The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panpilai_suth, 2022-06-20 22:30:01

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

11.3 นยิ ามและพหมุ ติ ขิ องระบบสขุ ภาพโลก หากจะพดู ถงึ นยิ ามของคำ� วา่ “สขุ ภาพโลก” (Global
11.3.1 นยิ าม Health) มคี วามหมายครอบคลมุ ปัญหา หรอื ข้อกงั วล
ในปัจจุบันมีนิยามใหม่และค�ำศัพท์ใหม่เกิดข้ึน ดา้ นสขุ ภาพ ทขี่ า้ มพรมแดน หรอื ผลจากสถานการณท์ เ่ี กดิ
ขน้ึ นอกพรมแดน และเกนิ ขอบเขตและความสามารถของ
มากมายในวงการสุขภาพโลก ซ่ึงค�ำนิยามและค�ำศัพท์ รัฐใดรัฐหน่ึงท่ีจะด�ำเนินการให้ส�ำเร็จเพียงล�ำพังได้ ต้อง
ต่างๆ เหล่าน้ี ล้วนมีวิวัฒนาการตามการพัฒนาสุขภาพ มีกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนท้ังในระดับภูมิภาค
ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามล�ำดับ (ภาพท่ี 11.2) จาก และระดับโลก เพื่อจัดการกับปัญหาและปัจจัยก�ำหนด
ในช่วง ค.ศ. 1851 ซึ่งประเทศต่างๆ มีการรวมตัว ปญั หาเหลา่ นน้ั
พบปะพูดคุยเป็นคร้ังคราว (Ad Hoc Multilateral) สู่
การรวมตัวกันเป็นสถาบันมีการพบปะหารือสม�่ำเสมอ ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบ “การสาธารณสุขระหว่าง
(Institution multilateral) จนเข้าสู่ยุคท่ีมีการก่อต้ัง ประเทศ” (International Health) กับ“สุขภาพโลก”
องคก์ ารอนามยั โลกใน ค.ศ. 1946 จากเดมิ ทมี่ คี ำ� วา่ “การ (Global Health) สามารถสรุปประเด็นท่ีแตกต่างกันได้
สาธารณสุขระหว่างประเทศ” (International Health) ใน 3 มติ ิ (ตารางที่ 11.1) ดังน้ี
ท่ีมีขอบเขตมุมมองสุขภาพในมิติของโรคสู่ในยุคใหม่ที่ใช้
นยิ าม”สขุ ภาพโลก”ในขอบเขตทกี่ วา้ งขวางสปู่ จั จยั สงั คม • ขอบเขตงานสาธารณสุขระหว่างประเทศจะ
กำ� หนดสขุ ภาพ ในยคุ ทม่ี ผี เู้ ลน่ มากมายบนเวทสี ขุ ภาพโลก เป็นการมองปัญหาสุขภาพแบบด้ังเดิม โดยมองในมิติ
ยุคใหม่(15) ของโรคและระบบสุขภาพในส่วนการให้บริการการรักษา
ในขณะที่สุขภาพโลกมองสุขภาพในมิติที่ครอบคลุมถึง
ภาพท่ี 11.2 ววิ ฒั นาการของงานสขุ ภาพโลก ปจั จยั สงั คมกำ� หนดสขุ ภาพและงานสขุ ภาพในมติ อิ น่ื ๆ เชน่
การคา้ การเปลยี่ นแปลงภมู อิ ากาศ การมองสขุ ภาพในมมุ
มองความม่ันคง

• ผู้เล่นในมุมมองของการสาธารณสุขระหว่าง
ประเทศเป็นหน่วยงานภาครัฐเป็นหลักและเป็นคนใน
ภาคสุขภาพ ส�ำหรับในมุมมองของสุขภาพโลกมองผู้เล่น
ที่กว้างขวางนอกภาคสุขภาพ รวมถึงภาคการพาณิชย์
เกษตร อตุ สาหกรรม การตา่ งประเทศ เอกชน มลู นธิ ิ ภาค
ประชาสังคม ภาคการศึกษา ภาคประชาชนและการรวม
ตัวเพ่ือร่วมมือด้านสุขภาพเป็นหุ้นส่วนในรูปแบบต่างๆ
ในระดับนานาชาติ

• เครื่องมือที่ใช้ส�ำหรับการสาธารณสุขระหว่าง
ประเทศเป็นธรรมนญู กฎระเบยี บ หรือขอ้ ตกลงตา่ งๆ ท่ี
เป็นเคร่ืองมือบริหารโดยใช้อ�ำนาจและการควบคุมก�ำกับ
ในขณะท่ีสุขภาพโลกใช้เคร่ืองมือหลากหลาย ทั้งในเชิง
การเงนิ การคลงั การใชท้ นุ สงั คมและปญั ญาและเครอ่ื งมอื
ทางสังคมอ่ืนๆ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 271

ตารางท่ี 11.1 การเปรียบเทียบขอบเขตผเู้ ลน่ และเคร่อื งมอื ที่ใช้: การสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศและสุขภาพโลก

ขอบเขต การสาธารณสุขระหวา่ งประเทศ สขุ ภาพโลก
ผเู้ ล่น ปญั หาสุขภาพในมิติดั้งเดิม ในมุมมองของโรคและ
การรกั ษา/การบรกิ ารสขุ ภาพ สขุ ภาพทข่ี า้ มส่ปู จั จัยสงั คมกำ� หนดสุขภาพและ
เครอื่ งมอื หนว่ ยงานภาครัฐ บุคลากรด้านสขุ ภาพ ปัญหาสุขภาพในมติ อิ นื่ ๆ เชน่ การค้า ความมนั่ คง
ภาคส่วนอืน่ ๆ (พาณิชย์ อตุ สาหกรรม เกษตร
เคร่อื งมอื บริหารอ�ำนาจและการควบคุมกำ� กับ คมนาคม ประชาสงั คม เอกชน ประชาสังคม การ
(ธรรมนูญ กฎระเบียบ) ศกึ ษา ประชาชน)
เคร่อื งมือหลากหลาย (การเงินการคลงั ทนุ สงั คม
และปญั ญา เคร่ืองมอื ทางสงั คมอนื่ ๆ)

นอกจากนิยามที่มีขอบเขตกวา้ งขวางของ “สุขภาพ • สุขภาพโลกในมิติของนโยบายต่างประเทศ ซึ่ง
โลก” ซ่ึงสะท้อนการมุ่งสู่เป้าหมายการมี “สุขภาพดี” ใช้สุขภาพเป็นธงน�ำการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง
กล่าวคือ การมีสุขภาวะท่ีดีสมบูรณ์ท้ังกาย จิต สังคม ประเทศน�ำสู่ความร่วมมือทางการค้า การพัฒนา
จิตวิญญาณและรวมถึงสุขภาวะทางปัญญาแล้วน้ัน ใน เศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ของประเทศ ประเด็นสุขภาพ
ปัจจุบันเรายังสามารถมองสุขภาพโลกผ่านเลนส์พหุมิติ ที่ได้รับความสนใจในปัจจุบันคือ โรคติดต่ออุบัติใหม่
ได้หลากหลาย ท�ำให้การขับเคล่ือนงานท�ำได้กว้างขวาง อุบัติซ�้ำ โรคติดเชื้อด้ือยาต้านจุลชีพ วัณโรค เอดส์
เพราะปัจจุบันนโยบายสุขภาพควรจะอยู่ในนโยบายด้าน มาลาเรีย การประกันสุขภาพถ้วนหน้า การเข้าสู่สังคม
อนื่ ๆ และนโยบายดา้ นอน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งและมคี วามสมั พนั ธ์ สูงอายุและโรค NCDs หน่วยงานท่ีให้ความส�ำคัญกับ
กบั สขุ ภาพควรบรรจอุ ยใู่ นนโยบายดา้ นสขุ ภาพ เพราะการ มิตินโยบายต่างประเทศ คือ กระทรวงการต่างประเทศ
ลงทุนด้านสุขภาพจะน�ำพาซึ่งความส�ำเร็จสู่การพัฒนา และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาของประเทศ
สงั คมและการพัฒนาประเทศอย่างยง่ั ยืน พัฒนาแล้ว เช่น Department for International
Development (DFID) ของสหราชอาณาจกั ร United
ระบบสุขภาพโลก (Global Health System) States Agency for International Development
หมายถึง ระบบและกลไกการจัดการเพื่อตอบสนองต่อ (USAID), the U.S. President’s Emergency Plan
ปัญหาสุขภาพที่ข้ามพรมแดน ท่ีต้องอาศัยการมีส่วนร่วม for AIDS Relief (PEPFAR), Japan International
จากภาคสว่ นตา่ งๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสงั คม และ Cooperation Agency (JICA), Tokyo International
ความร่วมมือระหวา่ งประเทศ Conference for African Development (TICAD) และ
China International Development Agency
11.3.2 สขุ ภาพโลกในมุมมองพหุมติ ิ
สุขภาพโลกมองได้หลากหลายมิติ ซ่ึงจะท�ำให้เกิด • สุขภาพโลกในมิติความม่ันคง ประเด็นที่อยู่ใน
ความเข้าใจสุขภาพโลกในมุมมองต่างๆ และสามารถน�ำ ล�ำดับความส�ำคัญและถือว่ากระทบต่อความมั่นคงคือ
สุขภาพโลกไปใช้เป็นเคร่ืองมือเพื่อส่งเสริมการพัฒนา การก่อการร้ายโดยใช้อาวุธชีวภาพ การระบาดใหญ่ของ
สขุ ภาพใหด้ ยี งิ่ ขนึ้ ดว้ ยความรว่ มมอื จากภาคสว่ นตา่ งๆ และ โรคติดต่อที่สำ� คญั เชน่ อีโบลา ไข้หวดั ใหญ่ วณั โรคดอ้ื ยา
ในขณะเดียวกันงานสุขภาพโลกจะเป็นเครื่องมือส�ำคัญท่ี และปัญหาเอดส์ หนว่ ยงานทใ่ี หค้ วามส�ำคญั ในมิตนิ ้ี ไดแ้ ก่
เกื้อหนุนการพัฒนาในมิติอ่ืนๆ ด้วย ซึ่งท้ายท่ีสุด เราจะ หนว่ ยงานควบคมุ โรคของประเทศพฒั นาแลว้ เชน่ United
สามารถบรรลเุ ปา้ หมายเดยี วกนั คอื ประชาชนมคี วามสขุ States Centers for Disease Control (US CDC) หรือ
และมีความเปน็ อยูท่ ดี่ ี (ตารางท่ี 11.2)

272 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ตารางท่ี 11.2 การเปรยี บเทยี บการมองสุขภาพโลกในมุมมองพหมุ ติ ิ 5 ด้าน

หลกั การ เป้าหมาย จุดเนน้ หน่วยงานทีใ่ ห้ความสนใจ
มติ ินโยบายตา่ ง
ประเทศ การสรา้ งความสมั พันธร์ ะหว่าง โรคติดต่ออบุ ัติใหม่อุบัตซิ ำ�้ โรคตดิ กระทรวงการต่างประเทศและ
ประเทศน�ำสู่ความร่วมมือทางการ เชือ้ ดอ้ื ยาต้านจุลชพี วณั โรค เอดส์ องค์กรระหว่างประเทศเพ่อื การ
มิตคิ วามมน่ั คง คา้ การพัฒนาเศรษฐกจิ ภาพ มาลาเรยี การประกันสขุ ภาพถ้วน พฒั นาของประเทศพัฒนาแลว้
มิตกิ ารกุศล ลกั ษณ์ของประเทศ หน้า การเขา้ สูส่ งั คมสงู อายุและ
โรค NCDs
มติ กิ ารลงทนุ
ความมั่นคง โรคระบาดร้ายแรง การก่อการร้ายโดยใชอ้ าวุธชีวภาพ หน่วยงานควบคุมโรคของประเทศ
มิตสิ าธารณสุข อันตรายจากอาวุธชีวภาพ การระบาดใหญ่ของโรคติดตอ่ ที่ พัฒนาแล้ว หรือองคก์ รเอกชน
ส�ำคญั องคก์ รภาคประชาสังคม

การแกไ้ ขปญั หาความยากจน ภาวะทุพโภชนาการ เอดส์ วณั โรค หน่วยงานพฒั นาระหวา่ งประเทศ
เชอื่ มโยงกบั ความแห้งแลง้ ความ มาลาเรีย โรคที่ถูกละเลย ( ของประเทศพฒั นาแล้ว หน่วย
อดอยาก Neglected Tropical Diseases) งานการกุศลภาคเอกชน
และปญั หาประชากรข้ามชาติ คน
ไร้รฐั สิทธิมนุษยชน

การลงทุนด้านสุขภาพเพือ่ เกื้อ โรคเอดส์ มาลาเรีย อนามัยแมแ่ ละ ธนาคารโลก International
หนุนตอ่ การพัฒนาเศรษฐกจิ หรือ เด็ก โภชนาการ อาชวี อนามยั การ Monetary Fund, International
การพฒั นาสุขภาพเพื่อป้องกนั ผลก ประกนั สุขภาพ Labour Organization และภาค
ระทบด้านเศรษฐกจิ ธรุ กจิ เอกชน

มนษุ ยท์ ุกคนบนโลกมสี ุขภาพดี ภาระโรคท่ัวโลก องคก์ ารอนามัยโลก หน่วยงานท่ี
รับผดิ ชอบหรอื มภี ารกิจเฉพาะดา้ น
สุขภาพหรือรบั ผิดชอบโรคเฉพาะ
ต่างๆ และองค์กรเอกชน

ทมี่ า: Stuckler D, Martin McKee M. Five metaphors about global-health policy, Lancet 2008; 372:95-7

องค์กรเอกชน องค์กรภาคประชาสังคม เช่น Doctor • สขุ ภาพโลกในมิตกิ ารลงทนุ มิตนิ ี้ คือ การลงทุน
without Border (MSF: Médecins Sans Frontières), ด้านสุขภาพเพื่อเก้ือหนุนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจหรือ
Nuclear Threat Initiative (NTI) การพัฒนาสุขภาพเพื่อป้องกันผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
ประเดน็ สขุ ภาพในกลุ่มน้คี ือ โรคเอดส์ มาลาเรยี อนามัย
• สุขภาพโลกในมิติการกุศลซ่ึงมองสุขภาพ แมแ่ ละเด็ก โภชนาการ อาชวี อนามัย การประกันสขุ ภาพ
โลกในการแก้ไขปัญหาความยากจนเชื่อมโยงกับ หน่วยงานท่ีให้ความส�ำคัญในมิติน้ีคือ ธนาคารโลก
ความแห้งแล้ง ความอดอยาก ภาวะทุพโภชนาการ International Monetary Fund, International
เอดส์ วัณโรค มาลาเรีย โรคที่ถูกละเลย (Neglected Labour Organization และภาคธรุ กิจเอกชน
Tropical Diseases) และปัญหาประชากรข้ามชาติ
คนไร้รัฐ สิทธิมนุษยชน หน่วยงานที่ด�ำเนินงานในมิตินี้ • สุขภาพโลกในมิติสาธารณสุข ซ่ึงมีวัตถุประสงค์
ได้แก่ หน่วยงานพัฒนาระหว่างประเทศของประเทศ ส�ำคัญ คือ มนุษย์ทุกคนบนโลกมีสุขภาพดี หน่วยงานที่
พัฒนาแล้ว หน่วยงานการกศุ ลภาคเอกชน เช่น มลู นิธบิ ิล ดำ� เนนิ งานในมิติน้ี คือ องค์การอนามัยโลก หนว่ ยงานที่
และมิลนิ ดาเกตส์ รบั ผดิ ชอบหรอื มภี ารกจิ เฉพาะดา้ นสขุ ภาพหรอื รบั ผดิ ชอบ
โรคเฉพาะต่างๆ และองค์กรเอกชน เช่น บรษิ ัทยา

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 273

11.4 ภมู ทิ ศั นแ์ ละกลไกการอภบิ าลสขุ ภาพโลก Economic Cooperation หรือ APEC) การประชุม
1) ภูมิทัศนส์ ขุ ภาพโลก รฐั มนตรตี า่ งประเทศเอเชยี -ยโุ รป (Asia-Europe Meeting
• ภมู ทิ ัศน์ในภาพรวม หรือ ASEM) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน World
องค์กรและกลไกที่มีส่วนร่วมในการอภิบาล Economic Forum, TICAD (Tokyo International
Cooperation for African Development), FOCAC
ระบบสุขภาพมีการเปล่ียนแปลงไปอย่างมีนัยส�ำคัญใน (Forum for China-Africa Cooperation) G7 G20 G77
ชว่ งสามทศวรรษท่ีผา่ นมา โดยไม่จ�ำกดั อยู่เฉพาะบทบาท กรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง
ขององคก์ ารอนามยั โลก หรอื องคก์ รภายใตส้ หประชาชาติ 7 ประเทศในอ่าวเบงกอล (Bay of Bengal Initiative
ซึ่งเป็นกลไกอภิบาลท่ียึดโยงกับรัฐเป็นหลักอีกต่อไป การ for Multi-Sectoral Technical and Economic
เปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ และการเมอื งระหวา่ งประเทศ Cooperation หรือ BIMSTEC) เป็นต้น บทบาทและ
รวมทง้ั ภมู ริ ฐั ศาสตร์ ทำ� ใหม้ อี งคก์ รระดบั โลก ระดบั ภมู ภิ าค การดำ� เนนิ การของกลไกเหลา่ นี้ มผี ลกระทบทำ� ใหบ้ ทบาท
และระดบั ประเทศทมี่ สี ว่ นรว่ มในการขบั เคลอื่ นการแกไ้ ข ขององคก์ รทเ่ี คยเปน็ หลกั ดา้ นสขุ ภาพในระดบั โลกและใน
ปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็นจ�ำนวนมาก เช่น ธนาคารโลก ประเทศ คอื องคก์ ารอนามยั โลกและกระทรวงสาธารณสขุ
องค์การการค้าโลก องค์การช�ำนัญพิเศษต่างๆ ภายใต้ เปล่ียนแปลงไปอย่างมาก ท�ำให้กลไกการอภิบาลระบบ
สหประชาชาติ มูลนิธิการกุศลระหว่างประเทศ องค์กร สุขภาพในระดับโลก ระดับภูมิภาค และ ระดับประเทศ
พัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ บรรษัทข้ามชาติ กองทุน ไดป้ รบั เปลย่ี นไปจากกลไกทเ่ี ปน็ ระบบอภบิ าลโดยรฐั เพยี ง
พัฒนาที่จัดตั้ง โดยรัฐบาลของประเทศม่ังค่ัง เป็นต้น อยา่ งเดยี วไปสกู่ ลไกทเ่ี ปน็ ระบบอภบิ าลแบบเครอื ขา่ ยหรอื
องคก์ รเหลา่ นม้ี ที งั้ ทเ่ี ขา้ ดำ� เนนิ การดว้ ยตนเองและรว่ มกนั แบบมสี ่วนรว่ มมากข้ึน
จัดต้ังภาคีเครือข่ายการพัฒนาสุขภาพระดับโลกข้ึนเป็น
จ�ำนวนมาก เช่น การจดั ตงั้ กองทุนโลก ดา้ นเอดส์ วณั โรค หากจะมองลึกไปในองค์กรในภาคสุขภาพ ในอดีต
และมาลาเรีย ซึ่งสามารถระดมทุนด�ำเนินงานได้เกือบถึง ท่ีผ่านมากว่า 7 ทศวรรษ งานสุขภาพโลกมีองค์การ
หนง่ึ ลา้ นลา้ นบาทในชว่ ง 10 ปที ผ่ี า่ นมา โครงการเอดสแ์ หง่ อนามัยโลกเป็นองค์กรหลักและประสานความร่วมมือกับ
สหประชาชาติ (UNAIDS) GAVI (the vaccine alliance) หน่วยงานภาครัฐของแต่ละรัฐสมาชิก ซ่ึงคือกระทรวง
MSF (Médecins Sans Frontières or Doctors without สาธารณสุขของแต่ละประเทศ การด�ำเนินงานในช่วง
Border) ซึ่งองค์กรหรือเครือข่ายเหล่านี้ ต่างเข้ามาเป็น แรก จะมงุ่ เนน้ การแกไ้ ขปญั หาสขุ ภาพทเ่ี ปน็ ปญั หาสำ� คญั
ผู้เล่นส�ำคัญในภูมิทัศน์สุขภาพโลก ท�ำให้การอภิบาล ในช่วงเวลานั้นซ่ึงส่วนใหญ่เป็นปัญหาโรคติดต่อ และ
สุขภาพโลกมีการปรับรูปโฉมในการท�ำงาน องค์การ องค์การอนามัยโลกร่วมมีบทบาทส�ำคัญในการเข้าไป
อนามัยโลกไม่ได้เป็นผู้เล่นหลักเพียงผู้เดียว รวมถึงความ ช่วยเหลือประเทศก�ำลังพัฒนาผ่านส�ำนักงานองค์การ
รว่ มมอื ในการทำ� งานมไิ ดจ้ ำ� กดั บทบาทอยเู่ ฉพาะหนว่ ยงาน อนามัยโลกประจ�ำภูมิภาคและส�ำนักงานองค์การอนามัย
ภาครัฐเท่าน้ัน แต่ครอบคลุมภาคเอกชนและภาคประชา โลกในแตล่ ะประเทศ งบประมาณหลกั ขององคก์ ารอนามยั
สงั คม เข้ามามีบทบาทส�ำคญั ร่วมด้วย โลกในช่วงต้น เป็นงบประมาณท่ีได้จากจากค่าสมาชิก
(assessed contribution) ต่างจากในชว่ ง 1-2 ทศวรรษ
นอกจากนี้ ยังมีการรวมตัวกันเป็นประชาคม ทผี่ า่ นมาทง่ี บประมาณสว่ นใหญข่ ององคก์ ารอนามยั โลกมา
ของประเทศในระดับภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรป จากผู้สนบั สนุนทุน (voluntary contribution) ซึ่งท�ำให้
ประชาคมอาเซียน และกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบันองค์การอนามัยโลกประสบกับความท้าทาย
ซ่ึงมีการท�ำงานร่วมกันด้านสุขภาพ หรือมีข้อตกลง ในการท�ำงานเน่ืองจากงบประมาณจากผู้สนับสนุนทุน
ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเกิดข้ึนอย่างมากมาย เช่น
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific

274 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ส่วนใหญ่เป็นแบบเฉพาะเจาะจง (earmarked) ส่งผลให้ • อาเซียน(16)
องค์การอนามัยโลกมีความยืดหยุ่นในการท�ำงานลดลง นอกจากมองภมู ิทัศน์ในระดับโลกแลว้ ในระดบั
และไม่สามารถท�ำงานในสาขาที่ส�ำคัญแต่ไม่อยู่ในความ
สนใจของผู้สนบั สนนุ ทุนได้ เชน่ สาขาโรคไม่ตดิ ตอ่ สาขา ภูมิภาคมีความส�ำคัญเช่นเดียวกัน ตลอดช่วงระยะเวลา
สิ่งแวดลอ้ ม เปน็ ต้น กว่า 50 ปีที่ผ่านมา สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวัน
ออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ได้มีพัฒนาการมาเป็นล�ำดับ
• การเปลย่ี นแปลงการคลังสขุ ภาพ และไทยก็มีบทบาทส�ำคัญในการผลักดันความร่วมมือ
นอกจากภมู ทิ ศั นส์ ขุ ภาพโลกทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลง ของอาเซียนให้มีความคืบหน้ามาโดยตลอด โดยเมื่อเร่ิม
กอ่ ต้งั เม่อื ปี พ.ศ. 2510 เพ่ือแก้ไขปญั หาสงครามเยน็ ซ่งึ
การคลังสุขภาพระดับโลกก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มคี วามขดั แยง้ ดา้ นอดุ มการณร์ ะหวา่ งประเทศทส่ี นบั สนนุ
และมีผลกระทบส�ำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงการอภิบาล อุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยกับประเทศที่ยึดมั่น
ระบบจากข้อมูลการพัฒนาความช่วยเหลือด้านสุขภาพ ในอุดมการณ์สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ข้อริเร่ิมของอดีต
(Development Assistance for Health, DAH) ในชว่ ง นายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ในการจัดต้ังเขตการ
26 ปีที่ผา่ นมา พบวา่ งบประมาณเพมิ่ ขึน้ อย่างรวดเรว็ ใน คา้ เสรอี าเซยี นนบั เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ สำ� คญั ของการรวมตวั เปน็
ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2543-2552 เมื่อเปรียบเทียบกับใน ประชาคมของอาเซียนโดยเร่ิมจากเสาเศรษฐกจิ
ชว่ ง พ.ศ. 2533 ถงึ 2542 ซง่ึ ในงบประมาณทเี่ พมิ่ ขนึ้ พบวา่
งบประมาณสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสุขภาพท่ีเก่ียวข้อง ต่อมา ท่ีประชุมสุดยอดอาเซียนท่ีบาหลี เมื่อ
กับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium ปี พ.ศ. 2546 ได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะสร้าง
Development Goals หรือ MDG) มีสัดส่วนท่ีสูง ประชาคมอาเซียน โดยมีการจัดท�ำแผนงานด้านต่างๆ
กว่าปัญหาสุขภาพอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ภายหลังปี พ.ศ. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว น�ำมาสู่การจัดท�ำกฎบัตร
2553 การพัฒนาความช่วยเหลือด้านสุขภาพมีแนวโน้ม อาเซยี น เพอื่ วางกรอบทางกฎหมายและโครงสรา้ งองคก์ ร
คงที่ ในขณะที่สัดส่วนของงบประมาณจากภาคเอกชน ของอาเซียน ท�ำให้อาเซียนเป็นองค์กรท่ีมีกฎ กติกาใน
มีมากขึ้นถึงร้อยละ 20 การสนับสนุนงบประมาณแก่ การทำ� งาน มปี ระสทิ ธภิ าพ และเปน็ องคก์ รเพอื่ ประชาชน
หน่วยงานภายใต้กรอบสหประชาชาติมีแนวโน้มคงท่ี ใน อย่างแท้จริง ท้ังนี้ กฎบัตรฯ ไดเร่ิมมีผลใช้บังคับแล้ว
ขณะที่แหล่งทุนให้งบประมาณสนับสนุนการด�ำเนินงาน ต้งั แตว่ นั ท่ี 15 ธันวาคม 2551 ซึ่งเปน็ ชว่ งเวลาเดียวกบั ที่
ด้านสุขภาพในรูปแบบทวิภาคีเพ่ิมขึ้น และช่องทางการ ประเทศไทยได้เขา้ ดำ� รงต�ำแหนง่ ประธานอาเซยี น
ให้ทุนผ่านทาง non-governmental organization
มากขนึ้ (6-8) การเปลย่ี นแปลงการคลังสขุ ภาพในระดับโลก ถึงแม้ว่าอาเซียนจะประสบความส�ำเร็จใน
นก้ี อ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ การพฒั นาสขุ ภาพเปน็ อยา่ งมาก ด้านการเสริมสร้างความมั่นคงและความร่วมมือใน
โดยเฉพาะประเทศกลุ่มมีรายได้น้อยรวมถึงในปัจจุบัน ภูมิภาคจนเป็นท่ียอมรับจากนานาประเทศ แต่ก็ยังมี
ประเทศจ�ำนวนมากก้าวข้ามสถานะประเทศกลุ่มรายได้ ปัญหาที่จ�ำเป็นต้องแก้ไขให้ลุล่วงเพ่ือมิให้เป็นอุปสรรค
น้อยสู่ประเทศกลุ่มท่ีมีรายได้ปานกลางท�ำให้ไม่ได้รับการ ต่อความร่วมมือและพัฒนาการในอนาคตท่ีส�ำคัญ คือ
สนับสนุนจากแหล่งทุนหรือองค์กรระหว่างประเทศใน ปัญหาความล่าช้าในการด�ำเนินงานและการท่ี ประเทศ
ดา้ นต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการใหบ้ รกิ ารสุขภาพในหลาย สมาชิกไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงต่างๆ ดังจะเห็นได้ว่าใน
ด้านอีกท้ังประเทศเหล่าน้ียังไม่มีความม่ันคงพอ และยัง แต่ละประเทศอาเซยี นมีการประชมุ กว่า 700 การประชมุ
อยู่ในภาวะต้องการพึ่งพิงยังไม่พร้อมส�ำหรับการพัฒนา รวมทั้งมีการประเมินว่า ในบรรดาความตกลงทาง
ระบบอยา่ งยัง่ ยืน เศรษฐกิจท่ีประเทศสมาชิกจัดท�ำไว้ร่วมกันจ�ำนวนหนึ่ง
ยังไม่ได้มีการลงสัตยาบันและขับเคล่ือนสู่การปฏิบัติ
ประเทศไทยพยายามผลักดันให้อาเซียน เป็นประชาคม

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 275

ท่ีมุ่งเน้นการปฏิบัติ (community of action) มีการ มนั่ คงระหวา่ งประเทศ การพฒั นาเศรษฐกจิ กระบวนการ
เช่ือมโยงและติดต่อส่ือสารระหว่างกันอย่างใกล้ชิด ทางสงั คม สทิ ธมิ นษุ ยชน และการบรรลสุ นั ตภิ าพโลก เพอ่ื
(community of connectivity) รวมทงั้ เปน็ ประชาคม ยตุ สิ งครามระหวา่ งประเทศ เพอ่ื เปน็ เวทสี า� หรบั การเจรจา
เพอื่ ประชาชนอย่างแท้จริง (community of people) สหประชาชาตมิ อี งคก์ รจา� นวนมากเพอื่ นา� ภารกจิ ไปปฏบิ ตั ิ

2) กลไกการอภบิ าลระบบสขุ ภาพโลกในระดบั โลก ในอดตี ประเดน็ ดา้ นสขุ ภาพไมเ่ คยไดร้ บั การหยบิ ยก
หากจะมองกลไกการอภิบาลระบบสุขภาพ เป็นประเด็นวาระในการประชุมนโยบายระดับสูงของ
สหประชาชาตเิ ลย แต่ในปจั จุบันในช่วงทศวรรษทีผ่ า่ นมา
โลก ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การอภิบาลโดยภาครัฐ จะเห็นได้ว่าประเด็นสุขภาพเข้ามาเป็นวาระส�าคัญในเวที
การอภบิ าลโดยกลไกตลาด และการอภบิ าลโดยกลไกการ ระดบั สงู และนบั วนั จะมคี วามสา� คญั มากขน้ึ โดยเสนอผา่ น
มีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่าย (ภาพท่ี 11.3) ซ่ึงใน กลไกตา่ งๆ กนั เชน่ เอชไอวี/เอดส์ เสนอผา่ นคณะมนตรี
ปจั จบุ นั การอภบิ าลระบบสขุ ภาพโลกครอบคลมุ ทงั้ 3 ดา้ น ความมั่นคง ในปีค.ศ. 2000 (UN Security resolution
ตา่ งจากในอดตี ทส่ี ว่ นใหญซ่ งึ่ กลไกการอภบิ าลโดยภาครฐั 1308 on HIV/AIDS and peacekeeping operation)
จะเป็นกลไกหลักโดยเฉพาะการอภิบาลภายใต้ระบบของ ทงั้ นเ้ี ปน็ การเสนอในมติ ทิ เี่ อดสเ์ ปน็ ภยั คกุ คามความมน่ั คง
สหประชาชาติ ของมนุษย์ การเสนอใหจ้ ัดต้งั UNAIDS ใน ปี ค.ศ. 1996
Resolution 1994/24 ผา่ น UN ECOSOC (Economic
ภาพท่ี 11.3 ระบบอภิบาลสุขภาพโลก: รัฐ ตลาดและ and Social Development Council) ในปี ค.ศ.
กลไกการมีสว่ นร่วม 2009 ECOSOC จัดประชุมระดับสูงโดยเน้นประเด็น
ด้านสาธารณสุขและการประชุมได้มี Ministerial
Changes in GH governance Declaration เพื่อการด�าเนินการและเป้าหมายร่วมกัน
ในเรอ่ื งสาธารณสขุ โดยมปี ระเดน็ ดา้ น NCDs เปน็ ประเดน็
GoveSrntaatnece by สา� คัญ น�าไปสกู่ ารประชมุ UN General Assembly และ
ลา่ สดุ ประเดน็ ปญั หาการดอื้ ยาปฏชิ วี นะ การแกไ้ ขปญั หา
GoveMrnaraknecte by PartGicoivpeartnioann/cNeebtwyork วัณโรคและการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต่างเข้ามาเป็น
วาระส�าคัญภายใตก้ ลไกของสหประชาชาติ
2.1) การอภิบาลโดยภาครฐั
การอภิบาลระบบสุขภาพโลกโดยภาครัฐ มีกลไก • การประชุมสมัชชาอนามัยโลก การประชุม
สา� คญั ท่กี ลา่ วถงึ ในทน่ี ้ี ไดแ้ ก่ คณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลกและคณะ
• กลไกภายใตก้ รอบสหประชาชาติ(17) กรรมการภมู ิภาค(18)

ระบบสหประชาชาตอิ ยบู่ นพนื้ ฐานของ 5 เสาหลกั สมัชชาอนามัยโลกจัดเป็นกลไกการตัดสินใจ
ได้แก่ สมัชชาใหญ่ คณะมนตรีความม่ันคง คณะมนตรี ระดบั นโยบายสงู สดุ ขององคก์ ารอนามยั โลกตามธรรมนญู
เศรษฐกิจและสังคม ส�านักเลขาธิการและศาลยุติธรรม องค์การอนามัยโลก โดยจะมีการจัดประชุมทุกปีในเดือน
ระหว่างประเทศ เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ก่อต้ัง พฤษภาคม ประเทศสมาชกิ 194 ประเทศ เขา้ รว่ มประชมุ
ขึ้นใน ค.ศ. 1945 หลังสงครามโลกครง้ั ทีส่ อง เพื่อแทนที่ และผลลพั ธก์ ารประชมุ คอื นโยบายสขุ ภาพในระดบั โลกที่
สนั นิบาตชาติ มีความมุง่ หมายท่ีแถลงไวเ้ พ่ืออ�านวยความ เปน็ ขอ้ ตกลงรว่ มกนั ซ่ึงจะมีหลายรูปแบบ เชน่ กฎหมาย
สะดวกแกค่ วามรว่ มมอื ในกฎหมายระหวา่ งประเทศ ความ หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ แผนยุทธศาสตร์ในระดับ
โลก หรือข้อมติในประเด็นสุขภาพต่างๆ นอกจากกลไก
สมัชชาอนามัยโลกแล้ว ยังมีกลไกของคณะกรรมการ

276 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

บรหิ ารองคก์ ารอนามยั โลกทม่ี บี ทบาทในการพจิ ารณากลนั่ • โครงสร้างและกลไกการด�าเนินงานขององค์กร
กรองนโยบายสุขภาพก่อนเข้ากระบวนการสมัชชาและ ของอาเซียน(19)
ตดั สนิ ใจประเดน็ การบรหิ ารงานและมกี ลไกคณะกรรมการ
ภมู ภิ าคทด่ี แู ลตดั สนิ ใจนโยบายสขุ ภาพในภมู ภิ าคโดยเชอ่ื ม กฎบัตรอาเซียนเปรียบเสมือนกฎหมายสูงสุดของ
โยงกบั ผลการประชมุ สมชั ชาอนามยั โลกและปรบั ใหเ้ หมาะ อาเซยี น ซง่ึ มผี ลบังคับใช้ ต้งั แตว่ ันที่ 15 ธนั วาคม 2551
สมกับบริบทของแตล่ ะภูมภิ าค เปน็ เอกสารหลกั ทกี่ า� หนดโครงสรา้ งองคก์ รของอาเซยี น ไว้
ในหมวดท่ี 4 ดังภาพที่ 11.4

ภาพที่ 11.4 โครงสรา้ งและกลไกการด�าเนนิ งานขององค์กรของอาเซียน

โครงสรา้ งอาเซียนภายใต้กฎบตั รอาเซยี น

การประชมุ สุดยอดอาเซียน

คณะมนตรปี ระสานงานอาเซยี น

คณะมนตรปี ระชาคมการเมอื งและ คณะมนตรปี ระชาคมเศรษฐกิจ คณะมนตรีประชาสงั คมและ
ความมน่ั คง วัฒนธรรมอาเซียน
กระประชมุ เจา้ หน้าท่อี าวโุ ส
กระประชุมเจา้ หนา้ ท่อี าวโุ ส ของคณะมนตรฯี กระประชมุ เจ้าหน้าทอี่ าวุโส
ของคณะมนตรฯี ของคณะมนตรฯี

องค์กรเฉพาะสาขา องคก์ รเฉพาะสาขา องค์กรเฉพาะสาขา

ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ที่ คณะมนตรีประสานงานอาเซียน (ASEAN
ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ประกอบด้วย Coordinating Councils: ACCs) คณะมนตรี
ประมุขหรือหัวหน้ารัฐบาลมีอ�านาจหน้าที่ในการก�าหนด ประสานงานอาเซียน ประกอบด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศ
นโยบายสูงสุดและแนวทางความร่วมมือของอาเซียน ของประเทศสมาชิกอาเซียน ท�าหน้าที่เตรียมการ
และตดั สนิ ใจในเรื่องส�าคัญ โดยให้ประเทศสมาชกิ ซงึ่ เปน็ ประชุมสุดยอดอาเซียน ประสานงานความตกลงและ
ประธานอาเซียนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2 ครั้งต่อ ข้อตัดสินใจของท่ีประชุมสุดยอดอาเซียน ประสานงาน
ปี หรอื เรยี กประชมุ พเิ ศษหรอื เฉพาะกจิ เมอ่ื มคี วามจา� เปน็ ระหว่าง 3 เสาหลัก ดูแลการด�าเนินงานและกิจการต่างๆ
ของอาเซียนในภาพรวม คณะมนตรีประสานงานอาเซียน
จะมกี ารประชุมกนั อยา่ งน้อย 2 ครัง้ ตอ่ ปี

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 277

คณะมนตรีประชาคมอาเซียน (ASEAN ไดแ้ กป่ ระเทศกำ� ลงั พฒั นา ความตอ้ งการบคุ ลากรทางการ
Community Councils) คณะมนตรีประชาคม แพทย์ที่ขาดแคลนในหลายประเทศ ท�ำให้มีการผลิตเพื่อ
อาเซียน ประกอบด้วย คณะมนตรีประชาคม 3 เสาหลกั ส่งออก เชน่ ประเทศควิ บา
อันได้แก่ คณะมนตรีการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
คณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และคณะมนตรี การอภบิ าลดว้ ยกลไกตลาดเชน่ นก้ี อ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซ่ึงเป็นผู้แทนท่ี และความสมดลุ ในเชงิ ระบบ อยา่ งไรกต็ าม การพง่ึ พงิ กลไก
ประเทศสมาชิกแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบแต่ละเสาหลัก การตลาดเพียงกลไกเดียว จะต้องพึงระวังความล้มเหลว
มอี ำ� นาจหนา้ ทใี่ นการประสานงานและตดิ ตามการทำ� งาน จากการตลาด โดยเฉพาะ จาก 3 สาเหตหุ ลกั คอื การท่ีผู้
ตามนโยบาย โดยเสนอรายงานและข้อเสนอแนะต่อท่ี ผลิตหรือผู้ให้บริการมีความรู้หรือข้อมูลมากกว่าผู้บริโภค
ประชมุ ผนู้ ำ� มีการประชมุ อยา่ งน้อยปีละ 2 ครั้ง ประธาน การทกี่ ลไกรฐั ในการควบคมุ มาตรฐานไมเ่ ขม้ แขง็ และการ
การประชุมเป็นรัฐมนตรีที่เหมาะสมจากประเทศสมาชิก ไมม่ ีการแข่งขนั อยา่ งยตุ ิธรรม
ซึ่งเปน็ ประธานอาเซยี น
2.3) การอภิบาลดว้ ยกลไกการมสี ่วนร่วม
องค์กรระดับรัฐมนตรีอาเซียนเฉพาะสาขา ปัจจุบัน มีกลไกการมีส่วนร่วมมากขึ้นในระบบ
(ASEAN Sectoral Ministerial Bodies) องค์กร อภิบาลสุขภาพโลก เช่น คณะกรรมการบริหารกองทุน
ระดับรัฐมนตรอี าเซยี นเฉพาะสาขา (เช่น ด้านสาธารณสุข โลก คณะกรรมการประสานแผนงานของโครงการเอดสท์ ี่
ด้านกลาโหม ด้านการศึกษา ฯลฯ) ประกอบดว้ ยรฐั มนตรี จัดให้มีองค์ประกอบการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดย
เฉพาะสาขา มหี นา้ ทีป่ ฏบิ ัตติ ามข้อตกลงและขอ้ ตดั สนิ ใจ รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประเทศผู้สนับสนุนทุน และ
ของที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่อยู่ในขอบข่ายการด�ำเนิน ประเทศรบั ทนุ รวมถงึ ตวั แทนจากภาคประชาสงั คม กลไก
งานของตน และเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาของ ทง้ั สองน้ถี อื เปน็ กลไกในรูปแบบทางการขององคก์ รระดับ
แต่ละองคก์ รใหเ้ ขม้ แข็งข้นึ เพอ่ื สนบั สนนุ การรวมตัวของ โลกท่ีมีความก้าวหน้าและเปิดกว้างส�ำหรับการมีส่วนร่วม
ประชาคมอาเซยี น มาก นอกจากกลไกแบบทางการแล้วยังมีกลไกท่ีไม่เป็น
ทางการแตแ่ สดงความมสี ว่ นรว่ มจากทกุ ภาคสว่ นอกี หลาย
นอกจากกลไกหลักท่ีกล่าวมา ในระบบสุขภาพโลก รูปแบบและที่เป็นตัวอย่างท่ีดี เช่น กรณีการระบาดของ
ยงั มกี ลไกอน่ื ๆ ตามรปู แบบการรวมตัวตา่ งๆ กนั ไป ท่ีน่า อโี บลา ซึง่ ณ เวลานัน้ กลไกการอภบิ าลเพื่อแก้ไขปัญหา
สนใจเช่น G7, G20, TICAD, FOCAC, WEF กลไกเหลา่ น้ี ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในระบบปกติซ่ึงมีองค์การ
เปน็ กลไกระดบั ประมขุ ของรฐั ทมี่ ารวมตวั กนั โดยในระยะ อนามยั โลกเปน็ แกนหลกั ไมส่ ามารถจดั การปญั หาไดอ้ ยา่ ง
ต้นมีเป้าหมายเพ่ือพัฒนาเศรษฐกิจแต่ต่อมากลุ่มการรวม ทันท่วงที ประชาคมโลกมีความตื่นตัวอย่างมากมีการจัด
ตัวเหล่าน้ีให้ความสนใจประเด็นสุขภาพมากข้ึน และใช้ ตง้ั คณะกรรมาธิการขนึ้ 4 คณะในระดับโลก โดยการจดั
สุขภาพเป็นเครื่องมือส�ำคัญในการพัฒนาความร่วมมือ ต้ังเกิดจากหน่วยงานภาคการศึกษาและหน่วยงานที่มีทุน
ด้านอนื่ ๆ สงั คมและปญั ญาสงู เพอ่ื เขา้ มารว่ มคดิ และวางแผนระบบ
อภิบาลใหม่ คณะกรรมาธิการ 4 คณะ ไดแ้ ก่
2.2) การอภิบาลโดยกลไกตลาด (1) World Health Organization (WHO)
การอภิบาลโดยกลไกตลาดเป็นไปตามอุปสงค์และ Ebola Interim Assessment Panel (WHO Interim
อุปทาน ซึ่งในปัจจุบันระบบสุขภาพโลกมีการอภิบาล Assessment);
ด้วยกลไกตลาดในหลายด้าน เช่น ความต้องการและ (2) the Harvard University and the London
การเข้าถึงยาสามัญซ่ึงความต้องการของตลาดเป็นปัจจัย School of Hygiene & Tropical Medicine’s
ขับเคล่ือนส�ำคัญที่ท�ำให้มีการผลิตยาสามัญราคาเข้าถึง

278 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

Independent Panel on the Global Response to เปน็ ไปตามข้อแนะน�ำของคณะกรรมาธกิ ารทั้ง 4 ชุด(20)
Ebola (Harvard/LSHTM); การเข้ามาแสดงบทบาทของภาคส่วนอ่ืนๆ นอก

(3) the Commission on a Global Health Risk เหนอื จากกลไกของรฐั เชน่ น้ี แสดงใหเ้ หน็ วา่ ประชาคมโลกมี
Framework for the Future (CGHRF) convened by ความตนื่ ตวั และตระหนกั วา่ ตนมบี ทบาทและมคี วามรบั ผดิ
the US National Academy of Medicine; และ ชอบต่อส่วนรวมโดยเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมตาม
บทบาทของตน ซง่ึ กรณนี ้ี ถอื วา่ โลกของเรามกี ลไกอภบิ าล
(4) the United Nations High-Level Panel on ท่ีมีความก้าวหน้าและมีประชาคมโลกที่เป็นพลเมืองท่ีมี
the Global Response to Health Crises (UN Panel) บทบาทเชิงรุกและร่วมสนับสนุนอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้
บรรลเุ ป้าหมายประชาชนมสี ขุ ภาวะทด่ี ี
คณะกรรมาธกิ ารทงั้ 4 คณะ ประกอบดว้ ยผเู้ ชยี่ วชาญ
ระดับโลกในสาขาต่างๆ อย่างกว้างขวาง มขี ้อแนะน�ำตรง กลไกการอภิบาลทั้ง 3 ส่วน ต่างมีจุดแขง็ และความ
กัน ในประเด็นส�ำคัญ คือ ควรมีการสร้างความเข้มแข็ง ท้าทายแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามการอภิบาลกลไก
แกร่ ะบบสขุ ภาพของแตล่ ะประเทศและความเขม้ แขง็ ของ สุขภาพโลกจะต้องประกอบด้วยท้ัง 3 รูปแบบที่สมดุล
องคก์ ารอนามยั โลกและองคก์ รนำ� ในระดบั โลกควรตดิ ตาม และปรบั เปลย่ี นไปตามบรบิ ทของสถานการณแ์ ละยคุ สมยั
กำ� กบั อยา่ งตอ่ เนอ่ื งใหม้ กี ารพฒั นาระบบการเตรยี มความ
พร้อมและตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขให้

11.5 ภมู ทิ ศั นส์ ขุ ภาพโลกในประเทศไทยและกลไกการอภบิ าล

11.5.1 ภาพรวมระบบสขุ ภาพของประเทศไทย บริการทางการแพทย์ (กรมการแพทย์ดูแลงาน
ระบบสุขภาพของประเทศไทยจัดเป็นระบบ รักษาและฟื้นฟู กรมสุขภาพจิตดูแลงานสุขภาพจิต
สุขภาพพหุภาคี (pluralistic health system) มี กรมการแพทย์แผนไทยดูแลการพัฒนาแพทย์แผนไทย)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วนที่มิได้จ�ำกัดอยู่ และ (3) คลัสเตอร์สนับสนุนบริการสาธารณสุข (กรม
เฉพาะหนว่ ยงานภาครัฐเทา่ นัน้ การพัฒนาระบบสขุ ภาพ สนับสนุนบริการสุขภาพดูแลให้การสนับสนุนการบริการ
ของประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและพัฒนา สุขภาพแก่หน่วยงานต่างๆ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
จากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนตา่ งๆ จนปจั จุบนั มีหน่วย ดูแล public health laboratory surveillance and
งานหลักด้านสุขภาพ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข service รวมถึงท�ำหน้าที่เป็น National Control
ท�ำหนา้ ที่เปน็ national health authority ดูแลนโยบาย laboratory และส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
และขับเคลื่อนงานสุขภาพส�ำคัญของประเทศ โดยมี เปน็ National Regulatory Authority เป็นผ้จู ัดการงาน
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานกลาง เชอื้ ดอ้ื ยาปฏชิ วี นะและดแู ลนโยบายดา้ นยาของประเทศ)
ในการบริหารงานในภาพรวม มีกรมวิชาการดูแลเป็น
national health authority ในการก�ำหนดนโยบาย การบริหารส่วนภูมิภาคด�ำเนินงานผ่านส�ำนักงาน
สนับสนุนวิชาการและมีระบบติดตามประเมินผลในด้าน ระดบั ภมู ภิ าคคอื เขตบรกิ ารสขุ ภาพรว่ มกบั สำ� นกั งานระดบั
ตา่ งๆ ระบบบรหิ ารงานของกระทรวงสาธารณสขุ แบง่ เปน็ เขตของกรมวิชาการต่างๆ ท่ีท�ำหน้าท่ีสนับสนุนวิชาการ
2 ระดับ ได้แก่ ส่วนกลางและสว่ นภมู ภิ าค และมีส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ดูแลนโยบาย
การบริหารงานส่วนกลาง ประกอบด้วยส�ำนักงาน สขุ ภาพและปฏบิ ตั กิ ารระดบั จงั หวดั โดยเชอื่ มโยงกบั ระบบ
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกรมวิชาการต่างๆ สขุ ภาพอำ� เภอและมหี นว่ ยงานปลายสดุ ของระบบสขุ ภาพ
แบ่งเป็น 3 คลัสเตอร์ ได้แก่ (1) คลัสเตอร์บริการ ปฐมภมู ิ คอื โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำ� บล
สาธารณสุข (กรมอนามัยดูแลงานส่งเสริมสุขภาพ
กรมควบคุมโรคดูแลงานควบคุมโรค) (2) คลัสเตอร์ นอกจากการบรหิ ารราชการภายใตก้ ารกำ� กบั ของรฐั
แล้ว ในระบบสุขภาพมีองค์กรอสิ ระภายใตร้ ะบบสขุ ภาพ
อีก 7 องคก์ ร (ภาพท่ี 11.5) ได้แก่

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 279

ภาพท่ี 11.5 องคก์ รในระบบสุขภาพของประเทศไทย

(1) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจัดตั้งขึ้นภายใต้ (5) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ภายใต้ พ.ร.บ. การ
พ.ร.บ. สถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 มบี ทบาท แพทย์ฉกุ เฉิน พ.ศ. 2551 เพอ่ื เป็นองคก์ รรับผิดชอบการ
ในการสรา้ งความรู้เพือ่ พฒั นาระบบสาธารณสขุ บริหารจัดการการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกับ
หนว่ ยงานท่ีเกย่ี วข้องทกุ ระดบั
(2) ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม
สุขภาพ จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน (6) สถาบนั รบั รองคณุ ภาพสถานพยาบาล จดั ตง้ั ขน้ึ
การสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 เพื่อเป็นองค์กรหลัก โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันรับรองคุณภาพสถาน
ทำ� หนา้ ทผ่ี ลกั ดนั กระต้นุ สนบั สนุน และร่วมกบั หนว่ ยงา พยาบาล (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 ด�ำเนนิ การเกี่ยว
นอนื่ ๆ เพ่อื สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ กับการประเมินระบบงานและการรับรองคุณภาพของ
สถานพยาบาล
(3) ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดตั้ง
ตาม พ.ร.บ. หลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มี (7) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ภายใต้ พ.ร.ก. จัดตั้ง
บทบาทในการจดั บรกิ ารสาธารณสขุ ใหแ้ กบ่ คุ คลทไ่ี มม่ สี ทิ ธิ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2555 มีบทบาทในการขับ
สวัสดิการรกั ษาพยาบาลจากกฎหมายประกันสังคม หรือ เคลอ่ื นความมัน่ คงของประเทศดา้ นวคั ซนี
สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานของรัฐอ่นื ๆ

(4) ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจัดตั้ง
ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีบทบาทส�ำคัญ
ในการสนบั สนุนกลไกนโยบายสาธารณะแบบมสี ว่ นรว่ ม

280 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ส�ำหรับงานสุขภาพโลกในประเทศไทย กระทรวง วณั โรคและสขุ ภาพประชากรขา้ มชาต)ิ เรยี กไดว้ า่ ปจั จบุ นั
สาธารณสขุ เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการดแู ลนโยบายสขุ ภาพ งานสุขภาพเป็นเคร่ืองมือส�ำคัญอันหนึ่งต่อการขับเคลื่อน
โลกของประเทศ โดยมีกรอบแผนยุทธศาสตรส์ ขุ ภาพโลก นโยบายการต่างประเทศของประเทศไทย
เป็นกรอบนโยบายก�ำหนดทิศทางการด�ำเนินงาน หน่วย
งานหลักท่ีดูแลนโยบายสุขภาพโลก คือ กองการต่าง นอกจากการท�ำงานร่วมกันกับกระทรวงต่าง
ประเทศ ซึ่งจะท�ำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสาน ประเทศแล้ว กระทรวงสาธารณสุขเริ่มมีการท�ำงานร่วม
นโยบายสขุ ภาพโลกกบั กระทรวงการตา่ งประเทศ และกระ กับกระทรวงอื่นๆ มากข้ึน ในประเด็นสุขภาพส�ำคัญ
ทรวงอนื่ ๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง บางประเด็น เช่น นโยบายการค้าและสุขภาพร่วมกับ
กระทรวงพาณิชย์ การทำ� งานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย
11.5.2 ภูมทิ ัศนง์ านสขุ ภาพโลกของประเทศไทย เปน็ ต้น
ภู มิ ทั ศ น ์ ง า น สุ ข ภ า พ โ ล ก ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย มี
วิวัฒนาการอย่างต่อเน่ืองตามภูมิทัศน์ระบบสุขภาพใน ห า ก ม อ ง ภู มิ ทั ศ น ์ สุ ข ภ า พ โ ล ก ใ น ภ า ค สุ ข ภ า พ
ระดับโลกและทศิ ทางการพัฒนาสขุ ภาพของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงความส�ำคัญของงาน
ในภาพรวม กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ หนว่ ยงานหลกั สุขภาพโลกมากข้ึนและเห็นว่าจะต้องมีการปรับบทบาท
ซ่ึงท�ำหน้าที่เป็น counterpart กับองค์การอนามัยโลก และเพ่ิมขีดความสามารถของประเทศด้านสุขภาพโลกให้
ต้ังแต่ประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกร่วมจัดต้ัง ต่อมาเม่ือมี ทนั ตอ่ บรบิ ทสุขภาพท่ีมกี ารเปล่ียนแปลง ท้ังน้ี มีประเด็น
องค์กรระดับนานาชาติต้ังข้ึนใหม่ เข้ามาเป็นผู้เล่นส�ำคัญ นโยบายท่ีกระทรวงสาธารณสขุ ใหค้ วามสำ� คญั ได้แก่
ประเทศไทยได้เข้าร่วมท�ำงานกับหน่วยงานเหล่าน้ีต้ังแต่
เร่ิมต้น เช่น ในกรณที ปี่ ระเทศไทยรว่ มเป็นผู้เล่นสำ� คญั ใน การปรับบทบาทของประเทศไทยจากประเทศผู้รับ
การจดั ตงั้ กองทนุ โลกในชว่ งเรม่ิ ตน้ การเขา้ ไปมบี ทบาทใน เป็นประเทศผู้ให้เพื่อใช้สุขภาพโลกเป็นเครื่องมือในการ
คณะกรรมการบรหิ ารของโครงการเอดสแ์ หง่ สหประชาชาติ ขบั เคล่ือนนโยบายระหว่างประเทศอนื่ ๆ
ส�ำหรับภูมิทัศน์งานสุขภาพโลกภายในประเทศก็มี
การปรบั ตามงานสขุ ภาพโลกทเี่ ปลย่ี นไป งานตา่ งประเทศ การปรับกลไกการอภิบาลและโครงสร้าง/บทบาท
ในอดีต กระทรวงสาธารณสุขจะด�ำเนินงานวิเทศสัมพันธ์ ของหน่วยงานหลักในกระทรวงให้สามารถขับเคล่ือน
และความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านสาธารณสุขเป็น นโยบายสุขภาพโลกให้ทันการณ์โดยปรับจากที่งานหลัก
หลัก กรมวิชาการต่างๆ มกี ารท�ำงานระหว่างประเทศใน เดิมคืองานวิเทศสัมพันธ์สู่การท�ำงานพัฒนานโยบาย
สว่ นท่เี ปน็ งานวิชาการเฉพาะประเดน็ ในช่วง 5 ปที ่ีผา่ น สุขภาพโลกโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นฐานเพื่อให้งาน
มา กระทรวงสาธารณสขุ มกี ารทำ� งานใกลช้ ดิ กบั กระทรวง สุขภาพโลกเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสุขภาพของ
ต่างประเทศมากข้ึน ต้ังแต่ระดับนโยบายที่มีการจัดท�ำ ประเทศใหไ้ ด้ประโยชนส์ ูงสดุ
กรอบยุทธศาสตร์สุขภาพโลกร่วมกันโดยเรียกได้ว่าเป็น
แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติแผนแรกท่ีเป็นความร่วมมือ การพัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้าน
ระหว่าง 2 กระทรวง จนถึงการร่วมกันขับเคล่ือนกรอบ สุขภาพโลก
ยุทธศาสตรฯ์ ในกจิ กรรมสำ� คัญ เชน่ การขับเคลอ่ื นวาระ
สุขภาพท่ีส�ำคัญสู่เวทีสหประชาชาติหรือเวทีอื่นๆ (การ จากประเด็นนโยบายดังกล่าวน�ำมาซึ่งการปรับ
ขับเคล่ือนปัญหาเช้ือด้ือยาปฏิชีวนะ การประกันสุขภาพ โครงสร้างของหน่วยงานหลักในกระทรวงเพื่อขับเคลื่อน
ถว้ นหน้า การแก้ไขปัญหาเอชไอวี/เอดส์ การแกไ้ ขปัญหา การพฒั นางานสขุ ภาพโลกของประเทศไทยใหเ้ ปน็ รปู ธรรม
กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดตั้งส�ำนักการสาธารณสุข
ระหว่างประเทศซ่ึงเดิมเป็นโครงสร้างภายในมีสถานะ
เป็นกลุ่มงานภายใตส้ �ำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์ จดั ต้ัง
เปน็ โครงสรา้ งอยา่ งเปน็ ทางการ ตามกฎกระทรวงแบง่ สว่ น
ราชการสํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2560

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 281

กองการตา่ งประเทศจะท�ำหนา้ ท่เี ปน็ แกนกลางของ งานและกองการต่างประเทศจะดูแลนโยบายสุขภาพโลก
กระทรวงสาธารณสุขในการประสานนโยบายภาพรวม ของกระทรวงสาธารณสุขในภาพรวมและประสานกับ
กับหน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศหรือผู้รับผิด กระทรวงหรือหน่วยงานอื่นนอกภาคสุขภาพเพื่อจัดท�ำ
ชอบงานตา่ งประเทศของกรมวชิ าการและหนว่ ยงานอสิ ระ เป็นนโยบายของประเทศต่อไปโดยเฉพาะประเด็นที่ต้อง
ภายใต้ระบบสุขภาพโดยกรมและหน่วยงานอิสระจะดูแล ประสานนโยบายระหวา่ งกรม และระหวา่ งกระทรวง รวม
ประเด็นนโยบายเชิงวิชาการตามบทบาทของแตล่ ะหน่วย ถึงประเด็นท่ียังไมม่ ีหน่วยงานหลักรับผิดชอบ

ภาพท่ี 11.6 หน่วยงานหลักในระบบสขุ ภาพโลกของประเทศไทย

11.5.3 หนว่ ยงานหลกั ในระบบสขุ ภาพโลกของ หลังจากได้รับการจัดตั้งเป็นโครงสร้างอย่างเป็น
ประเทศไทย ทางการ กองการต่างประเทศจะต้องพัฒนาบทบาท
ให้เหมาะสมตามบริบทสุขภาพโลกในยุคใหม่โดยต้อง
กองการต่างประเทศ ส�ำนักงานปลัดกระทรวง เพ่ิมภารกิจด้านพัฒนานโยบายและการสร้างขีดความ
สาธารณสุข เป็นหน่วยงานกลางด้านสุขภาพโลกของ สามารถด้านสุขภาพโลกให้กับประเทศ ในขณะที่ยังต้อง
ภาคสุขภาพท�ำหน้าที่เปรียบเสมือนกระทรวงการต่าง รักษาศักยภาพงานวิเทศสัมพันธ์เดิมซึ่งมีความส�ำคัญเช่น
ประเทศในภาคสุขภาพ ประสาน พัฒนา เช่ือมโยงและ เดียวกัน
ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพในภาพรวม โดยด�ำเนินการใน
3 ระดบั ไดแ้ ก่ การประสานกบั หนว่ ยงานระหวา่ งประเทศ
การประสานระหว่างกระทรวง การประสานข้ามกรม
ภายในกระทรวง

282 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ทั้งน้ี เพ่ือให้สามารถบรรลุนโยบายของกระทรวง กองทุนสรา้ งเสริมสุขภาพ เป็นต้น สำ� หรับหนว่ ยงานอนื่ ๆ
สาธารณสุขที่ประเทศไทยจะมีบทบาทน�ำในงานสุขภาพ โครงสรา้ งของหนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบงานตา่ งประเทศเปน็
โลกเพ่ือส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพของประเทศ กระทร รปู แบบกลมุ่ งานภายใตก้ องแผนงานบา้ ง มกี ารมอบหมาย
วงฯ มีนโยบายท่ีจะพัฒนาขีดความสามารถของกองการ บคุ คลรับผดิ ชอบงานสขุ ภาพโลกบ้าง
ต่างประเทศให้เป็นสถาบันสุขภาพโลกในอนาคต เพื่อ
เปน็ think tank ของประเทศดา้ นสขุ ภาพโลก ในระยะ นอกเหนอื จากโครงสรา้ ง ภารกจิ หลกั ของหนว่ ยงาน
เร่ิมต้น จึงเห็นชอบให้กองการต่างประเทศ (Global ท่ีรับผิดชอบงานต่างประเทศภายใต้กรมฯ ส่วนใหญ่เป็น
Health Division) สำ� นักพฒั นานโยบายสุขภาพระหว่าง งานความร่วมมือและงานวิเทศสัมพันธ์ และทกุ หน่วยงาน
ประเทศ (IHPP: International Health Policy Program) กำ� ลงั อยใู่ นชว่ งเปลยี่ นผา่ นทต่ี อ้ งเพม่ิ ความสำ� คญั ใหก้ บั งาน
และโครงการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HITAP: พฒั นานโยบายและวชิ าการสขุ ภาพโลกในสดั สว่ นทม่ี ากขน้ึ
Health Intervention and Technology Assessment
Program) ซ่ึงมีความเช่ียวชาญด้านการสร้างความรู้เพื่อ ทั้งนี้ ในระยะกลางและยาว มีความจ�ำเป็นที่จะ
พัฒนานโยบายสุขภาพที่ส�ำคัญในหลายด้าน รวมทั้ง ต้องมีโครงสร้างหน่วยงานรองรับและมีทรัพยากร
มีขีดความสามารถด้านนโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลให้เพียงพอท่ีจะขับเคล่ือน
มาท�ำงานร่วมกันโดยใช้จุดแข็งของท้ังสามหน่วยงาน งานดา้ นนโยบายเพม่ิ เตมิ ใหท้ นั ตอ่ บรบิ ทการเปลยี่ นแปลง
มาพัฒนาทิศทางการขับเคลื่อนงานสุขภาพโลกและ ของงานสุขภาพโลก
ในจุดหมายปลายทางเพ่ือให้เกิดสถาบันสุขภาพโลกท่ีมี
ความเขม้ แข็งให้แกป่ ระเทศในระยะยาว • หนว่ ยงานนอกกระทรวงสาธารณสขุ
ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่ให้ความส�ำคัญกับ
• หน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านต่างประเทศของ
กรมวชิ าการ องค์กรอสิ ระในระบบสุขภาพ งานสุขภาพโลกอยู่พอสมควร โดยเฉพาะภาคการศึกษา
ท่ีมีการเรียนการสอนเกี่ยวข้องกับสุขภาพโลกในหลาย
กรมวิชาการและองค์กรอิสระในระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัย รวมถึงมหาวิทยาลัยมหิดลท่ีมีการจัดต้ัง
มีบทบาทส�ำคัญในการสนับสนุนข้อมูลวิชาการตาม Mahidol University Global Health เพ่อื ส่งเสริมบทบาท
บทบาทของตนส�ำหรับพัฒนานโยบายสุขภาพโลก โดย ของมหาวทิ ยาลยั ตอ่ งานสขุ ภาพโลกและเปน็ เครอื ขา่ ยสำ� คญั
กรมและองค์กรดังกล่าวมีหน่วยงานที่รับผิดชอบงาน ของกระทรวงสาธารณสขุ
ด้านต่างประเทศ บทบาทของหน่วยงานท่ีรับผิดชอบ
งานด้านต่างประเทศของกรมวิชาการต่างๆ และหน่วย • กระทรวงการต่างประเทศ
งานอิสระในระบบสุขภาพมีความหลากหลาย ปัจจัย กระทรวงการตา่ งประเทศเปน็ องคก์ รหลกั ทดี่ แู ล
เกื้อหนุนส�ำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถและ
โครงสร้างของหน่วยงานเหล่าน้ีข้ึนกับนโยบายด้าน นโยบายดา้ นตา่ งประเทศของประเทศไทย รวมถงึ นโยบาย
ต่างประเทศของแต่ละหน่วยงานและปริมาณงานต่าง สุขภาพโลกที่ร่วมด�ำเนินงานกับกระทรวงสาธารณสุข
ประเทศที่แต่ละกรมต้องรับผิดชอบ ท�ำให้กรมที่มีนโย อย่างใกล้ชิด ทั้งน้ี ในปัจจุบันกระทรวงต่างประเทศและ
บายขับเคล่ือนงานต่างประเทศและมีภารกิจด้านต่าง กระทรวงสาธารณสุขมีการก�ำหนดทิศทางการด�ำเนิน
ประเทศมาก ต้องมีการพัฒนาโครงสร้างและขีดความ งานด้านสุขภาพโลกร่วมกันโดยจัดท�ำกรอบยุทธศาสตร์
สามารรถเพ่ือรองรับภารกิจให้ได้ ในปัจจุบันมีกรมหรือ สุขภาพโลกของประเทศไทย ซ่งึ เป็นกรอบนโยบายสำ� คัญ
หน่วยงานจ�ำนวนหน่ึงท่ีมีโครงสร้างรองรับงานสุขภาพ ทน่ี ำ� สขุ ภาพเปน็ เครอื่ งมอื สำ� คญั ในการขบั เคลอ่ื นนโยบาย
โลกชดั เจน โดยจัดตัง้ สำ� นกั งานดแู ลงานต่างประเทศเป็น ตา่ งประเทศ
ภารกจิ หลัก เช่น กรมควบคมุ โรค กรมอนามัย สำ� นกั งาน
ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์สุขภาพโลก กระทรวงต่าง
ประเทศและกระทรวงสาธารณสุขมีความร่วมมือกันใน
หลายด้านสำ� คญั ไดแ้ ก่

(1) ความร่วมมือกันผลักดันนโยบายในเวทีสุขภาพ
ระหวา่ งประเทศ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 283

1.1) เวทีสหประชาชาติและหน่วยงานภายใต้ อภิบาลโดยกลไกการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่าย
สหประชาชาติ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีระบบอภิบาลครอบคลุมทั้ง
3 ด้าน ซ่ึงวิวัฒนาการระบบอภิบาลสุขภาพโลกใน
หน่วยงานหลกั 3 หนว่ ยงานสำ� คญั คือกรมองค์การ ประเทศไทย เติบโตเคียงคกู่ ับระบบสขุ ภาพในระดบั โลก
ระหวา่ งประเทศ โดยกองการสังคม คณะผแู้ ทนถาวรไทย
ประจำ� สหประชาชาติ ณ นครเจนวิ า และคณะผแู้ ทนถาวร 1) การอภิบาลโดยภาครฐั
ไทยประจำ� สหประชาชาติ ณ นิวยอร์ก การอภิบาลระบบสุขภาพโลกโดยภาครัฐ มีกลไก
ส�ำคัญที่เก่ียวข้องหลายกลไก โดยจัดต้ังขึ้นให้สอดคล้อง
1.2) เวทีอาเซียน กบั รปู แบบหลกั ของกลไกระดบั โลกทปี่ ระเทศตอ้ งเขา้ ไปมี
หน่วยงานส�ำคัญคือกรมอาเซียนในฐานะส�ำนัก บทบาท และต้องเชื่อมโยงสอดคล้องกับกลไกในประเทศ
เลขาธิการอาเซียนแห่งชาติและคณะผู้แทนถาวรไทย เพื่อให้งานสุขภาพโลกเป็นเคร่ืองมือช่วยพัฒนางานใน
ประจ�ำอาเซยี น ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศให้ก้าวหน้า ในทีน่ ี้กลไกที่จะกลา่ วถงึ ได้แก่
(2) ความร่วมมือทวภิ าคี • คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อก�ำกับทิศทาง
มีการด�ำเนินงานเกี่ยวข้องกับกรมตามประเทศที่จะ นโยบายสุขภาพโลกในภาพกว้างของประเทศ โดย
ทำ� ความร่วมมอื ไดแ้ ก่ กรมเอเชียตะวันออก กรมเอเชยี ใต้ ครอบคลุมงานท่ีเกี่ยวข้องกับทุกองค์กร ท้ังรูปแบบความ
ตะวนั ออกกลางและแอฟริกา กรมอเมริกาและแปซฟิ กิ ใต้ รว่ มมือท่เี ป็นท้งั ทวภิ าคีและพหภุ าคี กลไกคณะกรรมการ
และกรมยุโรป รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตประจ�ำประ รูปแบบนี้ เป็นกลไกร่มใหญ่ของงานสุขภาพโลกใน
เทศนั้นๆ รวมถึงการประสานร่วมมือกับส�ำนักงานความ ประเทศไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ร่วมมือเพ่ือการพัฒนาระหว่างประเทศในด้านนโยบาย เป็นประธาน มีหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องท้ังในกระทรวงและ
ความร่วมมือและกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่าง นอกกระทรวง และมีกองการตา่ งประเทศเปน็ เลขานกุ าร
ประเทศในด้านสนธิสัญญาโดยเฉพาะในส่วนการลงนาม • กลไกการท�ำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลกและ
ข้อตกลงความรว่ มมือ หนว่ ยงานภายใต้สหประชาชาติ
ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายการท�ำงาน กลไกการประสานและตัดสินใจในระบบปกติ
ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการต่าง ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การอนามัย
ประเทศมคี วามเขม้ แขง็ ขนึ้ เปน็ ลำ� ดบั กระทรวงสาธารณสขุ โลก ได้ร่วมท�ำงานกับองค์การอนามัยโลกมาเป็นระยะ
มีบทบาทสำ� คญั ในการขับเคลอื่ นนโยบายสขุ ภาพโลกเพ่ือ เวลานานโดยช่องทางการสื่อสารหลักผ่านทางส�ำนักงาน
พัฒนางานสุขภาพในประเทศและดูแลนโยบายในส่วน องค์การอนามัยโลกประจ�ำประเทศไทย ส�ำนักงาน
สารตั ถะ ในขณะทกี่ ระทรวงการตา่ งประเทศจะมองในมติ ิ องค์การอนามัยโลกประจ�ำภูมิภาคเอเชียใต้และตะวัน
ดา้ นการเมอื งและการทตู และกระบวนการขบั เคลอื่ นในเวที ออกและส�ำนักงานใหญ่ องค์การอนามัยโลก รวมถึงการ
ต่างๆ โดยท�ำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สื่อสารผ่านคณะผูแ้ ทนถาวรไทยประจ�ำสหประชาชาติ ณ
รว่ มกนั และนำ� มาซง่ึ ผลประโยชนแ์ กป่ ระเทศในหลายดา้ น นครเจนวี า คณะผ้แู ทนถาวรไทยประจำ� สหประชาชาติ ณ
11.5.4 กลไกการอภิบาลระบบสุขภาพโลกของ นครนิวยอร์ก และกองการสังคม กรมองค์การระหว่าง
ประเทศไทย ประเทศ ทั้งน้ี การท�ำงานจะเป็นการประสานทั้งในด้าน
กลไกการอภบิ าลระบบสขุ ภาพโลกของประเทศไทย วชิ าการและการบรหิ ารจดั การในประเดน็ นโยบายสขุ ภาพ
ในบทน้ีจะแบ่งเป็น 3 ด้านหลักเพ่ือให้สอดคล้องกับใน ตา่ งๆ โดยใชจ้ ดหมายราชการหรอื ไปรษณยี อ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
สว่ นการอภบิ าลระบบสขุ ภาพโลกในระดบั โลก ไดแ้ ก่ การ และการตัดสินใจจะเป็นไปตามระบบบริหารราชการของ
อภิบาลโดยภาครัฐ การอภิบาลโดยกลไกตลาด และการ กระทรวงสาธารณสขุ ในระบบปกติ

284 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

กลไกระหว่างองค์การอนามัยโลกกับประเทศไทย • กลไกความรว่ มมือทวภิ าคี
(การทำ� งานในประเทศ) กลไกการทำ� งานระหวา่ งองคก์ าร กลไกความร่วมมือทวิภาคีในระดับกระทรวงจะ
อนามัยโลกกับประเทศไทย ใช้กลไกอภิบาลผ่านคณะ เชอ่ื มโยงสอดคลอ้ งกบั นโยบายตา่ งประเทศ โดยเชอื่ มโยง
กรรมการบริหารความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ กับกลไกระดับผู้น�ำสูงสุด (ซ่ึงจะมีในประเทศยุทธศาสตร์
องค์การอนามัยโลก (Executive Committee) โดย สำ� คญั ) คอื Joint Cabinet Retreat ซง่ึ จะกำ� หนดนโยบาย
มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ผู้แทนองค์การ ในภาพรวมระหวา่ งสองประเทศ กลไกลำ� ดบั ถดั มาจะเปน็
อนามัยโลกประจ�ำประเทศไทย เป็นประธานร่วม อธิบดี กลไกระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของ
กรมวิชาการ ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอิสระใน ทั้งสองประเทศ ส�ำหรับในระดับกระทรวงสาธารณสุขจะ
ระบบสุขภาพ ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการ กองการต่าง มีกลไกระหว่างกระทรวงสาธารณสุขของท้ังสองประเทศ
ประเทศทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ เลขานกุ ารกจิ มอี ำ� นาจหนา้ ทใ่ี นการ ที่มีบทบาทส�ำคัญในการตัดสินใจในความร่วมมือระดับ
กำ� หนดทศิ ทางการทำ� งานระหวา่ งองคก์ ารอนามยั โลกกบั นโยบายและมีกลไกภายในท�ำหนา้ ทตี่ ดิ ตามขับเคลอ่ื น
ประเทศไทย การด�ำเนินงานรูปแบบและองค์ประกอบคณะ
กรรมการจะแตกต่างกันไปตามธรรมเนียมของคู่ประเทศ
กลไกการอภิบาลนโยบายสุขภาพโลกส�ำหรับการ หรือองค์กรทที่ �ำความรว่ มมือ
ประชุมสมัชชาอนามัยโลก และการประชุมอ่ืนๆ ภายใต้ 2) การอภบิ าลโดยกลไกตลาด
ระบบอภิบาลขององค์การอนามัยโลก กลไกน้ีเป็นกลไก การอภิบาลโดยกลไกตลาดเป็นไปตามอุปสงค์
ในรูปแบบการท�ำงานรว่ มกนั ระหว่างกระทรวงฯ โดยกอง และอุปทาน เช่นเดียวกับในระดับโลก ซึ่งในปัจจุบันใน
การต่างประเทศเป็นแกนกลาง ร่วมมือกับกรมวิชาการ ประเทศไทยมีการอภิบาลด้วยกลไกตลาดในหลายด้าน
ตา่ งๆ และหนว่ ยงานอสิ ระในระบบสขุ ภาพ หนว่ ยงานอน่ื ๆ เช่น ความต้องการในการเข้าถึงยาท่ีมีคุณภาพและราคา
นอกกระทรวงฯ เป็นความร่วมมือแบบมีส่วนร่วมใน เข้าถึงได้ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคล่ือนส�ำคัญที่ท�ำให้มีการผลิต
การก�ำหนดนโยบายและจุดยืนตั้งแต่การพัฒนานโยบาย ยาสามัญส�ำหรับรักษาโรคเพื่อใช้ในประเทศก�ำลังพัฒนา
ขาข้ึนและขาลง รวมถึงการจัดการความรู้และการพัฒนา รวมถงึ การทำ� central procurement ยาและเวชภัณฑ์
บุคลากรอย่างเป็นระบบ กลไกน้ียังมีการพัฒนาต่อเน่ือง ราคาแพงในประเทศไทยซึ่งช่วยให้มีการเข้าถึงการรักษา
และในระดับกรม มีกรมควบคุมโรคและกรมอนามัยที่มี ท่ีจ�ำเป็นแก่ประชาชนอีกจ�ำนวนมาก การมีโรงพยาบาล
กลไกส�ำหรับเตรียมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกอย่าง เอกชนเกิดขึน้ มากมาย ก็เกิดจากกลไกความตอ้ งการของ
เป็นระบบ ผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบันมีโรงพยาบาลเอกชนจ�ำนวนมาก
ถอื เปน็ กลไกตลาดทมี่ าชว่ ยสง่ เสรมิ การใหบ้ รกิ ารในระบบ
กลไกการอภิบาลส�ำหรับอาเซียน เป็นกลไกภายใน แตส่ ง่ิ ทีพ่ ึงระวงั คอื โรงพยาบาลเอกชนมขี อ้ มลู และความ
กระทรวงโดยมีคณะกรรมการในระดับกระทรวงดูแลใน รู้มากกว่าผู้บริโภค กลไกของรัฐยังต้องการการพัฒนาให้
ภาพรวมและมีคณะอนุกรรมการในระดับกลุ่มภารกิจ เขม้ แขง็ ในการดแู ลมาตรฐานบรกิ ารและการกำ� หนดราคา
ตามโครงสร้างการท�ำงานของอาเซียน 4 คณะ ได้แก่ ที่เหมาะสมและสมเหตุสมผล มิฉะนั้นแล้วจะเกิดผลกระ
Promoting Healthy lifestyle ซึ่งกรมอนามัยเป็น ทบแก่ระบบบรกิ ารในภาพรวมของประเทศได้
เลขานุการกิจ, responding to all hazards and 3) การอภบิ าลดว้ ยกลไกการมสี ว่ นรว่ ม
emerging threats กรมควบคุมโรคเป็นเลขานุการกิจ, ในปัจจุบัน การอภิบาลด้วยกลไกการมีส่วน
Strengthening Health System and access to care ร่วมในประเทศไทย มีความก้าวหน้าเป็นอันมาก เช่น
ส�ำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศเป็น สมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่เป็นเวทีนโยบายสาธารณะที่
เลขานุการกิจ และ Ensuring food safety ส�ำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยาเปน็ เลขานุการกจิ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 285

เกิดจากการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง ประเทศไทยมีกลไกอภิบาลระบบ
คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติท่ีมีภาค สุขภาพโลกที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องตามวิวัฒนาการของ
ประชาชนและภาคเอกชน เข้ามาร่วมเป็นกรรมการ ระบบสุขภาพในประเทศท่ีเติบโตมาจากการมีส่วนร่วม
การทำ� งานเตรยี มการสำ� หรบั คณะผแู้ ทนไทยในเวทสี มชั ชา ของภาคส่วนต่างๆ มายาวนาน ในระยะยาวจ�ำเป็นต้อง
อนามัยโลกเป็นอีกตัวอย่างหน่ึงที่ถือว่าเป็นรูปแบบ มีการติดตามดูแลกลไกการอภิบาลในภาพรวมให้เป็นไป
การอภิบาลแบบมีส่วนร่วมเน่ืองจากคณะผู้แทนไทยมา อยา่ งสมดุลและสง่ เสรมิ กนั และกนั อยา่ งย่งั ยืน
จากหลากหลายภาคสว่ นมาทำ� งานรว่ มกนั

11.6 บทบาทของประเทศไทยดา้ นสขุ ภาพโลก

แบ่งบทบาทของประเทศไทยด้านสุขภาพโลกเป็น ฐานสาํ คญั สาํ หรบั การปอ้ งกนั ควบคมุ การระบาดของไวรสั
2 ด้านหลัก ไดแ้ ก่ ไขห้ วัดใหญร่ ะบาดใหญแ่ ละไข้หวัดนกในอนาคต
1) บทบาทประเทศไทยในเวทรี ะหวา่ งประเทศ - การรว่ มผลักดนั The WHO global code of
ประเทศไทยแสดงบทบาทนำ� ในเวทีสขุ ภาพระหวา่ ง practice on the international recruitment of
ประเทศในทุกระดบั ตั้งแตร่ ะดับ กรอบอนภุ ูมภิ าค ระดับ health personnel และรา่ งขอ้ มตสิ ำ� คญั ดา้ นกำ� ลงั คนและ
ภมู ิภาค จนถงึ ระดบั โลก ทงั้ ในดา้ นการกำ� หนดวาระและ transformative medical education ซ่ึงจะส่งเสริม
การออกแบบสารัตถะของนโยบาย โดยมจี ุดยนื เพ่ือแกไ้ ข การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีทักษะท่ีเหมาะสม
ปญั หาสขุ ภาพทง้ั ภายในประเทศและระดบั โลก โดยเฉพาะ และปฏิบตั งิ านไดใ้ นบรบิ ทของพน้ื ที่
การแก้ไขปัญหาและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ - การผลักดันกิจกรรมทางกายเป็นวาระส�ำคัญท่ี
ก�ำลังพัฒนา บทบาทการเป็นผู้ประสานเครือขา่ ยสขุ ภาพ จะหารือในระดับโลก โดยมีประเด็นมุ่งเน้น คือ การจัด
ในระดับภูมิภาค การมีบุคลากรที่เป็นท่ียอมรับในระดับ ท�ำแผนระดับโลกเร่ืองกิจกรรมทางกายจนเป็นผลส�ำเร็จ
นานาชาติในสาขาต่างๆ และการมีเวที/เครื่องมือของ ซ่ึงเป็นการสร้างกระแสกิจกรรมทางกายในประเทศและ
ตนเองในการผลักดันวาระนโยบายในระดับนานาชาติ องค์การอนามัยโลกชื่นชมประเทศไทยเป็นประเทศแถว
• บทบาทของประเทศไทยในการกำ� หนดวาระและ หน้าท่ีมีการพัฒนางานกิจกรรมทางกายที่ก้าวหน้าท่ีสุด
การออกแบบสารัตถะของนโยบายสุขภาพในเวทีต่างๆ ประเทศไทย และมีผลต่อการที่นายกรัฐมนตรีประกาศ
ตัวอย่างเช่น ให้มีกิจกรรมทางกายทุกสัปดาห์และมีการขับเคล่ือนแผน
- การรว่ มผลกั ดนั เรอื่ งการแบง่ ปนั ผลประโยชนจ์ าก กิจกรรมทางกายในระดบั ชาตใิ หม้ คี วามก้าวหน้าอกี ด้วย
เชอื้ ไวรสั ไขห้ วดั นก ทปี่ ระเทศตา่ งๆ รว่ มกนั สง่ ไปเกบ็ รกั ษา - ประเทศไทยและญ่ีปุ่นร่วมขับเคล่ือนร่างข้อ
ไว้ ณ ห้องปฏิบัติการขององค์การอนามัยโลก ซึ่งบริษัท มติด้านประกันสุขภาพจนได้รับการรับรองจากสมัชชา
ผผู้ ลติ วคั ซนี สามารถนำ� เชอื้ เหลา่ นไี้ ปใชผ้ ลติ วคั ซนี และนาํ สหประชาชาติ ทจ่ี ะใหม้ กี ารจดั UN High Level meeting
กลบั มาขายในราคาสูง โดยที่ประเทศตา่ งๆ ท่รี ่วมสง่ ไวรสั on UHC รวมถึงการก�ำหนดให้มี UHC day ซ่ึงจะเป็น
ไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทน การต่อสู้ในระดับนโยบาย platform ให้มีการขับเคล่ือนเร่ืองนี้และแลกเปลี่ยน
เรื่องน้ีประสบความสําเร็จโดยใช้ระยะยาว นานกว่า 9 ปี ระหว่างผู้น�ำระดับสูงของประเทศต่างๆ ซ่ึงจะเป็นก้าว
โดยในที่สุดบริษัทผู้ผลิตวัคซีนยอมลงเงินทุนเข้าในกอง แรกในระดบั นโยบายนำ� สกู่ ารเคลอื่ นไหวในประเทศตอ่ ไป
ทุนเพ่ือนํามาพัฒนาการเตรียมความพร้อมรับการระบาด - ประเทศไทยและญปี่ นุ่ รว่ มขบั เคลอ่ื นสง่ เสรมิ การ
ของโรคในประเทศกาํ ลงั พฒั นาในดา้ นตา่ งๆ ซง่ึ จะเปน็ ราก เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในการเจรจาตกลงร่างข้อมติสมัชชา

286 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

อนามัยโลกเรื่องโภชนาการเป็นผลส�ำเร็จและร่างข้อมติ - บุคลากรของประเทศไทยมีขีดความสามารถสูง
น้ีเป็นหลักฐานส�ำคัญประกอบการผลักดัน พ.ร.บ.การ และเปน็ ทย่ี อมรบั ในระดบั นานาชาติ ใหเ้ ขา้ ไปเปน็ ประธาน
ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารส�ำหรับทารก และ การประชุมที่ประเทศสมาชิกมีความเห็นแตกต่างสูงจน
เด็กเล็ก สามารถด�ำเนินการประชุมให้ส�ำเร็จลุล่วง เป็นที่ยอมรับ
ของทุกฝ่ายและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น การเป็น
- ประเทศไทยผลักดันการจัดต้ัง ASEAN Center ประธานการประชุมเรื่องงบประมาณขององค์การอนามัย
for Active Ageing and Innovation (ACAI) ซ่ึง โลก การประชุมเป้าหมายระดับโลกเรื่องความปลอดภัย
เป็นผลงานส�ำคัญของรัฐบาลไทยท่ีจะแสดงในเวทีการ บนท้องถนน การประชุมรา่ งขอ้ มตเิ รอ่ื งโภชนาการ
ประชุมสุดยอดผู้น�ำอาเซียนในปีพ.ศ. 2562 ทั้งน้ี ACAI
จะเป็น think tank ของอาเซียนด้านสูงอายุเพื่อเตรียม - บุคลากรของประเทศไทยเข้าไปมีบทบาทเป็น
ความพรอ้ มสสู่ งั คมสูงอายุ กรรมการระดับนานาชาติที่ส�ำคัญในสาขาเฉพาะด้าน
หรือบุคลากรเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะ
บทบาทในการประสานเครือข่ายสุขภาพในระดับ ผู้เช่ียวชาญเฉพาะสาขา เช่น การเข้าไปเป็นกรรมการใน
ภมู ิภาค กองทุนโลก GAVI คณะกรรมการวิชาการเฉพาะสาขา
ขององคก์ ารอนามยั โลก และองคก์ รระหวา่ งประเทศอน่ื ๆ
- การประสานเครือข่าย Asia Pacific Action การเป็นผเู้ ชย่ี วชาญใน expert roster
Alliance on Human Resource for Health (AAAH)
ซ่ึงเป็นเครือข่ายการท�ำงานดา้ นกำ� ลงั คนดา้ นสุขภาพ • การมีเวที/เคร่ืองมือที่สามารถใช้ผลักดันวาระ
นโยบายในระดบั นานาชาติ
- การเป็นผู้ประสานให้เกิด Mekong Basin
Disease Surveillance Network (MBDS), ASEAN - Foreign Policy and Global Health (FPGH)
plus Three Field Epidemiology Training Program, กระทรวงการต่างประเทศ 7 ประเทศ ซ่ึงตระหนักถึง
Asian Partnership on Emerging Infectious Disease ความส�ำคัญด้านสุขภาพโลกได้ร่วมกันจัดตั้งเครือข่าย
Research (APEIR) ASEAN plus Three UHC network, “นโยบายตา่ งประเทศและสุขภาพโลก” (Foreign Policy
HTAsialink network, International Network for and Global Health-FPGH) ขนึ้ เมอื่ ปี พ.ศ. 2549 โดยมี
Health Promotion Foundation ( INHPF), Southeast สมาชกิ คอื บราซิล ฝรั่งเศส อนิ โดนีเซยี นอรเ์ วย์ เซเนกลั
Asia Tobacco Control Alliance (SEATCA) และ สหภาพแอฟริกาใต้ และไทยเพื่อเข้าร่วมขับเคล่ือน
Health in All policies network ประเด็นส�ำคัญด้านสุขภาพสู่เวทีระหว่างประเทศ โดยให้
ความส�ำคัญกับประเด็นความม่ันคงด้านสุขภาพ เช่น ใน
- ประสานให้เกิดการท�ำงานในภูมิภาคเอเชียใต้ พ.ศ. 2555 ไดป้ ระสบความสำ� เรจ็ ในการผลกั ดนั มตสิ มชั ชา
และตะวนั ออกโดยมี Regional one voice รว่ มกนั ในเวที สหประชาชาติ (UN General Assembly resolution)
สมชั ชาอนามยั โลก เร่ืองหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และร่วมกันผลักดันให้
บรรจุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไว้เป็นเป้าหมายการ
• การมีบุคลากรท่ีมีขีดความสามารถสูงเข้าไปมี พัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เป็นต้น ทั้งน้ีประเทศสมาชิก
บทบาทส�ำคัญในระดับนานาชาติ ของ FPGH ซ่ึงผลัดเปล่ียนกันท�ำหน้าท่ีเจ้าภาพการ
ประชุมจะก�ำหนดประเด็นนโยบายเพ่ือเสนอต่อ UNGA
- ค ณ ะ ผู ้ แ ท น ไ ท ย ( ซ่ึ ง ร ว ม ตั ว แ ท น จ า ก ทุกปี ดังน้ัน การเกดิ ขึน้ ของ FPGH จึงมสี ว่ นส�ำคญั ท�ำให้
หน่วยงานต่างๆ) แสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ประเดน็ ดา้ นสขุ ภาพเชอื่ มโยงการทตู กบั สขุ ภาพเขา้ ดว้ ยกนั
อย่างสร้างสรรค์ มีจุดยืนและท่าทีท่ีใช้วิชาการเป็นฐาน
และมีข้อเสนอท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสุขภาพใน
ภาพรวมในฐานะพลเมืองดีของประชาคมโลก บทบาทนี้
เปน็ ทย่ี อมรบั มายาวนานกว่า 10 ปี

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 287

- การจัดประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า จนประเทศในภูมิภาคอ่ืนๆ อาทิ ประเทศในแอฟริกา
มหิดล (Prince Mahidol Award Conference และหมู่เกาะแปซิฟิก ในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาหลัก
(PMAC)) เป็นการประชุมนานาชาติท่ีเป็นความริเริ่มของ ประกันสุขภาพถ้วนหน้า การระบาดวิทยา การป้องกัน
ประเทศไทยและจัดเปน็ ประจำ� ทกุ ปี ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2550 โรคตดิ ตอ่ การประเมนิ เทคโนโลยที างการแพทย์ ตลอดจน
เป็นต้นมา ท้ังนี้ประเทศไทยโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จ การรักษาพยาบาลประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านตาม
เจ้าฟ้ามหิดลเป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แนวชายแดน และการให้ความช่วยเหลอื ด้านมนุษยธรรม
มหาวิทยาลัยมหิดลและหน่วยงานอ่ืนๆ ในประเทศไทย เชน่ กรณโี รคไขห้ วดั นก กรณอี โี บลา ภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ
โดยเชญิ องค์กรระหว่างประเทศอน่ื ๆ ท่ีเกยี่ วขอ้ งร่วมเปน็ ที่เฮติและเนปาล เป็นต้น นอกจากนี้ประเทศไทยยัง
เจ้าภาพ เช่น องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก องค์กร จดั ใหม้ กี ารแลกเปลย่ี นความรแู้ ละประสบการณก์ ารพฒั นา
ความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญ่ีปุ่น (JICA) มูล สขุ ภาพ การเป็นแหลง่ ศึกษาดูงานดา้ นสขุ ภาพเพอ่ื พฒั นา
นิธิร็อกก้ีเฟลเลอร์ China Medical Boar และองค์กร ขีดความสามารถของบคุ ลากรของนานาประเทศ
ระหวา่ งอน่ื ๆ ในการประชมุ แตล่ ะครง้ั ภาคเี ครอื ขา่ ยทร่ี ว่ ม
จัดประชุมจะเป็นผู้คัดเลือกหัวข้อมาอภิปรายแลกเปลี่ยน บทบาทในด้านนี้ เกิดขึ้นจากการท่ีประเทศไทย
เรียนรู้และความเห็น โดยกรอบแนวคิดส�ำคัญคือข้อคิด ประสบความส�ำเร็จในการแก้ไขปัญหาสุขภาพใน
ในระดบั นโยบายทเี่ ปน็ ความสนใจในระดบั โลก ในแตล่ ะปมี ี หลายด้านและมีรากฐานการพัฒนาระบบสุขภาพที่
ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ ซง่ึ เปน็ ผตู้ ดั สนิ ใจเชงิ นโยบายจากประเทศ เข้มแข็งต่อเน่ืองมาหลายทศวรรษ ตัวอย่างความส�ำเร็จ
ต่างๆ ผู้น�ำองค์กรระหว่างประเทศ และผู้เช่ียวชาญใน ท่ีประเทศไทยสามารถแลกเปล่ียนให้แก่ประเทศต่างๆ ได้
ประเทศตา่ งๆ และผเู้ ชยี่ วชาญในระดบั นานาชาติ เขา้ รว่ ม มดี งั นี้
ประชมุ จ�ำนวนมาก
• การดำ� เนนิ งานแก้ไขปญั หาเอดส์ ซ่ึงประเทศไทย
- การจดั ประชมุ นานาชาตอิ น่ื ๆ เพอ่ื ขบั เคลอื่ นวาระ ประสบความสำ� เรจ็ การดำ� เนนิ งานหลายดา้ น เชน่ โครงการ
สุขภาพท่ีเป็นความสนใจของประเทศ ถงุ ยางอนามยั 100 เปอรเ์ ซน็ ตใ์ นกลมุ่ หญงิ บรกิ ารทางเพศ
ซง่ึ ปอ้ งกนั แพรเ่ ชอ้ื เอชไอวสี ปู่ ระชาชนทว่ั ไป การกำ� จดั การ
การจดั ประชมุ ระดบั รฐั มนตรใี นภมู ภิ าคเอเชยี ใตแ้ ละ ติดเช้ือเอชไอวีจากแม่สู่ลูก การคัดกรองโลหิตท่ีบริจาค
ตะวันออกเร่ืองความปลอดภัยบนท้องถนน เป็นการขับ อย่างท่ัวถึง การมีระบบข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ ติดตาม
เคล่ือนนโยบายต่อจากการจัดท�ำเป้าหมายระดับโลกและ เฝ้าระวังสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีท่ีใช้ประโยชน์ใน
มงุ่ เนน้ ประเด็นปญั หาในภูมภิ าคทเ่ี ปน็ สาเหตกุ ารเสียชวี ิต การวางแผนและการประเมนิ ผลงานไดเ้ ปน็ อยา่ งดี การจดั
ที่ส�ำคัญคือผู้ใช้ถนนท่ีขับขี่มอเตอร์ไซค์และผู้ใช้ถนนกลุ่ม บรกิ ารใหย้ าตา้ นไวรสั ใหแ้ กผ่ ปู้ ว่ ยเอดสไ์ ดอ้ ยา่ งครอบคลมุ
เปราะบาง การจัดประชุมระดับสูงนี้เช่ือมโยงไปสู่การจัด ทว่ั ถึง การบรกิ ารยาต้านไวรสั แก่แรงงานต่างดา้ วมากกว่า
The 13th World conference on injury prevention 3,000 ราย โดยใช้งบประมาณจากกองทุนโลกด้าน
and safety promotion เอดส์ วัณโรคและมาเลเรีย สนับสนุนค่ายาและการ
ตรวจทางห้องปฏิบัติการและการสนับสนุนงบประมาณ
การจัดประชุม International Society for ด�ำเนินงานจากภายในประเทศในสัดส่วนสูงถึงเกือบ
Physical Activity and Health Congress (ISPAH) ร้อยละ 90 ของงบประมาณดําเนินงานทัง้ หมด แสดงออก
ถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ในการป้องกันและแก้ไข
2) บทบาทในการเป็นพลเมืองที่ดีของโลกในการ ปัญหาเอดส์ในทุกมิติ ทําให้งานเอดส์ของประเทศไทยมี
แลกเปลยี่ นประสบการณแ์ ละใหค้ วามชว่ ยเหลอื ประเทศ ความก้าวหน้า สามารถลดปัญหาและผลกระทบได้อย่าง
ตา่ งๆ ชัดเจน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับ
นานาชาติ รวมถึงมีผลการวิจัยท่ีเป็นท่ียอมรับในระดับ
ประเทศไทยได้ให้ความร่วมมือด้านสาธารณสุข
กับประเทศเพ่ือนบ้าน ประเทศสมาชิก อาเซียนตลอด

288 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

นานาชาติที่เป็นงานวิจัยเปล่ียนโลก เช่น การตรวจเลือด บหุ รีแ่ ละสรุ า และการรว่ มผลกั ดนั กรอบอนสุ ญั ญาว่าด้วย
หาเช้ือเอชไอวีด้วยวิธีที่มีความไวสูงเพื่อค้นหาผู้ติดเช้ือ การควบคุมการบริโภคยาสูบ ซึ่งประเทศไทยได้น�ำกรอบ
เอชไอวีระยะเฉียบพลัน คือ ภายใน 4 สัปดาห์หลังการ อนสุ ญั ญานมี้ าพฒั นาเพอ่ื ใชใ้ นประเทศอยา่ งเหมาะสม จน
รับเช้ือและให้การรักษาอย่างทันท่วงที ซ่ึงจากผลการ ไดร้ บั การยอมรบั และจดั ใหเ้ ปน็ ประเทศแถวหนา้ ทปี่ ระสบ
ศึกษาท�ำให้มีความหวังว่าในอนาคต การรักษาในช่วง ความส�ำเร็จในการควบคุมการบริโภคยาสูบซ่ึงเป็นปัจจัย
ติดเชื้อเฉียบพลันอาจช่วยให้สามารถรักษาการติดเชื้อ เสยี่ งทสี่ ำ� คญั ของโรคไมต่ ดิ ตอ่ รวมทงั้ มงี บประมาณในการ
เอชไอวีให้หายขาดได้ งานวิจัยวัคซีนเอดส์ RV144 ที่ สนับสนุนการรณรงค์ในการควบคุมปัจจัยเส่ียงอื่นๆ และ
ช่วยจุดประกายความหวังว่าการคิดค้นวัคซีนเอดส์ยังเป็น ส่งเสริมกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างกว้างขวางเป็น
ไปได้ หลงั จากทีก่ ารศึกษาอื่นๆ ทั่วโลกต้องยตุ ิไป แต่การ ตัวอยา่ งท่ดี สี ำ� หรับประเทศอ่นื ๆ
ศึกษาในประเทศไทยพบว่าวัคซีนมีประสิทธิผลและเป็น
กุญแจส�ำคัญในการศึกษากลไกทางภูมิคุ้มกันวิทยาเพื่อ • การบังคับใช้สิทธิ์ส�ำหรับยาท่ีมีสิทธิบัตร
พฒั นาวคั ซนี รนุ่ ตอ่ ไปเพอื่ เปน็ เครอ่ื งมอื เสรมิ ในการปอ้ งกนั (compulsory licensing-CL) ท�ำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้
การติดเช้อื ในอนาคต มากขึ้นเน่ืองจากราคายาลดลง เป็นการช่วยประหยัด
งบประมาณและเป็นแบบอย่างให้ประเทศต่างๆ น�ำไป
• การประสบความส�ำเร็จในการผลักดันหลัก ปฏิบัติส่งผลให้บริษัทยาต้นแบบทั่วโลกประกาศลดราคา
ประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้ ใหเ้ ปน็ ผลสำ� เรจ็ ภายในประเทศ แม้ ยาลงถึงรอ้ ยละ 100
องคก์ รดา้ นเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ เชน่ ธนาคารโลกจะ
คดั คา้ นวา่ นโยบายดงั กลา่ วมคี วามเสยี่ งสงู สำ� หรบั ประเทศ ในขณะทก่ี ารดำ� เนนิ นโยบายดา้ นสขุ ภาพสามารถนำ�
ก�ำลังพัฒนาโดยอาจส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศ มาซง่ึ ผลประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกจิ ตอ่ ประเทศและประชาชน
ล้มละลายได้จากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพท่ีสูงมากข้ึน ซึ่ง ไทยได้ ความส�ำเร็จของงานสุขภาพดังกล่าวข้างต้น ต้อง
ความส�ำเร็จของนโยบายนี้ท�ำให้ประชาชนไทยสามารถ อาศยั ระบบสขุ ภาพของประเทศทเี่ ขม้ แขง็ และทส่ี ำ� คญั ตอ้ ง
เข้าถึงบริการที่ดีข้ึน ลดความเหล่ือมล้�ำและเป็นการ อาศยั งานสขุ ภาพโลกเปน็ เครอื่ งมอื สำ� คญั ในการขบั เคลอ่ื น
จุดประกายให้หลายประเทศท่ีมีสถานะทางเศรษฐกิจ งานโดยอาศัยกระแสนโยบายระหว่างประเทศ อาศัยแรง
ใกล้เคียงหรือต่�ำกว่าประเทศไทยเห็นว่ามีความเป็นไป สนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ รวมท้ังทรัพยากร
ได้ที่จะท�ำให้ส�ำเร็จ meให้หลายประเทศเร่ิมมีเป้าหมาย และทุนทางสังคมและปัญญาจากองค์กรระหว่างประเทศ
ในการจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซ่ึงเป็นรากฐาน ชว่ ยหนนุ เสรมิ งานในประเทศใหก้ า้ วหนา้ และยงั ตอ้ งอาศยั
ส�ำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพในภาพรวม เพ่ือให้ งานสุขภาพโลกนำ� ความสำ� เร็จเหลา่ น้ไี ปเผยแพรแ่ ก่นานา
ประชาชนเข้าถงึ บริการและไดร้ ับการป้องกนั โรคและการ อารยประเทศให้รับทราบและประเทศไทยมีโอกาสแลก
รกั ษาอยา่ งเหมาะสม เช่น การผา่ ตัดต้อกระจก การไดร้ บั เปลยี่ นใหป้ ระเทศตา่ งๆ นำ� ประสบการณข์ องประเทศไทย
ยาต้านไวรัสท่ีเหมาะสมในผู้ติดเช้ือเอชไอวี การล้างไต ไปใช้ในการพัฒนา ซ่ึงหากประประเทศอ่ืนๆ มีสถานะ
การสวนหวั ใจช่วยชีวิตผู้ป่วยเสน้ เลอื ดหัวใจตีบ เปน็ ต้น ทางสุขภาพท่ีดี ย่อมส่งผลดีแก่ประชาชนไทยให้มีความ
ปลอดภยั และมัน่ คงทางสุขภาพและสังคมด้วย
• การด�ำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ เช่น
การจดั ตง้ั กองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพจากภาษี

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 289

11.7 กรอบยทุ ธศาสตรส์ ขุ ภาพโลกของประเทศไทย พ.ศ. 2559–2563

ประเทศไทยตระหนักถึงความส�ำคัญของการพัฒนา Response Team: SRRT) (6) ทีมปฏิบัติการฉุกเฉิน
งานสุขภาพโลก กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงต่าง ทางการแพทย์ในภาวะภัยพิบัติ (Medical Emergency
ประเทศจงึ รว่ มกนั จดั ทำ� กรอบแผนยทุ ธศาสตรส์ ขุ ภาพโลก Response Team: MERT) (7) การประเมินเทคโนโลยี
พ.ศ. 2559–2563 ขนึ้ เพอ่ื กำ� หนดทศิ ทางนโยบายสขุ ภาพ และนโยบายด้านสุขภาพ (Health Intervention and
โลกของประเทศไทยในระยะยาว โดยมีเป้าหมายส�ำคัญ Technology Assessment: HITA) และ (8) การแพทย์
คือ “ประเทศไทยมคี วามมั่นคงดา้ นสขุ ภาพและปลอดภัย แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก (Thai Traditional and
จากภัยคุกคามด้านสุขภาพเพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริม Alternative Medicines)
ให้เศรษฐกิจและสังคมไทยพัฒนาได้อย่างยั่งยืนรวมทั้งมี
บทบาทในการรว่ มกำ� หนดนโยบายสขุ ภาพโลกและมคี วาม (3) นโยบายสาธารณะและนโยบายสุขภาพของ
รบั ผดิ ชอบทส่ี รา้ งสรรค์เป็นท่ยี อมรับของประชาคมโลก” ประเทศไทยมีความสอดคล้องและสมดุลระหว่างผล
ประโยชน์ทางการคา้ การลงทุนกบั สขุ ภาพของประชาชน
กรอบยุทธศาสตร์ฯน้ีจะเป็นแนวนโยบายส�ำคัญของ
ประเทศในระยะยาวท่ีจะพัฒนางานสุขภาพของประเทศ (4) ระบบสขุ ภาพไทยมคี วามเขม้ แขง็ ยตุ ิธรรมและ
โดยใช้งานสุขภาพโลกเป็นเครื่องมือ รวมถึงการปกป้อง เป็นธรรม
ผลประโยชน์ของประเทศ และการสร้างภาพลักษณ์ของ
ประเทศ และใชส้ ขุ ภาพเป็นเครอ่ื งมือน�ำในการสร้างความ (5) บคุ ลากร องคก์ รมศี กั ยภาพ ขอ้ มลู มคี ณุ ภาพเออ้ื
สัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพ่ือน�ำสู่ความร่วมมือด้านอ่ืนๆ ต่อการดำ� เนนิ งานด้านสุขภาพโลกได้อยา่ งต่อเนอ่ื ง
ตอ่ ไป เชน่ ดา้ นการคา้ เปน็ ตน้ การมวี สิ ยั ทศั นด์ า้ นสขุ ภาพ
โลกในระยะยาวเช่นน้ี ถือว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้า กรอบยทุ ธศาสตรน์ ไี้ ดร้ บั การรบั รองโดยคณะรฐั มนตรี
เป็นอันมาก เพราะประเทศพัฒนาต่างๆ ล้วนมีแผน และผ่านเป็นข้อมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ(25) โดยมี
ยทุ ธศาสตรส์ ขุ ภาพโลกเปน็ ธงนำ� เชน่ สวเี ดน องั กฤษ ญป่ี นุ่ ยุทธศาสตรส์ ำ� คัญ 5 ดา้ น ไดแ้ ก่

กรอบยทุ ธศาสตรฯ์ มวี ัตถุประสงคส์ ำ� คัญ 5 ประการ 1) สง่ เสริมความม่ันคงด้านสุขภาพในระดับประเทศ
ไดแ้ ก่ และระดบั โลก

(1) ประชาชนทอ่ี าศยั ในผนื แผน่ ดนิ ไทยมคี วามมนั่ คง 2) สง่ เสรมิ บทบาทนำ� ของประเทศไทยในเวทนี โยบาย
ดา้ นสขุ ภาพ สุขภาพโลกและมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์/รับผิดชอบต่อ
การพัฒนาสุขภาพของประชาคมโลก
(2) ประเทศไทยมสี ว่ นรว่ มก�ำหนดสขุ ภาพโลก และ
มบี ทบาทน�ำด้านสขุ ภาพโลก 8 ด้าน ได้แก่ (1) ศูนยก์ ลาง 3) ส่งเสริมความสอดคล้องด้านนโยบายในระดับ
การให้บริการสุขภาพของภูมิภาคอาเซียนและเอเชียโดย ประเทศและในระดับโลก
เน้นความสมดุลระหว่างการให้บริการสุขภาพระหว่าง
คนไทยและผู้ป่วยต่างชาติและเน้นส่งเสริมธุรกิจด้านการ 4) สร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพไทยให้มี
ส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) (2) การสร้างหลักประกัน ความยตุ ิธรรมและเทา่ เทยี ม
สุขภาพถ้วนหนา้ (Universal Health Coverage: UHC)
(3) การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk 5) การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของ
Management) (4) เครือข่ายนักระบาดวิทยา (Field ประเทศไทยดา้ นสขุ ภาพโลกอย่างเป็นระบบ
Epidemiological Training Network: FETN) (5) หนว่ ย
สวบสวนโรคเคล่ือนท่ีเร็ว (Surveillance and Rapid กรอบยทุ ธศาสตรส์ ขุ ภาพโลกนจี้ ะเปน็ กรอบทศิ ทาง
การท�ำงานรว่ มกันอย่างเปน็ ระบบของ ภาคส่วนต่างๆ ท้ัง
ภาครฐั ภาคเอกชนและประชาสงั คม เพอ่ื สรา้ งความมนั่ คง
ทางสขุ ภาพของคนไทยและแสดงการมสี ว่ นรว่ มและความ
รับผิดชอบด้านสุขภาพต่อประชาคมโลก ซ่ึงจะส่งเสริม
ภาพลักษณ์ท่ีดีของไทยในสังคมโลก ประโยชน์ที่ประเทศ
จะได้รับ ได้แก่

290 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

1) ประชาชนไทยและประชาชนในภูมิภาคมี ดูแลสุขภาพของแรงงานต่างด้าวและผู้อพยพย้ายถ่ิน
ความมั่นคงทางสุขภาพร่วมกัน เน่ืองจากไม่มี พรมแดน ซ่ึงล้วนแต่ประสบผลส�ำเร็จด้วยดี แสดงถึงศักยภาพด้าน
ขวางกนั้ การแพรร่ ะบาดของโรคและปจั จยั คกุ คามสขุ ภาพ การพัฒนาสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมสุขภาพประชาชน
ดังนั้นการร่วมมือพัฒนาความมั่นคงทางสุขภาพของ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการก�ำหนดนโยบาย
ประชาชนในภูมิภาคโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านจึงส่ง สาธารณะ นวัตกรรมและประสบการณ์เหล่านี้มีคุณค่า
ผลตอ่ ความมน่ั คงทางสขุ ภาพของคนไทยดว้ ย เชน่ ความ อยา่ งยงิ่ เพอ่ื แบง่ ปนั ใหป้ ระเทศอน่ื ๆ สามารถปรบั ใชใ้ นการ
ร่วมมือระหว่างประเทศผ่านเวทีสุขภาพโลกเพื่อป้องกัน พัฒนาระบบสุขภาพให้เข้มแข็งและเป็นธรรม เพ่ือบรรลุ
การแพร่ระบาดของสารเสพตดิ ยาสูบ สรุ า สารออกฤทธ์ิ สุขภาพดขี องคนในภูมภิ าค
ต่อจิตประสาท อาหารปนเปื้อน ไมป่ ลอดภยั รวมท้งั เรื่อง
หลักประกันสุขภาพ (ซ่ึงจะช่วยให้ไทยลดภาระค่าใช้จ่าย 4) การเสริมสร้างเกยี รติภมู ิและภาพลกั ษณ์ทด่ี ขี อง
ด้านสขุ ภาพของ แรงงานตา่ งดา้ วและผูโ้ ยกย้ายถน่ิ ) ไทยในฐานะประเทศที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อประชาคม
โลก เช่น ความก้าวหน้าทางวิชาการทางการแพทย์และ
2) ความสอดคล้องของนโยบายสาธารณะภายใน สาธารณสุข บริการการศึกษาหลังปริญญาในสาขา
และภายนอกประเทศ นโยบายการคา้ การลงทนุ ทง้ั ภาครฐั เชี่ยวชาญเฉพาะโรคต่างๆ การรักษาพยาบาลของภาค
และเอกชนจากภายในและภายนอกประเทศ สง่ ผลกระทบ เอกชน ซ่ึงได้รับการเผยแพร่เป็นแบบอย่างในการพัฒนา
ตอ่ สขุ ภาพคนไทย ทง้ั ทางบวกและทางลบดงั นนั้ จงึ มคี วาม ระบบสุขภาพในหลายประเทศ หากประชาชนเหล่าน้ัน
จำ� เปน็ ตอ้ งมเี วทที ปี่ ระสานนโยบายเหลา่ นใี้ หส้ อดคลอ้ งกนั โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านมีสุขภาพดี จะเป็นการช่วย
และมีความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางการค้า ราย ยับย้ังโรคระบาดมาสู่ไทย จึงกล่าวได้ว่าประเด็นสุขภาพ
ได้ของเอกชนและรัฐบาลกับสุขภาพของคนในชาติและ เป็นเคร่ืองมือที่ส�ำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่าง
ในขณะเดียวกันภาคเอกชนของไทยท่ีไปลงทุนธุรกิจการ ประเทศ (Health as foreign policy instrument)
ค้าและบริการในต่างประเทศย่อมส่งผลต่อสุขภาพของ เพ่ือช่วยรักษาผลประโยชน์ของชาติ นอกจากน้ีภาค
คนในชาตนิ นั้ กย็ อ่ มมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งปกปอ้ งสขุ ภาพของ สาธารณสุขยังได้ร่วมมือกับภาคการทูตและการต่าง
คนในชาตนิ นั้ ดว้ ย เฉกเชน่ เดยี วกบั การปกปอ้ งสขุ ภาพของ ประเทศในการผลักดันวาระสุขภาพส�ำคัญต่างๆ ใน
คนในประเทศไทย ระดับโลก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางสุขภาพของ
ประเทศไทยเองและของนานาชาติ (Foreign policy is
กรอบยุทธศาสตร์น้ีจึงเป็นฐานของความร่วมมือ an instrument to advocate global health agenda)
ภายในประเทศระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและ การแสดงความรบั ผดิ ชอบของไทยตอ่ ประชาคมโลกในรปู
เอกชน และเป็นฐานของความร่วมมือระหว่างประเทศ แบบท้ังสอง ล้วนแต่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ท่ีดีตลอด
ผ่านระบบสุขภาพโลก เพ่ือให้เกิดสมดุลระหว่างนโยบาย จนเกยี รติภมู ิของประเทศในเวทีสากล เพอื่ การขบั เคลอ่ื น
ต่างๆ กบั สขุ ภาพของประชาชน กรอบแผนยุทธศาสตร์สุขภาพโลกให้ประสบความส�ำเร็จ
จ�ำเป็นท่ีจะต้องระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและ
3) ระบบสาธารณสุขไทยท่ีเข้มแข็งสามารถเผื่อแผ่ บูรณาการกรอบยุทธศาสตร์สุขภาพโลกร่วมกับแผน
และเป็นแบบอย่างไปปรับใช้ในประเทศอ่ืน องค์การ ยทุ ธศาสตรส์ ำ� คญั อนื่ ๆ ซงึ่ รวมถงึ WHO-CCS ทมี่ แี ผนงาน
อนามยั โลกและธนาคารโลกยกยอ่ งประเทศไทยอยใู่ นแนว Global Health Diplomacy เปน็ แผนงานสำ� คญั แผนงาน
หนา้ ของโลกของการพัฒนาระบบสขุ ภาพที่เขม้ แขง็ และมี หนึ่ง ทง้ั น้ีแผนงาน Global Health Diplomacy จะเปน็
ความเปน็ ธรรม และมนี วตั กรรมทางสขุ ภาพอยา่ งตอ่ เนอื่ ง นำ้� มนั หลอ่ ลน่ื การดำ� เนนิ งานตามกรอบยทุ ธศาสตรส์ ขุ ภาพ
เช่น การสาธารณสุขมูลฐาน การควบคุมแก้ไขปัญหา โลกโดยเสรมิ ในสว่ นทไี่ มส่ ามารถดำ� เนนิ การไดใ้ นระบบปกติ
โรคเอดส์ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สมัชชา
สุขภาพ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 291

11.8 ความกา้ วหนา้ ของงานสขุ ภาพโลกในประเทศไทย
จากอดีตถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการด�ำเนินงานด้านสุขภาพโลกอย่างต่อเน่ือง ซึ่งสามารถสรุป

ประเด็นสำ� คัญดังตารางที่ 11.3

ตารางที่ 11.3 ความก้าวหน้าในการดำ� เนนิ งานด้านสขุ ภาพโลกในประเทศไทย

ความกา้ วหน้า ผลลพั ธท์ ่ีเป็นรูปธรรม

1. ความร่วมมือในระดบั โลก • กรอบยุทธศาสตร์สุขภาพโลกที่เกิดจากความมี
• การพัฒนานโยบาย/จุดยืนด�ำเนินการอย่างเป็น ส่วนรว่ มของทกุ ภาคส่วนท่ีเก่ยี วขอ้ ง

ระบบร่วมกบั ภาคที ่เี กย่ี วขอ้ ง • ทา่ ทนี โยบายของประเทศทก่ี รมและหนว่ ยงานใน
• การท�ำงานข้ามภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ ภาคสุขภาพและนอกภาคสุขภาพเขา้ มามสี ว่ นรว่ ม รวม
ท้ังมีสารัตถะที่ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และให้ข้อเสนอแก่
เชน่ การทำ� งานใกลช้ ดิ กระทรวงตา่ งประเทศในการผลกั ประชาคมโลกอย่างสร้างสรรค์
ดันวาระส�ำคัญในเวทีภายใต้กรอบสหประชาชาติ การ
ท�ำงานกับกระทรวงพาณิชย์ในกรอบเจรจาการค้าและ • เกิดข้อมติท่ีส�ำคัญในหลายเวทีท่ีทีมประเทศไทย
สว่ นท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั สุขภาพ รว่ มกนั ผลกั ดนั เชน่ ขอ้ มตสิ หประชาชาตเิ รอื่ ง UHC day,
UN HLM on UHC

• การวางแผนความเคล่ือนไหวในระดับโลกอย่าง
ต่อเน่ืองและเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสุขภาพใน
ประเทศ เช่น กิจกรรมทางกายซ่ึงเกิดความเคล่ือนไหว
และตน่ื ตวั ในประเทศ การผลกั ดนั ขอ้ มตเิ รอ่ื งโภชนาการ
ที่มาช่วยส่งเสริมการผ่านพ.ร.บ.การควบคุมการส่ง
เสริมการตลาดอาหารส�ำหรับทารกและเด็กเล็กใน
ประเทศไทย

• การวางแผนความเคลอ่ื นไหวเรอ่ื งความปลอดภยั
บนท้องถนนในระดับโลกและระดับภูมิภาคสู่การปฏิบัติ
ในประเทศ

• ซ่ึงการขับเคล่ือนประเด็นเหล่าน้ีส่งเสริมการ
ท�ำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายในประเทศและสร้าง
เครือข่ายประเทศพันธมิตรในการเคลื่อนไหวระหว่าง
ประเทศ

292 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ตารางท่ี 11.3 ความก้าวหนา้ ในการด�ำเนินงานด้านสุขภาพโลกในประเทศไทย (ตอ่ )

ความก้าวหน้า ผลลพั ธ์ท่เี ป็นรปู ธรรม

2. ความร่วมมือในระดบั ภมู ิภาคและทวิภาคี • มีการท�ำความร่วมมือกับ อิหร่าน คิวบา ญ่ีปุ่น
• ขยายความร่วมมือทวิภาคีสู่ประเทศอื่นๆ นอก องั กฤษ จนี ฟลิ ปิ ปนิ ส์ อินโดนีเซยี

เหนอื จากประเทศเพอื่ นบา้ นและมปี ระเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ี่
เปน็ จดุ เนน้ ชดั เจนขนึ้ (ซงึ่ สว่ นใหญเ่ ปน็ ความตอ้ งการของ
ประเทศอนื่ ๆ ทตี่ อ้ งการความชว่ ยเหลอื จากประเทศไทย)

• พัฒนารูปแบบความร่วมมือทวิภาคีเพื่อให้เกิด • เรมิ่ model development กับกมั พชู า โดยมี
ผลลพั ธท์ เ่ี ปน็ รปู ธรรม โดยอาศยั กลไกของกระทรวงตา่ ง กลไกอภบิ าลทีช่ ดั เจน มผี จู้ ดั การระดับชาติท่ีดูภาพรวม
ประเทศร่วมด้วย คอื กรมควบคมุ โรค และทำ� งานรว่ มกบั กรมความรว่ มมอื
ระหว่างประเทศใกล้ชิด รวมถึงการใช้กลไกทางการเงิน
เข้ามาร่วมบริหารจดั การโครงการ

• มีความเคล่ือนไหวเพื่อเตรียมความพร้อมใน • การจัดตง้ั ASEAN Center for Active Ageing
ประเดน็ สขุ ภาพส�ำคัญ คอื การรองรับสังคมสงู อายุ and Innovation ในประเทศไทย เพอื่ เป็น think tank
ด้านสูงอายุในภูมิภาคสู่การเตรียมความพร้อมส�ำหรับ
สงั คมสูงอายุ

3.การทำ� งานกับองคก์ ารอนามยั โลก • Innovative model for WHO CCS ท่ีเน้น
• พัฒนารูปแบบการท�ำงาน WHO Country ผลลัพธ์ สร้างความเป็นเจ้าของกับประเทศ และมีการ
บริหารจัดการที่เป็นหน่ึงเดยี ว
Cooperation Strategy ในรูปแบบใหม่
• การพฒั นาขดี ความสามารถกลายเปน็ วฒั นธรรม
ของเครือข่ายสุขภาพโลก (พ่ีน้องทุกระดับให้ความ
ส�ำคัญกับ on the job training, mentor-mentee
relationship)

• มีบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา
งานในหลายดา้ นและในทมี งานประกอบดว้ ยสมาชกิ จาก
หลายหน่วยงานและหลาย generation

• การไปสนับสนุนประเทศต่างๆ ในการพัฒนา
ขีดความสามารถด้านสุขภาพโลก เช่น ญี่ปุ่น มัลดีฟส์
ฟลิ ปิ ปนิ ส์ อินโดนีเซีย บงั คลาเทศ เนปาล

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 293

ตารางที่ 11.3 ความกา้ วหนา้ ในการดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพโลกในประเทศไทย (ต่อ)

ความก้าวหน้า ผลลพั ธท์ ่ีเปน็ รูปธรรม

4. การพัฒนาขีดความสามารถบคุ ลากรดา้ นสขุ ภาพโลกอย่างเปน็ ระบบ

• มีแผนการพัฒนาบุคลากรทุกระดับ ตามหลัก • บุคลากรได้รับการพัฒนาขีดความสามารถผ่าน
การของ INNE model (Individual, Node, Network, โครงการ GH scholar, workshop ต่างๆ (Global
Environment) รวมถงึ งบประมาณ Health Diplomacy, statement writing, Training
of the Trainer, negotiation) และมหี ลายหน่วยงานมี
การจดั อบรมเพือ่ พฒั นาคนของตนเอง

• การพฒั นาขดี ความสามารถกลายเปน็ วฒั นธรรม
ของเครือข่ายสุขภาพโลก (พ่ีน้องทุกระดับให้ความ
ส�ำคัญกับ on the job training, mentor-mentee
relationship)

• มีบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา
งานในหลายดา้ นและในทมี งานประกอบดว้ ยสมาชกิ จาก
หลายหน่วยงานและหลาย generation

• การไปสนับสนุนประเทศต่างๆ ในการพัฒนา
ขีดความสามารถด้านสุขภาพโลก เช่น ญ่ีปุ่น มัลดีฟส์
ฟิลปิ ปินส์ อนิ โดนเี ซีย บงั คลาเทศ เนปาล

5. การพฒั นาและการจดั การองคค์ วามรดู้ า้ นสุขภาพโลก/การพฒั นาระบบติดตามประเมนิ ผล

• มีการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบและพัฒนา • ใช้กระบวนการจัดการความรู้ในการพัฒนางาน
ระบบตดิ ตามประเมนิ ผล (ในภาพรวมและเฉพาะประเดน็ สุขภาพโลก (มี after Action Review อยา่ งเปน็ ระบบ
ทีเ่ ป็นวาระส�ำคัญ) ในทุกเวทที ่ปี ระเทศไทยเขา้ ร่วม)

• มีการศึกษาวิเคราะห์ระบบสุขภาพโลกของ
ประเทศไทย

• มีการจัดการความรู้ในประเด็นเฉพาะ (การ
ประกันสขุ ภาพถว้ นหน้า ถอดบทเรียนกจิ กรรมทางกาย
ความปลอดภยั บนท้องถนน

• มกี ารพฒั นาระบบตดิ ตามประเมนิ ผลในภาพรวม
(การประเมินกรอบยุทธศาสตร์สุขภาพโลก) และเฉพาะ
ประเด็นที่ส�ำคัญ (การติดตามประเมินผลความร่วมมือ
ทวิภาคีไทย-กัมพูชาด้านสุขภาพ การติดตาม Human
Resource for Health Code การตดิ ตามประเมินผล
ความกา้ วหน้ารา่ งขอ้ มติที่สำ� คญั

294 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

11.9 ความกา้ วหนา้ ทส่ี ำ� คญั ในการดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพโลก

1) WHO CCS (WHO Country Cooperation ภาคส่วน โดยเลือก 5 ถงึ 6 แผนงานเพอ่ื สามารถระดม
Strategy) การปฏิรูปการท�ำงานขององค์การอนามัย ทรัพยากรได้เต็มท่ีและเกิดผลกระทบต่อการแก้ปัญหา
โลกกับประเทศทมี่ ีรายไดป้ านกลาง ในวงกว้าง ไม่กระจัดกระจายเป็นโครงการขนาดเล็กท่ี
• WHO CCS เปน็ แผนยทุ ธศาสตรท์ อี่ งคก์ ารอนามยั มีผลกระทบน้อยเช่นในรูปแบบเดิม ใช้งบประมาณจาก
โลกจัดท�ำขึ้น เพ่ือท�ำงานร่วมกับประเทศต่างๆ ในการ องค์การอนามัยโลกและหน่วยงานในประเทศเพื่อสร้าง
แก้ไขปัญหาสุขภาพท่ีส�ำคัญ (How to work with/in ความเป็นเจ้าของร่วม รวมถึงการใช้ทุนทรัพยากรอ่ืนๆ
country) โดยมหี ลกั การสำ� คญั คอื การเปน็ เจ้าของรว่ ม และทุนทางสังคมและทุนปัญญา การบริหารจัดการใช้
กันระหว่างองค์การอนามัยโลกและประเทศนั้นและการ ระบบเดียวและรายงานฉบบั เดียว
ด�ำเนินงานของ CCS จะเป็นการดำ� เนนิ งานในสว่ นทีเ่ สรมิ • ในแผนงาน WHO-CCS รูปแบบน้ี สามารถระดม
หล่อล่ืนเติมเต็มการท�ำงานในระบบปกติ (Lubricant/ ทรัพยากรท้ังงบประมาณและทุนสังคมและปัญญาจาก
catalytic) ส�ำหรับประเทศไทยมี CCS มาแล้วทั้งส้ิน ภาคสี ำ� คัญ ไดแ้ ก่ กระทรวงสาธารณสุข องคก์ ารอนามัย
4 แผน ได้แก่ CCS 2002-2005 และต่อเนื่องเป็นแผน โลก ส�ำนักงานกองทนุ สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ สำ� นักงานคณะ
2004-2007, CCS 2008-2011, 2012-2016 กรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
• กระทรวงสาธารณสขุ รว่ มกบั ภาคเี ครอื ขา่ ยในการ ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้ Letter
จดั ทำ� WHO Country Cooperation Strategy (WHO- of Agreement ท่ีผ่านคณะรัฐมนตรีรับทราบ ระดมงบ
CCS) ของประเทศไทย ซ่ึงอยู่ภายใต้กรอบการท�ำงาน ประมาณท้งั ส้นิ ประมาณ 500 ล้านบาทในระยะเวลา 5 ปี
ระหว่างองค์การอนามัยโลกกับรัฐบาลไทย โดยพัฒนา เพอื่ ดำ� เนินงานในแผนงาน 6 แผนงาน ไดแ้ ก่ แผนงานโรค
รูปแบบการท�ำงานใหม่ ซ่ึงถือเป็น Global innovative ไม่ติดต่อ แผนงานความปลอดภัยทางถนน แผนงานโรค
model เป็นตัวอย่างแกป่ ระเทศอื่นๆ ตดิ เช้ือดื้อยาตา้ นจุลชีพ แผนงานประชากรขา้ มชาติ แผน
• WHO-CCS รูปแบบในอดีตที่ผ่านมา เป็นการ งานสุขภาพโลก และแผนงานการค้าและสุขภาพ โดยท้ัง
ท�ำงานระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับองค์การอนามัย 6 แผนงาน ได้จัดท�ำแผนให้สอดคล้องและเสริมกับการ
โลก โดยใช้งบประมาณจากองค์การอนามัยโลกเป็น ด�ำเนินงานหลกั ภายในประเทศ
หลักในการสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพของกระทรวง • WHO-CCS ได้รับการยอมรับจากองค์การ
จ�ำนวน 200 ถึง 300 โครงการ ซึ่งมีผลกระทบต่อการแก้ อนามัยโลกว่าเป็นรูปแบบการท�ำงานที่ถือเป็น Global
ปัญหาสาธารณสุขในภาพรวมน้อย และขาดความมีส่วน Innovative model ทีเ่ ปน็ ตัวอย่างให้ประเทศต่างๆ รวม
ร่วมของภาคีในประเทศ ถึงองค์การอนามัยโลกเองสามารถน�ำไปใช้ในการปรับ
• กระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นแกนหลักร่วมกับ รูปแบบการท�ำงานในประเทศต่างๆ ให้เหมาะกับบริบท
ภาคเี ครอื ขา่ ยดา้ นสขุ ภาพในการวเิ คราะหจ์ ดุ แขง็ จดุ ออ่ น สุขภาพโลกท่ีมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะระบบอภิบาล
โอกาสและความท้าทายของระบบเดิมและพัฒนาระบบ และระบบการคลังระหว่างประเทศ ท้ังน้ีองค์การอนามัย
ใหม่ (ภาพท่ี 11.7) โดยมีหลักการส�ำคัญ ได้แก่ เลือก โลก ได้ส่งผู้เช่ียวชาญลงมาศึกษารูปแบบการด�ำเนินงาน
แผนงานตามล�ำดับความส�ำคัญโดยการมีส่วนร่วมจากทุก และจะน�ำไปขยายผลตอ่ ไป

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 295

ภาพที่ 11.7 การปฏิรูปการท�างานขององค์การอนามัยโลกกับประเทศไทย

Original n new CWouHnOtryinCTohoaridlainnadting Strategies of

Original New

WHO MOPH WHO MOPH n
other PH
agencies

IntCeSalolpeciictaatlul al Finance IntCeSalolpeciictaatlul al Finance

Original CCS New CCS

200p-3ro0j0ecstms all 5P-7roPgrriaomritsy smMaullcphrolejesscts

2) การบูรณาการงานสขุ ภาพทส่ี า� คญั ในประเทศ • เครือข่ายได้รว่ มวางท่าที/จุดยืนของประเทศไทย
ให้เช่ือมโยงกบั งานสขุ ภาพโลกและน�าประโยชน์จาก ในการจัดท�าเป้าหมายระดับโลก โดยได้บรรจุประเด็น
การขับเคลอ่ื นนโยบายสุขภาพโลกมาส่กู ารผลกั ดันการ นโยบายที่ส�าคัญท่ีต้องการผลักดันให้เกิดผลในประเทศให้
พฒั นาสขุ ภาพของประเทศไทยในประเด็นเฉพาะด้าน ไปเปน็ เป้าหมายในระดบั โลก

(1) ความปลอดภยั บนทอ้ งถนน (มแี ผนบรู ณาการตอ่ • การจดั ประชุม The 13th World conference
เนื่องเพ่ือสร้างกระแสระดับนานาชาติและสนับสนุนการ on injury prevention and safety promotion เพือ่
เคล่ือนนโยบายในประเทศ) สร้างกระแสและความต่ืนตัวในการแก้ปัญหานี้อย่าง
ตอ่ เน่อื ง
• กระทรวงสาธารณสุขโดยกองการต่างประเทศ
กรมควบคุมโรค เครือข่าย สอจร สสส. และกระทรวง (2) การสง่ เสรมิ กิจกรรมทางกาย (มแี ผนบูรณาการ
มหาดไทย กระทรวงคมนาคม และ WHO CCS Road ต่อเนื่องเพื่อสร้างกระแสระดับนานาชาติและสนับสนุน
safety Program ร่วมมือจัดประชุมระดับรัฐมนตรีใน การเคล่อื นนโยบายในประเทศ)
ภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไข
ปัญญาความปลอดภัยบนท้องถนน ผลลัพธ์ที่ส�าคัญ คือ • กระทรวงสาธารณสุขโดย กรมอนามัย ส�านัก
การมีพันธะสัญญาร่วมกันเพ่ือแก้ปัญหาระหว่างภาคส่วน พัฒนานโยบายสขุ ภาพระหว่างประเทศ และกองการตา่ ง
ตา่ งๆ โดยมงุ่ เนน้ ประชากรผใู้ ชร้ ถและถนนกลมุ่ เปราะบาง ประเทศ ร่วมกบั สสส. กระทรวงการตา่ งประเทศ ในการ
(รถจักรยานยนต์และคนเดินถนน) ซ่ึงเป็นปัญหาส�าคัญ ผลักดันกิจกรรมทางกายเป็นวาระส�าคัญที่จะหารือใน
ของภมู ภิ าค ระดบั โลก โดยมปี ระเดน็ มงุ่ เนน้ คอื การจดั ทา� แผนระดบั โลก
เร่ืองกิจกรรมทางกายจนเป็นผลส�าเร็จ ซึ่งเป็นการสร้าง
กระแสกิจกรรมทางกายในประเทศและองค์การอนามัย
โลกชน่ื ชมประเทศไทยเปน็ ประเทศแถวหนา้ ทมี่ กี ารพฒั นา

296 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

งานกจิ กรรมทางกายทก่ี า้ วหนา้ ทสี่ ดุ ประเทศหนง่ึ และมผี ล 3) การจดั ตงั้ ASEAN Center for Active Ageing
ต่อการท่ีนายกรัฐมนตรีประกาศให้มีกิจกรรมทางกายทุก and Innovation
สปั ดาหแ์ ละมกี ารขบั เคลอ่ื นแผนกจิ กรรมทางกายในระดบั
ชาตใิ ห้มีความก้าวหน้าอีกดว้ ย • เป็นผลงานส�ำคัญของรัฐบาลไทยที่จะแสดง
ในเวทีการประชุมสุดยอดผู้น�ำอาเซียนในปีพ.ศ. 2562
(3) การค้าและผลกระทบด้านสขุ ภาพ กระทรวง โดยบูรณาการกับกระทรวงพัฒนาสังคมและ
• WHO CCS International Trade and Health ความม่ันคงของมนุษย์และกระทรวงการต่างประเทศ
Program พัฒนาท่าทีนโยบายของประเทศไทยต่อข้อ ภาคประชาสังคม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตกลงทางการค้าที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึง และบูรณาการในกระทรวงระหว่างกรมอนามัย กรมการ
ประเด็นสุขภาพส�ำคัญท่ีมีมาตรการท่ีกระทบต่อการค้า แพทย์ ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จัดท�ำ
เช่น กฎหมายท่ีพัฒนาเพ่ือควบคุมการบริโภคยาสูบและ รา่ งหลกั การของศูนยฯ์ แนวทางการอภิบาล และผลผลิต
สุรา โดยท�ำงานผ่านคณะกรรมการระดับชาติและบูรณา ส�ำคัญ เสนอผ่านกระบวนการอาเซียนและการเจรจาใน
การกบั กระทรวงพาณชิ ย์ ระดับนานาชาติ รวมท้ังบูรณาการกับแผนงานและความ
• การจัด International Trade and Health สนใจของประเทศต่างๆ ในอาเซียน รวมถึง ญี่ปุ่น จีน
conference ทกุ ปี เพือ่ สร้างเครือขา่ ยวิชาการที่เข้มแขง็ และเกาหลี (โดยจัดให้มกี ารหารอื ทวภิ าคเี พอื่ หารือระดับ
ในระยะยาว นโยบายระหวา่ งรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ของ
2.4 ขับเคลือ่ นส่งเสรมิ การเลี้ยงลกู ด้วยนมแม่ ประเทศไทยกบั ประเทศตา่ งๆ ในอาเซยี น) และบรู ณาการ
• กระทรวงสาธารณสุข โดยกองการต่างประเทศ แผนเสนองบประมาณตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอ่ื ของบประมาณ
กรมอนามัย ส�ำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่าง สนับสนุนจ�ำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อปี เพ่ือจัดต้ัง
ประเทศรว่ มการเจรจาตกลงร่างขอ้ มติสมชั ชาอนามัยโลก ศูนย์ฯ ในประเทศไทย คาดหวงั วา่ ศูนย์ฯ น้จี ะเปน็ think
เรอ่ื งโภชนาการเปน็ ผลสำ� เรจ็ และรา่ งขอ้ มตนิ เี้ ปน็ หลกั ฐาน tank เพอ่ื เตรยี มการเขา้ สสู่ งั คมสงู อายขุ องประเทศในกลมุ่
สำ� คญั ประกอบการผลกั ดนั พ.ร.บ.การควบคมุ การสง่ เสรมิ อาเซียนด้วยความรว่ มมอื จากทุกภาคส่วน
การตลาดอาหารสำ� หรบั ทารกและเดก็ เลก็ ในประเทศไทย

11.10 การพฒั นาขดี ความสามารถของประเทศไทยดา้ นสขุ ภาพโลกอยา่ งเปน็ ระบบ (จากระดบั บคุ คลสรู่ ะดบั สถาบนั )

ประเทศไทยให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาขีดความ 11.10.1 เป้าหมายการพัฒนาขีดความสามารถ
สามารถของบุคลากรด้านสุขภาพโลกมาอย่างต่อเน่ือง ด้านสขุ ภาพโลกในภาพรวม
กว่าทศวรรษ โดยเน้นการพัฒนาผ่านการท�ำงานจริงและ
ใชร้ ะบบพเี่ ลย้ี ง ซง่ึ ผลการดำ� เนนิ งานทผ่ี า่ นมาถอื วา่ ประสบ • การพัฒนาก�ำลังคนจ�ำนวนมากให้มีความเข้าใจ
ความส�ำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากมีบุลากรท่ีผ่านการ ในงานสุขภาพโลกเพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับหน่วย
พฒั นากระจายอยู่ตามหนว่ ยงานตา่ งๆ จำ� นวนมาก ท�ำให้ งานต่างๆ
ความเข้าใจงานสุขภาพโลกมีมากขึ้นและท�ำให้เกิดความ
เชื่อมโยงท่ีหนว่ ยงานตา่ งๆ จะสามารถถอดความรูเ้ ฉพาะ • การพัฒนาขุนพลเพ่ือเป็นผู้น�ำในการพัฒนางาน
สาขาของตนสู่การสื่อสารนโยบายสุขภาพในระดับโลกได้ สขุ ภาพโลกในระยะยาว
และนำ� สขุ ภาพโลกมาใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื สำ� คญั ในการพฒั นา
งานสขุ ภาพในประเทศ • ทั้งสองเปา้ หมายจะตอ้ งทำ� คขู่ นานกนั ไป
นอกจากการพฒั นาตามเปา้ หมายขา้ งตน้ การพฒั นา
บคุ ลากรต้องทำ� ในทกุ ระดบั ไดแ้ ก่

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 297

• ผู้บริหารซ่ึงต้องมีทักษะในการเข้าร่วมในเวที • การส่งบุคลากรไปปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆ
ส�ำคัญท่ีเป็นทางการ เข้าใจผู้เล่นและการเมืองระหว่าง ในต่างประเทศ โดยคัดเลือกนักวิชาการท่ีมีความพร้อม
ประเทศและการมีทักษะเป็นประธานการประชมุ รวมถงึ สำ� หรบั การทำ� งานในระดบั นานาชาติ เชน่ องคก์ ารอนามยั
ทักษะทางการทูต โลก มูลนธิ ริ ็อกกีเ้ ฟลเลอร์ กองทุนโลก นกั วิชาการเหลา่ นี้
ไดเ้ รยี นรกู้ ารทำ� งานจรงิ ในหนว่ ยงานตา่ งประเทศและกลบั
• บคุ ลากรรุ่นกลางและร่นุ ใหม่ จ�ำเปน็ ตอ้ งมที กั ษะ มาทำ� ประโยชนใ์ ห้กบั หน่วยงานเปน็ อยา่ งมาก
การเจรจาต่อรอง การวิเคราะห์และเชื่อมโยงปัญหา
สุขภาพในประเทศและบริบทต่างประเทศ การพัฒนา • การจดั อบรมเพือ่ พฒั นาทกั ษะต่างๆ
ท่าทีและจุดยืนของประเทศ ระเบียบวิธีการทางการทูต - Global Health Scholar ซึง่ คดั เลอื กบุคลากรที่
ท้ังน้ีหมายความรวมบุคลากรที่เป็นนักวิชาการและนัก สนใจงานสขุ ภาพโลกจากหลากหลายหนว่ ยงานมาพฒั นา
วเิ ทศสัมพันธ์ทต่ี อ้ งพฒั นาใหม้ ีทักษะรอบด้าน เพียงแตจ่ ดุ ทักษะด้านต่างๆ ผ่านการเรียนที่ใช้แบบฝึกหัดจริงและ
เน้นจะแตกตา่ งกนั ไป แต่การทำ� งานของทง้ั สองสาขาตอ้ ง เปดิ โอกาสใหไ้ ปทำ� งานในเวทรี ะหวา่ งประเทศ โครงการนี้
เชื่อมโยงกัน ด�ำเนินงานเพ่ือสร้างบุคลากรรุ่นกลางและรุ่นใหม่เพ่ือมา
เปน็ ผู้น�ำในการพัฒนางานสขุ ภาพโลกในระยะยาว
11.10.2 รปู แบบการพัฒนาขดี ความสามารถ - Global Health Diplomacy Workshop
ดา้ นสขุ ภาพโลกของประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ดา้ น เป็นการอบรมที่จัดเพ่ือเตรียมความพร้อมให้ผู้แทนไทยมี
ความเข้าใจงานสุขภาพโลกและสามารถไปท�ำงานจริงใน
• การพัฒนาขีดความสามารถผ่านการเข้าร่วม เวทสี มชั ชาอนามยั โลก โดยเนอ้ื หามสี าระครอบคลมุ ทฤษฎี
ประชุมระดับนานาชาติ สำ� คัญที่จะต้องน�ำไปใช้จรงิ แตห่ ัวใจส�ำคญั ของการอบรม
น้ี คือ เน้นการฝึกปฏิบัติจากแบบฝึกหัดที่ออกแบบจาก
ประเทศไทยให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาขีดความ กรณีศึกษาของเหตุการณ์จริง และมีการพัฒนาหลักสูตร
สามารถของบุคลากรไทย โดยเน้นการปฏิบัติจริงผ่าน อย่างต่อเน่ือง ซ่ึงในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ที่มาเข้าร่วม
ระบบพี่เล้ียง เวทีที่ใช้ฝึกปฏิบัติส�ำคัญคือ เวทีสมัชชา อบรมได้ขอให้ประเทศไทยไปช่วยสนับสนุนการจัดอบรม
อนามัยโลก และมีการขยายสู่การประชุมอื่นๆ ด้วย ในประเทศต่างๆ เชน่ มัลดีฟส์ อิหร่าน ฟลิ ิปปนิ ส์ เนปาล
ส�ำหรับเวทีสมัชชาอนามัยโลกท่ีจัดเป็นสนามฝึกส�ำคัญ บงั คลาเทศ
มีกระบวนการคัดเลือกนักวิชาการเข้าร่วมประชุม มีการ - Statement writing workshop, training of
จัดประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อหารือและจัดท�ำท่าทีใน the trainer, negotiation เปน็ การอบรมทจ่ี ดั เพอื่ พฒั นา
แต่ละวาระ ในระหว่างการประชุมเปิดโอกาสให้ผู้เข้า ทกั ษะเฉพาะ ซึ่งเน้นการปฏบิ ตั ิและน�ำไปใชไ้ ด้จริง
รว่ มประชมุ ไดฝ้ กึ การเจรจาตอ่ รอง การเข้าร่วม drafting
group และร่วมกิจกรรมทน่ี ่าสนใจอน่ื ๆ ซึง่ เป็นการสร้าง
เครือข่ายและพัฒนาการท�ำงานเป็นทีม ซ่ึงรูปแบบการ
ทำ� งานนเี้ ปน็ ทช่ี นื่ ชมจากประเทศอน่ื ๆ และเปน็ แบบอยา่ ง
ให้หลายประเทศนำ� ไปใช้ เชน่ จีน ญ่ีปุ่น

11.11. กา้ วตอ่ ไป ผา่ นมาตามกรอบยุทธศาสตรส์ ุขภาพโลก พ.ศ. 2559 ถงึ
ในระยะจากน้ีไป เครือข่ายงานสุขภาพโลกและ 2563 เพ่ือจัดท�ำแผนในระยะต่อไป รวมถงึ การมีวิสยั ทัศน์
ระยะยาว ท่จี ะตอ้ งมงุ่ เนน้ ใน 3 ด้าน คือ การสร้างความรู้
เครือข่ายสุขภาพในประเทศทุกภาคส่วนจะต้องระดม การพัฒนาระบบติดตามประเมินผล และการพัฒนาขีด
ความร่วมมือเพ่ือวางแผนส�ำหรับการใช้งานสุขภาพโลก ความสามารถดา้ นสขุ ภาพโลกอย่างยัง่ ยนื
เป็นเคร่ืองมือส�ำหรับการพัฒนาสุขภาพในประเทศใน
ระยะตอ่ ไป รวมถงึ การศกึ ษาวเิ คราะหผ์ ลการดำ� เนนิ งานที่

298 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

บทท่ี 12

การขบั เคลอื่ นงานปอ้ งกนั และควบคมุ
โรคไมต่ ดิ ต่อในประเทศไทย

12.1 บทนำ� อีกท้ังพฤติกรรมและภาวะการเจ็บป่วยเหล่าน้ีเป็นส่ิงที่
ปัญหาโรคไม่ติดต่อก�ำลังได้รับความสนใจอย่าง มนุษย์หลีกเลี่ยงได้ องค์การอนามัยโลกและองค์การสห
ประชาชนจึงได้เรียกร้องประเทศต่างๆทั่วโลกให้หันมาให้
มากท้ังในระดับโลกและในระดับประเทศไทย ด้วยความ ความสำ� คญั และแกไ้ ขปญั หาเรอ่ื งนด้ี งั จะไดก้ ลา่ วถงึ ในราย
ประจักษ์ชัดถึงการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากโรคไม่ ละเอียดต่อไปในเอกสารวชิ าการฉบับน้เี ช่นกนั
ตดิ ตอ่ ส่โี รคหลกั คือ โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด โรคมะเรง็
โรคเบาหวาน และ โรคระบบทางเดนิ หายใจเร้ือรัง ทั้งใน เน้ือหาในเอกสารวิชาการฉบับน้ีประกอบด้วย
ระดบั ชาตจิ ากขอ้ มลู ความชกุ ของการเจบ็ ปว่ ยและการตาย หัวข้อใหญ่สามหัวข้อ คือ ความจ�ำเป็นที่จะต้องด�ำเนิน
ตลอดจนขอ้ มลู ภาระโรค (Burden of Diseases) ทยี่ นื ยนั การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ การด�ำเนินป้องกัน
ชัดเจนดังจะได้เห็นรายละเอียดในเน้ือหาส่วนถัดๆ ไปใน และความโรคไม่ติดต่อ และ บทวิเคราะห์และข้อเสนอ
เอกสารฉบับนี้ และ ความประจักษ์ชัดในประสบการณ์ แนะ ดว้ ยความมากมายของเนอ้ื หาเพราะตอ้ งครอบคลมุ
ระดับบุคคลและครัวเรือนที่ล้วนมีประสบการณ์การเจ็บ เรื่องราวของโรคสี่โรค ภาวะทางสรีรวิทยาส่ีสภาวะและ
ป่วยด้วยตนเองหรือมีญาติพี่น้องคนใดคนหน่ึงเจ็บป่วย พฤติกรรมสุขภาพสี่พฤติกรรม และต้องครอบคลุมทั้ง
หรือเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว ปรากฏการณ์เชิงประจักษ์ ข้อมูลระดับโลกและระดับประเทศไทยเพ่ือให้ได้ข้อมูล
น้ีเป็นเช่นเดียวกันกับภาวะความผิดปกติทางสรีรวิทยา ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เอกสารวิชาการฉบับน้ีจึงพยายาม
สี่ประการ อันได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะไขมัน ให้เขียนให้เห็นภาพรวมของการป้องกันและแก้ไขโรคไม่
ในเลือดสูง ภาวะน้�ำตาลในเลือดสูง และ ภาวะน�้ำหนัก ติดต่อเพ่ือให้ผู้อ่านได้เข้าใจภาพใหญ่ๆแล้วสามารถไป
เกินและโรคอ้วน ตลอดจนการพบเห็นพฤติกรรมเสี่ยง ค้นคว้าหาข้อมูลในรายละเอียดต่อไปได้มากกว่าท่ีจะใส่
ทางด้านสุขภาพ อันได้แก่ การบริโภคยาสูบ การบริโภค เนือ้ หารายละเอียดทงั้ หมดไว้
เครือ่ งด่ืมแอลกอฮอล์ การบริโภคอาหารที่ไมด่ ตี อ่ สขุ ภาพ
และ การมกี จิ กรรมทางกายทไี่ มเ่ พยี งพอกนั ทว่ั ไปในสงั คม

12.2. ความจำ� เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งดำ� เนนิ การปอ้ งกนั และควบคมุ โรคไมต่ ดิ ตอ่

ก. สถานการณ์สถานการณ์โรคไม่ติดต่อระดับ มา ตั้งแต่การรับรองแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและควบคุม
นานาชาติ โรคไม่ติดต่อในที่ประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก
(World Health Assembly, WHA) ในปี พ.ศ. 2543
องคก์ ารอนามยั โลก (World Health Organization,
WHO) ได้น�ำเสนอข้อมูลเพ่ือแสดงความส�ำคัญของ
ปัญหาอันเกิดจากโรคไม่ติดต่อตลอดเกือบย่ีสิบปีท่ีผ่าน

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 299

(ค.ศ. 2000)(1) ตลอดจนน�ำเสนอข้อมูลผ่านเอกสารเป็น ปานกลาง (13.5 จาก 28 ล้านคน) และ รอ้ ยละ 28.0 ใน
ทางการอีกหลายฉบับ ทั้งค�ำประกาศส�ำคัญๆ (political ประเทศรายไดส้ ูง (2.8 จาก 10 ล้านคน)(4)
declaration) มติของสมชั ชาองค์การอนามัยโลก (WHA
resolution) แผนโลกเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคไม่ กรณีการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คือ เสียชีวิตใน
ตดิ ต่อสองฉบับ (ไดแ้ ก่ Global Action Plan on NCDs ชว่ งอายุ 30-70 ปี ในปี พ.ศ. 2555
2008-2013 และ 2013-2021)(2) และ รายงานสถานการณ์
NCDs โลก (Global report on NCDs 2010(3), 2014)(3) 5) ผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อทุกชนิด (NCDs)
ตลอดจนรายงานการตดิ ตามความกา้ วหน้าตา่ งๆ (NCDs ในช่วงอายุ 30-70 ปี คิดเป็นร้อยละ 52.0 ของ
progress monitor 2015(5) และ 2017(6)) บทความทาง ผเู้ สยี ชวี ติ ในชว่ งอายุ 30-70 ปี ทกุ สาเหตรุ วมกนั (16 จาก
วชิ าการนไ้ี ดอ้ า้ งองิ ถงึ เอกสารทม่ี ตี วั เลขสถติ ทิ ล่ี ะเอยี ดทสี่ ดุ 30.8 ลา้ นคน) ขณะทผ่ี เู้ สียชวี ติ จากโรคตดิ ตอ่ โรคท่เี กีย่ ว
และเปน็ ทางการลา่ สดุ ถกู อา้ งองิ ในเอกสารอนื่ ๆ ทต่ี ามมา เนอ่ื งกบั การตง้ั ครรภแ์ ละการคลอดและภาวะทโุ ภชนาการ
ขอ้ มูลส�ำคัญมีดังตอ่ ไปน้ี รวมกนั คดิ เปน็ รอ้ ยละ 34.0 และผเู้ สยี ชวี ติ จากการบาดเจบ็
คิดเป็นร้อยละ 14.0
กรณกี ารเสยี ชวี ติ ทกุ อายุ ในปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012)
1) ประมาณการว่ามีการเสียชีวิตทุกอายุทุกสาเหตุ 6) โรคไม่ติดต่อ 4 โรคหลัก ยังคงป็นสาเหตุ
56 ล้านคนทั่วโลก ในจำ� นวนนี้ 38 ลา้ นคนเสยี ชวี ิตจาก การเสียชีวิตสูงสุดในกลุ่มผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อ
โรคไม่ติดต่อทุกชนิด (NCDs) คิดเป็นร้อยละ 68.0 ของ ทุกชนิดในช่วงอายุ 30-70 ปีนี้ ได้แก่ โรคหัวใจและ
56 ลา้ นคน(4) หลอดเลอื ด (รอ้ ยละ 37.0) โรคมะเรง็ (รอ้ ยละ 27.0) โรค
2) โรคไม่ติดต่อ 4 โรคหลักท่ีเป็นสาเหตุการเสีย ทางเดินหายใจเรื้อรัง (ร้อยละ 8.0) และโรคเบาหวาน
ชีวิตสูงสุดในกลุ่มผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อทุกชนิด (1.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 4.0) รวมการเสียชีวิตด้วย
(38 ล้านคน) 4 โรคหลกั นี้ คอื โรคหัวใจและหลอดเลอื ด โรคไมต่ ดิ ตอ่ 4 โรคหลกั เปน็ รอ้ ยละ 76.0 ของการตายจาก
(17.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 46.2 จาก 38 ล้าน โรคไมต่ ดิ ต่อทุกชนดิ ในชว่ งอายุ 30-70 ป(ี 4)
คน) โรคมะเร็ง (8.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 21.7)
โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง (4.0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 7) ร้อยละ 82 ของการเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อ
10.7) และโรคเบาหวาน (1.5 ลา้ นคน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4.0) ทุกชนิดก่อนวัยอันควร (ช่วงอายุ 30-70 ปี) เกิดขึ้นใน
รวมการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ 4 โรคหลักเป็นร้อยละ ประเทศรายได้ต�่ำและรายได้ปานกลาง(4) (หมายเหตุ –
82.0 ของการตายจากโรคไม่ตดิ ตอ่ ทุกชนิด 38 ล้านคน(4) ในเอกสาร Global Report on NCDs 2014 อา้ งถงึ ตวั เลข
3) จ�ำนวน 28 ล้านคนที่เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ “รอ้ ยละ 82” ในการอธบิ ายสว่ นนซ้ี งึ่ ตรงกบั ตวั เลขสดั สว่ น
ทุกชนิดเกิดขึ้นในประเทศรายได้ต่�ำและรายได้ปาน ของการเสียชีวิตดว้ ย 4 โรคไม่ตดิ ต่อหลกั ตอ่ การเสียชวี ติ
กลาง(4) (คิดเป็นรอ้ ยละ 74.0 ของ 38 ลา้ นคน) ดว้ ยโรคไม่ตดิ ต่อทกุ สาเหตทุ กุ อายทุ ก่ี ลา่ วถึงขา้ งตน้ )
4) การเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อทุกชนิดเกิดก่อน
วยั อันควร คอื ก่อนอายุ 70 ปี คดิ เป็นรอ้ ยละ 42.0 ของ 8) โรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุการตายมากกว่า
การเสียด้วยโรคไม่ติดต่อทุกชนิดทุกอายุ (16 จาก 38 โรคอ่ืนๆรวมกัน และโรคไม่ติดต่อถูกประมาณการว่าจะ
ล้านคน) แต่สัดส่วนของการตายด้วยโรคไม่ติดต่อทุก เพ่มิ จาก 38 ลา้ นคนในปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) เปน็
ชนิดก่อนวัยอันควรน้ีเกิดขึ้นในประเทศรายได้ต่�ำและ 52 ลา้ นคนในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)(4)
รายได้ปานกลางมากกว่าประเทศรายได้สูง โดยสัดส่วน
นี้คิดเป็นร้อยละ 48.0 ในประเทศรายได้ต�่ำและรายได้ 9) ประมาณการเปน็ ความสญู เสยี ทางเศรษฐกจิ จาก
โรคไมต่ ดิ ตอ่ ในชว่ งปี พ.ศ. 2554-2568 (ค.ศ. 2011-2025)
หากไม่ด�ำเนินการอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมจะอยู่ท่ี
ประมาณ 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และท�ำให้ประชากร
ท่ัวโลกติดอยู่ในความยากจนจ�ำนวนหลายล้านคน ความ
สญู เสยี ทางเศรษฐกจิ นสี้ งู กวา่ ประมาณการคา่ ใชจ้ า่ ยทตี่ อ้ ง

300 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ใชใ้ นการดำ� เนนิ มาตรการปอ้ งกนั และควบคมุ โรคไมต่ ดิ ตอ่ 2) จ�ำนวนผู้เสียชีวิตและอัตราการเสียชีวิตต่อ
ท่มี ีผลกระทบสงู ทใี่ ชเ้ พยี ง 11,200 ลา้ นเหรียญสหรัฐ(4) แสนประชากรของโรคไม่ติดต่อ 4 โรคหลักเพ่ิมข้ึนใน
ช่วงเวลาห้าปีจากปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2557 โดย
10) Dr. Sania Nishtar, Co-chair, WHO High-Level จำ� นวนผเู้ สียชีวิตจากโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด โรคมะเรง็
Independent Commission on Noncommunicable โรคเบาหวาน และ โรคปอดเรื้อรัง เพิ่มข้นึ คิดเปน็ ร้อยละ
Diseases ได้กล่าวไว้ในช่วงพิธีเปิดการประชุมประชา 15.0, 16.0, 12.0 และ 18.0 ตามลำ� ดบั และอตั ราการเสยี
พิจารณ์เพ่ือเตรียมการประชุมระดับสูงขององค์การ ชวี ิตตอ่ แสนประชากรเพมิ่ ข้ึนคดิ เปน็ ร้อยละ 13.0, 13.0,
สหประชาชาติครั้งท่ีสามเก่ียวกับเร่ืองโรคไม่ติดต่อ เม่ือ 9.0 และ 15.0 ตามลำ� ดับ (ตารางท่ี 12.1)
วนั ที่ 5 กรกฎาคม 2561 ถึงปัญหาโรคไม่ติดต่อไวว้ า่ ได้
พบกับครอบครัวซ่ึงคุณปู่ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ย่า 3) ภาระโรคท่ีวัดด้วยจ�ำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสีย
ต้องตัดเท้าและใกล้ตาบอดเพราะไม่ได้รักษาโรคเบา ไป (DALY) และอัตราของภาระโรคต่อแสนประชากร
หวาน พ่อซึ่งเปน็ หัวหนา้ ครอบครัวเปน็ โรคความดนั โลหิต ของกลุ่มโรคไม่ติดต่อทุกชนิดเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ืองใน
สูง ภรรยาป่วยด้วยโรคปอดจากการท�ำอาหารในบ้าน ช่วงเวลาสิบห้าปี จากปี พ.ศ. 2542 ถึง พ.ศ. 2557
หลายสิบปี ร้อยละ 40 ของรายได้ของครอบครัวถูกใช้ โดยจ�ำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสียไป (DALY) ของกลุ่มโรค
ไปกับการรักษาโรคซึ่งปอ้ งกนั ได้ ผลท่ตี ามมาจากการสูญ ไม่ติดต่อทุกชนิดเพ่ิมขึ้นร้อยละ 89.0 (จาก 5.56 เป็น
เสียโอกาสการท�ำงานน้ีเป็นผลให้ลูกๆเกิดภาวะขาดสาร 10.53 ล้าน DALYs) และอัตราของภาระโรคต่อแสน
อาหารและในทส่ี ดุ ลกู สาวตอ้ งออกจากโรงเรยี น(7) ขอ้ มลู นี้ ประชากรเพิม่ ขน้ึ ร้อยละ 80.0 (จาก 9,000 เปน็ 16,200
สะทอ้ นสถานการณป์ ญั หาโรคไมต่ ดิ ตอ่ ในระดบั ครอบครวั DALYs ตอ่ แสนประชากร) (ตารางที่ 12.1)
ไดช้ ดั เจนมากท้งั ทางด้านสขุ ภาพ เศรษฐกจิ และสงั คม
4) ภาระโรคท่ีวัดด้วยจ�ำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสียไป
สถานการณ์โรคไมต่ ิดต่อของประเทศไทย (DALY) และอตั ราของภาระโรคตอ่ แสนประชากรของโรค
ปญั หาความรนุ แรงของโรคไมต่ ดิ ตอ่ ของประเทศไทย ไมต่ ิดตอ่ 4 โรคหลักเพิม่ ข้นึ ในช่วงเวลาหา้ ปี จากปี พ.ศ.
ก�ำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเน่ือง เมื่อเปรียบเทียบข้อมูล 2552 ถงึ พ.ศ. 2557 โดยภาระโรคจากโรคหวั ใจและหลอด
การเสียชีวิตและภาระโรคท่ีเกิดข้ึนจากโรคไม่ติดต่อ เลอื ด โรคมะเรง็ โรคเบาหวาน และโรคปอดเรอ้ื รงั เพม่ิ ขน้ึ
ระหว่างปี พ.ศ. 2542-2557 เท่าที่มีการรวบรวม ค�ำนวณ คดิ เป็นรอ้ ยละ 52, 59, 45 และ 56 ตามลำ� ดบั และ อัตรา
และตีพิมพ์ไว้ในเอกสารวิชาการท่ีเป็นทางการใน การเสยี ชวี ติ ตอ่ แสนประชากรเพมิ่ ขน้ึ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 50.0,
ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2542, 2547 และ 2552 (ข้อมูล 55.0, 44.0 และ 52.0 ตามล�ำดับ (ตารางที่ 12.1)
อ้างในรายงานสถานการณ์ NCDs: วิกฤตสุขภาพ วิกฤต
สงั คม(8)) และได้ขอ้ มูลลา่ สดุ ปี พ.ศ. 2557 ทวี่ เิ คราะห์แล้ว 5) เม่ือเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของอัตรา
แต่ยงั ไม่ไดต้ ีพมิ พ์จาก ดร.ทพญ. กนิษฐา บญุ ธรรมเจริญ การเสียชีวิตต่อแสนประชากร และอัตราภาระโรคต่อ
พบว่า (รายละเอียดจาก bodthai.net) แสนประชากรของโรคไมต่ ดิ ตอ่ ทกุ ชนดิ กบั กลมุ่ โรคตดิ เชอื้
1) จ�ำนวนผู้เสียชีวิตและอัตราการเสียชีวิตต่อแสน และ กลุ่มการบาดเจ็บ ระหว่างปี พ.ศ. 2542 และ 2557
ประชากร เพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาสิบห้าปี (สิบห้าปี) จะพบว่า อัตราการเสียชีวิตต่อแสนประชากร
จากปี พ.ศ. 2542 ถงึ พ.ศ. 2557 โดยจ�ำนวนผเู้ สียชีวติ และอัตราภาระโรคต่อแสนประชากรของโรคไม่ติดต่อ
จากกลมุ่ โรคไมต่ ดิ ตอ่ ทกุ ชนดิ เพมิ่ ขนึ้ (relative increase) ทกุ ชนิด เพ่ิมขึ้นรอ้ ยละ 49 และ 80 ตามลำ� ดบั สว่ นของ
ร้อยละ 58 (จาก 233,797 เป็น 368,870 คน) และอตั รา กลุ่มโรคติดเชื้อ ลดลงร้อยละ 41 และ 23 ตามล�ำดับ
การเสยี ชวี ติ ตอ่ แสนประชากรเพมิ่ ขนึ้ รอ้ ยละ 49 (จาก 380 สว่ นกลมุ่ การบาดเจบ็ นนั้ อตั ราการเสยี ชวี ติ ลดลงรอ้ ยละ 5
เปน็ 568 ต่อแสนประชากร) (ดตู ารางท่ี 12.1 ประกอบ) แตอ่ ตั ราภาระโรคตอ่ แสนประชากรเพม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละ 59 (ซง่ึ
การเพม่ิ ขน้ึ ของกลมุ่ การบาดเจบ็ นกี้ ย็ งั นอ้ ยกวา่ การเพมิ่ ขน้ึ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 301

ของกลุ่มโรคไมต่ ิดต่อทุกชนดิ ) (ตารางท่ี 12.1 และ 12.2) เพิม่ ข้นึ รอ้ ยละ 54 และ 49 ตามลำ� ดบั สว่ นของกลุม่ โรค
ซ่ึงหมายถึงว่าโรคไม่ติดต่อไม่ติดต่อทุกชนิดเป็นปัญหา ไม่ติดต่อทุกชนิดเพ่ิมขึ้นร้อยละ 15 และ 37 ตามล�ำดับ
ส�ำคัญต่อการเสียชีวิตและภาระโรคมากขึ้นตามเวลาเมื่อ (ตารางที่ 12.1 และ 12.2) ซง่ึ หมายถึงว่าโรคไม่ตดิ ต่อ(4)
เทียบกับกลุม่ โรคตดิ เช้ือและกลุม่ การบาดเจบ็ โรคหลักเป็นปัญหาส�ำคัญต่อการเสียชีวิตและภาระโรค
มากขน้ึ ตามเวลาเมือ่ เทียบกับโรคไมต่ ิดต่ออ่นื ๆ
6) และเมอื่ เปรยี บเทยี บความเปลย่ี นแปลงของอตั รา
การเสยี ชวี ติ ตอ่ แสนประชากร และอตั ราภาระโรคตอ่ แสน 7) ข้อมูลจ�ำนวนการเสียชีวิตและภาระโรคของ
ประชากรของโรคไมต่ ดิ ตอ่ 4 โรคหลกั รวมกนั และกลมุ่ โรค ปัจจัยเส่ียงทางด้านสรีรวิทยาและพฤติกรรม ขณะนี้
ไมต่ ดิ ตอ่ ทุกชนิด ระหว่างปี พ.ศ. 2552 และ 2557 (ห้าป)ี ปี พ.ศ. 2561 มขี อ้ มลู ทต่ี พี มิ พแ์ ลว้ เพยี งปี พ.ศ. 2552 ดงั น้ี
จะพบว่าอัตราการเสียชีวิตต่อแสนประชากรและอัตรา (ตารางท่ี 12.1 และ 12.2)
ภาระโรคต่อแสนประชากรของโรคไม่ติดต่อ 4 โรคหลัก

ตารางที่ 12.1 จำ� นวนผเู้ สียชวี ิตและอัตราการเสยี ชีวติ ต่อแสนประชากรของโรคไมต่ ิดตอ่ และปจั จยั เส่ยี งตา่ งๆ
ของปี พ.ศ. 2542, 2547, 2552 และ 2557

ค.ศ. 1999 2004 2009 2014

พ.ศ. 2542 2547 2552 2557

จ�ำนวนประชากรกลางปี (คน) 61,563,960 62,526,693 63,457,439 64,955,313

คน คนต่อแสน คน คนตอ่ แสน คน คนตอ่ แสน คน คนตอ่ แสน
ประชากร ประชากร ประชากร ประชากร

โรคทกุ สาเหตุ (all causes) 388,461 (631) 411,687 (658) 430,652 (679) 486,049 (748)

a. โรคตดิ เช้ือ 101,303 (165) 88,160 (141) 60,801 (96) 63,141 (97)

b. การบาดเจบ็ 53,362 (87) 54,912 (88) 55,511 (87) 54,038 (83)

c. โรค NCDs ทกุ ชนดิ 233,797 (380) 270,615 (433) 314,340 (495) 368,870 (568)

โรค (disease): รวม 4 โรคหลกั 243,447 (384) 280,797 (432)

1. โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด 106,365 (168) 122,578 (189)

2. โรคมะเรง็ 83,832 (132) 96,983 (149)

3. โรคเบาหวาน 27,214 (43) 30,529 (47)

4. โรคปอดเรือ้ งรัง 26,036 (41) 30,707 (47)

สรีรวิทยา (physiology)

5. ความดันโลหติ สูง 42,133 (66)

6. น�ำ้ ตาลในเลอื ดสูง

302 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ตารางท่ี 12.1 จ�ำนวนผู้เสยี ชวี ิตและอัตราการเสียชีวิตต่อแสนประชากรของโรคไม่ติดต่อ และปจั จยั เสย่ี งต่างๆ
ของปี พ.ศ. 2542, 2547, 2552 และ 2557 (ต่อ)

ค.ศ. 1999 2004 2009 2014
พ.ศ. 2542 2547 2552 2557
คน คนต่อแสน คน คนต่อแสน คน คนต่อแสน คน คนตอ่ แสน
7. ไขมันในเลอื ดสูง
8. น�้ำหนกั เกนิ และโรคอว้ น ประชากร ประชากร ประชากร ประชากร
28,795 (45)
พฤตกิ รรม (behavior)
9. การสูบบหุ รี่ 26,014 (41)
10. การดืม่ เครือ่ งดม่ื แอลกอฮอล์
11. บริโภคผักผลไม้ไม่พอ 50,710 (80)
12. กิจกรรมทางกายไม่เพยี งพอ 22,672 (36)
22,585 (36)
11,129 (18)

ที่มา: การศกึ ษาภาระโรคของประเทศไทย

ตารางที่ 12.2 จ�ำนวนปสี ขุ ภาวะท่ีสญู เสยี ไป (DALYs) และ อัตราปีสขุ ภาวะท่สี ญู เสยี ไปตอ่ แสนประชากร
ของโรคไมต่ ดิ ต่อและปจั จัยเสีย่ งต่างๆ ของปี พ.ศ. 2542, 2547, 2552 และ 2557

ค.ศ. 1999 2004 2009 2014

พ.ศ. 2542 2547 2552 2557

จำ� นวนประชากรกลางปี (คน) 61,563,960 62,526,693 63,457,439 64,955,313

ล้าน DALY ล้าน DALY ลา้ น DALY ลา้ น DALY
DALYs ตอ่ แสน DALYs ตอ่ แสน DALYs ตอ่ แสน DALYs ตอ่ แสน
ประชากร ประชากร ประชากร ประชากร

โรค (diseases) 9.53 (15,500) 9.85 (15,800) 10.21 (16,100) 14.94 (23,000)

a. โรคติดเช้อื 2.64 (4,300) 2.09 (3,300) 1.39 (2,200) 2.12 (3,300)

b. การบาดเจบ็ 1.33 (2,200) 1.37 (2,200) 1.33 (2,100) 2.29 (3,500)

c. โรค NCDs ทุกชนิด 5.56 (9,000) 6.39 (10,200) 7.49 (11,800) 10.53 (16,200)

โรค (disease): รวม 4 โรคหลัก

1. โรคหวั ใจและหลอดเลือด 1.42 (2,200) 2.16 (3,300)

2. โรคมะเรง็ 1.26 (2,000) 2.00 (3,100)

3. โรคเบาหวาน 0.60 (900) 0.87 (1,300)

4. โรคปอดเร้ืองรัง 0.45 (700) 0.70 (1,100)

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 303

ตารางท่ี 12.2 จำ� นวนปสี ขุ ภาวะท่ีสูญเสยี ไป (DALYs) และ อัตราปสี ุขภาวะท่สี ูญเสยี ไปตอ่ แสนประชากร
ของโรคไมต่ ิดตอ่ และปจั จยั เสี่ยงตา่ งๆ ของปี พ.ศ. 2542, 2547, 2552 และ 2557 (ตอ่ )

ค.ศ. 1999 2004 2009 2014
พ.ศ. 2542 2547 2552 2557
สรรี วทิ ยา (physiology)
5. ความดนั โลหติ สูง 0.63 (1,000)
6. น�ำ้ ตาลในเลอื ดสูง
7. ไขมนั ในเลือดสูง 0.32 (500)
8. น�้ำหนักเกนิ และโรคอ้วน 0.51 (800)
พฤติกรรม (behavior)
9. การสบู บหุ ร่ี 0.75 (1,200)
10.การดม่ื เคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์ 0.99 (1,600)
11. บรโิ ภคผกั ผลไม้ไม่พอ 0.25 (400)
12. กจิ กรรมทางกายไม่เพียงพอ 0.14 (200)

ทม่ี า: การศึกษาภาระโรคของประเทศไทย

ข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการเสียชีวิตและ นอกเหนือไปจากผลกระทบต่อชีวิตและภาระ
ภาระโรคที่เกิดข้ึนจากโรคไม่ติดต่อก�ำลังเพ่ิมสูงขึ้นใน โรคแล้ว โรคไม่ติดต่อยังส่งผลกระทบต่อภาวะทาง
ประเทศไทยเมื่อเทียบกับกลุ่มโรคติดเช้ือและการบาด เศรษฐกิจด้วย จากการศึกษาประมาณความสูญเสีย
เจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคไม่ติดต่อ 4 โรคหลัก คือ ทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2552 จากโรคเรื้อรัง โรคงการ
โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาวานและโรค ศึกษาภาระโรคและปัจจัยเส่ียงของประเทศไทย(8) พบว่า
ระบบทางเดินหายใจเร้ือรัง และเมื่อเปรียบเทียบปัญหา โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวานและ
ในกลุ่มสภาวะสรีรวิทยาจะพบว่าภาวะความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจเร้ือรัง ก่อให้เกิดผลกระทบทาง
ภาวะไขมันในเลือดสูงและภาวะน้�ำหนักเกินและโรคอ้วน เศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า 78,976, 78,255, 24,489 และ
ก่อให้เกิดการเสียชีวิตเรียงตามล�ำดับ ส่วนการก่อให้เกิด 16,793 ลา้ นบาท ตามลำ� ดบั ซง่ึ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 39.8, 39.4,
ภาระโรคมีการสลับล�ำดับเล็กน้อยจากมากไปน้อย คือ 12.3 และ 8.5 ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ รวมของ 4 โรค
ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะน้�ำหนักเกินและโรคอ้วน น้ซี ึ่งเทา่ กับ 198,512 ล้านบาท
และภาวะไขมนั ในเลอื ดสงู ตามลำ� ดบั และเมอื่ เปรยี บเทยี บ
ปัญหาในกลุ่มพฤติกรรมจะพบว่าพฤติกรรมการสูบบุหร่ี ข้อมูลข้างต้นท้ังหมดน้ีบ่งช้ีว่าประเทศไทยจะต้อง
การดื่มเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์ การทานอาหารท่ีไม่ดีต่อ เร่งด�ำเนินการป้องกันแลควบคุมโรคไม่ติดต่ออย่างจริงจัง
สขุ ภาพ และการมกี จิ กรรมทางกายทไี่ มเ่ พยี งพอกอ่ ใหเ้ กดิ และต่อเน่อื ง
การเสียชวี ิตและภาระโรคเรยี งตามลำ� ดับ

304 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ความคุ้มค่าของการด�ำเนินงานป้องกันและ จึงควรเน้นโรคไม่ติดต่อด้วยและควรมุ่งไปที่กลุ่มที่อ่อน
ควบคุมโรคไมต่ ิดตอ่ ไหวต่อการเป็นโรคไมต่ ดิ ต่อ ซึ่งได้แก่ คนวัยกลางคนและ
ผู้สูงอายุซ่ึงเป็นกลุ่มที่เส่ียงที่สุดต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อ
ชุดความรู้ล่าสุดของโลกเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ของ ดว้ ย
โรคไม่ติดต่อ ภายใต้โครงการ The Lancet Task force
on NCDs and economics ของวารสาร Lancet(9) เพิ่ง • สขุ ภาพดนี ำ� มาซง่ึ ความรำ�่ รวยและสขุ ภาพดเี ปน็
ถกู ตพี มิ พใ์ นชว่ งเดอื นเมษายน พ.ศ. 2561 ทผี่ า่ นมาน้ี มขี อ้ กุญแจส�ำคัญก่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่
คน้ พบสำ� คญั ทส่ี อ่ื โดยตรงถงึ ผนู้ ำ� ของประเทศตา่ งๆ ทว่ั โลก ยง่ั ยนื อน่ื ๆ (SDGs: Sustainable Development Goals)
ว่า ถงึ เวลาตอ้ งลงมือด�ำเนนิ การปอ้ งกนั และควบคุมโรคไม่ และการบรรลเุ ปา้ หมาย SDGs อีกหลายๆ ตัวกจ็ ะน�ำมา
ตดิ ตอ่ อยา่ งจรงิ จงั และเรง่ ดว่ นแลว้ ขอ้ คน้ พบเหลา่ น้ี ไดแ้ ก่ ซง่ึ การมสี ขุ ภาพดเี ชน่ กนั ดงั นน้ั โปรแกรมตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วกบั
การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื ทง้ั ในระดบั ประเทศและระดบั นานาชาติ
• โรคไมต่ ดิ ตอ่ มคี วามสมั พนั ธก์ บั ความยากจนและ ควรเน้นการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อด้วย(10) และ
สร้างความไม่เท่าเทียมท้ังภายในและระหว่างประเทศ รัฐบาลควรด�ำเนินการเพอื่ บรรลุดัชนอี กี 8 ตวั ไปพร้อมกัน
ทง้ั คนยากจนและคนรำ�่ รวยลว้ นพบกบั หายนะทางการเงนิ อนั ได้แก่ SDG 1 การลดความยากจน SDG 2 การทำ� ให้
อันเลวร้ายจากค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการรักษาโรคไม่ติดต่อนี้ ความหิวโหยหมดไป SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ดี
แม้ในรายท่ีมปี ระกันสุขภาพคุ้มครองกต็ าม (health and wellbeing) SDG 4 การศกึ ษา (education)
SDG 5 ความเปน็ ธรรมทางเพศ (gender equality) SDG
• การลงทุนกับการป้องกันและควบคุมโรคไม่ 8 การท�ำงานที่เหมาะสม และ การเติมโตทางเศรษฐกิจ
ติดต่อให้ผลตอบแทนท่ีสูงมากกับประชากรในทุกระดับ (decent work and economic growth) SDG 10 การ
รายไดใ้ นประเทศตา่ งๆ และยงั มสี ว่ นเพม่ิ การขยายตวั ทาง ลดความเหลื่อมล�้ำทางสังคม (reduced inequalities)
เศรษฐกจิ ด้วย แมว้ ่าทัง้ การป้องกันและการควบคุมโรคไม่ SDG 11 เมืองและชุมชนที่ย่ังยืน (sustainable cities
ตดิ ตอ่ จะเปน็ กลยทุ ธท์ ส่ี ำ� คญั แตห่ ากมองในระยะยาวแลว้ and communities) SDG 12 การผลิตและการบริโภคท่ี
การปอ้ งกนั การเกดิ โรคไมตดิ ตอ่ จะใหผ้ ลตอบแทนทสี่ งู กวา่ ยง่ั ยนื (sustainable production and consumption)(9)
การควบคมุ โรคไมต่ ิดตอ่
• ความเหลื่อมล�้ำทางสุขภาพจากโรคไม่ติดต่อ
• มาตรการทางการเงินและการคลังควรถูก ในระดับประเทศและระหว่างประเทศก�ำลังเพิ่มมากข้ึน
น�ำมาใช้ส่งเสริมการบริโภคและวิถีชีวิตท่ีเอื้อต่อสุขภาพ กฎเกณฑ์ระดับนานาชาติและระดับประเทศควรที่จะลด
ส่งเสริมการบริโภคและการผลิตท่ีย่ังยืน และใช้เพื่อก่อให้ กำ� แพงเชงิ นโยบายและเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารทข่ี วางกนั้ การเขา้ ถงึ
เกิดรายได้ไปขยายผลระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทรพั ยากรทจี่ ำ� เปน็ การดำ� เนนิ การบรกิ ารสขุ ภาพถว้ นหนา้
(universal health care) โดยท่ีนโยบายการเงนิ การคลัง และการสง่ เสริมความเปน็ ธรรมทางสุขภาพ(10)
น้ีสามารถหรือควรท่ีจะออกแบบให้บรรลุผลกระทบอย่าง
เสมอภาคดว้ ย • โรคไมต่ ดิ ตอ่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความหายนะของคา่ ใชจ้ า่ ย
ด้านสขุ ภาพมากกวา่ รอ้ ยละ 60 ของประชากรทป่ี ว่ ยดว้ ย
• มีงานวิจัยถึง 283 การศึกษาท่ัวโลกท่ีพบความ โรคไม่ติดต่อ อันได้แก่ มะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจและ
สัมพันธ์ระหว่างโรคไม่ติดต่อและการมีรายได้ต�่ำ การ โรคหลอดเลือดสมอง โดยมคี วามแตกตา่ งหลากหลายข้นึ
มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต�่ำ และการศึกษาท่ีต่�ำ กับโรคและบริบทของคนๆน้ัน การไม่มีประกันสุขภาพ
โรคไม่ติดต่อท�ำให้ประชากรเกิดภาวะช็อคทางสุขภาพ ย่ิงท�ำให้เกิดความหายนะทางการมากยิ่งขึ้น ประเทศ
สังคมและเศรษฐกิจ แต่ได้ถูกลืมท่ัวโลก โปรแกรมต่างๆ ต่างๆ ควรจัดให้มรี ะบบบริการสขุ ภาพถว้ นหน้าและจดั ให้
ท้ังในระดับนานาชาติและของรัฐบาลประเทศต่างๆ ควร มีบรกิ ารสขุ ภาพทม่ี ีความคุ้มค่า (มี cost-effectiveness)
ท่ีจะปกป้องคนยากจนจากการเป็นโรคไม่ติดต่อและ และมุ่งกลุ่มเป้าหมายคนยากจนเป็นส�ำคัญ จะน�ำไปสู่
ความหายนะทางเศรษฐกิจที่จะตามมา นอกจากนั้น
โปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพถ้วนหน้า

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 305

การบรรลุเป้าหมายการลดความยากจนและบรรลุเป้า การค�ำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการป้องกันและควบคุม
หมาย SDGs ของสหประชาชาตไิ ด(้ 11) โรคไม่ติดต่อในประเทศประเทศรายได้ต่�ำและประเทศ
รายได้ปานกลางค่อนข้างต่�ำ (low-income and lower
• งานวิจัยช้ินหน่ึงท่ีใช้วิธีประมาณการแบบโมเดล middle-income countries) ซึ่งเป็นการค�ำนวณ
ลง่ิ โดยใชผ้ ลการสำ� รวจการใชจ้ า่ ยในครวั เรอื นมาประมาณ ลักษณะนี้เป็นคร้ังแรกในโลก และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
การผลกระทบของมาตรการทางภาษีต่อการใช้จ่าย สุขภาพและประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ของมาตรการ
ของครัวเรือนที่มีระดับรายได้ต่างๆ พบว่า มาตรการ ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อท่ีมีความคุ้มค่าสูงสุดและ
ทางภาษีและราคาต่อสินค้าท่ีอาจส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพ มีความเป็นไปในในทางปฏิบัติส�ำหรับประเทศเหล่าน้ี ซึ่ง
น้ันจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและค่าใช้จ่าย มีขอ้ มลู ท่สี �ำคัญสรุปได้ดังนี้
ของผู้บริโภคทุกคน แต่จะแตกต่างกันตามสถานะทาง
เศรษฐกิจและสังคมของคนๆนั้น โดยคนมีรายได้สูงจะ • ใช้งบประมาณเพียง 1.27 เหรียญสหรัฐต่อ
จ่ายค่าใช้จ่ายเพ่ิมขึ้น แต่ส�ำหรับคนยากจนนั้นจะไม่เพิ่ม หัวประชากรต่อปี (ประมาณ 45 บาทต่อหัวประชากร
รายจา่ ยมากนกั เพราะคนยากจนจะทยอยเลกิ บรโิ ภคสนิ คา้ ต่อปี หากคิดอัตรา 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) ส�ำหรับ
นนั้ ซงึ่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลดที างสขุ ภาพตอ่ ไป อยา่ งไรกต็ ามราย ป ร ะ เ ท ศ ร า ย ไ ด ้ ต�่ ำ แ ล ะ ป ร ะ เ ท ศ ร า ย ไ ด ้ ป า น ก ล า ง
จา่ ยทเี่ พม่ิ ขน้ึ แมเ้ ลก็ นอ้ ยของคนยากจนกเ็ ปน้ สดั สว่ นทมี่ าก ค่อนข้างต่�ำในการปฏิบัติการมาตรการ Best Buys ที่
เมอื่ เทยี บกบั รายได้ ซง่ึ ผลกระทบของภาษตี อ่ คนยากจนนี้ องค์การอนามัยโลกแนะน�ำ โดยจะได้รับผลตอบแทน
สามารถท่ีจะชดเชยได้ด้วยการออกแบบให้เกิดการใช้เงิน ดงั ต่อไปนภ้ี ายในปี พ.ศ. 2573(14)
ภาษีเหลา่ นค้ี นื กลับใหแ้ กค่ นยากจนในภายหลงั (12)
- ทกุ ๆ 1 เหรยี ญสหรฐั ทลี่ งทนุ จะไดร้ บั ผลตอบแทน
• งานวจิ ยั ประมาณการทางเศรษฐศาสตรช์ น้ิ หนง่ึ ได้ 7 เหรยี ญ
ศกึ ษาขอ้ มูลของย่สี ิบประเทศทวั่ โลกที่มีภาระโรคของโรค
ไม่ติดต่อสูงท่ีสุดด้วยวงเงิน 120 พันล้านเหรียญสหรัฐใน - ลดอตั ราการตายก่อนวัยอนั ควรลงไดร้ อ้ ยละ 15
ชว่ ง ค.ศ. 2015–2030 จะสามารถลดการเสยี ชวี ติ 15 ลา้ น - ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ โรคหวั ใจขาดเลอื ดและโรคหลอด
คนและป้องกัน 8 ล้านคนจากโรคหัวใจขาดเลอื ดและ 13
ล้านคนจากโรคเสน้ เลือดในสมองใน 20 ประเทศน้ี ซ่งึ คิด เลอื ดสมองไดม้ ากกวา่ 17 ลา้ นคน
เปน็ การลงทนุ เพยี ง 1.50 เหรียญสหรัฐตอ่ คนตอ่ ปีเทา่ น้นั - รักษาชวี ิตประชากรไดถ้ งึ 8.2 ล้านคน
ซึ่งเม่ือค�ำนวณผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์และสังคม - สรา้ งความเจรญิ ทางเศรษฐกจิ ไดถ้ งึ 350,000 ลา้ น
เข้าด้วยกนั แล้วจะได้ผลตอบแทนการลงทุนถงึ 10.9 เท่า
(หากคิดเฉพาะผลตอบแทนด้านเศรษฐศาสตร์อย่างเดียว เหรียญสหรัฐระหวา่ งปี พ.ศ. 2561-2573
จะไดผ้ ลตอบแทนการลงทุน 5.6 เทา่ )(13) Michael R. Bloomberg, WHO Global
Ambassador for Noncommunicable Diseases
เอกสารองค์การอนามัยโลกล่าสุดท่ีชื่อว่า “Saving กล่าวไว้ในเอกสารฉบับน้ีว่าโรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุ
lives, spending less: A strategic response to การตายท่ัวโลกถึงเกือบ 41 ล้านคนต่อไป จ�ำนวนมากเสีย
noncommunicable diseases”(14) (รักษาชีวิต จ่าย ชวี ติ ก่อนอายุ 70 ปี ขณะทกี่ ารเสียชีวติ นีเ้ กิดในประเทศ
น้อยกว่า: การตอบสนองเชิงยุทธศาสตร์ต่อโรคไม่ติดต่อ) รายได้ต่�ำและรายได้ปานกลางค่อนข้างต่�ำ แต่กองทุน
เพิ่งตพี มิ พ์ในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) นี้ ได้ใช้ขอ้ มลู สุขภาพระดับโลกบริจากเงินเพียงร้อยละ 1.0 เพ่ือการ
ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในประเทศยากจนเหล่า
น้ี(14)

306 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

12.3 การดำ� เนนิ การปอ้ งกนั และควบคมุ โรคไมต่ ดิ ตอ่ มีการประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขท่ัวโลก
การด�ำเนินการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ในประเด็นวิถีชีวิตสุขภาพและการควบคุมโรคไม่ติดต่อ
โดยมีตัวแทนจาก 162 ประเทศเข้าร่วมประชุมซึ่งจัดขึ้น
ในระดบั โลก ท่ีกรุง Moscow ประเทศรัสเซีย ในเดือนเมษายน พ.ศ.
ท่ีประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก (World 2554 และในเดือนกันยายนปีเดียวกันมีการจัดประชุม
และมกี ารประกาศทางการเมอื ง (Political declaration)
Health Assembly) รับรองแผนยุทธศาสตร์โลกว่า ของผู้น�ำระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ ในประเด็น
ด้วยการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเป็นครั้งแรกใน การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อท่ีเมือง New York
ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) (Global Strategy for the ประเทศสหรัฐอเมริกา ซ่ึงค�ำประกาศทางการเมืองนี้ก่อ
Prevention and Control of Noncommunicable ให้เกิดกิจกรรมต่างๆ เป็นลูกโซ่ตามมามากมาย ต่อมา
Diseases) ซง่ึ ไดร้ ะบุถงึ ความสำ� คญั ของโรคไมต่ ดิ ต่อและ ในปี พ.ศ. 2558 มีการประชุมผู้น�ำระดับสูงเพื่อติดตาม
การต้องแก้ปัญหาด้วยการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ2 การด�ำเนินงานโรคไม่ติดต่อเป็นคร้ังท่ีสอง และ จะ
ตอ่ มามกี ารเสนอแผนปฏบิ ตั กิ าร (action plan) สองฉบบั มีการประชุมผู้น�ำระดับสูงเพื่อติดตามการด�ำเนินงาน
ตอ่ กนั เพ่อื รองรบั การท�ำงาน คือ Global Action Plan โรคไม่ติดต่อเป็นคร้ังท่ีสามในเดือนกันยายน พ.ศ. 2561
2008-2013(2) และ Global Action Plan on NCDs การติดตามของท่ีประชุมผู้น�ำระดับสูงขององค์การ
2013-2020(1) (ภาพที่ 12.1) ในแผนโรคไมต่ ิดตอ่ ของโลก สหประชาชาติในประเด็นโรคไม่ติดต่อนี้ก่อให้เกิดความ
น1้ี ไดก้ ำ� หนดวตั ถปุ ระสงคข์ องแผนไว้ 6 ขอ้ และเสนอดชั นี เคลื่อนไหวท่วั โลกมากมาย
ชวี้ ดั ผลลพั ธก์ ารดำ� เนนิ งาน ทงั้ ดา้ นการควบคมุ ปจั จยั เสยี่ ง
การพฒั นาระบบบรกิ ารและผลลัพธ์ดว้ ยการเจ็บป่วยและ เพื่อให้สามารถติดตามความก้าวหน้าการด�ำเนิน
การเสียชวี ิต รวม 25 ดชั นี พร้อมทง้ั เสนอเปา้ หมายตาม การของประเทศสมาชิกได้เป็นระยะ ที่ประชุมสมัชชา
ความสมัครใจที่ประเทศสมาชิกจะก�ำหนดเพื่อบรรลุผล องค์การอนามัยโลกจึงก�ำหนดเป้าหมายเชิงกระบวนการ
ให้ไดใ้ นปี พ.ศ. 2568 รวม 9 เป้าหมาย (ตารางท่ี 12.3) ระยะส้ันในปี ค.ศ. 2015 และ 2016 (พ.ศ. 2558 และ
2559) โดยก�ำหนดเป็นดัชนีเชิงกระบวนการ 10 ตัว(5,6)
กระบวนการขับเคล่ือนการป้องกันและควบคุมโรค (ตารางที่ 12.3)
ไม่ติดต่อในระดับโลกน้ีมีกิจกรรม “การช้ีน�ำสังคมโลก”
(advocacy activities) ดงั นี้ (ดภู าพท่ี 1) ในปี พ.ศ. 2554

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 307

ภาพท่ี 12.1 แผนภาพแสดงลำ� ดบั เวลาของเอกสารส�ำคญั ต่างๆทแ่ี สดงถึงการขบั เคลอื่ นเพ

พ.ศ. กอ น 2544 2544 – 2
ค.ศ. Before 2001 2001 – 2

Governance Targets

(การอภบิ าล) Plan: strategy, action Global Strategy *
Surveillance Advocate on NCDs (2000)
Monitor trends of diseases and their risk factors
-First Ministerial M
-Political declaration of High-Level M

Evaluate progresses of implementation

(Whole Health promotion / NCDs prevention and control *
approach) พรบ.สสส. 2544 (2011)

Risk factors Tobacco พรบ.ควบคมุ ยาสูบ 2 ฉบบั * *
2535 (1992) FCTC (20

Alcohol

Global

Unhealthy diet

Physical inactivity

Health systems Health financing *
(Universal Primary health care พรบ.สปสช. 2545 (2002)
health

coverage –
UHC)

308 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

พ่ือการป้องกนั และควบคุมโรคไม่ติดตอ่ 2564 – 2568 2569 - 2573
2021 – 2025 2026 – 2030
2548 2549 – 2553 2554 – 2558 2559 – 2563
2005 2006 – 2010 2011 – 2015 2016 – 2020 9 voluntary * SDGs *
targets (2025) - NCDs (2030)
4 time-bound targets **
in 2014, 2015

Global Action Plan Global Action Plan

2008-2013 2013-2020
2nd UN H*igh-Level 3rd UN H*igh-Level
Meeting (Moscow, Apr 2011) * Meeting (2014) Meeting (2018)
Meeting (New York, Sep 2011) *

Global Report o*n NCDs 2010 and 2014*

**
NCDs Progress Monitor 2015 and 2017

แผน สสว. 2554-2563 แผนชาติ NCDs 2560-2564

แผนเปา 10 ป สสส. 2555-2564

003) แผนชาติยาสบู #1 2555-2557 แผนชาตยิ าสบ #2 2559-2562

* แผนชาติแอลกอฮอล 2554-2563
Strategy on Alcohol (2010)

Global Recommendation * ยุทธศาสตรเ กลอื 2559-2568
on PA (2556)

Global Action Plan on PA 2018-2030
แผนการสงเสริมกิจกรรมทางกาย 2561-2573

* Plan of Action: Health Financing:
the Path to UHC (2012)

ตารางที่ 12.3 ตารางแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวตั ถปุ ระสงคแ์ ละดชั นีตา่ งๆ ของแผนโลกเพ่ือ

Areas 6 objectives 10 process indicators

ปัจจัยนำ� (Lead) 1. ให้ความสำ� คญั เร่อื งโรคไมต่ ดิ ต่อ 1. ก�ำหนดเป้าหมายโรคไมต่ ดิ ตอ่
1. Governance (Make NCDs a priority) (O-1) ระดับชาติ (Setting time-bound
national NCD targets) (P-1)
2. Surveillance 2. พัฒนาศักยภาพและภาวะผูน้ ำ� [2015]
(Strengthen capacities and 2. กำ� หนดนโยบาย/ยทุ ธศาสตร/์
leadership) (O-2) แผนโดยความรว่ มมือหลาย
3. สง่ เสริมการวิจัยท่ีมีคณุ ภาพ ภาคสว่ นเพอ่ื บรรลเุ ป้าหมาย
(Promote high-quality (Multisectoral NCD policy /
research) (O-5) strategy / plan) (P-4) [2015]
4. ตดิ ตามแนวโนม้ โรคและความ
กา้ วหน้าการท�ำงาน (Monitor 3. จัดให้มขี ้อมูลการตายแบบแยก
trends and evaluate โรค (Cause-specific mortality
progress) (O-6) data) (P-2) [2015]
4.จัดให้มีการสำ� รวจ STEPS
(STEPS survey) (P-3) [2015]

อการป้องกันและควบคุมโรคไมต่ ดิ ต่อ ค.ศ. 2013-2020 (พ.ศ. 2558-2563)

Best buysa 25 indicators 9 voluntary targets

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 309

ตารางท่ี 12.3 ตารางแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งวตั ถปุ ระสงค์และดัชนีตา่ งๆ ของแผนโลกเพื่อ

Areas 6 objectives 10 process indicators

ปจั จยั ตาม (Lag)

3. Risk factors 5. Reduce modifiable risk 5. มี 5 มาตรการลดการบริโภค 1.ควบ
Behavioral risk factors (O-3) ยาสูบ (Implementing five a.
factors demand-reduction measures b.
of the WHO FCTC (1.taxes/ ซอ
price, 2. Smoke-free policies, c.
3.large graphic health กา
warning or plain packaging, d.
4.comprehensive ban on e.
advertising, promotion, ภัย
sponsorship, 5.mass media
campaigns) (P-5) [2016] 2. คว
6. มี 3 มาตรการลดการด่มื ฯ a.
(Implementing three b.
measures to reduce the c.
harmful use of alcohol)
(1.availability control,
2. advertising bans or
comprehensive restriction,
3.taxes) (P-6) [2016]

310 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

อการป้องกนั และควบคมุ โรคไมต่ ดิ ต่อ ค.ศ. 2013-2020 (พ.ศ. 2558-2563) (ต่อ)

Best buysa 25 indicators 9 voluntary targets

บคุมการบรโิ ภคยาสบู 1. การสบู บุหรใ่ี นเยาวชน 1. ลดความชุกของการบริโภค
ภาษี (Tobacco use in adolescents) ยาสูบลงร้อยละ 30 แบบสัมพทั ธ์
ภาพค�ำเตอื นขนาดใหญ่ / (I-9) (30% reduction in prevalence
องไร้สีสัน 2. การสบู บหุ รี่ในผใู้ หญ่ of current tobacco use in
ควบคมุ การโฆษณา/สง่ เสริม (Tobacco use in adults) (I-10) persons) (T-5)
ารขาย/สปอนเซอร์ [ใช้ดชั นี I-9 และ I-10 วดั ]
ห้ามสูบบหุ รใี่ นทสี่ าธารณะ
รณรงคส์ าธารณะใหท้ ราบพษิ
ยยาสบู

วบคุมการด่มื ฯ 3. ปรมิ าณการดืม่ ฯต่อหวั 2. ลดการดม่ื แบบอนั ตรายอย่าง
. ภาษี ประชากร (adult per capita นอ้ ยร้อยละ 10 (at least 10%
. ควบคุมการโฆษณา consumption (recorded and relative reduction in harmful
. ควบคุมการเขา้ ถงึ เครือ่ งดืม่ ฯ unrecorded)) (I-3) use of alcohol) (T-2) [ใชด้ ชั นี
4. การด่ืมแบบหนกั เป็นครั้งคราว I-3, I-4 และ I-5 วดั ]
(heavy episodic drinking) (I-4)
5. การป่วย/ตายทส่ี มั พันธ์กับ
การด่มื ฯ (alcohol-related
morbidity and mortality) (I-5)

ตารางท่ี 12.3 ตารางแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวัตถปุ ระสงคแ์ ละดชั นีต่างๆ ของแผนโลกเพื่อ

Areas 6 objectives 10 process indicators

7. มี 4 มาตรการลดการ 3. ลดก
บริโภคอาหารท่ีไม่ดีตอ่ สุขภา
สขุ ภาพ (Implementing
four measures to reduce a. ล
unhealthy diet: ปรบั
1.salt/sodium policies b.
2. saturated fatty acids, ปรับ
trans-fats อาห
พยา
c.
นอ้ ย
d. ม
บรร

8. รณรงค์สาธารณะเร่ืองกิจกรรม 4.ลดก
ทางกาย (Public education a.รณ
and awareness campaign on เพอ่ื
physical activity) (P-8) [2016] กจิ ก

อการป้องกันและควบคมุ โรคไมต่ ิดต่อ ค.ศ. 2013-2020 (พ.ศ. 2558-2563) (ต่อ)

Best buysa 25 indicators 9 voluntary targets

การบริโภคอาหารทไ่ี ม่ดตี ่อ 6. พฤตกิ รรมการบรโิ ภคเกลือ 1. ลดค่าเฉลย่ี การบรโิ ภคเกลอื ของ
าพ (ลดเกลอื ) (salt intake) (I-8) ประชากรลงร้อยละ 30 (30%
ลดการบริโภคเกลือด้วยการ relative reduction in mean
บสตู รอาหาร population intake of salt/
ลดการบริโภคเกลือด้วยการ sodium) (T-4)
บสภาพแวดล้อมให้บริการ [ใชด้ ัชนี I-8 วัด]
หารเกลือน้อย เช่น โรง
าบาล โรงเรยี น ทที่ ำ� งาน ฯลฯ
รณรงค์พฤติกรรมทานเกลือ

มาตรการปา้ ยคำ� เตอื นบนซอง
รจุภัณฑด์ ้านหน้า

กจิ กรรมทางกายท่ีไมเ่ พยี งพอ 7. การขาดกิจกรรมทางกายทีเ่ พียง 4. ลดความชุกของการมีกจิ กรรม
ณรงคส์ าธารณะและในชมุ ชน พอในเยาวชน (Physical inactivity ทางกายทไี่ ม่เพียงพอลงรอ้ ยละ
อเพมิ่ ความตระหนกั ของการมี in adolescents) (I-6) 10 แบบสัมพทั ธ์ (10% relative
กรรมทางกายที่เพยี งพอ 8. การขาดกจิ กรรมทางกายทเ่ี พยี ง reduction in prevalence of
พอในผใู้ หญ่ (Physical inactivity insufficient physical activity)
in adults) (I-7) (T-3) [ใช้ดัชนี I-6 และ I-7 วดั ]

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 311

ตารางท่ี 12.3 ตารางแสดงความสมั พนั ธ์ระหว่างวตั ถปุ ระสงคแ์ ละดชั นตี า่ งๆ ของแผนโลกเพ่อื

Areas 6 objectives 10 process indicators

Biological risk
factors

312 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

อการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดตอ่ ค.ศ. 2013-2020 (พ.ศ. 2558-2563) (ต่อ)

Best buysa 25 indicators 9 voluntary targets

9. ความดนั : ความดันสูงและค่า 5. ลดความชุกของภาวะความดนั
เฉลี่ยความดัน (blood pressure: โลหิตสูงลงร้อยละ 25 แบบสัมพทั ธ์
raised blood pressure (I-11a), (25% relative reduction in
mean blood pressure (I-11b)) the prevalence of raised
10. น้�ำตาลในเลอื ดสงู และเบา blood pressure) (T-6) [ใช้ดัชนี
หวาน (raised blood glucose / I-11 วดั ]
diabetes) (I-12) 6. ไม่เพิ่มโรคเบาหวานและโรค
11. ภาวะนำ้� หนกั เกินและโรคอว้ น อว้ น (Halt the rise in diabetes
ในเยาวชน (overweight and and obesity) (T-7) [ใชด้ ชั นี
obesity in adolescents) (I-13) I-12, I-13 และ I-14 วดั ]
12. ภาวะน้�ำหนกั เกินและโรค
อ้วนในผใู้ หญ่ (overweight and
obesity in adults) (I-14)
13. รบริโภคไขมนั อิ่มตัว
(saturated fat) (I-15)
14. การบริโภคผัก/ผลไม้ตำ่�
(low fruit and vegetables
consumption) (I-16)
15. ไขมันในเลอื ด: ไขมนั ในเลือด
สงู และคา่ เฉลย่ี ไขมนั ในเลอื ด
(total cholesterol: raised
(I-17a) and mean (I-17b))

ตารางท่ี 12.3 ตารางแสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างวตั ถุประสงค์และดัชนตี ่างๆ ของแผนโลกเพ่ือ

Areas 6 objectives 10 process indicators

4. National 6. สรา้ งความเข้มแข็งระบบบริการ 9. จดั ใหม้ ีแนวปฏิบัตโิ รคไมต่ ดิ ตอ่ 16. สดั
systems สุขภาพ (Strengthen health 4 โรคหลักในระบบบรกิ ารปฐมภูมิ ยาและ
response systems) (Guidelines for management ควบค
of 4 major NCDs through a การเก
primary care approach) (P-9) เลือดส
[2016] coun
attac

10. จัดให้มยี ารกั ษาและการให้ 5. จดั
คำ� ปรึกษาเพ่อื ป้องกันอาการโรค การให
หัวใจและหลอดเลอื ดสมอง อาการ
(Drug therapy / counselling สมอง
to prevent heart attacks and
strokes) (P-10) [2016]

อการปอ้ งกนั และควบคมุ โรคไมต่ ิดตอ่ ค.ศ. 2013-2020 (พ.ศ. 2558-2563) (ตอ่ )

Best buysa 25 indicators 9 voluntary targets

ดสว่ นของผปู้ ่วยท่ีเสี่ยงไดร้ ับ 17. การมเี ทคโนโลยพี ื้นฐานและ 7. มีการบริการให้ผูป้ ว่ ยทเ่ี สี่ยงได้
ะการให้คำ� ปรึกษา (รวมการ ยาทจี่ �ำเปน็ สำ� หรับการรกั ษาโรค รบั ยาและการให้คำ� ปรกึ ษา (รวม
คมุ นำ้� ตาลด้วย) เพื่อปอ้ งกัน ไม่ตดิ ตอ่ 4 โรคหลัก ในสถาน การควบคมุ น�้ำตาลด้วย) เพอ่ื
กิดอาการโรคหวั ใจและหลอด บริการสขุ ภาพ (Availability ป้องกันการเกดิ อาการโรคหวั ใจ
สมอง (dug therapy and and affordability of quality, แลหลอดเลอื ดสมองในสัดสว่ น
nselling to prevent heart safe and efficacious อย่างนอ้ ยรอ้ ยละ 50 (> 50% of
cks and strokes) (I-18) essential NCD medicines, eligible people receive drug
ดใหม้ ียารักษาและ including generics, and basic therapy and counselling
ห้คำ� ปรกึ ษาเพื่อปอ้ งกนั technologies in both public (including glycemic control)
รโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด and private facilities) (I-19) to prevent heart attacks and
strokes) (T-8) [ใช้ดชั นี I-18 วดั ]
8. มีเทคโนโลยพี นื้ ฐานและยา
ทจี่ ำ� เปน็ ส�ำหรบั การรักษาโรค
ไม่ติดต่อ 4 โรคหลัก ร้อยละ
80 ของสถานบริการทั้งภาครัฐ
และเอกชน (80% availability
of the affordable basic
technologies and essential
medicines, including generics,
required to treat major NCDs
in both public and private
facilities) (T-9)
[ใช้ดัชนี I-19 วัด]

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 313

ตารางท่ี 12.3 ตารางแสดงความสมั พนั ธ์ระหว่างวัตถปุ ระสงคแ์ ละดัชนตี ่างๆ ของแผนโลกเพ่อื

Areas 6 objectives 10 process indicators

6. ป้อ
a. จ
pap
หญ
b. จ
ปาก
30-
ทว่ ง

314 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560


Click to View FlipBook Version