ตารางที่ 5.4 จำ� นวนเตยี งโรงพยาบาลและอตั ราส่วนประชากรตอ่ เตยี งจ�ำแนกตามภาค พ.ศ. 2557-2560
ปี กรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก
เฉยี งเหนอื
พ.ศ. จำ� นวน ประชากร จ�ำนวน ประชากร จ�ำนวน ประชากร จ�ำนวน ประชากร จำ� นวน ประชากร
เตยี ง ต่อเตยี ง เตยี ง ต่อเตยี ง เตยี ง ต่อเตียง เตียง ตอ่ เตยี ง เตียง ต่อเตียง
2557 28,085 203 40,454 398 27,227 446 18,866 486 35,718 611
2558 29,112 194 40,682 398 26,212 461 19,021 485 35,096 623
2559 24,354 230 36,530 445 26,614 451 19,576 473 34,426 636
2560 27,212 205 40,496 404 26,793 448 18,795 496 37,543 584
ท่มี า: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ
ส�ำหรับอัตราส่วนประชากรต่อ รพ.สต. เพิ่มข้ึน ประชากรตอ่ รพ.สต. ทใี่ กลเ้ คยี งกนั มาก ระหวา่ ง 4,765:1
เล็กน้อยในทุกภาค แสดงว่าประชากรเพิ่มข้ึนเร็วกว่า ถึง 5,900:1 ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพท่ี 5.16 และตารางท่ี
การเพิ่มขึ้นของรพ.สต. โดยในแต่ละภาคมีอัตราส่วน 5.5)
ภาพท่ี 5.16 แนวโนม้ อัตราสว่ นประชากรตอ่ รพ.สต. รายภาค พ.ศ. 2522-2560
7,000
6,000
5,000
4,000
3,000
2,000
1,000
0
อัตราสวนประชากรตอรพ.สต.
2539
2540
2541
2542
2543
2544
2545
2546
2549
2552
2553
2554
2555
2556
2557
2558
2559
2560
ภาคกลาง ภาคเหนือ ป (พ.ศ.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศ
ภาคใต
ท่มี า: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ จ�ำนวนประชากรคดิ จากประชากรกลางปคี ูณดว้ ยสดั ส่วนประชากรนอกเขตเททศบาลปี 2552
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 121
ตารางท่ี 5.5 จ�ำนวนโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำ� บลและอตั ราสว่ นประชากรตอ่ รพ.สต.จ�ำแนกตามภาค พ.ศ. 2557-2560
ปี ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวนั ออก ภาคตะวนั ออก
เฉียงเหนอื
พ.ศ. จ�ำนวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จ�ำนวน ประชากร/ จ�ำนวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/
รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต. รพ.สต.
2557 28,085 203 40,454 398 27,227 446 18,866 486 35,718 611
2558 29,112 194 40,682 398 26,212 461 19,021 485 35,096 623
2559 24,354 230 36,530 445 26,614 451 19,576 473 34,426 636
2560 27,212 205 40,496 404 26,793 448 18,795 496 37,543 584
ทม่ี า: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสุข จำ� นวนประชากรคิดจากประชากรกลางปีคูณดว้ ยสดั สว่ นประชากรนอกเขตเททศบาลปี 2552
5.8 กำ� ลงั คนดา้ นสขุ ภาพ ประมาณ 45,000:1 ในปี พ.ศ. 2522 เหลือประมาณ
5.8.1 แนวโน้มกำ� ลงั คนด้านสขุ ภาพ 5 สาขา 6,600:1 ในปี พ.ศ. 2560 อตั ราสว่ นประชากรต่อเภสัชกร
ก�ำลังคนด้านสุขภาพ 5 สาขาหลัก ได้แก่ แพทย์ ลดลงจากประมาณ 18,000:1 ในปี พ.ศ. 2522 เหลือ
ประมาณ 4,700:1 ในปี พ.ศ. 2560 และอัตราส่วน
ทนั ตแพทย์ เภสชั กร พยาบาลวชิ าชพี และพยาบาลเทคนคิ ประชากรตอ่ พยาบาลวชิ าชพี ลดลงจากประมาณ 2,600:1
มีแนวโน้มทดี่ ขี น้ึ ตลอดชว่ งเวลากว่า 3 ทศวรรษทีผ่ ่านมา ในปี พ.ศ. 2522 เหลือประมาณ 400:1 ในปี พ.ศ. 2560
ยกเว้นกรณีของพยาบาลเทคนิค ท่ีมีการเปล่ียนไปเป็น แต่อัตราส่วนประชากรต่อพยาบาลเทคนิค กลับเพ่ิมขึ้น
พยาบาลวชิ าชพี ตง้ั แตป่ ระมาณปี พ.ศ. 2546 ทำ� ใหจ้ ำ� นวน จากประมาณ 2,900:1 ในปี พ.ศ. 2531 เป็น ประมาณ
พยาบาลเทคนิคลดลงอย่างต่อเนื่อง ท้ังนี้อัตราส่วน 11,000:1 ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพที่ 5.17 และตารางท่ี 5.6)
ประชากรต่อแพทย์ ลดลงจากประมาณ 7,000:1 ใน
ปี พ.ศ. 2522 เหลือประมาณ 1,800: 1 ในปี พ.ศ. 2560
ในขณะท่ีอัตราส่วนประชากรต่อทันตแพทย์ ลดลงจาก
ภาพที่ 5.17 แนวโน้มอตั ราส่วนประชากรต่อกำ� ลังคนด้านสขุ ภาพ 5 สาขา พ.ศ. 2522-2560
50,000
45,000
40,000
35,000
30,000
25,000
20,000
15,000
10,000
5,000
0
อัตราสวนประชากรตอบุคลากร
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
ประชากรตอแพทย ป (พ.ศ.) ประชากรตอ เภสัชกร
ประชากรตอทันตแพทย
ประชากรตอพยาบาลวิชาชีพ
ท่ีมา: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสุข ประชากรตอพยาบาลเทคนิค
122 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
ตารางท่ี 5.6 จ�ำนวนบุคลากร 5 สาขาและอัตราสว่ นประชากรต่อบุคลากร 5 สาขา พ.ศ. 2557-2560
ปี แพทย์ ทันตแพทย์ เภสชั กร พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเทคนิค
พ.ศ. จำ� นวน. ปชก/คน จ�ำนวน. ปชก/คน จ�ำนวน. ปชก/คน จำ� นวน. ปชก/คน จ�ำนวน. ปชก/คน
2557 30,565 2,125 6,577 9,876 11,892 5,462 150,085 433 8,748 7,425
2558 31,959 2,035 6,953 9,352 12,231 5,317 149,183 436 6,693 9,716
2559 31,484 2,065 6,898 9,425 12,655 5,137 153,536 423 6,252 10,399
2560 35,388 1,843 9,760 6,681 13,728 4,750 160,932 405 5,929 10,998
ที่มา: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสุข
5.8.2 การกระจายกำ� ลังคนด้านสุขภาพตามสงั กัด สัดสว่ นของแพทยส์ ังกัดกระทรวงสาธารณสขุ มีแนว
ป ร ะ เ ด็ น ห นึ่ ง ที่ มี ค ว า ม ส� ำ คํ ญ ใ น ก า ร ติ ด ต า ม โน้มที่เพ่ิมขึ้นจากร้อยละ 37.1 ในปี พ.ศ. 2514 เป็น
สถานการณ์แนวโน้มก�ำลังคนด้านสุขภาพ ก็คือสัดส่วน ร้อยละ 57.2 ในปี พ.ศ. 2560 ในขณะท่ีสัดส่วนของ
ก�ำลังคนด้านสุขภาพจ�ำแนกตามสังกัด ซึ่งสะท้อน แพทย์สังกัดกระทรวงอ่ืนๆน้ัน ลดลงจากร้อยละ 44.8
การเจริญเติบโตของโรงพยาบาลเอกชน ที่มีบทบาท ในปี พ.ศ. 2514 เหลือร้อยละ 18.7 และสัดส่วนของ
ในการให้บริการสุขภาพที่เพ่ิมมากขึ้นและบทบาทของ แพทย์โรงพยาบาลเอกชน เพ่ิมข้ึนจากร้อยละ 6.7 ใน
กระทรวงสาธารณสุขท่ีเพ่ิมมากขึ้น ในการขยายสถาน ปี พ.ศ. 2514 เปน็ รอ้ ยละ 18.9 ในปี พ.ศ. 2560 ซ่งึ มี
บริการสุขภาพในระดับพื้นที่ท่ัวทั้งประเทศ ท�ำให้ก�ำลัง สดั ส่วนทค่ี ่อนขา้ งคงท่นี บั ต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2537 เป็นตน้ มา
คนดา้ นสขุ ภาพในสว่ นของกระทรวงสาธารณสขุ มสี ดั สว่ น (ภาพที่ 5.18 และ ตารางที่ 5.7)
สูงทสี่ ดุ
ภาพทภี่ า5พ.1ท8ี่ 1แ8นแวนโนวโ้มนสม้ัดสสว่ดั นสจ่วำ�นนจวาํ นนแวพนทแยพ์จท�ำยแจ์ นาํ กแตนากมตสางัมกสัดงั กพดั .ศพ. .2ศ5.1245-1245-265060
70
60
50
40
30
20
10
0
สัดสวนแพท ยตามสัง ักด (รอยละ)
2514
2516
2518
2520
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงอนื ๆ ป (พ.ศ.) องคกรสวนทอ งถนิ เอกชน
ที่มา: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสุข รฐั วสิ าหกิจ/อสิ ระ
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 123
ตารางที่ 5.7 จำ� นวนแพทยแ์ ละสัดสว่ นแพทยจ์ �ำแนกตามสงั กัด พ.ศ. 2557-2560
ปี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอ่ืนๆ รฐั วสิ าหกิจ/หน่วยงานอสิ ระ ราชการทอ้ งถนิ่ เอกชน
พ.ศ. จ�ำนวน รอ้ ยละ จำ� นวน ร้อยละ จำ� นวน ร้อยละ จ�ำนวน รอ้ ยละ จ�ำนวน ร้อยละ
2557 17,727 58.0 5,230 17.1 690 2.3 964 3.2 5,954 19.5
2558 18,258 57.1 5,565 17.4 741 2.3 1,215 3.8 6,180 19.3
2559 17,673 56.1 5,283 16.8 853 2.7 837 2.7 6,565 20.9
2560 20,244 57.2 6,635 18.7 990 2.8 833 2.4 6,686 18.9
ทมี่ า: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ
สัดส่วนของทันตแพทย์สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 55.7 ในปี พ.ศ. 2514 เหลือร้อยละ 14 และสดั ส่วนของ
มีแนวโน้มท่ีเพิ่มข้ึนจากร้อยละ 27.5 ในปี พ.ศ. 2514 ทนั ตแพทยโ์ รงพยาบาลเอกชนเพ่มิ ข้นึ จากร้อยละ 3.8 ในปี
เป็นร้อยละ 58 ในปี พ.ศ. 2560 ในขณะท่ีสัดส่วนของ พ.ศ. 2514 เปน็ ร้อยละ 22 ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพท่ี 5.19)
ทันตแพทย์สังกัดกระทรวงอื่นๆนั้น ลดลงจากร้อยละ
ภาพภทาพ่ี 5ท.1่ี 199แแนนววโโนน้มม้ สสดั ดัสส่ว่วนนจ�ำจนาํ นวนวนททันตนั แตพแทพยทจ์ ยำ�จ์ แาํ นแนกตกาตมาสมังสกงั ัดกดัพพ.ศ..ศ2. 5215144-2-2556600
90
80
70
60
50
40
30
20
10
0
สัดสวนทันตแพท ยตามสัง ักด (รอยละ)
2514
2516
2518
2520
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
กระทรวงอนื ๆ ป (พ.ศ.)
กระทรวงสาธารณสขุ รฐั วิสาหกิจ/อสิ ระ องคก รสว นทอ งถนิ เอกชน
ทีม่ า: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสขุ
สัดส่วนของเภสัชกรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มี ปี พ.ศ. 2514 เหลอื รอ้ ยละ 9.9 และสดั ส่วนของเภสชั กร
แนวโนม้ ทีเ่ พ่มิ ขนึ้ จากร้อยละ 18.9 ในปี พ.ศ. 2514 เป็น โรงพยาบาลเอกชน ลดลงจากรอ้ ยละ 57 ในปี พ.ศ. 2514
ร้อยละ 70 ในปี พ.ศ. 2560 ในขณะที่สัดสว่ นของเภสชั กร เปน็ รอ้ ยละ 15.7 ในปี พ.ศ. 2560 โดยมสี ดั สว่ นทค่ี อ่ นขา้ ง
สังกัดกระทรวงอ่ืนๆ นั้น ลดลงจากร้อยละ 17.8 ใน คงทีต่ ัง้ แต่ปี พ.ศ. 2543 (ภาพท่ี 5.20)
124 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
ภาพภทา่ี พ5.ท2ี่020แแนนวโวนโ้มนสม้ ัดสสดั ่วสน่วจน�ำจนาํวนนวเภนสเภชั สกชัรจกำ�รแจนาํ แกนตกามตสามังกสัดงั กพดั .ศพ..ศ25. 21541-24-5265060
90
80
70
60
50
40
30
20
10
0
สัดสวนเภสัชกรตามสัง ักด (รอยละ)
2514
2516
2518
2520
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
กระทรวงสาธารณสุข ป (พ.ศ.) องคกรสวนทอ งถนิ เอกชน
ท่ีมา: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสุข กระทรวงอนื ๆ รฐั วิสาหกิจ/อิสระ
สั ด ส ่ ว น ข อ ง พ ย า บ า ล วิ ช า ชี พ สั ง กั ด ก ร ะ ท ร ว ง น้ัน ลดลงจากร้อยละ 39.7 ในปี พ.ศ. 2514 เหลอื รอ้ ยละ
สาธารณสุข มีแนวโน้มท่ีเพิ่มข้ึนจากร้อยละ 42.9 12.7 และสัดสว่ นของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลเอกชน
ในปี พ.ศ. 2514 เป็นร้อยละ 68.6 ในปี พ.ศ. 2560 ใน เพ่มิ ขึ้นจากร้อยละ 6.8 ในปี พ.ศ. 2514 เป็นรอ้ ยละ 13.5
ขณะที่สัดส่วนของพยาบาลวิชาชีพสังกัดกระทรวงอื่นๆ ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพท่ี 5.21)
ภาพทภ่ีา5พ.2ท1่ี 2แ1นแวนโวนโม้ นสม้ ดั สสดั่วสน่วจน�ำนจวาํ นนพวนยพาบยาาบลวาลิชวาชิชาีพชจีพ�ำจแาํนแกนตกาตมาสมงั สกัดงั กพดั .ศพ..ศ2.521541-42-5265060
90
80
70
60
50
40
30
20
10
0
สัดสวนพยาบาลวิชา ีชพตามสัง ักด (รอยละ)
2514
2516
2518
2520
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
ป (พ.ศ.)
กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงอืนๆ รฐั วิสาหกิจ องคก รสวนทองถนิ เอกชน
ท่มี า: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสขุ
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 125
5.8.3 การกระจายกำ� ลงั คนดา้ นสุขภาพตามภาค ภาคเหนือ เท่ากับ 2,089:1 ภาคใต้ เท่ากับ 2,191:1
การกระจายก�ำลังคนด้านสุขภาพ ระหว่างภูมิภาค และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เท่ากับ 2,846:1 โดย
ไดแ้ ก่ แพทย์ ทนั ตแพทย์ เภสชั กร พยาบาลวิชาชพี มดี งั นี้ ความแตกต่างระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกเฉียง
อัตราส่วนประชากรต่อแพทย์ลดลงในทุกภาค โดย เหนอื ลดจาก 21.3 เท่า ในปี พ.ศ. 2522 เหลอื 4.5 เทา่
อัตราส่วนประชากรต่อแพทย์ ในปี พ.ศ. 2560 ของ ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพท่ี 5.22 และตารางท่ี 5.8)
กรุงเทพฯ เท่ากับ 630:1 ภาคกลาง เท่ากับ 1,856:1
ภาพภทาพ่ี 5ท.2ี่ 222แแนนววโโนนม้ ม้ ออตั ตัรราาสส่ว่วนนปประรชะาชการกตร่อตแ่อพแพทยท์รยาร์ ยาภยภาคาคพพ.ศ.ศ. .22552222--22556600
30,000
25,000
20,000
15,000
10,000
5,000
0
อัตราสวนประชากรตอแพท ย
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
กรงุ เทพฯ ภาคกลาง ป (พ.ศ.) ภาคใต ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ทม่ี า: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสุข ภาคเหนอื
ตารางท่ี 5.8 จ�ำนวนแพทย์และอัตราส่วนประชากรต่อแพทย์ จ�ำแนกตามภาค พ.ศ. 2557-2560
ปี กรงุ เทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวนั ออก
เฉียงเหนอื
พ.ศ. จำ� นวน ประชากร/ จ�ำนวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/
คน คน คน คน คน
2557 7,885 722 8,191 1,968 4,740 2,565 3,501 2,619 6,248 3,491
2558 7,886 716 8,434 1,921 5,114 2,364 3,708 2,488 6,817 3,207
2559 7,889 710 8,157 1,993 5,065 2,369 3,815 2,428 6,558 3,338
2560 8,865 630 8,822 1,856 5,746 2,089 4,252 2,191 7,703 2,846
ทม่ี า: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสขุ
126 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
อัตราส่วนประชากรต่อทันตแพทย์ ลดลงในทุกภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เท่ากับ 10,628:1 โดยความ
โดยอัตราส่วนประชากรต่อทันตแพทย์ ในปี พ.ศ. 2560 แตกต่างระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ของกรงุ เทพฯ เทา่ กบั 2,340:1 ภาคกลาง เทา่ กบั 6,884:1 ลดจาก 40.2 เท่า ในปี พ.ศ. 2522 เหลือ 4.5 เท่า ใน
ภาคเหนอื เท่ากับ 7,126:1 ภาคใต้ เท่ากบั 7,470:1 และ ปี พ.ศ. 2560 (ภาพที่ 5.23 และตารางท่ี 5.9)
ภาพภทา่ี 5พ.ท23ี่ 23แนแวนโวนโ้มนอม้ ัตอรตัารสาว่ สน่วปนรปะชราะกชราตกอ่รทต่อันทตแนั พตทแพย์รทายยร์ ภาายคภาพค.ศพ..ศ2.522522-22-5265060
300,000
250,000
200,000
150,000
100,000
50,000
0
อัตราสวนประชากรตอทันตแพท ย
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
กรุงเทพฯ ภาคกลาง ป (พ.ศ.) ภาคใต ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ภาคเหนอื
ทม่ี า: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ
ตารางท่ี 5.9 จำ� นวนทนั ตแพทยแ์ ละอัตราสว่ นประชากรตอ่ ทันตแพทย์ จ�ำแนกตามภาค พ.ศ. 2557-2560
ปี กรงุ เทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคใต้ ภาคตะวันออก
เฉยี งเหนือ
พ.ศ. จำ� นวน ประชากร/ จ�ำนวน ประชากร/ จ�ำนวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จ�ำนวน ประชากร/
คน คน คน คน คน
2557 955 5,957 1,685 9,565 1,320 9,210 987 9,291 1,630 13,381
2558 1,035 5,458 1,771 9,148 1,373 8,806 1,057 8,728 1,717 12,732
2559 988 5,667 1,829 8,890 1,436 8,356 1,029 9,004 1,616 13,547
2560 2,387 2,340 2,379 6,884 1,684 7,126 1,247 7,470 2,063 10,628
ทม่ี า: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสขุ
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 127
อัตราส่วนประชากรต่อเภสัชกร ลดลงในทุกภาค ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เท่ากบั 6,835:1 โดยความแตกตา่ ง
โดยอตั ราสว่ นประชากรตอ่ เภสชั กร ในปี พ.ศ. 2560 ของ ระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดจาก
กรงุ เทพฯ เทา่ กบั 2,196:1 ภาคกลาง เทา่ กบั 4,321:1 ภาค 98.1 เทา่ ในปี พ.ศ. 2522 เหลือ 3.1 เท่า ในปี พ.ศ. 2560
เหนือ เท่ากบั 5,044:1 ภาคใต้ เทา่ กบั 5,155:1 และภาค (ภาพที่ 5.24 และ ตารางท่ี 5.10)
ภาภพาทพี่ 5ท.ี่2244 แแนนววโโนนม้ ม้ ออตั ตั รราาสส่ว่วนนปปรระะชชาากกรรตต่อ่อเภเภสสัชชักกรรรารยายภภาคาคพพ.ศ.ศ..22552222--22556600
250,000
200,000
150,000
100,000
50,000
0
อัตราสวนประชากร ตอเภสัชกร
2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
ป (พ.ศ.)
กรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคใต ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ท่ีมา: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ
ตารางท่ี 5.10 จำ� นวนเภสชั กรและอัตราสว่ นประชากรตอ่ เภสัชกร จำ� แนกตามภาค พ.ศ. 2557-2560
ปี กรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคใต้ ภาคตะวนั ออก
เฉียงเหนือ
พ.ศ. จ�ำนวน ประชากร/ จ�ำนวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/
คน คน คน คน คน
2557 2,076 2,740 3,293 4,894 2,092 5,811 1,605 5,713 2,826 7,718
2558 2,040 2,769 3,495 4,636 2,148 5,629 1,671 5,521 2,877 7,599
2559 2,242 2,497 3,542 4,591 2,230 5,381 1,720 5,386 2,921 7,494
2560 2,544 2,196 3,790 4,321 2,379 5,044 1,807 5,155 3,208 6,835
ทม่ี า: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสุข
128 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
อัตราส่วนประชากรต่อพยาบาลวิชาชีพ ลดลงใน 399:1 และภาคตะวันออกเฉียงเหนอื เทา่ กับ 559:1 โดย
ทุกภาค โดยอัตราส่วนประชากรต่อพยาบาลวิชาชีพ ใน ความแตกต่างระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกเฉียง
ปี พ.ศ. 2560 ของกรุงเทพฯ เท่ากับ 172:1 ภาคกลาง เหนือ ลดจาก 18.2 เทา่ ในปี พ.ศ. 2522 เหลือ 3.2 เท่า
เท่ากับ 436:1 ภาคเหนือ เท่ากับ 424:1 ภาคใต้ เทา่ กบั ในปี พ.ศ. 2560 (ภาพที่ 5.25 และ ตารางท่ี 5.11)
ภาพที่ 5.25 แนวโน้มอตั ราส่วนประชากรต่อพยาบาลวิชาชพี รายภาค พ.ศ. 2522-2560
10000อัตราสวนประชากร ตอพยาบาลวิชาชีพ
9000 2522
8000 2524
7000 2526
6000 2528
5000 2530
4000 2532
3000 2534
2000 2536
1000 2538
2540
0 2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
ป (พ.ศ.) ภาคใต
กรงุ เทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
ท่ีมา: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ
ตารางที่ 5.11 จ�ำนวนพยาบาลวชิ าชพี และอตั ราส่วนประชากรตอ่ พยาบาลวิชาชพี จำ� แนกตามภาค
พ.ศ. 2557-2560
ปี กรงุ เทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคใต้ ภาคตะวนั ออก
เฉยี งเหนือ
พ.ศ. จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/ จำ� นวน ประชากร/
คน คน คน คน คน
2557 28,088 203 35,559 453 27,105 449 22,316 411 37,017 589
2558 27,558 205 35,941 451 26,701 453 22,711 406 36,272 603
2559 28,905 194 36,615 444 27,562 435 23,138 400 37,316 587
2560 32,497 172 37,528 436 28,305 424 23,356 399 39,246 559
ที่มา: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสขุ
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 129
5.8.4 แพทยโ์ รงพยาบาลชุมชน 4.3 เตียงตอ่ แพทย์ 1 คน ในปี พ.ศ. 2560 ทง้ั นจ้ี �ำนวน
ส�ำหรับในกรณีของแพทย์โรงพยาบาลชุมชน มีการ เตียงโรงพยาบาลชุมชนมีการเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเพิ่มขึ้น
เพ่ิมขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับการเพ่ิมขึ้นของ ของแพทย์โรงพยาบาลชุมชน ในระหว่างปี พ.ศ. 2536-
จำ� นวนเตยี ง โดยจำ� นวนแพทย์โรงพยาบาลชมุ ชนเพมิ่ ข้นึ 2541 ซงึ่ เปน็ ชว่ งกอ่ นเกดิ วกิ ฤตเศรษฐกจิ ทำ� ใหอ้ ตั ราสว่ น
จาก 441 คน ในปี พ.ศ. 2522 เป็น 8,672 คน ในปี พ.ศ. เตียงต่อแพทย์โรงพยาบาลชุมชนเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาน้ัน
2560 ในขณะทจี่ ำ� นวนเตยี งโรงพยาบาลชมุ ชนเพม่ิ ขน้ึ จาก แล้วหลังจากน้ันการเพ่ิมข้ึนของเตียงโรงพยาบาลชุมชน
4,750 เตยี ง ในปี พ.ศ. 2522 เปน็ 37,582 เตยี ง ในปี พ.ศ. ก็เริ่มชลอตัว เม่ือเทียบกับการเพิ่มขึ้นของแพทย์ ท�ำให้
2560 โดยอัตราส่วนเตียงต่อแพทย์โรงพยาบาลชุมชน ลด อัตราสว่ นเตียงตอ่ แพทยล์ ดลงมา (ภาพท่ี 5.26)
ลงจาก 10.8 เตียงตอ่ แพทย์ 1 คน ในปี พ.ศ. 2522 เหลอื
ภาพท่ี 5.26 แนวโนม้ จำ� นวนแพทย์ จ�ำนวนเตียง และอัตราส่วนเตียงต่อแพทย์ของโรงพยาบาลชุมชน 20
2560 พ.ศ. 2522-2560 15
10
50,000 5
0
จํานวนแพท ย และจํานวนเ ีตยง 40,000 อัตราสวนเตียง : แพทย
30,000
20,000
10,000
0 2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
จํานวนแพทย ป (พ.ศ.) อตั ราสว นเตยี ง:แพทย
จาํ นวนเตียง
ท่ีมา: จากรายงานทรพั ยากรสาธารณสขุ
5.8.5 การผลิตแพทยแ์ ละการศึกษาเฉพาะทาง ตอ่ ปี ในปี พ.ศ. 2560 โดยการเพ่ิมขนึ้ ของแพทยจ์ บใหม่
จ�ำนวนแพทย์จบใหม่ท่ีได้รับใบอนุญาตระหว่างปี เกดิ จากนโยบายการผลิตแพทย์เพม่ิ เป็นปัจจยั ส�ำคญั โดย
พ.ศ. 2539-2560 แสดงดงั ภาพที่ 5.27 โดยแพทย์จบใหม่ มีสถาบันการศึกษาที่ร่วมผลติ แพทย์ จำ� นวน 23 สถาบัน
ที่ได้รับใบอนุญาต มีแนวโน้มเพิ่มข้ึนอย่างต่อเนื่อง โดย และมีจำ� นวนหนง่ึ จบการศึกษาจากตา่ งประเทศ
เพ่มิ จาก 869 คนตอ่ ปี ในปี พ.ศ. 2539 เปน็ 2,762 คน
130 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
ภภาาพพทที่ 2ี่ 57.2แ7นวแโนนวม้โนจม้าํ นจวำ� นนวแนพแทพยทจ์ บย์จใหบใมห่ทมี่ไท่ ด่ีไร้ ดับ้รใบั บใบอนอนุญุญาตาตพ.พศ..ศ2.523593-295-620560
4,000
3,500
3,000
2,500
2,000
1,500
1,000
500
-
จํานวน 869
899
948
1,201
1,250
1,272
1,326
1,476
1,430
1,550
1,544
1,572
1,449
1,377
1,814
1,888
2,228
2,298
2,481
2,546
2,708
2,762
2539
2540
2541
2542
2543
2544
2545
2546
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554
2555
2556
2557
2558
2559
2560
ป (พ.ศ.)
จํานวนแพทยทีไ ดรับใบอนญุ าต
ทม่ี า: จากรายงานทรัพยากรสาธารณสขุ
ส�ำหรับแนวโน้มการศึกษาต่อเพ่ือความเช่ียวชาญ 2,391 ใบ ในปี พ.ศ. 2560 โดยในปี พ.ศ. 2545-2547
เฉพาะทาง โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทาง พบว่าจ�ำนวน มีจ�ำนวนอนุมัติบัตรท่ีเพ่ิมข้ึนอย่างมาก จากการสอบ
แพทย์ท่ีจบการศึกษาแพทย์เฉพาะทางในแต่ละปี มี อนุมัติบัตรสาขาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในช่วงเวลา
แนวโน้มท่ีเพิ่มข้ึนเรื่อยๆ โดยจ�ำนวนที่ได้วุฒิบัตร และ นน้ั (ภาพท่ี 5.28)
อนุมัติบัตร เพิ่มจาก 153 ใบ ในปี พ.ศ. 2514 เป็น
ภภาาพพทที่ ี่52.828แนแวนโวนโนม้ ้มจจาํ น�ำนวนวนววฒุ ฒุ ิบบิตั ตัรรแแลละะออนนุมุมตั ตั ิบิบตั ตั รรขขอองงแแพพททยยเ์ เ์ฉฉพพาาะะททาางงพพ.ศ.ศ..2255141-42-5265060
วุฒิบัตร อนุมัตบิ ัตร รวม
4,000 3,13,73464
3,500
จํานวนวุ ิฒบัตร อนุ ัมติ ับตร 3,000 89111102025833329334333240224545557752907565561606656338072774778288831359780233794181156,041 2,595
2,500 1,11,,14,454519011,116,11,,6,8,71178,888269,1925626043324482,8391
2,000
1,500 2514
1,000 2516
2518
500 2520
0 2522
2524
2526
2528
2530
2532
2534
2536
2538
2540
2542
2544
2546
2548
2550
2552
2554
2556
2558
2560
ป (พ.ศ.)
ทมี่ า: แพทยสภา
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 131
โดยใบวุฒิบัตรและอนุมัติบัตรสะสมตั้งแต่ปี (6,936 ใบ) และสาขากุมารเวชศาสตร์ (5,329 ใบ)
พ.ศ. 2507-2560 ที่มากที่สุดคือ สาขาอายุรศาสตร์ ตามลำ� ดบั (ภาพท่ี 5.29)
(11,610 ใบ) รองลงมาคือสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
29ภาจพาํ ทนี่ 5ว.2น9ใบจำ� วนฒุ วนิบใบตั วรฒุ แบิลตัะรอแนละุมอตันิบุมตั ตั ิบรัตรจาํจแ�ำแนนกกตาามมสสาาขขาแาพแทพยทเ์ ฉยพเ์ ฉาะพทาะง ทรวามงตรั้งแวตม่ ตพ้.งั ศแ. ต25่ พ07.ศ-2.52650
เวชศาสตรฟน ฟู, 590 เวชศาสตรป องกัน, เวชปฎิบตั ิทัวไป, 251
พยาธวิ ทิ ยา, 797 2,558
รงั สีวทิ ยา, 2,342 เวชศาสตรครอบครัว, 6,935
จติ เวชศาสตร, 1,030
จักษวุ ิทยา, 1,495
โสต ศอ นาสิกวทิ ยา, 1,515 ศลั ยศาสตร, 4,664
กมุ ารเวชศาสตร, 5,329 ออรโธปด กิ ส, 2,801
วสิ ญั ญวี ิทยา, 1,944
สูตศิ าสตรแ ละนรีเวช, 3,776 อายศุ าสตร, 11,610
ทมี่ า: แพทยสภา
5.9 ยา เวชภณั ฑ์ และเทคโนโลยดี า้ นสขุ ภาพ การผลติ ได้แก่ ยารกั ษามะเร็ง (Antineoplastics) และ
5.9.1 การผลติ และการนำ� เข้ายา สารเคมสี ำ� หรบั การวนิ จิ ฉยั โรค (Diagnostic agents) และ
มียาบางกลุ่มที่มีการน�ำเข้ามากกว่าการผลิตอย่างชัดเจน
การผลิตยาแผนปัจจุบันส�ำหรับมนุษย์ใน เช่น ยาสำ� หรบั ระบบโลหติ และยาสำ� หรับระบบทางเดิน
ปี พ.ศ. 2558 มีมูลค่าอยู่ท่ี 55,027 ลา้ นบาท ในขณะที่ ปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์รวมท้ังฮอร์โมนเพศ เป็นต้น
การนำ� เขา้ ยาแผนปจั จบุ นั สำ� หรบั มนษุ ย์ ในปี พ.ศ. 2558 มี (ตารางที่ 5.12)
มลู คา่ อยทู่ ่ี 98,383 ลา้ นบาท แสดงใหเ้ หน็ วา่ การนำ� เขา้ ยามี
มลู คา่ สงู กวา่ การผลติ ยาถงึ เกอื บเทา่ ตวั โดยยาบางกลมุ่ ไมม่ ี
132 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
ตารางที่ 5.12 มลู ค่าการนำ� เขา้ ยา และการผลิตยาแผนปจั จบุ ันส�ำหรบั มนษุ ย์ จ�ำแนกตามกลุ่มยา พ.ศ 2557-2558
ล�ำดบั กล่มุ ยา มูลคา่ น�ำเขา้ ยา (ลา้ นบาท) มลู ค่าผลิตยา (ล้านบาท)
ปี 2557 ปี 2558 ปี 2557 ปี 2558
1 Alimentary Tract And Metabolism 8,892.440 10,559.024 12,390.565 10,355.394
2 Blood And Blood Forming Organs 12,072.144 12,015.520 3,471.304 3,336.578
3 Cardiovascular System 7,034.124 6,304.481 6,051.611 5,677.480
4 Dermatologicals 2,779.208 3,065.525 4,351.149 2,954.844
5 Genito-Urinary System And Sex 6,827.762 6,398.130 1,380.821 1,293.698
Hormone
6 Systemic Hormonal Preparations 964.298 801.768 504.427 431.175
9,789.831 9,361.558
7 General Anti-Infective-Systemic 13,890.045 12,870.619 3,371.984 3,599.081
8 Hospital Solutions 3,220.050 5,377.486 0.000 0.000
5,259.299 5,662.486
9 Antineoplastics 14,029.517 17,766.990 5,779.555 5,775.786
484.582 577.851
10 Musculo_Skeletal System 4,308.776 3,958.555 5,903.316 5,144.248
765.002 767.332
11 Central Nervous System 8,751.940 8,324.391
0.000 0.000
12 Parasitology 90.331 61.248 78.060 89.703
59,581.506 55,027.214
13 Respiratory System 4,996.499 5,130.385
14 Sensory Organs 4,491.829 3,818.163
15 Diagnostic Agents 1,775.459 1,036.034
16 Various 888.237 895.520
Total 95,012.660 98,383.840
ที่มา: ส�ำนักยา สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
5.9.2 คณุ ภาพยา ตัวอย่าง ในจ�ำนวนน้ีตรวจพบตัวอย่างที่ไม่เข้ามาตรฐาน
ระหว่างปี พ.ศ. 2545-2559 มีโรงพยาบาลภาครัฐ 1,505 ตวั อย่าง คิดเป็นร้อยละ 9.3 โดยสัดส่วนตวั อย่างท่ี
สมัครใจส่งตัวอย่างยาตรวจวิเคราะห์ในโครงการประกัน ไมเ่ ขา้ มาตรฐานลดลงจากรอ้ ยละ 19.0 ในปี พ.ศ. 2545
คณุ ภาพยาทงั้ สน้ิ 428 แหง่ จำ� นวนรายการยาแผนปจั จบุ นั เป็นร้อยละ 0.8 ในปี พ.ศ. 2559 (ตารางที่ 5.14 และ
ท่ีตรวจวิเคราะห์รวมท้ังสิ้น 572 รายการหรือ 16,212 ภาพที่ 5.30)
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 133
ตารางท่ี 5.14 จำ� นวนรายการยา ทะเบยี นยา และตวั อยา่ งยาทต่ี รวจ และตวั อยา่ งยาทไ่ี มเ่ ขา้ มาตรฐาน ปี 2555-2559
ปีงบประมาณ จำ� นวนรายการยาท่ี จำ� นวนทะเบยี นยาท่ี จำ� นวนตัวอยา่ งยาท่ี จ�ำนวนตวั อย่างทไ่ี ม่ ร้อยละตัวอยา่ งท่ไี ม่
ตรวจ ตรวจ ตรวจ เขา้ มาตรฐาน เขา้ มาตรฐาน
2555 32 504 1,155 91 7.9
2556 42 245 540 35 6.5
2557 36 172 420 20 4.8
2558 47 278 772 34 4.4
2559 42 429 1,290 11 0.8
ที่มา: จันทนา พัฒนาเภสัช และคณะ, วารสารวจิ ยั ระบบสาธารณสุข ปีท่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มีนาคม 2561
ภภาพาพทท่ี 5ี่ 3.300สสดั ัดสส่ว่วนนตตวั วั ออยยา่ า่งงยยาาทที่ไไ่ีมม่เขเ่ ขา้ า้มมาาตตรรฐฐาานนปปี 2ี 254554-52-5255959
20 19 16.5
15 12.2 11.9 13.1 9.5 6.2 7.9 6.5 4.8 4.4
10 5.9 10 9.7
รอยละ
2545
2546
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554
2555
2556
2557
2558
2559
5 0.8
0
ป (พ.ศ.)
สดั สว นยาทีไมเ ขามาตรฐาน
ทีม่ า: จันทนา พัฒนาเภสชั และคณะ, วารสารวิจยั ระบบสาธารณสขุ ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มีนาคม 2561
5.9.3 เทคโนโลยีการแพทย์ บริการสุขภาพ ของแต่ละเขตพ้ืนท่ีสุขภาพ ในปี 2560
เคร่ืองมือแพทย์ราคาแพง มีการใช้งานในหน่วย แสดงดงั ตารางที่ 5.15
134 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
ตารางที่ 5.15 จำ� นวนเคร่ืองมอื แพทยร์ าคาแพง จ�ำแนกตามเขตพ้ืนท่สี ุขภาพ ปี 2560
พนื้ ท่ี เครอื่ ง CT เครือ่ ง MRI เคร่ืองสลายนิ่ว เครอ่ื งแกมมา่ เครอ่ื งอัลตรา เครอ่ื งลา้ งไต
scanner ไนฟ์ ซาวด์
เขต 1 เชียงใหม่ 8 396 777
เขต 2 พิษณุโลก 46 6 21 0 221 297
เขต 3 นครสวรรค์ 27 2 10 0 183 173
เขต 4 สระบรุ ี 16 8 81 339 627
เขต 5 ราชบรุ ี 42 7 23 0 354 618
เขต 6 ชลบรุ ี 47 15 17 4 491 601
เขต 7 ขอนแกน่ 68 6 25 10 339 438
เขต 8 อดุ รธานี 19 11 14 3 327 397
เขต 9 นครราชสีมา 33 7 90 439 376
เขต 10 อุบลราชธานี 26 6 71 216 341
เขต 11 สราษฎรธ์ านี 20 7 13 2 246 308
เขต 12 สงขลา 37 10 11 2 284 330
เขต 13 กรงุ เทพฯ 27 59 12 1 1,006 1,980
รวมทง้ั ประเทศ 139 152 63 10 4,841 7,263
547 233 34
ที่มา: รายงานขอ้ มูลทรัพยากรสาธารณสขุ ปี 2560
5.10 การเงนิ การคลงั ดา้ นสขุ ภาพ ในปี พ.ศ. 2557 ทง้ั นสี้ ดั สว่ นรายจา่ ยสขุ ภาพทเ่ี ปน็ ภาครฐั
5.10.1 รายจา่ ยสุขภาพระดับประเทศ เพิ่มขึน้ จากรอ้ ยละ 45 ในปี พ.ศ. 2537 เป็นร้อยละ 77.0
แนวโนม้ รายจา่ ยสขุ ภาพในภาพรวมระดบั ประเทศ มี ในปี พ.ศ. 2557 ในขณะที่สัดส่วนรายจา่ ยสขุ ภาพทเ่ี ปน็
ภาคเอกชน ลดลงจากรอ้ ยละ 55.0 ในปี พ.ศ. 2537 เหลอื
แนวโนม้ ทเี่ พมิ่ ขนึ้ จาก 127,655 ลา้ นบาท (2,160 บาทตอ่ ร้อยละ 23.0 ในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบาย
คน) ในปี พ.ศ. 2537 เปน็ 500,476 ลา้ นบาท (7,966 บาท การสรา้ งหลกั ประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2545
ต่อคน) ในปี พ.ศ. 2557 หรอื เพมิ่ ข้นึ ประมาณ 4 เทา่ โดย ที่ท�ำให้ภาครัฐมีบทบาทต่อรายจ่ายสุขภาพมากขึ้นอย่าง
ร้อยละของรายจ่ายสุขภาพ เมื่อเทียบกับมูลค่าผลิตภัณฑ์ ต่อเนื่อง (ภาพที่ 5.31-5.33)
มวลรวม (GDP) คิดเป็นร้อยละ 3.5 ของ GDP ในปี พ.ศ.
2537 แลว้ เพม่ิ ขน้ึ อยา่ งชา้ ๆ เปน็ รอ้ ยละ 4.1 ของ GDP
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 135
ภาภพาพท่ีท5่ี .3311แแนนววโโนนม้้มรราายยจจ่า่ายยสสุขขุ ภภาาพพแแลละะรร้ออ้ ยยลละะขขอองงรราายยจจ่าย่ยสสุขุขภภาาพพตต่อ่อ GGDDPP พพ..ศศ.. 22553377--22555577รายจายสุขภาพ (ลานบาท)127,655 3.5172,811 3.72545 201,679 3.72546 211,957 3.62547 228,041 3.52548 251,693 3.52549 274,055 3.52550 303,853 3.63.92552 371,832 4.1384,902 3.8434,237 4.1474,301 4.2476,430 4500,476 4.15
147,837 3.5 162,124 3.5 4
600,000 177,103 3.8 167,147 3.4 356,275 3 รอยละ ตอ GDP
500,000 170,203 3.3 2
400,000 189,143 4 1
300,000 0
200,000
100,000
0
2537 2541 2551 2553 2554 2555 2556 2557
2538 2542
2539 2543
2540 2544
ป (พ.ศ.)
รายจายสุขภาพ (ลานบาท) สัดสว น GDP (รอยละ)
ท่มี า: จากบญั ชีรายจา่ ยสุขภาพแหง่ ชาติ สำ� นกั งานพฒั นานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
ภภาาพพทท่ี 5ี่ 3.232แนแวนโวนโนม้ ้มสสดั ัดสส่วว่ นนรราายยจจ่า่ายยสสุขขุ ภภาาพพภภาคาครรัฐฐัแแลละะเอเอกกชชนนพพ.ศ.ศ..2253573-72-5255757
100 47 47 54 55 55 56 56 63 64 65 64 72 76 76 74 74 77 78 77 77
สัดสวนรายจายรัฐและเอกชน (รอยละ) 80 45
2537 60
2538
2539 40
2540 20
2541 0
2542
2543
2544
2545
2546
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554
2555
2556
2557
55 53 53 46 45 45 44 44 37 36 35 36 28 24 24 26 26 23 22 23 23
ป (พ.ศ.)
สัดสว นรายจา ยภาครัฐ สัดสว นรายจายภาคเอกชน
ท่ีมา: จากบญั ชีรายจ่ายสขุ ภาพแหง่ ชาติ สำ� นกั งานพฒั นานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
ภภาาพพทที่ 5่ี 3.33แนแวนโวนโนม้ ้มรราายยจจ่าย่าสยุสขขุภภาพาพต่อตคอ่ นคนตตอ่ อ่ปีปพี พ.ศ.ศ. 2. 523573-725-255757
10,000
8,000
6,000
4,000
2,000
-
รายจายสุขภาพ ตอประชากรตอ ป (บาท) 2,160
2,486
2,946
3,110
2,811
2,629
2,701
2,732
3,211
3,354
3,680
4,032
4,362
4,820
5,620
5,853
6,026
6,777
7,358
7,354
7,966
2537
2538
2539
2540
2541
2542
2543
2544
2545
2546
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554
2555
2556
2557
ป (พ.ศ.)
รายจา ยตอ คนตอป
ท่มี า: จากบญั ชรี ายจา่ ยสขุ ภาพแหง่ ชาติ ส�ำนักงานพฒั นานโยบายสขุ ภาพระหวา่ งประเทศ
136 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
5.10.2 การปกปอ้ งภาระทางการเงนิ ของครวั เรอื น แสดงใหเ้ หน็ วา่ รอ้ ยละครวั เรอื นทเ่ี กดิ วกิ ฤตทางการเงนิ จาก
จากการเพิ่มข้ึนของสัดส่วนรายจ่ายสุขภาพภาครัฐ การจา่ ยคา่ รกั ษาพยาบาล และรอ้ ยละครวั เรอื นทกี่ ลายเปน็
อันเนื่องมาจากการสนับสนุนของรัฐ รวมทั้งจากนโยบาย ครัวเรือนยากจนภายหลังจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาล
การสรา้ งหลกั ประกันสขุ ภาพถว้ นหนา้ ส�ำหรบั การชดเชย มีแนวโน้มท่ีลดลงอย่างต่อเน่ืองเหลือร้อยละ 2.06 และ
ค่าใช้จ่ายจากการใช้บริการสุขภาพที่เกิดขึ้น ท�ำให้ภาระ รอ้ ยละ 0.3 ในปี พ.ศ. 2559 ตามลำ� ดบั
รายจ่ายของครัวเรือนมีแนวโน้มท่ีลดลง ดังภาพท่ี 5.34
ภาพที่ 5.34 ร้อยละครวั เรอื นทีเ่ กดิ วิกฤตทางการเงนิ จากการจา่ ยคา่ รักษาพยาบาลและครัวเรือน
ค รัวเรือนยากจทน่ีกจลาากยกเปาร็นจค่ารยัวคเ่ารรือักนษยาาพกยจานบจาาลกปกีา2ร5จ3า่ 3ย-ค25่า5ร9ักษาพยาบาล ปี 2533-2559
10
8
6
4
2
0
2533 2535 2537 2539 2541 2543 2545 2547 2549 2551 2553 2555 2557 2559
ป (พ.ศ.)
รอยละครัวเรอื นทเี กดิ วกิ ฤตทางการเงนิ จากการจายคา รกั ษาพยาบาล
รอยละครัวเรือนทกี ลายเปน ครวั เรือนยากจนจากการจา ยคารกั ษาพยาบาล
ทีม่ า: การส�ำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครวั เรอื น ส�ำนักงานสถิติแหง่ ชาติ พ.ศ. 2533-2559, วิเคราะหโ์ ดย ดร.สุพล ล้มิ วัฒนานนท์
รอยละ
2.34 7.07
2.33 6.82
2.45 6.79
2.2 5.97
1.69 5.3
2.01 5.74
1.33 4.06
1.1 4.08
1 3.85
0.91 3.24
0.8 3.13
0.79 3.29
0.71 2.88
0.56 2.47
0.53 2.63
0.5 2.28
0.46 2.23
0.32 2.01
0.3 2.06
5.10.3 รายจ่ายในระบบหลักประกันสขุ ภาพ สถานะและสทิ ธิ จ�ำนวนประมาณ 500,000 คน บริหาร
รายจา่ ยหรอื งบประมาณในระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพ จัดการโดยกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีหลักประกัน
มแี นวโนม้ เพมิ่ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ทง้ั นเ้ี พอื่ คมุ้ ครองและเปน็ สุขภาพส�ำหรับแรงงานต่างด้าวผ่านบัตรประกันสุขภาพ
หลักประกันให้กับประชากรทุกกลุ่ม ทั้งประชาชนทั่วไป ในอัตรา 500 บาท ถึง 3,200 บาท ตามเงื่อนไข ท้ังนี้
ผู้ประกันตนและข้าราชการรวมทั้งครอบครัว โดยล่าสุด แนวโน้มของรายจ่ายแต่ละระบบแสดงดัง ภาพที่ 5.35-
ในปี 2558 มกี ารเพม่ิ สทิ ธริ กั ษาพยาบาลสำ� หรบั ผมู้ ปี ญั หา 5.36 และตารางท่ี 5.26
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 137
ภภาาพพทที่ 5่ี 3.535งบงบปประระมมาาณณหหลลกั กั ปปรระะกกนั นั สสุขภาพแแหห่งชาติ แยกเเงงินิ เดือนของหนนว่ วยบรรกิ กาารรสสขุ ุขภภาาพพภภาาคครรฐั ัฐปปี 22554466-2560
150,000
ลานบาท 100,000
50,000
0
2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 ป
งบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหงชาติ (หักเงินเดอื น) เงนิ เดือนหนวยบริการภาครฐั
ทม่ี า: รายงานการสร้างระบบหลกั ประกันสขุ ภาพแห่งชาติ ประจำ� ปงี บประมาณ 2560
ภภาาพพทที่ี่ 53.63ร6ารยาจย่ายจบา่ ยริบกรารกิ ผารปู้ ผ่ วปู้ยน่วยอนกอแกลแะลผะปู้ ผ่ วู้ปยว่ใยนใสนิทสธทิ ิสธวสิ สัวดัสิกดาิกราขราข้ รา้ ารชากชากราปรี ป25ี 25525-225-620560
ลานบาท 60,000
50,000
40,000 2560 ป
30,000
20,000
10,000
0
2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559
รายจา ยผูปว ยนอก รายจายผูป ว ยใน
ท่มี า: กรมบญั ชกี ลาง
ตารางท่ี 5.16 งบประมาณบรกิ ารสขุ ภาพ สิทธิประกนั สงั คม และกองทนุ ผู้มีปญั หาสถานะและสทิ ธิ ปี 2558-2560
หลักประกนั สุขภาพ งบ ปี 2558 (ลา้ นบาท) งบ ปี 2558 (ลา้ นบาท) งบ ปี 2558 (ลา้ นบาท)
ประกนั สงั คม
33,157.54 35,235.86 36,472.40
กองทนุ ผมู้ ีปญั หาสถานะและสิทธิ
973.35 1,279.15 1,319.62
ทม่ี า: สำ� นักงานประกนั สังคม และกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสขุ ภาพ
138 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
5.11 ระบบขอ้ มลู ขา่ วสารดา้ นสขุ ภาพ เป็นระบบข้อมูลท่ีอยู่ในระบบบริการสุขภาพ
ระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ เป็นส่วนหนึ่งของระบบ โดยหน่วยบริการสุขภาพบันทึกข้อมูลการให้บริการ
บริการสุขภาพ มีส่วนสนับสนุนการให้บริการสุขภาพ ของผู้มารับบริการหรือบันทึกข้อมูลประชาชนในเขต
รวมทั้งการบริหารจัดการระบบสุขภาพให้เป็นไปอย่าง รับผิดชอบหรือเป็นระบบเฝ้าระวังโรคหรือทะเบียนผู้ป่วย
มีทิศทางและเป้าหมาย ช่วยชี้ส่วนขาดในระบบสุขภาพ เฉพาะโรคทด่ี งึ มาจากขอ้ มลู บรกิ ารหรอื เปน็ ขอ้ มลู ในระบบ
ได้แก่ ปัญหาสุขภาพของประชาชนในพ้ืนท่ี ปัญหา บริหารจัดการของหนว่ ยงานสุขภาพ
ในระบบบริการสุขภาพ ทั้งด้านก�ำลังคนด้านสุขภาพ
การเงนิ การคลงั สขุ ภาพและการจดั บรกิ ารสขุ ภาพ เปน็ ตน้ 2) ระบบขอ้ มลู ระดบั ประชากร (Population-based
โดยระบบขอ้ มลู ขา่ วสารดา้ นสขุ ภาพ แบง่ ออกเปน็ 2 กลมุ่ health information)
หลักๆ ดงั น้ี
เป็นระบบข้อมูลท่ีรวบรวมโดยยึดประชาชนในพ้ืนท่ี
1) ระบบข้อมูลจากสถานบริการสุขภาพหรือจาก เป็นฐานของการรวบรวมข้อมูล โดยอาจจะเป็นระบบ
หนว่ ยงานสขุ ภาพ (Facility-based health information) ทะเบียนระดับประชากร เช่น ทะเบียนเกิด-ตาย หรือ
เปน็ การสำ� รวจโดยการสมุ่ ตวั อย่างจากประชาชนในพน้ื ที่
ภาพที่ 5.37 แสดงระบบข้อมลู ขา่ วสารดา้ นสขุ ภาพ และการเชื่อมโยงกับตัวชี้วดั สขุ ภาพ
ระบบขอมลู จากสถานบรกิ ารสุขภาพ ระบบขอ มลู ระดบั ประชากร
ระบบ ระบบเฝาระวัง ระบบขอมูล สถานะสุขภาพ
ทะเบียนโรค โรคและการ การสํารวจ -การตาย การเกิด
บาดเจ็บ สุขภาพ -การปวย การบาดเจบ็
-ภาวะสขุ ภาพ
ระบบขอ มูลบริการ ระบบขอ มลู
สุขภาพ สถติ ิชีพ ปจจยั กําหนดสุขภาพ
-พฤติกรรมสขุ ภาพ
ระบบขอ มลู -ปจ จัยเสียง
ทรพั ยากรและ -สภาพแวดลอ ม
การเงินสขุ ภาพ
บริการสขุ ภาพ
-ทรัพยากรสุขภาพ
-การคลังสขุ ภาพ
-ระบบบรกิ ารสขุ ภาพ
ระบบจดั เก็บขอมลู (data collection systems) ตัวชวี ดั สุขภาพ (health indicators)
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 139
ภาพท่ี 5.37 แสดงถงึ ระบบขอ้ มลู ขา่ วสารดา้ นสขุ ภาพ ปัจจัยก�ำหนดสุขภาพและบริการสุขภาพ โดยความ
ที่ประกอบด้วยระบบข้อมูลจากสถานบริการ และระบบ เชื่อมโยงระหว่างแต่ละระบบข้อมูลย่อย กับประเด็นของ
ขอ้ มลู ระดบั ประชากร โดยมรี ะบบยอ่ ยทเี่ กย่ี วขอ้ งทส่ี ำ� คญั ขอ้ มลู ตามตวั ชี้วัดทงั้ 3 หมวด รวมท้ังข้อจำ� กดั ของระบบ
ท้ัง 2 กลมุ่ และความเช่ือมโยงกบั การใช้ข้อมูลในรปู แบบ ข้อมูลแต่ละระบบ แสดงดังตารางท่ี 5.27
ของตัวชี้วัดสุขภาพ ใน 3 หมวด ได้แก่ สถานะสุขภาพ
ตารางท่ี 5.17 ระบบขอ้ มลู สขุ ภาพ และการเชื่อมโยงกับประเด็นขอ้ มลู สขุ ภาพและข้อจ�ำกดั
ระบบข้อมลู สุขภาพ ประเดน็ ขอ้ มูลสุขภาพทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ขอ้ จ�ำกัด
สถานะสขุ ภาพ ปจั จัยก�ำหนดสุขภาพ บริการสุขภาพ
ระบบขอ้ มูลสถติ ชิ ีพ - การเกิด - คณุ ภาพข้อมลู สาเหตุ
(เกดิ -ตาย) - การตาย การตาย
- การเจริญพนั ธ์ุ
ระบบข้อมลู - การปว่ ย - พฤตกิ รรมสุขภาพ - การเข้าถึงบรกิ าร - ความซ้�ำซ้อนของการ
การส�ำรวจสขุ ภาพ - ภาวะสุขภาพ - ปจั จัยเส่ยี ง ส�ำรวจ
- ความพกิ าร - สังคม - ความต่อเนื่องและข้อ
- การตาย - สง่ิ แวดล้อม จำ� กดั งบประมาณ
- ระดับของข้อมูล
ระบบขอ้ มูล - การป่วยและการ -ปัจจัยเสยี่ ง - การเขา้ ถึงบริการ - คณุ ภาพของข้อมูล
บริการสุขภาพ ตายจากโรคและการ - ประสทิ ธภิ าพบรกิ าร - ความครอบคลุมของ
บาดเจบ็ - คุณภาพบรกิ าร ข้อมลู ภาคเอกชน
- ภาวะสุขภาพ
- ความพิการ
ระบบขอ้ มลู ทรพั ยากร - กำ� ลงั คนด้าน - คุณภาพของขอ้ มูล
สขุ ภาพและการเงินการคลงั สขุ ภาพ - ความครอบคลุมของ
สขุ ภาพ - ยาและเทคโนโลยี ขอ้ มลู ภาคเอกชน
- สถานบรกิ าร
สขุ ภาพ
- รายจ่ายสขุ ภาพ
ระบบเฝา้ ระวังโรค - การปว่ ยโรคตดิ ต่อ - พฤติกรรมสขุ ภาพ - การเขา้ ถงึ บรกิ าร - ความเปน็ ตัวแทนกรณี
และการบาดเจบ็ และโรคไม่ติดต่อ และปัจจัยเสี่ยง - คณุ ภาพบริการ ท�ำบางพน้ื ที่
- การบาดเจ็บ (โรคไมต่ ิดต่อและ - ความครอบคลมุ ของ
- การตายจากโรค การบาดเจ็บ) ขอ้ มูลภาคเอกชน
และการบาดเจบ็
ระบบทะเบียนโรค - การป่วยโรคเรื้อรงั - การเข้าถึงบริการ - ความครบถ้วนของ
- การตายจากโรค - คุณภาพบรกิ าร ข้อมลู (ระยะของโรค)
เรอ้ื รงั - การตดิ ตามผลลพั ธ์
ของการรักษา
140 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
5.12 การเขา้ ถงึ บรกิ ารสขุ ภาพ ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในต่อประชากรต่อปี สิทธิหลัก
5.12.1 การเขา้ ถงึ บรกิ ารสขุ ภาพในภาพรวม ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ มแี นวโนม้ ทเี่ พมิ่ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
(ภาพท่ี 5.38) แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี อตั ราการใชส้ ทิ ธหิ ลกั ประกนั
การเข้าถึงบริการสุขภาพ มีแนวโน้มที่ดีข้ึนอย่าง สุขภาพกรณีผปู้ ว่ ยนอก อยู่ทร่ี อ้ ยละ 60-80 ตลอดระยะ
ต่อเนื่อง เนื่องจากมีการขยายสถานบริการสุขภาพ และ เวลา 14 ปีทีผ่ า่ นมา (ภาพท่ี 5.39)
มีระบบหลักประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองประชาชน
ทางด้านการเงิน โดยแนวโน้มของอัตราการใช้บริการ
ภ2า5พ4ท9-ี่ 52.53680อตั ราการใชบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ยนอกและผปู้ ว่ ยในตอ่ ประชากรตอ่ ปี สทิ ธหิ ลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ปี 2549-2560
5 0.16
ผูปวยนอก ครัง ตอน ตอป
2.416 0.1
2.554 0.105
2.749 0.11
3.123 0.112
3.061 0.116
3.068 0.116
3.072 0.116
3.119 0.12
3.34 0.118
3.522 0.12
3.589 0.12
3.821 0.125
ผู ปวยใน ครังตอคนตอป
4 0.12
3
0.08
2
1 0.04
0 0
2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560
ปง บประมาณ
ผปู วยนอก ครังตอ คนตอ ป ผูป วยใน ครงั ตอ คนตอป
ทม่ี า: รายงานการสร้างระบบหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ ประจ�ำปงี บประมาณ 2560
ภาพที่ 5.39 อตั ราการใชส้ ทิ ธิ กรณีผู้ปว่ ยนอกและผู้ป่วยใน สิทธิหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ปี 2546-256077.91 90.5379.45 91.279.87 91.2175.3 87.5860.7 87.85
100
79.85
80 80.38
83.71
84.35
87.03
รอยละ 60 71.48
67.88
40 71.58
62.04
60.09
20
0
2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560
อัตราการใชสทิ ธิ ผปู ว ยนอก ป (พ.ศ.)
อตั ราการใชส ทิ ธิ ผปู วยใน
ทม่ี า: รายงานการสร้างระบบหลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ ประจำ� ปีงบประมาณ 2560
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 141
5.12.2 การเขา้ ถึงบริการสขุ ภาพเฉพาะ (STEMI) และในกรณโี รคหลอดเลอื ดสมองตบี หรืออุดตัน
การเข้าถึงบริการสุขภาพเฉพาะ ในหลายกรณีมี (ภาพท่ี 5.40) และแนวโนม้ ผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวที ไี่ ดร้ บั บรกิ าร
แนวโนม้ ทด่ี ขี นึ้ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง อาทเิ ชน่ การไดร้ บั ยาละลาย ครงั้ แรก ทมี่ รี ะดบั CD4>500 ทเี่ พม่ิ ขน้ึ แสดงใหก้ ารไดร้ บั
ลิ่มเลือดในกรณีผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน บริการตงั้ แตร่ ะยะเริ่มแรกทเี่ พมิ่ ขึน้ (ภาพที่ 5.41)
ภาพที่ 5.40 อัตราการไดร้ ับยาละลายลมิ่ เลอื ดส�ำหรบั ผ้ปู ว่ ยในโรคกลา้ มเน้อื หัวใจตายเฉียบพลนั (STEMI)
ห ลอดเลือดสมแอลงะตโรีบคหหรลือออดุดเลตือนั ดสิทมอธิงหตลีบกั หปรรอื ะอกดุ นั ตสันุขสภทิาพธิหแลหัก่งปชราตะกิ ปันี ส25ุข4ภ8า-พ25แ6ห0ง่ ชาติ ปี 2548-2560
50
รอยละ
0.0.045540
0.01.868
0.04 4.830
0.38 9.78
0.53 17.2720
1.25 30.9310
1.63 35.86
2.22 34.86
3.12 34.54
3.85 35
4.25 34.05
4.75 35.82
5.47 38.34
0
2560
2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559
ปง บประมาณ โรคหลอดเลอื ดสมองตีบหรอื อุดตนั
โรคกลามเนอื หวั ใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI
ท่มี า: รายงานการสรา้ งระบบหลกั ประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ ประจ�ำปีงบประมาณ 2559 และ 2560
25ภ6า0พท่ี 5.41 สัดสว่ นผูต้ ดิ เช้อื เอชไอวรี ายใหมต่ ามระดบั CD4 ครงั้ แรก สิทธหิ ลกั ประกนั สุขภาพแห่งชาติ ปี 2552-2560
120
รอยละ 100 2.61 22..6085 2.58 2.72 2.62 3.41 9.67 13.09 13.93
80 121.5.275 14.88 3.52 3.41 4.11 5.6 17.07 13.36 13.61
60 26.07 25.81 21.98 20.42 27.5 27.07 17.71 16.45
40 21.22 15.22
22 22.01 19.36 17.56 14.84 15.17
20 57.51 54.58 49.92 51.44 46.41 46.37 37.2 40.66 38.79
0
2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560
ปงบประมาณ
CD4<100 100<=CD4<200 200<=CD4<350 350<=CD4<500 CD4>=500
ทม่ี า: รายงานการสร้างระบบหลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ ประจำ� ปีงบประมาณ 2560
142 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
5.13 ประสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพของการใชบ้ รกิ ารสขุ ภาพ
5.13.1 ประสทิ ธิภาพบริการสขุ ภาพ มากขนึ้ หรอื มกี ารรบั ผปู้ ว่ ยในทมี่ คี วามจำ� เปน็ มากขน้ึ โดยที่
ประสิทธิภาพบริการสุขภาพ ในแง่มุมของบริการ วนั นอนเฉลยี่ ผปู้ ว่ ยในไมไ่ ดม้ แี นวโนม้ ทเี่ พมิ่ ขนึ้ สะทอ้ นการมี
ผู้ป่วยใน พบว่าค่าน้�ำหนักสัมพัทธ์ผู้ป่วยในมีค่าเฉลี่ย ประสทิ ธภิ าพในการรบั ผปู้ ว่ ยในในภาพรวม (ภาพที่ 5.42)
เพ่ิมข้ึน แสดงถึงการรักษาผู้ป่วยต้องมีการใช้ทรัพยากร
2ภ5า4พ9-ท2ี่556.402 วนั นอนเฉลยี่ และนำ้� หนกั สมั พทั ธเ์ ฉลย่ี (Adj.CMI) ผปู้ ว่ ยใน สทิ ธหิ ลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ปี 2549-2560
5 4.24 4.2 4.1 4.07 4.07 4.13 4.16 4.15 4.15 4.14 4.13 4.19
4
รอยละ รอยละ 3
2 0.9 0.93 1.05 1.09 1.14 1.22 1.2 1.16 1.22 1.23 1.23 1.26
1
0
2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560
วนั นอนเฉลยี ผูปว ยใน ปง บประมาณ
คานาํ หนักสมั พัทธเฉลยี ผูปว ยในทีปรบั แลว (Adj.CMI)
ท่มี า: รายงานการสร้างระบบหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ ประจำ� ปีงบประมาณ 2560
5.13.2 คณุ ภาพบรกิ ารสขุ ภาพ ของผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยอยู่ท่ี
ประเดน็ คณุ ภาพบริการ อาจจะพจิ ารณาในประเด็น ร้อยละ 36.3 และร้อยละ 64.6 ตามล�ำดับ ในปี 2560
ผลลพั ธข์ องการรกั ษา อาทิเชน่ สดั ส่วนการควบคุมโรคได้ (ภาพท่ี 5.43)
2ภ5า5พ4-ท2ี่ 556.403 สดั สว่ นผปู้ ว่ ยเบาหวานและความดนั โลหติ สงู ทคี่ วบคมุ โรคไดส้ ทิ ธหิ ลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ปี 2554-2560
80 66.3 66.7 67.8 67.1 64.6 64.6 64.6
60
40 34.6 33.4 35.1 35.6 36.3 36.3 36.3
20
0
2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560
ปง บประมาณ
รอยละควบคมุ เบาหวานได (HbA1c<7%) รอยละควบคมุ ความดันโลหิตได (<140/90 mmHg)
ทม่ี า: รายงานการสร้างระบบหลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ ประจ�ำปงี บประมาณ 2559 และ 2560
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 143
5.14 ความเปน็ ธรรมของบรกิ ารสขุ ภาพ ในระดบั ตำ่� โดยมรี ายจา่ ยสขุ ภาพตอ่ รายจา่ ยของครวั เรอื น
5.13.1 ความเป็นธรรมสขุ ภาพด้านการจ่ายเงนิ อยู่ทรี่ ้อยละ 0.9-1.6 ในปี 2558 (ภาพท่ี 5.44)
รายจา่ ยสขุ ภาพตอ่ รายจา่ ยของครวั เรอื นไมว่ า่ จะเปน็
คนจนหรือคนรวย มีแนวโนม้ ทล่ี ดลงอย่างต่อเน่อื งและอยู่
ภภาาพพทท่ีี่ 54.44ร4้อรยอ้ ลยะลระารยาจย่าจยา่ สยุขสภขุ าภพาตพ่อตรอ่ ารยาจย่าจยา่ คยรคัวรเวัรืเอรนอื นขอขงอคงนคนจจนนทที่สสี่ ุดดุ 1100%%แแลละะคคนนรรววยยทที่สส่ี ุดดุ 1100%%ปปี 2ี 255337-72-5255858
Quintile ที 1 (จนทสี ุด) Quintile ที 5 (รวยทสี ุด)
รอยละราย จายสุขภาพตอรายจายครัวเรือน
25374 3.6 3.4 2.9
2538
2539 2.6 2.5
2540 2.2
2541
2542
2543
2544
2545
2546
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554
2555
2556
2557
2558
3 2.3 2.4 2.2 1.9 2 1.8 1.8 1.7 1.7 1.6 1.5
2 2.6
2.4
1 1.6 1.4 1.5 1.3 1 1.1 1 1.1 1 1.2 1 1 0.9
0
ป (พ.ศ.)
ท่มี า: การส�ำรวจภาวะเศรษฐกิจและสงั คมของครัวเรือน สำ� นกั งานสถติ แิ ห่งชาติ พ.ศ. 2537-2558, วิเคราะหโ์ ดย ดร.สุพล ลิม้ วัฒนานนท์
5.14.2 ความเป็นธรรมสุขภาพด้านการได้รบั บริการ
ในสว่ นของการไดร้ บั บริการสขุ ภาพ เช่น บรกิ ารสขุ ภาพส�ำหรบั ผ้สู งู อายุ โดยมคี วามแตกต่างระหวา่ งสิทธิสวสั ดิการ
ต่างๆ ดงั แสดงในภาพที่ 5.45
ภภาพาพทที่ 4่ี 55.ส4ดั5สส่วดั นสผว่ สู้นูงผอู้สาูงยอทุ าี่ไยดทุ ร้ ี่ไับดร้บับรบิกรารกิ สารุขสภุขาภพาปพี พป.ีศพ..2ศ5.6205จ6าํ0แนจ�ำกแตนากมตสาวมสั สดวิกสั าดรกิราักรษรากั พษยาาพบยาาลบาล
รอยละ 50 22.32 25.37 33.2 37.6 31.72 18.95 29.76 42.48
40 14 24.53 23.75 13.09 21.79 33.51
30
20 13.63 12.84 18.58
10 5.57
0
หลกั ประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ ประกันสังคม สวสั ดกิ ารขา ราชการ
ทีม่ า: วิเคราะห์จากขอ้ มลู การสำ� รวจประชากรสูงอายุ ส�ำนักงานสถติ ิแห่งชาติ ปี 2560
144 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
5.15 การวจิ ยั และการสรา้ งความรเู้ กยี่ วกบั ระบบสขุ ภาพ 5.15.1 กรอบความคดิ การสรา้ งองค์ความรู้
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นกลไกท่ี การสร้างความรู้เพื่อพัฒนาระบบสุขภาพ ด�าเนิน
การผา่ นกรอบความคดิ ระบบสุขภาพขององค์การอนามยั
มีหน้าท่ีหลัก คอื โลกที่ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ระบบ/
1) ผลิตความรู้เชิงประจักษ์ เพื่อการพัฒนาระบบ รปู แบบบริการสขุ ภาพ ก�าลงั คนด้านสุขภาพ ระบบขอ้ มูล
ขา่ วสารสขุ ภาพ เทคโนโลยที างการแพทย์ทร่ี วมถงึ ยาและ
สุขภาพ ผ่านการจัดท�าข้อเสนอเชิงนโยบายหรือการน�า วัคซีน การคลังและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการน�าและ
ไปใช้ประโยชน์ในทางเวชปฏิบัติและการพัฒนาขีดความ ธรรมาภบิ าลของะบบ (ภาพที่ 5.46)
สามารถในการดูแลสุขภาพประชาชนโดยตรง
2) พฒั นาระบบวจิ ัยด้านสุขภาพ ที่รวมถึงการพัฒนา
ขีดความสามารถนักวิจัยเพื่อการท�าวิจัยด้านนโยบาย
และระบบสุขภาพ การพัฒนามาตรฐานคุณภาพงานวิจัย
การบริหารทุนวิจัยและการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก
งานวิจยั
ภาพที่ 5.46 กรอบความคิดระบบสุขภาพขององค์การอนามยั โลก
WHO Health Systems Framework
System building Blocks Overall Goals
Service Delivery Access Improve Health
ระบบบริการ Coverage (level&equity)
เข้าถึงครอบคลมุ ความเป็นธรรม
Health workforce Quality
ก�ำลังคนด้านสขุ ภาพ Safety Responsiveness
Health Information คุณภาพ สนองความตอ้ งการ
ระบบข้อมลู ขา่ วสาร ความปลอดภัย Risk Protection
Medical Product & Technology ระบบข้อมลู ข่าวสาร
เทคโนโลยที างการแพทย์ Improved Efficiency
ประสทิ ธิภาพบริการ
Financing
คา่ ใช้จ่ายดา้ นสุขภาพ
Leadership Governance
ภาวะผนู้ �ำและธรรมาภบิ าล
โดยมีเป้าหมายการพัฒนาระบบ ได้แก่ การสร้าง การลม้ ละลายจากภาวะการเจบ็ ปว่ ยใหป้ ระชาชนได้ ทง้ั น้ี
ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ การตอบสนองความความ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จึงมุ่งสร้างความรู้เพื่อตอบ
ต้องการและความเป็นมนุษย์ของประชาชน การมีระบบ โจทย์การเข้าถึงบริการสุขภาพตามความจ�าเป็นท่ีท่ัวถึง
ขอ้ มลู ขา่ วสารสขุ ภาพทส่ี ามารถปกปอ้ งสขุ ภาพประชาชน และเป็นธรรม และการมีระบบบริการที่มีความปลอดภัย
ได้ และการสรา้ งประสทิ ธภิ าพของระบบทสี่ ามารถปกปอ้ ง ตามมาตรฐานสากล
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 145
อยา่ งไรกต็ าม ระบบสขุ ภาพและสขุ ภาพประชาชน มิ ประเทศไทยในการวิจยั Cochlear Implants Registry
อาจรอดพน้ จากผลกระทบดา้ นสงั คม วฒั นธรรม เศรษฐกจิ in Thailand (CIRT) Project เครือข่ายนักวิจัยในเขต
และการเมือง ท�ำให้กรอบคิดข้างต้นไม่เพียงพอในการ สุขภาพต่างๆ และสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ
จัดการปัญหาบางเรื่อง ภาพที่ 5.47 แสดงให้เห็นกรอบ ดา้ นตา่ งๆ เช่น มหาวทิ ยาลัยมหิดล ด้านสงั คมวิทยาและ
ความคดิ ทว่ี า่ นอกจากหกมติ ขิ องระบบสขุ ภาพนนั้ แลว้ ยงั มี มานุษยวิทยาการแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้าน
ปจั จยั ทางดา้ นประชากรและความออ่ นไหวทางวฒั นธรรม การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative care)
ของผรู้ บั บรกิ าร บรบิ ททางกฎหมาย และการคลงั ประเทศ องค์กรวิจัยด้านนโยบาย เช่น มูลนิธิวิจัยเพื่อการพัฒนา
ในภาพรวมด้วย เชน่ ปัญหาการต้ังครรภ์ในวยั รุ่น ปญั หา ประเทศ (TDRI) มูลนธิ ิ International Health Policy
การติดสารเสพติด หรือระบบสขุ ภาพกับแรงงานขา้ มชาติ Program (IHPP) มูลนิธิ Health Intervention and
เป็นต้น Technology Assessment Program (HITAP) เปน็ ตน้
ภาพท่ี 5.47 ปจั จัยทางสงั คมที่ก�ำหนดระบบสุขภาพ
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือในการบริหารทุนวิจัย
5.15.2 เครอื ข่ายความร่วมมอื ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในประเด็นโรคไม่ติดต่อ
สวรส. ทำ� ภารกิจดังกลา่ วผา่ นเครือขา่ ยความร่วมมอื เรื้อรังและเทคโนโลยีทางการแพทย์ กับส�ำนักงานคณะ
กบั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง ทง้ั ทเ่ี ปน็ ผวู้ จิ ยั ผกู้ ำ� หนดนโยบาย กรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายองค์กรวิจัย
ผู้บริหาร นักวิชาชีพผู้ให้บริการ และผู้รับประโยชน์จาก อ่ืนๆ เชน่ ส�ำนกั งานกองทุนวิจยั (สกว.) และสถาบันวจิ ยั
ระบบสุขภาพอื่นๆ มีกลยุทธในการพัฒนางานวิจัยและใช้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นต้น
ประโยชน์ท้ังในรูปแบบการสร้างเครือข่ายในพื้นที่ระดับ และเพื่อให้การสร้างความรู้ตอบสนองการแก้ปัญหา
จังหวัดและภูมิภาค เช่น เครือข่ายส�ำนักงานสาธารณสุข ระบบสุขภาพ จึงมีความร่วมมือกับผู้ใช้ผลงานวิจัยหรือผู้
จังหวัดและประชาคมสุขภาพจังหวัดน่าน เครือข่ายวิจัย กำ� หนดนโยบายดว้ ย เชน่ กระทรวงสาธารณสขุ สำ� นกั งาน
ภาคใต้ตอนล่างที่มีศูนย์กลางท่ีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง กระทรวง
เครือขา่ ยนกั วิชาชีพ เช่น เครือข่ายสมาคมแพทยม์ ัณฑนา การคลัง ส�ำนักงานประกันสังคม โดยมีองค์กรท่ีร่วมเป็น
กรหัวใจและหลอดเลือด ในการท�ำวิจัยผลการรักษา กลไกขับเคลื่อน ได้แก่ ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการ-
ผู้ป่วยด้วยการท�ำการถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจผ่าน สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) สำ� นกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพ
ทางผิวหนังในประเทศไทย แบบสหสถาบัน (Thai PCI แห่งชาติ (สช.)
Registry) เครอื ขา่ ยราชวทิ ยาลยั โสต ศอ นาสกิ แพทยแ์ หง่
รูปธรรมในการร่วมกันขับเคลื่อนสร้างความรู้และ
พัฒนาระบบสุขภาพท่ีส�ำคัญอันหน่ึง คือ WHO-Royal
Thai Government Country Cooperation
Strategy, WHO-RTG CCS (2017-2021) ทมี่ เี ครอื ขา่ ย
ความรว่ มมอื ประกอบดว้ ย องคก์ ารอนามยั โลกและองคก์ ร
ดา้ นสุขภาพ ไดแ้ ก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำ� นกั งาน
กองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) สำ� นกั งาน
คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ส�ำนักงานหลัก
ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสถาบันวิจัยระบบ
สาธารณสุข (สวรส.) เพื่อขับเคลื่อนแผนงานการสร้าง
และใช้ความรู้พัฒนาสุขภาพเฉพาะประเด็นท่ีมีล�ำดับ
ความส�ำคญั สงู ไดแ้ ก่
146 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
1. แผนงานโรคไม่ติดต่อ (Non–communicable ภาพที่ 5.48 กระบวนการสรา้ งความรู้เพอ่ื พฒั นาระบบ
Diseases (NCD) และนโยบายสขุ ภาพ
2. แผนงานความปลอดภัยทางถนน (Road Safety:
RS)
3. แผนงานประชากรขา้ มชาติ (Migrant Health)
4. แผนงานโรคตดิ เชอื้ ดอื้ ยาต้านจลุ ชพี
(Antimicrobial Resistance AMR)
5. แผนงานสุขภาพโลก (Global Health
Diplomacy: GHD)
6. แผนงานการค้าและสุขภาพ (International
Trade and Health: ITH)
5.15.3 กระบวนการสรา้ งความรู้ ในบางกรณีการวิจัยเชิงระบบก็ต้องเชื่อมต่อการวิจัย
ในกระบวนการสร้างความรู้จะเร่ิมท่ีการวิเคราะห์ ดา้ นสขุ ภาพและการแพทย์ เช่น การวจิ ัยยา (Medicine)
สถานการณแ์ ละแนวโนม้ ทเ่ี ปน็ ปญั หาสขุ ภาพทส่ี ำ� คญั และ ผลติ ภณั ฑ์ (Medical product) มาตรการ (Intervention)
สบื คน้ ชดุ ความรทู้ ม่ี อี ยวู่ า่ สามารถนำ� มาใชใ้ นการแกป้ ญั หา หรอื เทคโนโลยที างการแพทย์ (Medical technology) ซงึ่
ได้หรอื ไม่ หรอื ยังคงมีชอ่ งวา่ งความรหู้ รอื ประเด็นทา้ ทาย มีจุดเริ่มต้นที่การระบุความจ�ำเป็นด้านสุขภาพกับความ
อะไร เพอื่ นำ� ไปสกู่ ารตง้ั โจทยว์ จิ ยั และเมอื่ ไดผ้ ลการวจิ ยั จงึ ต้องการเทคโนโลยีที่สอดคลอ้ งกัน (ภาพท่ี 5.49)
น�ำมาพิจารณาสังเคราะห์ทางเลือกนโยบายหรือข้อเสนอ
ในการปรับปรงุ นโยบายและระบบสุขภาพ (ภาพท่ี 5.48)
ภาพท่ี 5.49 องค์ประกอบหรือระยะการวจิ ัยท่ตี ้องเช่อื มต่อกันจึงจะบรรลุเปา้ หมาย
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 147
จากนนั้ จงึ มกี ารทำ� วจิ ยั พฒั นาเทคโนโลยี การทดสอบ 5.15.4 ผลการดำ� เนนิ งานสรา้ งความรู้ (2556-
คุณภาพมาตรฐาน การทดลองใช้ในมนุษย์ การศึกษา 2560)
ต้นทุนประสิทธิผลและความคุ้มค่า การศึกษาการน�ำเข้า
สู่การใช้งานในเชิงระบบ ท่ีต้องค�ำนึงถึงวิธีการขั้นตอนให้ สวรส.บรหิ ารงานวจิ ยั (สรา้ งความรแู้ ละใชป้ ระโยชน)์
บริการ ความรู้ทักษะผู้ให้บริการ การมีบริการท่ีกระจาย ด้วยเงินงบประมาณปกติและงบประมาณวิจัยท่ีได้จาก
ตัวให้ผู้ท่ีมีความจ�ำเป็นสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นด้วย ซึ่งใน 5 ปีที่ผ่านมา
การมีค่าใช้จ่ายส�ำหรับบริการรองรับอย่างเพียงพอและ มีจ�ำนวนโครงการวิจัยมากน้อยแตกต่างกันไประหว่าง
ในอีกด้านก็ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นเข้าสู่ระบบ 53-115 โครงการ คิดเป็นเงินงบประมาณ ระหว่าง 156-
การผลิต เพ่ือให้สามารถจัดหามาให้บริการในระดับ 379 ล้านบาทต่อปี ซึ่งความผนั แปรของจำ� นวนทุนวจิ ัยอยู่
มหภาคได้จริง จะเห็นว่าหากจะท�ำให้เกิดการขยาย ทท่ี ุนวจิ ยั จากภายนอก ภาพท่ี 5.50
ผลบริการท่ีใช้เทคโนโลยีน้ันอย่างเป็นระบบ แต่ละ
ขั้นตอนจำ� เป็นต้องมกี ารนำ� ความรู้ทีไ่ ด้จากการศึกษาวจิ ยั
มาพัฒนาเป็นข้อเสนอ เพ่ือการตัดสินในในเชิงนโยบาย
อยา่ งตอ่ เนื่องจนบรรลเุ ปา้ หมาย
ภาพที่ 5.50 ผลการด�ำเนนิ การสร้างความรู้ ปีงบประมาณ 2556-2560
400 379
350
300 248 211 218
250 156 97
115
200 66 82 FY2560
150
100 53
50
0 FY2557 FY2558 FY2559
FY2556 จาํ นวนโครงการ งบประมาณ (ลบ.)
เมอ่ื จำ� แนกทนุ ทดี่ ำ� เนนิ การระหวา่ ง พ.ศ. 2558-2560 รองลงมา คือ แผนงานวิจัยด้านการคลังและระบบหลัก
เพื่อการทำ� วจิ ัย ใช้ประโยชน์ รวมทงั้ การพฒั นาศกั ยภาพ ประกันสุขภาพ แผนงานวิจัยระบบบริการสุขภาพ และ
ของระบบวิจยั พบว่า สดั สว่ นทุนวิจยั สะสมมากท่ีสุดอยูท่ ี่ แผนงานวจิ ยั บรู ณาการทม่ี งุ่ เปา้ ตามกลมุ่ ประชาการเฉพาะ
แผนงานวจิ ยั บรู ณากรมงุ่ เปา้ ทเี่ นน้ เชงิ ประเดน็ ไดแ้ ก่ แผน ท่ีเปราะบางและยากล�ำบากในการเข้าถึงบริการ คิดเป็น
งานวิจัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แผนงานวิจัยด้าน Medical รอ้ ยละ 11.8, 10.8, 10.1 ตามลำ� ดบั (คารางที่ 5.28 และ
technology และแผนงานวิจัยเชิงระบบ ได้แก่ การ ภาพท่ี 5.51)
วิจัยระบบสุขภาพชุมชน คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 50
148 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
คารางที่ 5.18 การบริหารทุนวิจัยจำ� แนกตามแผนงานวิจยั ระหว่างปี 2558-2560
Research programs FY2558 FY2559 FY2560 Tatal %
Service delivery 14,191,462 35,267,125 13,857,039 63,315,626 10.8
Health manpower 3,210,000 1,385,000 2,663,310 7,258,310 1.2
Health information 2,900,000 1,000,000 4,783,118 8,683,118 1.5
Medicine & Medical technology 4,989,585 13,235,866 18,380,041 36,605,492 6.3
Health Financing 63,345,620 2,418,900 3,446,000 69,210,769 11.8
Govermance 1,250,577 2,439,000 3,801,710 7,491,287 1.3
Targeted populations 14,158,790 6,813,775 38,220,457 59,192,769 10.1
Targeted issues 50,446,408 130,842,775 115,967,162 297,256,345 50.8
Health systems research development 1,312,861 11,606,453 12,919,314 2.2
Health data analysis 5,975,428 - 23,065,928 3.9
0 210,984,069 17,090,500 584,998,709 100.0
155,805,303 218,209,337
หมายเหต:ุ แผนงานวจิ ยั Targeted populations หมายถงึ การวจิ ยั บรู ณาการทมี่ งุ่ ตอบโจทยก์ ารพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพทตี่ อบสนองความจำ� เปน็ เฉพาะ
ของกล่มุ ประชากรทเี่ ปราะบางหรอื มคี วามยากลำ� บาก, แผนงานวิจัย Targeted issues หมายถงึ แผนงานวิจัยมงุ่ เป้าเชิงประเด็นการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ได้แก่ แผนงานวิจัยโรคไมต่ ิดตอ่ เรอื้ รงั แผนงานวจิ ยั ด้าน Medical technology ทเี่ ป็นความรว่ มมือบรหิ ารทนุ วิจยั ที่ไดร้ ับจากวช., แผนงานวจิ ยั Health
systems research development หมายถึง โครงการพฒั นาศกั ยภาพและโครงสร้างระบบวิจยั , แผนงาน Health data analysis หมายถึง แผนงานให้
บริการจัดการและวเิ คราะห์ข้อมลู ระบบสขุ ภาพ
ภาพท่ี 5.51 การบริหารทุนวิจัยเพือ่ พัฒนาระบบสขุ ภาพ
Health data analysis 40,000,000 80,000,000 120,000,000
Health systems research development
FY2559 FY2558
Targeted issuues
Targeted populations
Governance
Health Financing
Medicine & Medical technology
Health information
Health manpower
Service delivery
0
FY2560
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 149
5.15.5 การพฒั นาขีดความสามารถนกั วิจยั และ ในขณะที่การพัฒนาขีดความสามารถก�ำลังคนของ
ระบบวจิ ยั ระบบวิจัย จะรวมถึงท้ังนักวิจัยและนักบริหารโครงการ/
แผนงานวิจัย ด้านการพัฒนานักวิจัยก็เน้นการวิเคราะห์
จากคารางที่ 5.28 และภาพท่ี 5.51 จะเห็นว่า สถานการณ์ปัญหาอย่างเป็นระบบ เพ่ือน�ำไปสู่การ
ในปี 2560 ไมม่ ตี วั เลขทนุ ทจี่ ดั สรรเพอื่ การพฒั นาการวจิ ยั ตั้งโจทย์การวิจัยท่ีตรงหรือสอดคล้องการแก้ปัญหา การ
ระบบสุขภาพ ทั้งนี้เนื่องจากมีความชัดเจนในเชิงระบบ ออกแบบวิธการวิจัยท่ีเหมาะสม รวมทั้งเทคนิค วิธีการ
วิจัยมากข้ึนว่า ระบบวิจัยมีความขาดแคลนนักวิจัยเชิง วจิ ยั ทมี่ ลี กั ษณะการวจิ ยั แบบมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน การวจิ ยั
ระบบและนโยบายสขุ ภาพอยา่ งมาก โดยเฉพาะนกั วจิ ยั ใน พฒั นารปู แบบ การวจิ ยั พฒั นานวตั กรรมหรอื มาตรการใน
ระดับพื้นที่เขตสุขภาพและจังหวัด ไม่สามารถรองรับการ การจดั การปญั หา เปน็ ต้น
สร้างความรู้ที่จะน�ำไปสู่การสังเคราะห์ข้อเสนอเพื่อช่วย
การนำ� นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ รวมทงั้ การพฒั นานโยบาย 5.15.6 การใชป้ ระโยชนง์ านวจิ ยั
ทตี่ อบโจทยก์ ารแกป้ ญั หาเชงิ ลกึ ตามบรบิ ทเฉพาะ จงึ แยก จากที่กล่าวมาข้างต้น การน�ำผลงานวิจัยไปใช้
แผนงานพัฒนาระบบการวิจัยระบบและนโยบายสุขภาพ ประโยชน์ จงึ มีหลายระดับข้นึ กบั ระยะของงานวจิ ัย และ
ออกจากแผนงานวิจัย ข้ึนอยู่กับว่าเป็นโจทย์การแก้ปัญหาในระดับพื้นท่ีหรือใน
ระดบั มหภาค โดยชอ่ งทางนการนำ� เสนอหลกั จะผา่ นคณะ
ท้ังน้ีกรอบการพัฒนาขีดความสามารถในเชิงระบบ กรรมการสถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสขุ ทม่ี รี ฐั มนตรวี า่ การ
หมายถึง การพัฒนาหน่วยในพื้นท่ีให้สามารถบริหาร กระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และปลัดกระทรวง
จัดการงานวิจัยเพ่ือแก้ปัญหาในบริบทพื้นท่ีตนเองให้ได้ สาธารณสุขเป็นรองประธาน นอกจากนั้นเป็นการน�ำ
ได้แก่ สามารถระบปุ ระเดน็ ปญั หาและการจดั ลำ� ดับความ เสนอผ่านกลไกกรรมการนโยบายของแต่ละด้าน เช่น
สำ� คญั การสร้างนกั วจิ ัยในพ้ืนท่ี การพัฒนาโครงการวิจัย คณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ คณะกรรมการส�ำนกั งาน
การจัดการทุนวิจัย และการน�ำผลงานวิจัยไปใช้ประกอบ หลกั ประกนั สุขภาพแห่งชาติ เป็นตน้
การตดั สนิ ใจออกแบบมาตรการหรอื การแกป้ ญั หาในพนื้ ท่ี
รวมทั้งให้ข้อเสนอต้ังผู้ก�ำหนดนโยบายในระดับที่เหนือ
กวา่ พน้ื ท่ี ในการนี้ สวรส.ดำ� เนินการผ่านการพฒั นาความ
ร่วมมอื กบั พนื้ ท่แี บบเชิงรกุ
150 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
บทท่ี 6
กรอบนโยบายและยทุ ธศาสตร์ดา้ นสุขภาพ
ของไทย 4.0 และนโยบายสาธารณะทกุ ภาคสว่ น
(Health in All)
6.1 การปฏริ ปู ระบบสาธารณสขุ ภายใตร้ ฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพแหง่ ชาติ
บทนำ� 20 ปีท่ีผ่านมา ระบบบริการสุขภาพไทยเกิดการ
สังคมมนุษย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดคร้ังใหญ่เม่ือ ปฏิรูปโครงสร้างว่าด้วยการจัดการการเงินการคลังส่งผล
มนุษย์ประดิษฐ์ภาษาเป็นเครื่องมือส่ือสาร ท�ำให้มนุษย์ ให้เกิดการปรับตัวคร้ังใหญ่ขององค์ประกอบอ่ืนในระบบ
สามารถสื่อสารกันเชิงนามธรรมซ่ึงไปพ้นขีดจ�ำกัดของรูป น้ี เชน่ (1) (ก) การแยกบทบาทการจดั การการเงนิ การคลงั
ธรรม สามารถถ่ายทอดจินตนาการซึ่งอยู่เหนือความจริง สำ� หรบั ใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพออกมาจากเดมิ เปน็ ของกระทรวง
ท่ีด�ำรงอยู่ต่อหน้า มนุษย์ใช้ภาษาในการถ่ายทอดความรู้ สาธารณสุข ซึ่งมีอีกสองบทบาทคือ เป็นเจ้าของสถาน
จากคนรุ่นหน่ึงไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งจึงสามารถสั่งสมและยก พยาบาลและเปน็ ผกู้ ำ� หนดนโยบาย (ข) การเตมิ เตม็ หลัก
ระดับความรู้ไม่สิ้นสุด เช่นเดียวกับสรรพสิ่งต่างๆ ท่ีไม่ได้ ประกนั สขุ ภาพใหก้ บั คนไทยอกี รอ้ ยละเจด็ สบิ ทแ่ี ตเ่ ดมิ ไมม่ ี
ด�ำรงอยู่อย่างตายตัว ภาษาก็เป็นสิ่งที่ด้ินได้ ความหมาย หลกั ประกนั สขุ ภาพจงึ เสย่ี งตอ่ การลม้ ละลายทางเศรษฐกจิ
ของคำ� หนงึ่ ๆ จงึ อาจตา่ งกนั ในสถานทห่ี รอื กาลเวลาตา่ งกนั เพราะคา่ รกั ษาพยาบาล และมอี ปุ สรรคทางการเงนิ ในการ
คำ� วา่ “ระบบสุขภาพ” มีความหมายเดียวกันกบั ค�ำ เข้าถึงบรกิ ารสุขภาพ และ (ค) การใช้ทรพั ยากรอยา่ งคมุ้
วา่ “ระบบสาธารณสขุ ” นนั่ คอื ระบบอนั เปน็ ไปเพอ่ื บรรลุ คา่ มคี วามหมายมากขน้ึ กวา่ ในอดีต เป็นต้น
สขุ ภาพดขี องสงั คมโดยเปน็ ผลจากปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งองค์
ประกอบต่างๆ อย่างเป็นพลวัตร (dynamic) ขอบเขต อย่างไรก็ตาม ไม่มีระบบอะไรที่สมบูรณ์แบบ การ
ของระบบสุขภาพครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคมซ่ึง ปฏิรูปท่ีกล่าวมาพร้อมกับการเปล่ียนแปลงอ่ืนของสังคม
อาจแยกเป็นสองระบบย่อยได้แก่ ระบบบริการสุขภาพ ตามมาดว้ ยความทา้ ทายตอ่ ววิ ฒั นาการของระบบสขุ ภาพ
และระบบย่อยอื่นๆ ท่ีส่งผลต่อสุขภาพผ่านเหตุปัจจัย ในระยะต่อไป เช่น การขยายตัวของโรคเร้ือรัง อุบัติเหตุ
ทางสุขภาพ (social determinants of health) เช่น จราจร และโรคอุบตั ิใหม่ เสถยี รภาพทางการเงินการคลัง
ระบบการศกึ ษา ระบบคมนาคม ระบบความม่ันคง ระบบ เนอื่ งจากการขยายตวั ของรายจา่ ยสขุ ภาพซงึ่ ไมม่ ปี ระเทศ
การเกษตร เป็นตน้ ใดในโลกหลีกเลี่ยงได้ ทรัพยากรในระบบบริการสุขภาพ
การปฏริ ปู ในบทความนใ้ี ชใ้ นความหมายวา่ ดว้ ยการ (โดยเฉพาะบคุ ลากร) ขยายตวั ไมท่ นั ตามการขยายตวั ของ
เปล่ียนแปลงเชิงโครงสร้างมหภาคอย่างก้าวกระโดด น่ัน ปริมาณการใช้บริการ ความขัดแย้งทางความคิดระหว่าง
คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงอันจะส่งผลยาวไกลและกว้าง กองทุนสุขภาพภาครัฐกับสถานพยาบาลโดยเฉพาะใน
ขวางตอ่ รากฐานความคดิ ทศิ ทาง สาระหลกั และข้นั ตอน สังกดั กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ
การพัฒนาสังคม
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 151
รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เปน็ ความพยายามหนง่ึ ใน ท�ำไมตอ้ งปฏิรปู ระบบสขุ ภาพ
ทางนติ บิ ญั ญตั เิ พอ่ื ตอบสนองตอ่ ความทา้ ทายเหลา่ นนั้ โดย การปฏิรูประบบสุขภาพเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต
ในหมวด 16 ระบถุ งึ การปฏริ ปู ประเทศ มาตรา 258 (ช) (4) หลายครั้ง เพ่ือตอบสนองความท้าทายในแต่ละยุคสมัย
ใหม้ กี ารปรบั ระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพ และ (5) ใหม้ รี ะบบ ที่แปรเปลี่ยนไป การสร้างโรงพยาบาลให้ครบทุกอ�ำเภอ
การแพทย์ปฐมภูมิ นอกจากนี้มาตราอ่ืนของรัฐธรรมนูญ และสถานีอนามัยครบทุกต�ำบลในช่วงหกสิบถึงแปดสิบ
พ.ศ. 2560 ก็อาจน�ำมาตีความให้ตอบสนองต่อความ ปีท่ีแล้วเป็นการปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อตอบสนองต่อ
ท้าทายดังกล่าวได้ เช่น มาตรา 55 รัฐต้องดาเนินการให้ ความขาดแคลนโครงสรา้ งพน้ื ฐานในการจดั บรกิ ารสขุ ภาพ
ประชาชนไดร้ บั การบรกิ าร สาธารณสขุ อยา่ งประสทิ ธภิ าพ ก�ำเนิดของอาสาสมัครสาธารณสุขเมื่อส่ีสิบปีท่ีแล้วก็
และทวั่ ถงึ มาตรา 58 ในการดาเนนิ งานใดทอี่ าจสง่ ผลกระ เป็นการตอบสนองต่อความขาดแคลนก�ำลังคนภายหลัง
ทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มและคณุ ภาพชวี ิตประชาชน มาตรา 71 การขยายโครงสรา้ งพนื้ ฐานเพอ่ื ใหป้ ระชาชนเขา้ ถงึ บรกิ าร
รัฐพงึ สง่ เสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาพจ�ำเป็นพื้นฐานได้มากข้ึนในยุคท่ีประเทศไทยยัง
เปน็ ประเทศรายไดต้ ำ�่ (low income country) การปฏริ ปู
ในทางปฏิบัติ การปฏิรูประบบสุขภาพตาม ระบบสขุ ภาพจงึ เป็นเส้นทางที่ไม่มีวันส้ินสดุ
รฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2560 จะเป็นอย่างไรข้นึ กับการตคี วาม ย่ีสิบถึงสามสิบปีมาน้ี การระบาดของโรคเร้ือรัง
ของผู้เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ กำ� เนิดของโรคอบุ ตั ใิ หม่ ภาวะโลกร้อน สงั คมสูงอายเุ ป็น
ด้านสาธารณสุข (คปสธ.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ความทา้ ทายตอ่ การปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพในปจั จบุ นั ความ
สาธารณชน นักวิชาการ องค์กรไม่แสวงก�ำไร เป็นต้น ทา้ ทายเหล่านมี้ าพรอ้ มกบั
เพราะความจริงอันยากจะปฏิเสธคือในระบบสุขภาพอัน ก) เสยี งเรยี กรอ้ งใหม้ กี ารบรู ณาการระหวา่ งภาคสว่ น
ซับซ้อน (complex system ) ไม่มีสถาบันหรือองค์กร ตา่ งๆ ดว้ ยความตระหนกั วา่ ไมม่ ภี าคสว่ นใดสามารถรบั มอื
หรือกลุ่มบุคคลหน่ึงเดียวที่สามารถช้ีขาดว่าการปฏิรูปฯ กบั ความทา้ ทายเหลา่ นไี้ ดโ้ ดยลำ� พงั ไมว่ า่ จะมองในดา้ นการ
จะคล่คี ลายไปในลักษณะใด ดงั นน้ั บทความน้จี งึ พยายาม รักษาพยาบาล การปอ้ งกันโรคหรือการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
ที่จะวิเคราะห์ความต้องการการปฏิรูประบบสุขภาพและ เชน่ เดียวกับภายในสาขาสุขภาพ (health sector) กไ็ มม่ ี
นำ� เสนอแนวทางทพ่ี ง่ึ จะเปน็ เพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการ สถาบันหรอื สาขาวิชาชพี ใดท�ำเชน่ นนั้ ได้
การปฏริ ปู ดว้ ยการชป้ี ระเดน็ หรอื ตงั้ คำ� ถามเปน็ สำ� คญั โดย ข) รายจา่ ยสุขภาพขยายตัวอย่างต่อเนือ่ งเพราะการ
ไมพ่ ยายามทจ่ี ะพรรณนาใหค้ รบถว้ นวา่ อะไรเกดิ ขน้ึ นบั แต่ พัฒนาและเผยแพร่เทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อ
รัฐธรรมนูญ 2560 เพราะผู้สนใจสามารถหาอ่านได้จาก ตอบสนองต่อความซับซ้อนของโรคเรื้อรังและความคาด
แหล่งอ่ืน ขณะเดียวกันบทความน้ีก็จะไม่ท�ำนายว่าอะไร หวังต่อบริการสุขภาพเพ่ิมข้ึนตามระดับรายได้ของสังคม
จะเกิดข้นึ ในอนาคต ตลอดจนเป็นผลจากกลไกตลาดเพ่ือแสวงก�ำไรอย่าง
ไร้ขีดจ�ำกัดโดยอาศัยเทคโนโลยีการแพทย์สนองความ
คาดหวงั นั้น
1 Complex system คอื ระบบอันประกอบด้วยสว่ นย่อยทีม่ ปี ฏิสมั พนั ธ์หลากหลายรปู แบบ น�ำไปสูภ่ าวะอบุ ตั ใิ หม่ (emerging property) ทย่ี ากแกก่ าร
ทำ� นายแต่มีแบบแผนท่เี ปน็ เอกลกั ษณ์ของแตล่ ะระบบ ตัวอย่างเช่น พฤตกิ รรมของตลาดหุ้น พฤตกิ รรมของเด็ก
2 เช่น แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นสาธารณสุขของ คปสธ.
152 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
ค) ระบบบริการสุขภาพปรับตัวไม่ทันกับความ b. การเงินการคลังภาครัฐในปัจจุบันมุ่งเน้นการ
ทา้ ทายเหลา่ นนั้ โรงพยาบาลถกู คาดหวงั ใหเ้ ปน็ ทกุ คำ� ตอบ ควบคุมค่าใช้จ่ายมากกว่าการพัฒนาคุณภาพ
ของการตอบสนองต่อความท้าทาย ทั้งๆ ที่โรงพยาบาล บริการ เช่นเดียวกันในภาคเอกชนก็มุ่งเน้นการ
มีไว้เพื่อการดูแลภาวะเฉียบพลันซับซ้อน (สอดคล้อง แสวงก�ำไรมากกว่าการพัฒนาคุณภาพบริการ
กับบุคลากรเฉพาะโรค) ดังน้ันการถมทรัพยากร (คน ดังนั้นแม้เม็ดเงินเพ่ิมขึ้นคุณภาพบริการก็ไม่ได้
เงิน ของ) ไปที่โรงพยาบาลจึงตามมาด้วยปริมาณการใช้ เพ่ิมอย่างไดส้ ัดสว่ นกัน ระบบสารสนเทศและวิธี
บริการท่ีพรั่งพรูไม่รู้จบ กระทบต่อคุณภาพบริการน�ำไปสู่ ให้บริการก็ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ความ
ความผดิ หวังสะสมมากข้นึ เหลอื่ มลำ�้ ทางรายไดข้ องบคุ ลากรระหวา่ งภาครฐั
และเอกชน ระหวา่ งสาขาวชิ าชพี มแี ตเ่ พมิ่ ขนึ้ เกดิ
ง) ความล้าสมัยของระบบสนับสนุนบริการสุขภาพ ภาวะไม่สมดลุ ของการกระจายกำ� ลังคน
อันไดแ้ ก่
c. การอภิบาลระบบ มีข้อจ�ำกัดในภาวการณ์น�ำ
a. ระบบสารสนเทศล้าสมัย ไม่ตอบสนองต่อความ ท�ำให้ทิศทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพไร้
ตอ้ งการเรยี นรแู้ ละปรบั ตวั ณ จดุ ใหบ้ รกิ าร (หนา้ เอกภาพ องค์ประกอบต่างๆ ไม่ถูกจัดวางร้อย
งาน) ทุกๆ วนั แพทยพ์ ยาบาลพบคนไขแ้ ต่ละราย เรียงใหเ้ กื้อหนนุ ซง่ึ กนั และกนั ทรพั ยากรกระจกุ
ทอี่ าจมภี มู หิ ลงั พนื้ เพแตกตา่ งกนั จำ� เปน็ ตอ้ งปรบั มากกว่ากระจายอย่างเหมาะสม การว่ิงรณรงค์
แต่งวิธีดูแลให้สอดคลอ้ ง เช่น คนไขไ้ ตวาย บาง ของนายอาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม)
คนลดเกลือในอาหารได้ง่ายเพราะมีอาหารให้ เพ่ือหาเงินสนับสนุนโรงพยาบาลของกระทรวง
เลือกกินหลายอย่าง แต่บางรายมีแต่ปลาร้ากิน สาธารณสุขเป็นตัวอย่างให้ข้อคิดว่า แม้เม็ดเงิน
เป็นกับข้าว ต้องการค�ำแนะน�ำช่วยเหลือต่างกัน ในระบบบริการสุขภาพของท้ังประเทศเพิ่มข้ึน
ถ้าแพทย์พยาบาลสามารถสะสม วิเคราะห์และ หลังวิกฤตต้มย�ำกุ้ง แต่การกระจายและการ
ถ่ายทอดบทเรียนระหว่างกันได้สะดวกรวดเร็ว จัดสรรด้อยเอกภาพจนเกิดภาวะขาดแคลน
แม่นย�ำก็จะยกระดับคุณภาพบริการได้ง่าย ใน ในบางที่ ล้นเหลือในบางท่ี สังเกตได้จากการ
ความเป็นจริงระบบสารสนเทศปัจจุบันไม่ได้ เพิ่มจ�ำนวนอาคารใหม่ๆ ในท่ีตั้งและรอบที่ตั้ง
รองรับการพัฒนาความสามารถเช่นนี้ ท�ำนอง กระทรวงสาธารณสุขท่ีจังหวัดนนทบุรี การ
เดียวกัน การดูแลคนไข้อาจจ�ำเป็นต้องอาศัย สร้างโรงพยาบาลในโรงเรียนแพทย์ซ้�ำซ้อนกับ
สถานพยาบาลท่ีมีขีดความสามารถแตกต่างกัน โรงพยาบาลขนาดใหญข่ องกระทรวงสาธารณสขุ
จำ� เปน็ ตอ้ งแบง่ ปนั ขอ้ มลู เพอ่ื ใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั ในภูมภิ าค การสรา้ งตึกใหม่ๆ ในโรงเรียนแพทย์
เช่น ขอ้ มลู ผลการตรวจเลอื ด เอกซเ์ รย์ แตร่ ะบบ ส่วนกลาง หรือการสร้างโรงพยาบาลเอกชน
ปจั จบุ นั ไมเ่ ออ้ื อำ� นวย จงึ การเกดิ การตรวจซำ้� ซอ้ น เพ่ิมขึ้นเรื่อยไปในกรุงเทพมหานครและเมือง
หรอื การตดั สนิ ใจลา่ ชา้ เพราะไมส่ ามารถใชข้ อ้ มลู ใหญ่ ทำ� นองเดยี วกนั แพทย์เฉพาะทางก็กระจกุ
รว่ มกนั ไดท้ นั การณ์ ตรงกนั ขา้ มระบบสารสนเทศ ตวั ในกรงุ เทพมหานครและเมอื งใหญแ่ มก้ ารผลติ
ปัจจุบันเป็นระบบกดดันให้รายงานตัวช้ีวัดที่ไม่ แพทย์เพ่ิมจ�ำนวนข้ึนอย่างต่อเน่ือง กล่าวอีกนัย
เกิดประโยชน์แก่การพัฒนาคุณภาพบริการและ หนึ่ง อาการของระบบเหล่านั้นสะท้อนความไร้
ยงั บ่ันทอนเวลาในการดูแลคนไข้ ข้อมลู ในระบบ เอกภาพทางนโยบายแห่งรัฐ ต้นเหตุของอาการ
รายงานเป็นขยะข้อมูลที่ส้ินเปลืองเวลาและ นคี้ อื กระทรวงสาธารณสขุ ซง่ึ มคี วามชอบธรรมใน
ทรัพยากรจดั เกบ็ แต่ใชป้ ระโยชน์ใดๆ ไมไ่ ด้ การกำ� หนดนโยบายไมอ่ ยใู่ นฐานะทจี่ ะสรา้ งความ
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 153
เป็นเอกภาพ เน่ืองจากบทบาทของกระทรวง แนวทางการปฏิรูประบบสขุ ภาพ
สาธารณสุขขัดแย้งกันเอง ระหว่างบทบาทผู้ เมือ่ เปรยี บเทยี บเนอ้ื หาของรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2560
กำ� หนดและกำ� กบั นโยบาย บทบาทเจา้ ของสถาน ในส่วนที่เก่ียวกับการปฏิรูประบบสุขภาพ กับความ
พยาบาล และบทบาทผ้ใู ห้บรกิ าร ต้องการการปฏิรูประบบสุขภาพในหัวข้อที่แล้ว อาจ
จ) ความล้าสมัยในการปรับตัวของระบบนอกสาขา ตคี วามไดว้ า่ รฐั ธรรมนญู พ.ศ. 2560 กำ� หนดขอบเขตการ
สุขภาพ (non health sector) ในการจัดการกับเหตุ ปฏิรูประบบสุขภาพไว้กว้างขวางสอดคล้องกับขอบเขต
ปัจจัยทางสุขภาพ (social determinants of health) ความต้องการปฏิรูประบบสุขภาพระบบสุขภาพท่ีกล่าว
อันส่งผลต่อครัวเรือนและปัจเจกในด้านพฤติกรรม ไว้ในหัวข้อที่แล้ว ไม่ได้จ�ำกัดเฉพาะการปฏิรูประบบ
สุขภาพและสภาพแวดล้อมทางการเมืองเศรษฐกิจ สุขภาพระบบหลักประกันสุขภาพ และระบบการแพทย์
สังคม ในโลกทุนนิยมเสรี กลไกตลาดส่งเสริมการบริโภค ปฐมภูมิ กล่าวคือในหมวด 16 (การปฏิรูประบบสุขภาพ
สุรา-ยาสูบ และการบริโภคอาหารแคลอรี่สูงเส้นใยต�่ำ ประเทศ) มาตรา 258 ครอบคลุมการปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพ
อย่างแพร่หลายส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังระบาดไปท่ัว(2,3) ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย
การใช้รถใช้ถนนอย่างสุ่มเส่ียงและกายภาพของถนนไม่ กระบวนการยุตธิ รรม การศกึ ษา เศรษฐกิจและอ่นื ๆ
ปลอดภัยน�ำไปสู่อุบัติเหตุจราจรที่ขยายตัวอย่างต่อเน่ือง นอกจากการก�ำหนดขอบเขตการปฏิรูประบบ
จนประเทศไทยติดอันดับต้นของประเทศท่ีมีการสูญเสีย สุขภาพ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ยงั ก�ำหนดแนวทางโดย
ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตจุ ราจร(4)ผงั เมอื งและระบบขนสง่ มวลชน อาศัย กฎหมายว่าด้วยแผนและข้ันตอนการดําเนินการ
อันล้าสมัยส่งเสริมให้การใช้รถยนต์ส่วนบุคคลขยายตัว ปฏริ ปู ประเทศซง่ึ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมวี ธิ กี าร จดั ทาํ แผน การมี
จนจราจรคับค่ังบ่ันทอนการออกก�ำลังกายและสะสม สว่ นรว่ มของประชาชนและหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งไวช้ ดั เจน
มลพิษทางอากาศ(4) การควบคุมกลไกตลาด การก�ำหนด ในทางปฏิบัติ การก�ำหนดรายละเอียดของเน้ือหา
ผังเมือง การลงทุนระบบขนส่งมวลชนและการควบคุม ในแผนการปฏิรูประบบสุขภาพขึ้นกับองค์ประกอบและ
การคมนาคมลว้ นเป็นบทบาทของหนว่ ยงานรฐั นอกสาขา ปฎิสัมพันธ์ของคณะกรรมการการปฏิรูประบบสุขภาพ
สุขภาพ เช่นเดียวกับเศรษฐกจิ ครวั เรือนและปจั เจกกเ็ ป็น แต่ละด้านตลอดจนการปฏิสัมพันธ์กับกลไกที่เกี่ยวข้อง
ปฏิรูประบบสุขภาพตามผลแห่งการก�ำหนดและด�ำเนิน ได้แก่ รัฐบาล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และกลไก
นโยบายรัฐนอกสาขาสุขภาพ ซ่ึงหลายสิบปีท่ีผ่านมา ตา่ งๆ ในสงั คมไทย เชน่ เดยี วกนั การแปลงเนอื้ หาแผนการ
ช่องว่างรายได้ของครัวเรือนถ่างขยายอย่างต่อเน่ืองน�ำไป ปฏิรูประบบสุขภาพสู่การปฏิบัติก็ขึ้นกับเง่ือนไขทั้งหมด
สู่การเมอื งแยกขั้วอย่างรุนแรง และบ่นั ทอนโอกาสในการ ที่กล่าวมา จะเห็นว่าขอบเขตของเนื้อหาและการแปลงสู่
ปรบั ตวั ของครวั เรอื นและปจั เจกในหลายดา้ น(5) ดงั จะเหน็ การปฏิบัติกว้างขวางและซับซ้อนมาก ดังน้ันบทความนี้
ไดจ้ ากแนวโนม้ การบรโิ ภคยาสบู แนวโนม้ การบาดเจบ็ จาก จงึ จำ� กดั การพจิ ารณาในขอบเขตของระบบบรกิ ารสขุ ภาพ
อุบัติเหตุจราจร และแนวโน้มการเข้าถึงบริการสุขภาพท่ี และพยายามช้ีให้เห็นความเช่ือมโยงกับระบบสุขภาพ
แตกตา่ งเร่ือยมาระหวา่ งเมืองกบั ชนบท อยา่ งไรกต็ าม ทิศทางการปฏริ ูประบบสขุ ภาพประเทศใน
สว่ นนอกสาขาสขุ ภาพจำ� เปน็ ตอ้ งใหค้ วามสำ� คญั กบั การลด
ช่องว่างรายได้ซ่ึงเช่ือมโยงแนบแน่นกับการเข้าถึงโอกาส
ทางเศรษฐกิจสังคมการเมืองอย่างทัดเทียมกันระหว่าง
กลมุ่ ชน ซง่ึ จะเปน็ ไปไดก้ โ็ ดยการกระจายอำ� นาจไปสชู่ มุ ชน
ทอ้ งถน่ิ และภูมภิ าคใหม้ ากกว่าที่ผ่านมา
154 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
แผนปฏิรปู ประเทศด้านสาธารณสุข (2) ด้านระบบบริการสาธารณสุข มุ่งพัฒนาระบบ
โดยอ�ำนาจกฎหมายว่าด้วยแผนและข้ันตอนการดํา บรกิ ารปฐมภมู ิ การแพทยแ์ ผนไทย การแพทยฉ์ กุ เฉนิ และ
เนินการปฏิรูปประเทศ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการ การสรา้ งเสรมิ ปอ้ งกันและควบคมุ โรค
ปฏิรูประบบสุขภาพด้านสาธารณสุข (คปสธ.) ท�ำหน้าท่ี
ยกร่างแผนปฎิรูประบบสุขภาพประเทศด้านสาธารณสุข (3) ดา้ นการคุ้มครองผุบ้ ริโภคและบคุ ลากรดา้ นการ
สบื ตอ่ จากแผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นสาธารณสขุ ซง่ึ สภา แพทย์และสาธารณสุข ให้ความส�ำคัญในการสร้างความ
ปฏริ ปู แหง่ ชาตแิ ละสภาขบั เคลอื่ นการปฏริ ปู ประเทศเสนอ รอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน รวมถึงการคุ้มครอง
ไว้ในยุครฐั บาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ้บู ริโภค
ในทางปฏบิ ตั ิ คปสธ. ยกรา่ งแผนปฏริ ปู ประเทศดา้ น
สาธารณสุขโดยการหารือกับตัวแทนหน่วยงานในสังกัด (4) ด้านความย่ังยืนและเพียงพอด้านการเงินการ
กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก แล้วจัดกระบวนการรับ คลงั สขุ ภาพ โดยการปฏริ ปู ระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพภาค
ฟังความคิดเห็นภาคส่วนต่างๆ ก่อนสรุปเป็นร่างสุดท้าย รฐั ทกุ ระบบใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ มคี วามเปน็ ธรรม และยง่ั ยนื
เพ่ือน�ำเสนอให้กลไกกลั่นกรอง 3 ช้ันตามล�ำดับ ได้แก่
ท่ีประชุมประธานร่วม 13 คณะกรรมการปฏิรูประบบ เนอ้ื หาของแผนปฏิรปู ประเทศด้านสาธารณสุข
สขุ ภาพประเทศ คณะกรรมการยทุ ธศาสตรช์ าติ และคณะ (1) ดา้ นระบบบริหารจดั การ
รฐั มนตรี ทง้ั น้ี ไมม่ กี ารสรปุ ผลการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ อยา่ ง ใหค้ วามสำ� คญั กบั การมกี ลไกในการกำ� หนดนโยบาย
เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร และไมม่ บี นั ทกึ ใดๆ ทส่ี ะทอ้ นใหเ้ หน็ สุขภาพแห่งชาติท่ีมีความเป็นเอกภาพ การกระจายอ�ำ
ชดั เจนวา่ คปสธ. ไดพ้ จิ ารณาขอ้ คดิ เหน็ อยา่ งไรในขน้ั ตอน นาจในการบริหารจัดการไปยังเขตสุขภาพ การมีระบบ
ยกรา่ งสดุ ท้ายกอ่ นเสนอกลไกกล่ันกรอง 3 ช้ันดังกล่าว สารสนเทศสุขภาพ และการวางแผนก�ำลังคนสุขภาพ ดู
ตามประกาศส�ำนักนายกรัฐมนตรี(6) แผนปฏิรูป เหมอื นหวั ใจของการปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพดา้ นระบบบรหิ าร
ประเทศด้านสาธารณสุขท่ีผ่านการกลั่นกรองแล้วได้ จัดการคือ
ก�ำหนดเป้าหมายหรือผลอันพึงประสงค์และผลสัมฤทธิ์ไว้ 1) การจดั ตงั้ คณะกรรมการนโยบายสขุ ภาพแหง่ ชาติ
ว่าระบบสุขภาพไทยมีเอกภาพ มีการบูรณาการงานด้าน 2) การกระจายอ�ำนาจโดยการต้ังเขตสุขภาพและ
สขุ ภาพของทกุ หนว่ ยงาน มกี ารกระจายอำ� นาจ และการมี คณะกรรมการเขตสุขภาพ
สว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ นในการตดั สนิ ใจ เพอื่ บรหิ ารระบบ 3) การปรับบทบาทและโครงสร้างของกระทรวง
สขุ ภาพ ใหป้ ระชาชนไดป้ ระโยชนส์ งู สดุ และสอดคลอ้ งกบั สาธารณสุข โดยในปีแรกของการด�ำเนินการ จะมีการ
ปญั หาสขุ ภาพในแตล่ ะพนื้ ที่ ภายใตท้ รพั ยากรอนั จำ� กดั จะ จัดต้ังคณะท�ำงานร่วมเพ่ือเสนอรูปแบบ โครงสร้าง
เห็นได้ว่าเป้าหมายนี้สอดคล้องกับความต้องการปฏิรูป องค์ประกอบ ระบบงาน ระบบงบประมาณของกลไก
ระบบสุขภาพดังกลา่ วมาแลว้ นโยบาย ระดับชาติ และระดับพ้ืนท่ี รวมท้ัง กลไก
เพ่ือบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เนื้อหาของแผนได้ สนับสนนุ ตดิ ตามประเมินผล
กำ� หนดประเดน็ การปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพไว้ 4 ดา้ น(6) ไดแ้ ก่ โปรดสงั เกตว่า
(1) ดา้ นระบบบริหารจดั การ ให้ความส�ำคญั กบั การ
มีกลไกในการก�ำหนดนโยบายสุขภาพแห่งชาติท่ีมีความ
เป็นเอกภาพ การกระจายอ�ำนาจในการบรหิ ารจดั การไป
ยังเขตสุขภาพ การมีระบบสารสนเทศสุขภาพ และการ
วางแผนกำ� ลังคนสุขภาพ
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 155
ก) คณะท�ำงานรว่ มแตง่ ตง้ั โดย คปสธ. ค�ำถาม ดูเหมือนว่าหัวใจส�ำคัญของแผนปฏิรูปประเทศ
คอื คปสธ. จะอาศยั หลกั เกณฑแ์ ละขนั้ ตอน ด้านสาธารณสุขในด้านนี้คือการออกแบบระบบและ
อะไรในการสรรหาแต่งต้ังบุคคลในคณะ องค์กรหลักเพ่ือขับเคล่ือนการปฏิรูปและการบูรณาการ
ท�ำงานร่วมจึงจะได้รับการยอมรับจากภาค สารสนเทศสขุ ภาพของชาตเิ พอื่ จดั ทำ� แผนแมบ่ ทเทคโนโลยี
สว่ นต่างๆ สารสนเทศสุขภาพแห่งชาติครอบคลุมประเด็นส�ำคัญ
ไดแ้ ก่
ข) การทบทวนบทบาทโครงสร้างของหน่วย
งานในกระทรวงสาธารณสุขมุ่งหมายเพ่ือ ก) การพัฒนามาตรฐานและจัดการมาตรฐานระบบ
ให้ท�ำหน้าที่ส�ำนักงานเลขานุการของกลไก ข้อมลู บรกิ ารสาธารณสขุ ของประเทศ
ระดบั ชาติ กลไกระดบั เขต กลไกสนับสนนุ
แทนที่จะเน้นการปรับบทบาทท่ีขัดแย้ง ข) การบูรณาการสารสนเทศ สุขภาพระดับประเทศ
ในตัวเองของกระทรวงสาธารณสุข (เป็น และสง่ เสรมิ การนำ� ไปใชเ้ พอ่ื ประโยชนส์ าธารณะ
เจ้าของสถานพยาบาล เป็นผู้ก�ำหนดและ
ก�ำกับนโยบาย) และเน้นการเพ่ิมอ�ำนาจ ค) การพฒั นาก�ำลังคนด้านสารสนเทศสขุ ภาพ
ตดั สนิ ใจอยา่ งมสี ว่ นรว่ มของภาคสว่ นตา่ งๆ ง) การสนบั สนนุ การวจิ ยั และพฒั นาเพอ่ื สง่ เสรมิ การ
ค) การทบทวนระบบแผนและงบประมาณของ ใชป้ ระโยชน์จากสารสนเทศสขุ ภาพ
หน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อการบูรณาการ เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ความพยายามในอดตี เพอื่ พฒั นา
จะเป็นไปได้อย่างไรโดยไม่ปรับระบบงบ ระบบสารสนเทศสุขภาพจะเห็นว่า แผนปฎิรูปฯมอง
ประมาณแบบ functional based ทเ่ี ป็น ขอบเขตและประเด็นพัฒนาได้ครอบคลุมมากกว่าความ
อยู่ ซ่ึงเป็นรากเหง้าของความไม่ร่วมมือ พยายามในอดีตที่จ�ำกัดขอบเขตเพียงภายในกระทรวง
ระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกกก สาธารณสขุ หรอื จำ� กดั ประเดน็ เฉพาะการจดั ตงั้ clearing
ระทรวงสาธารณสขุ และนำ� ไปสกู่ ารกำ� หนด house เพ่ือการเบิกจา่ ย
ตวั ชวี้ ดั ทไ่ี มเ่ กดิ ประโยชนแ์ กก่ ารดแู ลผปู้ ว่ ย
และชมุ ชน (2) ดา้ นระบบบรกิ ารสาธารณสขุ
มุ่งพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ การแพทย์แผนไทย
นอกจากนี้ การจัดต้ังกองทุนเขตสุขภาพมีเพียงข้อ การแพทยฉ์ กุ เฉิน และการสรา้ งเสริมปอ้ งกนั และควบคมุ
เสนอใหแ้ กไ้ ขพระราชบญั ญตั หิ ลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ โรค
พ.ศ. 2545 เท่าน้นั แต่ไม่พิจารณาระบบงบประมาณของ เป้าหมายของระบบบริการปฐมภูมิระบุว่า ในภาพ
กระทรวงสาธารณสขุ หรอื กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กองทนุ รวมของการปฏิรูประบบบริการปฐมภูมิ (primary care
ประกนั สงั คม และระบบสวสั ดกิ ารรกั ษาพยาบาลขา้ ราชกา cluster: PCC) ประกอบดว้ ย
รฯ เมอื่ เปน็ เชน่ นี้ กอ็ นมุ านไดว้ า่ ขอ้ พจิ ารณาจดั ตง้ั กองทนุ 1) ประชาชน: ประชาชนมีสุขภาพดีแม้อยู่ไกลโรง
เขตสุขภาพมุ่งหมายเพียงการดึงเงินจากส�ำนักงานหลัก
ประกันสุขภาพไปกองทุนเขตสุขภาพ ข้อพิจารณาเช่นน้ี พยาบาล บนหลกั การสร้างน�ำซ่อม
จึงไม่สอดคล้องกับการประเมินสถานการณ์อันเป็นท่ีมา 2) สังคม: ประชาชนกลุ่มต่างๆ ท้ังในเขตเมอื งและ
ของรา่ งแผนปฏิรปู ประเทศด้านสาธารณสุข
เขตชนบท รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง
สามารถเข้าถึงบริการท่ีมีความจ�ำเป็นอย่างเท่า
เทียมละเป็นธรรมด้วยความร่วมมือของทุกภาค
ส่วน
156 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
3) ประเทศ: มีระบบบริการสาธารณสุข รัฐบาลท้องถ่ินเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในการจัด
ปฐมภมู ิ ทตี่ อบสนองตอ่ ความจำ� เปน็ ทางสขุ ภาพ บรกิ ารปฐมภมู ิ ทตุ ยิ ภมู ิ และบรกิ ารคนไขใ้ นโดยประชาชน
ของ ประชาชนไทย ดว้ ยการใชท้ รพั ยากรอยา่ ง ไมเ่ สยี ค่าใชจ้ า่ ย ณ จุดให้บรกิ าร ความมงุ่ ม่ันทางการเงิน
คุ้มค่า เปน็ ธรรมและย่งั ยืน ของรัฐเห็นชัดจากการเพิ่มมูลค่าการลงทุนส�ำหรับบริการ
ปฐมภูมิจาก 770 ลา้ น Real ในปี ค.ศ. 2011/2012 เป็น
เพื่อบรรลุเป้าหมายภาพรวม ดูเหมือนว่า แผน 4.2 พนั ลา้ น Real ในปี ค.ศ. 2014/2015(10)
ปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขฝากความหวังไว้กับแพทย์
เวชศาสตร์ครอบครัวและกองทุนเฉพาะส�ำหรับบริการ ถา้ เงนิ คอื หนงึ่ ในคำ� ตอบสำ� หรบั พฒั นาบรกิ ารปฐมภมู ิ
ปฐมภูมิ ในเชิงเนื้อหา ความหวังสองประการของแผน ล�ำพังการเพ่ิมจ�ำนวนเงินไม่ใช่ค�ำตอบ แต่ต้องค�ำนึงถึง
ปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข คล้ายกับความหวังของ การกระจายเงินให้เป็นธรรมและเพียงพอแก่การพัฒนา
แผนยุทธศาสตร์ทศวรรษพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ อย่างไรกต็ าม ยังไม่มหี ลกั ฐานยืนยนั ว่า แรงจงู ใจทางการ
พ.ศ. 2559-2569(7) ต่างกันเพียงข้อความเกี่ยวกับกลไก เงินอย่างเดียวเพียงพอท่ีจะดึงดูดแพทย์ไว้ในพ้ืนท่ีด้อย
การเงิน ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษพัฒนาระบบบริการ โอกาส หรอื บรกิ ารปฐมภมู (ิ 11,12) ประสบการณข์ องประเทศ
ปฐมภูมิใช้ค�ำว่า “งบประมาณ” แทนค�ำว่า “กองทุน ไตห้ วนั ชแ้ี นะวา่ จำ� เปน็ ตอ้ งใชม้ าตรการทางกฎหมายจำ� กดั
เฉพาะ” การบรรจุ “ระบบบริการปฐมภูมิ” ไว้ในแผน การโตอย่างไร้ทิศทางของโรงพยาบาลเอกชนควบคู่กับ
ปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขหลังจากมีแผนยุทธศาสตร์ แรงจงู ใจทางการเงนิ ใหเ้ อกชนลงทนุ ในพน้ื ทดี่ อ้ ยโอกาสใน
ทศวรรษพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ แสดงว่า 2 ปีหลัง เชน่ รปู โพลคี ลนิ กิ (13) โปรดสงั เกตวา่ รปู แบบโพลคี ลนิ กิ นกี้ ็
ประกาศยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าวไม่มีผลการปฏิบัติเกิดข้ึน คลา้ ยกบั ของประเทศบราซิล
ทำ� นองเดยี วกบั กอ่ นหนา้ นี้ มกี ารประกาศ ยทุ ธศาสตรก์ าร
พฒั นาระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ปี 2555–2559 ทำ� นองเดยี วกนั คลนิ กิ หมอครอบครวั หรอื primary
ซง่ึ การพฒั นาระบบบรกิ ารปฐมภมู เิ ปน็ จดุ เนน้ ประการหนงึ่ care cluster (PCC) กก็ ำ� หนดรูปแบบคลา้ ยกันนี้(14)
(8) คำ� ถามคอื แผนปฏริ ปู ประเทศดา้ นสาธารณสขุ เปน็ ความ
หวังใหมต่ า่ งจากความพยายามในอดีตจริงหรอื แต่ต่างกันทผี่ ลลพั ธ์ทคี่ าดหวังในการขับเคล่อื น PCC
เป็นนามธรรมที่จับต้องยาก กล่าวคือระบุว่า “ส่ิงท่ีคาด
ภาพตรงกันข้ามกับความพยายามพัฒนา “บริการ หวังจากบริการนี้ คอื เกดิ การดูแลท่มี คี ณุ คา่ ผู้ใหบ้ ริการ
ปฐมภูมิ” ในประเทศไทย ประเทศบราซิลในวันท่ียัง กับผู้รับบริการมีความสัมพันธ์ดุจญาติ มิตร เป็นการ
เป็นประเทศรายได้ปานกลางเหมือนไทย ได้ออกแบบ ทำ� ความดสี รา้ งความผกู พัน ...”(14)
บรกิ ารปฐมภมู เิ พอื่ ใหบ้ รกิ ารรอบดา้ น (comprehensive
care) ในระดบั บคุ คลและครอบครัว เช่อื มโยงกับบรกิ าร การชี้น�ำด้วยเป้าหมายนามธรรมเช่นนี้เป็นท�ำนอง
สุขภาพด้านอ่ืนโดยอาศัยคลินิกชุมชนประกอบด้วยแพทย์ เดียวกับความพยายามในอดีตท่ีไม่มีพลังดึงดูดความ
พยาบาล ผชู้ ว่ ยแพทย์ อยา่ งละหนง่ึ คน พรอ้ มดว้ ยผปู้ ฏบิ ตั ิ สนใจของภาคี จึงไม่ประสบความส�ำเร็จในการปฏิรูป
งานสุขภาพชุมชน 4-6 คน ดูแลประชากร 3,500 คน(9) ประเทศดา้ นสาธารณสขุ ต่างจากการพัฒนาบรกิ ารรกั ษา
หา้ ปหี ลงั เรม่ิ ดำ� เนนิ การ (ค.ศ. 1994) ปรากฏรายงานวจิ ยั วา่ พยาบาลเฉพาะโรค เช่น stroke fast track, STEMI fast
ระหวา่ ง 1999-2007 ปรมิ าณการนอนโรงพยาบาลดว้ ยโรค track ในประเทศไทย หรือการปฏริ ปู บริการปฐมภูมิของ
เรื้อรังที่จัดการได้การดูแลแบบคนไข้นอก (ambulatory ประเทศบราซิลซึ่งสามารถแสดงผลลัพธ์คือ การลดอัตรา
care-sensitive chronic diseases) ลดลงเกือบสอง ตาย อัตราพิการ หรือการใช้บริการผู้ป่วยในด้วยภาวะ
เทา่ ท้ังประเทศ โดยพืน้ ท่ีซึง่ มกี ารดำ� เนนิ งานเขม้ ข้นลดลง ACSC ได้ชัดเจน
มากกวา่ พ้นื ทซ่ี งึ่ มีการดำ� เนนิ งานจำ� กัด รอ้ ยละ 13 ทั้งนี้
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 157
ประการสุดท้ายเก่ียวกับการปฏิรูประบบบริการ คนไทยขาดโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุข
สุขภาพตามแนวทางของ คปสธ. โดยผนวกเอาประเด็น ภาพใหม่ๆ ทีม่ ีประโยชน์มหาศาล
การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ฉุกเฉินอาจท�ำให้การ • ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาถูก
ปฏิรูปขาดจุดเด่นหรอื โฟกสั น่นั เอง แทรกแซงการทางานจากภาคการเมืองและ
ภาคธรุ กจิ มากขนึ้ และไมส่ ามารถพฒั นาองคก์ ร
(3) ด้านการคุ้มครองผุ้บริโภคและบุคลากรด้าน ของตนเองไดท้ นั ตอ่ เหตกุ ารณ์ ทาใหป้ ระชาชน
การแพทย์และสาธารณสุข สูญเสียความเช่ือม่ัน จนในที่สุดจะสูญเสีย
อ�ำนาจในการควบคุมหรือกากับผลิตภัณฑ์
ให้ความส�ำคัญในการสร้างความรอบรู้ด้าน บางชนิด
สุขภาพให้กับประชาชน รวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภค • ประเทศไทยไดร้ บั ผลกระทบทางเศรษฐกจิ จาก
เป้าหมายคือ เกิดแนวทางการบูรณาการงานคุ้มครอง การสญู เสยี ตลาดสง่ ออกของผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ
ผู้บริโภคด้านสุขภาพในประเทศท่ีเป็นระบบ มีมาตรฐาน ใหแ้ กผ่ ปู้ ระกอบการในประเทศสมาชกิ อาเซยี น
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความตอ่ เนอ่ื ง มนั่ คง และยงั่ ยนื มปี ระสทิ ธภิ าพ จนสง่ ผลใหภ้ าคเอกชนของประเทศไทยมคี วาม
และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคด้านสุขภาพ ทุกกลุ่ม สามารถในการวจิ ัย พัฒนาและผลติ ลดลง โดย
รวมถึงกลุ่มผู้เสียเปรียบในสังคม คร้ันพิจารณาสาระ เฉพาะอย่างยิ่งจะท�ำให้เกิดความไม่มั่นคงของ
ส�ำคัญของแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขกลับ ระบบยา
ไม่มีสาระใดๆ เก่ียวกับการปฏิรูปคณะกรรมการอาหาร ตรงกันข้ามสาระที่ปรากฏในแผนการปฏิรูป
และยา (อย.) หรือกลไกรัฐท่ีมีขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ ประเทศด้านสาธารณสุขมีขอบเขตจ�ำกัดกว่าและซ้�ำซ้อน
ซ�้ำซ้อนกับการคุ้มครองผู้บริโภคจากผลิตภัณฑ์สุขภาพ กับประเด็นการปฏิรูปด้านอ่ืนๆ หรือมุ่งเน้นประเด็นการ
แม้มีว่าผลการวิจัยภายใต้ความร่วมมือระหว่าง อย. พัฒนาในระบบปกติ (ตัวอย่างเช่น ผลักดันให้มีกฎหมาย
โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ มาตรฐาน: ตลาดสด/ร้านอาหาร/แหล่งจ�ำหน่ายอาหาร
(Health Intervention and Technology Assessment: ปรงุ สำ� เรจ็ หรอื มมี าตรการตรวจสอบสนิ คา้ อาหาร ณ ดา่ น
HITAP) และ สถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย นำ� เข้าให้มีประสิทธิภาพ) ไมใ่ ช่ในขอบเขตของการปฏิรปู
(Thailand Development Research Institute: TDRI) ตามความหมายท่บี ทความนี้ไดก้ ลา่ วไวแ้ ต่ตน้
ได้ชีค้ วามเป็นไปได้วา่
(4) ดา้ นความยัง่ ยนื และเพียงพอดา้ นการเงนิ การ
• คนไทยเจบ็ ปว่ ยจากโรคทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การผลติ คลังสุขภาพ โดยการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ
และบรโิ ภคอาหารปนเปอ้ื น และสารเคมตี กคา้ ง ภาครัฐ ทุกระบบให้มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม
ในสิ่งแวดล้อมเพ่ิมมากขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุของ และยัง่ ยนื
โรคมะเร็ง ความผดิ ปกติปรกิ ำ� เนดิ การตดิ เชอ้ื
ดื้อยา เป็นตน้ ในด้านนี้แผนการปฏิรูปก�ำหนดเป้าหมายสาม
• คนไทยมคี วามเชือ่ เขา้ ใจผดิ หรอื ใช้ผลติ ภณั ฑ์ ระยะไดแ้ ก่ ยส่ี บิ ปี หา้ ปีและหนง่ึ ปี ภายใตห้ ลกั การส�ำคัญ
สุขภาพผิดกฎหมายรวมท้ังผลิตภัณฑ์ด้อย คือ ความย่ังยืน ความสามารถของสังคมที่จะรับภาระได้
คุณภาพซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพและค่าใช้จ่าย ความเปน็ ธรรม และความคมุ้ คา่ ในการใชท้ รพั ยากร เพอื่ ให้
ทั้งของครัวเรือนและระบบสุขภาพของรัฐบาล เปน็ ไปตามหลกั การทงั้ สปี่ ระการนี้ แผนการปฏริ ปู ประเทศ
ในทสี่ ุด ด้านสาธารณสุขก�ำหนดแนวทางท่ีสอดคล้องไว้รอบด้าน
• ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามีขีด กล่าวคือแนวทางก�ำหนดกลไกหลักในการบริหารจัดการ
ความสามารถจ�ำกดั ในเรอื่ งการประเมนิ ทำ� ให้
158 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
ทางการคลังสุขภาพระดับชาติ แนวทางเพ่ิมแหล่งเงินให้ การปฏิรูปภายใตร้ ัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เปน็ สว่ น
หลากหลายกวา่ สามกองทนุ สขุ ภาพภาครฐั (กองทนุ หลัก หนึง่ ของการปฏริ ูปประเทศอกี 12 ดา้ นโดยจดั ต้งั คปสธ.
ประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง กองทุนประกัน ด�ำเนินการสืบเน่ืองจากข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ
สงั คม และกองทนุ สวสั ดกิ ารขา้ ราชการฯ) แนวทางกำ� หนด และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ความพยายาม
ชุดสิทธิประโยชน์หลัก-รอง แนวทางปฏิรูปการจ่ายเงิน ปฏิรูปท้ังหมดเกิดข้ึนภายใต้ รัฐบาล คสช. ท่ีมาจากการ
แบบเพ่ิมความคุ้มค่า (value-based health service รัฐประหารปี พ.ศ. 2557 ซึง่ ถูกสังคมคาดหวงั ให้ปฏริ ูปให้
payment model) เป็นตน้ พน้ จากวงจรความขดั แยง้ ทางการเมอื งเรอื้ รงั จนฉดุ รงั้ การ
พฒั นาประเทศในทกุ ดา้ น
สรุป
สังคมไทยก�ำลังเผชิญกับการระบาดของโรคเร้ือรัง บทความนี้ได้วิเคราะห์สาระในแผนการปฏิรูปด้าน
ก�ำเนิดของโรคอุบัติใหม่ ภาวะโลกร้อน สังคมสูงอายุ สาธารณสุขโดยชี้ประเด็นจุดเด่นในด้านการปฏิรูประบบ
ท้าทายต่อการปฏิรูประบบสุขภาพในปัจจุบัน ทิศทาง สารสนเทศ ระบบการเงินการคลัง และข้อจ�ำกัดในด้าน
การปฏิรูปควรเป็นไปเพื่อยกระดับบูรณาการของทุก การปฏิรปู การอภบิ าลระบบ การปฏิรปู ระบบบรกิ ารปฐม
ภาคส่วนเพื่อจัดการกับปัจจัยก�ำหนดสุขภาพ (social ภูมิ การปฏิรปู ระบบการคมุ้ ครองผูบ้ ริโภค ตลอดจนใหข้ ้อ
determinants of health) ชะลอการขยายตัวของราย สงั เกตกระบวนการยกรา่ งแผนการปฏริ ปู ทใ่ี หค้ วามสำ� คญั
จ่ายสุขภาพ ลดการพึ่งพิงโรงพยาบาลโดยเพ่ิมทางเลือก จำ� กัดกับการรับฟังความคิดเหน็ สาธารณะ
ใหม่ และยกเคร่ืองระบบสนับสนุนบริการสุขภาพให้ทัน
สมัย ไดแ้ ก่ ระบบสารสนเทศ ระบบการเงินการคลัง การ
อภิบาลระบบ
6.2 กรอบนโยบายและยทุ ธศาสตรด์ า้ นสขุ ภาพของไทย 4.0
6.2.1 นโยบายสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบนั การอยรู่ อดและไดร้ บั การพฒั นาดา้ นรา่ งกาย จติ ใจและสติ
1) นโยบายสขุ ภาพในรฐั ธรรมนูญแหง่ ราช ปัญญา ตามศักยภาพในสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม โดย
อาณาจกั รไทย ฉบับ ปี 2560 คำ� นงึ ถงึ การมสี ว่ นรว่ มของเดก็ และเยาวชนเปน็ สำ� คญั สว่ น
ประเด็นสุขภาพในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 ในหมวด 5
แห่งราชอาณาจักรไทยมีส่วนที่ส�ำคัญอย่างย่ิงในการ หนา้ ทแี่ หง่ รฐั บญั ญตั ไิ วว้ า่ รฐั ตอ้ งดำ� เนนิ การใหป้ ระชาชน
ก�ำหนดกรอบและแนวทางการด�ำเนินงานด้านสุขภาพ ได้รับบริการสาธารณสุขทม่ี ปี ระสิทธภิ าพอย่างทั่วถงึ โดย
ของประเทศ เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่ทุก บรกิ ารสาธารณสขุ ตอ้ งครอบคลมุ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ การ
หน่วยงานต้องปฏิบัติตาม การทบทวนประเด็นสุขภาพ ควบคมุ และปอ้ งกนั โรค การรกั ษาพยาบาล และการฟน้ื ฟู
ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึง สุขภาพด้วย และรัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุข
เป็นส่วนส�ำคัญที่สุดในการก�ำหนดกรอบนโยบายและ ให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเน่ือง ซึ่งก็มี
ยทุ ธศาสตรข์ องทกุ ๆ หนว่ ยงาน เน้ือหาคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ตารางที่ 6.1 แสดงการเปรยี บเทยี บประเดน็ สขุ ภาพ พ.ศ. 2550 ส่วนท่ี 4 มาตรา 80 มุ่งส่งเสริม สนับสนุน
ในรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. และพัฒนาระบบสุขภาพท่ีเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ
2560(15,16) จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร อันน�ำไปสู่สุขภาวะที่ย่ังยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและ
ไทย พ.ศ. 2550 ให้ความสำ� คญั กับเด็ก เยาวชน มีสิทธใิ น สง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนไดร้ บั บรกิ ารสาธารณสขุ ทม่ี มี าตรฐาน
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 159
อยา่ งทว่ั ถงึ และมปี ระสทิ ธภิ าพ และสง่ เสรมิ ใหเ้ อกชนและ หนา้ ทตี่ ามมาตรฐานวชิ าชพี และจรยิ ธรรม ยอ่ มไดร้ บั ความ
ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการ คมุ้ ครองตามกฎหมาย
สาธารณสขุ โดยผมู้ หี นา้ ทใ่ี ห้บรกิ ารดงั กล่าว ซ่งึ ไดป้ ฏิบัติ
ตารางที่ 6.1 เปรียบเทยี บสาระสำ� คญั ท่เี กี่ยวขอ้ งด้านสาธารณสุขในรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย
พทุ ธศกั ราช 2550 และรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560(15,16)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560
สว่ นท่ี 9 สิทธิในการไดร้ บั บรกิ ารสาธารณสุขและสวสั ดกิ าร หมวด 3 สทิ ธเิ สรภี าพของปวงชนชาวไทย
จากรฐั มาตรา 47 บุคคลยอ่ มมสี ิทธไิ ดร้ ับบริการสาธารณสขุ ของรัฐ
มาตรา 51 บุคคลย่อมมีสทิ ธิเสมอกันในการรับบริการทาง “บุคคลยากไรย้ อ่ มมีสิทธไิ ดร้ บั บรกิ ารสาธารณสุขของรัฐโดย
สาธารณสขุ ทเ่ี หมาะสมและไดม้ าตรฐาน และ “ผยู้ ากไรม้ สี ทิ ธิ ไม่ต้องเสียคา่ ใช้จ่ายตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ”
ไดร้ บั การรักษาพยาบาลจากสถานบรกิ ารสาธารณสุขของรฐั บุคคลยอ่ มมีสิทธไิ ด้รบั การป้องกันและขจัดโรคติดต่อ
โดยไมเ่ สียค่าใชจ้ ่าย” อันตรายจากรฐั โดยไม่เสยี คา่ ใชจ้ า่ ย
มาตรา 48 สิทธขิ องมารดาในชว่ งระหว่างก่อนและหลัง
บคุ คลยอ่ มมีสิทธไิ ด้รบั การบรกิ ารสาธารณสุขจากรัฐ การคลอดบตุ รยอ่ มได้รับความคมุ้ ครองและชว่ ยเหลอื ตามที่
ซ่งึ ต้องเปน็ ไปอยา่ งทว่ั ถงึ และมีประสิทธิภาพ กฎหมายบญั ญตั ิ
บุคคลยอ่ มมสี ิทธิได้รับการปอ้ งกันและขจัดโรคตดิ ตอ่
อันตรายจากรัฐอย่างเหมาะสม โดยไมเ่ สียค่าใชจ้ า่ ยและทัน บุคคลซ่งึ มีอายเุ กินหกสบิ ปแี ละไมม่ รี ายได้เพียงพอแก่
ต่อเหตุการณ์ การยงั ชีพ และบคุ คลผู้ยากไร้ยอ่ มมสี ิทธไิ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื
มาตรา 52 เด็กและเยาวชน มีสทิ ธิในการอยรู่ อดและไดร้ บั ทีเ่ หมาะสมจากรฐั ตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ
การพัฒนาด้านร่างกาย จติ ใจและสติปัญญา ตามศกั ยภาพ
ในสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสม โดยคำ� นึงถงึ การมสี ่วนร่วมของ
เด็กและเยาวชนเป็นสำ� คัญ
เด็ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครวั มสี ิทธไิ ด้
รับความคุ้มครองจากรฐั ให้ปราศจากการใชค้ วามรนุ แรงและ
การปฏิบัติอนั ไม่เปน็ ธรรม ทัง้ มสี ิทธิได้รับการบ�ำบัดฟนื้ ฟูใน
กรณที ีม่ เี หตดุ ังกลา่ ว
การแทรกแซงและการจำ� กัดสทิ ธขิ องเด็กเยาวชนและ
บุคคลในครอบครวั จะกระทำ� มไิ ด้เวน้ แตโ่ ดยอาศยั อ�ำนาจ
ตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย เฉพาะเพือ่ สงวนและรกั ษาไว้ซงึ่
สถานะของครอบครัวหรอื ประโยชน์สงู สดุ ของบคุ คลน้นั
เด็กและเยาวชนซง่ึ ไม่มีผู้ดูแลมสี ทิ ธไิ ด้รบั การเลยี้ งดแู ละการ
ศกึ ษาอบรมท่เี หมาะสมจากรฐั
160 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
ตารางท่ี 6.1 เปรียบเทียบสาระสำ� คญั ทเ่ี กีย่ วข้องดา้ นสาธารณสขุ ในรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย
พุทธศกั ราช 2550 และรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560(15,16)
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560
สว่ นที่ 4 แนวนโยบายดา้ นศาสนา สงั คม การสาธารณสขุ หมวด 5 หนา้ ท่ขี องรฐั
การศึกษา และวฒั นธรรม มาตรา 55 รฐั ต้องด�ำเนนิ การใหป้ ระชาชนได้รับบรกิ าร
มาตรา 80 รฐั ต้องด�ำเนนิ การตามแนวนโยบายด้านสังคม สาธารณสุขที่มปี ระสิทธิภาพอยา่ งทวั่ ถึง เสริมสรา้ งให้
การสาธารณสขุ การศกึ ษา และวัฒนธรรม ดังตอ่ ไปนี้ ประชาชนมคี วามรพู้ ้นื ฐานเกยี่ วกบั การสง่ เสริมสุขภาพ
(2) สง่ เสริม สนบั สนุน และพัฒนาระบบสุขภาพทเี่ นน้ การ และการป้องกันโรค และสง่ เสริมสนับสนุนให้มีการพฒั นา
สรา้ งเสริมสุขภาพอนั นำ� ไปสสู่ ุขภาวะท่ยี ่ังยืนของประชาชน ภมู ิปัญญาดา้ นแพทยแ์ ผนไทยให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ
รวมท้ังจดั และส่งเสรมิ ให้ประชาชนไดร้ ับบรกิ ารสาธารณสุข
ท่มี มี าตรฐานอยา่ งท่วั ถึงและมีประสิทธิภาพ และสง่ เสรมิ ให้ บรกิ ารสาธารณสขุ ตามวรรคหน่งึ ตอ้ งครอบคลมุ
เอกชนและชุมชนมสี ่วนรว่ มในการพัฒนาสขุ ภาพและการ การส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรกั ษา
จดั บริการสาธารณสุข โดยผมู้ หี น้าทใี่ ห้บริการ ดังกล่าว ซง่ึ ได้ พยาบาล และการฟื้นฟสู ุขภาพด้วย
ปฏิบตั หิ นา้ ทีต่ ามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ยอ่ มไดร้ บั
ความคมุ้ ครองตามกฎหมาย รฐั ตอ้ งพฒั นาการบรกิ ารสาธารณสุขใหม้ คี ณุ ภาพและ
มมี าตรฐานสงู ขนึ้ อยา่ งตอ่ เนื่อง
หมวด 16 การปฏริ ปู ประเทศ
มาตรา 258 ใหด้ �ำเนินการปฏิรูปประเทศอยา่ งน้อยในดา้ น
ต่างๆ ใหเ้ กิดผล
ช. ดา้ นอืน่ ๆ
(3) จดั ให้มีระบบจดั การและกำ� จดั ขยะมลู ฝอยท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ เป็นมติ รตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม และสามารถน�ำไปใช้ให้
เกิดประโยชนด์ ้านอน่ื ๆ ได้
(4) ปรับระบบหลักประกนั สุขภาพให้ประชาชนได้รับสิทธิ
และประโยชน์จากการบริหารจดั การ และการเข้าถึงบริการที่
มคี ณุ ภาพและสะดวกทัดเทยี มกนั
(5) ใหม้ รี ะบบการแพทย์ปฐมภูมทิ ม่ี แี พทย์เวชศาสตร์
ครอบครวั ดแู ลประชาชนในสัดส่วนทเี่ หมาะสม
อย่างไรก็ตามสิ่งที่มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนท่ีเหมาะสม ท้ัง 2
คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 คือ มาตรานไี้ ดส้ ง่ ผลถงึ การปฏริ ปู ระบบสขุ ภาพของไทยอยา่ ง
หมวด 16 การปฏิรปู ประเทศ มาตรา 258 ทีบ่ ญั ญัตไิ วใ้ น มนี ยั สำ� คญั โดยเฉพาะการปรบั ระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพ
สว่ น (4) วา่ ปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชน ใหเ้ กดิ ความเทา่ เทยี มทห่ี ลายสว่ นกำ� ลงั มคี วามพยายามใน
ได้รับสิทธิและประโยชน์จากการบริหารจัดการ และการ การจดั ทำ� ชุดสทิ ธปิ ระโยชนข์ องกองทุนต่างๆ ใหใ้ กล้เคียง
เขา้ ถงึ บรกิ ารทมี่ คี ณุ ภาพและสะดวกทดั เทยี มกนั และสว่ น กนั และทสี่ ำ� คญั คอื การออกนโยบายเจบ็ ปว่ ยฉกุ เฉนิ วกิ ฤต
ที่ (5) ให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิท่ีมีแพทย์เวชศาสตร์ มีสิทธิทุกท่ี (universal coverage for emergency
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 161
patients: UCEP) ในชว่ งที่ผา่ นมา ท�ำให้คนไทยทุกสิทธิ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 12 น้ี ยงั มคี วามลกั ษณะสำ� คญั
ไดร้ บั การดแู ลเรอื่ งเจบ็ ปว่ ยฉกุ เฉนิ ทใี่ ดกไ็ ด้ อยา่ งเทา่ เทยี ม ต่างจากฉบับอน่ื ๆ คือ
กนั ในระยะเวลา 72 ชวั่ โมง นอกจากนนั้ ทผี่ า่ นมา รฐั บาล
ยงั ได้เสนอร่างพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. - มกี ารกำ� กบั กรอบเปา้ หมายและแนวทางการพฒั นา
2562 ท่ีได้รับความเห็นชองจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลกั ในระยะยาวดว้ ยยทุ ธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี โดยแผน
เมอื่ เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2562 ซงึ่ เปน็ กฎหมายลกู เพอื่ รองรบั พัฒนาฯ ฉบับที่ 12 นี้ จะเป็นกลไกเชื่อมโยงในในการ
บทบญั ญัติการปฏิรปู ระบบสุขภาพ มาตรา 258 (5) ของ ด�ำเนนิ การชว่ ง 5 ปีแรก
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 และจะส่ง
ผลใหเ้ กดิ การขบั เคลอ่ื นการพฒั นาระบบการแพทยป์ ฐมภมู ิ - มกี ารกำ� หนดแผนงานโครงการทสี่ �ำคัญ (flagship
อยา่ งมีนยั ส�ำคญั ต่อไป program) และประเดน็ การบูรณาการท่ีสำ� คญั
2) ประเด็นสขุ ภาพในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ - ก�ำหนดแนวทางการพัฒนาจังหวัด ภาคและเมือง
สังคมแห่งชาตฉิ บับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) ใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธสิ์ อดคลอ้ งกบั เป้าหมายรวมของประเทศ
ประเทศไทยน�ำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม - สนบั สนนุ การขบั เคลอ่ื นประเดน็ การปฏริ ปู ประเทศ
แห่งชาติเป็นกรอบนโยบายในการพัฒนาประเทศเพื่อให้ ของสภาปฏริ ูปแห่งชาติ
ประชานมีชีวิตและความเป็นอยู่ท่ีดีข้ึน โดยให้ประชาชน
เข้ามามีส่วนร่วม โดยเร่ิมต้นจัดท�ำแผนพัฒนาฯ ต้ังแต่ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 12 นี้ มี 10 ยทุ ธศาสตร์ ในสว่ น
พ.ศ. 2502 และเรมิ่ ประกาศใชแ้ ผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 1 พ.ศ. ดา้ นสุขภาพนน้ั เก่ยี วข้องใน 5 ยุทธศาสตร์ คือ
2504-2509 ปัจจุบันอยู่ภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12
พ.ศ. 2560-2564(17) ซ่ึงมีเป้าหมายรวมของการพัฒนา ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 การเสรมิ สร้างและพัฒนาศักยภาพ
6 ดา้ น ประกอบดว้ ย ทุนมนษุ ย์
1) คนไทยมีลกั ษณะเปน็ คนไทยทสี่ มบูรณ์ ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การสร้างความเป็นธรรมและลด
2) ความเหลื่อมลำ�้ ทางดา้ นรายไดแ้ ละความยากจน ความเหลือ่ มล้ำ� ในสังคม
ลดลง
3) ระบบเศรษฐกิจเข้มแข็งและสามารถแขง่ ขันได้ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 4 การเตบิ โตทเี่ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม
4) ทุนทางธรรมชาติและคุณภาพส่ิงแวดล้อม เพ่ือการพัฒนาอย่างยั่งยนื
สามารถสนับสนุนการเติบโตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มี
ความมนั่ คงทางอาหาร พลังงานและน�้ำ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 9 การพฒั นาภาค เมอื ง และเศรษฐกจิ
5) มีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย สังคม พเิ ศษ
ปลอดภัย สามัคคี สร้างภาพลักษณ์ท่ีดี และเพิ่ม
ความเชื่อม่นั ของนานาชาตติ ่อประเทศไทย ยุทธศาสตรท์ ี่ 10 ความรว่ มมือระหว่างประเทศเพ่อื
6) มีระบบบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนา
ทนั สมยั โปร่งใส ตรวจสอบได้ กระจายอำ� นาจและมสี ว่ น
รว่ มจากประชาชน โดยมเี ปา้ หมาย ตวั ชว้ี ดั และแนวทางการพฒั นา ใน
แต่ละยุทธศาสตร์ ดังแสดงในตารางที่ 6.2
162 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
ตารางท่ี 6.2 นโยบายสุขภาพในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบับ 12
ยทุ ธศาสตร์ ที่ 1 การเสรมิ สรา้ งและพัฒนาศักยภาพทนุ มนษุ ย์
เป้าหมายที่ 2 คนในสงั คมทุกชว่ งวยั มที ักษะ ความรู้ และความสามารถเพิ่มขึ้น
2.1 เดก็ ปฐมวัยมีพฒั นาการเตม็ ตามศกั ยภาพ
(ตวั ชี้วัด 1 เดก็ มีพฒั นาการสมวยั ไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 85)
2.2 เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมสี ติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์เพิม่ ข้นึ
(ตวั ช้วี ัด 2 คะแนน IQ ไมต่ ำ�่ กวา่ เกณฑม์ าตรฐาน)
(ตัวชี้วดั 3 เดก็ รอ้ ยละ 70 มีคะแนน EQ ไมต่ ำ่� กว่าเกณฑ์มาตรฐาน)
แนวทางการพัฒนา 3.2 พฒั นาศกั ยภาพคนใหม้ ีทกั ษะความรู้ และความสามารถในการดำ� รงชีวิตอยา่ งมีคุณคา่
3.2.1 ส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กปฐมวยั มกี ารพัฒนาทักษะทางสมองและทักษะทางสงั คม
1) ใหค้ วามรูพ้ ่อแมห่ รอื ผูด้ ูแลเด็กในเรื่องการมีโภชนาการท่เี หมาะสม วธิ ีการ เลี้ยงดูเด็กทีจ่ ะกระตนุ้
พัฒนาการเดก็ ในชว่ ง 0-3 ปแี รก สนบั สนนุ ใหแ้ มเ่ ล้ยี งลกู ดว้ ยนมแมอ่ ยา่ งนอ้ ย 6 เดือน
2) กำ� หนดมาตรการสรา้ งความสมดลุ ระหวา่ งชวี ิตและการท�ำงานให้พ่อแม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้ดว้ ย
ตนเองทั้งการจูงใจใหส้ ถานประกอบการจัดให้มกี ารจ้างงานทีย่ ดื หยนุ่ รณรงค์ใหผ้ ู้ชายตระหนักและมสี ว่ น
ร่วมในการท�ำหน้าที่ในบ้านและดูแลบตุ รมากขน้ึ
3) พฒั นาหลักสูตรการสอนทอี่ า้ งอิงผลงานวิจัยทางวชิ าการและปรบั ปรงุ พฒั นาเด็กปฐมวัยให้มีคณุ ภาพ
ตามมาตรฐานทเี่ นน้ การพฒั นาทักษะทางสมอง ทักษะด้านความคดิ ความจ�ำ ทกั ษะการควบคุมอารมณ์
ทักษะการวางแผนการจดั ระบบ ทักษะการรู้จกั ประเมนิ ตนเองควบคู่กบั การยกระดับบุคลากรในสถาน
พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ให้มคี วามพร้อมท้ังทกั ษะ ความรู้ จรยิ ธรรม และความเปน็ มอื อาชีพ
4) สนบั สนุนการผลิตส่อื สร้างสรรค์ท่ใี ห้ความร้ใู นการเลย้ี งดู และพัฒนาเด็กปฐมวัย อาทิ ครอบครัว
อนามยั แมแ่ ละเด็ก วิธีการพัฒนาทักษะทางสมองและทักษะสังคม
5) ผลักดนั ใหม้ กี ฎหมายปฐมวัยใหค้ รอบคลมุ ทงั้ การพฒั นาทกั ษะการเรยี นรเู้ นน้ การเตรยี มความพร้อม
เข้าส่รู ะบบการศกึ ษา การพฒั นาสุขภาพอนามัยใหม้ กี ารพฒั นาท่ีสมวัยและการเตรียมทักษะการอยู่ใน
สังคมให้มีพัฒนาการอย่างรอบดา้ น
เปา้ หมายท่ี 4 คนไทยมสี ุขภาวะท่ีดีข้ึน
(ตวั ชี้วัด 4.1 ประชากรอายุ 15-79 ปี มีภาวะนำ้� หนกั เกินลดลง)
(ตัวช้วี ดั 4.2 การตายจากอุบตั เิ หตุทางถนน < 18 คน ต่อ แสนประชากร)
(ตวั ช้ีวัด 4.3 ประชาชนเลน่ กฬี าและเขา้ รว่ มกิจกรรมนันทนาการเพิม่ ขน้ึ )
(ตวั ชี้วัด 4.4 อตั ราการฆา่ ตวั ตายสำ� เร็จตอ่ ประชากรแสนคนลดลง)
(ตัวชี้วดั 4.5 การคลอดในผหู้ ญงิ กลมุ่ อายุ 15-19 ปี ลดลง)
(ตัวชว้ี ดั 4.6 รายจ่ายสขุ ภาพทงั้ หมดไม่เกินร้อยละ 5 ของผลติ ภัณฑ์มวลรวมในประเทศ)
(ตัวชี้วัด 4.7 ผู้สงู อายุที่อาศยั ในบ้านท่ีมสี ภาพแวดล้อมทเี่ หมาะสมเป็นรอ้ ยละ 20)
การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560 163
ตารางท่ี 6.2 นโยบายสุขภาพในแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับ 12 (ตอ่ )
ยทุ ธศาสตร์ ที่ 1 การเสริมสร้างและพฒั นาศกั ยภาพทุนมนุษย์
แนวทางการพัฒนา 3.4 ลดปจั จัยเสยี่ งดา้ นสุขภาพคำ� นึงถงึ ผลกระทบตอ่ สุขภาพ
3.4.1 พัฒนาให้คนมคี วามรู้ในการดแู ลสขุ ภาพ มจี ิตส�ำนกึ สุขภาพท่ดี แี ละมีการคัดกรอง พฤติกรรม
สขุ ภาพด้วยตนเองผา่ นชอ่ งทางการเรียนร้ทู ี่หลากหลาย จัดบริการใหค้ �ำปรึกษาด้านสุขภาพจติ ท่เี ข้าถึงได้
งา่ ย และก�ำกบั ควบคมุ การเผยแพร่ชุดข้อมลู สุขภาพทถี่ กู ต้องตามหลักวิชาการ
3.4.2 ส่งเสริมใหค้ นมกี ิจกรรมทางสขุ ภาพท่ีเหมาะสมกับวยั ทง้ั รปู แบบการออกกำ� ลงั กาย โภชนาการที่
เหมาะสมและสนบั สนุนให้ชุมชนมกี ารบริหารจัดการพ้ืนท่ีสาธารณะ สิ่งอ�ำนวยความสะดวกเพือ่ การออก
ก�ำลังกายและกฬี า
3.4.3 ปรบั ปรงุ มาตรการดา้ นกฎหมายและด้านภาษที ีส่ ่งเสริมผปู้ ระกอบการให้มีนวตั กรรม การผลิต
อาหารและเครื่องดืม่ ที่เป็นประโยชนต์ ่อสุขภาพและเปน็ ทางเลอื กแก่ผบู้ รโิ ภคการตดิ ฉลากโภชนาการ บน
บรรจภุ ัณฑ์อาหารทเี่ ข้าใจงา่ ย รวมทั้งควบคมุ การโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ผลิตภัณฑ์ท่ีมผี ลเสยี ต่อสขุ ภาพ
3.4.4 ผลกั ดันใหม้ ีกลไกการประเมนิ ผลกระทบสขุ ภาพในการจัดทำ� นโยบายสาธารณะตามแนวคดิ ทกุ
นโยบายหว่ งใยสขุ ภาพที่เช่ือมโยงตัง้ แต่นโยบายระดับชาติ พ้ืนท่ี และชมุ ชนท่ีจะนำ� ไปสู่การสรา้ งสภาพ
แวดล้อมให้เออื้ ตอ่ การมสี ุขภาพดี
3.4.5 สง่ เสรมิ วัฒนธรรมความปลอดภยั ทางถนนผ่านการสือ่ สารสาธารณะท่เี หมาะสมตามกลมุ่ เปา้ หมาย
ใหม้ ีการปรับพฤตกิ รรมที่จะลดการเกิดอุบัตเิ หตทุ ัง้ ต่อตนเองและผู้อ่ืน รวมทงั้ มกี ารบรหิ ารจดั การความ
เสีย่ งดา้ นความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นระบบ
3.5 เพิ่มประสิทธิภาพการบรหิ ารจัดการระบบสุขภาพภาครฐั และปรบั ระบบการเงินการคลัง
ดา้ นสขุ ภาพ
3.5.1 ปรบั ระบบบริหารจดั การทรพั ยากรร่วมกนั ระหวา่ งสถานพยาบาลทุกสังกดั ในเขตพื้นทส่ี ขุ ภาพใน
การพฒั นาคุณภาพระบบบริการท้งั บคุ ลากร/ครุ-
ภัณฑ์ทางการแพทย์/โครงสรา้ งพืน้ ฐานที่เชอ่ื มโยงบริการตัง้ แต่ระดับปฐมภูมิ ทุตยิ ภูมแิ ละตตยิ ภูมิเข้าด้วย
กนั พฒั นาระบบสง่ ต่อและระบบการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ท่รี วดเร็วและมปี ระสทิ ธภิ าพ
3.5.2 จดั ทำ� แนวทางการรับภาระค่าใช้จ่ายรว่ มกนั ทั้งภาครัฐและผใู้ ช้บริการตามเศรษฐานะ ท่ีค�ำนงึ ถึง
ความเป็นธรรมและการเขา้ ถึงบริการสุขภาพทจี่ ำ� เปน็ ของกลุ่มผมู้ ีรายได้นอ้ ย โดยพิจารณาถึงความ เป็น
ไปไดท้ างการคลัง
3.5.3 พัฒนาระบบประกนั สขุ ภาพของแรงงานต่างชาตแิ ละนกั ทอ่ งเทย่ี วให้สามารถใช้ บรกิ ารสุขภาพทีม่ ี
คุณภาพ มกี ารควบคุมการใชบ้ รกิ ารอยา่ งเหมาะสม โดยไมก่ ระทบตอ่ ความม่นั คงของประเทศทั้งดา้ นการ
คลงั และสาธารณสุข
3.5.4 บรู ณาการระบบขอ้ มลู สารสนเทศของแตล่ ะระบบหลกั ประกันสขุ ภาพใหเ้ กดิ ความเปน็ เอกภาพ
ทั้งเร่อื งสิทธิประโยชน์ การใช้บริการ งบประมาณการเบกิ จ่าย และการตดิ ตามประเมนิ ผล
164 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
ตารางที่ 6.2 นโยบายสขุ ภาพในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับ 12 (ตอ่ )
ยุทธศาสตร์ ท่ี 1 การเสรมิ สรา้ งและพฒั นาศกั ยภาพทนุ มนุษย์
3.6 พัฒนาระบบการดแู ลและสรา้ งสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมกบั สงั คมสูงวยั
3.6.1 ผลกั ดันให้มีกฎหมายการดูแลระยะยาวสำ� หรับผ้สู งู อายคุ รอบคลมุ การจัดบรกิ าร ทั้งภาครัฐ เอกชน
ภาคประชาสังคม และระบบการเงินการคลงั
3.6.2 พัฒนาใหม้ รี ะบบการดแู ลระยะกลางทจี่ ะรองรบั ผทู้ ีจ่ �ำเป็น ตอ้ งพกั ฟน้ื กอ่ นกลับบา้ น ใหเ้ ชอ่ื มโยง
กับระบบการดแู ลระยะยาว และส่งเสรมิ ธรุ กจิ บริการท่ไี ด้มาตรฐานส�ำหรบั ผู้สงู อายุท่อี ยู่ ในภาวะพงึ่ พงิ ใน
เขตเมือง รวมทั้งศึกษารปู แบบการคลังที่เป็นระบบประกันการดูแลระยะยาว
3.6.3 วจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมสงิ่ อำ� นวยความสะดวกท่ีเหมาะสมกบั ผสู้ ูงอายุ และพฒั นาเทคโนโลยี
ทางการแพทย์ในการส่งเสรมิ และฟืน้ ฟสู ขุ ภาพในกลมุ่ ผูส้ ูงอายุ เทคโนโลยเี พอื่ ปอ้ งกนั การบาดเจบ็ และ
ติดตามการบำ� บัดรักษา
3.6.4 ส่งเสรมิ การพัฒนาเมอื งท่เี ปน็ มิตรกับผสู้ งู อายทุ ้ังระบบขนสง่ สาธารณะ อาคารสถานท่ี พน้ื ที่
สาธารณะ และท่อี ยอู่ าศยั ให้เออ้ื ตอ่ การใช้ชีวติ ของผู้สงู อายุและทุกกลุ่มในสังคม
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การสร้างความเปน็ ธรรมและลดความเหลอื่ มล�ำ้ ในสังคม
เป้าหมายท่ี 2 เพมิ่ โอกาสการเข้าถงึ บรกิ ารพ้ืนฐานทางสังคมของภาครฐั
2. เพอ่ื ให้คนไทยทุกคนเขา้ ถึงบริการทางสงั คมท่มี คี ณุ ภาพได้ทัว่ ถึง
(ตวั ช้วี ัด 2.4 ความแตกตา่ งของสัดส่วนบคุ ลากรทางการแพทยต์ อ่ ประชากรระหวา่ งพน้ื ท่ีลดลง)
แนวทางการพัฒนา 3.1 เพิม่ โอกาสใหก้ ับกลมุ่ เป้าหมายประชากรรอ้ ยละ 40 ทม่ี ีรายไดต้ ่ำ� สดุ ใหส้ ามารถเขา้ ถงึ บรกิ ารที่มี
คณุ ภาพของรัฐ และมอี าชพี
3.1.2 จดั บริการดา้ นสุขภาพให้กับประชากรกลุ่มเป้าหมายฯ ทีอ่ ยู่ในพนื้ ทหี่ า่ งไกล โดยรัฐจัดใหม้ กี ลไก
ชว่ ยเหลอื และสนบั สนุนสวสั ดิการชุมชนท่ีครอบคลมุ การใหค้ วามชว่ ยเหลือด้านค่าใชจ้ า่ ยทจ่ี ำ� เป็นเพื่อ
ใหก้ ล่มุ เป้าหมายเขา้ ถึงบริการจากสถานพยาบาลของรฐั ในพ้นื ที่ได้ อาทิ คา่ ใชจ้ ่ายการเดนิ ทางไปสถาน
พยาบาล จัดใหม้ บี ริการด้านสขุ ภาพเชงิ รุกท้ังการให้คำ� ปรึกษา การควบคุมป้องกนั กลุ่มเส่ยี งท่จี ะเกดิ
ปัญหาเรอื้ รังตอ่ สขุ ภาพ และการสง่ เสริมดา้ นสุขอนามัย
3.2 กระจายการใหบ้ รกิ ารภาครัฐทัง้ ด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการท่ีมีคณุ ภาพให้ ครอบคลุม
และทว่ั ถึง
3.2.2 บริหารจัดการการใหบ้ รกิ ารสาธารณสขุ ทีม่ ีคุณภาพใหค้ รอบคลมุ ทุกพ้นื ท่ี ผ่านการพฒั นาระบบส่ง
ตอ่ ผู้ปว่ ยตัง้ แตร่ ะดบั ชุมชนไปสรู่ ะดบั จงั หวัด ภาค และระดับประเทศใหม้ ีประสทิ ธภิ าพมากขึน้ บรหิ าร
จัดการการใหบ้ ริการระบบควบคมุ โรคทีม่ คี ุณภาพ นำ� เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารมาใชใ้ นการแก้
ปญั หาการขาดแคลนแพทยเ์ ฉพาะทางในพ้นื ท่หี ่างไกล
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 165
ตารางที่ 6.2 นโยบายสุขภาพในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั 12 (ตอ่ )
ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 การเตบิ โตทเ่ี ป็นมิตรกบั สงิ่ แวดล้อมเพอ่ื การพัฒนาอย่างยงั่ ยืน
เปา้ หมายที่ 3 สรา้ งคุณภาพส่งิ แวดล้อมที่ดี ลดมลพษิ และลดผลกระทบตอ่ สขุ ภาพของประชาชนและระบบนเิ วศน์
(ตวั ชว้ี ัด 3.1 สัดส่วนของขยะมูลฝอยชมุ ชนไดร้ ับการจัดการอย่างถกู ตอ้ งและนำ� ใชป้ ระโยชน์ไมน่ อ้ ยกว่า
ร้อยละ 75 สัดสว่ นของเสยี อันตรายชมุ ชนได้รับการกำ� จัดอย่างถกู ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 30 และกาก
อตุ สาหกรรมอันตรายทัง้ หมดเขา้ ส่รู ะบบการจดั การท่ถี กู ต้อง)
แนวทางการพัฒนา 3.3.1 เรง่ รดั แกไ้ ขปัญหาการจัดการขยะตกคา้ งสะสมในพน้ื ทวี่ ิกฤต ผลักดันกฎหมาย และกลไกเพอ่ื การ
คัดแยกขยะ สนบั สนุนการแปรรูปพลงั งาน ใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตรเ์ พอ่ื ให้เกิดการลดปริมาณขยะ
รวมทงั้ สร้างวนิ ยั คนในชาตเิ พื่อการจดั การขยะอยา่ งยง่ั ยืน
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 9 การพฒั นาภาค เมอื ง และพน้ื ท่ีเศรษฐกิจ
เปา้ หมายที่ 2 เพม่ิ จ�ำนวนเมืองศนู ยก์ ลางของจังหวัดเป็นเมืองนา่ อยสู่ �ำหรบั คนทกุ กลุ่มในสังคม
ตวั ช้วี ดั เมอื งศูนย์กลางของจงั หวัดท่ไี ด้รับการพฒั นาเปน็ เมอื งนา่ อยูเ่ พิ่มข้นึ
แนวทางการพฒั นา 4 ) พฒั นาระบบการดูแลผสู้ งู อายรุ องรับการเปล่ยี นแปลงเข้าส่สู งั คมผสู้ ูงอายุของภาคเหนอื ท่ีเร็วกว่า
ระดับประเทศ 10 ป)ี
(2) พฒั นานวตั กรรมการดแู ลผู้สูงอายรุ ะยะยาว เพ่อื รองรบั การเพม่ิ ของผ้สู งู อายุทไี่ มส่ ามารถดแู ลตนเอง
ได้ รวมท้งั แกป้ ญั หาการขาดแคลนผู้ดูแลผสู้ ูงอายุ
เป้าหมายท่ี 4 เพ่มิ มลู ค่าการลงทนุ ในพนื้ ท่เี ศรษฐกิจใหมบ่ รเิ วณชายแดน
แนวทางการพัฒนา 3.3.2 พื้นที่เศรษฐกจิ พิเศษชายแดน
5) บริหารจดั การด้านสาธารณสุข แรงงาน ความมน่ั คง โดยพัฒนาระบบสาธารณสุขชายแดนเพอ่ื ให้
ประชาชนมีสุขภาพดีถ้วนหน้า มีระบบรกั ษาโรค ระบบสง่ ต่อ ระบบสง่ เสริมสขุ ภาพ เฝา้ ระวัง ป้องกัน
ควยคมุ ที่มีประสิทธภิ าพ เช่ือมโยงระบบจ้างงานแรงงานต่างด้าว การประกนั สขุ ภาพ การเขา้ เมอื ง
เป็นภารกิจรว่ มภายใตศ้ นู ยบ์ ริการเบ็ดเสรจ็ ด้านแรงงาน จัดระบบบัตรผา่ นแดนหรอื บตั รประจ�ำตวั ของ
แรงงานในแบบอเิ ลคทรอนิคส์ โดยใหม้ ีรปู และลายพมิ พ์น้ิวมือเพอื่ สะดวกต่อการเช่ือมโยงและตรวจ
สอบขอ้ มลู บุคคลกบั ระบบส่วนกลาง จดั มาตรการและระบบส่ือสารเพอ่ื ดแู ลความมั่นคงและรักษาความ
ปลอดภัยของงพนื้ ที่
ยุทธศาสตรท์ ี่ 10 ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศเพ่ือการพัฒนา
เปา้ หมายที่ 4 ประเทศไทยเป็นหุน้ สว่ นการพฒั นาท่สี ำ� คญั ในทุกระดบั
(ตวั ช้ีวัด 4.3 ความกา้ วหน้าในการด�ำเนินการใหเ้ ป็นไปตามเปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ัง่ ยนื )
แนวทางการพัฒนา 4.2.3 แผนพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม
1) สาระส�ำคญั มงุ่ เนน้ การพัฒนาการศกึ ษา สาธารณสุข แรงงาน สงั คม และส่ิงแวดล้อมในอนุภมู ภาค
GMS เพื่อใหเ้ ปน็ ไปตามเป้าหมายการพัฒนาท่ียง่ั ยนื (SDGs)
166 การสาธารณสุขไทย 2559-2560
6.2.2 แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้าน กระทรวงสาธารณสุขโดยการน�ำของ ศ.คลินิก
สาธารณสขุ ) พ.ศ. 2560-2579 เกียรติคณุ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ได้จดั การประชุม
เชิงปฏิบัติการ “ย้อนมองทบทวนสถานการณ์จากอดีต
กระทรวงสาธารณสุขได้จัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพอื่ พฒั นาวสิ ยั ทศั น์ ยทุ ธศาสตรแ์ ละเปา้ หมายการพฒั นา
ระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) พ.ศ. 2560-2579 ตาม กระทรวงสาธารณสุข” วันที่ 12-14 มกราคม 2559 ที่
นโยบายของรฐั บาล ภายใตร้ ฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั ร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการระดมสมองผู้บริหาร
ไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เพ่ือให้ประเทศไทยบรรลุ ระดบั สงู ของกระทรวง โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ทบทวนอดตี
วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง มั่งค่ัง ย่ังยืน เป็น ที่ผ่านมาของกระทรวงสาธารณสุขและร่วมกันพิจารณา
ประเทศพฒั นาแลว้ ดว้ ยการพฒั นาตามหลกั เศรษฐกจิ พอ ทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคต และเน้น
เพยี ง” โดยยุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ. 2561-2580(18) ซ่ึงมี 6 หนักที่การทบทวนจุดยืน การก�ำหนด จุดยืน วิสัยทัศน์
ยทุ ธศาสตรส์ �ำคัญ คอื พนั ธกจิ เปา้ หมาย คา่ นยิ มทด่ี งี ามของบคุ ลากรในกระทรวง
สาธารณสุข และท่ีส�ำคัญคือกรอบยุทธศาสตร์ในการ
1) ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นความมั่นคง ดำ� เนนิ งาน
2) ยุทธศาสตรช์ าติด้านความสามารถในการแขง่ ขัน
3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ต่อมามีการประชุมที่ต่อเนื่องเพื่อค้นหาค่านิยม
ศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ องค์กร (Core values) ของบุคลากรสาธารณสุขทั้ง
4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความ ประเทศ โดยเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนา
เสมอภาคทางสังคม คา่ นิยมที่ดีงาม (Core values) ของบคุ ลากรสาธารณสขุ
5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพ วันท่ี 14-16 กุมภาพันธ์ 2559 ในกรงุ เทพมหานคร โดย
ชีวติ ทีเ่ ป็นมติ รตอ่ ส่ิงแวดล้อม มตี ัวแทน ผ้บู ริหาร นกั วชิ าการ และผปู้ ฏิบตั ิ จากทกุ เขต
6) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนา สขุ ภาพ มาระดมความคดิ เหน็ รว่ มกนั ในการจดั ทำ� คา่ นยิ ม
ระบบบรหิ ารจัดการภาครัฐ องคก์ ร รวมถงึ แนวทางการขบั เคลอื่ นใหค้ า่ นยิ มองคก์ รไป
แผนยทุ ธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี (ดา้ นสาธารณสขุ ) มี สกู่ ารสอื่ สารใหเ้ กดิ การยอมรบั ในวงกวา้ ง นำ� ไปสกู่ ารสรา้ ง
วตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เปน็ กรอบแนวทางในการดำ� เนนิ งานของ วัฒนธรรมขององคก์ รในทกุ ระดบั
หนว่ ยงานดา้ นสาธารณสขุ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง ในการพฒั นาระบบ
สุขภาพของประเทศ เพื่อให้สอดรับการการเปลี่ยนแปลง การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารทง้ั 2 ครงั้ ขา้ งตน้ ไดผ้ ลลพั ธ์
ตา่ งๆ ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต โดยเชอื่ มโยงกบั กฎหมายและ ของการประชุมคือ เป้าหมาย จุดยืนองค์กร วิสัยทัศน์
ยุทธศาสตร์ชาติฉบับต่างๆ ที่เก่ียวข้อง เช่น รัฐธรรมนูญ พันธกิจ ค่านิยมองค์กร และยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ
แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ยุทธศาสตร์ชาติ 4 ด้าน ในการด�ำเนินงาน ยังได้แจ้งข้อสรุปการประชุม
ระยะ 20 ปี เป้าหมายการพัฒนาท่ยี ่งั ยนื (Sustainable เบ้ืองต้นไปยังผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน เพื่อรับข้อคิดเห็น
Development Goals – SDGs by 2030) แผนพัฒนา เพมิ่ เตมิ แลว้ นำ� ผลทไี่ ดร้ บั ไปนำ� เสนอตอ่ ทปี่ ระชมุ ผบู้ รหิ าร
เศรษฐกิจและสงั คมฉบบั ท่ี 12 นโยบายรฐั บาลด้านต่างๆ ระดบั สงู อีกครั้ง โดยมีรายละเอียด ดังตารางที่ 6.3
และแผนการปฏริ ปู ประเทศ เป็นต้น
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 167
ตารางท่ี 6.3 เปา้ หมาย จดุ ยืนองค์กร วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ ยทุ ธศาสตร์ ค่านิยมองค์กรและยทุ ธศาสตรข์ องกระทรวง
สาธารณสขุ
ประเดน็ รายละเอยี ด
เป้าหมาย (Goals) ประชาชนสขุ ภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสขุ ระบบสุขภาพยั่งยืน
จดุ ยนื องค์กร (Positioning) ส่วนกลาง พฒั นานโยบาย กำ� กบั ติดตาม ประเมนิ ผล
สว่ นภมู ภิ าค (เขตสุขภาพ) บริหารจัดการหนว่ ยบริการ และขบั เคล่ือนนโยบายสู่การปฏบิ ัติ
วิสยั ทัศน์ (Vision) เป็นองค์กรหลกั ด้านสขุ ภาพ ที่รวมพลงั สงั คม เพื่อประชาชนสุขภาพดี
พนั ธกจิ (Mission) พัฒนาและอภบิ าลระบบสุขภาพ อยา่ งมสี ่วนรว่ ม และย่งั ยืน
คา่ นิยมองคก์ ร (Core values) Mastery (เป็นนายตนเอง)
Originality (เร่งสรา้ งส่ิงใหม่)
People centered (ใส่ใจประชาชน)
Humility (ถ่อมตน อ่อนน้อม)
ยุทธศาสตร์ (Strategies) 1) Prevention Promotion and Protection Excellence (สง่ เสริมสุขภาพ ความป้องกัน
โรค และคุ้มครองผ้บู รโิ ภค เป็นเลิศ)
2) Service Excellence (บริการเป็นเลศิ )
3) People Excellence (บคุ ลากรเปน็ เลิศ)
4) Governance Excellence (บรหิ ารจดั การเป็นเลศิ )
นอกจากน้ันการจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี กำ� หนดประเดน็ เนน้ หนกั และวางกรอบแผนงาน โครงการ
ดา้ นสาธารณสขุ ยงั ไดจ้ ดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั ของยทุ ธศาสตร์ ให้สอดคล้องกับภาพรวมของประเทศได้ โดยแบ่งเป็น
ชาตใิ นแตล่ ะชว่ งระยะเวลาของแผน เพอ่ื ใหผ้ ทู้ เี่ กย่ี วขอ้ งได้ 4 ระยะ ชว่ งละ 5 ปี ดังตารางท่ี 6.4
ตารางท่ี 6.4 การจดั ล�ำดับความส�ำคญั ยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข)
ชว่ งเวลา จดุ เนน้ หนัก รายละเอยี ด
2560 - 2564
ปฏริ ูประบบ การปรบั เปล่ียนระบบบริหารจดั การทย่ี ังเป็นอุปสรรคตอ่ การพัฒนา อกี ครงั้ การวาง
2565 - 2569 พ้นื ฐานระบบสุขภาพใหม่ เช่น การวางระบบการแพทย์ปฐมภมู ทิ มี่ ีแพทยเ์ วชศาสตร์
ครอบครวั เพือ่ ดแู ลผปู้ ่วยอย่างบรู ณาการ การปรบั ระบบหลักประกนั สขุ ภาพ เพือ่ ลด
ความเหลื่อมล้�ำของแตล่ ะกองทนุ เป็นต้น
สร้างความเขม้ แข็ง การจดั โครงสรา้ งพื้นฐาน กำ� ลังคน รวมทง้ั ระบบการบริหารจดั การใหเ้ ขม้ แขง็ รวมไปถึง
ระบบควบคมุ ปอ้ งกันโรค งานอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม และท่สี �ำคัญคอื การทำ� ใหป้ ระชาชน
สามารถดูแลสขุ ภาพของตัวเองได้
168 การสาธารณสขุ ไทย 2559-2560
ตารางที่ 6.4 การจดั ลำ� ดบั ความสำ� คัญยุทธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี (ดา้ นสาธารณสขุ ) (ต่อ)
ช่วงเวลา จุดเนน้ หนกั รายละเอียด
2570 - 2574 สู่ความยัง่ ยืน เป็นช่วงทร่ี ะบบสขุ ภาพของไทยต้องมีความยง่ั ยืนทางด้านการเงินการคลัง ประเทศ
สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยเฉพาะดา้ นยา เวชภณั ฑ์ และอุปกรณก์ ารแพทยด์ ้านต่างๆ
2575 - 2579 เป็น 1 ใน 3 ของ พ่ึงพาตา่ งประเทศใหน้ อ้ ยทีส่ ดุ
เอเชยี ระบบสุขภาพไทยจะตอ้ งเปน็ ระบบสขุ ภาพทีท่ นั สมยั มปี ระสิทธภิ าพ คณุ ภาพ สงั คมมี
สว่ นรว่ มสามารถตรวจสอบได้ ทัง้ น้ีจะตอ้ งสามารถแข่งขันหรือเทียบเคียงกับนานาชาติ
ได้ โดยตั้งเป้าวา่ จะตอ้ งเปน็ 1 ใน 3 ของเอเชยี ใน 20 ปีข้างหน้า
ต่อจากนั้น โดยได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการผู้ ยง่ั ยนื ของระบบสขุ ภาพของไทย ภายใน พ.ศ. 2579 (ระยะ
เก่ียวข้อง เพื่อจัดท�ำรายละเอียดของแผนงาน โครงการ เวลา 20 ป)ี จะเปน็ ดงั ตารางที่ 6.5 และยงั ไดก้ ำ� หนดกรอบ
และตัวชี้วัด ของแต่ละยุทธศาสตร์ ในการจัดท�ำแผน การท�ำงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้าน
งาน โครงการ ตวั ชีว้ ัดจากทกุ หนว่ ยงาน โดยตัวชี้วัดหลกั สาธารณสขุ ภายใตย้ ุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ 4 ดา้ นของ
ระดับองคก์ ร (Corporate KPIs) ของเปา้ หมาย (Goals) กระทรวงสาธารณสุข ออกเปน็ 16 แผนงาน 48 โครงการ
ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพ ดงั ตารางท่ี 6.6
ตารางท่ี 6.5 ตัวชว้ี ดั ระดับองคก์ ร (Corporate KPIs) ของแผนยุทธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข)
ประชาชนสขุ ภาพดี เจา้ หน้าท่มี คี วามสขุ ระบบสุขภาพยั่งยนื
1. อายคุ าดเฉลยี่ เมอื่ แรกเกิด (life
expectancy: LE) ไมน่ ้อยกวา่ 85 ปี 3. ดชั นีความสุขของบคุ ลากร 5. อัตราการเข้าถึงบริการแพทยแ์ ผนไทย
(happinometer) ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ (access) ร้อยละ 100
2. อายุคาดเฉล่ียของการมีสุขภาพดี 70
(Health adjusted life expectancy:
HALE) ไม่นอ้ ยกว่า 75 ปี 4. ดัชนสี ุขภาวะองคก์ ร (Happy public 6. ความครอบคลุมของแพทยแ์ ละ
organization index) ไม่น้อยกวา่ จำ� นวนเตยี งตอ่ ประชากรในสังกดั
รอ้ ยละ 70 กระทรวงสาธารณสขุ (coverage)
สดั ส่วนแพทย์ 1 ตอ่ 1,500 ประชากร
สัดสว่ นเตยี ง 2 ต่อ 1,000 ประชากร
7. สถานบริการได้รับการรบั รองคุณภาพ
มาตรฐาน (HA) (Quality) ร้อยละ 100
8. หน่วยงานในสังกดั กระทรวง
สาธารณสุขผ่านการประเมนิ ITA
(Governance) ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 95
การสาธารณสุขไทย 2559-2560 169
ตารางท่ี 6.6 แผนงาน/โครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 excellences จำ� นวน 16 แผนงาน 48 โครงการ
ยุทธศาสตร/์ แผนงาน โครงการ
1. Promotion Prevention and Protection Excellence
1.1. พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตคนไทยทุก 1) โครงการพัฒนาศกั ยภาพคนไทย
กล่มุ วยั (ยุทธศาสตรท์ ี่ 4) 2) โครงการลดการตายก่อนวยั อนั ควร
1.2. การป้องกนั ควบคุมโรคและภยั 3) โครงการสร้างความเขม้ แขง็ และความอบอุ่นของครอบครวั ไทย
สุขภาพ (ยทุ ธศาสตร์ที่ 1) 1) โครงการการจดั การโรคและภัยสุขภาพ และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉนิ ดา้ นสาธารณสขุ
2) โครงการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพประชาชนบนผนื แผ่นดนิ ไทย
3) โครงการสรา้ งความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ
1.3 ความปลอดภยั ด้านอาหารและ 1) โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นาความมน่ั คงด้านอาหาร
ลดปัจจยั เสย่ี งตอ่ โรคไมต่ ิดต่อเรือ้ รัง 2) โครงการส่งเสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชีวิตและความปลอดภัยจากปจั จยั เสย่ี งตอ่ โรค
(ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 4) 3) โครงการส่งเสรมิ การจัดการองคค์ วามรู้ด้านอาหารศึกษา
1.4 การบริหารจดั การสิ่งแวดล้อม 1) โครงการบริหารจดั การขยะและส่งิ แวดลอ้ ม
(ยุทธศาสตรท์ ี่ 5) 2) โครงการพัฒนาคุณภาพสถานบรกิ ารสุขภาพภาครัฐ
3) โครงการบริหารจัดการมลพษิ ทางอากาศ
2. Service Excellence
2.1 การพัฒนาระบบการแพทยป์ ฐม 1) โครงการผลิตและพัฒนาแพทย์เวชศาสตรค์ รอบครวั
ภมู ิ (ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4) 2) โครงการบริหารจัดการการเงนิ การคลังระบบบรกิ ารปฐมภูมิ
3) โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบสุขภาพระดบั อ�ำเภอ (DHS)
2.2 การพัฒนาระบบบรกิ ารสุขภาพ 1) โครงการระบบบริการสขุ ภาพ 13 สาขาหลกั
(ยุทธศาสตรท์ ี่ 4) 2) โครงการพฒั นาระบบสง่ ต่อ
3) โครงการพฒั นาระบบบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉินครบวงจร
2.3 ศูนยค์ วามเป็นเลศิ ทางการแพทย์ 1) โครงการพัฒนาศูนยค์ วามเป็นเลศิ ทางการแพทย์ดา้ นบริการ
(ยุทธศาสตรท์ ี่ 4) 2) โครงการพัฒนาศนู ย์ความเปน็ เลศิ ทางการแพทย์ด้านการศึกษา
3) โครงการพัฒนาศนู ย์ความเปน็ เลิศทางการแพทย์ด้านการวจิ ัย
2.4 ศูนยก์ ลางสขุ ภาพนานาชาติและ 1) โครงการศนู ยก์ ลางบรกิ ารเพ่อื ส่งเสริมสขุ ภาพ (Wellness Hub)
เขตเศรษฐกิจพิเศษ (ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1) 2) โครงการศูนย์กลางบริการดา้ นผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพและสมุนไพรไทย (Product Hub)
3) โครงการพฒั นาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ)
3. People Excellence
3.1 การวางแผนความต้องการอัตรา 1) โครงการพฒั นาฐานขอ้ มูล
กำ� ลงั (ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3) 2) โครงการการคาดการณ์ความต้องการก�ำลังคนดา้ นสขุ ภาพในอนาคต
3) การวางแผนกำ� ลังคนในระดบั มหภาคและจุลภาค
3.2 การผลิตและพัฒนาก�ำลังคน 1) โครงการผลติ บคุ ลากรดา้ นสาธารณสขุ
(ยุทธศาสตร์ท่ี 3) 2) โครงการพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขและ Talent Management
3) โครงการพัฒนาระบบบรหิ ารการวจิ ยั และการจัดการความรู้
170 การสาธารณสุขไทย 2559-2560