The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panpilai_suth, 2022-06-20 22:30:01

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ขยายตัวเพ่ิมข้ึนเป็นร้อยละ 2.8(4) ส�ำหรับช่วงปี 2559 สง่ ออกและการทอ่ งเทย่ี ว ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั เศรษฐกจิ โลกที่
จนถึงปี 2560 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 3.9 จากการ ฟ้ืนตัวขนึ้ อยา่ งชัดเจน

2.5 ระบบการปกครองของไทย 2) คณะรฐั มนตรี เปน็ รัฐบาล มหี นา้ ทีร่ ับผดิ ชอบใน
ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ การบริหารประเทศ

บูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมี 3) การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ตาม
พระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ประมขุ ในปพี .ศ. 2475 มรี ฐั ธรรมนญู พระราชบญั ญตั ปิ รบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม (ฉบบั ที่ 14)
ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศมาท้ังส้ิน พ.ศ. 2558 จดั แบง่ เปน็ กระทรวงและสว่ นราชการทม่ี ฐี านะ
18 ฉบบั และในปจั จบุ นั เปน็ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั ร เป็นกระทรวง จ�ำนวน 20 แหง่ ดงั นี้
ไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประเทศไทยมี
การปกครองแบบรัฐเดียวท่ีไม่สามารถแยกได้และมีการ 1. ส�ำนักนายกรัฐมนตรี
แบ่งอ�ำนาจออกเป็น 3 สว่ น คอื 2. กระทรวงกลาโหม
3. กระทรวงมหาดไทย
อ�ำนาจบริหาร คือ อ�ำนาจในการน�ำกฎหมายไป 4. กระทรวงการคลงั
บังคับใช้หรือบริหาร ประเทศโดยรัฐบาล ซึ่งเป็นอ�ำนาจ 5. กระทรวงการต่างประเทศ
และหน้าทขี่ องนายกรฐั มนตรี และคณะรัฐมนตรี 6. กระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกฬี า
7. กระทรวงการพฒั นาสงั คมและ
อ�ำนาจตุลาการ คือ อ�ำนาจในทางกฎหมายของ
ศาลท่ีใช้ในการตัดสินคดี ซึ่งศาลแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ความมั่นคงของมนุษย์
ศาลช้ันต้น ศาลอทุ ธรณ์ และศาลฎกี า 8. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
9. กระทรวงคมนาคม
อ�ำนาจนติ บิ ัญญตั ิ คือ อ�ำนาจในการออกกฎหมาย 10. กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
และตรวจสอบการทำ� งานของรัฐบาล
สิ่งแวดลอ้ ม
การจัดโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน 11. กระทรวงดจิ ิทลั เพือ่ เศรษฐกิจและสงั คม
แบ่งเป็น 3 ส่วน คอื 12 กระทรวงพานชิ ย์
13. กระทรวงพลงั งาน
1) การบรหิ ารราชการสว่ นกลาง ประกอบดว้ ยสำ� นกั 14. กระทรวงยุตธิ รรม
นายกรัฐมนตรี กระทรวง และกรม 15. กระทรวงแรงงาน
16. กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
2) การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย 17. กระทรวงวัฒนธรรม
จังหวัดและอ�ำเภอ 18. กระทรวงศึกษาธกิ าร
19. กระทรวงสาธารณสขุ
3) การบริหารราชการส่วนท้องถ่ิน ประกอบด้วย 20. กระทรวงอตุ สาหกรรม
กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การ
บรหิ ารส่วนต�ำบล เทศบาล และเมอื งพัทยา

2.5.1 การบริหารราชการสว่ นกลาง
1) พระมหากษัตริย์ เป็นองค์พระประมุขของ
ประเทศ ทรงใช้อ�ำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา อ�ำนาจ
บรหิ ารทางคณะรฐั มนตรี และอำ� นาจตุลาการทางศาล

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 21

ภ า ย ใ ต ้ ก ร ะ ท ร ว ง จ ะ มี ส ่ ว น ร า ช ก า ร ร ว ม 2.5.3 การบรหิ ารราชการสว่ นทอ้ งถ่ิน
ทั้งสิ้น 161(5) กรม และส่วนราชการซึ่งไม่สังกัดส�ำนัก การปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ หมายถึง การท่ปี ระชาชน
นายกรัฐมนตรี กระทรวงหรอื ทบวง 9 แหง่ ไดแ้ ก่ สำ� นกั ในท้องถิ่นมีอ�ำนาจในการปกครองตนเองโดยอิสระ ภาย
ราชเลขาธิการ ส�ำนักพระราชวัง ส�ำนักงานพระพุทธ ใต้ขอบเขตของกฎหมาย โดยต้องมีลักษณะอย่างน้อย 4
ศาสนาแห่งชาติ ส�ำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือ ประการ คือ
ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ 1) เป็นนิตบิ คุ คล
ส�ำนักงานคณะกรรมการวิจยั แหง่ ชาติ ราชบณั ฑิตยสถาน 2) ผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ได้รับเลือกตั้ง
ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ส�ำนักงานคณะกรรมการ จากประชาชนทง้ั หมดหรอื บางส่วน
ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและศูนย์อ�ำนวยการ 3) มรี ายไดแ้ ละงบประมาณเปน็ ของตวั เอง
บรหิ ารจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ยงั มรี ฐั วสิ าหกจิ 4) มีอิสระในการบริหารงาน ภายใต้ขอบเขตของ
58 แหง่ และองคก์ รมหาชน จำ� นวน 38 แหง่ (6) (ภาพที่ 2.2) กฎหมาย

2.5.2 การบรหิ ารราชการสว่ นภูมภิ าค การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถน่ิ ของไทย
ราชการสว่ นภมู ภิ าค หมายถงึ ราชการของกระทรวง แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด
ทบวง กรมตา่ งๆ ซงึ่ ไดแ้ บง่ แยกออกไปดำ� เนนิ การตามเขต (76 แหง่ ) เทศบาล (2,441 แห่ง) การปกครองท้องถิ่นรปู
การปกครองของประเทศ ภายใตก้ ารดแู ลของผวู้ า่ ราชการ แบบพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร (1 แห่ง) เมืองพัทยา
จงั หวดั โดยมเี จา้ หนา้ ทขี่ องราชการสว่ นกลาง ซง่ึ ไดร้ บั การ (1 แห่ง) และองค์การบรหิ ารสว่ นต�ำบล (5,333 แหง่ )(5)
แต่งตั้งออกไปประจ�ำตามเขตการปกครองส่วนภูมิภาค
เพื่อบริหารราชการภายใต้การบังคับบัญชาของราชการ
ส่วนกลางที่ได้แบ่งอ�ำนาจให้จังหวัดไปด�ำเนินการแทน
เฉพาะบางเรื่อง บางประการเท่าน้ัน ราชการส่วนกลาง
มีอ�ำนาจท่ีจะเปล่ียนแปลง แก้ไข ค�ำส่ังของส่วนภูมิภาค
ได้ ผมู้ อี �ำนาจสง่ั การข้ันสุดทา้ ย กค็ ือ ปลัดกระทรวงและ
รัฐมนตรี

22 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ภาพที่ 2.2 ระบบการปกครองไทยปจจุบัน พระมหากษัตริย นติ ิบญั ญตั ิ
รัฐสภา
ตลุ าการ บรหิ าร
ศาล คณะรัฐมนตรี

สภาผูแ ทนราษฎร วุฒสิ ภา

ราชการบริหารสว นกลาง ราชการบรหิ ารสว นภมู ภิ าค ราชการบริหารสว นทอ งถ่ิน องคกรอสิ ะภายใต
รฐั ธรรมนญู พ.ศ 2560

20 กระทรวง หนวยธรุ การขององคก ร 1.จงั หวดั (76 จงั หวัด) 1.องคการบริหารสว นจังหวดั 1. สาํ นักงานคณะกรรมการ
ทเ่ี ปนอิสระ 7 แหง 2.อาํ เภอ (878 แหง) (1) (76 แหง) การเลอื กต้งั
สวนราชการ 2 องคก ารบริหารสว นตําบล 2. สาํ นกั คณะกรรมการ
161 กรม รฐั วสิ าหกิจ - องคก รมหาชน 1. ธนาคารแหงประเทศไทย (5,333 แหง) ปองกันและปราบปราม
58 แหง 38 แหง 2. สาํ นกั งานคณะกรรมการกํากับหลักทรพั ยแ ละ 3.เทศบาล (2,441 แหง) การทุจริตแหง ชาติ
(1) (4) ตลาดหลกั ทรัพย 3.1 เทศบาลนคร (30 แหง) 3. สํานกั งานการตรวจเงนิ
(3) 3. สาํ นกั งานคณะกรรมการกจิ การกระจาย เสยี ง 3.2 เทศบาลเมอื ง (178 แหง) แผนดนิ
กิจการโทรทัศนและกจิ การโทรคมนาคมแหง ชาติ 3.3 เทศบาลตําบล (2,233 แหง) 4. สํานกั คณะกรรมการสิทธิ
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 4. สถาบนั คุม ครองเงนิ ฝาก 4. ราชการสว นทองถ่ินอื่นตามที่ มนุษยชนแหง ชาติ
5. สํานกั งานคณะกรรมการกํากับและ กฎหมายกําหนด 5. สาํ นกั งานผูตรวจการ
สงเสรมิ การประกันภยั 4.1 กรงุ เทพมหานคร (1 แหง) แผนดิน
6. สาํ นกั งานคณะกรรมการกิจการพลงั งาน 4.2 เมอื งพัทยา (1 แหง ) (5)
7. องคก ารกระจายเสยี งและแพรภ าพ (1)
(1)
สาธารณะแหงประเทศไทย (2)
23

บทที่ 3

วิวัฒนาการสาธารณสขุ ไทย

3.1 บทนำ� อีกนิยามหนึ่งท่ีน่าสนใจคือ “ศาสตร์และศิลป์
การสาธารณสุข นิยามไดอ้ ยา่ งสน้ั ๆ ว่า คือ “ศาสตร์ แห่งการป้องกันโรค การท�ำให้อายุยืนยาวและการ
สร้างเสริมสุขภาพ โดยการด�ำเนินการอย่างเป็นระบบ
และศิลป์แห่งการป้องกันโรค การท�ำให้อายุยืนยาวและ ของสงั คม และการเลอื กอยา่ งรู้เท่าทันของสงั คม องค์กร
การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ โดยการดำ� เนนิ การอยา่ งเปน็ ระบบ ต่างๆ ชุมชนทั้งสาธารณะและส่วนบุคคล และแต่ละ
ของสงั คม” (science and art of preventing disease, บุคคล” (the science and art of preventing disease,
prolonging life and promoting health through prolonging life and promoting human health
organized efforts of society)(1) หรืออาจขยายความ through organized efforts and informed choices
ไดว้ ่า คือ “หนง่ึ ในความพยายามทีจ่ ัดการโดยสงั คม เพือ่ of society, organizations, public and private
คมุ้ ครอง สง่ เสรมิ และฟน้ื ฟสู ขุ ภาพของประชาชน เปน็ การ communities, and individuals)(3)
ร่วมกันของศาสตร์และทักษะแขนงต่างๆ กับความเชื่อ
หลากหลาย เพ่ือมุ่งธ�ำรงรักษาและปรับปรุงสุขภาพของ ค�ำว่า “สาธารณะ” (public) ในท่ีน้ีอาจหมายถึง
ประชาชนทุกคน ผ่านกิจกรรมร่วมกันของสังคม แผน ประชาชนไมก่ ค่ี น หรอื หมบู่ า้ นท้งั หมูบ่ ้าน หรอื ครอบคลุม
บริการและสถาบันต่างๆ มุ่งเน้นการป้องกันโรคและ หลายทวีป เช่นในกรณีการระบาดท่ัวโลก ส่วนค�ำว่า
ความจ�ำเป็นด้านสุขภาพของประชากรโดยรวม กิจกรรม “สุขภาพ” (health) มคี วามหมายตามนยิ ามขององค์การ
ด้านสาธารณสุขจะเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลง อนามัยโลกที่ครอบคลุมสุขภาวะทั้งทางกาย จิตใจ และ
ของเทคโนโลยีและคา่ นิยมตา่ งๆ ของสังคม แต่เปา้ หมาย สังคม และไม่เพียงการปราศจากโรคและความพิการ
ต่างๆ ยังคงเดิม น่ันคือ การลดโรค การเสียชีวิตก่อนวัย เทา่ น้นั
อันควร และการลดโรคต่างๆ ที่ก่อทุกข์และความพิการ
ในประชากร ดังน้นั การสาธารณสุขจึงเปน็ สถาบนั หน่ึงใน ศาสตร์ที่เก่ียวข้องกับการสาธารณสุขเป็นสหสาขา
สงั คม เปน็ ศาสตรแ์ ขนงหนง่ึ และวถิ ปี ฏบิ ตั หิ นงึ่ ในสงั คม”(2) ท่ีส�ำคญั ได้แก่ ระบาดวิทยา ชีวสถติ ิ อนามยั สิง่ แวดล้อม
การสาธารณสุขชุมชน สุขศาสตร์พฤตกิ รรม (Behavioral
Health) เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข นโยบายสาธารณะ
สขุ ภาพจติ อาชวี อนามัย เปน็ ต้น

24 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

3.2 ววิ ฒั นาการการสาธารณสขุ โลกโดยสงั เขป การปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรมซงึ่ เรม่ิ ตน้ ในยโุ รป โดยเฉพาะ
วิวัฒนาการการสาธารณสุขของโลก เกิดมาพร้อม ท่ีอังกฤษ ท�ำให้มกี ารอพยพเขา้ ไปหางานทำ� ในเมือง และ
เข้าไปอยู่กันอย่างแออัด ท�ำให้เกิดท้ังแหล่งเสื่อมโทรม
กับวิวัฒนาการด้านอารยธรรมของมนุษย์ เร่ิมจากการ และปญั หาสขุ อนามัยในโรงงาน ทำ� ใหเ้ กิดการปฏิรปู ดา้ น
ตระหนักรู้ว่า น้�ำสกปรกและขยะท่ีก�ำจัดอย่างไม่ถูกต้อง การสุขาภิบาล จุดเปลี่ยนส�ำคัญ คือ การตราพระราช
ท�ำให้เกิดโรคระบาด ทฤษฎีการเกิดโรคและการระบาด บญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ ฉบบั แรกในองั กฤษเมอื่ พ.ศ. 2391
ของโรคทฤษฎแี รก คอื “ทฤษฎไี อพษิ ” (Miasma Theory) บุคคลส�ำคัญที่ผลักดันเร่ืองนี้ คือ เซอร์เอดวิน แชดวิค
ซึ่งในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หมอบรัดเลย์เขียนว่า (Sir Edwin Chadwick) ซง่ึ ไดเ้ สนอบทความ เรอื่ ง “ภาวะ
“อายพศิ ม”์ คือความเช่ือว่า สภาพแวดล้อม เชน่ อากาศ การสุขาภิบาลของคนงาน” (the Sanitary Condition
สงิ่ สกปรกโสโครกตา่ งๆ เปน็ ตน้ เหตขุ องการเกดิ โรค ความ of the Labouring Population) เม่อื พ.ศ. 2385 และมี
เชอื่ ดงั กลา่ วนม้ี มี าแตโ่ บราณตงั้ แตส่ มยั ฮปิ โปเครตสี และได้ รายงานเพ่ิมเติมอีก 1 ฉบบั ในปตี อ่ มา(7)
รับความนิยมเชื่อถืออย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18
ศาสนาตา่ งๆ แตโ่ บราณจงึ มงุ่ สรา้ งกฎเกณฑใ์ หศ้ าสนกิ พน้ ความคิดส�ำคัญเร่ืองหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างกว้าง
จากภยั เหลา่ น้ี โดยการกำ� หนดกฎกตกิ ารดา้ นพฤตกิ รรมที่ ขวางของการสาธารณสุขโลก คอื เรอ่ื งอันตรายของการมี
เก่ียวกับสุขภาพ เช่น เรื่องการกินอาหาร การหา้ มดม่ื สรุ า ประชากรล้นเกินของโธมัส มัลธัส (Thomas Malthus)
และการกำ� หนดกฎเกณฑใ์ นเร่อื งความสัมพันธท์ างเพศ ซงึ่ นำ� เสนอเมือ่ พ.ศ. 2241 และอีกคนทีเ่ น้นความส�ำคญั
เรอ่ื งน้ี คอื เจเรมี เบนแทม (Jeremy Bentham) นักคดิ
เทคโนโลยีการป้องกันโรคมีประวัติมายาวนาน เร่ิม คนสำ� คญั ขององั กฤษ ผไู้ ดร้ บั ฉายาวา่ เปน็ บดิ าทางความคดิ
ต้ังแต่ชาวจีนใช้วิธีให้สูดผงจากสะเก็ดแผลไข้ทรพิษ เพ่ือ ของมหาวทิ ยาลัยยนู ิเวอร์ซิตคี้ อลเลจลอนดอน
ปอ้ งกนั โรคดงั กลา่ ว การจดั การดา้ นสขุ าภบิ าลพบในแหลง่
อารยธรรมฮารัปปัน ในลุ่มน้�ำสินธุ(4) และในยุคโรมันก็มี ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีมีผลส�ำคัญต่อการ
การกำ� จดั อจุ จาระที่เปน็ ระบบ เป็นตน้ พฒั นาการสาธารณสขุ ของโลก ได้แก่

การสาธารณสขุ สมยั ใหม่ (Modern Public Health) • ศาสตรด์ า้ นระบาดวทิ ยา ซงึ่ คน้ พบโดยนายแพทย์
เร่ิมจากมีการค้นพบใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่น�ำมาสู่ จอห์น สโนว์ (John Snow) ที่พบว่า การระบาดของ
การปรับปรุงการสาธารณสุข เช่น การค้นพบสาเหตุของ อหิวาต์ในกรุงลอนดอนเม่ือ พ.ศ. 2397 ไม่ได้กระจาย
โรคลักปิดลักเปิดโดย เจมส์ ลินด์ ซึ่งป้องกันโดยการให้ ทั่วไป แต่สัมพันธ์กับแหล่งน้�ำประปา ซึ่งมีการใช้คลอรีน
กลาสเี รอื ไดบ้ รโิ ภคผลไม้ โดยมกี ารตพี มิ พร์ ายงานดงั กลา่ ว ท�ำลายเชื้อโรคแตกต่างกัน จอห์น สโนว์ เสนอแนวคิดนี้
เมือ่ พ.ศ. 2297 และราชนาวอี ังกฤษได้น�ำไปก�ำหนดเปน็ ครงั้ แรกในบทความ เรอ่ื ง “วา่ ดว้ ยชอ่ งทางการตดิ ตอ่ ของ
นโยบายและมาตรการป้องกันในเวลาตอ่ มา(5) อหวิ าตกโรค” (On the Mode of Communication of
Cholera) ตงั้ แต่ พ.ศ. 2392 และขยายความจนไดข้ อ้ สรปุ
กอ่ นหนา้ นนั้ สองปี ใน พ.ศ. 2295 เซอรจ์ อหน์ พรงิ เกลิ ชดั เจนมากขน้ึ ใน พ.ศ. 2398 จอหน์ สโนว์ เชอื่ ใน “ทฤษฎี
แพทยช์ าวอังกฤษ ได้ตีพมิ พ์บทความ เรื่อง “สงั เกตการณ์ เช้ือโรค” (Germ theory) ซึง่ พฒั นามาก่อนหนา้ นนั้ จาก
เรื่องโรคในกองทัพในค่ายและทมี่ ัน่ ทางทหาร” เน้นความ การคน้ พบทางวทิ ยาศาสตรห์ ลายเรือ่ ง
ส�ำคัญเร่ืองการระบายอากาศและการสร้างส้วมให้แก่
ทหาร(6) • โรเบิร์ต โค้ค (Robert Koch) นักวิทยาศาสตร์
เยอรมัน ค้นพบวิธีแยกเชื้อแบคทีเรียและเสนอ “เกณฑ์
การค้นพบวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษที่ปลอดภัยและมี วินิจฉัยของโค้ค” (Koch’s Postulates) เพ่ือพิจารณา
ประสทิ ธผิ ลของเอดเวริ ด์ เจนเนอร์ แพทยช์ าวองั กฤษ เปน็ ตัดสินว่า เชื้อโรคท่ีพบเป็นสาเหตุของโรคน้ันหรือไม่
จุดเปลี่ยนส�ำคัญของการสาธารณสุขโลก ท�ำให้สามารถ
เอาชนะโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย และน�ำไปสู่
การขจัดกวาดลา้ งโรคนีส้ �ำเรจ็ ในเวลาต่อมา

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 25

เกณฑด์ งั กลา่ ว เสนอครง้ั แรกโดย เอฟ. จ.ี จาคอบ เฮนเล • คาร์ลอส ชากาส์ นักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิล
(F.G. Jacob Henle) และมีการปรับปรุงโดยโค้คในปี ค้นพบโรคชากาสแ์ ละพาหะของโรคดังกล่าว
2420 แล้วปรับปรงุ อกี คร้ังใน พ.ศ. 2425 ก�ำหนดเกณฑ์
พจิ ารณา 4 ประการ คอื • เซอร์อเลกซานเดอร์ เฟลมมิง (Sir Alexander
Fleming) ค้นพบเพนิซิลลิน ต้ังแต่ พ.ศ. 2471 และ
(1) เชอ้ื นน้ั ตอ้ งพบทกุ รายทเ่ี ปน็ โรคจากการแยกเชอื้ โฮเวิร์ด ฟลอเรย์ (Howard Florey) กบั เอิรน์ สท์ ชาอิน
ในการเพาะเลีย้ งบรสิ ทุ ธิ์ (pure culture) (Ernst Chain) ร่วมกันศึกษาพัฒนาต่อมาจนได้เป็นยา
ปฏชิ วี นะตวั แรกของโลก ตอนปลายสงครามโลกครง้ั ท่ี 2(10)
(2) เชือ้ นัน้ ต้องไมพ่ บในโรคอน่ื
(3) เมอ่ื แยกเชอ้ื ออกมาไดแ้ ลว้ เชอ้ื นน้ั ตอ้ งทำ� ใหเ้ กดิ • เซลแมน เอ. วกั สแมน (Selman A. Waksman)
โรคได้ในสตั ว์ทดลอง ชาวอเมรกิ ันเชอื้ สายรัสเซยี ค้นพบยาปฏชิ วี นะ สเตรปโต
(4) เช้ือนั้นต้องพบได้อีกในการท�ำให้เกิดโรคจาก มัยซิน จากเชือ้ สเตรปโตมยั ซสิ กรเิ ซอสุ (Streptomyces
การทดลอง(8) griseus) ยาตัวแรกท่ีได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นระบบว่า
เกณฑ์น้ีจึงเรียกว่า “เกณฑ์วินิจฉัยของเฮนเล-โค้ค” ปลอดภัยและมีประสิทธิผลในการรักษาผู้ป่วยวัณโรค ซึ่ง
(Henle-Koch’s Postulates) ตอ่ มาอลั เฟรด อแี วนส์ (Alfred โรคน้คี ร่าชวี ติ ผู้คนจ�ำนวนมาก จนได้ชอื่ วา่ “กาฬโรคขาว”
Evans) ไดป้ รบั ปรงุ ใหมเ่ พมิ่ ขอ้ พจิ ารณาเปน็ 10 ขอ้ เรยี กวา่ (White Plague)(11) (12)
“เกณฑว์ ินจิ ฉัยของอีแวนส์” (Evans’s Postulates)(9)
• เอดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Jenner) ค้นพบ • โรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส�ำคัญโรคหน่ึง
วคั ซีนตัวแรกของโลก คือ วัคซนี ไข้ทรพิษ เป็นคนแรกท่ใี ช้ คือ ไข้เลือดออก พบมานาน มีรายงานการระบาดตั้งแต่
ค�ำว่า วคั ซีน เมือ่ พ.ศ. 2429 ได้รบั การยกย่องว่าเปน็ บดิ า พ.ศ. 2322 ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือ
แห่งวิชาวิทยาอิมมโู น (13) โดยอาจมบี นั ทึกโรคน้ีต้ังแตส่ มัยราชวงศถ์ ังในประเทศ
• หลยุ ส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นกั วทิ ยาศาสตร์ จีน(14) โรคนี้มีการระบาดใหญ่ในกรุงมนิลา สาธารณรัฐ
คนสำ� คญั ทคี่ น้ พบจลุ นิ ทรยี ก์ อ่ โรค เปน็ หนง่ึ ในผบู้ กุ เบกิ วชิ า ฟิลิปปินส์ เม่ือ พ.ศ. 2496-2497(15) และแพร่ระบาดไป
จลุ ชวี วทิ ยา และผคู้ น้ พบวคั ซนี ป้องกันโรคพษิ สนุ ัขบ้า ทวั่ ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ภาวะโรครอ้ นทำ� ใหโ้ รค
• โรนัลด์ รอสส์ (Ronald Ross) แพทย์ชาวองั กฤษ แพร่ไปกว้างขวางข้ึน ความก้าวหน้าทางวิทยาไวรัสและ
ค้นพบว่า ยงุ เป็นพาหะของมาลาเรีย วิทยาอิมมูโน ท�ำให้เข้าใจธรรมชาติและพยาธิสรีรวิทยา
• โจเซฟ ลิสเตอร์ (Joseph Lister) แพทย์ชาว ของโรค ท�ำให้มกี ารปรับปรุงวิธกี ารตรวจวินิจฉยั และการ
อังกฤษ ผู้ปฏิวัติการผ่าตัดโดยการน�ำยาระงับเชื้อ รักษาดีข้ึน แต่การระบาดของโรคมีการเปล่ียนแปลงพบ
(Antiseptic) เขา้ ไปใชใ้ นการผา่ ตดั ในเด็กโตและผูใ้ หญม่ ากขน้ึ ปจั จบุ นั มวี ัคซีนปอั งกนั แตย่ งั
• พอล-หลุยส์ ซิมอนด์ (Paul-Louis Simond) มีประสิทธิผลไม่ดีนัก และยังมีปัญหาด้านความปลอดภัย
นักระบาดวทิ ยาชาวฝรง่ั เศส ผู้พสิ ูจน์ว่า กาฬโรค มีพาหะ ด้วย
คอื หมัดหนู
• คาร์ลอส เจ. ฟินเลย์ (Carlos J. Finlay)
นกั วิทยาศาสตรค์ วิ บา และวอลเตอร์ รีด (Walter Reed)
กับเจมส์ แครร์ อลล์ (James Carroll) จากสหรฐั พิสูจน์
ว่า ยุงเป็นพาหะของไข้เหลือง

26 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

3.3 ววิ ฒั นาการการสาธารณสขุ ไทยกอ่ นยคุ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์

ในสมัยสุโขทัย พบฐานศิลามีรูกลมตรงกลาง มีร่อง ขับไล่ฝร่ังเศสและชาวต่างชาติส่วนใหญ่ออกไป หลังจาก
วางเท้า 2 ข้าง และมีรอ่ งน้ำ� ด้านหน้า เคยมผี ู้สันนษิ ฐาน นั้นก็ไม่ปรากฏหลักฐานการพัฒนาด้านการสาธารณสุข
วา่ เปน็ หวั สว้ ม รตู รงกลางเปน็ ชอ่ งถา่ ยอจุ จาระ รอ่ งนำ้� ดา้ น อกี จนกระทงั่ เสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยาเมอ่ื พ.ศ. 2310 แมส้ มเดจ็
หนา้ เปน็ รอ่ งระบายนำ้� ปสั สาวะ ฐานศลิ าดงั กลา่ ว ปจั จบุ นั พระเจ้าตากสินมหาราชจะสามารถกู้กรุงคืนได้ในระยะ
จดั แสดงไวใ้ นพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาตริ ามคำ� แหง จงั หวดั เวลาเพียง 7 เดอื นเศษหลงั กรงุ แตก แต่ตลอดรชั สมัยต้อง
สุโขทัย แต่แท้จริงแล้ว ฐานศิลาดังกล่าวน่าจะเป็นฐาน ทำ� ศึกสงครามในการปราบชุมนมุ ต่างๆ และยังต้องรบกบั
เทวรูปยืน มิใช่หัวส้วม ด้วยเหตุผลต่างๆ ได้แก่ (1) ถ้า พม่า รวมท้ังการท�ำศึกกับประเทศต่างๆ ในอินโดจีนและ
ลองนั่งยองๆ โดยวางเท้าตรงร่องวางเท้าทั้ง 2 ข้าง หัน หวั เมอื งภาคใต้ จงึ มเี วลาและโอกาสไมม่ ากนกั ในการฟน้ื ฟู
หน้าไปทางร่องน้�ำ ก้นจะอยู่เลยรูตรงกลางไปทางด้าน บรู ณะประเทศ แมจ้ ะมีการค้าขายกบั ประเทศต่างๆ และ
หลงั ไมส่ ามารถถา่ ยอจุ จระลงไปตรงรนู ไี้ ด้ (2) ไมม่ เี หตผุ ล บรรดามิชชันนารีจากประเทศตะวันตกจะกลับเข้ามา
ใดๆ ที่จะต้องแยกร่องทางน้�ำปัสสาวะออกจากช่องถ่าย เผยแผศ่ าสนาพรอ้ มกบั น�ำวทิ ยาการตา่ งๆ เขา้ มาดว้ ย แต่
อุจจาระ และรอ่ งดังกล่าวถ้าเปน็ ร่องปัสสาวะก็เหมาะกบั ช่วงปลายรัชกาลก็เกิดเหตุความไม่สงบ และมีเหตุพิพาท
ลักษณะกายวิภาคของเพศชายเท่าน้ัน ไม่เหมาะแก่เพศ กับบรรดาสังฆราชบาทหลวงต่างๆ ด้วย ท�ำให้วิทยาการ
หญงิ (3) ไม่ปรากฏการพบฐานศิลาดงั กลา่ วบนหลมุ ส้วม ต่างๆ ซึ่งรวมทั้งด้านการแพทย์และสาธารณสุขไม่มี
ทเ่ี หมอื นหรอื คลา้ ยกับสว้ มในปจั จบุ นั การพัฒนาจนปรากฏหลกั ฐานเปน็ รปู ธรรมในชว่ งน้ันนกั

ตรงกนั ขา้ ม ฐานศลิ าดงั กลา่ วเขา้ กนั ไดก้ บั ฐานเทวรปู นอกจากการเจ็บไข้ได้ป่วยและการเสียชีวิตด้วย
ยนื อยา่ งสนทิ รอ่ งเทา้ สองขา้ ง คอื รอ่ งสำ� หรบั วางเทา้ ของ โรคต่างๆ แล้ว ปรากฏมีโรคระบาดเกิดขึ้นเป็นคร้ังคราว
เทวรปู รตู รงกลางส�ำหรับสวมแกนฐานเทวรูป ร่องน�้ำขา้ ง มบี นั ทกึ ของทตู ฝรง่ั เศสทเ่ี ขา้ มาเจรญิ สมั พนั ธไมตรใี นสมยั
หน้าส�ำหรับเป็นทางให้น้�ำที่รดลงบนเทวรูปในพิธีกรรม สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กล่าวถึงการฝังศพของคน
ไหลไปลงภาชนะท่ีรองรับ ดังน้ันฐานศิลาดังกล่าวจึงมิใช่ ที่ตายด้วยไข้ทรพิษว่า มักจะฝังไว้นานกว่า 3 ปีก่อนจะ
หลักฐานที่แสดงว่า มีการสร้างส้วมเพ่ือการสุขาภิบาลใน ขุดข้ึนมาเผา เพราะพบว่า ถ้าขุดขึ้นมาเผาก่อนหน้านั้น
สมัยสโุ ขทยั เช่นเดยี วกับทีไ่ มม่ ีหลกั ฐานว่า มกี ารท�ำสวน จะท�ำให้กลับระบาดได้อีก(16) จากการขุดแต่งเพื่อบูรณะ
สมุนไพรในสมัยสุโขทัยตามท่ีมีการอ้างลอยๆ ว่า มีการ โบราณสถานบ้านนักบุญเปโตร (โบสถ์คณะโดมินิกัน)
กลา่ วถึงในศลิ าจารกึ ทงั้ ๆ ทไี่ ม่มขี ้อความในศลิ าจารกึ ทง้ั ที่พระนครศรีอยุธยา พบในบางหลุมศพมีโครงกระดูก
ของพ่อขุนรามค�ำแหงมหาราชและจารึกของพญาลิไทท่ี ซ้อนกนั ถึง 3-4 โครง โดยพบว่า มกี ารใชป้ นู ขาวพอกทับ
วดั ปา่ มะม่วงทกุ หลกั บนศพด้วย สันนิษฐานว่า เป็นการใช้ปูนขาวช่วยระงับ
การแพรข่ องโรคระบาดในสมัยน้นั (17)
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา การอพยพหนีโรคห่ามาสร้าง
พระนครศรีอยุธยา ก็เป็นการอพยพหนีตาย หลักฐานใน ในรัชสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นสมัยที่มี
พระไอยการต�ำแหน่งนาพลเรือน พ.ศ. 1998 ในรัชสมัย การติดต่อกับต่างประเทศมากกว่าครั้งใดในอดีต ท�ำให้
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก็เป็นเรื่องทางการแพทย์ วิทยาการต่างๆ แพร่เข้ามามาก เทคโนโลยีการพิมพ์ซึ่งกู
ทั้งสนิ้ ไม่มีการกล่าวถงึ หนว่ ยงานดา้ นการสาธารสขุ เตนเบิรก์ ศิษย์วดั คนหนง่ึ ท่เี มืองมายังส์ ประเทศเยอรมนี
คิดข้ึนต้ังแต่ พ.ศ. 1983 ก็น่าเชื่อว่าจะมีผู้น�ำเข้ามาใน
งานด้านการสาธารสุขน่าจะเร่ิมในรัชสมัยสมเด็จ เมืองไทยแล้วในสมัยน้นั โดยสงั ฆราชลาโน บาทหลวงซ่ึง
พระนารายณม์ หาราช ในการสรา้ งพระราชวังที่ลพบรุ ี ซ่งึ เรียนรู้ภาษาไทยจนแตกฉาน ได้เริ่มแปลและแต่งหนังสือ
มีการสร้างระบบประปาด้วย แต่เมื่อปลายรัชสมัยสมเด็จ เพ่อื เผยแผศ่ าสนาเป็นภาษาไทย เปน็ หนงั สือถงึ 26 เลม่
พระนารายณ์มหาราช พระเพทราชาเข้ายึดอ�ำนาจ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 27

สงั ฆราชลาโนสรา้ งศาลาเรยี นขนึ้ ในทพ่ี ระราชทานทตี่ ำ� บล ในครง้ั นนั้ ยงั ปรากฏตอ่ มาในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธ
เกาะมหาพราหมณ์ทางด้านเหนือของตัวเมืองอยุธยา ยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช เลม่ หนง่ึ พมิ พบ์ นปกวา่ “คำ� สอน
มีคนกล่าวกันว่า ทา่ นไดต้ ้งั โรงพิมพ์ข้ึนไวด้ ้วย และต่อมา คฤศตงั พิมพ์ข้ึนในวดั ซันตากรุส ณ บางกอก ศักราชแต่
พระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้ต้ังโรงพิมพ์ขึ้นท่ีลพบุรี ไถ่ชาติมนุษย์ 1796” (พ.ศ. 2339)(18) เป็นหลักฐานว่า
ด้วย กิจการเหล่าน้ีทรุดโทรมลงหลังพระเพทราชาท�ำ มีการพิมพ์หนังสือในประเทศไทย ก่อนที่เคยเชื่อกันว่า
รัฐประหาร ข้ึนครองราชย์ และขบั ไล่พวกฝร่งั ออกไป ใบปลิวชักชวนคนมาปลูกฝีโดยโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์เม่ือ
พ.ศ. 2381 เป็นส่งิ พมิ พ์ฉบับแรกในประเทศไทยถงึ 42 ปี
ตอ่ มาเมอ่ื พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงกอบกเู้ อกราช และถ้าเช่ือข้อมูลว่า มีการพิมพ์ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์
ต้ังกรุงธนบุรีขึ้นได้ ท่านสังฆราชคาร์โนลต์ได้กลับเข้ามา มหาราช เวลากย็ อ้ นไปถึงกว่า 150 ปี
สอนศาสนาอีก มีการตั้งโรงพิมพ์ที่วัดซานตาครุซ ต�ำบล
กุฎีจีนในกรุงธนบุรี หนังสือที่สังฆราชคาร์โนลต์พิมพ์ข้ึน

3.4 การสาธารณสขุ ในยคุ ตน้ รตั นโกสนิ ทร์ ท�ำการปลูกฝีอีก พร้อมพิมพ์ใบปลิวชักชวนคนให้มา
1. การเอาชนะไขท้ รพิษ ปลูกฝี น่าสนใจว่าทางราชส�ำนักเปิดรับวิทยาการน้ีอย่าง
ในช่วงต้นยุคกรุงรัตนโกสินทร์ การสาธารณสุข ดี พระบาทสมเด็จพระ-น่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดฯ ให้
หมอหลวงรวมท้ังหมอเชลยศักด์ิไปหัดปลูกฝีกับหมอ
ของโลกก็ยังพัฒนาไม่มาก เทคโนโลยีท่ีมีผลกระทบต่อ มชิ ชนั นารี เมอื่ วนั ที่ 21 ธันวาคม 2381 และโปรดฯ ให้
การสาธารณสุขของโลกอย่างมากและค่อนข้างรวดเร็ว พมิ พใ์ บปลวิ 10,000 ฉบบั เชญิ ชวนประชาชนในกรงุ เทพฯ
คอื การพัฒนาดา้ นวคั ซนี ซ่ึงวัคซนี ชนดิ แรกท่ีโลกค้นพบ ใหไ้ ปรบั การปลกู ฝดี ้วย(19)
คอื วัคซนี ปอ้ งกนั ไข้ทรพิษที่พฒั นาโดยเอดเวิร์ด เจนเนอร์
นายแพทย์ชาวอังกฤษ ถ้านับระยะเวลาต้ังแต่เอดเวิร์ด เจนเนอร์
ตีพิมพ์รายงานเม่ือ พ.ศ. 2341(20) ก็เป็นเวลาถึง 40 ปี
วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษมีพัฒนาการมายาวนาน กอ่ นทจ่ี ะมกี ารออกใบปลวิ เชญิ ชวนประชาชนในกรงุ เทพฯ
แต่ยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิผล มารับการปลูกฝี แตใ่ นองั กฤษเอง จนกระท่ัง พ.ศ. 2383
เอดเวิร์ด เจนเนอร์ กใ็ ช้เวลายาวนานในการพัฒนาวคั ซีน รัฐบาลอังกฤษจึงออกกฎหมายห้ามการใช้หนองฝีคน ซ่ึง
จนได้วัคซีนที่ปลอดภัย มีประสิทธิผล เป็นที่ยอมรับของ ไมป่ ลอดภัย และใหป้ ลกู ฝีโดยใชห้ นองฝีวัว ตามแบบของ
รัฐบาลอังกฤษ และเป็นท่ียอมรับอย่างกว้างขวางท่ัวโลก เอดเวริ ด์ เจนเนอร์ ฟรีแกป่ ระชาชน
ในเวลาต่อมา
ในประเทศไทย หมอบรัดเลย์ได้ท�ำการศึกษา
เอดเวิร์ด เจนเนอร์ เร่ิมทดสอบวัคซีนน้ี ทดลองเรื่องการปลูกฝีอย่างต่อเนื่อง จนประสบความ
ครั้งแรกเม่ือวันที่ 14 พฤษภาคม 2339 ตรงกับปีที่ 15 สำ� เรจ็ ในปี พ.ศ. 2384 โดยไดท้ �ำการปลูกฝีในเด็ก 75 คน
แห่งกรุงรัตนโกสนิ ทร์ และศึกษาวิจยั อยา่ งต่อเน่ือง เขาตี ทบ่ี า้ นเจา้ พระยาพระคลงั โดยใชพ้ นั ธห์ุ นองฝวี วั จากสหรฐั
พิมพ์ผลการศึกษาทดลองในผู้รับวัคซีน จ�ำนวน 23 ราย ปรากฏวา่ ปลกู ขึน้ เพียง 3-4 ราย ต่อมาได้ทดลองต่ออกี
ในปี พ.ศ. 2341 ซ่ึงยังอยู่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ ราว 3 เดือน มคี นทป่ี ลูกฝีขึ้นราว 100 คน
พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลก
ปตี อ่ มา หมอบรดั เลยไ์ ดท้ ดลองผลติ พนั ธห์ุ นองฝขี นึ้
การฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษในประเทศไทย เริ่ม เอง แทนการสง่ั จากตา่ งประเทศซ่งึ ต้องใช้เวลานาน โดย
ครง้ั แรกโดยหมอบรดั เลย์ เมอ่ื วนั ที่ 2 ธนั วาคม พ.ศ. 2378 ทดลองฉีดหนองจากผู้ป่วยไข้ทรพิษเข้าไปในวัวหลายตัว
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย
ปลูกฝีให้แก่เด็ก 15 คน แต่ไม่ประสบผลส�ำเร็จ ฝีไม่
ขึ้น สามปีต่อมา เกิดไข้ทรพิษระบาด หมอบรัดเลย์จึง

28 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

โดยไดร้ บั พระราชทานววั จากพระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ ทมี่ โี รคชุกชมุ คอื มณฑลนครชัยศรี ราชบุรี ปราจนี และ
เจ้าอยู่หัวด้วย ในปีนั้นบุตรสาวคนหน่ีงของหมอบรัดเลย์ นครราชสีมา ท่ีเหลือโรคไม่ชุกชุมให้เป็นหน้าที่ของแพทย์
เสียชีวิตจากไขท้ รพษิ เม่อื อายไุ ด้ 7 เดอื น ในปี พ.ศ. 2494 ประจำ� เมอื งแต่ละเมือง
หมอบรดั เลย์ไดป้ ลูกฝโี ดยคดิ ค่าปลกู ฝีคนละ 1 บาท หากฝี
ขนึ้ ดจี ะคนื เงนิ ใหค้ รง่ึ หนงึ่ รายไดน้ ำ� ไปซอ้ื พนั ธห์ุ นองฝจี าก 3) วิธีออกไปปลูกฝีใช้วิธีด�ำเนินการทีละอ�ำเภอ
สหรฐั แต่ละอ�ำเภอให้กรมการอ�ำเภอเรียกก�ำนันผู้ใหญ่บ้านมา
ชี้แจง แล้วแจกประกาศแกร่ าษฎร และปิดไว้ตามวัดหรอื
หมอบรดั เลยไ์ ดเ้ ขยี นตำ� ราชอื่ “ตำ� ราปลกู ฝโี คใหก้ นั ทปี่ ระชมุ ชนอน่ื ๆ นดั ประชาชนไปรบั การปลกู ฝที ลี ะตำ� บล
โรคธระพิศม์ไม่ให้ข้ึนได้” โดยได้เขียนประสบการณ์เร่ือง
น้ีในประเทศไทย ช่วง พ.ศ. 2383-2387 หนังสือตีพิมพ์ การปลกู ฝเี ปน็ การพเิ ศษครงั้ นน้ั ปรากฏในรายงาน
เผยแพร่เมอ่ื พ.ศ. 2388(21) ประชุมเทศาภิบาล พ.ศ. 2456 มีคนมารับการปลูกฝีถึง
78,768 คน โดยไมต่ อ้ งมีการบงั คับแต่อยา่ งใด(22)
ปัญหาใหญ่เรื่องที่ต้องท�ำพันธุ์หนองฝีจากต่าง
ประเทศเป็นปัญหามาอย่างต่อเน่ือง เดิมใช้พันธุ์หนอง ไข้ทรพิษเป็นโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนท่ัวโลกไป
ฝีจากสหรัฐซึ่งเข้ามาเพียงปีละครั้งเพราะระยะทางไกล มากมาย แต่เป็นโรคชนิดแรกท่ีสามารถขจัดกวาดล้าง
มาก ต่อมาได้พันธุ์หนองฝีจากยุโรป 2 เดือนมาคร้ังหน่ึง (Eradication) สำ� เรจ็ โดยมกี ารประกาศอยา่ งเปน็ ทางการ
แต่ก็มักเสียกลางทางเสียคร่ึงหนึ่ง จนในรัชสมัยพระบาท เมือ่ พ.ศ. 2523(23)
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝรั่งเศสมาตั้งสถาบัน
ปาสเตอร์ท่ีเวียดนาม เมืองไทยก็ได้พันธุ์หนองฝีจากไซ- 2. การพชิ ิตอหิวาตกโรค
ง่อน ซึ่งส่งมาได้ในเวลาเพียง 15 วัน จึงแก้ปัญหาของ การระบาดของอหิวาตกโรคมีมาต้ังแต่ต้นยุคกรุง
เสียกลางทางไปได้ แตก่ ็ยงั มปี ัญหาของมนี ้อยไม่พอใช้ ใน รัตนโกสินทร์ ท�ำให้ผู้คนล้มตายจ�ำนวนมาก ความรู้เร่ือง
ปี พ.ศ. 2445 กระทรวงมหาดไทยเวลานนั้ จงึ ได้มีนโยบาย การควบคุมป้องกันโรคนี้ในยุโรปในเวลานั้น ก็ยังจ�ำกัด
ผลติ พนั ธห์ุ นองฝขี นึ้ ใชเ้ อง มผี รู้ บั ทำ� คอื หมออะดมั สนั ซงึ่ มาก จอหน์ สโนว์ “บิดาแหง่ วชิ าระบาดวทิ ยา” เพิ่งเสนอ
ตอ่ มาไดเ้ ปน็ พระบำ� บดั สรรพโรค ไดด้ ำ� เนนิ การทส่ี ำ� นกั งาน รายงานเรอื่ ง “วา่ ดว้ ยชอ่ งทางการตดิ ตอ่ ของอหวิ าตกโรค”
ท่ีส่ีก๊ัก ถนนเจริญกรุง แต่ได้พันธุ์หนองฝีไม่สู้ดีเหมือน (On the Mode of Communication of Cholera)
อยา่ งของต่างประเทศ และท�ำไดน้ ้อยไมพ่ อใช้ ปตี ่อมาจึง เม่ือ พ.ศ. 2392(24) จงึ ไมแ่ ปลกท่ใี นการระบาดของโรคนี้
ไดห้ มอมาโนส์ ชาวฝรงั่ เศส ซงึ่ เปน็ ผชู้ ำ� นาญการเรอ่ื งนเี้ ขา้ ครงั้ ใหญป่ ระเทศไทย ใน พ.ศ. 2363 (ปีที่ 12 แห่งรัชสมัย
มารบั ราชการ ไดร้ ับงานนี้ไปท�ำโดยไปท�ำท่เี มอื งนครปฐม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ทางการจะแก้
เมอ่ื พ.ศ. 2446 ไดพ้ นั ธห์ุ นองฝดี าษคณุ ภาพดพี อๆ กบั ของ ปัญหาดว้ ยการท�ำพธิ อี าฏานยิ สูตร
จากตา่ งประเทศ และปริมาณมากพอดว้ ย แต่ต่อมามีการระบาดของโรคนี้และได้ใช้วิธีน้ีอีก
นอกจากไม่ได้ผลแล้ว ราษฎรและพระภิกษุท่ีเข้าร่วม
ปัญหาเร่ืองการปลูกฝีแก่ประชาชน มีแนวคิดแย้ง กระบวนแหแ่ ละหามพระพทุ ธรปู มบี างคนลม้ ลงขาดใจตาย
กันระหว่างกระทรวงนครบาลกับกระทรวงมหาดไทย ในระหวา่ งรว่ มพิธี บางรายกลบั มาบ้านแลว้ ตายกม็ ี ต่อมา
กระทรวงนครบาลเห็นว่า จะต้องออกกฎหมายบังคับให้ จงึ เลกิ ใชพ้ ธิ นี ใี้ นการแกป้ ญั หาการระบาดของอหวิ าตอ์ กี (25)
ประชาชนมาปลูกฝี แต่กระทรวงมหาดไทยไม่เห็นด้วย โดยท่ีวัคซีนป้องกันโรคน้ีมีประสิทธิผลต่�ำ จึงไม่สามารถ
เพราะเกรงจะเดือดร้อนแก่ราษฎร และจะมีปัญหาเร่ือง ปอ้ งกนั หรอื ควบคมุ การระบาดได้ การระบาดแตล่ ะครงั้ มกั
การบังคับใชก้ ฎหมายดว้ ย จงึ ใช้วธิ กี าร ไดแ้ ก่ สงบลงตามธรรมชาตเิ มอ่ื โรคระบาดจนอม่ิ ตวั และระบาด
ข้ึนได้อีกเพราะการสุขาภิบาลและน้�ำสะอาดยังพัฒนาไม่
1) ออกใบปลวิ ใหค้ ำ� แนะนำ� และเชญิ ชวนประชาชน ทวั่ ถงึ และสขุ อนามยั สว่ นบคุ คลของประชาชนยงั ไมด่ ี โรคนี้
มารับการปลกู ฝี จงึ ระบาดเปน็ ครงั้ คราวเรอื่ ยมาจนลว่ งเขา้ หลงั กงึ่ พทุ ธกาล

2) จดั พนกั งานเปน็ 4 ทีม แยกไปปลกู ฝีในทอ้ งท่ี

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 29

แล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงของเช้ือก่อโรคจากชนิด การระบาดลกั ษณะดงั กล่าวอีก
คลาสสกิ (Classical Vibrio cholera) เป็นเชอ้ื สายพนั ธุ์ 3 โรคติดต่ออ่นื ๆ
เอลทอร์ (El Tor Vibrio cholera) ซึ่งลดความรุนแรง โรคตดิ ตอ่ ร้ายแรงอน่ื ได้แก่
ลง และมักเป็นโรคประจ�ำถนิ่ ตามจงั หวัดรอบอ่าวไทย ซง่ึ 1) กาฬโรคสงบลงและแทบไมม่ กี ารระบาดอีก เมอื่
มบี รเิ วณน้�ำเค็มและน�้ำจืดเช่อื มตอ่ กนั
การสุขาภิบาลทั่วโลกดีขึ้น และมียาปฏิชีวนะเตตราซัย-
การระบาดในประเทศไทยในช่วงหลัง มักเริ่ม คลนิ ซง่ึ รักษาโรคนี้ไดผ้ ลดี
จากจังหวัดสมุทรปราการซ่ึงเป็นเมืองอุตสาหกรรม มี
ผู้ใช้แรงงานอพยพมาท�ำงานในจังหวัดนี้มาก ส่วนมาก 2) โรคคดุ ทะราด สามารถควบคมุ และขจดั จนหมด
มาจากภาคอีสาน การระบาดมักเกิดช่วงหลังสงกรานต์ ไปจากประเทศไทย โดยยาปฏชิ วี นะเพนซิ ิลลินและการใช้
ที่ผู้ใช้แรงงานจ�ำนวนมากเดินทางกลับภูมิล�ำเนา น�ำเช้ือ สบูก่ ันอย่างแพร่หลาย
โรคไปแพร่ระบาด การควบคุมโรคที่ได้ผลเกิดจากมีการ
ควบคุมโรคได้ดีในจังหวัดสมุทรปราการ โดยการควบคุม 3) วัณโรค ลดความรนุ แรงลงโดยวคั ซีนบ.ี ซ.ี จี และ
โรคเชงิ รกุ ดว้ ยการออกใหส้ ขุ ศกึ ษาแกป่ ระชาชนในชมุ ชน การรกั ษาดว้ ยยาปฏชิ ีวนะหลายขนาน
กอ่ นการเกดิ โรค และทนั ทที พ่ี บเชอ้ื จากการตรวจอจุ จาระ
จะด�ำเนินการควบคุมโดยให้ยาปฏิชีวนะแก่ประชาชน 4) โรคเร้ือน ควบคุมได้ด้วยดีด้วยการค้นหาและ
ในจุดก่อโรคโดยเร็ว จึงไม่มีแหล่งแพร่โรคให้แก่จังหวัด รกั ษาด้วยยาหลายขนาน
อ่ืนๆ แต่ยังพบโรคน้ีประปรายหลังเกิดอุทกภัยในชุมชน
ใหญ่ ประชาชนขาดแคลนนำ�้ สะอาดในการอปุ โภคบรโิ ภค 5) โรคตดิ ตอ่ ทปี่ อ้ งกนั ไดด้ ว้ ยวคั ซนี สามารถควบคมุ
ตอ่ มาหลงั จากสำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยากระ ได้ดีโดยเฉพาะเม่ือมีการฉีดวัคซีนอย่างเป็นระบบตาม
จายอ�ำนาจให้ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดข้ึนทะเบียน โครงการขยายการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Expanded
น้�ำด่ืมบรรจุภัณฑ์ได้ ท�ำให้อุตสาหกรรมน้�ำสะอาดแพร่ Program on Immunization: EPI) ท่ีองค์การอนามัย-
หลายทว่ั ประเทศ เมอื่ เกดิ อทุ กภยั จะมกี ารแจกนำ้� ใหอ้ ยา่ ง โลกแนะน�ำ
มากมาย ใชไ้ ด้ทั้งบริโภคและอปุ โภค หลงั จากนัน้ กไ็ มพ่ บ
6) โรคเอดส์ ควบคุมได้โดยโครงการถุงยาง
อนามัย 100% และการให้ยาสูตรแรงอย่างทั่วถึงและมี
ประสิทธิภาพ

3.5 การสาธารณสขุ ไทยกบั รฐั สมยั ใหม่ พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกล้าเจา้ อยหู่ ัว ต่อเนอื่ งมาในสมัย
โลกพัฒนาตามล�ำดับมาเป็น 5 ยุค ได้แก่ (1) ยุค พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จนกระทง่ั เกดิ การ
สรา้ งประเทศใหท้ นั สมยั (Modernization) และการสรา้ ง
โบราณ (2) ยคุ ก�ำเนิดศาสนา (3) ยุคมืด (4) ยุคสมัยใหม่ รัฐสมัยใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
(Modern) และ (5) ยคุ หลงั สมยั ใหม่ (Post-modern) โดย เจ้าอยู่หัว รัฐสมัยใหม่น้ัน นอกจากการสร้างความม่ันคง
ยคุ สมยั ใหมเ่ รม่ิ จากการฟน้ื ฟวู ทิ ยาการ (Renaissance) ใน เข้มแข็งทางการทหารแล้ว จะต้องมีความมั่นคงทาง
ยุโรป จนวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้า ท�ำให้โลกก้าวเข้าสู่ เศรษฐกิจและสังคมเป็นส�ำคัญ ความมั่นคงทางสังคม
ยคุ สมยั ใหม่ การสาธารณสขุ ของโลกกไ็ ดอ้ านสิ งสจ์ ากการ ประกอบดว้ ยการพฒั นาดา้ นการศกึ ษา ศาสนา วฒั นธรรม
พัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซ่ึงส่งผลกระทบ ประเพณี และการสาธารณสขุ
ต่อวิวัฒนาการของการสาธารณสุขไทย โดยวิทยาศาสตร์
ตะวันตกได้เผยแพร่เข้ามาสู่ประเทศไทยต้ังแต่รัชสมัย

30 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

พัฒนาการด้านสาธารณสุขในสมัยพระบาทสมเด็จ งานส�ำคัญด้านการสาธารณสุขในรัชสมัยพระบาท
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เปน็ ผลสำ� คญั จากการทพี่ ระองค์ สมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัวอีกเรื่องหน่ึง คอื การเร่ิม
ได้เสด็จพระราชด�ำเนินไปต่างประเทศตั้งแต่ยังทรงพระ โครงการปราบพยาธปิ ากขอเมอ่ื พ.ศ. 2466 และมกี ารเรมิ่
เยาว์ โดยได้เสด็จประพาสสิงคโปร์และอินเดีย จนต่อมา สร้างส้วมซมึ แบบคอหา่ นเปน็ ครั้งแรก เมอ่ื พ.ศ. 2467(28)
ได้เร่ิมวางรากฐานการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขข้ึน
ครงั้ แรก คอื การสรา้ งโรงพยาบาลศริ ริ าช เมอ่ื พ.ศ. 2429 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
และต่อมาได้สร้างข้ึนอีกหลายแห่งในพระนคร หลังเปิด มีการขยายงานของกรมสาธารณสุขใน พ.ศ. 2468 เป็น
โรงพยาบาลศริ ริ าชเมอ่ื พ.ศ. 2431 ปตี ่อมากเ็ ปดิ โรงเรยี น 6 กอง คือ กองประชากร กองสขุ ศึกษา กองสาธารณสุข
แพทยากรเพื่อผลิตแพทยข์ ้นึ ในประเทศ และส่งแพทยไ์ ป กองยาเสพติดให้โทษ กองโอสถศาลารัฐบาล และกอง
ประจ�ำอยตู่ ามหัวเมือง ต้งั แต่ พ.ศ. 2441 สุขาภิบาล(29) ปีตอ่ มาไดข้ ยายเพม่ิ อีก 7 กอง เป็น 13 กอง
ได้แก่ กองบัญชาการ กองการเงิน กองท่ีปรึกษา กอง
ทางด้านการสุขาภิบาล ก็ได้ต้ังกรมสุขาภิบาลตั้งแต่ บรรณาธิการ กองบุราภิบาล กองวิศวกรรม กองสขุ ภาพ
พ.ศ. 2440 ต้ังโอสถศาลาของรัฐบาล เพ่ือจ�ำหน่ายยาให้ กองโอสถสภา กองยาเสพติดให้โทษ โรงพยาบาลคน
กบั ประชาชน เม่อื พ.ศ. 2445 และต้ังโอสถสภาเพ่อื ผลิต เสยี จรติ กองสง่ เสรมิ สขุ าภบิ าล กองแพทยส์ ขุ าภบิ าลแหง่
ยาในปีเดียวกนั เริ่มมีแพทยป์ ระจำ� ต�ำบล เมอ่ื พ.ศ. 2449 พระนคร และวชิรพยาบาล(29)
ขดุ คลองเพอื่ ทำ� น้ำ� ประปาในปเี ดยี วกัน และมีการริเรมิ่ ตงั้
สขุ าภบิ าลแหง่ แรกทตี่ ำ� บลทา่ ฉลอม เมอื งสมทุ รสาคร เมอื่ พ.ศ. 2470 ตราพระราชบญั ญตั คิ นเขา้ เมอื ง ระบหุ า้ ม
พ.ศ. 2451(25) คนที่มีโรคตามท่ีเสนาบดีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เขา้ ประเทศ เปน็ มาตรการหนง่ึ ในการปอ้ งกนั และควบคมุ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น โรค ต่อมามีการต้ังกองโรคติดต่อและกองสถิติหลังการ
พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกซึ่งส�ำเร็จการศึกษาช้ัน ระบาดของอหวิ าตกโรคเม่ือ พ.ศ. 2472(30)
สูงจากประเทศอังกฤษ ทรงพัฒนาด้านการสาธารณสุข
สืบต่อมา โดยทรงต้ังสถานปาสเตอร์ ซึ่งสมัยน้ันเรียกว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณา-
ปาสตุรสภา เมื่อ พ.ศ. 2455 ตราพระราชบัญญัติรักษา ญาสทิ ธริ าชยม์ าเปน็ ระบอบประชาธปิ ไตย เมอ่ื พ.ศ. 2475
คลองประปาเม่ือ พ.ศ. 2456 ตั้งกรมสาธารณสุข คณะราษฎรผู้น�ำการเปล่ียนแปลงการปกครองประกาศ
เมื่อวันท่ี 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2461 โดยยกเลิกกรม หลัก 6 ประการ ได้แก่ (1) หลกั เอกราช (2) หลักความ
ประชาภิบาลเดิม เพ่ือรวมงานด้านการแพทย์และการ ปลอดภัย (3) หลกั เศรษฐกจิ (4) หลักเสมอภาค (5) หลัก
สุขาภิบาลที่แยกกันอยู่ใน 2 กระทรวง คือ กระทรวง เสรภี าพ และ (6) หลกั การศกึ ษา(31) น่าสงั เกตวา่ ไมม่ ีการ
นครบาลและกระทรวงมหาดไทย มาอยู่ในกรมเดียวกัน กลา่ วถึงเร่ืองการสาธารณสุข
โดยสงั กดั ในกระทรวงมหาดไทย
เรอ่ื งการสาธารณสขุ ทวคี วามสำ� คญั มากขน้ึ หลงั จาก
การตั้งกรมสาธารณสขุ น้ี วงการสาธารณสุขถอื เปน็ จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม ขึน้ ด�ำรงตำ� แหนง่ นายกรัฐมนตรี
หมุดหมายส�ำคัญของการสาธารณสุขไทย จึงถือเอาวันท่ี และมีนโยบายชาตินิยม มีการชักชวนประชาชนให้ปรับ
27 พฤศจกิ ายน ซงึ่ เปน็ วนั กอ่ ตง้ั กรมน้ี เปน็ วนั สถาปนาการ เปลยี่ นพฤตกิ รรมเพอื่ การอนามยั และการปอ้ งกนั โรค และ
สาธารณสขุ ไทย และตอ่ มาไดถ้ อื เปน็ วนั สถาปนากระทรวง แสดงถึงความเจริญกา้ วหนา้ ทันสมัย เช่น การสวมหมวก
สาธารณสขุ ดว้ ย(26) การสวมรองเทา้ สวมเสอื้ แปรงฟนั การนง่ั เกา้ อ้ี เลกิ อมุ้ ลกู
เข้าสะเอว เลกิ เคี้ยวขา้ วปอ้ นเด็ก ให้เด็กสวมเส้อื ผา้ หา้ ม
ในปี พ.ศ. 2461 ตราพระราชบัญญัติสภากาชาด กนิ หมาก เปน็ ตน้ (32) และมกี ารจดั ตงั้ กระทรวงสาธารณสขุ
สยาม ซงึ่ มีการแกไ้ ขเพิม่ เติม เมื่อ พ.ศ. 2463 ให้มีสถานะ เม่อื วนั ท่ี 10 มีนาคม พ.ศ. 2485 ซึ่งเปน็ การตงั้ กระทราง
เปน็ สมาคมสาธารณกศุ ลมากกวา่ เปน็ องคก์ รของรฐั สง่ ผล สาธารณสขุ กอ่ นสหรฐั อเมรกิ าถงึ 16 ปี
ให้สันนิบาตสภากาชาดมีมติรับสภากาชาดสยามเข้าเป็น
สมาชกิ เม่อื วนั ท่ี 8 เมษายน พ.ศ. 2464(27)

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 31

นโยบายชาตินิยมของจอมพล ป. มีสาระส�ำคัญ สมัยนั้น (เทียบเท่ามัธยมปีท่ี 4 ในปัจจุบัน) จากแต่ละ
เน้นความเข้มแข็งของคนในชาติ จึงมีนโยบายสร้างโรง จงั หวดั สง่ เขา้ เรยี นพยาบาลในโรงเรยี นพยาบาลในภมู ภิ าค
พยาบาลขึ้นในจังหวัดต่างๆ เริ่มที่จังหวัดชายแดนเพ่ือ แลว้ สง่ กลบั ไปทำ� งานในภมู ลิ ำ� เนา มผี ลสำ� คญั ใหข้ า้ ราชการ
“อวดธง” แขง่ ขันกบั ประเทศรอบบา้ น ซงึ่ เปน็ อาณานิคม เหลา่ นมี้ กี ารโยกยา้ ยนอ้ ยมาก ประหยดั งบประมาณคา่ เชา่
ของฝรั่งเศสและอังกฤษ เพ่ือรักษาความนิยมของคนใน บา้ น และสง่ ผลชดั เจนเมอ่ื มีปญั หาความรนุ แรงในจงั หวัด
ชาติว่า มีที่พ่ึงยามป่วยไข้ ต่อมามีการสร้างโรงพยาบาล ชายแดนภาคใต้ ก็ไม่มีปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ใน
หญิง เพ่ือส่งเสริมการอนามัยแม่และเด็กข้ึนในกรุงเทพฯ สายสาธารณสุข เพราะปัญหาการ “ย้ายหนี” ต่างจาก
(ต่อมามีการแยกโรงพยาบาลเด็กออกไปเป็นโรงพยาบาล ข้าราชการท่ีบรรจุจากส่วนกลางตามระบบของส�ำนักงาน
ต่างหาก และต่อมาเปลี่ยนช่ือเป็น โรงพยาบาลราชวิถี ก.พ. ที่ใช้ระบบการสอบแข่งขันท่ัวประเทศ เช่น แพทย์
เม่ือ พ.ศ. 2519 ขยายบทบาทหน้าที่จากโรงพยาบาล ทันตแพทย์ ซึ่งต่อมาก็ได้มีโครงการการผลิตแพทย์จาก
ทางสูตินรีเวชกรรมเป็นโรงพยาบาลท่ัวไป) และสร้าง แนวคดิ พื้นฐานทก่ี ระทรวงสาธาณสุขรเิ่ ริ่มไวต้ ้ังแต่ตน้
โรงเรียนพยาบาลขึ้นในทุกภาคเพื่อผลิตพยาบาลส�ำหรับ
โรงพยาบาลท่ีสร้างขึ้น ในสมัยจอมพล ป. มีนโยบายเพ่ิมพลเมือง แต่น่า
สงั เกตวา่ ในชว่ งตงั้ แตห่ ลงั การเปลย่ี นแปลงการปกครองมี
มาตรการท่ีชาญฉลาดอย่างย่ิง คือ การใช้วิธีให้มี การเรียบเรียงและเผยแพร่หนังสือเร่ือง “การคุมก�ำเนิด”
การคัดเลือกนักเรียนหญิงท่ีจบการศึกษาช้ันมัธยมปีที่ 6 ออกมาจากแพทย์ในกรมสาธารณสุขดว้ ย(32)

3.6 การสาธารณสขุ ไทยยคุ สงครามเยน็ Monetary Fund: IMF) โดยเกิดองค์กรช�ำนัญพิเศษ
ยุคสงครามเย็นเริ่มต้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ต่างๆ ภายใต้สหประชาชาติ เช่น องค์การอนามัยโลก
ซึ่งก่อตั้งเม่ือ พ.ศ. 2491 องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์
เมื่อโลกแบ่งเป็น 2 ค่าย คือ โลกเสรีนิยม น�ำโดย และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations
สหรัฐอเมริกา และโลกสังคมนิยมน�ำโดยสหภาพโซเวียต Educational, Scientific and Cultural Organization)
และสนิ้ สดุ ลงเมอ่ื คา่ ยสงั คมนยิ มลม่ สลาย โดยถอื จดุ ตงั้ ตน้ ที่ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) กองทุนฉุกเฉินนานาชาติเพ่ือ
กำ� แพงเบอรล์ นิ ในเยอรมนถี กู ทำ� ลาย เมอื่ พ.ศ. 2532 และ เดก็ แหง่ สหประชาชาติ (United Nations International
สหภาพโซเวียตลม่ สลายหลังจากนัน้ ไม่นาน Children’s Emergency Fund) หรือยูนิเซฟ (UNICEF)
(ปัจจุบันเปล่ียนช่ือเป็น United Nations Children’s
ช่วงยุคสงครามเย็น ประเทศไทยร่วมอยู่ในค่ายโลก Fund โดยยังใช้ชื่อย่อ UNICEF เหมอื นเดมิ ) ประเทศไทย
เสรีตลอดมา โดยเข้าร่วมในภาคีสนธิสัญญาป้องกันร่วม ได้ใช้ความพยายามในการด�ำเนินการให้การประกาศ
กนั แหง่ เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ (Southeast Asia Treaty สงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร เมื่อ พ.ศ. 2485 เป็นโมฆะ
Organization: SEATO) ซงึ่ องคก์ รดงั กลา่ วนเ้ี มอ่ื ลม้ เลกิ ไป และดำ� เนนิ การจนในทส่ี ดุ ไดเ้ ขา้ เปน็ สมาชกิ สหประชาชาติ
แล้ว ไดม้ กี ารกอ่ ต้งั องคก์ รในภมู ภิ าคข้ึนแทน คือ อาเซยี น และองคก์ ารช�ำนญั พเิ ศษต่างๆ
(ASEAN: Association of Southeast Asian Nations)
โดยค�ำแนะน�ำของคณะผู้เชี่ยวชาญธนาคารโลก
ก่อนส้ินสุดสงครามโลกคร้ังท่ีสอง ฝ่ายสัมพันธมิตร ประเทศไทยได้เริ่มการพัฒนาโดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
ไดเ้ ตรยี มการเพอ่ื การฟน้ื ฟบู รู ณะและสรา้ งสนั ตภิ าพถาวร แหง่ ชาติฉบับแรก เม่อื เรมิ่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2504 ตอ่
ทำ� ใหเ้ กดิ องคก์ าร “โลกบาล” นานาชาตทิ สี่ ำ� คญั ไดแ้ ก่ (1) มาเปล่ียนเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สหประชาชาติ (2) ธนาคารระหวา่ งประเทศเพอ่ื การบรู ณะ ซ่ึงแผนแรกเป็นแผนระยะ 6 ปี ต่อมาจึงปรับเป็นแผน
และพัฒนา (International Bank for Reconstruction
and Development: IBRD) หรือธนาคารโลก และ
(3) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International

32 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ระยะ 5 ปี ด�ำเนนิ การสบื เนือ่ งมาจนถึงปจั จบุ นั กระทรวง ก่อนหน้านั้น มีการพัฒนาโรงพยาบาลในระดับ
สาธารณสุขได้เริ่มจัดท�ำแผนพัฒนาสาธารณสุขตามแผน จังหวัด โดยแนวคิด “การกระจายอ�ำนาจตามภูมิภาค”
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่แผนระยะที่ 4 (Decentralization by Regionalization) โดยการ
พ.ศ. 2520 - 2524 แบ่งกลุ่มจังหวัดต่างๆ รวมเป็นเขตแล้วพัฒนาให้มีโรง
พยาบาลในเขตเป็นโรงพยาบาลศูนย์ เพื่อรับการส่งต่อ
ทางด้านความร่วมมือทางวิชาการกับสหรัฐ รัฐบาล จากโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ โดยรอบ แทนการส่งไป
ไทยได้ร่วมกับกองทัพบกสหรัฐ ด�ำเนินโครงการปราบ ทก่ี รุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว เหตุผลส�ำคญั เพราะข้อจ�ำกดั
อหิวาตกโรคทรี่ ะบาดในกรงุ เทพฯ เมอ่ื พ.ศ. 2501-2502 เร่ืองทรัพยากร ไม่สามารถพัฒนาโรงพยาบาลจังหวัดทุก
และพัฒนาเป็นสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร จังหวัดให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ได้ จึงเลือกพัฒนาเพียง
(Armed Forces Research Institute of Medical ในบางจังหวัดที่มีความสะดวกเรื่องการคมนาคม และมี
Sciences ชื่อย่อวา่ AFRIMS) ศกึ ษาวจิ ยั ดา้ นโรคตดิ เชื้อ ความพรอ้ มพอสมควร โรงพยาบาลศนู ยเ์ หลา่ น้ี มกี ารเพม่ิ
สบื เนอื่ งมาจนปจั จบุ ัน ข้ึนเป็นระยะๆ ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลจังหวัดที่ไม่ได้
พฒั นาเปน็ โรงพยาบาลศนู ยก์ จ็ ะมสี ถานะเปน็ โรงพยาบาล
ช่วงเดียวกันน้ัน มีการตั้ง “คณะอายุรศาสตร์ ทัว่ ไป (General Hospital)
เขตร้อน” ข้ึนในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เม่ือ
วนั ท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2503 เพอ่ื ศกึ ษาวจิ ยั และพฒั นาการ ในช่วงเดียวกันนี้ องค์การอนามัยโลกได้มีนโยบาย
รักษาโรคเขตร้อน โดยเริ่มท�ำการท่ีโรงเรียนเทคนิคการ ส�ำคัญมุ่งเป้าหมาย “สุขภาพดีถ้วนหน้า เมื่อปี 2543”
แพทย์ และต่อมาได้ย้ายไปยังที่ท�ำการใหม่ท่ีถนนราชวิถี (Health for All By The Year 2000) โดยมีมตสิ มชั ชา
เมือ่ พ.ศ. 2505 ไดพ้ ฒั นาจนเป็นศูนยก์ ารศึกษาโรคเขต อนามยั โลกเมือ่ พ.ศ. 2520 และประเทศไทยไดล้ งนามให้
ร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปิดรับ สตั ยาบันเม่อื พ.ศ. 2521 ยทุ ธศาสตร์สำ� คัญเพือ่ บรรลุเปา้
นกั ศึกษาหลักสตู รนานาชาติ ต่อมาได้เปลี่ยนชอื่ เปน็ คณะ หมายดงั กล่าว คอื แนวทางการสาธารณสขุ มลู ฐาน ซง่ึ มี
เวชศาสตร์เขตรอ้ น เมื่อ พ.ศ. 2518 สังกัดมหาวิทยาลยั หลักการส�ำคัญข้อหน่ึง คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน
มหิดล (People Participation) ประเทศไทยได้ดำ� เนินการเรอ่ื ง
น้จี นมีชอ่ื เสียงไปท่วั โลก คอื การสรา้ งระบบผสู้ ื่อขา่ วสาร
ในยุคสงครามเย็น รัฐบาลได้ถือเอาการสาธารณสุข สาธารณสุข (ผสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำ
เปน็ นโยบายและมาตรการสำ� คญั เพอื่ เอาชนะคอมมวิ นสิ ต์ หมบู่ า้ น (อสม.) ขน้ึ ทวั่ ประเทศ โดยตอ่ มาไดม้ กี ารยกฐานะ
มีแผนงานและโครงการท่ีสำ� คญั ได้แก่ ผสส. ใหเ้ ปน็ อสม. ทง้ั หมด สามารถดำ� เนนิ การตอ่ เนอ่ื งมา
จนปัจจบุ นั มี อสม. ท่ัวประเทศกวา่ 1 ล้านคน
• การจัดต้ังหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ให้บริการ
ประชาชนในท้องทีห่ า่ งไกลและทุรกนั ดาร ตลอดชว่ งยคุ สงครามเยน็ มพี ฒั นาการดา้ นการแพทย์
และสาธารณสุขท่สี ำ� คญั เชน่
• นโยบายรักษาฟรี และการประกาศจะสร้างโรง
พยาบาลให้ครบทุกอ�ำเภอ โดยรัฐบาลภายใต้การน�ำของ • พ.ศ. 2490 ตั้งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล
ม.ร.ว.คึกฤทธ์ิ ปราโมช เมือ่ พ.ศ. 2518 จุฬาลงกรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่ 2 และต่อมาต้ัง
คณะแพทยศาสตร์ข้ึนใน 3 ภูมิภาค ท่ีจังหวัดเชียงใหม่
นโยบายการสร้างโรงพยาบาลอ�ำเภอให้ครบทุก ขอนแก่น และสงขลา
อ�ำเภอ และสถานีอนามัยให้ครบทุกต�ำบล ในสมัย
รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หลังการออกประกาศ • พ.ศ. 2491 ตั้งคณะสาธารณสขุ ศาสตร(์ 33)
ส�ำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 66/2523 เน้นการเอาชนะ
คอมมิวนิสตด์ ้วยนโยบายการเมอื งน�ำการทหาร

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 33

• พ.ศ. 2493 เรมิ่ ใช้ดดี ีที กำ� จัดหนูในการควบคุม ใหน้ กั ศกึ ษาแพทยต์ อ้ งทำ� สญั ญาชดใชท้ นุ หลงั จบการศกึ ษา
การระบาดของกาฬโรค ท่ีนครราชสีมา ราชบุรี นคร- เปน็ เวลา 3 ปี โดยเรม่ิ กบั นกั ศกึ ษาแพทย์ปที ่ี 3 ทีก่ �ำลัง
สวรรค(์ 34) ศกึ ษาอยใู่ นปีการศกึ ษา 2510 โดยเรม่ิ บังคบั เพียงรอ้ ยละ
70 ตอ่ มาจงึ ขยายครอบคลมุ ทง้ั หมด สามารถแกป้ ญั หาการ
• พ.ศ. 2495 โปลโิ อระบาด พระบาทสมเดจ็ ประปร ขาดแคลนแพทย์ได้บางส่วน ทง้ั นก้ี ่อนหนา้ น้นั มมี าตรการ
มนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช พระราชทาน “ปอดเหลก็ ” ให้ จูงใจโดย (1) การให้ทุนนักศึกษาแพทย์โดยสมัครใจของ
โรงพยาบาลศิรริ าช ใหค้ นไข้ไดใ้ ชเ้ ปน็ ครั้งแรก(35) กรมอนามัย (2) การจ่ายเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายรายเดือนแก่
แพทย์ที่ปฏิบัตงิ านในสถานีอนามยั ชนั้ หนึง่ เริม่ จากเดือน
• พ.ศ. 2523 ยุติการปลกู ฝปี อ้ งกันไข้ทรพษิ (36) ละ 1,000 บาท และมีการเพ่ิมอัตราเป็นระยะๆ ต่อมา
• พ.ศ. 2529 มูลนิธิหมอชาวบ้านเริ่มโครงการ มีมาตรการอ่ืน ได้แก่ (1) โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพ่ือ
รณรงคเ์ พ่อื การไม่สบู บหุ รี่ ชาวชนบท (2) โครงการเพิ่มการผลิตแพทย์โดยพัฒนา
• พ.ศ. 2530 พบคนไข้ติดเช้ือเอชไอวีจากการ โรงพยาบาลศูนย์ในกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นสถาบัน
บรจิ าคเลอื ดรายแรก ร่วมผลิตแพทย์ในช้ันคลินิก คือ ปีที่ 4-6 (3) โครงการ
• ปญั หาขาดแคลนแพทยใ์ นชนบทเปน็ ปญั หาเรอื้ รงั หน่ึงอ�ำเภอหน่ึงแพทย์ ในกระทรวงกลาโหมก็มีการจัด
มายาวนาน และรุนแรงข้ึนมากในยุคสงครามเย็น เมื่อ โควต้าให้มีนักศึกษาแพทย์จากกองทัพบกเข้าเรียนใน
แพทยจ์ บใหมร่ นุ่ แรกของคณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั คณะแพทยศาสตร์ ซง่ึ ระยะแรกมกี ารตอ่ ตา้ นวา่ เปน็ การใช้
เชียงใหม่พากันเดินทาง “เหมาล�ำ” เคร่ืองบินไปศึกษา อภสิ ิทธิ์ ต่อมามีการจดั ตงั้ คณะแพทยศาสตรข์ ้นึ คอื คณะ
ต่อและท�ำงานในสหรัฐอเมริกา และลุกลามไปยังแพทย์ แพทยศาสตร์โรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้
จบใหม่ในคณะแพทยศาสตรท์ กุ คณะ เกิดปัญหา “สมอง
ไหล” รุนแรง กระทรวงสาธารณสขุ ได้เริม่ มาตรการบงั คบั

3.7 การสาธารณสขุ ในยคุ โลกาภวิ ตั น์ ดา้ นการแพทย์ การพฒั นาระบบการฝกึ อบรมแพทย์
ยคุ โลกาภวิ ตั นเ์ รมิ่ เมอื่ โลกมกี ารเชอื่ มตอ่ ถงึ กนั อยา่ ง เฉพาะทางข้ึนในประเทศ ซ่ึงด�ำเนินการมาตั้งแต่ในช่วง
ยุคสงครามเย็น เพื่อแก้ปัญหาแพทย์จบใหม่หล่ังไหลไป
รวดเร็วด้วยระบบอินเทอร์เนต ท�ำให้ข่าวสารสามารถ สหรัฐอเมริกา ท�ำให้สามารถผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขา
ติดต่อถึงกันได้ในระดับความเร็วของแสง ประชาชน ตา่ งๆ ข้นึ ได้จำ� นวนมาก กระจายออกไปปฏบิ ัตงิ านทั้งใน
สามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้ต่างๆ ซึ่งรวมท้ังความรู้ สว่ นกลางและส่วนภมู ภิ าค ท้งั ในภาครัฐและเอกชน ท�ำให้
ทางการแพทย์และสาธารณสุขได้โดยสะดวกและรวดเร็ว ประเทศไทยสามารถพัฒนาจนเป็นศูนย์กลางด้านการ
เพยี งจากการใช้ปลายนิว้ สมั ผสั เครอื่ งอิเลก็ ทรอนิกส์ ซึง่ มี แพทยข์ องโลก มชี าวตา่ งชาตเิ ขา้ มารบั การรกั ษาพยาบาล
การพฒั นาอยา่ งรวดเรว็ จากเครอ่ื งคอมพวิ เตอรข์ นาดใหญ่ จ�ำนวนมาก ทั้งประชาชนทว่ั ไป และผูน้ ำ� ประเทศ ตลอด
เป็นเคร่ืองตั้งโต๊ะ (desktop) ต่อมาเป็นเคร่ืองขนาดเล็ก จนสมาชิกราชวงศ์ช้ันสงู จากบางประเทศ
หอบหิว้ ไปได้โดยง่าย (laptop) และต่อมามีการเช่ือมโยง
กบั ระบบโทรศพั ทเ์ ปน็ โทรศพั ทอ์ จั ฉรยิ ะ (smart phone) แพทย์ผู้เช่ียวชาญมีการกระจายออกไปปฏิบัติงาน
โลกยุคโลกาภิวัตน์ท�ำให้ประชาชนรับรู้ความเจริญทาง เร่ิมจากโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลท่ัวไป ปัจจุบัน
เทคโนโลยอี ยา่ งรวดเรว็ และต้องการได้รับประโยชน์จาก มีการกระจายออกไปถึงระดับโรงพยาบาลชุมชนส่วน
เทคโนโลยีเหล่าน้ัน ขณะที่ทรัพยากรของแต่ละคนและ หนึ่งแล้ว บทพิสูจน์ความรู้ความสามารถของแพทย์
ของประเทศมีอยู่จ�ำกัด ในยุคดังกล่าว มีพัฒนาการด้าน ผเู้ ชย่ี วชาญทผ่ี ลติ ขนึ้ ในประเทศ คอื เมอื่ เกดิ โศกนาฏกรรม
การแพทย์และการสาธารณสขุ ทีส่ �ำคญั ดงั นี้

34 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

อาคารโรงแรมรอยัลพลาซ่าที่จังหวัดนครราชสีมาถล่ม เร่ืองการติดเชื้อ และมีการระมัดระวังป้องกันผลกระทบ
มีผเู้ สียชีวติ จำ� นวนมากถงึ 137 คน บาดเจบ็ 227 คน มี ดา้ นจติ ใจอยา่ งดเี ยยี่ ม เปน็ สว่ นหนงึ่ ของปฏบิ ตั กิ ารทไี่ ดร้ บั
ผู้บาดเจ็บรายหนึ่งติดอยู่ใต้ซากอาคาร ทีมกู้ภัยสามารถ การยกยอ่ งช่ืนชมไปทว่ั โลก
เจาะโพรงให้แพทย์เข้าไปดมยาสลบ และผ่าตัดคนไข้ซึ่ง
ติดอยู่ในอาคารลักษณะนอนคว�่ำหน้า ท�ำการตัดขาท่ีติด ตง้ั แตช่ ว่ งสงครามเยน็ ตอ่ เนอื่ งมาถงึ ยคุ โลกาภวิ ตั น์ มี
คาซากอาคารออก น�ำร่างผู้บาดเจ็บขึ้นจากโพรง น�ำส่ง เหตกุ ารณค์ วามรนุ แรงทางการเมอื งในประเทศหลายครัง้
โรงพยาบาลและดูแลรกั ษาจนรอดชวี ิตได้ เปน็ ท่ีชนื่ ชมไป ทงั้ จากการทร่ี ฐั บาลใชอ้ าวธุ รา้ ยแรงปราบปรามการชมุ นมุ
ทั่วโลก โดยมกี ารวางแผนเตรยี มการอย่างดี ได้แก่ (1) ทมี เรียกร้อง และจากการท่ีมีการใช้ระเบิดทั้งจากการขว้าง
แพทยผ์ า่ ตดั ในโพรง (2) ทมี กชู้ พี และนำ� รา่ งผบู้ าดเจบ็ หลงั หรือโยนเขา้ ใส่ หรอื ยงิ โดยปืนเอ็ม 79 เขา้ ใสก่ ลมุ่ ผ้ชู มุ นมุ
ผ่าตัดขึ้นจากโพรงน�ำไปข้ึนรถพยาบาล (3) ทีมช่วยเหลือ ทำ� ใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ ลม้ ตายจำ� นวนมาก ระหวา่ งนน้ั มกี าร
ระหว่างนำ� ส่งโรงพยาบาล (4) ทมี ดแู ลรักษาระหวา่ งอยทู่ ี่ จัดตั้งหน่วยแพทย์และหน่วยพยาบาลฉุกเฉิน เข้าไปเฝ้า
โรงพยาบาลมหาราชนครราชสมี า และ (5) การนำ� สง่ ผปู้ ว่ ย ระวงั ใหก้ ารปฐมพยาบาล และนำ� สง่ ผปู้ ว่ ยเขา้ โรงพยาบาล
ขนึ้ เฮลคิ อปเตอรส์ ง่ ไปรกั ษาตอ่ ทโี่ รงพยาบาลภมู พิ ลอดลุ ย ทงั้ โดยโรงพยาบาลของรฐั เอกชน และภาคประชาสังคม
เดชในกรงุ เทพฯ ผปู้ ว่ ยรายน้รี อดชีวิต เป็นท่ีน่ายินดีที่ทุกฝ่ายท่ีขัดแย้งกันให้การยอมรับการ
เยยี วยาชว่ ยเหลอื ในภาวะฉกุ เฉนิ แมอ้ ยใู่ นทา่ มกลางความ
ต ่ อ ม า เ กิ ด ก ร ณี ที ม ฟุ ต บ อ ล เ ด็ ก แ ล ะ เ ย า ว ช น ขัดแย้ง ท�ำให้หน่วยแพทย์และพยาบาลฉุกเฉินสามารถ
“หมูป่าอคาเดม”ี รวม 13 คน ตดิ ถำ้� หลวงขุนน�ำ้ นางนอน ทำ� หนา้ ทีไ่ ด้ดี เชน่ ในเหตกุ ารณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516,
ที่จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันท่ี 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519, 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2535
ทมี คน้ หาพบทงั้ 13 คนตดิ อยใู่ นถำ�้ ลกึ เมอื่ วนั ท่ี 2 กรกฎาคม การชุมนุมยืดเยื้อเม่ือ พ.ศ. 2549 พ.ศ. 2553 และ
ทุกคนยังมีชีวิตและแข็งแรงพอสมควรท้ังๆ ที่ไม่มีอาหาร พ.ศ. 2556 - 2557
กินมากว่า 1 สัปดาห์ หลังจากน้ันมีแพทย์ไทยด�ำน�้ำ
เข้าไปดูแลและอยู่เป็นเพื่อนท้ัง 13 คน ก่อนทีมงานจะ ในเร่ืองระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน มีความ
ตัดสินใจให้ช่วยเหลือออกมา และทีมกู้ภัยสามารถช่วย พยายามจัดตั้งหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อการ
ทุกคนออกมาได้ โดยมีวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการด�ำ ปฐมพยาบาลและรบั สง่ ผปู้ ว่ ยถงึ ทเี่ กดิ เหตุ ทงั้ กรณฉี กุ เฉนิ
น้�ำชาวออสเตรเลียเข้าไปประเมินความพร้อมและให้ยา และกรณอี ุบัติเหตุ ทั้งโดยโรงพยาบาล เช่น ศนู ย์นเรนทร
รับประทานระงับความต่ืนกลัว ก่อนท่ีจะต้องมีการด�ำน้�ำ ศูนย์ส่งกลับของกรมต�ำรวจ และโดยสมาคมการกุศล
พาฝ่าทางวิบากมาอย่างยากล�ำบากเป็นเวลานานหลาย สาธารณประโยชน์ เชน่ มลู นธิ ปิ อเตก๊ ตง๊ึ มลู นธิ ริ ว่ มกตัญญู
ชั่วโมง ทยอยออกมาชุดแรก 4 คน เมื่อ 8 กรกฎาคม ความส�ำเร็จในระดับประเทศเกิดข้ึนเม่ือเริ่มนโยบาย
ชุดที่สอง 4 คน เมื่อวันท่ี 9 กรกฎาคม และชุดท่ีสาม หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี พ.ศ. 2544 มีการกัน
5 คนพรอ้ มทีมช่วยเหลือท้งั หมดออกมาได้อย่างปลอดภัย งบประมาณคา่ ใชจ้ า่ ยรายหวั คนละ 10 บาทตอ่ ปี ไดเ้ งนิ ใน
เม่ือวันที่ 10 กรกฎาคม ทุกคนได้รับการล�ำเลียงข้ึน ปแี รก 450 ลา้ นบาทเศษ ด�ำเนินการตอ่ เนอื่ งในส�ำนักงาน
รถพยาบาล น�ำไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ต่อรถพยาบาลส่งถึง หลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ และตอ่ มาไดพ้ ฒั นาจนมพี ระ
โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้โดยสวัสดิภาพ ราชบญั ญตั กิ ารแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาตเิ มอ่ื พ.ศ. 2551 เกดิ
ระหว่างขนย้ายมีการระมัดระวัง ท้ังด้านการดูแลและ สำ� นกั งานการแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาตขิ น้ึ หลกั การสำ� คญั คอื
รักษาและด้านจรรยาบรรณอย่างดียิ่ง ทุกคนได้รับการ การใช้เงินงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว พัฒนาระบบการ
ดูแลด้านการควบคุมป้องกันโรคและการฟื้นฟูเพ่ือให้คืน ติดต่อสื่อสารและจ่ายเป็นค่าบริการรับส่งผู้ป่วย ท้ังโดย
ส่สู ภาพดังเดิมไดอ้ ยา่ งดี ระบบการเยีย่ มมกี ารระมัดระวัง รถพยาบาล เรือ และเครื่องบิน โดยสง่ เสรมิ ใหห้ น่วยงาน
ทง้ั ภาครฐั ภาคเอกชน องคก์ รการกุศลสาธารณประโยชน์

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 35

รบั ผดิ ชอบดา้ นการพฒั นายานพาหนะ และบคุ ลากร ทำ� ให้ ราว 14 ลา้ นลา้ นบาท ดแู ลประชากรราว 125 ลา้ น และจาก
สามารถใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การส�ำรวจความพึงพอใจของประชากรญี่ปุ่น พอใจราว
สามารถขยายการครอบคลุมบริการไปได้จนเกือบทั่ว รอ้ ยละ 65.0 ขณะทรี่ ะบบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาตขิ อง
ประเทศ และลดระยะเวลาการไปถึงจุดเกดิ เหตุลงได้ตาม ไทยซ่ึงใชเ้ งินตำ่� กวา่ มาก แต่ความพงึ พอใจของประชาชน
ล�ำดบั สงู ถงึ ร้อยละ 95.0 ในปี 2560

ดา้ นการสาธารณสุข มีพัฒนาการท่ีสำ� คญั คือ การ ในด้านการควบคุมป้องกันโรค ในยุคโลกาภิวัตน์มี
พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต่อยอดจาก การเดินทางของประชากรโลกเพิ่มขึ้นมาก และรวดเร็ว
ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการในอดีต และ มาก ขณะเดียวกันมีการเดินทางเข้าไปในป่า ท�ำให้ยังมี
ระบบประกันสังคม ซึ่งเร่ิมระบบการเงินการคลังแบบ การสมั ผสั ระหวา่ งสตั วก์ บั คนอยไู่ มน่ อ้ ย เกดิ โรคอบุ ตั ใิ หมท่ ่ี
“เหมาจ่ายรายหัว” (Capitation) ซ่ึงท�ำให้สามารถ อาจแพรร่ ะบาดไปอยา่ งรวดเรว็ ประเทศไทยไดท้ ำ� งานรว่ ม
ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างดี ในท่ีสุดสามารถพัฒนาระบบ กบั ประชาคมโลกอย่างใกล้ชดิ มาอยา่ งต่อเน่ือง และมกี าร
จนครอบคลุมประชากรถ้วนหน้าได้ใน พ.ศ. 2545 โดย พฒั นาทงั้ ระบบเฝา้ ระวงั และการสรา้ งบคุ ลากรโดยเฉพาะ
นอกจากการควบคุมค่าใช้จ่ายด้วยระบบเหมาจ่ายรายหัว โครงการฝกึ อบรมแพทยผ์ เู้ ชยี่ วชาญทางระบาดวทิ ยาตาม
ท่ีมีการพัฒนาเพิ่มเติม แยกการบริการผู้ป่วยในออกจาก ระบบการฝึกอบรมของสหรัฐมาต้ังในยุคสงครามเย็น
ระบบบริการผู้ป่วยนอก เพ่ือป้องกันการ “หวง” ผู้ป่วย ทำ� ใหเ้ ราสามารถควบคมุ และปอ้ งกนั โรคอบุ ตั ใิ หมไ่ ดอ้ ยา่ ง
เพราะเกรงต้องไป “ตามจ่าย” ใช้ระบบการวินิจฉัย มีประสิทธิผล เช่น ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
โรคร่วม โดยมีเพดานการจ่ายรวมแบบปลายปดิ กับผูป้ ว่ ย 2009 โรคซารส์ โรคเมอรส์ และไวรสั ซิก้า เป็นตน้
ใน ขอ้ สำ� คญั มรี ะบบการประเมนิ เทคโนโลยอี ยา่ งเปน็ ระบบ 3.8 บทสรปุ
กบั ยา วคั ซนี และวธิ กี ารรกั ษาตา่ งๆ ทจี่ ะนำ� เขา้ มาเปน็ ชดุ
สิทธิประโยชน์ให้แก่ประชาชน โดยนอกจากจะประเมิน การสาธารณสขุ ของโลกมกี ารพฒั นาอยา่ งเปน็ ระบบ
ด้านความปลอดภยั และประสิทธิผลแลว้ ยงั ประเมนิ ด้าน เม่ือราวสองศตวรรษนี้เอง การเปิดรับวิทยาการจากต่าง
ความคมุ้ ค่า และพจิ ารณาความสามารถดา้ นงบประมาณ ประเทศอย่างต่อเน่ืองท�ำให้ประเทศไทย ได้รับอานิสงส์
ด้วย จากพัฒนาการด้านสาธารณสุขของโลกในเวลาค่อนข้าง
รวดเรว็
ระบบดังกล่าว ท�ำให้ระบบหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติของประเทศไทยได้รับยกย่องไปท่ัวโลก เพราะ พฒั นาการสำ� คญั ของการสาธารณสขุ โลกในชว่ งแรก
สามารถเป็นส่วนส�ำคัญในการ “สร้างสุขภาพดีด้วย เป็นการควบคมุ โรคระบาด เคร่ืองมือท่มี ปี ระสทิ ธผิ ลและ
ต้นทุนต�่ำ” (Good Health at Low Cost) ได้อย่าง ประสิทธิภาพชิ้นแรก คือ วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ ท�ำให้
แทจ้ รงิ คา่ ใชจ้ ่ายด้านสุขภาพของประเทศไทยในปี 2560 สามารถควบคุมโรคน้ีและพัฒนาถึงขั้นขจัดกวาดล้างได้
ประมาณร้อยละ 4.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เป็นโรคแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เคร่ืองมือ
(Gross Domestic Product - GDP) เท่านนั้ เทียบกับ สำ� คญั ชน้ิ ตอ่ มา คอื ยาปฏชิ วี นะ การพฒั นาดา้ นสขุ าภบิ าล
สหราชอาณาจักรที่ประมาณรอ้ ยละ 9.5 ญปี่ ุ่นราวร้อยละ โภชนาการ การคมนาคมขนส่ง การติดต่อสื่อสาร และ
10.0 และสหรฐั ซง่ึ ครอบคลมุ ประชากรไดร้ าวรอ้ ยละ 90.0 มาตรการควบคุมป้องกันโรคอ่ืนๆ ท�ำให้โรคติดเชื้อ
แต่ใช้เงนิ ถึงร้อยละ 17.9 ของจดี พี ี สว่ นมากสามารถควบคมุ ป้องกนั ไดด้ ี

ในประเทศไทย เฉพาะระบบหลักประกันสุขภาพ ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ
แห่งชาติใช้เงินเพียง 123,456 ล้านบาท ดูแลประชากร ครงั้ แรก หลังผคู้ ้นพบวคั ซนี นี้ คือ เอดเวิร์ด เจนเนอร์ ตี
48 ลา้ น ในปี 2560 ขณะทญ่ี ป่ี นุ่ ใชเ้ งนิ ถงึ 41ลา้ นลา้ นเยนหรอื พิมพ์รายงานเรื่องวัคซีนราว 40 ปี แต่ก็ก่อนที่อังกฤษ

36 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

จะออกกฎหมายให้ใช้หนองฝีของเอดเวิร์ด เจนเนอร์ ฟรี กบั อนิ โดจนี กส็ ามารถลม้ ทฤษฎโี ดมโิ นได้ โดยมกี ารพฒั นา
ราว 5 ปี จนในที่สุดประเทศไทยก็ขจดั โรคน้ีไดห้ มดก่อน ด้านการสาธารณสุขควบคู่กับการพัฒนาด้านอื่นๆ ท�ำให้
องค์การอนามัยโลกจะประกาศว่า สามารถกวาดล้างโรค สขุ ภาพของประชาชนดขี น้ึ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง และสามารถเปน็
นี้ได้แล้วหลายปีต่อมาเราก็สามารถพิชิตอหิวาตกโรคได้ สว่ นหนงึ่ ในการสรา้ งความมนั่ คงเขม้ แขง็ ใหแ้ กป่ ระเทศ จน
สำ� เรจ็ ทง้ั ๆ ทย่ี งั ไมม่ วี คั ซนี ทดี่ อี ยา่ งวคั ซนี ปอ้ งกนั ไขท้ รพษิ สามารถด�ำรงอยใู่ นโลกเสรีได้อย่างยนื หยัด

เมอ่ื โลกพฒั นาเขา้ สยู่ คุ ทนั สมยั ประเทศไทยนอกจาก ในยุคโลกาภิวตั น์ ประเทศไทยกส็ ามารถพฒั นาดา้ น
สามารถรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคม และสามารถ การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ไดอ้ ยา่ งนา่ พอใจ จนเราสามารถ
พัฒนาสู่ความทันสมัยได้อย่างต่อเน่ือง หลังสงครามโลก เป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพของโลกได้ระดับหนึ่ง
คร้ังท่ี 2 โลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็น นายจอห์น ฟอสเตอร์ ขณะเดียวกัน เราสามารถพัฒนาการควบคุมและป้องกัน
ดลั เลส รัฐมนตรตี ่างประเทศสหรัฐ เสนอทฤษฎีโดมิโนวา่ โรคได้อย่างเข้มแข็งและสร้างระบบหลักประกันสุขภาพ
หากอินโดจีนพ่ายแพ้แก่คอมมิวนิสต์ ประเทศอ่ืนๆ โดย ถ้วนหน้าที่มีคุณภาพด้วยต้นทุนต�่ำท่ีสุดในโลก ขณะที่
รอบจะลม้ ตามอยา่ งตวั โดมโิ น ประเทศไทยซง่ึ อาณาเขตตดิ ประชาชนก็มีความพงึ พอใจในระดับสงู มาก

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 37

บทท่ี 4

สถานการณแ์ นวโน้มของสถานะสขุ ภาพ
และปจั จยั ตา่ งๆ ทเี่ กี่ยวข้อง

4.1 สถานการณแ์ นวโนม้ ดา้ นการพฒั นาเศรษฐกจิ

4.1.1 การเติบโตทางเศรษฐกจิ ของการพฒั นาประเทศมงุ่ สวู่ สิ ยั ทศั น์ “ประเทศไทยมคี วาม
ในระยะเวลา 50 ปีท่ีผ่านมา สังคมไทยได้ผ่านการ มน่ั คง มงั่ คงั่ ยง่ั ยนื เปน็ ประเทศพฒั นาแลว้ ดว้ ยการพฒั นา
เปล่ียนแปลงทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมือง โดย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ปรับโครงสร้าง
การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต้ังแต่ปี ประเทศไทยไปส่ปู ระเทศไทย 4.0 รวมท้งั ใหค้ วามส�ำคญั
พ.ศ. 2557 และในวนั ที่ 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2559 ประเทศไทย กบั การมีส่วนร่วมของภาคีการพฒั นาทุกภาคสว่ น
ได้ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) โดยมีหลกั การสำ� คญั คือ เศรษฐกิจไทยในปีแรกของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่
การน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาเปน็ ปรัชญา 12 ขยายตวั ดีตอ่ เนอื่ งจากชว่ งปลายแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่
น�ำทางในการพัฒนาประเทศต่อเนื่องจากตั้งแต่แผน 11 โดยมอี ตั ราการขยายตวั ทางเศรษฐกิจร้อยละ 3.9 ใน
พัฒนาฯ ฉบับท่ี 9 ควบคู่ไปกับการยึดคนเป็นศูนย์กลาง ปี พ.ศ. 2560 ซ่ึงเป็นปีแรกของแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 12
การพัฒนาและการพัฒนาท่ีย่ังยืนบนพ้ืนฐานของกรอบ ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 3.3 ในปี พ.ศ. 2559 และเพ่ิม
ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ซงึ่ เปน็ แผนหลกั เป็นร้อยละ 4.1 ในปี พ.ศ. 2561 (ภาพท่ี 4.1) คาดว่า
ในปี พ.ศ. 2562 เศรษฐกจิ ไทยจะขยายตัวประมาณร้อย
ละ 3.9-4.9(1)

ภภาาพพทท่ี 1่ี 4อ.1ตั รอาัตกราารกขายราขยยตาวั ยทตาัวงทเศารงษเศฐรกษิจฐขกอจิ งขปอรงะปเทรศะเไททศยไท(หยน(่วหยนว่: รย้อ:ยรลอ้ ะย)ละ)

7.2

2.7 3 3.3 3.9 4.1
1

2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561
ท่ีมา: ส�ำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
หมายเหต:ุ ข้อมูลปี พ.ศ. 2561 - 2562 เป็นประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวนั ที่ 28 มนี าคม 2561

38 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ปัจจัยหลักส�ำคัญที่ท�ำให้อัตราการขยายตัวทาง 4 อัตราการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่
เศรษฐกิจเพมิ่ ขนึ้ คอื โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการส่ง
ออกรวมท้ังการเร่งการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียง
1) ภาคการสง่ ออกสนิ ค้าขยายตัวเพิ่มขน้ึ สอดคลอ้ ง เศรษฐกิจภาคตะวนั ออก (Eastern Economic Corridor
กับการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก และการ Development : EEC) การปรบั ตวั ดขี นึ้ ของความเชอื่ มนั่
เพิ่มของราคาสินค้าในตลาดโลก รวมทั้งภาคการผลิตท่ี ภาคธรุ กจิ ชว่ ยสนบั สนนุ และกระตนุ้ การลงทนุ ภาคเอกชน
ขยายตัวเพ่ิมขึ้นมาก ผลผลิตสินค้าเกษตรกรรมขยายตัว ใหเ้ ข้ามาขับเคล่ือนเศรษฐกิจภายในประเทศไทยไดม้ าก
โดยเฉพาะผลผลติ ข้าวและยางพารา
นโยบายส�ำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตทาง
2) ภาคบริโภคขยายตัวเพ่มิ ขนึ้ โดยเฉพาะดา้ นการ เศรษฐกจิ และการมีงานทำ� คือ
ท่องเที่ยว ในปี พ.ศ. 2560 มีจ�ำนวนนักท่องเท่ียวต่าง
ประเทศ 35.38 ล้านคน เพิ่มร้อยละ 8.77 จากปี พ.ศ. 1) นโยบายการดูแลเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย
2559 ก่อให้เกิดรายได้ 1.82 ลา้ นล้านบาท เพ่ิมขน้ึ รอ้ ยละ การสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และเศรษฐกิจฐานราก
11.66 จากปี พ.ศ. 2559(2) จากข้อมูลพบว่าในปี พ.ศ. 2560 SMEs สามารถสร้าง
GDP ท่ีแท้จริงเป็นมูลค่ากว่า 4.3 ล้านล้านบาท หรือ
3) อัตราการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42.4 ต่อ GDP รวมของประเทศ
ขยายตัวเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี พ.ศ. 2556 อัตรา อัตราการเติบโตเฉล่ียต่อปีเท่ากับร้อยละ 6.1 ซ่ึงสูงกว่า
0.9 ประมาณการเพิม่ เป็น 3.8 ในปี 2561(3) เมอ่ื แบง่ ตาม GDP ของธุรกิจรายใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตเพียงร้อยละ
ภมู ภิ าคพบวา่ ในชว่ ง 3 ปที ผี่ า่ นมา การใชจ้ า่ ยครวั เรอื นและ 0.7 (ภาพที่ 4.2)
การบรโิ ภคภาคเอกชนในกรงุ เทพและปรมิ ณฑลเพมิ่ สงู ขน้ึ
ในขณะทภ่ี มู ภิ าคอนื่ ชะลอการใช้จา่ ยลง(4)

ภาพที่ 4.2 อตั ราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย (หนว่ ย : รอ้ ยละ)

63 60 59 58 58 GDP SMEs +6.1%
GDP รายใหญ +0.7%
37 40 41 42 42
2556 2557 2558 2559 2560

ทมี่ า: การวเิ คราะหโ์ ดย EIC จากขอ้ มลู ของสำ� นักงานส่งเสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
และส�ำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 39

2) นโยบายส่งเสริมที่มุ่งเน้นการพัฒนาท่ีสนับสนุน 4.1.2 สถานการณ์ความเหล่ือมล้�ำ การกระจาย
กจิ กรรมท่มี ผี ลติ ภาพ การสรา้ งงานทม่ี คี ุณคา่ ความเป็นผู้ รายไดแ้ ละความยากจน
ประกอบการ ความสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม และใหก้ าร
สนบั สนนุ การรวมตวั และการเตบิ โตของวสิ าหกจิ รายยอ่ ย อตั ราการขยายตวั ของรายไดต้ อ่ หวั ของประเทศไทย
ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ด้านการท่องเท่ียวเพื่อสร้าง เฉล่ยี อยทู่ ร่ี อ้ ยละ 4.2 ตอ่ ปตี งั้ แต่ปี พ.ศ. 2513 เปน็ ตน้
มูลคา่ เพม่ิ ทางเศรษฐกจิ มา ในปี พ.ศ. 2559 รายได้ตอ่ หัวของไทยคิดเปน็ สดั สว่ น
ร้อยละ 42.0 ของคา่ เฉลยี่ ในกลุ่มประเทศ OECD อย่างไร
3) การลงทุนจากความร่วมมือภาครัฐและภาค ก็ตามประเทศไทยต้ังเป้าหมายท่ีจะยกระดับประเทศให้
เอกชน(Public Private Partnership หรือ PPP) ในการ กา้ วขา้ มประเทศรายไดป้ านกลางไปสกู่ ารเปน็ ประเทศทมี่ ี
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพิ่มข้ึนซ่ึงมีความ รายไดส้ งู ในปี พ.ศ. 2579 (มรี ายไดต้ อ่ หวั ประมาณ 13,000
สำ� คญั มากตอ่ การพฒั นาเศรษฐกจิ ไทยในการเพม่ิ ขดี ความ เหรียญสหรัฐต่อคนต่อป)ี (5) โดยแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ กอ่ ใหเ้ กดิ การสรา้ งงาน สังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ได้ต้ัง
เพิ่มผลิตภาพและศักยภาพการผลิตในระยะยาว และได้ เปา้ หมายผลกั ดนั ใหเ้ ศรษฐกจิ ขยายตวั เฉลย่ี รอ้ ยละ 5.0 ซงึ่
มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน จะสง่ ผลทำ� ใหร้ ายไดเ้ ฉลย่ี ตอ่ หวั ประชากรอยทู่ ป่ี ลี ะ 9,325
ในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 เพอ่ื ส่งเสรมิ และเออ้ื อำ� นวย เหรียญสหรฐั หรอื 317,051 บาท ซง่ึ ในปี พ.ศ. 2560 มี
ให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ รายไดต้ อ่ หวั เทา่ กบั 228,412 บาทตอ่ คนตอ่ ปี หรอื คดิ เปน็
เป็นโครงสร้างดา้ นพน้ื ฐานของประเทศ 6,730.2 ดอลลารส์ หรัฐ (ภาพท่ี 4.3)

ภาพที่ 4.3 รายได้ต่อหัวประชากร (ดอลลารส์ หรัฐ)

5,382 5,673 6,034 5,937 6,104 6,730

2555 2556 2557 2558 2559 2560
ท่มี า: แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)

ประเทศไทยตงั้ เปา้ หมายทจี่ ะลดปญั หาความเหลอื่ มลำ�้ หรอื สดั สว่ นคนจนลดลงจากร้อยละ 8.61 เหลือรอ้ ยละ 7.9
ด้านรายได้ของกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมที่แตก ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพที่ 4) ซง่ึ มแี นวโนม้ ทด่ี ขี นึ้ นำ� ไปสคู่ วาม
ตา่ งกนั และแก้ไขปัญหาความยากจน โดยในปี พ.ศ. 2559 ส�ำเร็จตามเป้าหมายของแผนฯ12 ก�ำหนดไว้ลดลงเหลือ
สัดส่วนประชากรท่ีอยู่ใต้เสน้ ความยากจน (Poverty line) รอ้ ยละ 6.5 เมือ่ สนิ้ สุดแผนฯ 12

40 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ภาภพาทพ่ีท4ี .44 สสดัดั สสวว่ นนปปรระะชชาากกรรททีอีอ่ ยยูใู่ใตตเ เ้ สสน ้นคคววาามมยยาากก

12.64 10.94 10.53 7.21 8.61 7.87

2555 2556 2557 2558 2559 2560

อย่างไรก็ตามแม้ว่ารายได้เฉล่ียต่อหัวของกลุ่ม คน/เดือน ในปี พ.ศ. 2560 หรือเพิม่ ขน้ึ ร้อยละ 0.8 ตอ่ ไป
ประชากรรอ้ ยละ 40.0 ลา่ งที่มีรายไดต้ ำ่� สดุ * เพ่มิ ขึ้นจาก แต่รายได้ยังเพิ่มข้ึนไม่เป็นไปตามเป้าหมายของแผนฯ ที่
3,353 บาท/คน/เดอื น ในปี พ.ศ. 2558 เป็น 3,405 บาท/ กำ� หนดไวเ้ พม่ิ ขน้ึ ไมต่ ำ�่ กวา่ รอ้ ยละ 15.0 ตอ่ ปี (ภาพที่ 4.5)

ภาพท่ี 4.5 รายไดเ้ ฉล่ยี ตอ่ หวั ของกลุ่มประชากรรอ้ ยละ 40 ลา่ งท่ีมีรายได้ต�ำ่ สดุ (หน่วย : บาท/คน/เดือน)

3,353 3,405
2,982

2556 2558 2560
ทีม่ า: ส�ำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ

สถติ ทิ นี่ ยิ มใชเ้ พอื่ บง่ ชคี้ วามแตกตา่ งของการกระจาย ไมเ่ สมอภาค (Gini Coefficient) ดา้ นรายไดม้ แี นวโนม้ ดขี น้ึ
รายได้ คอื สมั ประสทิ ธคิ์ วามไมเ่ สมอภาค (Gini Coefficient) ในช่วงปี พ.ศ. 2556-2558 แต่กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก
ซง่ึ มคี า่ อยรู่ ะหวา่ ง 0-1 ถา้ คา่ สมั ประสทิ ธคิ์ วามไมเ่ สมอภาค 0.445 ในปี พ.ศ. 2558 เป็น 0.453 ในปี พ.ศ. 2560
มีค่าเข้าใกล้ 0 แสดงว่า การกระจายรายได้มีความแตก (ภาพที่ 4.6) สะทอ้ นใหเ้ ห็นว่ามคี วามเหล่ือมลำ้� ด้านรายได้
ต่างกนั น้อย หากค่านส้ี งู ขน้ึ จะบง่ ช้ีถงึ การกระจายรายได้มี ของประชากรเพม่ิ ขนึ้ ในขณะทเี่ ปา้ หมายของแผนฯ กำ� หนด
ความแตกตา่ งกนั มาก ซง่ึ จากขอ้ มลู พบวา่ สมั ประสทิ ธคิ์ วาม ไวใ้ ห้ลดลงเหลือ 0.41 เมอ่ื สน้ิ สุดแผนฯ 12

* กล่มุ ประชากรรอ้ ยละ 40 ลา่ งทมี่ ีรายได้ต่�ำสดุ คำ� นวณไดจ้ าก การเรียงล�ำดบั ประชากรจากผทู้ ี่มีรายได้ประจำ� เฉลยี่ ตอ่ คนจากตำ่� สุดไปหาสงู สุด และให้
ประชากรทงั้ หมดเท่ากับร้อยละ 100 โดยกลมุ่ ประชากรรอ้ ยละ 40 ล่างท่ีมีรายได้ต่ำ� สุด ก็คือ ประชากรทีม่ ีรายได้ประจ�ำเฉลยี่ ต่อคนจากประชากรคนแรก
ทีม่ ีรายได้ต�่ำสุดสะสมไปจนถึงร้อยละ 40 ของประชากรท้ังหมด

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 41

ภาพท่ี 4.6 สมั ประสทิ ธค์ิ วามไมเ่ สมอภาค (Gini Coefficient) ด้านรายได้ 0.453

0.499 0.49 0.484 0.465 0.445

2550 2552 2554 2556 2558 2560
ทม่ี า: ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ

เช่นเดียวกับสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ทางการ ร้อยละ 12.0 ในปี พ.ศ. 2560 ในขณะท่ีสัดส่วนหน้ีสิน
เงินของกลุ่มครัวเรือนร้อยละ 40.0 ล่างท่ีมีรายได้ต�่ำสุด ต่อรายได้ท้ังหมดของกลุม่ ครวั เรอื น ท้ังร้อยละ 10.0 และ
มแี นวโนม้ ลดลงจากร้อยละ 13.6 ในปี พ.ศ. 2558 เหลือ ร้อยละ 40.0 ล่างรายได้ต่�ำสุด กลับมีแนวโน้มที่เพ่ิมขึ้น
(ภาพที่ 4.7)

ภาพที่ 4.7 สดั ส่วนการถอื ครองสินทรัพย์ทางการเงินของกล่มุ ครัวเรอื นรอ้ ยละ 40 ลา่ งท่ีมรี ายไดต้ ำ่� สุด

22 สัดสว นการถอื ครองสนิ ทรัพยทางการเงินของกลุม
ครวั เรอื นรอ ยละ 40 ลา งท่ีมรี ายไดต า่ํ สุด (รอยละ)
16 15

12 14 12 สัดสวนหนสี้ ินตอ รายไดทง้ั หมดของกลมุ ครัวเรอื น
10 10 13 40% ลางรายไดต าํ่ สุด (เทา )

2556 2558 2560 สัดสวนหนี้สินตอรายไดท ั้งหมดของกลมุ ครวั เรือน
10% ลางรายไดต า่ํ สดุ (เทา)

ท่มี า: ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ

4.2 สถานการณแ์ ละแนวโนม้ ดา้ นสงั คม ในยุค 4.0 อกี ทั้งตอ้ งเผชิญสภาพแวดล้อมทีเ่ ปลี่ยนแปลง
สังคมโลกได้พัฒนามาสู่ยุคโลกาภิวัตน์ หรือยุคไร้ อย่างรวดเร็วเป็นไปในทิศทางท่ีคาดเดาได้ยากและมีแนว
โน้มผันผวนสูงข้ึนตามบริบทใหม่ของโลกที่ต้องเผชิญ
พรมแดนอันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี เป็นโลกที่เรียกว่า โลก VUCA ซ่ึงย่อมาจาก Volatile
สารสนเทศ โครงสร้างอายุประชากรมีสัดส่วนประชากร Uncertain Complex และ Ambiguous รวมทงั้ แนวโนม้
วัยเด็กลดลงในที่สัดส่วนประชากรวัยสูงอายุเพิ่มข้ึน การเปลยี่ นแปลงใหญข่ องโลกทเ่ี รียกวา่ “Megatrends”
โครงสร้างการผลิตเปล่ียนแปลงจากสังคมเกษตรกรรม
เป็นสังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทาย

42 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

4.2.1 โลกสังคมไร้พรมแดน (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อ
โลกสังคมที่ไร้พรมแดนส่งผลให้การเลื่อนไหลของ เศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)(6) เปิดเผยผลส�ำรวจพฤติกรรม
คน ทุน ความรู้ เทคโนโลยี สินคา้ และบรกิ ารทีเ่ ชือ่ มโยง ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประเทศไทยปี พ.ศ. 2561 พบว่า
กันทั่วโลก เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกพ้ืนท่ี พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มข้ึนอย่างต่อเนื่อง
สังคมไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้อย่างกว้าง โดยคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยนานข้ึนเป็น 10 ช่ัวโมง
ขวางผ่านสื่อเทคโนโลยี การบริโภคส่ือหลายช่องทางใน 5 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2560 คือ 3 ช่ัวโมง
ช่วงเวลาเดียวกัน เช่น การใช้สือ่ ออนไลน์เป็นช่องทางใน 41 นาทตี อ่ วนั โดยพบวา่ กจิ กรรมการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ทเ่ี พม่ิ
การซื้อขายรวมถึงการท�ำธุรกรรมต่างๆ การแลกเปลี่ยน ขน้ึ สงู สดุ คอื อา่ นหนงั สอื ออนไลน์ รองลงมาคอื ขายสนิ คา้
การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ และบรกิ าร จองโรงแรม บรกิ ารเรยี กรถรบั จา้ ง จอง/ซอื้ ตวั๋
โดยไม่จ�ำเป็นต้องรู้จักตัวตนซ่ึงกันและกัน ดังเห็นได้จาก ชมภาพยนตร/์ การแสดง (ภาพที่ 4.8)
รายงานของส�ำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ภาพท่ี 4.8 กจิ กรรมการใช้อินเทอร์เน็ตทีม่ ีผูใ้ ช้เพมิ่ ขึ้น ปี พ.ศ. 2561

4.2.2 สงั คมเมือง (Urbanization) การหล่ังไหลเข้ามาของแรงงาน ย้ายถิ่นฐานจากชนบท
การเกิดข้ึนของสังคมเมือง (Urbanization) เข้าสู่เมือง ชุมชนแออัด การขยายตัวของคนช้ันกลาง
ประวตั ศิ าสตรเ์ ศรษฐกจิ โลกชใี้ หเ้ หน็ วา่ ในชว่ งทโี่ ครงสรา้ ง วัฒนธรรมต่างคนต่างอยู่ (Individualization) ขาดการ
ทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง การเกิดขึ้นของเมืองเป็นสิ่ง ช่วยเหลือเก้ือกูลกันในสังคม หรือวิถีชีวิตที่เร่งรีบจนไม่มี
ที่ควบคู่กันไป ถ้าเรามองไปข้างหน้า เป็นผลจากความ เวลาทจ่ี ะสนใจความเปน็ ไปรอบตวั หรอื ไมม่ เี วลาทจ่ี ะดแู ล
กา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี วิถชี ีวิตของคนรนุ่ ใหม่ แรงกดดัน ลกู หลานตามสมควร ปจั จบุ นั แนวโนม้ สดั สว่ นของคนเมอื ง
ทางด้านสังคม การเกิดข้ึนของเมืองจะมาพร้อมกับการ ต่อประชากรท้ังหมดของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มข้ึนอย่าง
สร้างโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ตอ่ เน่ืองในชว่ งปี พ.ศ. 2550 – 2560 (ภาพที่ 4.9) โดย
สถานศึกษา โรงพยาบาล ตลอดจนศูนย์การค้า อย่างไร ในปี พ.ศ. 2560 มีสดั ส่วนของคนเมือง เป็นรอ้ ยละ 49.0
ก็ดี การเกิดข้ึนของเมืองจะมีผลข้างเคียงหลายมิติ เช่น ของประชากรทั้งหมดของประเทศ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 43

ภาพท่ี 4.9 สัดส่วนของคนเมอื งตอ่ ประชากรทง้ั หมดของประเทศ

40% 41% 43% 44% 45% 45% 46% 47% 48% 48% 49%

2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560

ท่มี า: https://www.statista.com/statistics/455942/urbanization-in-thailand/

คาดการณ์ว่าในอีก 35 ปีข้างหน้า ปี พ.ศ. 2593 พบว่า หลังจากปี 2552 ประชากรที่อยู่ในวัยพ่ึงพิง
โลกจะมปี ระชากรคนเมืองเพ่มิ มากขึน้ ถงึ 2.4 พนั ล้านคน ได้แก่ เด็กและผู้สูงอายุ จะมีจ�ำนวนมากกว่าประชากร
คิดเป็นร้อยละ 66.0 ของประชากรโลก อนาคตทวีป ในวัยแรงงาน จากรายงานของส�ำนักงานคณะกรรมการ
เอเชียและแอฟริกาจะมีอัตราการขยายตัวความเป็นเมือง พฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคม พบวา่ อัตราการเปน็ ภาระ
มากท่ีสุด โดยคาดว่าประเทศไทยจะมีประชากรเพิ่มข้ึน (Dependency Ratio) มีแนวโน้มเพ่ิมขึ้น จากร้อยละ
กว่า 11 ล้านคน ประชากรไทยกว่าร้อยละ 73.0 จะกลาย 55.2 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี พ.ศ. 2553 เพ่มิ ขนึ้ เปน็
เปน็ คนเมอื ง(7) 59.1 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี พ.ศ. 2560 เม่ือจ�ำแนก
อตั ราการเปน็ ภาระในวยั สงู อายุ (old-age dependency
4.2.3 สงั คมผสู้ งู อายุ (Aging Society) ratio) เพ่ิมขึ้นจาก 19.67 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี
สังคมไทยในปัจจุบันก�ำลังเผชิญอยู่ในภาวะสังคม พ.ศ. 2553 เป็น 26.23 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี พ.ศ.
ผู้สงู อายุ ทม่ี ีสัดสว่ นโครงสรา้ งประชากรวยั สงู อายเุ พ่ิมขน้ึ 2560 (ภาพท่ี 4.10) นนั่ คือ วัยแรงงานในสังคมไทยจาก
อยา่ งต่อเนอื่ ง ราว 10-20 ปีข้างหนา้ นส้ี งั คมไทยกจ็ ะเข้า เดิม 5 คนตอ่ ผ้สู งู อายุ 1 คน ลดลงเหลอื 3 คนต่อผสู้ ูงอายุ
สูส่ งั คมผู้สงู อายุโดยสมบรู ณ์ (Aged Society) คอื สงั คมที่ 1 คน หมายความว่า วยั แรงงานตอ้ งรับภาระในการดูแล
มีประชากรอายุ 60 ปขี ึน้ ไปที่อยจู่ ริงในพน้ื ท่ตี ่อประชากร ผู้สูงอายุเพ่ิมขึ้น ในอนาคตการดูแลผู้สูงอายโุ ดยลกู หลาน
ทุกช่วงอายุในพ้ืนที่เดียวกัน ในอัตราเท่ากับหรือมากกว่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งการวัฒนธรรมไทยอาจท�ำได้ยากขึ้นอัน
ร้อยละ 20.0 ขึ้นไป หรือมีประชากรอายุ 65 ปีข้ึนไปท่อี ยู่ เน่ืองมาจากอัตราพ่ึงพิงท่ีสูงข้ึน และการเปล่ียนแปลง
จริงในพื้นที่ต่อประชากรทุกช่วงอายุในพ้ืนท่ีเดียวกัน ใน สภาพสงั คม เชน่ การเปลี่ยนแปลงทางลกั ษณะครอบครวั
อัตราเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 14.0 ขึ้นไป โดยจาก และทอี่ ยอู่ าศยั ผสู้ งู อายบุ างสว่ นมคี วามเสย่ี งจะถกู ทอดทง้ิ
ขอ้ มลู ของ United Nations World Population Ageing

ภาพท่ี 4.10 อตั ราการเปน็ ภาระตอ่ วัยแรงงาน 100 คน ปี พ.ศ. 2553 - 2560 อตั ราการเปนภาระในวัยเด็ก
อตั ราการเปนภาระในวัยสงู อายุ
55 55 56 56 57 58 58 59 อัตราการเปนภาระ(รวม)
36% 35% 35% 34% 34% 33% 33% 33%

20 20 21 22 23 24 25 26

2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560
ทม่ี า: สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คม

44 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

4.2.4 สงั คมไทยกบั คุณภาพการศึกษา มือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for
คนไทยได้รับการพัฒนาศักยภาพทุกช่วงวัย แต่มี Economic Co-operation and Development-OECD)
ปัญหาคุณภาพการศึกษายังไม่เพียงพอในการปรับตัวให้ เพ่ือประเมินความสามารถของนักเรียนในการน�ำความรู้
เท่าทันกับการเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมที่หลากหลาย เข้า ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ การอา่ นและคณติ ศาสตร์ จากการเรยี น
สู่สังคมเศรษฐกิจ การสื่อสารท่ีไร้พรมแดน ส่งผลให้คน ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตหรือสถานการณ์จริง
ไทยมีพฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ ปัญหาการแพร่ระบาด พบวา่ ผลการประเมนิ PISA 2015 ปี (พ.ศ. 2558) คะแนน
ของยาเสพตดิ จากการส�ำรวจของสำ� นักงานสถิติแห่งชาติ เฉลีย่ ดา้ นการร้เู รือ่ งวิทยาศาสตร์ การร้เู รื่องการอ่าน และ
ปี พ.ศ. 2561 พบว่าวยั รุ่น 3 ใน 10 ออกไปเทยี่ วกลางคนื การร้เู ร่ืองคณติ ศาสตรข์ องนักเรียนไทยอายุ 15 ปี ต�ำ่ กว่า
และ 1 ใน 10 เล่นพนัน หวย บอล ฯลฯ ค่าเฉลี่ยนานาชาติในทุกวิชา โดยประเทศไทยอยู่อันดับ
โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ ที่ 55 จาก 72 ประเทศ และลดลงจาก PISA 2012 (พ.ศ.
(Program for International Student Assessment: 2555) อนั ดบั ท่ี 50 จากทงั้ หมด 65 ประเทศ (ตารางที่ 4.1)
PISA) เป็นโครงการท่ีริเร่ิมโดยองค์การเพ่ือความร่วม

ตารางท่ี 4.1 ผลการทดสอบของโครงการ PISA 2015 (หนว่ ย : คะแนน)

อนั ดบั ประเทศ วิทยาศาสตร์ ทักษะการอ่าน คณติ ศาสตร์
535 564
1 สิงคโปร์ 556 516 532
509 542
2 ญีป่ นุ่ 538 509 544
487 495
4 จีน (ไทเป) 532 527 548
494 531
6 จีน (มาเกา๊ ) 529 493 490
9 เวยี ดนาม 525 409 415
10 ฮอ่ งกง 523 397 386

11 จีน (ปักกงิ่ -เซ่ียงไฮ-เจียงซู-กวางตุง้ ) 518

คา่ เฉล่ยี นานาชาติ (OECD) 493

55 ไทย 421
63 อนิ โดนีเซีย 403

ทม่ี า: สรปุ ผลการประเมนิ PISA 2015 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 45

4.3 สถานการณแ์ ละแนวโนม้ ดา้ นประชากร ครอบครวั และการอพยพยา้ ยถน่ิ

4.3.1 โครงสรา้ งประชากรเปล่ยี นแปลงเขา้ สู่ มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรรวมทั่วโลกและมีแนว
การเปน็ สงั คมผูส้ ูงอายุ โนม้ วา่ ประชากรผสู้ งู อายเุ หลา่ นจี้ ะมฐี านะยากจน ประเทศ
ในทวีปเอเชียท่ีเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มท่ีแล้ว คือ
แ น ว โ น ้ ม ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง สู ่ สั ง ค ม ผู ้ สู ง อ า ยุ ประเทศญ่ีปุ่น ส�ำหรับประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มสังคมสูง
เกิดขึ้นทว่ั โลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพฒั นาแลว้ ตา่ งเข้า วยั ของกลมุ่ ประเทศอาเซยี นเปน็ อนั ดบั ท่ี 2 รองจากสงิ คโปร์
สสู่ งั คมผสู้ งู วยั อยา่ งสมบรู ณ์ เนอ่ื งจากความเจรญิ ทางดา้ น
เทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย และผลจากการพัฒนา สำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติสรปุ วา่ ประเทศไทยไดก้ า้ วเขา้
ทางเศรษฐกิจท�ำให้ประชาชนมีรายได้เพ่ิมขึ้น มีสุขภาวะ สู่สงั คมผู้สูงอายุแลว้ ตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2548 โดยมปี ระชากรผู้
ที่ดี อายุยืนยาวข้ึน อัตราการตายลดลง ในขณะที่อัตรา สงู อายุ รอ้ ยละ 10.4 ของประชากรทัง้ ประเทศ และคาด
การเกดิ ก็ลดลงดว้ ย ว่าจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” ในช่วงปี พ.ศ.
2567-2568 โดยมปี ระชากรอายุ 60 ปขี ึ้นไป มสี ัดส่วนสงู
องค์การสหประชาชาติได้ประเมินสถานการณ์ว่า มากกวา่ ร้อยละ 20 ของประชากรทงั้ หมด (ภาพที่ 4.11)
ปี พ.ศ. 2544-2643 (ค.ศ. 2001-2100) จะเปน็ ศตวรรษ
แห่งผู้สูงอายุหมายถึงการมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป

ภาพท่ี 4.11 สัดส่วนประชากรผสู้ ูงอายตุ ่อประชากรรวม ปี พ.ศ. 2533 - 2573

ท่ีมา: ขอ้ มูลปี 2533 2543 และ 2553 จากสำ� มะโนประชากรและเคหะ สำ� นักงานสถิติแหง่ ชาติ
ขอ้ มูลปี 2563 เปน็ ตน้ ไป จากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553 - 2583
สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

4.3.2 การเปลี่ยนแปลงของ “สถาบนั ” ครอบครัวไทย งานวนั แม่ ประกวดแมล่ กู ดกโดยแมท่ เี่ ขา้ ประกวดตอ้ งมลี กู
ในศตวรรษท่ี 21 ตงั้ แต่ 15 คนขน้ึ ไป และยงั มกี ารประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิ
สงเคราะห์ผู้มีบุตรมาก ปี พ.ศ. 2499 ครอบครัวไทยใน
ในยุคสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม มีนโยบาย ยคุ สมัยนั้นจงึ มลี ักษณะเป็นครอบครัวขยาย (extended
สนับสนุนการเกิด เช่น การออกค�ำสั่งแต่งต้ังองค์การ family) ท่ีมีคนอยา่ งนอ้ ย 3 รุ่น คือ ปู่ยา่ ตายาย พอ่ แม่
ส่งเสรมิ การสมรสขนึ้ ในกระทรวงสาธารณสขุ เพอ่ื เร่งการ และลูก อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน แม่แต่ละคนมีลูก
เพม่ิ จำ� นวนประชาชากรเพอื่ ความมนั่ คงของชาติ มกี ารจดั

46 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

มากถงึ 5-6 คนโดยเฉลี่ย ทำ� ใหส้ มาชกิ ในครอบครัวอาจมี ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ตามล�ำพังเพิ่มสูงขึ้น จากการ
จำ� นวนมากกวา่ 10 คน บา้ นเรอื นสมยั กอ่ นกวา้ งขวางและมี เปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรส่งผลให้เกิดการ
พนื้ ทมี่ าก บา้ นเรอื นของญาตพิ นี่ อ้ งปลกู ตดิ กนั หรอื ใกลก้ นั เปล่ียนแปลงของขนาดครัวเรือนไทยซึ่งแต่เดิมมีขนาด
ใหญ่ ผูส้ งู อายุอาศัยอยู่รว่ มกับคนหลายรุน่ วัย แตป่ จั จุบนั
ต่อมาในยุคสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร จ�ำนวน ขนาดครวั เรือนไทยได้เลก็ ลงจากเฉล่ยี ประมาณ 5 คนต่อ
ประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมีผลกระทบต่อการ ครวั เรือน เม่อื 50 ปีกอ่ น เหลอื เพียง 3 คนต่อครวั เรือน
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงได้ประกาศ สัดส่วนของผู้สูงอายุที่อยู่ลำ� พังคนเดียวและอยู่ล�ำพังกับคู่
นโยบายประชากรโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 สมรสมแี นวโนม้ สงู ขนึ้ (ภาพที่ 4.12) ซง่ึ ตอ่ ไปจะเกดิ ปญั หา
มีนาคม พ.ศ. 2513 “สนับสนุนการวางแผนครอบครัว วา่ จะมผี ดู้ แู ลหรอื ระบบทชี่ ว่ ยเฝา้ ระวงั ดแู ลผสู้ งู อายเุ หลา่ นี้
ด้วยระบบใจสมัคร เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เก่ียวกับอัตรา อยา่ งไร เมื่อมสี ภาพทต่ี ้องพ่ึงพงิ หรอื ชว่ ยตัวเองไมไ่ ด้
การเพิ่มของประชากรสูงมาก” จากน้ันเป็นต้นมาเกิดค�ำ
พูดทวี่ ่า “ลูกมาก ยากจน” และ “หญิงก็ได้ ชายก็ดี มีแค่
สอง” ผลการวางแผนครอบครัวท�ำให้อัตราการเพิ่มขึ้น
ของประชากรลดลง

ภาพที่ 4.12 สัดสว่ นผู้สูงอายุท่อี าศัยอยตู่ ามลำ� พัง

18 19
16 16

89 9
6

2545 2550 2554 2557

ผสู งู อายุทีอยตู ามลาํ พงั ผสู ูงอายุทีอยูต ามลาํ พังกบั คูสมรส

ท่ีมา: การคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583, สศช.

อัตราการหย่าร้าง เป็นประเด็นทางครอบครัวอีก สมรส (democratization of marriage) เพื่อให้สามี
ประเด็นท่ีส่งสัญญาณความเปราะบางของชีวิตสมรสและ และภรรยามีความเท่าเทียมกันในการเติมเต็มเป้าหมาย
ครอบครัวไทย ด้วยยุคสังคมท่ีเปล่ียนแปลงไปท�ำให้ชาย ในชีวิตตนเองอย่างเสมอภาค พ่อแม่เล้ียงเดี่ยว (single
และหญิงต่างให้ความส�ำคัญกับความเป็นปัจเจกของ parenthood)
ตนเองมากขึ้น ท้ังยังมีความเป็นประชาธิปไตยในชีวิต

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 47

การอยรู่ ว่ มกนั ของเพศเดยี วกนั (same-sex-union) (individualization) สูงขึ้น ต้องการความเป็นส่วนตัว
ความรักระหวา่ งเพศเดยี วกนั ได้รบั การยอมรับและอยู่กิน มากขน้ึ การเลอื กใชช้ วี ติ โสดในเมอื งคนเดยี วมแี นวโนม้ สงู
กันเปดิ เผยเป็นครอบครวั มากขน้ึ มีการยอมรับโดยนติ ินัย ขน้ึ จนปจั จบุ นั พบวา่ ครอบครวั คนเดยี วในเมอื งและชนบท
ในหลายแหง่ มสี ดั ส่วนพอๆ กัน โดยแตก่ ่อนจะพบครัวเรอื นคนเดยี วใน
สังคมชนบทมากกว่าสังคมในเมือง ส่วนหน่ึงเป็นเพราะ
การตง้ั ครรภใ์ นกลมุ่ วยั รนุ่ (teenage pregnancies) ลูกหลานย้ายถิ่นฐานเข้ามาท�ำงานและเรียนหนังสือในตัว
ในขณะทสี่ งั คมไทยกำ� ลงั กงั วลกบั อตั ราการเกดิ ทล่ี ดลง แต่ เมอื ง ท�ำให้ผสู้ ูงอายุในชนบทอยคู่ นเดยี ว คสู่ มรสเสยี ชวี ติ
จ�ำนวนการเกิดในแม่วัยรุ่นกลับมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่าง โดยไมม่ ลี กู หรือมแี ต่อยู่หา่ งไกลจากลกู ๆ นอกจากนี้ด้าน
ต่อเนื่อง รายงานการเพ่ิมข้ึนของแม่วัยรุ่นจากท่ีเคยมี การจดั การเมือง (urban planning)มองวา่ การมจี �ำนวน
จ�ำนวนประมาณ 50,000 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 6.0 ครัวเรือนที่มีขนาดเล็กๆ จ�ำนวนมากนี้ จะใช้ทรัพยากร
ของจ�ำนวนการเกิดท้ังหมดใน พ.ศ. 2503 เปน็ ประมาณ ของสังคมสิ้นเปลืองกว่าการที่แต่ละครัวเรือนมีสมาชิก
130,000 ราย หรอื รอ้ ยละ 14.0 ของจำ� นวนการเกดิ ทง้ั หมด จำ� นวนมากแตม่ จี ำ� นวนครวั เรอื นนอ้ ยๆ เนอื่ งจากสามารถ
ใน พ.ศ. 2533 และยงั พบวา่ แมว่ ยั รนุ่ เหลา่ น้ี สว่ นใหญอ่ ยใู่ น ใชท้ รพั ยากรตา่ งๆ ร่วมกันได้ ไม่วา่ จะเปน็ ตเู้ ยน็ โทรทศั น์
ครอบครวั ทม่ี ฐี านะยากจน มกี ารศกึ ษาคอ่ นขา้ งนอ้ ย ทำ� ให้ เครื่องซกั ผ้า เป็นตน้
บุตรท่ีเกิดมาได้รับการเล้ียงดูท่ีด้อยคุณภาพ ครอบครัว
แบบแมเ่ ลยี้ งเดยี่ วในกรณที เ่ี ลกิ รากบั สามี ยงั เรยี นหนงั สอื 4.3.3 การอพยพยา้ ยถ่นิ
ไม่จบ หรือต้องทิ้งลูกไว้ให้กับพ่อแม่ช่วยเล้ียงดู กลาย ใ น อ ดี ต ที่ ผ ่ า น ม า ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย มี ก า ร พั ฒ น า
เป็นครอบครัวลักษณะข้ามรุ่น (skipped-generation เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเน้นเกษตรกรรมแบบด้ังเดิม
household) ในที่สุด และมีแนวโน้มท่ีเพิ่มขึ้น ปู่ย่า ตา จนถึงในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวกระแสโลกาภิวัตน์เปิด
ยายท่ีรับหลานมาเล้ียงบางกรณีอาจรู้สึกดีท่ีได้ช่วยแบ่ง กว้าง มีการหล่ังไหลของทุนและเทคโนโลยีจากต่าง
เบาภาระให้กับลูกที่ก�ำลังสร้างครอบครัว สร้างฐานะ แต่ ประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
ในบางกรณกี ารเลยี้ งดหู ลานกลบั กลายเปน็ ภาระทม่ี ผี ลตอ่ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเป็นสาเหตุส�ำคัญที่
สขุ ภาพรา่ งกายของปยู่ า่ ตายาย ปญั หาเงนิ เลย้ี งดหู ลานไม่ ทำ� ใหเ้ กดิ การยา้ ยถน่ิ เขา้ มาในเขตเมอื งของจงั หวดั และเขต
เพยี งพอ ทงั้ อาจเกดิ ปญั หากบั พฒั นาการของเดก็ ในกรณที ี่ ปริมณฑล นอกจากน้ีผลจากการกระชายความเจริญไป
ปู่ยา่ ตายาย ไม่สามารถดแู ลเอาใจใสไ่ ด้เทา่ ท่ีควร ไมว่ ่าจะ ส่ภู ูมิภาคต่างๆ เช่น โครงการพฒั นาอตุ สาหกรรมชายฝั่ง
เปน็ เรื่องอาหารการกนิ การเรียนหนังสอื หรืออาจตามใจ ตะวันออกก็นับว่าท�ำให้เกิดการเคลื่อนย้ายจากเมืองไปสู่
หลานมากเกนิ ไปเพอ่ื ชดเชยกบั การทหี่ ลานไมไ่ ดอ้ ยใู่ กลพ้ อ่ เมืองเพ่ิมมากข้ึน เม่ือพิจารณาจากการท�ำงานของผู้ย้าย
แม่หรือเพื่อให้หลานรัก ปัญหาส�ำคัญอีกประการหนึ่งคือ ถิน่ เข้ามาทำ� งานในสาขาเศรษฐกิจต่างๆ แลว้ จากขอ้ มลู
ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยซ่ึงนับวันจะรุนแรงมากยิ่งข้ึนใน ของสำ� นกั งานสถติ ิแหง่ ชาติ ในปี พ.ศ. 2560 พบวา่ สาขา
ยุคสังคม social network ท่ีท�ำให้เด็กวัยรุ่นรับข่าวสาร การผลิตในส่วนอุตสาหกรรมโรงงานมีจ�ำนวนผู้ย้ายถิ่นสูง
ตา่ งๆ อย่างรวดเรว็ ปู่ย่า ตายาย หากไม่เขา้ ใจวยั รุ่น ไม่ ทส่ี ดุ รองลงมาคอื สาขาเกษตรและสาขาบรกิ ารตา่ งๆ เชน่
สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงไดท้ ัน อาจนำ� ไปสู่ความ การทอ่ งเทยี่ ว การค้าสง่ และค้าปลีกต่างๆ เปน็ ตน้
ขัดแยง้ ได้ การย้ายถ่ินมีผลกระทบต่อโครงสร้างทางประชากร
เศรษฐกิจและสังคมของท้ังท้องท่ีซึ่งมีการย้ายถิ่นเข้าและ
คนเลอื กจะอยคู่ นเดยี ว (single-person household ยา้ ยถิ่นออกอยา่ งมากและมผี ลตอ่ โครงสร้างประชากร
หรอื one-person household) เริ่มมจี ำ� นวนมากขึน้ ใน
สังคมสมัยใหม่ ซ่ึงลักษณะการอยู่คนเดียวเช่นนี้สะท้อน
ให้เห็นถึงลักษณะของคนในสังคมที่มีความเป็นปัจเจก

48 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

1) การยา้ ยถนิ่ ภายในประเทศ (internal migration) ดีกว่าคนท่ัวไปในชนบท การย้ายถ่ินในลักษณะนี้เรียกว่า
การย้ายถ่ินภายในประเทศกระแสหลักกระแสหนึ่ง การไหลของสมอง (brain drain)
คอื การยา้ ยถ่นิ จากชนบทสู่เมอื ง ซงึ่ เกิดขน้ึ ในเกอื บทุกๆ
ประเทศระหวา่ งการพฒั นาเศรษฐกจิ จากเกษตรกรรมเปน็ จากข้อมูลการส�ำรวจการย้ายถิ่นของประชากร
อตุ สาหกรรม สง่ ผลใหอ้ ัตราเพ่มิ ของประชากรเมอื งสูงขนึ้ ปี พ.ศ. 2560(8) พบว่า มผี ยู้ า้ ยถิน่ จำ� นวน 632,000 คน
ลักษณะของผู้ย้ายถิ่น พบว่าผู้ที่มีอัตราการย้ายถ่ิน หรอื คดิ เปน็ อตั ราการยา้ ยถน่ิ รอ้ ยละ 0.9 จากประชากรทวั่
ทีส่ งู คือ วยั รุ่นกอ่ นอายุ 20 ปี จนกระทง่ั ถึงอายตุ ้น 30 ปี ประเทศไทย (67.70 ลา้ นคน) โดยเปน็ การยา้ ยถนิ่ ภายใน
อัตราเพ่ิมโดยเฉลี่ยของประชากรในเมืองและใน ประเทศ จ�ำนวน 608,000 คน สาเหตุของการย้ายถิ่น
ชนบท นอกจากน้ี การยา้ ยถ่ินเปล่ียนแปลงตามการศกึ ษา ไดแ้ ก่ หนา้ ทกี่ ารงาน ตดิ ตามครอบครวั กลบั ภมู ลิ ำ� เนา ยา้ ย
ผู้ท่ีย้ายถ่ินจากชนบทสู่เมืองมักจะเป็นผู้ท่ีมีการศึกษา ที่อยู่อาศัย ช่วยธุรกิจครัวเรือนและอื่นๆ และการศึกษา
(ภาพที่ 4.13)

ภาพที่ 4.13 รอ้ ยละการย้ายถ่ินภายในประเทศ ปี พ.ศ. 2560 จำ� แนกตามสาเหตขุ องการยา้ ยถ่ิน

ชว ยธุรกจิ ครวั เรอื นและอืนๆ, การศกึ ษา, 5.5, 0.1%
9.9, 0.1%
ตดิ ตามคนในครอบครวั , 20.2, 0.2%
กลับภูมิลาํ เนา, 16, 0.2%
ติดตามคนในครอบครัว
ยา ยทอี ยูอาศยั , 15.2, 0.2% หนา ทกี ารงาน
ท่ีมา: สำ� รวจการยา้ ยของประชากร พ.ศ. 2560 ยา ยทีอ ยูอาศยั
กลบั ภูมิลําเนา
ชวยธรุ กิจครัวเรอื นและอนื ๆ
การศึกษา

หนาทีการงาน, 33.2, 0.3%

ส�ำหรับผู้ย้ายถิ่น ประกอบด้วยผู้ท�ำงานสาขาการ สาขาเกษตรกรรม สาขาที่พักและบริการอาหาร ท่ีเหลือ
ผลติ มากท่ีสุด รองลงมาเป็น สาขาการขายส่ง ขายปลกี ฯ เป็นสาขาอนื่ ๆ ดงั ภาพที่ 4.14

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 49

ภาพที่ 4.14 จำ� นวนผ้ยู ้ายถนิ่ จ�ำแนกตามอตุ สาหกรรมของผ้ยู ้ายถน่ิ ปี พ.ศ. 2560 (หนว่ ย : หมืน่ คน)

การผลติ 8.98

ขายสง ขายปลกี 8.22

เกษตรกรรม 6.8

ทพี ักแรมและบรกิ ารอาหาร 5.17

การกอสรา ง 3.71

ขนสงฯ 1.35

อนื ๆ 5.3

อนื ๆ ขนสงฯ การกอสราง ทพี ักแรมและบริการอาหาร เกษตรกรรม ขายสงขายปลกี การผลิต

ทม่ี า : ส�ำรวจการยา้ ยของประชากร พ.ศ. 2560

2) การย้ายถิ่นระหวา่ งประเทศ (international แล้วไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยหลังส�ำเร็จการศึกษา
migration) แล้ว ปัจจัยส�ำคัญคือ ความแตกต่างของรายได้ท่ีได้รับ
ส่วนการย้ายถ่ินของแรงงานประเภทท่ีใช้ก�ำลัง กระแส
การย้ายถิ่นระหว่างประเทศของไทยมีมานานแล้ว การยา้ ยถ่นิ ระหว่างประเทศเพิม่ มากในช่วงปี พ.ศ. 2516
มีท้ังผู้อพยพเข้าประเทศและผู้อพยพออกไปต่างประเทศ โดยมจี ดุ มงุ่ หมายไปทำ� งานในประเทศแถบตะวนั ออกกลาง
ปัจจัยท่ีท�ำให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้ามาท�ำงานใน ประเทศซาอดุ อิ าระเบยี ตอ่ มาการยา้ ยถน่ิ ระหวา่ งประเทศ
ประเทศไทย คือ รายได้ไม่เพียงพอในการด�ำรงชีพจาก เปล่ียนเป็นมุ่งหน้าไปยังประเทศใกล้ๆ แถบเอเชีย โดย
อาชีพเกษตรกรรมแบบยังชีพในประเทศของตนและ เฉพาะญ่ีปุ่น ไต้หวัน ปี พ.ศ. 2561 จากข้อมูลของกอง
มีการว่างงานตามฤดูกาล การพัฒนาอุตสาหกรรมท่ีใช้ บริหารแรงงานไปต่างประเทศ พบประเทศไต้หวัน
แรงงานมากประเภทแรงงานไร้ฝีมือและก่ึงฝีมือเป็นส่วน เป็นประเทศท่ีแรงงานไทยได้รับอนุญาตให้เดินทางไป
หน่ึงที่ดึงดูดให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่นเข้ามา จากข้อมูล ท�ำงานมากท่ีสุด จ�ำนวน 17,277 คน (ร้อยละ 32.2)
การส�ำรวจการย้ายถิ่นของประชากร ปี พ.ศ. 2560 พบ รองลงมาคือ ประเทศญ่ีปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี แต่
ว่า ประเทศท่ีแรงงานย้ายเข้ามาไทยมากที่สุด 5 อันดับ เมือ่ เปรยี บเทยี บจากปี พ.ศ. 2557 แนวโน้มแรงงานไทย
ไดแ้ ก่ เมียนมาร์ ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปท�ำงานประเทศไต้หวันลดลง
ส่วนประเทศสวีเดนและสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มขึ้น รายได้
ส่วนกรณีแรงงานไทยอพยพไปท�ำงานต่างประเทศ ส่งกลับจากการท�ำงานต่างประเทศท่ีแรงงานไทยส่งกลับ
น้นั แยกไดเ้ ปน็ 2 กรณี คือ กรณีของการอพยพออกของ ผ่านระบบธนาคารแหง่ ประเทศไทย พบวา่ ปี พ.ศ. 2561
แรงงานท่ีเรียกว่า ชนชั้นมันสมอง (brain drain) กับ แรงงานไทยส่งเงินผ่านระบบธนาคาร จ�ำนวน 140,804
แรงงานประเภทที่ใช้ก�ำลังในการท�ำงานมากกว่า ใน ล้านบาท โดยมแี นวโนม้ เพม่ิ ขึน้ เมอ่ื เทยี บกับปที ผ่ี ่านมา
ช่วงปี พ.ศ. 2508 - 2523 ประเทศไทยประสบปัญหา
มี brain drain เข้าไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกามากที่สุด
ได้แก่ นักเรียนไทยส่วนหนึ่งที่ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ

50 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

4.4 ปญั หาสขุ ภาพทส่ี ำ� คญั และคณุ ภาพชวี ติ ของคนไทย adjust life expectancy: HALE) ในปี พ.ศ. 2559 ของ
4.4.1 เครื่องชวี้ ดั ดา้ นสุขภาพของประชาชน ประชากรชายและหญิงมีคา่ 64 ปแี ละ 70 ปี ตามลำ� ดบั
1) อายคุ าดเฉลยี่ เมอื่ แรกเกดิ (life expectancy (ภาพท่ี 4.16) ซ่งึ อายุคาดเฉล่ียเมอ่ื แรกเกิดและอายุคาด
เฉล่ียของการมีสขุ ภาพดีของประชากรไทยมแี นวโน้มเพ่ิม
at birth: LE) ของประชากรไทย จากรายงาน พบวา่ ในปี ข้ึนอย่างต่อเน่ือง
พ.ศ. 2561 อายคุ าดเฉลีย่ เม่ือแรกเกดิ ของประชากรชาย
และหญงิ มีค่า 72.2 ปี และ 78.9 ปี ตามลำ� ดับ (ภาพที่
4.15) ในขณะที่ อายคุ าดเฉลย่ี ของการมสี ขุ ภาพดี (health

ภาพท่ี 4.15 อายุคาดเฉลย่ี เมอ่ื แรกเกดิ (life expectancy at birth: LE) พ.ศ. 2553-2561

ที่มา: http://statbbi.nso.go.th/ สำ� นกั งานสถิติแห่งชาติ

ภาพที่ 4.16 อายคุ าดเฉล่ยี ของการมสี ขุ ภาพดี (health adjust life expectancy: HALE) พ.ศ. 2543-2559

ที่มา: http://apps.who.int/

อยา่ งไรกต็ าม อายคุ าดเฉลย่ี ดงั กลา่ วยงั คงตำ�่ กวา่ เมอื่ for Economic Co-operation and Development:
เปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ ประเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ (Organization OECD) (ภาพที่ 4.17)
ภาพที่ 4.17 อายุคาดเฉลีย่ เมอ่ื แรกเกดิ (Life expectancy at birth: LE) และอายุคาดเฉล่ยี ของการมสี ุขภาพดี
(Health Adjust Life Expectancy: HALE) ในกลุม่ ประเทศ OECD

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 51

2) ดชั นกี ารสญู เสยี ปสี ขุ ภาวะ (disability adjusted พบวา่ กลมุ่ โรคไมต่ ิดต่อเรอื้ รังเป็นสาเหตุของการสญู เสียปี
life years: DALYs) เป็นเคร่ืองชี้วัดภาระโรคท่ีใช้บอก สุขภาวะทเี่ พ่มิ ข้นึ จากร้อยละ 68.0 ในปี พ.ศ. 2553 เป็น
ขนาดปญั หาสขุ ภาพในภาพรวมของประชากร เมอื่ เปรยี บ รอ้ ยละ 72.0 ในปี 2559 (ภาพที่ 4.18)
เทยี บสาเหตุของการสญู เสียปสี ุขภาวะ ดชั นที บ่ี อกถึงการ
พัฒนาระบบบริการสุขภาพมีแนวโน้มดีข้ึน คือ กลุ่มโรค เมอื่ จำ� แนกตามเพศ ในปี พ.ศ. 2559 พบวา่ สาเหตทุ ี่
ตดิ เชือ้ ความผดิ ปกติในมารดาและปรกิ �ำเนดิ และ/ภาวะ ชายไทยสญู เสยี ปสี ขุ ภาวะสงู สดุ เกดิ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนน
โภชนาการบกพร่อง ในปี พ.ศ. 2553 มีสัดส่วนร้อยละ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ตามล�ำดับ ใน
18.0 ลดลงเหลือร้อยละ 15.0 ในปี พ.ศ. 2559 แตก่ ลับ ขณะท่ีเพศหญิงสาเหตุเกิดจากโรคหัวใจขาดเลือด โรค
หลอดเลอื ดสมอง โรคเบาหวาน ตามล�ำดบั (ภาพที่ 4.19)

ภาพท่ี 4.18 การสูญเสยี ปสี ขุ ภาวะ (Disability Adjusted Life Years: DALYs) พ.ศ. 2553 และ 2559 จ�ำแนก
ตามสาเหตหุ ลกั ใชร้ ูปเดิมปรับสแี ละตวั อักษร

พ.ศ.2553 พ.ศ.2559

14% 18% 14% 15%

68% 72%

กลุมโรคติดเชอื ความผิดปกติในมารดาและปริกําเนิด และ/ภาวะโภชนาการบกพรอ ง
กลมุ โรคไมติดตอ เรอื รัง
การบาดเจบ็

ภาพที่ 4.19 การสูญเสียปสี ขุ ภาวะ (disability adjusted life years: DALYs) พ.ศ. 2559 จำ� แนกตามเพศ

อุบตั เิ หตทุ างถนน(967.0) 7.6 โรคหวั ใจขาดเลือด(515.9) 5.5
โรคหวั ใจขาดเลือด(805.6) 6.3 โรคหลอดเลอื ดสมอง(449) 4.8
โรคหลอดเลือดสมอง(735.2) 5.8 4.6
ติดเชือทางเดนิ หายใจสวนลาง… 4.4 โรคเบาหวาน(435.2) 4.0
4.1 โรคอัลไซเมอร( 372.1) 3.2
HIV/เอดส( 526.7) 4.1 สญู เสียการไดยิน(303.5) 3.2
โรคปอดอุดกนั เรอื รัง(517.1) 3.8 2.9
3.3 HIV/เอดส(303.2) 2.7
มะเร็งตับ(489.7) 3.0 อุบัติเหตทุ างถนน(274.1) 2.2
ตบั แข็ง(425.0) โรคปอดอดุ กันเรอื รงั (256.2)
ทาํ รายตนเอง(382.9) 2.8 ชาย 2.0 หญิง
มะเรง็ ปอด(358.7) โรคไตเสือม(205.2)
มะเร็งเตา นม(191.6)

52 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

4.4.2 สาเหตุการตาย และโรคอน่ื ๆ ของปอด โรคหลอดเลอื ดสมอง โรคเบาหวาน
ในปี พ.ศ. 2560 สาเหตกุ ารตายสำ� คญั ทมี่ แี นวโนม้ สงู ฆ่าตัวตาย ความดันโลหิตสูง และโรคเอดส์ ตามล�ำดับ
ขึ้นของประชากรไทย คอื โรคมะเรง็ และเน้ืองอกทุกชนิด (ภาพที่ 4.20)
อบุ ตั เิ หตจุ ากการคมนาคมขนสง่ โรคหวั ใจ โรคปอดอกั เสบ

ภาพที่ 4.20 อัตราตายจากโรคท่สี �ำคัญ พ.ศ. 2557-2560 ต่อประชากร 100,000 คน

114 119 121 มะเร็งและเนอื งอกทกุ ชนดิ

108 4243 4449 อุบตั เิ หตุการคมนาคมขนสง
30 32 โรคหวั ใจ
49 22 19 24 22 โรคปอด
394039 โรคหลอดเลือดสมอง
181011 9 7 12 8 5 12 8 โรคเบาหวาน
ฆา ตวั ตาย
ความดนั โลหติ สงู
45 โรคเอดส
32 36
24 22 7 13 7

2557 2558 2559 2560

4.4.3 อตั ราปว่ ยจากโรคส�ำคญั คอื โรคความดนั โลหติ สงู โรคเบาหวาน โรคมะเรง็ และเนอ้ื
สาเหตุความเจ็บป่วยของประชากรไทยที่มีแนวโน้ม งอกทกุ ชนดิ โรคหวั ใจขาดเลอื ด และโรคหลอดเลอื ดสมอง
เพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ืองในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเร้ือรังท่ีส�ำคัญ ตามล�ำดบั (ภาพที่ 4.21)

ภาพท่ี 4.21 อัตราเจบ็ ป่วยดว้ ยโรคทส่ี �ำคญั พ.ศ. 2557-2560 ตอ่ ประชากร 100,000 คน

1,901 2,009 2,091 มะเรง็ และเนืองอกทุกชนดิ
โรคหัวใจขาดเลือด
1,711

1,233 1,293 1,345 โรคหลอดเลอื ดสมอง
1,033 1026 1083 1117 โรคเบาหวาน
829
845 1012 1027 ความดันโลหติ สูง
810

352 430 451 467

2557 2558 2559 2560

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 53

4.4.4 คุณภาพชีวิตของคนไทย และภัยธรรมชาตอิ ยา่ งถูกวิธี ร้อยละ 1.34 และตัวช้วี ดั ที่
จากเอกสารรายงานคณุ ภาพชวี ติ ของคนไทย ปี พ.ศ. 12 ครวั เรอื นถูกรบกวนจากมลพษิ ร้อยละ 0.
2560 โดยคณะกรรมการอ�ำนวยการงานพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตของประชาชน (พชช.) ได้น�ำเสนอผลการจัดเก็บ หมวดท่ี 3 การศึกษา มี 5 ตวั ชีว้ ดั
ข้อมลู ความจ�ำเปน็ พน้ื ฐาน (จปฐ.) ท�ำให้ทราบถึงคุณภาพ ตัวชี้วัดที่คนไทยผ่านเกณฑ์มากท่ีสุด 3 อันดับแรก
ชวี ติ ของประชาชนภาพรวมในทุกระดบั ของประเทศ โดย ได้แก่ ตัวชี้วัดท่ี 15 เด็กอายุ 3-5 ปี ได้รับบริการเล้ียง
มีเครื่องมือในการวัดผลคุณภาพชีวิตของคนไทย จ�ำนวน ดูเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียน ร้อยละ 99.8 รอง
5 หมวด 31 ตัวช้ีวดั มผี ลดังนี้ ลงมา ตวั ชว้ี ัดที่ 19 คนอายุ 15-59 ปี อ่าน เขยี นภาษา
หมวดท่ี 1 สขุ ภาพ มี 7 ตวั ชวี้ ัด ไทย และคิดเลขอย่างง่ายได้ร้อยละ 99.3 และตัวช้ีวัดท่ี
ตัวช้ีวัดท่ีคนไทยผ่านเกณฑ์มากที่สุด 3 อันดับแรก 18 คนในครวั เรือนท่จี บการศกึ ษาภาคบงั คบั 9 ปี ท่ไี มไ่ ด้
ไดแ้ ก่ ตวั ชวี้ ดั ที่ 3 เดก็ แรกเกดิ ถงึ 12 ปี ไดร้ บั วคั ซนี ปอ้ งกนั เรียนต่อและยังไม่มีงานท�ำ ได้รับการฝึกอบรมด้านอาชีพ
โรคครบตามตารางสรา้ งเสรมิ ภูมิคมุ้ กนั โรค ร้อยละ 99.9 รอ้ ยละ 95.9 ตามลำ� ดับ
รองลงมา ตัวชี้วัด 1 เด็กแรกเกิดมีน�้ำหนัก 2,500 กรัม หมวดท่ี 4 การมงี านท�ำและรายได้ มี 4 ตวั ชว้ี ดั
ขน้ึ ไป ร้อยละ 99.6 และตัวชีว้ ัดท่ี 7 คนอายุ 6 ปีขน้ึ ไป ตัวช้ีวัดท่ีคนไทยผ่านเกณฑ์มากท่ีสุด 3 อันดับแรก
ออกก�ำลงั กายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 นาที ได้แก่ ตัวชี้วัดท่ี 22 รายได้เฉล่ียของคนในครัวเรือนต่อปี
ร้อยละ 99.2 ตามล�ำดับ รอ้ ยละ 99.0 รองลงมา ตัวชี้วัดที่ 20 คนอายุ 15-59 ปี มี
ตวั ชว้ี ดั ทคี่ นไทยไมผ่ า่ นเกณฑม์ ากทสี่ ดุ 3 อนั ดบั แรก อาชีพและรายได้ รอ้ ยละ 99.0 และตวั ชีว้ ัดที่ 21 คนอายุ
ไดแ้ ก่ ตัวชว้ี ดั ท่ี 6 คนอายุ 35 ปขี ึน้ ไปไมไ่ ดร้ ับการตรวจ 60 ปขี นึ้ ไป มอี าชีพและรายได้ ร้อยละ 93.2 ตามล�ำดับ
สุขภาพประจ�ำปี ร้อยละ 4.3 รองลงมา ตัวช้ีวัดท่ี 2 ตวั ชว้ี ดั ทคี่ นไทยไมผ่ า่ นเกณฑม์ ากทส่ี ดุ 3 อนั ดบั แรก
เด็กแรกเกิดไม่ได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน ไดแ้ ก่ ตัวชีว้ ัดท่ี 23 ครัวเรอื นไมม่ ีการเก็บออมเงิน ร้อยละ
แรกติดตอ่ กัน ร้อยละ 3.3 และตวั ชว้ี ดั ที่ 4 ครวั เรือนไม่ได้ 17.2 รองลงมา ตวั ชวี้ ดั ที่ 21 คนอายุ 60 ปขี น้ึ ไป ไมม่ อี าชพี
กนิ อาหารถกู สุขลกั ษณะ ปลอดภัยและไดม้ าตรฐาน ร้อย และรายได้ รอ้ ยละ 6.8 และตัวชวี้ ัดที่ 20 คนอายุ 15-59 ปี
ละ 1.4 ไม่มอี าชพี และรายได้ รอ้ ยละ 0.98
หมวดท่ี 2 สภาพแวดล้อม มี 7 ตัวช้วี ัด หมวดที่ 5 ค่านิยม มี 8 ตวั ช้ีวัด
ตัวช้ีวัดที่คนไทยผ่านเกณฑ์มากท่ีสุด 3 อันดับแรก ตัวช้ีวัดท่ีคนไทยผ่านเกณฑ์มากที่สุด 3 ล�ำดับแรก
ไดแ้ ก่ ตวั ชีว้ ดั ท่ี 14 ครวั เรอื นมคี วามปลอดภยั ในชีวติ และ ได้แก่ ตัวชว้ี ดั 27 ผูส้ ูงอายุ ไดร้ ับการดูแลจากครอบครัว
ทรัพย์สนิ ร้อยละ 99.9 รองลงมา ตัวช้ีวดั ท่ี 9 ครัวเรอื น ชมุ ชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน รอ้ ยละ 99.9 รองลงมา
มีน�้ำสะอาดส�ำหรับด่ืมและบริโภคเพียงพอตลอดปี อย่าง ตวั ชวี้ ดั ท่ี 29 ผปู้ ว่ ยโรคเรอื้ รงั ไดร้ บั การดแู ลจากครอบครวั
น้อยคนละ 5 ลิตรต่อวัน รอ้ ยละ 99.8 และตวั ชว้ี ดั ที่ 10 ชมุ ชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน รอ้ ยละ 99.9 และตัวชวี้ ัด
ครวั เรอื นมนี ำ�้ ใชเ้ พยี งพอตลอดปี อยา่ งนอ้ ยคนละ 45 ลติ ร ท่ี 28 ผ้พู ิการ ได้รบั การดแู ลจากครอบครวั ชุมชน ภาครัฐ
ต่อวัน รอ้ ยละ 99.7 ตามลำ� ดับ หรอื ภาคเอกชน รอ้ ยละ 99.9 ตามล�ำดบั
ตวั ชวี้ ดั ทคี่ นไทยไมผ่ า่ นเกณฑม์ ากทสี่ ดุ 3 อนั ดบั แรก ตวั ชว้ี ดั ทค่ี นไทยไมผ่ า่ นเกณฑม์ ากทส่ี ดุ 3 ลำ� ดบั แรก
ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 11 ครัวเรือนไม่มีการจัดบ้านเรือนเป็น ได้แก่ ตัวชี้วัดท่ี 25 คนในครัวเรือนสูบบุหร่ี ร้อยละ 7.3
ระเบยี บเรยี บรอ้ ย สะอาดและถกู สุขลกั ษณะ ร้อยละ 3.9 รองลงมา ตวั ชวี้ ดั ท่ี 24 คนในครวั เรอื นดม่ื สรุ า รอ้ ยละ 6.9
รองลงมา ตวั ชวี้ ัดที่ 13 ครวั เรือนไม่มีการปอ้ งกนั อุบตั ภิ ัย และตัวชวี้ ดั ที่ 31 ครอบครวั ไม่มคี วามอบอุ่น ร้อยละ 0.8

54 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

4.5 สถานการณข์ องปจั จยั ทางสงั คมทก่ี ำ� หนดสขุ ภาพ (social determinants of health: SDH)

ปัจจัยทางสังคมที่ก�ำหนดสุขภาพ (Social โดยระบบเศรษฐกจิ การเมืองและการกระจายทรัพยากร
Determinants of Health: SDH) องค์การอนามัยโลก ในระดับท้องถ่ิน ระดับชาติและระดับโลก โดยปจั จัยเหล่า
ได้ให้นิยามว่า หมายถึง สภาวะแวดล้อมของบุคคลตั้งแต่ นม้ี ผี ลทำ� ใหบ้ คุ คลมคี วามแตกตา่ งกนั ในเชงิ สงั คมและทำ� ให้
เกิด เตบิ โต ท�ำงานและชราภาพ ซงึ่ สภาวะน้ันถูกกำ� หนด เกดิ ความไม่เป็นธรรมในด้านสขุ ภาพ (ภาพท่ี 4.22)

ภาพที่ 4.22 ปัจจยั ทางสงั คมทกี่ ำ� หนดสุขภาพ (social determinants of health: SDH)

อายุ เพศ
ปจจยั สว นบุคคล

ทกี าํ หนดมา
แตกําเนดิ

4.5.1 พฤติกรรมสขุ ภาพ (health behavior) แนวโนม้ การสูบบหุ รี่และดมื่ สรุ าลดลงเมอื่ เทียบกับผูห้ ญงิ
1) พฤตกิ รรมการสูบบหุ ร่ีและดมื่ สุรา ซ่ึงพฤติกรรมดังกล่าวจะเหน่ียวน�ำไปสู่การเป็นกลุ่มโรค
แนวโนม้ ของการสบู บหุ รแ่ี ละดมื่ สรุ าในประชากรอายุ ไม่ติดตอ่ เร้ือรัง (non-communicable disease: NCDs)
15 ปขี นึ้ ไปลดลงไมม่ าก แตล่ ดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยผชู้ ายมี (ภาพที่ 4.23 และ 4.24)

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 55

ภาพท่ี 4.23 อตั ราการสบู บุหรข่ี องประชากรอายุ 15 ปขี ้ึนปี พ.ศ. 2556-2560 ชาย
หญิง
39 41 39 38 รวม

20 21 20 19
2222

2556 2557 2558 2560

ภาพที่ 4.24 อัตราการด่ืมสุราของประชากรอายุ 15 ข้นึ ไป ปี พ.ศ. 2556-2560

55 53 57 48
12 13 13 11 ชาย

หญิง
2556 2557 2558 2560

2) พฤตกิ รรมการเสยี่ งในการขับข่ยี านพาหนะ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงในการขับข่ียานพาหนะ
จากรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทาง ได้แก่ ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ขับรถเร็ว ขับรถตาม
ถนนของกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2560 พบว่าสาเหตุ กระชัน้ ชิด ขับรถไมช่ ำ� นาญ เปน็ ตน้ (ภาพท่ี 4.25)
ส�ำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของประชากรไทย

ภาพท่ี 4.25 มูลเหตสุ ันนษิ ฐานของการเกดิ อบุ ัติเหตทุ างถนนของประเทศไทย พ.ศ. 2560 (9 อนั ดับแรก)

ตดั หนา กระชัน้ ชดิ 9,885
ขบั รถเร็ว 8,773
8,220
ขบั รถตามกระชั้นชิด ฝน 7,869
ตกถนนล่นื ถนนชํารุด
ขับรถไมช ํานาญ 3,782
3,363
อปุ กรณช ํารุด บกพรอ ง 3,270
ไมย อมใหร ถที่มสี ทิ ธิไปกอ น 2,279
1,350
ขบั รถผดิ ชอ งทาง 899
ขบั รถครอมเสน แบง ทาง 845
798
หลับใน
เมาสรุ าและสารเสพติด
ฝา ฝนสัญญาณไฟเคร่อื งหมายจราจร

56 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

4.5.2 ส่ิงแวดล้อม (environment) 3) มลพิษทางน้�ำ จากสารมลพิษที่ปนเปื้อนอยู่ใน
ประเทศไทยเป็นประเทศหน่ึงท่ีมีการเปล่ียนแปลงสู่ แหลง่ นำ้� เชน่ จลุ นิ ทรยี ์ แคดเมยี่ ม ตะกว่ั ปรอท ไนโตรเจน
ประเทศอตุ สาหกรรมบวกกบั นโยบายเขตพฒั นาเศรษฐกจิ เป็นตน้
พิเศษและโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค
ตะวันออก (Eastern Economic Corridor) เพิ่มการ 4) มลพษิ ทางเสียงหรือการไดส้ ัมผัสเสียงดงั เกินไป
เตบิ โตทางเศรษฐกิจ การเคล่อื นยา้ ยประชากรส่เู ขตเมือง 5) ปัญหาส่ิงแวดล้อมจากสถานที่ท�ำงาน เช่น ฝุ่น
การเคลื่อนย้ายของแรงงานข้ามชาติ ได้ก่อให้เกิดปัญหา ใยหนิ ในโรงงานอตุ สาหกรรม อบุ ตั เิ หตแุ ละสารเคมี เปน็ ตน้
สงิ่ แวดลอ้ ม ปญั หามลพษิ ทเี่ กดิ ขนึ้ กบั สง่ิ แวดลอ้ มนนั้ สง่ ผล ดังน้ันสหประชาชาติจึงได้ก�ำหนดเป้าหมายการ
กระทบตอ่ สขุ ภาพและการเกดิ โรคของประชาชน ประกอบ พัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals
ไปดว้ ยปัญหาทสี่ �ำคัญ ดงั น้ี หรอื SDGs) ในเปา้ หมายท่ี 3.9 คอื ลดจำ� นวนการตายและ
1) ปัญหามลพิษทางอากาศ แหล่งก�ำเนิดจาก การป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและ
ยวดยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม การใช้สารเคมี มลพษิ ทางอากาศ น้ำ� และดนิ ให้ลดลงอย่างมาก ภายใน
ทางการเกษตร ขยะมูลฝอยและส่ิงปฏิกูลท่ีไม่ได้ท�ำลาย ปี พ.ศ. 2573
อย่างถูกวิธีและเขม่า ควัน หรือแก๊สจากที่อยู่อาศัยหรือ องคก์ ารอนามยั โลก(9) ไดอ้ อกรายงานการศกึ ษาเรอ่ื ง
อาคารบา้ นเรือน เปน็ ตน้ “มลพษิ ทางอากาศ: การประเมนิ การสัมผสั และภาระโรค”
2) สารมลพิษทางอากาศท่ีส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประจ�ำปี 2559 พบว่าประชากรไทย 22,375 คน เสีย
ได้แก่ แก๊สคาร์มอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide: ชีวิตจากมลพิษทางอากาศและพบว่าประเทศไทยมีวัตถุที่
CO) แกส๊ ซลั เฟอรไ์ ดออกไซด์ (Sulfur dioxide: SO2) แกส๊ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร หรือ
ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ฝุ่นและละอองท่มี ีขนาดเล็ก PM2.5 ที่สงู คอื 25 ไมโครกรมั /ลกู บาศก์เมตร ในขณะท่ี
ควนั ด�ำ ตะก่วั เป็นต้น องค์การอนามยั โลกก�ำหนดใหไ้ มค่ วรเกิน 10 ไมโครกรมั /
ลูกบาศก์เมตร

ตารางท่ี 4.2 ความเข้มขน้ ของ PM2.5 และจำ� นวนผูเ้ สยี ชวี ติ ด้วยมลพิษทางอากาศ

สาร PM2.5 จ�ำนวนคนตาย อตั ราการตาย
ประเทศ ไมโครกรมั /ลบ.ม. โรค ALRI โรค COPD โรคมะเร็งปอด โรค IHD โรค Stroke รวม (ตอ่ ประชากร
จีน
1 แสนคน
54 6,716 90,626 228,479 257,638 449,373 1,032,832 76

อินเดยี 62 36,914 110,500 26,334 249,388 195,001 621,137 49

อินโดนีเซยี 14 2,534 1,000 4,951 16,781 36,527 61,793 25

ญ่ีปุน่ 13 18 281 9,743 10,286 10,463 30,791 24

ฝร่งั เศส 12 4 126 4,256 3,793 2,774 10,953 17

มาเลเซยี 15 29 148 670 3,630 1,773 6,250 22

ออสเตรเลยี 6 0 1 14 58 20 93 0.4

ไทย 25 104 976 4,323 9,669 7,302 22,374 33

ALRI คอื โรคทางเดินหายใจฉับพลนั IHD คอื โรคหัวใจขาดเลอื ด
COPD คอื โรคปอดอดุ ก้ันเร้อื รัง Stroke คือ โรคหลอดเลือดสมอง

ที่มา: https://www.who.int/phe/publications/air-pollution-global-assessment/en/

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 57

4.5.3 การประกอบอาชีพ การนำ� เข้า สารก�ำจดั วัชพชื 148,979 ตัน สารกำ� จัดแมลง
ก. ภาคเกษตรกรรม 21,601 ตนั สารปอ้ งกนั และกำ� จดั โรคพชื 19,923 ตนั ซง่ึ มี
จากข้อมูลของส�ำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรม- แนวโน้มเพมิ่ สูงขึน้ เรอ่ื ย (ภาพท่ี 4.26)
วชิ าการเกษตร ปี พ.ศ. 2560 พบวา่ ประเทศไทยมปี รมิ าณ

ภาพที่ 4.26 ปรมิ าณและมลู ค่าการนำ� เขา้ วตั ถุอันตรายทางการเกษตร ปี 2554 -2560 (หนว่ ย : ปริมาณ : ตัน)

2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560

สารกาํ จัดวัชพืช 112177 106860 137049 117645 119971 125596 148979

สารกําจัดแมลง 34672 16797 21485 13910 12927 16056 21601

สารปอ งกันและกาํ จดั โรคพชื 12179 6972 10350 10988 11088 12915 19923
อนื ๆ 5511 3748 3942 4832 5560 6120 7814

จากรายงานของ ส�ำนักโรคจากการประกอบอาชีพ (116.98) ตามลำ� ดบั กลมุ่ อายุทพ่ี บผู้ปว่ ยโรคจากพษิ สาร-
และส่ิงแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เคมกี ำ� จดั ศตั รพู ชื มากทส่ี ดุ คอื กลมุ่ อายุ 15-59 ปี จำ� นวน
ปี พ.ศ. 2560(10) พบผู้ป่วยโรคจากพษิ สารเคมกี �ำจดั ศัตร-ู 7,079 ราย คิดเปน็ รอ้ ยละ 68.6 รองลงมา คอื กลมุ่ อายุ
พชื (toxic effect of pesticide) จ�ำนวน 10,312 ราย 60 ปีข้ึนไป จ�ำนวน 2,670 ราย คิดเป็นร้อยละ 25.9
คิดเป็นอัตราป่วย 17.12 ต่อแสนประชากร ซึ่งเพิ่มจาก กลุ่มอาชีพท่ีพบผู้ป่วยมากท่ีสุด คือ กลุ่มอาชีพผู้ปลูก
ปี พ.ศ. 2559 โดยจงั หวดั สตลู พบอตั ราปว่ ยสงู สดุ (144.06) พชื ไรแ่ ละพืชผกั จำ� นวน 5,344 ราย คิดเป็นรอ้ ยละ 51.8
รองลงมา ได้แก่ จังหวัดแพร่ (127.26) และอุตรดิตถ์ (ภาพท่ี 4.27)

ภาพท่ี 4.27 อัตราปว่ ยโรคจากพิษสารเคมกี ำ� จดั ศัตรพู ชื พ.ศ. 2560 จำ� นวนรายจงั หวัด 34

144 127 117
66 46 41 37 36 36

58 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ข. ภาคอุตสาหกรรม อุปกรณ์ และอุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์
จากข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมพบว่า รวมท้ังการซ่อมแซมยานพาหนะและอุปกรณ์
โรงงานและจ�ำนวนคนงานท่ีได้รับอนุญาตให้ประกอบ
กจิ การตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ในปี พ.ศ. 2560 จากข้อมูลสถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
มีจำ� นวนโรงงานทั้งประเทศทัง้ หมด 139,446 แห่ง มีคน เน่ืองจากการท�ำงานของส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน
งานทวั่ ประเทศทงั้ หมด 4,009,337 คน กลมุ่ อตุ สาหกรรม ส�ำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ในปี พ.ศ.
ผลิตภัณฑ์จากพืชเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีจ�ำนวน 2560 มีจ�ำนวนผู้การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
โรงงานสูงสุดรองลงมา ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ เน่อื งจากการท�ำงานทัง้ หมด 86,278 ราย คิดเป็น 8.82
โลหะและอุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์ (ตารางที่ 4.3) ตอ่ ลูกจา้ งในความคุ้มครองของกองทนุ เงิน
รวมทั้งการซ่อมแซมยานพาหนะและอุปกรณ์ แต่หาก ทดแทน 1,000 ราย และหากนับจำ� นวนประสบอนั ตราย
พิจารณาจ�ำนวนคนงานพบว่า กลุ่มอุตสาหกรรม เฉพาะกรณีร้ายแรง (ตาย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ
อาหารเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมท่ีมีจ�ำนวนคนงานสูงสุด และหยุดงานเกนิ 3 วนั ) พบวา่ อตั ราการประสบอนั ตราย
รองลงมา ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตเคร่ืองใช้ไฟฟ้าและ เทา่ กบั 2.28 ตอ่ ลกู จ้าง 1,000 ราย(11)

ตารางที่ 4.3 จำ� นวนผปู้ ระสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ปว่ ยเนอื่ งจากการทำ� งาน จำ� แนกตามความรนุ แรง ปี พ.ศ. 2555-2560

ปี จำ� นวนลูกจ้าง จำ� นวนผ้ปู ระสบอนั ตราย (ราย)
ทั้งหมด(ราย) ตาย ทุพพลภาพ สูญเสยี อวยั วะ หยุดงานเกนิ 3 วนั หยดุ งานไมเ่ กนิ 3 วัน รวม

2555 8,575,398 717 19 1,818 36,166 93,106 131,826

2556 8,901,624 635 28 3,036 31,419 76,776 111,894

2557 9,132,756 603 11 1,463 29,254 68,903 100,234

2558 9,336,317 575 6 1,324 27,845 65,924 95,674

2559 9,449,984 584 12 1,290 26,829 60,773 89,488

2560 9,777,751 570 17 1,200 25,820 58,671 86,278

ทม่ี า: ส�ำนกั งานกองทุนเงินทดแทน กระทรวงแรงงาน

เมื่อพิจารณาถึงสิ่งท่ีท�ำให้ประสบอันตราย พบว่า อตุ สาหกรรมทำ� แกว้ เซรามิก ท�ำครก อิฐ เครือ่ งสุขภณั ฑ์
วตั ถแุ ละสง่ิ ของเปน็ สง่ิ ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ อนั ตรายกบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน เปน็ ต้น
สูงสุด รองลงมา ไดแ้ ก่ เครอ่ื งจักร เครือ่ งมือ และสภาพ
แวดลอ้ มเก่ียวกบั การท�ำงาน ตามลำ� ดบั (11) 2) โรคปอดจากฝุ่นแร่ใยหิน (asbestos) จาก
อุตสาหกรรมผ้าเบรกรถยนต์ อุตสาหกรรมรถยนต์
นอกจากนี้ยังพบอุบัติการณ์ของความเจ็บป่วยกลุ่ม กระเบอื้ งมุงหลังคา ท่อซีเมนต์ ส่ิงกอ่ สรา้ ง เปน็ ตน้
โรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการท�ำงานท่ีส�ำคัญ
ไดแ้ ก่ 3) โรคบิสสิโนสิส (byssinosis) จากการสัมผัส
ฝุ่นฝ้าย ป่าน ปอ ลินิน จากอาชีพอุตสาหกรรมทอผ้า
1) โรคปอดจากฝุ่นหินหรือซิลิโคสิส (Silicosis) ทอกระสอบ เปน็ ต้น
จากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ สกัดหิน โรงโม่บดย่อยหิน

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 59

4.5.4 การเปลีย่ นแปลงของสังคมและวฒั นธรรม 24.8) ตามดว้ ยเด็กท่อี ยกู่ บั แม่ (ร้อยละ 17.5) โดยสัดส่วน
สภาพสังคมและวฒั นธรรมท่เี ปล่ยี นแปลงไปอันเกดิ ต�่ำที่สุดของพัฒนาการล่าช้าพบในกลุ่มเด็กท่ีอยู่กับพ่อแม่
จากหลายปัจจัยล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการเกิด (รอ้ ยละ 17.1)
โรคของประชาชน ได้แก่ (1) การเคลือ่ นย้ายประชาชนสู่
เขตเมอื งมากกวา่ เขตชนบท (2) การเพม่ิ ขน้ึ ของประชากร 4.5.6 ความยากจนและความเหล่ือมล้�ำของ
สงู อายอุ ยา่ งรวดเรว็ (3) การเคลอื่ นยา้ ยกำ� ลงั แรงงานขา้ ม การกระจายรายได้
พรมแดนได้อย่างเสรี (4) ความไม่เป็นธรรมและความ
เหล่ือมล้�ำทางสังคม ส่งผลต่อปัญหาการกระจายรายได้ ความเหลอ่ื มลำ้� ดา้ นรายไดร้ ะหวา่ งคนรวยกบั คนจน
การเข้าถึงระบบสาธารณสุข และความยากจน (5) รูป ดังจะเหน็ จากสถติ ิรายไดข้ องประชากร(13) แบง่ ตามระดับ
แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ ของประชาชนเปลย่ี นไปเปดิ รบั กระแส รายได้ 5 กลุ่ม (Income Quintile) วา่ ในปี 2558 กลุ่ม
วัฒนธรรมจากท่ัวโลกได้ง่ายข้ึนด้วยความก้าวหน้าด้าน ประชากรรอ้ ยละ 20.0 ทีม่ รี ายไดส้ ูงสดุ กับกลมุ่ ประชากร
เทคโนโลยี รอ้ ยละ 20.0 ทีม่ ีรายได้ตำ�่ สดุ มีรายได้ต่างกันถึง 10.3 เท่า
4.5.5 การยา้ ยถนิ่ กบั พัฒนาการเดก็ ปฐมวยั นอ้ ยลงเพยี งเลก็ นอ้ ยจากปี 2554 ซงึ่ มรี ายไดต้ า่ งกนั 11.3
ผลกระทบจากการยา้ ยถน่ิ ของพอ่ แมด่ ว้ ยเหตผุ ลทาง เทา่ โดยในปี 2558 กลมุ่ ผมู้ รี ายไดส้ งู สดุ รอ้ ยละ 20.0 มรี าย
เศรษฐกิจ เด็กปฐมวัยถูกส่งกลับมาให้ปู่ย่าตายายเล้ียงดู ไดค้ ดิ เปน็ สดั สว่ นประมาณรอ้ ยละ 50.4 ของรายไดร้ วมทงั้
จากการศกึ ษา(12) พบวา่ เดก็ ทไี่ มไ่ ดอ้ ยกู่ บั พอ่ และแมเ่ ปน็ ก ประเทศ ในขณะทกี่ ลมุ่ ผมู้ รี ายไดต้ ำ่� สดุ รอ้ ยละ 20.0 มรี าย
ลุ่มท่ีมีร้อยละของพัฒนาการสงสัยล่าช้าสูงที่สุด (ร้อยละ ไดค้ ดิ เปน็ สดั สว่ นเพยี งประมาณรอ้ ยละ 4.6 ของรายไดร้ วม
ท้งั ประเทศเท่านนั้ (ภาพที่ 4.28)

ภาพที่ 4.28 สัดส่วนรายไดข้ องประชากร จ�ำแนกตามระดับรายได้ 5 ระดบั (Income Quintile)
ระหวา่ งปี พ.ศ 2554 ถึง พ.ศ. 2558

4.61% 54.38% กลม ุ 20%ที่ 1 (จนที่สดุ )
8.64% กลมุ 20%ที่ 2
12.79% กลมุ 20%ที่ 3
กลม ุ 20%ที่ 4
19.58% กลม ุ 20%ท่ี 5(รวยทีส่ ดุ )

60 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

4.6 สถานการณแ์ ละแนวโนม้ ดา้ นสภาพแวดลอ้ มในการดำ� รงชวี ติ

4.6.1 สิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ. 2559 ทมี่ คี า่ อยใู่ นชว่ ง 1.6-8.3 ppm และคา่ เฉลยี่
มลพษิ ทางอากาศ 8 ชั่วโมงสูงสุดของแต่ละสถานี ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง
จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวง 0.87-4.69 ppm ลดลงเลก็ นอ้ ยจากปี พ.ศ. 2559 ทีอ่ ยู่
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม พบว่าในปี พ.ศ. ในช่วง 1.2-6.1 ppm เมือ่ พิจารณาในช่วง 10 ปีทผี่ ่านมา
2560 มีปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) ค่า พบว่าปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในพ้ืนที่ริมถนน
เฉล่ีย 1 ช่วั โมงสูงสดุ คา่ มาตรฐานไมเ่ กิน 30 ppm ของ ในกรุงเทพฯมีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่พื้นท่ี
แตล่ ะสถานที ต่ี รวจวดั ได้ อยใู่ นชว่ ง 1.3-8.3 สว่ นในลา้ น ทว่ั ไปของกรงุ เทพฯและในพนื้ ทตี่ า่ งจงั หวดั มแี นวโนม้ คงท่ี
ส่วน (ppm; part per million)* ลดลงเล็กน้อยจาก (ภาพท่ี 4.29)

ภาพท่ี 4.29 ปรมิ าณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) 1 ชั่วโมง (คา่ เฉลี่ยรายป)ี พ.ศ. 2553-2560

CO เฉล ียราย ป (ppm) 2.1 1.6
1.8 1.3

1.3 1.2 0.9
00..75
00..75 00..56 00..56 0.6 0.6 0.8 0.6
2554 0.6 0.6 00..68 0.6
0.0
2555 2556 2557 2558 2559 2560
2553 พนื้ ทีท่ ัว่ ไป กทม. พืน้ ทตี่ างจงั หวัด คา มาตรฐาน

พืน้ ทรี่ มิ ถนน กทม.

ก๊าซโอโซน (O3) พบว่า ใน พ.ศ. 2560 มีค่าเกิน ไมเ่ กนิ 100.0 ppb) สว่ นคา่ เฉลยี่ 8 ชว่ั โมงสงู สดุ ของแตล่ ะ
มาตรฐาน 24 จงั หวดั จาก 31 จงั หวดั ทมี่ จี ดุ ตรวจวดั โดยมี จุดตรวจวัด คา่ เฉล่ีย 92.0 ppb คา่ สูงสดุ 168.0 ppb ใน
คา่ เฉลยี่ 1 ชว่ั โมงสงู สดุ ของแตล่ ะสถานตี รวจวดั เฉลยี่ 123 พื้นท่จี งั หวัดสมทุ รปราการ (ค่ามาตรฐาน 70.0 ppb) เม่ือ
สว่ นในพนั ลา้ นสว่ น (ppb; part per billion) และคา่ สงู สดุ พจิ ารณาในชว่ ง 10 ปที ่ีผ่านมา (พ.ศ. 2551-2560) พบวา่
239.0 ppb เพมิ่ ข้ึนเลก็ นอ้ ยจาก พ.ศ. 2559 ท่ีมคี ่าเฉลี่ย ปรมิ าณก๊าซโอโซนมแี นวโน้มเพ่ิมขนึ้ (ภาพท่ี 4.30)
122.0 ppb ในพืน้ ท่จี งั หวัดสมทุ รปราการ (ค่ามาตรฐาน

* ค่ามาตรฐาน: ค่าเฉลย่ี 1 ชว่ั โมงสงู สุดไม่เกนิ 30 ppm และ ค่าเฉลี่ย 8 ชั่วโมงสงู สดุ ไมเ่ กิน 9 ppm

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 61

ภาพที่ 4.30 ปริมาณก๊าซโอโซน (O3) ค่าเฉลย่ี 1 ชว่ั โมงสงู สุด และคา่ เฉลีย่ รายพน้ื ที่ ปี พ.ศ. 2551-2560

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ในช่วง 3.0-268.0 มคก./ลบ.ม. ค่าสูงสุดเฉลี่ยท้ังประเทศ
พบว่าปริมาณฝุ่นในปี พ.ศ. 2560 มีค่าเกินมาตรฐาน 117.0 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 120.0 มคก./ลบ.ม.)
19 จังหวัด จาก 33 จังหวัดที่มีการตรวจวัด โดย เมื่อพิจารณาในช่วง 10 ปีท่ีผ่านมา (พ.ศ. 2551-2560)
ค่าเฉลี่ยรายปีอยู่ในช่วง 20.0-103.0 ไมโครกรัมต่อ พบว่า ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน มี
ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่าเฉล่ียทั้งประเทศ 41.0 แนวโน้มลดลง ยกเว้นพ้ืนท่ีต�ำบลหน้าพระลาน จังหวัด
มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 50.0 มคก./ลบ.ม.) ซง่ึ ลดลง สระบุรี ท่ีมแี นวโนม้ สูงขนึ้ (ภาพที่ 4.31)
จากปี พ.ศ. 2559 ร้อยละ 4.0 สว่ นค่าเฉลีย่ 24 ชัว่ โมง อยู่

ภาพที่ 4.31 ปรมิ าณฝนุ่ ละอองขนาดไมเ่ กนิ 10 ไมครอน (PM10) คา่ เฉลย่ี รายปแี ละคา่ เฉลย่ี รายพน้ื ท่ี ปี พ.ศ. 2551-2560

62 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

มลพษิ ทางน�้ำ กลางเชน่ เดยี วกบั ปที ผี่ า่ นมา คอื แมน่ ำ้� เจา้ พระยาตอนลา่ ง
กรมควบคุมมลพิษได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้�ำ (ช่วงอำ� เภอเมืองสมุทรปราการ จงั หวดั สมทุ รปราการ ถงึ
ในแม่น�้ำสายหลัก 59 แม่น้�ำ และแหล่งน�้ำนิ่ง 6 แหล่ง อำ� เภอบางกรวยจงั หวดั นนทบรุ )ี แหลง่ นำ้� ทม่ี คี ณุ ภาพดที ส่ี ดุ
ของประเทศ โดยใช้ดัชนีคุณภาพแหล่งน�้ำผิวดิน (water 5 อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่ แมน่ ำ้� สงคราม ลำ� ชี หนองหาร ตาปตี อน
quality index: WQI) ในปี พ.ศ. 2560 พบวา่ มีคณุ ภาพ บน และสายบรุ ี และแหลง่ น้ำ� ที่มคี ุณภาพน้�ำเส่ือมโทรม 5
น�้ำที่อย่ใู นเกณฑ์พอใชถ้ ึงดี ร้อยละ 83.0 เพิ่มขน้ึ จาก พ.ศ. อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาตอนลา่ ง ทา่ จนี ตอนลา่ ง
2559 ที่เท่ากับร้อยละ 80.0 และมีคุณภาพน�้ำที่อยู่ใน พังราดตอนบน ระยองตอนล่าง และแม่น้�ำกวง เมื่อ
เกณฑเ์ สอ่ื มโทรม รอ้ ยละ 17.0 ลดลงจากปี พ.ศ. 2559 พิจารณาในช่วง 10 ปที ี่ผา่ นมา (พ.ศ. 2551-2560) พบวา่
ที่เทา่ กบั ร้อยละ 20.0 โดยไมม่ ีแหลง่ น�้ำที่มคี ณุ ภาพอยู่ใน คณุ ภาพนำ�้ ของแหลง่ นำ�้ ผวิ ดนิ ในประเทศไทย สว่ นใหญอ่ ยู่
เกณฑด์ มี ากและเสอื่ มโทรมมาก เมอ่ื เปรยี บเทยี บคณุ ภาพ ในเกณฑพ์ อใช้ และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ไมม่ ีแหลง่ น�ำ้ ท่ีอยู่
น�้ำผิวดินรายภาค พบว่า แหล่งน�้ำท่ีมีคุณภาพน้�ำดีท่ีสุด ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก โดยแนวโน้มการเปล่ียนแปลง
อยใู่ นภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ อาทิ แมน่ ้ำ� สงคราม และ ของคณุ ภาพนำ�้ คอ่ นขา้ งดขี นึ้ และมแี หลง่ นำ�้ ทเ่ี รม่ิ มาอยใู่ น
ล�ำชี แหล่งน้�ำที่มีคุณภาพน�้ำเส่ือมโทรมท่ีสุดอยู่ในภาค เกณฑ์ดีเพม่ิ ข้ึน ตัง้ แต่ พ.ศ. 2557 (ภาพที่ 4.32)

ภาพที่ 4.32 สดั ส่วนของเกณฑค์ ุณภาพน�้ำแหลง่ น�้ำผิวดินทสี่ �ำคญั ทั่วประเทศ ปี พ.ศ. 2551–2560

เกณ ฑ ุคณภาพ ํนา (รอยละ) 37 35 32 34 34 28 29 34 34 28 เสอื มโทรม
พอใช
35 36 43 49 48 49 49 41 46 55 ดี
28 29 25 15 18 23 22 25 20 17 ดีมาก
2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560

มลพิษทางเสยี ง คา่ เทา่ กบั 69.2 เดซเิ บลเอ เมอ่ื พจิ ารณาในชว่ ง 10 ปที ผ่ี า่ น
กรมควบคุมมลพิษได้ติดตามตรวจสอบระดับเสียง มา (พ.ศ. 2551-2560) พบวา่ ระดบั เสียงเฉลีย่ 24 ช่ัวโมง
ในส่ิงแวดล้อมโดยสถานีแบบอัตโนมัติ ต่อเนื่องตลอด ในพน้ื ทที่ วั่ ไปตา่ งจงั หวดั และพนื้ ทรี่ มิ ถนนในกรงุ เทพฯและ
ทั้งปีบริเวณพ้ืนท่ีริมถนนและพ้ืนที่ทั่วไป เพื่อประเมิน ปรมิ ณฑลมแี นวโนม้ ลดลง โดยปี พ.ศ. 2560 มคี า่ เฉลย่ี ของ
สถานการณแ์ ละแนวโนม้ ของระดบั เสยี ง พบวา่ สถานการณ์ ระดับเสยี งตำ่� สุดในรอบ 10 ปี ระดบั เสยี งเฉลี่ย 24 ชัว่ โมง
ในกรงุ เทพฯและปรมิ ณฑลพน้ื ทรี่ ิมถนน ในปี พ.ศ. 2560 ในพื้นที่ริมถนนต่างจังหวัด พื้นที่ทั่วไปในกรุงเทพฯและ
ระดบั เสยี งเฉล่ยี 24 ชั่วโมง เทา่ กับ 67.4 เดซิเบลเอ (ค่า ปรมิ ณฑล มแี นวโนม้ คอ่ นขา้ งคงทแ่ี ละไมเ่ กนิ คา่ มาตรฐาน
มาตรฐาน 70.0 เดซเิ บลเอ) ใกลเ้ คยี งกบั ปี พ.ศ. 2559 ทม่ี ี (ภาพที่ 4.33)

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 63

ภาพท่ี 4.33 คา่ เฉลย่ี ระดับเสียงในกรุงเทพมหานคร และปรมิ ณฑล ปี พ.ศ. 2551-2560 (หน่วย: เดซเิ บล)

70.0 69.6 69.3 69.2 69.6 69.1 68.7 68.9 69.2 67.4 พ้นื ท่ีท่วั ไป
ตางจังหวัด
62.6 62.9 63.1 63.0 62.8 63.8 63.5 63.1 62.4 63.0 พ้ืนท่ัวไป กทม
59.4
57.8 57.0 57.6 58.1 58.8 58.4 57.8 57.7 57.3 55.6 พน้ื ที่รมิ ถนนในกทม
59.4 59.3 59.9 59.3 58.9 56.9 56.7 56.7 57.7
พ้นื ท่ีริมถนน
2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 ตางจงั หวัด
คา มาตรฐาน

มลพษิ จากขยะและสารเคมี มลู ฝอยตดิ เชอื้ ในชว่ ง 5 ปที ผ่ี า่ นมา (พ.ศ. 2556-2560)
ในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีปรมิ าณขยะมูลฝอย พบว่าปริมาณมูลฝอยติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มข้ึน โดย
ท่ีเกิดข้ึนทั่วประเทศ ประมาณ 27.37 ล้านตัน เพิ่มข้ึน ในปี พ.ศ. 2560 มีปริมาณการเกิดมูลฝอยติดเชื้อ รวม
จากปี พ.ศ. 2559 ส�ำหรับการจัดการขยะมูลฝอย ใน ท้ังสิน้ 57,954.0 ตัน เพม่ิ ข้นึ จาก พ.ศ. 2559 ท่มี ีปริมาณ
พ.ศ. 2560 มีปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกน�ำไปก�ำจัดอย่าง 55,646.2 ตนั (ภาพที่ 4.34) โดยเกดิ จากโรงพยาบาลรัฐ
ถกู ต้อง 11.69 ล้านตนั เพิ่มข้ึนจากปี พ.ศ. 2559 รวมถงึ 10,856 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 357 แห่ง คลนิ ิกเอกชน
มีขยะมูลฝอยที่ถูกน�ำกลับมาใช้ประโยชน์ 8.51 ล้านตัน 11,930 แหง่ สถานพยาบาลสัตว์ 2,522 แหง่ และห้อง
เพมิ่ ขนึ้ จากปี พ.ศ. 2559 ทำ� ใหม้ ปี รมิ าณขยะมลู ฝอยทถี่ กู ปฏิบตั กิ ารเช้ืออันตราย 1,198 แหง่ รวม 26,863 แห่ง ซงึ่
นำ� ไปกำ� จดั อยา่ งไมถ่ กู ตอ้ ง มแี นวโนม้ ทล่ี ดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ ง การจดั การมลู ฝอยตดิ เชอ้ื สามารถดำ� เนนิ การไดท้ งั้ การจา้ ง
โดยมปี รมิ าณ 7.17 ลา้ นตันลดลงจากปี พ.ศ. 2559 เม่อื บรษิ ทั เอกชนดำ� เนนิ การใหร้ าชการสว่ นทอ้ งถน่ิ ดำ� เนนิ การ
พจิ ารณาในชว่ ง 10 ปที ีผ่ า่ นมา (พ.ศ. 2551-2560) พบวา่ และสถานพยาบาลกำ� จดั เอง ณ แหลง่ ก�ำเนดิ
ปรมิ าณขยะมูลฝอยท่ีเกิดขน้ึ ยังมีแนวโนม้ เพม่ิ ข้ึน

ภาพที่ 4.34 ปรมิ าณมูลฝอยตดิ เชือ้ พ.ศ. 2556 – 2560 (หน่วย : ตนั )

53,868.1 55,646.2 57,954.0

50,481.0 52,147.0

2556 2557 2558 2559 2560

64 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

4.6.2 สุขาภบิ าลและส่ิงแวดล้อม มีจ�านวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จ�านวนชุมชนแออัดใน
การเติบโตทางเศรษฐกิจกระตุ้นให้เกิดการบริโภค กรงุ เทพมหานคร ใน พ.ศ. 2560 มีจ�านวน 668 ชมุ ชน
ที่มากขึ้น รวมท้ังประชากรเกิดการอพยพเข้าสู่เมืองเพ่ือ ลดลงจาก พ.ศ. 2559 ที่มจี �านวน จา� นวน 670 ชมุ ชน เมอ่ื
เข้ามาท�างานและหาที่อยู่อาศัยในเมือง ท�าให้จ�านวน พจิ ารณาในชว่ ง 6 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2555-2560) พบว่า
ประชากรในกรุงเทพมหานคร และในเขตเทศบาล จ�านวนชมุ ชนแออัดมีแนวโนม้ ลดลง (ภาพท่ี 4.35)

ภทาพี่ 3ท5่ี 4จ.3ํา5นจว�านนชวุนมชชมุ นชนแแออออัดัดในนพพื้น้ื นทีเ่ทม่ี อืเมงืกอรงงุ กเทรพุ งมเหทาพนคมรหพา.นศ.ค2ร55พ1.-2ศ5.6205(5ห1น-2่ว5ย60: แ(หห่งน)่ วย : แห่ ง)

786
689 682 672 670 668

2555 2556 2557 2558 2559 2560

4.6.3 สภาพภมู ิอากาศและภยั พิบตั ิทางธรรมชาติ 2 สปั ดาห์ โดยเร่มิ ต้นเม่ือวนั ที่ 3 มนี าคม ถงึ สนิ้ สุดกลาง
ใน พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้ง เดือนพฤษภาคม ท�าให้ตลอดท้ังฤดูร้อน ใน พ.ศ. 2560
ปีสูงกว่าค่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียสหรือ 27.5 องศา อากาศไม่ร้อนมากนักและมีอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงเดือน
เซลเซียส ต�่ากว่า พ.ศ. 2559 เนื่องจากมีปริมาณฝนตก เมษายนตา่� กวา่ คา่ ปกตใิ นเกอื บทกุ ภาค ในขณะทใ่ี นฤดฝู น
นอกฤดูมากผิดปกติส่งผลให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิต่�าลง มอี ณุ หภมู เิ ฉลยี่ สงู กวา่ คา่ ปกตเิ กอื บตลอดฤดู เมอ่ื พจิ ารณา
จนมีอากาศหนาวเป็นช่วงๆ ส่วนมากในเดือนธันวาคม ในชว่ ง 10 ปที ผ่ี ่านมา (พ.ศ. 2551-2560) พบว่าอณุ หภูมิ
และมกราคม สว่ นชว่ งฤดรู อ้ นเรมิ่ ตน้ ชา้ กวา่ ปกตปิ ระมาณ เฉลย่ี รายปีของไทยมแี นวโนม้ สูงขึ้น (ภาพที่ 4.36)

ภาพท่ี 4.36 อุณหภูมเิ ฉล่ยี รายปี พ.ศ. 2551-2560 (หน่วย : องศาเซลเซยี ส) ทา� Infographic

26.9 27.2 27.9 26.8 27.7 27.4 27.5 27.9 28.1 27.5

2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ใน พ.ศ. 2560 มีพื้นท่ีท่ี พจิ ารณาในช่วง 10 ปีทผี่ า่ นมา (พ.ศ. 2551-2560) พบวา่
ประสบอทุ กภัยจา� นวน 68 จงั หวัด 39,769 หมู่บ้าน ซึง่ ประเทศไทยประสบปญั หานา้� ทว่ มในหลายจงั หวดั ปญั หา
พื้นท่ีที่ประสบอุทกภัยเพ่ิมข้ึนจาก พ.ศ. 2559 ท่ีมีพ้ืนที่ นา�้ ทว่ มหนกั ทมี่ คี วามรนุ แรง คอื พ.ศ. 2554 มพี น้ื ทป่ี ระสบ
ประสบอุทกภัย 62 จังหวัด 21,170 หมู่บ้าน มีพื้นที่ อทุ กภยั จา� นวน 74 จงั หวดั 53,380 หมบู่ า้ น (ภาพที่ 4.37)
การเกษตรที่ได้รับความเสียหายแล้ว จ�านวน 566,972 มพี นื้ ทเ่ี กษตรได้รบั ความเสยี หาย 11,798,241 ไร่ มูลคา่
ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 271,167,597 บาท เม่ือ ความเสยี หายสูงถงึ 23,839 ล้านบาท

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 65

ภาพท่ี 4.37 จำ� นวนพ้ืนทท่ี ่ปี ระสบอุทกภยั พ.ศ. 2551-2560

จํานวนจังหวัด 80 65 64 74 74 74 49 62 68 60,000 จํานวนหมูบาน
60 48,488 53,380 47 58 39,769 45,000
40 30,000
20 38,448 33,847 35,765 15,000
0 0
2551 2552 2553 2554 12,016 2556 15,044 255,75386 21,170 2560
2555 2557 2559

จงั หวดั หมูบ าน

สดั สว่ นการปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ตอ่ GDP ในปี พ.ศ. 2560 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา สัดส่วนการปล่อยก๊าซ
มีสดั ส่วนการปลอ่ ยก๊าซ CO2 ต่อ GDP เทา่ กับ 25.29 ตัน CO2 ต่อ GDP มีแนวโนม้ ลดลง แสดงถึงอัตราการเติบโต
คารบ์ อนไดออกไซด์ตอ่ ลา้ นบาท สว่ นในปี พ.ศ. 2559 มี ทางเศรษฐกจิ ทเี่ พม่ิ สงู ขนึ้ โดยมกี ารใชพ้ ลงั งานเพอ่ื พฒั นา
สัดส่วนการปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ต่อ GDP เทา่ กับ 26.33 ตัน ประเทศท่ีมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ต่อล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.95 เม่ือ CO2 ในอตั ราทลี่ ดลง (ภาพท่ี 4.38)
พจิ ารณาในช่วง 10 ปที ผ่ี ่านมา (พ.ศ. 2551-2560) พบวา่

ภาพท่ี 4.38 ปริมาณการปล่อยก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ตอ่ ผลิตภณั ฑ์มวลรวมในประเทศ ปี พ.ศ. 2551-2560

การปลอย กาซ CO2 (ลานตัน CO2), 7.71 7.66 8.23 8.30 8.90 9.14 9.23 9.51 9.82 10.21
ผลิตภัณ ฑมวลรวมในประเทศ (ลานลานบาท) 26.37 27.20 26.80 27.04 27.08 26.51 27.13 26.80 26.33 25.29

203.4 208.3 220.6 224.5 241.1 242.4 250.5 254.9 258.7 258.2

2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560

4.7 สถานการกณารแ์ปลลอะยแCนOว2โนม้จาดกา้กนารกใชาพรลเมังงอื างนการปผลกิตคภรัณอฑงมวลรวมในประเทศ CO2 ตอ ผลติ ภัณฑมวลรวมในประเทศ

อ�ำนาจทางการเมือง เป็นปัจจัยบ่งชี้การพัฒนาทาง มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขของประเทศ เม่ือวันท่ี
ด้านเศรษฐกิจและสังคมท่ียึดโยงอยู่กับความเชื่อและ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เป็นระบอบประชาธิปไตยอัน
อดุ มการณข์ องผู้คนในสังคม มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
การปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. 2475 เมื่อ
4.7.1 ระบบการเมืองการปกครอง วันท่ี 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ถือได้วา่ เปน็ รัฐธรรมนูญ
ประเทศไทยไดเ้ ปลย่ี นแปลงการปกครองจากระบอบ ฉบับแรก ระบบการเมืองไทยภายหลังเปล่ียนแปลง
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบบประชาธิปไตยโดย

66 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

การปกครองตลอด 80 กว่านับตั้งแต่ พ.ศ. 2547 โดย คณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไดป้ ระกาศ
ถึงปัจจุบันก็มิได้มีเสถียรภาพหรือความต่อเนื่องด้าน ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่ัวคราว)
การพัฒนาการทางการเมือง เนื่องจากมีการกบฏท้ังส้ิน พ.ศ. 2557
13 ครั้ง รัฐประหาร 13 ครั้ง มีนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น
29 คน ซึง่ สะทอ้ นความไมม่ ีเสถียรภาพทางการเมืองของ 4.7.2 การบรหิ ารจดั การภาครัฐ
ประเทศไทยในระดบั หนง่ึ สง่ ผลกระทบทางดา้ นเศรษฐกจิ 1) การขยายตัวของภาครัฐ
และสังคมจากความไม่แน่นอนของการเมือง (political หน่วยงานของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัด
uncertainty) ซ่ึงเกิดเหตุการณ์ใหญ่ทั้งหมด 3 คร้ัง คือ ท�ำและให้บริการสาธารณะ (Operation) ส่งผลท�ำให้
เหตุการณ์คร้ังที่ 1 วนั ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 มกี ลุ่ม โครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐมีการขยายตัวขึ้น มี
เรียกร้องประชาธิปไตยและตอ่ ต้านอำ� นาจเผด็จการ ภาย โครงสร้างส่วนราชการระดับส�ำนัก/กอง เพ่ิมเป็นจ�ำนวน
ใต้การน�ำของนิสิต นักศึกษาจากทุกสถาบัน เหตุการณ์ มาก อัตราก�ำลังภาครัฐมีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเน่ือง
ครัง้ ที่ 2 วันท่ี 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 นสิ ิตนกั ศกึ ษาและ ส่งผลให้สัดส่วนงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปี และงบ-
ประชาชนร่วมกันต่อต้านการกลับมาของกลุ่มอ�ำนาจ ประมาณค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐเพ่ิมสูงข้ึนเมื่อ
เก่า เหตกุ ารณ์ครั้งท่ี 3 วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เปรยี บเทยี บกบั งบประมาณสำ� หรบั การลงทนุ ของประเทศ
กลุ่มต่อต้านอ�ำนาจเผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตย แม้ว่างบบุคลากรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จะ
อันเป็นท่ีมาของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ได้รับจัดสรรงบประมาณลดลงในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศน�ำไปสู่เหตุการณ์ แตใ่ นข้อเทจ็ จริงกลบั พบว่า ค่าใชจ้ ่ายบุคลกรภาครฐั ไม่ได้
รัฐประหารอีก 2 คร้งั คอื 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดย จัดสรรไวใ้ นงบบคุ ลากรเพยี งงบรายจา่ ยเดียว แต่ยังมกี าร
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) น�ำไปสู่การร่าง จดั สรรงบประมาณไวใ้ นงบรายจา่ ยประเภทอนื่ ๆ ดว้ ย เชน่
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช งบดำ� เนนิ งาน (ลกู จา้ งตามสญั ญาจา้ ง) งบเงนิ อดุ หนนุ (เชน่
2550 และ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ถูกรัฐประหาร บคุ ลากรองคก์ ารมหาชน รัฐวสิ าหกิจ) และงบรายจา่ ยอืน่
(เชน่ บคุ ลกรหนว่ ยงานของรฐั สภาและศาล) (ภาพที่ 4.39)

ภาพท่ี 4.39 เปรียบเทียบสดั ส่วนการจดั สรรงบประมาณรายจา่ ยต่อวงเงินงบประมาณรายจ่าย
ประจ�ำปงี บประมาณ พ.ศ. 2558-2562 จ�ำแนกตามประเภทงบรายจ่าย (หน่วย : รอ้ ยละ)

27.9 27.7 26.8 28.1 29.9 งบเงินอดุ หนนุ
งบรายจายอนื
2254 2263 25 26 2241 งบบคุ ลากร
14 15 22 21 17 งบลงทนุ
18 17 งบดาํ เนนิ งาน

98988

2558 2559 2560 2561 2562

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 67

2) ความซบั ซ้อนของการบรหิ ารงาน ต่างๆ 63 ประเทศท่ัวโลก โดยมีปจั จยั หลกั ท่ีใช้จดั อนั ดับ
การบริหารจัดการภาครัฐมีระเบียบและข้ันตอน รวม 4 ด้าน ได้แก่ สภาวะทางเศรษฐกิจ (Economic
จ�ำนวนมากและซับซ้อน ขาดความยืดหยุ่น ล่าช้า ไม่ Performance) ประสทิ ธภิ าพของภาครฐั (Government
คล่องตัว ไม่ประหยัด ประชาชนคาดหวังที่จะได้รับการ Efficiency) ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business
บริการจากภาครัฐผ่านช่องทางที่มีความหลากหลาย Efficiency) และโครงสร้างพ้ืนฐาน (Infrastructure)
และมีประสิทธิภาพมากข้ึน อย่างไรก็ตาม IMD World จากรายงานพบว่า ในปี พ.ศ. 2560 ประสิทธิภาพของ
Competitiveness Center ได้เผยแพร่รายงาน IMD ภาครัฐ (Government Efficiency) ของประเทศไทยอยู่
World Competitiveness Yearbook 2017 ซง่ึ รายงาน อนั ดบั ที่ 20 ของโลก (ภาพท่ี 4.40)
การจดั อนั ดบั ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ

ภาพที่ 4.40 ประสทิ ธิภาพของภาครฐั (Government Efficiency) ปี พ.ศ. 2556 – 2560 20
22 28 27 23

2556 2557 2558 2559 2560

ในขณะท่ี ธนาคารโลก (World Bank) รายงานวา่ มา 20 อนั ดบั จากอนั ดบั ท่ี 46 ในปี พ.ศ. 2559 เมอ่ื เปรยี บ
ในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีคะแนนความง่ายในการ เทยี บในภูมภิ าคอาเซยี น พบว่า ประเทศไทยถูกจัดอยใู่ น
ประกอบธรุ กิจ (Ease of doing business ranking) อยู่ อนั ดบั ที่ 3 รองจากประเทศสงิ คโปร์ (อันดับ 2 ของโลก)
อนั ดบั ท่ี 26 ของโลกจาก 90 ประเทศทว่ั โลก โดยเลอ่ื นขน้ึ และประเทศมาเลเซยี (อนั ดบั 24 ของโลก) (ตารางที่ 4.4)

ตารางท่ี 4.4 ความง่ายในการประกอบธุรกจิ (ease of doing business ranking)

ลำ� ดับ ประเทศ คะแนน ลำ� ดบั ประเทศ คะแนน

1 นวิ ซีแลนด์ 86.55 16 สาธารณรัฐลทิ ัวเนีย 79.87
79.51
2 สิงคโปร์ 84.57 17 ไอรแ์ ลนด์ 79.29
79.26
3 เดนมาร์ก 84.06 18 แคนาดา 79.00
78.73
4 สาธารณรฐั เกาหลี 83.92 19 สาธารณรฐั ลตั เวีย 78.54
78.50
5 ฮอ่ งกง 83.44 20 เยอรมนั นี 78.43
77.54
6 สหรฐั อเมรกิ า 82.54 21 สหรัฐอาหรบั เอมิเรตส์

7 องั กฤษ 82.22 22 ออสเตรยี

8 นอรเ์ วย์ 82.16 23 ไอซแ์ ลนด์

9 จอร์เจยี 82.04 24 มาเลเซีย

10 สวีเดน 81.27 25 สาธารณรัฐมอรเิ ซยี ส

68 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ตารางท่ี 4.4 ความง่ายในการประกอบธรุ กิจ (ease of doing business ranking) (ต่อ)

ลำ� ดบั ประเทศ คะแนน ลำ� ดับ ประเทศ คะแนน

11 สาธารณรฐั มาซิโดเนีย 81.81 26 ไทย 77.44
12 สาธารณรัฐเอสโตเนีย 80.80 27 โปแลนด์ 77.30
13 ฟนิ แลนด์ 80.37 28 สเปน 77.02
14 ออสเตรเลยี 80.14 29 โปรตุเกส 76.84
15 ไต้หวัน 80.07 30 สาธารณรฐั เช็ก 76.27

ท่มี า: http://www.doingbusiness.org/

3) ความโปร่งใสและการทุจริตคอรัปช่ันของ นน้ั เต็มไปด้วยปญั หาคอร์รัปชนั
หนว่ ยงานภาครฐั 2. การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน

ระบบการบรหิ ารจดั การภาครฐั ยงั ไมเ่ ปน็ ไปตามหลกั (Global Competitiveness Index - GCI) จัดท�ำโดย
ธรรมาภบิ าลอยา่ งแทจ้ รงิ มกี ารทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ เวทีเศรษฐกจิ โลก (World Economic Forum - WEF)
สาเหตุส�ำคัญเน่ืองจากขาดความต่อเนื่องและล่าช้าใน และดัชนีธรรมภิบาลโลก (Worldwide Governance
การขับเคล่ือนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ Indicators - WGI) จดั ทำ� โดยธนาคารโลก (World Bank)
ประพฤติมชิ อบของหนว่ ยงานที่เกยี่ วขอ้ ง
จากดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption
ปัจจุบนั นี้ มอี งค์กรระหวา่ งประเทศที่ท�ำการส�ำรวจ Perception Index: CPI) พบวา่ ในปี พ.ศ. 2560 ประเทศ
และเผยแพร่ภาพลักษณ์และสถานการณ์การคอร์รัปชัน นวิ ซแี ลนดแ์ ละสงิ คโปรม์ คี ะแนนสงู ทสี่ ดุ จาก 180 ประเทศ
ท่ีเกิดขึ้นในประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจ�ำทุก ท่ัวโลก คือมีคะแนน 89 และ 88 ตามล�ำดับ ส�ำหรับ
ปี ได้แก่ ประเทศไทยนนั้ จัดอยู่ในล�ำดับที่ 96 จาก 180 ประเทศ
ท่ัวโลก (คะแนน 37 คะแนน) แม้ว่าล�ำดับจะดีข้ึนเม่ือ
1. ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption เทียบกับปี พ.ศ. 2559 แต่ยังคงสูงเม่ือเทียบกับปี พ.ศ.
Perception Index: CPI) จัดท�ำโดยองค์กรเพื่อความ 2557-2558 และเมอื่ เปรยี บเทยี บในกลมุ่ ประเทศอาเซยี น
โปรง่ ใสนานาชาติ (Transparency International - TI) พบว่าในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมคี า่ ดัชนภี าพลกั ษณ์
เป็นองค์กรภาคประชาสังคมเพ่ือต่อต้านการคอร์รัปชัน คอรัปช่ันอยใู่ นลำ� ดับที่ 4 เทา่ กับประเทศอินโดนเี ซีย รอง
ระหวา่ งประเทศ ปี พ.ศ. 2555 ไดป้ รบั ฐานคะแนนจาก 10 จากประเทศสิงคโปร์ บรูไนและมาเลเซีย (ภาพที่ 4.41
เป็น 100 คะแนน ซงึ่ 100 คะแนน หมายถงึ ประเทศน้นั และตารางที่ 4.5)
ไมม่ ปี ญั หาจากการคอรร์ ปั ชนั คะแนน 0 หมายถงึ ประเทศ

ภาพที่ 41 การจัดอันดับดชั นีภาพลกั ษณค์ อร์รปั ชนั่ (corruption perception index, CPI) ของประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2555-2560

88 102 85 76 101 96

37. 35. 38. 38. 35. 37. คะแนนที่ได้
อนั ดบั โลก

2555 2556 2557 2558 2559 2560

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 69

ตารางท่ี 4.5 ดัชนภี าพลกั ษณ์คอรร์ ปั ชั่น 4) พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลให้สามารถ
(Corruption Perception Index: CPI) ของ ดึงดดู รกั ษา จงู ใจผมู้ ีความรูค้ วามสามารถสูงและสง่ เสริม
ประเทศตา่ งๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน พ.ศ. 2560 การเรยี นรอู้ ยา่ งต่อเน่อื ง

ประเทศ คะแนน อันดบั โลก 5) สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมความซ่ือสัตย์สุจริต
บนหลักธรรมาภิบาล ก�ำหนดกลไกการปฏิรูปการ
สงิ คโปร์ 84 6 บริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
บรูไน 62 32 ประกอบด้วย “6 เรอ่ื ง - 24 กลยุทธ์ - 45 แผนงาน” โดย
มาเลเซีย 47 62 มรี ายละเอยี ดโดยสังเขป ดงั นี้
อนิ โดนเี ซีย 37 96
ไทย 37 96 เรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ท่ี 1: บรกิ ารภาครฐั สะดวก
เวียดนาม 35 107 รวดเร็วและตอบโจทย์ชีวิตประชาชน ประกอบด้วย
ฟิลปิ ปนิ ส์ 34 111 3 กลยทุ ธ์ ไดแ้ ก่
สหภาพพม่า 30 130
ลาว 29 135 1) เพิ่มสมรรถนะของหน่วยงานภาครัฐใน
กัมพูชา 21 161 ก า ร ต อ บ ส น อ ง ต ่ อ ป ร ะ ช า ช น ใ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ห รื อ
คะแนนเฉลี่ย 41.6 ภาวะฉกุ เฉนิ

4.7.3 แผนปฏิรูปประเทศด้านการบรหิ าร 2) ยกระดับการให้ข้อมูลและให้ค�ำปรึกษาจาก
ราชการแผน่ ดนิ หนว่ ยงานของรฐั

ภาครัฐถือเป็นเสาหลักของแผ่นดินและการบริหาร 3) ยกระดับการให้บริการประชาชนสู่การบริการที่
ราชการแผ่นดินถือเป็นหัวใจในการขับเคล่ือนการพัฒนา เร็วขึน้ ง่ายข้นึ และถกู ลง
ประเทศใหบ้ รรลวุ สิ ยั ทศั น์ “มนั่ คง มง่ั คงั่ ยง่ั ยนื ” โดยคณะ
กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เรอ่ื งและประเดน็ ปฏิรปู ที่ 2: ระบบขอ้ มลู ภาครฐั มี
ได้จัดท�ำแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการ มาตรฐาน ทันสมยั และเชื่อมโยงกัน ก้าวสรู่ ฐั บาลดจิ ทิ ลั
แผ่นดิน พ.ศ. 2561-2565 ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ประกอบดว้ ย 3 กลยทุ ธ์ ไดแ้ ก่
แห่งราชอาณาจักรไทยและแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ
20 ปี วัตถุประสงค์หลักของแผนการปฏิรูปประเทศด้าน 1) บูรณาการและยกระดบั โครงสรา้ งพ้ืนฐานรฐั บาล
การบรหิ ารราชการแผนดิน ประกอบด้วย ดิจิทลั

1) สรา้ งภาครฐั ของประชาชนเพอ่ื ประชาชน สามารถ 2) นำ� ระบบดิจทิ ัลมาใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงาน
ตอบสนองความตอ้ งการและความคาดหวงั ของประชาชน เรื่องและประเด็นปฏิรูปที่ 3: โครงสร้างภาครัฐ
ที่หลากหลายได้อย่างมปี ระสิทธผิ ล กะทัดรัด ปรับตัวได้เร็วและระบบงานมีผลสัมฤทธิ์สูง
ประกอบด้วย 6 กลยทุ ธ์ ไดแ้ ก่
2) พัฒนาโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐให้ทันสมัย 1) ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหาร
กะทัดรัด ปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และระบบ งานของรฐั
งานภาครฐั มผี ลสมั ฤทธสิ์ ูง 2) เพ่ิมประสิทธิภาพ และสร้างความเข้มแข็งของ
การบรหิ ารจัดการเชิงพน้ื ที่
3) พัฒนาก�ำลังคนภาครัฐให้มีสมรรถนะสูง 3) พัฒนาขีดความสามารถในการจัดบริการ
ปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพและยึดม่ันในคุณธรรม พร้อม สาธารณะขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
นำ� การพฒั นาประเทศ 4) พฒั นาระบบงบประมาณและการคลงั ภาครฐั เพอ่ื
เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการบริหารจัดการ
5) สร้างระบบธรรมาภิบาลที่ยั่งยืนในหน่วยงาน
ภาครัฐ

70 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560


Click to View FlipBook Version