The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mahidaol Eighth, 2022-05-03 23:50:31

milin

text

ฆานสมั ผสั กม็ ขี ้ึน, เมอ่ื ลิน้ และรสมี ชิวหาวญิ ญาณกม็ ขี นึ้ , เมอ่ื ชวิ หาวญิ ญาณ
มี ชิวหาสมั ผัสกม็ ีขน้ึ , เมอ่ื กายและโผฏฐัพพะมี กายวญิ ญาณกม็ ีขน้ึ , เมอ่ื กาย
วญิ ญาณมี กายสัมผสั กม็ ขี ้นึ , เม่อื ใจและธรรมมี มโนวญิ ญาณก็มขี ้ึน, เมอื่
มโนวญิ ญาณมี มโนสมั ผัสกม็ ขี ้นึ , เมือ่ สัมผสั ท้ังหกนมี้ อี ยูแ ลว เวทนาก็มขี ึน้ ,
เม่อื เวทนามี ตณั หากม็ ีขน้ึ , เม่ือตัณหามี อปุ าทานก็มีขนึ้ , เมอ่ื อุปาทานมี ภพก็
มขี นึ้ , เมือ่ ภพมี ชาตกิ ็มีขน้ึ , เม่ือชาตมิ ี ชรา มรณะ โสก ปรเิ ทวทุกข โทมนสั อุ
ปายาส กม็ ีขน้ึ พรอ ม, ความเกิดขึน้ พรอ มแหงกองทุกขทง้ั ส้นิ นนั้ ยอมมอี ยา ง
น,ี้ ก็เมือ่ ตาและรปู ไมมี จกั ขวุ ิญญาณกม็ ไิ ดม,ี เมอ่ื จกั ขวุ ญิ ญาณไมมี จักขุ
สัมผสั กม็ ไิ ดม,ี เม่ือจกั ขสุ มั ผสั ไมมี เวทนาก็มิไดม,ี เมื่อเวทนาไมม ี ตณั หากม็ ิ
ไดม ี, เม่ือตณั หาไมม ี อปุ าทานกม็ ิไดม ี, เมอื่ อปุ ทานไมมี ภพก็มไิ ดม,ี เม่ือภพ
ไมม ี ชาติกม็ ไิ ดม ี, เมอื่ ชาตไิ มม ี ชราและมรณโสกปรเิ ทวทกุ ขโทมนัสอปุ ายาส
กด็ ับไป, ความดับโดยไมเหลือแหงกองทกุ ขทงั้ สน้ิ นนั้ ยอ มมีอยางน.้ี "

ร. "พระผูเ ปน เจา ชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๕. ภวนั ตสงั ขารชายนปญหา ๒๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา สงั ขารทัง้ หลายบางอยางท่ไี ม
เคยเกดิ ยอ มเกดิ ข้ึนมีบา งหรือ ?"

พระเถรเจา ทลู ตอบวา "ขอถวายพระพร ไมม .ี "
ร. "ขอพระผูเ ปน เจา จงอปุ มาใหขา พเจาฟง ."
ถ. "พระองคจะทรงสาํ คญั ความขอนีเ้ ปน ไฉน, พระท่นี งั่ ซงึ่ เปน ที่
ประทบั แหง พระองคหลงั นี้ ไมเ คยเกดิ เกิดแลว หรอื ?"
ร. "อะไร ๆ ในท่ีนี้ ซ่ึงไมเ คยเกดิ เกิดแลว ไมม ,ี ของในทนี่ ้ีลว นแตเคย
เกิด เกดิ แลว ทง้ั ส้ิน, ไมท ้ังหลายน้ไี ดเกดิ แลว ในปา , ดนิ นไ้ี ดเกิดแลวท่ีแผน ดนิ ,
เรือนหลงั นี้ไดเกดิ แลวอยางนี้ เพราะอาศัยความเพยี รทพ่ี อจะใหเปน ไดข อง
หญิงและบุรุษ."
ถ. "ขอ น้นั ฉนั ใด, สงั ขารท้ังหลายบางอยา งที่ไมเ คยเกิด ยอ มเกิดข้นึ ไม
ม,ี ท่ีเคยเกดิ จงึ เกิดขึน้ ได ขอน้ีกฉ็ นั นนั้ "
ร. "ขอพระผูเปน เจา จงอุปมาใหขาพเจาฟงอกี ."
ถ. "เหมอื นอยา งวา พชื คามและภูตคามทงั้ หลายบางอยา งทีป่ ลูกไวใน
แผนดนิ แลว ถงึ ความเจริญงอกงามไพบูลยโดยลําดบั กเ็ ผล็ดดอกออกผล ใช

วา ตนไมท ้ังหลายเหลานั้นไมเ คยเกิด เกิดแลว, ตน ไมทงั้ หลายเหลานน้ั ลว นแต
เคยเกดิ เกดิ แลวทงั้ สิน้ . ขอ นฉ้ี ันใด; สังขารท้งั หลายบางอยา ง ทีไ่ มเคยเกดิ
ยอมเกดิ ข้ึน ไมม ,ี ทเี่ คยเกิดจงึ เกดิ ข้นึ ได กเ็ หมอื นฉันนน้ั ."

ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอุปมาใหยิง่ ขน้ึ อกี ."
ถ. "เหมอื นอยา งวา ชา งหมอ ทง้ั หลาย ขดุ ดินขนึ้ จากแผน ดนิ แลว ทาํ
ภาชนะทั้งหลายตาง ๆ, มิใชวา ภาชนะท้งั หลายนน้ั ไมเ คยเกดิ แลว , ภาชนะทง้ั
หลายนน้ั เคยเกดิ จงึ เกิดแลว ขอนนั้ ฉันใด; สังขารทง้ั หลาย บางอยางท่ีไมเ คย
เกดิ ยอมเกดิ ขึ้น ไมม ,ี ท่ีเคยเกิดจึงเกดิ ขนึ้ ได ฉนั นนั้ ."
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอปุ มาใหข าพเจา ฟงอีก."
ถ. "ขอถวายพระพร เหมอื นอยา งวา "ตวั ของพณิ ไมม ,ี หนังไมม,ี ราง
ไมมี, คันไมม,ี ลกู บดิ ไมม ,ี สายไมม ,ี เครอ่ื งดดี ไมมี, ความเพียรทีพ่ อจะใหเกิด
เสียงไดของบรุ ษุ ไมม ,ี เสยี งจะเกดิ ขึน้ ไดห รอื ?"
ร. "ไมไดซ .ิ "
ถ. "กเ็ มอ่ื ใด ตวั ของพิณม,ี หนังม,ี รางม,ี คันม,ี ลกู บิดมี, สายม,ี
เครอ่ื งดีดมี, ความเพียรทพี่ อจะใหเกดิ เสยี งไดของบรุ ษุ มีอยเู สียงจะเกดิ ขึ้น
ไดห รือไม ?"
ร. "ไดซิ."
ถ. "ขอ นน้ั ฉันใด, สังขารทงั้ หลายบางอยา งท่ีไมเ คยเกิด ยอ มเกิดขึ้น
ไมม,ี ที่เคยเกดิ จงึ เกิดขน้ึ ได ฉันนน้ั ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจา จงอุปมาใหย่งิ ขน้ึ อีก"
ถ. "เหมือนอยา งวา ไมสีไฟไมม,ี ลกู ไมส ไี ฟสําหรับรองขางลา งไมม ,ี
เชือกสําหรบั ผูกไมสไี ฟไมม .ี ไมส ําหรบั สีขา งบนไมม ,ี ปุยไมม ี ความเพยี รท่ีพอ
จะใหเกดิ ไฟไดของบรุ ษุ ไมม ,ี ไฟนน้ั จะเกดิ ขึ้นไดห รอื ไม ?"
ร. "ไมไดซ.ิ "
ถ. ก็เม่ือใดไมส ีไฟม,ี ลกู ไมสไี ฟสาํ หรับรองขางลางม,ี เชือกสําหรับผกู
ไมส ไี ฟมี, ไมสําหรับสีขางบนม,ี ปยุ ม,ี ความเพยี รทพ่ี อจะใหเกิดไฟไดข องบุรุษ
ม,ี ไฟนนั้ จะเกดิ ไดหรือไม ?"
ร. "ไดซิ."
ถ. "ขอ น้ันฉนั ใด, สังขารท้งั หลายบางอยา งทไี่ มเ คยเกดิ ยอ มเกิดข้ึน
ไมมี, ท่เี คยเกดิ จึงเกิดขนึ้ ได ฉันนน้ั ."
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอปุ มาใหยงิ่ ขน้ึ อีก"

ถ. "เหมือนอยา งวา แกวมณไี มม ,ี แสงพระอาทติ ยไ มม,ี โคมยั ไมม ,ี ไฟ
นน้ั จะเกดิ ข้นึ ไดหรอื ไม ?"

ร. "ไมไดซ .ิ "
ถ. "กเ็ ม่ือใดแลวมณีม,ี แสงพระอาทิตยม ,ี โคมยั ม,ี ไฟนนั้ จะเกดิ ขน้ึ ได
หรือไม ?"
ร. "ไดซ ิ."
ถ. "ขอ นัน้ ฉันใด, สงั ขารท้งั หลายบางอยา งท่ไี มเคยเกดิ ยอ มเกดิ ขึ้น
ไมม ี, ท่ีเคยเกดิ จึงเกดิ ขน้ึ ได ฉนั น้ัน."
ร. "ขอพระผเู ปน เจา จงอปุ มาใหข าพเจาฟงใหยิง่ ขน้ึ อีก."
ถ. "เหมือนอยา งวา แวนไมม ,ี แสงสวางไมม ,ี หนา ไมม ,ี ตัวจะเกดิ ขน้ึ
ไดหรอื ไม ?"
ร. "ไมไดซ "ิ
ถ. "ก็เมื่อใด แวน ม,ี แสงสวา งม,ี หนา ม,ี ตัวจะเกิดขน้ึ ไดหรือไม ?"
ร. "ไดซ .ิ "
ถ. ขอน้ันฉนั ใด, สงั ขารทงั้ หลายบางอยา งทไ่ี มเคยเกดิ ยอ มเกิดข้นึ ไม
ม,ี ที่เคยเกิด จงึ เกดิ ขึน้ ได ฉนั นนั้ ."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๖. เวทคูปญ หา ๓๐

พระราชาตรสั ถามวา "เจตภูต (เวทค)ู มีอยหู รือพระผูเปน เจา ?"
พระเถรเจา ทูลตอบวา "มหาราช อะไรชือ่ วา เจตภตู (เวทค)ู ."
ร. "สภาวะที่เปน อยใู นภายใน ยอมเห็นรูปไดดว ยนยั นต า, ฟง เสียงได
ดวยห,ู สบู ดมกล่นิ ไดดวยจมูก, ลิม้ รสไดดวยล้ิน, ถูกตองอารมณทจี่ ะพงึ ถกู
ตอ งไดด ว ยกาย, รูธรรมทคี่ วรรไู ดด ว ยใจ, เหมือนกะเราทง้ั หลายนง่ั อยทู ี่
ปราสาทนี้แลว ปรารถนาจะดูโดยหนา ตางใด ๆ จะพงึ เหน็ ไดโ ดยหนา ตา ง
น้ัน ๆ, ปรารถนาจะดโู ดยหนา ตางขางทศิ บรู พาก็จะเหน็ ไดโดยหนา ตา งขา ง
ทิศบูรพา, ปรารถนาจะดโู ดยหนาตา งขางทิศปศ จมิ ก็จะแลเหน็ ไดโ ดยหนา
ตางขางทศิ ปศจิม, ปรารถนาจะดโู ดยหนา ตา งขางทิศอดุ ร ก็จะแลเหน็ ไดโ ดย
หนา ตา งขา งทศิ อุดร, ปรารถนาจะดโู ดยหนาตา งขางทศิ ทักษณิ กจ็ ะแลเห็นได
โดยหนาตางขา งทศิ ทักษิณ, ขอนีฉ้ นั ใด; สภาวะทีเ่ ปน อยใู นภายในนน้ั

ปรารถนาจะเห็นโดยทวารใด ๆ ยอ มเห็นไดโดยทวารนน้ั ๆ."
ถ. "ขอถวายพระพร อาตมภาพจะกลา วถงึ ทวารหา, ขอพระองคท รง

สดับ ทําในพระทยั ใหชอบเถดิ . ถาสภาวะทเ่ี ปน อยใู นภายในนน้ั จะเหน็ รปู ได
ดวยนยั นตา, เหมือนอยางวา เราทงั้ หลายนง่ั อยูท่ปี ราสาทนปี้ รารถนาจะดู
โดยพระแกลใด ๆ ก็ยอมจะเหน็ รูปไดโดยพระแกลนัน้ ๆ, ปรารถนาจะดโู ดย
พระแกลขางทศิ บรู พา หรือทศิ ปศ จมิ ทศิ อดุ ร ทศิ ทกั ษิณ ก็จะแลเหน็ รปู ไดโดย
พระแกลขา งทศิ บูรพา ทศิ ปศ จิม ทศิ อดุ ร ทิศทกั ษิณ, เมอ่ื เปน เชน น;ี้ สภาวะที่
เปน อยูในภายในนน้ั จะเห็นรปู ฟง เสียง สูบดมกล่ิน ลมิ้ รส ถกู ตองโผฏฐพั พะ รู
ธรรมารมณ ดว ยตา, ห,ู จมกู , ลิ้น, กาย, ใจ, (ทีม่ ิใชว สิ ยั อกี หาทวารนนั้ ) ก็ได
ท้ังน้นั หรอื มหาราช ?"

ร. "ไมไดหมดทั้งนัน้ ซ.ิ "
ถ. "คําทีพ่ ระองคตรสั นั้น ขางตนกับขา งปลายมิไดสมกนั อีกอยา งหนง่ึ
เหมือนอยางวา เราทัง้ หลายน้งั อยูบนปราสาทนแี้ ลว , เมื่อพระบญั ชรทง้ั หลาย
เหลานเ้ี ปด แลว หนั หนา ไปขางนอก ยอ มเห็ฯรูปไดดีกวาทางอากาศอนั ใหญ
ขอ นี้ฉันใด, สภาวะทเ่ี ปนอยใู นภายในนนั้ , คร้ันเมื่อทวาร คอื ดวงตาเปด แลว
จะพึงเหน็ รปู ไดดกี วา ทางอากาศอนั ใหญ ฉันนนั้ , คร้นั เมอ่ื เปดแลว จมูกเปด
แลว ลนิ้ เปดแลว กายเปด แลว จะพึงฟง เสยี งได จะพงึ ดมกลิน่ ได จะพงึ ล้มิ รส
ได จะพงึ ถกู ตอ งโผฏฐพั พะได ดีกวาทางอากาศอนั ใหญห รอื ไม ?"
ร. "ไมไดซิ พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร คาํ ทพ่ี ระองคตรสั นนั้ ขา งตน กับขา งปลายมิไดส ม
กนั . อีกอยา งหนง่ึ เหมือนอยา งวา ทนิ นอมาตยน อี้ อกไปยืนอยทู ีภ่ ายนอกซุม
พระทวารแลว , พระองคจ ะทรงทราบหรือไม ?"
ร. "ทราบซิ พระผูเปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร เหมอื นอยา งวา ทนิ นอมาตยน เี้ ขา ไป ณ ภายใน
แลว ยนื อยูเฉพาะพระพกั ตรของพระองค ๆ จะทรงทราบหรือไม ?"
ร. "ทราบซิ พระผูเปน เจา ."
ถ. ขอ นน้ั ฉนั ใด, สภาวะที่เปน อยใู นภายในนั้น จะพึงรรู สท่วี างไวบน
ลิน้ วา 'เปนรสเปรีย้ ว, รสเคม็ , รสขม, รสเผด็ , รสฝาด, รสหวาน' หรอื ไม ?"
ร. "รซู ิ พระผูเปน."
ถ. "สภาวะทีเ่ ปน อยูในภายในนนั้ จะพงึ รูรสทงั้ หลายท่ีเขา ไปในภายใน
แลววา 'เปนรสเปร้ียว, หรือรสเค็ม, รสขม, รสเผด็ , รสฝาด, รสหวาน' หรอื ไม

?"
ร. "รไู มไ ดซ ิ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "คําที่พระองคต รัสน้ัน ขา งตน กบั ขา งปลายมิไดสมกนั . อกี อยาง

หนงึ่ เหมือนอยา งวา บรุ ุษคนหนง่ึ นาํ นา้ํ ผงึ้ มาสกั รอ ยหมอ แลว เทลงในรางให
เตม็ แลว ปด ปากของบรุ ุษแลว จะจบั ลงวางไวใ นรางนํา้ ผง้ึ นนั้ , บรุ ษุ นน้ั จะรไู ด
ไหมวา 'น้ําผง้ึ นัน้ อรอ ยหรือไมอ รอย ?"

ร. "รไู มไดซ ิ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "เพราะเหตไุ ร จึงรูไมไ ด ?"
ร. "เพราะนํา้ ผงึ้ ไมไ ดเ ขาไปในปากของบุรษุ นน้ั "
ถ. "คาํ ท่พี ระองคต รัสน้นั ขา งตน กบั ขา งปลายมไดสมกนั ."
ร. "ขา พเจา มสามารถจะเจรจากบั พระผเู ปนเจา ผูชา งพูดได; ขอพระผู
เปนเจา ขยายความเถิด."
พระเถรเจา ไดถ วายวิสชั นาใหพ ระเจา มิลนิ ททรงเขาพระราชหฤทยั
ดว ยพระอภธิ รรมกถาวา "ขอถวายพระพร อาศยั ตากบั รปู เกดิ จกั ขวุ ิญญาณ
ข้นึ , อาศัยหกู บั เสยี ง เกิดโสตวญิ ญาณข้นึ , อาศัยจมูกกบั กลน่ิ เกิดฆาน
วิญญาณขึ้น, อาศยั ลิน้ กับรส เกดิ ชิวหาวญิ ญาขนึ้ , อาศยั กายกับโผฏฐัพพะ
เกดิ กายวญิ ญาณขน้ึ , อาศยั ใจกบั ธรรม เกดิ มโนวิญญาณขนึ้ , ผสั สะ เวทนา
สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชวี ติ ินทรยี  และมนสกิ าร เกดิ พรอมกบั วิญญาณทง้ั
หกนนั้ , ธรรมทัง้ หลายยอ มเกิดขึน้ เพราะปจ จัยอยา งน,ี้ แตเจตภตู (เวทค)ู ไม
มีอยูใ นน้นั ."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๗. จกั ขวุ ิญญาณ มโนวิญญาปญหา ๓๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา จกั ขวุ ญิ ญาณ, โสตวญิ ญาณ
ฆานวญิ ญาณ, ชิวหาวญิ ญาณ, กายวิญญาณ, วิญญาณท้ังหา อยางนีอ้ ยา ง
ใดอยา งหนงึ่ เกดิ ข้ึนในทใ่ี ด; มโนวิญญาณยอมเกิดขึน้ ในน้นั หรือ ?

พระเถรเจา กท็ ลู ตอบวา "ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเปน เจา กว็ ญิ ญาณท้งั หานน้ั อยา งใดอยา งหนึง่ เกิดขึน้ กอ น
มโนวิญญาณเกิดขึ้นภายหลงั , หรอื วา มโนวญิ ญาณเกิดขึ้นกอน, วญิ ญาณทั้ง
หา นัน้ เกดิ ขนึ้ ภายหลงั เลา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร วญิ ญาณทัง้ หา น้ันเกดิ ขน้ึ กอ น มโนวิญญาณเกดิ
ขน้ึ ภายหลงั ."

ร. "กว็ ิญญาณทงั้ หา น้นั ไดส งั่ มโนวญิ ญาณวา 'เราเกิดข้ึนในทีใ่ ด ทา น
จงเกดิ ขึน้ ในทน่ี ้ัน' ดงั น,้ี หรอื วามโนวญิ ญาณบอกวญิ ญาณทง้ั หาวา 'ทานจกั
เกิดขนึ้ ในทใี่ ด เราจักเกิดขึน้ ในทน่ี น้ั ' ดังน.้ี "

ถ. "ขอถวายพระพร ไมอ ยา งนนั้ , ความเจรจาดว ยกนั และกันแหง
วญิ ญาณทงั้ หลายเหลานนั้ มไิ ดม ี."

ร. "กอ็ ยา งไร วญิ ญาณทงั้ หา นั้นเกิดขึ้นในทใ่ี ด มโนวิญญาณจงึ เกดิ
ขึ้นในทนี่ นั่ เลา พระผเู ปน เจา ."

ถ. "เพราะมโนวิญญาณเปน ดุจทล่ี ุม เพราะเปน ทวาร เพราะเปน ท่เี คย
และเพราะเปน ทีช่ าํ นาญ"

ร. "วญิ ญาณทงั้ หา เกิดข้ึนในทใ่ี ด มโนวิญญาณเกดิ ขึ้นในทน่ี น้ั , เพราะ
มโนวญิ ญาณเปน ดุจทลี่ มุ นนั้ อยา งไร, ขอพระผเู ปน เจา จงอุปมาใหข าพเจา
ฟง."

ถ. "ขอถวายพระพร พระองคจ ะทรงสาํ คญั ความขอ นนั้ ปนไฉน:
เหมือนอยา งวา เมอ่ื ฝนตกอยู นาํ้ จะพงึ ไหลไปโดยทไ่ี หนเลา ?"

ร. "ท่ลี ุมอยทู างไหน นา้ํ กจ็ ะไหลไปโดยทางนั้นแหละ พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ก็เมื่อเปนอยางนน้ั ฝนตกในสมยั อนื่ อกี , น้ําจะพงึ ไหลไปทางไหน
อีกเลา ?"
ร. "นํ้าคราวกอนไหลไปทางใด, นํ้าคราวหลงั กไ็ หลไปทางน้ัน."
ถ. "ขอถวายพระพร นา้ํ คราวกอ นไดส่งั นํา้ คราวหลงั หรือวา 'ถาเราไหล
ไปทางใด, ทา นจงไหลไปทางนน้ั ' ดังน,ี้ หรอื วา นาํ้ คราวหลังบอกนํา้ คราวหนา
กอ นวา 'ทานจกั ไหลไปทางใด, เราจกั ไหลไปทางนน้ั ' ดงั น.ี้ "
ร. "หามิได ความเจรจาดว ยกันและกนั ของนาํ้ ทง้ั สองคราวนั้นมิไดม,ี
นํา้ ทง้ั สองคราวนน้ั ไหลไป กเ็ พราะทน่ี นั้ ลมุ ."
ถ. "ขอนน้ั ฉนั ใด, วิญญาณทง้ั หา อยา งใดอยางหน่งึ เกดิ ข้นึ ในทีใ่ ด มโน
วญิ ญาณกเ็ กดิ ขึ้นในทนี่ ้นั เพราะเปน ดจุ ทลี่ มุ , วิญญาณทัง้ หานั้น มไิ ดส ัง่ มโน
วญิ ญาณวา 'เราเกิดขึ้นในทใี่ ด ทา นจงเกิดข้นึ ในทน่ี นั้ ' ดังน,ี้ มโนวญิ ญาณก็
มิไดบ อกวญิ ญาณทัง้ หาวา 'ทานเกิดขึน้ ในท่ใี ด เราจกั เกิดขึ้นในทนี่ น้ั ' ดงั น.ี้
ความเจรจาดว ยกนั และกนั ของวิญญาณทง้ั หลายนนั้ มไิ ดม,ี มโนวญิ ญาณ
เกดิ ขนึ้ กเ็ พราะมโนวิญญาณเปน ดุจที่ลมุ ขอน้กี เ็ หมือนฉะนน้ั ."

ร. "วญิ ญาณทง้ั หา อยางใดอยา งหนง่ึ เกิดขน้ึ ในทใ่ี ด มโนวญิ ญาณ
ยอ มเกดิ ข้ึนในที่นนั้ เพราะมโนวิญญาณเปน ทวารน้นั อยา งไร ? ขอพระพระผู
เปนเจา จงอุปมาใหขาพเจา ฟง ."

ถ. "เหมือนอยา งวา เมอื งซงึ่ ตั้งอยูใ นท่สี ุดแดนของพระราชา มีกาํ แพง
และเสาระเนยี ดแข็งแรงหนา มปี ระตู ๆ เดยี ว, บุรษุ ปรารถนาจะออกไปจาก
เมอื งนน้ั บุรษุ นัน้ จะพงึ ออกไปทางไหน."

ร. "ออกไปทางประตนู ะซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร บรุ ุษคนอื่นอีก ปรารถนาจะออกไปจากเมอื งนน้ั
จะพึงออกไปทางไหน ?"
ร. "บรุ ษุ คนกอ นออกไปทางใด บรุ ษุ คนทหี ลังกอ็ อกไปทางนนั้ แหละ."
ถ. บุรุษคนกอนไดส ง่ั คนทีหลังวา 'เราออกไปทางใด ทา นจงออกไป
ทางนนั้ ' ดังน,ี้ หรือวาบุรุษคนทหี ลงั บอกบรุ ุษคนกอ นวา 'ทา นจักไปทางใด เรา
จกั ไปทางนน้ั ' ดงั นีเ้ ลา ?"
ร. "หามไิ ด, ความเจรจาดวยกนั และกัน ของบุรุษทง้ั สองนนั้ มิไดม.ี "
ถ. "ขอ นัน้ ฉนั ใด, วญิ ญาณทงั้ หา อยา งใดอยางหน่งึ เกิดขนึ้ ในท่ใี ด
มโนวิญญาณกเ็ กดิ ขนึ้ ในทน่ี น้ั เพราะมโนวญิ ญาณเปนทวาร, วญิ ญาทงั้ หา
นั้นมไิ ดส ง่ั มโนวญิ ญาณวา 'เราเกดิ ข้ึนในทใ่ี ด ทานจงเกิดขนึ้ ในทนี่ นั้ ' ดังน,้ี
และมโนวิญญาณก็มิไดบอกวญิ ญาณทง้ั หา วา 'ทานจกั เกิดขึน้ ในท่ีใด เราจกั
เกดิ ขนึ้ ในทนี่ น้ั ' ดังน.ี้ ความเจรจาดว ยกนั และกนั ของวญิ ญาณท้งั หลายเหลา
นน้ั มไิ ดม,ี วิญญาณท้งั หา นนั้ เกดิ เพราะมโนวิญญาณเปน ทวาร ขอ นก้ี ็เหมอื น
ฉะนนั้ ."
ร. "วิญญาณทงั้ หา อยางใดอยางหนึง่ เกดิ ขนึ้ ในท่ใี ด มโนวิญญาณ
ยอมเกดิ ขน้ึ ในทีน่ น้ั เพราะมโนวญิ ญาณเปน ท่เี คยนนั้ อยา งไร ? ขอพระผูเปน
เจา จงอปุ มาใหข าพเจา ฟง ."
ถ. "ขอถวายพระพร พระองคจ ะทรงสาํ คัญความขอ นนั้ เปนไฉน
เกวียนเลมหนงึ่ ไปกอ น, ในภายหลงั เกวียนเลมที่สองจะพงึ ไปทางไหน ?"
ร. "เกวียนเลม กอนไปทางใด เกวยี นเลม ทหี ลังกไ็ ปทางนน้ั นะซ"ิ
ถ."ขอถวายพระพร เกวียนเลม กอ นไดส งั่ เกวียนเลม ทหี ลงั วา 'เราไป
ทางใด ทา นจงไปทางน้ัน' ดังน,ี้ หรอื วา เกวยี นเลม ทหี ลงั บอกเวียนเลมกอ นวา
'ทา นจกั ไปทางใด เราจกั ไปทางนนั้ ' ดังน"้ี
ร. "หามิได, ความเจรจาดวยกันและกัน ของเกวยี นทง้ั หลายนนั้ มิไดม ,ี

เกวียนเลมกอ นไปทางใด เกวยี นเลมทหี ลงั ก็ไปทางนน้ั เพราะเปน ของเคย."
ถ. "ขอ น้นั ฉันใด, วญิ ญาณทงั้ หา อยา งใดอยางหนึง่ เกิดข้นึ ในท่ใี ด มโน

วิญญาณยอ มเกดิ ขึ้นในทนี่ น้ั เพราะมโนวญิ ญาณเปน ทเี่ คย, วญิ ญาณทั้งหา
นั้นมไิ ดส ง่ั มโนวญิ ญาณวา 'เราเกิดขึ้นในทใี่ ด ทา นจงเกดิ ขึน้ ในทนี่ น้ั ' ดังน,้ี
และมโนวญิ ญาณกม็ ไิ ดบอกวญิ ญาณทงั้ หา วา 'ทานจกั เกดิ ขึ้นในทีใ่ ด เราจัก
เกิดขนึ้ ในทน่ี นั้ ' ดงั น,้ี ความเจรจาดวยกนั และกัน ของวิญญาณทง้ั หลายเหลา
นน้ั มิได, วญิ ญาณท้งั หาเกดิ ขึ้นเพราะมโนวญิ ญาณเปน ที่เคย ขอ นกี้ เ็ หมอื น
ฉะนน้ั .

ร. "วิญญาณทง้ั หา อยางใดอยางหนง่ึ เกิดขนึ้ ในทีใ่ ด มโนวญิ ญาณ
ยอมเกิดขึ้นในท่นี น้ั เพราะมโนวิญญาณเปน ทช่ี าํ นาญนน้ั อยา งไร ? ขอพระผู
เปน เจา จงอุปมาใหข า พเจา ฟง ."

ถ. "คนแรกเรยี นศลิ ป คอื วิธนี บั อนั ตางโดยชอ่ื วา มทุ ธา คณนา สงั ขา
เลขา ยอมมคี วามเงอื่ งชา, ภายหลงั ในสมยั อ่นื เพราะไดต รติ รองทําชาํ นาญ
ยอ มไมม คี วามเช่ืองชา เหมอื นอยา งกอ นฉนั ใด; วญิ ญาณทัง้ หาอยา งใดอยาง
หนง่ึ เกิดข้ึนในทใี่ ด มโนวญิ ญาณยอมเกิดขน้ึ ในทน่ี น้ั เพราะมโนวิญญาณเปน
ท่ีชํานาญ, วญิ ญาณทัง้ หาน้ันมไิ ดส ง่ั มโนวิญญาณวา 'เราเกดิ ข้นึ ในทใ่ี ด ทา น
จงเกิดขนึ้ ในทนี่ น้ั ' ดังน,้ี และมโนวิญญาณก็มิไดบอกวญิ ญาณท้ังหา วา 'ทา น
จกั เกิดขน้ึ ในทใ่ี ด เราจักเกดิ ข้นึ ในทนี่ น้ั ' ดังน,ี้ ความเจรจาดวยกนั และกนั ของ
วิญญาณทงั้ หลายนน้ั มิไดม,ี วญิ ญาณท้ังหานนั้ เกิดข้นึ เพราะมโนวญิ ญาณ
เปน ทชี่ ํานาญ ขอนก้ี ็เหมอื นฉะนน้ั ."

ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๘. ผัสสลกั ขณปญ หา ๓๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา มโนวญิ ญาณเกิดขึ้นในทใ่ี ด,
เวทนาก็เกดิ ขน้ึ ในท่นี นั้ หรือ ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร มโนวิญญาณเกดิ ขึน้ ในทใี่ ด
แมผัสสะ แมเวทนา แมสัญญา แมเ จตนา แมว จิ ารก็ยอมเกิดในที่นน้ั ; ธรรมท้งั
หลายมผี สั สะเปน ตน ยอมเกดิ ขึ้นในทน่ี น้ั แมท ้ังหมด."

ร. "พระผเู ปน เจา ผัสสะมลี ักษณะอยางไร ?"
ถ. "ผสั สะมีลักษณะถกู ตอ ง."

ร. "ขอพระผเู ปน เจา จงอปุ มาใหข าพเจา ฟง."
ถ. "เหมือนอยา งวา แกะสองตวั จะชนกัน, พงึ เห็นจกั ษวุ าเหมอื นแกะ
ตัวหนง่ึ ในแกะท้ังสองนน้ั , พงึ เหน็ รูปวา เหมือนแกะตวั ทสี่ อง, พงึ เหน็ ผสั สะวา
เหมอื นความถกู กันแหง แกะท้งั สองนนั้ ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจา ของอปุ มาใหยงิ่ ขน้ึ ไปอกี ."
ถ. "เหมือนอยา งวา ฝา มอื ทง้ั สองจะปรบกนั พงึ เหน็ จักษวุ าเหมอื นฝา
มือขางน้ัน, พงึ เหน็ รปู วา เหมือนฝา มือขางที่สอง, พงึ เหน็ ผัสสะวา เหมอื น
ความถกู กนั แหง ฝา มือทงั้ สองขา งนน้ั ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจาจงอุปมาใหข าพเจา ฟงอีก.
ถ. "เหมือนอยา งวา คนถือไมก รบั สองอันจะตีกัน, พงึ เหน็ จักษวุ า
เหมือนไมก รับอันหนึ่ง ในไมก รับทง้ั สองอนั น้ัน, พึงเหน็ รูปวา เหมอื นไมก รับอัน
ที่สอง, พงึ เห็นผสั สะวา เหมอื นความถูกกนั แหงไมก รบั ทง้ั สองอนั นน้ั ."
ร. "พระผูเปน เจาชางฉลาดจริง ๆ."

๘. ผสั สลกั ขณปญหา ๓๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา มโนวญิ ญาณเกดิ ข้ึนในท่ีใด,
เวทนากเ็ กดิ ขน้ึ ในที่นน้ั หรือ ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร มโนวญิ ญาณเกดิ ข้นึ ในท่ใี ด
แมผ สั สะ แมเวทนา แมส ัญญา แมเจตนา แมว จิ ารก็ยอ มเกดิ ในท่ีนน้ั ; ธรรมท้งั
หลายมีผัสสะเปน ตน ยอมเกดิ ขนึ้ ในทน่ี ้ันแมท ั้งหมด."

ร. "พระผเู ปน เจา ผสั สะมีลกั ษณะอยางไร ?"
ถ. "ผสั สะมีลกั ษณะถูกตอ ง."
ร. "ขอพระผูเ ปน เจา จงอปุ มาใหขาพเจาฟง."
ถ. "เหมอื นอยา งวา แกะสองตัวจะชนกัน, พงึ เห็นจักษวุ าเหมือนแกะ
ตัวหนงึ่ ในแกะท้งั สองนนั้ , พงึ เหน็ รูปวา เหมือนแกะตัวทส่ี อง, พงึ เหน็ ผสั สะวา
เหมือนความถกู กันแหง แกะทงั้ สองนนั้ ."
ร. "ขอพระผูเ ปน เจาของอปุ มาใหยงิ่ ขนึ้ ไปอกี ."
ถ. "เหมือนอยา งวา ฝามือทงั้ สองจะปรบกนั พงึ เหน็ จกั ษวุ า เหมอื นฝา
มือขา งน้ัน, พงึ เหน็ รูปวา เหมอื นฝา มอื ขา งทีส่ อง, พงึ เหน็ ผัสสะวา เหมือน
ความถกู กนั แหง ฝา มอื ทงั้ สองขางนั้น."

ร. "ขอพระผูเ ปน เจาจงอุปมาใหขา พเจา ฟง อกี .
ถ. "เหมือนอยา งวา คนถอื ไมกรบั สองอันจะตีกนั , พึงเหน็ จักษวุ า
เหมือนไมก รบั อนั หนึ่ง ในไมก รับท้ังสองอันนน้ั , พงึ เหน็ รูปวา เหมือนไมก รับอัน
ทส่ี อง, พงึ เหน็ ผัสสะวา เหมอื นความถูกกนั แหง ไมก รบั ทง้ั สองอนั นนั้ ."
ร. "พระผูเปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

๙. เวทนาลกั ขณปญหา ๓๓

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา เวทนามลี ักษณะอยา งไร ?"
พระเถรเจา ทลู ตอบวา "มหาราช เวทนามลี กั ษณะรูสกึ และมีลกั ษณะ
เสวย."
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอุปมาใหขาพเจาฟง ."
ถ. "เหมอื นอยา งวา บรุ ุษคนหนงึ่ ทาํ ความชอบไวแดพ ระเจา แผนดนิ ๆ
กท็ รงยินดี พระราชทานบาํ เหนจ็ แกบ ุรษุ นน้ั ๆ บาํ เรอตนใหอมิ่ เอิบบริบรู ณ
ดว ยกามคุณทง้ั หา เพราะบาํ เหน็จทไ่ี ดรับพระราชทานนน้ั , บรุ ษุ น้ันจงึ มา
คํานงึ อยวู า 'เราไดท าํ ความชอบไวแ ดพระเจา แผนดินในกาลกอนแลว , พระ
เจาแผน ดนิ ทรงยนิ ดี พระราชทานบาํ เหน็จแกเรา, เราจงึ ไดเ สวยเวทนาอนั น้ี มี
การทไ่ี ดทาํ ความชอบน้นั เปน เหต'ุ ก็อกี นัยหนง่ึ เหมือนอยา งวา บรุ ษุ คนหง่ึ ทาํ
กศุ ลไวแลว ครน้ั สน้ิ ชพี แลว ก็ไดไปบงั เกิดในสคุ ตโิ ลกสวรรค, บุรุษนนั้ ก็บําเรอ
ตนใหอ ่มิ เอิบบริบูรณด ว ยกามคุณหา อันเปนทพิ ยอยใู นที่นนั้ , บรุ ษุ นั้นจึงมา
คํานงึ วา 'เราไดทํากุศลกรรมไวในปางกอนแหละ เราจงึ ไดเสวยเวทนาอนั น้ี มี
การท่ไี ดท าํ กุศลกรรมอันนน้ั เปนเหต'ุ ดังนี้ ขอ นม้ี ีอุปมาฉนั ใด; เวทนามี
ลักษณะรูส กึ และมีลกั ษณะเสวย กเ็ หมือนกนั ฉะนัน้ ."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

๑๐. สัญญาลักขณปญหา ๓๔

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา สัญญามลี กั ษณะอยา งไร ?"
พระเถรเจา ทูลตอบวา "สัญญามลี กั ษณะกําหนดร.ู "
ร. "สัญญา กาํ หนดรอู ยา งไร ?"
ถ. "สัญญา กาํ หนดรสู เี ขียว สีเหลือง สีแดง สีขาว และสแี สด; สัญญา

มีลักษณะกาํ หนดรูอยา งนี้แหละ มหาราช."
ร. "ขอพระผูเปน เจา จงอุปมาใหข า พเจา ฟง ."
ถ. "เหมือนอยา งวา เจาพนกั งานผูจ ดั การพระคลังหลวง เขา ไปสพู ระ

คลังหลวงแลว เหน็ เครื่องราชปู โภคท้ังหลาย ท่ีมสี ีเขียว สีเหลือง สีแดง สขี าว
และสีแสดแลวกก็ าํ หนดจําได ขอ นฉ้ี ันใด, สญั ญามีลกั ษณะกําหนดจาํ เหมือน
ฉะนนั้ ."

ร. "พระผเู ปน เจาชางฉลาดจริง ๆ."

๑๑. เจตนาลกั ขณปญหา ๓๕

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา เจตนามลี กั ษณะเปน อยางไร ?"
พระเถรเจา กท็ ลู ตอบวา "มหาราช เจตนามลี กั ษณะดํารแิ ละลักษณะ
แตง."
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอุปมาใหขาพเจา ฟง ."
ถ. "เหมือนอยา งวา บรุ ษุ คนหนง่ึ แตง ยาพษิ แลวดมื่ กนิ เองบาง ใหคน
อน่ื ด่ืมกนิ บาง, บุรุษนนั้ กจ็ ะไดเ สวยทกุ ขดวยตนเอง, แมถ งึ คนอน่ื ก็จะไดเ สวย
ทุกข ขอ น้ฉี นั ใด; บคุ คลบางคนในโลกนี้ ดําริอกศุ ลกรรมดว ยเจตนาแลว ครน้ั
ส้ินชพี แลว ก็จะไปเกดิ ในอบาย ทคุ ติ วนิ บิ าต นรก, แมผ ใู ดสาํ เหนยี กตามบรุ ษุ
น้ัน ครัน้ สิน้ ชพี แลว ผนู ้นั กจ็ ะไปเกดิ ในอบาย ทุคติ วนิ บิ าต นรก ขอนกี้ ็เหมอื น
ฉะนั้น. อกี อยา งหนง่ึ เหมอื นอยางวา บรุ ุษคนหนง่ึ แตง เนยใส เนยขน นา้ํ มนั
นํา้ ผงึ้ น้ําออ ย ใหม ีรสกลมเกลยี วกนั แลว ดมื่ กนิ เองบาง ใหคนอน่ื ดืม่ บาง,
บรุ ุษนน้ั กจ็ ะพงึ ไดความสขุ ดว ยตนเอง แมค นอืน่ กพ็ งึ ไดค วามสุขดว ย ขอ นฉี้ ัน
ใด; บคุ คลบางคนในโลกน้ี ดํารกิ ุศลกรรมดว ยเจตนาแลว คร้นั สนิ้ ชีพแลวกจ็ ะ
ไปเกดิ ในสุคตโิ ลกสวรรค, แมผใู ดสําเหนยี กตามบคุ คลนน้ั คร้นั สน้ิ ชพี แลว ก็
จะไปเกดิ ในสคุ ติในโลกสวรรค ขอ นี้ก็เหมอื นฉะนน้ั . เจตนามีลกั ษณะดาํ ริและ
มีลักษณะแตงอยา งน.้ี "
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๑๒. วญิ ญาณลกั ขณปญหา ๓๖

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา วิญญาณมีลกั ษณะอยางไร ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "มหาราช วญิ ญาณมีลักษณะรแู จง ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจา จงอปุ มาใหข า พเจาฟง."
ถ. "เหมือนอยา งวา คนรกั ษาพระนครนง่ั อยูทีถ่ นนสแี่ ยก ณ ทา มกลาง
แหงพระนครแลว จะพงึ แลเหน็ บุรษุ ทีม่ าอยแู ตท ิศตะวันออก ทิศใต ทศิ ตะวัน
ตก ทศิ เหนือได ฉนั ใด; บคุ คลเหน็ รูปใดดวยนัยนตา ฟง เสียงดวยหู สูบดม
กลิน่ ดวยจมกู ล้มิ รสดว ยลิ้น ถูกตองโผฏฐพั พะ (ส่ิงทค่ี วรถูกตอ ง) ดวยกาย รู
ธรรมารมณด ว ยใจ ก็ยอ มรูรปู เสียง กลน่ิ รส โผฏฐัพพะ เหลา นั้นไดช ดั ดว ย
วิญญาณ ขอ นก้ี ็เหมอื นฉะน้ัน. วิญญาณมลี ักษณะรแู จง อยา งน.้ี "
ร. "พระผูเ ปน เจา ชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๑๓. วติ กั กลกั ขณปญหา ๓๗

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา วติ กมลี กั ษณะอยา งไร ?"
พระเถรเจา ทูลตอบวา "มหาราช วิตกมลี กั ษณะแนบกบั จติ ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจา จงอุปมาใหขาพเจา ฟง ."
ถ. "เหมือนอยา งวา นายชางไมเ ขา ปากไม ทที่ าํ บรกิ รรมดแี ลว ใหส นทิ
ขอนฉ้ี นั ใด, วติ กมลี ักษณะแนบกบั จิต เหมอื นฉะน้นั ."
ร. "พระผเู ปน เจาชางฉลาดจรงิ ๆ."

๑๔. วิจารลักขณปญ หา ๓๘

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา วจิ ารมีลกั ษณะอยา งไร ?"
พระเถรเจา ทลู ตอบวา "มหาราช วิจารมลี กั ษณะตามเคลา ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจาจงอปุ มาใหขาพเจาฟง."
ถ. "เหมอื นอยา งวา กังสดาลอนั บุคคลเคาะแลว ภายหลังยงั ครวญ
ครางอย;ู พงึ เหน็ วิตกวา เหมอื นความเคาะ, พงึ เหน็ วจิ ารวาเหมอื นความ
ครวญคราง."
ร. "พระผูเ ปน เจาชางฉลาดจริง ๆ."

วรรคส่ี
๑. มนสกิ ารลกั ขณปญ หา ๓๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา มนสกิ ารมีลักษณะอยางไร ?"
พระเถรเจา ทูลตอบวา "มหาราช นสกิ ารมีลกั ษณะนกึ ."
ร. "พระผูเ ปน เจาชางฉลาดจริง ๆ."

๒. เอกภาวคตปญ หา ๔๐

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา ธรรมทัง้ หลายทถ่ี งึ ความเปน อนั
เดียวกนั เหลา นี้ อาจแยกออกบัญญตั ิใหต างกนั วา 'น่ีผัสสะ นเี่ วทนา นสี่ ัญญา
นี่เจตนา น่ีวญิ ญาณ นวี่ ิตก น่วี ิจาร' ดงั นี้ ไดห รอื ไม ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ัชนาวา "ขอถวายพระพร การทจ่ี ะแยกออก
บญั ญัตใิ หต า งกันดงั นนั้ ไมได. "

ร. "ขอพระผูเปน เจา จงอุปมาใหข า พเจา ฟง."
ถ. "เหมอื นอยา งวา พนักงานผแู ตง เคร่ืองเสวยของพระราชา เมือ่ จะ
แตง พยญั ชนะสปู ะวิกัติ ก็คงจะแทรกนมสม บาง เกลือบา ง ขงิ บา ง ผกั ชยี ่ีหรา
บา ง พรกิ บา ง เครื่องปรงุ อน่ื ๆ บา ง ลงในพยญั ชนะสปู ะวกิ ตั ินั้น; พระราชาจะ
รบั ส่ังใหช าวเครือ่ งน้นั แยกเอารสแหง ของทีแ่ ทรกลงในพยัญชนะสูปะวกิ ตั ินนั้
มาถวายเปนอยา ง ๆ ท้งั หมด; ชาวเครื่องนนั้ อาจแยกรสทป่ี รุงเขา เปน อันเดียว
กันแลวน้ัน มาถวายเปนอยาง ๆ คือ รสเปรยี้ วบา ง รสเคม็ บาง รสขมบาง รส
เผด็ บาง รสฝาดบาง รสหวานบาง ดงั นี้ ไดห รือไม ?"
ร. "การท่จี ะแยกรสปรุงเขาเปนอันเดยี วกนั แลว ออกใหเ ปนอยา ง ๆ ดัง
น้นั ไมได, กแ็ ตรสเหลา นัน้ ยอ มปรากฏชัดตามลกั ษณะของตัว ๆ เอง."
ถ. "ขอนน้ั ฉันใด, การที่จะแยกธรรมทง้ั หลายนน้ั ออกบญั ญัติใหตาง
กันดังนนั้ ไมไ ด, ก็แตว า ธรรมทั้งหลายนนั้ ยอ มปรากฏชดั ตามลักษณะของตวั
ๆ เองฉันนนั้ ."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."
พระเถรเจา ทลู ถามวา "ขอถวายพระพร เกลอื เปนของรูไดดวยจกั ษุ
หรอื ?"
พระราชาตรัสตอบวา "รูไดด วยจกั ษุซิ พระผเู ปนเจา ."
ถ. "พระองคทรงพจิ ารณาจงดี."
ร. "รไู ดดวยลน้ิ หรอื ."

ถ. "ขอถวายพระพร รไู ดดว ยลิน้ ."
ร. "รไู ดด ว ยล้ินอยางเดยี วหรอื ."
ถ. "ขอถวายพระพร."
ร. "ถาอยา งนน้ั เรอ่ื งอะไรโคจึงตอ งขนมันมาดว ยเกวยี นเลา , นาํ มาแต
เกลือกแ็ ลวกนั ."
ถ. "ไมอ าจนํามาแตเกลอื , เพราะสภาวะทง้ั หลายเหลา น้ี คือ เกลือกบั
นํ้าหนกั เขากนั เปนอนั เดียว ตางกันแตโ ดยความเปน อารมณ. "
ถ. "ขอถวายพระพร คนอาจชั่งเกลือดว ยตาชั่งไดห รอื ไม ?"
ร. "ไดซิ เพราะผูเปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ไมไ ด, ชง่ั ไดแ ตน ้าํ หนักตางหาก."
ร. "พระผเู ปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

๓. ปญ จายตนกัมมนพิ พตั ตปญหา ๔๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา อายตนะหา อยา งเกดิ แตกรรม
ตางกนั หรือเกดิ แตกรรมอันเดยี วกนั ."

พระเถรเจา ถวายวิสัชนาวา "ขอถวายพระพร เกิดแตกรรมตา งกนั ,
หากเกดิ แตก รรมเดียวกนั ไม. "

ร. "ขอพระผูเ ปน เจา จงอปุ มาใหข าพเจาฟง ."
ถ. "พระองคจะทรงพระดาํ ริเห็นขอ ความนนั้ เปน ไฉน: ถาใคร ๆ จะ
หวา นพชื หา อยา งในไรเดียวกัน, ผลของพชื ทตี่ า งกนั นน้ั ก็คงเปน ตางกนั มใิ ช
หรอื ?"
ร. "อยางนน้ั คงเปน ตา งกนั ."
ถ. "ขอ นน้ั ฉนั ใด, อายตนะหา อยา ง กเ็ กิดแตก รรมตา งกนั , หาเกิดแต
กรรมเดียวกนั ไม ฉนั นน้ั ."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

๔. กมั มนานากรณปญหา ๔๒

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา เหตไุ ฉนมนษุ ยท งั้ หลายจึงไม
เหมอื นกนั หมด, บางพวกมอี ายุนอ ย บางพวกมอี ายยุ นื , บางพวกมโี รคมาก

บางพวกมีโรคนอย, บางพวกมีสที ราม บางพวกมีสีด,ี บางพวกมอี าํ นาจนอ ย
บางพวกมีอาํ นาจมาก, บางพวกมสี มบตั นิ อ ย บางพวกมสี มบตั ิมาก, บางพวก
มีตระกลู ต่าํ บางพวกมตี ระกลู สงู , บางพวกมปี ญ ญาทราม บางพวกมปี ญ ญา
ดี."

พระเถรเจา ทลู ถามวา "ขอถวายพระพร เหตุไฉนตน ไมท ง้ั หลายจึงไม
เหมอื นกนั หมด, บางตนมีผลเปรีย้ ว บางตน มผี ลกรอ ย (อญเญลวณา) บาง
ตนมีผลขม บางตน มีผลเผ็ด บางตนมผี ลฝาด บางตน มีผลหวาน."

ร. "ขา พเจา เขา ใจวา เปน เพราะพชื ตางกนั ."
ถ. "ขอน้ันฉันใด, มนุษยท ้ังหลายไมเหมอื นกันหมด บางพวกมีอายุ
นอ ย บางพวกมีอายยุ นื , บางพวกมโี รคมาก บางพวกมโี รคนอ ย, บางพวกมีสี
ทราม บางพวกมีสีด,ี บางพวกมีอาํ นาจนอ ย บางพวกมสี มบตั ิมาก, บางพวก
มตี ระกลู ตาํ่ บางพวกมีตระกลู สงู , บางพวกมปี ญ ญาทราม บางพวกมปี ญ ญา
ดี ดงั นี้ ก็เพราะกรรมตา งกนั ฉันนนั้ . ถงึ พระผมู ีพระภาคเจา ก็ไดตรสั (แกส ภุ า
มาณพ) วา "มาณพ สตั วท ง้ั หลายมีกรรมเปนของตน เปน ผูรบั ผลของกรรม มี
กรรมเปน กาํ เนดิ มกี รรมเปน เผาพนั ธุ มกี รรมเปนทพ่ี ึ่งอาศัย, กรรมยอม
จําแนกสัตวท งั้ หลายใหเ ปน ผเู ลวทรามาง ดีบา ง ดงั น.้ี "
ร. "พระผเู ปน เจาชางฉลาดจรงิ ๆ."

๕. ปฏิกจั เจววายามกรณปญ หา ๔๓

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา กลาววา 'บรรพชาของอาตมภาพ
มีประโยชนท ่ีจะไดรวู า ทาํ อยา งไรทกุ ขน ้จี ะดับไป และทกุ ขอ นื่ จะไมเ กิดขึ้น'
ดงั น.ี้ ตองการอะไรดวยความพยายามไวกอ น, เมอื่ ถงึ กาลเขา จงึ คอย
พยายามไมไดห รือ ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร เมอ่ื ถึงกาลเขา ความ
พยายามไมท าํ ธรุ ะใหสาํ เรจ็ ได, ความพยายามไวก อ น ยอ มทาํ ธุระใหส าํ เร็จ
ได."

ร. "ขอพระผูเปน เจา จงอุปมาใหขา พเจาฟง ."
ถ. "พระองคจ ะทรงดําริเหน็ ความขอ นนั้ เปน ไฉน: พระองคท รงระหาย
อยากจะเสวยน้ําในเวลาใด, พระองคจงึ ตรัสส่งั ใหข ดุ บอน้ํา ขุดสระ ดว ยพระ
ราชประสงคจะไดเ สวยนา้ํ ในเวลานน้ั หรอื ?"

ร. "หามไิ ด."
ถ. "เมอ่ื ถึงกาลเขา ความพยายามไมท าํ ธรุ ะใหส าํ เรจ็ ได, ความ
พยายามไวก อ น ยอ มทาํ ธุระใหส ําเร็จได กเ็ หมอื นฉะนน้ั ."
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอปุ มาใหข า พเจา ฟงอีก."
ถ. "พระองคจะทรงดํารเิ หน็ ความขอนนั้ เปน ไฉน: พระองคท รงหวิ
อยากจะเสวยพระกระยาหารในเวลาใด, พระองคจ งึ ตรสั สงั่ ใหไถนา ใหป ลกู
ขาวสาลี ใหเ กบ็ เมล็ดขา วมา ดว ยพระราชประสงคจ ะเสวยพระกระยาหารใน
เวลาน้นั หรือ ?"
ร. "หามิได."
ถ. "เมอ่ื ถงึ กาลเขา ความพยามไมท ําธุระใหส าํ เร็จได กเ็ หมอื นกนั ."
ร. "ขอพระผูเ ปน เจาจงอุปมาใหขาพเจาฟงอีก."
ถ. "พระองคจ ะทรงพระดาํ ริเหน็ ความขอ นน้ั เปน ไฉน: สงครามมีขึน้ แก
พระองคใ นเวลาใด, พระองคจงึ ตรัสสัง่ ใหข ดุ คู ใหก อ กําแพง ใหปก เสา
ระเนยี ด ใหถมดินทาํ เชงิ เทนิ ใหรวบรวมเสบียงอาหาร ในเวลานน้ั , และพระ
องคจะหดั ทรงชาง หัดทรงมา หัดทรงรถ หดั ทรงธนู หัดทรงพระแสง ในเวลา
นน้ั หรอื ?"
ร. "หามิได. "
ถ. "เม่อื ถงึ กาลเขา ความพยายามไมทาํ ธรุ ะใหสาํ เร็จได, ความ
พยายามไวกอน ยอ มทาํ ธรุ ะใหส าํ เรจ็ ได ก็เหมือนฉะนนั้ ; ถงึ พระผมู พี ระภาค
เจา กไ็ ดตรสั วา "บุคคลรวู า สิ่งใดเปน ประโยชนแกตควรรีบขวนขวายดวย
ปญ ญาของตน. เหมอื นอยา งวา คนขบั เกวยี น ละทางใหญท รี่ าบเสีย ขนึ้ สูทาง
ทไ่ี มราบแลว มีเพลาหกั แลว จอ ยอยู ฉันใด, คนโงเลา หลกี จากธรรม หนั หา
สภาพท่ไี มเ ปน ธรรมแลว ถงึ ปากแหงมัจจรุ าชแลว โศกเศรา อยู เหมอื นคนขับ
เกวียน มีเพลาหกั แลว ฉนั นนั้ ดังน.้ี "
ร. "พระผเู ปน เจาชางฉลาดจรงิ ๆ."

๖. ปกติอคั คินริ ยัคคีอณุ หาการปญหา ๔๔

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา พูดอยวู า 'ไฟนรกรอ นมากกวา ไฟ
ปกติ, ศิลานอ ย ๆ ทิง้ ลงไปในไฟปกติ แมช กั สบู เผาอยวู นั ยงั คาํ่ กไ็ มแหลกยอย
ไป, ศิลาใหญแ มประมาณเทา เรือนยอด ทิ้งลงไปในไฟนรกครูเดยี ว กแ็ หลก

ยอยไป; ขอนขี้ าพเจา ยงั ไมเ ช่ือ. และพระผเู ปนเจา พูดอยวู า 'สตั วท เ่ี กดิ ในนรก
นน้ั แมไหมอยหู ลายพนั ป กไ็ มแ หลกยอ ยไป;' ขอ น้ีขาพเจาก็ไมเช่อื ."

พระเถรเจา ทลู ถามวา "ขอถวายพระพร พระองคจะทรงพระดําริเห็น
ขอน้นั เปน อยา งไร: นางมงั กรกด็ ี นางจระเขก็ดี นางเตา กด็ ี นางนกยงู กด็ ี นาง
นกพริ าบก็ดี กลนื กอ นศลิ าและกรวดอันแขง็ กินเปนอาหาร ไมใชห รือ ?"

ร. "อยา งนน้ั พระผูเ ปน เจา ."
ถ. "กอนศิลาและกรวดนนั้ เขา ไปในภายในกะเพาะ ซงึ่ อยูในทอ งของ
สัตวเหลา นนั้ แหลกยอ ยไปไมใ ชหรือ ?"
ร. "อยา งนนั้ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ครรภใ นทองของสตั วเหลานนั้ แหลกยอ ยไปเหมอื นกนั หรอื ?"
ร. "หามิได พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร เพราะเหตุอะไร จงึ ไมแ หลกยอ ยไป."
ร. "ขา พเจา เขา ใจวา เพราะกรรมเปนใหญ. "
ถ. "ขอ นนั้ ฉันใด, สตั วท ้ังหลายทเี่ กดิ ในนรก ไหมอ ยูใ นนรก แมห ลาย
พันป ก็ไมแ หลกยอ ยไป คอื วา ยังเกดิ นในนรกน้นั นนั่ เอง เจริญอยูไดในนรกนน้ั
นนั่ เอง ตายอยใู นนรกนน้ั นน่ั เอง เพราะกรรมเปน ใหญเหมอื นกันฉนั นนั้ . แม
พระผูมพี ระภาคเจากไ็ ดต รสั วา "บาปกรรมนน้ั ยังไมส นิ้ เพียงใด สัตวผเู กิดใน
นรกนน้ั ยงั ไมตายเพยี งนนั้ ดงั น.้ี "
ร. "ขอพระผเู ปน เจาจงอุปมาใหข า พเจา ฟง อีก."
พระเถรเจา ชกั เรือ่ งนางราชสหี  นางเสอื โครง นางเสือเหลอื ง นางสนุ ขั
อนั กนิ เนอ้ื ซง่ึ ตดิ กระดูกอันแข็งเปน อาหาร, และหญงิ ชาวโยนกซง่ึ เปน นาง
กษตั รยิ กด็ ี เปน นางพราหมณีก็ดี เปนหญงิ แมเรอื นก็ดี มีชาตลิ ะเอยี ดออน
บริโภคขัชชะมงั สาหารอนั แขง็ เปน อาหาร, ของท่เี ปน อาหารอันเขาไปภายใน
กระเพาะ ซง่ึ อยูใ นทองสตั วแ ละหญิงเหลา นัน้ ยอมแหลกยอ ยไป, สวนครรภท ี่
ต้ังขึน้ ในทองของสตั วแ ละหญิงเหลา นนั้ ยอ มไมแ หลกยอ ยไป เพราะกรรมเปน
ใหญ, มาแสดงโดยขออปุ มาอปุ ไมย ใหพ ระเจา มิลนิ ท เขา พระราชหฤทยั โดย
นัยหนหลัง.
ร. "พระผูเปน เจา ชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๗. ปฐวสี นั ธารกปญหา ๔๕

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา พูดอยวู า 'แผนดินอันใหญน ตี้ ั้ง
อยูบ นนํ้า, น้ําตั้งอยบู นลม, ลมตง้ั อยูบนอากาศ;' แมขอ น้ี ขาพเจา ยังไมเ ชอื่ ."

พระเถรเจา จับธรมกรกจุมนํา้ ยกขึน้ อธบิ ายใหพระเจา มลิ นิ ทเขา พระ
ราชหฤทยั วา "นํา้ นลี้ มอมุ ไว ฉันใด แมนา้ํ นน้ั ลมกอ็ มุ ไวฉนั นน้ั ."

ร. "พระผูเปน เจาชางฉลาดจริง ๆ."

๘. นโิ รธนพิ พานปญหา ๔๖

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นิพพาน คือ นโิ รธหรอื ?"
พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร นิพพาน คือ นิโรธ."
ร. "นิพาน คอื นโิ รธอยา งไร ?"
ถ. "บุถุชนคนเขลาทัง้ หลายทัง้ ปวง ยนิ ดีเพลดิ เพลนิ หมกมุน อยูใน
อายตนะภายในภายนอก อนั กระแสตัณฆาพัดใหล อยไปอย,ู อาตมภาพจงึ
กลาววา 'ไมพ น ไปจากชาติ ชรา มรณะ โสก ปริเทวะ ทกุ ข โทมนัส อุปมายาส
ไมพน ไปจากทุกขไ ด.' สวนอริยสาวก ผไู ดสดบั แลว ยอ มไมยินดเี พลดิ เพลิน
หมกหมนุ อยใู นอายตนะภายในภายนอก, เมื่อทา นไมย นิ ดเี พิลดเพลนิ หมกมนุ
เชน นน้ั ตณั หา คือ ความทะยานอยากยอ มดบั ไป, เพราะตณั หาดับไป
อปุ าทาน คอื การถือมน่ั กด็ บั ไป, เพราะอปุ าทานดบั ภพ คอื กรรมกด็ บั ไป,
เพราะภพดบั ชาติ คอื ความเกดิ ก็ดับไป, เพราะชาตดิ บั ชรา คือ ความแก
มรณะ คือ ความตาย โสก คอื ความแหงใจ ปรเิ ทวะ คอื ความรา่ํ ไรราํ พัน
ทุกข คอื ความเจ็บกาย โทมนัส คือ ความเสยี ใจ อปุ ายาส คือ ความคับใจก็
ยอมดับไป, ความดบั แหง กองทุกขส นิ้ เชงิ นั้น ยอ มมีดว ยอบุ ายอยา งน.้ี
นิพพาน คือ นโิ รธดวยประการอยา งน.้ี "
ร. "พระผูเ ปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๙. นพิ พานลภนปญหา ๔๗

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา คนทง้ั หลายยอ มไดน ิพพานหมด
ทกุ คนหรือ ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "คนทง้ั หลายไดน พิ พานหมดทกุ คนหามไิ ด, ยก
ไวแ ตผ ใู ดปฏบิ ัติชอบ รูเฉพาะธรรมท่ีควรรเู ฉพาะ คือ กาํ หนดรู ธรรมทค่ี วร

กาํ หนดรู ละธรรมทคี่ วรละ เจรญิ ธรรมท่ีควรเจริญ ทาํ ใหแ จงธรรมท่คี วรทําให
แจง , ผนู นั้ ยอมไดน พิ พาน."

ร. "พระผเู ปน เจาชางฉลาดจรงิ ๆ."

๑๐. นิพพานสขุ ภาวชานนปญ หา ๔๘

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา ผใู ดไมไ ดนพิ พาน ผนู ้ันรหู รอื วา
'นพิ พานเปน สขุ ."

พระเถรเจา ทลู ตอบวา "ขอถวายพระพร รูได. "
ร. "รูไดอ ยางไร ?"
ถ. "พระองคจะทรงสาํ คญั ความขอ นั้นเปน ไฉน: มือและเทาของผใู ดไม
ขาด ผนู นั้ จะรไู ดห รือวา 'การถูกตดั มอื เทาเปน เหตุแหงทกุ ข."
ร. "รไู ดซ ิ พระผเู ปนเจา ."
ถ. "รูไดอ ยางไร ?"
ร. "ไดฟ งเสยี งครางของคนอน่ื ผูมมี อื เทา อนั ขาดแลว กร็ ไู ดซพิ ระผเู ปน
เจา."
ถ. "ขอ น้นั ฉนั ใด, ผใู ดไมไดน ิพพาน ไดฟ ง เสียงของคนทเ่ี ห็นนิพพาน ก็
รูไ ดวา 'นิพพานเปน สขุ ' ฉนั นั้น."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

วรรคท่หี า
๑. พทุ ธอตั ถนิ ตั ถิภาวปญหา ๔๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา ไดเ ห็นพระพทุ ธเจา หรอื ไม ?"
พระเถรเจา ทลู ตอบวา "ขอถวายพระพร อาตมภาพไมไดเห็น."
ร. "เม่ือพระผเู ปน เจา ไมไ ดเหน็ พระอาจารยของพระผเู ปน เจาไดเ ห็น
หรอื ไม ?"
ถ. "อาจารยข องอาตมภาพกไ็ มเ หน็ ."
ร. "ถา อยา งนน้ั พระพทุ ธเจา มไิ มมหี รอื ?"
ถ. "พระองคไดทอดพระเนตรเห็นแมน ้ําอหู านทีที่ปา หมิ พานตห รอื ไม

?"
ร. "ขา พเจา ไมไ ดเห็น."
ถ. "เมือ่ พระองคไ มไดทอดพระนครเหน็ พระราชบิดาของพระองคได

ทอดพระเนตรเห็นหรอื ไม ?"
ร. "พระราชบดิ าของขาพเจา กไ็ มไดเ หน็ ."
ถ. "ถาอยา งนน้ั แมน า้ํ อหู านทีมิไมม หี รือ ?"
ร. "มอี ย,ู แตข าพเจา และบดิ าของขาพเจา ไมไ ดเ หน็ ."
ถ. "ขอนนั้ ฉนั ใด, อาตมภาพและอาจารยข องอาตมภาพก็ไมไ ดเห็น

พระผูมีพระภาคเจา เหมือนฉะน้ัน, แตพ ระผมู พี ระภาคมอี ยูจรงิ ."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๒. พทุ ธานุตตรภาวปญหา ๕๐

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา พระพทุ ธเจา ไมมใี ครจะยิง่ กวาไป
ไดห รอื ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร."
ร. "พระผเู ปน เจา กไ็ มไดเหน็ พระพทุ ธเจา ทาํ ไมจงึ ทราบไดวา 'พระ
พทุ ธเจา ไมม ีใครจะย่งิ กวาไปได. "
ถ. "พระองคจ ะทรงดาํ ริเหน็ ความขอนนั้ เปน ไฉน: คนที่ยงั ไมเหน็
มหาสมทุ รเลย จะรไู ดห รือวา มหาสมทุ รใหญล กึ เหลอื ท่จี ะนับยากทจี่ ะหยงั่
ถงึ , แมน ้ําใหญท ้ังหา คอื คงคา ยมนุ า อจริ วดี สรภู มหีไหลลงไปสูมหาสมทุ ร
ไมข าดสาย, มหาสมทุ รนน้ั กไ็ มปรากฏที่จะบกพรอ ง หรอื เต็มข้นึ กวา เกา ดงั
น.้ี "
ร. "เขาตองรูไดซ ิ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอ นนั้ ฉันใด, ถงึ อาตมภาพไดเ หน็ พระอรหนั ตสาวกทป่ี รินพิ พาน
แลว ก็รไู ดวา 'พระผมู ีพระภาคไมม ีใครจะย่ิงกวาไปได' เหมือนฉะนนั้ ."
ร. "พระผูเ ปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

๓. พทุ ธอนตุ ตรภาวชานนปญ หา ๕๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา ประชมุ ชนอนื่ ๆ จะสามารถรูได

หรือไมวา 'พระพทุ ธเจาไมม ใี ครจะย่ิงกวาไปได. "
พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร เขาสามารถจะรูได."

ร. "รไู ดอยางไร พระผูเ ปน เจา ."
ถ. "เรือ่ งเคยมแี ลว พระเถรเจา องคห นง่ึ ชอ่ื ติสสะ เปน อาจารย
หนงั สือ, เธอทาํ กาลกริ ิยาลว งไปหลายปแ ลว กิตติศพั ทข องเธอยงั ปรากฏอยู
เพราะอะไร ?"
ร. "เพราะลายมือนะซิ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอนน้ั ฉนั ใด, ผใู ดเห็นธรรม ผูนนั้ กช็ ่ือวา ไดเ หน็ พระผมู พี ระภาค
เจา เหมอื นฉะนนั้ , เพราะวาพระธรรมเปนของทีพ่ ระผมู พี ระภาคทรงแสดงไว
แลว."
ร. "พระผเู ปน เจา ชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๔. ธัมมทิฏฐปญหา ๕๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา ไดเ หน็ พระธรรมหรอื ?"
พระเถรเจา ทลู ตอบวา "ขอถวายพระพร สาวกทง้ั หลายตอ งประพฤติ
ตามแบบแผนของพระพทุ ธเจา ตามพระบญั ญัตขิ องพระพุทธเจา จนสน้ิ
ชวี ติ ."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๕. นจสังกมตปิ ฏิสันธหนปญ หา ๕๓

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา วิญญาณไมเ ลือ่ นไป ก็แต
ปฏสิ นธไิ ดหรือ ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร."
ร. "ขอ นัน้ อยา งไร ขอพระผเู ปนเจา จงอุปมาใหขา พเจา ฟง ."
ถ. "เหมือนอยา งวา บุรุษผหู น่งึ จะจดุ ไฟจากดวงไฟ, ดวงไฟเลือ่ นไป
จากดวงไฟหรือ ?"
ร. "หามไิ ด พระผูเปน เจา ."
ถ. "ขอ น้นั ฉันใด, วิญญาณยอ มไมเล่ือนไป กแ็ ตป ฏิสนธิใดเหมือน
ฉะนนั้ ."

ร. "พระผูเ ปน เจาจงอปุ มาใหข าพเจา ฟง อกี ."
ถ. "พระองคท รงจาํ ไดห รอื ไมว า เมอ่ื พระองคยงั ทรงพระเยาวไ ดทรง
เรียนแตคาํ โศลก (คําโคลง) บางอยา ง ในสํานกั แหง อาจารยผ สู อนใหแ ตคํา
โศลก."
ร. "จาํ ได. "
ถ. "คาํ โศลกเลอ่ื นไปจากอาจารยหรือ ?"
ร. "หามไิ ด. "
ถ. "ขอน้ันฉนั ใด, วิญญาณยอ มไมเล่อื นไป ก็แตปฏิสนธไิ ดเหมือน
ฉะน้นั ."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

๖. เวทคูปญหา ๕๔

พระราชาตรสั ถามวา "เจตภตู มีอยูหรอื พระผูเ ปน เจา ?"
พระเถรเจา ทลู ตอบวา "ขอถวายพระพร เจตภตู ไมม โี ดยพระปรมัตถ. "
ร. "พระผเู ปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

๗. อิมมั หากายาอญั ญกายสงั กมนปญหา ๕๕

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา สภาพอนั ใดอันหนงึ่ ทเี่ ลอ่ื นออก
จากกายนีแ้ ลว ไปสูกายอนื่ มอี ยหู รอื ?"

พระเถรเจา ทลู ตอบวา "ขอถวายพระพร ไมม ีเลย."
ร. "ถา วา ไมมี สตั วจักพน จากบาปกรรมไดม ิใชห รอื ?"
ถ. "ขอถวายพระพร ถา สตั วไมต อ งปฏิสนธิ ก็พน จากบาปกรรมได;
เพราะเหตุใดเลา สตั วย งั ตอ งปฏิสนธิอย,ู เพราะเหตุนนั้ จงึ ยงั ไมพน จาก
บาปกรรมได."
ร. "ขอพระผเู ปน เจา จงอุปมาใหขา พเจาฟง ."
ถ. "เหมือนอยา งวา บรุ ษุ ผูหนึง่ จะลักมะมว งของบรุ ุษอกี คนหน่ึง เขา
จะตอ งโทษหรอื ไม ?"
ร. "ตอ งซิ พระผเู ปนเจา "
ถ. "เขาไมไดลกั มะมว งทีบ่ ุรษุ นนั้ เพาะไว ทําไมจงึ ตอ งโทษเลา ?"

ร. "มะมว งทบี่ รุ ุษลักนนั้ อาศยั มะมว งทเ่ี พาะ จงึ ไดบงั เกดิ เพราะเหตุ
นนั้ เขาจงึ ตองโทษ."

ถ. "ขอน้ันฉนั ใด, บคุ คลทํากรรมดีกต็ าม ชว่ั ก็ตาม ดวยนามรูปน.้ี นาม
รูปอนื่ ยอ มปฏสิ นธดิ วยกรรมอนั นน้ั , เพราะเหตนุ น้ั สัตวจ งึ ไมพ น จาก
บาปกรรมได."

ร. "พระผเู ปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

๘. กัมมผลอตั ถภิ าวปญหา ๕๖

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา กรรมทเี่ ปนกุศลกต็ าม อกุศลก็
ตาม ท่นี ามรูปอันนที้ าํ แลว, กรรมเหลานนั้ จะอยทู ไ่ี หน ?"

พระเถรเจา ทูลตอบวา "กรรมเหลานัน้ ตองตดิ ตามไป เหมอื นกะเงาติด
ตามตัวไปฉะนนั้ ."

ร. "พระผเู ปน เจา จะสามารถชี้กรรมเหลานนั้ วา 'อยทู น่ี ่ี หรือที่น'่ี ได
หรือ ?"

ถ. "อาตมภาพไมสามารถ."
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอุปมาใหข า พเจา ฟง ."
ถ. "พระองคจะทรงพระดาํ ริเห็นความขอนนั้ เปนไฉน: ตนไมเ หลา ใดยงั
ไมอ อกผล พระองคจะทรงสามารถช้ีผลของตน ไมเ หลา นนั้ วา 'อยทู นี่ หี้ รอื ทีน่ '่ี
ไดห รอื ?"
ร. "ไมได พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอ น้นั ฉนั ใด, ถึงอาตมภาพก็ไมสามารถทีจ่ ะช้กี รรมเหลานน้ั ไดวา
'อยทู น่ี ่หี รอื ทนี่ 'ี่ เหมอื นฉะนนั้ ."
ร. "พระผเู ปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๙. อุปช ชนชานนปญหาที่ ๕๗

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา สัตวใดจะบังเกดิ สตั วน้ันจะรไู ด
หรือวา 'เราจกั บงั เกิด' ดังน.้ี "

พระเถรเจา ทูลตอบวา "ขอถวายพระพร."
ร. "ขอพระผูเ ปน เจาจงอปุ มาใหขา พเจาฟง ."

ถ. "เหมือนอยา งวา ชาวนาหวา นพืชลงในแผน ดนิ แลว เมอื่ ฝนตกดี
ยอ มรไู ดว า 'ธญั ญชาติทั้งหลายจักออกรวง' ดงั น้ี หรือไม ?"

ร. "เขารไู ดซิ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอนัน้ ฉนั ใด, สัตวท่จี ะบงั เกดิ กร็ ูไดวา 'เราจกั บังเกดิ ' ฉนั นนั้ ."
ร. "พระผูเ ปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๑๐. พุทธนทิ ัสสนปญ หาท่ี ๕๘

พระราชาตรสั ถามวา "พระพทุ ธเจา มหี รือ พระผูเปนเจา ?"
พระเถรเจา ทลู ตอบวา "ขอถวายพระพร มอี ยู."
ร. "พระผูเปน เจา สามารถจะชี้ไดห รือวา 'พระพุทธเจา อยทู ี่น้ี หรือท่นี .ี้ "
ถ. "พระผูม พี ระภาคปรินพิ พานแลว ดว ยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ (ดับ
หมดสน้ิ เชอ้ื ไมม ีเหลือ), อาตมภาพไมสามารถทจ่ี ะชไ้ี ดว า 'อยทู น่ี ี้หรือท่ีน.ี้ "
ร. "ขอพระผูเปน เจา จงอุปมาใหขา พเจา ฟง."
ถ. "พระองคจะทรงพระดําริเห็นความขอนนั้ เปนไฉน: เปลวแหง กองไฟ
อันใหญท ลี่ ุกโพลงอยดู ับไปแลว พระองคจ ะทรงสามารถช้ีไดห รอื วา 'อยทู น่ี ี้
หรอื ทนี่ .ี้ "
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอุปมาใหขาพเจาฟง."
ถ. "พระองคจ ะทรงพระดําริเห็นความขอนน้ั เปนไฉน: เปลวแหง กองไฟ
อันใหญท ีล่ ุกโพลงอยดู ับไปแลว พระองคจ ะทรงสามารถชไี้ ดหรอื วา 'อยูทีน่ ้ี
หรอื ทน่ี .ี้ "
ร. "ไมสามารถเลย เพราะวาเปลวไฟนนั้ ดับแลว ถงึ ความไมมีบัญญัติ
เสยี แลว."
ถ. "ขอ นัน้ ฉันใด, พระผมู ีพระภาคเจา เสดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พานแลว
ดวยอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาต,ิ ใคร ๆ ไมส ามารถจะช้ไี ดว า 'อยูทนี่ ห้ี รือท่นี '้ี ดงั
น.ี้ กแ็ ตว า สามารถจะช้ไี ดด ว ยธรรมกาย, เพราะวาพระธรรม พระผูมพี ระภาค
เจา ทรงแสดงไวแลว."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจรงิ ๆ."

วรรคท่หี ก

๑. กายอัปปยปญหา ๕๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา กายเปน ท่รี กั ของบรรพชติ ทง้ั
หลายหรือ ?"

พระเถรเจา ถวายวิสัชนาวา "ขอถวายพระพร กายซงึ่ จะเปนทร่ี ักของ
บรรพชิตทง่ั หลายหามิได. "

ร. "เม่อื ไมมีความรัก เหตไุ ฉนบรรพชิตทั้งหลายจงึ ตอ งทะนบุ าํ รุง ตอ ง
หวงกนั เลา ?"

ถ. "เมือ่ พระองคเสดจ็ ไปสูง านพระราชสงคราม บางคราวเคยตอง
อาวธุ ของขา ศึกบางหรือไม ?"

ร. "เคยบาง."
ถ. "แผลทีต่ อ งอาวุธนน้ั พระองคท รงพอกยาสาํ หรบั พอก ทรงทานํา้ มนั
ทรงพนั ไวดวยผาเน้อื ละเอียดมใิ ชห รือ ?"
ร. "อยา งนนั้ ."
ถ. "แผลเปน ทรี่ ักของพระองคห รือ, จึงตองทรงทาํ อยา งนนั้ ?"
ร. "หามิได เพราะวาขา พเจา ทําไวอ ยางนน้ั ก็เพื่อจะใหเนอื้ งอกขึ้นดงั
เกา."
ถ. "ขอ นน้ั ฉันใด, กายไมเ ปน ท่รี ักของบรรพชติ ทัง้ หลาย, ก็แตวา
บรรพชติ ท้งั หลายซง่ึ ไมห มกมุนทะนบุ าํ รุงกายไว กเ็ พอื่ จะอนเุ คราะหแ ก
พรหมจรรย ขอนกี้ ็ฉันนน้ั . เออก็ กายนี้ พระผูม ีพระภาคเจา ตรสั วา เปรยี บ
ประดุจแผล, เหตนุ น้ั บรรพชติ ทง้ั หลายไมห มกมนุ ทะนุบาํ รงุ กายเหมอื นรกั ษา
แผล, ถึงพระผมู พี ระภาคเจา กไ็ ดตรสั คาํ นี้ไวว า 'กายนีม้ ที วารเกา มีแผลอนั
ใหญ มหี นงั อนั สดปกปด ไว คายของโสโครกออกโดยรอบ ไมส ะอาดมกี ลิน่
เหมน็ ' ดังน.้ี "
ร. "พระผูเ ปน เจาชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๒. สัมปต ตกาลปญ หา ๖๐

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา พระพทุ ธเจา ทรงรอู ะไรหมด ทรง
เห็นอะไรหมด มิใชหรอื ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "ขอถวายพระพร."

ร. "เมอื่ เปน อยา งนนั้ เหตุไฉนพระองคจ งึ ทรงบญั ญัติสกิ ขาบทแก
สาวกทั้งหลายโดยลําดบั ."

ถ. "หมอผูใ ดผหู นง่ึ ซง่ึ เปน ผูร ูจกั ยาในแผน ดินนห้ี มด มีอยบู า งหรอื ?"
ร. "มีซิ พระผูเปนเจา ."
ถ. "หมอนน้ั ตอ เมอื่ ถงึ กาลจงึ ใหค นไขด ื่มยา หรอื ยงั ไมท นั ถึงกาล กใ็ ห
ดม่ื ."
ร. "ตอ ถงึ กาล จงึ ใหด ่ืม ยงั ไมถงึ กาล ก็ยงั ไมใ หด ื่ม."
ถ. "ขอ นั้นฉันใด, พระผูมีพระภาคเจาทรงรอู ะไรหมด ทรงเหน็ อะไร
หมด ยงั ไมถ งึ กาล ก็ยงั ไมทรงบญั ญัติสกิ ขาบทแกสาวกท้งั หลาย, ตอ ถงึ กาล
แลว จึงทรงบญั ญัติสกิ ขาบท ใหเ ปนพระบญั ญตั ทิ ไ่ี มควรจะลวงตลอดชีพไว
แกส าวกทง่ั หลาย ขอ น้กี ็ฉนั น้ัน."
ร. "พระผเู ปน เจาชางฉลาดจริง ๆ."

๓. ทวตั ติงสมหาปรุ สิ ลักขณปญ หา ๖๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา พระพทุ ธเจา ประกอบดวย มหา

ปุรสิ ลักษณะสามสิบสอง รงุ เรอื งดวยอนพุ ยัญชนะแปดสบิ มพี ระพรรณดจุ ทอง
มีพระฉวดี จุ ทอง มพี ระรัศมปี ระมาณวาหน่งึ หรอื ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ัชนาวา "ขอถวายพระพร."
ร. "พระพทุ ธมารดาและพระพุทธบดิ าทง้ั หลาย ประกอบดวย มหา
ปรุ ิสลักษณะสามสบิ สอง รงุ เรอื งดวยอนพุ ยญั ชนะแปดสบิ มพี ระพรรณดุจทอง
มีพระฉวีดจุ ทอง มพี ระรัศมปี ระมาณวาหนง่ึ เหมอื นพระองคหรอื ?"
ถ. "หามิได. "
ร. "ก็เม่อื เปน อยางนนั้ คาํ วา 'พระพทุ ธเจา ประกอบดว ยมหาปรุ สิ
ลักษณะสามสบิ สอง รงุ เรอื งดวยอนพุ ยัญชนะแปดสบิ มีพระพรรณดจุ ทอง มี
พระฉวดี ุจทอง มีพระรัศมปี ระมาณวาหนงึ่ ' ดงั น้ี น้ีจะชอบหรอื ; พระผูเปนเจา
เพราะธรรมดาบตุ รฝายขา งมารดา ก็คลา ยมารดา บุตรขา งฝายบิดา กค็ ลา ย
บดิ า."
ถ. "บัวบางอยา งมกี ลีบรอ ยหนงึ่ มหี รอื ไม ?"
ร. "มซี .ิ "

ถ. "บัวนนั้ เกดิ ท่ีไหน ?"
ร. "เกิดในเปอกตมแชอยูในนาํ้ ."
ถ. "บวั นน้ั มีสี มีกลน่ิ มีรส เหมอื นดงั เปอกตมหรอื ?"
ร. "หามไิ ด. "
ถ. "ถาเชน นนั้ บัวนน้ั มสี ี มกี ล่นิ มีรส เหมอื นนาํ้ หรือ ?"
ร. "หามิได. "
ถ. "ขอ น้นั ฉันใด. พระผูมพี ระภาคเจาประกอบดวยมหาปรุ ิสลกั ษณะ
สามสบิ สอง รงุ เรืองดว ยอนพุ ยญั ชนะแปดสิบ มพี ระพรรณดจุ ทอง มพี ระฉวี
ดจุ ทอง มีพระรศั มีประมาณวาหนง่ึ , สวนพระพทุ ธมารดาและพระพทุ ธบดิ า
ของพระองค มไิ ดป ระกอบดว ยมหาปรุ สิ ลกั ษณะสามสามสิบ และมไิ ดร งุ เรือง
ดว ยอนพุ ยัญชนะแปดสิบ หามพี ระพรรณและพระฉวดี ุจทองไม และหามพี ระ
รศั มีประมาณวาหนง่ึ ไม ขอนกี้ ฉ็ นั นนั้ ."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๔. พรหมจารปี ญ หา ๖๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา พระพทุ ธเจา ทรงประพฤติอยา ง
พรหมหรือ ?"

พระเถรเจา ถวายวิสชั นาวา "ขอถวายพระพร."
ร. "ถา อยา งนน้ั พระพทุ ธเจา มเิ ปน ศิษยข องพรหมหรือ ?"
ถ. "ชา งพระทนี่ งั่ ของพระองคม มี ใิ ชห รอื ?"
ร. "มีซ.ิ "
ถ. "ชางพระทน่ี ง่ั น้ัน บางคราวเคยรอยเสยี งดังดุจนกกะเรียนบา งมใิ ช
หรอื ?"
ร. "เคยบา ง พระผูเปน เจา ."
ถ. "ก็ถา อยา งนั้น ชางมิเปน ศษิ ยข องนกกะเรยี นหรือ ?"
ร. "หามไิ ด."
ถ. "พรหมเปน ผมู คี วามรู หรอื เปน ผหู าความรูมิได ?"
ร. "เปนผมู คี วามรซู .ิ "
ถ. "ถา อยางนนั้ พรหมเปน ศษิ ยของพระผมู ีพระภาคเจา ."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๕. อุปสมั ปน นปญ หา ๖๓

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา อปุ สมั ปทาดหี รือ ?"
พระเถรเจา ถวายวสิ ัชนาวา "ขอถวายพระพร."
ร. "พระผเู ปน เจา อุปสัมปทาของพระผมู พี ระภาคเจา มีหรอื ไม ?"
ถ. "พระผูมพี ระภาคเจาอปุ สมบทที่โคนแหง ตนโพธ์ิ พรอมกนั กบั เวลา
ที่พระองคตรัสรสู ัพพัญตุ ญาณ, อปุ สัมปทาของพระผมู ีพระภาคเจา ทคี่ นอนื่
ให เหมอื นพระองคทรงบญั ญัติสกิ ขาบท ใหเ ปนพระบญั ญตั ิ ไมควรลวงตลอด
ชพี ไวแ กพระสาวกท้ังหลายมไิ ดมี."
ร. "พระผูเปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

๖. อัสสปุ ญ หา ๖๔

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา ผหู นง่ึ มารดาตายแลว รอ งไห, ผู
หนง่ึ รองไหเ พราะความรักในธรรม, นํ้าตาของคนท่งั สองทร่ี อ งไหอ ยู น้ําตาของ
ใครเปนเภสชั ของใครหาเปน เภสชั ไม. "

พระเถรเจา ถวายวิสชั นาวา "ขอถวายพระพร นาํ้ ตาของคนหนึง่ ขนุ
รอน เพราะราคะโทสะโมหะ, น้ําของคนหน่ึงใสเยน็ เพราะปต ดิ โสมนสั ; นาํ้ ตา
เย็นนั่นแหละเปนเภสชั , นา้ํ ตาขนุ นน่ั แหละหาเปนเภสัชไม."

ร. "พระผเู ปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๗. รสปฏสิ ังเวทีปญหา ๖๕

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา คนทยี่ ังมีราคะกบั คนทป่ี ราศจาก
ราคะแลวตางกันอยา งไร ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "ขอถวายพระพร ผหู นง่ึ ยงั หมกมุน ผหู นงึ่
ไมหมกมนุ ."

ร. "ขอท่ีวา หมกมุนและไมห มกมุน นน้ั อยางไร ?"
ถ. "คอื คนหนงึ่ ยงั มีความตองการ, ผหู นง่ึ ไมม คี วามตอ งการ."
ร. "พระผูเปน เจา ขา พเจา เหน็ อยา งนวี้ า 'บคุ คลท่ยี ังมรี าคะและบคุ คล

ท่ีปราศจากราคะแลว ยอมปรารถนาแตข องเค้ียวของกินทีด่ ดี วยกนั หมดทกุ
คน ไมม ใี ครปรารถนาของเลว."

ถ. "บุคคลท่ียงั ไมปราศจากราคะ บริโภคโภชนะ ทง้ั รูสกึ รส ทงั้ รสู ึก
ความกาํ หนดั ในรส, สวนบุคคลทีป่ ราศจากราคะแลว บรโิ ภคโภชนะ รสู ึกแต
รส หารสู กึ ความกาํ หนดั ในรสไม."

ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๘. ปญญายปติฏฐานปญหา ๖๖

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา ปญญาอยูท ่ไี หน ?"
พระเถรเจา ถวายวิสัชนาวา "ขอถวายพระพร มิไดอ ยทู ี่ไหน."
ร. "ก็ถาอยา งนั้น ปญ ญามิไดมหี รือ ?"
ถ. "ลมอยูท่ไี หน ?"
ร. "มไิ ดอยทู ไ่ี หน."
ถ. "ถา อยา งนน้ั ลมมิไมม ีหรอื ?"
ร. "พระผเู ปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

๙. สงั สารปญ หา ๖๗

พระราชาตรัสถามวา "พระผูเ ปนเจา พระผูเปนเจา กลาวอยวู า
'สงสาร ๆ' ดงั นี้นนั้ , สงสารน้ันคืออยา งไร ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "ขอถวายพระพร บุคคลเกิดแลวในทนี่ ี้
ตายแลว ในทน่ี ,ี้ ตายแลว ในท่ีน้ี เกดิ ขึน้ ในที่อ่นื เกดิ แลวในทนี่ ้ัน ตายแลวในท่ี
นั้นแหละ. ตายแลวในทน่ี น้ั เกดิ ขน้ึ ในทอ่ี ื่น, ความเกิด ๆ ตาย ๆ นี้แหละช่ือวา
สงสาร."

ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอุปมาใหขาพเจาฟง."
ถ. "เหมอื นบุรษุ คนหนง่ึ ไดบรโิ ภคมะมวงอนั สุกแลว เพาะเมลด็ ไว,
หนอแตกจากเมลด็ นนั้ เกิดเปน ตนมะมว งใหญจ นถึงเผลด็ ผล, บุรุษน้นั ได
บริโภคอีก แลวก็เพาะเมลด็ ไว, หนอแตกจากเมล็ดนนั้ เกดิ เปนตนมะมว งใหญ
จนถงึ เผลด็ ผลเปน ลําดับ ๆ มาดงั น,ี้ ที่สุดของตน มะมว งทงั้ หลายนน้ั มไิ ด
ปรากฏดวยประการดังนี้ ขอน้ีฉันใด; บุคคลเกดิ แลวในทน่ี ี้ ตายในทน่ี ,ี้ ตาย

แลว ในทนี่ ี้ เกดิ ข้นึ ในทอ่ี นื่ เกิดแลวในทน่ี น้ั ตายในท่ีนนั้ แหละ, ตายแลวในท่ี
นั้น เกิดข้นึ ในทอี่ ื่น. ความเกดิ ๆ ตาย ๆ นแี้ หละชอื่ วา สงสาร ขอ น้ีกฉ็ นั น้ัน."

ร. "พระผูเ ปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๑๐. จิรกตสารณปย หา ๖๘

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา บุคคลจะระลึกถงึ สงิ่ ที่ลว งไปแลว
และสิง่ ทท่ี าํ ไวน าน ๆ ไดด วยอะไร ?"

พระเถรเจา ถวายวิสชั นาวา "ขอถวายพระพร ระลึกไดดว ยสต.ิ "
ร. "ระลึกไดด วยจิต มิไดระลกึ ไดดว ยสติมิใชห รือ ?"
ถ. "พระองคทรงระลึกถงึ ราชกจิ อยา งใดอยา งหนงึ่ ทพี่ ระองคไ ดทรง
ทาํ ไวแลว ลมื เสยี ไดบางหรอื ?"
ร. "ไมได พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ในสมยั นนั้ พระองคไ มม จี ติ หรอื ?"
ร. "ในสมัยนัน้ มใิ ชวาขา พเจา จะไมม จี ติ หามิได แตใ นสมยั นนั้ ไมมี
สต.ิ "
ถ. "ก็เม่อื อยา งน้นั เหตไุ รพระองคจ งึ ตรัสวา 'ระลกึ ไดดวยจติ , มิได
ระลึกไดด ว ยสตเิ ลา ?"
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๑๑. สติอภิชานนปญหา ๖๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา ความระลึกทง้ั ปวง ยอ มเกดิ ขนึ้
แตค วามรเู องหรือตอผูอ นื่ เตอื นจงึ จะเกิด."

พระเถรเจา ถวายวสิ ัชนาวา "ขอถวายพระพร เกดิ แตค วามรเู องบา ง
ตอ ผอู น่ื เตือนจึงเกิดขนึ้ บา ง."

ร. "ความระลกึ ทัง้ ปวง ตอ งมเี พราะความรูเอง มเี พราะผอู ่นื เตือนหามิ
ได."

ถ. "ถาวา ไมมเี พราะผูอนื่ เตอื นจริงดังนนั้ กจิ ที่จะควรทําดว ยการงาน
ดว ยศิลปะ ดว ยวทิ ยามิไมม หี รือ, บุคคลผเู ปนอาจารยม ไิ มม ปี ระโยชนอ ะไร
หรอื ; เพราะเหตใุ ด สตมิ ีอยเู พราะผูอ น่ื เตอื น เพราะเหตุนน้ั กจิ ท่จี ะควรทาํ ดว ย

การงาน ดว ยศลิ ปะ ดวยวิทยาของผมู ีศิลปะจึงม,ี และจงึ ตอ งการอาจารยท ง้ั
หลาย."

ร. "พระผูเปน เจาชา งฉลาดจรงิ ๆ."

วรรคที่เจ็ด
๑. สตอิ าการปญ หา ๗๐

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา สติยอ มเกดิ ข้นึ ดว ยอาการเทาไร
?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "ขอถวายพระพร สตยิ อมเกดิ ขนึ้ ดว ย
อาการสิบหกอยาง คอื : เกิดขึน้ แกผรู ูบ า ง เกดิ ขน้ึ เพราะความเตอื นบา ง เกดิ
ขึ้นเพราะวิญญาณอาศัยนมิ ติ อนั สําคญั บา ง เกดิ ขึ้นเพราะวญิ ญาณอาศัยสิ่ง
ทเ่ี ปนประโยชนบา ง เกิดข้นึ เพราะวญิ ญาณอาศยั ส่งิ ทไ่ี มเ ปนประโยชนบาง
เกดิ ข้นึ เพราะนมิ ติ อนั เหมือนกนั บา ง เกดิ ขน้ึ เพราะนมิ ิตอนั ผดิ กนั บา ง เกิดข้นึ
เพราะลกั ษณะบาง เกดิ ขึ้นเพราะความระลึกบาง เกดิ ขน้ึ เพราะความสังเกต
บาง เกดิ ขน้ึ เพราะความนับบาง เกดิ ขน้ึ เพราะความจาํ บา ง เกดิ ขนึ้ เพราะ
ภาวนาบาง เกดิ ขนึ้ เพราะแกต ํารบั ออกดูบา ง เกิดขนึ้ เพราะความเก็บไวบา ง
เกิดข้ึนเพราะความเคยพบบา ง.

สตเิ กดิ ข้นึ แกผ รู ูอยางไร ? ทานผรู ูท้งั หลายผูระลกึ ชาติได เชน พระ
อานนทแ ละอบุ าสกิ าขชุ ชุตตราหรอื ทา นผอู นื่ ยอ มระลกึ ชาตไิ ด, สติเกดิ ขน้ึ แก
ทา นผูรอู ยางน.ี้ "

สติเกิดขึ้นเพราะความเตอื นอยางไร ? ผูม สี ตฟิ น เฟอนโดยปกตผิ อู ืน่
เตอื นใหร ะลึกได, สตเิ กดิ ขนึ้ เพราะความเตอื นอยางน.้ี

สติเกิดขึน้ เพราะวญิ ญาณอาศัยนมิ ิตอันสาํ คัญอยา งไร เมอื่ ใดได
อภเิ ษกในสมบัตกิ ็ดี ไดบ รรลโุ สดาปต ตผิ ลกด็ ี เมอ่ื นน้ั สติกําหนดจํากเ็ กิดขน้ึ .
สติเกดิ ข้นึ เพราะวิญญาณอาศัยนมิ ิตอนั สาํ คัญอยา งน.้ี

สตเิ กดิ ขึ้นเพราะวญิ ญาณอาศยั ส่ิงที่เปน ประโยชนอ ยางไร ? คนได
ความสุขในท่ีใด กร็ ะลึกถงึ ทน่ี ้นั วา 'เราไดความสุขในท่โี นน ,' สติเกดิ ขน้ึ เพราะ
วญิ ญาณอาศยั สิ่งทเี่ ปนประโยชนอยา งน.้ี

สตเิ กดิ ข้นึ เพราะวญิ ญาณ อาศัยสง่ิ ท่ีไมเ ปน ประโยชนอ ยา งไร ? คนได

ความทกุ ขในทีใ่ ด กร็ ะลกึ ถงึ ทนี่ น้ั วา 'เราเคยไดค วามทกุ ขใ นทท่ี โ่ี นน,' สติยอม
เกิดเพราะวิญญาณอาศัยสงิ่ ทีไ่ มเ ปน ประโยชนอยางน.้ี

สตเิ กดิ ขน้ึ เพราะนมิ ิตทเ่ี หมอื นกันอยางไร ? ไดเ ห็นคนทคี่ ลายกนั แลว
ระลกึ ถึงมารดาก็ดี บดิ าก็ดี พี่ชายนองชายกด็ ี พห่ี ญงิ นอ งหญงิ กด็ ,ี ไดเ ห็นอูฐ
ก็ดี โคกด็ ี ลากด็ ี ท่คี ลายกันแลว ระลกึ ถงึ สตั วเ ชน นนั้ ตวั อนื่ , สติเกิดขน้ึ เพราะ
นมิ ิตที่เหมือนกันอยา งน.ี้

สตเิ กดิ ขน้ึ เพราะนมิ ติ ทไี่ มเหมอื นกนั อยา งไร ? ระลึกไดวา 'สีของสตั ว
ตวั โนน เชน น,ี้ เสยี งของคนโนน เชน น,้ี กล่นิ รสสัมผสั ของวตั ถุโนน เชน น้ี ๆ,
สตเิ กดิ ข้นึ เพราะนมิ ติ ที่ไมเ หมอื นกนั อยา งน.ี้

สตเิ กิดข้นึ เพราะลักษณะอยา งไร ? เจาของเหน็ โคของตวั แลว รูไดจ ําได
เพราะตาํ หนิ เพราะลกั ษณะ, สติเกิดขึ้นเพราะลกั ษณะอยา งน.้ี

สตเิ กดิ ขนึ้ เพราะความระลึกอยางไร ? ผมู สี ตฟิ น เฟอนโดยปกติ ผอู นื่
เตือนวา 'ระลึกดูเถดิ ๆ' ดงั นี้ ใหระลกึ ไดบ อย ๆ, สติเกดิ ขึ้นเพราะความระลึก
อยา งน.ี้

สตเิ กิดขนึ้ เพราะความสงั เกตอยา งไร ? เพราะเราไดเคยเรียนหนังสือรู
ไดวา 'ตออักษรตวั น.ี้ ' จะตองเขยี นอกั ษรตวั นน้ั ', สตเิ กิดขึน้ เพราะความสงั เกต
อยางน.้ี

สตเิ กิดขน้ึ เพราะความนบั อยางไร ? เพราะเคยไดเรียนความนบั ผนู บั
จงึ นบั ไดม าก, สตเิ กดิ ขึ้นเพราะความนบั อยางน.ี้

สติเกดิ ขึ้นเพราะความจาํ อยา งไร ? เพราะไดเคยเรียนความจํา ผูจําจงึ
จาํ ไดม าก, สตเิ กิดขนึ้ เพราะความจาํ อยา งน.ี้

สติเกดิ ขน้ึ เพราะภาวนาอยางไร ? ภกิ ษใุ นศาสนานี้ ระลกึ ถงึ ขนั ธ
สันดานที่ตนอาศัยอยูในกาลกอ นไดหลายอยางตา ง ๆ กนั คือ ระลกึ ไดชาติ
หนงึ่ บา ง สองชาตบิ าง สามชาตบิ า ง สช่ี าตบิ าง หา ชาตบิ าง สิบชาตบิ า ง ย่สี ิบ
ชาติบา ง สามสบิ ชาตบิ า ง สสี่ บิ ชาตบิ าง หา สิบชาติบา ง รอยชาติบา ง พนั ชาติ
บา ง แสนชาติบา ง ตลอดสังวัฏฏกปั ป (คือ กัปปท ่เี ส่ือม) เปน อันมากบา ง
ตลอดวิวัฏฏกปั ป (คือ กัปปท ่เี จริญ) เปน อนั มากบาง วา ในทโ่ี นน เราไดเ ปนผู
มีชอ่ื อยางนนั้ มโี คตรอยา งนน้ั มพี รรณอยา งน้นั มอี าหารอยางน้นั เสวยสขุ
เสวยทกุ ขอยางนนั้ มที ส่ี ดุ อายเุ ทา นนั้ ครัน้ เล่ือนไปจากทน่ี น้ั แลว ไดไ ปเกดิ ในที่
โนน แมใ นทนี่ นั้ เราไดเ ปน ผมู ีช่อื อยา งนน้ั มีโคตรอยา งนนั้ มพี รรณอยา งนัน้ มี
อาหารอยา งนน้ั เสวยสขุ เสวยทกุ ขอยา งนน้ั มที ่ีสดุ อายเุ ทาน้นั คร้นั เลอื่ นไป

จากนนั้ แลว มาเกดิ ขึ้นในทน่ี ,้ี ทานระลึกขนั ธสันดานท่ีตนเคยอาศยั อยใู นกาล
กอ นหลายอยา งตา ง ๆ กัน พรอมทงั้ อาการและเพศพรรณฉะน,ี้ สติเกดิ ขึ้น
เพราะภาวนาอยางน.้ี

สตเิ กดิ ขึ้นเพราะแกต ํารบั ออกดูอยางไร ? เหมอื นพระเจา แผน ดนิ ทรง
ระลกึ ถงึ พระราชกําหนดสาํ หรบั ปกครองแผนดิน ตรัสสงั่ ใหนาํ คมั ภรี ทจ่ี ารึก
พระราชบญั ญตั ิมาทอดพระเนตรแลว ทรงระลึกพระราชกาํ หนดขอ น้นั ได, สติ
เกดิ ข้นึ เพราะแกต าํ รบั ออกดูอยา งน.้ี

สตเิ กิดขน้ึ เพราะความเก็บไวอ ยา งไร ? ไดเหน็ ของทเี่ ก็บไวแลว ระลกึ
ขึ้นได, สตเิ กดิ ขน้ึ เพราะความเก็บไวอยา งน.้ี

สตเิ กิดข้นึ เพราะเคยพบอยางไร ? เพราะไดเ ห็น ระลกึ ถงึ รูปได เพราะ
ไดฟ ง ระลึกถึงเสียงได เพราะไดด ม ระลึกถึงกลนิ่ ได เพราะไดช ิม ระลกึ ถึงรส
ได เพราะไดถกู ตอง ระลึกถงึ สมั ผัสได เพราะไดรแู จง ระลึกถึงธมั มารมณไ ด,
สตเิ กิดข้นึ เพราะเคยพบอยา งน.ี้

สติเกิดขึ้นดวยอาการสิบหกอยา งเหลา น้แี ล ขอถวายพระพร."
ร. "พระผเู ปน เจาชางฉลาดจริง ๆ."

๒. วสั สสตปญ หา ๗๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา กลา วอยวู า 'ผูใดทาํ อกศุ ล กรรม
ถงึ รอยป ในเวลาจะตาย กลบั ไดสติระลกึ ถึงพทุ ธคุณดวงเดยี ว ผนู ั้นจะเกิดขึน้
ในเทวดา;' ขอ นี้ขา พเจา ไมเ ชอ่ื . อนงึ่ พระผูเ ปนเจา กลาวอยวู า 'คนจะเกดิ ใน
นรกเพราะทาํ ปาณาติบาตคราวเดยี ว;' แมข อนีข้ าพเจา กไ็ มเชือ่ ."

พระเถรเจา ทลู ตอบวา "พระองคจะทรงสาํ คญั เห็นความนนั้ เปนไฉน:
ศลิ าแมเล็กนอกจากอยใู นเรอื จะลอยน้ําไดหรอื ไม ?"

ร. "ลอยไมไ ด. "
ถ. "ศิลาแมร อ ยเกวยี น บรรทกุ ลงในเรอื แลว จะลอยนาํ้ ไดหรอื ไม ?"
ร. "ลอยไดซ .ิ "
ถ. "กุศลกรรมทัง้ หลาย ควรเหน็ เหมอื นเรอื ฉะนน้ั ."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๓. อนาคตปญ หา ๗๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา พยายามเพ่ือจะละทกุ ขท ี่ลวงไป
แลว หรือ ?"

ถ. "หามิได. "
ร. "พระผเู ปน เจา พยายามเพอ่ื จะละทกุ ขท ่ยี งั ไมม าถึงหรือ ?"
ถ. "หามิได. "
ร. "พระผเู ปน เจา พยายามเพือ่ จะละทุกขท เี่ กิดขึน้ บัดนหี้ รอื ?"
ถ. "หามไิ ด. "
ร. "ถาวา พระผเู ปน เจา มไิ ดพ ยายามเพ่ือจะละทุกขท ี่ลว งไปแลว ทย่ี ัง
ไมมาถงึ ที่เกิดข้ึนบดั น,้ี ถา เชน นนั้ พระผเู ปน เจา พยายามเพ่ือประโยชนอ ะไร
เลา ?"
ถ. "อาตมภาพ พยายามเพือ่ ประโยชนว า 'ทาํ อยา งไรหนอทกุ ขน จ้ี ะพงึ
ดับไปดว ย ทกุ ขอ่ืนจะไมพ งึ เกิดขน้ึ ดวย."
ร. "ทุกขทย่ี งั ไมมาถงึ มหี รือ พระผเู ปนเจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร ไมม .ี "
ร. "พระผเู ปน เจา ก็ฉลาดเหลอื เกนิ จงึ พยายามเพื่อจะละทกุ ขซึง่ ไมม ี
อยู."
ถ. "ขอถวายพระพร พระเจาแผนดนิ ทเ่ี ปนปฏิปก ษขาศึกปจจามติ ร
เคยยกมาประชิดพระนครมบี างหรือ ?"
ร. "มบี าง."
ถ. "พระองคต รสั สงั่ ใหข ุดคู กอกาํ แพง ปก เสาระเนยี ด ถมเชงิ เทิน รวบ
รวมเสบียงอาหารในเวลานน้ั หรือ ?"
ร. "หามไิ ด ของเหลา นนั้ ตองตระเตรียมไวก อ น."
ถ. "พระองคหดั ทรงชา ง ทรงมา ทรงรถ ทรงธนู ทรงพระแสงในเวลา
นน้ั หรอื ?"
ร. "หามิได ตองหัดไวก อ น."
ถ. "การทท่ี ําดงั นน้ั เพ่ือประโยชนอ ะไร ?"
ร. "เพื่อประโยชนจะกันภัยทยี่ ังไมม าถึง."
ถ. "ภยั ท่ยี งั ไมม าถงึ มหี รือ ขอถวายพระพร ?"
ร. "ไมม ี."
ถ. "พระองคกฉ็ ลาดเหมอื นกัน จงึ ตระเตรยี มเพ่อื จะกนั ภัยทีย่ งั ไมม า

ถงึ ."
ร. "ขอพระผูเปน เจา จงอปุ มาใหขาพเจาฟงอีก."
ถ. "พระองคจะทรงสาํ คัญเหน็ ความนน้ั เปน ไฉน: เม่ือใด พระองคทรง

ระหาย เมอ่ื นนั้ จงึ ตรสั ส่ังใหข ดุ สระ ดว ยพระราชประสงคจ ะเสวยนาํ้ ดังนน้ั
หรอื ?"

ร. "หามไิ ด ตองตระเตรียมไวก อ น."
ถ. "เพอ่ื ประโยชนอ ะไร ?"
ร. "เพ่ือประโยชนจะกันความระหายทยี่ ังไมมาถงึ ."
ถ. "ความระหายทยี่ งั ไมม าถงึ มีหรือ ขอถวายพระพร ?"
ร. "ไมมี."
ถ. "พระองคกฉ็ ลาดเหลือเกนิ จงึ ตระเตรียมเพอ่ื ประโยชนจ ะกนั ความ
ระหายท่ียงั ไมม าถงึ ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจาจงอปุ มาใหข า พเจา ฟง อีก."
ถ. "พระองคจ ะทรงสาํ คัญเหน็ ความนน้ั เปน ไฉน: เมื่อใด พระองคท รง
หวิ อยากจะเสวยพระอาหาร เมื่อนนั้ จงึ ตรสั สงั่ ใหไ ถนา หวา นขา วสาลี ดว ย
พระราชประสงคจ ะเสวยพระอาหาร ดังนนั้ หรือ ?"
ร. "หามไิ ด ตองตระเตรยี มไวก อ น."
ถ. "เพ่ือประโยชนอะไร ?"
ร. "เพอ่ื ประโยชนจ ะกนั ความหิวทย่ี งั ไมมาถึง."
ถ. "ความหวิ ทย่ี งั ไมม าถงึ มีหรือ ขอถวายพระพร ?"
ร. "ไมม .ี "
ถ. "พระองคกฉ็ ลาดเหลือเกนิ จงึ ไดต ระเตรียมเพอ่ื จะกนั ความหิวทย่ี งั
ไมม าถงึ ."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

๔. ทรู พรหมโลกปญหา ๗๓

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา พรหมโลก แตทนี่ ้ีไปไกลเทาไร ?"
พระเถรเจา ถวายวสิ ัชนาวา "ไกลมาก ศิลาประมาณเทา เรือน มียอด
ตกจากพรหมโลกนน้ั แลว วนั หนง่ึ กนั คนื หนงึ่ ตกลงมาไดส ห่ี มนื่ แปดพนั โยชน
ตอ ลวงส่เี ดือนจงึ จะตกถึงพนื้ แผน ดิน."

ร. "พระผเู ปน เจากลาวอยวู า 'ภกิ ษผุ ูม ฤี ทธิ์ ถึงความแกลว กลา ในจติ
อนั ตรธานในชมพูทวีปแลว ไปปรากฏในพรหมโลกในทนั ใดเหมอื นบรุ ุษมี
กําลงั เหยยี ดแขนท่คี ไู ปแลว หรือคแู ขนท่เี หยยี ดไวแ ลว ฉะน้ัน;' คําน้ี ขา พเจา
ไมเชอ่ื วา จะไปตลอดหลายรอ ยโยชนไดเร็วเกิน ดงั นั้น."

ถ. "ขอถวายพระพร ชาตภิ มู ขิ องพระองคอยทู ไี่ หน ?"
ร. "ขา พเจา เกดิ ทเี่ กาะชื่อ อลสนั ทะ."
ถ. "เกาะ อลสนั ทะ แตท นี่ ้ีไปไกลเทาไร ?"
ร. "ประมาณสองรอยโยชน. "
ถ. "พระองคทรงจาํ ไดบางหรอื ไมว า ทรงทาํ ราชกิจอยางใดอยางหนงึ่
ในทนี่ ้นั แลว ทรงระลึกถงึ ."
ร. "ระลึกอยบู า ง."
ถ. "พระองคเสดจ็ ไปไดป ระมาณสองรอ ยโยชนเร็วนกั ."
ร. "พระผูเ ปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๕. พรหมโลกกัสมรี ปญหา ๗๔

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา คนตาย ณ ท่นี ี้ ผหู นงึ่ ไปเกิดใน
พรหมโลก ผหู น่งึ ไปเกิดในประเทศกสั มีระ (แคชเมยี ร) ใครจะเกดิ ชา กวา ใคร
จะเกดิ เร็วกวา ."

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "เทา กนั ."
ร. "พระผเู ปน เจา จงอุปมาใหข า พเจา ฟง ."
ถ. "พระนครทพ่ี ระองคป ระสตู อิ ยูท่ไี หน."
ร. "ขา พเจา เกดิ ท่ี กลสคิ าม."
ถ. "กลสคิ าม แตท ีน่ ไ้ี ปไกลเทาไร ?"
ร. "ประมาณสองรอยโยชน. "
ถ. "ประเทศกสั มรี ะ แตท น่ี ี้ไปไกลเทาไร ?"
ร. "สบิ สองโยชน. "
ถ. "ขอเชิญพระองคท รงนกึ ถงึ กลสิคาม."
ร. "นกึ แลว ."
ถ. "ขอพระองคท รงนกึ ถงึ ประเทศกสั มรี ะ."
ร. "นกึ แลว ."

ถ. "ท่ตี าํ บลไหนทรงระลกึ ไดช า ทีต่ าํ บลไหนทรงระลึกไดเรว็ ?"
ร. "เทากนั ."
ถ. "พระองคท รงระลึกทสี่ องตาํ บลนนั้ ไดเทา กนั ฉันใด, คนตายแลว
ณ ทน่ี ี้ ผหู นง่ึ ไปเกิดในพรหมโลก ผหู นงึ่ ไปเกดิ ในประเทศกนั มีระ คนทัง้ สอง
น้ันเกิดพรอมกนั ฉนั น้นั ."
ร. "ขอพระผูเ ปน เจาจงอุปมาใหข าพเจาฟง อีก."
ถ. "พระองคจะทรงสาํ คญั เหน็ ความนน้ั เปน ไฉน: นกสองตัวบนิ ไปใน
อากาศ, ตัวหนงึ่ จบั ทีต่ นไมส ูง ตัวหน่งึ จบั ท่ตี น ไมตา่ํ นกสองตวั นนั้ จบั พรอ ม
กัน เงาของตัวไหนจะปรากฏ ณ พนื้ กอน เงาของตัวไหนจะปรากฏทหี ลงั ?"
ร. "พรอมกนั ."
ถ. "เงาของนกสองตวั ปรากฏ ณ พน้ื พรอมกนั ฉนั ใด, คนตายแลว ณ
ทนี่ ี้ ผูห นึ่งไปเกิดในพรหมโลก ผหู นงึ่ ไปเกดิ ในประเทศกสั มรี ะ คนทั้งสองนน้ั
เกิดพรอมกนั ฉนั นนั้ ."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๖. ปรโลกคตนีลปตาทิวณั ณคตปญ หา ๗๕

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา ขา พเจาจกั ถามถงึ เหตุทนั ดว น:
สตั วผจู ะไปสปู รโลก ไปดว ยสไี หน คอื ดว ยสีเขยี ว หรอื สีแดง หรอื สีเหลือง
หรอื สีขาว หรอื สแี สด หรือสปี ภสั สร, กห็ รอื วา ไปดว ยเพศชา ง เพศมา หรือ
ดวยรปู รถ ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "มหาบพิตร ขอ นัน้ พระผมู พี ระภาคหาได
ทรงบัญญตั ไิ วไ ม, ขอนน้ั มิไดมีในพระพุทธวจนะ คือ พระไตรปฎก."

ร. "พระผเู ปน เจา ถา วา พระสมณโคดมมไิ ดท รงบญั ญตั ิไว, ใครจะรไู ด
อยางวา 'สัตวจ ะไปสูป รโลกน้นั หรือมิไดไ ป,' อาชวี กใดจกั กลาววา 'โลกน้ไี มมี
โลกอน่ื ไมมี สตั วมิไดไปปรโลก' ดงั นี้ คาํ ของอาชวี กนน้ั เปนจรงิ อยา งนน้ั หรือ,
อาชวี กนนั้ เปน อาจารยผ ฉู ลาดหรือ พระผเู ปน เจา."

ถ. "ขอถวายพระพร มหาบพติ ร ทรงสดับคาํ ของอาตมภาพหรอื ?"
ร. "ฟง ซิ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร คําของอาตมภาพหลดุ ออกจากปากแลวไปเขา
พระกรรณของมหาบพิตรนน้ั เมอ่ื ในระหวา งทาง กม็ ไิ ดทาํ การอะไรหรือ

มหาบพิตรทรงเหน็ เปน สเี ขียว สเี หลอื ง ฯลฯ ทย่ี อดไมบ า ง ?"
ร. "ไมเ หน็ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ถา ไมทรงเห็น, คาํ ของอาตมภาพคงไมไ ดเขาพระกรรณ

มหาบพิตร,มหาบพิตรรบั สั่งเหลวไหล."
ร. "พระผเู ปน เจา ขา พเจา หาไดพูดเหลวไหลไม, คาํ พูดของพระผูเ ปน

เจา แมจะไมปรากฏวา เขยี วหรือเหลอื งในระหวา งทางกจ็ รงิ แตก็ไดมาเขา หู
ขาพเจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอ นน้ั ฉนั ใด, สตั วเมื่อไปสปู รโลก แมจ ะไมป รากฏ
วา เขียวหรอื เหลืองในระหวา งทางก็จรงิ ถงึ กระนน้ั สตั วก ไ็ ดไ ปปรโลกจริง
เหมือนคาํ พูดท่ไี ปเขาหู ฉะน้นั ."

ร. "อศั จรรยแปลกประหลาดจรงิ พระผเู ปน เจา , ขอพระผูเปนเจา จง
เสวยราชสมบตั อิ นั ใหญห ลวง ในสกลชมพทู วีปเถิด. พระผเู ปน เจา ขันธห านี้
ไมไปสปู รโลกดว ย และมไิ ดท ํากรรม กเ็ กิดขน้ึ ไดดวย, เมอื่ เปนเชน นี้ สงสาร ก็
ตองไมม.ี "

ถ. "ขอถวายพระพร มหาบพติ ร จะใหท ํานาหรอื ?"
ร. "ทาํ ซิ พระผเู ปน เจา ขาพเจา จักทํานา จะใหห วา นขาวสาลี."
ถ. "ขา วสาลขี องมหาบพติ รทข่ี ้ึนในแผน ดนิ แลว ออกรวงทีย่ อด, ขาว
สาลีนนั้ คนไมไ ดป ลกู จักออกรวงท่ยี อดไดห รือ ?"
ร. "จรงิ อยู ขา วสาลนี ั้น ตอ งปลกู ลงทแ่ี ผน ดิน จงึ จะออกรวงทยี่ อดได,
หรือคนไมไ ดทาํ จกั ออกรวงท่ียอดก็ไมได. "
ถ. "ถา เชนนนั้ ขา วสาลกี ไ็ มม ี ขอถวายพระพร."
ร. "มซี ิ พระผเู ปนเจา, ถา วา ขาวสาลที ีป่ ลกู ลงทแ่ี ผน ดนิ จะพงึ ออกรวง
ท่ียอด, ขา วสาลีกต็ องสาํ เรจ็ ผลท่ียอด; ถาขา วสาลีจะพงึ ออกรวงไดเ องโดยไม
ตองเพาะปลูก, ทรัพย คอื ขา วสาลจี ะตอ งเกิดขน้ึ ไดเ อง จะตอ งทาํ ขวญั ตนเอง
ละซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร ขอนน้ั ฉนั ใด, ถา วา ขนั ธหา น้ีจะพงึ ไปสปู รโลก
ดวยไซร, คนตาบอด จะตอ งเปนคนตาบอดอยรู ํา่ ไป, คนใบ จะตองเปน คนใบ
อยรู ่ําไป, จะตองทาํ บญุ เอาประโยชนอ ะไร; ถา วา ขันธห านีไ้ มตอ งมกี รรมทไี่ ด
ทาํ ไว ก็เกิดขน้ึ ได, สตั วจ ะตอ งไปนรก เพราะอกุศลกรรม ขอน้ี กฉ็ นั นนั้ ."
ร. "ขอพระผเู ปน เจาจงอุปมาใหข า พเจา ฟง ."
ถ. "เหมือนอยา งวา ดวงไฟทบี่ ุคคลจดุ ตอ กันไป จะพึงเล่ือนไปติดดวง

อน่ื หรือเลือ่ นไปยงั เปลวไฟอนื่ จะวา ดวงไฟนน้ั เกิดขึ้นเอง โดยมไิ ดอาศัยจดุ
ตอกันหรอื ?"

ร. "หามไิ ด พระผูเปนเจา , เปลวไฟเลอื่ นไปได หรอื ดวงไฟกต็ อกบั ดวง
ไฟอื่นใหเ กิดแสงสวา งหรอื เปลวได, จะวาไมไ ดอ าศยั จุดตอ กนั แลว เกดิ ขน้ึ เอง
ไมไ ดเ ลย."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอ นนั้ ฉนั ใด, ขันธห า น้ี ก็ไปสูป รโลกหาไดไม, จะ
เกิดขน้ึ เองโดยไมไดอาศยั กรรมทท่ี าํ ไว กห็ าไดไ ม ขอ นกี้ ฉ็ นั นนั้ ."

ร. "พระผูเปน เจา เวทนาขนั ธไ ปสูป รโลกหรอื ?"
ถ. "ขอถวายพระพร ถา เวทนาขันธไ ปสูปรโลกไซร, สตั วทง้ั หลายผู
เสวยเวทนาในเบญจขันธน เี้ อง เปน ตัวเวทนาขนั ธท ไี่ ปสูปรโลกหรือ ?"
ร. "หามไิ ด."
ถ. "เพราะเหตนุ ้นั มหาบพติ รจงทรงทราบวา "เวทนาขนั ธม ิไดไปสูปร
โลก."
ร. "ขอพระผเู ปน เจาจงอปุ มาใหข าพเจาฟง."
ถ. "ขอถวายพระพร กระจกเงาของมหาบพติ รมีหรือ."
ร. "มี พระผเู ปน เจา."
ถ. "มหาบพิตร โปรดหยบิ ตงั้ ไวเบือ้ งพระพกั ตร. "
ร. "ตง้ั เสร็จแลว ."
ถ. "ขอถวายพระพร พระเนตร พระกรรณ พระนาสิก พระทนตข อง
มหาบพติ ร ปรากฏในกระจกเงาน,ี้ หรือวา มหาบพติ รทรงจดั สรรขน้ึ ใหม ?"
ร. "ท่ีปรากฏในกระจกเปนตา หู จมกู ฟน ของขาพเจา ทงั้ นน้ั ."
ถ. "ถาอยา งนน้ั พระเนตร พระกรรณ พระนาสกิ พระทนตข อง
มหาบพิตรหลดุ ถอนออกไป มหาบพิตรกลายเปน คนบอดเปน คนหนวกไปหรือ
?"
ร. "หามิได พระผเู ปนเจา , เงาอาศัยตวั ขา พเจา ไปปรากฏในกระจก,
ขาพเจา ไมไดทาํ กห็ ามิได. "
ถ. "ขอถวายพระพร ขอนนั้ ฉนั ใด, ขนั ธหา นไี้ ปสูปรโลกหาไดไม, ทงั้ จะ
เกิดข้ึนเองโดยมิไดท ํากรรม ก็หาไดไม, สตั วอาศัยเบญจขันธนเี้ อง ปฏสิ นธิใน
ครรภม ารดา ดวยกศุ ลกรรมและอกุศลกรรมที่ตนไดทาํ ไว ขอ นกี้ ฉ็ นั นน้ั ."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๗. มาตกุ จุ ฉิปฏิสนั ธปิ ญ หา ๗๖

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา สตั วเมอ่ื จะปฏิสนธใิ นครรภ
มารดา ไปปฏสิ นธิโดยทวารไหน ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "ทวารสาํ หรับปฏิสนธิไมมี ขอถวายพระ
พร."

ร. "ขอพระผเู ปน เจาจงอุปมาใหขา พเจา ฟง ."
ถ. "หีบแกว ของมหาบพิตร มีอยูห รือ"
ร. "มี พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอมหาบพติ ร ทรงคิดเขา ในหบี แกว ."
ร. "คดิ แลว."
ถ. "พระจติ ของมหาบพิตร เมื่อไปในหีบแลว ไปโดยทวารไหน ?"
ร. "ไมตองอาศยั ทวาร พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ขอ นน้ั ก็เปน เชน เดยี วกนั , สัตวเมือ่ จะปฏิสนธใิ น
ครรภม ารดา ไมต องอาศัยทวาร เหมือนพระจิตของมหาบพติ รคิดเขา สหู ีบแกว
ฉะนนั้ ."
ร. "อศั จรรยแ ปลกประหลาดจริงพระผเู ปน เจา , พระผูเปนเจา แก
ปญหาเปรยี บเทียบไพเราะยงิ่ นัก; พระผูเปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ, หากวา พระ
พทุ ธเจา ยังทรงอยู พระองคจ ะพงึ ประทานสาธุการเปน แน. "

๘. สตั ตโพชฌังคปญหา ๗๗

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา โพชฌงคมีเทา ไร ?"
พระเถรเจา ถวายวิสชั นาวา "ขอถวายพระพร มเี จ็ด."
ร. "พระพทุ ธเจา ตรสั รดู ว ยโพชฌงคเทา ไร พระผูเปนเจา ?"
ถ. "ดว ยธมั มวจิ ยสมั โพชฌงคอยา งเดียว ขอถวายพระพร."
ร. "เม่ือเปนเชน นนั้ เหตไุ ฉนจึงกลาววา โพชฌงคเ จด็ เลา พระผูเปน เจา
?"
ถ. "ขอถวายพระพร พระองคจะทรงพระราชดําริเหน็ ความ ขอน้เี ปน
ไฉน: ดาบอนั สอดอยูในฝก มือไมไ ดจ บั ไว ยังจักอาจตดั ใหข าดไดห รือ ?"
ร. "ไมไ ดเลย."

ถ. "เวนจากธมั มวจิ ยสัมโพชฌงคเ สยี แลว พระพทุ ธเจา ก็ตรสั รู แตโ ดย
ลาํ พงั โพชฌงคหกไมไ ด เหมือนกนั ฉันนน้ั แล ขอถวายพระพร."

ร. "พระผูเ ปน เจาชางฉลาดจรงิ ๆ."

๙. ปาปปุญญพหุตรปญ หา ๗๘

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา บญุ กด็ ี บาปก็ดี อยา งไหนจะมี
มากกวา "

พระเถรเจา ถวายวิสชั นาวา "ขอถวายพระพร บุญแหละมีมากกวา
บาปมนี อ ย."

ร. "เพราะเหตอุ ะไร ?"
ถ. "ขอถวายพระพร เม่อื คนกระทาํ บาป ยอ มไดความรอนใจวา 'เราได
กระทําบาปไว' ดังน,้ี เหตฉุ ะนน้ั บาปจงึ ไมเ จริญ. เมอื่ คนกระทาํ บญุ ยอ มไม
ไดค นเดอื ดรอ นใจ, เมอ่ื ไมเดือดรอนใจ ปราโมทยกย็ อ มเกดิ , เมื่อใจเบกิ บาน
ปติก็ยอ มเกดิ , เมื่ออมิ่ ใจ ใจคอก็สงบ, ครั้นมีใจคอสงบแลว กย็ อ มไดเ สวยสุข,
เมอ่ื มีสขุ จิตกต็ ้ังมนั่ เปน สมาธ,ิ คร้นั มีจติ ตั้งมั่นเปน สมาธิแลว กย็ อมรชู ัดตาม
เปนแลวอยา งไร, เพราะเหตนุ ้นั บุญจึงเจริญ. บรุ ุษผถู ูกตดั มือเทา แลว ได
ถวายดอกอุบลแดพระผูมีพระภาคเจา กาํ หนงึ่ แลว จักไมไปสวู นิ ิบาตตลอด
กาลยดื ยาว มปี ระมาณถงึ เกา สบิ เอ็ดกัปป: แมเพราะเหตนุ ี้แล ขอถวายพระ
พร อาตมภาพจงึ กลา ววา บญุ มีมากกวา บาปมนี อ ย ดงั น.้ี "
ร. "พระผูเปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

๑๐. ชานอชานปญ หา ๗๙

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา คนผูรอู ยู กระทําบาปกรรม และ
คนผไู มรอู ยู กระทําบาปกรรม บาปของใครมากกวา ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ัชนาวา "ผูใดไมร อู ยู กระทาํ บาปกรรม บาปของผู
นนั้ มากกวา ขอถวายพระพร."

ร. "ถา อยา งนน้ั ราชบตุ รกด็ ี ราชมหาอมาตยก ็ดี ของขาพเจา ผไู มร ู
กระทาํ ความผดิ ลง ขา พเจามติ อ งลงโทษแกเขาทวคี ณู หรอื ?"

ถ. "ขอถวายพระพร พระองคจ ะทรงพระราชดําริความขอ น้ีเปนไฉน: ผู

หนง่ึ รอู ยูและอกี ผูหน่ึงไมรอู ยู ทง้ั สองคนนน้ั จะพงึ จบั กอ นเหล็กทไ่ี ฟเผาให
รอนโชนเปน เปลว คนไหนจะถูกลวกหนักกวา ?"

ร. "คนผูไมรซู ิ พระผเู ปนเจา."
ถ. "ผใู ดไมร ู กระทาํ บาปกรรม บาปของผนู น้ั มากกวา เหมือนกนั ฉะนั้น
แล ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเปน เจา ชา งฉลาดจรงิ ๆ."

๑๑. อตุ ตรกรุ ุปญหา ๘๐

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา ใคร ๆ จะพงึ สามารถไปสอู ุตตรกุ
รทุ วีปก็ดี สพู รหมโลกก็ดี สทู วีปอนื่ ก็ดี กับทั้งกาย คือประชมุ แหง ธาตุสอ่ี ันนี้ มี
บา งหรือ ?"

ถ. "ขอถวายพระพร มีอย.ู "
ร. "ไปไดอยางไร พระผเู ปนเจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร พระองคท รงจําไดอ ยบู างหรอื วา พระองคเ คยทรง
กระโดดขึ้นไดจากพนื้ แผน ดนิ นี้ คืบหนึ่งบา ง ศอกหนึ่งบา ง."
ร. "จาํ ไดอยู ขา พเจา กระโดดขึ้นถึงแปดศอกก็ได."
ถ. "พระองคทรงกระโดดอยา งไร จงึ ขึ้นไปไดถงึ แปดศอกก็ได."
ร. "ขาพเจา ทาํ จติ ใหเกดิ ขน้ึ กอ นวา 'ขา พเจา จักข้นึ ไปใหถงึ นนั้ ,' กาย
ของขาพเจา ก็เบาขึน้ พรอ มกบั จิตอันเกิดขนึ้ ."
ถ. "ขอถวายพระพร พระภกิ ษุผมู ฤี ทธ์ิ ถึงความเปน ผูมอี าํ นาจทางจติ
ยกกายข้นึ รวมไวใ นจติ แลว ยอ มไปสเู วหาสไดด ว ยอํานาจแหงจิตเหมอื นกัน
ฉะนน้ั ."
ร. "พระผเู ปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

๑๒. ทีฆอัฏฐกิ ปญ หา ๘๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา กลาวอยวู า 'กระดูกท่ยี าวถงึ รอ ย
โยชนก ็ม'ี ดังน,้ี แตตน ไมย ังไมมถี งึ รอยโยชน กระดกู ทยี่ าวถึงรอ ยโยชนจ ักมี
แตไหน."

พระเถรเจา ถวายวิสัชนาวา "ขอถวายพระพร พระองคจ กั ทรงพระราช

ดาํ ริความขอนเ้ี ปนไฉน: พระองคเคยไดท รงสดบั อยูหรอื วาปลาในพระ
มหาสมุทรยาวถึงหารอ ยโยชนก ็ม.ี "

ร. "เคยไดฟง อย.ู "
ถ. "กระดกู ของปลาที่ยาวหา รอยโยชน จกั ยาวถึงรอ ยโยชนม ใิ ชห รอื
ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเปน เจาชางฉลาดจรงิ ๆ."

๑๓. อสั สาสปสสาสปญหา ๘๒

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา กลา วอยา งนี้วา 'อาจกระทาํ ลม
อัสสาสะปสสาสะใหส งบได' ดงั นม้ี ิใชหรือ ?"

พระเถรเจา ทลู รบั วา "ขอถวายพระพร."
ร. "อาจอยา งไรนะ พระผเู ปน เจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร พระองคจ ะทรงพระราชดํารคิ วามขอ น้เี ปน ไฉน:
พระองคเ คยไดทรงฟง ใคร ๆ นอนกรนบา งหรอื เปลา ?"
ร. "เคยไดฟง ."
ถ. "ขอถวายพระพร เสียงนน้ั ของคนมีกายไมไดอ บรมแลว มีศีลไมไ ด
อบรมแลว มีจติ ไมไ ดอ บรมแลว มีปญญาไมไ ดอบรมแลว เมื่อกายพลิก
ตะแคงยงั สงบแลว , ไฉนลมอสั สาสะปสสาสะของทา นผมู ีกายไดอ บรมแลว มี
ศลี ไดอบรมแลว มีจิตไดอบรมแลว มีปญญาไดอบรมแลว บรรลุจตุตถฌาน
แลว จกั ไมสงบเลา."
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจริง ๆ."

๑๔. สมุททปญ หา ๘๓

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา คาํ ท่ีเรียกกันวาทะเล ๆ ดงั น้ี ดว ย
เหตไุ ร จงึ เรียกน้าํ วาทะเล ดงั น.้ี "

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "ขอถวายพระพร นาํ้ มปี ระมาณเทา ใด รส
เคม็ กม็ ปี ระมาณเพียงเทา นนั้ , รสเค็มมปี ระมาณเพยี งเทา ใด น้ํากม็ ปี ระมา
เพยี งเทา นน้ั , เหตุฉะนนั้ จงึ ไดเ รียกกันวาทะเล ดงั น.้ี "

ร. "พระผเู ปน เจา ชา งฉลาดจริง ๆ."

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา เพราะเหตุไร ทะเลจงึ มรี สเปน อัน
เดยี ว คือ มรี สเคม็ ."

พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา "เพราะเหตตุ ัง้ ขงั อยูนาน ขอถวายพระ
พร."

ร. "พระผูเ ปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๑๕. สุขุมเฉทนปญ หา ๘๔

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา บคุ คลอาจตดั ของท้งั ปวงทสี่ ขุ ุม
ไดหรอื ?"

พระเถรเจา ถวายวสิ ัชนาวา "ขอถวายพระพร."
ร. "อะไรท่ีชอื่ วา ของทงั้ ปวงทส่ี ุขุมนะ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ธรรมชอ่ื วา ของสขุ มุ กวา ของทง้ั ปวง แตธ รรมเปน
สภาพสขุ มุ ลวนหามไิ ด, คําวา สขุ มุ กด็ ี หยาบกด็ ี เปน ชอื่ สาํ หรับเรยี กธรรมทัง้
หลาย, ของอนั ใดอนั หนง่ึ อนั บคุ คลจะพงึ ตดั บุคคลยอมตดั ของนั้นไดห มดดวย
ปญญา, เคร่อื งตัดรองปญญาลงไปมิไดม .ี "
ร. "พระผูเปน เจา ชางฉลาดจรงิ ๆ."

๑๖. ปญญาวเิ สสปญ หา ๘๕
พระราชาตรสั ถามวา “ พระผเู ปน เจา ปญญาอยูที่ไหน ?”
พระเถรเจา ถวายวสิ ชั นาวา “ ปญ ญาหาไดอยทู ี่ไหน ๆ ไม”
ร. “ถา อยา งนนั้ ปญ ญาก็ไมม ีนะซ”ิ
ถ. “ขอถวายพระพร มหาบพติ รจะทรงหมายเน้อื ความขอนั้นเปน ไฉน :ลมอยูท ี่ไหน ?”
ร. “ลมหาไดอยทู ่ไี หน ๆ ไม.”
ถ. “ถาอยา งนน้ั ลมก็ไมมนี ะซ”ิ
ร. “ พระผเู ปน เจาชางฉลาดจรงิ ๆ”

๑๗. วิญญาณาทนิ านตั ถภาวปญหา ๘๖
พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา ธรรมเหลาน้ี คือ วิญญาณกด็ ี

ปญญากด็ ี เจตภูตกด็ ี มอี รรถกต็ า งกัน มพี ยญั ชนะกต็ า งกัน หรอื วา มีอรรถ
เปน อนั เดยี วกนั ตางแตพยญั ชนะ."

พระเถรเจา ถวายวิสัชนาวา "ขอถวายพระพร วิญญาณมอี ันรูแ จงเปน
ลักษณะ ปญ ญามอี นั รทู ัว่ ถงึ เปน ลกั ษณะ เจตภูตอนั บณั ฑิตเขาไปคน หาไมไ ด
โดยพระปรมตั ถ. "

ร. "ถาวา เจตภตู อันบัณฑติ เขา ไปคนหาไมได โดยพระปรมตั ถ, เมอื่
เปนเชน นี้ ใครเลาเหน็ รปู ดว ยนยั นตา ฟง เสียงดว ยหู สบู กล่ินดว ยจมูก ลิม้ รส
ดว ยลิ้น ตอ งโผฏฐพั พะดวยกาย รธู รรมารมณด วยใจ."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา เจตภตู เห็นรูปดว ยนยั นตา ฯลฯ รแู จง
ธรรมารมณดว ยใจ, เจตภตู นัน้ เมอื่ ทวาร คอื จกั ษุ โสต ฆาน ชิวหา กาย เพกิ
ถอนข้ึนเสยี ใหส นิ้ แลว จะมหิ นั หนาออกภายนอกทางอากาศอันกวา งใหญ
เหน็ รปู ฟง เสียง สูบกลน่ิ ล้มิ รส ตอ งโผฏฐพั พะชัดเจนดขี ้นึ กวา หรือ."

ร. "หามไิ ด."
ถ. "ถาอยา งนนั้ เจตภตู อนั บณั ฑติ เขา ไปหาไมได โดยพระปรมัตถนะซิ
ขอถวายพระพร."
ร. "พระผเู ปน เจาชา งฉลาดจริง ๆ."

๑๘. อรูปววัตถภาวทกุ กรปญ หา ๘๗

พระเถรเจา กลา วขึ้นวา "ขอถวายพระพร พระผมู ีพระภาคเจาไดทรง
กระทาํ การทกี่ ระทําไดยากนกั ."

พระราชาตรสั ถามวา "การอะไร พระผูเปน เจา ."
ถ. "พระองคต รัสจําแนกอรปู ธรรม คือ จติ และเจตสิกทง้ั หลายเหลา นี้
ทเ่ี ปนไปในอารมณอ ันเดียวกนั วา นี้ผัสสะ นเ้ี วทนา นีส้ ญั ญา นีเ้ จตนา นจ้ี ติ
ดังน.ี้ "
ร. "ขอพระผูเ ปน เจา จงอปุ มาใหข า พเจาฟง ."
ถ. "ขอถวายพระพร เหมือนอยา งวา บรุ ุษผหู นง่ึ หยัง่ ลงสูมหาสมทุ ร
ดว ยเรอื แลว กอบเอานาํ้ ขน้ึ มาดว ยองุ มือแลว ชมิ รสดวยลนิ้ แลว เขาจะพงึ รไู ด
หรอื วา 'นี้นาํ้ แหง นํ้าแมคงคา นนี้ า้ํ แหงแมน าํ้ ยมนุ า นน้ี า้ํ แหง แมน าํ้ อจิรวดี นี้
นํา้ แหง แมน าํ้ สรภู นีน้ า้ํ แหงแมน า้ํ มห'ี ดงั น้ี ฉนั ใด."
ร. "ยากท่ีจะรูไ ด."
ถ. "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาทรงกระทาํ การทก่ี ระทาํ ได
ยากกวานน้ั คอื ตรัสจําแนกอรปู ธรรม คือ จิตและเจตสิกทั้งหลายเหลา นี้ ที่

เปน ไปในอารมณอันเดยี วกนั วา นีผ้ สั สะ ฯลฯ น้ีจติ ดังน.้ี "
พระราชาทรงอนโุ มทนาวา "ชอบละ."

๑๙. ทกุ กรปญ หา ๘๘

พระเถรเจา ทลู ถามวา "ขอถวายพระพร พระองคท รงทราบอยหู รือ
เด๋ียวนเี้ วลาเทา ไรแลว ?"

พระราชาตรัสบอกวา "ทราบอยู เดยี๋ วนี้ประถมยามลวงไปแลว กําลงั
เปน มัชฌมิ ยาม, เจา พนกั งานตามคบสวา ง และสง่ั ใหป ระโคมแตรส่คี ัน, พวก
ขา ราชการจกั กลบั ไปจากพระลาน."

พวกโยนกอมาตยกราบทลู วา "ขอเดชะ ภิกษุรปู นี้เปน บณั ฑติ แท. "
พระราชาตรัสตอบวา "เออ พนาย พระเถรเจาเปนบัณฑติ แท, ถา
อาจารยจ ะพงึ เปนเหมือนทา น และอนั เตวาสกิ จะพงึ เปน เหมือนเราไมช า อันเต
วาสิกจะพงึ เปน บณั ฑติ รูธรรมท่วั ถึง."
พระราชาทรงพระปราโมทย ดวยปญหาพยากรณข องพระนาคเสนเถร
เจา แลว ทรงถวายผา กัมพลราคาแสนกระษาปณใหค รองแลว ตรสั ปวารณา
วา "พระผเู ปน เจานาคเสน ตงั้ แตว ันนี้เปน ตนไป ขาพเจาจะแตง ภตั ตาหารไว
ถวายพระผเู ปน เจา รอ ยแปดภาค และสิง่ ใดส่งิ หนึง่ ทเี่ ปฯ กปั ปยะอนั มีในวงั น้ี
ขา พเจา ปวารณาดว ยสงิ่ นนั้ ."
ถ. "อยาเลย ขอถวายพระพร อาตมภาพพอเลีย้ งชพี ได."
ร. "ขา พเจา กท็ ราบอยูวา 'พระผเู ปนเจา พอเลย้ี งชพี ได' กแ็ ตขอพระผู
เปนเจา จงรักษาตนดว ย, จงรักษาขา พเจา ไวด วย; พระผเู ปนเจา จะรกั ษาตน
อยางไร: ความครหาของผอู นื่ จะพึงมมี าวา 'พระนาคเสนกระทํามิลนิ ทราชา
ใหเ ลอ่ื มใสไดแ ลว แตก ็ไมไดอ ะไรสักหนอ ย' ดงั น,้ี เหตฉุ ะนน้ั ขอพระผเู ปนเจา
จงรักษาตนใหพ นปรปั ปวาทอยางน;ี้ พระผเู ปนเจา จะรักษาขาพเจา อยา งไร:
คําครหาของผอู นื่ จะพงึ มมี าวา 'มิลินทราชาเลือ่ มใสแลว แตห ากระทําอาการ
ของผเู ลอื่ มใสไม' ดังน,้ี เหตฉุ ะนน้ั ขอพระผูเปนเจา จงรกั ษาขา พเจาใหพ น
จากปรัปปวาทอยางน.ี้ "
ถ. "ขอถวายพระพร อยา งนนั้ เอาเปน ไดกนั ."
ร. "มอี ุปมาวา ราชสหี อ นั เปนพญาเนือ้ แมต องขังอยใู นกรงทอง กห็ ัน
หนา ออกอยา งเดียว ฉนั ใด, ถงึ วา ขาพเจา อยูค รองเรอื นกจ็ ริง แตก ็อยหู นั หนา

ออกนอกเปน นิตย ฉนั นนั้ ; ถา ขาพเจาจะพงึ ออกบวชบา ง กค็ งจะมชี วี ติ อยไู ด
ไมนาน เพราะศตั รขู องขา พเจามีมาก."

ลําดับนน้ั พระนาคเสนผูมอี ายุ คร้ันถวายวสิ ชั นาปญหาแกพ ระเจา มิ
ลนิ ทเสร็จแลว ลกุ จากอาสนก ลบั ไปสสู งั ฆาราม. และเมื่อพระเถรเจา หลกี ไป
แลว ไมช า ทา วเธอทรงพระอนุสรถึงปญหาทพี่ ระองคไดต รสั ถามแลวเปน อยา ง
ไร และพระเถรเจาถวายวสิ ชั นาแลวเปนอยา งไร. แตน ้ันทรงพระราชดาํ ริเหน็
วา "พระองคต รสั ถามชอบแลวทกุ ขอ และพระเถรเจา ก็ไดถ วายวิสัชนาชอบ
แลว ทกุ ขอ ." ฝา ยพระนาคเสนเถรเจา ก็คาํ นึงถงึ และดํารเิ ห็นเหมือนกนั เชน
น้นั . ครั้นลว งราตรนี ้ันแลว ถึงเวลาเชา พระเถรเจา ครองผาตามสมณวัตรแลว
ถือบาตรจวี รเขา ไปสูพระราชนิเวศนแหง พระเจา มิลนิ ท น่ังบนอาสนท แ่ี ตง
ถวาย. ขณะนน้ั ทาวเธอถวายนมัสการแกพ ระเถรเจา แลว เสดจ็ พระประทับ ณ
ทส่ี มควรแหง หนงึ่ แลว ตรัสแกพระเถรเจา วา "ขอพระผูเปน เจาอยา ไดด าํ ริเหน็
วา 'ขา พเจา ดีใจวา ไดถามปญ หากะพระผเู ปนเจา แลวนอนหลบั ตลอดราตรี
ซงึ่ ยงั เหลืออยนู ้นั , ขอพระเปน ผูเจา อยา ไดเ ห็นดงั นเ้ี ลย; ขาพเจา ไดคาํ นงึ ถงึ
ปญ หาที่ขาพเจาไดถ ามเปน อยา งไร และพระผูเ ปน เจา ไดวสิ ัชนาแลว เปน
อยา งไร ตลอดราตรีซึง่ ยังเหลอื อยนู ั้น; เหน็ วา ขาพเจาไดถามชอบแลว ทกุ ขอ
และพระผูเปนเจาก็ไดว สิ ชั นาชอบแลว ทกุ ขอ." แมพ ระเถรเจา กถ็ วายพระพร
วา "ขอถวายพระพร ขอพระองคอยา ไดทรงพระราชดาํ ริเห็นวา 'อาตมภาพดี
ใจวา ไดถวายวิสชั นาปญหาแกพระองคแลว กระทาํ ราตรีซ่ึงยงั เหลอื อยนู ้ันให
ลว งไปดว ยความโสมนัสนนั้ , ขอพระองคอ ยา ไดทรงเหน็ ดงั นนั้ เลย' อาตมภาพ
ก็ไดคํานงึ ถึงปญ หาทพี่ ระองคไดตรัสถามเปน อยางไร และอาตมภาพไดถวาย
วิสัชนาเปน อยา งไร ตลอดราตรซี ่งึ ยงั เหลืออยนู ัน้ ; เหน็ วา พระองคตรัสถาม
ชอบแลว ทุกขอ และอาตมภาพกไ็ ดถวายวสิ ชั นาชอบแลว ทุกขอ เหมอื นกนั ."
พระมหานาคทั้งสองนน้ั ตา งอนโุ มทนาสุภาสิตของกนั และกัน ดว ยประการ
ฉะน้ีแล.
ปุจฉาวสิ ัชนา มลิ นิ ทปญ หา จบ.

ปรารภเมณฑกปญ หา

พระเจามิลินทผ ูช างตรสั ทรงสันทดั ในการเถียงปญหา ทรงพระ
ปญ ญาลว งสามญั ชน มพี ระปรชี าญาณลบลน เหน็ แจงในเหตผุ ลเสดจ็ เขาไป
หาพระนาคเสนเถรเจา เพือ่ ความแตกฉานแหงพระปรชี าเสดจ็ อยใู นฉายาที่
เปน รม เงาของพระเถรเจา เฝา ตรัสถามปญหา ไดพระปญ ญาแตกฉาน ทรง
พระไตรปฎ กธรรมแลว ในสวนแหง ราตรีวนั หนงึ่ เสด็จอยู ณ ทสี่ งัด ทรง
พจิ ารณาถงึ นวังคสัตถศุ าสนา คอื พระพทุ ธวจนะมอี งคเกา ประการ ทรงพระ
ญาณเลง็ เห็นเมณฑกปญ หา คือ ปริศนาสองเงอ่ื นดจุ เขาแกะ ซง่ึ วิสัชนาแกได
เปนอันยาก และประกอบไปดว ยอุบายเครื่องจะยดโทษขนึ้ กลา วได อนั มีใน
พระศาสนาของสมเด็จพระธรรมราชา ท่ที รงภาสติ ไวโ ดยบรรยายก็มี ทรง
หมายภาสติ ไวก ม็ ที รงภาสติ ไวต ามสภาพกด็ .ี เพราะไมร แู จง อรรถาธบิ ายแหง
ภาสิตทงั้ หลายในเมณฑกปญ หาทีส่ มเดจ็ พระชินพุทธเจา ทรงภาสิตไวน น้ั ใน
อนาคตกาลไกล จกั มคี วามเขาใจผดิ ในเมณฑกปญหานนั้ แลว เถยี งกนั ข้ึน.
เอาเถดิ เราจกั ใหพ ระธรรมกถกึ เลื่อมใสเหน็ ชอบดว ยแลว จักอาราธนาใหตัด
สินเมณฑกปญ หาท้ังหลายเสีย, ในอนาคตกาล ชนทงั้ หลายจกั ไดแ สดงตาม
ทางทท่ี า นไดแกไวแ ลว นน้ั .

ครัน้ ราตรีสวา ง อรณุ ขึ้นแลว ทรงสนานพระเศยี รเกลาแลว ทรงประณม
พระหตั ถเ หนือพระเศียร ทรงพระอนุสรถงึ สมเด็จพระสมั มนาสัมพทุ ธเจา ทง้ั
อดีต อนาคต ปจจุบันแลว ทรงสมาทานพรตบทแปดประการ โดยทรงพระราช
ปณิธานตงั้ พระราชหฤทยั วา "เราจกั สมาทานองคคณุ แปดประการ บาํ เพญ็
ตบะธรรม คือ จําศลี ใหถว นเจด็ วนั ขา งหนา แตวันนไี้ ป, ครนั้ บาํ เพญ็ ตบะธรรม
ครบกําหนดนนั้ แลว จกั อาราธนาพระอาจารยใหเ ตม็ ใจแลว จักถามเมณฑก
ปญ หาทาน."

ขณะน้ัน ทา ยเธอทรงผลัดคพู ระภูษากาสาวพสั ตร ทรงสวมลองพระ
สกอันโลน ไวบนพระเศยี ร ถอื เพศมนุ แี ลว ทรงสมาทานองคคุณแปดประการ
ดงั ตอไปน้ี ถว นเจด็ วนั น.้ี

๑. เราจะหยุดวาราชการ
๒. เราจะไมยงั จติ อันประกอบดวยราคะใหเ กดิ ขนึ้
๓. เราจะไมย งั จติ ยงั ประกอบดวยโทสะใหเ กิดขึน้
๔. เราจะไมยงั จติ อนั ประกอบดวยโมหะใหเ กดิ ข้ึน
๕. เราจะเปน ผปู ระพฤตสิ ุภาพ แมแกพวกบุรษุ ชนซง่ึ เปนทาสกรรมกร
๖. เราจกั รักษากายกรรมและวจีกรรม ใหบ ริสุทธ์ปิ ราศจากโทษ

๗. เราจะรักษาอายตนะทั้งหกไมใหม สี วนเหลอื
๘. เราจะต้ังจติ ไวใ นเมตตาภาวนา
ครั้นทรงสมาทานองคคุณแปดประการเหลา น้ีแลว ทรงต้ังพระหฤทยั อยใู น
องคคณุ แปดประการนน้ั อยา งเดียว ไมเ สดจ็ ออกขางนอกถว นเจ็ดวนั แลว ใน
วันท่แี ปด พอเวลาราตรสี วา งแลว รบี เสวยพระกระยาหารแตเ ชาแลว เสดจ็ เขา
ไปหาพระนาคเสนเถรเจา มดี วงพระเนตรอันทอดลง ตรัสแตพอประมาณ มี
พระอิริยาบถสงบเสงย่ี ม มีพระหฤทยั แนว ไมสา ยไปสา ยมา ทรงพระปราโมทย
เบกิ บานพระราชหฤทยั สดใสชมุ ช่นื แลวเปน อยางยง่ิ ทรงถวายนมสั การแทบ
บาทของพระเถรเจา ดว ยพระเศยี รเกลา แลว เสดจ็ ยนื ณ ท่สี มควรสว นขา ง
หนง่ึ แลว ตรัสดงั น:ี้ -
"พระผเู ปน เจา ขอความบางเรื่องทข่ี า พเจาจะตองหารอื กบั พระผเู ปน
เจา มีอย.ู ใคร ๆ อนื่ ไมควรปรารถนาใหม าเปนทส่ี ามในขอ ความเรอื่ งนนั้ เขา
ดวย, ปญ หานนั้ จะตองถามไดแ ตใ นปาอันเปนโอกาสวา งสงัดประกอบดวย
องคแ ปดประการ เปน สมณสารปู , ในทน่ี น้ั ขา พเจา ไมต องกระทาํ ใหเ ปนขอ ท่ี
จะตอ งปกปด ไมตอ งกระทาํ ใหเปนขอ ลลี้ บั ซง่ึ จะตองซอ นเรน , เมื่อความหารือ
กนั ดว ยความประสงคอ นั ดมี อี ยู ขาพเจา ก็คงจะฟง ความลับได. ความขอ นนั้
ควรพิจารณาเห็นโดยขออปุ มา. เหมือนอะไรเลา ? เหมอื นอยางมหาปฐพี เมื่อ
การจะตอ งผง่ั มีอยู กค็ วรเปน ท่ีผง่ั ฉนั ใด, ขอ น้กี ็ฉันนนั้ ."
เสดจ็ เขา ไปสปู าอนั สงัดกับพระอาจารยแ ลว ตรัสวา "พระผเู ปน เจา
บรุ ุษในโลกผูจะใครห ารือการณ ควรเวน สถานแปดตําบลเสยี บุรษุ ผเู ปน วญิ ู
ขน ไมห ารือขอ ความในสถานเหลา นน้ั , สถานแปดตาํ บลนน้ั เปน ไฉน สถาน
แปดตําบลนัน้ คอื :
๑. สถานท่ีไมส มา่ํ เสมอ ควรเวนเสยี
๒. สถานท่มี ภี ยั ควรเวน เสยี
๓. สถานที่ลมพดั จดั ควรเวน เสยี
๔. สถานทม่ี ขี องกาํ บงั ควรเวน เสยี
๕. เทวสถาน ควรเวนเสยี
๖. ทางเปลย่ี ว ควรเวน เสยี
๗. ตะพานทเี่ ดินขาม ควรเวน เสีย
๘. ทา น้ํา ควรเวน เสยี
สถานแปดตําบลนีค้ วรเวน เสยี ."

พระเถรเจา ทูลถามวา "มีโทษอะไร ในสถานแปดตําบลนน้ั ขอถวาย
พระพร.

ร. "ขอ ความทห่ี ารือกนั ในสถานทีไ่ มส มาํ่ เสมอ ยอมแพรง พรายเซง็ แซ
อ้ือฉาวไมมดี ;ี ในสถานทมี่ ีภยั ใจยอ มหวาด คนหวาด พจิ ารณาเหน็ ความได
ถกู ตอ งหามิได: ในสถานทีล่ มพัดจัดนกั เสยี งฟง ไมถ นดั : ในสถานท่มี ีของ
กาํ บัง คนทัง้ หลายไปแอบฟง ความได: ขอ ความที่หารือกันในเทวสถาน กาย
เปน หนกั ไป: ขอ ความทห่ี ารอื กนั ในทางเปลย่ี วเปน ของเสยี เปลา: ทต่ี ะพาน
เขยา อยูเพราะฝเ ทา; ที่ทา นาํ้ ขา วยอมปรากฏทั่วไป."

พระราชาตรสั ตอ ไปวา "บุคคลแปดจาํ พวกเหลา นี้ ใครหารือดวยยอม
กระทําขอความที่หารอื ดวยใหเ สีย, บุคคลแปดจําพวกนน้ั เปน ไฉน ?

๑. คนราคจริต
๒. คนโทสจรติ
๓. คนโมหจริต
๔. คนมานจรติ
๕. คนโลภ
๖. คนเกยี จคราน
๗. คนมีความคดิ แตอยา งเดียว
๘. คนพาล
บคุ คลแปดจาํ พวกเหลา น้ี ยอ มกระทาํ ขอความทห่ี ารอื ดว ยใหเสยี ."
ถ. "เขามโี ทษอะไร."
ร. "คนราคจรติ ยอมกระทําขอความทห่ี ารอื ดวยใหเสยี ดวยอํานาจ
ราคะ, คนโทสจริต ดวยอาํ นาจโทสะ, คนโมหจริต ดวยอาํ นาจโมหะ, คนมาน
จริต ดวยอาํ นาจมานะ, คนโลภ ดวยอํานาจความโลภ, คนเกยี จคาน ดว ย
อํานาจความเกยี จคราน, คนมคี วามคิดแตอยา งเดยี วดว ยอาํ นาจความเปน
คนมีความคิดแตอยา งเดยี ว, คนพาล ดว ยอาํ นาจความเปนพาล."
พระราชาตรสั ตอไปวา "บุคคลเกา จําพวกเหลาน้ี ยอ มเปด ความลับที่
หารือดวย หาปด ไวไ ม, บุคคลเกา จาํ พวกนน้ั เปนไฉน?
๑. คนราคจรติ
๒. คนโทสจรติ
๓. คนโมหจรติ
๔. คนขลาด


Click to View FlipBook Version