The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mahidaol Eighth, 2022-05-03 23:50:31

milin

text

๕. คนหนกั ในอามิส
๖. สตรี
๗. คนขเ้ี มา
๘. บัณเฑาะก
๙. เด็กเล็ก ๆ."
ถ. "เขามีโทษอะไร."
ร. "คนราคจริต ยอมเปด ความลบั ทหี่ ารือดวย ไมปดไว ดวยอาํ นาจ
ราคะ, คนโทสจรติ ดว ยอํานาจโทสะ, คนโมหจรติ ดว ยอาํ นาจโมหะ, คนขลาด
ดว ยอาํ นาจความกลวั , คนหนกั ในอามิส ดว ยเหตแุ หง อามิส, สตรี ดว ยความ
เปนคนออนความคิด, คนขเ้ี มา ดวยความเปน คนโลเลในสรุ า, บณั เฑาะก
ดว ยความเปนคนไมอ ยูใ นฝา ยอนั เดียว, เด็กเล็ก ๆ ดวยความเปน ผูมกั คลอน
แคลน."
พระราชาตรัสตอ ไปวา "ปญ ญายอมแปรถงึ ความแกร อบดวยเหตแุ ปด
ประการ, ดว ยเหตุแปดประการนน้ั เปนไฉน ?
๑. ดวยความแปรแหง วยั
๒. ดวยความแปรแหง ยศ
๓. ดว ยการไตถาม
๔. ดวยการอยใู นสถานทเ่ี ปน ทา คอื ทําเล
๕. ดว ยโยนโิ สมนสกิ าร คือ ความกระทาํ ในใจโดยอบุ ายท่ชี อบ
๖. ดว ยความสงั สนทนากนั
๗. ดว ยอาํ นาจความเขา ไปเสพ
๘. ดวยสามารถแหงความรกั
๙. ดวยความอยูใ นประเทศอันสมควร."
พระราชาตรสั ตอ ไปวา "ภมู ิภาคน้ี เวน แลว จากโทษแหง การหารือแปด
ประการ, และขาพเจา กเ็ ปน ยอดสหายคูป รกึ ษาในโลก, และขา พเจา เปน คน
รักษาความลบั ไวไดดวย ขา พเจาจกั มีชวี ิตอยเู พียงใด ขาพเจาจกั รักษาความ
ลับไวเ พยี งนนั้ , และปญญาของขา พเจา ถงึ ความแปรมาดวยเหตแุ ปดประการ,
เด๋ยี วนอี้ นั เตวาสกิ เชน ขา พเจาหาไดเ ปน อนั ยาก.
อาจารยพ งึ ปฏบิ ัตชิ อบในอันเตวาสกิ ผปู ฏิบตั ชิ อบ ดว ยคณุ ของ
อาจารยยีส่ บิ หา ประการ, คุณย่ีสบิ หาประการเปน ไฉน ?
๑. อาจารยพงึ เอาใจใสจ ัดความพิทกั ษรักษาอนั เตวาสกิ เปนนติ ย

๒. พงึ รคู วามภกั ดหี รือไมภกั ดขี องอนั เตวาสกิ
๓. พงึ รคู วามทอ่ี ันเตวาสิกเปน ผปู ระมาทหรอื ไมป ระมาท
๔. พงึ รูโอกาสเปน ทนี่ อนของอันเตวาสิก
๕. พึงรูความทอ่ี นั เตวาสิกเปน ผเู จบ็ ไข
๖. พงึ รโู ภชนาหารวา อนั เตวาสกิ ไดแลว หรอื ยงั ไมไดแ ลว
๗. พึงรูวเิ ศษ
๘. พงึ แบง ของอยใู นบาตรให
๙. พึงปลอบใหอุนใจวา อยา วติ กไปเลย ประโยชนของเจา กาํ ลังเดนิ
ขึ้นอยู
๑๐. พงึ รูความเที่ยวของอนั เตวาสิกวา เทย่ี วอยูก บั บุคคลผนู ้ี ๆ
๑๑. พงึ รูค วามเที่ยวอยใู นบา น
๑๒. พึงรคู วามเทีย่ วอยใู นวหิ าร
๑๓. ไมพ งึ กระทําการเจรจากบั อันเตวาสกิ นัน้ พร่ําเพร่ือ
๑๔. เห็นชอ ง คือ การกระทาํ ผิดของอันเตวาสิกแลว พึงอดไว
๑๕. พงึ เปน ผกู ระทาํ อะไร ๆ โดยเอื้อเฟอ
๑๖. พึงเปน ผกู ระทําอะไร ๆ ไมใหขาด
๑๗. พงึ เปน ผกู ระทาํ อะไร ๆ ไมซอ นเรน
๑๘. พงึ เปน ผกู ระทาํ อะไร ๆ ใหห มดไมม ีเหลอื
๑๙. พงึ ตัง้ จิตวา เปน ชนก โดยอธบิ ายวา ตนยงั เขาใหเ กิดในศลิ ปทง้ั
หลาย
๒๐. พึงตงั้ จติ คดิ หาความเจรญิ ใหวา ไฉนอันเตวาสกิ ผูนจ้ี ะไมพึงเสอื่ ม
เลย
๒๑. พึงต้งั จติ ไวว า เราจะกระทาํ อนั เตวาสกิ ผนู ้ใี หแ ข็งแรงดวยกาํ ลงั
ศึกษา
๒๒. พงึ ตงั้ เมตตาจิต
๒๓. ไมพ ึงละทิง้ เสยี ในเวลามีอันตราย
๒๔. ไมพ งึ ประมาทในกจิ ทจ่ี ะตอ งกระทํา
๒๕. เมอื่ อันเตวาสิกพลั้งพลาด พงึ ปลอบเอาใจโดยทางทถี่ กู เหลา นแี้ ล
คณุ ของอาจารยย ส่ี ิบหา ประการ, ขอพระผเู ปน เจา จงปฏบิ ตั ชิ อบในขาพเจา
ดว ยคณุ เหลา นเี้ ถิด. ความสงสยั เกิดขน้ึ แกข าพเจา , เมณฑกะปญหาทพี่ ระชนิ
พุทธเจาทรงภาสิตไวมีอยู ในอนาคตกลางไกลจกั เกดิ ความเขา ใจผิดในเมฆฑ

กะปญ หานน้ั แลวเถียงกนั ข้นึ , และในอนาคตกาลไกลโนน ทา นผมู ปี ญ ญา
เหมอื นพระผเู ปนเจา จักหาไดเ ปน อนั ยาก, ขอพระผูเปน เจา จงใหดวงจกั ษุใน
ปญ หาเหลานน้ั แกขาพเจา สาํ หรบั ขมถอ ยคาํ ของผูอ่นื เสยี ."

พระเถรเจา รบั วา สาธุแลว ไดแ สดงองคคุณของอบุ าสกสบิ ประการวา
"ขอถวายพระพร นี้องคคณุ ของอบุ าสกสบิ ประการ, องคคณุ ของอุบาสกสิบ
ประการนน้ั เปน ไฉน: องคคุณของอบุ าสกสบิ ประการนน้ั คือ

๑. อบุ าสกในพระศาสนานี้ เปน ผูรวมสขุ รว มทกุ ขก บั สงฆ
๒. เมื่อประพฤตอิ ะไร ยอ มถือธรรมเปนใหญ
๓. เปน ผยู นิ ดใี นการแบงปน ใหแกกนั ตามสมควรแกกาํ ลงั
๔. เหน็ ความเสอื่ มแหงพระพทุ ธศาสนาแลว ยอมพยายามเพอื่ ความ
เจรญิ ยิ่ง ๆ ขนึ้ ไป
๕. เปนผูมีความเหน็ ชอบ
๖. ปราศจากการถือมงคลตนื่ ขา ว แมถ งึ กบั จะตอ งเสยี ชวี ติ ก็ไมถอื
ทา นผอู น่ื เปน ศาสดา
๗. มกี ายกรรมและวจกี รรมอนั รกั ษาดีแลว
๘. เปน ผูมสี ามัคคีธรรมเปนทมี่ ายนิ ดี และยินดแี ลว ในสามคั คีธรรม
๙. เปนผูไมอ สิ สาตอผูอืน่ และไมประพฤตใิ นพระศาสนานี้ ดวย
สามารถความลอลวงไมซอ่ื ตรง
๑๐. เปน ผถู งึ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ เปน สรณะ. ขอถวายพระ
พร นแ้ี ลองคคุณของอบุ าสกสิบประการ, คุณเหลานี้มอี ยใู นสมเดจ็ บรมบพติ ร
พระราชสมภารเจาครบทุกประการ, การทพ่ี ระองคท อดพระเนตรเหน็ ความ
เส่ือมแหง พระพทุ ธศาสนาแลว มพี ระประสงคจ ะใหเ จรญิ ยิ่ง ๆ ขนึ้ ไปนนั้ เปน
การควรแลว ชอบแลว เหมาะแลว สมแลว แกพระองค. อาตมภาพถวาย
โอกาส พระองคจ งตรัสถามอาตมภาพตามพระราชอธั ยาศยั เถิด."

เมณฑกปญหา
วรรคทห่ี นง่ึ

๑. วชั ฌาวชั ฌปญหา ๑

ลาํ ดบั นนั้ พระเจามิลนิ ท คร้ังไดโ อกาสท่ีพระเถรเจา ถวายแลว ดงั นน้ั
ทรงถวายนมสั การแทบบาทแหงพระอาจารยแ ลว ประฌมพระหัตถ ตรสั วา ดงั
น้ี "พระผเู ปนเจา เดยี รถยี เหลานพ้ี ูดอยูวา 'ถาพระพทุ ธเจา ทรงยินดีบชู าอยู ได
ชื่อวา ไมปรนิ พิ พานแลว ยงั เกยี่ วขอ งดว ยโลกอยู ยงั เปน ผจู ะตองเวยี นอยใู น
ภายในแหง พภิ พ เสมอสตั วโ ลกในโลก, เหตุนั้น การบชู าที่ทายกกระทาํ แลว
แดพระพทุ ธเจา นน้ั ยอมเปน หมันไมม ผี ล, ถาพระองคเสด็จปรินิพพานแลว ไม
เก่ยี วขอ งดวยโลก ออกไปจากภพทั้งปวงแลว การบูชาพระองคหาควรไม
เพราะทา นผปู รินพิ พานแลว ยอมไมยนิ ดอี ะไร การบูชาทท่ี ายกกระทําแลว แก
ทานผไู มย นิ ดอี ะไร ยอ มเปน หมนั ไมม ผี ลเหมือนกัน' ดังน.้ี นปี่ ญ หาสองเงื่อน
ไมเ ปนวสิ ยั ของคนผไู มไ ดบ รรลุพระอรหัตต เปนวสิ ัยของทานผใู หญเทา นน้ั ขอ
พระผเู ปน เจา จงทาํ ลายขาย คือ ทฏิ ฐเิ สยี ต้ังไวในสว นอนั เดียว, นปี่ ญหามา
ถึงพระผเู ปน เจา เขาแลว ขอพระผูเปน เจา จงใหด วงจกั ษแุ กพ ทุ ธโอรสทง้ั หลาย
อันมใี นอนาคตกาลไวส าํ หรบั ขม ถอ ยคําแหงผูอ นื่ ."

พระเถรเจา ถวายพระพรวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเสด็จ
ปรินิพพานแลว และไมท รงยนิ ดบี ชู า, ความยินดพี ระตถาคตเจา ทรงละเสียได
แลวที่ควงพระศรมี หาโพธ,ิ์ จักกลาวอะไรถงึ เมอื่ พระองคเ สด็จปรนิ พิ พานแลว
ดวนอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตุเลา. ขอนี้มที อ่ี า งใหเ หน็ จริง คํานพ้ี ระธรรม
เสนาบดสี ารีบตุ รเถรเจากลาววา "พระพทุ ธเจา ทงั้ หลายนนั้ ทรงพระคณุ เสมอ
ดวยพระพุทธเจาผไู มม ใี ครเสมอ หมมู นษุ ยพ รอ มทงั้ หมเู ทวดาพากนั บชู า พระ
องคไมทรงยนิ ดีสักการบูชา, น่เี ปนธรรมดาของพระพทุ ธเจา ทงั้ หลาย ดังน.้ี "

ร. "พระผูเปน เจา ธรรมดาบตุ รยอมกลา วยกคณุ บิดาบา ง บดิ ายอ ม
กลาวยกคุณบตุ รบาง, ขอนี้ไมใชเ หตสุ าํ หรบั ขมวาทะผูอน่ื , ขอน้ชี อ่ื วาเปน
เคร่อื งประกาศความเลอ่ื มใส, ขออาราธนาพระผูเปน เจา กลา วเหตุในขอ
ปญหานน้ั ใหช อบ เพ่ือแกขาย คือ ทฏิ ฐอิ อกเสยี เพ่ือตง้ั วาทะของตนไว. "

ถ. "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา เสดจ็ ปรินิพพานแลว และ
พระองคม ไิ ดท รงยินดบี ชู า, เทวดามนษุ ยท ง้ั หลายกระทาํ รัตน คอื พระธาตุ
ของพระตถาคตเจา ผูไมย นิ ดีโดยแทใหเปน ทีต่ งั้ แลว เสพสัมมาปฏบิ ัตดิ วย
อารมณอ นั มงุ อยใู นรัตน คอื พระญาณของพระตถาคตเจา ยอมไดส มบตั ิสาม
ประการ, เหมอื นอยางวา กองไฟใหญล ุกโพลงแลวจะดบั ไป, กองไฟนนั้ ยนิ ดี
เช้อื คอื หญาและไมบา งหรือ ขอถวายพระพร."

ร. "กองไฟใหญ ถงึ กาํ ลงั ลกุ อยู กย็ อมไมย นิ ดเี ชอ้ื คอื หญาและไม, ก็
กองไฟใหญนนั้ ดับสงบแลว หาเจตนามิได จักยนิ ดดี วยเหตุอะไรเลา พระผู
เปน เจา ?"

ถ. "กเ็ มอ่ื กองไฟนนั้ ดบั สงบแลว ไฟในโลกชอ่ื วา สูญหรือ ขอถวายพระ
พร ?"

ร. "หาเปน ดังน้นั ไม ไมเปน วตั ถเุ ปนเช้ือของไฟ. มนุษยจ าํ พวกไหน
ตองการไฟ เขาสีไมด วยเร่ยี วแรงกาํ ลงั พยายาม ดวยความกระทาํ ของบรุ ุษ
เฉพาะตวั ของเขาแลว ยงั ไฟใหเกดิ ขนึ้ แลว ยอมกระทาํ กจิ ที่จะตอ งกระทาํ ดว ย
ไฟไดด วยไฟนน้ั ."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยางน้ัน คําของพวกเดยี รถยี ว า 'การบูชาที่
ทายกกระทาํ แลว แกท า นผูไมย นิ ดีอะไร ยอมเปนหมนั ไมม ีผล' ดงั น้ี ยอมเปน
ผิด. ขอถวายพระพร กองไฟใหญล ุกโพลงอยู ฉนั ใด, พระผมู พี ระภาคเจา ทรง
รุง เรอื งอยใู นหมน่ื โลกธาตุดว ยพระพทุ ธสริ ิ ก็ฉันนนั้ ; กองไฟใหญน น้ั คร้นั ลุก
โพลงแลว กด็ บั ไป ฉันใด, พระผมู พี ระภาคเจา ครนั้ ทรงรุง เรอื งในหมนื่ โลกธาตุ
ดว ยพระพุทธสิรแิ ลว เสด็จปรนิ พิ พานดว ยอนุปาทเิ สสนพิ พานธาตุ กฉ็ นั นน้ั ;
กองไฟที่ดบั แลว ไมยินดีเชื้อ คอื หญา และไม ฉนั ใด, การยินดเี กือ้ กูลของโลก
พระองคล ะเสยี แลว สงบแลว กฉ็ นั นั้น; มนษุ ยท ้ังหลาย เมือ่ กองไฟดับแลว ไม
มเี ชอ้ื สีไมดวยเร่ียวแรงกาํ ลงั พยายามดวยความกระทาํ ของบุรษุ เฉพาะตัว
ของเขาแลว ยงั ไฟใหเกดิ ข้นึ แลว ยอ มกระทาํ กจิ ท่จี ะตอ งกระทาํ ดว ยไฟไดด วย
ไฟนน้ั ฉนั ใด; เทวดามนษุ ยท ้งั หลาย กระทาํ รตั น คือ พระธาตุของพระตถาคต
เจา ผูไมยนิ ดโี ดยแทใหเปน ทต่ี ้ังแลว เสพสมั มาปฏบิ ัติ ดว ยอารมณอ นั มุงอยูใ น
รัตน คอื พระญาณ ของพระตถาคตเจา ยอ มไดสมบัตสิ ามประการ กฉ็ ันน้นั .
ขอถวายพระพร แมเ พราะเหตุนี้ การบูชาท่ีทายกกระทาํ แลวแดพ ระตถาคต
เจา ผเู สดจ็ ปรนิ พิ พานแลว ไมท รงยนิ ดอี ยูโ ดยแท จงึ ชือ่ วา มีผลไมเปน หมนั ."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอพระองคทรงสดบั เหตุแมอ ่นื ยง่ิ ขน้ึ เปนเครือ่ งให
เห็นวา การบชู าทที่ ายกกระทําแลวแดพ ระตถาคตเจาผูปรนิ พิ พานแลว ไมทรง
ยนิ ดอี ยูโดยแท มผี ลไมเ ปน หมัน: เหมือนอยา งวา พายุใหญพัดแลว จะสงบไป,
ลมทสี่ งบไปแลว นน้ั ยนิ ดกี ารใหเ กิดอีกบางหรือขอถวายพระ ?"

ร. "หามไิ ด ความคาํ นงึ ก็ดี ความกระทาํ ในใจกด็ ี ของลมทส่ี งบไปแลว
เพอื่ การกระทาํ ใหเ กิดอกี ไมม ,ี เหตอุ ะไรเลา เหตวุ า วาโยธาตนุ น้ั ไมมเี จตนา."

ถ. "เออก็ ช่อื ของลมทีส่ งบไปแลวนน้ั วา 'ลม' ดงั นี้ ยงั เปน ไปบา งหรอื

ขอถวายพระพร ?"
ร. "หามไิ ด" พดั ใบตาลและพดั โบกเปน ปจ จยั เพอื่ ความเกดิ ขนึ้ แหง ลม,

มนษุ ยจาํ พวกไหน ตองรอ นเผาแลว ตอ งความกระวนกระวายบีบคน้ั แลว เขา
ยังลมใหเกิดขนึ้ ดว ยพัดใบตาลหรอื ดวยพดั โบกตามกาํ ลงั เรีย่ วแรงพยายาม
ตามความกระทําของบุรุษเฉพาะตวั ของเขาแลว ยังความรอนใหด ับ ยงั ความ
กระวนกระวายใหส งบ ดวยลมน้ัน."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนนั้ คาํ ของพวกเดยี รถยี ว า 'การบูชาที่
ทายกกระทาํ แลว แกทา นผไู มย นิ ดอี ะไร ยอ มเปนหมนั ไมม ีผล' ดังน้ี ยอ มเปน
ผดิ . ขอถวายพระพร พายใุ หญพ ัดแลว ฉนั ใด, พระผมู พี ระภาคเจาทรงกระพอื
ในหมน่ื โลกธาตุ ดวยลม คอื พระเมตตาอนั เย็นชนื่ ใจละเอยี ดสุขมุ แลว กฉ็ นั
นัน้ ; พายุใหญค รน้ั พัดแลว สงบไปแลวฉันใด, พระผมู ีพระภาคเจา ครนั้ ทรง
กระพอื ในหมนื่ โลกธาตุ ดว ยลม คือ พระเมตตาอันเยน็ ชน่ื ใจละเอยี ดสขุ มุ แลว
เสด็จปรนิ ิพพานดวยอนุปาทเิ สสนพิ พานธาตุ กฉ็ นั นน้ั ; ลมอันสงบไปแลว
ยอ มไมย นิ ดคี วามใหเกิดขน้ึ อีก ฉนั ใด การยินดีเกอ้ื กูลของโลก พระองคละเสยี
แลว สงบแลว ก็ฉันน้ัน; มนษุ ยทัง้ หลายนัน้ ตอ งรอนเผาแลว ตองความกระวน
กระวายบีบคน้ั แลว ฉนั ใด, เทวดามนษุ ยท ง้ั หลาย ตอ งความรอ นกระวน
กระวายเหตุไฟสามประการบีบค้นั แลว กฉ็ นั นน้ั ;พัดใบตาลและพัดโบกเปน
ปจจัย เพ่อื ความเกดิ แหง ลม ฉนั ใด, พระธาตแุ ละพระญาณรัตนของพระ
ตถาคตเจา เปน ปจจยั เพอื่ ความไดส มบัตสิ ามประการ กฉ็ ันนนั้ ; มนุษยทัง้
หลาย ตอ งรอนเผาแลว ตอ งความกระวนกระวายบีบคนั้ แลว ยงั ลมใหเกดิ ขนึ้
ดว ยพัดใบตาลหรือดว ยพัดโบกแลว ยงั ความรอนใหดบั ยงั ความกระวน
กระวายใหส งบดว ยลมนัน้ ฉนั ใด, เทวดามนุษยท ง้ั หลาย บูชาพระธาตแุ ละ
พระญาณรตั นของพระตถาคตเจา ผูเสด็จปรนิ พิ พานแลว ไมทรงยนิ ดีโดยแท
แลว ยงั กุศลใหเ กดิ ขน้ึ แลว ยังความรอ นความกระวนกระวายเหตุไฟสาม
ประการใหด ับ ใหส งบดวยกศุ ลนัน้ ฉนั นน้ั . ขอถวายพระพร แมเพราะเหตนุ ี้
การบูชาที่ทายกกระทาํ แลว แดพระตถาคตเจา ผเู สดจ็ ปรนิ พิ พานแลว ไมท รง
ยนิ ดีอยูโดยแท จงึ ชือ่ วา มีผลไมเปน หมัน."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอพระองคทรงสดับเหตุแมอ ื่นอกี ใหย ิง่ ขนึ้ ไป เพอ่ื
ขมวาทะผูอ ื่นเสีย: เหมอื นอยา งวา บรุ ุษตกี ลอง ยังเสยี งใหเ กดิ ขนึ้ และเสียง
กลองอันบรุ ษุ ใหเ กิดขึ้นนนั้ แลวก็อันตรธานหายไป, เออก็ เสยี งนั้น ยนิ ดีความ
ใหเ กิดข้ึนอีกบา งหรือ ขอถวายพระพร."

ร. "หามไิ ด เสยี งนนั้ อนั ตรธานไปแลว, ความคํานงึ ก็ดี ความกระทําใน
ใจก็ดี ของเสยี งนน้ั เพ่ืออันเกดิ ข้นึ อีกมไิ ดมี, ครนั้ เม่ือเสียงกลองเกิดข้นึ คราว
เดียวแลว อนั ตรธานไปแลว เสียงกลองนนั้ ก็ขาดสูญไป, สว นกลองเปน ปจ จยั
เพ่ือความเกิดข้ึนแหง เสยี ง, คร้นั เมอื่ เปนอยา งนน้ั บรุ ุษเมือ่ ปจ จยั มีอยู ตกี ลอง
ดว ยพยายามอนั เกิดแตตนแลว ยงั เสียงใหเกดิ ขึน้ ได. "

ถ. "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา ทรงตั้งพระธาตุรตั นอันพระ
องคอบรมแลวดวยศลี สมาธิ ปญ ญา วิมุตติ วมิ ตุ ตญิ าณ ทัสสนะ กับพระ
ธรรมวินัยคาํ สอน ใหเ ปนตา งพระศาสดาแลว สวนพระองคเ สด็จปรินิพพาน
ดวยอนุปาทเิ สสนพิ พานธาตุ คร้ันเม่อื พระผมู ีพระภาคเจา เสด็จปรนิ พิ พาน
แลว ความไดส มบตั ขิ าดสญู ไปตามแลวก็หาไม, สตั วท งั้ หลายตองทกุ ขใ นภพ
บีบคั้นแลว กระทาํ พระธาตรุ ตั นกบั พระธรรมวนิ ยั คําสอนใหเ ปน ปจ จยั แลว
อยากไดสมบตั ิ กย็ อมไดฉ นั เดยี วกนั . ขอถวายพระพร แมเ พราะเหตนุ ี้ การ
บูชาทที่ ายกกระทําแลว แดพ ระตถาคตเจา ผเู สดจ็ ปรินพิ พานแลว ไมท รงยนิ ดี
อยโู ดยแท จึงชอ่ื วา มีผลไมเปน หมัน. ขอถวายพระพร ขอ นีพ้ ระผูม พี ระภาค
เจา ทรงเหน็ และตรสั บอกลว งหนา ไวน านแลววา "อานนท สักหนอยความวติ ก
จะมีแกท า นทง้ั หลายวา 'พระศาสนามพี ระศาสดาลวงไปเสยี แลว พระศาสดา
ของเราทงั้ หลายไมม'ี ดังน,้ี ขอนีท้ านทั้งหลายอยา เหน็ ไปอยา งนนั้ , ธรรม
และวนยั อนั เราแสดงแลว และบัญญตั แิ ลว แกท านทงั้ หลายโดยกาลทล่ี ว งไป
แลวแหง เรา จกั เปนศาสดาของทา นท้ังหลายแทน" ดงั น.้ี คําของพวกเดยี รถยี 
วา 'การบูชาทท่ี ายกกระทาํ แลว แดพระตถาคตผปู รนิ ิพพานแลว ไมท รงยนิ ดี
อยู เปน หมนั ไมมีผล' ดงั นน้ี น้ั ผิด ไมจ รงิ เท็จ สับปลับ พริ ุธ วิปริต ใหทกุ ขเ ปน
ผล มที กุ ขเ ปน วบิ าก ยงั ผพู ูดและผเู ชอ่ื ถอื ใหไปสอู บาย."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอพระองคทรงสดบั เหตแุ มอ น่ื ใหย งิ่ ข้ึนไป เปน
เคร่ืองใหเ หน็ วา 'การบชู าทที่ ายกกระทาํ แลว แดพระตถาคตเจา ผูเสดจ็
ปรินพิ พานแลว ไมทรงยนิ ดอี ยโู ดยแท มีผลไมเปนหมนั : มหาปฐพนี ี้ยนิ ดบี า ง
หรอื หนอแลวา 'ขอสรรพพชื จงงอกขนึ้ บนเรา' ดงั น.้ี "

ร. "หามิได. "
ถ. "ขอถวายพระพร กเ็ หตไุ ฉนพชื ท้งั หลายเหลา นัน้ งอกข้นึ บนมหา
ปฐพอี นั ไมย นิ ดอี ยูแ ลว ต้งั มนั่ ดวยรากอันรงึ รัดกันแนน แข็งแรงดวยแกนในลาํ
ตนและกิง่ ทรงดอกออกผลเลา ?"
ร. "มหาปฐพีแมไ มย นิ ดอี ยู กเ็ ปนวัตถทุ ่ีตั้งแหงพชื ทงั้ หลายเหลา นน้ั

ยอมใหปจจยั เพือ่ งอกขน้ึ , พชื ทงั้ หลายนน้ั อาศยั มหาปฐพีนน้ั เปน วัตถแุ ลว
งอกข้นึ ดวยปจ จยั นนั้ แลว ต้งั มน่ั ดว ยรากอนั รึงรัดกันแนน แขง็ แรงดวยแกน ใน
ลาํ ตนและกงิ่ ทรงดอกออกผลได."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนัน้ พวกเดียรถึยฉ บิ หาย ตองถูกกําจัด
เปนพิรธุ ในถอยคาํ ของตวั , ถาเขาขืนกลาววา 'การบชู าทท่ี ายกกระทําแลว แก
ทานผูไ มยนิ ดี เปน หมันไมม ผี ล' ดังน.ี้ ขอถวายพระพร มหาปฐพีนี้ ฉนั ใด, พระ
ตถาคตอรหันตสมั มาสมั พุทธเจา ก็ฉนั นนั้ ; มหาปฐพีไมยนิ ดอี ะไร ๆ ฉันใด,
พระตถาคตเจา ไมทรงยินดีอะไร ๆ กฉ็ นั นน้ั ; พืชเหลา นนั้ อาศยั ปฐพี งอกข้ึน
แลว ตง้ั มนั่ ดวยรากอันรงึ รดั กนั แนน แข็งแรงดวยแกน ในลาํ ตนและกงิ่ ทรงดอก
ออกผลไดฉันใด, เทวดามนษุ ยท งั้ หลาย อาศยั พระธาตุและพระญาณรตั นข
องพระตถาคตเจาผเู สดจ็ ปรนิ ิพพานแลว ไมท รงยนิ ดอี ยโู ดยแท ตั้งมัน่ ดว ย
กุศลมูลอนั แนน หนาแลว แข็งแรงดว ยแกน คอื พระธรรม ในลาํ ตน คือ สมาธิ
และกง่ิ คอื ศีล ทรงดอก คอื วิมตุ ติ ออกผล คือ สามัญผล กฉ็ ันนนั้ . ขอถวาย
พระพร แมเพราะเหตนุ ้ี การบชู าทที่ ายกกระทําแลวแดพ ระตถาคตเจาผเู สด็จ
ปรนิ พิ พานแลว ไมทรงยนิ ดอี ยโู ดยแท จึงชอื่ วา มีผลไมเปน หมนั แล."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอพระองคท รงสดบั เหตุแมอ ่นื อกี ใหย่ิงขน้ึ ไป เปน
เคร่อื งใหเปน วา การบชู าทท่ี ายกกระทาํ แลว แดพระตถาคตเจา ผเู สดจ็
ปรนิ พิ พานแลว ไมท รงยนิ ดอี ยูโดยแท มีผลไมเ ปนหมนั : สตั วท่เี ขาเลย้ี ง คือ
อูฐ โค ลา แพะ และหมูมนษุ ยเ หลา นี้ ยนิ ดีใหห มหู นอนเกิดในทอ งบา งหรอื
ขอถวายพระ."

ร. "หามิได."
ถ. "ขอถวายพระพร ก็เหตุไฉน หนอนเหลาน้ันจงึ เกิดในทอ งของมนษุ ย
และดริ ัจฉานเหลา น้นั ผูไมย นิ ดีอยูแ ลว มีลกู หลานเปน อนั มาก ถงึ ความ
ไพบูลยข น้ั เลา ?"
ร. "เพราะบาปกรรมมกี าํ ลงั ซิ พระผูเปน เจา ถงึ สัตวเ หลา นัน้ ไมย ินดอี ยู
หมูหนอนเกดิ ข้ึนภายในทอ งแลว มลี ูกหลายมาก ถงึ ความไพบูลยข ้นึ ."
ถ. "เพราะพระธาตุและพระญาณรัตนของพระตถาคตเจา ผูเสดจ็
ปรนิ ิพพานแลว ไมท รงยนิ ดอี ยโู ดยแทม กี าํ ลัง การบูชาทีท่ ายกกระทาํ แลว ใน
พระตถาคตเจา จงึ มผี ลไมเปน หมนั ฉนั เดยี วกนั แล ขอถวายพระพร."
ถ. "ขอถวายพระพร ขอพระองคท รงสดับเหตุแมอ ื่นอีกใหยิ่งขนึ้ ไปอกี
เปนเคร่อื งใหเ หน็ วา การบชู าทที่ ายกกระทําแลว แดพระตถาคตเจา ผูเสดจ็

ปรนิ พิ พานแลว ไมทรงยนิ ดอี ยโู ดยแท มผี ลไมเปนหมัน: หมมู นษุ ยเ หลา นยี้ นิ ดี
อยูว า 'ขอโรคเกาสบิ แปดเหลาน้ี จงเกิดในกายเถดิ ' ดังนี้ บา งหรอื ขอถวาย
พระพร."

ร. "หามิได."
ถ. "ขอถวายพระพร กเ็ หตุไฉน โรคเหลา นัน้ จึงเกิดในกายของหมู
มนษุ ยผ ูไมย นิ ดอี ยเู ลา ?"
ร. "ขอถวายพระ ถา วาอกศุ ลท่เี ขากระทาํ ไวในกาลกอนเปนกรรมทจี่ ะ
ตองเสวยในภพน,้ี ถา อยา งน้ัน กุศลกรรมก็ดี อกุศลกรรมก็ดี ทเ่ี ขากระทําไว
แลวในภพกอนกด็ ี ในภพนก้ี ็ดี ยอ มมผี ลไมเ ปนหมนั . ขอถวายพระพร แม
เพราะเหตุน้ี การบูชาทท่ี ายกกระทาํ แลว แดพ ระตถาคตเจา ผเู สด็จ
ปรินิพพานแลว ไมทรงยนิ ดอี ยโู ดยแท ยอมมีผลไมเ ปน หมนั . ขอถวายพระพร
พระองคไดเ คยทรงสดับบา งหรือวานนั ทกยักษป ระทุษรา ยพระสารีบุตรเถรเจา
แลว เขาไปสูแผน ดนิ แลว."
ร. "ขา พเจา เคยไดฟง เรือ่ งนป้ี รากฏแลวในโลก."
ถ. "เออก็ พระสารีบตุ รเถรเจา ยินดกี ารทม่ี หาปฐพกี ลนื นนั ทกยักษเขา
ไปไวด วยหรอื ขอถวายพระพร."
ร. "แมโลกนก้ี บั ทงั้ เทวโลกเพิกถอนไปอยู แมด วงจนั ทรและดวง
อาทิตยตกลงมาทแี่ ผน ดนิ อยู แมพญาเขาสิเนรุบรรพตแตกกระจายอยู พระ
สารบี ุตรเถรเจาก็ไมยนิ ดที กุ ขของผูอ่ืน, ขอน้ันเปน เพราะเหตอุ ะไร ? เปน
เพราะเหตุเครอ่ื งทพี่ ระสารบี ตุ รเถรเจา จะโกรธก็ดี จะประทษุ รา ยกด็ ี ทา นถอน
เสยี แลว ทา นตัดขาดเสยี แลว , เพราะทา นถอนเหตเุ สยี ไดแ ลว พระสารีบุตรเถร
เจา ไมพ งึ กระทาํ ความโกรธ แมในผูจ ะผลาญชวี ิตของทา นเสยี ."
ถ. "ถาวา พระสารบี ตุ รเถรเจา ไมย นิ ดกี ารทม่ี หาปฐพีกลนื นันทกยักษ
เขา ไปไวแลว เหตไุ ฉน นนั ทกยกั ษจ งึ ไดเขาไปสูแผน ดนิ เลา ขอถวายพระพร ?"
ร. "เพราะเหตอุ กศุ ลกรรมเปนโทษมกี าํ ลังนะซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร ถา หากนนั ทกยักษเขา ไปสแู ผนดินแลว เพราะ
อกุศลกรรมเปน โทษแรง, ความผิดท่เี ขากระทาํ แลว ตอทา นผูไ มย นิ ดอี ยู ก็มผี ล
ไมเปนหมนั , ถา อยา งนน้ั การบชู าทที่ ายกระทาํ แลว แกทา นผไู มยนิ ดีอยู ก็
ยอมมผี ลไมเ ปน หมนั เพราะกศุ ลกรรมเปนคณุ แรงกลา . ขอถวายพระพร แม
เพราะเหตุน้ี การบูชาที่ทายกกระทําแลว แดพ ระตถาคตเจา ผูเสด็จปรนิ พิ พาน
แลว ไมทรงยนิ ดีอยูโ ดยแท ยอมมีผลไมเปน หมนั . ขอถวายพระพร เด๋ยี วนี้

มนุษยผ ูเขาไปสแู ผน ดนิ มผี ลเทา ไรแลว, พระองคไ ดเคยสดับเรอื่ งน้บี า งหรือ ?"
ร. "เคยไดฟง"
ถ. "ขอถวายพระพร เชิญพระองคตรัสใหอ าตมภาพฟง ."
ร. "ขา พเจา ไดฟ งวา มนษุ ยผเู ขา ไปสูแผน ดนิ แลว นห้ี า คน คือ : นาง

จิญจมาณวกิ าหนงึ่ สปุ ปพทุ ธะสกั กะหนง่ึ เทวทัตตเถระหนง่ึ นนั ทกยกั ษหนง่ึ
นนั ทมาณพหนึง่ ."

ถ. "เขาผิดในใคร ขอถวายพระพร."
ร. "ในพระผมู พี ระภาคเจาบา ง ในพระสาวกบา ง."
ถ. "เออก็ พระผมู ีพระภาคเจา ก็ดี พระสาวกก็ดี ยนิ ดีการทีค่ นเหลา นี้
เขา ไปสูแ ผนดินแลวหรือ ขอถวายพระพร ?"
ร. "หามไิ ด. "
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยางนนั้ การบชู าทที่ ายกกระทาํ แลว แดพ ระ
ตถาคตเจา ผูเ สดจ็ ปรินพิ พานแลว ไมท รงยินดอี ยโู ดยแท ยอ มมีผลไมเ ปน
หมัน."
ร. "พระผเู ปน เจาแกป ญ หาใหเ ขา ใจไดดแี ลว ขอ ท่ลี กึ กระทาํ ใหต ้ืนแลว
ท่ีกําบงั พังเสยี แลว ขอดทําลายเสียแลว ชฏั กระทาํ ไมใหเ ปนชฏั แลว วาทะของ
คนพวกอ่ืนฉบิ หายแลว ทฏิ ฐอิ นั นา ชังหกั เสยี ไดแลว พวกเดียรถียผนู า เกลียด
มาจดพระผเู ปน เจาผปู ระเสริฐกวา คณาจารยท ปี่ ระเสรฐิ เขา แลว ยอมสนิ้
รศั มี."

๒. สพั พญั ภู าวปญหา ๒

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพุทธเจาเปน สพั พญั ูหรอื ?"
ถ. "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจาเปน สพั พญั ,ู กแ็ ตพ ระ
ญาณทีเ่ ปน เหตรุ ูเหน็ หาปรากฏแกพระผูมพี ระภาคเจาฉบั ไวทนั ทไี ม, พระสัพ
พัญตุ ญาณของพระผมู พี ระภาคเจาเนื่องดว ยการนกึ พระองคท รงนกึ แลว
ยอมรูไ ดต ามพระพทุ ธประสงค. "
ร. "ถาอยา งนนั้ พระพทุ ธเจา กไ็ มใ ชส พั พญั ซู ิ, ถาพระสพั พญั ตุ
ญาณของพระองคยอ มมไี ดด วยการคน หา."
ถ. "ขอถวายพระพร ขา วเปลอื กรอ ยวาหะ กบั กง่ึ จฬุ า เจด็ อัมมณะ
สองตุมพะ ขา วเปลอื กมีประมาณถงึ เพยี งนี้ คนมีจิตเปน ไปในขณะเพียงแต

อัจฉระ คอื ช่วั ดดี นวิ้ มอื คร้งั เดียว ยงั สามารถตงั้ เปนคะแนนนบั ใหถ ึงความสน้ิ
ไปหมดไปได. นี้จิตเจด็ อยา งเปน ไปอยูใ นขณะช่วั อจั ฉระเดียวนนั้ : ขอถวาย
พระพร คนจาํ พวกใด มีราคะ มโี ทสะ มโี มหะ มีกเิ ลส มีกายไมไดอ บรมแลว มี
ศีลไมไดอบรมแลว มีจิตไมไ ดอบรมแลว มปี ญ ญาไมไ ดอ บรมแลว จติ ของเขา
นั้นเกิดข้นึ ชา เปน ไปเนอื ย, ขอนม้ี ีอะไรเปนเหตุ ? เพราะจติ เปนสภาพไมไ ดอ บ
รมแลว. ขอถวายพระพร มีอปุ มาวา ลาํ ไมไผอ ันสูงดวดลาํ อวบแขง็ แรง เก่ียว
พนั กนั เปน สมุ ทมุ ดว ยเซิงก่งิ คนฉดุ ลากมา ก็คอยมาชา ๆ ขอ นี้มอี ะไรเปน เหตุ
? เพราะกง่ิ เปน ของเกยี่ วพนั กนั ฉนั ใด, คนจาํ พวกใด มีราคะ มโี ทสะ มโี มหะ
มกี เิ ลส มีกายไมไดอบรมแลว มีศีลไมไ ดอบรมแลว มีจติ ไมไ ดอบรมแลว มี
ปญญาไมไดอ บรมแลว จติ ของเขานน้ั เกดิ ขึน้ ชา เปน ไปเนอื ย, ขอน้มี ีอะไรเปน
เหตุ ? เพราะจติ เปน สภาพอนั กิเลสท้ังหลายเกี่ยวพนั แลว ฉนั นน้ั . นจ้ี ิตท่หี นง่ึ ."

ในจติ เจ็ดอยางนน้ั จติ นี้ถงึ ความจาํ แนกเปน จิตทสี่ อง. คนจําพวกใด
เปนพระโสดาบันผแู รกถึงกระแสพระนพิ พาน มีอบายอนั ละเสยี ไดแ ลว พรอม
มูลแลวดว ยความเหน็ ชอบ มีคาํ สอนของพระศาสดาอนั รแู จง แลว จติ ของทา น
นัน้ เกิดข้ึนไว เปนไปไว ในสามสถาน เกดิ ขน้ึ ชา เปน ไปเนอื ย ในภมู เิ บือ้ งบน
ขอ น้มี ีอะไรเปน เหตุ ? เพราะจิตเปน สภาพบรสิ ทุ ธิใ์ นสามสถาน และเพราะ
กเิ ลสทง้ั หลายในเบื้องบนเปน สภาพอนั ทา นยงั ละไมไดแลว. มีอปุ มาเหมอื น
ลําไมไผโลงหมดจากการเกย่ี วพนั กนั เพียงสามปลอ ง แตข า งบนยังเปน สมุ ทมุ
ดว ยเซงิ กิ่งคนฉุดลากมา ยอ มคลอ งเพยี งสามปลอ ง สงู ขนึ้ ไปจากนนั้ ยอ มขัด
ขอ น้ีมีอะไรเปน เหตุ ? เพราะขา งลา งโลง หมด และเพราะขางบนยังเปน สุมทุม
ดวยเซิงกิ่ง ฉะนนั้ . นี้จติ ทสี่ อง

จติ น้ีถงึ ความจาํ แนกเปนจติ ทส่ี าม. คนจาํ พวกใด เปน พระสกทาคามี
มรี าคะ โทสะ โมหะเบาบาง จติ ของทา นนน้ั เกดิ ขึน้ ไว เปน ไปไว ในทหี่ าสถาน
เกดิ ขน้ึ ชา เปน ไปเนอื ย ในภมู เิ บือ้ งบน, ขอ นีม้ อี ะไรเปนเหตุ ? เพราะจติ เปน
สภาพบรสิ ุทธใ์ิ นทหี่ าสถาน และเพราะกิเลสเบอื้ งบนเปนสภาพอนั ทา นยังละ
ไมไดแ ลว . มอี ุปมาเหมือนลาํ ไมไผโ ลง หมดจากการเกยี่ วพนั กนั เพยี งหา ปลอง
แตขา งบนยงั เปน สุมทมุ ดวยเซิงกงิ่ คนฉดุ ลากมา ยอมมาคลองเพยี งหา ปลอง
สูงขนึ้ ไปจากนนั้ ยอมขดั , ขอนีม้ ีอะไรเปนเหตุ ? เพราะขา งลา งโลง หมด และ
เพราะขา งบนยงั เปน สุมทุมดวยเซงิ ก่งิ ฉะนนั้ . นจ้ี ิตท่ีสาม.

จิตนี้ถึงความจาํ แนกเปนจติ ที่ส.่ี คนจาํ พวกใด เปนพระอนาคามมี ี
สังโยชนเ บ้ืองต่ําหา ประการละไดแลว จิตของทา นน้ัน เกิดขึ้นไว เปน ไปไว ใน

ทสี่ บิ สถาน เกดิ ขึน้ ชา เปน ไปเนอื ย ในภูมิเบอ้ื งบน, ขอ นม้ี ีอะไรเปน เหตุ ?
เพราะจติ เปน สภาพบริสทุ ธใ์ิ นทส่ี บิ สถาน และเพราะกเิ ลสเบอ้ื งบนเปน สภาพ
อันทา นยงั ละไมไดแ ลว . มอี ุปมาเหมอื นลาํ ไมไ ผโ ลงหมดจากการเก่ียวพนั กนั
เพยี งสิบปลอ ง แตขางบนยังเปน สุมทมุ ดว ยเซงิ กง่ิ คนฉุดลากมา ยอ มมา
คลองเพียงสิบปลอง สงู ขน้ึ ไปจากนน้ั ยอมขดั , ขอน้ีมีอะไรเปนเหตุ ? เพราะ
ขางลางโลง หมด และเพราะขา งบนยงั เปน สุมทมุ ดวยเซิงกงิ่ ฉะนน้ั . นจี้ ิตท่สี .่ี

จติ น้ถี งึ ความจาํ แนกเปน จติ ท่คี รบหา. คนจาํ พวกใด เปฯ พระอรหนั ต
สิน้ อาสวะแลว ชําระมลทนิ หมดแลว ฟอกกเิ ลสแลว อยจู บพรหมจรรยแลว มี
กจิ ทีจ่ ะตอ งทาํ อนั ไดท าํ เสรจ็ แลว ปลงภาระเสียไดแ ลว มีประโยชนต นไดบรรลุ
ถึงแลว มีธรรมอนั จะประกอบไวใ นภพสน้ิ รอบแลว มพี ระปฏสิ ัมภทิ าไดบรรลุ
แลว บริสุทธิ์แลว ในภูมแิ หง พระสาวก, จิตของทา นนนั้ เกิดข้นึ ไว เปน ไปไว ใน
ธรรมเปนวสิ ยั ของพระสาวก เกดิ ขึน้ ชา เปน ไปเนือย ในภมู แิ หงพระปจ เจก
พทุ ธะ และในภมู ิแหง พระสพั พัญพู ทุ ธะ, ขอนีม้ ีอะไรเปนเหตุ ? เพราะทา น
บรสิ ทุ ธ์ิแลวเพยี งในภูมิแหง พระสาวก และเพราะไมบ รสิ ุทธิ์แลวในปจ เจกพทุ ธ
ภมู แิ ละสพั พญั พู ุทธภูม.ิ มอี ปุ มาเหมือนลาํ ไมไ ผม ีปลอ งโลงหมดจากการ
เก่ยี วพนั กนั ทกุ ปลอ ง คนฉดุ ลากมา กม็ าไดค ลอง ไมช า , ขอน้ีมอี ะไรเปน เหตุ ?
เพราะไมไผน นั้ โลงหมดจากการเก่ียวพนั กนั ทกุ ปลอ ง และเพราะไมเ ปน สุมทุม
ฉะนนั้ . นจ้ี ิตทคี่ รบหา.

จติ นถ้ี ึงความจําแนกเปนจิตท่คี รบหก. คนจาํ พวกใด เปน พระปจ เจก
พทุ ธะ คอื ตรัสรจู าํ เพาะตัว เปน พระสยัมภู คือ ผเู ปน เองในทางตรสั รู ไมมใี คร
เปน อาจารย ประพฤตอิ ยแู ตผเู ดียว มอี าการควรกาํ หนดเปรยี บดว ยนอแรด มี
จติ บรสิ ุทธป์ิ ราศจากมลทนิ ในธรรมเปนวสิ ยั ของทา น, จิตของทา นนน้ั เกิดขึ้น
ไว เปน ไปไว ในธรรมเปนวิสยั ของทา น เกดิ ขึ้นชา เปน ไปเนือย ในภมู ขิ องพระ
สพั พพัญพู ทุ ธะ, ขอนีม้ ีอะไรเปน เหตุ ? เพราะทา นบรสิ ทุ ธิ์แตในวิสยั ของ
ทาน และเพราะพระสพั พัญูพทุ ธวิสยั เปน คุณอนั ใหญยิง่ , มีอมุ าเหมอื น
บรุ ษุ ผูเคยไมพ งึ ครา ม จะลงลํานา้ํ นอ ยอนั เปนวิสยั ของตวั ในคนื กไ็ ด ในวนั ก็
ได ตามปรารถนา, คร้นั เหน็ มหาสมทุ รท้ังลึกหยง่ั ไมถงึ ทงั้ กวา งไมมฝี ง ในท่ี
ตําบลอ่นื แลว จะกลวั ยอ ทอไมอาจลง, ขอนมี้ อี ะไรเปน เหตุ ? เพราะวสิ ยั ของ
เขา ๆ ไดเคยประพฤติแลว และเพราะมหาสมุทรเปน ชลาลัยอันใหญ ฉะนัน้ .
น้เี ปนจติ ท่คี รบหก.

จิตน้ีถงึ ความจาํ แนกเปน จติ ทเ่ี จด็ . คนจําพวกใด เปน พระสมั มาสัม

พทุ ธคอื ตรัสรชู อบเอง เปน สพั พญั ูคอื รธู รรมทง้ั ปวง ทรงญาณอันเปน กาํ ลัง
สิบประการ กลา หาญปราศจากครัน่ ครา ม เพราะเวสารัชชธรรมส่ปี ระการ
พรอมมูลดว ยธรรมของพระพุทธบคุ คลสบิ แปดประการมชี ัยชนะหาที่สดุ มไิ ด
มญี าณหาเครื่องขัดขวางมไิ ด, จติ ของทา นนนั้ เกดิ ข้ึนไว เปน ไปไว ในท่ที กุ
สถาน, ขอ นีม้ อี ะไรเปน เหตุ ? เพราะทานบรสิ ุทธ์ิแลวในทท่ี ุกสถาน.

ขอถวายพระพร พระแสงศรทีช่ ําระดแี ลว ปราศจากมลทินหาสนมิ มิได
คมกรบิ ตรงแนว ไมค ด ไมง อ ไมโกง ขึ้นบนแลง อนั มนั่ แขง็ แรง แผลงใหตกลง
เตม็ แรง ท่ีผา โขมพัสตรอันละเอียดก็ดี ทผี่ า กัปปาสกิ พสั ตรอ ันละเอียดก็ดี ที่
ผากัมพลอนั ละเอยี ดกด็ ี จะไปชาไมส ะดวกหรือตดิ ขัดมีบา งหรือ ?"

ร. "หาเปน เชน น้ันไม, ขอ น้มี อี ะไรเปนเหตุ ? เพราะผา เปน ของละเอยี ด
ศรก็ชําระดแี ลว และการแผลงใหต กกเ็ ตม็ แรง."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอ อปุ ไมยกฉ็ นั นนั้ คนจําพวกใด เปนพระสมั มา
สัมพุทธะ ฯลฯ จติ ของทา นนนั้ เกิดขน้ึ ไว เปน ไปไว ในทท่ี กุ สถาน. นีจ้ ติ ที่เจ็ด.

ขอถวายพระพร ในจิตเจด็ อยา งนน้ั จิตของพระสพั พัญพู ุทธะทงั้
หลายบรสิ ทุ ธแิ์ ละไวโดยคณุ ทีน่ ับไมได ลว งคณนาแหง จติ แมทัง้ หกอยา ง. ขอ
ถวายพระพร เหตใุ ด จติ ของพระผมู พี ระภาคเจาบริสทุ ธแ์ิ ละไว เหตนุ น้ั พระ
องคจงึ ทรงแสดงยมกปาฏหิ าริยได, ในยมกปาฏิหารยิ นน้ั พระองคพ งึ ทรง
ทราบเถดิ วา 'จิตของพระผมู พี ระภาคเจา ทัง้ หลายเปนไปไวถึงอยา งนน้ั ,' อา
ตมภาพไมสามารถกลา วเหตใุ นขอนัน้ ใหย ่ิงข้นึ ไปได. แมปาฏหิ ารยิ เหลา นนั้
เขา ไปเปรียบจติ ของพระสัพพญั พู ทุ ธะทงั้ หลายแลว ยอ มไมถงึ การคณานา
นบั สักเสย้ี วกด็ ี สักสวนของเสี้ยวก็ดี พระสพั พัญตุ ญาณของพระผมู ีพระ
ภาคเจาเน่อื งดวยการนกึ , พระองคท รงนกึ แลว กร็ ูไดต ามพระพทุ ธประสงค.
ขอถวายพระพร เหมือนอยา งวา บุรษุ จะวางของส่ิงใดสิ่งหน่งึ ซึ่งวางอยูใ นมือ
ขา งหนง่ึ ไวใ นมืออกี ขา งหนงึ่ กด็ ,ี จะอาปากข้นึ เปลง วาจากด็ ,ี จะกลืนโภชนะ
ซง่ึ เขา ไปแลวในปากก็ด,ี ลืมอยแู ลวและจะหลับจักษุลง หรอื หลบั อยูแลวจะ
ลืมจกั ษุขน้ึ ก็ด,ี จะเหยยี ดแขนทค่ี แู ลว ออกหรอื จะคแู ขนที่เหยยี ดแลว เชา กด็ ,ี
กาลนนั้ ชา กวา , พระสัพพญั ตุ ญาณของพระผมู ีพระภาคเจาไวกวา, ความ
นึกของพระองคไ วกวา , พระองคท รงนึกแลว ยอมรไู ดต ามพระพทุ ธประสงค,
พระผมู ีพระภาคพทุ ธเจาทง้ั หลายไดชื่อวา ไมใชส ัพพัญู ดว ยสกั วาความบก
พรอง เพราะตอ งนกึ เพยี งเทา นนั้ กห็ ามไิ ด. "

ร. "แมความนกึ กต็ อ งทาํ ดวยความเลอื กหา, ขออาราธนาพระผูเ ปน

เจา อธบิ ายใหข า พเจา เขาใจในขอนนั้ โดยเหตุเถิด."
ถ. "ขอถวายพระพร เหมอื นอยา งวา บุรุษผมู ่งั มี มที รพั ยม าก มสี มบัติ

มาก มีทองเงนิ และเครอื่ งมอื อันเปน อปุ การแกท รพั ยมาก มีขา วเปลอื กไวเ ปน
ทรพั ยมาก และขา วสาลี ขาวจา ว ขา วเหนยี ว ขา วสาร งา ถ่ัวเขยี ว ถว่ั ขาว บพุ
พณั ณชาติและอปรณั ณชาติอืน่ ๆ เนยใส เนยขน นมสด นมสม นํา้ มนั นา้ํ ผง้ึ
นํ้าตาล นา้ํ ออย ของเขากม็ พี รอ มอยูในไห ในหมอ ในกระถาง ในยงุ และใน
ภาชนะอน่ื ๆ, และจะมแี ขกมาหาเขา ซึง่ ควรจะเล้ียงดู และตอ งการจะบริโภค
อาหารอยดู ว ยล ก็แตโภชนะทีท่ าํ สุกแลว ในเรอื นของเขา หมดเสยี แลว เขาจงึ
นาํ เอาขาวสารออกจากหมอ แลวและหุงใหเปน โภชนะ; บุรุษผูน นั้ จะไดชอื่ วา
คนขดั สนไมมที รพั ย ดวยสกั วา ความบกพรอ งแหงโภชนะเพยี งเทา นน้ั ไดบ า ง
หรอื ?"

ร. "หาอยางนน้ั ไม แมใ นพระราชนิเวศนข องพระเจา จกั รพรรดค์ิ วาม
บกพรองแหง โภชนะ ในสมยั ซึ่งมิใชเ วลากย็ ังม,ี เหตุอะไรในเรอื นของคฤหบดี
จกั ไมม บี า งเลา ."

ถ. "ขอถวายพระพร ขออปุ ไมยก็ฉนั นน้ั พระสัพพญั ุตญาณของพระ
ตถาคตเจา บกพรอ งเพราะตอ งนกึ , แตค ร้ันทรงนกึ แลว กร็ ไู ดตามพระพุทธ
ประสงค. ขอถวายพระพร อน่ึง เหมือนอยา งวา ตน ไมจะเผล็ดผล เตม็ ดว ย
พวงผลอันหนกั ถว งหอยยอ ย, แตในทน่ี นั้ ไมมีผลอนั หลน แลวสักนอยหนง่ึ ; ตน
ไมน ั้น จะควรไดชือ่ วาหาผลมิได ดว ยความบกพรองเพราะผลทย่ี ังไมห ลนแลว
เพียงเทา นนั้ ไดบ า งหรอื ?"

ร. "หาอยา งนนั้ ไม เพราะผลไมเหลา น้ันเนอื่ งดวยการหลน , เมือ่ หลน
แลว คนกย็ อ มไดตามปรารถนา."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอ อุปไมยก็ฉนั นนั้ , พระสัพพญั ุตญาณของพระ
ตถาคตเจา บกพรองเพราะตองนกึ , แตค รั้นทรงนึกแลว ก็รไู ดตามพทุ ธ
ประสงค."

ร. "พระผูเปน เจา พระพทุ ธเจา ทรงนกึ แลว ๆ รูไดต ามพระพทุ ธ
ประสงคหรอื ?"

ถ. "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา ทรงนกึ แลว ๆ รูไดต ามพระ
พทุ ธประสงค; เหมอื นอยา งวา พระเจา จกั รพรรดริ าชทรงระลึกถงึ จกั รรตั นขนึ้
เม่อื ใดวา 'จักรรัตนจงเขามาหาเรา' ดงั น้ี พอทรงนกึ ขน้ึ แลว จักรรัตนกเ็ ขา ไป
ถงึ ขอน้ีฉนั ใด; พระตถาคตเจา ทรงนกึ แลว ๆ ก็รูไดต ามพระพทุ ธประสงค ฉัน

น้ัน."
ร. "เหตมุ นั่ พอแลว , พระพทุ ธเจา เปน สัพพญั ูแท, ขาพเจายอมรบั วา

'พระพทุ ธเจา เปนสัพพญั จู ริง."

๓. เทวทตั ตปพ พาชิตปญหา ๓

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา พระเทวทตั อันใครบวชใหแลว ."
พระเถรเจา ถวายวิสชั นาวา "ขอถวายพระพร ขตั ติยกุมารหกพระองค
ทรงพระนามวา ภัททยิ กมุ ารหนง่ึ อนรุ ุทธกมุ ารหนึ่ง อานนั ทกุมารหนง่ึ ภคั คุ
กมุ ารหนงึ่ กมิ พิลกมุ ารหน่งึ เทวทตั ตกุมารหนงึ่ นมี้ นี ายอบุ าลชิ าวภูษามาลา
เปน ทเี่ จ็ด, ครั้นเม่ือสมเดจ็ พระบรมศาสดาเจา ตรัสรพู ระอภสิ ัมโพธิญาณแลว
ยงั ความยนิ ดีใหบ งั เกิดแกศากยตระกลู ได, ตา งองคตางออกทรงผนวชตาม
พระผมู ีพระภาคเจา ; พระผมู พี ระภาคเจา โปรดใหทรงผนวชแลว."
ร. "พระผูเปน เจา พระเทวทตั บวชแลวทาํ ลายสงฆแ ลว มใิ ชห รือ ?"
ถ. "ขอถวายพระพร พระเทวทัตบวชแลว ทาํ ลายสงฆแ ลว . คฤหสั ถ
ทําลายสงฆมไิ ด ภิกษุณกี ็ทาํ ลายสงฆม ิได สกิ ขมานากท็ าํ ลายสงฆม ไิ ด
สามเณรก็ทาํ ลายสงฆม ิได สามเณรีก็ทาํ ลายสงฆม ิได, ภิกษุมีตนเปน ปกติ
รวมสังวาสเดยี วกนั รว มสีมาเดยี วกัน ยอมทาํ ลายสงฆได. "
ร. "พระผูเปน เจา บุคคลผูทาํ ลายสงฆ ยอมตองกรรมอะไร ?"
ถ. "ขอถวายพระพร บุคคลผทู ําลายสงฆนน้ั ยอมตองกรรมอันจะให
ตกนรกสนิ้ กัปปหนงึ่ ."
ร. "พระผูเ ปน เจา พระพทุ ธเจาทรงทราบอยูหรือวา 'พระเทวทัตบวช
แลวจกั ทาํ ลายสงฆ ครนั้ ทําลายสงฆแลว จกั ไหมอ ยใู นนรกสิน้ กปั ปห นงึ่ ."
ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตเจาทรงทราบอย.ู "
ร. "พระผูเ ปน เจา ถา พระพทุ ธเจา ทรงทราบอยู เมอ่ื เปน อยา งนน้ั คําวา
'พระพทุ ธเจา ประกอบดว ยพระกรุณาเอน็ ดสู ัตว ทรงแสวงหาธรรมท่เี ปน
ประโยชนเ ก้ือกลู สตั ว นําสงิ่ ซ่งึ มิใชป ระโยชนเสยี ตั้งสง่ิ ซง่ึ เปนประโยชนไ วแก
สัตวทั้งหลายท้งั สน้ิ ' ดังน้ี ผดิ . ถาและพระองคไมท รงทราบเหตุอนั นนั้ แลว ให
บวชเลา ไซร, เม่ือเปนอยา งนน้ั พระพทุ ธเจา ไมใ ชพระสพั พญั นู ะซ.ิ ปญ หา
สองเง่ือนแมน ม้ี าถงึ ทา นแลว ขอทานจงสะสางเง่อื นอนั ยงุ ใหญน ้นั เสยี ขอ
ทา นจงทาํ ลายปรบั ปปวาทเสยี , ในอนาคตกาลไกล ภกิ ษทุ ้งั หลายผมู ปี ญ ญา

เชนทา น จกั หาไดย าก, ขอทา นจงประกาศกําลังปญ ญาของทา นในปญ ญาขอ
น.ี้ "

ถ. "ขอถวายพระพร พระผูมพี ระภาคเจา ประกอบดว ยพระกรุณา ทง้ั
เปน พระสพั พญั ดู วย. ขอถวายพระพร เพราะความทพี่ ระองคท รงพระกรุณา
พระองคทรงพจิ ารณาดคู ตขิ องพระเทวทตั ดวยพระสพั พญั ตุ ญาณ ทอด
พระเนตรเหน็ พระเทวทัต ผจู ะสะสมกรรมอนั จะใหผ ลในภพสืบ ๆ ไปไมส ิน้ สดุ
หลดุ จากนรกไปสนู รก หลุดจากวนิ บิ าตไปสวู นิ บิ าต สน้ิ เสนโกฏิแหง กปั ปเ ปน
อันมาก, พระองคท รงทราบเหตุนนั้ แลวดว ยพระสพั พัญุตญาณ ทรงพระ
ดาํ ริวา 'กรรมของเทวทัตผนู ี้ เจา ตวั ทาํ แลว หามที ี่สดุ ลงไม เมื่อเธอบวชแลว ใน
ศาสนาแหงเรา จักทาํ ใหม ที ส่ี ดุ ลงได, เทยี บกรรมกอนเขา แลว ทกุ ขยงั จกั ทาํ ให
มีท่ีสดุ ลงได, โมฆบุรษุ ผูน้ี ถา บวชแลว จกั สะสมกรรมอนั จะใหต กนรกส้ินกปั ป
หนง่ึ ' ดงั นี้ จงึ โปรดใหพระเทวทตั บวชแลว ดว ยพระกรณุ า."

ร. "พระผเู ปน เจา ถา อยา งนนั้ พระตถาคตเจา ไดช ื่อวาทรงตีแลวทาให
ดวยนาํ้ มนั , ทรงทําใหต กเหวแลวยน่ื พระหตั ถป ระทานให, ทรงฆาใหต ายแลว
แสวงหาชวี ิตให, เพราะทรงกอ ทุกขใ หก อนแลว จงึ จดั สขุ ไวใหต อภายหลงั ."

ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตไดชอ่ื วาทรงตีบา ง ไดชือ่ วาทรงทาํ ให
ตกเหวบา ง ไดช ่ือวาทรงฆา ใหตายบา ง ดว ยอาํ นาจทรงเหน็ แกป ระโยชนแหง
สตั วทง้ั หลายอยางเดยี ว, อนงึ่ ไดช ือ่ วา ทรงตกี อ นบา ง ทรงทําใหตกเหวกอ น
บาง ทรงฆา ใหต ายกอนบา ง แลว จงึ จดั ประโยชนใ หอยา งเดียว, เหมอื นมารดา
บดิ าตกี อ นบา ง ใหลม กอนบา ง แลว จึงจัดประโยชนใหแกบ ตุ รท้งั หลายอยาง
เดยี วฉะนนั้ . ความเจริญแหง คุณจะพึงมีแกส ัตวท้งั หลาย ดวยความประกอบ
อยางใด ๆ, ยอมทรงจัดสง่ิ ซงึ่ เปนประโยชนไวแ กส ตั วท ั้งหลายทง้ั สนิ้ ดว ยนนั้
ๆ.

ขอถวายพระพร ถา พระเทวทัตน้ีไมบวชแลว เปน คฤหัสถอ ยูจะกระทาํ
บาปกรรมอนั ใหไปเกิดในนรกเปนอนั มาก แลวจะไปจากนรกสูน รก ไปจาก
วินิบาตสวู นิ บิ าต เสวยทกุ ขเ ปนอนั มาก สนิ้ แสนโกฏแิ หง กัปปเ ปน อันมาก.
พระผูมีพระภาคเจาทรงทราบเหตอุ นั น้ันอยู ดวยกําลงั พระกรุณา ทรงพระดาํ ริ
เหน็ วา 'เม่อื พระเทวทัตบวชแลวในพระศาสนาของเรา ทกุ ขจกั เปนผลอันเจา
ตัวกระทาํ ใหมที ่ีสุดลงได' ดังนแ้ี ลว ไดโ ปรดพระเทวทตั ใหบ วชแลว ไดท รง
กระทําทกุ ขข องพระเทวทตั อนั หนักน้ันใหเบาลงไดแลว .

ขอถวายพระพร เหมือนหนง่ึ บรุ ุษมกี าํ ลังทงั้ ทรัพยสมบตั ิอิสสรยิ ยศสิริ

และเครอื ญาติ รวู า ญาติหรือมติ รสหายของตนจะตองรับพระราชอาชญาอัน
หนกั แลว ดว ยความทต่ี นเปน ผูสามารถ โดยความคนุ เคยกับคนเปน อนั มาก
ไดกระทําโทษอันหนกั นั้นใหเ บาลงได ฉนั ใด, พระผูมีพระภาคเจา โปรดใหพ ระ
เทวทตั ผูจ ะตอ งเสวยทกุ ขส นิ้ แสนโกฏิแหง กปั ปเปน อนั มากใหบ วชแลว ดว ย
ความทพ่ี ระองคเปน ผูสามารถดว ยพระกาํ ลงั คือ ศีล สมาธิ ปญญา และ
วมิ ตุ ติ ทรงกระทาํ ทุกขข องพระเทวทตั อนั หนกั นนั้ ใหเ บาได ฉันนน้ั .

ขอถวายพระพร อนง่ึ เหมอื นหมอบาดแผล ยอ มกระทาํ พยาธอิ นั หนกั
ใหเ ขาไดดวยอาํ นาจโอสถมกี าํ ลงั ฉันใด, พระผมู ีพระภาคเจา โปรดพระเทว
ทัตผูจะตอ งเสวยทกุ ขส้ินแสนโกฏิแหง กัปปเ ปน อันมากใหบวชแลว ความท่ี
พระองคทราบเหตเุ ครื่องประกอบแก แลวทรงกระทาํ ทกุ ขอันหนักใหเบาได
ดวยกาํ ลงั โอสถคือธรรมอนั เขม แข็งดวยกาํ ลังพระกรณุ า ฉนั นนั้ แล. พระผูม ี
พระภาคเจา ทรงกระทาํ พระเทวทตั ผจู ะตองเสวยทุกขม ากใหไ ดเสวยแตน อ ย
จะตอ งอกศุ ลอะไร ๆ บา งหรอื ขอถวายพระพร."

ร. "ไมต องเลย แมโ ดยท่ีสดุ สกั วา จะติเตยี นดว ยวาจา."
ถ. "ขอถวายพระพร ขอพระองคจงทรงรบั รองเหตุทพี่ ระผูมีพระภาคเจา โปรด
พระเทวทัตใหบ วชนี้ โดยขอความเหลานี้แล.
ขอถวายพระพร ขอพระองคท รงสดับเหตอุ น่ื อกี ยง่ิ กวา น้ี ท่ีพระผมู พี ระภาคเจา
โปรดพระเทวทตั ใหบ วช. เหมอื นหนง่ึ วา ราชบุรุษจับโจรผกู ระทาํ ความผิดไดแลว จะพึง
กราบทูลแดพ ระเจา แผนดนิ วา 'โจรผนู กี้ ระทําความผิดอยางน้ี ๆ พระองคจงลงพระราช
อาญาแกโ จรนน้ั ตามพระราชประสงค' ดังน,ี้ พระเจา แผน ดินจะพงึ รบั สง่ั ใหลงโทษโจรผู
นน้ั วา 'ถา อยางนน้ั ออเจา ทง้ั หลายจงนําโจรนีอ้ อกไปนอกเมอื ง จงตดั ศรี ษะมนั เสยี ในท่ี
ฆาโจร;' ราชบุรษุ เหลานน้ั จะพึงรบั ๆ สัง่ อยา งนน้ั แลว นาํ โจรนัน้ ออกนอกเมืองไปสทู ่ีฆา
โจร, ยงั มบี ุรษุ ขา ราชการผหู น่ึง อันไดรบั พระราชทานพระไวแตราชสํานักแลว ไดร ับ
พระราชทานฐานนั ดรยศ เงนิ ประจําตาํ แหนง และเครือ่ งอุปโภค เปนผมู วี าจาควรเชอื่ ถือ
มีอาํ นาจทําไดตามปรารถนา, เขาจะพงึ ทาํ ความกรณุ าแกโ จรนน้ั แลวกลา วกะราชบรุ ุษ
เหลาน้ันวา 'อยา เลยนาย, ประโยชนอะไรของทา นทง้ั หลายดว ยการตัดศรี ษะเขา, อยา
กระนน้ั เลย ทา นจงตัดแตมือหรอื เทาของเขา รกั ษาชีวิตไวเถดิ , เราจักไปเฝา ทูลทัดทาน
ดว ยเหตุโจรผนู เี้ อง' เขาจะพงึ ตดั แตมือหรือเทาของโจรและรักษาชวี ติ ไว ตามถอ ยคาํ
ของราชบรุ ษุ ผมู ีอาํ นาจนัน้ ; บุรุษผกู ระทาํ อยา งนนี้ นั้ จะพึงชื่อวา กระทาํ กจิ การโดยเห็น
แกโ จรนน้ั บา งหรอื ขอถวายพระ."

ร. "บรุ ุษผนู น้ั ชื่อวา ใหช ีวติ แกเขานะ ซี เมอ่ื ใหช ีวิตแกเ ขาแลว มกี ิจการอะไรเลา
ไดช อ่ื วา บุรุษนนั้ ไมไ ดก ระทําแลวโดยเหน็ แกเ ขา."

ถ. "ขอถวายพระพร ดว ยทุกขเวทนาในเพราะใหตดั มอื และเทาเขานน้ั ผบู งั คบั
น้ันจะพงึ ตองอกุศลอะไรดว ยหรือ ?"

ร. "โจรนัน้ ยอ มเสวยทกุ ขเวทนา ดวยกรรมอนั ตนกระทาํ แลว , สวนบุรษุ ผูใ หช วี ติ
ไมควรตอ งอกศุ ลอะไรเลย."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอนี้ฉนั ใด, พระผมู พี ระภาคเจาทรงพระกรณุ าโปรดเกลา
พระเทวทัตใหบ วชแลว ดว ยทรงเหน็ วา 'เมอื่ พระเทวทัตบวชในศาสนาของเราแลว ทุกข
จกั เปนผลอนั เจา ตัวกระทําใหมีท่ีสุดลงได' ฉนั นนั้ .

ขอถวายพระพร ทกุ ขข องพระเทวทตั อันเจาตวั กระทาํ ใหมีทสี่ ดุ ลงไดแลว , พระ
เทวทัต ในเวลาเม่ือจะตาย ไดเ ปลงวาจาถงึ พระผมู พี ระภาคเจาเปน สรณะตราบเทา
สนิ้ ชวี ติ ดังนวี้ า 'ขา พเจา ทง้ั กระดกู ทง้ั ชีวิตทั้งหลายนี้ ขอถึงพระพทุ ธเจา ผเู ปน ยอดบุรุษ
เปนเทวดาเลศิ ลวงเทวดา เปนผูฝก บุคคลควรฝก ทรงพระญาณจกั ษุรอบคอบ มพี ระ
ลกั ษณะกาํ หนดดว ยบญุ รอ ยหนึง่ พระองคน้ัน เปน สรณะ."

ขอถวายพระพร พระเทวทตั เมอ่ื ภทั ทกปั ปแ บงแลว เปน หกสวนสว นทลี่ วงไป
แลว ไดท ําลายสงฆแลว จกั ไหมอยูในนรกสิน้ กาลประมาณหา สว น แลวจกั พน จากนรก
นนั้ มาเปน พระปจเจกพุทธเจาทรงพระนามวา อัฏฐสิ สระ. กพ็ ระผมู พี ระภาคเจาทรง
กระทําอยา งนี้ พงึ ชือ่ วา กระทํากจิ การโดยเหน็ แกพ ระเทวทัตบา งหรอื ขอถวายพระพร."

ร. "พระตถาคตเจา ไดชอ่ื วา ประทานคุณอันเปน ที่ปรารถนาของเทวตามนษุ ยทงั้
ปวงแกพ ระเทวทัต, เพราะพระองคท รงกระทําพระเทวทตั ใหสําเรจ็ ความเปน เปน พระ
ปจ เจกพทุ ธเจา ได, มอี ะไรไดชื่อวาพระองคไ มไ ดกระทาํ โดยเหน็ แกพระเทวทัตเลา."

ถ. "ขอถวายพระพร ดวยการทพี่ ระเทวทัตทาํ ลายสงฆ แลว เสวยทกุ ขเวทนาใน
นรกนนั้ พระตถาคตเจา จะตองอกุศลอะไรบา งหรือ ?"

ร. "ไมต อ งเลย พระเทวทัตไหมอ ยใู นนรกกปั ปเดียว เพราะกรรมอนั ตนเอง
กระทาํ แลว , พระศาสดาผกู ระทาํ ใหถงึ ที่สดุ ทกุ ข จะพงึ ตองอกศุ ลอะไรหามิได."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอพระองคท รงรับรองเหตทุ พี่ ระผมู พี ระภาคเจาโปรดพระ
เทวทตั ใหบ วชแลว แมน ้ี ดว ยขอความนเี้ ถิด.

ขอถวายพระพร ขอพระองคท รงสดบั เหตแุ มอ ื่นอกี ยง่ิ กวา น้ี ที่พระผูมพี ระภาค
เจา โปรดใหพ ระเทวทัตบวชแลว. เหมือนหนงึ่ หมอบาดแผล เมอ่ื จะรักษาแผลอนั เกดิ
เพราะ ลม ดี เสมหะ แตล ะอยา งก็ดี เจือกนั ก็ดี ฤดูแปรกด็ ี รักษาอริ ิยาบถไมเ สมอกด็ ี
เกดิ เพราะพยายามแหง ผูอนื่ (มตี องประหารเปน ตน) กด็ ี อากูลดว ยกล่ินเหม็น ดจุ กล่ิน

แหงศพกาํ ลงั เนา ใหปวดดุจแผลอันตอ งลกู ศร เขาไปติดอยขู าใน อนั นาํ้ เหลอื งนนั้ ชอน
ไปใหเ ปน โพลง เตม็ ไปดวยบุพโพและโลหติ เขายอ มพอกปากแผลดว ยยากดั อนั แรงกลา
แสบรอ น เพอ่ื จะบมแผลกอ น, พอแผลนว ม เขากเ็ ชือดดว ยศัสตราแลว นาบดว ยซเ่ี หล็ก,
พอเนอื้ สกุ แลว กล็ า งดวยนา้ํ ดา งแลว พอกยา เพอ่ื ใหแ ผลงอกเนอ้ื ใหค นไขไ ดค วามสุข
โดยลําดับ ดงั น;้ี จะวา หมอนนั้ คดิ รา ย พอกยา เชือดดวยศัสตรา นาบดวยซ่เี หล็ก ลา ง
ดว ยนา้ํ ดา ง ไดบ า งหรอื ?"

ร. "หามไิ ด หมอเขามีจิตคิดเก้ือกลู หวังใหหาย จงึ ทาํ เชน น้ัน."
ถ. "ขอถวายพระพร หมอนน้ั จะตอ งอกศุ ลอะไร เพราะทกุ ขเวทนาอนั เกิดขน้ึ แก
คนไข ดวยเหตุทาํ การรกั ษาของเขาดว ยหรือ ?"
ร. "หมอเขามจี ิตเกอ้ื กูลหวังจะใหหาย จงึ ทาํ เชน นน้ั , ไฉนจะตอ งอกศุ ลเพราะขอ
น้นั เปน เหตุเลา , เขากลับจะไปสวรรคอีก."
ถ. "ขอถวายพระพร ขอน้ฉี นั ใด, พระผูมีพระภาคเจา โปรดพระเทวทัตใหบ วช
แลว เพ่ือปลดเปลื้องทกุ ขด ว ยกําลงั พระกรณุ า กฉ็ นั นนั้ แล.
ขอถวายพระพร ขอพระองคท รงสดบั เหตอุ นื่ อีกอนั ย่งิ กวานี้ ทพี่ ระผมู พี ระภาค
เจา โปรดพระเทวทตั ใหบวชแลว . เหมอื นหนง่ึ บุรษุ ผูตอ งหนามเขาแลว , ทนี น้ั บุรษุ อน่ื มี
จติ คิดเกือ้ กลู จะใหห าย จงึ เอาหนามแหลมหรอื ปลายมดี กรดี ตัดแผลโดยรอบแลว นาํ
หนามนนั้ ออกดว ยทง้ั โลหิตไหล; ขอถวายพระพร บุรษุ ผนู น้ั ช่ือวาคดิ รายจึงนําหนามนนั้
ออกบา งหรือ ?"
ร. "หามไิ ด เขามจี ิตคดิ เกื้อกลู หวงั จะใหหาย จึงนาํ หนามน้ันออก, ถาเขาไมช วย
นําหนามน้นั ออก บางทผี ตู องหนามนนั้ กจ็ ะถึงความตายหรือไดทุกขป างตาย."
ถ. "ขอถวายพระพร ขอ นฉ้ี นั ใด, พระตถาคตเจาโปรดพระเทวทัตใหบวชแลว
เพือ่ ปลดเปลอ้ื งทกุ ขด ว ยกาํ ลงั พระกรณุ า, ถาวา พระผมู พี ระภาคเจามไิ ดโ ปรดพระ
เทวทัตใหบ วช เธอก็จกั ไหมอยูใ นนรกโดยลาํ ดบั ๆ ขมุ แมต ลอดแสนโกฏิแหง กปั ป ฉนั
น้ัน."
ร. "พระผเู ปน เจา พระตถาคตเจา ไดช่ือวา ใหพระเทวทตั ผตู กไปตามกระแสขนึ้ สู
ทที่ วนกระแสไดแลว , ใหพ ระเทวทัตผูเดินผดิ ทางขน้ึ ในทางไดแ ลว, ไดประทานวัตถุเปน
ท่ียดึ เหนย่ี วแกพ ระเทวทตั ผูตกลงในเหวแลว, ใหพ ระเทวทัตผูเดนิ ในทางไมสม่ําเสมอข้ึน
สูทางทส่ี มํา่ เสมอไดแลว. พระผูเปน เจา เหตกุ ารณอนั น้ี ผูอน่ื นอกจากผมู ปี ญ ญาเชน
ทา น ไมอาจแสดงได. "

๔. มหาภูมจิ าลนปาตภุ าวปญ หา ๔

พระเจา มิลนิ ท ตรสั วา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระพทุ ธพจนน ี้ พระผมู ีพระภาค
เจา แมตรัสแลว วา 'ภกิ ษุท้ังหลาย เหตุเพอื่ ความปรากฏของความไหวแหงแผน ดนิ ใหญ
เหลา นแ้ี ปดอยาง ปจ จยั เพอ่ื ความปรากฏของความไหวแหงแผน ดนิ ใหญแ ปดอยา ง'
ดงั น.้ี พระพทุ ธพจนนี้ กลา วเหตปุ จ จัยหาสว นเหลอื มิได พระพทุ ธพจนน ้ี กลา วเหตุ
ปจ จัยไมมีสว นเหลอื , พระพทุ ธพจนน ้ี กลา วเหตุปจ จยั โดยตรง ไมมปี รยิ าย, เหตุเพ่อื
ความปรากฏของความไหวแหงแผนดนิ ใหญเปนท่ีเกา อันอนื่ ไมม ;ี พระผูเ ปน เจา นาค
เสน ถาเหตเุ พอื่ ความปรากฏของความไหวแหงแผน ดินใหญที่เกา อันอน่ื ยงั มไี ซร, พระผู
มีพระภาคเจา พงึ ตรสั เหตแุ มน น้ั , กเ็ หตุเพ่ือความปรากฏของความไหวแหง แผน ดนิ ใหญ
ที่เกา อนั อนื่ ยอ มไมมี เพราะเหตใุ ดแล, เพราะเหตนุ ้ัน พระผมู ีพระภาคเจา มไิ ดตรัสเหตุ
น้ันแลว . ก็แตวา เหตเุ พือ่ ความปรากฏของความไหวของแผนดินใหญท เี่ กานี้ ยงั ปรากฏ
อย,ู พระเวสสนั ดรมหากษตั รยิ ทรงบรจิ าคมหาทาน แผน ดนิ ใหญน้ีไหวแลว เจ็ดครั้งดวย
เหตุไรเลา พระผูเ ปน เจา นาคเสน. ถาเหตุเพอ่ื ความปรากฏของความไหวแหง
แผนดินใหญแปดอยา งเทา นนั้ ปจ จยั เพอ่ื ความปรากฏของความไหวแหง แผนดนิ ใหญ
แปดอยา งเทา นัน้ ไซร, ถา อยา งน้นั คําอนั ใดทีว่ า 'เมอื่ พระเวสสนั ดรมหากษตั ริยท รง
บริจาคมหาทาน แผนดินใหญน้ี ไหวเจ็ดครัง้ ' คําแมนั้นผดิ . ถาเมอื่ พระเวสสันดรมหา
กษัตริยท รงบริจาคมหาทาน แผนดินใหญน ไ้ี หวเจ็ดครัง้ แลว ไซร, ถา อยา งน้ัน คาํ ทวี่ า
'เหตเุ พื่อความปรากฏของความไหวแหง แผน ดินแปดอยา งเทา นน้ั ปจจยั เพือ่ ความ
ปรากฏของความไหวแหง แผน ดนิ แปดอยา งเทา นน้ั 'แมคํานน้ั ก็ผดิ . ปญหาแมน ีส้ อง
เง่อื น เปน ปญหาละเอยี ด ใคร ๆ แกยาก ทาํ บคุ คลใหม ดื มนธด งั บคุ คลตาบอดดว ย ลกึ
ดวย, ปญ หานน้ั มาถึงพระผูเปนเจาแลว , ปญหาน้นั ผอู นื่ ทม่ี ีปญ ญานอ ย นอกจาก
บุคคลผมู คี วามรูเชน พระผเู ปน เจา ไมอาจเพื่อจะวิสชั นาได."

พระเถรเจา ถวายพระพรวา "ขอถวายพระพร พระพุทธพจนน พ้ี ระผมู พี ระภาค
เจา แมไ ดต รสั แลววา 'ภิกษุท้งั หลาย เหตปุ จ จัยทงั้ หลายเพ่ือความปรากฏของความไหว
แหงแผน ดนิ ใหญเหลา นี้ แปดอยา ง ๆ' ดังน.้ี แมเ มือ่ พระเวสสนั ดรมหากษัตริยท รง
บรจิ าคมหาทานอยู แผน ในใหญนี้ ไหวแลว เจ็ดครง้ั . ก็แลการทแี่ ผน ดนิ ใหญไ หวนนั้ ไม
เปนไปดินกาลทุกเมือ่ มีความเกิดขึน้ ในกาลบางคราว, พน แลวจากเหตทุ ้ังหลายแปด
อยา ง, เพราะเหตุนน้ั ทานจึงไมนบั แลวโดยเหตุทง้ั หลายแปด.

ขอถวายพระพร เมฆท้ังหลายสามอยา ง คือ: เมฆช่ือวัสสกิ ะหนึ่ง เมฆชอ่ื เหมนั
ตกิ ะหนึ่ง เมฆชือ่ ปาวุสสกะหนง่ึ เทา นนั้ ทา นยอ มนบั วาเมฆ, ถาเมฆอนื่ พน จากเมฆ
ทงั้ หลายท่ีสมมติแลว , เมฆนั้น ยอ มถงซง่ึ ความนบั วา อกาลเมฆเทา นน้ั ฉนั ใด; สมัยเม่อื

พระเวสสนั ดรมหากษตั ริยท รงบรจิ าคมหาทานอยู แผน ดนิ ใหญน ไ้ี หวแลว เจ็ดคร้งั ดว ย
เหตอุ ันใดเหตนุ น้ั ไมม ีในกาลทุกเมือ่ มีความเกิดข้ึนในกาลบางคราว, พนจากเหตุ
ทัง้ หลายแปดอยา ง, เหตุนน้ั ทา นจงึ ไมนับโดยเหตทุ ง้ั หลายแปดอยา ง ฉันนน้ั นนั่ เทยี ว.

ขอถวายพระพร อีกนยั หนง่ึ เหมอื นแมน ้าํ หา รอ ย ไหลมาแตภูเขาชื่อหมิ วนั ต,
แมนํ้าหารอ ยเหลา น้ัน แมน า้ํ ทงั้ สิบเทานน้ั ทา นยอ มนบั โดยอันนับวา แมนํ้า, แมน ํา้ ทงั้
สบิ นอี้ ยา งไร แมนํ้าทัง้ สิบน้ี คือ แมน้ําคงคาหนง่ึ แมน าํ้ ยมุนาหนึง่ แมนาํ้ อจริ วดีหนึ่ง
แมนํ้าสรภหู นง่ึ แมน ํา้ มหหี นงึ่ แมน ํา้ สนิ ธหุ นึ่ง แมน า้ํ สรสั สดหี นง่ึ แมน ํา้ เวตรวดีหนงึ่
แมน าํ้ วีตังสาหนงึ่ แมน ้าํ จนั ทภาคาหนง่ึ แมน ํ้าทงั้ สิบเหลานี้ ทา นนับวา แมนา้ํ แท, แมนาํ้
ท้ังหลายเศษนอกนน้ั ทา นไมนบั โดยอนั นบั ในแมนา้ํ , ความนบั น้นั มีอะไรเปนเหต?ุ
แมนํ้าทั้งหลายเทา นนั้ ไมเปน แดนเกดิ แหง น้าํ เพราะเหตนุ ัน้ ทา นจงึ นับโดยอนั นบั รวม
ลงในแมน ้าํ ใหญ แมฉ นั ใด สมัยเม่ือพระเวสสนั ดรมหากษตั รยิ ทรงบาํ เพญ็ มหาทานอยู
แผน ดนิ ใหญน ไ้ี หวแลว เจ็ดครง้ั ดว ยเหตใุ ด เหตนุ ้ัน ทา นไมน ับโดยเหตทุ ้ังหลายแปด
อยา ง ฉันนน้ั .

ขอถวายพระพร อกี อยา งหนงึ่ เหมือนอมาตยทง้ั หลายของมหากษัตริยมีอยู
รอ ยหนง่ึ บาง สองรอยบา ง, อมาตยท งั้ หลายเหลา นัน้ ชนทั้งหลายหกคน ทา นยอมนบั
โดยอันนับวา อมาตย, ชนทง้ั หลายหกคนนี้ อยา งไร ชนทัง้ หลายหกคนน้ี คือ เสนาบดี
หนงึ่ ปโุ รหิตหนงึ่ อกั ขทสั สะ ผูพพิ ากษาหน่ึง ภณั ฑาคารกิ ะชาวพระคลงั หนงึ่ ฉตั ตคาห
กะผเู ชญิ พระกลดหนงึ่ ขคั คคาหกะผเู ชญิ พระแสงหนงึ่ ชนหกคนเหลา นี้เทา นนั้ ทา นนับ
โดยอันนบั วา อมาตยแท, ขอซึ่งนบั มอี ะไรเปนเหตเุ ลา ? ขอซึง่ นับนัน้ เพราะความท่ชี น
ท้งั หกน้นั เปน ผปู ระกอบดวยคุณตอพระมหากษัตริย, ชนทง้ั หลายเหลอื นน้ั ทา นมไิ ดนบั
แลว, ชนทัง้ หลายเหลา นนั้ ยอ มถงึ ซงึ่ ความกลา วรวมลงวา อมาตยท ั้งสนิ้ นน่ั เทยี ว ฉนั ใด,
เมื่อพระเวสสนั ดรมหากษตั รยิ ทรงบาํ เพ็ญมหาทานอยู แผนดนิ ใหญน้ี ไหวแลวเจด็ ครง้ั
ดวยเหตใุ ด เหตุนนั้ ไมม ีมใี นกาลทกุ เมือ่ มคี วามเกดิ ขึ้นในกาลบางคราว, พน จากเหตุ
ท้ังหลายแปดอยา ง, เหตนุ นั้ ทา นจงึ ไมน ับโดยเหตแุ ปดอยา ง ฉันนน้ั นนั่ แหละ.

ขอถวายพระพร กรรมเปน ท่ตี งั้ แหง ความเสวยสุขในทิฏฐธรรมเปนเหตุยิง่ อนั
บคุ คลกระทาํ แลว ในศาสนา แหง พระพทุ ธเจาผูชนะมารท้ังปวงแลว ณ กาลน,ี้ อนึ่ง
เกียรตศิ ัพทความสรรเสริญคณุ ของบุคคลท้งั หลายเหลาไร ฟงุ ทวั่ ไปในเทพดาและ
มนุษยท ง้ั หลาย, บรมบพิตรไดทรงฟง บางหรือไม ขอถวายพระพร."

ร. "พระผูเปน เจา ขาพเจา ไดย นิ อยู กรรมเปนที่ตงั้ แหง ความเสวยสุขในทฏิ ฐ
ธรรม เปน เหตยุ ่งิ อันบุคคลกระทําแลว ในชนิ ศาสนา ณ กาลน,ี้ ท้ังเกยี รติศพั ทความ

สรรเสรญิ คุณของบุคคลทงั้ หลายเหลา ไรฟงุ ทั่วไปในเทพดาและมนษุ ยท ้งั หลาย, บคุ คล
ทงั้ หลายเหลา นนั้ เจ็ดคนขาพเจาเคยไดย ินมา."

ถ. "ใครบาง ใครบา ง ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเ ปน เจา บคุ คลทง้ั เจด็ คือ นายมาลาการช่ือสุมนะหนงึ่ พราหมณช่อื
เอกสาฎก หนงึ่ ลกู จา งช่ือปณุ ณะ หน่ึง เทวีชื่อ มลั ลกิ า หนง่ึ เทวโี คปาลมารดา หนงึ่
อุบาสิกาช่อื สปุ ปยา หน่งึ นางทาสชี ือ่ ปณุ ณา หนึ่ง ชนเหลา นเ้ี ปน ผทู ีม่ กี ศุ ลเปน ทตี่ ง้ั
แหง ความเสวยสขุ ในทิฏฐธรรม, อนึ่ง เกยี รตคิ วามสรรเสริญคุณของชนท้งั หลายเหลา นี้
ฟุง ท่วั ไปในเทพดาและมนษุ ยท ้ังหลาย."
ถ. "ขอถวายพระพร ชนทงั้ หลายแมอ่ืนอกี บรมบพติ รไดท รงฟง หรอื ไมว า ใน
กาลลว งแลว ชนทงั้ หลายไปสพู ิภพชอ่ื ตรที ศทง้ั สรรี กายเปนของแหง มนุษยน นั่ เทยี ว."
ร. "ขา พเจา ไดยนิ อย.ู "
ถ. "ใครบาง ใครบา ง ไปสูพภิ พชอ่ื ตรีทศทง้ั สรีรกายเปน ของแหงมนษุ ย ขอ
ถวายพระพร."
ร. "ชนทงั้ หลายสี่ คือ คนธรรพราชนามวา คตุ ติลาหนงึ่ พระมหากษัตริยท รงพระ
นามวา สาธนี ราช หนงึ่ พระมหากษัตรยิ ท รงพระนามวานมิ ิราชหนง่ึ พระมหากษตั รยิ 
ทรงพระนามวา มนั ธาตรุ าชหน่งึ เหลา นขี้ า พเจา ไดยนิ มาวา 'ไปสพู ิภพชื่อตรีทศแลว ทั้ง
สรีรกายเปน ของแหงมนษุ ยน ัน้ นน่ั เทยี ว,' พระผูเปน เจา กรรมอนั บคุ คลนั้นกระทาํ แลว
ขาพเจา ไดฟ ง มาแมส น้ิ กาลนมนานวา 'เปน กรรมดี ไมใชก รรมชั่ว."
ถ. "ขอถวายพระพร ก็บรมบพติ รเคยไดท รงฟง แลว หรือวา 'ในกาลยดื ยาวที่ลวง
แลว หรือในกาลซ่งึ เปน ไปอยู ณ บัดน้ี ครนั้ เมื่อทานของบคุ คลผูมีชอ่ื อยางนี้ อนั บคุ คล
น้นั ใหอยู แผน ดินใหญไหวแลวคราวหนง่ึ บา ง สองคราวบา ง สามคราวบาง."
ร. "ขา พเจา ไมเ คยไดฟงเลย พระผูเ ปน เจา."
ถ. "ขอถวายพระพร นกิ ายเปน ทม่ี า และมรรคผล ปรยิ ตั ติ และการฟง และ
กําลงั แหง ความศึกษา และความปรารถนาจะฟง และปรปิ จุ ฉา และความเขา ไปนง่ั ใกล
อาจารยข องอาตมภาพมีอย,ู แมอ าตมภาพไมเ คยไดฟงวา 'คร้นั เม่ือทานของบุคคี ลผูมี
ชอื่ อยางน้ี อนั บุคคลนั้นใหอ ยู แผนดนิ ใหญไหวแลว คราวหนงึ่ บา ง สองคราวบา ง สาม
คราวบาง' ดงั น,ี้ ยกเวนทานอันประเสรฐิ ของพระเวสสันดรบรมกษัตรยิ เ สยี .
ขอถวายพระพร โกฏแิ หง ปท ัง้ หลายเปนไปลวงแลว ซงึ่ คลองแหง การนบั ลวงไป
แลวในระหวางแหงพระพทุ ธเจา สองพระองค คือ พระผมู ีพระภาคเจา ทรงพระนาม
วา กัสสปหนึ่ง พระผมู พี ระภาคเจาทรงพระนามวา สกั ยมุนีหนง่ึ . การไดฟงของอาตม
ภาพในโกฏิแหง ปท ั้งหลายนัน้ ไมมวี า 'ครั้นเม่ือทานของบุคคลผมู ีชอื่ อยางน้ี อนั บคุ คล

นั้นใหอ ยู แผน ดินใหญไ หวแลว คราวหน่งึ บา ง สองคราวบาง สามคราวบาง.'
แผน ดินใหญซงึ่ จะหวนั่ ไหว ดว ยความเพยี รประมาณเทา น้นั ดว ยความบากบน่ั
ประมาณเทา น้นั หามไิ ด.

ขอถวายพระพร แผนดนิ ใหญเต็มแลว ดว ยภาระ คือ คณุ แหงความกระทําซงึ่
ความเปน ผูสะอาดโดยอาการทงั้ ปวง ไมอ าจเพอื่ จะทรงคณุ นัน้ ไวได ยอมเขยื้อน
สะเทอื นหวน่ั ไหว. อุปมาเหมอื นเกวยี นทีเ่ ตม็ ดว ยภาระหนกั เกนิ ดุมและกงท้ังหลายของ
เกวียนน้ันยอ มแยกเพลาของเกวยี นนนั้ ยอมแตก ฉันใด, แผนดินใหญเ ต็มแลว ดว ย
ภาระ คอื คณุ แหง ความกระทําซง่ึ ความเปน ผูส ะอาดโดยท้ังปวง เม่อื ไมอ าจเพ่ือจะทรง
ภาระ คือ คณุ นน้ั ไวไ ด ยอมเขยือ้ นสะเทือนหวนั่ ไหวมีอุปไมยฉนั นน้ั นนั่ เทียวแล.

ขอถวายพระพร อกี นยั หนง่ึ อากาศดาดไปดว ยเร่ียวแรงแหง ลมและน้ํา เตม็
แลวดวยภาระ คือ นาํ้ หนาขน้ึ แลว ยอมบนั ลือลนั่ กระทาํ เสยี งครนื ครัน เพราะความท่ี
อากาศน้นั เปน ของอันลมกลา ถูกตองแลว ฉนั ใด, แผน ดินใหญเ ตม็ ไปแลว ดวยภาระอนั
หนาขึ้น ไพบลู ยคอื กําลงั แหง ทานของพระมหากษัตริยท รงพระนามวา เวสสันดร ไมอาจ
เพ่ือจะทรงภาระน้นั ไวได ยอมเขยื้อนสะเทอื นหว่ันไหว ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล. ก็จติ ของ
พระมหากษัตรยิ ท รงพระนามวา เวสสนั ดร ยอมไมเปน ไปดว ยอาํ นาจแหง ราคะ โทสะ
โมหะ มานะ ทฏิ ฐิ กิเลส และวิตกยอมไมเปน ไปดว ยอํานาจแหง อรต,ิ จติ นั้นยอ ม
เปนไปโดยอํานาจแหงทานโดยแทแล; จิตนน้ั เปน ไปโดยอํานาจแหง ทานวา กะไร ?
พระมหากษตั รยิ ทรงพระนามวาเวสสันดรนน้ั ทรงตัง้ พระหฤทัยไวใหเ ปน เจาแหง ทาน
เนือง ๆ เปน ไปในกาลทุกเมอ่ื วา 'ยาจกทงั้ หลายทย่ี งั ไมม าแลว พงึ มาในสาํ นกั ของเรา
สว นยากจกทง้ั หลายทมี่ าแลว พงึ ไดต ามความปรารถนา แลว มีใจยนิ ดีเตม็ ไปดวยปต,ิ
ดงั นี้ พระมหากษัตริยท รงพระนามวา เวสสนั ดร ทรงตง้ั พระหฤทัยไวเนอื ง ๆ เปน ไปใน
กาลทกุ เมื่อในทีท่ ง้ั หลายสิบ คอื : ในความทรมานหน่ึง ในความระงับหน่งึ ในความทน
หนง่ึ ในความระวงั หนงึ่ ในความสาํ รวมหนง่ึ ในความสํารวมโดยไมเหลอื หนง่ึ ในความ
ไมโกรธหนงึ่ ในความไมเบยี ดเบยี นหนง่ึ ในสัจจะหนง่ึ ในโสเจยยะความเปน ผสู ะอาด
หนงึ่ . ความแสวงหากามอนั พระเวสสนั ดรมหากษัตรยิ ล ะแลว, ความแสวงหาภพของ
พระองคส งบรามแลว, พระองคถ ึงแลวซงึ่ ความขวนขวายในการแสวงหาพรหมจรรย
ถายเดียว. พระองคล ะความรกั ษาตน ถงึ แลวซ่ึงความขวนขวายเพอ่ื ความรกั ษาผอู น่ื ;
พระองคถ งึ ซง่ึ ความขวนขวาย เพื่อความรกั ษาผูอน่ื วากระไร? ความขวนขวายในพระ
หฤทยั ของพระองควา 'สตั วทัง้ หลายเหลา น้ี พงึ เปน ผพู รอ มเพรียงกนั เปนผไู มมีโรค เปน
ผเู ปน ไปดว ยทรพั ย เปน ผมู อี ายยุ นื เถดิ ' ดงั น้ี ยอ มเปน ไปมากถา ยเดยี ว. พระเวสสนั ดร
มหากษัตรยิ  กเ็ มอื่ ทรงบรจิ าคทานนน้ั บรจิ าคเพราะปรารถนาภวสมบตั กิ ห็ าไม, จะ

บรจิ าคเพราะเหตปุ รารถนาจะใหเ ขาใหต นบา ง และปรารถนาจะใหตอบแกเ ขา และ
ปรารถนาจะเกลย้ี กลอมเขาก็หาไม, จะบรจิ าคเพราะเหตุปรารถนาอายุ พรรณ สขุ
กําลงั ยศ และบตุ รและธิดาละอยา ง ๆ ก็หาไม, พระองคไ ดใ หแลว ซึง่ ทานนา เลือกสรร
ทั้งหลายไมมที านอ่ืนเสมอ และเปนทานไพบลู ย ไมม ีทานอืน่ ยงิ่ กวาเหน็ ปานฉะน้ี
เพราะเหตแุ หง สพั พญั ตุ ญาณ คือ เพราะเหตแุ หงรัตนะ คือ สัพพญั ตุ ญาณ. คร้นั
พระองคบรรลคุ วามเปน พระสพั พญั ูแลว ไดทรงภาสิตพระคาถาน้ี มเี น้อื ความวา "เรา
เมือ่ สละบตุ รช่อื ชาลี และธดิ า ชื่อ กณั หาชนิ า และเทวชี อ่ื มัทรี มคี วามประพฤติดใี น
ภสั ดา มไิ ดเสียดายแลว, เราคดิ แตเหตแุ หง ปญญาเครือ่ งตรัสรูถ า ยเดยี ว" ดงั น.ี้ พระ
เวสสันดร มหากษัตรยิ ท รงชนะบคุ คลผูโกรธ ดว ยความไมโ กรธ, ชนะบคุ คลผไู มย งั
ประโยชนใหส าํ เร็จ ดว ยการกระทําประโยชนใหส าํ เรจ็ , ชนะบุคคลผตู ระหนี่ ดวยทาน
การบริจาค, ชนะบุคคลกลา วคําเหลาะแหละ ดว ยคาํ จรงิ , ชนะอกุศลท้งั ปวง ดวยกศุ ล,
เม่ือพระเวสสนั ดร นนั้ บรจิ าคอยอู ยา งนนั้ ไปตามธรรมแลว มธี รรมเปน ประธานดว ยนสิ
สนั ทผลแหง ทาน และความเพียรมกี าํ ลัง และวหิ ารธรรมเครื่องอยไู พบลู ยข องพระองค,
ลมใหญท ง้ั หลายในภายใตแ ผน ดนิ ยอมเขยอ้ื นกระจาย ๆ พัดไปนอ ย ๆ คราวหน่ึง ๆ
นอมลงฟขู ้นึ นอ มไปตา ง ๆ, ตนไมทง้ั หลายมใี บสลดแลวลม ไป, วลาหกท้ังหลายเปน
กลุม ๆ แลนไปในอากาศ, ลมทงั้ หลายเจือดว ยธุลเี ปน ของหยาบ, อากาศอันลม
ทัง้ หลายเบยี ดเสยี ดแลว , ลมทงั้ หลายยอมพัดเปา ไป ๆ, เสยี งนา กลวั ใหญเปลง ออก,
คร้ันเมอื่ ลมทง้ั หลายเหลา นน้ั กําเริบแลว นาํ้ กระเพ่อื มนอ ย ๆ, คร้ันเมื่อนา้ํ กระเพอื่ มแลว
ปลาและเตา ทงั้ หลายยอมกาํ เริบ, คลืน่ ทง้ั หลายเปน คู ๆ กนั เกิดขน้ึ , สตั วทั้งหลายที่
สญั จรในนา้ํ ยอ มสะดงุ , ละลอกแหง นาํ้ เนอื่ งเปนคกู นั ไป, เสียงบนั ลือแหง ละลอกยอม
เปนไป, ตอ มนาํ้ ทงั้ หลายอนั หยาบตง้ั ข้นึ , ระเบียบแหง ฟองทง้ั หลายยอมแลนไป,
มหาสมทุ รยอ มขน้ึ , นาํ้ ยอ มไหลไปสทู ศิ และทศิ เฉียง, ธารแหง นา้ํ ทงั้ หลายมหี นา เฉพาะ
ทวนกระแสไหลไป, อสูร ครุฑ นาค ยักษท ง้ั หลายสะดงุ หวาดดว ยคดิ วา 'สาครพลิกหรอื
อยางไรหนอแล' มีจติ กลวั แลว แสวงหาทางไป, ครั้นเมอื่ ธารแหงนาํ้ กําเริบขนุ มัวแลว
แผน ดินทงั้ ภูเขาทงั้ สาครหวั่นไหว, ภเู ขาสเิ นรมุ ยี อดและชะงอนเปน วกิ ารแหง ศิลาเปน
ของนอ มไปตาง ๆ, คร้ันเม่ือแผน ดนิ ใหญห วน่ั ไหวอยู งูและพังพอนและแมวและสนุ ขั
จ้งิ จอก สกุ ร มฤค และนกทง้ั หลายยอ มตกใจ, เหลายกั ษท ่ีมศี กั ดานอยรองไห, ยักษ
ท้ังหลายท่มี ศี กั ดาใหญ ยอมหวั เราะ. มอี ปุ มาวา เม่ือกะทะใหญตง้ั อยูบนเตาแลว เตม็
แลว ดวยนาํ้ มขี า วสารอันบคุ คลรวบรวมลงแลว ไฟโพลงอยูข า งใต คราวแรกกระทาํ
กะทะใหร อ นกอ น, กะทะรอ นแลวกระทาํ นา้ํ ใหร อน, น้าํ รอ นแลว กระทําขา วสารใหรอ น,
ขาวสารรอนแลว ผดุ ขน้ึ และจมลง, มีตอมเกดิ ขนึ้ แลว, ระเบยี บแหง ฟองผุดขน้ึ ฉนั ใด;

พระมหากษัตรยิ ท รงพระนามวา เวสสันดร ส่ิงใดทีบ่ ุคคลสละโดยยากในโลก ทรงสละส่งิ
น้นั , ครั้นเม่อื พระองคทรงสละของพระองคน ั้น ลมใหญท ัง้ หลายในภายใต ไมอาจเพอื่
จะทรงคณุ คอื ความสละนนั้ ไวไ ด กาํ เริบแลว, ครน้ั เม่อื ลมใหญทง้ั หลายกําเรบิ แลว นา้ํ
ก็ไหว, ครั้นเมอื่ น้ําไหวแลว แผนดนิ ใหญก ไ็ หว ฉนั นน้ั นน่ั เทยี วแล. ของสามอยาง คอื
ลมใหญดวย น้ําดวย แผน ดินดวยเหลานี้ เปน ของดุจมีใจเปนอนั เดยี วกัน แมในกาลนน้ั
ดวยประการ ฉะน,้ี อานภุ าพแหงทานของบคุ คลอื่นซึง่ จะเหมือนอานภุ าพแหง มหาทาน
ของพระเวสสนั ดรมหากษัตริย โดยนสิ สนั ทผลแหง มหาทาน โดยความเพยี รมกี าํ ลงั
ไพบูลยเ ชน น้ี ไมม.ี

อนึ่ง แกวท้ังหลายมากอยา งซ่งึ มใี นแผน ดนิ , แกวมากอยา งนี้อยา งไร แกวมาก
อยางนี้ คอื แกว อนิ ทนิล แลว มหานลิ แกวโชตริ ส แกวไพฑรู ย แกว ดอกผกั ตบ แกว สี
ดอกไมซ กึ แกว มโนหร แกว สรุ ิยกานต แกว จนั ทรกานต แกว วิเชยี ร แกว กโชปก กมกะ แก
วปสุ ราค แกว ทับทมิ แกว ลาย, แกว จกั รวัตติ อนั โลกยอมกลา ววา เปน ยอด กา วลว งเสยี
ซ่ึงแกว ทั้งปวงเหลาน,ี้ แกวจกั รวตั ติ ยงั ที่ใหสวา งลงตลอดโยชนห นง่ึ โดยรอบ ฉนั ใด;
ทานอันใดอันหนงึ่ แมอสทิสทานเปน อยา งย่ิง มีอยใู นแผน ดิน, มหาทานของพระ
เวสสันดรมหากษัตริย บัณฑติ ยอมกลาววา เปนยอดทาน กา วลว งทานทงั้ ปวงนนั้ เสยี
ฉนั นนั้ นนั่ เทียวแล. ครัน้ เมือ่ มหาทานของพระเวสสนั ดรมหากษตั ริย อนั พระองคบ ริจาค
อยู แผนดนิ ใหญไ หวแลวเจดครง้ั ."

ร. "พระผูเปน เจา พระตถาคตเมอ่ื ยงั เปน พระโพธสิ ตั ว เปน ผูมขี ันติความอดทน
อยางน้ี มีจิตอยางนี้ มีความนอมไปเพื่อคณุ อันยงิ่ อยา งน้ี มคี วามประสงคอยางนี้ ไมมี
ใครเสมอทง้ั โลกดวยเหตใุ ด, เหตนุ น้ั ของพระพุทธเจาทั้งหลายนา อัศจรรย เหตนุ น้ั ของ
พระพทุ ธเจา ทง้ั หลายนา พิศวง ไมเ คยเปน มาเปน แลว . พระผเู ปนเจา ความพยายาม
กาวไปสคู ณุ ยงิ่ ของพระโพธสิ ตั วท ้ังหลาย พระผูเปนเจา ใหข า พเจาเหน็ แลว, อนง่ึ พระ
บารมขี องพระพุทธเจาผูชนะแลว พระผเู ปน เจา ใหสวา งลงโดยยงิ่ แลว, ความทพี่ ระ
ตถาคต แมเ มอ่ื ประพฤตจิ รยิ าเทา น้นั ยงั เปน ผูประเสริฐสดุ ในโลกกับทง้ั เทพดา พระผู
เปนเจา มาแสดง โดยลาํ ดบั แลว; ดีละ พระผเู ปนเจา ศาสนาของพระพทุ ธเจา ผูชนะแลว
พระผเู ปนเจาชมแลว, พระบารมขี องพระพทุ ธเจาผูช นะแลว พระผูเ ปน เจา ใหร ุงเรอื ง
แลว, ขอดแหงวาทะของเดียรถยี ทง้ั หลาย พระผเู ปน เจา ตัดเสียแลว , หมอแหง ปรปั ปวา
ทความติเตยี นทงั้ หลาย พระผเู ปนเจา ตอยเสียแลว , ปญ หาลึก พระผูเปน เจา มากระทาํ
ใหต น้ื ไดแ ลว, ชฏั รกพระผเู ปน เจา มากระทาํ ไมใหเปน ชฏั ไดแลว , คําเครอ่ื งขยายออกอนั
พระชนิ บตุ รทงั้ หลายไดแ ลว โดยชอบ, พระผเู ปนเจา ผูป ระเสรฐิ กวา คณาจารยท ป่ี ระเสรฐิ
ขอ วสิ ัชนาของพระผเู ปน เจาน้ัน สมอยา งนน้ั , ขาพเจายอมรับอยา งนนั้ ."

๕. สวิ ริ าชจกั ขทุ านปญหาที่ ๕

ร. "พระผูเปน เจา ทานทงั้ หลายกลา วแลวอยา งนีว้ า 'จกั ษทุ ง้ั หลายอนั พระเจา สิ
วริ าชไดพระราชทานแลวแกย าจก, ทพิ ยจกั ษทุ งั้ หลายเกดิ ขึ้นแลว ใหมแ กพระเจาสวิ ริ าช
นัน้ เม่อื เปน บคุ คลบอด.' คาํ แมนัน้ กับทงั้ กากเปน ไปดว ยนคิ คหะ เปน ไปกับดวยโทษ.
คาํ ทา นกลา วไวแ ลวในสตู รวา 'ความเกิดขน้ึ แหงทพิ ยจักษุ ไมมีในสงิ่ ทมี่ ใิ ชว ตั ถมุ เี หตอุ ัน
ถอนขน้ึ มิไดม เี หต.ุ ' ถา จกั ษทุ ัง้ หลายอนั พระเจา สิวิราชไดพระราชทานแลวแกยาจก, ถา
อยางนนั้ คําทว่ี า 'ทพิ ยจกั ษทุ งั้ หลายเกดิ ขนึ้ แลว ใหม' นน้ั ผดิ . ถา ทพิ ยจกั ษุทง้ั หลาย
เกิดขึน้ แลว ไซร, ถา อยางนนั้ แมคําทว่ี า 'จกั ษทุ งั้ หลายอนั พระเจา สวิ ิราชพระราชทาน
แลวแกยาจก' น้ันกผ็ ิด. ปญหาแมน ้ี มเี งือ่ นสอง มีขอดยง่ิ แมก วา ขอดโดยปกติ, มคี วาม
ฟนเฝอ ยง่ิ แมก วาฟน เฝอโดยปกติ, เปนชัฏยงิ่ แมวา ชัฏโดยปกต,ิ ปญ หานนั้ มาถึงพระผู
เปน เจา แลว , พระผูเปนเจา จงยงั ฉนั ทะใหเ กิดยิ่งในปญหาน้นั เพอื่ ความขยาย เพื่อ
ความขม ปรัปปวาททง้ั หลายเสีย."

ถ. "ขอถวายพระพร จกั ษุทง้ั หลายอนั พระเจาสวิ ริ าชพระราชทานแลวแกย าจก,
พระองคอยา ยงั ความสงสัยใหเ กิดขนึ้ ในขอน้นั เลย; อน่ึง จกั ษทุ งั้ หลายเปน ทพิ ยเ กดิ ขึ้น
แลวใหม, พระองคอยายงั ความสงสยั ใหเกดิ ในขอแมน้ัน."

ร. "เออก็ ความเกิดขึน้ แหง ทพิ ยจกั ษุ ในส่งิ ทม่ี เี หตอุ ันถอนข้ึนแลว ในสง่ิ ทไี่ มม ี
เหตุ ไมม วี ัตถหุ รือ พระผเู ปน เจา ."

ถ. "หามไิ ด ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเ ปน เจา สง่ิ ไรเปนเหตุในเรอื่ งนีเ้ ลา ทิพยจักษจุ ะเกิดขน้ึ ในสงิ่ มเี หตุอนั
ถอนขึน้ แลว ไมม เี หตุ ไมมีวตั ถุ ดวยเหตไุ รเลา ? พระผเู ปน เจาจงใหขาพเจาทราบชดั ใน
เร่อื งนโ้ี ดยเหตกุ อ น."
ถ. "ขอถวายพระพร บคุ คลผกู ลา วคาํ จรงิ ทงั้ หลาย ยอ มกระทาํ สจั จกริ ยิ าดว ย
คาํ สตั ยใ ด คําสตั ยน ัน้ มีอยใู นโลกหรือไม ขอถวายพระพร."
ร. "มีซิ พระผเู ปนเจา ธรรมดาคําสตั ยยอ มมีในโลก, ผกู ลา วคําสัตยท งั้ หลาย ทาํ
สัจจกิริยาดวยคาํ สัตยใ หฝนตก ใหไฟดบั กําจัดยาพษิ ยอ มกระทาํ กจิ ท่จี ะพงึ กระทาํ ตา ง
ๆ แมอยา งอ่ืนบาง."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนน้ั คําทวี่ า 'ทพิ ยจกั ษทุ ง้ั หลายเกิดขน้ึ แลว แดพ ระ
เจาสิวริ าชดวยกําลงั สัจจะ' น้ี ยอ มชอบ ยอ มสม, ทพิ ยจกั ษุยอมเกดิ ขึ้นในสง่ิ ไมมีวัตถุ

น้ัน ดว ยกาํ ลงั แหงสจั จะ, สัจจะนน่ั เทยี ว เปน วัตถุเพื่อความเกิดทพิ ยจกั ษุ ในสง่ิ ทไี่ มม ี
วัตถนุ น้ั .

ขอถวายพระพร ผูสําเร็จสัจจเหลา ใดเหลา หนง่ึ พร่ําขบั คาํ สัตวว า 'เมฆใหญจง
ใหฝ นตก' ดังน,้ี เมฆใหญใหฝนตกพรอ มดว ยความพรํา่ ขบั คาํ สัตยข องผูสาํ เร็จสจั จะ
เหลา นน้ั ; เออก็ มหาเมฆใหฝ นตกดวยเหตใุ ด เหตนุ น้ั เปนเหตแุ หงฝนสะสมอยแู ลว มี
ในอากาศหรอื ขอถวายพระพร."

ร. "หามิได สัจจะนน่ั เทยี วเปน เหตุ ณ อากาศนัน้ เพื่อความทม่ี หาเมฆจะกระทาํ
ฝนใหตก พระผูเปน เจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอนนั้ ฉนั ใด, เหตโุ ดยปกตขิ องความทท่ี พิ ยจักษุจะเกดิ ขน้ึ
นั้นไมม ,ี สัจจะนั่นเทยี ว เปน วตั ถุเพ่ือความท่ที พิ ยจกั ษเุ กิดขนึ้ ในสงิ่ ทีไ่ มมีวตั ถุ กฉ็ นั นนั้
น่นั เทยี วแล.

ขอถวายพระพร อีกอยา งหนึ่ง ผสู ําเร็จสจั จะพวกใดพวกหนงึ่ พร่าํ ขบั คาํ สัตย
ดวยต้งั ใจวา 'กองไฟใหญท่ีโพลงชัชวาลอยแู ลว จงกลับคนื ดับไป' ดงั น,้ี กองไฟใหญท ี่
โพลงชชั วาลแลว กลบั คนื ดบั ไปโดยขณะหนง่ึ พรอ มดว ยความพร่าํ ขบั คาํ สตั ยของ
ผสู าํ เรจ็ สจั จะเหลานั้น, เออก็ กองไฟใหญท โี่ พลงชชั วาลแลวกลบั คืนดับไปโดย
ขณะหนงึ่ โดยเหตุใด เหตนุ น้ั เปน เหตสุ ะสมอยูใ นกองไฟใหญท่โี พลงชชั วาลแลวนน้ั มี
อยูหรอื ขอถวายพระ."

ร. "หามิได สจั จะนนั่ เทยี ว เปน วตั ถใุ นสง่ิ ทไี่ มมีวตั ถุ เพอ่ื ความท่ีกองไฟใหญ
โพลงชชั วาลแลว นนั้ จะกลบั คืนดบั ไป."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอนน้ั ฉนั ใด, เหตโุ ดยปกตขิ องความท่ีทพิ ยจกั ษจุ ะเกดิ ขึน้
นน้ั ไมม,ี สจั จะน่ันเทย่ี วเปน วัตถุในทีไ่ มมวี ตั ถุ เพอ่ื ความที่ทพิ ยจกั ษจุ ะเกดิ ข้นึ ฉนั นนั้ น่ัน
เท่ียวแล.

ขอถวายพระพร อีกอยา งหน่ึง ผสู ําเร็จสัจจะเหลา ใดเหลา หน่ึง พราํ่ ขบั คาํ สัตย
ดว ยตงั้ ใจวา 'พิษแรงกลา จงกลายเปน ยาไป,' พิษแรงกลา กลายเปน ยาไปโดยขณะหนง่ึ
พรอมดว ยความพราํ่ ขับคาํ สัตยข องผสู ําเรจ็ สัจจะเหลา น้นั , เออก็ พิษอนั แรงกลา
กลายเปน ยาไปโดยขณะหนงึ่ ดว ยเหตุอันใด เหตุนนั้ เปน เหตสุ ะสมในพษิ อันแรงกลา นั้น
มอี ยหู รอื ขอถวายพระพร."

ร. "หามไิ ด พระผูเปน เจา สจั จะนนั่ เทยี ว เปน เหตใุ นส่ิงที่ไมมีเหตนุ ั้น เพอื่ ความ
กําจดั คนื พษิ แรงกลา โดยขณะ."

ถ. "ขอถวายพระพร ขอ น้ีฉนั ใดล สัจจะนน่ั เทียว เวนเหตุโดยปกติ เปน วตั ถใุ น
ขอน้ี เพื่อความทที่ พิ ยจกั ษจุ ะเกดิ ขนึ้ ฉนั นน้ั โดยแท.

ขอถวายพระพร วัตถุอนื่ เพอื่ ความแทงตลอดอรยิ สจั จะทง้ั หลาย แมส ไ่ี มม,ี
การกบคุ คลทง้ั หลาย กระทาํ สัจจะใหเปนวตั ถุ แทงตลอดตรสั รอู รยิ สจั จะทงั้ หลายส่ี
ประการ.

ขอถวายพระพร มพี ระเจาจนี ราชอยูใ นจนี วสิ ัย พระองคใ ครจะทรงกระทาํ พลี
กรรมในทะเลใหญ ทรงกระทาํ สัจจะกิริยาแลวเสด็จเขา ไปในภายในมหาสมุทรโยชน
หนงึ่ โดยรถเทยี มแลวดวยราชสีหส ีเ่ ดือนเสด็จครัง้ หนง่ึ ๆ, หว งแหง นํา้ ใหญข า งหนา แหง
ศรี ษะรถของพระเจา จนี ราชนน้ั เทอกลบั , เมือ่ พระองคเ สด็จออกแลว หว งแหง มหาวารี
ทว มเตม็ ท่ีดงั เกา , เออก็ มหาสมทุ รนนั้ อันโลกแมกับทั้งเทพดาและมนษุ ยอาจใหเ ทอ
กลับไดห รือ ขอถวายพระ."

ร. "นา้ํ ในสระนอ ย ๆ อนั โลกแมทั้งเทพดาและมนุษยไ มอ าจเพ่ือจะใหเทอ กลับ
ได ดว ยกําลงั แหงกายปกตเิ ลย, จะปว ยกลา วอะไรถงึ ความกระทาํ นาํ้ ในมหาสมทุ รให
เทอกลับเลา พระผูเ ปน เจา."

ถ. "ขอถวายพระพร เพราะเหตุแมน้ี พระองคพ งึ ทรงทราบกําลงั ของสัจจะ,
สถานใด ท่ีใคร ๆ จะพงึ ถงึ ดว ยสจั จะไมได สถานนนั้ ยอมไมมี ขอถวายพระพร.

อนึ่ง พระเจา อโศกราชในเมอื งปาฏลิบตุ ร อนั ชาวนคิ มและชาวชนบท และ
อมาตยนอยและราชภัฏหมพู ลและมหาอมาตยท ้ังหลาย แวดลอมเปน ราชบรวิ าร
ทอดพระเนตรเห็นแมน ํ้าคงคาสมบรู ณดว ยนํ้าใหมเต็มเสมอขอบ เตม็ เปยมไหลไปอยู
จงึ ตรสั กะอมาตยทง้ั หลายอยา งนวี้ า 'พนาย ผใู ดใคร ๆ ซงึ่ สามารถจะยงั คงคาใหญน ้ีให
ไหลกลบั ทวนกระแสได มีหรอื ไม. '

อมาตยท งั้ หลายกราบทูลวา 'ขอเดชะปกเกลาปกกระหมอ ม ขอ ซึง่ จะกระทาํ คง
คาใหญนใ้ี หไ หลกลบั ทวนกระแสนนั้ ยากทใ่ี คร ๆ จะกระทําได.

นางคณกิ าชอ่ื วา พนิ ทุมดี ยนื อยรู มิ ฝง แมน ํา้ คงคานนั้ นนั่ เทยี่ ว ไดฟ ง แลว วา 'ได
ยินวา พระมหากษตั ริยต รัสแลว อยางนวี้ า 'ใคร ๆ อาจเพอ่ื จะยงั แมนา้ํ คงคาใหญน ใ้ี ห
ไหลกลบั ทวนกระแสไดห รือไม.' นางพนิ ทมุ ดีนนั้ กลาวอยางน้วี า 'ขาพเจา นน่ั เทยี ว เปน
นางคณกิ า อาศยั ซ่งึ รปู เปน อยู มีการเลย้ี งชพี ดวยกรรมอนั เลว ในเมอื งปาฏลบิ ุตรนี้,
พระมหากษัตริยจ งทอดพระเนตรสจั จกริ ิยาของขา พเจา กอ น.' พระมหากษตั ริยจ ง
ทอดพระเนตรสจั จกิริยาของขา พเจา กอ น.' ลําดบั นนั้ นางพนิ ทมุ ดีนนั้ ไดกระทาํ สจั
จกิริยาแลว. เมื่อประชมุ แหง ชนหมูใ หญเห็นอยู คงคาใหญนน้ั ปวนไหลกลบั ทวนกระแส
โดยขณะพรอมดวยสัจจกริ ิยาของนางพนิ ทุมดีนนั้ .

ลาํ ดับนน้ั พระเจาอโศกราชไดท รงฟง เสยี งพลิ ึกกกึ กอง อนั กําลงั แหง คลนื่ ในวัง
วนใหเ กิดแลวในคงคาใหญ จงึ มคี วามพิศวง เกิดอศั จรรยขนึ้ ในพระหฤทยั ตรสั ถาม
อมาตยท งั้ หลายวา 'พนาย คงคาใหญน ไ้ี หลทวนกระแสไดเพราะเหตไุ ร?'

อมาตยท งั้ หลายกราบทลู วา 'ขอเดชะปกเกลา ปกกระหมอ ม นางคณกิ าช่อื
พนิ ทุมดี ไดฟง พระราชโองการของพระองคแลว ไดกระทําสัจจกิริยา, คงคาใหญไ หลข้ึน
ไปในเบื้องบน ดวยสัจจกิรยิ าของนางพนิ ทมุ ดีน้นั .'

ลาํ ดับนนั้ พระเจา อโศกราชสลดพระหฤทัย รบี เสด็จไปเอง แลว จึงตรสั ถามนาง
คณิกานน้ั วา 'นางสาวใช ไดย ินวา แมน า้ํ คงคานเี้ จา ใหไหลทวนกระแสแลว ดว ยสัจ
จกิริยาของเจา จริงหรือ?

นางพนิ ทมุ ดีทลู วา 'พระพุทธเจา ขา คงคาใหญน้ีไหลทวนกระแสดวยสจั จกิริยา
ของหมอมฉนั '

พระเจาอโศกราชตรสั ถามวา 'อะไรเปน กําลังของเจา ในสัจจกิริยานน้ั , หรอื ใคร
ที่ไมใ ชบาจะเชอ่ื ถอื คําของเจา , เจา กระทาํ แมนา้ํ คงคาใหญนใ้ี หไหลทวนกระแสดว ย
กาํ ลังอะไร?'

นางพนิ ทมุ ดีทลู วา 'หมอ มฉนั กระทาํ คงคาใหญน้ใี หไหลทวนกระแสแลว ดว ย
กําลังแหง สัจจะ พระพทุ ธเจา ขา .'

พระเจาอโศกราชตรัสวา 'กําลงั แหงสจั จะอะไร จะมีแกเจา ผเู ปน โจร เปน หญงิ
นกั เลง ไมมสี ติ มหี ิรอิ ันขาดแลว เปน หญงิ ลามกทาํ ลายแดนเสยี แลว ลว งเกนิ ปลน ชนตา
บอด.'

นางพนิ ทมุ ดกี ราบทลู วา 'ขอเดชะปกเกลา ปกกระหมอม หมอ มฉนั เปน หญงิ
เชนนน้ั จรงิ , หมอ มฉนั จะปรารถนา พงึ เปลย่ี นโลกแมก ับท้งั เทพดา ดวยสัจจกิริยาอนั ใด,
สจั จกริ ิยาน้นั ของหมอ มฉนั แมเชน นั้นมีอยู.'

พระเจาอโศกราชตรสั ถามวา 'สจั จกิรยิ านนั้ เปน อยา งไรเลา ? เชิญเจาเลา ให
เราฟง.'

นางพนิ ทมุ ดีทลู วา 'ขอเดชะปกเกลา ปกกระหมอ ม บุรุษใด เปน กษัตริย หรือ
เปนพราหมณ หรือเปน เวศย หรือเปน ศูทร หรือเปนบรุ ษุ อน่ื ใคร ๆ ใหท รพั ยแ กห มอมฉนั
หมอมฉนั บํารงุ บุรษุ ทงั้ หลายเหลา นนั้ เสมอกนั เปน อยา งเดยี ว, ความแปลกวา กษัตริย
ไมมี ความดหู มิน่ วา ศูทรไมม ,ี หมอมฉนั พน จากความเอน็ ดูและปฏิฆะ บําเรอบุรษุ ผูเปน
เจาของแหง ทรัพย, หมอ มฉนั ทาํ คงคาใหญนใ้ี หไหลทวนกระแส แลว ดวยสัจจกริ ิยาใด,
สัจจกริ ยิ าน้เี ปน สัจจะของหมอมฉนั ' ดังน.้ี

ขอถวายพระพร ชนทงั้ หลายผูตัง้ อยใู นสจั จะแลว ซงึ่ จะไมไดประโยชนห นอย
หนงึ่ หามิได ดว ยประการฉะน.้ี พระเจา สวิ ิราชไดพระราชทานจกั ษทุ ง้ั หลายแกย าจก
ดวย ทิพยจกั ษทุ ง้ั หลายเกดิ ขึน้ ดว ย, ก็แหละ ความทที่ พิ ยจักษเุ กดิ ขึ้นนนั้ เกิดขนึ้ เพราะ
สัจจกิรยิ า. ก็คําอนั ใดทที่ า นกลา วไวใ นพระสตู รวา 'ครน้ั เมอื่ มังสจกั ษฉุ ิบหายแลว ความ
ทที่ พิ ยจกั ษจุ ะเกดิ ขนึ้ ในสถานไมมีเหตุ ไมม ีวตั ถ'ุ ดังนี้ คาํ นน้ั ทา นหมายเอาจักษุสําเรจ็
แลวดวยภาวนากลา วแลว ขอถวายพระพร. บรมบพิตรจงทรงจาํ ไวซง่ึ ความขอ นี้ ดว ย
ประการอยา งน"้ี ดังน.้ี

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา ปญ หาพระผเู ปน เจา แกดแี ลว , นคิ คหธรรมพระผเู ปนเจา
แสดงออกดแี ลว , ปรับปวาททง้ั หลาย พระผูเ ปน เจา ยาํ่ ยแี ลว , ขอ วสิ ชนาปญ หาของพระ
ผูเปน เจา น้ี สมอยา งนน้ั , ขาพเจารับรองอยา งนน้ั ."

๖ คพั ภาวัคกนั ติปญ หา ๖

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพทุ ธพจนน อี้ ันพระผมู พี ระภาคเจาแมตรสั แลววา
'ภกิ ษทุ งั้ หลาย ความหยง่ั ลงสคู รรภยอมมี ก็เพราะความทีป่ จ จยั ท้ังสามประชุมพรอ ม
กันแล : ในโลกน้ี มารดาบดิ าเปน ผปู ระชุมกันแลวดวย มารดาเปนหญงิ มีระดูดวย
คนธรรพเปน สตั วเขา ไปต้งั อยเู ฉพาะหนา ดว ย; ภิกษุทัง้ หลาย ความหยงั่ ลงสูค รรภยอมมี
เพราะความทปี่ จจัยทงั้ สามเหลา นี้ประชุมพรอมกนั แล.' พทุ ธพจนน ต้ี รสั ปจ จยั หาสว น
เหลอื มไิ ด ฯลฯ ตรัสปจจัยไมม สี วนเหลอื ฯลฯ ตรัสปจ จยั ไมม ีสวนเหลอื ฯลฯ ตรสั ปจจยั
ไมม ีปรยิ าย พระพุทธพจนน ต้ี รสั ปจจยั ไมมีขอล้ีลบั พระพุทธพจนน้อี นั พระผูมีพระภาค
เจา เสดจ็ นงั่ ณ ทามกลางแหง บรษิ ทั กับทั้งเทพดาและมนษุ ยทงั้ หลาย ตรัสแลว. กแ็ ต
วา ความหยง่ั ลงสคู รรภเพราะความทปี่ จ จัยทงั้ สองประชุมพรอ มกนั ยงั ปรากฏอยวู า
'พระดาบสช่อื ทุกุละลบู คลํานาภแี หง นางตาปสีชอ่ื ปารกิ า ดว ยน้วิ แมม อื เบอ้ื งขวา ใน
กาลแหง นางตาปสีเปน หญิงมีระด,ู กมุ ารขอื่ สามะ เกิดแลว เพราะความท่พี ระดาบส
น้ันลบู คลาํ นาภีนั้น. แมพ ระฤษีชอื่ มาตังคะ ลบู คลาํ นาภแี หง นางพราหมณกี นั ยาดว ย
นวิ้ แมมือเบ้ืองขวา ในกาลทน่ี างเปน หญงิ มีระด,ู มาณพ ช่ือ มณั ฑพั ยะ เกิดข้นึ เพราะ
ความทีฤ่ ษชี อ่ื มาตังคะ นน้ั ลบู คลาํ นาภนี ั้น.' พระผูเปนเจา ถา พระผมู ีพระภาคเจา ได
ตรสั แลววา 'ภกิ ษทุ ง้ั หลายความหยงั่ ลงสูครรภ ยอ มมีกเ็ พราะความทปี่ จ จยั ทงั้ สาม
ประชุมพรอ มกันโดยแท' ดังน,ี้ ถา อยางนนั้ คาํ ท่วี า 'สามกมุ ารดว ยมณั ฑัพยมาณพดว ย
แมท้งั สองอยา งนน้ั เกิดแลว เพราะความลบู คลํานาภ'ี ดังนนี้ ัน้ ผิด. ถา พระตถาคตตรสั
แลววา 'สามกมุ ารดว ยมณั ฑพั ยมาณพดว ย เกดิ แลวเพราะความลูบคลาํ นาภี.' ถาอยา ง

น้นั แมคาํ ทวี่ า 'ภิกษทุ งั้ หลาย ความหยง่ั ลงสูครรภยอมมี ก็เพราะความทป่ี จจัยทัง้ สาม
ประชมุ พรอมกันโดยแท' ดังน้ี น้นั ผดิ . ปญหาแมน ีส้ องเงอื่ น ลึกดว ยดี ละเอียดดว ยดี
เปน วสิ ยั ของบคุ คลผมู ปี ญญาเครื่องรูทง้ั หลาย, ปญ หานน้ั มาถงึ พระผเู ปน เจาแลว , พระ
ผูเ ปนเจา จงตดั ทางแหง ความสงสยั จงชปู ระทีปอันโพลงทวั่ แลวคอื ญาณอันประเสริฐ."

ถ. "ขอถวายพระพร แมพ ระพุทธพจนน ี้ อนั พระผมู พี ระภาคเจาทรงภาสิตแลว
วา 'ภกิ ษุทงั้ หลาย ความหยง่ั ลงสูค รรภย อ มมีก็เพราะความทป่ี จ จยั ทงั้ สามประชมุ พรอ ม
กันแล : ในโลกนี้ มารดาและบดิ าเปน ผปู ระชุมกนั แลว ดว ย มารดาเปน หญงิ มีระดูดว ย
คนธรรพเปน สตั วเ ขา ไปตง้ั อยเู ฉพาะหนา ดว ย, ความหยั่งลงสูครรภย อ มมีเพราะความที่
ปจจัยทง้ั สามประชมุ กนั อยา งน้นั .' อนึ่ง พระตถาคตเจา ไดต รัสแลว วา 'สามะกมุ ารดว ย
มัณฑพั ยมาณพดวย เกิดแลว เพราะความลูบคลาํ นาภ.ี "

ร. "ถา อยา งนน้ั ปญหาจะเปน ของอนั พระผเู ปนเจา ตดั สินดว ยดีแลว ดว ยเหตุใด
ขอพระผเู ปนเจาจงยงั ขาพเจา ใหห มายรูด ว ยเหตุอันนัน้ ."

ถ. "ขอถวายพระพร กบ็ รมบพิตรไดเคยทรงสดบั หรือวา 'กุมารชอ่ื สงั กจิ จะ ดว ย
ดาบสชอื่ อสิ ิสงิ คะ ดว ย พระเถระช่ือ กมุ ารกัสสป ดว ย เหลานน้ั เกดิ แลว ดว ยเหตชุ อื่ น.ี้ "

ร. "พระผูเ ปน เจา ขาพเจา ไดย นิ อย,ู ความเกิดของชนเหลา นนั้ เล่ืองลอื ไปวา แม
เน้ือสองตวั มาสทู ่ีถา ยปสสาวะของดาบสสองรปู แลว จงึ ดื่มปสสาวะกบั ท้ังสัมภวะใน
กาลแหง แมเ นอ้ื นัน้ มรี ะด,ู สังกจิ จกมุ ารดวย อิสิสิงคดาบสดวย เกดิ แลวดว ยสัมภวะเจือ
ดว ยปส สาวะนั้นกอน เมื่อพระเถระชื่อ อทุ ายี เขา ไปสูส ํานกั ของนางภกิ ษณุ ี มจี ิต
กาํ หนดั แลวเพง ดูองคก าํ เนิดของนางภกิ ษณุ ีอยู สมั ภวะเคลื่อนแลวในผา กาสาวะ; ครั้ง
นน้ั แล พระอทุ ายีผมู ีอายุกลา วคาํ นีก้ ะนางภกิ ษณุ ีน้นั วา "นองหญงิ ทา นจงไปนํานา้ํ มา
เราจักซกั ผา อนั ตรวาสก."

นางภิกษณุ กี ลา ววา "อะไรพระผูเปนเจา ดฉิ นั จะซกั เอง." ลาํ ดับนน้ั นางภิกษณุ ี
น้ัน ไดถ ือเอาสมั ภวะนนั้ สวนหน่ึงดว ยปาก, ใหสัมภวะสวนหนงึ่ เขาไปในองคก าํ เนดิ ของ
ตน, พระเถระชอ่ื กุมารกสั สปเกิดแลวดวยเหตนุ น้ั ชนกลา วเหตนุ นั้ แลวอยา งน้ี ดว ย
ประการฉะน.้ี "

ถ. "ขอถวายพระพร เออก็ บรมบพติ รทรงเช่ือคํานน้ั หรือไม ?"
ร. "พระผเู ปน เจา ขา พเจา ยอมเชื่อวา 'ชนเหลานั้นเกดิ แลว ดว ยเหตนุ '้ี ดงั น้ี
ดวยเหตใุ ด, ขา พเจา ไดเหตมุ ีกําลงั นน้ั ในขอ นนั้ ."
ถ. "อะไรเปน เหตใุ นขอนีเ้ ลา ขอถวายพระพร?"
ร. "พืชตกลงแลว ในเทอื กอนั บุคคลกระทาํ ใหม ีบริกรรมดีแลว ยอมงอกงามเร็ว
พลันหรอื ไม พระผเู ปน เจา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร พืชนน้ั ยอ มงอกงามเรว็ พลนั ."
ร. "นางภิกษณุ ีนนั้ เปน หญงิ มรี ะดู ครัน้ เมอ่ื กลละต้ังแลว เมือ่ ระดูขาดสายแลว
เมื่อธาตตุ ้ังแลว ถอื เอาสัมภวะนนั้ เติมเขา ในกลละนน้ั แลว , ครรภของนางภิกษุณนี ั้นตง้ั
แลว ดวยเหตนุ นั้ ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล; ขา พเจา เช่อื เหตเุ พ่อื ความเกิดของชนเหลา น้นั ใน
ขอ น้นั อยางน.้ี "
ถ. "ขอถวายพระพร ขอซึ่งบรมบพติ รตรัสนน้ั สมดงั ตรสั แลวอยางนนั้ อาตม
ภาพรับรองอยา งน้ันวา 'ครรภย อ มเกิดพรอ มดวยอนั ยงั สัมภวะใหเ ขา ไปในปส สาวะ
มรรค.' บรมบพิตรทรงรบั รองความหยั่งลงสคู รรภของพระกมุ ารกัสสปหรือเลา ขอถวาย
พระ."
ร. "พระผเู ปน เจา ขา พเจา เชอ่ื อยางนัน้ ."
ถ. "ขอถวายพระพร ดลี ะ บรมบพติ รทรงกลบั มาสวู สิ ยั ของอาตมภาพแลว, บรม
บพติ รตรสั ความหยงั่ ลงสคู รรภ จักเปนกาํ ลงั ของอาตภาพแมโ ดยสว นอันหนึง่ ; กอ็ ีก
อยางหน่งึ แมเ นอ้ื ทงั้ สองนั้นดืม่ ปส สาวะแลวจงึ มคี รรภแลว บรมบพิตรทรงเชอ่ื ความ
หยง่ั ลงสูครรภของแมเน้อื เหลา นนั้ หรอื ?"
ร. เชอ่ื สิ สิง่ ใดสงิ่ หนึ่งอนั บคุ คลบริโภคแลว ดืม่ แลว เคยี้ วแลว ล้ิมแลว สิง่ ทงั้
ปวงนน้ั ยอมประชุมลงสกู ลละ ถงึ ที่แลว ยอมถงึ ความเจรญิ , เหมอื นแมน ้าํ เหลาใดเหลา
หนงึ่ แมน ํา้ ท้ังปวงเหลานนั้ ยอ มประชุมลงสูมหาสมุทร, ถงึ ท่ีแลว ยอมถงึ ความเจรญิ ฉนั
ใด, สิง่ ใดส่งิ หน่งึ ทบ่ี คุ คลบริโภคและด่ืม เคีย้ ว ลิ้มแลว สงิ่ ทงั้ ปวงนน้ั ยอ มประชุมลงสู
กลละ, ถึงท่แี ลว ยอมถึงความเจริญ ฉนั นน้ั นน่ั แล. เพราะเหตุนน้ั ขา พเจา เช่ือวา 'ความ
หยงั่ ลงสูครรภ แมด วยสัมภวะเขา ไปแลว ทางปาก."
ถ. "ขอถวายพระพร ดลี ะ บรมบพติ รยงิ่ เขา ไปสูวิสยั ของอาตมภาพหนกั เขา,
สนั นบิ าตของชนทง้ั สองยอมมี แมดว ยอนั ด่ืมดวยปาก, บรมบพิตรทรงเช่ือความหยงั่ ลง
สคู รรภข อง สังกจิ จกมุ าร และอสิ สิ ิงคดาบส และพระเถระชื่อ กมุ ารกัสสป หรอื ?"
ร. "ขาพเจา เชอื่ สนั นบิ าตยอ มประชมุ ลง."
ถ. "ขอถวายพระพร แมส ามกุมาร แมม ัณฑพั ยมาณพ กเ็ ปนผหู ยง่ั ลงในภายใน
สนั นิบาตทงั้ สามนนั้ มรี สเปน อันเดยี วกนั โดยนัยมใี นกอนทเี ดียว; อาตมภาพจักกลา ว
เหตุในขอนนั้ ถวาย. ทุกลุ ดาบสและนางปาริกาตาปสี แมท้งั สองนั้นเปน ผูอ ยูในปา นอ ม
ไปเฉพาะในวเิ วก แสวงหาประโยชนอ นั สูงสุด, ทําโลกเทา ถึงพรหมโลกใหเ รา รอนดวย
เดชแหงตปธรรม. ในกาลนัน้ ทา วสกั กะผูเ ปนจอมของเทพดาทง้ั หลาย ยอ มมาสทู ีบ่ าํ รงุ
ของทุกลุ ดาบสและนางปารกิ าตาปสีเหลานัน้ ทัง้ เชาทัง้ เยน็ . เปน ผูมีเมตตามาก ไดเหฯ็
ความเสอื่ มแหง จักษทุ ง้ั หลายของชนท้ังสองแมเ หลา นนั้ ในอนาคต, ครน้ั เหน็ จึงกลา วกะ

ชนทง้ั สองนนั้ วา "ผเู จริญทง้ั หลาย ทา นทง้ั หลายจงกระทาํ ตามคําอนั หน่ึงของขา พเจา ,
ขอใหส าํ เร็จประโยชนเถิด, ทานทงั้ หลายพงึ ยงั บตุ รคนหนงึ่ ใหเ กดิ , บตุ รนัน้ จักเปน ผู
บํารงุ และเปน ทย่ี ึดหนว งของทา นท้งั หลาย."

ชนทงั้ หลายนนั้ หา มเสียวา "อยาเลยทาวโกสีย, ทานอยา ไดว าอยา งน้เี ลย" ดังนี้
ไมร บั คําของทา วสักกะน้ัน. ทาวเธอเปน ผเู อน็ ดผู ใู ครประโยชน กลา วอยางนน้ั กะชนท้งั
สองนนั้ อีกสองครงั้ สามครง้ั .แมในครงั้ ทีส่ าม ชนทงั้ สองนนั้ กลา ววา "อยา เลยทา ยโกสยี ,
ทา นอยา ยงั เราทง้ั หลายใหป ระกอบในความฉบิ หายไมเ ปน ประโยชนเ ลย, เมือ่ ไรกายนี้
จกั ไมส ลาย กายนม้ี คี วามสลายเปน ธรรมดา จงสลายไปเถิด, แมเ มือ่ ธรณีจะแตก แม
เมือ่ ยอดเขาจะตก แมเม่อื อากาศจะแยก แมเ ม่ือพระจนั ทรและพระอาทติ ยจะตกลงมา
เราทั้ง
หลายจักไมเจอื ดวยโลกธรรมทง้ั หลายเลยทีเดียว, ทา นอยามาพบปะกบั เราอกี เลย, เม่ือ
ทา นมาพบปะกนั เขา ความพบปะกนั นั้นกจ็ ะเปนความคนุ เคย; ชะรอยทา นจะเปน ผู
ประพฤตคิ วามฉิบหายไมเปน ประโยชนแกเ ราทั้งหลาย."

ลาํ ดบั นน้ั ทาวสักกะเม่ือไมไดความนบั ถอื แตชนทั้งสองนนั้ ถงึ ความเปนผู
หนกั ใจ ประคองอัญชลีวิงวอนอีกวา "ถา ทา นทง้ั หลายไมอาจกระทาํ ตามคําขอของ
ขา พเจา ไซร, เมื่อใด นางตาปสีมีระดู มตี อมเลือด เมอื่ นนั้ ทา นพงึ ลูกคลาํ นาภีของนาง
ตาปสีนนั้ ดว ยนว้ิ แมมอื เบื้องขวา, นางตาปสีนนั้ จกั ไดครรภด วยความลบู คลํานาภนี ัน้ ,
ความลบู คลาํ นาภีนน้ั เปน สนั นิบาตของความหยง่ั ลงสูค รรภ."

ชนทงั้ สองนนั้ รบั วา "ดกู รทาวโกสยี  เราอาจเพ่อื จะกระทําตามคํานน้ั ได, ตป
ธรรมของเราทง้ั หลายยอมไมแตกดว ยความลูบคลํานาภีเทา นั้น ชา งเถดิ " ดงั น.ี้

กแ็ หละ ในเวลานนั้ เทพบุตรผูมกี ศุ าลมูลอนั แรงกลาสน้ิ อายแุ ลว มีอยใู นพภิ พ
ของเทพดา, เทพบุตรนน้ั ถงึ ความสน้ิ อายแุ ลว อาจเพือ่ จะหยง่ั ลงตามความปรารถนา,
และอาจเพื่อจะหยง่ั ลงแมในตระกูลของพระเจาจกั รพรรดิ.

ครง้ั น้นั ทา วสกั กะไปหาเทพบุตรนน้ั วงิ วอนวา "แนะทานผนู ิรทุกข ทา นมาเถิด,
วนั ของทานสวา งชัดแลว, ความสําเรจ็ ประโยชนม าถงึ แลว เรามาสูที่บาํ รุงของทา น เพอื่
ประโยชนอ ะไรเลา, การอยใู นโอกาสนา รื่นรมย จกั มแี กท า น, ปฏิสนธิในตระกลู สมควร
จกั มแี กท า น ทา นจกั เปนผูอนั มารดาและบิดาทง้ั หลายท่ดี ี พงึ ใหเ จริญ, ทานจงมา ทา น
จงกระทาํ ตามคาํ ของเรา." ทา วสกั กะวงิ วอนแลว ดงั น้ี ประคองอัญชลเี หนอื เศยี ร
วงิ วอนถงึ สองครง้ั สามครัง้ แลว.

ลําดับนนั้ เทพบตุ รนั้นตอบวา "แนะทานผนู ริ ทกุ ข ทา นสรรเสริญความไปสู
ตระกูลใดบอย ๆ ตระกูลนนั้ คอื ตระกูลไหน."

ทายสกั กะกลา ววา "ตระกลู นนั้ คอื ทุกุลดาบสและนางปาริกาตาปส.ี "
เทพบุตรนั้น ฟง คําของทาวสกั กะนัน้ แลว ยนิ ดรี บั วา "แนะ ทานผูนริ ทกุ ข ความ
พอใจใดของทา น ความพอใจน้นั จงสาํ เรจ็ ประโยชนเ ถิด; เราพงึ จาํ นงเกดิ ในตระกูลท่ี
ทานปรารถนาแลว , เราจะเกดิ ในตระกูลไหน คอื เปน อัณฑชะเกิดในฟองฝกหรอื หรอื
เปน ชลาพชุ ะเกดิ ในครรภมารดา หรอื เปน สงั เสทชะเกิดในเถา ไคล หรือเปนโอปปาตกิ ะ
เกิดผลดุ ข้นึ เลา ."
ทาวสักกะกลา ววา "แนะทา นผูนริ ทกุ ข ทา นจงเกิดในกาํ เนดิ เปน ชลาพชุ ะ."
ลําดับนน้ั ทาวสักกะกาํ หนดวนั เกิดแลว จงึ บอกแก ทุกลดาบสวา "นางตาป
สีจักมรี ะดู มตี อ มเลอื ด ในวนั ช่อื โนน , ทา นผูเจรญิ ทา นพงึ ลูบคลาํ นาภขี องนางตาปสี
ดวยนน้ิ แมมอื เบ้อื งขวา ในกาลนนั้ ." นางตาปสีเปนหญิงมรี ะดู มีตอมเลือดดว ย
เทพบุตรผูจะเขาไปในทน่ี ้นั ไดไ ปปรากฏเฉพาะหนา แลว ดว ย ดาบสลบู คลํานาภีของ
นางตาปสดี ว ยนิ้วแมม ือเบอ้ื งขวาดว ย ในวนั น้ัน ประชุมนนั้ ไดเ ปน สันนิบาตสามอยา ง
ดว ยประการฉะน.้ี ความกาํ หนดั ของนางตาปสเี กดิ ขึน้ แลว ดว ยความลบู คลาํ นาภ;ี ก็แล
ความกาํ หนดั ของนางตาปสนี ั้นอาศยั ความลบู คลาํ นาภีเกดิ ขึน้ แลว, บรมบพติ รอยา
สาํ คัญวา อัธยาจารอยา งเดยี วเปน สนั นิบาต, แมค วามเขา ไปเพง ก็ชอื่ วาสนั นบิ าต,
สันนบิ าตความประชุมพรอมยอมเกิดดวยความจบั ตอ ง เพ่อื ความเกดิ ราคะโดยความ
เปน บรุ พภาค, ความหยงั่ ลงสคู รรภย อมมีเพราะสนั นบิ าต, เพราะฉะนนั้ ความหยงั่ ลงสู
ครรภยอมมแี มในท่ไี มม อี ธั ยาจาร ดว ยการลบู คลํา เหมอื นไฟที่โพลงอยู ถงึ ใคร ๆ จะไม
ลูบคลาํ กก็ ําจดั ความหนาวของบคุ คลผูเขาไปใกลแ ลว ไดฉันใด, ความหยงั่ ลงสูค รรภ
ยอ มมีในทแี่ มไ มม ีอธั ยาจาร เพราะความลบู คลาํ ฉนั นนั้ โดยแท.
ขอถวายพระพร ความหยง่ั ลงสคู รรภของสัตวท ้งั หลาย ยอมมีดว ยอาํ นาจแหง
เหตสุ ่ปี ระการ คือ กรรมหน่งึ กําเนิดหนึ่ง ตระกูลหนึง่ ความออ นวอนหน่ึง; เออก็สัตว
ทง้ั หลายแมทงั้ ปวง ลว นมกี รรมเปน แดนเกดิ มีกรรมเปน สมฏุ ฐานดวยกันทัง้ สนิ้ .
ความหยง่ั ลงสคู รรภของสัตวทงั้ หลาย ยอมมดี ว ยอาํ นาจแหง กรรมอยา งไร?
สัตวท ัง้ หลายทีม่ กี ศุ ลมูลแกก ลา ยอมเกดิ ไดต ามความปรารถนา, ปรารถนาจะเกิดใน
ตระกลู กษัตริยมหาศาล หรอื ในตระกลู พราหมณมหาศาล คฤหบดมี หาศาลกด็ ี หรอื ใน
เทพดาทง้ั หลายปรารถนาจะเกดิ ในกาํ เนดิ เปน อณั ฑชะ ชลาพชุ ะ สังเสทชะ โอปปาตกิ ะ
ละอยา ง ๆ กด็ ี ยอมเกิดไดต ามความปรารถนา. เหมือนบรุ ุษม่งั ค่งั มที รพั ยโ ภคะเงนิ และ
ทองมาก มีวตั ถเคร่อื งทาํ ความอดุ หนุนแกท รพั ยเคร่ืองปลมื้ มาก มที รพั ยแ ละขา วเปลอื ก
มาก มฝี า ยญาติมาก จะใหท รพั ยสองเทา แมสามเทา ชว ยทาสีและทาส หรอื ซอ้ื นาและ
สวน หรอื บานนิคมชนบท ละอยา ง ๆ กด็ ี ส่ิงใดส่งิ หนงึ่ ทต่ี นปรารถนายง่ิ แลว ดวยใจ ได

ตามปรารถนา ฉนั ใด, สตั วทงั้ หลายท่ีมีกุศลมลู แรงกลา ปรารถนาจะเกดิ ในตระกลู
กษตั รยิ มหาศาล พราหมณมหาศาล คฤหบดีมหาศาลกด็ ี หรือปรารถนาจะเกดิ ในเทพ
ดาทง้ั หลาย หรือปรารถนาจะเกดิ ในกาํ เนดิ เปนอณั ฑชะ ชลาพชุ ะ สังเสทชะ
โอปปาติกะ ละอยาง ๆ กด็ ี ยอมเกิดไดตามความปรารถนา ฉันนั้น. ความหยั่งลงสคู รรภ
ของสัตวทงั้ หลายยอ มเปน ไปดว ยอํานาจแหง กรรมอยางน.้ี

ความหยง่ั ลงสคู รรภของสตั วทงั้ หลาย ยอมเปน ไปดวยอาํ นาจแหง กาํ เนดิ
อยางไร? ความหยงั่ ลงสคู รรภของไกทงั้ หลาย ยอมมดี ว ยลม, ความหยง่ั ลงสูครรภของ
นกยางทัง้ หลาย ยอ มมดี ว ยเสยี งเมฆ, เทพดาทง้ั หลายแมท ้ังปวง ไมใชส ตั วน อนใน
ครรภน ั่นเทียว, ความหยัง่ ลงสคู รรภข องเทพดาทง้ั หลายเหลา น้นั ยอมเปน ไปโดยเพศ
ตา ง ๆ ดังมนษุ ยท งั้ หลายเทย่ี วไปในแผนดนิ โดยเพศตา ง ๆ, มนษุ ยท ้ังหลายพวกหนง่ึ ปด
ขางหนา พวกหนงึ่ ปดขางหลัง พวกหน่ึงเปลือยกาย พวกหน่งึ ศรี ษะโลน พวกหน่งึ นุงผา
ขาว พวกหนง่ึ เกลาผมมวย พวกหนง่ึ ศรี ษะ โลน นงุ ผายอมนํ้าฝาด พวกหนึ่งนุงผา ยอม
นํา้ ฝาดเกลา ผมมวย พวกหนึง่ มชี ฎาทรงกาบไมก รอง พวกหนงึ่ นงุ หนัง พวกหนง่ึ นงุ
เชือก, มนษุ ยท ง้ั หลายแมทงั้ ปวง เท่ยี วอยใู นแผน ดินโดยเพศตา ง ๆ ฉนั ใด; เทพดา
เหลา นั้นเปน สตั วเ หมือนกนั , ความหยงั่ ลงสูครรภข องเทพดาเหลานน้ั ยอ มเปนไปโดย
เพศตา ง ๆ ฉนั น้ัน. ความหยง่ั ลงสูค รรภข องสัตวท ง้ั หลายยอ มเปน ไปโดยอํานาจแหง
กําเนิด ดวยประการฉะน.้ี

ความหยง่ั ลงสคู รรภข องสตั วทัง้ หลาย ยอ มเปน ไปดวยอาํ นาจแหงตระกลู
อยา งไร? ชือ่ ตระกูลมีสี่ตระกลู คอื เปน อณั ฑชะ ชลาพชุ ะ สงั เสทชะ โอปปาติกะ; ใน
ตระกูลทงั้ สนี่ นั้ ถา คนธรรพม าแตต ระกูลใดตระกูลหนงึ่ เกดิ ในตระกูลเปนอณั ฑชะ
คนธรรพน น้ั เปน สตั วเกดิ ในฟองในตระกลู นนั้ , ถาเกิดในตระกูลเปนชลาพชุ ะ สงั เสทชะ
โอปปาตกิ ะคนธรรพเปน ชลาพชุ ะ สังเสทชะ โอปปาตกิ ะ ละอยาง ๆ ในตระกูลนน้ั ๆ.
สัตวท้งั หลายยอ มเกิดเปน สตั วเ ชนน้นั อยางเดียวกันในตระกลู นนั้ ๆ. อนึง่ เน้อื และนก
ทง้ั หลายเหลา ใดเหลาหนง่ึ เขา ไปถงึ ภเู ขาสิเนรุในปา หมิ พานต เนื้อและนกทงั้ ปวง
เหลา นั้น ยอ มละพรรณของตนเปน สัตวมพี รรณตางๆ ดงั พรรณแหง ทอง ฉันใด,
คนธรรพผูใดผหู นง่ึ ซง่ึ มาแลว แตตระกลู ใดตระกลู หนงึ่ เขาไปถึงกาํ เนดิ เปน อณั ฑชะ
แลว ละเพศโดยสภาวะเสยี เปน สัตวเกิดในฟอง เขาไปถึงกาํ เนดิ เปนชลาพชุ ะ สงั เสทชะ
โอปปาติกะ แลวละเพศโดยสภาวะเสีย เปน ชลาพชุ ะ สงั เสทชะ โอปปาติกะ ละอยา ง ๆ
ฉันนน้ั . ความหยั่งลงสูครรภข องสตั วทง้ั หลาย ยอ มเปน ไปโดยอาํ นาจแหงตระกลู ดว ย
ประการ ฉะน.ี้

ความหยงั่ ลงสคู รรภของสตั วทง้ั หลาย ยอมเปน ไปดว ยอาํ นาจแหง ความออ น
วอนอยา งไร? ในโลกนี้ตระกลู ไมม บี ุตร มีทรพั ยส มบตั ิมาก มศี รทั ธาเลอ่ื มใสแลว มีศลี มี
ธรรมอันงาม อาศยั ตปคุณ, ก็เทพบตุ รมีกศุ ลมลู แรงกลา มีความจตุ ิเปน ธรรมดา, ครั้ง
นนั้ ทา วสกั กะออนวอนเทพบตุ รน้นั เพื่อความเอน็ ดแู กตระกูลนน้ั วา "ทา นจงปรารถนา
พระครรภของพระมเหสีแหง ตระกลู โนน ," เทพบุตรนน้ั ปรารถนาตระกูลนัน้ เหตคุ วาม
ออนวอนของทาวสักกะนน้ั . อปุ มาเหมือนมนุษยทง้ั หลายใครบุญ ออนวอนพระสมณะผู
ยงั ใจใหเ จริญ แลวนาํ เขา ไปสเู รอื น ดว ยคดิ วา "พระสมณะนเี้ ขา ไปสูเรือนแลว จักเปน
ผนู ําความสุขมาแกตระกลู ทง้ั ปวง" ฉันใด, ทาวสักกะออ นวอนเทพบตุ รนนั้ แลว นาํ เขา
ไปสตู ระกลู นน้ั ฉนั นน้ั นั่นเทยี วแล. ความหยั่งลงสูครรภของสตั วท งั้ หลาย ยอมเปน ไป
ดวยอาํ นาจแหงความออนวอน ดว ยประการฉะน.ี้

ขอถวายพระพร สามกมุ าร ทาวสกั กะผเู ปน จอมแหง เทพดาทงั้ หลาย ออ นวอน
แลว หยัง่ ลงสคู รรภของนางตาปสีชื่อ ปารกิ า แลว . สามกุมารไดกอ สรา งบุญไวแ ลว ,
มารดาและบดิ าท้งั หลายเปน คนมีศลี มธี รรมอนั งาม, ผอู อ นวอนเปนคนสามารถแลว,
สามกมุ ารเกิดแลว ตามความปรารถนาแหง ใจของชนทงั้ หลายสาม, เหมือนในโลกน้ี มี
บรุ ษุ ผฉู ลาดในอุบายเครื่องนาํ ไป ปลกู พืชลงไวใ นไรนาใกลท่ไี ถดแี ลว , นั้นเวน อนั ตราย
อันตรายอะไรจะพึงมแี กค วามเจริญของพชื เม่อื พชื นน้ั บา งหรอื ? ขอถวายพระพร."

ร. "หาไม พระผูเ ปน เจา พืชไมม อี นั ตรายเขา ไปกระทบกีดก้นั พงึ งอกงามเร็ว
พลนั พระผเู ปน เจา."

ถ. "ขอถวายพระพร สามกมุ ารพนแลว จากอนั ตรายเกิดขนึ้ แลว ทง้ั หลาย เกิด
แลว ตามความปรารถนาแหง จติ ของชนทงั้ สาม ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล.

ขอถวายพระพร บรมบพิตรเคยไดทรงฟง แลวบางหรอื ชนบทใหญเจริญ
แพรห ลายแลว กบั ทงั้ ประชมุ ชน ขาดสญู แลว ดว ยความประทษุ รา ยแหง ใจแหง ฤษี
ทัง้ หลาย."

ร. "พระผูเ ปน เจา ขาพเจา ไดฟง อยู ปาช่อื ทณั ฑกะ ปา ช่ือเมชฌะ ปา ชื่อกาลิง
คะ ปาชื่อมาตงั คะ ปา ทงั้ ปวงนนั้ เปน ปา แลว , ชนบททง้ั หลายแมท ง้ั ปวงเหลา นี้ ถงึ ความ
สนิ้ ไปดว ยความประทษุ รา ยแหงใจของฤษที ั้งหลาย"

ถ. ขอถวายพระพร ถา ชนบททัง้ หลายที่เจรญิ แลวดว ยดี มาขาดสญู ไปดว ย
ความประทุษรา ยแหงใจฤษที ้งั หลายเหลา นน้ั , อะไร ๆ พงึ เกิดขึน้ โดยความเลื่อมใสแหง
จติ ของฤษที งั้ หลายเหลา นนั้ บางหรือไม. "

ร. "พงึ เกดิ ขนึ้ ไดซ ิ พระผเู ปน เจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งน้นั สามกุมาร เปนอสิ นิ ริ มิตเปน เทพนมิ ติ เปน บุญ
นริ มติ เกดิ แลว โดยความเลอ่ื มใสแหงจิตของชนผมู กี ําลงั ทั้งหลายสาม, เพราะเหตนุ นั้
บรมบพติ รจงทรงความขอ นไี้ วด ว ยประการฉะน.้ี

ขอถวายพระพร เทพบตุ รทง้ั หลายสามเหลาน้ี เขา ถงึ แลว ซ่งึ ตระกลู ทที่ า วสกั กะ
ผูเปน จอมของเทพดาทง้ั หลายไดออนวอนแลว , เทพบุตรทงั้ สาม คือ เทพบตุ รองคไ รบา ง
เทพบุตรทั้งสามคือ สามกมุ ารหน่งึ มหาปนาทะ หนง่ึ กสุ ราชา หนง่ึ เทพบุตรแมท ้ังสาม
เหลา น้ีเปน พระโพธสิ ตั ว. "

ร. "พระผเู ปน เจา ความหยงั่ ลงสคู รรภ พระผูเ ปน เจา นาํ มาแสดงดวยดีแลว ,
เหตุพระผูเปน เจากลา วดวยดีแลว, มืดทําใหมีแสงสวา งแลวล ชฏั พระผเู ปน เจา สางแลว,
ปรับปวาทพระผเู ปน เจา หา มกนั เสยี ไดแลว, เหตนุ ้นั สมดงั พระผเู ปน เจากลาวอยา งนัน้ ,
ขาพเจา ยอมรบั รองอยางนนั้ ."

๗. สัทธมั มอนั ตรธานปญหา ๗

พระเจามลิ ินทต รัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระผมู พี ระภาคเจา ไดทรง
ภาสิตพุทธพจนแ มน้ไี วแกพ ระอานนทเถระวา 'ดูกอ นอานนท สทั ธรรมจกั ตั้งอยูไ ดใน
กาลตอ ไป เพยี งหา รอยปเ ทา นนั้ ' ดงั น.ี้ สวนในสมยั เปน ทปี่ รนิ พิ พาน สุภัททปริพพาชก
ทลู ถามปรศิ นา พระผมู พี ระภาคเจาไดตรสั แลววา 'ดกู อนสภุ ัททะ ถา ภิกษทุ ง้ั หลาย
เหลานี้พงึ ปฏบิ ตั อิ ยโู ดยชอบในกาลทง้ั ปวง, โลกพงึ เปน ของไมวา งเปลาจากพระอรหันต
ท้งั หลาย' ดงั นอี้ ีก; พระพทุ ธพจนน ก้ี ลา วกาลหาสว นเหลอื มไิ ด ฯลฯ กลา วกาลไมม ีสว น
เหลือ ฯลฯ กลา วกาลไมมีปรยิ าย. ถา พระตถาคตเจาไดต รสั แลว วา 'ดูกอ นอานนท ใน
กาลตอไป พระสัทธรรมจกั ตง้ั อยไู ด เพยี งหา รอ ยปเทา นน้ั ' ดังน,ี้ ถาอยางนน้ั คาํ ทวี่ า
'โลกพงึ เปน ของไมว า งเปลา จากพระอรหนั ตทง้ั หลาย' ดงั นี้ นนั้ ผิด. ถาพระตถาคตเจา
ไดตรสั แลววา 'โลกพงึ เปน ของไมวา งเปลา จากพระอรหันตท ง้ั หลาย' ดงั น,ี้ ถาอยา งนนั้
คาํ ท่ีวา 'ดูกอ นอานนท ในกาลตอ ไป พระสทั ธรรมจักตงั้ อยูไดเพยี งหารอยปเทา นนั้ '
ดังนนี้ ั้นเปน ผดิ . ปญหาแมน ีม้ ีเงอื่ นสอง
เปน ชัฏยง่ิ แมก วา ชฏั โดยปกต,ิ มกี าํ ลังย่งิ แมกวา ปญหาทม่ี ีกาํ ลงั โดยปกต,ิ มขี อดยงิ่ แม
กวาขอดโดยปกต,ิ ปญหานนั้ มาถงึ พระผูเ ปน เจา แลว , พระผเู ปนเจา จงเปนผดู งั มงั กรไป
แลว ในภายในแหง สาคร แสดงความแผไ พศาลแหงกําลงั ญาณของพระผเู ปนเจา ใน
ปญ หาน้นั ."

พระนาคเสนเถระถวายพระพรวา "ขอถวายพระพร พระผูมพี ระภาคเจา ไดทรง
ภาสิตพระพทุ ธพจนแมน ้แี กพ ระอานนทเถระแลว วา 'ดกู อนอานนท ในกาลตอ ไป พระ
สทั ธรรมจกั ตง้ั อยไู ด เพียงหา รอยปเ ทา นน้ั 'ดังน.ี้ สวนในสมยั เปนท่ปี รนิ พิ พาน ไดต รสั
แลว แกสุภัททปริพพาชกวา 'ดกู อนสุภัททะ ถา ภิกษทุ งั้ หลายเหลานีพ้ งึ ปฏบิ ตั อิ ยโู ดย
ชอบ ในกาลทง้ั ปวงไซร. โลกพึงเปน ของไมว า งเปลาจากพระอรหนั ตท ั้งหลาย' ดังน.ี้ ก็
แหละ พระพทุ ธพจนข องพระผมู พี ระภาคเจานน้ั เปน พระพุทธพจนมีเน้อื ความตางกนั
ดวย มพี ยญั ชนะตางกนั ดวยแท. สว นทงั้ สอง คอื สว นพระพทุ ธพจนน ้ีกาํ หนดศาสนา
พระวาจานแ้ี สดงความปฏิบตั เิ หลา นั้น เวน ไกลกนั และกนั .

ขอถวายพระพร มอี ุปมาเหมือนฟา เวน ไกลแตแ ผน ดนิ นรกเวน ไกลแตส วรรค
กศุ ลเวน ไกลแตอกุศล สุขเวน หา งไกลแตทกุ ข ฉนั ใด สว นพระพุทธภาสติ ท้ังหลายสอง
เหลานัน้ เวนหา งไกลจากกนั และกนั มีอุปไมยฉันน้ันนน่ั เทยี วแล. เออก็ ปุจฉาของบรม
บพิตรอยาเปน ของเปลา เลย, อาตมภาพจกั เปรียบเทียบโดยรสแสดงแกบรมบพิตร,
พระผูมพี ระภาคเจา ตรัสพทุ ธพจนใ ดวา 'ดกู อ นอานนท ในกาลตอ ไป พระสทั ธรรมจกั
ตง้ั อยไู ด เพยี งหา รอยปเ ทา นน้ั ' ดังน.้ี เม่ือพระองคต รสั พทุ ธพจนนนั้ ทรงแสดงกาลท่ีสน้ิ
ไป ทรงกาํ หนดกาลที่เหลอื วา 'ดกู อนอานนท ถา นางภิกษณุ ที ั้งหลายไมพงึ บรรพชาไซร
พระสทั ธรรมจกั พึงตง้ั อยูไ ดห นง่ึ พันป, ดกู อนอานนท กาลตอไปนี้ พระสทั ธรรมจักตัง้ อยู
ได เพียงหา รอ ยปเทา นนั้ .' เออก็ เมอ่ื พระผมู พี ระภาคเจา ตรัสอยางน้ี จะตรสั ตาม
อันตรธานแหง พระสัทธรรมหรือ หรอื ทรงคดั คานอภสิ มัยความตรสั รู เปน ไฉน ? ขอ
ถวายพระพร."

ร. "หามไิ ด พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา ทรงระบุกาลทีฉ่ บิ หายไปแลว ทรง
แสดงกาลทเ่ี หลืออยู ทรงกําหนดแลว. เหมอื นบุรุษมีของหาย หยบิ ภณั ฑะที่
เหลอื อยทู ้งั สน้ิ แสดงแกประชุมชนวา
'ภัณฑะเทา นข้ี องขาพเจา หายไปแลว ภัณฑะนเี้ หลืออย'ู ฉันใด, พระผูมพี ระภาคเจา ทรง
แสดงกาลทฉ่ี บิ หายไปแลว ตรสั กาลที่เหลอื อยูแ กเ ทวดาและมนษุ ยท งั้ หลายวา 'ดูกอ น
อานนท กาลตอไปนี้ พระสทั ธรรมจักต้ังอยไู ด เพียงหา รอ ยปเทา นน้ั ' ดังน.้ี ก็พระพทุ ธ
พจนอ นั ใด ทพ่ี ระผมู พี ระภาคเจา ไดตรัสแลววา 'ดกู อนอานนท กาลตอไปน้ี พระ
สทั ธรรมจักตั้งอยไู ด เพยี งหา รอยปเ ทา นน้ั ' ดังน,ี้ พระพทุ ธพจนน ก้ี าํ หนดศาสนกาล;
สว นพระองคท รงระบสุ มณะทงั้ หลายตรัสพุทธพจนใด แกส ุภัททปรพิ พาชกวา 'ดกู อน
สภุ ัททะ ถาภกิ ษุท้ังหลายเหลา น้ี พงึ ปฏบิ ัติอยูโดยชอบ ในกาลทง้ั ปวง, โลกพงึ เปนของ
ไมว า งเปลา จากพระอรหนั ตท ง้ั หลาย'ดงั น,ี้ พระวาจานนั้ แสดงความปฏิบัต.ิ สว นบรม

พิตรมาทรงกระทาํ ความกาํ หนดนน้ั ดว ยพระวาจาเคร่ืองแสดงนน้ั ดว ย ใหเปฯ ของมรี ส
เปน อันเดยี วกนั . ก็ถา วา เปน ความพอพระหฤทัยของบรมบพิตรอาตมภาพจกั กลา ว
กระทาํ ใหมีรสเปนอันเดยี วกนั , บรมบพติ รจงเปน ผูมีพระหฤทยั ไมว ปิ รติ ทรงสดับกระทาํ
ไวในพระหฤทยั ใหส าํ เร็จประโยชน.

ขอถวายพระพร ถา ในทนี่ ้ี มีสระเต็มแลว ดวยนา้ํ ใหมใ สสะอาด นํา้ ขน้ึ เสมอ
กําหนดเพยี งขอบ, เมื่อสระนนั้ ยงั ไมท นั แหง เมฆใหญเ น่ืองประพนั ธกนั ใหฝนตกเตมิ ซา้ํ
ๆ ลงบนนาํ้ ในสระนน้ั , นา้ํ ในสระน้นั พึงถึงความสนิ้ ไปและแหง ไปหรอื เปน ไฉน?"

ร. "หาไม พระผูเปน เจา ."
ถ. "เพราะเหตไุ ร ขอถวายพระ?"
ร. "เพราะความทเี่ มฆเปนของเนื่องประพนั ธก ันเปน เหตุ นา้ํ ในสระนนั้ จงึ ไมถึง
ความสน้ิ ไปแหงไปซิ พระผูเปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร สระ คือ พระสทั ธรรมในศาสนาอนั ประเสรฐิ ของ
พระพทุ ธเจา ผชู นะมารทง้ั ปวง เต็มแลวดว ยดดี วยนาํ้ ใหมป ราศจากมลทิน คือ อาจาระ
และศีลคณุ และวตั รปฏิบัติ นา้ํ ปราศจากมลทนิ น้ันขน้ึ ไปทว มทส่ี ุดแหง ภพตง้ั อยแู ลว ฉนั
น้ันน่ันเทยี วแล. ถาพระพทุ ธโอรสท้ังหลาย ยงั ฝนแหงเมฆ คือ อาจาระและศีลคณุ และ
วตั รปฏบิ ัติ ใหเ นือ่ งประพันธก ัน ใหต กเติมราํ่ ไปในสระ คอื พระสทั ธรรมนน้ั ไซร, สระ คอื
พระสทั ธรรมในศาสนาอนั ประเสรฐิ ของพระชนิ พทุ ธเจา นี้ พงึ ตงั้ อยสู ิ้นกาลนานยืดยาว
ได, อนงึ่ โลกพงึ เปน ของไมว า งเปลาจากพระอรหนั ตท งั้ หลาย ฉนั นน้ั , พระผูมพี ระภาค
เจา ทรงหมายเน้ือความนี้ ภาสิตแลววา 'ดกู อนสุภัททะ ถา ภิกษทุ ง้ั หลายเหลา น้ี พงึ
ปฏบิ ตั ิอยูโ ดยชอบในกาลทงั้ ปวง, โลกพงึ เปน ของไมวา งเปลา จากพระอรหนั ตทง้ั หลาย
ดังน.้ี
ขอถวายพระพร อนงึ่ ในทนี่ ม้ี ีกองแหง ไฟใหญ ๆ โพลงอย,ู ชนท้ังหลายพงึ นาํ
หญา และไม และโคมยั แหง แลว ท้งั หลายเขาไปเติมซา้ํ ๆ ลงในกองไฟใหญนน้ั , กองไฟ
นนั้ พงึ ดับไปหรือไฉน?"
ร. "หาไม พระผูเปน เจา กองไฟนนั้ พงึ โพลงย่งิ ๆ ขนึ้ ไป พงึ สวางยงิ่ ๆ ข้นึ ไป.
ขอถวายพระพร พระศาสนาอันประเสริฐของพระพทุ ธเจา ผูช นะแลว ยอ ม
ชัชวาลอยใู นโลกธาตประมาณหม่ืนหน่งึ ทาํ โลกธาตใุ หสวา งทว่ั ดวยอาจาระ และศีล
คณุ และวตั รปฏบิ ัติ. กถ็ า วา พระพทุ ธโอรสทั้งหลาย มาตามพรอมแลว ดว ยองคของ
บคุ คลผตู ัง้ ความเพยี ร หา ประการ พึงเปน ผูไมประมาทแลว พากเพยี รเนอื ง ๆ, พึงเปน ผู
มีฉันทะเกิดแลว ศึกษาอยูใ นสกิ ขาสาม, พงึ บาํ เพ็ญจารีตศลี และวารีตศีลใหบริบรู ณ ไม
บกพรองยง่ิ กวา นนั้ ไซร, พระชินศาสนาอนั ประเสรฐิ นีพ้ งึ ตง้ั อยูส น้ิ กาลนานยดื ยาวไดย ิ่ง

ๆ ขน้ึ ไป, โลกพึงเปน ของไมว างเปลาจากพระอรหนั ตท ง้ั หลาย, พระผมู พี ระภาคเจา ทรง
หมายเนอ้ื ความนี้ภาสติ แลววา 'ดกู อ นสภุ ทั ทะ ถา ภิกษทุ ั้งหลายเหลา น้ี พึงปฏบิ ัตอิ ยู
โดยชอบ, โลกพงึ เปน ของไมว างเปลา จากพระอรหันตท ้งั หลาย' ดงั น.ี้ อน่งึ ในโลกนี้ ชน
ทงั้ หลาย พงึ ขดั แวนปราศจากมลทนิ สนทิ เสมอ และขัดดแี ลว กระจา งดว ยดดี วยจุรณ
แหงหรดาลอันละเอยี ดสขุ ุมเนอื ง ๆ, มลทนิ และเปอ กตมละอองธุลพี งึ เกดิ ขึน้ ในแวน นน้ั
ไดห รอื ไม ขอถวายพระพร ?"

ร. "หาไม พระผูเปนเจา แวน นั้นพึงปราศจากมลทิน ผองใสวเิ ศษหนักขนึ้ โดย
แท."

ถ. "ขอถวายพระพร แวน นน้ั พึงปราศจากมลทินผอ งใสวิเศษหนักขน้ึ ฉนั ใด,
ศาสนาอนั ประเสรฐิ ของพระพทุ ธเจา ไมม ีมลทนิ โดยปกตปิ ราศจากมลทินละอองธลุ ี คอื
กเิ ลสแลว ; ถาพระพทุ ธบตุ รทัง้ หลายพงึ ขดู เกลาพระศาสนาอนั ประเสรฐิ ของ
พระพทุ ธเจา นน้ั ดวยอาจาระและศลี คณุ และวตั รปฏบิ ัติ และสัลเลขธรรม และธุดงค
คณุ , ศาสนาอนั ประเสริฐของพระชนิ พทุ ธเจา นี้ พงึ ตัง้ อยไู ดส ้นิ กาลนานยดื ยาว, อนง่ึ
โลกพงึ เปน ของไมว า งเปลา จากพระอรหนั ตท ้ังหลาย ฉนั น้ันนนั่ เทยี ว. พระผูม พี ระภาค
เจา ทรงมุงหมายเนอื้ ความนี้ ทรงภาสิตแลว วา 'ดูกอนสภุ ทั ทะ ถาภิกษทุ ้ังหลายเหลา น้ี
พึงอยู คือ ปฏบิ ตั ดิ ปี ฏิบัตชิ อบอย,ู โลกพงึ เปนของไมวา งเปลา จากพระอรหันตทงั้ หลาย'
ดงั น.ี้ พระศาสนาของพระบรมศาสดามีความปฏบิ ตั เิ ปน มูลราก มีความปฏิบตั ิเปนแกน
สาร เมอ่ื ความปฏิบัตยิ ังไมอนั ตรธานแลว พระพทุ ธศาสนายอ มตัง้ อยไู ด."

ร. "พระผเู ปน เจา พระผูเ ปน เจากลาว 'สัทธรรมอันตรธาน' วา ดังนี้ สทั ธรรม
อันตรธานนนั้ อยา งไร ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ความเสอ่ื มแหงพระพทุ ธศาสนาเหลา น้ีมสี ามประการ,
ความเสื่อมแหง พระพุทธศาสนาสามประการนีอ้ ยา งไร ? ความเสื่อมแหง
พระพทุ ธศาสนาสามประการน้ี คอื : อธคิ มอนั ตรธานความเสื่อมมรรคและผลทบี่ คุ คล
จะพงึ ไดพ ึงถงึ หนงึ่ ปฏปิ ตตอิ นั ตรธานความเสือ่ มปฏิบัติหนงึ่ ลงิ คอันตรธาน ความเสอื่ ม
เพศนงุ ผากาสาวพสั ตรห นงึ่ . เมื่ออธคิ ม คือ มรรคและผลที่บุคคลจะพึงไดพ งึ ถงึ
อันตรธานเสื่อมสูญแลว แมเมอ่ื บคุ คลปฏบิ ัตดิ ีแลว ไมมธี รรมาภิสมยั ความถงึ พรอม
เฉพาะ คือ ความตรสั รูธรรม, เมื่อความปฏบิ ัติอันตรธานเสือ่ มสญู แลว สกิ ขาบทบญั ญัติ
กอ็ ันตรธาน ยงั เหลอื อยแู ตเพศนุงเหลืองอยา งเดยี วเทา นนั้ , เมือ่ เพศนงุ เหลืออนั ตรธาน
แลว กข็ าดประเพณ.ี อันตรธานสามประการดังพรรณานามานี้แลว ขอถวายพระพร."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน ปญ หาลึกพระผเู ปน เจา มากระทาํ ใหต้นื ใหข าพเจา รู
แจงดวยดแี ลว , ขอดพระผูเปน เจาทําลายเสยี แลวปรปั ปวาททง้ั หบายพระผเู ปน เจา หัก

รานใหฉิบหายแลว กระทําใหเสอื่ มรัศมแี ลว , ปรัปปวาททั้งหลายมากระทํา พระผเู ปน
เจาผูประเสริฐกวาคณาจารยผูประเสรฐิ , พระผเู ปน เจา หกั ราน
ปรัปปวาททง้ั หลายเหลา นน้ั ใหห ายเสอ่ื มสญู ไปไดแ ลว ."

๘. สัพพัญตุ ปต ตปญหา ๘

พระเจามลิ ินทต รสั ถามวา "พระผูเปน เจา นาคเสน พระตถาคตทรงละอกุศล
ธรรมทง้ั ปวงแลว จงึ บรรลุความเปฯ พระสพั พญั หู รือวา ละอกุศลธรรมเปน สาวะเศษมี
สว นเหลือ บรรลุความเปน พระสพั พัญ?ู "

พระนาคเสนเถระถวายพระพรวา "ขอถวายพระพร พระผมู พี ระภาคเจา ทรงละ
อกศุ ลท้ังปวงแลว จึงบรรลคุ วามเปน พระสพั พัญอู กศุ ลเปนสว นเหลอื ของพระผมู พี ระ
ภาคเจามิไดม .ี "

ร. "พระผูเปน เจา ทุกขเวทนาเคยเกิดขึน้ แลว ในพระกายของพระตถาคตหรือ?"
ถ. "ขอถวายพระพร เคยเกิดข้ึน พระบาทของพระผมู พี ระภาคเจาอันสะเกด็
ศิลากระทบแลว ท่เี มอื งราชคฤห ประชวรลงพระโลหิตเกดิ ข้ึนแลว เมอ่ื พระกายหนาขึน้
หนกั แลว หมอชีวกเชญิ ใหเสวยพระโอสถรนุ เมอ่ื ประชวรลมเกิดขน้ึ แลว พระเถระผู
อุปฐากแสวงหานํา้ รอนถวาย."
ร. "พระผเู ปน เจา ถา พระตถาคตทรงละอกศุ ลทงั้ ปวงแลว จงึ บรรลคุ วามเปน
พระสพั พัญ,ู ถา อยา งนน้ั คําท่ีวา 'พระบาทของพระผูมพี ระภาคเจาอนั สะเกด็ ศลิ า
กระทบแลว ประชวรลงพระโลหติ เกดิ ข้นึ แลว' น้นั ผิด. ถา พระบาทของพระตถาตอนั
สะเกด็ ศลิ ากระทบแลว ประชวรลงพระโลหติ เกดิ ขึ้นแลว ถาอยา งนนั้ คาํ ท่ีวา 'พระ
ตถาคตทรงละอกศุ ลท้ังปวงแลว จึงบรรลคุ วามเปน พระสพั พัญญ' ดงั นี้ แมน นั้ กผ็ ดิ .
ความเสวยเวทนาซ่ึงจะเวน แลว จากกรรมมไิ ดม,ี ความเสวยเวทนาท้ังปวงนนั้ มกี รรม
เปน มูลที่ตง้ั , บคุ คลยอ มเสวยเวทนาเพราะกรรมนนั่ เทยี ว, ปญ หาแมน มี้ เี งือ่ นสอง มาถึง
พระผูเ ปนเจา แลว , พระผูเปน เจา พึงขยายปญ หานน้ั ใหแ จม แจง."
ถ. "ขอถวายพระพร เวทนา ความเสวยอารมณทงั้ ปวงนน้ั จะมกี รรมเปน มูล
เปนทีต่ ง้ั กห็ าไม. เวทนาความเสวยอารมณทั้งหลายยอมเกิดข้ึนดวยเหตแุ ปดประการ
สัตวเปนอนั มากยอมเสวยเวทนาทง้ั หลายดวยเหตไุ รเลา . เวทนาทง้ั หลายเกดิ ขึ้นดว ย
เหตทุ ง้ั หลายแปดเปน ไฉน? ในกายนี้ เวทนาทงั้ หลายบางเหลามลี มเปน สมฏุ ฐานเกิดขึ้น
บาง, เวทนาทง้ั หลายบางเหลา มีดเี ปนสมฏุ ฐานเกดิ ขนึ้ บา ง, เวทนาทงั้ หลายบางเหลา มี
เสมหะเปน สมฏุ ฐานเกดิ ขน้ึ บา ง, เวทนาทง้ั หลายบางเหลา มีสนั นบิ าตเปนเหตเุ กดิ ข้ึน

บาง, เวทนาทง้ั หลายบางเหลาเกดิ แตค วามเปล่ยี นฤดูเกดิ ขน้ึ บา ง, เวทนาท้ังหลายบาง
เหลา เกิดแตก ารบรหิ ารอริ ิยาบถไมเ สมอเกิดข้ึนบาง, เวทนาทง้ั หลายบางเหลา มีความ
เพยี รเปน เหตุเกดิ ข้ึนบาง, เวทนาทง้ั หลายบางเหลาเปนกรรมวปิ ากชาเกิดขน้ึ บาง. สตั ว
เปนอนั มากยอ มเสวยเวทนาทง้ั หลาย ดวยเหตุทงั้ หลายแปดประการเหลา นีแ้ ล. ในสัตว
ท้ังหลายเหลา น้นั สตั วท ัง้ หลายเหลา ใดนนั้ อา งกรรม สัตวท งั้ หลายเหลา นน้ี นั้ ยอ มคา น
เหตเุ สยี , คาํ นน้ั ของสัตวท ้งั หลายเหลา นนั้ ผดิ ."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน เวทนาทม่ี ีลมเปน สมุฏฐานอันใดกด็ ี ท่มี ีเสมหะเปน
สมฏุ ฐานอนั ใดก็ดี ที่มสี นั นบิ าตเปน เหตุอนั ใดกด็ ี ทม่ี สี ันนิบาตเปน เหตุอันใดกด็ ี ทเี่ กดิ
แตความเปลี่ยนฤดอู นั ใดก็ดี ทเ่ี กิดแตการบรหิ ารไมเ สมออันใดก็ดี ทม่ี คี วามเพียรเปน
เหตเุ หตอุ นั ใดกด็ ี, เวทนาทงั้ ปวงเหลานนั้ ลว นมกี รรมเปนสมฏุ ฐานทง้ั สนิ้ เวทนาทงั้ ปวง
เหลา นน้ั ยอมเกิดเพราะกรรมอยางเดยี ว."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อาพาธทง้ั หลายเหลา นนั้ แมท งั้ ปวง พงึ เปนอาพาธมี
กรรมเปนสมุฏฐานอยางเดียว, ลักษณะท้งั หลายของอาพาธเหลา นน้ั ไมพงึ มโี ดยสวน.

ขอถวายพระพร ลมเมอ่ื กําเริบ ยอ มกาํ เรบิ ดวยเหตุสิบอยาง คอื ดวยหนาวหนกั
หนงึ่ ดว ยรอนหนกั หนงึ่ ดว ยความอยากขา วหนง่ึ ดว ยความระหายน้าํ หนง่ึ ดว ยความ
บริโภคมากหนึ่ง ดว ยความยืนนานนกั หนง่ึ ดว ยความเพียรเหลอื เกินหนง่ึ ดว ยความวง่ิ
มากหนง่ึ ดว ยอุปก กมะความเพยี รของตนบา งของผูอนื่ บา งหนง่ึ ดว ยกรรมวิบากหนงึ่ ;
ในอาพาธท้งั หลายเหลานั้น อาพาธเกา อยา งเหลา ใดนัน้ อาพาธเหลา นน้ั เกดิ ขน้ึ แลว ใน
อดตี กห็ าไม จะเกิดขึ้นในอนาคนกห็ าไม ยอ มเกดิ ข้นึ ในภพปจจบุ นั , เพราะเหตนุ น้ั
อาพาธทง้ั หลายเหลา นนั้ บณั ฑติ ไมพ งึ กลา ววา "เวทยาท้ังหลายทง้ั ปวงมกี รรมเปนแดน
เกิดพรอม." นาํ้ ดีเมอ่ื จะกาํ เรบิ ยอมกาํ เรบิ ดวยเหตสุ ามอยา ง คือ: ดว ยหนาวหนักหนงึ่
ดว ยรอ นหนักหนงึ่ ดวยบรโิ ภคไมเ สมอหนงึ่ . เสมหะเม่อื จะกาํ เรบิ ยอมกาํ เริบดวยเหตุ
สามอยา ง คือ: ดว ยหนาหนักหนง่ึ รอ นหนักหนง่ึ ดว ยขา วและนา้ํ หนงึ่ . ลมอันใดก็ดี
นาํ้ ดีอนั ใดก็ดี เสมหะอนั ใดกด็ ี สามอยา งนี้ กาํ เริบแลวดว ยปจจัยเคร่อื งกําเริบทง้ั หลาย
เหลา นั้น ๆ เปน ของเจือกนั พาเวทนาของตน ๆ มา. เวทนาทเ่ี กิดแตค วามเปลีย่ นฤดู
ยอ มเกดิ ขน้ึ ดว ยความเปลย่ี นฤดู, เวทนาที่เกิดแตความบรหิ ารไมเ สมอ ยอ มเกดิ ขนึ้ ดวย
ความบริหารอริ ิยาบถไมเ สมอ, เวทนาทม่ี ีความเพยี รเปน ปจจยั เปน กิรยิ าก็มี เปน
กรรมวบิ ากกม็ ,ี เวทนาทีเ่ กิดแตกรรมวิบากยอ มเกิดข้ึนเพราะกรรมทีต่ นกระทาํ แลว ใน
กาลกอ น. เวทนาท่เี กดิ แตกรรมวิบากนอย เวทนานอกนนั้ มากกวา ดว ยประการฉะน.ี้ ชน
พาลทัง้ หลายยอ มแลน ลวงไปในเวทนานนั้ วา 'เวทนาทง้ั ปวงเกิดแตกรรมวิบากอยาง
เดยี ว,' กรรมนนั้ อันใคร ๆ ไมอ าจเพ่ือจะกระทาํ ความกําหนดเวนจากพทุ ธญาณ. ก็พระ

บาทของพระผมู ีพระภาคเจา อนั สะเก็ดศลิ ากระทบแลวดว ยเหตใุ ด ดวยเหตนุ น้ั เวทนา
นั้นจะเปนเวทนามีลมเปนสมฏุ ฐานกไ็ มใ ช มดี ีเปน สมฏุ ฐานก็ไมใช มเี สมหะเปน
สมฏุ ฐานก็ไมใ ช มสี นั นิบาตคือ ประชมุ ธาตุสีเ่ ปน ปจจยั กไ็ มใ ช จะเปน เวทนาเกิดแต
ความเปลย่ี นฤดูกไ็ มใ ช จะเปน เวทนาเกิดแตการบรหิ ารอริ ยิ าบถไมเสมอกไ็ มใช จะเปน
เวทนาเกิดแตก รรมวิบากก็ไมใ ช เวทนานนั้ เปน เวทนามอี ปุ กกมะความเพยี รของผอู ื่น
เปนปจ จยั นนั่ เทยี ว. จริงอยู เทวทตั ผกู อาฆาตในพระตถาคตหลายแสนชาติแลว.
เทวทัตนน้ั หยบิ ศิลาหนกั ใหญป ลอยแลวดว ยคดิ วา 'เราจักยิงศิลานี้ใหต กเหนือ
กระหมอ ม' ดว ยอาฆาตนนั้ . คร้งั นน้ั ศลิ าสองกอ นอน่ื มารบั ศิลานน้ั เสียแตยังไมทนั ถงึ
พระตถาคตเลย, กะเทาะศลิ าแตกเพราะกระทบท่ีศิลานนั้ แลว จงึ ตกลงทพ่ี ระบาทของ
พระผูมีพระภาคเจา จึงกระทําพระโลหติ ใหหอ ขนึ้ แลว. เวทนาของพระผูม พี ระภาคเจา
เกดิ แลว แตกรรมวบิ ากบา ง แตก ิริยาบาง, เวทนาอน่ื ยง่ิ ขน้ึ ไปกวา เวทนานน้ั ยอมไมม.ี
เหมอื นพืชยอมไมเ กิดพรอ มเพราะความทนี่ าเปน ของอนั โทษประทษุ รายแลว บาง
เพราะความทพ่ี ืชเปนของซึ่งอันตรายประทษุ รายแลว บา ง ฉนั ใด, เวทนานัน้ ของพระผมู ี
พระภาคเจา จะเปน เวทนาเกดิ แลว แตกรรมวิบากบาง แตกิรยิ าบางฉนั นัน้ , เวทนาอน่ื
ยิง่ ไปกวา เวทนานัน้ ยอมไมม แี ดพ ระตถาคตเลย.

อกี นัยหนง่ึ โภชนะแปรไมเ สมอ เพราะความท่ลี ําไสเ ปน ของอนั โทษประทุษราย
แลวบา ง เพราะความท่อี าหารเปน ของอนั โทษประทษุ รา ยแลว บา ง ฉนั ใด, เวทนานน้ั
ของพระผมู พี ระภาคเจา เปนเวทนาเกดิ แลว แตกรรมวบิ ากบา ง แตก ริ ิยาบา ง ฉนั นน้ั ,
เวทนาอน่ื ยง่ิ ข้ึนไปกวา เวทนานนั้ ยอมไมม แี ดพ ระผมู ีพระภาคเจาเลยทเี ดยี ว.

ขอถวายพระพร "เออก็ เวทนาทเ่ี กิดแตก รรมวิบาก ยอ มไมม ีแดพ ระผูมีพระภาค
เจา, เวทนาท่ีเกิดแตก ารบริหารไมเ สมอ ยอ มไมมแี ดพ ระผูมพี ระภาคเจา , เวทนายอ ม
เกิดข้ึนแดพระผูมีพระภารเจา ดวยสมฏุ ฐานทงั้ หลายนอกนนั้ . กแ็ หละ เวทนานนั้ ไมอ าจ
เพอ่ื จะปลงพระผมู ีพระภาคเจาจากพระชนมชีพได. เวทนาทง้ั หลายเปน ทพี่ งึ ใจและไม
เปนทพี่ งึ ใจ งามและไมงาม ยอมตกลงในกายสาํ เรจ็ แลว ดว ยมหาภูตทั้งสน่ี .้ี ณ ทน่ี ม้ี ี
กอนดนิ อนั ใคร ๆ โยนขน้ึ ไปในอากาศ ยอ มตกลงในแผน ดนิ ใหญ. กอ นดนิ นน้ั ยอมตกลง
ในแผน ดินใหญ เพราะกระทํากรรมอนั ใดอนั หนงึ่ ไวแลว ในกาลกอนบา งหรือ ขอถวาย
พระพร."

ร. "หาไม พระผเู ปน เจา มหาปฐวพี งึ เสวยวบิ ากเปน กุศลและอกุศลดวยเหตใุ ด
เหตุนนั้ ยอมไมม ีแกแผน ดนิ ใหญ, พระผูเปนเจา กอนคนนน้ั ยอ มตกลงในแผนดนิ ใหญ
ดวยเหตุเปน ปจ จบุ ันไมใชกรรม."

ถ. "ขอถวายพระพร แผน ดนิ ใหญ อนั ใด พระตถาคตเจา บรมบพติ รพงึ ทรงเหน็
วาเหมือนแผน ดินใหญ ฉะนนั้ , กอนดนิ ตกลงในแผน ดนิ ใหญ โดยไมไดก ระทํากรรมไว
แลว ในกาลกอน ฉนั ใด สะเกด็ นัน้ ตกลงแลวทพ่ี ระบาทของพระตถาคตเจา โดยไมได
กระทํากรรมอันใดอนั หนง่ึ ไวแลวในกาลกอ น ฉนั นนั้ น่ันเทยี วแล.

อน่งึ ในโลกน้ี มนษุ ยท ง้ั หลายยอมทาํ ลายแผนดินใหญดว ย ยอมขุด
แผน ดนิ ใหญด ว ย; มนษุ ยท ้งั หลายเหลา นนั้ ยอ มทาํ ลายแผน ดินใหญดวย ยอ มขุด
แผน ดนิ ใหญดว ย เพราะกรรมอันแผน ดนิ กระทําไวแลวในกาลกอ นบา งหรือเปน ไฉน?"

ร. "หาไม พระผูเปนเจา ."
ถ."ขอถวายพระพร สะเก็ดใดนน้ั ท่ีตกลงแลว ทพี่ ระบาทของพระผมู พี ระภาค
เจา สะเก็ดนนั้ จะไดตกลงแลวทพี่ ระบาทของพระผูมพี ระภาคเจา เพราะกรรมที่ไดท รง
กระทาํ ไวแ ลว ในกาลกอนหามไิ ดฉ นั นน้ั นนั่ เทยี วแล. อาพาธมีความอาเจยี นโลหิตเปน
ปจจยั แมใ ด ทเี่ กิดขน้ึ แลวแดพ ระผูมีพระภาคเจา อาพาธแมนั้น จะไดเกดิ ขึน้ แลว เพราะ
กรรมทไ่ี ดท รงกระทาํ ไวแ ลว ในกาลกอ น หามิได, อาพาธนนั้ เกิดขึน้ แลวโดยอาพาธมี
สันนบิ าตเปนปจจัยอยางเดยี ว. อาพาธทง้ั หลายเหลา ใดเหลาหนงึ่ ที่มใี นพระกายของ
พระผมู พี ระภาคเจา เกิดขนึ้ แลวอาพาธทัง้ หลายเหลา นนั้ จะเกิดขน้ึ แลวเพราะกรรมหา
มไิ ด, สมฏุ ฐานทง้ั หลายหกเหลาน้ี อาพาธท้ังหลายเหลา นั้นเกดิ ขึ้นแตส มฏุ ฐานอนั ใด
อนั หนึง่ . พระผูมีพระภาคเจา เปนเทพดาลว งเทพดา แมไ ดทรงภาสติ พทุ ธพจนน ้ี ในเวย
ยากรณช ือ่ โมลิยสวิ กา ดงั ดวงตราประทบั ไวในสังยตุ ตนกิ ายอนั ประเสรฐิ วา ดูกอนสวิ ก
ในกายนี้ เวทนาทงั้ หลายบางเหลา แมมดี เี ปนสมฏุ ฐาน ยอมเกดิ ขึ้นแล; ดเู กิดขึน้ ดว ย
ประการใด เวทนานน้ั ทานพงึ รูแจง แมเ องดว ยประการนน้ั , ดูกอนสิวก ในกายนเ้ี วทนา
ทง้ั หลายบางเหลา แม้ดี ีเปนสมฏุ ฐาน ยอมเกิดข้ึนอยา งใดความรแู จง อยางนนั้ นน่ั เปน
สจั จะสมมติแมของโลกแล. ดกู อนสิวก ในเวทนาทั้งหลายเหลา นน้ั สมณะและ
พราหมณท ง้ั หลายเหลา ใดนน้ั มวี าทะอยา งนี้ มคี วามเหน็ อยางนว้ี า 'บรุ ุษบคุ คลน้ี ยอ ม
เสวยเวทนาอนั ใดอนั หนงึ่ เปนสขุ หรอื เปน ทกุ ข หรือไมใ ชท ุกขไมใชสขุ เปนแตก ลาง ๆ
เวทนาทง้ั ปวงนน้ั มกี รรมที่กระทําไวแ ลว ในกาลกอ นเปน เหต'ุ ดังน,้ี สมณะและ
พราหมณทงั้ หลายเหลา นน้ั กส็ งิ่ ใดท่ตี นรแู ลวเอง ยอมแลน ลวงส่ิงน้ันดว ย, เพราะเหตุ
นั้น เราผูตถาคตยอมกลา ววา 'ความเหน็ ของสมณะและพราหมณทง้ั หลายเหลา นน้ั
ผิด.'ดกู อ นสวิ ก ในกายน้ี เวทนาทง้ั หลายบางเหลา แมม ีเสมหะเปน สมฏุ ฐานเกิดขนึ้
ฯลฯ แมม ีลมเปนสมฏุ ฐานเกดิ ขึน้ ฯลฯ แมมีสนั นบิ าตเปน ปจ จัยเกดิ ขนึ้ ฯลฯ แมเ ปน อตุ ุ
ปริณามชาเกดิ ขึ้น ฯลฯ แมเปน วิสมปริหารชาเกดิ ข้ึน ฯลฯ แมเ ปน โอปก กมิกาเกดิ ขึ้น
ฯลฯ เวทนาทั้งหลายบางเหลา แมเ ปน กมั มวิปากชาเกดิ ขน้ึ แล; ดูกอ นสวิ กในกายนี้

เวทนาท้งั หลายบางเหลา แมเปน กมั มวปิ ากชาเกดิ ข้นึ ดว ยประการใด เวทนานน้ั ทาน
พงึ รูแ จง แมเองดว ยประการน้นั , ดกู อนสวิ กในกายนี้ เวทนาทงั้ หลายบางเหลา แมเปน
กัมมวิปากชา ยอ มเกิดขน้ึ อยางใด ความรูอ ยางนนั้ นน่ั บณั ฑิตสมมตแิ ลววา เปน ของ
จริงแมของโลกแล. ดูกอนสวิ ก ในเวทนาทง้ั หลายเหลานนั้ สมณะและพราหมณ
ท้ังหลายเหลา ใดนนั้ มวี าทะอยา งนี้ มคี วามเหน็ อยา งน้ีวา 'บรุ ุษบุคคลยอ มเสวยเวทนา
อันใดอนั หนง่ึ เปน สขุ หรือ หรือเปนทกุ ข หรือไมใชท ุกข ไมใชส ขุ เปน แตกลาง ๆ เวทนา
ทัง้ ปวงเหลา นน้ั มกี รรมทกี่ ระทําไวแลว ในกาลกอ นเปน เหตุ' ดังน,ี้ ก็ส่งิ ใดท่ีตนรแู ลวเอง
สมณะและพราหมณท ัง้ หลายเหลา นน้ั ยอมแลนลวงสง่ิ นน้ั เสยี ดว ย, กแ็ หละ สง่ิ ใดที่เขา
สมมติแลว วา เปน ของจริงในโลก สมณะและพราหมณท ง้ั หลายเหลา นน้ั ยอมแลน ลว ง
ส่งิ นน้ั เสียดว ย, เพราะเหตุนนั้ เราผตู ถาคตยอ มกลา ววา 'ความเหน็ ของสมณะและ
พราหมณทง้ั หลายเหลานั้นผดิ ' ดงั น.้ี

ขอถวายพระพร เวทนาทง้ั หลายทง้ั ปวง จะเปนของเกดิ แตก รรมวิบากทง้ั สนิ้ หา
มไิ ด ดวยประการฉะน.ี้ บรมบพิตรจงทรงปญ หาขอ น้ีไวอ ยางน้ีวา 'พระผูมีพระภาคเจา
ทรงละอกศุ ลทัง้ ปวงแลว จงึ บรรลคุ วามเปน พระสพั พญั ู' ขอถวายพระร."

ร. ดีละ พระผเู ปน เจา ขอวสิ ชั นาปญ หานสี้ มอยางนนั้ , ขา พเจายอมรับรอง
อยา งนนั้ ."

๙. ตถาคตอุตตริกรณียาภาวปญ หา ๙

พระเจามิลินทต รัสวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผูเปน เจา กลา วอยวู า 'กจิ ที่
จาํ ตองกระทาํ อันใดอันหนงึ่ กจิ ทง้ั ปวงเหลา นนั้ ของพระตถาคตเจา สาํ เร็จแลว ท่ีควง
แหงไมโพธินน่ั เทียว, กิจที่จาํ ตอ งกระทาํ ยงิ่ ขนึ้ ไป หรือความตอ งกอสรา งเพมิ่ เตมิ กจิ ที่
พระองคทรงกระทําแลว ไมม แี ดพ ระตถาคต' ดงั น.ี้ ก็ความหลีกออกเรนอยูแตผูเดยี ว
ตลอดสามเดือนน้ี ยงั ปรากฏอย.ู พระผูเ ปน เจานาคเสน ถา วากจิ ท่จี าํ ตองกระทาํ อนั ใด
อนั หนึง่ กจิ ทงั้ ปวงนั้นของพระตถาคตสําเรจ็ แลวทค่ี วงแหง ไมโพธนิ นั่ เทยี ว, กิจที่จาํ ตอ ง
กระทาํ ยิ่งขนึ้ ไป หรือความตอ งกอสรา งเพม่ิ เตมิ กจิ ท่ีพระองคท รงกระทาํ แลว ไมม แี ด
พระตถาคตไซร; ถาอยางนนั้ คําท่ีวา 'พระตถาคตเสด็จหลกี ออกเรนอยูแตพ ระองคเ ดียว
ตลอดสามเดือน' น้ันผิด. ถา วา พระตถาคตเสด็จหลีกออกเรนอยแู ตพระองคเ ดียวตลอด
สามเดอื นไซร, ถาอยางนน้ั คําท่วี า 'กิจทจ่ี าํ ตอ งกระทําอนั ใดอนั หนง่ึ กจิ ทัง้ ปวงเหลา นัน้
ของพระตถาคตเจาสาํ เร็จแลว ที่ควงแหง ไมโ พธนิ นั่ เทยี ว, แมนน้ั กเ็ ปน ผดิ . ความหลกี
ออกเรนอยูแ ตผ ูเ ดียว ยอ มไมม แี กบ คุ คลผทู ก่ี ระทาํ กจิ เสร็จแลว , ความเปน ผูหลกี ออก

เรน อยแู ตผูเดยี ว ยอมมแี กบ คุ คลยังมีกิจจาํ ตองกระทําถา ยเดยี ว. เหมอื นธรรมดาบคุ คล
ท่มี พี ยาธิความเจบ็ ไขนั่นเทยี ว มีกิจจาํ ตอ งกระทาํ ดวยเภสัชคอื ตอ งรักษาดวยยา,
บคุ คลไมมีพยาธิ จะมปี ระโยชนอ ะไรดว ยยา คือ ไมต อ งเยียวยาดว ยเภสชั , บุคคลผหู วิ
นนั่ เทยี ว มีกจิ จาํ จะตอ งกระทาํ ดว ยโภชนะ คือ จะตองบรโิ ภคอาหาร บคุ คลผไู มหิว จะ
ตองการอะไรดว ยโภชนะ ขอ น้ีฉนั ใด; ความหลกี ออกเรนอยแู ตผูเ ดียว ไมมแี ก บุคคลท่ี
ไดกระทาํ กจิ เสร็จแลว , ความหลีกออกเรน อยแู ตผูเดียว ยอมมแี กบ ุคคลทีย่ งั มีกจิ จาํ ตอง
กระทําถายเดยี ว ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล. ปญหาแมน ้ีสองเงอ่ื น มาถงึ พระผเู ปนเจาแลว ,
ปญหานั้น พระผูเ ปน เจา พงึ ขยายคลายออกใหขาพเจาส้นิ สงสยั เถิด."

ถ. "ขอถวายพระพร บรรดากจิ ที่จาํ ตองกระทําอนั ใดอนั หนง่ึ กจิ ทง้ั ปวงนน้ั ของ
พระตถาคตเจา สาํ เร็จแลว ทคี่ วงแหง ไมโพธนิ นั่ เทยี ว, กิจทจี่ าํ จะตองกระทํายง่ิ ขนึ้ ไป
หรอื ความกอสรา งเพม่ิ เตมิ กิจทพ่ี ระองคไ ดทรงกระทําแลว ยอมไมม ีแดพ ระตถาคต
อน่ึง พระผมู พี ระภาคเจาหลกี ออกเรนอยูแตพ ระองคเ ดียวแลว ตลอดสามเดอื น. ความ
หลกี ออกเรน อยูแตผเู ดยี วแล เปน กจิ มีคุณมาก, พระตถาคตเจา ทง้ั หลายแมทงั้ ปวง
เสด็จหลีกออกเรนอยแู ตพระองคเ ดียวแลว จึงบรรลคุ วามเปน พระสพั พญั ู, พระ
ตถาคตเจา ทง้ั หลายนน่ั มาระลกึ ถงึ ความหลีกออกเรน อยูแตผ เู ดียวนนั้ วา มคี ุณได
กระทําแลว ดี ยอมเสพความหลีกออกเรนอยแู ตผูเดยี วนนั้ . อุปมาเหมอื นบุรษุ ไดพ รแต
สํานักของพระมหากษัตริยแ ลว รวยทรพั ยแ ละโภคะขน้ึ แลว มาระลึกถงึ
พระมหากษตั รยิ นนั่ วา เปน ผูมคี ุณไดทรงกระทาํ ไวแกตนดว ยดีแลว หมั่นไปสูทีเ่ ปน ที่
บํารุงของพระมหากษัตรยิ เ นอื ง ๆ ฉนั ใด, พระตถาคตเจา ท้ังหลายแมท งั้ ปวง เสด็จหลกี
ออกเรน อยูแ ตพ ระองคเดยี วแลว จึงบรรลคุ วามเปน พระสพั พญั ,ู พระองคม าทรง
ระลกึ ถงึ ความหลกี ออกเรน อยแู ตผ เู ดยี วนน้ั วา มีคุณไดก ระทาํ ดีแลว ยอมเสพความ
หลกี ออกเรน อยูแตผเู ดยี วนน้ั ฉนั น้ันนนั่ เทยี วแล.

อีกอยางหน่ึง บรุ ษุ ทก่ี ระสบั กระสาย เสวยทกุ ขเวทนาเปน ไขหนกั เขา ไปเสพ
หมอแลว จึงถงึ ความสวัสดี หายโรคหายไขแ ลว มาระลกึ ถึงหมอนัน้ วา เปน ผูม คี ุณ ได
กระทาํ ดแี ลวแกตน หมนั่ เขาไปเสพหมอนนั้ เนอื ง ๆ ฉันใด, พระตถาคตเจา ทง้ั หลายแม
ทง้ั ปวง เสดจ็ หลกี ออกเรน อยูแ ตพระองคเดยี วแลว จงึ ถงึ ความเปน พระสัพพญั ,ู
พระองคมาระลึกถงึ ความหลีกออกเรน อยแู ตผเู ดียวนนั้ วา มีคณุ ไดก ระทําดีแลว แก
พระองค จงึ ทรงเสพความหลีกออกเรน อยแู ตผ ูเดยี วนนั้ ฉนั นนั้ นน่ั เทยี วแล.

ขอถวายพระพร คุณแหงความหลีกออกเรนอยูแ ตผ เู ดียวทงั้ หลายเหลา นี้ ย่สี ิบ
แปดประการ พระตถาคตเจา ทงั้ หลายมาทรงเลง็ เหน็ คณุ ทง้ั หลายเหลา ไรเ ลา จงึ ทรง
เสพความหลกี ออกเรน อยแู ตผเู ดยี ว, คุณยีส่ ิบแปดประการ เปน ไฉน? ในโลกนี้ ความ

หลกี ออกเรน อยูแตผ เู ดยี ว ยอ มรักษาบุคคลผูหลกี ออกเรน อยูแตผูเ ดยี วไวหนงึ่ , ยอมทาํ
อายุของบคุ คลผหู ลกี ออกเรน อยูแตผูเ ดยี วน้นั ใหเ จรญิ ขึน้ หน่งึ , ยอมใหก ําลงั หนง่ึ , ยอ ม
ปด โทษเสยี หนงึ่ , ยอ มนาํ ความเสื่อมยศออกเสยี หนงึ่ , ยอ มนํายศเขาไปใหห นง่ึ , ยอม
บรรเทาอรตคิ วามไมย นิ ดีเสยี หน่งึ , เขาไปตง้ั ความยินดีไวหน่ึง, ยอมนาํ ความกลัวออก
เสยี หนง่ึ , ยอ มกระทําความเปน คนกลา หาญไมค รนั่ ครา มหนง่ึ , ยอ มนาํ ความเปน คน
เกียจครา นออกเสียหนง่ึ , ยอมยังความเพียรใหเกดิ ย่งิ ขนึ้ หนงึ่ , ยอมนาํ ราคะให
ปราศจากสนั ดานหนง่ึ , ยอ มนําโทสะใหป ราศจากสนั ดานหนึง่ , ยอมนาํ โมหะให
ปราศจากสนั ดานหนงึ่ , ยอมกาํ จดั มานะออกเสยี จากสนั ดานหนึ่ง, ยอ มละวิตกเสยี หนง่ึ
, ยอมกระทาํ จติ ใหมีอารมณเ ปนอนั เดยี วหน่งึ , ยอ มกระทาํ ใจใหส นทิ หนงึ่ , ยอมยงั
ความราเรงิ ใหเ กดิ หนงึ่ , ยอ มกระทําความเปนครหู นงึ่ , ยอมยงั ลาภใหเ กิดข้นึ หนง่ึ , ยอ ม
กระทําผหู ลีกออกเรน อยูแตผ ูเดียวนน้ั ใหเ ปน ผูควรกราบไหวห นง่ึ , ยอมใหถงึ ปต คิ วาม
อิม่ กายอมิ่ ใจหนง่ึ , ยอ มกระทาํ ความปราโมทยห นง่ึ , ยอมใหเ หน็ ความเปนเองของ
สงั ขารทงั้ หลายหนึ่ง, ยอ มเลกิ ถอนปฏิสนธใิ นภพเสียหนง่ึ , ยอมใหผ ลเปน ของสมณะทง้ั
ปวงหนง่ึ , คุณของปฏิสัลลานะ ความหลกี ออกเรนอยแู ตผเู ดยี วทง้ั หลายเหลา น้ีแล พระ
ตถาคตเจา ทง้ั หลายทรงพิจารณาเนือง ๆ ดว ยดี เห็นคณุ ทง้ั หลายเหลา ไรเลา จงึ ทรง
เสพปฏิสัลลานะความหลกี ออกเรน อยแู ตผ เู ดียว. เออกพ็ ระตถาคตเจา ทงั้ หลาย
พระองคสดุ สนิ้ ความดํารแิ ลว พระองคใ ครเ พอ่ื จะเสวยความยินดใี นสมาบัติเปนสขุ อัน
ละเอียด ยอมทรงเสพความหลกี ออกเรน อยแู ตผเู ดยี วแล.

ขอถวายพระพร พระตถาคตเจา ทงั้ หลายทรงเสพความหลกี ออกเรน อยแู ตผู
เดียว โดยเหตสุ ป่ี ระการ, พระตถาคตเจาทง้ั หลายทรงเสพความหลกี ออกเรน อยูแตผ ู
เดยี ว โดยเหตสุ ่ีประการ เปน ไฉน? พระตถาคตเจา ทงั้ หลายทรงเสพความหลกี ออกเรน
อยูแ ตผูเดยี ว โดยความทีพ่ ระองคเ ปน ผมู ีวหิ ารธรรม เครอ่ื งอยเู ปน สุขสาํ ราญบาง, โดย
ความทพ่ี ระองคเ ปนผูมีคุณปราศจากโทษมากบาง, โดยความทีป่ ฏสิ ลั ลานะนนั้ เปน วถิ ี
ของพระอรยิ เจา ไมมีสวนเหลือบาง, โดยความทปี่ ฏสิ ัลลานะนน้ั เปน คณุ ท่พี ระพทุ ธเจา
ทั้งหลายทงั้ ปวงชมแลว ยกยองแลว พรรณนาแลว และสรรเสริญแลว บา ง, พระตถาคต
เจาทง้ั หลายทรงเสพปฏสิ ัลลานะ ความหลกี ออกเรนอยูแตผ เู ดียว โดยเหตสุ ปี่ ระการ
เหลา นแ้ี ล. พระตถาคตเจาทงั้ หลายทรงเสพปฏิสัลลานะ ดวยเหตุดงั พรรณนามา ฉะน,้ี
จะทรงเสพโดยความทพี่ ระองคยงั เปน ผมู กี จิ จาํ ตองกระทํา หามไิ ด, หรอื จะทรงเสพเพอ่ื
ความกอสรา งเพิม่ เติมกิจทพ่ี ระองคไ ดท รงกระทําแลว กห็ าไม, พระตถาคตเจาทง้ั หลาย
ทรงเสพความหลกี ออกเรน อยแู ตผ ูเดียว โดยความทพ่ี ระองคเปนผทู รงพจิ ารณาเหน็ คุณ
พเิ ศษโดยสว นเดียวแล."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาของพระผเู ปน เจาสมอยา งนน้ั ,
ขาพเจา ยอมรบั รองอยา งนนั้ ."

๑๐. อทิ ธิปาทพลทัสสนปญหา ๑๐

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน พระพุทธพจนน้ี อันพระผูมพี ระภาคเจา แมภ าสิตแลว
วา 'ดกู อนอานนท อทิ ธิบาทสีป่ ระการ อนั พระตถาคตไดใ หเจริญแลว กระทําใหม าก
แลว กระทาํ ใหเปน ประหน่งึ ยานเครอ่ื งไปแลว กระทําใหเปน วตั ถทุ ่ตี ้งั แลว ตงั้ ขึน้ เนอื ง ๆ
แลวสงั่ สมแลวปรารภพรอ มดวยดแี ลวแล; ดกู อ นอานนท พระตถาคตเม่ือหวงั พงึ ดํารง
พระชนมอ ยไู ดตลอดกัปปหนึ่งบา ง เลยกปั ปห นง่ึ บา ง' ดงั น.ี้ พระผูเ ปน เจา นาคเสน ถา
พระผมู พี ระภาคตรสั แลว วา 'ดูกอนอานนท อทิ ธบิ าททั้งหลายส่ี อนั พระตถาคตไดเ จริญ
แลว กระทําใหม ากแลว กระทําใหเปน ประหนงึ่ ยานเครอ่ื งไปแลว กระทาํ ใหเ ปน วัตถุ
ที่ต้ังแลว ต้ังขน้ึ เนอื ง ๆ แลว สัง่ สมแลว ปรารภพรอ มดว ยดแี ลว แล; ดูกอ นอานนท พระ
ตถาคตเมอื่ หวงั พึงดาํ รงพระชนมอ ยูไดตลอดกัปปหนง่ึ บา ง เลยกัปปห นง่ึ ข้นึ ไปบา ง'
ดงั น้ี ถาอยา งน้นั ความกาํ หนดไตรมาสสามเดือนเปน ผิด ถา พระตถาคตไดตรสั แลววา
'พระตถาคตจกั ปรินิพพาน โดยกาลท่เี ดอื นทงั้ หลายสามแตว นั น้ลี ว งไปแลว' ดังน.้ี ถา
อยา งนน้ั คาํ ทว่ี า 'ดูกอนอานนท อทิ ธิบาทสป่ี ระการอันพระตถาคตไดเจริญแลว กระทาํ
ใหม ากแลว กระทาํ ใหเปนประหนงึ่ ยานเครอื่ งไปแลว กระทาํ ใหเ ปน วตั ถทุ ่ตี ้งั แลว ตัง้ ข้นึ
เนือง ๆ แลว สงั่ สมแลว ปรารภพรอมดวยดีแลว แล; ดกู อ นอานนท พระตถาคตเม่อื หวัง
พงึ ดํารงพระชนมอ ยไู ดตลอดกปั ปหน่ึงบา ง เลยกปั ปห นง่ึ ข้นึ ไปบา ง' ดงั น้ี แมนน้ั ก็เปน
ผดิ ไป. ความบนั ลอื ในท่มี ิใชเ หตุ ยอมไมม ีแกพระตถาคตเจาทง้ั หลาย, พระผมู พี ระภาค
เจา ผูตรสั รแู ลวทง้ั หลาย มพี ระพุทธพจนไ มเ ปลา มพี ระพุทธพจนเ ทย่ี งแท มีพระพทุ ธ
พจนไ มเ ปน ไปโดยสว นสอง. ปญ หาแมน ีส้ องเง่อื น เปน ของลึกละเอยี ดนกั พงึ ยงั บุคคล
ใหเหน็ โดยยากเกิดข้ึนแลว , ปญ หานั้นมาถงึ พระผเู ปน เจาแลว , พระผูเ ปนเจา จงทาํ ลาย
รางขาย คือ ทฏิ ฐนิ ัน้ , ยังขาพเจา ใหตง้ั อยใู นสวนอนั เดียว, จงทําลายปรปั ปวาทเสยี ."

ถ. "ขอถวายพระพร พระพทุ ธพจนน ี้ อันพระผมู ีพระภาคแมภาสติ แลววา
'ดูกอนอานนท อทิ ธบิ าทสปี่ ระการ อนั พระตถาคตไดใหเ จรญิ แลว กระทาํ ใหมากแลว
กระทาํ ใหเ ปน ประหนง่ึ ยานเคร่ืองไปแลว กระทาํ ใหเปน วตั ถุทีต่ ัง้ แลว ตง้ั ขน้ึ เนือง ๆ แลว
สงั่ สมแลว ปรารภพรอมดวยดีแลวแล; ดกู อ นอานนท พระตถาคตเมอื่ หวงั พงึ ตั้งอยไู ด
ตลอดกปั ปหนงึ่ บา ง เลยกปั ปห นงึ่ ขน้ึ ไปบา ง' ดงั น.ี้ และความกาํ หนดไตรมาสพระองคก ็
ตรสั แลว. กแ็ หละกัปปนน้ั คอื อายุกปั ป กาลเปนที่กาํ หนดอายุ พระผมู ีพระภาคยอ ม

ตรัสวา กปั ป. พระผูมพี ระภาคจะทรงสรรเสรญิ กําลังของพระองคตรัสอยางน้ี หามไิ ด, ก็
แตวา พระองคทรงสรรเสรญิ กําลับแหง ฤทธ์ิ ตรัสอยา งน้วี า 'ดูกอนอานนท อทิ ธบิ าทส่ี
ประการ อนั พระตถาคตไดใ หเ จรญิ แลว กระทําใหมากแลว กระทําใหเปน ประหนง่ึ ยาน
เครื่องไปแลว กระทาํ ใหเปน วตั ถทุ ี่ตงั้ แลว ตัง้ ขึน้ เนือง ๆ แลว สง่ั สมแลว ปรารภพรอ ม
ดวยดีแลว แล; ดูกอ นอานนทพ ระตถาคตเมื่อหวงั พึงตงั้ อยูไ ดต ลอดกัปปหนง่ึ บาง เลย
กปั ปหนึ่งขน้ึ ไปบาง' ดงั น.ี้

ถาจะพงึ มีมาอาชาไนยของพระมหากษตั ริย มีฝเ ทาเรว็ เชาวไวดงั ลม.
พระมหากษัตรยิ จะทรงอวดกาํ ลงั เชาวของมา อาชาไนยนนั้ พึงตรัสในทา นกลางแหงชน
กบั ทง้ั ชาวนิคมและชาวชนบท และราชภัฏหมูพ ล และพราหมณคฤหบดี และอมาตย
อยา งน้วี า 'แนะ พอเฮย มา ประเสรฐิ นีข้ องเรา เมื่อจาํ นง จะพงึ เทย่ี วไปตลอดแผนดนิ มี
นา้ํ ในสาครเปน ท่ีสุดแลว จึงกลับมาในทน่ี โี้ ดยขณะหนง่ึ ได,' พระมหากษตั ริยน ้นั จะพงึ
แสดงความไปวองไวน้ันในบรษิ ทั นน้ั กห็ าไม, กแ็ ตว า ความวอ งไวของมานน้ั มีอย,ู ดวย
มาอาชาไนยนน้ั อาจเพ่ือจะเที่ยวไปตลอดแผนดินมนี ํา้ ในสาครเปน ที่สดุ ดวย ฉนั ใด;
พระผูมีพระภาคเจาจะทรงสรรเสริญกาํ ลงั แหง ฤทธข์ิ องพระองค จงึ ตรสั แลวอยางน้ี ฉนั
นน้ั , แมพ ระพทุ ธพจนน ัน้ พระองคเ สดจ็ นงั่ ณ ทา มกลางแหง บคุ คลมวี ชิ ชาสาม
ทงั้ หลายดว ย แหง บุคคลมอี ภญิ ญาหกทง้ั หลายดว ย แหง พระอรหนั ตท ง้ั หลายดวย แหง
พระขณี าสพผปู ราศจากมลทนิ ท้ังหลายแลวดวย แหง เทพดาและมนษุ ยทงั้ หลายดว ย
ตรสั แลววา 'ดูกอนอานนท อทิ ธบิ าทส่ปี ระการ อนั พระตถาคตไดใ หเ จริญแลว กระทาํ
ใหมากแลว กระทําใหเปน ประหนงึ่ ยานเครอ่ื งไปแลว กระทาํ ใหเ ปน วัตถุที่ตัง้ แลว ตง้ั ขน้ึ
เนือง ๆ แลว สงั่ สมแลว ปรารภพรอมดวยดแี ลวแล; ดกู อนอานนท พระตถาคตเมือ่ หวัง
พึงตัง้ อยไู ดตลอดกปั ปห นงึ่ บา ง เลยกปั ปห นึ่งขนึ้ ไปบา ง' ดังน;้ี กแ็ หละ กาํ ลงั แหงฤทธ์ิ
ของพระผูมพี ระภาคเจานั้นมอี ยดู ว ย, พระผูมพี ระภาคเจา กเ็ ปน ผอู าจเพือ่ จะดาํ รงพระ
ชนมายุไดต ลอดกปั ปหนง่ึ บา ง หรอื ตลอดกาลเลยกัปปห นงึ่ ขึ้นไปบาง, ดวยพระองคจะ
ทรงแสดงกาํ ลงั แหง ฤทธิน์ น้ั ในบรษิ ัทนนั้ กห็ าไม. พระผมู พี ระภาคเจาไมม ีความตองการ
ดวยภพทงั้ ปวง, อนง่ึ พระตถาคตเจา ทรงตเิ ตยี นภพท้ังปวงแลว. แมพระพทุ ธพจนน ี้ อนั
พระผมู พี ระภาคไดท รงภาสติ แลว วา 'ดกู อ นภกิ ษทุ ้งั หลายธรรมดาคถู แมมีประมาณ
นอย กม็ ีกลนิ่ ชั่วเหมน็ รา ย แมฉันใด, ดกู อ นภิกษทุ ัง้ หลาย เราตถาคตไมพรรณนา
สรรเสรญิ ภพแมมีประมาณนอ ย, โดยสว นสดุ แมเ พยี งหยบิ มอื เดยี ว เราตถาคตก็ไม
สรรเสริญ ฉนั นน้ั โดยแท. ' พระผูมพี ระภาคเจา ทรงเหน็ ภพและคติและกําเนดิ ทง้ั ปวง
เสมอดวยคูถแลว จะพงึ อาศยั กําลงั แหง ฤทธกิ์ ระทาํ ความยนิ ดีดว ยอาํ นาจความพอใจ
ในภพทงั้ หลายบา งเทยี วหรอื ขอถวายพระพร."

ร. "ขา แตพระผเู ปน เจา ผเู จรญิ พระผูมพี ระภาคเจาไดท รงเหน็ ภพและคตแิ ละ
กาํ เนดิ ทงั้ ปวง เสมอดว ยคถู แลว ซง่ึ จะทรงอาศัยกาํ ลงั แหง ฤทธก์ิ ระทาํ ฉนั ทราคในภพหา
ไมเลย."

ถ. "ขอถวายพระ ถาอยางนน้ั พระผมู พี ระภาคเจา เม่อื จะทรงสรรเสรญิ กําลัง
แหง ฤทธิ์ ทรงบนั ลือสหี นาทของพระพทุ ธเจา เหน็ ปานนน้ั ย่งิ แลว ."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ดลี ะ ขอวสิ ัชนาปญหานี้ สมอยางนน้ั , ขา พเจา ยอม
รบั รองอยา งนนั้ ."

วรรคท่สี อง
๑. ขุททานุขทุ ทกปญ หา ๑๑

พระเจามลิ ินทต รัสวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพทุ ธพจนน ้ี พระผมู พี ระภาค
แมตรัสแลววา 'ดกู อนภิกษุทงั้ หลาย เราตถาคตแสดงธรรมเพือ่ ความตรสั รูยงิ่ มไิ ดแ สดง
ธรรมเพอ่ื ความไมตรัสรยู ิ่ง ดังน.ี้ สว นวา ในวนิ ัยบญั ญัติ พระองคต รัสแลว อยางนอ้ี กี วา
'ดูกอ นอานนท พระสงฆเ มอื่ จาํ นง จงเลกิ ถอนสิกขาบททง้ั หลายนอยและนอ ยโดยลาํ ดบั
โดยกาลที่เราตถาคตลวงไปแลว' ดงั น.้ี พระผเู ปนเจา นาคเสน สิกขาบททง้ั หลายนอย
และนอ ยโดยลาํ ดับ โดยกาลท่ีพระองคล ว งไปแลว . พระผเู ปนเจา นาคเสน ถา วา พระผมู ี
พระภาคเจา ตรสั แลววา 'ดกู อ นภกิ ษทุ ้งั หลาย เราตถาคตแสดงธรรมเพอื่ ความตรัสรูยงิ่
มไิ ดแ สดงธรรมเพ่อื ความไมต รัสรูยิ่ง' ดังน,้ี ถาอยา งนน้ั คําทวี่ า 'ดกู อนอานนทโดยกาล
ที่เราผูตถาคตลว งไปแลว พระสงฆเมื่อจาํ นงจะเลิกถอนสกิ ขาบททัง้ หลายนอยและนอ ย
โดยลาํ ดบั เสยี กเ็ ลกิ ถอนเถิด' ดังน้ี นนั้ ผิด. ถา พระตถาคตตรัสแลว ในวนิ ัยบญั ญตั อิ ยา ง
น้ีวา 'ดกู อ นอานนท โดยกาลทีเ่ ราผูตถาคตลวงไปแลว พระสงฆเ มื่อจาํ นง จะเลกิ ถอน
สิกขาบททัง้ หลายนอ ยและนอ ยโดยลาํ ดบั เสยี กจ็ งเลกิ ถอนเถดิ ' ดงั น,้ี ถา อยา งนัน้ คํา
ทีว่ า 'ดูกอนภกิ ษทุ ง้ั หลาย เราตถาคตแสดงธรรมเพ่ือความตรัสรูย่งิ มไิ ดแ สดงธรรมเพอ่ื
ความไมตรัสรูยงิ่ แลว' ดังนี้ แมนั้นเปน ผิด. ปญ หาแมนี้สองเงอ่ื น ละเอยี ดสขุ ุม ละเอยี ด
ดวยดีแลว ลกึ ๆ ดว ยดแี ลว อันบัณฑิตพงึ ใหเหน็ โดยยาก มาถึงพระผเู ปนเจา แลว , พระ
ผเู ปนเจา จงแสดงความแผไ พศาลแหง กาํ ลังญาณของพระผเู ปนเจา ในปญหานน้ั เถดิ ."

ถ. "ขอถวายพระพร พระพุทธพจนน้ี อนั พระผมู พี ระภาคแมภาสติ แลว วา
'ดูกอ นภกิ ษทุ งั้ หลาย เราตถาคตแสดงธรรมเพอ่ื ความตรสั รยู ่ิง มไิ ดแ สดงธรรมเพอ่ื ความ


Click to View FlipBook Version