The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panpilai_suth, 2022-06-20 22:30:01

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การสาธารณสุขไทย 2559-2560

o รายที่ 2 ในเดอื นมกราคม 2559 ผปู้ ว่ ยเป็นชาย ใหญช่ นดิ ใหม่ ประเทศไทยกไ็ ดม้ กี ารจดั ทำ� แผนยทุ ธศาสตร์
ชาวตะวันออกกลาง อายุ 71 ปี ได้รับการสง่ ตอ่ เข้ารักษา เตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ
ที่สถาบันบ�ำราศนราดูร จนหายเป็นปกติและได้เดินทาง ระบาดใหญข่ องไข้หวัดใหญ่ ฉบบั ท่ี 1 พ.ศ. 2548-2550
กลบั ประเทศ ซ่ึงได้พัฒนาต่อมาเป็นแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม
ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ
o รายท่ี 3 ในเดอื นกรกฎาคม 2559 ผปู้ ่วยเป็นชาย (พ.ศ.2560-2564) ในปัจจบุ ัน
ชาวคูเวต อายุ 18 ปี ได้รับการส่งต่อเข้ารักษาท่ีสถาบัน
บ�ำราศนราดรู จนหายเป็นปกตแิ ละเดนิ ทางกลับประเทศ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2548-2552 หน่วยงานในภาคสว่ น
เชน่ เดียวกัน ต่างๆ ได้ด�ำเนินการพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความ
พร้อมรับการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ขึ้นในหลายด้าน
ในช่วงเวลาดังกล่าว หน่วยงานสาธารณสุขท้ัง โดยความรว่ มมือระหวา่ งหน่วยงาน และการสนบั สนนุ งบ
หน่วยงานในส่วนกลาง และหน่วยงานในส่วนภูมิภาค ประมาณของรฐั บาล ภายใต้แผนยทุ ธศาสตร์เตรียมความ
ได้ด�ำเนินมาตรการที่จ�ำเป็น บนพ้ืนฐานของศักยภาพท่ี พรอ้ มฯ ศักยภาพทีส่ �ำคญั ทีไ่ ดร้ ับการพัฒนาขนึ้ ไดแ้ ก่
สรา้ งขนึ้ ในระยะทผ่ี า่ นมา ภายใตแ้ ผนยทุ ธศาสตรแ์ ละแผน
ปฏบิ ตั งิ านเตรียมความพร้อมฯ มาตรการที่ส�ำคญั ไดแ้ ก่ o ระบบการเฝา้ ระวงั โรค ใหส้ ามารถคน้ หา สอบสวน
และรายงานผู้ป่วยท่ีสงสัย และผู้ป่วยท่ียืนยันว่าเป็น
o การเฝ้าระวังโรค และสอบสวนผู้สงสัยว่าติดเช้ือ ไขห้ วดั ใหญ่ และสามารถชนั สตู รยนื ยนั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
โรค MERS โดยทมี เฝา้ ระวงั สอบสวนเคล่อื นทีเ่ ร็ว (SRRT) รวมทงั้ การตรวจรหสั พนั ธกุ รมของเชอ้ื และการดอ้ื ยาตา้ น
รวมทง้ั การตดิ ตามผสู้ มั ผสั และการกกั กนั เพอื่ สงั เกตอาการ ไวรัส
ตามแนวทางปฏิบัติ
o การจัดหาและส�ำรองอุปกรณ์ป้องกันตัวจากการ
o การส่ือสารสาธารณสุข ให้ประชาชนเข้าใจ สัมผัสเชื้อระหว่างปฏิบัติงาน (PPE) ให้มีพร้อมเพียงพอ
สถานการณ์ มคี วามรู้เกีย่ วกบั โรคทถี่ กู ตอ้ ง ผา่ นชอ่ งทาง และพรอ้ มใช้ ส�ำหรับบคุ ลากรทตี่ ้องดูแลผู้ปว่ ยโรคติดเชอ้ื
ส่ือต่างๆ รวมถึงสายด่วนกรมควบคุมโรค เบอร์โทรศัพท์ รนุ แรง ในสถาพยาบาลท่วั ประเทศ
1422 ตลอด 24 ชัว่ โมง
o ระบบการจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเช้ือ
o พัฒนาการชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ สามารถ รุนแรงในโรงพยาบาล โดยมีการสร้างห้องแยกผู้ป่วย
ตรวจหาการติดเชื้อ MERS ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และระบบป้องกันควบคุมการติดเช้ือในโรงพยาบาล
ท่ัวประเทศ ครบถ้วนในทุกโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธาณสุข

o การจัดระบบสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ แก่ o การผลติ ยาตา้ นไวรสั โอเซลทามเิ วยี ร์ โดยองคก์ าร
หน่วยงานสาธารณสุขทวั่ ประเทศ เภสัชกรรมส�ำหรับรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ และจัดระบบ
ส�ำรองยาตา้ นไวรสั ใหม้ ีพรอ้ มใชใ้ นสถานพยาบาลในภาค
o การออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้โรค รฐั ท่ัวประเทศ
MERS เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรค
ติดตอ่ พ.ศ. 2558 เพอ่ื ให้อ�ำนาจและอำ� นวยความสะดวก o การพฒั นาการผลติ วัคซีนปอ้ งกนั ไข้หวัดใหญโ่ ดย
แก่บคุ ลากรสาธารณสขุ ในการเฝ้าระวงั และควบคมุ โรค องค์การเภสัชกรรม มีการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัด
ใหญ่ เพื่อผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal
4)การเตรียมความพร้อมรับการระบาดใหญ่ของ influenza vaccine) ซ่ึงจะปรับไปผลิตวคั ซีนสำ� หรบั การ
ไขห้ วดั ใหญ่ ระบาดใหญ่ (Pandemic influenza vaccine) ได้เม่ือ
เกิดการระบาดใหญ่ ช่วยให้ประเทศพึ่งตนเองได้ และมี
การระบาดของไข้หวัดนกในปี พ.ศ. 2547 ใน ความมั่นคงในภาวะฉุกเฉิน การเตรียมความพร้อมรับมือ
ประเทศแถบเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึง
ประเทศไทย เปน็ เหตใุ หป้ ระเทศตา่ งตระหนกั ถงึ ความสยี่ ง
ท่ีจะเกิดการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ จากเชื้อไข้หวัด

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 363

การระบาดใหญ่ไข้หวัดใหญ่ นับเป็นส่วนหน่ึงของการเต เอกสารนี้ จะกลา่ วถงึ เฉพาะยาตา้ นจลุ ชพี ทม่ี ฤี ทธฆิ์ า่
รียมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้พระราช เช้ือแบคทีเรีย รวมท้ังมีฤทธิ์ในการท�ำลายและยับยั้งการ
บญั ญัติป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั และแผนป้องกัน เจริญเตบิ โตของเชือ้ แบคทีเรยี เปน็ หลกั
ภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติในความรับผิดชอบกระทรวง
มหาดไทยอกี ดว้ ย สถานการณ์ปัญหาการดอื้ ยาตา้ นจลุ ชพี (48)
ในช่วงหลายปีท่ีผ่านมา การด้ือยาต้านจุลชีพ
o ระบบการส่ือสารความเสี่ยงและประชาสัมพันธ์ (Antimicrobial resistance) ของเชื้อแบคทีเรียได้ทวี
ให้ข้อมูล ความรู้ และค�ำแนะนำ� แก่ประชาชน โดยความ ความรุนแรงมากข้ึน อย่างต่อเน่ืองท�ำให้ยาต้านจุลชีพที่
รว่ มมอื ของสอ่ื มวลชน ในเครอื ขา่ ยการสอ่ื สารภาครฐั และ เคยใชใ้ นอดตี ไดผ้ ล กลบั ไมไ่ ดผ้ ลในปัจจุบัน ขณะเดยี วกนั
ความร่วมมอื ของส่ือภาคเอกชน อุตสาหกรรมยาท่ัวโลกมีความก้าวหน้าน้อยในการวิจัย
และพัฒนาคิดค้นยาต้านจุลชีพชนิดใหม่เพ่ือต่อสู้กับเช้ือ
o ระบบประสานสง่ั การตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉนิ ในสว่ น แบคทีเรียดื้อยา จึงมีความเส่ียงท่ีการติดเช้ือแบคทีเรีย
กลางเช่ือมโยงกับส่วนภูมิภาค ซ่ึงพัฒนาต่อมาเป็นระบบ เพยี งเล็กนอ้ ยอาจเปน็ อันตรายถึงชีวิตได้
ศูนยป์ ฏิบตั ิการตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉิน (EOC) ในปัจจบุ นั ท่ัวโลกมีการเสียชีวิตจากเช้ือด้ือยาประมาณ
ปีละ 700,000 คน และหากไม่เร่งแก้ปัญหา คาดว่า
ศักยภาพท่ไี ด้สรา้ งข้ึน จากการเตรียมความพรอ้ มนี้ ในปี พ.ศ. 2593 การเสียชีวิตจากเช้ือด้ือยาจะสูงถึง
ได้ช่วยให้ประเทศไทยสามารถการรับมือกับการระบาด 10 ล้านคน ประเทศในทวีปเอเชียจะมีคนเสียชีวิตมาก
ใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ H1N1 2009 ในปี พ.ศ. 2552 ดว้ ย ท่ีสุด คือ 4.7 ล้านคน ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง
ความรว่ มมอื อยา่ งเขม้ แขง็ ระหวา่ งภาคสว่ นตา่ ง ๆ ภายใน 3.5 พันล้านล้านบาท ส�ำหรับประเทศไทย การศึกษา
ประเทศ และระหว่างประเทศ โดยลดผลกระทบด้าน เบ้ืองต้น พบว่ามีการติดเช้ือแบคทีเรียดื้อยาประมาณปี
สุขภาพ เศรษฐกจิ และสังคม ได้อยา่ งสำ� คญั ละ 88,000 ราย โดยเสยี ชีวติ ประมาณปลี ะ 38,000 ราย
คิดเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมสูงถึง 4.2 หม่ืน
ศั ก ย ภ า พ ดั ง ก ล ่ า ว เ ป ็ น พื้ น ฐ า น ส� ำ ห รั บ ก า ร ลา้ นบาท
รับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ต่างๆ รวมทั้งภัยฉุกเฉินทาง ปัญหาการด้ือยาท่ีส�ำคัญในประเทศไทย คือ การ
สาธารณสขุ อนื่ ๆ ในอนาคต ในชว่ งปี พ.ศ. 2559-2560 ด้ือยาของเช้ือแบคทีเรียแกรมลบในโรงพยาบาล เช่น
หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กไ็ ดพ้ ยายามดำ� เนนิ งานตอ่ เนอื่ ง เพอื่ Acinetobacter spp. และ Pseudomonas spp. ซึ่ง
คงระดบั และยกระดบั ศกั ยภาพการเตรยี มความพรอ้ ม แมม้ ี เป็นสาเหตุส�ำคัญของการเสียชีวิตจากการติดเช้ือใน
ปญั หาอุปสรรคต่างๆ ทีจ่ ะตอ้ งแกไ้ ขเป็นระยะไป โรงพยาบาล สว่ นในชมุ ชนเชอื้ แบคทเี รยี ทเี่ ปน็ ปญั หาไดแ้ ก่
Escherichia coli, Klebsiella spp. และ Neisseria
13.2.3 การดือ้ ยาต้านจุลชพี gonorrhoeae และเชื้อแบคทีเรียท่ีเป็นปัญหาในการ
ยาต้านจลุ ชพี (Antimicrobial medicines) มฤี ทธิ์ เลย้ี งสตั วแ์ ละมีการปนเปือ้ นในอาหารที่มาจากสตั ว์ ไดแ้ ก่
ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ Escherichia coli, Campylobacter spp. และ
เชน่ แบคทเี รยี ไวรสั และเชอ้ื รา ยาตา้ นจลุ ชพี ผลติ จากสง่ิ มี Salmonella spp. เปน็ ตน้ การทเ่ี ชอื้ แบคทเี รยี ดอ้ื ยาทำ� ให้
ชีวิต หรือจากการสงั เคราะห์ ยาต้านจุลชีพ มคี วามสำ� คญั ทางเลือกในการรักษามีจ�ำกดั โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงหากเชอื้
อย่างย่ิงทางการแพทย์และการสาธารณสุข เนื่องจากใช้ ดอ้ื ตอ่ ยาปฏชิ วี นะกลมุ่ carbapenem และ colistin ซง่ึ ใน
เพ่ือป้องกันและรักษาโรคท่ีเกิดจากการติดเช้ือแบคทีเรีย ปจั จบุ นั เปน็ ยาดา่ นสดุ ทา้ ยทใ่ี ชร้ กั ษาการตดิ เชอ้ื แบคทเี รยี
นอกจากนี้ ยาต้านจุลชีพ ยังจ�ำเป็นในการรักษาโรคทาง ดือ้ ยา
สัตวแพทย์และการเกษตร เช่น การปศุสัตว์ การประมง
และการเพาะปลกู จงึ มคี วามสำ� คญั ตอ่ สขุ ภาพของคน สตั ว์
พชื หว่ งโซก่ ารผลติ อาหาร และมผี ลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ ใน
ภาพรวมของประเทศ

364 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ปัจจยั ที่ส่งผลต่อการเกิดเชอ้ื ดอ้ื ยา(49) ในปี พ.ศ. 2548 ประเทศสมาชกิ องคก์ ารอนามยั โลก
ปจั จยั ส�ำคัญของการเกดิ เชือ้ ดอื้ ยาตา้ นจลุ ชพี ไดแ้ ก่ ให้การรับรองกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548
1) การใช้ยาต้านจลุ ชพี อย่างไม่เหมาะสมในคน สตั ว์ (International Health Regulations 2005: IHR
และการเกษตร โดยเฉพาะอย่างย่ิงการใช้ยาต้านจุลชีพ 2005) ในการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก IHR
โดยไมจ่ ำ� เปน็ การใชย้ าตา้ นจลุ ชพี ในขนาดนอ้ ยเกนิ ไปและ 2005 เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ท่ีประเทศสมาชิก
การใชย้ าต้านจลุ ชีพในระยะเวลาสน้ั เกินไป หรอื นานเกิน ให้การรับรองปฏิบัติตาม เพื่อความร่วมมือในจัดการภัย
ไป ปัญหาการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่สมเหตุผลพบได้ สุขภาพ โดยเฉพาะอย่างย่ิงภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข
ในสถานพยาบาลทุกระดับของประเทศ ในโรงพยาบาล ระหว่างประเทศ เช่นการระบาดของโรคร้ายแรงระหว่าง
มหาวิทยาลัยพบการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่สมเหตุผล ประเทศ ภยั สขุ ภาพเหลา่ นนี้ บั รวมถงึ เชอื้ ดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี
สงู ถงึ ร้อยละ 25 – 91 ด้วย IHR 2005 มสี าระสำ� คญั เน้นการสรา้ งศกั ยภาพของ
2) การเฝ้าระวังและการควบคมุ และป้องกนั การตดิ ประเทศ ซงึ่ รวมถงึ ศกั ยภาพในการจดั การปญั หาเชอื้ ดอ้ื ยา
เชื้อแบคทีเรียและการแพร่กระจายของแบคทีเรียยังด้อย ตา้ นจุลชีพด้วย
ประสทิ ธิภาพ
3) การขาดความตระหนักถึงขนาด ความส�ำคัญ ในระยะต่อมา องค์การระหว่างประเทศที่มีความ
ความเร่งด่วน และความรุนแรงของปัญหาการด้ือยาต้าน รับผิดชอบเก่ียวข้องกับปัญหาเช้ือดื้อยาต้านจุลชีพ
จุลชีพของบุคลากรสาธารณสุข ผู้ป่วย ประชาชน สังคม ได้แก่ องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและ
และหนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้อง การเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การโรค
4) การเดินทางระหว่างประเทศท่ีสะดวกรวดเร็ว ระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้ร่วมมือกันพัฒนา
การค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาประเทศเพ่ือเป็น แผนด�ำเนินการระดับโลกเรื่องการด้ือยาต้านจุลชีพ
ศนู ย์กลางทางการแพทย์ การเตบิ โตทางธรุ กจิ ท่องเท่ียว (Global Action Plan on Antimicrobial Resistance:
นอกจากน้ี การแพรก่ ระจายเชือ้ ดื้อยายังพบในภาค GAP-AMR) ซึ่งผ่านการรับรองในการประชุมสมัชชา
การเกษตรดว้ ยเชน่ กนั เชน่ มรี ายงานการพบเชอื้ แบคทเี รยี อนามัยโลกในปี พ.ศ. 2558 แผนนี้มีวัตถุประสงค์เชิง
แกรมลบที่ดื้อต่อยา colistin ด้วยกลไกการด้ือยาแบบ ยุทธศาสตร์ 5 ดา้ น ได้แก่
ใหม่ ทีส่ ามารถสง่ ต่อยีนดอ้ื ยาขา้ มสายพันธ์ุได้ง่ายข้ึนและ
เรว็ ขนึ้ (plasmid-mediated colistin resistance: MCR- 1) เสริมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเร่ือง
1) ในประเทศจีน ในระยะตอ่ มากก็ ารพบเช้ือทม่ี ียนี ด้อื ยา การดื้อยาตา้ นจุลชพี โดยการใหค้ วามรู้ การฝกึ อบรม และ
MCR-1 ในคนและเนอ้ื สตั วใ์ นประเทศองั กฤษ ในปจั จบุ นั การสอ่ื สารที่มีประสทิ ธภิ าพ
ปรากฏวา่ มกี ารพบเชอ้ื แบคทเี รยี ทมี่ ยี นี ดอ้ื ยา MCR-1 แพร่
กระจายไปในหลายประเทศรวมทัง้ ประเทศไทย 2) สร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและหลกั ฐานเชงิ
กลไกระดบั นานาชาตใิ นการแกไ้ ขปญั หาการดอื้ ยา ประจักษโ์ ดยการเฝ้าระวังและการวิจัย
ต้านจุลชพี
ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพเป็นข้อกังวลอย่างสูงใน 3) ลดการตดิ เชอื้ โดยเสรมิ สรา้ งสขุ อนามยั การรกั ษา
ระดับนานาชาติ ในระยะสองทศวรรษที่ผ่านมา มีความ ความสะอาด และการป้องกันโรค
พยายามสร้างความร่วมมือและกลไกในระดับนานาชาติ
เพ่ือป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ให้ลุกลามขยายตัวสร้าง 4) สง่ เสรมิ การใชย้ าตา้ นจลุ ชพี อยา่ งเหมาะสมทงั้ ใน
ความเสยี หายแกโ่ ลก มนุษยแ์ ละสัตว์

5) พฒั นาระบบการลงทนุ ท่ยี ่ังยนื ทตี่ อบสนองความ
จ�ำเป็นของทุกประเทศรวมทั้งเพ่ิมการลงทุนในการวิจัย
และพฒั นายาใหม่ เครอื่ งมอื วนิ จิ ฉยั โรค วคั ซนี และเครอ่ื ง
มอื อ่ืนๆ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 365

ทั้งน้ี แผนด�ำเนินการดังกล่าวมีหลักการพื้นฐาน มาตรฐานอาหาร Codex Alimentarius โดย
5 ประการ ได้แก่ คณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร (Codex
Alimentarius Commission: CAC) เปน็ เครอื่ งมอื สำ� คญั
1) การมีสว่ นร่วมของทุกภาคส่วน (Whole society มีการก�ำหนดมาตรฐานแนวทางการลดและจ�ำกัดการ
engagement) ดื้อยาต้านจุลชีพ และแนวทางการวิเคราะห์ความเส่ียง
การด้ือยาต้านจุลชีพ ของเช้ือก่อโรคอาหารเป็นพิษ เพ่ือ
2) การเน้นการป้องกันการติดเช้ือเป็นความส�ำคัญ จดั การปญั หาการดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี ในอาหารทเี่ ชอ่ื มโยงกบั
ล�ำดับแรก (prevention first) การใชย้ าตา้ นจลุ ชพี ในภาคการเกษตร ปจั จบุ นั กำ� ลงั มกี าร
ทบทวนมาตรฐานดงั กลา่ ว และจะมกี ารแตง่ ตงั้ คณะทำ� งาน
3) การเข้าถึงยาและการรักษา เฉพาะกิจเพือ่ ดำ� เนนิ งานในเรือ่ งเชื้อดอื้ ยาต้านจลุ ชพี
4) ความย่ังยืนของการด�ำเนินการเพ่ือจัดการการ
ดื้อยาต้านจุลชพี ในระดบั ภมู ภิ าค ในปี พ.ศ. 2554 องคก์ ารอนามยั โลก
5) การตั้งเป้าหมายเพ่ือการด�ำเนินงานอย่าง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO SEARO) ได้จัด
เป็นข้ันตอนต่อเนื่อง (Incremental target for ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของประเทศ
implementation)โดยให้สอดคล้องกับบริบทของ สมาชิก และมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้
ประเทศ ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (Jaipur Declaration on
ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ใน Antimicrobial Resistance) ต่อมาในปี พ.ศ. 2557
ปี พ.ศ. 2559 มีการประกาศเจตนารมณ์ทางการเมือง WHO SEARO ก�ำหนดให้ประเด็นการด้ือยาต้านจุลชีพ
ร่วมกัน เพื่อจัดการการด้ือยาต้านจุลชีพ (Political เป็นประเด็นสุขภาพส�ำคัญของการด�ำเนินงานในภูมิภาค
Declaration of the High-level Meeting of the นอกจากน้ี กรอบความร่วมมอื อาเซยี น (ASEAN) ในด้าน
General Assembly on Antimicrobial Resistance) สุขภาพ มีประเด็นการดื้อยาต้านจุลชีพ อยู่ในแผนความ
โดยประเดน็ การดอื้ ยาตา้ นจลุ ชพี ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากมติ ร่วมมือด้านการตอบโต้ภาวะคุกคามทางสาธารณสุขและ
ของการประชมุ สมชั ชาอนามยั โลก สมยั ที่ 68 (พ.ศ. 2558) ความเสย่ี งตอ่ โรคอุบัติใหม่
กลมุ่ ประเทศอุตสาหกรรมชัน้ นำ� 7 ประเทศ (G-7) กลุม่
ประเทศก�ำลังพัฒนา (G-77 ซึ่งประเทศไทยเป็นประธาน การดำ� เนินงานทสี่ �ำคญั ในประเทศไทย
กลุม่ ) กลุ่ม Alliance of Champions against AMR (ซึ่ง ในช่วงกว่าหน่ึงทศวรรษที่ผ่านมา กระทรวง
ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจาก สาธารณสุขและหน่วยงานที่เก่ียวข้องมีการด�ำเนินงาน
14 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย) และกลมุ่ ประเทศผูน้ ำ� หลายประการเพือ่ แกไ้ ขปัญหาการดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี
ของ AMR action package ภายใตก้ รอบวาระความมนั่ คง สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไดจ้ ดั ทำ�
ทางสขุ ภาพของโลก (Global Health Security Health ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาระบบยาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2555-2559
Security Agenda: GHSA) ภายใต้นโยบายแห่งชาติด้านยา พ.ศ. 2554 ยุทธศาสตร์
วาระความม่ันคงทางสุขภาพของโลก (Global ดังกล่าวนี้ มียุทธศาสตร์การส่งเสริมการใช้ยาอย่าง
Health Security Health Security Agenda: GHSA) ซงึ่ สมเหตุผล ซ่ึงครอบคลุมเรื่องการใช้และการกระจายยา
เป็นเวทีความร่วมมือของประเทศต่างๆเพื่อประกันความ ต้านจลุ ชพี ทัง้ ที่ใช้สำ� หรับมนุษย์และสัตว์ด้วย
มั่นคงทางสุขภาพระหว่างประเทศ ที่เกิดการวมตัวกัน ต่อมากรมควบคุมโรค ได้ประสานงานจัดท�ำแผน
ขน้ึ ในชว่ งปี พ.ศ. 2557 มวี าระงาน 11 ดา้ น รวมถึงวาระ ยทุ ธศาสตร์เตรยี มความพร้อม ป้องกนั และแก้ปัญหาโรค
การปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาการดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี เปน็ หนงึ่ ติดต่ออุบัตใิ หม่แหง่ ชาติ พ.ศ. 2556-2559 ภายใตก้ ำ� กับ
ในนัน้ โดยประเทศไทยไดเ้ ข้าร่วมเป็นประเทศผสู้ นบั สนนุ ของคณะกรรมการอ�ำนวยการเตรียมความพรอ้ ม ป้องกนั
(contributing country) วาระงานดังกลา่ วดว้ ย

366 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ แผน 6) การบริหารและพัฒนากลไกระดับนโยบายเพื่อ
ยุทธศาสตร์น้ีก�ำหนดให้โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียด้ือยา ขบั เคลอื่ นงานดา้ นการดอื้ ยาตา้ นจลุ ชพี อยา่ งยง่ั ยนื (ดรู าย
หรือการด้ือยาต้านจุลชีพ เป็นปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ ละเอียดในหัวขอ้ 13.2.4 แผนยุทธศาสตร์ระดบั ชาติเกี่ยว
อยา่ งหนง่ึ ซงึ่ เปน็ ปญั หาตอ่ สขุ ภาพของมนษุ ย์ สตั ว์ และสงิ่ กับการปอ้ งกนั ควบคุมโรคตดิ ต่อ)
แวดลอ้ ม และต้องจดั การดว้ ยความร่วมมอื ภายใต้แนวคดิ
สขุ ภาพหนึง่ เดยี ว (One Health) ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2558 มีการประชุมสมัชชา
สุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 8 มีวาระ “วิกฤติการณ์เชื้อ
ในปี พ.ศ. 2557 กระทรวงสาธารณสุขไดจ้ ัดประชุม แบคทีเรียด้ือยาและการจัดการ” สมัชชาฯมีมติให้แก้
กบั หนว่ ยงานภาคสว่ นตา่ งๆ เพอื่ วเิ คราะหส์ ถานการณก์ าร ปัญหาแบคทีเรียดื้อยาแบบบูรณาการ เน้นการสร้างร่วม
จัดการเช้ือด้ือยาต้านจุลชีพ พบว่าประเทศไทยมีต้นทุน มอื ของทกุ ภาคสว่ น และใหผ้ ลกั ดนั ประเดน็ การดอ้ื ยาตา้ น
เชิงระบบที่ดีในการจัดการปัญหาน้ี แต่ขาดความเป็น แบคทเี รียเปน็ วาระแห่งชาติ
เอกภาพและทิศทางในการท�ำงานที่ชัดเจน เน่ืองจาก
ไม่มีนโยบายระดบั ประเทศสำ� หรบั เรอื่ งนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. ในปี พ.ศ. 2560 กระทรวงสาธารณสขุ เสนอตอ่ คณะ
2558 กระทรวงสาธารณสุขจงึ ตั้งคณะกรรมการประสาน รฐั มนตรี ใหต้ ง้ั คณะกรรมการนโยบายการดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี
และบูรณาการงานด้านการด้ือยาต้านจุลชีพ ประกอบไป แห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับ
ดว้ ยผแู ทนหน่วยงานจากกระทรวงสาธารณสขุ กระทรวง มอบหมายเป็นประธาน เลขาธิการอย.เป็นกรรมการและ
เกษตรและสหกรณ์ ภาคการศึกษา สมาคมวิชาชีพ และ เลขานุการ คณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนระดับ
ภาคประชาสังคม มีหน้าที่พัฒนาแผนยุทธศาสตร์การ นโยบายจากกระทรวง หน่วยงาน และสถาบันทเี่ กยี่ วขอ้ ง
จัดการการดื้อยาต้านจลุ ชพี ประเทศไทย มอี ำ� นาจหนา้ ทกี่ ำ� หนดนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กำ� กบั การ
ด�ำเนนิ งานตามแผนยทุ ธศาสตร์ อ�ำนวยการประสานงาน
แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ ระหว่างหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ เพ่ือป้องกันและแก้ไข
ประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564(50) ประกอบด้วย ปัญหาการดอ้ื ยาต้านจลุ ชพี ในระยะยาว
6 ยุทธศาสตร์ ไดแ้ ก่
คณะกรรมการน้ี มีการประชุมครั้งแรกในเดือน
1) การเฝ้าระวังการด้ือยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิด ธันวาคม พ.ศ. 2561 มีมติให้สร้างระบบการเฝ้าระวัง
สขุ ภาพหน่งึ เดยี ว การบริโภคยาต้านจุลชีพ เป็นเคร่ืองมือในการติดตาม
ข้อมลู การบรโิ ภคยาต้านจลุ ชพี ของประเทศไทย ใหจ้ ัดท�ำ
2) การควบคมุ การกระจายยาตา้ นจลุ ชพี ในภาพรวม นโยบายเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านเช้ือดื้อยาและยา
ของประเทศ ต้านจุลชีพแก่ประชาชน ให้ สสส. น�ำประเด็นเร่ืองการ
ด้ือยาต้านจุลชีพ เป็นนโยบายส่งเสริมสุขภาพที่ส�ำคัญใน
3) การป้องกันและควบคุมการติดเช้ือในสถาน แผนการด�ำเนินงานของส�ำนักงาน ให้น�ำร่องระบบการ
พยาบาลและควบคุมก�ำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่าง จดั การการดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี อยา่ งบรู ณาการในโรงพยาบาล
สมเหตุผล รฐั และโรงพยาบาลเอกชน รวม 50 แห่ง ใหก้ รมวชิ าการ
เกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกันเร่งท�ำความ
4) การป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยาและควบคุม เข้าใจกับเกษตรกร เพื่อลดการใช้ยาต้านจุลชีพในการ
ก�ำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในภาค รกั ษาโรคกรนี นง่ิ ในสม้ ใหจ้ ดั ทำ� แนวทางการแกป้ ญั หาการ
การเกษตรและสตั วเ์ ล้ยี ง ใช้ยาตา้ นจลุ ชพี ในสม้ และให้ อย.ควบคุมการกระจายยา
ดา้ นจลุ ชีพท้งั ท่ีเป็นเคมีภัณฑ์และยาสำ� เรจ็ รปู
5) การส่งเสริมความรู้ด้านเช้ือดื้อยาและความ
ตระหนักด้านการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมแก่
ประชาชน

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 367

หน่วยงานระดับปฏิบัติ มีการด�ำเนินงานโครงการ เครอื งมือในการบรหิ ารจัดการ ทกุ ระดบั แผนยทุ ธศาสตร์
ต่างๆ ภายใต้นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ เช่น ระดบั ชาตใิ ชเ้ ปน็ ฐานและกรอบหลกั ในการประสานความ
กองควบคุมยาของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและ รว่ มมอื ระหวา่ งภาคสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ใหด้ ำ� เนนิ ไปในทศิ ทาง
ยาก�ำลังด�ำเนินโครงการต้นแบบการใช้ยาปฏิชีวนะอย่าง เดียวกัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายร่วมกัน
สมเหตุผล โครงการลดอิทธิพลการส่งเสริมการขายยา อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้เป็นกรอบเพ่ือการจัดหางบ
ท่ีไม่เหมาะสม และโครงการพัฒนาฉลากและเอกสาร ประมาณและทรัพยากรสนบั สนุนใหเ้ พียงพอ
ก�ำกับยามาตรฐาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดมาตรฐานของการ
แสดงข้อมูลยาในฉลากและเอกสารก�ำกับยาของประเทศ แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เป็นกรอบส�ำหรับการ
และเป็นแหล่งข้อมูลส�ำหรับบุคลากรทางการแพทย์และ จัดท�ำแผนปฏิบัติงาน ส�ำหรับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในทุก
ประชาชน ภาคส่วน ทุกระดับภายในประเทศ ท้ังเป็นกรอบสำ� หรับ
ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการควบคุม
สถาบันบ�ำราศนราดูร กรมควบคุมโรค จัดท�ำ โรคอกี ดว้ ย
โครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดเชื้อ
ดอ้ื ยา ตามกรอบวาระสขุ ภาพแหง่ ชาตขิ นึ้ เพอื่ เตรยี มความ ในปัจจุบันมีแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ ที่เกี่ยวกับ
พร้อมแก่บุคลากรทางด้านสาธารณสุข ในการป้องกัน การปอ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ อยหู่ ลายแผน สำ� หรบั แผนท่ี
ควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล และได้ขยายการฝึก มีความส�ำคัญไดแ้ ก่
อบรมไปยังจังหวัดเขตพ้ืนที่เศรษฐกิจพิเศษและจังหวัด
ชายแดน โดยร่วมมือกับส�ำนักงานป้องกันและควบคุม 1) แผนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหา
โรค สำ� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั และโรงพยาบาลในพนื้ ท่ี เอดส์ พ.ศ. 2560 -2573
ดังกล่าว เพ่ือสร้างความปลอดภัยแก่บุคลากรและผู้ป่วย
และป้องกันการแพรก่ ระจายของเชอื้ ด้ือยา 2) แผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ พ.ศ. 2560
- 2564
13.2.4 แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเกี่ยวกับการ
ป้องกนั ควบคุมโรคติดต่อ 3) แผนยุทธศาสตร์การก�ำจัดโรคไข้มาลาเรีย
ประเทศไทย พ.ศ. 2560-2569
การป้องกันควบคุมโรคเป็นงานที่มีความครอบคลุม
วงกว้าง มีความซับซ้อน และต้องด�ำเนินการด้วยความ 4) แผนยทุ ธศาสตรเ์ ตรียมความพร้อม ปอ้ งกัน และ
ร่วมมือกว้างขวางและต่อเน่ือง ต้องใช้แผนที่ชัดเจนเป็น แกไ้ ขปญั หาโรคตดิ ตอ่ อบุ ตั ใิ หมแ่ หง่ ชาติ พ.ศ.2560-2564

5) แผนยทุ ธศาสตร์การจัดการการดอ้ื ยาต้านจุลชีพ
ประเทศไทย พ.ศ.2560-2564

สาระส�ำคัญของแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวสรุปย่อไว้
ในตารางที่ 13.5

368 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ตารางท่ี 13.5 แผนยุทธศาสตร์ระดบั ชาติท่สี �ำคญั เกี่ยวกบั การควบคุมโรคตดิ ต่อ

แผนยุทธศาสตร์ วิสยั ทศั น์ วตั ถุประสงค์ ยุทธศาสตร์ กลไกขับเคลอ่ื น

แผนยทุ ธศาสตร์เตรยี มความ วิสัยทศั น์: ประเทศไทยปอ้ งกัน 1 พฒั นาระบบเตรียมรบั - คณะกก.โรคติดต่ออุบัติ
พร้อม ป้องกันและแกป้ ัญหา โรค ควบคุม EID มปี ระสทิ ธภิ าพ เปน็ ภยั ฉุกเฉนิ ใหมแ่ หง่ ชาติ
ติดตอ่ อุบัตใิ หม่ (EID) แหง่ ชาติ ทย่ี อมรบั ของนานาชาติ 2 พัฒนาระบบเฝา้ ระวัง - คณะกก.โรคติดต่อแหง่
พ.ศ. 2556 – 2559 วัตถุประสงค์: ลดปว่ ย ตาย และ ปอ้ งกัน รักษา และ ชาติ
ลดผลกระทบเศรษฐกิจ สังคม ควบคมุ โรค - คณะกก.โรคติดต่อ
และสง่ิ แวดลอ้ มจาก EID 3 พฒั นาการส่ือสารความ จงั หวดั
เส่ียง
4 สรา้ งความร่วมมือ
ระหวา่ งประเทศ
5 สร้างส่วนรว่ มภาค
ประชาสังคม
6 จัดการความรู้ วจิ ยั และ
พัฒนา

แผนยทุ ธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วย วสิ ยั ทัศน์: ยุติปัญหาเอดส์ภาย 1. เร่งรดั จัดบริการที่มี คณะกก.แห่งชาติว่าด้วย
การยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560 ในพ.ศ.2573 โดยคำ� นึงสทิ ธิ ประสิทธผิ ลสูง การปอ้ งกันและแกไ้ ข
-2573 มนุษยชน 2. ยกระดับคณุ ภาพงาน ปญั หาเอด์
วัตถปุ ระสงค์: ป้องกนั โรค คณะอนกุ ก.การยตุ ปิ ญั หา
1. ลดติดเช้ือใหม่เหลอื < 1,000/ปี 3. พฒั นาการรักษา ชว่ ย เอดสร์ ะดับจงั หวัด
2. ลดตายเหลือ<4,000/ปี เหลอื ผป.
3. ลดการเลือกปฏบิ ตั ิ 90% 4. ลดการรงั เกียจ
5. เพม่ิ ความรว่ มมือและ
การลงทุน
6. พฒั นาการใชป้ ระโยชน์
ข้อมูล

แผนยทุ ธศาสตร์ วัณโรคระดบั วิสยั ทศั น:์ ประเทศไทยปลอด 1.เร่งรดั คน้ หาผ้ตู ดิ เชือ้ และ คณะกก.ป้องกันและ
ชาติ พ.ศ. 2560 - 2564 วัณโรค ผปู้ ว่ ยโดยการคัดกรองใน ควบคมุ วัณโรคแหง่ ชาติ
วตั ถุประสงค:์ ลดอุบัตกิ ารณ์ กลมุ่ เปา้ หมาย
วัณโรค12.5% ตอ่ ปี (เหลอื 88 2. ลดการเสยี ชีวติ ในผปู้ ่วย
ตอ่ แสนใน พ.ศ. 2564) 3. พัฒนาศักยภาพ
บคุ ลากรเพ่ือป้องกัน
ควบคมุ ดแู ล รกั ษา
วณั โรค
4. สรา้ งกลไกการจดั การ
อยา่ งย่งั ยืน
5. สง่ เสริมวิจัยพัฒนา
นวตั กรรม

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 369

ตารางที่ 13.5 แผนยุทธศาสตรร์ ะดับชาติทสี่ ำ� คัญเก่ยี วกับการควบคมุ โรคตดิ ต่อ (ต่อ)

แผนยุทธศาสตร์ วสิ ยั ทศั น์ วัตถุประสงค์ ยทุ ธศาสตร์ กลไกขับเคลื่อน
ยุทธศาสตร์การก�ำจดั โรคไข้ ประเทศไทยไมม่ ีผ้ปู ่วยตดิ เชอื้ 1. เรง่ รัดการก�ำจดั การ คณะกก.อ�ำนวยการกำ� จดั
มาลาเรียประเทศไทย พ.ศ. มาลาเรยี ในพ้นื ที่ ภายในปี 2564 แพรเ่ ชื้อ มาลาเรียแห่งชาติ
2560-2569 และปลอดจากการแพร่เชอ้ื 2. พัฒนาเทคโนโลยี คณะกก.บริหารก�ำจัด
มาลาเรียภายในปี 2567 นวตั กรรม มาตรการ และ มาลาเรียแหง่ ชาติ
รูปแบบการกำ� จัดโรค คณะกก.โรคตดิ ตอ่ จว.
3. สร้างความร่วมมือ
ในประเทศและระดับ
นานาชาติ
4. ส่งเสรมิ ประชาชนดูแล
ตนเอง

แผนยุทธศาสตร์การจัดการการ วิสยั ทศั น:์ การป่วย การตาย และ 1. เฝ้าระวงั การด้ือยาต้าน คณะกรรมการประสาน
ด้ือยาต้านจลุ ชีพประเทศไทย ผลกระทบทางเศรษฐกิจท่เี กดิ ขึ้น จุลชพี และบูรณาการงานด้าน
พ.ศ.2560-2564 จากเชื้อดือ้ ยาลดลง 2. ควบคุมการกระจายยา การดอ้ื ยาตา้ นจุลชพี
ตา้ นจลุ ชีพ
3. ควบคุมการติดเช้อื ใน
รพ.
4. ควบคมุ การใชย้ าภาค
การเกษตร
5. การส่งเสรมิ ความรู้แก่
ประชาชน
6. บริหารและพัฒนากลไก
นโยบาย

ส่วนสาระส�ำคัญโดยสังเขปของแผนยุทธศาสตร์ แหง่ ชาตวิ า่ ดว้ ยการยตุ ปิ ญั หาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573” ซงึ่
ทัง้ 5 มดี ังต่อไปน้ี คณะกรรมการแหง่ ชาตวิ า่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา
เอดส์ นำ� เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรี และได้รับความเหน็ ชอบ
1) แผนยทุ ธศาสตร์แห่งชาตวิ า่ ดว้ ยการยุตปิ ัญหา เมื่อวนั ที่ 17 มกราคม 2560
เอดส์ พ.ศ. 2560-2573(40)
แผนยุทธศาสตร์ฯ ฉบับน้ี ก�ำหนดวิสัยทัศน์ คือ
ประเทศไทยพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ชาติเพ่ือการ การยุติปัญหาเอดส์ภายในปี พ.ศ. 2573 ท่ีค�ำนึงถึงหลัก
ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาเอดส์ มาตง้ั แต่ พ.ศ. 2532 นบั เปน็ การสทิ ธมิ นุษยชนและความเสมอภาคระหว่างเพศ และมี
เวลา 6 ปี หลงั จากพบผปู้ ว่ ยเอดสค์ รั้งแรกในประเทศไทย เป้าหมายส�ำคญั 3 ประการ คือ
เร่ิมต้นจากแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี เพ่ือการป้องกันและ
แก้ไขปัญหาเอดส์ ฉบับที่ 1–6 ในปัจจุบันได้พัฒนา (1) ลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้เหลือ ปีละ
เป็นแผนยุทธศาสตร์ฯ ฉบับท่ี 7 ใช้ช่ือว่า “ยุทธศาสตร์ ไม่เกนิ 1,000 ราย

370 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

(2) ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวีเหลือ ปีละ ที่ต้องเร่งรัด 30 จังหวัด และกำ� หนดมาตรการหลัก คือ
ไมเ่ กนิ 4,000 ราย Reach, Recruit, Test, Treat, Retain (RRTTR ) รว่ ม
กบั การพฒั นาระบบขอ้ มลู การตดิ ตามและประเมนิ ผลการ
(3) ลดการเลอื กปฏบิ ตั อิ นั เกย่ี วเนอื่ งจากเอชไอวแี ละ ลดการตตี ราและเลอื กปฏบิ ตั ิ การแกไ้ ขมาตรการกฎหมาย
เพศภาวะลงรอ้ ยละ 90 โดยสอดคล้องกับเป้าหมายโลก ที่เปน็ อปุ สรรคในการด�ำเนนิ งาน

แผนนป้ี ระกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ กลไกสำ� คญั ในการขบั เคลอื่ นงานในระดบั ชาติ มคี ณะ
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 มุ่งเน้นการพัฒนาและการเข้าถึง กรรมการแหง่ ชาตวิ า่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาเอดส์
ระบบบริการ โดยจัดให้มีชุดบริการที่มีประสิทธิผลสูง (คช.ปอ.) ในระดบั พน้ื ที่ มคี ณะอนกุ รรมการยตุ ปิ ญั หาเอดส์
ครอบคลุมพื้นท่ีและประชากรกลุ่มเสี่ยงท่ีมีโอกาสได้รับ จงั หวดั และกรงุ เทพมหานคร ซงึ่ มบี ทบาทในการวางแผน
เชือ้ เอชไอวสี ูง การขบั เคลอื่ นงานและกำ� กบั ทศิ ทาง รว่ มกบั ภาคสว่ นตา่ งๆ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับคุณภาพการป้องกันโรค เพอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามตามเปา้ หมายภายในปี 2573
ท่ีมีประสิทธิผลให้ย่ังยืน และบูรณาการเข้าสู่ระบบ เพื่อ
ให้ประชาชนทุกกลุ่มรู้เท่าทันและมีพฤติกรรมท่ีปลอดภัย 2 ) แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ์ วั ณ โ ร ค ร ะ ดั บ ช า ติ
จากการติดเชื้อ ยตุ ิการติดเช้ือในเดก็ แรกเกดิ พ.ศ. 2560-2564(44)
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 เร่งรัดการรกั ษา เพ่ือให้ผู้ตดิ เชือ้ ได้
รับการตรวจวินิจฉัยและยาต้านไวรัส ตลอดจนการรักษา กระทรวงสาธารณสขุ จดั ทำ� แผนยทุ ธศาสตรร์ ะดบั ชาติ
โรคแทรกซ้อน และได้รับการดูแลและให้ความช่วยเหลือ ฉบบั นี้ ใหส้ อดคลอ้ งกบั การแกไ้ ขสภาพปญั หาของประเทศ
ทางสงั คม ป้องกนั ผลกระทบจากการรบั บริการและได้รบั และแผนยุติวณั โรคขององก์ ารอนามัยโลก (The End TB
การคุ้มครองทางสงั คมอยา่ งเหมาะสม Strategy) มวี ัตถุประสงค์ทีจ่ ะยุติการระบาดของโรค ลด
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 4 มงุ่ การลดอคตแิ ละการเลอื กปฏบิ ตั ิ การปว่ ยโดยเฉพาะในผปู้ ว่ ยรายใหม่ และสรา้ งความมน่ั ใจ
ในสังคม ผ่านการส่ือสารระดับต่างๆ เพอื่ ปรบั ภาพลกั ษณ์ ว่าจะไม่มีครอบครัวใดได้รับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ
และสร้างความเข้าใจเรื่องเอชไอวีและความหลากหลาย จากการปว่ ยดว้ ยวณั โรค
ทางเพศ สนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งระดับบุคคล
ครอบครัวและชุมชน รวมทั้งการจัดกลไกการคุ้มครอง โดยก�ำหนดยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ท่ีเน้นการป้องกัน
สิทธิเพื่อลดการเลือกปฏิบัติที่เก่ียวเน่ืองจากเอชไอวีและ ดแู ลรกั ษาทมี่ ผี ปู้ ว่ ยเปน็ ศนู ยก์ ลาง สง่ เสรมิ บทบาทประชา
เพศภาวะ สงั คมในการทำ� งานรว่ มกบั รฐั และการมนี โยบายทเี่ ขม้ แขง็
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 สร้างความรับผิดชอบร่วม การ มีสาระโดยสรุปดังน้ี
ลงทุนและประสิทธิภาพการจัดการในทุกระดับ ตั้งแต่
ระดับพ้นื ที่ จงั หวัด และประเทศ ยุทธศาสตร์ท่ี 1 เร่งรัดค้นหาผู้ติดเช้ือและผู้ป่วย
ยุทธศาสตร์ที่ 6 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้าง วณั โรคใหค้ รอบคลมุ โดยการคดั กรองในกลมุ่ เปา้ หมาย เพอ่ื
ความรโู้ ดยการวจิ ยั การเขา้ ถงึ และใชป้ ระโยชนจ์ ากขอ้ มลู ให้กลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มเส่ียงทุกคนทั้งประชาชนไทยและ
และความรจู้ ากการวจิ ยั เพอ่ื การวางแผนเชงิ นโยบายและ ต่างด้าวได้รับการตรวจวินิจฉัยและน�ำสู่การรักษาอย่าง
นำ� ไปสู่การยุตปิ ัญหาเอดส์ในอนาคต รวดเรว็ ปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอื้ รวมถงึ การสนบั สนนุ
ท้ังนี้ มุ่งเน้นการด�ำเนินงานในกลุ่มประชากรหลัก หน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมใน
ได้แก่ กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย พนักงานบริการ การดแู ลและสง่ ต่อผปู้ ่วย
ทางเพศและผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด รวมถึงคู่ของกลุ่ม
ประชากรหลกั และกลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั จดั ลำ� ดับพน้ื ที่เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ท่ี 2 ลดการเสียชีวิตในผู้ป่วย โดยการ
รักษาอย่างสม�่ำเสมอด้วยยาที่มีคุณภาพ ส�ำหรับผู้ป่วย
วัณโรคร่วมกับเอดส์ต้องผสมผสานการวางแผนการรักษา
และมียาป้องกันวัณโรคส�ำหรับกลุ่มนี้ เพื่อใช้ร่วมกับยา
อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาการบริหารจัดการ
วัณโรคดอ้ื ยาให้ครอบคลมุ ท่ัวประเทศ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 371

ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพ่ือการ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม
ปอ้ งกนั ดแู ล รกั ษาและควบคมุ วณั โรค โดยการพฒั นาและ มาตรการและรปู แบบทเ่ี หมาะสมในการกำ� จดั โรคมาลาเรยี
ใชป้ ระโยชนจ์ ากระบบข้อมลู ขา่ วสาร เพ่อื การติดตามการ โดยเน้นการสนับสนุนการวิจัย การแลกเปล่ียนเรียนรู้ ให้
ใหบ้ รกิ ารและการบรหิ ารนโยบายไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ เกดิ รูปแบบส�ำหรับการก�ำจดั โรคตามบรบิ ทของพื้นท่ี

ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างกลการบริหารจัดการเชิง ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างความร่วมมือระหว่างภาคี
ยุทธศาสตร์อย่างย่ังยืน เป็นการสร้างการสนับสนุน เครือข่าย ระดับประเทศและระดับนานาชาติเพ่ือขับ
ทางนโยบาย (Political Commitment) ในการระดม เคล่ือนงานกำ� จดั โรคไข้มาลาเรีย โดยเนน้ การแลกเปลยี่ น
ทรพั ยากรสำ� หรบั การดำ� เนนิ งาน โดยกำ� หนดเชงิ โครงสรา้ ง ข้อมูลและการสร้างแผนงาน/โครงการ/แนวปฏิบัติ และ
ให้มีคณะกรรมการระดับชาติ สร้างกองทุนพิเศษเพ่ือ การติดตามผลการด�ำเนินงานร่วมกนั อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
ด�ำเนินงานร่วมกับโรคเอดส์และมาลาเรียภายหลังที่การ
สนบั สนนุ ของกองทนุ โลกหมดลง ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ส่งเสริมให้ประชาชนมีศักยภาพ
ในการดแู ลตนเองจากโรคไข้มาลาเรยี ผ่านการส่ือสารท่ีมี
ยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ความหลากหลายทงั้ เครอ่ื งมอื ชอ่ งทางและสาร เพอ่ื สรา้ ง
นวตั กรรมปอ้ งกนั ดแู ลรกั ษา และควบคมุ วณั โรค เพอ่ื เพม่ิ ความรู้และปรับพฤติกรรมและความสามารถในการดูแล
ประสิทธภิ าพการดำ� เนินงานทงั้ ในระดับชาตแิ ละในพน้ื ท่ี ตนเองและครอบครวั ใหป้ ลอดจากมาลาเรีย

คาดว่าการด�ำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพ่ือให้บรรลุตามแผนยุทธศาสตร์ กระทรวง
จะช่วยลดจ�ำนวนผู้ป่วยวัณโรคลงได้ โดยกลุ่มผู้ป่วย สาธารณสุขได้จัดแบ่งพื้นท่ีเป็นระดับตามการระบาดของ
แรงงานข้ามชาติ ผู้ป่วยวัณโรคด้ือยาและผู้ป่วยเด็กอายุ โรค การดื้อยาของเชื้อและกลุ่มประชากรในพ้ืนท่ี เพ่ือ
ต�ำ่ กวา่ 15 ปี จะได้รับการวนิ จิ ฉยั และการรกั ษาเพ่มิ ขึ้น ก�ำหนดมาตรการในการก�ำจัดโรคไข้มาลาเรียได้อย่าง
เหมาะสมตามบริบทของแตล่ ะพ้ืนท่ี
3) แผนยุทธศาสตร์การก�ำจัดโรคไข้มาลาเรีย
ประเทศไทย พ.ศ. 2560-2569(26) 4 ) แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ์ เ ต รี ย ม ค ว า ม พ ร ้ อ ม
ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ
ยุทธศาสตร์การก�ำจัดโรคไข้มาลาเรียนประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564(47)
เร่ิมด�ำเนินการตั้งแต่ ปี 2558 ตามค�ำสั่งส�ำนักนายก
รัฐมนตรี ท่ี 93/2558 หลังจากท่ีประเทศไทยได้ให้การ แผนยทุ ธศาสตรน์ ้ี กำ� หนดวสิ ยั ทศั นว์ า่ “ประเทศไทย
รับรองเป้าหมายการก�ำจัดโรคไข้มาลาเรีย ตามมติที่ สามารถปอ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ อบุ ตั ใิ หมอ่ ยา่ งเปน็ ระบบ
ประชมุ สมชั ชาองคก์ ารอนามยั โลกครงั้ ท่ี 66 ปี พ.ศ. 2556 มปี ระสทิ ธภิ าพ ทนั การณ์ เปน็ ทยี่ อมรบั ของนานาชาติ โดย
และแผนยุทธศาสตร์ฯ ได้รับความเห็นชอบจากคณะ การบริหารจัดการแบบบูรณาการการจัดการความรู้และ
รัฐมนตรี เมื่อวนั ท่ี 26 เมษายน 2559 การมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วน” และมีสาระส�ำคัญ
ประกอบด้วย ๖ ยทุ ธศาสตร์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
แผนยุทธศาสตร์ฉบับน้ี ก�ำหนดวิสัยทัศน์ให้
ประเทศไทยปลอดจากโรคมาลาเรยี ในปี 2567 ประกอบ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 การพฒั นาระบบเตรยี มความพรอ้ ม
ด้วย 4 ยทุ ธศาสตร์ ดงั น้ี ส�ำหรบั ภยั พิบตั ิฉกุ เฉนิ ด้านสาธารณสุข

ยุทธศาสตร์ที่ 1 เร่งรัดการก�ำจัดการแพร่เช้ือ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การพัฒนาระบบเฝา้ ระวงั ป้องกนั
มาลาเรียในประเทศไทย เพือ่ ไม่ใหม้ ผี ูป้ ่วยติดเช้อื ในพน้ื ที่ รักษาและควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ภายใต้แนวคิด
โดยเร่งรัดการด�ำเนินงานการเฝ้าระวังโรคท่ีมีมาตรฐาน สุขภาพหนงึ่ เดยี ว
ตอบโต้สถานการณไ์ ด้อยา่ งรวดเร็วมีประสทิ ธิภาพ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 การพฒั นาระบบการส่ือสารความ
เสี่ยงและประชาสัมพนั ธ์โรคตดิ ตอ่ อบุ ัตใิ หม่

372 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้าน 1. การปว่ ยจากเชื้อด้ือยาลดลง ร้อยละ 50
ความร่วมมอื ระหว่างประเทศ 2. การใชย้ าตา้ นจลุ ชพี สำ� หรบั มนษุ ยล์ ดลง รอ้ ยละ 20
3. การใชย้ าตา้ นจลุ ชพี สำ� หรบั สตั วล์ ดลง รอ้ ยละ 30
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมจาก 4. ประชาชนมคี วามรเู้ รอื่ งเชือ้ ด้ือยาและตระหนัก
ภาคประชาสงั คมและภาคเอกชน ในการป้องกนั ควบคมุ ในการใช้ยาตา้ นจุลชีพอย่างเหมาะสมเพม่ิ ข้ึน รอ้ ยละ 20
โรคตดิ ตอ่ อุบตั ิใหม่ 5. ประเทศไทยมรี ะบบจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ
ที่มีสมรรถนะตามเกณฑส์ ากล
ยุทธศาสตร์ท่ี 6 การส่งเสริมการจัดการความรู้ แผนนี้ประกอบดว้ ย 6 ยทุ ธศาสตร์ ดงั น้ี
การวิจยั และพฒั นา ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การเฝา้ ระวงั การดอื้ ยาตา้ นจลุ ชีพ
ภายใตแ้ นวคดิ สุขภาพหน่งึ เดยี ว
แต่ละยุทธศาสตร์ ได้ก�ำหนดเป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การควบคุมการกระจายยาต้าน
กลยุทธ์ มาตรการ และแนวทางการด�ำเนินงานไว้อย่าง จุลชพี ในภาพรวมของประเทศ
ชดั เจน และมคี วามสัมพันธ์เช่ือมโยงกันอย่างเปน็ ระบบ ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การป้องกันและควบคุมการติด
เชอื้ ในสถานพยาบาลและควบคมุ กำ� กบั ดแู ลการใชย้ าตา้ น
ในยุทธศาสตร์ท่ี 6 มีกลยุทธ์ส่งเสริมและสนับสนุน จลุ ชพี อยา่ งสมเหตผุ ล
การวิจัยและพัฒนา ซ่ึงรวมถึงการพัฒนาวัคซีนส�ำหรับ ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 การป้องกันและควบคมุ เชือ้ ดือ้ ยา
ป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ เพ่ือตอบสนองต่อการระบาด และควบคุมก�ำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะ
ในกรณฉี ุกเฉนิ ในระยะท่ผี ่านมา มกี ารพฒั นาและเตรียม สมในภาคการเกษตรและสตั ว์เลยี้ ง
การผลติ วัคซนี ไขห้ วัดใหญ่ โดยองค์การเภสชั กรรม และมี ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมความรู้ด้านเชื้อดื้อยา
การริเร่ิมการพฒั นาวัคซนี ซิก้า โดยร่วมมอื กับสถาบันวจิ ยั และความตระหนักด้านการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะ
ต่างประเทศดว้ ย สมแกป่ ระชาชน
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 6 การบริหารและพัฒนากลไกระดับ
5) แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้าน นโยบายเพอ่ื ขบั เคลอ่ื นงานดา้ นการดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี อยา่ ง
จุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564(50) ยงั่ ยนื

แผนยุทธศาสตร์น้ี ก�ำหนดวิสัยทัศน์ คือ การป่วย
การตาย และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดข้ึนจากเช้ือ
ดื้อยาลดลง และก�ำหนดเป้าประสงค์ท่ีต้องการบรรลุ
ภายในปี 2564 ไว้ 5 ประการ ไดแ้ ก่

13.3 การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคดา้ นสขุ ภาพ 13.3.1 กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาการคุ้มครอง
กระทรวงสาธารณสุขโดยส�ำนักงานคณะกรรมการ ผู้บรโิ ภคดา้ นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประจ�ำปี 2562-2566

อาหารและยา และสำ� นักงานสาธารณสขุ จังหวดั การพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์
ทั่วประเทศ ได้ร่วมกันด�ำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค สุขภาพ ในยุค Thailand 4.0 น้ัน จะม่ังเน้นการน�ำ
นวตั กรรมใหมๆ่ และระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ าพฒั นาระบบ
ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพ่ือให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัย ราชการเพอื่ พฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศและคณุ ภาพชวี ติ
สนบั สนนุ สง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนมคี วามรใู้ นการเลอื กบรโิ ภค ของประชาชนในการบริโภคผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพ
ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตลอดจน
การเฝ้าระวัง ตรวจสอบ คุณภาพและความปลอดภัยของ
ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพในทอ้ งตลาด เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั
แกผ่ บู้ รโิ ภค และสรา้ งความเชอ่ื มน่ั ในการบรโิ ภคผลติ ภณั ฑ์
สขุ ภาพใหแ้ ก่คนไทยทุกคน

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 373

เป้าหมาย: ผู้บริโภคปลอดภัย ผู้ประกอบการ พนั ธกิจ:
ก้าวไกล ระบบคมุ้ ครองสุขภาพไทยยั่งยนื 1) พัฒนาผู้บริโภคให้มีศักยภาพในการดูแลตนเอง
เพ่อื การบริโภคผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพทีป่ ลอดภัย ถูกต้องและ
วิสยั ทศั น:์ คุ้มครองผบู้ รโิ ภคและสง่ เสรมิ ผปู้ ระกอบ เหมาะสม
การดา้ นผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพ เพอ่ื ประชาชนสุขภาพดี 2) สง่ เสรมิ และพฒั นาการประกอบการใหม้ ศี กั ยภาพ
แข่งขนั ได้ในระดับสากล เพือ่ เพม่ิ มูลคา่ ทางเศรษฐกิจของ
พนั ธกิจ: ประเทศ
1) พัฒนาผู้บริโภคให้มีศักยภาพในการดูแลตนเอง 3) ควบคมุ กำ� กบั ดแู ลผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพใหม้ คี ณุ ภาพ
เพอ่ื การบรโิ ภคผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทปี่ ลอดภยั ถกู ตอ้ ง และ ปลอดภัย และมปี ระสทิ ธผิ ล
เหมาะสม 4) ส่งเสริมความมั่นคงด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพ่ือ
2) สง่ เสรมิ และพฒั นาการประกอบการใหม้ ศี กั ยภาพ ให้คนไทยสามารถเข้าถงึ ไดใ้ นยามปกติและภาวะฉุกเฉิน
แข่งขนั ไดใ้ นระดับสากล เพื่อเพ่มิ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ ของ 13.3.2 การคุ้มครองผู้บริโภคด้านความปลอดภัย
ประเทศ ของผลิตภัณฑส์ ุขภาพ
3) ควบคมุ กำ� กบั ดแู ลผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพใหม้ คี ณุ ภาพ การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคดา้ นของผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพเปน็
ปลอดภยั และมีประสิทธผิ ล หน้าที่ที่พึงด�ำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
4) ส่งเสริมความมั่นคงด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพ่ือ อีกท้ังเป็นสิทธิข้ึนพ้ืนฐานของพลเมืองท่ีต้องได้รับความ
ใหค้ นไทยสามารถเข้าถึงได้ในยามปกตแิ ละภาวะฉุกเฉิน คุ้มครองจากรัฐให้สามารถด�ำรงชีวิตอยู่ได้อย่างคุณภาพ
ยทุ ธศาสตร์การพฒั นา 5 S: การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคจงึ มคี วามจำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ เพอื่ พฒั นา
1) พัฒนาระบบและกลไกการควบคุม ก�ำกับดูแล คณุ ภาพชีวิตของประชาชน ซงึ่ ผลการด�ำเนินการดังนี้
ผลิตภัณฑส์ ุขภาพเชงิ รกุ และเปน็ มาตรฐานสากล (Smart 1) การจัดการผลิตภณั ฑส์ ุขภาพทม่ี คี วามเสี่ยง
Regulation) สถานการณ์ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในยุคท่ีมีการ
2) พฒั นาศกั ยภาพและองคค์ วามรใู้ หผ้ บู้ รโิ ภครเู้ ทา่ ทนั เปล่ียนแปลงอย่างมากของประเทศไทย ท้ังในด้าน
เก่ยี วกบั ผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ (Smart Consumer) เทคโนโลยี สังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบ
3) พัฒนางานบริการสู่ความเป็นเลิศและให้ผู้ ให้เกิดปัญหาปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายและ
ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขัน (Smart ความเสยี่ งทจ่ี ะเกดิ ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทไี่ มป่ ลอดภยั มากขนึ้
Service) ดงั นน้ั การจดั การกบั ผลติ ภณั ฑก์ ลมุ่ ทม่ี คี วามเสย่ี งตอ่ สภุ าพ
4) พัฒนาและยกระดับองค์กรให้มีสมรรถนะสูง ภายใตม้ าตรการตา่ งๆ ทง้ั ดา้ นการประเมนิ ความเสย่ี ง การ
(Smart Organization) จดั การความเสยี่ งและการสอื่ สารความเสยี่ งดา้ นผลติ ภณั ฑ์
5) พัฒนาสารสนเทศและองค์ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ สขุ ภาพ จงึ เปน็ หวั ใจหลกั ในการแกไ้ ขและปอ้ งกนั ปญั หาที่
สขุ ภาพท่ีทนั สมยั (Smart Information) อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตส�ำนักงานคณะกรรมการอาหาร
การพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์ และยา และภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ได้ด�ำเนินการจัดการ
สุขภาพ ในยุค Thailand 4.0 นั้น จะมั่งเน้นการน�ำ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงท่ีส�ำคัญได้แก่ ยา วัตถุเสพติด
นวตั กรรมใหมๆ่ และระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ าพฒั นาระบบ ท่ีใช้ในการแพทย์เคร่ืองมือแพทย์ อาหาร เคร่ืองส�ำอาง
ราชการเพอ่ื พฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศและคณุ ภาพชวี ติ และวตั ถอุ นั ตรายทใ่ี ชใ้ นบา้ นเรอื นพบวา่ ผลวเิ คราะหก์ ลมุ่
ของประชาชนในการบรโิ ภคผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ เสีย่ งเหล่านีผ้ ่านมาตรฐานกว่ารอ้ ยละ 90 ดังรายละเอียด
เปา้ หมาย: ผบู้ รโิ ภคปลอดภยั ผปู้ ระกอบการกา้ วไกล ตามตารางที่ 13.6
ระบบคุม้ ครองสขุ ภาพไทยย่งั ยืน
วสิ ยั ทัศน์: คุม้ ครองผู้บริโภคและสง่ เสรมิ ผู้ประกอบ
การดา้ นผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ เพื่อประชาชนสขุ ภาพดี

374 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ตารางท่ี 13.6 ผลวเิ คราะห์ผลติ ภัณฑส์ ุขภาพกลุ่มเสยี่ งปี 2560

ผลิตภัณฑ์ รายการ จ�ำนวน ผา่ นมาตรฐาน รอ้ ยละท่ีผา่ น
อาหาร (ตัวอย่าง) (ตวั อยา่ ง) มาตรฐาน
ยา ผลิตภณั ฑเ์ สริมอาหารไ
วตั ถุออกฤทธิ์ต่อจติ และประสาท ผลติ ภณั ฑจ์ ากแป้ง 5 5 100
เครื่องมอื แพทย์ Aspirin 23 21 91.30
เครือ่ งส�ำอาง Clonazepam 22 22 100
Diazepam 8 8 100
วัตถอุ นั ตรายทใี่ ช้ในบา้ นเรอื น กลุ่มเครื่องมือแพทย์ปราศจากเชือ้ 25 25 100
กระบอกฉีดยา 37 35 94.59
ถงุ มือส�ำหรับตรวจโรค 13 13 100
เครอ่ื งส�ำอางผสมสาร whitening 17 17 100
เครอ่ื งส�ำอางกลมุ่ color make up 95 95 100
ผลติ ภณั ฑ์ยอ้ มผม/เปลย่ี นสีผม 17 17 100
ผลติ ภณั ฑ์แชมพูสระผม 36 36 100
ผลิตภณั ฑ์ยาสฟี นั นำ้� ยาบ้วนปาก 50 47 94.00
ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่น แป้งโรยตวั 51 49 96.07
ผลติ ภณั ฑ์กำ� จัดลกู นำ้� ยงุ 25 24 96.00
30 30 100

ทม่ี า: กองแผนงานและวชิ าการ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ

2) ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพและ 1) การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทางห้องปฏิบัติการและ
สถานประกอบการดา้ นผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ ชดุ ทดสอบจำ� นวน 82,757 รายการ

(1) ความปลอดภยั ของผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ 2) การตรวจสอบโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ จ�ำนวน
การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์ 25,847 รายการ

สุขภาพเป็นหนึ่งในภารกิจท่ีส�ำคัญของการคุ้มครอง 3) การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทางกายภาพ ฉลาก
ผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในปี พ.ศ. 2560 มีการ และเอกสารท่ีเก่ียวข้อง จ�ำนวน 390,566 รายการ ซ่ึง
ตรวจสอบเพ่ือเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์ มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 78 ของการตรวจสอบท้ังหมด
สขุ ภาพท่ีสำ� คัญ คอื (ภาพท่ี 13.15 และ 13.16)

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 375

ภาพที่ 13.15 การตรวจสอบผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพปี พ.ศ. 2560 การตรวจสอบผลิตภณั ฑท าง
หองปฎิบัติการและชดุ ทดสอบ
17%
5% การตรวจสอบการโฆษณาผลติ ภณั ฑ
สุขภาพ
78%
การตรวจผลิตภัณฑทางกายภาพ
ฉลาก และเอกสารทีเ กีย วของ

ท่ีมา:กองแผนงานและวิชาการ สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

ภาพท่ี 13.16 ร้อยละของการผา่ นมาตรฐานการตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพปี 2556-2560

เครอื งมือแพทย ยา วตั ถเุ สพตดิ อาหาร เครือ งสาํ อาง วตั ถุอันตราย OTOP

94.54 97.24 97.06
97.54 98.61 90.12
98.8
92.55 98.55
95.57 92.54 94.28
80.22 91.31
79.34 93.37
89.53 90.80
85.1 80.01
86.43

2558 2559 2560
ที่มา: กองแผนงานและวิชาการ สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

(2) มาตรฐานสถานประกอบการผลติ ภัณฑ์สุขภาพ มาตรฐานตามเกณฑท์ ก่ี ฎหมายกำ� หนดจำ� นวน 6,017 แหง่
ในปี 2560 มีการตรวจสอบสถานที่ผลติ – น�ำเข้า – จากทงั้ หมด 6,146 แห่ง คิดเปน็ รอ้ ยละ 97.90 และจาก
และจ�ำหนา่ ยอาหาร สถานทผ่ี ลิตยาแผนปัจจบุ นั -ยาแผน ข้อมูลในปี 2558-2560 พบว่า ร้อยละของสถานประกอบ
โบราณ น�ำส่ังยา-ร้านขายยาแผนปัจจุบัน-ร้านขายยา การที่ผ่านการตรวจสอบและเข้ามาตรฐานมีแนวโน้มเพ่ิม
เฉพาะยาบรรจุเสร็จท่ีมิใช่ยาอันตราย-ร้านขายยาเฉพาะ ขนึ้ (ภาพท่ี 13.17) โดยเม่ือพิจารณาแลว้ จะเห็นวา่ เคร่อื ง
ยาบรรจุเสร็จส�ำหรับสัตว์และร้านขายยาแผนโบราณ มือแพทย์สามารถรักษามาตรฐานสถานประกอบการไว้ได้
สถานที่ผลติ – นำ� เข้า - และขายเครือ่ งมือแพทย์ สถาน มากทส่ี ดุ สำ� หรบั ยา และเครอ่ื งสำ� อาง ไดพ้ ฒั นามาตรฐาน
ที่ผลิต – น�ำสัง่ - และจ�ำหน่ายเครอื่ งสำ� อาง สถานทีผ่ ลิต ใหส้ งู ขน้ึ จนสามารถผา่ นมาตรฐานทงั้ หมดทเ่ี ขา้ ตรวจสอบ
– น�ำสง่ั - และครอบครองวตั ถุอนั ตรายเพ่อื ใชร้ บั จา้ งและ แต่สำ� หรบั วตั ถอุ นั ตรายมีการผา่ นมาตรฐานทลี่ ดลง
สถานประกอบการวตั ถเุ สพตดิ มีสถานประกอบการผา่ น

376 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ภาพที่ 13.17 ร้อยละของการสถานประกอบการทผ่ี ่านการตรวจสอบมาตรฐานปี 2558-2560

เครอื งมือแพทย ยา วัตถุเสพตดิ อาหาร เครอื งสําอาง วตั ถอุ ันตราย

100.00 99.84 100.00
99.57 95.92 100.00
97.72 99.11
97.84 100.00
95.85

98.67

92.94 92.11 94.11
93.77 91.56

92.50

2558 2559 2560

ทีม่ า: กองแผนงานและวชิ าการ สำ� นักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

สำ� หรบั การพฒั นาสถานประกอบการใหไ้ ดม้ าตรฐาน เชิงส่งเสริม โดยมีการตรวจสอบและตรวจจับโฆษณาท่ี
สากล โดยเครอ่ื งมอื แพทยต์ อ้ งไดม้ าตรฐาน ISO13485 ยา ผิดกฎหมาย มีการบูรณาการกับหน่วยงานให้บริการทาง
แผนโบราณ ต้องได้มาตรฐาน GMP PICS เคร่อื งส�ำอาง อินเตอร์เน็ต มีเครือข่ายเฝ้าระวัง รวมถึงประชาสัมพันธ์
ต้องได้มาตรฐาน ASEAN GMP และวตั ถอุ ันตรายต้องได้ และส่ือสารความเส่ียง จนถึงการยกเลิกเลขสารบบใน
มาตรฐาน GMP สมคั รใจ โดยจะเหน็ วา่ สถานประกอบการ กรณีท่ีพบโฆษณาหลอกลวง ส�ำนักงานคณะกรรมการ
ผลิตภณั ฑ์เครอ่ื งสำ� อางได้มาตรฐานสากลทส่ี ดุ อาหารและยา และภาคส่วนที่เก่ียวข้องได้ด�ำเนินการเฝ้า
ระวังและจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดย
3) การจดั การปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ ในปี 2560 มีการเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใน
การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายนับวัน ส่อื ต่างๆ รวม 25,144 รายการ (ภาพท่ี 13.18) พบการ
มีความซับซ้อน มีการเผยแพร่ในวงกว้างข้ึน โดยเฉพาะ ฝา่ ฝนื กฎหมายการโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ รอ้ ยละ 6.11
ทางอินเตอร์เน็ตท�ำให้ประชาชนหลงเชื่อและรับผลกระ (1,536 รายการ) คิดเป็นร้อยละ 6.11 ด�ำเนินการระงับ
ทบทเี่ ปน็ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพและสญู เสยี เงนิ ในการจดั การ โฆษณาและด�ำเนินคดีทุกราย จ�ำนวน 457 เร่อื ง
ปญั หาตอ้ งดำ� เนนิ การทงั้ การจัดการในเชิงรุก เชิงรบั และ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 377

ภาพที่ 13.18 การเฝ้าระวังโฆษณาผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพในสื่อตา่ ง ๆ พ.ศ. 2560

587

5527 3472

1965 รวมการตรวจสอบ
ท้ังส้นิ 25,114 รายการ

317

13276

นิตยสาร อนิ เตอรเ นต็ โทรทศั นดาวเทยี ม เคเบลิ ทีวี นสพ. วิทยุ แผน พบั ใบปลวิ

ท่ีมา: ศูนย์จดั การเรือ่ งรอ้ งเรยี นและปราบปรามการกระท�ำผิดกฎหมายเกีย่ วกบั ผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ (ศรป.)
ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

เมื่อพบการฝ่าฝืนกฎหมายการโฆษณาผลิตภัณฑ์ - ส่งเรื่องให้กรมสรรพากร ด�ำเนินมาตรการ
สขุ ภาพ ได้ดำ� เนนิ การตามมาตรการหลักๆดงั น้ี ทางภาษี

(1) มาตรการทางอาญา 4) การปราบปรามการกระท�ำผิดกฎหมาย
- ระงับการโฆษณาเจา้ ของสอื่ ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ
- ระงบั การโฆษณาเจา้ ของผลติ ภัณฑ์
- ระงับการโฆษณาผ้ดู ำ� เนินรายการ จากการสืบสวน ประมวลหลักฐาน เพื่อด�ำเนิน
- ดำ� เนนิ การเปรียบเทียบปรบั ตามกฎหมาย การทางกฎหมายเก่ียวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงการ
ด�ำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการยึดอายัดใน
(2) มาตรการทางปกครอง การกระท�ำผดิ เก่ียวกบั การลกั ลอบนำ� เข้า
- เพิกถอนผลิตภัณฑ์สุขภาพ ท่ีมีลักษณะการ
การจำ� หนา่ ยและการโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทผี่ ดิ
โฆษณาดงั นี้ ผลติ ภณั ฑ์ทีไ่ ม่ปลอดภยั กฎหมาย ในปี 2560 ไดข้ องกลางจ�ำนวน 703 รายการ
- ผดิ ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน เกดิ ผลกระทบ มูลค่ารวม 11.649 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งในน้ันมีการจับกุม
ด�ำเนินคดีที่มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทหลาย
ตอ่ สงั คมในวงกว้าง ท�ำให้เสียโอกาสทางการรักษา มีการ รายการ ส�ำหรับการด�ำเนินการในระยะต่อไปนั้นจะ
โฆษณารกั ษาโรครา้ ยแรง โออ้ วด หลอกลวง ไม่เปน็ ธรรม เน้นมาตรการเชิงรุกเพ่ิมข้ึน เช่น จัดการปัญหาโฆษณา
กับผบู้ รโิ ภค หรือพบเปน็ การกระทำ� ผิดที่ซ้ำ� ซาก ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทฝ่ี า่ ฝนื กฎหมายในสอื่ อนิ เตอรเ์ นต็ การ
ประสานให้ผู้บริการอินเทอร์เน็ตในการระงับหรือปิดก้ัน
(3) มาตรการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายกับ โฆษณาท่ีไม่ถูกต้อง การรายงานการกระท�ำผิดกฎหมาย
หน่วยงานอน่ื ผา่ นสอื่ สงั คมออนไลน์ จะการบรู ณาการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย
ให้เข้มข้นขึ้น โดยเพิ่มมาตรการจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น
- แจง้ การระงบั โฆษณา (เจา้ ของสอ่ื วทิ ยุ โทรทศั น์ มาตรการ คดพี เิ ศษ มาตรการภาษี จะพฒั นาระบบบรกิ าร
ให้สำ� นกั งาน กสทช.ทราบ

- ส่งเร่ืองให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ด�ำเนินการ
ทางคดพี ิเศษ

378 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

เรอื่ งรอ้ งเรยี นสายดว่ น อย. 1556 (Call Center) ใหเ้ ชอื่ ม 20,719 ล้านบาท และมขี องกลางกญั ชาและพืชกระทอ่ ม
โยงข้อมูลการจัดการระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อีก 6,853 กโิ ลกรัม มลู ค่า 54 ลา้ นบาท ยาเสพติดที่พบ
และพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ทั้งในด้านการทักษะการ มากท่ีสุดคือ เมทแอมเฟตามีน แอมเฟตามีน ปริมาณ
สื่อสารและทักษะความรู้ด้านการบังคับใช้กฎหมายท่ี 9,071.81 กิโลกรัม เพ่ิมข้ึนร้อยละ 48.60 เมื่อเทียบกับ
เกี่ยวขอ้ ง ปี 2559 และยังพบว่ายาเสพติดกลุ่มเฮโรอีนและเอ๊กซ์
ตาซี่ มีแนวโน้มลดลง กว่า 40 ปี ที่กระทรวงสาธารณสุข
5) การเผาทำ� ลายยาเสพตดิ ใหโ้ ทษของกลาง โดยสำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา ไดด้ ำ� เนนิ การ
อีกภารกิจท่ีส�ำคัญประการหน่ึงของการคุ้มครอง เก็บรักษาและท�ำลายยาเสพติดใหโ้ ทษของกลาง รวมกว่า
ผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ คือ การเก็บรักษาและ 122,453.68 กโิ ลกรมั มูลค่าประมาณ 183,645 ล้านบาท
ท�ำลายยาเสพติดให้โทษของกลางที่คดีส้ินสุดแล้ว โดย โดยเป็นยาเสพติดกลุ่มเมทแอมเฟตามีน แอมเฟตามีน
จะด�ำเนินการเผาท�ำลายในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปริมาณ 68,707.59 กโิ ลกรมั คิดเปน็ ร้อยละ 56.11 ของ
วนั ท่ี 26 มถิ นุ ายน ของทกุ ปี ณ ศนู ยบ์ รหิ ารสาธารณปู โภค ยาเสพติดที่เผาท�ำลายท้ังหมด โดยเป้าหมายสูงสุดคือ
และสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรม บางปะอิน จังหวัด ท�ำให้กระบวนการท�ำลายยาเสพติดให้โทษของกลางครบ
พระนครศรีอยุธยา ด้วยการเผาท�ำลายในเตาเผาความ ถ้วน ถูกต้องตามข้ันตอนทางกฎหมาย มีการด�ำเนินการ
ร้อนสงู ระบบ Pyrolytic incineration ซึง่ เปน็ กระบวน ทร่ี ดั กมุ รวมถงึ ควบคมุ ก�ำกบั ดแู ล ไมใ่ หร้ ่ัวไหลออกมา
เผาท�ำลายท่ีไม่ท�ำลายสิ่งแวดล้อม ปี 2560 มีการเผา ท�ำรา้ ยประชาชนได้
ท�ำลายยาเสพติดให้โทษของกลางทีค่ ดสี ิ้นสุดแล้ว จำ� นวน
9,321 กิโลกรมั (ภาพที่ 13.19) จาก 6,546 คดี รวมมลู คา่

ภาพที่ 13.19 น�้ำหนักยาเสพติดของกลางรวม (กิโลกรมั ) จำ� แนกรายปี พ.ศ. 2541-2560

14000

12000 11,858.69

10000 9,321.83

8000 8,002.56 7,340.76

6000 6,599.96 6,162.96
4000 3,510.19
4,377.62 5,261.28 5,136.88
3,141.35 3,247.26 3,363.47
2,650.46

2000 1,557.40 1,122.91 2,460.27 2,755.07
0 403.78
1,030.19

41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60

ที่มา:กองควบคมุ วตั ถุเสพติด ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 379

6) รายงานสถานการณ์อาการไม่พึงประสงค์จาก คุณภาพของการรายงานท่ีคะแนน 0.75 จากคะแนน
การใช้ผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพ เต็ม 1 จากข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้าน
ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหาร
ระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยา เป็น และยา กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรายงานอาการไม่
ระบบสากลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ภายใต้ พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากสมาชิก
โครงการ WHO Programme for International Drug เครือข่ายท่ัวประเทศ ท้ังส่วนของสถานพยาบาลของรัฐ
Monitoring ซ่งึ มีสมาชกิ กว่า 120 ประเทศ และสมาชิก ร้านยา ผู้ประกอบการเครอื่ งมอื แพทย์ และไดม้ ีการตรวจ
สมทบอีกประมาณ 20 ประเทศ เข้าร่วมโครงการดัง จับและประเมินสัญญาณความเสี่ยง(signal detection
กล่าว โดยร่วมกันจัดท�ำระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย and assessment) เพื่อประเมินเชิงเหตุผลระหว่างยา
ด้านยาในระดับสากลข้ึน โดยมี Uppsala Monitoring ที่สงสัยกับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ท่ีพบจากการจัดการ
Center (UMC) ซ่งึ ตั้งอยู่ในประเทศสวีเดน เป็นผ้บู ริหาร ความเสี่ยงด้านยา และประสานความร่วมมือ โดยต้ังแต่
จดั การฐานขอ้ มลู อาการอนั ไมพ่ งึ ประสงคร์ ะดบั นานาชาติ ปี พ.ศ. 2527 ถงึ 2560 มรี ายงานเหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงค์
(WHO International Database: WHO VigiBase) จากการใชผ้ ลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ ทม่ี ขี อ้ มลู ครบถว้ นสามารถนำ�
โดยประเทศไทยเป็นสมาชิกล�ำดับท่ี 26 ของโครงการ มาวเิ คราะหไ์ ด้ จำ� นวน 748,588 รายงาน โดยในปี 2560 มี
เมื่อปี พ.ศ. 2527 เพ่ือด�ำเนินการติดตามอาการไม่พึง จำ� นวนรายงานท้งั ส้นิ 45,954 รายงาน สว่ นใหญ่เป็นการ
ประสงค์จากการใชย้ า (adverse drug reaction: ADR) รายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ยา
ของประเทศไทย โดยได้มีการจัดท�ำรายงานต่อ WHO (ภาพที่ 13.20)
อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ

ภาพท่ี 13.20 จ�ำนวนรายงานอาการไม่พงึ ประสงคจ์ ากการใช้ยา พ.ศ. 2527-2560

ที่มา:กองแผนงานและวชิ าการ สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ

380 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

13.3.3 การสง่ เสรมิ สขุ ภาพดา้ นผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ Facebook,Twitter Line, Youtube ผ่านเว็บไซต์
เพื่อลดปจั จัยเส่ียงต่อสุขภาพ ORYOR.COM, FDA.MOPH.GO.TH และผ่าน Oryor
smart Application ซงึ่ เป็นหนึ่งในกลไกในการให้ความรู้
1) ความรู้และพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์ และสง่ เสรมิ พฤตกิ รรมการบรโิ ภคผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพอยา่ ง
สุขภาพ ถกู ต้อง เหมาะสม โดยในช่วงปี 2558-2560 ที่ผ่านมา ผล
การสำ� รวจความรแู้ ละพฤตกิ รรมการบรโิ ภคในผบู้ รโิ ภควง
เป้าหมายส�ำคัญของการลดปัจจัยเสี่ยงจาการใช้ กวา้ ง(จ�ำนวนประมาณ 3,000 คน) พบวา่ แนวโนม้ ความ
ผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ คอื การใหป้ ระชาชนมีสุขภาพดี รู้และพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้อง
เหมาะสม เพิม่ ข้ึนตามล�ำดบั (ภาพที่ 13.21)
ลดภาวะเสี่ยงการเกิดโรค โดยการรณรงค์และ
เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชน ให้ประชาชนมีความ
รู้ และมีพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้อง ผ่านสื่อมวลชน
โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ภาพท่ี 13.21 รอ้ ยละของประชาชนทม่ี คี วามรแู้ ละพฤตกิ รรมการบรโิ ภคผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทถี่ กู ตอ้ ง พ.ศ. 2558-2560

ความรู พฤตกิ รรมทถี ูกตอ ง

90.2
81.6

90.2
82.8

90.3
82.5

ป 2558 ป 2559 ป 2560

ทมี่ า:กองพัฒนาศักยภาพผู้บรโิ ภค ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ

2) การลดปัจจัยเส่ียงจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ อยดู่ ้านหนา้ บรรจภุ ัณฑ์ และร่วมกบั หนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง
อาหารท่ีไม่เหมาะสม พฒั นาสญั ลกั ษณโ์ ภชนาการทางเลอื กสขุ ภาพ (Healthier
Choice Logo) โดยมีผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร จ�ำนวน
ปัจจุบันสถานการณ์ภาวะโภชนาการเกินและการ 441 ผลติ ภัณฑ์ ไดร้ บั ตราสญั ลักษณด์ งั กลา่ ว
เกดิ โรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั (non-communicable diseases:
NCDs) มีแนวโน้มเพิ่มสูงข้ึน ส่วนหน่ึงมาจากการบริโภค 3) การลดปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ยา
ผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ ดังนั้นการ (rational drug use – antimicrobial resistance:
พัฒนาปรับปรุงรูปแบบการแสดงฉลากอาหารให้เป็น RDU-AMR)
เครอ่ื งมอื อยา่ งงา่ ยในการเลอื กซอ้ื เลอื กบริโภคผลติ ภณั ฑ์
อาหารให้เหมาะสมกับสุขภาวะ หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ ประชากรทวั่ โลกทเี่ สยี ชวี ติ จากการตดิ เชอ้ื ดอื้ ยา ปลี ะ
มีคุณค่าทางโภชนาการท่ีดีกว่า โดยได้ก�ำหนดให้ผู้ผลิต ประมาณ 700,000 คน หากไมม่ กี ารกำ� หนดมาตรการเพอื่
ผลติ ภณั ฑอ์ าหาร 13 กลมุ่ ผลติ ภณั ฑ์ รวม 5,503 ผลติ ภณั ฑ์ แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 10
ตอ้ งแสดงฉลากหวาน มนั เคม็ หรอื ฉลาก GDA (guideline ลา้ นคนตอ่ ปี ในปี พ.ศ. 2593 เกดิ ผลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ
daily amount) ซงึ่ จะแสดงคา่ พลงั งาน นำ้� ตาล ไขมนั และ ถงึ 3,500 ลา้ นลา้ นบาท สำ� หรบั ประเทศไทยคาดการณว์ า่ มี
โซเดียม ในหนึ่งหน่วยบรรจุภณั ฑ์ เช่น ซอง ถงุ กล่องของ ผตู้ ดิ เชอื้ ดอื้ ยาประมาณ 80,000 คน เสยี ชวี ติ จากเชอื้ ดอ้ื ยา
ผลิตภัณฑอ์ าหารนั้น โดยฉลากหวาน มนั เคม็ จะแสดง ประมาณ 38,000 คน และมมี ลู คา่ ยาท่ีใชร้ กั ษาประมาณ
2,500-6,000 ลา้ นบาท

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 381

กระทรวงสาธารณสุขได้มีการบูรณาการการจัดการ มีการเย่ียมบ้านประมาณ 20,000 ครัวเรือน มีการปรับ
ปญั หา AMR ดงั นี้ พฤติกรรมการใช้ยาและควบคุมแหล่งกระจายยา 700
ต�ำบล
(1) การด�ำเนินการของภาคส่วนโรงพยาบาล ได้มีน
โยบายส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุในโรงพยาบาลทุก ผลจากการประเมินระบบการจัดการเช้ือด้ือยาของ
แหง่ จำ� นวน 10,608 โรงพยาบาล (โรงพยาบาล 842 แหง่ ประเทศไทยภายใตก้ รอบการประเมนิ รว่ มตามกฎอนามยั
รพ.สต.9,766 แหง่ ) จากข้อมลู ปี 2560 พบวา่ มีการใช้ยา ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548 (International Health
ปฏชิ วี นะในโรคตดิ เชอ้ื ทางเดนิ อาหารสว่ นบน และอจุ จาระ Regulation 2005) ของ WHO ซึ่งก�ำหนดให้ประเทศ
รว่ งเฉยี บพลนั ลดลงเหลือประมาณร้อยละ 17.69 เท่านั้น สมาชิกพัฒนาศักยภาพของประเทศในการตรวจจับ
สอบสวน ประเมิน และรายงานข้อมูลสถานการณ์โรค
(2) การดำ� เนินงานของภาคส่วนเอกชน ร้านยา ไดม้ ี ภัยสุขภาพ และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จากการ
ร้านยาท่ีสมัครใจเข้าร่วมโครงการจ�ำนวน 2,231 แห่งท่ัว ประเมินของผู้เช่ียวชาญของ WHO เมื่อปี 2560 ใน 4
ประเทศ ในการให้ความรู้และดูแล สง่ เสรมิ ใหผ้ ปู้ ว่ ยท่ีมา ประเด็นหลัก คะแนนเต็มประเด็นละ 5 คะแนน ผลการ
ร้านยาใชย้ าอย่างสมเหตุ ประเมินของประเทศไทยได้ดังตารางที่ 13.7

(3) การด�ำเนินงานของภาคส่วนของชุมชน โดยมุ่ง
เน้นแก้ไขปญั หาการใช้ยา Steroid และ Antibiotic โดย

ตารางที่ 13.7 ผลจากการประเมินระบบการจัดการเช้อื ดอื้ ยาของประเทศไทย คา่ คะแนน (คะแนนเต็ม 5)
4 คะแนน
ล�ำดบั ประเดน็ การประเมนิ 3 คะแนน
1 การเฝา้ ระวงั และตรวจจบั เชอื้ ดอ้ื ยาทางหอ้ งปฏิบัติการจลุ ชวี วทิ ยา 3 คะแนน
2 การเฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื ทีเ่ กดิ จากเชื้อด้อื ยา 2 คะแนน
3 การป้องกันและควบคุมการตดิ เช้อื ในสถานพยาบาล
4 การควบคุม ก�ำกับดแู ลการใชย้ าตา้ นจุลชพี

ท้ังน้ีประเด็นเร่งด่วนท่ีประเทศไทยต้องพัฒนาการ 2) พฒั นาและสรา้ งความเขม้ แขง็ ของระบบเฝา้ ระวงั
แกไ้ ขปญั หาเชอื้ ดอ้ื ยา คือ แบบบรู ณาการ ในการแลกเปลยี่ นและแบ่งปันขอ้ มูลการ
ดื้อยาตา้ นจุลชีพในคนและสัตว์
1) จดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารระดบั ประเทศอยา่ งละเอยี ด
ในการก�ำกับ ดูแล ควบคุม การใช้ยาต้านจุลชีพอย่าง 3) พัฒนาระบบการเฝ้าระวังและตอบโต้ระดับ
เหมาะสม ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว ที่ครอบคลุม ประเทศ โดยติดตามและรายงานผลการติดเชื้อด้ือยาใน
การใช้ในคน ในปศุสัตว์ ในการประมงและสัตว์น้�ำ ใน โรงพยาบาล และการตดิ ชือ้ จากชุมชนทบี่ ่งชกี้ ารติดเช้ือที่
สัตว์เลย้ี ง การเพาะปลกู และส่ิงแวดล้อม เกดิ จากเช้ือด้อื ยา

382 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

13.3.4 การพัฒนาผู้ประกอบการและส่งเสริม ความสะดวกและรวดเรว็ แกผ่ รู้ บั บรกิ ารเพอ่ื รองรบั ใหก้ าร
นวัตกรรมดา้ นผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลให้สัมฤทธ์ิผลได้อย่าง
แทจ้ ริง
1) ความม่งุ มนั่ ในการพจิ ารณาอนญุ าต
กระทรวงสาธารณสุขได้ขับเคล่ือนนโยบายของ (3) ทบทวนทะเบยี นตำ� รับยา
รัฐบาลท่ีให้ความส�ำคัญกับกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งมี เนื่องจากทะเบียนต�ำรับยามีอายุใช้ได้ตลอดไป
มลู คา่ การผลติ และการสง่ ออกสงู มากตอ่ ปี โดยไดป้ รบั ปรงุ ส่งผลให้มียาจ�ำนวนหน่ึงที่อาจมีสมดุลของประโยชน์กับ
กระบวนการออกใบอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพให้รวดเร็ว ความเสย่ี งแตกตา่ งจากเดมิ เพอื่ เปน็ การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค
ยิ่งข้ึน เพ่ือสนับสนุนการผลิตในประเทศให้มีความคล่อง จึงจำ� เปน็ ตอ้ งมีการทบทวนทะเบยี น
ตวั มากขนึ้ เชน่ การปรบั ลดระยะเวลาการผลติ ในประเทศ ต�ำรับยาทั้งระบบ โดยมีการจัดล�ำดับความส�ำคัญ
ให้มีความคล่องตัวมากข้ึน เช่น การปรับลดระยะเวลา ตามระดับความเสี่ยงของยา และให้เป็นไปตามวิธีการ
การพิจารณาอนุญาต ปรับปรุงกฎระเบียบ มอบอ�ำนาจ ข้ึนทะเบียนตามแต่ประเภทของยาที่แยกกันระหว่าง
ให้ส่วนภูมิภาคด�ำเนินการการใช้อ�ำนาจตามมาตรา 44 ยาชีววัตถุและยาเคมี ส�ำหรับระบบการขึ้นทะเบียน
และน�ำระบบ e-submission มาเพิ่มประสิทธิภาพ ต�ำรับยาในอนาคต จ�ำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบการ
การออกใบอนญุ าต ข้ึนทะเบียน และทบทวนทะเบียนต�ำรับยาให้เช่ือมโยง
(1) ปรบั ปรุงแก้ไขระเบียบกฎหมาย ปี 2560 เป็นระบบเดียว ด้วยระบบการจัดการความเส่ียง เพ่ือ
ไดป้ รบั ปรงุ แกไ้ ขและพฒั นากฎระเบยี บสำ� คญั เพอื่ ลด ให้การประเมินประโยชน์กับความเส่ียงของยาได้อย่างต่อ
อุปสรรคของไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมการประกอบ เน่ือง ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ยา โดยด�ำเนินการ
การด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ จ�ำนวน 31 ฉบับ จ�ำแนก ทบทวนทะเบียนตำ� รบั ยาและได้พัฒนาระบบต้นแบบการ
เป็นด้านอาหารจ�ำนวน 6 ฉบับ ด้านยาและวัตถุเสพติด ขึ้นทะเบียนต�ำรับยาระหว่างการวิจัยท่ีเน้นการพัฒนาใน
จำ� นวน 6 ฉบับ ดา้ นเครือ่ งมอื แพทย์ จำ� นวน 2 ฉบับ ด้าน 3 องคป์ ระกอบ คอื ระบบการจดั ประเภทผลติ ภณั ฑ์ ระบบ
เคร่ืองส�ำอาง จ�ำนวน 3 ฉบับ ด้านการน�ำเข้าผลิตภัณฑ์ การข้ึนทะเบียนต�ำรับยาและการพิจารณายาระหว่างการ
สุขภาพ จ�ำนวน 1 ฉบบั และกฎระเบียบเกีย่ วกบั การรับ วิจัยแบบข้ันบันได และระบบให้ค�ำแนะน�ำรองรับการ
และจ่ายเงนิ จ�ำนวน 13 ฉบบั วิจยั ยา
(2) พฒั นาระบบบริการ e–Submission 2) ความมุ่งม่ันในการสง่ เสริมผู้ประกอบการ
รั ฐ บ า ล ไ ท ย ก� ำ ห น ด น โ ย บ า ย ใ น ก า ร ผ ลั ก ดั น (1) สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมการผลิตยาและ
ประเทศไทยให้พัฒนาไปสู่ระบบสังคมและเศรษฐกิจ เครือ่ งมอื แพทยภ์ ายในประเทศ
ดิจิทัลเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ Thailand ท�ำการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยา PIC/S
4.0 เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Society and หลังจากที่ประเทศไทย ได้รับการรับรองให้ ส�ำนักงาน
Economy) ซ่ึงเป้าหมายในการให้บริการระบบทาง คณะกรรมการอาหารและยา เป็นหน่วยตรวจประเมิน
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรอื e-submission ใหม้ ากขนึ้ ซงึ่ เปน็ การ GMP จากประเทศสมาชิก PIC/S (Pharmaceutical
ปรับกระบวนการท�ำงานและลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบ Inspection Co-operation Scheme Good
การในการเดนิ ทางมาตดิ ตอ่ ราชการรวมทง้ั เพม่ิ Manufacturing Practice) ในล�ำดับท่ี 49 เมื่อวันที่
ความรวดเรว็ และความถกู ตอ้ งในการพจิ ารณาคำ� ขอ 1 สิงหาคม 2559
ลดอุปสรรคทางเศรษฐกจิ และการคา้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตยาในประเทศไทยได้การยก
บางระบบบริการให้รับการพัฒนาให้เป็นระบบท่ีไม่ต้อง ระดบั จาก GMP เปน็ PIC/S GMP และไดร้ ับการรบั รอง
มีเจ้าหน้าที่พิจารณาค�ำขอ (Human-free e-Services มาตรฐาน PIC/S GMP แลว้ 173 แหง่ เปน็ ยาแผนปจั จบุ นั
หรอื Automated Services) ซงึ่ เปน็ นวตั กรรมทจี่ ะอำ� นวย 150 แห่ง จาก 173 แหง่ (รอ้ ยละ 86.7) และแผนโบราณ

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 383

23 แหง่ จาก 54 แหง่ (รอ้ ยละ 42.6) PIC/S GMP นอกจาก มูลคา่ 409,313 ลา้ นบาท โดยมูลการนำ� เข้ามสี ดั สว่ นสูง
จะเปน็ เครือ่ งประกันว่า ยาท่ผี ลิตมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ กว่าการผลิต 2:1 และร้อยละ 37.0 ของรายการยาใน
และความปลอดภัยในทุกรุ่นที่ผลิตและทัดเทียมยาต่าง บญั ชหี ลกั แหง่ ชาติ ยงั ไมส่ ามารถผลติ ไดใ้ นประเทศ ขณะท่ี
ประเทศแล้ว ผู้ประกอบการไทยยังสามารถเปิดตลาด ศกั ยภาพอตุ สาหกรรมการผลติ ยาแผนปจั จบุ นั อยใู่ นระดบั
ในต่างประเทศได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะประเทศสมาชิก ต่�ำสุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมสุขภาพอ่ืน ประเทศไทย
PIS/C ซ่ึงเป็นประเทศท่ีมีมาตรฐานสูงด้านสุขอนามัย จึงต้องเร่งบูรณาการมาตรการเพื่อการเข้าถึงยา ควบคุม
เช่น ออสเตรเลยี ออสเตรยี เบลเยยี ม คานาดา เดนมารค์ ค่าใช้จ่ายและสร้างเศรษฐกิจ โดยกระทรวงสาธารณสุข
ฟินแลนด์ เยอรมัน กรีซ ฮังการี รวมถึงประเทศสมาชิก กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการ
อาเซยี น ทจ่ี ะขยายตลาดจากผ้บู รโิ ภคกว่า 600 ลา้ นคน ต่างประเทศ ส�ำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและ
ในตลาดอาเซยี น ผู้ผลติ ยาภาคเอกชน ร่วมกันจดั ทำ� แผนการพัฒนายาตาม
บัญชียามุ่งเป้า ซึ่งเป็นยาราคาแพงท่ีมีการใช้มาก ยาท่ีมี
(2) สนบั สนุนการผลิตยาไบโอฟาร์มา ศกั ยภาพสง่ ออกสรา้ งรายได้ และยาสมนุ ไพรทว่ี จิ ยั พฒั นา
นบั เปน็ กา้ วทส่ี ำ� คญั ของไทย ในการพฒั นาเทคโนโลยี ในประเทศ โดยมมี าตรการเรง่ ดว่ น ไดแ้ ก่ การจดั ทำ� ขอ้ มลู
ทางการแพทย์ท่ีสามารถผลิตยาไบโอฟาร์หรือยาชีววัตถุ สถานะสิทธิบตั รยา
มาใช้เองในประเทศ ท�ำให้ผู้ป่วยท่ีเป็นโรคเร้ือรังสามารถ
เข้าถึงยาได้มากข้ึน โดยไม่ต้องจ่ายค่ายาในราคาแพง การก�ำหนดช่องทางเร่งด่วนข้ึนทะเบียนต�ำรับยา
ยาไบโอฟาร์มา คือ สารที่เลียนแบบโปรตีนที่มีหน้าท่ี และการส่งเสริมการผลิตและวิจัยพัฒนายาในประเทศ
ควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกาย จึงเป็นท่ีต้องการของ รวมถึงการจัดท�ำรายการยาตามบัญชียามุ่งเป้า จ�ำนวน
ตลาดยาท่ีรักษาโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง โรคภูมิแพ้ 144 รายการ
ตัวเอง เบาหวาน โรคไต เป็นต้น ซึ่งมีมูลค่าตลาดโลก
สูงถึง 8 ล้านล้านบาทต่อปี และยังมีอัตราการเติบโตสูง (4) ผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพนวตั กรรม
กวา่ รอ้ ยละ 10 โดยในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทย จากการท่ีรัฐบาลมีนโยบายให้ความส�ำคัญต่อ
ใชย้ าดังกลา่ วมากกว่า 1.6 หม่นื ลา้ นบาท น�ำเขา้ จากตา่ ง การวิจัย การพัฒนาต่อยอดผลการวิจัย และการสร้าง
ประเทศท้ังหมดและมีราคาสูง ท�ำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาน้ีได้ นวัตกรรมภายในประเทศ เพื่อน�ำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์
เพียงร้อยละ 2 หรอื ประมาณ 1 แสนรายจาก 5 ล้านราย และบริการท่ีทันสมัย สํานักงานคณะกรรมการอาหาร
ปจั จบุ นั มีบรษิ ทั สยามไบโอไซแอน์ ไดร้ บั การขึ้นทะเบียน และยาไดส้ นองนโยบายรฐั บาลโดยผลกั ดนั สง่ เสรมิ ผลงาน
ต�ำรับยาไบโอฟาร์มา ซ่ึงสามารถผลิตยาได้เองและวาง นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ผู้วิจัยและผู้ปะกอบ
จ�ำหนา่ ยในตลาดแลว้ การสร้างนวัตกรรมด้วยการให้ความรู้และค�ำปรึกษาแก่
2 รายการ คือ ยาบำ� บดั ภาวะเลอื ดจากในผูป้ ว่ ยโรค ผู้วิจัย รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
ไตและยาล�ำบัดภาวะเส่ียงการติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็ง ส่ง เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ที่มี
ผลใหย้ านำ� เขา้ ใน 2 รายการนม้ี รี าคาลดลงกวา่ รอ้ ยละ 50 คุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัย เช่น ส�ำนักงาน
สามารถประหยดั งบประมาณไดก้ วา่ 3,000 ลา้ นบาท รวม พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ทง้ั ยังชว่ ยเพมิ่ จ�ำนวนผู้ปว่ ยที่เข้าถงึ ยาไดก้ วา่ เทา่ ตัว สำ� นกั งานคณะกรรมการนโยบายวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(3) ผลิต/น�ำเข้าทดแทนยาต้นแบบเพื่อความม่ันคง และนวตั กรรมแห่งชาติ (สวทน.) ศนู ย์ความเปน็ เลศิ ด้าน
เสรมิ สรา้ งเศรษฐกิจ ชวี วิทยาศาสตร์ (องคก์ ารมหาชน) (TCEL) และส�ำนักงาน
ปัจจุบัน ยาเป็นค่าใช้จ่ายส�ำคัญของระบบประกัน กองทนุ สนับสนุนการวจิ ัย (สกว.) เปน็ ต้น นอกจากนี้ ยัง
สุขภาพโดย ในปี 2558 มีมูลค่ายารวม 162,914 ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้และค�ำปรึกษาแก่นักวิจัยในส่วน
ล้านบาท ในขณะท่ีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ปี 2557 มี ภมู ภิ าคเพอื่ สนบั สนนุ นวตั กรรมเครอ่ื งมอื แพทยโ์ ดยเฉพาะ
อยา่ งย่งิ นวตั กรรมทีใ่ ชย้ างพาราเปน็ วตั ถดุ บิ รวมทงั้ การ

384 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

จัดประชุมระหว่างผู้ผลิตและนักประดิษฐ์นวัตกรรมหรือ สาธารณสุขจึงได้น�ำหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต
นกั วจิ ยั ดา้ นเครอ่ื งมอื แพทยเ์ พอ่ื ตอ่ ยอดเชงิ พาณชิ ย์ ตลอด อาหารสากล หรือ GMP (Good Manufacturing
จนการจัดท�ำโครงการส�ำรวจและพัฒนาห้องปฏิบัติการ Practice) มาเป็นเกณฑ์ตั้งแต่ปี 2543 บังคับใช้กับกลุ่ม
ทดสอบดา้ นเครอื่ งมอื แพทยเ์ พอื่ สนบั สนนุ และรองรบั การ อาหารประเภทอาหารที่มีความเส่ียงสูง และอาหารท่ี
พัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมด้านเครื่องมือแพทย์ มีความพร้อมซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เพ่ิมความ
ของไทย อกี ทัง้ ได้ลงนามข้อตกลงร่มมือกับ สวทช. ดา้ น เข้มงวดของเกณฑ์การประเมินและเพิ่มการบังคับใช้ให้
การวิจัยพัฒนา การประเมินสมรรถนะการท�ำงานความ เพม่ิ ความครอบคลมุ ทกุ ประเภทของอาหารยง่ิ ขน้ึ ปจั จบุ นั
ปลอดภยั และการตรวจสอบหรอื ตรวจวเิ คราะหผ์ ลติ ภณั ฑ์ มอี าหารทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ติ ามหลกั เกณฑด์ งั กลา่ ว 57 ประเภท
เคร่ืองมือแพทย์ ซึ่ง ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เพ่ือให้ไทยมีภาพลักษณ์ท่ีดี เป็นที่ยอมรับ สามารถลด
เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ ข้อโต้แย้งจากการกีดกันทางการค้าด้วยมาตรฐาน เพ่ือ
ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) เป็นห้องปฏิบัติการ เป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานการ
ทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ประเภทไฟฟ้าและ บริโภคของผู้บริโภคให้สามารถบริโภคอาหารท่ีปลอดภัย
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และมีคุณภาพมาตรฐาน ปอ้ งกนั การตีตลาดสินค้าอาหาร
จากข้อตกลงการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน เม่อื ปี 2559
ปัจจุบันมีเครื่องมือแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมสุขภาพที่ ทค่ี รอบคลมุ ยง่ิ ขน้ึ กระทรวงสาธารณสขุ จงึ ไดอ้ อกประกาศ
อนุมัติแล้ว 8 รายการ และยาจากสมุนไพร 4 รายการ คอื กระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 342) พ.ศ. 2555 เรื่อง วธิ ี
ยา สเปรย์กระดูกไก่ด�ำ ยาแคปซูลสารสกัดขม้ินชัน ยา การผลิตเคร่ืองมือใช้ในการผลิต การเก็บรักษาอาหาร
อมหญา้ ดอกขาว ยาครมี พรกิ ชนดิ ใหว้ นั ละหนง่ึ ครง้ั ยาเคมี แปรรูปพร้อมจ�ำหน่ายหรือ “Primary GMP” ให้เป็น
ทดแทนการนำ� เขา้ 3 รายการคอื ยาโรคสมองเสอ่ื ม ยาโรค หลกั เกณฑว์ ธิ กี ารทดี่ ใี นการผลติ ขนึ้ ตน้ สำ� หรบั กลมุ่ อาหาร
ลมชกั ยารกั ษาโรคมะเรง็ เมด็ โลหติ ขาวชนดิ มยั อโี ลมา และ พร้อมปรุง อาหารส�ำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที และกลุ่ม
ยงั มยี าใหม่ ยาชวี วตั ถใุ หมท่ ไี่ ดร้ บั การขน้ึ ทะเบยี นตำ� รบั ยา อาหารสว่ นใหญ่ได้แก่ อาหารทั่วไปทีเ่ ปน็ ของฝาก อาหาร
แล้วกว่า 51 รายการ พื้นเมืองวิสาหกิจชุมชนและสิงค้าอาหารหนึ่งต�ำบลหนึ่ง
ผลติ ภัณฑ์ (OTOP) ไม่รวมกลุ่มอาหารท่จี ำ� หนา่ ยโดยตรง
(5) สง่ เสรมิ อุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร ตอ่ ผบู้ รโิ ภค และทเ่ี ปน็ วตั ถดุ บิ ใหก้ บั โรงงานแปรรปู อาหาร
ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีอุดมสมบูรณ์และ ภตั ตาคาร รา้ นอาหาร มผี ลบงั คบั ใชก้ บั ผปู้ ระกอบการราย
ศักยภาพการผลิตสู่การเป็นครัวของโลก รัฐบาลจึง ใหมแ่ ละรายเกา่ ตง้ั แต่ 7 พฤศจิกายน 2558 เปน็ ตน้ ไป
ได้ก�ำหนดนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก ดังนั้น เพื่อสร้าง
ความเชื่อม่ันต่อผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตในประเทศไทย
ให้แก่ผู้บริโภคท้ังในประเทศและต่างประเทศ กระทรวง

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 385

บทท่ี 14

ระบบควบคมุ โรคและภยั สขุ ภาพทีเ่ ป็น
ภาวะฉกุ เฉินทางสาธารณสขุ

14.1 สาธารณภยั ในการจัดท�ำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สาธารณภยั ตามพระราชบญั ญตั ปิ อ้ งกนั และบรรเทา แหง่ ชาติ บรู ณาการพฒั นาระบบการปอ้ งกนั และบรรเทา
สาธารณภัยระหว่างหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครอง
สาธารณภยั พ.ศ. 2550 หมายถงึ ดา้ นสาธารณภยั ประกอบ ส่วนท้องถ่ิน และหน่วยงานภาคเอกชนท่ีเกี่ยวข้อง ให้
ดว้ ย 14 ประเภทภยั คอื (1) อทุ กภยั และดนิ โคลนถลม่ (2) ค�ำแนะน�ำ ปรึกษาและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในการ
ภัยจากพายุหมนุ เขตรอ้ น (3) ภยั จากอัคคีภยั (4) ภัยจาก ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ปฏิบัติการอื่นใด
สารเคมีและวัตถุอันตราย (5) ภัยจากการคมนาคมและ ตามทบ่ี ัญญัตไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ินห้ี รือกฎหมายอน่ื หรอื
ขนสง่ (6) ภยั แล้ง (7) ภยั จากอากาศหนาว (8) ภยั จาก ตามทค่ี ณะรฐั มนตรมี อบหมาย มกี รมปอ้ งกนั และบรรเทา
ไฟป่าและหมอกควัน (9) ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคาร สาธารณภัยเป็นหน่วยงานกลางของรัฐในการด�ำเนินการ
ถลม่ (10) ภัยจากคล่ืนสึนามิ (11) ภยั จากโรคระบาดใน เกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ
มนษุ ย์ (12) ภัยจากโรคแมลงสัตว์ศัตรพู ืชระบาด (13)ภัย และคณะรัฐมนตรี มีมติเม่ือวันที่ 31 มีนาคม 2558 ได้
จากโรคระบาดสัตว์และสัตว์น้�ำ (14) ภัยจากเทคโนโลยี อนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
สารสนเทศ ด้านความมัน่ คง ประกอบด้วย 4 ประเภทภัย พ.ศ. 2558 ตามท่ีคณะกรรมการป้องกันและบรรเทา
คอื (1) ภยั จากการกอ่ วนิ าศกรรม (2) ภยั จากทนุ่ ระเบดิ กบั สาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) เสนอเพื่อใช้เป็นแผน
ระเบิด (3) ภยั ทางอากาศ (4) ภยั จากการชุมนุมประท้วง หลกั ในการบริหารจดั การสาธารณภัยของชาติ ซ่ึงแนวคิด
และก่อการจลาจล ลกั ษณะและวตั ถปุ ระสงคข์ องแผนการปอ้ งกนั และบรรเทา
สาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 มีลักษณะเป็นแนวคิด
การจดั การภยั พบิ ตั แิ ละสาธารณภยั ของประเทศไทย การปฏบิ ตั ิ หรอื Concept of Operations หรอื CONOPS
ด�ำเนินการภายใต้ พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทา ในการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศ โดยยึด
สาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซ่ึงประกาศและมีผลบังคับใช้ แนวคิด การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย (Disaster
ตง้ั แตว่ นั ที่ 6 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2550 เปน็ กฎหมายหลกั ใน Risk Reduction) และแนวทางการฟื้นฟูท่ีดีกว่าเดิม
การบรหิ ารจดั การสาธารณภยั ของประเทศไทยในปจั จบุ นั และปลอดภยั กว่าเดมิ (Build Back Better and Safer)
ซึ่งได้ก�ำหนดขอบเขตการด�ำเนินการป้องกันและบรรเทา ภายใต้การพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมให้ท้องถิ่นและ
สาธารณภัยครอบคลุมสาธารณภัยทุกประเภท มีองค์กร ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการจัดการเพ่ือน�ำไปสู่การจัดการ
ระดับนโยบายคือ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทา ภัยพิบัติอย่างย่ังยืนและสอดคล้องกับหลักสากล (รู้รับ-
สาธารณภัยแห่งชาติ หรือ กปภ.ช. ซ่ึงมีนายกรัฐมนตรี
หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
เป็นประธานกรรมการ มีหน้าท่ีในการก�ำหนดนโยบาย

386 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ปรบั ตัว-ฟืน้ เรว็ ทัว่ -อยา่ งยง่ั ยืน : Resilience) เปน็ กรอบ การเตรียมความพร้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2557-2561 และ
แนวทางปฏิบัติให้แก่หน่วยงานทุกภาคส่วนต้ังแต่ระดับ พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.
ท้องถ่ินถึงระดับประเทศน�ำไปพิจารณาด�ำเนินการอย่าง 2550 และสอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีใน
บูรณาการ เป็นระบบและสอดคล้องรับกัน เป็นการจัด การประชุมสหประชาชาติระดับโลกว่าด้วยการลดความ
ท�ำแผนที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เสี่ยงจากภัยพิบัติ เมอ่ื วันที่ 14 มนี าคม 2558 ณ เมือง
แห่งชาติ ฉบับท่ี 11 (พ.ศ. 2555–2559) ยุทธศาสตร์ เซนได ประเทศญ่ปี ุ่น

14.2 บทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ ในแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558

ส�ำหรับกระทรวงสาธารณสุข แผนการป้องกัน Commander) รวมทั้ง จัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการด้าน
และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ได้ก�ำหนด การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ในระดบั ตา่ ง ๆ (Public Health
บทบาทหน้าท่ีในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย Emergency Operation Center: PHEOC)
ไวด้ ังน้ี
6. ประสานและสั่งการหน่วยงานสังกัดและ
1.จัดเตรียมความพร้อมสถานพยาบาลทุกระดับ หนว่ ยงานในกำ� กบั ของกระทรวงสาธารณสขุ ไดแ้ ก่ สถาบนั
ในการรับมือกับสาธารณภัย รวมถึงพัฒนาบุคลากร การแพทยฉ์ กุ เฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ส�ำนกั งานหลกั ประกัน
สาธารณสุขและอาสาสมัครให้มีความรู้และทักษะ พร้อม สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) องค์การเภสัชกรรม (GPO)
ที่จะปฏิบัติงาน เม่ือเกิดสาธารณภัย และป้องกันตนเอง เป็นต้น พร้อมทั้งประสาน ความรว่ มมอื หน่วยงาน เครอ่ื ง
จากภยั ท่ีเกิดข้ึนขณะปฏบิ ัตงิ าน ขา่ ยภาคสว่ นตา่ งๆ ทงั้ ภาครฐั และเอกชน เชน่ โรงพยาบาล
ในสังกัดมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวง
2. จัดหาและจัดเตรียมส�ำรองทรัพยากรทางการ กลาโหม กระทรวงมหาดไทย โรงพยาบาลเอกชน มลู นธิ ฯิ
แพทย์และสาธารณสุข รวมถึง การพัฒนาทีมปฏิบัติการ อาสาสมคั รตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
ฉกุ เฉนิ ทางการแพทยใ์ นนภาวะฉกุ เฉนิ ระดบั ตา่ งๆ ทพี่ รอ้ ม
ปฏบิ ตั กิ ารชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดย 7. ประสานการระดมสรรพกำ� ลงั และทรพั ยากรดา้ น
สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันทีเมื่อเกิดสาธารณภัย ได้แก่ การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ แบบบรู ณาการ (Integrated
ทีม Mini MERT ระดับอ�ำเภอ ทีม MERT (Medical resource management) จากทกุ ภาคส่วน
Emergency Response Team) ระดับจังหวัด ทีมเฝ้า
ระวังสอบสวนโรคเคลอ่ื นท่ีเร็ว (SRRT) 8. จัดใหม้ ีการรักษาพยาบาลฉุกเฉนิ (Emergency
Care System) ครอบคลุม การแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึง
3. จดั ใหม้ แี ละพัฒนาระบบส่ือสารเพือ่ การประสาน โรงพยาบาล (Emergency medical services : EMS)
งานและสง่ั การภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสขุ การรักษาพยาบาลฉุกเฉินท่ีโรงพยาบาล (Emergency
รวมถึงหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องและภาคเอกชนได้อย่าง มี Care in hospital) การสง่ ตอ่ (Inter hospital care) และ
ประสิทธภิ าพ จัดระบบเครือข่ายบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข
สนับสนนุ การปฏิบัติงานท่วั ประเทศ
4. พฒั นาระบบขอ้ มลู ผเู้ ชย่ี วชาญทางการแพทยแ์ ละ
สาธารณสขุ รวมทง้ั เคร่ืองมอื ทางการแพทย์และเวชภณั ฑ์ 9. จัดให้มีระบบฐานข้อมูลและความเสียหายทาง
ของภาครฐั และเอกชน ดา้ นการแพทย์และสาธารณสุข และการรายงานผลอยา่ ง
ถูกต้องและรวดเรว็
5. เปน็ หนว่ ยงานหลกั ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
รบั ผิดชอบในการตอบสนอง ตอ่ สาธารณภยั โดยประสาน 10. ก�ำกับให้มีการคงสภาพและประคับประคอง
และจดั การใหม้ ผี บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ดา้ นการแพทยแ์ ละ ระบบบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ครอบคลุม
สาธารณสุข (Public Health & Medical Incidence ทุกมติ ิ ไดแ้ ก่ มติ ิดา้ นการดูแลสภาพจิตใจ การอนามัยแม่

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 387

และเดก็ การป้องกันและควบคมุ โรค การรกั ษาพยาบาล และอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สามารถช่วยตนเองและ
การเฝ้าระวังโรคติดต่อ ตลอดจนการเข้าถึงบริการด้าน ผ้อู นื่ ได้
การแพทย์และสาธารณสุขของผู้ประสบภัยอย่างท่ัวถึงใน
ทกุ พ้นื ท่ีของประเทศ 13. พฒั นาใหม้ รี ะบบการพยากรณโ์ รค (Prognosis)
และการแจง้ เตอื นภยั (Warning system) พรอ้ มทงั้ มกี ารก
11. ฟื้นฟูระบบบริการด้านการแพทย์และ ระจายขอ้ มลู ขา่ วสารระหวา่ งหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
สาธารณสุข รวมถึงฟื้นฟูสภาพจิตใจ สังคม และวิถีชีวิต
ของผู้ประสบภัยและผู้เกี่ยวข้องให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ 14. พัฒนาวิชาการและองค์ความรู้ด้านการเฝ้า
โดยเร็ว ระวงั ป้องกันควบคมุ โรค และเผยแพร่ ใหภ้ าคเี ครือขา่ ย
ทเ่ี ก่ียวขอ้ งใชเ้ ปน็ แนวปฏบิ ัติ
12. จัดให้ความรู้แก่ประชาชนและชุมชนในด้าน
การปอ้ งกัน การรักษาพยาบาล เบ้อื งต้น การสขุ าภิบาล

14.3 ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ (Public Health Emergency)

ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (Public Health เปลย่ี นแปลงเป็นภาวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสุขได้ เมื่อเกิด
Emergency) ถือเป็น“สาธารณภยั ” ท่กี อ่ ให้เกดิ อนั ตราย การระบาดหรือลักษณะทางระบาดวิทยาเปล่ียนไปจาก
ต่อชีวิตสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน เดิม
และเกิดผลกระทบกับส่ิงแวดล้อม มีความหมายว่าเป็น
เหตุการณท์ มี่ ลี กั ษณะรว่ มของเกณฑ์ 4 ประการ ดงั น้ี 3) มีโอกาสท่ีจะแพร่ไปสู่พื้นท่ีอื่น (potential for
the event to spread) หมายถึงโรคตดิ เช้อื มศี กั ยภาพ
1) ท�ำให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพที่มีความรุนแรง หรือแนวโน้มที่จะแพร่ไปสู่อ�ำเภออ่ืน จังหวัดอื่นหรือ
(Seriousness of the public health impact) ไดแ้ ก่ ระบาดขา้ มประเทศ
โรคหรือภัยท่ีท�ำให้เกิดการป่วยและการตายจ�ำนวนมาก
หรือมอี ตั ราป่วยตายสงู 4) อาจต้องมีการจ�ำกัดการเคลื่อนท่ีของผู้คนหรือ
สินค้า (the risk that restrictions to travel or trade)
2) เป็นเหตุการณ์ท่ีผิดปกติหรือไม่เคยเจอมาก่อน โรคติดเชื้อบางโรคมีความสัมพันธ์กับความปลอดภัยทาง
(Unusual or unexpected nature of the event) อาหาร (food safety) หรอื เปน็ โรคติดต่อจากสัตว์ หรอื มี
โดยทั่วไปหมายถึง โรคท่ีไม่เป็นปัญหาแล้วกลับมาเป็น การตดิ ตอ่ ไดง้ า่ ยจากการเดนิ ทาง ทำ� ใหอ้ าจตอ้ งจำ� กดั การ
ปัญหาใหม่ (โรคติดเช้ืออุบัติซ้�ำ) และโรคท่ีไม่เคยพบมา เคลอื่ นทขี่ องผคู้ น หรอื สนิ คา้ รวมถงึ พืชและสตั วต์ ่างๆ แต่
ก่อน (โรคตดิ เช้อื อบุ ัติใหม)่ แตโ่ รคทพ่ี บบอ่ ยในพน้ื ทีอ่ าจ เกณฑข์ ้อน้อี าจไมเ่ กดิ ขน้ึ กไ็ ด้

14.4 การบรหิ ารจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ ( Public Health Emergency Management : PHEM)

การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข การเกดิ เหตกุ ารณแ์ ละลดผลกระทบตอ่ โรคและภยั สขุ ภาพ
( Public Health Emergency Management: PHEM) ที่เป็นภาวะฉุกเฉนิ ซ่งึ รวมถงึ การจดั วางระบบการจัดการ
หมายถงึ รปู แบบการจดั การเหตกุ ารณก์ ารเกดิ โรคและภยั ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ ใหม้ สี มรรถนะและมขี ดี ความ
สขุ ภาพอยา่ งรวดเรว็ และเปน็ ระบบ ครอบคลมุ ในทกุ ระยะ สามารถ เพอื่ เตรยี มการเผชญิ สาธารณภยั ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งมี
(ภาพที่ 14.1) ดังนี้ ประสิทธภิ าพ

(1) การด�ำเนินงานเพื่อป้องกันและลดผลกระทบ (2) การเตรียมพร้อมรองรับภาวะฉุกเฉิน
ก่อนเกิดภาวะฉุกเฉิน (Prevention and Mitigation) (Preparedness) เป็นระยะที่ต้องเตรียมความพร้อม
เป็นระยะท่ีต้องด�ำเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีช่วยลดโอกาส และแนวทางการปฏิบัติในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินที่จะ
เกิดขนึ้ เช่น

388 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

• การเตรียมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินและ ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสุข ไดร้ ับการแกไ้ ขและบรรเทา
ระบบบญั ชาการณ์เหตกุ ารณ์ (EOC & ICS) แล้ว มีการฟื้นฟูให้พ้ืนที่กลับสู่ภาวะปกติ ซ่ึงหลังจาก
ดำ� เนนิ การตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉนิ แลว้ ผรู้ บั ผดิ ชอบเหตกุ ารณ์
• การจัดท�ำแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทาง ภาวะฉุกเฉนิ ตอ้ งเตรียมการหลังฟนื้ ฟูเช่น
สาธารณสุข และการซอ้ มแผน
• เตรยี มปิดตวั สถานทพี่ กั พิงชัว่ คราวในพ้ืนที่
• การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับ • เตรียมเปิดระบบให้บริการสุขภาพของพ้ืนท่ี
การตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ (PHER Training) ในภาวะปกติ
• ประชาชนในพืน้ ทเ่ี ริม่ ใช้ชวี ติ ในภาวะปกติ
• การเตรียมระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์ • ทมี ตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ เตรยี ม
ภาวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสุข (PHER Surveillance) ถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงาน ท่ีปกติและเตรียมถอนตัว
ออกจากพน้ื ท่ี
(3) การตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (Respond) เมื่อเกิด • จัดท�ำแผนฟื้นฟูบูรณะด้านการแพทย์และ
ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องต้อง สาธารณสขุ ในการรองรับสาธารณภัย
ด�ำเนินการตามแผนจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข • ประสานงานกับหน่วยงานระดับจังหวัดเพ่ือ
โดยมีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์ รวบรวมขอ้ มลู การประมาณความเสยี หายจากสาธารณภยั
และสาธารณสุขเพื่อบัญชาการณ์เหตุการณ์ ด�ำเนินการ • จัดประชุมปฏิบัติการถอดบทเรียนหลังการ
ติดตามเฝา้ ระวงั และประเมนิ สถานการณอ์ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง มี ปฏบิ ตั กิ าร (After Action Review :AAR)ของ ศนู ยป์ ฏบิ ตั ิ
การสง่ ทมี เขา้ พนื้ ทเ่ี พอื่ ใหก้ ารชว่ ยเหลอื และบรรเทาความ การในภาวะฉกุ เฉนิ (EOC) ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
สญู เสยี ตอ่ สขุ ภาพของผปู้ ระสบภยั และดำ� เนนิ การปอ้ งกนั
ควบคุมโรคระบาด และการส่อื สารความเส่ียง

(4) การฟน้ื ฟหู ลงั เกดิ ภาวะฉกุ เฉนิ (Recovery) เปน็
ระยะที่ความเสียหายและความสูญเสียจากเหตุการณ์

ภาพที่ 14.1 ระยะของการเกดิ ภาวะฉุกเฉิน

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 389

14.5 แผนการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ทางการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ แบบบรู ณาการทคี่ รบวงจรและมเี อกภาพ
พ.ศ. 2560–2564

ในชว่ งทศวรรษทผ่ี า่ นมาประเทศไทยไดเ้ ผชญิ กบั ภยั สาธารณสุขเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและพิบัติภัย
ธรรมชาติหลายรูปแบบที่มีความรุนแรงและบ่อยคร้ังขึ้น ทางธรรมชาติ ตลอดจนการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ
ส่งผลกระทบต่อประชากรจ�ำนวนมาก โดยเฉพาะในเขต ของโลกที่มีความเส่ียงสูงต่อสภาวะสุขภาพอนามัยของ
ชุมชนเมืองซึ่งมีประชากรหนาแน่นมากขึ้น โดยภัยพิบัติ ประชาชนอกี ดว้ ย
ท่ีเกิดขึ้น ได้แก่ ภัยจากแผ่นดินไหวและคล่ืนยักษ์สึนามิ
เม่อื วนั ท่ี 26 ธันวาคม 2547 ส่งผลกระทบตอ่ 6 จงั หวัด แม้ว่าในแผนการด�ำเนินงานของหน่วยงานด้าน
ชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ จังหวัดพังงา กระบ่ี ระนอง สาธารณสุขได้มีการก�ำหนดถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพ่ือ
ภเู ก็ต ตรัง และสตลู มีผเู้ สียชวี ติ ท้ังชาวไทยและชาวต่าง ให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขมีการเตรียมการ
ประเทศรวม 5,401 คน สูญหาย 2,921 คน และท�ำให้ และมีการด�ำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการระดม
มีเด็กก�ำพร้ามากกว่า 1,215 คน มูลค่าความเสียหาย ทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้สามารถ
กว่า 14,491 ล้านบาท และมหาอุทกภัยในประเทศไทย รองรับกับความต้องการของประเทศในสถานการณ์
ในปี 2554 ก็ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ฉุกเฉินและสามารถน�ำไปปรับใช้ได้กับสถานการณ์ในการ
ราว 2,840,000 คน ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัด ปอ้ งกัน ชว่ ยเหลือ และบรรเทาสาธารณภัยตา่ งๆ ไดอ้ ย่าง
ปริมณฑลโดยรอบอย่างกว้างขวาง จนอาจกล่าวได้ว่าภัย มีประสิทธิภาพ โดยมีการเตรียมบุคลากรและหน่วยงาน
พิบัติเหล่านี้เป็นปัญหาภัยคุกคามทางธรรมชาติต่อความ ด้านสาธารณสุขให้มีความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ม่นั คง (Natural Threats to Security) ซ่ึงถอื เปน็ ปญั หา สาธารณภัยและภัยพิบัติแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นและพบได้
สังคมและการเมืองของประเทศด้วย จึงมีความจ�ำเป็น เสมอ คือ แนวทางในการด�ำเนินงานด้านสถานการณ์
อย่างยิ่งท่ีกระทรวงสาธารณสุขต้องให้ความร่วมมือลด ฉุกเฉิน สาธารณภัยและภัยพิบัติท่ียังขาดความชัดเจน
ความเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัติ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจาก และไม่มีการบูรณาการการรับมือกับภัยพิบัติให้เป็นไป
ปัญหาของการบริหารจัดการในภาวะภัยพิบัติและความ ในแนวทางเดียวกันนอกจากน้ี ยังพบว่ายังขาดความเป็น
ขาดแคลนของทรัพยากรท่ีจะรับมือต่อสถานการณ์ภัย เอกภาพในการจัดการสาธารณภัยทั้งในระดับชาติจนถึง
พิบัติให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีมาตรการ ระดับท้องถ่ิน ท�ำให้การประสานงานและการสนธิก�ำลัง
ที่เข้มแข็งในการเตรียมความพร้อมตอบโต้ภัยพิบัติด้าน จากส่วนราชการและหน่วยงานเอกชนขาดประสิทธิภาพ
การแพทย์และการสาธารณสุข ที่สามารถตอบสนองต่อ การระดมทรัพยากรเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยยังขาดแนวทาง
การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ ปฏบิ ตั ทิ เี่ ปน็ มาตรฐาน ทำ� ใหข้ าดความพรอ้ มในการปฏบิ ตั ิ
แก่ผู้ประสบภัย และการฟื้นฟูบูรณะหลังเกิดภัยได้อย่าง งาน เน่ืองจากทุกหน่วยงานมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือ
มีประสิทธิภาพ หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้นอีกใน ผปู้ ระสบภยั เปน็ ลำ� ดบั แรกแตก่ ลบั ไมม่ กี ารวางแผนในภาพ
อนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยจากอิทธิพลของมรสุมหรือ รวม ต่างหน่วยต่างปฏิบัติตามแนวทางของตนเอง ท�ำให้
พายุไต้ฝุ่น รวมถึงเหตกุ ารณแ์ ผน่ ดินไหวในระดบั ทีร่ นุ แรง หน่วยเผชิญเหตุในพื้นท่ีไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่าง
เปน็ ตน้ และจากขอ้ มลู ขององคก์ ารอนามยั โลกพบวา่ ความ ต่อเนื่องและเป็นระบบ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาการ
เสยี่ งดา้ นการสาธารณสขุ ในภาวะภยั พบิ ตั มิ แี นวโนม้ สงู ขน้ึ จัดการสาธารณภัยในประเทศไทย ยังไม่มีความชัดเจน
โดยหนว่ ยบริการสาธารณสขุ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบตอ่ ชุมชน ท่ีมี ในด้านยุทธศาสตร์ ทิศทางและรูปแบบการจัดการยัง
ความเส่ียงต่อการเกิดภัยพิบัติเพิ่มมากข้ึนด้วยเหตุน้ีจึงมี ไม่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ รวมถึงขาดการให้
ความจำ� เปน็ ตอ้ งมมี าตรการทเี่ ขม้ แขง็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ ความส�ำคัญของการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติดังน้ัน
ในการเตรียมความพร้อมสูงสุดในด้านการแพทย์และการ จึงเห็นความส�ำคัญและความจ�ำเป็นท่ีจะต้องสร้างระบบ
การจัดการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข

390 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

แบบบูรณาการท่ีครบวงจร และมีเอกภาพ ในประเด็น สาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกันทุก
ส�ำคญั ไดแ้ ก่ การประเมนิ ความเสีย่ งหรือความเปราะบาง ระดับในประเทศ
ของพื้นที่ในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย
การประสานงานและการสื่อสารแผนปฏิบัติการป้องกัน แผนการจัดการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และ
และบรรเทาสาธารณภยั ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ กบั การสาธารณสุขแบบบูรณาการ พ.ศ. 2560–2564
หนว่ ยงานทกุ ระดบั การจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารทมี่ มี าตรฐาน เป็นกรอบแนวทางการด�ำเนินงานด้านการป้องกันและ
และการฝึกซ้อมในการรับมือกับสาธารณภัยตามระดับ บรรเทาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข ใน
ความรุนแรง การก�ำหนดมาตรฐานการปฏิบัติในภาวะ ปี พ.ศ. 2560–2564 ซ่ึงครอบคลุมเน้ือหาสาระตั้งแต่
สาธารณภัย กลไกการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากร หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิดการจัด
ในการเตรียมรับสาธารณภัย และการฝึกอบรมพัฒนา ท�ำแผนยุทธศาสตร์ กลวิธีการด�ำเนินงานท่ีก�ำหนดให้มี
บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขด้านการบริหาร การพิจารณาและก�ำหนดปัจจัยที่เก่ียวข้องท้ังภายในและ
จดั การสาธารณภยั และการลดความเสยี่ งจากภัยพบิ ตั ิ ภายนอก เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ ม
ประเมินสถานะองค์กร ก�ำหนดทิศทางองค์กร วางแผน
ปัจจุบันท่ัวโลกยอมรับว่าสาธารณภัยเป็นเร่ืองท่ี ยทุ ธศาสตร์ และตดิ ตามประเมนิ ผล โดยผา่ นกระบวนการ
จดั การไดโ้ ดยไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งรอใหเ้ กดิ ภยั กอ่ น จงึ ทำ� ใหม้ กี าร มีส่วนร่วมจากบุคลากรในองค์กรทุกระดับและให้มี
ให้ความส�ำคัญกับการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย การสอบถามความคิดเห็นจากบุคลากรภายนอกองค์กร
(Disaster Risk Management) ประกอบด้วย การลด โดยการประชมุ และไดน้ ำ� ความคดิ เหน็ รวมถงึ ขอ้ เสนอแนะ
ความเส่ียงจากสาธารณภัย (DRR) ได้แก่ การป้องกัน ทเ่ี ปน็ ประโยชนม์ าปรบั ปรงุ ใหแ้ ผนการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ
(Prevention) การลดผลกระทบ (Mitigation) และการเต ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ แบบบรู ณาการทค่ี รบวงจร
รียมความพร้อม (Preparedness) ควบคู่กับการจัดการ และมีเอกภาพ พ.ศ. 2560–2564 มีประสิทธิภาพและ
ในภาวะฉุกเฉิน (Emergency management) ได้แก่ ประสิทธิผลสูงสดุ
การเผชญิ เหตุ (Response) และการบรรเทาทกุ ข์ (Relief)
รวมถึงการฟื้นฟู(Recovery) ได้แก่ การฟื้นสภาพและ กระบวนการที่ใช้ในการจัดท�ำแผนฯ เป็นไปตาม
การซ่อมแซม (Rehabilitation and Reconstruction) หลักคิดและวิธีการบริหารเชิงยุทธศาสตร์และการ
การสร้างให้ดีและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back and วิเคราะห์บริบทและปัจจัยต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องทั้งภายใน
Safe) และภายนอก โดยใช้ SWOT Analysis เป็นเครื่องมือ
วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ สถานะองคก์ ร ซงึ่ จากการวเิ คราะห์
ระบบการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย และสรุปผลการด�ำเนินงานที่ผ่านมาพบส่ิงที่จะต้อง
นอกจากจะช่วยให้การบริหารงานในองค์กรเกิด ด�ำเนินการแก้ไข ได้แก่ การพัฒนาระบบบริหารจัดการ
ประสิทธิผลมากยงิ่ ข้ึนแลว้ ยังสามารถประยุกตใ์ ชก้ ับงาน และระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ICS) ท่ีมีประสิทธิภาพ
ทุกอย่างได้ ต้ังแต่โครงการใหญ่ไปจนถึงงานขนาดเล็ก ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ท่ีมีความเช่ือมโยงและ
ในชีวิตประจ�ำวัน การตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียม บรู ณาการทงั้ 3 ระยะ คือระยะกอ่ นเกิดภยั ระยะเกิดภัย
แผนรองรับก่อนที่จะเกิดความเสียหายข้ึนย่อมดีกว่าการ และระยะฟื้นฟู ในทุกพ้ืนท่ี ท้ังแผนแม่บทของกระทรวง
แก้ปัญหาท่ีปลายเหตุ ซึ่งอาจจะตัดสินใจผิดพลาดและ สาธารณสุข และแผนการเตรียมความพร้อมของหน่วย
ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ท�ำให้ประสบความล้มเหลวหรืออาจ งานในภูมิภาค การจัดระบบสนับสนุน (Logistics) ที่
ท�ำให้เสียค่าใช้จ่ายและทรัพยากรโดยไม่จ�ำเป็น การลด ตอบสนองตามความต้องการอย่างเหมาะสม รวมถึงการ
ความเสยี่ งจากสาธารณภยั ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ใช้งบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันและบรรเทา
จะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนของหน่วย สาธารณภัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุขตาม
งาน เนื่องจากสาธารณภัยเป็นเรื่องของทุกคน จึงจ�ำเป็น ระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยเงนิ ทดรองราชการ เพ่อื
ต้องก�ำหนดแนวทางในการด�ำเนินการลดความเสี่ยงจาก ช่วยเหลือผ้ปู ระสบภยั กรณฉี ุกเฉนิ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 391

14.6 กรอบความเชอื่ มโยงในการจดั ทำ� แผนการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ทางการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ แบบบรู ณาการ
พ.ศ. 2560–2564

กระบวนการจัดท�ำแผนการจัดการภาวะฉุกเฉิน ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
ท า ง ก า ร แ พ ท ย ์ แ ล ะ ส า ธ า ร ณ สุ ข แ บ บ บู ร ณ า ก า ร และสงั คมแหง่ ชาติ แผนพฒั นาสขุ ภาพแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12
พ.ศ. 2560–2564 ใช้กรอบความเช่ือมโยง ซ่ึงนโยบาย (พ.ศ. 2560–2564) แผนปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ยุทธศาสตร์ระดับชาติ และยุทธศาสตร์ระดับองค์กร แห่งชาติ พ.ศ. 2558 และแผนยุทธศาสตร์การดำ� เนนิ งาน
ที่น�ำมาปรับใช้ในระดับหน่วยงาน ได้แก่ นโยบาย ลดความเสย่ี งจากภยั พิบตั ิ (ตารางท่ี 14.1)
รัฐบาลยุทะศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ตารางท่ี 14.1 นโยบายและแผนการจดั การภาวะฉกุ เฉินทางการแพทย์ และสาธารณสขุ

แผนยทุ ธศาสตร์ระดบั ชาติ นโยบายรัฐบาล พลเอกประยทุ ธ์ จันทรโ์ อชาแถลงตอ่ สภานิตบิ ญั ญัตแิ ห่งชาติ
ยุทธศาสตร์ของคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ

นโยบายรฐั บาล ยุทธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)
มติคณะรฐั มนตรเี ม่อื วันที่ 30 มถิ นุ ายน 2558 รับทราบแนวทางการจดั ท�ำรา่ งยุทธศาสตร์ชาติ
และกรอบแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยในระยะ 20 ปี โดยระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติ
สอดคล้องกบั ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 ยุทธศาสตรด์ ้านความม่ันคง (ข้อ 6 การพฒั นาระบบการเตรยี ม
พรอ้ มแห่งชาตแิ ละระบบบริหารจัดการภัยพบิ ตั ิ รักษาความม่ันคงของฐานทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อม และยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 ยทุ ธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็
มติ รกบั สง่ิ แวดล้อม ขอ้ 5 การร่วมลดปัญหาโลกร้อนและปรับตัวให้พร้อมกบั การเปลีย่ นแปลง
สภาพภูมิอากาศ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560–2564
ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั ประเด็นการเตรยี มพร้อมเพ่อื รบั มือกบั ความมั่นคงทุกรปู แบบไวใ้ น
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 การเสริมสรา้ งความมน่ั คงแห่งชาติเพ่อื การพฒั นาประเทศสู่ความม่นั คงและย่ังยืน
มีเป้าหมายเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความม่นั คงในการพัฒนาประเทศระยะยาวตามกรอบยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี
ทมี่ ีความสำ� คัญทางการเมือง เศรษฐกจิ สังคมจิตวิทยา และการทหาร สามารถรับมือกับภัยจาก
การก่อการรา้ ย ภยั ความม่ันคงทางไซเบอร์ และสาธารณภยั ท่ีเกิดขน้ึ

แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
(มติคณะรฐั มนตรเี ม่ือวันที่ 31 มีนาคม 2558) เปน็ กรอบและทศิ ทางให้หนว่ ยงานทุกภาคสว่ น
ตงั้ แตร่ ะดบั ท้องถน่ิ ถึงระดับประเทศสามารถปฏบิ ัติการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยตั้งแต่
ระยะกอ่ นเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกดิ ภัยอย่างเปน็ ระบบ มีทิศทางเดียวกนั และเสริมก�ำลงั
กันอยา่ งบูรณาการ และเพื่อจดั ระบบการดำ� เนนิ งานและการเตรียมความพร้อมในดา้ นตา่ ง ๆ ไว้
รองรบั สถานการณ์สาธารณภยั ตามลักษณะความเสย่ี งภัยให้แก่หนว่ ยงานทุกภาคส่วน โดยมี
ขอบเขตสาธารณภยั เป็นไปตามมาตรา 4 แหง่ พระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
พ.ศ. 2550 คอื อคั คีภัย วาตภัย อุทกภยั ภัยแลง้ โรคระบาดในมนษุ ย์ โรคระบาดสัตว์ โรคระบาด
สัตว์น�ำ้ การระบาดของศตั รูพชื ตลอดจนภยั อน่ื ๆ อันมผี ลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกดิ จาก
ธรรมชาติ มีผู้กระท�ำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุอ่นื ใด ซ่ึงก่อใหเ้ กิดอันตรายตอ่ ชวี ิตรา่ งกายของ
ประชาชน หรอื ความเสยี หายแก่ทรพั ยส์ ินของประชาชนหรอื ของรฐั และใหค้ วามหมายรวมถึงภยั
ทางอากาศและก่อวินาศกรรมด้วย และมีแผนสนบั สนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉกุ เฉิน (สปฉ.) 18
สว่ นงาน ซง่ึ กระทรวงสาธารณสขุ รับผิดชอบในสว่ นงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข(สปฉ. 8)

392 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

ตารางที่ 14.1 นโยบายและแผนการจัดการภาวะฉกุ เฉนิ ทางการแพทย์ และสาธารณสขุ (ต่อ)

แผนยุทธศาสตรร์ ะดับชาติ นโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชาแถลงตอ่ สภานิติบญั ญัติแหง่ ชาติ
ยทุ ธศาสตร์ของคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ

แผนยทุ ธศาสตรช์ าตทิ ่ี แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2558
เกี่ยวข้อง (มตคิ ณะรฐั มนตรเี มอื่ วนั ท่ี 31 มนี าคม 2558) เปน็ กรอบและทศิ ทางใหห้ นว่ ยงานทกุ ภาคสว่ นตงั้ แต่
ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศสามารถปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้ังแต่ระยะก่อน
เกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัยอย่างเป็นระบบ มีทิศทางเดียวกัน และเสริมก�ำลังกันอย่าง
บูรณาการ และเพ่ือจัดระบบการด�ำเนินงานและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ไว้รองรับ
สถานการณ์สาธารณภัย ตามลักษณะความเส่ียงภัยให้แก่หน่วยงานทุกภาคส่วน โดยมีขอบเขต
สาธารณภยั เป็นไปตามมาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั ิปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550
คอื อัคคภี ัย วาตภัย อทุ กภยั ภยั แลง้ โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดสตั ว์ โรคระบาดสตั วน์ ำ�้ การ
ระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอ่ืน ๆ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มี
ผู้กระท�ำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายของประชาชน หรือ
ความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ และให้ความหมายรวมถึงภัยทางอากาศและ
ก่อวินาศกรรมด้วย และมีแผนสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) 18 ส่วนงาน ซึ่ง
กระทรวงสาธารณสขุ รบั ผดิ ชอบในส่วนงานการแพทยแ์ ละสาธารณสุข (สปฉ. 8)

แผนยทุ ธศาสตร์การลดความเส่ียงจากภัยพบิ ตั ิ
เปน็ การดำ� เนนิ งานภายใตก้ รอบการดำ� เนนิ งานเซนไดเพอ่ื การลดความเสยี่ งจากภยั พบิ ตั ิ พ.ศ. 2558
– 2573 โดยมแี นวคดิ หลกั ในการเขา้ ใจความเสย่ี งจากภยั พบิ ตั ิ การเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพในการบรหิ าร
จัดการความเส่ียงจากภัยพิบัติ การลงทนุ ในดา้ นความเส่ยี งจากภัยพิบตั ิเพือ่ ใหพ้ รอ้ มรบั มือและฟืน้
คนื กลบั ในระยะเวลาทรี่ วดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทงั้ การฟน้ื สภาพการซอ่ มสรา้ งทดี่ กี วา่ เดมิ ใน
ชว่ งของการฟน้ื ฟภู ายหลงั เหตภุ ยั พบิ ตั ิ เพอ่ื เปา้ หมายในการปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ ความเสยี่ งใหมแ่ ละลด
ความเสยี่ งทมี่ อี ยเู่ ดมิ ดว้ ยมาตรการทางเศรษฐกจิ โครงสรา้ ง กฎหมาย สขุ ภาพ วฒั นธรรม การศกึ ษา
สภาพแวดล้อม เทคโนโลยี การเมอื ง รวมถงึ มาตรการเชงิ สถาบนั ทม่ี กี ารบูรณาการลดความเหล่อื ม
ลำ�้ เพอื่ ปอ้ งกนั และทำ� ใหค้ วามลอ่ แหลม และความเปราะบางตอ่ ภยั พบิ ตั ลิ ดนอ้ ยลง ตลอดจนชว่ ยให้
มกี ารเตรยี มพรอ้ มสำ� หรบั การเผชญิ เหตแุ ละฟน้ื ฟทู ด่ี ยี งิ่ ขนึ้ อนั นำ� ไปสคู่ วามสามารถทจี่ ะรบั มอื และ
ฟน้ื คนื กลบั ไดใ้ นระยะเวลาทรี่ วดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพสผู่ ลลพั ธเ์ พอื่ ลดความเสยี่ งจากภยั พบิ ตั แิ ละ
ลดการสญู เสียชวี ติ วิถีชวี ิต และสุขภาพ ตลอดจนความสูญเสยี ต่อสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ กายภาพ
สงั คม และสภาพแวดล้อมของบุคคล ธรุ กิจ ชุมชนและประเทศอย่างเปน็ รูปธรรม

แผนยทุ ธศาสตรค์ วามม่ันคงแหง่ ชาติ(พ.ศ. 2560–2564)
มีความสอดรับกับนโยบายความมั่นคงแหง่ ชาติ (พ.ศ. 2558–2564) คณะรัฐมนตรีมีมตเิ มื่อวัน
ท่ี 27 มีนาคม 2558 โดยระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาตสิ อดคล้องกับหมวดนโยบายความมัน่ คง
ทว่ั ไป นโยบายที่ 13 พฒั นาระบบการเตรียมพร้อมแหง่ ชาติเพื่อเสรมิ สรา้ งความมัน่ คงแหง่ ชาติ
เพอ่ื พัฒนาศกั ยภาพการเตรยี มความพร้อมของชาติในการเผชิญกบั ภาวะสงครามและวกิ ฤตกิ ารณ์
ความมัน่ คงอย่างมเี อกภาพและประสิทธิภาพ และนโยบายท่ี 14 เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพ
การป้องกันประเทศ เพ่ือให้กองทัพมีโครงสรา้ งกำ� ลงั ยทุ โธปกรณ์ที่เหมาะสม ทันสมยั มีการผนกึ
กำ� ลังทุกภาคส่วนในการปอ้ งกันประเทศและสนับสนุนการด�ำเนินการกองทพั ตงั้ แต่ในภาวะปกติ

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 393

14.7 แผนการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ทางการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ แบบบรู ณาการ พ.ศ. 2560–2564

1.วิสัยทัศน์ สรา้ งวฒั นธรรมความปลอดภยั รวมถงึ การพฒั นาศกั ยภาพ
ประชาชนในพ้ืนท่ีประสบภัย ได้รับบริการทางการ บุคลากร และอาสาสมัครสาธารณสุข มุ่งเข้าสู่การรับรู้-
แพทย์และการสาธารณสุขที่มีคุณภาพปลอดภัยและมี ปรบั ตวั -ฟ้ืนเร็วทว่ั -อยา่ งยงั่ ยืน (Resilience)
ความม่ันใจในระบบบริการสาธารณสุขทุกระยะของการ
เกิดภยั อย่างทันทว่ งทีในทุกสถานการณ์ที่เกดิ ขน้ึ ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 1 การลดความเส่ียงจาก
2. เป้าหมาย ภาวะฉุกเฉนิ ทางการแพทย์และการสาธารณสขุ
พัฒนาระบบบูรณาการการเตรียมพร้อมด้าน
การแพทย์และการสาธารณสุขให้เป็นเอกภาพและ เป้าประสงค์ เพ่ือให้มีระบบบริหารความเส่ียง
มีประสิทธิภาพด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ มาตรการและแนวทางปฏิบัติในการป้องกัน การลด
เกี่ยวข้องสามารถลดความสูญเสียของประชาชนในพ้ืนท่ี ผลกระทบและการเตรียมความพร้อมภาวะฉุกเฉินทาง
ประสบภยั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ สาธารณสขุ
3. นโยบาย
1) ทุกภาคส่วนด้านการแพทย์และการสาธารณสุข กลยุทธ์ 1.1 พัฒนาองค์ประกอบเชิงสถาบัน
ได้มีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและลดผลกระ (Institutional Arrangement) ในการเสริมสร้างระบบ
ทบ การบรหิ ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ และการจดั การหลงั การบริหารความเสี่ยงทางการแพทย์และการสาธารณสุข
เกิดภัยให้พร้อมเผชญิ กบั สาธารณภัย ภยั ดา้ นความม่นั คง ในภาวะฉุกเฉนิ
และสถานการณ์ฉุกเฉิน
2) เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานทุกภาค กลยุทธ์ 1.2 จัดท�ำระบบบริหารความต่อเน่ืองของ
ส่วน ในการประสานงานและสนับสนุนแผนเตรียมพร้อม ภารกจิ (Business Continuty Management System:
ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขแห่งชาติ BCMS) ทำ� ใหส้ ามารถสนบั สนนุ บคุ ลากรและทรพั ยากรอน่ื
3) สร้างระบบบริหารจัดการในการเตรียมความ แกก่ ารจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
พร้อมด้านการแพทย์และการสาธารณสุขที่มีเอกภาพ
ประสทิ ธิภาพ และทนั ทว่ งทใี นทกุ สถานการณ์ที่เกดิ ขน้ึ กลยุทธ์ 1.3 เสริมสร้างศักยภาพและองค์ความรู้
4) ใหห้ นว่ ยงานและสถานบรกิ ารสาธารณสขุ มรี ะบบ ด้านการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติทางการแพทย์และ
การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยมีการบูรณา สาธารณสุขใหก้ บั ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม
การร่วมกันในระดับจังหวัด เขตบริการสุขภาพและส่วน
กลาง เพ่อื ให้พร้อมรบั สถานการณฉ์ กุ เฉนิ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การเพิ่มประสิทธิผล
และสามารถฟน้ื ฟสู ภาพหลงั ประสบภยั ไดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ และ การปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และการ
เปน็ ธรรม สาธารณสขุ
5) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ท้องถิ่น ชุมชน อาสา
สมัครสาธารณสขุ และภาคสว่ นต่าง ๆ มสี ว่ นรว่ มในการ เป้าประสงค์ เพ่ือมีระบบปฏิบัติการด้านการแพทย์
จัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยด้านการแพทย์และ และการสาธารณสุขที่ท�ำให้สามารถจัดการภาวะฉุกเฉิน
สาธารณสขุ ได้ทุกภัยอย่างรวดเร็ว มีความเป็นเอกภาพและประสาน
6) ส่งเสริมให้บุคลากรด้านการแพทย์และ งานสนบั สนนุ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการสญู
สาธารณสุขมีความตระหนักถึงความปลอดภัย มีการ เสยี ชีวิตและการบาดเจ็บใหน้ อ้ ยท่ีสุด

กลยุทธ์ 2.1 พัฒนาศูนย์การจัดการภาวะฉุกเฉิน
ทางการแพทย์และการสาธารณสุข (Emergency
Operation Center: EOC:3’S) ในทกุ ระดบั ให้เป็นศนู ย์
บรหิ ารจัดการ ส่งั การ ประสานงาน ร่วมกับภาคีเครือขา่ ย
ปฏิบัติการ (Emergency Support Function: ESFs
(ESF8))

394 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

กลยทุ ธ์ 2.4 พฒั นาระบบคลังสำ� รองทางการแพทย์ การเตรียมความพร้อมในการด�ำเนินงานตอบโต้
และการจัดการโลจิสติค (Medical Stockpile and ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข
Logistic Management) ด้วยสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขเกิด
บ่อยขึ้นและแต่ละครั้งก็มีความรุนแรงเพิ่มมากข้ึน เช่น
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การเสรมิ สรา้ งประสทิ ธภิ าพ การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ในปี พ.ศ. 2552
การฟื้นฟูจากภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และการ การเกดิ นำ�้ ทว่ มใหญใ่ นปี พ.ศ. 2554 การระบาดของโรค
สาธารณสขุ อยา่ งยงั่ ยืน ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกในปี พ.ศ.2557
ต่อมาจนถงึ ปี พ.ศ. 2558 รวมถงึ การเกดิ การระบาดของ
เป้าประสงค์ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการฟื้นฟู โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางในประเทศเกาหลีใต้
ทางการแพทย์และการสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว ท่ัวถึง การเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใหญ่ในประเทศเนปาล และ
ยั่งยืนและปลอดภัยกวา่ เดมิ การเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ไม่เพียงจะมี
ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพของประชาชนเทา่ นัน้ แตย่ งั สง่ ผลก
กลยุทธ์ 3.1 พัฒนาระบบประเมินความต้องการ ระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ
ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขภายหลังเหตุการณ์ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมระบบจัดการภาวะฉุกเฉิน
สาธารณภัย (Post Disaster Needs Assessment: จงึ เปน็ เรอื่ งทมี่ คี วามสำ� คญั อยา่ งยง่ิ ในทกุ ระบบสาธารณสขุ
PDNA) ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในระดับปฏิบัติ
การพน้ื ที่ กระทรวงสาธารณสขุ มีหน่วยงาน “กองสาธารณสุข
ฉุกเฉิน” สังกัดสำ� นกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ เป็น
กลยุทธ์ 3.2 พัฒนาระบบปฏิบัติการฟื้นฟูด้านการ ศูนย์ประสานงานกลางของกระทรวง และภาคีเครือข่าย
แพทย์และการสาธารณสุขให้สอดคล้องกับแนวทางการ ทกุ ภาคสว่ น ในการจดั ตงั้ ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ น
ฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ(Disaster Recovery Framework: การแพทย์และสาธารณสขุ Public Health Emergency
DRF) Operation Center- PHEOC) (ภาพที่ 14.2) เพื่อใช้
เป็นศูนยบ์ ัญชาการเหตกุ ารณ์ มรี ฐั มนตรวี ่าการกระทรวง
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การพฒั นา กลไกการการ สาธารณสุข/ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้บัญชาการ
การจัดการแบบบูรณาการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เหตกุ ารณ์ (Incident Command System-ICS) สำ� หรับ
และการสาธารณสขุ ใช้เป็นศูนย์กลางในการสั่งการ อ�ำนวยการและการ
ประสานงานกบั หนว่ ยงานในสงั กดั และหนว่ ยงานในกำ� กบั
เปา้ ประสงค์ เพือ่ มรี ะบบกลไกและพัฒนาศกั ยภาพ ของกระทรวงสาธารณสุข เชน่ สถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉิน
ด้านบริหารจัดการและประสานงานการให้ความช่วย แห่งชาติ (สพฉ.) ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เหลือทางมนุษยธรรมในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และ (สปสช.) องคก์ ารเภสชั กรรม ฯลฯ พรอ้ มทงั้ ประสานความ
การสาธารณสุขระดับประเทศและระหว่างประเทศที่มี ร่วมมือหน่วยงาน เครือข่าย ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ
มาตรฐานและทันเหตกุ ารณ์ และเอกชน เช่น โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย โรง
พยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย
กลยทุ ธ์ 4.1 พฒั นาระบบการประสานงาน และกลไก โรงพยาบาลเอกชน มูลนิธิ อาสาสมัครต่างๆ เพ่ือการ
การจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ทางการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของทุกประเภทภัยอย่างทันท่วงที
ระดับประเทศและระหว่างประเทศที่มีมาตรฐาน ให้มี (ภาพท่ี 14.3)
ความสอดคล้องซ่งึ กนั และกัน และบรู ณาการ

กลยุทธ์ 4.2 เสริมสร้างทักษะและความช�ำนาญ
ของเครอื ขา่ ยด้านการบรหิ ารจัดการภาวะฉกุ เฉินทางการ
แพทย์และการสาธารณสุข

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 395

ภาพที่ 14.2 ศนู ยป์ ฏบิ ัติการฉุกเฉินดา้ นการแพทย์และสาธารณสขุ (PHEOC)

ภาพท่ี 14.3 การอา� นวยการและประสานงานของศนู ยป์ ฎบิ ตั กิ ารภาวะฉกุ เฉนิ ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ (PHEOC)

ศูนย์ปฏบิ ตั ิการภาวะฉุกเฉนิ ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข (PHEOC)

ผ้บู ญั ชาการเหตุการณ์ IC

ฝ่ายข้อมลู และยุทธศาสตร์ SAT STAG
ผู้ปฏบิ ัติ LAW RISK COM/PO
SAFETY

HR Case Management Operation (PointPoOfEEntry) SLtoogcisktpicil&e FiAndamncien&

All Hazard Plan : Hazard Spacific Plan

Biological Disaster Chem/Radiation Environment Human
กรม คร. กรมแพทย/์ สป. กรม คร. กรมอนามัย กรมแพทย์

396 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560

14.8 ระบบบญั ชาการณเ์ หตกุ ารณ์ ภาวะฉุกเฉิน คือ ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident
การเกิดขึ้นของสาธารณภัย แต่ละครั้งแต่ละ CommandSystem: ICS)

เหตุการณถ์ อื เป็นภาวะวิกฤตหรอื สถานการณ์ ระบบการบัญชาการเหตุการณ์คือ ระบบท่ีใช้
ฉุกเฉินที่ต้องอาศัยระบบคิดในการจัดการที่เป็น เพื่อการส่ังการ ควบคุม และประสานความร่วมมือ
ของแต่ละหน่วยงานในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบคิดเดียวกัน และมีเคร่ืองมือในการจัดการภาวะ สาธารณภัย ระบบดังกล่าวเป็นระบบปฏิบัติการเพ่ือการ
วกิ ฤตที่ ระดมทรัพยากรไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อบริหารจัดการเหตุ
ฉุกเฉินให้สามารถปกป้องชีวิต ทรัพย์สินและส่ิงแวดล้อม
เป็นระบบเดียวกัน จึงจะท�ำให้การจัดการแก้ไข ได้อย่างบรรลุเป้าหมาย และมปี ระสิทธภิ าพ
ปญั หาเปน็ ไปดว้ ยประสทิ ธภิ าพ ลดการสญู เสยี ในชวี ติ และ

ทรัพย์สิน ของประชาชนรวมท้งั สว่ นรวม
เครื่องมือของการบริหารหนึ่งท่ีเช่ือว่าน่าจะเป็น
เคร่ืองมืออันเหมาะสมต่อการจัดการในภาวะวิกฤต หรือ

14.9 ความเปน็ มาของระบบการบญั ชาการเหตกุ ารณ์ 1. เป็นกรอบแนวคิดมาตรฐานในการปฏิบัติเพื่อ
แนวคิดระบบการบัญชาการเหตุการณ์ถูกพัฒนา จัดการเหตุการณ์ทุกประเภททั้งท่ีเป็นเหตุการณ์ที่เกิดข้ึน
กระทันหนั ฉุกเฉนิ หรอื เหตุการณใ์ นภาวะปกติ
ขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีท่ีผ่านมา หลังจากที่ประเทศ
สหรัฐอเมริกาต้องประสบกับความเสียหายอย่างร้ายแรง 2. เป็นระบบท่ีสนับสนุนการให้ข้อมูลท่ีแม่นย�ำ มี
อันเกิดจากไฟป่าทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี การวางแผน และคำ� นวณค่าใชจ้ า่ ยทม่ี ีประสทิ ธิภาพ และ
พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) อย่างไรก็ตาม แม้หน่วยงานที่ มกี ารสนบั สนุนการกภู้ ัย
มีปฏิบัติการฉุกเฉินด้านอัคคีภัยของระบบการบัญชาการ
เหตุการณ์ในฐานะเคร่ืองมือบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน 3. เป็นระบบท่ีสามารถปรับเปลี่ยนการจัดองค์กร
2 มลรัฐจะพยายามตอบโต้กับไฟป่าในครั้งน้ันอย่างสุด แบบบูรณาการให้เหมาะสม สอดคล้องกับความซับซ้อน
ความสามารถ แต่ก็ยังประสบปัญหาในการประสาน ของเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน กล่าวคือเป็นองค์กรช่ัวคราว
การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพอันเนื่องจากการท่ีมีหลาย ไม่มีโครงสร้างหรือการบริหารแบบถาวร (Modular
หน่วยงานมาปฏิบัติงานร่วมกันโดยเฉพาะอย่างย่ิงการ Organization) ดังน้ัน โครงสร้างองค์ของระบบ ICS จงึ
สอื่ สารและการประสานงาน เชน่ การใชถ้ อ้ ยคำ� และศพั ท์ มลี กั ษณะทย่ี ืดหยนุ่ ไมต่ ายตวั สามารถปรบั เปลีย่ นไดต้ าม
ที่ไม่เปน็ มาตรฐานเดยี วกัน การสื่อสารท่ไี มเ่ ป็นมาตรฐาน ความเหมาะสมของแตล่ ะเหตุการณ์
และขาดเอกภาพ ตลอดจนมหี ลายระบบ การขาดแผนการ
ปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น จากปัญหาดังกล่าวจึง 4. เปน็ โครงสรา้ งองคก์ รในการจดั การกบั สาธารณภยั
เปน็ ทม่ี มี าของการพฒั นารปู แบบของระบบการบญั ชาการ ที่สามารถน�ำเอาทักษะความสามารถด้านเทคนิคเฉพาะ
เหตุการณใ์ นเวลาตอ่ มา ทางผสมผสานอยภู่ ายใตอ้ งคก์ ร ICS ไดอ้ ย่างลงตัว

ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ เป็นมาตรฐานหนง่ึ เดยี ว 5. ICS ถูกใช้เป็นพ้ืนฐานในการกู้ภัยซึ่งเป็นภารกิจ
ทสี่ ามารถใชร้ บั มอื กบั เหตกุ ารณห์ รอื ภาวะฉกุ เฉนิ ในทเี่ กดิ ประจ�ำ รวมท้ังสามารถใช้กับภาวะฉุกเฉินท่ีส�ำคัญอ่ืนๆ
เหตไุ ดท้ กุ ชนดิ และยงั สามารถบรู ณาการโครงสรา้ งองคก์ ร ไดด้ ้วย
ในการจดั การกบั เหตกุ ารณท์ ม่ี คี วามซบั ซอ้ น โดยมองขา้ ม
เสน้ แบง่ ขอบเขตอำ� นาจหนา้ ทขี่ องแตล่ ะหนว่ ยงาน ดงั นน้ั 6. ในช่วงเวลาเหตุฉุกเฉิน ภายใต้ระบบ ICS
ICS จึงมจี ุดเด่นส�ำคัญกลา่ วคอื เจ้าหน้าท่ีจะปรับบทบาทหน้าท่ีต�ำแหน่งที่ปฏิบัติประจ�ำ
และไปปฏิบัติหน้าท่ีภายใต้โครงสร้างองค์กร ICS ตามที่
ได้รบั มอบหมาย

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 397

7. เป็นโครงสร้างที่ผสมผสานทรัพยากรทุกชนิด สามารถท�ำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบและรวดเร็ว
เขา้ ดว้ ยกนั ทงั้ เครือ่ งมือ อุปกรณ์ หรือแม้แต่กำ� ลงั คนจาก ภายใต้โครงสร้างการจัดการเหตุการณ์แบบเดียวกัน
หน่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยต�ำรวจ ทหาร หน่วยการ (Common Management Structure)
แพทย์ ผู้เชย่ี วชาญทางเทคนิค
3) เปน็ ระบบซงึ่ ใหก้ ารสนบั สนนุ แกเ่ จา้ หนา้ ทใี่ นการ
เปา้ ประสงคข์ องการใชร้ ะบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ปฏบิ ตั ิงาน
การใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์มีเป้าประสงค์ที่
เปน็ หวั ใจส�ำคญั 3 ประการ ประกอบดว้ ย 4) ก่อให้เกิดการท�ำงานที่มีประสิทธิภาพ และ
1) ความปลอดภัยทง้ั ผปู้ ฏิบตั งิ านและผอู้ ่นื ประหยดั (Cost Effective) อนั เนือ่ งจากไม่มกี ารท�ำงาน
2) บรรลุวัตถุประสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์ หรอื ยุทธวิธี ที่ซับซอ้ น
3) มกี ารใชท้ รพั ยากรอยา่ งคมุ้ คา่ และมปี ระสทิ ธภิ าพ
ประโยชน์ของระบบ ICS สำ� หรบั กระทรวงสาธารณสขุ ไดน้ ำ� ระบบบญั ชาการ
1) ระบบ ICS ตอบสนองความตอ้ งการในการจดั การ เหตุการณ์เข้ามาก�ำหนดโครงสร้างการปฏิบัติงานใน
เหตุการณ์ฉกุ เฉนิ ไดท้ กุ รูปแบบ ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยมี
2) เจ้าหน้าที่จากหลากหลายองค์กร/หน่วยงาน การบรู ณาการรว่ มกนั ปฏบิ ตั งิ านของหนว่ ยงานระดบั กรม
ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื การประสานงานทเ่ี ปน็ ระบบและการชว่ ย
เหลอื ประชาชนทีร่ วดเรว็ และมปี ระสิทธภิ าพมากท่สี ดุ

ภาพท่ี 14.4-14.6 เป็นโครงสร้างระบบบัญชาการ
ของกรณีการเกิดสถานการณต์ า่ งๆ

ภาพท่ี 14.4 โครงสรา้ งระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์กระทรวงสาธารณสุข ในทกุ ประเภทภยั

ผู้บัญชาการ IC ระบบบัญชาการเหตุการณ์ สาหรับทกุ โรคและภัยสขุ ภาพ
ฝา่ ยขอ้ มลู และยุทธศาสตร์
Liaison
ผู้ปฏบิ ัติ
SAT STAG
Law (Planning)

Risk Com./PIO

Safety

Operation Case Management 1 HR Logistic & Stockpile Finance & Admin

1 23 POE Communication
กลมุ่ ปฏบิ ตั กิ าร (Point of Entry) Food & Water
Pre Hospital Car\e: Medical unit
สอบสวน Rapid Health Nee3d Assessment Quarantine Officer กรม ิวทยาศาสตร์,อย.,กรมสบส. Service
ควบคมุ โรค DMAT, MERT, EMS, Mini MERT, Quarantine Spinning ,องค์การเภ ัสชฯ
(JIT, CDCU) HAZMAT, DVI, ENV, Field Hospital Supply unit
Support Facilities unit
24 In Hospital Care: Ground Support
MCATT Hospital
กรมสุขภาพจติ

Inter-Hospital Care:

SAT: Situation Awareness Team เปิดเฉพาะกรณี
1 = กรณีโรคติดต่อ
STAG: Strategic and Advisory Group
Risk Com./PIO: Risk Communication/Public Information Officer 2 = กรณภี ัยพิบัติ / สารเคมี / สิ่งแวดล้อม /เหตชุ มุ นุมกอ่ การร้าย
3 = กรณสี ารเคมี/สิ่งแวดล้อม
HR: Human Resources (Emergency Personnel Staffing) 4 = กรณเี หตชุ ุมนุมก่อการรา้ ย
JIT: Joint Investigation Team
CDCU: Communicable Disease Control Unit

398 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ภาพท่ี 14.5 โครงสร้างระบบบญั ชาการณ์เหตกุ ารณ์ของกระทรวงสาธารณสขุ ในกรณีสถานการณห์ มอกควนั

ผงั บญั ชาการเหตุการณ์ ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารภาวะฉุกเฉนิ ดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสุข V.21/03/2561
(Public Health Emergency Operation Center: PHEOC) กรณีสถานการณ์ หมอกควัน

1. นายเจษฎา โชคดารงสขุ ผ้บู ญั ชาการเหตกุ ารณ์ (IC)
2. นายโอภาส การยก์ วนิ พงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดา้ นพฒั นาการสาธารณสขุ

กลุ่มภารกจิ ตระหนกั รู้และประเมนิ สถานการณ์ (SAT) กลมุ่ ภารกจิ ยทุ ธศาสตร์และวชิ าการ (STAG)
1. รองอธิบดีกรมควบคมุ โรคท่ไี ด้รบั มอบหมาย 1. นายสมควร หาญพฒั นชยั กรู ผทู้ รงคณุ วุฒดิ ้านควบคมุ ป้องกนั โรค สานักวิชาการสาธารณสขุ
2. นายสมศักดิ์ ศิรวิ นารังสรรค์ ผู้อานวยการกองประเมนิ ผลกระทบตอ่ สุขภาพ 086-0903166
3. ผูอ้ านวยการสานกั ระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค เบอร์โทร 089-637-9012 เบอรโ์ ทร 089-967-6744
4. นายบรริ กั ษ์ ลภั นะกลุ กองสาธารณสุขฉุกเฉนิ 2. นายดนัย ธวี นั ดา รองอธิบดกี รมอนามยั เบอร์โทร 081-967-4274
3. นายสมศกั ด์ิ ศิริวนารงั สรรค์ ผอู้ านวยการกองประเมนิ ผลกระทบต่อสุขภาพ 086-0903166
เบอรโ์ ทร 081-887-5960 4. นางสาวมนี า ชูใจ กองบรหิ ารการสาธารณสขุ เบอรโ์ ทร 089-116-7671
5. นางสาววริศรา มงคลตระกลู สขุ กองสาธารณสุขฉุกเฉิน 087-539-0753

กลุ่มภารกิจประสานงานและเลขานุการ (Liaison) กลุ่มภารกจิ ส่อื สารความเสย่ี ง (Risk Communication)

1. นายวทิ ูรย์ อนนั กุล รักษาราชการแทนผูอ้ านวยการกองสาธารณสขุ ฉกุ เฉนิ 1. นางสาวศริ มิ า ธรี ะศกั ด์ิ ผู้อานวยการสานักสารนิเทศ เบอรโ์ ทร 081-903-9559
เบอร์โทร 084-555-1771 2. นางพาหุรตั น์ คงเมอื ง ทยั สวุ รรณ์ กรมควบคุมโรค เบอรโ์ ทร 086-3562445
3. หัวหน้างานวเิ คราะห์และสอื่ สารความเส่ยี ง กองสาธารณสขุ ฉุกเฉิน
2. นายบรริ กั ษ์ ลัภนะกลุ กองสาธารณสุขฉกุ เฉนิ 4. นางสาวจุรีพร โชติพศิ ทุ ธ์ิโมรา กองสาธารณสขุ ฉุกเฉนิ เบอรโ์ ทร 082-669-9544
เบอรโ์ ทร 081-887-5960

3. นางสาวพิศภคั ตา สยี า 061 – 518-3764
4. หัวหนา้ งานพฒั นาระบบศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารภาวะฉกุ เฉินดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสุขกองสาธารณสขุ ฉกุ เฉิน
กลุ่มภารกิจการเงนิ และงบประมาณ (Finance)

การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 ผ้ปู ฏบิ ตั ิ กลุ่มภารกิจสารองเวชภัณฑแ์ ละสง่ กาลังบารงุ 1. นางอมรรัตน์ พีระพล ผู้อานวยการกองบรหิ ารการคลัง
2. รองผู้อานวยการกองยทุ ธศาสตร์และแผนงาน
กลุม่ ภารกจิ ปฏบิ ัติการ (Operation) (Logistics and Stockpiling) 3. นางสุรรี ตั น์ ใจดี กองสาธารณสขุ ฉุกเฉิน
1. ผอู้ านวยการกองบรหิ ารการสาธารณสขุ
1. ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ เขตสุขภาพท่ี 1 2. รองผู้อานวยการองคก์ ารเภสชั กรรม เบอร์โทร 094-6289907
2. ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพท่ี 2 3. นางสาวรงุ่ ทิภา ใจตรง เบอร์โทร 083-0922673 4. หัวหนา้ งานการเงินและบญั ชี กองสาธารณสุขฉุกเฉิน
3. นายชาตชิ าย คล้ายสบุ รรณ
4. หัวหนา้ งานพัฒนาระบบการแพทยฉ์ ุกเฉนิ ดา้ นสาธารณภยั กลมุ่ ภารกิจเทคโนโลยีสอื่ สาร (Communication Unit)
1. นายประภาส จติ ตาศริ ินวุ ัตร รองอธิบดีกรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ
กองสาธารณสขุ ฉุกเฉิน
เบอรโ์ ทร 095-491-5459
399 2. ผอู้ านวยการกองวศิ วกรรมการแพทย์ กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
3. ผู้แทนศนู ย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารสานักงาน

ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
4. หัวหนา้ งานพัฒนาระบบข้อมลู สารสนเทศ กองสาธารณสขุ ฉุกเฉิน

400 ภาพที่ 14.6 โครงสร้างระบบบัญชาการณเ์ หตกุ ารณข์ องกระทรวงสาธารณสุขในกรณงี านพระราชพธิ ถี วายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหา
ภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร
การสาธารณสุขไทย 2559-2560
ผังบัญชาการเหตุการณข องกระทรวงสาธารณสขุ ในงานพระราชพธิ ีถวายพระเพลงิ พระบรมศพ V.02-10-60
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร

คณะกรรมการอาํ นวยการ

1.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
2.รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขทกุ ทา น
3.อธิบดกี รมทุกกรม
4.เลขาธิการสาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยา
5.ผตู รวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ทง้ั 12 เขตสุขภาพ
6.ผูอํานวยการองคการเภสัชกรรม
7.เลขาธกิ ารสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ
8.เลขาธกิ ารสถาบนั การแพทยฉ กุ เฉนิ แหง ชาติ
9.ผอู าํ นวยการกองสาธารณสขุ ฉุกเฉิน เลขานกุ าร

ผบู ญั ชาการเหตกุ ารณ (IC)

1.นายโอภาส การยก วนิ พงศ รองปลดั กระทรวงสาธารณสุขดา นพฒั นาการสาธารณสุข
2.นายณรงค อภกิ ลุ วณิช รองอธบิ ดกี รมการแพทย

กลุมภารกจิ ตระหนักรแู ละประเมนิ สถานการณ (SAT) กลมุ ภารกจิ ยทุ ธศาสตรและวชิ าการ (STAG)

1. ผูอ าํ นวยการสํานักระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค 1. นายสมควร หาญพัฒนชยั กูร ผูทรงคณุ วฒุ ิดา นควบคมุ ปองกันโรค สาํ นักวชิ าการสาธารณสุข
2. นายวทิ ูรย อนันกลุ รองผอู าํ นวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉนิ เลขานุการ 2. นายยอรน จิระนคร สาธารณสุขนิเทศกเขตสุขภาพท่ี 12
3. ผูทรงคุณวุฒกิ รมสุขภาพจติ , ผูท รงคุณวฒุ ิกรมควบคุมโรค,ผูทรงคุณวุฒกิ รมอนามยั และผทู รงคณุ วฒุ ิกรมการแพทย
4.นายสุทัศน กองขนุ ทด กองสาธารณสุขฉุกเฉิน เลขานุการ

กลุมภารกิจประสานงานและเลขานุการ (Liaison) กลุมภารกจิ ส่ือสารความเสยี่ ง (Risk Communication)

1. นายกติ ติพ์ งศ สญั ชาตวิรุฬห ผอู าํ นวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน 1. นางศริ ิมา ธรี ะศักดิ์ ผูอํานวยการสํานักสารนเิ ทศ
2. นายสุทัศน กองขุนทด กองสาธารณสขุ ฉุกเฉิน เลขานกุ าร 2. นางพาหุรัตน คงเมอื ง ทัยสุวรรณ กรมควบคุมโรค เลขานุการ

ผปู ฏบิ ัติ

กลุมภารกิจปฏิบตั กิ าร (Operation) กลุมภารกจิ สาํ รองเวชภณั ฑแ ละสงกาํ ลังบํารงุ กลุมภารกิจการเงินและงบประมาณ (Finance)
(Stockpiling &Logistics)
1. นายพิศิษฐ ศรปี ระเสรฐิ ผตู รวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ 1. ผอู ํานวยการ กองบริหารการคลัง สาํ นักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
1. นายกิตติ กรรภิรมย สาธารณสุขนิเทศก เขตสขุ ภาพท่ี 5 2. นางสรุ ีรัตน ใจดี กองสาธารณสขุ ฉกุ เฉิน เลขานกุ าร
เขตสขุ ภาพท่ี 5 ประธานบรหิ ารจัดการ และผูอํานวยการกองบริหารการสาธารณสุข
กลมุ เทคโนโลยสี อื่ สาร
ทีมปฏิบตั ิการสวนภูมภิ าค 2. รองผูอาํ นวยการองคการเภสชั กรรม
3. นายแพทยวิทูรย อนนั กุล กองสาธารณสุขฉุกเฉนิ เลขานุการ 1. รองอธิบดีกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ
2. นายณรงค อภกิ ุลวณิช รองอธบิ ดีกรมการแพทย (0) 2. ผูอาํ นวยการศูนยเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

ประธานบรหิ ารจัดการ สาํ นักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข ( )
3. ผูอาํ นวยการกองวิศวกรรมการแพทย กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
ทมี ปฏบิ ตั กิ ารในกรงุ เทพมหานคร 4. ผูแทนสถาบนั การแพทยฉ กุ เฉนิ แหง ชาติ

3. นางนฤมล สวรรคป ญ ญาเลิศ ผทู รงคณุ วฒุ ิ กรมการแพทย

หัวหนากลุมฉุกเฉินทางการแพทย

รองประธานบรหิ ารจดั การ

ทมี ปฏิบตั ิการในกรงุ เทพมหานคร

4. นายภมู ินทร ศิลาพนั ธ รองผูอาํ นวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน เลขานกุ าร

บทบาทและอ�ำนาจหน้าท่ีตามโครงสร้างระบบ 2.4 จัดสรุปทบทวนบทเรียนหลังการปฏิบัติการ
บัญชาการ (After Action Review) ในระยะฟ้ืนฟู

1. ผู้บัญชาการเหตุการณ์และรองผู้บัญชาการ 2.5 ให้ค�ำแนะน�ำต่อแผนเผชิญเหตุ (Incidence
เหตกุ ารณ์ มอี �ำนาจหนา้ ที่ ดังน้ี Action Plan)

1.1 ก�ำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการ 2.6 จัดท�ำรายงานผลการปฏิบัติงานเสนอ
บญั ชาการเหตกุ ารณ์ ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์

1.2 ติดตามสถานการณอ์ ุทกภยั 2.7 ปฏิบตั หิ นา้ ที่อน่ื ๆ ตามที่ไดร้ บั มอบหมาย
1.3 อ�ำนวยการ ส่ังการ ควบคมุ เรง่ รัด กำ� กับ และ 3. กลุ่มภารกิจตระหนักรู้สถานการณ์ (Situation
Awareness Team) มอี ำ� นาจหนา้ ที่ ดังนี้
ติดตามประเมินแก้ไขปัญหาในการตอบโต้ต่อ 3.1 ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์ และ
สถานการณ์
1.4 บริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ส�ำหรับการ ประเมินความเสย่ี งของเหตกุ ารณ์
ตอบโต้ 3.2 จดั ท�ำสรปุ รายงานสถานการณ์
1.5 ประสานระดับนโยบายกับหน่วยงานท่ี 3.3 เสนอข้อพิจารณาเพ่ือตัดสินใจ ยกระดับ ลด
เก่ยี วขอ้ งภายนอกองคก์ ร
1.6 ตัดสินใจ ยกระดับ ลดระดับศูนย์ปฏิบัติการ ระดับศูนยป์ ฏิบัติการภาวะฉกุ เฉิน
ภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operations 3.4 จัดท�ำรายงานผลการปฏิบัติงานเสนอ
Center)
1.7 เสริมสร้างขวัญและก�ำลังใจในการปฏิบัติงาน ผูบ้ ัญชาการเหตุการณ์
ให้แกก่ ล่มุ ภารกจิ ตา่ งๆ 3.5 ปฏบิ ตั หิ นา้ ทีอ่ น่ื ๆ ตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
1.8 มีอ�ำนาจแต่งตั้ง ปรับเปล่ียนโครงสร้างกลุ่ม 4. กลุ่มภารกิจด้านความปลอดภัย (Safety) มี
ภารกิจต่างๆ ในศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน อ�ำนาจหน้าที่ ดงั นี้
หรอื มอบหมายหนา้ ทีค่ วามรับผิดชอบ 4.1 วเิ คราะหอ์ นั ตรายทอี่ าจเกดิ ขนึ้ กำ� หนดอปุ กรณ์
1.9 ด�ำเนินการอย่างหนึ่ง อย่างใด ตามอ�ำนาจ
หน้าท่ีของ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ปอ้ งกนั ตวั สว่ นบคุ คล ปอ้ งกนั อนั ตรายโดยรวม
(Emergency Operations Center) กรณี 4.2 ประเมินความเสียหาย อันตรายที่จะเกิดกับ
สถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ได้ตามที่เห็น
สมควร บคุ ลากรและผเู้ กย่ี วขอ้ ง และทรพั ยากรทงั้ หมด
2. กลุ่มภารกิจยุทธศาสตร์และวิชาการ (STAG) มี พร้อมทั้งจัดระบบเคล่ือนย้าย จัดเก็บอย่างถูก
อ�ำนาจหน้าท่ี ดงั น้ี วธิ ี
2.1 เสนอยทุ ธศาสตร์ มาตรการ เปา้ หมายในการ 4.3 กำ� หนดพน้ื ทป่ี ลอดภยั สำ� หรบั คนและทรพั ยากร
ตอบโต้ภาวะฉกุ เฉินแก่ผ้บู ัญชาการเหตุการณ์ กำ� หนดพนื้ ทอ่ี นั ตราย พนื้ ทจี่ ดั เกบ็ วสั ดอุ นั ตราย
2.2 ประสานและสนบั สนนุ ดา้ นวชิ าการใหก้ บั กลมุ่ และพ้นื ท่ที ำ� ลายหรอื ช�ำระสิ่งปนเปอื้ น
ภารกิจต่างๆ ในระบบบัญชาการเหตุการณ์ 5. กลุ่มภารกิจปฏิบัติการ (Operation) มีอ�ำนาจ
2.3 ประเมินผลการด�ำเนินงานตามยุทธศาสตร์ หนา้ ที่ ดงั น้ี
มาตรการ เป้าหมาย เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์ 5.1 ประเมินความต้องการของทีมปฏิบัติการ
มาตรการ เป้าหมาย ให้เหมาะสมตาม ทางการแพทย์ ในการเข้าการช่วยเหลือต่อ
สถานการณ์ สถานการณ์ ประสานงาน และจัดระบบการ
ปฏิบัติภาคสนามในการปฏิบัติการจัดการ
ภาวะฉกุ เฉนิ
5.2 วางแผนและปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค
และภัยสขุ ภาพในพนื้ ที่

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 401

5.3 จัดท�ำรายงานผลการปฏิบัติงานเสนอผู้ 6.2 จัดท�ำข้อมูลข่าวสาร ประเด็นข่าว (Press
บญั ชาการเหตกุ ารณ์ release) ประเดน็ สาร (Talking point) ท่ีถูก
ตอ้ งแมน่ ยำ� และครบถว้ น เหมาะกบั สถานการณ์
5.4 ควบคมุ ตดิ ตาม กำ� กบั ประสานงาน สนบั สนนุ
และปฏิบัตกิ าร ระบบดูแลรกั ษาทั้งกอ่ นถึงโรง 6.3 ด�ำเนินการส่ือสารความเสี่ยง (ฃ ผ่านช่องทาง
พยาบาล ในโรงพยาบาล ระบบการส่งต่อ ใน ต่างๆ รวมท้งั ผลติ ส่ือ เพอ่ื เผยแพร่ด้วยรูปแบบ
ศูนย์พักพิงและการจัดต้ังโรงพยาบาลสนาม และภาษาท่ีเหมาะสม
เชน่
6.4 ประสานกบั กลมุ่ ภารกจิ ตา่ งๆ เพอ่ื จดั การขอ้ มลู
- ทีมประเมินความต้องการด้านสุขภาพหลังภัย จำ� เป็นเพอ่ื เผยแพร่ และสอื่ สารความเสย่ี ง
พิบัติ(Rapid Health Need Assessment
Team) 6.5 ประสานกบั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งทงั้ ในและนอก
กระทรวงสาธารณสุขเพ่ือด�ำเนินการสื่อสาร
- ทีมช่วยเหลือด้านการแพทย์ในภาวะภัยพิบัติ ความเสี่ยง
(Disaster Medical Assistance Team:
DMAT) 6.6 ประเมินผลและรายงานผลการด�ำเนินงาน
สอ่ื สารความเส่ยี งต่อผบู้ ญั ชาการเหตุการณ์
- ทมี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ ทางการแพทยใ์ นภาวะภยั
พิบตั ิ (Medical Emergency Response Tea 6.7 จัดท�ำรายงานผลการปฏิบัติงานเสนอผู้
: MERT) บญั ชาการเหตุการณ์

- ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์เคลื่อนที่ 6.8 ปฏบิ ัติหนา้ ทอี่ ่นื ๆ ตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย
เร็ว (Mini-Medical Emergency Response 7. กลุ่มภารกิจส�ำรองเวชภัณฑ์ และส่งก�ำลังบ�ำรุง
Team : Mini-MERT) (Stockpiling and Logistics) มีอำ� นาจหน้าที่ ดงั น้ี
7.1 จัดท�ำแผน สรรหา สถานท่ีและส่ิงอ�ำนวย
- ทมี ควบคมุ สารเคมี (HAZMAT)
- ทีมปฏิบัติการทางส่ิงแวดล้อม (Special ความสะดวก สำ� รองเวชภณั ฑ์ ทางการแพทย์
อปุ กรณเ์ ทคโนโลยแี ละสารสนเทศ (IT) อปุ กรณ์
Environmental Response Team : SERT) และระบบการสอ่ื สารเสบยี งและอปุ กรณย์ งั ชพี
- ทมี ชว่ ยเหลอื เยยี วยาจติ ใจผปู้ ระสบภาวะวกิ ฤต และยานพาหนะ ตามแผนที่กำ� หนด
7.2 จัดท�ำแผน กระจาย ดูแลก�ำกับ และจัดส่ง
(Mental health Crisis Assessment and เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เทคโนโลยี
Treatment team MCATT) และสารสนเทศ (IT) อุปกรณ์และระบบการ
- ทีมพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในภาวะภัยพิบัติ สื่อสาร เสบียงและอุปกรณ์ยังชีพยานพาหนะ
(Disaster Victim Identification: DVI) วสั ดุ อปุ กรณต์ า่ งๆ สถานทแ่ี ละสง่ิ อำ� นวยความ
เปน็ ตน้ สะดวก ตามแผนท่กี �ำหนด
- หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค (Communica- 7.3 จดั ทำ� แผน สรรหา จดั ตงั้ สถานทแี่ ละสง่ิ อำ� นวย
ble Disease Control Unit : CDCU) ความสะดวกส�ำหรับทีมปฏิบัติการ และศูนย์
5.5 ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่อี ่นื ๆ ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย พกั พงิ ส�ำหรับผู้ประสบภยั
6. กลุ่มภารกิจส่ือสารความเสี่ยง (Risk commu- 7.4 ดูแลรักษาทีมปฏิบัติการที่ได้รับการบาดเจ็บ
nication) มีอำ� นาจหนา้ ท่ี ดงั น้ี หรอื เจบ็ ปว่ ย
6.1 เฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ ทุกช่อง 8. กลุ่มภารกิจการเงินและงบประมาณ มีอ�ำนาจ
ทาง และประเมินการรบั ร้ขู องสาธารณะจดั ท�ำ หน้าท่ี ดงั น้ี
แผนการสอ่ื สารความเสย่ี งและตอบโตท้ เ่ี หมาะ 8.1 วางแผนงบประมาณของ EOC ในภาวะฉกุ เฉนิ
สมและรวดเร็ว

402 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

8.2 จัดท�ำธุรการ การเงิน งบประมาณ สนับสนุน 10.2 ประสานกับห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุข
ภารกิจ EOC เพื่อจัดท�ำแนวทางการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติ
การที่เหมาะสม
8.3 ติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณและรายงาน
EOC 10.3 ประสานและ/หรอื จดั เตรยี มสถานทสี่ ำ� หรบั การ
คัดกรอง แยกกกั รกั ษาผูป้ ่วย
8.4 สนับสนุนงบประมาณให้ทีมปฏิบัติการได้ทัน
เวลา 10.4 จดั ทมี ดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ยแบบองคร์ วม (Holistic
case) และฝึกซ้อมทีมเพื่อให้สามารถปฏิบัติ
8.5 บนั ทกึ เวลาปฏบิ ตั งิ านและจา่ ยคา่ ตอบแทนตาม งานตามมาตรฐานการป้องกันการติดเช้ือได้
วันเวลา อยา่ งเหมาะสม

8.6 สรปุ รายงานทางการเงนิ และวเิ คราะหต์ น้ ทนุ การ 10.5 จัดทีมผู้เช่ียวชาญเพื่อให้ค�ำปรึกษาด้านการ
ด�ำเนินการและความคมุ้ คา่ แพทย์และการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อใน
โรงพยาบาลแก่สถานพยาบาลท่ีรับดูแลรักษา
8.7 จัดท�ำประกันชีวิต ด�ำเนินการเรียกร้อง ดูแล ผู้ป่วย
ชดเชยค่าเสียหาย ส�ำหรับอุบัติเหตุและการ
บาดเจ็บ 11. กลุ่มภารกิจด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ
(Point of Entry) มอี �ำนาจหนา้ ที่ ดงั น้ี
8.8 วางแผนงบประมาณชดเชยผทู้ ่ีไดร้ ับผลกระทบ
จากการปฏิบัติงาน เช่น ค่าชดเชยจากการที่ 11.1 ตรวจคดั กรองผ้เู ดนิ ทางทม่ี าจาก
ต้องหยดุ ปฏบิ ัติงาน -พ้ืนทเี่ สยี่ ง
-ผเู้ ดินทางขาเข้า (Measures on arrival)
8.9 ปฏบิ ัติหน้าท่ีอื่นๆ ตามที่ไดร้ บั มอบหมาย -ผเู้ ดนิ ทางกอ่ นเดนิ ทางขาออก (Measures on pre-
9. กลุ่มภารกิจกฎหมาย มอี ำ� นาจหนา้ ท่ี ดังนี้
9.1 ทบทวน รวบรวม วิเคราะห์ พร้อมจัดท�ำฐาน departure /exit screening)
-ผเู้ ดินทางตอ้ งสงสัย
ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับ 11.2 การกกั กันผ้เู ดนิ ทางตอ้ งสงสยั
ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารภาวะฉุกเฉนิ 11.3 การรวบรวมข้อมูลเพ่ือส่งต่อให้กลุ่มภารกิจ
9.2 รา่ ง ปรับปรงุ หรอื เพิ่มเตมิ กฎระเบียบ ให้เอ้ือ
ตอ่ การปฏบิ ตั ิงาน ติดตามผู้เดินทางสงสัยสัมผัสโรค (Contact
9.3 เปน็ ทปี่ รึกษาทางด้านกฎหมาย tracing)
9.4 สื่อสารและถ่ายทอดกฎหมายท่ีเก่ียวข้องให้ผู้ 12. กลุ่มภารกจิ ดา้ นก�ำลงั คน
ปฏิบตั งิ านเข้าใจ และปฏิบัติได้ถูกต้อง 12.1 จัดทำ� ฐานขอ้ มูลก�ำลังคน
9.5 ประเมนิ ผลของกฎหมายที่บังคบั ใช้ 12.2 จัดหาก�ำลังคนสนับสนุนการเข้าปฏิบัติงาน
9.6 จดั ท�ำค�ำร้องเพื่อแจ้งความและใหค้ วามรว่ มมอื ในภาวะฉุกเฉินตามท่ีผู้บัญชาการเหตุการณ์
ตามกฎหมาย ก�ำหนด
9.7 จดั เกบ็ หลกั ฐาน ขอ้ ความสอื่ สาร วธิ กี ารรวบรวม 12.3 จัดท�ำแผนการระดมทรัพยากรด้านก�ำลัง
วัตถพุ ยานในกาตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน คน เพื่อการสนับสนุนการปฏิบัติการใน
9.8 ก�ำหนดกฎหมายรองรับ ภาวะฉกุ เฉิน
10. กลุ่มภารกิจดูแลรักษาผู้ป่วย (Case manage- 12.4 ปฏิบตั ิหนา้ ที่อ่นื ๆ ตามที่ได้รบั มอบหมาย
ment) มอี ำ� นาจหน้าท่ี ดงั น้ี 13. กลุ่มภารกิจประสานงานและเลขานุการ
10.1 จัดท�ำมาตรฐานแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วย (Liaison) มีอ�ำนาจหน้าท่ี ดังนี้
ตลอดจนแนวทางในการป้องกันการติดเช้ือใน 13.1 จัดท�ำท�ำเนียบเครือข่ายเพื่อการประสานงาน
โรงพยาบาล

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 403

ท้ังภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข 13.6 วางแผนและผลักดันให้ข้อสั่งการของผู้
13.2 ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ท่ี บัญชาการเหตุการณ์ได้รับการปฏิบัติอย่าง
รวดเรว็ และมี ประสทิ ธภิ าพ
เก่ียวข้องท้ังภายในและภายนอกกระทรวง
สาธารณสุข 13.7 ให้การสนับสนุนงานด้านบริหารจัดการและ
13.3 ประสานหาสถานท่ีส�ำหรับการปฏิบัติงานของ อ�ำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้านให้กับกลุ่ม
กลมุ่ ภารกจิ ตา่ งๆ ในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ภารกจิ ต่างๆ ในระบบบัญชาการเหตุการณ์
ใหเ้ พยี งพอ
13.4 ประสานจดั การประชมุ จดั ทำ� ปฏทิ นิ การปฏบิ ตั ิ 13.8 รับผิดชอบงานสารบรรณของระบบบัญชาการ
งานกลุ่มภารกิจต่างๆ ในระบบบัญชาการ เหตุการณ์
เหตุการณ์
13.5 สรุปรายงานการประชุมข้อสั่งการ ผลการ 13.9 จัดท�ำรายงานผลการปฏิบัติงานเสนอผู้
ด�ำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคและส่ือสารข้อสั่ง บญั ชาการเหตุการณ์
การไปยังหน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องอย่าง
รวดเรว็ 13.10 ปฏิบัตหิ นา้ ที่อ่นื ๆ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

14.10 การดำ� เนนิ งานทมี เฝา้ ระวงั สอบสวนโรคเคลอื่ นทเ่ี รว็ (Surveillance and Rapid Response Team: SRRT)

การใช้องคค์ วามรู้ ขอ้ มลู โรค-สุขภาพโดยอาศัยหลัก สุขภาพ ตรวจจับการระบาดและตอบโต้ควบคุมโรคได้
ระบาดวิทยามีส่วนส�ำคัญในการสร้าง ความก้าวหน้าการ รวดเรว็ ข้ึน
พัฒนาการสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องใน
ระยะ 50 ปที ผี่ า่ นมา กระทรวงสาธารณสขุ จดั ตง้ั หนว่ ยงาน อย่างไรกต็ าม การพัฒนากำ� ลังคนดา้ นระบาดวิทยา
กองระบาดวิทยา (ส�ำนักระบาดวิทยาในปจั จุบนั ) รวมทั้ง เช่น แพทย์และนักวิชาการด้านระบาดวิทยา ผลิตได้
มนี โยบายอยา่ งต่อเนื่อง จ�ำนวนจ�ำกัดและกระจายได้ไม่ท่ัวถึง ยังไม่เพียงพอต่อ
การจัดการปัญหาสุขภาพ ซ่ึงรวมถึงการสอบสวนและ
ในการพัฒนาก�ำลังคนดา้ นระบาดวทิ ยา มีโครงการ ควบคมุ โรคในพนื้ ทท่ี วั่ ประเทศ ในขณะเดยี วกนั ในระยะท่ี
สำ� คญั เชน่ โครงการศกึ ษาฝกึ อบรมแพทยส์ าขาเวชศาสตร์ ผา่ นมา ประเทศไทยไดเ้ ผชญิ ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ
ป้องกัน (ระบาดวิทยา) โดยความร่วมมือกับองค์การ หลายคร้ังท่ีมีความรุนแรง เช่นการระบาดของโรคระบบ
อนามัยโลกและศูนย์ควบคุมโรค สหรัฐอเมริกาและ ทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) และโรคไข้
การฝึกอบรมเครือข่ายระบาดวิทยาระดับภาคและระดับ หวัดนก (Avian Influenza) ในช่วงปีพ.ศ. 2546-2547
จังหวัด จัดท�ำข้ึนเพื่อรองรับและร่วมพัฒนาระบบบริการ การเกิดภัยพิบัติจากสึนามิในภาคใต้ ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและ
สาธารณสุข และบริการรักษาพยาบาลที่ขยายสู่ระดับ เสยี ชวี ติ จำ� นวนมากในปี พ.ศ. 2546 การระบาดของโรค
อำ� เภอทว่ั ประเทศ เช่น โรคฉ่ีหนู โรคไขห้ ูดับ ไข้หวัดใหญ่ รวมทง้ั โรคติดตอ่
อุบัติใหม่ที่เกิดข้ึนในประเทศอื่นแล้วกระจายเข้ามาใน
ระบบเฝ้าระวังโรค (รายงานโรค 506) ในโรง ประเทศไทย หรือมีความเสีย่ งทจ่ี ะแพร่มาสปู่ ระเทศไทย
พยาบาลและสถานบริการได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ควบคู่กันจนเป็นระบบท่ีมีเครือข่ายที่ใหญ่ครอบคลุมท่ัว 1) วิวัฒนาการของการพัฒนา SRRT
ประเทศ มีข้อมลู สะสม และองคค์ วามรจู้ ากการสอบสวน กระทรวงสาธารณสุขตระหนักว่า การรับมือกับ
โรค การศึกษา การส�ำรวจด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขเหล่านี้ จ�ำเป็นต้องมีผู้ร่วม
ท�ำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการค้นหาปัญหา ปฏบิ ตั ิงานจำ� นวนมาก และใชค้ วามรคู้ วามสามารถหลาย

404 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

ด้าน มีการจัดการให้เป็นทีมที่พร้อมปฏิบัติงานเบื้องต้น อบรมแบบ on-the-job training และปรับปรุงระบบ
อย่างรวดเร็วในพื้นที่ท่ีเกิดเหตุได้ จึงเกิดแนวคิดและเริ่ม รายงานการสอบสวนโรค
ด�ำเนินการพัฒนาทีมเฝ้าระวัง สอบสวนโรคเคลื่อนท่ีเร็ว
(SRRT) ในระดับตา่ งๆ ของประเทศ ระยะต่อมา ระหว่างปี พ.ศ. 2550-2551 มีการ
พัฒนาหลักสูตรและอบรมหัวหน้าทีม ผู้สอบสวนหลัก
ต้ังแต่ปี 2548 เร่ิมมีการจัดตั้งทีมระดับอ�ำเภอ ของทีมจังหวัด และจัดอบรมทีมเขตด้านภาวะฉุกเฉิน
ทีมระดับจังหวัด ทีมระดับเขตและทีมส่วนกลาง รวม ทางสาธารณสุข การฝึกซ้อมรับการระบาดใหญ่ของไข้
1,030 ทีม เพ่ือให้สอดคล้องตามข้อก�ำหนดของกฎ หวัดใหญ่ (Influenza pandemic) แก่ทีมระดับอ�ำเภอ
อนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548 (International จังหวัด และเขต การพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งตรวจ
Health Regulation 2005) ทีก่ �ำหนดใหป้ ระเทศสมาชกิ วัตถุตัวอย่าง การพัฒนาหัวหน้าทีมและผู้สอบสวนหลัก
ต้องด�ำเนินการจัดให้มีหน่วยเฝ้าระวังและตอบสนองทาง (หลักสูตรใหม่เพ่ิมการบริหารจัดการ) การอบรมด้าน
สาธารณสุข 3 ระดับ คือ ระดับชาติ ระดับเขต/จังหวัด ภัยพิบัติจากน้�ำท่วมและภัยอาวุธชีวภาพ การปรับปรุง
และระดบั อ�ำเภอ (ดภู าพท่ี 14.7) ทงั้ น้ี มกี ารดำ� เนนิ งาน มาตรฐานทีม การพฒั นารปู แบบทีม SRRT เทศบาลนคร
เป็นขั้นตอน โดยอบรมวิทยากรให้ทีมเขต เพื่อขยายการ และการจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารพน้ื ที่
จดั ตงั้ ทมี SRRT ในระดบั จงั หวดั และระดบั ถัดไป มกี ารจัด
ทำ� แผนยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนปฏบิ ตั กิ าร มาตรฐานทมี และ ในปี พ.ศ. 2552 มีการปรับเพ่ิมมาตรฐานงานของ
หลกั สตู รการฝึกอบรม SRRT เพื่อให้รองรับข้อก�ำหนดในกฎอนามัยระหว่าง
ประเทศได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มข้อก�ำหนดคุณภาพของการ
ในปีพ.ศ. 2549 มีการพัฒนาทักษะด้านปฏิบัติการ เฝา้ ระวงั สอบสวนโรค การปรบั ปรงุ ดงั กลา่ ว ทำ� ใหบ้ ทบาท
ของทีมระดับอ�ำเภอ เสริมด้วยการประกวดผลงานการ ภารกจิ ของทมี SRRT ในปจั จุบนั ครอบคลุมถงึ
สอบสวนโรคและให้รางวัล การประชุมเครือข่าย SRRT
การจัดอบรมให้แก่ทีมเขต เพ่ือเพิ่มความรู้ด้านโรคติดต่อ 1) การเฝ้าระวังโรคติดต่อท่ีแพร่ระบาดรวดเร็ว
และโรคจากการประกอบอาชีพฯ การพัฒนารูปแบบการ รนุ แรง

ภาพที่ 14.7 ทมี เฝ้าระวงั สอบสวนเคลอ่ื นทีเ่ รว็ (SRRT) ท่ีจัดตงั้ ข้นึ ในระดับตา่ งๆ
ทมี SRRT ส่วนกลาง NC-aStRioRnTal(1leทvีมe)l

ทมี SRRT เขต NR-aStRioRnTal(1l2evทeมี l)
ทีม SRRT จังหวดั , กทม. IPn-tSeRrRmTe(d7i6atทeีมle) vel

ทมี SRRT อำ� เภอ, ศบส.กทม. DPr-iSmRaRrTy (l9e4v1elทีม)
ทีม SRRT พน้ื ท่/ี ท้องถิ่น LLo-ScRaRlTcommunity level

ท่มี า: สำ� นักระบาดวิทยา กรมควบคมุ โรค

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 405

2) การตรวจจับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและ ได้แก่
การรายงาน 1. การพฒั นานโยบาย ยุทธศาสตร์ และการสง่ เสรมิ

3) การสอบสวนโรคอย่างมีประสิทธิภาพทนั การณ์ สนับสนนุ
4) การควบคุมโรคข้นั ต้นรวดเรว็ ใน 24-48 ชั่วโมง 2. การพัฒนาบุคลากรท้ังการฝึกอบรมและ
5) การแลกเปล่ียนข้อมูลเฝ้าระวังโรคและร่วม
มือกันเป็นเครือข่าย ท้ังภายในและต่างประเทศผ่านจุด การพฒั นาระหวา่ งงาน (On the job training)
ประสานงานกฎอนามยั ระหวา่ งประเทศ (IHR – National 3. การพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานด้านเฝ้าระวัง
Focal Point)
ในช่วงปี พ.ศ. 2555-2557 มีการขยายการพัฒนา โรค สอบสวนโรคและควบคมุ โรคข้ันต้น
ทีม SRRT สูร่ ะดับต�ำบลครบทกุ พนื้ ท(ี่ 1) เพอ่ื เสรมิ แผนงาน 4. การพัฒนาเครือขา่ ยทีม SRRT
“อำ� เภอควบคมุ โรคเขม้ แขง็ ” โดยมโี รงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ 3) มาตรฐานงาน SRRT และการประเมินผล(2)
ภาพตำ� บล (รพ.สต.) เปน็ ศนู ยก์ ลางในการรบั แจง้ ขา่ ว และ ในการพัฒนา SRRT มีก�ำหนดมาตรฐานงาน 4 ดา้ น
ตอบสนองต่อเหตุการณ์เบื้องต้น มีการพัฒนาศักยภาพ
บคุ ลากรของจังหวัดชายแดนเพื่อเป็นครู ก ในการดำ� เนิน ได้แก่
งานทางระบาดวทิ ยา มกี ารจดั อบรมระบาดวิทยาสำ� หรับ 1. ด้านความเป็นทมี
ทมี SRRT จงั หวดั ชายแดน เปน็ ตน้ แบบใน 5 จงั หวดั ไดแ้ ก่ 2. ด้านความพรอ้ มในการออกปฏิบตั ิงาน
เชียงราย ตาก ระนอง สระแกว้ และหนองคาย 3. ดา้ นความสามารถในการปฏิบัติงาน
2) ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา SRRT 4. ด้านผลการปฏิบัตงิ าน
ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาทีม SRRT ก�ำหนดไว้ 4 ดา้ น โดยมีตัวช้ีวัดมาตรฐานและมีการประเมิน SRRT

แต่ละระดับตามมาตรฐานที่ด�ำหนดไว้อย่างเป็นระบบ
ดูโครงร่างมาตรฐานงาน SRRT ในภาพที่ 14.8

ภาพที่ 14.8 โครงสร้างมาตรฐานงาน SRRT พรอ้ มตวั ช้วี ัด

406 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

การด�ำเนินงานของ SRRT ท่ัวประเทศในระยะ สาธารณสขุ จนไดร้ บั ความเชอ่ื ถอื จากองคก์ ารอนามยั โลก
กว่าทศวรรษท่ีผ่านมา เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแก้ และนานาชาติ
ปัญหาสุขภาพของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ
ตอบโต้การระบาดของโรคตดิ ตอ่ และโรคติดต่ออบุ ตั ิใหม่ ผลงาน SRRT ด้านการสอบสวนโรคได้รับรางวัล
ท่ีแพร่เขา้ มาในประเทศ รวมทั้งภาวะฉกุ เฉินทางสาธารณ มากมายในระดับชาติ และผลงานบางส่วนได้น�ำเสนอใน
สขุ อน่ื ๆจำ� นวนมาก โดยสามารถเฝา้ ระวงั คน้ หา ผมู้ คี วาม ระดับนานาชาติ เช่น การสัมมนาระบาดวิทยาระดับชาต-ิ
เส่ียง ผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าป่วย และเข้าตอบโต้ควบคุม เขตและการประชุมนานาชาติต่างๆเช่น International
โรคและปัญหาในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและให้ข้อมูล One Health Conference ทปี่ ระเทศ Australia เปน็ ตน้
ส�ำหรับการควบคุมในระยะต่อไป รวมท้ังให้แนวทาง
ส�ำหรบั การป้องกนั ปัญหาในระยะยาวไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ชว่ ย การประเมนิ SRRT ระดับอ�ำเภอตามมาตรฐานของ
สรา้ งความมน่ั ใจแกป่ ระชาชน รกั ษาความมน่ั คงของระบบ ประเทศเพิ่มข้นึ ตามลำ� ดบั จากปี 2553 รอ้ ยละ 37 เปน็
ร้อยละ 54 ในปี 2554 เปน็ รอ้ ยละ 77 ในปี 2555 และ
เกิน ร้อยละ 90 ตงั้ แตป่ ี 2556 เป็นตน้ มา (ดภู าพที่ 14.9)

ภาพที่ 14.9 ผลการประเมนิ มาตรฐาน SRRT ระดับอำ� เภอ แสดงรอ้ ยละของ SRRT ท่ผี า่ นการประเมินรับรอง
มาตรฐาน โดยสำ� นักงานปอ้ งกนั ควบคุมโรค ปี พ.ศ. 2552-2559

ท่ีมา: ส�ำนักระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค

ในปี พ.ศ. 2560 มกี ารประเมินผล SRRT เป็นองค์ อปุ สรรคและความทา้ ทาย
ประกอบส่วนหนึ่งใน Joint External Evaluation - อปุ สรรคและความทา้ ทายทสี่ ำ� คญั ในการพฒั นาและ
JEE(3) ซึง่ เป็นชดุ การประเมินศักยภาพด้านตา่ งๆ ตามข้อ รักษา SRRT ไวใ้ นระบบงาน ได้แก่
กำ� หนดของ IHR 2005 ปรากฏผลว่างานด้าน SRRT ของ • ขอ้ จำ� กดั ของความกา้ วหน้าในอาชพี ท�ำให้มีการ
ประเทศไทย ได้รบั คะแนนในระดับดี
เปล่ียนแปลงบุคลากรบอ่ ย
• ภาระงานหนกั และความเสย่ี งในการปฎบิ ตั งิ านที่

สงู ขน้ึ ทำ� ใหห้ าบุคลากรเขา้ ท�ำงานยากข้ึน และ
คงการปฏิบตั งิ านอยูไ่ มน่ าน

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 407

4) ก้าวตอ่ ไปของการพัฒนา SRRT ติดตาม ประเมินสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยงของ
ประเทศไทยและทกุ ประเทศกำ� ลงั ประสบภยั คกุ คาม เหตุการณ์ส�ำคัญ จัดท�ำสรุปรายงานเหตุการณ์เร่งด่วน
ด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเกิดมากขึ้นและรวดเร็วข้ึน ภัย ให้ EOC (ผู้บริหาร) ทราบอย่างรวดเร็วภายในเวลาที่
สขุ ภาพหลายอยา่ งทมี่ คี วามรนุ แรงและผลกระทบสงู การ ก�ำหนด เพ่ือการแจ้งเตือน และเพื่อการตัดสินใจส่งทีม
พัฒนาศักยภาพของบุคลากร รวมทั้ง SRRT ด้วยความ ออกสอบสวนควบคุมเหตุการณ์ โดยส่งเสริมให้จัดทีมใน
ร่วมมือภายในประเทศและระหว่างประเทศจึงมีความ ลกั ษณะ ทมี สอบสวนโรคร่วมหลายฝ่าย/ภาคส่วน (Joint
จ�ำเป็นอย่างย่ิง แนวทางส�ำคัญในการพัฒนา SRRT ใน Investigation Team: JIT) ซ่ึงมีผู้ปฏิบัติงานจากหลาย
ปจั จบุ ัน ไดแ้ ก่ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ท้ังด้านสุขภาพคน ด้านสุขภาพ
1) การพัฒนาศักยภาพและมาตรฐาน ตามข้อ สัตว์ ด้านสัตว์ป่าและส่ิงแวดล้อม (ตามสภาพปัญหา)
กำ� หนดในกฎอนามยั ระหวา่ งประเทศ และตามวาระความ มารว่ มปฏิบัตกิ าร โดยมกี รอบการทำ� งานภายใต้กฎหมาย
มั่นคงทางสุขภาพของโลก (Global Health Security ทเ่ี กย่ี วข้อง(4) เช่น พระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. 2558
Agenda) ซ่ึงม่งุ การเตรียมพร้อมใน 3 ด้าน คือ หรอื พระราชบญั ญตั โิ รคระบาดสตั ว์ พ.ศ. 2558 และพระ
• การป้องกันและลดโอกาสในการระบาด ราชบญั ญตํ กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 เปน็ ตน้ รวมทงั้ ตาม
กรอบแผนยุทธศาสตร์ท่ีเก่ียวข้อง เช่น แผนยุทธศาสตร์
(Prevent) เตรยี มความพรอ้ ม ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาโรคตดิ ตอ่ อบุ ตั ิ
• การตรวจจบั ภัยคุกคามอยา่ งรวดเร็ว (Detect) ใหมแ่ หง่ ชาติ (พ.ศ. 2560-2564) เป็นต้น
• การตอบโต้ภัยคุกคามอย่างรวดเร็วและมี
สรปุ
ประสทิ ธิภาพ (Response) ทมี เฝา้ ระวงั สอบสวนเคลอื่ นทเ่ี รว็ (SRRT) และเครอื
ท้ังน้ี เพื่อสามารถตอบโต่ภัยคุกคามโรคและภัย ขา่ ย ไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ ปน็ กลไกทส่ี ำ� คญั ของประเทศไทย
สขุ ภาพ 5 ประเภท ได้แก่ 1) โรคตดิ ต่อ 2) เหตกุ ารณ์ท่ี ในการทำ� งานดา้ นสขุ ภาพ การพฒั นานไ้ี ดผ้ า่ นกระบวนการ
กอ่ ให้เกิดการบาดเจบ็ และอบุ ตั ภิ ัย 3) โรคและภยั สขุ ภาพ ด้านนโยบายจนถึงการปฎิบัติการรับมือสถานการณ์
ทมี่ ากบั ภยั ธรรมชาติ 4) ภยั สขุ ภาพทเ่ี กดิ จากสารเคมี และ จริง ได้ส่ังสมประสบการณ์จากการเรียนรู้ ความส�ำเร็จ
5) ภัยสุขภาพทเ่ี กิดจากกัมมันตภาพรงั สแี ละนิวเคลียร์ ความล้มเหลว ข้อผิดพลาดและอุปสรรคต่างๆมากมาย
2) การปรับบทบาทและรูปแบบการท�ำงานของ กระบวนการพฒั นายงั ตอ้ งเดนิ หนา้ พฒั นาตอ่ ไป เพอื่ สรา้ ง
SRRT ร่วมกับการพัฒนาระบบตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทาง นวตกรรม ปรับปรุงระบบงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
สาธารณะสุข ซ่ึงประกอบด้วยระบบต้ังศูนย์ปฏิบัติการ และพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพมากข้ึน ขยับสู่การเตรี
ภาวะฉุกเฉนิ (Emergency Operation Center: EOC) ยมความพร้อมในระดับท่สี ูงขน้ึ เพ่ือรบั มือภยั สขุ ภาพและ
และระบบบญั ชาการเหตกุ ารณเ์ ชอ่ื มโยงระหวา่ งสว่ นกลาง อุบัติภัยตา่ งๆ ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต
และระดบั จงั หวดั กรมควบคมุ โรคสง่ เสรมิ ใหข้ ยายบทบาท
SRRT (ระดับจังหวัด)ให้มีทีมตระหนักรู้สถานการณ์
(Situation Awareness Team: SAT) ทำ� หนา้ ท่ีเฝ้าระวัง

408 การสาธารณสุขไทย 2559-2560

บทที่ 15

ดชั นชี วี้ ดั สภาวะสุขภาพของคนไทย

15.1 ดชั นชี วี้ ดั สภาวะสขุ ภาพทว่ั ไป นอกจากนี้ จากรายงานของ Global Burden of
สุขภาพของคนไทยโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้นในรอบ Disease Study 2016 ระบุว่า พ.ศ. 2559 ประเทศไทย
มีอายุคาดเฉล่ียของการมีสุขภาวะ/อายุคาดเฉล่ียที่มี
ครง่ึ ทศวรรษท่ผี ่านมา โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด ดงั นี้ สขุ ภาพดี (Health Life Expectancy- HALE) ในเพศชาย
1) อายุคาดเฉล่ียเม่ือแรกเกิดของคนไทย (Life และหญงิ เทา่ กบั 65.7 ปแี ละ 70.2 ปีตามลำ� ดบั ซงึ่ เพ่ิมสูง
ขนึ้ กวา่ พ.ศ. 2533 ทมี่ คี า่ เปน็ 61.4 ปใี นเพศชายและ 66.1
Expectancy at birth) ปีในเพศหญิง แต่ยังด้อยกว่าบางประเทศในกลุ่มอาเซียน
คนไทยมีอายุคาดเฉล่ียเมื่อแรกเกิดใน พ.ศ. 2559 อย่างสงิ คโปร์ (ตารางที่ 15.1) ท้งั นคี้ วามแตกต่างระหวา่ ง
อายุคาดเฉล่ียเมื่อแรกเกิดกับอายุคาดเฉลี่ยท่ีมีสุขภาพดี
เพศชายและเพศหญงิ เท่ากับ 74.6 ปี และ 80.9 ปตี าม (Life expectancy- LE) ของประชากรไทยเพศชายและ
ล�ำดับ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉล่ียของโลก และประเทศในกลุ่ม หญิง พ.ศ. 2533 เท่ากบั 7 ปี และ 9 ปตี ามล�ำดับ ซึ่ง เพม่ิ
อาเซยี นยกเวน้ สงิ คโปร์ (ตารางที่ 15.1) และมแี นวโนม้ เพม่ิ ขนึ้ ใน พ.ศ. 2559 เปน็ 8.9 และ 10.7 ปี ตามลำ� ดบั สะทอ้ น
สูงขนึ้ จาก พ.ศ. 2533 ทอ่ี ายุคาดเฉลีย่ เมื่อแรกเกดิ เทา่ กบั ถงึ การมอี ายคุ าดเฉลยี่ ทย่ี นื ยาวขน้ึ แตม่ ชี ว่ งเวลาเฉลยี่ ทอ่ี ยู่
68.4 ปใี นเพศชายและ 75.1 ปีในเพศหญงิ โดยเฉล่ยี รอ้ ย ในภาวะสขุ ภาพไมส่ มบูรณเ์ พิ่มขน้ึ เช่นกนั
ละ 3 ตอ่ ปี จากขอ้ มูลประมาณการณ์ของสำ� นกั งานสถิติ
แห่งชาติและการคาดการณ์ของส�ำนักงานคณะกรรมการ
พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ตารางที่ 15.2)
เห็นได้ว่า อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยเม่ือแรกเกิดเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเน่อื งตง้ั แต่ พ.ศ. 2507 – พ.ศ. 2558โดยท่ผี ้ชู าย
เพมิ่ จาก 55.9 ปี เปน็ 70.4 ปี และผหู้ ญงิ เพมิ่ จาก 62.0 ปี
เปน็ 77.5 ปี และเมือ่ ถึง พ.ศ. 2583 มีการคาดประมาณ
ว่าผู้ชายไทยจะมีอายุคาดเฉล่ียเป็น 75.3 ปี และผู้หญิง
เป็น 81.9 ปี

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 409

ตารางที่ 15.1 อายคุ าดเฉล่ยี เมอ่ื แรกเกิดและอายคุ าดเฉลย่ี ของภาวะสขุ ภาพดขี องประชากรไทยเปรียบเทียบกบั ประเทศตา่ งๆ

กลมุ่ ประเทศ อายคุ าดเฉลย่ี เมอื่ แรกเกิด (Life expectancy) อายคุ าดเฉลีย่ ของภาวะสขุ ภาพดี (HALE)
2533* 2548* 2556* 2559** 2533* 2548* 2556* 2559**
ไทย ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญงิ ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญงิ ชาย หญงิ ชาย หญงิ
ASEAN 68.4 75.1 69.4 76.4 71.5 78.5 74.6 80.9 61.4 66.1 62.4 67.5 64.3 69.2 65.7 70.2
สิงคโปร์
บรไู น 72.6 77.6 78.0 82.3 79.7 84.0 81.3 86.1 65.3 68.5 69.3 72.0 70.8 73.4 72.0 75.2
มาเลเซยี 72.4 75.7 75.8 78.9 76.9 80.7 74.6 79.5 65.1 67.1 67.8 69.7 68.8 71.0 65.8 69.3
ฟลิ ิปปินส์ 69.9 74.5 71.9 77.2 71.8 78.0 73.2 78.1 62.4 66.0 64.0 68.1 64.1 68.9 64.8 68.1
เวียดนาม 64.7 72.2 65.4 72.9 66.4 73.8 66.6 73.9 55.0 62.3 57.3 63.4 58.8 64.6 59.1 64.5
อินโดนีเซยี 65.9 72.1 70.6 78.5 72.3 80.1 70.9 78.1 55.6 58.8 61.4 66.8 63.8 69.3 63.3 68.4
สหภาพพมา่ 63.2 66.8 67.2 70.8 68.3 72.7 69.8 73.6 56.2 59.0 60.2 62.8 61.3 64.5 61.8 64.2
ลาว 56.4 59.7 60.8 66.2 64.2 70.0 66.7 73.4 49.8 52.7 54.2 58.5 57.6 62.0 59.0 64.1
กัมพชู า 54.5 57.2 60.4 63.8 63.8 67.8 64.8 69.7 47.8 50.3 53.3 56.2 56.5 59.7 57.4 60.8
High human development index 56.9 61.2 61.8 67.1 64.8 70.6 65.7 71.6 39.7 47.2 48.8 55.2 54.6 60.2 58.0 62.1
ญ่ีป่นุ
แคนาดา 76.0 82.0 78.7 85.5 80.1 86.4 80.8 86.9 68.1 72.2 69.9 74.8 71.1 75.6 71.1 75.1 การสาธารณสุขไทย410 2559-2560
ไอซแ์ ลนด์ 74.2 80.6 77.9 82.6 79.4 83.4 79.8 83.9 65.1 68.7 67.8 70.3 69.1 71.0 70.0 72.3
สวีเดน 76.0 80.2 79.5 83.1 80.8 84.8 80.6 84.0 65.9 68.5 68.7 70.5 69.7 72.0 70.8 72.2
สวิสเซอร์แลนด์ 74.8 80.4 78.4 82.5 79.6 83.9 80.1 84.0 64.7 68.2 67.5 70.0 68.5 71.0 70.1 71.7
World 74.1 80.9 78.6 83.6 80.5 84.8 81.0 85.2 63.6 67.9 67.0 69.9 68.6 71.2 71.0 72.9
63.0 67.7 66.2 71.3 68.8 74.3 69.8 75.3 55.4 58.5 58.3 61.5 60.6 64.1 61.4 64.9

ที่มา: *Global Burden of Disease Study 2013, **Global Burden of Disease Study 2016

ตารางที่ 15.2 อายคุ าดเฉล่ยี ของคนไทยเมือ่ แรกเกดิ (Life Expectancy at birth)

พ.ศ. ชาย หญงิ หญิง-ชาย

2507-2508 (1) 55.9 62.0 6.1
2517-2519 (1) 58.0 63.8 5.8
2528-2529 (1) 63.8 68.9 5.1
2538-2539 (1) 69.9 74.9 5.0
2548-2549 (1) 69.9 77.6 7.7
2553-2558 (2) 70.4 77.5 7.1
2558-2563 (2) 71.6 78.4 6.8
2563-2568 (2) 72.6 79.3 6.7
2568-2573 (2) 73.4 80.1 6.7
2573-2578 (2) 74.1 80.8 6.7
2578-2583 (2) 74.7 81.3 6.6
75.3 81.9 6.6
2583 (2)

ทมี่ า: (1) รายงานการสำ� รวจการเปล่ียนแปลงประชากร ส�ำนักงานสถติ ิแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507-2508, 2517-2519, 2528-2529, 2532, 2534, 2538-2539
และ 2548-2549

(2) การคาดประมาณประชากรของประเทศ พ.ศ. 2553-2583 สำ� นกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2556

2) อตั ราตายมารดา และสูงข้ึนเรื่อยๆจนถึง พ.ศ. 2559 ซึ่งอาจเป็นผลจาก
จากข้อมลู สถติ ิสาธารณสขุ พบว่า อัตราตายมารดา การจดั เกบ็ และตรวจสอบขอ้ มลู ทดี่ ขี น้ึ ทง้ั นข้ี อ้ มลู ทไี่ ดจ้ าก
ต่อการเกิดมีชีพ 100,000 คน ในประเทศไทย ลดลง การส�ำรวจอ่นื ๆ พบวา่ อัตราตายมารดาสงู กวา่ ที่รายงาน
อย่างมากจาก 374.3 ตอ่ การเกดิ มีชีพ 100,000 คน ใน ในทะเบียนราษฎร์ เช่น การส�ำรวจการตายของสตรีวัย
พ.ศ. 2505 เหลอื 26.6 ตอ่ การเกดิ มีชพี 100,000 คน ใน เจรญิ พนั ธโ์ุ ดยวธิ ี RAMOS เมอื่ พ.ศ. 2538-2539 พบอตั รา
พ.ศ. 2559 (ภาพที่ 15.1) อย่างไรก็ตามความครอบคลุม ตายของมารดาเทา่ กบั 44.1 ขณะทโ่ี ครงการลกู เกดิ รอดแม่
และความถูกต้องของการรายงานการตายมารดาใน ปลอดภยั เมื่อ พ.ศ. 2538- พ.ศ. 2539 พบเทา่ กบั 16.3
ทะเบยี นราษฎรอาจไมค่ รบถว้ น ดงั เหน็ ไดจ้ ากการทข่ี อ้ มลู และการศกึ ษาของยงเจอื เหลา่ ศริ ถิ าวร (2546) พบเทา่ กบั
บางปีลดต�่ำมาก เช่น 8.9 ต่อการเกิดมีชีพ 100,000 52.2 ตอ่ การเกิดมีชพี 100,000 คน ใน พ.ศ. 2538-2539
คน ใน พ.ศ. 2554 แต่ ใน พ.ศ. 2555 อตั ราตายมารดา และการศึกษาของวรวรรณ ชาญด้วยวทิ ย์ และคณะ พบ
กลบั เพ่มิ สงู ขึ้นเป็น 17.6 ตอ่ การเกิดมชี ีพ 100,000 คน เทา่ กบั 41.6 ตอ่ การเกดิ มชี พี 100,000 คน ใน พ.ศ. 2549

1 การส�ำรวจการตายของสตรีวยั เจรญิ พันธุ์โดยวิธี Reproductive Age Survey โดยส�ำนกั ส่งเสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามัย
2 ส�ำนกั ส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. รายงานการตายมารดาในประเทศไทย โครงการลูกเกิดแมป่ ลอดภยั พ.ศ. 2538-2539.
3 ยงเจือ เหลา่ ศริ ิถาวร. สถานการณ์และการรายงานการเสียชีวิตจากการต้งั ครรภแ์ ละการคลอด ประเทศไทย พ.ศ.2538-2539, พ.ศ. 2546.
4 วรวรรณ ชาญด้วยวิทย,์ และคณะ. Using Multiple Data for Calculating the Maternal Mortality Ratio in Thailand. TDRI, 2007

การสาธารณสุขไทย 2559-2560 411

ภา2พ5ท59่ี 15.1 อัตราตายมารดาต่อการเกิดมชี ีพ 100,000 คน ประเทศไทย พ.ศ. 2505- พ.ศ. 255933670.4.23

400ัอตรามารดาตายตอการเ ิกดมีชีพ 100,000 คน2822.9138.31211.7.63
350 260.9
300
250
200
150
100
50

0
226.6
7891.11111.11111.111111001000012912222383.3....4.42...25.2....2.272..9222.6778320.2225390274247..6.673..64.43.2734468671..427.28.06063.9.8561.9218.052.9112380..19349.11077111..8574.520292.2252.6.41

2505
2507
2509
2511
2513
2515
2517
2519
2521
2523
2525
2527
2529
2531
2533
2535
2537
2539
2541
2543
2545
2547
2549
2551
2553
2555
2557
2559

ทม่ี า: สถิตสิ าธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ แหลง่ ข้อมลู จากทะเบียนราษฎร์
สำ� นกั บริหารการทะเบยี น กระทรวงมหาดไทย

3) อัตราตายทารก เป็น 11.3 ใน พ.ศ. 2548 - 2549 ท้ังน้ี พ.ศ. 2561 อตั รา
อัตราตายทารกในประเทศไทย จากการคาด ตายทารกต่อการเกิดมชี ีพ 1,000 คน เท่ากับ 9.8 (ภาพที่
ประมาณของสถาบนั วิจัยประชากรและสังคม ม.มหดิ ล มี 5.2) อยา่ งไรกต็ าม แมว้ า่ อตั ราตายทารกของไทยจะตำ�่ กวา่
แนวโนม้ ลดลง จาก 84.3 ตอ่ การเกิดมีชพี 1,000 คน ใน ค่าเฉล่ียท่ัวโลก แต่ยังสูงกว่าบางประเทศในแถบภูมิภาค
พ.ศ. 2507 เหลือ 40.7 ใน พ.ศ. 2528 - 2529 และลดลง เดยี วกนั เชน่ สงิ คโปร์ มาเลเซยี และบรไู น (ตารางที่ 15.3)

ภาพที่ 15.2 อัตราตายทารกตอ่ การเกดิ มีชีพ 1,000 คน ประเทศไทย พ.ศ. 2507- พ.ศ. 2561

ทม่ี า: พ.ศ. 2507-2549 จากการคาดประมาณของสถาบันวจิ ยั ประชากรและสงั คม ม.มหิดล โดยอาศัยข้อมูลส�ำรวจในรายงานการส�ำรวจ
การเปลยี่ นแปลงของประชากร สำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ และ พ.ศ. 2556-2561 จากสารประชากร สถาบนั วจิ ยั ประชากรและสงั คม ม.มหดิ ล
412 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560


Click to View FlipBook Version