The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิศวกรรมขนส่ง
Transportation Engineering

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-07-16 03:17:37

วิศวกรรมขนส่ง Transportation Engineering

วิศวกรรมขนส่ง
Transportation Engineering

Keywords: วิศวกรรมขนส่ง Transportation Engineering

วศิ วกรรมขนสง่

Transportation Engineering

ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั บรู พา

พฤษภาคม 2551



คาํ นํา

เอกสารประกอบการสอนนีมีวตั ถุประสงคเ์ บืองตน้ ในการจดั ทาํ เพือใชป้ ระกอบการเรียน
การสอนวิชาวิศวกรรมขนส่ง (Transportation Engineering) โดยตอ้ งการให้นิสิตทีเรียนวิชานีที
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั บูรพา ไดม้ ีตาํ ราภาษาไทยไวส้ าํ หรับ
ทาํ การศึกษาคน้ ควา้ ในเบืองตน้ เพือเป็ นการปูพืนฐาน ก่อนทีจะไปทาํ การศึกษาเพิมเติมดว้ ยตนเอง
จากตาํ ราต่างประเทศในโอกาสต่อไป ดว้ ยเหตุนี ผูเ้ ขียนจึงพยายามใช้ภาษาทีเขา้ ใจง่าย ไม่เน้น
ศพั ทเ์ ทคนิคทียงุ่ ยากซบั ซอ้ น และทีสาํ คญั คือมีการบรรยายขนั ตอนการคาํ นวณและวิธีทาํ ทีค่อนขา้ ง
ละเอียด เนืองดว้ ยผเู้ ขียนมีแนวคิดซึงไดร้ ับการถ่ายทอดมาจากครูบาอาจารยข์ องผเู้ ขียนว่า ในการ
เขียนเชิงวิชาการใดก็ตาม ให้เขียนและนาํ เสนอเนือหาโดยคิดเสมอว่ากาํ ลงั เขียนให้ผูอ้ ่านทีไม่มี
พืนฐานในเรืองทีเราเขียนสามารถเขา้ ใจได้ สาํ หรับเหตุผลอีกประการหนึงของการเขียนเอกสารนีก็
คือ เพอื นาํ ไปใชใ้ นการขอตาํ แหน่งวิชาการของผเู้ ขียนเอง

เนือหาของเอกสารฉบบั นี ไดจ้ ากการคน้ ควา้ เอกสารวิชาการและหนงั สือทงั ภาษาไทยและ
ต่างประเทศดงั แสดงในบรรณานุกรมทา้ ยเอกสารฉบบั นี ผูเ้ ขียนจึงขอขอบพระคุณเจา้ ของงาน
ประพนั ธ์ทุกชินทีถกู อา้ งอิงถึงในเอกสารฉบบั นีทีไดเ้ ขียนและตีพมิ พส์ ิงทีมีประโยชน์ไวส้ าํ หรับการ
คน้ ควา้ และเผยแพร่เพอื ประโยชน์ทางวิชาการ ผเู้ ขียนเชือเป็นอยา่ งยงิ วา่ อนิสงส์อนั เกิดจากความดีที
ไดใ้ หป้ ัญญาแก่ผอู้ ืน จะส่งผลตอ่ เจา้ ของงานประพนั ธ์เหล่านนั ไม่ทางใดกท็ างหนึง ซึงอนั ทีจริงแลว้
ก็ไม่ยากเลยทีจะเห็นผลของกรรมดีดงั กล่าว เนืองจากเจา้ ของงานประพนั ธ์เหล่านันลว้ นเป็ นผูท้ ี
ไดร้ ับการยอมรับในแวดวงวิชาการถึงความรู้และความสามารถทีท่านเหลา่ นนั มีอยแู่ ลว้ ทงั สิน

ผูเ้ ขียนหวงั เป็ นอยา่ งยิงว่า นิสิตและผูท้ ีสนใจเมือไดอ้ ่านเอกสารเล่มนีแลว้ จะเกิดความรู้
ความเขา้ ใจเบืองตน้ เกียวกบั วิศวกรรมขนส่ง และสามารถนาํ ความรู้ทีไดจ้ ากเอกสารฉบบั นีไปใช้
เป็ นประโยชน์ในชีวิตประจาํ วนั ไดบ้ า้ งไม่มากกน็ อ้ ยนอกเหนือจากการอ่านเพือนาํ ไปใชใ้ นการทาํ
ขอ้ สอบ สุดทา้ ยนี ถา้ ผอู้ ่านท่านใดพบความผดิ พลาดในเนือหาหรือมีคาํ แนะนาํ เพิมเติมใดๆ ก็ตาม
ผเู้ ขียนจะยนิ ดีเป็นอยา่ งยงิ ถา้ ท่านจะบอกความผดิ พลาดและคาํ แนะนาํ เหล่านนั แก่ผเู้ ขียน เพือผเู้ ขียน
จะไดน้ าํ ขอ้ มูลทีเป็ นประโยชน์เหล่านัน ไปใชส้ ําหรับปรับปรุงเนือหาในการจดั ทาํ ตน้ ฉบบั ครัง
ต่อไป

สุรเมศวร์ พริ ิยะวฒั น์
พฤษภาคม 2551



กติ ตกิ รรมประกาศ

ผูเ้ ขียนขอขอบพระคุณเจา้ ของงานประพนั ธ์ทุกท่าน ทีไดเ้ ขียนหนังสือ เอกสารวิชาการ
และตาํ ราทุกเล่ม ไวส้ าํ หรับการคน้ ควา้ และอา้ งอิงเพือประโยชน์ทางวิชาการและสาํ หรับการเขียน
เอกสารประกอบการสอนฉบบั นี และคุณพุทธิพนั ธุ์ เศรณีปราการ สาํ หรับขอ้ มูลทีมีประโยชน์ใน
บทที 8 อนิสงส์จากความดีดงั กล่าวอนั เกิดจากการใหป้ ัญญาแก่ผอู้ ืนขอใหส้ ะทอ้ นกลบั ไปยงั เจา้ ของ
ผลงานทุกท่าน และขอขอบคุณภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั บูรพา
สาํ หรับสถานทีทีผเู้ ขียนใชเ้ ขียนตน้ ฉบบั

ผูเ้ ขียนขอแสดงความสํานึกในพระคุณของ รองศาสตราจารย์ ดร. สรวิศ นฤปิ ติ ซึงเป็ น
อาจารยข์ องผเู้ ขียน ทีไดใ้ ห้ความรู้และโอกาสในวิชาชีพของผเู้ ขียนมาโดยตลอด ทงั ยงั เป็ นผสู้ ร้าง
โอกาสให้ผูเ้ ขียนได้ประกอบอาชีพทีตนเองรักมาจนทุกวนั นี และเป็ นแบบอย่างเบืองตน้ ทีจุด
ประกายใหผ้ เู้ ขียนอยากประกอบอาชีพอาจารย์ ขอขอบพระคุณ ศาสตรจารย์ ดร. วิโรจน์ รุโจปการ
สาํ หรับคุณูปการทีอาจารยม์ ีใหก้ บั สงั คม ผลงานของอาจารย์ ไม่วา่ จะเป็นงานเขียน บทความวชิ าการ
หรื อตํารา รวมถึงแนวทางในการประกอบวิชาชีพ ล้วนเป็ นแบบอย่างทีดีสําหรับผู้เขียน
ขอขอบพระคุณ ผูช้ ่วยศาสตรจารย์ ดร. เยาวอ์ ุไร สุถิรนาถ สําหรับแนวคิดทีดีและคาํ แนะนาํ ทีมี
ประโยชน์ในการดาํ เนินชีวิต--ผมยงั ระลึกถึงอาจารยแ์ ละพระคุณทีอาจารยม์ ีให้ผมเสมอครับ--
รวมถึงครูอาจารยท์ ุกท่านตงั แตอ่ ดีตจนถึงปัจจุบนั ทีไดป้ ระสิทธิประสาทวชิ าความรู้ใหก้ บั ผเู้ ขียนจน
สามารถใช้ประกอบวิชาชีพทีเป็ นประโยชน์ต่อทังตนเองและผู้อืน และรองศาสตราจารย์
ดร.วฒั นวงศ์ รัตนวราห สาํ หรับความอนุเคราะห์ในการช่วยตรวจตน้ ฉบบั

ผูเ้ ขียนขอสํานึกในพระคุณของญาติพีน้องและผูม้ ีอุปการคุณทุกท่านทีให้การสนับสนุน
ผเู้ ขียนเป็นอยา่ งดี ซึงทาํ ใหผ้ เู้ ขียนรู้สึกมนั คงและมนั ใจในการดาํ เนินชีวิต และสามารถเขียนเอกสาร
ฉบบั นีไดอ้ ยา่ งสบายใจ ขอขอบคุณ คุณวรางคณา บรรลือวงศ์ สาํ หรับกาํ ลงั ใจทีดีสาํ หรับผเู้ ขียนทงั
ทางตรงและทางออ้ ม

สุดทา้ ย ผเู้ ขียนขอสาํ นึกในพระคุณของบิดามารดาทีให้การสนบั สนุนและเป็ นกาํ ลงั ใจแก่
ผเู้ ขียนมาโดยตลอดในทุกๆ ดา้ น จนทาํ ใหผ้ เู้ ขียนสามารถเดินทางมาไดจ้ นถึงวนั นี ถา้ ผเู้ ขียนเป็นนก
ท่านทงั สองก็คงเป็ นเสมือนลมทีพยุงอยใู่ ตป้ ี ก ทีช่วยใหผ้ เู้ ขียนสามารถบินไดส้ ูง มองเห็นสิงต่างๆ
ชดั เจน และไปไดไ้ กลเทา่ ทีตอ้ งการ--You are the wind beneath my wings

คุณูปการและความดีทงั หมดอนั เกิดจากหนงั สือเล่มนี ขอมอบใหก้ บั บิดามารดาของผเู้ ขียน
ขอ้ ผดิ พลาดของหนงั สือเล่มนี ผเู้ ขียนขอนอ้ มรับไวแ้ ต่เพียงผเู้ ดียว ซึงผเู้ ขียนจะไดท้ าํ การแกไ้ ขและ
ปรับปรุงเนือหาใหเ้ หมาะสมยงิ ขึนในโอกาสตอ่ ไป

สุรเมศวร์ พริ ิยะวฒั น์
พฤษภาคม 2551



สารบญั

หนา้

คาํ นาํ ……………….……………………………….……………………………………... ข

กิตติกรรมประกาศ……………………………………………………………………….… ค

สารบญั ตาราง……………………………………………………………………………… ฎ

สารบญั รูป…..……………………………………………………………….…………..… ฐ

บทท่ี 1 บทนํา………………………..………………………………………………….. 1

1.1. ความหมายและความสาํ คญั ของการขนส่ง….…………...…...…….………. 1

1.2. ความหมายและบทบาทของวิศวกรรมขนส่ง………………………….……. 4

1.3. สาขาที่เก่ียวขอ้ งกบั วศิ วกรรมขนส่ง……...……………..…………..........… 6

1.4. หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งกบั วิศวกรรมขนส่ง…...…………..……...………...… 9

1.4.1. หน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งกบั วิศวกรรมขนส่งในตา่ งประเทศ…......….…….... 9

1.4.2. หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั วิศวกรรมขนส่งในประเทศไทย…………..…… 10

1.5. องคป์ ระกอบของระบบขนส่งและประเภทของการขนส่ง…...…………….. 17

1.5.1. การขนส่งทางบก (Land transportation)…...............................….…….... 20

1.5.2. การขนส่งทางน้าํ (Water transportation)…..............................….…….... 27

1.5.3. การขนส่งทางอากาศ (Air transportation)….............................….…….... 30

1.5.4. การขนส่งทางทอ่ (Pipelines)....................................................….…….... 33

1.6. เน้ือหาโดยยอ่ ของเอกสารประกอบการสอน……………………………….. 34

คาํ ถามทา้ ยบท…………………………………………………………………… 36

บทท่ี 2 การวางแผนการขนส่ง……………………………………………..……………. 37

2.1 ความหมายของการวางแผนการขนส่ง……………........................................ 37

2.2 กระบวนการวางแผนการขนส่ง……………………………………………... 38

2.3 การกาํ หนดแนวทางการสาํ รวจขอ้ มลู เพอ่ื การวางแผนการขนส่ง…………… 42

2.3.1. การกาํ หนดขอบเขตพ้นื ที่เกบ็ ขอ้ มลู ........................................................... 43

2.3.2. การเลือกตวั อยา่ ง………………………………...………...…………….. 45

2.4. การตรวจสอบขอ้ มูลเพื่อการวางแผนการขนส่ง……………………………. 53

2.4.1. ขอ้ มลู การใชพ้ ้นื ท่ีและประชากร………………………………………… 54

2.4.2. การเกบ็ ขอ้ มลู การใชพ้ ้ืนที่……………...……………………………...… 55

2.4.3. ขอ้ มลู ระบบขนส่ง……………………………………………………..… 56

2.5. การสาํ รวจจุดตน้ ทางปลายทาง…………………………………………...… 59



สารบญั

หนา้

2.6. การสาํ รวจการเดินทางระหวา่ งพ้ืนที่……………………………………..… 61

2.6.1. การสร้างเสน้ ขอบเขตการศึกษา……………………………………...… 61

2.6.2. การสมั ภาษณ์ขอ้ มูลขา้ งทาง (Road side interviews) ………………….… 61

2.6.3. การสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ยไปรษณียบตั รหรือตอบกลบั ทางไปรษณีย…์ ……… 65

2.6.4. การสาํ รวจป้ ายทะเบียนรถยนต…์ ……………………………………...… 66

2.6.5. การสาํ รวจขอ้ มูลจากฐานขอ้ มูลการจดทะเบียนรถยนต์ (Vehicle

registration)……………………………………………………………... 69

2.6.6. Vehicle intercepts method…………………………………………….… 70

2.6.7. Tag-on-vehicle method………………………………………………..… 70

2.6.8. การศึกษาดว้ ยวธิ ีเปิ ดไฟหนา้ รถ (Light-on studies) …………………...… 70

2.7. การสาํ รวจการเดินทางภายในพ้นื ที่………………………………………… 71

2.7.1. การสมั ภาษณ์ตามที่พกั อาศยั …………………………………………...… 72

2.7.2. การสาํ รวจดว้ ยแบบสอบถามทางไปรษณียส์ าํ หรับเจา้ ของรถยนต…์ ….… 73

2.7.3. การสมั ภาษณ์ขอ้ มูลในสถานท่ีทาํ งานและแหลง่ สร้างการเดินทางอ่ืนๆ.… 73

2.7.4. แบบสอบถามสาํ หรับผโู้ ดยสารระบบขนส่งสาธารณะ………………..… 74

2.7.5. การสาํ รวจขอ้ มูลรถแทก็ ซี่และรถบรรทุก………………………...……… 75

2.8. การนาํ เสนอขอ้ มลู จุดตน้ ทางปลายทาง…………………………………...… 75

2.9. การตรวจสอบความถูกตอ้ งของการสาํ รวจขอ้ มูล………………………...… 75

คาํ ถามทา้ ยบท…………………………………………………………………… 76

บทท่ี 3 การวเิ คราะห์ความต้องการเดนิ ทาง…...……………………...…………………. 77

3.1. การวเิ คราะห์ความตอ้ งการเดินทาง………………...………………………. 77

3.2. ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อความตอ้ งการเดินทาง………………...……………….. 84

3.2.1. การใชพ้ ้ืนที่………………...…………………………………………….. 84

3.2.2. ลกั ษณะทางเศรษฐกิจและสงั คม………………...……………………….. 85

3.2.3. ปัจจยั อื่นๆ………………...……………………………………………... 86

3.3. ตารางจุดตน้ ทางปลายทาง………………...………………………………... 87

3.4. แบบจาํ ลองการเกิดการเดินทาง………………...…………………………... 90

3.4.1. หลกั การของจุดตน้ ทาง-ปลายทาง และการสร้าง-ดึงดูดการเดินทาง…….. 93

3.4.2. การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเสน้ ………...……………………………….. 95



สารบัญ

หนา้

3.4.3. การวิเคราะห์อตั ราการเดินทาง………...……………………………….... 100

3.4.4. วิธีตวั ประกอบขยาย………...…………………………………………..... 101

3.5. แบบจาํ ลองการกระจายการเดินทาง………...…………………………….... 103

3.6. แบบจาํ ลองการเลือกรูปแบบการเดินทาง…………………………………... 106

3.7. แบบจาํ ลองการแจกแจงการเดินทาง………………………........................... 113

3.7.1. การแจกแจงดว้ ยวธิ ีท้งั หมดหรือไมม่ ี………………………...................... 114

3.7.2. การแจกแจงดว้ ยวธิ ีจุดสมดุล……………………….................................. 116

3.7.3. การแจกแจงดว้ ยหลกั ความน่าจะเป็น………………………..................... 117

3.7.4. การแจกแจงแบบจล………………………................................................ 117

3.8. บทสรุป………………………...................................................................... 118

คาํ ถามทา้ ยบท……………………….................................................................... 118

บทท่ี 4 วศิ วกรรมจราจร…...………..……………………………………………...…… 122

4.1. นิยามของวิศวกรรมจราจร………………………………………………….. 122

4.2. ตวั แปรท่ีใชอ้ ธิบายกระแสจราจร………………………………………….... 123

4.2.1. ปริมาณจราจรและอตั ราการไหล (Traffic volume and Rate of flow)…… 123

4.2.2. ความเร็วและเวลาในการเดินทาง (Speed and Travel time) …………….. 128

4.2.3. ความหนาแน่นและการครอบครองผวิ จราจร (Density and Occupancy)... 130

4.2.4. ระยะห่างและช่วงห่าง (Spacing and Headway) ………………………… 131

4.2.5. แผนภมู ิเวลา-ระยะทางของการไหล……………………………………... 133

4.3. ความสมั พนั ธพ์ ้นื ฐานของตวั แปรท่ีอธิบายกระแสจราจร………………...… 134

4.4. ระดบั การใหบ้ ริการ…………………………………………………………. 140

4.5. การสาํ รวจขอ้ มลู จราจร……………………………………………………... 143

4.5.1. การสาํ รวจปริมาณจราจร……………………………………………….... 143

4.5.2. การสาํ รวจความเร็ว เวลาในการเดินทาง และความล่าชา้ ………………... 154

4.6. การออกแบบสญั ญาณไฟจราจรบริเวณทางแยก………………………….… 163

คาํ ถามทา้ ยบท………………………………………………………………….... 177

บทที่ 5 ระบบขนส่งสาธารณะ……....………………………………………….......…… 179

5.1. ความเป็นมาของระบบขนส่งสาธารณะ…………………….......................... 179

5.1.1. ออมนิบสั (Omnibus)….…………………................................................. 180



สารบญั

หนา้
5.1.2. รถรางลากดว้ ยมา้ (Horse-drawn street railway) ……………………........ 181
5.1.3. รถเคเบิ้ล (Cable car) ……………………................................................. 182
5.1.4. รถรางขบั เคลื่อนดว้ ยไฟฟ้ า (Electric streetcar) ……………………......... 183
5.1.5. รถรางขบั เคลื่อนดว้ ยพลงั ไอน้าํ (The steam railroad) ………………..… 184
5.1.6. ระบบรถรางใตด้ ินและรถรางยกระดบั (Subway and elevated system)…. 185
5.1.7. รถรางขนส่งระหวา่ งเมือง (Interurban or Commuter rails) …………...… 186
5.1.8. รถโดยสารและ Trolley buses (Motor buses and Trolley buses)............... 187
5.2. การจาํ แนกประเภทระบบขนส่งสาธารณะ……...………………………….. 188
5.2.1. การจาํ แนกประเภทระบบขนส่งสาธารณะตามประเภทของบริการ……… 189
5.2.2. รูปแบบการขนส่ง (Transit Modes) ……………...………….................... 190
5.2.3. องคป์ ระกอบของระบบขนส่งสาธารณะ…………………….................... 195
5.3. รูปแบบของระบบขนส่งสาธารณะ……………………................................. 197
5.3.1. การขนส่งแบบราง (Rail transit) ……………………................................ 197
5.3.2. การขนส่งดว้ ยรถโดยสาร (Bus transit) ……………………..................... 202
5.3.3. การขนส่งดว้ ยรถรับจา้ ง (Paratransit) ……………………........................ 207
5.4. การออกแบบและวางแผนระบบขนส่งสาธารณะ……................................... 213
5.4.1. การจดั ตารางเดินรถ (Scheduling)……………..……................................ 216
5.4.2. การวเิ คราะห์ความถ่ีของการใหบ้ ริการ……………..…............................. 218
5.4.3. การวเิ คราะห์ความสามารถรองรับบริการและจาํ นวนรถท่ีใหบ้ ริการ….… 221
5.4.4. ระดบั การใหบ้ ริการ…………………………….…..…............................. 224
5.4.5. ลกั ษณะการใหบ้ ริการ…………………….…….…..…............................. 225
5.4.6. รูปแบบการเกบ็ คา่ โดยสาร…………………….…….…........................... 227
5.4.7. ลกั ษณะโครงขา่ ยการใหบ้ ริการระบบขนส่งสาธารณะ…………………... 233
5.4.8. การวางตาํ แหน่งเสน้ ทาง……………………….…….…........................... 238
5.4.9. การวางตาํ แหน่งสถานี……………………...….…….…........................... 239
คาํ ถามทา้ ยบท……………………........................................................................ 243
บทที่ 6 เศรษฐศาสตร์วศิ วกรรม….....………………………………………….....…… 245
6.1. ความหมายของเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์วศิ วกรรมขนส่ง………...… 245
6.2. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอตั ราดอกเบ้ียหรือผลตอบแทน เวลา และค่าของเงิน 246



สารบัญ

หนา้
6.2.1. การคาํ นวณผลรวมคา่ เดียว (Single-sum calculation) ……...…….....…… 248
6.2.2. การคาํ นวณเงินเทา่ กนั แบบสม่าํ เสมอตามช่วงเวลา (Uniform series

formulas) …………….....…………………………………………….… 249
6.3. การเปรียบเทียบทางการเงินเพอื่ คดั เลือกโครงการ…………….....……….… 252
6.3.1. การวเิ คราะห์มลู ค่าเทียบเท่าปัจจุบนั (Present worth analysis) ………..… 252
6.3.2. การวิเคราะห์มูลค่าเทียบเท่ารายปี (Annual worth analysis) …………..… 257
6.3.3. การวิเคราะห์ผลประโยชน์ต่อเงินลงทุน (Benefit/cost analysis) ……...… 262
6.3.4. การวเิ คราะห์อตั ราผลตอบแทน (Rate of return analysis) …………….… 265
คาํ ถามทา้ ยบท…………….....………………………………………………...… 273
บทที่ 7 ผลกระทบการจราจรและการศึกษาการจอดรถ……..………………….....…… 275
7.1. การศึกษาผลกระทบการจราจร…………...................................................… 275
7.1.1. ลกั ษณะพ้ืนฐานของการศึกษาผลกระทบการจราจร…………...............… 276
7.1.2. ข้นั ตอนการดาํ เนินงาน…………...........................................................… 278
7.1.3. องคป์ ระกอบหลกั ของการศึกษาผลกระทบการจราจร…………...........… 280
7.1.4. การปรับปรุงโครงขา่ ยถนนโดยรอบโครงการ…………........................… 282
7.2. การศึกษาการจอดรถ…………..................................................................… 283
7.2.1. ประเภทของการศึกษาการจอดรถ…………..........................................… 283
7.2.2. การวเิ คราะห์การจอดรถ………….........................................................… 285
7.2.3. การออกแบบท่ีจอดรถ…………............................................................… 293
คาํ ถามทา้ ยบท…………....................................................................................… 300
บทที่ 8 การควบคุมความต้องการเดนิ ทางและการจดั การการจราจร…..……….....…… 301
8.1. สาเหตุของปัญหาการจราจรติดขดั และแนวทางแกไ้ ข................................… 301
8.1.1. สาเหตุของการจราจรติดขดั ....................................................................… 301
8.1.2. แนวทางแกไ้ ข.........................................................................................… 303
8.2. ความหมายและหลกั การของการควบคุมความตอ้ งการเดินทาง..................... 304
8.3. วตั ถุประสงคข์ องการนาํ การควบคุมความตอ้ งการเดินทางมากประยกุ ตใ์ ช.้ .. 306
8.4. ประเภทของมาตรการควบคุมความตอ้ งการเดินทาง..................................… 308
8.4.1. การปรับปรุงทางเลือกการเดินทาง..........................................................… 309



สารบญั

หนา้
8.4.2. การลดการใชร้ ถยนตแ์ ละเปล่ียนมาเดินทางดว้ ยรูปแบบการเดินทาง

ประเภทอื่น.............................................................................................… 311
8.4.3. การจดั การการใชพ้ ้ืนที่............................................................................… 312
8.4.4. การปฏิรูปองคก์ รและนโยบาย................................................................… 313
8.5. มาตรการควบคุมความตอ้ งการเดินทางกบั การแกป้ ัญหาจราจรใน

ต่างประเทศ..............................................................................................… 314
8.5.1. กรณีศึกษาทวปี อเมริกา: ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา..................... 315
8.5.2. กรณีศึกษาทวปี ยโุ รป: เมือง Zurich Copenhagen Stockholm และ

Freiburg.................................................................................................… 318
8.5.3. ทวปี เอเชีย: Singapore และ Hong Kong.................................................… 322
8.5.4. บทสรุป..................................................................................................… 323
8.6. การประยกุ ตม์ าตรการควบคุมความตอ้ งการเดินทางในประเทศไทย............. 324
8.7. การจดั การการจราจร (Traffic management) .............................................… 350
8.7.1. ความหมายของการจดั การการจราจร.....................................................… 350
8.7.2. วตั ถุประสงคข์ องการนาํ มาตรการการจดั การการจราจรไปประยกุ ตใ์ ช.้ ..... 350
8.7.3. ประเภทของมาตรการการจดั การการจราจร...........................................… 351
8.8. อุปสรรคในการประยกุ ตก์ ารควบคุมความตอ้ งการเดินทางและการจดั การ

จราจรในประเทศไทย...............................................................................… 360
คาํ ถามทา้ ยบท....................................................................................................… 362
บทท่ี 9 บทนําของลอจสิ ติกส์และห่วงโซ่อุปทาน………....…..………………….....…… 363
9.1. ความหมายและความสาํ คญั ของลอจิสติกส์…………................................… 363
9.2. การจดั การห่วงโซ่อุปทาน……………......................................................… 367
9.3. บทบาทของการขนส่งท่ีมีต่อลอจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน…………......… 368
9.3.1. ประเภทของการขนส่งสินคา้ ………………..........................................… 368
9.3.2. ตน้ ทุนการขนส่งสินคา้ …………...........................................................… 371
9.3.3. การกาํ หนดอตั ราคา่ ขนส่ง………..........................................................… 373
9.3.4. การจดั การการขนส่ง………..................................................................… 374
คาํ ถามทา้ ยบท…………....................................................................................… 383



สารบัญ

หนา้

บรรณนานุกรม...................................................................................................... 384
ประวตั ิผู้เขยี น........................................................................................................ 389

ตารางที่ 1.1 ฎ
ตารางท่ี 3.1
ตารางที่ 3.2 สารบญั ตาราง
ตารางที่ 3.3
หนา้
ตารางท่ี 3.4 ระยะทางการขนส่งสินคา้ ทางทอ่ ของประเทศสหรัฐอเมริกา…………….. 33
ตารางที่ 3.5 ตารางจุดตน้ ทางปลายทางพร้อมวธิ ีสาํ รวจขอ้ มลู ………………………... 88
ตารางที่ 3.6 ตารางจุดตน้ ทางปลายทางของพนื ท่ียอ่ ยทงั หมดในพนื ท่ีศึกษา………….. 89
ตารางท่ี 3.7 การสาํ รวจขอ้ มลู จุดตน้ ทางปลายทางและวตั ถุประสงคใ์ นการนาํ ไปใช้
ตารางที่ 4.1 ประโยชน…์ ……………………………………………………………... 90
ตารางท่ี 4.2 ขอ้ มูลการเดินทางและขอ้ มูลพนื ฐานของประชากรในแตล่ ะพนื ที่ยอ่ ย…... 98
ตารางท่ี 4.3 การวเิ คราะห์อตั ราการเดินทางจาํ แนกตามลกั ษณะการใชพ้ ืนที่………….. 100
ตารางที่ 4.4 การวเิ คราะห์อตั ราการเดินทาง…………………………………………… 101
ตารางที่ 4.5 เมทริกซ์ของจาํ นวนการเดินทางท่ีถ่ายเทระหวา่ งจุดตน้ ทาง-ปลายทาง…... 103
ตารางที่ 4.6 ตวั อยา่ งการคาํ นวณปริมาณจราจรและอตั ราการไหล................................. 123
ตารางที่ 4.7 การวเิ คราะห์การเกิดแถวคอยจากตวั อยา่ งในตาราง 4.1………………….. 124
ตารางท่ี 4.8 ตวั อยา่ งการคาํ นวณปริมาณจราจรรายวนั ………………………………... 126
ตารางท่ี 4.9 คา่ K และ D……………………………………………………………… 127
ตารางที่ 4.10 ตวั อยา่ งการคาํ นวณ TMS และ SMS…………………………………….. 129
ตารางท่ี 4.11 ตวั อยา่ งการปรับแกจ้ าํ นวนยวดยานที่นบั ไดด้ ว้ ยคา่ เฉล่ียของจาํ นวนเพลา.. 147
ตารางที่ 4.12 การคาํ นวณคา่ ปรับแกร้ ายวนั …………………………………………….. 153
ตารางที่ 5.1 การคาํ นวณคา่ ปรับแกร้ ายเดือน………………………………………….. 153
ตารางท่ี 5.2 ขอ้ มูลความเร็วท่ีไดจ้ ากการสาํ รวจ………………………………………. 155
ตารางที่ 6.1 การกระจายตวั และความถ่ีสะสมของขอ้ มลู ความเร็วที่ไดจ้ ากการสาํ รวจ... 156
ตารางที่ 7.1 ตวั อยา่ งขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการวง่ิ รถทดสอบ………………………………… 159
ระดบั การใหบ้ ริการและความลา่ ชา้ ……………………………………… 163
ตารางที่ 7.2 การจดั ระดบั การใหบ้ ริการสาํ หรับรถโดยสารประจาํ ทาง…...…………… 224
การจดั ระดบั การใหบ้ ริการสาํ หรับรถราง…………………...…………… 225
ตารางท่ี 7.3 สูตรท่ีใชแ้ ปลงคา่ เงิน…………………………………………………….. 252
สดั ส่วนพนื ที่จอดรถต่อ 1,000 ตารางฟุตของพืนท่ีทงั หมดท่ีเปิ ดใหเ้ ช่า
(Gross leasable area, GLA)……………………………………………… 286
คา่ เฉลี่ยของเวลาท่ีใชใ้ นการจอดรถในเขตเมืองจาํ แนกตามวตั ถุประสงค์
การเดินทาง………………………………………………………………. 290
ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการสาํ รวจการจอดรถ…………………………………….. 292

ตารางท่ี 7.4 ฏ

ตารางที่ 8.1 สารบญั ตาราง
ตารางท่ี 8.2
ตารางที่ 8.3 หนา้
ตารางที่ 8.4 ขอ้ กาํ หนดในการออกแบบความกวา้ งช่องจอดรถสาํ หรับกลุ่มผใู้ ชบ้ ริการ
ตารางที่ 8.5 ที่แตกตา่ งกนั …………………………………………………………….. 295
ตารางที่ 8.6 กลยทุ ธ์ท่ีใชเ้ พอื่ ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง Boulder…. 315
กลยทุ ธท์ ี่ใชเ้ พอ่ื ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง Portland… 316
ตารางท่ี 8.7 กลยทุ ธท์ ่ีใชเ้ พอื่ ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง Boston…... 316
ตารางที่ 8.8 กลยทุ ธท์ ี่ใชเ้ พอื่ ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง Toronto…. 317
ตารางที่ 8.9 กลยทุ ธ์ท่ีใชเ้ พอ่ื ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง Zurich…... 318
กลยทุ ธท์ ี่ใชเ้ พอื่ ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง
ตารางท่ี 8.10 Copenhagen……………………………………………………………… 320
ตารางที่ 8.11 กลยทุ ธท์ ี่ใชเ้ พอ่ื ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง Stockholm. 320
กลยทุ ธ์ท่ีใชเ้ พอื่ ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของเมือง Freiburg… 322
ตารางที่ 8.12 กลยทุ ธท์ ี่ใชเ้ พอ่ื ลดปริมาณการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลของ Singapore และ
Hong Kong………………………………………………………………. 323
มาตรการจาํ กดั การใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลท่ีอยใู่ นแผนพฒั นาฯ ฉบบั ต่างๆ.. 325
มาตรการและการปฏิบตั ิใชร้ ะบบการจดั การความตอ้ งการระบบสญั จรท่ี
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล………………………….. 328
ความเหมาะสมในการนาํ มาตรการ TDM มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นประเทศไทย... 340

รูปที่ 1.1 ฐ

รูปที่ 1.2 สารบัญรูป
รูปท่ี 1.3
รูปท่ี 1.4 หนา้
รูปที่ 1.5 หน่วยงานราชการและรัฐวสิ าหกิจท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การขนส่งในกาํ กบั ของ
รูปที่ 1.6 กระทรวงคมนาคม……………………………………………………….. 10
รูปที่ 1.7 การขนส่งสินคา้ ………………………………………………………….. 17
รูปท่ี 1.8 การขนส่งผโู้ ดยสาร……………………………………………………… 18
รูปที่ 1.9 กาํ ลงั ขบั เคล่ือนที่เกิดขนึ เองตามธรรมชาติ.................................................. 18
รูปท่ี 1.10 กาํ ลงั ขบั เคลื่อนท่ีถูกประดิษฐข์ ึน………………………………………… 18
รูปที่ 1.11 เสน้ ทางที่ดดั แปลงขึนจากธรรมชาติ……………………………………... 19
รูปท่ี 1.12 เสน้ ทางที่สร้างขึน……………………………………………………….. 20
รูปท่ี 1.13 การขนส่งผโู้ ดยสารส่วนบุคคลทางถนน………………………………… 21
รูปท่ี 1.14 การขนส่งสาธารณะ……………………………………………………… 21
รูปท่ี 1.15 สถานีรถโดยสาร………………………………………………………… 22
รูปท่ี 1.16 ป้ ายรถโดยสารประจาํ ทาง……………………………………………….. 22
รูปท่ี 1.17 พนื ที่จอดรอรับบริการของรถแทก็ ซี่ (Taxi stand)……………………….. 23
รูปท่ี 1.18 สถานีขนถ่ายสินคา้ หรือศูนยก์ ระจายสินคา้ ……………………………… 24
รูปที่ 1.19 ตวั รถแบบกลอ่ ง………………………………………………………….. 25
รูปที่ 1.20 ตวั รถแบบถงั …………………………………………………………….. 26
รูปที่ 1.21 ตวั รถแบบเปิ ดดา้ นบน................................................................................ 26
รูปที่ 1.22 ตวั รถแบบราบ............................................................................................ 26
รูปท่ี 1.23 เสน้ ทางการขนส่งทางนาํ ที่อยภู่ ายในแผน่ ดิน……………………………. 28
รูปท่ี 1.24 Liners (Containers and Break-bulk shipments)…………………………. 29
รูปที่ 1.25 Non-liners (Bulk bottom หรือ Bulk carrier)…………………………….. 29
รูปที่ 2.1 Tanker........................................................................................................ 29
รูปที่ 2.2 Barge tow................................................................................................... 30
รูปที่ 2.3 สายการบินในประเทศไทย......................................................................... 31
รูปแบบของอาคารผโู้ ดยสาร....................................................................... 33
การขนส่งทางทอ่ ........................................................................................ 34
กระบวนการวางแผนตามหลกั การของเหตุและผล..................................... 39
การแบง่ พนื ท่ียอ่ ยในการวางแผนการขนส่งในเมือง……………………... 44
การกระจายตวั แบบปกติ…………………………………………………. 49

รูปท่ี 2.4 ฑ

รูปที่ 2.5 สารบญั รูป
รูปที่ 2.6
รูปท่ี 2.7 หนา้
ขอบเขตของระดบั นยั สาํ คญั และความน่าเชื่อถือบนโคง้ การกระจายตวั
รูปท่ี 2.8 แบบปกติ………………………………………………………………… 50
รูปที่ 2.9 การจดั ตาํ แหน่งสถานีสาํ รวจขอ้ มลู ขา้ งทาง……………………………… 62
รูปท่ี 3.1 แบบบนั ทึกขอ้ มูลจุดตน้ ทาง-ปลายทาง…………………………………... 64
รูปท่ี 3.2 แบบสอบถามที่ใชส้ าํ หรับเทคนิคการสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ยไปรษณียบตั รหรือ
รูปท่ี 3.3 จดหมาย………………………………………………………………….. 66
รูปท่ี 3.4 แบบบนั ทึกขอ้ มลู การสาํ รวจป้ ายทะเบียนรถยนต…์ ……………………... 68
รูปท่ี 3.5 การติดตงั ป้ ายและตาํ แหน่งจุดสาํ รวจของการศึกษาดว้ ยวธิ ีเปิ ดไปหนา้ รถ.. 71
รูปที่ 3.6 กระบวนการวเิ คราะห์ความตอ้ งการเดินทาง.............................................. 78
ขนั ตอนของแบบจาํ ลองต่อเนื่อง 4 ขนั ตอน……………………………… 81
รูปที่ 3.7 กระบวนการวางแผนการขนส่งและแบบจาํ ลองจราจร-ขนส่ง…………... 82
รูปท่ี 3.8 แบบจาํ ลองเพอ่ื การวางแผนการขนส่งชนิดต่อเน่ือง 4 ขนั ตอน………….. 83
รูปที่ 3.9 ประเภทการเดินทางเม่ืออา้ งอิงกบั ขอบเขตของพนื ที่ศึกษา………………. 88
รูปท่ี 3.10 ตวั อยา่ งการกาํ หนดจุดศูนยก์ ลางพนื ท่ียอ่ ย จุดศูนยก์ ลางร่วม เสน้ เชื่อมตอ่
รูปที่ 4.1 และจุดร่วม………………………………………………………………. 92
รูปท่ี 4.2 การกาํ หนดจุดตน้ ทาง-ปลายทาง และจุดสร้างและดึงดูดการเดินทาง……. 94
รูปที่ 4.3 สมการถดถอยเชิงเสน้ แบบงา่ ย…………………………………………... 95
รูปที่ 4.4 การเปรียบเทียบระหวา่ ง BNL MNL และ Nested logit model…………. 107
รูปที่ 4.5 การแจกแจงดว้ ยวิธีจุดสมดุล…………………………………………….. 116
ลกั ษณะการว่งิ ผา่ นอุปกรณ์ตรวจจบั ของยวดยาน....................................... 131
รูปท่ี 4.6 ระยะห่างระหวา่ งยวดยานที่วิง่ ตามกนั ในกระแสจราจร…………………. 132
รูปที่ 4.7 ช่วงห่างระหวา่ งยวดยานท่ีวง่ิ ตามกนั ในกระแสจราจร…………………... 132
รูปที่ 4.8 แผนภูมิเวลา-ระยะทางของการไหล (กรณีการไหลแบบสม่าํ เสมอ)……... 133
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปริมาณจราจร-ความหนาแน่น ความเร็ว-ปริมาณ
จราจร และความเร็ว-ความหนาแน่น…………………………………….. 135
แผนภาพจาํ แนกระดบั การใหบ้ ริการ…………………………………….. 140
สภาพการจราจรท่ีระดบั การใหบ้ ริการ A ถึง F…………………………... 141
ตวั อยา่ งแบบฟอร์มสาํ หรับบนั ทึกจาํ นวนยวดยานในการนบั รถดว้ ย
พนกั งาน…………………………………………………………………. 144

รูปท่ี 4.9 ฒ
รูปที่ 4.10
รูปที่ 4.11 สารบญั รูป
รูปท่ี 4.12
รูปที่ 4.13 หนา้
รูปที่ 4.14 เคร่ืองนบั จาํ นวนสะสม (Accumulating hand counters)…………………. 145
รูปที่ 4.15 เคร่ืองนบั ยวดยานบริเวณทางแยก………………………………………... 145
รูปท่ี 4.16 เครื่องนบั แบบท่อความดนั (Pneumatic road tube)………………………. 146
รูปท่ี 4.17 การติดตงั อุปกรณ์นบั รถแบบท่อความดนั ……………………………….. 146
รูปที่ 4.18 เคร่ืองตรวจจบั แบบคล่ืนแมเ่ หลก็ (Magnetic loop detector)……………... 149
รูปที่ 4.19 การติดตงั เคร่ืองตรวจจบั แบบคล่ืนแม่เหลก็ ……………………………… 149
รูปท่ี 4.20 ตวั อยา่ งการกาํ หนดตาํ แหน่งสถานีสาํ หรับสาํ รวจปริมาณจราจร………… 150
รูปที่ 4.21 ตวั อยา่ งการปรับแกป้ ริมาณจราจรจากขอ้ มูลปริมาณจราจร 1 วนั ………... 151
รูปที่ 4.22 ตวั อยา่ งการปรับแกป้ ริมาณจราจรจากขอ้ มลู ปริมาณจราจร 6 วนั ………... 152
รูปท่ี 4.23 การหาความเร็วเปอร์เซ็นไทลท์ ่ี 50 และเปอร์เซ็นไทลท์ ี่ 85……………… 156
รูปท่ี 4.24 การสาํ รวจเวลาในการเดินทางดว้ ยวธิ ีรถทดสอบ (Test-car run)………… 158
รูปท่ี 4.25 แบบบนั ทึกขอ้ มูลการวิง่ รถทดสอบ (Test-car run)………………………. 158
รูปท่ี 4.26 แบบบนั ทึกขอ้ มูลการสาํ รวจความลา่ ชา้ …………………………………. 162
รูปที่ 5.1 ผงั แสดงทิศทางสญั จรของยวดยานบริเวณทางแยก……………………… 164
รูปที่ 5.2 การจดั สญั ญาณไฟจราจร………………………………………………… 165
รูปที่ 5.3 การจดั สญั ญาณไฟจราจรเสริมสาํ หรับการเลียวซา้ ย……………………... 166
รูปท่ี 5.4 การจดั สญั ญาณไฟแบบ Overlap phasing………………………………... 166
รูปที่ 5.5 ตารางบนั ทึกขอ้ มลู การวเิ คราะห์การไหลอ่ิมตวั ………………………….. 175
รูปท่ี 5.6 Omnibus ใหบ้ ริการบนเสน้ ทางในกรุงนิวยอร์คระหวา่ ง ค.ศ. 1827-1907.. 181
รูปที่ 5.7 รถรางลากดว้ ยมา้ ใหบ้ ริการในกรุงนิวยอร์คระหวา่ ง ค.ศ. 1832-1917…… 182
รูปที่ 5.8 Cable cars ใหบ้ ริการในเมืองซานฟรานซิสโก…………………………... 183
รูปที่ 5.9 Electric streetcar สายแรกของเมือง Edmonton ในปี ค.ศ. 1888…………. 183
รูปที่ 5.10 รถรางขบั เคล่ือนดว้ ยพลงั ไอนาํ …………………………………………... 184
รูปท่ี 5.11 รถรางใตด้ ินใหบ้ ริการในกรุงนิวยอร์คในปี ค.ศ. 1904…………………... 185
รถรางลอยฟ้ าสายแรกที่ใหบ้ ริการในเมืองชิคาโก………………………... 186
รถรางขนส่งระหวา่ งเมือง………………………………………………... 187
รถโดยสารขบั เคล่ือนดว้ ยเครื่องยนตด์ ีเซล.................................................. 188
Rail rapid transit ที่ใหบ้ ริการในเมืองชิคาโก…………………………….. 198
Light rail transit ใหบ้ ริการในเมือง Newark รัฐ New Jersey…………….. 200

รูปท่ี 5.12 ณ
รูปท่ี 5.13
รูปท่ี 5.14 สารบัญรูป
รูปท่ี 5.15
รูปที่ 5.16 หนา้
รูปท่ี 5.17 Light rail rapid transit ใหบ้ ริการในประเทศ Singapore…………………. 201
รูปท่ี 5.18 Commuter rail ใหบ้ ริการใน Orange County รัฐ California……………... 202
รูปที่ 5.19 รถโดยสารแบบมาตรฐาน (Standard buses)……………………………... 203
รูปท่ี 5.20 รถโดยสารขนาดเลก็ ……………………………………………………... 204
รูปที่ 5.21 รถโดยสารแบบสองชนั (Double Decker Buses)………………………… 205
รูปที่ 5.22 รถโดยสารแบบต่อพว่ ง (Articulated buses)……………………………... 206
รูปท่ี 5.23 Trolleybuses……………………………………………………………... 206
รูปท่ี 5.24 Dual-powered buses ใหบ้ ริการในเมือง King County…………………… 207
รูปท่ี 5.25 Jitney ใหบ้ ริการในเมือง Chennai ประเทศอินเดีย……………………….. 212
รูปท่ี 5.26 ลาํ ดบั ขนั ของการกาํ หนดเป้ าหมาย วตั ถุประสงค์ และตวั ชีวดั …………… 215
การจดั บริการด่วนพิเศษระหวา่ งพนื ที่ยอ่ ย……………………………….. 225
รูปที่ 5.27 การจดั บริการแบบเจาะจงสถานี…………………………………………. 227
รูปท่ี 5.28 โครงขา่ ยรถโดยสารประจาํ ทางแบบรัศมี……..…………………………. 234
รูปท่ี 5.29 โครงขา่ ยรถโดยสารประจาํ ทางแบบตาราง…....…………………………. 235
รูปที่ 7.1 โครงขา่ ยรถโดยสารประจาํ ทางแบบผสมระหวา่ งแบบรัศมีและแบบ
ตาราง……..………………………………………………………...……. 236
รูปที่ 7.2 โครงขา่ ยถนนแบบมีเสน้ ทางหลกั และเสน้ ทางป้ อนเขา้ …………………. 237
รูปท่ี 7.3 โครงขา่ ยการใหบ้ ริการแบบกระจายศนู ยก์ ลางการใหบ้ ริการ……………. 238
รูปที่ 7.4 ตาํ แหน่งของป้ ายรถโดยสารเมื่อเทียบกบั ทางแยก……………………….. 240
รูปที่ 7.5 การกาํ หนดรหสั แบบง่ายสาํ หรับการสาํ รวจขอ้ มลู พืนที่จอดรถแบบชิด
รูปท่ี 7.6 ขอบถนนในเมือง………………………………………………………… 288
รูปท่ี 7.7 แบบบนั ทึกขอ้ มูลสาํ หรับการสาํ รวจการจอดรถแบบชิดขอบถนน………. 289
แบบบนั ทึกขอ้ มลู สาํ หรับการสาํ รวจการจอดรถยนตใ์ นช่องจอด………... 292
รูปที่ 7.8 ขนาดมาตรฐานของขนาดรถยนตท์ ่ีใชใ้ นการออกแบบ………………….. 294
องคป์ ระกอบของแบบจาํ ลองพืนที่ช่องจอดรถ…………………………... 295
ขนาดขององคป์ ระกอบพืนที่ช่องจอดรถรูปแบบตา่ งๆ............................... 296
การวางผงั พืนท่ีจอดรถและรูปแบบของช่องจอดรถในกรณีท่ีมียวดยาน
ขนาดเลก็ และขนาดใหญม่ าใชท้ ี่จอดรถร่วมกนั ………………………….. 297
รูปแบบของระบบสญั จรภายในโรงจอดรถ……………………………… 298

รูปท่ี 7.9 ด
รูปที่ 7.10
สารบัญรูป

หนา้
ทางเขา้ โรงจอดรถระบบลิฟทใ์ นประเทศญ่ีป่ ุน…………………………... 299
โรงจอดรถระบบลิฟทใ์ นประเทศอินเดีย………………………………… 299

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

บทที 1 บทนํา (Introduction)

เนือหาในบทนีจะกล่าวถึง ความหมายและความสําคัญของการขนส่ ง ความหมายและบทบาทของวิศวกรรม
ขนส่ง สาขาทีเกียวข้องกับวิศวกรรมขนส่ง หน่วยงานทีเกียวข้องกับวิศวกรรมขนส่ง องค์ประกอบของระบบ
ขนส่งและการขนส่งรูปแบบต่างๆ และเนือหาโดยย่อของเอกสารประกอบการสอนนี

“ ”การใหธ้ รรม ชนะการใหท้ ัง้ ปวง

พทุ ธภาษิต

1.1. ความหมายและความสําคญั ของการขนส่ง
การเดินทางและขนส่งเป็ นกิจกรรมหลกั ที่มีความสาํ คญั ต่อการดาํ เนินชีวิตของมนุษย์ อาจ

กล่าวไดว้ ่าแทบจะไม่มีมนุษยค์ นใดเลยท่ีการดาํ เนินกิจวตั รประจาํ วนั ไม่เกี่ยวขอ้ งกบั การเดินทาง
และขนส่ง ในชีวิตประจาํ วนั ของมนุษยน์ ้นั ตอ้ งเก่ียวขอ้ งกบั การขนส่งไม่มากกน็ อ้ ยแตกต่างกนั ไป
ท้งั น้ีข้ึนกบั รูปแบบการดาํ เนินชีวติ และวตั ถุประสงคก์ ารเดินทางของแตล่ ะบุคคล

โดยทวั่ ไป การขนส่ง (Transportation or Transport) ก็คือการเคลื่อนยา้ ยคน สัตว์ หรือ
สิ่งของจากสถานท่ีหน่ึงไปยงั อีกสถานที่หน่ึงโดยการใชเ้ คร่ืองมือหรือพาหนะอย่างใดอยา่ งหน่ึง
ประชดไกรเนตร (2541) ไดร้ วบรวมความหมายของการขนส่งจากแหลง่ ขอ้ มูลต่างๆ ไว้ โดย การ
ขนส่ง ตามความหมายที่นิยามไวโ้ ดยสารานุกรมไทยฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน กล่าวว่า “ขน”
หมายถึง การนาํ เอาของมากๆ จากท่ีหน่ึงไปไวอ้ ีกท่ีหน่ึง และ “ส่ง” หมายถึง การยื่นใหถ้ ึงมือ หรือ
พาไปใหถ้ ึงท่ี ดงั น้นั เมื่อรวมท้งั สองคาํ เขา้ ดว้ ยกนั “ขนส่ง” จึงหมายถึงการนาํ ไปและนาํ มาซ่ึงของ
มากๆ จากที่หน่ึงไปไวอ้ ีกที่หน่ึงน่นั เอง อีกความหมายหน่ึงของการขนส่งท่ี ประชด ไกรเนตร
(2541) ไดน้ าํ มาสรุปไวค้ ือ ความหมายของการขนส่งตามพระราชบญั ญตั ิการขนส่ง พ.ศ. 2497
มาตรา 4 โดยให้นิยามไวว้ ่า การขนส่ง คือ การลาํ เลียงหรือเคล่ือนยา้ ยบุคคลหรือส่ิงของดว้ ย
เครื่องมือ อุปกรณ์การขนส่ง ซ่ึงอุปกรณ์การขนส่งในที่น้ี หมายถึง ยานพาหนะท่ีใชใ้ นการขนส่ง
รวมถึงเครื่องทุนแรงดว้ ย และจากมุมมองตามหลกั เศรษฐศาสตร์ การขนส่ง หมายถึง กิจกรรมทาง
เศรษฐกิจอยา่ งหน่ึงท่ีจดั ให้มีการเคลื่อนยา้ ยคน สัตว์ และส่ิงของจากท่ีหน่ึงไปยงั อีกที่หน่ึง ณ เวลา
ใดเวลาหน่ึง

จากความหมายของการขนส่งตามท่ีมีผใู้ หค้ าํ นิยามไวต้ ามท่ีกล่าวไปขา้ งตน้ อาจสรุปไดว้ ่า
การขนส่ง หมายถึง การจดั ให้มีการเคล่ือนยา้ ยบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของ จากท่ีหน่ึงไปยงั อีกท่ีหน่ึง
ตามความประสงคข์ องมนุษย์ ถา้ เป็ นการขนส่งบุคคล เรียกว่า การขนส่งผโู้ ดยสาร และถา้ เป็ นการ
ขนส่งสัตวห์ รือส่ิงของ จะเรียกวา่ การขนส่งสินคา้ (ประชด ไกรเนตร, 2541) การเดินทางหรือการ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 1 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

ขนส่งที่เกิดข้ึนแตล่ ะคร้ัง จะตอ้ งอา้ งอิงกบั กิจกรรมของผทู้ ี่ก่อใหเ้ กิดการเดินทางหรือขนส่งน้นั ดว้ ย
เหตุน้ี การเดินทางหรือขนส่งจึงเป็ นส่ิงที่สืบเนื่องมาจากกิจกรรมที่ผกู้ ่อให้เกิดการเดินทางมีความ
ประสงคท์ ี่จะกระทาํ (วิโรจน์ รุโจปการ, 2544) ท้งั น้ี โดยทว่ั ไปแลว้ เราสามารถจาํ แนกการเดินทาง
ออกตามวตั ถุประสงคไ์ ด้ 7 ประเภท ไดแ้ ก่ การเดินทางเพ่ือประกอบอาชีพ การเดินทางเพ่ือกลบั
บา้ น การเดินทางเพื่อไปศึกษาหาความรู้ การเดินทางเพ่ือซ้ือสินคา้ การเดินทางเพื่อธุรกิจส่วนตวั
การเดินทางเพอื่ ติดต่อสงั สรรกบั ผอู้ ื่น และการเดินทางเพื่อท่องเท่ียว (ประชด ไกรเนตร, 2541)

ดว้ ยเหตุน้ี จึงอาจกล่าวไดว้ ่าการขนส่งเป็ นองคป์ ระกอบหลกั ของชุมชนท่ีมีความสําคญั
อยา่ งยงิ่ ต่อการพฒั นาทางสงั คมและเศรษฐกิจ บทบาทสาํ คญั ของการขนส่งคือ การใหบ้ ริการหรือ
อาํ นวยความสะดวกในการเคล่ือนยา้ ยคนหรือสินคา้ จากสถานที่หน่ึงไปยงั อีกสถานท่ีหน่ึงท่ีตอ้ งการ
เนื่องจากระบบขนส่งทาํ หนา้ ท่ีเช่ือมโยงกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนเขา้ ดว้ ยกนั ดงั น้นั ระบบขนส่งท่ีมี
ประสิทธิภาพ จะส่งผลให้การดาํ เนินงาน หรือการพฒั นาดา้ นต่างๆ ในชุมชนเป็ นไปอยา่ งมี
ประสิทธิภาพตามไปดว้ ย ประชด ไกรเนตร (2541) ไดส้ รุปความสาํ คญั ของการขนส่งไวด้ งั น้ี

ความสําคญั ของการขนส่งต่อเศรษฐกจิ ของประเทศ
1. การขนส่งสินคา้ ท่ีมีประสิทธิภาพช่วยลดตน้ ทุนในการผลิต ส่งผลใหร้ าคาสินคา้ ต่าํ ลง
2. การขนส่งที่ครอบคลุมไปถึงพ้ืนที่ชนบท ช่วยให้เกษตรกรสามารถเขา้ ถึงระบบขนส่งได้
สะดวก ทาํ ใหส้ ามารถขายผลผลิตทางการเกษตรไดง้ ่ายข้ึน เป็นการกระจายรายไดส้ ู่ชนบท
3. การขนส่งช่วยขยายโอกาสการจา้ งงาน การทาํ งาน และการคา้ ให้กระจายไปสู่ชุมชนอยา่ ง
ทวั่ ถึง ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้ มีการจา้ งงาน เพ่ิมรายไดใ้ ห้กบั คนในชุมชน และลด
ปัญหาการวา่ งงาน
4. การขนส่งระหว่างประเทศท่ีมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็ นการขนส่งคน หรือสินคา้ ลว้ น
สร้างรายไดใ้ ห้กบั ประเทศเป็ นเงินจาํ นวนมหาศาลในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็ นรายไดจ้ ากการ
ท่องเที่ยว การซ้ือขายแลกเปล่ียนสินคา้ และภาษี

ความสําคญั ของการขนส่งต่อชุมชนและสังคม
1. การขนส่งช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาและการจา้ งงานใหก้ บั คนในชุมชน ช่วยใหผ้ คู้ นท่ี
อย่หู ่างไกลความเจริญไดม้ ีโอกาสศึกษาหาความรู้และประกอบอาชีพการงานไดท้ ดั เทียม
กบั คนในเมือง
2. การขนส่งเป็ นส่วนหน่ึงที่ช่วยลดช่องว่างของสถานะทางสังคมของคนในชุมชน ระบบ
ขนส่งสาธารณะท่ีมีประสิทธิภาพ และคนในชุมชนทุกระดบั ช้นั สามารถใชป้ ระโยชน์ได้
อย่างทวั่ ถึง จะทาํ ให้คนทุกกลุ่มไม่ว่าจะร่ํารวยหรือยากจน มีการศึกษาหรือไม่มีการศึกษา
สามารถใหป้ ระโยชน์จากระบบขนส่งน้นั ไดอ้ ยา่ งเท่าเทียมกนั

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 2 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

3. การขนส่งท่ีมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผคู้ นสามารถไปมาหาสู่กนั ไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเร็ว
เป็ นการเช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ระหว่างคนในชุมชนให้เป็ นปึ กแผ่น และก่อให้เกิดความ
สมคั รสมานสามคั คีกนั ของคนในชุมชน

4. การขนส่งช่วยให้เกิดการส่ือสารแลกเปล่ียนวฒั นธรรมระหวา่ งชุมชน ไม่ว่าจะเป็ นภายใน
ภูมิภาค ระหว่างภูมิภาค หรือระหว่างประเทศ การแลกเปล่ียนดงั กล่าวเป็ นการลดช่องว่าง
และความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม ช่วยใหค้ นในพ้นื ท่ีต่างกนั เกิดความเขา้ ใจกนั มากข้ึน

ความสําคญั ของการขนส่งต่อความมั่นคงของประเทศ

1. ระบบขนส่งและถนนท่ีครอบคลุมพ้ืนท่ีห่างไกลความเจริญและพ้ืนท่ีที่เส่ียงต่อการถูก
คุกคามจากผรู้ ุกรานนอกประเทศ ช่วยใหป้ ระเทศเกิดความมนั่ คงและเสถียรภาพมากยงิ่ ข้ึน

2. ถนนที่เขา้ สู่หมู่บา้ นท่ีห่างไกลบริวเณแนวชายแดนช่วยใหห้ น่วยงานรัฐ และทหารสามารถ
เขา้ ถึงพ้ืนท่ีเหล่าน้ีไดส้ ะดวกข้ึน ส่งผลใหผ้ คู้ นในชุมชนดงั กล่าวเกิดความอุ่นใจ อีกท้งั ยงั ทาํ
ใหส้ ามารถดาํ เนินการปกป้ องพ้นื ท่ีไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงทีเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดข้ึน

3. การขนส่งท่ีทวั่ ถึงเป็ นปัจจัยหน่ึงที่ช่วยให้การปกครองบ้านเมืองเป็ นไปอย่างราบรื่น
เนื่องจากรัฐสามารถเขา้ ถึงทุกพ้ืนท่ีของประเทศไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึง ทาํ ใหท้ ราบความเป็นไปของ
คนในพ้ืนท่ีและสามารถวางแนวทางในการพฒั นาชุมชนและกลยุทธในการป้ องกัน
ประเทศไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ในช่วงเริ่มตน้ ของการศึกษาศาสตร์ดา้ นการขนส่ง นิยมแบ่งการขนส่งออกเป็ น 2 ประเภท
กวา้ งๆ ไดแ้ ก่ การขนส่งผโู้ ดยสาร (Passengers) และการขนส่งสินคา้ (Freight) ในเวลาต่อมา เมื่อ
ระบบขนส่งมีความซบั ซอ้ นมากข้ึนจึงแบ่งระบบขนส่งแยกยอ่ ยมากข้ึนตามลกั ษณะของเส้นทางท่ี
ยานพาหนะวงิ่ ผา่ นไป โดยสามารถแบง่ รูปแบบการเดินทาง (Mode) ออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท ไดแ้ ก่

• การขนส่งทางบก (Land transportation) แบ่งออกเป็นประเภทยอ่ ยเป็น
ก. การขนส่งทางถนน (Highway)
ข. การขนส่งทางราง (Rail)

• การขนส่งทางอากาศ (Air transportation) แบ่งออกเป็นประเภทยอ่ ยเป็น
ก. การขนส่งในประเทศ (Domestic)
ข. การขนส่งระหวา่ งประเทศ (International)

• การขนส่งทางน้าํ (Water transportation) แบ่งออกเป็นประเภทยอ่ ยเป็น
ก. การขนส่งภายในฝั่ง (Inland)
ข. การขนส่งชายฝ่ัง (Coastal)
ค. การขนส่งในมหาสมุทร (Ocean)

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 3 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

• การขนส่งทางทอ่ (Pipelines) แบ่งออกเป็นประเภทยอ่ ยเป็น
ก. การขนส่งน้าํ มนั (Oil)
ข. การขนส่งกา๊ ซ (Gas)
ค. การขนส่งของไหลอ่ืนๆ (Other)

1.2. ความหมายและบทบาทของวศิ วกรรมขนส่ง

จากบทบาทของการขนส่งที่เกี่ยวเนื่องกบั ชีวติ ประจาํ วนั ของมนุษยต์ ามท่ีกล่าวในหวั ขอ้ 1.1
อาจกล่าวไดว้ ่า การขนส่งน้นั มีความสัมพนั ธ์กบั วิถีชีวิตของมนุษยแ์ ละส่งผลกระทบต่อการดาํ เนิน
ชีวิตและคุณภาพชีวิตของมนุษยอ์ ย่างกวา้ งขวางโดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในปัจจุบนั ในภาวะท่ีมีจาํ นวน
ประชากรเพิ่มข้ึนอย่างมาก ส่งผลให้เกิดความตอ้ งการเดินทางตามมาเป็ นจาํ นวนมาก ในขณะที่
ความสามารถในการรองรับความตอ้ งการเดินทางของระบบขนส่ง ไม่วา่ จะเป็นโครงข่ายถนน และ
ระบบขนส่งสาธารณะน้ัน ไม่สามารถที่จะรองรับความตอ้ งการเดินทางท่ีเพ่ิมมากข้ึนดงั กล่าวได้
อยา่ งเพยี งพอ และไม่สามารถที่จะพฒั นาใหท้ นั กบั ความตอ้ งการเดินทางที่เพ่ิมข้ึนไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที
ส่งผลให้เกิดปัญหาการขนส่ง และการจราจรติดขดั เป็ นผลตามมา ดว้ ยเหตุน้ี จึงจาํ เป็ นตอ้ งพฒั นา
หลกั การและทฤษฎีเฉพาะข้ึนมาเพ่ือแกไ้ ขปัญหาดังกล่าว และเพื่อบริหารจดั การการขนส่งให้
สามารถดาํ เนินการไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

จากท่ีกล่าวขา้ งตน้ จึงไดม้ ีผูค้ ิดคน้ หลกั การข้ึนมาเพื่อตอบสนองวตั ถุประสงค์ดังกล่าว
ขา้ งตน้ ซ่ึงไดแ้ ก่หลกั การของวิศวกรรมขนส่งนนั่ เอง วิศวกรรมขนส่ง (Transportation Engineering)
คือ การประยุกตห์ ลกั การหรือแนวคิดที่เป็ นวิทยาศาสตร์เพื่อการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และ
บริหารจดั การระบบขนส่ง (Transportation Systems) โดยมีจุดหมายหลกั เพื่อการศึกษา และ
ออกแบบระบบขนส่งประเภทตา่ งๆ ไม่วา่ จะเป็นทางบก ทางน้าํ ทางอากาศ และทางท่อ ใหส้ ามารถ
ขนยา้ ยคนหรือสินคา้ ไปตามโครงขา่ ยของเสน้ ทางท่ีตอ้ งการไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพดว้ ยทรัพยากรท่ี
มีอยู่อย่างจาํ กดั โดยคาํ นึงถึงความเหมาะสมในเร่ืองของความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย ความ
ปลอดภยั ค่าใชจ้ ่าย และผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม

โดยทว่ั ไปวศิ วกรรมขนส่งจะถูกจดั อยใู่ นสาขาวิศวกรรมโยธา เน่ืองจากในเบ้ืองตน้ น้นั งาน
ดา้ นการขนส่งจะมุ่งไปที่การสาํ รวจและออกแบบถนน การออกแบบพ้ืนผิวจราจร และวิศวกรรม
จราจร แต่ในปัจจุบนั วิศวกรรมขนส่งไดร้ วมศาสตร์หลายๆ ดา้ นเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั ท้งั น้ีเนื่องจากปัญหา
จราจรในปัจจุบนั น้นั มีความซบั ซอ้ นมากข้ึน การนาํ หลกั การวิศวกรรมโยธามาแกป้ ัญหาเพียงดา้ น
เดียวจึงอาจไม่เพียงพอ ดว้ ยเหตุน้ี ในปัจจุบนั การแกป้ ัญหาดา้ นวิศวกรรมขนส่งจึงมีลกั ษณะเป็นสห
สาขา (Multidisciplinary) ที่รวมศาสตร์หลายๆ ดา้ นเขา้ ดว้ ยกนั ไม่ว่าจะเป็ น เศรษฐศาสตร์
(Economics) จิตวิทยา (Psychology) ภูมิศาสตร์ (Geography) การผงั เมือง (Urban Planning) การ
บริหารจดั การดา้ นสาธารณะ (Public Administration) สงั คมวิทยา (Political Science) วิศวกรรม

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 4 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

อุตสาหการ (Industrial Engineering) วิศวกรรมไฟฟ้ า (Electrical Engineering) เทคโนโลยี
สารสนเทศ (Information Technology) และการสื่อสาร (Communication)

ดว้ ยเหตุน้ี วิศวกรขนส่งจะตอ้ งติดต่อประสานงานกบั บุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ เน่ืองจาก
ปัญหาดา้ นขนส่งน้นั ลว้ นเกี่ยวเนื่องและส่งผลกระทบกบั สงั คมในทุกๆ ดา้ น ทาํ ใหป้ ัจจุบนั ขอบข่าย
หนา้ ที่และความรับผิดชอบของวิศวกรขนส่งแตกสาขาออกไปมากมาย โดยมากแลว้ ขอบเขตความ
รับผดิ ชอบของวศิ วกรขนส่ง จะเก่ียวขอ้ งกบั ประเดน็ ต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี

1. การวางแผนและกาํ หนดนโยบายขนส่ง (Transportation Planning and Policy)
งานลกั ษณะหน่ึงของวิศวกรขนส่งก็คือการศึกษา วิเคราะห์และวางแผนเพื่อกาํ หนด
นโยบายขนส่งท้งั ในระดบั ชุมชน ประเทศ และภูมิภาค โดยใชเ้ ทคนิคและทฤษฎีต่างๆ เพ่ือแกไ้ ข
ปัญหาการขนส่งในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ นการขนส่งคนหรือสินคา้ การวางแผนและกาํ หนด
นโยบายเพื่อแกไ้ ขปัญหาการขนส่งระดบั ชุมชน อาทิ ปัญหาการจราจรติดขดั การเกิดอุบตั ิเหตุบน
ทอ้ งถนน การบริหารจดั การพ้ืนท่ีจอดรถ ฯลฯ ระดบั ประเทศ อาทิ การวางแผนการขนส่งระดบั
ภูมิภาคเพื่อยกระดบั คุณภาพชีวิตของคนในแต่ละภูมิภาคของประเทศ การกาํ หนดแผนหลกั การ
ขนส่งท่ีมีเน้ือหาสอดคลอ้ งกบั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฯลฯ และระดบั ภูมิภาคของ
โลก อาทิ การวางแผนเพ่ือกาํ หนดนโยบายการขนส่งสินคา้ แบบต่อเน่ืองดว้ ยระบบขนส่งหลาย
รูปแบบระหวา่ งประเทศในภูมิภาคเดียวกนั เป็นตน้

2. วศิ วกรรมจราจร (Traffic Engineering)
เป็ นการศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกบั ระบบจราจรและเทคนิคต่างๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การ
ออกแบบระบบจราจร ไม่ว่าจะเป็ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล เทคนิคการวิเคราะห์ขอ้ มูล และ
เทคโนโลยตี ่างๆ ที่เก่ียวขอ้ ง อาทิ แบบจาํ ลองวิเคราะห์การจราจร (Traffic Simulation) เป็นตน้ โดย
มีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ แกไ้ ขปัญหาจราจร และอาํ นวยความสะดวกในการใชร้ ถใชถ้ นนของผคู้ น เพ่อื ให้
เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเดินทาง นอกจากน้ียงั รวมถึงการบริหารจดั การการจราจร (Traffic
Management) ซ่ึงเป็ นการนาํ หลกั การของวิศวกรรมจราจร การออกแบบทางกายภาพของถนน
และเทคโนโลยตี ่างๆ อาทิ การส่ือสารโทรคมนาคม ดาวเทียม และการประมวลผลดว้ ยคอมพิวเตอร์
มาประยุกต์เขา้ ด้วยกันเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรโดยใช้โครงข่ายถนนที่มีอยู่อย่างจํากัดให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด เราสามารถเรียกบุคคลากรที่ทาํ หน้าที่ตามที่กล่าวมาขา้ งตน้ ว่า วิศวกรจราจร
(Traffic Engineer)

3. การออกแบบเส้นทางและลักษณะทางเรขาคณิตของถนน (Geometric Design of

Highway)
ขอบเขตความรับผิดชอบจะเกี่ยวขอ้ งกบั การออกแบบถนนประเภทต่างๆ การวางแนว

เสน้ ทางของถนน ไม่วา่ จะเป็นถนนในเมืองหรือนอกเมือง การออกแบบทางแยก (Intersection) ทาง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 5 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

แยกต่างระดบั (Interchange) รวมถึงองคป์ ระกอบอ่ืนๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ถนนดว้ ย อาทิ การระบาย
น้าํ ของถนน การติดต้งั สัญญาณ ป้ าย และเครื่องหมายจราจร เป็นตน้ โดยใชห้ ลกั การและทฤษฎีที่
เหมาะสมเพ่ือใหเ้ กิดความปลอดภยั ในการสัญจรและมีความคุม้ ค่าในการก่อสร้างสูงสุด วิศวกรใน
ขอบเขตความรับผดิ ชอบน้ีจะมีชื่อเรียกเฉพาะวา่ วศิ วกรการทาง (Highway Engineer)

4. การขนส่งในเชิงพาณชิ ย์ (Logistics)
เป็นการศึกษา ออกแบบ และวิเคราะห์เกี่ยวกบั องคป์ ระกอบและระบบของการขนส่งในเชิง
พาณิชยป์ ระเภทต่างๆ ท้งั ทางบก ทางน้าํ ทางอากาศ และทางทอ่ ซ่ึงโดยมากจะเก่ียวขอ้ งกบั การ
ขนส่งสินคา้ วตั ถุดิบ และวสั ดุต่างๆ เพ่ือใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการขนส่ง ลดความลา้ ชา้ และความ
สูญเปล่าในระบบขนส่ง ท้งั น้ีการขนส่งสินคา้ ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดตน้ ทุนในการผลิต ลด
จาํ นวนการวงิ่ รถเที่ยวเปล่า และทาํ ใหเ้ กิดความคุม้ ค่าในการขนส่ง ช่วยใหผ้ บู้ ริโภคไม่ตอ้ งรับภาระ
ราคาสินคา้ อนั เกิดจากกระบวนการขนส่งมากจนเกนิ ไป

5. การออกแบบและซ่อมบาํ รุงพนื้ ทาง (Pavement Design and Maintenance)
เป็ นการศึกษาและออกแบบพ้ืนทางให้เหมาะสมกบั ประเภทของยวดยานที่มาใชเ้ ส้นทาง
ปริมาณการจราจร และชุมชน รวมถึงการเลือกเทคนิคที่ใชใ้ นการวิเคราะห์และวสั ดุที่ใชเ้ พ่ือการ
ก่อสร้างพ้ืนทางที่เหมาะสมดว้ ย นอกจากการออกแบบแลว้ ขอบเขตของความรับผิดชอบของ
วศิ วกรขนส่งในกลุ่มน้ียงั รวมถึง การซ่อมบาํ รุงพ้นื ทางใหอ้ ยใู่ นสภาพที่เหมาะสมกบั การใชง้ านดว้ ย

1.3. สาขาทเี่ กยี่ วข้องกบั วศิ วกรรมขนส่ง
เน่ืองจากปัจจุบนั ปัญหาการขนส่งมีความซับซ้อนมากข้ึนและส่งผลกระทบต่อผูค้ นใน

ชุมชนในทุกๆ ดา้ น ไม่วา่ จะเป็น เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม หรือสุขภาพจิต ฯลฯ ดว้ ยเหตุน้ี จึง
ไม่สามารถใชห้ ลกั การวิศวกรรมขนส่งเพียงอยา่ งเดียวในการแกไ้ ขปัญหาดงั กล่าวไดอ้ ีกต่อไป ดว้ ย
เหตุน้ีจึงจาํ เป็ นตอ้ งเชื่อมโยงศาสตร์หลายๆ ดา้ นเขา้ ดว้ ยกนั เพ่ือประยุกต์ใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหา
ดงั กล่าว การผสมผสานดงั กล่าวส่งผลใหส้ าขาวิชาขนส่งแตกแขนงเป็นสาขายอ่ ย ดงั สรุปไดด้ งั น้ี

1. การวางแผนและนโยบายขนส่ง (Transportation Planning and Policy)
เป็นการทาํ งานท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การศึกษาและวิเคราะห์เพ่ือวางแผนในประเด็นท่ีเก่ียวขอ้ งกบั
การแกไ้ ขปัญหาดา้ นการขนส่งโดยใชเ้ ทคนิคและทฤษฎีต่างๆ ผลลพั ธ์ที่ไดจ้ ากการศึกษาอาจถูก
กาํ หนดเป็นนโยบายหรือแนวทางปฏิบตั ิ ดงั รายละเอียดตามที่กล่าวแลว้ ในหวั ขอ้ ท่ีผา่ นมา

2. วศิ วกรรมจราจร (Traffic Engineering)
เป็นการศึกษาเก่ียวกบั ระบบการจราจรและเทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การออกแบบระบบ
จราจร ไม่ว่าจะเป็ นการเกบ็ ขอ้ มูล เทคนิคการวิเคราะห์ และเทคโนโลยีต่างๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ดงั
รายละเอียดที่กล่าวแลว้ ในหวั ขอ้ ก่อนหนา้ น้ี

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 6 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

3. การประยุกต์เทคโนโลยีท่ีก้าวหน้าและอุปกรณ์ทันสมัยในการขนส่ง (Transportation
Applications and Advanced Technologies)

การแกไ้ ขปัญหาด้านการขนส่งและจราจรโดยนําเทคโนโลยีและอุปกรณ์ท่ีทนั สมยั มา
ประยกุ ต์ ไม่ว่าจะเป็ นเทคโนโลยีดาวเทียม การส่ือสาร การประมวลผล สารสนเทศทางภูมิศาสตร์
(Geographic Information Systems, GIS) การระบุตาํ แหน่งบนพ้ืนโลกดว้ ยดาวเทียม (Global
Positioning System, GPS) และระบบขนส่งอจั ฉริยะ (Intelligent Transportation Systems, ITS)

4. ระบบขนส่งสาธารณะ (Public Transportation Systems)
การวางแผนและวิเคราะห์ระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบต่างๆ อาทิ รถโดยสารประจาํ ทาง
รถไฟ รถไฟฟ้ าขนส่งมวลชน ฯลฯ ให้สอดคลอ้ งกบั ชุมชนและความตอ้ งการใชบ้ ริการของคนใน
ชุมชน รวมถึงการบริหารจดั การและแกไ้ ขปัญหาที่เกี่ยวขอ้ งกบั ระบบขนส่งสาธารณะดว้ ย อาทิ การ
จดั ตารางการเดินรถ การจดั ระบบการชาํ ระคา่ โดยสาร การจดั รูปแบบการใหบ้ ริการที่สะดวกสบาย
และดึงดูดการใชบ้ ริการ เป็นตน้
5. การวเิ คราะห์พฤตกิ รรมการเดนิ ทาง (Travel Behavior Analysis)
การศึกษาพฤติกรรมการเดินทางและปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเดินทาง ท้งั การ
เดินทางโดยรถยนตส์ ่วนบุคคลและระบบขนส่งสาธารณะ การวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของผู้
เดินทางดว้ ยรถยนตส์ ่วนบุคคล อาทิ การเลือกเสน้ ทาง (Route Choice Behavior) การเลือกประเภท
ของเช้ือเพลิง เป็นตน้ และการวเิ คราะห์พฤติกรรมการเดินทางของผใู้ ชบ้ ริการระบบขนส่งสาธารณะ
อาทิ การเลือกรูปแบบการเดินทาง (Mode Choice Behavior) ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อการเลือกรูปแบบ
การเดินทาง และการตรวจสอบความพงึ พอใจในการเดินทาง เป็นตน้
6. พลงั งานและส่ิงแวดล้อม (Energy and Environment)
การศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบของการขนส่งประเภทต่างๆ ท่ีมีต่อการใชพ้ ลงั งานและ
สิ่งแวดลอ้ ม เพ่อื พยามยามลดผลกระทบดงั กล่าว รวมถึงการช้ีนาํ ใหค้ นในชุมชนปรับพฤติกรรมและ
ทศั นคติใหส้ อดคลอ้ งกบั การอนุรักษพ์ ลงั งานและสิ่งแวดลอ้ มดว้ ย
7. การผงั เมอื ง (Urban Planning)
นกั วางแผนดา้ นขนส่งที่ดีควรมีความรู้เก่ียวกบั การออกแบบเมืองดว้ ย การออกแบบระบบ
ขนส่งและการออกแบบเมืองน้นั เป็ นส่ิงท่ีตอ้ งพิจารณาควบคู่กนั ไป เน่ืองจากระบบขนส่งน้นั เป็ น
องค์ประกอบที่สําคญั ประการหน่ึงของเมืองทุกเมือง รูปแบบการจัดองค์ประกอบของเมืองที่
แตกต่างกนั อาทิ ผงั เมืองรูปตาราง ผงั เมืองแบบเมืองศูนยก์ ลางและเมืองบริวาร หรือผงั เมืองท่ีมี
ลกั ษณะเป็นแบบรัศมี เป็นตน้ ลว้ นแลว้ แต่มีการจดั ระบบขนส่งและการเดินรถที่แตกต่างกนั ไป ใน
ทาํ นองเดียวกนั นกั ผงั เมืองท่ีดีกค็ วรมีความรู้เกี่ยวกบั การวางแผนระบบขนส่งดว้ ยเช่นกนั

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 7 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

8. การขนส่งสินค้า (Freight transport and Logistics)
เป็นการศึกษาเกี่ยวกบั องคป์ ระกอบและระบบท้งั หมดของการขนส่งในเชิงพาณิชยป์ ระเภท
ต่างๆ ท้งั ทางบก ทางน้าํ และทางอากาศ ซ่ึงโดยมากจะเก่ียวขอ้ งกบั การขนส่งสินคา้ วตั ถุดิบ และ
วสั ดุต่างๆ
9. เศรษฐศาสตร์ขนส่ง (Transportation Economics)
การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์เป็ นศาสตร์อีกแขนงหน่ึงท่ีจาํ เป็ นและมีความสําคญั อย่าง
มากต่อการขนส่ง การขนส่งทุกประเภทท่ีพิจารณาผลประกอบการหรือความคุม้ ค่าการลงทุนเป็ น
ประเด็นสาํ คญั จาํ เป็ นตอ้ งทาํ การวิเคราะห์ความเป็ นไปไดท้ างเศรษฐศาสตร์อยา่ งละเอียดรอบคอบ
ทุกคร้ังก่อนที่จะตดั สินใจดาํ เนินนโยบายใดๆ หรือทาํ การก่อสร้างระบบขนส่งที่ตอ้ งใชง้ บประมาณ
เป็นจาํ นวนมากและส่งผลกระทบอยา่ งกวา้ งขวางตอ่ คนในชุมชน
10. จติ วทิ ยาการขนส่ง (Transport Psychology)
พฤติกรรมการเดินทางของผคู้ นน้นั บางส่วนอาจไดร้ ับอิทธิพลจากปัจจยั ทางกายภาพ อาทิ
ค่าใชจ้ ่ายในการเดินทาง เวลาในการเดินทาง หรือรายได้ เป็นตน้ อยา่ งไรกด็ ี ในบางกรณีนกั วางแผน
กไ็ ม่สามารถอธิบายพฤติกรรมการเดินทางของบุคคลไดจ้ ากปัจจยั ทางกายภาพตามท่ีกล่าวเน่ืองจาก
เกิดความไม่สอดคลอ้ งกันระหว่างพฤติกรรมและปัจจยั เหล่าน้ัน อาทิ คนท่ีมีรายได้น้อยน่าจะ
เดินทางดว้ ยระบบขนส่งสาธารณะเป็ นหลกั แต่กลบั พบว่าคนกลุ่มน้ียงั คงเดินทางดว้ ยรถยนตส์ ่วน
บุคคล แมว้ ่าการเดินทางดว้ ยรูปแบบดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะมาจากค่าใช้จ่ายในการ
บาํ รุงรักษา และราคาน้าํ มนั ที่เพิ่มสูงข้ึนอยา่ งตอ่ เนื่อง เป็นตน้ จากตวั อยา่ งที่กล่าวมาน้ีจึงน่าจะมี
ปัจจยั อ่ืนที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้รถยนต์ส่วนบุคคลของคนกลุ่มน้ีซ่ึงนักวางแผนไม่สามารถ
ตรวจสอบได้ด้วยการสํารวจพฤติกรรมการเดินทางตามปกติ การตรวจสอบอิทธิพลของปัจจยั
จิตวิทยาท่ีมีต่อทศั นคติและพฤติกรรมการเดินทางของบุคคลจึงถูกนาํ มาประยุกตใ์ นกรณีน้ี รวมถึง
ทฤษฎีจิตวทิ ยาและสงั คมศาสตร์ที่เกี่ยวขอ้ ง จะถูกนาํ มาประยกุ ตใ์ ชด้ ว้ ยเช่นกนั
11. การขนส่งทางอากาศ (Air Transportation)
การขนส่งทางอากาศเป็นรูปแบบการเดินทางท่ีสาํ คญั ของประเทศ ไม่วา่ จะเป็นการเดินทาง
ภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ ขอบเขตความรับผิดชอบของบุคคลากรที่เก่ียวขอ้ งกบั การ
ขนส่งทางอากาศ อาทิ ผคู้ วบคุมการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Controller) เจา้ หนา้ ที่วางแผน
และวิเคราะห์เพ่อื จดั ตารางเที่ยวบิน เป็นตน้
12. การออกแบบถนนและพนื้ ผวิ จราจร (Highway and Pavement Design)
วิศวกรที่เกี่ยวขอ้ งกบั งานในกลุ่มน้ีจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบถนนประเภท
ต่างๆ การวางแนวเสน้ ทางของถนน ไม่วา่ จะเป็นถนนในเมืองหรือนอกเมือง รวมถึงองคป์ ระกอบ
อื่นๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ถนนดว้ ย อาทิ การระบายน้าํ ของถนน การติดต้งั สญั ญาณ ป้ าย และเคร่ืองหมาย

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 8 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

จราจร เป็นตน้ รวมถึงการศึกษาและออกแบบท้งั ในส่วนของการเลือกเทคนิคท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์
และวสั ดุที่ใชเ้ พือ่ การก่อสร้างพ้นื ทางที่เหมาะสมกบั ประเภทของยวดยาน และปริมาณการจราจร

1.4. หน่วยงานทเี่ กย่ี วข้องกบั วศิ วกรรมขนส่ง
หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกับวิศวกรรมขนส่งท้งั ในและต่างประเทศ ซ่ึงเป็ นหน่วยงานท่ีมี

ความสาํ คญั และเป็นที่รู้จกั กนั อยา่ งกวา้ งขวาง มีดงั ต่อไปน้ี

1.4.1. หน่วยงานทเี่ กย่ี วข้องกบั วศิ วกรรมขนส่งในต่างประเทศ
จิรพฒั น์ โชติกไกร (2549) ได้ยกตวั อย่างองค์กรที่เกี่ยวขอ้ งกบั วิศวกรรมขนส่งท่ีมี

ความสาํ คญั ระดบั นานาชาติและเป็นที่รู้จกั กนั อยา่ งแพร่หลายไวด้ งั ต่อไปน้ี

1. The American Association of State Highway and Transportation Officials

(AASHTO)
เป็ นหน่วยงานท่ีก่อต้งั ในปี ค.ศ. 1914 มีสํานักงานต้งั อยู่ที่กรุงวอชิงตนั ดี ซี ประเทศ

สหรัฐอเมริกา ทาํ หนา้ ท่ีศึกษา วิจยั และกาํ หนดมาตรฐานเก่ียวกบั ระบบขนส่งทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะ
เป็น การขนส่งทางอากาศ ทางหลวง ระบบขนส่งสาธารณะ การขนส่งระบบราง และการขนส่งทาง
น้าํ โดยมีจุดมุ่งหมายหลกั เพ่อื พฒั นา ดาํ เนินการ และบาํ รุงรักษาระบบขนส่งของประเทศ

2. The Transportation Research Board (TRB)
ก่อต้งั ในปี ค.ศ. 1920 ในเบ้ืองตน้ ใชช้ ื่อว่า The Highway Research Board (HRB) ทาํ หนา้ ที่
เป็ นกลุ่มที่ปรึกษาระดบั ชาติเกี่ยวกบั งานวิจยั ดา้ นงานทางเพื่อนาํ เสนอและแลกเปลี่ยนแนวทางใน
การดาํ เนินงาน ขอ้ มูลและผลการวิจยั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั เทคโนโลยีการทาง และไดเ้ ปลี่ยนชื่อเป็ น
Transportation Research Board ในปี ค.ศ. 1974 และมีบทบาทเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเป็ น
หน่วยงานท่ีทาํ หน้าท่ีหลกั ในการศึกษานโยบายการขนส่ง และทาํ การศึกษาวิจยั ระบบขนส่งทุก
รูปแบบของประเทศ รวมถึงการศึกษาวิจยั ในประเด็นอ่ืนๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั การขนส่ง กิจกรรมของ
TRB ท่ีไดด้ าํ เนินการโดยสม่าํ เสมอเพือ่ เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการดา้ นขนส่ง ไดแ้ ก่ การจดั สัมมนา
วชิ าการระดบั นานาชาติ (TRB Annual Meeting) การจดั พมิ พว์ ารสารวิชาการ และการจดั สมั มนาเชิง
ปฏิบตั ิการ

3. The Institute of Transportation Engineers (ITE)
ก่อต้งั ในปี ค.ศ. 1930 เป็นองคก์ รวิชาชีพดา้ นการศึกษาและวิทยาการขนส่งระดบั นานาชาติ
ทาํ หนา้ ท่ีหลกั ในการให้บริการทางวิชาการท้งั ในเรื่องของเทคโนโลยีและหลกั การท่ีเป็ นระบบใน
การวิจยั วางแผน ออกแบบ การนาํ ไปปฏิบตั ิ การดาํ เนินงาน การพฒั นานโยบาย และการบริหาร
จดั การของระบบขนส่งทุกรูปแบบ ITE จะทาํ การเผยแพร่ความรู้และความกา้ วหนา้ ของวิทยาการ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 9 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

ขนส่งผ่านทางการประชุมสมมนาวิชาการ การประชุมประจาํ ปี และวารสารวิชาการ เช่นเดียวกบั
TRB

ตามที่ยกตวั อยา่ งไปขา้ งตน้ เป็นองคก์ รดา้ นการขนส่งของประเทศสหรัฐอเมริกาและเป็นท่ี
คุน้ เคยกนั เป็ นอยา่ งดีสาํ หรับนกั วิชาการหรือผทู้ ่ีอยใู่ นแวดวงขนส่งในประเทศไทย อนั ที่จริง แต่ละ
ประเทศจะมีหน่วยงานดา้ นการขนส่งที่คลา้ ยคลึงกันกับท่ียกตวั อย่างขา้ งตน้ ทาํ หน้าท่ีสําหรับ
ประเทศน้นั ๆ อาทิ The Transport and Road Research Laboratory (TRRL) ของประเทศองั กฤษ The
Australian Transport Council (ATC) ของประเทศออสเตรเลีย National Traffic Safety and
Environment Laboratory (NTSEL) ของประเทศญ่ีป่ ุน หรือสาํ นกั งานนโยบายและแผนการขนส่ง
และจราจร (สนข.) ของประเทศไทย เป็นตน้

1.4.2. หน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้องกบั วศิ วกรรมขนส่งในประเทศไทย
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับวิศวกรรมขนส่งหรือการขนส่งในประเทศไทยมีท้ังท่ีเป็ น

หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ในที่น้ีจะนําเสนอเฉพาะหน่วยงานราชการและ
รัฐวิสาหกิจเพ่ือให้ผูอ้ ่านได้มองเห็นภาพรวมของหน่วยงานขนส่งท่ีดาํ เนินการโดยภาครัฐใน
ประเทศไทย

กระทรวงคมนาคม

สาํ นกั งานรฐั มนตรี

ปลดั กระทรวง กลมุ่ ภารกจิ การพฒั นาโครงสรา้ ง กลมุ่ ภารกจิ ดา้ นการขนสง่
พน้ื ฐานดา้ นทางหลวง รองปลดั กระทรวง หวั หน้ากลมุ่ ภารกจิ
ดา้ นอาํ นวยการ
รองปลดั กระทรวง รองปลดั กระทรวง หวั หน้ากลมุ่ ภารกจิ หน่วยงานราชการ
กรมการขนสง่ ทางน้ําและพาณชิ ยน์ าวี
หน่วยงานราชการ หน่วยงานราชการ กรมการขนสง่ ทางบก
สาํ นกั งานปลดั กระทรวง กรมทางหลวง กรมการขนสง่ ทางอากาศ
สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่ง กรมทางหลวงชนบท
และการจราจร รฐั วิสาหกิจ
รฐั วิสาหกิจ การทา่ เรอื แหง่ ประเทศไทย
รฐั วิสาหกิจ การทางพเิ ศษแหง่ ประเทศไทย องคก์ ารขนสง่ มวลชนกรงุ เทพ
บรษิ ทั การบนิ ไทย จาํ กดั (มหาชน) การรถไฟฟ้าขนสง่ มวลชนแหง่ ประเทศไทย บรษิ ทั ขนสง่ จาํ กดั
บรษิ ทั ทา่ อากาศยานไทย จาํ กดั (มหาชน) การรถไฟแหง่ ประเทศไทย บรษิ ทั ไทยเดนิ เรอื ทะเล จาํ กดั
บรษิ ทั วทิ ยกุ ารบนิ แหง่ ประเทศไทย จาํ กดั สถาบนั การบนิ พลเรอื น

รูปที่ 1.1 หน่วยงานราชการและรัฐวสิ าหกิจท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การขนส่งในกาํ กบั ของกระทรวงคมนาคม

ที่มา: http://portal.mot.go.th

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 10 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

จากรูปท่ี 1.1 เป็นโครงสร้างของหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การขนส่งในกาํ กบั ของกระทรวง
คมนาคมท้งั หน่วยงานราชการและรัฐวสิ าหกิจ อนั ท่ีจริงยงั มีหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั การขนส่งที่อยู่
นอกเหนือการกาํ กบั ของกระทรวงคมนาคมดงั จะไดก้ ล่าวถึงในลาํ ดบั ต่อไป สาํ หรับหน่วยงานใน
กาํ กบั ของกระทรวงคมนาคม ไดส้ รุปภาระหนา้ ที่ของแต่ละหน่วยงาน* ดงั ต่อไปน้ี

1.4.2.1. หน่วยงานราชการในกาํ กบั ของกระทรวงคมนาคม

1. สํานักงานรัฐมนตรี, สรต. (Office of Minister)
สํานักงานรัฐมนตรีมีภารกิจเกี่ยวกบั ราชการทางการเมือง เพื่อสนับสนุนภารกิจของ
รัฐมนตรี ประสานนโยบายระหว่างกระทรวง โดยมีอาํ นาจหนา้ ที่หลกั ในการรวบรวมขอ้ มูลและ
วิเคราะห์กลนั่ กรองเรื่อง เพ่ือเสนอ ต่อ รัฐมนตรี รวมท้งั เสนอความเห็นประกอบการวินิจฉยั สงั่ การ
ของรัฐมนตรี สนบั สนุนการทาํ งานของรัฐมนตรีในการดาํ เนินงานทางการเมืองระหว่างรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรี รัฐสภาและประชาชน ประสานงานการตอบกระทู้ ช้ีแจงญตั ติ ร่างพระราชบญั ญตั ิ
และกิจการอื่นทางการเมือง ดาํ เนินการพิจารณาเร่ืองร้องทุกข์ ร้องเรียน หรือร้องขอความช่วยเหลือ
ต่อรัฐมนตรี และปฏิบตั ิการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกาํ หนดให้เป็ นอาํ นาจหน้าท่ีของสํานักงาน
รัฐมนตรี หรือตามท่ีรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
2. สํานักงานปลดั กระทรวงคมนาคม, สปค. (Office of the Permanent Secretary)
สาํ นักงานปลดั กระทรวงมีภารกิจเกี่ยวกบั การเป็ นศูนยก์ ลางการบริหารของกระทรวงใน
การพฒั นายุทธศาสตร์ แปลงนโยบายของกระทรวงเป็ นแผนปฏิบตั ิ จดั สรรทรัพยากรให้บรรลุ
เป้ าหมายและเกิดผลสมั ฤทธิตามภารกิจของกระทรวงเพอ่ื เป็นศูนยก์ ารบริหารราชการของกระทรวง
โดยมีอาํ นาจหนา้ ท่ีหลกั ในการศึกษา วิเคราะห์ จดั ทาํ ขอ้ มูล เพ่ือเสนอแนะรัฐมนตรีในการกาํ หนด
นโยบายเป้ าหมาย และผลสมั ฤทธิของกระทรวง พฒั นายทุ ธศาสตร์การบริหารของกระทรวง แปลง
นโยบายเป็นแนวทางและแผนปฏิบตั ิการ ติดต่อและประสานงานกบั องคก์ ารหรือหน่วยงานต่างๆ ที่
เก่ียวกบั การขนส่งและจราจรท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ ดาํ เนินการเกี่ยวกบั การตรวจราชการ
ของผตู้ รวจราชการกระทรวงและเร่ืองราวร้องทุกข์ ประชาสัมพนั ธ์และเผยแพร่กิจกรรม ขอ้ มูลข่าว
การขนส่งและจราจร ดาํ เนินการเก่ียวกบั กฎหมายในความรับผดิ ชอบของกระทรวงและกฎหมายอื่น
ที่เกี่ยวขอ้ ง รวมท้งั งานนิติกรรมและสัญญา งานเก่ียวกบั ความรับผดิ ทางแพง่ อาญา งานคดีปกครอง
และงานคดีอ่ืนที่อยใู่ นอาํ นาจหนา้ ท่ีของกระทรวง และปฏิบตั ิการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกาํ หนดให้
เป็นอาํ นาจหนา้ ที่ของสาํ นกั งานปลดั กระทรวงหรือตามที่ รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

* รายละเอียดของหน่วยงานขนส่งท้งั หมดที่นาํ เสนอในหวั ขอ้ 1.4.2. น้ี เป็นคาํ บรรยายที่ถกู จดั ทาํ และนาํ เสนอไวใ้ น

http://portal.mot.go.th ซ่ึงผเู้ ขียนไดส้ ืบคน้ ขอ้ มลู ดงั กล่าวในปี พ.ศ. 2550

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 11 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

3. กรมการขนส่งทางนํ้าและพานิชยนาวี,ขน. (Marine Department, MD:

www.md.go.th)
กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี มีภารกิจเกี่ยวกบั การส่งเสริมการพฒั นาระบบ

การขนส่งทางน้าํ และการพาณิชยนาวี ให้มีการเช่ือมต่อกบั ระบบการ ขนส่งอื่น ๆ ท้งั การขนส่ง
ผโู้ ดยสารและสินคา้ ท่าเรือ อู่เรือ กองเรือไทย และกิจการเกี่ยวเน่ือง เพื่อใหป้ ระชาชนไดร้ ับความ
สะดวก รวดเร็ว ทว่ั ถึง และ ปลอดภยั ตลอดจนการสนบั สนุนภาคการส่งออกใหม้ ีความเขม้ แขง็ โดย
มีอาํ นาจหนา้ ท่ีหลกั คือ ดาํ เนินการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเดินเรือในน่านน้าํ ไทย กฎหมายวา่ ดว้ ย
เรือไทย กฎหมายวา่ ดว้ ยการป้ องกนั เรือโดนกนั กฎหมายวา่ ดว้ ยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี และ
กฎหมายอ่ืนที่เกี่ยวขอ้ ง ศึกษา และ วิเคราะห์เพื่อพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานการขนส่งทางน้าํ
ส่งเสริมและพฒั นาเครือข่ายระบบการขนส่งทางน้าํ และการพาณิชยนาวี ดาํ เนินการจดั ระเบียบการ
ขนส่งทางน้าํ และกิจการพาณิชยนาวี ร่วมมือและประสานงานกบั องคก์ ารและหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง
ท้งั ในประเทศและต่างประเทศ ในดา้ นการขนส่งทางน้าํ การพาณิชยนาวี และในส่วนท่ีเกี่ยวกบั
อนุสัญญาและความตกลงระหวา่ งประเทศ และปฏิบตั ิการอื่นใดตามที่กฎหมายกาํ หนดให้เป็ น
อาํ นาจหนา้ ที่ของกรม หรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

4. กรมการขนส่งทางบก, ขบ. (Department of Land Transport, DLT: www.dlt.go.th)
กรมการขนส่งทางบกมีภารกิจเกี่ยวกบั การจดั ระบบ การจดั ระเบียบการขนส่งทางบก โดย
การกาํ กบั ดูแล ตรวจสอบ ตรวจตรา ให้มีการปฏิบตั ิตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประสานและ
วางแผนใหม้ ีการเชื่อมต่อกบั ระบบการขนส่งอ่ืนๆ เพ่ือใหร้ ะบบการขนส่งทางบกเกิดความคลอ่ งตวั
สะดวก รวดเร็ว ทวั่ ถึงและปลอดภยั โดยใหม้ ีอาํ นาจหนา้ ที่หลกั คือ ดาํ เนินการตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
การขนส่งทางบก กฎหมายว่าดว้ ยรถยนต์ กฎหมายว่าดว้ ยลอ้ เลื่อน และกฎหมายอ่ืนที่เก่ียวขอ้ ง
ดาํ เนินการแกไ้ ข ป้ องกนั และส่งเสริมสวสั ดิภาพการขนส่งทางบก ส่งเสริมและพฒั นาเครือข่าย
ระบบการขนส่งทางบก ดาํ เนินการจดั ระเบียบการขนส่งทางบก ร่วมมือและประสานงานกบั
องคก์ ารและหน่วยงานอื่นที่เก่ียวขอ้ งท้งั ในประเทศ และต่างประเทศในดา้ นการขนส่งทางบก และ
ในส่วนท่ีเก่ียวกบั อนุสญั ญา และความตกลงระหวา่ งประเทศ และปฏิบตั ิการอ่ืนใดตามท่ีกฎหมาย
กาํ หนดใหเ้ ป็นอาํ นาจหนา้ ที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

5. กรมการขนส่งทางอากาศ, ขอ. (Department of Aviation, DOA: www.aviation.go.th)
กรมการขนส่งทางอากาศมีภารกิจเก่ียวกบั การส่งเสริมพฒั นา และกาํ กบั ดูแลการบิน
พลเรือนของประเทศให้ไดต้ ามมาตรฐานสากล เพ่ือให้การพฒั นาโครงข่ายและบริการการบิน
พลเรือนเพียงพอต่อความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ ริการ อนั มีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการ
พฒั นาเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการผลกั ดนั ใหป้ ระเทศไทยเป็นศูนยก์ ลางการบินพลเรือนใน
ภูมิภาค โดยให้มีอาํ นาจหนา้ ที่หลกั คือ ดาํ เนินการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเดินอากาศ กฎหมายว่า
ดว้ ยความผดิ บางประการตอ่ การเดินอากาศ และกฎหมายอื่นท่ีเก่ียวขอ้ ง ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อพฒั นา

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 12 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

โครงสร้างพ้ืนฐานการบินพลเรือนของประเทศ ส่งเสริมและพฒั นาเครือข่ายระบบการขนส่งทาง
อากาศ อุตสาหกรรมการบิน และการบินพลเรือน ดาํ เนินการจดั ระเบียบการบินพลเรือน กาํ หนด
มาตรฐาน กาํ กบั ดูแลและตรวจสอบการดาํ เนินการดา้ นการบินพลเรือน จดั ใหม้ ีและดาํ เนินกิจการ
ท่าอากาศยานในสังกดั กรม ร่วมมือและประสานงานกบั องคก์ ารหรือหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งท้งั ใน
ประเทศและต่างประเทศในดา้ นการบินพลเรือน และในส่วนท่ีเกี่ยวกบั อนุสัญญาและความตกลง
ระหว่างประเทศ และปฏิบตั ิการอื่นใดตามท่ีกฎหมายกาํ หนดให้เป็ นอาํ นาจหนา้ ที่ของกรมหรือ
ตามท่ีกระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

6. กรมทางหลวง, ทล. (Department of Highways, DOH: www.doh.go.th)
กรมทางหลวงมีภารกิจเกี่ยวกบั การพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานดา้ นทางหลวง การก่อสร้าง
และบาํ รุงรักษาทางหลวงใหม้ ีโครงข่ายทางหลวงท่ีสมบูรณ์ ครอบคลุมทว่ั ท้งั ประเทศ และเชื่อมโยง
กบั ประเทศเพ่ือนบา้ นเพื่อให้ประชาชนไดร้ ับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภยั ในการเดินทาง
โดยมีอาํ นาจหน้าที่หลกั คือ ดาํ เนินการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยทางหลวงเฉพาะในส่วนที่เก่ียวกบั ทาง
หลวงพิเศษ ทางหลวงแผน่ ดิน และทางหลวงสัมปทาน รวมท้งั กฎหมายอ่ืนที่เก่ียวขอ้ ง วิจยั และ
พฒั นางานก่อสร้าง บูรณะ และบาํ รุงรักษาทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวง
สัมปทาน ร่วมมือและประสานงานดา้ นงานทางกบั องคก์ ร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวขอ้ งท้งั ใน
ประเทศและตา่ งประเทศ และปฏิบตั ิการอื่นใดตามที่กฎหมายกาํ หนดใหเ้ ป็น อาํ นาจ หนา้ ท่ีของกรม
หรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

7. กรมทางหลวงชนบท, ทช. (Department of Rural Road, DOR: www.dor.go.th)
กรมทางหลวงชนบทมีภารกิจเกี่ยวกบั การพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานดา้ นทางหลวง การ
ก่อสร้างและบาํ รุงรักษาทางหลวงให้มีโครงข่ายทางหลวงท่ีสมบูรณ์ ครอบคลุมทว่ั ท้งั ประเทศ
เพื่อใหป้ ระชาชนไดร้ ับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภยั ในการเดินทาง โดยใหม้ ีหนา้ ที่หลกั คือ
ดาํ เนินการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยทางหลวง เฉพาะในส่วนที่เก่ียวกบั ทางหลวงชนบท รวมท้งั กฎหมาย
อ่ืนที่เก่ียวขอ้ ง วิจยั และพฒั นางานก่อสร้าง บรู ณะ และบาํ รุงรักษาทางหลวงชนบท ดาํ เนินการจดั ทาํ
มาตรฐาน และขอ้ กาํ หนดทางหลวงชนบท ตลอดจน กาํ กบั และ ตรวจสอบเพื่อใหม้ ีการดาํ เนินการ
ตามเกณฑม์ าตรฐานและขอ้ กาํ หนด ดาํ เนินการฝึ กอบรมและจดั ทาํ คู่มือตลอดจนให้คาํ ปรึกษา
แนะนาํ เกี่ยวกบั วิศวกรรมงานทางแก่หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง ร่วมมือและประสานงานดา้ นงานทางกบั
องคก์ ารและหน่วยงานอ่ืนที่เก่ียวขอ้ ง ท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ และปฏิบตั ิการอ่ืนใดตามท่ี
กฎหมายกาํ หนดใหเ้ ป็นหนา้ ท่ีของกรม หรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

8. สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, สนข. (Office of Transport and

Traffic Policy and Planning, OTP: www.otp.go.th)
สาํ นกั งานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรมีภารกิจเก่ียวกบั การเสนอแนะนโยบาย

และจดั ทาํ แผนการขนส่ง การจราจร และความปลอดภยั จากการขนส่ง ประสานแผน ดา้ นการขนส่ง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 13 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

ทางบก ทางน้าํ ทางอากาศ การจราจร และความปลอดภยั จาก การขนส่งใหส้ อดคลอ้ งกบั แผนหลกั
ดา้ นการขนส่ง และการจราจร เพ่ือใหน้ โยบายดา้ นการขนส่งและจราจรมีความ เป็นเอกภาพ โดยมี
หนา้ ท่ีหลกั คือ ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะนโยบาย วางแผนและประสานแผนการขนส่งและจราจร
รวมท้ังวิเคราะห์แผนงานโครงการและงบประมาณของกระทรวงคมนาคมให้สอดคลัองกับ
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและนโยบายรัฐบาล ศึกษา วิเคราะห์ จดั ทาํ แผนแม่บทดา้ น
การขนส่งและจราจร และประสานแผนปฏิบตั ิการรวมท้งั จดั ทาํ นโยบายของกระทรวงเสนอต่อ
รัฐมนตรี กํากับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงาน โครงการและ
งบประมาณ พิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายการขนส่งและคณะกรรมการ
จดั ระบบการจราจรเพ่ือใหม้ ีการปรับปรุงแกไ้ ขหรือออกกฎหมายเกี่ยวกบั การขนส่งและจราจรของ
ประเทศหรือกฎหมายอื่นท่ีมีผลกระทบต่อการจดั ระบบการขนส่งและจราจรให้เหมาะสม ศึกษา
วิเคราะห์ และวจิ ยั เพื่อจดั ทาํ รายงานและแนวโนม้ ของการขนส่งและจราจรท้งั ในดา้ นเศรษฐกิจและ
ความปลอดภยั รวมท้งั จดั ทาํ ระบบขอ้ มูลและสารสนเทศของการขนส่งและจราจร ร่วมมือและ
ประสานงานกบั องคก์ าร หรือหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งในการกาํ หนดท่าทีและมาตรการใน
องคก์ ารระหวา่ งประเทศ และระหวา่ งภูมิภาคที่เกี่ยวกบั การขนส่งระหวา่ งประเทศ และปฏิบตั ิการ
อ่ืนใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็ นอํานาจหน้าท่ีของสํานักงานหรื อตามที่กระทรวงหรื อ
คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

1.4.2.2. หน่วยงานรัฐวสิ าหกจิ ในกาํ กบั ของกระทรวงคมนาคม

1. การรถไฟแห่งประเทศไทย, รฟท. (State Railway of Thailand, SRT:

www.railway.co.th)
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีภารกิจหลกั ในการบริการรถไฟ อาํ นวยความสะดวกแก่

ผใู้ ชบ้ ริการอยา่ งมีประสิทธิภาพ และมีหนา้ ที่พฒั นา และบาํ รุงสถานีรถไฟ รวมถึงการรักษาความ
ปลอดภยั ของผโู้ ดยสาร

2. การท่าเรือแห่งประเทศไทย, กทท. (Port Authority of Thailand, PAT:

www.port.co.th)
การท่าเรือแห่งประเทศไทยในการใหบ้ ริการ แก่เรือ และสินคา้ โดยมุ่งอาํ นวยความสะดวก

แก่ผใู้ ชบ้ ริการอยา่ งมีประสิทธิภาพท้งั ท่ีท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือพาณิชยแ์ หลมฉบงั
3. การรถไฟฟ้ าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, รฟม. (Mass Rapid Transit Authority of

Thailand, MRTA: www.mrta.co.th)
การรถไฟฟ้ าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีหนา้ ที่จดั ให้มีและใหบ้ ริการระบบรถไฟฟ้ า

ขนส่งมวลชนท่ีมีประสิทธิภาพ ทนั สมยั และไดม้ าตรฐานสากล ท้งั ในกรุงเทพมหานครและ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 14 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

ปริมณฑล เพื่อลดปัญหาการเดินทาง และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขดั และเพื่อคุณภาพชีวิตและ
คุณภาพสิ่งแวดลอ้ มที่ดีกวา่

4. การทางพเิ ศษแห่งประเทศไทย, ททพ. (Expressway and Rapid Transit Authority of

Thailand, ETA: www.eta.co.th)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นรัฐวิสาหกิจท่ีก่อต้งั ข้ึนตามประกาศของคณะปฏิวตั ิฉบบั

ท่ี 290 ลงวนั ท่ี 27 พฤศจิกายน พุทธศกั ราช 2515 ให้ดาํ เนินการในรูปของรัฐวิสาหกิจ สังกดั
กระทรวงคมนาคม โดยมีวตั ถุประสงคท์ ี่จะดาํ เนินการก่อสร้างหรือจดั ใหม้ ีทางพิเศษ บาํ รุงรักษาทาง
พิเศษ จดั ดาํ เนินการหรือควบคุมธุรกิจเก่ียวกบั ระบบการขนส่งมวลชน ตลอดจนดาํ เนินงานต่าง ๆ ท่ี
เก่ียวกบั ทางพิเศษ เพื่ออาํ นวยความสะดวกและความรวดเร็วในการจราจรและการขนส่งเป็นพิเศษ
ช่ ว ย ข จัด ปั ญ ห า แ ล ะ อุ ป ส ร ร ค ใ น ส่ ว น ท่ี เ ก่ี ย ว กับ เ ส้ น ท า ง ค ม น า ค ม โ ด ย เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ยิ่ ง ใ น
กรุงเทพมหานคร

5. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, ขสมก. (Bangkok Mass Transit Authority, BMTA:

www.bmta.co.th)
มีหนา้ ที่ความรับผิดชอบในการให้บริการดา้ นขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยให้บริการรถ

โดยสาร ทุกประเภท และบริษทั รถร่วม แก่ประชาชน ทว่ั ไปในเขต กทม. และ จงั หวดั ใกลเ้ คียง คือ
นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทสาคร และรองรับความตอ้ งการของประชาชน
ใหท้ วั่ ถึง

6. สถาบันการบินพลเรือน, สบพ. (Civil Aviation Training Center,

CATA:www.cata.or.th)
สถาบนั การบินพลเรือนเป็ นรัฐวิสาหกิจในสังกดั กระทรวงคมนาคม ที่จดั ต้งั ข้ึนใหม่จาก

หน่วยงานเดิมช่ือศูนยฝ์ ึ กการบินพลเรือนในประเทศไทย มีหนา้ ที่รับผิดชอบในการจดั ดาํ เนินการ
ผลิต และให้การฝึ กอบรมบุคลากรดา้ นการบิน และดาํ เนินกิจการเกี่ยวกบั บริการ ช่างอากาศยาน
บริการอากาศยาน และกิจกรรมอ่ืน ๆ เก่ียวกบั การบิน โดยมุ่งเนน้ ในการผลิต และฝึ กอบรมเพื่อ
พฒั นาบุคลากรท้งั ดา้ นการบินพลเรือนในประเทศ และระหว่างประเทศ ตามมาตรฐานสากลที่
องคก์ ารการบินพลเรือนระหวา่ งประเทศ (International Civil Aviation Organization, ICAO) ได้
กาํ หนดไว้ ใหเ้ พยี งพอ เพื่อสนบั สนุนหน่วยงานการขนส่งทางอากาศของภาครัฐ และภาคเอกชนให้
เป็นไปตามแผนพฒั นาบุคลการดา้ นการบินของประเทศ

7. บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน), บกท. (Thai Airway International Public

Company Limited, THAI: www.thaiair.com)
บริษทั การบินไทย จาํ กดั (มหาชน) เป็ นหน่วยงานในสังกดั กระทรวงคมนาคม ดาํ เนิน

กิจการดา้ นการบินพาณิชยใ์ นประเทศและระหวา่ งประเทศในฐานะสายการบินแห่งชาติ ดาํ เนินการ
ขนส่งผโู้ ดยสาร พสั ดุ และไปรษณียภณั ฑท์ างอากาศท้งั ภายในและตา่ งประเทศรวมถึงกิจการอ่ืนท่ี

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 15 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

เก่ียวขอ้ งและสนับสนุนกนั เช่น การบริการภาคพ้ืน ศูนยซ์ ่อมบาํ รุง ทางอากาศยาน คลงั สินคา้
กิจการทศั นาจร โรงแรม ภตั ตาคาร ครัวการบิน เป็นตน้

8. บริษัท ขนส่ ง จํากัด, บขส. (Transport Company Limited, TCL:

www.transport.co.th)
บริษัท ขนส่ง จาํ กัด มีหน้าท่ีรับทาํ การขนส่งโดยท่ัวไปเพื่อบริการการเดินรถ ขนส่ง

ผูโ้ ดยสาร และกิจการที่ต่อเนื่อง โดยมีระบบการบริหารงาน และการเดินรถเพื่อความสะดวก
รวดเร็ว ตรงเวลา ประหยดั ปลอดภยั เป็นระเบียบเรียบร้อย และเพียงพอกบั ความตอ้ งการ อีกท้งั ยงั
ร่วมมือกบั ภาคเอกชน ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจอ่ืน ๆ ในการเดินรถ ขนส่งผูโ้ ดยสาร และ
กิจการท่ีต่อเนื่อง ใหม้ ีการประสานงานและใชท้ รัพยากรร่วมกนั อยา่ งมีประสิทธิภาพ

9. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน), ทอท. (Airports of Thailand Public

Company Limited, AOT: www.airportthai.co.th)
บริษทั ท่าอากาศยานไทย จาํ กดั (มหาชน) มีภารกิจหลกั ในการใหบ้ ริการแก่เครื่องบิน โดย

มุ่งอาํ นวยความสะดวกแก่ผใู้ ชบ้ ริการอยา่ งมีประสิทธิภาพ และมีหนา้ ที่พฒั นาและบาํ รุงท่าอากาศ
ยาน รวมถึงการรักษาความปลอดภยั ดว้ ย

10. บริษัท ไทยเดินเรือทะเล จํากัด, บทด. (Thai Maritime Navigation Company

Limited, TMN: www.tmn.co.th)
เป็ นสายการเดินเรือแห่งชาติ มีวตั ถุประสงคใ์ นการดาํ เนินงานเพื่อบริการขนส่งทางทะเล

ระหว่างประเทศ ให้บริการดา้ นคลงั สินคา้ และท่าเรือให้เช่า และเช่าเรือเพ่ือประกอบกิจการขนส่ง
ทางทะเล และยงั ทาํ หนา้ ท่ี เป็ นตวั แทนของบริษทั เรือและนายหนา้ ในกิจการต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั
การขนส่งทางน้าํ นอกจากน้ียงั มีหนา้ ที่สําคญั ต่อประเทศชาติ คือ เพือ่ หารายได้ และเงินตรา
ต่างประเทศใหแ้ ก่รัฐ สงวนเงินตราต่างประเทศ และบรรเทาปัญหาการขาดดุลชาํ ระเงิน ป้ องกนั มิให้
การขนส่งสินคา้ ทางทะเลระหว่างประเทศหยุดชะงกั เมื่อเกิดความไม่สงบ สนับสนุนการขนส่ง
ให้แก่กองทพั เพ่ือความมน่ั คงของชาติ เป็ นแกนกลางของสายการเดินเรือไทยในการสนบั สนุน
นโยบายส่งเสริมพาณิชยน์ าวีของรัฐเพื่อพฒั นาการขนส่งทางน้ําใหเ้ ป็นตวั เสริมวงจรพาณิชย์
การส่งออกและนาํ เขา้ ฝึกอบรมคนไทยใหม้ ีความรู้ความสามารถในการเดินเรือยง่ิ ข้ึน

11. บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากดั , บวท. (Aeronautical Radio of Thailand

Limited, AERO: www.aerothai.co.th)
เป็ นหน่วยงานที่มีอาํ นาจในอนั ที่จะปฎิบตั ิหน้าที่ตามท่ีไดร้ ับมอบหมายจากรัฐบาลตาม

ขอ้ ตกลงในสญั ญาระหวา่ งรัฐบาล และรับผดิ ชอบในการดาํ เนินการและบาํ รุงรักษาการวิทยสุ ื่อสาร
ระหว่างสถานี พ้ืนดิน จุดถึงจุด อากาศ-พ้ืนดิน-อากาศ เกี่ยวกบั การบินระหวา่ งประเทศ และ/หรือ
ในประเทศ การส่ือสารทางวิทยุเกี่ยวกบั อุตุนิยมวิทยา เคร่ืองช่วยการเดินอากาศ การจดั จราจร
สาํ หรับเครื่องบินท่ีบินดว้ ยเคร่ืองวดั ประกอบการบินและบริการอ่ืนใดที่เก่ียวขอ้ งตามความตอ้ งการ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 16 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

ของผดู้ าํ เนินการเดินอากาศ เพื่อใหก้ ารขนส่งทางอากาศในและผา่ นประเทศไดด้ าํ เนินไปดว้ ยความ
ปลอดภยั สม่าํ เสมอ และมีสมรรถภาพ โดยไม่คิดกาํ ไรและไม่ลาํ เอียง อนั เป็นภารกิจตามขอ้ ผกู พนั
ท่ีรัฐบาลไทยมีอยตู่ ่อองคก์ ารการบินพลเรือนระหวา่ งประเทศในฐานะภาคีประเทศ

ที่กล่าวไปท้งั หมดน้ันคือหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การขนส่งของ
ประเทศไทยที่อยู่ในสังกดั ของกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ดี ยงั มีหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การ
ขนส่งและจราจรท่ีไม่ไดอ้ ยใู่ นสงั กดั ของกระทรวงคมนาคม ดงั ต่อไปน้ี

• สาํ นกั งานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ (สศช.)
• สาํ นกั งานตาํ รวจแห่งชาติ ไดแ้ ก่ กองตาํ รวจจราจร กองตาํ รวจทางหลวง
• กรุงเทพมหานคร (กทม.) ไดแ้ ก่ สาํ นกั การจราจรและขนส่ง สาํ นกั การโยธา
• กรมโยธาธิการและผงั เมือง
• องคก์ ารรถไฟฟ้ ามหานคร (รฟม.)

1.5. องค์ประกอบของระบบขนส่งและประเภทของการขนส่ง
โดยทวั่ ไปการที่จะเกิดกิจกรรมการขนส่งไดน้ ้นั จะตอ้ งประกอบดว้ ยสิ่งต่างๆ ต่อไปน้ี

1. สิ่งทถี่ ูกขนส่ง
สามารถจาํ แนกออกไดเ้ ป็ น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ คน และสัตว์ หรือส่ิงของ ในกรณีท่ีเป็ นคน

จะเรียกวา่ การขนส่งผโู้ ดยสาร (Passenger transport) ในกรณีท่ีเป็นสัตว์ หรือสิ่งของ จะเรียกวา่ การ
ขนส่งสินคา้ (Freight transport)

รูปท่ี 1.2 การขนส่งสินคา้

ท่ีมา: www.auros.co.th/th/aboutus.html

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 17 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

รูปท่ี 1.3 การขนส่งผโู้ ดยสาร

2. กาํ ลงั ขับเคลอ่ื น
กาํ ลงั ขบั เคล่ือน หรือ Motive power สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่

• กาํ ลงั ขบั เคลื่อนที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ (Natural motive power) อาทิ กาํ ลงั ขบั เคลื่อนท่ี
เกิดจากลม มนุษย์ หรือสตั ว์ เป็นตน้

• กาํ ลงั ขบั เคลื่อนท่ีถูกประดิษฐ์ข้ึน (Artificial motive power) อาทิ เคร่ืองจกั รไอน้าํ
เครื่องยนตด์ ีเซล เคร่ืองยนตเ์ บนซิน กระแสไฟฟ้ า หรือแม่เหลก็ ไฟฟ้ า เป็นตน้

รูปท่ี 1.4 กาํ ลงั ขบั เคล่ือนที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ

ขบั เคล่ือนดว้ ยไฟฟ้ า ขบั เคลื่อนดว้ ยเครื่องยนตด์ ีเซล ขบั เคล่ือนดว้ ยเครื่องยนตเ์ บนซิน

รูปท่ี 1.5 กาํ ลงั ขบั เคลื่อนท่ีถกู ประดิษฐข์ ้ึน

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 18 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

3. ยานพาหนะและหน่วยบรรทุก
ยานพาหนะ (Vehicles) สามารถจาํ แนกตามประเภทของการขนส่งไดด้ งั ต่อไปน้ี

• การขนส่งทางบก (Land transportation) อาทิ รถยนต์ รถบรรทุก รถโดยสาร รถรางไฟฟ้ า
หรือรถไฟ เป็นตน้

• การขนส่งทางน้าํ (Water or maritime transportation) อาทิ เรือโดยสารแบบตา่ งๆ เป็นตน้
• การขนส่งทางอากาศ (Air transportation) อาทิ เครื่องบิน บอลลูน อวกาศยาน เป็นตน้
• การขนส่งทางท่อ (Pipeline) จะแตกตา่ งกบั การขนส่งประเภทอื่นตรงที่ ส่ิงที่ใชเ้ คล่ือนยา้ ย

ส่ิงท่ีตอ้ งการขนส่ง ซ่ึงไดแ้ ก่ระบบความดนั และท่อ จะอย่กู บั ท่ี ขณะท่ีส่ิงท่ีตอ้ งการขนส่ง
ซ่ึงส่วนใหญไ่ ดแ้ ก่ ของไหล อาทิ น้าํ น้าํ มนั หรือก๊าซ จะถกู ขบั เคลื่อนใหไ้ หลไปตามทอ่

สาํ หรับหน่วยบรรทุก (Carrying unit) ที่ใชส้ าํ หรับบรรทุก หรือบรรจุส่ิงที่ตอ้ งการขนส่ง
รูปแบบตา่ งๆ ควรไดร้ ับการออกแบบใหม้ ีความเหมาะสมกบั สิ่งที่ตอ้ งการลาํ เลียงขนส่ง เช่น ถา้ สิ่งที่
ตอ้ งการขนส่งเป็ นของเหลว ก็ควรใชถ้ งั (Tank) ในการลาํ เลียง หรือถา้ เป็ นสินคา้ ที่บรรจุในกล่อง
รูปทรงสี่เหล่ียม อาจลาํ เลียงโดยใชต้ ูบ้ รรทุกสินคา้ (Containers) เป็นตน้

4. เส้นทาง
เสน้ ทาง (Route, Way or Path) ที่ใชส้ าํ หรับการขนส่ง สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท

ไดแ้ ก่
• เสน้ ทางท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ (Natural way) เช่น ทอ้ งทะเล น่านฟ้ า เป็นตน้
• เส้นทางท่ีดดั แปลงข้ึนจากธรรมชาติ (Artificial improved natural way) เช่น ลาํ คลอง แม่น้าํ
เป็ นตน้
• เสน้ ทางท่ีสร้างข้ึน (Artificial way) เช่น ถนน รางรถไฟ เป็นตน้

รูปท่ี 1.6 เสน้ ทางท่ีดดั แปลงข้ึนจากธรรมชาติ

ที่มา: http://chachoengsaolearning.net

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 19 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

รูปท่ี 1.7 เสน้ ทางท่ีสร้างข้ึน

ท่ีมา: http://commons.wikimedia.org

5. สถานีหรืออาคารทพี่ กั ผู้โดยสาร
สถานีหรืออาคารท่ีพกั ผโู้ ดยสาร (Station or Terminal) คือ บริเวณท่ีใชส้ าํ หรับขนถ่ายสิ่งท่ี

ตอ้ งการขนส่งข้ึนหรือลงจากยานพาหนะ ในกรณีที่เป็นการขนส่งผโู้ ดยสาร สถานท่ีดงั กล่าวยงั เป็ น
บริเวณที่ใช้สําหรับรอใช้บริการ เปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง ต่อรถ หรือซ้ือตวั ฯลฯ สถานีหรือ
อาคารท่ีพกั ผโู้ ดยสารสามารถจาํ แนกตามประเภทการขนส่งไดด้ งั น้ี

• การขนส่งทางบก อาทิ สถานีขนส่งผโู้ ดยสาร สถานีขนถ่ายสินคา้ สถานีไฟฟ้ า เป็นตน้
• การขนส่งทางน้าํ อาทิ ท่าเรือ ท่าเรือน้าํ ลึก เป็นตน้
• การขนส่งทางอากาศ อาทิ สนามบิน เป็นตน้

การขนส่งสามารถจาํ แนกออกเป็นประเภทต่างๆ ตามลกั ษณะของยานพาหนะและเสน้ ทาง
ไดด้ งั ต่อไปน้ี

1.5.1. การขนส่งทางบก (Land transportation)
โดยทว่ั ไประบบขนส่งหลกั ของการขนส่งทางบก ไดแ้ ก่ การขนส่งทางถนน และการขนส่ง

ระบบราง ดงั มีรายละเอียดต่อไปน้ี

1.5.1.1. การขนส่งทางถนน (Road transportation)
การขนส่งทางถนนเป็ นระบบขนส่งพ้ืนฐานท่ีมีขอ้ ไดเ้ ปรียบระบบขนส่งประเภทอื่น คือ

เป็นระบบขนส่งที่สามารถใหบ้ ริการในลกั ษณะ “ส่งถึงประตู” (Door-to-door) ได้ ระบบขนส่งใน

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 20 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

กลุ่มน้ีแบ่งเป็นประเภทยอ่ ยตามลกั ษณะของสิ่งท่ีทาํ การขนส่งออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่ การขนส่ง
ผโู้ ดยสาร (Passenger transportation) และการขนส่งสินคา้ (Freight transportation)

การขนส่งผูโ้ ดยสาร หรือการขนส่งคน สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็ น 2 กลุ่มย่อย ไดแ้ ก่ การ
ขนส่งส่วนบุคคล (Private transportation) และการขนส่งสาธารณะ (Public transportation) การ
ขนส่งส่วนบุคคลไดแ้ ก่ การเดินทางท่ีผเู้ ดินทางไม่ตอ้ งจา้ งวานหรือใชบ้ ริการยานพาหนะของบุคคล
อื่น การเดินทางท่ีถือว่าเป็ นการขนส่งส่วนบุคคล ได้แก่ การเดินทางด้วยการเดิน จักรยาน
จกั รยานยนต์ รถยนต์ 4 ลอ้ เป็ นตน้ จาํ นวนการเดินทางดว้ ยการขนส่งส่วนบุคคลจะเพ่ิมข้ึนตาม
ความตอ้ งการเดินทาง (Travel demand) ดว้ ยเหตุน้ีการเดินทางดว้ ยการขนส่งส่วนบุคคลบางรูปแบบ
อาทิ รถยนตส์ ่วนบุคคล (Private cars) และรถจกั รยานยนต์ (Motorcycle) จึงอาจก่อใหเ้ กิดปัญหา
การจราจรติดขดั ข้ึนได้ ถา้ ความตอ้ งการเดินทางท่ีวา่ น้ีมีจาํ นวนมากกวา่ ความสามารถรองรับปริมาณ
จราจรของโครงขา่ ยถนน (Capacity) จะรองรับได้

รูปที่ 1.8 การขนส่งผโู้ ดยสารส่วนบุคคลทางถนน

ที่มา: www.oxford-chiltern-bus-page.co.uk

รูปท่ี 1.9 การขนส่งสาธารณะ

ที่มา: www.fta.dot.gov

การขนส่งคนในรูปแบบของการขนส่งสาธารณะที่ใชถ้ นนเป็นทางวิ่งน้นั ไดแ้ ก่ บริการรถ
โดยสารประจาํ ทาง รถตู้ รถแทก็ ซี่ มอเตอร์ไซดร์ ับจา้ ง รถตุก๊ ตุ๊ก เป็นตน้ ระบบขนส่งสาธารณะท่ีมี
เส้นทางการให้บริการท่ีแน่นอน (Fixed route) อาทิ รถโดยสารประจาํ ทาง รถโดยสารระหว่าง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 21 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

จงั หวดั หรือรถตมู้ วลชน ฯลฯ จะตอ้ งมีสถานีหรือป้ าย (Terminal or Station) สาํ หรับเป็นสถานท่ีให้
ผโู้ ดยสารรอใชบ้ ริการ เปล่ียนสายการเดินทาง หรือเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง สาํ หรับระบบขนส่ง
สาธารณะที่มีเส้นทางใหบ้ ริการไม่แน่นอน หรือมีลกั ษณะเป็ นรถรับจา้ ง (Paratransit) อาทิ แทก็ ซ่ี
มอเตอร์ไซดร์ ับจา้ ง ตุ๊กตุ๊ก ฯลฯ อาจไม่จาํ เป็ นตอ้ งมีสถานีหรือป้ ายที่กาํ หนดไวอ้ ยา่ งเป็ นทางการก็
ได้ เช่น บริการรถแทก็ ซ่ีอาจมีการจดั บริเวณสาํ หรับจอดรอรับบริการที่เรียกว่า Taxi stand ไว้
สาํ หรับจอดรอรับผโู้ ดยสารบริเวณหา้ งสรรพสินคา้ เป็นตน้

รูปที่ 1.10 สถานีรถโดยสาร

ท่ีมา: www.fta.dot.gov

รูปท่ี 1.11 ป้ ายรถโดยสารประจาํ ทาง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 22 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

รูปท่ี 1.12 พ้ืนท่ีจอดรอรับบริการของรถแทก็ ซี่ (Taxi stand)

สาํ หรับการขนส่งสินคา้ รูปแบบการเดินทางหลกั ที่นิยมใชไ้ ดแ้ ก่ รถบรรทุก รถพ่วง และ
รถบรรทุกขนาดเล็กหรือรถกระบะ สาํ หรับรถบรรทุกและรถพว่ งนิยมใชใ้ นการขนส่งบนเส้นทาง
หลกั (Trunk lines) และรถบรรทุกขนาดเลก็ นิยมใชส้ าํ หรับการกระจายสินคา้ (Distributors) ไปใน
ชุมชน โครงสร้างของระบบการขนส่งสินคา้ รูปแบบน้ีมกั เป็ นไปอยา่ งซบั ซอ้ น รูปแบบการขนส่งมี
ท้งั แบบรับจา้ ง (For-hire) และดาํ เนินการดว้ ยตวั เอง ขอ้ ไดเ้ ปรียบที่สาํ คญั ของการขนส่งสินคา้ ทาง
ถนนไดแ้ ก่ ความรวดเร็วในการขนส่ง และความสามารถในการเขา้ ถึงพ้ืนท่ีอยา่ งทวั่ ถึง ถา้ พิจารณา
ตลอดท้งั กระบวนการขนส่ง โดยไม่มุ่งเน้นเฉพาะเวลาที่ใช้บนเส้นทางการขนส่งจะพบว่า การ
ขนส่งสินคา้ ดว้ ยรถบรรทุกน้นั ใชเ้ วลาในการขนส่งตลอดทุกข้นั ตอนนอ้ ยกวา่ การขนส่งสินคา้ ทาง
รางและทางอากาศ เนื่องจากการขนส่งทางรางและทางอากาศน้ัน จะต้องเก่ียวขอ้ งกับระบบ
คลงั สินคา้ การจดั เที่ยวการขนส่ง และระบบศุลกากรท่ีใชเ้ วลาในการดาํ เนินการพอสมควรทีเดียว

นอกจากน้ีการขนส่งสินคา้ ทางถนนยงั มีความนุ่มนวลเพียงพอสําหรับการขนส่งสินคา้ ที่
ตอ้ งการการเอาใจใส่เป็นพิเศษ อาทิ อุปกรณ์อิเลค็ ทรอนิค เครื่องแกว้ ผกั ผลไม้ เป็นตน้ ขอ้ ไดเ้ ปรียบ
ที่สาํ คญั อีกประการหน่ึงของการขนส่งสินคา้ ทางถนนกค็ ือ เป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีมีความยดื หยนุ่
ของการดาํ เนินการสูง จึงสามารถในการประยกุ ตใ์ ชร้ ่วมกบั การขนส่งรูปแบบอ่ืน อาทิ การขนส่ง
ทางราง ทางน้าํ ทางอากาศ และทางทอ่ ไดอ้ ยา่ งกลมกลืนและช่วยใหก้ ารขนส่งสินคา้ เป็นไปอยา่ งม
ประสิทธิภาพย่ิงข้ึน ขอ้ เสียเปรียบที่สาํ คญั ของการขนส่งน้ี ไดแ้ ก่ ขอ้ กาํ หนดเก่ียวกบั ปริมาณการ
บรรทุก และน้ําหนกั บรรทุก โดยเมื่อเทียบกบั ระบบรางแลว้ การขนส่งสินคา้ ทางถนนบรรทุก
สินคา้ ไดน้ อ้ ยกวา่ และมีค่าใชจ้ ่ายตอ่ หน่วยบรรทุกสูงกวา่ ดว้ ย

โดยทว่ั ไป การขนส่งสินคา้ ทางถนนมีตน้ ทุนคงท่ี (Fixed cost) ที่ต่าํ และมีตน้ ทุนผนั
แปร (Variable cost) ท่ีสูง ตน้ ทุนคงท่ี ไดแ้ ก่ ค่าใชจ้ ่ายเกี่ยวกบั การดาํ เนินการ ตวั รถ และคา่ โสหุย้
ฯลฯ และต้นทุนผนั แปร ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ พนักงานขบั รถ เช้ือเพลิง การบาํ รุงรักษา
ประกนั ภยั อะไหล่ และค่าจดป้ ายทะเบียน เป็ นตน้ อย่างไรก็ดี ตน้ ทุนที่ใชใ้ นการเขา้ สู่ธุรกิจการ
ขนส่งสินคา้ รูปแบบน้ีจะเป็ นค่าใชจ้ ่ายทุกอยา่ งท่ีเก่ียวกบั ตวั รถ การดาํ เนินการ และค่าจา้ งแรงงาน

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 23 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

เท่าน้นั เน่ืองจากค่าใชจ้ ่ายเก่ียวกบั การก่อสร้างถนน และโครงสร้างพ้ืนฐานต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง รัฐจะ
เป็นผลู้ งทุนก่อสร้างใหท้ ้งั สิ้น โครงสร้างพ้นื ฐานท่ีสาํ คญั ของการขนส่งสินคา้ ทางถนน ไดแ้ ก่ สถานี
รถบรรทุก (Truck terminal) และสถานีขนถ่ายสินคา้ หรือศูนยก์ ระจายสินคา้ (Depot) ดงั แสดงในรูป
ท่ี 1.13

รูปท่ี 1.13 สถานีขนถ่ายสินคา้ หรือศูนยก์ ระจายสินคา้

ที่มา: www.v-servegroup.com

1.5.1.2. การขนส่งระบบราง (Rail transportation)
การขนส่งระบบรางเป็ นการขนส่งทางบกอีกรูปแบบหน่ึงท่ีมีความสาํ คญั โดยเฉพาะอยา่ ง

ยิ่ง ในประเทศที่มีระบบขนส่งที่ไดร้ ับการพฒั นาอย่างต่อเนื่องและเจริญกา้ วหน้าน้ัน การขนส่ง
ระบบรางถือไดว้ ่าเป็ นรูปแบบการขนส่งหลกั ของเมือง ไม่ว่าจะเป็ นการขนส่งคนหรือสินคา้ โดย
การขนส่งทางถนนจะถูกปรับใหเ้ ป็นตวั ป้ อน (Feeder) ผโู้ ดยสารหรือสินคา้ เขา้ สู่ระบบขนส่งหลกั
อีกต่อหน่ึง

เช่นเดียวกบั การขนส่งทางถนน การขนส่งระบบรางสามารถแบ่งออกเป็ นกลุ่มใหญ่ได้ 2
กลุ่ม ไดแ้ ก่ การขนส่งคน และการขนส่งสินคา้ โดยท้งั การขนส่งคนและการขนส่งสินคา้ สาํ หรับการ
ขนส่งทางรางแลว้ มกั ไม่ใช่การขนส่งส่วนบุคคล (Private transport) ส่วนใหญ่จะเป็ นบริการท่ีจดั
ใหโ้ ดยหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนในลกั ษณะที่เป็นระบบขนส่งสาธารณะแทบท้งั สิ้น สาํ หรับการ
ขนส่งผูโ้ ดยสาร ระบบขนส่งสาธารณะระบบราง ไดแ้ ก่ การขนส่งเร่งด่วนแบบราง (Rail rapid
transit, RRT) การขนส่งแบบรางความจุต่าํ (Light rail transit, LRT) การขนส่งเร่งด่วนแบบราง
ความจุต่าํ (Light rail rapid transit, LRRT) และรถรางวิ่งใหบ้ ริการระหวา่ งเมือง (Regional rail)
เป็นตน้ เน้ือหาของระบบขนส่งสาธารณะระบบราง จะไดก้ ล่าวถึงอยา่ งละเอียดในบทท่ี 5

การขนส่งสินคา้ ดว้ ยการขนส่งรูปแบบรางเป็ นที่นิยมเนื่องจากขอ้ ไดเ้ ปรียบสาํ คญั คือ การ
ขนส่งระบบรางสามารถตดั เส้นทางผา่ นเขา้ ไปในภูมิประเทศที่มีความหลากหลาย ทาํ ให้มีเส้นทาง
ครอบคลุมพ้ืนที่ในวงกวา้ ง การกระจายสินคา้ เป็ นไปอย่างทวั่ ถึง ขอ้ ไดเ้ ปรียบอีกประการหน่ึง คือ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 24 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

ความสามารถในการบรรทุก (Carrying capacity) การขนส่งระบบรางมีความสามารถในการบรรทุก
สูงเม่ือเทียบกบั ความสามารถในการบรรทุกของการขนส่งโดยรถบรรทุกหรือรถพ่วง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อตอ้ งขนส่งสินคา้ ในระยะทางไกลค่าใชจ้ ่ายในการขนส่งดว้ ยระบบรางจะต่าํ กวา่ การ
ขนส่งโดยรถบรรทุกเป็นอยา่ งมาก การขนส่งระบบรางเหมาะกบั การขนส่งวสั ดุปริมาณมากๆหรือมี
น้ําหนกั มาก อาทิ ถ่านหิน น้ํามนั เคมีภณั ฑ์ ผลิตภณั ฑจ์ ากกระดาษ ผลิตภณั ฑจ์ ากไม้ และ
ผลิตภณั ฑจ์ ากโรงงาน เช่น รถยนต์ เครื่องจกั ร อะไหล่รถยนต์ และอุปกรณ์ต่างๆ เป็นตน้ นอกจากน้ี
การขนส่งระบบรางยงั เป็ นรูปแบบการเดินทางท่ีใชพ้ ลงั งานอยา่ งมีประสิทธิภาพ และเป็ นมิตรกบั
สิ่งแวดลอ้ มมากกวา่ การขนส่งดว้ ยรถยนต์

ลกั ษณะของรถราง (Railcars) แบ่งออกเป็ น 4 ประเภท ตามลกั ษณะของสิ่งของที่บรรทุก
ไดแ้ ก่

• ตวั รถแบบกลอ่ ง (Boxcars) สาํ หรับบรรทุกสินคา้ ทวั่ ไป
• ตวั รถแบบถงั (Tankers) สาํ หรับบรรทุกของเหลวและกา๊ ซ
• ตวั รถแบบเปิ ดดา้ นบน (Hoppers) สาํ หรับบรรทุกวสั ดุก่อสร้าง อาทิ ทราย หิน ดิน หรือ

วตั ถุดิบทางการเกษตร
• ตวั รถแบบราบ (Flatcars) สาํ หรับขนส่งตคู้ อนเทนเนอร์ (Container on flatcar, COFC) และ

รถพว่ ง (Trailer on flatcar, TOFC)

รูปท่ี 1.14 ตวั รถแบบกลอ่ ง

ที่มา: www.tdc.ca/hay.htm

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 25 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

รูปที่ 1.15 ตวั รถแบบถงั

ที่มา: www.answers.com

รูปท่ี 1.16 ตวั รถแบบเปิ ดดา้ นบน

ที่มา: www.vectorsite.net

รูปท่ี 1.17 ตวั รถแบบราบ

ท่ีมา: www.tcry.org/equipmnt.htm

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 26 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

การขนส่งสินคา้ โดยใช้ตวั รถแบบราบท้งั 2 แบบ (COFC และ TOFC) จาํ เป็ นตอ้ ง
ผสมผสานการขนส่งระบบรางและการขนส่งโดยรถยนต์เขา้ ดว้ ยกนั ในลกั ษณะท่ีเป็ นการขนส่ง
ต่อเน่ืองหลายรูปแบบ (Intermodal transportation) โดยใชก้ ารขนส่งระบบรางบนเสน้ ทางหลกั และ
ใชร้ ถบรรทุกรับสินคา้ จากระบบรางกระจายไปยงั จุดต่างๆ ท้งั น้ีเนื่องจากการขนส่งระบบรางน้นั มี
ขอ้ จาํ กดั ในเรื่องของทางว่ิง ซ่ึงไดแ้ ก่ ตวั ราง (Rail lines) โดยตวั รถจะเคลื่อนท่ีไดเ้ ฉพาะบนรางวิ่ง
เท่าน้นั ดว้ ยเหตุน้ี จึงไม่สามารถทาํ การส่งสินคา้ ในลกั ษณะ ส่งถึงประตู (Door-to-door) ได้ การ
ขนส่งสินคา้ ระบบรางเป็ นการขนส่งที่มีตน้ ทุนคงที่สูง เนื่องจากตอ้ งลงทุนก่อสร้างโครงสร้าง
พ้ืนฐานท่ีมีรูปแบบเฉพาะสาํ หรับระบบรางเท่าน้นั ไม่ว่าจะเป็ น ราง สะพาน อุโมงค์ สถานี โรง
ซ่อมบาํ รุง และโรงเกบ็ รถ เป็ นตน้ รวมถึงค่าใชจ้ ่ายเก่ียวกบั ยานพาหนะดว้ ย ไม่ว่าจะเป็ นหวั รถจกั ร
ตวั รถ และการซ่อมบาํ รุงตวั รถ เป็ นตน้ สาํ หรับตน้ ทุนผนั แปร ซ่ึงไดแ้ ก่ ค่าใชจ้ ่ายเก่ียวกบั ค่าแรง
เช้ือเพลิง ค่าไฟ ประกันภยั ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าบาํ รุงรักษาและปรับปรุงตวั รถ ฯลฯ มกั มี
สดั ส่วนที่ไม่สูงมากนกั เม่ือเทียบกบั ตน้ ทุนคงที่

1.5.2. การขนส่งทางนํา้ (Water transportation)
การขนส่งทางน้าํ เป็นรูปแบบการเดินทางที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษยใ์ ชใ้ นการขนส่งผูค้ น แล

สินคา้ ขา้ มมหาสมุทรเป็นระยะทางไกล ศนู ยก์ ลางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ รวมถึงการลงหลกั ปัก
ฐานของมนุษยใ์ นการสร้างเมือง มกั นิยมพฒั นาข้ึนในบริเวณโดยรอบเมืองท่า (Port) หรือท่าเรือ
(Harbors) อาทิ เมืองอเลก็ ซานเดรียในประเทศอียปิ ลอสแองเจลลิส บอมเบ นิวยอร์ค สิงคโปร์ และ
โยโกฮามา ฯลฯ และโดยรอบลาํ น้าํ หรือแม่น้าํ อาทิ เมืองชิคาโก ดีทรอย ลอนดอน ปารีส และ
มอสโคว์ เป็ นตน้ ปัจจุบนั การขนส่งทางน้าํ เป็นรูปแบบการขนส่งสําคญั ที่ใชส้ ําหรับขนส่งวตั ถุ
ดิบ น้าํ มนั ดิบ และผลิตภณั ฑต์ ่างๆ ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ อะไหล่รถยนต์
เฟอร์นิเจอร์ เป็ นตน้ โดยเป็ นการขนส่งท้งั ภายในประเทศ (Domestic) และระหว่างประเทศ
(International)

การขนส่งทางน้ําภายในประเทศสามารถดําเนินการไดท้ ้ังในลกั ษณะที่เป็นการขน
ส่งแบบวา่ จา้ ง (For-hire) และการขนส่งส่วนบุคคล (Private) โดยดาํ เนินการขนส่งเอง พ้ืนที่หลกั ที่
ใชส้ ําหรับการขนส่งทางน้าํ ภายในประเทศ ไดแ้ ก่ (1) การขนส่งในลาํ น้าํ สาขาที่อยูภ่ ายในแผน่
ดินหรือประเทศ (Inland waterway) เช่น แม่น้าํ คลอง เป็นตน้ (2) การขนส่งในแม่น้าํ หรือลาํ น้าํ
ขนาดใหญ่ (The Great Lakes) เช่น แม่น้าํ โขง แม่น้าํ ฮวงโห แม่น้าํ แยงซีเกียง เป็นตน้ และ (3) การ
ขนส่งบริเวณชายฝั่งของเมืองท่า (Coastal ports) แมว้ า่ การขนส่งทางน้าํ เสียคา่ ใชจ้ ่ายต่าํ แต่กเ็ ป็นการ
ขนส่งท่ีชา้ เมื่อเทียบกบั การขนส่งรูปแบบอื่น

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 27 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

รูปที่ 1.18 เสน้ ทางการขนส่งทางน้าํ ที่อยภู่ ายในแผน่ ดิน

ที่มา: www.wldelft.nl/cons/area/rem/index.html

สาํ หรับการขนส่งระหวา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ การขนส่งทางทะเลและมหาสมุทร เป็นการขนส่ง
ระหว่างประเทศจะเป็ นตอ้ งอาศยั เมืองท่าเป็ นที่รับส่งสินคา้ ผูโ้ ดยสาร เติมเช้ือเพลิง และสํารอง
อาหาร และซ่อมแซมเรือ เป็ นตน้ เนื่องจากความจาํ เป็ นในการขนถ่ายสินคา้ ที่ทาํ ให้ท้งั ผใู้ ห้บริการ
ขนส่งและผูร้ ับสินคา้ ตอ้ งเขา้ สู่บริเวณเมืองท่าและเส้นทางการลาํ เลียง ดว้ ยเหตุน้ี การเชื่อมต่อ
ระหว่างรูปแบบการเดินทาง (Intermodal transportation) ระหว่างการขนส่งทางน้าํ และระบบราง
และรถบรรทุกเป็ นเรื่องสําคัญที่ผูว้ างแผนการขนส่งจาํ เป็ นต้องนํามาพิจารณาด้วย ท่ีสําคัญ
ความสามารถในการบรรทุกสินคา้ ของเรือน้นั มากกวา่ ความสามารถในการบรรทุกของระบบราง
และรถบรรทุกเป็ นอย่างมาก ด้วยเหตุน้ีการกระจายสินคา้ ดว้ ยระบบรางและรถบรรทุกอาจไม่
สามารถดาํ เนินการไดท้ นั ในเวลาจาํ กดั บริเวณทา่ เรือขนาดใหญ่จึงจาํ เป็นตอ้ งมีคลงั สินคา้ ไวส้ าํ หรับ
เกบ็ สินคา้ เพือ่ รอการขนส่ง และโครงสร้างพ้ืนฐานอื่นๆ ท่ีจาํ เป็นสาํ หรับอาํ นวยความสะดวกในการ
ขนถ่ายสินคา้ ดว้ ย รูปแบบของเรือที่ใชบ้ รรทุกสินคา้ ไดแ้ ก่ แบบ Liners (Containers and Break-
bulk shipments) Non-liners (Bulk bottom หรือ Bulk carrier) Tankers และ Barge tow

การขนส่ งทางน้ําเป็นอุตสาหกรรมที่มีตน้ ทุนคงที่ตํ่า และมีตน้ ทุนผนั แปรสู ง
ค่ารักษาพยาบาลและประกนั ชีวิตเป็ นค่าใชจ้ ่ายหลกั ท่ีจดั อยใู่ นตน้ ทุนผนั แปร เน่ืองจากผใู้ ห้บริการ
ขนส่งทางเรือจาํ เป็ นตอ้ งสร้างหลกั ประกนั ให้ครอบคลุมในทุกประเด็น เน่ืองจากการขนส่งทาง
ทะเลตอ้ งเผชิญกบั ความผนั แปรของสภาพอากาศและทอ้ งทะเลที่ไม่แน่นอน มีความผนั แปรสูง
สาํ หรับตน้ ทุนคงท่ีน้นั เน่ืองจากการขนส่งทางทะเลใชเ้ ส้นทางที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติ ผใู้ หบ้ ริการ
ขนส่งจึงไม่จาํ เป็นตอ้ งลงทุนเพ่อื ก่อนสร้างเสน้ ทางสาํ หรับลาํ เลียงพาหนะ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 28 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

รูปท่ี 1.19 Liners (Containers and Break-bulk shipments)

ท่ีมา: www.gisholt.com

รูปที่ 1.20 Non-liners (Bulk bottom หรือ Bulk carrier)

ที่มา: www.british-shipping.org

รูปที่ 1.21 Tanker

ที่มา: www.british-shipping.org

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 29 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

รูปที่ 1.22 Barge tow

ท่ีมา: www.marad.dot.gov

1.5.3. การขนส่งทางอากาศ (Air transportation)
การขนส่งทางอากาศถือไดว้ ่าเป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีมีความเร็วสูงกว่าการขนส่งรูปแบบ

อ่ืน และมีการพฒั นาและเติบโตอยา่ งรวดเร็วนบั ต้งั แต่เร่ิมมีการนาํ เคร่ืองบินมาใชใ้ นเชิงพานิชย์ การ
ขนส่งทางอากาศมีท้งั บริการขนส่งผโู้ ดยสาร และสินคา้ การเดินทางดว้ ยบริการขนส่งทางอากาศมี
ท้งั การเดินทางแบบจา้ ง (For-hire) และการเดินทางส่วนบุคคล (Private) การให้บริการแบบจา้ ง
สามารถจาํ แนกออกตามประเภทของการใหบ้ ริการ ดงั น้ี

• บริการขนส่งเฉพาะสินคา้ คือ บริการขนส่งทางอากาศท่ีให้บริการขนส่งเฉพาะสินคา้
เท่าน้นั จะไม่มีการขนส่งผโู้ ดยสาร

• บริการเท่ียวบินที่จดั ตามความตอ้ งการของผโู้ ดยสาร
• บริการเท่ียวบินที่จดั ตามตารางการเดินทางที่กาํ หนดไวแ้ ลว้
• บริการเที่ยวบินที่จดั เสน้ ทางการบินและตารางการเดินทางตามขอ้ สัญญาท่ีตกลงไวร้ ะหวา่ ง

ผใู้ หแ้ ละผรู้ ับบริการ

องคป์ ระกอบของการขนส่งทางอากาศประกอบดว้ ย

ผู้ประกอบการ (Operators)
คือ ผใู้ หบ้ ริการสายการบิน ซ่ึงอาจดาํ เนินการโดยรัฐหรือเอกชนกไ็ ด้ สาํ หรับประเทศไทย

ไดแ้ ก่ บริษทั การบินไทย จาํ กดั (มหาชน) ซ่ึงเป็ นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่ให้บริการขนส่งทาง
อากาศหลกั ของประเทศ นอกจากน้ียงั มีบริษทั เอกชนอื่นๆ อาทิ สายการบินนกแอร์ (บริษทั สายการ
บินนกแอร์ จาํ กดั ) สายการบินบางกอกแอร์เวย์ (บริษทั การบินกรุงเทพ จาํ กดั ) เป็นตน้

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 30 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction) Bangkok Airways Nok Air

Air Andaman

Thai Airways International

Orient Thai Airlines Thai Air Asia
(One-Two-Go)

Thai Sky Airlines

รูปที่ 1.23 สายการบินในประเทศไทย

ท่ีมา: http://commons.wikimedia.org

ยานพาหนะ (Airplane)
ไดแ้ ก่ อากาศยานรูปแบบต่างๆ ไดแ้ ก่ เคร่ืองบิน และเฮลิคอปเตอร์ กรณีท่ีเป็ นเครื่องบิน

อาจใชเ้ ครื่องยนตแ์ บบใบพดั หรือไอพ่น ในกรณที่เป็ นเครื่องบินแบบไอพ่น อาจจาํ แนกออกเป็ น
เคร่ืองบินไอพ่นแบบธรรมดา และเคร่ืองบินเร็วเหนือเสียง (Supersonic) ซ่ึงไดแ้ ก่ เครื่องบิน
คองคอร์ด (Concorde) ท่ีใหบ้ ริการโดยโดยบริติชแอร์เวย์ (British Airways) และแอร์ฟรานซ์ (Air
France) ท้งั น้ี ปัจจุบนั (พ.ศ. 2551) เครื่องบินคองคอร์ดไดห้ ยดุ ให้บริการแลว้ เนื่องจากประสบกบั
ภาวะการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง สําหรับเฮลิคอปเตอร์น้ัน เหมาะสําหรับการขนส่งผูโ้ ดยสาร
ภายในประเทศที่มีระยะทางไม่ไกลมากนัก โดยเฉพาะอย่างย่ิงในบริเวณที่มีพ้ืนที่จาํ กดั เช่น บน
ดาดฟ้ าของอาคารสูง แท่นขดุ เจาะน้าํ มนั เป็นตน้ เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์น้นั สามารถข้ึนลงในแนวด่ิง
จึงใชพ้ ้ืนที่ในการข้ึนบินและลงจอดนอ้ ยกวา่ เคร่ืองบินมาก

เส้นทาง (Airway)
ไดแ้ ก่ น่านฟ้ าท่ีเคร่ืองบินเดินทางผา่ น สาํ หรับการขนส่งดว้ ยเครื่องบินน้ี เส้นทางท่ีใชใ้ น

การขนส่งถือไดว้ ่าเป็ นเส้นทางท่ีเกิดข้ึนตามธรรมชาติ เส้นทางบินอาจแบ่งออกตามขอบเขตพ้ืนที่
ให้บริการออกเป็ น 2 ประเภท ได้แก่ เส้นทางบินภายในประเทศ (Domestic) และเส้นทางบิน
ระหวา่ งประเทศ (international)

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 31 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

สนามบิน (Airport)
ถือไดว้ ่า คือ สถานีสาํ หรับการขนส่งทางอากาศนน่ั เอง สนามบินเป็ นจุดท่ีผใู้ ชบ้ ริการและ

ผปู้ ระกอบการมาพบกนั ดว้ ยเหตุน้ีการจดั ให้บริการจึงตอ้ งคาํ นึงถึงผูท้ ่ีเกี่ยวขอ้ งท้งั 2 กลุ่มน้ีดว้ ย
สําหรับประเทศไทย หน่วยงานท่ีทาํ หน้าท่ีบริหารและดาํ เนินการภายในสนามบิน ไดแ้ ก่ การท่า
อากาศยานแห่งประเทศไทย นอกจากน้ีภายในสนามบินยงั มีอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีเป็นเคร่ืองช่วยสาํ หรับ
การขนส่งทางอากาศ อาทิ วิทยสุ ่ือสาร ระบบนาํ ร่องสาํ หรับการร่อนลงจอด การควบคุมการจราจร
ทางอากาศ (Air traffic control) เป็นตน้

สนามบินมีองค์ประกอบหลกั หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็ น ทางขบั (Taxiways) ทางว่ิง
(Runways) โรงเกบ็ เคร่ืองบิน ฯลฯ แต่องคป์ ระกอบสาํ คญั ซ่ึงเป็นบริเวณที่เกิดกิจกรรมหลกั ภายใน
สนามบิน ไดแ้ ก่ อาคารผโู้ ดยสาร (Terminal) แนวคิดในการวางผงั อาคารผโู้ ดยสารภายในสนามบิน
มีหลายรูปแบบ ดงั ต่อไปน้ี

• อาคารผโู้ ดยสารแบบท่าเรือหรือนิ้วมือ (Pier or finger terminal) คือ อาคารผโู้ ดยสารท่ี
มีส่วนสาํ หรับให้เคร่ืองบินเขา้ เทียบมีลกั ษณะเป็ นแกนยาวยื่นออกไปจากอาคารผโู้ ดยสารหลกั ดงั
แสดงในรูปท่ี 1.24 (ก)

• อาคารผโู้ ดยสารแบบดาวเทียม (Satellite terminal) คือ อาคารผโู้ ดยสารท่ีมีส่วนสาํ หรับ
ใหเ้ คร่ืองบินเขา้ เทียบรายลอ้ มดว้ ยเครื่องบิน และส่วนที่ใหเ้ ครื่องบินเขา้ เทียบน้ีจะเช่ือมต่อกบั อาคาร
ผโู้ ดยสารหลกั ดว้ ยทางเช่ือมใตด้ ิน (Underground connector) ทางเช่ือมเหนือพ้ืนดิน (Aboveground
connector) และทางเช่ือมบนผวิ ดิน (Surface connector) ดงั แสดงในรูปท่ี 1.24 (ข)

• อาคารผโู้ ดยสารแบบเส้นตรง (Linear, frontal, or gate arrival terminal) คือ อาคาร
ผูโ้ ดยสารท่ีมีรูปแบบพ้ืนฐานท่ีสุด พ้ืนท่ีขายตวั และรอข้ึนเครื่อง จะอยู่ติดกบั ทางออกที่นาํ ไปสู่
ตวั เครื่องบินท่ีจอดเทียบอยดู่ า้ นหนา้ อาคาร ดงั แสดงในรูปท่ี 1.24 (ค)

• อาคารผโู้ ดยสารแบบเคลื่อนยา้ ยผโู้ ดยสาร (Transporter, open apron, or mobile
conveyance) คือ รูปแบบอาคารผโู้ ดยสารที่มีรถรับส่งผโู้ ดยสารระหวา่ งอาคารผโู้ ดยสารหลกั กบั
เครื่องบินที่จอดอยหู่ ่างออกไปจากตวั อาคาร ดงั แสดงในรูปท่ี 1.24 (ง)

• อาคารผโู้ ดยสารแบบผสมผสาน (Concept combinations and variations) คือ การ
ผสมผสานอาคารผูโ้ ดยสารแบบต่างๆ เข้าด้วยกันตามความเหมาะสม ส่วนมากเกิดจากการ
เปลี่ยนแปลงแนวคิดหรือรูปแบบอาคารที่พกั ผโู้ ดยสารจากเดิมท่ีกาํ หนดไวเ้ มื่อเวลาเปล่ียนไป ท้งั น้ี
อาจเนื่องมากจากการเปลี่ยนแปลงของขอ้ กาํ หนด สภาพแวดลอ้ มและปัจจยั ต่างๆ ท่ีเปลี่ยนแปลงไป
อาทิ จาํ นวนผโู้ ดยสารที่เพิ่มข้ึน ความตอ้ งการขยายพ้ืนท่ีให้บริการ หรือนโยบายการดาํ เนินงานที่
เปลี่ยนไป เป็นตน้

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 32 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

(ก) (ข)

(ค) (ง)

รูปท่ี 1.24 รูปแบบของอาคารผโู้ ดยสาร

ที่มา: ดดั แปลงจาก Horonjeff and McKelvey (1994)

1.5.4. การขนส่งทางท่อ (Pipelines)
การขนส่งทางท่อเป็ นรูปแบบการขนส่งสินคา้ และวตั ถุดิบท่ีมีลกั ษณะพิเศษ โดยมากแลว้

การขนส่งทางท่อมักใช้สําหรับการขนส่งน้ํามนั ดิบ ผลิตภณั ฑป์ ิ โตเลียม และกา๊ ซธรรมชาติ
ยกตวั อยา่ ง ประเทศสหรัฐอเมริกา มีปริมาณการขนส่งทางท่อคิดเป็ นร้อยละ 20 ของปริมาณการ
ขนส่งสินคา้ ระหวา่ งเมือง และมีการก่อสร้างระบบขนส่งสินคา้ ทางทอ่ สรุปไดด้ งั ตารางตอ่ ไปน้ี

ตารางท่ี 1.1 ระยะทางการขนส่งสินคา้ ทางทอ่ ของประเทศสหรัฐอเมริกา

ประเภทสินคา้ ระยะทาง (กิโลเมตร)

น้าํ มนั ดิบ 185,000

ผลิตภณั ฑป์ ิ โตเลียม 140,000

ก๊าซธรรมชาติ 412,000

ท่อกระจายกา๊ ซธรรมชาติ 1,600,000

ที่มา: Banks (2002)

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 33 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์


Click to View FlipBook Version