The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mahidaol Eighth, 2022-05-03 23:50:31

milin

text

ร. "หาไม พระผูเ ปน เจา แมด มุ ของเกวยี นนนั้ พงึ แยก แมกาํ ทง้ั หลายของเกวียน
นัน่ พงึ ทําลาย แมก งของเวยี นนนั้ พงึ ตกลง แมเพลาของเกวียนนน้ั พงึ ทาํ ลาย."

ถ. "ขอถวายพระพร เกวียนยอ มทาํ ลายดว ยหนักรตั นะเกนิ หรอื หนอแล?"
ร. "อยา งนนั้ ซิ พระผูเ ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร เกวียนยอ มทาํ ลายดวยหนักรตั นะเกนิ ฉนั ใด, แผนดินยอม
เขยอ้ื นดว ยหนกั ธรรมเกิน ฉนั นนั้ นนั่ เทียว. เออกเ็ หตุน้อี นั อาตมภาพสวดแลว เพื่อจะ
แสดงกาํ ลังของพระพุทธเจา . พระสมั มาสัมพุทธเจาทัง้ หลายสองพระองค ยอ มไม
เกดิ ขึ้นในขณะอนั เดยี วกนั ดว ยเหตุใด บรมบพติ รจงฟงเหตุนน้ั อยา งอน่ื ซึง่ มีรปู ย่งิ ยง่ิ ใน
ขอ น้ัน.
ขอถวายพระพร ถา พระสมั มาสัมพทุ ธเจาทั้งหลายสององค พงึ เกิดขนึ้ ใน
ขณะเดียวกนั , ความวิวาทพงึ เกิดข้ึนแกบรษิ ัทของพระสมั มาสมั พุทธเจา ทงั้ หลาย
เหลา น้ันวา 'พระพทุ ธเจาของทา นท้งั หลาย พระพทุ ธเจา ของเราทั้งหลาย' ดังน้ี บรษิ ทั
ทั้งหลายพงึ เกดิ เปน สองฝา ย. เปรยี บเหมอื นความววิ าท พงึ เกดิ ขนึ้ แกบ รษิ ทั ของมหา
อมาตยส องคนผมู กี าํ ลงั วา 'อมาตยข องทา นท้งั หลาย อมาตยข องเราทงั้ หลาย' ดังน้ี
บริษัทยอมเกดิ เปน สองฝา ย ฉนั ใด; ถาวาพระสมั มาสมั พุทธเจา สองพระองค พงึ เกดิ ข้นึ
ในขณะอันเดยี วกนั ความววิ าทพงึ เกดิ ขนึ้ แกบรษิ ัทของพระสัมมาสมั พุทธเจา ทง้ั หลาย
นน้ั วา 'พระพทุ ธเจา ของทา นทงั้ หลาย พระพุทธเจา ของเราท้ังหลาย' ดังน้ี บริษัท
ทั้งหลายพงึ เปน สองฝา ยเกิดขึ้น. พระสมั มาสมั พทุ ธเจา ทงั้ หลายสองพระองค ยอ มไม
เกดิ ขึ้นในขณะเดยี วกนั ดวยเหตุใด ความเกิดวิวาทนเี้ ปน เหตนุ นั้ อนั หนง่ึ กอน. พระ
สมั มาสมั พุทธเจาทง้ั หลายสองพระองค ยอ มไมเ กดิ ข้นึ ในขณะเดยี วกนั ดวยเหตุใด บรม
บพิตรจงทรงฟง เหตนุ ัน้ แมอ นื่ อีกยงิ่ ข้ึนไป: ถาวา พระสมั มาสมั พทุ ธเจา ทงั้ หลายสอง
พระองคพ งึ เกดิ ขน้ึ ในขณะเดียวกนั , คาํ ทีว่ า 'พระพุทธเจา ผูเลศิ ' ดงั นี้ นั้นพงึ เปน คําผดิ
คําทีว่ า พระพทุ ธเจา เปน ผปู ระเสรฐิ สุด' นน้ั พงึ เปน คําผดิ คาํ ทวี่ า พระพทุ ธเจาเปน ผู
ประเสริฐสุด' นัน้ พึงเปน คาํ ผดิ . คาํ ท่วี า 'พระพทุ ธเจา ผวู เิ ศษ' นน้ั พงึ เปนคําผดิ . คําทวี่ า
'พระพทุ ธเจา เปนสูงสดุ ' นัน้ ' พงึ เปน คาํ ผิด. คําทว่ี า 'พระพทุ ธเจาผูบวรนนั้ ' พึงเปน
คําผดิ . คําทว่ี า 'พระพุทธเจาไมมีใครเสมอ' ดังนี้ นนั้ พึงเปน คาํ ผดิ . คําทวี่ า 'พระพุทธเจา
เปน ผเู สมอดว ยพระพทุ ธเจา ไมมใี ครเสมอ' ดังนี้ นั้นพึงเปน คาํ ผดิ . คําทว่ี า 'พระพทุ ธเจา
ไมม ีใครเปรียบ' นั้นพงึ เปน คาํ ผดิ . คําทีว่ า 'พระพุทธเจา ไมมสี ว นเปรยี บ' น้นั พงึ เปน
คาํ ผิด. คาํ ท่ีวา 'พระพุทธเจา ไมมสี ว นเปรียบ' น้นั พงึ เปน คําผดิ . คาํ ทว่ี า พระพทุ ธเจา ไม
มีบุคคลเปรียบ' นน้ั พงึ เปน คําผิด. พระสมั มาสมั พุทธเจาทง้ั หลายสองพระองค ไม
เกดิ ข้นึ ในขณะอันเดยี วกนั ดว ยเหตใุ ด บรมบพิตรจงรบั เหตนุ ีแ้ ละวาเปน เหตนุ ัน้ โดย

เนื้อความกอ น. กแ็ หละพระพทุ ธเจาองคเดยี วเทา นนั้ ยอ มเกิดขึน้ ในโลกอันใด ความท่ี
พระพทุ ธเจา เกิดขึ้นในโลกแลวองคเ ดยี วนนั้ เปน ปกติโดยสภาวะของพระผูมพี ระภาค
เจา ทงั้ หลาย ผูตรสั รูแลว , เพราะเหตไุ ร? ความทพ่ี ระพทุ ธเจา เกดิ ขน้ึ ในโลกแลว องค
เดียวนนั้ เปน ปกตขิ องพระผมู พี ระภาคเจา ทงั้ หลายผตู รสั รแู ลว เพราะความท่คี ณุ
ทงั้ หลายของพระพทุ ธเจา ผสู ัพพญั ูเปน ของใหญ.

ขอถวายพระพร สิ่งใดแมอ นื่ เปน ของใหญใ นโลก สงิ่ นน้ั เปนของอสนั เดียว
เทานน้ั : แผน ดนิ เปนของใหญ แผนดินนัน่ แผน เดยี วเทา น้ัน;สาครเปนของใหญ สาครนนั้
ยอ มเปนสาครเดียวเทา นั้น; พญาเขาสิเนารุเปน ของใหญ พญาเขาสิเนรนุ น้ั ลูกเดยี ว
เทาน้ัน; อากาศเปน ของใหญ อากาศนน้ั อากาศเดยี วเทา นนั้ ; ทา วสกั กะผูเปน ใหญ ทาว
สกั กะนั้นผเู ดยี วเทาน้นั ; มารผูเปน ใหญ มารน้นั ผเู ดยี วเทา นัน้ ;มหาพรหมผเู ปน ใหญ
มหาพรหมนนั้ ผูเ ดียวเทานน้ั พระตถาคตอรหันตสัมมาสมั พุทธเจา เปน ผใู หญ พระ
ตถาคตอรหนั ตสัมมาสัมพทุ ธเจา นน้ั องคเดยี วเทา นนั้ ในโลก แผน ดนิ เปนตน ยอมเกดิ ขน้ึ
ในโลกใด โอกาสของแผนดนิ เปน ตน อืน่ ในโลกนนั้ ยอ มไมม .ี เพราะเหตนุ นั้ พระตถาคต
อรหนั ตสัมมาสัมพุทธเจาองคเ ดยี วนน่ั เทยี ว ยอมเกดิ ขน้ึ ในโลก."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน ปญ หาพระผเู ปน เจาแกดีแลว ดว ยเหตุทง้ั หลาย
เครือ่ งอปุ มา, แมบุคลไมฉลาดไดฟงขอ แกป ญ หานนั้ พงึ ชอบใจ, จะปวยกลา วอะไรเลา
บุคคลผมู ีปญ ญาใหญหลวง เชนขา พเจา จกั ไมชอบใจ; ดีละ พระผเู ปนเจานาคเสน ขอ
วสิ ัชนาปญ หาของพระผูเปน เจานน้ั สมอยา งนนั้ , ขา พเจายอมรบั รองอยา งน้นั ."

๙. คหิ ปิ พ พชติ สัมมาปฏิปตตปิ ญ หา ๕๘

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพทุ ธพจนน ้อี นั พระผมู พี ระ
ภาค แมทรงภาสิตแลว วา 'ดูกอ นภกิ ษทุ ้งั หลาย เราผูต ถาคตยอมสรรเสรญิ สมั มาปฏิบัติ
ของคฤหสั ถบา ง ของบรรพชติ บา ง, ภกิ ษทุ ง้ั หลาย คฤหัสถก ด็ ี บรรพชิตก็ดี เปน ผปู ฏิบตั ิ
ชอบแลว เปน ผยู ังญายธรรมเปนกศุ ลใหบ รบิ ูรณ มีสมั มาปฏบิ ตั ิเปน เหต'ุ ดงั น.้ี

พระผเู ปนเจา นาคเสน ถา คฤหัสถน ุง ขาวบรโิ ภคกามครอบครองท่ีเปนทน่ี อน มี
ความคบั แคบดวยลกู และเมยี เสวยอยซู งึ่ จนั ทนในเมืองกาสี ทรงระเบยี บและของหอม
และเครอื่ งลูบไลอยู ยนิ ดีเงนิ และทองอยู ผกู เกลาอนั วจิ ติ รดวยแกว มณแี ละทองคาํ
ปฏบิ ตั ิชอบแลว ยงั ญายธรรมเปน กศุ ลใหบ ริบรู ณ, แมบรรพชิตเปน ผโู ลน นงุ ผา อัน
บคุ คลยอ มแลวดวยนํ้าฝาด เขาอาศยั บิณฑาหารแหง บคุ คลอน่ื ผทู าํ ใหบริบูรณใ นศลี
ขันธทงั้ หลายสี่โดยชอบ สมาทานประพฤติอยูในสิกขาบททงั้ หลายรอ ยหาสบิ ประพฤติ

อยใู นธุดงคคณุ ทั้งหลายสบิ สามไมเ หลือปฏิบัตชิ อบแลว เปนผยู งั ญายธรรมเปน กุศลให
บรบิ รู ณ.

พระผเู ปน เจา ในขอนั้นใครจะวิเศษกวากัน คฤหสั ถห รอื บรรพชติ กรรม คือ
ความเพยี ร ยอ มเปนของไมม ีผล บรรพชาไมมผี ล ความรักษาสิกขาบทเปน หมนั ความ
สมาทานคณุ ธรรมกาํ จัดกิเลสเปน ของเปลา ;ประโยชนอ ะไรดว ยความประพฤติตามเปน
ทุกขใ นบรรพชานนั้ สุขอนั บคุ คลพึงไดโดยงา ยทเี ดยี วไมใชหรือ?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระพุทธพจนน้ี พระผมู พี ระภาคเจา แมภ า
สิตแลววา 'ดกู อ นภกิ ษทุ ั้งหลาย เราผูตถาคตยอมสรรเสรญิ สมั มาปฏิบตั ิ ของคฤหัสถ
บา ง ของบรรพชิตบาง, คฤหัสถก ด็ ี บรรพชิตกด็ ี เปน ผูปฏบิ ตั ชิ อบแลว เปนผยู งั ญาย
ธรรมเปนกศุ ลใหบริบรู ณ มสี มั มาปฏบิ ตั เิ ปน เหต.ุ ' ขอน้นั สมอยา งนน้ั บคุ คลผูปฏิบตั ิ
ชอบแลว ทีเดียว เปน ผปู ระเสรฐิ สดุ . แมบ รรพชิตมาคิดเสยี วา 'เราเปนบรรพชติ ' ดังน้ี
แลว ไมพงึ ปฏิบตั ิโดยชอบ, บรรพชติ นนั้ เปน ผหู า งเหนิ จากความเปนสมณะเทยี ว เปน ผู
หา งเหนิ จากความเปน พราหมณเ ทียว;จะปว ยกลา วอะไรถึงคฤหสั ถท ี่นงุ ผา ขาว. แม
คฤหัสถเ ปน ผปู ฏบิ ัติชอบแลว เปน ผยู งั ญายธรรมเปน กุศลใหบ ริบูรณไ ด แมบรรพชติ เปน
ผูป ฏบิ ตั ิชอบแลว ยอมเปนผยู งั ญายธรรมเปน กศุ ลใหบ รบิ รู ณได. เออก็ บรรพชติ เทยี ว
เปน อสิ ระ เปน อธิบดีของสามัญ, บรรพชามคี ุณมาก มีคณุ เปน อเนก มคี ณุ ไมมี
ประมาณ คุณของบรรพชาอนั ใคร ๆ ไมอ าจเพือ่ จะกระทาํ ปริมาณได.

เปรียบเหมือนราคาของแกวมณี ซงึ่ ใหความสมประสงคอ นั ใคร ๆ ไมอาจเพ่อื
จะกระทาํ ปรมิ าณดวยทรพั ยไ ดวา 'มลู คา ของแกวมณมี ปี ระมาณเทา น้ี ๆ' ดงั น้ี ฉนั ใด;
บรรพชามคี ณุ มาก มคี ุณเปน อเนก มคี ุณไมม ปี ระมาณ คณุ ของบรรพชาอันใคร ๆ ไม
อาจเพื่อจะกระทําปริมาณได ฉนั นนั้ .

อกี ประการหนงึ่ เปรียบดว ยคลืน่ ในมหาสมทุ ร อนั ใคร ๆ ไมอ าจเพ่อื จะกระทํา
ปรมิ าณวา 'คลื่นทงั้ หลายในมหาสมทุ รเทาน'ี้ ดงั น้ี ฉันใด; บรรพชามคี ุณมาก มคี ุณเปน
อเนก มคี ณุ ไมม ปี ระมาณ คณุ ท้ังหลายของบรรพชาอนั ใคร ๆ ไมอ าจเพื่อจะกระทาํ
ปรมิ าณได ฉนั น้นั . กิจอนั ใดอนั หนงึ่ ของบรรพชิต ทบ่ี รรพชติ จําตองกระทาํ กจิ ท้ังปวง
น้ันยอมสาํ เรจ็ ฉบั พลนั ไมชา ; ขอ น้นั มอี ะไรเปนเหต?ุ บรรพชิตมคี วามปรารถนานอ ย
เปนผสู ันโดษ เปนผูวเิ วกแลว เปน ผไู มค ลุกคลีแลว เปน ผปู รารภความเพียรแลว เปนผู
ไมม ีอาลยั เปน ผไู มมีเรือนเปน ทกี่ าํ หนด มศี ีลบรบิ ูรณแลว มอี าจาระเปน ไปเพือ่ สัลเลข
เปนผูฉลาดในความปฏบิ ัติกาํ จัดกิเลส; เพราะเหตนุ ั้น กจิ อันใดอันหนงึ่ ของบรรพชติ ท่ี
บรรพชติ จะตอ งกระทาํ กจิ ทงั้ ปวงนั้น ยอมสาํ เรจ็ ฉบั พลนั ไมช า. เปรียบเหมอื นลกู ศรที่

ไมมีปมเรียบขดั ดีแลว ตรง ปราศมลทนิ อนั บคุ คลยงิ ถนัดดแี ลว ยอ มแลน สะดวก
ฉะนนั้ ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวิสชั นาปญ หาของพระผเู ปน เจา นน้ั สมอยา ง
น้นั , ขา พเจา ยอมรบั รองอยางนน้ั ."

วรรคทีเ่ จด็
๑. หนี ายวตั ตนปญ หา ๕๙

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระศาสนาของพระตถาคตนี้
เปนของใหญ เปนสาระนา เลือกสรร ประเสรฐิ สดุ บวรไมมเี คร่ืองเปรยี บ บรสิ ุทธ์ิแลว
ปราศจากมลทิน เปน ของขาวไมมโี ทษ, ไมควรแลวเพอื่ จะยังคฤหสั ถม ีประมาณเทา นนั้
ใหบ รรพชา, ควรจะแนะนําคฤหสั ถไปในผลอนั เดียวนน่ั เทียว คฤหัสถน นั้ ไมหวนกลบั ใน
กาลใด พึงใหบ วชในกาลนน้ั ; ขอนั้นมีอะไรเปน เหต?ุ ชนชวั่ เหลา น้บี วชแลว ในพระ
ศาสนานนั้ ซ่ึงหมดจดวิเศษแลวกอ น ยอ มเวียนมาเพื่อความกลับคืนเปน คนเลว, เพราะ
ความกลับของชนท้ังหลายเหลานั้นมหาชนน้ี ยอมคิดผดิ อยา งนีว้ า 'ชนทงั้ หลายเหลา น้ี
ยอ มกลบั คนื จากศาสนาใด ศาสนานน้ั ของพระสมณโคดมจกั เปน ของเปลาหนอ.' เหตุนี้
เปนเหตใุ นบรรพชานนั้ ."

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร อุปมาเหมอื นสระมนี าํ้ เตม็ เปย ม นาํ้ สะอาด
ปราศจากมลทนิ เยน็ , ถาวา ผูใดผหู นง่ึ เศรา หมองแลว มตี ัวเปอนดว ยมลทนิ และเปอ ก
ตม ไปสสู ระนา้ํ แลว ไมอาบ เปนผเู ศราหมองอยนู น่ั เองกลบั มา, ในสองอยางนนั้ มหาชน
พึงตเิ ตยี นอยา งไหน จะพงึ ติเตยี นบคุ คลมีตนเศรา หมองแลว หรือวา ควรจะตเิ ตยี น
สระ?"

ร. "มหาชนควรจะติเตยี นบคุ คลผูเศรา หมองซิ พระผเู ปน เจา บุคคลนี้ไปถงึ สระ
แลวหาอาบไม กลบั เปน คนเศรา หมองกลบั มาแลว ทาํ ไมสระจงึ จกั ใหบ คุ คลไมอ ยากจะ
อาบน้ีอาบไดเลา , สระจะมีโทษอะไร."

ถ. "สระไมม โี ทษ ฉันใด; พระตถาคตทรงสรา งสระ คอื พระสัทธรรมอนั
ประเสรฐิ เตม็ เปย มแลว ดว ยนาํ้ คอื วมิ ุตติอนั ประเสริฐดวยทรงดาํ ริวา "บุคคลทั้งหลาย
เหลา ใดเหลาหนงึ่ เปน ผเู ศรา หมองแลวดวยมลทนิ คือ กเิ ลส มเี จตนา มีปญ ญาเครอ่ื งรู
บคุ คลท้ังหลายเหลา นนั้ จกั อาบลอยกเิ ลสท้งั ปวงในสระ คือ พระสัทธรรมอนั ประเสรฐิ นี้
;" ถาวา บคุ คลไร ๆ ไปถงึ สระ คอื พระสทั ธรรมอนั ประเสรฐิ น้นั แลว ไมอ าบแลว ทง้ั กเิ ลส

เทียวคืนกลบั มา เวียนมาเพอื่ ความเปน คนเลว, มหาชนจกั ติเตียนบุคคลน้นั นั่นเทยี ววา
'บุคคลน้บี รรพชาแลวในพระชนิ ศาสนา ไมไ ดที่ต้ังอาศยั ในศาสนานนั้ เวยี นมาแลว เพอื่
ความเปน คนเลว, พระชนิ ศาสนาจกั ยงั บุคคลผไู มปฏิบัตินใี้ หห มดจดเองอยางไรได พระ
ชินศาสนาจะมโี ทษอะไร พระชินศาสนาไมมีโทษอะไร ฉันนนั้ แล.'

อกี ประการหนงึ่ เปรียบเหมอื นบุรษุ มพี ยาธอิ ยา งยิ่งเปน ไขหนักเหน็ หมอผเู ชอื ด
ลูกศร ผูฉลาดในโรคนทิ าน มเี วชกรรมสาํ เรจ็ แลว เปนนติ ย ไมเ ปลา แลว ไมยงั หมอนน้ั ให
เยยี วยารักษา พงึ เปน คนท้ังพยาธิกลับคนื มา, ในบุคคลสองนนั้ ควรมหาชนจะติเตยี น
คนไหน ควรจะตเิ ตียนคนไข หรอื ควรจะติเตียนหมอ ประการไร?"

ร. "ควรจะตเิ ตียนคนไขซ ิ พระผเู ปนเจา บุคคลไขนีเ้ หน็ หมอผูเชอื ดลูกศร ผู
ฉลาดในโลกนทิ าน ผูม เี วชกรรมสําเร็จแลว เปน นติ ยไ มเ ปลา แลว มไิ ดใหห มอนน้ั
เยียวยารักษาใหหายพยาธิ เปน คนท้งั พยาธกิ ลบั มาแลว หมอจกั เยียวยาคนไขน ผี้ ไู ม
ปรารถนาจะใหเ ยียวยารกั ษาเองอะไรได โทษอะไรของหมอเลา พระผเู ปนเจา."

ถ. "ขอถวายพระพร โทษของหมอไมมี ฉนั ใด, พระตถาคตทรงเกบ็ โอสถ คอื
อมฤตอนั สามารถแลว ในอนั จะใหพ ยาธิ คือ กเิ ลสทง้ั สนิ้ เขา ไประงับสิน้ เชงิ ไวในผอบ
คือ ภายในพระศาสนา ดว ยทรงดาํ รวิ า 'บคุ คลท้ังหลายเหลาใดเหลาหนง่ึ อนั พยาธิ คือ
กิเลสเบียดเบยี นแลว ยงั มเี จตนาอยู มปี ญ ญาเคร่ืองรู บคุ คลทัง้ หลายเหลา นน้ั จักดม่ื
โอสถ คอื อมฤตน้ีแลว ใหพ ยาธิ คือ กเิ ลสท้งั ปวงเขา ไประงบั สญู หายไป' ดงั น;ี้ ถา วา
ใคร ๆ ไมด ืม่ โอสถ คอื อมฤตน้นั แลว เปน ผูท ั้งกเิ ลสทีเดยี ว กลบั คืนมาแลว เวยี นมาแลว
เพอ่ื ความเปน คนเลว, มหาชนควรจกั ติเตียนบุคคลนนั้ ทเี ดยี ววา 'บคุ คลนี้บรรพชาแลว
ในพระชนิ ศาสนา ไมไดท ่ตี ัง้ อาศยั ในพระศาสนานนั้ แลว เวียนมาเพื่อความเปน คนเลว,
พระชินศาสนาจกั ใหบ ุคคลผไู มปฏิบตั ิน้ัน หมดจดบริสทุ ธิ์ไปเอง อะไรได, พระชนิ
ศาสนาจะมโี ทษอะไรเลา พระศาสนาไมม โี ทษฉนั นนั้ .'

อกี ประการหนง่ึ อุปมาเหมือนบรุ ุษทหี่ ิวไหถงึ ทเ่ี ล้ียงดว ยภตั รของบคุ คลผมู บี ุญ
ใหญแ ลว ไมบ รโิ ภคภัตรน้ัน เปนคนหิวกลบั มา, ในสองอยา งน้นั . ควรมหาชนจะติเตยี น
อยา งไหน จะตเิ ตยี นบรุ ุษผหู วิ มาหรือควรจะตเิ ตยี นบุญภตั รประการไร?"

ร. "ควรมหาชนจะติเตยี นบรุ ษุ ผหู ิววา 'บรุ ษุ นอ้ี นั ความหวิ เบยี ดเบยี นแลว ได
บุญภตั รแลว ไมบรโิ ภค หิวกลับมาแลว โภชนะจกั เขา ปากของบรุ ษุ น้ี ผไู มบ ริโภคอะไรได
, โทษแหง โภชนะอะไรเลา ."

ถ. "ขอถวายพระพร โภชนะไมมโี ทษ ฉนั ใด, พระตถาคตทรงเกบ็ โภชนะ คอื
กายคตาสติ อรอ ยอยา งย่งิ ประเสรฐิ ละเอียดบวรอยางยงิ่ เปน อมฤตประณตี ไวใน
ภายในผอบ คอื พระศาสนา ดว ยทรงดาํ ริวา 'บุคคลทั้งหลายเหลาใดเหลา หนง่ึ เปน ผูม ี

ภายในลาํ บากแลว ดวยกเิ ลส มใี จอันตัณหาครอบงาํ แลว เปน ไปกบั ดว ยเจตนา มี
ปญ ญาเคร่อื งรู บุคคลทั้งหลายเหลา นั้น จกั บรโิ ภคโภชนะนแ้ี ลว จกั นําตัณหาทงั้ ปวงใน
กาม และรูปภพ และอรปู ภพ ทง้ั หลายออกเสียได' ดังน;ี้ ถา วา ใคร ๆ ไมบ ริโภคโภชนะ
น้นั เปน ผอู าศยั ตัณหาเทียว คืนกลับมาแลว เวยี นมาเพ่อื ความเปน คนเลว, ควรมหาชน
จะติเตยี นบุคคลนนั้ น่ันเทยี วไดว า 'บคุ คลน้ีบวชแลว ในพระชินศาสนา ไมไดท่ตี ้ังอาศยั
ในพระศาสนานน้ั เวยี นมาเพ่อื ความเปน คนเลว พระชนิ ศาสนาจกั ยงั บุคคลผูไมป ฏบิ ตั ิ
นี้ ใหบรสิ ทุ ธห์ิ มดจดเองอะไรได โทษของพระชินศาสนาอะไรเลา ? พระชนิ ศาสนาไมม ี
โทษ ฉันน้นั นนั่ เทยี วแล.

ถาวา พระตถาคตพงึ ยงั บคุ คลอนั อาจารย แนะนําแลว ในผลสว นหนงึ่ แตยงั
เปนคฤหสั ถท เี ดียวใหบ รรพชา, บรรพชานี้ไมช อื่ วา เปน ไปเพ่อื ละกเิ ลส หรอื ไมช่ือวา
เปน ไปเพ่ืออบรมวสิ ุทธคิ วามหมดจดวเิ ศษ, กจิ ทีจ่ ะตอ งกระทําในบรรพชาไมม .ี

เปรยี บเหมือนบุรษุ ใหคนขดุ สระ ดว ยการงานหลายรอยแลว จึงประกาศใน
บริษัทใหไดย นิ เนอื ง ๆ อยางนว้ี า 'ทา นผูเจรญิ ท้ังหลายทา นทงั้ หลายใคร ๆ เปน ผูเศรา
หมองแลว อยา ลงสระน,ี้ ทานทง้ั หลายจงลอยธลุ ีและเหงอื่ ไคลแลว เปน ผูบ รสิ ทุ ธ์แิ ลว
เกล้ยี งปราศจากมลทินแลว จงลงสระน;ี้ เออก็ กิจทจ่ี ะพงึ กระทาํ ดว ยสระน้นั พงึ มีแก
บรุ ษุ ทง้ั หลายผูมธี ลุ แี ละเงือ่ ไคลอันลอยแลว เปน ผบู รสิ ทุ ธแ์ิ ลว ขดั เกล้ยี งแลว ไมมี
มลทินเหลา นนั้ บา งหรอื ?"

ร. "หาไม พระผเู ปน เจา บุรุษทั้งหลายเหลา นั้น จะพงึ เขา ไปใกลสระนนั้ เพื่อ
ประโยชนแ กก จิ ใด กจิ นน้ั อนั บรุ ุษทัง้ หลายเหลา น้ันกระทาํ เสรจ็ แลวในท่อี ่นื นนั่ เทียว,
ประโยชนอะไรดวยสระนนั้ แกบ ุรุษทง้ั หลายเหลา นนั้ ."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา วา พระตถาคตยังบคุ คลอนั อาจารยแ นะนําแลวในผล
สวนหนงึ่ แตย งั เปนคฤหัสถท เี ดยี วใหบ วชแลว, กจิ ที่จะตอ งกระทาํ ในบรรพชานน้ั อนั ชน
ท้ังหลายเหลา นน้ั กระทาํ เสรจ็ แลว นน่ั เทยี ว ประโยชนอะไรดว ยบรรพชาแกช นทงั้ หลาย
เหลานัน้ ขอนก้ี ฉ็ ันน้นั นั่นแล.

อีกประการหนง่ึ เหมอื นหมอผูเ ชือดลกู ศร บรโิ ภคคตั รดังฤดโี ดยสภาวะ ผทู รงไว
ซง่ึ บทแหงมนตอ นั ตฟงแลว ไมตองตรึก เปน ผฉู ลาดในโรคนิทาน เปนผมู ีกรรมอันสําเรจ็
แลว เปนนิตย ไมเปลารวบรวมเภสัชเปน เคร่อื งระงบั โรคทง้ั ปวง แลว จงึ ประกาศในบรษิ ัท
ใหไดย นิ เนือง ๆ อยา งนวี้ า 'ผเู จริญทั้งหลาย ทา นทง้ั หลายใคร ๆ จงอยา เขามาในสาํ นัก
ของเราทงั้ พยาธิ และทานทงั้ หลายจงเปน ผไู มมพี ยาธิ ผไู มม โี รค เขามาในสาํ นกั ของเรา
,' เออก็ กิจท่จี ะตองกระทําดว ยหมอนน้ั พงึ มีแกบ คุ คลทั้งหลาย ผูไมม พี ยาธผิ ไู มม โี รค
บริบูรณแลว สบายใจอยู เหลา นนั้ บา งหรอื ?"

ร. "หาไม พระผเู ปน เจา ชนทง้ั หลายเหลานน้ั จะพงึ เขาไปใกลห มอผูเชือดลูกศร
นนั้ เพ่อื ประโยชนแ กก ิจอันใด กจิ อันชนทงั้ หลายเหลา นน้ั กระทาํ เสร็จแลว ในที่อน่ื นน่ั
เทยี ว, ประโยชนอ ะไรดวยหมอน้นั แกช นทง้ั หลายเหลา นน้ั เลา."

ถ. "ขอถวายพระพร พระตถาคตถา พงึ ยงั บคุ ลอนั อาจารยแนะนาํ แลว ในผลสว น
หนงึ่ แตยงั เปน คฤหสั ถทีเดยี วใหบวชแลว , กิจทีจ่ ะตองกระทาํ ในบรรพชานัน้ อันชน
ทั้งหลายเหลา นั้นกระทาํ เสรจ็ แลวนน่ั เทยี ว ประโยชนอะไรดว ยบรรพชาแกช นทงั้ หลาย
เหลานัน้ เลาฉนั นน้ั นนั่ เทียวแล.

อกี ประการหนงึ่ เปรียบเหมอื นบุรุษไร ๆ ใหต กแตง แลวซงึ่ โภชนะมรี อ ยแหง
หมอมิใชรอ ยเดยี ว ประกาศใหไดยนิ เนือง ๆ ในบริษัทอยา งน้ีวา 'ผูเจริญท้งั หลาย ทา น
ทัง้ หลายใคร ๆ ผูหิวแลว จงอยาเขา มาสทู เ่ี ปนทเี่ ลี้ยงน้ขี องเราเลย ทา นทงั้ หลาย
ผูบริโภคดีแลว เบือ่ แลว อมิ่ แลว ชุม แลว บรบิ รู ณแ ลว จงเขาไปสูทเ่ี ปน ทเ่ี ล้ียงนีข้ องเรา'
เออก็ กจิ ทจ่ี ะตองกระทาํ ดวยโภชนะน้ัน จะพึงมีแกชนทงั้ หลายผบู ริโภคแลว เบื่อแลว
อ่ิมแลว ชุม แลว บรบิ ูรณแลว บางหรือ?"

ร. "หาไม พระผเู ปน เจา ชนทงั้ หลายเหลา นนั้ 'พึงเขา ไปใกลทีเ่ ปน ทเี่ ลีย้ งนนั้
เพื่อประโยชนแ กก ิจใด กิจนนั้ อนั ชนทัง้ หลายเหลานัน้ กระทาํ เสรจ็ แลว ในทอ่ี นื่ น่นั เทยี ว,
ประโยชนอะไรดว ยทเ่ี ปน ทเี่ ล้ียงนน้ั แกช นทัง้ หลายเหลา นั้นเลา ."

ถ. "ขอถวายพระพร ชนทง้ั หลายเหลานนั้ ไมตอ งการท่ีเปน ทเ่ี ลยี้ งน้ัน ฉนั ใด, ถา
พระตถาคตยงั บคุ คลอนั อาจารยแนะนําแลว ในผลสว นหนึ่ง แตย ังเปน คฤหัสถใหบ วช
แลว , กจิ ทีจ่ ะตอ งกระทาํ ในบรรพชานน้ั อนั ชนทง้ั หลายเหลานั้นกระทาํ เสร็จแลวนน่ั
เทียว ประโยชนอะไรเลา ดวยบรรพชา แกช นทงั้ หลายเหลานน้ั ฉนั นน้ั นนั่ เทยี ว.

ขอถวายพระพร เออก็ ชนทงั้ หลายเหลาใด เวยี นมาเพอื่ ความเปน คนเลว ชน
ทงั้ หลายเหลา นัน้ ไดช่ือวา แสดงคณุ ทั้งหลายอนั ใคร ๆ ชง่ั ไมไดห าประการ ของพระ
ศาสนา ของพระชนิ พระพทุ ธเจา ; แสดงคณุ หาเปน ไฉน: คือแสดงความท่ีศาสนาเปน
ของใหญโ ดยภมู ิหนงึ่ คอื แสดงความทีศ่ าสนาเปน ของบริสุทธ์แิ ลว ปราศจากมลทนิ หนง่ึ
คอื แสดงความทศ่ี าสนาเปน ท่ไี มอยรู ว มดวยชนบาปทงั้ หลายหนง่ึ คอื แสดงความที่
ศาสนาเปน ของอันบุคคลแทงตลอดโดยากหนง่ึ คือ แสดงความที่ศาสนาเปน ของอนั
บุคคลพึงระวงั และรักษามากหนงึ่ .

ไดช ่ือวาแสดงความทศี่ าสนาเปน ของใหญโ ดยภูมิอยางไร? ขอถวายพระพร
บุรษุ ไมม ที รัพย มชี าติเลว ไมมคี ุณวเิ ศษ เสอื่ มแลวจากความรู ไดเฉพาะแลว ซงึ่ ราช
สมบตั ิใหญ เมอ่ื กาลไมน าน

ยอมตกต่ํา ยอมกระจัดกระจาย ยอ มเสอื่ มจากยศ ยอมไมอ าจเพ่อื จะทรงความเปน อสิ
สระไวไ ด, ซึง่ เปนอยางน้นั มอี ะไรเปน เหตุ ซึ่งเปนอยางนน้ั มีอะไรเปน เหตุ ซง่ึ เปนอยา ง
นน้ั เพราะความเปนอสิ สระเปน ของใหญ ฉนั ใด; บุคคลทั้งหลายเหลา ใดเหลา หนงึ่ ไมมี
คุณวเิ ศษ มีบญุ ไมไ ดก ระทาํ ไวแ ลว เสอ่ื มแลว จากความรู ยอมบรรพชาในพระศาสนา
ของพระพทุ ธเจา ผูชาํ นะแลว บุคคลทงั้ หลายเหลานัน้ ไมอ าจเพือ่ จะทรงไวซ ่ึงบรรพชา
น้นั อนั บวรสูงสดุ เมอื่ กาลไมน านนนั่ เทียว ตกขจัดเสอ่ื มจากพระชนิ ศาสนาเวียนมาเพือ่
ความเปน คนเลว ไมอ าจเพอื่ จะทรงพระชนิ ศาสนา, ซง่ึ เปน อยางนี้ มอี ะไรเปนเหต?ุ ซ่งึ
เปนอยา งนี้ เพราะความทภี่ มู ขิ องพระชนิ ศาสนาเปน ของใหญ ฉนั นน้ั น่นั แล. ชน
ทง้ั หลายเหลา นั้น ชือ่ วา แสดงความท่ศี าสนาเปน ของใหญโ ดยภมู อิ ยา งน.ี้

ไดช่ือวาแสดงความทศ่ี าสนาเปนของบรสิ ุทธแิ์ ลว ปราศจากมลทนิ อยา งไร?
อปุ มาเหมอื นนา้ํ เร่ยี รายอยบู นใบบวั ยอ มกลิ้ง ยอมขจดั ไป ยอมเขาถงึ ความตั้งอยูไ มไ ด
ยอมไมเขา ไปทาใบบวั นนั้ ได, ซ่งึ เปนอยางน้ี มอี ะไรเปน เหตุ? ซง่ึ เปน อยางน้ี เพราะ
ความทีใ่ บบัวเปนของบริสุทธปิ์ ราศจากมลทิน ฉนั ใด: ชนทั้งหลายเหลา ใดเหลา หนง่ึ เปน
ผโู ออ วด เปน ผโู กง เปนผลู วง เปน ผคู ด เปน ผูมที ิฏฐิไมเ สมอ บวชในพระชนิ ศาสนา ชน
ทงั้ หลายเหลา นั้นเมอื่ กาลไมน าน ยอมเรี่ยรายคลาดไป กระจัดกระจายไปจากศาสนา
อนั บริสุทธิแ์ ลว และปราศจากมลทินและไมมเี สย้ี นหนาม และขาวประเสริฐบวร ไม
ตั้งอยไู ด ไมเขาไปทาอยไู ด ยอมเวยี นไปเพือ่ ความเปนคนเลว' ซ่ึงเปนอยา งน้ี มอี ะไรเปน
เหต?ุ ซ่งึ เปน อยา งนี้ เพราะพระชนิ ศาสนาเปนของบริสุทธิ์แลว และเปน ของปราศจาก
มลทิน ฉนั นนั้ น่นั แล. ชนทง้ั หลายเหลา นนั้ ยอมแสดงความท่ศี าสนาเปน ของบริสทุ ธ์ิ
และปราศจากมลทนิ ดวยประการอยา งน.้ี

ไดช อ่ื วาแสดงความทพี่ ระศาสนา เปน ของไมอยูรว มดว ยชนบาปทงั้ หลาย
อยา งไร? ขอถวายพระพร เปรียบเหมือนมหาสมทุ ร ยอ มไมอยรู มดวยทรากศพทต่ี าย
แลว ทรากศพใดทีต่ ายแลว ในมหาสมทุ ร มหาสมทุ รนนั้ ยอ มนาํ ทรากศพนน้ั เขา ไปสฝู ง
ฉับพลันนั่นเทยี ว หรือซัดขนึ้ บนบก, ซึ่งเปน อยา งนี้ มอี ะไรเปน เหต?ุ ซง่ึ เปน อยางน้ี
เพราะความทม่ี หาสมุทรเปน พภิ พของมหาภูตทง้ั หลาย ฉันใด: ชนทง้ั หลายเหลา ใด
เหลาหนงึ่ เปน บาป ไมมกี ิริยา มคี วามเพียรยอหยอนทอ ถอยแลว เศราหมองแลว เปน
มนษุ ยท รุ ชนบวชนในพระชนิ ศาสนา ชนทง้ั หลายเหลา นนั้ เมือ่ กาลไมน านทเี ดียว ออก
แลวจากพระชนิ ศาสนาเปน พภิ พของมหาภูต คือ พระชณี าสพอรหนั ต ผปู ราศจาก
มลทินแลว อยรู วมไมไ ด ยอ มเวียนมาเพอ่ื ความเปน คนเลว, ซง่ึ เปน อยา งนี้ มีอะไรเปน
เหต?ุ ซึง่ เปนอยา งน้ี เพราะพระชินศาสนาไมเ ปน ท่ีอยรู ว มดว ยชนบาปทงั้ หลาย ฉนั น้ัน

นั่นแล. ชนทง้ั หลายเหลา นน้ั ยอ มแสดงความทพี่ ระชนิ ศาสนาไมเปน ทอี่ ยูรวมดว ยชน
บาปทงั้ หลาย ดวยประการอยา งน.้ี

ไดช อื่ วา แสดงความทีพ่ ระศาสนา มคี วามแทงตลอดโดย
ยากอยา งไร? ขอถวายพระพร เปรียบเหมอื นคนยงิ ลูกศร ผใู ดผหู นงึ่ ไมฉ ลาดไมศ กึ ษา
ไมมีศลิ ปศาสตร เสอ่ื มแลวจากความรู ไมอาจเพ่ือจะยงิ ปลายแหง ขนทราย ยอ มคลาด
ยอ มหลกี ไป, ซ่ึงเปนอยา งนี้ มอี ะไรเปน เหตุ? ซง่ึ เปน อยา งน้ี เพราะความที่แหงปลาย
แหงขนทรายละเอยี ดสุขมุ มคี วามยงิ ไดโ ดยยาก ฉนั ใด; ชนทงั้ หลายเหลาใดเหลา หนงึ่
ปญญาทรามเซอและมึนตงึ หลงแลว มคี ตเิ งือ่ ง บวชนในพระชินศาสนา ชนทง้ั หลาย
เหลานน้ั ไมอ าจเพอื่ จะแทงตลอด สัจจะทง้ั สีอ่ ันละเอียดสขุ มุ อยา งยง่ิ นน้ั เคล่อื นแลว
หลกี ไปแลว จากพระชินศาสนาเมือ่ กาลไมนานทีเดียว เวียนมาเพอ่ื ความเปน คนเลว ซ่งึ
เปน อยา งนมี้ ีอะไรเปน เหต?ุ ซงึ่ เปน อยา งนี้ เพราะความทส่ี จั จะทง้ั หลายเปน ของ
ละเอียดสุขมุ อยา งยิง่ และมคี วามแทงตลอดโดยยาก ฉนั นน้ั นนั่ แล. ชนทงั้ หลาย
เหลานน้ั ยอ มแสดงความทพี่ ระศาสนามคี วามแทงตลอดโดยยาก ดว ยประการอยา งน.้ี

ไดช่อื วา แสดงความท่ีพระศาสนา เปน ของตอ งระวงั และรักษามากอยางไร? ขอ
ถวายพระพร เปรยี บเหมือนบรุ ุษบางคนนน่ั เทยี วเขา ไปแลวสูภ มู ิเปนที่รบใหญ อนั เสนา
แหงพระราชาองคอ นื่ แวดลอ มแลว โดยรอบ โดยทศิ ใหญนอ ยทง้ั หลาย เห็นชนมหี อกใน
มือเขาไปใกลแ ลวถอยหลงั กลบั หนีไป, ซง่ึ เปน อยางนี้ มอี ะไรเปน เหต?ุ ซ่งึ เปน อยา งน้ี
เพราะความกลวั แตการรักษาหนาแหง การรบ มอี ยา งมาก ฉนั ใด; พาลชนทง้ั หลายเหลา
ใดเหลาหนง่ึ ผกู ระทาํ บาป เปน ผูไ มส ํารวมแลว เปน ผูไมม หี ริ ิ เปน ผไู มม ีกิรยิ า เปนผไู มมี
ขนั ติ เปน ผโู ยกโคลงคลอนแคลนแลว บวชในพระชนิ ศาสนา พาลชนทั้งหลายเหลา นน้ั
ไมอาจเพื่อจะรักษาสกิ ขาบทมอี ยา งมาก ถอยหลับหนีไปเมื่อกาลไมน านทเี ดยี วยอ ม
เวยี นมาเพอื่ ความเปน คนเลว, ซ่ึงเปน อยา งนี้ มีอะไรเปนเหต?ุ ซง่ึ เปนอยา งนี้ เพราะ
ความทพ่ี ระชนิ ศาสนาเปน ของมีความสํารวมมีอยา งมาก เปน ของตอ งรกั ษา ฉนั นน้ั น่นั
แล. ชนทง้ั หลายเหลา น้นั ยอ มแสดงความทีพ่ ระชนิ ศาสนาเปน ของมคี วามสาํ รวมมี
อยา งมาก และเปน ของตอ งรกั ษา ดว ยประการอยา งน.้ี

ขอถวายพระพร ดอกไมท งั้ หลายในพมุ ดอกมะลิ แมเปน
ของอดม เกิดบนบก เปนดอกไมอ ันกมิ ชิ าตเิ จาะแลว หนอ ทง้ั หลายเหลา นนั้ เหยี่ วแลว
รว งไปในระหวา งน้ันเทียว, แตพ มุ แหง มะลกิ ไ็ มช่ือวาเปนของอันบคุ คลดูหม่ินแลว
เพราะดอกไมท ัง้ หลายเหลา น้นั รว งไปแลว, ดอกไมท ง้ั หลายเหลาใด ทคี่ งเหลอื อยูในพุม
แหงมะลนิ นั้ ดอกไมท ้งั หลายเหลาน้ัน ยอมฟุง ทว่ั ไปยงั ทิศใหญนอ ย ดว ยกลิน่ โดยชอบ
ฉนั ใด; ชนทงั้ หลายเหลา ใดนน้ั บรรพชาแลวในพระชินศาสนา เวยี นมาเพอื่ ความเปน

คนเลว, เวนแลว จากวรรณและกล่ิน มีอาการเหน่อื ยหนา ยแลวเปน ปกติ ไมพอเพ่ือ
ความไพบูลยในพระชนิ ศาสนา, แตพ ระชินศาสนากไ็ มช ่ือวา เปน ของอนั บัณฑิตดหู มิ่น
แลว เพราะความทีช่ นทั้งหลายเหลา น้ันเวยี นมาเพอื่ ความเปนคนเลว, ภกิ ษุทง้ั หลาย
เหลาใดที่คงเหลืออยูใ นพระชนิ ศาสนานน้ั ภิกษทุ งั้ หลายเหลา น้ัน ยอ มฟุงไปยงั โลกกับ
ทัง้ เทพดาดวยกลิ่นศลี อันประเสริฐ ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล.

อีกประการหนงึ่ สาลชี าติช่อื กรมุ พกะเกดิ ขนึ้ แลวในระหวา งแมแ หง ขา วสาลีไม
มีโรคมสี ีแดง ยอ มฉบิ หายไปในระหวางนน้ั เทยี ว, แตสาลีแดงกไ็ มมชี ื่อวา เปน ของอนั
บคุ คลดหู ม่ินแลว เพราะความทส่ี าลชี าตชิ อ่ื กรุมพกะนน้ั ฉบิ หายไปแลว , ขาวสาลี
ท้งั หลายเหลา ใด ทีค่ งเหลอื อยูในขาวสาลแี ดงนั้น ขา วสาลีทง้ั หลายเหลา นนั้ ยอมเปน
ราชปู โภค ฉันใด; ชนทงั้ หลายเหลา ใดนน้ั บวชในพระชินศาสนาแลว เวยี นมาเพอ่ื ความ
เปนคนเลว ชนทง้ั หลายเหลา นน้ั เหมือนสาลีชาติชอ่ื กรมุ พกะในระหวา งแหง ขา วสาลี
แดง ไมเจริญแลว ไมถ งึ แลว ซ่งึ ความไพบลู ยในพระชินศาสนา ยอมเวยี นมาเพอ่ื ความ
เปนคนเลวในระหวา งนนั้ เทยี ว, แตพ ระชนิ ศาสนากไ็ มเชอ่ื วาเปน ของอนั บณั ฑติ ดหู มนิ่
แลว เพราะความทชี่ นท้งั หลายเหลา นั้น เวยี นมาเพอื่ ความเปน คนเลว, ภิกษทุ ง้ั หลาย
เหลา ใด คงเหลอื อยูในพระชนิ ศาสนานัน้ ภิกษทุ ง้ั หลายเหลา นั้น ยอ มเปนผสู มควรแก
พระอรหัตฉนั น้ันน่ันแล. เหมอื นเอกเทศแหง แกว มณีแมเ ปนของใหซึง่ ความสมประสงค
เปนของหยาบเกดิ ข้ึน, แตแกวมณีกไ็ มช่อื วา เปน ของอนั บคุ คลดูหม่ินแลว เพราะความท่ี
เอกเทศอนั หยาบเกิดข้นึ แลว ในแกว มณนี ้นั , สวนใดท่ีเปนของบริสทุ ธิแ์ หง แกวมณนี ้นั
สวนนั้นเปน ของกระทาํ ความรา เรงิ แกมหาชน ฉันใด; ชนทงั้ หลายเหลา ใดนั้น บรรพชา
แลว ในพระชนิ ศาสนา เวยี นมาเพอ่ื ความเปนคนเลว ชนทัง้ หลายเหลา นนั้ เปน ผหู ยาบ
ดังกะเทาะไมใ นพระชนิ ศาสนา, แตพระชนิ ศาสนาก็ไมช ื่อวาเปน ของอันบณั ฑติ ดหู มิน่
แลว เพราะความที่ชนทงั้ หลายเหลา นน้ั เวยี นมาแลวเพอ่ื ความเปน คนเลว, ภกิ ษุ
ทั้งหลายเหลา ใด คงเหลอื อยใู นพระชนิ ศาสนานนั้ ภิกษทุ ง้ั หลายเหลานนั้ เปน ผูย งั
ความรา เรงิ ใหเ กิดขึน้ แกเ ทพดาและมนษุ ยท ง้ั หลายฉันนน้ั นน่ั แล.

อน่งึ เอกเทศแหงจนั ทนแดง แมถงึ พรอมแลวดว ยชาติเปน ของผุมีกลนิ่ นอ ย, แต
จนั ทนแดงไมช ่ือวาเปน ของอันบุคคลดหู มน่ิ แลว เพราะเอกเทศท่ผี นุ นั้ , สวนใดทเ่ี ปน ของ
ไมผุ เปนของมกี ลิ่นดี สวนน้นั ยอมอบหอมฟงุ ออกไปโดยรอบ ฉนั ใด; ชนทง้ั หลายเหลา
ใด บรรพชาในพระชินศาสนาแลว เวียนมาเพอ่ื ความเปน คนเลว ชนทัง้ หลายเหลา นนั้
เปน เหมอื นสว นทผี่ ุในระหวา งแหงแกน แหง จันทนแดง อนั บุคคลพึงทง้ิ เสยี ในพระชนิ
ศาสนา, แตพ ระชินศาสนากไ็ มช อื่ วาเปน ของอันบัณฑิตดหู มน่ิ แลว เพราะความท่บี คุ คล
ทง้ั หลายเหลา น้ัน เวยี นมาเพ่อื ความเปนคนเลว, ภกิ ษทุ ้งั หลายเหลา ใด ที่คงเหลอื อยใู น

พระชนิ ศาสนานนั้ ภิกษทุ ง้ั หลายเหลา นนั้ ยอมชโลทาโลกกบั ทง้ั เทพดา ดวยกลนิ่ จนั ทน
แดง คอื ศลี อนั ประเสรฐิ ."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน พระชนิ ศาสนาไมมโี ทษดว ยเหตุอันสมควรน้นั ๆ
ดว ยเหตุสมอา งนน้ั ๆ พระผเู ปน เจาใหถ งึ แลว พระชนิ ศาสนาพระผเู ปนเจาแสดงแลว
ดว ยความเปน ของประเสริฐสุด, แมชนทงั้ หลายทเ่ี วียนมาเพอื่ ความเปน คนเลวอยา งน้ัน
ยอมสอ งความทพี่ ระชนิ ศาสนาเปน ของประเสริฐสุดทเี ดียว."

๒. อรหโตกายกิ เจตสกิ เวทนาปญหา ๖๐

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผูเปน เจา ยอ มกลา ววา 'พระ
อรหนั ตเสวยเวทนาเปน ไปในกายสว นเดียว ไมเสวยเวทนาเปน ไปในจติ ' ดงั น.ี้ จติ ของ
พระอรหันตอาศัยกายใดเปน ไป พระอรหนั ตไ มเปนอิสสระ ไมเปน เจา ของ ไมย งั อํานาจ
ใหเ ปน ไปในกายนนั้ ไดห รอื หนอแล?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร."
ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน ขอ ทีพ่ ระอรหนั ตน ั้นไมเปน
อิสสระไมเ ปนเจา ของ ไมเ ปน ผูยงั อาํ นาจใหเ ปนไปในกายซึ่งเปน ไปตามจติ ของตน ไม
สมควรแลวแล, แมน กอาศัยในรังใดกอ น นกน้นั ยอมอยเู ปนอสิ สระ เปน เจา ของ เปน ผู
ยังอํานาจใหเปนไปในรงั น้ัน."
ถ. "ขอถวายพระพร ธรรมทง้ั หลายสบิ เหลา นี้ประจํากาย ยอ มแลนไปตาม ยอ ม
ครอบงาํ กายทกุ ๆ ภพ, ธรรมสิบประการเหลา ไหน: คือเยน็ รอน ความอยากขา ว ความ
ระหายนา้ํ อุจจาระ ปส สาวะ ความงว งเหงาหาวนอน ความแก ความเจบ็ ความตาย.
ขอถวายพระพร ธรรมสิบประการเหลา นแ้ี ลประจาํ กาย ยอมแลน ไปตาม ยอ ม
ครอบงํากายทกุ ๆ ภพ พระอรหันตไมเปน อสิ สระไมเปน เจา ของ ไมเ ปน ผยู งั อํานาจให
เปนไปในธรรมทัง้ หลายสิบประการเหลา น.้ี "
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน อาํ นาจหรอื ความเปนใหญไ มเปนไปในกายของพระ
อรหนั ตดวยเหตไุ ร? พระผูเปน เจา จงกลา วเหตุในขอนนั้ แกขา พเจา เถดิ ."
ถ. "สตั วทง้ั หลายเหลา ใดเหลา หน่ึงซงึ่ อาศยั แผน ดิน สัตวท งั้ หลายเหลา นนั้ ทัง้
ปวง อาศยั แผน ดินเท่ียวไปอยู สําเรจ็ ความเปน อย,ู ขอถวายพระพร อาณาหรอื ความ
เปน อิสสระ ของสัตวท งั้ หลายเหลา นนั้ เปน ไปในแผน ดนิ บา งหรอื ?"
ร. "หาไม พระผูเปนเจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร จิตของพระอรหนั ตอาศัยกายเปนไป, ก็แตว า อาณาหรอื
ความเปน อสิ สระไมเ ปนไปในกาย ฉนั นนั้ นั่นเทียวแล."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ปถุ ุชนเสวยเวทนาท้ังในกายทง้ั ในจติ เพราะเหตุไร?"
ถ. "ขอถวายพระพร ปถุ ชุ นเสวยเวทนาท้งั ในกายทงั้ ในจติ เพราะความทีจ่ ิต
ไมไ ดอ บรมแลว. มหาบพติ ร โคหิวแลว อันความอยากรบกวนแลว อนั เจา ของพงึ ลา มไว
ดว ยหญา นอ ย ๆ หรือดวยเครือเขาทรุ พลไมมีกาํ ลงั , เม่อื ใด โคนั้นกาํ เรบิ แลว เมื่อนนั้ โค
นั้นยอมหลกี ไปกับดวยหญา และเครอื เขาที่ลา มไวแลวนนั้ ฉนั ใด; บรมบพิตรเวทนา
เกดิ ขน้ึ แลว ทาํ จติ ของบคุ คลผมู ีจติ ไมไดอ บรมแลว ใหก าํ เรบิ ได, จิตกําเริบแลว ยอ มคู
เขา ซึ่งกาย เหยยี ดออกซ่ึงกายยอ มทาํ ซ่ึงความกลงิ้ กลบั ฉันน้ันนน่ั เทยี วแล, ปุถชุ นนัน้ มี
จิตไมไ ดอบรมแลว ยอ มสะดงุ ยอ มรอ ง ยอมรองยง่ิ นาํ มาซ่งึ ความเปน ผูขลาดโดยแท.
เหตนุ ้ีเปน เหตใุ นขอ ท่ีปุถุชนตองเสวยเวทนาทง้ั ในกายทงั้ ในจติ น.้ี "
ร. "พระอรหนั ตย อมเสวยเวทนาสว นเดียว แตใ นกาย ไมเ สวยเวทนาเปน ไปใน
จิต ดว ยเหตใุ ด เหตนุ นั้ เปน อยา งไร."
ถ. "บรมบพติ ร จติ ของพระอรหันต อนั พระอรหันตไ ดอ บรมแลว ไดอ บรมดแี ลว
ทรมานแลว ไดทรมานดีแลว เช่ือฟง แลว ทําตามคาํ , พระอรหนั ตนนั้ เปน ผอู นั เวทนาเปน
ทุกขถกู ตอ งแลว ยอมถอื มนั่ วา เปน อนิจจงั ยอ มลามไวซ ึ่งจติ ในเสาคอื สมาธ,ิ จติ นัน้
ของพระอรหนั ตนัน้ อนั พระอรหันตน นั้ ลามไวแ ลว ทเี่ สาคอื สมาธแิ ลว ยอ มไมหวน่ั ไหว
ยอมไมกระสับกระสา ย เปน จติ ต้ังมั่นแลว ไมฟงุ ซา นแลว, แตว า กายของทา นยอ มคูเขา
เหยียดออก กลงิ้ เกลือก เพราะความแผซานแหงเวทนาวกิ าร. นีเ้ ปน เหตใุ นขอ ท่ีพระ
อรหนั ตเ สวยเวทนาทเี่ ปน ไปในกายอยางเดียว ไมเ สวยเวทนาทเี่ ปน ไปในจิตน.้ี "
ร. "พระนาคเสน ผเู จริญ เมอื่ กายกระสบั กระสา ยอยู จิตยอ มไมก ระสับกระสาย
ดว ยเหตุใด เหตชุ อื่ นั้นเปน ของอัศจรรยในโลก, พระผูเปน เจาจงกลา วเหตุในขอ นน้ั แก
ขา พเจา เถิด."
ถ. "บรมบพิตร เมื่อตน ไมใ หญ ๆ ถึงพรอมแลว ดวยลาํ ตน กงิ่ และใบ เมอ่ื ประชมุ
พรอ มแหงกําลงั ลม กิ่งยอ มไหว, แมลาํ ตนของตนไมใ หญนน้ั ยอมไหวดว ยหรอื ?"
ร. "หาไม พระผูเปนเจา ."
ถ. "บรมบพิตร พระอรหนั ตอนั เวทนาเปน ทกุ ขถกู ตองแลวยอมถือเอาใหเ ปน
อารมณวา เปน อนิจจงั มนั่ เขาไปผูกลา มจติ ไวใ นหลักคือสมาธ,ิ จติ นน้ั ของพระอรหนั ต
น้นั อันพระอรหันตผูกลา มไวแลวในหลักคอื สมาธิแลว ยอ มไมห วน่ั ไหว ยอมไม
กระสับกระสายยอ มเปน จติ ตงั้ มน่ั แลว เปน จติ ไมฟงุ ซา นแลว . กายของพระอรหนั ตนน้ั คู

เขา เหยียดออก กลง้ิ เกลอื กไปมา เพราะความแผซ า นแหง เวทนาวกิ าร, สว นจติ ของพระ
อรหันตนนั้ ไมห วน่ั ไหว ไมกระสับกระสา ยเหมอื นลาํ ตนไมใ หญ ฉะนนั้ ."

ร. "นาอศั จรรยล ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน นา พิศวงละ พระผเู ปนเจา นาคเสน
ความแสดงธรรมเปน ไปในกาลทงั้ ปวง เหน็ ปานฉะนอี้ นั ขาพเจา ไมเ คยเห็นแลว ."

๓. อภิสมยนั ตรายกรปญ หา ๖๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน ในศาสนานคี้ ฤหสั ถผ ูใ ดผหู นง่ึ พงึ
เปน ผตู อ งปาราชกิ แลว , คฤหัสถน ้ันพงึ บวชโดยสมยั อนื่ , บุคคลน้นั ไมร แู มด ว ยตนวา 'เรา
เปน คฤหสั ถ เปน ผูต อ งปาราชิกแลว ,' ทงั้ บุคคลอ่นื ไร ๆ ไมบ อก แมแกบ ุคคลน้นั วา
'ทา นเปน คฤหสั ถต องปาราชกิ แลว ,' ก็ถา บคุ คลนน้ั ปฏิบตั ิเพือ่ ความเปน อยางนัน้ ,
ธรรมาภสิ มยั ความตรัสรูธ รรม พงึ มีแกบคุ คลนน้ั บา งหรอื ?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร ธรรมาภสิ มัยไมมีแกบคุ คลนั้น."
ร. "เพราะเหตุไร พระผูเปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร สง่ิ ใดเปน เหตแุ หงธรรมาภิสมัย ของบุคคลน้นั สง่ิ นั้นอนั
บุคคลนน้ั เลิกถอนเสยี แลว , เพราะเหตุนน้ั ธรรมาภสิ มัยจงึ ไมม.ี "
ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน พระผูเปน เจา กลา วอยวู า 'ความรําคาญยอมมแี ก
บคุ คลท่ีรู เมอื่ ความราํ คาญมอี ย,ู ความหา มธรรมาภสิ มยั ยอมม,ี เมอื่ จติ อันธรรมดา
หามแลว ธรรมาภสิ มยั ยอ มไมม.ี ' พระผูเ ปน เจา นาคเสน กเ็ มือ่ บุคคลนน้ั ไมร อู ยูไมม ี
ความราํ คาญเกิดแลว มีจิตสงบแลว อยู ธรรมาภิสมยั ยอมไมม ีแกบ คุ คลน้นั เพราะเหตุ
ไร? ปญหานน้ั เปน ไปโดยอาการไมเสมอ ๆ พระผูเปน เจา จงคิดแลวจงึ วสิ ัชนา."
ถ. "ขอถวายพระพร พชื อนั ใหผลเปนสาระ อันบุคคลหมกั แลว ดี ยอ มขนึ้ ในนา
อนั เตียน อนั บคุ คลไถดีแลว มเี ทอื กดหี รือไม?"
ร. "ขึน้ ซิ พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร พืชนนั้ นนั่ เทยี ว พงึ ข้ึนในพน้ื ศิลาบนเขาเปนแทง ทบึ หรือ?"
ร. "หาไม พระผูเ ปนเจา."
ถ. "ขอถวายพระพร กพ็ ืชนนั้ นัน่ เทียว ยอ มข้นึ ในเทอื กเพอื่ เหตุอะไร, ยอมไมข น้ึ
เหนือหลังศิลาบนภูเขาเปน แทง ทึบ เพื่อเหตอุ ะไร?"
ร. "เหตใุ นศิลาเปน แทง ทบึ เพอ่ื จะงอกของพชื นน้ั ยอมไมม ี, พืชยอ มไมข นึ้ โดย
ไมมแี หง เหตุ พระผเู ปน เจา."

ถ. "ขอถวายพระพร พชื นนั้ ยอ มขึ้นในเทอื ก ยอ มไมข นึ้ ในพ้ืนศลิ าบนภูเขาเปน
แทง ทบึ ฉนั ใด, ธรรมาภิสมัย พงึ มแี กบ คุ ลน้นั ดว ยเหตุใด เหตนุ ้ันอนั บุคคลนน้ั เลกิ ถอน
เสียแลว, ธรรมาภสิ มยั ยอมไมม ีโดยไมมีแหงเหตุ ฉนั นน้ั นัน่ เทียวแล.

อกี ประการหนงึ่ ทอ นไม กอนดนิ ไมคอ นและตะบองท้งั หลาย ยอ มเขา ถึงซง่ึ อนั
ตัง้ อยไู ดในแผนดนิ , ทอ นไมก อ นดนิ ไมค อ นและตะบองทง้ั หลายเหลา น้ันนัน่ เทยี ว ยอ ม
เขาถงึ ซง่ึ อนั ตง้ั อยูในอากาศไดหรือ?"

ร. "หาไม พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ทอ นไมก อ นดิน และไมค อน และตะบองทง้ั หลาย ยอม
เขา ถงึ ซงึ่ อนั ตงั้ อยไู ด ในแผน ดินอยา งเดยี วดว ยเหตุใด อะไรเปน เหตนุ น้ั ในความต้ังอยู
ไดนั้น, ตัง้ อยใู นอากาศไมไดเพราะเหตไุ ร?"
ร. "เหตุในอากาศ เพื่อความอาศยั ตง้ั อยูแ หง ทอ นไม กอนดนิ ไมคอน และ
ตะบองทงั้ หลายเหลาน้นั ไมม ี, ทอนไม กอนดิน ไมค อ นและตะบองท้งั หลายนน้ั ตั้งอยู
ในอากาศไมไดโ ดยไมม ีแหง เหต.ุ "
ถ. "ขอถวายพระพร ขอนนั้ ฉนั ใด, เหตแุ หง อภิสมัยความตรัสรขู องบคุ คลน้นั อัน
โทษนั้นเลกิ ถอนเสยี แลว, ครนั้ เม่ือเลิกถอนเหตเุ สียอภิสมยั ยอมไมมี โดยอันไมมแี หง
เหตุ ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล.
อีกนัยหนง่ึ ไฟยอมชัชวาลโพลงไดแตบนบก, เพลงิ นนั้ ยอ มชชั วาลโพลงไดในนํา้
ดว ยหรือ?"
ร. "หาไม พระผูเปน เจา เหตใุ นนาํ้ เพื่อความที่ไฟจะโพลงขนึ้ ไมม,ี ไฟยอมไม
โพลงขนึ้ โดยไมมีแหง เหต.ุ "
ถ. "ขอถวายพระพร เหตใุ นนา้ํ เพอ่ื ความที่ไฟจะโพลงขนึ้ ไมม ี ไฟยอมไมโ พลง
ขนึ้ โดยไมมแี หง เหตุ ฉันใด, เหตแุ หง อภิสมยั ของบุคคลนน้ั อนั โทษนนั้ เลิกถอนเสยี แลว ,
เมือ่ เลกิ ถอนเหตเุ สีย ธรรมาธิสมัยความตรัสรูธรรมยอ มไมม ี โดยอนั ไมมแี หง เหตุ ฉนั นน้ั
นั่นเทยี ว."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ทา นจงคดิ เน้ือความน่นั แมอกี , จิตตสัญญตั ติ ความ
เขา ใจในปญหานน้ั ยอ มไมมแี กขา พเจา วา 'เมือ่ ความราํ คาญไมมี ความหา มมรรคและ
ผลและสวรรค ยอมมแี กบุคคลเมื่อไมร 'ู ดงั น;ี้ เพราะฉะนั้น พระผเู ปน เจา จงใหข า พเจา
หมายรูดวยเหตเุ ถิด?"
ถ. "ขอถวายพระพร เออก็ ยาพษิ กลาเกนิ อันบุคคลแมไ มรูเ คีย้ วกนิ แลว ยอ ม
ผลาญชวี ติ เสยี หรอื ไม? "
ร. "ยอมผลาญซิ."

ถ. "ขอถวายพระพร บาปอนั บุคคลแมเ ม่ือไมรูกระทาํ แลว ยอมกระทาํ อนั ตาย
แกอภิสมัย ฉนั นน้ั นน่ั เทยี ว. เออก็ ไฟยอ มเผาบคุ คลไมร แู ลว เหยยี บไปหรือไม? "

ร. "ยอ มเผาซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร ไฟยอ มเผาบุคคลไมรแู ลว เหยยี บไป ฉนั ใด, บาปอนั บุคคล
แมเ ม่อื ไมรกู ระทําแลว เปน กรรมกระทาํ อันตรายแกอ ภสิ มยั ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล. เออก็
อสรพิษกดั บคุ คลไมรแู ลว ยอ มผลาญชวี ิตเสยี หรือไม? "
ร. "ยอมผลาญซิ."
ถ. "อสรพษิ กัดบุคคลไมรูแลว ยอ มผลาญชวี ติ เสยี ฉนั ใด, บาปอนั บุคลแมเ มอ่ื
ไมรูกระทําแลว ยอ มเปน กรรมกระทาํ อนั ตรายแหอภสิ มัย ฉันนนั้ นน่ั เทยี วแล."
ขอถวายพระพร พระเจา กาลิงคราชสมณะโกลญั ญะ เกล่อื นกลน แลว ดวย
รัตนะเจ็ด ทรงรตั นะคชาธารเสด็จไปเพ่อื จะทอดพระเนตรตระกลู แมเมอ่ื ไมรู ไมอ าจ
แลว เพอื่ จะเสดจ็ โดยเบื้องบนแหง โพธิมณั ฑะประเทศเปน ท่ผี อ งใสแหง ญาณชื่อโพธ.ิ
บาปอนั บุคคลแมเ มอื่ ไมร กู ระทาํ แลว ยอมเปนกรรมกระทาํ อนั ตรายแกอภิสมยั ดวยเหตุ
ใด เร่ืองพระเจากาลงิ คราชนี้ เปน เหตุนน้ั ในความทบ่ี าปอนั ผไู มร ูกระทาํ แลว เปน กรรม
กระทาํ อนั ตายแกอภิสมัยน.ี้ "
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน เหตเุ ปนชนิ ภาสติ อันใคร ๆ ไมอ าจเพ่ือจะคดั คา น,
เนอ้ื ความนน่ั แหละ เปน เนื้อความของชนิ ภาสติ นนั้ , ขา พเจา ยอมรับรองอยางนนั้ ."

๔. สมณทสุ สลี คีหิทุสสลี ปญ หา ๖๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสนอ คฤหสั ถท ศุ ีลอยา งหนงึ่ สมณะ
ทศุ ลี อยางหนงึ่ ใครจะวเิ ศษกวากนั อะไรเปน เครอื่ งทาํ ใหต างกนั ; คฤหัสถท ุศีล และ
สมณะทศุ ีลทงั้ สองแมเ หลา นน้ั มีคตเิ สมอ ๆ กนั , วิบากแมของชนท้งั หลายสองเปนผล
เสมอ ๆ กนั หรอื วาเหตุหนอยหนงึ่ เปน เครอื่ งกระทาํ ตางกนั มีอย?ู "

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร คุณทงั้ หลายสบิ ประการเหลา นี้ ของสมณะ
ทุศีลเหลือเกนิ โดยวเิ ศษกวาคฤหัสถท ศุ ลี , สมณะทศุ ีลนนั้ ยอ มยงั ทักขณิ าใหหมดจด
วเิ ศษยงิ่ กวา ดวยเหตทุ ง้ั หลายสบิ ประการดว ย. คุณท้งั หลายสิบของสมณะทุศลี เกนิ โดย
วิเศษกวา คฤหสั ถท ุศีลเปน ไฉน:

ขอถวายพระพร ในโลกน้ี สมณะทศุ ีลเปน ไปกับดว ยความเคารพใน
พระพทุ ธเจา หน่งึ , เปน ไปกับดวยความเคารพในพระธรรมหนงึ่ , เปน ไปกบั ดว ยความ
เคารพในพระสงฆหนึ่ง, เปน ไปกับดว ยความเคารพในสพรหมจารที ้ังหลายหนงึ่ , ยอ ม

พยายามพากเพยี รในอทุ เทส และปรปิ จุ ฉาหนง่ึ , ยอมเปนผมู ีการฟง มากหนงึ่ , สมณะ
ทุศีลแมม ีศลี ทาํ ลายแลว ไปแลว ในบริษทั ยอ มเขา ไปตัง้ ไวซงึ่ อากปั ปกริ ยิ าเรียบรอยหนง่ึ ,
ยอมรักษากายิกะและเจตสกิ ะไว เพราะกลับแตความติเตียนหนง่ึ , จิตของสมณะทศุ ลี
นัน้ เปน จิตมหี นาเฉพาะตอความเพยี รหนงึ่ , ยอ มเขาไปถงึ ความเปน ผเู สวยดว ยภิกษุ
หนงึ่ . สมณะทศุ ีลแมเ ม่ือกระทําบาปยอมซอ นประพฤต.ิ เหมอื นสตรเี ปน ไปดว ยสามี
ซอ นประพฤตกิ รรมอันลามก โดยอธั ยาจารอนั บคุ คลพงึ กระทาํ ในท่ลี บั ฉันใด, สมณะ
ทศุ ลี แมเ มอื่ กระทาํ บาปยอ มซอ นประพฤติ ฉนั นนั้ นน่ั เทยี วแล. คุณท้งั หลายสบิ ประการ
ของสมณะทศุ ลี เหลานีแ้ ล เหลือเกินโดยวเิ ศษกวาคฤหสั ถทุศลี .

สมณะทุศลี ยอ มยงั ทักขิณาใหหมดจดวเิ ศษย่ิง ดวยเหตทุ ้งั หลายสบิ ประการ
เปน ไฉน: คือ สมณะทุศลี ยงั ทกั ขณิ าใหห มดจดพเิ ศษ แมเ พราะความเปนผทู รงเกราะ
อนั บคุ คลพึงฆา ไมไดบ า ง, เพราะทรงเพศของบุคคลโลน มีความเปนผเู สมอดวยฤษีบา ง
, เพราะความเปนผเู พมิ่ เติมประชมุ สงฆบ า ง, เพราะเปน ผูถ งึ พระพทุ ธเจา และพระธรรม
และพระสงฆเ ปน สมณะบา ง, เพราะความเปน ผูอ ยใู นเรอื นเปนทกี่ าํ หนดมปี ธานเปนท่ี
อาศยั บาง, เพราะความแสวงหาทรพั ย ในพระชนิ ศาสานาบา ง, เพราะแสดงพระธรรม
ประเสริฐบา ง, เพราะความเปนผมู ีประทปี คอื ธรรมและคตใิ นธรรม เปน ทถ่ี ึงในเบ้ือง
หนา บา ง เพราะความเปน ผูมที ิฐติ รงโดยสว นเดยี ววา พระพทุ ธเจา เปน ผเู ลศิ ดังน้ีบา ง,
เพราะสมาทานอุโบสถบา ง. สมณะผทู ุศลี ยอ มยงั ทักขิณาใหห มดจดวเิ ศษยงิ่ ดว ยเหตุ
ทงั้ หลายสบิ ประการเหลา นแ้ี ล.

ขอถวายพระพร สมณะทศุ ลี แมเ ปน ผูว ิบตั แิ ลว ยอ มยงั ทกั ขิณาของทายก
ท้งั หลายใหห มดจดพเิ ศษได. เหมือนน้าํ แมข นุ ยอ มนาํ เลนและตม และละออง และไคล
ใหปราศจากกายได ฉันใด, สมณะทศุ ีลแมว ิบตั ิแลว ยอ มยังทกั ขิณาของทายกทง้ั หลาย
ใหห มดจดพิเศษได ฉันนน้ั น่ันเทียวแล.

อีกนัยหนงึ่ นาํ้ รอ น แมอ นั บคุ คลตมเดือดแลว ยอ มยงั กองแหงไฟใหญอ ันโพลง
อยูใหดับได ฉนั ใด, สมณะทศุ ีลแมวบิ ตั ิแลว ยอ มยังทกั ขณิ าของทายกทงั้ หลายใหห มด
จดวิเศษได ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล.

อกี นยั หนงึ่ โภชนะแมป ราศจากรส ยอมนาํ ความเปนผทู รุ พลเพราะความหวิ ให
ปราศได ฉันใด, สมณะทุศีลแมเ ปน ผูวบิ ตั แิ ลว ยอ มยงั ทกั ขิณาของทายกทง้ั หลายให
หมดจดวิเศษได ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล. พระผมู ีพระภาคเจา ผูเปนเทพดาลวงเทพดา ได
ทรงภาสิตแมพ ระพทุ ธพจนน ไ้ี วใ นเวยยากรณ ชือ่ ทกั ขณิ าวภิ ังค ในมชั ฌมิ นกิ ายอนั
ประเสรฐิ ดังพระราชลญั จกรวา 'คฤหัสถใดเปนผูมีศลี ไดโภคะโดยธรรม เปนผมู จี ติ

เล่อื มใสดว ยดแี ลว เมือ่ เชือ่ ผลแหง กรรมอนั ยิ่ง ยอ มใหท านในบคุ คลทศุ ลี ทงั้ หลาย,
ทกั ขิณานน้ั ของคฤหัสถนนั้ ยอมหมดจดโดยวเิ ศษเพราะทายก ดังน.้ี "

ร. "เหตุนา อัศจรรย พระผูเปน เจานาคเสน เหตนุ า พิศวงพระผเู ปน เจา นาคเสน,
ขาพเจา ไดถ ามปญหาประมาณเทา นน้ั , พระผเู ปนเจา เมอ่ื แสดงดวยเหตทุ ั้งหลายเปน
เคร่อื งอปุ มา ไดกระทาํ ปญหานน้ั ดงั มอี มฤตเปนรสหวาน เปนของควรฟง . เหมือนคน
เครอ่ื งหรือศิษยข องคนเครื่องไดมังสะประมาณเทา นน้ั ใหถ งึ พรอ มดว ยสัมภาระ
ท้งั หลายมีอยา งตา ง ๆ กระทําใหเ ปน ราชปู โภค ฉนั ใด, พระผูเปนเจานาคเสน ขาพเจา
ไดถ ามปญ หาประมาณเทา น้นั , พระผเู ปน เจา แสดงแลว ดว ยเหตทุ ้งั หลายเปน เครอ่ื ง
อปุ มา ไดก ระทาํ ปญหานัน้ ใหเ ปนธรรมมีอมฤตเปนดงั รสหวาน เปนของควรฟง แลว ฉนั
นั้นนัน่ เทยี วแล."

๕. อุทกสตั ตชวี ปญ หา ๖๓

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน นํ้าน้อี ันบุคคลใหรอนอยูในไฟ
ยอมประพฤติซ่งึ เสยี งดงั ปป ยอมรองเสียงดงั ฉ่ีฉี่ ยอมรอ งมีอยา งมาก; พระผเู ปนเจา
นาคเสน น้ํามชี ีวิต นา้ํ เลน อะไร จงึ รองหรือหนอ หรอื วา นํา้ อนั วัตถุอนื่ เบยี ดเบียนแลว
ยอมรอ ง?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร นา้ํ ยอมไมมีชวี ติ เลย สภาพผเู ปน อยหู รือ
สัตวยอ มไมม ใี นนา้ํ ; กแ็ ตว า นาํ้ ยอ มประพฤติเสียงดงั ปป ประพฤตเิ สยี งดังฉ่ฉี ี่ ยอมรอ งมี
อยา งมาก เพราะความทกี่ ําลงั แหงความรอนพรอ มแตไฟเปนของใหญ. "

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน เดยี รถยี ท ง้ั หลายบางพวก ในโลกนค้ี ิดแลว วา นาํ้ มี
ชวี ิต หา มแลว ซึ่งนา้ํ เยน็ ยังนา้ํ ใหร อนแลว บริโภคนํา้ ซึง่ ทาํ ใหเปน ของหลากไปเพราะ
ความดดั แปลง เดียรถยี ทง้ั หลายเหลา น้ันยอ มติเตียน ยอ มดหู มนิ่ พระผเู ปน เจา ทงั้ หลาย
วา 'สมณะศากยบุตรทงั้ หลาย ยอมเบยี ดเบียนของเปน อยู มอี นิ ทรียเ ปน อนั เดยี ว' ดังน;ี้
พระผเู ปนเจา จงบรรเทาความติเตยี น ความดูหมนิ่ ของเดียรถียทงั้ หลายเหลา นั้น จง
กําจดั สระสางใหความติเตียน ความดหู มนิ่ นนั้ ของเดยี รถียเหลา นน้ั ใหส นิ้ ไป."

ถ. "ขอถวายพระพร นา้ํ ยอมไมมีชีวติ สภาพผเู ปนหรอื สตั วในนาํ้ ยอมไมม;ี เออ
ก็ นา้ํ ประพฤตเิ สยี งดังปป ประพฤติเสียงดงั ฉฉ่ี ี่รองหลายอยาง เพราะความทีเ่ รีย่ วแรง
แหงความรอนพรอมแตไฟเปน ของใหญ.

ขอถวายพระพร นาํ้ ขังอยูในบงึ และสระใหญ และสระนอย และเหมอื ง และลํา
ธาร และซอก และบอ และทล่ี มุ และสระบวั ยอมหมดไป ยอ มถงึ ความสน้ิ ไป เพราะ

ความทเี่ รย่ี วแรงแหง ลมและแดดเปนของใหญ, นา้ํ ในบงึ เปน ตน เหลา นน้ั ประพฤติเสยี ง
ดังปป ประพฤติเสยี งดงั ฉ่ีฉี่ ยอ มรองหลายอยางดว ยหรอื ?"

ร. "หาไม พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา นาํ้ พงึ มีชีวติ ไซร นา้ํ ในทที่ ง้ั หลายมีบึงเปน ตนแมเหลานน้ั
พงึ รอง.
ขอถวายพระพร ดว ยเหตุแมน้ี บรมบพติ รจงทรงทรงวา 'สภาพผูเปนหรอื สตั ว
ในนาํ้ ยอ มไมม ,ี นาํ้ ประพฤติเสยี งดงั ปป ประพฤติเสยี งฉฉ่ี ย่ี อ มรองหลายอยา ง เพราะ
ความทเี่ ร่ยี วแรงแหง ความรอ นพรอ มแตไฟเปน ของใหญ' ดงั น.้ี
ขอถวายพระพร บรมบพิตรจงทรงฟง เหตยุ ง่ิ แมอื่นอกี : สภาพผเู ปน หรอื สัตวใน
น้าํ ยอ มไมม,ี นํา้ ยอ มรอ งเพราะความที่เรย่ี วแรงแหง ความรอนพรอ มแตไ ฟเปนของ
ใหญ. ก็นาํ้ เจือพรอมแลวดวยขา วสารทั้งหลาย ตงั้ อยใู นภาชนะเปน ของอันบุคคลปด ไว
แลว อนั บุคคลยังไมต ง้ั ไวแลว เหนือเตา, นา้ํ ในภาชนะนน้ั ยอมรองดว ยหรือ?"
ร. "หาไม พระผเู ปน เจา นาํ้ นกั เปน ของไมก ระเพื่อม สงบเรียบรอยอย.ู "
ถ. "ขอถวายพระพร กน็ าํ้ นั้นนั่นแหละ ตงั้ อยใู นภาชนะอนั บุคคลยงั ไฟใหโพลง
ขน้ึ แลว ต้งั ไวเ หนือเตาแลว, นาํ้ ในภาชนะนัน้ เปน ของไมก ระเพอ่ื ม สงบเรยี บรอยอยู
หรือ?"
ร. "หาไม พระผเู ปนเจา นา้ํ นนั้ ยอ มกระเพ่อื ม ยอมกาํ เรบิ ขนุ มัว เปน น้ํามีคล่นื
เกดิ แลว ยอมไปในเบ้อื งบนและเบื้องตาํ่ ยงั ทิศและทิศตา ง ๆ ยอ มขนึ้ ยอ มสา ยไปขา ง ๆ
เปน ของมรี ะเบยี บแหง ฟอง."
ถ. "ขอถวายพระพร กน็ า้ํ ตง้ั อยโู ดยปกตินน้ั ยอมไมก ระเพื่อมสงบเรยี บรอ ยอยู
เพราะเหตุไร, กแ็ หละนํา้ น้นั ไปในไฟแลว ยอ มกระเพอื่ ม ยอ มกาํ เรบิ ยอ มขุนมัว ยอ ม
เปนนา้ํ มีคลน่ื เกิดแลว ยอมไปในเบื้องบนและเบือ้ งตา่ํ ยงั ทิศและทิศตา ง ๆ มีระเบียบ
แหง ฟองเพราะเหตุไร?"
ร. "นํ้าตง้ั อยโู ดยปกติ ยอ มไมก ระเพอ่ื มซิ พระผูเ ปนเจา ล สวนน้ําไปแลว ในไฟ
ยอมประพฤติเสียปป ยอ มประพฤติเสียดงั ฉฉ่ี ี่ ยอมรอ งหลายอยา ง เพราะความที่
เร่ียวแรงแหง ความรอ นพรอมแตไ ฟเปน ของใหญ? "
ถ. "ขอถวายพระพร ดวยเหตแุ มนี้ บรมบพติ รจงทรงทรงวา 'สภาพผูเปน อยูหรือ
สัตวในนา้ํ ยอ มไมมี, นาํ้ รองเพราะความทเี่ รีย่ วแรงแหง ความรอ นพรอ มแตไ ฟเปน ของ
ใหญ. "

ขอถวายพระพร บรมบพิตร จงทรงสดับเหตยุ ่งิ แมอ ืน่ อกี : สภาพผเู ปน อยหู รือ
สตั วในนา้ํ ยอมไมมี น้าํ รองเพราะความที่เร่ยี วแรงแหง ความรอนพรอมแตไ ฟเปน ของ
ใหญ นาํ้ น้นั เปน ของขังอยใู นหมอแหง นา้ํ อนั บคุ คลปดไวเสยี แลว มีอยทู กุ ๆ เรอื นหรือ?"

ร. "มีซิ พระผูเปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร นา้ํ นน้ั กระเพ่อื มกาํ เรบิ ขุนมัว เปนนาํ้ มีคลน่ื เกดิ แลว ยอม
ไปในเบื้องบนและเบอื้ งตํา่ ยังทิศและทิศตาง ยอมกระฉอกขั้น ยอมสา ยไปขา งซา ยขา ง
ขวามรี ะเบยี บแหง ฟองดวยหรือ?"
ร. "หาไม พระผูเปนเจา น้ํานนั้ เปน ของไมกระเพื่อม และต้งั อยูโดยปกติ เปน
ของขงั อยใู นหมอ แหง นาํ้ ."
ถ. "ขอถวายพระพร กบ็ รมบพิตร เคยทรงสดับแลว หรอื วา 'นา้ํ ในมหาสมทุ ร
ยอมกระเพอ่ื ม ยอมกาํ เริบ ยอ มขุน มวั เปน นาํ้ มคี ลน่ื เกดิ แลว ยอ มไปในเบอ้ื งบนและ
เบื้องตํา่ ยังทศิ และทิศตาง ๆยอ มกระฉอกข้นึ ยอ มกระฉอกไปขางซายขางขวา มี
ระเบยี บแหง ฟองนาํ้ เทอ ขน้ึ แลว ยอมพระหารทีฝ่ งนํา้ ยอมรอ งหลายอยา ง."
ร. "คํานนั้ ขาพเจาเคยฟงดว ย เคยเห็นดว ย, นํา้ ในมหาสมทุ รพลงุ ข้ึนแลว ใน
อากาศ รอยศอกบาง สองรอ ยศอกบาง."
ถ. "ขอถวายพระพร นาํ้ อยใู นหมอแหง น้าํ ยอมไมก ระเพอ่ื มยอมไมรองเพราะ
เหตไุ ร, สวนนาํ้ ในมหาสมทุ รยอ มกระเพอ่ื ม ยอมรองเพราะเหตไุ ร?"
ร. "น้ําในมหาสมทุ ร ยอ มกระเพื่อม ยอมรอ งเพราะความทเี่ รยี่ วแรงแหลงลม
เปน ของใหญ พระผเู ปนเจา, นาํ้ อยใู นหมอแหงนา้ํ อนั ตรายทงั้ หลายบางเหลา ไมก ระทบ
แลว ยอมไมก ระเพอ่ื ม ยอมไมร อ ง."
ถ. "ขอถวายพระพร นา้ํ ในมหาสมทุ ร ยอมกระเพอ่ื ม ยอ มรอ งเพราะความที่
เรี่ยวแรงแหง ลมเปนของใหญ ฉันใด, นํา้ ยอ มรองเพราะความที่เรีย่ วแรงแหง ความรอน
พรอ มแตไ ฟเปน ของใหญ ฉนั นน้ั แล. หนุ แหงกลองแหง แลว ชนทง้ั หลายยอมขึงดว ยหนงั
แหง โคแหง แลว ไมใ ชห รอื ?"
ร. "อยา งนนั้ ซิ พระผเู ปน เจา."
ถ. "ขอถวายพระพร สภาพผเู ปน อยหู รอื สัตวในกลองมีอยหู รือ?"
ร. "ไมม เี ลย พระผเู ปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร กลองยอ มรอ งเพราะเหตุอะไร?"
ร. "กลองยอ มรอ งเพราะความเพียรของสตรีบาง ของบุรษุ บา ง สมควรแกกลอง
นั้นซิ พระผเู ปน เจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร กลองยอ มรอ งเพราะความเพียรสมควรแกก ลองนนั้ ของ
สตรีบาง ของบุรษุ บา ง ฉันใด, น้าํ ยอ มรองเพราะความทเี่ ร่ียวแรงแหง ความรอนพรอ ม
แตไฟเปน ของใหญ ฉนั นน้ั แล. ดวยเหตแุ มน ี้ บรมบพิตรจงทรงทราบวา 'สภาพผเู ปน
หรือสตั ว ในนา้ํ ไมม,ี น้ํายอ มรอ งเพราะความทเี่ รยี่ วแรงแหงความรอ นพรอมแตไ ฟเปน
ของใหญ. ' เหตอุ นั บรมบพติ รพงึ ตรัสถามแมแกอ าตมภาพกอนปญหานน้ั อาตมภาพ
วินจิ ฉยั ดีแลวอยางน.ี้

ขอถวายพระพร นา้ํ อันบุคคลตมอยูด ว ยภาชนะทง้ั หลายแมท ง้ั ปวงยอ มรอ ง
หรือวา นํา้ อนั บคุ คลตม อยดู ว ยภาชนะทงั้ หลายบางชนดิ นน่ั เทยี วยอ มรอง?"

ร. "นาํ้ อนั บคุ คลตมอยดู ว ยภาชนะทง้ั หลายแมทงั้ ปวง ยอ มรอ งหามิได, นํา้ อนั
บุคคลตมอยูดวยภาชนะทงั้ หลายบางชนดิ นั่นเทียวยอมรอ ง."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนน้ั บรมบพิตรละสมยั ลทั ธขิ องพระองคเสยี เปน ผู
กลบั มาสวู ิสยั ของอาตมภาพ, สภาพผูเปน อยหู รอื สตั วใ นนาํ้ ไมม ;ี ถาวา นาํ้ อนั บุคคลตม
อยูด วยภาชนะท้งั หลายแมท ง้ั ปวงพงึ รอง น้ํานี้ควรแลว เพ่ือจะกลา ววามีชีวิต.

ขอถวายพระพร นาํ้ ไมเปน สองแผนกคอื นา้ํ ใดทรี่ อ งได นํ้าน้ันมชี วี ติ นา้ํ ใดที่รอง
ไมไ ด น้ํานั้นไมมีชีวิต. ถาวา นํ้าพึงเปน อูยูไ ซร เม่อื คชสารใหญทงั้ หลายมกี ายสงู ข้ึนแลว
ซับมนั แลว เอางวงสูบขึ้นแลว ใสในปากใหเ ขา ไปยงั ทอง นาํ้ น้นั แมท ่ีแทรกอยูใ นระหวา ง
แหงฟน แหง คชสารใหญท ง้ั หลายนนั้ พงึ รอ ง. เรอื ใหญทง้ั หลายแมมรี อ ยแหงศอกเปน
ประมาณ เปน ของหนกั บรรทุกของหนกั บริบูรณดว ยภาระมใิ ชแสนเดยี ว ยอมเท่ียวไป
ในมหาสมทุ ร, นา้ํ แมอนั เรอื ใหญทง้ั หลายเหลานัน้ แทรกอยู พงึ รอง. ปลาทง้ั หลายมกี าย
ประมาณรอยโยชน มิใชป ลาเดียว ใหญ ๆ คอื ปลาตมิ ิ ปลาตมิ ิงคละ ปลา
ติมิรปง คละ จมลงแลว ในภายใน อาศยั อยใู นมหาสมทุ ร เพราะความทม่ี หาสมทุ รน้นั
เปนทอี่ าศัยอยู ทอ แหง น้ําใหญ ยอ มชาํ ระ ยอมเปา ดวย, นาํ้ แทรกอยูใ นระหวางแหง ฟน
บาง ในระหวา งแหง ทองบา ง แมแ หงปลาทงั้ หลายเหลานนั้ พึงรอ ง. กน็ าํ้ อันเครือ่ ง
เบยี ดเบยี นทง้ั หลายใหญ ๆ มีอยางนีเ้ ปน รปู ๆ เบยี ดเบยี นแลว ยอ มไมร อ ง เพราะเหตุ
ใด, แมเพราะเหตุนน้ั บรมบพติ รจงทรงไวซ งึ่ ปญ หานน้ั อยางนว้ี า 'สภาพผูเ ปน หรอื สตั ว
ในนาํ้ ยอมไมม ี' ดงั น.ี้ "

ร. "ดีละ พระผเู ปนเจา นาคเสน ปญ หาควรแกไข พระผูเ ปน เจา จาํ แนกแลว ดวย
วาจาเครื่องจําแนกอันเหมาะเจาะ.

พระผูเ ปน เจานาคเสน แกว มณีใหญมีคามากมาถงึ ชา งแกวมณีผูเ ปน อาจารย
ฉลาดเฉยี บแหลมไดศึกษาแลว พงึ ไดเ กยี รติคุณสรรเสริญชมเชย, หรอื แกว มุกดามาถึง
ชา งแกว มกุ ดา, หรือผา อยางดมี าถึงชางทาํ ผา, หรือแกน จนั ทนแ ดงมาถงึ ชา งปรงุ เคร่ือง

หอม พึงไดเกยี รติคณุ สรรเสรญิ ชมเชย ฉนั ใด; ปญหาควรแกไข พระผูเ ปน เจาจําแนก
แลว ดว ยวาจาเครือ่ งจาํ แนกอนั เหมาะเจาะ ฉันนน้ั นน่ั เทยี วแล. ขอวิสัชนาปญหาของ
พระผเู ปนเจานั้นสมอยา งนนั้ , ขาพเจายอมรับรองอยา งนั้น."

๖. โลกนตั ถิภาวปญ หา ๖๔

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระพทุ ธเจา ทง้ั หลายยอมปรากฏ
ในโลก, พระปจ เจกพทุ ธเจา ท้งั หลายยอมปรากฏ, พระสาวกของพระตถาคตทง้ั หลาย
ยอ มปรากฏ, พระเจา จกั รพรรดิทัง้ หลายยอ มปรากฏ, พระเจาประเทศราชทงั้ หลายยอ ม
ปรากฏ, เทวดาและมนษุ ยท ง้ั หลายยอมปรากฏ, ชนทีม่ ที รัพยท งั้ หลายยอมปรากฏ, ชน
ท่ีไมม ที รพั ยท งั้ หลายยอมปรากฏ, ชนทไ่ี ปดีทั้งหลายยอมปรากฏ, ชนท่ไี ปชว่ั ท้ังหลาย
ยอมปรากฏ, อติ ถลี ิงคเปน ชดั แกบ รุ ุษปรากฏมี, ปุรสิ ลงิ คเ ปน ชัดแกสตรีกป็ รากฏ, กรรม
อนั บุคคลกระทําดแี ละกระทาํ ชว่ั แลว ยอ มปรากฏ, สตั วท ้ังหลายผูเสวยวบิ ากแหง กรรมท่ี
เปน บญุ และเปน บาปทั้งหลายปรากฏอย,ู สัตวท งั้ หลายทีเ่ ปน อณั ฑชะเกดิ แตฟ องเปน
ชลาพชุ ะ เปน สงั เสทชะ เปน อปุ ปตกิ ะก็มีอยูใ นโลก, สัตวท ั้งหลายท่ไี มม เี ทา สองเทา ส่ี
เทา เทา มากมอี ย,ู ยกั ษท ้งั หลาย ผีเสอื้ ทงั้ หลาย กมุ ภัณฑท ง้ั หลาย อสรู ทง้ั หลาย ทานพ
ทง้ั หลายคนธรรพท้งั หลาย เปรตทัง้ หลาย ปศ าจทง้ั หลาย มีอยใู นโลก, กินนรทง้ั หลาย งู
ใหญท ง้ั หลาย นาคทง้ั หลาย สบุ รรณทง้ั หลาย ผูส าํ เร็จทงั้ หลาย วทิ ยาธรทงั้ หลาย ยอ ม
มอี ย,ู ชางทง้ั หลาย มาท้งั หลาย วัวท้ังหลาย ควายท้ังหลาย อฐู ทง้ั หลาย ลาทง้ั หลาย
แพะทงั้ หลาย เจยี มทงั้ หลาย เนื้อทัง้ หลาย สกุ รทง้ั หลาย สีหะทงั้ หลาย เสอื โครง
ทง้ั หลาย เสอื เหลืองท้ังหลาย หมที ง้ั หลาย สนุ ัขปา ทง้ั หลาย เสอื แผว ทง้ั หลาย สนุ ัข
ทงั้ หลาย สนุ ขั จิ้งจอกทง้ั หลาย ลว นมอี ย,ู นกท้ังหลายมีอยา งมากมีอย,ู ทองคํา เงนิ
แกวมุกดา แกว มณี สงั ข แกว ศิลา แกว ประพาฬ แกว ทบั ทมิ แกว ลาย แกวไพฑรู ย
เพชร แกว ผลกึ กาลโลหะ ตามพะโลหะ วฏั ฏโลหะ กงั สะโลหะ มีอย,ู ผา โขมะ ผา โกไสย
ผากปั ปาสกิ ะ ผาสาณะ ผา ภังคะ ผา กัมพล มอี ยู ขา วสาลี ขา วเปลอื ก ขาวแดง ขา ว
ฟา ง ขาวกบั แก ลูกเดอื ย ขาวละมาน ถ่วั เขียว ถั่วราชมาส งา ถว่ั ดาํ ลว นมีอย,ู กล่นิ แหง
ราก กลน่ิ แหง แกน กลนิ่ แหง กะพี้ กลนิ่ แหง เปลอื ก กลนิ่ แหงใบ กลน่ิ แหง ดอก กลนิ่ แหง
ผล กลิน่ แหง ขอ ลว นมอี ย,ู หญา และเครอื เขา และกอไม และตนไม และไมตายทราก
และไมเปนเจา แหง ปา และแมน้ํา และภเู ขา และสมทุ ร และปลา และเตาทงั้ หลาย ลวน
มอี ย,ู สงิ่ ทั้งปวง มอี ยใู นโลก. สงิ่ ใดไมมีในโลก พระผูเปนเจา จงกลา วสงิ่ นนั้ แกข า พเจา
เถดิ พระผเู ปนเจา."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร สิ่งสามอยา งเหลา น้ี ยอมไมมใี นโลก, สงิ่
สามอยา ง คือ: สตั วท ม่ี ีเจตนาก็ดี ท่ีไมม ีเจตนาก็ดี เปน สตั วไ มแ กแ ละไมตาย ยอมไมม ี
ในโลก, ความที่สังขารท้ังหลายเปน ของเทยี่ ง ยอมไมม ีในโลก, ความเขา ไปคนไดวา สัตว
โดยปรมัตถยอ มไมมีในโลก. ขอถวายพระพร ของสามอยา งเหลา นี้ ยอ มไมม ีในโลก."

ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวสิ ชั นาปญ หาน้นั สม
อยา งนน้ั ขา พเจายอมรับรองอยา งนน้ั ."

๗. สตสิ ัมโมสปญหา ๖๕

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน ความหลงลมื สตขิ องพระอรหนั ต
มีหรือ?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระอรหนั ตท ัง้ หลายปราศจากความ
หลงลืมสตแิ ล ความหลงลืมสตขิ องพระอรหันตท ง้ั หลายยอมไมม .ี "

ร. "พระผูเปน เจา กพ็ ระอรหนั ตต อ งอาบตั หิ รือไม?"
ถ. "ขอถวายพระพร ตอ งซ.ิ "
ร. "ตอ งเพราะวัตถอุ ะไร?"
ถ. "ขอถวายพระพร ตอ งเพราะทาํ กุฎ,ี ตองเพราะสัญจรติ , ตอ งเพราะ
ความสาํ คญั ในวกิ าลวา เปน กาล, ตอ งเพราะความสําคญั ในภกิ ษุผูหา มขาวแลว วา เปน
ผยู งั ไมไดห า มขาวแลว , ตองเพราะสาํ คัญในภัตรเปนอนติริตตะวา เปนอติริตตะ."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระผูเปน เจา กลา วอยวู า 'ภิกษทุ ัง้ หลายเหลา ใด
ยอ มตองอาบตั ิ ภิกษุทงั้ หลายนน้ั ยอมตองดว ยอาการทง้ั หลายสอง คือ ตอ งดวยความ
ไมเ ออ้ื เฟอ บา ง คอื ตอ งดวยความไมรบู า ง.' อนาทริยะ ความไมเอื้อเฟอ มแี กพระอรหันต
บางหรือ พระผูเปน เจา พระอรหนั ตตอ งอาบัติเพราะความไมเอ้ือเฟอ ไรเลา ."
ถ. "ขอถวายพระพร หามีไม? "
ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ถา พระอรหนั ตต องอาบตั ,ิ แต
อนาทรยิ ะของพระอรหนั ตไ มม ี, ถา อยา งนนั้ ความหลงลมื สตขิ องพระอรหนั ตย อมมี ละ
ซ?ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร ความหลงลมื สตขิ องพระอรหนั ต ยอ มไมม ี, ก็แตวา พระ
อรหนั ตยอ มตอ งอาบตั .ิ "
ร. "พระผเู ปน เจา ถา อยา งนนั้ พระผูเ ปนเจา จงยงั ขา พเจา ใหท ราบดว ยเหตุ
อะไรเปนเหตุในความตอ งนนั้ ?"

ถ. "ขอถวายพระพร กเิ ลสทั้งหลายสองประการเหลา นี้ คอื :โลกวชั ชะหนึง่
ปณณตั ติวชั ชะหนง่ึ . โลกวชั ชะเปน ไฉน: กรรมบถท้ังหลายทีเ่ ปน อกุศลสิบประการ
ประชมุ แหงกรรมบถเปนอกศุ ลน้ี บัณฑติ ยอ มกลาววา โลกวัชชะ. ปณ ณัตตวิ ัชชะเปน
ไฉน: กรรมอันใดไมเ หมาะ ไมควรแกส มณะท้ังหลาย แตเ ปน อนวัชชะไมมโี ทษของ
คฤหัสถท ง้ั หลายมีอยูในโลก, พระผูม ีพระภาคเจาทรงบญั ญัติสิกขาบทแกส าวก
ทง้ั หลาย ใหเ ปน เขตแดนอนั สาวกทงั้ หลายพงึ ลวงไมไ ด ตราบเทา สน้ิ ชพี เพราะกรรมน้ัน.

ขอถวายพระพร วกิ าลโภชนเ ปนอนวชั ชะไมมีโทษของโลก, วกิ าลโภชนน นั้ เปน
สาวชั ชะมีโทษในพระชนิ ศาสนา; ความกระทําภตู คามใหก ําเรบิ เปน อนวชั ชะของโลก,
ความกระทาํ ภตู คามใหกาํ เรบิ น้ันเปน สาวชั ชะในพระชนิ ศาสนา, การรนื่ เริงเลน นา้ํ เปน
อนวัชชะของโลก, การรน่ื เรงิ เลนนาํ้ นนั้ เปน สาวชั ชะในชนิ ศาสนา; กรรมทั้งหลายเหน็
ปานฉะน้ี เปน สาวัชชะในพระชินศาสนา; วชั ชะน้ีอนั บัณฑติ ยอ มกลา ววาเปน ปณ ณตั ติ
วัชชะ. กิเลสใดเปน โลกวชั ชะ พระขีณาสพไมพอเพอื่ จะประพฤตลิ ว งกิเลสนนั้ , กิเลสใด
ท่ีเปฯปณ ณัตติวชั ชะ พระขณี าสพตองกิเลสนน้ั เพราะเไมร.ู

ขอถวายพระพร การทีจ่ ะรกู เิ ลสทงั้ ปวงมใิ ชวสิ ัยของพระอรหันตบ างองค, กาํ ลงั
ท่ีจะรกู เิ ลสท้ังปวงยอมไมมีแกพ ระอรหนั ตโ ดยแท แมชอื่ แมโ คตรแหง สตรบี รุ ุษท้ังหลาย
อนั พระอรหนั ตไ มรูแลว , แมทางเดนิ ในแผนดนิ อนั พระอรหันตนน้ั ยงั ไมร สู ิน้ แลว; พระ
อรหนั ตบ างองคพงึ รไู ดแตวิมุตติอยา งเดยี ว, พระอรหนั ตทไี่ ดอภิญญาหกประการ พงึ รู
ไดเ ฉพาะวสิ ยั ของตน. พระตถาคตผูส ัพพญั ูเทานน้ั ยอ มรกู ิเลสทงั้ ปวง."

ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอ วสิ ชั นาปญ หานั้น สม
อยา งนนั้ , ขาพเจายอมรบั รองอยางนน้ั ."

๘. นิพพานอัตถิภาวปญหา ๖๖

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน สตั วท ง้ั หลายเกิดแตแ กรรม ยอม
ปรากฏในโลก, สัตวทั้งหลายเกิดแตเหตุ ยอ มปรากฏ, สตั วท ั้งหลายเกดิ แตอตุ ุ ยอม
ปรากฏ, สง่ิ ใดทีไ่ มเกดิ แตก รรม ไมเ กิดแตเหตุ ไมเกดิ แตอ ุตุ จงกลา วสงิ่ นนั้ แกขาพเจา
เถิด."

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร ของทงั้ หลายสองเหลา น้ไี มเ กดิ แตก รรม ไม
เกิดแตเหตุ ไมเ กดิ แตอตุ ใุ นโลก, ของทง้ั หลายสองเปน ไฉน: ของท้งั หลายสอง คือ
อากาศไมเกดิ แตกรรม ไมเ กดิ แตเ หตุ ไมเ กดิ แตอ ุตุ, พระนพิ พานไมเ กดิ แตก รรม ไมเกดิ
แตเ หตุ ไมเ กดิ แตอ ตุ ุ.

ขอถวายพระพร ของสองประการเหลา นี้ ไมเกิดแตกรรม ไมเ กดิ แตเ หตุ ไมเกิด
แตอุตแุ ล."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน พระผเู ปน เจา จงอยา หลซู ง่ึ พระพทุ ธพจนข อง
พระพทุ ธเจา ผชู นะแลว , ไมรแู ลว จงอยา พยากรณปญหาเลย."

ถ. "ขอถวายพระพร อาตมภาพกลา วปญหาอะไร, พระองคจงึ รบั ส่งั กะอาตม
ภาพอยางนวี้ า 'พระผูเปน เจา จงอยา หลซู ่ึงพระพทุ ธพจนข องพระพทุ ธเจาผูชนะแลว ไม
รูแลวจงอยาพยากรณป ญหาเลย."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน การทีก่ ลา ววา 'อากาศไมเกดิ แตก รรม ไมเ กดิ แตเหตุ
ไมเกดิ แตฤดู' ดังน้ี น้คี วรแลว กอ น. พระผเู ปนเจา นาคเสน กม็ รรคเพื่อทําใหแจง ซงึ่ พระ
นพิ พาน พระผูม พี ระภาคเจา ตรสั แลวแกสาวกทั้งหลาย ดว ยเหตทุ ้งั หลายมิใชรอ ยเดยี ว,
คร้ันเมอ่ื เปน เชน นนั้ พระผูเ ปน เจา กลา วอยา งน้วี า 'พระนพิ พานไมเกดิ แตเหตุ ดังน.้ี "

ถ. "ขอถวายพระพร มรรคเพอื่ กระทํานพิ พานใหแ จง พระผูมพี ระภาคเจา ตรัส
แลว แกส าวกทงั้ หลาย ดว ยเหตทุ ง้ั หลายมใิ ชรอยเดียวจรงิ , กแ็ ตเหตเุ พอ่ื ความถือมั่น
นิพพานอนั พระองคไ มตรัสแลว ."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ในทน่ี ี้ เราทง้ั หลายจากทม่ี ดื เขาไปสทู ี่มืดกวา , จาก
ไพรเขาไปสไู พรท่ีทึบกวา , จากชัฏเขา ไปสชู ัฏทร่ี กกวา , ชอบกล เหตุเพอ่ื ทํานิพพานให
แจง มอี ยู แตเ หตเุ พอื่ ความถอื มัน่ ธรรม คอื นพิ พานน้ันยอ มไมม ี พระผเู ปนเจา นาคเสน
ถาวา เหตเุ พอื่ กระทาํ นพิ พานใหแจง มีอยไู ซร, ถาอยางนน้ั เหตุเพ่ือถอื มั่นพระนพิ พาน
อนั บัณฑติ พงึ ปรารถนา.

พระผเู ปน เจา นาคเสน เหมอื นบิดาของบตุ รมีอย,ู เพราะเหตนุ นั้ บิดาแมข อง
บดิ าอนั บณั ฑติ พึงปรารถนา ฉันใด; อนึง่ อาจารยของอนั เตวาสิกมอี ย,ู เพราะเหตนุ นั้
อาจารยแมของอาจารย อนั บัณฑิตพงึ ปรารถนา ฉนั ใด; อนงึ่ พืชของหนอ มอี ย,ู เพราะ
เหตนุ นั้ พืชแมข องพชื อนั บณั ฑติ พึงปรารถนา ฉนั ใด;

พระผเู ปน เจานาคเสน ถา วา เหตเุ พือ่ ทาํ นพิ พานใหแจง มีอยูไซร, ถาอยางนนั้
เหตแุ มเพือ่ ความถือมนั่ พระนิพพานอันบณั ฑิตพึงปรารถนาฉนั นั้นนนั่ แล. เหมอื นกบั วา
คร้ันเม่ือยอดแหง ตน ไม หรอื เครือเขามีอยู เพราะเหตุนนั้ แมทามกลางก็มีอยู โคนกม็ อี ยู
ฉันใด, ถา เหตเุ พอื่ ความกระทาํ นิพพานใหแ จง มอี ย,ู ถาอยา งนน้ั เหตุเพอ่ื ความถือมั่น
นิพพานอนั บณั ฑติ พึงปรารถนา ฉนั นนั้ นน่ั เทยี วแล."

ถ. "ขอถวายพระพร พระนพิ พานอนั ใคร ๆ ไมพ งึ ถือม่ัน, เพราะฉะนน้ั เหตเุ พื่อ
ความถือมัน่ พระนิพพาน อนั พระผมู พี ระภาคเจา ไมตรสั แลว ."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน เชญิ พระผูเ ปนเจา แสดงเหตุ ยงั ขา พเจา ใหท ราบดว ย
เหต,ุ ขาพเจา พงึ ทราบอยา งไรวา 'เหตเุ พือ่ กระทํานพิ พานใหแ จง มอี ยู เหตเุ พอื่ ความยึด
ม่นั พระนพิ พานไมม.ี "

ถ. "ขอถวายพระพร ถา อยา งนนั้ บรมบพิตรจงตง้ั พระกรรณทรงสดับโดยเคารพ
จงสดบั ใหส าํ เรจ็ ประโยชนเถิด, อาตมภาพจักกลา วเหตใุ นขอนนั้ .

ขอถวายพระพร บรุ ษุ พงึ อาจเพือ่ จะเขา ไปใกลร าชบรรพตชือ่ หมิ วนั ต แตทน่ี ี้
ดวยกาํ ลงั อนั มีอยูโดยปกตหิ รอื ?"

ร. "อาจซิ พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร ก็บรุ ษุ นนั้ อาจเพอื่ จะนาํ ราชบรรพตชอ่ื หมิ วนั ต มาในทนี่ ี้
ดวยกําลงั โดยปกติหรอื ?"
ร. "ไมพึงอาจเลย พระผเู ปนเจา."
ถ. ขอถวายพระพร มรรคเพื่อทํานพิ พานใหแ จง อันพระผมู ีพระภาคเจา อาจ
เพ่ือจะตรสั เหตุเพ่อื ความถอื มั่นพระนพิ พานนนั้ อนั พระผมู ีพระภาคเจา ไมอาจเพ่ือจะ
ทรงแสดง ฉนั นน้ั นนั่ แล.
ขอถวายพระพร บรุ ุษพงึ อาจเพอ่ื จะขา มมหาสมทุ รดว ยเรือถึงฝง โนน ดว ยกาํ ลัง
อนั มอี ยูโดยปกตหิ รอื ?"
ร. "อาจซิ พระผูเปน เจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร บุรุษนน้ั อาจเพอ่ื จะนาํ ฝง โนน ของมหาสมุทรมาในทนี่ ้ี ดวย
กําลงั อนั มีอยโู ดยปกตหิ รอื ?"
ร. "หาไม พระผเู ปนเจา ."
ถ. "ขอถวายพระพร มรรคเพอ่ื กระทํานพิ พานใหแ จง อนั พระผูม พี ระภาคเจา
อาจเพื่อจะตรัส เหตเุ พอื่ ความยดึ ม่ันพระนพิ พาน อนั พระผมู พี ระภาคเจา ไมอ าจเพอื่ จะ
ทรงแสดง ฉนั นัน้ นนั่ เทยี วแล; ซึ่งเปน อยางนี้ มอี ะไรเปน เหต?ุ ซ่ึงเปนอยา งนี้ เพราะ
ความทธ่ี รรมเปนอสงั ขตะ."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน พระนิพพานเปน อสังขตะหรือ?"
ถ. "ขอถวายพระพร พระนพิ พานเปน อสงั ขตะ พระนพิ พานอันปจจัยเหลาไร ๆ
กระทาํ ไมไดแ ลว พระนพิ พานเปนธรรมชาติ อันใคร ๆ ไมพึงกลา ววา พระนพิ พาน
เกดิ ขน้ึ แลว หรอื วาพระนพิ พานนน้ั ไมเกดิ ข้ึนแลว หรอื วา พระนพิ พานนั้นเปน ของควรให
เกิดขึน้ หรือวาพระนพิ พานนน้ั เปน อดีต หรือวา พระนพิ พานนั้น เปน อนาคต หรอื วา พระ
นพิ พานนน้ั เปน ปจ จบุ นั หรอื วา พระนพิ พานนน้ั อนั บคุ คลพึงรแู จง ดว ยจักษุ หรือวา
นพิ พานนน้ั อนั บคุ คลพึงรูแจง ดวยโสด หรอื วา นพิ พานนน้ั อนั บุคคลพงึ รแู จง ดวยฆานะ

หรือวานพิ พานนนั้ อนั บคุ คลพงึ รูแจงดว ยชวิ หา หรือวา นพิ พานนน้ั อนั บุคคลพึงรแู จง
ดวยกาย."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ถา วา พระนพิ พานนัน้ ไมเปน ธรรมเกดิ ข้นึ แลว ไมเ ปน
ธรรมยังไมเกิดขนึ้ แลว ไมเปน ธรรมควรจะใหเ กิดข้ึน ไมเ ปน อดตี ไมเปน อนาคต ไมเปน
ปจจุบนั ไมเ ปน ธรรม อนั บุคคลพึงรูแจง ดวยจกั ษุ ไมเ ปน ธรรมอนั บคุ คลพงึ รูแ จง ดว ยโสต
ไมเปน ธรรมอนั บุคคลพงึ รแู จว ดว ยฆานะ ไมเ ปน ธรรมอนั บคุ คลพงึ รูแจง ดว ยชวิ หา ไม
เปน ธรรมอันบคุ คลพึงรแู จงดว ยกาย, พระผเู ปน เจา นาคเสน ถา อยา งน้ัน พระผเู ปน เจา
อางพระนพิ พานไมม เี ปน ธรรมดา, นพิ พานยอมไมม.ี "

ถ. "ขอถวายพระพร พระนิพพานมอี ย,ู พระนิพพานอนั บณั ฑติ พงึ รแู จง ดว ยใจ,
พระอริยสาวกปฏิบัตแิ ลวชอบ ยอ มเห็นพระนพิ พานดว ยใจ อันหมดจดวิเศษแลว
ประณีตตรง ไมม กี ิเลสเคร่ืองก้ัน ไมม ีอามสิ ."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน กพ็ ระนพิ พานนนั้ เชน ไร พระนพิ พานไรเลา อนั
บัณฑิตทงั้ หลายพงึ แสดง ดว ยเหตุเคร่ืองอุปมาทง้ั หลาย, พระนิพพานมอี ยเู ปน ธรรมดา
อันบัณฑิตพงึ แสดงดว ยเหตเุ ครอ่ื งอุปมาทงั้ หลาย ดว ยประการใด ๆ ขอพระผูเปนเจา ยัง
ขาพเจา ใหท ราบ ดวยเหตทุ ง้ั หลาย ดว ยประการนน้ั ๆ."

ถ. "ขอถวายพระพร ชอ่ื วา ลมมหี รือ?"
ร. "มซี ิ พระผูเ ปนเจา."
ถ. "ขอถวายพระพร เชญิ บรมบพติ รทรงแสดงลมโดยวรรณหรอื โดยสณั ฐาน
หรือละเอยี ดหรือหยาบ หรือยาวหรอื สนั้ ."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ลมใคร ๆ ไมอาจแสดงได, ลมนน้ั ยอมไมเขา ถึงซง่ึ
ความถือเอาดว ยมอื หรอื หรอื ความขยาํ , เออก็ แตล มมอี ย.ู "
ถ. "ขอถวายพระพร ถา วา ลมอนั ใคร ๆ ไมอ าจเพ่อื จะชไี้ ด, ถา อยางนนั้ ลมไมม.ี "
ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน ขา พเจา ทราบอยู ซึมทราบ ณ หฤทัยของขา พเจา วา
'ลมมอี ย,ู ' กแ็ ตว า ขาพเจา ยอ มไมอ าจเพอื่ จะชี้ลมได. "
ถ. "ขอถวายพระพร นพิ พานมีอย,ู กแ็ ตว า ใคร ๆ ไมอ าจเพอ่ื ชีโ้ ดยวรรณ หรือ
โดยสณั ฐาน ฉนั นน้ั นน่ั เทยี วแล."
ร. "ดีละ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ อุปมา พระผเู ปนเจา แสดงดีแลว , เหตพุ ระผู
เปน เจา แสดงออกดีแลว, ขอวสิ ชั นาปญหาของพระผเู ปน เจา นนั้ สมอยางนนั้ , ขาพเจา
ยอมรับรองอยา งน้ัน."

๙. กมั มชากมั มชปญ หา ๖๗

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน ในสัตวทงั้ หลายเหลานี้ สตั วเ หลา
ไหน เปนผเู กิดแตก รรม สตั วเหลา ไหน เปน ผูเกดิ แตเหตุ สัตวเ หลา ไหน เปน ผูเกิดแตฤด,ู
สัตวเหลา ไหน ไมเกิดแตก รรม สัตวเหลาไหน ไมเ กดิ แตเหตุ สัตวเ หลาไหน ไมเ กิดแต
ฤดู?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร สัตวท ัง้ หลายเหลา ใดเหลาหนง่ึ เปน ไปกบั
ดว ยเจตนา สตั วท้งั หลายทงั้ ปวงเหลานน้ั เกดิ แตกรรม, ไฟดว ย พืชท้งั หลายทงั้ ปวงดวย
เปนของเกิดแตเ หตุ, แผน ดนิ ดว ยภเู ขาดว ย นาํ้ ดวย ลมดวย ของทั้งปวงเหลา น้นั เปน
ของเกดิ แตฤด,ู อากาศดวย นิพพานดว ย สองสงิ่ น้ี ไมเ กดิ แตก รรม ไมเ กิดแตเ หตุ ไมเ กิด
แตฤ ดู.

ขอถวายพระพร กน็ ิพพานอันใคร ๆ ไมพงึ กลาววา เกดิ แตก รรมหรือวาเกดิ แต
เหตุ หรอื วา เกดิ แตฤดู หรอื วา ของเกิดขึน้ แลว หรอื เปน ของยังไมเ กดิ ขึ้นแลว หรือวา เปน
ของควรใหเกดิ ขนึ้ หรือวา เปน อดตี หรอื วา เปน อนาคต หรือวาเปน ปจจุบัน หรอื วา เปน
ธรรมอนั บุคคลพงึ รแู จง ดว ยจักษุ หรอื วา เปน ธรรมชาตอิ นั บคุ คลพึงรูแจง ดวยโสต หรอื
วาเปน ธรรมชาตอิ ันบคุ คลพงึ รูแ จง ดว ยฆานะ หรอื วา เปน ธรรมชาตอิ นั บุคคลพึงรู
ดวยฆานะ หรอื วา เปน ธรรมชาติอันบคุ คลพงึ รูแจง ดว ยชวิ หา หรือวาเปน ธรรมชาติอนั
บคุ คลพงึ รแู จงดว ยกาย.

ขอถวายพระพร พระอรยิ สาวกผูปฏิบัติแลวโดยชอบนน้ั ยอ มเหน็ พระนพิ พาน
ใด ดว ยญาณเปนของหมดจดพเิ ศษแลว พระนิพพานนน้ั อันบณั ฑติ พงึ รแู จงดวยใจ."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน ปญ หานาร่นื รมย พระผูเปนเจา วนิ จิ ฉยั ดีแลว สน้ิ
สงสยั เปน ไปแลว สวนเดยี ว วมิ ัติพระผูเปนเจา ตดั เสยี แลว เพราะมากระทบพระผเู ปน
เจา อนั บวรกวา เจา คณะอนั ประเสรฐิ ."

วรรคท่แี ปด
๑. ยกั ขมรณภาวปญ หา ๖๘

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน ช่ือยกั ษท ัง้ หลายมใี นโลกหรอื ?"
พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร ช่อื ยกั ษท ัง้ หลายมอี ยใู นโลก."
ร. "กย็ ักษทง้ั หลายเหลานนั้ ยอ มเคล่ือนจากกาํ เนิดนน้ั หรอื พระผูเ ปนเจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร ยกั ษท งั้ หลายเหลา นน้ั กเ็ คล่อื นจากกาํ เนดิ นนั้ ."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน กส็ รีระแหงยักษท ง้ั หลาย ทต่ี ายแลว เหลา นน้ั ยอมไม
ปรากฏ, แมก ลิ่นแหง ทรากศพ ยอมไมฟ ุงไปหรือ?"

ถ. "สรรี ะยกั ษท ้ังหลายที่ตายแลว อนั ใคร ๆ ยอ มเห็น, แมกลน่ิ แหง ทรากศพแหง
ยักษท ้ังหลายเหลานน้ั ยอ มฟงุ ไป. สรรี ะแหง ยกั ษท ง้ั หลายทต่ี ายแลว ยอมปรากฏโดย
เพศแหง ตกั๊ แตนบาง ยอมปรากฏโดยเพศแหง หนอนบาง ยอมปรากฏโดยเพศแหง มด
แดงบา ง ยอ มปรากฏโดยเพศแหงบงุ บา ง ยอมปรากฏโดยเพศงบู า ง ยอ มปรากฏโดย
เพศแหง แมลงปองบาง ยอมปรากฏโดยเพศแหงตะขาบบาง ยอ มปรากฏโดยเพศแหง
นกบาง ยอมปรากฏโดยเพศแหง เนอ้ื บา ง."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน กใ็ ครอืน่ นอกจากบณั ฑติ ผมู ีความรเู ชน พระผเู ปน
เจา อนั ขาพเจา ถามแลว ซงึ่ ปญหาอนั น้ี จะพึงวิสัชนาได. "

๒. สกขาบทอปญ ญาปนปญ หา ๖๙

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน อาจารยท งั้ หลายแตปางกอน
ของหมอผูเยยี วยาทั้งหลายเหลาใดนนั้ ไดม แี ลว ; อาจารยท ั้งหลาย คอื : อาจารยชอ่ื นา
รท หนงึ่ อาจารยช่ือ ธรรมมนั ตรี หนงึ่ อาจารยชือ่ องั คีรส หน่ึง อาจารยช อื่ กปล ะ หนงึ่
อาจารยช อ่ื กณั ฑรัคคิกามะ หนึง่ อาจารยช ื่อ อตลุ ะ หนง่ึ อาจารยช อ่ื ปุพพกจั จายนะ
หนงึ่ อาจารยท ง้ั หลายเหลา นั้นแมท ง้ั ปวง รแู ลว ซึง่ ความเกิดข้นึ แหง โรคดว ย โรคนทิ าน
ดว ย สภาวะดว ย สมุฏฐานดว ย ความเยยี วยาดว ยกริ ิยาดว ย ความรักษาสําเรจ็ และไม
สาํ เรจ็ แลว ดว ย ทงั้ ปวงนน้ั ไมม ีสว นเหลอื คราวเดยี วทเี ดยี ววา 'โรคท้งั หลายประมาณ
เทาน้ี จกั เกิดขนึ้ ในกายน'ี้ จึงกระทาํ แลว ซึ่งความถือเอาเปนหมวดโดยคราวอนั เดียวผูก
แลวซง่ึ ดา ย. อาจารยท ้ังหลายแมทงั้ ปวงเหลานนั้ ไมใ ชส พั พญั .ู แตพระตถาคตเปน
สัพพัญู ทราบทราบกิริยาอนาคตดวยพทุ ธญาณวา 'สกิ ขาบทมปี ระมาณเทา นี้ จก
เปน สิกขาบทอนั พระพุทธเจา พงึ ทรงบญั ญตั ิ เพราะวัตถชุ อ่ื มปี ระมาณเทา น'ี้ พระ
ตถาคตทรงกาํ หนดไดแ ลวไมบ ญั ญตั สิ ิกขาบทโดยสว นไมเ หลือเพือ่ เหตอุ ะไร? คร้นั เมื่อ
วัตถุเกิดข้นึ แลว และเกิดข้นึ แลว ครน้ั เมื่อความถอยยศปรากฏแลว ครั้นเมื่อโทษเปน ไป
พิสดารแลว เปนไปกวา งขวางแลว ครัน้ เมอ่ื มนษุ ยโพนทนาอยู จงึ ทรงบญั ญัตสิ ิกขาบท
แกสาวกทง้ั หลายแลว ในกาลนน้ั ๆ.

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร ความบญั ญตั ิสกิ ขาบทนนั้ อนั พระตถาคต
ทรงทราบแลววา 'ในสมยั นี้ สกิ ขาบทรอ ยหา สิบถว น จกั เปนสิกขาบทอันพระพุทธเจา พงึ
บัญญตั ิ ในมนษุ ยท ง้ั หลายเหลา น,้ี ' เออก็ ความปรวิ ติ กอยา งน้ีไดม ีแลวแดพระตถาคต

วา 'ถาวา เราพระตถาคตจกั บญั ญตั สิ กิ ขาบทรอยหาสบิ ถว น โดยคราวเดียวไซร,
มหาชนจกั ถึงความสะดงุ วา 'ในศาสนานี้ ตองรักษามาก, การทจี่ ะบวชในศาสนาของ
พระสมณโคดมกระทาํ ไดย ากหนอแล' ชนทั้งหลายแมผ ูใครเ พ่อื จะบวช จกั ไมบ วช, ชน
ทง้ั หลายจักไมเ ช่อื คาํ ของพระตถาคตดว ย, มนษุ ยท ั้งหลายเหลานน้ั เมอื่ ไมเ ชือ่ จักเปน ผู
ไปสูอบาย; คร้ันเมอื่ วตั ถเุ กดิ ขึน้ แลวและเกดิ แลว เราจกั ขอแลว เพือ่ จะแสดงธรรมครัน้
เมอ่ื โทษปรากฏแลว จงึ จกั บญั ญัตสิ กิ ขาบท."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ขอ ปรวิ ิตกอยางนี้ ของพระพทุ ธเจา ท้ังหลาย นา
อัศจรรย พระผูเ ปนเจา นาคเสน ความปริวติ กของพระพทุ ธเจา ทง้ั หลาย นา พศิ วง, พระ
สัพพญั ุตญาณของพระตถาคตใหญเพยี งไรเลา ; พระผูเ ปน เจา นาคเสน ขอวสิ ชั นา
ปญหานน้ั สมอยา งนนั้ , ประโยชนน นั้ อันพระตถาคตแสดงออกดแี ลว, ความสะดงุ
พรอม พงึ เกิดขึ้นแกสตั วทง้ั หลาย เพราะฟงวา 'ในศาสนาน้ตี องรักษามาก,' แมบ ุคคลผู
หนงึ่ ไมพ งึ บวชในพระชนิ ศาสนา, ขอ วสิ ชั นาปญหาน้นั สมอยางนนั้ , ขา พเจา ยอม
รบั รองอยา งนนั้ ."

๓. สรุ ิยโรคภาวปญหา ๗๐

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระอาทติ ยน ้ยี อ มรอ นกลา สิน้
กาลทง้ั ปวงหรอื วา รอนออ นสนิ้ กาลบางคร้ัง?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระอาทิตยยอ มรอ นกลาสน้ิ กาลทงั้ ปวง."
ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน ถา วา พระอาทติ ยรอ นกลา สนิ้ กาลทง้ั ปวง, กพ็ ระ
อาทติ ยย อมรอนกลา ในกาลบางที ยอมรอ นนอ ยในกาลบางที เพราะเหตอุ ะไร?"
ถ. "ขอถวายพระพร โรคทง้ั หลายเหลาน้ีของพระอาทติ ยม ีส,ี่ พระอาทติ ยอันโรค
อันใดอันหนงึ่ เบยี ดเบียนแลว ยอ มรอนนอย โรคส่ีอยา งคอื : หมอกเปน โรคของพระ
อาทิตย พระอาทิตยอนั หมอกนน้ั เบยี ดเบียนแลว ยอมรอนนอย; นา้ํ คา งเปน โรคของพระ
อาทติ ย พระอาทติ ยอนั นาํ้ คา งน้นั เบยี ดเบยี นแลว ยอ มรอ นนอย; เมฆเปนโรคของพระ
อาทิตย พระอาทติ ยอนั เฆมนั้นเบยี ดเบยี นแลว ยอ มรอนนอย; ราหเู ปนโรคของพระ
อาทิตย พระอาทิตยอนั ราหนู นั้ เบยี ดเบียนแลว ยอ มรอ นนอ ย."
ขอถวายพระพร โรคทง้ั หลายของพระอาทติ ยสี่ประการเหลา นแี้ ล, บรรดาโรค
ทั้งหลายส่ีประการเหลา นน้ั พระอาทิตยอนั โรคอนั ใดอันหนง่ึ เบยี ดเบยี นแลว ยอ มรอน
นอย."

ร. "นา อัศจรรยน ัก พระผเู ปน เจา นาคเสน นา พิศวง พระผเู ปน เจานาคเสน, โรค
จักเกดิ ขน้ึ แมแ กพระอาทิตยถ งึ พรอมแลว ดว ยไฟ, จะปว ยกลาวอะไร โรคชาตนิ ้นั จกั ไม
เกดิ ขน้ึ แกสัตวท ้งั หลายเหลา อ่นื ; พระผเู ปน เจา ความจาํ แนกนนั้ ของบคุ คลอ่นื เวน จาก
บัณฑติ ผูมีปญ ญาเคร่ืองรูเชนพระผเู ปนเจาไมม .ี "

๔. สุรยิ ตปั ปภาวปญ หา ๗๑

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระอาทติ ยย อ มรอ นกลา ในเห
มนั ตฤดู ในคิมหฤดูไมร อนกลาเหมอื นอยา งนน้ั เพ่อื ประโยชนอ ะไร?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร ธลุ แี ละหมอกไมเ ขา กระทบแลวในคมิ หฤด,ู
ละอองทง้ั หลายกาํ เรบิ แลวเพราะลม, ฟงุ ไปในอากาศหมอกทง้ั หลายเปน ของหนาใน
อากาศ และลมใหญพัดเหลอื ประมาณ; อากลู ตา ง ๆ ทัง้ ปวงเหลา นน้ั ประมวลมาแลว
เสมอ ยอ มปดรศั มพี ระอาทติ ยเ สยี ; เพราะเหตุนน้ั ในคมิ หฤดพู ระอาทติ ยยอ มรอนนอ ย.

ขอถวายพระพร แผนดนิ ในเบือ้ งใตเปน ของเยน็ ในเหมนั ตฤด,ู มหาเมฆใน
เบอื้ งบนเปน ของปรากฏแลว ธลุ ีและหมอกเปน ของสงบแลว , และละอองละเอียด ๆ
ยอ มเทย่ี วไปในอากาศ อากาศปราศจากมลทนิ แลว ดว ย ลมในอากาศยอ มพัดไปออน ๆ
ดว ย; รัศมขี องพระอาทติ ยทง้ั หลายเปน ของสะอาด เพราะความเวน โทษเหลา นน้ั ,
ความรอ นของพระอาทิตยพ น พเิ ศษแลว จากเครื่องกระทบ ยอ มรอนเกนิ เปรยี บ, พระ
อาทิตยย อ มรอ นกลาในเหมนั ตฤดู ในคิมหฤดยู อมไมรอ นอยา งนั้น เพราะเหตุอนั ใด ขอ
น้เี ปนเหตอุ นั นนั้ ในความรอนกลาและรอ นออ นนนั้ ."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน พระอาทติ ยพ น แลวจากความจญั ไรทงั้ ปวงยอ มรอน
กลา, พระอาทติ ยประกอบดวยเครอ่ื งเศราหมองมีเมฆเปน ตน ยอมไมรอ นกลา ."

๕. เวสสันตรปญ หา ๗๒

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระโพธสิ ัตวท ง้ั หมดยอมใหบ ุตร
และภริยา หรอื วา พระโอรสและพระเทวี อนั พระราชาเวสสันดรเทา นน้ั ทรงบรจิ าคแลว ?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร พระโพธสิ ตั วท้ังปวง ยอ มใหบ ตุ รและภริยา
ไมแ ตพระราชาเวสสนั ดรองคเ ดยี วเทา นนั้ ."

ร. "พระผูเปน เจา เออก็ พระโพธิสตั วเหลา นั้น ยอ มใหโ ดยความอาํ นวยตาม
แหง บุตรและภริยาน้ันหรอื ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ภรยิ าอํานวยตาม กแ็ ตทารกทงั้ หลายครา่ํ ครวญแลว
เพราะความเปน ผูยงั เล็ก; ถา ทารกเหลา นนั้ พงึ รโู ดยความเปน ประโยชนก จ็ ะอนุโมทนา
จะไมร ําพนั เพอ ."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน กจิ ทีย่ ากอันพระโพธิสตั วก ระทาํ แลวคอื พระโพธสิ ัตว
นนั้ ไดใ หบ ุตรทงั้ หลาย อนั เกดิ แตอกเปน ท่รี กั ของตนแกพ ราหมณ เพื่อประโยชนแ ก
ความเปน ทาส. กจิ ทกี่ ระทํายากกวานน้ั ที่สองแมน ี้ อนั พระโพธิสตั วก ระทาํ แลว คือ พระ
โพธิสตั วเหน็ บตุ รทงั้ หลาย อนั เกดิ แตอ กเปน ทรี่ ักของตนยงั เล็กอยู อนั พราหมณนนั้ ผกู
ดวยเถาวลั ยแลวหวดดว ยเถาวัลยก ็เพกิ เฉยได กจิ ทก่ี ระทํายากกวา นนั้ ท่ีสามแมน ้ี อนั
พระโพธิสตั วก ระทําแลว คือ พระโพธิสัตวน น้ั ผูกทารกทงั้ หลายซงึ่ หลุดจากเครือ่ งผูก
ดวยกําลงั ของตน ถงึ ความครนั่ ครามแลวดว ยเถาวลั ยไ ดใหแ ลว อีกทเี ดียว. กิจทก่ี ระทาํ
ยากกวา นนั้ ทส่ี ่แี มน้ี อนั พระโพธสิ ตั วก ระทาํ แลว คือ ครน้ั เมื่อทารกทงั้ หลายราํ พนั เพอ
วา 'พระบิดา พราหมณนีเ้ ปน ยกั ษ นําหมอ มฉนั ไปเพอื่ จะเคีย้ วกนิ ' พระโพธสิ ัตวนน้ั ก็
ไมไดต รสั ปลอบวา 'พอ อยา กลวั เลย.' กิจทก่ี ระทาํ ยากกวา น้ันท่ีหา แมน ี้ อนั พระโพธสิ ตั ว
กระทําแลว คอื ชาลีกมุ ารกนั แสงฟบุ อยูทพี่ ระบาท ทลู วงิ วอนวา 'อยา เลย พระบิดา ขอ
พระองคใ หน างกณั หาชนิ า อยูเ ถดิ หมอ มฉนั ผเู ดียวจะไปดวยยกั ษ, ยักษจงเคีย้ วกนิ
หมอ มฉนั ' แมอยางนน้ั พระโพธสิ ัตวก ไ็ มท รงยอมรับ. กจิ ทกี่ ระทาํ ยากกวานนั้ ทีห่ กแมน ี้
อันพระโพธสิ ัตวก ระทาํ แลว คือ เม่ือชาลกี มุ ารบนราํ พนั วา 'พระบิดา พระหฤทยั ของ
พระองคแ ขง็ เสมอหนิ แท ๆ , เพราะวา พระองคท อดพระเนตรเหน็ หมอ มฉันทง้ั สองถงึ
แลว ซง่ึ ทกุ ข ยกั ษนาํ หมอมฉนั ทงั้ สองไปในปา ใหญอันไมม ีมนษุ ย ก็ไมต รสั หาม' พระ
โพธสิ ัตวน นั้ กไ็ มไ ดกระทําความการุญ. กิจทก่ี ระทาํ ยากกวา นน้ั ทีเ่ จด็ แมน ้ี อนั พระ
โพธิสัตวก ระทาํ แลว คอื ครน้ั เม่อื ทารกทง้ั หลายอันพราหมณนาํ ไปลับแลว หทยั แหงพระ
โพธสิ ตั วผ กู รอบเกรียมพรน่ั พรึงนนั้ ไมแตกโดยรอ ยภาค หรือพนั ภาค; ประโยชนอะไร
ดว ยมนษุ ยผูอยากไดบ ญุ ยงั บุคคลอน่ื ใหถ งึ ทกุ ข, มนุษยผ ูอ ยากไดบ ุญ ควรจะใหตนเอง
เปน ทานมิใชหรือ?"

ถ. "ขอถวายพระพร เพราะความทก่ี จิ ซง่ึ กระทํายากเปนของอันพระโพธสิ ตั ว
กระทาํ แลว กติ ติศพั ทของพระโพธิสัตวฟ ุงไปแลวในโลก ทงั้ เทวดาและมนุษยต ลอด
หมืน่ โลกธาต,ุ เทวดายอ มสรรเสริญตลอดเทวพภิ พ อสูรท้งั หลายยอมสรรเสรญิ ตลอด
อสูรพภิ พ ครุฑทง้ั หลายยอมสรรเสริญตลอดครุฑพิภพ นาคทง้ั หลายยอ มสรรเสรญิ
ตลอดนาคพภิ พ ยกั ษท งั้ หลายยอ มสรรเสรญิ ตลอดยักษพิภพ; สบื ๆ มาโดยลาํ ดบั
กิตตศิ พั ทข องพระโพธิสตั วน นั้ มาถงึ สมัยลทั ธิของเราทง้ั หลาย ณ กาลบัดน้,ี เรา

ท้ังหลายนง่ั สรรเสรญิ คอ นไดถึงทานนน้ั วา 'การบรจิ าคบตุ รและภริยาเปน อนั พระ
โพธสิ ัตวใหดีแลว หรือใหชวั่ แลว .'

อกี ประการหนงึ่ กิตติศัพทน น้ั แล ของพระโพธสิ ตั วท ้งั หลายผมู ปี ญ ญาละเอียด
รูว ิเศษรูแ จง ยอ มใหเ นอื ง ๆ ซง่ึ คณุ สบิ ประการ, คณุ สิบประการเปน ไฉน? คอื ความเปน
ผไู มโลภหนง่ึ ความเปน ผไู มม ีอาลยั หนงึ่ ความบริจาคหนง่ึ ความละหน่งึ ความเปน ผูไม
เวียนมาหน่ึง ความเปน ผสู ุขมุ หนง่ึ ความเปนผูใหญห นงึ่ ความเปนผอู นั บคุ คลรตู ามโดย
ยากหนง่ึ ความเปนผอู นั บุคคลไดโ ดยยากหนง่ึ ความเปน ผมู ีธรรมรแู ลวหาผูอื่น
เชน เดียวกนั ไมไ ดห นง่ึ ; กติ ตศิ ัพทน ี้ของพระโพธสิ ัตวท งั้ หลายผมู ปี ญ ญาละเอยี ดรูว เิ ศษรู
แจง ยอมใหเ นอื ง ๆ ซง่ึ คณุ สบิ ประการเหลา นีแ้ ล."

ร. "พระนาคเสนผูเ จริญ บุคคลใดยงั ผอู ื่นใหล ําบากแลว ใหท าน, ทานนน้ั ของ
บคุ คลนนั้ มีสขุ เปนวิบาก ใหเปนไปพรอมเพอ่ื เกดิ ในสวรรคบ า งหรอื หนอ?"

ถ. "ขอถวายพระพร เหตุอะไรอนั บรมบพติ รจะพงึ ตรสั "
ร. "เชญิ เถิด ขอพระผเู ปน เจา อา งเหต.ุ "
ถ. "ขอถวายพระพร สมณะหรือพราหมณไ ร ๆ ในโลกนี้ เปนผมู ศี ีลมธี รรมอัน
งาม, หรอื ถงึ พยาธอิ นั ใดอันหนง่ึ ; ผูใ ดผหู นึ่งใครตอ บญุ จงึ ใหสมณพราหมณน นั้ ขนึ้ สู
ยาน แลวสง ใหถ ึงประเทศทป่ี รารถนา; สขุ หนอยหนึ่ง มกี รรมนน้ั เปนเหตุ พงึ เกดิ แกบ รุ ษุ
น้นั กรรมนนั้ ใหเปนไปพรอ มเพือ่ เกิดในสวรรคไ ดบ า งหรอื หนอ?"
ร. "ไดซ ิ อะไรทพ่ี ระผเู ปนเจาจะพงึ กลาวเลา , บรุ ษุ นนั้ พงึ ไดย าน คือ ชา ง ยาน
คือ มา ยาน คอื รถ ยานสาํ หรบั ไปในทางบก ยานสาํ หรับไปในทางนาํ้ ยานสาํ หรบั กนั
ฝน หรอื ยาน คือ มนุษย, ยานอนั สมควรแกบุรษุ น้นั ยานอันเหมาะแกบ รุ ุษนัน้ พงึ เกดิ
ทกุ ภพ ๆ, อน่งึ ความสขุ ท้ังหลายอันสมควรแกบรุ ุษนน้ั พงึ เกิดแกเ ขา ๆ พึงไปสูสุคติแต
สุคติ, เพราะผลอันหลง่ั ไหลมาแตก รรมนน้ั นนั่ เทียว บุรษุ นนั้ พงึ ข้ึนสยู านสาํ เร็จดว ยฤทธิ์
ใหถงึ นคร คือ นพิ พานอนั ตนปรารถนาแลว ."
ถ. "ถา อยา งนน้ั ทานท่บี ุรษุ นน้ั ใหแลว ดว ยอันยงั บคุ คลอ่นื ใหลาํ บาก เปนของมี
สขุ เปนวิบาก ใหเ ปนไปพรอ มเพ่ือเกิดในสวรรค.
ขอถวายพระพร บุรุษนั้นยงั ชนทง้ั หลายผเู น่อื งดวยกาํ ลงั ใหลําบากแลว เสวย
สขุ เห็นปานน้ี ดวยทานไรเลา .
ขอถวายพระพร บรมบพิตรจงทรงฟง เหตอุ ันยงิ่ แมอ น่ื อกี : พระราชาองคใดองค
หนง่ึ ในโลกนี้ ทรงบริจาคทานดว ยการใหเกบ็ ซง่ึ ธรรมิกพลจี ากชนบท แลว ยงั พระราช
อาชญาใหเ ปน ไป, พระราชานนั้ พึงเสวยสขุ หนอ ยหนงึ่ ดว ยเหตนุ ัน้ ทานน้ันใหเปน ไป
พรอมเพ่อื เกิดในสวรรคบ า งหรือหนอแล?"

ร. "ไดซ ิ ใครจะพงึ กลา วคา น, พระราชานนั้ พงึ ไดสขุ ตั้งแสนเปน อเนกดว ยเหตุ
นน้ั คอื เปน พระราชายงิ่ กวา พระราชาทงั้ หลาย เปน เทพดายงิ่ กวา เทพดาทงั้ หลาย เปน
พรหมยง่ิ กวา พรหมทั้งหลาย เปน สมณะยงิ่ กวา สมณะท้ังหลาย เปน พราหมณย งิ่ กวา
พราหมณทง้ั หลายเปน พระอรหนั ตยงิ่ กวา พระอรหนั ตท ั้งหลาย."

ถ. "ถาอยา งนนั้ ทานทพ่ี ระราชานั้นทรงบรจิ าคแลว ดว ยการใหผ ูอนื่ ลําบาก
เปนของมสี ขุ เปนวบิ าก ใหเ ปน ไปพรอมเพอ่ื เกิดในสวรรคซิ. ขอถวายพระพร พระราชา
น้นั เสวยสุขเพราะยศอันยิ่งเห็นปานนด้ี วยวบิ ากแหงทานทพี่ ระองคบบี ค้ันชนบทดวยพลี
แลว ทรงบริจาคแลวไรเลา."

ร. "ทานยงิ่ อนั พระเวสสนั ดรราชฤษที รงบรจิ าคแลว คอื เธอไดพ ระราชทานพระ
เทวขี องพระองค เพื่อประโยชนแ กค วามเปน ภรยิ าแหง ชนอ่นื . ไดพระราชทานพระโอรส
ทัง้ หลายของพระองค เพ่อื ประโยชนแกค วามเปน ทาสแหง พราหมณ. ขึ้นชอื่ วา ทานยงิ่
อนั นกั ปราชญ ทง้ั หลายนนิ ทาแลว ติเตียนแลว ในโลก. เปรียบเหมอื นเพลาแหง เกวียน
ยอ มหักดว ยภาระยิ่ง เรอื ยอมจบดวยภาระยิ่ง โภชนะยอ มนอ มไปสูความไมเ สมอดว ย
บรโิ ภคย่ิง ขาวเปลอื กยอมฉบิ หายดว ยฝนยิ่ง บคุ คลยอมถึงความสน้ิ ไปแหงโภคทรพั ย
ดว ยการใหย ง่ิ วตั ถทุ งั้ ปวงยอ มไหมดวยความรอนยงิ่ บุคคลเปนบา ดว ยความกาํ หนดั ยง่ิ
บคุ คลถูกฆาดว ยความประทษุ รายยงิ่ บคุ คลยอ มถึงความพินาศดวยความหลงยิ่ง
บคุ คลยอมเขา ถึงความถกู จบั วาเปน โจรดว ยความโลภยงิ่ บคุ คลยอ มผดิ ดวยพดู พลา ม
นกั แมน า้ํ ยอ มทว มดว ยอนั เตม็ ย่งิ อสนบี าตยอมตกดวยลมยงิ่ ขาวสกุ ยอ มลนดวยไฟยงิ่
บุคคลยอมไมเปนอยนู าน ดว ยความกลาหาญเกินนกั ; ขนึ้ ช่ือวา ทานยง่ิ อนั นกั ปราชญ
ท้ังหลายนนิ ทาแลว ติเตียนแลว ในโลก ฉนั นนั้ นนั่ แล. ทานยงิ่ อนั พระราชาเวสสันดรทรง
บรจิ าคแลว ผลหนอยหน่งึ อนั บุคคลไมพึงปรารถนาในทานยง่ิ น้นั ."

ถ. "ขอถวายพระพร ทานยงิ่ อันนกั ปราชญท ้งั หลายพรรณนาชมเชยสรรเสริญ
แลว ในโลก, ชนทง้ั หลายเหลา ใดเหลาหน่ึง ใหทานเชน ใดเชน หนงึ่ , ชนผใู หท านย่งิ ยอม
ถึงความสรรเสรญิ ในโลก. รากไมใ นปา เปน ราวกะทิพยท ีบ่ คุ คลถือเอาแลว ดว ยความ
เปนของนาเลอื กสรรยง่ิ อนั บุคคลนั้นจะไมใ หแกช นทง้ั หลายอนื่ ผูย นื อยแู ลวในหัตถบา
สบา งหรอื ? ยาเปน ของกาํ จดั ความเบียดเบียน กระทาํ ทส่ี ดุ แหงโรคทงั้ หลาย ดว ยความ
ท่แี หง ยาเปนของเกดิ ยง่ิ ไฟยอ มไหมด วยความโพลงยง่ิ นํา้ ยอ มยงั ไฟใหด บั ดวยความ
เปนของเย็นยงิ่ ดอกบวั ยอมไมต ดิ เปอนดวยนํา้ และเปอ กตม ดวยความทแ่ี หง ดอกบัว
เปน ของหมดจดย่ิง แกว มณใี หผลอันบุคคลพึงปรารถนา ดวยความทีแ่ หงแกว มณมี คี ณุ
ยง่ิ เพชรยอมตัดแกวมณี แกวมุกดาและแกวผลึก ดว ยความเปน ของคมย่ิง แผน ดนิ ยอม
ทรงไว ซึ่งคนและนาคเนื้อนกท้ังหลาย ซงึ่ นา้ํ และศิลาภเู ขาตนไมทง้ั หลาย ดว ยความ

เปนของใหญย ิ่ง สมุทรมไิ ดเ ตม็ ลน ดวยความเปน ของใหญยงิ่ เขาสิเนรเุ ปนของไม
หวนั่ ไหวดว ยความเปน ของหนกั ยง่ิ อากาศไมม ีท่ีสดุ ดว ยความเปน ของกวา งยงิ่ พระ
อาทิตยก ําจัดเสียซึ่งหมอก ดวยความเปน ของสวางยงิ่ ราชสหี เปน สตั วม ีความกลัวไป
ปราศแลว ดวยความเปนสตั วม ชี าติยงิ่ คนปลํ้ายอ มยกข้นึ ซง่ึ คนปล้าํ คูตอสูไ ดโ ดยพลนั
ดว ยความเปน ผูมกี าํ ลงั ยงิ่ พระราชาเปน อธบิ ดี ดว ยความเปน ผมู ีบุญยงิ่ ภิกษุเปน ผอู ัน
นาคและยกั ษม นุษยเ ทพดาท้งั หลายพงึ นมสั การ ดว ยความเปน ผูม ศี ลี ยง่ิ พระพทุ ธเจา
เปน ผูไมม ใี คร ๆ เปรยี บ ดว ยความท่พี ระองคเ ปน ผูเลิศยง่ิ ฉนั ใด; ช่อื ทานยง่ิ อนั
นักปราชญท ัง้ หลายพรรณนา ชมเชยสรรเสรญิ แลว ในโลก, ชนทงั้ หลายเหลา ใดเหลา
หนงึ่ ใหทานเชนใดเชน หน่งึ , ชนผูใ หท านย่ิง ยอมถงึ ความสรรเสริญในโลก ฉันน้ันนนั่
เทยี วแล. พระราชาเวสสนั ดรเปนผอู นั บณั ฑติ ทง้ั หลายพรรณนา ชมเชยสรรเสรญิ บชู า
ยกยอ งแลว ดว ยทานยงิ่ ในหมื่นโลกธาตุ ดว ยทานยง่ิ นน้ั น่ันแล พระราชาเวสสนั ดรจงึ
เปน ผตู รสั รแู ลวเลศิ ในโลกทงั้ เทวโลก ณ กาลน.ี้ คร้ันเมอ่ื ทกั ขเิ ณายยบคุ คลมาถึงเขา
แลว ทานทค่ี วรตง้ั ไวไ มควรให มอี ยูในโลกหรือ ขอถวายพระพร?"

ร. "ทานทงั้ หลายสิบเหลานี้ มิใชของสมมตวิ า ทานในโลกมีอย,ู บคุ คลใดใหทาน
ท้งั หลายเหลา นนั้ บุคคลนน้ั เปนผมู ักไปอบาย; ทานทงั้ หลายสบิ เปน ไฉน? ทาน คือ
นาํ้ เมา บุคคลใดใหท านนน้ั บุคคลน้ันเปน ผมู กั ไปอบาย;ทาน คอื มหรสพ ทาน คือ สตรี
ทาน คือ โคผู ทาน คอื จติ รกรรม ทาน คอื ศสั ตรา ทาน คอื ยาพษิ ทาน คอื เครือ่ งจาํ
ทาน คือ ไกแ ละสุกร ทาน คอื การโกงดว ยอันชง่ั และโกงดวยอนั นับ มิใชข องสมมตวิ า
ทานในโลก บคุ คลใดใหท านนนั้ บคุ คลนน้ั มักไปอบาย. ทานทัง้ หลายสบิ เหลา นแี้ ล มใิ ช
ของสมมตวิ า ทานในโลก, บคุ คลใดยอ มใหท านทง้ั หลายเหลา นนั้ บคุ คลนน้ั เปน ผูม กั ไป
อบาย."

ถ. "ขอถวายพระพร อาตมภาพไมไ ดทลู ถามทานซง่ึ มใิ ชของสมมติวา ทานนน้ั .
อาตภาพทลู ถามถงึ ทานน้ีตา งหากวา คร้ันเมอ่ื ทกั ขิเณยยบุคคลมาถงึ เขาแลว ทานซ่งึ
ควรต้ังไวไ มควรให มอี ยใุ นโลกหรือ?"

ร. "ครน้ั เมื่อทกั ขเิ ณยยบุคคลมาถงึ เขาแลว ทานซึง่ ควรต้ังไวไ มค วรให ไมม ใี น
โลก; ครั้นเมอื่ ความเลอื่ มใสแหงจิตเกิดขึน้ แลว ชนทง้ั หลายบางพวก ยอ มใหโ ภชนะแก
ทกั ขเิ ณยยบุคคล บางพวกใหวัตถุเครอ่ื งปกปด บางพวกใหทน่ี อน บางพวกใหท พี่ ัก
อาศัย บางพวกใหเคร่อื งลาดและผาสาํ หรบั หม บางพวกใหท าสและทาสี บางพวกใหน า
และทดี่ นิ บางพวกใหสตั วส องเทา และสัตวสเ่ี ทา บางพวกให รอย พนั แสน กหาปณะ
บางพวกใหร าชสมบัติใหญ บางพวกแมช วี ิตก็ยอ มให. "

ถ. "ขอถวายพระพร ถา วา บคุ คลทัง้ หลายบางพวก แมช วี ติ กย็ อมให, เพราะเหตุ
ไร ครั้นพระโอรสและพระเทวี อนั พระเวสสนั ดรก็ทรงบริจาคดแี ลว บรมบพติ รจงึ ยงั พระ
เวสสันดรผทู านบดีหนกั ยง่ิ ใหไ ปรอบแลวเลา?"

ขอถวายพระพร ปกตขิ องโลก ความสั่งสมของโลก มอี ยบู า งหรือวา 'บดิ าเปน
หน้เี ขา หรือทาํ การอาศยั เลยี้ งชพี ยอ มไดเพ่อื เพาะปลกู หรือซ้อื ขายซงึ่ บุตร?"

ร. "มซี ิ พระผูเปน เจา บดิ าเปนหนีเ้ ขา หรอื ทาํ การอาศยั เล้ยี งชพี ยอ มไดเพ่ือจะ
เพาะปลกู หรอื ซ้ือขายซง่ึ บุตร."

ถ. "ขอถวายพระพร ถา วา บดิ าเปน หนเ้ี ขา หรือทําการอาศยั เลี้ยงชพี ยอ มได
เพ่ือจะเพาะปลูกหรือซื้อขายซึ่งบตุ ร, พระเวสสันดรเม่อื ยงั ไมไดสัพพัญุตญาณ เปน ผู
วุนวายแลว ถงึ ทุกขแลว จงึ ไดเพาะปลกู และซ้อื ขายซง่ึ พระโอรสและพระเทวี เพือ่ อนั ได
เฉพาะซึ่งทรัพย คือ ธรรมนน้ั . เพราะเหตนุ น้ั ทานทพ่ี ระเวสสันดรทรงบริจาคแลว นน่ั แล
เปน อนั ทรงบรจิ าคแลว, กิจท่พี ระเวสสนั ดรทรงทาํ แลว นนั่ แล เปน อนั ทรงทาํ แลว .

ขอถวายพระพร กบ็ รมบพติ รไมท รงเลอื่ มใสตอ พระเวสสนั ดรผทู านบดีดว ยทาน
นน้ั เพื่ออะไร?"

ร. "ขา พเจา ไมต ิเตียนทานของพระเวสสันดรผทู านบดีดอก, ก็แตพระเวสสนั ดร
ควรจะทรงบรจิ าคพระองคแทนพระโอรสและพระเทวแี กผ ูขอทงั้ หลาย."

ถ. "ขอ ซ่งึ พระเวสสันดร พึงทรงบรจิ าคพระองคทา นแทนพระโอรสและพระเทวี
แกผขู อทง้ั หลาย เปน กจิ อนั สตั บุรษุ ไมค วรทาํ เลย; อนั ท่จี รงิ ขอซง่ึ พระเวสสันดรทรง
บรจิ าคพระโอรสและพระเทวีนน้ั แกผ ูขอทงั้ หลาย เปน กจิ ของสตั บุรุษทัง้ หลาย.

ขอถวายพระพร เปรียบเหมอื นบุรษุ ผหู นึง่ พึงใหนาํ นา้ํ ควรด่มื มา บคุ คลใดให
โภชนะแกบุรษุ นนั้ บคุ คลนนั้ นา จะเปน ผูก ระทํากจิ ของบรุ ษุ น้ันบา งหรอื ขอถวายพระ
พร?"

ร. "ไมเ ปนอยา งนน้ั เลย บคุ คลนนั้ ใหส ่งิ ทเ่ี ขาใหน ํามา จงึ จะเปนผมู ชี ่อื วา กระทาํ
กจิ ของเขา."

ถ. "ครั้นเมื่อพราหมณท ลู ขอพระโอรสและพระเทวี พระเวสสันดรจึง
พระราชทานพระโอรสและพระเทวี ฉันนน้ั นน่ั เทยี วแล.

ขอถวายพระพร หากวาพราหมณพ งึ ทูลขอพระสรีระแหง พระเวสสันดร, เธอก็
คงไมท รงรกั ษาพระองคท านไว และคงไมท รงหวาดหว่นั ไมทรงยนิ ด,ี พระสรีระที่
พระราชทานแลว แกพ ราหมณน ้ันคงเปนอนั ทรงบรจิ าคแลวแท.

ขอถวายพระพร หากวาใคร ๆ เขา ไปเฝา พระเวสสันดรผทู านบดที ลู ขอดว ยคํา
วา 'ขอพระองคทาน พงึ เขา ถงึ ซง่ึ ความเปน ทาสแหง ขาพระองค, ' พระสรีระท่ี

พระราชทานแลวแกผ ูขอน้ัน พงึ เปน ของทีท่ รงบรจิ าคแลวแท, เธอพระราชทานแลว ไม
ทรงเดือดรอน. เพราะกายของพระเวสสันดรเปนของทว่ั ไปแกสัตวเปนอนั มาก เปรียบ
เหมือนชิ้นเน้ือสกุ เปน ของทว่ั ไปแกส ตั วเ ปน อนั มาก.

อีกอยางหน่งึ เปรยี บเหมอื นตน ไมเ ผล็ดดอกออกผลแลว เปนของทวั่ ไปแกนก
ตาง ๆ ฉันใด, พระกายของพระเวสสนั ดรเปน ของทวั่ ไปแกส ัตวเปนอนั มาก ฉนั น้นั แล.
เพราะเหตุไร? เพราะวา พระเวสสันดรทรงปริวิตกวา "เมื่อเราปฏบิ ตั อิ ยางนี้ จักถงึ สัมมา
สัมโพธญิ าณ."

ขอถวายพระพร บรุ ุษไมม ที รพั ย ตองการดว ยทรพั ย เทย่ี วแสวงหาทรพั ย ยอ ม
ไปสูทางทถ่ี งึ ทรพั ย ทางที่เปน หลกั ฐานแหง ทรัพย ทางทจ่ี ะไดบําเหน็จเคร่อื งยินด,ี ยอม
กระทําการคา ขายในทางนา้ํ ทางบก ยอ มยนิ ดีทรัพยด ว ยกายวาจาใจ ยอ มพยายามเพือ่
ไดเฉพาะซงึ่ ทรัพยฉ ันใด; พระเวสสนั ดรผูทานบดี ผไู มม ีทรัพย ทรงบรจิ าคของควรสงวน
ทาสที าส ยานพาหนะ สมบตั ิทง้ั สนิ้ พระโอรส พระเทวี และพระองคเ อง แกผ ูขอ
ทง้ั หลาย เพื่ออันไดเ ฉพาะซงึ่ รัตนะ คือ สพั พญั ุตญาณโดยความเปนทรพั ยแ หง
พระพทุ ธเจา แลวทรงแสวงหาสมั มาสัมโพธญิ าณอยา งเดยี ว ฉนั นนั้ น่นั แล.

ขอถวายพระพร อกี ประการหนง่ึ อมาตยอ ยากไดตรา ทรัพยค วรสงวนเงนิ ทอง
อันใดอันหนง่ึ เปน เหตใุ หไ ดต รามีอยใู นเรอื น ใหของนนั้ ทงั้ หมดแลว พยายามเพ่อื อนั ได
เฉพาะซ่ึงตรา ฉันใด; พระเวสสันดรผทู านบดี ทรงบริจาคทรพั ยเ ปน ภายนอกภายในนน้ั
ทั้งสน้ิ และทรงบริจาคแมพ ระชนมชพี กย็ อ มแสวงหาสัมมาสมั โพธิญาณอยา งเดยี วฉนั
นน้ั น่ันเทยี วแล.

ขอถวายพระพร อีกประการหนง่ึ ความปริวิตกอยา งนไี้ ดม ีแลว แดพระเวสสนั ดร
ผูทานบดีวา 'พราหมณน นั่ ยอ มขอสิ่งใด เราเมือ่ ใหส งิ่ นนั้ นน่ั แหละแกพ ราหมณนน้ั จึง
เปน ผูชื่อวา กระทํากจิ แหง ผขู อ,' พระเวสสนั ดรนัน้ จงึ ไดพระราชทานพระโอรสและพระ
เทวีแกพ ราหมณน ้ัน ดวยประการอยา งน.ี้

ขอถวายพระพร พระเวสสนั ดรผทู านบดี ไมไ ดพ ระราชทานพระโอรสและพระ
เทวแี กพ ราหมณ ดวยความทพ่ี ระโอรสและพระเทวเี ปน ที่เกลยี ดชงั เลย ไมไ ด
พระราชทานพระโอรสและพระเทวี ดวยความเปน ผไู มอ ยากทรงเหน็ ไมไดพระราชทาน
พระโอรสและพระเทวี ดว ยทรงพงึ วา 'บุตรและภรยิ าของเรามากเกนิ เราไมสามารถจะ
เล้ียงดูเขา' และจะทรงระอา จงึ พระราชทานพระโอรสและพระเทวี ดวยความเปน ผูทรง
ปรารถนาจะนาํ ออกเสีย ดว ยทรงรําพงึ วา 'บุตรและภริยาไมเ ปน ทีร่ ักแหง เรา' ก็หาไม;
เม่อื เปนเชน นแี้ ล พระเวสสนั ดรไดท รงสละบตุ รทานอันบวร เปน ของอนั บุคคลไมพึงชัง่
เปนของไพบลู ไมมที านอนื่ จะยง่ิ กวา มรี าคาสงู เปน ของท่ียงั ใจใหเ จรญิ เปน ทรี่ ักเสมอ

ดว ยชีวติ เห็นปานนีแ้ กพราหมณ เพราะเหตุแหง พระสพั พญั ตุ ญาณ เพราะความที่
แหง รตั นะ คอื สพั พัญุตญาณอยา งเดียวเปน ทร่ี กั .

ขอถวายพระพร แมค าํ นี้ อนั พระผูมพี ระภาคเจา ผูเทพดาลวงเทพดาทรงภาสติ
แลว ในจริยาปฎกวา:-

"บตุ รท้งั สอง ไมเ ปน ที่เกลยี ดชังแหง เรา, นางมทั รีเทวี ก็ไม
พงึ เปน ที่เกลยี ดชังแหงเรา, สัพพญั ตุ ญาณ เปน ที่รกั ของเรา,
เพราะเหตุนน้ั เราจึงไดใ หบุตรและภริยาเปนท่รี กั ของเรา."
ขอถวายพระพร บรรดาพระโอรสและพระเทวนี น้ั พระเวสสันดรทรงสละบุตร
ทานแลวเสด็จเขาสบู รรณศาลาบรรทม, ความโศกมกี ําลงั เกดิ ขนึ้ แลวแดเ ธอ ผถู งึ แลวซงึ่
ความทกุ ข เพราะความรกั ยง่ิ , หทัยวัตถุของเธอเปน ของเรา รอ น, ในเมือ่ พระนาสิกของ
เธอไมพ อ เธอจงึ ทรงระบายลมอัสสาสะปส สาสะซงึ่ เรารอ นดว ยพระโอฐ, พระอัสสขุ อง
เธอกลายเปนธารพระโลหิต ไหลออกแลวแตพ ระเนตรทง้ั สอง. พระเวสสันดรไดทรงสละ
บตุ รทานแกพ ราหมณโ ดยยาก ดว ยทรงดาํ ริวา 'หนทางทานของเรา อยา ฉิบหาย
เสยี เลย.'
อกี ประการหนงึ่ พระเวสสนั ดรไดทรงสละพระโอรสทั้งสองแกพ ราหมณ อาศัย
อาํ นาจแหง ประโยชนท ง้ั สอง, ประโยชนท ง้ั สองเปน ไฉน? คือ เธอทรงดาํ ริวา 'หนทาง
ทานของเรา จกั ไมเปน ของเสอื่ มรอบประการหน่ึง, ในเม่อื ลูกนอ ยทง้ั สองของเราถงึ แลว
ซึง่ ความลาํ บากดวยรากไมผ ลไมใ นปา พระอยั กาจกั ทรงเปล้ืองเหตุ แตความลาํ บากนี้
เสีย ประการหนึง่ .' แทจรงิ พระเวสสันดรยอ มทรงทราบวา 'ทารกทง้ั สองของเรา อนั ใคร
ๆ ไมอาจใชส อยดว ยการใชสอยอยา งทาส, และพระอยั กาจักทรงไถท ารกทงั้ สองน,ี้ เมือ่
เปนเชน น้ี ความกลบั ไปพระนคร จกั มแี มแ กเราทง้ั หลาย.' พระเวสสันดรไดพ ระราชทาน
พระโอรสทงั้ สองแกพ ราหมณ อาศยั อํานาจแหง ประโยชนท ง้ั สองน้ีแล.
ขอถวายพระพร อีกประการหนึง่ พระเวสสันดรทรงทราบอยูวา 'พราหมณน ี้แล
เปน คนแกเ จริญวัย เปน ผูใ หญท รุ พล เปน คนหลงั โกง มไี มเ ทา จอ งไปขา งหนา มีอายสุ ้ิน
แลว มีบุญนอย, พราหมณน้ี จะไมสามารถเพอ่ื จะใชส อยทารกทงั้ สองนี้ ดว ยความใช
สอยอยางทาส.' กบ็ รุ ษุ พงึ อาจหรือ? เพือ่ จะถอื เอาซงึ่ พระจันทรและพระอาทิตยน ี้ ผมู ี
ฤทธิ์มากอยา งนี้ มีอานุภาพมากอยา งน้ี โดยกาํ ลงั เปน ปกติ แลว เกบ็ ไวใ นกระบุงหรือใน
หีบกระทาํ ไมใหม รี ศั มี แลว ใชสอยดว ยการใชสอยอยา งภาชนะ."
ร. "ไมอาจเลย."

ถ. "ขอถวายพระพร พระโอรสท้งั สองของพระเวสสนั ดร ผมู ีสวนเปรยี บดว ย
พระจันทรแ ละพระอาทติ ยในโลกน้ี อันใคร ๆ ไมอาจใชส อยดวยการใชสอยอยางทาส
ฉนั นน้ั นน่ั เทียวแล.

บรมบพิตรจงทรงฟง เหตุอนั ย่งิ แมอ นื่ อกี : อนั ใคร ๆ ไมอาจพนั แกวมณีของพระ
เจา จักรพรรดิ ซงึ่ เปนของงาม มีชาตเิ ปนแกวแปดเหลยี่ ม อันกระทาํ บริกรรมดีแลว ยาว
ไดสีศ่ อก กวา งเทา ดุมเกวียนดวยผา เกา แลว เก็บไวในตะกราแลว ใชส อยดวยความใช
สอยอยางเครอ่ื งลบั ศัสตรา ฉันใด; พระโอรสทัง้ สองของพระเวสสนั ดร ผมู สี ว นเปรยี บ
ดวยแกว มณแี หงพระเจาจกั รพรรดใิ นโลก อันใคร ๆ ไมอาจใชส อยดว ยการใชสอยอยา ง
ทาส ฉันนน้ั นนั่ เทยี วแล.

บรมบพิตรจงทรงฟง เหตุอนั ย่งิ แมอื่นอกี : พญาชา งผปู ระเสรฐิ ตระกลู อุโบสถ มี
มนั แตกทว่ั โดยสว นสาม มีอวยั วะทงั้ ปวงขาว มอี วัยวะตง้ั ลงเฉพาะเจ็ด สงู แปดศอก
สวนยาวใหญเ กา ศอก นํามาซ่งึ ความเลือ่ มใสนา ดู อนั ใคร ๆ ไมอาจปดดวยกระดงหรอื
ขนั เชน ลูกโคอันใคร ๆ ไมอ าจขงั รักษาไวใ นศอกฉะนั้น ฉนั ใด; พระโอรสท้ังสองของพระ
เวสสนั ดร ผมู สี ว นเปรียบดว ยพญาชา ง ตระกูลอโุ บสถในโลก อนั ใคร ๆ ไมอาจใชสอย
ดว ยการใชส อยอยางทาส ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล.

บรมบพติ รจงทรงฟง เหตอุ ันยงิ่ แมอ ่ืนอกี : พญาเขาหมิ พานตซ งึ่ สูงหารอ ยโยชน
ยาวและกวา งสามพนั โยชนในอากาศ ประดบั ดวยยอดแปดหมืน่ สพ่ี นั เปน แดนเกดิ กอ น
แหงแมน ํา้ ใหญหา รอย เปน ท่อี ยูแหง หมูภูตใหญ ทรงไวซ ึ่งของหอมมอี ยา งตา ง ๆ
ประดับพรอมดว ยรอ ยแหง โอสถทิพย สงู ปรากฏราวกะวลาหกในอากาศ ฉนั ใด;
พระโอรสทง้ั สองของพระเวสสนั ดร ผมู สี วนเปรยี บดวยพญาเขาหมิ พานตใ นโลก อนั ใคร
ๆ ไมอ าจใชสอยดวยการใชส อยอยางทาส ฉันนน้ั นนั่ เทียวแล.

บรมบพิตรจงทรงสดบั เหตุอนั ย่งิ แมอน่ื อกี : กองไฟใหญโ พลิงอยเู บอ้ื งบนยอด
เขา ยอ มปรากฏในทไ่ี กล ฉนั ใด, พระเวสสนั ดรผูร าวกะกองไฟใหญโพลงอยบู นยอดเขา
ปรากฏในท่ไี กล ฉนั นน้ั นน่ั แล, พระโอรสทงั้ สองของเธออันใคร ๆ ไมอ าจใชสอยดว ยการ
ใชสอยอยา งทาส.

บรมบพิตรจงทรงสดับเหตุอันย่งิ แมอ ืน่ อีก: ในเมอ่ื ลมพดั ตรงพดั ไปอยูในสมัย
ดอกนาคบานในหิมวันตบรรพต กลน่ิ ดอกไมย อ มฟงุ ไปสน้ิ สิบโยชนสบิ สองโยชน ฉนั ใด,
เออก็ กิตตศิ ัพทของพระเวสสนั ดรระบือไปแลว และกลน่ิ คือศลี อนั ประเสริฐของเธอฟงุ
ไปแลว ในพภิ พแหง เทวดา อสูร ครฑุ คนธรรพ ยักษ รากษส มโหรคะ กนิ นร และพระ
อนิ ทรอ ันเปนระหวา งนน้ั โดยพันโยชน จนถงึ อกนฏิ ฐพิภพ, ดว ยเหตนุ นั้ พระโอรสทงั้
สองของเธอ อนั ใคร ๆ ไมอาจใชสอยดวยการใชสอยอยา งทาส ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล.

ขอถวายพระพร พระชาลกี มุ ารอนั พระเวสสนั ดรผูพ ระบิดาทรงพร่ําสอนแลว วา
"แนะพอ พระอัยยกาของเจา เมื่อจะพระราชทานทรพั ยแ กพราหมณไ ถเจาทั้งสองไว จง
พระราชทานทองคําพนั ตําลงึ แลว ไถเ จา ไว, เมอ่ื ไถน างกณั หาชนิ า จงพระราชทาน
สวิญญาณกทรพั ยอ ยางละรอ ย คอื ทาสรอยหนง่ึ ทาสรี อยหนง่ึ ชา งรอยหนึ่ง มารอ ย
หนง่ึ โคนมรอยหนง่ึ โคผูร อยหนง่ึ ทองคํารอยหนงึ่ แลวไถไว; หากวา พระอยั ยกาของเจา
ทรงรบั เจา ทงั้ สองไวเ ปลาแตมือพราหมณด ว ยพระราชอาชญาหรือพระกาํ ลงั , เจา ทง้ั
สองอยา ทําตามพระกระแสแหงพระอัยยกาเลย, แตจงไปกับพราหมณ" ทรงพรา่ํ สอน
อยา งนแี้ ลว สง ไป. แตนั้นพระชาลกี มุ ารเสด็จไปแลว เปนผูอนั พระอยั ยกาตรัสถามแลว ได
กราบทูลวา "พระบิดาไดพ ระราชทานกระหมอ มฉนั ผูมรี าคาพนั ตําลึงทองคําแก
พราหมณ, อนง่ึ พระราชทานนางกัณหาชนิ าแกพ ราหมณ ดว ยรอ ยแหงชา งฉะน.้ี "

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน ปญ หาพระผูเ ปน เจาวิสัชนาดแี ลว ขายคอื ความเหน็
พระผเู ปนเจาทาํ ลายดีแลว, ปรปั ปวาททง้ั หลาย พระผเู ปน เจา ย่ํายีดแี ลว , สมยั ลทั ธขิ อง
ตนพระผเู ปน เจาสาํ แดงดแี ลว , พยัญชนะพระผเู ปน เจา ชาํ ระดแี ลว , เน้อื ความพระผเู ปน
เจา จาํ แนกดีแลวขอ วิสัชนานั้นสมอยางนน้ั , ขาพเจายอมรับองอยางนน้ั ."

๖. ทกุ กรการิกปญ หา ๗๓

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน พระโพธิสตั วทง้ั สนิ้ ยอมกระทํา
กจิ ท่กี ระทาํ ยาก หรอื วากจิ ทกี่ ระทาํ ยากอนั พระโพธิสตั วพระนาคโคดมเทานน้ั ทรงกระ
แลว ?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร กจิ ที่กระทํายากยอมไมม แี กพ ระโพธสิ ัตวท ง้ั
ปวง, พระโคดมโพธิสัตวเ ทา นน้ั ไดท รงกระทํากจิ ทก่ี ระยาก."

ร. "ถาเม่ือเปน เชน น้ี ความมปี ระมาณตา งกันระหวา งพระโพธิสตั วท ง้ั หลาย กับ
พระโพธิสัตวท งั้ หลาย ยอมมลี ะซ.ิ "

ถ. "ขอถวายพระ ความมีประมาณตางกนั ดว ยพระโพธิสตั วทงั้ หลาย กบั พระ
โพธิสตั วท ัง้ หลาย ยอมมีโดยเหตทุ ตี่ งั้ ส่ปี ระการ, เหตทุ ีต่ ง้ั ส่ปี ระการเปนไฉน? คือ ความ
มีประมาณตาง คือ ตระกลู หน่งึ ความมปี ระมาณตางคือกาลยดื ยาวหน่งึ ความมี
ประมาณตา งคืออายหุ นึง่ ความมปี ระมาณตาง คือประมาณหนงึ่ . ความมีประมาณ
ตางกนั ระหวางพระโพธสิ ตั วท ง้ั หลาย กับพระโพธิสัตวท ้ังหลาย ยอ มมีโดยเหตุที่ตงั้ ส่ี
ประการเหลา น้แี ล.

ขอถวายพระพร ก็แตค วามมีประมาณตางกนั เพราะรปู ศีล สมาธิ ปญญา
วมิ ุตติ วมิ ุตติญาณทัสสนะ ความเปน ผูไ มค รนั่ คราม สีอ่ ยาง กาํ ลังแหง พระตถาคตสบิ
ประการ ญาณทไ่ี มทว่ั ไปหกประการพุทธญาณสบิ ส่อี ยา ง พทุ ธธรรมดาสบิ แปดประการ
และพทุ ธธรรมดาท้ังสนิ้ ยอมไมมแี กพ ระพทุ ธเจา ทงั้ ปวง, พระพุทธเจา แมทงั้ ปวงเปน ผู
เสมอเหมือนกนั โดยพทุ ธธรรมดาทงั้ หลาย."

ร. "ถาพระพทุ ธเจาท้งั ปวง เปนผูเ สมอเหมอื นกนั โดยพุทธธรรมดาทงั้ หลาย,
เพราะเหตไุ ร กิจทก่ี ระทาํ ยากอันพระโคดมโพธสิ ตั วต องทรงกระทําแลว ?"

ถ. "ในเม่ือโพธญิ าณยงั ไมแ กก ลา พระโคดมโพธสิ ัตวจงึ ออกแลว เพ่ือคณุ อัน
ยงิ่ ใหญ, เม่ือพระโคดมโพธสิ ัตวจ ะอบรมญาณซึ่งยงั ไมแ กก ลาใหแกก ลา จงึ ตองทรง
กระทํากจิ ท่ีกระทํายาก."

ร. "พระผูเ ปน เจา เพราะเหตไุ ร ในเมื่อพระโพธิญาณยงั ไมแกกลา พระโพธสิ ตั ว
จึงตองออกเพอื่ คุณอนั ยิง่ ใหญ? ควรจะรอใหญ าณแกก ลาเสียกอ น คร้ันญาณแกกลา
แลวจงึ ออกเพอื่ คุณอนั ยิ่งใหญไ มใ ชห รือ?"

ถ. "ขอถวายพระ พระโพธสิ ตั วเ หน็ เรือน คือ สตรเี ปน ของวปิ ริต เปน ผมู คี วาม
เดือดรอน, เม่ือเธอมีความเดอื ดรอน ความไมส บายจิตยอ มเกดิ ขึ้น เทวบุตรผเู ปน ไปใน
หมูมารองคใดองคห น่งึ เห็นจติ ไมส บายของเธอเกิดขนึ้ จึงคิดวา 'กาลนี้เปน กาลเพ่ือจะ
บรรเทาจิตไมส บายของเธอ' แลวจึงสถิตในอากาศไดกลาวคําอยา งนว้ี า 'แนะ ทา นผนู ิร
ทกุ ข ๆ ทานอยา เปน ผูกระสนั ขน้ึ เลย ในวนั ทเ่ี จ็ดแตวนั น้ี จกั รรตั นะเปนทพิ ยมกี ําพนั
หนงึ่ พรอมดว ยกงพรอ มดวยดุม บริบูรณดว ยอาการทง้ั ปวง จกั ปรากฏแกทา น, อนง่ึ
รตั นะทง้ั หลายทีไ่ ปแลว ในปฐพีหรอื ตงั้ อยูในอากาศ จกั ต้ังขน้ึ เองแกท า น, ราชอาณาจกั ร
จักเปนไปโดยมขุ เดียว ในทวปี ใหญท ั้งสม่ี ที วปี นอ ยสองพนั เปน บริวาร, และบตุ ร
ทั้งหลายของทา นพันกวา เปน ผูแ กลว กลา จักเปน ผยู ํ่ายเี สยี ซึ่งเสนาแหง ผอู นื่ , ทา นผู
เกลอื่ นกลน ดวยบุตรเหลานัน้ เปนผูสมบูรณด ว ยรัตนะเจด็ จักพราํ่ สอนประชุมชนทง้ั สี่
ทวีป.

ขอถวายพระพร หลาวเหลก็ รอ นพรอมตลอดวันซงึ่ รอนในทท่ี ง้ั ปวง พงึ เขาไปสู
ชอ งหู ฉนั ใด, คาํ น้ันเขาไปแลว สชู องโสตแหงพระโพธสิ ัตว ฉนั นน้ั นน่ั เทยี ว, ดว ยเหตนุ นั้
เธอกระสันขนึ้ แลวโดยปกตกิ ลัวแลว วนุ วายแลว ถงึ ความสลดแลวยงิ่ กวา ประมาณ
เพราะคาํ แหงเทพดานนั้ . เปรียบเหมอื นกองไฟใหญท ่ีสุด กําลังโพลงอยู อนั บุคคลเผา
เขาดว ยไมแหง อยา งอ่นื พงึ โพลงยง่ิ กวา ประมาณ.

อกี อยางหนง่ึ เปรียบเหมอื นมหาปฐพี ซ่งึ ชมุ อยแู ลว โดยปกติ มหี ญา เขียวเกิด
แลว มนี ํา้ อนั บคุ คลรดแลว เกิดเปนโคลน ครั้นเม่อื มหาเมฆเปนไปแลว พงึ เปน โคลนยิง่
กวาประมาณอีกน่ันเทยี ว."

ร. "พระนาคเสน เออก็ ถา วา จักรรตั นะเปน ทิพย พงึ เกดิ แกพ ระโพธิสัตวใ นวนั ที่
เจ็ด พระโพธิสตั วพ งึ กลับเพราะจกั รรตั นะเปน ทพิ ยเกดิ แลว หรอื หนอ?"

ถ. "ขอถวายพระพร จกั รรตั นะเปนทิพย ไมพ ึงเกดิ แกพระโพธสิ ัตวใ นวนั ทเ่ี จ็ด
เลย, กแ็ ตคาํ นน้ั อนั เทวดานนั้ กลา วแลว เทจ็ เพอื่ ประโยชนแกอ นั เลา โลม. แมถา วาจักร
รตั นะเปน ทพิ ย พงึ เกดิ ในวนั ท่ีเจด็ จรงิ พระโพธสิ ตั วก ห็ ากลับไม. เพราะเหตอุ ะไร?
เพราะวาพระโพธสิ ตั วไดถือไวม นั่ วา เปน ของไมเทย่ี ง ไดถอื ไวม่นั วา เปน ทกุ ข วา เปน
อนัตตา ถงึ แลว ซ่งึ ความสนิ้ ไปแหงอุปาทาน.

ขอถวายพระพร เปรียบเหมอื นนาํ้ ยอมเขา ไปสแู มน้ําคงคา แตส ระอโนดาต
ยอมเขา ไปสูม หาสมทุ รแตแมนํา้ คงคา ยอ มเขา ไปสูชองบาดาลแตมหาสมุทร, เออก็ นาํ้
น้ันซงึ่ ไปแลวในชอ งบาดาล พงึ เขา สมู หาสมทุ ร พงึ เขา ไปสูแมนํา้ คงคาแตม หาสมทุ ร พงึ
เขาไปสสู ระอโนดาต แตแมนา้ํ คงคาอีกหรอื หนอ?"

ร. "ไมพงึ เขา ไปเลย."
ถ. "ขอถวายพระพร กุศลอันพระโพธิสัตวอ บรมใหแ กก ลา แลวสนิ้ สอ่ื สงไขยกบั
แสนกัปป เพราะเหตแุ หงภพน,้ี พระโพธสิ ตั วนน้ี น้ั มีภพมีในท่สี ุดถงึ แลว โพธิญาณของ
เธอแกกลา แลว เธอจกั เปน พระพทุ ธเจา ผตู รัสรูเญยยธรรมทัง้ ปวง เปน บุคคลเลศิ ในโลก
โดยหกป ฉันนน้ั นน่ั เทียวแล, เออก็ พระโพธสิ ตั วจ ะพงึ กลบั เพราะเหตแุ หงจกั รรตั นะ
หรือ ขอถวายพระพร?"
ร. "ไมถงึ กลบั ละซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร อกี ประการหน่ึง แผนดนิ ใหญท งั้ ปา ทง้ั เขาพงึ กลบั กลายได,
กแ็ ตพระโพธิสตั ว ไมถงึ สมั มาสมั โพธิญาณแลว ไมพึงกลบั เลย. มหาสมุทรทรงไวซ ่ึงนํา้
อันบุคคลนับไมไดยงั ตอ งแหง เหมอื นน้าํ ในรอยเทา โค ฉะนน้ั , ก็แตพ ระโพธสิ ตั วไ มถงึ
สัมมาสัมโพธญิ าณแลว ไมพ งึ กลับเลย. ภเู ขาสเิ นรอุ ันเปน พญาเขา พงึ แตกรอยเสี่ยง
หรอื พันเสีย่ ง. กแ็ ตพ ระโพธิสตั วไมถ ึงสมั มาสมั โพธิญาณแลว ไมพงึ กลบั เลย. พระจนั ทร
และพระอาทติ ยทง้ั ดาว พงึ ตากราวกะกอนดนิ ในแผนดนิ ฉะนนั้ , กแ็ ตพระโพธิสตั วไ มถ งึ
สัมมาสัมโพธญิ าณแลว ไมพ งึ กลบั เลย, อากาศคงฉบิ หายเชน เสอื่ ลาํ แพน ฉะนน้ั , กแ็ ต
พระโพธสิ ตั วไมพ งึ สมั มาสมั โพธิญาณแลว ไมพึงกลบั เลย. เพราะเหตุไร? เพราะความที่
แหง เครื่องผูกท้งั ปวง เปน อันพระโพธิสตั วน ้นั ทําลายเสยี แลว."
ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน เครื่องผกู ทง้ั หลายในโลกมเี ทา ไร?"

ถ. "เครอ่ื งผกู ทงั้ หลายสบิ อยา งเหลาน้ีมอี ยใู นโลก ขอถวายพระพร, สตั ว
ท้งั หลายอันเครื่องผกู เหลา ไรเลาผกู ไวแ ลว ยอ มไมอ อกผนวช, ถงึ ออกกก็ ลับลาผนวช.
เคร่ืองผกู สิบเหลา ไหน? คอื มารดาเปน เครื่องผูกในโลกประการหนึ่ง, บิดาเปนเคร่อื งผกู
ในโลกประการหนึง่ , ภรยิ าเปนเครอ่ื งผกู ในโลกประการหนงึ่ , บตุ รท้งั หลายเปน เครอื่ งผูก
ในโลกประการหนง่ึ , ญาตทิ งั้ หลายเปน เครอ่ื งผูกในโลกประการหนึ่ง, มิตรทงั้ หลายเปน
เครอื่ งผูกในโลกประการหนงึ่ , ทรพั ยเ ปน เคร่ืองผูกในโลกประการหน่ึง, ลาภสักการเปน
เครอ่ื งผกู ในโลกประการหนงึ่ , อิสริยยศเปน เคร่ืองผูกในโลกประการหนงึ่ , กามคุณหา
เปน เคร่ืองผกู ในโลกประการหนงึ่ . เครือ่ งผกู สิบเหลา น้ีแลมีอยูในโลก, เปนเคร่อื งผูกสตั ว
ไวมใิ หออกผนวช ถงึ ออกแลว ก็กลบั ลาผนวช. เครอ่ื งผกู ทง้ั สบิ ประการเหลาน้ี ไดต ดั แลว
กาํ จดั แลว ทาํ ลายแลว . เพราะเหตนุ นั้ พระโพธิสตั วจงึ ไมก ลับ."

ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน ถา วา เมอื่ จติ ไมย นิ ดีเกดิ ขนึ้ แลว เพราะคําแหงเทพดา
เม่อื โพธิญาณยังไมแกก ลา พระโพธสิ ตั วอ อกแลว เพ่อื คณุ อนั ย่งิ ใหญ, ประโยชนอะไรจะ
พึงมแี กพ ระโพธสิ ัตวนน้ั ดว ยกิจที่กระทาํ ยากอันทา นกระทําแลว, พระโพธสิ ตั วค วรจะรอ
ความแกก ลา แหง ญาณ ดวยสิ่งทเี่ ปนเครอื่ งเลย้ี งทง้ั ปวงไมใ ชหรอื ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ก็บุคคลสบิ เหลานี้แล เปนผูอนั เขาดูหมนิ่ ดถู ูกตองอับอาย
ขายหนา ถูกเสยี ดแทง ถูกตเิ ตียน ถูกสบประมาณ ไมม ใี ครยําเกรง มีอยูในโลก, บคุ คล
สบิ เหลา ไหน? คอื หญงิ หมายหนึ่ง, บคุ คลผูอ อ นแอไมมีกาํ ลังหนง่ึ , บคุ คลไมมมี ติ รและ
ญาตหิ นง่ึ , บคุ คลกิจจุหนึ่ง, บคุ คลผูไ มอ ยใู นสกลุ ทเ่ี คารพหนง่ึ , บคุ คลมมี ติ รเลวทราม
หนง่ึ , บุคคลผูเสอื่ มจากทรพั ยห น่ึง, บคุ คลผมู ีมรรยาทเลวหนง่ึ , บุคคลผูเ ส่อื มจากการ
งานหน่ึง, บุคคลผคู ลายความเพยี รหนึ่ง; บคุ คลสบื จําพวกเหลานแ้ี ล เปนผูอ ันเขาดูหมนิ่
ดถู ูก ตอ งอบั อายขายหนา ถกู เสยี ดแทง ถกู ตเิ ตียน ถูกสบประมาทไมม ีใครยาํ เกรง มีอยู
ในโลก. เม่ือพระโพธิสตั วร ะลกึ ถงึ ฐานะสบิ เหลา นี้แล จงึ ไดเกดิ ความสาํ คัญอยางนว้ี า
'เราอยาพงึ เปน ผูเส่ือมจากการงาน อยา พงึ เปนผูค ลายความเพยี ร อยา พงึ เปน ผอู ันเทพ
ดาและมนษุ ยท ัง้ หลายติเตียน, ไฉนหนอเราพงึ เปนเจาจองแหงการงาน พงึ เปน ผแู ข็งขัน
ในการงาน พงึ เปน ผปู รารภการงานเปน ใหญ พึงเปนผมู กี ารงานเปน ปกติ พงึ เปน ผูค วร
แกธ รุ ะ คอื การงาน พงึ เปน ผมู ีการงานเปน ทีอ่ ยู พงึ เปน ผไู มประมาทอย.ู ' ขอถวายพระ
พร พระโพธสิ ตั วจ ะทรงยงั ญาณใหแกก ลา จึงไดท รงกระทํากจิ ทกี่ ระทาํ ไดด วยยาก ดวย
ประการฉะนแี้ ล."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน เมอ่ื พระโพธสิ ตั วก ระทํากิจท่ีกระทําดว ยยาก ได
กลา วอยา งนว้ี า 'เราไมไดบ รรลุอุตตรมิ นสุ สธรรมอลมรยิ ญาณทสั สนะวิเศษดวยกิจที่

กระทาํ ไดยากเผด็ รอ นน้ีเลย, หนทางอนื่ เพอ่ื ปญญาเคร่ืองตรัสรจู ะพงึ มหี รือหนอแล.' ก็
ความลืมสติเพราะปรารภหนทาง ไดมีแลวแกพ ระโพธสิ ตั วในสมยั นนั้ บา งหรือหนอ?"

ถ. "ขอถวายพระพร กธ็ รรมยส่ี ิบหาประการเหลา นี้แล เปน เครอ่ื งกระทาํ จติ ให
ออนแอ จติ อันธรรมยส่ี ิบหา ประการกระทาํ ใหออ นแอแลว ยอมไมต ง้ั มน่ั โดยชอบ เพอ่ื
ความสนิ้ ไปแหง อาสวะท้ังหลาย, ธรรมย่สี บิ หา ประการเปนไฉน? คือ ความโกรธหนง่ึ
ความผกู โกรธหนง่ึ ความลบหลูค ณุ ทานหนึ่ง ความตีเสมอทานหนง่ึ ความรษิ ยาหนงึ่
ความตระหนหี่ นง่ึ ความปดบังโทษตนไวห นึ่ง ความอวดตวั หนง่ึ ความกระดางดื้อดึง
หนงึ่ ความแขง ดีหนึ่ง ความถือตัวหน่ึง ความดหู มน่ิ ทานหนงึ่ ความมวั เมาหนงึ่ ความ
เลนิ เลอหนง่ึ ความงวงเหงาหาวนอนหนง่ึ ความเพลนิ หนงึ่ ความเกียจครา นหนงึ่ ความ
เปน ผมู ชี นบาปเปนมิตรหนง่ึ รูปหนง่ึ เสยี งหน่ึง กลน่ิ หนงึ่ รสหนง่ึ โผฏฐพั พะหนึ่ง ความ
อยากขา วอยากนํ้าหนงึ่ ความไมสบายใจหนงึ่ เปนธรรมกระทําจิตใหอ อนแอ จิตอนั
ธรรมย่ีสิบหา ประการเหลา น้ี อยา งใดอยา งหนง่ึ กระทําใหออ นแอแลว ยอมไมตง้ั ม่ันโดย
ชอบ เพื่อความสน้ิ ไปแหง อาสวะทงั้ หลาย.

ความอยากขาวและอยากนา้ํ ครอบงําแลว ซึง่ กายแหง พระโพธิสัตว, เมอื่ กาย
อนั ความอยากขาวอยากนํา้ ครอบงําแลว จติ ยอมไมต้งั ม่ันโดยชอบ เพอื่ ความส้ินไปแหง
อาสวะทง้ั หลาย.

พระโพธสิ ัตว ไดแ สวงหาความตรัสรูอริยสจั ทัง้ สี่ในชาตนิ นั้ ๆ สน้ิ สอ่ี สงไขยกบั
แสนกปั ป. ความลืมสตเิ พราะปรารภหนทาง จักมีแกพ ระโพธิสัตวน น้ั ในชาตเิ ปน ที่ตรสั รู
ในภพนใี้ นภายหลังทาํ ไม?

ขอถวายพระพร อกี ประการหน่งึ คณุ ชาตสกั วาความสาํ คญั เกดิ ขึ้นแกพระ
โพธิสตั วว า 'มรรคาอืน่ เพ่ือปญ ญาเคร่อื งตรสั รู จะพงึ มีหรอื หนอแล.' ในกาลกอ นพระ
โพธิสัตวเม่ือประทับอยูอ งคเ ดยี วไดทรงนงั่ ขัดสมาธบิ นทบี่ รรทมอันมสี ริ ิ ภายใตรมไม
หวา เพราะการพระราชพธิ จี รดพระนงั คลั แหง ศักยราชผพู ระชนก สงดั แลวจากกาม
ท้ังหลาย สงัดแลวจากอกศุ ลธรรมท้ังหลาย ทรงเขาปฐมฌานมีปติและสุขเกิดแตวิเวก
พรอมทงั้ วิตกวจิ ารอย.ู ฯลฯ เพราะดบั ไปแหงโสมนสั และโทมนสั ทงั้ หลายในกาลกอน
เพราะละเสียซงึ่ สขุ เพราะละเสียซง่ึ ทุกขเขา จตตุ ถฌานซง่ึ ไมมีสขุ ไมม ีทกุ ข มีความท่ี
แหงสตเิ ปน ของบริสุทธ์เิ พราะความเพิกเฉยอย.ู "

ร. "ดลี ะ พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วิสชั นาสมอยา งนน้ั , ขา พเจา ยอมรับรอง
อยา งนนั้ วา พระโพธสิ ตั วจะทรงยงั ญาณใหแกกลา จงึ ไดก ระทาํ กิจทีก่ ระทําโดยยาก."

๗. กุสลากสุ ลพลวาพลวปญ หา ๗๔

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน กรรมไหนมกี าํ ลังยงิ่ กวา กุศลหรือ
อกศุ ล?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร กศุ าลมกี าํ ลงั ยงิ่ กวา อกุศลหาอยา งนน้ั ไม. "
ร. "ขาพเจา ยงั ไมย อมรับตามคําวา 'กุศลมีกาํ ลงั ยงิ่ กวา อกศุ ลหาอยา งนน้ั ไม'
น้นั ดอก. ชนทงั้ หลายในโลกนี้ เปน ผยู งั สตั วม ีชีวิตใหตกลว งไป เปน ผถู อื เอาซ่ึงสงิ่ ของที่
เจาของเขาไมใ ห เปน ผปู ระพฤตผิ ิดในกามท้ังหลาย เปน ผมู ักกลาวปด เปน ผูฆา ซงึ่
ชาวบา น เปน ผปู ระทุษรา ยในหนทาง เปน ผหู ลอกลวงเขา มปี รากฏอย,ู เพราะกรรมอนั
เปน บาปมปี ระมาณเทา นน้ั ชนทง้ั หลายเหลา นนั้ ทงั้ ปวง ยอมไดซ ึง่ กรรมกรณ คือ อนั ตดั
มอื ตดั เทา ตัดทัง้ มือทงั้ เทา ตัดหู ตดั จมกู ตัดทั้งหทู ง้ั จมกู และพลิ งั คถาลิกะกรรมกรณ
(คอื ผา กบาลศรี ษะแลว เอาคีมคีบกอนเหล็กแดงใสลงในกบาลศีรษะนน้ั มนั สมองที่
เปนอยใู นกบาลศีรษะก็ลอยข้นึ บา งบน) สงั ขมณุ ฑิกะกรรมกรณ (คอื เชือดดริมฝปาก
ขา งบน และหนังท่หี มุ หมวกหทู งั้ สองขาง และหลมุ คอ แลว ขมวดผมทง้ั หมดใหเปน ขอด
ในท่เี ดียวกนั แลวกระชากออก หนงั กห็ ลุดออกพรอ มกบั ผม แลวขดั กบาลศีระษะดวย
กรวดอนั หยาบแลวลาง กระทํากบาลศีรษะใหเ หมือนสสี ังข) ราหุมุขะกรรมกรณ (คือ
เอาขอเกีย่ วปากไวใหอา แลว จดุ ไฟไวในปาก แลว เอาเหล็กหมาดสกั ตง้ั แตหมวดหูกระ
ทัง้ ปาก โลหิตกไ็ หลออกเตม็ ปาก) โชตมิ าลกิ ะกรรมกรณ (คือ พนั ตวั ทงั้ หมดดวยผา ชบุ
นาํ้ มนั แลวจุดไฟเผา) หตั ถะปโชติกะกรรมกรณ (คอื พนั มือท้ังสองดว ยผาชุบนํา้ มนั แลว
เอาไฟเผา) เอรกวัติกะกรรมกรณ (คอื เฉือนแผนหนงั ต้ังแตค อลงไปถึงขอเทา แลว ผกู
นักโทษนั้นไวด วยเชอื กแลว กระชากมา นกั โทษนน้ั ก็เหยยี บแผนหนงั ของตนลมลง) จีรก
วาสิกะกรรมกรณ (คือ เฉือนแผน หนงั ตัง้ แตค อลงไปถึงสะเอว แลว เฉือนแผน หนงั ตง้ั แต
สะเอวลงไปถงึ ขอ เทา สรีระมใี นเบือ้ งตาํ่ ของนกั โทษนนั้ ก็เปนเหมือนผา นงุ ทที่ ําดว ย
เปลอื กไม เพราะแผน หนงั มีในเบ้ืองบนมีอย)ู เอเณยยกะกรรมกรณ (คอื สอดซ่เี หลก็
คาบไวท ่ขี อ ศอกท้งั สองและเขาทั้งสอง แลว คาํ้ ไวดวยหลาวเหล็ก นกั โทษนน้ั ตัง้ อยูบน
พ้นื ดวยหลาวเหลก็ สี่อนั ทหี ลงั เขาลอ มนักโทษนนั้ นาํ ไฟเขา เผา ดว ยเหน็ กนั เหมือนวา
เผาเนอ้ื ทราย) พลิสมงั สิกะกรรมกรณ (คือ เอาเบด็ เกีย่ วปากไวท ้ังสองขา งแลวดงึ ให
หนงั เน้แื ละเอน็ หลุดออก) กหาปณะกรรมกรณ (คือเอาพรา อนั คมเถือสรรี ะทัง้ สน้ิ ของ
นักโทษน้ันใหต กลงทีละเทา แผนกหาปณะ) ขาราปฏจิ ฉกะกรรมกรณ (คอื ฟน สรรี ะของ
นักโทษนั้นดว ยอาวธุ ใหท ว่ั แลว ถดู วยนาํ้ แสบ ใหห นงั และเนอ้ื เอน็ ไหลออกเหลืออยูแต
รา งกระดกู ) ปลิฆปริวัตติกะกรรมกรณ (คอื ใหน กั โทษนนั้ นอนตะแคง แลวเอาหลาว
เหล็กแทลงลงทช่ี อ งหูใหท ะลุออกชองลา งติดเนอ่ื งกบั แผน ดิน ทหี ลงั เขาจบั เทา ท้ังสอง

ของนักโทษนนั้ เวยี นไป) ปลาสปฐ กะกรรมกรณ (คือ ไมเชือดผิวหนงั ทบุ กระดูก
ท้งั หลายดวยลกู หนิ บดแลวจิกผมทง้ั หลายยกขึ้น กองเน้ือเทา นน้ั มอี ยู ทหี ลงั เขารวบผม
ทัง้ หลายเขาพนั กองเนือ้ นัน้ ไวด ุจมดั ฟาง) รดดวยนา้ํ มันอนั รอนบาง ยงั สุนัขทงั้ หลายให
เค้ียวกนิ บา ง เสยี บบนหลาวบา ง ตัดศีรษะดว ยดาบบา ง; ชนทั้งหลายบางพวกทาํ บาป
ในราตรี ยอมเสวยผลของบาปนนั้ ในราตรนี นั้ เอง บางพวกกระทาํ บาปในราตรี ยอ ม
เสวยผลในกลางวนั , บางพวกกระทาํ ในกลางวนั ยอมเสวยผลในราตร,ี บางพวกตอสอง
วันสามวนั ลวงไปจึงเสยผล;ชนทง้ั หลายเหลา นนั้ แมท ง้ั ปวง ยอมเสวยผลในทฏิ ฐธรรม
ทีเดียว. มีหรอื พระผูเ ปน เจา ใคร ๆ ใหทานท้งั บรวิ ารแกบคุ คลคนหนงึ่ หรอื สองคน สาม
คน ส่คี น หา คน สบิ คน รอ ยคน พนั คน แสนคน แลว ไดเสวยโภคทรัพย ยศ หรอื ความสุข
ซึ่งเปน ไปในทฏิ ฐธรรม หรอื ไดเสวยโภคทรพั ยเปน ตนน้ัน ดว ยศีลหรืออโุ บสถกรรม?"

ถ. "มอี ยู ขอถวายพระพร บรุ ุษส่ีคนใหท าน สมาทานศลี ทาํ อโุ บสถธรรม ถงึ ซ่งึ
ยศในเทวโลกชือ่ ไตรทศ (ชน้ั ดาวดึงส) โดยอัตภาพนน้ั นน่ั เอง ในทิฏฐธรรมทเี ดยี ว."

ร. "ใครบาง?"
ถ. "พระเจา มนั ธาตุราชหนึ่ง พระเจา นมิ ิราชหนงึ่ พระเจา สาธนี ราชหนึ่ง คตุ ตลิ
คนธรรพห น่ึง."
ร. "ขอที่พระผูเปน เจากลาวนนั้ เปน ขอ ลล้ี บั โดยพนั แหงพภิ พมใิ ชอ นั เดยี ว, และ
ขอน้นั ปรากฏแกจกั ษขุ องเราทงั้ สองไมได; ถา พระผเู ปน เจา สามารถ กจ็ งกลาวในกาล
แหง พระผมู ีพระภาคเจา ยงั มพี ระชนมอ ยู ณ ภพเปน ปจ จุบัน."
ถ. "ในภพเปนปจ จบุ นั ทาสชอ่ื ปณุ ณกะถวายโภชนะแกงพระสารีบุตรเถระ
ไดร ับที่เศรษฐใี นวนั นนั้ ปรากฏนามวาปุณณกเศรษฐใี นกาลนน้ั . นางโคปาลมาตาเทวี
ถวายบิณฑบาตแกพ ระมหากัจจายนเถระผมู ีตนเปน ทแ่ี ปด ดวยกหาปณะทง้ั แปดทขี่ าย
ผมท้งั หลายของตนไดม า ไดถึงท่ีอคั รมเหสีแหง พระเจา อุเทนในวนั นนั้ . นางสปุ ปย า
อบุ าสกิ า ถวายเน้ือลาํ่ ดว ยเนือ้ ทข่ี าของตนแกภิกษุไขรปู ใดรูปหนึ่งในวนั ท่ีสองเปน ผมู ี
แผลหาย มีผิวหาโรคมิได. นางมลั ลกิ าเทวถี วายกอ นขนมกุมาสคา งคนื แดพระผูมพี ระ
ภาคเจา ไดเ ปน อคั รมเหสแี หง พระราชาโกศลในวันนน้ั เอง. นายสุมนมาลาการบูชาพระ
ผูมพี ระภาคเจา ดว ยดอกมะลิแปดกาํ มือ ไดถ งึ สมบตั ใิ หญในวนั นน้ั เอง. เอกสาฎก
พราหมณบูชาพระผูมพี ระภาคเจาดวยผา หม ไดห มวดแปดแหง วัตถทุ งั้ ปวงวนั นนั้ เอง.
ขอถวายพระพร ชนทงั้ หลายเหลา นน้ั แมท ง้ั ปวงไดเสวยโภคทรพั ยแ ละยศซึ่งเปน ไป
ในทิฏฐธรรม."
ร. "พระผเู ปน เจาคนหา ไดพบชนหกคนเทา นนั้ หรอื ?"
ถ. "ขอถวายพระพร."

ร. "ถาอยา งนน้ั อกศุ ลมกี ําลงั ย่ิงกวา กุศาลหาอยา งนนั้ ไม. กว็ นั เดยี วเทานัน้
ขาพเจา เหน็ บรุ ุษทง้ั หลายสบิ คนบาง ยส่ี ิบคนบาง สามสบิ คนบา ง สี่สิบคนบา ง หาสิบ
คนบา ง รอ ยคนบาง พนั คนบา งรับอาชญาขนึ้ อยูบนหลาวทั้งหลาย เพราะผลแหง กรรม
เปนบาป... ดวยเหตุนี้ ขาพเจา จึงกลา ววา 'อกศุ ลมีกําลงั ยงิ่ กวา แนแท กศุ ลหาอยางนัน้
ไม' ฉะน.ี้ อสทสิ ทานอนั พระเจาโกศลทรงบรจิ าคในพระพทุ ธศาสนานี้ พระผเู ปนเจา ได
ยนิ หรือ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ไดย นิ ."
ร. "เออก็ พระเจา โกศลทรงบริจาคอสทิสทานน้ันแลว ยอ มไดท รัพยส มบัตยิ ศ
และความสุขอะไร ๆ ซ่งึ เปน ไปในทฏิ ฐธรรมอันเปน ผลของการบริจาคนน้ั หรอื ?"
ถ. "หามิได ขอถวายพระพร."
ร. "ถา วา พระเจาโกศลทรงบริจาคทาน ไมม ีทานอน่ื จะยงิ่ กวา เหน็ ปานน้ี ก็ไมไ ด
แลว ซึง่ ทรพั ยสมบตั ิยศและความสุข ซึ่งเปน ไปในทฏิ ฐธรรม อนั เปน ผลของการบริจาค
นั้น, ถา อยา งน้นั อกศุ ลกเ็ ปน ของมกี าํ ลังกวาแท กุศลหาอยางนน้ั ไม."
ถ. "ขอถวายพระพร เพราะความทอ่ี กุศลเปน ของเลก็ นอ ยอกุศลจึงแปรไปเรว็
เพราะความทก่ี ุศลเปนของมาก กศุ ลจึงแปรไปโดยกาลยดื ยาว. คําทอี่ าตมภาพวา น้ี
บรมบพติ รตอ งทรงพจิ ารณาโดยอปุ มา.
ขอถวายพระพร เปรียบเหมอื นธญั ชาติชื่อกมุ ทุ ภัณฑกิ าในชนบทมใี นทส่ี ดุ
ชนบทอน่ื อกี เกย่ี วมาไวใ นฉางไดเดือนหนงึ่ จงึ แปรไป, ขาวสาลที งั้ หลาย แปรไปโดยหา
หกเดอื น; ในของสองอยา งน้ี ธญั ชาติชอ่ื กมุ ทุ ภัณฑกิ าและขา วสาลที งั้ หลาย จะผดิ กนั
อยางไร แปลกกันอยา งไร?"
ร. "ผิดกนั แปลกกัน เพราะความท่แี หง ธญั ชาติชือ่ กมุ ทุ ภัณฑกิ าเปน ของที่เนื้อ
นอ ย, และเพราะความทแี หงขา วสาลที ้ังหลายเปน ของมีเนือ้ แนน . ขา วสาลีทง้ั หลายเปน
ของควรแดพระราชา เปนพระกระยาหารของพระราชา, ธัญชาติชื่อกมุ ทุ ภณั ฑกิ า เปน
โภชนะของทาสและกรรมกรทง้ั หลาย."
ถ. "เพราะความทแี่ หง อกุศลเปน ของนอ ย อกศุ ลจงึ แปรไปเรว็ เพราะความที่
แหง กศุ ลเปน ของมาก กุศลจงึ แปรไปโดยกาลยาวฉนั นนั้ แล."
ร. "ในกรรมทง้ั สองนน้ั กรรมใด แปรไปเร็ว กรรมนนั้ เปน ของมีกําลงั ยงิ่ กวา ใน
โลก, เพราะเหตนุ น้ั อกศุ ลกรรมเปนของมกี าํ ลังยง่ิ กวา กศุ ลกรรมหาอยา งนน้ั ไม. ทหาร
คนใดคนหน่งึ เขา ไปสูการรบใหญ จับศัตรูคูตอสูทรี่ กั แรได ฉุดมานาํ เขา ไปสง นายโดย
พลนั ทหารนน้ั ชอ่ื วา เปน ผอู าจ เปน ผูกลา ในโลก, อนง่ึ แพทยค นใด ถอนลกู ศรออกให
โรคหายโดยพลัน แพทยคนน้นั ชือ่ วาเปน ผฉู ลาด, คนผนู บั คํานวณใด นับคาํ นวณเรว็ ๆ

แลวแสดงทนั ที คนผนู บั คํานวณนั้น ช่อื วา เปนคนฉลาด, คนปลาํ้ ใด ยกคนปลาํ้ คตู อ สู
พลันใหลม หงาย คนปล้ําน้นั ชื่อวา เปน ผูสามารถ เปน ผกู ลา ฉนั ใดก็ดี: สงิ่ ใดแปรไปเร็ว
กุศลหรอื อกุศลกต็ าม สง่ิ นนั้ เปนของมกี าํ ลงั ยิง่ กวา ฉนั นนั้ ."

ถ. "ขอถวายพระพร กรรมแมทั้งสองนั้น เปน ของทีส่ ตั วจ ะตองเสวยใน
สมั ปรายภพ, อกี ประการหนงึ่ อกุศลกรรมเปนของทีส่ ัตวจ ะตองเสวยผลในทิฏฐธรรม
โดยขณะ เพราะความเปน ของเปนไปกับดว ยโทษทค่ี วรเวน.

ขอถวายพระพร พระราชกาํ หนดนี้ อันพระมหากษัตรยิ ท ัง้ หลายในกาลกอ น
ทรงต้ังไวแ ลว วา 'ผใู ดฆา มนษุ ยห รือสตั วด ริ ัจฉาน ผใู ดลกั ฉอสงิ่ ของที่เจาของเขาไมใ ห
ผูใดถึงภริยาของบุคคลอนื่ ผใู ดกลาวปด ผใู ดฆา ชาวบา น ผูใดประทุษรา ยตามหนทาง
ผูใดทาํ ซึง่ อนั ลอ ลวงเขา ผนู น้ั ๆ ควรปรับไหม ควรเฆยี่ น ควรตดั อวยั วะ ทาํ ลายอวยั วะ
ควรฆา ตามโทษานุโทษ' ฉะน.ี้ พระมหากษัตรยิ ท ง้ั หลายเหลา น้นั อาศัยพระราช
กําหนดนน้ั ทรงพจิ ารณาแลว ทรงพิจารราแลว ใหปรับไหมบาง ใหเฆย่ี นบา ง ใหต ดั
อวยั วะบา ง ใหท าํ ลายอวยั วะบาง ใหฆ าบา ง ตามโทษานโุ ทษ. ความกาํ หนดน้ี อนั ชน
บางพวกตง้ั ไวแ ลว วา 'ผใู ดใหท านรักษาศลี หรือทําอโุ บสถกรรม ควรใหท รัพยห รือยศแก
ผูนั้น' ฉะน้ี มีอยหู รอื ?

ขอถวายพระพร ชนทงั้ หลายพิจารณาแลว พจิ ารณาแลว ซง่ึ ความกาํ หนดไว
นัน้ ยอมใหท รพั ยบ าง ยศบาง แกผ นู นั้ ราวกะใหก ารเฆี่ยนและจาํ จองแกโ จรผทู าํ
โจรกรรมหรอื ?"

ร. "หามไิ ดเ ลย"
ถ. "ขอถวายพระพร ถา วา ชนทงั้ หลาย พงึ พิจารณาแลว พจิ ารณาแลว ใหทรัพย
หรอื ยศแกทายกทง้ั หลายไซร, ถึงกศุ ลกพ็ ึงเปน ของอนั สตั วพ งึ เสวยผลในทฏิ ฐธรรม. ก็
เพราะเหตใุ ด ชนทง้ั หลายไมพ ิจารณาแลววา 'เราทงั้ หลาย จักใหท รพั ยห รอื ยศแกทายก
ท้ังหลาย' ดงั น,้ี เพราะเหตุนน้ั กุศลจงึ หาเปน ของอันสัตวพ งึ เสวยผลในทิฏฐธรรมไม.
ขอถวายพระพร ดวยเหตนุ แี้ ล อกุศลจึงเปน ของอนั สตั วพ งึ เสวยผลในทฏิ ฐ
ธรรม, และผูทาํ อกุศลกรรมนนั้ ยอ มเสวยเวทนาทม่ี ีกําลงั ยิง่ กวา ในสัมปรายภพ."
ร. "ดแี ลว พระผเู ปนเจา นาคเสน ปญหาน้ี อนั ใคร ๆ เวน เสียแตผรู เู ชน ดวยพระ
ผเู ปน เจา พงึ แกไ ขไมไ ด; ของทเ่ี ปน ไปในโลก อนั พระผูเปน เจา ใหร แู จง โดยความเปน
ของขา มขนึ้ จากโลก."

๘. เปตอุททิสสผลปญ หา ๗๕

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน ทายกทง้ั หลายเหลานี้ ใหท าน
อุทิศถึงญาติผวู ายชนมแลว ในกาลกอ น ดว ยตั้งจิตวา 'ทานนี้ จงถงึ แกญาตทิ ง้ั หลายผู
วายชนมแลว ในกาลกอ น' ฉะน.้ี ญาตทิ ั้งหลายเหลาน้ัน ยอ มไดรับผลของทานอะไร ๆ
บางหรือ?"

พระเถรเจา ทลู วา "บางพวกไดร บั บางพวกหาไดร ับไม ขอถวายพระพร."
ร. "พวกไหนไดร บั พวกไหนไมไดร บั ?"
ถ. "ขอถวายพระพร สัตวท ง้ั หลายผเู กิดในนรก ยอ มไมไ ดรบั และสตั วทงั้ หลายผู
ต้งั อยูในครรภ สตั วท ง้ั หลายผไู ปในกําเนดิ ดิรัจฉานยอมไมไ ดรบั ;ในเปรตท้งั หลายสพี่ วก
เปรตทงั้ หลายสามพวก คอื วนั ตาสกิ เปรต ขปุ ปป าสิกเปรต นิชฌามตณั หกิ เปรต ยอม
ไมไ ดรับ; ปรทตั ตูปชวี ีเปรตทงั้ หลาย ยอมไดรับ, แมเ ปรตเหลา นน้ั ระลกึ ถงึ อยนู น่ั เทยี ว
จึงไดรบั ."
ร. "ถา อยา งนน้ั ทานของทายกทง้ั หลาย เปนของไปปราศจากกระแส หาผลมไิ ด
, ทานทท่ี ายกท้งั หลายกระทาํ อุทิศถงึ ญาตทิ ั้งหลายผตู ายแลวเหลา ใด ถา วา ญาติ
ท้งั หลายเหลา นัน้ ยอมไมไ ดร ับผล."
ถ. "ขอถวายพระพร ทานนน้ั เปน ของไมมผี ล ไมม วี บิ ากกห็ าไม, ทายกทงั้ หลาย
ยอ มเสวยผลแหง ทานนนั้ แท. "
ร. "กระนน้ั กข็ อพระผเู ปน เจา ใหข าพเจาหมายรูไ ดโดยเหต.ุ "
ถ. "มนษุ ยท ้งั หลายบางพวกในโลกนี้ ตกแตงปลาเน้ือสรุ าภตั ตาหารและของ
ควรเคยี้ วทง้ั หลายแลว ไปสตู ระกูลญาต,ิ ถาวา ญาตทิ ัง้ หลายเหลา นนั้ ไมรับพรอ มซง่ึ
ของฝากนัน้ ไซร, ของฝากนนั้ พงึ ถงึ ความไปปราศจากกระแสและพงึ เสยี หายบางหรือ?"
ร. "หาไม ของฝากก็คงเปน ของเจาของทงั้ หลายนน่ั เอง."
ถ. "ขอ อุปไมยนั้น ก็ฉนั นนั้ นน่ั แล, ทายกทงั้ หลาย ยอ มเสวยผลของทานนนั้ .
ขอถวายพระพร อกี ประการหนึ่ง เปรียบเหมือนบุรษุ เขาไปสหู อ ง ในเมอ่ื ชอง
เปนท่ีออกขา งหนา ไมมี จะพงึ ออกขา งไหน?
ร. "ตอ งออกโดยชอ งท่ีเขาไปแลวนน่ั เองซ.ิ "
ถ. "ขอ อปุ ไมยน้ัน กฉ็ นั นน้ั นนั่ แล, ทายกทง้ั หลายนั่นเอง ยอมเสวยผลของทาน
น้นั ."
ร. "ยกไวเถิด พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวสิ ัชนาของพระผูเปน เจา นน้ั สมอยาง
นั้น, ขาพเจา ยอมรับรองอยางนนั้ วา 'ทายกท้ังหลายนน่ั เอง ยอมเสวยผลของทานน้นั ',
เราทั้งหลาย จะไมกระทาํ เหตนุ ั้นใหเ สยี ระเบยี บ."

๙. กสุ ลากุสลมหันตามหนั ถภาวปญ หา ๗๖

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน หากวา ทานที่ทายกเหลา นใ้ี หแลว
ยอมถงึ แกญาตทิ งั้ หลายผูตายแลวในกาลกอ น, และญาติผูบรุ พเปรตชนทงั้ หลาย ยอม
เสวยผลของทานน้นั , ถา อยา งนั้น บคุ คลผูกระทําสตั วม ชี วี ติ ใหต กลวงไป ผูโลภ ผูใจรา ย
ผูมีความดาํ ริในใจอันโทษประทุษรายแลว ฆามนษุ ยท ง้ั หลาย กระทาํ กรรมชวั่ รา ยแลว
อทุ ศิ ถงึ ญาตผิ ูบรุ พเปรตท้งั หลาย, ดังนี้ ผลของกรรมอนั นน้ั จะถงึ แกบ รุ พเปรตชน
ท้งั หลายบางหรอื ?"

ถ. "หาไมเลย ขอถวายพระพร."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน เหตุอะไรในขอ น้นั กุศลยอ มถงึ อกศุ ลยอมไมถ ึง ดว ย
เหตุอนั ใด เหตอุ นั นนั้ เปน ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร ปญหาน้นั อนั ใคร ๆ ไมควรถามล และบรมบพติ รอยา ตรสั
ถามซงึ่ ปญหาท่ไี มค วรถาม ดวยเขาพระทยั วา 'บคุ คลผูว ิสชั นามอี ย'ู ดงั นี้เลย; บรม
บพติ รจักตรสั ถามซง่ึ ปญหาไมค วรถามน้นั กะอาตมภาพบางหรือวา 'เพราะเหตุไร
อากาศจงึ ไมมที ่ีหนว งเหนย่ี ว เพราะเหตไุ ร แมน ํา้ คงคาจงึ ไมไหลขน้ึ ขา งบน เพราะเหตไุ ร
มนุษยและนกทงั้ หลายเหลา นีม้ ีเทาสอง เนอื้ ทัง้ หลายมสี ีเ่ ทา? ดงั น.้ี "
ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ขาพเจา ไมไดเพง ความเบียดเบียนถามพระผเู ปน เจา ,
กแ็ ตขา พเจา ถามเพ่อื ประโยชนแ กอ นั กําจดั เสยี ซึง่ ความสนเทห  ขา พเจาถามพระผูเปน
เจาดวยคิดอยา งน้ีวา 'มนษุ ยท ัง้ หลายในโลกมาก มกั ถอื เอาโดยเบอ้ื งซา ย มดี วงตาคือ
ปญญาไปปราศแลว ; มนษุ ยเ หลา นน้ั จะไมพ งึ ไดซ ง่ึ ความสนั นษิ ฐานเปนท่ีตกลงวา
กระไร."
ถ. "ขอถวายพระพร กรรมเปน บาป อนั ใคร ๆ ไมอ าจแบง ปนกับดวยบุคคลผู
ไมไ ดก ระทํากรรมเปน บาปแลว ผไู มม กี รรมเปนบาป มอี ณูเปน ประมาณ. เปรียบเหมอื น
มนษุ ยท งั้ หลาย นาํ น้าํ ไปดวยเคร่อื งนาํ นา้ํ แมส ทู ไี่ กล, ภเู ขาหินใหญท ึบ อันบุคคลอาจ
นาํ ไปตามปรารถนาดวยเครอื่ งนาํ ไปบา งหรือ ขอถวายพระ?"
ร. "ไมอ าจเลย."
ถ. "ขอ อุปไมย ก็ฉันนั้นนัน่ แล กศุ ลอนั บุคคลอาจแบงปน ได อกศุ ลอันบคุ คลไม
อาจแบงปน ได.
อีกประการหนง่ึ เหมือนอยางประทปี อนั บคุ คลอาจใหโ พลงดว ยนา้ํ มัน,
ประทีปอันบคุ คลอาจใหโ พลงดว ยน้ําทาไดห รือ ขอถวายพระพร?"
ร. "ไมไดซิ."

ถ. "ขออปุ ไมย ก็ฉนั น้นั น่ันแล กุศลอนั บคุ คลอาจแบงปน ได อกศุ ลอนั บคุ คลไม
อาจแบงปน ได.

อกี ประการหนง่ึ เหมือนอยางวา ชาวนานา้ํ นํ้าออกแตเ หมอื งแลวยงั ขาวเปลอื ก
ใหส กุ รอบได, ชาวนานํานา้ํ ออกแตมหาสมทุ ร แลว ยงั ขาวเปลอื กใหส กุ รอบไดห รอื ขอ
ถวายพระพร?"

ร. "ไมไดซ ิ."
ถ. "ขอ อุปไมยกฉ็ นั นั้นน่นั แล กศุ ลอนั บุคคลอาจแบง ปน ได อกุศลอันบคุ คลไม
อาจแบง ปน ได."
ร. "เพราะเหตุไร? กศุ ลอันบุคคลอาจแบง ปน ได อกศุ ลอนั บคุ คลไมอาจแบงปน
ได; พระผเู ปน เจาจงยงั ขา พเจาใหห มายรูโดยเหต,ุ ขาพเจาไมใชคนบอด ไมใ ชค นมดื
ฟงแลวจกั รแู จง."
ถ. "ขอถวายพระพร อกุศลเปน ของนอย กศุ ลเปนของมาก; เพราะความทอี่ กุศล
เปน ของนอย อกศุ ลจึงครอบงําผูกระทาํ ผเู ดยี ว, เพราะความท่กี ุศลเปน ของมาก กุศลจงึ
กลบโลกทงั้ เทวโลก."
ร. "ขอพระผูเปน เจาจงอุปมา."
ถ. "เปรียบเหมอื นหยาดนาํ้ หยาดเดียว เปน ของนอย พงึ ตกลงบนแผน ดนิ ,
หยาดน้ํามนั ยอ มทวมทบั ทีส่ บิ โยชนบ า ง สบิ สองโยชนบ า งไดห รือ ขอถวายพระพร?"
ร. "ไมไดซิ หยาดน้าํ นน้ั ตกลงแลวในทใี่ ด กพ็ ึงติดอยใู นท่นี น้ั เทานัน้ ."
ถ. "เพราะเหตไุ ร ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความทห่ี ยาดน้าํ หยาดเดยี วเปน ของนอ ยซ.ิ "
ถ. "ขออปุ ไมยกฉ็ นั นนั้ นน่ั แล อกศุ ลเปน ของนอ ย เพราะความทอี่ กุศลเปน ของ
นอย อกศุ ลจงึ ครอบงําบุคคลผูกระทาํ ผเู ดียว อนั ผกู ระทาํ ไมอาจแบง ปน .
อีกอยา งหน่ึง เปรยี บเหมือนมหาเมฆ ยังฝนใหต กลงกระทําพ้นื แผน ดินใหชุม
ช้นื , มหาเมฆนั้น พงึ ทว มโดยรอบบางหรอื ขอถวายพระพร?"
ร. "ทวมไดซ ิ มหาเมฆนนั้ ยังบงึ และสระใหญน อย คลอง ซอก ธาร หนอง
เหมอื ง สระบวั ทงั้ หลาย ใหเต็มทว มท่สี ิบโยชนบ า งสิบสองโยชนบ า ง."
ถ. "เพราะเหตอุ ะไร ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความที่แหง เมฆเปน ของใหญน ะซ.ิ "
ถ. "ขออปุ ไมยกฉ็ ันนน้ั นัน่ แล กุศลเปนของมาก เพราะความท่แี หงกศุ ลเปน ของ
มาก กุศลจงึ เปน ของแมอันเทพดาและมนษุ ยท ง้ั หลายอาจแบงปน ได."
ร. "พระผูเ ปน เจา นาคเสน เพราะเหตุไร อกศุ ลเปน ของนอ ย กุศลเปน ของมาก?"


Click to View FlipBook Version