The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mahidaol Eighth, 2022-05-03 23:50:31

milin

text

ถ. "ขอถวายพระพร บคุ คลผูใดผูหนง่ึ ใ นโลกนใี้ หท านสมาทานศลี กระทาํ
อุโบสถกรรม, บุคคลน้ัน เปนผรู า เรงิ แลว รา เริงทวั่ แลว ยนิ ดีแลว ยนิ ดที ว่ั แลว บนั เทงิ ทวั่
แลว มใี จเล่ือมใสแลว มคี วามรแู จงเกิดแลว: ปติของบคุ คลนน้ั ยอมเกดิ สบื ๆ, กุศลยอ ม
เจรญิ ยง่ิ ๆ แกบ ุคคลผูมีใจปติแลว ; นํา้ พงึ เขาไปในบอท่ีสมบูรณด วยนาํ้ มากโดยทาง
หนง่ึ พงึ ออกโดยทางหนงึ่ , แมเมื่อนา้ํ ออกอยู นา้ํ กย็ อมเกดิ ขน้ึ สบื ๆ, นา้ํ น้นั เปน ของอนั
ใคร ๆ ไมอาจใหถ ึงซึง่ ความสนิ้ ไป ฉันใด: กุศลยอมเจริญยิ่งข้นึ ๆ ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล.

ขอถวายพระพร บุรษุ พงึ นึกถงึ กุศลทกี่ ระทําแลว แมส ้ินรอยป, เมื่อบุรษุ นนั้ นกึ
ถึงอยู กศุ ลยอ มเจริญยง่ิ ๆ, กศุ ลนั้น เปน ของอันบรุ ุษนัน้ อาจเพื่อจะแบง ปนกบั ดวยชน
ทง้ั หลาย ผูม คี วามปรารถนาอยางไร.

ขอถวายพระพร กศุ ลเปน ของมากกวา ดวยเหตุใด เหตนุ น้ั อันน.ี้ ฝายบคุ คล
ผูก ระทําอกุศล เปน ผมู คี วามเดือดรอ นในภายหลงั , จิตของบุคคลผูม ีความเดอื ดรอน
ยอมทอ ถอยหดหหู นั กลับ ยอ มไมคลี่คลาย ยอมเศรา โศกเรา รอ น เส่อื มสิ้นไป ยอมไม
เจริญรอบ ยอมครอบงําในจติ น้นั เทานนั้ .

ขอถวายพระพร ในเม่อื หาดทรายในแมน า้ํ อนั แหง สงู ขึน้ และยบุ ลงขยบั เขย้อื น
อยู นา้ํ นอยมาอยขู า งบน ยอมเสือ่ มหายไป ยอ มไมเจริญรอบ ยอมตดิ อยูในทน่ี น้ั เทา นนั้
ฉันใด; จติ ของบุคคลผูกระทาํ อกศุ ล ยอ มทอ ถอยหดหหู นั กลับ ยอมไมคลีค่ ลาย ยอม
เศราโศกเรา รอ น เสอื่ มสนิ้ ไป ยอมไมเ จรญิ รอบ ยอมครอบงาํ ในจิตนนั้ เทา นน้ั ฉันนน้ั นนั่
เทียวแล. ขอถวายพระพร อกุศลเปน ของนอ ยดว ยเหตุใด เหตนุ ้ันอนั น.้ี "

ร. "ดีแลว พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ัชนาปญ หาของพระผูเ ปนเจา นน้ั สม
อยางนน้ั , ขา พเจายอมรับรองอยางนน้ั ."

๑๐. สุปนปญ หา ๗๗

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน บุรุษและสตรที ง้ั หลายในโลกนี้
เห็นสบุ นิ ดบี างช่วั บา ง เคยเห็นบา ง ยงั ไมเ คยเห็นบาง เคยทาํ แลว บา ง ยังไมเคยทําแลว
บา ง เปนของเกษมบาง เปนไปกบั ดวยภัยบา ง มีในทไี่ กลา ง มีในทใี่ กลบ า ง ยอ มเหน็
สบุ นิ ทงั้ หลายที่ควรพรรณนา มใิ ชพ ันเดยี ว มอี ยา งเปนอนั มาก. อะไรชือ่ สบุ ินนนั้ และคน
ชนิดไร ยอมเหน็ สบุ นิ นน้ั ?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร นมิ ิตใด ยอ มเขา ใกลคลองแหง จติ นมิ ติ น้ัน
ชอ่ื วาสบุ นิ . ชนทงั้ หลายเหลา นห้ี กพวก ยอ มเหน็ สบุ ิน คอื ชนผูป ระกอบดวยลมกาํ เริบ
ยอมเหน็ สุบนิ หนง่ึ ชนผปู ระกอบดวยดีกาํ เริบ ยอ มเห็นสบุ นิ หน่งึ ชนผปู ระกอบดว ย

เสมหะกาํ เรบิ ยอ มเหน็ สุบนิ หนง่ึ ชนเหน็ สบุ นิ เพราะเทวดาอปุ สงั หรณห นง่ึ ชนเห็นสบุ ิน
เพราะตนเคยประพฤตมิ าหนึง่ ชนเหน็ สุบนิ เพราะนมิ ติ ในกอนหน่งึ . บุคคลยอมเหน็ สุบิน
อันใดเพราะบรุ พนิมิต สบุ ินอันนน้ั แหละแน สบุ นิ เหลือจากนนั้ ไมแน. "

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน บคุ คลใด ยอ มเห็นสบุ นิ เพราะบุรพนมิ ิต จิตของ
บุคคลน้ัน ไปเลอื กเอานมิ ติ เองหรอื , หรือวานมิ ติ นั้น เขา ใกลค ลองแหง จิตของบุคคลนน้ั
หรือวา ธรรมารมณอ ื่นมาบอกแกจ ิตนนั้ ?"

ถ. "ขอถวายพระพร จิตของบคุ คลน้นั หาไปเลือกนิมติ นน้ั ไม และธรรมารมณไ ร
ๆ อนื่ ก็หาไดมาบอกแกจติ นนั้ ไม, อันทแี่ ทน ิมติ นนั้ นน่ั แล เขา ใกลค ลองแหง จติ ของ
บคุ คลน้นั . กระจกหาไดไ มเลือกเอาเงาในทไี่ หน ๆ เองไม, อะไร ๆ อนื่ ก็หาไดน ําเงามา
ใหขน้ึ สูก ระจกไม, อนั ท่แี ทเ งามาแตท ใ่ี ดทห่ี นง่ึ เขา ใกลคลองแหงกระจกฉนั ใดกด็ ;ี จติ
ของบุคคลนน้ั หาไดไปเลือกเอานมิ ติ นน้ั เองไม ธรรมารมณไร ๆ อนื่ กห็ าไดม าบอกไม,
อันที่แท นมิ ติ มาแตท ่ใี ดทหี่ นง่ึ เขาใกลค ลองแหง จิตของบคุ คลนน้ั ฉนั น้นั นน่ั เทยี วแล."

ร. "จติ นน้ั ใด ยอ มเหน็ สบุ นิ จติ นั้น ยอมรวู า 'ผล คอื สุขเกษม หรือทกุ ขภ ยั จักมี
อยา งน'ี้ ดงั น้บี า งหรือ?"

ถ. "จติ นน้ั ยอมไมร ูเ ลยวา 'ผล คอื สขุ เกษมหรอื ทกุ ขภ ยั จักม'ี ดงั น:้ี กใ็ นเมอื ง
นิมติ เกดิ ขึ้นแลว บุคคลผูเ หน็ สบุ ิน ยอ มกลาวแกชนทงั้ หลายอนื่ ชนทงั้ หลายเหลานนั้ จงึ
บอกเนื้อความให. "

ร. "เชิญพระผูเปน เจาแสดงเหต.ุ "
ถ. "ขอถวายพระพร เปรยี บเหมอื นกระหรอื ไฝหรอื ตอมตงั้ ขนึ้ ในสรรี ะเพอื่ ลาภ
เพ่ือเส่อื มลาภ เพือ่ ยศ เพ่อื เสือ่ มยศ เพ่อื นนิ ทา เพอ่ื สรรเสรญิ หรอื เพอ่ื สขุ เพอื่ ทกุ ข.
ตอมเหลา นี้ รแู ลวจึงเกิดขน้ึ บา ง หรอื วา 'เราทง้ั หลาย จกั ยังประโยชนช อื่ น้ีใหส าํ เร็จ
ฉะน?้ี "
ร. "หาไม ตอมเหลาน้นั ยอมเกิดพรอมในโอกาสเชน ใด บคุ คลผูร นู มิ ติ ทั้งหลาย
เห็นตอมเหลา น้ันในโอกาสนนั้ แลว ยอ มทาํ นายวา 'ผลจักมีอยา งน'้ี ฉะน.้ี "
ถ. "จิตนั้นใด ยอ มเหน็ สบุ นิ จิตนั้น ยอมไมร ูวา ' ผล คอื สขุ เกษม หรอื ทกุ ขภยั
จักมอี ยา งน'้ี ดงั น:ี้ ก็ครั้นนมิ ติ เกดิ ขนึ้ แลว บคุ คลผเู ห็นสบุ ินนนั้ กลาวแกชนท้งั หลายอื่น
ชนทง้ั หลายเหลา นน้ั จงึ บอกเนอ้ื ความให ฉันนน้ั นนั่ เทยี วแล."
ร. "บคุ คลใด เหน็ สบุ นิ บคุ คลน้นั หลบั อยเู ห็นหรอื วา ตน่ื อยเู หน็ ?"
ถ. "ขอถวายพระพร บุคคลนนั้ ใด เหน็ สบุ นิ บุคคลน้ัน หลบั อยยู อมไมเหน็ แม
ตน่ื อยกู ็ยอ มไมเหน็ , ก็แตในเมอื่ ความหลบั หยง่ั ลงแลว ในเมื่อภวงั คย งั ไมถงึ พรอ มแลว
บคุ คลยอ มเหน็ สุบนิ ในระหวางนน้ั . จิตของบคุ คลผูข้ึนสคู วามหลบั เปน ของถงึ ภวงั ค

แลว, จิตท่เี ปน ของถึงภวงั คแ ลว ยอ มไมเปน ไป, จติ ทไ่ี มเ ปน ไปแลว ยอมไมร ูแ จงซ่งึ สขุ
และทกุ ข, สุบินยอ มไมมีแกบ คุ คลผูไมร ูแจง, ในเมอ่ื จิตเปนไปอยบู คุ คลจงึ เหน็ สบุ นิ .

ขอถวายพระพร เงาในกระจกแมใ สดี ยอ มไมปรากฏในเวลามวั มดื ไมส วา ง ฉนั
ใด, ในเมอ่ื จติ ข้ึนสูความหลบั ถงึ ภวงั คแ ลว ในเมอื่ สรรี ะแมต ้ังอยู จิตเปน ของไมเปน ไป,
ครัน้ จิตไมเ ปนไปแลว บคุ คลยอ มไมเหน็ สุบนิ ฉนั นน้ั .

ขอถวายพระพร สรรี ะ บรมบพิตรควรทรงเหน็ ประดุจกระจก, ความหลับ บรม
บพติ รควรทรงเหน็ ราวกะความมดื , จติ บรมบพติ รควรทรงเหน็ ประหนง่ึ ความสวา ง.

ขอถวายพระพร อกี ประการหนง่ึ แสงแหง พระอาทิตยท ี่มีหมอกบงั เสีย ยอมไม
ปรากฏ, รัศมีพระอาทิตยมอี ยู กย็ อมไมเ ปน ไป, คร้ันรัศมพี ระอาทติ ยไ มเ ปนไปแลว
ความสวา งกย็ อ มไมม ี ฉนั ใด; จิตของบคุ คลผขู น้ึ พรอมสคู วามหลับ เปน ของถงึ ภวังค
จิตทีถ่ งึ ภวังค ยอ มไมเ ปนไป, ครนั้ จิตไมเปนไปแลว บุคคลก็ยอมไมเหน็ สุบิน ฉนั นน้ั นน่ั
เทียวแล.

ขอถวายพระพร สรรี ะ บรมบพติ รควรทรงเหน็ อยา งพระอาทิตย, ความหลบั
บรมบพิตรควรทรงเหน็ ดงั ความที่หมอกบงั เสยี ฉะนนั้ , จติ บรมบพติ รควรทรงเห็นเชน
รศั มพี ระอาทติ ย.

ขอถวายพระพร ครนั้ เม่ือสรรี ะของบุคคลทง้ั หลายสองแมม อี ยจู ติ เปน ของไม
เปน ไปแลว คอื เมอื่ สรรี ะของบคุ คลผขู น้ึ พรอมสูความหลบั แลว ถงึ ภวงั คแ ลว แมมีอยู
จติ เปนของไมเ ปนไปแลว หนงึ่ , ครน้ั เม่อื สรรี ะของบคุ คลผเู ขานโิ รธ แมม อี ยู จติ เปน ของ
ไมเ ปน ไปแลวหนง่ึ , จิตของบคุ คลผูตื่นอยู เปน ของวนุ วายเปด เผยปรากฏไมเ สมอ, นมิ ติ
ยอ มไมเขา ถงึ คลองแหง จติ ของบุคคลเหน็ ปานน้ัน.

ขอถวายพระพร ชนทงั้ หลายผปู รารถนาความลับ ยอมเวน บุรษุ ผูเปดเผย ผู
ปรากฏ ผูไ มก ระทาํ ผไู มควรความลับ ฉนั ใด, เนื้อความดจุ ทพิ ย ยอ มไมเ ขาถึงคลองจติ
แหงบคุ คลผูตืน่ อยู ก็ฉันนนั้ แล, เพราะเหตนุ ัน้ บคุ คลผูต่นื อยู ยอมไมเ ห็นสบุ นิ .

ขอถวายพระพร อกี อยา งหนึง่ เนือ้ ความดุจทิพย ยอมไมเ ขา ถงึ คลองจิตแหง
บคุ คลผูต ื่นอยนู ั้น เปรยี บเหมือนกุศลธรรมทง้ั หลายทเี่ ปน ฝายปญญาเคร่อื งตรัสรู ยอ ม
ไมย ังภกิ ษผุ มู อี าชวี ะทาํ ลายแลว ผูป ระพฤติไมควร ผเู ปน บาปมิตร ผทู ศุ ีล ผเู กยี จครา น
ผมู คี วามเพยี รตา่ํ ชา ใหเ ขาถงึ คลองจติ ฉะนนั้ , เพราะเหตนุ นั้ บคุ คลผตู น่ื อยู ยอ มไมเหน็
สุบนิ ."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน เบอื้ งตน ทามกลาง และท่ีสดุ ของความหลับมหี รอื ?"
ถ. "ขอถวายพระพร เบือ้ งตน ของความหลบั ก็ดี ทา มกลางของความหลบั ก็มี
ทสี่ ุดของความหลบั กม็ .ี "

ร. "อะไรเปนเบอื้ งตน อะไรเปน ทา มกลาง อะไรเปน ทส่ี ุด?"
ถ. "ขอถวายพระพร ความทกี่ ายเกยี จคราน ความที่กายยอหยอน ความทกี่ าย
มีกําลงั ชัว่ ความทกี่ ายออนเพลยี ความที่กายไมควรแกการงาน อนั ใด อันนี้ เปน
เบอื้ งตน แหง ความหลบั : ผใู ดอนั ความหลบั ดจุ วานรครอบงําแลว จติ ทเี่ กลื่อนกลน ยงั ตืน่
อยู อันนี้ เปน ทามกลางแหง ความหลับ; ความถงึ ภวงั ค เปนท่สี ดุ ของความหลับ; บุคคล
ผูเขาถงึ ทา มกลางของความหลบั อนั ความหลับดุจวานรครอบงําแลว ยอ มเหน็ สบุ ิน.
ขอถวายพระพร ผูบ าํ เพญ็ เพยี รบางคน มจี ิตตงั้ ม่ัน มีธรรมต้ังอยแู ลว มีปญ ญา
เครอื่ งรไู มหวน่ั ไหว หยง่ั ลงสปู า มเี สยี งอื้อองึ ละแลว คดิ อยูซ ่ึงเนอ้ื ความอันสุขุม, ผูนัน้ ไม
หย่งั ลงสคู วามหลบั ในปา นนั้ , ผนู นั้ มจี ิตตัง้ มั่น มจี ิตมีอารมณอ นั เดียว ยอ มแทงตลอดซ่ึง
เนอื้ ความอันสขุ ุม ฉันใด, บุคคลผตู ่นื ไมถงึ พรอมความหลับ เขาถงึ เฉพาะ ซงึ่ ความหลบั
ดุจวานร อนั ความหลบั ดุจวานรครอบงําแลว ยอมเหน็ สบุ นิ ฉนั นน้ั นั่นเทยี วแล.
ขอถวายพระพร ความตืน่ อยู บรมบพิตรควรทรงเหน็ เหมอื นเสยี งอ้ือองึ , บคุ คล
ผอู ันความหลบั ดุจวานรครอบงํา บรมบพิตรควรทรงเหน็ ดุจปา อนั สงดั , บคุ คลผูตนื่ อยู
ไมถ งึ พรอมความหลบั อันความหลับดุจวานรครอบงําแลว ยอ มเหน็ สบุ นิ ราวกะบุคคล
ผบู าํ เพญ็ เพยี รนน้ั ละเสยี ซง่ึ เสยี งออื้ องึ เวน เสยี ซ่ึงความหลับ เปนผมู ีตนเปน ทา มกลาง
ยอ มแทงตลอดซ่ึงเนื้อความอนั สขุ มุ ฉะนนั้ ."
ร. "ดแี ลว พระผูเปนเจา นาคเสนผูเจริญ ขอวสิ ชั นาปญหาของพระผูเปน เจา นน้ั
สมอยา งนนั้ , ขา พเจา ยอมรบั รองอยา งนนั้ ."

วรรคท่เี กา
๑. กาลากาลมรณปญหา ๗๘

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน สตั วท งั้ หลายทง้ั ปวงท่ตี าย ยอม
ตายในกาล หรอื ยอ มตายในสมยั ไมใ ชกาลบาง?"

พระเถรเจา ทูลวา "ความตายในกาลกม็ ี ความตายในสมยั ไมใ ชก าลกม็ ี ขอ
ถวายพระพร."

ร. "สตั วทง้ั หลายเหลา น้นั พวกไหนตายในกาล พวกไหนตายในสมยั ไมใ ช
กาล?"

ถ. "ขอถวายพระพร ก็ผลมะมวงผลหวา หรอื ผลไมช นิดอื่นดบิ และสกุ ซงึ่ หลน
แลวจากตน บรมบพิตรเคยทอดพระเนตรหรอื ?"

ร. "เคยเหน็ ซิ พระผูเปนเจา.
ถ. "ผลไมท้ังปวงซงึ่ หลน จากตน ยอ มหลน ในกาลอยางเดยี วหรอื วาหลนในสมัย
ไมใ ชก าลบา ง?"
ร. "ผลไมท ัง้ ปวงท่งี อมหลดุ หลน ยอมหลน ในกาล; บรรดาผลไมทงั้ ปวงท่เี หลือ
จากนั้น ผลไมบ างอยา งหนอนไชหลน บางอยา งนกตหี ลน บางอยา งลมตหี ลน
บางอยา งเนา ขา งในหลน , ผลไมทงั้ ปวงเหลานน้ั ยอมหลน ในสมยั ไมใชกาล."
ถ. "ขอถวายพระพร สตั วท ้ังหลายทก่ี าํ หนดความชรากําจดั แลว ตาย ชอื่ วา ยอม
ตายในกาล; สตั วทงั้ หลายอนั เหลือจากนน้ั บางพวกตายดวยกรรมชกั นาํ บางพวกตาย
ดว ยคติชกั นาํ บางพวกตายดว ยกริ ยิ าชกั นาํ ฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล."
ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน สตั วทงั้ หลายทง้ั ปวงทตี่ ายดว ยกรรมชักนาํ คติชกั นํา
กิริยาชักนาํ กาํ ลงั ความชราชักนาํ กช็ อ่ื วาตายในกาลเหมือนกนั ; ถงึ สตั วที่ตายในครรภ
มารดา กช็ ื่อวา ตายในกาลเหมอื น, ถึงสัตวที่ตายในเรอื นอยูไฟ, ท่อี ายไุ ดเดอื นหน่งึ จึง
ตาย... ท่อี ายไุ ดรอ งปจึงตาย ก็ชอ่ื วา ตายในกาลเหมือนกัน. ดว ยเหตนุ ้ี ธรรมดาวา ความ
ตายในสมยั ไมใ ชก าล ไมม ีเลย; เหตุวา สตั วเ หลาใดเหลาหนง่ึ ยอ มตาย สัตวเหลา นนั้ ทง้ั
ปวง ช่อื วา ตายในกาลเหมอื นกนั ."
ถ. "ขอถวายพระพร บคุ ลทง้ั หลายเจ็ดเหลา น้ี แมม ีอายุมากกช็ ่อื วา ตายในสมยั
ไมใชกาล คือ:-
(๑) บุคคลผหู วิ อาหาร เมอ่ื ไมไ ดโภชนะ มภี ายในอนั โรค คือ ความหวิ เขา
เบียดเบียนแลว แมอายมุ าก ก็ชือ่ วา ตายในสมยั ไมใชก าล,
(๒) บุคคลผูอ ยากนา้ํ เมอ่ื ไมไ ดนาํ้ ควรดื่ม มหี ทยั เหือดแหง แมม ีอายมุ าก ก็ชอ่ื
วา ตายในสมยั ไมใชก าล,
(๓) บคุ คลทงี่ กู ัดอนั กาํ ลงั พษิ เบยี ดเบยี นเฉพาะแลว เมอื่ ไมไดผแู กไ ข แมม ีอายุ
มาก ก็ชอ่ื วา ตายในสมยั ไมใชก าล,
(๔) บุคคลผกู นิ ยาพิษ คร้ันองั คาพยพนอยใหญเรา รอ นอยู ไมไ ดย ากแก แมมี
อายมุ าก ก็ชอ่ื วา ตายในสมยั ไมใ ชก าล,
(๕) บุคคลถูกไฟไหม เมือ่ ไมไ ดของทด่ี บั พษิ ไฟ แมม ีอายมุ าก ก็ชอ่ื วา ตายใน
สมัยไมใชก าล,
(๖) บุคคลตกน้ํา เมอื่ ไมไ ดท อ่ี าศยั แมมอี ายุมาก ก็ชือ่ วา ตายในสมยั ไมใ ชก าล,
(๗) บคุ คลผูอนั หอกประหารเอาเจบ็ เมอ่ื ไมไ ดห มอรักษา แมม อี ายมุ าก กช็ ่ือวา
ตายในสมยั ไมใ ชกาล.

ขอถวายพระพร บคุ คลทง้ั หลายเจด็ เหลาน้แี ล แมมีอายมุ ากกช็ อ่ื วาตายในสมยั
ไมใ ชก าล. อาตมภาพกลา วโดยสวนหนึ่งในบคุ คลเจ็ดแมเ หลานน้ั .

ขอถวายพระพร กาลกิริยายอ มมแี กสตั วท ้ังหลาย โดยแปดอยางคอื :-
(๑) โดยโรคมีลมเปนสมฏุ ฐาน,
(๒) โดยโรคมดี ีเปนสมุฏฐาน,
(๓) โดยโรคมเี สมหะเปน สมฏุ ฐาน,
(๔) โดยโรคมสี ันนิบาตเปนสมฏุ ฐาน,
(๕) โดยความแปรเปล่ยี นฤด,ู
(๖) โดยความบริหารอรยิ าบถไมเ สมอ,
(๗) โดยความเพยี รแหง ผูอ ื่น,
(๘) โดยวิบากแหง กรรม,
ในแปดอยา งนน้ั กาลกิรยิ าโดยวิบากแหง กรรมน่นั แล เปนกาลกริ ยิ าทีค่ วรได
โดยสมัย, กาลกริ ิยาทเ่ี หลือจากนนั้ เปน กาลกิริยาท่ีควรไดโ ดยกาลไมใชส มยั กค็ าถา
ประพันธนี้มีอยูวา:-
"สัตวต ายดว ยความหิวอาหาร ดวยความอยากนาํ้ และอนั งูกัดตายดวยยาพษิ
ดวยไฟ นาํ้ หอกทงั้ หลาย ชอื่ วาตายในสมยั ไมใชกาลน้นั . สัตวต ายดวยลมและดี ดวย
เสมหะ ดว ยสนั นิบาต และดว ยฤดทู งั้ หลาย และดว ยความบรหิ ารอรยิ าบถไมเสมอ และ
ความเพียรแหง ผูอน่ื ท้งั หลาย ชือ่ วา ตายในสมยั ไมใชก าลน้ัน" ดังน.้ี
ขอถวายพระพร สตั วท ง้ั หลายบางพวกตายดว ยวบิ ากแหงอกุศลกรรมน้นั ๆ ท่ี
ไดท ําไวในกาลกอน. สตั วในโลกนี้ทใ่ี หเ ขาตายดวยความหิวอาหารในชาตกิ อน เปน ผู
อันความหวิ อาหารเบียดเบยี นแลวซบเซาแลว ดว ยความหวิ อาหาร ลําบากอยู มหี วั ใจ
แหง เหีย่ ว ถงึ ความเหือดแหง แลว เกรยี มอยูไหมอยู ภายใน ยอมตายเมอื่ เดก็ บาง
กลางคนบา ง แกบ าง ดวยความหิวอาหารนั่นแล สนิ้ แสนปเปน อนั มาก; ความตายน้ี
ของสัตวน น้ั ควรไดโ ดยสมัย.
สัตวที่ใหเ ขาตายโดยความอยากนา้ํ ในชาตกิ อ น เปน นชิ ฌามตณั หกิ เปรตเศรา
หมองผอมมีหวั ใจแหง ยอมตายเมื่อเดก็ บา ง กลางคนบา ง แกบา ง ดวยความอยากนั้น
นนั่ แล สน้ิ แสนปเ ปนอนั มาก; ความตายนีข้ องสตั วน ีค้ วรไดโ ดยสมยั .
สัตวท ี่ใหง กู ดั เขาตายในชาตกิ อ น วนเวยี นอยูใ นปากงูเหลือม แตป ากงเู หลอื ม
ในปากงเู หา แตปากงเู หา อนั งทู ั้งหลายเหลานนั้ เกนิ แลว และกินแลว อนั งทู ั้งหลายนน้ั
แหละกัดแลว ยอ มตายเม่ือเด็กบาง กลางคนบา ง แกบา ง สนิ้ แสนปเปน อนั มาก; ความ
ตายนข้ี องสตั วนน้ั ควรไดโดยสมยั .

สัตวท ่ีใหย าพษิ เขากนิ ตายในชาตกิ อน มีองั คาพยพนอ ยใหญไหมอยู มีสรีระ
แตกอยู ยงั กลน่ิ ศพใหฟ งุ ไปอยู ยอ มตายเมือ่ เดก็ บา ง กลางคนบาง แกบ า ง ดวยยาพษิ
น่ันแล สน้ิ แสนปเ ปน อนั มาก; ความตายน้ขี องสัตวน น้ั ควรไดโ ดยสมัย.

สตั วท ใี่ หเ ขาตายดวยไฟในชาติกอน วนเวยี นในภเู ขาไฟแตภเู ขาไฟ ในยมวสิ ัย
แตยมวิสัย มีตวั ไหมแ ลวและไหมแ ลว ยอ มตายเม่อื เด็กบา ง กลางคนบา ง แกบาง ดว ย
ไฟนนั่ แล สนิ้ แสนปเปน อันมาก; ความตายน้ีของสัตวน ้ันควรไดโ ดยสมยั .

สตั วท ่ใี หเ ขาตายดวยนา้ํ ในชาตกิ อน มตี ัวอนั นาํ้ เบียดเบยี นแลว กําจัดแลว
ทาํ ลายแลว และทุรพล มจี ิตกําเรบิ ยอมตายเมือ่ เดก็ บาง กลางคนบา ง แกบา ง ดวยน้ํา
น่ันแล สนิ้ แสนปเปนอนั มาก ความตายนข้ี องสัตวนน้ั ควรไดโดยสมัย.

สัตวทใี่ หเ ขาตายดว ยหอกในชาติกอ น เปน ผถู ูกเขาตัดทาํ ลายทบุ ตี ถกู เขา
เบยี ดเบียนดว ยปลายหอก ยอ มตายเมอื่ เดก็ บา ง กลางคนบา ง แกบา ง ดวยหอกนน่ั แล
ส้ินแสนปเปน อนั มาก; ความตายนข้ี องสตั วน ัน้ ควรไดโ ดยสมยั ."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน พระผูเปนเจา กลาวคําใดวา 'ความตายในสมัยไมใ ช
กาลมีอย'ู ดงั น้ี เชญิ พระผเู ปนเจา แสดงเหตุในคาํ น้นั แกขา พเจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร กองเพลงิ ใหญไหมห ญา และไมก ิง่ ไมใ บไม มเี ชอ้ื ตดิ แลว
ยอมดบั เพราะความสนิ้ เชอ้ื , เพลิงนน้ั โลกกลาววา ไมม ีเหตรุ า ยหาอนั ตรายมิได ชอ่ื วา
ยอ มดบั ในสมยั ' ฉะน้ี ฉนั ใด, บคุ คลผใู ดผูหนง่ึ เปน อยูสน้ิ พนั วนั เปน อนั มาก แกแ ลว ดว ย
อํานาจความชรา ไมม เี หตุรา ยหาอนั ตรายมิได ยอมตายเพราะสน้ิ อายุ บคุ คลนนั้ อันโลก
กลาววา 'เปนผเู ขา ถึงความตายในสมยั ' ฉะนี้ ฉนั นั้นนนั่ เทยี วแล."

อีกนยั หนง่ึ ครน้ั หญา และไมก ิง่ ไมใบไมไหมแลว มหาเมฆตกลงดับเพลิงใหญ
นนั้ เสยี กองเพลงิ ใหญน ัน้ ช่อื วาดบั ในสมัยหรอื หนอแล?"

ร. "หาไมเลย."
ถ. "เพราะเหตุไร ขอถวายพระพร กองเพลงิ มใี นภายหลังไมเปน ของมีคติเสมอ
กันกบั กองเพลิงกอน?"
ร. "กองเพลงิ นน้ั อันเมฆจรมาเบียดเบยี น จงึ ดับแลว ในกาลไมใ ชส มยั ซ.ิ "
ถ. "บคุ คลผูใดผูหนง่ึ ตายในสมัยไมใชก าล บคุ คลน้นั เปน ผูอ นั โรคจรมา
เบยี ดเบียนแลว คือ อนั โรคตงั้ ข้ึนพรอ มแตล ม อันโรคตง้ั ขึ้นพรอ มแตดี อันโรคต้ังขึ้น
พรอ มแตเสมหะ อนั โรคเกิดแตความประชมุ พรอมแหง ลมและดเี สมหะ อนั โรคเกดิ แต
ความแปรเปลยี่ นแหง ฤดู อนั โรคเกิดแตบริหารอริ ยิ าบถไมเสมอ อนั โรคเกดิ แตค วาม
เพียรแหง ผูอื่นหรืออนั ความหิวอาหาร อันความอยากนา้ํ อันงกู ัด อันความกนิ ยาพษิ อนั

ไฟ อันนา้ํ อนั หอกเบยี ดเบยี นแลว ชื่อวายอ มตายในสมยั ไมใ ชก าลฉนั น้ันนัน่ เทยี วแล.
อนั นเี้ ปน เหตใุ นขอทส่ี ัตวตายในสมยั ไมใ ชก าลน.ี้

ขอถวายพระพร อนง่ึ มหาวลาหกตงั้ ข้นึ แลวในอากาศตกลงยงั ท่ลี มุ และท่ีดอน
ใหเต็ม มหาวลาหกนนั้ โลกกลา ววา 'เมฆไมม เี หตรุ ายหาอนั ตรายมไิ ด' ดังนี้ ฉนั ใด,
บคุ คลผูใ ดผหู น่งึ เปน อยนู าน ครํา่ ครา แลว ดวยอํานาจความชรา เปนผูไมมีเหตุรายหา
อันตรายมไิ ด ยอมตายเพราะสนิ้ อายุ บคุ คลน้นั โลกกลา ววา 'เขาถงึ ความตายในสมัย'
ฉะน้ี ฉนั นั้นนน่ั เทยี วแล.

อนึง่ เหมือนอยางวา มหาวลาหกตง้ั ขึน้ แลวในอากาศพงึ ถงึ ความอนั ตรธานไป
ดว ยลมมากในระหวางนน่ั เทียว, วลาหกนน้ั เปน ของช่ือวา หายแลว ในสมัยบางหรอื ขอ
ถวายพระพร?"

ร. "หาไม. "
ถ. "ขอถวายพระพร กเ็ พราะเหตุไรวลาหกมีในภายหลงั ไมเ ปนของมีคติเสมอ
กันกบั ดว ยวลาหกกอนเลา ?"
ร. "วลาหกน้ันอันลมทจี่ รมาเบยี ดเบียนแลว ถงึ ซงึ่ กาลไมใ ชสมัยหายแลวซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร บุคคลผูใดผูหนง่ึ ตายในสมยั ไมใ ชก าล บคุ คลผูน้นั อันโรคท่ี
จรมาเบียดเบยี นแลว คอื อนั โรคตง้ั ขึ้นพรอ มแตล ม... และอันกาํ ลงั แหง หอกเบยี ดเบียน
แลว ยอ มตายในสมัยมิใชก าล ฉนั นน้ั นนั่ เทยี วแล. ความตายในสมยั มิใชก าลมอี ยูดวย
เหตใุ ด เหตนุ นั้ อันน.้ี
ขอถวายพระพร อีกอยา งหนงึ่ อสรพิษมกี าํ ลังโกรธแลว กดั บุรษุ คนหนง่ึ , พิษ
ของอสรพษิ ไมม เี หตรุ ายหาอนั ตรายมไิ ด ยงั บุรุษนนั้ ใหถ ึงความตาย, พิษนนั้ โลกกลา ว
วา 'ไมมเี หตุรา ยหาอนั ตรายมไิ ด ถงึ ทส่ี ุด' ฉะน้ี ฉนั ใด;บคุ คลผูใดผหู นง่ึ เปนอยูนาย แก
แลวดวยอํานาจความชรา ไมม เี หตรุ ายหาอนั ตรายมิได ยอ มตายเพราะสน้ิ อายุ บคุ คล
นน้ั โลกกลาววา 'ไมม ีเหตุรา ยหาอันตรายมไิ ด ถึงทส่ี ุดแหงชวี ิต เขาถงึ ความตายที่ควร
ไดใ นสมยั ' ฉะนี้ ฉนั นน้ั น่ันเทยี วแล.
ขอถวายพระพร อกี อยา งหนึ่ง เปรียบเหมอื นหมองู ใหยาแกบคุ คลทอี่ สรพิษมี
กาํ ลงั กัดแลว พงึ กระทาํ ใหไ มม พี ษิ ในระหวา งนนั่ เทยี ว พิษนนั้ เปน ของช่อื วา หายแลว ใน
สมยั บา งหรือหนอแล?"
ร. "หาไมเลย พระผเู ปนเจา ."
ถ. "เพราะเหตุไร พษิ มใี นภายหลังนนั้ ไมไ ดเ ปน ของมคี ตเิ สมอกันกบั ดว ยพษิ
กอนเลา ขอถวายพระพร?"

ร. "พิษอนั ยาทจ่ี รมาเบียดเบยี นแลว ยงั ไมถ ึงทส่ี ดุ นน่ั เทยี วหายแลวซิ พระผูเปน
เจา ."

ถ. "ขอถวายพระพร บคุ คลผใู ดผหู นงึ่ ตายในสมัยมใิ ชก าล บุคคลนัน้ เปน ผูอ นั
โรคทีจ่ รมาเบยี ดเบียนแลว คือ อันโรคตง้ั ขน้ึ พรอมแตลม....และอนั กาํ ลังแหง หอก
เบียดเบียนแลว ยอมตายในสมัยมิใชกาลฉันนน้ั นนั่ เทียวแล. ความตายในสมัยมิใชก าล
มอี ยดู วยเหตุใด เหตนุ น้ั อนั น.้ี

ขอถวายพระพร อกี อยา งหนึ่ง นายขมงั ธนแู ผลงศรไป. ถาศรนน้ั ไปสูท ไี่ ป
อยา งไรและทางท่ีไปและทส่ี ดุ , ศรน้นั โลกกลาววา 'ไมม เี หตุรา ยหาอนั ตรายมิได ชอ่ื วา
ไปแลวสทู ไ่ี ปอยางไร และทางท่ีไปและทส่ี ดุ ' ฉะนี้ ฉันใด; บุคคลผูใดผหู น่งึ เปน อยนู าน
แกแ ลวดวยอาํ นาจความชราไมม เี หตรุ า ยหาอันตรายมไิ ด ยอมตายเพราะสน้ิ อายุ
บคุ คลนนั้ โลกกลาววา 'ไมมเี หตุรา ยหาอนั ตรายมไิ ด เขาถึงความตายในสมัย' ฉะนี้ ฉนั
น้ันนัน่ เทยี วแล.

ขอถวายพระพร อีกอยา งหนงึ่ เปรียบเหมอื นนายขมงั ธนแู ผงศรไป, ใคร ๆ
ถือเอาศรของนายขมงั ธนนู น้ั เสยี ในขณะนัน้ นน่ั เทยี ว, ศรนน้ั เชอ่ื วา ไปแลว สูที่ไปอยางไร
และทางทไี่ ปและที่สุดบางหรือหนอแล?"

ร. "หาไมเลย พระผเู ปน เจา."
ถ. "เพราะเหตุไร ศรมใี นภายหลงั น้ันไมไ ดเปน ของมีคตเิ สมอกันกบั ดวยศรกอน
เลา ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความถือเอาซงึ่ จรมา ความไปของศรนัน้ จงึ ขาดแลว ซิ."
ถ. "บุคคลผใู ดผหู นง่ึ ตายในสมยั มใิ ชก าล บุคคลน้ันเปน ผูอ นั โรคซ่งึ จรมา
เบียดเบียนแลว คือ อนั โรคต้งั ขึน้ พรอมแตล ม...และอันกาํ ลงั แหง หอกเบยี ดเบยี นแลว
ยอ มตายในสมยั มใิ ชกาล ฉนั นนั้ นน่ั เทยี วแล. ความตายในสมยั มิใชก าลมอี ยูดว ยเหตใุ ด
เหตุนนั้ อันน.ี้
ขอถวายพระพร อกี อยา งหนงึ่ บุคคลผใู ดผหู นงึ่ เคาะภาชนะทแี่ ลวดวยโลหะ,
เสียงแหง ภาชนะนนั้ เกิดแลว แตความเคาะ ยอมไปสทู ี่ไปอยา งไร และทางท่ไี ปและทสี่ ดุ ,
เสยี งนัน้ โลกกลาววา 'ไมมีเหตุรายหาอนั ตรายมิได ช่ือวาไปแลว สทู ีไ่ ปอยา งไร และทาง
ทไ่ี ปและท่สี ุด' ฉะน้ี ฉันใด; บุคคลผใู ดผหู น่งึ เปน อยูสน้ิ พนั วันเปน อนั มาก คร่ําคราแลว
ดวยสามารถความชรา ไมมเี หตุรายหาอนั ตรายมไิ ด ยอ มตายดว ยเหตสุ ิน้ อายุ บุคคล
นั้นโลกกลา ววา 'ไมมเี หตรุ า ยหาอนั ตรายมไิ ด เขา ถงึ ความตายในสมยั ' ฉะน้ี ฉนั นนั้ นน่ั
เทยี วแล.

ขอถวายพระพร อกี อยา งหนึง่ บุคคลผใู ดผูหนง่ึ เคาะภาชนะที่แลว ดวยโลหะ
เสยี งแหง ภาชนะนนั้ พงึ เกิดแตค วามเคาะ, ครนั้ เสยี งเกิดแลว ไปยงั ไมไกล ใคร ๆ มาจบั
ตอง เสียงก็ตอ งเงยี บพรอ มกนั กับความจบั ตอ ง, เสยี งน้นั เปน ของชอ่ื วา ไปแลว สูที่ไป
อยางไร และทางทีไ่ ปและท่ีสดุ บา งหรือหนอแล?"

ร. "หาไมเ ลย พระผูเปน เจา ."
ถ. "เพราะเหตอุ ะไร เสียงมีในภายหลงั ไมไดเ ปนของมีคติเสมอ ๆ กนั กบั ดว ย
เสยี งกอ นเลา ขอถวายพระพร?"
ร. "เสยี งนนั้ หยดุ หายแลว ดว ยความทใี่ คร ๆ จบั ตองซงึ่ จรมาซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร บคุ คลผูใ ดผหู นึง่ ตายในสมัยมใิ ชก าลบุคคลน้นั เปน ผอู นั
โรคซ่งึ จรมาเบยี ดเบยี นแลว คอื โรคตั้งขึ้นพรอ มแตลม...และอันกําลงั หอกเบยี ดเบยี น
แลว ยอ มตายในสมยั มิใชก าล ฉนั นั้นนนั่ แล. ความตายในสมัยมิใชกาลมอี ยูดว ยเหตใุ ด
เหตุนน้ั อันน.้ี
ขอถวายพระพร อนง่ึ เหมอื นอยา งวา พชื แหงขา วเปลอื กงอกงามแลว ในนา เปน
ของมรี วงคลุมแผเ กลอื่ นกลน มาก เพราะฝนตกมากยอ มถงึ สมยั เปน ที่เกบ็ เก่ยี วแหง ขา ว
กลา , ขา วเปลอื กนนั้ โลกกลา ววา 'ไมมเี หตรุ า ยหาอนั ตรายมิได เปน ของช่ือวา ถึงพรอ ม
ดว ยสมัยแลว' ฉะนี้ ฉนั ใด;บุคคลผใู ดผหู นงึ่ เปนอยสู น้ิ พนั วนั เปน อันมาก คร่ําคราแลว
ดวยความชรา ไมม เี หตุรา ยหาอันตรายมไิ ด ยอ มตายเพราะเหตุสนิ้ อายุ บุคคลนนั้ โลก
กลาววา 'ไมมเี หตุรา ยหาอนั ตรายมิได เขา ถึงความตายในสมยั ' ฉะน้ี ฉนั นน้ั นนั่ เทยี ว
แล. อนงึ่ เปรียบเหมอื นพชื ขา วเปลอื กงอกงามแลว ในนา วิกลดว ยนํา้ พงึ ตายเสยี ,
ขาวเปลอื กนัน้ เปน ของชอื่ วา ถึงพรอมดว ยสมัยแลวบางหรอื ขอถวายพระพร?"
ร. "หาไมเ ลย."
ถ. "เพราะเหตไุ รเลา ขอถวายพระพร ขาวเปลอื กมีในภายหลงั ไมไดเ ปน ของมี
คตเิ สมอกนั กบั ดว ยขา วเปลอื กกอน?"
ร. "ขาวเปลือกนน้ั อนั ความรอ นซงึ่ จรมาเบยี ดเบียนแลว จงึ ตายแลว ซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร บคุ คลผใู ดผูหน่งึ ตายในสมัยมใิ ชก าลบุคคลนน้ั เปน ผูอัน
โรคจรมาเบยี ดเบยี นแลว คอื อันโรคตง้ั ขนึ้ พรอมแตลม...และอันกําลงั แหงหอก
เบยี ดเบียนแลว จงึ ตายในสมยั มใิ ชก าลฉนั นนั้ นนั่ เทยี วแล. ความตายในสมัยมิใชก าลมี
อยดู วยเหตุใด เหตนุ ั้นอนั น.ี้
ขอถวายพระพร บรมบพิตรเคยทรงสดับวา 'หนอนทง้ั หลายตงั้ ขน้ึ แลว กระทาํ
ขา วกลา รุนอันสมบู รณแลว ใหฉิบหายไปทง้ั ราก ฉะนห้ี รอื ?"
ร. "เรอื่ งนน้ั ขาพเจาเคยไดย ินและเคยเหน็ ."

ถ. "ขา วกลานน้ั ฉบิ หายในกาล หรอื วาฉบิ หายในสมยั มิใชกาล?"
ร. "ในสมัยมิใชก าลซ;ิ ถาวา หนอนทัง้ หลายไมเ คีย้ วกนิ ขา วกลา นน้ั ไซร, ขา ว
กลา นน้ั พงึ ถงึ สมยั เปนทเ่ี กี่ยว."
ถ. "ขา วกลา พงึ ฉบิ หายดวยเหตเุ ขาเบียดเบยี นซงึ่ จรมาแลว, ขาวกลา ทไ่ี มมีเหตุ
เขาเบียดเบียน ยอ มถงึ สมยั ทเ่ี กีย่ วหรือ ขอถวายพระพร?"
ร. "อยา งนนั้ ซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร บุคคลผูใดผูห นึง่ ตายในสมัยมิใชก าล บุคคลนนั้ เปน ผอู ัน
โรคซึ่งจรมาเบยี ดเบยี นแลว คอื อันโรคต้ังขึน้ มาพรอมแตลม...และอนั กําลังแหงหอก
เบียดเบียนแลว ยอมตายในสมยั มใิ ชกาลฉันนน้ั นน่ั เทยี วแล. ความตายในสมยั มิใชก าล
มอี ยดู ว ยเหตุใด เหตุนนั้ อนั น.้ี
ขอถวายพระพร อกี ประการหนึง่ บรมบพติ รเคยทรงสดบั วา 'ในเม่อื ขาวกลา ถงึ
พรอมแลว ทรงรวงนอมไปแลว ถงึ ความเปนกอแลว หา ฝนตกลงกระทําขาวกลา ใหฉ บิ
หาย กระทาํ ใหไมมผี ล' ฉะนี้ บา งหรือ?"
ร. "เร่ืองนน้ั ขาพเจาเคยไดยนิ ดวย เคยไดเห็นดวย."
ถ. "ขอถวายพระพร ขา วกลา นนั้ ฉบิ หายในกาล หรือวา ในสมัยมิใชก าลเลา?"
ร. "ในสมัยมใิ ชกาล; ถาวา หา ฝนไมพ งึ ตกลงไซร, ขา วกลานนั้ พงึ ถงึ สมัยเปน ที่
เกยี่ ว."
ถ. "ขาวกลายอ มฉิบหายดว ยเหตุเขา เบยี ดเบียนซง่ึ จรมา, ขา วกลาอนั เหตุนน้ั ไม
เขา เบยี ดเบยี นแลว ยอมถงึ สมัยเปนท่เี ก่ยี วหรอื ขอถวายพระ?"
ร. "อยางนน้ั ซ.ิ "
ถ."ขอถวายพระพร บคุ คลผูใ ดผหู นงึ่ ตายในสมยั มใิ ชก าล บคุ คลนนั้ เปน ผูอัน
โรคซึง่ จรมาเบยี ดเบียนแลว คือ อันโรคต้งั ขึ้นพรอ มแตล ม...และอันกําลงั แหง หอก
เบยี ดเบียนแลว ยอมตายในสมยั มิใชกาลฉนั นน้ั นน่ั เทียวแล. ความตายในสมัยมิใชก าล
มีอยูดวยเหตใุ ด เหตนุ นั้ อนั น.ี้ "
ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน นา อัศจรรย พระผูเปน เจา นาคเสนของไมเ คยมี ๆ
แลว, เหตุพระผูเปน เจา สาํ แดงดแี ลว, ขออุปมาเพื่อแสดงความตายในสมัยมใิ ชก าลวา
'ความตายในสมยั มิใชกาลมอี ย'ู ฉะน้ี พระผเู ปนเจา สาํ แดงดแี ลว กระทําใหต้นื แลว
กระทาํ ใหป รากฏแลว กระทาํ ใหเ ปน ชัดแลว . แมบ ุคคลผฟู ุงซา นดว ยหาความคิดมไิ ด ก็
พงึ เขาใจวา 'ความตายในสมยั มิใชกาลมอี ยู' ฉะนี้ ดว ยขอ อุปมาอันหนง่ึ ๆ กอ น; จะ
กลา วไปไย บคุ คลผูม ีความคิดจะไมพึงเขา ใจฉะนนั้ . ขาพเจาทราบแลว ดว ยขออปุ มา

เปนประถมทีเดยี ววา 'ความตายในสมยั มใิ ชกาลมอี ย'ู ฉะน,ี้ ก็แตขา พเจาอยากฟง
เน้อื ความเครื่องนาํ ออกอ่นื ๆ จึงยงั ไมยอมรับรองเสยี แตช้นั ตน."

๒. ปรินิพพตุ เจตยิ ปาฏิหารยิ ปญหา ๗๙

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน ปาฏหิ ารยิ ม ใี นจิตกาธารแหงพระ
อรหันตทงั้ หลายผปู รินพิ พานแลวทกุ พวก, หรือวา บางพวกจงึ ม?ี "

พระเถรเจา ทูลวา "บางพวกมี บางพวกไมม ี ขอถวายพระพร."
ร. "พวกไหนมี พวกไหนไมม ี พระผูเ ปนเจา."
ถ. "ขอถวายพระพร ปาฏหิ ารยิ มใี นจิตกาธารแหง พระอรหนั ตผ ูป รินพิ พานแลว
เพราะความอธษิ ฐานแหง บคุ คลสามพวก ๆ ใดพวกหนง่ึ , บรรดาบคุ คลสามพวกนัน้
พวกไหนบา ง?
ขอถวายพระพร พระอรหนั ตในโลกนี้ เม่อื ยงั ดาํ รงชีพอยอู ธษิ ฐานไวเพอ่ื ความ
เอ็นดูเทพดาและมนุษยทงั้ หลายวา 'ขอปาฏิหารยิ ในจิตกาธารจงมีอยา งน'ี้ ดังน,ี้
ปาฏิหารยิ ก ย็ อ มมีในจติ กาธารแหงพระอรหนั ตนน้ั ดว ยสามารถแหงความอธษิ ฐาน;
ปาฏหิ ารยิ ม ีในจิตกาธารแหง พระอรหนั ตผปู รินิพพานแลว ดว ยสามารถแหงความ
อธษิ ฐานของทานเองอยา งนี้หนึง่ .
เทวดาทงั้ หลายสําแดงปาฏหิ าริยในจติ กาธาร แหง พระอรหนั ตผ ปู รินพิ พาน
แลว เพอ่ื ความเอ็นดแู กม นษุ ยท ง้ั หลายวา 'พระสทั ธรรมจกั เปน ของอนั สตั วท งั้ หลาย
ประคับประคองไวเ ปน นติ ยด ว ยปาฏหิ ารยิ น,้ี และมนษุ ยท ง้ั หลายเล่อื มใสแลว จกั เจริญ
ดวยกุศล' ดังน;ี้ ปาฏหิ ารยิ ก ็มีในจิตกาธารแหง พระอรหนั ตผ ปู รินิพพานแลว ดว ยความ
อธิษฐานแหง เทพดาทงั้ หลายอยา งนหี้ นง่ึ .
สตรีหรือบรุ ษุ มศี รทั ธาเล่อื มใสแลว เปน บณั ฑติ ฉลาดมปี ญญาถงึ พรอมดว ย
ปญ ญา คิดโดยแยบคายแลว จงึ อธษิ ฐานของหอมดอกไม ผา หรอื วัตถสุ งิ่ ใดส่งิ หนง่ึ
แลวยกขน้ึ ไวในจติ กาธารวา 'ปาฏิหาริยน จ้ี งมเี ถดิ ' ดังน,ี้ ปาฏหิ าริยก ็มใี นจติ รกาธาร
แหง พระอรหันตผูปรนิ พิ พานแลว ดว ยสามารถแหง ความอธิษฐานแหง สตรหี รอื บุรุษนัน้ ;
ปาฏหิ ารยิ ม ใี นจิตกาธารแหง พระอรหนั ตผปู รินพิ พานแลว ดวยอํานาจแหงความ
อธษิ ฐานของมนษุ ยท ง้ั หลายอยา งนห้ี นงึ่ . ปาฏหิ ารยิ ม ีในจติ กาธารแหง พระอรหนั ตผ ู
ปรินิพพานแลว ดวยอาํ นาจแหง ความอธษิ ฐานของบุคคลผใู ดผหู นึ่ง แหงบุคคลสาม
พวกเหลา นแี้ ล.

ขอถวายพระพร ถา วา ความอธษิ ฐานของชนทัง้ หลายเหลา น้นั ไมม ีไซร,
ปาฏหิ ารยิ ในจติ กาธารแมแหง พระขีณาสพผมู ีอภิญญาหกประการ ผถู งึ แลวซึง่ ความ
เปนผูมีอาํ นาจในจิต กย็ อ มไมม .ี แตถึงปาฏิหาริยไ มม ี เทวดามนษุ ยท ง้ั หลายเพงความ
ประพฤตขิ องทานบรสิ ทุ ธิดแี ลว พงึ หยัง่ ลง พงึ เขาใจ พงึ เช่อื ถอื วา 'พระพทุ ธโอรสน้ี
ปรินิพพานดแี ลว' ฉะน.ี้ "

ร. "ดีแลว พระผูเปน เจา นาคเสน ขอ วสิ ชั นาปญหาของพระผูเปน เจา สมอยา ง
น้นั , ขา พเจา ยอมรบั รองอยางนนั้ ."

๓. เอกจั จาเนกัจจานํ ธมั มาภิสมยปญ หา ๘๐

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน ธรรมาภสิ มยั ความตรสั รธู รรมเกิด
มีแกบ คุ คลท้งั หลายทงั้ ปวง ผปู ฏบิ ตั โิ ดยชอบหรอื , หรอื วา ไมเกิดมแี กบ คุ คลบาง
จําพวก."

พระเถรเจา ทลู วา "เกิดมแี กบคุ คลบางจําพวก, ไมเกดิ มแี กบ ุคคลบางจาํ พวก,
ขอถวายพระพร."

ร. "เกดิ มแี กบคุ คลพวกไร, ไมเ กิดมแี กบคุ คลพวกไร พระผูเ ปนเจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร ธรรมาภสิ มัยไมเกดิ มแี กบ ุคคลผูเกิดในดิรัจฉานแมป ฏบิ ตั ิ
ดีแลว , และธรรมาภิสมัยไมเ กิดมแี กบ ุคคลผเู กดิ ในเปตวสิ ยั แกบุคคลผมู จิ ฉาทิฏฐิ แก
บุคคลโกง แกบ ุคคลผฆู ามารดา แกบ คุ คลผูฆาบิดา แกบ ุคคลผูฆ า พระอรหนั ต แก
บุคคลผูทาํ ลายสงฆ แกบ คุ คลผทู ําโลหิตใหหอขนึ้ ในพระกายแหง พระพุทธเจา แกบคุ คล
ผูลักสงั วาส แกบ ุคคลผูหลกี ไปสูล ัทธแิ หง เดยี รถีย แกบ คุ คลผปู ระทษุ รา ยนางภิกษณุ ี แก
บคุ คลผูตองครุกาบตั สิ บิ สามอันใดอันหนง่ึ แลวไมอยูกรรม แกบัณเฑาะก แกอุภโตพยัญ
ชนก แมป ฏบิ ัตดิ ีแลว , อนง่ึ ธรรมาภสิ มัยไมเ กดิ มีแมแ กม นุษยยังเด็กผูม ีอายตุ ํ่ากวา เจ็ด
ป. ธรรมาภสมยั ไมเกิดมีแกบคุ คลสิบหกจาํ พวกเหลา นแี้ มป ฏิบตั ดิ แี ลว."
ร. "ธรรมาภิสมยั เกิดมหี รอื ไมเ กดิ มีแกบคุ คลสิบหา จาํ พวก ซง่ึ เปน ผปู ด ทางดี
แลว ก็ยกไวเ ถดิ , พระผเู ปน เจา ก็แตเ พราะเหตุไรธรรมาภิสมัยจงึ ไมเ กิดมีแกเ ด็กนอยผมู ี
อายุตาํ่ กวาเจด็ ป แมเ ปน ผูป ฏบิ ัติดแี ลว? ปญหาในขอ นี้ยงั มีอยกู อน. ราคะไมมีแกท ารก
, โทสะกไ็ มม ,ี โมหะก็ไมม ,ี มานะกไ็ มม ,ี ความเหน็ ผิดก็ไมม ,ี ความชงิ ชงั กไ็ มม ี กามวติ ก
กไ็ มม ี ไมใ ชห รือ? ธรรมดาเดก็ นอยนั้นไมเ จอื แลวดว ยกเิ ลสทงั้ หลายประกอบถงึ ที่แลว
ยอมควรจะตรสั รขู องจรงิ ส่ีดวยความตรสั รอู ยา งเอก."

ถ. "ขอถวายพระพร อาตมภาพกลา ววา 'ธรรมาภิสมัยไมเ กิดมีแกเ ด็กนอ ยผูม ี
อายุตํา่ กวาเจด็ ป แมปฏิบัติดแี ลว ' ฉะน้ี ดว ยเหตไุ ร. เหตุน้ันนนั่ แลในปญ หาน.ี้

ขอถวายพระพร ถา วา เดก็ นอ ยผูม อี ายตุ า่ํ กวา เจ็ดป พงึ กาํ หนดั ในอารมณเ ปน
ทต่ี ัง้ แหง ความกําหนัด พึงประทุษรา ยในอารมณเ ปน ที่ตงั้ แหงความประทษุ รา ย พงึ หลง
ในอารมณเปน ทีต่ ง้ั แหง ความหลง พงึ มวั เมาในอารมณเ ปน ท่ตี ง้ั แหง ความมวั เมา พงึ รู
แจงซ่งึ ความเห็น พงึ รูแจง ซง่ึ ความยนิ ดแี ละความไมย นิ ดี พงึ ตรึกถงึ อกศุ ลไซร,
ธรรมาภสิ มัยพึงเกิดมีแกเ ดก็ นอ ยน้นั . เออก็จติ ของเดก็ นอ ยผมู อี ายตุ า่ํ กวาเจ็ดปเ ปนของ
ไมมกี าํ ลงั มกี าํ ลงั ชว่ั เลก็ นอ ย ออ นแอไมม แี จง , สว นนพิ พานธาตุซง่ึ ไมม ีปจ จัยปรงุ แตง
เปนของหนกั มากใหญโต; เดก็ นอ ยผมู อี ายุตํา่ กวา เจ็ดป ไมอาจตรัสรนู พิ พานธาตซุ ง่ึ ไม
มีปจ จยั ปรงุ แตงเปนของหนกั มากใหญโ ต ดวยจติ ซ่ึงมกี าํ ลังชว่ั เล็กนอยออนแอไมมแี จง
นั้น.

ขอถวายพระพร เปรียบเหมอื นพญาเขาสเิ นรเุ ปน ของหนกั ใหญโ ต บุรษุ จะพงึ
อาจเพ่ือจะยกพญาเขาสิเนารุนั้นดว ยเร่ยี วแรงกําลงั และความเพยี รอนั มีอยตู ามปกติ
ของตนไดหรอื ขอถวายพระพร?"

ร. "ไมอาจเลย พระผูเปน เจา ."
ถ. "เพราะเหตุไร ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความท่บี รุ ษุ มกี าํ ลงั ทราม และเพราะความทพ่ี ญาเขาสิเนรุเปน ของ
ใหญซ.ิ "
ถ. "ขอถวายพระพร จิตเดก็ นอ ยผมู ีอายตุ าํ่ กวา เจด็ ป เปน ของไมมกี าํ ลงั มกี าํ ลงั
ชัว่ เลก็ นอยออ นแอไมมแี จง , สว นนพิ พานธาตุซึง่ ไมม ปี จจัยปรุงแตง เปน ของหนกั มาก
ใหญโต, เดก็ นอ ยผูม อี ายุตา่ํ กวาเจด็ ป ไมอ าจตรัสรูนพิ พานธาตุซ่งึ ไมม ปี จจัยปรงุ แตง
เปนของหนกั มากใหญโ ต ดว ยจิตซ่ึงมีกาํ ลงั ชวั่ เลก็ นอ ย ซง่ึ ออนแอไมมีแจง ฉันนน้ั นนั่
เทยี วแล, ดว ยเหตนุ นั้ ธรรมาภิสมัยยอมไมเกิดมีแกเ ด็กนอ ยผมู อี ายุตาํ่ กวาเจ็ดปแม
ปฏิบตั ิดแี ลว.
ขอถวายพระพร อนง่ึ ราวกะวาแผน ดินใหญน ี้ เปน ของยาวรีหนากวา งขวาง
มากมายใหญโ ต, โคร ๆ จะอาจใหแผน ดนิ ใหญน น้ั ชมุ ดวยหยาดนาํ้ หยาดนดิ เดยี วทาํ
ใหล่นื ไดหรือ ขอถวายพระพร?"
ร. "ไมอ าจเลย."
ถ. "เพราะเหตุไร ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความทน่ี าํ้ หยาดหน่ึงเปน ของนิดเดียว, และเพราะความที่
แผน ดินใหญเปน ของโตซ.ิ "

ถ. "ขอถวายพระพร จิตของเดก็ นอ ยผูมีอายตุ า่ํ กวา เจด็ ป เปนของไมมกี ําลัง มี
กาํ ลงั ชวั่ เลก็ นอ ย ออ นแอ ไมม แี จง, สวนนิพพานธาตุซึง่ ไมมีปจ จยั ปรงุ แตง เปน ของ
ยาวรหี นากวา งขวางมากมายใหญโ ต, เดก็ นอยผูมอี ายตุ าํ่ กวา เจด็ ป ไมอ าจตรัสรู
นพิ พานธาตุ ซงึ่ ไมมปี จจัยปรงุ แตง เปน ของใหญ ดว ยจติ ซ่งึ มีกาํ ลังชว่ั เล็กนอ ยออ นแอ
ไมม ีแจง นน้ั ฉนั นน้ั นน่ั แลเทยี ว, ดวยเหตนุ น้ั ธรรมาภิสมยั ยอ มไมเ กดิ มีแกเ ด็กนอ ยผมู ี
อายุต่าํ กวา เจด็ ป แมปฏบิ ตั ดิ แี ลว .

ขอถวายพระพร อนง่ึ ราวกะไฟอนั เปน ของไมม กี าํ ลัง มกี าํ ลงั ชวั่ เลก็ นอ ยนิด
เดียว, ใคร ๆ จะอาจกาํ จดั ความมดื ในโลกกบั ทงั้ เทวดาสอ งใหสวา งดว ยไฟนอยเพยี ง
เทา น้นั ไดห รือ ขอถวายพระพร?"

ร. "ไมอาจเลย."
ถ. "เพราะเหตไุ ร ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความทไ่ี ฟเปน ของนอ ย, และเพราะความทโี่ ลกเปนของใหญซิ."
ถ. "ของถวายพระพร จิตของเดก็ นอ ยผูม อี ายุตํ่ากวา เจ็ดป เปน ของไมม กี าํ ลงั มี
กําลงั ชว่ั เลก็ นอ ย ออ นแอ ไมม ีแจง , และจิตน้นั เปน ของอนั ความมอื คอื ความไมรูเทา
อยางใหญป ดแลว, เพราะเหตนุ ้ัน ยากท่ีเดก็ นอ ยจะสอ งแสงสวาง คอื ความรเู ทาได ฉัน
น้นั นน่ั เทยี วแล, ดว ยเหตนุ น้ั ธรรมาภสิ ัย ยอมไมเกิดมีแกเ ดก็ นอ ยผมู อี ายุต่าํ กวาเจด็ ป
แมป ฏบิ ตั ิดีแลว ขอถวายพระพร.
อีกประการหนง่ึ ราวกะหนอนกนิ หนอ ไม เปนสัตวกระสบั กระสายผอม และมี
กายมีอณูเปน ประมาณ เหน็ ชางประเสรฐิ ผูม นี ํ้ามันแตกทั่วโดยสว นสาม มอี วยั วะยาว
เกา ศอก กวา งสามศอก โอบออ มสบิ ศอก สงู แปดศอก ยนื อยู พึงครา มาเพ่อื จะกลนื กนิ
หนอนกนิ หนอ ไมน้ัน จะพึงอาจกลนื กนิ ชางประเสริฐน้นั ไดหรือ ขอถวายพระพร?"
ร. "ไมอ าจเลย."
ถ. "เพราะเหตุอะไร ขอถวายพระพร?"
ร. "เพราะความท่ีหนอนกนิ หนอไมเ ปนสัตวเ ลก็ และเพราะความท่ชี า งประเสรฐิ
เปน สตั วใหญซ ิ."
ถ. "จติ ของเดก็ นอยผมู ีอายตุ า่ํ กวา เจ็ดป เปน ของไมม ีกาํ ลัง มกี าํ ลงั ช่ัว เลก็ นอย
ออ นแอ ไมม แี จง, สว นนพิ พานธาตุ ซงึ่ หาปจจยั ปรุงแตม ิได เปน ของใหญ, เดก็ นอยน้นั
ไมส ามารถจะตรสั รูนพิ พานธาตุซ่งึ หาปจ จยั ปรงุ แตมิได เปน ของใหญ ดว ยจติ มกี าํ ลงั ชวั่
เล็กนอย ออนแอ ไมมีแจง นน้ั ฉนั นนั้ น่ันเทยี วแล, ดวยเหตนุ ั้น ธรรมาภสิ ยั ยอมไมเกดิ มี
แกเ ดก็ นอยผมู ีอายตุ ่าํ กวา เจด็ ป แมป ฏิบัตดิ ีแลว ."

ร. "ดแี ลว พระผเู ปนเจา นาคเสน ขอวสิ ชั นาปญ หาของพระผูเปน เจา สมอยาง
นั้น, ขาพเจา ยอมรบั รองอยา งนน้ั ."

๔. นพิ พานอทกุ ขมิสสภาวปญ หา ๘๑

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน นพิ พานเปน สุขสวนเดยี วหรือ
หรือวา เจือดวยทกุ ข? "

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร นพิ พานเปนสขุ สวนเดยี วหาเจือดวยทกุ ข
ไม. "

ร. "ขาพเจา ไมเ ชือ่ คาํ วา 'นพิ พานเปนสขุ สว นเดยี ว' นน้ั . ขา พเจา เหน็ ในปญ หา
ขอนอ้ี ยางนว้ี า 'นิพพานเปน ของเจือดว ยทกุ ข' ฉะน;้ี และขาพเจา จับเหตใุ นปญ หาขอนี้
วา 'นพิ พานเปน ของเจือดว ยทุกข' ฉะนไ้ี ด, เหตใุ นปญ หาขอ นี้ เปน ไฉน? คือ ชนเหลา ใด
แสวงหานพิ พาน ความเพยี รยงั กิเลสใหเ รารอน ยอมปรากฏแกก ายและจติ แหง ชน
เหลานั้น, และความระวงั การยืน การเดนิ การนงั่ การนอน และอาหาร, การ
ปราบปรามความงว งเหงา ความลาํ บากแหงอายตนะทง้ั หลาย ความละทรพั ยท ่คี วร
สงวนและญาตมิ ติ รเปน ทรี่ ัก ยอมปรากฏแกกายและจิตแหงชนเหลา นน้ั ; ชนเหลา ใด
เหลา หนง่ึ ในโลกเปนผถู งึ ความสขุ อมิ่ ไปดวยความสขุ ชนเหลา นนั้ ทั้งหมด เขายอมยงั
อายตนะทง้ั หลายใหย ินดี ใหเ จรญิ จิตดวยกามคณุ ทง้ั หา คือ เขายงั จกั ษใุ หย นิ ดใี หเ จรญิ
ดว ยรปู ที่เปน สภุ นมิ ิตมอี ยา งมาก ยังใจใหเ อบิ อาบ, ยงั โสตใหยินดีใหเจรญิ จติ ดว ยเสยี ท่ี
เปนสภุ นิมติ มอี ยางมาก คอื ขับรองและประโคมเคร่ืองดนตรที ่ียงั ใจใหเ อิบอาบ, ยงั ฆา
นะใหย ินดีใหเจรญิ จิตดวยกล่ินท่เี ปน สุภนมิ ติ มีอยา งมาก คือ ดอกไม ผลไม ใบไม
เปลือกไม รากไม แกน ไม ทย่ี งั ใจใหเ อิบอาบ, ยงั ชวิ หาใหย นิ ดี ใหเ จรญิ จิตดวยรสทเี่ ปน
สุภนิมิตมีอยางมาก คอื ของควรเคยี้ ว ของควรบริโภค ของควรลมิ้ ของควรดม่ื ของควร
ชมิ ทย่ี งั ใจใหเอบิ อาบ, ยังกายใหย ินดี ใหเ จรญิ จิต ดว ยผสั สะที่เปน สภุ นมิ ิตมีอยา งมาก
คอื ละเอียดนมุ ออ นละมนุ ทย่ี ังใจใหเ อบิ อาบ, ยังใจใหย นิ ดี ใหเ จรญิ ดวยความตรึก
ความทําในใจมีอยา งมาก คอื อารมณดแี ละชวั่ อารมณง ามและไมง าม ทย่ี ังใจใหเอบิ
อาบ. ทา นทัง้ หลายกําจัดเสยี ฆาเสยี ดับเสีย ทอนเสีย ปด เสยี กน้ั เสยี ซ่งึ ความเจรญิ
แหง จกั ษุ โสต ฆานะ ชวิ หา กาย ใจนนั้ , ดวยเหตนุ น้ั แมก ายของผูแสวงหานพิ พาน ก็
เรา รอ น แมจ ิตของผแู สวงหานิพพาน ก็เรารอน, ครน้ั กายเรารอน ผูแ สวงหานพิ พาน ก็
ยอมเสวยทกุ ขเวทนาท่เี ปน ไปในกาย, ครน้ั จติ เรารอน ผูแ สวงหานิพพาน กย็ อ มเสวย
ทุกขเวทนาทีเ่ ปนไปในจติ , แมป ริพพาชกชอื่ มาคนั ทยิ ะ เมอ่ื ตเิ ตียนพระผูมพี ระภาคเจา

กไ็ ดกลา วอยา งนว้ี า "พระสมณโคดมฆา ความเจริญเสีย" ฉะน.้ี เหตนุ ี้เปน เหตทุ ่ขี าพเจา
กลาวในปญหาขอ นี้วา "นิพพานเปน ของเจือดวยทกุ ข" ฉะน.้ี

ถ. "ขอถวายพระพร นพิ พานไมเจือดว ยทกุ ขเ ลย นพิ พานเปน สุขสว นเดยี ว. ก็
แตบรมบพติ รรับส่ังขอ ใดวา 'นพิ พานเปน ทกุ ข.' ขอน้นั จะชื่อวา นพิ พานเปนทกุ ขกห็ าไม
, ก็แตข อ น้ัน เปน สว นเบอื้ งตน แหงการทําใหแจง ซง่ึ นพิ พาน, ขอ นนั้ เปน การแสวงหา
นพิ พาน. นิพพานเปน สุขสว นเดียวแท หาเจอื ดวยทุกขไ ม. อาตมภาพจะกลา วเหตใุ น
ปญ หาน้ันถวาย. ขน้ึ ชือ่ วา สขุ ในราชสมบัตมิ ีแดพ ระราชาทงั้ หลายหรอื ขอถวายพระพร?"

ร. "มซี ิ พระผเู ปนเจา สุขในราชสมบัติมแี ดพ ระราชาทง้ั หลาย"
ถ. "ราชสมบตั ินั้นเจอื ทกุ ขบ า งหรอื ขอถวายพระพร?"
ร. "หามิได พระผูเปนเจา ."
ถ. "กเ็ พอื่ เหตุไร ขอถวายพระพร พระราชาเหลา นั้น ครั้นปจจันตชนบทกาํ เริบ
แลว จงึ ตองพรอ มดวยอมาตยร าชภฏั ขุนพลทวยหาญทงั้ หลาย เสดจ็ ไปประทับแรมเปน
ผอู ันเหลอื ม และยงุ ลม และแดดเบียดเบยี นแลว ตองทรงวง่ิ ไปในทเ่ี สมอและไมเสมอ
ทรงกระทําการรบกันใหญดว ย ถึงซง่ึ ความไมแ นพระหฤทัยในพระชนมชพี ดวย เพอ่ื อนั
ทรงเกยี ดกันเสียซึง่ ขาศึกทงั้ หลายทอ่ี าศยั ปจจนั ตชนบทอยเู หลา นน้ั แล?"
ร. "ขอ น้นั หาชอ่ื วาเปน สขุ ในราชสมบัตไิ ม, ขอ น้นั เปนสว นเบื้องตน แหง ความ
แสวงหาสุขในราชสมบัต.ิ พระราชาทง้ั หลายแสวงหาราชสมบัติ ดวยความทุกขแลว
ยอมเสวยสขุ ในราชสมบตั .ิ เม่อื เปนเชน น้ี สขุ ในราชสมบตั ไิ มเ จือดว ยทกุ ข, สขุ ในราช
สมบตั ินัน้ กต็ า งหากทกุ ขต างหาก."
ถ. "ขอถวายพระพร นพิ พานเปน สุขสวนเดยี ว ไมเ จือดวยทกุ ข, กแ็ ตชนเหลาใด
แสวงหานพิ พานน้นั ชนเหลา นนั้ ตอ งยังกายและจิตใหระสาํ่ ระสาย ตอ งระวงั การยนื
การเดิน การนง่ั การนอน และอาหารตอ งปราบปรามความงว งเหงา ตองใหอายตนะ
ลาํ บาก ตอ งสละกายและชวี ติ ตองแสวงหานพิ พานดว ยความทกุ ข แลว ยอ มเสวย
นิพพานอันเปน สุขสว นเดยี ว ดจุ พระราชาท้ังหลาย กาํ จดั ปจจามติ รเสยี ไดแลว เสวยสขุ
ในราชสมบัติ ฉะน้นั . เม่อื เปน เชน นี้ นพิ พานเปน สขุ สว นเดียวไมเจือดว ยทกุ ข, นิพพาน
ตา งหาก ทกุ ขตางหาก ฉนั นนั้ แล.
ขอถวายพระพร บรมบพติ รจงทรงสดับเหตใุ นปญหาวา 'นิพพานเปน สขุ สว น
เดียว ไมเจอื ดว ยทกุ ข ทุกขต า งหาก นพิ พานตา งหาก' ฉะนอ้ี ่นื อีกใหย ง่ิ ขน้ึ ไป. ชื่อวาสขุ
เกดิ แตศ ิลปศาสตร มแี กอ าจารยท ง้ั หลายผมู ศี ิลปศาสตรห รือ ขอถวายพระพร?"
ร. "มซี ิ พระผูเ ปน เจา สขุ เกดิ แตศ ลิ ปศาสตร มีแกอ าจารยท ้งั หลายผูม ศี ิลป
ศาตร. "

ถ. "เออก็ สุขเกดิ แตศ ลิ ปศาสตรน ้นั เจือดว ยทกุ ขห รือ ขอถวายพระพร?"
ร. "ไมเจอื เลย."
ถ. "กเ็ พ่อื เหตอุ ะไร ขอถวายพระพร อาจารยเ หลานนั้ เมอื่ ยังเปน ศิษยท านอยู
ยังกายใหร อ นรน เพราะไมเปน อนั นอนไมเ ปนอันกินดว ยตอ งวางจิตของตนเสยี
ประพฤติตามจติ ของผอู ่นื คอื ตอ งกราบไหวแ ละบาํ รงุ อาจารยท ัง้ หลาย และตองตกั นาํ้
มาให กวาดทอี่ ยู ใหไมชาํ ระฟน นา้ํ บว นปาก รบั ของเปน เดนไปท้ิง กลบกลนิ่ ไมส ะอาด
ใหอ าบนํา้ นวดเฟนเทา?"
ร. "ขอ นั้น ไมชอ่ื วา สุขเกดิ แตศ ลิ ปศาสตร ขอ น้ัน เปน สว นเบอ้ื งตนแหง การ
แสวงหาศลิ ปศาสตร. อาจารยท้ังหลาย แสวงหาศิลปศาสตรดวยความทกุ ข แลว ได
เสวยสขุ เกดิ แตศ ลิ ปศาสตร. เม่ือเปน เชน น้ี สขุ เกิดแตศลิ ปศาสตร ไมเ จอื ดวยทกุ ข, สุข
เกดิ แตศ ิลปศาสตรนัน้ ตา งหากทกุ ขต างหาก."
ถ. "นิพพานเปน สุขสว นเดยี ว ไมเ จือดว ยทกุ ข, ก็แตช นเหลาใดแสวงหานพิ พาน
นั้น ชนเหลา นน้ั ยงั กายและจิตใหเ ดอื ดรอน ตองระวงั รกั ษาอิรยิ าบถทงั้ ส่ีและอาหาร
ปราบปรามความงว งเหงา ยงั อายตนะทั้งหลายใหลาํ บาก แลวไดเ สวยนพิ พานอนั เปน
สุขสว นเดยี ว ประดุจอาจารยไดเสวยสุขเกดิ แตศิลปศาสตร ฉะนนั้ . เมอ่ื เปนเชน นี้
นพิ พานเปน สขุ สว นเดียว ไมเ จอื ทุกข, ทกุ ขต า งหาก นพิ พานตา งหาก ฉนั นน้ั แล."
ร. "ดีแลว พระผูเปนเจา นาคเสน ขอวสิ ชั นาปญหาของพระผูเปน เจา สมอยาง
นน้ั , ขาพเจา ยอมรับรองอยางนนั้ ."

๕. นพิ พานปญ หา ๘๒

พระราชาตรสั ถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสนผูเจรญิ พระผูเปนเจา กลาวคําวา
"นพิ พาน นพิ พาน" ดงั น้ี อนั ใด กพ็ ระผเู ปน เจาอาจแสดงรูปสัณฐาน วยั หรอื ประมาณ
แหงนพิ พานนนั้ โดยอุปมา โดยเหตุ โดยปจ จยั หรือโดยนัยไดห รือ?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร นพิ พานเปน ธรรมชาตไิ มม สี ว นเปรยี บ
เพราะฉะนนั้ อาตมภาพไมอ าจแสดงรูปเปนตน แหง นพิ พานโดยอุปมาเปนตน ถวายได."

ร. "ขาพเจา ไมเ คารพรับขอ ซง่ึ รปู เปน ตน แหง นพิ พาน อนั มอี ยเู ปน ธรรมดาแตหา
ปรากฏโดยอุปมาเปน ตน หาไดไม, ขอพระผเู ปน เจา อุปมาใหขา พเจาทราบโดยเหต?ุ "

ถ. "ขอ ซงึ่ ทรงพระปรารภน้นั จงยกไว อาตมภาพจะใหบรมบพิตรทรงทราบโดย
เหตุการณบัดน.้ี มหาสมทุ รมีอยหู รือ ขอถวายพระพร?"

ร. "มหาสมุทรน้ันมีอย.ู "

ถ. "ถา วา ใคร ๆ ทูลถามบรมบพิตรอยา งนว้ี า 'นาํ้ ในมหาสมทุ รเทา ไร, และสัตว
ทงั้ หลายทอ่ี าศัยมหาสมทุ รเทา ไร' ฉะน;้ี บรมบพติ รเปน ผอู ันเขาทลู ถามอยางน้ี จะทรง
พยากรณแ กเขาวา กะไร?"

ร. "ถา วา ใคร ๆ ถามขา พเจา อยางนี้ไซร, ขา พเจา จะตอ งตอบเขาวา 'ทา นมา
ถามเราผูไ มควรถามล การถามน้ันอนั ใคร ๆ ไมพ งึ ถาม, เหตวุ า ปญ หานน้ั ตองยกเวน ,
มหาสมทุ รอนั นกั ปราชญผูปรากฏในโลกไมแกไขแลว, เพราะฉะนนั้ เราก็ไมส ามารถจะ
กาํ หนดนบั นาํ้ ในมหาสมทุ รและสัตวท ้งั หลายทอี่ าศยั อยูใ นนนั้ ได' ขาพเจา ตองตอบเขา
อยา งน.้ี "

ถ. "เพราะเหตไุ รเลา ขอถวายพระพร บรมบพติ รตอ งตรัสตอบเขาอยางน้ี ใน
เรอ่ื งมหาสมทุ รอันมีอยูเปน ธรรมดา? บรมบพิตรควรทรงคาํ นวณนับแลว รบั สงั่ กะเขาวา
'น้าํ ในมหาสมทุ รเทา น้ี และสตั วท ัง้ หลายเทา นี้ อาศยั อยใู นมหาสมทุ ร' ฉะน้ี ไมใ ชห รอื ?"

ร. "ไมอ าจบอกไดซ,ิ เพราะวาปญ หาน้นั ไมใ ชว ิสัย."
ถ. "ขอถวายพระพร ใคร ๆ ไมอ าจกาํ หนดนับนา้ํ ในมหาสมทุ รซง่ึ มอี ยเู ปน
ธรรมดา และสัตวทั้งหลายทอี่ าศยั อยใู นนัน้ ได ฉนั ใด, ใคร ๆ ไมอาจแสดงรูปเปนตน แหง
นิพพานอันมีอยูเปน ธรรมดา โดยอปุ มาเปน ตน ได ฉนั นน้ั แล. ขอถวายพระพร ทานผมู ี
ฤทธถิ์ งึ ซงึ่ ความเปนผมู ีอาํ นาจในจติ พงึ คาํ นวณนับน้าํ ในมหาสมทุ ร และสัตวท งั้ หลาย
อนั อาศยั อยใู นนนั้ ได, กแ็ ตทานไมอ าจแสดงรูปเปนตน แหง นิพพานโดยอปุ มาเปน ตน ได
เลย.
ขอบรมบพิตรทรงสดบั เหตซุ งึ่ วา 'ใคร ๆ ไมอ าจแสดงรูปเปนตน แหง นพิ พาน
อนั มอี ยูเ ปน ธรรมดา โดยอุปมาเปน ตน'แมอน่ื อกี ใหย ง่ิ ขน้ึ ไป. เทวดาทง้ั หลายชื่ออรูป
กายกิ า มีอยหู รือ ขอถวายพระพร?"
ร. "เทพดาทง้ั หลายช่อื อรูปกายกิ า มีอยูซ .ิ "
ถ. "ก็บรมบพติ รอาจทรงแสดงรูปเปนตน แหง อรปู กายกิ าเทพดาทงั้ หลาย
เหลาน้นั โดยอปุ มาเปน ตน ไดห รอื ขอถวายพระพา?"
ร. "ไมอาจเลย พระผูเปน เจา ."
ถ. "ถาอยางนนั้ อรูปกายกิ าเทพดาทง้ั หลาย ไมม หี รอื ขอถวายพระพร?"
ร. "อรูปกายิกาเทพดาทั้งหลายมอี ยู พระผเู ปนเจา , กแ็ ตใคร ๆ ไมอ าจแสดงรปู
เปนตน แหง อรูปกายกิ าเทพดาเหลา นนั้ โดยอปุ มาเปน ตน ได. "
ถ. "ขอถวายพระพร ใคร ๆ ไมอ าจแสดงรปู เปนตน แหง อรปู กายกิ าเทพดา
ทัง้ หลายอนั เปน สัตวมีอยโู ดยอปุ มาเปน ตน ได ฉันใด, ใคร ๆ ก็ไมอาจแสดงรปู เปน ตน
แหง นพิ พานอนั มอี ยเู ปน ธรรมดา โดยอปุ มาเปน ตน ได ฉนั นนั้ แล."

ร. "พระผเู ปน เจานาคเสน ผเู จรญิ นพิ พาเปน เอกนั ตสุขจริง ก็แตใคร ๆ ไมอ าจ
แสดงรูปเปนตน แหงนพิ พานโดยอุปมาเปน ตน ได. ถงึ กระนนั้ การแสดงคณุ แหง นพิ พาน
เทียบเขา ดวยเหตทุ งั้ หลายอนื่ คงมอี ยหู รือแสดงเหตุอะไร ๆ สกั วา ชอ้ี ุปมากค็ งมอี ย.ู "

ถ. "ขอถวายพระพร การแสดงคณุ แหงนิพพานเทยี บเขา ดว ยเหตทุ ัง้ หลายอน่ื
โดยธรรมดาของตน ยอมไมม ,ี ก็แตอาจแสดงเหตุอะไร ๆ สักวา ชี้อปุ มาโดยคณุ ได. "

ร. "ดแี ลว พระผูเ ปน เจา นาคเสน ผูเจริญ ขา พเจาจะไดเหตุสกั วา ความช้แี จง
แมแตโ ดยเอกเทศ ดวยประการใด ขอพระผูเ ปน เจา แสดงโดยพลนั ดว ยประการน้ัน,
และขอพระผูเปน เจา ดับความกระวนกระวายหวั ใจของขา พเจา , และขอไดแ นะนํา
ขา พเจา ดวยลมกลา ว คอื ถอ ยคําอันเยอื กเยน็ และไพเราะ."

ถ. "ขอถวายพระพร คุณหนึ่งประการ แหง ดอกบัว,
คุณสองประการ แหง นา้ํ ,
คุณสามประการ แหง ยา,
คุณสีป่ ระการ แหงมหาสมทุ ร,
คณุ หาประการ แหง โภชนะ,
คุณสบิ ประการ แหงอากาศ,
คณุ สามประการ แหง แกว มณ,ี
คุณสามประการ แหง จันทนแ ดง,
คณุ สามประการ แหง สัปปอ ยางใส,
คุณหาประการแหงยอดภเู ขา แตล ว นเปนคุณควรเทียบกบั นพิ พาน."
ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน ผเู จริญ คุณประการหน่งึ แหง ดอกบัวควรเทียบกบั
นพิ พานเปน ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร ดอกบวั อนั นา้ํ ไมซมึ ตดิ อยูได ฉันใด พระนพิ พานอนั กิเลส
ท้งั ปวงกไ็ มซ มึ ติดอยูไ ด ฉันนนั้ แล. คุณประการหนึ่งแหงดอกบวั ควรเทยี บกับนพิ พาน."
ร. "คณุ สองประการแหง นา้ํ ควรเทียบกับนพิ พานเปน ไฉนเลา พระผเู ปน เจา?"
ถ. "ขอถวายพระพร นา้ํ เปน ของเยน็ เปน ของดับความกระวนกระวายเสยี ฉันใด
, นิพพานก็เปน ของเยน็ เปน ของดับความกระวนกระจาย คือ กเิ ลสเสยี ฉันนนั้ , นีเ้ ปน
คณุ ทห่ี นงึ่ .
นา้ํ เปน ของบาํ บัดเสียซงึ่ ความอยากนาํ้ ของหมมู นษุ ยและสัตวท ง้ั หลาย ผู
เหนด็ เหนื่อย สะดงุ กลัว อยากนาํ้ และเรารอ นเพราะฤดรู อนฉันใด, นพิ พานกเ็ ปนของ
บาํ บดั เสยี ซงึ่ ความกระหาย กลา วคอื กามตณั หา ภวตัณหา วิภวตัณหา ฉนั นนั้ , น้ีเปน
คุณท่สี อง. เหลา นี้แลคณุ สองประการแหงน้ํา ควรเทยี บกบั นพิ พาน."

ร. "คณุ สามประการแหง ยา ควรเทยี บกบั นพิ พานเปน ไฉนเลา พระผูเปน เจา?"
ถ. "ขอถวายพระพร ยาเปนท่พี ง่ึ แหง สตั วท ั้งหลาย ผูอนั พิษแหง งูเปน ตน
เบียดเบียนแลว ฉนั ใด, นิพพานกเ็ ปนท่พี ง่ึ แหงสัตวท งั้ หลาย ผอู นั พิษกลา วคือ กเิ ลส
เบียดเบยี นแลว ฉนั นน้ั , นเี่ ปน คณุ ทห่ี นงึ่ .
ยาเปน ของกระทาํ ทส่ี ุดแหง โรค ฉนั ใด, นิพพานก็เปน ของกระทาํ ทส่ี ุดแหงทกุ ข
ทั้งปวง ฉนั นน้ั , นเี่ ปน คุณที่สอง.
ยาเปน ของไมต าย ฉนั ใด, นพิ พานกเ็ ปน ของไมต าย ฉันน้ัน นเี้ ปนคุณที่สาม.
เหลา นแี้ ล เปน คณุ สามประการแหง ยาควรเทียบกับนพิ พาน."
ร. "คณุ ส่ีประการแหง มหาสมทุ ร ควรเทยี บกับนพิ พานเปน ไฉนเลา พระผเู ปน
เจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร มหาสมทุ รเปน ของสญู วา งจากทรากศพทง้ั ปวง ฉนั ใด,
นพิ พานก็เปน ของสูญวา งจากทรากศพ กลา วคือ กิเลสทงั้ ปวง ฉนั นนั้ , นีเ่ ปนคณุ ทห่ี นง่ึ .
มหาสมทุ รเปน ของใหญแ ลไมเห็นฝง นี้และฝง โนน, ยอ มไมเ ต็มดว ยนา้ํ ทีไ่ หลมา
ทัง้ ปวง ฉันใด, นพิ พานก็เปน ของใหญ ไมมฝี ง นแี้ ละฝง โนน , ยอมไมเตม็ ดว ยสัตวท ั้งปวง
ฉนั นนั้ , นี่เปน คุณท่ีสอง.
มหาสมุทรเปน ที่อยแู หง ภตู ใหญท ง้ั หลาย ฉันใด, นพิ พานก็เปน ทอี่ ยูแหง ภูต
ใหญท งั้ หลายขีณาสพ ไมม มี ลทิน ถงึ ซงึ่ กาํ ลงั และเปน ผมู ีความเปน ผสู ามารถ คือ พระ
อรหนั ตทง้ั หลายมาก ฉนั นน่ั , นเ่ี ปน คุณทส่ี าม.
มหาสมุทรเบกิ บานแลว ดว ยดอกไม กลาวคอื คล่ืนละลอกไพบูลมีอยา งตาง ๆ
อนั นับไมไ ด ฉนั ใด, นิพพานก็เบกิ บานแลว ดวยดอกไมกลาว คือ วชิ ชาและวมิ ุตติ อัน
บรสิ ทุ ธไิ์ พบลู มีประการตา ง ๆ อันนับไมไ ด ฉนั น้นั , น่ีเปน คณุ ทีส่ .่ี เหลาน้ีแล เปน คณุ สี่
ประการแหง มหาสมทุ รควรเทียบกบั นพิ พาน."
ร. "คณุ หา ประการแหงโภชนะ ควรเทียบกบั นพิ พานเปน ไฉนเลา พระผเู ปน
เจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร โภชนะเปนของทรงอายุแหงสตั วทงั้ ปวงไว ฉนั ใด, นพิ พาน
อันบคุ ลกระทาํ ใหแ จง แลว กเ็ ปนของทรงอายไุ ว เพราะความท่ีชราและมรณะหายไป
ฉันนน้ั , นีเ่ ปน คุณทห่ี นึง่ .
โภชนะเปน ของยงั กาํ ลงั แหง สตั วท้งั ปวงใหเ จริญ ฉนั ใด, นพิ พานอนั บุคคล
กระทาํ ใหแ จง แลว กเ็ ปน ของยังกาํ ลงั ฤทธแ์ิ หงสตั วท งั้ ปวงใหเจรญิ ฉนั นน้ั , นเี่ ปน คุณท่ี
สอง.

โภชนะเปน เครอ่ื งเกิดพรรณแหงสตั วท ั้งปวง ฉนั ใด, นิพพานอนั บุคคลกระทําให
แจงแลว กเ็ ปน เครือ่ งเกิดพรรณ คือ คุณความดีแหง สตั วท ั้งปวง ฉนั นน้ั , นเ่ี ปน คุณที่
สาม.

โภชนะเปน ของระงับความกระวนกระวายแหงสัตวท ้งั ปวงเสยี ฉนั ใด, นพิ พาน
อนั บุคคลกระทาํ ใหแจง แลว ก็เปน ของระงบั ความกระวนกระวาย คือ กเิ ลสแหง สัตวท งั้
ปวงเสยี ฉนั นั้น, น่ีเปน คณุ ทสี่ .่ี

โภชนะเปน ของบรรเทาความเปน ผมู กี าํ ลงั ช่วั ดวยสามารถความหวิ แหง สัตวท งั้
ปวงเสยี ฉนั ใด, นิพพานอันบคุ คลกระทาํ ใหแ จง แลว กเ็ ปน ของบรรเทาความเปน ผูม ี
กาํ ลังชวั่ ดวยสามารถความหวิ กลา วคือ ความทกุ ขทง้ั ปวง ฉนั นน้ั , น่ีเปน คณุ ทหี่ า.
เหลา นีแ้ ล คุณหา ประการแหง โภชนะ ควรเทยี บกบั นพิ พาน."

ร. "คณุ สิบประการแหง อากาศ ควรเทียบกบั นิพพานเปน ไฉนเลา พระผเู ปน
เจา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร อากาศยอมไมรเู กิดหนึ่ง ยอ มไมร แู กหน่งึ ยอมไมร ูตาย
หนง่ึ ยอ มไมจตุ หิ นงึ่ ยอมไมเ กดิ อกี หนึง่ , ยากทอี่ ะไร ๆ จะขม เหงไดและอนั โจรลกั นาํ ไป
ไมไดหนึ่ง ไมอ าศัยอะไร ๆ หนงึ่ เปน ที่ไปแหง นกหนงึ่ ไมม ีเครอ่ื งกางกนั้ หน่ึง หาท่สี ุด
มไิ ดห นงึ่ ฉันใด, นิพพานก็ยอมไมร ูเ กิดหนง่ึ ยอ มไมร ูแกหน่ึง ยอมไมรตู ายหนง่ึ ยอมไม
จุตหิ นง่ึ ยอมไมเ กดิ อกี หนง่ึ , ยากทีอ่ ะไร ๆ จะขมเหงได และโจรลกั นาํ ไปไมไ ดหนง่ึ ไม
อาศัยอะไร ๆ หนง่ึ เปน ทไี่ ปแหง พระอริยเจา หนง่ึ ไมม ีเครื่องกางกนั้ หนงึ่ หาทีส่ ุดมไิ ด
หนงึ่ ฉนั นนั้ . เหลา นแ้ี ล คุณสิบประการแหง อากาศ ควรเทียบกับนพิ พาน."

ร. "กค็ ณุ สามประการแหง แกว มณี ควรเทยี บกบั นพิ พานเปน ไฉนเลา พระผเู ปน
เจา ?"

ถ."ขอถวายพระพร แกว มณีเปนของใหผ ลทีใ่ คร ๆ อยากไดฉนั ใด, นิพพานก็
เปนของใหผ ลทใี่ คร ๆ อยากได ฉันนน้ั , นี่เปน คุณทห่ี นง่ึ .

แกวมณีกระทาํ ความรา เริง ฉันใด, นิพพานกก็ ระทําความราเริงฉนั นน้ั , นเี่ ปน
คุณท่สี อง.

แกวมณกี ระทาํ ประโยชนใหร ุง เรืองข้นึ ฉนั ใด, นพิ พานกก็ ระทําประโยชนใ ห
รุงเรอื งขน้ึ ฉนั นั้น, นี่เปน คณุ ทสี่ าม. เหลา นแ้ี ล คณุ สามประการแหงแกว มณี ควรเทยี บ
ดว ยนพิ พาน."

ร. "คณุ สามประการแหง แกนจันทนแ ดง ควรเทียบกับนิพพานเปนไฉนเลา พระ
ผูเปน เจา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร แกน จันทนแ ดงเปนของทหี่ าไดด ว ยยากฉนั ใด, นิพพานก็
เปนของท่หี าไดด วยยาก ฉนั นนั้ , น่เี ปน คุณทหี่ นงึ่ .

แกน จนั ทนแดงเปนสงิ่ ทีไ่ มมขี องหอมอน่ื จะเสมอ ฉนั ใด, นพิ พานกเ็ ปน
ธรรมชาติไมม ขี องหอมอน่ื เสมอ ฉนั นน้ั , น่ีเปน คุณท่ีสอง.

แกน จนั ทนแ ดงเปนของอันบคุ คลผูด สี รรเสรญิ ฉันใด, นพิ พานกเ็ ปน ธรรมชาติ
อนั พระอรยิ บคุ คลสรรเสรญิ ฉันนั้น นเี่ ปนคณุ ท่ีสาม. น้แี ล คุณสามประการแหง แกน
จันทนแดง ควรเทียบกับนพิ พาน."

ร."ก็คุณสามประการแหง สปั ปอยางใด ควรเทยี บกับนพิ พานเปนไฉนเลา พระผู
เปนเจา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร สัปปอยา งใส เปนของถึงพรอ มดว ยสฉี นั ใด, นพิ พานกเ็ ปน
ของถึงพรอ มดว ยสีกลา ว คือ คุณความดี ฉนั นน้ั , นี่เปนคณุ ทีห่ นึ่ง.

สัปปอยางใส เปนของถงึ พรอ มดวยกลนิ่ ฉนั ใด, นพิ พานก็เปน ของถึงพรอม
ดว ยกลน่ิ กลาวคือศีล ฉันนน้ั , เปนคณุ ทีส่ อง.

สัปปอ ยา งใส เปน ของถงึ พรอมดวยรส ฉนั ใด, นพิ พานกเ็ ปนของถงึ พรอ มดว ย
รส ฉันนนั้ , น่ีเปนคณุ ทส่ี าม. เหลา นี้แล เปน คุณสามประการแหง สปั ปอ ยา งใส ควร
เทยี บกบั นพิ พาน."

ร. "กค็ ณุ หา ประการแหง ยอดภเู ขา ควรเทยี บกบั นพิ พานเปน ไฉนเลา พระผูเปน
เจา ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ยอดภูเขาเปนของสงู ฉนั ใด, นพิ พานก็เปนของสงู ฉนั นนั้ ,
น่เี ปนคณุ ที่หนงึ่ .

ยอดภูเขาเปน ของไมห วนั่ ไหว ฉนั ใด, นพิ พานกเ็ ปนของหวัน่ ไหว ฉนั นัน้ , นเ่ี ปน
คณุ ท่สี อง.

ยอดภูเขาเปน ของยากที่จะขนึ้ ไปได ฉนั ใด, นพิ พานก็เปน ของยากทก่ี ิเลสท้งั
ปวงจะขน้ึ ไปได ฉนั นน้ั , นเี่ ปน คณุ ทีส่ าม.

ยอดภูเขาเปนทไี่ มง อกขนึ้ แหง พชื ทงั้ ปวง ฉันใด, นิพพานก็เปน ทไี่ มง อกขึ้นแหง
กิเลสทง้ั ปวง ฉนั นนั้ , นีเ่ ปน คณุ ทส่ี ่.ี

ยอดภูเขา เปนของพน พเิ ศษแลว จากความเปนทยี่ นิ ดยี ินรายฉนั ใด, นพิ พานก็
เปน ของพนวเิ ศษแลว จากความยนิ ดีและความยนิ รายฉนั นนั้ , นี่เปน คณุ ทีห่ า . เหลา นีแ้ ล
คณุ หา ประการแหง ยอดเขาควรเทียบกบั นพิ พาน"

ร. "ดแี ลว พระผูเปน เจา นาคเสน ขอวสิ ัชนาปญ หาของพระผเู ปนเจา นน้ั สม
อยางนนั้ , ขา พเจา ยอมรับรองอยางนนั้ ."

๖. นพิ พานสัจฉิกรณปญหา ๘๓

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปนเจา นาคเสน ผเู จริญ พระผูเปนเจา กลาวอยูวา
"นพิ พานไมใ ชเ ปนธรรมชาตลว งไปแลว ไมใ ชเ ปน ธรรมชาต ยงั ไมม าถงึ ไมใชเปน ธรรม
ชาตเกดิ ข้ึนเฉพาะหนา , ไมใ ชเ ปนธรรมชาตเกิดขน้ึ แลว ไมใ ชเปน ธรรมชาตไมเ กิดขน้ึ
แลว ไมใ ชเ ปน ธรรมชาตอนั กเิ ลสทง้ั หลายยดึ มัน่ " ฉะน.ี้ กบ็ ุคคลผูใดผหู น่ึงในโลกนี้
ปฏบิ ตั ิชอบแลว ยอ มกระทาํ ใหแจงซง่ึ นพิ พาน บุคคลผูนนั้ ยอมกระทาํ ใหแ จงซง่ึ นพิ พาน
ที่เกดิ ข้ึนแลว หรือวายงั นิพพานใหเ กิดขนึ้ แลวจงึ กระทาํ ใหแ จง?"

พระเถรเจา ทลู วา "ขอถวายพระพร บคุ คลผูใดผหู น่ึงปฏบิ ัติชอบแลว ยอ ม
กระทําใหแ จงซงึ่ นพิ พาน บคุ คลผนู ั้นไมก ระทําใหแ จง ซง่ึ นพิ พานที่เกดิ ข้ึนแลว ไมไดยัง
นิพพานใหเ กดิ แลวจงึ กระทาํ ใหแ จง . กแ็ ตว า นพิ พานธาตทุ ่บี ุคคลผูปฏิบตั ิชอบแลว
กระทําใหแ จงมอี ย.ู "

ร. "พระนาคเสนผเู จรญิ พระผเู ปนเจา อยาแสดงปญ หานก้ี ระทําใหป กปด , จง
แสดงกระทาํ ใหเปดเผยใหปรากฏ, พระผเู ปน เจาจงเกิดฉนั ทะ เกิดอุตสาหะกระจาย
ขอ ความทง้ั ปวงทพ่ี ระผเู ปน เจาศกึ ษาแลวในปญ หาน,ี้ มหาชนนหี้ ลงพรอมแลว เกิด
ความสงสัย แลน ไปสูค วามสงสัยในปญหาน,ี้ พระผเู ปน เจาจงทาํ ลายลูกศรกลา วคอื
โทษภายในเสยี ."

ถ. "ขอถวายพระพร นพิ พานธาตุนน้ั เปน ธรรมชาตระงบั แลว เปนสขุ ประณตี ,
บุคคลผปู ฏิบตั ชิ อบแลว พจิ ารณาสังขารทงั้ หลายตามคาํ พราํ่ สอนของพระพทุ ธเจา ผู
ชํานะแลว ยอ มกระทาํ ใหแ จง ซ่ึงนิพพานนน้ั ดวยปญญา.

ขอถวายพระพร อนั เตวาสกิ ยอมกระทาํ ใหแ จงซงึ่ วทิ ยาดว ยปญ ญา ตามคาํ
พรํ่าสอนแหงอาจารย ฉันใด, บคุ คลผปู ฏิบตั ิชอบแลวยอ มกระทาํ ใหแจง ซง่ึ นพิ พานดวย
ปญ ญา ตามคาํ พรา่ํ สอนแหง พระพทุ ธเจา ผชู นะแลว ฉันนนั้ . กน็ พิ พานอนั บณั ฑติ พงึ
เห็นอยางไร? พงึ เหน็ โดยความเปน ของไมม เี หตุรา ย โดยความเปน ของไมมอี ันตราย
โดยความเปน ของไมมภี ัย โดยความเปน ของเกษม โดยความเปน ของระงบั แลว โดย
ความเปน สขุ โดยความเปน ของสําราญ โดยความเปน ของประณีต โดยความเปน ของ
สะอาด โดยความเปน ของเยือกเยน็ .

ขอถวายพระพร บรุ ษุ รอ นอยูด ว ยไฟอนั โพลงรอ น มีกองไมมากพน จากไฟน้นั
ดว ยความพยายามแลว เขา ไปสโู อกาสไมม ไี ฟ พงึ ไดสุขอยางยงิ่ ในทน่ี น้ั ฉนั ใด, บคุ คล

ใดปฏบิ ตั ชิ อบ บุคคลนั้นยอ มกระทาํ ใหแ จง ซึง่ นิพพานอนั เปนสุขอยา งยง่ิ อนั มีความ
รอ นพรอ ม คอื ไฟสามอยา งไปปราศแลว ดว ยความกระทาํ ในใจโดยแยบคาย ฉนั นน้ั .

ขอถวายพระพร ไฟไดแกไฟสามอยาง บรุ ษุ ผไู ปแลวในไฟไดแ กบ คุ คลปฏิบัติ
ชอบแลว โอกาสอนั หาไฟมไิ ดนนั้ ไดแ กน พิ พาน.

ขอถวายพระพร อกี อยา งหนง่ึ เหมอื นอยา งวา บุรุษผูไปแลวสกู องสว นแหง
ทรากศพงสู นุ ขั และมนษุ ยแ ละคูถ เขาไปแลวสรู ะหวา งปะปนดวยหมทู รากศพ พน จาก
ทรากศพนนั้ ดว ยความพยายามแลว เขา ไปสโู อกาสหาทรากศพมไิ ด พึงไดสขุ อยา งยิ่งใน
ทีน่ น้ั ฉนั ใด, บุคคลใดปฏบิ ัติชอบแลว บคุ คลนัน้ ยอมกระทําใหแ จง ซง่ึ นพิ พานอนั เปน สขุ
อยา งย่ิง อนั ปราศจากทรากศพ กลา วคือ กเิ ลสดว ยความกระทาํ ในใจโดยแยบคาย ฉนั
น้นั .

ขอถวายพระพร ทรากศพไดแกกามคณุ หา ประการ บรุ ษุ ผูไปสทู รากศพไดแก
บคุ คลผูปฏบิ ัตขิ ชอบ โอกาสหาทรากศพมิไดน น้ั ไดแ กน พิ พาน.

ขอถวายพระพร อกี อยา งหนึง่ เหมอื นอยา งวา บุรษุ ผูส ะดงุ หวาดกลวั แลว มจี ิต
แปรปรวนหมนุ ไปแลว พนจากจติ เชน นน้ั ดว ยความเพียรแลว เขา ไปสทู ห่ี าภัยมไิ ด และ
มน่ั คงไมห วนั่ ไหว พงึ ไดบ รมสุขในทน่ี น้ั ฉันใด, บุคคลใดปฏบิ ัติชอบแลว บุคคลนนั้ ยอ ม
กระทาํ ใหแ จง ซง่ึ นพิ พานอนั เปน บรมสุข มคี วามกลวั และความสะดงุ ไปปราศแลว ดวย
โยนโิ สมนสกิ าร ฉันนน้ั .

ขอถวายพระพร ภัยไดแกภัยทอี่ าศยั ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ เปน ไปเนือง ๆ
บุรุษผกู ลวั ไดแกบ ุคคลผูปฏิบัตชิ อบ สถานซงึ่ หาภัยมิไดน นั้ ไดแ กน พิ พาน.

ขอถวายพระพร อีกอยา งหน่ึง เหมอื นอยา งวา บุรษุ ลมลงทีป่ ระเทศเตม็ ไปดวย
เลนตมอนั หมน หมอง ชําระลา งเลนตมนน้ั เสยี ดว ยความเพยี รแลว เขาไปสูประเทศหมด
จดไมมีมลทนิ พึงไดบรมสขุ ในทนี่ นั้ ฉนั ใด, บคุ คลใด ปฏิบัติชอบแลว บคุ คลน้นั ยอ ม
กระทาํ ใหแจงซ่ึงนพิ พาน อนั เปน บรมสุข อนั มเี ปอ กตมหมน หมอง คอื กเิ ลสไปปราศ
แลว ดว ยโยนโิ สมนสกิ าร ฉนั น้นั .

ขอถวายพระพร เปอ กตม ไดแกล าภสักการะและความสรรเสริญบุรุษผไู ปสู
เปอ กตม ไดแ กบ ุคคลผปู ฏบิ ตั ิชอบ ประเทศอนั บรสิ ุทธห์ิ ามลทนิ มิไดนนั้ ไดแ กนพิ พาน.

กแ็ หละ บุคคลผูปฏิบตั ชิ อบแลว ยอมกระทาํ ใหแ จง ซง่ึ นพิ พานนนั้ เปน ไฉน? ขอ
ถวายพระพร คือ บุคคลใด ปฏิบัตชิ อบแลว บคุ คลนนั้ ยอ มพจิ ารณาความเปน ไปแหง
สังขารทงั้ หลาย, เมื่อพจิ ารณาความเปน ไปแหงสงั ขารทงั้ หลาย ยอ มเห็นความเกิด
ความแก ความเจบ็ ไข และความตาย ในสงั ขารทง้ั หลายเหลา นน้ั , บุคคลนน้ั ยอ มไม

เห็นซงึ่ อะไร ๆ ในเบ้ืองตน หรอื ทา มกลางหรอื ทีส่ ดุ ในสงั ขารทง้ั หลายเหลา นน้ั ซง่ึ เขา ถงึ
ความเปน ของควรถือเอา.

ขอถวายพระพร บรุ ุษยอ มไมเ หน็ ซง่ึ ประเทศแหงหน่งึ ขา งตนหรอื ทา มกลางหรอื
ทีส่ ุด ในกอนเหลก็ แดงรอนอยูต ลอดวนั ซง่ึ เขาถงึ ความเปน ของควรถอื เอา ฉนั ใด,
บุคคลใด พจิ ารณาความเปน ไปแหง สงั ขารทง้ั หลาย บคุ คลนนั้ เมือ่ พจิ ารณาความ
เปนไปแหง สงั ขารทั้งหลายอยู ยอ มเหน็ ความเกิด ความแก ความเจ็บไข และความตาย
ในสงั ขารท้ังหลายเหลา นนั้ , ยอมไมเหน็ ความสุขความสาํ ราญหนอ ยหน่งึ ในสังขาร
ท้ังหลายเหลา นัน้ , ยอ มไมเ หน็ อะไร ๆ ในเบอ้ื งตน หรอื ทา มกลางหรอื ทส่ี ุด ในสังขาร
ทัง้ หลายเหลา นน้ั ซง่ึ เขาถงึ ความเปน ของควรถอื เอา ฉนั นน้ั . เมือ่ บุคคลนัน้ ไดเ หน็ อะไร
ๆ ซึ่งเขา ถงึ ความเปน ของควรถอื เอา ความไมสบายในจิตกย็ อมตั้งอยพู รอม, ความเรา
รอ นในกายกย็ อ มหยง่ั ลง, บคุ คลน้ัน เปน ผไู มมที ี่ปองกนั ไมม ีท่พี ง่ึ ยอ มเบอ่ื หนา ยในภพ
ท้ังหลาย.

ขอถวายพระพร บุรุษพงึ เขา ไปสูก องไฟใหญ มีเปลวรุง เรือง, บรุ ุษนนั้ เปนผูไมมี
ท่ปี องกนั ไมม ที พี่ ง่ึ ของตนในกองไฟนน้ั พงึ เบอ่ื หนายในไฟ ฉันใด, เม่อื บคุ คลน้นั ไมเห็น
อะไร ๆ ซงึ่ เขาถงึ ความเปน ของควรถือเอา ความไมสบายในจติ ยอมตง้ั อยพู รอม, ความ
เรารอ นในกายยอ มหยง่ั ลง, บคุ คลน้ัน เปน ผูไมมีท่ีปองกนั ไมมที ่พี ง่ึ พงึ เบอื่ หนา ยในภพ
ท้งั หลาย ฉนั นน้ั . เมอ่ื บุคคลนั้นเหน็ ภัยในความเปน ไปแหงสงั ขารทง้ั หลายเปน ปกติ จิต
ยอมเกิดข้นึ อยางน้ีวา 'กค็ วามเปน ไปแหงสงั ขารทงั้ หลายนี้ เปนของรอ นพรอ ม รอนแต
ตน รอนโดยรอบมที ุกขม าก มคี วามคับแคน มาก;ถา ใคร ๆ มาไดความไมเปนไปแหง
สังขารทง้ั หลายไซร, คอื ธรรมชาตนใี้ ด ธรรมเปนท่ีระงบั แหงสังขารทงั้ ปวง ธรรมเปน ที่
สลดั คืนซงึ่ อปุ ธทิ ั้งปวง ธรรมเปนทส่ี น้ิ แหง ตณั หา ธรรมเปน ทีค่ ลายยอม ธรรมเปน ที่
เงยี บหาย ธรรมเปนท่ดี ับ ธรรมชาตนน้ั เปนของระงับแลว ธรรมชาตนน้ั เปน ของประณตี
ดังน.้ี จติ นี้ของบคุ คลนนั้ ยอมแลนไป ยอ มเล่อื มใส ยอมรา เริง ในความไมเ ปนไปแหง
สงั ขารทงั้ หลายวา 'ความออกไปจากภพทงั้ สาม อันเราไดเฉพาะแลว ' ดว ยประการ
ฉะน.ี้

ขอถวายพระพร บรุ ษุ ผเู สยี หายแลว หลีกไปสตู า งประเทศแลว เห็นหนทางท่นี าํ
ออกแลว ยอมแลน ไป ยอมพอใจ ยอ มรา เรงิ ในหนทางนน้ั วา 'หนทางเปน ทน่ี ําออกจาก
ความพินาศ อนั เราไดเ ฉพาะแลว ' ฉะน้ี ฉนั ใด, จติ ของบคุ คลผูเหน็ ภัยในความเปน ไป
แหง สงั ขารทง้ั หลายเปน ปกติ ยอมแลน ไป ยอ มเลื่อมใส ยอ มราเรงิ ในความไมเปน ไป
แหงสงั ขารทง้ั หลายวา 'ความออกไปจากภพทงั้ สามอนั เราไดเ ฉพาะแลว'ฉะน้ี ฉะนนั้ .
บคุ คลนนั้ ประมวลมา แสวงหาใหเจรญิ กระทาํ ใหม าก ซงึ่ หนทางเพื่อความไมเปน ไป

แหงสังขารทงั้ หลายอย,ู สติวิรยิ ะและปต ิของบคุ คลน้นั ยอ มตัง้ มนั่ เพอ่ื ความไมเปน ไป
แหงสังขารทงั้ หลายนนั้ . เมื่อบคุ คลนนั้ กระทาํ ในใจซง่ึ จิตนน้ั เนอื ง ๆ จิตก็กาวลว งความ
เปนไปแหง สงั ขารทัง้ หลายเสยี หย่ังลงยงั ความไมเปน ไปแหงสงั ขารทงั้ หลาย;ขอถวาย
พระพร บุคคลผูถึงความไมเ ปนไปแหงสงั ขารทง้ั หลายแลว บัณฑติ ยอมกลาววา 'เปน ผู
ปฏบิ ัติชอบแลว กระทาํ ใหแจง ซ่ึงนพิ พาน' ฉะน.้ี "

ร. "ดีแลว พระผเู ปน เจา นาคเสน ขอวิสัชนาปญหาของพระผูเปน เจา สมอยาง
นน้ั , ขา พเจา ยอมรับรองอยา งนน้ั .

๗. นพิ พานปฏ ฐานปญ หา ๘๔

พระราชาตรัสถามวา "พระผเู ปน เจา นาคเสน ประเทศทน่ี พิ พานตง้ั อยู มอี ยใู น
ทิศบูรพา หรอื ทิศทกั ษณิ ทิศปศ จิม ทศิ อดุ ร หรอื ขา งบน ขางลา ง ดา นขวาง?"

พระเถรเจา ทูลวา "ประเทศทนี่ ิพพานตั้งอยู ในทิศบูรพาเปน ตน ไมมี ขอถวาย
พระพร."

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน หากวา โอกาสทตี่ ั้งแหง นพิ พานไมม ีไซร ถา อยา งนน้ั
นพิ พานกไ็ มม,ี และนพิ พานทีผ่ ูใ ดกระทาํ ใหแจงความกระทาํ ใหแจงของผนู นั้ ก็เปลา ซ.ิ
ขา พเจา จะกลา วเหตุในขอนน้ั ; นาเปน ท่ตี ั้งข้นึ แหงธญั ชาตมิ อี ยู ดอกไมเ ปนท่ีตงั้ ข้นึ แหง
กลน่ิ มีอยู กอไมเปน ท่ีต้ังขนึ้ แหง ดอกไมม อี ยู ตน ไมเ ปน ที่ตง้ั ข้นึ แหงผลไมม ีอยู บอ เกิด
รัตนะเปน ที่ตง้ั ข้ึนแหงรตั นะมอี ยู บคุ คลผใู ดผูหนง่ึ ปรารถนาของใด ๆ ในทที่ ง้ั หลายนนั้
บุคคลน้นั ไปในทท่ี ัง้ หลายนนั้ นาํ ของนน้ั ๆ มาฉนั ใด; ถา วานพิ พานมอี ยู แมโอกาสเปน
ที่ต้ังขนึ้ แหงนพิ พานน้นั ใคร ๆ ตองปรารถนา ฉนั น้ัน. เพราะเหตุซง่ึ โอกาสเปนที่ตง้ั ขน้ึ
แหงนพิ พานไมม ี ขา พเจา จงึ กลาววา 'นพิ พานไมม'ี ดงั น,ี้ และนพิ พานอนั ผูใดกระทาํ ให
แจง ความกระทําใหแ จง แมข องผูนน้ั ก็เปลา "

ถ. "ขอถวายพระพร โอกาสเปน ที่ตง้ั แหง นพิ พานไมม ,ี แตน พิ พานนนั้ มีอย,ู
บคุ คลผูป ฏบิ ตั ชิ อบแลว ยอมกระทาํ ใหแ จง ซงึ่ พระนพิ พานโดยโยนิโสมนสิการ. ขอถวาย
พระพร ธรรมดาไฟ ยอ มมีอยูโ อกาสที่ต้งั ของไฟนนั้ ยอมไมม .ี บคุ คลสไี มส องอันเขา แลว
ยอ มไดไฟฉนั ใด, นิพพานมีอยู โอกาสท่ตี งั้ ของนพิ พาน ยอ มไมมี บคุ คลผูปฏิบตั ิชอบ
แลว ยอมกระทาํ ใหแจง ซง่ึ นพิ พาน โดยโยนโิ สมนสกิ ารฉันนน้ั ขอถวายพระพร.

อกี อยางหน่งึ เหมือนอยางวา แกว ทั้งเจ็ดมอี ยู แกว ทัง้ เจด็ นั้นคือ จกั รแกว ชา ง
แกว มา แกว แกว มณี นางแกว ขนุ คลงั แกว ขุนพลแกว โอกาสท่ีตง้ั แหง แกวเจ็ดประการ

นั้น ไมมี แตเมอื่ บรมกษัตริยป ฏิบัตชิ อบแลว แกวเจด็ ประการนนั้ กย็ อ มเกดิ ขน้ึ ดว ย
กําลังแหงการปฏิบัติ ฉันใด; นิพพานมอี ยู โอกาสที่ตงั้ แหง นิพพาน ไมมี
บุคคลผูป ฏบิ ัตชิ อบแลว ยอ มกระทาํ ใหแ จง ซึ่งนพิ พาน ดว ยโยนิโสมนสกิ ารฉนั น้นั ."

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน โอกาสทตี่ งั้ แหง นพิ พานไมมกี ช็ า งเถดิ กแ็ ตฐ านะท่ี
บคุ คลตั้งอยูแ ลว ปฏิบตั ิชอบแลว กระทาํ ใหแ จง ซง่ึ นพิ พาน มีอยหู รอื ?"

ถ. "ขอถวายพระพร ฐานะทบี่ ุคคลตง้ั อยแู ลว ปฏบิ ตั ชิ อบแลว กระทําใหแ จง ซงึ่
นิพพาน มีอย.ู "

ร. "กฐ็ านะนัน้ เปนไฉน พระผเู ปน เจา ?"
ถ. "ขอถวายพระพร ฐานะ คอื ศลี บุคคลตัง้ ม่ันในศลี แลวเม่อื กระทาํ ในใจโดย
อุบายทช่ี อบ ตง้ั อยใู นสกลนครและยวนนครก็ดี ในจีนนครและวลิ าตนครก็ดี ในอลสนั
ทนครกด็ ี ในนกิ มุ พนครกด็ ี ในกาสนี ครและโกสลนครกด็ ี ในกัสมีรนครกด็ ี ในคนั ธาร
นครก็ดี บนยอดภเู ขาก็ดี บนพรหมโลกก็ดี ในทีใ่ ดทห่ี นึ่งกด็ ี ปฏิบัติชอบแลว ยอมกระทํา
ใหแจง ซงึ่ พระนิพพาน.
ขอถวายพระพร บุรษุ ผใู ดผหู นงึ่ มีจกั ษุ คอื ปญ ญา ตง้ั อยูแ ลว ในทที่ ง้ั หลาย มี
สกนครและยวนนครเปน ตน ยอ มเหน็ อากาศ ฉนั ใดบุคคลผูตัง้ มัน่ ในศลี แลว เม่อื กระทํา
ในใจโดยอุบายที่ชอบ ต้ังอยแู ลวในทท่ี งั้ หลายมสี กนครและยวนนครเปนตน ปฏบิ ัติชอบ
แลว ยอมกระทาํ ใหแจง ซงึ่ นพิ พาน ฉันนั้น.
ขอถวายพระพร อีกประการหนงึ่ เหมือนอยา งวา บุรพทิศยอ มมีปรากฏแกบรุ ุษ
ผูต้ังอยูใ นทที่ ง้ั หลาย มสี กนครและยวนนครเปนตน ฉนั ใด, เมอ่ื บุคคลตั้งม้ันในศีล
กระทําในใจโดยแยบคาย ตง้ั อยใู นทท่ี ้ังหลาย มีสกนครและยวนนครเปน ตน ปฏบิ ัตชิ อบ
แลว ความกระทาํ ใหแ จง ซงึ่ นิพพาน กย็ อ มมีปรากฏ ฉนั น้นั ."
ร. "ดลี ะ พระผเู ปนเจา นาคเสน นพิ พาน พระผเู ปน เจา แสดงแลว, ความกระทํา
ใหแ จงซง่ึ นพิ พาน พระผเู ปน เจา แสดงแลว, คุณท้ังหลายแหงศลี พระผเู ปนเจา กระทาํ
รอบคอบแลว , สัมมาปฏิบัติ พระผูเปน เจาแสดงแลว, ธงคอื พระธรรม พระผเู ปนเจา
ยกขน้ึ แลว , แบบอยา งแหง ธรรม พระผเู ปน เจาใหตง้ั อยูพรอ มแลว, สัมมาปโยคของ
บุคคลผปู ระกอบทัว่ ดแี ลว ไมเ ปน หมนั , พระผูเปนเจา ผปู ระเสริฐเลิศแหงหมูช น ขอ
วิสัชนาปญหาของพระผูเปน เจา สมอยา งนนั้ , ขา พเจา ยอมรับรองอยา งนัน้ ."

๘. อนุมานปญ หา ๘๕

ลําดบั นน้ั พระราชามิลนิ ท เสด็จเขาไปหาพระนาคเสน ผูมอี ายโุ ดยสถานทท่ี าน
อยู คร้นั เสด็จเขา ไปหาแลว นมัสการพระนาคเสนผมู อี ายแุ ลว ประทบั อยู ณ ทคี่ วรแหง
หนง่ึ . ประทับเปนปกติแลว เปนผูใครทรงทราบ ใครทรงสดับ ใครทรงจดจํา ใครท รงเหน็
อาโลกกลา ว คอื พระญาณปรชี า ใครทรงทําลายอัญญาณความไมรเู สีย ใครทรง
กระทาํ ญาณาโลกใหเกดิ ขึน้ ใครทรงกระมดื คอื อวชิ ชาใหพนิ าศ เขาไปตง้ั ไวซง่ึ ความรู
ย่ิงซงึ่ ปญญา ซงึ่ พระอตุ สาหะ และซง่ึ พระสตสิ ัมปชัญญะแลว จงึ ไดตรสั พระวาจาอนั นี้
กะพระนาคเสน ผมู ีอายวุ า "พระนาคเสนผเู จรญิ , พระพทุ ธเจา พระผเู ปนเจาไดเห็น
หรือ?"

พระเถรเจา ถวายพระพรวา "อาตมภาพไมไ ดเ หน็ ขอถวายพระพร."
ร. "ก็อาจารยท ัง้ หลายของพระผูเปน เจาไดเห็นหรอื ?"
ถ. "อาจารยทง้ั หลายของอาตมภาพกห็ าไดเ หน็ ไม. "
ร. "พระพทุ ธเจา พระผเู ปนเจา ก็มไิ ดเหน็ , อาจารยข องพระผูเปน เจา ก็มไิ ดเ หน็ ,
ถาเชน นนั้ พระพทุ ธเจา กไ็ มม ,ี เพราะวา พระพทุ ธเจา ยอมไมปรากฏในปญหาขอน.ี้ "
ถ. "ขอถวายพระพร บรมกษตั ริยผ เู ปนประถมขตั ติยราชวงศข องบรมบพิตร มี
หรอื ไม?"
ร. "มซี ิ สงสยั อะไร."
ถ. "ก็บรมบพติ รไดเ คยทรงเหน็ หรือ?"
ร. "ไมเ คยเหน็ ."
ถ. "กช็ นทงั้ หลายผสู าํ หรับกราบทลู เตือนบรมบพติ ร คอื ปโุ รหติ เสนาบดี
อมาตยผ ูว นิ จิ ฉัย ไดเ คยเหน็ หรือ?"
ร. "ไมเคยเหน็ เหมอื นกัน."
ถ. "ถา วา บรมบพติ รไมไดเคยทรงเหน็ บรมกษัตริยผ เู ปนประถมขตั ติยราชวงศ
และชนทงั้ หลายผสู าํ หรบั กราบทูลเตือน กไ็ มไ ดเหน็ บรมกษัตรยิ ผูเปน ประถมขตั ติย
ราชวงศจะมีทไี่ หน, เพราะวา ไมป รากฏในปญ หาขอ น.ี้ "
ร. "เคร่อื งราชปู โภคทง้ั หลายท่บี รมกษัตริย ผเู ปน ประถม
ขตั ตยิ ราชวงศ ไดใชส อยยังปรากฏอยู คอื เศวตฉัตร มหามกฏุ ฉลองพระบาท วาลวชิ นี
พระขรรคแกว และทบ่ี รรทมทัง้ หลายมรี าคามาก ขา พเจา จงึ ทราบและเชอื่ แนว า 'บรม
กษัตรยิ ผ ูเปนประถม
ขัตติยราชวงศม จี รงิ ."
ถ. "ขอถวายพระพร อาตมภาพทราบและเชอ่ื ซงึ่ พระผทู รงพระภาคเจา วา 'มี
จริง' เหมือนฉะนนั้ , เหตเุ ปน เครือ่ งใหอาตมภาพทราบและเชื่อแนวา 'พระผูมพี ระภาค

เจานน้ั มอี ยูจริง' ฉะนี้ มีอยู คือ เครอื่ งพทุ ธบรโิ ภคทง้ั หลายทพี่ ระผมู พี ระภาคเจา ผูรผู ู
เหน็ ผูอรหนั ตสัมมาสมั พุทธนนั้ ไดท รงใชส อยมอี ย,ู คือ สติปฏฐานส่ี สมั มัปปธานสี่ อิทธิ
บาทสี่ อินทรยี ห า พละหา โพชฌงคเจ็ด อริยาษฏางคกิ มรรคแปด, โลกท้งั เทวโลก ยอ มรู
ยอ มเชือ่ แนว า 'พระผมู พี ระภาคเจานนั้ มีอย'ู ฉะน.้ี ขอถวายพระพร บรมบพิตรพงึ ทราบ
โดยเหตุ โดยปจ จัย โดยนยั โดยทางอนมุ านนว้ี า 'พระผมู พี ระภาคเจา น้นั มีอย'ู ฉะน.ี้
พระผูมพี ระภาคเจา 'ทรงยังประชมุ ชนใหขามจากสงสารกันดารเสด็จปรินิพพานแลว
เพราะสนิ้ ไปแหงอปุ ธกิ ลาวคอื เบญจขนั ธ กิเสลกรรม, บรมบพติ รธรรมกิ มหาราช ควร
ทรงทราบโดยทรงอนมุ านวา 'พระพทุ ธเจาผสู ูงสุดกวา สตั วสองเทา มอี ยูจรงิ ' ดวย
ประการฉะน.ี้ "

ร. "พระผูเปน เจานาคเสน ขอพระผเู ปน เจา กระทาํ อุปมา."
ถ. "ขอถวายพระพร เหมอื นอยางวา นายชา งผตู กแตง พระนครอยากสรางพระ
นคร กเ็ ลือกหาพนื้ ทีอ่ นั เสมอ ไมสงู ไมต่ํา ไมมีกรวด และหิน ไมม ีอุปท วะ ไมมโี ทษ นา
รนื่ รมยก อ นแลว ใหก ระทาํ พนื้ ทซี่ งึ่ ไมเ สมอใหเสมอ แลว ใหช าํ ระตอไมและหนามแลว จงึ
สรา งพระนครลงในพน้ื ทีน่ นั้ พระนครนนั้ แบงกําหนดโดยสวนอยางงาม มคี ูและกาํ แพง
ขุดกอ แลว มีประตหู อรบและยุงฉางมนั่ คง มที องสนามและถนนสแ่ี ยก ถนนตดิ ตอกัน
สายเดียว ถนนสามแยกเปน อันมาก มที ัง้ ถนนหลวง มพี นื้ เสมอสะอาด มรี า นตลาด
แบง ปนตง้ั ไวดแี ลว มสี วนเปน ทย่ี นิ ดแี ละสระใหญสระบัว บรบิ รู ณดว ยนาํ้ ควรด่ืม
ประดับแลว ดวยสถานอนั ประเสรฐิ มีอยางมาก เวน จากโทษทจ่ี ะพงึ ตวิ า ไมงามทงั้ ปวง,
นายชางผูตกแตงพระนครนน้ั คร้ันพระนครน้นั ถงึ แลว ซงึ่ ความเปน ของไพบูลยโ ดย
ประการทง้ั ปวง ก็ไปเสยี ยงั ประเทศอื่น, คร้นั ตอ มา พระนครนัน้ แข็งแรงเจรญิ สุข มี
อาหารบรบิ ูรณเกษมสาํ ราญมัง่ คัง่ ไมม ีเหตรุ าย หาอันตรายมิได ขนเปนอนั มาก คบั คง่ั
ดว ยชนตา งชาตติ า งภาษา คอื กษัตริย พราหมณ เวสสะ สุททะ นายชา ง นายมา นาย
รถ คนเดนิ เทา คนถอื ธนู คนถืออาวธุ ราชบตุ รเขม แข็ง ทหารผกู เกราะไลข า ศึกกลาหาญ
บตุ รทาส บุตรอมาตย หมูค นปลา้ํ คนทาํ ครวั ชา งตัดผม ชา งจาระไน ชางดอกไม ชา ง
ทอด ชา งเงิน ชา งตะก่ัว ชา งดีบุก ชางโลหะ ชา งลกู ปน ชา งเหลก็ ชา งแกวมณี ชา งทอ
ผา ชา งหมอ ชา งเกลือ ชา งหนัง ชา งรถ ชา งงา ชา งเชอื ก ชางหวี ชางดา ย ชา งสาน ชา ง
ธนู ชา งสายธนู ชา งศร ชา งเขียน ชา งทาํ ทอ่ี าศัย ชา งยอม คนทาํ งานตา ง ๆ คนทําเครื่อง
หอม คนเกย่ี วหญา คนตัดฟน คนทาํ การจา ง คนหาผกั คนหาผลไม คนหารากไม คนหงุ
ขา ว คนทาํ ขนม คนหาปลา คนหาเน้อื คนทําของเมา คนฟอนราํ คนโลดเตน คนเลน กล
คนขับรอ ง คนเผาศพ คนเทดอกไม พราน หญงิ แพศยา ทาสผี นู ําไปซง่ึ หมอ ชาวสกนคร
และชาวยวนนคร จนี นคร วลิ าตนคร ชาวอชุ เชนนี คร ชาวภารนุ ครและกจั ฉกนคร ชาว

กาสีนครและโกสลนคร อปรนั ตกนคร ชาวมคธนคร ชาวสาเกตนคร ชาวโสรัฏฐกนคร
ชาวปาเฐยยกนคร ชาวโกตมุ พนครและมธรุ กนคร ชาวอลสันทนคร กสั มีรนคร คนั ธาร
นคร ไดเ ขาไปอาศยั อยูใ นพระนครนนั้ , ชนชาวตางประเทศเหน็ พระนครใหม ซึง่ จาํ แนก
ภูมิสถานเปน ตน ดหี าทีต่ ิมิได เปน ทนี่ า รน่ื รมยน น้ั แลว ยอ มรโู ดยอนมุ านวา 'นายชาง
ผสู รา งพระนครนี้ เปน ผฉู ลาดทเี ดยี ว' ดงั น้ี ฉนั ใดก็ด,ี พระผูมพี ระภาคเจานนั้ เปน ผไู มม ี
ผใู ดเสมอ เปนผเู สมอดวยบคุ คลผูหาใครเสมอมไิ ด เปน ผูไมมีบุคคลผเู สมอเปรยี บ เปน
ผหู าใคร ๆ เชน ดวยพระองคมไิ ด เปนผูอนั บุคคลไมพ ึงชั่ง ไมพ ึงนบั ไมพงึ ประมาณ เปน
ผมู ีพระคุณอนั นบั ไมไ ด เปน ผถู งึ ซง่ึ ความเปยมแหง พระคณุ เปน ผูมปี ญ ญาเคร่ืองเหน็
หาที่สุดมไิ ด เปน ผูม ีพระเดชานภุ าพหาทส่ี ดุ มไิ ด เปน ผมู พี ระวิรยิ ะหาทสี่ ุดมไิ ด เปน ผมู ี
พระกําลงั หาทสี่ ดุ มไิ ด เปน ผถู งึ แลวซง่ึ ความเปยมแหง พระพทุ ธพล พระองคย งั มาร
พรอ มดว ยเสนาใหปราชยั แลว ทรงทาํ ลายซง่ึ ขา ยคือทฏิ ฐแิ ลว ยงั อวิชชาใหสนิ้ ไปแลว ให
วทิ ยาเกดิ ขนึ้ แลวทรงไวซึง่ คบเพลิงกลา วคือพระธรรม ถงึ แลว ซ่งึ ความเปนผูตรสั รู
เญยยธรรมทง้ั ปวง มสี งครามอนั ผจญชนะแลว ไดท รงสรา งพระนคร กลา วคอื พระธรรม
ไว ฉนั น้นั นนั่ เทียวแล.

ขอถวายพระพร ธรรมนครของพระผมู พี ระภาคเจา มศี ลี เปนกาํ แพง มีหิรเิ ปน คู
มีญาณเปน ซมุ ประตู มวี ิรยิ ะเปนหอรบ มศี รทั ธาเปน เสาระเนยี ด มสี ตเิ ปน นายประตู มี
ปญญาเปนปราสาท มีสุตนั ตปฎกเปน ทอ งสนาม มอี ภิธรรมปฎกเปน ถนนสามแพรง มี
วนิ ยั ปฎ กเปน วินิจฉยั สภาคารสถาน มสี ตปิ ฏฐานเปน ถนน.

อนึง่ รานทงั้ หลายเหน็ ปานน้ี เปน ของอนั พระผูมีพระภาคเจา เปดไวแ ลว ใน
ถนนกลา วคอื สติปฏ ฐาน, คอื รานขายดอกไม รานขายของหอม รานขายผลไม รา น
ขายยาถอนพษิ รานขายยาแกโรคตา ง ๆ รา นขายนํา้ อมฤต รานขายแกว รา นขายของ
ท้งั ปวง."

ร. "พระผเู ปน เจา นาคเสน รา นขายดอกไมของพระผูมพี ระภาคเจา เปน ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร ความจาํ แนกอารมณท ั้งหลายเปน ของอันพระผมู พี ระภาค
เจาผรู ผู ูเ หน็ ผอู รหันตสมั มาสัมพุทธะนั้น ไดตรสั ไว คอื สญั ญาวา ไมเทย่ี ง สญั ญาวา
มใิ ชตัวตน สญั ญาวา ไมง าม สัญญาวา มอี าทนี พ สญั ญาในอนั ละ สญั ญาในวริ าคธรรม
สญั ญาในนโิ รธธรรม สญั ญาในความไมน า เพลดิ เพลนิ ยงิ่ ในโลกทงั้ ปวง สญั ญาใน
ความไมน า ปรารถนาในสงั ขารท้ังปวง สติระลกึ ลมหายใจออกเขา สญั ยาในซากศพอัน
เนา พองขน้ึ สญั ยาในซากศพทีม่ สี เี ขยี ว สญั ญาในซากศพท่มี นี าํ้ เหลืองไหลออกอยู
สัญญาในซากศพที่ขาดกลางตัว สัญญาในซากศพทีส่ ตั วก ดั กนิ สัญญาในซากศพทมี่ ี
มอื เทาและศรี ษะขาด สญั ญาในซากศพทเี่ ขาสบั ฟน บ่ันเปน ทอ น ๆ สญั ญาในซากศพท่ี

มโี ลหิตไหลออกอยู สญั ญาในซากศพทข่ี าดกลางตวั สญั ญาในซากศพท่ีสตั วก ดั กนิ
สัญยาในซากศพที่มมี ือเทา และศีรษะขาด สญั ญาในซากศพทเี่ หลอื แตรางกระดูก
สญั ญาในเมตตา สญั ญาในกรณุ า สัญญาในมทุ ติ า สัญยาในอเุ บกขา ระลึกถงึ ความ
ตาย สตไิ ปในกายความจาํ แนกอารมณเหลา นีแ้ ล เปนของอนั พระผูม พี ระภาคเจา ได
ตรัสไว บคุ คลผูอยากจะพน จากชาติชราและมรณะ ยอ มถือเอาซงึ่ อารมณอนั ใดอนั หนงึ่
, กย็ อมพน จากราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทฏิ ฐิ และขามสงสาร หา มเสียซ่งึ กระแสแหง
ตณั หา ชาํ ระมลทินสามอยา ง ดวยอารมณน ้ัน, ฆาเสียซง่ึ กเิ ลสทง้ั ปวง เขาไปแลว สูพระ
นคร คือ พระนิพพาน อนั ไมม ีมลทนิ ไมม ธี ลุ ี หมดจดขาวผอง ไมมคี วามเกดิ ไมม ชี รา
ไมมมี รณะ เปน สขุ เปน ของเยน็ หาภัยมิได สูงสดุ กวา เมอื งตามธรรมดา ยงั จิตใหพ น
พเิ ศษ เพราะความเปน พระอรหันต. นแี้ ล ขอถวายพระพร บัณฑิตกลา ววา 'รานขาย
ดอกไมข องพระผูมีพระภาคเจา '.
ทานทง้ั หลาย ถือเอาราคาคอื กระทําความเพยี รเปน ตน เขา ไปสูรา น ซอ้ื เอาอารมณแ ลว
จะพน จากทกุ ขทั้งปวงดวยธรรมชาติเปนทพ่ี น น้นั ดว ยประการฉะน.้ี "

ร. "พระนาคเสนผเู จรญิ รานขายของหอมแหงพระผมู พี ระภาคพทุ ธเจา เปน
ไฉน?"

ถ. "ขอถวายพระพร ความจาํ แนกศลี ทง้ั หลายเปน ของอนั พระผูม พี ระภาคเจา
ผูรผู เู หน็ ผูอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธะนั้นไดตรัสไว, พทุ ธโอรสแหง พระผมู ีพระภาคเจา ไดล บู
ไลข องหอมกลา วคือศีล ยงั โลกทั้งเทวโลกใหตลบไปดว ยกลน่ิ คอื ศีล, ยอมฟงุ ไปในทศิ
ใหญทิศนอยตามลมทวนลม. ความจาํ แนกศลี ทัง้ หลายเหลานัน้ เปน ไฉน? คือ ศลี กับทง้ั
สรณะ ศลี หา ศลี มอี งคแปด ศีลมอี งคส บิ ปาฏิโมกขสังวรศลี อันนับเขา ในอุทเทสหา . น้ี
แล ขอถวายพระพร บัณฑติ กลาววา 'รา นขายของหอมแหงพระผมู ีพระภาคเจา .' แม
พุทธพจนน ้ี อนั พระผมู พี ระภาคเจาผเู ทพดาลวงเสยี ซึ่งเทพดา กไ็ ดทรงภาสติ ไววา :-
'กล่นิ แหง บปุ ผชาติยอมไปทวนลมไมได, กล่นิ แหง แกน จนั ทนหรือกลนิ่ แหง กฤษณาและ
ดอกมะลิ กย็ อ มไปทวนลมไมได สวนกลนิ่ ของทานผูเ ปน สตั บรุ ุษทงั้ หลาย ยอ มไปทวน
ลมได, เหตวุ าทา นผเู ปน สตั บุรษุ ยอ มฟุงไปในทิศทงั้ ปวง, บรรดาคันธชาตทงั้ หลาย
เหลา นี้ คอื แกน จนั ทน กฤษณา ดอกบัว และดอกมะลิ คนั ธชาตคือศลี เปน ของไมม ี
คนั ธชาตอนื่ จะยิ่งไปกวา. กล่ินกฤษณา กลิ่นแกน จนั ทนเ ปน ของมกี ลนิ่ นอ ย, ฝายกลนิ่
ของทา นผูมีศลี ทัง้ หลาย เปน ของอุดม ยอมฟุงไปในเทพดาและมนษุ ยท ง้ั หลาย' ดงั น.้ี "

ร. "พระนาคเสนผเู จริญ รานขายผลไมข องพระผูมีพระภาคเจา เปน ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร ผลทงั้ หลาย อนั พระผมู พี ระภาคเจา ไดตรสั ไว คอื โสดา
ปต ติผล สกทาคามผิ ล อนาคามิผล อรหัตตผล สญุ ญตผลสมาบัติ อนิมิตตผลสมาบตั ิ

อัปปณหิ ติ ผลสมาบัต.ิ บรรดาผลเหลา นนั้ บุคคลผูใดผูห น่ึงยอมปรารถนาผลใด บคุ คล
ผูนน้ั ใหราคา คอื ทําความเพียรเปน ตน แลว ซื้อเอาผลท่ีตนปรารถนานนั้ คอื ถา วา
ปรารถนาโสดาปต ติผลเปนตน กซ็ ือ้ โสดาปต ตผิ ลเปนตน.

ขอถวายพระพร เปรียบเหมอื นไมมะมว งของบรุ ษุ บางคน เปน ไมมีผลเปนนิตย,
คนซ้อื ทงั้ หลายยงั ไมมาเพียงใด บุรษุ นน้ั กไ็ มย ังผลทง้ั หลายใหห ลน จากตนเพยี งนนั้ ,
ครนั้ รบั ราคาจากคนซื้อท้งั หลายผมู าซ้ือแลวจึงกลาววา 'บรุ ษุ ผูเ จริญ ไมมะมว งนนั้ เปน
ไมม ผี ลเปนนติ ย ทา นปรารถนาผลชนิดใด จงถอื เอาผลชนดิ นนั้ ดิบกม็ ี สกุ กม็ 'ี ดงั นี้ คน
ซือ้ น้นั ถา ปรารถนาผลดบิ ก็ถอื เอาผลดิบตามราคาท่ตี นใหน น้ั ถา ปรารถนาผลสุก ก็
ถอื เอาผลสกุ ตามราคาทีต่ นใหน นั้ ฉนั ใด, บคุ คลผใู ดปรารถนาผลอนั ใด บคุ คลนัน้ ให
ราคาคอื ทาํ ความเพยี รเปนตน แลว ซอื้ เอาผลทีต่ นปรารถนานนั้ คอื ถา วาปรารถนา
โสดาปต ตผิ ลเปนตน ก็ซอื้ โสดาปตติผลเปนตน ฉนั นัน้ . น้ีแล ขอถวายพระพร บัณฑติ
กลาววา 'รานขายผลไมข องพระผมู พี ระภาคเจา .'
ชนทง้ั หลายใหร าคากลา วคอื ทําความเพยี รเปน ตน แลว กถ็ อื เอาผลไมกลาว คอื อมฤต
ธรรม, เพราะเหตนุ นั้ ชนเหลา ใดไดซ ือ้ ผลไมกลา วคอื อมฤตธรรม, ชนเหลา น้ันเปน ผถู ึง
แลว ซง่ึ ความสขุ ดว ยประการฉะน.้ี "

ร. "พระนาคเสนผเู จรญิ รา นขายยาถอนพษิ ของพระผูมพี ระภาคเจาเปน ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร ยาถอนพษิ ทง้ั หลายทพี่ ระผมู พี ระภาคเจาทรงเปลอ้ื งโลก
ทง้ั เทวโลกจากพษิ คอื กิเลส อนั พระองคไดตรสั ไว, ก็ยาถอนพษิ เหลานนั้ ไฉน? คอื อิรย
สจั ส่ี อันพระองคไดตรัสไว. คอื ทกุ ขอริยสจั หนงึ่ ทุกขสมทุ ัยอรยิ สัจหนง่ึ ทุกขนโิ รธ
อรยิ สจั หนงึ่ ทกุ ขนิโรธคามนิ ปี ฏิปทาอรยิ สจั หนงึ่ . บรรดาอรยิ สัจจส่นี นั้ บุคคลเหลาใด
เหลา หนง่ึ เปนผเู พงเพอื่ ความรทู ่วั ถงึ ฟง อยซู ึง่ อรยิ สจั ธรรมสี่ บุคคลเหลานนั้ ยอมพน
จากชาตชิ รามรณะและโสกปริปริเทวทกุ ขโทมนัสอปุ ายาสทงั้ หลาย. น้แี ล ขอถวายพระ
พร บัณฑติ กลา วา 'รา นขายยาถอนพษิ แหง พระผูมพี ระภาคเจา .'
ยาถอนพษิ เหลาใดเหลา หนง่ึ ใน โลกอนั บาํ บดั เสียซงึ่ พษิ ท้ังหลายซงึ่ จะเสมอดว ยยาถอน
พษิ คอื ธรรม มิไดมี ภิกษุทง้ั หลายเพราะฉะนั้น ทานทง้ั หลาย จงดมื่ ยาถอนพษิ คือธรรม
น้ัน ดว ยประการฉะน.ี้ "
ร. "พระนาคเสนผเู จริญ รา นขายยาแกโ รคตาง ๆ ของพระผูม ีพระภาคเจา เปน
ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร ยาแกโ รคตาง ๆ ทงั้ หลาย ท่พี ระผมู ีพระภาคเจา ทรงแกไ ข
เทพดาและมนษุ ยท ้งั หลาย อนั พระองคไดตรสั ไวค ือ สติปฏ ฐานส่ี สมั มปั ปธานสี่ อทิ ธิ
บาทสี่ อินทรียห า พละหา โพชฌงคเ จ็ด มจิ ฉาสงั กัปปะ มจิ ฉาวาจา มจิ ฉากมั มนั ตะ

มจิ ฉาอาชวี ะ มิจฉาวายามะ มิจฉาสติ มิจฉาสมาธิ ดวยยาแกโรคตาง ๆ เหลาน,้ี และให
ทาํ ซง่ึ อนั ยงั ของเสยี คือโลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทฏิ ฐิ วจิ กิ จิ ฉา อุทธจั จะ ถนี มทิ ธะ อหิริ
กะและอโนตตปั ปะ สรรพกเิ ลสใหอาเจยี นออกเสยี ดวยยาแกโรคตาง ๆ เหลา น.้ี นีแ้ ล
ขอถวายพระพรบัณฑิตกลา ววา 'รา นขายยาแกโรคตา ง ๆ ของพระผมู พี ระภาคเจา .'
ยาเหลา ใดเหลา หนึ่งแกโ รคตาง ๆ มอี ยใู นโลกมาก ซง่ึ จะเสมอดวยยาแกโ รคตาง ๆ
กลาวคือ ธรรมยอ มไมม .ี ภิกษุทงั้ หลาย เพราะฉะนน้ั ทา นทัง้ หลายจงด่มื ยาแกโ รคตา ง
ๆ กลา วคือธรรมนัน้ . ชนเหลา ใด ด่มื ยาแกโ รคตาง ๆ กลา วคอื ธรรมแลว ชนเหลา นนั้ พงึ
เปนผหู าแกและตายไม, และชนเหลา ใด เจริญแลว เหน็ แลว ชนเหลา นน้ั เปน ผดู ับแลว
เหตสุ ิ้นไปแหง อุปธิ ดวยประการฉะน.้ี "

ร. "พระนาคเสนผเู จริญ รา นขายนาํ้ อมฤตของพระผมู พี ระภาคเจาเปน ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร นาํ้ อมฤตอนั พระผูมพี ระภาคเจาไดตรสั ไว พระผมู พี ระภาค
เจาไดอ าบโลกทงั้ เทวโลกดว ยนาํ้ อมฤตไรเลา , เทพดามนษุ ยท ้งั หลาย ที่พระผมู พี ระภาค
เจาอาบดว ยนา้ํ อมฤตไรเลา ยอ มพน จากชาตชิ ราพยาธมิ รณะ และโสกปรเิ ทวทกุ ข
โทมนัสอปุ ายาสทงั้ หลาย นา้ํ อมฤตนนั้ เปน ไฉน? นํา้ อมฤตน้ันไดแกก ายคตาสต.ิ แม
พทุ ธพจนนี้ อนั พระผูมพี ระภาคเจาผเู ทพดาลว งเสยี ซง่ึ เทพดา ไดท รงภาสิตไววา 'ภิกษุ
ทงั้ หลาย ชนเหลาใดบรโิ ภคกายคตาสติ ชนเหลา นนั้ ชือ่ วา บรโิ ภคอมฤตธรรม' ฉะน.ี้ น้ี
แล ขอถวายพระพร บณั ฑติ กลา ววา 'รานขายนา้ํ อมฤตของพระผมู พี ระภาคเจา.'
พระผูม ีพระภาคเจา ทอดพระเนตรเหน็ หมูคนผเู จ็บแลว ไดเปด ไวซ ึ่งรา นขายนา้ํ อมฤต,
ภกิ ษทุ ง้ั หลาย ทานทง้ั หลายจงซ้อื นาํ้ อมฤตน้นั ดว ยราคาคอื ความเพยี รเปนตน แลว
ถือเอานา้ํ อมฤตนนั้ ดวยประการฉะน.้ี "
ร. "พระนาคเสนผูเ จริญ รา นขายแกวของพระผมู ีพระภาคเจา เปน ไฉน?"
ถ. "ขอถวายพระพร แกวท้ังหลายอนั พระผมู พี ระภาคเจา ไดตรัสไว พุทธโอรส
ทั้งหลายของพระผูมีพระภาคเจา ประดับแลว ดว ยแกว เหลา ใดเลา ยอมยังโลกท้ังเท
วโลกใหรงุ เรอื งโพลงแจม กระจา งสอ งสวา งขางบนลา งลา งดา นขวาง. แกว เหลา นน้ั เปน
ไฉน? แกวคือศลี แกวคือสมาธิ แกว คอื ปญ ญา แกวคอื วิมุตติ แกวคือวิมุตติญาณทสั
สนะ แกว คือปฏสิ ัมภทิ า แกว คอื โพชฌงค.
ขอถวายพระพร แกว คือศีลของพระผมู พี ระภาคเจา เปน ไฉน? คอื ปาฏโิ มกข
สังวรศลี อนิ ทรียสังวรศลี อาชีวปารสิ ทุ ธศิ ลี ปจจยสนั นิสสติ ศลี จุลลศลี มชั ฌิมศีล มหา
ศีล มคั คศลี ผลศีล, โลกทงั้ เทวดาทงั้ มารทงั้ พรหม หมูสตั วทง้ั สมณะพราหมณ ยอมรกั
ใครปรารถนา บคุ คลผปู ระดับดวยแกว คอื ศีล. ภิกษุผปู ระดบั ดวยแกว คอื ศีล ยอม
ไพโรจนรงุ เรืองทวั่ ทิศใหญท ศิ นอ ยขา งบนขางลา งดานขวาง, ลว งย่งิ ครอบงาํ แกว ทงั้ ปวง

ต้งั อยใู นระหวา งนี้ คือขางลา งตงั้ แตอ เวจอี นั พระผมู พี ระภาคเจา ไดเ ปด ไวในรานขาย
แกว . นี้แล ขอถวายพระพรบณั ฑติ กลา ววา 'แกว คอื ศลี ของพระผมู พี ระภาคเจา.'แกว
คือ ศลี ท้งั หลายเหน็ ปานน้ี มอี ยูในรา นของพระผมู พี ระภาคเจา , ทา นทง้ั หลายจงซื้อแกว
คือศลี น้นั ดว ยราคาคอื ทําความเพยี รเปน ตน แลว ประดับแกวคอื ศีลน้ันดวยประการ
ฉะน.้ี

ขอถวายพระพร แกว คือ สมาธิของพระผมู ีพระภาคเจา เปนไฉน คือ สมาธิมี
วติ กวิจาร, สมาธไิ มมีวิตกมีแตส ักวา วิจาร, สมาธิไมม วี ติ กไมม วี จิ าร, สุญญตสมาธ,ิ
อนมิ ิตตสมาธ,ิ อัปปณหิ ติ สมาธ,ิ กามวติ ก พยาบาทวติ ก วิหงิ สาวิตก วตั ถุเครอ่ื งเศรา
หมอง คอื มานะ อทุ ธัจจะ ทิฏฐิ วจิ ิกจิ ฉา และความตรึกช่ัวทัง้ หลายมอี ยา งตา ง ๆ ท้ัง
ปวง มากระทบสมาธแิ หง ภกิ ษผุ ูประดับดวยแกวคอื สมาธิ ยอมเรี่ยรายกระจดั กระจาย
ไป ยอมตั้งอยไู มได เขา ไปติดอยูไ มไ ด. ความทีส่ มาธเิ ปนของอนั กามวติ กเปน ตน มา
กระทบแลวไมต ้งั อยูได เพราะเหตุแหง อะไร? เพราะความท่สี มาธิเปน ของบรสิ ุทธ,์ิ
เปรียบเหมอื นนํ้าในใบบัว ยอ มเร่ียรายกระจดั กระจายไป ยอมตัง้ อยูไมไ ด เขา ไปติดอยู
ไมไ ด, ความทนี่ ้าํ ไมต ิดในใบบัวไดน ้ัน เพราะเหตแุ หง อะไร? เพราะความทใ่ี บบัวเปน ขอ
งบรสิ ุทธิ ฉะนนั้ . น้ีแล ขอถวายพระพร บณั ฑิตกลาววา 'แกว คือ สมาธิของพระผมู พี ระ
ภาคเจา.'
แกว คือ สมาธิทง้ั หลายเหน็ ปานน้ีแล อนั พระผมู พี ระภาคเจาไดเปดไวแ ลวในรา นขาย
แกว . ความตรึกช่ัวทง้ั หลาย ยอมไมเ กดิ มแี กบคุ คลผมู ีระเบยี บแหง แกว คือ สมาธิ และ
จติ ของบุคคลนั้น ยอมไมฟ งุ ซา น, เพราะฉะนนั้ ทานทงั้ หลายจงประดับ แกวคือสมาธิ
นน้ั ดวยประการฉะน.ี้

ขอถวายพระพร แกว คือ ปญ ญาของพระผมู พี ระภาคเจา เปน ไฉน? คอื พระอริย
สาวกยอ มรแู จง ตามเปน อยา งไร ดว ยปญญาไรเลา วา 'นี้เปน กศุ ล นีเ้ ปนอกุศล นม้ี โี ทษ
นไ้ี มมีโทษ, นค้ี วรเสพ, นไ้ี มค วรเสพ, น้ตี ่ําชา น้ปี ระณีต, นเี้ ปน ของดํา นี้เปน ของขาว, นี้
เปน สว นเปรียบดวยของดาํ และของขาว, นเี้ ปน ตวั ทุกข, น้เี ปนเหตุใหท กุ ขเกดิ ข้นึ พรอม,
นีเ้ ปน ธรรมที่ดบั ทุกข น้ีเปน ขอปฏบิ ตั ิใหถ ึงธรรมที่ดับทกุ ข' ฉะน.้ี นแ้ี ล ขอถวายพระพร
บณั ฑิตกลาววา 'แกว คือปญ ญาของพระผมู พี ระภาคเจา '

ภพยอมไมเปน ไปนายแกบคุ คลผูมีระเบียบแหง แกว คอื ปญ ญา, บุคคลน้นั
ยอมถูกตอ งอมฤตธรรมพลนั , และบคุ คลนัน้ ยอ มไมชอบใจในภพ ดว ยประการฉะน.ี้

ขอถวายพระพร แกวคอื วิมตุ ติของพระผูมพี ระภาคเจา เปน ไฉน? คอื พระอรหัต
พระผูม ีพระภาคเจา ตรัสวา แกว คอื วมิ ุตต,ิ ภิกษผุ ูถ งึ พระอรหตั แลว พระผูม ีพระภาคเจา
ตรัสวา เธอประดับแกว คอื วิมตุ ตแิ ลว. เปรียบเหมอื นบุรษุ ประดบั พวงแกว มุกดา และ

เครือ่ งประดับเปนวกิ ารแหง แกวมณี ทองคํา แกว ประพาฬ มตี วั อนั ลูบไลด ว ยกฤษณา
และแกนจนั ทนแ ดง ตกแตง ดวยดอกกากะทงิ ดอกบนุ นาค ดอกรงั ดอกจาํ ปา ดอกแค
ดอกบัว ดอกมะลิ ยอมไพโรจนสองสวางลวงชนอนั เหลือทง้ั หลาย ดว ยอาภรณแลว ดว ย
ดอกไมข องหอมและแกว ฉนั ใด, พระขณี าสพผถู ึงพระอรหตั แลว ประดบั วมิ ตุ ตริ ตั นแลว
ยอมไพโรจนสอ งสวา งลวงภกิ ษุทง้ั หลายผพู น พิเศษแลว เพราะเปรียบเทียบดวยวมิ ตุ ติ
ฉันนน้ั , ความท่พี ระขีณาสพผูประดบั วิมุตตริ ตั นเ ปนผูไพโรจนลว งภิกษผุ พู นพเิ ศษ
ทั้งหลายดว ยวมิ ุตตนิ น้ั เพราะเหตุแหง อะไรเพราะเครอื่ งประดบั คือ วมิ ตุ ตริ ัตนเปนยอด
แหง สรรพเครอื่ งประดบั ทง้ั หลาย. นี้แล ขอถวายพระพร บณั ฑติ กลา ววา 'แกวคือ วมิ ุตติ
ของพระผมู พี ระภาคเจา .'
ชนในเรือนยอ มแลดูทา นผเู จา ของเรือน ทรงระเบียบแหงแกวมณ,ี ฝา ยโลกทง้ั เทวโลก
ทัง้ หลาย ยอ มแลดทู านผทู รงระเบยี บแหง วิมุตติรัตน ดว ยประการฉะน.ี้

ขอถวายพระพร แกว คือ วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะของพระผมู พี ระภาคเจา เปนไฉน?
คอื พระอรยิ สาวกยอ มพจิ ารณาซึง่ มรรคผลนพิ พานทง้ั หลาย และซง่ึ กเิ ลสทล่ี ะแลวและ
กิเลสทย่ี งั เหลอื อยทู ัง้ หลายดว ยญาณใด, ปจ จเวกขณญาณอันพระผมู พี ระภาคเจาตรสั
วา แกว คอื วมิ ตุ ตญิ าณทสั สนะ.
พระอรยิ เจาทง้ั หลายยอ มตรัสรู ซง่ึ ความเปน ผูกระทาํ กจิ เสรจ็ แลวดวยญาณใด, พระ
ชิโนรสทง้ั หลาย ยอมพยายามเพ่อื อนั ไดญาณรตั นนนั้ ดว ยประการฉะน.้ี

ขอถวายพระพร แกวคือปฏสิ มั ภิทา ของพระผูม พี ระภาคเจา เปน ไฉน?
ปฏิสัมภิทามีสป่ี ระการ คอื อตั ถปฏิสัมภิทา (ปญญาเครือ่ งแตกฉานในอรรถ) ธัมม
ปฏิสมั ภทิ า (ปญญาเครอื่ งแตกฉานในธรรม) นริ ุตติปฏสิ ัมภิทา (ปญญาเครื่องแตกฉาน
ในถอยคําหรือภาษา) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา (ปญญาเคร่อื งแตกฉานในความเขา ใจ).
ภิกษุตกแตง ดว ยแกว คอื ปฏิสัมภทิ าเหลา น้ี ยอมเขา บริษทั ใด ๆ ขตั ติยบริษัทหรอื พ
ราหมณบริษทั หรอื คฤหบดบี ริษัท หรือสมณบริษทั เปน ผไู มค ร่นั คราม ไมข วยเขนิ ไม
ตกใจ ไมสะดงุ กลวั ไมส ยองขน เหมือนกบั ทหารเปน ผกู ลา ในสงคราม มีอาวุธหาอยา ง
ผูกสอดแลว มไิ ดก ลัวเขา สสู งครามดวยราํ พึงคิดวา 'ถา วา ขา ศกึ อยูไกล เราจักยงิ ดวยศร
ถา อยใู กลแ ตน ัน้ เราจกั พงุ ดวยหอก, ถา อยใู กลแตน นั้ เราจักฟน ดวยดาบ, ถา อยชู ดิ เขา
มาอีก เราจกั ตดั ดว ยกระบ่ีใหเ ปนสองทอน, ถา อยชู ิดกนั ทีเดยี ว เราจกั แทงดวยกริช'
ฉะน้ี ฉนั ใด, ภิกษผุ ปู ระดบั ดว ยรัตนะ คอื ปฏสิ มั ภทิ าสี่ เปนผกู ลา ไปหาบริษัทรําถงึ คดิ
วา 'ผใู ดผหู นง่ึ จกั ถามปญหาในอัตถปฏสิ ัมภิทากะเรา เราจกั ตอบอรรถโดยอรรถแกเขา,
คือ จักตอบปจ จยั โดยปจจยั แกเ ขา จักตอบเหตโุ ดยเหตแุ กเ ขา จกั ตอบนัยโดยนัยแกเ ขา,
จกั กระทาํ ไมใหเ ขาสงสัย จกั ใหเขายนิ ดีดว ยปญ หาเวยยากรณ. ผใู ดผูหนง่ึ จกั ถาม

ปญหาในธัมมปฏสิ มั ภิทากะเรา เราจกั ตอบธรรมโดยธรรมแกเขา, คอื จกั ตอบอมตธรรม
โดยอมตธรรมแกเ ขา จักตอบอสังขตธรรมโดยอสงั ขตธรรมแกเ ขา จกั ตอบนิพพานธรรม
โดยนิพพานธรรมแกเ ขา จักตอบสญุ ญตธรรมโดยสญุ ญตธรรมแกเขา จักตอบอนิมิตต
ธรรมโดยอนมิ ติ ตธรรมแกเขา จักตอบอปั ปณิหติ ธรรมโดยอปั ปณปิ ต ธรรมแกเขา จกั ตอ
บอเนญชธรรม (ธรรม คือ ความเปน ผไู มมตี ัณหา) โดยอเนญชธรรมแกเ ขา, ผูใ ดผหู นงึ่
จักถามปญ หาในนริ ุตติปฏิสัมภทิ ากะเรา เราจักตอบนริ ุตติโดยนริ ุตติแกเขา, คือจกั ตอบ
บทโดยบทแกเ ขา จกั ตอบอนบุ ทโดยอนบุ ทแกเ ขา จักตอบอักษรโดยอกั ษรแกเขา จกั
ตอบสนธิโดยสนธแิ กเ ขา จกั ตอบพยญั ชนะโดยพยญั ชนะแกเขา จักตอบอนุพยัญชนะ
โดยอนุพยญั ชนะแกเขา จักตอบวรรณยุตตโิ ดยวรรณยุตตแิ กเ ขา จักตอบสระโดยสระ
แกเ ขา จักตอบบญั ญตั ิโดยบญั ญตั ิแกเ ขา จกั ตอบโวหารโดยโวหารแกเ ขา, จักกระทาํ
ไมใ หเ ขาสงสยั จกั ใหเ ขายนิ ดีดวยปญหาเวยยากรณ, ผใู ดผหู น่งึ จักถามปญหาใน
ปฏภิ าณปฏสิ ัมภิทากะเรา เราจักตอบปฏภิ าณโดยปฏภิ าณแกเขา คอื จกั ตอบอุปมา
โดยอุปมาแกเขา จกั ตอบลักษณะโดยลักษณะแกเขา จกั ตอบรสโดยรสแกเขา, จัก
กระทาํ ไมใ หเ ขาสงสัย จักใหเขายินดีดว ยปญ หาเวยยากรณ ฉันน้ันทีเดยี ว. นี้แล ขอ
ถวายพระพรบณั ฑิตกลาววา 'แกวคือ ปฏิสมั ภิทาของพระผูม ีพระภาคเจา.'
บคุ คลใดซ้ือปฏสิ มั ภิทาทงั้ หลายแลว พงึ ถกู ตองดว ยญาณ, บคุ คลน้นั เปน ผูไ มกลัวไม
สะดงุ ยอมรงุ เรอื งลวงโลกทง้ั เทวโลกท้ังหลายดวยประการฉะน.ี้

ขอถวายพระพร แกวคอื โพชฌงคข องพระผมู ีพระภาคเจาเปน ไฉน? คอื สติ
สมั โพชฌงคห นง่ึ ธมั มวิจยสมั โพชฌงคห นงึ่ วริ ยิ สัมโพชฌางคหนึ่ง ปต สิ มั โพชฌงคห นงึ่
ปสสัทธสิ มั โพชฌงคห นงึ่ สมาธิสมั โพชฌงคห น่ึง อเุ บกขาสมั โพชฌงคห นง่ึ . ภกิ ษุ
ประดบั ดว ยโพชฌงคร ตั นะเจ็ดเหลา นี้ ยอ มครอบงําเสยี ซงึ่ มดื ทง้ั ปวงยงั โลกทัง้ เทวโลก
ใหสวางไสว. นแ้ี ล ขอถวายพระพร บัณฑติ กลา ววา 'แกวคอื โพชฌงคข องพระผมู พี ระ
ภาคเจา.'
โลกทวั้ เทวโลกทง้ั หลายยอ มลุกขน้ึ เพื่อทา นผมู ีระเบียบแหงโพชฌงครตั น. เพราะฉะน้ัน
ทา นทง้ั หลายจงซื้อโพชฌงครตั นน น้ั ดว ยราคา คอื กระทําความเพียรเปน ตน แลว ประดบั
โพชฌงครัตนน ้ัน ดว ยประการฉะน.ี้ "

ร. "พระผูเ ปน เจานาคเสน รานขายของทงั้ ปวงแหง พระผมู พี ระภาคเจา เปน
ไฉน?"

ถ. "ขอถวายพระพร พระพทุ ธวจนะมอี งคเกา พระเจดยี อ นั บรรจพุ ระบรมสารี
รกิ ธาต พระเจดียอ ันบรรจบุ รขิ ารซง่ึ เปน พทุ ธบรโิ ภคและสังฆรัตนะ ช่ือวา รา นขายของ
ท้งั ปวงแหง พระผมุ ีพระภาคเจา . สมบัติคอื ชาติ สมบัติคอื ทรัพย สมบตั ิคืออายุ สมบตั ิ

คอื ความไมม ีโรค สมบตั คิ ือวรรณ สมบตั คิ อื ปญญา สมบัติเปนของมนุษย สมบัติเปน
ทพิ ย สมบัตคิ อื นพิ พาน แตล ว นเปน ของอนั พระผูม พี ระภาคเจา เปดไวใ นรา นขายของทง้ั
ปวง. ชนเหลาใดปรารถนาสมบตั เิ หลา นนั้ ๆ ชนเหลา นัน้ ใหร าคาคอื กระทาํ ความเพียร
เปนตนแลว ซอ้ื เอาสมบัตทิ ปี่ รารถนาและปรารถนาแลว , บางพวกซือ้ ดว ยสมาทานศลี
บางพวกซอื้ ดวยอโุ บสถกรรม, ยอมไดสมบัตทิ ัง้ หลายอาศยั ราคาแมมปี ระมาณนอย.
เหมอื นอยางวา ชนทง้ั หลายถือเอางาถว่ั เขยี นและถว่ั ขาวในราน อาศยั แลกดวยขา วสาร
ถ่ัวเขียวถ่วั ขาวเลก็ นอ ยบา ง ซือ้ ดวยราคานอ ยบา งฉนั ใด, ชนทง้ั หลายยอมไดส มบตั ิ
ทง้ั หลายในรานขายของทงั้ ปวง แหง พระผมู พี ระภาคเจา อาศยั ราคาแมเ ล็กนอย ฉนั นัน้ ;
นแี้ ล ขอถวายพระพรบณั ฑติ กลาววา 'รานขายของทง้ั ปวงแหง พระผมู พี ระภาคเจา.'
อายุ ความเปน คนไมม ีโรค วรรณ สวรรค ความเปน ผูเ กดิ ในตระกลู สูง และนพิ พานเปน
ธรรมชาตไิ มตาย หาปจ จยั ปรงุ แตงมิได มอี ยใู นรา นขายของท้งั ปวง เปน ของพระชนิ
พทุ ธเจา. ชนทงั้ หลายยอ มถอื เอาดว ยราคา คอื กระทาํ ความเพียรเปน ตน นอ ยหรอื มาก,
ภกิ ษุทงั้ หลาย เพราะฉะน้ี ทา นทง้ั หลายจงซอ้ื ดวยราคา คือความเชอื่ แลว จงเปน
ผสู าํ เร็จพรอมดว ยประการฉะน.ี้

ขอถวายพระพร ชนทงั้ หลายเหน็ ปานนี้ ยอ มอาศยั อยูใ นธรรมนครของพระผูมี
พระภาคเจาคอื ผูทรงพระสตู ร ผทู รงพระวนิ ัย ผทู รงพระอภิธรรม ผูก ลาวธรรม ผกู ลา ว
ชาดก ผกู ลา วทีฆนกิ าย ผกู ลาวมชั ฌิมนิกาย ผกู ลาวสงั ยตุ ตนกิ าย ผกู ลาวอังคุตตร
นกิ าย ผกู ลาวขทุ ทกนกิ าย ผถู งึ พรอ มแลว ดว ยศลี ผถู งึ พรอมแลวดวยสมาธิ ผถู งึ พรอ ม
แลว ดวยปญ ญา ผูยนิ ดใี นการเจรญิ โพชฌงค ผูม ปี ญ หาเหน็ แจง ผูป ระกอบประโยชน
ของตนเนือง ๆ ผมู ีอันอยใู นปา เปนวัตร ผมู อี ันอยูโคนไมเ ปนวัตร ผูม อี นั อยใู นทแ่ี จง เปน
วตั ร ผูมีอนั อยใู กลกองไมเ ปน วัตร ผมู อี นั อยูใ นปา ชาเปน วตั ร ผมู อี ันน่งั เปนวตั ร ผมู ีอนั
เดินเปน วตั ร ผตู งั้ อยใู นผล ผเู สขะ ผพู รอมเพรยี งแหงผล ผโู สดาบนั ผสู กทาคามี ผเู อนา
คามี ผอู รหนั ต ผูไดไ ตรวชิ ชา ผไู ดอภญิ ญาหก ผมู ีฤทธ์ิ ผถู ึงบารมีในปญ ญา ผฉู ลาดใน
สติปฏฐาน สมั มัปปธาน อทิ ธิบาท อินทรีย พละ โพชฌงค มรรคอันประเสรฐิ ฌาน
วิโมกข สมาบตั ปิ ระกอบดวยสขุ อันละเอยี ด คอื รปู สมาบัติ อรูปสมาบตั ิ, ธรรมนครได
เปนสถานเกลอ่ื นกลาดไปดว ยชนเหลา นน้ั ดุจปา ไมออและปา ไมสาละ ฉะนน้ั นพิ นธ
คาถาในศาสนานี้กม็ ีอยูวา :-
ทา นผูม ีราคะ โทสะ โมหะไปปราศ หาอาสวะมิได มิไดเปน ทาสแหง ตณั หา ไมม ี
อปุ าทานเหลา นนั้ ยอมอยูในธรรมนคร ทา นผมู ีปญ ญามงั่ คง ทรงธดุ งคปฏิบัติ ถือเปน
วตั รอยูใ นปา มผี า ครอบเศรา หมอง จิตปองนกั ในทีส่ งัดเหลานนั้ ยอมอยใู นธรรมนคร.

ทา นผถู ือน่ัง ถอื อยใู นทีล่ าดปู อนง่ึ ทานผยู นื และจงกรมไปมา ทรงผาบงั สุกลุ ท้ังปวง
เหลานนั้ ยอ มอยใู นธรรมนคร. ทา นผรู พู เิ ศษ สันดานดีตรง ทรงผา ไตรจวี ร มที อนหนงั
เปนที่สี่ ยนิ ดีในอาสนะเดียวเหลานัน้ ยอมอยใู นธรรมนคร. ทา นผมู ปี ญญารักษาไวซ งึ่
ตน เปน บคุ คลมกั นอ ยสนั โดษตามประโยชนท ่ีไดแ ละไมไ ดทุกประการ มีอาหารนอย
มิไดละโมภเหลา นน้ั ยอ มอยใู นธรรมนคร.
ทา นผมู ปี ญ ญามกั เพง ยนิ ดีในฌาณ มีจิตสันดานสงบตัง้ มั่นปรารถนาอา
กิญจญั ญายตนสมาบัตเิ หลา นน้ั ยอ มอยใู นธรรมนคร.
ทานผูปฏิบัตติ ้งั อยูใ นผล พรอ มเพยี งแหง ผล เปนเสขบคุ คลหวงั ประโยชนส ูงสุดเหลา น้ัน
ยอ มอยใู นธรรมนคร.
ทานผวู ิมลารยิ บุคคล คอื ตัง้ ตนแตพระโสดาบัน ถัดนน้ั พระสกทาคามี พระอนาคามี
และพระ
ขีณาสวอรหันตเ หลาน้ันยอ มอยใู นธรรมนคร.
ทานผฉู ลาดในสติปฏ ฐานยนิ ดใี นการเจริญโพชฌงค มปี ญญาปลงเหน็ แจม ใส ทรงจาํ
ไวซ งึ่ พระธรรม เหลา นนั้ ยอ มอยูในธรรมนคร.
ทานผฉู ลาดในอทิ ธิบาททง้ั สี่ ยินดใี นสมาธิภาวนากิจ ประกองเนืองนติ ยซง่ึ สัมมปั ปธาน
เหลา น้นั ยอมอยใู นธรรมนคร.
ทานผถู งึ อภิญญาบารมี ยินดีในโคจรเปน ของพระพทุ ธบดิ าสญั จรในนภากาศเหลา น้นั
ยอ มอยใู นธรรมนคร.
ทา นผมู จี ักษุทอดลงพอเหมาะ พดู ไพเราะพอประมาณ มที วารอันไดรักษาระวงั ทวั่
ทรมานตวั ดีในธรรมอันอดุ มเหลานัน้ ยอมอยูใ นธรรมนคร.
ทานผมู ีไตรวิชชาฉฬภญิ ญา และถึงอทิ ธบิ ารมี ปญญาบารมเี หลานน้ั ยอ มอยูในธรรม
นคร.

ขอถวายพระพร ภกิ ษุเหลาใด ทรงไวซ ง่ึ ญาณอนั ประเสรฐิ อนั ประมาณไมไ ด
ไมม กี เิ ลสเครอ่ื งขอ ง มคี ุณไมพงึ ชงั่ มียศไมพ งึ ชงั่ มีกาํ ลงั ไมพ งึ ชัง่ มเี ดชไมพ ึงชง่ั ยัง
ธรรมจักรใหเ ปน ไปเนอื ง ๆ ไดถ งึ ปญ ญาบารม,ี ภิกษเุ หลา นน้ั บัณฑติ กลา ววา ธรรม
เสนาบดีในธรรมนครแหง พระผมู พี ระภาคเจา .

ภิกษุเหลา ใด มฤี ทธ์ิ มปี ฏิสมั ภทิ าบรรลุแลว มเี วสารัชชธรรมถึงแลว เท่ียวไปใน
อากาศ หาผเู สมอยาก ยากทีใ่ คร ๆ จะผจญไดยังสมุทรสาครอันรองรบั แผน ดินและ
แผน ดินใหห วนั่ ไหว จบั ตอ งพระจันทรและพระอาทติ ยไ ด ฉลาดในฤทธแิ์ ละอธษิ ฐาน
อภินหิ ารไดถงึ อทิ ธิบารม,ี ภิกษเุ หลา น้นั บณั ฑิตกลาววา ปโุ รหติ ในธรรมนครแหง พระผู
มพี ระภาคเจา .

ภิกษเุ หลา ใด ถือธุดงค เปน ผมู ีความปรารถนานอ ย ยนิ ดตี ามมเี กลยี ดวญิ ญตั ิ
และอเนสนะ เทยี่ วบณิ ฑบาตไมขาด เขาไปสปู าอนั สงวดั ราวกะผง้ึ เคลา เกสรดอกไม
แลว เขาไปสูป า อันสงดั ฉะนนั้ มิไดใ ยดีในกายและชวี ติ ถึงพระอรหัต วางอารมณใ น
ธุดงคคณุ , ภิกษเุ หลา นนั้ บณั ฑิตกลา ววา ผูพพิ ากษาในธรรมนครแหงพระผูมีพระภาค
เจา.

ภกิ ษเุ หลา ใด เปน ผบู รสิ ุทธิไ์ มม มี ลทนิ ไมมเี ครอื่ งเศราหมองฉลาดใน
จุตปู ปาตญาณ ไดถ งึ ทพิ ยจักษุบารม,ี ภกิ ษุเหลา นัน้ บณั ฑติ กลาววา ผใู หพระนคร
รุงเรืองดว ยประทปี ในธรรมนครแหงพระผูม พี ระภาคเจา .

ภิกษเุ หลา ใด เปนพหุสตุ มนี กิ ายเปน ท่มี า ๆ ถึงแลว ทรงธรรม ทรงวนิ ยั ทรง
มาติกา ฉลาดในการกาํ หนดอักษร ทเ่ี ปน สถิ ิล ธนิต ทีฆะ รสั สะ ครุ ลหุ ทรงนวงั คศาสน,
ภิกษุเหลา นนั้ บัณฑติ กลา ววา ผูรกั ษาธรรมในธรรมนคร แหง พระผมู พี ระภาคเจา .

ภกิ ษุเหลา ใด รูวินยั ฉลาดในวนิ ยั ฉลาดในนทิ านและการกลา ว ฉลาดในอาบตั ิ
อนาบตั ิ ครกุ าบตั ิ ลหุกาบัติ อาบตั เิ ยยี วยาได อาบตั เิ ยียวยาไมได วฏุ ฐาน เทสนา
นิคคหะ ปฏกิ รรม โอสารณกรรม นิสสารณกรรม ปฏิสารณกรรม ไดถ งึ วนิ ัยบารม,ี ภกิ ษุ
เหลาน้ัน บัณฑติ กลา ววา ผฉู ลาดในรปู ในธรรมนคร แหง พระผูมพี ระภาคเจา .

ภิกษุเหลา ใด เปนผเู นอ่ื งดว ยระเบียบดอกไม คือ วมิ ุตติรตั นะอันประเสริฐ ถึง
ซ่งึ ความเปน ผนู า เลอื กสรรเลิศ มคี า มาก บณั ฑิตกลาววา ผขู ายดอกไมใ นธรรมนคร
แหง พระผมู พี ระภาคเจา .

ภิกษเุ หลา ใด เปนผตู รสั รสู ัจจะสี่ มีสัจจะสแี่ ทงตลอดแลว เห็นแลว มีศาสน
ธรรมรูวิเศษแลว มคี วามเคลอื บแคลงในสามญั ญผลสข่ี ามไดแลว มคี วามสขุ เกดิ แต
ผลไดเฉพาะแลว ยอมจําแนกซึง่ ผลเหลานนั้ แกผปู ฏิบตั ิแมเ หลา อน่ื , ภิกษเุ หลา น้ัน
บัณฑิตกลาววา ผูข ายผลไมในธรรมนคร แหง พระผูม พี ระภาคเจา .

ภกิ ษุเหลา ใด เปนผูลบู ไลของหอมเลิศ คอื ศีล ทรงคุณมากอยา งเปน อเนก ขจดั
เสยี ซ่ึงของเหม็น กลา วคือ กเิ ลส, ภิกษุเหลานน้ั บณั ฑติ กลา ววา ผขู ายของหอมในธรรม
นคร แหง พระผูม ีพระภาคเจา .

ภกิ ษุเหลา ใด ใครธรรม กลาวแตถ อยคําอนั ไพเราะ บนั เทงิ ยงิ่ ในอภธิ รรม อภิ
วินยั ไปสูป ากด็ ี ไปสรู ุกขมลู กด็ ี ไปสูเรือนวา งเปลา ก็ดี ยอ มด่ืมรสเลิศแหงธรรม, หยง่ั ลง
รสเลิศแหงธรรมดวยกายวาจาใจ มปี ฏภิ าณย่ิง มปี ฏภิ าณในการแสวงหาธรรม การพูด
ถงึ ความมกั นอ ย การพูดถงึ ความสนั โดษ การพดู ถงึ ความสงัดทว่ั การพูดถึงความไม
คลุกคลี การพดู ถึงความปรารภความเพยี ร การพดู ถงึ ศีล การพดู ถงึ สมาธิ การพูดถงึ
ปญญา การพดู ถงึ วิมตุ ติ การพดู ถึงวมิ ุตติญาณทศั สนะ มใี นทที่ ง้ั หลายใด ๆ แตท ่ีนหี้ รือ

แตทนี่ ้นั เธอกไ็ ปในท่ีทง้ั หลายนน้ั ๆ ยอมดม่ื รสแหง การพดู นนั้ , ภกิ ษุเหลานนั้ บณั ฑติ
กลาววา นกั เลงด่ืมในธรรมนคร แหงพระผมู ีพระภาคเจา .

ภิกษุเหลา ใด ประกอบตามชาคริยานุโยคตลอดเบื้องตนแหง ราตรี และเบื้อง
ปลายแหง ราตรี ใหค ืนและวนั ลว งไปดว ยการน่ัง การยนื และการเดนิ ประกอบตาม
ภาวนานโุ ยค ขวนขวายประโยชนตนเพือ่ หา มเสียซงึ่ กเิ ลส, ภิกษเุ หลา นั้น บณั ฑิตกลา ว
วา นคราภบิ าลในธรรมนครแหงพระผมู พี ระภาคเจา .

ภิกษเุ หลา ใด เปนผมู โี ภคทรพั ย โดยโภคะ กลา วคือธรรมรัตนโภคะ กลา วคอื
นิกายเปน ท่มี า และปรยิ ตั ิธรรมและสตุ ะ แทงตลอด ลกั ษณะแหงสระและพยัญชนะที่
แสดงออกแลว เปน ผรู ูแจง แผไ ป, ภกิ ษุเหลานน้ั บณั ฑติ กลา ววา ธรรมเศรษฐีในธรรม
นคร แหง พระผมู ีพระภาคเจา .

ภิกษเุ หลา ใด เปน ผแู ทงตลอดซง่ึ การแสดงอยางยง่ิ แสดงออกซึง่ ความจาํ แนก
ดว ยอารมณท ส่ี ่งั สมแลว ไดถ ึงสกิ ขาคณุ บารม,ี ภิกษุเหลา นน้ั บัณฑติ กลาววา ราช
บัณฑติ ในธรรมนคร แหง พระผมู ีพระภาคเจา .

ขอถวายพระพร ธรรมนครแหงพระผมู ีพระภาคเจา , จาํ แนกดแี ลว สรางไวดี
แลว จัดแจงดแี ลว บริบรู ณดีแลว กะแปลนดีแลว รักษาดแี ลว ปกครองดีแลว ยากท่ี
ปจจามติ รจะขม เหงได ดวยประการอยา งน้ี ๆ .

ขอถวายพระพร บรมบพติ รพงึ ทรงทราบ โดยปจ จยั โดยเหตุ โดยนัย โดยทรง
อนมุ านนี้วา 'พระผูมีพระภาคเจา มีจรงิ ' ฉะน.้ี
เห็นพระนครอนั จาํ แนกดแี ลวเปน ทีร่ ืน่ รมยแ หง ใจ ก็รูการท่ีนายชา งผูส รา งเปน ผูม วี ิทยา
มากไดโ ดยอนมุ าน ฉนั ใด, เห็นธรรมนครอนั ประเสริฐของพระโลกนาถ ก็รไู ดโ ดยอนมุ าน
วา 'พระผมู พี ระภาคเจา มีจรงิ ' ฉะน้ี ฉะนน้ั .
เห็นคลน่ื ทง้ั หลายในทะเล กร็ ไู ดโ ดยอนุมานวา 'คลนื่ ทงั้ หลายปรากฏอยู เพราะฉะนน้ั
ทะเลนน้ั คงใหญ จักมีจรงิ ' ฉนั ใด, คงรูจักพระพุทธเจาผบู รรเทาเสยี ซง่ึ ความโศก ผไู ม
ปราชยั ในท่ีทง้ั ปวง ผถู งึ ธรรมท่สี น้ิ ไปแหง ตณั หา ผพู น จากสาครคือภพได โดยอนุมาน
ฉนั นน้ั .
เหน็ คลน่ื กลาวคือ ธรรมทงั้ หลายในโลกทงั้ เทวโลกกร็ ูไดโ ดยอนุมานวา 'พระพทุ ธเจา
เปนอัครบคุ คล จกั มจี รงิ ดุจความท่คี ล่ืน กลาวคือธรรมแผไปท่วั ' ฉะนน้ั .
เห็นภูเขาสงู กร็ ูไดโ ดยอนุมานวา 'ภเู ขานัน้ สูงจักเปน ภเู ขาหิมวันต' ฉันใด, เห็นภูเขา
กลา วคอื ธรรมของพระผูมพี ระภาคเจา เปน ของเย็นไมม ีอปุ ธิ เปน ของสงู เปน ของไม
หวนั่ ไหว ประดิษฐานอยูดว ยดีแลว กร็ ไู ดโดยอนมุ านวา 'พระผมู ีพระภาคเจา มจี รงิ ' ฉะนี้
ฉนั นนั้ .

เหน็ ภูเขา กลา วคือธรรม กร็ ูไดโดยอนุมานวา 'พระพุทธเจานน้ั จกั เปน ผูเลศิ เปนผูแกลว
กลามากแทจ รงิ .'
มนุษยทงั้ หลายเหน็ รอยเทา แหงคชสาร กร็ ไู ดโ ดยอนุมานวา 'คชสารนน้ั ใหญจรงิ ' ฉะนี้
ฉนั ใด, เหน็ รอยพระบาทแหง พระพุทธเจาผูป ระเสริฐผใู หมีแจง กรูไดโ ดยอนุมานวา
'พระองคจ กั เปน ยงิ่ จริง' ฉะน้ี ฉันน้ัน.
เหน็ มฤคนอ ยท้งั หลายตกใจกลัว ก็รูไ ดโดยอนุมานวา 'มฤคนอ ยเหลา นต้ี กใจนอย
เพราะสาํ เนยี งแหงมฤคราช' ฉะน้ี ฉนั ใด, เห็นเดียรถยี ท ั้งหลายมีใจกลวั มากแลว กร็ ไู ด
โดยอนุมานวา 'อันพระพทุ ธเจา ผูธ รรมราชาคุกคามแลว' ฉะน้ี ฉนั นัน้ .
เห็นแผน ดนิ เยน็ สนทิ แลว หรอื ใบไมส ดเขียวมีนาํ้ มาก ก็รูไดโดยอนมุ านวา 'เยน็ เพราะ
มหาเมฆ' ฉะนี้ ฉนั ใด, เหน็ ชนนรี้ า เริงบนั เทิงแลว ก็รไู ดโ ดยอนุมานวา 'อันเมฆ คือ ธรรม
ใหเ อบิ อิม่ แลว ' ฉะนี้ ฉนั นน้ั .
เหน็ แกลบและตมแผนดนิ เปน โคลนติดอยแู ลว ก็รไู ดโ ดยอนุมานวา 'ลํานํ้าเปน ของใหญ'
ฉะนี้ ฉนั ใด, เห็นชนนี้ ผูเปอ นเปรอะแลวดว ยธุลแี ละเปอ กตม คือ กเิ ลส ลางแลว ใน
แมนา้ํ คือ ธรรม ทงิ้ เสียแลว ในทะเล กลา วคอื ธรรม, เห็นโลกนท้ี ั้งเทวโลกถงึ อมฤตธรรม
แลว ก็รไู ดโ ดยอนมุ านวา 'ธรรมขันธเ ปนของใหญ' ฉะนี้ ฉนั นน้ั .
ดมของหอมอยางสงู สุด ก็รูไดโดยอนมุ านวา 'กลิ่นหอมนยี้ อ มฟงุ ไป เพราะฉะนน้ั
ดอกไมจกั บานแลว' ฉะน้ี ฉนั ใด, กลิ่นหอมคอื ศีลน้ี ยอ มฟุงไปในโลกท้งั เทวโลก, ก็ควรรู
ไดโ ดยอนุมานวา 'พระพทุ ธเจา ผไู มมบี ุคคลอ่นื ยิ่งกวา มจี รงิ ' ฉะน้ี ฉนั นั้น.

ขอถวายพระพร ผูมีปญ ญาอาจแสดงพระกาํ ลังแหง พระพทุ ธเจา โดยรอ ยโดย
พนั แหง ปจจยั โดยรอยโดยพนั แหงเหตุ โดยรอนโดยพนั แหง นยั โดยรอยโดยพนั แหง
อปุ มาเหน็ ปานน้แี ล. นายมาลาการผมู ีฝมอื พึงกระทาํ กองแหง ชัน้ ดอกไมแ ตกองดอกไม
ตาง ๆ ใหว จิ ิตรดว ย พยายามแหง บรุ ุษเฉพาะตน ตามคาํ พราํ่ สอนของอาจารย ฉนั ใด,
พระผมู พี ระภาคเจา นน้ั มพี ระคุณไมมีที่สน้ิ สุด มพี ระคณุ อันบคุ คลไมพ งึ นับดุจกอง
ดอกไมอ ันวิจติ ร ฉันนน้ั แล. บัดนอี้ าตมภาพเปนดุจนายมาลาการผูรอ งกรองบปุ ผชาติใน
พระชนิ ศาสน จกั สําแดงพระกาํ ลังแหง พระพทุ ธเจา โดยหนทางแหง บรุ พาจารยบาง
โดยกําลงั แหง ความรูของอาตมภาพบา ง โดยเหตแุ ละอนมุ านที่ไมพงึ นบั ไดบ า ง, ขอบรม
บพติ รยังความพอพระหฤทยั เพอื่ ทรงสดบั ใหเ กดิ ในปญ หานี้ ดว ยประการฉะน.ี้ "

ร. "พระนาคเสนผเู จรญิ การสาํ แดงพระพทุ ธพละโดยเหตุและอนมุ านเหน็ ปาน
นี้ ยากทช่ี นเหลา อื่นจะกระทาํ ได, เพระาปญ หาเวยยากรณอนั วิจติ รอยา งยงิ่ ของพระผู
เปน เจา ขาพเจาเปนผดู ับความสงสยั ไดแ ลว."

๙. ธุตงั คปญ หา ๘๖

พระเจามลิ ินท ทอดพระเนตรเห็นภกิ ษุสงฆร ักษาธุดงค คือ ถอื อยูในปา เปนวัตร
และทอดพระเนตรเหน็ คฤหสั ถ ต้งั อยใู นพระอนาคามิผล. เพราะทอดพระเนตรเหน็ ชน
แมท ้ังสองเหลา นนั้ เปน ตนนั้ เคาใหเ กิดความสงสยั ใหญวา "ถา ฆราวาสคหิ ิชนตรัสรูธรรม
ทั้งหลายไดเ หมือนกนั ธดุ งคคณุ น้ันนา จะไมมผี ลใหญไพศาล, การยา่ํ ยคี ําคนพาลพูด
อยางอนื่ ในพระไตรปฎ ก เปนการละเอียดนกั จําเราจะซกั ไซไ ตถ าม ทา นผมู ถี อ ยคํา
อยางประเสรฐิ , ทา นจะไดเปด เผยแสดงนาํ ความสงสยั ของเราเสีย" ดังน.ี้

ลาํ ดบั นนั้ พระเจา มลิ นิ ทเสดจ็ ไปหาพระนาคเสนผมู ีอายุ ทรงนมสั การและ
ประทบั ในท่คี วรเปน ปกตแิ ลว ไดต รัสกะพระนาคเสนผมู อี ายวุ า "มีอยหู รือพระนาคเสนผู
เจรญิ คฤหสั ถผ มู กี รรมเกอื้ กลู แกเ รือนเปนกามโภคี อยูครอบครองเรือนอนั เปน ทีน่ อน
คบั แคบดว ยบุตรและภรยิ า ใชสอยแกนจนั ทนเปน ของชาวกาสี ทดั ทรงดอกไมข องหอม
และเครอื่ งลบู ไล ยนิ ดที องและเงนิ เกลามวยผมอนั วจิ ิตรดว ยแกว มณแี กว มกุ ดาและ
ทองคํา เปน ผกู ระทําใหแจง ซึ่งนพิ พานอนั มปี ระโยชนอ ยา งยง่ิ เปน ของละเอยี ด?"

พระเถรเจา ทูลวา "ขอถวายพระพร คฤหสั ถชนกระทําใหแ จง ซ่ึงนพิ พานไมใชแ ต
รอ ยคน สองรอ ยคน สามรอยคน สรี่ อ ยคน หา รอ นคน พนั คน แสนคน รอ ยโกฏคิ น พนั
โกฏิคน แสนโกฏคิ น; การตรสั รูของคฤหัสถชนสิบคน ยสี่ ิบคน รอ ยคน พนั คน ยกไวก อน
, อาตมภาพจะถวายคาํ ตอบท่ซี ักถามแดบ รมบพติ ร โดยปริยายไหน?"

ร. "นมิ นตพ ระผเู ปนเจา กลา วปรยิ ายนนั้ เถดิ ."
ถ. "ขอถวายพระพร ถา เชนนน้ั อาตมภาพจกั ทลู แดบรมบพติ ร, คฤหัสถชน
กระทําใหแ จงซ่ึงนพิ พานนน้ั รอ ยคนบาง พนั คนบา ง แสนคนบา ง โกฏิคนบาง รอ ยโกฏิ
คนบา ง พันโกฏคิ นบาง แสนโกฏคิ นบา ง. ในเมอื่ มบี คุ คลผถู ึงพรอมซงึ่ นพิ พาน การพูด
ถึงขอ ปฏบิ ัติทงั้ หลายของผกู ระทําใหแ จงนพิ พานซงึ่ อาศยั ธดุ งคคุณอันประเสริฐ อัน
เปนสลั เลขปฏบิ ตั ิอาจารย ปฏบิ ัติในพระพทุ ธพจน มอี งคเ กาทงั้ ปวง ยอมประชมุ ลงใน
ธุดงคคณุ น,ี้ เปรียบเหมือนนาํ้ ทีต่ กลงในท่ีลุมทดี่ อนทเี่ สมอและท่ไี มเ สมอ นา้ํ นน้ั
ทงั้ หลาย ยอมไหลแตทที่ งั้ หลายนนั้ ไปประชุมลงในทะเล ฉะนนั้ . แมก ารแสดงเหตตุ าม
ความฉลาดรขู องอาตมภาพ กป็ ระชมุ ลงในธุดงคคุณน,ี้ เพราะเหตุน้ี ธดุ งคคุณนจ้ี ักเปน
ของมปี ระโยชนท ี่จาํ แนกไวด แี ลว จักเปน ของวจิ ิตรบรบิ รู ณทน่ี าํ มาพรอ มแลว , เปรยี บ
เหมือนครูเลขผูฉลาดสอนศษิ ย ตงั้ จาํ นวนเลขรายยอยไวแ ลว ผสมรวมใหครบ ดวยการ
แสดงเหตตุ ามความฉลาดรขู องตน, จาํ นวนเลขนน้ั จกั เปน ของครบบรบิ รู ณไมบ กพรอ ง
ฉะนั้น.

ขอถวายพระพร ในพระนครสาวัตถี มีอบุ าสกอุบาสกิ าผูเปนอรยิ สาวกแหงพระ
ผมู พี ระภาคเจา ประมาณหา โกฏิ ไดตั้งอยูในพระอนาคามผิ ลประมาณสามแสนหา หม่ืน
เจ็ดพันคน, ชนเหลา นน้ั ทง้ั หลายลว นเปน คฤหสั ถ ไมใ ชบรรพชิต, ยงั อกี สตั วท ง้ั หลาย
ยี่สิบโกฏิไดต รสั รู เพราะยมกปาฏหิ ารยิ ท ่ีโคนไมคัณฑามพพฤกษ ณ พระนครสาวัตถี
นนั้ . เทพดาทงั้ หลายเหลือท่ีจะนบั ไดตรสั รู เพราะมหาราหโุ ลวาทสตู ร มงั คลสตู ร สม
จิตตปรยิ ายสตู ร ปราภวสูตร ปุราเภทสตู ร กลหวิวาทสตู ร จฬู พยูหสตู ร มหาพยหู สูตร
ตวุ ฏกสตู ร และสารปี ตุ ตสตู ร. อุบาสก อุบาสกิ าผเู ปน อรยิ สาวกแหง พระผมู พี ระภาคเจา
ประมาณสามแสนหา หมน่ื อยูใ นพระนครราชคฤห, มนษุ ยทัง้ หลายเกา สิบโกฏิ ไดส าํ เร็จ
มรรคผลในสมยั เปน ท่ที รมานชา งประเสรฐิ ช่ือ ธนบาล ณ พระนครราชคฤหนน้ั , มนษุ ย
ท้งั หลายสิบสโี่ กฏิ ไดสําเร็จมรรคผลในปารายนสมาคม ณ ปาสาณกเจดยี , เทวดา
ทัง้ หลายแปดสบิ โกฎิ ไดสาํ เรจ็ มรรคผล ณ ถํา้ ชอื่ อนิ ทสาลคูหา, พรหมท้งั หลายสิบแปด
โกฏิและเทพดาทง้ั หลายไมมปี ระมาณ ไดบ รรลุมรรคผล เพราะประถมเทศนา ณ ปา
อสิ ิปตนะมฤคทายวนั ใกลก รงุ พาราณส,ี เทพดาทงั้ หลายแปดสิบโกฏิไดบรรลมุ รรคผล
เพราะอภิธรรมเทศนา ณ บณั ฑุกัมพลศลิ าในดาวดึงสพภิ พ, มนุษยแ ละเทพดาทงั้ หลาย
ผูเล่ือมใสสามสิบโกฏิ ไดบรรลุธรรมวิเศษ เพราะโลกววิ รณปาฏิหาริย ณ ประตูสงั กสั
สนครในสมัยเปน ท่ลี งจากเทวโลก. เทพดาทั้งหลายเหลอื ประมาณ ไดบรรลุธรรมวเิ ศษ
เพราะพทุ ธวงั สเทสนา และมหาสมัยสตุ ตเทสนา ณ นโิ ครธาราม ใกลก รุงกบิลพัสดแุ ดน
สกั กชนบท. มนษุ ยแปดหมน่ื ส่ีพัน ไดบ รรลอุ รยิ มรรคอรยิ ผล ในท่สี มาคมแหงนายสมุ น
มาลาการ ในทสี่ มาคมแหงครหทนิ น ในทสี่ มาคมแหง อานนั ทเศรษฐี ในที่สมาคม
แหงชมั พุกาชวี ก ในท่ีสมาคมแหง มัณฑูกเทพบตุ ร ในท่สี มาคมแหง มฏั ฐกณุ ฑลีเทวบตุ ร
ในทส่ี มาคมแหง นางสุลสานครโสภณิ ี ในทสี่ มาคมแหง นางสิรมิ านครโสภณิ ี ในที่
สมาคมแหง ธดิ าชางหกู ในท่ีสมาคมแหงนางจฬู สภุ ทั ทา ในท่สี มาคมเปน ท่ีแสดงสสุ านะ
แกสาเกตพราหมณ ในท่ีสมาคมแหงสนุ าปรันตกะ ในทสี่ มาคมแหง สกั กปญหา ในท่ี
สมาคมแหง ตโิ รกุฑฑกัณฑ ในท่สี มาคมแหง รัตนสตู ร.

ขอถวายพระพร พระผมู ีพระภาคเจา ยงั ดาํ รงพระชนมอ ยใู นโลกตราบใด พระผู
มีพระภาคเจา เสด็จสําราญพระอรยิ าบถอยใู นสถานที่ใด ๆ ณ มหาชนบททงั้ หลายสบิ
หก ณ มณฑลทัง้ หลายสาม เทพดามนษุ ยท ง้ั หลายสองคนบาง สามคนบา ง สค่ี นบาง
หาคนบา ง รอ ยคนบาง พนั คนบา ง แสนคนบา ง ไดกระทําใหแจงนพิ พานโดยชกุ ชมุ ใน
สถานนน้ั ตราบนนั้ . เทพดาเหลาน้นั ลว นเปนคฤหสั ถทงั้ นั้น หาใชบ รรพชติ ไม. เทพดา
ประมาณแสนโกฏิเปน อเนกเหลา นีด้ วย เหลา อืน่ ดว ย ลว นเปนกามโภคอี ยคู รอบครอง
เคหสถาน ไดก ระทาํ ใหแ จงพระนพิ พานอนั สงบ เปน ประโยชนสูงสดุ ."

ร. "พระผูเปน เจา นาคเสน ถา วา คฤหสั ถท ง้ั หลายกระทาํ ใหแจงนพิ พานได,
ธุดงคคณุ ทั้งหลายจะใหประโยชนอ ะไรสําเรจ็ ; ดว ยเหตนุ น้ั ธุดงคคุณทง้ั หลายเปนของ
หาไดกระทํากจิ ไม. พระผเู ปน เจานาคเสน ถาวา เวน มนตแ ละโอสถ โรคยอ มระงบั ได, จะ
ตองการอะไรดว ยการกระทาํ รา งกายใหทพุ พลภาพ มีอันสํารอกและถา ยเปน ตน, ถา วา
ขมศัตรูตอบดวยกาํ มือได, จะตองการอะไรดว ยดาบหอกศรธนูเกาทณั ฑแ ละไมค อน
ท้งั หลาย; ถา วา เถาวัลยและก่ิงไมเ ปน ตาคตโพรงหนาม เปนเคร่อื งเหนย่ี วข้ึนตน ไมได,
จะตองการอะไรดวยการแสวงหาพะองทีย่ าวมนั่ คง; ถา วา การนอนบนแผนดินเปน ของ
เสมอทน่ี อนตามปกตเิ ดมิ ได, จะตองการอะไรดวยการแสวงหาท่ีนอนประกอบดวยสริ ิ
ใหญ ๆ เปน ทส่ี ัมผัสเปนสุข; ถาวาคนเดยี วเปนผูส ามารถเดินขา มทีก่ นั ดารประกอบดวย
ความรงั เกียจมภี ัย เปน ท่ีไมเ สมอได, จะตองการอะไรดว ยการเตรยี มผกู สอดศัสตราวุธ
และแสวงหาเพื่อนมาก ๆ; ถา วาสามารถจะขา มแมน า้ํ และทะเลสาบดว ยกาํ ลังแขนได,
จะตอ งการอะไรดว ยสะพานม่นั คงและเรอื ; ถา วากระทาํ อาหารและเครื่องนุงหม ดว ย
ของมีแหงตนเองเพยี งพอ, จะตอ งการอะไรดวยการคบหาคนอน่ื และเจรจาเปนท่รี กั
และวง่ิ ไปขางหลงั ขางหนา ; ถา วา ไดน ํ้าในบอสระแลว , จะตองการอะไรดว ยการขุดบอ
อีก ฉนั ใด, ถา วา คฤหัสถกามโภคบี คุ คล กระทาํ ใหแจงนพิ พานได, จะตอ งการอะไรดว ย
การสมาทานธดุ งคคุณอันประเสรฐิ ฉันน้นั เลา."

ถ. "ขอถวายพระพร ก็คุณแหง ธดุ งคท ้ังหลายยส่ี บิ แปดเหลาน้เี ปน คณุ มคี วาม
เปนของเปน จรงิ อยา งไร ซง่ึ พระพทุ ธเจา ทง้ั ปวงรักใครป รารถนา; คณุ แหงธดุ งคท ้งั หลาย
ย่สี ิบแปดเปน ไฉน? คือ ธุดงคใ นศาสนาน้ี

(๑) เปน ของมอี าชวี ะบริสทุ ธ.ิ์
(๒) เปน ของมคี วามสุขเปน ผล.
(๓) เปนของไมมีโทษ.
(๔) เปน ของไมยังผอู น่ื ใหล าํ บาก.
(๕) เปน ของไมมภี ัย.
(๖) เปน ของไมเบียดเบียนพรอม.
(๗) เปน ของมคี วามเจรญิ สว นเดยี ว.
(๘) เปน ของหาความเสยี มิได.
(๙) เปน เคร่ืองรกั ษาทั่ว.
(๑๐)เปน เครอื่ งรักษาทวั่ .
(๑๑)เปนของใหผ ลทีป่ รารถนา.
(๑๒)เปน เครอื่ งทรมานของสตั วทงั้ ปวง.

(๑๓)เปน ของเกอื้ กลู แกความระวัง.
(๑๔)เปน ของสมควร.
(๑๕)เปน ของไมอ าศยั ตัณหามานะทฏิ ฐ.ิ
(๑๖)เปน เครือ่ งพน พิเศษ.
(๑๗)เปนเคร่อื งสน้ิ ไปแหง ราคะ.
(๑๘)เปนเครื่องสน้ิ ไปแหง โทสะ.
(๑๙)เปนเคร่ืองสิ้นไปแหง โมหะ.
(๒๐)เปน เครอื่ งละมานะ.
(๒๑)เปน เคร่ืองตัดความตรึกชัว่ เสยี .
(๒๒)เปน เครอื่ งขามความสงสยั .
(๒๓)เปน เคร่ืองกําจดั ความเกยี จครานเสยี .
(๒๔)เปน เครือ่ งละความไมย นิ ดี.
(๒๕)เปน เครือ่ งทนทานตอกเิ ลส.
(๒๖)เปน ของช่งั ไมได.
(๒๗)เปนของไมม ีประมาณ.
(๒๘)เปน เครอ่ื งถงึ ธรรมที่สนิ้ ไปแหงสรรพทกุ ข.
คุณแหงธุดงคท งั้ หลายยส่ี ิบแปดเหลานี้แล เปนคุณมีความเปน ของเปน จริงอยา งไร ซงึ่
พระพทุ ธเจา ทงั้ ปวงรักใครป รารถนา.
ขอถวายพระพร บุคคลเหลา ใด สองเสพธดุ งคคุณท้งั หลายโดยชอบ บคุ คลเหลา นน้ั
เปน ผบู รบิ ูรณดวยคุณท้งั หลายสบิ แปดประการ; คณุ สิบแปดประการเปน ไฉน? คอื :-
(๑) อาจาระของบคุ คลเหลา นั้นเปน ของบรสิ ทุ ธิด์ .ี
(๒) ปฏปิ ทาของบคุ คลเหลานัน้ เปน ของเตม็ ดว ยด.ี
(๓) ส่ิงทเ่ี ปนไปทางกายและส่ิงทเ่ี ปน ไปทางวาจา เปน ของอนบุคคลเหลา นน้ั รักษาดี
แลว.
(๔) มโนสมาจารของบุคคลเหลานนั้ บริสทุ ธด์ิ ี.
(๕) ความเพยี รเปนของอันบคุ คลเหลานน้ั ประคองไวด วยดี.
(๖) ความเพยี รเปน ของอนั บคุ คลเหลา นน้ั ประคองไวด ว ยดี.
(๖) ภัยของบุคคลเหลา นน้ั ยอมเขาไประงบั .
(๗) อตั ตานทุ ฏิ ฐขิ องบคุ คลเหลา นั้นไปปราศแลว.
(๘) ความอาฆาตเปน ของอนั บคุ คลเหลา นัน้ งดเวน ได.
(๙) เมตตาเปน ของอนั บุคคลเหลา นั้นเขาไปตงั้ ไวแลว.

(๑๐)อาหารเปน ของอันบคุ คลเหลา นั้นกาํ หนดรูแลว.
(๑๑)บุคคลน้นั เปน ผอู นั สตั วท ง้ั ปวงกระทาํ ความเคารพ.
(๑๒)บุคคลนน้ั เปนผูรปู ระมาณในโภชนะ.
(๑๓)บคุ คลนน้ั เปนผปู ระกอบตามความเปน ผตู น่ื .
(๑๔)บคุ คลนนั้ เปน ผหู าท่ีอยไู มไ ด.
(๑๕)บุคคลนน้ั เปน ผมู อี ันอยใู นท่ีสาํ ราญเปนปกต.ิ
(๑๖)บคุ คลน้ันเปนผเู กลียดบาป.
(๑๗)บคุ คลนนั้ เปนผมู ีความเงียบเปน ท่ีมายินด.ี
(๑๘)บคุ คลนน้ั เปน ผไู มประมาทเนืองนติ ย.
บุคคลเหลาใด สองเสพธดุ งคคณุ ทง้ั หลายโดยชอบ บุคคลเหลานั้นเปน ผูบ ริบูรณดวย
คุณทงั้ หลายสบิ แปดประการเหลาน้ีแล.
ขอถวายพระพร บคุ คลสิบเหลา นีเ้ ปน ผคู วรสมาทานธดุ งคคุณ; คอื :-
(๑) เปนผมู ศี รทั ธา.
(๒) เปน ผูมหี ริ .ิ
(๓) เปนผมู ปี ญ ญา.
(๔) เปนผไู มล อ ลวง.
(๕) เปน ผูมอี าํ นาจในประโยชน
(๖) เปน ผูไมม คี วามโลภ.
(๗) เปนผูรกั ความศึกษา.
(๘) เปน ผูสมาทานมน่ั .
(๙) เปน ผมู ปี กติไมโ พนทะนามาก.
(๑๐)เปน ผูม เี มตตาเปน ธรรมอย.ู
บคุ คลสิบเหลา น้ีแล เปน ผคู วรสมาทานธดุ งคคุณ.

ขอถวายพระพร คฤหัสถกามโภคบี ุคคลเหลา ใด กระทาํ ใหแจงซ่ึงนิพพาน
คฤหสั ถเ หลา น้ัน ลวนเปน ผมู ีการปฏบิ ัตใิ นธุดงคสิบสาม อันกระทาํ แลว เปน ผมู ีกรรม
เปน ภูมใิ นธดุ งคสิบสามอันกระทาํ แลว ในชาติกอ น ๆ; คฤหัสถเ หลา น้ัน ยังอาจาระและ
ปฏบิ ัตใิ นธดุ งคคุณสิบสามนนั้ ใหห มดจดแลว จงึ กระทาํ ใหแ จง ซงึ่ นิพพานในกาลน้ไี ด.

ขอถวายพระพร เปรียบเหมอื นคนแผลงศรผูฉลาด หัดศษิ ยท ง้ั หลายในชนิด
ของแลง ศร การข้นึ คนั ศร การถือคนั ศร การบีบไวในกาํ มอื การใชน ิว้ มอื การตั้งเทา การ
จับลูกศร การพาดลูกศร การเหนี่ยวมา การตรวจ การเลง็ ทหี่ มด การแผลงไป ในการยิง
หนุ หญาเครื่องกําบงั กองหญา กองฟาก กองดิน โล เปา ในศาลาที่ยงิ แลว แสดงการยงิ

ใหเ ปน ท่ีโปรดปรานในสกั ของพระราชาแลว ยอมไดรถเทยี มอาชาไนย ชาง มา ทรพั ย
ควรสงวน เงินและทอง ทาสและทาสี ภริยาบา นสว ย ฉะนน้ั . คฤหสั ถเ วน การสอ งเสพ
ธดุ งคทง้ั หลายในชาติกอน ๆ ไมก ระทําใหแจงพระอรหตั ในชาตหิ นง่ึ แท, คฤหสั ถกระทาํ
ใหแจงซงึ พระอรหตั กเ็ พราะความเพียรสงู สดุ เพราะการปฏบิ ัตสิ ูงสุด เพราะอาจาระ
และกลั ยาณมติ รเหน็ ปานนน้ั .

อน่งึ เปรยี บเหมอื นหมอบาดแผล ยังอาจารยใหยนิ ดดี วยทรพั ยห รือดวยวัตร
ปฏิบตั ิแลว ศึกษาเนอื ง ๆ ซง่ึ การจบั ศัสตรา เชอื ด กรดี พัน ผูก ถอนลกู ศรออก ลางแผล
ใหแ ผลแหง ทายาบอ ย ๆ ใหอ าเจยี น ใหถา ยและอบเนอื ง ๆ เปน ผูม กี ารศกึ ษาอนั กระทํา
แลว มมี ืออันกระทาํ ชาํ นาญแลวในวทิ ยาแพทยท ง้ั หลาย จงึ เขาไปใกลคนไขผู
กระสบั กระสา ยท้ังหลายเพื่อแกไ ข ฉันใด; คฤหัสถผกู ระทาํ ใหแ จง ซงึ่ นพิ พาน ลวนได
ปฏิบัตใิ นธดุ งคคณุ สิบสามในชาติกอ น ๆ ยงั อาจาระและจอ ปฏบิ ัตใิ นธดุ งคคุณสบิ สาม
น้ันใหห มดจด จึงเปน ผูกระทาํ ใหแ จง ซึ่งนพิ พานในกาลนี้ได ฉนั นน้ั แล. ธรรมาภิสมยั
ยอมไมมีแกบคุ คลทงั้ หลาย ผไู มบริสทุ ธิ์ดวยธดุ งคคณุ ทง้ั หลาย. เปรียบเหมือนความไม
งอกงามขนึ้ แหง พชื ท้งั หลาย เพราะไมรดนาํ้ ฉะนน้ั .

อกี อยา งหนงึ่ เปรียบเหมอื นความไปสคุ ติ ยอมไมมแี กชนทงั้ หลาย ผไู มกระทาํ
กุศล ผูไมปกระทํากรรมงาม ฉะนนั้ .

ขอถวายพระพร ธดุ งคคุณเปน ของเสมอดว ยแผนดนิ ดวยใจความวา เปนทีต่ งั้
อาศัยแหง บุคคลผูใ ครค วามหมดจดพิเศษ.

ธุดงคคณุ เปน ของเสมอดวยนา้ํ ดวยใจความวา เปน เครอ่ื งลา งมลทนิ คอื กเิ ลส
ท้งั ปวง แหง บคุ คลผใู ครความหมดจดพเิ ศษ.

ธุดงคคุณเปนของเสมอดวยยา ดว ยใจความวา เปน เครอื่ งระงับพยาธิ คือ กิ
เสลทัง้ ปวง แหงบคุ คลผใู ครความหมดจดพิเศษ.

ธดุ งคคุณเปนของเสมอดวยน้าํ อมฤต ดวยใจความวา เปน เครือ่ งใหพ ษิ คอื
กิเลสหาย แหง บคุ คลผใู ครค วามหมดจดพเิ ศษ.

ธดุ งคคณุ เปน ของเสมอดว ยนา ดว ยใจความวา เปน ทง่ี อกขึน้ แหง ขาวกลาคือ
สามญั คุณท้ังปวง แหงบุคคลผูใครความหมดจดพเิ ศษ.

ธุดงคคณุ เปนของเสมอดว ยของทกี่ ระทําใหย นิ ดี ดว ยใจความวา เปนผใู ห
สมบตั ิอันประเสริฐทง้ั ปวง ทป่ี รารถนาและอยากได แหง บุคคลผใู ครความหมดจด
พิเศษ.

ธดุ งคคณุ เปน ของเสมอดวยเรอื ดว ยใจความวา เปน เครอ่ื งไปสฝู ง แหง หวง
ทะเลใหญคือสงสาร แหง บคุ คลผูใครความหมดจดพเิ ศษ.

ธุดงคคณุ เปนของเสมอดวยเครื่องปอ งกนั ความขลาด ดว ยใจความวา เปน
เครอ่ื งกระทาํ ความหายใจคลอง แหง บุคคลผูขลาดตอ ความชราและมรณะ ผใู ครความ
หมดจดพเิ ศษ.

ธุดงคคุณเปน ของเสมอดวยมารดา ดว ยใจความวา เปน ผูใหสรรพสามัญคณุ
เกดิ แหง บคุ คลผใู ครค วามเจรญิ แหง กุศล ผูใครค วามหมดจดพเิ ศษ.

ธดุ งคคณุ เปนของเสมอดว ยมติ ร ดว ยใจความวา เปนผไู มห ลอกลวง ในการ
แสวงหาสรรพสามญั คณุ แหง บุคคลผใู ครความหมดจดพเิ ศษ.

ธดุ งคคณุ เปน ของเสมอดวยดอกบวั ดว ยใจความวา เปน ของอนั มลทนิ คือ
สรรพกเิ ลสไมต ดิ อยูไ ด แหงบุคคลผูใครค วามหมดจดพเิ ศษ.

ธุดงคคุณเปน ของเสมอดวยของหอมอนั ประเสรฐิ มชี าตสิ ี่ ดว ยใจความวา เปน
เครื่องบรรเทาเสยี ซึ่งของเหมน็ คือกเิ ลส แหงบคุ คลผูใครความหมดจดพเิ ศษ.

ธดุ งคคณุ เปน ของเสมอดว ยภเู ขาใหญอ ันประเสริฐ ดวยใจความวาเปน ของไม
หวน่ั ไหวดว ยลม คอื โลกธรรมทง้ั แปด แหง บคุ คลผใู ครความหมดจดพเิ ศษ.

ธดุ งคคุณเปน ของเสมอดวยอากาศ ดว ยใจความวา เปน ของไมม ที ีย่ ดึ ถอื ในท่ี
ท้ังปวง และเปน ของสูงกวา งใหญ แหง บคุ คลผใู ครความหมดจดพเิ ศษ.

ธุดงคคุณเปน ของเสมอดว ยแมน้าํ ดว ยใจความวา เปน ทล่ี อยมลทินคอื กิเลส
แหง บุคคลผูใครความหมดจดพิเศษ.

ธุดงคคุณเปนของเสมอดว ยคนบอกหนทาง ดว ยใจความวา เปน เครื่องนาํ ออก
จากกนั ดารคอื ชาติ และชฏั ปา คอื กิเลส แหง บคุ คลผูใ ครความหมดจดพเิ ศษ.

ธดุ งคคุณเปนของเสมอดว ยพอคาเกวียนใหญ ดวยใจความวา เปน ผใู หถงึ เมือง
คอื นิพพาน ซง่ึ เปน ของสูญจากภัยทงั้ ปวง และเปนของเกษมไมมภี ยั เปน ของประเสรฐิ
บวร แหง บคุ คลผใู ครความหมดจดพิเศษ.

ธดุ งคคุณเปน ของเสมอดว ยกระจกเช็ดดไี มไ ดม ัว ดวยใจความวา เปน เครอ่ื ง
สองความเปนเองของสังขารทง้ั หลาย แหง บุคคลผใู ครค วามหมดจดพเิ ศษ.

ธดุ งคคณุ เปน ของเสมอดวยโล ดว ยใจความวา เปน เครอ่ื งปองกนั ไมคอนและ
ศรหอกคอื กเิ ลสแหงบคุ คลผใู ครความหมดจดพเิ ศษ.

ธุดงคคณุ เปนของเสมอดว ยรม ดว ยใจความวา เปน เครอ่ื งกนั้ ฝนคือกเิ ลส และ
แดดอนั รอ นคือไฟสามอยา ง แหง บคุ คลผใู ครค วามหมดจดพิเศษ.

ธดุ งคคุณเปน ของเสมอดว ยพระจันทร ดว ยใจความวา เปนของอนั บุคคลผใู คร
ความหมดจดพเิ ศษอยากไดแ ละปรารถนา.

ธุดงคคณุ เปนของเสมอดวยพระอาทิตย ดว ยใจความวา เปน ของใหมดื หมอก
คือโมหะหายไป แหงบุคคลผใู ครค วามหมดจดพิเศษ.

ธุดงคคณุ เปนของเสมอดวยสาคร ดว ยใจความวา เปน ทีต่ ้งั ขน้ึ แหงรตั นะอัน
ประเสรฐิ คอื สามญั คณุ ไมใ ชอ ยางเดยี ว และดวยใจความวา เปน ของจะกาํ หนดจะนบั
จะประมาณไมไ ด แหง บคุ คลผูใครความหมดจดพิเศษ.

ขอถวายพระพร ธดุ งคคณุ เปนของมีอุปการมาก และเปน ของบรรเทาความ
กระวนกระวายความเรา รอนทงั้ ปวง เปน ของบรรเทาความไมย นิ ดี เปน ของบรรเทาภยั
เปนของบรรเทาภพ เปน ของบรรเทากิเลส เปนของบรรเทามลทนิ เปน ของบรรเทาความ
โศก เปน ของบรรเทาทกุ ข เปนของบรรเทาราคะ เปน ของบรรเทาโทสะ เปน ของบรรเทา
โมหะ เปน ของบรรเทามานะ เปนของบรรเทาทฏิ ฐิ เปน ของบรรเทาสรรพอกุศล. ธรรม
เปน ของนาํ มาซ่งึ ยศ เปน ของนาํ มาซ่ึงความเกอื้ กลู เปนของนํามาซง่ึ ความสขุ เปน ของ
กระทาํ ความสาํ ราญ เปน ของกระทาํ ปต ิ เปนของกระทําความเกษมจากโยคะ เปนของ
ไมมีโทษ เปน ของมีสขุ ท่ีปรารถนาเปน วบิ าก เปน กองแหง คณุ เปน ตะลอ มแหงคุณ เปน
ของมคี ุณจะประมาณจะนบั ไมได เปน ของประเสรฐิ เปน ของเลิศแหง บคุ คล ผใู ครค วาม
หมดจดพิเศษ ดว ยประการฉะนแ้ี ล.

ขอถวายพระพร มนุษยท ัง้ หลาย เสพโภชนะดว ยสามารถแหงความอปุ ถมั ภ.
เสพยาดว ยสามารถแหง ความเกื้อกูล, เสพมติ รดวยสามารถแหงความอปุ การ, เสพเรอื
ดวยสามารถแหง อนั ขาม, เสพดอกไมข องหอมดว ยสามารถแหงกลนิ่ ด,ี เสพคนผู
ปอ งกนั ความขลาดดว ย สามารถแหง ความไมม ภี ยั , เสพแผนดนิ ดวยสามารถแหง อนั
เปน ที่ตงั้ อาศยั , เสพอาจารยด วยสามารถแหงศลิ ปศาสตร, เสพพระเจา แผน ดนิ ดวย
สามารถแหง ยศ, เสพแกวมณดี ว ยสามารถแหงอนั ใหผลทีอ่ ยากไดฉันใด; พระอริยเจา
ท้ังหลาย เสพธดุ งคคุณ ดว ยสามารถแหง อันใหสรรพสามัญคุณ ฉันนน้ั .

ขอถวายพระพร อกี ประการหนึ่ง นาํ้ เพ่ืออนั งอกข้นึ แหงพชื ไฟเพ่อื อนั เผา
สงิ่ ของ อาหารเพือ่ อันนาํ กําลงั มา เถาวัลยเพือ่ อนั พันผกู ศสั ตราเพอื่ อันตดั ฟน นํา้ ควรดม่ื
เพอ่ื อันบรรเทาความอยากนํ้า ขมุ ทรัพยเ พอ่ื อันกระทําความหายใจคลอง เรือเพ่ืออนั ให
ถงึ ฝง ยาเพอ่ื อันระงับพยาธิ ยานเพอ่ื อนั ไปสบาย เครอ่ื งปองกนั ความขลาดเพอื่ อนั
บรรเทาความกลวั พระเจา แผนดนิ เพ่อื ประโยชนแ กอนั รักษาทว่ั โลเพื่ออันบงั ทอ นไม
กอ นดนิ ไมคอ น ศรและหอก อาจารยเ พอื่ อันพรํ่าสอน มารดาเพ่ืออนั เลีย้ ง กระจกเพื่อ
อนั สองดู เครอ่ื งประดับเพือ่ อันงาม ผา เพอ่ื อันปกปด บนั ไดเพื่ออนั ขนึ้ ไป คันช่ังเพ่อื อัน
ชัง่ ของ มนตเพ่อื อนั ราย อาวธุ เพื่ออันหา มความคุกคาม ประทปี เพ่ืออันบรรเทาความ
มดื ลมเพอ่ื อนั ยงั ความรอ นกระวนกระวายใหด บั หาย ศิลปศาสตรเ พื่ออันสําเร็จการ


Click to View FlipBook Version