The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panpilai_suth, 2022-06-20 22:30:01

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

6) พฒั นากฎหมายเกี่ยวกับระเบยี บบริหารราชการ 4) พัฒนาผู้น�ำท่ีเป็นตัวอย่าง (leadership by
แผน่ ดินให้สอดคล้องกบั สถานการณ์ท่เี ปลี่ยนแปลงไป example)

เร่ืองและประเด็นปฏิรูปที่ 4: ก�ำลังคนภาครัฐ 5) ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหาร
มีขนาดท่ีเหมาะสมและมีสมรรถนะสูง พร้อมขับเคล่ือน ทรพั ยากรบคุ คล
ยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 4 กลยทุ ธ์ ได้แก่
6) พัฒนาทางกา้ วหน้าในสายอาชีพและสร้างความ
1) จัดก�ำลังคนให้สอดคล้องกับความจ�ำเป็นในการ ต่อเนอ่ื งในการด�ำรงตำ� แหน่ง
บริการสาธารณะท่ีส�ำคัญและขับเคลื่อนขีดความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศ เรื่องและประเดน็ ปฏิรูปท่ี 6: การจัดซอื้ จัดจ้างภาค
รฐั คล่องตวั โปร่งใส และมกี ลไกกนั การทุจรติ ทุกขนั้ ตอน
2) ลดขนาดกำ� ลงั คนและคา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นบคุ คลภาครฐั ประกอบดว้ ย 2 กลยุทธ์ ไดแ้ ก่
ทมี่ ีผลผกู พนั ภาระงบประมาณในระยะยาว
1) นำ� เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั มาใชป้ รบั ปรงุ ระบบการจดั ซอื้
3) พัฒนาทักษะและสมรรถนะใหม่เพ่ือสร้างความ จดั จ้างภาครฐั ใหม้ ีความคล้องตวั และตรวจสอบได้
พร้อมเชิงกลยทุ ธ์ใหก้ ับกำ� ลังคนภาครฐั
2) ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการ
4) ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้ ตดิ ตามตรวจสอบการจดั ซอ้ื จดั จา้ งภาครฐั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความ
ก�ำลังคนในสว่ นราชการและหนว่ ยงานของรฐั โปรง่ ใส

เร่ืองและประเด็นปฏิรูปที่ 5: ระบบบริหารงาน 4.7.4 การปฏริ ปู ระบบราชการไทย (Renovation
บคุ คลท่ีสามารถดงึ ดดู สร้าง และรกั ษาคนดี คนเก่งไว้ใน of Thai Government) สูร่ ะบบราชการ 4.0
ภาครัฐ ประกอบดว้ ย 6 กลยุทธ์ ไดแ้ ก่
ประเทศไทยมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 มีการก�ำหนด
1) ดงึ ดดู ผมู้ คี วามรคู้ วามสามารถและมจี ติ สาธารณะ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภาครัฐต้องปรับตัวให้สามารถ
เข้ามาทำ� งานในหนว่ ยงานของรัฐ อ�ำนวยความสะดวกในการด�ำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
และสงั คมยคุ ดจิ ทิ ลั ทา่ มกลางความเปลยี่ นแปลงทร่ี วดเรว็
2) สง่ เสรมิ จงู ใจ และรกั ษาผมู้ คี วามรคู้ วามและมจี ติ สำ� นกั งาน ก.พ.ร. ไดจ้ ดั ทำ� กรอบแนวทางการปฏริ ปู ระบบ
สาธารณะไว้ในภาครัฐ ราชการ เพ่ือรองรับไทยแลนด์ 4.0 ไวด้ งั ภาพท่ี 4.42

3) พัฒนาทรัพยากรบุคคลภาครัฐให้มีขีดความ
สามารถและความผกู พันต่อองค์กร

ภาพท่ี 4.42 กรอบแนวทางการปฏริ ปู ระบบราชการ เพอ่ื รองรบั ไทยแลนด์ 4.0

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 71

4.8 สถานการณด์ า้ นวฒั นธรรมและประเพณไี ทยกบั ปญั หาสขุ ภาพ

วัฒนธรรมและประเพณีไทยเป็นวิถีชีวิตของ คนไทยเปลย่ี นแปลงไปจากอดตี เปน็ อยา่ งมาก สาเหตสุ ว่ น
ประชาชนไทยในสงั คมไทย ซ่ึงเปน็ แบบแผนการประพฤติ หนึ่งมาจากภาวะสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปสู่สังคม
ปฏิบัติท่ีดีงามมีพัฒนาการต่อเน่ืองมายาวนานจนถึง เมอื ง (urbanization) วถิ ีชวี ติ ทเ่ี รง่ รบี ขนาดครอบครวั ที่
ปัจจุบันและมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน เลก็ ลง ตอ้ งการความสะดวกสบายมากขนึ้ สว่ นหนงึ่ มาจาก
ในปัจจุบันการสื่อสารมีการเปิดกว้างมากขึ้นสู่โลกที่ไร้ การน�ำอาหารต่างประเทศเขา้ มาเป็นจ�ำนวนมาก เช่น นำ�
พรมแดน เป็นสาเหตุที่ท�ำให้เกิดการแพร่กระจายทาง เขา้ อาหารยโุ รป อาหารญี่ปุ่น และอาหารเกาหลี จึงทำ� ให้
วัฒนธรรมต่างชาติมากยิ่งข้ึน และเข้ามามีอิทธิพลต่อคน วัฒนธรรมการกินตามค่านิยมสูงขึ้นโดยเฉพาะอาหารข
ไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น วัฒนธรรมและประเพณีไทยที่ จานดว่ น จากการสำ� รวจของ W&S Market research(14)
เกี่ยวข้องกับสุขภาพส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับพื้นฐานการ ปี พ.ศ. 2558 พบว่า ประชาชนไทยร้อยละ 58.0 นิยม
ดำ� เนนิ ชีวิต ได้แก่ รับประทานอาหารจานด่วนมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์
สูงท่ีสุด รองลงมาคือประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย
4.8.1 วฒั นธรรมการกนิ (ภาพท่ี 4.43)
วิถีการบริโภคอาหารถือเป็นบริบททางสังคมและ
วัฒนธรรมช้ินส�ำคัญในการเรียนรู้และท�ำความเข้าใจ ในขณะที่วัยเด็กทานอาหารว่างระหว่างมื้อหรือ
วิวัฒนาการท่ีผูกโยงกับวัฒนธรรมของคนไทยแต่ละ ขนมกรุบกรอบเพิ่มข้ึน จากข้อมูลการของส�ำนักงานสถิติ
ภูมิภาค แต่ละชาติพันธุ์ อาหารไทยยังเป็นที่รู้จักของ แห่งชาติ(15) พบว่า ผู้บริโภคอาหารว่างมีประมาณ 3 ใน
นานาชาติ มคี ณุ คา่ ทางอาหารทจ่ี ำ� เปน็ ตอ่ สขุ ภาพ สมนุ ไพร 4 (ร้อยละ 74.2) ของประชากรอายุ 6 ปีข้ึนไป โดยวัย
ท่ีใช้ประกอบอาหารและยังใช้เป็นยาในการรักษาหรือ เด็ก (6-14 ป)ี มีการบรโิ ภคอาหารว่างสูงสุดร้อยละ 89.2
บ�ำบัดโรคได้อีกด้วย เช่น ผักคื้นช่าย ช่วยลดความ (ภาพที่ 4.44)
ดันโลหิตสูง ฯลฯ แต่ปัจจุบันวัฒนธรรมการกินของ

ภาพที่ 4.43 ความถข่ี องการรบั ประทานอาหารจานดว่ นของประชาชนประเทศไทย เวยี ดนาม อนิ โดนเี ซยี ปี พ.ศ2558

เวียดนาม 0 16 38 32 10 4 ทุกวนั
29 10 3 3-6 ครงั /สปั ดาห
ไทย 6 16 37 1-2 ครงั /สปั ดาห
16 8 2-3 ครัง /เดือน
อินโดนเี ชยี 03 7 68 เดือนละ 1 ครงั
2-5 ครงั / 6 เดอื น

ภาพที่ 4.44 รอ้ ยละของประชากรอายุ 6 ปีข้นึ ไป จำ� แนกตามการบรโิ ภคอาหารว่างและกลมุ่ อายุ ปี พ.ศ. 2560

74 89 83 73 62 บรโิ ภคอาหารวาง
26 11 17 27 38 ไมไดบ รโิ ภคอาหารวา ง

รวม 6-14 ป 15-24 ป 25-59 ป 60 ปขนึ ไป

72 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ข้อเสียของวัฒนธรรมการกินตามกระแสของชาติ พบวา่ ปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมกี ลมุ่ วยั เดก็ และวยั รนุ่ ที่
ตะวนั ตกซงึ่ เปน็ อาหารจานดว่ นนส้ี ง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ มนี ำ�้ หนกั เกนิ (Overweight) สงู เปน็ อนั 4 ของประเทศใน
เนื่องจากมสี ารอาหารไมค่ รบ 5 หมู่ ปรมิ าณไมเ่ หมาะสม แถบเอเชยี รองจาก บรไู น มาเลเซยี และสงิ คโปร์ ในขณะที่
กับความต้องการของร่างกาย อาหารมีแคลลอรี่สูง พบ กลุ่มวัยเด็กและวัยรุ่นที่มีภาวะอ้วน (Obesity) สูงเป็น
ว่าคนไทยประสบปัญหาน�้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มต่อ อันดับ 3 รองจากประเทศมาเลเซีย บรูไน ตามล�ำดับ
เนอื่ ง จากขอ้ มลู ของ Global Nutrition Report 2017(16) (ภาพที่ 4.45)

ภาพที่ภ4า5พรท้อี่ย4ล.4ะ5ภารว้อะยนล้าํ ะหภนาวกั ะเกนิน�้ำแหลนะักภเกาินวะแอลว้ะนภใานวะกอล้วุ่มนวใยันเดกก็ลุ่มแลวยัะวเดยั ็กรุแ่นลกะลวัยุ่มรปนุ่ ระกเลทมุ่ ศปเอรเะชเียทศปีเอพเ.ชศีย. 2ป5ี5พ9.ปศร.ับ2ส5ี59

27 27 26 23 22
14 7 11
15 14 13 12 11 10
6 5 4 4 3 3

บรไู น มาเลเซีย สิงคโปร ไทย อนิ โดนเี ซยี ลาว ฟลิปปน ส เมียนมา กมั พชู า เวียดนาม

Overweight Obesity

4.8.2 วฒั นธรรมการครองเรือน จากระบบการติดตามตัวชี้วัดการพัฒนาที่ย่ังยืน
วัฒนธรรมเป็นตัวก�ำหนดรูปแบบของสถาบัน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของ
ครอบครัว ลักษณะของครอบครัวแต่ละสังคมต่างกันไป องค์การอนามัยโลก เป้าหมายท่ี 3.7.2 อัตราการคลอด
โดยวัฒนธรรมไทยก�ำหนดเป็นสามีภรรยาเดียว ความ บุตรในหญิงวัยรุ่นอายุ (10-14 ปี,15-19 ปี) ตอ่ ประชากร
สัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงานเป็นเร่ืองขัดต่อศีลธรรม แต่ หญิงวัยเดียวกัน 1,000 คน พบว่า ประเทศไทยมีอัตรา
สภาพสังคมปัจจุปันท่ีเปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้ครอบครัว การคลอดบุตรในหญิงวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี 51 รายต่อ
ส่วนหนึ่งไม่สามารถดูแลบุตรหลานให้เติบโตอย่าง ประชากรวัยเดียวกัน 1,000 คน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยใน
มีคุณภาพ เด็กจ�ำนวนมากไม่สามารถรับมือกับการ กลุ่มประเทศเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ (อตั รา 33.0) และ
เปล่ียนแปลงของตนเองเม่ือก้าวสู่วัยรุ่น และไม่อาจปรับ สงู เปน็ อนั ดบั 3 รองจากประเทศเนปาล (อตั รา 88.0) และ
ตัวให้เท่าทันกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ ประกอบกับการ ประเทศบงั คลาเทศ (อตั รา 78.0) ตามลำ� ดบั (ภาพที่ 4.46)
พัฒนาด้านสาธารณสุขและการกินอยู่ที่ดีข้ึน ท�ำให้เด็ก
เตบิ โตสวู่ ยั เจรญิ พนั ธไ์ุ ดเ้ รว็ ขน้ึ การขาดโอกาสเรยี นรเู้ รอื่ ง ผลกระทบจากการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีผลต่อท้ัง
เพศศึกษา การเข้าถึงสื่อทุกรูปแบบได้โดยไร้ขีดจ�ำกัด สขุ ภาพของแมแ่ ละเด็กทารกท่ีเกดิ มา ผลกระทบจากการ
เปน็ ต้น(17) สง่ ผลให้เดก็ และวยั รนุ่ มีเพศสมั พันธ์ตัง้ แตอ่ ายุ คลอดของแม่วัยรุ่นอาจท�ำให้เกิดการคลอดทารกก่อน
ยังน้อย ตามมาด้วยปญั หาตั้งครรภใ์ นวัยรุ่นที่เพ่มิ ขน้ึ ก�ำหนด หรือทารกมีน้�ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม การ
ตั้งครรภ์ไม่พร้อมอาจจบลงด้วยการท�ำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

ภาพท่ี 4.46 อัตราการคลอดบตุ รในหญงิ วยั รนุ่ อายุ 15-19 ปีตอ่ ประชากรหญงิ วัยเดียวกนั 1,000 คน ปี พ.ศ. 2561

78 88
13 20 28 28 36 40 51

มัลดฟี ศรีลงั กา อนิ เดีย ภูฏาณ เมยี นมา อินโดนเี ซยี ไทย บังคลาเทศ เนปาล

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 73

นอกจากน้ีพฤติกรรมการดูแลครรภ์และเล้ียงทารกที่ รนุ่ ทางดา้ นสงั คม เชน่ การหยดุ เรยี นกลางคนั มผี ลตอ่ การ
ไม่เหมาะสมของแม่วัยรุ่นบางราย เช่น ด่ืมเคร่ืองดื่ม หางาน มปี ญั หาเศรษฐกิจ อาจนำ� ไปสู่การใชค้ วามรนุ แรง
แอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ไม่เอาใจใส่ดูแลและกระตุ้น ในครอบครัว และอาจน�ำไปสูก่ ารหย่ารา้ ง ส่งผลต่อบุตรที่
พัฒนาการเด็กตามวัย อาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโต จะเตบิ โตในครอบครวั ที่แตกแยก สง่ ผลสืบเน่ืองยังปัญหา
ของรา่ งกายและสตปิ ญั ญาของทารก ผลกระทบต่อแม่วัย สังคมอื่นๆ

4.9 พฤตกิ รรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ปญั หาสขุ ภาพทสี่ ำ� คญั ของประเทศไทย

พฤติกรรมทางสุขภาพท่ีเป็นปัญหาทางสังคมของ หรอื ประมาณ 10.7 ลา้ นคนเปน็ ผทู้ ส่ี บู บหุ รี่ โดยผทู้ ส่ี บู เปน็
ประชาชนไทย ได้แก่ การสูบบุหร่ี การด่ืมเคร่ืองดื่ม ประจ�ำ รอ้ ยละ16.8 และผู้ทส่ี ูบเปน็ ครัง้ คราวร้อยละ 2.2
แอลกอฮอล์ กิจกรรมทางกายและการออกกำ� ลงั กาย การ ผชู้ ายสบู บหุ รร่ี อ้ ยละ37.7 สว่ นผหู้ ญงิ สบู รอ้ ยละ 1.7 อตั รา
กินผักผลไม้ พฤติกรรมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากอุบัติภัย การสูบต่�ำสุดในกลุ่มอายุ 15-19 ปี และเพิ่มขึ้นในกลุ่ม
จราจร และพฤติกรรมทางเพศในเยาวชน ข้อมูลของ อายุ 20-24 ปี (สูบร้อยละ 20.7) กลมุ่ อายุ 25-44 ปี (สูบ
หัวข้อ 4.9 ทั้งหมดได้มาจากหลายแหล่ง ได้แก่ ข้อมูล รอ้ ยละ 21.9) อายุ 45-59 ปี (สูบร้อยละ 21.1) และลดลง
การส�ำรวจของส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลการส�ำรวจ ในกลุ่มอายุ 60 ปขี ึน้ ไป (ร้อยละ 14.4) ประชากรทอ่ี าศยั
สุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย สถาบันวิจัย นอกเขตเทศบาล มีอัตราสูงกว่าในเขตเทศบาล (ร้อยละ
ระบบสาธารณสุข และกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข 20.9 และ 17.0 ตามล�ำดับ) ภาคใต้มีอัตราการสูบบุหรี่
เปน็ ตน้ (18-24) สงู สุดคือรอ้ ยละ 24.5 รองลงมาคือ ภาคตะวนั ออกเฉยี ง
เหนอื (รอ้ ยละ 21.1) ภาคกลาง (รอ้ ยละ 17.6) ภาคเหนอื
4.9.1 การสบู บุหร่ี (รอ้ ยละ 17.1) และตำ�่ ทีส่ ุดใน กรงุ เทพมหานคร (ร้อยละ
ในปี 2560 ประชากรอายุ 15 ปขี นึ้ ไปร้อยละ 19.1 15.4) (ตารางที่ 4.6)

ตารางท่ี 4.6 อตั ราร้อยละของประชากรอายตุ งั้ แต่ 15 ปีข้นึ ไป จำ� แนกตามพฤติกรรมการสบู บุหร่ี กลมุ่ อายุ เพศ
เขตการปกครองและภาค พ.ศ. 2560

กลุม่ อายุ เพศ เขตการ พฤติกรรมการสบู บหุ ร่ี กลุม่ อายุ เพศ เขตการ พฤตกิ รรมการสูบบหุ ร่ี
ปกครองและภาค ปกครองและภาค
ปกติสูบ อตั ราการ ปกตสิ ูบ อัตราการ
เปน็ ประจำ� นานๆ ครั้ง สูบ เปน็ ประจำ� นานๆ ครง้ั สูบ

กลุ่มอายุ (ปี) 16.8 2.2 19.1 เขตการปกครอง

15-19 7.2 2.6 9.7 ในเขตเทศบาล 14.9 2.0 17.0

20-24 17.0 3.7 20.7 นอกเขตเทศบาล 18.4 2.4 20.9

25-44 19.6 2.4 21.9 ภาค

45-59 19.1 2.0 21.1 กรงุ เทพมหานคร 13.7 13.7 15.4

60 ปีขน้ึ ไป 12.9 1.5 14.4 กลาง (ไมร่ วม กทม.) 15.5 15.5 17.6

เพศ เหนือ 14.9 14.9 17.1

ชาย 33.4 4.3 37.7 ตะวันออกเฉยี งเหนอื 18.6 18.6 21.1

หญิง 1.4 0.3 1.7 ใต้ 21.9 21.9 24.5

74 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

การสูบบุหร่ใี นประชากรไทย มีแนวโนม้ ค่อยๆลดลง ลดลงร้อยละ 1.3 ต่อปี อัตราในผู้ชายลดลงร้อยละ 1.1
(ภาพท่ี 4.47) อตั ราการสบู บหุ รมี่ แี นวโนม้ คอ่ ยๆ ลดลงตาม ตอ่ ปแี ละอตั ราในผ้หู ญงิ ลดลงรอ้ ยละ 2.7% ต่อ ปี
ล�ำดับในชว่ งหลายปีท่ีผา่ นมา ลดลงจากร้อยละ 23.0 ในปี อยา่ งไรก็ตามเมอ่ื พิจารณาอัตราการสบู ตามกล่มุ อายุ พบ
2547 เป็นรอ้ ยละ 19.1 ในปี 2560 เม่ือเปรยี บเทียบกับ วา่ กลมุ่ ที่ไม่ลดลง คือ วยั 15-24 ปี โดยเฉพาะในชว่ งตงั้ แต่
อตั ราในปี 2547 ในชว่ งเวลา 2547 – 2560 โดยรวมเฉลยี่ ปี 2550 (ภาพที่ 4.48)

ภาพท่ี 4.47 แนวโนม้ การสูบบหุ รข่ี องประชากรอายุ 15 ปขี ้ึนไป จ�ำแนกตามเพศ พ.ศ. 2547-2560

43.7 42.2 45.0 40.5 41.7 39.0 40.5 39.3 37.7
23.0 21.9 20.9 20.7 21.4 19.9 20.7 19.9 19.1

2.6 2.8 2.4 2.0 2.1 2.1 2.2 1.8 1.7
2547 2549 2550 2552 2554 2556 2557 2558 2560

รวม ชาย หญิง

หมายเหต:ุ พ.ศ. 2549 2552 2556 และ 2558 จากผลการส�ำรวจอนามัยและสวสั ดกิ าร

ภาพท่ี 4.48 แนวโน้มการสบู บุหรี่ จ�ำแนกตามกลม่ อายุ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 75

4.9.2 การด่มื สุรา อายุ 20-24 ปี ร้อยละ 33.5 และเพิ่มสูงสุดในกลุ่มอายุ
การด่ืมเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์ใน 1 ปีทผี่ า่ นมา ของ 25-44 ปี ร้อยละ 36.0 และลดในกลุ่มอายุ 45-59 ปี เป็น
ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีร้อยละ 28.4 ผู้ชาย รอ้ ยละ 31.1 และในกลมุ่ อายุ 60 ปขี นึ้ ไปเปน็ รอ้ ยละ 15.2
รอ้ ยละ 47.5 ผหู้ ญงิ รอ้ ยละ 10.6 การดืม่ อย่างสม�ำ่ เสมอ สำ� หรบั การดมื่ ของคนทน่ี อกเขตเทศบาลสงู กวา่ คนในเขต
รอ้ ยละ 12.5 ผชู้ ายร้อยละ 23.7 ส่วนผู้หญงิ ร้อยละ 2 เทศบาลเล็กน้อย (ร้อยละ 29.2 และ 27.4 ตามล�ำดับ)
การดื่มใน 1 ปีที่ผ่านมา เพิ่มตามอายุที่ (ตารางที่ 4.7)
เพ่ิมขึ้น คือ กลุ่มอายุ 15-19 ปี ร้อยละ 13.6 กลุ่ม

ตารางที่ 4.7 ประชากรอายตุ ้งั แต่ 15 ปขี น้ึ ไป จำ� แนกตามพฤติกรรมในการดืม่ สุราหรอื เครือ่ งดมื่ แอลกอฮอล์
กลมุ่ อายุ เพศ และเขตการปกครอง พ.ศ. 2560

กลุ่มอายุ เพศ เขตการ พฤติกรรมการด่ืมสุราหรือเครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอล์
ปกครอง
ไม่เคยด่ืมเลยในชีวิต เคยดม่ื แตไ่ มด่ ่มื ใบรอบ ดมื่ ในรอบปีทีแ่ ลว้
ปีท่ีแลว้
รวม สมำ่� เสมอ นานๆ คร้งั

กลุ่มอายุ (ป)ี 57.2 14.4 28.4 12.5 15.9
15-19 83.6 2.8 13.6 3.3 10.3
20-24 60.1 6.5 33.5 10.7 22.7
25-44 53.1 10.9 S36.0 16.2 19.8
45-59 52.0 16.9 31.1 14.7 16.4
60 ขึ้นไป 59.3 25.4 15.2 7.5 7.8
เพศ
ชาย 31.6 20.9 47.5 23.7 23.8
หญงิ 81.1 8.3. 10.6 2.0 8.6
เขตการปกครอง
ในเขตปกครอง 57.7 14.9 27.4 11.9 15.6
นอกเขตปกครอง 56.7 14.0 29.2 13.0 16.2

แนวโน้มการด่ืมสุราหรือเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์ นอกจากน้ีจากข้อมูลการส�ำรวจโดยส�ำนักงานสถิติ
ในช่วงปี พศ. 2547-2560 ไม่มีความเปลี่ยนแปลงมาก แห่งชาติยงั พบว่า ในปี 2560 ประชากรอายุ 15 ปีข้นึ ไป
นัก แม้ว่าในปีล่าสุด 2560 มีร้อยละของการดื่มต�่ำกว่า ท่ีมีพฤติกรรมสูบบุหร่ีและด่ืมสุรามีร้อยละ 6.8 เท่ากับ
ปีท่ีผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2558 อัตราการด่ืมโดยรวม จ�ำนวน 3.8 ลา้ นคน
ร้อยละ 34.0 ผู้ชายร้อยละ 56.6 ผู้หญิงร้อยละ 13.0
(ภาพที่ 4.49) ทั้งน้ีแนวโน้มต้องติดตามต่อไปในอนาคต
ว่าจะลดลงต่อไปหรือไม่

76 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ภาพท่ี 4.49 แนวโนม้ การด่มื สรุ าหรอื เครื่องดมื่ แอลกอฮอล์ของประชากรอายุ 15 ปขี น้ึ ไป จำ� แนกตามเพศ
พ.ศ. 2547-2560

55.5 54.6 52.3 54.5 53.4 54.0 53.0 56.6 47.5
32.7 31.5 30.0 32.0 31.5 32.2 32.3 34.0 28.4

10.3 9.8 9.1 10.8 10.9 11.8 11.8 13.0 10.6

2547 2549 2550 2552 2554 2556 2557 2558 2560
หมายเหต:ุ พ.ศ. 2549 2552 2556 และ 2558 จากผลการสำ� รวจอนามยั และสวัสดกิ าร

4.9.3 พฤตกิ รรมการกินอาหาร 2.4 ในปี 2556 เปน็ รอ้ ยละ 3.8 ในปี 2560 ส่วนกล่มุ ที่
จากข้อมูลส�ำรวจการกินอาหารของประชากรอายุ มีผู้ท่ีกินมากท่ีสุดคือเครื่องดื่มรสหวานท่ีไม่มีแอกอฮอล์มี
6 ปขี น้ึ ไป โดยสอบถามความถขี่ องการกนิ อาหารประเภท รอ้ ยละ 29.4 ในปี 2560 น้อยกว่าปี 2556 เลก็ นอ้ ย และ
ตา่ งๆ ของประชากรอายุ 6 ปีขนึ้ ไป ในปี พ.ศ. 2556 และ กลมุ่ อาหารไขมนั สงู มสี ดั สว่ นผทู้ ก่ี นิ ลดลงจากรอ้ ยละ 17.7
2560 กลมุ่ อาหารทมี่ ผี ลเสยี ตอ่ สขุ ภาพหากกนิ มากเกนิ ไป เปน็ รอ้ ยละ 7.3 กลมุ่ ขนมกรบุ กรอบมสี ดั สว่ นของผทู้ กี่ นิ ลด
มสี ดั สว่ นผทู้ กี่ นิ เปน็ ประจำ� เกอื บทกุ วนั ขน้ึ ไปเพมิ่ ขน้ึ (ตงั้ แต่ ลงเชน่ กนั คือ ร้อยละ 11.1 ในปี 2556 เปน็ รอ้ ยละ 6.4
5 วันต่อสัปดาห์) คือ กลุ่มอาหารส�ำเร็จรูป จากร้อยละ ในปี 2560 (ภาพที่ 4.50)

ภาพที่ 4.50 รอ้ ยละของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป ทก่ี ินอาหารแตล่ ะกล่มุ ต้ังแต่ 5 วนั ขน้ึ ไปตอ่ สัปดาห์
พ.ศ. 2556 และ 2560

กลมุ อาหารสาํ เรจ็ รูป 2.34.8 293.41.1
กลมุ เครืองดมื ไมม แี อลกอฮอลทีมรี สหวาน
11.1.9 47.8
กลมุ อาหารจานดวนแบบตะวนั ตก 6.4 11.1 50 60
กลุม อาหารทานเลน ขนมกรบุ กรอบ 7.3 17.7
16.1
กลุมอาหารไขมันสูง
กลุมเนอื สัตวและผลติ ภณั ฑ

0 10 20 30 40
2560 2556

ท่ีมา: การส�ำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2556, 2560 ส�ำนกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 77

การกินผักผลไม้ ของผทู้ กี่ นิ ผกั และผลไมเ้ พยี งพอมากกวา่ เพศชาย (รอ้ ยละ
ตามค�ำแนะน�ำองค์การอนามัยโลกประชาชนทั่วไป 27.6 และรอ้ ยละ 24.1 ตามลำ� ดบั ) เชน่ เดียวกนั ผทู้ ่ีอาศัย
ควรกนิ อาหารประเภทผกั และผลไม้อยา่ งเพยี งพอ คอื วัน ในเขตเทศบาลกินผักและผลไม้เพียงพอมากกว่าผู้ที่อาศัย
ละ 5 ส่วนตอ่ วนั (ประมาณ 400 กรัม ต่อวัน) ซึ่งแนวโน้ม นอกเขตเทศบาลเลก็ นอ้ ย (รอ้ ยละ 26.3 และรอ้ ยละ 25.6
การกนิ ผกั ผลไม้ ในชว่ งปี 2547, 2552 และ 2557 การกนิ ตามล�ำดับ ผู้ที่อาศัยในภาคกลางกินผักและผลไม้เพียง
ผกั ผลไมใ้ นประชากรเพม่ิ ขน้ึ เพยี งเลก็ นอ้ ย จากรอ้ ยละ 22 พอสูงสุด (ร้อยละ 32.4) รองลงมาคือ ภาคตะวันออก
ในปี 2547 เปน็ รอ้ ยละ 25.9 ในปี 2557 เฉยี งเหนอื (รอ้ ยละ 28.8) ภาคใต้ (รอ้ ยละ 28.0) กรงุ เทพฯ
ในปี 2557 พบวา่ มีเพียง 1 ใน 4 ของประชากรไทย (ร้อยละ 21.6) และภาคเหนอื (ร้อยละ 12.6) ตามลำ� ดบั
อายุ 15 ปีข้ึนไป กินผักและผลไม้เพียงพอตามปริมาณ (ภาพท่ี 4.51)
ทแ่ี นะนำ� (≥ 5 ส่วนมาตรฐานตอ่ วัน) เพศหญงิ มสี ัดสว่ น

ภาพที่ 4.51 ร้อยละของประชากรไทยอายุ 15 ปขี ึ้นไป ทกี่ นิ ผักและผลไม้เพยี งพอตามขอ้ แนะน�ำ
จ�ำแนกตามเพศและอายุ

% 40.0 20.722.521.6 26.833.830.6 27.330.629.0 22.625.624.2 18.317.317.7 13.110.311.4 24.127.625.9
30.0
20.0

10.0

0.0 30-44 45-59 60-69 70-79 80+ รวมทังประเทศ
15-29 ชาย หญิง รวม

แหล่งข้อมลู : การสำ� รวจสขุ ภาพประชาชนไทยโดยการตรวจรา่ งกายครัง้ ที่ 5 ปี 2557

4.9.4 การมกี จิ กรรมทางกาย (Physical activity) แนวโน้มการมกี ิจกรรมทางกาย
ประชาชนควรมีกิจกรรมทางกาย (physical จากการสำ� รวจสขุ ภาพโดยการตรวจรา่ งกายปี 2547,
activity)ที่เพียงพอ หมายถึงการมีกิจกรรมท่ีออกแรง 2552 และ 2557 พบวา่ โดยรวมสดั สว่ นของประชากรอายุ
กายอยา่ งหนักอย่างนอ้ ย วันละ 20 นาที 3 วนั ต่อสปั ดาห์ 15 ปขี นึ้ ไป ทม่ี กี จิ กรรมทางกายไมเ่ พยี งพอตามขอ้ แนะนำ� มี
หรือการมีกิจกรรมออกแรงกายระดับปานกลางวันละ แนวโนม้ ลดลงเล็กนอ้ ย คอื รอ้ ยละ 22.4 ในปี 2547 และ
30 นาที อยา่ งนอ้ ย 5 วันตอ่ สัปดาห์ โดยการมีกิจกรรม ร้อยละ 19.2 ในปี 2557 (ภาพที่ 4.52)
ทางกายได้จากการออกแรงกายในการท�ำงาน การเดิน
หรือการออกก�ำลังกาย เชน่ การเลน่ กีฬา การออกลังกาย
แบบแอรโ์ รบกิ เป็นตน้

78 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ภาพที่ 4.52 ร้อยละของประชากรอายุ 15 ปขี น้ึ ไปที่มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ

30 20.7 16.8 18.4 24.2 20.2 20 22.4 18.5 19.2
20

10 รวม

0
ชาย หญิง
2547 2552 2557

แหล่งขอ้ มลู : การสำ� รวจสขุ ภาพประชาชนไทยโดยการตรวจรา่ งกายครงั้ ท่ี 5 ปี 2557

การมกี จิ กรรมทางกายทไ่ี มเ่ พยี งพอมสี ดั สว่ นมากขนึ้ มีสัดส่วนของการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอมากกว่า
เม่ือมีอายมุ ากขน้ึ (ภาพที่ 4.53) พบวา่ คนในเขตเทศบาล นอกเขตเทศบาล

ภาพที่ 4.53 รอ้ ยละของประชากรไทยอายุ 15 ปขี น้ึ ไปทม่ี กี จิ กรรมทางกายไมเ่ พยี งพอ จำ� แนกตามเพศ และกลมุ่ อายุ

60.0 46.849.848.6
50.0

% 40.0 19.122.720.8 15.917.816.9 16.114.115.0 19.520.319.9 27.834.131.3 18.420.019.2
30.0
20.0

10.0

0.0 80+ รวมทงั ประเทศ
15-29 30-44 45-59 60-69 70-79

ชาย หญิง รวม
แหลง่ ขอ้ มูล: การสำ� รวจสขุ ภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายคร้งั ที่ 5 ปี 2557

เม่ือพิจารณาร้อยละของผู้ท่ีมีกิจกรรมทางกายยาม โดย กล่มุ อายุ 15-29 มีความชุกของคนที่มีกิจกรรม
วา่ งในระดบั ปานกลางขนึ้ ไป ซง่ึ หมายถงึ การออกกำ� ลงั กาย ทางกายยามว่างอย่างเพียงพอสูงที่สุด ร้อยละ 31.0
การเลน่ กฬี าและกจิ กรรมทางกายยามวา่ ง พบวา่ มสี ดั สว่ น สัดสว่ นน้ีลดลงเมื่ออายมุ ากขนึ้ (ภาพท่ี 4.54)
ลดลง จากร้อยละ 36.4 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 20.6
ในปี 2557

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 79

ภาพที่ 4.54 รอ้ ยละของประชากรไทยอายุ 15 ปีข้นึ ไปทมี่ กี จิ กรรมทางกายยามว่างระดับปานกลางและหนัก
จ�ำแนกตามอายุ และเพศ

50.0 41.8
40.0 31.0
30.0 19.4 18.012.415.0 17.918.518.2 20.417.518.9 18.113.415.5 15.310.812.6 25.016.620.6
% 20.0

% 10.0

0.0 80+ รวมทังประเทศ
15-29 30-44 45-59 60-69 70-79

ชาย หญงิ รวม
แหล่งขอ้ มลู : การสำ� รวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจรา่ งกายครงั้ ท่ี 5 ปี 2557

4.9.5 การสวมหมวกนริ ภยั ขณะขบั ขจี่ กั รยานยนต์ รถจกั รยานยนต์ไม่เคยสวมหมวกนริ ภัยมรี ้อยละ 37.8 คน
จากการสำ� รวจผู้ใหส้ ัมภาษณอ์ ายุ 15-59 ปี ในชว่ ง ขับรถยนต์ท่ีเป็นชายมีสัดส่วนการใช้เข็มขัดนิรภัยสูงกว่า
30 วนั ทผี่ ่านมา ร้อยละ 54.0 ของผู้ทข่ี บั รถยนต์และเมือ่ ผู้ ผู้หญิง โดยผหู้ ญงิ รอ้ ยละ 41.7 บอกว่าไม่เคยใชเ้ ขม็ ขัด
โดยสารดา้ นหนา้ บอกวา่ ใชเ้ ขม็ ขดั นริ ภยั ทกุ ครงั้ สว่ นทบ่ี อก นิรภยั ขณะขบั รถยนต์ ในขณะที่ผชู้ ายมรี ้อยละ 14.0 และ
วา่ สวมหมวกนริ ภยั ขณะขบั ขจ่ี กั รยานยนตท์ กุ ครงั้ มรี อ้ ยละ ผู้หญิงที่เป็นผู้ โดยสารด้านหน้ามีสัดส่วนการใช้เข็มขัด
42.4 สว่ นผทู้ เ่ี ปน็ ผโู้ ดยสารจกั รยานยนตส์ วมหมวกทกุ ครงั้ นิรภัยมากกว่าผู้หญิงที่เป็นคนขับรถยนต์ (ร้อยละ 54.1
ร้อยละ 27.5 โดยมีผู้ท่ีบอกว่าไม่เคยใช้เข็มขัดนิรภัย และ 42.0 ตามลำ� ดับ) (ภาพที่ 4.55 และ 4.56)
ขณะขับรถยนต์มีถึงร้อยละ 24.6 ส่วนผู้ที่เป็นผู้โดยสาร

ภาพที่ 4.55 รอ้ ยละของการใช้อปุ กรณป์ ้องกนั การบาดเจบ็ จากอบุ ตั ิภัยจราจรของประชากรไทยอายุ 15-59 ปี
ในชว่ ง 30 วนั ท่ผี ่านมา จำ� แนกตามเพศ

80.0 61.4 24.628.941.735.4 39.9 54.1 16.426.317.034.3 41.719.820.735.9 54.053.942.4 21.427.439.434.8 37.8
60.0 53.6 14.017.515.9 42.0 42.4 27.5 24.618.718.2
40.0 42.4
20.0 24.8 29.8

0.0 ใชท ุกครงั ใชบ างครัง ไมเ คยใช ใชท กุ ครัง ใชบ างครงั ไมเ คยใช ใชท ุกครัง ใชบ างครัง ไมเ คยใช

ชาย หญิง รวม

ใชเขม็ ขัดนิภัยขณะขบั รถยนต ใชเขม็ ขดั นิภัยขณะเปน ผโู ดยสารขา งคนขับ
สวมหมวกนริ ภยั ขณะขบั ขรี ถจักรยานยนต สวมหมวกนริ ภยั ขณะโดยสารรถจักรยานยนต

80 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ภาพท่ี 4.56 รอ้ ยละของการใช้อปุ กรณ์ปอ้ งกนั การบาดเจบ็ จากอุบัตภิ ยั จราจร ของประชากรไทยอายุ 15-59 ปี
ในชว่ ง 30 วันท่ผี า่ นมา จ�ำแนกตามอายุใช้ภาพเดมิ เปลย่ี นสแี ละตวั อักษร

70.0 58.0
54.9
60.0 50.746.8 54.953.2
50.0 38.9 43.1 44.8 42.0 40.7 37.7 44.5 36.336.2
40.0 29.5 24.7
% 30.0 21.5 28.732.9 33.7 28.5 27.5 33.7 28.2 34.3
20.0 20.620.318.0 22.3 22.9 17.0 17.419.2
19.317.3

10.0

0.0
ใชทกุ ครัง ใชบางครัง ไมเ คยใช ใชท กุ ครัง ใชบ างครงั ไมเ คยใช ใชท ุกครงั ใชบ างครัง ไมเ คยใช

15-29 30-44 45-59

ใชเขม็ ขดั นภิ ัยขณะขบั รถยนต ใชเ ข็มขดั นิภัยขณะเปน ผโู ดยสารขา งคนขบั
สวมหมวกนิรภัยขณะขบั ขรี ถจกั รยานยนต สวมหมวกนิรภยั ขณะโดยสารรถจักรยานยนต

การขับขี่ยานยนต์ภายหลังการดื่มเครื่องด่ืม เรม่ิ ตน้ การการรกั ษาดว้ ยยาปฏชิ วี นะทพ่ี บบอ่ ย ไดแ้ ก่ โรค
แอลกอฮอล์ พบว่า ร้อยละ 31.0 ของผู้ชายไทยอายุ ทางเดนิ หายใจส่วนบน ไดแ้ กอ่ าการหวัด การอจุ จาระรว่ ง
15-59 ปบี อกวา่ เคยขบั ขรี่ ถยนตห์ รอื ขร่ี ถจกั รยานยนตห์ ลงั เฉียบพลันท่ีไม่มีมูกเลือด และแผลสดเลือดออก ภาวะ
จากดื่มแอลกกอฮอล์ ใน 12 ทีผ่ ่านมา ในขณะที่ผู้หญงิ มี เหล่านี้ไม่จ�ำเป็นต้องเร่ิมต้นการรรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
ร้อยละ 5.2 โดยผชู้ ายกลุ่มอายุ 15-29 ปีมสี ดั ส่วนสูงทีส่ ุด จากการส�ำรวจโดยภาวะสุขภาพโดยการตรวจร่างกาย
ถงึ รอ้ ยละ 38.5 หญิง ร้อยละ 9.0 รองลงมาคอื กลมุ่ อายุ พบว่าประชากรไทยอายุ 15 ปีขน้ึ ไป พบว่าประมาณครงึ่
30-44 ปี และ 45-59 ปี ตามล�ำดบั หนึ่งของผู้ที่มีภาวะดังกล่าวใช้ยาปฏิชีวนะ กล่าวคือใช้ใน
กรณีทางเดนิ หายใจสว่ นบนมากทสี่ ดุ คอื รอ้ ยละ 57.7 ใช้
4.9.6 การกนิ ยาปฏิชวี นะ ในกรณีแผลสด ร้อยละ 50.2 และใช้ในภาวะท้องเสีย
การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจ�ำเป็นมีผลเสียต่อ เฉียบพลนั ร้อยละ 44.3 (ภาพท่ี 4.57)
สุขภาพเน่ืองจากเสี่ยงต่อผลข้างเคยี งทไี่ มพ่ ึงประสงคข์ อง
ยา และเป็นเหตุให้เชื้อดื้อยา ภาวะการเจ็บป่วยที่ไม่ควร

ภาพที่ 4.57 ร้อยละของประชากรไทยอายุ 15 ปีข้นึ ไป ทไี่ ดร้ ับยาปฏชิ ีวนะจากอาการหวดั ทอ้ งเสยี ฉบั พลัน
และแผลฉกี ขาด/แผลเลอื ดออก

80 42.4 46.1 44.1 51.2 48.3 50.2
60 54.1 60.9 57.7

40

20

0

หวัด(ไมเ รือรงั ) ทอ งเสียฉับพลนั แผลฉกี ขาด/แผลเลอื ดออก
ชาย หญงิ รวม

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 81

4.9.7 พฤติกรรมการมเี พศสัมพันธใุ์ นวยั รุน่ เพศสมั พนั ธใ์ นอายทุ ไ่ี มไ่ ดล้ ดลง เพราะยงั ไมอ่ ยใู่ นวยั ทค่ี วรมี
การมเี พศสมั พนั ธใ์ นวยั รนุ่ พบวา่ อายเุ ฉลย่ี เมอื่ มเี พศ การต้ังครรภ์ สำ� หรบั การเคยมีเพศสมั พนั ธ์ ในผชู้ ายพบวา่
สัมพนั ธ์คร้ังแรกเพม่ิ ขนึ้ เลก็ นอ้ ยในนักเรยี น ม. 5 เพศชาย สัดส่วนลดลงในทั้งนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 5 และปวช.
จากอายุ 14.7 ปี ในปี 2554 เพิม่ เปน็ 15.1 ปี ในปี 2559 ปที ี่ 2 จากรอ้ ยละ 28.0 และ 49.8 ในปี 2554 เป็น 23.6
สว่ นนักเรยี นหญงิ ม.5 เพิม่ จากอายุ 14.9 ปี ในปี 2554 และ 43.2 ตามลำ� ดบั ในปี 2559 และ สว่ นในนกั เรยี นหญงิ
เพ่ิมเป็นอายุ 15.4 ปี ในปี 2559 แนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่น มัธยม 5 (เพ่มิ จากรอ้ ยละ 16.4 เปน็ ร้อยละ 18.7) และ
เดยี วกนั ในนกั เรยี นประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) ชนั้ ปที ่ี นกั เรียนหญงิ ปวช. ช้นั ปีท่ี 2 (เพม่ิ จากร้อยละ 41.6 เปน็
2 ในผชู้ ายจากอายุ 14.7 ปี ผหู้ ญงิ อายุ 15.0 ปี เพมิ่ เปน็ อายุ ร้อยละ 44.9 ตามลำ� ดับ) (ตารางท่ี 4.8 และ 4.9)
15.3 และ15.5 ปี ตามลำ� ดบั ซึง่ นา่ จะเป็นแนวโนม้ ที่ดี ที่มี

ตารางที่ 4.8 อายุเฉล่ยี ของนักเรยี นเม่ือมีเพศสมั พันธ์ครง้ั แรก

กลุ่มเป้าหมาย อายุเฉลีย่ นของนกั เรยี น เม่ือมเี พศสมั พนั ธ์คร้งั แรก

2554 2555 2556 2557 2558 2559

1. นกั เรยี น ม5 15.1
15.4
เพศชาย 14.7 15.1 15.0 15.3 15.1
15.3
เพศหญิง 14.0 15.2 15.0 15.4 15.3 15.5

2. นักเรยี น ปวช. ชน้ั ปีท่ี 2

เพศชาย 14.7 15.1 17.0 15.5 15.2

เพศหญงิ 15.0 15.3 15.5 15.5 15.4

ท่มี า: ส�ำนักระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค 2559

ตารางท่ี 4.9 รอ้ ยละของนกั เรียนทเี่ คยมเี พศสมั พนั ธ์

กล่มุ เป้าหมาย อายเุ ฉลี่ยนของนกั เรียน เม่ือมเี พศสมั พันธค์ รงั้ แรก

2554 2555 2556 2557 2558 2559

1. นักเรียน ม5 23.6
18.7
เพศชาย 28.0 24.8 25.9 24.2 25.9
43.2
เพศหญิง 16.4 20.2 17.2 18.9 18.2 44.9

2. นักเรยี น ปวช. ชัน้ ปที ่ี 2

เพศชาย 49.8 46.1 46.2 46.0 46.3

เพศหญงิ 41.6 51.1 45.3 47.1 48.2

82 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ พบว่า เพิ่มจากร้อยละ 46.5 เป็นร้อยละ 67.7 อัตราการใช้ถุง
มีอัตราเพ่ิมข้ึน ร้อยละของการใช้ถุงยางอนามัยท้ังใน ยางอนามัย เพ่ิมข้ึนในนักเรียน ปวช. ช้ันปีท่ี 2 เช่นกัน
นกั เรยี นชายมธั ยม 5 เพมิ่ ขน้ึ จาก รอ้ ยละ 51.2 ในปี 2554 แตส่ ดั ส่วนท่ใี ช้ถุงยางในปี 2559 ยังน้อยกว่าของนักเรยี น
เป็นร้อยละ 75.0 ในปี 2559 ในนักเรียนหญิงมัธยม 5 มัธยม 5 (ตารางท่ี 4.10)

ตารางท่ี 4.10 ร้อยละของการใช้ถงุ ยางอนามัยเมือ่ มีเพศสัมพนั ธค์ ร้ังลา่ สุดกับแฟนหรอื ค่รู กั

กลุม่ เป้าหมาย อายเุ ฉลี่ยนของนกั เรียน เมอ่ื มเี พศสมั พนั ธค์ รง้ั แรก

2554 2555 2556 2557 2558 2559

1. นักเรยี น ม5 51.2 56.5 67.0 68.5 76.2 75.0
เพศชาย 67.7

เพศหญงิ 46.5 43.8 65.0 54.6 70.6 67.4
61.8
2. นักเรียน ปวช. ชน้ั ปีที่ 2

เพศชาย 51.2 54.2 67.0 64.7 62.8

เพศหญิง 38.6 39.6 59.3 52.0 52.8

4.10 สถานการณแ์ ละแนวโนม้ ดา้ นเทคโนโลยที มี่ ผี ลตอ่ การสาธารณสขุ

ประเทศไทยเป็นหน่ึงในประเทศท่ีมีระบบหลัก สุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิต(25) น่ันคือ การคิดค้น
ประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยรัฐบาลเป็นผู้รับภาระค่า หรือการด�ำเนินการใด ๆ ก็ตามท่ีเกี่ยวข้องสุขภาพ ไม่
ใช้จ่ายด้านสุขภาพจ�ำนวนมากจากการที่ประชาชนใช้ ว่าจะเป็นยา เคร่ืองมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ วิธีการ
เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ ขณะเดยี วกนั ประชาชนกย็ งั ใชจ้ า่ ย ผ่าตัดแบบใหม่ รวมถึงระบบการบริหารงานด้านสุขภาพ
เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีที่ระบบหลักประกันสุขภาพ นโยบายและมาตรการต่างๆ เช่น ระบบการดูแลผู้ป่วย
ถ้วนหน้าไม่อนุญาตให้เบิกจ่ายได้ เพ่ือให้ระบบสุขภาพ และนโยบายเพอื่ สง่ เสรมิ การออกกำ� ลงั กาย เปน็ ตน้ กล็ ว้ น
ของประเทศไทยมั่นคงและยั่งยืน จึงควรมีการพิจารณา ถอื เปน็ เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ ซง่ึ เปน็ หนงึ่ ในปจั จยั สำ� คญั ท่ี
เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพอย่างรอบคอบรอบด้าน ชว่ ยยดื อายขุ องผคู้ น โดยพบวา่ เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพเพม่ิ
ท้งั ในเรือ่ งประโยชน์ ผลกระทบดา้ นลบ และแนวโน้มของ อายุคาดเฉลี่ยของผู้คนเฉลี่ยถึง 6.1 ปีในระยะเวลาเพียง
เทคโนโลยีด้านสุขภาพซ่ึงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพ่ือให้ 15 ป(ี 26) เทคโนโลยเี หล่านี้สามารถน�ำมาใชใ้ นหลากหลาย
เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพทใ่ี ช้ในประเทศไทย ไม่ว่าใครเปน็ ผู้ รูปแบบและวัตถุประสงค์ ในผู้ท่ียังไม่ป่วยหรือมีความผิด
จา่ ย เปน็ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกบั ผู้ใชอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ ปกติใด ๆ การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพมีเป้าหมายหลัก
เพือ่ สง่ เสริมสขุ ภาพให้แข็งแรง ปอ้ งกนั ไม่ให้เกิดโรค รวม
4.10.1 เทคโนโลยีดา้ นสุขภาพคืออะไรและ ถึงป้องกันและลดปัจจัยท่ีอาจเพ่ิมความเส่ียงในการเกิด
ส�ำคัญอย่างไร โรค ในผู้ทม่ี คี วามเสี่ยงจะเปน็ โรค เทคโนโลยีด้านสุขภาพ
ช่วยคัดกรองหาว่ามีโรคซุกซ่อนอยู่หรือไม่ ในผู้ท่ีมีความ
ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก เทคโนโลยีด้าน ผิดปกติ เทคโนโลยีเหล่านี้ก็เป็นส่ิงท่ีช่วยวินิจฉัย รวมถึง
สุขภาพ หมายถงึ การประยุกต์ใช้ความรแู้ ละทักษะอย่าง รักษาเมื่อพบว่าเป็นโรคหรือมีภาวะต่างๆ จริง และฟื้นฟู
เป็นระบบ ในรูปแบบของเคร่ืองมือแพทย์ ยา วัคซีน สมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย เทคโนโลยี
หตั ถการ รวมถึงระบบต่าง ๆ ซ่ึงพฒั นาข้ึนเพอ่ื แก้ปัญหา

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 83

ด้านสุขภาพจึงสอดแทรกอยู่ในกิจวัตรประจ�ำวันแทบ ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจากยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ
ทุกอย่างของทุกคน และเป็นฟันเฟืองท่ีส�ำคัญอย่างย่ิงใน ด้วยตัวเอง ในปี พ.ศ. 2558 พบว่าผู้ใช้สวัสดิการรักษา
การขับเคลื่อนระบบสุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพ พยาบาลขา้ ราชการมคี า่ ใชจ้ ่ายดา้ นสุขภาพเฉลี่ย 13,756
แข็งแรง องค์การอนามัยโลกจึงจัดให้เวชภัณฑ์และ บาทตอ่ คนตอ่ ปี ในขณะทผ่ี ทู้ ใี่ ชร้ ะบบหลกั ประกนั สขุ ภาพ
เทคโนโลยีด้านสขุ ภาพต่างๆ เปน็ หนง่ึ ในหกองค์ประกอบ แหง่ ชาติ มคี า่ ใชจ้ า่ ยราว 3,000 บาทเทา่ นนั้ (30)สว่ นตา่ งคา่
ส�ำคัญของระบบสุขภาพ ร่วมกับการให้บริการ บุคลากร ใช้จ่ายน้ี ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ผู้ใช้สวัสดิการ
ทางการแพทย์ ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ ระบบการ รกั ษาพยาบาลขา้ ราชการมีประชากรอายมุ าก คือ อายอุ ยู่
คลังด้านสขุ ภาพ และภาวะผู้น�ำและการอภบิ าล(27) ในช่วง 45-70 ปี จ�ำนวนมากกว่าระบบประกันสุขภาพ
อื่น(31) แต่คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความแตกต่างในการใช้
อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีสุขภาพที่เพิ่มข้ึน เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพของสวสั ดกิ ารดงั กลา่ วเมอื่ เทยี บกบั
ก็ท�ำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพ่ิมขึ้นเป็นเงาตามตัว โดย อีกสองระบบประกนั สุขภาพ เป็นปจั จัยส�ำคญั หน่งึ ทที่ ำ� ให้
เฉพาะเม่ือเทคโนโลยีด้านสุขภาพใหม่ๆ มีราคาสูงข้ึน เกดิ ความแตกตา่ งอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั ดงั กลา่ ว เนอื่ งจากพบวา่
เรื่อยๆ และการน�ำเทคโนโลยีด้านสุขภาพชนิดใหม่เข้า คา่ ยาเฉลยี่ ตอ่ ผปู้ ว่ ยแตล่ ะรายในโรงพยาบาลทผี่ รู้ บั บรกิ าร
มาในตลาดหรืออนุญาตให้เบิกจ่ายได้ในระบบสุขภาพ ส่วนใหญ่รับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติเท่าน้ัน ต�่ำกว่าใน
ก็ท�ำให้ค่าใช้จ่ายทั้งของภาครัฐและประชาชนเพ่ิมตาม โรงพยาบาลทผี่ รู้ บั บรกิ ารสว่ นใหญใ่ ชย้ านอกบญั ชียาหลกั
ไปด้วย ข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาชี้ว่าเกือบคร่ึงหน่ึงของ แห่งชาติมากอีกด้วย(30)
ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพ่ิมขึ้นเกิดจากเทคโนโลยีด้าน
สุขภาพ(28) ซ่ึงไม่น่าแปลกใจนักหากพิจารณาตัวอย่างใน 4.10.2 เทคโนโลยีด้านสุขภาพจะย่ิงมีบทบาท
ประเทศไทย ดังการศึกษาในปี พ.ศ. 2554 ทพี่ บว่า หาก ยิง่ ขนึ้ ในอนาคต
เพ่ิมยารักษาโรคกระดูกพรุนเข้าในบัญชียาหลักแห่งชาติ
และใหค้ นไทยทมี่ ขี อ้ บง่ ชสี้ ามารถใชย้ ากลมุ่ นไ้ี ดโ้ ดยสะดวก การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพมีแนวโน้มจะเพ่ิม
คือ รัฐเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายให้ท้ังหมด จะเพ่ิมภาระ สงู ขน้ึ ตอ่ เนอื่ ง โดยเปน็ ผลมาจากทงั้ ลกั ษณะของประชากร
งบประมาณข้ึนอย่างน้อยปีละ 2,000 ล้านบาทและอาจ ที่เปลี่ยนแปลงไป และความเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
สูงถึง 12,000 ล้านบาทขึ้นกับขอบเขตของข้อบ่งใช้ที่ และการแพทย์ ปัจจุบันหลายประเทศท่ัวโลก รวมทั้ง
อนญุ าตใหเ้ บกิ จา่ ยได(้ 29) ซงึ่ ตวั เลขดงั กลา่ วนบั วา่ สงู มาเมอ่ื ประเทศไทย ก�ำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ยังผลให้ผู้ที่เป็น
เทียบกับงบประมาณทั้งหมดที่ใช้ในระบบประกันสุขภาพ โรคเรื้อรังซึ่งต้องใช้การรักษาท่ีซับซ้อนและเป็นระยะยาว
ถว้ นหนา้ ในตอนน้นั คอื ราว 150,000 ล้านบาทตอ่ ปี มีจำ� นวนเพิ่มขึ้น(32) ขณะเดียวกันวทิ ยาการที่รดุ หน้าแบบ
ก้าวกระโดดจะท�ำให้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ โดยเฉพาะ
อีกตัวอย่างหน่ึงท่ีช้ีชัดว่าค่าใช้จ่ายจากเทคโนโลยี เทคโนโลยีด้านดิจิทัล มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ท้ังใน
ด้านสุขภาพส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายสุขภาพโดยรวม การรักษาพยาบาลและในชีวิตประจ�ำวัน ทั้งเข้ามาช่วย
คอื การท่คี า่ ใชจ้ า่ ยด้านสขุ ภาพตอ่ หวั ของผูท้ ่ีใชส้ วสั ดิการ ใหก้ ารแพทย์มีประสทิ ธผิ ลเพิม่ ขึน้ หรอื ทดแทนการแพทย์
รักษาพยาบาลข้าราชการสูงถึง 4 เท่าของผู้ใช้ระบบ บางอย่างเนื่องจากผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพตนเองใน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการรักษาพยาบาล เบื้องต้นไดด้ ขี ้นึ
ข้าราชการเป็นสิทธิรักษาพยาบาลส�ำหรับข้าราชการและ
ครอบครวั สวสั ดกิ ารดงั กลา่ วอนญุ าตใหเ้ บกิ จา่ ยเทคโนโลยี เทคโนโลยีที่เกิดข้ึนใหม่เหล่านี้มีความยืดหยุ่น
ดา้ นสขุ ภาพในขอบเขตทก่ี วา้ งกวา่ ระบบประกนั สงั คมหรอื สูง สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายและอาจ
ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยผู้ที่ใช้สวัสดิการ เปล่ียนโฉมหน้าของการแพทย์ไปโดยส้ินเชิง การแพทย์
ดงั กลา่ วสามารถใชย้ านอกบญั ชยี าหลกั แหง่ ชาตไิ ดใ้ นบาง ในอนาคตจะมีความเฉพาะตัวกับผู้ป่วยแต่ละคนมากข้ึน
กรณี ในขณะท่ีผู้ใช้ระบบประกันสุขภาพของรัฐระบบอ่ืน ผา่ นการแพทยท์ เี่ ฉพาะเจาะจงกบั แตล่ ะบคุ คลในระดบั ยนี

84 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

(precision medicine) และจะน�ำมาซึ่งแนวทางการ ระบบสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service,
ป้องกัน รักษาโรค และฟน้ื ฟสู มรรถภาพแบบใหม่ๆ ซงึ่ ไม่ NHS) ในสหราชอาณาจกั รเปน็ ตัวอย่างหนง่ึ ขององคก์ รท่ี
เคยปรากฏมากอ่ น(32) mHealth หรอื การแพทยบ์ นอปุ กรณ์ ตัดสินใจใช้และวางแผนการใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพบน
พกพาโดยใช้แอพพลิเคช่ันด้านสุขภาพบนโทรศัพท์มือ โลกดิจิทัลอย่างเป็นทางการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปีพ.ศ.
ถือและอุปกรณ์พกพาต่างๆ จะช่วยให้ความรู้ในการดูแล 2561 NHS ประกาศแผนกลยทุ ธ์ในการใชบ้ รกิ ารทางการ
ตวั เองของผปู้ ว่ ยในเบอ้ื งตน้ ซงึ่ อาจลดการมาโรงพยาบาล แพทยบ์ นโลกดจิ ทิ ลั เพอื่ รบั มอื กบั การเปลย่ี นแปลงเหลา่ นี้
โดยไม่จ�ำเป็นได้ เทคโนโลยีกลุ่มน้ีก�ำลังเป็นท่ีนิยมอย่าง โดยแผนดงั กลา่ วครอบคลมุ ตงั้ แตก่ ารปรบั ปรงุ เวบ็ ไซตแ์ ละ
สูงในปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2560 ประมาณการว่าการ พัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ผู้ใช้ ซ่ึงมีท้ังผู้ป่วยและบุคลากร
แพทย์บนโลกดิจิทัลมีมูลค่าสูงถึงราว 8 แสนล้านบาท ทางการแพทย์ หาข้อมูลเก่ียวกับสุขภาพและใช้งานได้
ทว่ั โลก และชว่ ยลดคา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นสขุ ภาพในสหรฐั อเมรกิ า สะดวกยงิ่ ขน้ึ พรอ้ มทง้ั ปรบั ระบบใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถพบและ
ได้ 2 หมน่ื ลา้ นบาท(33) การใชอ้ ปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ส่ี วม ปรกึ ษาแพทยผ์ ่านทางอนิ เทอร์เนต็ ได้ เปน็ ตน้ (34,35)
ใสต่ ดิ ตวั (wearable devices) ซึง่ มกั มเี ซน็ เซอรต์ ดิ ตาม
กจิ กรรมทางกายและขอ้ มลู สขุ ภาพของผสู้ วมใส่ ในยคุ ของ ส�ำหรับประเทศไทย มีการจัดท�ำยุทธศาสตร์
อินเทอร์เนต็ ของสรรพสง่ิ (internet of things) ท่อี ุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพ (eHealth Strategy) ข้ึน
อเิ ลก็ ทรอนกิ สส์ ง่ ตอ่ ขอ้ มลู ถงึ กนั ไดโ้ ดยทม่ี นษุ ยไ์ มต่ อ้ งปอ้ น โดยเป็นแผนเพื่อด�ำเนินการในระหว่างปี พ.ศ. 2560
ขอ้ มลู จะทำ� ใหอ้ ปุ กรณเ์ หลา่ นเี้ ปน็ เหมอื นโครงขา่ ยทโี่ ยงใย ถึงปี พ.ศ. 2569 เพ่ือเป็นกรอบแนวคิดในการผลัก
สง่ ตอ่ และเกบ็ ขอ้ มลู ทำ� ใหบ้ คุ ลากรทางการแพทยต์ ดิ ตาม ดันเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นหน่ึงในองค์ประกอบท่ีช่วย
และเฝา้ สงั เกตสขุ ภาพของผปู้ ว่ ยไดโ้ ดยสะดวกขน้ึ การพมิ พ์ พัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศและพัฒนางานด้าน
สามมติ ิ (3D printing) และเทคโนโลยีชวี ภาพระดบั สงู มี เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั สขุ ภาพโดยหลาย ๆ ฝา่ ยใน
แนวโนมจะสามารถสรา้ งอวยั วะเทยี มทใี่ ชง้ านไดจ้ รงิ และ ประเทศทง้ั ภาครฐั และเอกชนเชน่ กนั โดยพฒั นาระบบการ
ปญั ญาประดษิ ฐ์ (artificial intelligence) ทก่ี า้ วหนา้ ขนึ้ จะ เกบ็ ข้อมูลผปู้ ่วย เปน็ ต้น(36)
นำ� มาซง่ึ การเพม่ิ ขนึ้ ของหนุ่ ยนตท์ างการแพทยท์ ใ่ี ชใ้ นการ
สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยโรค 4.10.3 ขอ้ จำ� กดั ทค่ี วรพิจารณาในการใช้
ไปจนถงึ การผ่าตัดทต่ี ้องการความแม่นย�ำสงู (32) เทคโนโลยีดา้ นสุขภาพ

ทงั้ หมดนเ้ี ปน็ เพยี งตวั อยา่ งของความเปลยี่ นแปลงที่ ในประเทศก�ำลังพัฒนา และมีรายได้ปานกลาง
จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยภาครัฐในแต่ละประเทศจ�ำเป็น เช่นประเทศไทย ยังมีข้อจ�ำกัดอีกหลายข้อเก่ียวกับการ
ตอ้ งวางแผนรบั มือความเปล่ยี นแปลงดังกลา่ ว และตัดสนิ ใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ ท้ังในแง่ปัญหาในการเข้าถึง
ใจวา่ เทคโนโลยใี ดเหมาะสมทจี่ ะนำ� มาใชจ้ รงิ ในบรบิ ทของ เทคโนโลยีเหลา่ นข้ี องท้งั แพทย์และผู้ป่วย รวมถึงการสูญ
ประเทศ เน่ืองจากจะมีเทคโนโลยีจ�ำนวนมากหลั่งไหล เปลา่ ของการใชเ้ ทคโนโลยี ซงึ่ อาจเกดิ ไดจ้ ากหลายสาเหตุ
เขา้ มาในตลาด ในขณะทง่ี บประมาณดา้ นสขุ ภาพของภาค
รัฐอาจไมเ่ พิม่ ตาม ภาครฐั จึงไม่อาจรับภาระคา่ ใชจ้ ่ายจาก ก. ปญั หาในการเข้าถงึ เทคโนโลยีดา้ นสุขภาพ
เทคโนโลยีใหม่ได้ทั้งหมด และควรจัดสรรว่าอะไรบ้างท่ี การท่ีผู้ป่วยจะเข้าถึงยาได้ต้องประกอบข้ึนจาก
ควรให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึง และอะไรบ้างที่ภาครัฐ หลายปัจจัย นับตั้งแต่การไม่มีเทคโนโลยีนั้นๆ ให้ใช้
จะให้การสนับสนุน (unavailability) เพราะไมม่ กี ารผลติ และนำ� เขา้ เทคโนโลยี
นน้ั ๆ เขา้ มาในประเทศ ไปจนถงึ ขอ้ จำ� กดั ดา้ นการเดนิ ทาง
ไปรับบริการทส่ี ถานพยาบาลแลว้

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 85

ในการท่ีเทคโนโลยีด้านสุขภาพหน่ึง ๆ ทั้งยาและ ข. ปัญหาจากการสูญเปล่าของเทคโนโลยีด้าน
เครอ่ื งมอื แพทย์ จะเขา้ สตู่ ลาดในประเทศไทยใหป้ ระชาชน สขุ ภาพ
ไทยใช้ทั้งผ่านระบบประกันสุขภาพและการจ่ายเอง จะ
ตอ้ งผา่ นการขนึ้ ทะเบยี นกบั องคก์ ารอาหารและยาเสยี กอ่ น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีโอกาสสูญเปล่าได้มาก โดย
ส�ำหรับประเทศไทยนับจากที่ยาชนิดใหม่ออกสู่ตลาดโลก การวเิ คราะหข์ ององคก์ ารอนามยั โลกในปี พ.ศ. 2553 พบ
เป็นครั้งแรก จนกระท่ังสามารถส่ังใช้ยานั้นได้ กินระยะ วา่ รอ้ ยละ 20-40 ของคา่ ใชจ้ า่ ยสขุ ภาพทวั่ โลกนน้ั เปน็ คา่ ใช้
เวลาโดยเฉลี่ย 13-48 เดือน แม้วา่ ระยะเวลาน้ถี อื วา่ คอ่ น จา่ ยทส่ี ญู เปลา่ (38) และคา่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี กดิ จากการใชเ้ ทคโนโลยี
ข้างส้ันเม่ือเทียบกับประเทศก�ำลังพัฒนาอื่น ๆ แต่เมื่อ เป็นหนึ่งในปัจจัยส�ำคัญท่ีท�ำให้เกิดการสูญเปล่าดังกล่าว
เทียบกับประเทศพัฒนาซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาน้อยกว่า 1 ปี โดยอาจเกิดจากการให้เทคโนโลยีด้านสุขภาพรวมถึงการ
แล้ว ก็ถือว่าประเทศไทยยังเป็นประเทศที่เริ่มใช้ยาชนิด รักษาพยาบาลท่ีไม่จ�ำเป็น รวมถึงการใช้ทรัพยากรสิ้น
ใหมช่ า้ [37] ในกรณที ยี่ าดงั กลา่ วเปน็ ยาทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ การชว่ ย เปลืองโดยใช่เหตุ เช่น การรักษาเกิน หรือการวินิจฉัย
ชีวติ กอ็ าจท�ำใหผ้ ปู้ ่วยเสียโอกาสได้ เกนิ เปน็ ต้น นอกจากน้ยี ังมีการใชเ้ ทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ
อยา่ งไมเ่ หมาะสม ซงึ่ นอกจากจะทำ� ใหเ้ กดิ ความสน้ิ เปลอื ง
นอกจากนี้ ในกรณีทมี่ ียาใหใ้ ชใ้ นตลาดประเทศไทย ทางเศรษฐกจิ แลว้ ยงั เพม่ิ ความเสยี่ งทผ่ี ปู้ ว่ ยจะเกดิ ปญั หา
แล้ว ปัญหาข้อต่อมาคือ เทคโนโลยีใหม่มักมีราคาแพง สุขภาพเนื่องจากผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนจาก
เมอ่ื พจิ ารณาจำ� นวนผปู้ ว่ ยทง้ั ประเทศ หลายครง้ั ภาครฐั ไมม่ ี เทคโนโลยตี า่ งๆ(39)
งบประมาณมากพอจะสนับสนุนให้ประชาชนทั้งประเทศ
ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน (unaffordability) ปัญหาเหล่าน้ีหลายครั้งเกิดจากความไม่รู้ของทั้ง
ดว้ ยเหตนุ เี้ ทคโนโลยนี น้ั ๆ จงึ ไมอ่ ยใู่ นความครอบคลมุ ของ ผู้ปว่ ยและแพทย์หรอื จากการถูกกลไกตลาดผลักดนั โดย
สิทธิประกันสุขภาพของรัฐ เช่น ยาใหม่ท่ียังมีสิทธิบัตร เปน็ การใชเ้ ทคโนโลยโี ดยทไ่ี มม่ ขี อ้ มลู สนบั สนนุ อยา่ งเพยี ง
และมีเพียงยาต้นแบบ ราคามักสูงมากท�ำให้ไม่สามารถ พอว่าเทคโนโลยเี หลา่ น้นั ไดผ้ ลจรงิ ในโรคหรอื ภาวะนน้ั ๆ
บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติได้ หากประชาชนต้องการ การใช้นำ�้ มนั อฟี น่ิงพริมโรสในการรกั ษา eczema ซง่ึ เป็น
ใช้เทคโนโลยีนั้นๆ ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง อาการท่ีผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นหน่ึงในตัวอย่างที่
ซ่ึงประชาชนส่วนมากก็มักไม่มีก�ำลังพอท่ีจะจ่ายได้เช่น ชัดเจนของปัญหาน้ี ในอดีต เช่ือว่าน�้ำมันอีฟนิงพริมโรส
กนั ขอ้ คน้ พบหนงึ่ ทนี่ า่ สนใจคอื ราคายาตน้ แบบ (original ซึ่งมีกรดแกมมาไลโนเลนิก (gamma-linolenic acid)
drugs) ในประเทศไทยสว่ นใหญไ่ ลเ่ ลยี่ กบั ประเทศอน่ื สว่ น น่าจะช่วยรักษาผู้ป่วยท่ีมีปัญหา eczema ได้ จึงมีการ
ราคายาสามัญ (generic drugs) สูงกว่าประเทศก�ำลัง ใช้น�้ำมันชนิดน้ีกับอาการดังกล่าวอยู่นานถึง 20 ปี กว่า
พฒั นาประเทศอน่ื เลก็ นอ้ ยเมอ่ื ไมร่ วมสว่ นลดทไ่ี ดเ้ มอ่ื ภาค ที่หน่วยงาน Medicines and Healthcare Products
รัฐหรือสถานพยาบาลซื้อเป็นจ�ำนวนมาก และต่�ำกว่าเล็ก Regulatory Agency ซึ่งคล้ายกับองค์การอาหารและ
น้อยเมื่อพิจารณาส่วนลดท่ีได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ยาในประเทศไทย ประกาศถอนทะเบียนต�ำรับยาน�้ำมัน
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากร (gross อีฟนิงพริมโรส เน่ืองจากมีการศึกษาท่ีพบว่าไม่มีหลัก
domestic product per capita) ของประเทศไทยตำ่� กวา่ ฐานทส่ี นบั สนนุ วา่ นำ้� มนั อฟี นงิ พรมิ โรสใชไ้ ดผ้ ล(40) อกี กรณี
ประเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ ทำ� ใหแ้ มย้ าตน้ แบบจะราคาใกลเ้ คยี ง หน่ึงคือยาเซอร์ราทโิ อเปปทเิ ดส (serratiopeptidase) ท่ี
กนั กบั ประเทศทพ่ี ฒั นาแลว้ กน็ บั ไดว้ า่ ประเทศไทยมคี วาม ถูกถอนทะเบียนในประเทศไทยในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ.
สามารถในการจ่ายเพ่ือสนับสนุนการใช้ยาต้นแบบนั้นๆ 2561 หลังจากท่มี ีการใช้ยาดังกลา่ วมาแลว้ นานกว่า 40 ปี
ต่ำ� กวา่ (30) โดยบรษิ ทั ผูผ้ ลติ ในประเทศญี่ปุ่นประกาศยกเลิกทะเบียน
ตำ� รบั ยานดี้ ว้ ยตนเอง ดว้ ยเหตผุ ลวา่ ไมม่ หี ลกั ฐานเพยี งพอ
ว่ายาน้ีใช้ได้ผลในการลดบวม และการศึกษาล่าสุดพบว่า

86 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ยานใี้ หผ้ ลไมต่ า่ งจากยาหลอก(41) กรณเี หลา่ นเี้ ปน็ กรณที ไ่ี ม่ ด้วยเหตุน้ี ภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ และ
รา้ ยแรงนกั เพราะเพียงเกดิ การสญู เปลา่ ทางเศรษฐกิจ แต่ ผู้ป่วยจึงควรร่วมมือกันป้องกันและลดปัญหาเหล่านี้ใน
ยงั มอี กี หลายกรณที ผ่ี ปู้ ว่ ยไดร้ บั ผลเสยี จากการใชเ้ ทคโนโลยี บริบทประเทศไทย เพ่ือให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีท่ี
ดา้ นสขุ ภาพดว้ ยความไมร่ ู้ ตวั อยา่ งเชน่ ในอดตี สเตยี รอยด์ เหมาะสมกบั ตนและประเทศ ผา่ นการประเมนิ เทคโนโลยี
เปน็ วธิ รี กั ษาโรคสมองบาดเจบ็ (traumatic brain injury) ดา้ นสุขภาพ (health technology assessment หรอื
ทใี่ ชก้ นั เปน็ เวลานานถงึ ราว 30 ปี กอ่ นทจี่ ะงานวจิ ยั ขนาด HTA)
ใหญ่ในผู้ปว่ ยนับหมนื่ รายจาก 13 ประเทศจะพบวา่ การใช้
สเตียรอยด์ในผู้ป่วยที่มีภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงท่ีผู้ป่วยจะ 4.10.4 การประเมินเทคโนโลยดี ้านสุขภาพ
เสยี ชีวติ อกี ตวั อยา่ งหน่งึ คอื การใหไ้ ดเอทลิ สติลเบสทรอล การประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ คือ การวิจัย
(diethylstilbestrol) ในหญงิ มคี รรภ์โดยเขา้ ใจวา่ จะชว่ ย อย่างเป็นระบบเพื่อการตัดสินใจเก่ียวกับการเลือกใช้
ป้องกันไม่ให้แท้ง ซ่ึงท�ำให้ทารกเติบโตมาโดยเป็นมะเร็ง เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ โดยใชค้ วามรจู้ ากสหสาขาวชิ าเพอื่
ชนดิ หายากในระบบสืบพันธ์เุ ชน่ กนั (40) ตรวจสอบว่าการน�ำเทคโนโลยีมาใช้จะท�ำให้เกิดผลกระ
ทบอยา่ งไร ทง้ั ดา้ นบวกและดา้ นลบ ในระยะสน้ั และระยะ
ปัญหาอีกส่วนหนึ่งที่ท�ำให้เกิดการสูญเปล่าของ ยาว ทางตรงและทางออ้ ม ศาสตร์ที่เก่ยี วข้อง ได้แก่ การ
เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพเกดิ จากการใชเ้ ทคโนโลยเี กนิ ความ แพทย์ สงั คมศึกษา จริยธรรม และเศรษฐศาสตร(์ 42) โดย
จำ� เปน็ หรอื ไมเ่ หมาะสม ซง่ึ แทรกอยใู่ นทกุ ขน้ั ตอนของการ มรี ะเบยี บวธิ วี จิ ยั หลากหลายเพอื่ ใหข้ อ้ มลู ทแี่ ตกตา่ งกนั ไป
รกั ษา ตง้ั แตก่ ารสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ไปจนถงึ การดแู ลผปู้ ว่ ย ตวั อยา่ งของการประเมินเทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ เชน่ การ
ในระยะสุดท้ายของชีวิต เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะในโรค ประเมนิ ความคมุ้ คา่ (economic evaluation) ของการนำ�
ที่ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรีย ซ่ึงนอกจากจะไม่ช่วยให้ผู้ป่วย เทคโนโลยใี หมม่ าใชเ้ มอื่ เทยี บกบั เทคโนโลยที ม่ี อี ยแู่ ลว้ วา่
อาการดีข้ึนแล้วยังจะท�ำให้เชื้อแบคทีเรียยิ่งด้ือยาย่ิงข้ึน ผลทไ่ี ดจ้ ะคมุ้ คา่ กบั ตน้ ทนุ ทต่ี อ้ งเสยี ไปหรอื ไม่ การทบทวน
หรือการผ่าท้องคลอดแบบ caesarean section โดยที่ วรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (systematic review) และ
ไมม่ คี วามจำ� เปน็ (39) การคดั กรองทเี่ กนิ ความจำ� เปน็ หรอื ไม่ การวิเคราะห์เชิงอภิมาน (meta-analysis) ซ่ึงเป็นการ
เหมาะสมก็เป็นอีกตัวอย่างหน่ึงที่เห็นได้ชัด การคัดกรอง รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยท่ีมีอยู่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ
ส่วนใหญ่มีโอกาสที่จะให้ผลคลาดเคลื่อนจากความเป็น หัวข้อที่ต้องการศึกษา มาสรุปโดยพยายามให้มีความ
จรงิ ในบางกรณี ผลการคดั กรองอาจชวี้ า่ ผทู้ ไ่ี มไ่ ดเ้ ปน็ โรคมี ล�ำเอียงน้อยท่ีสุด เพ่ือให้ทราบว่าเทคโนโลยีด้านสุขภาพ
ความผดิ ปกติ (false positive หรอื ผลบวกลวง) ทำ� ใหเ้ กดิ ใดมีประสทิ ธิผลดีกวา่ หรอื ปลอดภยั กว่า การประเมินผล
การวินิจฉัยเกนิ (overdiagnosis) คือการวนิ ิจฉัยวา่ ความ กระทบดา้ นงบประมาณ (budget impact analysis) ซึ่ง
ผดิ ปกตหิ นง่ึ เปน็ โรคทง้ั ทค่ี วามผดิ ปกตนิ น้ั ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งได้ เป็นการคาดการณ์ว่าผู้จ่ายเงินจะต้องเตรียมงบประมาณ
รบั การรกั ษา และนำ� ไปสกู่ ารรกั ษาเกนิ (overtreatment) ไว้เท่าไร หากต้องการน�ำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และการ
หรอื กค็ อื การรกั ษาโดยไมจ่ ำ� เปน็ ในทส่ี ดุ ยงิ่ การตรวจทำ� ได้ ประเมินความเป็นไปได้ (feasibility study) ในการใช้
งา่ ย และราคาไมแ่ พง กจ็ ะมผี ทู้ ไ่ี ดร้ บั การตรวจมากขนึ้ และ เทคโนโลยีในบริบทนั้นๆ เป็นต้น เน่ืองจากการประเมิน
ไดร้ บั การรกั ษาเกนิ มากขน้ึ ตามไปดว้ ย การคดั กรองมะเรง็ เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพมงุ่ เนน้ ใหข้ อ้ มลู กบั การตดั สนิ ใจเชงิ
หลายโรคเปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ขี องปญั หาน้ี เนอ่ื งจากหลายครงั้ นโยบาย จึงอาจไม่มีผลโดยตรงกับประชากรแต่ละคนใน
ทม่ี ะเรง็ ทค่ี ดั กรองพบเปน็ มะเรง็ ชนดิ ทล่ี กุ ลามชา้ จนผปู้ ว่ ย ประเทศ แตส่ ง่ ผลทางออ้ มผา่ นทางนโยบายทตี่ ดั สนิ ใจโดย
เสียชีวิตจากโรคอ่ืน ไม่ใช่เพราะมะเร็ง การรักษามะเร็ง ใชห้ ลกั ฐานเหล่านป้ี ระกอบ
กลุ่มนี้จึงไม่จ�ำเป็น แต่บ่อยครั้งบุคลากรทางการแพทย์ไม่
อาจแยกแยะได้ชัดเจนว่ามะเร็งท่ีคัดกรองพบเป็นมะเร็ง
ชนดิ นห้ี รือไม่ จงึ มกั รักษามะเร็งทงั้ หมดทพ่ี บ(39,40)

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 87

เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีด้าน การประเมนิ ผลกระทบดา้ นภาระงบประมาณ การประเมนิ
สุขภาพได้โดยมีการสูญเปล่าจากการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ในขนั้ นจี้ ะชว่ ยลดการสญู เปลา่ ของงบประมาณของภาครฐั
นอ้ ยทส่ี ดุ ควรมกี ารประเมนิ เทคโนโลยใี น 3 ขนั้ ของการใช้ รวมถึงช่วยให้จัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยี ไดแ้ ก่ การประเมนิ กอ่ นทจ่ี ะมกี ารนำ� เทคโนโลยี มากยงิ่ ขน้ึ
สขุ ภาพเขา้ ในตลาด การประเมนิ เพอ่ื ประกอบการตดั สนิ ใจ
วา่ จะใหเ้ บกิ จา่ ยเทคโนโลยดี งั กลา่ วในระบบประกนั สขุ ภาพ ค. การประเมนิ หลงั จากใชเ้ ทคโนโลยแี ลว้
ของรัฐหรือไม่ และประเมินหลังจากที่มีการใช้เทคโนโลยี การประเมินในท้ังสองขั้นข้างต้นเป็นการประเมิน
นั้นๆ ในประเทศแล้ว ก่อนที่จะมีการใช้หรือให้เบิกจ่ายเทคโนโลยีนั้นๆ แต่เม่ือ
น�ำเทคโนโลยีมาใช้จริงแล้วอาจเกิดผลลัพธ์ท่ีมีความแตก
ก. การประเมินกอ่ นนำ� เข้าในตลาด ต่างจากการประเมินที่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เช่น ยา
การประเมนิ กอ่ นทจ่ี ะมกี ารขนึ้ ทะเบยี นและอนญุ าต บางชนิดที่ใช้ในต่างประเทศได้ผลดี อาจไม่ได้ผลดีเท่ากัน
ให้วางจ�ำหน่ายเทคโนโลยีนั้นๆ ในตลาดในประเทศไทย ในประเทศไทยเนอ่ื งจากความแตกตา่ งทางพนั ธกุ รรมหรอื
เช่น การข้ึนทะเบียนต�ำรับยา หรือการข้ึนทะเบียน คุณลักษณะของผู้ป่วย เป็นต้น การประเมินหลังการใช้
เทคโนโลยีอื่นๆ ก่อนท่ีจะอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียน เทคโนโลยี คอื การศกึ ษาจากสถานการณท์ เี่ กดิ ขน้ึ จรงิ เพอื่
ต้องมีการประเมินเพ่ือให้ม่ันใจได้ว่าเทคโนโลยีน้ันๆ มี การวางนโยบายและด�ำเนินการต่อไปได้อย่างเหมาะสม
ประสิทธิผลจริงและปลอดภัย ในปัจจุบัน กระบวนการ ยิง่ ขึน้ นอกจากน้ี การแพทย์มกี ารคน้ พบใหมอ่ ยู่เสมอ ทง้ั
เหลา่ นมี้ กั ดำ� เนนิ การโดยบรษิ ทั ผผู้ ลติ และผา่ นการรบั รอง ในเรอ่ื งประโยชนแ์ ละโทษเชน่ ผลขา้ งเคยี ง ของเทคโนโลยี
อนุมัติโดยองค์การอาหารและยาของแต่ละประเทศ จงึ ควรมกี ารตดิ ตามและปรบั ปรงุ เพอ่ื ใหข้ อ้ มลู เปน็ ปจั จบุ นั
การประเมินในขั้นตอนนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ ท้ังในด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และ
การป้องกันการสูญเปล่าจากการใช้ยา และมักไม่ได้เป็น ภาระงบประมาณ
ส่วนหน่ึงของระบบประกันสุขภาพ เนื่องจากในกรณีนี้ 4.10.5 การประเมนิ เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพกบั การ
ประชาชนมกั เปน็ ผแู้ บกรบั ภาระคา่ ใชจ้ า่ ยเทคโนโลยเี หลา่ นี้ เบกิ จ่ายในประเทศไทย
ดว้ ยตวั เอง จงึ มคี วามเสยี่ งสงู ทจี่ ะเกดิ การใชเ้ ทคโนโลยโี ดย ประเทศไทยมีหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดการใช้
ไม่เหมาะสมและเกินความจำ� เปน็ ข้อมูลจากการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพในการ
ข. การประเมนิ เพอ่ื ประกอบการตดั สนิ ใจใหเ้ บกิ จา่ ย จัดสรรทรัพยากรในระบบสุขภาพ ได้แก่ โครงการ
ควรมีการประเมินเพ่ือประกอบการตัดสินใจว่าจะ ประเมินเทคโนโลยีและนโยบายดา้ นสขุ ภาพ หรือ ไฮแทป
ให้เทคโนโลยีหนึ่งๆอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของระบบ (Health Intervention and Technology Assessment
หลกั ประกันสุขภาพหรือไม่ เพื่อให้ตดั สนิ ใจเลือกทางที่จะ Program--HITAP) ซง่ึ เป็นโครงการหนงึ่ ภายใตก้ ระทรวง
ท�ำให้เป็นการใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ีสุด สาธารณสุข จัดต้ังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ซ่ึงมีพันธกิจ
งบประมาณและทรัพยากรในระบบสุขภาพมีจ�ำกัด หาก ท้ังการพัฒนาขีดความสามารถของบุคคลากรทั้งระดับ
ภาครัฐลงทุนกับเทคโนโลยีที่ไม่มีประสิทธิผลแล้ว อาจ ผู้บริหารและนักวิชาการ สร้างเครื่องมือและคู่มือเพื่อ
ไม่มีงบประมาณที่จะลงทุนในเทคโนโลยีท่ีมีประสิทธิผล ท�ำให้การประเมินเทคโนโลยีมีมาตรฐาน สื่อสารกับผู้มี
ภาครัฐจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะสนับสนุนให้ สว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทกุ ฝา่ ยใหเ้ หน็ ความสำ� คญั ของการประเมนิ
ประชาชนใชเ้ ทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพใดไดบ้ า้ งภายใตร้ ะบบ เทคโนโลยีและเกิดการใช้ประโยชน์จากผลการประเมิน
หลักประกันสุขภาพของรัฐ โดยเทคโนโลยีท่ีควรลงทุน ปัจจุบันการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพถูกใช้ใน
ควรเป็นเทคโนโลยีท่ีเป็นประโยชน์คุ้มค่ากับงบประมาณ การพิจารณาน�ำยาราคาแพงและวัคซีนเข้าสู่ในบัญชียา
ท่ใี ช้ไป และค่าใชจ้ ่ายไมส่ ูงเกินกว่าทีร่ ฐั จะรบั ภาระได้ ใน หลักแห่งชาติและพิจารณาน�ำการรักษา บริการ รวมถึง
ขนั้ นโี้ ดยทว่ั ไปจงึ ใชข้ อ้ มลู จากการประเมนิ ความคมุ้ คา่ และ

88 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

มาตรการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเข้าสู่ชุดสิทธิ ดังกล่าวและมีการจัดล�ำดับเทคโนโลยีที่น่าจะส�ำคัญท่ีสุด
ประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ ในรอบการเสนอนั้นๆ และประสานงานกับนักวิจัยเพื่อ
บตั รทอง ดังจะกล่าวในส่วนตอ่ ไป ประเมนิ เทคโนโลยที อี่ ยใู่ นลำ� ดบั ความสำ� คญั สงู ตอ่ ไป โดย
ก. การประเมนิ ยาเพอ่ื พฒั นาบญั ชยี าหลกั แหง่ ชาติ อาจเปน็ การประเมนิ ความคุม้ คา่ รวมถึงภาระงบประมาณ
นบั ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2551 เปน็ ตน้ มา เมอื่ มกี ารเสนอใหน้ ำ� หรือการประเมินชนิดอื่น เช่น การประเมินความเป็นไป
ยาชนดิ ใหมเ่ ขา้ ในบญั ชยี าหลกั แหง่ ชาติ คณะอนกุ รรมการ ได้ในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศไทย ตามความ
พัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติจะพิจารณาว่าต้องการใช้ เหมาะสม(44)
ข้อมูลความคุ้มค่าและข้อมูลด้านภาระงบประมาณหรือ ภาพที่ 4.58 แสดงให้เห็นกระบวนการพัฒนาชุด
ไม่ โดยส่วนใหญ่ยาท่ีต้องการข้อมูลเหล่าน้ีมักเป็นยาท่ี สทิ ธปิ ระโยชนภ์ ายใตร้ ะบบประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้ ซง่ึ ผมู้ ี
มีราคาสูง หากต้องการข้อมูลเหล่าน้ี คณะท�ำงานด้าน สว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทงั้ 7 กลมุ่ ทม่ี สี ทิ ธเิ สนอหวั ขอ้ เพอ่ื ประเมนิ
เศรษฐศาสตรส์ าธารณสขุ ภายใตค้ ณะอนกุ รรมการพฒั นา เทคโนโลยีส�ำหรับการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการฯ
บัญชียาหลักแห่งชาติจะประสานงานให้นักวิจัยประเมิน ได้แก่
ความคมุ้ คา่ และประเมนิ ผลกระทบดา้ นภาระงบประมาณ 1) ตวั แทนจากกลมุ่ ผบู้ รหิ ารในกระทรวงสาธารณสขุ
ของยาน้ันเม่ือเทียบกับยาในข้อบ่งใช้เดียวกันท่ีมีอยู่เดิม และกระทรวงอืน่ ๆ
ในบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือยาและเทคโนโลยีสุขภาพ 2) ตัวแทนจากกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพคือแพทย์
อนื่ ที่เหมาะสม โดยยาชนิดหนง่ึ จะค้มุ คา่ หากมีต้นทนุ เพม่ิ ทันตแพทย์และเภสชั กร
ขึ้นในทุกภาคส่วนในสังคมไทยไม่เกิน 160,000 บาทต่อปี 3) ตวั แทนจากกลมุ่ นกั วชิ าการในคณะทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั
สุขภาวะท่เี พม่ิ ขึน้ (43) วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ เศรษฐศาสตรแ์ ละคณะสาธารณสขุ
ในกรณีท่ีพบว่ายาชนิดหนึ่งคุ้มค่าในประเทศไทย ศาสตร์
และมีผลกระทบด้านภาระงบประมาณอยู่ในเกณฑ์ท่ี 4) ตัวแทนจากภาคประชาสังคมท่ีเข้าร่วมสมัชชา
ยอมรบั ได้ คณะอนุกรรมการพัฒนาบญั ชียาหลกั แห่งชาติ สขุ ภาพแห่งชาติ
จะพิจารณาน�ำยาชนิดดังกล่าวเข้าในบัญชียาหลักแห่งชา 5) ตัวแทนจากกลมุ่ ผปู้ ่วยต่างๆ
ตอ่ิ ไป และในกรณที พี่ บวา่ ยาชนดิ นน้ั ๆ ไมค่ มุ้ คา่ ตามเกณฑ์ 6) ตัวแทนจากภาคประชาชนท่ีเข้าร่วมสมัชชา
หรอื มผี ลกระทบดา้ นภาระงบประมาณสงู เกนิ ไป อาจมกี าร สุขภาพแห่งชาติ
พิจารณาต่อรองราคา โดยใช้ราคาสูงสุดที่ยานั้นยังคงคุ้ม 7) ตวั แทนจากบรษิ ทั ยาในประเทศ บรษิ ทั ยาขา้ มชาติ
ค่าตามเกณฑ์ ซ่ึงค�ำนวณได้จากการประเมินความคุ้มค่า และบรษิ ทั เครอ่ื งมือแพทย์
ประกอบการต่อรองราคา เมื่อทั้ง 7 กลุ่มน้ีเสนอหัวข้อเข้ามาทีมวิชาการ คือ
ข. การประเมนิ เทคโนโลยเี พือ่ พัฒนาชดุ สิทธิ ไฮแทป (HITAP) และส�ำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพ
ประโยชน์ภายใต้ระบบหลกั ประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ ระหว่างประเทศ จะท�ำการค้นหาข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องเพื่อ
ในปัจจุบัน ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็น ให้คะแนนเบื้องต้นส�ำหรับจัดล�ำดับความส�ำคัญ เช่น
ระบบประกันสุขภาพเดียวในประเทศไทยท่ีใช้ข้อมูล จ�ำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากโรคหรือปัญหาสุขภาพ
การประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพในการพิจารณา ฯลฯ ก่อนที่จะน�ำเสนอให้คณะท�ำงานคัดเลือกหัวข้อที่
เบกิ จา่ ยเทคโนโลยตี า่ งๆ อยา่ งเปน็ ทางการ โดยในการเพม่ิ แต่งตั้งโดย สปสช. ท�ำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย หัวข้อท่ี
เทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพใหมๆ่ เขา้ ในชดุ สทิ ธปิ ระโยชนภ์ าย คัดเลือกในรอบนี้จะน�ำไปสู่กระบวนการวิจัยซึ่งเริ่มต้น
ใต้ระบบประกันสุขภาพดังกล่าว ส�ำนักงานหลักประกัน ด้วยการประชุมหารือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มก่อนเริ่ม
สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะเปิดโอกาสให้หลายภาค งานวิจัย ตามที่ระบุข้างต้น เม่ืองานวิจัยแล้วเสร็จหลัง
ส่วนเสนอเทคโนโลยีที่น่าจะเพ่ิมเข้าในชุดสิทธิประโยชน์ จากผ่านการประชุมเพ่ือน�ำเสนอผลงานวิจัยเบื้องต้น

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 89

และนักวิจัยได้ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะจากการประชุม คณะกรรมการบริหาร สปสช.เพื่อพิจารณาเป็นนโยบาย
ดังกลา่ ว ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะเชงิ นโยบายจะถูกนำ� ตอ่ ไป
ไปเสนอตอ่ คณะอนกุ รรมการพฒั นาชดุ สทิ ธปิ ระโยชนแ์ ละ

ภาพที่ 4.58 แนวทางการประเมนิ เทคโนโลยเี พอ่ื สนบั สนนุ การพฒั นาชดุ สทิ ธปิ ระโยชนร์ ะบบประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้

ค. ประโยชน์ของการประเมินเทคโนโลยดี า้ น การวางแผนงบประมาณดว้ ย นอกจากนี้ ประโยชนท์ เ่ี หน็ ได้
สุขภาพในประเทศไทย เปน็ รปู ธรรม คอื การประเมนิ ความคมุ้ คา่ เปน็ ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็
ประโยชนใ์ นการตอ่ รองราคายา ทำ� ใหร้ าคายาทเี่ ขา้ ในบญั ชี
การประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพช่วยลดการสูญ ยาหลักแห่งชาติลดลงมาก ดังตัวอย่างในตารางที่ 4.11
เปล่าของงบประมาณและช่วยท�ำให้ประชาชนเข้าถึง โดยคาดว่า การต่อรองราคายา 3 ชนิดนี้ ช่วยประหยัด
เทคโนโลยใี หมท่ ม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล โดยทภ่ี าครฐั ไมต่ อ้ งรบั ภาระ งบประมาณใหป้ ระเทศไดถ้ งึ ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท(43)
งบประมาณเกินกว่าที่จะสามารถจ่ายไหว รวมถึงช่วยใน

ตารางที่ 4.11 ตัวอยา่ งราคายาก่อนและหลังการตอ่ รองราคา และงบประมาณที่คาดว่าประหยดั ได(้ 43)

รายการยา ข้อบง่ ชี้ ราคายาที่เสนอสำ� หรับ ราคายาที่ต่อรอง งบประมาณที่
บัญชยี าหลกั แห่งชาติ สดุ ทา้ ย (บาท) ประหยดั ได้
Tenofovir ตดิ เช้ือ HIV
Peg-interferon alpha ไวรัสตบั อกั เสบเรอ้ื รัง (บาท) 12 375
(180mcg) ชนิดซี 43 3,150 600
Oxaliplatin (50 mg/25ml) มะเรง็ ล�ำไส้ 2,500 152
Angiogenesis inhibitor จอตาเสอ่ื ม 9,241

8,000
40,000

90 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ส�ำหรับกระบวนการสร้างความมีส่วนร่วมในงาน เด็กเลก็ ก่อน เพราะจะมีผลต่อความพิการถาวรหากแกไ้ ข
วิจัยนับตั้งแต่การคิดโจทย์วิจัยให้สอดคล้องกับความ ชา้ กวา่ 6 ปี คอื เดก็ ทส่ี ายตาผดิ ปกตจิ ะกลายเปน็ โรคสายตา
ตอ้ งการของสงั คมไทยในการพฒั นาชดุ สทิ ธปิ ระโยชนภ์ าย ข้ีเกียจซึ่งเป็นความผิดปกติถาวรแก้ไขไม่ได้ การแก้ไข
ใต้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าท�ำให้เกิดความก้าวหน้า สายตาผิดปกติอย่างทันท่วงทีจะให้ผลดีท้ังด้านสุขภาพ
ของกระบวนการนโยบายของประเทศไทยและท�ำให้เกิด พัฒนาการและการศึกษา ประกอบกับประเทศไทยยัง
ความชอบธรรมของการจดั สรรทรพั ยากรในระบบสขุ ภาพ ไม่มีระบบคัดกรองความผิดปกติในการมองเห็นอย่าง
ดังตัวอย่างในกรณีศึกษาที่ภาคประชาสังคมต้ังค�ำถามว่า เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ หากให้บุคคลากรทางการ
ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าควรสนับสนุนแว่นสายตา แพทยเ์ ปน็ ผทู้ ำ� การคดั กรองจะเปน็ ภาระงานทมี่ าก อาจไมม่ ี
หรือไม่ หรืออีกนัยหน่ึงคือ ควรบรรจุแว่นสายตาในชุด ความยงั่ ยืนในระยะยาว ขณะที่ครูมคี วามไกล้ชดิ เด็กและ
สิทธิประโยชน์หรือไม่ ซึ่งจากการประชุมผู้มีส่วนได้เสีย ได้รับความเคารพเช่ือฟังจากเด็ก การคัดกรองน่าจะทำ� ได้
และผเู้ ชย่ี วชาญหลายกลมุ่ ตง้ั แตผ่ แู้ ทนจากกองทนุ ประกนั ไม่ยาก จึงเป็นท่ีมาของโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร
สุขภาพทั้งสาม ผู้แทนจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่ง เครื่องมือส�ำหรับอบรมครูโดยบุคคลากรทางการแพทย์
ประเทศไทย ผู้แทนจากชมรมผู้ประกอบอาชีพแว่นตา และให้ครูลงมือคัดกรอง สร้างแนวทางและระบบส่งต่อ
ผแู้ ทนภาคประชาสงั คม นกั วชิ าการฯลฯ พบวา่ คำ� ถามงาน สุดท้ายจัดระบบบริการตรวจวินิจฉัยและแก้ไขความผิด
วิจัยท่ีเหมาะสม ส�ำหรับน�ำไปใช้ในการพลักดันนโยบาย ปกตทิ างสายตา รวมทง้ั การแจกแวน่ สายตา (ภาพท่ี 4.59)
คอื ความเปน็ ไปไดใ้ นการมนี โยบายคดั กรองความผดิ ปกติ โครงการวจิ ยั นป้ี ระสบความสำ� เรจ็ ดว้ ยดี และเมอื่ นำ� เสนอ
ในการมองเห็นส�ำหรับเด็กเล็กในโรงเรียนอนุบาลและ ตอ่ ผบู้ รหิ ารกไ็ ดร้ บั การผลกั ดนั ใหเ้ ปน็ นโยบายสำ� คญั ระดบั
โรงเรียนประถมศึกษา ท้ังนี้เพราะข้อมูลท่ีได้รับจากการ ชาติ มนี ายกรฐั มนตรเี ปน็ ประธานในการเรม่ิ ตน้ นโยบายใน
ประชมุ ดงั กลา่ ว (มกี ารประชมุ หลายครงั้ ) พบวา่ การแกไ้ ข วันเด็กแหง่ ชาตปิ ี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา
ความผดิ ปกตทิ างสายตาควรใหค้ วามสำ� คญั เรง่ ดว่ นสำ� หรบั

ภาพท่ี 4.59 ตวั อยา่ งของการพฒั นาโจทยว์ จิ ยั ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการทางนโยบายและสามารถสรา้ งผลกระทบไดจ้ รงิ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 91

4.10.6 บทสรปุ หลายอยา่ งทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการใชเ้ ทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ เชน่
เทคโนโลยีด้านสุขภาพเป็นส่วนส�ำคัญของระบบ ปัญหาด้านภาระค่าใช้จ่ายต่อระบบประกันสุขภาพหรือ
สุขภาพและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจ�ำวันของทุกคน ครวั เรอื น ปญั หาการใชเ้ ทคโนโลยไี มเ่ หมาะสมสง่ ผลใหเ้ กดิ
เทคโนโลยีด้านสุขภาพจะเข้ามามีบทบาทมากย่ิงข้ึนใน ผลขา้ งเคยี งท่ีไมค่ าดหวงั เป็นต้น การประเมนิ เทคโนโลยี
อนาคตผ่านทางโทรศพั ทม์ อื ถอื อุปกรณพ์ กพา และอ่ืนๆ ด้านสุขภาพจึงเป็นประโยชน์ในการช่วยลดปัญหาเหล่านี้
รวมถงึ นวตั กรรมดา้ นการแพทย์ ในขณะทเี่ ทคโนโลยเี หลา่ ผา่ นทางการพฒั นานโยบายระดบั ชาตเิ พอ่ื ใหร้ ะบบสขุ ภาพ
นเี้ ปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ ตอ่ สขุ ภาวะของมนษุ ย์ ยงั มปี ญั หา ของประเทศไทยมน่ั คงและยง่ั ยืนต่อไป

92 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

บทท่ี 5

ระบบสขุ ภาพของประเทศไทย

5.1 ความหมายของระบบสขุ ภาพ ปจั จัยทางสังคมท่กี �ำหนดสุขภาพ (social determinants
ในปี พ.ศ. 2541 องค์การอนามัยโลก ได้ให้นิยาม of health) เพ่ือน�ำไปสู่ความเป็นธรรมทางสุขภาพ ซ่ึง
เป็นการมองสุขภาพหรือสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวม
ใหมข่ อง “สขุ ภาพ” วา่ หมายถงึ สขุ ภาวะอนั สมบรู ณแ์ ละมี เช่ือมโยงกับเง่ือนไขและปัจจัยต่างๆ ทางสังคมและ
ความเปน็ พลวตั ทงั้ ทางกาย จติ สงั คมและจติ วญิ ญาณและ สิ่งแวดล้อมหรือเป็นผลของนโยบายและโครงสร้างทาง
ไมใ่ ชเ่ พยี งปราศจากโรคและการเจบ็ ปว่ ยเทา่ นน้ั * โดยไดใ้ ส่ สังคม
คำ� วา่ “พลวตั ” และ “จติ วญิ ญาณ”เพม่ิ เขา้ ไปในนยิ ามเดมิ
ทกี่ ำ� หนดไวเ้ มอ่ื ปี ค.ศ. 1948 (พ.ศ. 2491) คำ� นยิ ามดงั กลา่ ว พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 ไดเ้ ปลย่ี น
ไดข้ ยายมติ ขิ องสขุ ภาพเปน็ 4 ดา้ นและไดเ้ นน้ ถงึ ความเปน็ มมุ มองแนวคดิ เรอ่ื งสขุ ภาพของสงั คมไทย จากมมุ มองของ
พลวัตของสุขภาพ ซึ่งมีนัยว่า สุขภาพมีการเคล่ือนไหว การสงเคราะหซ์ ง่ึ ใหค้ วามสำ� คญั เฉพาะสขุ ภาพทางกาย มา
เปลี่ยนแปลงและขึ้นกับเหตุปัจจัยอันสลับซับซ้อน ไม่ใช่ เป็นเร่ืองของสิทธิข้ันพ้ืนฐานที่ประชาชนทุกคนพึงได้รับ
เป็นภาวะท่ีคงที่ตายตัว หรือข้ึนกับเหตุปัจจัยเพียงอันใด การดูแลคุ้มครองให้เกิดสุขภาพดี และขยายความหมาย
อนั หน่งึ เท่าน้ัน(1) ของสขุ ภาพไปสูส่ ขุ ภาพองค์รวมทคี่ รอบคลมุ ทั้ง 4 มติ ิ คอื
สขุ ภาพทางกาย จติ สงั คมและปัญญา โดยใหค้ วามหมาย
ในส่วนของประเทศไทย พระราชบัญญัติสุขภาพ ของ ปัญญา ว่าหมายถึง ความรู้ท่ัว รู้เท่าทันและความ
แห่งชาติ พ.ศ. 2550 (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 124 ตอน เข้าใจอย่างแยกแยะได้ในเหตุผลแห่งความดี ความชั่ว
ที่ 16 ก. ลงวันท่ี 19 มีนาคม พ.ศ. 2550) ได้มกี ารก�ำหนด ความมีประโยชน์และความมีโทษ ซึ่งน�ำไปสู่ความมีจิต
นยิ ามของสขุ ภาพไวว้ า่ “สขุ ภาพ หมายถงึ ภาวะของมนษุ ย์ อันดีงามและเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ และมองระบบสุขภาพเป็น
ทส่ี มบรู ณท์ งั้ กาย จติ ปญั ญาและสงั คม เชอ่ื มโยงกนั เปน็ องค์ ระบบความสัมพันธ์ท้ังมวลที่เก่ียวข้องกับระบบสุขภาพ
รวมอยา่ งสมดลุ ” ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั การทอ่ี งคก์ ารอนามยั โลก เป็นเร่ืองสุขภาวะของคน ครอบครัว ชุมชนและการอยู่
ไดข้ บั เคลอ่ื นงานดา้ นสขุ ภาพในความหมายทคี่ รอบคลมุ ทง้ั ร่วมกัน ส่งเสริมคุณค่าและศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่ง
ด้านกาย จิต และสังคม และมีการขับเคลื่อนอย่างกว้าง สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ เรอ่ื งปจั จยั ทางสงั คมทก่ี ำ� หนดสขุ ภาพ
ขวาง เมอื่ มมี ตใิ หม้ วลสมาชกิ มงุ่ บรรลสุ ขุ ภาพถว้ นหนา้ เมอื่ (Social Determinants of Health) (ภาพท่ี 5.1)(2) ซึง่ ช้ี
ปี พ.ศ. 2543 ต้งั แต่ครสิ ตท์ ศวรรษ 1970 โดยมีการเปิด ให้เห็นว่าสุขภาพเก่ียวข้องกับท้ังปัจจัยส่วนบุคคลและได้
พ้ืนท่ีให้กับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม (All รับอทิ ธิพลจากปัจจัยแวดลอ้ มหรอื เง่ือนไขตา่ งๆ ท่สี ัมพนั ธ์
for Health) เพอ่ื สขุ ภาพของคนทงั้ มวล (Health for All) และเก่ียวข้องกับการด�ำรงชีวิต การแก้ปัญหาเฉพาะที่
สขุ ภาพสว่ นบคุ คลอาจไมไ่ ดผ้ ล ถา้ ปจั จยั รอบนอกยงั กดทบั
นอกจากนี้ สมชั ชาอนามยั โลก ครง้ั ท่ี 62 และ 65 (เมอ่ื
ปี พ.ศ. 2552 และ พ.ศ. 2555) ไดเ้ รยี กรอ้ งใหป้ ระเทศ
สมาชิกให้ความส�ำคัญกับประเด็นต่างๆ ในการพัฒนา

* ค�ำนยิ ามภาษาอังกฤษ คือ Health is a complete dynamic state of physical, mental, social and spiritual well-being
and not merely the absence of disease and infirmity.

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 93

อยู่ ดงั นน้ั การสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ สขุ ภาพทด่ี จี งึ ตอ้ งพฒั นาปจั จยั สังคม การเข้าถึงโอกาสดา้ นตา่ งๆ รวมถงึ สิทธิด้านสขุ ภาพ
หลายดา้ นทอ่ี ยนู่ อกแวดวงสขุ ภาพ เชน่ ความเปน็ ธรรมทาง และสทิ ธิในการดำ� รงอยใู่ นสงิ่ แวดล้อมทด่ี ี

ภาพท่ี 5.1 ปัจจยั ทางสงั คมท่กี ำ� หนดสุขภาพ

ปัจจยั กาํ หนดสขุ ภาพ •การผลกั ใสใหอ้ ยชู่ ายขอบ •การคา้ และตลาด
•กลมุ่ ชนดง่ั เดมิ •การไหลของทนุ
ความขดั แยง้ •การกดข่ี •วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความรนุ แรง •สทิ ธบิ ตั ร
การกดี กนั ทางสงั คม ความ
ผสู ้ งู อายุ ยากจน

พัฒนาเด็กปฐมวยั โลกาภวิ ตั น์
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร

วถิ ชี วี ติ กายภเาศพรษ/ชฐกวี ภจิ /าพการเมอื งกบารรรยเมาอืกงาศทาง
แอลกอฮอล์ พฤตกิ รรม
ยาสบู
ความเชอื่ วฒั นธรรม/ศาสนา
ปจั เจกบคุ คล
ยาเสพตดิ พนั ธุกรรม สงิ่ แวดลอ้ ม ประชากร ภยั ธรรมชาติ

เพศสภาพ จติ วญิ ญาณ การศกึ ษา โภลาวกะรอ้ น
ความมง่ั คงปลอดภยั
สขุ ภาพ
สตรี การขนสง่
ทนุ ทาง
สงั คม

การศกึ ษาทาง ความเทา่ เทยี ม/ ระบบ คณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพ เมอื ง/ชนบท
วชิ าชพี ความครอบคลมุ /
ชนดิ และระดบั การบรกิ าร บรกิ ารสขุ ภาพ บบรรกกิิ าารรสเอากธชารนณะ/ สทิ ธมิ นุษยชน
การแพทยท์ างเลอื ก อาหาร
และการแพทย์ การจา้ งงาน
พน้ื บา้ น

การสาธารณสขุ มลู ฐาน การเงนิ การคลงั ดา้ นสขุ ภาพ

สขุ ภาวะทางจติ วญิ ญาณ สขุ ภาวะทางกายและจติ ใจ 1

ท่มี า: อำ� พล จนิ ดาวฒั นะ(2)

ระบบสุขภาพ (Health System) พระราชบัญญัติ ระบบสาธารณสุข (Public Health System) ซึ่ง
สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ได้ใหน้ ยิ ามวา่ ระบบสขุ ภาพ เป็นส่วนหน่ึงของระบบสุขภาพ หมายถึง ระบบของการ
เป็นระบบความสัมพันธ์ทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ จัดการเก่ียวกับการป้องกัน การบ�ำบัดโรค การรักษา
เปน็ ระบบทีค่ รอบคลมุ ระบบยอ่ ยต่างๆ ทงั้ ทีเ่ กี่ยวข้องกับ และส่งเสริมสุขภาพของประชาชน(4) และระบบบริการ
การพฒั นาสขุ ภาพโดยตรงและโดยออ้ ม ซง่ึ ครอบคลมุ ไปถงึ สาธารณสุขมีความหมายว่าการบรกิ ารต่างๆ อันเก่ยี วกับ
ระบบทเี่ กยี่ วกบั ปจั จยั กำ� หนดสขุ ภาพ (Determinants of การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรคและปัจจัย
Health) ดว้ ย เชน่ ระบบดา้ นสงั คม เศรษฐกจิ สง่ิ แวดลอ้ ม ทคี่ กุ คามสขุ ภาพ การตรวจวนิ จิ ฉยั และบำ� บดั สภาวะความ
การเมือง วัฒนธรรม การศึกษา เป็นต้น(3) ดังน้ันระบบ เจบ็ ปว่ ย และการฟ้นื ฟูสมรรถภาพของบคุ คล ครอบครัว
สุขภาพจึงมีความหมายครอบคลุมตั้งแต่สุขภาพในระดับ และชมุ ชน(5)
ปัจเจกบุคคลและสุขภาพท่ีด�ำเนินนอกตัวบุคคล รวมถึง
กิจกรรมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

94 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

5.2 องคป์ ระกอบของระบบสขุ ภาพ สุขภาพของตน ครอบครัว ชุมชนและกลุ่มได้ รวมท้ัง
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ได้ จัดการกับปัจจัยสังคมที่ก�ำหนดสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
กับบริบทและพื้นที่ รวมถึงการมีส่วนร่วมและเสริมพลัง
ก�ำหนดองค์ประกอบหลักของระบบสุขภาพ ซ่ึงต้อง ทุกภาคส่วนในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
มีการจัดท�ำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เพื่อ ตามแนวทาง “ทุกนโยบายหว่ งใยสขุ ภาพ”
เปน็ กรอบทิศทางนโยบายดา้ นสขุ ภาพของประเทศ เอาไว้
ในมาตรา 47 โดยทธ่ี รรมนญู วา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพแหง่ ชาติ (3) การป้องกันและควบคุมโรคและปัจจัยท่ีคุกคาม
ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2559(6) ซึ่งประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา สขุ ภาพ
เม่ือวัยที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ได้วางปรชั ญาและแนวคิด
หลกั ของระบบสขุ ภาพ ทกี่ ำ� หนดใหส้ ขุ ภาพเปน็ สทิ ธขิ นั้ พน้ื สิทธิของบุคคลและชุมชนในการด�ำรงชีวิตอยู่
ฐานของคน ทงั้ ในระดบั ครอบครวั ชมุ ชนและสงั คมวงกวา้ ง ภายใต้สิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อสุขภาพ
โดยครอบคลุมการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในทุกด้าน และได้รับการป้องกันและควบคุมโรคและปัจจัยท่ี
และบุคคลพึงมีความตระหนักรู้และมีบทบาทในการดูแล คุกคามสุขภาพอย่างมีมาตรฐานและทันต่อสถานการณ์
สุขภาพของตนเอง ครอบครัว บุคคลในความดูแลและ ครอบคลุมปัจจัยสังคมท่ีก�ำหนดสุขภาพ มีมาตรการ
ชุมชน โดยรัฐมีหน้าท่ีส่งเสริมสนับสนุนและคุ้มครองและ เชิงรุกที่มีธรรมาภิบาล สร้างดุลยภาพระหว่างการพัฒนา
ก�ำหนดเร่ืองการจัดให้มีหลักประกันและความคุ้มครอง ด้านตา่ งๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง โดยค�ำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ สุขภาพ
ให้เกดิ สขุ ภาพ ครอบคลมุ บคุ คลทุกคนบนผนื แผน่ ดนิ ไทย ของประชาชน ชุมชนและสังคมเป็นส�ำคัญ รวมถึงการ
และครอบคลุมถึงปัจจัยทั้งหลายท่ีอาจส่งผลกระทบต่อ มีระบบเฝ้าระวัง และมีการประเมินผลกระทบด้าน
สขุ ภาพ ซง่ึ ตอ้ งเกดิ จากการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ นของ สุขภาพที่ใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์หรือองค์ความรู้
สงั คม เอาไวใ้ นสว่ นของหลกั การสำ� คญั ของระบบสขุ ภาพ อย่างรอบคอบและรอบด้านมาใช้ในการก�ำหนดนโยบาย
โดยในส่วนขององค์ประกอบของระบบสุขภาพตามกรอบ สาธารณะ เพ่ือการป้องกันและควบคุมโรคและปัจจัยท่ี
ของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 คุกคามสขุ ภาพ โดยมที ุกภาคส่วนเข้ามามสี ว่ นรว่ ม
พ.ศ. 2559 ไดว้ างกรอบสาระสำ� คญั ขององคป์ ระกอบของ
ระบบสขุ ภาพเอาไว้ 14 หมวด ดังน้ี (4) การบรกิ ารสาธารณสขุ และการสรา้ งหลกั ประกนั
คณุ ภาพ
(1) สทิ ธแิ ละหน้าทดี่ า้ นสุขภาพ
การได้รับสิทธิด้านสุขภาพท่ีจ�ำเป็นตามหลักสิทธิ การบริการสาธารณสุขต้องมุ่งสู่การมีสุขภาพดีอย่าง
มนุษยชน เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาวะ ครอบคลุมท้ังการ ถ้วนหน้า ตอบสนองต่อความจ�ำเป็นด้านสุขภาพของ
เข้าถึงบริการสาธารณสุขและปัจจัยอ่ืนๆ ที่มีผลต่อ ประชาชนทุกกลุ่มและทุกวัย สามารถเช่ือมโยงการ
สุขภาพ โดยค�ำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและ จัดการด้านสุขภาพในมิติต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างเป็น
ความสอดค้องกับบริบทด้านต่างๆ ของสังคมและรัฐต้อง องค์รวม รวมทั้งให้ความส�ำคัญกับความเป็นธรรมใน
เคารพสทิ ธดิ า้ นสขุ ภาพของบคุ คล มหี นา้ ทป่ี กปอ้ งคมุ้ ครอง การเข้าถึงและการได้รับบริการท่ีมีคุณภาพ โดยมีการ
ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลได้รับสิทธิด้านสุขภาพโดย บริหารระบบการเงินการคลังที่มีประสิทธิภาพและเอื้อ
ไม่เลอื กปฏบิ ัติ ให้เกิดความยั่งยืนของระบบสุขภาพ เน้นความร่วม
(2) การสร้างเสริมสขุ ภาพ มือและใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ของทุกภาคส่วน รวมถึง
การส่งเสริมและสนับสนุนบุคคล ครอบครัว ชุมชน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
และประชาชนกลุ่มต่างๆ ให้สามารถจัดการหรือพัฒนา อย่างจริงจัง ท้ังในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ
เพื่อให้เกิดการบริการสาธารณสุขท่ีมีคุณภาพและความ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 95

ปลอดภัย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ จริยธรรมและ พัฒนาสุขภาพ ซ่ึงจ�ำเป็นต้องมีกลไกท้ังระดับชาติและ
จรรยาบรรณแหง่ วชิ าชพี คำ� นงึ ถงึ คณุ คา่ และศกั ดศ์ิ รคี วาม ระดับพื้นท่ีที่ท�ำหน้าที่สนับสนุนและด�ำเนินการสร้าง
เปน็ มนษุ ย์ โดยยึดประโยชน์สขุ ของประชาชนเปน็ ที่ต้ัง ความรู้ท่ีสอดคล้องกับบริบทของสังคม พื้นที่และชุมชน
บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ มี
(5) การส่งเสริม สนับสนุน การใช้และการพัฒนา การจดั การอยา่ งเปน็ ระบบ ไดร้ บั ความคมุ้ ครอง มคี ณุ ภาพ
ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพการแพทย์แผนไทย และมีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง และ
การแพทย์พนื้ บ้านและการแพทย์ทางเลือกอ่ืน สนับสนุนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านสุขภาพ
เพ่ือการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ
การส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการยอมรับภูมิปัญญา การใช้ฐานความรู้ท่ีรอบด้าน เพียงพอและเช่ือถือได้ ใน
ท้องถ่ินด้านสุขภาพ การแพทย์แผนไทย การแพทย์ การพัฒนานโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพทุกระดบั
พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกอ่ืน โดยพัฒนาต่อยอด
จากฐานเดิมอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง และส่งเสริม (8) การเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารด้าน
สนับสนุนให้อยู่ในวิถีชีวิตคนไทย โดยเน้นการพัฒนา สขุ ภาพ
และต่อยอดองคค์ วามรู้ เพื่อใหส้ ามารถนำ� ไปใช้ประโยชน์
ได้อย่างมีประสิทธิผล เอ้ือให้ประชาชนมีสิทธิเลือกใช้ การสอื่ สารขอ้ มลู และขา่ วสารดา้ นสขุ ภาพสสู่ าธารณะ
และเข้าถึงได้อย่างเหมาะสมและมีความปลอดภัยและ จะต้องมีการบริหารจัดการท่ีมีประสิทธิภาพและทันต่อ
มีการคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์ สถานการณ์ผ่านเครื่องมือและช่องทางการส่ือสารอย่าง
พนื้ บา้ นไทย และสมนุ ไพรไทย อยา่ งเหมาะสมในทกุ ระดบั ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น รอบดา้ น เชอ่ื ถอื ได้ เขา้ ใจงา่ ย เหมาะสม
โดยในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านสุขภาพในบริบท กบั กลมุ่ เปา้ หมาย ไมเ่ ปน็ ผลลบตอ่ สงั คม และไมล่ ะเมดิ สทิ ธิ
ของชุมชน ตอ้ งมคี วามสอดคลอ้ งกับวถิ ีชุมชน ระบบนิเวศ ส่วนบุคคล โดยที่รัฐและทุกภาคส่วนต้องให้ความส�ำคัญ
และมเี ป้าหมายสู่การพงึ่ พาตนเองดา้ นสขุ ภาพ กับความรู้ที่เท่าทันด้านสุขภาพหรือความแตกฉานด้าน
สุขภาพท่ีเหมาะสมกับบุคคลหรือกลุ่มคน เพื่อให้เป็น
(6) การคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคด้านสขุ ภาพ ภูมิคุ้มกันพ้ืนฐานท่ีจ�ำเป็นส�ำหรับประชาชนในยุคข้อมูล
การคุม้ ครองสทิ ธผิ บู้ ริโภคด้านสุขภาพ โดยมีระบบที่ ขา่ วสารท่วมทน้
มเี ปา้ หมายเพอื่ การปกปอ้ งและคมุ้ ครองสทิ ธขิ องผบู้ รโิ ภค
มงุ่ เนน้ การดำ� เนนิ งานในการสรา้ งกระบวนการเรยี นรู้ เพอื่ (9) การสร้างและพฒั นากำ� ลงั คนด้านสขุ ภาพ
เสริมศักยภาพของผู้บริโภค การให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็น ก�ำลังคนด้านสุขภาพ เป็นองค์ประกอบส�ำคัญใน
จรงิ และครบถว้ นเพอื่ ใหผ้ บู้ รโิ ภคตดั สนิ ใจไดอ้ ยา่ งรเู้ ทา่ ทนั การบรรลุเป้าหมายการมีสุขภาพดีของประชาชน ซ่ึง
การจดั ใหม้ กี ลไกเฝา้ ระวงั ตดิ ตามและตรวจสอบสนิ คา้ และ การวางแผนก�ำลังคนด้านสุขภาพจะต้องสอดรับกับ
บริการในแต่ละระดับ และการสนับสนุนการมีส่วนร่วม การออกแบบระบบสุขภาพที่สอดคล้องกับความจ�ำเป็น
ของผู้บริโภค องค์กรผบู้ ริโภคและเครือข่ายในการดำ� เนนิ ด้านสุขภาพของประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยให้ความ
การคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง โดยท่ีรัฐมีการส่งเสริม ส�ำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง
สนับสนุนให้ผู้บริโภคมีความเข้มแข็ง ตระหนัก รู้เท่าทัน ในการก�ำหนดนโยบายและการสนับสนุนการวางแผน
สามารถพทิ ักษ์สิทธิของตนเอง รวมถงึ มกี ารรวมกล่มุ เพือ่ การผลติ การพฒั นา การธำ� รงรกั ษาและการบรหิ ารจดั การ
ปกป้องการละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ โดยปลอดจาก กำ� ลงั คนดา้ นสขุ ภาพ รวมถงึ การสง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ติ และ
การแทรกแซงใดๆ ความสขุ ในการทำ� งานของบคุ ลากร เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเพยี ง
(7) การสรา้ งองคค์ วามรูด้ า้ นสขุ ภาพ พอ ความเป็นธรรมและตอบสนองต่อความต้องการด้าน
ความรดู้ า้ นสขุ ภาพเปน็ ปจั จยั พนื้ ฐานทส่ี ำ� คญั สำ� หรบั สขุ ภาพของประชาชนไดอ้ ย่างแท้จริง
การก�ำหนดทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพและการ

96 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

(10) การเงนิ การคลงั ดา้ นสขุ ภาพ การเชอื่ มโยงมนษุ ยก์ บั ศรทั ธาความเชอื่ อดุ มคตหิ รอื คณุ คา่
การเงินการคลังด้านสุขภาพต้องเป็นไปเพ่ือ สูงสุดท่ีตนยึดถือ และมิติแนวราบคือการเช่ือมโยงมนุษย์
ความยั่งยืนของระบบสุขภาพท่ีพึงประสงค์ โดยมีสถานะ กับสรรพสิง่ รอบตัว ดังน้ันการบรรลซุ ่งึ สุขภาพทางปญั ญา
ทางการเงินที่มีความเพียงพอและมีการบริหารจัดการที่ จำ� เป็นต้องมคี วามสมดลุ กันทัง้ ในมติ ิแนวดง่ิ และแนวราบ
เปน็ ธรรม ซง่ึ การลงทนุ ดา้ นสขุ ภาพตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ผลกระทบ
ตอ่ ระบบสขุ ภาพในภาพรวม ทงั้ ในระยะสนั้ และระยะยาว (13) การอภบิ าลระบบสขุ ภาพ
รวมถึงประสิทธิภาพและความม่ันคงของระบบสุขภาพ การอภบิ าลระบบสขุ ภาพตอ้ งเปน็ ไปเพอ่ื ความยงั่ ยนื
โดยที่การเงินการคลังของระบบบริการสาธารณสุขไทย และท�ำหน้าท่ีไดอ้ ย่างมีประสทิ ธผิ ล มีประสทิ ธภิ าพและมี
ต้องสร้างหลักประกันให้ประชากรกลุ่มต่างๆ ได้รับความ ความเปน็ เอกภาพ มุ่งสู่เป้าหมายในทิศทางเดียวกนั โดย
เปน็ ธรรมและสามารถปอ้ งกนั มใิ หป้ ระชาชนและประเทศ ยึดประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ต้ัง รวมทั้งให้ความ
ลม้ ละลายจากปญั หาสุขภาพได้ ทัง้ นีก้ ารจดั สรรเงนิ ไปยัง ส�ำคัญกับความเป็นธรรมและความเท่าเทียมกันในสังคม
บริการประเภทต่างๆ จะต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการผสมผสานอย่างสมดุล ระหว่างการอภิบาลโดย
และมีความเป็นธรรม รวมถึงให้ความส�ำคัญกับการสร้าง รัฐ การอภิบาลโดยตลาดและการอภิบาลโดยเครือข่าย
เสรมิ สขุ ภาพ การปอ้ งกนั ควบคุมโรค และการจัดการกบั โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ท�ำงานร่วมกัน
ปัจจยั ท่คี กุ คามสุขภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเช่ือมโยงกลไกหลาย
(11) สขุ ภาพจติ ระดับ นอกจากน้ียังต้องให้ความส�ำคัญกับการบูรณาการ
การดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพจติ ตอ้ งมงุ่ เนน้ การสง่ เสรมิ การทำ� งานขา้ มภาคสว่ น การเรยี นรขู้ า้ มศาสตรใ์ นลกั ษณะ
สุขภาพจิต ส่งเสริมความสามารถในการจัดการปัญหาใน สหสาขาวิชา และการกระจายอ�ำนาจและกระจาย
การด�ำเนินชีวิตและการท�ำงานได้อย่างสร้างสรรค์ เกิด ทรัพยากรประเภทต่างๆ ให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม รวมถึง ท้องถ่ินอย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถสนับสนุนและ
พฒั นาศกั ยภาพของระบบบรกิ ารสขุ ภาพจติ และจติ เวชใหม้ ี ประสานการท�ำงานกับชุมชนและภาคส่วนอ่ืนๆ ในพ้ืนที่
ประสทิ ธภิ าพ เขา้ ถงึ ไดง้ า่ ยในทกุ กลมุ่ วยั ทง้ั เชงิ รบั และเชงิ ในการท�ำหน้าท่ีพัฒนานโยบายสาธารณะเพ่ือสุขภาพ
รกุ โดยเน้นกระบวนการมสี ่วนรว่ มจากทกุ ภาคส่วน และ และสามารถจัดการงานด้านสุขภาพด้วยตนเองได้อย่าง
ให้ความส�ำคัญกับการปรับทัศนคติของครอบครัว ชุมชน เหมาะสม
และสังคม ให้เข้าใจและยอมรับการอยู่ร่วมและใช้ชีวิต (14) ธรรมนญู สุขภาพพ้นื ที่
อย่างปกติในสังคมของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการ ธรรมนูญสุขภาพพ้ืนท่ี เป็นเคร่ืองมือในการจัดการ
ให้การสนับสนุนทางสังคมด้วยการเกื้อกูลและให้โอกาส ระบบสุขภาพในระดับพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาระบบ
ไมแ่ บ่งแยก ไม่กดี กัน สุขภาพเป็นไปอย่างสอดคล้องกับบริบทและความ
(12) สขุ ภาพทางปญั ญา จ�ำเป็นด้านสุขภาพของแต่ละพื้นท่ี โดยมีลักษณะเป็น
สุขภาพทางปัญญาเป็นฐานรากของสุขภาพองค์ ข้อตกลงร่วมในการก�ำหนดทิศทางหรือแนวปฏิบัติอัน
รวม การปฏิบัติเพ่ือสุขภาพทางปัญญาน�ำไปสู่ภาวะของ จะน�ำไปสู่สุขภาวะของชุมชน ซ่ึงชุมชนสามารถจัดท�ำ
มนษุ ย์ท่ีมีความรู้ท่วั ความรู้เทา่ ทนั และความเข้าใจอยา่ ง ธรรมนูญสุขภาพพื้นท่ีตามความสมัครใจและตามความ
แยกแยะได้ในเหตุผลแห่งความดีและความชั่ว ความมี พร้อมของชุมชน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและ
ประโยชนแ์ ละความมโี ทษ ซง่ึ นำ� ไปสคู่ วามมจี ติ ใจอนั ดงี าม รัฐให้การสนับสนุนและเข้ามามีส่วนร่วมท้ังน้ีการจัดท�ำ
และเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ โดยท่ีสุขภาพทางปัญญาสัมพันธ์กับ ขบั เคล่อื น ทบทวนและประเมินผลธรรมนญู สขุ ภาพพน้ื ที่
สขุ ภาพทางกาย ทางจติ และทางสงั คม มที งั้ มติ แิ นวดงิ่ คอื ตอ้ งใหค้ วามสำ� คญั กบั กระบวนการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาค
สว่ นในชมุ ชน

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 97

5.3 การปฏริ ปู แบบการอภบิ าลระบบสขุ ภาพ จะประกอบดว้ ย สาระในหมวด 3 สทิ ธิและเสรภี าพของ
5.3.1 การสาธารณสขุ ภายใต้รฐั ธรรมนญู และ ปวงชนชาวไทย หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ หมวด 6 แนว
นโยบายแหง่ รฐั หมวด 14 การปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และ
ธรรมนญู วา่ ด้วยระบบสุขภาพแหง่ ชาติ หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ดังน้ี
1) บทบญั ญตั ริ ฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.
(1) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทยตาม
2560 กับการคุ้มครองสุขภาพประชาชนตามธรรมนูญว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ หมวดท่ัวไป ได้วางหลักการ
ด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2559(7) คมุ้ ครองสทิ ธเิ สรภี าพของชนชาวไทยไว้โดยมาตรา4บญั ญตั ิ
วา่ “ศกั ดศิ์ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ สทิ ธิ เสรภี าพ และความเสมอ
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบบั ปี พ.ศ. 2560 ภาคของบคุ คลยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครอง”และ“ปวงชนชาว
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เมอื่ วนั ที่ 6 เมษายน 2560 ไทยยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามรฐั ธรรมนญู เสมอกนั ” อกี
โดยรัฐธรรมนูญฯ ฉบับนี้ มีบทบัญญัติรวมท้ังสิ้น 279 ท้งั มาตรา 27 ในหมวด 3 ยังไดย้ ้�ำวา่ “บุคคลย่อมเสมอกนั
มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาล ดงั นี้ ในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครอง
ตามกฎหมายเท่าเทียมกัน”และ“การเลือกปฏิบัติที่ไม่
หมวด 1 บททั่วไป เป็นธรรมต่อบุคคล...จะกระท�ำมิได้” แต่“มาตรการท่ีรัฐ
หมวด 2 พระมหากษตั ริย์ กำ� หนดขนึ้ เพอื่ ขจดั อปุ สรรคหรอื สง่ เสรมิ ใหบ้ คุ คลสามารถ
หมวด 3 สทิ ธแิ ละเสรภี าพของปวงชนชาวไทย ใช้สิทธิหรือเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่นหรือเพื่อ
หมวด 4 หน้าทข่ี องปวงชนชาวไทย คมุ้ ครอง หรอื อำ� นวยความสะดวกใหแ้ กเ่ ดก็ สตรี ผสู้ งู อายุ
หมวด 5 หน้าท่ีของรฐั คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือก
หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรฐั ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม...” นอกจากนี้ หมวด 3 ยังเป็น
หมวด 7 รัฐสภา บทบัญญัตทิ ่กี ำ� หนดสาระแห่งสทิ ธิเสรภี าพของประชาชน
หมวด 8 คณะรัฐมนตรี ในด้านต่างๆ ที่รัฐธรรมนูญประสงค์จะคุ้มครอง ซึ่ง
หมวด 9 การขดั กันแหง่ ผลประโยชน์ ครอบคลุมทั้งสิทธิในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และ
หมวด 10 ศาล สทิ ธพิ ลเมอื ง ซ่ึงประชาชนจะเปน็ ผทู้ รงสิทธิโดยตรง สว่ น
หมวด 11 ศาลรฐั ธรรมนูญ หมวด 5 เป็น บทบัญญัติให้รัฐ (หน่วยงานของรัฐ:ฝ่าย
หมวด 12 องคก์ รอิสระ บริหาร) ต้องและจะต้องปฏิบัติหน้าท่ีอันส�ำคัญที่รองรับ
หมวด 13 องค์กรอัยการ สิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนในเร่ืองต่างๆ โดย
หมวด 14 การปกครองส่วนทอ้ งถิ่น มีหมวด 6 เป็นกรอบแนวทางหรือแนวนโยบายแห่งรัฐ
หมวด 15 การแกไ้ ขเพม่ิ เติมรัฐธรรมนญู ท่ีรัฐบาลจะพึงน�ำไปก�ำหนดเป็นนโยบายเสนอต่อรัฐสภา
หมวด 16 การปฏิรปู ประเทศ หรอื ประชาชนได้ สว่ นหมวด 16 เป็นการกำ� หนดสารัตถะ
บทเฉพาะกาล ของการปฏิรูปประเทศท่ีสอดคล้องกับความต้องการและ
บทบัญญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญฯ ฉบบั พ.ศ. 2560 หมวด เจตนารมณข์ องมวลมหาประชาชนทอ่ี อกมาเรยี กรอ้ งใหม้ ี
ทม่ี ีสาระเกีย่ วข้องกับระบบสขุ ภาพโดยตรง ภายใตก้ รอบ การปฏิรูปประเทศ บทบญั ญัติทงั้ 4 หมวดน้ี จึงเชอื่ มโยง
ความหมายของค�ำว่า “สุขภาพ” ท่ีหมายถึง ภาวะของ เกยี่ วเน่ืองกัน ดังภาพที่ 5.2
มนุษยท์ ่ีสมบรู ณท์ งั้ ทางกาย จติ ปัญญา และสงั คม เชอ่ื ม
โยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล และ“ระบบสุขภาพ” ท่ี
หมายถึง ระบบความสัมพันธ์ท้ังมวลท่ีเกี่ยวข้องกับ
สุขภาพ ตามพระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

ii ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ที่ 13–4 ตอนท่ี 40 ก วนั ท่ี 6 เมษายน 2560
98 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ภาพท่ี 5.2 ความเช่อื มโยงเกี่ยวเนอ่ื งกนั ของบทบญั ญัติของรฐั ธรรมนญู หมวด 3, 5, 6 และ 16

ความสัมพนั ธข องบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนญู
หมวด 3 หมวด 5 หมวด 6 และหมวด 16

หมวด 16 การปฏิรปู ประเทศ

หมวด 5 หนาทขี องรฐั พรรคการเมือง

เรยี กรอ งรฐั ตองปฏิบัตใิ ห/ หมวด ด
ใหป ฏบิ ัตไิ ด ละเวน ไมได แนวนโยบายแหง รฐั

หขมอวงดปว3งสชิทนธชิเาสวรไีภทายพ

เพือ คมุ ครองใหป ระชาชนไดอยเู ยน็ เปน สขุ

(2) สาระแหง่ สทิ ธดิ า้ นสขุ ภาพโดยตรงทรี่ ฐั ธรรมนญู ได้ รฐั ธรรมนญู ประกาศใชแ้ ละใหด้ ำ� เนนิ การจดั ทำ� ยทุ ธศาสตร์
บญั ญตั ิรบั รองและค้มุ ครองไว้ ในหมวด 3 หมวด 5 หมวด ชาตใิ หแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน 1 ปนี บั แตว่ นั ทกี่ ฎหมายดงั กลา่ วใช้
6 และหมวด 16 ประกอบด้วย บงั คบั โดยในขน้ั ตอนการจดั ทำ� การกำ� หนดเปา้ หมาย ระยะ
เวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์
(2.1) สิทธิพ้ืนฐานด้านสุขภาพ ตามมาตรา 47 ชาติ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ
และมาตรา 55 ทีร่ ะบวุ ่า “บคุ คลยอ่ มมีสทิ ธไิ ดร้ ับบริการ ทง้ั นี้ กฎหมายดงั กลา่ วตอ้ งมบี ทบญั ญตั เิ กยี่ วกบั การมสี ว่ น
สาธารณสขุ ของรัฐ”ท่ีครอบคลมุ การสง่ เสริมสขุ ภาพ การ รว่ มและการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชนทกุ ภาคสว่ น
ควบคมุ และปอ้ งกนั โรค การรกั ษาพยาบาล และการฟน้ื ฟู อย่างทั่วถึงดว้ ย
สุขภาพด้วย โดยผู้ยากไร้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเน้น
ให้รัฐต้องให้ความส�ำคัญกับการให้ความรู้พ้ืนฐานเพื่อการ (2.3) สิทธิด้านสุขภาพส�ำหรับกลุ่มอ่อนไหว มาตรา
ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเสริมภูมิปัญญาการแพทย์ 48 จะคุ้มครองมารดาในช่วงระหว่างก่อนและหลังการ
แผนไทยมากขนึ้ ซง่ึ สะทอ้ นถงึ แนวนโยบายเรอ่ื ง“สรา้ งนำ� คลอดบตุ ร และบคุ คลซ่ึงมอี ายเุ กินหกสบิ ปีและไมม่ รี ายได้
ซ่อม” ส่วนกรณีเกิดโรคติดต่ออันตรายให้เป็นหน้าท่ีของ เพียงพอแกก่ ารยังชพี มาตรา 71 วรรคสาม คมุ้ ครองสิทธิ
รฐั โดยตรง ของกลมุ่ ผอู้ อ่ นไหวตอ่ ปญั หาดา้ นสขุ ภาพ หญงิ มคี รรภ์ เดก็
เยาวชน สตรี ผสู้ งู อายุ คนพกิ าร ผยู้ ากไรแ้ ละผดู้ อ้ ยโอกาส
(2.2) สิทธิด้านสุขภาพท่ีต้องมีการปฏิรูป ใน พร้อมก�ำหนดให้รัฐพึงต้องมีแนวนโยบายแห่งรัฐในการ
หมวด 16 ที่ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 ดูแลให้สามารถดำ� รงชีวิตได้อย่างมีคณุ ภาพ มิใหต้ ้องถูกใช้
ข้อ ช.(4)(5) ก�ำหนดให้ปฏิรูปใน 2 เรื่องคือ เร่ืองการ ความรุนแรงหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งการ
สรา้ งระบบหลกั ประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ สะดวก ฟ้ืนฟูและเยยี วยาอยา่ งเหมาะสมดว้ ย
ทัดเทียมกัน และเรื่องการให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิท่ี
มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนท่ี (2.4) สิทธิด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกัน
เหมาะสม ท้ังน้ีมาตรา 259 ให้ตรากฎหมายว่าด้วยแผน โรค เป็นการคุ้มครองสุขภาพโดยการควบคุมปัจจัยท่ี
และข้ันตอนการปฏิรูปประเทศ ภายใน 120 วัน นับแต่ คุกคามต่อสุขภาพ โดยมาตรา 58 ได้ก�ำหนดมาตรการ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 99

ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สขุ ภาพ ก็จะตอ้ งให้ความสำ� คญั และมีการปรับตัวในสว่ น
ชุมชน กรณีการด�ำเนินการใดของรัฐหรือท่ีรัฐจะอนุญาต ที่เก่ียวข้อง โดยเฉพาะในเร่ืองการจัดท�ำยุทธศาสตร์ชาติ
ใหผ้ ใู้ ดดำ� เนนิ การทอ่ี าจมผี ลกระทบตอ่ ทรพั ยากร ธรรมชาติ ระยะ 20 ปี และแผนปฏิรปู ประเทศด้านต่างๆ ซ่งึ ในท่ีสดุ
คุณภาพส่ิงแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตของ จะสง่ ผลกระทบเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพอย่างหลกี เลีย่ ง
ชุมชนอย่างรุนแรง และบุคคล ชุมชนมีสิทธิได้รับข้อมูล ไม่ได้
ค�ำช้ีแจงและเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการด�ำเนิน
การหรืออนุญาต และต้องด�ำเนินการให้มีการเยียวยา 5.3.2 กลไกในระบบสขุ ภาพแห่งชาติ
ความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ 1) กลไกระดับชาติ
ไดร้ บั ผลกระทบอยา่ งเปน็ ธรรมและโดยไมช่ กั ชา้ นอกจาก ประเทศไทยในชว่ ง 10 ปี ทผี่ า่ นมา ถอื เปน็ ช่วงเวลา
นตี้ ามมาตรา 43 (2) (3) ยงั เปน็ บทบญั ญตั ทิ แ่ี สดงถงึ การให้ ที่มีการเปล่ียนผ่านภายในประเทศอย่างมาก ซ่ึงเป็นไป
สิทธแิ กบ่ คุ คลหรือชุมชน ในการเขา้ รว่ มกับรฐั และองคก์ ร ตามบริบทของการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในการบ�ำรุงรักษา ใช้ประโยชน์ ที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการส่ือสาร รวมถึง
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ การเขา้ รว่ มใน วทิ ยาการดา้ นตา่ งๆ ผลกั ดนั ใหเ้ กดิ การปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพ
กระบวนการศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและ โดยการจัดตั้งกลไกใหม่ๆ ในระบบสุขภาพแห่งชาติ ท่ี
สขุ ภาพของชมุ ชนในพน้ื ที่น้นั ๆ ด้วย มีความเช่ือมโยงสัมพันธ์กันท้ังในส่วนของกระทรวง
สาธารณสขุ และองคก์ รตา่ งๆ ทตี่ ง้ั ขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั ิ
(2.5) สทิ ธใิ นการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค มาตรา 46 ไดใ้ ห้ เฉพาะ (ภาพท่ี 5.3) เช่น สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
สทิ ธใิ นการรวมกนั จดั ตง้ั เปน็ องคก์ รทมี่ คี วามเปน็ อสิ ระเพอ่ื (สวรส.) สำ� นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
ใหเ้ กดิ พลงั ในการคมุ้ ครองและพทิ กั ษส์ ทิ ธขิ องผบู้ รโิ ภคโดย (สสส.) ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ให้ได้รบั การสนับสนุนจากรัฐ ทั้งน้ี ตามท่กี ฎหมายบัญญตั ิ ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบัน
และเพื่อให้สามารถลดปัจจัยเส่ียงด้านสุขภาพส�ำหรับ รับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) สถาบันการแพทย์
ผู้บริโภคได้อย่าเป็นจริง มาตรา 53 จึงก�ำหนดให้รัฐต้อง ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ตลอดจนกระทรวงอื่นๆ ท่ี
บังคับใชก้ ฎหมายอยา่ งเคร่งครดั และมาตรา 41 กำ� หนด เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ภาคีเครือข่ายท้ังภาครัฐและเอกชน
ใหบ้ ุคคลและชมุ ชนยอ่ มมสี ทิ ธิ (1) ไดร้ บั ทราบและเข้าถงึ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่
ข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ (2) เสนอเรื่องราวร้องทุกข์ ภาพที่ 5.3 ภาพแสดงความเชอ่ื มโยงของกลไกตา่ งๆ
(3) ฟ้องหน่วยงานของรัฐได้ ท้งั นี้ มาตรา 59 ใหร้ ฐั ต้อง ในระบบสขุ ภาพแห่งชาติ
เปดิ เผยขอ้ มูลหรือขา่ วสารสาธารณะโดยท่ัวไปด้วย
ท่ีมา : ส�ำนกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
รัฐธรรมนูญฯ ฉบับ พ.ศ. 2560 ได้บรรจุเร่ืองหลัก
ประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้ ไวใ้ นหมวดของการปฏริ ปู ประเทศ
และเน้นการดูแลประชาชนครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย
รวมทง้ั สนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนมหี มอครอบครวั เพอื่ พฒั นา
บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิและการให้สิทธิด้านต่างๆ
ท่ีเก่ียวข้องกับสุขภาพและความเป็นธรรมทางสุขภาพที่
ประชาพงึ ไดร้ บั ทไ่ี ดร้ บั การคาดหวงั วา่ จะยงั คงมมี าตรฐาน
และความเสมอภาค ซึ่งในหลายประเด็นมีความเช่ือมโยง
กบั กฎหมายเดมิ และหลายประเดน็ กจ็ ะตอ้ งมกี ารบญั ญตั ิ
กฎหมายใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องด�ำเนินการให้
เกิดขึ้น โดยที่กลไกต่างๆ ทุกภาคส่วนที่อยู่ภายใต้ระบบ

100 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

2) กลไกระดบั เขตพน้ื ท่ี อ�ำเภอและต�ำบล สร้างสุขภาพให้กับประชาชน ทั้งด้าน
(1) เขตสุขภาพ: การจัดบริการเชงิ รุกระดบั พนื้ ท่ี บริการสุขภาพและด้านสังคมที่มีผลต่อสุขภาพ เน้นการ
ของกระทรวงสาธารณสขุ ตอบสนองตอ่ ความจำ� เปน็ ดา้ นสขุ ภาพของประชาชน โดย
กระทรวงสาธารณสุข มีการปรับรูปแบบการจัด ใช้พนื้ ทร่ี ะดับอำ� เภอเป็นพืน้ ท่ีปฏิบตั ิการ
บริการและบริหารจัดการในลักษณะเขตสุขภาพ ต้ังแต่
ปี พ.ศ. 2556 เปน็ ต้นมา โดยแบง่ เปน็ 12 เขต แต่ละเขต (2) เขตสุขภาพเพ่ือประชาชน: กลไกบรู ณาการ
มีขอบเขตพ้ืนท่ีครอบคลุม 4–8 จังหวัด ดูแลประชากร ทกุ ภาคสว่ นเพ่อื การพัฒนาระบบสขุ ภาพในพ้นื ท่ี
4-6 ล้านคน เพ่ือจัดบริการสุขภาพเชิงรุกในระดับพื้นที่
(Regional Public Health Service Provision) ซ่ึง ประเทศไทยในช่วง 10 ปี ท่ีผ่านมา ถือเป็นช่วง
มีขนาดที่เหมาะสมในการจัดระบบการบริการสุขภาพ เวลาท่ีมีการเปลี่ยนผ่านและมีการเปลี่ยนแปลงทั้งภายใน
ได้สอดคล้องกับปัญหาและความจ�ำเป็นด้านสุขภาพ ประเทศและระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น
ในพื้นที่ เน่ืองจากการบริหารจัดการในระดับจังหวัด ด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความเข้มแข็ง
มีข้อจ�ำกัด เพราะขนาดของประชาชนแต่ละจังหวัดแตก ของภาคสว่ นอ่นื ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกับระบบสุขภาพ ในแง่ของ
ต่างกันมากและไม่มีการประหยัดต่อขนาด (economy การพฒั นาปจั จยั สงั คมทก่ี ำ� หนดสขุ ภาพ เพ่ือใหเ้ กดิ สงั คม
of scale) ในบางจังหวัดขาดความรวดเร็วในการตอบ สุขภาวะ ซ่ึงส่งผลให้ระบบสุขภาพไทย กลายเป็นระบบ
สนองต่อปัญหา (speed) ตามหลักของเศรษฐศาสตร์ พหุลักษณ์ มีผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระ
สาธารณสขุ เออ้ื ตอ่ การพฒั นาระบบสง่ ตอ่ เพอื่ เพมิ่ การเขา้ ทรวงสาธารณสุข กระทรวงอ่ืนๆ ที่ท�ำงานเกี่ยวข้องกับ
ถงึ บรกิ ารสาธารณสขุ ทมี่ คี ณุ ภาพและเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพใน สขุ ภาพ หนว่ ยงานทม่ี พี ระราชบญั ญตั เิ ฉพาะตา่ งๆ องคก์ ร
การบรหิ ารจดั การ รวมทง้ั มกี ารกระจายอำ� นาจการบรหิ าร ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ องคก์ รพฒั นาเอกชน ชมุ ชนและภาค
จดั การสว่ นกลางไปสสู่ ว่ นภมู ภิ าค โดยมคี ณะกรรมการเขต เอกชน แตล่ ะภาคสว่ นมกี ารดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพทแี่ ตก
สขุ ภาพและผจู้ ดั การระดบั เขต เปน็ ผบู้ รหิ ารจดั การ มกี าร ตา่ งกนั ทง้ั งานด้านการสรา้ งสุขภาพ การควบคุมปอ้ งกนั
จดั ทำ� แผนการพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพ (Service Plan) โรค และการรักษาฟ้นื ฟู ดงั นน้ั ดงั นัน้ การท�ำให้ประชาชน
ให้ความส�ำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพท้ังบทบาทการให้ มีสุขภาพดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ ปัญญาและสังคม
บรกิ าร การรกั ษาพยาบาล การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ การปอ้ งกนั จำ� เป็นต้องอาศยั ความร่วมมือของทกุ ภาคส่วนทเี่ ก่ียวขอ้ ง
และควบคุมโรคและการฟนื้ ฟู เพื่อใหเ้ กดิ ความเสมอภาค ดังนั้นคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จึงได้เสนอคณะ
และลดความเหลอื่ มลำ้� ในสงั คม สามารถจัดระบบบรกิ าร รัฐมนตรี พิจารณาการจัดตั้งเขตสุขภาพเพ่ือประชาชน
ทม่ี ีคุณภาพมาตรฐาน มคี วามเชื่อมโยงเป็นเครอื ขา่ ย โดย เพอ่ื เปน็ กลไกขบั เคลอ่ื นการปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพและบรู ณ
ใช้หลักการ “เครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ” ที่สามารถ าการการท�ำงานร่วมกันขององค์กรและเครือข่ายต่างๆ ที่
เชอื่ มโยงบรกิ ารระดบั ปฐมภมู ิ ทตุ ยิ ภมู แิ ละตตยิ ภมู ิ มเี ครอื เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาระบบสุขภาพในระดับเขตพ้ืนที่
ข่ายบริการสุขภาพ 12 เครือข่าย โดยท่ีการจัดบริการ ในรูปแบบการอภิบาลระบบสุขภาพแบบเครือข่าย โดย
เชงิ รกุ ในระดบั ปฐมภมู ิ เนน้ ความเชอื่ มโยงกลไกของระบบ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบและประกาศระเบียบส�ำนัก
สขุ ภาพระดับอำ� เภอ (District Health System : DHS.) นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการจดั ตงั้ เขตสขุ ภาพเพอื่ ประชาชน
ซ่ึงเป็นกลไกการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ (Primary พ.ศ. 2559 เมอ่ื วันท่ี 12 ตลุ าคม 2559
care) ที่เน้นการดูแลประชาชนในรูปแบบสังคมจิตวิทยา
ทางการแพทย์ (Bio-psycho-social model) ซึ่งถือเปน็ เขตสุขภาพเพ่ือประชาชน เป็นกลไกบูรณาการ
รูปแบบการอภิบาลระบบสุขภาพโดยเครือข่าย เพราะ ที่มีรูปแบบการท�ำงานโดยการเช่ือมร้อยองค์กรต่างๆ ทั้ง
เป็นการท�ำงานท่ีบูรณาการจากทุกภาคีสุขภาพในระดับ ภาครฐั ภาควิชาการ/วิชาชีพ ภาคเอกชนและภาคประชา
สงั คม ที่มุ่งปฏบิ ตั งิ านดา้ นสุขภาพอยู่ในเขตพนื้ ท่เี ดยี วกัน
มาบูรณาการการท�ำงานและแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ตา่ งๆ เพ่อื
ร่วมกันจัดการระบบสุขภาพของพ้ืนที่อย่างมีพลัง ซึ่งเป็น

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 101

เสมอื นเสน้ ดา้ ยแนวนอนทท่ี ำ� หนา้ ทเ่ี ชอ่ื มรอ้ ยเสน้ ดา้ ยแนว การขับเคลื่อนการท�ำงานของเขตสุขภาพเพ่ือ
ตงั้ คอื หนว่ ยงาน องค์กรและเครอื ข่ายทกุ ภาคสว่ นในการ ประชาชน มุ่งไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพในระดับ
ขับเคล่ือนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ และ พ้ืนท่ี โดยเช่ือมโยงกลไกการท�ำงานท้ังระดับประเทศโดย
ก�ำหนดทศิ ทางการพฒั นาระบบสขุ ภาพ ให้สอดคลอ้ งกบั กระทรวง, หนว่ ยงาน, องคก์ รและเครอื ขา่ ยตา่ งๆ ไปจนถงึ
ความจ�ำเป็นด้านสุขภาพและปัจจัยสังคมก�ำหนดสุขภาพ ระดับเขต ระดับจังหวัด และกลไกเครือขา่ ยสุขภาพระดับ
ของประชาชนในเขตพน้ื ที่ รวมถงึ ประสานเชอื่ มโยงหนว่ ย อำ� เภอ (District Health System : DHS.) ร่วมบรู ณา
งานและองคก์ รตา่ งๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื นำ� ไปสกู่ ารขบั เคลอ่ื น การแผนและยุทธศาสตร์การท�ำงาน ให้เดินหน้าในการ
อย่างเปน็ รูปธรรมตอ่ ไป(8) พฒั นาระบบสขุ ภาพไปในทศิ ทางเดยี วกนั เปน็ การทำ� งาน
เชื่อมประสานกันในแนวราบ ในรูปแบบการอภิบาลโดย
เขตสขุ ภาพเพอื่ ประชาชนประกอบดว้ ย 13 เขตพนื้ ท่ี เครอื ข่าย
ได้แก่ 12 เขตท่ัวประเทศและกรุงเทพมหานครเป็น
เขตท่ี 13 ซึ่งเป็นเขตพื้นที่สอดคล้องกับเขตพื้นท่ีของ เขตสุขภาพเพื่อประชาชนแต่ละเขตพื้นที่ จะมีคณะ
กระทรวงสาธารณสขุ และสำ� นกั งานหลกั ประกนั สุขภาพ กรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เป็นกลไก
แหง่ ชาติ ซงึ่ จะชว่ ยใหก้ ารดำ� เนนิ งานประสานเชอ่ื มโยงกนั หลักในการด�ำเนินงาน โดยมีกลไกเลขานุการร่วมของ
ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ กขป. แต่ละเขต ประกอบด้วยผู้แทนจากส�ำนักงานคณะ
กรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ กระทรวงสาธารณสขุ สำ� นกั งาน
กลไกส�ำคัญในการขับเคล่ือนเขตสุขภาพเพ่ือ หลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ สำ� นักงานกองทุนสนับสนุน
ประชาชน การสร้างเสริมสุขภาพ และกรุงเทพมหานคร (เฉพาะ
เขตที่ 13) ดงั แสดงในภาพท่ี 5.4

ภาพท่ี 5.4 กลไกสำ� คัญในการขบั เคลื่อนเขตสขุ ภาพเพอ่ื ประชาชน

ทมี่ า: ส�ำนกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาต(ิ 8)

102 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

5.4 หนว่ ยงานทด่ี ำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพ คือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมวิทยาศาสตร์การ
5.4.1 กระทรวงสาธารณสขุ แพทยแ์ ละส�ำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
1) โครงสร้างการบริหารงานของกระทรวง
• ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ เปน็ หน่วย
สาธารณสขุ 5 งานหลักของกระทรวงสาธารณสุขท่ีมีภารกิจเก่ียวกับ
กระทรวงสาธารณสุข เป็นหนึ่งในกลไกส�ำคัญใน การพัฒนานโยบายและแผนด้านสุขภาพ บริหารจัดการ
ด้านแผนงาน คนและงบประมาณ พัฒนาระบบข้อมูล
การอภิบาลระบบสุขภาพ ซ่ึงโครงสร้างการบริหารงาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารประชาสัมพันธ์
ของกระทรวงสาธารณสุขแบ่งการบริหารราชการของ กำ� กบั ดแู ลประสานการพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพ พฒั นา
กระทรวงเป็น 2 ส่วน คอื การบรหิ ารราชการสว่ นกลาง ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ พัฒนากฎหมายด้าน
และการบริหารราชการสว่ นภมู ิภาค (ภาพท่ี 5.5) สขุ ภาพ ผลิตและพฒั นากำ� ลงั คนดา้ นสุขภาพ พฒั นาองค์
ความรแู้ ละถา่ ยทอดเทคโนโลยที เ่ี กยี่ วขอ้ ง และพฒั นางาน
(1) การบรหิ ารราชการสว่ นกลาง มี 10 ส่วน สาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ ซงึ่ ในปี พ.ศ. 2560 กระทรวง
ราชการ ประกอบด้วย ส�ำนกั งานรฐั มนตรี สำ� นกั งาน สาธารณสุขได้มีการทบทวนภารกิจและจัดการแบ่งส่วน
ปลดั กระทรวง และหน่วยงานตามกลุม่ ภารกจิ ซง่ึ แบง่ ราชการของสำ� นกั งานปลดั กระทรวงใหม่ ตามกฎกระทรวง
ออกเปน็ 3 กลมุ่ ภารกจิ (Cluster) รวม 8 กรม ดังนี้ แบ่งส่วนราชการส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา
• กลมุ่ ภารกจิ ดา้ นพฒั นาการแพทย์ มภี ารกจิ เกย่ี ว เล่มท่ี 134 ตอนท่ี 64 ก ลงวันท่ี 14 มิถุนายน 2560)
กับการพัฒนาด้านการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยแบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง เป็นส่วนราชการ
ตลอดจนการจดั ระบบความรแู้ ละสรา้ งมาตรฐานการแพทย์ ระดบั กอง 12 กอง และสว่ นราชการบรหิ ารส่วนภมู ภิ าค
แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อน�ำไปใช้ในระบบ ประกอบด้วยส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและส�ำนักงาน
บริการสุขภาพ ซ่งึ จะส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง สาธารณสขุ อ�ำเภอ
สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ประกอบด้วย 3 กรม
คอื กรมการแพทย์ กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการ • หน่วยงานในก�ำกับของรัฐ ที่มีรัฐมนตรีว่าการ
แพทยท์ างเลือกและกรมสุขภาพจิต ดงั นี้ กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ก�ำกับดูแล โดยมีบทบาทเป็น
ประธานคณะกรรมการและมีปลัดกระทรวงสาธารณสุข
• กลมุ่ ภารกจิ ดา้ นพฒั นาการสาธารณสขุ มภี ารกจิ เปน็ กรรมการโดยตำ� แหนง่ มี 3 หนว่ ยงาน คอื สถาบนั วจิ ยั
เก่ียวกับการพัฒนาวิชาการด้านส่งเสริมสุขภาพ การ ระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำ� นักงานหลกั ประกันสุขภาพ
ควบคุมและป้องกันโรค โดยการศึกษา วิจัย พัฒนาและ แห่งชาติ (สปสช.) และสถาบนั การแพทย์ฉุกเฉนิ แห่งชาติ
ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการส่งเสริมสุขภาพ (สพฉ.)
การควบคุมโรค เพ่ือน�ำไปใช้ในระบบบริการสุขภาพ ซ่ึง
จะสง่ ผลใหป้ ระชาชนมสี ขุ ภาพแขง็ แรงสมบรู ณท์ ง้ั รา่ งกาย • รฐั วสิ าหกจิ มี 1 แหง่ คือ องค์การแภสชั กรรม
และจติ ใจ ประกอบด้วย 2 กรม คือ กรมควบคมุ โรคและ • องค์การมหาชน มี 2 แห่ง คือ สถาบันรับรอง
กรมอนามัย คุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) และสถาน
บรกิ ารสขุ ภาพ 1 แหง่ ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลบา้ นแพว้ จงั หวดั
• กลุ่มภารกิจด้านสนับสนุนงานบริการสุขภาพ สมุทรสาคร
มีภารกิจเก่ียวกับการสนับสนุนการด�ำเนินงานของหน่วย
บริการสุขภาพ โดยพัฒนาระบบและกลไกท่ีเอื้อต่อการ
จดั บรกิ ารสขุ ภาพของประชาชนและการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค
ด้านบริการสุขภาพ และด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อให้
ประชาชนสามารถดูแลตนเองและได้รับบริการจากหน่วย
บรกิ ารทมี่ คี ุณภาพและได้มาตรฐาน ประกอบด้วย 3 กรม

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 103

ภาพท่ี 5.5 โครงสร้างการบรหิ ารงานของกระทรวงสาธารณสขุ

กระทรวงสาธารณสุข

สํานักรฐั มนตรี

สาํ นกั งานปลัดกระทรวง กลุมภารกจิ ดา นพัฒนา กลมุ ภารกจิ ดาน กลุมภารกจิ ดานสนับสนุน
สาธารณสขุ การแพทย พัฒนาการสาธารณสุข งานบรกิ ารสาธารณสุข
กรมการแพทย
ราชการบริหาร กรมอนามยั กรมสนับสนุนบรกิ าร
สว นกลาง สุขภาพ
กรมสขุ ภาพจิต กรมควบคมุ โรค
คณะกรรมการเขต กรมวิทยาศาสตรก า
สุขภาพ กรมพฒั นาการแพทยแผน รแพทย
ไทยและการแพทยท างเลอื ก สํานักงาน
สาํ นกั งานเขต
สุขภาพ คณะกรรมการ
อาหารและยา
สวนภูมิภาค
• สสจ./สสอ.
• รพศ./รพท./รพช.
• รพ.สต.

หนว ยงานในกํากับ องคการมหาชน รฐั วสิ าหกจิ หนวยงานเครอื ขาย

สถาบันวจิ ยั ระบบ โรงพยาบาลบานแพว องคก ารเภสชั กรรม สํานกั งาน
สาธารณสุข สถาบันรับรองคณุ ภาพ คณะกรรมการสุขภาพ

สาํ นักงานหลักประกนั สถานพยาบาล แหงชาติ
สขุ ภาพแหง ชาติ สถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ สํานักงานกองทนุ
สถาบันการแพทย สนับสนุนการสรา ง
ฉกุ เฉนิ แหงชาติ (องคก์ รมหาชน)
เสรมิ สุขภาพ

104 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

(2) การบรหิ ารราชการส่วนภูมภิ าค สุขจังหวัดเป็นหน่วยงานที่มีสายบังคับบัญชาข้ึนกับ
หน่วยงานภายในส่วนภูมิภาค ได้แก่ ส�ำนักงาน ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั จงึ เปน็ หนว่ ยงานรว่ มรบั ผดิ ชอบแกไ้ ข
สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวง ปญั หาสขุ ภาพอนามยั ของประชาชนในระดบั พนื้ ท่ี ในฐานะ
สาธารณสขุ สำ� นกั งานสาธารณสขุ อำ� เภอ และโรงพยาบาล คณะผบู้ ริหารของจงั หวดั แต่อยู่ภายใต้การสนบั สนุนด้าน
สง่ เสรมิ สุขภาพต�ำบล วิชาการและงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุขและ
การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ส�ำนักงานสาธารณ- หนว่ ยงานในสงั กดั ของกระทรวงสาธารณสุข (ภาพท่ี 5.6)

ภาพที่ 5.6 โครงสรา้ งการบรหิ ารราชการสาธารณสขุ ในสว่ นภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย
ปลดั กระทรวง
กระทรวงสาธารณสขุ
ปลดั กระทรวง

กรมวชิ าการตางๆ สาํ นักงานปลัดกระทรวง จังหวดั
อธบิ ดี ผูวาราชการจังหวดั

ศูนยเขตฯ สํานักงานสาธารณสขุ จังหวัด อําเภอ
โรงพยาบาลศนู ย โรงพยาบาลทัวไป นายแพทยส าธารณสขุ จังหวัด นายอาํ เภอ
(878 แหง)
ผูอาํ นวยการโรงพยาบาล (76 จงั หวัด)
(116 แหง ) โรงพยาบาลชมุ ชน
ผอู าํ นวยการโรงพยาบาล

(780 แหง)

ศูนยสุขภาพชุมชน สํานักงานสาธารณสุขอาํ เภอ สถานบรกิ ารสาธารณสขุ ชมุ ชน
หัวหนา สุขภาพชุมชน สาธารณสขุ อําเภอ พนกั งานสาธารณสขุ ชมุ ชน
(878 แหง )
(362 แหง ) (125 แหง )
สถานีอนามัย (รพ.สต.) สายการบังคบั บญั ชา
ผอ.รพ.สต. สายการนเิ ทศและประสานงาน
(9,777 แหง)

ศูนยส าธารณสขุ ฐานชุมชน
อสม. (48,049 ศูนย)

5.4.2 สำ� นกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ (สช.) ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม โดย สช. เป็นองค์กรใน
ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ก�ำกับนายกรัฐมนตรี ท�ำหน้าท่ีเป็นหน่วยเลขานุการของ
เป็นองค์กรที่จัดตั้งข้ึนตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่ง คณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ (คสช.) ซง่ึ มนี ายกรฐั มนตรี
ชาติ พ.ศ. 2550 มีเป้าหมายในการสานพลังสร้างสุข เป็นประธาน ภายใต้การก�ำกับการด�ำเนินงานโดยคณะ
ภาวะ สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันพัฒนาและขับ กรรมการบรหิ ารสำ� นกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
เคลอื่ นนโยบายสาธารณะเพอ่ื สขุ ภาพ ทเ่ี ชอื่ มนั่ ในแนวทาง มีโครงสร้างการบรหิ ารงาน ดังแสดงในภาพท่ี 5.7

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 105

ภาพท่ี 5.7 โครงสรา้ งส�ำนกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ

ครม.
นายกรฐั มนตรี

หนวยงาน องคก ร คสช. กระทรวงสาธารณสขุ
และภาคอี นื ๆ และกระทรวงอนื ๆ
คบ.

สช.
เลขาธกิ าร

ทปี รึกษา รองเลขาธิการ
ตรวจสอบภายใน

หนวยงานภายใน หนวยงานภายใน หนว ยงานภายใน

ทีม่ า: สำ� นักงานคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาต(ิ 9)

การดำ� เนนิ งานของ สช. เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ จตนารมณข์ อง 2) การพัฒนานโยบายสาธารณะเพ่ือสุขภาพแบบ
พระราชบัญญตั สิ ุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ท่ีมงุ่ ใหเ้ กดิ มีสว่ นร่วม
สงั คมสขุ ภาวะดว้ ยการพฒั นากระบวนการพฒั นานโยบาย
สาธารณะแบบมสี ว่ นรว่ มทเี่ กดิ จากการทำ� งานรวมกนั ของ สช. มีบทบาทหน้าท่ีในการสนับสนุนการพัฒนา
3 ภาคส่วน คือภาครัฐ ภาควิชาการ/วิชาชีพ และภาค นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมผ่าน
ประชาสังคม/เอกชน มีพันธกิจหลักที่ต้องด�ำเนินการใน เคร่ืองมือต่างๆ เช่น การจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
4 เร่อื งใหญ่ๆ คือ การสนับสนุนการจัดสมัชชาสุขภาพระดับพ้ืนท่ีและ
สมชั ชาสขุ ภาพเฉพาะประเดน็ และการสนบั สนนุ เครอื ขา่ ย
1) การขับเคลื่อนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ นโยบายในรูปแบบอ่ืนๆ โดยจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
แหง่ ชาติ ปีละ 1 ครั้ง และสนับสนุนการจัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะ
พ้ืนที่หรือสมัชาสุขภาพเฉพาะประเด็นเพ่ือการพัฒนา
การจดั ทำ� ธรรมนญู วา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพแหง่ ชาติ เพอ่ื นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ที่
เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ เกี่ยวข้อง โดย สช. มีบทบาทในการสนับสนุนให้กลไก
และจัดให้มีกระบวนการทบทวนทุก 5 ปี รวมถึงการ สมัชชาสุขภาพแตล่ ะจังหวดั ในพ้ืนท่ี ท้งั 77 จังหวัด เปน็
สนับสนุนการจัดท�ำธรมนูญสุขภาพพื้นท่ี เพื่อการขับ กลไกดำ� เนนิ การ
เคลอื่ นการพฒั นาระบบสขุ ภาพระดบั พน้ื ทอ่ี ยา่ งมสี ว่ นรว่ ม

106 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

3) การประเมินผลกระทบดา้ นสุขภาพ • ประสานงานกับหน่วยงานด้านนโยบายและแผน
การสนับสนุนกระบวนการประเมินผลกระทบ ของรัฐบาล และหน่วยงานอ่ืนๆ ท้ังภาครัฐและเอกชนท่ี
เก่ียวข้อง เพ่ือก�ำหนดนโยบายการวิจัยเพ่ือพัฒนาระบบ
ด้านสุขภาพ โดยมีคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไก สาธารณสขุ รวมทัง้ การนำ� ผลการวจิ ยั ไปใช้ในการกำ� หนด
การประเมนิ ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพ เปน็ กลไกหลกั ดำ� เนนิ นโยบายและแผน
การใหเ้ ปน็ ไปตามประกาศคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
เรอื่ ง หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารประเมนิ ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพ • สนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข
ที่เกิดจากนโยบายสาธารณะ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559 ของภาครัฐและภาคเอกชนและส่งเสริมความร่วมมือการ
โดย สช. มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนและ วิจัยระบบสาธารณสุขระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ขับเคล่ือนให้ภาคีทุกภาคส่วนได้ทราบและน�ำเอาหลัก ตลอดจนนานาประเทศ รวมทง้ั ดำ� เนินการวิจัยดา้ นระบบ
เกณฑต์ ามประกาศนไี้ ปประยกุ ตใ์ ชเ้ พอ่ื สรา้ งสงั คมสขุ ภาวะ สาธารณสขุ ทม่ี คี วามสำ� คญั ตามนโยบายและไมม่ หี นว่ ยงาน
รวมถงึ การเสรมิ หนนุ ใหภ้ าคสว่ นทมี่ ขี ดี จำ� กดั ใหส้ ามารถใช้ วิจยั อืน่ ด�ำเนินการ
กระบวนการประเมนิ ผลกระทบตอ่ สุขภาพ
• สนับสนุนการเพิ่มสมรรถนะในการเลือก
4) สิทธิและหน้าทด่ี า้ นสขุ ภาพ การรับ และการถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยีจาก
การด�ำเนินการเพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนการ ต่างประเทศ ตลอดจนการจัดการโครงการลงทุนและ
โครงการพฒั นาทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการเลอื ก การรบั และการ
ใช้สิทธิด้านสุขภาพของประชาชนตามบทบัญญัติใน พระ ถ่ายทอดวทิ ยาการและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อให้
ราชบัญญัติสขุ ภาพแห่งชาติฯ มาตรา 5 -12 โดยมงุ่ สร้าง ไดว้ ทิ ยาการและเทคโนโลยที ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพและเหมาะสม
ความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิและหน้าท่ีด้านสุขภาพ และ
สนับสนุนการการด�ำเนินงานที่เก่ียวข้อง เช่น การแสดง • บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความรู้และผลงาน
เจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียง วิจัยและวิชาการสาธารณสุขแก่หน่วยงานของรัฐ เอกชน
เพอ่ื ยดื การตายในวาระสดุ ทา้ ยของชวี ติ สทิ ธใิ นเรอื่ งขอ้ มลู และสาธารณชน
สขุ ภาพส่วนบุคคล เปน็ ต้น
บริหารงานโดยคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบ
5.4.3 สถาบนั วจิ ัยระบบสาธารณสขุ (สวรส.) สาธารณสุข ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นองค์กร เป็นประธาน มีองค์ประกอบจากผู้แทนจากหน่วยงาน
ของรัฐท่ีมิใช่ส่วนราชการจัดต้ังข้ึนตามพระราชบัญญัติ ของรัฐและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งสิ้น 17 คน
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พร้อมๆ กับ มหี นา้ ทใี่ นการดแู ลนโยบาย และกำ� หนดทศิ ทางการดำ� เนนิ
การจัดตั้งส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ยทุ ธศาสตร/์ แผนการวจิ ยั ระบบสาธารณสขุ ของ สวรส. ให้
และสำ� นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ สัมฤทธิผลตามพันธกิจ
(สวทช.) โดยมีโครงสร้างองค์กรและการบริหารที่เน้น
ความคล่องตัว เพ่ือให้สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายใน สวรส. ด�ำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ผู้น�ำ
การจัดการความรู้เพื่อน�ำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพได้ ระบบวิจัยท่ีสร้างความรู้เชิงประจักษ์เพื่อพัฒนาระบบ
(Better Knowledge Management for Better Health สุขภาพไทย” และพันธกิจ “พัฒนาระบบวิจัยเพ่ือขับ
Systems) วตั ถปุ ระสงคข์ องการจัดตงั้ สวรส. มี ดงั นี้10 เคล่ือนความรูอ้ ยา่ งมีทิศทางและมีส่วนรว่ ม”
• ส�ำรวจ ศึกษาและวิเคราะห์ทางวิชาการต่าง ๆ
เพื่อวางเป้าหมาย นโยบายและจัดท�ำแผนโครงการและ แผนงานของ สวรส. ในปงี บประมาณ 2560 โดยแบง่
มาตรการต่างๆ ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของ เป็น 4 กลมุ่ คอื
ประเทศ
1. กลุ่มแผนงานวจิ ยั
2. กลุ่มแผนพัฒนาการจดั การงานวิจัย
3. กลุ่มแผนสนบั สนนุ การวิจยั
4. กล่มุ ส่วนงานเฉพาะ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 107

โดยมีการดำ� เนินการและรายละเอยี ดดงั นี้ 5.4.4 ส�ำนักงานกองทนุ สนับสนุนการสร้างเสริม
• กลุ่มแผนงานวิจยั ประกอบด้วย 8 แผนงาน ได้แก่ สุขภาพ (สสส.)
1) แผนงานวิจัยและพัฒนาระบบยา ผลิตภัณฑ์และ
เทคโนโลยี ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
2) แผนงานวิจยั และพฒั นากาลังคนด้านสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐท่ีมิใช่ส่วนราชการหรือ
3) แผนวจิ ยั และพัฒนาระบบข้อมูลขา่ วสารสุขภาพ รัฐวิสาหกิจ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกองทุน จัด
4) แผนวิจยั และพัฒนาระบบบริการสขุ ภาพ ตั้งข้ึนตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้าง
5) แผนวจิ ยั และพัฒนาด้านการเงินการคลงั สขุ ภาพ เสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 โดยมีหน้าที่ริเริ่ม ผลักดัน
6) แผนวิจยั และพัฒนาระบบอภิบาลสขุ ภาพ กระตุ้น สนับสนุน และร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังคม
7) แผนวจิ ัยพฒั นา Special target และปจั จัยทาง ในการขับเคล่ือนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้
สงั คมท่กี าหนดสขุ ภาพ คนไทยมสี ขุ ภาพดคี รบ 4 ดา้ น กาย จติ ปัญญา สงั คมและ
8) แผนงานวิจัยมุง่ เปา้ ดา้ นสขุ ภาพของประเทศ ร่วมสรา้ งประเทศไทยให้น่าอยู่
แหลง่ ทมี่ าของโจทย/์ ประเด็นวิจยั ประกอบดว้ ย
1) การจัดล�ำดับความสาคญั รว่ มกบั หนว่ ยงานตา่ งๆ สสส. ดำ� เนนิ งานภายใต้วสิ ัยทัศน์“ทกุ คนบนแผน่ ดิน
2) การวจิ ยั ต่อเนือ่ ง/ต่อยอดของ สวรส. ไทยมีขีดความสามารถ สังคม สิ่งแวดล้อม ท่ีเอ้ือต่อสุข
3) ประกาศรบั ขอ้ เสนอโครงการวจิ ยั (Call for paper) ภาวะ” และพันธกจิ “จุดประกาย กระตุ้น สานและเสรมิ
• กลุ่มแผนพัฒนาการจัดการงานวิจัย ประกอบ พลังบุคคลและองค์กรทุกภาคส่วน ให้มีขีดความสามารถ
ดว้ ย 2 แผนงาน ได้แก่ (1) แผนงานพฒั นาบุคลากรด้าน และสร้างสรรค์ระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ” โดย
วจิ ัยนโยบายและระบบสขุ ภาพ (2) แผนงานคุ้มครองการ ได้รับเงินทุนสนับสนุนการด�ำเนินงานหลักจากเงินบ�ำรุง
วิจยั ในมนุษย์ กองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพซง่ึ มาจากภาษที ร่ี ฐั
• กลุ่มแผนสนับสนุนการวจิ ัย ประกอบดว้ ย 4 แผน จดั เกบ็ จากผผู้ ลติ และนำ� เขา้ สรุ าและยาสบู ในอตั รา รอ้ ยละ
งาน ได้แก่ (1) แผนพฒั นาระบบบริหารจัดการท่ัวไป (2) 2 ของภาษีทตี่ อ้ งช�ำระ
แผนพฒั นาทรพั ยากรบคุ คล 3) แผนบรหิ ารยทุ ธศาสตร์ (4)
แผนการบรหิ ารความเสยี่ งและตรวจสอบภายใน (5) แผน ยุทธศาสตร์หลักในการด�ำเนินงานของ สสส.
พฒั นา ICT (6) แผนงานสอื่ สารความรู้และอ่ืนๆ เน้นการ “สานสามพลัง” ซึ่งประกอบด้วยพลังทาง
• กลุ่มส่วนงานเฉพาะ ประกอบด้วย 4 ส่วนงาน ได้แก่ ปัญญา พลังทางสังคม และพลังนโยบาย เพ่ือขับเคล่ือน
(1) สว่ นงานสานกั งานวจิ ยั เพอ่ื การพฒั นาหลกั ประกนั สขุ ภาพ การเปล่ียนแปลงและแก้ไขปัญหาสุขภาวะที่ยากและ
ไทย (สวปก.) (2) สว่ นงานสถาบนั พฒั นาการคมุ้ ครองการวจิ ยั ส�ำคัญในสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์ โดยกองทุนเป็น
ในมนษุ ย์ (สคม.) (3) สว่ นงานมาตรฐานและบรกิ ารสารสนเทศ กลไกที่ช่วยสร้างความเข้มแข็ง และสนับสนุนให้เกิด
ระบบบริการสาธารณสุข (สมสส.) (4) ส่วนงานวิจัยเพื่อ ความเชื่อมโยงของ “พลัง” ทัง้ สาม
พฒั นาการตรวจสอบบรกิ ารสาธารณสุข (สวตบ.)

108 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

โครงสร้างการบริหารงานของ สสส. กองทนุ ฯ มีกลไกบริหารงานประกอบด้วย คณะกรรมการ
1) โครงสรา้ งหลกั ของ สสส. บรหิ ารแผนและคณะกรรมการเฉพาะกจิ ดา้ นตา่ งๆ โดยมผี ู้
กลไกบริหารหลกั ของ สสส. ประกอบด้วยกลไกหลกั จัดการส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
คอื คณะกรรมการกองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ เปน็ ผบู้ รหิ ารสงู สุดของสำ� นกั งาน ดังภาพท่ี 5.8
ซ่ึงมีนายกรฐั มนตรีเปน็ ประธาน ซง่ึ ภายใต้คณะกรรมการ

ภาพที่ 5.8 โครงสรา้ งหลกั ของสำ� นักงานกองทนุ สนับสนุนการสรา้ งเสริมสุขภาพ

ครม. สส. สว.

รายงานประจําป ม.36 แตง ตงั

สตง. / ผสู อบบญั ชี ตรวจสอบและประเมินผล คกก. กองทนุ ประเมนิ ผล คกก. ประเมินผล
ม.35 การใชจ ายและทรัพยส ิน ม.17 นโยบายและการดําเนนิ งาน ม. 37

คอก. เฉพาะกจิ คอก. ประจํา คกก. บริหารแผน
เชน 8 คณะ

คอก. ตรวจสอบ คอก. คอก. คอก. คอก.
ภายใน นโยบายการเงนิ นโยบาย IT กฎระเบียบ ทปี รกึ ษา สนง.

ตรวจสอบ ติดตามและตรวจสอบ สาํ นกั งาน
ภายใน ม.34 ระบบควบคุมภายใน • ผจก. ม.25
• เจา หนาทีและลกู จา ง ม.31
• พนักงานอนื ๆ

พัฒนาโครงการรวมกัน องคกรรบั ทนุ

ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี

ทมี่ า: ส�ำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสริมสุขภาพ(11)

2) โครงสรา้ งการบรหิ ารงานภายในของ สสส. แผนควบคุมยาสูบ แผนการควบคุมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์
ประกอบดว้ ยสำ� นกั และสว่ นงานตา่ งๆ เพอื่ ขบั เคลอื่ น และส่ิงเสพติด แผนการจัดการความปลอดภัยและปัจจัย
การด�ำเนินงานตามแผนงานหลัก 15 แผน การด�ำเนิน เส่ียงทางสังคม แผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ
งานสร้างเสริมสุขภาพสู่สังคมสุขภาวะ ประกอบด้วย แผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ แผนสุขภาวะชุมชน

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 109

แผนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว แผนสร้าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธาน
เสริมสุขภาวะในองค์กร แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดย สปสช.
แผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา แผนสร้างสรรค์ ทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ สำ� นกั งานเลขานกุ ารของคณะกรรมการหลกั
โอกาสและนวัตกรรมสุขภาวะ แผนสนับสนุนการสร้าง ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาตแิ ละคณะกรรมการควบคมุ คณุ ภาพ
เสริมสุขภาพผ่านระบบบริการสุขภาพ แผนพัฒนาระบบ และมาตรฐานบริการสาธารณสุข ซ่ึงมภี ารกจิ หลกั ในการ
และกลไกสนบั สนนุ เพอื่ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ แผนอาหาร บริหารจัดการเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เพ่ือสขุ ภาวะ และแผนสรา้ งเสริมความเขา้ ใจสขุ ภาวะ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมท้ังพัฒนาระบบบริการ
สาธารณสุขเพ่ือให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ
5.4.5 ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มาตรฐาน และด้วยการบริหารจัดการเงินกองทุน
(สปสช.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุด
ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต่อประชาชน โดยมีโครงสร้างการบริหารของ สปสช.
เป็นองค์กรของรัฐ ตามพระราชบัญญัติหลักประกัน ดังภาพท่ี 5.9
สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ภายใต้การก�ำกับดูแลของ

ภาพที่ 5.9 โครงสร้างการบริหารของส�ำนกั งานหลกั ประกันสุขภาพแหง่ ชาติ

13 คณะอนกุ รรมการ คณะกรรมการหลักประกนั สขุ ภาพแหงชาติ คณะกรรมการควบคุมคุณภาพ
ม. 21 ตรวจสอบ ม.13 และมาตรฐานบรกิ ารสาธารณสุข

คณะอนุกรรมการภายใตกรรมการหลกั ฯ 14 คณะ ม.28
คณะอนุกรรมการภายใตการควบคุมฯ 6 คณะ

สาํ นักงานหลักประกนั สุขภาพแหงชาติ ม.24
เลขาธกิ าร

11-อนุ ดา นการสื่อสารและประชาสมั พันธ สาํ นักเลขาธกิ ารและประชาสมั พนั ธ สาํ นกั ตรวจสอบ รองเลขาธกิ าร 4 ตําแหนง
ผชู ว ยเลขาธิการ 4 ตําแหนง
กลมุ ภารกิจยทุ ธศาสตร กลุมภารกิจ กลุม ภารกจิ สนบั สนุน กลุม ภารกิจ
และการประเมินผล บรหิ ารกองทนุ เครือขา ยระบบบริการ ระบบสนบั สนุน กลุมภารกิจงานสาขาเขต
และการมีสวนรว ม
คณะกรรมการหลกั ประกันสขุ ภาพแหง ชาติ 6-อนุ พฒั นาระบบบริการผู 5-อนุ กลัน่ กรองกรณีอทุ ธรณ
1-อนุ บริหารยทุ ธศาสตร ติดเชื้อเอชไอวี/ผปู วยเอดส 8-อนุ ธรรมาภิบาล 9-อนุ การมสี วนรวมและการ
2-อนุ พัฒนาสิทธิประโยชนและระบบบริการ 2-อนุ พฒั นาระบบบริหาร คมุ ครองสิทธิ
3-อนุ พฒั นาระบบการเงินการคลัง 10-อนุ สงเสริมสุขภาพและ
4-อนุ ประเมินผลระบบ UC ปองกนั โรค จัดการเพอ่ื ลดผลกระทบ 15-อนุ หลักประกนั สขุ ภาพ
12-อนุ พฒั นาระบบการดแู ลระบบยาวสําหรบั จากบรกิ ารสาธารณสขุ ระดบั เขตพน้ื ท่ี กทม.
7-อนุ ดานการแพทยแผนไทย 3-อนุ มาตรา 41
ผูสงู อายทุ ่ีอยูในภาวะพง่ึ พิง และการแพทยทางเลือก 4-อนุ สอบสวนฯ -อนุ หลกั ประกันสุขภาพเขต
14-อนุ บริหารระบบการแพทยฉุกเฉนิ ใน รพ.ฯ (อปสข.1-12)
คกก.ควบคุมคณุ ภาพและมาตรฐานบรกิ ารสาธารณสุข 5-อนุ พฒั นาระบบขอ มลู ดาน
1-อนุ พัฒนาคุณภาพระบบบริการสาธารณสขุ คณุ ภาพระบบบรกิ ารฯ
6-อนุ พัฒนาการมีสวนรวมของ
ประชาชนฯ

ทมี่ า: ส�ำนักงานหลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาต(ิ 12)

110 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

นอกจากการจัดโครงสร้างการบริหารงานในส่วน 5.4.6 สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
กลางแล้ว สปสช. ได้พัฒนาโครงสร้างการบริหารระบบ (องคก์ ารมหาชน) (สรพ.)
หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าระดับพ้ืนที่ ครอบคลุมท่ัว
ประเทศ เพ่ือด�ำเนินงานร่วมกับส�ำนักงานสาธารณสุข สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การ
จังหวัดด้วยความสัมพันธ์แบบ partnership ในฐานะ มหาชน) หรือ สรพ. มีท่ีมาจากงานวิจัยกลไกส่งเสริม
สำ� นักงานหลกั ประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาจังหวดั ทง้ั นี้ การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลโดยสถาบันวิจัยระบบ
เพื่อก้าวไปให้ถึงจุดมุ่งหมายตามวิสัยทัศน์ขององค์กร สาธารณสุข (สวรส.) เม่ือปี 2540 และก่อตัวเป็น
คือ มีระบบหลักประกันสุขภาพท่ีประชาชนเข้าถึงด้วย สถาบันภายใต้ สวรส. เม่ือปี 2542 ในช่ือว่า “สถาบัน
ความมั่นใจและผู้ใหบ้ รกิ ารมีความสขุ โดยส�ำนักงานหลกั พัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล” (พรพ.) โดย
ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาตเิ ขต มีจำ� นวน 13 แห่ง ดงั นี้ มีการด�ำเนินงานภายใต้หลักการส�ำคัญคือ “องค์กรที่
เป็นกลาง มีความน่าเช่ือถือ คล่องตัว มีการด�ำเนินการ
• ส�ำนักงานหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ บนพ้ืนฐานวิชาการ สอดคล้องกับบริบทสาธารณสุข
เขต 1 เชยี งใหม่ และวัฒนธรรมของประเทศ” โดย สรพ. มีบทบาทอย่าง
• ส�ำนักงานหลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ สูงในการยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการ
เขต 2 พิษณุโลก ของสถานพยาบาลอย่างต่อเน่ือง ดังน้ันเพื่อให้สถาบัน
• ส�ำนักงานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ แหง่ นม้ี สี ถานะทเ่ี ปน็ ทนี่ า่ เชอื่ ถอื ของสงั คมและเปน็ องคก์ ร
เขต 3 นครสวรรค์ ทมี่ คี วามมนั่ คงของการดำ� เนนิ งานในระยะยาว จงึ ไดจ้ ดั ตง้ั
• ส�ำนักงานหลกั ประกันสขุ ภาพแห่งชาติ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)
เขต 4 สระบรุ ี ข้ึน โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันรับรอง
• สำ� นักงานหลกั ประกันสุขภาพแหง่ ชาติ คุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552
เขต 5 ราชบรุ ี ตง้ั แตว่ ันท่ี 22 มถิ ุนายน 2552
• ส�ำนักงานหลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ
เขต 6 ระยอง 1) บทบาทหน้าทีข่ อง สรพ.
• สำ� นักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (1) ด�ำเนินการเกี่ยวกับการประเมินระบบงานและ
เขต 7 ขอนแก่น การรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล รวมทั้งก�ำหนด
• ส�ำนักงานหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ มาตรฐานของสถานพยาบาลเพื่อใช้เป็นแนวทางการ
เขต 8 อุดรธานี ประเมินการพัฒนาและการรับรองคุณภาพของสถาน
• สำ� นักงานหลกั ประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ พยาบาล
เขต 9 นครราชสีมา (2) รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ และจัดท�ำ
• ส�ำนกั งานหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา
เขต 10 อบุ ลราชธานี คุณภาพของสถานพยาบาล
• สำ� นกั งานหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ (3) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหเ้ กดิ กลไกในการพฒั นาระบบ
เขต 11 สุราษฏรธ์ านี การให้บริการที่ดีมีคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย
• สำ� นักงานหลักประกนั สุขภาพแห่งชาติ ของสถานพยาบาลอย่างเปน็ ระบบ
เขต 12 สงขลา (4) ส่งเสริม สนับสนุน และด�ำเนินการเผยแพร่องค์
• ส�ำนักงานหลกั ประกันสุขภาพแห่งชาติ ความรู้ และการใหบ้ รกิ ารการเขา้ ถงึ และใชป้ ระโยชนเ์ กยี่ ว
เขต 13 กรงุ เทพมหานคร กับการประเมิน การพัฒนาและการรับรองคุณภาพของ
สถานพยาบาล

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 111

(5) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ การขับเคลื่อนงานใหบ้ รรลพุ นั ธกจิ ประกอบดว้ ย
องค์การหรือหน่วยงานในประเทศหรือต่างประเทศ และ - การสร้างและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา
ภาคเอกชนทดี่ �ำเนินการเกี่ยวกับการประเมนิ การพัฒนา คุณภาพสถานพยาบาล (Knowledge Creation
และการรบั รองคณุ ภาพของสถานพยาบาล & Dissemination)
- การจัดให้มีกลไกส่งเสริมและสนับสนุนการ
(6) จัดทำ� หลกั สูตรและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของสถาน พัฒนาคุณภาพของสถานพยาบาล (Quality
พยาบาลให้เกิดความเข้าใจกระบวนการเกี่ยวกับการ Improvement Support)
ประเมิน การพัฒนาและการรับรองคุณภาพของสถาน - การประเมนิ และยกยอ่ งกระบวนการคณุ ภาพของ
พยาบาล สถานพยาบาล (Recognition)
3) โครงสรา้ งการบรหิ ารงานของ สรพ.
2) ยทุ ธศาสตรก์ ารด�ำเนินงานของ สรพ. สรพ. ดำ� เนนิ การภายใตก้ ารกำ� กบั ของคณะกรรมการ
สรพ. ด�ำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทย
มีบริการสุขภาพท่ีได้มาตรฐาน เป็นที่ไว้วางใจของ บริหารสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การ
สังคม โดย สรพ. มีบทบาทในการขับเคล่ือนวัฒนธรรม มหาชน) และมผี ้อู �ำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถาน
คุณภาพ (Change Catalyst) และพันธกิจในการส่งเสรมิ พยาบาล เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร มกี ารจดั โครงสรา้ ง
สนับสนุน และขับเคล่ือนการพัฒนาคุณภาพของระบบ หน่วยงานภายในสถาบัน ประกอบด้วย 5 ส�ำนัก ได้แก่
บรกิ ารสขุ ภาพ โดยใชก้ ารประเมนิ ตนเอง การเยยี่ มสำ� รวจ สำ� นกั ประเมนิ และรบั รอง สำ� นกั สง่ เสรมิ การพฒั นา สำ� นกั
จากภายนอกและการรับรองกระบวนการคุณภาพเป็น พัฒนาองค์กร ส�ำนักยุทธศาสตร์และส�ำนักบริหารงาน
กลไกกระตุ้นส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล ทว่ั ไป ดงั แสดงในภาพท่ี 5.10
อย่างสมดุล โดยกระบวนการท�ำงานหลักของ สรพ. ใน

ภาพที่ 5.10 โครงสร้างการบรหิ ารงานของสถาบันรับรองคณุ ภาพสถานพยาบาล

คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั รับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องคก ารมหาชน)

คณะอนกุ รรมการตรวจสอบ คณะอนุกรรมการรับรอง
และประเมนิ ผล กระบวนการคุณภาพสถานพยาบาล

และคณะอนุกรรมการอ่ืนๆ

ผอู ํานวยการ

หนวยตรวจสอบภายใน ที่ปรึกษา/ ผเู ชยี่ วชาญ

รองผูอาํ นวยการ/ ผชู วยผูอาํ นวยการ

สํานักประเมิน สาํ นกั สง เสรมิ สาํ นัก สาํ นกั สาํ นกั
และรบั รอง กรมพฒั นา พฒั นาองคกร ยุทธศาสตร บริหารงานทว่ั ไป
- งานพฒั นากลไกและ
- ฝายปฏบิ ัติการ สนบั สนุนเครือขา ย - ฝายจัดการความรู - งานขบั เคลอื่ นยุทธศาสตร - ฝายบญั ชีและการเงิน
- งานพฒั นาผูเยี่ยมสํารวจ - งานพัฒนาทปี่ รกึ ษาในพน้ื ที่ - ฝา ยฝก อบรม และแผน - ฝายบรหิ ารงานท่ัวไป
- งานเยย่ี มประเมนิ - งานสงเสรมิ วัฒนธรรมและ - ฝา ยดิจทิ ัลเทคโนโลยี - งานสนบั สนนุ
สถานพยาบาล ระบบคุณภาพสถานพยาบาล - งานบรหิ ารและพฒั นา คณะกรรมการบริหาร
- งานพจิ ารณาและรับรอง บุคลากร - งานสือ่ สารองคก ร
- งานจัดการขอ รอ งเรียน - งานบรหิ ารระบบคุณภาพ
- งานพฒั นามาตรฐาน
โรงพยาบาลและบริการ
สขุ ภาพ
- งานธาํ รงคณุ ภาพหลังการ
รับรอง

ทีม่ า: สถาบนั รับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)(13)

112 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

5.4.7 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉนิ แห่งชาติ (สพฉ.) 2) พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การบุคลากรในระบบการ
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เป็นองค์กรท่ีจัด แพทยฉ์ ุกเฉิน (Person: P)
ตง้ั ขึน้ ตามพระราชบญั ญตั กิ ารแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ พ.ศ. 3) พัฒนากลไกการอภิบาลระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
2551 เพื่อเป็นองค์กรรับผิดชอบการบริหารจัดการ การ (Support: S)
ประสานระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องท้ังภาครัฐ และ 4) พัฒนาศักยภาพและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือ
เอกชน รวมถึงการส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข่าย ทง้ั ในและต่างประเทศ (Coalition: C)
ให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการการจัดบริการ 5) การส่ือสารสาธารณะในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
การแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระ สู่ประชาชน (Public Education and Public
ราชบญั ญัติการแพทย์ฉุกเฉินฯ ทม่ี ุ่งเนน้ ให้ผู้ปว่ ยฉุกเฉนิ ได้ Relationship: PE & PR)
รับการคุ้มครองสิทธ์ิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
อย่างทว่ั ถงึ เท่าเทียม มคี ณุ ภาพมาตรฐาน โดยไดร้ บั การ โครงสรา้ งการบริหารของ สพฉ. มกี ลไกบริหารหลกั
ช่วยเหลือและรักษาพยาบาลท่ีมีประสิทธิภาพและทันต่อ คอื คณะกรรมการการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ซึ่งมรี ัฐมนตรวี ่าการ
เหตุการณ์มากข้ึน เพ่ือลดและป้องกันความสูญเสียจาก กระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน มีกรรมการประกอบ
ภาวะฉุกเฉินที่อาจท�ำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินต้องสูญเสียชีวิต ด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ผู้ทรง
อวัยวะหรือเกิดความบกพร่องในการท�ำงานของอวัยวะ คณุ วฒุ ิ และผแู้ ทนองคก์ รวชิ าชพี ทเี่ กย่ี วขอ้ ง รวมถงึ องคก์ ร
สำ� คญั รวมทงั้ ทำ� ใหก้ ารบาดเจบ็ หรอื อาการปว่ ยรนุ แรงขน้ึ ภาคเอกชนทไี่ มแ่ สวงหากำ� ไรและ โดยมเี ลขาธกิ ารสถาบนั
โดยไมส่ มควรทงั้ ในภาวะปกติและสาธารณภยั การแพทย์ฉุกเฉิน เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะ
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ด�ำเนินการภาย กรรมการการแพทย์ฉุกเฉินท�ำหน้าท่ีก�ำหนดมาตรฐาน
ใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินท่ีได้ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีปฏิบตั ิเก่ียวกบั การแพทย์ฉุกเฉิน และมี
มาตรฐาน ซึ่งทุกคนเข้าถึงได้อย่างท่ัวถึงและเท่าเทียม สถาบันการแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาติ (สพฉ.) เป็นหน่วยงาน
ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน” โดยมีกรอบ รับผิดชอบการบริหารจัดการการประสานระหว่างหน่วย
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินไทยในระยะ 5 ปี งานทเี่ กีย่ วขอ้ ง ทัง้ ภาครัฐและเอกชน ทงั้ ในประเทศและ
(พ.ศ. 2560–2564) มเี ปา้ หมายทว่ั ไปเพอ่ื ลดการเสยี ชวี ิต ตา่ งประเทศ ตลอดจนสง่ เสรมิ ใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ ง
และความพกิ ารจากภาวะฉกุ เฉนิ ทเ่ี กดิ จากโรคและภยั โดย ถ่ินมบี ทบาทในการบริหารจดั การ ให้เกิดความรว่ มมอื ใน
ใช้ยุทธศาสตร์การด�ำเนนิ งาน ที่สำ� คัญ 5 ด้าน คอื การปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกันอย่างย่ังยืน
1) พฒั นาคณุ ภาพระบบการแพทยฉ์ กุ เฉนิ (Quality: Q) มีโครงสรา้ งการบริหารส�ำนักงาน ดังแสดงในภาพที่ 5.11

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 113

ภาพท่ี 5.11 โครงสรา้ งการบริหารสำ� นกั งานของสถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ

คณะกรรมการการแพทยฉ ุกเฉนิ

เลขาธกิ าร กลุมตรวจสอบภายใน
รองเลขาธิการ/ ผชู วยเลขาธิการ
รองเลขาธกิ าร/ ผชู ว ยเลขาธิการ ผูเ ช่ยี วชาญพเิ ศษ/ ผเู ช่ยี วชาญ
ผูเ ช่ยี วชาญพเิ ศษ/ ผูเ ชย่ี วชาญ

กลุมนติ กิ าร

กลุมสารนิเทศและประชาสมั พันธ กลมุ เทคโนโลยสี ารสนเทศ

สาํ นักยทุ ธศาสตร สาํ นักวิชาการและ สํานักประสานการแพทยฉ ุกเฉนิ
บริหารคุณภาพ และเครอื ขายสมั พันธ

สาํ นักจดั ระบบ สาํ นักอาํ นวยการ
การแพทยฉุกเฉนิ

ท่มี า: สถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉินแห่งชาต(ิ 14)

5.5 บทสรปุ ระบบสขุ ภาพของประเทศไทย ทงั้ ในระดบั บคุ คล ครอบครวั ชมุ ชนและสงั คมวงกวา้ ง และ
ในช่วงปี พ.ศ. 2559 - 2560 เป็นชว่ งทป่ี ระเทศไทย ได้ก�ำหนดองค์ประกอบของระบบสุขภาพ ซึ่งเป็นระบบ
ยอ่ ย เพ่ิมข้ึนเปน็ 14 องค์ประกอบ เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกับ
อยู่ในระหว่างการเร่ิมใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร บรบิ ทและสภาพสังคมทเ่ี ปล่ยี นแปลงในปจั จบุ ัน ไมว่ ่าจะ
ไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็น เป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความเข้ม
ช่วงท่ีการเมืองของประเทศ อยู่ภายใต้กระแสการปฏิรูป แข็งของภาคสว่ นอน่ื ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั ระบบสุขภาพ ในแง่
ตามทกี่ ำ� หนดในหมวด 16 ของรฐั ธรรมญู ฯ โดยทใ่ี นลำ� ดบั ของการพัฒนาปัจจัยสังคมที่ก�ำหนดสุขภาพเพ่ือให้เกิด
ต่อไปก็จะต้องมีการออกกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง และมีการ สงั คมสขุ ภาวะ ดงั นนั้ ธรรมนญู วา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพแหง่ ชาติ
ด�ำเนินการจัดท�ำยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ฉบบั น้ี จงึ ใหค้ วามสำ� คญั กบั การมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
ในด้านต่างๆ ซึ่งในที่สุดจะมีความเก่ียวข้องเช่ือมโยงกับ ในการขบั เคลอ่ื นการพฒั นาระบบสขุ ภาพภายใตร้ ะบบยอ่ ย
ระบบสุขภาพในแง่ของสุขภาวะองค์รวมอย่างหลีกเลี่ยง ต่างๆ ซ่ึงในแต่ละองค์ประกอบของระบบสุขภาพ จะมีผู้
ไม่ได้และส่งผลให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่มีการ เกยี่ วขอ้ งหลายภาคสว่ น ไมว่ า่ จะเปน็ กระทรวงสาธารณสขุ
ดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพ กจ็ ะตอ้ งมกี ารปรบั การดำ� เนนิ งาน กระทรวงอื่นๆ ทที่ ำ� งานเกีย่ วขอ้ งกบั สุขภาพ หนว่ ยงานที่
ให้สอดคล้องกันต่อไป นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2559 ก็ได้ มพี ระราชบญั ญตั เิ ฉพาะตา่ งๆ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
มีการประกาศใช้ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพฉบับที่ 2 องค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชนและภาคเอกชน แต่ละภาค
พ.ศ. 2559 ซง่ึ เปน็ กรอบทศิ ทางการดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพ
ของประเทศ ซง่ึ ระบใุ หส้ ขุ ภาพเปน็ สทิ ธขิ น้ั พนื้ ฐานของคน

114 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

สว่ นมกี ารดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพทแ่ี ตกตา่ งกนั ทง้ั งานดา้ น ร่างกาย จิตใจ ปัญญาและสังคม จะต้องให้ความส�ำคัญ
การสร้างสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค และการรักษา กบั การพฒั นาปจั จยั สงั คมทก่ี ำ� หนดสขุ ภาพ ซง่ึ จำ� เปน็ ตอ้ ง
ฟื้นฟู ดังน้ันการท�ำให้ประชาชนมีสุขภาพดีทั้งทางด้าน อาศยั ความรว่ มมอื ของทุกภาคส่วนท่เี กย่ี วขอ้ ง

5.6 ระบบบรกิ ารสขุ ภาพของประเทศไทย บรกิ ารสขุ ภาพทจี่ ำ� เปน็ เหลา่ นนั้ ได้ โดยปราศจากอปุ สรรค
ระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย มีพัฒนาการ ทางดา้ นการเงนิ อันจะส่งผลตอ่ การลดภาระรายจ่ายของ
ประชาชนในการใช้บริการสุขภาพ
อย่างตอ่ เนื่องในชว่ งหลายทศวรรษทผ่ี า่ นมา โดยเนน้ การ
ขยายการให้บริการให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆของประเทศ ในส่วนของระบบบริการสุขภาพในที่น้ี จะน�ำเสนอ
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จ�ำเป็นได้ สถานการณ์และแนวโน้มขององค์ประกอบต่างๆ ในการ
อย่างท่ัวถึง ท้ังการขยายบริการในระดับปฐมภูมิและการ จัดระบบบริการสุขภาพ ซ่ึงประกอบไปด้วย ส่วนท่ีเป็น
ใหบ้ รกิ ารในระดบั โรงพยาบาล ทเ่ี ปน็ บรกิ ารระดบั ทตุ ยิ ภมู ิ ปัจจัยน�ำเข้าของการจัดระบบบริการสุขภาพ อันได้แก่
และตติยภูมิ โดยภาครัฐมีบทบาทส�ำคัญในการขยายการ กำ� ลงั คนดา้ นสขุ ภาพ ยาและเทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ การ
ให้บริการดังกล่าว ร่วมกับการขยายตัวของภาคเอกชน เงินการคลังด้านสุขภาพ ระบบข้อมูลด้านสุขภาพ และ
ทจี่ ดั บรกิ ารในพน้ื ทตี่ า่ งๆของประเทศ ทำ� ใหก้ ารใหบ้ รกิ าร ส่วนที่เป็นผลลัพธ์ของการจัดระบบบริการสุขภาพ ได้แก่
สุขภาพมีความท่ัวถึงมากย่ิงข้ึน ประกอบกับนโยบาย การเข้าถึงบริการสุขภาพ ประสิทธิภาพและคุณภาพ
การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ท่ีมีการพัฒนา ของบริการสุขภาพและความเป็นธรรมของระบบบริการ
ระบบการเงนิ การคลงั สขุ ภาพ ใหส้ ามารถครอบคลมุ การใช้ สขุ ภาพ ดงั ภาพท่ี 5.12
บรกิ ารสขุ ภาพของประชาชนทกุ คน ทำ� ใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพท่ี
จ�ำเป็น ไดร้ บั การคุ้มครอง และประชาชนกส็ ามารถเข้าถึง

ภาพท่ี 5.12 ปัจจยั นำ� เข้าและผลลัพธ์ของการจดั ระบบบริการสุขภาพ

ระบบบรกิ ารสขุ ภาพ

กาํ ลงั คนดานสขุ ภาพ การเขา ถงึ บรกิ ารสขุ ภาพ
ยาและเทคโนโลยดี า นสุขภาพ
การเงนิ การคลงั ดานสขุ ภาพ ประสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพบรกิ าร
ระบบขอมลู ดา นสขุ ภาพ สุขภาพ

ความเปน ธรรมของระบบบริการ
สุขภาพ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 115

5.7 การบรกิ ารดา้ นสขุ ภาพ นอกจากนี้ยังมีสถานบริการของกระทรวงศึกษาธิการ
ในการจัดบริการด้านสุขภาพ มีบริการสุขภาพท่ีจัด กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย รฐั วสิ าหกจิ องคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถิ่น (รวมกรุงเทพมหานคร) และศูนย์
โดยภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วยสถานบริการ สาธารณสุขมูลฐานชุมชน (ตารางท่ี 5.1) ทั้งนี้สามารถ
สุขภาพทั้งในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ โดย แบ่งสถานบริการสุขภาพของรัฐตามระดับของเขตการ
สถานบริการในระดับปฐมภูมิ จะเป็นสถานบริการที่ให้ ปกครองได้ดงั นี้
บรกิ ารในขนั้ ตน้ เมอื่ มกี ารเจบ็ ปว่ ย โดยถอื เปน็ ดา่ นแรกของ
ระบบบริการสุขภาพ และมีการให้บริการแบบผสมผสาน ในเขตกรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลโรงเรียน
ทง้ั ดา้ นสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ปอ้ งกนั โรค การรกั ษาพยาบาลและ แพทย์ 5 แหง่ โรงพยาบาลทั่วไป 26 แหง่ โรงพยาบาล
การฟน้ื ฟสู มรรถภาพ ในขณะทส่ี ถานบรกิ ารระดบั ทตุ ยิ ภมู ิ เฉพาะโรคและสถาบนั เฉพาะโรค 18 แหง่ และศนู ยบ์ รกิ าร
เป็นสถานบริการในระดับโรงพยาบาล ท่ีสามารถให้การ สาธารณสุขครบทกุ เขต รวม 132 ศูนย์/5 สาขา
รกั ษาสำ� หรบั การเจบ็ ปว่ ยทม่ี คี วามซบั ซอ้ นมากยง่ิ ขนึ้ รวม
ทงั้ การรบั ผปู้ ว่ ยไวร้ กั ษาในแผนกผปู้ ว่ ยในและสถานบรกิ าร ระดับภาค มีโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ 6 แห่ง
ระดับตตยิ ภูมิ เปน็ สถานบริการท่ีมคี วามเชยี่ วชาญเฉพาะ โรงพยาบาลศนู ย์ 28 แหง่ โรงพยาบาลเฉพาะทาง 49 แหง่
ทาง สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนและต้องการ
การรกั ษาดว้ ยแพทยเ์ ฉพาะทางและเครอื่ งแพทยท์ มี่ รี าคา ระดับจงั หวดั มีโรงพยาบาลทว่ั ไปครอบคลุมครบทุก
แพง ท�ำหน้าที่รับการส่งต่อผู้ป่วยจากสถานบริการที่มี จังหวดั รวม 88 แหง่
ขอ้ จ�ำกัดในการรกั ษา
ระดับอ�ำเภอ มีโรงพยาบาลชุมชนครอบคลุมอ�ำเภอ
5.7.1 สถานบรกิ ารสขุ ภาพภาครฐั รอ้ ยละ 88.8 รวม 780 แหง่ และศูนย์บริการสาธารณสุข
สถานบริการสุขภาพภาครัฐ มีบทบาทส�ำคัญอย่าง เทศบาล 295 แห่ง
ยิ่งในระบบบริการสุขภาพ เนื่องจากเป็นการลงทุนของ
รฐั เพอ่ื ใหเ้ กดิ การจดั บรกิ ารทกี่ ระจายไปในทกุ พน้ื ท่ี โดยมี ระดับต�ำบล มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล
เปา้ หมายทตี่ อ้ งการใหป้ ระชาชนในทอ้ งถน่ิ ตา่ งๆ สามารถ (สถานีอนามัย) 9,777 แห่ง ครอบคลุมครบทุกต�ำบล
เขา้ ถงึ บรกิ ารไดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ โดยเฉพาะในพนื้ ทช่ี นบททหี่ า่ ง แลว้ และหลายตำ� บลมโี รงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำ� บล
ไกล โดยการจัดบริการของรัฐนั้น ประกอบด้วย การจัด มากกว่า 1 แห่ง
บรกิ ารโดยกระทรวงสาธารณสขุ ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลเฉพาะ
ทาง โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลท่ัวไป โรงพยาบาล ระดับหมู่บ้าน มีสถานบริการสาธารณสุขชุมชน
ชุมชน สถานีอนามัย (โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำ� บล) 125 แห่ง ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนในเขตชนบท
48,049 แห่ง ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนในเขตเมือง
3,108 แห่ง

116 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ตารางที่ 5.1 สถานบริการสาธารณสุขภาครฐั พ.ศ. 2561

ระดบั การปกครอง สถานบรกิ ารสาธารณสขุ จ�ำนวน ความครอบคลมุ
5
กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลโรงเรยี นแพทย์ 26
4
โรงพยาบาลทว่ั ไป 3
1
กระทรวงสาธารณสขุ 6
11
สำ� นักนายกรัฐมนตรี 1
8
กระทรวงยตุ ธิ รรม
68/136
กระทรวงกลาโหม 6
33
กรงุ เทพมหานคร 51
9
รฐั วิสาหกจิ 19
1
โรงพยาบาลเฉพาะโรคและสถานบนั เฉพาะโรค 1
1
ศนู ยบ์ ริการสาธารณสุขสังกัด กทม. / ทุกสังกดั ใน กทม. 1
7
ภาค 4 ภาค และสาขาตา่ ง ๆ โรงพยาบาลโรงเรยี นแพทย์ 6
1
โรงพยาบาลศูนย์ 1
1
โรงพยาบาลเฉพาะทาง ไดแ้ ก่ 1
1
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพ 1

โรงพยาบาลจิตเวช

โรงพยาบาลประสาท

สถาบนั ราชประชาสมาสยั

สถาบันบ�ำราศนราดรู

สถาบนั โรคทรวงอก

ศูนย์ปอ้ งกันและควบคุมโรคมะเรง็

ศนู ยบ์ �ำบัดรกั ษายาเสพตดิ

โรงพยาบาลเมตตาประชารกั ษ์

ศูนย์ฯ เพื่อผู้สูงอายุ

ศนู ย์ฯ โรคผวิ หนัง

สถาบนั ทันตกรรม

ศูนยส์ ิรธิ รเพือ่ การฟ้ืนฟสู มรรถภาพ

สถาบนั ยาเสพตดิ ธัญญารักษ์

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 117

ตารางท่ี 5.1 สถานบรกิ ารสาธารณสุขภาครัฐ พ.ศ. 2561 (ตอ่ )

ระดบั การปกครอง สถานบรกิ ารสาธารณสขุ จ�ำนวน ความครอบคลมุ
76 จงั หวัด โรงพยาบาลทั่วไป 110 100%
สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 83
878 อำ� เภอ สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร 27
7,255 ต�ำบล โรงพยาบาลค่ายและโรงพยาบาล 64
74,965 หมู่บา้ น ประจำ� หนว่ ยรบสงั กัดกระทรวงกลาโหม
โรงพยาบาลสังกดั สำ� นกั นายกรฐั มนตรี 2 (88.8%)
โรงพยาบาลชุมชน 781 100%
ศนู ยบ์ ริการสาธารณสขุ เทศบาล 300 64.1%
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตำ� บล (สถานีอนามยั ) 9,763
สถานบริการสาธารณสุขชุมชน 123
ศูนยส์ าธารณสุขมูลฐานชมุ ชน (ชนบท) (พ.ศ. 2550) 48,049
ศูนย์สาธารณสขุ มูลฐานชมุ ชน (เมอื ง) (พ.ศ. 2546) 3,108

ทมี่ า: กองยทุ ธศาสตรแ์ ละแผน สำ� นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

5.7.2 การกระจายของโรงพยาบาลตามสงั กดั ทรวงอืน่ ๆ ลดลงจากรอ้ ยละ 20.1 ในปี พ.ศ. 2516 เหลือ
แนวโน้มของสถานบริการด้านสุขภาพจ�ำแนกตาม รอ้ ยละ 6.4 ในปี พ.ศ. 2560 โดยมีเตียงอยทู่ ่รี ้อยละ 10.2
สงั กดั ไดแ้ ก่ สดั สว่ นของโรงพยาบาลและสดั สว่ นของเตยี ง ในปี พ.ศ. 2560 และโรงพยาบาลเอกชน มสี ดั สว่ นทล่ี ดลง
โรงพยาบาล จ�ำแนกตามสังกัด โดยสัดส่วนโรงพยาบาล จากร้อยละ 39.2 ในปี พ.ศ. 2516 เหลอื รอ้ ยละ 22.7 ใน
สังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มข้ึนจากร้อยละ 34.6 ใน ปี พ.ศ. 2560 โดยมเี ตียงอยู่ทร่ี ้อยละ 21 ในปี พ.ศ. 2560
ปี พ.ศ. 2516 เปน็ รอ้ ยละ 69.6 ในปี พ.ศ. 2560 และเตยี ง (ภาพท่ี 5.13 และ 5.14 และตารางท่ี 5.2 และ 5.3)
โรงพยาบาลสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ อยู่ที่ร้อยละ 66.3
ในปี พ.ศ. 2560 ในขณะท่สี ดั ส่วนโรงพยาบาลสังกัดกระ-

118 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ภาพท่ี 5.13 แนวโนม้ สัดสว่ นโรงพยาบาล จำ� แนกตามสงั กัด พ.ศ. 2516-2560

90
80
70
60
50
40
30
20
10
0
สัดสวนโรงพยาบาลตามสัง ักด (รอยละ)
2516
2518
2520
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560

กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอืนๆ ป (พ.ศ.) ราชการทอ งถนิ เอกชน
รัฐวิสาหกจิ /อิสระ

ภาพท่ี 5.14 แนวโนม้ สดั ส่วนเตยี งโรงพยาบาล จำ� แนกตามสงั กัด พ.ศ. 2516-2560

80
70
60
50
40
30
20
10
0
สัดสวนเตียงโรงพยาบาลตามสัง ักด (รอยละ)
2516
2518
2520
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560

กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงอืนๆ ป (พ.ศ.) ราชการทองถนิ เอกชน
รัฐวสิ าหกจิ /อสิ ระ

ทมี่ า: ภาพที่ 5.13 และ 5.14 จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ

ตารางท่ี 5.2 จ�ำนวนโรงพยาบาลและสัดสว่ นโรงพยาบาลจำ� แนกตามสงั กัด พ.ศ. 2557-2560

ปี กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงอน่ื ๆ รฐั วิสาหกจิ / ราชการท้องถิน่ เอกชน
หน่วยงานอิสระ
พ.ศ. จ�ำนวน ร้อยละ จำ� นวน ร้อยละ จำ� นวน รอ้ ยละ จำ� นวน รอ้ ยละ จ�ำนวน รอ้ ยละ
รพ. รพ. รพ. รพ. รพ.
8 0.6 11 0.8 284 21.8
2557 904 69.4 96 7.4 11 0.8 321 23.7
2558 929 68.7 86 6.4 6 0.4 12 1.0 206 16.9
2559 940 77.0 57 4.7 10 0.7 308 22.7
2560 943 69.6 87 6.4 6 0.5

7 0.5

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 119

ตารางที่ 5.3 จ�ำนวนเตียงโรงพยาบาลและสัดส่วนเตยี งโรงพยาบาลจ�ำแนกตามสงั กดั พ.ศ. 2557-2560

ปี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอืน่ ๆ รัฐวิสาหกจิ / ราชการท้องถนิ่ เอกชน
หนว่ ยงานอิสระ
พ.ศ. จำ� นวน รอ้ ยละ จำ� นวน ร้อยละ จำ� นวน รอ้ ยละ จำ� นวน รอ้ ยละ จำ� นวน รอ้ ยละ
เตยี ง เตยี ง เตียง เตียง เตียง
2,308 1.5 2,727 1.8 30,028 20.0
2557 99,193 66.0 16,094 10.7 2,734 1.8 21.4
2558 97,057 64.7 16,018 10.7 2,160 1.4 2,427 1.7 32,154 15.9
2559 102,282 72.3 12,033 8.5 2,808 1.9 21.0
2560 99,941 66.3 15,336 10.2 2,253 1.6 22,505

1,070 0.7 31,684

ท่ีมา: ตารางที่ 5.2 และ 5.3 จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ

5.7.3 การกระจายของสถานบริการตามภาค เหนือเท่ากบั 584:1 โดยความแตกต่างระหวา่ งกรุงเทพฯ
ส�ำหรับการกระจายเตียงโรงพยาบาลระหว่างภาค กับภาคตะวันออกเฉยี งเหนือลดลงจาก 4.5 เท่า ในปี พ.ศ.
พบวา่ อตั ราสว่ นประชากรตอ่ เตยี ง ลดลงในทกุ ภาค โดยใน 2522 เหลอื 2.8 เทา่ ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพที่ 5.15 และ
ปี พ.ศ. 2560 อัตราสว่ นประชากรตอ่ เตยี ง ของกรุงเทพฯ ตารางที่ 5..4)
เท่ากบั 205:1 ภาคกลางเท่ากับ 404:1 ภาคเหนือเทา่ กับ
448:1 ภาคใต้เท่ากับ 496:1 และภาคตะวันออกเฉียง

ภาพภทาพี่ 5ท.1่ี 155แแนนววโโนน้มม้ ออตั ตั รราาสส่ว่วนนปปรระะชชากากรรตต่อ่อเตเตียียงงโรโงรพงพยายบาบาาลลรราายยภภาาคค พพ..ศศ.. 22552222--22556600อัตราสวนประชากรตอเ ีตยง

1600
1400
1200
1000
800
600
400
200

0
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560

กรุงเทพฯ ภาคกลาง ป (พ.ศ.) ภาคใต ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
ภาคเหนอื

ที่มา: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสุข

120 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560


Click to View FlipBook Version