี องรถไฟความเร็วสูง

กสทช.ไดจ้ ัดทำแผนคลืน่ สำหรับกจิ การรถไฟฟา้ ความเร็วสูงตามคำขอของกระทรวงคมนาคม โดย
มีการจดั สรรยา่ นคลนื่ ไว้ 2 ยา่ น โดยเข้าทป่ี ระชมุ บอรด์ ดอี ไี ปแลว้ คือ

หลังจากจัดสรรยา่ นคลื่นเรยี บร้อย กสทช.วางแผนเบื้องต้นว่า คลื่นที่เหลอื จากการจดั สรรให้กับ
รถไฟฟ้าความเร็วสงู เหลอื เพยี ง 5 MHz เทา่ นนั้ จงึ ไมเ่ ห็นสมควรนำมาเปดิ ประมูล

อย่างไรก็ตาม เมื่อกสทช.ล้มเหลวจากการเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz เป็นครั้งแรกในเดือน
มิถุนายนท่ผี ่านมา ไม่มีค่ายมอื ถือเข้าประมูล โดยเฉพาะ ดีแทค ท่ีถูกคาดหมายว่าน่าจะเข้าประมูล แต่ดีแทคกลับ

รายงานการพฒั นาสอ่ื การเรยี นดจิ ทิ ลั ดว้ ยระบบ VR AR และ MR เพ่อื ชว่ ยพฒั นาทกั ษะวศิ วกรซ่อมบารงุ ระบบราง หน้า | 77


Click to View FlipBook Version