The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panpilai_suth, 2022-06-20 22:30:01

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การสร้างความกลมกลืนควรเป็นหน้าที่ของ • ชดุ สทิ ธิประโยชน์
รัฐบาล โดยกระบวนการสร้างความกลมกลืนจ�ำเป็นต้อง ◊ ศึกษารายละเอียดของชุดสิทธิประโยชน์ท่ียัง
มีส่วนร่วมของประชาชนกลุ่มต่างๆ และต้องมีการสร้าง
พลงั อำ� นาจใหป้ ระชาชนสามารถเขา้ มามสี ว่ นรว่ มไดอ้ ยา่ ง มีความแตกต่างกันระหว่างกองทุน เช่น การคลอดบุตร
เท่าเทียม กลไกบูรณาการ ควรมีการถอดบทเรียนจาก ทันตกรรม การตรวจสุขภาพ จากน้ัน จัดกระบวนการ
ต่างประเทศ และจ�ำเป็นต้องมีการศึกษาเพ่ิมถึงจุดแข็ง สรา้ งความกลมกลนื และจดั การบรหิ ารจดั การใหไ้ ดช้ ดุ สทิ ธิ
และจุดอ่อนของระบบปัจจุบันของประเทศไทย หากจะ ประโยชน์ทเี่ ทา่ เทยี มกันของทุกสิทธิ
มีการจัดตั้งคณะกรรมการสร้างความกลมกลืนในระบบ
หลักประกันสขุ ภาพภาครัฐ ควรต้องมีการพจิ ารณาความ ◊ การพัฒนาและสร้างความกลมกลืนของ
เหมาะสมขององคป์ ระกอบของคณะกรรมการอยา่ งถถี่ ว้ น ระบบยา โดยอาจเรม่ิ จากการพฒั นากองทุนยา
แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม กระบวนการสรา้ งความกลมกลนื ยงั ไมไ่ ด้
เกดิ ขน้ึ ให้เหน็ อย่างเป็นรปู ธรรม • การจ่ายเงินสถานพยาบาล ขณะนี้แต่ละกองทุน
มวี ธิ ีการและอตั ราการจา่ ยเงินที่แตกตา่ งกนั จำ� เป็นอย่าง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเพื่อพัฒนางานวิจัยและ ยิ่งที่ต้องมีการศึกษาวิจัยผลกระทบของการจ่ายเงินท่ี
การดำ� เนนิ งาน ทจ่ี ะนำ� ไปสคู่ วามกลมกลนื ระหวา่ งกองทนุ แตกต่างกันระหว่างกองทุนว่ามีผลต่อการให้บริการและ
ดังนี้ คุณภาพบริการหรือไม่ อย่างไร และแนวทางการปรับแก้
ควรเป็นอยา่ งไร
• การเงนิ การคลงั ควรเพม่ิ การวจิ ยั และพฒั นาเกย่ี ว
กบั แหลง่ เงนิ เพอ่ื ใชส้ ำ� หรบั การดำ� เนนิ งานของกองทนุ ของ • ระบบอภิบาล (Governance) งานศึกษาวิจัย
รฐั เรื่อง Governance ของระบบประกนั สุขภาพไทยยังมไี ม่
มากนกั มขี อ้ เสนอใหม้ กี ารศกึ ษาในเรอื่ งนเ้ี พม่ิ มากขนึ้ โดย
◊ การปฏิรูประบบภาษีโดยรวมของประเทศ มุ่งเน้นเร่ืองการพัฒนากลไกกลางในการบูรณาการระบบ
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของทั้งประเทศ หลักประกันสุขภาพภาครัฐ และให้มีการศึกษาเปรียบ
ซึ่งอยู่นอกเหนือจากขอบเขตด้านสุขภาพ หากจะมีการ เทียบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยและ
ท�ำวิจัยเรื่องการปฏิรูปภาษีในภาพรวมต้องประสานงาน ประเทศตา่ งๆ ทง้ั ความเหมอื นและความตา่ งในการบรหิ าร
กับหน่วยวิชาการด้านอ่ืนๆ เช่น สภาพัฒน์ฯ กระทรวง จัดการ รวมทัง้ ขอ้ ดขี อ้ เสียของการจัดการกองทุน
การคลัง เป็นต้น
8.4.3 การเปล่ียนแปลงทางด้านโครงสร้าง
◊ การปฏิรูประบบแหล่งการคลังสุขภาพให้มี ประชากรและระบาดวิทยา
ความย่ังยืน โดยพิจารณความเป็นไปได้ของแหล่งเงิน
จากภาษีอ่ืนๆ ร่วมด้วย เช่น ภาษีมรดก ภาษีท่ีดินและ ประเทศไทยก�ำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็ม
สงิ่ ปลกู สรา้ ง การจัดเก็บภาษีสุขภาพเฉพาะ (โดยอาจหัก รูปแบบ อีกท้ังมีการเปลี่ยนแปลงทางระบาดวิทยาจาก
จากภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา) ภาษมี ูลค่าเพม่ิ เป็นตน้ โรคติดต่อเป็นโรคไม่ติดต่อเร้ือรังมากขึ้น ท้ังสองปัจจัย
น้ี (การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรและระบาด
◊ การศึกษาแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ วิทยา) ส่งผลต่อรูปแบบการท�ำงานด้านสุขภาพอย่างมาก
ใหก้ ับทกุ กองทุนอยา่ งเป็นธรรม รวมท้ังส่งผลต่องบประมาณด้านสุขภาพโดยตรงอีกด้วย
การจัดการต่อสังคมผู้สูงอายุและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต้อง
• ระบบบริการสุขภาพ การจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ ใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
เพอ่ื พฒั นาหนว่ ยบรกิ าร ในด้านบคุ ลากร สาธารณูปโภค
ทม่ี กี ารกระจายตวั และครอบคลมุ จำ� นวนประชากรทงั้ หมด ความท้าทาย คอื การทำ� ให้เกิดความสอดคลอ้ งของ
นโยบายและการท�ำงานร่วมกันของภาคส่วนต่างๆ อย่าง
มีประสิทธิภาพทั้งจากภายในและภายนอกระบบสุขภาพ
เพ่ือให้การตอบสนองต่อความท้าทายทางสุขภาพที่เกิด

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 221

จากการเปลย่ี นแปลงโครงสรา้ งประชากรและระบาดวทิ ยา ในการจดั การกบั ผลติ ภณั ฑย์ าสบู และเครอื่ งดมื่ แอลกอฮอล์
รวมทงั้ ผลกระทบจากการพฒั นา เศรษฐกจิ ประเทศไทยยงั แต่ยังไม่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในประเทศไทย มาตรการ
อยใู่ นระยะเร่มิ ตน้ ของการพัฒนานโยบายหลายด้าน เช่น การบงั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ งเขม้ งวดและครอบคลมุ มากขนึ้ มี
การส่งเสริมให้เข้าสู่ภาวะสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีและการ ความจำ� เป็นอย่างยิ่งใน การจดั การปัญหาอุบัตเิ หตจุ ราจร
พฒั นาระบบการดแู ลสขุ ภาพและการสนบั สนนุ ดา้ นสงั คม ซ่ึงยังคงมีอัตราการตายที่สูงและไม่ลดลง การจัดการกับ
ส�ำหรับผู้สูงอายุโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน การเปลี่ยนแปลง ปจั จยั สงั คมและปจั จยั การคา้ ทม่ี ผี ลกำ� หนดสขุ ภาพ (social
ทางระบาดวิทยาไปเป็นโรคไม่ติดต่อ ความก้าวหน้าของ and commercial determinants of health) เปน็ สิง่
เทคโนโลยีและความคาดหวังท่ีเพิ่มข้ึนของประชาชนต่อ ท่ีท้าทายมาก ตอ้ งการภาวะผนู้ ำ� ทมี่ คี วามมงุ่ มนั่ อย่างแรง
การได้รับการรักษาแบบใหม่และราคาแพง เป็นปัจจัย กล้าและมีจริยธรรมสูง ในการต่อสู้กับผลประโยชน์ด้าน
ส�ำคัญท่ีท�ำให้ต้องมีทรัพยากรมากข้ึน ในประเทศไทย การค้าของสินค้าท�ำลายสุขภาพ และปัจจัยเส่ียงด้าน
โรคไม่ติดต่อคิดเป็นรอ้ ยละ 75 ของการสูญเสียปีสขุ ภาวะ สุขภาพ เชน่ บหุ รีแ่ ละยาสบู เคร่อื งด่ืมแอลกอฮอล์ การ
ท้ังหมดภาวะทั้งหมด(26) และท�ำให้เกิดความสูญเสียทาง ลดการบริโภคน�้ำตาล การลดการบริโภคเกลือและการ
เศรษฐกิจถึง 404 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี 102,103 เพม่ิ กิจกรรมทางกาย
รฐั บาลจงึ ตอ้ งมคี วามกลา้ หาญและมภี าวะผนู้ ำ� สงู ในการนำ�
มาตรการท่ีได้ผลและน่าลงทุนมากที่สุดมาใช้ในการ ทางออก คือ การดำ� เนนิ งานอยา่ งมีส่วนร่วมของทกุ
ปอ้ งกนั กอ่ นเกดิ โรคดว้ ยการจดั การกบั ปจั จยั เสยี่ งของโรค ภาคส่วน (Multisectoral Collaboration, MSC) โดย
โดยเฉพาะธุรกิจผลิตภัณฑ์ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เฉพาะอย่างย่ิงการส่งเสริมสุขภาพ การหลีกเล่ียงปัจจัย
และอาหารท่ีก่อให้เกิดโรคอ้วน มาตรการ ทางราคาและ เส่ยี งและการป้องกนั โรค แต่วิธกี าร (how to) ท่ีท�ำให้ได้
ภาษีเป็นหนึ่งในมาตรการท่ีได้ผลและน่าลงทุนมากที่สุด ผลสัมฤทธ์ิสูงสุดของการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนน้ัน
ยังไม่เปน็ ท่ีกระจ่างชัดว่า มกี ลยุทธห์ รอื วธิ ีการอยา่ งไร

8.5 บทสรปุ และการพฒั นาระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพไทยในอนาคต
8.5.1 ค�ำชืน่ ชมจากผู้น�ำระดบั โลก
สทิ ธหิ ลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ (UC Scheme) ซงึ่ ดำ� เนนิ การโดยสำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ไดร้ บั คำ�

ชื่นชมจากผูน้ �ำระดับโลกหลายท่าน ดังแสดงในกรอบดา้ นลา่ ง

Quotation from Sen A, Universal health care, Health for all, now. World
Nutrition, 2015; 6(3): 157-169

“Thailand UHC results in significant fall in IMR and U5MR,
(IMR 11 per 1,000), remarkable rise in life expectancy at birth
(>74 years),

Astonishing removal of rich-poor IMR disparities; so much so that
Thailand’s low IMR is now shared by the poorer and richer parts of
The 1998 Nobel Prize Laureate, Prof. Amartya Sen

222 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

“…In Thailand I saw the benefits and effects of UHC. Countries do
not need to wait to become rich before they provide all these
sanitation and health services to people. Thailand, for example,
started moving towards UHC when per capita national income was
only at $400. Thailand is a middle-income country but they started
a long time ago. So, you don't have to wait to be rich to provide
these health services to people…”
UN Secretary General; Ban Ki-Moon

Remarks to Private Sector Forum at Fourth High-level forum on Aid Effectiveness,

Busan, Republic of Korea

30 Nov 2011

“Thailand’s universal coverage reform dates from 2001. The program
has substantially increased health care utilization, especially among
the previously uninsured. And, as of 2009, the program had already
reduced by more than 300,000 the number of Thai people suffering
catastrophic health care costs.

And let me acknowledge that Thailand launched its universal coverage

program against concerns over fiscal sustainability initially raised by my

own institution, the World Bank Group. Thailand’s health leaders were World Bank President
determined to act boldly to provide access for their whole Jim Yong Kim

Speech at 66th World Health Assembly: Poverty, Health and the Human Future

21 May 2013

Quotation from the official letter of WHO headquarter, issued on 6 July 2015, to
H.E. General Prayut Chan-o-cha, Prime Minister, Royal Thai Government

WHO Director General “…Thailand’s Universal Health Coverage Systems is one
Margaret Chan of the best case examples on ‘Good Health at Low Cost’.
Although there are now more than 70 countries which
have achieved Universal Health Coverage, but Thailand
is so outstanding to be able to achieve it as such a low
level of GDP per capita.
Let me once again congratulate Thailand, under your
leadership and support, for its success on Universal

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 223

ค�ำช่ืนชมของผู้อ�ำนวยการใหญ่ขององค์การ ปอ้ งกนั มใิ หผ้ ปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ กอ่ นวยั อนั ควร เชน่ จากโรคเอดส์
อนามัยโลกที่ว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของ มะเร็งและไตวาย ซ่ึงในอดีตก่อนที่มีหลักประกันสุขภาพ
ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีท่ีสุดของ ‘สุขภาพดีไม่ต้อง ถว้ นหนา้ คนไทยทยี่ ากจนเหลา่ น้ี ไมส่ ามารถเขา้ ถงึ บรกิ าร
จา่ ยแพง’ [“Thailand’s Universal Health Coverage ราคาสูงเหลา่ นี้ได้เลย ต้องเสียชวี ติ เนอื่ งจากไมม่ เี งนิ รกั ษา
Systems is one of the best case examples on ทงั้ ทส่ี วสั ดกิ ารรกั ษาพยาบาลขา้ ราชการและประกนั สงั คม
‘Good Health at Low Cost’…”] เป็นการยืนยันอีก เข้าถึงได้ หรือหากผู้ป่วยเข้าถึงได้แต่ก็ต้องขายวัว ขาย
ครง้ั หนง่ึ จากผนู้ ำ� ระดบั โลกวา่ ระบบสขุ ภาพไทยเปน็ ระบบ ควาย ที่นาหรือกู้เงิน จนเป็นหน้ีสินล้นพ้นตัว เหตุการณ์
ทม่ี ปี ระสิทธิภาพสงู เหล่าน้ี “กลายเปน็ ประวัตศิ าสตร”์ ไปแล้ว

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นที่กล่าวขานในการ ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ บริหารโดย
ประชมุ นานาชาตหิ ลายแหง่ และหลายครงั้ อยา่ งมากถงึ การ ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ท�ำให้ระบบ
เป็นตัวอย่างประเทศท่ีสามารถบรรลุหลักประกันสุขภาพ สุขภาพมีประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณและ
ถ้วนหน้าในขณะท่ีมีรายได้ในระดับปานกลาง (middle สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยหลากหลายวิธีการ
income country) และประเทศไทยยงั เปน็ ทศี่ กึ ษาดงู าน เช่น การใช้ระบบงบประมาณปลายปิด (closed end
ของหลายประเทศ ที่ใหค้ วามสนใจเย่ยี มชมวธิ ีการดำ� เนิน budget) การจ่ายเงินให้สถานพยาบาลล่วงหน้าแบบ
งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และผลสัมฤทธ์ิของการ ปลายปิด การต่อรองราคาค่ายาและอุปกรณ์การแพทย์
ด�ำเนินงาน ใหไ้ ดร้ าคาต่�ำ คุณภาพดี (monopsonistic purchasing
power) contractual agreement ระหว่าง สปสช.
8.5.2 ผลสัมฤทธโิ์ ดยยอ่ และระบบบริการสุขภาพระดับอ�ำเภอ ได้แก่ สถานี
ประชาชน 47 ลา้ นคนในระบบ UCS ซึ่งร้อยละ 50 อนามัย (ปัจจุบันเรียก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
เป็นคนจนและจนทีส่ ุด 40 percentiles (using wealth ต�ำบล) และโรงพยาบาลชุมชน โดยมีระบบส่งต่อไป
index) ของประเทศ สามารถเข้าถึงบริการมากข้ึน ยังโรงพยาบาลระดับจังหวัด ท�ำให้การใช้บริการตาม
การเข้าถึงบริการเป็น pro-poor utilization คนจนซ่ึง ระดับความสามารถอย่างสมเหตุสมผล ประหยัด และมี
เป็นสมาชิกส่วนใหญ่ของ UCS ได้รับประโยชน์จากราย ประสทิ ธภิ าพ งบประมาณในการบรหิ ารจดั การของ สปสช.
จา่ ยสขุ ภาพของรัฐบาล (pro-poor benefit incidence) เฉลย่ี ระหวา่ งปงี ปบระมาณ 2545-2547 คดิ เปน็ ประมาณ
สัมฤทธิผลของ UCS นี้ เป็นมาตรการแห่งรัฐ ใน ร้อยละ 2.6 ของงบประมาณ UC Scheme ท้ังหมด
การกระจายรายได้ท่ีมีประสิทธิผลสูงสุดเป็นการสร้าง เนื่องจากมีการลงทุนด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความม่ันคงทางสุขภาพแห่งชาติ (national health งบบริหารของ สปสช. ลดลงเป็นเพียงร้อยละ 0.8 โดย
security) และเป็นการแปลงเจตนารมย์ในรัฐธรรมนูญ เฉล่ียระหว่างปีงบประมาณ 2548-2559 นับเป็นระบบ
แห่งราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ. 2550 มาตรา 51 และ ที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากกองทุนใช้เงินงบประมาณ
มาตรา 80 วา่ ดว้ ยสทิ ธใิ์ นการเขา้ รบั บรกิ ารสาธาณสขุ ของ ประจ�ำปีของรัฐบาล จึงไม่ต้องจัดเก็บเงินสมทบล่วงหน้า
ประชาชน และหน้าท่ีแห่งรฐั ในการจัดบริการสาธารณสุข ซ่งึ แตกตา่ งจากระบบประกันสังคม ดังน้นั สปสช. จึงท่มุ
ไปสู่การปฏิบตั ิและได้ผลจริง สรรพก�ำลังเพ่ือการพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุน
ครัวเรือนไม่ประสบปัญหารายจ่ายสุขภาพท่ีท�ำให้ เพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคก์ ารเขา้ ถงึ ประสทิ ธภิ าพและการ
ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวหรือจนลงภายหลังจากการจ่าย คมุ้ ครองผมู้ สี ทิ ธ์ิ นอกจากน้ี การใชเ้ งนิ งบประมาณของรฐั
ค่ารักษาพยาบาล ท้ังน้ีเพราะชุดสิทธิประโยชน์มีความ ที่มีแหล่งเงินจากภาษีท่ัวไป มีความก้าวหน้ามากกว่าเงิน
ครอบคลุมสูง บริการสุขภาพเกือบไม่มีการจ่ายร่วม ณ สมทบล่วงหน้าสามฝ่ายในระบบประกันสังคม เนื่องจาก
จุดบริการ (copayment) ประชาชนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ประกันสังคมไม่ได้ปรับเพดานสูงสุดของค่าจ้างเพ่ีอ

224 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

การค�ำนวณเงนิ สมทบ เพดานคา่ จา้ งก�ำหนดไว้ท่ี 15,000 สขุ ภาพในระดบั อำ� เภอ ประกอบด้วย โรงพยาบาลชุมชน
บาทตอ่ เดอื น ใชต้ ง้ั แตป่ ี พ.ศ.2534 ในขณะทค่ี า่ จา้ งขน้ั ตำ�่ และสถานอี นามยั เปน็ จดุ ยุทธศาสตร์ท่สี ำ� คัญในการบรรลุ
ปรบั สงู ขน้ึ ทกุ ปี นอกจากน้ี สปสช. ยงั มศี กั ยภาพและความ ประสิทธิภาพการใช้บริการ การส่งเสริมการส่งต่อผู้ป่วย
สามารถ (institutional capacities) สูงในการบริหาร ความเสมอภาคในการเขา้ ถงึ บรกิ าร สง่ิ สำ� คญั คอื บคุ ลากร
จัดการและการใชข้ ้อมลู ในการตดั สินใจ สขุ ภาพทกุ สายงานมศี กั ยภาพในการใหบ้ รกิ ารสงู (clinical
and public health competencies) และมีจรยิ ธรรม
8.5.3 ปัจจัยแหง่ ผลสมั ฤทธ์ิ ในวชิ าชพี การพฒั นาบคุ ลากรสขุ ภาพ โครงการผลติ แพทย์
ระบบสุขภาพไทย มีศักยภาพสูง เนื่องจากใน พยาบาลเพื่อชาวชนบท การผูกพันใช้ทุนในชนบทโดย
4 ทศวรรษ ระหวา่ งปี 2513-2543 กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรสาธารณสุข ตั้งแต่ปพี .ศ. 2515 เปน็ ตน้ มา ล้วน
ได้ลงทุนด้านโครงสร้างระบบบริการสุขภาพในชนบท ให้ เป็นปัจจัยแห่งความส�ำเร็จด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ
ประชาชนสามารถเขา้ ถงึ บรกิ ารสขุ ภาพได้อยา่ งดี บริการ ทีม่ ีคุณภาพ

8.6. ขอ้ เสนอแนะ ระบบในระยะยาวต่อไป เน้นย้�ำว่าต้องเป็นการพัฒนาทั้ง
ก) ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (UCS) เป็น ระบบ รวมทั้งระบบประกันสขุ ภาพภาครฐั ทง้ั สามกองทุน
หลกั มใิ ชเ่ พยี งแคเ่ ฉพาะประกนั สขุ ภาพระบบใดระบบหนง่ึ
นวตั กรรมทางสงั คมของประเทศไทยทปี่ ระสบความสำ� เรจ็ เท่านั้น ท้ังนี้เพ่ือเป็นการลดความเหล่ือมล้�ำระหว่างสาม
สูง ทุกภาคส่วนในสังคมไทย พึงตระหนักในข้อเท็จจริง กองทุนทีก่ ล่าวถึงในความท้าทายที่สองด้วย
เหลา่ น้ี และสง่ เสริมสนับสนนุ ให้คงอยูค่ กู่ ับระบบสุขภาพ
ไทย ค) ความเหล่ือมล้�ำระหว่างหลักประกันสุขภาพ
ภาครัฐ 3 กองทุน ระหว่าง สิทธิหลักประกันสุขภาพ
ข) ความยั่งยืนเร่ืองการเงินการคลังระบบสุขภาพ แห่งชาติ ระบบประกันสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
จากการที่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอาศัยงบประมาณ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการที่มีรายจ่ายสูงกว่า
ประจ�ำปีของรัฐบาลเป็นหลัก (สวัสดิการรักษาพยาบาล ประกนั สขุ ภาพแห่งชาตถิ ึง 4 เทา่ แสดงให้เหน็ ถงึ การขาด
ข้าราชการ และประกันสุขภาพแห่งชาติ ใช้งบประมาณ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการซึ่งเป็นสาเหตุส�ำคัญ
ประจ�ำปีของรัฐบาลแต่เพียงแหล่งเดียว มีเฉพาะประกัน ของความเหลื่อมล�้ำ นอกจากนี้ระบบการเงินของท้ังสาม
สังคมท่ีได้รับเงินสมทบล่วงหน้าจากนายจ้าง ลูกจ้าง กองทุนก็แตกต่างกัน แหล่งการเงินของระบบสวัสดิการ
ร่วมกับเงินสมทบจากงบประมาณของรัฐ) ซึ่งอาจเกิด รักษาพยาบาลข้าราชการและระบบประกันสุขภาพแห่ง
ความแปรผันตามกระแสการเมือง และระบบเศรษฐกิจ ชาตเิ หมอื นกนั คอื เงนิ งบประมาณประจำ� ปจี ากรฐั บาล แต่
ของประเทศในแต่ละปี โดยเฉพาะเม่อื เกดิ ภาวะเศรษฐกจิ มีความต่างกันอย่างมากในจ�ำนวนเม็ดเงินต่อสมาชิกหนึ่ง
ถดถอยหรืออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต�่ำกว่า คนที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาล ท้ังน้ีเน่ืองจากสวัสดิการ
ท่ีคาดการณ์ไว้ดังนั้น ความย่ังยืนด้านการเงินการคลัง รักษาพยาบาลข้าราชการใช้วิธีการจ่ายเงินแบบการเบิก
ระบบสุขภาพจึงเป็นประเด็นที่หลายภาคส่วนมีความ ตามรายการ (fee-for-service) ใหแ้ กส่ ถานพยาบาล ซ่งึ
ห่วงใยอย่างมาก ได้มีความพยายามของผู้มีสว่ นเก่ียวขอ้ ง เป็นการจ่ายแบบปลายเปิดท�ำให้ควบคุมรายจ่ายไม่ได้
ทุกภาคส่วน ในการพัฒนาเป้าหมายและตัวช้ีวัดในระบบ ต่างจากประกันสุขภาพแห่งชาติท่ีใช้วิธีการจ่ายเงินให้
การคลังสุขภาพ 4 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางการ แก่สถานพยาบาลแบบปลายปิดส่งผลให้เป็นระบบที่มี
คลัง (sustainability), ความเพียงพอ (adequacy) ประสิทธิภาพและสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ถึงแม้ว่า
ความเสมอภาค (fairness) และประสทิ ธภิ าพ (efficiency)
เพอื่ การพฒั นาระบบการเงนิ การคลงั ระบบสขุ ภาพไทยทง้ั

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 225

จะมีความพยายามให้ทั้งสามกองทุนหลักใช้วิธีการจ่าย 2. การติดตามการใช้บริการสุขภาพ (service
เงินให้สถานพยาบาลด้วยวิธีเดียวกันด้วยการจ่ายตาม coverage) และการปกป้องความเส่ียงทางการเงินของ
กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnostic Related Groups, ครวั เรือน (financial risk protection) ทง้ั ในเชิงปรมิ าณ
DRG) แต่ก็มีความต่างกันอย่างมากเรื่องอัตราจ่ายท่ีไม่ และความเสมอภาค ทไี่ ด้จากการสำ� รวจ HWS และ SES
เท่ากัน นอกจากน้ี สามกองทุนหลักยังมีความแตกต่าง เปน็ ส่ิงที่จ�ำเปน็ ต้องทำ� อย่างต่อเนอ่ื ง อยา่ งไรกต็ าม การใช้
กันในอีกหลายประการ เช่น ชุดสิทธิประโยชน์ท่ีแตก บริการสขุ ภาพ ควรต้องมีการตดิ ตามประสิทธผลของการ
ต่างกันอย่างชัดเจนยกตัวอย่างบริการทันตกรรม การ ใชบ้ รกิ ารดว้ ย (effective coverage) เชน่ ผปู้ ว่ ยเบาหวาน
อภิบาลระบบที่ต่างกันของทั้งสามกองทุน ระบบข้อมูล ได้รบั ยาและสามารถควบคมุ ระดับน�้ำตาลได้
ข่าวสาร เปน็ ตน้ ผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสียและผ้มู ีส่วนเก่ยี วข้อง
ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักรู้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้�ำ 3. ควรตอ้ งมกี ารวดั และการตดิ ตาม ‘ระยะเวลาการ
เป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีความพยายามในแก้ปัญหาความ รอคอย (waiting time)’ ซงึ่ ในขณะนย้ี งั ไมม่ รี ะบบตดิ ตาม
เหล่ือมล�้ำของท้ังสามกองทุน การปรับแก้ข้อบกพร่อง ในระดับประเทศ ท�ำให้ขาดข้อมูลระยะเวลาการรอคอย
เล็กๆ น้อยๆ ของแต่ละกองทุนคงไม่สามารถน�ำไปสู่การ ของผู้ป่วยในการเข้าถึงบริการสุขภาพบางชนิดท่ีส�ำคัญ
ลดความเหล่ือมล้�ำได้อย่างแท้จริง คงมีเพียงการปฎิรูป หรือ บริการสุขภาพบางประเภทท่ีมีจ�ำนวนผู้ให้บริการได้
ใหญ่เท่าน้ันที่จะลดความเหล่ือมล�้ำและสร้างความเสมอ น้อยราย ทั้งนี้ เพื่อเป็นข้อมูลส�ำคัญในการพัฒนาระบบ
ภาคดา้ นสขุ ภาพใหแ้ กป่ ระชาชนคนไทยไดอ้ ยา่ งจรงิ จงั แต่ การเข้าถงึ และใชบ้ รกิ ารสขุ ภาพให้ดียิง่ ขน้ึ ไป
ทว่าหนทางของการปฎิรูปและการด�ำเนินการที่จะน�ำไปสู่
การสร้างความกลมกลืนเพ่ือแก้ไขความเหล่ือมล้�ำน้ันเป็น 4. ระบบทะเบียนราษฎร์มีความครอบคลุมการ
ส่ิงท้าทายอย่างมากของประเทศไทย เกิดได้อย่างดีมาก ควรต้องมีการพัฒนาความถูกต้องของ
สาเหตุการตายให้มีความถูกต้องแม่นย�ำมากยิ่งขึ้นเพื่อ
ง) การติดตามและประเมินผลหลักประกันสุขภาพ เปน็ ประโยชนใ์ นการตดิ ตามผลกระทบจากการตายตอ่ ไป
ถ้วนหน้าของประเทศไทยท้ังสามกองทุนอย่างเป็นระบบ
จึงมคี วามจำ� เป็นต้องพฒั นาตอ่ ไปอย่างต่อเน่ือง สง่ิ ส�ำคญั 5. ข้อมูลประจ�ำจากสถานพยาบาลท่ีบันทึกใน
คือ ต้องน�ำผลการประเมินมาพัฒนาระบบหลักประกัน ระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ มีประโยชน์มากในการตดิ ตามความ
สขุ ภาพถว้ นหนา้ ใหด้ ยี ง่ิ ๆขน้ึ ไปอกี เมอื่ มวี วิ ฒั นาการตา่ งๆ แปรปรวน (variations) ของผลการรักษาของสถาน
เกิดขึ้น การบันทึกไว้เป็นรายงานหรือการตีพิมพ์เป็น พยาบาลภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประกันสุขภาพระบบ
บทความวชิ าการเผยแพรใ่ นวารสารวชิ าการทงั้ ในและนอก ต่างๆด้วย การรวบรวมขอ้ มูลผู้ปว่ ยในจากสถานพยาบาล
ประเทศเปน็ สงิ่ จำ� เปน็ อกี ประการหนงึ่ นอกจากจะเปน็ การ ต่างๆท่ัวประเทศมารวบรวมไว้ที่ส่วนกลางแห่งเดียวเป็น
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์การท�ำงานแล้ว ยัง Single National Inpatient Dataset ไดป้ ระโยชนม์ ากใน
เป็นการถา่ ยทอดความรจู้ ากรุ่นสรู่ ่นุ อกี ดว้ ย ขอ้ เสนอแนะ การวเิ คราะหผ์ ลตา่ งๆ จงึ ควรมกี ารรวบรวมขอ้ มลู ผปู้ ว่ ยใน
การตดิ ตามและประเมนิ ผล UHC และ UC Scheme มดี งั น้ี และการขน้ึ ทะเบียนผู้ป่วยรายโรค (Disease Registries)
ต่างๆไว้ที่ส่วนกลาง เป็น Single National Dataset
1. ระบบข้อมูลที่ส�ำคัญสองระบบ ได้แก่ (1) การ ด้วย ฐานข้อมลู disease registries มปี ระโยชน์อย่างย่ิง
สำ� รวจครวั เรอื น และ (2) ข้อมูลจากสถานพยาบาลทง้ั น้ี ในการประเมนิ ผลลัพธ์ ของการรักษา เชน่ อตั ราอยรู่ อด
สามารถพัฒนาต่อไปให้เป็นระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5 ปี ของผู้ป่วยไตวาย ผู้ปว่ ยธาลสั ซเี มยี และผ้ปู ่วย มะเร็ง
โดยข้อมูลจากสถานพยาบาลต้องมีการรวมศูนย์ไว้ท่ีส่วน เม็ดเลอื ดขาว เปน็ ต้น
กลางอยา่ งครบถว้ น จึงจะเกดิ ประโยชนใ์ นระดบั ประเทศ

226 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

บทที่ 9

การสาธารณสุขชมุ ชนและทอ้ งถ่ิน

ประเทศไทยได้น�ำหลักการของการสาธารณสุข ประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆใน
มูลฐานมาด�ำเนินการก่อนที่องค์การอนามัยโลกและ การพฒั นาระบบสุขภาพระดับพ้ืนท่ี โดยในบทน้ีจะแสดง
ประเทศสมาชิกจะได้มีการประกาศปฏิญญาอัลมา อะต้า ใหเ้ หน็ ถงึ นวตั กรรมตา่ งๆ ดงั กลา่ ว ประกอบดว้ ย (1) การมี
และได้มีความก้าวหน้าจนเป็นท่ียอมรับขององค์การ สว่ นรว่ มขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ กบั ระบบสขุ ภาพ
อนามัยโลกและองค์การระหว่างประเทศต่างๆว่าเป็น ไทย (2) ระบบบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ใิ นเขตเมอื ง (3) คณะ
แบบอย่างของการด�ำเนินงานที่น�ำหลักการของการ กรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอ�ำเภอ (4) กองทุน
สาธารณสุขมูลฐานไปสู่การปฏิบัติจริงได้เป็นผลส�ำเร็จ สุขภาพต�ำบล (5) สุขภาพภาคประชาชนกับการพัฒนา
โดยมีนวัตกรรมในด้านการสาธารณสุขชุมชนและท้อง ระบบสุขภาพชุมชน และ (6) ระบบการดูแลสุขภาพใน
ถิ่นที่ชี้ให้เห็นถึงการน�ำหลักการที่ส�ำคัญประการหนึ่งของ ครอบครวั (home health care)
การสาธารณสุขมูลฐานคือการมีส่วนร่วมของชุมชนและ

9.1 การมสี ว่ นรว่ มขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ กบั ระบบสขุ ภาพไทย
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถูกจัดตั้งข้ึน พ.ศ. 2552) ต่อมามีการจัดต้ังองค์การบริหารส่วนต�ำบล
บนพื้นฐานแนวคิดของการพัฒนาระบบการปกครอง ขึ้น โดยตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
แบบประชาธปิ ไตยทใี่ หป้ ระชาชนมสี ว่ นรว่ ม ทง้ั นเ้ี พอื่ เพม่ิ ส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 ให้เป็น อปท.ที่มีอ�ำนาจหน้าที่
ประสิทธิภาพของการบรหิ ารจัดการภายในท้องถ่นิ โดยมี ด�ำเนินกิจการส่วนจังหวัด ภายในเขตพ้ืนที่จังหวัดนอก
การเลอื กตง้ั มาจากประชาชน ดำ� เนนิ กจิ การเพอ่ื ประชาชน เขตเทศบาลและเขตสขุ าภิบาล นบั แต่นนั้ มาการปกครอง
และก�ำกบั ดแู ลโดยประชาชน ประเทศไทยมีการปกครอง ส่วนทอ้ งถน่ิ จึงครอบคลุมทัว่ ท้งั ราชอาณาจักรไทย(1)
ในระดับท้องถ่ินมาต้ังแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีกฎหมาย อปท. นับเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนที่อาศัย
ว่าด้วยการจัดการท้องถิ่นฉบับแรก คือ พระราชก�ำหนด ในท้องถิ่นมากที่สุด โดยมีกฎหมายการปกครองส่วน
สขุ าภิบาลกรงุ เทพฯ ร.ศ. 116 และมกี ารพฒั นาเรือ่ ยมา ท้องถ่ินที่ก�ำหนดความสัมพันธ์ระหว่างท้องถ่ินและส่วน
จนมกี ารเปลยี่ นแปลงระบอบการปกครองของประเทศไทย กลางในด้านขอบเขตการก�ำกับดูแลเพ่ือการคุ้มครอง
ในปี พ.ศ. 2475 ได้มกี ารจดั ระเบียบการบรหิ ารราชการ ประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือประโยชน์ส่วน
โดยแบ่งเป็นราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วน รวมของประเทศ อีกทั้งมุ่งให้เกิดบริการสาธารณะท่ีมี
ท้องถ่ิน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการ ประสิทธิภาพ มีการบรกิ ารอยา่ งทว่ั ถงึ และตรงกับความ
บริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 โดยในส่วน ตอ้ งการของประชาชนและตามความเหมาะสมและความ
ของราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ ไดม้ กี ารจดั ตงั้ เทศบาลขนึ้ ตามพระ จ�ำเป็นในแต่ละท้องถิ่น ท้ังน้ีตามกฎหมายได้ระบุว่าท้อง
ราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ. 2476 (ปจั จบุ นั ใชพ้ ระราชบญั ญตั ิ ถิ่นจะต้องมีอิสระในการตัดสินใจในการก�ำหนดทิศทาง
เทศบาล พ.ศ. 2496 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมถึงฉบับที่ 13 นโยบาย และการบริหารจัดการ โดยมีรัฐบาลส่วนกลาง

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 227

(สว่ นราชการ) กำ� กบั ดแู ลและใหค้ วามชว่ ยเหลอื (2) ปจั จบุ นั อปท. รูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเมือง
มี อปท. 7,852 แห่ง สามารถแบ่งประเภทของ อปท. ได้ พัทยา ซง่ึ เป็นเมืองทอ่ งเทย่ี วทมี่ ลี ักษณะพเิ ศษ(3) ประเภท
เปน็ 4 ลกั ษณะดงั นี้ 1) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั (อบจ.) และจำ� นวนของ อปท. ในปัจจุบนั (พ.ศ. 2561) แสดงดัง
2) เทศบาล 3) องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำบล (อบต.) และ 4) ตารางที่ 9.1

ตารางท่ี 9.1 จำ� นวนองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ (แหง่ ) จำ� แนกตามประเภทขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 2561

ประเภทขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ จ�ำนวน (แห่ง)

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั 76
เทศบาล 2,441
เทศบาลนคร 30
เทศบาลเมอื ง 178
เทศบาลตำ� บล 2,233
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล 5,333
องค์กรปกครองท้องถน่ิ รปู แบบพเิ ศษ (กรุงเทพมหานครและเมืองพทั ยา)
2

ทีม่ า: กรมสง่ เสริมการปกครองสว่ นท้องถิน่ , 2561

ในปัจจุบัน อปท. ที่มีอยู่หลายรูปแบบมีการเจริญ 9.1.1. บทบาทและอ�ำนาจหน้าท่ีขององค์กร
เติบโตมากขึ้น ประกอบกับการอยู่อาศัยของประชากรมี ปกครองส่วนท้องถนิ่ ดา้ นสาธารณสุข
ลกั ษณะเปน็ สงั คมเมอื งมากขนึ้ ปญั หาของชมุ ชนเมอื งจงึ มี
ความสลบั ซบั ซอ้ นและหลากหลายเพมิ่ ขน้ึ ซง่ึ อาจสง่ ผลตอ่ โดยทั่วไปการบริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน
ประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะของ อปท. โดย เป็นบทบาทหน้าท่ีของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะ
เฉพาะอยา่ งยง่ิ ในองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล (อบต.) ซง่ึ เปน็ กระทรวงสาธารณสุข แต่อย่างไรก็ตามหน่วยงานรัฐส่วน
อปท. ขนาดเลก็ โดยกรมสง่ เสรมิ การปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ กลางได้มีการกระจายอ�ำนาจการจัดการงานท่ีเกี่ยวกับ
กระทรวงมหาดไทย ก�ำลังด�ำเนินการหาข้อสรุปเก่ียวกับ การสร้างเสริมสุขภาพ สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และการ
การยบุ รวมหนว่ ยการปกครองทอ้ งถน่ิ ขนาดเลก็ เขา้ ดว้ ยกนั บริการสาธารณสุขขั้นมูลฐาน ดังกล่าวไปสู่ อปท. นับ
โดยมีความเห็นว่าการปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยควร ต้ังแต่ไดม้ กี ารจดั ตง้ั อปท. ขน้ึ กลา่ วคอื นบั แต่พระราช
คงระบบแบบสองชั้น (Two-tier system) เพอ่ื ใหอ้ งค์กร ก�ำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116 ในสมัยรัชกาล
ปกครองทอ้ งถนิ่ ขนาดใหญห่ รอื ระดบั บน (Upper tier) คอื ท่ี 5 ท่ีได้ก�ำหนดให้สุขาภิบาลกรุงเทพฯ มีหน้าท่ีด�ำเนิน
องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ได้รับผิดชอบด�ำเนิน การรักษาความสะอาด และป้องกันโรค ท�ำลายขยะ
กจิ การขนาดใหญ่ในพน้ื ที่กว้าง ซง่ึ เปน็ งานท่เี กนิ ขีดความ มูลฝอย จัดสถานท่ีถ่ายอุจจาระปัสสาวะส�ำหรับราษฎร
สามารถของ อปท. ขนาดเล็ก ในขณะที่ อปท. ขนาดเล็ก ท่ัวไป ห้ามการปลูกสร้างหรือซ่อมแซมโรงเรือนท่ีจะเป็น
(Lower tier) คอื เทศบาล ใหด้ ูแลแก้ไขเฉพาะทเี่ กิดขึน้ เหตุให้เกิดโรค รวมท้ังการขนย้ายสิ่งโสโครกท่ีท�ำความ
ในพนื้ ที่ โดยจะยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาลทั้งหมด เพอื่ ร�ำคาญให้กับราษฎรไปท้ิง เป็นต้น หรือแม้แต่ปัจจุบันใน
เพ่ิมประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะ และสร้าง การก�ำหนดหนา้ ทข่ี อง อปท. ขนาดตา่ งๆ ก็ยงั คงก�ำหนด
ความเปน็ ธรรมในการกระจายอำ� นาจและงบประมาณ(4) ให้มีหน้าที่รักษาความสะอาดของถนน หรือทางเดิน
และท่ีสาธารณะ รวมท้ังการก�ำจัดขยะมูลฝอยและสิ่ง

228 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ปฏิกูล ปอ้ งกนั และระงับโรคติดต่อ จัดให้มีนำ้� สะอาดหรือ เฉพาะ โดยตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ความสอดคลอ้ งกบั การพฒั นาของ
การประปา โรงฆ่าสัตว์ ตลาด ทา่ เทยี บเรือ ทา่ ขา้ ม บำ� รุง จังหวัดและประเทศเป็นส่วนรวมด้วย” และในมาตรา
ทางระบายน้�ำ ส้วมสาธารณะ รวมท้ังการส่งเสริมพัฒนา 80 ได้บัญญัติว่า “รฐั ตอ้ งสง่ เสรมิ สนับสนุน และพฒั นา
อาชีพ การพฒั นาสตรี เดก็ และผู้สูงอายุ การศึกษาของ ระบบสุขภาพที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันจะน�ำไป
ชมุ ชน การบรกิ ารสาธารณสุข การบ�ำรุงสถานกฬี า สถาน สู่สุขภาวะท่ีย่ังยืนของประชาชนรวมทั้งจัดและส่งเสริม
พักผ่อนหย่อนใจ และอื่นๆ(1) ให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขท่ีมีมาตรฐานอย่าง
ท่ัวถึงและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เอกชนและ
อปท. ได้เข้ามามีบทบาทในด้านสาธารณสุข ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการ
ครอบคลุมทั้งกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค สาธารณสุข” รวมถึง มาตรา 290 บัญญัติว่า “องค์กร
การรกั ษาโรคและการฟน้ื ฟสู ภาพ โดยมกี ฎหมาย นโยบาย ปกครองส่วนท้องถ่ิน ย่อมมีอ�ำนาจหน้าที่ส่งเสริมและ
ของประเทศ รวมถึงข้อตกลงสากลสนับสนุนกิจกรรม รักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมตามท่ีกฎหมายบัญญัติ” โดย
ดงั กลา่ ว โดยเรมิ่ จากปี พ.ศ. 2523 ซงึ่ ทอ้ งถน่ิ ไดร้ บั ภารกจิ อย่างน้อยต้องมีบทบาทหน้าที่ ดังน้ี (1) การจดั การ การ
การสร้างเสริมสุขภาพบางส่วน มาตั้งแต่ พ.ศ. 2537 บ�ำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
แล้ว(5) นอกจากนั้นทิศทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ และสง่ิ แวดลอ้ มท่อี ยู่ในเขตพื้นท่ี (2) การเข้าไปมีสว่ นรว่ ม
ประเทศไทยได้สนับสนุนให้ อปท. มีส่วนร่วมในงาน ในการบ�ำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
สาธารณสุขมากข้ึน โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ท่ีอยู่นอกเขตพื้นที่ เฉพาะกรณีท่ีอาจมีผลกระทบต่อการ
ไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 52 วรรค 2 ได้บัญญัติว่า ด�ำรงชีวิต ของประชาชนในพ้ืนที่ของตน (3) การมีส่วน
“การบรกิ ารทางสาธารณสขุ ของรฐั ตอ้ งเปน็ ไปอยา่ งทวั่ ถงึ ร่วมในการพิจารณา เพ่ือริเร่ิมโครงการหรือกิจกรรมใด
และมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยจะตอ้ งสง่ เสรมิ ใหอ้ งคก์ รปกครอง นอกเขตพนื้ ท่ี ซ่งึ อาจมผี ลกระทบตอ่ คุณภาพสง่ิ แวดล้อม
ส่วนท้องถิ่นและเอกชนมีส่วนร่วมด้วยเท่าที่จะกระท�ำ หรอื สขุ ภาพอนามยั ของประชาชนในพน้ื ท่ี และ (4) การมี
ได้”(6) หลักจากน้ันในปี พ.ศ. 2542 ได้มี พ.ร.บ.ก�ำหนด สว่ นร่วมของชมุ ชนท้องถิ่น(8)
แผนและขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. พ.ศ.
2542 โดยมาตรา 16 ก�ำหนดให้ อปท. มีอ�ำนาจและ ในปัจจุบัน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
หน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ พ.ศ. 2560 ไดม้ กี ารตระหนกั ถงึ การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื มากขนึ้
ของประชาชนในท้องถ่ินของตนเอง เช่น การจัดท�ำแผน โดยมาตรา 250 ไดบ้ ญั ญตั วิ า่ “องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
พัฒนาท้องถิ่นของตนเอง การสังคมสงเคราะห์และการ มีหน้าที่และอ�ำนาจดูแลและจัดท�ำบริการสาธารณะและ
พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส กจิ กรรมสาธารณะเพอ่ื ประโยชนข์ องประชาชนในทอ้ งถนิ่
การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตามหลักการพัฒนาอย่างย่ังยืน” ท้ังน้ี การจัดท�ำบริการ
ของบา้ นเมอื ง การกำ� จดั มลู ฝอย สง่ิ ปฏกิ ลู และนำ�้ เสยี การ สาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดท่ีเป็นหน้าท่ีและ
สาธารณสขุ การอนามยั ครอบครวั และการรกั ษาพยาบาล อ�ำนาจของ อปท. ควรมีการร่วมด�ำเนินการกับเอกชน
เป็นตน้ (7) หรือหน่วยงานของรัฐหรือมอบหมายให้เอกชนหรือหน่วย
งานของรัฐด�ำเนินการ อันจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน
นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในทอ้ งถนิ่ มากกวา่ การที่ อปท. จะดำ� เนนิ การเอง(9) ซง่ึ เมอื่
พ.ศ. 2550 โดยมาตรา 283 ไดบ้ ญั ญตั วิ า่ “องคก์ รปกครอง พิจารณาถึงทิศทางการขับเคล่ือนเพื่อพัฒนาของประเทศ
สว่ นทอ้ งถน่ิ มอี ำ� นาจหนา้ ทโี่ ดยทวั่ ไปในการดแู ลและจดั ทำ� และการพัฒนาระบบสุขภาพในปัจจุบันท่ีมุ่งเน้นการ
บริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น พฒั นาทยี่ งั่ ยนื โดยจะตอ้ งมงุ่ เนน้ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ และ
และย่อมมีความเป็นอิสระในการก�ำหนดนโยบาย การ มงุ่ เนน้ การกระจายอำ� นาจสชู่ มุ ชนและทอ้ งถนิ่ สนับสนุน
บริหาร การจัดบริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การบูรณาการการทำ� งานร่วมกันระหว่างรฐั เอกชน และ
การเงินและการคลัง และมีอ�ำนาจหน้าที่ของตนเองโดย

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 229

ท้องถิ่น ดังน้ัน อปท. ควรเป็นหน่วยงานหลักในการเป็น ทงั้ นี้ อปท. ไดม้ สี ว่ นรว่ มกบั หนว่ ยงานสาธารณสขุ
ผู้จัดบริการสาธารณะรวมถึงภารกิจการส่งเสริมสุขภาพ ในด้านการสร้างเสริมสุขภาพโดยมีการด�ำเนินงานมา
การจัดการส่ิงแวดล้อมและสุขาภิบาลขั้นพื้นฐาน การ ตั้งแต่ยุคของการสาธารณสุขมูลฐาน ปีพ.ศ. 2523 ท่ีมี
สาธารณสุขมูลฐาน เพ่ือมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การผลกั ดนั แนวคดิ การดำ� เนนิ งานสาธารณสขุ มลู ฐานตาม
ตอ่ ไป องค์ประกอบการสาธารณสุขมูลฐานขององค์การ
อนามัยโลกท่ีมุ่งท�ำให้เกิดสุขภาพดีถ้วนหน้า “Health
9.1.2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับภารกิจการ For All” ท�ำใหใ้ นปัจจบุ ันบริบทตา่ งๆ เอื้อตอ่ การมสี ว่ น
บริการสาธารณสขุ และการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ร่วมของภาคส่วนและประชาชนในการสร้างเสริมสุข-
ภาพ ได้แก่ การกระจายอ�ำนาจสู่ อปท. การสนับสนุน
ในด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคนั้น ของส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ประเทศไทยได้มีกฎหมายที่ส่งผลต่อการขยายบทบาท (สสส.) การจัดต้ังกองทุนสุขภาพระดับต�ำบลภายใต้
ของ อปท. ในการสร้างเสริมสุขภาพท่ีชัดเจน คือ การสนับสนุนของส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่ง
พระราชบัญญัติสภาต�ำบลและองค์การบริหารส่วนต�ำบล ชาติ (สปสช.) และกระบวนการสมัชชาสุขภาพ เป็นต้น
พ.ศ. 2537 ซึ่งเน้นการจัดการส่ิงแวดล้อมพื้นฐาน เช่น นอกจากนี้การเปล่ียนแปลงโครงสร้างอื่นของระบบ
การรักษาความสะอาดของถนนและที่สาธารณะ รวม สุขภาพต้ังแต่อดีตจนถึงการมีโครงการหลักประกัน
ถึงการก�ำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลตลอดจนการป้องกัน สุขภาพถ้วนหน้าได้เร่ิมสนับสนุนให้องค์การบริหารส่วน
และระงบั โรคติดต่อ แต่พระราชบัญญัตนิ ้ียังไม่ครอบคลุม ต�ำบลและเทศบาลมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและท�ำแผน
การสร้างเสริมสุขภาพเท่าท่ีควร ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 จัดสรรทรัพยากรในการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพระดับ
ไดป้ รากฏค�ำวา่ “สรา้ งเสริมสขุ ภาพ” อยูใ่ นภารกิจท่ีตอ้ ง ชุมชนมากข้ึนตามล�ำดับ โดยในปัจจุบันมีการเคลื่อนไหว
ถ่ายโอน ซึ่งขอบเขตการถ่ายโอนภารกิจและงบประมาณ ของภาคประชาสงั คมในการสรา้ งเสริมสุขภาพโดยรวมไป
นั้นผูกงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค พร้อมๆ กบั การพฒั นาชุมชนในรปู แบบท่หี ลากหลายและ
และการรักษาพยาบาลเบ้ืองต้นไปพร้อมกับโรงพยาบาล ทเี่ หน็ รปู ธรรมมากขนึ้ (5) ดงั ตารางที่ 9.2 แสดงววิ ฒั นาการ
สง่ เสริมสุขภาพตำ� บลและบคุ ลากร(5) การพัฒนาสาธารณสุขในด้านการสร้างเสริมสุขภาพโดย
การมสี ่วนร่วมของ อปท. และภาคประชาชน

ตารางที่ 9.2 วิวัฒนาการ การมีสว่ นรว่ มของ อปท. และภาคประชาชนในการพัฒนาสาธารณสขุ ของประเทศไทย

ชว่ งปี บริบทของประเทศไทย รฐั ส่วนกลาง องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ภาคประชาชน
กอ่ น 2540 (อปท.)

พ.ศ. 2523 ปรบั เปล่ยี น กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ อปท. ยงั คงมีบทบาท เกดิ ผู้สือ่ ขา่ วสาธารณสุข
แนวคิดการพฒั นา หนว่ ยงานหลักในการดูแล ด้านสขุ ภาพน้อย (ผสส.) และอาสาสมคั ร
ดา้ นสาธารณสขุ โดยให้ ระบบสขุ ภาพ สว่ นใหญเ่ ป็นดา้ น สาธารณสขุ (อสม.) จาก
ประชาชนมสี ่วนร่วม ตาม สุขาภบิ าลสิง่ แวดลอ้ ม เชน่ ภาคประชาชนเข้ามา
แนวคดิ การสาธารณสุข การก�ำจัดขยะ การจัดหา มสี ่วนรว่ มในการดูแล
มลู ฐาน (Primary Health น�ำ้ สะอาด สาธารณสุขมูลฐาน
Care)

230 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ตารางท่ี 9.2 ววิ ฒั นาการ การมสี ว่ นรว่ มของ อปท. และภาคประชาชนในการพฒั นาสาธารณสขุ ของประเทศไทย (ตอ่ )

ชว่ งปี บรบิ ทของประเทศไทย รฐั สว่ นกลาง องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ภาคประชาชน
2540 (อปท.)
-2549
- พ.ศ. 2540 รฐั ธรรมนูญ - ปรบั บทบาทกระทรวง - อปท. รบั งบประมาณ - ท้องถนิ่ จดั สรรงบ
2550- ให้ความสำ� คญั กับการกระ สาธารณสขุ เปน็ ผ้กู ำ� หนด ดา้ นบริการสาธารณะจาก ประมาณให้ชมุ ชนแหง่
ปัจจบุ นั จายอำ� นาจการปกครองไป นโยบายและก�ำกบั ดแู ล กรมส่งเสรมิ การปกครอง ละ 10,000 บาท (ข้อมลู ปี
สู่ทอ้ งถน่ิ ระบบ ท้องถ่ินและรายไดท้ ่ที อ้ ง พ.ศ. 2552)
- พ.ศ. 2542 มีการแก้ไข - พ.ศ. 2547 กำ� หนด ถน่ิ จดั เก็บได้ มผี แู้ ทนชุมชนในคณะ
พ.ร.บ. สภาตำ� บลและ ยทุ ธศาสตรเ์ มืองไทย - พ.ศ. 2545-2550 รับ กรรมการกองทนุ สุขภาพ
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ� บล แข็งแรง เน้นชมุ ชนและ ถา่ ยโอนภารกิจ 7 เรื่อง ตำ� บล
พ.ศ. 2537 แก้ไขเพมิ่ เตมิ ประชาชนเปน็ ศูนย์กลาง จาก 43 เรอื่ งตามแผนการ - สสส.สนับสนุนงบ
(ฉบับท่ี 3) ก�ำหนดให้ งบบรกิ ารสุขภาพ รวมทัง้ ปฏิบัตกิ ารกระจายอำ� ประมาณเพอ่ื ให้ภาค
สมาชกิ สภา อบต. มาจาก งบสง่ เสริมสขุ ภาพปอ้ งกัน นาจฯ ฉบับท่ี 1 ประชาชนแสดงบทบาท
การเลอื กตงั้ โรค (PP) บริหารโดย - รับโอนสถานอี นามยั ในการขบั เคลอื่ นการสร้าง
- พ.ศ. 2544 จดั ตั้ง สสส. สปสช. 22 แห่ง เสริมสขุ ภาพ
เปน็ หน่วยงานอสิ ระภาย - สสส. มีบทบาทสนบั สนุน - พ.ศ. 2549 เกิดกองทุน
ใต้ก�ำกับ การสรา้ งเสริมสุขภาพ สขุ ภาพต�ำบลร่นุ ที่ 1
- พ.ศ. 2545 จัดต้ัง สปสช. นอกระบบบริการสุขภาพ จ�ำนวน 888 แห่ง
เปน็ องค์กรอิสระภายใต้
ก�ำกับ

- พ.ศ. 2550 - มกี ารดำ� เนนิ งานต่อ - กองทนุ สุขภาพต�ำบลใช้ - มกี ารด�ำเนนิ งานตอ่
พ.ร.บ.สขุ ภาพแหง่ ชาติ เนื่องจากทศวรรษ แผนท่ีทางเดินยุทธศาสตร์ เนือ่ งจากทศวรรษ
จัดตงั้ สำ� นกั งานคณะ ทีผ่ า่ นมา และมีการเพ่มิ เปน็ เครือ่ งมอื บริหารงาน ทผ่ี า่ นมา มกี ระบวนการ
กรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ บทบาทของ สช. ในการ ชมุ ชน มแี ผนสุขภาพต�ำบล สมชั ชาสุขภาพในพื้นท่ี
(สช.) สนับสนนุ การมีส่วนรว่ ม บางแหง่ ชดั เจน - มีการจัดทำ� แผนสขุ ภาพ
- รัฐธรรมนญู พ.ศ. 2550 ของภาคสว่ นตา่ งๆและ - พ.ศ. 2551 ขยาย โดยภาคประชาชนเป็นจุด
บัญญตั ใิ หป้ ระชาชนและ ประชาชนในการพฒั นา กองทนุ สขุ ภาพต�ำบลอกี ประสานเชน่ แผนสุขภาพ
ชุมชนมีส่วนรว่ มในการ นโยบายสาธารณะเพ่ือ 1,804 แหง่ และเพมิ่ เปน็ จังหวดั และแผนสขุ ภาพ
พฒั นาท้องถน่ิ และตรวจ สขุ ภาพ และมีการบรรจุ 3,935 แหง่ ในปพี .ศ. 2552 ต�ำบล จ.สงขลา เปน็ ต้น
สอบโดยชมุ ชน การสร้างเสริมสุขภาพเปน็ - มีศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสุข
หวั ขอ้ หนงึ่ ในธรรมนญู 407 แหง่
สขุ ภาพแหง่ ชาติ - รับถ่ายโอนโรงพยาบาล
ส่งเสริมสขุ ภาพตำ� บล
52 แห่ง

ที่มา: ศิริวรรณ พิทยรงั สฤษฏ์, 2553(5)

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 231

สืบเน่ืองจากบทบาทหน้าที่ของ อปท. ท่ีมีต่อ รวมถงึ ทนั ตาภบิ าลโดยงบประมาณหลกั ในการจดั ตง้ั ศนู ยฯ์
การจัดบริการสาธารณสุขตามกฎหมาย และนโยบาย มาจาก อปท. ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
การสง่ เสริมการกระจายอ�ำนาจการบรหิ ารของรฐั สู่ อปท. (สปสช.) และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถ่ิน โดย
น�ำไปสู่การจัดตั้งศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดของ โครงสร้างการด�ำเนินงานของศูนย์บริการสาธารณสุขของ
อปท. รวมถึงศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดกระทรวง อปท. อยภู่ ายใตโ้ ครงสรา้ งการบรหิ ารของกองสาธารณสขุ
สาธารณสุขบางแห่งได้มีการถ่ายโอนภารกิจไปอยู่ภายใต้ และสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่จึงให้ความส�ำคัญกับการ
การบริหารจัดการของ อปท. ซึ่งในปจั จบุ ันมศี ูนยบ์ รกิ าร จัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมตาม
สาธารณสขุ ในสงั กดั อปท. จำ� นวน 407 แหง่ (ขอ้ มลู ปี พ.ศ. ความเรง่ ดว่ น(12)
2557) โดยเปน็ ศนู ยบ์ รกิ ารสงั กดั กทม. 71 แหง่ เมอื งพทั ยา
1 แหง่ เทศบาล 309 แหง่ และอบต. 26 แหง่ (10) ในสว่ นของ ด้านสถานการณ์การถ่ายโอน รพ.สต. ไปสู่ อปท.
การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล (รพ.สต.) นน้ั เปน็ ประเดน็ สำ� คญั ในการจดั การสขุ ภาพภายในชมุ ชน
สังกัดกระทรวงสาธารณสุขไปอยู่ภายใต้การก�ำกับของ ท้องถ่ิน โดยมีการถ่ายโอนภารกิจและรพ.สต. ไปสู่
อปท. มจี ำ� นวน 52 แหง่ จากจำ� นวนของสถานอี นามยั และ ทอ้ งถนิ่ ตงั้ แต่ ปี พ.ศ. 2543 เปน็ ผลใหม้ กี ารถา่ ยโอนภารกจิ
รพ.สต. ทง้ั หมดในประเทศ รวมกนั ประมาณ 9,800 แหง่ (11) ตา่ งๆ ให้แก่ อปท. เช่นการพฒั นาดา้ นพฤติกรรมสขุ ภาพ
การแก้ไขปัญหาเด็กน�้ำหนักต่�ำกว่าเกณฑ์ การจัดหาและ
ก า ร จั ด บ ริ ก า ร ข อ ง ศู น ย ์ บ ริ ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข พัฒนาน�้ำสะอาด การสร้างเสริมสุขภาพกลุ่มเป้าหมาย
ภายใต้ อปท. ในปัจจุบันพบว่าถูกจัดต้ังข้ึนโดยมติของ 5 กลุม่ คอื แมเ่ ละเด็ก วยั เรียน เยาวชน วยั ทำ� งานและ
ผบู้ รหิ ารอปท. การดำ� เนนิ งานของศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ ผู้สูงอายุ ซึ่งได้มีการถ่ายโอนส�ำเร็จในปี พ.ศ. 2557(13)
น้ีมีการให้บริการตรวจรักษาโรคท่ัวไป บริการด้าน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีแผนรองรับการกระจายอ�ำนาจ
ทันตกรรม โดยเน้นให้บริการทันตสาธารณสุขเคลื่อนท่ี และมีการก�ำหนดเป้าหมายการถ่ายโอนให้แล้วเสร็จ ใน
ในโรงเรยี น งานฟนื้ ฟสู ภาพ การติดตามผู้ปว่ ย การสรา้ ง ปี พ.ศ. 2553 พบว่าปัจจุบันยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร(11)
หลักประกันสุขภาพ การจัดท�ำข้อมลู ข่าวสารสาธารณสุข โดยผลการด�ำเนินงานท่ีผ่านมาพบว่ามีท้ังประสบความ
รวมถงึ การจดั กจิ กรรมตา่ งๆทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั งานสาธารณสขุ ส�ำเร็จและล้มเหลว ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการ
มูลฐาน โดยเปน็ การท�ำงานในรูปแบบเครือข่ายความร่วม ขาดศักยภาพในด้านการจัดการและการเงินของ อปท.
มือกับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และมีการท�ำงาน (13) โดยพบว่า อปท. ขนาดเล็กไม่สามารถรองรับภารกิจ
รว่ มกนั กบั หนว่ ยงานในสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ ในขณะ สาธารณสขุ ได้ เนอื่ งจากขาดทง้ั งบประมาณ และบคุ ลากร
เดียวกันศูนย์บริการสาธารณสุขที่ด�ำเนินการโดยเทศบาล (11) นอกจากนหี้ นว่ ยงานสว่ นกลางยงั ไมไ่ ดม้ กี ารทำ� งานเชงิ
ทำ� หนา้ ท่ดี �ำเนนิ งานด้านการสง่ เสรมิ สุขภาพ การปอ้ งกนั รุกเพ่อื เตรียมความพรอ้ มและสนับสนุน อปท. ใหส้ ามารถ
และควบคมุ โรค การฟื้นฟูสภาพ และการรักษาพยาบาล รองรับภารกิจด้านสาธารณสุขจากกระทรวงสาธารณสุข
โดยการท�ำงานร่วมกันกับหน่วยงานอ่ืนส่วนใหญ่เป็นการ และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง(14) อย่างไรก็ตาม อปท. ของ
ขอความชว่ ยเหลอื จากโรงพยาบาลของรฐั และโรงพยาบาล ประเทศไทยก็ได้มีการพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะทักษะ
เอกชนในพื้นที่ และมีการประสานความร่วมมือกับ ทางการบรหิ ารจดั การ การคลงั ท้องถิน่ ภาวะผู้น�ำทอ้ งถน่ิ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลและท�ำบันทึกข้อตกลง และการเรยี นรดู้ า้ นสาธารณสขุ กบั การจดั บรกิ ารสาธารณะ
(MOU) รว่ มกัน โดย อปท. ในเขตเทศบาลนครนั้นมีอตั รา นอกจากน้ี อปท. เร่ิมมกี ารเรียนรู้และสัง่ สมประสบการณ์
บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขครบท้ัง 4 สาย ดา้ นสุขภาพ เชน่ การจดั ท�ำขอ้ มูลครัวเรือนรวมถึงข้อมูล
งาน ไดแ้ ก่ แพทย์ พยาบาลวชิ าชพี หรอื พยาบาลเวชปฏบิ ตั ิ ดา้ นสาธารณสขุ (13)
นกั วชิ าการสาธารณสขุ หรอื เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ชมุ ชน

232 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ในปัจจุบัน คณะกรรมการกระจายอ�ำนาจให้แก่ บริหารระบบบริการปฐมภูมิโดย อปท. คือการเห็นความ
องค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน (กกถ.) ได้มีการพิจารณา สำ� คญั และเข้าใจงานดา้ นสขุ ภาพของผบู้ ริหาร ภาวะผ้นู ำ�
ทบทวนบทบาท ขนั้ ตอนและวธิ ปี ฏบิ ตั กิ ารถา่ ยโอนภารกจิ วิสัยทัศน์ ศักยภาพในการบริหาร ความตระหนักว่าการ
รพ.สต. ใหแ้ ก่ อปท. โดยในคราวประชมุ ครง้ั ที่ 2/2561 ได้ ลงทนุ ด้านสขุ ภาพเป็นการลงทนุ ระยะยาว และความเป็น
มมี ติเห็นชอบในหลักการถ่ายโอน ซง่ึ เปน็ ไปตามหลกั การ เจา้ ของพื้นท(่ี 14)
การกระจายอำ� นาจ และมอบหมายใหฝ้ า่ ยเลขานกุ ารฯ ไป
ประสานหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ กระทรวงสาธารณสขุ ในดา้ นการบรหิ ารจดั การงบประมาณ ปจั จบุ นั ยงั พบ
ส�ำนกั งบประมาณ และ อปท. เพอ่ื ดำ� เนินการต่อไป(15) ความเหล่ือมล�้ำในการจัดการการเงินการคลังของท้องถิ่น
และการสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณสุขส่วนใหญ่
9.1.3 ประเดน็ ทา้ ทายขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ ง เปน็ การสนบั สนุนรายโครงการ จำ� เป็นอย่างยง่ิ ทจ่ี ะต้องมี
ถ่นิ ในการมีส่วนรว่ มในระบบสขุ ภาพ กระบวนการทำ� ใหเ้ กดิ การบรหิ ารงบประมาณทยี่ งั่ ยนื (2,14)
และการที่ไม่สามารถน�ำงบประมาณท่ีมีอยู่ไปใช้ได้อย่าง
ถึงแม้ว่า อปท. กับหน่วยงานสาธารณสุขน้ันจะ มปี ระสทิ ธิภาพเนื่องจากความเขา้ ใจทไ่ี มต่ รงกันกบั หน่วย
มีการด�ำเนินงานร่วมกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน และ งานตรวจสอบงบประมาณยงั คงเปน็ ปญั หาทา้ ทายหลกั ใน
มีกฎหมาย รวมถึงนโยบายสนับสนุนการด�ำเนินงาน แต่ การจัดการงบประมาณของ อปท.(14)
เพ่ือการพัฒนาทยี่ ่งั ยืนของระบบสุขภาพของประเทศไทย
และคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ขี นึ้ ของประชาชน การทำ� งานรว่ มกนั นอกจากน้ีความชัดเจนของกระทรวงสาธารณสุข
ในลักษณะนี้ยังมีประเด็นท้าทายต่อการบริหารจัดการ รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับ อปท. ใน
อยู่บ้าง ท้ังความท้าทายต่อหน่วยงานสาธารณสุขเอง การถ่ายโอนภารกิจด้านสุขภาพ รวมถึงความเท่าเทียม
และความท้าทายต่อ อปท. ซึ่งนอกจากความท้าทายใน และความเป็นธรรมในการต้ังหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการ
ด้านการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยก�ำหนดสุขภาพแล้ว พบ มีส่วนร่วมของ อปท. ในการจัดบริการสุขภาพ(14) และ
ประเดน็ ทา้ ทายด้านการบรหิ ารจดั การท่สี ำ� คัญดงั ตอ่ ไปนี้ การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยส�ำคัญอย่างย่ิง
ท่ีจะท�ำให้การจัดการด้านสุขภาพของ อปท. ส�ำเร็จได้
ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า วิ จั ย ที่ เ ก่ี ย ว ข ้ อ ง กั บ ก า ร ด� ำ เ นิ น อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนในฐานะท่ีเป็นเจ้าของ
งานด้านสาธารณสุขของท้องถ่ินพบว่าภาวะผู้น�ำและ อ�ำนาจที่แท้จริง เป็นปัจจัยท่ีส�ำคัญในการผลักดันให้เกิด
ทัศนคติของผู้บริหารมีผลต่อบทบาทท่ีแตกต่างกันด้าน การดำ� เนนิ ภารกจิ ในทอ้ งถนิ่ รวมถงึ การพฒั นาทอ้ งถน่ิ เปน็
สาธารณสุขของผู้บริหาร โดยพบว่าผู้น�ำที่มีทัศนคติเชิง ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซง่ึ จำ� เปน็ ตอ้ งสนบั สนนุ การพฒั นา
บวกต่องานด้านสาธารณสุขและการท�ำงานร่วมกัน ศกั ยภาพของประชาชนใหส้ ามารถมสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ
ในลักษณะภาคีเครือข่ายมีโอกาสประสบผลส�ำเร็จใน ใจมากขน้ึ โดยการแสวงหาแนวทางสรา้ งความเขม้ แขง็ ของ
การท�ำงานมากกว่า(16) ซ่งึ สอดคล้องกบั ผลการสังเคราะห์ ชมุ ชนเพอื่ ใหไ้ ดม้ าซงึ่ นโยบายสาธารณะเพอื่ สขุ ภาพอยา่ งมี
ทางเลอื กของการพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพเขตเมอื ง กรณี ส่วนร่วม(2)
ศึกษาเขตสุขภาพที่ 3 ท่พี บว่าเงอ่ื นไขความสำ� เรจ็ ในการ

9.2 ระบบบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู เิ ขตเมอื ง โลกจะอาศัยอยู่ในชุมชนเมือง และในปี พ.ศ. 2593 จะ
การเข้าสู่สังคมเมือง ถือเป็นส่ิงท้าทายที่ส�ำคัญ เพิ่มสูง ถงึ ร้อยละ 70.0(17) การพฒั นาเพื่อเขา้ สูส่ งั คมเมือง
ที่มากยิ่งขึ้นส่งผลด้านดี เช่น การท�ำธุรกิจค้าขายเป็นไป
ต่อระบบสุขภาพในศตวรรษท่ี 21 ในอีก 30 ปีข้างหน้า สะดวกสบายมากขึ้น จากการท่ีคนอยู่กันอย่างหนาแน่น
ประชากรเกือบท้ังหมดจะอยู่ในสังคมเมือง จากการคาด
การณ์พบวา่ ปี พ.ศ. 2573 รอ้ ยละ 60.0 ของประชากร

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 233

การขนส่งสินค้ามีต้นทุนต�่ำ นอกจากน้ียังมีผลท�ำให้เกิด เป็นท้องถ่ินชุมนุมชนท่ีมีราษฎรตั้งแต่ 10,000 คนขึ้น
การปฏิสัมพันธ์กันระหว่างบุคคลมากข้ึน อย่างไรก็ตาม ไป ส่วนเทศบาลนคร เป็นท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎร
การพัฒนาความเป็นเมืองมากข้ึนอาจท�ำให้เกิดการย้าย ตั้งแต่ 50,000 คนข้ึนไป ส่วนกรุงเทพมหานครในฐานะ
ถ่ินฐานของประชากรอันส่งผลท�ำให้ปัญหาต่างๆ ใน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ รปู แบบพเิ ศษมปี ระชากรหนา
สังคมเมืองทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นด้วย เช่น ปัญหา แน่น 5,986,722 คน (ตามทะเบียนราษฎร์ ปี 2560) แต่มี
การขาดแคลนที่อยู่อาศัย ปัญหาความเสื่อมโทรมของ ประชากรอยูจ่ ริงมากกวา่ 8,000,000 คน(20)
สิ่งแวดล้อม ปัญหาความเหล่ือมล�้ำทางสังคมและราย
ได้ ปัญหาการบริการจากภาครัฐท่ีไม่ทั่วถึง หรืออาจจะ ความเปน็ สงั คมเมอื งของประเทศไทยนนั้ ไมต่ า่ งจาก
เป็นปัญหาจากการอพยพเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ประเทศอื่น โดยเฉพาะปัญหาการย้ายถิ่นจากชนบทเข้า
เป็นต้น จากผลกระทบดงั กล่าวจำ� เปน็ อย่างยิ่งที่จะต้องมี มาในเมือง ส่งผลให้ประชากรในเมืองแออัด เกิดความ
การเตรียมการให้มีระบบต่างๆ รองรับเพื่อให้ประเทศได้ ยุ่งยากต่อการจัดบริการสาธารณะ ส�ำหรับประเทศไทย
ประโยชน์สูงสุดจากความเป็นเมืองท่ีสูงข้ึนและลดปัญหา พบแนวโน้มของโรคคนเมืองสูงข้ึน ปรากฏการณ์
ทอ่ี าจเกดิ ข้นึ ในอนาคต รวมถงึ การมีระบบบรกิ ารสขุ ภาพ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มากับ “การใช้ชีวิตแบบเมือง” ซึ่ง
ที่ครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการของคนใน จะพบได้ว่าวิถีชีวิตแบบเมืองมีความแตกต่างหลากหลาย
เมือง โดยในระดับนานาชาติให้การสนับสนุนการพัฒนา ซับซ้อนและแตกต่างกับชีวิตชนบทมาก โดยวิถีชีวิตของ
ระบบบริการปฐมภูมิท่ีเข้มแข็งโดยมีแพทย์เวชศาสตร์ คนเมืองต้องใช้ชีวิตท่ีแข่งขันกับเวลา เผชิญกับมลภาวะ
ครอบครัวหรือแพทย์เวชศาสตร์ท่ัวไปเป็นผู้เฝ้าประตูของ อยู่ทุกวัน มีค่าใช้จ่ายที่สูง กินอาหารท่ีไม่เหมาะสม
ระบบ (Gate Keeper) เปน็ ด่านหน้าคอยคดั กรองผูป้ ่วย ขาดการออกก�ำลังกาย เป็นต้น ส่งผลให้คนเมืองเป็น
ซ่ึงส่งผลให้มีการดูแลอย่างต่อเน่ือง และมีการประสาน โรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั ไดแ้ ก่ โรคอว้ น เบาหวาน ความดนั โลหติ สงู
ความร่วมมือในการดูแลที่ดี ส่งผลต่อการรักษาพยาบาล โรคหวั ใจ โรคหลอดเลอื ดสมอง และปญั หาดา้ นสขุ ภาพจติ
และการควบคุมค่าใชจ้ า่ ยด้านสุขภาพ(18) เช่น ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น(21) นอกจากนี้ วิวัฒนาการ
ของเมืองที่มีการเปล่ียนแปลงของบริบทด้านต่างๆ ท้ัง
9.2.1 สถานการณ์ สุขภาพเขตเมืองและปัญหา เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งส่ิงแวดล้อมอย่าง
สุขภาพของคนในเขตเมือง ประเทศไทย รวดเร็ว ยังเป็นปัจจัยส�ำคัญในการส่งผลต่อภาวะสุขภาพ
ของคนท่ีอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองท่ีพบได้อย่างชัดเจน
ประเทศไทยมีการพัฒนาประเทศยกระดับเป็น เช่น ความไม่เป็นธรรม ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึง
ประเทศรายได้ปานกลางระดับบน (Upper-Middle ทรัพยากรทางด้านสุขภาพ ความเหลื่อมล�ำ้ ดา้ นเศรษฐกิจ
Income Country) ที่มีแนวโน้มพัฒนาสู่ความเป็นเมือง ท่ีท�ำให้ผู้ที่มีรายได้น้อยหรือผู้ด้อยโอกาส ได้รับบริการที่
เพิ่มข้ึน โดยพบว่า กลางปี 2559 มีอัตราส่วนประชากร ด้อยคุณภาพ ปัญหาด้านความรุนแรงทางสังคม ปัญหา
อาศัยอยู่ในเขตเมือง ร้อยละ 48.4 ของประชากรทั้ง ยาเสพติด การคุ้มครองผู้บริโภคด้านยา อาหาร หรือ
ประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนจาก จากจ�ำนวนประชากร ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่
เขตเมือง ปี พ.ศ. 2554 ซึ่งมีอัตราส่วนเพียงร้อยละ อาศัย ปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ปัญหา
36.1 และปี พ.ศ. 2556 มีประชากรอาศัยอยูใ่ นเขตเมอื ง การบริการจากภาครัฐท่ีไม่ทั่วถึง หรืออาจจะเป็นปัญหา
รอ้ ยละ 45.9(19) โดยประเทศไทยไดก้ ำ� หนดนยิ ามเขตเมอื ง จากการอพยพเขา้ เมืองของแรงงานต่างด้าว นอกจากนั้น
หมายถึง เขตเทศบาลทีม่ ีจำ� นวนประชากรตง้ั แต่ 10,000 ยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพคนเมือง เช่น ขยะมูลฝอย
คนข้ึนไป และพ้ืนท่ีมีลักษณะของความเป็นเมือง คือ มี มลพิษในอากาศ เป็นต้น(14) เพ่ือตอบสนองต่อปัญหา
ประชากรอยกู่ นั อยา่ งหนาแนน่ ประชากรสว่ นใหญใ่ นพน้ื ที่ สุขภาพต่างๆของคนเขตเมืองที่นับวันจะทวีความรุนแรง
นั้นประกอบอาชีพที่มิใช่เกษตรกรรม โดยเทศบาลเมือง มากยิ่งข้ึน จ�ำเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องเร่งพัฒนาระบบ

234 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

สุขภาพให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาท้าทายเหล่านี้ได้ 9.2.3 รูปแบบการบริหารจัดการบริการสุขภาพ
อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับความต้องการของ ของเขตเมอื ง
ประชาชนสอดคลอ้ งตามบรบิ ททก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การดแู ลขนั้ พนื้
ฐาน ซ่ึงองค์ประกอบหน่ึงที่ส�ำคัญ คือ การพัฒนาระบบ กระทรวงสาธารณสุขมีรูปแบบการบริหารจัดการ
บรกิ ารสขุ ภาพใหเ้ ขม้ แขง็ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ระบบบรกิ าร ตามรูปแบบโครงสร้างหน่วยบริการปฐมภูมิ ซ่ึงมีท้ังท่ี
ปฐมภูมิที่มีบุคลากรทางวิชาชีพที่มีสมรรถนะที่จ�ำเป็นต่อ ดำ� เนนิ การเองและรว่ มดำ� เนนิ การกบั องคก์ รปกครองสว่ น
การให้บริการทม่ี คี ุณภาพ ท้องถนิ่ และเอกชน โดยจ�ำแนกได้เป็น 4 รปู แบบ คอื

9.2.2 ระบบบรกิ ารสขุ ภาพเขตเมอื งของประเทศไทย 1) กลุ่มงานเวชกรรมสังคมหรือกลุ่มงานเวช
ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวคิดการจัดระบบบริการ ปฏิบัติครอบครัวและชุมชนของโรงพยาบาลศูนย์หรือ
สุขภาพในเขตเมืองที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับ โรงพยาบาลจังหวัดเป็นผู้ด�ำเนินการ เช่น โรงพยาบาล
ระบบบรกิ ารปฐมภมู ิ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามพบวา่ การจดั บรกิ าร ขอนแก่น โรงพยาบาลหาดใหญ่
ในปจั จบุ นั มหี นว่ ยงานทดี่ ำ� เนนิ การหลากหลาย ทงั้ ภาครฐั
เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยการบริการ 2) หน่วยบริการประจ�ำมีอิสระในการบริหาร
สุขภาพในภาครัฐส่วนใหญ่บริหารจัดการโดยกระทรวง จัดการ โดยโรงพยาบาลตัดโอนงบประมาณรายหัวหลัง
สาธารณสขุ โดยในปี 2558 กระทรวงสาธารณสขุ มแี นวคดิ หักเงินเดือนให้เครือข่ายหน่วยบริการประจ�ำเป็นผู้ดูแล
ในการสนับสนุนให้มีการจัดบริการสุขภาพเขตเมืองในรูป ทั้งหมด ท้ังผู้ป่วยนอก ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
แบบต่างๆ ดังน้ี และงบลงทนุ คา่ เสอื่ ม เชน่ โรงพยาบาลพระนครศรอี ยธุ ยา
ก. คลินิกชุมชน จัดบริการตรวจรักษาแบบคลินิก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
เพิ่มเติม เพ่ือด�ำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงบริการโดย
เป็นการด�ำเนินการของภาครัฐหรือการจ้างเหมาบริการ 3) โรงพยาบาลดำ� เนนิ การรว่ มกบั องคก์ รปกครอง
เพ่อื ใหผ้ ้รู บั บรกิ ารสามารถเขา้ ถงึ ง่าย โดยมกี ารจดั บริการ ส่วนท้องถิ่น เป็นการรวมกองทุนผู้ป่วยนอกใช้ร่วมกัน
ตรวจรักษาพยาบาลเบื้องตน้ มีการสนับสนุนบุคลากรสุขภาพ ส่วนกองทุนผู้ป่วยใน
ข. ศนู ยส์ ขุ ภาพชมุ ชนเมอื ง (ศสม.) จดั บรกิ ารโดยมี โรงพยาบาลเป็นผู้บริหารจัดการ เช่น เทศบาลนคร
แพทย์ออกตรวจในเวลาราชการ ตลอด 5-7 วนั ตอ่ สัปดาห์ พิษณุโลก โรงพยาบาลพุทธชินราช และโรงพยาบาล
และมพี นื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบบรกิ ารสาธารณสขุ ดแู ลทงั้ การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (ยุติการด�ำเนินการร่วมกันต้ังแต่
(รักษาพยาบาล) และการสาธารณสุข (ชุมชน) โดยมีทีม พ.ศ. 2557)
แพทยเ์ วชปฏบิ ตั ิครอบครัวเปน็ หลกั ในการทำ� งาน
ค. โรงพยาบาลเมือง มีการสร้างหรือขยาย 4) โรงพยาบาลใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ หรอื
อาคารผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ในเขตเมือง ในกรณีที่ เอกชนดำ� เนินการเอง โดยโรงพยาบาลแมข่ า่ ยซือ้ บรกิ าร
โรงพยาบาลศูนย์หรือ โรงพยาบาลทั่วไป ที่มีจ�ำนวนผู้ จากองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ หรือเอกชน เชน่ เทศบาล
ป่วยในหนาแน่น (อัตราครองเตียงสูง) เพื่อให้บริการทั้ง คลินิกเอกชน หรอื คลนิ ิกชมุ ชนอบอุน่ เปน็ ต้น
ผูป้ ่วยในและผู้ป่วยนอก โดยมแี พทย์เฉพาะทางบางสาขา
แต่ไม่จ�ำเป็นต้องมแี พทยเ์ ฉพาะทางสาขายอ่ ย มีระบบรับ นอกจากการด�ำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุข
และสง่ ตอ่ กบั สถานบรกิ ารในระดบั ตำ�่ กวา่ และโรงพยาบาล แล้ว กฎหมายหลายฉบับ ได้ก�ำหนดอ�ำนาจหน้าท่ีให้
แมข่ า่ ย องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในระดับต่างๆ ในด้านการ
จดั การระบบบรกิ ารสาธารณะเพอื่ ประโยชนข์ องประชาชน
ในท้องถิ่นของตนเองหลายรายการ ซ่ึงรวมถึง “การ
สาธารณสุข การอนามัยครอบครัว การรักษาพยาบาล”
และ “การพัฒนาศักยภาพของประชาชนทางด้าน
พฤติกรรมและส�ำนึกทางสุขภาพ” เป็นต้น ท้ังนี้พบว่ามี
รูปแบบการจัดบริการสุขภาพโดยองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิน่ รูปแบบพิเศษอีก 2 รูปแบบ คือ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 235

ก. กรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและ ได้อย่างเป็นธรรม ประชาชนบางส่วนขาดความเช่ือมั่น
เอกชน รวมท้ังส้ิน 142 แห่ง (เป็นของรัฐรวมทุกสังกัด ในคุณภาพของบริการระดับปฐมภูมิท�ำให้ไปรับบริการ
รอ้ ยละ 28) มคี ลนิ กิ เอกชนทกุ ประเภท (ไมร่ วมรา้ นขายยา) สุขภาพจากโรงพยาบาลโดยไม่จ�ำเป็น การจัดบริการ
เชน่ เวชกรรม ทนั ตกรรม การแพทยแ์ ผนไทย การพยาบาล สขุ ภาพเนน้ เรอ่ื งการรกั ษาพยาบาลและการตงั้ รบั มากกวา่
และผดุงครรภ์ เทคนิคการแพทย์ และกายภาพบ�ำบัด การสง่ เสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกันควบคุมโรค ประชาชนใน
รวมทั้งสิ้น 4,558 แห่ง ในจ�ำนวนนี้มีหน่วยบริการ เขตเมอื งมีความเปน็ ปัจเจกสูง และขาดความตระหนักใน
ปฐมภูมิจำ� นวน 270 แห่ง ทเ่ี ข้าร่วมโครงการหลักประกนั เรือ่ งของการดแู ลสุขภาพตนเอง
สขุ ภาพแห่งชาติ จำ� แนกเปน็ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิภาครฐั
จำ� นวน 94 แหง่ หน่วยบรกิ ารปฐมภมู ภิ าคเอกชน จ�ำนวน ประเด็นที่ 2 การเงนิ การคลงั สุขภาพ
176 แหง่ และในสว่ นของกรงุ เทพมหานครมกี ารจดั บรกิ าร ระบบการซอื้ บรกิ ารสุขภาพของกองทุนภาครฐั ยงั ไม่
ระดับปฐมภูมิทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยมีสถานบริการ สามารถจงู ใจใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ (อปท.) เขา้ มา
สาธารณสขุ ในสงั กดั กรงุ เทพมหานคร รวมทงั้ สนิ้ 153 แหง่ มสี ว่ นรว่ มในการจดั บรกิ ารสขุ ภาพแกป่ ระชาชนในพน้ื ทไ่ี ด้
ประกอบด้วย สถานบริการสาธารณสุขในสังกัดส�ำนัก อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ อปท. ไมส่ ามารถนำ� เงินที่ไดร้ บั การ
อนามยั จ�ำนวน 144 แห่ง ไดแ้ ก่ ศูนยบ์ ริการสาธารณสุข จดั สรรจากสำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ (สปสช.)
68 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุขสาขา 76 แห่ง และ ไปใช้ในการจ้างบุคลากรด้านสุขภาพมาให้บริการสุขภาพ
โรงพยาบาลสงั กดั สำ� นกั การแพทยก์ รงุ เทพมหานคร 9 แหง่ แก่ประชาชนได้ เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างจาก
หน่วยงานตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินว่าไม่สามารถ
ข. เมืองพทั ยา มโี รงพยาบาลทง้ั ภาครฐั และเอกชน ใช้ว่าจ้างบุคลากรได้ รวมถึงการใช้จ่ายเงินงบประมาณ
รวมท้ังส้ิน 5 แห่ง (เมืองพัทยา 2 แห่ง และเอกชน 3 สำ� หรบั กองทนุ สขุ ภาพตำ� บล กป็ ระสบปญั หาเชน่ เดยี วกนั
แหง่ ) โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพต�ำบล จำ� นวน 2 แห่ง นอกจากนี้ กองทุนมีหลากหลายซ่ึงอยู่บนฐานของ
ศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ เมืองพัทยา จำ� นวน 1 แห่ง คลนิ กิ การใช้ระเบียบท่ีแตกต่างกันท�ำให้เกิดความลักลั่นและ
เอกชนทกุ ประเภท (ไม่รวมร้านขายยา) จำ� นวน 249 แหง่ ขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ความไม่เพียงพอของ
และรา้ นขายยา จ�ำนวน 484 แห่ง(20) งบประมาณในการจัดบริการสุขภาพให้แก่ประชากร
ตา่ งดา้ วและประชากรแฝง ที่ย้ายถิน่ มาอาศัยหรอื ทำ� งาน
9.2.4 ปัญหาท้าทายของการจัดระบบบริการ ในพ้ืนท่ีเขตเมืองโดยไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้องตาม
สขุ ภาพเขตเมือง ที่กฎหมายก�ำหนด นอกจากน้ี มาตรการทางการเงิน
การคลงั สขุ ภาพ ยงั ไมส่ อดคลอ้ งกบั พฤตกิ รรมสขุ ภาพและ
ระบบบรกิ ารสขุ ภาพในเขตเมอื งมปี ญั หาหลากหลาย การใช้บรกิ ารสขุ ภาพของประชากรในเขตเมอื ง
มีประเด็นเร่งด่วนและส�ำคัญท่ีควรด�ำเนินการโดยทุกภาค ประเดน็ ที่ 3 การบรหิ ารระบบบรกิ ารสขุ ภาพอยา่ ง
ส่วน ทกุ องค์กร ทกุ วชิ าชีพ ท่เี กย่ี วข้อง โดยมตี ัวอยา่ งใน มสี ่วนร่วม (ภาวะผู้น�ำและการอภิบาล)
ประเดน็ ตา่ งๆ ทสี่ ำ� คญั ดังตอ่ ไปนี้ การบริหารระบบบริการสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม
ของผู้ให้บริการสุขภาพที่อยู่ต่างสังกัดกันน้ันยังมีอยู่
ประเดน็ ท่ี 1 การใหบ้ ริการสขุ ภาพ น้อย ทั้งภาครัฐ เอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การจัดระบบบริการสุขภาพในเขตเมืองยังมีความ การมกี ฎหมายรองรบั การดำ� เนนิ งานทแี่ ตกตา่ งกนั รวมถงึ
ซ�้ำซ้อนระหว่างผู้ให้บริการสุขภาพทั้งในภาครัฐ เอกชน การไม่มีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขาดการบูรณาการใน ร่วมกัน ท�ำให้ไม่สามารถวางแผนการจัดบริการสุขภาพท่ี
การวางแผนการจัดบริการสุขภาพ ความเชื่อมโยงของ ดีให้แก่ประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง นอกจาก
เครือขา่ ยหนว่ ยบริการสขุ ภาพ การกระจายตวั ของหนว่ ย นี้ในเขตที่มีพื้นที่การปกครองรูปแบบพิเศษยังขาดองค์กร
บริการสุขภาพในพ้ืนที่เขตเมืองไม่ครอบคลุม ท�ำให้
ประชาชนเขตเมืองไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ

236 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

น�ำท่ีเป็นแกนกลางในการประสานงานให้เกิดการท�ำงาน มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งท่ี 8 เน้นเรื่อง
ร่วมกันอย่างแท้จริง การวางแผนและการใช้ทรัพยากร การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพใน
ร่วมกันท้ังด้านบุคลากรสุขภาพ ระบบข้อมูลสารสนเทศ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมือง โดยให้ความ
และเครอ่ื งมอื อปุ กรณท์ างการแพทยท์ มี่ รี าคาสงู ยงั มนี อ้ ย ส�ำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสร้าง
ทำ� ให้เกดิ การลงทนุ ซ�้ำซอ้ นและไมค่ ุ้มค่าเท่าทีค่ วร และพัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมืองให้มุ่งเน้น
การสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคเพื่อให้เกิดการดูแล
9.2.5 การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิเขตเมือง ตนเองของประชาชน และครอบคลุมถึงการสนับสนุนให้
ของประเทศไทยในปจั จบุ ัน องค์กรที่เก่ียวข้องกับการวิจัยและสถาบันการศึกษาร่วม
ด�ำเนินงานการวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพเขตเมือง
จากสภาพปญั หาทา้ ทายดังกลา่ วข้างต้น ชี้ให้เหน็ วา่ อยา่ งเปน็ ระบบ ครอบคลมุ ในทุกมติ ขิ องการพัฒนาระบบ
ปัญหาเหล่าน้ีไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วย สุขภาพเขตเมือง รวมถึงการศึกษากลไกด้านการเงิน
งานหนึ่งโดยล�ำพังดังน้ันกระทรวงสาธารณสุขและภาคี การคลังสุขภาพ เพื่อสนับสนุนระบบบริการสุขภาพเขต
เครือข่ายด้านสุขภาพจึงได้ร่วมกันก�ำหนดแนวทางในการ เมอื งอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและใหค้ รอบคลมุ ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ น
แก้ไขปัญหาในระดับนโยบายท่ีส�ำคัญ โดยมีมติสมัชชา เสยี ทกุ ภาคสว่ นทงั้ ผใู้ หบ้ รกิ าร ผซู้ อื้ บรกิ าร และผรู้ บั บรกิ าร
สุขภาพแห่งชาติคร้ังที่ 8 พ.ศ. 2558(22) เร่ืองสุขภาพ
คนเมืองเป็นมติหลักเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการ นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2559 กระทรวงสาธารณสขุ
ระบบสุขภาพเขตเมืองท่ีเหมาะสมและสนับสนุนให้เกิด ได้ออกนโยบายที่ส�ำคัญที่เก่ียวข้องกับการขับเคล่ือนสุข
การบริการปฐมภูมิท่ีเข้มแข็งและสอดคล้องกับทิศทาง ภาวะเขตเมือง ได้แก่ นโยบายการพัฒนาบริการปฐมภูมิ
การมุ่งสู่เมืองสุขภาวะและเป็นแนวทางส�ำหรับประเทศ โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพภายใต้
เพอ่ื บรรลเุ ปา้ หมายการพฒั นาทยี่ งั่ ยนื โดยคณะกรรมการ คลนิ กิ หมอครอบครวั (Primary Care Cluster: PCC) เพอ่ื
สขุ ภาพแหง่ ชาตไิ ดม้ กี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการระดบั ชาตจิ ดั ปฏิรูปสาธารณสุขไทยให้ประชาชนได้รับการรักษาและ
ทำ� แผนยทุ ธศาสตรร์ ะบบบรกิ ารสขุ ภาพเขตเมอื ง โดยการมี ส่งเสริมด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด ด้วยทีมหมอครอบครัว
สว่ นรว่ มของภาครฐั ภาคเอกชน ภาคประชาสงั คม เพอื่ จดั ซงึ่ ประกอบดว้ ยทมี สหสาขาวชิ าชพี และจะทำ� งานในทต่ี งั้
ทำ� แผนยทุ ธศาสตรร์ ะบบบรกิ ารสขุ ภาพเขตเมอื งโดยมเี ปา้ - คลนิ กิ หมอครอบครัวให้บริการประชาชนทุกคน ทุกอยา่ ง
หมายเพือ่ ให้เกิดการบรกิ ารสขุ ภาพท่ีมคี ุณภาพ ปลอดภยั ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยเทคโนโลยี โดยแต่ละคลินิกหมอ
และมปี ระสทิ ธภิ าพ ประชาชนสามารถเขา้ ถงึ บรกิ ารอยา่ ง ครอบครัวจะมีทีมหมอครอบครัวหนึ่งทีม ดูแลประชาชน
ทั่วถึง ครอบคลุม เป็นธรรมและสามารถปกป้องการล้ม 10,000 คนในพ้ืนท่ีท่ีรับผิดชอบชัดเจน ในหน่ึงทีมจะ
ละลายทางการเงินจากการเจ็บปว่ ย โดยปจั จุบันอย่ใู นข้นั ประกอบดว้ ย แพทยผ์ เู้ ชย่ี วชาญสาขาเวชศาสตรค์ รอบครวั
ตอนการจัดท�ำร่างแผนยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบ�ำบัด
เขตเมือง(23) โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการสาธารณสุขและสหสาขาวิชาชีพ เพ่ือให้การ
ภาคประชาสงั คม เพอื่ นำ� เสนอตอ่ คณะกรรมการขบั เคลอื่ น รักษาอย่างต่อเนื่องและให้ค�ำปรึกษา ซ่ึงกระทรวง
และตดิ ตามการดำ� เนนิ งานตามมตสิ มชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติ สาธารณสุขได้ต้ังเป้าหมายว่าภายในปี พ.ศ. 2561 จะมี
นอกจากนตี้ ามมตดิ งั กลา่ วไดส้ นบั สนนุ ใหม้ กี ารจดั ตง้ั คณะ ทมี หมอครอบครัวใหบ้ รกิ ารประชาชน 996 ทมี โดยเพ่ิม
กรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขต เป็น 3,250 ทีม และ 6,500 ทีม ภายในพ.ศ. 2565 และ
เมืองในระดับชาติ และระดับเขตสุขภาพ 12 เขต เขต พ.ศ. 2570 ตามล�ำดบั โดยจะมงุ่ พัฒนาทีมหมอครอบครวั
กรุงเทพมหานคร และระดับจังหวัด ที่มีองค์ประกอบท้ัง ทสี่ ามารถใหบ้ รกิ ารอยา่ งมคี ณุ ภาพครอบคลมุ ในเขตเมอื ง
ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสงั คม ของแตล่ ะพืน้ ทีเ่ ปน็ ลำ� ดบั แรก(24)

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 237

คณะอนุกรรมการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระบบ พฒั นาดา้ นงานวจิ ยั เพอื่ สนบั สนนุ ระบบบรกิ ารสขุ ภาพเขต
บรกิ ารสขุ ภาพเขตเมอื ง(20) ไดเ้ สนอใหค้ วามสำ� คญั กบั การ เมอื งทม่ี คี ณุ ภาพและมกี ารพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง รวมถงึ รปู
เข้าถึงและครอบคลุมของการให้บริการแบบเวชศาสตร์ แบบการอภบิ าลระบบบรกิ ารสขุ ภาพเขตเมอื งแบบมสี ว่ น
ครอบครัวท่ีเน้นการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยมี รว่ ม โดยใชแ้ นวคดิ พน้ื ทเี่ ปน็ ฐาน ประชาชนเปน็ ศนู ยก์ ลาง
การเช่ือมประสานระหว่างภาคส่วนอย่างไร้รอยต่อ โดย ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนาความร่วมมือและสร้างความ
มีระบบข้อมูลสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพรองรับ และ ชัดเจนของบทบาทระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และ
พฒั นากำ� ลงั คนสขุ ภาพเขตเมอื งทมี่ กี ารทำ� งานเปน็ ทมี และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาครัฐ และภาค
มีจิตใหบ้ ริการสุขภาพดว้ ยหวั ใจของความเปน็ มนษุ ย์ รวม เอกชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการสุขภาพ
ถงึ พฒั นาการจดั การการเงนิ การคลงั สขุ ภาพเพอื่ สนบั สนนุ และร่วมอภิบาลระบบบริการสุขภาพเขตเมืองอย่างมี
ระบบบริการสุขภาพเขตเมืองแบบมีส่วนร่วม และการ ประสิทธิภาพ

9.3 คณะกรรมการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ระดบั อำ� เภอ พ้ืนท่ีโดยใช้แนวคิด “พื้นที่เป็นฐานและประชาชนเป็น
ในปัจจุบันประเทศไทยก�ำลังเผชิญกับสถานการณ์ ศูนย์กลาง”(14)

ปัญหาสุขภาพท่ีมีความหลากหลายและซับซ้อนมากข้ึน 9.3.1 การพัฒนาการจัดการระบบสุขภาพระดับ
ซึ่งปัญหาสุขภาพเหล่านี้มีแนวโน้มที่เกิดจากพฤติกรรม พ้นื ท/่ี อ�ำเภอ
การใช้ชีวิตของประชาชนซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม
และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก(25) ปัจจัยต่างๆ เหล่าน้ีส่ง กระทรวงสาธารณสุขได้น�ำแนวคิดดังกล่าวข้าง
ผลให้การจัดบริการสุขภาพไม่สามารถตอบสนองต่อ ต้นมาด�ำเนินงานโดยผ่านกลไกการขับเคลื่อนงานใน
ความจ�ำเป็นและความต้องการทางด้านสุขภาพของ ระดับอ�ำเภอภายใต้นโยบายการจัดการระบบสุขภาพ
ประชาชนและชุมชนได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึงและ ระดับอ�ำเภอ (district health system: DHS) ซึ่ง
เท่าเทียม(25, 26) ดังนั้นในการพัฒนาระบบสุขภาพของ นับเป็นกลไกส�ำคัญของการปฏิรูประบบสุขภาพภาย
ประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมจึงจ�ำเป็น ใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุขระยะ 20 ปี โดย
อย่างยิ่งท่ีจะต้องมีการปฏิรูประบบสุขภาพ ทั้งในด้าน มีจุดเด่นในการเช่ือมโยงองคาพยพที่ส�ำคัญในระดับ
ของระบบบริการสุขภาพท่ีมุ่งให้ความส�ำคัญกับการ พ้นื ที/่ อำ� เภอ ระหว่างโรงพยาบาล สำ� นกั งานสาธารณสุข
พัฒนาระบบการดูแลสุขภาพปฐมภูมิหรือ primary อ�ำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล อาสาสมัคร
care โดยใช้ชมุ ชนเป็นฐาน (community-based) การ สาธารณสขุ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ หน่วยงานอนื่ ๆ
ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (holistic care) การดูแลที่ และประชาชนในพนื้ ทใ่ี หส้ ามารถแสดง “ภาวะการนำ� รว่ ม”
ต่อเน่ืองและผสมผสาน (integrated and continuity เพ่ือร่วมกันจัดการปัญหาสุขภาพของพ้ืนท่ี ปลูกฝัง
of care) รวมท้ังการท�ำงานเชงิ รุก สามารถเชอื่ มระหว่าง วัฒนธรรมของการช่วยเหลือดูแลซ่ึงกันและกัน ไม่ทอด
ชุมชนและการบริการในโรงพยาบาลได้อย่างไร้รอยต่อ ท้งิ กนั ประชาชนและชุมชนพง่ึ พาตนเองและดแู ลสขุ ภาพ
รวมถงึ การมงุ่ เนน้ การพฒั นาระบบการสง่ เสรมิ สขุ ภาพและ ตนเองได้ดีเพิ่มข้ึน รวมถึงเพิ่มความเป็นธรรมในการเข้า
ป้องกันโรคท่ีเข้มแข็ง โดยมุ่งกระจายอ�ำนาจการบริหาร ถึงเครือข่ายบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ปลอดภัย
จดั การเพอ่ื ใหส้ ามารถจดั บรกิ ารสขุ ภาพในระดบั พน้ื ท่ี เพอ่ื สามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพใหม่ๆ ได้อย่าง
ตอบสนองต่อปัญหาและความจ�ำเป็นด้านสุขภาพของ ทันท่วงที สามารถปกป้องประชากรไม่ให้ล้มละลาย
ประชาชนในระดบั พนื้ ทไี่ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ จำ� เปน็ จะ ทางการเงินจากการเจ็บป่วย รวมถึงการมีประสิทธิภาพ
ต้องมีการปฏิรูประบบการจัดการระบบสุขภาพในระดับ

238 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ท่ีเพิ่มสูงขึ้น ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ ผู้ให้บริการมี ร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมด�ำเนินการ ร่วมประเมินผล โดย
ความสุขในการท�ำงาน เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการ มีเป้าหมายร่วมกันคือเพ่ือยกระดับการพ่ึงพาตนเองด้าน
จดั การสขุ ภาพทเี่ ขม้ แขง็ พรอ้ มรบั มอื กบั การเปลยี่ นแปลง สขุ ภาพและการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ทีด่ ขี ึน้ (community
ทางสุขภาพ เพิ่มความเป็นธรรมทางสังคม สามารถยก participation) การท�ำงานจนเกิดคุณค่าทั้งกับผู้รับ
ระดบั สขุ ภาพและคณุ ภาพชีวติ ของประชาชน(27-29) บรกิ ารและผ้ใู หบ้ รกิ าร เกิดความพึงพอใจของทงั้ สองฝา่ ย
(appreciation and quality) การแบ่งปนั ทรพั ยากรและ
ระบบสุขภาพระดับพื้นท่ี/อ�ำเภอ เป็นระบบการ การพัฒนาบุคลากร (resource sharing and human
ท�ำงานด้านสุขภาพระดับอ�ำเภอร่วมกันของทุกภาคส่วน development) และการให้บริการสุขภาพท่ีจ�ำเป็น
ด้วยการบูรณาการทรัพยากรภายใต้บริบทของพ้ืนท่ี (essential care) ทัง้ น้ตี ามความจำ� เปน็ ทางด้านสขุ ภาพ
ผ่านกระบวนการชื่นชมและการจัดการความรู้ ส่งเสริม รวมถงึ สอดคลอ้ งกบั บริบทสงั คมและวัฒนธรรม(29)
ให้ประชาชนและชุมชนพึ่งตนเองได้ และไม่ทอดท้ิงกัน
โดยมีเป้าหมายร่วมเพ่ือสุขภาวะของประชาชน ซึ่งการ การพัฒนาระบบสุขภาพระดับพื้นท่ี/อ�ำเภอนับว่า
พัฒนาระบบสุขภาพที่ระดับอ�ำเภอนับเป็นจุดที่เหมาะสม เป็นกลยุทธ์ท่ีส�ำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนา
เนอ่ื งจากสามารถเชอ่ื มตอ่ การดำ� เนนิ งานดา้ นสขุ ภาพจาก สุขภาพของประชาชนระดับนานาชาติ โดยเป็นการมุ่ง
นโยบายสู่การปฏิบัติ ซ่ึงระดับอ�ำเภอมีความใกล้ชิดมาก เน้นการปฏิรูประบบสุขภาพภายใต้หลักการของการ
พอต่อการรับร้ถู ึงปัญหา ความตอ้ งการ และความจำ� เปน็ สาธารณสุขมลู ฐาน (primary health care: PHC) โดย
ในพืน้ ท่ี โดยสามารถกำ� หนดนโยบาย วางแผนการพัฒนา กระจายอ�ำนาจจากส่วนกลางมาสู่การมีส่วนร่วมในการ
ในระดบั พน้ื ทใ่ี นการตอบสนองตอ่ ปญั หาและความจำ� เปน็ จดั การระบบสขุ ภาพของภาคสว่ นและชมุ ชนในระดบั พน้ื ที่
ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม สามารถประสานงานและ อย่างเป็นรูปธรรม ซ่ึงองค์การอนามัยโลกและประเทศ
กระจายทรพั ยากรในดา้ นตา่ งๆ เชน่ บคุ ลากร งบประมาณ สมาชิกได้สนับสนุนให้เกิดการจัดการระบบสุขภาพใน
วัสดุอุปกรณ์ การสนับสนนุ ทางวิชาการ การจดั การและใช้ ระดบั พื้นท่ดี งั ปรากฏในปฏญิ ญาฮาราเร่ ค.ศ. 1987 (31, 32)
ประโยชน์ระบบข้อมูลร่วมกับองค์กรภาคีในพื้นท่ีได้อย่าง โดยกลยทุ ธด์ งั กลา่ วไดร้ บั การยนื ยนั จากนานาประเทศโดย
ครอบคลมุ และเปน็ ธรรมสอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของพนื้ ท่ี รวม เฉพาะอยา่ งยง่ิ ประเทศทกี่ ำ� ลงั พฒั นาวา่ เปน็ กลยทุ ธท์ ย่ี งั มี
ทงั้ สามารถบรู ณาการทกุ ภาคสว่ นเพอื่ การพฒั นาทง้ั ในเชงิ ความส�ำคัญและทันสมัยสามารถตอบสนองต่อการบรรลุ
บรหิ ารจดั การบรกิ ารสขุ ภาพและบรกิ ารทางสงั คมไดอ้ ยา่ ง การสรา้ งหลกั ประกนั สขุ ภาพใหแ้ กป่ ระชาชนของประเทศ
เปน็ ระบบ โดยไมไ่ ดเ้ ปน็ การตอบสนองตอ่ การจดั การดา้ น ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ(31) ซงึ่ ประเทศไทยไดร้ บั การ
การรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการสร้าง ยกย่องจากนานาประเทศว่าเป็นประเทศก�ำลังพัฒนาท่ี
เสรมิ สุขภาพและปอ้ งกนั โรค รวมถึงการฟืน้ ฟสู ภาพ และ เป็นตัวแบบของประเทศต่างๆในการบรรลุการสร้างหลัก
สามารถบรู ณาการการตอบสนองความจำ� เปน็ ในดา้ นอนื่ ๆ ประกันสุขภาพถ้วนหน้าและสามารถบรรลุเป้าหมาย
ของประชาชนในพนื้ ทเี่ พอ่ื เปน็ การยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ที่ การพัฒนาแหง่ สหสั วรรษดา้ นสุขภาพ (Health-related
ดีขนึ้ ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ(30) Millennium Development Goals) กอ่ น พ.ศ. 2558
ทกี่ ำ� หนดเปน็ ปเี ปา้ หมาย โดยหลกั ประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้
การพัฒนาระบบสุขภาพระดับอ�ำเภอ (DHS) ยังเป็นเป้าหมายที่ส�ำคัญอันหน่ึงของการบรรลุเป้าหมาย
เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสุขภาพชุมชน การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื ของโลก (Sustainable Development
โดยมีหลักการส�ำคัญ ได้แก่ การท�ำงานร่วมกันในระดับ Goals: SDGs) ที่ทุกประเทศท่ัวโลกภายใต้การน�ำของ
อ�ำเภอของภาคส่วนต่างๆ ที่เก่ียวข้องโดยมุ่งสร้างความ สหประชาชาติได้มีพันธะสัญญาที่จะบรรลุร่วมกันภายใน
สัมพันธ์ในการท�ำงานร่วมกันเพ่ือน�ำไปสู่ผลลัพธ์ทาง พ.ศ. 2573 อกี ด้วย
สุขภาพท่ีดีขึ้นของประชาชน (unity district health
team) การมีส่วนร่วมของเครือข่ายและชุมชนในการ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 239

วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียรและคณะ(26) ช้ีให้เห็นว่าหนึ่ง ดา้ นสขุ ภาพ ตามความจำ� เพาะของแตล่ ะพนื้ ท่ี โดยมงุ่ หวงั
ในปัจจัยที่ส�ำคัญที่ท�ำให้ประเทศไทยประสบความส�ำเร็จ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสขุ ภาพทรี่ วดเร็ว มีทมี
คือ การมีระบบสุขภาพระดับอ�ำเภอ (district health วชิ าชพี ใหบ้ รกิ ารอยา่ งไรร้ อยตอ่ และมปี ระสทิ ธภิ าพ จนถงึ
system) ท่ีเข้มแข็ง มีเครือข่ายระบบบริการปฐมภูมิที่ มรี ะบบการดูแลทีบ่ ้าน ทช่ี ุมชนและสรา้ งสิง่ แวดล้อมทาง
ครอบคลุมในทุกพื้นท่ีต�ำบล นอกจากนี้การพัฒนาระบบ สังคมที่เหมาะสมตามความจ�ำเป็นทางสุขภาพของแต่ละ
สุขภาพระดับพ้ืนที่/อ�ำเภอดังกล่าวข้างต้นสอดคล้องกับ บริบท(34)
แนวทางการพฒั นาประเทศตามแผนการพฒั นาเศรษฐกจิ
และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) ที่ 9.3.2 คณะกรรมการนโยบายพัฒนาคุณภาพชวี ิต
เสนอให้มีการมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน ระดบั พื้นที่
โรค โดยเน้นการป้องกันและควบคุมปัจจัยก�ำหนด
สุขภาพทางสังคม (social determinants of health) ในการท�ำงานบนพ้ืนฐานของการมีการเช่ือมโยง
รวมถงึ การสง่ เสรมิ การใหค้ วามสำ� คญั ของมติ สิ ขุ ภาพในทกุ กันเป็นทีมและภาคีเครือข่ายภายในระบบสุขภาพระดับ
นโยบายสาธารณะ (health in all policies) เพอื่ ใหท้ กุ อำ� เภอดงั กลา่ วขา้ งตน้ นน้ั มพี ฒั นาการทมี่ กี ารเตบิ โตอยา่ ง
ภาคส่วนตระหนักถึงผลกระทบของนโยบายสาธารณะท่ี ค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการขับเคลื่อนอย่างเป็นทางการ
สง่ ผลตอ่ สขุ ภาพของประชาชน(33) จากการรวมตัวกันเองของ 21 พ้ืนท่ีในปีพ.ศ. 2552
และต่อมาขยายเป็น 43 พื้นท่ี ในปีพ.ศ. 2554 โดย
โดยคณะรัฐมนตรีเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2558 มีการแลกเปล่ียนประสบการณ์และเรียนรู้ระหว่าง
มีมติเห็นชอบตามกรอบการด�ำเนินการวาระปฏิรูป กันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีการด�ำเนินงานภายใต้
ระบบบริการสาธารณสุขตามท่ีสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดย บันทึกความร่วมมือในการขับเคลื่อนคณะกรรมการ
คณะกรรมาธกิ ารปฏริ ปู ระบบสาธารณสขุ ไดเ้ สนอแนวทาง พัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอ�ำเภอ (District
การปฏริ ปู ระบบบรกิ ารสขุ ภาพตามแนวคดิ “พน้ื ทเ่ี ปน็ ฐาน Health Board: DHB) ใน 73 พื้นที่ ในปีพ.ศ. 2556
และประชาชนเปน็ ศนู ยก์ ลาง” ทมี่ กี ารบรู ณาการดา้ นการ โดย DHB เป็นผลผลิตที่ส�ำคัญของการขับเคลื่อน โดย
บรหิ ารจดั การของระบบสขุ ภาพระดบั พน้ื ท/่ี อำ� เภอ ซง่ึ เปน็ ท�ำหน้าที่ในการกระตุ้น สนับสนุน และเติมเต็มให้กับ
จดุ คานงัด (main lever) ของระบบ คอื การเปลีย่ นฐาน การพฒั นาการจดั การระบบสขุ ภาพอำ� เภอแบบมสี ว่ นรว่ ม
ระบบบรกิ ารจาก “โรงพยาบาล” เปน็ “พน้ื ท”่ี โดยไม่ลด ทีใ่ ชแ้ นวคดิ “พืน้ ทเ่ี ป็นฐานและประชาชนเป็นศนู ย์กลาง”
ความส�ำคัญของโรงพยาบาล และปรับศนู ย์กลางของการ ซ่ึงมีตัวอย่างความส�ำเร็จที่เป็นรูปธรรมในระดับพ้ืนที่(35)
ให้บริการในระบบบริการจาก “โรค” เป็น “ประชาชน” และต่อมามีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง
และเน้นระบบการพัฒนา “เครือข่ายทีมผู้ให้บริการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ส�ำนักงาน
สหวิชาชีพ” (matrix team) กับกลไกการขับเคลื่อน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และส�ำนักงานกองทุน
หลัก (key driver) เปน็ การเชือ่ มโยงจากภาครฐั เอกชน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ในการส่งเสริมและ
ชมุ ชน และทอ้ งถน่ิ โดยน�ำระบบสนบั สนนุ ตา่ งๆ มาเป็น สนับสนุนการพัฒนา “คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ
เคร่ืองมือ เช่น ระบบข้อมูล ระบบคลังความรู้ ระบบ ชีวิตและระบบสุขภาพอำ� เภอ (District Health Board:
กลไกสิทธิประโยชน์จ�ำเพาะพ้ืนที่ ระบบภูมิปัญญา DHB)” เม่ือ 30 มีนาคม 2559 โดยในปีพ.ศ. 2559 เร่มิ
ท้องถ่ินด้านสุขภาพ และระบบส่ือสารสาธารณะเพ่ือเกิด ด�ำเนินการใน 73 พื้นที่ และขยายเป็น 200 พื้นที่ ใน
การมีปฏิสัมพันธ์อย่างสมดุล (ไม่เพียงแค่คล้อยตาม) กับ ปี พ.ศ. 2560(36) ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้รับหลักการ
การขบั เคลอื่ นตามแนวนโยบายหรอื กจิ กรรมทต่ี อ่ เนอ่ื งทงั้ ในเร่ืองดังกล่าวและออกระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่า
จากสว่ นกลาง เขต หรอื จงั หวดั และจดั การปจั จยั ตา่ งๆ จาก ดว้ ยการพัฒนาคุณภาพชวี ิตระดบั พืน้ ที่ พ.ศ. 2561 เพอ่ื
ภายนอกบนพื้นฐานของการตอบสนองตามความจ�ำเป็น ใหเ้ กดิ การขบั เคลอื่ นการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ในระดบั พนื้ ที่

240 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุก แต่งตั้งคณะกรรมการ พชอ. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด
ภาคส่วน ท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดย และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเป็นที่
ใชพ้ นื้ ทเ่ี ปน็ ฐาน และประชาชนเปน็ ศนู ยก์ ลาง มคี วามเปน็ ปรกึ ษา และมีกรรมการจ�ำนวนไม่เกิน 21 คน โดยมีนาย
เจ้าของและภาวะการน�ำร่วมกันในการพัฒนาและแก้ไข อ�ำเภอ เป็นประธาน โดยมีกรรมการจากภาครัฐไม่เกิน
ปัญหาท่ีเกิดขึ้นในพ้ืนท่ี เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถ 6 คน ภาคเอกชนไม่เกิน 6 คน และภาคประชาชน ไม่
เข้าถึงและได้รับการดูแลท้ังด้านสุขภาพและสังคมส่งผล เกิน 7 คน โดยมีสาธารณสุขอ�ำเภอ เป็นกรรมการและ
ใหเ้ กดิ สุขภาวะและคุณภาพชวี ิตทด่ี (ี 29) เลขานุการ โดยนายอ�ำเภอสามารถแต่งต้ังกรรมการจาก
ภาครัฐ เอกชน และประชาชน เป็นเลขานุการร่วมได้ไม่
ในระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าวข้างต้น เกิน 2 คน ซ่ึงพชอ.อาจแต่งต้ังที่ปรึกษาพิเศษเพ่ิมเติมได้
ให้มีการแต่งต้ังคณะกรรมการระดับชาติช่ือว่าคณะ ตามมติของพชอ.
กรรมการนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ โดย
มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานคณะกรรมการ ในกรุงเทพมหานคร ในแต่ละเขตให้มีการแต่งตั้ง
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธานฯ โดย คณะกรรมการ พชข. โดยมีปลัดกรุงเทพมหานคร
คณะกรรมการดังกล่าวมีอ�ำนาจหน้าที่ในการก�ำหนด และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในแต่ละเขต เป็น
นโยบายและทศิ ทางการพฒั นา ใหก้ ารสนบั สนนุ และแกไ้ ข ที่ปรึกษา และมีกรรมการจ�ำนวนไม่เกิน 23 คน โดย
ปัญหาการด�ำเนินงาน และติดตามและประเมินผลการ มีผู้อ�ำนวยการเขต เป็นประธาน มีกรรมการจากภาครัฐ
ด�ำนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ ไมเ่ กนิ 7 คน ภาคเอกชน ไมเ่ กิน 6 คน ภาคประชาชน
อ�ำเภอ (พชอ.) ในจงั หวัดตา่ งๆ และคณะกรรมการพัฒนา ไมเ่ กนิ 7 คน โดยมหี วั หนา้ ฝา่ ยพฒั นาชมุ ชนและสวสั ดกิ าร
คณุ ภาพชวี ติ ระดบั เขต (พชข.) ในกรงุ เทพมหานคร ทงั้ นมี้ ี สังคม ส�ำนักงานเขต เป็นกรรมการและเลขานุการ และ
เจตนารมณใ์ หเ้ กดิ การสง่ เสรมิ ซงึ่ กนั และกนั ระหวา่ งความ มีหัวหน้าพยาบาลศูนย์บริการสาธารณสุขท่ีได้รับมอบ
สัมพันธ์ตามอ�ำนาจหน้าท่ีในลักษณะการสั่งการจากบน หมายเป็นกรรมการและเลขานุการร่วม ท้ังนี้พชข.อาจ
ลงล่างตามระบบราชการ (Top-down process) และ แต่งต้ังท่ีปรึกษาพิเศษเพ่ิมเติมได้ตามมติของ พชข. โดย
การแสดงความต้องการที่เป็นความจ�ำเพาะของพ้ืนท่ีใน คณะกรรมการ พชอ. และ พชข. มวี าระการดำ� รงตำ� แหนง่
ลักษณะจากล่างข้ึนบน (Bottom-up process)(36) ใน 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตัง้ อกี ได้
ทุกจังหวัดเว้นกรุงเทพมหานคร ในแต่ละอ�ำเภอให้มีการ

9.4 อำ� นาจหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ระดบั พน้ื ท่ี

คณะกรรมการ พชอ. และ พชข. มีอ�ำนาจหน้าท่ี ปรึกษาเกี่ยวกับการด�ำเนินงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ส�ำคัญพอสังเขป ดังน้ี 1) ก�ำหนดทิศทาง เป้าหมาย ของภาคสว่ นตา่ งๆ และสนบั สนนุ การแกไ้ ขปญั หาในพนื้ ที่
ยุทธศาสตร์ แนวทางการด�ำเนินงานและแผนงานใน เพื่อใหเ้ ป็นไปตามแผนงานทก่ี ำ� หนดไว้ 5) ประสานหน่วย
การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนในพน้ื ท่ี และตดิ ตาม งานของภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในพน้ื ทใ่ี น
กำ� กบั และประเมนิ ผลในการดำ� เนนิ งานใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย การสง่ ขอ้ มลู และเอกสารทเี่ กย่ี วขอ้ ง และ 6) ปฏบิ ตั กิ ารอน่ื
2) ขับเคลื่อนให้เกิดการบูรณาการร่วมกันของทุกภาค ตามทค่ี ณะกรรมการหรอื ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั มอบหมาย(29)
ส่วนเพ่ือให้สามารถด�ำเนินงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ให้บรรลุตามเป้าหมาย 3) สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ ส�ำนักงานสาธารณสุขอ�ำเภอถูกก�ำหนดให้เป็น
และประสานงานระหว่างกันของทุกภาคส่วนโดยยึดถือ ส�ำนักงานเลขานุการ พชอ. รับผิดชอบในงานเลขานุการ
ประโยชนข์ องประชาชนเปน็ สำ� คญั 4) เสนอแนะและใหค้ ำ� และธุรการของ พชอ. ท�ำหน้าท่ีประสานกับหน่วยงาน
ของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 241

กับการด�ำเนินงานของ พชอ. ท�ำหน้าที่ด�ำเนินการ ในการพัฒนาสมรรถนะทางการบริหารจัดการ
ขับเคล่ือนตามเป้าหมายและแนวทางในการพัฒนา ดังกล่าวควรเป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติการแบบ
คุณภาพชีวิตในพ้ืนท่ี อ�ำนวยความสะดวกด้านข้อมูลและ มีปฏิสัมพันธ์อย่างมีส่วนร่วมโดยผ่านกระบวนการ
ประชาสมั พนั ธห์ รอื เผยแพรข่ อ้ มลู การดำ� เนนิ งานของพชอ. ท�ำงานท่ีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยควรให้ความ
ให้เปน็ ไปตามแผนงาน เปา้ หมาย และทศิ ทางยทุ ธศาสตร์ ส�ำคัญกับกิจกรรมท่ีเป็นการด�ำเนินการร่วมกันของ
การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ในระดบั พนื้ ท่ี รวมถงึ รบั ผดิ ชอบใน พขอ. หรือ พชข. บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ปัญหา
การเบกิ คา่ เบยี้ ประชมุ คา่ ใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทาง คา่ ใชจ้ า่ ย และสถานการณ์ โดยการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางจาก
ในการประชุมและค่าใช้จ่ายอ่ืนๆท่ีเกี่ยวข้อง ในส่วนของ ภาคส่วนและองค์ประกอบต่างๆ ภายในพ้ืนที่ในการ
ส�ำนักงานเลขานุการของพชข. ได้ก�ำหนดให้ฝ่ายพัฒนา เลือกประเด็นที่ยอมรับร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ชุมชนและสวัสดิการสังคม ส�ำนักงานเขต รับผิดชอบใน และระบบสุขภาพอ�ำเภอ การก�ำหนดแผนยุทธศาสตร์
งานเลขานกุ ารและธุรการของพชข. โดยกรงุ เทพมหานคร แผนปฏิบัติการ พร้อมกับมีกิจกรรมการด�ำเนินการและ
จัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่ายใน ขับเคล่ือนเพ่ือด�ำเนินการตามแผนดังกล่าวร่วมกัน ทั้งนี้
การเดนิ ทาง ค่าใช้จา่ ยในการประชุม และค่าใชจ้ ่ายอน่ื ท่ี ควรให้ความส�ำคัญกับกระบวนการประชุมท่ีต้องด�ำเนิน
เกีย่ วขอ้ ง(29) การอยา่ งสมำ่� เสมอ มกี ารเตรยี มการประชมุ และการสรา้ ง
บรรยากาศในการประชมุ ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ภาวะการนำ� รว่ มและ
ในการด�ำเนินงานของพชอ.และพชข. ให้ประสบ การมีกระบวนการขับเคลื่อนงานที่มีประสิทธิผล ได้แก่
ความส�ำเร็จน้ัน จ�ำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนา การมีแผนยุทธศาสตร์ท่ีมีการบูรณาการความรับผิดชอบ
ศักยภาพทางการบริหารจัดการระบบสุขภาพอ�ำเภอเพื่อ และหนา้ ท่ขี องภาคส่วนทเ่ี ก่ยี วข้อง การมที ีมแกนน�ำหรอื
ให้เกิด “ภาวะการน�ำร่วม” บนพ้ืนฐานการมีส่วนร่วม คณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบขับเคลื่อน รวมถึงการ
จากท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยควร มีกิจกรรมในการพัฒนาสมรรถนะของคณะกรรมการฯ
มีสมรรถนะทางการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ซ่ึง และอนุกรรมการฯ เช่น การแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ประกอบดว้ ย การมวี สิ ยั ทัศน์รว่ ม การวางแผนยุทธศาสตร์ การศึกษาดูงานระหว่างพ้ืนท่ี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แบบมีส่วนร่วม การน�ำการเปลี่ยนแปลง การท�ำงาน ภายในจังหวัดหรือเขต เป็นต้น(14, 29)
เปน็ ทมี และความสามารถในการใชเ้ ครอื่ งมอื ในการบรหิ าร
จดั การอยา่ งมอื อาชพี เชน่ กลไกการเงนิ การใชข้ อ้ มลู ทาง การขับเคล่ือนการพัฒนาการจัดการระบบสุขภาพ
สุขภาพ การสร้างทีม การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ในระดับพื้นท่ีของประเทศไทยดังแสดงข้างต้นนับเป็น
และการเช่ือมโยงเครือข่าย เป็นต้น นอกจากนี้ ควรมี ตัวอย่างเชิงรูปธรรมที่ส�ำคัญในการปฏิรูประบบสุขภาพที่
สมรรถนะทตี่ อ้ งไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งซงึ่ จะสง่ ผล เน้นการกระจายอ�ำนาจเพ่ือให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุก
โดยตรงตอ่ คณุ ลกั ษณะการมชี วี ติ ของระบบสขุ ภาพอำ� เภอ ภาคสว่ น มกี ารบรู ณาการท�ำงานรว่ มกัน โดยใช้พน้ื ท่ีเป็น
ไดแ้ ก่ การควบคมุ ตนเอง การสร้างคุณค่าหรอื คา่ นิยมรว่ ม ฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซ่ึงสอดคล้องกับหลักการ
การสร้างความสัมพันธ์ การส่ือสาร และความเข้าใจใน ของการสาธารณสุขมูลฐาน และนับเป็นกลไกที่ส�ำคัญ
การสร้างความสมดุลระหว่างอ�ำนาจหน้าที่ (authority) ในการขับเคล่ือนให้เกิดระบบสุขภาพท่ีเข้มแข็งน�ำไปสู่
และพลงั อ�ำนาจ (power)(36) การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนของโลก (SDGs)
ต่อไป(14)

242 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

9.5 กองทนุ สขุ ภาพตำ� บล: เครอื่ งมอื สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาระบบสขุ ภาพชมุ ชน

9.5.1 ความเป็นมาของกองทนุ สุขภาพต�ำบล ในการจดั การกองทนุ นกี้ ำ� หนดใหม้ ี “คณะกรรมการ
เมื่อ พ.ศ. 2545 ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้ กองทุนหลักประกันสุขภาพในแต่ละท้องถิ่นหรือพื้นท่ี”
พระราชบัญญตั ิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เปน็ กลไกทท่ี ำ� หนา้ ทบ่ี รหิ ารกองทนุ กลไกนป้ี ระกอบดว้ ยผู้
โดยมีเจตนารมณ์ส�ำคัญเพื่อสร้างหลักประกันทางสุขภาพ บรหิ ารสูงสุดของ อปท. เป็นประธานกรรมการ กรรมการ
ใหก้ ับประชาชนทว่ั ไปที่ยงั ไม่มีหลกั ประกันสขุ ภาพใดๆ ให้ ประกอบด้วย ผทู้ รงคุณวุฒิในพ้นื ท่ี จำ� นวน 2 คน สมาชกิ
สามารถเข้าถึงระบบการให้บริการสาธารณสุขที่จ�ำเป็น สภา อปท. ท่ีสภามอบหมาย จ�ำนวน 2 คน หวั หน้าหนว่ ย
ต่อสุขภาพและการด�ำรงชีวิตโดยมีการรักษาพยาบาล บริการปฐมภูมิในพื้นที่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำ
ท่ีมีมาตรฐาน มีองค์กรก�ำกับดูแลซ่ึงจะด�ำเนินการโดย หมู่บ้านในพื้นท่ีท่ีคัดเลือกกันเอง จ�ำนวน 2 คน ผู้แทน
การมีส่วนร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเพ่ือ หมู่บ้านหรือชุมชนที่ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนคัด
จัดการให้มีระบบการรักษาพยาบาลท่ีมีประสิทธิภาพท้ัง เลือกกันเอง จ�ำนวนไม่เกิน 5 คน ผู้แทนศูนย์ประสาน
ประเทศ และให้ประชาชนชาวไทยมีสิทธิได้รับบริการ งานหลักประกันสุขภาพประชาชนหรือหน่วยรับเรื่องร้อง
สาธารณสุขท่ีมีมาตรฐานด้วยกันทุกคน(37) ต่อมาในช่วง เรียนอิสระในพ้นื ที่ จำ� นวน 1 คน (ถ้ามี) ปลัด อปท. หรอื
ปี พ.ศ. 2549 ได้มีการปฏิรูประบบบริหารจัดการด้าน เจ้าหน้าที่ที่ผู้บริหารสูงสุดของ อปท. มอบหมาย
สขุ ภาพภายใตร้ ะบบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาตคิ รงั้ ใหญ่ เป็นกรรมการและเลขานุการและมีผู้อ�ำนวยการ
อาศยั เจตนารมณข์ องกฎหมายวา่ ดว้ ยหลกั ประกนั สขุ ภาพ หรือหัวหน้ากองสาธารณสุขและส่ิงแวดล้อมหรือ
แห่งชาติในมาตรา 47 จัดต้ัง “กองทุนสุขภาพต�ำบล” ส่วนสาธารณสุขที่เรียกช่ืออื่นของ อปท. หรือเจ้า
หรอื ทีเ่ รียกกนั อย่างเป็นทางการว่า “กองทนุ หลกั ประกัน หน้าที่ท่ีผู้บริหารสูงสุดของ อปท. มอบหมาย เป็น
สขุ ภาพในระดบั ทอ้ งถน่ิ หรอื พนื้ ท”่ี เพอ่ื ใหอ้ งคก์ รปกครอง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ นอกจากนั้นยัง
ส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีส่วนร่วมในการด�ำเนินงานและ ก� ำ ห น ด ใ ห ้ ส า ธ า ร ณ สุ ข อ� ำ เ ภ อ แ ล ะ ผู ้ อ� ำ น ว ย ก า ร
บริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพที่เก่ียวข้องกับ โรงพยาบาลในพื้นที่เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุน
งานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระดับท้องถ่ินใน (40) โดยคณะกรรมการชดุ นี้มอี �ำนาจหนา้ ท่ี 8 ประการ คือ
รูปแบบของคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคท้อง
ถ่ินและภาคประชาชน(38) ซ่ึงกองทุนหลักประกันสุขภาพ (1) พิจารณาอนุมัติแผนงานหรือโครงการหรือ
ต�ำบลน้ีเป็นนวัตกรรมทางสังคมท่ีส�ำคัญในระบบสุขภาพ กิจกรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน กรณี
ของประเทศไทยท่ีมุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมดูแล กรรมการผู้ใดในคณะกรรมการกองทุนเป็นผู้เสนอ
สุขภาพของประชาชนจากหลายภาคส่วนในสังคม โดยมี และด�ำเนินการแผนงานหรือโครงการหรือกิจกรรม ให้
อปท. เป็นกลไกส�ำคัญในการประสานหน่วยงาน องค์กร กรรมการผู้นั้นมีสิทธิช้ีแจงต่อท่ีประชุม แต่ไม่มีสิทธิออก
และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้ามาร่วมค้นหาปัญหาและ เสยี งอนมุ ัติแผนงานหรือโครงการหรอื กจิ กรรมนั้น
ความต้องการของประชาชน ร่วมวางแผนและส่งเสริมให้
เกิดการร่วมด�ำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพ สามารถติดตาม (2) ออกระเบียบที่จ�ำเป็นเพ่ือประสิทธิภาพใน
ประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งานใหเ้ กดิ ขน้ึ อยา่ งเปน็ รปู ธรรมกบั การบริหารกองทุนและระเบียบว่าด้วยค่าตอบแทนของ
ประชาชน(39) ซึง่ ในระยะเริ่มต้นมกี ารจัดต้ังกองทุนน�ำรอ่ ง อนุกรรมการหรือคณะท�ำงานหรือผู้ด�ำเนินงาน ท้ังน้ี
ทกุ อำ� เภอๆ ละ 1 แหง่ รวม 888 แห่ง ต้องไม่ขัดหรือแย้งหับประกาศนี้ และไม่เกินกว่าอัตรา
หรือหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาตกิ �ำหนด

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 243

(3) ควบคุมและก�ำกับดูแลการรับเงิน การจ่ายเงิน 9.4.2 ผลการดำ� เนนิ งานของกองทนุ สขุ ภาพตำ� บล
การเก็บรักษาเงินและการจัดท�ำบัญชีเงินหรือทรัพย์สิน ระหวา่ งพ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2560
ในกองทุนหลักประกันสุขภาพขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะกรรมการ จากจุดเริ่มต้นเม่ือปี 2549 ท่ีมีองค์กรปกครอง
หลกั ประกันสุขภาพแหง่ ชาตกิ ำ� หนด ส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนต�ำบล
(อบต.) เทศบาลต�ำบล เทศบาลเมืองและเทศบาลนคร
(4) ก�ำกับดูแลให้หน่วยงาน หรือกลุ่มหรือองค์กร เขา้ รว่ มเพยี ง 888 แหง่ โดยในชว่ งเรม่ิ ตน้ 5 ปแี รกของการ
ผู้ท่ีได้รับอนุมัติตามข้อ 7 ให้เป็นไปตามแผนงาน ดำ� เนนิ งาน มอี ตั ราเพมิ่ คอ่ นขา้ งสงู จนปี 2554 มี อปท. เขา้
โครงการที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติและตามเกณฑ์ที่ รว่ มมากกวา่ รอ้ ยละ 95.0 และรกั ษาระดบั สดั สว่ นมาจนถงึ
คณะกรรมการหลกั ประกันสขุ ภาพก�ำหนด ปงี บประมาณ 2560 มี อปท. เขา้ รว่ มกองทนุ สขุ ภาพตำ� บล
จำ� นวน 7,736 แหง่ (รอ้ ยละ 99.5) จากองคก์ ารบรหิ ารสว่ น
(5) สนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ใน ต�ำบลและเทศบาลท้ังหมดของประเทศ 7,776 แห่ง (ตาม
พืน้ ท่สี ามารถเขา้ ถงึ บริการสาธารณสขุ ทั้งทบี่ า้ น ในชมุ ชน ภาพที่ 9.1) เมื่อวิเคราะห์งบประมาณเพ่ือด�ำเนินงานใน
หรือหนว่ ยบรกิ าร ไดอ้ ย่างทวั่ ถึงและมีประสทิ ธิภาพ ปี 2560 ที่มียอดรวม 3,779 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย)
จากงบประมาณ 3 แหล่ง คือ งบจากกองทุนหลัก
(6) ให้ค�ำแนะนำ� ในการจดั ทำ� ข้อมูลและแผนด�ำเนนิ ประกนั สุขภาพแห่งชาติ 2,515 ล้านบาท (ร้อยละ 66.5)
งานทเี่ กยี่ วกบั ปญั หาสาธารณสขุ ของกลมุ่ เปา้ หมาย หนว่ ย เงินสมทบจาก อปท. 1,233 ล้านบาท (ร้อยละ 32.6)
บริการต่างๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ งและองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และเงนิ สมทบจากชุมชนและอืน่ ๆ 32 ลา้ นบาท (รอ้ ยละ
0.8) เพื่อใช้สนับสนุนให้ท้องถ่ิน ชุมชนและประชาชน
(7) พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบการจดั ทำ� สรปุ ผลการ มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ โดยมีการเบิกจ่ายงบจาก
ด�ำเนินงาน รายงานการรับจ่ายและเงินคงเหลือของกอง กองทุนเป็นจ�ำนวน 3,412.65 ล้านบาท (ร้อยละ 90.3)
ทนุ หลกั ประกนั สขุ ภาพเมอ่ื สน้ิ ปงี บประมาณ ใหส้ ำ� นกั งาน (ตามภาพที่ 9.2) ส�ำหรับงบประมาณเม่ือจ�ำแนกตาม
สาขาจงั หวดั สำ� นกั งานเขต สำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพ กลุ่มเป้าหมายพบว่า ร้อยละ 34.5 ใช้เพื่อด�ำเนินงาน
แห่งชาติและส�ำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ภายในเดือน ในกลุ่มประชาชนทั่วไปท่ีมีภาวะเสี่ยง รองลงมาคือ
ธนั วาคมของทกุ ปี กลุ่มวัยเรียนและเยาวชน ร้อยละ 14.5 กลุ่มวัยท�ำงาน
รอ้ ยละ 11.4 และกลุ่มผสู้ ูงอายุ ร้อยละ 11.1 ตามลำ� ดับ
(8) แต่งต้ังคณะอนุกรรมการหรือคณะท�ำงาน (41) (ตามภาพท่ี 9.3)
เพ่ือด�ำเนินงานที่เกี่ยวข้องได้ตามความจ�ำเป็น และ
ให้อนุกรรมการหรือคณะท�ำงานท่ีได้รับแต่งตั้งได้รับ
ค่าตอบแทนการประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่จ�ำเป็นในการ
ดำ� เนินงานตามระเบียบคณะกรรมการกองทุน(40)

244 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ภาพที่ 9.1 แสดงจา� นวนกองทุนสุขภาพตา� บล จ�าแนกตามปีงบประมาณ

ที่มา:

ภาพที่ 9.2 แสดงจ�านวน อปท. ทีม่ ีการจดั ต้ังกองทนุ สขุ ภาพตา� บลและที่มาของงบประมาณ

ท่มี า:

ภาพท่ี 9.3 แสดงการใชง้ บประมาณจากกองทุนสุขภาพต�าบลตามกลุม่ เปา้ หมายที่ได้รับประโยชน์

ที่มา:

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 245

9.5.3 นวตั กรรมหรอื ผลงานเดน่ ปี 2561 โดยกองทุนนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก
1) ในชว่ งระยะเวลาประมาณ 11 ปที ผ่ี า่ นมา กองทนุ สปสช. ประจ�ำปี 2561 จ�ำนวน 360 ลา้ นบาท เฉลี่ยคิด
สุขภาพต�ำบล ได้สนับสนุนการด�ำเนินงานเพื่อส่งเสริม เป็น 45 บาทตอ่ หัวของประชากร และ กทม.สมทบเพ่มิ
สขุ ภาพ การปอ้ งกนั โรค การฟน้ื ฟสู ภาพและการจดั บรกิ าร ร้อยละ 60 ของที่ สปสช. จดั สรรงบจ�ำนวน 216 ลา้ นบาท
ปฐมภมู ิเชิงรกุ โดยเกดิ นวตั กรรมด้านสุขภาพชมุ ชนดีเด่น เฉลี่ยสมทบประมาณ 27 บาทต่อหัว รวมเป็นงบท้ังส้ิน
ระดับจังหวัด ทั้ง 75 จังหวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเร่ือง 576 ล้านบาท เฉลีย่ 72 บาทตอ่ หวั ประชากรที่มีสทิ ธใิ น
ของการรักษาดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค ไม่ใช่เป็น พน้ื ทกี่ รุงเทพฯ จ�ำนวน 8 ลา้ นคน(46)
เร่ืองเฉพาะในแวดวงการแพทย์สาธารณสุขเท่านั้น แต่
ครอบคลุมหมายรวมไปถึงมิติทางด้านสังคม วัฒนธรรม 4) การเช่ือมโยงการท�ำงานกับหน่วยงานภาคี
ความเชอ่ื และภมู ปิ ญั ญาทชี่ มุ ชนนน้ั ๆ สงั่ สมมาหลายชวั่ อายุ ยุทธศาสตร์ เพ่ือยกระดับการท�ำงานของกองทุนสุขภาพ
คน(42) ซ่ึงถือเป็นนวัตกรรมในสังคมไทยที่ช่วยสนับสนุน ต�ำบล เช่น การประสานความร่วมมือกับส�ำนักงาน
กิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพระดับพ้ืนท่ี โดยมีการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในการจัดท�ำ
ท�ำงานแบบบรู ณาการกับองคก์ รและสถาบนั ตา่ งๆ ใหมๆ่ ธรรมนญู สขุ ภาพตำ� บลเพอ่ื เปน็ กรอบงานในการขบั เคลอื่ น
ในระดบั พน้ื ทซ่ี ง่ึ รบั เปน็ เจา้ ภาพหลกั ในการดำ� เนนิ งานเกดิ งานกองทุนสุขภาพต�ำบล ดังเช่น การด�ำเนินงานในเขต
ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน การระดมทรัพยากร ตรวจราชการสาธารณสุขที่ 6 ที่ สปสช. เขต 6 รว่ มกับ
ความรู้และความคิดสร้างสรรค์จากหลายภาคส่วนโดย สช. จัดทำ� ธรรมนญู สุขภาพต�ำบล รวม 85 แห่ง(47) และ
เฉพาะอย่างยิ่งจากประชาคมและผู้น�ำตามธรรมชาติใน การดำ� เนนิ งานในเขตตรวจราชาการสาธารณสขุ ท่ี 8 สปสช.
หมบู่ า้ น เกดิ บรกิ ารสาธารณะใหมๆ่ จ�ำนวนมาก(43) เขต8รว่ มกบั สช.จดั ทำ� ธรรมนญู สขุ ภาพตำ� บลรวม73แหง่
2) การใช้ฐานการท�ำงานของกองทุนสุขภาพ ซงึ่ การดำ� เนนิ งานท่เี ขต 8 น้ี ไดม้ กี ารพฒั นารปู แบบจนได้
ต�ำบลต่อยอดเพื่อรองรับระบบการดูแลระยะยาวด้าน รับรางวัลผลงานการพัฒนางานประจ�ำสู่งานวิจัยดีเด่น
สาธารณสุขสำ� หรับผู้สงู อายุท่ีมภี าวะพง่ึ พงิ ในพน้ื ท่ี (long (R2R) ประจ�ำปี 2561 ประเภทการสนบั สนุนบรหิ ารและ
term care: LTC) โดยเริ่มด�ำเนนิ การตั้งแต่ปี 2559 โดยมี สนบั สนนุ บริการ(48) จากงานวิจัยเร่ือง การพฒั นารปู แบบ
กลไกด�ำเนนิ งานคือ อนุกรรมการสนบั สนนุ การจัดบรกิ าร และเครอื่ งมอื ประเมนิ ผลแบบเสรมิ พลงั การบรหิ ารจดั การ
ดูแลระยะยาวส�ำหรับผู้สูงอายุท่ีมีภาวะพึ่งพิง ภาย ขบั เคลอื่ น แผนงานธรรมนญู สขุ ภาพทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพและ
ใต้คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับ มกี ารพัฒนางานทีต่ ่อเนื่อง
ทอ้ งถน่ิ หรอื พน้ื ที่ โดยในปจั จบุ นั มี อปท. เขา้ รว่ มโครงการ
แล้วจ�ำนวน 5,290 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 68.02 ของ 9.5.4 ปญั หาและอุปสรรค
จำ� นวนองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลและเทศบาลทงั้ หมดของ ในการด�ำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพต�ำบล
ประเทศ โดยมีการจัดบริการดูแลผู้สูงอายุท่ีอยู่ในภาวะ ทผี่ า่ นมา ไดพ้ บปญั หาและอุปสรรคหลายประการ เช่น
พึงพิง รวม 200,371 คน(44) 1) คณะกรรมการกองทุนสุขภาพต�ำบลและผู้ท่ี
3) การขยายการจัดต้งั กองทนุ สขุ ภาพใหค้ รอบคลุม มีส่วนเก่ียวข้องยังขาดความชัดเจนในเป้าประสงค์ที่แท้
ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยคณะ จริงของกองทุนต�ำบลและมโนทัศน์เก่ียวกับทิศทางและ
กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มีออก พฒั นาการในอนาคต และพบวา่ คณะกรรมการมคี วามรไู้ ม่
ประกาศ เร่ือง การก�ำหนดหลักเกณฑ์เพ่ือสนับสนุนให้ เพยี งพอและรจู้ กั บทบาทหนา้ ทขี่ องตวั เองนอ้ ย(49)
กรุงเทพมหานคร ด�ำเนินงานและบริหารจัดการระบบ 2) การจดั ทำ� แผนสขุ ภาพชมุ ชนและการจดั ทำ� แผนท่ี
หลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2561(45) ทางเดินยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่พบว่ายังมิได้มีการใช้ข้อมูล
จัดต้ังกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานครข้ึนใน เชิงประจักษ์ในการวิเคราะห์สังเคราะห์อย่างเป็นระบบ
แมจ้ ะมกี ารใชก้ ระบวนการประชาคมในการใหช้ มุ ชนเสนอ

246 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ปญั หาและความตอ้ งการกต็ าม พบวา่ ความครอบคลมุ การมี นอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว ยังพบปัญหาที่
ระบบขอ้ มลู สขุ ภาพชมุ ชนดขี นึ้ แตย่ งั จำ� กดั อยทู่ ขี่ อ้ มลู ดา้ น เกิดจากระเบียบหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไป ไม่ชัดเจน
สาธารณสุขเท่านั้น นอกจากนั้นพบว่าท้องถ่ินและชุมชน และการมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ รวมทั้งผู้รับผิดชอบงาน
ยงั ขาดทกั ษะในการประยกุ ตใ์ ชแ้ ผนงานดงั กลา่ วในการแก้ ขาดความรคู้ วามสามารถ(51)
ปัญหาในชุมชนได้อย่างเต็มท่ี รวมถึงการถูกอิทธิพลของ
นโยบายของจังหวัดและส่วนกลางเหน่ียวน�ำเหนือวิธีการ 9.5.5 ทศิ ทางการพัฒนา
คดิ ของท้องถ่ินและชุมชน(49) กองทุนสุขภาพต�ำบลควรมีการยกระดับ

3) ปัญหาการรับรู้และเข้าใจของประชาชนใน เพ่ือรองรับทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต โดย
พ้ืนที่ ปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชน ปัญหาด้าน เฉพาะรองรับทิศทางการปฏิรูปประเทศที่ก�ำหนด
การรายงาน ติดตามและประเมินผล(50) แมว้ า่ การบรหิ าร ให้การเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง ซ่ึงกองทุนสุขภาพ
จดั การกองทนุ มกี ารเนน้ ใหเ้ กดิ กระบวนการมสี ว่ นรว่ มของ ต�ำบลนี้สามารถใช้เป็นฐานในการรองรับการขับเคลื่อน
ภาคส่วนต่างๆ เพ่ือท�ำการติดตามประเมินผลโครงการ ชุมชนเข้มแข็งได้ นอกจากนั้นในปัจจุบันมีการจัดตั้ง
และมีการติดตามอย่างไม่เป็นทางการโดยอาศัยฟังเสียง คณะกรรมการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ระดบั อำ� เภอซงึ่ กองทนุ
ตอบรับจากประชาชนเป็นหลัก โดยมีการจัดกิจกรรมใน สุขภาพต�ำบลสามารถใช้เป็นแหล่งงบประมาณรองรับ
ชุมชนอย่างต่อเนื่องท�ำให้ประชาชนในชุมชนรับรู้ข้อมูล ประเดน็ ดา้ นสขุ ภาพทคี่ ณะกรรมการระดบั อำ� เภอกำ� หนด
ด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาพของประชาชนดีข้ึน ได้ ซึ่งจ�ำเป็นต้องปรับแก้กฎระเบียบให้สอดคล้องกับ
แต่อย่างไรก็ตามยังพบว่าการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูล ทิศทางดังกล่าวด้วย อย่างไรกต็ ามสงิ่ ท่จี ำ� เปน็ ต้องด�ำเนิน
ระหว่างกองทุนสุขภาพต�ำบลกับพื้นท่ีอ่ืนยังไม่ครอบคลุม การอย่างเร่งด่วนคือการประเมินผลกระทบหรือผล
เทา่ ทีค่ วร สัมฤทธจ์ิ ากการมีกองทุนสขุ ภาพต�ำบลมากวา่ 10 ปี รวม
ทั้งการประเมนิ การมสี ว่ นร่วมของกลไกตา่ งๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
4) กจิ กรรมของกองทนุ สขุ ภาพตำ� บลสว่ นใหญม่ ฐี าน ในระดับปฏิบัติการจ�ำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพทีม
จากงานตามนโยบายสาธารณสขุ เปน็ หลกั พบวา่ ยงั ไมค่ อ่ ยมี ท�ำงานที่เข้าใจระบบงานและกฎระเบียบท่ีเกี่ยวข้องใน
การบรู ณาการงบประมาณกบั กองทนุ อนื่ หรอื โครงการทไ่ี ด้ ระดับจังหวัดเพ่ือหนุนเสริมการท�ำงานของแต่ละกองทุน
รบั การสนับสนนุ จากหน่วยงานภายนอกอน่ื ๆ(49) เพ่อื สรา้ งความมน่ั ใจในการทำ� งานยงิ่ ขึ้น

9.6 สขุ ภาพภาคประชาชนกบั การพฒั นาระบบสขุ ภาพชมุ ชน

9.6.1 สุขภาพภาคประชาชนกบั การพฒั นาระบบ (Health for All by the Year 2000) ภายหลังจากน้ัน
สขุ ภาพชุมชน ในปี พ.ศ. 2521 องคก์ ารอนามยั โลกไดม้ กี ารจดั ประชมุ ณ
เมอื งอัลมา อะตา สหพันธรัฐรัสเซีย เพอ่ื แสวงหาวธิ ีการที่
นับต้ังแต่ปี พ.ศ. 2520 ท่ีประชุมองค์การอนามัย จะบรรลเุ ปา้ หมายการมสี ขุ ภาพดถี ว้ นหนา้ เปน็ ผลใหเ้ กดิ คำ�
โลกมีมติร่วมกันว่า “การมีสุขภาพดีเป็นสิทธิขั้นพ้ืนฐาน ประกาศอัลมา อะตา (Alma-Ata Declaration) ท่ไี ดร้ ะบุ
ของมนุษย์ทุกคนที่พึงได้รับ โดยไม่ค�ำนึงถึงความแตก ว่าการสาธารณสุขมูลฐาน (Primary Health Care) เปน็
ต่างในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ และ กญุ แจสกู่ ารบรรลเุ ปา้ หมายสุขภาพดีถว้ นหน้าในปี 2543
สังคม” โดยที่ประชุมได้ขอความร่วมมือให้รัฐบาลของ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นก้าวท่ีส�ำคัญอย่างย่ิงในการ
แต่ละประเทศเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหากลวิธีท่ี พฒั นางานสาธารณสุขในศตวรรษท่ี 20(52)
เหมาะสมเพ่ือให้เกิดสุขภาพดีถ้วนหน้าในปี พ.ศ. 2543

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 247

9.6.2 การพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนในระดับ ค้มุ ครองผู้บรโิ ภค(55) ปจั จบุ ัน (พ.ศ. 2561) มจี �ำนวน อสม.
หมบู่ ้าน ทปี่ ฏิบัตงิ านอยทู่ ่ัวประเทศทง้ั สนิ้ 1,061,509 คน(56) โดย
อสม. 1 คน ท�ำหน้าท่ีรับผิดชอบครัวเรือนโดยเฉลี่ย 10
ส�ำหรับประเทศไทย ได้มีการน�ำแนวคิดการ ถงึ 15 หลังคาเรอื น(55) โดย อสม. มผี ลงานเป็นที่ประจักษ์
สาธารณสุขมูลฐาน (Primary Health Care) มาใช้ใน ตอ่ สงั คม เชน่ การดแู ลผสู้ งู อายผุ ปู้ ว่ ยตดิ บา้ นตดิ เตยี งและ
การพัฒนางานสาธารณสุขก่อนค�ำประกาศ อัลมา อา ผ้ปู ่วยโรคเรอื้ รงั
ตา ในปี พ.ศ. 2521 โดยในการพัฒนาด้านการมีส่วน
รว่ มของประชาชนในงานสาธารณสขุ ไดเ้ รม่ิ ตน้ จากการนำ� แนวคิดการทำ� งานของ อสม. ได้มีการด�ำเนินงานมา
แนวคิดดังกล่าวมาด�ำเนินการ โดยมี นพ.อมร นนทสุต เปน็ ระยะเวลานานนับ 4 ทศวรรษ และไดม้ ีการพฒั นาให้
และ นพ.ไพโรจน์ นิงสานนท์ เป็นผู้น�ำทางความคิดว่า เหมาะสมตามยุคสมัย มีการก�ำหนดสิทธิประโยชน์เพ่ือ
ประชาชนควรเขา้ มามสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการสง่ เสรมิ สขุ เป็นขวญั ก�ำลงั ใจแกผ่ ูท้ ีจ่ ะมาเป็น อสม. ได้แก่ การลดค่า
ภาพอนามัย พร้อมทั้งได้คัดเลือกประชาชนมาเป็นอาสา โดยสารรถไฟ การเทยี บตำ� แหนง่ อสม. ใหเ้ ทา่ กบั ตำ� แหนง่
สมคั รประจ�ำหมู่บ้าน (อสม.) หรอื อาสาสมคั รผู้ดแู ลเร่ือง ข้าราชการพลเรือนระดับ 3 การยกระดับการศึกษาขั้น
การรักษาพยาบาล และผู้ส่ือข่าวสาธารณสุข (ผสส.) ซ่ึง พ้ืนฐาน การเบิกค่าใช้จ่ายในการออกปฏิบัติงานบริการ
ในปัจจุบันได้ถูกรวมเป็น อสม. เพียงประเภทเดียว(53) สุขภาพในภาวะฉุกเฉิน(55) นอกจากน้ีสืบเน่ืองจาก
โดยนวัตกรรมทางสาธารณสุขดังกล่าวน้ันได้ถูกยกย่อง รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2540 มบี ทบญั ญตั ิ
จากองค์การอนามัยโลกและประเทศสมาชิกว่าเป็นการ ท่ีเกี่ยวข้องกับการกระจายอ�ำนาจให้องค์กรปกครอง
จัดการระบบความรู้ในชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ส่วนท้องถิ่น (อปท.) ส่งผลให้ อสม. ต้องปฏิบัติงาน
เรอื่ งสาธารณสขุ และสามารถดแู ละสขุ ภาพของประชาชน ภายใต้บริบทใหม่ที่มีงบประมาณสนับสนุนการด�ำเนิน
ระดบั ชมุ ชนไดเ้ ปน็ อยา่ งดดี ว้ ยการสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของ งานจาก อปท. ในขณะเดียวกัน อสม. ยังคงมีความ
ประชาชนในรปู แบบอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำ� หมบู่ า้ น สัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาคส่วนสาธารณสุขในพ้ืนท่ี ส่งผล
ทีด่ ีทส่ี ุดแห่งหนง่ึ ของโลก(54) ให้เป็นเป้าหมายทางการเมืองท้ังในระดับท้องถิ่น รวมถึง
ระดับประเทศในการเป็นฐานคะแนนเสียง จึงเป็นที่มา
อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นรูปแบบการ ของการเพ่มิ คา่ ตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ใหแ้ ก่ อสม.
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนตามแนวคิดของการ เช่น ค่าตอบแทนครูประจ�ำกลุ่ม การได้รับการช่วยเหลือ
สาธารณสุขมลู ฐาน แนวคดิ ดังกล่าวมีการด�ำเนนิ ตอ่ เนื่อง ค่ารักษาพยาบาลส�ำหรับ อสม. และบุคคลในครอบครัว
มาจนถงึ ปจั จบุ นั และเปน็ ทนุ ทางสงั คมทมี่ คี ณุ คา่ แกร่ ะบบ การจ่ายค่าตอบแทน อสม. 600 บาท ต่อเดือน รวมถึง
สาธารณสุขไทย อสม. เป็นบุคคลที่ได้รับการคัดเลือก การจัดสรรโควตาเข้าศึกษาหลักสูตรต่างๆในสถาบัน
มาจากชาวบ้านและได้รับการอบรมตามหลักสูตรของ การศึกษาของกระทรวงสาธารณสุข(57) โดยนอกเหนือ
กระทรวงสาธารณสุข โดยมีบทบาทส�ำคัญในฐานะผู้น�ำ จากสทิ ธิประโยชนท์ ่ี อสม. จะไดร้ บั แล้วยังมีขวัญก�ำลังใจ
การเปลีย่ นแปลงด้านพฤติกรรมสขุ ภาพอนามยั เป็นผู้ส่ือ แก่ อสม. ทปี่ ฏบิ ัติงานเพอ่ื ส่วนรวมดเี ด่นใหม้ โี อกาสได้รบั
ข่าวสาธารณสุขโดยท�ำหน้าท่ีเผยแพร่ความรู้ วางแผน รางวัลหรือเข็มเชิดชูเกียรติ รวมถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์
และประสานงานกิจกรรมพัฒนาสาธารณสุข รวมถึงให้ อกี ดว้ ย(55)
บริการสาธารณสุขที่ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การ
เฝ้าระวังและป้องกันโรค การช่วยเหลือและการรักษา จากสถานการณข์ องปจั จยั กำ� หนดสขุ ภาพและสงั คม
พยาบาลเบ้ืองต้นโดยใช้ยาและเวชภัณฑ์ตามขอบเขตท่ี ของประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ซับ
กระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด นอกจากน้ียังมบี ทบาทดา้ น ซ้อนข้ึน ส่งผลให้การด�ำเนินงาน อสม. มีความท้าทาย
การฟนื้ ฟูสภาพ การส่งตอ่ ผปู้ ่วยไปรับบริการ รวมถงึ การ มากขึ้น(57) ในปี พ.ศ. 2554 กระทรวงสาธารณสขุ จึงได้มี

248 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การทบทวนและกำ� หนดบทบาทของ อสม. ยคุ ใหมข่ นึ้ เพอ่ื 9.6.3 การพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนในระดับ
รองรบั ความทา้ ทายดงั กลา่ ว โดยมกี ารปรบั เปลยี่ นบทบาท ครอบครวั
การทำ� งานของ อสม. ยุคใหม่ ดงั นี้
ในปจั จบุ นั กระทรวงสาธารณสขุ ไดม้ นี โยบายในการ
1) การสง่ เสรมิ สขุ ภาพเชงิ รกุ โดยม่งุ ให้ อสม. มกี าร ใหค้ วามสำ� คญั กบั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ปอ้ งกนั โรค ดว้ ยการ
ทำ� งานเชงิ รกุ เพอ่ื เสรมิ สรา้ งสขุ ภาพประชาชนในชมุ ชนมาก เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนมีความรอบรู้ การ
ขน้ึ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การดแู ลสขุ ภาพแมแ่ ละเดก็ ผสู้ งู อายุ เข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจด้านสุขภาพได้ดีด้วยการพัฒนา
ผพู้ ิการ และผู้ปว่ ยเรอื้ รงั ระบบเครือข่ายต่อยอดขยายจากชุมชนที่มี อสม. เข้าไป
ถึงทุกครัวเรือน โดยเล็งเห็นว่า สถาบันครอบครัวเป็น
2) การสรา้ งระบบความรว่ มมือ โดย อสม. จะต้อง แกนกลางของสังคมที่เป็นรากฐานส�ำคัญยิ่งต่อการด�ำรง
มีการท�ำงานเป็นทีมในลักษณะภาคีเครือข่ายสุขภาพใน ชีวิต หากมีการสร้างเครือข่ายความรู้ด้านสุขภาพต่อย
ชมุ ชน โดยใชแ้ ผนสขุ ภาพตำ� บลในการแกไ้ ขปญั หา ผา่ นเวที อดจากชุมชนเข้าสู่ครัวเรือน จะท�ำให้ประชาชนมีความ
ชมุ ชน หรือมีการจดั ทำ� แผนสุขภาพชุมชนรว่ มกนั รู้และทักษะในการวิเคราะห์และจัดการปัจจัยเส่ียง ภัย
สุขภาพ และสามารถดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว
3) การพฒั นาบทบาทประชาชน โดยองคก์ ร อสม. จะ ของตนเองได้ ดงั นน้ั จงึ ไดม้ คี วามพยายามสง่ เสรมิ ใหค้ นใน
เปน็ แกนหลกั ในการจดั ทำ� แผนสขุ ภาพตำ� บลซง่ึ ขบั เคลอ่ื น ครอบครัวมาเป็นอาสาสมัครประจ�ำครอบครัว (อสค.)
ร่วมกนั กับ รพ.สต. โดยมีประชาชนและชมุ ชนมีสว่ นร่วม ด้วยการน�ำบุตร หลาน หรือญาติพี่น้องหรือสมาชิกใน
ในการคดิ วเิ คราะห์ รว่ มวางแผน รว่ มดำ� เนนิ งานและรว่ ม ครอบครวั รวมถึงเพอื่ นบ้านหรอื บคุ คลทค่ี นในครอบครวั
ประเมินผล เพ่ือใหป้ ระชาชนมกี ารปรับเปลีย่ นพฤติกรรม ไวว้ างใจใหม้ าเปน็ ผู้ดูแลสขุ ภาพของคนในครอบครัว โดย
สุขภาพทถ่ี กู ตอ้ ง และ มีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นเจ้าภาพหลัก และ
มีกรมอนามัย กรมการแพทย์ และกรมควบคุมโรคร่วม
4) การสรา้ งมาตรการทางสงั คม โดยชมุ ชนควรมกี าร ด�ำเนินงาน เพื่อให้แต่ละครอบครัวมีคนช่วยดูแลสุขภาพ
กำ� หนดขอ้ ตกลงรว่ มกนั เพอื่ แกไ้ ขปญั หาสขุ ภาพของชมุ ชน ของคนในครอบครัวให้ครอบคลุมท่ัวถึง และกลับมาพึ่ง
ตนเอง(55) ตนเองได(้ 54)

ในปัจจุบัน พ.ศ. 2561 ประเทศไทยมีนโยบาย อาสาสมคั รประจำ� ครอบครวั (อสค.) หมายถงึ บคุ คล
การขับเคล่ือนประเทศเพื่อมุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ซึ่ง ใดบุคคลหนึ่งในครอบครัวหรือเพ่ือนบ้านที่ได้รับความไว้
มุ่งเน้นการน�ำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา วางใจจากครอบครัว และได้รับการคัดเลือกให้ท�ำหน้าท่ี
เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมกระบวนการท�ำงานให้มี ดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว
ประสิทธิภาพย่ิงขึ้น เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัล ดังนั้น เป็นผู้ท่ีมีความรู้และเป็นแกนน�ำในการปฏิบัติตนเองด้าน
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สุขภาพท่ีถูกต้อง เป็นแบบอย่างให้กับครอบครัว และ
ได้มีแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพ อสม. ท่ัวประเทศ ให้ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกในครอบครัวของ
เปน็ อสม. 4.0 โดยมคี ณุ ลกั ษณะ คอื สามารถใชเ้ ทคโนโลยี ตนเองได้ โดยผา่ นการฝกึ อบรมตามหลกั สตู รฯ ทก่ี ระทรวง
ดจิ ทิ ลั ได้ มคี วามรอบรดู้ า้ นสขุ ภาพ และมจี ติ อาสาและเปน็ สาธารณสขุ กำ� หนด โดยครอบครวั หนง่ึ จำ� เปน็ ตอ้ งมี อสค.
ผู้น�ำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ มุ่งเน้นให้มีความรอบรู้ อย่างน้อย 1 คน เริ่มจากกลุ่มเป้าหมาย เช่น ญาติหรือ
และทักษะด้านการช่วยชีวิตฉุกเฉิน และมีความพร้อมใน ผู้ดูแลครอบครัวผู้ป่วยโรคไตเร้ือรัง ผู้สูงอายุติดบ้าน
การปฏบิ ตั งิ านเปน็ จติ อาสาชว่ ยเหลอื สงั คม นอกจากนเี้ พอื่ ติดเตียงและโรคไม่ติดต่อเร้ือรัง เป้าหมายการด�ำเนิน
ให้การพัฒนาช่องทางการส่ือสารข้อมูลท่ีถูกต้องเป็นไป งานประจ�ำปีงบประมาณ 2560 คือ มีจ�ำนวน อสค.
อยา่ งรวดเรว็ ทนั เวลา และมปี ระสทิ ธภิ าพ จงึ มกี ารพฒั นา 500,000 คน โดยมุ่งเน้นท่ีกลุ่มครอบครัวผู้ป่วยโรคไต
Application “สมาร์ท อสม.” ขึ้น เพื่อเป็นเคร่ืองมือให้
กับ อสม. ในการดแู ลสขุ ภาพของตนเองและประชาชนได้
อยา่ งถูกต้อง นำ� ไปสชู่ มุ ชนพึง่ ตนเองอย่างยัง่ ยนื ตอ่ ไป(58)

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 249

เรอ้ื รัง (CKD) ระยะที่ 4 จ�ำนวน 100,000 คน ผู้สูงอายุ 9.6.4 การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับการ
ติดบ้านติดเตียง (LTC) จ�ำนวน 150,000 คน และกลุ่ม พฒั นานโยบายสาธารณะเพือ่ สขุ ภาพ
โรค NCDs จ�ำนวน 250,000 คน ส่วนกล่มุ เป้าหมายอนื่
โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซ่ึงในทุกจังหวัดและทุกกลุ่มเขต การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชนในงานด้าน
บริการสุขภาพ สามารถเพิ่มเป้าหมายการด�ำเนินงานได้ สาธารณสขุ ได้ถกู ยกระดับเพ่ิมมากขนึ้ ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2543
ตามสภาพปัญหา บริบท ข้อมูลจริงและความพร้อมของ ทปี่ ระเทศไทยไดม้ แี นวคดิ การปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพผา่ นการ
พน้ื ท(่ี 54) ขับเคล่ือนของภาคประชาชน โดยมีระเบียบส�ำนักนายก
รัฐมนตรีว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2543 ที่ได้
แนวทางการด�ำเนินงานนโยบาย อสค. มีการดำ� เนิน มอบหมายให้ส�ำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพ ภายใต้คณะ
งานโดยท�ำการคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็น อสค. โดย อสม. กรรมการปฏิรูประบบสุขภาพจัดการประสานงานกับทุก
หลังจากน้ันมีการอบรม ฝึกปฏิบัติรวมถึงจัดการศึกษา ภาคส่วนเพื่อจัดท�ำ พรบ.สุขภาพแห่งชาติข้ึนจนท�ำให้
ตอ่ เน่อื งและการปฐมนิเทศ สรา้ งเครือข่าย อสค. โดยใหม้ ี เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของภาคประชาสังคมกับ
บทบาทหนา้ ท่ีดงั นี้ 1) เปน็ แกนน�ำปฏบิ ตั ติ นด้านสุขภาพ ภาครัฐและภาคเอกชน จนท�ำให้เกิดแนวคิดการพัฒนา
ท่ีมีพฤติกรรมเป็นแบบอย่างให้ครอบครัว และเป็นผู้ดูแล นโยบายสาธารณะเพอื่ สขุ ภาพแบบมสี ว่ นรว่ ม หรอื ทเ่ี รยี ก
สขุ ภาพของคนในครอบครัวของตนเอง 2) ถา่ ยทอดความ วา่ สมชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติ กลไกดงั กลา่ วเปน็ กระบวนการ
รู้ให้คนในครอบครัวของตนเองและช่วยเหลือผู้ที่อยู่ใน ทใ่ี หป้ ระชาชนและหนว่ ยงานของรฐั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ไดร้ ว่ มแลก
ภาวะพงึ่ พงิ และ 3) ประสานงานพัฒนาสุขภาพของครัว เปล่ียนองค์ความรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อน�ำไป
เรือนและเป็นเครือขา่ ยใยแมงมุมกบั อสม. โดยไมซ่ �้ำซอ้ น สกู่ ารเสนอแนะนโยบายสาธารระเพอ่ื สขุ ภาพ หรอื ความมี
บทบาทกัน(54) สุขภาพของประชาชน(59, 60)

ในระยะเวลาท่ีผ่านมา เนื่องจากการพัฒนาทาง ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
เศรษฐกิจและสังคมรวมถึงบริบทของสังคมท่ีเปิดกว้าง ต้งั ขนึ้ เม่อื วันท่ี 3 มีนาคม พ.ศ.2550 ตาม พ.ร.บ.สุขภาพ
การมสี ว่ นรว่ มทางสงั คมและทางการเมอื งมากขนึ้ ทำ� ใหเ้ กดิ แหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 เพอื่ ทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ องคก์ รเลขานกุ ารให้
ความหลากหลายของอาสาสมัครข้ึนในสังคมไทย ทั้งใน กบั คณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ (คสช.) สช. เปน็ องคก์ ร
และนอกระบบงานสาธารณสุข ท้ังในรูปแบบขององค์กร ของรัฐในรูปแบบใหม่ อยู่ในก�ำกับนายกรัฐมนตรี โดยมี
ของรฐั และองคก์ รเอกชนสาธารณะ เชน่ อาสาสมคั รเพอื่ น คณะกรรมการบรหิ าร (คบ.) ท่แี ต่งตงั้ โดย คสช. ทำ� หน้าที่
ชว่ ยเพอ่ื น ทบู นี ัมเบอรว์ นั เครอื ขา่ ยจติ อาสาการทำ� ความ ก�ำหนดนโยบายและก�ำกับการท�ำงานของ สช.โดยตรง
ดีเพื่อในหลวง อาสาสมัครที่ท�ำงานในโรงพยาบาลต่างๆ สช.ท�ำหน้าท่ีเป็นกลไก ให้ คสช. เพื่อบรรลุภารกิจตาม
อาสาสมคั รนวดเดก็ กำ� พรา้ อาสาสมคั รกลมุ่ มติ รภาพบำ� บดั พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ โดย สช. เป็นองค์กรหลักในการ
อาสาสมัครดแู ลคนพิการ ดูแลคนชรา รวมถึงอาสาสมัคร ขับเคล่ือนกระบวนการนโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาพ
ต่างชาติท่ีเข้ามาท�ำงานในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่าง แบบมีส่วนร่วม ที่สอดคล้องกับธรรมนูญว่าด้วยระบบ
ย่ิงเมือ่ เกิดเหตุภยั พิบัตติ ่างๆ จะเกิดความต่ืนตวั ของอาสา สุขภาพแห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ “สังคมสุข
สมัครหนุ่มสาวซึ่งหลั่งไหลเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภาวะ”(59)
ซ่ึงกระบวนการเหล่านี้มีการพัฒนาเป็นเครือข่ายจิตอาสา
ที่เป็นรูปธรรมมากข้ึนและความหลากหลายทางด้าน “สมัชชาสุขภาพ” คือ เคร่ืองมือพัฒนานโยบาย
ทักษะและความรู้ของอาสาสมัคร และระดับการเข้ามามี สาธารณะเพื่อสุขภาพท่ีเน้นการมีส่วนร่วม เกิดข้ึน
ส่วนร่วม(57) ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ
พ.ศ. 2550 ถอื เป็นแนวทางใหมข่ องการพฒั นา นโยบาย
สาธารณะตามระบอบประชาธิปไตยแบบ มีส่วนร่วม

250 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

สมัชชาสุขภาพแบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คอื 1) สมัชชา 4) เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติ
สุขภาพแห่งชาติ 2) สมัชชาสุขภาพเฉพาะพ้ืนที่ และ (Interactive Learning through Action)
3) สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น โดย พ.ร.บ.สุขภาพ
แห่งชาติได้ก�ำหนดให้มีการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สมชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติ จดั อยา่ งเปน็ ทางการครง้ั แรก
เป็นประจ�ำทุกปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และให้สนับสนุน ใน ปี พ.ศ.2551 และจัดเป็นประจ�ำทกุ ปี ต่อเนอื่ งเรอ่ื ยมา
การจัดสมัชชาสุขภาพ เฉพาะพื้นที่และสมัชชาสุขภาพ จนถึงครัง้ ที่ 10 ในปี พ.ศ. 2560 จนถงึ ปจั จบุ นั ได้ขอ้ เสนอ
เฉพาะประเด็นตามหลักเกณฑ์ที่ คสช. ก�ำหนดท้ังน้ี เชิงนโยบายจากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ รวม 77 เรื่อง
ประชาชนอาจรวม ตัวกันจัดสมัชชาสุขภาพกันเองก็ได้ และมีการผลักดันไปสู่การปฏิบัติ ทั้งในระดับชาติ ระดับ
หลักการและคณุ คา่ ทส่ี �ำคญั พื้นฐานของสมชั ชาสุขภาพ 4 กระทรวง กรม ระดับจังหวัด และระดับชุมชนท้องถิ่น
ประการ คอื (59,60) ขณะเดียวกันได้มีการพัฒนากระบวนการให้มีความเป็น
ระบบและสร้างการมีสว่ นรว่ มมากข้นึ เปน็ ล�ำดับ(61)
1) เป็นกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อ
สขุ ภาพแบบมสี ่วนรว่ ม (Participatory Healthy Public ส�ำหรับการสนับสนุนการจัดสมัชชาสุขภาพ เฉพาะ
Policy Process) พื้นที่และสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น คสช. ได้จัดท�ำ
หลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมาได้สนับสนุน
2) เป็นกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยแบบมี องค์กรเครือข่ายภาคีต่างๆ ให้มีการจัดสมัชชาสุขภาพใน
ส่วนร่วม (Participatory Democracy Development) ระดบั พน้ื ทแี่ ละประเดน็ ตา่ งๆ ทวั่ ประเทศอยา่ งตอ่ เนอื่ งมา
ทกุ ปี และมหี ลายพน้ื ทท่ี จ่ี ดั กนั เองดว้ ยงบประมาณในพน้ื ที่
3) เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม และมหี ลายองคก์ รทส่ี นใจนำ� กระบวนการสมัชชาสขุ ภาพ
(Social Empowerment) โดยอาศัยพลัง 3 ภาค ส่วนที่ ไปประยกุ ตใ์ ช้ในมติ ิตา่ งๆ(59,60)
เชื่อมโยงกนั คือ พลงั ทางปัญญา พลงั ทางสงั คม และพลงั
รัฐ/การเมอื ง

9.7 ระบบการดแู ลสขุ ภาพในครอบครวั (Home Health Care)

ปัจจุบันการจัดบริการสุขภาพของประเทศไทยได้ กลยุทธ์ส�ำคัญในการช่วยท�ำให้ระบบสุขภาพเข้มแข็งข้ึน
เปล่ียนรูปแบบไปโดยให้ความส�ำคัญกับการดูแลสุขภาพ จากการสามารถลดเวลานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลของ
ตนเองและขยายขอบเขตจากการให้บริการสุขภาพใน ผู้ป่วย ท�ำให้ปริมาณงานในโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายใน
โรงพยาบาลหรือสถานบริการไปสู่การดูแลสุขภาพท่ี ภาพรวมลดลง(63)
บ้านเพ่ิมมากข้ึน(62) เนื่องจากมีการเปล่ียนแปลงท้ังด้าน
ประชากรศาสตร์และระบาดวิทยาของโรค โดยมีจ�ำนวน 9.7.1 ความหมายและขอบเขตของการดูแล
ผสู้ งู อายทุ ี่เพ่ิมมาข้ึนอยา่ งรวดเร็ว รวมถึงการมีปญั หาโรค สุขภาพทบ่ี ้าน
ท่ีซับซ้อนและเรื้อรังซ่ึงต้องการดูแลสุขภาพอย่างต่อเน่ือง
นอกจากนี้ผู้ป่วยบางส่วนขอรับการดูแลรักษาหรือขอให้ การดแู ลสขุ ภาพทบ่ี า้ น เปน็ การใหก้ ารบรกิ ารสขุ ภาพ
เวลาช่วงสุดท้ายท่ีบ้านเพื่อให้เสียชีวิตอย่างสงบ รวมทั้ง โดยทีมสหวิชาชีพด้านสุขภาพอย่างต่อเน่ืองแก่ผู้ป่วย
ผู้ป่วยพิการที่ได้รับอุบัติเหตุ ก็มีแนวโน้มท่ีจะขอรับการ ครอบครวั และผดู้ แู ลทบ่ี า้ นของผปู้ ว่ ยโดยทมี สขุ ภาพ โดย
รักษาต่อทบี่ า้ นมากขึ้น เนือ่ งจากมสี งิ่ อำ� นวยความสะดวก มงุ่ เนน้ การให้บรกิ ารทัง้ ในระยะเจบ็ ปว่ ยเฉียบพลนั ระยะ
และเทคโนโลยีท่ีทันสมัยมากขึ้นในการสนับสนุนการ เรอ้ื รงั และระยะสดุ ทา้ ย โดยครอบคลมุ การรกั ษาพยาบาล
ดแู ลสุขภาพที่บ้านท่ีมีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขนึ้ ซ่ึงนับเปน็ การปอ้ งกนั โรค การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การฟน้ื ฟสู ภาพ มงุ่
ใหบ้ รกิ ารแบบเบด็ เสรจ็ เปน็ องคร์ วม ทง้ั ดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 251

สังคม และส่ิงแวดล้อม เพื่อมุ่งให้ผู้ป่วยและครอบครัว 9.7.2 วิวัฒนาการการดูแลสุขภาพที่บ้านของ
สามารถพงึ่ พาตนเองไดโ้ ดยการมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการ ประเทศไทย
ดแู ลเพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยและครอบครวั สามารถดำ� รงชวี ติ อยอู่ ยา่ ง
มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตท่ีดี(64) ท้ังน้ีในการบริการ ในอดตี ประเทศไทยมกี ารดแู ลสขุ ภาพทบ่ี า้ นผปู้ ว่ ยท่ี
ดแู ลสุขภาพที่บ้านของประเทศไทย ทีมเจา้ หน้าทสี่ ุขภาพ บ้านซ่ึงเป็นการรักษาหลักของการแพทย์แผนไทยในอดีต
ได้แก่ อาสาสมัครหมู่บ้านหรือเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ซง่ึ ไดเ้ ลอื นหายไปผกผนั กบั ความเตบิ โตทางการแพทยแ์ ผน
หรือพยาบาลเป็นหลัก แพทย์ที่เก่ียวข้องโดยเฉพาะ ตะวันตก(66) ซึ่งการดูแลสุขภาพท่ีบ้านโดยพยาบาลและ
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวก�ำลังมีบทบาทเพิ่มข้ึนในการ เจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ ไดเ้ รมิ่ มมี าประมาณเกอื บ 50 ปแี ลว้
ให้บริการดังกล่าว ซึ่งผู้ให้บริการจะต้องวางแผนการให้ โดยการจดั บรกิ ารในอดตี เนน้ การปอ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่
บรกิ าร การประสานงานอย่างครอบคลมุ ผสมผสานอย่าง และส่งเสริมสุขภาพมารดาและทารกหลังคลอด ซึ่งยังคง
เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการให้บริการต่างๆ เช่น การดูแล ด�ำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน(69) ทั้งน้ี การพยาบาลผู้ป่วย
ฟนั การพยาบาล กายภาพบ�ำบดั การใหค้ ำ� ปรกึ ษาอาชวี และครอบครัวที่บ้านในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย มีการ
บ�ำบัด สังคมสงเคราะห์ โภชนาการ แม่บ้าน พนักงาน เรม่ิ จดั บรกิ ารขนึ้ ครงั้ แรกที่ คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาล
ดูแลสุขภาพท่ีบ้าน การขนส่งผู้ป่วย และการตรวจ รามาธิบดีในปี พ.ศ. 2515 (ก่อนที่จะมีโครงการสุขภาพ
ชันสูตร บริการเครื่องมือแพทย์(65) การท�ำหัตถการ ดีเริ่มที่บ้านของกระทรวงสาธารณสุข) โดยมีการจัดต้ัง
การให้บริการค�ำแนะน�ำและการประเมินและติดตาม หนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบบรกิ ารน้ี ชอ่ื วา่ Ambulatory Care
สภาวะสุขภาพ(66) การเฝ้าระวังติดตามภาวะแทรกซ้อน ปัญหาท่ีท�ำให้เกิดการพยาบาลท่ีบ้านเป็นเพราะอัตรา
ความพิการ การดูแลภาวะเจ็บป่วยระยะสุดท้าย การกลับมานอนโรงพยาบาล (hospital readmission)
การติดตามการใช้ยา การสงเคราะห์ทางสาธารณสุข ด้วยปัญหาเดิมๆของผู้ป่วยเด็กท่ีมีปัญหาการติดเช้ือ
การจดั สิง่ แวดลอ้ มทเี่ หมาะสม การดแู ลสุขาภิบาลอาหาร คอ่ นข้างสูง เชน่ ทอ้ งเสียหรือปอดอกั เสบ ค่อนข้างสูง ใน
การพทิ กั ษส์ ทิ ธผิ ปู้ ว่ ย การชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ ใหผ้ ปู้ ว่ ยและ ขณะท่ีโรงพยาบาลรามาธิบดีมีเตียงรับผู้ป่วยในจ�ำนวน
ครอบครวั มสี ว่ นรว่ มในการวางแผนการดแู ลสขุ ภาพ ตาม จ�ำกัด จึงได้มีการจัดต้ังงานพยาบาลป้องกันโรคและ
ความตอ้ งการจนสามารถดูแลตนเอง (Self-care) ได้ตาม ส่งเสริมสุขภาพขึ้น โดยมีพยาบาลสาธารณสุขเข้ามา
ศกั ยภาพโดยมุง่ สู่การมคี ณุ ภาพชีวติ ทีด่ (ี 67) ช่วยให้ความรู้แก่คนไข้ ทั้งที่แผนกผู้ป่วยนอกและแผนก
ผู้ป่วยใน โดยมีการจัดกิจกรรมในหอผู้ป่วยและสอนตาม
การเย่ียมบ้าน (Home Visit) และการให้ เตียง รวมถึงมีการจัดพิมพ์เอกสารส�ำหรับผู้ป่วยและ
คำ� ปรกึ ษาปญั หาสขุ ภาพทางโทรศพั ท์ (House Call) เปน็ ผู้มารับบริการ ต่อมาจึงมีการติดตามไปดูแลท่ีบ้านของ
รูปแบบบริการท่ีเป็นส่วนหนึ่งของการบริการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วย เนื่องจากยงั พบอตั ราการกลบั มานอนโรงพยาบาล
ที่บ้าน โดยการเย่ียมบ้าน แพทย์หรือพยาบาลหรือทีม ยังสูงอยู่ โดยมีการพูดคุยและปรึกษาหารือกับญาติหรือ
สหวชิ าชพี ดา้ นสขุ ภาพจะออกไปเยย่ี มผปู้ ว่ ยและครอบครวั ผู้ดูแลคนไข้เกี่ยวกับการดูแลและการแก้ไขปัญหาให้แก่
ทบี่ า้ น โดยอาจจะมแี พทยเ์ ปน็ หวั หนา้ ทมี ในการออกเยยี่ ม คนไข้เม่ือกลับไปอยู่ท่ีบ้าน โดยต่อมามีการจัดต้ังหน่วย
สว่ นการใหค้ ำ� ปรกึ ษาปญั หาสขุ ภาพทางโทรศพั ท์ เปน็ การ บรกิ ารพยาบาลผู้ป่วยทบี่ า้ น (home health care unit)
เพม่ิ ชอ่ งทางการดแู ลสขุ ภาพตนเองทบี่ า้ นดว้ ยการโทรศพั ท์ เพ่ือเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบท�ำหน้าท่ีในการติดตาม
มาขอค�ำปรึกษา และหรือขอความช่วยเหลือจากแพทย์ เย่ยี มบา้ น โดยถ้าไม่สามารถช่วยเหลือได้ก็จะไปประสาน
และทมี สหวชิ าชพี ดา้ นสขุ ภาพทร่ี จู้ กั กนั ใหไ้ ปตดิ ตามเยยี่ ม หรือขอความช่วยเหลือจากแหล่งประโยชน์อ่ืนในชุมชน
บา้ นในบางโอกาส(68) ต่อไป โดยพบว่าการดำ� เนินการดงั กล่าวสามารถลดการก
ลับมานอนโรงพยาบาลซ้�ำได้ ท�ำให้การใช้ทรัพยากร

252 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

สขุ ภาพของโรงพยาบาลท่ีมอี ยู่อย่างจำ� กดั ลดลง นอกจาก วัตถุประสงค์หลักของการเยี่ยมบ้านและการดูแล
นนั้ ยงั สามารถลดจำ� นวนวนั นอนในผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั ด้วย(64, 69) สุขภาพที่บ้านมุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก โดย
เน้นให้ผู้ป่วยและญาติมีศักยภาพในการดูแลตนเองที่
ปจั จบุ นั การดแู ลสขุ ภาพทบี่ า้ นนบั เปน็ เครอ่ื งมอื หนง่ึ บ้านมากข้ึน ไม่ใช่การพยายามก�ำจัดผู้ป่วยออกจากโรง
ท่ีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจ�ำเป็นต้องเรียนรู้เพ่ือท�ำให้ พยาบาล หรือพยายามลดค่าใช้จ่ายภายในโรงพยาบาล
เข้าใจถึงวิถีชีวิตของผู้ป่วยที่บ้าน ซ่ึงจะช่วยให้สามารถ หรือลดภาระงานของแพทย์และพยาบาลเปน็ หลัก(68)
ประเมินสภาพอาการของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมมาก
ขนึ้ และนบั เปน็ จดุ กำ� เนดิ ในการทำ� งานรว่ มกนั ระหวา่ งทมี 9.7.4 หลักการส�ำคญั ของการดแู ลสขุ ภาพที่บา้ น
ดูแลสุขภาพสหสาขาก่อให้เกิดการดูแลอย่างต่อเนื่องเป็น ในการดแู ลสขุ ภาพทบี่ า้ นจำ� เปน็ ตอ้ งยดึ หลกั การใหผ้ ปู้ ว่ ย
องค์รวม ผสมผสาน ทงั้ ในดา้ นการรักษา การฟน้ื ฟสู ภาพ และครอบครวั มสี ว่ นรว่ มในการตงั้ เปา้ หมายระยะสนั้ เมอ่ื มี
การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพให้แก่ครอบครัว การเย่ยี มบา้ น และก�ำหนดวธิ ปี ฏิบตั ิของผู้ป่วยเรื้อรงั และ
โดยการดแู ลสขุ ภาพทบ่ี า้ นนไ้ี ดถ้ กู บรรจไุ วใ้ นนโยบายหลกั ครอบครัวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีทีม
ประกนั สขุ ภาพของรฐั บาล โดยเปน็ ชดุ สทิ ธปิ ระโยชนห์ ลกั สหสาขาวิชาชีพทางสุขภาพท่ีแกนน�ำทีมสุขภาพในการ
ที่ประชาชนพึงจะได้รับ เพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพตาม ดูแลสขุ ภาพผปู้ ่วยท่ีบา้ นสามารถทำ� การประสานงานและ
กรอบของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ท�ำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งต้องมีการสนับสนุน
พ.ศ. 2545(66) อย่างต่อเน่ืองจากผู้บริหารท้ังด้านนโยบาย งบประมาณ
กำ� ลงั คนและสง่ิ อำ� นวยความสะดวด รวมถงึ ความสามารถ
9.7.3 วัตถปุ ระสงค์ของการดูแลสขุ ภาพทบี่ ้าน ในการแสวงหาแหลง่ ประโยชนใ์ นชมุ ชนซง่ึ จะเปน็ สงิ่ เสรมิ
การดูแลสุขภาพที่บ้านของผู้ป่วย มีวัตถุประสงค์ท่ี แรงสนับสนุนทางสงั คมให้แกผ่ ู้ปว่ ยและครอบครวั เพือ่ ให้
สำ� คญั ดงั น(้ี 70) บรรลุเป้าหมายระยะยาวคือ การที่ผู้ป่วยและครอบครัว
1) เพอ่ื ใหเ้ กดิ การดแู ลตอ่ เนอ่ื ง (Continuous care) สามารถจัดการดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมอยู่ที่บ้าน
และครอบคลุม (Comprehensive care) แก่ผู้ป่วย ใน ได้โดยปราศจากภาวะแทรกซ้อนและมีคุณภาพชีวิตท่ีดี
บรบิ ทของครอบครัวของผ้ปู ่วย ตามสมควรแกอ่ ัตภาพ โดยมีหลักการส�ำคญั ของการดูแล
2) เพ่ือให้ผู้ป่วยและญาติมีความม่ันใจและสามารถ สขุ ภาพทบี่ า้ นเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความตอ่ เนอ่ื งในการดแู ลสขุ ภาพ
พ่งึ ตนเองในการดูแลสุขภาพทีบ่ า้ นได้ ดงั น(ี้ 69)
3) เพอ่ื ใหญ้ าตริ วู้ ธิ ใี นการอยรู่ ว่ มกบั ผปู้ ว่ ยทบี่ า้ นและ 1) การประมินความรู้ของผู้ป่วย ผู้ดูแล และ
รว่ มดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ย ครอบครัว เกี่ยวกับการด�ำเนินโรค การดูแลตนเองใน
4) เพอ่ื ใหแ้ พทยส์ ามารถประเมนิ ทงั้ โรค (Diseases) เรื่องต่างๆ การเขา้ ถึงระบบบริการสขุ ภาพ และระบบการ
และความเจ็บป่วย (Illness) ทแ่ี ทจ้ รงิ ของผ้ปู ว่ ยและญาติ สนบั สนนุ ของผปู้ ว่ ยและครอบครวั
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและครอบคลุม 2) การประเมนิ ภาวะสขุ ภาพ ภาวะเส่ียง และภาวะ
5) เพื่อให้แพทย์ท�ำความรู้จักและสานต่อความ แทรกซ้อนของผปู้ ว่ ย การบรหิ ารยาทบ่ี ้าน ภาวะสุขภาพ
สัมพันธอ์ ันดกี ับผปู้ ว่ ยและญาตใิ นระยะยาว ของผู้ดูแล รวมถึงการเผชิญกับปัญหา การปรับตัว หรือ
6) เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินภาวะความเส่ียง ความเครียดทุกครัง้ ของการเยยี่ มบา้ น
ตา่ งๆ ตอ่ สขุ ภาพของครอบครวั นน้ั ๆ และหาแนวทางทจี่ ะ
ลดความเสยี่ งตา่ งๆ เชน่ สามารถโนม้ นา้ วหรอื แนะนำ� ใหม้ ี 3) การสรุปภาวะสุขภาพของผู้ป่วยและ
การเปล่ียนพฤติกรรมที่เส่ียงต่อความเจ็บป่วย เมื่อผู้ป่วย ผดู้ แู ล ซงึ่ ควรมกี ารสรปุ ประเดน็ ดงั กลา่ วและปญั หาทอ่ี าจ
และญาติมีความศรัทธาต่อแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ มีผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยท่ีบ้าน เพ่ือให้
ทีใ่ ห้การดแู ลนน้ั ๆ มานานพอ ผปู้ ว่ ย ผดู้ แู ล และครอบครวั ไดร้ บั ทราบ และมสี ว่ นรว่ มใน

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 253

การก�ำหนดเป้าหมายและกลวิธีในการปฏิบัติหรือจัดการ อมั พาตครงึ่ ซกี โรคหวั ใจและหวั ใจลม้ เหลว ผปู้ ว่ ยถกู ตดั ขา
กบั ปญั หาดงั กลา่ ว โดยทมี ดแู ลสขุ ภาพทบ่ี า้ น เชน่ พยาบาล และมภี าวะแทรกซอ้ นจากโรคเบาหวาน โดยผปู้ ว่ ยจำ� เปน็
จะเป็นผู้สนับสนุนในสิ่งท่ีผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องการและ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการด�ำเนินชีวิตค่อนข้างมาก ซึ่ง
ประเมนิ ผลลัพธ์ร่วมกนั ตอ้ งมคี นชว่ ยเหลอื ในกจิ วตั รประจำ� วนั โดยผดู้ แู ลตอ้ งการ
ไดร้ บั การสอนและการสาธติ วธิ กี ารในการชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ย
4) การก�ำหนดแผนการเยี่ยมที่เหมาะสมกับความ บางส่วนในกจิ กรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจำ� วัน เปน็ ตน้
ต้องการของผ้ปู ว่ ย
4) ผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั ทม่ี ปี ญั หาเรอื้ รงั ยงุ่ ยากซบั ซอ้ นรนุ แรง
5) การประสานงานกับแพทย์เจ้าของไข้และทีม (long-term with extreme disability) เป็นผูป้ ่วยทไ่ี ม่
สขุ ภาพท่ีรบั ผดิ ชอบของผ้ปู ว่ ย สามารถดูแลตนเองได้จ�ำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นทั้งหมด เช่น
โรคหัวใจทีรุนแรง โรคหลอดเลือดสมอง โรคข้ออักเสบ
6) การส่งต่อแหล่งประโยชน์ท่ีสามารถให้การช่วย รุนแรงหรือโรคมะเร็งระยะลุกลาม ซ่ึงผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะ
เหลอื ผปู้ ว่ ยตามทตี่ อ้ งการ เชน่ สงั คมสงเคราะหแ์ ละสถาน อยู่ในภาวะนอนติดเตียง (bed ridden) ผู้ป่วยประเภท
ฟน้ื ฟูสุขภาพ เปน็ ตน้ น้ีจ�ำเป็นที่ต้องมีคนช่วยเหลือดูแลท่ีมีทักษะในการดูแล
ท่ีสูงข้ึน ซ่ึงต้องได้รับการฝึกฝนโดยการสอนและสาธิต
9.7.5 หลกั เกณฑก์ ารแบง่ ประเภทของผปู้ ว่ ยทตี่ อ้ ง กิจกรรมการดูแลผู้ป่วยในเร่ืองต่างๆ เช่น การให้อาหาร
ไดร้ ับการดูแลสุขภาพท่ีบา้ น ทางสายผ่านทางจมูก การเคาะปอด และการดูดเสมหะ
การสวนปสั สาวะ เปน็ ต้น
ผู้ป่วยที่จ�ำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพท่ีบ้านมี
หลายระดับ ซึ่งปัญหาที่พบจะแตกต่างกัน สามารถแบ่งผู้ 5) ผู้ป่วยระยะสุดท้าย (terminally ill) โดยเป็น
ป่วยท่ีได้รับการส่งต่อเพ่ือให้ไปรับการดูแลสุขภาพท่ีบ้าน ผู้ป่วยท่ีอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิตหรือก�ำลังจะตาย โดย
ไดเ้ ปน็ 5 กลมุ่ คอื (64,69) อาจจะต้องกลับไปรับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งอาจ
แบง่ ได้เป็น 2 กลุม่ คอื กลมุ่ ท่ยี ังดูแลตนเองในชีวติ ประจ�ำ
1) ผปู้ ่วยท่ีมีปัญหาเฉยี บพลนั (curable/recover) วันได้เองหรือได้บ้าง และกลุ่มท่ีดูแลตนเองไม่ได้เลย โดย
โดยอาจมีความเจ็บป่วยหรือพิการเพียงชั่วคราว และ ผู้ป่วยในระยะนี้แพทย์มักจะวินิจฉันว่าไม่สามารถรักษา
สามารถหายเป็นปกติได้ โดยอาจจะต้องการการดูแล ได้ในทางการแพทย์ แตผ่ ู้ป่วยยังต้องการการดแู ลตอ่ เนอ่ื ง
สุขภาพในระยะส้ัน เช่น ปอดบวม ภาวะโภชนาการ เพอ่ื ชว่ ยลดหรอื บรรเทาความทกุ ขท์ รมานจากการเจบ็ ปว่ ย
บกพรอ่ ง ระบบทางเดนิ อาหารผดิ ปกตหิ รอื มบี าดแผลเลก็ และมีความพร้อมสามารถเผชิญกับความตายอย่างสม
นอ้ ย เป็นตน้ ศกั ดศ์ิ รี เชน่ ผปู้ ว่ ยถงุ ลมโปง่ พองในระยะสดุ ทา้ ย โรคมะเรง็
โรคไตวาย โรคหัวใจ โรคตบั วาย โรคเอดส์ เป็นต้น
2) ผู้ปว่ ยทม่ี ีปญั หาสขุ ภาพเรื้อรังในระดบั ต้น (long-
term chronic) โดยเปน็ ผปู้ ว่ ยทมี่ คี วามเจบ็ ปว่ ยเฉยี บพลนั 9.7.6 การประเมินผลลพั ธก์ ารดูแลสุขภาพทบ่ี า้ น
คงอยู่ระยะหนึ่ง เม่ืออาการทุเลาลงแล้วไม่สามารถหาย การประเมินผลลัพธ์ของการดูแลสุขภาพท่ีบ้านควร
เป็นปกติได้ แต่สามารถดูแลตนเองได้ เช่น ผู้ป่วยโรค ครอบคลุมในด้านตา่ งๆ ดงั น(ี้ 64)
หัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสงู โรคอัมพฤกษ์ที่ 1) การประเมินผลลัพธ์ด้านคลินิก (clinical
ยังสามารถช่วยตนเองได้ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงวิถี outcome) โดยเปน็ การประเมนิ วา่ การดแู ลสขุ ภาพบรรลุ
ชีวิตเล็กน้อย ได้แก่ การควบคุมอาหาร การรับประทาน เป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ เช่น ในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
ยาและการออกกำ� ลงั กาย เป็นต้น ผู้ป่วยไดร้ ับการดแู ลท่ีเหมาะสม ไม่เกิดภาวะแทรกซอ้ น

3) ผปู้ ว่ ยเรอื้ รงั ทม่ี ปี ญั หาสขุ ภาพเรอื้ รงั ในระดบั กลาง
(long-term with mild disability) โดยมคี วามรนุ แรงของ
ความเจบ็ ปว่ ยเพม่ิ ขนึ้ จนไมส่ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเองไดใ้ น
ระยะเฉียบพลัน เม่ือได้รับการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแล้ว
สามารถพฒั นาศกั ยภาพในการดแู ลตนเองไดบ้ างสว่ น เชน่

254 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

2) การประเมินผลลัพธ์ด้านสถานะสุขภาพ สนับสนุนและพัฒนาความสามารถในการดูแล รวมไปถึง
(health status outcome) เป็นการประเมินภาวะการ การจัดการตนเองให้เข้มแข็งเพ่ือน�ำไปสู่สุขภาวะชุมชนที่
เปล่ียนแปลงของสถานะสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยท่ีช่วยเหลือ ยั่งยืนต่อไป โดยมีแนวทางในการสร้างศักยภาพการดูแล
ตัวเองไม่ได้ ภายหลังได้รับการดูแลสุขภาพที่บ้านแล้ว และการจัดการตนเองด้านสขุ ภาวะชมุ ชน ไดแ้ ก่
สามารถช่วยเหลอื ตนเองได้
1) การสร้างความรู้ ความตระหนักรู้และศักยภาพ
3) การประเมินผลลัพธ์ด้านความพึงพอใจ ของครอบครวั
(satisfaction outcome) เป็นการประเมนิ ความคิดเหน็
ของผู้ป่วยและครอบครัวต่อการบริการสุขภาพท่ีบ้านท่ี 2) การพัฒนาความสามารถเครือข่ายในการดูแล
ได้รบั จากบุคลากรทีมสหวิชาชพี ทใ่ี ห้การบรกิ าร สขุ ภาวะทบ่ี า้ น

4) การประเมนิ ขอ้ มลู ตา่ งๆ (utilization outcome) 3) การพัฒนาพื้นท่ีต้นแบบการมีสภาพแวดล้อมท่ี
เป็นการประเมินข้อมูลการกลับเข้ามารับการรักษา เออื้ ตอ่ การดูแลสุขภาวะทีบ่ า้ น
ในโรงพยาบาล เช่น การเข้ามารับการรักษาที่หน่วย
เวชศาสตร์ฉุกเฉิน การกลับมารักษาซ�้ำในโรงพยาบาล 4) การขบั เคลอ่ื นนโยบายสาธารณะทง้ั ในระดบั ชาติ
(readmission) เปน็ ต้น และพน้ื ที่

5) การประเมินผลลัพธ์ด้านค่าใช้จ่าย (financial 5) การสรา้ งกลไกความรว่ มมอื ขององคก์ ร หนว่ ยงาน
outcome) เป็นการประเมินค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็นในการ เครือข่ายผู้มสี ่วนได้สว่ นเสีย
ดูแลสขุ ภาพทีบ่ า้ น
อย่างไรก็ตาม อาจมีความท้าทายในการพัฒนา
9.7.7 ทศิ ทางในอนาคตของการดแู ลสขุ ภาพทบี่ า้ น อันเนื่องมาจากข้อจ�ำกัดในการด�ำเนินงานเสริมสร้าง
การดูแลสุขภาพท่ีบ้านในอนาคตมีแนวโน้มที่จะถูก ศักยภาพการดูแลและการจัดการตนเองด้านสุขภาพ
ขยายไปสกู่ ารดแู ลสขุ ภาวะทบี่ า้ น ซงึ่ หมายถงึ การสรา้ งและ เช่น งบประมาณ ทรัพยากรสนับสนุน ระบบข้อมูล
ใช้ศักยภาพของครอบครัวและเครือข่ายชุมชน ร่วมกับ สารสนเทศดา้ นสขุ ภาพและดา้ นประชากรในพนื้ ที่ ตลอด
การสนับสนุนของทุกภาคส่วน เพื่อการดูแลและจัดการ จนข้อจ�ำกัดด้านก�ำลังคนในภาครัฐ ท้ังการผลิตและ
ตนเองของครอบครวั ชมุ ชน มสี ขุ ภาวะทด่ี ี สมบรู ณท์ ง้ั ทาง การจ้างงาน ซึ่งจ�ำเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องมีการพัฒนาและ
กาย จิต ปญั ญา และสังคม ครอบครัวและชมุ ชนเปรยี บ ขบั เคลอื่ นนโยบายสาธารณะเพอ่ื สขุ ภาพในการสรา้ งเสรมิ
เสมือนรากฐานท่ีส�ำคัญของสุขภาวะชุมชนเพราะเป็น ศักยภาพของครอบครัวและเครือข่ายชุมชนให้สามารถ
หน่วยเล็กท่ีสุดของสังคมที่จ�ำเป็นต้องได้รับการส่งเสริม เข้ามาดูแลและจัดการการดูแลสุขภาพของตนเองและ
ครอบครัวที่บ้านของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตอ่ ไป(71)

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 255

บทท่ี 10

ประเทศไทยกับเปา้ หมายการพฒั นาท่ยี ั่งยืน

10.1 เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื ในประเทศไทย เป้าหมายท่ี 5 การบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ
เมอ่ื เดอื นกนั ยายน 2558 พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา พฒั นาบทบาทและเด็กผูห้ ญงิ

นายกรฐั มนตรขี องไทยพรอ้ มคณะ เขา้ รว่ มประชมุ สมชั ชา เปา้ หมายที่ 6 รบั รองการมนี ำ�้ ใชแ้ ละมกี ารจดั การนำ�้
สหประชาชาตสิ มยั สามญั ครง้ั ที่ 70 หวั ขอ้ ในการประชมุ คอื และสขุ าภิบาลท่ีย่งั ยนื
การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื (Sustainable Development Goals
- SDGs) รว่ มกบั สมาชกิ องคก์ ารสหประชาชาตปิ ระเทศอนื่ เปา้ หมายท่ี 7 รบั รองการมพี ลงั งานทท่ี กุ คนเขา้ ถงึ ได้
อกี 193 ประเทศ พรอ้ มกนั นผี้ นู้ ำ� จากประเทศสมาชกิ เหลา่ เช่อื ถอื ได้ ย่ังยืน ทันสมัย
นไี้ ดร้ ว่ มรบั รองรา่ งเอกสารเปา้ หมายการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื
หลงั ปี ค.ศ.  2015 (Sustainable Development Goals เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเตบิ โตทางเศรษฐกิจที่ตอ่
post 2015) ท่ีเรียกว่า “Transforming Our World: เนื่องครอบคลุมและยง่ั ยืน การจา้ งงานท่มี คี ณุ ค่า
the 2030 Agenda for Sustainable Development”
หรือ “การปรับเปล่ียนโลกของเรา: วาระ 2030 เพ่ือ เป้าหมายท่ี 9 พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีพร้อมรับ
การพัฒนาท่ีย่ังยืน” ส�ำหรับเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน การเปลย่ี นแปลง ส่งเสรมิ การปรับตัวใหเ้ ปน็ อุตสาหกรรม
ของโลกใน 15 ปีข้างหน้าท่ีจะใช้เป็นทิศทางการพัฒนา อยา่ งยัง่ ยืนและทัว่ ถงึ และสนับสนนุ นวัตกรรม
ของประชาคมโลก ต้ังแต่เดือนมกราคม ปี 2559 ถึง
เดือนสิงหาคม 2573 ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี โดย เป้าหมายที่ 10 ลดความเหล่ือมล้�ำทั้งภายในและ
ประกอบไปด้วย 17 เปา้ หมาย (goals) 169 เป้าประสงค์ ระหวา่ งประเทศ
(targets) ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก “เป้าหมายการพัฒนา
แห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals - เป้าหมายท่ี 11 ท�ำให้เมืองและการต้ังถิ่นฐานของ
MDGs)”(1) โดยมรี ายละเอยี ดดังน(ี้ 2) มนุษยม์ คี วามปลอดภัย ทัว่ ถึง พรอ้ มรบั การเปลีย่ นแปลง
และพัฒนาอย่างยั่งยนื
เป้าหมายที่ 1 การขจดั ความยากจนทุกรปู แบบทุก
สถานท่ี เป้าหมายท่ี 12 รับรองแผนการบริโภคและการผลติ
ทีย่ ง่ั ยืน
เป้าหมายท่ี 2 การขจัดความหิวโหย บรรลุเป้า
ความมั่นคงทางอาหาร สง่ เสริมเกษตรกรรมอย่างย่ังยนื เปา้ หมายท่ี 13 ด�ำเนินมาตรการเรง่ ดว่ นเพื่อรบั มอื
กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู อิ ากาศและผลกระทบ
เปา้ หมายที่ 3 รบั รองการมีสขุ ภาพและความเปน็ อยู่
ทด่ี ขี องทกุ คนในทกุ ช่วงอายุ เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จาก
มหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลเพ่ือการพัฒนาอย่าง
เป้าหมายที่ 4 รับรองการศึกษาท่ีเท่าเทียมและท่ัว ยั่งยนื
ถึง ส่งเสรมิ การเรยี นรูต้ ลอดชวี ิตแกท่ ุกคน
เป้าหมายท่ี 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้
ประโยชนจ์ ากระบบนิเวศทางบกอย่างยงั่ ยืน

เป้าหมายที่ 16 ส่งเสริมสังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่
แบ่งแยก เพอ่ื การพัฒนาอย่างย่งั ยืน

256 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

เป้าหมายท่ี 17 สรา้ งพลังแห่งการเป็นห้นุ ส่วนความ ในการนี้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณารายละเอียด
ร่วมมือระดับสากลต่อการพัฒนาทยี่ ง่ั ยืน เป้าหมายของการพัฒนาท่ีย่ังยืนมีจ�ำนวนท้ังส้ิน 17 เป้า
หมาย ซ่ึงเป้าหมายที่ 3 คือ “รับรองการมีสุขภาพและ
นายกรัฐมนตรีได้ประกาศวาระการพัฒนาท่ีย่ังยืน ความเป็นอยู่ท่ีดีของทุกคนในทุกช่วงอายุ” เป็นภารกิจ
ในปี 2030 เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาของโลกอย่าง หลักของกระทรวงสาธารณสุข และเช่ือมโยงกับเป้าหมา
สมดุล พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึง ยอื่นๆ ในการนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ผลักดันการ
โอกาสและความเจริญอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน และ ดำ� เนนิ งานเกย่ี วกบั การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ใหเ้ กดิ ผลอยา่ งเปน็
ไมท่ อดทง้ิ ใครไวข้ า้ งหลงั มอบหมายใหม้ กี ารนำ� การพฒั นา รปู ธรรม โดยให้หนว่ ยงานภายในกระทรวงสาธารณสขุ จดั
ที่ยง่ั ยนื (Sustainable Development Goals : SDGs) ท�ำแนวทางการด�ำเนินงาน (Road Map) ทีส่ อดคล้องกบั
มาพิจารณารว่ มในการจดั ท�ำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 12 แผน
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และข้อ ยุทธศาสตร์ 20 ปขี องกระทรวงฯ แผนพัฒนาสขุ ภาพแห่ง
เสนอการปฏริ ปู แหง่ ชาติ ใหส้ อดคลอ้ งกนั อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ชาตทิ ี่ 12 และการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื (SDGs) ใหส้ อดคลอ้ งกนั
พร้อมทั้งได้มีการแต่งต้ังคณะกรรมการเพ่ือการพัฒนา เพ่ือให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรม(1) จากการศึกษาพบว่าใน
ที่ย่ังยืนของประเทศ แต่งต้ังคณะอนุกรรมการ 3 คณะ เปา้ หมายท่ี 3 มเี ปา้ ประสงคท์ ง้ั สน้ิ จำ� นวน 13 เปา้ ประสงค์
คือ คณะอนุกรรมการขับเคล่ือนเป้าหมายการพัฒนาท่ี และ 27 ตัวชี้วัด พร้อมทั้งได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์
ย่งั ยนื คณะอนุกรรมการสง่ เสรมิ ความเข้าใจและประเมิน ของ แตล่ ะเปา้ ประสงคต์ ามตวั ชว้ี ดั ทกี่ ำ� หนด สามารถแบง่
ผลการพัฒนาท่ีย่ังยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอ ไดด้ ังตารางที่ 10.1
เพยี ง และคณะอนกุ รรมการพฒั นาระบบขอ้ มลู สารสนเทศ
เพ่ือสนับสนุนการพัฒนาที่ย่ังยืน ท�ำหน้าท่ีขับเคล่ือนการ
ทำ� งานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ(3)

ตารางท่ี 10.1 รายงานสถานการณต์ ามตัวช้ีวัดเป้าหมายที่ SDG 3 ของประเทศไทย ย้อนหลงั 3 ป(ี 4-8)

ขอ้ มูลประเทศไทย สถานะ สถานะ
ปี 2560 ปี 2573
เปา้ ประสงค์/ตัวชีว้ ดั เป้าหมาย UN กระทรวงสาธารณสขุ
2014 2556 2557 2558
2013 2015

เป้าประสงคท์ ี่ 3.1 ลดอตั ราการตายของมารดาท่ัวโลกใหต้ ำ่� กวา่ 70 ต่อการเกิดมชี ีพ 1 แสนคน ภายในปี 2573

3.1.1 อตั ราการตายของมารดา ≤ 70 21 21 20 22.2 23.3 24.6 บรรลุ บรรลุ
ต่อการเกดิ มชี ีพ 100,000 คน

3.1.2 สดั ส่วนของการคลอด ไม่มเี ป้าหมาย 96.9 99.4 99.6 97.3 99.6 99.1 - บรรลุ
บุตรท่ดี ูแลโดยบุคคลากรดา้ น (2006) (2009) (2012)
สาธารณสขุ ท่ีมคี วามช�ำนาญ

เป้าประสงคท์ ่ี 3.2 ยุติการตายที่ปอ้ งกันไดข้ องทารกแรกเกดิ และเด็กอายตุ ำ่� กวา่ 5 ปี โดยทุกประเทศมุ่งลดอัตราการตายใน
ทารกลงให้ต�่ำถึง 12 คน ต่อ การเกิดมชี พี 1,000 คน และลดอัตราการตายในเด็กอายุต่�ำกวา่ 5 ปี ลงใหต้ �ำ่ ถงึ 25 คน ต่อ
การเกิดมชี ีพ 1,000 คน ภายในปี 2573

3.2.1 อัตราการตายของทารก 25 13.1 12.6 12.3 8.68 8.81 8.59 บรรลุ บรรลุ
อายุ ตำ่� กวา่ 5 ปี (อัตราการตาย
ต่อการเกดิ 1,000 คน)

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 257

ตารางที่ 10 รายงานสถานการณ์ตามตัวชว้ี ัดเปา้ หมายท่ี SDG 3 ของประเทศไทย ย้อนหลัง 3 ปี (ตอ่ )

ขอ้ มลู ประเทศไทย สถานะ สถานะ
ปี 2560 ปี 2573
เป้าประสงค/์ ตัวชว้ี ดั เป้าหมาย UN กระทรวงสาธารณสขุ
2014 2556 2557 2558
2013 2015

3.2.2 อตั ราตายของทารก 12 7.3 7 6.7 6.35 6.48 6.21 บรรลุ บรรลุ
แรกเกดิ (การตายตอ่ การเกดิ
1,000 คน)

เปา้ ประสงคท์ ่ี 3.3 ยตุ กิ ารแพร่กระจายของเอดส์ วณั โรค มาลาเรยี และโรคเขตรอ้ นทีถ่ ูกละเลยและตอ่ ส้กู ับโรคตบั อกั เสบ
โรคตดิ ต่อทางน�ำ้ และโรคติดต่ออื่นๆ ภายในปี 2573

3.3.1 จำ� นวนผตู้ ิดเชื้อ HIV ยุติ ญ / ช ญ / ช ญ / ช ไม่มี ไม่มี ไมม่ ี ยงั บรรลุ
รายใหม่ ต่อประชากรทไ่ี ม่มกี าร การระบาด 0.08 , 0.07 , 0.06 , ข้อมลู ขอ้ มูล ข้อมลู ไมบ่ รรลุ
ตดิ เช้ือ 1,000 คน (จ�ำแนกตาม 0.2 0.18 0.16
เพศ อายุ และประชากรหลัก)

3.3.2 อัตราการเกดิ โรควณั โรค ยุติ 170 171 172 98 104 96 ยัง บรรลุ
ตอ่ ประชากร 100,000 คน การระบาด ไม่บรรลุ

3.3.3 อัตราการเกิดโรค ยุติ 6.44 6.31 2.65 0.55 0.48 0.24 ยัง บรรลุ
มาลาเรยี ตอ่ ประชากร 1,000 การระบาด (2005) (2010) ไม่บรรลุ
คน ตอ่ ปี

3.3.4 จ�ำนวนของผตู้ ดิ เชื้อ ยุติ ไมม่ ี ไมม่ ี ไม่มี 9.61 9.67 10.16 ยงั บรรลุ
ไวรสั ตับอกั เสบบี ต่อประชากร การระบาด ข้อมลู ขอ้ มลู ข้อมูล ไม่บรรลุ
100,000 คน **ยงั ไม่มีราย
ละเอยี ด (Metadata)**

3.3.5 จ�ำนวนผู้ทีร่ ้องขอความ ยตุ ิ 154,968 41,297 145,141 ยัง บรรลุ
ช่วยเหลือต่อการปอ้ งกนั โรคเขต การระบาด ไม่บรรลุ
รอ้ นท่ีถูกละเลย (Neglected
tropical diseases)

เป้าประสงค์ที่ 3.4 ลดการตายก่อนวัยอนั ควรจากโรคไม่ติดตอ่ ใหล้ ดลงหนงึ่ ในสาม ผา่ นทางการป้องกันและการรักษาโรค
และสนบั สนนุ สุขภาพจิตและความเป็นอยู่ทด่ี ี ภายในปี 2573

3.4.1 อัตราการตายของผู้ท่ี ลดลง 17.37 16.37 16.24 2.5 2.8 2.9 ยงั บรรลุ
เป็นโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด 1 ใน 3 (2005) (2010) ไมบ่ รรลุ
โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือ
โรคระบบทางเดนิ หายใจ

3.4.2 ตวั ชี้วดั อตั รา ลดลง 13.09 15.77 15.99 6.1 6.1 6.5 ยัง บรรลุ
การฆ่าตัวตาย 1 ใน 3 (2005) (2010) ไม่บรรลุ

258 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ตารางท่ี 10 รายงานสถานการณต์ ามตวั ชี้วดั เป้าหมายท่ี SDG 3 ของประเทศไทย ยอ้ นหลงั 3 ปี (ต่อ)

ข้อมูลประเทศไทย สถานะ สถานะ
ปี 2560 ปี 2573
เป้าประสงค/์ ตวั ชว้ี ดั เปา้ หมาย UN กระทรวงสาธารณสขุ
2014 2556 2557 2558
2013 2015

เป้าประสงคท์ ี่ 3.5 เสริมสร้างการปอ้ งกนั และการรกั ษาการใช้สารในทางทีผ่ ดิ ซ่ึงรวมถึงการใช้ยาเสพติดในทางที่ผดิ และ
การใชแ้ อลกอฮอลใ์ นทางอันตราย

3.5.1 ความครอบคลมุ ของ ยังไมม่ ี ไม่มขี ้อมลู ไม่มีข้อมูลไมม่ ีข้อมลู ไม่มี ไม่มี ไม่มี เกณฑ์ เกณฑ์
การรักษา (การรกั ษาโดยใช้ รายละเอยี ด ขอ้ มลู ขอ้ มูล ขอ้ มลู ไมช่ ดั เจน ไมช่ ัดเจน
ยา ทางจติ วิทยาและการฟ้ืนฟู (Metadata)
สมรรถภาพ และบริการการ
ติดตามผลการรักษา) ส�ำหรับผทู้ ่ี
ใช้สารเสพตดิ

3.5.2 การดม่ื แอลกอฮอลใ์ น ยงั ไมช่ ัดเจน 7.1 8.3 7.2 6.91 6.95 - เกณฑไ์ ม่ เกณฑ์ไม่
ระดับอนั ตราย นิยามตามบรบิ ท (2014) (2015) (2016) ชัดเจน ชดั เจน
ของประเทศ คิดเปน็ ปรมิ าณ
แอลกอฮอล์ต่อผู้บรโิ ภค(อายุ
ตั้งแต่ 15 ปขี ึ้นไป) ในจ�ำนวน
ลติ รของแอลกอฮอลบ์ รสิ ุทธิ์
ภายในปปี ฏิทนิ

เป้าประสงค์ที่ 3.6 ลดจ�ำนวนการตายและบาดเจ็บทางถนนท่วั โลกลงครงึ่ หน่งึ ภายในปี 2563

3.6.1 อตั ราผู้เสียชวี ิตจากการ ลดลงครึง่ 39.2 36.0 36.2 22.9 23.2 22.3 ยงั ไมบ่ รรลุ บรรลุ
บาดเจ็บทางถนน (จ�ำนวนผเู้ สยี หนง่ึ ของ (2011) (2012) (2013)
ชีวติ จากการบาดเจบ็ ทางถนน จำ� นวนผู้เสีย
ภายในชว่ งระยะเวลา 30 วัน ชวี ิต ท่วั โลก
ตอ่ ประชากร 100,000 คน (อายุ
มาตรฐาน))

เป้าประสงค์ท่ี 3.7 สรา้ งหลกั ประกันว่ามกี ารเข้าถงึ บริการ ข้อมูล การใหก้ ารศึกษาเกีย่ วกบั อนามัยเจรญิ พนั ธุ์โดยถว้ นหนา้
รวมถึงการวางแผนครอบครัว และการผสานอนามัยเจริญพนั ธ์ใุ นยทุ ธศาสตร์และแผนงานระดบั ชาติ ภายในปี 2573

3.7.1 ร้อยละของหญงิ วัยเจรญิ ยงั ไมช่ ัดเจน - 94.8 89.2 ไม่มี ไม่มี ไม่มี เกณฑ์ไม่ บรรลุ
พนั ธุอ์ ายุ (15-49 ปี) ท่พี งึ พอใจ (2006) (2012) ข้อมูล ข้อมูล ข้อมลู ชดั เจน
กับการวางแผนครอบครัวด้วย
วิธีสมยั ใหม่

3.7.2 อตั ราการคลอดมชี ีพใน ยงั ไม่ชดั เจน 50.9 55.6 60 52.8 48.5 45.3 เกณฑไ์ ม่ เกณฑ์ไม่
หญงิ อายุ (10-14 ป,ี 15-19 ปี) (2010) (2011) (2012) ชัดเจน ชัดเจน
ต่อผู้หญิงอายุ (10-14 ปี, 15-
19 ป)ี 1,000 คน

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 259

ตารางที่ 10 รายงานสถานการณ์ตามตัวชว้ี ัดเปา้ หมายท่ี SDG 3 ของประเทศไทย ยอ้ นหลงั 3 ปี (ต่อ)

ขอ้ มูลประเทศไทย สถานะ สถานะ
ปี 2560 ปี 2573
เปา้ ประสงค/์ ตวั ชีว้ ดั เป้าหมาย UN กระทรวงสาธารณสุข
2014 2556 2557 2558
2013 2015

เปา้ ประสงคท์ ่ี 3.8 บรรลุการมีหลกั ประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการปอ้ งกันความเสยี่ งทางการเงิน การเขา้ ถงึ การบริการ
สาธารณสขุ จ�ำเปน็ ที่มีคณุ ภาพ และเข้าถงึ ยาและวคั ซนี จ�ำเป็นทป่ี ลอดภยั มปี ระสิทธภิ าพ มคี ุณภาพ และมรี าคาท่สี ามารถ
ซอ้ื หาได้

3.8.1 อตั ราความครอบคลุมของ ความส�ำเรจ็ 96.25 99.16 99.87 ไม่มี ไม่มี ไมม่ ี บรรลุ บรรลุ
บริการดา้ นสุขภาพทจี่ ำ� เป็น ของ UHC (2005) (2008) (2013) ขอ้ มลู ข้อมลู ข้อมลู

3.8.2 สดั ส่วนคา่ ใช้จ่ายสขุ ภาพ รอ้ ยละ ไมม่ ขี ้อมลู ไม่มีขอ้ มูลไม่มขี ้อมลู ไมม่ ี ไมม่ ี ไม่มี ไมม่ ขี ้อมลู บรรลุ
ครัวเรอื นตอ่ ค่าใชจ้ า่ ยครัวเรือน 10-25 ข้อมลู ขอ้ มลู ขอ้ มูล
ท้งั หมด

เปา้ ประสงค์ท่ี 3.9 ลดจำ� นวนการตายและการเจบ็ ป่วยจากสารเคมีอนั ตรายและจากมลพิษและการปนเป้ือนทางอากาศ นำ�้
และดนิ ใหล้ ดลงอยา่ งมาก ภายในปี 2573

3.9.1 อตั ราการตายทเี่ กดิ จาก ลดจ�ำนวน 6.45 6.5 6.48 ไม่มี ไม่มี ไม่มี ยงั ไมบ่ รรลุ บรรลุ
มลพิษทางอากาศในบา้ นเรือน การตายและ ขอ้ มูล ข้อมูล ข้อมูล
และในบรรยากาศ การป่วย

3.9.2 อตั ราการตายทเ่ี กดิ จากนำ�้ - - - 1.87 ไม่มี ไมม่ ี ไมม่ ี ยงั ไมบ่ รรลุ เกณฑ์
สุขอนามัย ที่ไมป่ ลอดภยั และ ข้อมูล ขอ้ มูล ขอ้ มลู ไม่ชดั เจน
ปราศจากสุขลกั ษณะ (การเปิด
เผยบริการชะลา้ งท่ไี มป่ ลอดภัย)
(อัตราการตายเนือ่ งจากสารเคมี
อันตราย มลภาวะในนำ้� และใน
ดิน และการปนเปื้อน)

3.9.3 อัตราการตายทเี่ กิดจาก - 0.51 0.53 0.53 0.1 0.1 0.1 ยงั ไมบ่ รรลุ บรรลุ
การได้รับสารพิษโดยไม่ตัง้ ใจ (2005) (2010)

เปา้ ประสงคท์ ี่ 3.a เสรมิ การดำ� เนินงานของกรอบอนสุ ญั ญาขององค์การอนามยั โลกว่าดว้ ยการควบคุมยาสูบในทุกประเทศ
ตามความเหมาะสม

3.a.1 ความชุกของการปรบั ด�ำเนนิ งาน ไมม่ ีข้อมูลไม่มีข้อมลู ไม่มขี อ้ มูล 21.2 18.5 21.5 เกณฑไ์ ม่ เกณฑ์ไม่
มาตรฐานอายขุ องผ้ทู ่ีสบู บหุ ร่ี ตามแนวทาง (2550) (2553) ชดั เจน ชัดเจน
ในปัจจบุ ันในจ�ำนวนผูส้ ูบบุหร่ที ่ี ควบคุมการ
มีอายุตงั้ แต่ 15 ปีขน้ึ ไป สูบบหุ รขี่ อง
WHO

260 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ตารางท่ี 10 รายงานสถานการณต์ ามตัวชว้ี ดั เปา้ หมายท่ี SDG 3 ของประเทศไทย ย้อนหลัง 3 ปี (ต่อ)

ขอ้ มูลประเทศไทย สถานะ สถานะ
ปี 2560 ปี 2573
เปา้ ประสงค/์ ตวั ชวี้ ดั เปา้ หมาย UN กระทรวงสาธารณสขุ
2014 2556 2557 2558
2013 2015

เปา้ ประสงคท์ ่ี 3.b สนบั สนุนการวิจยั และการพฒั นาวัคซีนและยาสำ� หรับโรคติดต่อและไม่ตดิ ตอ่ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงตอ่
ประเทศก�ำลังพฒั นา ให้มกี ารเขา้ ถงึ ยาและวคั ซีนจำ� เป็นในราคาท่สี ามารถซ้ือหาได้ ตามปฏญิ ญาโดฮาความตกลงวา่ ดว้ ย
สิทธิในทรพั ย์สนิ ทางปัญญาเกี่ยวกบั การคา้ และการสาธารณสุข ซง่ึ เนน้ ย�้ำสทิ ธิสำ� หรบั ประเทศก�ำลังพฒั นาทจี่ ะใช้บทบญั ญัติ
ในความตกลงวา่ ด้วยสทิ ธิในทรัพย์สนิ ทางปญั ญาท่เี ก่ยี วกับการคา้ อย่างเต็มที่ในเรือ่ งการผอ่ นปรนเพ่ือจะปกป้องสขุ ภาพ
สาธารณะและโดยเฉพาะการเข้าถึงยาโดยถว้ นหน้า

3.b.1 สัดส่วนของประชากรท่ี เพิม่ การเข้า เกณฑ์ไม่ บรรลุ
เข้าถงึ วคั ซนี (รอ้ ยละ) ถงึ วคั ซนี ท่ี ชดั เจน
จ�ำเปน็

- ความครอบคลมุ วัคซนี DTP 71.03 83.63 88.16
3 ครัง้

- ความครอบคลมุ วัคซีนหดั 2 ไมม่ ี ไม่มี 63.14
คร้ัง ขอ้ มูล ขอ้ มูล

- ความครอบคลมุ วคั ซีน ไม่มี ไม่มี ไม่มี
Pneumococcal conjugate ข้อมูล ขอ้ มูล ขอ้ มลู
ฉดี ครั้งสุดทา้ ย

- ความครอบคลมุ วัคซีน HPV ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ฉีดครั้งสุดทา้ ย ขอ้ มลู ขอ้ มูล ขอ้ มูล

3.b.2 เงนิ ชว่ ยเหลือเพ่ือการ ยงั ไม่ชดั เจน 23.97 29.06 26.79 ไม่มี ไมม่ ี ไม่มี เกณฑ์ไม่ เกณฑไ์ ม่
พัฒนาอย่างเป็นทางการ ข้อมลู ขอ้ มูล ข้อมลู ชัดเจน ชัดเจน
สุทธริ วม (Total net official
development assistance-
ODA) ตอ่ การวจิ ัยทางการแพทย์
และด้านสขุ ภาพขนั้ พืน้ ฐาน

3.b.3 สดั สว่ นของสถานบรกิ ารท่ี ยังไมม่ รี าย ไมม่ ขี ้อมลู ไม่มีขอ้ มูล เกณฑ์ไม่ เกณฑไ์ ม่ เกณฑ์ไม่ เกณฑ์ไม่ ยงั ไมม่ รี าย ยังไม่มรี าย
ให้บริการยาทีจ่ ำ� เป็นได้ ละเอียด ชัดเจน ชัดเจน ชดั เจน ชัดเจน ละเอยี ด ละเอียด
(Metadata) (Metadata) (Metadata)

เปา้ ประสงค์ที่ 3.c เพิม่ การใชเ้ งินที่เกย่ี วกับสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการเก็บรักษาก�ำลงั คนดา้ น
สขุ ภาพในประเทศก�ำลังพฒั นา โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในประเทศพฒั นานอ้ ยท่ีสดุ และรัฐกำ� ลงั พัฒนาที่เปน็ เกาะขนาดเล็ก

3.c.1 ความหนาแน่นและการก ยังไม่ชดั เจน 1.92 2 2.47 ไมม่ ี ไม่มี ไมม่ ี เกณฑไ์ ม่ บรรลุ
ระจายตวั ของบุคลากรด้าน (2008) (2009) (2010) ขอ้ มลู ข้อมลู ขอ้ มูล ชัดเจน
สาธารณสขุ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 261

ตารางท่ี 10 รายงานสถานการณ์ตามตัวช้วี ัดเป้าหมายที่ SDG 3 ของประเทศไทย ย้อนหลงั 3 ปี (ตอ่ )

ขอ้ มูลประเทศไทย สถานะ สถานะ
ปี 2560 ปี 2573
เป้าประสงค์/ตัวช้ีวัด เปา้ หมาย UN กระทรวงสาธารณสขุ
2014 2556 2557 2558
2013 2015

เป้าประสงคท์ ่ี 3.d เสริมขดี ความสามารถส�ำหรับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศก�ำลงั พฒั นา ในเร่อื งการแจง้
เตือนล่วงหน้า การลดความเส่ียง และการบริหารจดั การความเสยี่ งดา้ นสขุ ภาพในระดับประเทศและระดับโลก

3.d.1 ปริมาณของกฎ ยงั ไมช่ ัดเจน 81.6 93.1 97.8 ไมม่ ี ไมม่ ี ไมม่ ี เกณฑไ์ ม่ บรรลุ
อนามัยระหว่างประเทศ (2012) (2013) (2014) ข้อมลู ข้อมูล ข้อมลู ชัดเจน
(International Health
Regulations: IHR) และการเต
รียมความพรอ้ มฉุกเฉินด้าน
สุขภาพ

อ้างองิ : Global Database (WHO,GHO,OECD,UNAIDS,Country survey) และขอ้ มูลจากหนว่ ยงานสังกดั กระทรวงสาธารณสขุ

10.2 โครงสรา้ งการดำ� เนนิ งานไปสเู่ ปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื ดา้ นสขุ ภาพ

การดำ� เนนิ งานไปสเู่ ปา้ หมายการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื ดา้ น P: Partner ชักชวนพนั ธมิตรทุกภาคส่วนทกุ ระดบั
สขุ ภาพเปา้ หมายท่ี 3 คอื “รบั รองการมสี ขุ ภาพและความ ใหเ้ หน็ ความสำ� คญั และรว่ มกนั ทำ� งานสง่ เสรมิ สขุ ภาพแบบ
เปน็ อยทู่ ด่ี ขี องทกุ คนในทกุ ชว่ งอายสุ รา้ งหลกั ประกนั วา่ คน ยั่งยืน โดยเฉพาะการก�ำหนดเร่ืองสุขภาพเป็นประเด็น
มชี วี ติ ทมี่ สี ขุ ภาพดแี ละสง่ เสรมิ สวสั ดภิ าพสำ� หรบั ทกุ คนใน ส�ำคัญในทุกนโยบายสขุ ภาพ (Health in All Policy)
ทกุ วยั ” กระทรวงสาธารณสขุ ไดบ้ รู ณาการ 13 เปา้ ประสงค์
27 ตัวชี้วัดกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้าน I: Invest กระตุ้นให้เกิดการเกิดลงทุนโดยเฉพาะ
สาธารณสขุ (9) เพอื่ การขับเคลอ่ื นทีส่ อดคล้องกนั ซึ่งแผน ด้านงบประมาณท่ีเพียงพอจากระดับนโยบายในทุกภาค
ยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข ประกอบด้วย ส่วนเพ่ือจัดการกับปัจจัยก�ำหนดสุขภาพท้ังด้านสังคม
4 ยุทธศาสตร์ 15 แผนงาน 45 โครงการ เมือ่ พิจารณา และเศรษฐกจิ
การพัฒนาทยี่ งั่ ยืนเปา้ หมายที่ 3 จะสอดคล้องกับ 6 แผน
งาน(1) ดงั น้ี R: Regulate and Legislate ใชก้ ารตรากฎและ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 สง่ เสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกนั โรคเปน็ เลศิ ออกกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประชาชนจากความเส่ียงต่อ
(Prevention & Promotion Excellence) สขุ ภาพทุกด้าน

กระทรวงสาธารณสุขใช้มาตรการ PIRAB จากท่ี A: Advocate ชนี้ ำ� ชปู ระเดน็ และสนบั สนนุ ใหก้ าร
ประชุมกฎบัตรกรงุ เทพ (Bangkok Charter) ไดป้ ระกาศ เมอื งทกุ ระดบั ใหค้ วามสำ� คญั กบั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพบนพนื้
ให้ทุกภาคส่วนและทุกพ้ืนท่ี (Sector & Setting) น�ำไป ฐานสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม สร้างการท�ำงาน
ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการท�ำงานส่ง ร่วมกันกบั ทุกภาคสว่ น
เสริมสุขภาพ ในการประชุมส่งเสริมสุขภาพโลกครั้งท่ี  6
ทกี่ รงุ เทพมหานคร โดย PIRAB(10) ประกอบด้วย B: Build Capacity พัฒนาศักยภาพบคุ ลากรทุก
ภาคส่วนให้สามารถพฒั นานโยบายทุกด้านที่เก่ยี วขอ้ งกบั
สขุ ภาพ รวมทง้ั การวจิ ยั การกระจายความรเู้ พอ่ื ความรอบรู้
ด้านสขุ ภาพของประชาชน

262 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

เมื่อพิจารณาเป้าประสงค์และตัวชี้วัดรายตัวของ ตัวชี้วัดที่ 3.d.1 ปริมาณของกฎอนามัยระหว่าง
การพัฒนาท่ีย่ังยืนด้านสุขภาพสามารถน�ำมาเช่ือมโยงกับ ประเทศ (International Health Regulations: IHR)
ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 ดงั น้ี และการเตรยี มความพรอ้ มฉกุ เฉนิ ด้านสุขภาพ

แผนงานท่ี 1 การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยทุก โครงการท่ี 2 ควบคมุ โรคติดต่อ
กล่มุ วัย (ด้านสุขภาพ) เป้าประสงค์ 3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์
วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยและต่อสู้
โครงการที่ 1 พฒั นาคณุ ภาพและสรา้ งเสรมิ ศกั ยภาพ กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้�ำและโรคติดต่ออื่นๆ
คนไทยกล่มุ สตรีและเดก็ ปฐมวยั ภายในปี 2573
ตัวชี้วัดท่ี 3.3.1 จ�ำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ต่อ
เปา้ ประสงค์ 3.1 ลดอตั ราการตายของมารดาทวั่ โลก ประชากรทไี่ มม่ กี ารตดิ เชือ้ 1,000 คน
ให้ตำ�่ กว่า 70 ต่อการเกดิ มชี ีพ 1 แสนคน ภายในปี 2573 ตัวช้ีวัดที่ 3.3.2 อัตราการเกิดโรควัณโรคต่อ
ประชากร 1,000 คน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี 3.1.1 อตั ราการตายของมารดาตอ่ การเกดิ ตัวชี้วัดที่ 3.3.3 อัตราการเกิดโรคมาลาเรียต่อ
มีชีพ 100,000 คน ประชากร 1,000 คน ต่อปี
ตวั ชวี้ ดั ท่ี 3.3.4 จำ� นวนของผตู้ ดิ เชอ้ื ไวรสั ตบั อกั เสบบี
ตวั ชว้ี ดั ที่ 3.1.2 สดั สว่ นของการคลอดบตุ รทดี่ แู ลโดย ต่อประชากร 100,000 คน
บคุ คลากรด้านสาธารณสขุ ทมี่ คี วามช�ำนาญ ตวั ชวี้ ดั ที่ 3.3.5 จำ� นวนผทู้ รี่ อ้ งขอความชว่ ยเหลอื ตอ่
การปอ้ งกนั โรคเขตร้อนทถี่ กู ละเลย
โครงการที่ 2 พฒั นาคณุ ภาพและสรา้ งเสรมิ ศกั ยภาพ โครงการท่ี 3 ควบคมุ โรคไมต่ ิดต่อและภยั สขุ ภาพ
คนไทยกลุม่ วยั เรียนและวัยร่นุ เป้าประสงค์ 3.6 ลดจ�ำนวนการตายและบาดเจ็บ
ทางถนนทว่ั โลกลงคร่ึงหนึ่ง ภายในปี 2563
เป้าประสงค์ 3.7 สร้างหลักประกันว่ามีการเข้าถึง ตัวชี้วัดท่ี 3.6.1 อัตราผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บ
บริการ ข้อมูล การให้การศึกษาเก่ียวกับอนามัยเจริญ ทางถนน (จ�ำนวนผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บทางถนน
พันธ์ุโดยถ้วนหน้า รวมถึงการวางแผนครอบครวั และการ ภายในช่วงระยะเวลา 30 วนั ตอ่ ประชากร 100,000 คน
ผสานอนามยั เจริญพันธใุ์ นยุทธศาสตรแ์ ละแผนงานระดบั (อายุมาตรฐาน)
ชาติ ภายในปี 2573 เปา้ ประสงค์ 3.5 เสรมิ สรา้ งการปอ้ งกนั และการรกั ษา
การใช้สารในทางท่ผี ดิ ซง่ึ รวมถงึ การใช้ยาเสพติดในทางท่ี
ตัวชี้วัดที่ 3.7.1 ร้อยละของหญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ ผิดและการใช้แอลกอฮอลใ์ นทางอนั ตราย
(15-49 ปี) ท่ีพึงพอใจกับการวางแผนครอบครัวด้วยวิธี ตัวช้ีวดั ที่ 3.5.1 ความครอบคลุมของการรักษา (การรกั ษา
สมยั ใหม่ โดยใชย้ า ทางจติ วทิ ยาและการฟน้ื ฟสู มรรถภาพและบรกิ าร
การตดิ ตามผลการรักษา) สำ� หรับผูท้ ใ่ี ช้สารเสพติด
ตัวช้ีวัดท่ี 3.7.2 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ตวั ชวี้ ดั ที่ 3.5.2 การดม่ื แอลกอฮอลใ์ นระดบั อนั ตราย
(10-14 ปี, 15-19 ปี) ต่อผู้หญิงอายุ (10-14 ปี, 15-19 ป)ี นยิ ามตามบริบทของประเทศ คิดเป็นปรมิ าณแอลกอฮอล์
1,000 คน ต่อผบู้ รโิ ภค (อายุตง้ั แต่ 15 ปขี ึ้นไป) ในจ�ำนวนลิตรของ
แอลกอฮอลบ์ รสิ ทุ ธิ์ ภายในปีปฏิทนิ
แผนงานท่ี 3 การป้องกันควบคุมโรคและลดปัจจัย
เสยี่ งด้านภยั สขุ ภาพ

โครงการท่ี 1 พฒั นาระบบการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน
และภยั สขุ ภาพ

เป้าประสงค์ท่ี 3.d เสริมขีดความสามารถส�ำหรับ
ทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศก�ำลังพัฒนา
ในเรื่องการแจง้ เตอื นล่วงหน้า การลดความเสีย่ ง และการ
บรหิ ารจดั การความเสย่ี งดา้ นสขุ ภาพในระดบั ประเทศและ
ระดับโลก

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 263

เป้าประสงค์ 3.a เสริมการด�ำเนินงานของกรอบ ดงั นี้
อนสุ ญั ญาขององคก์ ารอนามยั โลกวา่ ดว้ ยการควบคมุ ยาสบู แผนงานท่ี 6 การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ
ในทุกประเทศตามความเหมาะสม
(Service Plan)
ตัวชี้วัดท่ี 3.a.1 ความชุกของการปรับมาตรฐาน โครงการท่ี 1 พฒั นาระบบบรกิ ารสุขภาพสาขาโรค
อายุของผู้ที่สูบบุหร่ีในปัจจุบันในจ�ำนวนผู้สูบบุหร่ีที่มีอายุ
ต้งั แต่ 15 ปขี น้ึ ไป ไมต่ ิดตอ่ เรอ้ื รัง
เป้าประสงค์ 3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจาก
แผนงานท่ี 4 การบรหิ ารจดั การสงิ่ แวดล้อม
โครงการที่ 2 คุ้มครองสุขภาพประชาชนจากมลพิษ โรคไมต่ ดิ ตอ่ ใหล้ ดลงหนงึ่ ในสาม ผา่ นทางการปอ้ งกนั และ
ส่งิ แวดลอ้ มในพื้นที่เสี่ยง (Hot Zone) การรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่
เปา้ ประสงค์ 3.9 ลดจำ� นวนการตายและการเจบ็ ปว่ ย ท่ดี ี ภายในปี 2573
จากสารเคมอี นั ตรายและจากมลพษิ และการปนเปอ้ื นทาง
อากาศ น้�ำและดิน ให้ลดลงอยา่ งมาก ภายในปี 2573 ตัวชี้วัดท่ี 3.4.1 อตั ราการตายของผทู้ ่เี ปน็ โรคหัวใจ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี 3.9.1 อตั ราการตายท่เี กดิ จากมลพษิ ทาง และหลอดเลอื ด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรอื โรคระบบ
อากาศในบา้ นเรือนและในบรรยากาศ ทางเดินหายใจ
ตวั ชว้ี ัดท่ี 3.9.2 อตั ราการตายท่เี กดิ จากน้�ำ สขุ อนามยั
ที่ไม่ปลอดภัย และปราศจากสุขลักษณะ(การเปิดเผยบริการ โครงการที่ 4 พฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพสาขาทารก
ชะลา้ งทไี่ มป่ ลอดภยั ) (อตั ราการตายเนอื่ งจากสารเคมอี นั ตราย แรกเกดิ
จากมลภาวะในน้�ำและในดนิ และการปนเปื้อน)
ตัวชี้วัดท่ี 3.9.3 อัตราการตายที่เกิดจากการได้รับ เปา้ ประสงค์ 3.2 ยตุ ิการตายที่ปอ้ งกันได้ของทารก
สารพษิ โดยไมต่ ั้งใจ แรกเกิดและเด็กอายุต�่ำกว่า 5 ปี โดยทุกประเทศมุ่งลด
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 บรกิ ารเปน็ เลศิ (Service Excellence) อตั ราการตายในทารกลงใหต้ ำ�่ ถงึ 12 คน ตอ่ การเกดิ มชี พี
กระทรวงสาธารณสขุ ใช้กรอบแนวคดิ ระบบสขุ ภาพ 1,000 คน และลดอตั ราการตายในเดก็ อายตุ ำ่� กวา่ 5 ปี ลง
ขององค์การอนามัยโลก (WHO Health System ใหต้ ำ่� ถงึ 25 คน ตอ่ การเกดิ มชี พี 1,000 คน ภายในปี 2573
Framework) โดยกรอบแนวคดิ ดังกลา่ วระบุผลลัพธ์ของ
ระบบสุขภาพที่ส�ำคัญ คือ การเข้าถึงความครอบคลุม ตัวช้ีวัดที่ 3.2.1 อัตราการตายของทารกอายตุ ำ่� กวา่
คุณภาพและความปลอดภัยและผลสัมฤทธ์ิ นอกจาก 5 ปี (อตั ราการตายตอ่ การเกิด 1,000 คน)
จะท�ำให้ประชาชนมีสุขดีข้ึนแล้ว ยังต้องมีประสิทธิภาพ
สร้างความเป็นธรรม ปกป้องคุ้มครองความเส่ียงทั้ง ตัวชีว้ ัดท่ี 3.2.2 ตวั ชวี้ ัดอตั ราตายของทารกแรกเกดิ
ด้านสังคมและการเงิน และสามารถตอบสนองต่อความ (การตายต่อการเกดิ 1,000 คน)
ต้องการของประชาชนด้วย โดยระบบสุขภาพที่จะบรรลุ
ถึงเป้าหมายเหล่านี้ได้จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ โครงการท่ี 7 พัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขา
พนื้ ฐานอยา่ งนอ้ ย 6 ประการ (six building blocks) ไดแ้ ก่ สุขภาพจติ และจิตเวช
(1) การใหบ้ รกิ าร (2) บคุ ลากรดา้ นสขุ ภาพ (3) สารสนเทศ
(4) ผลติ ภณั ฑท์ างการแพทย์ วคั ซนี และเทคโนโลยี (5) การ เป้าประสงค์ 3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจาก
เงนิ และ (6) ภาวะผู้น�ำและธรรมาภบิ าล(11) เมื่อพิจารณา โรคไมต่ ดิ ตอ่ ใหล้ ดลงหนงึ่ ในสาม ผา่ นทางการปอ้ งกนั และ
ตัวช้ีวัดรายตัวสามารถน�ำมาเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ที่ 2 การรกั ษาโรคและสนบั สนนุ สขุ ภาพจติ และความเปน็ อยทู่ ด่ี ี
ภายในปี 2573

ตวั ชี้วัดท่ี 3.4.2 ตัวชีว้ ัดอตั ราการฆา่ ตัวตาย
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 บคุ ลากรเปน็ เลศิ (People Excellence)

เพอื่ แกป้ ญั หาขาดแคลนบคุ ลากร การวางแผนอตั รา
ก�ำลังคน ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคผลิต
และพฒั นาบคุ ลากร การปรับระบบค่าตอบแทนบคุ ลากร
สาธารณสุข การสร้างศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขให้
มีความเป็นเลิศ (excellence) ในทุกๆด้าน พร้อมท้ังมี

264 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ความสขุ โดยเน้นงานด้าน human resource planning, เป้าประสงค์ 3.8 บรรลุการมีหลักประกันสุขภาพ
human resource development และ human ถว้ นหนา้ รวมถงึ การปอ้ งกนั ความเสย่ี งทางการเงนิ การเขา้
resource management เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดรายตัว ถงึ การบรกิ ารสาธารณสขุ จำ� เปน็ ทมี่ คี ณุ ภาพ และเขา้ ถงึ ยา
สามารถนำ� มาเชื่อมโยงกบั ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 ดงั นี้ และวัคซีนจ�ำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ
และมีราคาทสี่ ามารถซื้อหาได้
แผนงานท่ี 10 การพฒั นาระบบบริหารจัดการกำ� ลงั
คนด้านสขุ ภาพ ตัวช้ีวัดที่ 3.8.1 อัตราความครอบคลุมของบริการ
ดา้ นสขุ ภาพทีจ่ ำ� เปน็
โครงการท่ี 1 ผลติ และพฒั นาก�ำลงั คนดา้ นสุขภาพสู่
ความเปน็ มอื อาชีพ ตัวชี้วัดท่ี 3.8.2 สัดส่วนค่าใช้จ่ายสุขภาพครัวเรือน
ตอ่ คา่ ใชจ้ า่ ยครัวเรอื นทง้ั หมด
เป้าประสงค์ 3.c เพิ่มการใช้เงินที่เกี่ยวกับสุขภาพ
และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการเก็บรักษา เป้าประสงค์ 3.b สนับสนุนการวิจัยและการ
ก�ำลังคนด้านสุขภาพในประเทศก�ำลังพัฒนา โดยเฉพาะ พัฒนาวัคซีนและยาส�ำหรับโรคติดต่อและไม่ติดต่อท่ีส่ง
อย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยท่ีสุดและรัฐก�ำลังพัฒนาท่ี ผลกระทบโดยตรงต่อประเทศก�ำลังพัฒนาให้มีการเข้า
เปน็ เกาะขนาดเลก็ ถึงยาและวัคซีนจ�ำเป็นในราคาที่สามารถซื้อหาได้ ตาม
ปฏิญญาโดฮาความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทาง
ตวั ชี้วดั ที่ 3.c.1 ความหนาแนน่ และการกระจายตวั ปญั ญาเกยี่ วกับการคา้ และการสาธารณสขุ ซงึ่ เนน้ ยำ�้ สทิ ธิ
ของบุคลากรด้านสาธารณสุข ส�ำหรับประเทศก�ำลังพัฒนาท่ีจะใช้บทบัญญัติในความ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารเป็นเลิศดว้ ยธรรมาภบิ าล ตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาท่ีเก่ียวกับการ
(Governance Excellence) ค้าอย่างเต็มที่ในเร่ืองการผ่อนปรนเพื่อจะปกป้องสุขภาพ
สาธารณะและโดยเฉพาะการเขา้ ถึงยาโดยถว้ นหนา้
การพัฒนาระบบบริหารจัดการต่างๆ ให้ดี
มีประสิทธิภาพ โดยเน้นหนักด้านข้อมูลและระบบ ตวั ชว้ี ดั ท่ี 3.b.1 สดั สว่ นของประชากรทเี่ ขา้ ถงึ วคั ซนี
สารสนเทศ (information technology) ทที่ นั สมยั ระบบ ตัวชี้วัดที่ 3.b.2 เงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่าง
การเงนิ การคลงั ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ เมอื่ พจิ ารณาตวั ชวี้ ดั ราย เปน็ ทางการสทุ ธริ วม (Total net official development
ตัวสามารถน�ำมาเชื่อมโยงกบั ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ดงั น้ี assistance-ODA) ต่อการวิจัยทางการแพทย์และด้าน
สขุ ภาพข้ันพน้ื ฐาน
แผนงานที่ 13 การบริหารจัดการด้านการเงินการ ตวั ชว้ี ดั ที่ 3.b.3 สดั สว่ นของสถานบรกิ ารทใี่ หบ้ รกิ าร
คลงั สขุ ภาพ ยาที่จำ� เป็นได้

โครงการที่ 1 ลดความเหลื่อมล้�ำของ 3 กองทนุ

10.3 บทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ และภาคเี ครอื ขา่ ยในการด�ำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาทีย่ ัง่ ยืน
ดา้ นสุขภาพ

ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข ไ ด ้ จั ด ท� ำ แ น ว ท า ง ก า ร ระยะสั้น (พ.ศ. 2560) เนน้ ด�ำเนนิ การ ดังน้ี
ด�ำเนินงาน (Road map) ตามเป้าหมายการพัฒนา เปา้ ประสงคท์ ี่ 3.1 ลดอตั ราการตายของมารดาทว่ั
ที่ย่ังยืน ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยแบ่งการด�ำเนิน โลกใหต้ ำ�่ กวา่ 70 ตอ่ การเกดิ มชี พี 1 แสนคน ภายในปี 2573
งานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะ 3.1.1 อัตราการตายของมารดาต่อการเกิดมีชีพ
ยาว แต่ละระยะจะเน้นหนักแต่ละตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุ 100,000 คน
เปา้ หมายทก่ี �ำหนดไว้ 3.1.2 สดั สว่ นของการคลอดบตุ รทดี่ แู ลโดยบคุ ลากร
ด้านสาธารณสุขท่ีมคี วามชำ� นาญ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 265

หน่วยงานหลัก กรมอนามัย กรมการแพทย์ ถงึ การบรกิ ารสาธารณสขุ จำ� เปน็ ทมี่ คี ณุ ภาพ และเขา้ ถงึ ยา
(โรงพยาบาลราชวถิ )ี และวัคซีนจ�ำเป็นท่ีปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ
และมีราคาที่สามารถซ้อื หาได้
เปา้ ประสงคท์ ี่ 3.2 ยตุ กิ ารตายทปี่ อ้ งกนั ไดข้ องทารก
แรกเกิดและเด็กอายุต�่ำกว่า 5 ปี โดยทุกประเทศมุ่งลด 3.8.1 อตั ราความครอบคลมุ ของบรกิ ารดา้ นสขุ ภาพ
อตั ราการตายในทารกลงใหต้ ำ�่ ถงึ 12 คน ตอ่ การเกดิ มชี พี ท่จี �ำเป็น
1,000 คน และลดอตั ราการตายในเดก็ อายตุ ำ�่ กวา่ 5 ปี ลง
ใหต้ ำ�่ ถงึ 25 คน ตอ่ การเกดิ มชี พี 1,000 คน ภายในปี 2573 3.8.2 สดั สว่ นคา่ ใชจ้ า่ ยสขุ ภาพครวั เรอื นตอ่ คา่ ใชจ้ า่ ย
ครวั เรอื นทัง้ หมด
3.2.1 อตั ราการตายของทารกอายตุ ำ่� กวา่ 5 ปี (อตั รา
การตายตอ่ การเกดิ 1,000 คน) หนว่ ยงานหลกั สำ� นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ
กรมบัญชีกลาง ส�ำนักงานประกันสังคม ส�ำนักงานปลัด
3.2.2 ตัวชี้วัดอัตราตายของทารกแรกเกิด กระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
(การตายต่อการเกดิ 1,000 คน) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน

หนว่ ยงานหลกั กรมอนามยั กรมการแพทย์ (สถาบนั เป้าประสงค์ท่ี 3.9 ลดจ�ำนวนการตายและการเจ็บ
สขุ ภาพเดก็ แห่งชาตมิ หาราชินี) ปว่ ยจากสารเคมอี นั ตรายและจากมลพษิ และการปนเปอ้ื น
ทางอากาศ นำ้� และดิน ใหล้ ดลงอยา่ งมาก ภายในปี 2573
เป้าประสงค์ที่ 3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์
วณั โรค มาลาเรยี และโรคเขตร้อนทถี่ กู ละเลยและต่อสกู้ ับ 3.9.2 อัตราการตายที่เกิดจากน�้ำ สุขอนามัยที่ไม่
โรคตบั อกั เสบ โรคตดิ ตอ่ ทางนำ�้ และโรคตดิ ตอ่ อนื่ ๆ ภายใน ปลอดภัย และปราศจากสุขลกั ษณะ (การเปดิ เผยบริการ
ปี 2573 ชะล้างที่ไม่ปลอดภัย) (อัตราการตายเนื่องจากสารเคมี
อันตราย มลภาวะในนำ้� และในดิน และการปนเป้อื น)
3.3.5 จ�ำนวนผู้ท่ีร้องขอความช่วยเหลือต่อการ
ป้องกันโรคเขตร้อนท่ีถูกละเลย (Neglected tropical หน่วยงานหลัก กรมอนามัย กรมควบคุมโรค
diseases) กรมการแพทย์ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สำ� นักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงมหาดไทย
หน่วยงานหลัก กรมควบคุมโรค ส�ำนักงานกองทุน กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวง อุตสาหกรรม
มหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศ เป้าประสงค์ที่ 3.d เสริมขีดความสามารถส�ำหรับ
ทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศก�ำลังพัฒนา
เป้าประสงค์ที่ 3.7 สร้างหลักประกันว่ามีการเข้า ในเร่ืองการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยงและ
ถึงบริการข้อมูล การให้การศึกษาเกี่ยวกับอนามัยเจริญ การบรหิ ารจดั การความเสยี่ งดา้ นสขุ ภาพในระดบั ประเทศ
พันธุ์โดยถ้วนหน้า รวมถึงการวางแผนครอบครัวและ และระดบั โลก
การผสานอนามัยเจริญพันธุ์ในยุทธศาสตร์และแผนงาน
ระดบั ชาติ ภายในปี 2573 3.d.1 ปริมาณของกฎอนามัยระหว่างประเทศ
(International Health Regulations: IHR) และ
3.7.1 รอ้ ยละของหญงิ วยั เจริญพนั ธุ์อายุ (15-49 ป)ี การเตรยี มความพรอ้ มฉกุ เฉนิ ดา้ นสุขภาพ
ทพ่ี ึงพอใจกับการวางแผนครอบครัวด้วยวิธสี มัยใหม่
หนว่ ยงานหลกั กรมควบคมุ โรค (สำ� นกั ระบาดวทิ ยา)
หน่วยงานหลัก กรมอนามัย ส�ำนักงานกองทุน ระยะกลาง (พ.ศ. 2561–2564) เนน้ ดำ� เนนิ การ ดงั นี้
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ส�ำนักงานหลักประกัน เป้าประสงค์ที่ 3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์
สขุ ภาพแหง่ ชาติ สำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ กระทรวงพฒั นา วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยและต่อสู้
สังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ กระทรวงศกึ ษาธิการ กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้�ำ และโรคติดต่ออ่ืนๆ

เปา้ ประสงค์ที่ 3.8 บรรลุการมีหลกั ประกันสขุ ภาพ
ถว้ นหนา้ รวมถงึ การปอ้ งกนั ความเสยี่ งทางการเงนิ การเขา้

266 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ภายในปี 2573 15 - 19 ป)ี ตอ่ ผหู้ ญงิ อายุ (10-14 ป,ี 15-19 ปี) 1,000 คน
3.3.4 จ�ำนวนของผู้ติดเช้ือไวรัสตับอักเสบบี ต่อ หน่วยงานหลัก กรมอนามัย ส�ำนักงานกองทุน

ประชากร 100,000 คน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ส�ำนักงานหลักประกัน
หน่วยงานหลัก กรมควบคุมโรค ส�ำนักงานกองทุน สขุ ภาพแหง่ ชาติ สำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ กระทรวงพฒั นา
สังคมและความม่ันคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ส�ำนักงาน กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัล
หลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ (สปสช.) องคก์ ารเภสชั กรรม เพื่อเศรษฐกิจและสงั คม
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สารสนเทศ สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย เป้าประสงค์ท่ี 3.9 ลดจ�ำนวนการตายและการเจ็บ
ปว่ ยจากสารเคมอี นั ตรายและจากมลพษิ และการปนเปอ้ื น
เป้าประสงค์ที่ 3.4 ลดการตายก่อนวยั อนั ควรจาก ทางอากาศ น�ำ้ และดนิ ใหล้ ดลงอยา่ งมาก ภายในปี 2573
โรคไมต่ ดิ ตอ่ ใหล้ ดลงหนงึ่ ในสาม ผา่ นทางการปอ้ งกนั และ
การรกั ษาโรค และสนบั สนนุ สขุ ภาพจติ และความเปน็ อยทู่ ี่ 3.9.1 อัตราการตายที่เกิดจากมลพิษทางอากาศใน
ดี ภายในปี 2573 บ้านเรือนและในบรรยากาศ

3.4.1 อัตราการตายของผ้ทู ่ีเปน็ โรคหวั ใจและหลอด 3.9.3 อัตราการตายที่เกิดจากการได้รบั สารพิษโดย
เลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคระบบทางเดิน ไม่ต้ังใจ
หายใจ
หนว่ ยงานหลกั กรมอนามยั กรมควบคมุ โรค กรมการ
3.4.2 ตัวชี้วัดอตั ราการฆ่าตัวตาย แพทย์ ส�ำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา สำ� นกั งาน
หนว่ ยงานหลกั สำ� นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงมหาดไทย กระทรวง
กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ (สถาบันโรคทรวงอก แรงงาน
โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันมะเร็งแห่งชาติ) ส�ำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา กรมอนามยั กรมสขุ ภาพจติ เป้าประสงค์ที่ 3.b สนับสนุนการวิจัยและการ
กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ สำ� นกั อนามยั กทม. องคก์ าร พัฒนาวัคซีนและยาส�ำหรับโรคติดต่อและไม่ติดต่อท่ีส่ง
เภสชั กรรม กระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ผลกระทบโดยตรงต่อประเทศก�ำลังพัฒนา ให้มีการเข้า
เป้าประสงค์ที่ 3.5 เสริมสร้างการป้องกันและ ถึงยาและวัคซีนจ�ำเป็นในราคาท่ีสามารถซ้ือหาได้ ตาม
การรกั ษาการใชส้ ารในทางทผี่ ดิ ซงึ่ รวมถงึ การใชย้ าเสพตดิ ปฏิญญาโดฮาความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทาง
ในทางที่ผดิ และการใชแ้ อลกอฮอลใ์ นทางอันตราย ปัญญาเก่ียวกับการค้าและการสาธารณสุข ซึ่งเน้นย้�ำ
3.5.1 ความครอบคลมุ ของการรกั ษา (การรกั ษาโดย สิทธิส�ำหรับประเทศก�ำลังพัฒนาที่จะใช้บทบัญญัติใน
ใช้ยา ทางจิตวิทยาและการฟื้นฟูสมรรถภาพและบริการ ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับ
การติดตามผลการรกั ษา) ส�ำหรบั ผทู้ ่ใี ช้สารเสพติด การค้าอย่างเต็มที่ในเรื่องการผ่อนปรนเพ่ือจะปกป้อง
หน่วยงานหลัก กรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค สุขภาพสาธารณะและโดยเฉพาะการเข้าถึงยาโดย
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต ถ้วนหน้า
กระทรวงแรงงาน
เป้าประสงค์ท่ี 3.7 สร้างหลักประกันว่ามีการเข้า 3.b.1 สัดสว่ นของประชากรทเี่ ขา้ ถึงวคั ซนี
ถึงบริการข้อมูล การให้การศึกษาเก่ียวกับอนามัยเจริญ 3.b.2 เงินช่วยเหลือเพ่ือการพัฒนาอย่างเป็น
พันธโ์ุ ดยถ้วนหนา้ รวมถงึ การวางแผนครอบครวั และการ ทางการสุทธิรวม (Total net official development
ผสานอนามัยเจริญพันธุ์ในยุทธศาสตรแ์ ละแผนงานระดับ assistance-ODA) ต่อการวิจัยทางการแพทย์และด้าน
ชาติ ภายในปี 2573 สุขภาพข้ันพน้ื ฐาน
3.7.2 อัตราการคลอดมชี พี ในหญิงอายุ (10 - 14 ป,ี 3.b.3 สัดส่วนของสถานบริการท่ีให้บริการยาที่
จ�ำเปน็ ได้
หนว่ ยงานหลกั กรมควบคมุ โรค สำ� นกั งานคณะกรรมการ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 267

อาหารและยา สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป้าประสงค์ที่ 3.5 เสริมสร้างการป้องกันและ
ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ การรกั ษาการใชส้ ารในทางทผ่ี ดิ ซง่ึ รวมถงึ การใชย้ าเสพตดิ
องค์การเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล สถานเสาวภา ในทางทผ่ี ดิ และการใช้แอลกอฮอลใ์ นทางอนั ตราย
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบรุ ี มหาวทิ ยาลยั
นเรศวร จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย 3.5.2 การดื่มแอลกอฮอล์ในระดับอันตราย นิยาม
ตามบริบทของประเทศ คิดเป็นปริมาณแอลกอฮอล์ต่อ
เปา้ ประสงคท์ ี่ 3.c เพม่ิ การใชเ้ งนิ ทเี่ กย่ี วกบั สขุ ภาพ ผู้บริโภค (อายุต้ังแต่ 15 ปีขึ้นไป) ในจ�ำนวนลิตรของ
และการสรรหา การพฒั นา การฝกึ ฝน และ การเกบ็ รกั ษา แอลกอฮอล์บริสทุ ธิ์ ภายในปปี ฏิทนิ
ก�ำลังคนด้านสุขภาพในประเทศก�ำลังพัฒนา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยท่ีสุดและรัฐก�ำลังพัฒนาที่ หนว่ ยงานหลกั กรมควบคมุ โรค(สำ� นกั งานคณะกรรมการ
เปน็ เกาะขนาดเลก็ ควบคมุ เครือ่ งดมื่ แอลกอฮอล์)

3.c.1 ความหนาแน่นและการกระจายตัวของ เป้าประสงค์ท่ี 3.6 ลดจ�ำนวนการตายและบาดเจ็บ
บคุ ลากรด้านสาธารณสุข ทางถนนท่ัวโลกลงคร่งึ หนง่ึ ภายในปี 2563

หนว่ ยงานหลกั สำ� นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ 3.6.1 อัตราผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บทางถนน
ระยะยาว (พ.ศ. 2565–2573) เนน้ ดำ� เนนิ การ ดงั น้ี (จ�ำนวนผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บทางถนน ภายในช่วง
เป้าประสงค์ที่ 3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ ระยะเวลา 30 วัน ตอ่ ประชากร 100,000 คน)
วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนท่ีถูกละเลยและต่อสู้
กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน�้ำและโรคติดต่ออื่นๆ หน่วยงานหลัก กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์
ภายในปี 2573 ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์
3.3.1 จ�ำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ต่อประชากร ฉุกเฉนิ แห่งชาติ ศูนย์ความปลอดภยั ทางถนน
ท่ีไม่มีการตดิ เชอ้ื 1,000 คน (จำ� แนกตาม เพศ อายแุ ละ
ประชากรหลกั ) เป้าประสงค์ที่ 3.a เสริมการด�ำเนินงานของกรอบ
3.3.2 ตวั ชวี้ ัดอัตราการเกิดโรควัณโรคต่อประชากร อนสุ ญั ญาขององคก์ ารอนามยั โลกวา่ ดว้ ยการควบคมุ ยาสบู
1,000 คน ในทุกประเทศตามความเหมาะสม
3.3.3 อตั ราการเกดิ โรคมาลาเรยี ตอ่ ประชากร 1,000
คน ต่อปี 3.a.1 ความชุกของการปรับมาตรฐานอายุของ
หน่วยงานหลัก กรมควบคุมโรค ส�ำนักงานหลัก ผู้ท่ีสูบบุหรี่ในปัจจุบันในจ�ำนวนผู้สูบบุหร่ีท่ีมีอายุต้ังแต่
ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) องค์การเภสัชกรรม 15 ปขี น้ึ ไป
องค์กรภาคประชาสังคม NGOs ภาคเอกชน กระทรวง
มหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ ส�ำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานหลัก กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์
กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส�ำนักงานปลัดกระทรวง
ม่ันคงของมนุษย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณสุข ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม
สารสนเทศ กองทนุ โลก สขุ ภาพ มลู นธิ ริ ณรงคเ์ พอ่ื การไมส่ บู บหุ รี่ เครอื ขา่ ยวชิ าชพี
สุขภาพเพ่ือสังคมไทยปลอดบุหรี่ ศูนย์วิจัยและจัดการ
ความรู้เพ่ือการควบคุมยาสูบ ส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทอ่ งเทย่ี วและกฬี า กระทรวง
ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและ-
ความม่นั คงของมนษุ ย์ กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร

268 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

บทที่ 11

ประเทศไทยกับการพฒั นาระบบสุขภาพโลก

11.1 ปญั หาและแนวโนม้ สขุ ภาพในระดบั โลก สุขภาพเป็นปลายทางรับผลกระทบจากนโยบายการค้า
ในยคุ โลกาภวิ ฒั นท์ รี่ ะบบสขุ ภาพโลกมกี ารเปลย่ี นแปลง และการพัฒนา การมองปัญหาด้านสุขภาพท่ีมีขอบเขต
กว้างขวางกว่าการด�ำเนินงานด้านสุขภาพซ่ึงเช่ือมโยง
สำ� คญั ทงั้ ในดา้ นระบบอภบิ าลและแนวโนม้ ปญั หาสขุ ภาพ ถึงปัจจัยสังคมก�ำหนดสุขภาพ(12) ในขณะเดียวกันปัญหา
ท่ีมีความซับซ้อน การเปล่ียนแปลงเหล่าน้ีล้วนมีความ โรคติดต่อยังคงเป็นปัญหาส�ำคัญ โดยเฉพาะปัญหา
ทา้ ทายตอ่ การขบั เคลอ่ื นนโยบายสขุ ภาพในระดบั ประเทศ โรคอุบัติใหม่อุบัติซ�้ำ เช่น การระบาดของไข้หวัดใหญ่
และในระดับนานาชาติหลายด้าน ท้ังนี้สามารถสรุป ไขห้ วดั นก การระบาดของอโี บลา การเกดิ ปญั หาเชอ้ื ดอ้ื ยา
ประเด็นส�ำคญั ได้แก่ ตา้ นจุลชีพ ปญั หาเหลา่ นี้ ไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศ
ใดประเทศหนึ่งเพียงล�ำพังและต้องอาศัยภาคส่วนอ่ืน
1) การเปลี่ยนแปลงการอภิบาลระบบสุขภาพโลก เข้ามาร่วมดว้ ย
และระบบการคลงั สขุ ภาพระดบั โลก (ภาพท่ี 11.1)
3) การเข้าสู่ยุคของการให้ความส�ำคัญกับการ
ในระยะเวลา 10-15 ปีที่ผ่านมา เกิดหน่วยงานใน พฒั นาสขุ ภาพในเชงิ ระบบ แตกต่างจากเดมิ ทีเ่ ปน็ ยุคของ
ระดับนานาชาติท้ังในรูปแบบองค์กรและรูปแบบความ การแก้ไขปัญหาสุขภาพโดยมองในมุมเฉพาะโรค รวม
ร่วมมือหรือเครือข่ายซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส�ำคัญใน ถึงการให้ความส�ำคัญกับประชากรท่ีขาดโอกาสและ
การแกไ้ ขปญั หาสขุ ภาพหลายหน่วยงาน มีผเู้ ลน่ ท่เี ป็นทง้ั ประชากรกลมุ่ เปราะบาง
ภาครัฐและหน่วยงานนอกภาครัฐท่ีมีบทบาทมากข้ึน(1-5)
รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินการคลังสุขภาพที่ จากการเปลยี่ นแปลงสำ� คญั ขา้ งตน้ จะเหน็ วา่ ปจั จบุ นั
มีแนวโน้มที่จะมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากข้ึนและ ในภาพรวม มมุ มองดา้ นสขุ ภาพกวา้ งขวางสกู่ ารมสี ขุ ภาวะ
ความช่วยเหลือเป็นรูปแบบทวิภาคี โดยมีการระบุปัญหา ทด่ี คี รอบคลมุ ปจั จยั สงั คมกำ� หนดสขุ ภาพซง่ึ นำ� สกู่ ารจดั ทำ�
สุขภาพที่จะช่วยเหลือเป็นการเฉพาะมากขึ้น ซ่ึงผลการ เปา้ หมายระดบั โลกทม่ี คี วามทา้ ทายมากยง่ิ ขนึ้ ครอบคลมุ
เปล่ียนแปลงนี้จะมีผลกระทบต่อหลายประเทศ โดย ความร่วมมือและความมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน จาก
เฉพาะประเทศกำ� ลงั พัฒนา(6-8) อีกทงั้ ระบบอภิบาลหนว่ ย เปา้ หมายการพฒั นาแหง่ สหสั วรรษสเู่ ปา้ หมายการพฒั นาที่
งานระหว่างประเทศหลายหน่วยงานมีแนวโน้มเป็นกลไก ยงั่ ยนื โดยมเี ปา้ หมายดา้ นสขุ ภาพเปน็ 1 ใน 17 เปา้ หมาย
บรหิ ารแบบสรา้ งความมสี ว่ นรว่ มมากขน้ึ เชน่ กลไกบรหิ าร ครอบคลุมการประกันสุขภาพถ้วนหน้า การก�ำจัดหรือ
กองทุนโลกที่มีภาคประชาสังคม ภาคเอกชน เข้ามาร่วม กวาดล้างโรคติดต่อท่ีส�ำคัญ การลดอัตราตายจากโรค
เปน็ กรรมการบริหาร ไม่ติดต่อ ซึ่งเป้าหมายเหล่าน้ีมีความท้าทายแก่ประเทศ
ต่างๆ อย่างมากในการถ่ายทอดเป้าหมายสู่การปฏิบัติให้
2) ปัญหาสุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น(9-11) เช่น บรรลุผลส�ำเรจ็ (13,14)
โรคไม่ติดต่อและโรคท่ีเกิดจากพฤติกรรมมีแนวโน้ม
เพิ่มข้ึน การบาดเจ็บจากปัญหาความปลอดภัยบนท้อง
ถนน โรคจากการประกอบอาชพี และสิ่งแวดลอ้ ม ซ่ึงภาค

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 269

ภาพที่ 11.1 ปัญหาและแนวโนม้ สขุ ภาพท่สี ำ� คัญในปจั จุบัน

11.2 เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื และเปา้ หมายดา้ นสขุ ภาพทส่ี ำ� คญั ในระดบั ภมู ภิ าค

11.2.1 เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ่งั ยืน 2030 11.2.2 ความรว่ มมอื ดา้ นสาธารณสขุ อาเซยี นหลงั
เปา้ หมายการพฒั นาแหง่ สหสั วรรษไดร้ วมเปา้ หมาย ปี ค.ศ. 2015
ด้านสุขภาพไว้ด้วย ในฐานะท่ีสุขภาพท่ีดีของประชาชน ประเทศไทยยังต้ังอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติได้ ทั้งนี้ เฉียงใต้ท่ีเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมมีพลวัตสูง และ
เปา้ หมายแห่งสหสั วรรษ ครบวาระในปี พ.ศ. 2558 และ พฒั นาไปสกู่ ารเปน็ ประชาคมอาเซยี นในปี พ.ศ. 2558 โดย
ประเทศสมาชกิ สหประชาชาติ ไดร้ ว่ มจดั ทำ� เปา้ หมายเพอ่ื ประเทศสมาชิกอาเซียนได้หารือกันถึงความร่วมมือด้าน
การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื ซง่ึ ไดบ้ รรจปุ ระเดน็ สาธารณสขุ เปน็ สาธารณสุขในภูมิภาคภายหลงั ปี ค.ศ. 2015 ซึง่ ประกอบ
1 ใน 17 เปา้ หมายหลกั (Goals) ทคี่ รอบคลมุ 13 เปา้ หมาย ด้วย 20 ประเด็นสําคญั ภายใต้ 4 กลุ่มการพฒั นาสขุ ภาพ
ย่อย (Targets) อาทิเช่น การผลักดันการส่งเสริมหลัก (cluster) ได้แก่ (1) การส่งเสริมวิถีชีวิตท่ดี ีตอ่ สขุ ภาพ (2)
ประกันสุขภาพถ้วนหน้า การขจัดโรคเอดส์ การควบคุม การตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านสุขภาพ (3) การเสริม
การแพร่ระบาดของวัณโรค มาลาเรีย และโรคติดต่อ สร้างระบบสุขภาพและการเข้าถึงบริการ และ (4) การ
อื่นๆ การลดอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ และการ สรา้ งความมน่ั ใจดา้ นความปลอดภยั ทางอาหาร ซงึ่ การดาํ
ส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก เป็นต้น ทั้งน้ี ที่ประชุมใหญ่ เนินงานในประเด็นสําคัญดังกล่าวให้ได้ผลสําเร็จจําเป็น
สหประชาชาติสมัยที่ 70 ได้ให้การรับรองเป้าหมายดัง ต้องอาศัย ศักยภาพ ความพร้อม และความร่วมมือของ
กล่าวเป็นวาระเพ่ือการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable ภาคสว่ นตา่ งๆ ภายในประเทศทเ่ี ขม้ แข็ง รวมถงึ อาเซียน
Development Goals: SDG) ทนี่ านาประเทศท่วั โลกใช้ ต้องมีความมุ่งม่ันร่วมกันมากข้ึนท่ีจะขับเคลื่อนข้อตกลง
เปน็ พนื้ ฐานในการ กำ� หนดยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนการพฒั นา ในภมู ิภาคสู่การปฏิบัติ
ประเทศในระยะยาวต่อไป

270 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560


Click to View FlipBook Version