The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mahidaol Eighth, 2022-05-03 23:50:31

milin

text

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผมู ีพระภาคเจาไดทรงภาสิต
แลว แมซ ึ่งพระพุทธพจนน ว้ี า 'เราตถาคตไมม ีความโกรธ เปน ผปู ราศจากโทสะดังตะปู
ตรึงจิตแลว ,' ภายหลงั พระตถาคตทรงประณามพระเถระสารบี ตุ ร และพระเถระโมคคัล
ลานะทง้ั หลายกับทง้ั บริษทั . พระผูเปน เจา นาคเสน พระตถาคตโกรธแลวจึงประณาม
บรษิ ทั หรือ หรอื วา พระตถาคตทรงยนิ ดีแลว
ประณามบริษทั ; พระผเู ปนเจาจงรเู หตนุ นั้ กอ นวา 'เหตนุ ชี้ ่ือน.้ี ' ถา พระตถาคตโกรธแลว
ประณามบรษิ ทั , ถาอยางนน้ั ความโกรธของพระตถาคตยังไมเปน ไปลว งไดแ ลว . ถา วา
พระตถาคตทรงยินดแี ลว ประณาม, ถา อยา งน้ันพระตถาคตเจา ไมรปู ระณามแลว
เพราะเหตุไมใชวัตถ.ุ ปญ หาแมนี้สองเง่อื น มาถงึ พระผูเ ปน เจา แลว พระผเู ปน เจา พงึ
ขยายใหแจง เถดิ ."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมไ ดภ าสิตแลวซงึ่ พระ
พทุ ธพจนน วี้ า 'เราตถาคตไมม ีความโกรธ เปน ผูป ราศจากโทสะดงั ตะปตู รงึ จิตแลว .'
อนงึ่ พระองคท รงประณามพระเถระสารีบตุ รและพระเถระโมคคัลลานะทงั้ หลายกับทงั้
บรษิ ทั . ก็แหละการประณามน้นั จะทรงประณามดวยความโกรธก็หาไม.

ขอถวายพระพร บุรุษในโลกนี้ บางคนพลาดลม ลงทรี่ ากไมหรือทต่ี อ หรอื ทศ่ี ิลา
หรือทีก่ ระเบอื้ ง หรอื ทภ่ี าคพนื้ อนั ไมเ รียบ หรือทเี่ ปอ กตมในแผนดนิ ใหญ, เออก็
แผน ดนิ ใหญโ กรธแลว จึงใหบ รุ ษุ นั้นลม ลงหรอื ?"

ร. "หามไิ ด ความโกรธหรอื ความเล่อื มใสของแผน ดนิ ใหญไมม ี, แผนดินใหญ
พน แลว จากความเอน็ ดูและขึง้ เคยี ด, บรุ ษุ น้นั พลาดลมแลวเองนน่ั เทียว."

ถ. "ขอถวายพระพร ความโกรธหรอื ความเลือ่ มใส ยอมไมม แี ดพ ระตถาคต
ทง้ั หลาย, พระตถาคตองคอ รหันตสัมมาสัมพทุ ธเจา ท้ังหลายพน แลว จากความเอ็นดู
และขงึ้ เคียด, พระเถระทงั้ หลายเหลาน้นั พระองคท รงประณามขับไลแลว เพราะ
ความผิดของตนท่ตี นกระทาํ แลว เองทีเดียวโดยแทแลฉนั นัน้ . อปุ มาเหมือนบุคคลท่ี
พลาดจากแผน ดนิ ลมลง ฉนั ใด, บคุ คลทพี่ ลาดแลว ในพระศาสนาอนั ประเสรฐิ ของ
พระพทุ ธเจา ผชู นะแลว พระองคท รงประณามเสยี ฉันนัน้ ; อนึ่ง ซากศพที่ตายแลว ใน
มหาสมุทร ๆ ยอ มซัดขน้ึ ฉนั ใด, บุคคลพลาดแลวในพระศาสนาอันประเสริฐของ
พระพทุ ธเจา ผชู นะแลว พระองคท รงประณามเสีย ฉนั นั้น.

ขอถวายพระพร พระตถาคตทรงประณามพระเถระทง้ั หลายเหลา นน้ั เพราะเหตุ
ไร พระองคใ ครป ระโยชน ใครความเกอื้ กลู ใครความสขุ ใครค วามหมดจดพิเศษแกพ ระ
เถระทง้ั หลายเหลานั้นวา 'ภิกษุทง้ั หลายเหลา นี้ จกั พนจากความเกดิ ความแก ความ
เจบ็ และความตาย ดว ยอุบายอยา งน'ี้ จึงทรงประณามขบั ไลเ สยี ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาปญ หานั้นสม
อยา งนนั้ , ขาพเจา ยอมรับรองอยา งนน้ั ."

๔. สัพพัญูสยปณามปญ หา ๓๔

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผูเ ปน เจา กลาวอยวู า 'พระ
ตถาคตเปนสพั พัญ'ู ดังน.้ี และกลาวอกี วา 'เมื่อภกิ ษุสงฆมพี ระเถระชอื่ สารบี ุตร และ
โมคคลั ลานะเปน ประธาน อนั พระตถาคตประณามแลว ศากยราชผูอ ยใู นเมืองชอื่ จาตุ
มนครดว ย สหมั บดีพรหมดว ย แสดงพชี ูปมาเปรียบดว ยพชื ออ น และวจั ฉตรณูปมา
เปรียบดวยลูกโครุน ใหพ ระผมู ีพระภาคเลอ่ื มใสแลว ใหย กโทษแลว ใหสงบแลว ' ดงั น.้ี
พระผเู ปน เจานาคเสน พระตถาคตงดโทษแลว อดโทษแลว เขา ไประงับแลว สงบแลว
ดว ยอุปมาทงั้ หลายเหลา ใดอุปมาทง้ั หลายเหลา นนั้ อนั พระตถาคตทรงทราบแลว หรอื
หนอแล? พระผเู ปนเจา นาคเสน ถา วา อปุ มาทง้ั หลายเหลา นน้ั อนั พระตถาคตไมทรง
ทราบแลว , ถา อยา งนนั้ พระพทุ ธเจา ไมใชส ัพพญั .ู ถาวาอุปมาเหลา นนั้ อนั พระ
ตถาคตทรงทราบแลว, ถาอยา งนน้ั พระตถาคตขมเหงเพง ความทดลอง ทรงประมาณ
แลว , ถาอยา งนัน้ ความไมมคี วามกรุณา ยอ มเกดิ พรอมแดพระตถาคตแลว. ปญ หาแม
นี้สองเง่อื น มาถงึ พระผเู ปน เจาแลว, ปญ หานั้นพระผูเปน เจาพงึ ขยายใหแจงชัดเถดิ ."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระตถาคตเปน สพั พญั ู, และพระผูม ีพระ
ภาคเล่ือมใสแลว งดโทษแลว อดโทษแลว เขาไประงับแลว สงบแลว ดว ยอุปมา
ทง้ั หลายเหลา นั้น. พระตถาคตเปน ธรรมสาม,ี ศากยราชท้งั หลายชาวจาตมุ นคร และ
สหัมบดีพรหมอาราธนาพระตถาคต ใหพ ระตถาคตทรงยนิ ดแี ลว ใหเลอื่ มใสแลว ดว ยขอ
อุปมาทง้ั หลายท่ีพระตถาคตทรงทราบแจงชัดแลวทีเดยี ว' อน่งึ พระตถาคตทรงเลื่อมใส
แลว อนุโมทนายงิ่ แลว วา สาธุ แกศ ากยราชชาวจาตุมนคร และสหมั บดีพรหมเหลาน้ัน.

เหมอื นสตรีเชิญสามี ใหสามียนิ ดเี ลอ่ื มใสดว ยทรพั ยเปน ของ ๆ สามนี น่ั เทยี ว,
และสามกี ็บนั เทิงตามยง่ิ แลวซึ่งทรพั ยน ั้นฉนั ใด; ศากยราชชาว จาตมุ นครและสหัมบดี
พรหม อาราธนาพระตถาคต เชญิ พระตถาคตใหท รงยินดแี ลว ใหเล่ือมใสแลว ดวยขอ
อปุ มาทง้ั หลายทีพ่ ระตถาคตทรงทราบแลวทเี ดียว, และพระตถาคตเลอ่ื มใสแลว ทรง
อนโุ มทนาแกศ ากยราชชาวจาตุมานครและสหัมบดพี รหมยงิ่ แลว ดว ยพระพทุ ธพจนวา
สาธุ ฉนั นน้ั นน่ั เทยี วแล.

อีกนยั หนงึ่ เปรยี บเหมือนชางกัลบกประดบั พระเศยี รของพระมหากษตั ริย ดว ย
สุพรรณอลงกรณข องพระมหากษัตรยิ นนั่ เอง อัญเชิญพระมหากษัตรยิ ใหท รงยนิ ดี

เลอ่ื มใส, และพระมหากษัตรยิ เลื่อมใสแลว ทรงบนั เทงิ วา สาธุ แลวจึงพระราชทาน
รางวัลแกชา งกัลบกนน้ั ตามความปรารถนา ฉนั ใด; ศากยราชชาวจาตมุ นครและ
สหัมบดพี รหมอาราธนาพระตถาคต เชญิ พระตถาคตใหยนิ ดยี ิง่ แลว ใหเ ลอื่ มใสแลว
ดว ยขออปุ มาทง้ั หลายทพ่ี ระตถาคตทรงทราบแลวทเี ดยี ว, และพระตถาคตเล่อื มใสแลว
ทรงอนโุ มทนาแกศากยราช
ชาวจาตุมนคร และสหมั บดพี รหมยง่ิ แลว ดว ยพระพทุ ธพจนว า สาธุ ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล.

อีกนัยหนง่ึ เปรยี บเหมอื นสทั ธิวหิ ารกิ ถอื เอาบณิ ฑบาตทอี่ ุปธยายนํามาแลว
นอมเขา ไปถวายอุปธ ยาย อาราธนาอปุ ธ ยาย ยงั อุปธ ยายใหยนิ ดใี หเ ลอื่ มใส อุปธยาย
เลือ่ มใสแลว อนโุ มทนากะสทั ธิวหิ ารกิ นน้ั วา สาธุ ดงั น้ี ฉนั ใด; ศากยราชชาวจาตมุ นคร
และสหมั บดพี รหม อาราธนาพระตถาคต เชิญพระตถาคตใหทรงยนิ ดแี ลว ใหเลอื่ มใส
แลว ดวยขออปุ มาทง้ั หลายท่ีพระตถาคตทรงทราบแลวทเี ดยี ว, และพระตถาคต
เลอ่ื มใสแลว อนุโมทนาแลว วา สาธุ ดงั นี้ ทรงแสดงธรรมแกศ ากยราชชาวเมอื งจาตุ
มนคร และสหมั บดีพรหมทั้งหลายเหลา นน้ั เพอื่ ความพน จากทกุ ขทง้ั ปวง ฉนั นั้นนน่ั
เทียวแล."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญ หาน้ันสม
อยางนนั้ , ขาพเจา ยอมรับรองอยา งนน้ั ."

๕. อนเิ กตานาลยกรณปญหา ๓๕

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู ีพระ
ภาคเจาทรงภาสติ แลว วา 'ธรรมชาตินแี้ ล คอื ความไมต ดิ ทอ่ี ยู ความไมม ีอาลัย เปน
ความเห็นชอบของพระมนุ 'ี ดงั น.้ี และตรสั อีกวา 'บณั ฑิตเม่อื พจิ ารณาเหน็ ประโยชน
ของตน พึงสรา งวหิ ารอนั นา รืน่ รมยใจ ยงั ภกิ ษผุ ูเ ปนพหสุ ตู ทง้ั หลายใหอยูในวหิ ารนนั้ '
ดังน.ี้ พระผเู ปน เจา นาคเสน ถา พระตถาคตตรัสแลว วา 'ธรรมชาตนิ แี้ ล คือ ความไมติด
ท่ีอยู ความไมม อี าลยั เปนความเหน็ ชอบของพระมนุ 'ี ดงั น,้ี ถา อยา งนน้ั คาํ ท่ีวา
'บณั ฑติ เมื่อพจิ ารณาเหน็ ประโยชนข องตน พงึ สรา งวหิ ารอันนา ร่ืนรมยใจ ยงั ภกิ ษุผเู ปน
พหุสตู ทงั้ หลายใหอ ยใู นวหิ ารน้นั ' ดังน้ี เปน ผดิ . ถา วาพระตถาคตตรัสแลววา 'บัณฑิต
เม่ือพิจารณาเห็นประโยชนข องตน พึงสรา งวหิ ารอันนารนื่ รมยใจ ยังภกิ ษุผเู ปน พหสุ ตู
ทง้ั หลายใหอ ยใู นวหิ ารนน้ั ' ดังน,ี้ ถาอยา งนน้ั คําท่วี า 'ธรรมชาตนิ แี้ ล คือ ความไมต ิดที่
อยู ความไมม อี าลัย เปน ความเหน็ ชอบของพระมนุ "ี แมน ้ันกผ็ ิด. ปญ หาแมน ส้ี องเงอื่ น
มาถงึ พระผเู ปน เจาแลว พระผเู ปน เจา พงึ แกไ ขขยายใหแจงชัดเถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา ทรงภาสิตพระพทุ ธ
พจนแมน แี้ ลววา 'ธรรมชาตนิ ีแ้ ล คือความไมติดท่ีอยู ความไมมีอาลยั เปนความ
เห็นชอบของพระมุน'ี ดังน.ี้ และตรัสแลววา 'บัณฑติ เมื่อพจิ ารณาเหน็ ประโยชนของตน
พึงสรางวหิ ารอนั นา รน่ื รมยใ จ ยังภกิ ษุผูเปน พหสุ ตู ทง้ั หลายใหอ ยูในวิหารน้นั ' ดงั น.ี้

ขอถวายพระพร พระพทุ ธพจนใ ด ท่พี ระผมู ีพระภาคเจา ตรสั แลววา 'ธรรมชาติ
นแ้ี ล คอื ความไมต ิดท่ีอยู ความไมมอี าลัย เปน ความเหน็ ชอบของพระมนุ 'ี ดังน,้ี พระ
พทุ ธพจนนนั้ เปนคําแสดงสภาวะเปน คํากลา วเหตุไมห ลงเหลอื เปน คํากลา วเหตุไมมี
สวนเหลือ เปน คาํ กลา วตรงไมออ มคอ ม เปนคําเหมาะแกส มณะ เปน คําสมรูปของ
สมณะ เปน คาํ สมสวนแกสมณะ เปน คาํ สมควรแกส มณะ เปน โคจรของสมณะ เปน ทต่ี ้ัง
มั่นของสมณะ. เปรยี บเหมือนเนื้อทอี่ ยใู นปา เมอ่ื เทยี่ วไปในไพรในปา ไมม ีอาลัยในทอ่ี ยู
ไมต ิดทอ่ี ยู ยอมไปไดต ามความปรารถนาฉนั ใด, ภกิ ษพุ งึ เปน ผไู มต ิดทีอ่ ยู ไมมีอาลยั
คิดเหน็ วา 'ขอ น้ันแหละเปน ความเห็นชอบของพระมนุ 'ี ฉันนน้ั นน่ั แล.

ขอถวายพระพร สวนพระพทุ ธพจนใ ด ที่พระผมู พี ระภาคเจาตรสั แลว า 'บัณฑิต
เม่ือพิจารณาเหน็ ประโยชนของตน พึงสรา งวหิ ารอันนารน่ื รมยใจ ยงั ภกิ ษผุ เู ปน พหุสตู
ทงั้ หลายใหอ ยใู นวหิ ารนน้ั ' ดังน,้ี พระพทุ ธพจนน น้ั พระผูมพี ระภาคเจา ทรงเล็งเห็น
อํานาจประโยชนสองประการจงึ ตรัสแลว , อาํ นาจประโยชนส องประการนัน้ คือ
อะไรบา ง? คือ: ธรรมดาวาวหิ าร อนั พระพทุ ธเจา ทงั้ ปวงทรงสรรเสริญ ชมเชย อนุมตั ิ ยก
ยอ งแลว , ทายกทั้งหลายเหลา นน้ั ถวายวหิ ารทานแลว จกั พนจากความเกิด ความแก
ความเจ็บ ความตาย; นี้เปน อานสิ งสใ นวหิ ารทานขอทห่ี นงึ่ . คําทจ่ี ะพงึ กลาวยังมีอกี :
เมื่อวิหารมีอยู ภิกษเุ ปน อันมากจกั เปนผูปรากฏ จักเปน ผอู ันชนท้ังหลายผปู ระสงคจะ
พบเหน็ หาไดงา ย, ภกิ ษทุ ้งั หลายผูไมมที อี่ ยู จักเปน ผูอนั ชนทง้ั หลายพบเห็นไดยาก; น้ี
เปนอานิสงสใ นวหิ ารทานขอท่สี อง.

พระผูมีพระภาคเจา ทรงเลง็ เหน็ อาํ นาจประโยชนส องประการนี้ จงึ ตรสั แลว วา
'บณั ฑิตเม่อื พจิ ารณาเหน็ ประโยชนของตน พงึ สรา งวิหารอันนา รนื่ รมยใ จ ยงั ภกิ ษผุ ูเปน
พหุสตู ใหอยูใ นวหิ ารนน้ั ' ดงั น,ี้ พระพทุ ธโอรสไมพงึ กระทาํ ความอาลยั ในทอี่ ยนู นั้ "

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาปญ หาน้นั สม
อยางนนั้ , ขา พเจา ยอมรบั รองอยา งนนั้ ."

๖. อุทรสยํ มปญ หา ๓๖

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู ีพระ
ภาคเจาไดท รงภาสติ แลววา 'ภกิ ษอุ ยาพงึ ประมาทในบณิ ฑาหารอนั ตนพงึ ลุกขน้ึ ยืนอยู
ที่ประตูเรอื นรบั , ภกิ ษพุ ึงเปน ผูส ํารวมแลว ในทอ ง' ดังน.้ี และตรัสอีกแลววา 'ดูกอ นอุทา
ยี กเ็ ราแล ในกาลบางที บรโิ ภคเสมอขอบบา ง บริโภคยง่ิ บาง ดว ยบาตรใบน้ี' ดังน้ี พระ
ผูเปน เจา นาคเสน ถา วา พระผูมีพระภาคเจา ตรสั แลววา 'ภิกษุอยาพงึ ประมาทในบิณฑา
หารอนั ตนพงึ ลุกขึ้นยนื อยทู ปี่ ระตูเรอื นรบั , ภิกษุพงึ เปน ผสู ํารวมแลวในทอง' ดงั น,้ี ถา
อยางนน้ั คาํ ทวี่ า 'แนะอทุ ายี กเ็ ราแล ในกาลบางที บรโิ ภคเสมอขอบบาง บริโภคย่ิงบาง
ดวยบาตรใบน'ี้ ดงั นี้ น้ันผิด. ถาวา พระตถาคตเจาตรสั แลว วา 'แนอ ุทายี กเ็ ราแลในกาล
บางที บริโภคเสมอขอบบาง บริโภคยง่ิ บาง ดว ยบาตรใบน'้ี ดงั น,้ี ถาอยา งนน้ั คําท่ีวา
'ภกิ ษุอยาพงึ ประมาทในบณิ ฑาหาร อนั ตนพงึ ลกุ ขน้ึ ยนื อยูท ่ีประตูเรอื นรบั , ภิกษพุ งึ เปน
ผสู าํ รวมแลวในทอ ง' ดงั นี้ แมนน้ั กผ็ ดิ . ปญหาแมน ้สี องเงอ่ื น มาพงึ พระผูเปน เจา แลว
ปญ หานนั้ พระผเู ปน เจา พงึ แกไ ขขยายใหแจง ชดั เถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาทรงภาสิตแลว แมซ่ึง
พระพทุ ธพจนน ี้วา 'ภิกษุอยา พงึ ประมาทในบณิ ฑาหารอันตนพึงลกุ ขน้ึ ยืนอยทู ีป่ ระตู
เรือนรับ, ภิกษพุ ึงเปน ผูส าํ รวมแลว ในทอง' ดังน.้ี และตรัสแลว วา 'แนะอุทายี กเ็ รา
ตถาคตแล ในกาลบางที บรโิ ภคเสมอขอบา ง บริโภคยิ่งบาง ดวยบาตรใบน'ี้ ดังน.้ี พระ
พุทธพจนใ ด พระผมู ีพระภาคเจาตรัสแลว วา "ภกิ ษอุ ยา พงึ ประมาทในบณิ ฑาหารอันตน
พงึ ลุกขน้ึ ยนื อยูทป่ี ระตูเรอื นรับ, ภกิ ษุพึงเปน ผูส าํ รวมแลว ในทอง" ดงั น.ี้ พระพุทธพจน
น้ันเปน เคร่อื งกลาวโดยสภาวะเปน เครอ่ื งกลา วเหตุไมเหลือ เปนเครือ่ งกลา วเหตไุ มม ี
สวนเหลือ เปน เครอ่ื งกลา วโดยนิปรยิ ายโดยตรง เปน เคร่อื งกลาวเหตทุ แ่ี ท เปน เครือ่ ง
กลาวเหตตุ ามเปน จริง ไมวปิ รติ เปน คาํ ของฤษีและมนุ ี เปน พระพุทธพจนของพระผมู ี
พระภาค เปน คําของพระอรหันต เปนคาํ ของพระปจ เจกพทุ ธเจา เปนพระพทุ ธพจนข อง
พระชินพุทธเจา เปน พระพุทธพจนข องพระสัพพญั ู เปน พระพทุ ธพจนข องพระตถาคต
พระอรหันตสมั มาสมั พทุ ธเจา.

ขอถวายพระพร บคุ ลไมสาํ รวมแลว ในทอง ยอ มฆา สัตวบ าง ยอมถือเอาของที่
เจาของเขาไมใ หแลวบาง ยอ มถึงภรยิ าของผูอื่นบา ง ยอมกลา วคําเท็จบาง ยอ มดม่ื นาํ้
กระทาํ ผดู ม่ื แลวใหเ มาบาง ยอมฆามารดาบา ง ยอมฆาบิดาบาง ยอ มฆา พระอรหนั ต
บาง ยอมทําลายสงฆบ าง ยอ มกระทาํ พระโลหติ ของพระตถาคตใหหอขึ้น ดวยจิตอนั
ประทุษรายแลวบาง.

ขอถวายพระพร พระเทวทตั ไมส าํ รวมทอ งแลว ทําลายสงฆแ ลว สรา งกรรมเปน
ท่ีตั้งอยตู ลอดกปั ปไมใชหรอื ? พระผูมีพระภาคเจาทรงเหน็ เหตทุ ั้งหลายมีอยางมาก แม

เหลา อนื่ เปน ปานฉะน้แี ลว จงึ ตรสั แลว วา "ภกิ ษอุ ยาพึงประมาทในบณิ ฑาหารท่ตี นพงึ
ลกุ ขนึ้ ยนื อยทู ปี่ ระตเู รือนรับ, ภกิ ษุพงึ เปน ผสู ํารวมทอง" ดงั น.ี้

ขอถวายพระพร บคุ คลผสู ํารวมทองแลว ยอมถงึ พรอ มเฉพาะคือตรัสรอู ภิสมยั
คอื สัจจะสี่ กระทาํ สามญั ญผลทั้งหลายสใี่ หแ จงยอมถงึ ความเปน ผูชํานาญใน
ปฏสิ ัมภทิ าทงั้ หลายส่ดี ว ย ในสมาบตั ทิ ้ังหลายแปดดว ย ในอภญิ ญาทง้ั หลายหกดวย
บาํ เพญ็ สมณธรรมสิน้ เชิงดว ย.

ขอถวายพระพร ลูกนกแขกเตา เปนผูส าํ รวมทอ งแลว กระทําโลกใหไ หวแลว
เพยี งไรแตพ ภิ พช่อื ดาวดงึ ส นาํ ทาวสักกะผูเ ปน จอมของเทวดาทง้ั หลาย เขา ไปยงั ที่
บาํ รุงแลวมใิ ชห รือ? พระผูมพี ระภาคเจาทรงเหน็ เหตทุ ัง้ หลายมากอยา งแมเหลาอนื่ เห็น
ปานฉะนี้ จงึ ตรัสแลววา "ภิกษุอยาพึงประมาทในบณิ ฑาหารทีต่ นพงึ ลกุ ข้นึ ยนื อยทู ี่
ประตูเรอื นรับ, ภกิ ษุพงึ สํารวมแลวในทอง" ดังน.ี้

ขอถวายพระพร กพ็ ระพทุ ธพจนใ ด ทพี่ ระผมู พี ระภาคเจา ตรสั แลววา "แนะ อุ
ทายี ก็เราผตู ถาคตแล ในกาลบางคราว บรโิ ภคเสมอขอบบาตรบา ง บริโภคย่ิงบา ง ดว ย
บาตรใบน"้ี ดงั น,้ี พระพุทธพจนนนั้ อนั พระตถาคตมกี จิ กระทาํ แลว มีกริ ยิ าสําเร็จแลว
สําเรจ็ ประโยชนแลว มกี าลเปนท่สี ดุ อยูแลว หา มกเิ ลสไดแ ลว เปน พระสพั พญั ผู เู ปน
เอง ตรัสหมายเอาพระองคเ อง.

ขอถวายพระพร ความกระทําความสบายแกบ คุ คลเปนไข กระสับกระสายอยู
สํารอกแลว รนุ แลว รมแลว เปน กริ ยิ าอันหมอพึงปรารถนาฉันใด, ความสาํ รวมในทอง
อนั บคุ คลยังมกี เิ ลส ยงั ไมเหน็ สัจจะ พงึ กระทําฉนั นน้ั เทยี วแล. กิจท่จี ะตองกระทาํ ดว ย
ความขดั และครูส ี และชาํ ระใหห มดจด ยอ มไมม ีแกแกวมณีอันมีความสวา ง มีชาติ
บริสทุ ธ์โิ ดยชาติยง่ิ ฉนั ใด, ความหา มในความกระทํากริ ิยาทง้ั หลาย ยอมไมมแี ดพระ
ตถาคตเจา ผบู รรลุบารมีในวสิ ยั ของพระพทุ ธเจา แลว ฉนั นน้ั นน่ั เทียวแล."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญ หาน้นั สม
อยา งนนั้ , ขา พเจา ยอมรับรองอยา งนน้ั ."

๗. ธมั มวนิ ยปฏิจฉนั นปญหา ๓๗

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู พี ระ
ภาคเจาไดทรงภาสติ ไวแลว วา 'ดูกอนภกิ ษุทั้งหลาย ธรรมและวินยั ทพี่ ระตถาคตใหร ู
แจง ทว่ั ไปแลว ถาบคุ คลเปดแลว คอื บอกกลา วเลา เรียนอยูแ ลว กจ็ ะไพโรจนรงุ เรอื ง ถา
ปด บงั ไว มิไดบ อกกลา วมไิ ดแ สดง กจ็ ะลล้ี บั ไปไมรุงเรอื ง' ดงั น.ี้ ครั้นมาภายหลงั อกี เลา

ปาฏิโมกขุทเทส พระวนิ ัยปฎ กสิ้นเชงิ ดวย พระผูมีพระภาคเจา ทรงปดกาํ บังไวแ ลว. ถา
วา พงึ ไดความประกอบหรอื ความสมควร หรือสมัยในศาสนาของพระพุทธเจาผูชนะแลว
พระวนิ ัยบญั ญตั อิ ันบุคคลเปดเผยแลว พงึ งดงาม, ความศึกษา ความสาํ รวม ความ
นยิ ม สีลคุณ และอาจารบัญญัติ อรรถรส ธรรมรส วมิ ุตตริ ส มีในวนิ ยั นัน้ สน้ิ เชงิ เพราะ
เหตุไร เพราะเหตุนนั้ วินยั บญั ญตั อิ นั บุคคลเปด เผยแลว พงึ งดงาม. ถา วา พระผูม พี ระ
ภาคเจาตรัสแลว วา 'ดูกอ นภกิ ษุทงั้ หลาย ธรรมและวินยั ทพี่ ระตถาคตใหรแู จงทวั่ ไปแลว
บุคคลเปดเผยแลว ยอมไพโรจนแจม แจงรงุ เรือง ถา บุคคลไมเ ปด เผยแลว ก็จะลี้ลับ
กาํ บงั อยูไ มไ พโรจนร งุ เรอื ง' ดงั น,้ี ถา อยางนน้ั คําทว่ี า 'ปาฏิโมกขทุ เทสและวินัยปฏ ก
ทง้ั สน้ิ พระองคทรงปกปด กาํ บงั ไว' ดงั น้ี นน้ั ผดิ . ถา ปาฏิโมกขทุ เทสและวินัยปฎ กสิ้นเชงิ
พระองคป ด กาํ บงั ไวแลว , ถา อยางนน้ั คาํ ท่วี า "ดกู อนภกิ ษุทง้ั หลาย ธรรมและวินัยทพ่ี ระ
ตถาคตใหร แู จง ทว่ั ไปแลว อนั บคุ คลเปด เผยแลว ยอมไพโรจนร งุ เรือง' ดังน้ี แมน นั้ ก็ผดิ .
ปญ หาแมน สี้ องเง่อื น มาถงึ พระผเู ปน เจาแลว พระผเู ปน เจาพึงขยายออกใหแจงชัด
เถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร แมพระพุทธพจนนี้ พระผมู พี ระภาคไดทรง
ภาสิตแลววา 'ดกู อนภิกษทุ ง้ั หลาย ธรรมและวินยั ทพ่ี ระตถาคตใหร ูแ จง ทว่ั ไปแลว ถา
บคุ คลเปดเผยแลว ยอ มไพโรจนถา บุคคลปกปด กาํ บงั ไว ยอ มไมไพโรจน. ' และภายหลัง
พระองคทรงปด กาํ บัง พระปาฏโิ มกขุทเทสและวนิ ยั ปฎ กทงั้ สนิ้ ไว. ก็แหละ ความปด
กําบงั นน้ั มไิ ดท ่วั ไปแกชนทงั้ หลายทงั้ ปวง พระองคท รงกระทาํ ใหเปนเขตแดนปด ไว
แลว.

ขอถวายพระพร ปาฏิโมกขทุ เทส พระผมู พี ระภาคเจา กระทําใหเปน เขตแดนปด
ไวแ ลว ดว ยเหตสุ ามประการ คอื : ทรงปดไวแลวดว ยอาํ นาจแหง วงศข องพระตถาคต
ทั้งหลายทม่ี แี ลวในกาลกอน, ทรงปด ไวแลว เพราะความที่ธรรมเปน ของหนกั , ทรงปด ไว
แลว เพราะความที่ภมู ขิ องภกิ ษุเปนของหนัก. พระปาฏิโมกขุทเทส พระผมู พี ระภาคเจา
กระทําใหเปน เขตแดนปด ไวแ ลว ดว ยอาํ นาจแหง วงศของพระตถาคตทง้ั หลายที่มแี ลว
ในกาลกอ นอยางไร? ปาฏิโมกขทุ เทสในทา มกลางของภกิ ษุ ปดแกช นทง้ั หลายนอกนนั้
น้ีอันใด การปด บงั พระปาฏโิ มกขทุ เทสนน้ั เปนวงศข องพระตถาคตทงั้ หลายทมี่ แี ลว ใน
กาลกอ นทงั้ ปวง. เปรียบเหมือนขตั ติยมายาของกษตั รยิ ท ง้ั หลาย กษตั ริยจะแสดงไดก็
แตในกษัตรยิ ท ้ังหลายอยา งเดยี ว, กริ ยิ าน้ีเปนประเพณขี องโลก ของกษตั รยิ ทง้ั หลาย
ปดแลวแกชนทงั้ หลายอันเหลอื นอกนน้ั ฉนั ใด; ปาฏิโมกขทุ เทสควรแสดงไดใน
ทา มกลางแหง ภกิ ษุ ปด ไวแ กช นทง้ั หลายอนั เหลอื นอกนนั้ อนั ใดนี้ นี้เปน วงศข องพระ
ตถาคตทั้งหลายทม่ี ีแลวในกาลกอนทงั้ ปวง ฉนั นั้นนน่ั เทยี ว.

อีกนยั หนง่ึ หมูชนท้ังหลายยอมเปน ไปในแผน ดิน, หมชู นทงั้ หลาย ยอมเปนไป
ในแผนดินอยา งไรน้ี คือ คนปลํ้าทงั้ หลาย ชา งทอง ชางทาํ กระสวย คนกลา วถอ ยคําเปน
ธรรม และชนทั้งหลายทร่ี วู ทิ ยาตา ง ๆ ก็กาํ บังวทิ ยาซอนวทิ ยาของตนไวต ามพวกตาม
เหลา แสดงไดแ ตพวกเดียวกนั ปด ไวแ กช นท้ังหลายเหลือนอกนนั้ ฉันใด; ปาฏิโมกขทุ
เทสควรแสดงในทา มกลางภกิ ษุ พระองคปด ไวแกชนทงั้ หลายอนั เหลอื นน้ั ฉนั นนั้ , นี้
เปนวงศข องพระตถาคตทงั้ หลายทม่ี แี ลวในกาลกอ น. ปาฏิโมกขทุ เทส พระองคก ระทาํ
แดนปด ไวดวยอาํ นาจความเปนวงศของพระตถาคตทงั้ หลายทม่ี แี ลว ในกาลกอนอยาง
น.ี้ ปาฏิโมกขทุ เทสพระองคท รงกระทําใหเ ปน แดนปดไว เพราะความทธ่ี รรมเปน ของ
หนกั อยางไร? ธรรมเปน ของหนกั ดังภาระ บุคคลผกู ระทาํ กิจท่จี ะพึงกระทาํ ในพระปาฏิ
โมกขุทเทสน้นั ใหบ ริบูรณ ยอ มกระทาํ พระอรหตั ตผลวมิ ตุ ติใหบรบิ ูรณ ยอ มบรรลุ
อรหตั ตผลวมิ ตุ ติน้ัน ดว ยความเปน ผูกระทาํ กิจทีจ่ ะพึงกระทาํ ในพระปาฏิโมกขุทเทส
น้ันใหบ ริบูรณโ ดยลาํ ดบั , จะไดบรรลอุ รหัตตผลวิมุตตนิ ้นั ดว ยความเปน ผไู มกระทํากจิ
ในปาฏโิ มกขทุ เทสนนั้ ใหบ ริบูรณก ห็ าไม, พระปาฏโิ มกขุทเทส พระองคป ดไวด ว ยพทุ ธ
ประสงควา 'ธรรมเปน แกน สาร ธรรมประเสริฐน้ี จงอยาเปน ของไปแลว ในมอื ของบุคคล
ท้ังหลาย ผไู มก ระทาํ กจิ ในปาฏโิ มกขุทเทสนั้นใหบ รบิ ูรณ อันบคุ คลไมกระทาํ กจิ ในปาฏิ
โมกขทุ เทสนน้ั ใหบ ริบูรณท ัง้ หลาย อยา ไดดหู มิ่นดูแคลนติเตียนเลย, อนง่ึ ธรรมเปน
สาระ ธรรมประเสรฐิ น้ี จงอยา ไปในคนชวั่ อนั คนชว่ั อยา ไดดูหมิ่นดูแคลนตเิ ตียนเลย?'
พระปาฏิโมกขทุ เทส พระองคก ระทาํ ใหเปน แดนปดไวแลวเพราะความทธี่ รรมเปน ของ
หนกั อยางน.้ี พระปาฏิโมกขุทเทส พระองคทรงปดไวด ว ยทรงพระดาํ รวิ า 'ธรรมดาวา
จนั ทนแดงอนั เปนสาระประเสริฐบวร มีชาติเปนอติชาติ กระจายเรย่ี รายไปแลว อัน
บุคคลยอ มดหู มิ่นตเิ ตียน ฉนั ใด, ธรรมเปนสาระธรรมอันประเสริฐน้ี จงอยา เปน ของไป
แลว ในมอื ของบคุ คลทงั้ หลายผไู มก ระทาํ กจิ ในปาฏโิ มกขุทเทสใหบ ริบูรณโ ดยลําดับ
อยา ไดเ ปนของอันบคุ คลดูหมิ่นดูแคลนติเตยี นเลย, อนง่ึ ธรรมเปนสารธรรมอนั ประเสริฐ
น้ี จงอยา เปนของไปในทุรชน อนั ทุรชนอยา ไดด ูหมิน่ ดแู คลนนนิ ทาติเตยี นเลยฉนั นนั้ '
ดงั น.้ี พระปาฏโิ มกขุทเทส พระองคทรงกระทําใหเ ปน แดนปดไวแลว เพราะความทธ่ี รรม
เปนของหนกั อยางน.ี้ พระปาฏิโมกขทุ เทสพระองคท รงกระทาํ ใหเปน แดนปด ไวแ ลว
เพราะความทภี่ ูมิของภกิ ษุเปน ของหนกั อยางไร? ความเปน ภกิ ษอุ นั ใคร ๆ ชัง่ ไมได ไมม ี
ประมาณหาราคามิได อนั ใคร ๆ ไมอ าจเพอื่ จะตีราคา เพ่อื จะชงั่ เพอื่ จะกําหนด, พระ
ปาฏิโมกขุทเทส พระองคท รงปด ไวดวยพระพุทธประสงคว า 'บุคคลต้ังอยูแลวในความ
เปน ภิกษุ มีคณุ อยา งนเ้ี ปน รูปน้ี จงอยา เปน ผเู ปรียบเสมอดวยโลก' ดงั น,ี้ พระปาฏิ
โมกขุทเทส ยอ มเที่ยวอยคู ือวา ยอ มควรในระหวา งของภกิ ษุทง้ั หลายเทา นัน้ เปรียบ

เหมอื นผา หรือเครอ่ื งลาด หรือชา ง มา รถ ทอง เงนิ แกว มณี แกวมกุ ดา และนางแกว
เปน ตน ทีเ่ ปน บวรประเสรฐิ ในโลก ของทง้ั ปวงเหลา นน้ั ยอ มเขา ถึงพระมหากษตั รยิ  คอื
ยอ มควรแกพระมหากษตั ริย ฉนั ใด; สกิ ขาและนกิ ายเปน ท่ีมาและปรยิ ตั ติ และคณุ คือ
ความสาํ รวมในอาจาระและศีลสังวรทง้ั หลายในโลกประมาณเทา ใด คณุ ทง้ั ปวง
เหลานั้น ยอ มเปนของเขา ถงึ ภกิ ษุสงฆ ฉนั นัน้ แท. พระปาฏิโมกขุทเทสพระองคท รง
กระทําใหเ ปน แดนปด ไวแลว เพราะความทภ่ี ูมิของภิกษเุ ปนของหนักอยา งน.ี้ "

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาปญ หาของพระผเู ปน เจา นนั้ สมอยาง
นัน้ , ขาพเจา ยอมรับรองอยา งนนั้ ."

๘. มุสาวาทครลุ หภุ าวปญหา ๓๘

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผูม พี ระภาคเจาทรงภาสิต
แลว แมซ ึ่งพระพุทธพจนน ว้ี า 'บุคคลเปน ปาราชิกเพราะสมั ปชานมสุ าวาท ความเปน ผรู ู
ทว่ั พรอ มกลาวเท็จ' ดังน.้ี ครน้ั มาภายหลงั พระองคตรัสแลว วา 'ภิกษุตองอาบตั ิเบา มี
วตั ถุควรแสดงในสาํ นักแหง บคุ คลผูเ ดียวได เพราะสมั ปชานมสุ าวาท' ดงั น.้ี พระผเู ปน
เจา นาคเสน เหตุใหแ ปลกกนั ในสมั ปชานมสุ าวาทนนั้ เปน อยางไร? อะไรเปน เหตกุ ระทาํ
ใหต างกนั ในสมั ปชานมุสาวาทนนั้ ? บุคคลขาดมลู ดว ยสมั ปชานมุสาวาทอนั หนง่ึ และ
เปนสเตกิจโฉพอเยียวยาได ดว ยสมั ปชานมุสาวาทอนั หนึ่ง สองอยา งน้จี ะตองกัน
อยา งไร? ถาวา พระผูมพี ระภาคเจา ตรสั แลว วา 'บุคคลเปน ปาราชกิ เพราะสมั ปชาน
มสุ าวาท' ดงั น,้ี ถา อยา งนนั้ คําท่วี า 'ภิกษตุ อ งอาบัตเิ บา มวี ตั ถคุ วรแสดงในสาํ นักแหง
บุคคลผูเ ดียวได เพราะสมั ปชานมสุ าวาท' ดงั นี้ นนั้ เปนผดิ . ถาวา พระตถาคตตรัสแลว
วา 'ภิกษตุ องอาบตั ิเบา มีวตั ถคุ วรแสดงในสาํ นกั แหง บคุ คลผเู ดียวได เพราะสมั ปชาน
มุสาวาท,' ถา อยางนนั้ คําทว่ี า 'บุคคลเปนปาราชิกเพราะสมั ปชานมุสาวาท,' ถา อยา ง
นน้ั คาํ ท่วี า 'บคุ คลเปน ปาราชกิ เพราะสมั ปชานมนุสาวาท' ดงั นี้ แมนนั้ กผ็ ดิ . ปญ หาแม
นส้ี องเง่อื น มาถงึ พระผูเปน เจา แลว พระผเู ปนเจา พงึ ขยายใหแ จง ชดั เถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมท รงภาสติ พระพุทธ
พจนน ี้วา 'บุคคลเปน ปาราชกิ เพราะสัมปชานมสุ าวาท.' และตรสั แลววา 'ภิกษตุ อ ง
อาบตั ิเบา มวี ตั ถุควรแสดงในสาํ นกั แหง บคุ คลผเู ดยี วได เพราะสัมปชานมสุ าวาท' ดังน้ี
จรงิ . ก็แหละ พระพทุ ธพจนท ้ังสองนน้ั เปน คาํ แสดงโทษหนกั และเบาตามอาํ นาจวตั ถุ
บรมบพติ รจะสําคัญเนื้อความนน้ั เปน ไฉน: บรุ ุษในโลกนบ้ี างคน พึงใหป ระหารแกบรุ ษุ
อื่นดว ยฝา มอื , บรมบพติ รพงึ ปรบั สินไหมอะไรแกบรุ ษุ ผูนนั้ ?"

ร. "ถาวา บุรษุ น้นั กลา วแลว วา ขาพเจาไมข มาโทษไซร, ขาพเจา ใหราชบุรษุ ปรับ
กหาปณะหนึ่งแกบ ุรุษนน้ั เพราะมิไดข มา."

ถ. "ขอถวายพระพร ก็ในโลกน้ี บรุ ุษนัน้ นน่ั เทียว พงึ ใหป ระหารแกบรมบพติ ร
ดว ยฝา มอื , กส็ ินไหมอะไร พงึ ปรับแกบรุ ษุ นน้ั ?"

ร. "ขาพเจา พงึ ใหร าชบรุ ุษตัดมือของบรุ ุษผปู ระหารนน้ั เสยี บา งใหต ัดเทา ของ
บุรุษนนั้ เสยี บา ง จนถงึ ใหต ัดศรี ษะดงั ตัดหนอ ไม ใหร ิบเรือนของบรุ ษุ น้ันแมท ้งั ปวงบา ง
ใหเลกิ ตระกูลสองฝา ยถึงเจด็ ช่ัวตระกูล."

ถ. "ขอถวายพระพร กเ็ หตอุ ะไร เปน เครื่องใหแปลกกนั ในพระราชอาชญานนั้
ดวยเหตไุ ร จงึ ปรับสินไหมกหาปณะเดยี วนอยนกั เพราะประหารบุรษุ ผหู นงึ่ ดว ยฝา มือ
ดว ยเหตุไรจงึ ลงอาชญาตดั มอื ตัดเทา จนถงึ ตดั ศรี ษะ และริบเรอื นทง้ั ปวง จนถงึ เลกิ
ถอนตระกูลทง้ั สองฝา ย ถึงเจด็ ช่วั ตระกลู เพราะประหารบรมบพติ รดว ยฝามือ ขอถวาย
พระพร?"

ร. "เพราะเนอื่ งดว ยวตั ถซุ ิ พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร สัมปชานมสุ าวาท เปน โทษหนักและเบาตามอาํ นาจวตั ถุ
ฉนั นน้ั นนั่ เทียวแล."
ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วิสัชนาปญ หาของพระผูเปนเจา นน้ั สมอยา ง
นัน้ , ขาพเจา ยอมรับรองอยางนนั้ ."

๙. ยาจโยคปญ หา ๓๙

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู พี ระ
ภาคเจาทรงภาสติ แลว วา 'ดกู อนภกิ ษทุ ง้ั หลาย เราเปนพราหมณผูค วรที่ยาจกจะพึงขอ
เปนผลู างมอื เตรียมไวทกุ เมอ่ื เปน ผทู รงสรรี ะกายมใี นท่ีสดุ เปน ผไู มมใี ครยง่ิ กวา ' ดังน.้ี
และตรัสอีกวา 'ขนั ธปญ จก คอื พากุลภกิ ษุนี้ เลิศกวา ภกิ ษุทง้ั หลายผูเปน สาวกของเรา
บรรดาท่มี ีอาพาธนอย' ดังน.ี้ กอ็ าพาธท่เี กดิ แลวในพระสรีรกายของพระผูมพี ระภาคเจา
ยอ มปรากฏมากครั้ง. ถา วา พระตถาคตไมม ีใครย่ิงกวา , ถาอยา งนนั้ คาํ ทว่ี า 'ขนั ธ
ปญ จก คอื พากลุ ภิกษุนเี้ ลิศกวาภกิ ษทุ ง้ั หลายผูเปน สาวกของเรา บรรดาทม่ี อี าพาธ
นอย' ดงั นเี้ ปนผิด. ถาวา พระพากลุ เถระเปน ผูเลศิ กวา ภกิ ษทุ งั้ หลาย บรรดาที่มอี าพาธ
นอย, ถาอยา งนนั้ คําทว่ี า 'ดูกอนภิกษทุ ง้ั หลาย เราเปนพราหมณผ ูควรทยี่ าจกจะพงึ ขอ
เปนผลู างมอื เตรียมไวท กุ เมอื่ เปน ผทู รงสรรี กายมีในทีส่ ดุ เปน ผูไมมใี ครย่งิ กวา ' ดงั นี้ แม

นนั้ ก็ผดิ . ปญหาแมน ี้สองเงอื่ น มาถงึ พระผูเปน เจา แลว พระผเู ปนเจา พงึ แกไ ขขยายให
แจง ชัดเถดิ ."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร จริงอยู พระพทุ ธพจนน พ้ี ระผมู พี ระภาคเจา
ทรงภาสติ แลว วา 'ดกู อนภิกษทุ ้งั หลาย เราเปน พราหมณผ ูค วรท่ยี าจกจะพงึ ขอ เปนผู
ลางมือเตรียมไวทกุ เมอ่ื เปน ผทู รงสรีระกายมีในทสี่ ุด เปน ผูไ มม ีใครย่งิ กวา ' ดงั น.ี้ และ
ตรสั แลว วา 'ขนั ธปญจก คือ พากุลภกิ ษนุ ี้ เลิศกวา ภกิ ษทุ ง้ั หลายผเู ปน สาวกของเรา
บรรดาที่มีอาพาธนอย' ดงั น.ี้ ก็แหละ พระพุทธพจนน ั้น พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั หมาย
เอานกิ ายเปน ท่ีมา และมรรคท่บี คุ คลจะพงึ เรยี นซึ่งมีในภายนอก.

ขอถวายพระพร พระสาวกทง้ั หลายของพระผมู พี ระภาคเจา ท่ีเปน
ผปู ระกอบการยืนและจงกรมกม็ อี ย,ู พระสาวกเหลา นน้ั ยอ มยงั วนั ใหน อ มลว งไป ดว ย
การยืนและจงกรม, ฝายพระผมู พี ระภาคเจา ทรงยงั วันและคนื ใหน อมลว งไป ดว ยการ
ยืน จงกรม น่ัง บรรทม; ภกิ ษุทงั้ หลายเหลา นัน้ ใด เปนผูประกอบการยนื และจงกรม
ภกิ ษเุ หลา นน้ั เปนผเู อกยง่ิ ดว ยคณุ พเิ ศษนน้ั . พระสาวกทั้งหลายของพระผูม ีพระภาค
เจาท่เี ปน เอกาสนกิ ะ คือ ฉนั หนเดียวกม็ ีอยู, พระสาวกเหลาน้ี ไมยอมฉนั โภชนะเปน ครั้ง
ทสี่ อง แมเ พราะเหน็ แกช วี ติ , ฝา ยพระผมู พี ระภาคเจา ยอ มเสวยพระกระยาหารครั้งท่ี
สอง เพราะทรงหวิ ; ภกิ ษทุ ั้งหลายเหลา นนั้ ใด ท่ีเปน เอกาสนิกะ ฉันหนเดยี ว ภกิ ษุ
เหลา น้นั เปนผเู อกยิ่ง ดว ยคณุ พเิ ศษนน้ั . เหตุทงั้ หลายเชน นน้ั มากมายอยา ง พระผมู พี ระ
ภาคเจาทรงหมายเอาความขอ น้ันตรัสแลว . ฝา ยพระผูมพี ระภาคเจา ไมม ีใครยิง่ กวา
โดยศลี สมาธิ ปญญา วมิ ุตติ วมิ ตุ ตญาณทสั สนะ และโดยพระกาํ ลงั และเวสารชั ช
ญาณ และโดยพระพทุ ธธรรมสิบแปดประการ. ก็แหละพระองคทรงหมายเอาพระ
คุณธรรมน้นั ในพทุ ธวิสัยทง้ั มวลตรัสแลววา 'ดกู อ นภิกษทุ ง้ั หลาย เราเปน พราหมณ
ฯลฯ เปน ผูไมม ีใครยิง่ กวา ' ดงั น.้ี

ขอถวายพระพร เปรยี บเหมอื นในหมูมนษุ ย บุคคลผูห นง่ึ เปน ผมู ชี าติ ผหู นงึ่ เปน
ผูมีทรพั ย ผหู น่งึ เปน ผูมวี ชิ ชา ผหู นงึ่ เปน ผมู ีศลิ ปะ ผหู นงึ่ เปนคนกลา หาญ ผูหนง่ึ เปนคน
ฉลาดเฉยี บแหลม, ชนเหลา นน้ั แมท กุ ชนดิ พงึ มีในโลก, พระราชานน่ั แล ยอ มเปน ผู
สงู สดุ กวา ชนท้ังหลายเหลา น้ัน โดยแท ขอ นฉ้ี นั ใด; พระผูมพี ระภาคเจายอ มเปน ยอด
เปนใหญเปน ผปู ระเสรฐิ ทสี่ ดุ ของสัตวท ้ังปวง ฉนั นัน้ นนั่ แล. สวนทา นผูมอี ายพุ ากุละนี้ ที่
เปนผมู อี าพาธนอ ยนนั้ เนือ่ งดวยอภินหิ าร คือ บุญกศุ ลทไ่ี ดกอสรา งไวโดยเฉพาะ. ทา น
เปนผมู ีอาพาธนอ ย อนั พระผมู พี ระภาคเจา ยกยอ งวา เปน ผูเลศิ กเ็ พราะชว ยบําบดั
พยาธนิ น้ั ๆ เสยี ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญ หาน้ัน สม

อยา งนน้ั , ขาพเจายอมรบั รองอยางนนั้ ."

วรรคที่หา
๑. อิทธยิ ากมั มวปิ ากปญหา ๔๐

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผูมีพระภาคเจา ทรงภาสติ
แลวแมซ ่ึงพระพุทธพจน นีว้ า 'ดกู อ นภิกษทุ ง้ั หลาย ขนั ธบญั จกน้ใี ด คอื มหาโมคคลั ลา
นะ ขนั ธบญั จกนน้ั เลศิ กวา ภิกษทุ งั้ หลายผูเปน สาวกของเราผตู ถาคต บรรดาทมี่ ฤี ทธ'ิ์
ดังน.้ี ภายหลงั ไดยนิ วา พระเถระนน้ั อนั โจรท้ังหลายทุบแลว ดวยตะบองทงั้ หลาย มี
ศีรษะแตกแลว มกี ระดกู อนั โจรใหละเอยี ดแลว แลเนือ้ และแถวแหง เอน็ และเยอ่ื ใน
กระดูกแลว ปรนิ ิพพานแลว . พระผเู ปน เจา นาคเสน ถา พระมหาโมคคัลลานเถระ ถงึ
ที่สุดแหงฤทธแ์ิ ลว , ถา อยา งนน้ั คําทว่ี า 'พระเถระอนั โจรท้งั หลายทุบแลวดวยตะบอง
ทัง้ หลาย ปรนิ พิ พานแลว' นน้ั เปน ผิด ถา พระเถระอันโจรท้งั หลายทบุ แลวดวยตะบอง
ทัง้ หลาย ปรนิ พิ พานแลวจริง, ถา อยา งน้นั คําทวี่ า 'พระเถระถึงทส่ี ดุ แหง ฤทธ์แิ ลว ' ดังนี้
แมน น้ั กผ็ ดิ . พระ
โมคัลลานเถระน้นั ไมอ าจแลว เพื่อจะนาํ ความเขา ไปทํารา นตนออกเสียดวยฤทธ,์ิ พระ
เถระนนั้ ควรเพอ่ื จะเปน ทพี่ ง่ึ อาศัยของโลก แมท งั้ เทพดาอยา งไรได? ปญ หาแมน ้สี อง
เงือ่ น มาถงึ พระผูเปน เจา แลว พระผเู ปน เจา พงึ ขยายใหแจง ชดั เถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา ไดทรงภาสิตแลวแมซงึ่
พระพทุ ธพจน นี้วา 'ดกู อ นภิกษทุ ง้ั หลาย ขนั ธบญั จก นีใ้ ด คอื ภกิ ษุชอ่ื มหาโมคคลั ลา
นะ ขนั ธบัญจกนน้ั เลิศกวา ภิกษุทง้ั หลายที่เปน สาวกของเราผูต ถาคตบรรดาทม่ี ฤี ทธ'์ิ
ดังน.ี้ แตทา นผมู ีอายุมหาโมคคลั ลานะ อนั โจรทง้ั หลายทุบแลว ดว ยตะบอง ปรนิ พิ พาน
แลว, กแ็ ลความปรนิ พิ พาน เพราะโจรตดี วยตะบองนัน้ เพราะกรรมครอบงาํ ถอื เอา."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน แมว ิสัยแหง ฤทธ์ิของบคุ คลผมู ีฤทธ์ิ แมวบิ ากแหง
กรรมสองสง่ิ นเ้ี ปนอจนิ ไตยไมควรคดิ ไมใชหรือ? บัณฑิตพงึ นําสงิ่ ที่ไมควรคิดออกเสีย
ดว ยสง่ิ ที่ไมค วรคิด. อปุ มาเหมือนวา ชนทง้ั หลายใคร ๆ ใครจ ะบรโิ ภคผลไม ยอ มทุบผล
มะขวดิ ดวยผลมะขวดิ ยอ มทุบผลมะมวงดวยผลมะมว ง ฉนั ใด, บัณฑิตพงึ ทบุ สงิ่ ทไ่ี ม
ควรคิดดว ยสิ่งทไี่ มค วรคิดนําออกเสยี ฉนั นน้ั นน่ั เทยี วแล."

ถ. "ขอถวายพระพร แมส ิ่งทไี่ มควรคดิ ทงั้ หลาย สงิ่ หนง่ึ มมี าตรายงิ่ มกี าํ ลัง
กวา. เหมือนพระมหากษัตรยิ ในแผนดนิ มชี าติอนั เสมอกนั , แมพ ระมหากษตั รยิ ม ชี าติ

อันเสมอกนั เหลานนั้ พระมหากษัตรยิ อ งคห นงึ่ ยงั พระราชอาชญาใหเ ปน ไป ขม
พระมหากษัตริยทัง้ หลายทง้ั ปวงเสยี ได ฉันใด, อจนิ ไตยทง้ั หลายเหลา นน้ั กรรมวิบาก
อยางเดยี ว มมี าตรายงิ่ มกี าํ ลังกวา , กรรมวบิ ากอยา งเดยี วยังอาชญาใหเ ปน ไป ขม
อจนิ ไตยทง้ั หลายทงั้ ปวงเสยี ได, กิริยาทงั้ หลายนอกนนั้ ยอมไมไดโอกาสแหง บุคคลอนั
กรรมครอบงําแลว ."

ขอถวายพระพร เหมือนบุรษุ คนหนงึ่ ในโลกน้ี ยอ มผิดในประการส่ิงหนึง่ น่นั
เทียว, มารดาหรือบดิ ากด็ ี พหี่ ญิงพีช่ ายก็ดี สขีและสหายกด็ ี ยอมเปน ทพี่ ึ่งตา นทานแก
บรุ ษุ นนั้ ไมไ ด, พระมหากษัตริยพ ระองคเดยี ว ยังพระราชอาชญาใหเ ปน ไปขม ใน
ความผดิ นน้ั เสยี ไดโดยแท, อะไรเปน เหตใุ นความขมนัน้ คอื ความเปนบคุ คลมีความผดิ
เปนเหตุ; อจินไตยของไมค วรคิดทั้งหลายนัน้ กรรมวิบากอยา งเดียว มมี าตราหนัก มี
กําลังกวา , กรรมวิบากอยางเดียว ยังอาชญาใหเ ปน ไปขม อจินไตยอ่นื ๆ ทั้งปวงเสียได
ฉนั นนั้ นน่ั เทยี ว, เมอ่ื บุคคลอันกรรมครอบงาํ แลว กริ ยิ าอนั เหลือนอกนน้ั ยอมไมได
โอกาส.

อีกนัยหนง่ึ ครน้ั เมื่อไฟปา ตั้งข้นึ พรอ มแลว ในแผน ดนิ นาํ้ แมส กั พนั หมอ ยอ มไม
อาจเพ่ือจะใหไ ฟน้ันดับได, ไฟอยา งเดยี วยงั อาชญาใหเ ปน ไปขมนํา้ นน้ั เสียไดโ ดยแท,
อะไรเปน เหตุในขอ นนั้ คอื ความทไ่ี ฟมกี ําลังเปนเหตุ ฉนั ใด;สิ่งทเ่ี ปน อจนิ ไตยทง้ั หลาย
เหลา นน้ั วบิ ากแหงกรรมสง่ิ เดียวมีมาตราหนกั มกี ําลงั กวา, วิบากแหง กรรมอยางเดยี ว
ยังอาชญาใหเปน ไปขม อจนิ ไตยทง้ั หลายอนื่ ทงั้ ปวงเสยี ได, เมอ่ื บุคคลอันกรรมครอบงํา
แลว กิรยิ าอันเหลอื นอกนน้ั ยอมไมไดโอกาส ฉนั นนั้ นน่ั เทยี วแล. เพราะเหตุนน้ั เมอ่ื ทาน
ผมู อี ายมุ หาโมคคัลลานะอนั กรรมครอบงาํ แลว อนั โจรทบุ อยดู ว ยตะบองทงั้ หลาย
ความประมวลฤทธมิ์ าจงึ มไิ ดม ีแลว ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวสิ ชั นาปญ หานัน้ สม
อยางนนั้ , ขาพเจา ยอมรบั รองอยางนน้ั ."

๒. โพธสิ ัตตธมั มตาปญ หา ๔๑

พระราชาตรัสถามวา "พระผมู ีพระภาคเจา แมไดทรงภาสิตพระพทุ ธพจนน ไี้ ว
ในธรรมปริยายของธรรมดาวา 'มารดาและบดิ าของพระโพธิสตั วท ั้งหลายเทย่ี งแลว อนั
ธรรมดานิยมแลว ความตรัสรเู ปนของอนั ธรรมดานิยมแลว พระอัครสาวกทั้งหลาย อัน
ธรรมดานยิ มแลว พระอคั รสาวกท้ังหลาย อนั ธรรมดานยิ มแลว พระโอรสอนั ธรรมดา
นิยมแลว อปุ ฐากอนั ธรรมดานิยมแลวในกาลกอ นเทยี ว' ดังน.้ี ก็พระผูเปน เจา มากลาว

อีกวา 'พระโพธสิ ตั วส ถติ อยใู นดุสติ พิภพทพิ ยกาย เลือกมหาวิโลกนะทงั้ หลายแปดคอื :
เลือกกาลหนงึ่ เลอื กทวปี หนง่ึ เลอื กประเทศหนง่ึ เลือกตระกูลหนงึ่ เลอื กพระชนนหี นง่ึ
เลอื กอายหุ นงึ่ เลอื กเดอื นหนงึ่ เลือกเนกขมั มะหนง่ึ . พระผเู ปนเจา นาคเสน เมื่อญาณยัง
ไมแกก ลา ความตรสั รูย งั ไมม ี, คร้ันเมือ่ ญาณแกก ลา แลว อนั พระโพธสิ ตั วไมอาจเพอื่ จะ
รอ แมตลอดระหวา งพรบิ ตาหนงึ่ , ญาณมใี นใจแกกลา แลว อันใคร ๆ กา วเกนิ ไมไ ด;
เพราะเหตไุ ร พระโพธสิ ัตวจ งึ เลือกกาลดวยความดาํ ริวา 'เราจะเกดิ ในกาลไร?' เมอ่ื
ญาณยังไมแกก ลา ความตรสั รยู อ มไมม ,ี ครนั้ เมอื่ ญาณแกกลา แลว อนั พระโพธิสตั วน ้ัน
ไมอ าจเพื่อจะรออยู แมต ลอดระหวางพริบตาหนงึ่ : เพราะเหตุไร พระโพธสิ ัตวจงึ เลอื ก
ตระกลู ดวยทรงดําริวา 'เราจะเกิดในตระกลู ไร?' พระผเู ปน เจานาคเสน ถา วา มารดาบริ
ดาทงั้ หลายของพระโพธสิ ัตวเทย่ี งแลว อนั ธรรมดานยิ มแลว ในกาลกอ นทีเดียว คือมเี กดิ
กบั สําหรบั กัน, ถา อยางนนั้ คาํ ทว่ี า 'พระโพธิสัตวเ ลอื กตระกลู ' ดงั นี้ นน้ั ผดิ . ถาวาพระ
โพธสิ ัตวเลอื กตระกลู ถาอยา งนั้น คาํ วา 'มารดาและบดิ าทงั้ หลายของพระโพธิสตั ว
เทย่ี งแลว ในกาลกอนเทยี ว' ดงั นี้ แมน นั้ กผ็ ดิ . ปญ หาแมน ้ีสองเง่อื น มาถงึ พระผเู ปน เจา
แลว , พระผูเปน เจา พงึ ขยายใหแจม แจง เถดิ ."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร มารดาและบดิ าทง้ั หลายของพระโพธิสัตว
เทยี่ งแลว อนั ธรรมดานยิ มแลว ในกาลกอนทเี ดยี ว, อนง่ึ พระโพธสิ ัตวย อมเลอื กตระกลู
จรงิ . ก็พระโพธิสตั วทรงดาํ รวิ ากระไรแลว จงึ เลอื กตระกลู ? พระโพธิสัตวด าํ รวิ า 'มารดา
บดิ าทง้ั หลายเหลาใดน้ี มารดาบิดาทง้ั หลายเหลา นนั้ เปน กษตั ริยห รือ หรอื วา เปน
พราหมณ ทรงดาํ ริอยา งน้แี ลว จงึ เลือกตระกูล.

ขอถวายพระพร "ของแปดอยา งทีย่ งั ไมเ คยไปเคยมา บุคคลตอ งแลดกู อ น
ทีเดยี ว, ของแปดอยางทัง้ หลายอยา งไร: พอ คาเม่ือจะคา ขายของตองแลดภู ณั ฑะทตี่ น
จะขายน้ันกอ นหน่ึง, คชสารเม่ือเดินไปถงึ ทางทีต่ นยงั ไมเคยมา ตอ งเอางวงสอบสวน
เสยี กอ นหนงึ่ , พอ คาเกวียนตองแลดูทาเกวยี นทีต่ นยงั ไมเ คยไปเคยมาเสียกอนหนงึ่ , ตน
หนตองแลดูฝง ทต่ี นยังไมเ คยไปเคยมาเสยี กอน แลวจงึ แลน เรอื ไปหนงึ่ , หมอตองแลดู
พิจารณาอายขุ องคนไข แลวจงึ เขา ไปใกลค นไขร บั เยยี วยารักษาหน่งึ , ตะพานท่จี ะขา ม
อันบุคคลเมอ่ื จะข้ึนตอ งแลดพู ิจารณาใหร วู า ตะพานนน้ั ม่นั หรือไมมนั่ เสียกอ นจงึ ขึน้ ขา ม
หนง่ึ , ภิกษุเมอ่ื จะบริโภคโภชนาหารตองปจ จเวกขณพจิ ารณาอนาคตกอนแลว จงึ
บรโิ ภคโภชนะไดห นงึ่ , พระโพธิสตั วท ้งั หลายเม่ือจะหยัง่ ลงสตู ระกูลตองแลดเู ลือก
ตระกลู กอ น วา ตระกูลนน้ั จะเปนตระกูลกษตั ริยหรอื หรอื เปน ตระกูลพราหมณห นงึ่ . สิง่
ท้งั หลายแปดอยา งน้ี สงิ่ ทีย่ งั ไมเคยไปเคยมา บุคคลตอ งแลดพู ิจารณากอนแล."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาปญ หาของพระผูเ ปน เจา นน้ั สมอยา ง
น้ัน, ขาพเจา ยอมรับรองอยางนนั้ ."

๓. อตัตนิปาตนปญ หา ๔๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผูม ีพระภาคเจา แมไ ดท รงภา
สติ พระพทุ ธพจนน ห้ี า มไววา 'ดูกอ นภิกษุทง้ั หลายอนั ภกิ ษุอยา พงึ ทาํ ตนใหต กลง, ถา
ภิกษุรปู ใดทาํ ตนใหตกลง ภกิ ษนุ นั้ อันพระวนิ ยั ธรพงึ ใหท าํ ตามธรรม' ดังน.ี้ ครัน้ มา
ภายหลงั พระผเู ปนเจา กลา วอยูวา 'พระผมู พี ระภาคเจา เมอื่ ทรงแสดงธรรมแกส าวก
ทงั้ หลายในท่ใี ดที่หนึ่ง ยอมทรงแสดงธรรมเพือ่ ความขาดขึ้นพรอ มแหง ชาติ ชรา พยาธิ
มรณะ โดยปรยิ ายมใิ ชอยางเดียว, ก็สัตวผ ใู ดผูห น่งึ กา วลว ง ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ เสีย
ดว ยประการทงั้ ปวง ทรงสรรเสรญิ ผูน้นั ดวยความสรรเสรญิ อยางยง่ิ ดงั น.ี้ พระผูเปนเจา
นาคเสน ถา วา พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั พระพทุ ธบญั ญตั ิหามวา 'ดูกอ นภิกษทุ ง้ั หลาย
อันภกิ ษอุ ยา พงึ กระทาํ ตนใหต กลง, ถาภกิ ษุรูปใดกระทําตนใหตกลง ภกิ ษุรูปนน้ั อนั พระ
วินยั ธรพงึ ใหก ระทาํ ตามธรรม,' ถาอยา งนน้ั คาํ ทว่ี า 'พระผูม พี ระภาคเจา ทรงแสดง
ธรรมเพื่อความขาดขึน้ พรอ มแหง ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ' นนั้ ผดิ . ถา วา พระองคทรง
แสดงธรรมเพอื่ ขาดข้นึ พรอมแหง ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ, ถา อยา งนน้ั คําทีว่ า 'ดูกอน
ภิกษทุ ง้ั หลาย อนั ภิกษุอยา กระทําตนใหต กลง, ถา ภิกษรุ ปู ใดกระทําตนใหต กลง ภิกษุ
รูปนนั้ อนั พระวินัยธรพงึ ใหก ระทาํ ตามธรรม' ดงั นี้ แมน นั้ กผ็ ิด, ปญ หาแมน้สี องเงือ่ น
มาถงึ พระผเู ปน เจา แลว พระผูเปนเจา พงึ ขยายใหแจงชัดเถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมท รงภาสิตซงึ่ พระ
พุทธพจนนหี้ า มไววา 'ดูกอ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย อันภิกษอุ ยา งกระทําตนใหต กลง, ถา ภิกษุ
รปู ใดกระทาํ ตนใหต กลง ภิกษรุ ูปน้นั อนั พระวินยั ธรพงึ ใหก ระทําตามธรรม' ดังนจ้ี รงิ .
และธรรมอันพระผูมีพระภาคเจา เมอ่ื จะทรงแสดงแกสาวกท้งั หลาย ณ ที่ใดทหี่ นงึ่ ทรง
แสดงแลว เพอ่ื ความขาดขนึ้ พรอมแหง ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ โดยปรยิ ายมิใชอ ยาง
เดยี ว. กพ็ ระผมู พี ระภาคเจา ทรงหามแลวดว ย ทรงชักชวนแลวดว ย ดว ยเหตุใด เหตนุ ั้น
ในการแสดงธรรมนนั้ มอี ย.ู

ขอถวายพระพร ภกิ ษผุ มู ีศลี ถงึ พรอมแลว ดวยศีล บริบรู ณดว ยศลี เปน ผเู สมอ
ดวยยาในการที่จะกระทาํ พษิ คอื กเิ ลสของสัตวท งั้ หลายใหพ นิ าศฉบิ หายไป, เปน ผู
เสมอดวยโอสถ ในการเขา ไประงบั พยาธิ คอื กเิ ลสของสัตวทง้ั หลาย, เปนผเู สมอดวย
นาํ้ ในการลา งละอองธุลี คือ กเิ ลสของสตั วท ้ังหลาย, เปน ผูเ สมอดวยแกว มณี ในการให

สมบัตทิ ้งั ปวงแกสัตวทงั้ หลาย, เปนผูเสมอดวยเรือในการไปสฝู ง คือ นพิ พานจากหว ง
ทง้ั ส่ี ของสัตวท ัง้ หลาย, เปนผูเสมอดวยหมูชนพวกขนสนิ คาเปน ไปกับดว ยทรพั ย ใน
การทีไ่ ดขามทางกนั ดาร คอื ชาตขิ องสัตวท งั้ หลาย, เปน ผเู สมอดว ยลมในการที่จะยงั
ความรอนพรอมดว ยไฟสามกอง คือราคะ โทสะ โมหะ ของสตั วท ง้ั หลายใหด ับ, เปนผู
เสมอดวยมหาเมฆ ในการทจี่ ะกระทาํ ใจของสัตวทงั้ หลายใหบริบรู ณ, เปน ผูเสมอดวย
อาจารยใหศ กึ ษาสิง่ เปน กุศลของสัตวทง้ั หลาย, เปน ผเู สมอดว ยบุคคลช้ีทางดใี นการ
บอกทางเกษมแกสตั วทง้ั หลาย. พระผมู พี ระภาคเจาทรงบัญญตั ิสกิ ขาบทวา 'ดูกอน
ภิกษทุ งั้ หลาย อนั ภกิ ษอุ ยา กระทําตนใหตกลง, ถา ภิกษรุ ูปใดกระทําตนใหตกลง ภิกษุ
รูปนั้นอนั พระวนิ ยั ธรพงึ ใหก ระทําตามธรรม' ดงั น้ี ดว ยความไหวตามแกสตั วท งั้ หลายวา
'ภิกษผุ ูม ศี ีล มรี ูปอยา งนี้ มีคณุ มาก มีคณุ มใิ ชอ นั เดียว มีคณุ ไมม ีประมาณ เปน คุณราสี
กองคณุ เปน ผกู ระทําความเจรญิ แกสัตวทงั้ หลายอยา ฉบิ หายเสยี เลย' ดังน.ี้ พระผูมี
พระภาคเจาทรงหา มแลว ดว ยเหตุใด เหตนุ ้เี ปนเหตใุ นเทศนาน.ี้

ขอถวายพระพร แมค ํานี้ พระเถระกุมารกสั สปผูกลา วธรรมวจิ ิตร เมื่อแสดง
ปรโลกแกปายาสริ าชัญญะ ภาสิตแลววา 'ราชญั ญะ สมณะ และพราหมณท ั้งหลาย ผมู ี
ศลี มีธรรมอันงาม ต้ังอยูต ลอดกาลยืดยาวนาน ดว ยประการใด ๆ สมณะและพราหมณ
ทงั้ หลายเหลา น้นั ยอมปฏิบตั เิ พ่อื ประโยชนเกอ้ื กูลแกช นมาก เพ่ือสุขแกช นมาก เพื่อ
ความไหวตามโลก เพื่อประโยชน เพื่อความเก้อื กลู และความสขุ แกเทพดา และมนษุ ย
ทงั้ หลาย ดวยประการนน้ั ๆ, ดังน.ี้ ก็พระผมู พี ระภาคเจา ทรงชกั ชวนสาวกทง้ั หลายดว ย
เหตุไร? พระองคท รงชกั ชวนสาวกท้ังหลาย เพราะวา แมช าติความเกิดเปน ทกุ ข ความ
แกก ็เปน ทกุ ข ความเจ็บกเ็ ปน ทกุ ข ความตายกเ็ ปน ทกุ ข ความโศกกเ็ ปน ทกุ ข ความรา่ํ ไร
ราํ พนั เพอ ดวยวาจาก็เปน ทกุ ข ความลาํ บากกายกเ็ ปน ทกุ ข ความลาํ บากใจก็เปน ทกุ ข
ความคับแคน ก็เปน ทุกข ความประกอบพรอมคอื ประจวบเขา ดว ยสตั วแ ละสงั ขาร
ทัง้ หลาย ไมเปนท่ีรกั ก็เปน ทกุ ข ความประกอบปราศ คอื ความพลดั พรากจากสตั วแ ละ
สังขารทงั้ หลายทีเ่ ปน ท่รี ักเปน ทกุ ข มารดาตายกเ็ ปน ทกุ ข บดิ าตายก็เปน ทกุ ข พช่ี าย
และนอ งชายตายกเ็ ปน ทุกข พี่หญงิ และนอ งหญงิ ตายก็เปน ทกุ ข บุตรตายกเ็ ปน ทกุ ข
ภริยาตายก็เปน ทกุ ข ญาติตายก็เปน ทกุ ข ญาตฉิ ิบหายกเ็ ปนทกุ ข ภัยเกิดแตโ รคกเ็ ปน
ทกุ ข ความฉบิ ฉายแหง โภคะก็เปนทุกข ศลี ฉิบหายเสยี กเ็ ปน ทกุ ข ทฐิ ิฉบิ หายก็เปน ทกุ ข
ภยั เกิดแตพ ระมหากษตั รยิ ก ็เปนทกุ ข ภยั เกดิ แตโ จรกเ็ ปน ทกุ ข ภัยเกิดแตบ คุ คลมีเวรก็
เปนทกุ ข ภัยเกิดแตข าวแพงก็เปนทกุ ข ภยั เกดิ แตไ ฟกเ็ ปน ทกุ ข ภัยเกิดแตน้าํ ก็เปน ทกุ ข
ภัยเกิดแตคลน่ื ก็เปน ทกุ ข ภยั เกิดแตวังวนกเ็ ปน ทุกข ภยั เกดิ แตจ รเขก็เปน ทกุ ข ภยั เกดิ
แตปลายรา ยกเ็ ปนทุกข ภัยเกิดแตติเตยี นตนเองกเ็ ปนทกุ ข ภัยเกดิ แตบ ุคคลอ่นื เขาติ

เตยี นก็เปน ทุกข ภัยเกดิ แตอาชญากเ็ ปน ทกุ ข ภัยเกิดแตค วามคร่นั ครามแตบ รษิ ัทก็เปน
ทกุ ข ภยั เกดิ แตก ารเล้ยี งชีพกเ็ ปนทกุ ข ภยั เกดิ แตม รณะก็เปนทุกข ความตดี ว ยหวายก็
เปนทกุ ข ความตีดวยแสกเ็ ปน ทกุ ข ความตดี ว ยทอ นไมก ิง่ ไมก เ็ ปน ทกุ ข ความตอ งตดั มอื
ก็เปน ทุกข ความตองตัดเทา กเ็ ปน ทกุ ข ความตอ งตัดมอื และเทา ก็เปนทกุ ข ความตดั หูก็
เปน ทกุ ข พิลังคถาลิกะอธบิ ายวา เมือ่ เขาจะกระทาํ กรรมกรณน น้ั เลิกกระบาลศรี ษะขน้ึ
แลว จงึ เอาคมี คีบกอนเหลก็ แดงวางท่ีศรี ษะนนั่ เยือ่ ในสมองเดอื ดข้ึน เพราะเหลก็ แดง
นน้ั กรรมกรณช อ่ื พลิ งั คถาลกิ ะนก้ี เ็ ปน ทกุ ข กรรมกรณชือ่ สงั ขมณุ ฑกิ ะ อธบิ ายวา เมอ่ื
เขาจะทาํ กรรมกรณนัน้ ถลกหนงั ดว ยอนั เชอื ดหมวกแหงหูทงั้ สองขางและกา นแหง คอ
กระทาํ ผมทงั้ หลายทง้ั ปวงใหเปน ขอดแหง เดยี วกนั พันดว ยทอนไม หนงั กบั ผมเลกิ ข้ัน
ดวยกนั แตน นั้ เขาครูสีกะโหลกศีรษะดวยกรวดหยาบทง้ั หลายลา งกระทําใหมสี ีเหมือน
สแี หงสงั ข กรรมกรณช ่อื สงั ขมุณฑกิ ะนี้ก็เปน ทกุ ข กรรมกรณช ่ือราหุมขุ ะอธิบายวา เมอ่ื
เขาจะทาํ กรรมกรณน น้ั เปด ปากดวยขอเหล็ก ใหประทปี โพลงในภายในปาก หรือเอา
สิว่ เจาะปากตง้ั แตหมวกแหง หูทงั้ หลาย โลหติ ไหลเตม็ ปาก กรรมกรณช อื่ ราหมุ ขุ ะน้กี ็
เปนทกุ ข กรรมกรณช ่อื โชติมาลิกะ อธบิ ายวา คนผทู ํากรรมกรณทงั้ หลาย เขาพนั สรีระ
ท้ังสนิ้ ดวยผา ชบุ นา้ํ มนั แลว จดุ ไฟ กรรมกรณช ือ่ โชติมาลิกะนกี้ ็เปน ทกุ ข กรรมกรณช ่ือ
หตั ถปชโชตกิ ะ อธบิ ายวา ชนผูก ระทํากรรมกรณทั้งหลายเขาพนั มือท้ังหลายดว ยผา ชบุ
น้ํามนั แลว ตามไฟใหโ พลง ราวกะประทีป กรรมกรณเชน น้กี ็เปน ทกุ ข กรรมกรณช ื่อเอ
รกวฏั ฏิกะ อธบิ ายวา เมื่อเขาจะกระทํากรรมกรณนัน้ เชอื ดอวยั วะใหเ นอ่ื งดว ยหนงั
ตั้งแตภ ายใตค อจนถงึ ขอ เทา ท้ังหลาย เอาเชือกทงั้ หลายผูกโจรนนั้ ฉดุ ไป โจรนนั้ เหยยี บ
เชือกทง้ั หลายทีเ่ นื่องดว ยหนงั ของตนลม ลง กรรมกรณเ ชน นกี้ เ็ ปนทุกข กรรมกรณช ่ือจี
รกวาสกิ ะ อธบิ ายวา เมอ่ื เขาจะทาํ กรรมกรณน ้นั เชอื ดอวยั วะใหเนอ่ื งดว ยหนงั อยางนัน้
หยดุ อยูเพียงเอว เชอื ดตง้ั แตเพยี งเอวหยดุ อยเู พียงขอเทาทั้งหลาย สรรี ะภายใตแตสรรี ะ
เบอ้ื งบนเหมอื นนงุ ผากรอง กรรมกรณเ ชนนี้กเ็ ปน ทกุ ข กรรมกรณช อ่ื เอเณยยกะ อธบิ าย
วา เม่ือเขาจะกระทาํ กรรมกรณน ั้น วางหว งเหลก็ ทง้ั หลายท่ีขอศอกและเขา ทงั้ สองแลว
ตอกเหลาเหลก็ ทง้ั หลายลง โจรน้นั อาศัยตงั้ อยทู พ่ี นื้ โดยเหลาเหลก็ ทั้งหลายส่ี บุรุษ
ทงั้ หลายผทู าํ กรรมกรณจดุ ไฟลอมรอบโจรน้นั กรรมกรณเ ชนนก้ี ็เปน ทกุ ข กรรมกรณชอ่ื
พลสิ มงั สกิ ะ อธบิ ายวา ผทู าํ กรรมกรณท ั้งหลาย ประหารปากดว ยเบด็ ทง้ั หลายมปี าก
สองขาง ถลกหนงั และเนอ้ื และเอ็นขนึ้ เสยี กรรมกรณเชนนี้กเ็ ปน ทกุ ข กรรมกรณชอื่ ก
หาปณกะ อธบิ ายวา ผทู าํ กรรมกรณท ง้ั หลาย ทําสรรี ะทง้ั สนิ้ ใหต กไปประมาณเทา
กหาปณะหนึ่ง ๆ ดวยพรา ท้ังหลายอนั คม ตงั้ แตเอว กรรมกรณเ ชนน้กี เ็ ปนทกุ ข
กรรมกรณชอื่ ขาราปฏิจฉกะ อธบิ ายวา ผูก ระทํากรรมกรณทั้งหลาย ประการสรรี ะในท่ี

นนั้ ๆ ดว ยอาวธุ ทงั้ หลาย และครสู ีนํ้าแสบ ดวยหญาทง้ั หลาย หนังและเนือ้ และเอน็
ทง้ั หลายลอ นไป แลว ยงั เหลอื อยแู ตรางกระดกู เทา นน้ั กรรมกรณเชน นก้ี เ็ ปนทุกข
กรรมกรณช ่อื วาปลฆิ ปรวิ ตั ตกิ ะอธบิ ายวา ผูก ระทาํ กรรมกรณท ้งั หลายนน้ั ใหโ จรนนั้
นอนลงโดยขา ง ๆ หนงึ่ แลว ตอกเหลาเหลก็ ลงทช่ี อ งแหง หู ทาํ โจรนน้ั ใหเ นอื่ งเปน อัน
เดียวกนั ดว ยแผน ดนิ ภายหลังจบั โจรนน้ั ทเี่ ทา ชกั หมุนไป กรรมกรณเ ชน นก้ี ็เปนทุกข
กรรมกรณชอ่ื ปลาลปฐกะ อธบิ ายวา ผูกระทาํ กรรมกรณผูฉลาดไมลอกผิวหนงั แลว
ทาํ ลายกระดูกทง้ั หลายดว ยลกู หนิ บดทง้ั หลาย จบั ท่ีผมทง้ั หลายยกขน้ึ ยงั มีแตก องเนือ้
เทา นนั้ ภายหลังจงึ รงึ รัดกองเนอื้ นน้ั ดว ยผมทั้งหลายนนั่ เดียว จับพนั ผกู ทําใหเ หมือน
เกลียวแหง ฟาง กรรมกรณเชน นก้ี ็เปน ทุกข ความรดดวยนาํ้ มนั อนั รอ นกเ็ ปนทกุ ข ความ
ใหสุนขั ทงั้ หลายกดั ก็เปน ทกุ ข ความตอ งยกขึ้นสเู หลาทงั้ เปน กเ็ ปน ทกุ ข ตอ งตัดศีรษะก็
เปนทกุ ข สัตวผ ไู ปแลวในสงสารยอมเสวยทุกขทง้ั หลายมากอยา งมิใชอ ยา งเดยี ว เหน็
ปานฉะน้ี ๆ. นา้ํ เชี่ยวทีภ่ เู ขาชอ่ื หิมวนั ต ยอมทวมทบั หนิ และกรวดและทรายและแรแ ละ
รากไมก ง่ิ ไมท ง้ั หลายในแมน ้าํ ช่อื คงคา ฉนั ใด, สตั วไปแลว ในสงสาร ยอ มเสวยทกุ ข
ทง้ั หลายมากอยางมิใชอยา งเดยี ว ฉนั นน้ั เทยี วแล. ขนั ธปญ จกเปน ไปแลว เปน ทุกข,
ความไมม ขี นั ธปญจกเปนไปแลวเปน สุข, พระผูม ีพระภาคเจา เม่ือทรงแสดงคุณแหง
ความไมมีขนั ธปญ จกเปน ไปดว ยภัยในขันธปญ จกเปน ไปแลวดว ย จงึ ทรงชักชวนสาวก
ทงั้ หลาย เพอื่ กระทําใหแจงช่ือพระนพิ พานเพอ่ื ความกา วลวง ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ
เสยี ดว ยประการทงั้ ปวง. พระผูม ีพระภาคเจาทรงชักชวนสาวกทงั้ หลายเพอ่ื กระทาํ ให
แจงซึ่งพระนพิ พานดว ยเหตใุ ด ทุกขต าง ๆ นเี้ ปน เหตนุ ้ันในการชกั ชวนน.ี้ "

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ปญ หาพระผูเปน เจา คล่ีคลายขยายดีแลว เหตุ
พระผเู ปน เจา กลาวดแี ลว ขอ วิสชั นาปญ หานนั้ สมอยา งนนั้ , ขาพเจา ยอมรับรองอยา ง
นั้น."

๔. เมตตานิสงั สปญหา ๔๓

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผมู พี ระภาคเจา แมท รงภาสติ
พระพทุ ธพจนน ้ีวา 'ดูกอ นภิกษทุ ง้ั หลาย เมตตาทเี่ ปน เจโตวมิ ุตติ บรรลไุ ดถ งึ ฌาน อนั
บคุ คลเสพย่ิงแลว ใหเจริญแลว ใหเ จรญิ แลว กระทาํ ใหม ากแลว กระทาํ ใหเ ปน ดงั ยาน
แลว กระทาํ ใหเปนวตั ถแุ ลว ตั้งขึ้นเนอื ง ๆ แลว สง่ั สมแลว ปรารภพรอมดีแลว อานสิ งส
ท้ังหลายสบิ เอด็ ประการ ใหบ ุคคลผนู ัน้ หวงั เถดิ คอื ถงึ จะไมปรารถนากพ็ ึงมีเปน แน
อานิสงสส ิบเอด็ ประการเปน ไฉน: บคุ คลบรรลุเมตตาเจโตวิมุตตินน้ั ยอมหลบั เปน สขุ

หนง่ึ ยอ มกลับตน่ื เปนสขุ หนงึ่ ยอ มไมเหน็ สุบินอันลามกหนงึ่ ยอมเปน ท่ีรกั ของมนษุ ย
ท้ังหลายหนง่ึ ยอมเปนทร่ี กั ของอมนษุ ยท ้งั หลายหนึง่ เทพดายอ มรกั ษาบุคคลผเู จรญิ
เมตตานน้ั ไวหนง่ึ เพลงิ หรือพิษ หรือศสั ตรายอมไมกา วลง คอื ไมตกลงในกายของ
บคุ คลผูเ จริญเมตตานนั้ ไดห นง่ึ จิตของบคุ คลผเู จริญเมตตาน้ัน ยอมตงั้ มั่นเร็วหนง่ึ
พรรณสแี หงหนา ของบคุ คลผเู จรญิ เมตตานนั้ ยอ มผอ งใสหนงึ่ บคุ คลผูเจริญเมตตานั้น
เม่อื จะกระทํากาลกริ ยิ าตาย ยอมเปน คนไมห ลงกระทาํ กาลกิริยาหน่ึง เม่ือไมแ ทงตลอด
คือ ไมตรสั รูธ รรมย่งิ ข้ึนไปกวา ฌานทปี่ ระกอบดว ยเมตตานั้น ยอ มจะเปน ผูเขา ถงึ พรหม
โลกหนึ่ง' ดงั น.้ี ภายหลงั พระผเู ปนเจา กลาวอยูว า 'สามะกมุ ารเปน ผูมีเมตตาเปน ธรรม
เครอ่ื งอยู อันหมแู หง เนอื้ แวดวงเปน บริวารเทยี่ วอยูในปา อนั พระมหากษตั รยิ ทรงพระ
นามวา กปล ยกั ษ ยงิ แลวดว ยลกู ศรดม่ื ยาพิษ สลบแลว ลมลมในท่นี นั้ น่นั เทยี ว' ดังน.ี้
พระผเู ปนเจา นาคเสนถา วาพระผมู พี ระภาคเจา ตรัสแลววา 'ดูกอนภกิ ษุทงั้ หลาย
เมตตาเปนเจโตวมิ ุตติ ฯลฯ บุคคลผเู จริญเมตตานนั้ เม่อื ไมตรัสรธู รรมยิ่งกวา เมตตา
ฌานนั้น จะเปน ผเู ขาถงึ พรหมโลก' ดงั น.ี้ ถา อยา งนน้ั คาํ ทวี่ า 'สามะกมุ ารเปนผมู ี
เมตตาเปน ธรรมเครอ่ื งอยู อนั หมูแหง เนื้อแวดวงเปนบรวิ ารเทยี่ วอยูใ นปา อนั พระเจา
กปล ยกั ษย งิ แลวดวยลูกศรด่มื ยาพษิ สลบแลว ลม ลงในทนี่ นั้ นั่นเทยี ว' ดงั น้ี นน้ั เปนผดิ .
ถา วา สามะกมุ ารมเี มตตาเปนธรรมเครื่องอยู อนั หมแู หง เนือ้ แวดวงเปน บริวารเท่ียวอยู
ในปา อนั พระเจากปลยกั ษย งิ แลวดวยลกู ศรดม่ื ยาพษิ สลบลม ลงแลว ในที่นน้ั นนั่ เทยี ว,
ถา อยา งน้นั คาํ ท่ีวา 'ดกู อนภิกษทุ งั้ หลาย เมตตาท่ีเปน เจโตวิมุตติ อันบคุ คลเสพย่งิ แลว
ฯลฯ อานสิ งสท ั้งหลายสบิ เอด็ ประการ อันบคุ คลพงึ หวงั เถดิ , อานิสงสส ิบเอ็ดประการ
เปนไฉน: บุคลผูเจริญเมตตาแลว ยอ มหลบั เปนสขุ หนง่ึ ยอ มกลับตื่นเปน สขุ หนง่ึ ยอ ม
ไมเ หน็ สบุ นิ อนั ลามกหนึง่ ยอ มเปนทร่ี ักของมนษุ ยท ั้งหลายหนงึ่ ยอ มเปนทีร่ ักของ
อมนุษยท งั้ หลายหนงึ่ เทพดายอมรกั ษาบคุ คลผเู จรญิ เมตตานนั้ ไวหน่งึ เพลงิ หรือพษิ
หรือศัสตรายอ มไมกาวลง คอื ไมต กลงในกายของบคุ คลผูเจริญเมตตานนั้ ไดหนงึ่ ' ฯลฯ
ดังนี้ แมนน้ั ก็ผดิ . ปญหาแมน ีส้ องเง่ือน ละเอยี ด สขุ มุ ลกึ ซ้งึ จะพงึ ปลอยเหง่อื ในตัวของ
มนุษยท ง้ั หลายผูฉลาดดใี หอ อกบาง, ปญหานน้ั มาถงึ พระผูเปนเจา แลว พระผูเปนเจา
จงสางปญ หานนั้ อนั ยงุ เหยงิ ดวยชฏั ใหญ จงใหจกั ษุเพอื่ จะขยายแกช นิ โอรสทงั้ หลาย."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา แมไดทรงภาสิตพระ
พทุ ธพจนน วี้ า 'ดูกอนภกิ ษทุ งั้ หลาย เมตตาทีเ่ ปน เจโตวมิ ุตติอันบคุ คลเสพยง่ิ แลว ให
เจรญิ แลว กระทําใหมากแลว ฯลฯ ปรารภพรอมดแี ลว อานสิ งสท ง้ั หลายสิบเอ็ดประการ
อนั บุคคลนน้ั หวังเถดิ คือ ถงึ ไมปรารถนากจ็ ะพงึ มเี ปน แน, อานสิ งสส บิ เอด็ ประการนน้ั
เปน ไฉน: บคุ คลเจริญเมตตาแลว ยอ มหลับเปน สขุ หนงึ่ ยอ มกลบั ตืน่ เปน สุขหน่ึง ยอ ม

ไมเ ห็นสุบนิ อนั ลามกหน่งึ ยอ มเปน ท่ีรกั ของมนษุ ยท ั้งหลายหนง่ึ ยอ มเปน ทีร่ ักของ
อมนษุ ยท ง้ั หลายหนงึ่ เทพดายอ มรกั ษาบคุ คลผเู จริญเมตตานัน้ ไวห นึ่ง เพลงิ หรือพษิ
หรือศสั ตรา ยอ มไมก าวลง คือ ไมตกในกายของบคุ คลผเู จริญเมตตาน้นั ไดห นึง่ ' ดงั น.้ี
อนงึ่ สามะกุมารเปน ผมู ีเมตตาเปนธรรมเครอื่ งอยู อันหมูแ หง เนอื้ แวดวงเปน บริวาร
เท่ียวอยใู นปา อันพระเจา
กปลยกั ษ ยงิ แลว ดว ยลูกศรดมื่ ยาพษิ สลบแลว ลม ลงแลว ในท่นี นั้ นน่ั เทยี ว. กเ็ หตุในขอ
น้ันมอี ย,ู เหตุในขอ นนั้ อยางไร? เหตใุ นขอ นน้ั คือ คณุ ท้งั หลายนน้ั ไมใชค ณุ ของบคุ คล
คุณท้ังหลายนน้ั เปนคณุ ของเมตตาภาวนา ความใหเ มตตาเจริญ. สามะกมุ ารแบกหมอ
นา้ํ ไปในขณะนัน้ เปน ผปู ระมาทแลว ในเมตตาภาวนา. บุคคลเปน ผูเขา ถงึ พรอมเมตตา
แลวในขณะใด เพลิง หรือพษิ หรือศสั ตรายอมไมก า วลง คือ ไมตกลงในกายของบคุ คล
นั้นได ในขณะน้นั . บคุ คลทัง้ หลายเหลา ใดเหลาหนง่ึ เปน ผูใครค วามฉิบหาย ไมใ ช
ประโยชนเ ก้อื กูลแกบ ุคคลผูเจรญิ เมตตานนั้ ครัน้ เขา ไปใกลแลว ยอ มไมเหน็ บคุ คลผู
เจรญิ เมตตานน้ั ยอมไมไ ดโ อกาสในบคุ คลผเู จริญเมตตานน้ั . คุณทั้งหลายเหลา นัน้
ไมใชคณุ ของบคุ คลทั้งหลายนน้ั เปน คุณของเมตตาภาวนา.

ขอถวายพระพร ในโลกน้ี บรุ ษุ เปน ผกู ลา ตอ สงคราม สอดสวมเกราะและราง
ขา ยอนั ขา ศึกทาํ ลายไมได แลวลงสสู งคราม, ลูกศรท้งั หลายอนั ขาศกึ ยงิ ไปแลว แกบ รุ ุษ
นน้ั ครั้นเขาไปใกลแ ลว ตกเรีย่ รายไป, ยอ มไมไดโ อกาสในบุรษุ นน้ั ; คุณนน้ั ไมใชคณุ ของ
บุรษุ ผกู ลาตอสงคราม คุณนนั้ เปน คุณของเกราะและรางขา ย อนั ลกู ศรพึงทาํ ลายไมไ ด
ฉนั ใด; คณุ ทง้ั หลายนนั้ ไมใชค ุณของบคุ คล คุณท้ังหลายนนั้ เปน คุณของเมตตาภาวนา;
บุคคลเปนผูถงึ พรอมเมตตาภาวนาแลว ในขณะใด ไฟหรอื ยาพิษ หรอื ศสั ตรา ยอ มไม
กาวลง คอื ไมต กตองในกายของบุคคลนัน้ ในขณะนนั้ , บคุ คลทง้ั หลายเหลาใดเหลา
หนงึ่ ใครความฉบิ หายไมใ ชป ระโยชนเกือ้ กลู แกบคุ คลนน้ั ครน้ั เขาไปใกลแลว ไมเหน็
บุคคลนนั้ ไมไดโอกาสในบุคคลนั้น; คุณท้ังหลายนน้ั ไมใ ชคณุ ของบุคคล คุณทั้งหลาย
นนั้ เปน คณุ ของเมตตาภาวนา ฉนั นั้นแทแล.

อกี ประการหนงึ่ ในโลกนีบ้ ุรษุ พงึ ทาํ รากไมเ ครือ่ งหายตัวดังทิพยไ วในมอื , ราก
ไมน นั้ เปน ของต้งั อยูในมอื ของบุรุษนนั้ เพียงใด มนุษยโดยปกติใคร ๆ คนอ่ืน ยอมไมเ ห็น
บุรษุ นนั้ เพยี งน้ัน, ขณะทีไ่ มเ ห็นนนั้ ไมใ ชค ุณของบุรษุ เปนคุณของรากไมเคร่ืองหายตวั ,
บรุ ุษทม่ี ีรากไมใ นมือนนั้ ยอมไมปรากฏในคลองแหงจกั ษขุ องมนษุ ยโดยปกตทิ ง้ั หลาย
ดว ยรากไมไรเลา ฉนั ใด; คณุ ทั้งหลายนนั้ ไมใ ชคุณของบุคคลคุณทั้งหลายนนั้ เปน คณุ
ของเมตตาภาวนา ความใหเมตตาเจริญ; บคุ คลเปน ผูเขาถึงพรอ มเมตตาฌานในขณะ
ใด เพลิง หรือยาพษิ หรอื ศัสตราวธุ ยอมไมต กลงดว ยกายของบคุ คลนัน้ ไดใ นขณะนนั้ ,

บุคคลทั้งหลายเหลา ใดเหลา หน่ึง เปน ผใู ครซ่งึ ความฉบิ หายแกบคุ คลน้ัน เขาไปใกลแ ลว
ยอมไมเหน็ บคุ คลน้นั ยอ มไมไดโ อกาสในบุคคลนั้น; คณุ ทัง้ หลายเหลา นนั้ ไมใ ชค ณุ
ของบุคคล คณุ ท้งั หลายเหลานนั้ เปน คณุ ของเมตตาภาวนา ฉนั นนั้ น่ันเทียวแล ขอ
ถวายพระพร.

อกี นยั หนง่ึ มหาเมฆใหญย งั ฝนใหต กพราํ ยอ มไมอ าจเพือ่ จะยงั บุรุษผูเ ขาไปสูท ี่
เปน ทเ่ี รน ใหญ อนั บุคคลกระทาํ ดแี ลว ใหชมุ ได, ความไมช ุม นนั้ ไมใชคณุ ของบรุ ษุ ,
มหาเมฆใหญก ระทาํ ฝนใหต กพราํ กระทาํ บรุ ษุ นน้ั ใหชมุ ไมไ ด ดว ยทเี่ ปน ท่เี รน ใหญใด
ความไมช มุ นนั้ เปน คณุ ของที่เปนท่ีเรน ใหญน ้ัน ฉันใด; คณุ ทั้งหลายนนั้ ไมใ ชค ณุ ของ
บุคคล คณุ ทงั้ หลายนน้ั เปน คุณของเมตตาภาวนา, บุคคลเปนผเู ขาถงึ พรอมเมตตา
ฌาน ในขณะใด เพลิงหรือยาพษิ หรือศัสตราวธุ ยอ มไมต กตอ งกายของบคุ คลน้นั ได
ในขณะนน้ั , บุคคลทัง้ หลายเหลาใดเหลาหน่ึง ใครค วามฉิบหายแกบคุ คลนน้ั ครนั้ เขา
ไปใกลแ ลว ยอ มไมเหน็ บคุ คลนนั้ ยอ มไมอ าจเพ่ือจะกระทําสง่ิ ท่ไี มเกอื้ กูลแกบุคคลนนั้ .
คุณทง้ั หลายเหลานี้ ไมใ ชค ณุ ของบุคคล คณุ ท้งั หลายเหลา น้ี เปน คณุ ของเมตตาภาวนา
ความใหเ มตตาเจริญ ฉนั นน้ั นั่นเทียวแล."

ร. "นา อัศจรรย พระผูเปน เจา นาคเสน นา พศิ วง พระผูเปน เจา นาคเสน, เมตตา
ภาวนาเปน เครอื่ งหามบาปท้งั ปวงเสยี ได."

ถ. "ขอถวายพระพร เมตตาภาวนานาํ กุศลและคณุ ทัง้ ปวงมาแกบคุ คลท้งั หลาย
ผูเกอ้ื กูลบา ง แกบ ุคคลทัง้ หลายผูไมเก้อื กลู บาง. สัตวท ง้ั หลายเหลา ใดนนั้ ที่เน่ืองดว ย
วญิ ญาณ เมตตาภาวนามอี านสิ งสใ หญแ กส ัตวทง้ั หลายเหลา นนั้ ทง้ั ปวง จึงควรจะสอ ง
เสพไวในใจ สนิ้ กาลเปน นริ ันดรแล."

๕. กสุ ลากุสลสมสมปญ หา ๔๔

พระราชาตรสั ถามวา "วบิ ากของบคุ คลกระทาํ กุศลบา ง ของบคุ คลกระทาํ
อกศุ ลบาง เสมอ ๆ กนั หรอื วา บางสง่ิ เปน ของแปลกกนั ".

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร วิบากของกุศลกด็ ี ของอกุศลก็ดี มีแปลกกนั
, กศุ ลมวี ิบากเปนสขุ ยงั ความเกิดในสวรรคใ หเปนไปพรอ ม อกุศลมวี บิ ากเปน ทกุ ข ยงั
ความเกิดในนรกใหเ ปนไปพรอ ม."

ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน พระผเู ปนเจา กลา วอยวู า 'พระเทวทตั ดําโดยสวน
เดียว มาตามพรอ มแลวดว ยธรรมทง้ั หลายดาํ โดยสว นเดียว, พระโพธสิ ตั วข าวโดยสว น
เดยี ว มาตามพรอมแลวดว ยธรรมทงั้ หลายขาวโดยสว นเดยี ว, ก็พระเทวทตั เสมอกนั

ดวยพระโพธิสตั ว โดยยศดว ย โดยฝก ฝายดว ย ในภพ ๆ บางทีก็เปน ผูยง่ิ กวา บาง. ใน
กาลใด พระเทวทตั เปน บตุ รของปุโรหิต ของพระเจา พรหมทตั ในเมอื งพาราณส,ี ในกาล
นนั้ พระโพธิสตั วเปนคนจณั ฑาล ทรงวทิ ยา รา ยวทิ ยายังผลมะมวงใหเ กดิ ข้นึ แลว ใน
สมยั มใิ ชกาล; พระโพธิสัตวเลวกวา พระเทวทตั โดยชาตแิ ละยศกอ นในภพน.ี้

คาํ ท่ีจะพึงกลา วยงั มีอกี : พระเทวทัตเปน พระราชาเจา แหง ปฐพีใหญ เปน ผู
พรอมเพรียงดว ยกามทั้งหลาย ในกาลใด, ในกาลนนั้ พระโพธิสัตวเปน คชสาร เคร่ือง
อปุ โภคของพระมหากษตั รยิ น ้นั เปน ผูถึงพรอ มดว ยลกั ษณะทงั้ ปวง เมอื่ ไมอดทนความ
เย้ืองกรายโดยคติของพระเทวทตั นนั้ พระราชาปรารถนาจะฆา ไดตรัสแลว กะนาย
หตั ถาจารยอยา งนวี้ า 'ดกู อ นอาจารย คชสารของทา นไมช ํานาญ ทา นจงกระทาํ เหตชุ ่อื
อากาสคมนะแกคชสารน้ัน;' แมใ นชาตนิ นั้ พระโพธิสัตวย ังเลวกวา พระเทวทัต โดยชาติ
เปนดริ จั ฉานเลวกอน.

คาํ ท่ีจะพงึ กลา วยงั มีอีก: พระเทวทัตเปน มนุษยเ ทย่ี วไปในปา ในกาลใด, ในกาล
นนั้ พระโพธสิ ตั วเปน วานรชอื่ มหากะบ;่ี แมในภพนี้ ยงั มวี เิ ศษแหง มนษุ ยแ ละดิรจั ฉาน
ปรากฏอย,ู พระโพธสิ ตั วเ ลวกวา พระเทวทตั โดยชาต.ิ

คาํ ทจ่ี ะพึงกลา วยงั มีอีก: พระเทวทัตเปน มนุษย เปน เนสาทชื่อโสณุตตระ มี
กาํ ลงั กวา มกี าํ ลงั เทาชา ง ณ กาลใด, ในกาลนน้ั พระโพธิสัตวเปน พญาชา งชอ่ื ฉทั ทนั ต,
พรานนน้ั ฆาคชสารนน้ั ; แมใ นภพนนั้ พระเทวทตั ยังเปน ผยู ิ่งกวา.

อกี ชาตหิ นง่ึ พระเทวทตั เปนมนุษย เปน พรานเท่ยี วไปในปา ไมอยูเปน ตําแหนง
ณ กาลใด, ในกาลนนั้ พระโพธิสตั วเปน นกกระทาผเู พง ซึ่งมนต, พรานเทย่ี วไปในไพรน้ัน
ฆานกกระทาน้ันเสยี ในกาลแมน น้ั ; แมใ นภพนน้ั พระเทวทตั ดีกวา โดยชาตบิ า ง.

อกี ชาติหนงึ่ พระเทวทตั เปน พระเจากรงุ กาสี ทรงพระนามวา กลาปุ ในกาลใด,
ในกาลนนั้ พระโพธสิ ัตวเนดาบสชอื่ ขนั ตวิ าท,ี พระมหากษัตรยิ น น้ั กรว้ิ แลว แกด าบสนน้ั
ยังราชบุรษุ ใหต ัดมอื และเทา ท้งั หลายของดาบสนนั้ เสียดงั หลอแหงไมไผ; แมในชาตนิ น้ั
พระเทวทตั ผูเดยี วยงั ภมู ยิ ่งิ กวา โดยชาตดิ ว ย โดยยศดวย.

อกี ชาติหนึ่ง พระเทวทตั เปน มนุษยเ ทย่ี วไปในปา ณ กาลใด, ในกาลนัน้ พระโพ
ติสัตวเ ปน วานรใหญชอ่ื นนั ทิยะ, แมใ นกาลน้นั พรานเทย่ี วไปในปา นนั้ ฆาวานรินทรน ้นั
เสยี กบทง้ั มารดาและนอ งชาย; แมใ นภพนน้ั พระเทวทตั ผเู ดียวเปน ผยู ิ่งกวาโดยชาติ.

อีกชาตหิ น่ึง พระเทวทตั เปน มนุษย เปน อเจลก ชอ่ื การัมพิยะในกาลใด, ใน
กาลนน้ั พระโพธสิ ัตวเ ปน นาคราชาช่อื ปณ ฑรกะ; แมในภพนนั้ พระเทวทัตผเู ดยี วเปน ผู
ย่งิ กวา โดยชาต.ิ

อีกชาตหิ นง่ึ พระเทวทตั เปนมนุษยชฏิลกะในปาใหญ ณ กาลใด, ในกาลนัน้
พระโพธิสัตวเ ปน สุกรใหญช อ่ื ตัจฉกะ; แมในภพนน้ั พระเทวทตั ผูเดยี วยง่ิ กวา โดยชาต.ิ

อกี ชาติหน่งึ พระเทวทตั ไดเ ปน พระราชาชือ่ สรุ ปริจโร ในชนบทช่ือเจดยี 
ท้งั หลาย เปน ผูไปในอากาศไดป ระมาณชว่ั บรุ ษุ หนึ่งในเบ้อื งบน ในกาลใด, ในกาลนนั้
พระโพธิสัตวเ ปน พราหมณช ่ือกปล ะ; แมใ นภพนนั้ พระเทวทัตทีเดียวเปน ผูยงิ่ กวา ทงั้
ชาติทงั้ ยศ.

อีกชาตหิ นง่ึ พระเทวทัตเปนมนษุ ยช ือ่ สามะ ในกาลใด, ในกาลนน้ั พระ
โพธสิ ัตวเปน พญาเนอ้ื ช่ือรุร;ุ แมในภพนนั้ พระเทวทัตทเี ดยี วย่ิงกวา โดยชาต.ิ

อีกชาติหน่งึ พระเทวทตั เปนมนษุ ย เปน พรานเที่ยวไปในปา ในกาลใด, ในกาล
นนั้ พระโพธสิ ตั วเปน ชา งใหญ พรานนนั้ ตดั งาทง้ั หลายของชา งใหญน น้ั เสียเจ็ดครั้ง
นาํ ไป; แมใ นภพนน้ั พระเทวทัตทีเดียวเปน ผูยิง่ กวา โดยกาํ เนดิ .

อกี ชาตหิ นงึ่ พระเทวทตั เปนสิคาลขตั ตยิ ธรรม, ประเทศราชทงั้ หลายในชมพู
ทวีปโดยที่มปี ระมาณเทา ใด พระยาสคิ าละน้นั ไดก ระทาํ แลวซ่งึ พระราชาทงั้ หลาย
เหลา น้ันทงั้ ปวง ใหเ ปนผูอ นั ตนใชสอยเนอื ง ๆ แลว ณ กาลใด, ในกาลน้นั พระโพธสิ ตั ว
เปน บณั ฑิตชอ่ื วิธรู ะ; แมใ นภพนน้ั พระเทวทตั ทเี ดียวเปน ผยู ่ิงกวา โดยยศ

อกี ชาตหิ นงึ่ พระเทวทตั เปน ชาง ฆาเสยี ซึง่ ลกู นกทั้งหลายแหงแมน กชอ่ื ละตุกิ
กา (นกไสร) ในกาลใด, ในกาลนนั้ แมพ ระโพธิสตั วไ ดเปน ชาง เปน เจา แหงฝงู ; แมใ นภพ
นนั้ ชนทง้ั สองเหลานน้ั ไดเปน ผเู สมอ ๆ กนั .

อกี ชาติหนึ่ง พระเทวทัตเปนยักษช ่อื อธรรม ในกาลใด, ในกาลนนั้ แมพ ระ
โพธิสัตวเปนยกั ษชื่อสุธรรม; แมในภพนน้ั ชนทง้ั สองนน้ั เสมอกนั .

อกี ชาตหิ นงึ่ พระเทวทตั เปน นายเรอื เปน ใหญกวา ตระกลู หารอย ในกาลใด, ใน
กาลนน้ั แมพ ระโพธสิ ตั วเ ปนนายเรือ เปน ใหญก วา ตระกลู หา รอ ย; แมใ นภพนนั้ ชนแม
ท้ังสองเปนผเู สมอ ๆ กนั บา ง.

อีกชาติหนึง่ พระเทวทัตเปนพอคา เกวียน เปน ใหญแ หง เกวียนทง้ั หลายหารอย
ในกาลใด, ในกาลนน้ั แมพระโพธสิ ัตวก ็เปน พอ คา เกวยี น เปนใหญแหง เกวยี นหา รอ ย;
แมใ นภพนน้ั ชนทง้ั สองเปนผูเ สมอ ๆ กนั .

อกี ชาติหนึ่ง พระเทวทัตเปนพญาเน้ือช่ือ สาขะ ณ กาลใด, ในกาลนน้ั แมพระ
โพธิสตั วเ ปน พญาเน้ือชื่อนิโครธ; แมใ นภพนนั้ ชนท้ังสองนน้ั เปน ผเู สมอ ๆ กนั .

อีกชาติหนงึ่ พระเทวทตั เปนเสนาบดชี ่อื สาขะ ณ กาลใด; พระโพธสิ ตั วเ ปน
พระราชาชอื่ นโิ ครธ ในกาลนนั้ ; แมในภพนน้ั ชนแมทง้ั สองเหลา นน้ั เปน ผเู สมอ ๆ กนั .

อีกชาตหิ นึ่ง พระเทวทตั เปน พราหมณช ่ือกณั ฑหาละ ณ กาลใด, ในกาลนน้ั
พระโพธิสตั วเ ปน ราชกมุ ารทรงพระนามวาจนั ทะ; พราหมณช ือ่ กัณฑหาละนนี้ ่นั เทยี ว
เปน ผยู งิ่ กวา ในภพนน้ั .

อีกชาติหน่งึ พระเทวทตั เปน พระราชาช่ือพรหมทตั ณ กาลใด, ณ กาลนนั้ พระ
โพธสิ ตั วเ ปน บตุ รของพระเทวทัตนนั้ เปน ราชกุมารชื่อมหาปทมุ ะ พระราชานนั้ ใหร าช
บรุ ษุ ท้งิ ซง่ึ บุตรของตนในเหว ณ กาลน้นั ; บดิ าแหละเปน ผยู ง่ิ กวา เปนผวู เิ ศษกวา โดย
ชาติใดชาตหิ น่ึง; แมใ นชาตนิ ้ัน พระเทวทตั ทเี ดยี วเปน ผยู ่ิงกวา.

อีกชาตหิ นงึ่ พระเทวทัตเปน พระราชาช่ือมหาปตาปะ ในกาลใด, ในกาลน้นั
พระโพธิสตั วเปน กุมารชอ่ื ธรรมปาละ เปน บตุ รของพระราชาชอ่ื มหาปตาปะนนั้
พระราชานนั้ ใหร าชบุรุษตดั มอื และเทาทงั้ หลายและศรี ษะของบุตรของตนเสีย ในกาล
นั้น; แมใ นภพนน้ั พระเทวทตั ทเี ดียวเปน ผยู ง่ิ กวา.

แมช นทงั้ สองเกดิ ในศากยตระกูล แมในกาลน้ีในวันน,ี้ พระโพธิสตั วจะไดเปน
พระสัพพญั พู ทุ ธเจาโลกนายก, พระเทวทัตจะไดบวชแลว ในศาสนาของพระพุทธเจา
ผเู ปนเทพดาลว งเทพดานน้ั กระทําฤทธใ์ิ หเ กดิ แลว ไดก ระทําแลว ซงึ่ อาลยั ของ
พระพทุ ธเจา . พระผเู ปนเจา นาคเสน คาํ ใดท่ขี า พเจา กลา วแลว คาํ นน้ั ท้งั ปวง จะถกู หรอื
ๆ จะผิด"

ถ. "ขอถวายพระพร บรมบพติ รตรัสเหตมุ อี ยางมากใดนัน้ เหตนุ น้ั ทงั้ ปวงถกู ไม
ผิด."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ถา วา กรรมดาํ บา ง กรรมขาวบา ง มคี ตเิ สมอกัน, ถา
อยางนน้ั กศุ ลบา ง อกุศลบาง มวี บิ ากเสมอกนั ."

ถ. "ขอถวายพระพร กศุ ลบา ง อกศุ ลบา ง จะมวี ิบากเสมอกนั หามิได, กศุ ลบา ง
อกศุ ลบาง ซ่ึงจะมวี บิ ากเสมอกัน หามไิ ด, พระเทวทัตผดิ แลวกวา ชนทง้ั ปวง, พระ
โพธสิ ัตวไ มผ ดิ แลว กวา ชนทั้งปวงทีเดียว, ความผดิ ในพระโพธิสัตวข องพระเทวทตั นนั้
อนั ใด ความผดิ นัน้ ยอ มสุก ยอ มใหผ ลในภพน้ัน ๆ. แมพระเทวทัตนน้ั ต้ังอยูในความ
อิสระแลว ใหค วามรักษาทว่ั ในชนบททง้ั หลาย, ใหคนทําสะพานโรงสภาบญุ ศาลา, ให
ทานเพอ่ื สมณะและพราหมณท ั้งหลาย เพอ่ื คนกาํ พรา คนเดนิ ทางไกล คนวณพิ ก
ทัง้ หลาย และคนนาถะอนาถะ ทัง้ หลายตามความปรารถนา; พระเทวทัตนนั้ ไดสมบัติ
ทง้ั หลายในภพดว ยวิบากของกรรมเปน กศุ ล คือ สรางสะพานและโรงสภา และศาลา
เปนท่บี าํ เพ็ญบญุ และการบรจิ าคทั้งหลายนนั้ . ใคร ๆ จะอาจเพอ่ื จะกลาวคาํ นี้วา
'บคุ คลเสวยสมบัตนิ อกจากทานและการทรมานอนิ ทรียแ ละความสาํ รวมกายวาจาใจ
และอโุ บสถกรรม' กบ็ รมบพติ รตรัสคาํ ใด อยา งนีว้ า 'พระเทวทตั ดวย พระโพธิสตั วดว ย

เวยี นตามกนั ฝา ยเดยี ว,' สมาคมนัน้ ไมไ ดมแี ลว โดยกาลลว งไปรอ ยชาติ สมาคมนัน้
ไมไ ดม ีแลว โดยกาลลว งไปพนั ชาติ สมาคมนน้ั ไมไดม ีแลว โดยกาลลว งไปแสนชาต,ิ ณ
กาลบางทีบางคราว สมาคมนน้ั ไดม ีแลวโดยวันคนื ลว งไปมากมาย. อุปมาดว ยเตาตา
บอด อันพระผมู พี ระภาคเจา นํามาแสดงแลว เพ่อื ความกลับไดค วามเปน มนษุ ย, บรม
บพิตร จงทรงจาํ สมาคมของชนท้ังหลายเหลา น้ี อนั เปรยี บดวยเตา ตาบอด. จะไดม ี
สมาคมกบั พระเทวทตั ฝา ยเดยี ว แกพ ระโพธิสัตว หามิได, แมพระเถระชอ่ื สารบี ตุ ร ได
เปนบดิ าของพระโพธสิ ัตว ไดเปน มหาบิดา ไดเ ปนจุฬบดิ า ไดเปน พนี่ องชาย ไดเ ปน บตุ ร
ไดเปนหลาน ไดเ ปน มิตร ของพระโพธิสตั ว ในแสนแหง ชาติมใิ ชแสนเดยี ว, แมพ ระ
โพธสิ ตั ว ไดเ ปน บิดาของพระสารบี ุตร เปนมหาบิดา เปน จฬู บิดา เปน พน่ี อ งชาย เปน
บุตร เปน หลาน เปน มติ รของพระสารบี ตุ ร ในแสนแหง ชาตมิ ิใชแสนเดียว. สัตวทง้ั หลาย
ทีน่ ับเนื่องแลว ในหมสู ตั วแมท ง้ั ปวง ไปตามกระแสแหงสงสารแลว อนั กระแสแหง สงสาร
พัดไปมาอยู ยอ มสมาคมดว ยสตั วและสงั ขารทั้งหลายไมเ ปน ท่รี กั บาง เปนท่ีรกั บา ง.
เปรยี บเหมือนนํ้ากระแสพัดไปอยู ยอ มสมาคมดวยสิ่งสะอาดและไมส ะอาด และส่งิ ที่
งามและสงิ่ ทลี่ ามก ฉันใด; สตั วท ัง้ หลายทนี่ ับเน่ืองในหมขู องสตั วแ มทงั้ ปวง ไปตาม
กระแสแหงสงสาร กระแสแหงสงสารพัดไปอยู ยอมสมาคมดว ยสตั วและสังขาร
ทงั้ หลายเปนทร่ี กั บาง ไมเปน ทร่ี กั บา งฉันนน้ั นนั่ เทยี วแล.

ขอถวายพระพร พระเทวทตั เปน ยกั ษ ต้งั อยูในอธรรมดว ยตน ยงั มนษุ ยบ คุ คล
ทัง้ หลายอนื่ ใหประกอบแลว ในอธรรม ไหมอ ยูในนรกใหญส ิน้ ปท งั้ หลายหา สิบเจ็ดโกฏิ
กบั หกลา นป. แมพ ระโพธิสัตวเ ปน ยกั ษ ตงั้ อยูในธรรมดวยพระองค ชกั นาํ บคุ คล
ทงั้ หลายอ่ืนใหประกอบในธรรม เปนผพู รอ มเพรียงดวยกามสมบัตทิ ้ังปวง บนั เทงิ แลว
ในสวรรคส้ินปห า สิบเจ็ดโกฏิกับหกลา นป. เออก็ พระเทวทัตมากระทาํ พระพทุ ธเจา ผไู ม
ควรบุคคลจะใหซ ูบซีด ใหซูบซดี แลว ทาํ ลายพระสงฆผ ูพรอมเพรยี งกันแลวดว ย ในภพนี้
เขาไปสแู ผน ดินแลว , พระตถาคตตรัสรูสรรพธรรม เปน ทสี่ ้นิ อปุ ธพิ รอมแลว ดับขันธปริ
นิพพานแลว ."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวสิ ชั นาปญ หาน้ัน สม
อยางนน้ั , ขา พเจา ยอมรบั รองอยา งนน้ั ."

๖. อมราเทวปี ญ หา ๔๕

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระพทุ ธพจนน้ี พระผมู พี ระภาค
เจาแมท รงภาสติ แลว วา 'ถา หญงิ พงึ ไดขณะ หรือโอกาสอนั ลบั หรอื พึงไดแมช ายผู

ประโลมเชนนนั้ หญงิ ทั้งหลายแมท ง้ั ปวง อันไดเ หตุสามอยา งแลว ไมไ ดช ายอนื่ แลว พงึ
กระทาํ กรรมลามกกับดว ยบรุ ุษเปลีย้ ' ดงั น.ี้ และตรัสอยูอกี วา 'หญิงชอ่ื อมรา เปน ภริยา
ของพระมโหสถ อันพระมโหสถฝากไวในบา น อยปู ราศจากสามมี านาน นงั่ ในท่ลี ับสงดั
แลว กระทาํ สามใี หเ ปน ผูเ สมอเปรียบดว ยพระราชา อันบรุ ษุ อ่นื ประโลมแลว ดวย
กหาปณะพนั หนงึ่ ไมก ระทาํ กรรมลามก' ดงั น.ี้ พระผูเปน เจา นาคเสน ถา วา พระผมู พี ระ
ภาคเจาตรัสแลว วา 'ถาหญงิ พงึ ไดขณะ หรอื โอกาสอนั ลบั หรือพงึ ไดแมชายประโลม
เชน นนั้ หญงิ ทงั้ หลายแมท ัง้ หวงอนั ไดเหตสุ ามอยา งแลว ไมไดชายอน่ื แลว พงึ กระทาํ
กรรมลามกกบั ดวยบรุ ษุ เปลี้ย' ดงั น,้ี ถาอยางนน้ั คาํ ทีว่ า 'หญงิ ชื่ออมรา เปน ภรยิ าของ
พระมโหสถ อนั พระมโหสถฝากไวในบาน อยูป ราศจากสามีนาน นงั่ ในที่ลบั สงัดแลว
กระทําสามใี หเ ปนผเู สมอเปรียบดวยพระราชา อันบรุ ษุ อน่ื ประโลมแลว ดวยกหาปณะ
พันหนงึ่ ไมก ระทํากรรมลามก' ดงั น้ี นนั้ เปน ผิด. ถาหญงิ ชื่ออมรา เปน ภรยิ าของ
พระมโหสถ' ดังนี้ นนั้ เปน ผดิ . ถา หญงิ ชือ่ อมรา เปน ภรยิ าของพระมโหสถ อนั
พระมโหสถฝากไวใ นบา ง อยปู ราศจากสามนี าน นงั่ ในท่ีลบั สงัดแลว กระทําสามีใหเปน
ผเู สมอดวยพระราชา อันบรุ ษุ อ่นื ประโลมแลวดว ยกหปณะพนั หนง่ึ ไมก ระทํากรรม
ลามก' ดงั น,ี้ คําที่วา 'ถาหญิงพงึ ไดข ณะ หรือโอกาสอนั ลบั หรือพงึ ไดแมช ายประโลม
เชน นนั้ หญงิ ทง้ั หลายแมท ั้งปวง อันไดเหตสุ ามอยา งแลว ไมไดชายอื่นแลว พงึ กระทาํ
กรรมลามกกบั บุรุษเปลย้ี ' ดังนี้ แมน น้ั ก็ผดิ . ปญหาแมน ้สี องเงอ่ื น มาถึงพระผูเปน เจา
แลว พระผูเปนเจา พงึ ขยายใหแ จงชดั เถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระพุทธพจนนี้ พระผมู ีพระภาคเจา แมตรัส
แลว วา 'ถาหญิงพงึ ไดข ณะ หรอื พงึ ไดโ อกาสอันลบั หรอื พงึ ไดแมชายประโลมเชน นน้ั
หญงิ ท้ังหลายแมท ง้ั ปวง อนั ใดเหตสุ ามอยา งแลว ไมไดชายอน่ื แลว พึงกระทํากรรม
ลามกกบั ดว ยบุรุษเปล้ยี ' ดังน.้ี และตรัสอยูอกี วา 'หญงิ ช่ืออมรา เปน ภรยิ าของ
พระมโหสถ อนั พระมโหสถฝากไวในบาน อยูปราศจากสามีนาน นง่ั ในทล่ี บั สงดั แลว
กระทาํ สามีใหเ ปน ผูเปรียบเสมอดว ยพระราชา อนั บรุ ุษอนื่ ประโลมแลว ดว ยกหาปณะ
พันหนง่ึ ไมก ระทาํ กรรมลามก' ดังนี้ จรงิ . นางอมรานน้ั จะไดก หาปณะพนั หน่ึง จะตอ ง
กระทาํ กรรมลามกกับบรุ ษุ เชน นน้ั , นางอมรานั้น ไมพงึ กระทํากรรมลามกนนั้ , ถา นางจะ
ไมพ ึงไดข ณะหรอื โอกาสอนั ลบั หรือชายผปู ระโลมเชนนนั้ . นางอมรานนั้ จะคิดคน ไม
เหน็ ขณะ หรอื โอกาสอนั ลับ หรอื แมชายผปู ระโลมเชนนน้ั . นางอมรานนั้ เพราะกลัวแต
ความครหาในโลกน้ี ชอ่ื วา ไมเ หน็ ขณะ, เพราะกลวั แตน รกในโลกหนา ชอ่ื วาไมเ หน็ ขณะ
, เพราะคิดวา 'กรรมลามกมวี บิ ากเผด็ รอ น' ชอื่ วาไมเ หน็ ขณะ, นางอมรานนั้ ไมล ะทง้ิ
สามเี ปน ทรี่ กั ชื่อวาไมเ หน็ ขณะ, เพราะกระทําสามีใหเ ปน ผหู นักเมอื่ ประพฤติตกตํา่

เคารพธรรม ชอ่ื วา ไมเหน็ ขณะ, เม่อื ตดิ เตยี นบุคคลไมไ ดเ ปน อริยะ ช่ือวา ไมเหน็ ขณะ,
นางอมรานัน้ ไมอยากจะละเมิดเสยี กริ ิยา ชื่อวา ไมเ ห็นขณะ. นางอมรานน้ั ไมเหน็ ขณะ
ดว ยเหตทุ ัง้ หลายมากเหน็ ปานน,้ี นางอมราน้ัน คดิ คน แลว, ไมเ หน็ แมโอกาสอันลบั
ไมไ ดก ระทํากรรมลามกแลว ถาวา นางอมรานั้น พงึ ไดโอกาสลบั แตม นษุ ยท ง้ั หลาย, ไม
พึงไดโอกาสลบั แตอ มนษุ ยท ง้ั หลายโดยแท, ถานางอมราน้ัน พงึ ไดโ อกาสลับแต
อมนุษยทง้ั หลาย, ไมพงึ ไดโ อกาสลบั แตบ ัณฑิตท้ังหลายผรู จู ติ ของบคุ คลอื่นโดยแท; ถา
นางอมราน้ัน พงึ ไดโ อกาสลบั แตบัณฑติ ทงั้ หลายผรู ูจิตของบุคคลอื่น ไมพ ึงไดโ อกาส
อนั ลับแตบาปท้ังหลายดว ยตนเองโดยแท; ไมพงึ ไดโอกาสอนั ลบั แตอธรรม. นางอมรา
น้ัน ไมไดโอกาสอนั ลบั ดวยเหตทุ ง้ั หลาย มอี ยา งมากเหน็ ปานนีแ้ ลว จงึ ไมไดก ระทํา
กรรมลามกแลว . นางอมรานนั้ คดิ คน แลวในโลก เมอ่ื ไมไ ดชายผปู ระโลมเชน นั้น ไมได
กระทาํ กรรมลามกแลว .

ขอถวายพระพร พระมโหสถเปน บณั ฑิต มาตามพรอมแลวดวยองคท ง้ั หลาย
ยี่สิบแปดประการ, มาตามพรอมแลวดว ยองคท ง้ั หลายยีส่ ิบแปดประการเปน ไฉน: มา
ตามพรอ มแลว ดว ยองคท งั้ หลายยส่ี บิ แปดประการ คือ พระมโหสถเปนผูก ลา หนง่ึ เปน ผู
มีหิรลิ ะอายตอบาปหนึ่ง เปน ผูมโี อตตปั ปะ ความสะดงุ กลวั ตอบาปหนงึ่ เปนผมู ีฝกฝา ย
หนง่ึ เปน ผถู งึ พรอ มแลว ดว ยมิตรหนงึ่ เปน ผูทนหนงึ่ เปน ผมู ศี ีลหน่ึง เปน ผกู ลา ววาจา
จรงิ หนง่ึ เปน ผถู งึ พรอ มแลว ดว ยความเปน ผสู ะอาดหนึ่ง เปน ผไู มม ีความโกรธหนงึ่ เปน
ผูไมม มี านะลว งเกนิ หนงึ่ เปน ผไู มม ีความรษิ ยาหนง่ึ เปน ผูมคี วามเพยี รหนง่ึ เปน ผู
กอสรางบารมหี นงึ่ เปน ผูสงเคราะหห นงึ่ เปน ผจู าํ แนกทานหนง่ึ เปนผมู ถี อ ยคําละเอยี ด
หนง่ึ เปน ผมู คี วามประพฤตติ กต่ําหน่งึ เปน ผูออนโยนหน่งึ เปน ผไู มโ ออ วดหนงึ่ เปน ผไู ม
มมี ายาหนง่ึ เปน ผูถ งึ พรอมแลว ดวยความรเู กินหนง่ึ เปน ผูมีเกยี รติหนงึ่ เปนผถู ึงพรอม
แลวดว ยวทิ ยาหนง่ึ เปน ผูแสวงหาประโยชนเ กื้อกูลแกบ คุ คลผเู ขา ไปอาศัยทงั้ หลายหนงึ่
เปนผอู ันชนทง้ั ปวงปรารถนาแลว หนึง่ เปน ผูม ที รพั ยห นงึ่ เปน ผูมยี ศหน่ึง. พระมโหสถ
เปน บณั ฑิตมาตามพรอมแลว ดวยองคทง้ั หลายยส่ี บิ แปดประการเหลา น.้ี นางอมรานนั้
ไมไ ดบุรษุ อนื่ เปนผปู ระโลมเชนนน้ั แลว จงึ มิไดกระทาํ กรรมลามกแลว ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอ วสิ ชั นาปญ หานน้ั สม
อยา งนนั้ , ขาพเจายอมรับรองอยา งนนั้ ."

๗. ขีณาสวอภายนปญ หา ๔๖

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผูม ีพระภาคเจาไดท รงภาสิต
แมพ ระพทุ ธพจนน ว้ี า 'พระอรหันตท งั้ หลาย ปราศจากความกลัวและความสะดงุ
หวาดหวน่ั แลว , ภายหลงั มา พระขณี าสพหา รอ ยเหน็ ชางชอื่ ธนปาลกะ ในเมอื งราชคฤห
มาใกลพ ระผมู พี ระภาคเจาแลว ละท้งิ พระชนิ ะผปู ระเสรฐิ เสีย หลกี ไปแลว ยังทศิ ใหญ
ทิศนอย เวน ไวแ ตพ ระอานนทเ ถระองคเดยี ว. พระผูเ ปน เจานาคเสน พระอรหันต
ทั้งหลายเหลา นนั้ หลกี ไปแลว เพราะความกลวั หรือใครจ ะยังพระทศพลใหล ม ดวยคดิ
วา 'พระทศพลจะปรากฏดว ยกรรมของตน' ดังนแ้ี ลว จงึ หลกี ไปแลว หรือวาเปน ผูใ คร
เพื่อจะเห็นปาฏิหาริย ไมม ีอะไรจะเปรียบ และไพบลู ย ไมมอี ะไรจะเสมอ ของพระ
ตถาคต จึงหลกี ไปแลว? พระผูเปนเจา นาคเสน ถา วา พระผูมีพระภาคเจา ตรสั แลววา
'พระอรหนั ตท งั้ หลาย ปราศจากความกลวั และความสะดุง หวาดหว่นั แลว ' ดงั น,้ี ถา
อยางนน้ั คําทว่ี า 'พระขีณาสพหา รอ ยเหน็ ชางชอื่ ธนปาลกะ ในเมอื งราชคฤห มาใกล
พระผมู ีพระภาคเจา แลว ละทงิ้ พระชินะผปู ระเสริฐแลว หลกี ไปยงั ทิศใหญท ิศนอย เวน
ไวแตพระอานนทอ งคเ ดยี ว' ดงั นี้ นน้ั เปน ผดิ . ถา วา พระขณี าสพหา รอ ยเห็นชา งช่อื ธน
ปาลกะ ในเมอื งราชคฤหมา ใกลพระผมู ีพระภาคเจาแลว ละทง้ิ พระชนิ ะประเสรฐิ แลว
หลีกไปยงั ทิศใหญทิศนอย เวน ไวแ ตพระอานนทอ งคเดียว, ถา อยา งน้ัน คาํ ทว่ี า 'พระ
อรหนั ตท ง้ั หลายปราศจากความกลัวและความสะดงุ หวาดหว่ันแลว ' ดังน้ี แมน ั้นก็ผิด.
ปญ หาแมน ้สี องเงอื่ นมาถึงพระผเู ปน เจา แลว พระผูเปน เจาจงขยายใหแ จง ชดั เถิด"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาไดท รงภาสติ พระพทุ ธ
พจนน แี้ ลว วา 'พระอรหนั ตทงั้ หลาย ปราศจากความกลวั และความสะดงุ หวาดหวน่ั
แลว' ดังน.ี้ พระขณี าสพทัง้ หลายหา รอ ยเหน็ ชา งชือ่ ธนปาลกะ ในเมอื งราชคฤห มาใกล
พระผมู ีพระภาคเจา แลว ละทง้ิ พระชนิ ะผปู ระเสริฐแลว หลกี ไปยงั ทิศใหญทิศนอ ย เวน ไว
แตพระอานนทองคเดยี ว. ก็และความหลกี ไปน้นั จะไดห ลกี ไปเพราะความกลวั กห็ าไม
จะไดห ลีกไปแมเ พราะความเปนผูใครเพ่อื จะยังพระผูม พี ระภาคเจา ใหล มลงก็หาไม. ก็
พระอรหนั ตท ัง้ หลายพงึ กลัว หรือพึงสะดุงดว ยเหตุใด เหตนุ ้ัน อันพระอรหันตท ้ังหลาย
เลิกถอนเสียแลว , เพราะเหตนุ ั้น พระอรหันตทงั้ หลายจึงชอ่ื วา เปนผปู ราศจากความ
กลัวและความสะดงุ หวาดหวนั่ แลว. ขอถวายพระพร แผน ดนิ ใหญ เมือ่ สมทุ รและยอด
แหง ภูเขา เม่อื ชนแมขดุ อยู แมท าํ ลายอยู แมทรงอยู ยอ มกลัวหรือ?

ร. "หาไม พระผูเปนเจา ?"
ถ. "เพราะเหตไุ ร ขอถวายพระ?"
ร. "มหาปฐวแี ผน ดนิ ใหญ พงึ กลวั หรือพงึ สะดุง ดว ยเหตุใด เหตุนน้ั ไมมแี ก
แผน ดนิ ใหญ พระผเู ปน เจา."

ถ. "ขอถวายพระพร แผนดนิ ใหญ พึงกลวั หรอื สะดงุ ดวยเหตุใด เหตนุ ้นั ไมมีแก
แผน ดินใหญ ฉันใด, พระอรหันตท ง้ั หลาย พงึ กลวั หรอื พึงสะดุงดว ยเหตใุ ด เหตุนน้ั ไมม ี
แกพระอรหนั ตท งั้ หลาย ฉนั นั้นนนั่ เทยี ว. ขอถวายพระพร ยอดแหงภูเขา เม่อื ชนตดั อยกู ็
ดี เมื่อทาํ ลายอยกู ด็ ี เมือ่ ยอดเขานัน้ ตกลงเองก็ดี เม่อื ชนเอาไฟเผากด็ ี ยอ มกลัวหรือ?"

ร. "ไมก ลัวเลย พระผูเ ปน เจา ."
ถ. "เพราะเหตไุ ร ขอถวายพระพร?"
ร. "ยอดแหง ภูเขา พงึ กลวั หรอื พึงสะดงุ ดว ยเหตใุ ด เหตนุ นั้ ยอมไมมีแกยอดแหง
ภูเขา พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ยอดแหง ภูเขา พงึ กลวั หรอื พึงสะดุง ดว ยเหตุใด เหตนุ ้นั
ยอมไมมีแกย อดแหง ภูเขา ฉนั ใด, พระอรหนั ตท ง้ั หลายพึงกลวั หรือพงึ สะดงุ เพราะเหตุ
ใด เหตนุ น้ั ไมม ีแกพ ระอรหนั ตทง้ั หลายฉนั นนั้ นน่ั เทยี ว; แมถาวา ชนท้ังหลายทนี่ บั เนอื่ ง
แลว ในหมูส ัตวเหลา ใดเหลา หนง่ึ ในแสนโลกธาตทุ ง้ั หลาย ชนท้งั หลายเหลา นนั้ แมท ้ัง
ปวง พงึ เปนผมู ีหอกในมือ ลอ มพระอรหนั ตองคหนง่ึ จะกระทาํ พระอรหันตน นั้ ใหส ะดงุ
กไ็ มสามารถจะกระทาํ ได, ความแปรปรวนเปน อยา งอน่ื แมน อ ยหนง่ึ ของจิต ของพระ
อรหันตท ง้ั หลาย ไมพ ึงมี มอี ะไรเปน เหต?ุ ความแปรปรวนเปน อยา งอน่ื แมน อยหนึ่งของ
จติ ของพระอรหนั ตทง้ั หลาย ไมพ งึ มี เพราะพระอรหนั ตท ั้งหลาย เปน ผปู ราศจากเหตุ
แหงความกลวั และความสะดงุ แลว. เออก็ ความปริวิตกแหงจิตไดมีแลว แกพ ระขณี าสพ
ท้งั ปวงเหลานน้ั อยา งนวี้ า 'วนั น้ี เมอื่ พระพทุ ธเจา ผบู วรประเสรฐิ ผูเ ปนพฤษภ คือพระชิ
นะอันประเสริฐ ไดเขา ไปสเู มอื งอนั ประเสริฐ ชางชอ่ื ธนปาลกะจกั แทงทถ่ี นน ภกิ ษผุ ู
อุปฏฐากจกั ไมล ะทงิ้ พระพทุ ธเจา ผูเปน เทพดาลว งเสยี ซึง่ เทพดา โดยไมส งสยั ถา วา
เราทงั้ หลายแมทัง้ ปวง จักไมละทง้ิ พระผมู ีพระภาคเจา คุณของพระอานนทจกั ไม
ปรากฏ, ความเกดิ ขน้ึ พรอมแหงกถาในเพราะเหตนุ น้ั จกั ไมม,ี อนง่ึ คชสารจักไมเขาไป
ใกลพ ระตถาคตน่นั เทียว, เอาเถดิ เราทง้ั หลายจักหลีกไปเสยี ความหลีกไปอยา งนน้ี ี่ จะ
เปน อบุ ายเครอ่ื งพน จากเคร่ืองผกู คือ กเิ ลสของหมชู นอนั ใหญ, อนึ่ง คุณของพระ
อานนทจกั เปน คุณปรากฏแลว;' พระอรหนั ตท งั้ หลายเหลานน้ั เหน็ อานสิ งสอยา งน้แี ลว
จึงหลกี ไปยงั ทศิ ใหญทิศนอย."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ปญ หาพระผเู ปน เจา จาํ แนกดแี ลว ขอจาํ แนกปญหา
นน้ั สมอยา งนน้ั , ความกลัวหรือความสะดงุ ยอมไมม ีแกพ ระอรหนั ตท งั้ หลาย พระ
อรหนั ตท ง้ั หลายเหลาน้นั เหน็ อานสิ งสแ ลว จงึ หลกี ไปยงั ทิศใหญแ ละทิศนอยแล."

๘. สันถวปญหา ๔๗

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู ีพระ
ภาคเจา ทรงภาสิตแลว วา 'ภัยเกิดแลว แตส ันถวะละอองธลุ ี คอื ราคะ โทสะ โมหะ เกดิ
แตอารมณเ ปน ทกี่ ําหนด, ธรรมชาติไมม ีอารมณเปน ทีก่ าํ หนด ธรรมชาติไมมีสนั ถวะ ทง้ั
สองอยางนนั้ เปน ธรรมชาตอิ นั มุนี คอื พระพทุ ธเจาเหน็ แลวแท' ดงั น.้ี และตรัสอกี วา
'ชายผบู ณั ฑติ เมอ่ื พจิ ารณาเหน็ ประโยชนของตน พงึ สรา งวหิ ารทงั้ หลายใหเปน ที่
รนื่ รมยแ หง ใจ ยงั ภิกษพุ หสุ ตุ ทัง้ หลาย ใหอ ยใู นวหิ ารนน้ั ' ดังน.้ี

พระผเู ปนเจา นาคเสน ถา พระตถาคตตรสั แลววา 'ภยั เกดิ แลว แตสนั ถวะ
ละอองธลุ ี คอื ราคะ โทสะ โมหะ เกิดแตอารมณเปนทกี่ าํ หนด, ธรรมชาตไิ มมีอารมณ
เปน ทก่ี าํ หนด ธรรมชาตไิ มมสี ันถวะ ท้ังสองอยางนน้ั เปน ธรรมชาตอิ นั มุนี คือ
พระพทุ ธเจา เหน็ แลว แท' ดงั น,ี้ ถาอยา งนน้ั คําที่วา 'ชายผูบณั ฑติ เมอ่ื พิจารณาเหน็
ประโยชนของตน พงึ สรา งวหิ ารทงั้ หลายใหเปนท่รี ืน่ รมยแ หง ใจ ยงั ภกิ ษุพหุสตุ ท้งั หลาย
ใหอ ยใู นวหิ ารน้ัน' ดังนี้ คาํ นนั้ ผดิ . ถาพระตถาคตตรสั แลว วา 'ชายผบู ณั ฑิต เมอ่ื
พิจารณาเหน็ ประโยชนของตน พงึ สรา งวหิ ารทงั้ หลายใหเปนที่รืน่ รมยแ หงใจ ยังภิกษุ
พหุสทุ ง้ั หลายใหอยใู นวิหารน้ัน' ดังน,้ี ถา อยางนน้ั คําทว่ี า 'ภยั เกดิ แลว แตสนั ถวะ
ละอองธุลี คอื ราคะ โทสะ โมหะ เกดิ แตอารมณเปนทีก่ าํ หนด, ธรรมชาติไมมีอารมณ
เปนทก่ี าํ หนด ธรรมชาติไมม สี นั ถวะ ทั้งสองอยางนน้ั เปน ธรรมชาตอิ นั มุนี คอื
พระพทุ ธเจา เห็นแลว แท' ดังน้ี แมน นั้ กผ็ ิด. ปญ หาแมน ้สี องเงอ่ื น มาถงึ พระผเู ปน เจา
แลว พระผูเปน เจาพึงขยายแกไขใหแ จงชดั เถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร พระพระผูมีภาคเจา ทรงภาสิตแลว แมพระ
พุทธพจนน วี้ า 'ภัยเกดิ แตส นั ถวะ ละอองธลุ ี คือ ราคะ โทสะ โมหะ เกดิ แตอารมณเ ปน ท่ี
กาํ หนด, ธรรมชาตไิ มม อี ารมณเปน ทกี่ าํ หนด ธรรมชาติไมม สี นั ถวะ ทง้ั สองอยางนน้ั
เปนธรรมชาตอิ นั มุนี คอื พระพุทธเจา เหน็ แลวแท' ดังน.ี้ และตรัสแลว วา 'ชายผบู ณั ฑติ
เม่อื พิจารณาเห็นประโยชนของตน พงึ สรา งวหิ ารทง้ั หลายใหเปน ทร่ี นื่ รมยแ หง ใจ ยงั
ภกิ ษุพหสุ ุตทง้ั หลายใหอ ยูในวหิ ารนน้ั ' ดังน.้ี

ขอถวายพระพร พระพุทธพจนใด ที่พระผมู ีพระภาคเจา ตรัสแลว วา 'ภยั เกดิ แต
สันถวะ ละอองธุลี คอื ราคะ โทสะ โมหะ เกดิ แตอารมณเปนทก่ี าํ หนด, ธรรมชาตไิ มม ี
อารมณเปนทก่ี าํ หนด ธรรมชาตไิ มมีสันถวะ ทั้งสองอยา งนน้ั เปน ธรรมชาติอันมุนี คอื
พระพทุ ธเจา เห็นแลวแท' ดังน,้ี พระพทุ ธพจนน น้ั เปน เครอื่ งแสดงโดยสภาวะ เปน เครือ่ ง
กลาวเหตุไมเ หลอื เปน เครื่องกลาวเหตไุ มมสี ว นเหลอื เปนเคร่อื งกลา วโดยนปิ รยิ าย

โดยตรง เปน คาํ สมควรแกส มณะ เปน คําสมรูปแกสมณะ เปน คาํ เหมาะแกสมณะ ควร
แกส มณะ เปน โคจรของสมณะ เปนปฏิปทาของสมณะ เปนปฏบิ ัติของสมณะ.

ขอถวายพระพร เปรยี บเหมอื นมฤคพญาสีหราชอยูในปา เมอ่ื เท่ียวในไพรในปา
ไมมอี าลยั ในทอี่ ยู มที ี่เปนทอ่ี ยูอ นั บุคคลสังเกตไมไ ด ยอ มนอนตามความปรารถนา ฉนั
ใด, อันภิกษพุ งึ คดิ วา 'ภยั เกดิ แตส นั ถวะ ละอองธุลี คือ ราคะ โทสะ โมหะ เกิดแต
อารมณเ ปนทก่ี ําหนด, ธรรมชาตไิ มม อี ารมณเ ปนทก่ี าํ หนด ธรรมชาติไมม ีสันถวะทั้งสอง
อยา งนน้ั เปน ธรรมชาติอนั มนุ ี คือ พระพทุ ธเจา เหน็ แลว แท' ดังน.ี้ สวนพระพทุ ธพจนใ ด
ท่ีพระผมู พี ระภาคเจาตรสั แลว วา 'ชายผบู ณั ฑิต เมอ่ื พิจารณาเหน็ ประโยชนของตน พึง
สรา งวหิ ารใหเปนทร่ี นื่ รมยแ หงใจ ยงั ภิกษพุ หสุ ุตทัง้ หลายใหอยูในวหิ ารน้ัน' ดังน,ี้ พระ
พุทธพจนน น้ั อันพระผูม พี ระภาคเจาทรงพิจารณาเหน็ อํานาจประโยชนส องประการ จึง
ตรสั แลว, อาํ นาจประโยชนสองประการ เปน ไฉน? ธรรมดาวา วหิ ารทานอนั
พระพทุ ธเจา ทง้ั หลายทงั้ ปวง พรรณนาแลว อนุมัติแลว ชมแลว สรรเสรญิ แลว, ทายก
ท้ังหลายใหว หิ ารทานนัน้ แลว จักพน จากความเกิด ความแก ความตาย นเ้ี ปน อานสิ งส
ในวหิ ารทานทแี่ รกกอ น.

คาํ ท่ีจะพึงกลา วยงั มีอกี : คร้ันเมอ่ื วหิ ารมีอยู นางภกิ ษุมณีทั้งหลาย จกั เปนผอู นั
บคุ คลสงั เกตไดง าย จกั เปน ผูอ นั บคุ คลท้งั หลายผูใครจะพบเหน็ จะเหน็ พบเหน็ ได
โดยงา ย, นางภกิ ษณุ ที ้ังหลาย จกั เปน ผูม กี ารพบเหน็ ไดโดยยาก ในทอ่ี ยูไ มเปนท่กี าํ หนด
นเ้ี ปน อานสิ งสใ นวหิ ารทานทส่ี อง. พระผมู พี ระภาคเจาทรงพิจารณาเหน็ อํานาจ
ประโยชนสองประการเหลา นี้ จงึ ตรสั แลว วา 'ชายผบู ณั ฑติ เม่ือพิจารณาเหน็ ประโยชน
ของตน พงึ สรา งวหิ ารท้งั หลายใหเ ปน ทร่ี ืน่ รมยแหง ใจ ยงั ภิกษพุ หสุ ตุ ท้งั หลายใหอยใู น
วิหารนนั้ ' ดังน,ี้ แตพ ระพทุ ธโอรสไมทาํ ความอาลยั ในท่อี ยนู น้ั ."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญ หานน้ั สม
อยา งนน้ั , ขา พเจายอมรับรองอยางนน้ั ."

๙. ภควโต อัปปาพาธปญ หา ๔๘

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู ีพระ
ภาคเจาทรงภาสิตแลววา 'ดกู อ นภกิ ษทุ งั้ หลาย เราผูตถาคตเปนพราหมณผ ูค วรอนั
ยาจกพงึ ขอ เปนผูม มี ืออนั ชาํ ระแลว ในกาลทัง้ ปวง เปน ผูท รงสรีระกายมใี นที่สุดไว เปน ผู
ไมมีใครยิง่ กวา เปน หมอรักษา เปน แพทยผ เู ชอื ดลกู ศร' ดงั น.ี้ และตรัสอกี วา ขันธ
บัญจกนใี้ ด คอื พักกุลภกิ ษุ ขนั ธบัญจกนน้ั เลิศกวา ภกิ ษุทงั้ หลายท่เี ปน สาวกของเรา

บรรดาที่มอี าพาธนอย' ดงั น.ี้ ก็อาพาธเกดิ ข้นึ แลวปรากฏอยูใ นพระสรรี กาย ของพระผูมี
พระภาคเจามากครง้ั . ถาวา พระผูมพี ระภาคเจาไมมีใครจะยิง่ กวา , ถาอยา งนนั้ คาํ ทว่ี า
'ขันธบัญจกนใี้ ด คือ พักกลุ ภกิ ษุ ขันธบญั จกนน้ั เลศิ กวา ภิกษทุ งั้ หลายทเี่ ปน สาวกของ
เรา บรรดาทมี่ อี าพาธนอ ย' ดงั นี้ นนั้ ผดิ . ถา วา พระพักกุลเถระเปน ผูเลศิ กวาภกิ ษุ
ทงั้ หลายบรรดาท่มี ีอาพาธนอ ย, ถาอยา งนนั้ คาํ ท่วี า 'ดกู อ นภิกษทุ ัง้ หลาย เราผตู ถาคต
เปน พราหมณ เปน ผคู วรเพ่ืออนั ยาจกจะพงึ ขอ มีมืออนั ชาํ ระแลวในกาลทัง้ ปวง เปน ผู
ทรงสรรี กายมใี นทสี่ ดุ ไมม ใี ครยิง่ กวา เปน หมอรกั ษา เปน แพทยเชอื ดลูกศร'ดังน้ี แมน ั้น
กผ็ ดิ . ปญหาแมน้ีสองเงื่อน มาถงึ พระผเู ปน เจา แลว พระผเู ปน เจา พงึ แกไ ขขยายใหแจง
ชดั เถดิ ."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระพุทธพจนน ี้ พระผมู พี ระภาคเจา ไดท รง
ภาสติ แลววา 'ดูกอ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย เราผตู ถาคต เปน ผพู ราหมณค วรที่ยาจกจะพึงขอ มี
มอื อันชําระแลว ในกาลทง้ั ปวง เปน ผทู รงสรีระกายอนั มใี นท่ีสุด ไมม ใี ครย่งิ กวา เปน
หมอรกั ษา เปน แพทยผ เู ชือดลูกศร' ดงั น.้ี และตรสั แลววา 'ขนั ธบัญจกนใี้ ด คอื พกั กลุ
ภิกษุ ขนั ธบญั จกนนั้ เลิศกวา ภกิ ษุทงั้ หลายทเี่ ปน สาวกของเราบรรดาทมี่ ีอาพาธนอ ย'
ดังน.ี้ ก็แหละ คาํ นั้น พระผมู พี ระภาคเจาทรงหมายเอาขอ ทน่ี กิ ายเปนทมี่ า และคุณ
พเิ ศษทบ่ี คุ คลเรียนแลว มใี นภายนอก มีอยใู นพระองค ตรสั แลว .

ขอถวายพระพร พระสาวกทงั้ หลายของพระผมู ีพระภาคเจา เปน ผถู อื การยืน
และจงกรมเปน วตั รก็มอี ยู พระสาวกท้ังหลายเหลานั้นทําวันและคนื ใหน อ มลว งไป ดว ย
อันยนื และจงกรม, สว นพระผมู พี ระภาคเจา ทาํ วันและคนื ใหน อ มลวงไป ดว ยอนั ยนื
และจงกรมและน่งั และนอน; ภกิ ษุทง้ั หลายเหลา ใดน้นั เปน ผถู อื การยนื และจงกรมเปน
วัตรภิกษุทง้ั หลายเหลา นั้น เปน ผเู อกยง่ิ ดว ยองคนนั้ . พระสาวกทง้ั หลายของพระผูม ี
พระภาคเจา เปนเอกาสนกิ ะ คอื ฉนั หนเดียวกม็ ีอยู พระสาวกทงั้ หลายเหลา น้นั ไม
บรโิ ภคโภชนะคร้งั ท่ีสอง แมเ พราะเหตชุ วี ติ , สว นพระผูมพี ระภาคเจา เสวยพระกระยา
หารครง้ั ที่สองบา งท่สี ามบา ง เพยี งไร; ภกิ ษทุ ้งั หลายเหลา ใดนนั้ ที่เปน เอกาสนกิ ะ ภิกษุ
ทั้งหลายเหลา น้ัน เปน ผเู อกยิ่งดวยองคนนั้ . เหตุทั้งหลายเหลา นน้ั มิใชอ ยางเดยี ว เหตุ
ทั้งหลายเหลา นน้ั ๆ พระองคห มายเอาองคน น้ั ๆ ตรัสแลว . ฝายพระผมู พี ระภาคเจา ไม
มใี ครยิ่งกวา โดยศีล โดยสมาธิ โดยปญญา โดยวมิ ตุ ติ โดยวิมุตติญาณทสั สนะญาณ
เคร่อื งรูเครอื่ งเห็นในวิมตุ ติ โดยญาณเปนกาํ ลังทง้ั หลายสิบ โดยเวสารชั ขะส่ีดวยโดย
พทุ ธธรรมสบิ แปด โดยอาสารณญาณทั้งหลายหกประการดว ยก็พระองคอ าศยั ญาณ
นน้ั ในพทุ ธวสิ ยั สิ้นเชงิ ตรัสแลว วา 'ดูกอ นภิกษทุ ง้ั หลาย เราเปน พราหมณค วรเพื่ออนั
ยาจกจะพงึ ขอ มมี ืออนั ชําระแลว ในกาลทง้ั ปวง เปนผทู รงสรีระกายมใี นท่สี ดุ ไมมใี คร

จะยงิ่ กวา เปน หมอรกั ษา เปน แพทยผ เู ชอื ดลกู ศร' ดังน.้ี บรรดามนุษยท ้งั หลายในโลกน้ี
มนุษยพวกหนง่ึ เปนผมู ีชาติ มนุษยพวกหนง่ึ เปน ผมู ที รพั ย มนษุ ยพ วกหน่ึงเปน ผมู วี ทิ ยา
มนษุ ยพวกหนงึ่ เปนผมู ีศลิ ป มนุษยพวกหนง่ึ เปน ผกู ลา มนษุ ยพ วกหนงึ่ เปนผเู ฉลียว
ฉลาด พระมหากษัตรยิ อ งคเดยี วนนั่ เทยี ว ขม มนษุ ยท ง้ั ปวงเหลา นน้ั เปน ผูสงู สุดแหง
มนุษยท งั้ หลายเหลา นน้ั ฉนั ใด; พระผูม ีพระภาคเจา เปน ผเู ลศิ เปนผเู จริญทสี่ ุด เปนผู
ประเสรฐิ สดุ แหงสตั วท งั้ หลายทง้ั ปวง ฉนั นนั้ นน่ั เทียวแล. กท็ านผูมีอายพุ กั กุละ ไดเ ปน ผู
มอี าพาธนอยใด ความเปน ผมู อี าพาธนอยนนั้ ดวยอาํ นาจแหง อภนิ ิหาร. แทจรงิ เมอื่
อาพาธเพราะอุทรวาตเกดิ ขน้ึ แลว แดพระผมู พี ระภาคเจา ทรงพระนามวา
อโนมทัสสี และโรคชอ่ื ตณิ บุปผกะ เกดิ ขึ้นแลวแดพระผูมพี ระภาคเจา ทรงพระนามวา
วิปส สดี วย แกภ ิกษทุ งั้ หลายหกลานแปดแสนดวย สว นพระพักกุละเปน ดาบส บาํ บดั
พยาธินนั้ เสียใหห ายดวยเภสัชท้ังหลายตาง ๆ แลว จงึ ถงึ ความเปน ผมู อี าพาธนอ ย พระ
ผมู ีพระภาคเจา ตรสั แลววา 'ขนั ธบญั จกน้ีใด คือ พกั กุลภิกษุ ขนั ธบัญจกนนั้ เลิศกวา
ภิกษุทง้ั หลายทเ่ี ปนสาวกของเราบรรดาทม่ี อี าพาธนอย' ดังน.้ี ครัน้ เมอ่ื พยาธเิ กดิ ข้ึนแด
พระผมู พี ระภาคเจา บา ง ยังไมบ งั เกิดขน้ึ แลวบาง เมื่อพระผมู ีพระภาคเจาทรงถอื ธดุ งค
บา ง ไมทรงถือบา งกด็ ี สตั วไร ๆ เปนผเู ชน ดว ยพระผมู พี ระภาคเจา ไมม .ี แมพ ระพทุ ธ
พจนน ี้ พระผมู พี ระภาคเจา ผเู ปนเทพดาลวงเสยี ซง่ึ เทพดา ไดท รงภาสติ ไวแ ลว ใน
คมั ภีรสังยุตติกาย อันประเสรฐิ ดังพระราชลญั จกรอนั ประเสริฐวา "ดูกอนภกิ ษทุ ้งั หลาย
สตั วทัง้ หลายทหี่ าเทา มไิ ดก ด็ ี สัตวส องเทา กด็ ี และสเี่ ทา กด็ ี มเี ทา มากกด็ ี ท่ีมีรูปหรอื ไม
มรี ปู กด็ ี ทม่ี สี ญั ญาหรือไมม สี ัญญากด็ ี ทจี่ ะวามีสญั ญาก็ไมใ ช จะวาไมม สี ญั ญาก็ไมใ ช
ก็ดี ประมาณเทา ใด พระตถาคตอรหันต
สมั มาสมั พทุ ธเจา อนั บัณฑติ ยอ มกลาววา เปน ยอดของสัตวท ั้งหลายเหลา น้ัน ดงั น.้ี "

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วิสัชนาปญ หานนั้ สมอยา งนน้ั , ขาพเจา ยอม
รบั รองอยางนนั้ ."

๑๐. อนุปปนนมัคคอปุ ปาทปญหา ๔๙

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู ีพระ
ภาคเจาตรัสวา 'ดกู อนภิกษทุ งั้ หลาย พระตถาคตอรหันตสมั มาสัมพทุ ธเจา เปน ผยู งั
มรรคท่ยี งั ไมเกิดขึน้ แลวใหเ กดิ ข้ึน' ดังน.ี้ และตรัสอกี วา 'ดูกอนภิกษทุ ง้ั หลาย พระ
ตถาคตไดเหน็ มรรคของเกา ทางของเกา อนั พระสัมมาสมั พทุ ธเจาทง้ั หลาย มแี ลว ใน
ปางกอ นเสด็จดาํ เนนิ แลวเนอื ง ๆ.' พระผเู ปน เจา นาคเสน ถา วา พระตถาคตเปน ผยู งั

มรรคท่ยี ังไมไดเกิดขนึ้ ใหเกดิ ขน้ึ , ถา อยา งนั้น พระพุทธพจนท ่วี า 'ดกู อ นภิกษทุ ั้งหลาย
เราไดเหน็ มรรคของเกา ทางของเกา ทพ่ี ระสมั มาสมั พทุ ธเจา ทง้ั หลาย มแี ลว ในกาลกอ น
เสดจ็ ดาํ เนนิ แลวเนือง ๆ' ดงั น้ี นน้ั ผิด. ถาวา พระตถาคตตรัสแลว วา 'พระตถาคตไดเหน็
มรรคของเกา ทางของเกา ทพี่ ระสัมมาสมั พทุ ธเจา ท้ังหลาย มีแลวในกอ นเสด็จดาํ เนนิ
แลวเนอื ง ๆ,' ถาอยา งน้นั พระพทุ ธพจนว า 'ดูกอนภกิ ษทุ ั้งหลาย พระตถาคตอรหนั ต
สัมมาสมั พุทธเจา เปน ผูกระทํามรรคทยี่ ังไมเ กดิ ใหเกดิ ขึ้น' ดงั นี้ แมนนั้ ก็ผิด. ปญ หาแม
นสี้ องเงื่อน มาถึงพระผเู ปน เจา แลว , พระผเู ปน เจา พงึ แกไ ขขยายใหแจงชดั เถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร แมพระพุทธพจนน้ี พระผูมีพระภาคเจาตรสั
แลววา 'ดกู อ นภกิ ษุทงั้ หลาย พระตถาคตอรหนั ตสัมมาสมั พุทธเจา เปน ผยู ังมรรคทยี่ งั
ไมเกดิ ขึ้นแลว ใหเกิดข้นึ ' ดงั น.้ี และตรัสอีกวา 'ดกู อนภกิ ษทุ ง้ั หลาย เราไดเหน็ มรรคของ
เกา ทางของเกา อนั พระสมั มา
สมั พทุ ธเจาทงั้ หลาย มแี ลวในปางกอ น เสดจ็ ดําเนนิ แลว เนอื ง ๆ' ดังน.้ี แมค าํ ท้งั สองนน้ั
กลา วโดยสภาวะทเี ดยี ว. พระตถาคตทง้ั หลายแตปางกอ น อนั ตรธาน ไมม ใี ครจะส่งั
สอน มรรคชอื่ วาอนั ตรธานแลว, พระตถาคตนั้น เม่อื พจิ ารณาดว ยพระจกั ษุ คือ ปญหา
ไดทรงเหน็ มรรคนน้ั ซงึ่ ชาํ รดุ แลว ทรุดโทรมแลว รกแลว อันมอื ปดแลว กาํ บงั แลว ไม
เปน ที่สญั จร อนั พระสัมมาสมั พทุ ธเจา ทง้ั หลาย แตปางกอ นไดเสดจ็ ดาํ เนินเนือง ๆ แลว,
เพราะเหตุนน้ั พระองคจ งึ ตรัสแลววา 'ดูกอนภกิ ษทุ งั้ หลาย เราไดเหน็ มรรคของเกา ทาง
ของเกา อนั พระสัมมาสมั พทุ ธเจาท้งั หลายมแี ลว ในปางกอ น เสด็จดาํ เนนิ เนือง ๆ แลว '
ดงั น.้ี พระตถาคตทั้งหลายแตปางกอน อนั ตรธาน ไมม ีใครจะส่ังสอน พระตถาคตได
ทรงกระทําแลว ซ่งึ ทางอนั ชาํ รุดทรุดโทรมแลว อันมือปด แลว กาํ บงั แลว ใหเ ปน ท่ีสัญจร
ในกาลน้ี เพราะเหตุใด, เพราะเหตุนน้ั พระองคจ งึ ตรัสแลววา 'ดกู อ นภกิ ษทุ งั้ หลายพระ
ตถาคตอรหันตสัมมาสมั พทุ ธเจา เปนผยู ังมรรคทีย่ งั ไมเกดิ แลว ใหเ กิดขึน้ ' ดังน.ี้

ขอถวายพระพร ในโลกน้ี แกว มณี ซอนอยใู นระวางยอดภเู ขาเพราะพระเจา
จักรพรรดิอันตรธานเสยี , มณรี ัตนะนน้ั ยอ มเขา ถงึ ดว ยความปฏบิ ัติชอบ ของพระเจา
จกั รพรรดิองคอ นื่ อีก; มณีรตั นะนน้ั จะวา พระเจาจกั รพรรดนิ ้นั สรางขึ้นแลว คอื ให
เกดิ ขน้ึ แลวบางหรือเปน ไฉน?"

ร. "หามไิ ด พระผูเ ปน เจา มณีรตั นะนนั้ ตง้ั อยโู ดยปกต,ิ ก็แตว ามณีรตั นะนนั้
เกิดข้นึ แลว เพราะพระเจา จกั รพรรดนิ ัน้ ."

ถ. "ขอถวายพระพร มณีรตั นะน้นั เกดิ ขน้ึ แลว เพราะพระเจาจกั รพรรดิน้นั ฉัน
ใด, พระผมู ีพระภาคเจา เม่อื พจิ ารณาดว ยจกั ษุ คือ ปญ ญา ยงั มรรคเปน ที่ไปยงั พระ
นิพพานมอี งคแปด ตง้ั อยโู ดยปกติอนั พระตถาคตทง้ั หลาย มีแลว แตปางกอ น ทรง

ประพฤตสิ บื มาแลวเม่ือไมม ใี ครจะส่ังสอน ชํารดุ แลว ทรดุ โทรมแลว รกแลว อนั มืดปด
แลว กาํ บงั แลว ไมเ ปน ท่สี ญั จร ใหเกดิ ขึน้ แลว ไดก ระทาํ มรรคน้นั ใหเ ปน ท่ีสัญจร ฉนั นนั้
นนั่ แล; เพราะเหตนุ น้ั พระองคจึงตรัสแลว วา 'ดูกอนภิกษทุ ้งั หลาย พระตถาคตอรหนั ต
สัมมาสัมพทุ ธเจา เปน ผยู งั มรรคที่ยงั ไมเ กดิ ขึน้ แลวใหเ กดิ ขึน้ ' ดังน.้ี

อกี นยั หนงึ่ มารดายงั บุตรมอี ยนู น่ั เทยี ว ใหเกิดแตกําเนดิ แลว อันโลกยอมกลา ว
วา ชนกิ า ฉนั ใด, พระตถาคต ทรงพจิ ารณาดว ยจกั ษคุ ือปญญา ยงั มรรคมีอยนู ั่นเทียว
ชํารดุ แลว ทรดุ โทรมแลว รกแลว อันมดื ปด แลว กาํ บงั แลว ไมเ ปน ทส่ี ญั จร ใหเ กิดขนึ้
แลว ไดกระทาํ มรรคน้ันใหเ ปน ท่สี ัญจรแลว ฉันนน้ั นนั่ เทยี ว; เพราะเหตนุ ้นั พระองคจ งึ
ตรสั วา 'ดูกอนภิกษุทง้ั หลาย พระตถาคตอรหันตสัมมาสมั พทุ ธเจาเปน ผยู งั มรรคทยี่ งั ไม
เกิดขน้ึ ' ดังน.้ี

อีกประการหนง่ึ บรุ ษุ ไร ๆ เหน็ ภณั ฑะอยา งใดอยา งหนงึ่ ทห่ี ายไป, ชนยอ ม
กลา ววา
'ภัณฑะนนั้ อนั บุรุษนน้ั ใหเ กดิ ขน้ึ แลว' ฉนั ใด, พระตถาคต เมื่อทรงพจิ ารณาดวยจกั ษุคอื
ปญญา ยงั มรรคมีอยนู น่ั เทียว ชาํ รดุ แลว ทรุดโทรมแลว รกแลว อนั มดื ปด แลว กาํ บงั
แลว ไมเปนทส่ี ัญจร ใหเกดิ ขึ้นแลว ไดกระทาํ มรรคนั้นใหเปน ท่ีสญั จรแลว ฉนั นน้ั นนั้ แล;
เพราะเหตนุ น้ั พระองคจงึ ตรัสแลววา 'ดูกอ นภกิ ษทุ งั้ หลายพระตถาคตอรหันตสัมมาสัม
พุทธเจา เปนผยู งั มรรคท่ียงั ไมเกดิ ขึ้นแลว ใหเกดิ ขึ้น' ดังน.้ี

อกี ประการหนง่ึ บุรษุ ไร ๆ ชาํ ระปาแลว เปด เผยพนื้ ท,ี่ ชนยอ มกลาวา 'พนื้ นนั้
ของบรุ ุษนนั้ ' กแ็ ตว าพน้ื น่ันอนั บุรษุ นน้ั มิไดใหเ ปน ไปแลว บุรษุ นน้ั ชือ่ วา ภมู สิ ามิโก
เจาของแหง พนื้ เพราะกระทาํ พน้ื นน้ั ใหเปน เหตุ ฉันใด, พระตถาคตทรงพิจารณาดว ย
จกั ษุคือปญ ญา กระทาํ มรรคมีอยูน น่ั เทียว ชาํ รุดแลว ทรดุ โทรมแลว รกแลว อันมดื ปด
แลว กาํ บังแลว ไมเปน ทสี่ ัญจร ใหเ กิดขึ้นแลว ไดกระทาํ มรรคน้นั ใหเปน ทสี่ ัญจรแลว ฉนั
น้ันนนั่ เทยี วแล; เพราะเหตนุ น้ั พระองคจ งึ ตรัสแลววา 'ดูกอ นภิกษทุ ้งั หลาย พระตถาคต
อรหันตสมั มาสัมพทุ ธเจา เปน ผูยงั มรรคทย่ี งั ไมเ กิดขนึ้ แลว ใหเ กิดขึน้ ' ดงั น.้ี "

ร. "ดีละ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญ หาน้ัน สม
อยา งนนั้ , ขา พเจา ยอมรับรองอยา งนน้ั ."

วรรคท่ีหก
๑. ปฏปิ ทาโทสปญหา ๕๐

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน ในกาลใด พระโพธิสตั วไ ดท รง
กระทําทุกรกิรยิ า, ความเพยี รเปนเหตุรเิ ริม่ ความเพยี รเปนเหตุกา วหนา เชนนนั้ ความ
ผจญกเิ ลสเชนนัน้ ความกาํ จดั เสนาแหง มฤตยูเชน น้นั ความอดอาหารเชนนน้ั ความ
กระทํากิจทก่ี ระทําไดย ากเชน นนั้ ไมไ ดม ีแลวในที่อื่น, ในกาลนนั้ พระโพธิสัตวไ มไ ดแ ลว
ซึ่งอสั สาทะความยนิ ดนี อยหนง่ึ ในเพราะความบากบนั่ อนั ใหญเ ห็นปานนนั้ จงึ ยงั จติ
ดวงนน้ั นนั่ แลใหหวนกลบั แลว ไดต รัสอยา งนว้ี า 'กด็ วยทกุ รกิรยิ าอันเผด็ รอ นนี้ เรากห็ า
ไดบรรลญุ าณทัสสนะพิเศษ อันประเสรฐิ เพยี งพอยงิ่ กวา ธรรมของสามัญมนษุ ยไ มแ ล,
ชะรอยมรรคาเพือ่ ความตรัสรู จะพงึ เปน ทางอนื่ แนแล.' ครัน้ ทรงดาํ รติ กลงพระทัยฉะนี้
แลว จึงทรงเบอื่ หนา ยจากทกุ รกิริยานัน้ ไดบ รรลสุ พั พญั ุตญาณดวยมรรคาอื่น แตก ็
ทรงพรา่ํ สอนชกั ชวนสาวกทง้ั หลายดว ยปฏปิ ทานัน้ อกี วา 'ทา นทงั้ หลาย จงปรารภความ
เพยี ร จงพากเพียร จงประกอบความเพียรในพระพทุ ธศาสนา จงกาํ จดั เสนาแหง มฤตยู
เสีย เหมือนกญุ ชรทําลายเรอื นไมออเสยี ฉะนนั้ ' พระผูเปน เจา นาคเสน เพราะเหตุไรเลา
พระตถาคตจึงทรงพรา่ํ สอน ชักชวนสาวกทงั้ หลาย ในปฏิปทาทพ่ี ระองคเ องทรงเบอื่
หนา ย คนื คลาย ดหู มนิ่ แลว ?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร ปฏปิ ทาน้ันนัน่ แล เปนปฏปิ ทาทัง้ ในกาลนน้ั
ทงั้ ในกาลบัดน,ี้ พระโพธสิ ัตวท รงดาํ เนนิ ปฏปิ ทานน้ั น่ันแล บรรลุสพั พญั ุตญาณแลว.
ก็แตวา พระโพธสิ ตั วก ระทาํ ความเพยี รเกนิ ไป อดอาหารเสยี โดยไมม สี วนเหลอื , ขอ ที่จิต
เปน ธรรมชาตทิ ราม กําลงั เกดิ ขึ้นแลว แกทา น เพราะความอดอาหารเสีย, ทา นไมไ ดอาจ
แลว เพอ่ื บรรลสุ ัพพัญตุ ญาณ เพราะความทีจ่ ติ เปนธรรมชาตทิ รามกาํ ลงั น้นั , ทานเมอื่
เสพกวฬงิ การาหาร อาหารคือคําขา วพอประมาณ จงึ ไดบ รรลุสพั พญั ุตญาณ ตอกาล
ไมนานเลยดว ยปฏปิ ทานนน้ั เอง. ปฏิปทานน้ั แหละ เปน ไปเพ่อื ไดเ ฉพาะซ่งึ สพั พญั ตุ
ญาณ ของพระตถาคตทง้ั ปวง.

ขอถวายพระพร เปรยี บเหมอื นอาหารเปน เคร่อื งอุปถัมภส ตั วท ้ังปวง, สัตวท ั้ง
ปวงไดอ าศยั อาหารจงึ ไดเสวยความสขุ ฉนั ใด; ปฏิปทานน้ั แหละ เปน ไปเพื่อไดเ ฉพาะ
ซ่งึ สพั พัญุตญาณ ของพระตถาคตทงั้ ปวง ฉนั น้ันนน่ั แล. การทพี่ ระตถาคตไมไดบรรลุ
สัพพัญุตญาณในขณะนนั้ มใิ ชโ ทษของความเพยี รเปนเหตุรเิ ร่ิม มใิ ชโ ทษของความ
เพียรเปน เหตกุ าวหนา มิใชโ ทษของความผจญกเิ ลส, โดยท่แี ท เปน โทษของความอด
อาหารเทา นน้ั , ปฏิปทานน้ั อนั ธรรมดาเตรยี มไวแลว ทุกเมื่อ.

ขอถวายพระพร เปรยี บเหมอื นบรุ ุษเดินทางไกล ดว ยความเรว็ เกินไป, เพราะ
ความเรว็ เกินไปนั้น เขาพงึ เปน ผชู าไปแถบหนงึ่ หรือเปน คนปลกเปลีย้ เดินไมไ ดบนพนื้
แผนดิน, เออก็ เหตทุ ่ีเขาเดนิ ไมไดน ้ัน เปน โทษของมหาปฐพหี รอื มหาบพิตร?"

ร. "หามิได พระผูเปน เจา , มหาปฐพเี ตรยี มอยูแลวทกุ เมื่อ, โทษของมหาปฐพี
น้นั จะมมี าแตไ หน, เหตุทบี่ ุรษุ นน้ั เปน ผชู าไปแถบหนงึ่ นน้ั เปนโทษของความพยายาม
ตา งหาก."
ถ. "ขอถวายพระพร ขอ นนั้ ฉนั ใด, การทพ่ี ระตถาคตไมไ ดบ รรลุสพั พัญตุ ญาณใน
ขณะน้ัน มิใชโ ทษของความเพยี รเปนเหตุริเริม่ มิใชโทษของความเพยี รเปน เหตกุ าวหนา
มใิ ชโ ทษของความผจญกิเลส, โดยท่แี ท เปน โทษของความอดอาหารตางหาก, ฉนั น้ัน
นนั่ แล, ปฏปิ ทานนั้ อนั ธรรมดาเตรียมไวแลวทุกเมอื่ .

อกี นยั หนงึ่ เปรยี บเหมอื นบุรษุ พงึ นงุ ผาสาฎกอันเศรา หมอง, เขาไมพงึ ซกั ผาน้ัน
ในนา้ํ , ขอทผี่ าเศรา หมองนนั้ ไมใชโทษของนํา้ , นํ้าเตรียมอยูทุกเมือ่ , นนั่ เปน โทษของ
บรุ ษุ ตา งหาก ขอ น้ฉี นั ใด; การทพี่ ระตถาคตไมไดบรรลพุ ระสัพพัญตุ ญาณในสมัยนัน้
มิใชโทษของความเพียรเปน เหตรุ เิ ร่ิม มใิ ชโ ทษของความเพยี รเปน เหตกุ า วหนา มิใชโ ทษ
ของความผจญกเิ ลส, โดยทแ่ี ท เปนโทษของความอดอาหารตา งหาก, ปฏิปทานนั้ อนั
ธรรมดาเตรยี มไวแ ลวทกุ เมอ่ื ฉันนั้นนัน่ แล. เพราะเหตนุ ้ัน พระตถาคตจึงทรงพร่าํ สอน
ชักชวนสาวกท้งั หลายในปฏปิ ทานนั้ . ปฏปิ ทานัน้ หาโทษมิได อันธรรมดานนั้ เตรยี มไว
แลว ทกุ เม่ือ ดว ยประการฉะนแ้ี ล ขอถวายพระ."
ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวิสชั นาปญ หาของพระผเู ปนเจา นน้ั สมอยางนน้ั ,
ขา พเจา ยอมรบั รองอยา งนน้ั ."

๒. นปิ ปปญ จปญ หา ๕๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู พี ระ
ภาคเจาไดต รสั สอนไวว า 'ดกู อนภิกษทุ ัง้ หลาย ทานทงั้ หลายจงเปนผมู นี ปิ ปปญ จะเปน
ที่มายนิ ดี มีความยนิ ดใี นนปิ ปปญจธรรมไมมีเครอ่ื งเนนิ่ ชา' ดังน.ี้ นิปปปญ จะนนั้ เปน
ไฉน คอื ธรรมพวกไร?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร โสดาปต ติผลก็ช่อื นิปปปญจะสกทาคามิผล
กช็ ่ือ
นิปปปญจะ อนาคามิผลกช็ อื่ นิปปปญจะ อรหัตตผลกช็ ่อื นปิ ปปญจะ ธรรมไมมเี ครือ่ ง
เนนิ่ ชา ."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ถา วา โสดาปตตผิ ลก็ชอ่ื นปิ ปปญ จะสกทาคามิผลก็
ชื่อ

นปิ ปปญจะ อนาคามผิ ลกช็ อ่ื นปิ ปปญจะ อรหัตตผลกช็ ่อื นิปปปญจะไซร, ภิกษุ
ทง้ั หลายเหลา น้ี ยอมแสดงขึ้น ยอ มไตถาม พระสตู ร เคยยะ เวยยากรณ คาถา อุทาน อิ
ติวตุ ตก ชาตก อัพภตู ธรรม
เวทัลละ ยงั กงั วลอยดู วยนวกรรม คือ การใหดวย การบชู าดว ย เพือ่ ประโยชนอ ะไร?
ภิกษทุ งั้ หลายเหลา นน้ั ไดชอื่ วา กระทําอยซู ง่ึ กรรม ท่ีพระชินหา มไวแ ลว ไมใ ชห รอื ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ภกิ ษทุ งั้ หลายเหลา ใดนัน้ ยอ มแสดงข้ึน ยอมไตถามพระ
สูตร เคยยะ เวยยากรณ คาถา อุทาน อติ วิ ตุ ตก ชาตก อพั ภูตธรรม เวทัลละ ยังกังวลอยู
ดว ยนวกรรม คือ การใหดว ย การบชู าดวย, ภิกษทุ ง้ั หลายเหลา นนั้ ทั้งปวง ช่ือวา กระทาํ
ความเพียรเพอ่ื จะถงึ ซง่ึ นิปปปญจธรรม ภกิ ษทุ ง้ั หลายเหลาใดนั้น เปน ผูบรสิ ุทธ์ิแลว โดย
สภาพ มวี าสนาเคยอบรมมาแลว, ภกิ ษุทงั้ หลายเหลา นนั้ มนี ปิ ปปญ จธรรมโดยขณะ
แหง จิตอนั เดียว. ฝา ยวาภกิ ษทุ ง้ั หลายเหลา ใดน้ัน เปน ผมู ีธลุ ี คือ กิเสลในนยั นต า คอื
ปญ ญามาก, ภกิ ษทุ ง้ั หลายเหลา น้ัน ยอ มเปน ผมู นี ปิ ปปญ จธรรม ดวยประโยคทงั้ หลาย
เหลา น.้ี เปรยี บเหมือนบรุ ษุ ปลูกพืชลงในนาแลวเกบ็ ขา วเปลอื ก ดว ยความเพยี รตาม
กาํ ลังของตน เวน แลว จากรั้วเปนเคร่ืองปองกนั , บรุ ุษอีกคนหน่งึ ปลกู พชื ลงในนาแลวเขา
ไปสปู า ตัดไมแ หงดว ย กงิ่ ไมดว ย เรยี วหนามดว ย กระทําร้วั แลว จึงเกบ็ ขา วเปลอื ก,
ความแสวงหาของบุรุษนนั้ ดว ยกนั้ รว้ั ในนานัน้ เพ่ือประโยชนแ กข า วเปลอื ก ฉันใด;

ขอถวายพระพร ภิกษทุ ง้ั หลายเหลา ใดนนั้ เปนผบู รสิ ทุ ธแิ์ ลว โดยสภาวะ มี
วาสนาเคย
อบรมแลว , ภกิ ษุทง้ั หลายเหลานน้ั เปน ผมู เี ครือ่ งเนน่ิ ชา ออกแลวโดยขณะแหงจติ
อันหนึง่ เหมอื นบุรษุ เวน ความกั้นดว ยรว้ั เสยี เกบ็ ขา วเปลอื ก; ฝา ยภกิ ษทุ ง้ั หลายเหลา ใด
นัน้ เปน ผมู ีธลุ ี คือ กิเสลในนยั นต า คอื ปญ ญาใหญหลวง, ภิกษทุ ง้ั หลายเหลา นน้ั เปน ผู
มเี ครื่องเนนิ่ ชา ออกแลว ดว ยประโยคทง้ั หลายเหลา นี้ เหมอื นบรุ ุษกระทาํ ความกนั้ ดว ย
ร้ัวแลว เก็บขา วเปลอื ก ฉนั นนั้ นน้ั เทยี วแล.

อีกประการหนงึ่ เปรียบเหมือนชอแหง ผลไม พงึ มีทยี่ อมแหง ตน มะมว งใหญ,
ถาวา ในทน่ี นั้ ผใู ดผหู นงึ่ เปนผมู ีฤทธมิ์ าแลว พงึ นําผลแหง ตน มะมว งนน้ั ไปได, ในทนี่ น้ั
ฝายบุคคลผไู มมีฤทธิ์ ตัดไมแ หงและเถาวลั ย ผกู ใหเ ปนพะองแลว ขนึ้ สูตน มะมว งนนั้ โดย
พะองนนั้ นาํ ผลไปได, จงึ ควรแสวงหานน้ั เพ่ือเอาแตผล ฉันใด;บุคคลทงั้ หลายเหลา ใด
น้นั บริสทุ ธแ์ิ ลว โดยสภาวะ มีวาสนาอบรมแลว ในปางกอ น, บุคคลท้งั หลายเหลา นนั้
เปนผมู ีธรรมเครอื่ งเนนิ่ ชาออกแลวโดยขณะแหงจติ อนั หนง่ึ เหมือนบคุ คลมีฤทธท์ิ น่ี าํ ผล
มะมวงไปไดนน้ั ; ฝา ยวา ภิกษทุ ัง้ หลายใดนั้น เปนผมู ธี ลุ ี คอื กิเสลในนยั นตา คือ

ปญญาใหญหลวง, ภกิ ษุท้ังหลายเหลา นนั้ ยอ มตรัสรสู จั จะทงั้ หลายดว ยประโยคนี้
เหมอื นบุรุษนาํ ผลแหงมะมว งไปโดยพะอง ฉนั นนั้ นน่ั เทยี วแล.

อกี ประการหนง่ึ เปรียบเหมือนบุรุษผูก ระทาํ ความตองการ คอื แสวงหาทรัพย
คนหนงึ่ คนเดยี วทเี ดียว เขา ไปใกลเ จานายแลวยังทรัพยน นั้ ใหส ําเร็จได, คนหนง่ึ เปน ผมู ี
ทรัพย ยงั บรษิ ทั ใหเจรญิ แลว ดว ยอํานาจแหงทรัพย ยงั ทรพั ยนน้ั ใหส าํ เร็จดวยบรษิ ทั ,
ความแสวงหาดว ยบริษัทในทรพั ยน ั้นของบรุ ุษนนั้ อันใด ความแสวงหาบริษัทนน้ั เพอื่
ประโยชนแกท รพั ย ฉนั ใด;บุคคลทั้งหลายเหลา ใดนน้ั บริสุทธ์แิ ลวโดยสภาวะ มวี าสนา
อบรมมาแลวในปางกอ น, บุคคลทง้ั หลายเหลาน้ันยอมถงึ ความเปน ผชู าํ นาญใน
อภญิ ญาท้งั หลายหก โดยขณะแหงจติ อนั หนง่ึ เปรยี บเหมือนบุรุษคนหนึง่ กระทาํ ซ่งึ อนั
ยังทรพั ยใ หสําเร็จ; ฝา ยภกิ ษทุ ง้ั หลายเหลา นั้นใด มธี ลุ ี คอื กิเลสในนยั นต า คือ ปญ ญา
ใหญหลวง, ภกิ ษุทง้ั หลายเหลา นนั้ ยอมยงั ทรัพย คือ สามัญญคุณใหสําเร็จเฉพาะดว ย
ประโยคทงั้ หลายเหลา นี้ เปรยี บเหมอื นบุรษุ กระทาํ ซึ่งอนั ยงั ทรพั ยใหส ําเรจ็ ดวยบรษิ ทั .

ขอถวายพระพร แมอ ุทเทสเปน ของมอี ุปการมาก แมปรปิ จุ ฉาเปน ของมีอปุ การ
มาก แม
นวกรรมเปน ของมีอปุ การมาก แมการใหเปน ของมอี ุปการมาก แมก ารบชู าเปนของมีอปุ
การมาก ในกจิ ท่คี วรกระทาํ ทั้งหลายเหลา น้นั ๆ.

ขอถวายพระพร บรุ ษุ ผูจะเปน ขาราชการกระทําแลว ซ่ึงราชกิจดว ยชนผูเ ปน ราช
บริษัททงั้ หลาย คือ อมาตยร าชภัฏกรมวงั ผูรักษาพระทวารและราชองครักษ, ครนั้ เมอื่
กจิ ควรกระทาํ ยงั ไมเ กดิ ขน้ึ แลว ราชบุรษุ ทง้ั หลายเหลานน้ั แมทง้ั หมด เปนผมู อี ุปการแก
บุรุษขาราชการนนั้ ฉนั ใด; แมอุทเทส ปรปิ จุ ฉา นวกรรม การใหแ ละการบูชาลวนเปน
ของมีอุปการมาก ในกจิ ควรกระทําท้ังหลายเหลาน้ัน ฉนั นน้ั . ถาวา ชนทง้ั หลวงทงั้ ปวง
พึงเปน ผูบ ริสทุ ธแ์ิ ลว โดยอภชิ าติไซร, กิจอันผพู ราํ่ สอนจะพึงกระทาํ ไมพ ึงม;ี กเ็ พราะเหตุ
ใดแล กิจอันผพู รํา่ สอนจะพงึ กระทาํ ดวยการฟงมอี ย.ู พระเถระสารีบุตรผมู กี ุศลมลู ส่งั
สมแลว สนิ้ อสงไขยและกัปปอ นั นบั ไมไ ดแลว ถงึ แลว ซง่ึ ทส่ี ุดแหงปญ ญา, แมพระเถระ
สารบี ตุ รนน้ั เวน จากการฟง ไมอาจแลว เพอื่ จะพงึ อาสวกั ขยั .

ขอถวายพระพร เพราะเหตุนนั้ การฟงชื่อมีอปุ การมาก, แมอ ุทเทสแมป รปิ จุ ฉา
มอี ุปการมาก กเ็ หมอื นกนั , เพราะเหตุนน้ั อทุ เทสปรปิ จุ ฉาจงึ เปน นปิ ปปญจธรรม มี
เครื่องเนนิ่ ชา ออกแลว เปน อสงั ขตะ."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ปญ หาพระผูเปน เจา เพง ดแี ลว ขอวสิ ชั นาปญ หาของ
พระผเู ปนเจาน้ันสมอยา งนน้ั , ขา พเจา ยอมรบั รองอยา งน้นั ."

๓. คิหอิ รหัตตปญหา ๕๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผเู ปน เจา กลาวอยวู า 'บุคคล
เปนคฤหัสถบ รรลุพระอรหตั แลว มีคติสอง คือ: พระอรหนั ตนนั้ บวชบา ง ปรนิ พิ พานบา ง
ในวนั นนั้ ทเี ดียว, วนั นน้ั อนั พระอรหนั ตน นั้ ไมอ าจเพ่อื จะกา วเกนิ ได. "

พระผูเ ปนเจานาคเสน ถา วา พระอรหนั ตน ั้นไมพ งึ ไดอ าจารยห รืออุปช ฌาย
หรอื บาตรและจวี รในวนั น้ัน, พระอรหันตน นั้ พึงบวชเองหรอื พงึ ลว งวัน หรือพระอรหนั ต
อื่นบางรปู เปน ผมู ีฤทธ์ิ พงึ มาแลวยงั พระอรหันตนนั้ ใหบ วชบา งหรอื หนอ หรอื พระ
อรหันตนนั้ พึงปรนิ พิ พาน.

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระอรหนั ตน ้ันไมพ งึ บวชเอง เม่ือบวชเอง
ยอ มตอ งเถยยสังวาส; อนงึ่ ทานไมล ว งวนั ความทพี่ ระอรหนั ตอ งคอ น่ื จะมาจะมหี รือไม
มี พระอรหันตน ้นั ยอ มดบั เสยี ในวนั นัน้ ทเี ดยี ว."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ถา อยางนนั้ ความทพ่ี ระอรหตั มอี ยู เปน กจิ อนั พระ
อรหนั ตน น้ั ไมล ะแลว ความนําชวี ติ ไป ยอมมีแกพระอรหนั ตผ มู ธี รรมอันถึงทับแลวดว ย
เหตุไรเลา?"

ถ. "ขอถวายพระพร เพศแหง คฤหัสถบรรลพุ ระอรหัตในเพศอนั ไมเสมอ ยอ ม
บวชบา ง ยอมปรนิ พิ พานบา ง ในวนั นนั้ ทเี ดียว เพราะความทเ่ี พศเปน ของทุรพล; สว น
นั้นไมใชโ ทษของพระอรหตั โทษน้ันเปน โทษของเพศแหง คฤหสั ถ เพราะความที่เพศเปน
ของทรุ พล. เปรียบเหมือนโภชนะเปน ของเลีย้ งอายขุ องสตั วทงั้ หลายทงั้ ปวง เปนของ
รักษาชวี ิตของสัตวท ้งั หลายทง้ั ปวงไว ยอ มผลาญชีวติ แหง บุคคล ผมู กี ระเพาะอาหารไม
ปกติ เพราะไมช วยยอ ยแหงไฟเผาอาหารซง่ึ ออ นและทรามกาํ ลงั , โทษนน้ั ไมใ ชโ ทษของ
โภชนะ โทษนน้ั เปน โทษของกระเพาะ เพราะมไี ฟธาตอุ อ นกาํ ลงั ฉนั ใด; คฤหัสถท บี่ รรลุ
พระอรหัตในเพศอนั ไมเสมอ ยอมบวชบาง ยอ มปรนิ พิ พานบา ง ในวนั น้ันทเี ดยี ว เพราะ
ความทุรพลดว ยเพศ, โทษนนั้ ไมใชโทษของพระอรหัต โทษนน้ั เปน โทษของเพศแหง
คฤหัสถ เพราะความเปน เพศทรุ พล ฉนั นนั้ นนั่ เทียว.

อีกนัยหนงึ่ เปรียบเหมอื นเสน หญา อนั นอ ย คร้นั เมอ่ื หนิ เปนของหนกั อนั บุคคล
วางไวขา งบนแลว หญา นนั้ ยอ มแหลกตกไป เพราะความทแี่ หง หญา เปนของทุรพล ฉัน
ใด, คฤหสั ถท บี่ รรลพุ ระอรหัตแลว ไมอาจเพ่ือจะทรงพระอรหัตไวด วยเพศนนั้ ยอมบวช
บา ง ยอ มปรนิ พิ พานบา ง ในวนั น้นั ทเี ดยี ว ฉนั นน้ั .

อกี นยั หนง่ึ เปรยี บเหมือนบุรษุ ไมม ีกาํ ลงั เปน ผทู ุรพล มชี าติอันเลย มบี ญุ นอ ย
ไดราชสมบตั ใิ หญ ยอ มตกต่ําเสอ่ื มถอยโดยขณะไมอาจเพื่อจะทรงความเปนอิสระไวไ ด

ฉันใด; คฤหสั ถที่บรรลพุ ระอรหัตแลว ไมอาจเพื่อจะทรงพระอรหตั ไวดว ยเพศนนั้ ได ฉัน
นั้นน่นั เทยี วแล, เพราะเหตนุ ้นั คฤหัสถทบ่ี รรลุพระอรหตั แลว ยอมบวชบาง ยอ ม
ปรนิ พิ พานบาง ในวนั นน้ั ทเี ดยี ว."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วิสัชนาปญ หาของพระผเู ปนเจา นน้ั สมอยา ง
นั้น, ขาพเจา ยอมรบั รองอยางนนั้ ."

๔. โลมกัสสปปญ หา ๕๓

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู ีพระ
ภาคเจา ตรสั วา 'เราไดเกดิ เปนมนษุ ยในกาลกอ นทเี ดียวไดเปน ผมู ชี าตแิ หง บคุ คลไม
เบยี ดเบยี นสตั วท ง้ั หลาย' ดังน.ี้ และพระโพธสิ ัตวเ ปน ฤษชี อื่ โลมกสั สป ไดเ ห็นนาง
จนั ทวดกี ัญญา ฆา สตั วท งั้ หลายมใิ ชรอ ยเดยี ว บชู ามหายญั ช่อื วา วาชเปยยะ. พระผูเปน
เจานาคเสน ถา วา พระผมู พี ระภาคเจาตรสั แลววา 'เราเปนมนษุ ยในกาลกอนทีเดยี ว
เปน ผมู ชี าติแหงบคุ คลไมเ บยี ดเบียนสตั วท ้ังหลาย ดงั น,ี้ ถากระน้นั คาํ วา 'ฤษีชื่อ
โลมกสั สป ฆาสัตวท ้ังหลายมใิ ชรอ ยเดียวบูชามหายญั ชอื่ วาชเปยยะ' ดงั น้ี นน้ั ผิด. ถา
วาฤษชี ่ือโลมกสั สป ฆาสตั วท ัง้ หลายมิใชร อ ยเดยี ว บูชามหายญั ชอ่ื วาชเปยยะ, ถา
อยา งนนั้ คําทวี า 'เราเกิดเปน มนษุ ยในกาลกอ นเทยี ว ไดเปน ผมู ชี าตแิ หง บคุ คลไม
เบียดเบยี นสัตวท ง้ั หลาย' ดังน้ี แมน ้นั กผ็ ิด. ปญหาแมน ้สี องเงื่อน มาถงึ พระผูเปน เจา
แลว พระผูเปน เจาพึงแกไ ขขยายใหแ จง ชดั เถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร แมพระพทุ ธพจนน ี้ อนั พระผูมพี ระภาคเจา
ไดท รงภาสิตแลววา 'เราเกดิ เปนมนษุ ยใ นกาลกอนเทยี ว ไดเ ปน ผูมชี าตแิ หง บุคคลไม
เบยี ดเบยี นสัตวท ง้ั หลาย' ดงั น,ี้ และฤษีชือ่ โลมกสั สปฆา สตั วทง้ั หลายมใิ ชรอ ยเดยี ว
บูชามหายญั ชอ่ื วาชเปยยะ; ก็แหละมหายญั น้นั อนั ฤษีชอื่ โลมกัสสปนน้ั มสี ัญญาวปิ ลาศ
แลว บูชาแลว ดวยอํานาจแหงราคะ จะเปน ผูม เี จนาเปน ปกตอิ ยูบูชาแลวหามิได. "

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน บคุ คลทงั้ หลายแปดเหลานี้ ยอ มฆา สตั ว, บคุ คล
ทัง้ หลายแปด เปนไฉน: บุคคลทง้ั หลายแปด คือ บคุ คลกาํ หนัดแลว ยอ มฆาสัตวด ว ย
อาํ นาจแหง ราคะ บุคคลอันโทสะประทษุ รา นแลว ยอ มฆา สัตวดวยอาํ นาจแหง ราคะ
บุคคลอนั โทสะประทุษรา ยแลว ยอ มฆา สตั วดว ยอาํ นาจแหง โทสะ บคุ คลหลงแลว ยอม
ฆาสัตว ดว ยอาํ นาจแหง โมหะ บุคคลมมี านะ ยอ มฆา สตั วดว ยอํานาจแหง มานะ บคุ คล
โลภแลว ยอมฆาสัตวด ว ยอาํ นาจแหง ความโลภบุคคลไมมที รพั ยนอ ยหนง่ึ ยอมฆา สตั ว
เพ่อื ประโยชนแ กการเลีย้ งชวี ิตบคุ คลพาลยอ มฆาสัตวดว ยอาํ นาจแหง ความไมร ู เพราะ

เหตมุ สี หายเปน พาล พระมหากษตั ริยย อมฆาสตั วด ว ยอาํ นาจแหง กฎหมาย บุคคล
ท้งั หลายแปดเหลา น้ี ยอ มฆา สัตว. มหายญั เปน ปกตทิ ีเดยี ว อนั พระโพธิสัตวท ําแลว .

ถ. "ขอถวายพระพร มหายัญโดยปกตทิ เี ดยี ว อนั พระโพธสิ ตั วท ําแลว หามไิ ด.
ถาวา พระโพธสิ ัตวพงึ นอ มลงไปโดยความเปน ปกตเิ พือ่ จะบชู ามหายัญไซร, พระ
โพธสิ ัตวไ มพ งึ กลาวคาถาวา 'เราไมพ ึงปรารถนาแผน ดินซึ่งมสี มทุ รเปน เคร่อื งลอม คอื มี
ทะเลลอมอยรู อบ ดุจกณุ ฑลซึ่งพนั ไวดว ยเถาวลั ยด าํ พรอ มดวยนนิ ทา, แนะ สยั หะ ทา น
จงรูอยางน.ี้ '

ขอถวายพระพร พระโพธสิ ตั วม ีวาทะอยา งนี้ พอเห็นนางราชกญั ญาชอื่ จนั ทวดี
เปนผมู ีสัญญาผิด มจี ิตฟุงซา น กําหนัดแลว , ครัน้ มสี ัญญาผิดแลว เปน ผอู ากลู และ
อากลู ดว นและดวน บชู ามหายญั ช่ือวา วาชเปยยะ เปน ทฆ่ี า สตั วของเลยี้ งและสัง่ สม
เลือดในคอใหญดว ยจติ ฟงุ ซา นแลว และวงิ เวียนแลว และมัวเมาแลว นนั้ . เปรยี บเหมอื น
คนบา มจี ติ ฟงุ ซา นแลว เหยยี บไฟรุงเรืองแลวบา ง จบั อสรพษิ อันกําเรบิ แลว บาง เขาไป
ใกลชางซบั มันแลวบาง ไมเ หน็ ฝง แลน ไปสสู มทุ รบาง ยอ มขยาํ คถู บา ง ยอ มลงบอคูถ
บา ง ยอ มขน้ึ ไปสูที่มหี นามบา ง ยอ มโดดในเหวบา ง ยอ มกินอสุจิบา ง เปนคนเปลอื ย
เทีย่ วไปกลางถนนบาง ยอมทํากิรยิ าไมค วรทาํ มากอยา ง แมอน่ื บา งฉนั ใด; พระโพธิสตั ว
พอเหน็ นางราชกญั ญาชื่อ จนั ทวดี เปน ผูมสี ัญญาผิด มีจติ ฟงุ ซา น, คร้ันมีสัญญาผิด
แลวเปนผอู ากลู และอากลู ดว นและดวน, บูชามหายญั ชอ่ื วาชเปยยะ เปนทฆี่ า สัตวข อง
เลย้ี งและสงั่ สมเลือดในคอใหญ ๆ ดว ยจิตฟงุ ซา นแลว และวิงเวียนแลว และมวั เมาแลว
ฉันนน้ั นนั่ เทยี วแล.

ขอถวายพระพร บาปอนั บคุ คลมีจิตฟงุ ซา นแลว ทาํ แลว ซงึ่ จะเปน มหาสาวชั ชะ
เปน ไปกับดว ยโทษใหญ แมในทฏิ ฐธรรมหามิไดจะเปน มหาสาวัชชะ แมโดยวบิ ากใน
สัมปรายะก็หาไม. ในโลกนใี้ คร ๆ เปนบา พึงตอ งอาชญาประหารชีวิต บรมบพิตรจะ
ทรงวางอาชญาอะไรแกเ ขา?"

ร. "อาชญาอะไร จกั พึงมแี กคนบาเลา , พระผเู ปน เจา ขา พเจายังราชบรุ ุษ
ทั้งหลายใหโบยแลว จงึ นาํ คนบา นั้นออกเสีย, ความใหราชบรุ ุษโบยนาํ ออกเสยี นนั่ แหละ
เปนอาชญาของคนบา นน้ั ."

ถ. "ขอถวายพระพร แมพระราชอาชญา เพราะความผดิ ของคนบา ไมม ี, เพราะ
เหตนุ นั้ เมื่อความผิดอนั คนบาแมทาํ แลว ยอ มไมมโี ทษ คนบาเปน สเตกจิ โฉ. ฤษชี ่อื
โลมกสั สปมสี ญั ญาผิด มจี ิตฟุงซา นแลว กาํ หนดั แลว พรอมดว ยการเหน็ นางราชกัญญา
ชอ่ื จันทวด,ี คร้ันเปน ผูมีสญั ญาผดิ แลว มคี วามกระสับกระสา ยฟงุ ซา นแลว อากูลและ
อากูล ดว นและดว น บูชามหายัญช่ือ วาชเปยยะ เปน ท่ฆี า สัตวข องเลย้ี งและสง่ั สมเลอื ด

ในคอใหญ ๆ ดว ยจติ ฟงุ ซาน และวงิ เวยี นแลว และมวั เมาแลวน้นั . กแ็ ละพระโพธิสตั ว
นัน้ มจี ิตเปน ปกติกลบั ไดส ติในกาลใด, บวชแลว อีก ยงั อภญิ ญาท้งั หลายหา ใหเ กดิ แลว
เปนผเู ขา ไปสพู รหมโลกนน่ั เทียว ในกาลนน้ั ."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญ หานัน้ สม
อยางนนั้ , ขา พเจายอมรับรองอยางนน้ั ."

๕. ฉันททนั ตโชติปาลอารัพภปญหา ๕๔

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู พี ระ
ภาคเจา ตรสั แลว วา 'พญาฉทั ทนั ตคชสารจบั นายพรานไดดวยคิดวา เราจกั ฆา มนั เสยี ได
เหน็ ผา กาสาวะเปน ธงของฤษีทงั้ หลายแลว สญั ญาไดเ กดิ ขึน้ แลว แกพญาคชสารอนั
ทุกขถ ูกตองแลววา ธงพระอรหันตมีรูปแหง บคุ คลอันสัตบุรุษทั้งหลายไมพ งึ ฆา ' ดังน้.ี
และตรัสแลว วา 'มาณพช่อื โชตปิ าละ ดา บริภาษพระผมู พี ระภาคอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธ
เจาทรงพระนามวา กสั สป ดว ยวาจาท้งั หลายอันหยาบเปนของแหง อสตั บรุ ุษโดยวาทะ
วา คนโลน โดยวาทะวา สมณะ' ดังน.ี้ พระผเู ปน เจา นาคเสน ถา วา พระโพธิสตั วเ ปน
ดริ ัจฉานยงั บูชาผากาสาวะยง่ิ , ถาอยา งนนั้ คําทว่ี า 'โชติปาละมาณพ ดาบริภาษ พระผุ
มีพระภาคอรหันตสมั มาสัมพทุ ธเจาทรงพระนามวา กัสสป ดว ยวาจาทง้ั หลายอนั หยาบ
เปนของแหง อสตั บุรษุ โดยวาทะวา คนโลน โดยวาทะวา สมณะ' ดังนี้ นน้ั เ ปน ผิด. ถาวา
โชตปิ าละมาณพ ดา บรภิ าษ พระผมู พี ระภาคเจาอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธเจา ทรงพระนาม
วากสั สป ดวยวาจาทงั้ หลายอนั หยาบ เปน ของแหง อสัตบรุ ษุ โดยวาทะวา คนโลน โดย
วาทะวา สมณะ, ถาอยา งนน้ั คาํ ทว่ี า 'ผา กาสาวะอนั พญาฉทั ทนั ตค ชสารบูชาแลว ' ดังนี้
แมนั้นก็ผิด. ถา วา พระโพธิสตั วเ ปน สตั วดิรจั ฉานเสวยเวทนาอนั หยาบคายเผด็ รอนอยู
ยงั บชู าผากาสาวะทนี่ ายพรานนงุ แลว , พระโพธสิ ัตวเ ปนมนุษยม ญี าณแกกลา มปี ญญา
เครื่องตรสั รแู กกลาแลว เหน็ พระผูม ีพระภาคอรหนั ตสมั มาสัมพทุ ธเจาทรงพระนามวา
กัสสป ผทู รงทศพลญาณเปน อัครอาจารยใ นโลก มีแสงสวางมวี าหนึง่ เปน ประมาณ
รุงเรอื งแลว ผบู วรสงู สุด ทรงคลุมแลวซงึ่ ผา กาสาวะอันงามประเสริฐแลว ทําไมจงึ ไม
บูชาเลา ? ปญ หาแมน สี้ องเงอื่ น มาถงึ พระผูเปนเจา แลว พระผเู ปนเจา จงแกไขขยาย
ออกใหแ จง ชดั เถดิ ."

ถ. "ขอถวายพระพร แมพ ระพุทธพจนน ี้ พระผูม ีพระภาคเจา ตรัสแลว วา
'พญาฉทั ทนั ต

คชสารจบั นายพรานได คดิ วา เราจักฆา มนั เสยี ไดเ หน็ ผา กาสาวะเปน ธงของฤษี
ทั้งหลายแลว สัญญาไดเ กิดขนึ้ แลว แกพญาฉัททันตค ชสาร อันทกุ ขถกู ตอ งแลววา ธง
ของพระอรหนั ต มรี ูปแหง บุคคลอันสตั บรุ ุษทัง้ หลายไมพ งึ ฆา " ดงั น.้ี

อนงึ่ มาณพชอื่ โชตปิ าละ ดา บริภาษพระผมู ีพระภาคอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธเจา
ทรงพระนามวา กัสสป ดวยวาจาทง้ั หลายอนั หยาบเปน ของแหงอสัตบุรษุ โดยวาทะวา
คนโลน โดยวาทะวา สมณะ. ความดาและบริภาษนน้ั เปน ไปแลวดวยอาํ นาจแหง ชาติ
และตระกูล. โชติปาละมาณพ เกดิ แลว ในตระกกู ลไมมีศรัทธา ไมเลือ่ มใสแลว, มารดา
และบดิ าทงั้ หลาย พน่ี องหญงิ และพนี่ อ งชายทั้งหลาย ทาสีและทาสและเดก็ และมนษุ ย
บริวารทงั้ หลาย แหง โชตปิ าละมาณพนน้ั มีพรหมเปน เทวดา เปน ผหู นกั ในพรหมเปน ผู
เคารพตอพรหม, ชนทั้งหลายมีมารดาและบดิ าเปนตน เหลานนั้ คดิ วา 'พราหมณ
ทงั้ หลายอยา งเดียว เปน ผูส งู สดุ ประเสรฐิ ' ดงั น้ี ตเิ ตยี นเกลยี ดบรรพชติ ท้ังหลาย
นอกจากพราหมณ. โชติปาละมาณพ ฟง คํานน้ั ของชนท้งั หลายมมี ารดาและบิดาเปน
ตน เหลา นน้ั อนั นายชา งหมอ ชือ่ ฆฎกี ารเรียกมาแลว เพอ่ื จะเผาพระศาสดา จงึ กลา ว
แลว อยางนว้ี า 'ประโยชนอะไรของทา นดว ยสมณะโลน อน ทา นเหน็ แลวเลา ?'

พระถวายพระพร อมฤตรสมากระทบพษิ แลว กลายเปน ของขมฉนั ใด, อน่งึ นา้ํ
เยน็ มากระทบไฟกลายเปน นา้ํ รอ น ฉนั ใด, โชตปิ าละมาณพเกดิ ในตระกลู ไมมีศรทั ธา
ไมเล่ือมใสแลว, โชตปิ าละมาณพนน้ั เปน ผมู ดื แลว ดว ยอาํ นาจตระกูลและชาติ จงึ ดา
แลว บรภิ าษแลว ซงึ่ พระตถาคต ฉันนน้ั นนั่ แล. กองแหง ไฟใหญรุงเรอื งแลว ชชั วาลแลว
เปน ไปกับดวยแสงสวา ง มากระทบนํา้ แลว มแี สงสวางและเตโชธาตอุ นั นาํ้ นน้ั เขาไปขจดั
แลว เปน ของเย็น เปน ของดาํ ยอ มเปนของเชนกบั ดวยผลยา งทรายอันสกุ งอมแลว ฉนั
ใด, โชติปาละมาณพเปน ผูมบี ญุ มศี รทั ธา มีแสงสวา ง อันไพบลู ยด ว ยญาณ เกิดแลว ใน
ตระกลู ไมมีศรทั ธา ไมเ ลื่อมใสแลว, โชติปาละมาณพนน้ั เปนคนบอดดว ยอาํ นาจแหง
ตระกูล ดา บรภิ าษพระตถาคตแลว, ครั้นเขา ไปใกลพระตถาคตแลว รทู ่ัวถงึ ซง่ึ คุณแหง
พระพทุ ธเจา เปนผรู าวกะเดก็ บวชแลวในพระศาสนาของพระชนิ พทุ ธเจา ยงั อภิญญา
ทง้ั หลายดว ย สมาบตั ทิ ง้ั หลายดว ย ใหเ กดิ ขึ้นแลว ไดเ ปน ผเู ขา ไปสพู รหมโลกแลว ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอ วิสัชนาปญ หานนั้ สม
อยา งนนั้ , ขาพเจายอมรบั รองอยา งนน้ั ."

๖. ฆฏกี ารปญ หาท่ี ๕๕

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู พี ระ
ภาคเจาไดทรงภาสติ แลว วา 'โรงของนายชา งหมอ ชอ่ื ฆฏกี าร ไดเ ปน โรงมอี ากาศเปน
หลงั คา ตั้งอยแู ลว ตลอดไตรมาสทง้ั ปวง และฝนไมร วั่ ได' ดงั น.ี้ และทรงภาสิตแลวอกี วา
'กุฎขี องพระตถาคตทรงพระนามวากัสสป ฝนร่วั ได. ' พระผเู ปน เจา นาคเสนกุฎีของพระ
ตถาคตผมู ีกศุ ลมลู อันหนาขึน้ แลว อยา งนี้ รัว่ ได เพอ่ื เหตอุ ะไร? ธรรมดาอานภุ าพของ
พระตถาคตอนั บณั ฑติ พึงปรารถนา. พระผูเปนเจา นาคเสน ถา วา โรงของนางชา งหมอ
ชื่อฆฏีการอนั ฝนรว่ั ไมไ ดไดเปน โรงมอี ากาศเปน หลงั คา ตัง้ อยแู ลว , ถา อยางนนั้ คาํ ทว่ี า
'กุฎขี องพระตถาคตอันฝนร่ัวได' ดังน้ี นัน้ ผิด. ถา วา กุฎขี องพระ
ตถาคตอันฝนร่ัวได, ถา อยา งนนั้ คาํ ทวี่ า 'โรงของนายชา งหมอ ชือ่ ฆฏีการอนั ฝนรว่ั ไมไ ด
มีอากาศเปนหลงั คา' ดงั นี้ แมนั้นกผ็ ิด. ปญหาแมน สี้ องเงอ่ื น มาถึงพระผเู ปน เจา แลว
พระผเู ปน เจา พงึ แกไ ขขยายออกใหแจงชดั เถดิ ."

ถ. ขอถวายพระพร แมพ ระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั แลว วา 'โรงของ
นายชางหมอ ชอื่ ฆฏกี าร ไดเ ปนโรงมีอากาศเปน หลงั คา ตง้ั อยูแลวตลอดไตรมาสท้ังหวง
และฝนไดร ว่ั ได' ดังน.้ี และทรงภาสติ แลว อกี วา 'กฎุ ขี องพระตถาคตทรงพระนามวา
กสั สปฝนรั่วได' ดังนี้.

ขอถวายพระพร นายชา งหมอชอ่ื ฆฏีการเปน คนมศี ีล มธี รรมอนั งาม มกี ศุ ลมูล
อันหนาหนกั แลว เลีย้ งมารดาและบดิ าทงั้ หลายแกแ ลว เปนผบู อดอย,ู ชนท้ังหลายไม
บอกกลา วแลว เทยี ว นาํ หญา ในเรอื นของนายชา งหมอ น้นั ลบั หลงั ของนายชา งหมอ ไป
มุงกุฎขี องพระผูมีพระภาคเจา นนั้ , นายชา งหมอช่ือฆฏีการนั้น กลับไดปตอิ ันไมห วน่ั ไหว
แลว ไมเ ขยอื้ นแลว ตงั้ มนั่ ดวยดีแลว ไพบลู ยแ ลว ไมมวี ัตถอุ นั ใดเสมอ เพราะอนั นาํ
หญา นั้นไป และยังโสมนัสยง่ิ อันใคร ๆ ชงั่ ไมไดใ หเกิดขึน้ แลว วา 'โอหนอ พระผมู พี ระ
ภาคเจาของเรา เปน ผสู งู สดุ ในโลก เปน ผูคนุ เคยดวยดแี ลว' ดังน้ี เพราะเหตนุ นั้ วิบาก
เปน ไปในทฏิ ฐธรรมเกดิ ขึ้นแลว แกน ายชา งหมอ ชอื่ ฆฏกี ารน้นั . พระตถาคตยอมไม
หวน่ั ไหว เพราะวิการเทา นนั้ เลย. พญาเขาชอื่ สิเนรุ ยอมไมหวนั่ ไหวไมกระเทอื น เพราะ
ลมมีแสนมิใชแ สนเดยี วประหารบาง, สาครอันบวรประเสรฐิ ทรงนา้ํ ใหญไ ว ยอ มไมเ ตม็
ยอ มไมวิการ แมด วยแสนแหงคงคาใหญ มรี อ นแหงนหตุ มใิ ชรอยเดียว ฉนั ใด; พระ
ตถาคตยอ มไมเ ขยือ้ นเพราะวิการมีประมาณเทา นน้ั ฉนั น้นั น่นั เทยี ว. กุฎีของพระ
ตถาคตอนั ฝนร่วั ได ดว ยเหตใุ ด เหตุนนั้ เปน ไปแลว ดว ยความไหวตามแกห มแู หง ชน
ใหญ. พระตถาคตทัง้ หลาย เมอื่ พิจารณาเหน็ อาํ นาจแหง ประโยชนท ้งั หลายสองเหลา นี้
ไมสอ งเสพปจจยั ทพี่ ระองคน ริ มิตแลวเอง ดว ยทรงดํารวิ า 'พระศาสดาน้เี ปน ทักขเิ ณยย
บคุ คลอันเลศิ ' ดังน้ี เทพดาและมนษุ ยทง้ั หลายถวายแลว ซ่ึงปจ จัยแกพ ระผูมีพระภาค

เจาจะพนจากทุคติท้งั ปวง; บคุ คลทัง้ หลายอ่นื อยา พงึ ติเตียนวา 'พระตถาคตทง้ั หลาย
แสดงปาฏิหารยิ  แสวงหาเครอื่ งเล้ียงชพี ' ดังน.ี้ พระตถาคตทง้ั หลายทรงพจิ ารณาเหน็
อํานาจแหง ประโยชนส องประการเหลา น้ี ยอ มไมส องเสพปจ จัยทพ่ี ระองคน ริ มติ แลว
เอง. ถา วา ทา วสักกะหรือพรหมหรอื พระองคเอง พงึ กระทาํ กฎุ ีนน้ั ใหฝ นรั่วไมได เหตนุ น้ั
เปนสาวชั ชะเปน ไปกบั โทษอันบุคคลพงึ เวน เหตนุ นั้ นน่ั แล เปนไปกับดว ยโทษ เปน ไป
กับดวยนคิ คหะวา 'พระตถาคตทั้งหลาย กระทาํ กรรมอนั หยาบยังโลกใหห ลงพรอม
ยอ มกระทาํ กรรมอนั บุคคลกระทาํ ยงิ่ แลว .' เพราะเหตุนน้ั เหตนุ น้ั อนั พระตถาคต
ทั้งหลายพงึ เวน . พระตถาคตทัง้ หลายยอมไมขอพสั ดุ. พระตถาคตทงั้ หลายยอมเปน
บคุ คลไมควรบริภาษเพราะไมข อพสั ดนุ น้ั ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ชั นาปญ หาน้นั สม
อยา งนนั้ , ขาพเจายอมรบั รองอยา งนน้ั ."

๗. ภควโต ราชปญหา ๕๖

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู ีพระ
ภาคเจา ตรสั วา 'ดกู อนภิกษทุ งั้ หลาย เราเปน พราหมณค วรเพื่อยาจกจะพงึ ขอ' ดังน.้ี
และตรัสอีกวา 'ดูกอ น เสละ เราเปน พระราชา' ดงั น.ี้ พระผูเปน เจา นาคเสน ถา วา พระผู
มพี ระภาคเจา ตรสั แลววา 'ดูกอนภกิ ษทุ ้ังหลาย เราเปนพราหมณ ควรเพอื่ อนั ยาจกจะ
พึงขอ' ดงั น,้ี ถา อยา งนนั้ คาํ ท่วี า 'ดกู อน เสละ เราเปน พระราชา' ดงั น้ี น้ันผดิ . ถา วา
พระตถาคตตรัสแลววา 'ดูกอ น เสละ เราเปน พระราชา' ดังน,ี้ ถา อยางนั้น คําท่วี า
'ดกู อ นภิกษทุ งั้ หลาย เราเปน พราหมณค วรเพอ่ื อนั ยาจกจะพงึ ขอ' ดงั น้ี แมน น้ั กผ็ ิด. ก็
พระตถาคตพงึ เปนกษตั ริยบ า ง พงึ เปน พราหมณบา ง, ในชาติเดียวเปน ไดส องวรรณะ
ยอมไมม.ี ปญ หาแมน ีส้ องเงอ่ื น มาถงึ พระผูเปน เจา แลว พระผูเปน เจา พึงขยายใหแจง
ชดั เถิด."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร แมพระพุทธพจนน ี้ พระผูมีพระภาคเจาทรง
ภาสติ แลว วา 'ดูกอ นภิกษทุ ้งั หลาย เราเปน พราหมณควรเพอ่ื อนั ยาจกจะพึงขอ' ดงั น.้ี
และตรสั อกี วา 'ดูกอน เสละ เราเปน พระราชา' ดังน.้ี พระตถาคตเปนพราหมณดว ย เปน
พระมหากษตั ริยดวย เพราะเหตไุ ร เหตใุ นขอ นน้ั มอี ย.ู "

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระตถาคตเปน พราหมณดวย เปน พระมหากษัตริย
ดวย เพราะเหตไุ ร? เหตนุ น้ั เปน อยา งไรเลา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ธรรมทงั้ หลายท่ีเปน บาป เปน อกุศลท้ังปวง อันพระตถาคต
ลอยเสียแลว ละเสยี แลว ไปปราศแลว ถงึ ความฉิบหายแลว อนั พระตถาคตเลกิ ถอน
แลว สิ้นไปแลว ถงึ ความส้ินไปแลว ดบั ไปแลว เขา ไประงบั แลว , เพราะฉะนนั้ พระ
ตถาคตอันบณั ฑติ ยอ มกลา ววา เปน พราหมณ. ธรรมดาวา พราหมณ ลวงแลวซง่ึ ทาง
แหงความสงสยั เปน ความสงสัยมีสว นมใิ ชอ นั เดียว, แมพระผมู พี ระภาคเจา ลว งแลว ซง่ึ
ความสงสยั ทางแหง ความสงสยั มีสว นมใิ ชอ นั เดยี ว, เพราะเหตนุ น้ั พระตถาคตอัน
บณั ฑิตยอ มกลาววา เปน พราหมณ. ธรรมดาวาพราหมณ ออกแลวจากภพและคตแิ ละ
กําเนดิ ทงั้ ปวง พน วิเศษแลว จากมลทนิ และละออง เปน ผไู มม ีสหาย, แมพ ระผูมีพระ
ภาคเจา ออกไปแลวจากภพและคตแิ ละกําเนดิ ทง้ั ปวงพน วเิ ศษแลว จากมลทนิ และ
ละออง คอื กิเลส เปนผไู มม สี หาย, เพราะเหตนุ น้ั พระตถาคตอันบณั ฑติ ยอมกลาววา
เปน พราหมณ. ธรรมดาวาพราหมณเ ปน ผเู ลศิ ประเสรฐิ สดุ นา เลอื กสรร บวร มธี รรมเปน
เครือ่ งอยูด ังทพิ ยม าก, แมพระมีพระภาคเจาเปน ผเู ลศิ ประเสริฐสดุ นาเลือกสรร บวร มี
ธรรมเปนเคร่ืองอยูดงั ทิพยม าก, แมเพราะเหตุนน้ั พระตถาคตอันบณั ฑติ ยอ มกลา ววา
เปน พราหมณ. ธรรมดาวา พราหมณเ ปน ผทู รงไวซ ง่ึ ความเรียน และใหผ ูอ ื่นเรียน และ
การให และการรบั และความทรมาน และความสาํ รวม และความนยิ ม และความสงั่
สอนมแี ตปางกอ น และประเวณใี นวงศ, แมพ ระผมู พี ระภาคเจาผทู รงไวซ งึ่ ความเรียน
และใหผูอ่ืนเรยี น และการให และการรับ และความทรมาน และความสาํ รวม และ
ความนิยม และความสง่ั สอน และประเวณใี นวงศ เปนอาจณิ ของพระพทุ ธเจา แตป าง
กอน, แมเพราะเหตนุ น้ั พระตถาคตอันบณั ฑติ ยอมกลา ววา เปน พราหมณ ธรรมดาวา
พราหมณเ ปน ผเู พง ดว ยสขุ วหิ ารอันประเสรฐิ และฌาน, แมพระผมู พี ระภาคเจา เปน ผู
เพงดว ยสขุ วหิ ารอนั ประเสรฐิ และฌาน, แมเพราะเหตนุ นั้ พระตถาคตอันบณั ฑิตยอ ม
กลาววา เปน พราหมณ. ธรรมดาวา พราหมณยอ มรูค วามเปนไปแหง อภชิ าตแิ ละความ
เท่ียวไปเนอื ง ๆ ในภพนอยและภพใหญ และคติทงั้ ปวง, แมพ ระผูม พี ระภาคเจา ยอมรู
ความเปน ไปแหงอภิชาติ และความทองไปเนือง ๆ ในภพนอยและภพใหญ และคตทิ งั้
ปวง. แมเ พราะเหตุนนั้ พระตถาคตอนั บณั ฑติ ยอ มกลา ววา เปน พราหมณ.

ขอถวายพระพร ช่ือวา พราหมณ ดงั น้ี ของพระผมู พี ระภาคเจา นัน่ ไมใ ชพระ
นามอนั มารดากระทาํ ไมใ ชพ ระนามอนั บดิ ากระทาํ ไมใ ชพ ระนามอนั พนี่ อ งชายกระทํา
มใิ ชพ ระนามอนั พนี่ องหญงิ กระทาํ มิใชพระนามอนั มติ รและอมาตยท ัง้ หลายกระทาํ
มใิ ชพ ระนามอนั ญาติสาโลหติ กระทํา มใิ ชพ ระนามอันสมณะและ
พราหมณทงั้ หลายกระทาํ ไมใชพ ระนามอนั เทวดาทัง้ หลายกระทาํ แลว . พระนามนนั้ มี
ในทีส่ ดุ แหง วโิ มกข เปน พระนามของพระผมู ีพระภาคเจา ทง้ั หลายผตู รัสรูแ ลว , พระนาม

วา พราหมณ ดงั น้ี นนั้ เปนสจั ฉกิ าบญั ญตั ิเพราะเหตุมาตรวาไดเ ฉพาะแลว ปรากฏแลว
เกดิ ข้นึ พรอมแลว พรอมดว ยอนั ขจดั มารและเสนาแหงมาร ลอยแลวซงึ่ ธรรมทงั้ หลาย
เปนบาปเปน อกุศล เปน อดีตอนาคตปจจุบนั ไดเ ฉพาะสพั พญั ุตญาณทโี่ คนแหง
ไมโพธทิ เี ดยี ว. เพราะเหตนุ ้ัน พระตถาคตอันบัณฑติ ยอ มกลาววา เปน พราหมณ. "

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน พระตถาคต อนั บัณฑิตยอมกลาววา เปน พระราชา
เพราะเหตไุ รเลา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร บุคคลผูใดผูห นง่ึ ใหท าํ ความเปน พระราชาสงั่ สอนโลก
บคุ คลผูน ัน้ ช่อื พระราชา, แมพ ระผูมีพระภาคเจา ใหทาํ ความเปน พระราชาโดยธรรมใน
หมืน่ แหง โลกธาตุ สง่ั สอนโลกกับทง้ั เทวดากบั ทง้ั มารกับท้งั พรหม หมูสตั วก บั ทงั้ สมณะ
และพราหมณ, เพราะเหตนุ นั้ พระตถาคตอันบัณฑิตยอ มกลาววา พระราชา. ธรรมเนยี ม
พระราชา ยอ มครอบงําหมชู นและมนษุ ยท ้ังหลายทงั้ ปวง ยงั หมูแหงญาตใิ หเพลดิ เพลิน
ยงั หมูแหง บุคคลมิใชมิตรใหโศกเศรา ยกขน้ึ ซึ่งเศวตฉตั รอันขาวปราศจากมลทนิ มคี นั
เปน สาระมั่น ประดับแลวดว ยรอยแหง ซีไ่ มพรอง นาํ ไปซึ่งยศและสิริใหญ ๆ, แมพ ระผมู ี
พระภาคเจายงั มารและเสนาแหงมาร ผปู ฏบิ ตั ิผดิ แลวใหโ ศกเศรา ยังเทพดาและมนุษย
ท้ังหลายผปู ฏิบตั ิชอบแลวใหเ พลดิ เพลิน ยกเศวตฉตั รอนั ขาวและปราศจากมลทนิ คือ
วมิ ตุ ตเิ ลิศประเสรฐิ มีคันเปน สาระม่นั คือ ขนั ตี ประดับแลว ดว ยซรี่ อยหน่งึ คือ ญาณอัน
ประเสรฐิ นาํ ยศและสิรใิ หญๆ ในหมืน่ แหง โลกธาต,ุ แมเ พราะเหตนุ น้ั พระตถาคตอนั
บัณฑิตยอมกลา ววา พระราชา. ธรรมเนยี มพระราชาตอ งเปน ท่ีควรถวายบังคมของชนผู
เขาไปใกลแ ลว และถงึ พรอ มแลว ทงั้ หลายมาก, แมพ ระผูมีพระภาคเจา เปน ผคู วรไหว
ย่ิงของเทพดาและมนุษยผ เู ขา ไปใกลแ ลว และถงึ พรอมแลวทง้ั หลายมาก, แมเ พราะเหตุ
นัน้ พระตถาคตอนั บัณฑิตยอ มกลา วาพระราชา. ธรรมเนยี มพระราชาเล่ือมใสแกบคุ คล
ผูใดผูหน่งึ ซง่ึ ทาํ ใหพอพระหฤทัย จึงพระราชทานพร อนั บคุ คลนั้นปรารถนาแลว ใหเ อิบ
อิ่มตามประสงค, แมพ ระผมู พี ระภาคเจา เลอื่ มใสแลวแกบ คุ คลผใู ดผูห นงึ่ ซง่ึ ใหท รงยินดี
ดวยกายดว ยวาจาดว ยใจ ประทานความพน จากทกุ ขท้งั ปวง เปน พระไมมีพรอน่ื จะยงิ่
กวา อนั บคุ คลน้ันปรารถนาแลว ใหเ อบิ อ่มิ ตามความใครอันประเสริฐไมเหลือ, แมเ พราะ
เหตนุ น้ั พระตถาคตอันบณั ฑิตยอมกลา ววาพระราชา. ธรรมเนียมพระราชายอ มติเตียน
บคุ คลลวงพระอาณาใหเสื่อม ยอมกาํ จดั ผลู วงซง่ึ อาญาน้ัน, ผลู ว งอาณาในศาสนาอัน
ประเสริฐ แมข องพระผูมพี ระภาคเจา เปน ผอู ันบณั ฑติ ดูหมิ่นดแู คลนแลว ติเตยี นแลว
โดยความเปน อลัชชี และเปน ผเู กอ เวน ไปจากศาสนาอนั ประเสริฐของพระพุทธเจาผู
ชนะแลว , แมเ พราะเหตนุ น้ั พระตถาคตอนั บณั ฑิตยอ มกลา ววา พระราชา. อนึ่ง ธรรม
เนยี มพระราชา แสดงธรรมและอธรรมดวยความสง่ั สอน ประเวณีของพระมหากษตั รยิ 

ทัง้ หลาย ผสู ถติ ในธรรมแตป างกอ นแลว จงึ ใหกระทําความเปน พระราชาโดยธรรม อนั
ชนและมนษุ ยท ้ังหลายทะเยอทะยานรักใคร ปรารถนาแลว ยอ มสถาปนาวงศแ หง
ตระกูลของพระราชาไวย นื นาน ดวยกาํ ลงั แหงคณุ แหงธรรม, แมพระผูม ีพระภาคเจา
ทรงแสดงธรรมและอธรรมดวยพราํ่ ส่งั สอน ประเวณขี องสยัมภพู ุทธเจา ทงั้ หลายแตป าง
กอ นเมอ่ื สงั่ สอนโลกโดยธรรม อันเทพดาและมนุษยท งั้ หลายทะเยอทะยานรกั ใคร
ปรารถนาแลว ยงั ศาสนาใหเปนไปสน้ิ กาลนาน ดว ยกาํ ลงั แหง คุณแหง ธรรม แมเ พราะ
เหตุนน้ั พระตถาคตอนั
บัณฑติ ยอ มกลา ววา พระราชา. พระตถาคตพงึ เปน พราหมณบา ง พงึ เปน พระราชาบา ง
ดวยเหตใุ ด เหตุนนั้ มีประการมิใชอยางเดยี ว ดว ยประการฉะน.ี้ ภกิ ษผุ ฉู ลาดดวยดี แม
จะพรรณนาไปตลอดกัลปหนึ่ง พงึ ยงั เหตนุ นั้ ใหถงึ พรอม คือใหจบไมไ ด, ประโยชนอ ะไร
ดว ยกลา วเหตุมากเกนิ บรมบพิตรพึงรับเหตุทีอ่ าตมภาพยอพอสมควร."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาปญ หานั้นสม
อยางนนั้ , ขา พเจา ยอมรบั รองอยางนนั้ ."

๘. ทวนิ นงั พทุ ธานงั โลเก นุปปชชนปญหา ๕๗

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน แมพ ระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู ีพระ
ภาคเจา ทรงภาสติ แลว วา 'ดกู อ นภิกษทุ ง้ั หลายพระอรหนั ตสมั มาสัมพทุ ธเจา ทัง้ หลาย
สองพระองค พงึ เกดิ ขึ้นไมก อ นไมหลงั พรอมกันในโลกธาตอุ ันเดยี ว ดว ยเหตุใด เหตนุ ัน้
ไมใชเปน ที่ตงั้ ไมใชโอกาส เหตนุ น้ั อันบุคคลยอมไมไ ด. "

พระผูเ ปน เจา นาคเสน พระตถาคตท้งั หลายแมทง้ั ปวง แมเ มื่อทรงแสดง ยอ ม
ทรงแสดงธรรมท้ังหลาย มีในฝกฝา ยแหง ปญญาเครือ่ งตรสั รูส ามสิบเจด็ ก็เม่อื ตรัส ยอ ม
ตรัสอรยิ สัจทง้ั หลายสี่ กเ็ มื่อใหศ ึกษายอมใหศกึ ษาในสกิ ขาทงั้ หลายสาม กเ็ ม่อื พรา่ํ
สอน ยอมพราํ่ สอนเพอ่ื ความปฏิบตั ใิ นความไมป ระมาท.

พระผูเปนเจา นาคเสน ถา วา เทศนาของพระตถาคตทงั้ หลายแมทงั้ ปวงอยาง
เดยี วกนั กถากอ็ ยา งเดียวกนั สกิ ขาก็อยา งเดยี วกัน ความพร่าํ สอนก็อยา งเดยี วกนั พระ
ตถาคตทงั้ หลายสองพระองค ยอ มไมเ กิดข้นึ ในขณะเดยี วกนั , เพราะเหตุไร พระตถาคต
สององคจึงไมเ กิดในคราวเดยี วกนั เลา? โลกน้ีมแี สงสวา งเกิดแลว ดวยความเกิดขนึ้ แหง
พระพทุ ธเจา แมอ งคเ ดยี วกอน, ถา วาพระพทุ ธเจา ทส่ี องพงึ มี โลกนพี้ งึ มแี สงสวา งเกิด
แลว เกนิ ประมาณ ดว ยแสงสวา งแหง พระพทุ ธเจา ทง้ั หลายสอง, และพระตถาคต

ทงั้ หลายสอง เม่อื จะกลาวสอน พงึ กลา วสอนงา ย. เมือ่ จะพรํ่าสอน พงึ พรํา่ สอนงา ย.
พระผเู ปนเจา จงกลาวเหตใุ นขอ นนั้ แกขา พเจา ๆ พึงสนิ้ ความสงสัยอยางไรเลา ?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร หมื่นโลกธาตนุ ้ี ทรงพระพุทธเจา ไวไดแ ต
พระองคเ ดียว ยอ มทรงคุณของพระตถาคตไวไดแ ตพระองคเ ดียว; ถา วา พระพุทธเจา ที่
สอง พงึ เกิดขึน้ หมน่ื โลกธาตนุ ี้ พงึ ทรงไวม ไิ ด พงึ เขยื้อน พงึ หวนั่ ไหว พึงเอนไป พงึ ทรุด
ลง พึงกวดั แกวง พง่ึ เรย่ี ราย พงึ กระจัดกระจาย พงึ เขา ถงึ ความตั้งอยูไมไ ด.

เปรยี บเหมือนเรอื ท่ีขา มไดแตคนเดยี ว ครนั้ เม่ือบุรุษคนเดียวข้ึนแลว พอด,ี ถาวา
บรุ ุษที่สองพึงมาไซร เปน ผูเชนนน้ั โดยอายุ และวรรณ และวยั และประมาณ โดยอวัยวะ
ใหญน อ ยผอมและอว น, บรุ ษุ นนั้ พงึ ขึ้นสูเรอื นั้น, เรือนั้นจะพงึ ทรงกายของบรุ ษุ ทง้ั สองไว
ไดห รอื ?"

ร. "หาไม พระผูเปนเจา เรอื นั้นพงึ เขยอ้ื น พึงหวนั่ ไหว พงึ เอียง พึงเพียบลง พงึ
กวดั แกวง พงึ เรี่ยราย พงึ กระจัดกระจาย เขา ถงึ ความคงอยูไมได พงึ จมลงในนํา้ ."

ถ. "ขอถวายพระพร เรือนน้ั พงึ ทรงบรุ ษุ สองคนไวไมไ ด จมลงในน้ํา ฉันใด, หมนื่
โลกธาตนุ ี้ ทรงไวไดแ ตพระพทุ ธเจา พระองคเดยี ว ทรงคณุ ของพระตถาคตไวไ ดแต
พระองคเดียว ถาพระพทุ ธเจา ท่สี อง พงึ เกดิ ขึน้ หม่นื โลกธาตนุ ้ี พงึ ทรงไวไมไ ด พึง
เขยอื้ นและหวน่ั ไหวและเอนและทรดุ ลงและกวดั แกวง และเรีย่ ราย และกระจดั กระจาย
ไป พึงเขา ถงึ ความตงั้ อยไู มได ฉนั นนั้ .

อีกอยา งหนงึ่ เปรียบเหมือนบุรุษ พงึ บริโภคโภชนะตามตองการเพียงไร บุรษุ
น้นั ยังโภชนะทชี่ อบใจใหเ ตม็ ยงิ่ เพียงคอ อิม่ แลวชมุ แลว บรบิ ูรณแลว ไมม ีระหวา ง เปน ผู
แขง็ ดังไมเ ทา กม ไมลง พงึ บริโภคโภชนะเทานั้นอกี นนั่ เทียว, บุรษุ นน้ั พงึ มสี ุขบา งหรอื
หนอ?"

ร. "หาไม พระผูเปนเจา บรุ ุษน้ันพงึ บริโภคคราวเดยี วเทยี วตาย"
ถ. "ขอถวายพระพร ขอ นี้ ฉันใด, หมน่ื โลกธาตนุ ี้ ทรงพระพุทธเจา ไวไดแ ต
พระองคเ ดยี ว ทรงคณุ ของพระตถาคตไวไ ดแตพระองคเ ดียว, ถา พระพุทธเจา ที่สอง พงึ
เกิดขึ้น หมนื่ โลกธาตนุ ี้ พึงทรงไวไ มไ ด พงึ เขยื้อนหว่นั ไหว เอนทรุดลง และกวัดแกวง
เร่ียรายกระจัดกระจาย เขา ถงึ ความต้ังอยูไ มได ฉันนนั้ เทยี ว."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน แผน ดนิ ยอ มเขยื้อนดว ยหนกั ธรรมเกนิ หรือหนอแล?"
ถ. "ขอถวายพระพร เกวียนทงั้ หลายสอง เตม็ แลว ดวยรัตนะเสมอขอบ, บุคคล
ทงั้ หลายขนรตั นะแตเกวยี นเลมหนง่ึ บรรทกุ ในเกวยี นเลมหนง่ึ , เกวียนนน้ั พงึ ทรงรตั นะ
แหงเกวียนทง้ั หลาย แมส องไดหรือไม? "


Click to View FlipBook Version