The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mahidaol Eighth, 2022-05-03 23:50:31

milin

text

ไมตรัสรยู ่ิง' ดังน.ี้ แมในวนิ ัยบัญญัติ พระองคตรสั แลวอยางน้วี า 'ดกู อ นอานนท โดย
กาลทเี่ ราผตู ถาคตลว งไปแลว พระสงฆเ มอื่ จาํ นง จะเลกิ ถอนสิกขาบททง้ั หลายนอย
และนอ ยโดยลาํ ดับเสีย กจ็ งเลิกถอนเถิด' ดงั น.้ี กแ็ ตพระตถาคตเจา ทรงลองใจภิกษุ
ท้ังหลายวา 'สาวกท้ังหลายของเราผตู ถาคต เราผูตถาคตใหส ละละวางสิกขาบท โดย
กาลทเี่ ราผตู ถาคตลวงไปแลว จกั ละวางสกิ ขาบททั้งหลาย นอ ยและนอ ยโดยลําดับหรือ
วา จักถอื เอาสกิ ขาบทท้ังหลาย นอ ยและนอ ยโดยลําดับ' จงึ ตรัสพทุ ธพจนนนั้ . อุปมา
เหมอื นพระเจา จักรพรรดิ มพี ระราชโองการตรัสกะพระราชโอรสทงั้ หลายอยา งนีว้ า 'พอ
ท้งั หลาย มหาชนบทนแี้ ลมีสาครเปน ท่สี ุดรอบในทิศทง้ั ปวง' พอ ทงั้ หลาย เจา ทงั้ หลาย
ยากที่จะกระทาํ เพือ่ จะทรงไวด วยกาํ ลงั มปี ระมาณเทานั้น, เจาทงั้ หลายมาเถดิ โดยกาล
ที่เราลว งไปแลว เจา ทง้ั หลายละตําบลทงั้ หลายท่ตี ง้ั อยูในทีส่ ุดแหง แดน ๆ เสยี เถดิ , ดงั นี้
; พระราชกุมารทงั้ หลายเหลา นนั้ โดยกาลทพี่ ระชนกลว งไปแลว จะพงึ ละวางตําบล
ท้ังหลายทต่ี ง้ั อยูใ นทสี่ ดุ แหง แดน ๆ เหลา นน้ั ท้ังปวง ในชนบททีถ่ งึ พระหัตถแ ลว บา งหรอื
แล ขอถวายพระพร."

ร. "หาไม พระผเู ปนเจา ธรรมดาพระมหากษัตริยท ง้ั หลายมคี วามปรารถนายงิ่
นกั , พระราชกมุ ารทง้ั หลายพึงรวบรวมชนบทสองเทาสามเทา ย่งิ ขน้ึ ไปกวา ชนบททถี่ งึ
พระหตั ถแลว น้ัน ดวยความโลภในราชสมบัต,ิ พระราชกมุ ารทงั้ หลายเหลาน้ันจะพงึ ละ
วางชนบททถ่ี ึงพระหัตถแ ลว อะไรเลา ."

ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตเจา เม่อื ลองใจภิกษุทง้ั หลาย ตรัสแลว อยางน้ี
วา 'ดกู อนอานนท โดยกาลทเ่ี ราผูต ถาคตลว งไปแลว พระสงฆเ ม่ือจาํ นงจะเลิกถอน
สกิ ขาบททง้ั หลายนอยและนอยโดยลาํ ดบั เสีย กเ็ ลกิ ถอนเถิด' ดงั น.ี้ พระพทุ ธโอรส
ท้งั หลาย พึงคมุ ครองรกั ษาสกิ ขาบทสองรอ ยหาสิบท่ียง่ิ แมอนื่ ดวยความโลภในธรรม
เพือ่ ความพน จากทุกข, พระพทุ ธโอรสทงั้ หลาย พึงละวางสกิ ขาบททพ่ี ระตถาคตทรง
บัญญตั ไิ วแลวโดยปกตอิ ะไรเลา ฉนั นน้ั นน่ั เทียวแล."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผมู ีพระภาคเจาตรสั พระพทุ ธพจนใดวา
'สกิ ขาบททง้ั หลายนอยและนอยโดยลาํ ดบั ' ดงั น,้ี ชนนหี้ ลงแลว เกดิ ความสงสัยแลน
ไปสูค วามสงสยั โดยยง่ิ ในพระพุทธพจนน ีว้ า 'สิกขาบทเหลานนั้ สกิ ขาบทเหลา ไหน ชอ่ื
วาสิกขาบทนอ ย สิขาบทเหลาไหน ช่อื วา สกิ ขาบทนอยโดยลาํ ดับ."

ถ. "ขอถวายพระพร สิกขาบททกุ กฏ ช่ือวา สิกขาบทนอ ย สกิ ขาบททพุ ภาสิต ชื่อ
วา สิกขาบทนอ ยตามลําดบั , สองสกิ ขาบทเหลา น้ี ชื่อวาสกิ ขาบททั้งหลายนอ ยและนอ ย
โดยลาํ ดับ. แมพระเถระผูใหญท ง้ั หลายมแี ลว ในกอน ใหเกดิ ความสงสัยในปญหาขอ น,้ี
ปญ หานน้ั อนั พระผมู พี ระภาคมิไดท รงกระทาํ ในทอ่ี นั เดยี วกนั แมโดยพระเถระทง้ั หลาย

เหลานน้ั ปญหานี้พระผมู พี ระภาคแสดงแลว เพราะปรยิ ายเพอื่ ความตง้ั ม่นั แหงพระ
ธรรม."

ร. "พระผูเปน เจา ขอลี้ลับของพระพุทธเจา ผูช นะแลว พระผเู ปนเจา เกบ็ ไวนาน
แลว พระผูเ ปน เจา มาเปดแลว กระทําใหป รากฏแลวในโลก ในกาลนี้ ในวนั น.้ี "

๒. ฐปนียาพยากรณปญ หา ๑๒

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา พระพทุ ธพจนน ี้ อนั พระผมู พี ระภาคแมไ ด
ทรงภาสติ แลววา 'ดูกอนอานนท กาํ มอื ของอาจารยในธรรมทง้ั หลาย ไมมีแดพ ระ
ตถาคต'ดังน.ี้ ก็แตพระผมู พี ระภาคเจาอนั พระเถระผบู ุตรแหงนางพราหมณชี ่อื มาลงุ ก
ยะ มาทูลถามปญหาอีกไมท รงพยากรณแ ลว. ปญหานีม้ สี ว นสอง จกั เปนปญหาอาศัย
สวนหนงึ่ แลว โดยความไมร บู าง โดยความกระทาํ ความซอนบา ง. ถา วา พระผูมพี ระ
ภาคเจาตรสั แลว วา 'ดกู อนอานนท กาํ มอื ของอาจารยในธรรมทัง้ หลาย ไมม แี ดพ ระ
ตถาคต' ดังน.้ี ถา อยางนนั้ พระองคเ มอื่ ไมรู จึงไมพ ยากรณแ กพ ระเถระผูบ ตุ รแหงนาง
พราหมณชี อื่ มาลุงกยะ. ถาวาพระองครูอยู ไมพ ยากรณ, ถาอยา งน้ัน กํามอื ของ
อาจารยใ นธรรมทัง้ หลาย ยอ มมีแดพระตถาคต. ปญหาแมน ี้สองเงอื่ น มาถงึ พระผเู ปน
เจา แลว, ปญหาน้ันพระผูเปน เจาพงึ ขยายใหแ จม แจงเถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมไ ดท รงภาสิตพระ
พทุ ธพจนน ว้ี า 'ดูกอ นอานนท กํามอื ของอาจารยใ นธรรมทั้งหลาย ยอ มไมม แี ดพ ระ
ตถาคต' ดงั น.ี้ สวนพระเถระมาลงุ กยบตุ รมาทลู ถามปรศิ นาแลว พระองคไมทรง
พยากรณแ ลว, ก็แหละความไมทรงพยากรณน นั้ พระองคจ ะไดทรงกระทําดว ยความไม
รู ก็หาไม จะไดทรงกระทาํ โดยความกระทําความซอน กห็ าไม. ความพยากรณป ญหา
ทง้ั หลายเหลา นี้ มสี ปี่ ระการ, ความพยากรณป ญ หาสปี่ ระการเปน ไฉน ? ปญหาที่
จําตอ งพยากรณโดยสว นเดยี วหนง่ึ , ปญ หาทต่ี องแจกพยากรณห นง่ึ , ปญ หาทตี่ องยอ น
ถามแลวจงึ พยากรณหนง่ึ , ปญ หาทจ่ี ําตองยกไวห นึ่ง, ปญหาทีต่ องยอนถามแลวจงึ
พยากรณห น่ึง, ปญหาทจ่ี าํ ตอ งยกไวห นึง่ , กป็ ญ หาที่จาํ ตองพยากรณโ ดยสวนเดยี วเปน
ไฉน? ปญหาทจ่ี ําตอ งพยากรณโ ดยสวนเดียววา "รปู  อนจิ จ"ํ รูปไมเ ทีย่ ง "เวทนา
อนิจจา" เวทนาไมเ ทย่ี ง "สญญา อนจิ จา" ความจาํ หมายไมเท่ียง "สังขารา อนจิ จา"
สังขารทงั้ หลายไมเ ท่ยี ง "วิญญาณํ อนจิ จ"ํ วญิ ญาณไมเที่ยง; น้ีปญหาทีจ่ ําตอ ง
พยากรณโดยสวนเดยี ว.

ปญหาทีต่ อ งแจกพยากรณเปนไฉน? ปญหาวา "รปู เปนของไมเ ทีย่ งหรอื เลา,"
"เวทนา, สญั ญา, สังขาร, วญิ ญาณ, เปน ของไมเ ทีย่ งหรือเลา ดงั น"ี้ ละอยาง ๆ เปน
ปญ หาตอ งแจกพยากรณละอยา ง ๆ; น้ี เปน ปญหาตองแจกพยากรณ.

ปญหาตองยอ นถามแลวจงึ พยากรณเ ปนไฉน? ปญหาวา "บคุ คลยอมรแู จง ส่ิง
ทงั้ ปวงดว ยจกั ษุหรอื หนอแล" ดังน,้ี เปน ปญ หาตอ งยอนถามแลว จงึ พยากรณ.

ปญหาท่คี วรงดไวเ ปนไฉน? ปญ หาวา "โลกเทย่ี งหรอื " ดังน้ี เปน ปญหาควรงด
ไว, ปญ หาวา "โลกไมเทยี่ งหรอื ," "โลกมที ่ีสดุ ," "โลกไมมีทส่ี ุด," "โลกมีทสี่ ดุ ดวยไมม ที สี่ ุด
ดว ย," "โลกมีทสี่ ดุ ก็ไมใชไ มม ีทสี่ ุดกไ็ มใ ช, " "ชีวติ กอ็ นั นน้ั สรีระก็อนั นน้ั ," "ชีวติ ตา งหาก
สรีระตา งหาก,' "สตั วมีในเบอ้ื งหนาแตความตาย," "สัตวไ มม ใี นเบือ้ งหนา แตความตาย,"
"สตั วมีดว ย ไมม ีดว ย ในเบื้องหนา แตความตาย," "สัตวมีกไ็ มใช ไมมกี ไ็ มใชในเบื้องหนา
แตความตาย," เปน ปญหาควรงดคอื ไมค วรแกละอยา ง ๆ;นี้เปน ปญหาควรงดไว. พระผู
มพี ระภาคไมท รงพยากรณปญ หาควรงดนน้ั แกพระเถระมาลงุ กยบุ ตร. และปญ หานั้น
ควรงดเพราะเหตุอะไร? เหตหุ รือการณเพอ่ื จะแสดงปญ หานนั้ ไมม ,ี เพราะเหตนุ นั้
ปญหานี้จึงควรงดไว, ควรเปลง วาจาไมมกี ารณไมมีเหตยุ อ มไมม แี ตพ ระผูมีพระภาคเจา
ผูต รัสรแู ลว ท้ังหลาย ขอถวายพระพร."

ร. "ดีละ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวสิ ชั นาปญ หาน้ี สมอยา งนน้ั , ขา พเจา ยอม
รบั รองอยา งนน้ั ."

๓. มัจจภุ ายนปญหา ๑๓

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา พระพทุ ธพจนน ้ี อนั พระผูมพี ระภาคเจา
แมท รงภาสติ แลววา 'สตั วท้งั หลายทงั้ ปวง ยอ มสะดงุ ตออาชญา สัตวท ้งั หลายทง้ั ปวง
ยอมกลวั ตอ ความตาย' ดงั น.้ี และพระองคต รัสแลว วา 'พระอรหันตก า วลว งภยั ท้ังปวง
แลว' ดงั นีอ้ กี . พระอรหันตย อ มสะดงุ แตอาชญาและภยั หรอื สัตวท ง้ั หลายในนรกทีเ่ สวย
ทกุ ขอ ยใู นนรกมไี ฟโพลงแลว รอ นพรอ มแลว เม่อื จะเคลอ่ื นจากนรกใหญมเี ปลวแหง ไฟ
โพลงแลว นน้ั ยอมกลวั แตมจั จดุ ว ยหรอื ? ถาวา พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั แลววา 'สัตว
ทง้ั หลายทงั้ ปวง ยอ มสะดงุ ตออาชญา สตั วท ้งั หลายทง้ั ปวง ยอ มกลวั ตอความตาย'
ดังน,้ี ถา อยา งนนั้ คาํ ท่วี า 'สตั วท งั้ หลายทง้ั ปวงยอมสะดุงตออาชญา สตั วท้งั หลายทวั้
ปวงยอมกลัวตอความตาย' ดงั นี้ แมน ้ันกผ็ ิด. ปญ หาแมน ี้มีเงอ่ื นสอง มาถงึ พระผูเปน
เจาแลว , ปญ หาน้ันพระผูเ ปน เจาจงขยายออกใหแ จง ชดั เถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจามไิ ดทรงมุง หมายพระ
อรหนั ตทงั้ หลายตรัสพระพทุ ธพจนน ้ีวา 'สตั วทัง้ หลายทั้งปวงยอมสะดุงตออาชญา สัตว
ท้ังหลายทง้ั ปวงยอมกลวั ตอ ความตาย'ดังน,้ี พระอรหนั ตอนั พระผมู พี ระภาคเจา ยกแลว
ในวัตถนุ ั้น, เหตแุ หงภยั อันพระอรหันตเ ลิกถอนพรอ มแลว , สัตวท ง้ั หลายเหลา ใดนน้ั
เปนไปกบั ดวยกิเลส อนงึ่ สัตวท งั้ หลายใด มที ฏิ ฐไิ ปตามซ่งึ ตน คือ เห็นวาเปน ตัวเปน ตน
มีประมาณยงิ่ อนึง่ สตั วท ง้ั หลายเหลา ใด ฟขู นึ้ และยอมลงแลวเพราะสขุ และทุกข
ทงั้ หลาย, พระผมู พี ระภาคเจา ทรงมงุ หมายสัตวท ง้ั หลายเหลา นน้ั ตรสั แลววา 'สตั ว
ทั้งหลายทงั้ ปวง ยอมสะดงุ ตอ อาชญา สตั วท ้ังหลายทงั้ ปวงยอ มกลวั ตอความตาย'
ดงั น.้ี คตทิ ั้งปวงอนั พระอรหนั ตเขา ไปตัดเสียแลว, กําเนดิ อันพระอรหนั ตย ้ือแยง เสยี แลว
ปฏิสนธิอันพระอรหันตก าํ จดั เสียแลว , กเิ ลสดังซี่โครงทง้ั หลาย อนั พระอรหนั ตห กั ราน
เสียแลว , อาลัยในภพทั้งหลายทงั้ ปวง อนั พระอรหันตถ อนข้นึ พรอ มแลว, กศุ ลและ
อกุศล อันพระอรหนั ตก าํ จดั เสยี แลว , อวชิ ชาอนั พระอรหนั ตกาํ จดั ใหพ นิ าศแลว ,
วิญญาณ อนั พระอรหนั ตก ระทาํ ไมใ หเ ปน พชื ไดแลว , กิเลสท้งั หลายทงั้ ปวง อนั พระ
อรหันตเ ผาเสยี แลว , โลกธรรมท้ังหลาย อนั พระอรหนั ตเ ปน ไปลว งไดแ ลว, เพราะเหตนุ ้นั
พระอรหนั ตย อ มไมส ะดงุ แตภยั ทัง้ หลายทว้ั ปวง.

ขอถวายพระพร ในนครนี้ พงึ มมี หาอมาตยท้ังส่ขี องพระมหากษตั รยิ  ลว นเปน ผู
อนั พระราชาโปรด ไดยศแลว มคี วามคนุ เคยในพระมหากษตั รยิ  พระองคท รงตง้ั ไวใ น
ตาํ แหนง มคี วามเปน อิสระใหญ. ลําดบั นน้ั ครั้นเม่ือราชกิจอนั หนง่ึ เกิดขึ้นแลว
พระมหากษัตรยิ ทรงมพี ระราชบัญชา ชนทงั้ ปวงในแวน แควนของพระองคโ ดยประมาณ
เทาไรวา "ชนทง้ั หลายทัง้ ปวงเทยี ว จงกระทาํ พลแี กเ รา, ทา นท้ังหลายผมู หาอมาตยสจ่ี ง
ยงั กิจนนั้ ใหส าํ เร็จ;" ความสะดุงเพราะกลวั แตพลี จะพึงเกิดข้ึนแกม หาอมาตยท ง้ั สี่
เหลา น้ันบา งหรอื เปนไฉน ขอถวายพระ."

ร. "หาไม พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ความสะดงุ กลัวแตพ ลี ไมพ งึ เกิดขนึ้ แกม หาอมาตยท ง้ั สี่
เหลา นั้น เพราะเหตอุ ะไร?"
ร. "มหาอมาตยส เ่ี หลา นน้ั อนั พระมหากษตั รยิ ทรงต้งั ไวแ ลวในตาํ แหนง อัน
สงู สุด, พลยี อมไมมแี กมหาอมาตยท งั้ ส่ีเหลา นนั้ ."
ถ. "มหาอมาตยท ั้งสเี่ หลา นนั้ มพี ลอี นั กา วลว งดวยประการทงั้ ปวงแลว ,
พระมหากษตั รยิ ทรงมงุ หมายชนท้ังหลายอันเศษนอกจากมหาอมาตยเ หลา นนั้ ทรงพระ
ราชบญั ชาแลว วา 'ชนทง้ั หลายทงั้ ปวงเทยี ว จงกระทําพลีแกเรา' ดังนี้ ฉันใด; พระพทุ ธ
พจนน ้ีอันพระผมู พี ระภาคเจา มิไดท รงมงุ หมายพระอรหนั ตท ง้ั หลายตรสั แลว, พระ

อรหนั ตพระองคยกเสียแลวในวัตถนุ น้ั , เหตแุ หง ความ กลวั ของพระอรหันต ทา นเลกิ
ถอนพรอมแลว ; สัตวท ง้ั หลายเหลา ใดนั้นทย่ี งั มกี เิ ลส อนง่ึ ทิฏฐไิ ปตามตนของสตั ว
ทัง้ หลายเหลา ใด มีประมาณยิ่ง คอื หนาหนักในสนั ดาน อนง่ึ สตั วท งั้ หลายเทาใด ฟขู นึ้
และยอบลงแลว เพราะสขุ และทุกขท งั้ หลายพระผมู พี ระภาคทรงมงุ หมายสตั วท งั้ หลาย
เหลานัน้ ตรสั แลววา 'สตั วทง้ั หลายทงั้ ปวง ยอมสะดงุ ตออาชญา สัตวท งั้ หลายทงั้ ปวง
ยอมกลัวตอความตาย' ดังน้ี ฉนั น้นั โดยแท. เพราะเหตนุ นั้ พระอรหนั ตย อ มไมส ะดงุ แต
ภัยท้ังหลายทงั้ ปวง ขอถวายพระพร."

ร. "พระผูเปน เจา คาํ วา "สัพเพ" ทงั้ ปวงน้ี แสดงสตั วม ีสว นเหลอื หามไิ ด, คาํ วา
"สพั เพ" ทงั้ ปวงนี้ กลา วสตั วไ มม ีสวนเหลือ, พระผเู ปน เจา จงกลา วเหตยุ ิง่ ในขอน้ันแก
ขาพเจา เพ่อื ใหค าํ นน้ั มหี ลักฐาน"

ถ. "ขอถวายพระพร ในที่น้ี พงึ มีเจา ของบา นนายบา นบงั คบั บุรษุ ผรู ับใชวา
'ผูรับใชผ เู จริญ ทานจงมา บรรดาชาวบา นทง้ั หลายในบา น มปี ระมาณเทา ใด ทา นจงยงั
ชาวบา นทงั้ หลายทง้ั ปวงเหลานนั้ ใหประชมุ กนั ในสํานักของเราโดยเรว็ ' ดงั น;ี้ ผรู ับใชนัน้
รับวา 'ดลี ะเจา ขา ' แลวยืนอยู ณ ทามกลางแหงบา น ยงั ชนทง้ั หลายใหไ ดยนิ เสยี งเนอื ง
ๆ สามครั้งวา 'บรรดาชาวบา นทงั้ หลายในบา นมีประมาณเทาใด ชาวบานทงั้ หลายทงั้
ปวงเหลานน้ั จงประชมุ กันในสํานักของเจา บา นโดยเรว็ ๆ;' ลําดบั น้ัน ลูกบานทงั้ หลาย
เหลานน้ั รบี ประชมุ กนั ตามคาํ ของบรุ ษุ ผบู งั คบั แลว จงึ บอกแกเจา ของบา นวา 'ขา แต
เจา ลกู บานทงั้ หลายทั้งปวงประชุมกันแลว , กิจทีจ่ าํ ตอ งกระทําอนั ใด ของทา นมีอยู
ทา นจงกระทาํ กิจนน้ั ' ดังน.้ี เจาของบา นนนั้ เมอ่ื ใหพอเรอื นทง้ั หลายใหป ระชุมกนั บงั คับ
ลกู บา นทงั้ หลายทง้ั ปวง, สวนลูกบานท้งั หลายเหลานนั้ อันเจา บา นบังคบั แลวจะประชมุ
กนั ทัง้ หมดหามิได ประชมุ แตพ อเรอื นทงั้ หลายพวกเดยี ว, สวนเจา ของบานกย็ อ มรับวา
'ลูกบา นทงั้ หลายของเราเทา นน้ี น่ั เทียว' คนทงั้ หลายเหลา อ่นื ทไี่ มม าแลวมากกวา , สตรี
และบุรุษทงั้ หลาย ทาสแี ละทาสท้ังหลาย ลกู จางทงั้ หลาย กรรมกรทั้งหลาย ชาวบา น
ทง้ั หลาย ชนใชท ้ังหลาย โคและกระบอื ทงั้ หลาย แพะและแกะทง้ั หลายทเี่ ปนสัตวด ี ชน
ท้งั หลายเหลา ใด ท่ไี มม าแลว ชนทง้ั หลายเหลา นน้ั ทงั้ ปวง เจา ของบา นมิไดร ับแลว ,
เพราะความทลี่ กู บานอนั เจา ของบานมุง หมายพอ เรือนทงั้ หลายพวกเดยี ว บงั คับแลววา
'ชนทง้ั หลายเหลา นัน้ ทงั้ ปวง เจา ของบา นมไิ ดรับแลว, เพราะความทลี่ กู บานอนั เจา ของ
บา นมงุ หมายพอเรอื นทง้ั หลายพวกเดียว บังคบั แลว วา 'ชนทงั้ หลายทง้ั ปวงจงประชมุ
กนั ' ดงั นี้ ฉนั ใด. คาํ นนั้ อนั พระผมู ีพระภาคเจามไิ ดม ุงหมายพระอรหันตทั้งหลายตรสั
แลว , พระอรหนั ต พระองคทรงยกแลวในวตั ถุนน้ั , เหตุแหงความกลวั ของพระอรหนั ต
ทา นเลิกถอนแลว สัตวท ั้งหลายเหลา ใดนน้ั ทย่ี ังมกี เิ ลส อน่งึ ทฏิ ฐิไปตามตนของสตั ว

ทั้งหลายเหลา ใด มีประมาณยง่ิ อน่งึ สัตวท งั้ หลายเหลาใด ฟขู ้นึ และยอบลงแลว เพราะ
สขุ และทกุ ขทง้ั หลาย, พระผมู พี ระภาคทรงมงุ หมายสตั วท ้งั หลายเหลา นนั้ ตรสั แลว วา
'สัตวท ง้ั หลายท้งั ปวง ยอ มสะดงุ ตอ อาชญา สตั วท ัง้ หลายท้ังปวงยอ มกลัวตอ ความตาย'
ดังนี้ ฉนั นน้ั โดยแท. เพราะเหตนุ นั้ พระอรหนั ตย อมไมสะดุงแตภ ัยทั้งหลายทงั้ ปวง.

ขอถวายพระพร คาํ แสดงสตั วม ีสว นเหลือ อรรถแสดงสตั วมีสว นเหลือก็ม,ี คํา
แสดงสัตวมสี ว นเหลือ อรรถแสดงสัตวไมมสี วนเหลอื กม็ ,ี คาํ แสดงสตั วไ มมสี วนเหลือ
อรรถแสดงสัตวมสี ว นเหลอื กม็ ,ี คําแสดงสตั วไ มมีสว นเหลือ อรรถกแ็ สดงสัตวไมม สี วน
เหลอื ก็ม:ี เนอื้ ความบัณฑิตพงึ รับรองดวยเหตุนน้ั ๆ. เนอ้ื ความอนั บณั ฑติ พงึ รบั รองโดย
เหตุหา อยาง คอื โดยอาหจั จบทหนงึ่ โดยรสหนึง่ โดยอาจรยิ วงั สตาหนง่ึ โดยอธิบาย
หนงึ่ โดยการณุตตรยิ ตาหนง่ึ ก็ในเหตุหาอยางน้ี สตู รทานอธบิ ายวา อาหัจจบท, สุตตา
นโุ ลม ทา นอธบิ ายวา รส, อาจริยวาท ทานอธบิ ายวา อาจรยิ วังสะ, อตั ตโนมัติ ทา น
อธบิ ายวา อธบิ าย, เหตถุ งึ พรอมดว ยเหตทุ ง้ั หลายสี่เหลา นี้ ทานอธิบายวา การณตุ ตริย
ตา. เนื้อความ บณั ฑิตพงึ รบั รองโดยเหตทุ ง้ั หลายหา ประการเหลา นแ้ี ล : ปญหานี้ จึง
เปนปญ หาอันอาตมภาพวินจิ ฉยั ดแี ลวดวยประการอยา งนี้ ขอถวายพระพร."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน ปญ หานเ้ี ปน ปญ หาอนั พระผเู ปน เจา วนิ ิจฉยั ดแี ลว
เถิด, ขา พเจา รบั รองปญหานน้ั อยา งนน้ั , พระอรหันตจงเปน ผอู ันพระผมู ีพระภาคเจา ยก
แลวในวัตถนุ นั้ , สัตวทง้ั หลายเหลือนน้ั สะดงุ เถิด. ก็แตว า สัตวท ้ังหลายทเี่ กดิ ในนรก
เสวยทกุ ขเวทนากลา เผ็ดรอ นอยูในนรก มอี งคอวยั วะใหญน อ ยทง้ั ปวงโพลงชชั วาทแลว
เปนผูรองไหน า สงสาร คร่ําครวญรํา่ ไรบนเพอดวยปาก อนั ทกุ ขกลาเหลอื ทนครอบงาํ
แลว ไมมีผูเปน ทพี่ ึ่ง ไมมีผูเ ปน ทีร่ ะลกึ เปน สัตวห าผเู ปน ทพี่ ึ่งมิได อาดรู ดว ยความโศกไม
นอย เวยี นวา ยอยู เปน สัตวม ีความโศกเปน ทถ่ี งึ ในเบ้ืองหนา โดยสว นเดยี ว, เมื่อจุตจิ าก
นรกใหญ มเี สยี งใหญน ฤนาท ยงั ภยั นากลวั ใหเกดิ อากูลดวยระเบยี บแหง เปลวหก
อยางเดย่ี วประสานกนั แลว มเี ร่ยี วแรงแหง เปลวแผไ ปไดเนือง ๆ ตลอดรอยโยชน
โดยรอบ กระดาง เปน ทีย่ งั สตั วใหร อ น จะกลวั ตอความตายดว ยหรอื เลา? พระผเู ปน
เจา."

ถ. "ขอถวายพระพร สัตวเ หลา นน้ั ยอ มกลวั ตอความตาย."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน นรกยงั ทุกขเวทนาใหเ กดิ โดยสว นเดียวไมใ ชหรือ,
สตั วท ง้ั หลายทีเ่ กิดในนรกเหลา น้ัน เสวยแตทุกขเวทนาโดยสว นเดยี ว เมอ่ื จะเคลอ่ื นจาก
นรกยอมกลวั แตค วามตายเพ่ือเหตอุ ะไรเลา , ยอ มยนิ ดีในนรกเพือ่ เหตุอะไรเลา พระผู
เปนเจา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร สัตวท ง้ั หลายท่เี กิดอยใู นนรกเหลา นน้ั ซง่ึ จะยินดอี ยใู นนรก
หามิได, สตั วท ั้งหลายท่ีเกิดอยูในนรกเหลา นนั้ อยากจะพน จากนรกโดยแท; ความ
สะดุงเกิดข้นึ แกส ตั วเ กดิ ในนรกทั้งหลายเหลา นนั้ ดวยอานภุ าพใด อานภุ าพนี้ เปน
อานภุ าพของความตาย ขอถวายพระพร."

ร. "ความสะดงุ เพราะจุติเกดิ ขน้ึ แกส ัตวท ง้ั หลาย ทอี่ ยากจะพน อนั ใด ขา พเจา
จกั ไมเชอ่ื ความเกดิ ความสะดุงน;้ี สัตวทง้ั หลายเหลา น้นั ไดส่งิ ที่ตนปรารถนาแลว ดวย
เหตุท่ีเปน ท่ีตัง้ ใด เหตุท่ีเปน ที่ตง้ั นั้น ควรราเรงิ พระผเู ปนเจา. ใหข า พเจา ทราบดว ยดโี ดย
เหตุเถิด พระผเู ปน เจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร เหตุเปนทีต่ ั้งนี้วา 'ความตาย' ดังนแี้ ล เปนเหตทุ ีต่ งั้ แหง
ความสะดงุ ของสตั วทงั้ หลาย ท่ยี งั ไมไ ดเหน็ อริยสจั จ, ชนน้ียอ มสะดงุ ดว ย ยอม
หวาดเสียวดว ย เพราะความตายน.้ี กบ็ ุคคลใดกลัวตองเู หา ผนู น้ั เม่อื กลวั ตอความตาย
จึงกลวั ตองูเหา , ก็ผใู ด กลวั ตอ ชาง, ราชสีห เสือโครง, เสือเหลือง, หม,ี เสอื ดาว, ควาย,
วัวลาน, ไฟ, นาํ้ , หลักตอ, หนาม, ละอยา ง ๆ ผูนน้ั เม่อื กลวั ตอ ความตาย จงึ กลวั ตอชาง
, ราชสหี  เสอื โครง , เสือเหลอื ง หม,ี เสือดาว, ควาย, ววั ลาน, ไฟ, น้าํ , หลักตอ, หนาม,
ละอยา ง ๆ, กผ็ ใู ด กลัวตอหอก ผนู นั้ เมื่อกลัวตอความตาย จงึ กลวั ตอ หอกนน้ั . นั่นเปน
เดชโดยภาวะกบั ทง้ั รสแหง ความตาย, สตั วท ั้งหลายท่ีมกี เิ ลส ยอมสะดงุ ยอมกลัวแต
ความตาย ดวยเดชโดยภาวะกับทง้ั รสนนั้ , บรมบพติ ร สตั วทง้ั หลายทเ่ี กดิ ในนรก แม
อยากจะพน นรก ยอ มสะดงุ ยอ มกลวั แตค วามตาย. ในทนี่ ้ี ถา มหี นอ เกดิ ขึ้นในกายของ
บรุ ษุ ๆ นน้ั เสวยทกุ ขเพราะโรคน้ัน อยากจะพนจากอปุ ท วะจึงเรียกหมอทางผาตัดมา,
หมอทางผา ตดั นน้ั รบั แกบ รุ ษุ นนั้ แลว พงึ ยงั เครอื่ งมือใหเ ขาไปต้งั อยู เพอ่ื จะบงโรคนนั้
คือ พึงกระทาํ ศัสตราใหคม พงึ เอาเหลก็ นาบสุมในไฟ พงึ บดเกลอื แสบดวยหนิ บด;
ความสะดงุ พงึ เกดิ แกบุรุษผอู าดรู นน้ั ดวยอนั เชือดดว ยคมศัสตราอันคม และนาบดว ยคู
ซเ่ี หล็ก และอนั ยงั นาํ้ เกลอื แสบใหเขา ไปบา งหรอื ไม?"

ร. "ความสะดงุ พงึ บังเกิดขึ้นแกบรุ ุษนน้ั ซิ พระผูเปน เจา."
ถ. "ขอถวายพระพร บรมบพติ ร เมอ่ื บุรษุ นน้ั กระสบั กระสา ยอยู แมใ ครจ ะพน
จากโรค ความสะดงุ ยอ มเกดิ ขึน้ แกบ รุ ุษนน้ั เพราะความกลัวตอ เวทนา ดว ยประการ
ดังน้ี ฉนั ใด, เมอ่ื สัตวท งั้ หลายทเ่ี กดิ อยใู นนรก แมใครจะพน จากนรก ความสะดงุ ยอม
เกดิ ขนึ้ แกสัตวท ้งั หลายเหลา น้นั เพราะอนั กลวั แตความตาย ฉนั นนั้ นน่ั เทยี วแล.
อกี อยา งหนง่ึ ในทน่ี ี้ มบี ุรุษกระทําความผิดในทา นผเู ปน อสิ ระตอ งจาํ ดว ยตรวน
เคร่ืองจํา ตอ งขงั อยใู นหอ ง เปน ผใู ครเพ่อื จะพนไป, ชนผเู ปนอสิ ระนน้ั ใครจ ะปลอยบุรุษ
นั้นนั่น พงึ เรยี กบุรษุ นนั้ มา;เมอ่ื บรุ ุษผกู ระทาํ โทษผิดในทา นผเู ปน อสิ ระน้ันรอู ยวู า 'ตัวมี

โทษไดกระทาํ แลว' ความสะดุง พึงเกิดขึ้นแกบรุ ุษนนั้ เพราะไดเ หน็ ทา นทเี่ ปน อสิ ระบา ง
หรอื ไม? "

ร. "ความสะดงุ ยอมเกิดข้ึนแกบ รุ ุษนน้ั ซ?ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร บรมบพติ ร เมอ่ื บรุ ุษผมู ีโทษผิดในทา นผเู ปน อิสระ ถงึ
ปรารถนาจะพน จากเรือนจาํ ความสะดงุ ยอมเกดิ ขนึ้ แกบ รุ ษุ นนั้ เพราะกลวั แตทานผู
เปนอสิ ระ ดว ยประการน้ี ฉนั ใด, เมื่อสัตวท ง้ั หลายทเี่ กดิ ในนรก ถงึ อยากจะพน จากนรก
ความสะดงุ ยอมเกิดขึน้ แกส ตั วทง้ั หลายเหลา นนั้ เพราะกลัวแตค วามตาย ฉนั นน้ั โดย
แท. "
ร. "พระผเู ปน เจา พระผเู ปน เจาจงกลา วเหตทุ ยี่ ง่ิ ขน้ึ ไปแมอื่นอีก ขาพเจาจะพึง
เช่ือดว ยเหตไุ รเลา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร บรมบพติ ร ในทน่ี ้ี พึงมีบุรุษอนั อสรพษิ มพี ิษรายกดั แลว
บุรุษน้นั พึงลม ลงเกลือกกล้ิงดว ยพิษวกิ ารนนั้ , ครงั้ นน้ั มบี ุรษุ ผูใดผูหนงึ่ พึงเรยี กอสรพษิ
มีพษิ รา ยนน้ั มา ดวยบทแหงมนตอ นั ขลงั ใหอ สรพษิ มพี ษิ รา ยน้ันดดู พษิ คืน เมอ่ื อสรพษิ
มีพษิ รา ยนน้ั เขาไปใกล เหตคุ วามสวัสดี ความสะดงุ พงึ เกิดขน้ึ แกบ รุ ษุ ผูมีพษิ ซาบแลว
นั้นบา งหรือไม? "
ร. "ความสะดงุ ยอมเกิดขนึ้ แกบ ุรุษนน้ั ซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร เม่ืออสรพิษเหน็ ปานนน้ั เขาไปใกล แมเ พราะเหตคุ วาม
สวสั ดี ความสะดุงยงั เกดิ ข้นึ แกบ ุรษุ นั้น ดว ยประการฉะนี้ ฉันใด, ความสะดุง ยอ ม
เกิดข้ึนแกส ัตวท ง้ั หลายที่เกิดในนรก แมใ ครจะพน จากนรกเพราะกลัวแตความตาย ฉนั
นั้นโดยแทแ ล, ความตายเปน ของไมพ งึ ปรารถนาของสัตวท งั้ หลายทั้งปวง. เพราะเหตุ
น้ันสัตวท งั้ หลายทเี่ กดิ ในนรก ถงึ อยากจะพนจากนรก กย็ อ มกลวั ตอความตาย."
ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วิสชั นาปญ หาของพระผเู ปน เจา สมอยา งนน้ั
, ขาพเจา ยอมรับรองอยา งนนั้ ."

๔. มัจจุปาสามุตตกิ ปญหา ๑๔

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพทุ ธพจนนอี้ นั พระผมู พี ระ
ภาคเจา แมท รงภาสิตแลว วา 'บุคคลตงั้ อยูใ นอากาศ ไมพ งึ พน จากบวงแหง มจั จุ คือ
ความตาย, บคุ คลตัง้ อยูใ นสมทุ ร ไมพ ึงพน จากบวงแหง มจั จ,ุ บุคคลเขาไปสูชองแหง
ภูเขาทัง้ หลายแลว ไมพงึ พน จากบว งแหง มจั จุ, บคุ คลตั้งอยใู นประเทศแผน ดนิ ใด พงึ
พน จากบว งแหง มจั จไุ ด ประเทศแผนดนิ นั้นไมม 'ี ดังน.้ี

สวนปริตรทงั้ หลาย อนั พระผมู ีพระภาคเจา ทรงแสดงขึ้นแลว อกี ; ปริตรทงั้ หลาย
อยา งไรน?้ี ปริตรทัง้ หลาย คอื รตนสตู รหนงึ่ ขนั ธปริตรหนงึ่ โมรปรติ รหน่ึง ธชัคคปรติ ร
หนง่ึ อาฏานาฏยิ ปริตรหนง่ึ องั คุลามาลปรติ รหนงึ่ . ถา วา บุคคล แมไปในอากาศแลว แม
ไปในทา มกลางแหง สมทุ รแลว แมไ ปในปราสาท และกุฎี และทีเ่ ปน ทเี่ รน และถา้ํ และ
เงอ้ื มเขา และซอกเขา และปลอง และชอ งเขา และระหวางภูเขายอ มไมพ นจากบว งแหง
มจั จุได, ถา อยา งน้นั ความกระทําปริตรเปน ผดิ . ถาวาความพน จากบวงแหง มัจจุได
ดว ยความกระทําปรติ รยอมมไี ซร, ถา อยา งนน้ั คาํ ทวี่ า 'บคุ คลต้งั อยแู ลวในอากาศ
ตัง้ อยแู ลวในทา มกลางแหง สมทุ ร เขา ไปสชู อ งแหงภเู ขาทง้ั หลายแลว ไมพงึ พน จากบว ง
แหง มัจจ,ุ บคุ คลตง้ั อยแู ลว ในประเทศแผน ดนิ ใด พงึ พน จากบวงแหง มัจจไุ ด ประเทศ
แหงแผนดนิ นนั้ ยอ มไมม'ี ดังนี้ แมน น้ั ก็เปน ผิด. ปญ หาแมนี้สองเงอ่ื น มีขอดยงิ่ กวา ขอด
โดยปกติ มาถงึ พระผูเปน เจา แลว, ปญ หานั้น พระผูเปน เจา พงึ แกไ ขใหจ ะแจงเถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมไดทรงภาสติ พระ
พุทธพจนนวี้ า 'บุคคลตั้งอยแู ลว ในอากาศ พงึ พนจากบว งแหงมจั จุไมได, บคุ คลตัง้ อยู
แลว ในทา มกลางแหง สมทุ ร พงึ พน จากบวงแหง มัจจุไมได, บุคคลเขา ไปแลวสูชองแหง
ภูเขาท้ังหลาย พงึ พน จากบวงแหง มัจจุไมไ ด, บุคคลต้ังอยูในประเทศแผน ดนิ ใด พงึ พน
จากบวงแหง มจั จไุ ด ประเทศแผนดนิ นน้ั ยอมไมมี' ดงั น.้ี อน่งึ ปริตรทง้ั หลาย พระผมู พี ระ
ภาคเจา ไดท รงยกขนึ้ แสดงแลว. กแ็ หละความยกปรติ รข้ึนแสดงนนั้ พระองคทรงกระทํา
เพอื่ บคุ คลมอี ายยุ งั เหลอื อยู เปน ผถู งึ พรอ มแลว ดว ยวยั มีกรรมเครื่องหามกันไป
ปราศจากสนั ดานแลว, ความกระทาํ หรือ หรือความพากเพียรเพอ่ื ความตง้ั มนั่ ของ
บคุ คลผสู ้ินอายแุ ลวยอ มไมม ,ี เหมือนตน ไมตายแลว แหง แลว ผไุ มม ยี าง มีความเปน
อนั ตรายกน้ั แลว มีอายสุ งั ขารไปแลว เมอื่ บคุ คลพรมน้ําแมสกั พนั หมอ ความเปน ของชุม
หรอื หรือความเปนไมมใี บออ น และเปน ของเขียวของตน ไมนนั้ ไมพ ึงมี ฉนั ใด, ความ
กระทําหรอื ความเพยี รดวยเภสัช และความกระทาํ ปริตรเพอื่ ความตัง้ มนั่ แหง บคุ คลผูส้ิน
อายุแลว ไมม .ี โอสถและยาทัง้ หลายในแผน ดนิ เหลาใดนน้ั แมย าท้งั หลายเหลา นั้น เปน
ของไมก ระทาํ กจิ ของบคุ คลผูส ิ้นอายุแลว ปริตรยอ มรกั ษาคมุ ครองไดแตบ คุ คลผูมอี ายุ
ยังเหลอื อยู ถึงพรอ มแลวดวยวยั ปราศจากกรรมเครอ่ื งหา มแลว, พระผมู พี ระภาคเจา
ทรงแสดงปริตรท้งั หลายขน้ึ แลว เพอ่ื ประโยชนแ กบ ุคคลมอี ายุยงั เหลืออยู. เปรียบ
เหมอื นชาวนา เมอื่ ขาวเปลอื กสกุ แลว เมื่อซงั ขา วตายแลว พงึ กนั้ น้ําไมใ หเ ขา ไปในนา,
แตข า วกลา ใด ที่ยงั ออ นอาศยั เมฆ ถงึ พรอมแลวดว ยวัย ขาวกลา นนั้ ยอ มเจรญิ โดย
ความเจรญิ ดว ยนํ้า ฉนั ใด, เภสัชและความกระทาํ ปริตร เพ่ือบคุ คลผสู น้ิ อายุแลว
พระองคยกหา มแลว, ก็แตวา มนษุ ยท งั้ หลายเหลา ใดนนั้ เปน ผมู อี ายยุ งั เหลอื อยู ยงั ถงึ

พรอ มดว ยวัยอยู พระองคต รัสปริตรและยาทง้ั หลาย เพอ่ื ประโยชนแ กม นุษยท งั้ หลาย
เหลาน้นั , มนษุ ยทงั้ หลายเหลา นน้ั เจรญิ อยดู ว ยปรติ รและเภสัชทั้งหลาย ขอถวายพระ
พร."

ร. "พระผูเปน เจา ถา บคุ คลสนิ้ อายแุ ลว ยอมตาย บคุ คลทยี่ งั มีอายเุ หลอื อยู
ยอ มเปน อย,ู ถา อยา งนัน้ ปรติ รและเภสชั ทงั้ หลายเปนของไมมีประโยชนนะ ซ.ิ "

ถ. "ขอถวายพระพร กบ็ รมบพิตรเคยทอดพระเนตรเห็นโรคอะไร ๆ ทคี่ ืนคลาย
ไป เพราะเภสัชทัง้ หลายบางหรอื ไม?"

ร. "เคยเหน็ ซิ พระผูเ ปนเจา ขาพเจา ไดเหน็ มาหลายรอ ยแลว."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยางนัน้ คาํ ท่วี า 'ความทาํ ปริตรและเภสชั หาประโยชน
มไิ ด' ดงั นนี้ ้นั ยอมเปนคาํ ผดิ ."
ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน ความด่มื และชะโลมยาทงั้ หลายเพราะความเพยี ร
ของหมอท้ังหลายปรากฏอย,ู โรคคืนคลายเพราะความเพยี รนน้ั ของหมอทัง้ หลาย
เหลาน้ัน."
ถ. "ขอถวายพระพร แมเสยี งของบคุ คลทั้งหลาย เมอ่ื ยังปริตรทัง้ หลายให
เปน ไปอยู คอื สวดปรติ รอยู ชนทงั้ หลายอน่ื ยอ มไดย นิ อยู, ชวิ หาของบคุ คลผสู วดปรติ ร
เหลานั้นยอ มแหง ใจยอ มวงิ เวียน คอยอ มแหบ; พยาธทิ ั้งปวงยอมระงบั ไป ความจญั ไร
ทง้ั หลายทง้ั ปวงยอ มปราศจากไป ดวยความเปน ไปแหงปริตรท้งั หลายเหลา น้ัน ๆ. บรม
บพติ รเคยทอดพระเนตรเหน็ แลว หรอื ใคร ๆ ทอี่ สรพษิ กดั แลว ผูมวี ิชชาปรติ รขบั พิษ
ขจัดปด เปา พษิ ใหเ สอ่ื มคลาย มชี วี ิตรอดอยูได. "
ร. "อยางนนั้ ซิ พระผูเปน เจา ขอ นั้นยอมเปน ไปในโลก แมใ นทกุ วนั น.ี้ "
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนั้น คําที่วา 'ความกระทาํ ปริตรและเภสชั หา
ประโยชนม ิได' ดังนน้ี น้ั ผิด. เพราะอสรพษิ ใครจ ะกดั กก็ ดั บรุ ษุ ผูกระทาํ ปรติ รแลวไมไ ด,
ปากของอสรพิษที่อา ขน้ึ แลว ยอมหบุ ลง, แมต ะบองท่ีโจรท้ังหลายเง้ือข้นึ แลว ยอ มตีไม
ลง, โจรทงั้ หลายเหลานนั้ ปลอ ยตะบองเสยี กระทําความรักใคร, คชสารประเสริฐ แม
โกรธแลว เขามาใกลแลว กลบั ยินด,ี กองไฟใหญโ พลงชชั วาลแลวเขา มาใกลแ ลว ดบั ไป,
ยาพษิ แรงกลา อนั บรุ ุษผกู ระทําปรติ รนนั้ เคย้ี วแลว กลบั กลายเปน ยาบําบัดโรคไปบาง
แผไปเพื่ออาหารกิจบาง, ขา ศึกทง้ั หลายใครจะฆา คร้นั เขาไปใกลแลว กลับยอมตัวเปน
ทาส, บว งแมบ ุรุษผูก ระทาํ ปริตรนนั้ เหยียบแลว ยอ มไมร ูด. อนงึ่ บรมบพติ รเคยทรงสดบั
แลวหรอื เม่ือนกยงู กระทาํ ปริตรอยู พรานนกไมอาจเพื่อจะนําบว งเขา ไปใกลนกยูงนนั้
ถงึ เจ็ดรอ ยป, มาวนั หนงึ่ นกยูงนน้ั ประมาทไปหาไดก ระทาํ ปรติ รไม พรานนกจึงไดน าํ
บวงเขา ไปใกลน กยงู นน้ั ไดในวันนน้ั ."

ร. "ขาพเจา เคยไดฟ งซิ กติ ตศิ ัพทน นั้ ฟุง ทง้ั ไปในโลกทงั้ เทวดา."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยางนัน้ คาํ ทวี่ า 'ความกระทาํ ปริตรและเภสัชหา
ประโยชนม ไิ ด' ดงั นน้ี นั้ เปนผดิ . อน่ึง บรมบพติ รเคยทรงสดับแลว หรือ ทานพ (อสูรบตุ ร
ของอสรู มารดาชือ่ ทน)ุ เมือ่ จะรกั ษาภรยิ า เก็บภริยาไวใ นผอบแลวกลนื ผอบเขาไวใ น
ทอง บรหิ ารรกั ษาดวยทอง, คร้งั นน้ั วทิ ยาธรเขาไปทางปากของทานพนัน้ อภิรมยกบั
ดวยภริยาของทานพน้นั , ในกาลทที่ านพนน้ั ไดรูแลว ไดคายผอบนน้ั ออกเปดด,ู ขณะ
เปดผอบนน้ั วทิ ยาธรหลกี หนไี ปไดตามความปรารถนา."
ร. "ขา พเจา เคยไดฟง ซิ พระผเู ปน เจา แมกติ ติศพั ทนน้ั ฟงุ ทัว่ ไปในโลกกบั ท้งั
เทวดา."
ถ. "ขอถวายพระพร วทิ ยาธรน้ันพน แลว จากการจับไป ดว ยกาํ ลังแหง ปรติ ร
ไมใชห รอื ?"
ร. "อยา งนนั้ ซิ พระผเู ปน เจา."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยางน้นั กาํ ลงั แหง ปรติ รมอี ย.ู "
ร. "พระผูเปน เจา ปรติ รรักษาชนทงั้ หลายปวงทั่วไปหรอื ?"
ถ. "ขอถวายพระพร ปรติ รรักษาชนทง้ั หลายบางจําพวก ไมร กั ษาคนทงั้ หลาย
บางจาํ พวก."
ร. "ถา อยา งนนั้ ปรติ รไมเปน ประโยชนแกช นทงั้ หลายทง้ั ปวงทวั่ ไปนน่ั ซิ พระผู
เปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร โภชนะยอ มรักษาชีวติ ของสัตวท้งั หลายทง้ั ปวงหรือหนอ
แล?"
ร. "โภชนะยอ มรักษาชนทง้ั หลายบางพวก ไมร ักษาชนทัง้ หลายบางพวก."
ถ. "เพราะเหตุไร ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเปน เจา ณ กาลใด ชนทงั้ หลายบางพวกบริโภคโภชนาหารนน้ั มากเกนิ
ประมาณ ยอมจุกตาย ในกาลนน้ั . เพราะเหตุนนั้ จงึ วา 'โภชนะรกั ษาชนทง้ั หลายบาง
พวก ไมร กั ษาชนทงั้ หลายบางพวก."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนน้ั โภชนะไมร ักษาชวี ิตของสัตวทั้งหลายทงั้ ปวง
ทว่ั ไป."
ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน โภชนะยอมนาํ คอื ทอนชวี ิตสัตวท ง้ั หลายดวยเหตุ
สองอยา ง คือ ความบรโิ ภคมากเกนิ อยา งหน่ึง, คอื ความท่สี ัตวผบู รโิ ภคน้ันมธี าตไุ ฟ
หยอ นหน่ึง; โภชนะเปน ของใหอายุแกสัตวท ้งั หลาย มานาํ ไป คอื ทอนชวี ติ สตั วทงั้ หลาย
เพราะความบาํ รงุ ไมด .ี "

ถ. "ขอถวายพระพร ปริตรยอ มรักษาชนทงั้ หลายบางพวกยอ มไมรักษาชน
ทงั้ หลายบางพวก ฉนั นนั้ นน่ั เทยี ว.

ขอถวายพระพร ปรติ รรกั ษาไวไมไ ด ดวยเหตสุ ามอยา ง คือ กัมมวรณ กรรม
เปนเครื่องกนั้ หนง่ึ , กิเลสาวรณ กเิ ลสเปนเครื่องกั้นหนง่ึ , อสทั ทหนตา ความไมเ ชือ่ ถอื
ปรติ รนั้นใหม น่ั คงหนงึ่ . ปรตรเปน เครือ่ งตามรักษาสัตว ละการรักษาเสีย เพราะเหตุ
เครือ่ งกัน้ ซงึ่ สตั วทั้งหลายกระทําแลว ดว ยตน. อุปมาเหมือนมารดาเลยี้ งบตุ รทเ่ี กดิ ใน
ครรภอมุ ทรงครรภมาจนคลอด ดวยเครอื่ งบํารุงเปน ประโยชนเ กือ้ กลู , ครัน้ คลอดแลว
นาํ ของไมส ะอาด และมลทิน และนาํ้ มกู เสยี จากอวัยวะชาํ ระใหห มดจด ฉาบทาสุคนธ
อันอดุ มประเสริฐ, เมอื่ บคุ คลอ่ืนดา อยหู รอื ตอี ยู มารดามหี ฤทัยหวน่ั ไหว ฉดุ จูงไปหาเจา
บาน; ถา บตุ รของมารดานัน้ เปน ผมู โี ทษผดิ ลวงเขตแดน, เม่ือเปนเชน นั้น มารดานน้ั ยอ
มตยิ อ มโบยบตุ รนั้นดว ยทอนไม และตะบอง และเขา และกาํ มือท้ังหลาย; มารดาของ
บุตรน้นั ไดเ พื่อจะกระทาํ ความฉุดมาฉุดไป และความจับและจูงไปหาเจา บา นหรือเปน
ไฉน?"

ร. "หาไม พระผเู ปนเจา ."
ถ. "เพราะเหตไุ ร ขอถวายพระพร."
ร. "เพราะโทษผดิ ของบุตรน้นั กระทําแลว เองนะซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร มารดามิอาจรกั ษาปอ งกนั บุตรนั้นไวไ ด เพราะโทษท่ีบุตร
น้นั กระทาํ ผดิ เอง ฉนั ใด, ปรติ รเปนเครอื่ งรกั ษาสตั วท งั้ หลาย กระทาํ ความรักษาสตั ว
ทั้งหลายไวไ มไ ด เพราะโทษผิดที่สัตวท ง้ั หลายกระทาํ ดว ยตน ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล."
ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ดลี ะ ปญ หาพระผเู ปนเจา วนิ จิ ฉัยดีแลว , ชฏั พระผู
เปนเจา กระทาํ ไมใ หเปน ชัฏแลว, มืดพระผูเ ปนเจา กระทําใหเ ปน แสงสวางแลว , รางขาย
คอื ทฐิ ิมากระทบพระผเู ปน เจา ผูป ระเสรฐิ กวาเจา คณะผปู ระเสรฐิ แลว คล่ีคลายไปแลว."

๕. ภควโต ลาภนั ตรายปญ หา ๑๕

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผูเปน เจา กลา วอยวู า 'พระ
ตถาคตรวย จวี ร บณิ ฑบาต เสนาสนะ และยาเปน ปจ จยั แกค นไขเ ปน บริกขารทง้ั หลาย'
ดังน.ี้ อนง่ึ พระผูเปน เจา กลา วอีกวา พระตถาคตเสดจ็ เขา ไปสบู านแหง พราหมณชอื่
ปญ จสาลคามเพอื่ บณิ ฑาหาร ไมไดวัตถอุ นั ใดอันหนง่ึ เลย มบี าตรลา งแลว อยางไร คอื
ทรงแตบ าตรเปลา เสดจ็ ออกแลว .' ถา วา พระตถาคตรวยจีวร บณิ ฑบาต เสนาสนะ และ
ยาเปน ปจ จยั แกคนไขเ ปน บรกิ ขารทั้งหลาย, ถา อยา งนนั้ คําทวี่ า 'พระองคไดเ สดจ็ เขา

ไปสูบานแหง พราหมณชือ่ ปญ จสาลคาม เพื่อบิณฑาหาร ไมไดว ัตถอุ นั ใดอนั หนง่ึ เลย
ทเี ดียว มบี าตรลา งแลวอยา งไร คอื ทรงแตบ าตรเปลาเสดจ็ ออกแลว' ดงั นน้ี นั้ ผิด. ถา วา
พระตถาคตเสดจ็ เขา ไปสูบา นแหง พราหมณชือ่ ปญจสาลคาม เพ่ือบณิ ฑาหาร ไมได
วตั ถอุ นั ใดอันหนงึ่ เลยทีเดียว ทรงบาตรลา งแลว อยา งไร เสดจ็ ออกแลว , ถาอยา งนัน้ คาํ
ทวี่ า 'พระตถาคตรวย จวี ร บณิ ฑบาต เสนาสนะ และยาเปน ปจจัยแกคนไขเ ปนบรขิ าร
ทง้ั หลาย' ดังน้ี แมนนั้ กผ็ ิด. ปญ หาแมน ้สี องเงอ่ื นใหญดว ยดี บัณฑิตพงึ แทงตลอดโดย
ยาก มาถึงพระผเู ปนเจา แลว , ปญหานนั้ พระผูเปน เจา พงึ ขยายออกใหแ จงชัดเถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระตถาคตรวยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ
และยาเปน ปจจัยแกค นไขเ ปน บรขิ ารทงั้ หลาย. อนึง่ พระองคเ สด็จเขาไปสบู านแหง
พราหมณชอื่ ปญจสาลคาม เพือ่ บิณฑาหาร ไมไ ดวัตถอุ นั ใดอนั หนงึ่ เลยทีเดยี วแลว ทรง
บาตรลา งแลว อยางไร เสดจ็ ออกแลว. ก็แหละ ความทพี่ ระองคไมไดวัตถุอันใดอันหนึ่ง
ทรงแตบาตรเปลา เสดจ็ ออกแลวนัน้ เปน ไปเพราะเหตแุ หงมารผมู บี าป."

ร. "พระผูเปน เจา ถา อยา งนนั้ กศุ ลทพี่ ระองคท รงกอ สรา งไวแลวสนิ้ กปั ป
ท้ังหลาย ลว งคลองแหง การนบั แลว จะสาํ เรจ็ ผลอะไร, มารผูม ีบาป ตง้ั ขน้ึ แลวในกาลน้ี
จะพึงปด กศุ ลน้นั เปน ธรรมเคร่อื งอยมู กี าํ ลงั และเร่ยี วแรงแลววา กระไร. ถาอยา งนัน้ อปุ
วาทจะมาในสองสถานเพราะวตั ถนุ ัน้ วา 'อกุศลเปนของกาํ ลังวเิ ศษแมกวา กศุ ล, กาํ ลงั
ของมายอ มมกี ําลังวิเศษแมก วากําลงั ของพระพทุ ธเจา .' ถาอยา งนน้ั ยอดไมเ ปนของ
หนกั วเิ ศษแมก วาโคนแหง ตน ไม, บาปท่สี ดุ จะเปน ของมกี าํ ลงั วิเศษแมก วา บุคคลท่ี
สะพรง่ั แลว ดว ยคุณ."

ถ. "ขอถวายพระพร อกุศลซง่ึ จะเปน ของมกี ําลังวเิ ศษแมก วากุศล และกาํ ลงั
ของมารซึ่งจะเปน ของมกี าํ ลงั วเิ ศษแมก วา กาํ ลังของพระพทุ ธเจา. เพราะเหตมุ ปี ระมาณ
เทา นั้น หามิได. เออก็ บรมบพิตรพึงปรารถนาเหตุในขอน.้ี

ขอถวายพระพร เหมอื นมบี รุ ุษนํานํ้าผง้ึ หรอื หรือรวงแหง น้ําผงึ้ หรอื เคร่อื ง
บรรณาการอืน่ ทลู เกลา ฯ ถวายแดพระเจา จกั รพรรด,ิ บรุ ุษผูร กั ษาพระทวารของพระเจา
จักรพรรดิ พงึ วา กะบรุ ุษนน้ั น่ันอยา งนวี้ า 'สมยั นี้ ไมใ ชกาลเพือ่ จะเฝาพระมหากษตั ริย,
เหตนุ นั้ แล ทานจงถอื เครือ่ งบรรณาการของทา นกลับไปเสยี เร็ว ๆ เถิด อยา ทนั ให
พระมหากษัตริยลงพระราชอาชญาแกท านเสยี กอนเลย, ลาํ ดับนนั้ บุรษุ นนั้ สะดุง
หวาดเสยี วแลว เพราะกลวั แตพระราชอาชญา พงึ ถือเครอ่ื งบรรณาการน้นั กลบั ไปเรว็ ๆ
ฉนั ใด; พระเจา จกั รพรรดนิ น้ั ชอ่ื วา เปนผูเ สอื่ มโดยวเิ ศษ เพราะบรุ ษุ ผูร กั ษาซึ่งพระทวาร
กห็ รอื ไมพงึ ไดเ ครอื่ งบรรณาการหนอยหนง่ึ อันอนื่ ดวยเหตุสกั วา ขาดแคลนเครอื่ ง
บรรณาการ มปี ระมาณเทา นนั้ บา งหรอื แล ขอถวายพระพร."

ร. "หาไม พระผูเปน เจา บุรุษผรู ักษาพระทวารนนั้ เปน ผูอ นั ความรษิ ยาครอบงํา
แลว หา มเครอื่ งบรรณาการเสยี แลว, กแ็ ตว า เครือ่ งบรรณาการแมแ สนเทา ยอมเขา ถงึ
แดพระเจา จกั รพรรดโิ ดยพระทวารอื่น."

ถ. "ขอถวายพระพร บรุ ษุ ผูร กั ษาพระทวารน้นั อันความรษิ ยาครอบงาํ แลว หา ม
เครอื่ งบรรณาการของพระเจา จกั รพรรดเิ สยี แลวถึงกระนน้ั เคร่อื งบรรณาการแมแสน
เทา ยอ มเขา ถงึ แดพ ระเจาจกั รพรรดโิ ดยพระทวารอื่น ฉนั ใด, มารผูมบี าปอันความ
ริษยาครอบงําแลว สงิ พราหมณและคฤหบดีท้งั หลายชาวบา นปญ จสาลคามแลว , ถึง
กระนน้ั แสนแหงเทพดาทงั้ หลายเหลาอน่ื มใิ ชแสนเดียว ถอื โอชาทพิ ยอมฤตเขาไปใกล
แลว เปน ผปู ระคองอญั ชลีนมสั การพระผมู ีพระภาคเจา ยืนอยู ดว ยคิดวา 'เราทงั้ หลาย
จักแทรกทิพยโอชาลงในพระกายของพระผมู พี ระภาคเจา ' ฉันนน้ั นนั่ เทยี ว ขอถวายพระ
พร."

ร. "ขอนั้นจงยกไวเถดิ พระผเู ปน เจา ปจ จยั ท้งั หลายส่ี เปน ลาภดขี องพระผูมี
พระภาคเจาผบู รุ ษุ สงู สดุ ในโลก หรอื พระองคอนั เทพดาและมนษุ ยท ง้ั หลายวงิ วอนเชญิ
บริโภคปจ จยั ทง้ั หลายสี่ เออกแ็ หละความประสงคอ นั ใดของมาร ความประสงคน น้ั
สาํ เรจ็ แลวดว ยเหตุมปี ระมาณเทาน้นั มารนนั้ ไดกระทําอนั ตรายแกค วามเสวยของพระ
ผูมีพระภาคเจา ดว ยเหตไุ รเลา . ความสงสยั ในขอ นี้ของขาพเจา ยงั ไมข าด, ขาพเจา มี
ความสงสัยในขอนนั้ เกิดแลว แลน ไปสูความสงสัยแลว , ใจของขาพเจา ยอมไมแลน ไป
ในเหตนุ น้ั มารไดกระทําอนั ตรายแกลาภเลวทรามเล็กนอ ย เปน บาป ไมใชข องพระอรยิ
เจา แดพระตถาคตอรหนั ตสมั มาสัมพทุ ธเจาผูเ ปน อัครบุคคลประเสริฐ มีบุญเปน กศุ ล
ประเสริฐเปนแดนเถดิ ไมม ใี ครเสมอ ไมม บี ุคคลเปรยี บ ไมมีใครเปรียบเสมอในโลกกบั
ทั้งเทวดา เพราะเหตุไรเลา พระผูเปนเจา."

ถ. "ขอถวายพระพร อันตรายมีอยูสีป่ ระการ คือ อทฏิ ฐนั ตราย อนั ตรายดว ย
ความไมเ หน็ หนึ่ง อทุ ทิสสกตนั ตราย อนั ตรายกะโภชนะอนั บคุ คลเฉพาะกระทาํ แลวหนึ่ง
อปุ ก ขตนั ตราย อนั ตรายกะของอนั บุคคลเตรียมไวแลวหนงึ่ ปริโภคันตราย อนั ตรายใน
ของเครื่องใชสอยหนงึ่ . ในอันตรายท้ังสน่ี น้ั ชื่อ อทิฏฐนั ตราย คือใคร ๆ กระทาํ อนั ตราย
กะของทบ่ี คุ คลปรงุ ไวแลวไมเฉพาะ ดวยอันไมเ หน็ ดว ยคดิ วา 'ประโยชนอ ะไรดว ยอันให
แลว แกบ คุ คลอื่น.' น้ชี อื่ อทฏิ ฐนั ตราย. อทุ ทสิ สกตนั ตรายเปน ไฉน? ในโลกนี้ โภชนะ
เปนของอนั ใคร ๆ อา งบคุ คลบางคนแลว ตกแตง เฉพาะแลว ใคร ๆ กระทาํ อนั ตรายกะ
โภชนะ นน้ั , น้ีชอ่ื อุททิสสกตนั ตราย. อปุ ก ขตนั ตรายเปน ไฉน? ในโลกนี้ วัตถุ อนั ใด
อันหนงึ่ เปน ของอันบคุ คลเตรียมไวแลว แตย งั ไมไดประเคนแลว ใคร ๆ กระทาํ อนั ตราย
ในวตั ถทุ ่เี ขาเตรียมไวแลวนน้ั , นีช้ อ่ื อุปก ขตนั ตราย. ปรโิ ภคนั ตราย เปน ไฉน? ในโลกน้ี

วตั ถุอนั ใดอันหนง่ึ เปน เครอ่ื งใชสอยใคร ๆ กระทาํ อันตรายในวัตถุเครอื่ งใชสอยนนั้ , น้ีชื่อ
เปน ปรโิ ภคนั ตราย. อนั ตรายทง้ั หลายสเ่ี หลา น้ีแล.

ขอถวายพระพร กม็ ารผมู บี าปสงิ พราหมณและคฤหบดีชาวบา นปญจสาลคาม
ทั้งหลายแลว เพราะเหตใุ ด, ท่นี นั้ จะเปน ทบี่ ริโภคของพระผูม ีพระภาคเจา ไมใชเ ลย จะ
เปน วตั ถอุ นั บคุ คลตระเตรยี มแลว ก็ไมใช จะเปน โภชนะอนั บุคคลกระทําเฉพาะแลว ก็
ไมใช, วตั ถุยงั ไมมาแลว ยงั ไมถึงพรอ มแลว มารกระทาํ อนั ตรายดว ยความเหน็ ; กค็ วาม
กระทาํ อนั ตรายนน้ั เฉพาะพระผมู ีพระภาคเจาองคเดยี วเทา นน้ั หามไิ ด, ชนท้งั หลาย
เหลา ใดออกแลว มาเฉพาะแลว โดยสมัยนั้น ชนทงั้ หลายเหลา นนั้ แมท ั้งปวงไมไดโภชนะ
แลว ในวนั นน้ั . บคุ คลใด พึงกระทําอนั ตรายกะเครือ่ งบรโิ ภคอนั บคุ คลกระทําเฉพาะแลว
เตรียมไวแลวเพื่อพระผูม พี ระภาคเจา นน้ั อาตมภาพไมเ หน็ บคุ คลนั้นในโลกทัง้ เทพดา
ท้งั มารทง้ั พรหม ในหมูสัตวก บั ทงั้ สมณะและพราหมณ ทง้ั เทพดาและมนุษย; ถา ใคร ๆ
พงึ กระทาํ อันตรายกะเคร่ืองบริโภคอนั บคุ คลกระทาํ เฉพาะแลว เตรียมไวแ ลว เพ่อื พระผู
มพี ระภาคเจา นัน้ ดวยความริษยา, ศีรษะของบคุ คลนั้น พงึ แตกโดยรอ ยภาค หรอื พัน
ภาค ขอถวายพระพร.

ขอถวายพระพร คณุ ทง้ั หลายของพระตถาคตสป่ี ระการเหลา นีอ้ ันใคร ๆ หาม
กันไมได, คุณท้งั หลายสป่ี ระการทีใ่ คร ๆ หา มกนั ไมไ ดเ ปน ไฉน? ลาภอันบุคคลกระทาํ
แลว เฉพาะ เตรยี มไวแ ลว เพอ่ื พระผมู ีพระภาคเจา อนั ใคร ๆ ไมอ าจเพอ่ื จะกระทาํ
อนั ตรายหนงึ่ , แสงสวางมวี าหนง่ึ เปน ประมาณ ไปตามพระสรรี ะของพระผูม พี ระภาค
เจา อันใคร ๆ ไมอาจเพอ่ื จะกระทาํ อนั ตรายหนงึ่ , รตั นะ คือ พระสพั พัญุตญาณของ
พระผมู พี ระภาคเจา อนั ใคร ๆ ไมอาจเพือ่ จะกระทาํ อนั ตรายหนึ่ง, พระชนมชพี ของพระ
ผูม พี ระภาคเจา อนั ใคร ๆ ไมอ าจเพ่ือจะกระทําอนั ตรายหนง่ึ , คุณทงั้ หลายของพระ
ตถาคตเจา สี่ประการเหลา นแี้ ล อันใคร ๆ พึงหามกนั ไมได. คุณท้ังหลายแมทงั้ ปวง
เหลาน้ี มีรสเปน อนั เดียว ไมม ีโรค ไมก ําเรบิ ไมมคี วามเพียรแหง ผูอ ่นื กิริยาทงั้ หลายเปน
ของไมห ยาบ. มารผูม บี าปแอบสงิ พราหมณและคฤหบดที ้งั หลายชาวบา นปญจสา
ลคาม ดวยความไมเ หน็ , โจรทงั้ หลายซมุ อยูในชฏั ในประเทศที่สุดแหง แดนของ
พระมหากษตั ริย ประทษุ รายชนเดนิ ทาง กถ็ าวา พระมหากษัตรยิ พงึ ทอดพระเนตรเหน็
โจรทงั้ หลายเหลานน้ั ไซร, โจรทง้ั หลายเหลานน้ั พงึ ไดความสวัสดี หรอื เปน ไฉนเลา ? ขอ
ถวายพระพร"

ร. "หาไม พระผูเปน เจา ถา พระมหากษตั รยิ ทอดพระเนตรเห็นโจรทัง้ หลาย
เหลานนั้ ไซร, พระองคพ งึ ทรงบัญชาใหราชบุรษุ ผาโจรทง้ั หลายเหลา นนั้ รอยภาคบา ง
พนั ภาคบา ง."

ถ. "ขอถวายพระพร โจรทง้ั หลายซุมอยูในชัฏในประเทศเปน ทส่ี ุดแหงแดนของ
พระมหากษัตรยิ  ประทษุ รายชนเดนิ ทางได ดว ยความทพี่ ระมหากษตั ริยไม
ทอดพระเนตรเหน็ ฉนั ใด, มารผูมีบาปแอบสงิ พราหมณแ ละคฤหบดีทงั้ หลายชาวบา น
ปญจสาลคามได ดวยความทีใ่ คร ๆ ไมเ หน็ ฉนั นน้ั นน่ั เทยี วแล.

อีกอยา งหนงึ่ เปรียบเหมอื นสตรียังพรอ มดวยสามี ลอบเสพบุรษุ อื่นดว ยความ
ท่ีสามไี มเ หน็ ฉนั ใด, มารผูมบี าปแอบสงิ พราหมณและคฤหบดีทง้ั หลายชาวบา นปญจ
สาลคามได ดว ยความทใี่ คร ๆ ไมเหน็ ฉนั นนั้ โดยแท; ถาสตรีเสพบรุ ษุ อนื่ ในทเ่ี ฉพาะหนา
ของสามีไซร, สตรีนนั้ พงึ ไดความสวัสดีบางหรอื เปนไฉน? ขอถวายพระพร"

อีกอยางหนึง่ เปรียบเหมอื นสตรยี ังพรอ มดวยสามี ลอบเสพบุรษุ อื่นดว ยความ
ท่สี ามไี มเหน็ ฉนั ใด, มารผูมบี าปแอบสิงพราหมณและคฤหบดีทงั้ หลายชาวบา นปญ จ
สาลคามได ดว ยความท่ีใคร ๆ ไมเ หน็ ฉนั นน้ั โดยแท; ถา สตรีเสพบรุ ุษอ่ืนในท่ีเฉพาะหนา
ของสามีไซร, สตรนี นั้ พงึ ไดความสวัสดบี า งหรอื เปน ไฉน? ขอถวายพระพร"

ร. "หาไม พระผูเ ปน เจา ถา สตรีนน้ั เสพบรุ ษุ อืน่ ตอหนาสามีไซร, สามพี งึ ทบุ สตรี
น้ันบา ง พงึ ฆา สตรีนัน้ บา ง พงึ จําสตรนี น้ั ไวบ าง พงึ นาํ สตรีน้ันเขาไปสคู วามเปน ทาสีบา ง
ซิ."

ถ. "ขอถวายพระพร มารผมู บี าปแอบสิงพราหมณและคฤหบดที ง้ั หลาย
ชาวบา นปญจสาลคามไดแลว ดว ยความทใ่ี คร ๆ ไมเ หน็ ฉันนน้ั นนั่ เทียวแล. ถา วา มารผู
มบี าป พงึ กระทาํ อนั ตรายกะเคร่ืองเสวยทบี่ ุคคลอทุ ิศเฉพาะกระทาํ แลว เตรยี มไวแ ลว
เพอ่ื พระผมู พี ระภาคเจาไซร, ศรี ษะของมารนั้น พงึ แตกโดยรอยภาคบา ง โดยพนั ภาค
บาง ขอถวายพระพร."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ความแอบสงิ อยา งนน้ั นนั่ มารผูมบี าปกระทําแลว
ดว ยความเปนโจร, มารผูม บี าปแอบสิงพราหมณแ ละคฤหบดีทงั้ หลายชาวบา นปญ จสา
ลคามไดแ ลว. ถาวา มารผมู บี าปนน้ั พงึ กระทําอนั ตรายกะเครื่องเสวยทบี่ ุคคลเฉพาะ
กระทาํ แลว เตรียมไวแลว เพอื่ พระผูม ีพระภาคเจาไซร, ศีรษะของมารน้นั พงึ แตกรอ ย
ภาคบา งพันภาคบา ง, กายของมารน้ัน พงึ เร่ยี รายไปเหมอื นดงั กาํ แหง เถา บา ง. ดีละ
พระผเู ปน เจานาคเสน ขอ วสิ ัชนาของพระผูเปนเจา สมอยา งนน้ั ขาพเจายอมรบั รอง
อยา งนนั้ ."

๖. สัพพสัตตหติ จรณปญหา ๑๖

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผูเปนเจา กลาวอยวู า 'พระ
ตถาคตนาํ สง่ิ ท่ไี มเ ปนประโยชนเ กือ้ กูลออกเสยี เขา ไปตัง้ ประโยชนเกอื้ กูลไวแ กสตั ว
ทัง้ หลายทงั้ ปวง, ดังน.้ี อนงึ่ พระผเู ปนเจา กลา วอยอู ีกวา 'เมอื่ ธรรมปรยิ ายเปรยี บดว ย
กองแหง ไฟ อนั พระผูมพี ระภาคเจาตรัสเทศนาอยู โลหติ รอนพลงุ ขนึ้ แลว จากปากภิกษุ
ทั้งหลายประมาณหกสบิ ' ดงั น.้ี พระผเู ปนเจา พระตถาคต เม่ือทรงแสดงธรรมปรยิ ายมี
กองแหง ไฟเปน เครือ่ งเปรียบ นาํ ประโยชนเ ก้อื กลู ของภกิ ษทุ งั้ หลายประมาณหกสบิ ออก
เสียแลว เขา ไปตง้ั สง่ิ ทไี่ มเ ปน ประโยชนเ กอื้ กลู ไวแกภ ิกษทุ ง้ั หลายเหลา นน้ั . ถาวา พระ
ตถาคตนําสง่ิ ทไี่ มใ ชป ระโยชนเ กอื้ กูลออกเสีย เขาไปตงั้ สิ่งทเี่ ปน ประโยชนเ กอ้ื กูลไวแ ก
สัตวท ง้ั หลายทง้ั ปวง, ถาอยา งนน้ั คําท่วี า 'ธรรมปรยิ ายมีกองไฟเปนเคร่อื งเปรียบ อนั
พระผูม พี ระภาคเจาตรัสเทศนาอยู โลหติ รอนพลงุ ออกแลวจากปากของภกิ ษุทงั้ หลาย
ประมาณหกสบิ นน้ั ผิด. ถาเม่ือธรรมปริยายมีกองไฟเปนเคร่ืองเปรยี บ อนั พระผูม พี ระ
ภาคเจา ตรัสเทศนาอยู โลหติ รอนพลงุ ออกจากปากของภิกษทุ ง้ั หลายประมาณหกสบิ
จรงิ , ถา อยา งน้ัน คําท่วี า 'พระตถาคตนาํ สิ่งท่ีไมใ ชป ระโยชนเ กื้อกลู ออกเสยี เขา ไปตง้ั
ส่งิ ท่ีเปน ประโยชนเกื้อกูลไวแ กสัตวทง้ั หลายทง้ั ปวง' ดงั น้ี แมน ั้นกผ็ ิด. แมป ญหานสี้ อง
เง่ือน มาถึงพระผูเปน เจา แลว พระผเู ปนเจา พงึ ขยายใหแจง ชดั เถดิ "

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระตถาคตนําสงิ่ ทีไ่ มใ ชประโยชนออกเสีย
เขา ไปตง้ั สิ่งทเ่ี ปนประโยชนเก้ือกลู ไว แกสตั วท ้งั หลายทง้ั ปวง, เม่อื ธรรมปริยายมีกองไฟ
เปนเคร่ืองเปรยี บ พระองคตรัสเทศนาอยู โลหิตรอ นพลงุ ออกแลวจากปากของภกิ ษุ
ท้งั หลายประมาณหกสิบดวยจริง, กแ็ ละโลหิตนนั้ จะไดพ ลงุ ออกจากปากของภิกษุ
ทง้ั หลายเหลา น้ัน เพราะกริ ยิ าของพระตถาคต ก็หาไม โลหติ นนั้ พลงุ ออกจากปากของ
ภกิ ษทุ งั้ หลายเหลา นัน้ เพราะกิรยิ าของตนของภิกษุทงั้ หลายนน่ั เอง."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ถา พระตถาคตไมท รงภาสติ ธรรมปริยายมกี องไฟเปน
เครอ่ื งเปรียบ โลหิตรอ นจะพงึ พลงุ ออกจากปากของภกิ ษทุ ง้ั หลายเหลา น้นั หรอื ?"

ถ. "หาไม ขอถวายพระพร ความเรา รอนเกดิ ขึน้ แลวในกายของภิกษทุ ั้งหลาย
เหลา นัน้ ผปู ฏบิ ตั ผิ ดิ แลว เพราะไดฟ ง ธรรมปรยิ ายของพระผูม พี ระภาคเจา, โลหติ รอน
พลงุ ออกจากปากของภิกษทุ ้งั หลายเหลา น้ัน เพราะความเรารอนน้นั ."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน ถา อยา งนนั้ โลหิตรอ นพลงุ ออกแลว จากปากของ
ภิกษุทง้ั หลายเหลาน้ัน เพราะกริ ิยาของพระตถาคตนน้ั เอง พระตถาคตทีเดยี วเปฯ
อธิการในความท่ีโลหิตรอนพลงุ ออกจากปากนน้ั เพื่อความฉิบหายของภกิ ษุทง้ั หลาย
เหลานั้น. อปุ มาเหมอื นกะวา งเู ขาไปสูจอมปลวก, มบี ุรษุ ผูตอ งการฝนุ คนใดคนหนง่ึ
ทําลายจอมปลวกนาํ ฝนุ ไป, พึงปด โพรงแหง จอมปลวกนน้ั เสียดวยความนําฝนุ ไป, ทีน้นั

งูในจอมปลวกน้นั นนั่ เทยี ว ไมไ ดค วามหายใจ คือ หายใจไมได ตาย; งนู น้ั ถงึ ความตาย
เพราะกิรยิ าของบรุ ุษนนั้ ไมใ ชห รอื พระผเู ปนเจา."

ถ. "ขอถวายพระพร งนู นั้ ถึงความตายเพราะกิรยิ าของบรุ ษุ นน้ั ."
ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน พระตถาคตเปน อธกิ ารในความทีโ่ ลหิตเปนของรอน
พลุงออกจากปากของภกิ ษทุ ง้ั หลายนน้ั เพ่อื ความฉบิ หายแหง ภิกษทุ ง้ั หลายเหลา นนั้
ฉันนนั้ นน่ั เทยี วแล."
ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตเมอ่ื ทรงแสดงธรรม ไมท รงกระทาํ ความเอ็นดู
และปฏฆิ ะ, พระองคพน จากความเอน็ ดแู ละปฏฆิ ะทรงแสดงธรรม, เมอ่ื พระองคทรง
แสดงธรรมอยา งนี้ บุคคลทงั้ หลายเหลา ใด เปนผูปฏิบัติชอบในธรรมนน้ั บคุ คลเหลา นี้
ยอ มตรัสรู; สวนบคุ คลท้งั หลายเหลา ใด เปน ผปู ฏิบตั ิผดิ แลว บคุ คลทง้ั หลายเหลา น้นั
ยอ มตกไป. เปรียบเหมือนเมอ่ื บรุ ษุ สนั่ ตน มะมว ง หรอื ตนชมพู หรือตนมะทราง(นาจะ
เปน มะปรางมากกวา -ความเห็นสว นตวั ) ผลทงั้ หลายในตน ไมอ ันใด ทเ่ี ปน สาระมขี ้ัวมั่น
ผลเหลานั้นไมเ คลอ่ื นไมห ลุด คงอยใู นตน ไมนนั้ นนั่ เทยี ว, สว นผลทง้ั หลายอนั ใด มีโคน
แหง กา นเนา มีขัว้ ทรพล ผลทัง้ หลายเหลา น้ัน ยอมหลนไป ฉนั ใด, พระตถาคต เมอื่ ทรง
แสดงธรรม ไมก ระทาํ ความเอ็นดูและปฏิฆะ, พระองคพ น แลว จากความเอน็ ดูและ
ปฏิฆะทรงแสดงธรรม, เม่อื พระองคท รงแสดงธรรมอยอู ยางน้ี บุคคลทง้ั หลายเหลาใด
เปนผูปฏบิ ตั ชิ อบแลวในธรรมนน้ั บคุ คลทงั้ หลายเหลา นน้ั ยอ มตรสั ร;ู สว นบุคคล
ทัง้ หลายเหลา ใดทปี่ ฏิบัติผดิ แลว บคุ คลทงั้ หลายเหลา นนั้ ยอ มตกไป ฉนั นั้นน่ันเทยี วแล.
อีกนัยหนงึ่ ชนชาวปรารถนาจะปลกู ขาวกลา ยอ มไถซึง่ นา, เมอ่ื ชาวนานน้ั ไถ
นาอยู หญา ทง้ั หลายไมใชแสนเดยี วยอมตายไป ฉนั ใด;พระตถาคตจะยงั สตั วท งั้ หลายท่ี
มวี ิปส สนาญาณ ซง่ึ แกก ลา แลวใหต รสั รพู ระองคพ น แลวจากความเอน็ ดแู ละปฏฆิ ะทรง
แสดงธรรม, เม่อื พระองคท รงแสดงธรรมอยูอ ยา งนี้ บุคคลท้ังหลายเหลา ใด เปน ผปู ฏิบตั ิ
ชอบแลว ในธรรมน้ัน บคุ คลทงั้ หลายเหลา นัน้ ยอมตรัสรู; สวนวา บคุ คลทั้งหลายเหลา ใด
ทเ่ี ปน ผปู ฏบิ ัตผิ ดิ แลว บุคคลทัง้ หลายเหลา นั้น เหมอื นกะหญา ทั้งหลายทตี่ ายไปแลว
ฉันนน้ั .
อกี นยั หนงึ่ มนษุ ยท ั้งหลายหบี ออยในยนต เหตจุ ะตอ งการรส, เมือ่ มนษุ ย
ท้ังหลายเหลา นั้นหบี ออ ยอยู กมิ ชิ าติทงั้ หลายเหลาใด ในยนตนนั้ ทีไ่ ปแลวในปากแหง
ยนต กมิ ิชาตทิ ง้ั หลายเหลา นน้ั ยอมถูกยนตบ บี ฉันใด; พระตถาคตมพี ระประสงคจะให
สัตวทง้ั หลายท่ีมวี ปิ ส สนาญาณในใจอันแกก ลาแลวตรสั รู ทรงบีบเฉพาะซงึ่ ยนตค อื
ธรรม, สตั วท้งั หลายเหลา ใด ที่ปฏิบัติผิดแลว ในธรรมนน้ั สตั วท ง้ั หลายเหลา นั้น ยอม
ตายเหมือนกมิ ิชาติ ฉนั นน้ั นน่ั เทยี วแล ขอถวายพระพร."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน ภกิ ษุทงั้ หลายเหลา นน้ั ตกแลว ดวยธรรมเทศนาน้นั
ไมใ ชห รือ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ชางถากเสียดายตน ไมอ ยู กระทําใหต รงใหบริสุทธไ์ิ ด
หรอื ไม?

ร. "หาไม พระผูเปน เจา ชา งถากนําไมท คี่ วรเวนออกเสยี กระทําไมน ใ้ี หต รงให
บริสุทธ์อิ ยา งเดียว."

ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตเมือ่ เสยี ดายบรษิ ทั ไมอ าจเพื่อจะยงั สตั ว
ทั้งหลายทีค่ วรจะตรสั รูใหต รสั รูได, ตอ งนาํ สตั วท้งั หลายทีป่ ฏบิ ัติผดิ ออกเสียแลว จึงให
สัตวทั้งหลายที่ควรตรสั รูเหลาน้เี ทานน้ั ตรสั รไู ด ฉนั นัน้ น่นั เทียว. กภ็ กิ ษุทงั้ หลาย
เหลา นั้นเปน ผปู ฏบิ ตั ผิ ดิ แลว ยอ มตกไป เพราะกรรมทตี่ นกระทาํ แลว . เปรยี บเหมอื นตน
กลว ย ไมไผ และนางมา อสั ดร อนั ผลเกดิ แตต นยอ มฆา เสยี ฉนั ใด, บุคคลทั้งหลายเหลา
ใดน้นั เปน ผูป ฏิบตั ผิ ดิ แลว บุคคลท้ังหลายเหลา นน้ั อันกรรมที่ตนกระทาํ แลว ยอ มฆา เสยี
ตกไป ฉนั น้ัน. อน่ึง โจรทง้ั หลาย ยอ มถงึ ความควกั จักษเุ สยี และเสียบดว ยหลาว ตัด
ศีรษะเสยี เพราะโทษผดิ ที่ตนกระทาํ แลว ฉนั ใด, บคุ คลทั้งหลายเหลา ใด ปฏิบตั ผิ ิดแลว
บุคคลทง้ั หลายเหลา นนั้ อนั โทษผิดทตี่ นกระทาํ แลว ยอมฆา เสยี ยอมตกลงจากพระชนิ
ศาสนา ฉันนนั้ . โลหิตรอนพลงุ ขนึ้ แลวจากปากของภิกษทุ ั้งหลายประมาณหกสิบเหลา
ใด โลหิตนนั้ ของภกิ ษุทง้ั หลายเหลานน้ั จะไดพ ลุงออกเพราะกริ ยิ าของพระผมู พี ระภาค
เจา กห็ าไม จะไดพ ลงุ ออกเพราะกริ ิยาของบคุ คลทั้งหลายอื่น กห็ าไมเลย, โลหติ นน้ั
พลงุ ออกเพราะโทษผิดทต่ี นกระทําแลว ของตนเองโดยแทแล. เปรยี บเหมอื นบุรษุ พงึ ให
อมฤตแกช นทงั้ ปวง, ชนทง้ั หลายเหลา นั้นกนิ อมฤตนั้นแลว เปนผูไมม โี รค มีอายยุ ืน พงึ
พนจากจัญไรทัง้ ปวงได, ลําดับนัน้ บุรุษคนใดคนหน่ึงกนิ ตอมฤตนน้ั ดว ยประพฤติผดิ
อยา ง จงึ ถึงความตาย; บรุ ษุ ผูใ หอ มฤตนนั้ พงึ ถืออกุศลไมใ ชบุญหนอ ยหนงึ่ มคี วามให
อมฤตนนั้ เปนเหตุหรือไม ขอถวายพระพร"

ร. "หาไม พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร บรุ ุษผูใ หอ มฤตน้นั ไมต อ งอกศุ ล ไมใ ชบ ุญ เพราะความให
อมฤตนน้ั เปน เหตุ ฉนั ใด, พระตถาคตทรงใหอมฤตเปน ธรรมทานแกเทพดาและมนษุ ย
ทัง้ หลายในโลกธาตุ มีหมน่ื หนงึ่ เปน ประมาณ, สัตวท ง้ั หลายเหลาใดนน้ั เปน ภพั พ
บคุ คลควรตรัสรู สัตวทง้ั หลายเหลา น้ัน ยอ มตรสั รดู วยอมฤต คือ ธรรม, สว นสตั ว
ทง้ั หลายเหลา ใดน้นั เปน อภพั พะไมค วรจะตรัสรู สัตวท ง้ั หลายเหลา นนั้ อนั กริ ยิ าของตน
ยอมฆา เสยี จากอมฤต ยอ มตกไป ฉนั นน้ั นน่ั เทยี วแล."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวสิ ัชนาของพระผเู ปน
เจา สมอยา งนนั้ , ขาพเจา ยอมรับรองอยา งนัน้ ."

๗. เสฏฐธมั มปญ หา ๑๗

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพทุ ธพจนนี้ พระผมู พี ระภาค
เจาแมต รสั แลววา 'ดกู อนวาสฏิ ฐโคตร ธรรมน่ันเทยี วเปน ของประเสรฐิ สดุ ในชนนนั้
ในทฏิ ฐธรรม คอื ภพเหน็ ประจักษน ้นี นั่ เทยี วดวย ในภพอนั สตั วพ งึ ถงึ ในเบอ้ื งหนา พรอม
เฉพาะดว ย' ดังน,้ี สว นคฤหสั ถเปนอุบาสก เปน โสดาบนั ปด อบายไดแ ลว มที ฏิ ฐิบรรลุ
แลว ทราบแจง ศาสนาแลว ดว ยใจ ยอ มไหว ยอ มลุกรบั ภกิ ษุบา ง สามเณรบาง ท่ยี งั เปน
ปถุ ชุ น ถา พระผูม ีพระภาคเจา ตรสั แลว วา 'ดกู อ นวาสฏิ ฐโคตร ธรรมน่นั เทียว เปน ของ
ประเสรฐิ สุดในชนนนั้ ในทฏิ ฐธรรมคอื ภพเหน็ ประจกั ษนน้ี ั่นเทียวดว ย ในภาพอนั สัตว
พึงถงึ ในเบ้อื งหนา พรอมเฉพาะดว ย' ดงั น,้ี ถา อยา งน้นั คําทีว่ า 'คฤหสั ถเปน อุบาสกเปน
โสดาบัน ปดอบายไดแลว มที ิฏฐิบรรลุแลว รูแ จงศาสนาแลวดว ยใจ ยอ มไหว ยอมลกุ
รบั ภกิ ษบุ าง สามเณรบาง ทยี่ งั เปน ปถุ ุชน' ดังน้ี นนั้ เปนผดิ . ถาคฤหัสถเปนอบุ าสก เปน
โสดบัน ปด อบายไดแ ลว มที ฏิ ฐบิ รรลแุ ลว รูแ จงศาสนาดวยใจ ยอมไหว ยอมลกุ รบั
ภิกษบุ า ง สามเณรบาง ทเ่ี ปน ปุถชุ น, ถา อยา งนนั้ คําที่วา 'ดกู อ นวาสฏิ ฐโคตรธรรมนั่น
เทยี ว เปน ของประเสรฐิ สุดในชนนน้ั ทง้ั ในทฏิ ฐิธรรมและอภสิ ัมปรายะ' ดงั น้ี แมน ้ันก็
เปนผิด. ปญหาแมน ี้สองเง่ือน มาถงึ พระผูเ ปน เจาแลว , พระผูเ ปนเจา พงึ ขยายใหแจง ชัด
เถดิ ."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมทรงภาสติ พระพุทธ
พจนน ้ี แกม าณพผูเหลา กอวาสฏิ ฐโคตรวา 'ดูกอนวาสฏิ ฐโคตร ธรรมน่นั เทยี ว เปน ของ
ประเสริฐสุดในชนนนั้ ทงั้ ในทฏิ ฐธิ รรมดว ย ในอภิสมั ปรายะดว ย' ดงั น,ี้ อนึ่ง คฤหสั ถเ ปน
อบุ าสกเปน โสดาบนั ปดอบายไดแ ลว มที ฏิ ฐิบรรลแุ ลว รูแจงศาสนาดว ยใจยอมไหว
ยอ มลกุ รบั ภิกษุและสามเณรที่เปน ปถุ ุชน กแ็ ตวา เหตใุ นปญ หาน้ันมีอยู, เหตนุ นั้
อยางไร? ธรรมทงั้ หลายทกี่ ระทาํ ใหเ ปน สมณะของสมณะยีส่ บิ เพศทั้งหลายสองดวย
เหลา น้ีซง่ึ เปน เหตใุ หพ ระสมณะเปน ผคู วรไหวแ ละลุกรบั และความนบั ถือและบูชา,
ธรรมท้งั หลายที่กระทาํ ใหเปน สมณะของสมณะยสี่ บิ และเพศทง้ั หลายสองอยางไร? คอื
นยิ มประเสรฐิ ทสี่ ุด ไดแกค วามมงุ ตอพระนฤพานหนึง่ นิยมเลศิ คอื นิยมในพระอรหตั
หนงึ่ ความประพฤตหิ นง่ึ ธรรมเครื่องอยูหนงึ่ ความสํารวมหนงึ่ ความระวังหนงึ่ ความ
อดทนหนงึ่ ความเปน ผูยนิ ดีในธรรมอนั งาม คือ ความเปน ผูเ รียบรอ ยหนงึ่ ความ

ประพฤตใิ นความเปน ผูเ ดียวหน่งึ ความยนิ ดียิ่งในความเปน ผูเ ดยี วหนง่ึ ความหลกี ออก
เรนอยูห นง่ึ หิรโิ อตตปั ปะหนง่ึ ความเพียรหน่ึง ความไมประมาทหนง่ึ ความสมาทาน
สกิ ขาหนง่ึ อุทเทสความเรยี นพระบาลหี นง่ึ ปรปิ จุ ฉา ความเรียนอัฏฐกถาและฎีกาหนึ่ง
ความยนิ ดียงิ่ ในศลี คุณเปน ตน หน่ึง ความเปนผไู มม ีอาลยั หน่งึ ความเปนผูก ระทํา
สิกขาบทใหบ ริบรู ณหนึ่ง, ความทรงผา กาสาวะไวห นึ่ง ความเปน ผูมีศีรษะโลน หน่งึ ;
ธรรมทงั้ หลายกระทาํ ใหเปน สมณะของสมณะยส่ี บิ และเพศท้ังหลายสองเหลา น้แี ล.
อบุ าสกโสดาบนั คดิ วา 'ภิกษุมาสมาทานคณุ ทั้งหลายเหลา น้ี ประพฤติอยู, ภิกษุนน้ั
เพราะความทธ่ี รรมท้งั หลายเหลาน้นั เปน ของไมบกพรอ ง เพราะความท่ธี รรมทง้ั หลาย
เหลา น้นั เปน ของเต็มบรบิ ูรณแลว เพราะความทธ่ี รรมทงั้ หลายเหลา นน้ั เปน ของถงึ
พรอ มแลว เพราะความท่ีธรรมมาตามพรอ มแลว ดว ยธรรมทัง้ หลายเหลาน้ัน เธอหยั่ง
ลงสูอเสขภูมิ อรหันตภมู ,ิ เธอหย่งั ลงสูภมู อิ นื่ ที่ประเสรฐิ , เธอมาตามพรอ มแลวดวยพระ
อรหัต' จงึ ควรไหว ควรลกุ รบั , อุบาสกโสดาบนั คิดวา "ภิกษุนน้ั เขาถงึ ความเปน ผูเ สมอ
ดว ยพระขณี าสพทง้ั หลาย, ความถงึ พรอมนน้ั ของเราไมม'ี จึงควรไหว ควรลกุ รบั ภิกษุที่
เปน ปถุ ชุ น, อบุ าสกโสดาบนั คดิ วา 'ภิกษนุ ั้นเขา ถงึ บริษทั เลิศ เรามไิ ดเขาถงึ ทีน่ นั้ แลว '
จึงควรไหว ลกุ รับ ภิกษุท่ีเปน ปุถุชน, อุบาสกโสดาบนั คิดวา 'ภิกษนุ นั้ ยอ มไดเ พ่อื จะฟง
ปาฏโิ มกขทุ เทส เรายอมไมไ ดเ พอ่ื จะฟง ปาฏิโมกขทุ เทสนนั้ ' จึงควรไหว ลกุ รับ ภกิ ษทุ ี่
เปน ปุถุชน, อบุ าสกโสดาบนั คดิ วา 'ภกิ ษนุ ัน้ ยงั กุลบุตรท้ังหลายอืน่ ใหบวชใหอุปสมบท
ยังศาสนาของพระพทุ ธเจา ผชู นะแลวใหเ จรญิ เรายอ มไมไดเ พอื่ จะกระทาํ กิจทง้ั สามนน้ั '
จึงควรไหวค วรลุกรบั ภกิ ษุทเ่ี ปนปถุ ชุ น, อบุ าสกโสดาบนั คิดวา 'ภกิ ษนุ ้นั เปน ผูกระทาํ
ใหบรบิ ูรณใ นสกิ ขาบททง้ั หลายไมม ีประมาณ เราไมไดประพฤติในสกิ ขาบททง้ั หลาย
เหลานัน้ ' ดังนี้ จึงควรไหว ควรลุกรบั ภิกษทุ ่ีเปน ปถุ ชุ น, อบุ าสก โสดาบัน คดิ วา 'ภกิ ษุ
น้ันเขา ถงึ แลว ซึ่งเพศแหง สมณะ ตงั้ อยใู นความประสงคของพระพทุ ธเจา เราหลกี ไป
แลว สูทไี่ กลจากเพศนนั้ ' ดงั นี้ จึงควรไหว ควรลกุ รับ ภิกษทุ เี่ ปน ปถุ ุชน, อุบาสกโสดาบนั
คดิ วา 'ภิกษนุ นั้ มขี นในรักแรร ุงรังแลว มไิ ดห ยอดประดบั มีกลิ่นแหงศลี ฉาบทาแลว สว น
เราเปน ผยู นิ ดยี ิ่งในการประเทืองผวิ และประดบั ' ดังนี้ จงึ ควรไหว ควรลุกรบั ภกิ ษทุ เ่ี ปน
ปถุ ุชน, ก็อบุ าสกโสดาบนั คิดวา 'ธรรมทงั้ หลายท่กี ระทาํ ใหเปน สมณะยส่ี บิ และเพศ
เหลา นัน้ ใด ธรรมทงั้ หลายแมท ้งั ปวงเหลา นี้ ยอ มมีพรอมแกภ กิ ษุ ภิกษุนน้ั นนั่ เทยี ว ยอม
ทรงธรรมทงั้ หลายเหลา นั้นไว ยงั กลุ บุตรทง้ั หลายแมอ นื่ ใหศึกษาอยใู นธรรมท้งั หลาย
เหลาน้นั นิกายเปน ทีม่ า และความยงั กุลบตุ รใหศกึ ษานนั้ ของเราไมม 'ี ดังนี้ จงึ ควรไหว
ควรลกุ รบั ภิกษุทเ่ี ปน ปุถชุ น.

ขอถวายพระพร เออก็ ราชกมุ ารเรียนวทิ ยาศึกษาธรรมเนยี มของกษตั ริยใน
สาํ นกั แหง ปโุ รหติ , โดยสมัยอน่ื ราชกุมารนัน้ ไดอภเิ ษกแลว จงึ ควรไหว ควรลกุ รบั
อาจารย ดว ยความดาํ รวิ า 'ปุโรหติ นีเ้ ปน อาจารยใ หศึกษาของเรา" ดังนี้ ฉันใด; อบุ าสก
โสดาบัน คดิ วา 'ทา นผูดํารงวงศ เปน ผยู งั กุลบุตรใหศึกษา ดงั น'้ี จึงควรไหว ควรลกุ รบั
ภิกษทุ เ่ี ปน ปุถชุ น ฉนั นนั้ น่นั เทียวแล. เออก็ บรมบพติ รจงทรงทราบความที่ภูมขิ องภกิ ษุ
เปน ของใหญ ความที่ภมู ิของภิกษเุ ปน ของไพบูลย ไมม ภี มู อิ ื่นเสมอน้นั โดยปริยายน:ี้ ถา
อุบาสกโสดาบนั กระทําใหแจง ซ่ึงพระอรหตั , คตทิ ั้งหลายสองเทาน้นั ไมม ีคตอิ ่นื ยอมมี
แกอบุ าสกผกู ระทําใหแจง พระอรหตั น้นั คอื : อุบาสกผอู รหนั ตน น้ั พงึ ปรินิพพานบาง พงึ
เขาไปถงึ ความเปนภิกษบุ า ง ในวนั นนั้ ทเี ดียว; เพราะวา ภูมิของภกิ ษนุ ีใ้ ด ภูมิของภกิ ษุ
น้นั เปน บรรพชาไมเขยือ้ น เปน ของใหญบ รสิ ุทธส์ิ งู ย่ิง."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน ปญ หาไปแลวโดยญาณ พระผเู ปน เจา ผมู ีความรูยงิ่
มีกาํ ลงั คลคี่ ลายออกดว ยดีแลว, บุคคลอื่นนอกจากทา นผูมีความรเู ชน พระผเู ปน เจา ไม
อาจเพื่อจะคล่คี ลายปญ หานอี้ อกใหแ จงชดั อยางนี้ไดแล."

๘. ตถาคตอเภชชปริสปญ หา ๑๘

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา กลา วอยวู า 'พระตถาคตมีบริษัทอนั ใคร ๆ
ใหแตกไมไ ด ดงั น.ี้ ก็แหละ พระผูเปน เจา กลาวอยูอกี วา 'ภิกษุหารอย พระเทวทัต
ทําลายแลว ประหารอนั เดยี ว' ดงั น.้ี ถาพระตถาคตเปน ผมู บี รษิ ัทอนั ใคร ๆ ทาํ ลายไมได
แลวไซร, ถาอยางนน้ั คาํ ท่ีวา 'ภิกษทุ ง้ั หลายประมาณหา รอ ย พระเทวทัตทําลายแลว
ประหารอันเดยี ว' ดงั นี้ นนั้ เปน ผิด. ถาภกิ ษุท้ังหลายประมาณหา รอ ย อนั พระเทวทตั
ทําลายแลว ประหารอนั เดียวไซร, ถาอยา งนน้ั คาํ ทว่ี า 'พระตถาคตเปน ผูมบี รษิ ทั อันใคร
ๆ ทาํ ลายไมไ ดด งั น้ี แมน ั้นเปน ผิด. ปญหาแมน ้สี องเงือ่ น ลึก ใคร ๆ ตดั สินโดยยากเปน
ขอดวิเศษกวา ขอดโดยปกติ มาถงึ พระผูเ ปน เจา แลว , ชนหมนู ้ีอนั อวชิ ชากางกนั้ ปกคลมุ
แลว ปดแลว หมุ หอแลว ในปญหาน,้ี พระผเู ปนเจา จงแสดงกาํ ลงั แหง ปรชี าญาณ
ในปรัปปวาททง้ั หลาย ในปญ หานีเ้ ถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระตถาคตเปนผูมีบรษิ ัทอนั ใคร ๆ ทาํ ลาย
ไมไ ด, กแ็ หละ ภกิ ษทุ ง้ั หลายประมาณหา รอ ย อันพระเทวทตั ทาํ ลายแลว ประหารอนั
เดยี ว. ก็แตวา ความทําลายนั้นดว ยกาํ ลงั แหงเหตุเครือ่ งทําลาย, คร้ันเม่ือเหตเุ คร่ือง
ทําลายมอี ยู ชอื่ วาของอนั ใคร ๆ ทาํ ลายไมไ ดไมมี. เมือ่ เหตุเคร่ืองทาํ ลายมอี ยู แม
มารดายอมแตกจากบตุ ร แมบ ตุ รยอ มแตกจากมารดา แมบดิ ายอมแตกจากบตุ ร แม

บตุ รยอ มแตกจากบิดา แมพ นี่ องชายยอมแตกจากพน่ี อ งหญงิ แมพ ่ีนอ งหญงิ ยอมแตก
จากพนี่ องชาย แมสหายยอ มแตกจากสหาย, แมเ รอื ทั้งลายทข่ี นานดว ยตนไมตาง ๆ
ยอ มแตกดวยกําลงั แหงคลนื่ ประหาร แมตน ไมท มี่ ผี ลถึงพรอ มแลว ดว ยรส อันบคุ คลพงึ
กําหนดดวยนา้ํ ผง้ึ อนั เรีย่ วแรงมีกาํ ลังแหงลมกระทบเฉพาะแลวยอ มแตก แมทองคํามี
ชาตยิ อ มแตกดวยโลหะ เออก็ คาํ ทวี่ า 'พระตถาคตเปน ผมู บี ริษทั อนั ใคร ๆ ทําลายได
ดงั นี้ ไมใชค วามประสงคของวญิ ชู นทง้ั หลาย ไมใชความนกึ นอ มของพระพทุ ธเจา
ทั้งหลาย ไมใชฉันทะของบณั ฑติ ทงั้ หลาย. เออกพ็ ระตถาคตอันบัณฑติ ทง้ั หลายยอ ม
กลา วสรรเสรญิ วา 'พระองคม บี รษิ ทั อนั ใครทําลายไมไ ด' ดังนี้ ดวยเหตใุ ด เหตนุ นั้ ใน
ความกลา วสรรเสรญิ นน้ั มอี ย,ู เหตใุ นความกลาวสรรเสริญนนั้ อยา งไร? คือใครไมเคยได
ยินไดฟง มาวา 'เมอื่ พระตถาคตยงั เปน พระโพธิสัตว ทรงประพฤตจิ รยิ าในภพใดภพหน่ึง
ดวยการหยบิ ฉวยทรพั ยของใคร ๆ อนั พระองคไ ดกระทําแลว หรอื หรอื ดวยการเจรจา
วาจาที่ไมน ารกั หรือดว ยความประพฤตสิ ง่ิ ทไ่ี มเปน ประโยชนแ กต นและผอู ืน่ หรอื ดว ย
ความเปน ผูไมม ีตนเสมอ บรษิ ัทของพระองคแ ตกแลว ' ดงั นี้เลย, เพราะเหตนุ นั้ บัณฑติ
ทัง้ หลายจงึ กลา วสรรเสรญิ วา 'พระตถาคตเปนผมู บี รษิ ทั อันใคร ๆ ทาํ ลายไมได. 'เหตนุ ้ี
แมบ รมบพิตรพงึ ทรงทราบวา 'เหตอุ นั หนงึ่ มาแลว โดยสตู รมอี ยูในพทุ ธพจน มอี งคเกา
ประการวา 'บรษิ ัทของพระตถาคตแตกแลว เพราะเหตชุ อ่ื นี้ อนั พระองคยังเปน โพธสิ ตั ว
กระทําแลว ."

ร. "หาไม พระผูเ ปนเจา กเ็ หตนุ ั้น มิไดป รากฏในโลก แมอ นั ขา พเจากไ็ มไ ดยิน,
ดีละ พระผูเปน เจานาคเสน ขอ วสิ ัชนาของพระผูเ ปน เจาสมอยา งนน้ั , ขาพเจา ยอม
รับรองอยา งนน้ั ."

๙. อซานโตปาปกรณอปุญญปญ หา ๑๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผเู ปนเจา กลา วอยวู า 'ผูใดไม
รูก ระทาํ ปาณาตบิ าต ผนู ้นั ยงั อกุศลมีกาํ ลังกลาใหเกิด' ดังน.้ี สว นพระผมู ีพระภาคเจา
ตรสั แลวในวนิ ยั บัญญัตอิ ีกวา 'ความไมม อี าบัตแิ กภกิ ษุผไู มร'ู ดงั น.ี้ ถาวาบคุ คลไมร ูแ ลว
กระทาํ ปาณาตบิ าต ยงั อกศุ ลมกี าํ ลงั กลาใหเ กิด, ถา อยา งนนั้ คาํ ทว่ี า 'ความไมมีอาบตั ิ
แกภิกษผุ ไู มรู, ดังนี้ นน้ั เปน ผดิ . ถาวา ความไมมอี าบตั ิแกภิกษุผไู มร ู, ถา อยา งนั้น คาํ
ทว่ี า 'บคุ คลไมรแู ลว กระทาํ ปาณาติบาตยงั อกุศลมกี าํ ลงั กลาใหเกดิ ' ดงั น้ี แมน นั้ กผ็ ิด.
ปญ หาแมน ้ีสองเงือ่ นอนั บคุ คลขามยาก กา วลว งยาก มาถงึ พระผเู ปน เจา แลว, ปญหา
นั้นพระผเู ปน เจา พงึ ขยายใหแ จง ชัดเถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาแมไดทรงภาสิตพระ
พุทธพจนนวี้ า 'บุคคลใดไมร ู กระทําปาณาตบิ าต บคุ คลนน้ั ยอ มยงั อกศุ ลมีกาํ ลงั กลา ให
เกิด,' กแ็ มในวนิ ยั บัญญตั ิ พระองคตรสั แลววา 'ความไมม ีอาบัติแกภกิ ษผุ ูไมร ู' ดังนี้อกี ,
เน้ือความพิเศษในพระพทุ ธพจนน น้ั มอี ย,ู เนื้อความพิเศษเปนไฉน? เนอื้ ความพิเศษ คือ
อาบัตทิ เ่ี ปน สญั ญาวิโมกข พนดวยสัญญาก็ม;ี ทเ่ี ปนโนสญั ญาวโิ มกขไมพ นดว ย
สญั ญากม็ ี อาบัตนิ ใ้ี ด ทีเ่ ปน สัญญาวโิ มกข พระผูมพี ระภาค ทรงปรารภอาบตั ินน้ั ตรัส
แลว า 'ความไมมอี าบตั แิ กภกิ ษุผูไมร'ู ดังน้ี ขอถวายพระพร."

ร. "ดีละ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอ วิสัชนาของพระผูเปน เจาน้ี สมอยา งนน้ั ,
ขาพเจา ยอมรบั รองอยา งนนั้ ."

๑๐. ภกิ ขคุ ณอเปกขภาวปญ หา ๒๐

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู ีพระ
ภาคเจาไดทรงภาสติ แลว วา 'ความดําริอยา งน้ีวา 'เราจะบริหารภิกษุสงฆห รอื หรือวา
ภิกษสุ งฆม ีตวั เราเปนท่ีพาํ นกั ' ดงั น้ี มไิ ดมแี ดพ ระตถาคตเลย' ดังน.ี้ กเ็ มือ่ พระผูมพี ระ
ภาคเจา ทรงแสดงคุณตามทเ่ี ปนจริง ของพระผมู ีพระภาคทรงพระนามวา เมตไตรย ได
ตรัสแลวอยางนีว้ า 'พระผมู พี ระภาคทรงพระนามวา เมตไตรย น้นั จกั บรหิ ารภกิ ษสุ งฆ
มใิ ชพ นั เดียว เหมอื นเราผูต ถาคตบริหารภิกษสุ งฆม ใิ ชรอ ยเดยี วอยูในกาลนี้ แมฉนั นนั้ '
ดังน.ี้ ถา วา พระผูม ีภาคไดตรสั แลว วา 'ดกู อ นอานนท ความดาํ รอิ ยางนว้ี า 'เราจะบรหิ าร
ภิกษสุ งฆห รือ หรือวา ภกิ ษสุ งฆม ตี ัวเราเปน ทพี่ ํานัก' ดงั นี้ มิไดมีแดพ ระตถาคตเลย'
ดงั น,้ี ถาอยา งน้ัน คาํ ทีว่ า 'เราบริหารภิกษสุ งฆมิใชรอยเดียว' ดงั นี้ นนั้ เปน ผดิ . ถาวา
พระตถาคตตรัสแลว า 'เหมอื นเราผตู ถาคตบริหารภกิ ษสุ งฆม ิใชร อ ยเดียวอยใู นกาลน้ี
แมฉ ันนน้ั ,' ถาอยางนน้ั คําทว่ี า 'ดูกอ นอานนท ความดํารวิ า 'เราจะบรหิ ารภกิ ษสุ งฆ
หรอื หรอื วา ภกิ ษุสงฆม ตี ัวเราเปนท่ีพาํ นกั ' ดังน้ี มิไดมแี ดพ ระตถาคตเลย' ดงั นี้ แมน นั้ ก็
ผดิ . ปญ หาแมน ้ีสองเงอื่ น มาถึงพระผเู ปน เจาแลว ปญหานน้ั พระผเู ปน เจา พงึ แกไ ขให
แจม แจงเถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาค แมไดทรงภาสิตพระพุทธ
พจนน ี้วา 'ดูกอ นอานนท ความดํารวิ า 'เราจะบริหารภกิ ษุสงฆดงั นหี้ รือ หรอื วา ภิกษุ
สงฆม ีตวั เราเปน ทพ่ี าํ นกั 'ดงั น้ี อยา งน้มี ไิ ดม แี ดพ ระตถาคตเลย' ดังน.ี้ เมอื่ พระองคท รง
แสดงคณุ ตามที่เปนจรงิ ของพระผมู พี ระภาคเจา แมท รงพระนามวา เมตไตรย ไดต รัส
แลว วา 'พระผมู ีพระภาคเจา ทรงพระนามวา เมตไตรยนน้ั จกั บริหารภิกษุสงฆม ใิ ชพ นั

เดียว เหมอื นเราบรหิ ารภกิ ษสุ งฆมิใชร อยเดียวอยูในกาลนี้ แมฉนั นน้ั ' ดงั น.ี้ กใ็ นปญ หา
นี้ เนอื้ ความหน่งึ เปน สาวเสส มสี ว นเหลอื เนือ้ ความหนง่ึ เปน นริ วเสสไมม ีสว นเหลอื . พระ
ตถาคตเจามิไดทรงดาํ เนนิ ตามบริษทั . สว นบรษิ ทั ดาํ เนนิ โดยเสด็จพระตถาคตเจา. แม
วาจาวา เรา วา ของเรา นเ้ี ปน แตสมมติ พระโองการตนิ ม้ี ิใชป รมตั ถ. ความรกั ของพระ
ตถาคตเจาปราศจากไปแลว ความเย่ือใยปราศจากไปแลว และความถือวาของเรา
ยอมไมม แี ดพระตถาคต, กแ็ ตวา ความอาศยั ยึดเหน่ียวยอ มม.ี อปุ มาเหมอื นแผนดนิ เปน
ที่อาศัยตงั้ อยขู องสัตวทง้ั หลายทตี่ งั้ อยูในพน้ื สตั วท งั้ หลายเหลา นี้ เปน ผตู ง้ั อยใู น
แผน ดินโดยแท, แตวา ความเพง วา 'สัตวทัง้ หลายเหลา นี้ ของเรา' ดงั นี้ ยอมไมม แี ก
แผน ดินใหญ ฉันใด; พระตถาคตเจา เปน ทพี่ ่งึ อาศยั ของสตั วท ัง้ หลายทงั้ ปวง สัตว
ท้ังหลายเหลา นี้ พง่ึ พระตถาคตโดยแท, กแ็ ตว า ความเพง วา 'สัตวท งั้ หลายเหลา น้ี ของ
เรา' ยอ มไมม แี ดพ ระตถาคตเลย ฉันนน้ั .

อีกอยางหนึ่ง เปรยี บเหมอื นมหาเมฆใหญ เมื่อยังฝนใหต กเฉพาะกาล ยอมให
ความเจริญแกห ญา และตน ไม และสตั วข องเล้ยี ง และมนษุ ยทงั้ หลาย ยอ มตามเล้ยี งไว
ซึง่ สันตต,ิ ก็สัตวท ้งั หลายทง้ั ปวงเหลา นนั้ เปน ผูอาศัยฝนเปนอย,ู ก็แตวา ความเพงวา
'สัตวทง้ั หลายเหลานนั้ ของเรา' ดงั น้ี ยอมไมม ีแกมหาเมฆ ฉนั ใด; พระตถาคตยังกศุ ล
ธรรมใหเกิดแกส ตั วท งั้ ปวง ยอมตามรกั ษาสตั วทงั้ ปวงไว, ก็สตั วท ง้ั หลายทงั้ ปวง
เหลานนั้ เปน ผอู าศัยพระศาสดาเปน อย,ู แตว า ความเพงวา 'สตั วท ั้งปวงเหลาน้ี ของ
เรา' ยอ มไมมแี ดพ ระตถาคต ฉันนนั้ ; ซ่ึงเปนดังน้ันเพราะเหตไุ ร? ซง่ึ เปน ดังนน้ั เพราะ
ความที่ทิฏฐไิ ปตามซ่งึ ตนพระตถาคตละเสียไดแ ลว."

ร. "ดีละ พระผเู ปนเจา นาคเสน ปญหาพระผเู ปนเจา คลค่ี ลายออกไดแลว ดวย
เหตทุ ง้ั หลายตา ง ๆ, ปญ หาลกึ พระผเู ปน เจา มากระทาํ ใหต นื้ ไดแลว , ขอดพระผเู ปน เจา
ทาํ ลายไดแลว, ชัฏพระผูเ ปน เจากระทําไมใหเ ปน ชฏั แลว , มืดกระทาํ ใหเ ปนแสงสวา ง
แลว, ปรปั ปวาททงั้ หลายพระผูเ ปนเจา หกั เสียแลว, จักษขุ องชินบตุ รทง้ั หลายอนั พระผู
เปนเจา ใหเ กิดขึน้ ไดแลว."

วรรคทส่ี าม
๑. วตั ถคยุ หทสั สนปญหา ๒๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระตถาคตแมท รงภาสติ พระ
พทุ ธพจนนว้ี า 'ความสาํ รวมระวังดว ยกาย ความระวงั ดว ยวาจา ความระวังดวยใจ เปน
ของดลี ะอยา ง ๆ ความระวงั ในทท่ี ง้ั ปวง เปน ของดีกระทาํ ประโยชนใ หสาํ เรจ็ ได' ดงั น.ี้

และพระตถาคตเจาเสดจ็ นง่ั ในทา มกลางบริษัทสี่ ทรงแสดงอวัยวะทจ่ี ะพงึ ซอ นในผาตัง้
ลงแลวในฝก แกพราหมณช ่อื เสละ ตอ หนา แหง เทพดามนษุ ยท ้งั หลาย. ถาวาพระผมู ี
พระภาคเจาตรัสแลววา 'ความระวงั ดวยกายเปน ของด'ี ดงั น,้ี ถา อยางนน้ั คําที่วา
'พระองคแสดงอวัยวะท่ีจะพงึ ซอนในผา ตงั้ ลงแลวในฝก แกเสลพราหมณน ้นั เปน ผิด. ถา
วาพระตถาคตทรงแสดงอวยั วะทจ่ี ะพงึ ซอนในผา ตั้งลงแลว ในฝก แกเ สลพราหมณ, ถา
อยางนนั้ คําทวี่ า 'ความระวงั ดว ยกายเปนของดี' ดงั นี้ แมน ั้นก็ผดิ . ปญ หาแมน สี้ องเงื่อน
มาถงึ พระผูเปน เจา แลว พระผเู ปนเจา พงึ ขยายใหแ จงชดั เถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมต รัสพระพทุ ธพจนนี้
แลว 'ความระวังดว ยกายเปน ของด'ี ดังน.้ี และทรงแสดงอวยั วะที่จะพงึ ซอ นในผา ตง้ั ลง
แลว ในฝก แกเสล พราหมณ.

ขอถวายพระพร ความสงสยั ในพระตถาคตเกดิ ขน้ึ แลว แกบ ุคคลใด พระผูมพี ระ
ภาคเจาทรงแสดงพระกายมสี วนเปรียบดว ยอวยั วะนนั้ ดว ยฤทธ์ิ เพือ่ จะยังบคุ คลนน้ั ให
รู, บุคคลนัน้ เทา นัน้ ยอมเหน็ ปาฏหิ ารยิ น น้ั ."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ใครเลา จกั เชือ่ ปาฏิหารยิ น นั้ บุคคลไปในบรษิ ัท ยอ ม
เหน็ อวัยวะทจี่ ะพงึ ซอ นนนั้ แตผ ูเดยี ว ดวยปาฏหิ ารยไรเลา , คนทงั้ หลายนอกนนั้ มใี นที่
นั่นเทียว ไมไ ดเ หน็ . เชญิ พระผเู ปนเจา อางเหตใุ นขอนน้ั ยงั ขา พเจา ใหห มายรูด ว ยเหตุ
เถิด."

ถ. "ขอถวายพระพร บรมบพติ รเคยทอดพระเนตรบางแลวหรอื บุรุษมพี ยาธิบาง
คน พรกั พรอ มดว ยญาตแิ ละมติ รมาแวดลอ มอยรู อบขาง?"

ร. "เคยเหน็ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร บุรษุ เสวยทกุ ข รูส กึ เจบ็ โดยเวทนาใด บริษัทหรือญาตแิ ละ
มิตรเห็นเวทนานนั้ บา งหรือ?"
ร. "หาไม พระผูเปนเจา บุรษุ นัน้ ยอมเสวยทุกข รูส ึกเจ็บปวดแตต นผูเ ดยี ว."
ถ. "ขอถวายพระพร ความสงสัยเกดิ ขนึ้ แลว แกบุคคลใด พระตถาคตทรงแสดง
พระกายมีสวนเปรียบดวยอวยั วะ ท่จี ะพึงวอนใหล ับในผา ดว ยฤทธ์ขิ องพระองค เพอ่ื ยัง
บคุ คลนั้นใหร แู ตผเู ดยี ว. บุคคลนั้นผเู ดียวเหน็ ปาฏิหาริยน ้นั ฉนั นน้ั ขอถวายพระพร.
อกี นยั หนงึ่ ภตู สงิ บรุ ษุ คนใดคนหน่ึง, บริษทั นอกนน้ั ยอมเหน็ ความมาของภูต
น้นั บา งหรอื ?"
ร. "หามิได บรุ ุษทก่ี ระสบั กระสา ยอยเู ทา นน้ั ยอ มเหน็ ความมาของภูตนั้น."

ถ. "ขอถวายพระพร บริษทั นอกนั้น ยอมไมเ หน็ ความมาของภตู น้นั บรุ ษุ ท่ี
กระสบั กระสายอยูเทา นน้ั ยอ มเหน็ ความมาของภตู นน้ั ฉนั ใด, ความสงสัยในพระ
ตถาคตเกดิ ขึ้นแลวแกบคุ คลใด บุคคลนั้นผเู ดยี ว ยอ มเหน็ ปาฏหิ าริยแตผ ูเดยี ว ฉนั นน้ั ."

ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน กจิ ที่บุคคลจะพงึ กระทาํ โดยยาก พระผมู พี ระภาค
เจา เม่อื ทรงแสดงปาฏิหาริยท ใ่ี คร ๆ จะพงึ แสดงแมแกบ คุ คลผูเดยี วในทา มกลางบรษิ ัท
ใหเ หน็ แตผเู ดียวไมไ ดนัน้ ทรงกระทาํ ไดแ ลว."

ถ. "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาซง่ึ จะไดท รงแสดงอวัยวะทจี่ ะพึงซอน
แลว น้ันหามิไดล ก็แตว า พระองคท รงแสดงพระฉายดว ยฤทธ.ิ์ "

ร. "เสล พราหมณไดเ หน็ อวยั วะทีจ่ ะพงึ ซอนอันใดแลว จงึ สันนษิ ฐานเขา ใจแน
ได เม่ือบุคคลไดเ ห็นพระฉาย ก็ไดช่อื วาเหน็ อวยั วะท่ีจะพงึ ซอ นนนั้ ทีเดยี วนะ พระผเู ปน
เจา."

ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตทรงกระทาํ แมซ่งึ กรรมอนั บคุ คลกระทาํ ไดโ ดย
ยาก เพ่ือจะยงั สัตวทงั้ หลายทคี่ วรจะตรสั รูใหตรัสรู ถา วาพระตถาคตพงึ กระทาํ กจิ ท่ีจะ
พงึ กระทาํ ใหเ สื่อมไปเสยี , สัตวท้งั หลายทคี่ วรตรัสรไู ด จะไมพึงตรสั รู พระตถาคตผรู ซู ่งึ
อุบายอันบคุ คลพึงประกอบเพอ่ื จะยงั สตั วท ง้ั หลายทค่ี วรตรสั รใู หต รสั รู เพราะเหตใุ ด,
เพราะเหตนุ น้ั สตั วท ้ังหลายทค่ี วรจะตรสั รู ยอมตรสั รูไดด วยอุบายอนั จะพงึ ประกอบใด
ๆ พระตถาคตยังสตั วท ีค่ วรตรัสรูท ัง้ หลายใหต รัสรูด ว ยอุบายทจี่ ะพงึ ประกอบนนั้ ๆ.

ขอถวายพระพร เหมอื นหมอผฉู ลาด เมอื่ จะเยียวยารกั ษาคนไขค ร้ันไปดูคนไข
เหน็ แจง ประจกั ษแ ลว กว็ างยา โรคควรจะสาํ รอกออกเสีย กใ็ หสํารอกเสยี โรคควรถา ย
ยา ก็ใหถา ยเสยี โรคควรจะชโลมยา ทายา กใ็ หช โลมยา ทายาเสยี โดยทค่ี วรจะรมก็รม
เสยี รักษาดวยยานนั้ ๆ เอาความหายโรคเปน ประมาณ ฉนั ใด; สัตวทง้ั หลายท่คี วรตรสั รู
จะตรสั รูไดดว ยอุบายทจ่ี ะพงึ ประกอบใด ๆ พระตถาคตกใ็ หตรัสรดู วยอบุ ายทจ่ี ะพงึ
ประกอบนน้ั ๆ ฉันน้นั นนั่ เทยี วแล ขอถวายพระพร.

อกี นัยหนงึ่ สตรที ีม่ ีครรภห ลงแลวยอมแสดงอวัยวะที่ควรซอ นไมค วรแสดงให
ใครเห็น แกห มอผดงุ ครรภ ฉนั ใด, พระตถาคตทรงแสดงพระฉายที่ไมควรแสดงใหใ คร
เห็น ควรจะซอนไว ดว ยฤทธ์ิเพอ่ื จะยงั สัตวท ้งั หลายทีค่ วรจะตรัสรใู หต รสั รู ฉนั นนั้ นั่น
เทยี วแล. อาศยั ยึดบุคคล โอกาสชื่อเปน ของไมค วรแสดง ยอ มไมม .ี ถา วา ใคร ๆ พงึ เหน็
พระหฤทยั ของพระผมู พี ระภาคเจาแลวจงึ ตรสั รไู ด, พระผูมีพระภาคเจา พงึ ทรงแสดง
พระหฤทยั แมแ กบ ุคคลน้นั ดว ยอบุ ายท่ีจะพึงประกอบ. พระตถาคตเปนผรู ูอุบายทจี่ ะพงึ
ประกอบ และฉลาดในเทศนาพระตถาคตทรงทราบอธั ยาศยั ของพระเถรช่ือ

นนั ทะ นาํ พระนันทเถระนนั้ ไปสพู ิภพของเทพดา แลวทรงแสดงนางเทพกญั ญา ดวย
ทรงพระดาํ ริวา 'กลุ บตุ รนี้จกั ตรัสรูไดด วยอบุ ายเครอ่ื งประกอบน'ี้ ดังน,้ี กลุ บุตรนน้ั กต็ รัส
รูแลวดว ยอบุ ายเครอ่ื งประกอบนัน้ ไมใ ชห รอื ?

ขอถวายพระพร พระตถาคตดหู มิน่ ติเตยี นสุภนิมิตโดยปริยายมิใชอ นั เดยี ว
เกลียดสภุ นิมติ ทรงแสดงนางเทพอปั สรทง้ั หลายมีสเี ทาดงั สีเทา นกพิลาบ เพราะความ
ตรัสรขู องทา นเปนเหต,ุ พระ นันทเถระตรสั รูด ว ยอบุ ายนน้ั ดงั นแ้ี ล, พระตถาคตเปน ผรู ู
อุบายเครอื่ งประกอบเปนผฉู ลาดในเทศนา ดว ยอบุ ายอยา งน้ีบาง ขอถวายพระพร.

คําท่ีจะพงึ กลา วยงั มีอีก พระตถาคต เมอื่ พระเถระจฬู ปน ถกอนั พระเถระผู
พ่ีชายฉดุ ออกเสียจากวหิ าร เกิดทกุ ขโทมนสั พระองคเสดจ็ เขาไปใกลแลว ประทานทอ น
ผาอันละเอยี ดใหแ ลว ดว ยหวังพระหฤทัยวา "กลุ บุตรน้ีจกั ตรัสรูด ว ยทอนผา น'้ี ดงั น,ี้
กลุ บุตรนัน้ กถ็ งึ ความเปนผชู าํ นาญในพระชนิ ศาสนา ดว ยเหตุนนั้ . พระตถาคตเปนผูรู
อบุ ายเครือ่ งประกอบ เปน ผฉู ลาดในเทศนาดว ยอบุ ายอยา งน้บี า ง.

คําทจ่ี ะพงึ กลา วยงั มีอีก พระตถาคต เม่ือพราหมณโมฆราชมาทลู ถามปญ หา
ถงึ สามครงั้ พระองคม ิไดทรงพยากรณด ว ยความดาํ รวิ า 'มานะของกลุ บตุ รน้ีจักระงบั ไป
ดวยอุบายอยา งน,ี้ ความตรัสรจู ักมเี พราะความที่มานะระงบั ไป' ดังน,้ี มานะของ
กุลบตุ รนนั้ กร็ ะงับไปแลว ดว ยเหตุนนั้ , เพราะความทม่ี านะระงบั ไป พราหมณน ั้นถึงแลว
ซง่ึ ความเปน ผชู ํานาญในอภญิ ญา หกประการ. พระตถาคตเปนผูรอู ุบายเครือ่ งประกอบ
เปนผฉู ลาดในเทศนาดวยอุบายอยา งน้ีบา ง ดังน.้ี "

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ปญหาพระผเู ปน เจา แกไ ขดว ยดแี ลวดว ยเหตุ
ท้งั หลายมากหลายประการ, ชัฏพระผเู ปนเจา กระทําไมใหเ ปนชฏั แลว , มดื กระทาํ ให
เปนแสงสวา งแลว, ขอดทําลายแลวปรัปปวาททงั้ หลายพระผเู ปน เจา หกั รานเสยี แลว ,
จักษพุ ระผเู ปน เจาไดใ หเ กิดขนึ้ แลวแกชินบตุ รทง้ั หลาย, เดียรถยี ท ง้ั หลาย มากระทบ
พระผูเ ปน เจา ผูประเสรฐิ กวา เจา คณะผูป ระเสริฐแลว หาปฏภิ าณมไิ ด."

๒. ตถาคตผรุสวาจนตั ถตี ิปญ หา ๒๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระเถระสารบี ตุ ร ผธู รรมเสนาบดี
แมภาสติ คาํ นว้ี า 'พระตถาคตมีวจสี มาจารบรสิ ุทธิแ์ ลว , พระตถาคตจะตอ งรักษาวจี
ทจุ รติ อันใดดวยคดิ วา 'บุคคลอื่นอยาไดร วู จที ุจริตน้ีของเราเลย' ดังน,้ี วจีทจุ ริตน้ัน ไมมี
แดพระตถาคต, ดังน.ี้ สว นพระตถาคตทรงบญั ญตั ปิ าราชิก เพราะความผิดของพระ
เถระสทุ นิ ผบู ตุ รแหง กลนั ทเศรษฐี รอ งเรยี กดวยวาทะวา โมฆบรุ ุษ เปน วาจาหยาบ, พระ

เถระนน้ั สะดงุ แลวดวยความสะดุงอันหนกั มีความเดอื ดรอ นดวยวาทะวา โมฆบุรุษ ไม
อาจแลว เพื่อจะแทงตลอดอรยิ มรรค, ถาวา พระตถาคตมวี จีสมาจารบรสิ ทุ ธิแ์ ลว , วจี
ทจุ รติ ยอ มไมม ีแดพระตถาคต, ถา อยางนนั้ คําที่วา 'พระตถาคตรองเรยี กพระเถระ สทุ ิน
ดว ยวาทะวา โมฆบรุ ษุ เพราะโทษผดิ ของพระเถระสทุ นิ กลันทบุตร' น้ันผิด. ถาวา พระผู
มพี ระภาคเจา ทรงรอ งเรยี กดวยวาทะวา โมฆบุรษุ เพราะความผิดของพระเถระสทุ ิน
กลันทบตุ ร, ถาอยา งนน้ั คาํ ทีว่ า พระตถาคตมวี จสี มาจารบริสุทธแ์ิ ลว วจที จุ ริตยอ มไมม ี
แดพระตถาคตแลว' ดงั นี้ แมน ั้นก็ผิด. ปญ หาแมน สี้ องเงื่อนมาถงึ พระผเู ปนเจา แลว ,
ปญ หาน้ันพระผูเปนเจา พงึ ขยายใหแจงชดั เถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระเถระสามีบตุ รผูธรรมเสนาบดี แมไ ดภ า
สติ คาํ น้วี า 'ดกู อ นทา นผูม ีอายุ พระตถาคตมีวจสี มาจารบรสิ ุทธ์ิ พระตถาคตจะตอง
รักษาวจที ุจรติ ใด ดวยทรงดาํ รวิ า 'บคุ คลผูอื่นอยารทู จุ ริตน้ขี องเราเลย' ดังน,ี้ วจีทุจรติ
นั้น ยอมไมม ีแดพระตถาคต' ดังน.้ี และพระผมู พี ระภาคเจาเมอ่ื ทรงบญั ญตั ิปราราชกิ
เพราะโทษผิดของทา นผมู ีอายุ สทุ นิ กลันทบุตร ทรงรองเรียนแลว ดว ยวาทะวา โมฆ
บรุ ุษ. ก็แลความรอ งเรียกนนั้ จะไดร องเรยี กดว ยจิต อันโทษประทษุ รายแลว กห็ าไม, จะ
รอ งเรียกดว ยเหตคุ ิดจะขม กระทําอาํ นาจอวดอา ง กห็ าไม, รองเรียกแลวดว ยลักษณะ
ตามท่เี ปน จรงิ อยางไร. กล็ ักษณะตามที่เปน จริงอยา งไร ในการรองเรยี กนน้ั อยา งไร?

ขอถวายพระพร ความตรัสรูอริยสัจสี่ ในอัตภาพนี้ ของบุคคลใดไมมี, ความ
เปน บุรุษของบคุ คลนน้ั เปนของเปลา, กิจอนื่ ทต่ี นกระทําอยูย อ มเปน พรอ ม คือ สาํ เรจ็
โดยกจิ อน่ื , เพราะเหตนุ ้นั ทา นจงึ กลา ววา 'โมฆบุรุษ บรุ ษุ เปลา' ดงั น.้ี

ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา ทรงรอ งเรยี กทานผมู ีอายุสทุ นิ กลนั ทบตุ ร
ดว ยคําตามเปน จรงิ จะไดทรงรองเรียกดว ยวาทะท่ไี มจ ริงกห็ าไม แมดว ยประการดังน.ี้ "

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน บคุ คลใดดาอยู ยอ มกลา วความเปน จรงิ กด็ ,ี ขาพเจา
ปรบั สินไหมแกบุคคลนัน้ ตามโทษ, ความดานน้ั เปนผิดทีเดียว, บุคคลนั้น อาศัยวัตถุ
ประพฤติโวหารตา งดา อย.ู "

ถ. "ขอถวายพระพร กก็ ารไหว หรือการตอนรับ หรือสกั การะ หรือความเพม่ิ ให
บรรณาการแกบ ุคคลแลว บรมบพติ รเคยไดท รงสดบั แลวมีหรอื ?"

ร. "ไมเคยสดบั เลย บคุ คลผูผดิ แลว ในทา นผูใดผูหนึ่ง เพราะเหตใุ ดเหตหุ นง่ึ
เปน ผูควรจะขแู ละคุกคาม, ราชบรุ ุษทงั้ หลาย ยอ มตดั ศรี ษะของบรุ ุษนน้ั เสียบา ง ยอมตี
บุรุษน้ันบา ง ยอ มจําไวบา ง ยอ มฆา เสยี บา ง ยอมปรับบา ง."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยางน้นั กริ ยิ าทพี่ ระผมู พี ระภาคเจาทรงกระทาํ แลวไม
เปนกิริยาเสยี หายเลย"

ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน พระผมู พี ระภาคเจา เมอื่ ทรงกระทาํ แมก ิรยิ า พงึ
กระทําดว ยอาการเหมาะเจาะสมควร, โลกกบั ทงั้ เทพดายอมกระดาก ยอมละอายตอ
พระตถาคตโดยย่งิ แมด ว ยการฟง , ยอมกระดาก ยอ มละอายตอ พระตถาคตโดยยงิ่
ดวยการไดเ หน็ , ยอ มกระดาก ยอ มละอายตอพระตถาคต ดวยการเขาไปหาและการน่ัง
ใกลยง่ิ ขน้ึ ไปกวา การไดเ หน็ น้ัน."

ถ. "ขอถวายพระพร หมอเยยี วยา เม่ือโทษในกายหนาหนกั กาํ เริบแลว ใหย าคุม
หรือเปนไฉน?"

ร. "หาไม พระผูเปน เจา หมอนน้ั ใครจ ะกระทาํ ใหเปน คนไมม ีโรค ใหยาประจทุ ี่
ไซท ั้งหลาย."

ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตยอมใหค วามพรํา่ สอน เพื่อความระงบั พยาธิ
คอื กิเลสทงั้ ปวง ฉนั นนั้ นนั่ เทียว. พระวาจาของพระตถาคตแมหยาบ ก็คมุ สัตวทง้ั หลาย
ไว, กระทาํ สตั วท งั้ หลายใหเปนผอู อน. เปรียบเหมือนน้ําแมร อน ยอ มคมุ ส่งิ ท่คี วรจะคมุ
ไวอันใดอนั หนง่ึ กระทาํ ใหเปน ของออ นได ฉนั ใด, พระวาจาของพระตถาคตแมหยาบก็
มปี ระโยชนไ ปพรอ มแลว ดว ยพระกรณุ า. อน่ึง คําของบดิ ามีประโยชนแ กบตุ รท้ังหลาย
ไปพรอ มแลวดวยกรุณา ฉนั ใด, พระวาจาของพระตถาคตถงึ หยาบ ก็มปี ระโยชนไป
พรอมแลว ดวยพระกรุณา ฉนั นน้ั . พระวาจาของพระตถาคตถงึ หยาบ กเ็ ปน เคร่ืองละ
กิเลส. มูตรโคแมมกี ล่ินเหมน็ ทด่ี ม่ื แลว ยาแมมีรสเฝอ นขมทีก่ นิ แลว ยอมกาํ จัดพยาธิ
ของสัตวท ง้ั หลายได ฉนั ใด, พระวาจาของพระตถาคตถงึ หยาบ กม็ ีประโยชนไ ปพรอม
แลวดวยพระกรณุ า ฉนั น้ัน, อนง่ึ ปยุ นนุ แมใ หญ ตกลงแลวในกายของบคุ คลอืน่ ยอ มไม
กระทาํ ความเสยี ดแทงแกบคุ คลนนฉนั ใด, พระวาจาของพระตถาคตถงึ หยาบ ก็ไมใ ห
เกิดทกุ ขแกใคร ๆ ฉันนนั้ นัน่ เทยี วแล ขอถวายพระพร."

ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน ปญ หาพระผูเปน เจา วินจิ ฉยั ดแี ลว ดวยเหตทุ ้ังหลาย
มาก, ดีละ พระผูเ ปน เจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญหาของพระผูเปน เจา นัน้ สมอยา งนน้ั ,
ขาพเจา ยอมรบั รองอยา งนน้ั ."

๓. รกุ ขเจตนาเจตนปญหา ๒๓

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระตถาคตแมท รงภาสิตพระ
พทุ ธพจนนว้ี า 'ดกู อนพราหมณ ทา นเปน ผมู คี วามเพียรปรารภแลว เปนผไู มป ระมาท
แลว รูอยู ถามความนอนเปน สขุ กะตนไมน ้ีทีไ่ มเจตนา ไมฟง มิรู เพราะเหตอุ ะไร' ดงั น.้ี
และตรัสแลว อีกวา 'แมตนสะครอ , ไดภ าสิตแลว ในขณะนัน่ เทยี ว อยา งนวี้ า 'ดูกอน

พราหมณภารทวาชโคตร คําแมของเรายอมมี ทา นจงฟง คําเรา' ดงั น.้ี พระผเู ปน เจา
นาคเสน ถา วา ตน ไมไ มม ีเจตนา, ถาอยา งน้ัน คําท่ีวา 'ตน สะครอ เจรจากับดว ย
พราหมณภารทวาชโคตร' น้ันผดิ , ถาวา ตน สะครอ เจรจากบั พราหมณภ ารทวาชโคตร,
ถา อยา งนน้ั คาํ ทวี่ า 'ตน ไมไ มม เี จตนา' แมน ัน้ ก็ผดิ , ปญหานี้สองเงอื่ น มาถงึ พระผเู ปน
เจาแลว พระผเู ปนเจา พงึ ขยายใหแจง ชดั เถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาแมท รงภาสติ พระพทุ ธ
พจนน ีแ้ ลว วา 'ตน ไมไ มม ีเจตนา' ดังน,ี้ และตนสะครอเจรจากับดว ยพราหมณภารทวาช
โคตร, กแ็ หละ คํานนั้ ทานกลา วแลว โดยสมมตุ ขิ องโลก, ความเจรจาของตน ไมทไี่ มม ี
เจตนาไมม ,ี เออก็คาํ ทว่ี า "รุกโข ตน ไม" นีเ้ ปนช่ือของเทพดาทส่ี ิงอยูใ นตน ไมนนั้ , อนึง่
คําทวี่ า 'ตน ไมเ จรจา' น้ันเปน โลกบญั ญัต.ิ เหมอื นเกวียนเต็มแลวดว ยขาวเปลอื ก ชน
ยอมกลา ววา 'เกวยี นขาวเปลอื ก' ดังน,้ี ก็แตวา เกวยี นนน้ั มไิ ดก ระทาํ แลวดว ย
ขา วเปลือก, เกวียนนนั้ สาํ เรจ็ แลวดว ยไม, ชนยอ มกลาววา "ธญญสกฏํ เกวยี น
ขา วเปลือก" ดงั นี้ ก็เพราะความที่ขา วเปลอื กเปนของอนั บคุ คลบรรทุกแลว ในเกวยี นนนั้
ฉันใด: ตน ไมจะเจรจากห็ าไม, ตนไมเปน ของไมมเี จตนา, ก็แตว า เทพดาใดสงิ อยใู น
ตน ไมน นั้ คําทว่ี า "รุกโข ตน ไม" น้ีเปน ชือ่ ของเทพดานั้น, อนงึ่ คําทว่ี า 'ตนไมเ จรจา' ดังนี้
น้นั เปน โลกบญั ญัติ ฉนั นนั้ นั่นเทียว.

อกี นัยหนงึ่ บคุ คลคนนมสมอยู ยอมกลา ววา 'เราคนเปรยี ง' ดังน,ี้ บคุ คลนน้ั คน
วตั ถุอันใดอยู วตั ถนุ น้ั ไมใชเ ปรยี ง, บุคคลนน้ั คนนมสมนนั่ เทยี ว ยอ มกลา ววา 'เราคน
เปรยี ง' ดังน้ี ฉนั ใด: ตนไมเจรจาไมไ ด, ตนไมเ ปน ของไมม เี จตนา, ก็แตวา เทพดาใดที่สิง
อยูใ นตน ไมน นั้ คําท่วี า 'ตนไม' น้ีเปน ชอื่ ของเทพดานั้น, อน่งึ คาํ ทว่ี า 'ตน ไมเ จรจา'
ดงั นน้ั เปน บญั ญัติของโลก ฉันนน้ั นน่ั เทยี ว.

อีกนัยหนงึ่ ชนผใู ครจ ะกระทาํ ของท่ีไมม ใี หส ําเรจ็ ยอ มกลาววา 'เราจะกระทาํ
ของที่ไมมีใหส าํ เร็จ,' ยอ มกลา วของท่ไี มสาํ เร็จแลววา 'เปนของสําเร็จแลว,' วาจาอยา ง
นีน้ นั้ เปน สมมตขิ องโลก ฉนั ใด; ตน ไมเ จรจาไมไ ด, ตน ไมเ ปน ของไมม เี จตนา, กแ็ ตว า
เทพดาใดสงิ อยทู ตี่ น ไมน น้ั คาํ ทว่ี า 'ตน ไม' นี้เปน ช่ือของเทพดานน้ั , อน่งึ คาํ ทว่ี า 'ตนไม
เจรจา' ดังนน้ี น้ั เปน บญั ญัตขิ องโลก ฉนั นนั้ เทยี วแล.

ขอถวายพระพร ชนยอ มกลา วโดยสมมติของโลก ฉันใด, แมพ ระตถาคตทรง
แสดงธรรมแกส ตั วทัง้ หลาย ตามสมมติของโลก ฉันน้ันนน่ั เทยี ว."

ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน ดลี ะ ขอวสิ ชั นาปญ หาของพระผเู ปนเจา นนั้ สมอยาง
นัน้ , ขาพเจา ยอมรบั รองอยา งนนั้ ."

๔. เทวปณฑปาตมหปั ผลภาวปญ หา ๒๔

พระราชาตรัสถามวา"พระผเู ปนเจา นาคเสน คาํ นี้ พระเถระทง้ั หลายผกู ระทํา
ธรรมสังคายนา แมภ าสติ แมว า 'เราไดฟง แลว วา พระพทุ ธเจาเสวยภัตรของนาง
ชา งทองช่อื จนุ ทะ แลว จึงประชวรหนัก มีมรณะเปนสว นสดุ ' ดงั น.้ี สวนพระผมู พี ระภาค
เจาตรัสแลว อีกวา 'ดูกอ นอานนทบ ิณฑบาตท้ังหลายสองนีเ้ สมอกัน มผี ลเสมอกัน มี
วิบากเสมอกนั , มีผลใหญโดยพเิ ศษดวย มอี านิสงสใ หญโ ดยพิเศษดว ย เกนิ กวา
บณิ ฑบาตท้งั หลายอนื่ นั่นเทียว' ดังน.้ี ถา วาเม่ือพระผมู พี ระภาคเจาเสวยภัตรของนาง
ชา งทองชอ่ื จนุ ทะ อาพาธกลา เกดิ ข้นึ แลว เวทนาหนักมมี รณะเปน สวนสดุ เปนไปแลว ,
ถา อยา งน้ัน คาํ ทว่ี า 'ดูกอ นอานนทบ ิณฑบาตทงั้ หลายสองเหลา น้ีเสมอกนั มผี ลเสมอ
กัน มวี บิ ากเสมอกนั , มีผลใหญพเิ ศษดว ย มอี านสิ งสใหญพิเศษดวย เกินกวา บณิ ฑบาต
ท้ังหลายอน่ื นน่ั เทยี ว' ดังนี้ นั้นเปน ผด. ถาวา บิณฑบาตทง้ั หลายแมส องเหลา น้เี สมอกัน
มผี ลเสมอกนั มวี ิบากเสมอกนั , มีผลใหญพเิ ศษดวย มีอานสิ งสใหญพิเศษดวย เกนิ กวา
บิณฑบาตท้ังหลายอนื่ น่นั เทียว, ถาอยา งนนั้ คาํ ทว่ี า 'เม่ือพระผมู พี ระภาคเจาเสวยภัตร
ของนายจุนทะแลวอาพาธกลาเกิดขึน้ แลว เวทนาหนักมมี รณะเปนท่ีสดุ เปน ไปแลว ' แม
นน้ั กผ็ ดิ . พระผเู ปนเจา นาคเสน บิณฑบาตนนั้ มีผลใหญโดยความเปน ของเปนไปแลว
ดวยยาพิษ มผี ลใหญโ ดยความเปน ของยงั โรคใหเ กดิ ขึ้นมีผลใหญโ ดยความเปน ของ
กระทําอายุใหพ ินาศไป มผี ลใหญโดยความเปน ของนาํ ชวี ิตของพระผูมพี ระภาคเจาไป
หรอื หนอ? พระผูเ ปน เจา จงกลาวเหตุในขอ นน้ั แกข า พเจา เพอื่ จะขม ปรัปปวาททง้ั หลาย
เสยี . ชนน้เี ปน ผหู ลงพรอ มในขอน้ีวา "โรคลงแดงเกิดขึน้ แลว เพราะอาหารทเี่ สวยแลว
มากเกนิ ดว ยอํานาจแหง ความโลภ." ปญหาแมน ี้สองเงอ่ื นมาถึงพระผเู ปน เจา แลว, พระ
ผูเปนเจา พงึ ขยายใหแ จง ชดั เถิด.

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร คําน้ี พระเถระทง้ั หลายผกู ระทาํ ธรรม
สังคายนาแมภ าตไิ วแลววา 'เราไดฟง แลววา พระพทุ ธเจา เสวยภัตรของนายชา งทองชอ่ื
จนุ ทะแลว ประชวรหนกั มมี รณะเปนท่สี ุด' ดังน.้ี สวนพระผมู ีพระภาคเจา ไดต รัสแลวอีก
วา 'ดูกอ นพระอานนทบณิ ฑบาตทงั้ หลายสองเหลา นเี้ สมอกัน มผี ลเสมอกนั มวี บิ าก
เสมอกนั , มผี ลใหญพ เิ ศษดว ย มอี านิสงสใ หญพ ิเศษดว ย เกนิ กวา บิณฑบาตท้งั หลาย
อน่ื นน่ั เทยี ว: บิณฑบาตทัง้ หลายสองเหลา ไหน? บิณฑบาตทงั้ หลายสอง คือ: พระ
ตถาคตเสวยบณิ ฑบาตใดแลวจึงตรสั รูสัมมาสัมโพธญิ าณ ไมม ปี ญ ญาอนื่ ยิง่ กวา
บณิ ฑบาตน้นั หนง่ึ , พระตถาคตเสวยบณิ ฑบาตใดแลวจงึ เสดจ็ ปรินพิ พานดวยนพิ พาน
ธาตุ เปน อนปุ าทเิ สสไมม ีขนั ธปญจกทก่ี รรมกเิ ลสยึดมน่ั เปน สว นเหลอื บณิ ฑบาตน้ัน

หนงึ่ , บิณฑบาตท้งั หลายสองเหลา นี้เสมอกัน มีผลเสมอกัน มวี บิ ากเสมอกัน, มีผลใหญ
พิเศษดว ย มอี านสิ งสใหญพ เิ ศษดวย เกินกวาบิณฑบาตท้ังหลายอนื่ นน่ั เทยี ว.' กแ็ หละ
บิณฑบาตนน้ั มีคณุ มาก มอี านิสงสมิใชอยา งเดยี ว. เทพดาทั้งหลายชน่ื ชมแลว มีใจ
เล่อื มใสแลว วา 'บณิ ฑบาตนี้ เปน บิณฑบาตคร้ังสดุ ทา ยของพระผูมพี ระภาคเจา ดงั น'ี้
แลว จงึ แทรกโอชาทพิ ยลงในมงั สะสุกรออ น. ก็แหละโอชาทพิ ยน ่นั เปน ของแปรโดยชอบ
แปรเรว็ เปนทย่ี ังใจใหย นิ ดี มีรสมาก เกื้อกลู แกเพลงิ ธาตุในพระอุทร, โรคอะไร ๆ ทยี่ ังไม
เกิดข้นึ แกพ ระผมู พี ระภาคเจา จะเกดิ ขนึ้ แลวเพราะแทรกโอชาทพิ ยนน้ั เปน เหตุกห็ าไม,
เออก็ เมือ่ พระสรรี ะของพระผูม ีพระภาคเจา ทพุ ลภาคอยโู ดยปกติแลว พระชนมายุ
สงั ขารส้ินแลว ครนั้ โรคเกดิ ขึน้ แลว จงึ กาํ เรบิ ยง่ิ ข้นึ ไป. เหมอื นไฟโพลงอยโู ดยปกติ เมอื่
ใคร หยบิ เชือ้ อน่ื เตมิ เขาไปในไฟน้นั ไฟนนั้ ยง่ิ โพลงชัชวาลหนกั ข้ึน ฉนั ใด, เมือ่ พระสรรี ะ
ของพระผมู พี ระภารเจา ทพุ ลภาพอยโู ดยปกติ พระชนมายุสงั ขารส้ินแลว พระโรค
เกิดข้ึนแลว จงึ ยิง่ กาํ เรบิ หนกั ขน้ึ ฉันนนั้ .

อีกนยั หนงึ่ กระแสนํ้าไหลอยโู ดยปกติ คร้ันมหาเมฆตกเตมิ แลว เปนหว งใหญ
พาน้ําเชย่ี วหนกั ข้นึ ฉนั ใด, เมื่อพระสรีระของพระผูมพี ระภาคเจาทพุ ลภาพอยโู ดยปกติ
พระชนมายุสงั ขารสนิ้ แลว พระโรคเกดิ ข้นึ แลว จงึ ยง่ิ กําเรบิ หนกั ขึน้ ฉนั นั้น.

อกี อยา งหนงึ่ ทองมวี าโยธาตุกาํ เรบิ ข้นึ อยโู ดยปกติ เมื่อบริโภคอาหารอ่นื ท่ดี บิ
ซํา้ เขาไปยง่ิ อดื หนักขน้ึ ฉนั ใด, พระสรรี ะของพระผูมพี ระภาคเจาทพุ ลภาพอยโู ดยปกติ
พระชนมายุสงั ขารส้ินแลว พระโรคเกดิ ขนึ้ แลว จงึ ยงิ่ กําเรบิ หนกั ขน้ึ ฉนั นน้ั นั่นเทยี วแล.
โทษในบิณฑบาตนน้ั มิไดม,ี อนงึ่ บณั ฑิตไมอาจเพื่อจะยกโทษแกบิณฑบาตนน้ั ."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน บณิ ฑบาตทง้ั หลายสองเหลา นั้นเสมอกนั มผี ลเสมอ
กัน มีวบิ ากเสมอกนั , มผี ลใหญพเิ ศษดว ย มีอานสิ งสใหญพเิ ศษดว ย เหลอื เกนิ กวา
บิณฑบาตท้งั หลายอน่ื เพราะเหตุไร?"

ถ. "ขอถวายพระพร บิณฑบาตท้ังหลายสองเหลา นน้ั เสมอกัน ฯลฯ มผี ลใหญ
พิเศษดว ย มีอานสิ งสใ หญพ เิ ศษดว ย เหลอื เกินกวา บิณฑบาตทง้ั หลายอน่ื ดว ยอาํ นาจ
ความถงึ พรอมธรรม."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน บณิ ฑบาตทงั้ หลายสองเหลา นน้ั เสมอกนั ฯลฯ มี
อานิสงสใ หญพ ิเศษดว ย เหลอื เกนิ กวาบณิ ฑบาตทง้ั หลายอนื่ นนั่ เทยี ว ดว ยอํานาจ
ความถงึ พรอ มธรรมทง้ั หลายเหลา ไหน?"

ถ. "ขอถวายพระพร บิณฑบาตทัง้ หลายสองเหลา นนั้ เสมอกนั ฯลฯ มผี ลใหญ
พิเศษดวย มีอานสิ งสใหญพ เิ ศษดวย เหลอื เกินกวาบิณฑบาตทัง้ หลายอ่ืน ดว ยอํานาจ
แหงการเขาอนบุ ุพพวหิ ารสมาบัติทงั้ หลายเกา ทง้ั อนโุ ลมและปฏิโลม."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน ในสองวันเทานนั้ เรว็ นัก พระตถาคตเจาอนบุ ุพพ
วิหารสมาบัตทิ งั้ หลายเกา เปนอนุโลมและปฏโิ ลมทนั หรือ?"

ถ. "ขอถวายพระพร เพยี งในสองวนั เทา นนั้ พระตถาคตเขา อนุบพุ พวหิ าร
สมาบัตทิ งั้ หลายเกา เปน อนโุ ลมและปฏโิ ลมทนั ."

ร. "นาอศั จรรย นา พิศวง ทานใดที่เปน อสทสิ ทาน ไมม ที านอนื่ เหมือน และเปฯ
บรมทานทานอยางยิง่ ในพทุ ธเขตน้ี แมท านนนั้ ทา นไมนบั แลว โดยบณิ ฑบาตทงั้ หลาย
สองเหลา น.้ี นา อศั จรรย พระผเู ปนเจา นา พศิ วง พระผเู ปน เจา, อนุบพุ พวิหารสมาบัติ
ทงั้ หลายเกา ใหญเ พยี งไรเลา . ทานยอ มมผี ลใหญพิเศษ และมอี านิสงสใหญพ ิเศษดว ย
อํานาจอนบุ พุ พวหิ ารสมาบตั ิเกา ประการ. ดีละ พระผเู ปน เจา ขอวสิ ัชนาปญหาของพระ
ผูเปน เจา นนั้ สมอยา งนน้ั , ขาพเจา ยอมรบั รองอยา งนนั้ ."

๕. พทุ ธปชู านญุ ญาตปญหา ๒๕

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู ีพระภาค
เจา แมไดทรงภาสติ แลว วา 'ดกู อนอานนท ทา นทงั้ หลายจงเปนผไู มม คี วามขวนขวาย
เพอื่ จะบูชาพระสรรี ะของพระตถาคต' ดังน้ี และตรสั แลว อกี วา 'ทา นทงั้ หลายจงบูชา
ธาตุแหงบคุ คลควรบูชานน้ั ทา นทง้ั หลายจักไปสูสวรรคแตโ ลกนี้ ดว ยการกระทาํ บชู า
อยา งน'ี้ ดังนี้ ถา พระตถาคตตรัสแลว วา 'ทานทงั้ หลายจงเปนผูไมม คี วามขวนขวายเพ่ือ
จะบูชาพระสรีระของพระตถาคต' ดังน้ี ถา อยางนน้ั คาํ ทวี่ า 'ทา นทัง้ หลายจงบชู าธาตุ
ของบคุ คลควรบชู านน้ั , ทา นทัง้ หลายจักไปสสู วรรค แตโลกน้ี ดว ยการกระทําบูชาอยา ง
น'้ี น้นั ผิด. ถาพระตถาคตตรัสแลววา 'ทา นทง้ั หลายจงบชู าธาตุของบคุ คลควรบูชาน้ัน,
ทา นทง้ั หลายจกั ไปสสู วรรคแ ตโลกนี้ ดวยการกระทาํ บูชาอยางน,ี้ ' ถาอยางนน้ั คาํ ทวี่ า
'ดูกอ นอานนท ทา นท้งั หลายจงเปนผไู มม ีความขวนขวาย เพ่อื จะบชู าพระสรีระของพระ
ตถาคต' ดังนี้ แมน ้ันก็ผดิ . ปญ หาแมน สี้ องเงื่อน มาถงึ พระผูเ ปนเจา แลว พระผเู ปน เจา
จงขยายความใหแ จงชดั เถดิ ."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู พี ระภาคเจา แม
ทรงภาสิตแลววา 'ดูกอนอานนท ทา นทง้ั หลายจงเปนผูไมม ีความขวนขวายเพือ่ จะบชู า
พระสรีระของพระตถาคต' ดังน.ี้ และตรสั แลวอีกวา 'ทานทงั้ หลายจงบชู าธาตขุ อง
บุคคลควรบชู านน้ั , ทา นทง้ั หลายจกั ไปสสู วรรคแตโลกน้ี ดวยการกระทําบชู าอยา งน'ี้
ดังน.ี้ กแ็ หละพทุ ธพจนนี้ พระองคห าไดตรัสเพือ่ ชนทงั้ หลายทงั้ ปวงทว่ั ไปไม, พระองค
ทรงปรารภชินโอรสทั้งหลาย ตรัสพทุ ธพจนน ีว้ า 'ดกู อนอานนท ทานทงั้ หลายจงเปน ผไู ม

มีความขวนขวาย เพอื่ จะบชู าพระสรีระของพระตถาคต' ดังนี้. เพราะการบูชาน้นี นั่ ไม
เปนการงานของชนิ โอรสทั้งหลาย ความพจิ ารณาสงั ขารท่งั หลาย ความทาํ ในใจโดย
แยบคายโดยอบุ ายทชี่ อบ ความพิจารณาสตปิ ฏ ฐานเนอื ง ๆ การยดึ อารมณท ีเ่ ปน สาระ
ความรบกิเลส ความประกอบประโยชนข องตนเนือง ๆ นี้ เปนกจิ ของชนิ โอรสทง้ั หลาย.
การบชู าเปน กจิ ของเทพดาและมนุษยท งั้ หลายทเี่ หลือ.

เหมือนอยา งวา การศกึ ษาศลิ ปะฝาย ชา ง มา รถ ธนู และกระบี่ และการเรียน
มนตส าํ หรับกษัตริย การฟงเสียง ความรูก ระทําการรบเอง และใชผอู น่ื ใหร บ เปน กจิ ของ
ราชโอรสทง้ั หลายของพระเจา แผน ดนิ , การไถนา การคาขาย การเลยี้ งโค เปน กจิ ของ
เวศยศ ูทร เปนอันมากท่ีเหลอื อยู ฉันใด. การบชู านีน้ น้ั กม็ ิใชก ารงานของชนิ โอรส
ทงั้ หลาย, ความพิจารณาสงั ขารทงั้ หลาย ความทําในใจโดยแยบคายความพิจารณาสติ
ปฏฐานเนือง ๆ ความยึดอารมณท ่ีเปนสาระ ความรบกเิ ลส ความประกอบประโยชน
ของตนเนอื ง ๆ น้ี เปนกิจของชนิ โอรสทงั้ หลาย, การบูชาเปน กจิ ของเทพดาและมนษุ ย
ทงั้ หลายทเ่ี หลอื ฉันนั้นนน่ั แล.

อีกนยั หนง่ึ ความศึกษา อิรเู พท ยชเุ พท สามเพท อาถพั พณเพท และลกั ษณ
ศาสตร รลู กั ษณะชายหญงิ ตาง ๆ และรูมหาปรุ สิ ลักษณะสามสบิ สองประการ เปน ตน
เปน กจิ ของพราหมณม าณพตอ งศกึ ษาใหร ,ู การไถนา การคา ขาย การเลี้ยงโค เปนกจิ
ของเวศย ศทู รท้งั หลายมากอันเศษ ฉนั ใด: บูชาน้ีนน้ั กไ็ มใ ชก ารงานของชินโอรส
ทงั้ หลาย, ความพจิ ารณาสังขารท้ังหลาย ความทําในใจโดยแยบคาย ความพิจารณา
สติปฏ ฐานเนอื ง ๆ ความยดึ อารมณทีเ่ ปน สาระ ความรบกเิ ลส ความประกอบประโยชน
ของตนเนอื ง ๆ นี้เปน กจิ ของชินโอรสทงั้ หลาย, การบชู าเปน กจิ ของเทพดาและมนษุ ย
ทัง้ หลายอนั เหลือนั้น ฉันน้ันนนั่ เทียวแล เพราะเหตุนน้ั พระตถาคตทรงดาํ ริในพระ
หฤทยั วา 'ภกิ ษทุ ้งั หลายเหลา นี้ จงอยาประกอบในกจิ มใิ ชการงาน, ภกิ ษทุ ้งั หลาย
เหลา นจ้ี งประกอบในกจิ เปน การงาน' แลว จึงตรสั วา 'ดกู อนอานนท ทา นทง้ั หลายจง
เปนผูไ มมคี วามขวนขวาย เพอ่ื จะบชู าพระสรีระของพระตถาคตเถิด' ดงั น.ี้ ถา พระ
ตถาคตไมพ งึ ตรสั พระพุทธพจนน ้ีไซร, ภกิ ษุทง้ั หลายจะพงึ รวบรวมแมบาตรและจวี รของ
ตน กระทาํ พุทธบูชาอยา งเดยี วเทานัน้ ..

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาปญ หานัน้ สม
อยางนนั้ , ขา พเจายอมรับรองอยางนน้ั ."

๖. ภควโต ปาทปปปฏกิ ปตติ ปญ หา ๒๖

พระราชาตรสั วา "พระผูเปนเจา นาคเสน พระผูเปนเจา กลา วอยวู า 'เม่อื พระผูมี
พระภาคเจาเสด็จดาํ เนนิ อยู แผนดินใหญไมม ีเจตนาน้ี พนื้ ท่ีลมุ ฟูขนึ้ พนื้ ทด่ี อนยอมยบุ
ลงเปน ประเทศเรยี บราบเสมอกัน.' และกลา วอยอู กี วา 'พระบาทของพระผูมพี ระภาค
เจาอันสะเกด็ ศลิ ากระทบแลว ' ดงั น.้ี สะเก็ดศลิ าท่ตี กลงแลวทพี่ ระบาทของพระผมู พี ระ
ภาคเจา ไมกลบั แลว จากพระบาทของพระผมู ีพระภาคเจา เพอ่ื เหตไุ ร? พระผเู ปนเจา
นาคเสน ถา วา เมื่อพระผมู ีพระภาคเจา ดําเนนิ อยู แผน ดนิ ใหญไ มมเี จตนาน้ี ทีล่ ุมยอ มฟู
ข้ึน ทดี่ อนยอมยุบลง ถา อยา งนน้ั คําที่วา 'พระบาทของพระผมู พี ระภาคเจา อันสะเกด็
ศลิ ากระทบแลว , นนั้ ผดิ . ถา วา พระบาทของพระผูมพี ระภาคเจา อนั สะเกด็ ศลิ ากระทบ
แลว . ถา อยา งนน้ั คาํ ท่วี า 'เมื่อพระผูมพี ระภาคเจา เสดจ็ ดาํ เนนิ อยูแ ผน ดินใหญท ีไ่ มม ี
เจตนานี้ พื้นทล่ี มุ ยอมฟขู น้ึ พื้นท่ีดอนยอ มยุบลง' ดงั นี้ แมน นั้ ก็ผิด. ปญหาแมน ้ีสอง
เงอ่ื น มาถงึ พระผูเจา แลว เปน พระผูเปน เจา พงึ ขยายออกใหแจงเถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร เหตุนี้มจี รงิ : เม่อื พระผมู ีพระภาคเจา เสดจ็
ดําเนนิ อยู แผน ดนิ ใหญท ไี่ มม เี จตนาน้ี พน้ื ท่ีลมุ ฟูขน้ึ พ้นื ทดี่ อนยุบลง. และพระบาทของ
พระผมู พี ระภาคเจา อนั สะเก็ดศลิ ากระทบแลว. กแ็ หละสะเก็ดศิลานน้ั มไิ ดต กลงแลว
โดยธรรมดาของตน, สะเก็ดศิลานน้ั ตกลงแลวดวยความเพียรของพระเทวทตั .

ขอถวายพระพร พระเทวทตั ผูกอาฆาตในพระผมู พี ระภาคเจา สนิ้ แสนชาติ
ทงั้ หลายมาก, พระเทวทัตนนั้ คิดจะใหศิลาใหญม ีขนาดเทาเรือนยอดตกลงในเบอ้ื งบน
แหงพระผมู พี ระภาคเจา ดวยอาฆาตนั้น, จงึ ปลอ ยศิลานน้ั , ครั้งน้นั ภเู ขาทง้ั หลายสอง
ผดุ ขึ้นจากแผน ดนิ แลวรับศลิ านน้ั ไว, ครัง้ นัน้ กะเทาะแตกจากศิลาดว ยเขาทง้ั หลายสอง
นน้ั ประหารกระทบกนั เมื่อจะตกลงโดยสถานใด หรือโดยสถานนน้ั ไมม นี ยิ ม จงึ ตกลง
แลวท่พี ระบาทของพระผมู พี ระภาคเจา ."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน กภ็ ูเขาท้งั หลายสองรบั ศลิ าแลวอยา งไร แมกะเทาะ
ศลิ าอนั ภเู ขาทง้ั หลายสอง พงึ รบั รองอยา งน้นั ."

ถ. "ขอถวายพระพร แมของท่รี ับแลว ในโลกนี้บางสงิ่ ยอ มรว้ั ออกไหลออก
เขา ถงึ ความสน้ิ ไป. เหมอื นนาํ้ อันบคุ คลเอาฝามอื รองไว ยอ มรั่วออกไหลออกไดต าม
ระวางแหงนิ้วมือท้ังหลาย ยอ มถงึ ความสน้ิ ไปหมดไป, นํา้ นมสด เปรยี ง น้ําผงึ้ เนยใส
น้ํามนั รสปลา รสเนอ้ื ละอยา ง ๆ บคุ คลเอาฝามือรองไว ยอมรัว่ ยอมไหลซึมซาบออกได
ตามระวางนิ้วมอื ท้ังหลาย ฉนั ใด, ภูเขาทงั้ สองทเี่ ขา ไปเพอ่ื จะรบั รองประหารกระทบ
ศิลาท่กี ลง้ิ ลงมา สะเกด็ แตกจากศิลาทก่ี ล้งิ ลงมานน้ั กระเด็นไปตกทห่ี ลงั พระบาทของ
พระผูม ีพระภาคเจา ฉนั นนั้ .

อีกอยา งหนึง่ ทรายทลี่ ะเอยี ดสขุ มุ เสมอดว ยละอองธลุ ี บคุ คลกําไวแ ลว ดว ยกาํ
มอื ยอ มรั่วไหลหมดสนิ้ ไป ฉนั ใด, ภูเขาทงั้ หลายมารวมแลว เพือ่ จะรับศิลานน้ั กระทบ
กนั กบั ศิลาทกี่ ลิ้งมานนั้ สะเก็ดแตกแลว แตศิลานัน้ ตกไปไมนิยมสถาน ตกลงแลวทพี่ ระ
บาทของพระผมู พี ระภาคเจา ฉนั นั้น.

อกี ประการหนง่ึ คาํ ขา วทบ่ี ุคคลในโลกนบ้ี างคนเปบแลว เมลด็ ขาวท่รี ว งออก
จากปากแลว ยอมกระจดั กระจายเรย่ี รายสญู ไป ฉันใด. เมอื่ ภูเขาทงั้ หลายสองมา
รวมกัน เพ่ือจะรับศลิ าที่กลง้ิ ลงมานนั้ ประหารกระทบศลิ าที่กลงิ้ ลงมา สะเกด็ แตกแต
ศลิ านนั้ กระเด็นไปตกท่พี ระบาทของพระผูม พี ระภาคเจา ฉนั นน้ั ."

ร. "ยกไวเถดิ พระผเู ปน เจา ขอซงึ่ ภูเขาทงั้ หลายรบั ศลิ าท่กี ลงิ้ ลงมายกไวเ ถิด,
ครั้นเมื่อเปน เชน นนั้ แมส ะเกด็ ก็ควรกระทาํ ความเคารพในพระผมู พี ระภาคเจา เหมอื น
แผน ดินใหญก ระทาํ ความเคารพฉะน้นั ."

ถ. "ขอถวายพระพร สภาพสบิ สองอยางเหลา นี้ ยอ มไมก ระทําความเคารพ,
สภาพสบิ สองอยางเปน ไฉน? สภาพสิบสองอยาง คือบคุ คลท่กี ําหนดั แลว ไมกระทาํ
ความเคารพดว ยอํานาจราคะ, บุคคลทีแ่ คน เคืองแลว ไมก ระทําความเคารพดว ย
อํานาจโทสะ. บุคคลท่ีหลงแลวไมก ระทาํ ความเคารพดวยอาํ นาจโมหะ, บคุ คลทผ่ี อู ืน่ ยก
ยอ งแลว ฟงุ ไปไมก ระทาํ ความเคารพดวยอาํ นาจมานะ, บคุ คลไมม ีคณุ พระรตั นตรยั ใน
สนั ดาน คือ ไมพิจารณาเหน็ คณุ พระพทุ ธเจา พระธรรม พระสงฆ ยอ มไมก ระทําความ
เคารพ ดว ยไมม คี ณุ พเิ ศษ, บุคคลท่ีกระดางดอื้ ขันขึงยอมไมก ระทาํ ความเคารพ ดวย
ความไมมธี รรมเคร่ืองหา มจะใหโอนออน, บคุ คลท่ีเลวยอ มไมก ระทาํ ความเคารพ ดว ย
ความเปน คนมีสภาพอนั เลวทราม, บุคคลกระทําคาํ บงั คับของทา นทเ่ี ปนอิสสระ ยอมไม
กระทําความเคารพ ดว ยความที่ตนไมเ ปน อสิ สระ, บุคคลทไ่ี มมีจาคะจิต ยอ มไมก ระทํา
ความเคารพ ดว ยความเปนคนตระหน,ี่ บคุ คลอันใคร ๆ ใหถ งึ ทกุ ขแลว ยอ มไมกระทาํ
ความเคารพ ดว ยความเปนผูมงุ จะตอบแทน ใหผูใหทกุ ขแ กต นนัน้ ถึงทกุ ขบ า ง, บุคคล
โลภแลว ยอ มไมก ระทําความเคารพ ดว ยความเปน คนอันโลภครอบงาํ แลว, บุคคลมัว
ขวนขวายประโยชนของตนอยู ยอมไมก ระทําความเคารพ ดวยมุงจะกระทําประโยชน
ใหส าํ เร็จ. สภาพสิบสองอยา งเหลา นี้แล ยอ มไมก ระทาํ ความเคารพ. ก็แหละสะเกด็ ศลิ า
น้นั แตกแลว เพราะศิลาสามกอ นนนั้ กระทบกัน ไมไดกระทําความกาํ หนดทิศ กระเดน็
ไปตกทพี่ ระบาทของพระผูมพี ระภาคเจา.

อีกประการหนงึ่ ละอองธลุ ีอนั ละเอียดสุขมุ อนั กาํ ลังแหงลมพดั หอบไปแลว ไม
กระทาํ ความกาํ หนดทิศ กระจดั กระจายเรย่ี รายไปฉนั ใด, สะเกด็ ศลิ านนั้ แตกแลว เพราะ
ศลิ าสามกอนกระทบกนั มิไดกระทาํ นิมิตในทิศ กระเด็นลอยไปตกทพ่ี ระบาทของพระผู

มีพระภาคเจา ฉนั นน้ั . กถ็ า วา สะเก็ดศลิ านน้ั ไมกระเด็นออกไปตา งแตศิลานนั้ , ภูเขา
ท้งั หลายพงึ ผดุ ขนึ้ รับสะเก็ดศิลาแมน น้ั . กส็ ะเก็ดศลิ านนั้ มไิ ดต ้งั อยทู พ่ี นื้ ดิน มิไดต ั้งอยู
ในอากาศ แตกแลวดวยเรย่ี วแรงศิลาตอ ศลิ ากระทบกนั กระเด็นลอยไปตกที่พระบาท
ของพระผมู พี ระภาคเจา.

อกี อยางหนึ่ง เปรยี บเหมอื นใบไมเกา ๆ อนั ลมบา หมหู อบขนึ้ ไมม คี วามกาํ หนด
ทศิ ยอ มตกลงโดยสถานใดสถานหน่งึ ฉนั ใด, สะเกด็ ศลิ านนั้ ไมม คี วามกําหนดทศิ ดว ย
กําลงั ศลิ าตอศลิ ากระทบกนั เม่ือจะตกสะเกด็ ไปตกทพ่ี ระบาทของพระผูม ีพระภาคเจา
ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล. เออก็ สะเกด็ ศิลานนั้ ตกลงทพ่ี ระบาทของพระผมู พี ระภาคเจา เพ่ือ
ความทพ่ี ระเทวทัตผอู กตญั ู เปนคนกระดางจะเสวยทกุ ข."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน ดลี ะ ขอ วสิ ชั นาปญหาน้นั สม
อยา งนนั้ , ขา พเจา ยอมรบั รองอยา งนน้ั ."

๗. คาถาภคี ตี โภชนทานกถากถนปญ หา ๒๗

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู ีพระ
ภาคเจา ตรัสแลววา 'โภชนะทีเ่ ราขับแลว ดว ยพระคาถาไมค วรจะบริโภค, แนะพราหมณ
ความบริโภคโภชนะทตี่ นขับดว ยพระคาถาน้นั ไมเปนธรรม คือ ไมเปน จารีตของ
พระพทุ ธเจา ทง้ั หลาย ผพู ิจารณาเห็นรอบคอบอยู, พระพทุ ธเจา ทั้งหลาย ยอ มบรรเทา
คอื หา มเสยี ไมเ สวยโภชนะท่พี ระองคข บั แลว ดว ยพระคาถา, ดกู อ นพราหมณเ มือ่ ธรรม
มีอยู คือ อาชวี ปาริสุทธิธรรม หรอื สุจรติ ธรรมสบิ อยา งหรือจารีตธรรมของพระพทุ ธเจา
ท้งั หลายมีอยู คอื วา เปน ไปอยู ความแสวงหาเสมอดวยเหยยี ดมอื ในโอกาสขอโดยสว น
เดยี ว เปน เครอ่ื งเล้ยี งพระชนมชพี ของพระพุทธเจา ทง้ั หลาย ดงั น.้ี "

อนึ่ง พระผูม พี ระภาคเจา เมอื่ ทรงแสดงธรรมแกบ ริษัทจะตรสั อนุปุพพกิ ถา ตรัส
ทานกถาทแี รกกอ น ตรัสสีลกถาในภายหลงั , เทพดาและมนุษยท งั้ หลายฟง ภาสิตของ
พระผมู พี ระภาคเจา ผเู ปน อสิ สระในโลกทง้ั ปวง แลว จงึ ตกแตง แลวจงึ ใหท าน, พระ
สาวกทง้ั หลายของพระผูมพี ระภาคเจานัน้ ยอมบริโภคทานท่พี ระผมู พี ระภาคเจาสงไป
แลวนนั้ อกี .

พระผูเปน เจา นาคเสน ถา วา พระผมู ีพระภาคเจาตรสั แลว วา 'โภชนะทเ่ี ราขับ
แลวดว ยพระคาถา ไมควรเราจะบริโภค' ดงั น,้ี ถา อยา งนน้ั คําท่วี า 'พระผูม ีพระภาคเจา
ตรัสทานกถากอน' ดงั นี้ นน้ั ผิด. ถาวา พระผมู พี ระภาคเจา ตรัสทานกถากอน, ถาอยาง
น้ัน คําทว่ี า 'โภชนะที่เราขับแลวดวยพระคาถา ไมควรเราจะบริโภค' ดงั น้ี แมน นั้ ก็ผิด.

ขอ นนั้ มีอะไรเปน เหต?ุ พระผูเ ปน เจา ทกั ขเิ ณยยบุคคลกลา ววิบากของ
บิณฑบาตแกค ฤหัสถท ้ังหลาย คฤหัสถเ หลานน้ั ฟง ธรรมกถาแลว เปน ผมู ีจติ เลอื่ มใส
แลว ใหท านเนือง ๆ, ทักขิเณยยบคุ คลเหลาใด บรโิ ภคทานนน้ั ทกั ขเิ ณยยบคุ คคล
เหลานั้นทงั้ ปวง ยอมบริโภคทานทท่ี กั ขิเณยยบุคคลขับแลวดวยพระคาถา. ปญ หาแมน ี้
สองเงือ่ น ละเอยี ดลึก มาถงึ พระผูเปน เจาแลว , พระผเู ปน เจาพงึ จะแกไ ขขยายใหแ จง ชดั
เถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระพุทธพจนน ้ี พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั
แลววา 'โภชนะท่เี ราขับแลว ดว ยพระคาถา ไมค วรเราจะบรโิ ภค, แนะพราหมณ ความ
บรโิ ภคโภชนะท่ีตนขับดวยพระคาถานั้น ไมเ ปนธรรม คอื ไมเปน จารตี ของพระพทุ ธเจา
ทั้งหลาย ผพู จิ ารณาเหน็ รอบคอบอย,ู พระพุทธเจา ท้ังหลาย ยอ มบรรเทา คือ หามเสยี
ไมเสวยโภคชนะทพี่ ระองคขบั แลว ดว ยพระคาถา, ดกู อนพราหมณ เมอื่ ธรรมมีอยู คอื
อาชีวปารสิ ทุ ธธิ รรม หรอื สจุ รติ ธรรมสิบอยา งหรือจารตี ธรรมของพระพทุ ธเจาทง้ั หลายมี
อยู คอื วา เปน ไปอยู ความแสวงหาเสมอดวยเหยยี ดมอื ในอากาศขอโดยสว นเดยี ว เปน
เคร่ืองเลย้ี งชพี พระชนมชพี ของพระพทุ ธเจา ทงั้ หลาย' ดังน.ี้

อน่งึ พระผมู พี ระภาคเจาตรสั ทานกถากอ น. ก็และความตรัสทานกถากอนนน้ั
เปน กิริยาของพระตถาคตทงั้ ปวง: พระตถาคตท้งั ปวงยงั จติ ของทายกทงั้ หลายใหย นิ ดี
ยง่ิ แลวในทานน้ัน ดว ยตรัสทานกอ นยอ มประกอบในศลี ตอ ภายหลัง. เปรียบเหมอื น
มนษุ ยทง้ั หลายใหภ ัณฑะเคร่อื งเลนท้งั หลายแกท ารกรนุ ทงั้ หลาย คอื ไถนอย ๆ หมอ
นอย ๆ กังหนั นอ ยๆ ทะนานนอย ๆ รถนอยๆ ธนนู อย ๆ, ทารกทงั้ หลายเหลา นน้ั ยอ ม
ประกอบในการงานของตน ๆ ตอ ภายหลงั ฉันใด: พระตถาคตยังจิตของทายกทั้งหลาย
ใหยินดยี งิ่ ดว ยทานกถาทีแรกกอนแลว จงึ ประกอบในศลี ตอ ภายหลัง ฉันนนั้ นนั่ เทียว.

อีกประการหนงึ่ เปรียบเหมอื นหมอ ธรรมดาวาหมอเมื่อเยียวยารกั ษาไข ยังคน
เปน ไขกระสบั กระสายอยทู ง้ั หลาย ใหดืม่ นาํ้ มนั เพอ่ื จะสมาน กระทาํ ใหมกี าํ ลังสวี่ นั หา
วนั กอ นแลว จงึ รุนยาตอ ภายหลงั ฉนั ใด: พระตถาคตคราวแรกทรงยงั จติ ของทายก
ทงั้ หลาย ใหยนิ ดีย่ิงดว ยทานกถาแลว จงึ ประกอบในศลี ตอภายหลัง ฉันนนั้ นนั่ เทียว.
จติ ของทายกทานบดที ง้ั หลายเปน จติ ออ น มีความเปน ของออ นสนทิ แลว , ทายกทานบดี
ทั้งหลายเหลา นั้น จกั ตามถงึ ฝง แหง สาคร คือ สงสาร ดว ยสะพานคือทาน ดวยเรอื คอื
ทานนนั้ ดว ยประการดงั น,ี้ เพราะเหตุนน้ั พระตถาคตทรงสัง่ สอนภมู แิ หง กรรมแกท ายก
ทงั้ หลายเหลา นนั้ , ก็แตวา จะตอ งทรงวิญญัติ เพราะสง่ั สอนนนั้ กห็ าไม."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผูเปนเจา กลา ววิบัญญัตอิ นั ใดวา 'วญิ ญตั ิ' ก็
วิญญตั ิท้ังหลายเหลา นั้นมีเทา ไร?"

ถ. "ขอถวายพระพร วิญญตั มิ ีสองคือ: กายวญิ ญตั ิ ใหเขารูแจงดว ยกายหนง่ึ วจี
บญั ญัติ ใหเ ขารูแจงดวยวาจาหน่งึ . ในวญิ ญตั สิ องเหลา นนั้ กายวิญญตั ิทมี่ โี ทษกม็ ี ที่ไม
มโี ทษกม็ ;ี วจวี ิญญัตทิ ม่ี ีโทษกม็ ี ทไ่ี มมโี ทษก็ม.ี กายวิญญตั ิทมี่ โี ทษอยา งไร? ในศาสนา
นีภ้ กิ ษบุ างองคเ ขาไปใกลตระกูลทง้ั หลายแลว จงึ ยนื อยูในโอกาสไมค วรยืนเสพการยนื
นน้ั , กายวญิ ญัตินี้มีโทษ; กพ็ ระอรยิ ะทงั้ หลาย ยอ มไมบ ริโภคโภชนะทภ่ี กิ ษุนนั้ ขอแลว
ดว ยกายวญิ ญัติน้นั , สว นบคุ คลนั้นเปน ผูอันบัณฑิตดหู ม่นิ ดแู คลนตเิ ตยี น ไมเ คารพแลว
, ในสมัย คอื ลัทธิของพระอรยิ ะท้งั หลาย ถึงซงึ่ ความนบั วา 'ผมู อี าชวี ะอนั ทาํ ลายแลว '
ทีเดยี ว.

คําทจ่ี ะพงึ กลา วยงั มอี กี : ในศาสนานี้ ภกิ ษบุ างองคเ ขาไปใกลตระกูลทั้งหลาย
แลวจงึ ยนื อยูในโอกาสไมควรยนื นอมคอไปเพง แลว ดงั เพง แหง นกยงู ดว ยคิดวา 'ชน
ทั้งหลายเหลา น้ีจกั เหน็ ดว ยการยนื อยา งน,ี้ ' ชนเหลานน้ั เห็นภิกษนุ น้ั ดว ยการยนื นนั้ ,
กายวญิ ญัตแิ มนีม้ ีโทษ; พระอริยเจา ท้งั หลายไมบรโิ ภคโภชนะที่ภกิ ษนุ นั้ ขอแลว ดว ย
กายวญิ ญตั นิ น้ั , สวนบุคคลนนั้ เปน ผูอนั บณั ฑิตดหู มนิ่ ดแู คลนตเิ ตยี น ไมเ คารพแลว ใน
สมยั คอื ลทั ธขิ องพระอรยิ เจา ทงั้ หลาย ยอ มถงึ ซง่ึ ความนบั วา 'ผูมอี าชีวะทาํ ลายแลว'
ทเี ดยี ว.

คําท่จี ะพึงกลา วยงั มีอีก; ในศาสนานี้ ภิกษุบางองคใ หเ ขารแู จง ดว ยคางบา ง
ดวยค้ิวบาง ดว ยแมมอื บา ง, วิญญัตแิ มน มี้ โี ทษ; พระอริยะทัง้ หลาย ยอมไมบ รโิ ภค
โภชนะท่ีภิกษนุ ้นั ขอแลวดว ยกายวญิ ญัตนิ นั้ , สวนบคุ คลนั้นเปน ผูอ นั บณั ฑติ ดูหมน่ิ ดู
แคลนตเิ ตียน ถึงซง่ึ ความนับวา 'เปนผมู อี าชีวะทาํ ลายแลว ' ทเี ดยี ว.

ขอถวายพระพร แมพ ระเถระชื่อสารีบุตร เมอื่ พระอาทติ ยอัสดงคตแลว เปน ไข
ในสว นราตรี อนั พระเถระชือ่ มหาโคคลั ลานะ ถามถงึ เภสชั จึงเปลง วาจา, เภสชั เกิดขนึ้
ดวยวจีเภทนนั้ ; ครง้ั นั้น พระเถระชื่อ สารีบตุ ร ละเภสัชนนั้ ไมอ าศยั เลยี้ งชพี เพราะกลัว
แตความทาํ ลายแหง อาชวี ะวา "เภสชั น้เี กดิ ข้ึนแลวดว ยวจีเภทของเรา, อาชวี ะของเรา
อยาแตกเลย" ดงั นี้ มิใชหรอื ? วจวี ญิ ญตั แิ มอ ยา งน้ี เปนไปกบั ดวยโทษ; ก็พระอริยเจา
ทัง้ หลายยอ มไมบริโภคโภชนะท่ีภิกษนุ ั้นขอแลวดวยวจวี ญิ ญตั นิ น้ั , สว นบุคคลนน้ั เปน ผู
อันบัณฑิตดหู ม่ินดแู คลนติเตียนไมเ คารพแลว ในสมยั คอื ลัทธขิ องพระอรยิ เจา
ทัง้ หลาย บุคคลนั้นยอมถงึ ซง่ึ ความนับวา 'มอี าชีวะทาํ ลายแลว' ทีเดยี ว.

วจวี ิญญตั ิอยา งไรไมมโี ทษ? ขอถวายพระพร ในศาสนานี้ ภกิ ษเุ ม่อื ปจ จัยมี ขอ
เภสัชในตระกลู ท้ังหลายทีเ่ ปน ญาตแิ ละผูปวารณา, วจีวญิ ญัตินไี้ มมีโทษ; พระอริยเจา
ทั้งหลายยอ มบริโภคปจจยั ทภ่ี กิ ษนุ น้ั ขอแลว ดว ยวจีบญั ญตั ินั้น, สวนบุคคลน้ันเปน ผอู นั
บัณฑิตยกยอ งชมเชยสรรเสรญิ แลว ในสมยั คือ ลทั ธขิ องพระอรยิ เจา ท้งั หลาย, เธอน้ัน

ยอ มถึงซง่ึ ความนับวา 'เปน ผมู ีอาชีวะบรสิ ุทธแิ์ ลว ' นน่ั เทยี ว อนั พระตถาคตอรหันต
สมั มาสมั พทุ ธเจา ทง้ั หลายทรงอนมุ ตั แิ ลว .

ขอถวายพระพร พระตถาคตทรงละโภชนะของกสิภารทวาชพราหมณอ ันใด
เสยี โภชนะนน้ั เกิดแลวดวยความแคน ไดและผกู พนั และฉุดครา และขม และโตตอบ,
เพราะเหตุนน้ั พระตถาคตจงึ ทรงหา มบณิ ฑบาตนน้ั เสีย ไมอาศยั เปน อย.ู "

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน เมอ่ื พระตถาคตเสวยอยู เทพดาทงั้ หลายแทรกโอชะ
ทิพยลงในบาตรสนิ้ กาลทั้งปวงหรือ หรือวาเทพดาทงั้ หลายแทรกโอชะทิพยลงใน
บิณฑบาตทงั้ หลายสอง คอื มงั สะสุกรออ นหนึ่ง มธปุ ายาสหนง่ึ สองอยา งเทา นน้ั ?"

ถ. "ขอถวายพระพร เม่ือพระตถาคตเสวยอยู เทพดาทง้ั หลายถือโอชะทพิ ย
บาํ รงุ แทรกโอชะทพิ ยลงในคาํ ขาวทที่ รงยกขึ้นแลว และยกขน้ึ แลว สนิ้ กาลทงั้ ปวง.
เปรียบเหมอื นคนครัว (คนเคร่อื ง) ของพระมหากษัตริย เมือ่ พระมหากษตั รยิ เ สวยอยู
คนเครื่องมือนนั้ ถือแกงบํารุงแทรกแกงลงในคาํ ขาวทกุ องค ฉนั ใด, เมื่อพระตถาคตเสวย
อยเู ทพดาทงั้ หลายถอื โอชะทพิ ย บาํ รงุ แทรกโอชะทิพยล งในคําขาวทพ่ี ระองคทรงยกขนึ้
แลวและทรงยกขึน้ แลว ทกุ ๆ เวลา ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล. แมเ มอ่ื พระตถาคตเสวยขา วยว
ปูลกะแหง ทใ่ี นเมอื งเวรัญชา เทพดาทง้ั หลายใหชมุ แลว ใหช มุ แลว ดว ยโอชะทพิ ยน อม
เขาไปแลว , เพราะเหตนุ น้ั พระกายของพระตถาคตจงึ ไดเ ปน อวยั วะเจริญแลว."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน เทพดาทง้ั หลายเหลาใด ถงึ ซงึ่ ความขวนขวายในการ
ประคับประคองพระสรรี กายของพระตถาคตแลวเนือง ๆ ลาภทงั้ หลายของเทพดา
ทั้งหลายเหลา น้ันหนอ.

ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วิสชั นาปญ หาของพระผูเ ปนเจานน่ั สมอยา งนนั้ ,
ขาพเจา ยอมรบั รองอยางนน้ั ."

๘. ภควโตธมั มเทสนายอปั โปสกุ ตภาวปญ หา ๒๘

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผเู ปน เจา กลาววา 'พระ
ตถาคตทรงอบรมพระสพั พญั ุตญาณมาในระหวา งสอี่ สงไขยแสนกปั ป จึงกระทาํ พระ
สพั พัญุตญาณใหแกกลา ไดแลว เพอ่ื จะยกประชุมชนหมใู หญข น้ึ .' และกลา วอกี วา
'ภายหลงั พระองคบรรลุความเปนสพั พัญแู ลว จติ ของพระองคน อมไปเพอื่ ความเปน ผู
มคี วามขวนขวายนอ ย หานอ มไปเพ่ือจะทรงแสดงธรรมไม' ดงั น.ี้

พระผูเปน เจานาคเสน นายขมังธนู หรอื อันเตวาสิกของนายขมงั ธนู ศกึ ษา
ความลอบยงิ เพอ่ื ประโยชนแกสงครามสนิ้ วนั ทง้ั หลายมาก เม่อื การรบใหญถ ึงพรอม

แลวกลับทอถอยเสีย ฉนั ใด; พระตถาคตทรงอบรมพระสพั พญั ตุ ญาณมา ในระหวา ง
ส่อี สงไขยแสนกัปปใ หแกกลา แลว เพอ่ื จะยกประชุมชนหมูใหญขน้ึ , คร้ันพระองคบ รรลุ
ความเปน สพั พญั ูแลว ทรงทอถอยในการแสดงธรรมก็ฉันนนั้ .

อีกนัยหนงึ่ คนปลาํ้ หรืออันเตวาสกิ ของคนปล้ํา ตงั้ ใจศกึ ษาการปล้ําไวแ ลว สิ้น
วันทัง้ หลายมาก ครัน้ เมอ่ื การตอ สขู องคนปลํ้าถงึ พรอมแลว พึงทอใจ ฉันใด, พระตถาคต
ทรงอบรมพระสัพพญั ุตญาณมาในระหวางสอื่ สงไขกบั แสนกัปปกระทําใหแกกลา
เพ่ือจะยกประชุมชนหมูใ หญข ้ึน, ครน้ั เมอ่ื พระองคถึงความเปน พระสัพพญั ูแลว ทรง
ทอ ถอยในการแสดงธรรมกฉ็ ันนนั้ .

พระผูเ ปน เจา นาคเสน พระตถาคตทรงทอ แลว เพราะความกลวั หรอื หนอ, หรือ
วาทรงทอแลว เพราะความทธี่ รรมไมปรากฏ,หรือวา พระองคท รงทอ แลว เพราะความท่ี
แหงพระองคเปนผูทพุ พล, หรอื วา พระองคท รงทอ แลว เพราะความทพี่ ระองคไ มใช
สพั พญั ?ู อะไรเปนเหตุในความทอ นนั้ ? เชญิ พระผูเปนเจา กลา วเหตุแกข า พเจา เพ่อื
ขา มความสงสยั เสีย.

พระผูเปนเจา นาคเสน ถา พระตถาคตทรงอบรมพระสัพพญั ุตญาณมาใน
ระหวา งสือ่ สงไขยกบั แสนกปั ปใหแกก ลา แลว เพอ่ื จะยกประชมุ ชนหมใู หญข ้ึน, ถาอยาง
นน้ั คําที่วา 'พระตถาคตทรงบรรลคุ วามเปน สัพพัญูแลว จติ ของพระองคน อมไปเพอ่ื
ความเปน ผมู คี วามขวนขวายนอ ย หานอมไปเพ่อื จะแสดงธรรมไม' ดังน้ี คาํ นนั้ ผดิ . ถา
วา เม่ือพระองคบ รรลุความเปน พระสพั พญั ูแลว จติ ของพระองคนอ มไปเพือ่ ความเปน
ผมู คี วามขวนขวายนอย หานอ มไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม, ถา อยา งนนั้ คําท่วี า 'พระ
ตถาคตอบรมพระสัพพัญุตญาณมาในระหวา งสี่อสงไขกบั แสนกัปปใ หแ กก ลาแลว
เพ่ือจะยกประชมุ ชนหมูใหญขน้ึ ' ดงั น้ี แมน น้ั ก็ผิด. ปญหาแมนี้สองเง่อื นลึกอันบุคคล
เปลือ้ งยาก มาถงึ พระผูเปน เจาแลว, พระผูเปน เจา พงึ แกไ ขขยายออกใหแ จง ชดั เถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระตถาคตทรงอบรมพระสัพพญั ุตญาณ
มาในระวางสอี่ สงไขยกับแสนกปั ปใหแกก ลาแลวเพอื่ จะยกชนหมใู หญข ้ึน; และครัน้
พระองคบรรลุพระสัพพญั ตุ ญาณแลว จิตของพระองคน อ มไปแลว เพอื่ ความเปน ผมู ี
ความขวนขวายนอยหานอมไปเพื่อจะทรงแสดงธรรมไม, ก็ความนอ มไปนนั้ เหตุเหน็
ความท่ธี รรมเปน ของลึก และละเอยี ด และอันบุคคลเหน็ ยาก และอนั บุคคลตรสั รูตาม
ดวยยาก และสุขมุ และแทงตลอดดว ยยาก และความทส่ี ัตวทงั้ หลายมีอาลยั เปน ทม่ี า
ยนิ ดี และสกั กายทฏิ ฐิอนั สัตวท ง้ั หลายยกขน้ึ แลวมน่ั ; ทรงดําริวา "อะไรหนอแล อยา งไร
หนอแล" ดงั นี้ จติ ของพระองคนอมไปแลว เพอื่ ความเปน ผูม คี วามขวนขวายนอย หา

นอมไปเพอ่ื จะทรงแสดงธรรมไม; จติ นนั้ มคี วามคิดถงึ ความแทงตลอดของสตั วท้ังหลาย
ในพระหฤทัยอยางเดยี ว.

ขอถวายพระพร อปุ มาเหมอื นหมอผูต ัดผา เขาไปใกลน วชนผูอนั พยาธมิ ใิ ช
อยา งเดยี วเบยี ดเบยี นแลว จงึ คิดอยา งนว้ี า "พยาธขิ องชนนี้ จะพึงระงบั ไดดว ยความ
เพียรอะไรหนอ หรือดว ยเภสชั ขนานไหน" ดังนี้ ฉนั ใด; จติ ของพระตถาคตเห็นชนอนั
พยาธิ คอื กิเลสทง้ั ปวงเบยี ดเบยี นแลว และเหน็ ความทธ่ี รรมเปนของลกึ และละเอยี ด
และอนั บุคคลเห็นโดยยาก และอันบคุ คลตรัสรตู ามโดยยาก สุขมุ มคี วามแทงตลอด
โดยยากวา "อะไรหนอแล อยา งไรหนอแล" ดังนี้ จิตของพระองคนอมไปแลว เพือ่ ความ
เปนผูมีความขวนขวายนอย หานอมไปเพือ่ จะทรงแสดงธรรมไม; ความนอ มไปนน้ั มี
ความคดิ ถงึ ความแทงตลอดของสัตวทงั้ หลายในพระหฤทัยอยา งเดยี ว ฉนั นน้ั เทียว.

อุปมาเหมอื นพระราชผกู ษตั รยิ มุรธาภิเษกแลว ทอดพระเนตรเหน็ นายประตู
และหมทู หาร และหมสู ัตว และชาวนคิ ม และราชภฏั และอมาตย และราชกัญญา ผู
อาศัยพระองคเ ปนอยทู ั้งหลาย มคี วามดํารใิ นพระหฤทยั เกิดข้นึ อยา งนวี้ า "เราจกั
สงเคราะหชนทง้ั หลายเหลา นีอ้ ยางไรหนอแล" ฉนั ใด;พระตถาคตทอดพระเนตรเหน็
ความที่ธรรมเปน ของลึก และละเอยี ด และบคุ คลเหน็ โดยยาก และอนั บุคคลตรัสรตู าม
โดยยาก สขุ ุม มีความแทงตลอดโดยยาก และความทส่ี ตั วทง้ั หลายมอี าลยั เปน ท่มี า
ยนิ ดี และความทสี่ กั กายทิฏฐิเปน ของสัตวท ั้งหลายเหลา นน้ั ถือมัน่ , จึงทรงดาํ รวิ า "จะ
กระทาํ อะไรหนอแล เราจกั กระทาํ อยา งไรหนอแล" ดงั นี้ จิตของพระองคน อมไปแลว
เพื่อความเปนผูมคี วามขวนขวายนอ ย หานอ มไปเพอ่ื จะทรงแสดงธรรมไม ฉนั นนั้ ;
ความนอมพระหฤทัยไปน้ัน มีความคดิ ถงึ ความแทงตลอดของสัตวทัง้ หลาย ในพระ
หฤทยั อยา งเดยี ว. เออก็ พระตถาคตทั้งหลายอันพรหมวงิ วอนแลวยอ มทรงแสดงธรรม
อันใด ความทพ่ี ระตถาคตทง้ั หลายอนั พรหมวงิ วอนแลว ทรงแสดงธรรมน้นั เปน ธรรม
ของพระตถาคตทงั้ หลายทงั้ ปวง. กอ็ ะไรเปน เหตุในขอ นนั้ ? โดยสมยั นน้ั มนษุ ยท งั้ หลาย
ดาบสและปริพาชกทงั้ หลาย สมณะและพราหมณทง้ั หลายเหลา ใดชนทงั้ หลายเหลา นน้ั
ทง้ั ปวง เปน ผมู ีพรหมเปนเทพดาผูห นกั ในพรหมเปน ผูม พี รหมเปน ที่ถงึ ในเบ้ืองหนา ;โลก
กับทง้ั เทพดาจกั นอบนอ ม จกั เชอ่ื ถือ จกั นอ มใจตามพระตถาคตเจา เพราะความนอบ
นอมของพรหมน้นั ผมู กี าํ ลงั มยี ศ มชี ื่อเสียงโดง ดงั ผูเ ยย่ี ม ผูเ ลิศลอย เพราะเหตุนน้ั
พระตถาคตทง้ั หลาย ตอ พรหมวงิ วอนแลวจงึ ทรงแสดงธรรม.

เปรียบเหมอื นพระมหากษตั รยิ  หรือราชมหาอมาตยผหู นงึ่ ยอมนอบนอ มทาํ
ความเคารพแกบคุ คลใด, ประชุมชนนอกนั้น ยอมนอบนอมกระทาํ ความเคารพแก
บคุ คลน้นั เพราะความนอบนอมของพระมหากษตั รยิ ห รือราชมหาอมาตยนน้ั ผมู กี าํ ลัง

กวา ฉนั ใด;โลกกับทง้ั เทวดาจกั นอบนอ มแดพ ระตถาคตทง้ั หลายผูอ นั พรหมนอบนอ ม
แลว ฉนั นน้ั แล. พรหมอนั ชาวโลกบูชาแลว ๆ, เพราะฉะนน้ั มหาพรหมนน้ั จงึ ทูลวงิ วอน
พระตถาคตเจา ทงั้ ปวงเพ่อื แสดงธรรม, และพระตถาคตทั้งหลายอันพรหมทูลวิงวอน
แลว จงึ ทรงแสดงธรรมเพราะเหตุนนั้ ขอถวายพระพร."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ปญ หาพระผูเปน เจา คลี่คลายขยายดีแลว เวย
ยากรณมคี วามเจรญิ นัก ขอวิสัชนาปญหาน้นั สมอยางนนั้ , ขาพเจายอมรบั รองอยา ง
น้ัน."

๙. พทุ ธอาจรยิ านาจริยปญหา ๒๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู ีพระ
ภาคทรงภาสติ วา 'อาจารยข องเราตถาคตไมม ี บุคคลเชนกับดว ยเราตถาคตไมมี ในโลก
กบั ทง้ั เทพดา ไมมบี คุ คลเปรียบดว ยเราตถาคต' ดังนแ้ี ลว . ภายหลงั พระองคต รสั แลววา
'ดูกอ นภกิ ษทุ งั้ หลาย อาฬารดาบสกาลามโคตรเปนอาจารยของเราตถาคต ตง้ั เราผู
อันเตวาสกิ ใหเ ปนผเู สมอดว ยตน และบูชาเราดวยบูชายงิ่ ดว ยประการดงั นี้แล' ดงั น.ี้

พระผเู ปนเจา นาคเสน ถา พระตถาคตตรสั วา 'อาจารยของเราตถาคตไมม ี
บุคคลเชนกบั ดวยเราตถาคตไมม ี' ดังน,้ี ถา อยา งนนั้ คาํ ที่วา 'ดูกอนภิกษุทงั้ หลาย
อาฬารดาบสกาลามโคตรเปนอาจารยข องเราตงั้ เราผอู นั เตวาสกิ ไวใหเปนผเู สมอดว ย
ตน และบูชาเราดว ยบูชายงิ่ ดว ยประการดังนแ้ี ล' ดงั น้ี นน้ั เปนผดิ . ถา พระตถาคตตรสั
แลว วา 'ดูกอ นภิกษทุ งั้ หลาย อาฬารดาบสกาลามโคตรเปน อาจารยของเรา ตงั้ เราไวใ ห
เปน ผูเสมอดว ยตน และบูชาเราดว ยบูชายงิ่ ดว ยประการดังนแี้ ล' ดงั น,้ี ถา อยา งน้นั คาํ
ท่ีวา 'อาจารยข องเราตถาคตไมม ี บคุ คลเชนกับดว ยเราตถาคตไมม'ี ดังนี้ แมน นั้ กผ็ ดิ .
ปญหาแมน ้ีสองเงอื่ น มาถงึ พระผูเปนเจา แลว พระผูเปน เจา พงึ แกไขขยายออกใหแจง
ชัดเถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร แมพระพทุ ธพจนน้ี พระผมู ีพระภาคเจาได
ทรงภาสิตวา 'อาจารยของเราตถาคตไมม ี บุคคลเชน กับดว ยเราตถาคตไมม ี ในโลกกับ
ทัง้ เทพดา ไมม บี ุคคลเปรียบดว ยเราตถาคต' ดงั น้แี ลว . ภายหลงั ตรสั วา 'ดูกอ นภิกษุ
ท้งั หลาย อาฬารดาบสกาลามโคตรเปน อาจารยข องเรา ต้ังเราไวใ หเปน ผูเ สมอดว ยตน
และพจนน นั้ พระองคท รงหมายเอาความท่อี าฬารดาบสกาลามโคตร เปนอาจารยข อง
พระองค เม่อื พระองคยงั เปน พระโพธิสตั วอ ยู ยงั ไมไดตรัสรูแ ลว ในกาลกอนแตความ
ตรสั รูเทยี วตรัสแลว.

ขอถวายพระพร อาจารยทงั้ หลายของพระโพธิสัตว เมือ่ ยงั เปน โพธิสัตวอยู ยงั
มิไดต รัสรยู ิง่ ในกาลกอ นแตค วามตรัสรเู ทยี ว หาคนเหลา น,ี้ พระโพธสิ ตั วอันอาจารย
ทง้ั หลายเหลา ไรเลา สัง่ สอนแลวยงั วันใหนอ มลว งไปแลว ในสาํ นักของอาจารยน ั้น ๆ,
อาจารยท ้งั หลายหา คอื บคุ คลไหนบาง?

ขอถวายพระพร พราหมณท ้งั หลายแปดเหลา ใดนน้ั เมอ่ื พระโพธิสัตวพ อเกิด
แลวมารบั ลกั ษณะทงั้ หลาย พราหมณท ั้งหลายแปดคอื ใครบา ง? พราหมณทง้ั หลาย
แปด คอื รามพราหมณห นงึ่ ธชพราหมณห นง่ึ ลักษณพราหมณห นง่ึ มนั ตีพราหมณห น่งึ
ยัญญพราหมณห นงึ่ สุยามพราหมณหน่ึง สโุ ภชพราหมณห นงึ่ สทุ ตั ตพราหมณหนงึ่
รวมเปนแปดคน, พราหมณท ง้ั หลายเหลา นน้ั ใหพ ระชนกทรงทราบความสวัสดีของพระ
โพธิสัตวน น้ั แลว ไดก ระทาํ กรรมคือการรักษาแลว, กพ็ ราหมณท ง้ั หลายเหลา นนั้ เปน
อาจารยท ีแรก.

คําทจ่ี ะพึงกลา วยงั มอี ีก: พระเจาสทุ โธทนะผพู ระชนกของพระโพธสิ ัตว ทรงนาํ
พราหมณชอื่ สรรพมติ ร เปน อภชิ าติ เปน ผสู ูง มชี าตเิ ปน ผกู ลาวบท มเี วยยากรณ มอี งค
หก เชามาแลว ทรงจับพระเตานํา้ หลอ มอบถวายใหศึกษาวา 'ทา นจงยงั กมุ ารนใี้ ห
ศึกษา,' สรรพมติ รพราหมณน ี้ เปน อาจารยท ่ีสอง.

คําทจ่ี ะพึงกลา วยงั มีอกี : เทพดาใดนน้ั ยงั พระโพธสิ ตั วใหส งั เวช, พระโพธสิ ตั ว
ทรงสดับคําของเทพดาใดแลว จงึ สงั เวชแลว หวาดแลว เสด็จออกแลว บรรพชาแลว
ในขณะนนั้ นน่ั เทียว, เทพดานเี้ ปน อาจารยท สี่ าม.

คาํ ทจ่ี ะพงึ กลา วยงั มอี ีก: อาฬารดาบสกาลามโคตรนี้ เปน อาจารยท สี่ .ี่
คาํ ที่จะพงึ กลา วยงั มอี ีก: อุททกดาบสรามบุตรน้ี เปน อาจารยค ํารบหา .
อาจารยท ้ังหลายของพระโพธสิ ัตว เม่อื ยังเปน พระโพธสิ ตั วอยยู ังมไิ ดต รัสรู ใน
กาลกอ นแตความตรสั รูทีเดยี ว หา พวกเหลาน้ีแล.
กแ็ ตว า อาจารยท้งั หลายเหลา นนั้ เปน อาจารยในธรรมเปน โลกยิ ะ. ก็แหละ
อาจารยผ สู ง่ั สอน เพอ่ื จะแทงตลอดพระสพั พญั ตุ ญาณ ในธรรมเปน โลกุตตระนี้ ไมม ี
ใครย่งิ กวา ของพระตถาคตไมม.ี
ขอถวายพระพร พระตถาคตเปนสยมั ภูไมม ีอาจารย, เพราะเหตนุ นั้ พระ
ตถาคตตรัสแลววา 'อาจารยของเราตถาคตไมม ี บุคคลเชนกับดว ยเราไมม ี ในโลกกบั ท้งั
เทพดา ไมม ีบคุ คลเปรยี บดว ยเรา ดงั น.้ี "
ร. "ดีละ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวสิ ชั นาปญ หานนั้ สม
อยา งนน้ั , ขาพเจา ยอมรับรองอยา งนน้ั ."

๑๐. อัคคานัคคสมณปญ หา ๓๐

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผูมพี ระภาคเจา แมทรงภาสิต
พระพทุ ธพจนน ้วี า 'บรรพชิตชอ่ื เปนสมณะ เพราะความทอี่ าสวะทงั้ หลายส้ินไป' ดังน.ี้
แลวตรสั อีกวา 'บณั ฑติ ทัง้ หลายกลา วนระผูมคี วามพรอมเพรียงดว ยธรรมทั้งหลายสนี่ ้นั
วา เปน สมณะแทในโลก' ดังนี้ ในคํานน้ั ธรรมทัง้ หลายส่ีเหลาน้ี คือ ขนั ติ ความอดทน
อัปปาหารตา ความเปน ผูมอี าหารนอ ย คอื มักนอย รตวิ ปิ ปหาน ความละความยนิ ดี
เสยี อากิญจญั ญะ ความเปน ผูไ มม ีความกงั วล. คณุ ธรรมทัง้ หลายทง้ั ปวงเหลา นี้ ยอ มมี
แกบุคคลผยู งั ไมสนิ้ อาสวะแลว ยงั มีกเิ ลสนั่นเทยี ว. ถาบรรพชิตชอื่ วา เปนสมณะ เพราะ
ความทอ่ี าสวะทง้ั หลายสนิ้ ไป, ถา อยา งนน้ั คาํ ที่วา 'บณั ฑิตทง้ั หลายกลา วนระผมู คี วาม
พรอมเพรียงดว ยธรรมทงั้ หลายสีน่ น้ั วาเปน สมณะแทในโลก' ดังน้ี นน้ั เปน ผิด. ถา วา
บรรพชติ ผูมคี วามพรอมเพรยี ง ดว ยธรรมทัง้ หลายส่ี ช่อื วา เปน สมณะ, ถา อยางนนั้ คํา
ทว่ี า 'บรรพชิตชื่อเปนสมณะ เพราะความทอ่ี าสวะทงั้ หลายสิ้นไป' ดังนี้ แมน้นั กเ็ ปน ผดิ .
ปญหาแมน ีส้ องเง่อื น มาถงึ พระผูเปนเจา แลว พระผเู ปน เจา พงึ ขยายใหแ จง ชดั เถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาแมทรงภาสติ พระพทุ ธ
พจนน ี้แลววา 'บรรพชติ ชือ่ วา เปนสมณะ เพราะความทอี่ าสวะท้ังหลายสนิ้ ไป' ดังน.ี้
และตรสั แลววา 'บัณฑิตทง้ั หลายกลา วนระผูมคี วามพรอมเพรยี งดว ยธรรมทง้ั หลายส่ี
นนั้ วา เปน สมณะแทในโลก.' พระพทุ ธพจนว า 'บณั ฑติ ทั้งหลายกลาวนระผูม คี วาม
พรอมเพรียงดว ยธรรมทงั้ หลายส่นี นั้ วา เปน สมณะ' น้ีนนั้ พระองคตรัสแลว ดวยอาํ นาจ
แหง คณุ ของบคุ คลทง้ั หลายเหลา นัน้ ๆ. สว นคําที่วา 'บรรพชติ ชือ่ เปนสมณะ เพราะ
ความที่อาสวะทง้ั หลายสิ้นไป ดงั นี้ ๆ เปน คาํ กลาวไมม สี ว นเหลอื กลาวสว นสุด. เออก็
บุคคลท้ังหลายเหลา ใดเหลา หนึ่ง เปน ผปู ฏบิ ตั แิ ลวเพื่อความเขา ไประงับกเิ ลส พระองค
ทรงคัดสรรบคุ คลผูปฏบิ ตั ิทัง้ หลายทวั้ ปวงเหลาน้ัน ตรสั สมณะผูส้นิ อาสวะแลววา เปน
ยอด. อปุ มาเหมอื นดอกไมท เี่ กิดในนา้ํ และเกดิ บนบกทงั้ หลายเหลา ใดเหลาหนง่ึ
มหาชนยอมกลา วดอกมะลวิ า เปน ยอดแหง ดอกไมทง้ั หลายเหลา นนั้ , บบุ ผชาติทง้ั หลาย
ตาง ๆ เหลา ใดเหลาหนงึ่ เหลือนั้น ทา นคดั สรรดอกไมท ง้ั หลายเหลานน้ั ดอกมะลอิ ยา ง
เดียวเปน ที่ปรารถนาเปน ท่รี กั ของมหาชน ฉนั ใด; บุคคลทั้งหลายเหลา ใดเหลา หนงึ่ เปน
ผปู ฏบิ ตั แิ ลว เพือ่ ความเขาไประงับกิเลส ยอมกลาวสมณะผูส ิ้นอาสวะแลววา เปนยอด
ฉนั นนั้ นน่ั เทยี ว.

อีกนัยหนง่ึ โลกยอมกลา ววาขา วสาลีเปน ยอดแหง ขาวเปลอื กทงั้ หลายท้งั ปวง,
ธัญญชาติทงั้ หลายตา ง ๆ เหลา ใดเหลาหนงึ่ อาศยั ธญั ญชาติทงั้ หลายเหลา นนั้ เปน

โภชนะเพื่อยงั สรรี ะใหเปนไป โลกยอมกลา วขาวสาลีอยา งเดียว วา เปน ยอดแหง ธัญญ
ชาตทิ งั้ หลายเหลา นน้ั ฉนั ใด; บุคคลทง้ั หลายผปู ฏบิ ัติแลว เพ่อื ความเขา ไประงับกเิ ลส
บณั ฑิตทง้ั หลายคัดสรรบุคคลผปู ฏบิ ตั ิท้งั หลายทง้ั ปวงเหลา นั้น กลา วสมณะผูส น้ิ อา
สวะแลว วา เปน ยอด ฉนั นน้ั นนั่ เทียวแล."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวิสชั นาปญ หาของพระผเู ปน เจา นนั้ สมอยาง
นนั้ , ขา พเจา ยอมรบั รองอยางนน้ั ."

วรรคทีส่ ่ี
๑. วัณณภณนปญหา ๓๑

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผมู พี ระภาคเจา แมท รงภาสติ
พระพทุ ธพจนน ้ีวา 'ภิกษุทงั้ หลาย ถา บคุ คลทง้ั หลายอืน่ พึงกลา วสรรเสริญคณุ ของเราผู
ตถาคต หรือกลาวสรรเสริญคุณแหงพระธรรมแหงพระสงฆกด็ ,ี ทา นทงั้ หลายไมค วรจะ
กระทําความเพลดิ เพลนิ ไมค วรจะกระทาํ โสมนสั ดีใจ ไมค วรจะกระทาํ ความเหมิ จิต ใน
การทบ่ี ุคคลทง้ั หลายกลา วสรรเสรญิ คุณนั้น'ดังน.้ี อนงึ่ พระตถาคตเมอ่ื พราหมณช อ่ื เส
ละ กลา วสรรเสริญคุณตามเปนจรงิ แลวอยา งไร พระองคม คี วามเพลิดเพลนิ และดพี ระ
หฤทัย เหมิ พระหฤทัยยิง่ ตรสั ระบคุ ุณของพระองคยง่ิ ขึ้นไปแกเสละ
พราหมณนนั้ วา 'ดกู อนเสละ เราผูต ถาคตเปนพระราชา เปนพระราชาโดยธรรม ไมม ี
ใครจะย่ิงกวา เราผูตถาคตยงั จกั รโดยธรรมใหเปน ไป จกั รอันใคร ๆ พงึ ใหเ ปน ไปเทยี ม
ไมไ ด' ดังน.้ี พระผูเปน เจา นาคเสน ถาพระผมู พี ระภาคเจา ตรสั แลว วา 'ภกิ ษุทัง้ หลาย
ถา บุคคลทงั้ หลายอน่ื กลา วสรรเสริญคณุ ของเราผูตถาคต หรือกลา วสรรเสรญิ คณุ ของ
พระธรรม ของพระสงฆก ด็ ี, ทานทง้ั หลายไมค วรจะกระทาํ ความเพลิดเพลนิ ไมค วร 'จะ
กระทาํ ความโสมนสั ดใี จ ไมค วรจะกระทาํ ความเหมิ จติ ในการทบี่ ุคคลท้งั หลายกลา ว
สรรเสริญคณุ นน้ั ' ดงั น,้ี ถา อยางนน้ั คําทว่ี า 'เมื่อเสละพราหมณก ลาวสรรเสริญพระคณุ
ตามเปนจรงิ อยา งไร พระองคม ีความเพลดิ เพลนิ แลว ดพี ระหฤทยั เหมิ พระหฤทยั ตรัส
ระบุคณุ ของพระองคแกเ สละพราหมณน น้ั ' ดงั นี้ นั้นเปน ผดิ . ถา วา เมอ่ื เสละพราหมณ
กลาวสรรเสรญิ พระคณุ ตามเปนจรงิ อยางไร พระองคม คี วามเพลดิ เพลนิ แลว ดพี ระ
หฤทยั เหิมพระหฤทัย ตรัสระบุคุณของพระองคแกเ สละพราหมณนนั้ ยิ่งขน้ึ ไป,' ถา
อยา งนน้ั คําทว่ี า 'ภิกษทุ ง้ั หลายถา บคุ คลทัง้ หลายอื่น กลาวสรรเสรญิ คุณของเราผู
ตถาคต หรือกลา วสรรเสรญิ คณุ ของพระธรรมพระสงฆกด็ ี, ทา นทงั้ หลายไมค วรจะ

กระทาํ ความเพลดิ เพลนิ ไมค วรจะกระทาํ ความโสมนัส ไมควรจะกระทาํ ความเหิมจติ
ในการท่ีบุคคลทงั้ หลายกลา วสรรเสริญคุณนั้น' ดงั น้ี แมน้นั กผ็ ดิ . ปญหาแมน ้สี องเง่อื น
มาถงึ พระผเู ปน เจาแลว , พระผูเปนเจา พงึ แกไ ขขยายออกใหแจงชดั เถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมท รงภาสิตพระพุทธ
พจนน แ้ี ลว วา 'ภิกษทุ งั้ หลาย บุคคลท้ังหลายอื่น กลา วสรรเสริญของเราผตู ถาคต หรอื
กลา วสรรเสรญิ คุณของพระธรรมพระสงฆก ด็ ,ี ทานทัง้ หลายไมควรจะกระทาํ ความ
เพลิดเพลนิ ไมค วรจะกระทาํ ความโสมนัส ไมค วรจะกระทาํ ความเหมิ จติ ในการท่ี
บุคคลทงั้ หลายกลาวสรรเสรญิ คณุ นนั้ ' ดงั น.้ี อนึ่ง เมื่อเสละพราหมณกลาวสรรเสรญิ
พระคณุ ตามเปน จริงอยา งไร พระองคมคี วามเพลดิ เพลนิ แลว ดพี ระหฤทัย เหิมพระ
หฤทัย ตรัสระบุคณุ ของพระองคแ กเ สละพราหมณน ้ันย่งิ ขนึ้ ไปวา 'ดูกอ นเสละ เราเปน
พระราชา เปน พระราชาโดยธรรม ไมม ีใครยิ่งกวา เรายงั จกั รโดยธรรมใหเปน ไป จกั รอัน
ใคร ๆ พงึ ใหเ ปน ไปเทยี มไมไ ด' ดังนี้ จรงิ . พระผมู พี ระภาคเจา เม่ือทรงแสดงลกั ษณะ
แหง ความเปน เองทงั้ รสแหงธรรม ความเปน เองเปน ของไมผ ดิ เปนของจริงของแท
ความเปน อยา งนน้ั ของพระธรรมกอน จงึ ตรสั วา 'ภกิ ษทุ ง้ั หลาย บคุ คลทง้ั หลายอืน่
กลา วสรรเสรญิ คณุ ของเราผูต ถาคต หรอื กลาวสรรเสรญิ คณุ ของพระธรรมพระสงฆก ด็ ี,
ทานทง้ั หลายไมควรจะกระทาํ ความเพลิดเพลิน ไมค วรจะกระทาํ ความโสมนัส ไมควร
จะกระทาํ ความเหิมจติ ในการทบ่ี คุ คลทง้ั หลายกลา วสรรเสริญคุณน้ัน ดงั น.้ี กแ็ ตวา
พระพทุ ธพจนใ ด เมือ่ เสละพราหมณกลา วสรรเสริญพระคุณตามความเปน จรงิ แลว พระ
ผูมพี ระภาคเจา ซ้ําตรสั ระบุพระคุณพระองค แกเ สละพราหมณน ั้นยงิ่ ขน้ึ ไปวา 'ดกู อนเส
ละ เราเปน พระราชา เปน พระราชาโดยธรรม ไมม ใี ครจะย่งิ กวา' ดงั น,้ี พระพทุ ธพจนน ั้น
พระองคจะไดต รสั แลว เพราะเหตุแหง ลาภกห็ าไม จะไดต รัสแลวเพราะเหตแุ หง ยศกห็ า
ไม จะไดต รสั แลวเพราะเหตแุ หง ฝกฝา ยกห็ าไม จะไดตรัสแลวโดยความเปน ผใู ครอ นั เต
วาสกิ กห็ าไมพ ระพทุ ธพจนน นั้ พระองคต รัสแลวดวยความไหวตาม ดว ยความกรุณา
ดวยอาํ นาจแหง ประโยชนเ ก้ือกูลวา 'ความตรัสรธู รรมจักมีแกเสละพราหมณน ี้ดว ย แก
มาณพทงั้ หลายสามรอ ยดว ย โดยอุบายอยา งน'้ี ดังนี้ โดยแทแล, เพราะเหตุนนั้
พระองคจงึ ตรสั สรรเสริญคุณของพระองคย ่ิงข้นึ ไปอยา งนว้ี า 'ดูกอนเสละ เราเปน
พระราชา เปน พระราชาโดยธรรม ไมม ีใครจะยิ่งกวา ดงั น.ี้ "

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญ หานั้นสม
อยา งนน้ั , ขา พเจา ยอมรับรองอยา งนนั้ ."

๒. อหึสานิคคหปญหา ๓๒

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผมู ีพระภาคเจา แมท รงภาสติ
พระพทุ ธพจนน ีแ้ ลว วา 'ทานผนู บั ถือพระรัตนตรยั วาของเรา เม่อื ไมเบยี ดเบยี นสตั วอ นื่
จกั เปน ท่ีรักในโลก' ดงั น.ี้ และตรัสอกี วา 'เราตถาคตพงึ ขม สภาพที่ควรขม พงึ ยกยอง
สภาพท่คี วรยกยอง' ดงั น.ี้ พระผูเปน เจา นาคเสน การตดั มือเสีย ตัดเทาเสยี ฆา เสีย ขัง
เสยี ใหก ระทํากรรมกรณเ สยี ใหต ายเสีย กระทําสนั ตติใหก าํ เรบิ ชื่อความขม. คํานนั้ ไม
ควรแดพ ระผมู พี ระภาคเจา, พระผูมีพระภาคเจา ก็ไมค วรเพ่ือจะตรัสคํานน้ั . พระผเู ปน
เจานาคเสน ถา พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั แลว วา 'ทานผนู บั ถอื พระรัตนตรยั เม่ือไม
เบยี ดเบยี นสัตวอ ่ืน จักเปน ทรี่ กั ในโลก' ดังน,ี้ ถาอยา งนนั้ คําที่วา 'เราผูต ถาคตพึงขม
สภาพทีค่ วรขม พงึ ยกยองสภาพควรยกยอ ง' ดังนี้ นนั้ เปน ผิด. ถา วาพระตถาคตตรัส
แลว วา 'เราผูตถาคตพงึ ขมสภาพซึง่ ควรขม พงึ ยกยองสภาพซง่ึ ควรยกยอ ง' ดงั น,ี้ ถา
อยางนน้ั คาํ ทว่ี า 'ทา นผนู ับถือพระรัตนตรยั เม่อื ไมเ บยี ดเบยี นสัตวอนื่ จักเปนท่รี กั ใน
โลก' ดงั น,ี้ ถาอยางนนั้ คาํ ทวี่ า 'เราผตู ถาคตพงึ ขม สภาพทค่ี วรขม พงึ ยกยองสภาพควร
ยกยอ ง' ดงั น้ี น้นั เปน ผิด. ถา วา พระตถาคตตรัสแลววา 'เราผูตถาคตพงึ ขมสภาพซงึ่ ควร
ขม พงึ ยกยองสภาพซงึ่ ควรยกยอ ง' ดงั น,้ี ถา อยางนนั้ คาํ ทว่ี า 'ทา นผนู บั ถือพระ
รตั นตรยั เมอ่ื ไมเ บียดเบยี นสตั วอ่นื จกั เปน ที่รักในโลก' แมนนั้ กผ็ ดิ . ปญ หาแมน ้ีสอง
เงื่อน มาถึงพระผูเปน เจา แลว , พระผเู ปน เจา พงึ ขยายใหแ จงชดั เถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาแมทรงภาสตพระพุทธ
พจนน แี้ ลววา 'ทา นผูนับถอื พระรตั นตรัย เม่ือไมเบียดเบยี นสัตวอน่ื จกั เปนท่ีรกั ใครใ น
โลก' ดังน,ี้ ตรสั แลว วา 'เราผูตถาคตพงึ ขมสภาพซึง่ ควรขม พงึ ยกยอ งสภาพซง่ึ ควรยก
ยอง' ดงั นี้ดว ย. พระพทุ ธพจนน ว้ี า 'ทา นผนู ับถือพระรตั นตรยั เม่อื ไมเ บยี ดเบยี นสัตวอ ่ืน
จกั เปนที่รกั ในโลก' ดงั นี้ นน่ั เปน อนมุ ัติของพระตถาคตทงั้ หลายทงั้ ปวง: พระวาจาน้นั
เปน เครื่องพราํ่ สอน พระวาจานนั้ เปน เครือ่ งแสดงธรรมของพระตถาคตทง้ั หลายทง้ั ปวง,
เพราะวา ธรรมมีความไมเบยี ดเบียนเปน ลักษณะ, พระพทุ ธพจนนนั้ เปน เครื่องกลาว
ความเปน เอง ก็เพราะพระตถาคตตรัสพระวาจาใดแลว วา 'เราผูตถาคตพึงขมสภาพซึ่ง
ควรขม พงึ ยกยอ งสภาพซง่ึ ควรยกยอ ง' ดงั นี้ พระวาจานั้นเปน เครอ่ื งตรัส.

ขอถวายพระพร จติ ทฟี่ งุ ซา นแลวควรขม, จิตที่หดหคู วรประคองไว; จติ เปน
อกศุ ลควรขม , จิตเปน กุศลควรยกยอง: ความกระทําในใจโดยไมแ ยบคายควรขม,
ความกระทําในใจโดยแยบคายควรยกยอ ง: บุคคลผูปฏบิ ัตผิ ิดแลวควรขม , บุคคลผู
ปฏบิ ตั ชิ อบแลว ควรยกยอง; บุคคลไมใ ชอ ริยะควรขม , บคุ คลทเ่ี ปน อรยิ ะควรยกยอ ง;
โจรควรขม, บคุ คลท่ไี มเ ปนโจรควรยกยอง."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน ขอนัน้ จงยกไว, บัดนพ้ี ระผเู ปน เจากลบั มาสวู ิสัยของ
ขาพเจา แลว, ขา พเจา ถามเนือ้ ความใด เนอื้ ความนนั้ เขา ถึงแกขา พเจา แลว; พระผูเ ปน
เจานาคเสน กโ็ จรอนั ใคร ๆ เม่อื จะขมควรขม อยางไร?"

ถ. "ขอถวายพระพร โจรใคร ๆ เมอ่ื จะขมพงึ ขม อยางน;ี้ โจรทค่ี วรจะขู อนั บุคคล
ผูขมพงึ ข,ู โจรควรจะปรับสินไหมพงึ ปรับไหม, โจรควรจะขับไล พงึ ขับไลเ สีย, โจรซึง่ ควร
จะจําไวพ ึงจาํ ไว, โจรซ่ึงควรจะฆาพงึ ฆา เสยี ."

ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน กค็ วามฆา โจรทงั้ หลายอนั ใด ความฆา นน้ั เปน อนมุ ัติ
ของพระตถาคตทั้งหลายดว ยหรอื ?"

ถ. "หาไม ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเปน เจานาคเสน โจรซ่ึงควรจะบงั คับควรจะสงั่ เปน อนมุ ตั ขิ องพระ
ตถาคตท้งั หลายดวย เพ่ือเหตไุ รเลา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร โจรใดนนั้ อนั ราชบรุ ุษทง้ั หลายฆา อยโู จรนน้ั อนั ราชบุรษุ
ทั้งหลายจะฆา โดยอนมุ ัติของพระตถาคตทงั้ หลายกห็ าไม, โจรนน้ั ราชบุรษุ ท้งั หลายฆา
เสยี เพราะโทษผดิ ท่ีโจรกระทําแลว เอง, เออก็ พระตถาคตพร่าํ สอน ๆ โดยธรรม, กร็ าช
บรุ ษุ ท้ังหลายอาจเพ่ือจะจบั บุรษุ มไิ ดก ระทาํ ความผิด ไมม คี วามผดิ เทย่ี วอยทู ถ่ี นนฆา
เสยี ใหตายโดยอนมุ ัตหิ รือ?"
ร. "หาไม พระผูเปน เจา .
ถ. "เพราะเหตไุ ร ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความทบ่ี รุ ษุ นนั้ มไิ ดกระทําความผดิ นะซิ พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร โจรอนั ราชบุรษุ ทงั้ หลายฆาเสีย ตามอนมุ ตั ขิ องพระ
ตถาคตท้ังหลาย หามไิ ด, โจรนั้นอนั ราชบรุ ษุ ทัง้ หลายฆา เสียเพราะโทษผิดท่โี จรกระทาํ
เอง อยา งนน้ี น่ั เทียว, กผ็ ูบ ังคบั จะตอ งโทษอนั หนงึ่ เพราะความบงั คับนน้ั หรือ?"
ร. "หาไม พระผูเปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนนั้ ความพราํ่ สอนของพระตถาคตทง้ั หลาย ยอ ม
เปน ความพรา่ํ สอนโดยชอบ."
ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา ขอ วสิ ชั นาปญ หานนั้ สมอยา งนั้น, ขา พเจา ยอมรบั รอง
อยางนนั้ ."

๓. ภกิ ขปุ ณามปญหา ๓๓


Click to View FlipBook Version