บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
รถรางขบั เคลื่อนดว้ ยไฟฟ้ า (Streetcar) หรือ Electric railway trolley หรือ Tram ถือไดว้ ่า
เป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีสาํ คญั ซ่ึงไดถ้ ูกพฒั นาข้ึนถดั จากยคุ ของการขนส่งดว้ ยเคเบิ้ล ระบบขนส่ง
ดงั กล่าว ถูกพฒั นาข้ึนโดย Werner Von Siemens นกั ประดิษฐ์ที่มีช่ือเสียงชาวเยอรมนั ซ่ึงได้
แสดงผลงานดงั กล่าวในงานแสดงส่ิงประดิษฐท์ างอุตสาหกรรม ณ กรุงเบอร์ลิน ในปี 1879 และเริ่ม
ใหบ้ ริการแก่ผโู้ ดยสารในปี 1881
5.1.5. รถรางขบั เคลอื่ นด้วยพลงั ไอนํา้ (The steam railroad)
รถรางขบั เคล่ือนดว้ ยกาํ ลงั ไอน้าํ (Steam railroad) ถูกพฒั นาข้ึนมาในช่วงศตวรรษที่ 19
ระหวา่ งเมืองใหบ้ ริการคร้ังแรกในปี 1830 ระหวา่ งเมืองลิเวอร์พลู และเมืองแมนเชสเตอร์ในประเทศ
องั กฤษ เป็ นการเปิ ดฉากยุคของระบบรางที่ไดก้ ลายเป็ นรูปแบบการขนส่งหลกั ที่สําคญั ของการ
ขนส่งระหวา่ งเมืองในท่ีสุด
เหตุการณ์ดงั กล่าวเกิดข้ึนในประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกนั รถไฟที่ใชบ้ ริการขนส่ง
ผโู้ ดยสาร เร่ิมใหบ้ ริการเป็นคร้ังแรกโดยวิ่งจากเมืองวอร์เชสเตอร์ไปยงั เมืองบอสตนั ถึงแมว้ า่ หวั รถ
จกั รท่ีขบั เคลื่อนดว้ ยไอน้าํ จะยงั เป็นระบบที่สามารถใชง้ านไดอ้ ยกู่ ต็ าม แต่ปัจจุบนั กไ็ ดเ้ ปลี่ยนไปใช
หวั รถจกั รที่ขบั เคล่ือนดว้ ยเคร่ืองยนตด์ ีเซลหรือพลงั งานไฟฟ้ าแทนแลว้ เป็นส่วนมาก
รูปที่ 5.5 รถรางขบั เคล่ือนดว้ ยพลงั ไอน้าํ
ท่ีมา: http://www.transitmuseumeducation.org
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 184 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
5.1.6. ระบบรถรางใต้ดินและรถรางยกระดบั (Subway and elevated system)
ในปี 1850 การจราจรบนทอ้ งถนนภายในกรุงลอนดอนเร่ิมมีแนวโนม้ ของปัญหาท่ีรุนแรง
อนั เน่ืองมาจากขอ้ จาํ กดั ของเส้นทางการจราจรท่ีมีอยู่ทาํ ให้ความสามารถในการเคล่ือนตวั ของ
ยวดยานบนทอ้ งถนนเกิดความล่าชา้ และไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร การขนส่งรูปแบบใหม่ท่ีมี
ความรวดเร็วกวา่ และมีเขตทางแยกจากระดบั ผวิ จราจรปกติจึงไดถ้ ูกพฒั นาข้ึนเพื่อเป็นทางเลือกใน
การเดินทางใหก้ บั ผคู้ น
รูปท่ี 5.6 รถรางใตด้ ินใหบ้ ริการในกรุงนิวยอร์คในปี ค.ศ. 1904
ท่ีมา: http://www.transitmuseumeducation.org
ภายหลงั การประยุกต์ใช้พลงั งานจากเคร่ืองกาํ เนิดไฟฟ้ าในปี 1888 และการคิดคน้ ของ
Frank Sprague เก่ียวกบั การควบคุมรถไฟแบบต่อพ่วง ในปี 1890 การขนส่งแบบรางด่วนได้
กลายเป็ นรูปแบบการขนส่งที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถของการบรรทุก
ผโู้ ดยสารไดเ้ ป็นจาํ นวนมากตอ่ เท่ียวการเดินทางและความรวดเร็วในการเดินทางท่ีเพ่ิมข้ึนเม่ือเทียบ
กบั รูปแบบการเดินทางอ่ืนๆ ในช่วงเวลาน้นั
ในช่วง 10 ปี แรกของตน้ ศตวรรษท่ี 20 โครงข่ายของรถไปขบั เคล่ือนดว้ ยพลงั งานไฟฟ้ าท่ีมี
เส้นทางว่ิงยกระดบั จากพ้ืนดินไดถ้ ูกวางเส้นทางใหบ้ ริการครอบคลุมพ้ืนท่ีต่างๆ ของเมืองบรู๊คลิน
แมนฮทั ต้นั และที่เมืองชิคาโก ในปี 1890 การขนส่งท่ีมีทางวิ่งตดั ลงใตพ้ ้ืนดินของอเมริกาที่เปิ ด
ใหบ้ ริการเส้นทางแรก ใชพ้ าหนะท่ีเป็นลกั ษณะของ Streetcar โดยใหบ้ ริการในเมืองบอสตนั ในปี
1890 และหลงั จากน้นั เส้นทางดงั กล่าวไดถ้ ูกปรับปรุงให้มีความพร้อมสําหรับการให้บริการดว้ ย
รถไฟแทนการใช้ Streetcar
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 185 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
รูปที่ 5.7 รถรางลอยฟ้ าสายแรกท่ีใหบ้ ริการในเมืองชิคาโก
ท่ีมา: http:// www.baltimoresun.com
ปัจจุบนั การขนส่งรางด่วน เป็นรูปแบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและจาํ เป็นสาํ หรับพ้ืนที่
ชุมชน หรือเมืองท่ีมีประชากรหนาแน่น ซ่ึงมกั เกิดสภาพการจราจรติดขดั และความแออดั ของ
ยวดยานบนทอ้ งถนน ในพ้ืนที่ดงั กล่าว ระบบขนส่งรางด่วนเป็ นทางเลือกสาํ คญั ในการเดินทางท่ี
สามารถเคลื่อนยา้ ยผคู้ นไดค้ ราวละมากๆ และมีความเร็วในการเดินทางสูง
5.1.7. รถรางขนส่งระหว่างเมอื ง (Interurban or Commuter rails)
ช่วงปลายทศวรรษ 1890 เสน้ ทางขนส่งระหวา่ งเมืองที่ใหบ้ ริการดว้ ยรถไฟขบั เคล่ือนดว้ ย
พลงั งานไฟฟ้ าไดถ้ ูกพฒั นาข้ึนเพ่ือเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเมืองเล็กๆ กบั เมืองใหญ่ท่ีเป็ นจุด
ศูนยก์ ลางความเจริญ รูปแบบการขนส่งระหวา่ งเมืองที่ใชพ้ าหนะท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกบั Streetcar
ไดเ้ กิดข้ึนดว้ ยขนาดของยวดยานท่ีใหญ่กว่า บรรทุกผโู้ ดยสารท่ีมากกว่า พร้อมท้งั บริการท่ีมีความ
สะดวกสบาย และรวดเร็วกว่า Streetcar ซ่ึงให้บริการอยู่ภายในเขตเมือง นอกจากน้ี การขนส่ง
ระหว่างเมืองยงั เป็ นปัจจยั สาํ คญั ของการขยายขอบเขตเมืองออกจากศูนยก์ ลาง และทาํ ใหเ้ กิดชุมชน
ใหมโ่ ดยรอบสถานีรถไฟซ่ึงต้งั อยตู่ ามเสน้ ทางท่ีมีการใหบ้ ริการ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 186 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
รูปท่ี 5.8 รถรางขนส่งระหวา่ งเมือง
ที่มา: http://upload.wikimedia.org
5.1.8. รถโดยสารและ Trolley buses (Motor buses and Trolley buses)
รถโดยสาร และรถ Trolleybus ถือไดว้ ่าเป็นนวตั กรรมท่ีสาํ คญั ของการขนส่งในช่วงกลาง
ศตวรรษท่ี 20 ซ่ึงเป็นการพฒั นาระบบขนส่งที่เดินทางบนถนนนอกเหนือจากการขนส่งระบบรางท่ี
ไดถ้ ูกพฒั นามาแลว้ ก่อนหนา้ น้ี บริการรถโดยสารถูกนาํ มาใชค้ ร้ังแรกท่ีกรุงนิวยอร์คในปี 1950 โดย
บริษทั ขนส่งด้งั เดิมชื่อ The Fifth Avenue Coach Company ท่ีไดท้ าํ การนาํ เขา้ รถโดยสารจาก
ภายนอกประเทศเขา้ มาเพื่อให้บริการแทนที่ Omnibus ท่ีให้บริการอย่แู ต่เดิม ปี 1912 หน่วยงาน
ขนส่งระบบรางประจาํ เมืองคลีฟแลนด์ เริ่มนาํ รถโดยสารมาใหบ้ ริการแก่ผเู้ ดินทางในลกั ษณะท่ีใช้
เป็นตวั ป้ อน (Feeders) ผโู้ ดยสารใหก้ บั สายการเดินรถ Streetcars
ตน้ ปี 1920 บริษทั Fageol Brothers ไดพ้ ฒั นารถโดยสารใหม้ ีลกั ษณะท่ีสะดวกในการข้ึน-
ลงของผโู้ ดยสารมากย่ิงข้ึน ดว้ ยการติดต้งั เครื่องยนตไ์ วส้ ่วนหนา้ ของตวั รถ ติดต้งั บนั ไดข้ึน-ลงใน
ระดบั ที่ต่าํ และมีประตูเปิ ด-ปิ ดที่ควบคุมไดโ้ ดยพนกั งานขบั รถ ทาํ ใหเ้ กิดความสะดวกในการข้ึน-ลง
ของผโู้ ดยสารมากยง่ิ ข้ึน ช่วงเวลาน้ี รถโดยสารไดถ้ ูกปรับปรุงในเร่ืองของการออกแบบและคุณภาพ
เพิ่มข้ึนเป็นอยา่ งมาก ปลายทศวรรษท่ี 1930 องคป์ ระกอบของรถโดยสารท้งั หมดไดถ้ ูกปรับปรุงให้
มีความทนั สมยั ข้ึนกว่าเดิม แต่ยงั ไม่มีการนาํ ระบบปรับอากาศและระบบฟอกอากาศมาใช้ ในปี
1939 รถโดยสารไดถ้ ูกพฒั นาใหม้ ีระบบขบั เคล่ือนผา่ นลอ้ และเพลาแบบอตั โนมตั ิ รถโดยสารที่ผลิต
ในช่วงเวลาน้ีมีความยาว 40 ฟุต บรรทุกผโู้ ดยสารได้ 50 ที่นงั่ มีการผลิตรถโดยสารท่ีขบั เคลื่อนดว้ ย
เครื่องยนตเ์ บนซิน และโพรเพนบา้ ง ในช่วงเวลาดงั กล่าวและตอ่ เน่ืองมาถึงปี 1950
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 187 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ในยคุ เร่ิมตน้ รถโดยสารถูกออกแบบให้ขบั เคลื่อนดว้ ยเครื่องยนตเ์ บนซิน แต่เน่ืองจากใน
กลุ่มประเทศยุโรปในขณะน้นั เช้ือเพลิงดงั กล่าวมีราคาที่สูงมาก จึงไดม้ ีการทดสอบเครื่องยนต์ท่ี
ประดิษฐโ์ ดยบริษทั German Rudolf Diesel ในปี 1890 จากน้นั ในปี 1929 หน่วยงานราชการประจาํ
รัฐนิวเจอร์ซี ไดน้ าํ เขา้ รถโดยสารที่ขบั เคลื่อนดว้ ยเคร่ืองยนตด์ ีเซลของ Mercedes Benz เป็นจาํ นวน
2 คนั รถโดยสารดงั กล่าวมีสมรรถนะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่การส่ังอะไหล่นาํ เขา้ จากนอกประเทศมี
ปัญหาบางอยา่ งเกิดข้ึน ในท่ีสุดบริษทั ผลิตรถยนตท์ ่ีมีช่ือว่า Yellow Coach Company of Pontiac ซ่ึง
ต้งั อย่ใู นรัฐมิชิแกน ไดท้ าํ การออกแบบรถโดยสารท่ีขบั เคล่ือนดว้ ยเคร่ืองยนตด์ ีเซลข้ึนใชเ้ อง โดย
เป็ นรถโดยสารขนาด 27 ที่นงั่ เร่ิมให้บริการคร้ังแรกที่เมืองนิวยอร์คในปี 1937 ทุกวนั น้ีรถโดยสาร
ส่วนใหญ่ไดถ้ ูกออกแบบใหม้ ีระบบขบั เคลื่อนดว้ ยเครื่องยนตด์ ีเซลแทบท้งั สิ้น
รูปที่ 5.9 รถโดยสารขบั เคล่ือนดว้ ยเครื่องยนตด์ ีเซล
ที่มา: http://www.mtamaryland.com
5.2. การจาํ แนกประเภทระบบขนส่งสาธารณะ
รูปแบบและคาํ จาํ กดั ความของระบบขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆสามารถจาํ แนกออกเป็น
หมวดหมู่ได้หลายแนวทางข้ึนอยู่กับหลักเกณฑ์ที่พิจารณา ในหัวขอ้ น้ีจะนําเสนอการจาํ แนก
ประเภทของระบบขนส่งสาธารณะโดยใชเ้ กณฑก์ ารจาํ แนกท่ีแตกตา่ งกนั ไป ดงั ต่อไปน้ี
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 188 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
5.2.1. การจําแนกประเภทระบบขนส่งสาธารณะตามประเภทของบริการ
เป็นการจาํ แนกโดยพิจารณาจากประเภทของผใู้ หแ้ ละผใู้ ชบ้ ริการ สามารถแบ่งระบบขนส่ง
สาธารณะออกไดเ้ ป็ น 4 กลุ่ม ไดแ้ ก่ การขนส่งส่วนบุคคล การขนส่งผูโ้ ดยสารแบบรับจา้ ง การ
ขนส่งผโู้ ดยสารดว้ ยบริการสาธารณะ และระบบขนส่งสาธารณะเขตเมือง
5.2.1.1 การขนส่งส่วนบุคคล (Private transportation)
เป็นการขนส่งท่ีผคู้ รอบครองยานพาหนะเป็นผใู้ ชพ้ าหนะน้นั ในการเดินทางดว้ ยตวั เอง มกั
ใชใ้ นการเดินทางบนเสน้ ทางสาธารณะและถนนที่จดั ไวใ้ หส้ าํ หรับการสญั จร รูปแบบยานพาหนะท่ี
จดั อยู่ในการขนส่งประเภทน้ีไดแ้ ก่รถยนต์ส่วนบุคคล นอกจากน้ียงั รวมไปถึงรถจกั รยานยนต์
รถจกั รยาน และการเดินทางดว้ ยการเดิน
5.2.1.2. การขนส่งผู้โดยสารแบบรับจ้าง (For-hire urban passenger transportation)
การขนส่งในกลุ่มน้ี มกั ถูกเรียกอีกช่ือหน่ึงวา่ Paratransit เป็นการขนส่งท่ีจดั ใหผ้ ใู้ หบ้ ริการ
เพ่ือให้บริการกบั ผูโ้ ดยสารทวั่ ไป โดยผูโ้ ดยสารและผูใ้ ห้บริการ จะทาํ การตกลงราคาค่าบริการ
ล่วงหน้าก่อนใช้บริการ รูปแบบการขนส่งดังกล่าวมกั จะไม่มีการระบุเส้นทางและตารางการ
ให้บริการท่ีแน่นอน รูปแบบการขนส่งที่จดั อยใู่ นเกณฑด์ งั กล่าวไดแ้ ก่ แทก็ ซ่ี ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซด์
รับจา้ ง Dial-a-bus และ Jitney การให้บริการแบบ Paratransit น้นั เส้นทางการให้บริการและ
ตารางเวลาการเดินทางสามารถเปลี่ยนแปลงไดต้ ามความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ ริการแต่ละคน ดงั น้นั จึง
ถือไดว้ ่าเป็ นรูปแบบการเดินทางท่ีตอบสนองต่อความตอ้ งการของผโู้ ดยสาร (Demand-responsive
mode)
5.2.1.3. การขนส่งผู้โดยสารด้วยบริการสาธารณะ (Common-carrier urban passenger
transportation)
เป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีรู้จกั กนั ในช่ือของ Transit หรือ Mass transit หรือ Mass
transportation เป็ นระบบขนส่งที่มีการกาํ หนดเส้นทางและตารางเวลาของการให้บริการเป็ นท่ี
แน่นอนไวแ้ ลว้ ล่วงหนา้ จึงจดั ไดว้ า่ เป็นบริการที่มีเส้นทางและตารางการเดินทางที่แน่นอน (Fixed-
route or Fixed-schedule service) ผใู้ ชบ้ ริการตอ้ งชาํ ระค่าโดยสารตามท่ีกาํ หนดไว้ ระบบขนส่งที่จดั
อยใู่ นกลุ่มน้ี ไดแ้ ก่ รถโดยสารประจาํ ทาง รถราง รถรางด่วน เป็นตน้
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 189 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
5.2.1.4. ระบบขนส่งสาธารณะเขตเมือง (Urban public transportation)
คือ การขนส่งท่ีรวมท้งั ระบบขนส่งแบบ Mass transit และ Paratransit เขา้ เป็นกลุ่มเดียวกนั
โดยพิจารณาวา่ ท้งั Mass transit และ Paratransit ต่างกเ็ ป็นการขนส่งสาธารณะเหมือนกนั อยา่ งไรก็
ดี ถา้ กล่าวถึงระบบขนส่งสาธารณะ ส่วนใหญ่กจ็ ะหมายถึงการขนส่งแบบ Mass transit เป็นหลกั
นอกจากการจาํ แนกประเภทระบบขนส่งโดยใชห้ ลกั เกณฑด์ งั กล่าวขา้ งตน้ แลว้ ยงั สามารถ
จาํ แนกประเภทระบบขนส่งโดยใชห้ ลกั เกณฑอ์ ่ืนในระดบั รองลงมา โดยอาจจาํ แนกเป็น การขนส่ง
เฉพาะกลุ่มหรือบุคคล (Individual transportation) และการขนส่งแบบรวมกลุ่มผโู้ ดยสาร (Group
transportation) โดยการขนส่งเฉพาะกลุ่มหรือบุคคล หมายถึง ระบบขนส่งที่จัดข้ึนมาสําหรับ
ให้บริการแก่ผโู้ ดยสารกลุ่มใดกลุ่มหน่ึงโดยเฉพาะเป็ นรายบุคคล หรือกลุ่มองคก์ ร และการขนส่ง
แบบรวมกลุ่มผโู้ ดยสาร หมายถึง ระบบขนส่งที่ใหบ้ ริการแก่ผโู้ ดยสารทวั่ ไป โดยผโู้ ดยสารเหล่าน้นั
ไม่จาํ เป็นตอ้ งรู้จกั กนั หรืออยใู่ นหมู่คณะเดียวกนั
5.2.2. รูปแบบการขนส่ง (Transit Modes)
ระบบขนส่งถกู กาํ หนดใหแ้ ตกต่างกนั ไป ดว้ ยคุณลกั ษณะ 3 ประการดงั ต่อไปน้ี
• เขตทาง (Right-of-way)
• เทคโนโลยี (Technologies)
• ประเภทของการใหบ้ ริการ (Type of services)
5.2.2.1. เขตทาง (Right of way, ROW)
เขตทางของระบบขนส่ง หมายถึง พ้ืนท่ีซ่ึงถูกกาํ หนดแนวขอบเขตไวส้ าํ หรับยานพาหนะ
ในการดาํ เนินกิจกรรมการขนส่งตา่ งๆ เขตทางสามารถแบ่งออกเป็ น 3 ประเภท ตามระดบั ของการ
แบ่งแยกขอบเขตของการสญั จรออกมาจากกระแสจราจรอ่ืนๆ ดงั ต่อไปน้ี
1. เขตทางประเภท C
เป็ นเขตทางที่มีลกั ษณะเช่นเดียวกับพ้ืนผิวถนน ยวดยานที่ให้บริการขนส่งในเขตทาง
ประเภทน้ีจะสัญจรร่วมไปกบั กระแสจราจรประเภทอื่น ระบบขนส่งในกลุ่มน้ีอาจปรับปรุงให้มี
ประสิทธิภาพการเดินทางดีข้ึนดว้ ยการกาํ หนดสิทธิพเิ ศษเหนือยวดยานประเภทอ่ืนในกระแสจราจร
เช่น การกาํ หนดช่องทางพิเศษสาํ หรับระบบขนส่งสาธารณะ หรือการใหส้ ิทธิระบบขนส่งสาธารณะ
ในการผา่ นทางแยกทางร่วมไดก้ ่อน เป็นตน้
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 190 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
2. เขตทางประเภท B
คือ เขตทางท่ีใชว้ ธิ ีการแบ่งแยกการสญั จรของยวดยานออกจากกระแสจราจรอ่ืนดว้ ยการใช้
ส่ิงกีดขวางวางเป็นแนวก้นั ตามทางยาวของเสน้ ทาง ส่ิงกีดขวางท่ีวา่ น้ี ไดแ้ ก่ ขอบทาง (Curbs) เกาะ
(Barriers) เขตทางแบบตา่ งระดบั (Grade separation) เป็นตน้ เขตทางประเภทน้ีมกั มีการควบคุมการ
เขา้ ถึงเป็นบางช่วง (Partial control of access) โดยยงั อนุญาตใหย้ วดยานประเภทอื่น หรือการเดิน
เทา้ สามารถตดั ผา่ นเส้นทางการสัญจรได้ ทางแยกและทางร่วมยงั สามารถพบเห็นไดเ้ ช่นกนั ในเขต
ทางประเภทน้ี
3. เขตทางประเภท A
เขตทางประเภทน้ีถือได้ว่าเป็ นเขตทางท่ีถูกควบคุมการเขา้ ออกอย่างเต็มรูปแบบ (Full
control of access) เป็นขอบเขตทางท่ีไม่มีการตดั ผา่ นโดยกระแสจราจรประเภทอ่ืนในลกั ษณะท่ีเป็น
ทางร่วมทางแยก และเป็ นเขตทางท่ีไม่สามารถตดั ผา่ นไดท้ ้งั จากยวดยานประเภทอื่น หรือการเดิน
เทา้ ตวั อย่างของเขตทางประเภทน้ี ไดแ้ ก่ การกาํ หนดเขตทางแบบต่างระดบั (Grade separation)
หรือเขตทางพเิ ศษ (Exclusive ROW) เป็นตน้
5.2.2.2. เทคโนโลยี (Technologies)
เกณฑใ์ นการพิจารณามกั เกี่ยวขอ้ งกบั ลกั ษณะทางกลศาสตร์ของยวดยาน และทางว่ิงของ
ยวดยานเหลา่ น้นั โดยสามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 กลุ่ม ไดแ้ ก่
1. ส่วนรองรับ (Support)
คือ จุดสัมผสั ทางตามแนวด่ิงระหว่างยวดยานและพ้ืนผิวท่ียวดยานน้ันใชเ้ ป็ นทางว่ิง ซ่ึง
รองรับน้าํ หนกั ท้งั หมดของยวดยานน้นั ประเภทของส่วนรองรับที่เห็นไดท้ วั่ ไป ไดแ้ ก่ ยานพาหนะ
บนผิวน้าํ อาทิ เรือ และไฮโดรโพลส์ ฯลฯ หรือยานพาหนะบนอากาศ อาทิ ยานโฮเวอร์คราฟท์
เป็ นตน้
2. การควบคุมทศิ ทาง (Guidance)
หมายถึง ส่วนท่ีทาํ หนา้ ที่ควบคุมทิศทางในแนวราบของยานพาหนะ ยานพาหนะท่ีว่ิงบน
ถนน อุปกรณ์ที่ใชค้ วบคุมทิศทาง ไดแ้ ก่ พวงมาลยั (ควบคุมโดยคนขบั ) สาํ หรับยานพาหนะท่ีวิ่งบน
ราง จะมีการควบคุมทิศทางตามแนวราบดว้ ยลอ้ ท่ีออกแบบให้มีลกั ษณะเป็ นร่อง และว่ิงบนรางท่ี
ออกแบบใหม้ ีลกั ษณะเป็นแกนรูปกรวยท่ีพอดีกบั ร่องของลอ้ เป็นตน้
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 191 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
3. การขบั เคลอ่ื น (Propulsion)
หมายถึง ชนิดของเคร่ืองยนตท์ ่ีใชใ้ นการขบั เคลื่อน และวิธีการที่ใชใ้ นการถ่ายเทกาํ ลงั จาก
เครื่องยนตไ์ ปยงั ส่วนที่ทาํ หนา้ ท่ีควบคุมการเร่งและการหน่วงความเร็วของยวดยาน องคป์ ระกอบ
หลกั ของการขบั เคลื่อน ไดแ้ ก่
• ประเภทของการขบั เคลื่อน (Types of propulsion unit)
หน่วยขบั เคล่ือนยานพาหนะแบบพ้ืนฐานท่ีสุด ไดแ้ ก่ เครื่องยนตส์ ันดาปภายในแบบดีเซล
ซ่ึงเป็ นเครื่องยนต์ท่ีนิยมใชก้ บั ยานพาหนะประเภทรถโดยสาร รถไฟ เคร่ืองจกั รที่ใชส้ ําหรับให้
กาํ เนิดกระแสไฟฟ้ า Trolleybuses และการขนส่งแบบราง ขณะที่เครื่องยนตส์ นั ดาปภายในแบบกา๊ ซ
โซลีน มกั จะใชก้ บั พาหนะขนาดเบากวา่ เช่น รถยนตส์ ่วนบุคคล
• วิธีท่ีใชใ้ นการถ่ายกาํ ลงั จากเคร่ืองยนตเ์ พื่อเปลี่ยนเป็ นแรงขบั เคล่ือน (Methods of
transferring tractive force)
ไดแ้ ก่ การใชห้ ลกั ของการยดึ ติดกนั ของผวิ สมั ผสั กาํ ลงั แม่เหลก็ สายเคเบิล ใบพดั เป็นตน้
4. การควบคุมยานพาหนะ (Control)
หมายถึง การบงั คบั หรือควบคุมการเคล่ือนตวั ของยานพานะหรือกลุ่มของยานพาหนะใน
ระบบ การควบคุมที่มีความสาํ คญั ที่สุดของระบบขนส่ง คือ การควบคุมระยะห่างระหว่างกนั ของ
ยานพาหนะต่างๆ ในทางราบซ่ึงอาจใช้วิธีการควบคุมดว้ ยพนักงานควบคุม และป้ าย พนักงาน
ควบคุมและสัญญาณ การควบคุมแบบอตั โนมตั ิเตม็ รูปแบบ หรือการผสมผสานระหว่างหลายวิธี
เป็ นตน้
5.2.2.3. ประเภทของการให้บริการ (Type of services)
สามารถจาํ แนกออกไดเ้ ป็น 3 กลุ่ม ไดแ้ ก่
1. บริการท่ีกาํ หนดตามเขตเส้นทางทใี่ ห้บริการ (Type of routes and trips served) แบ่ง
ออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
• การขนส่งระยะส้นั (Short-haul transit)
หมายถึง ระบบขนส่งท่ีให้บริการดว้ ยความเร็วต่าํ ภายในพ้ืนที่ขนาดเล็กท่ีมีปริมาณการ
เดินทางสูง เช่น พ้ืนที่ศูนยก์ ลางธุรกิจและชุมชน (Central business district, CBD) ภายในบริเวณ
มหาวิทยาลยั สนามบิน และพ้นื ที่ที่มีการจดั แสดงนิทรรศการ เป็นตน้
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 192 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
• การขนส่งในเขตเมือง (City transit)
เป็นระบบขนส่งที่พบเห็นไดท้ วั่ ไปภายในเขตเมืองต่างๆ ประกอบดว้ ยเสน้ ทางการขนส่งท่ี
จดั ข้ึนเพื่อให้บริการโดยตลอดทวั่ ท้งั เมืองโดยการกาํ หนดขอบเขตทางของเส้นทางเป็ นแบบ A B
หรือ C ตามที่ไดก้ ล่าวมาแลว้
• การขนส่งนอกเขตเมือง (Regional transit)
เป็ นรูปแบบการขนส่งที่มีระยะทางไกล ดว้ ยพาหนะที่มีความเร็วสูงมาก การหยดุ ระหว่าง
ทางเกิดข้ึนนอ้ ยคร้ัง ให้บริการแก่ผูโ้ ดยสารท่ีตอ้ งการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ ตวั อย่างของการ
ขนส่งประเภทน้ีไดแ้ ก่ รถไฟและรถด่วน (Rail and express buses) ระหวา่ งเมือง เป็นตน้
2. บริการที่กําหนดตามตารางเดินรถและการหยุดรับส่งผู้โดยสาร (Stopping schedule)
แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ไดแ้ ก่
• บริการระดบั ทอ้ งถิ่น (Local service)
คือ ระบบขนส่งท่ีกาํ หนดใหม้ ีการจอดในทุกจุดที่กาํ หนดใหเ้ ป็นป้ ายรับ-ส่งผโู้ ดยสาร หรือ
จอดตามความตอ้ งการของผโู้ ดยสาร
• บริการแบบเร่งด่วน (Accelerated service)
คือ ระบบขนส่งที่กาํ หนดให้มีการจอดให้บริการในลกั ษณะ “ป้ ายเวน้ ป้ าย” ตลอดท้งั
เส้นทาง รถที่ให้บริการจะจอดให้บริการท่ีจุดรับ-ส่งผโู้ ดยสารสลบั ป้ ายกนั กบั พาหนะคนั ท่ีบริการ
ไปแลว้ ก่อนหน้าน้ี โดยป้ ายที่จะให้บริการแบบสลับกันน้ี จะถูกกาํ หนดไวล้ ่วงหน้าก่อนออก
ใหบ้ ริการ
• บริการแบบพเิ ศษ (Express service)
คือ ระบบขนส่งที่กาํ หนดจุดสาํ หรับการจอดรับ-ส่งผโู้ ดยสาร มีระยะห่างกนั มาก เสน้ ทางที่
ใหบ้ ริการรูปแบบน้ีมกั มีเสน้ ทางใหบ้ ริการเช่นเดียวกนั กบั เสน้ ทางที่ใหบ้ ริการภายในทอ้ งถ่ิน แต่จะ
มีการหยดุ รับ-ส่งผโู้ ดยสารนอ้ ยคร้ังกวา่
3. บริการที่กําหนดตามช่วงเวลาการให้บริการ (Time of operation) แบ่งออกไดเ้ ป็ น 3
รูปแบบไดแ้ ก่
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 193 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
• การใหบ้ ริการตลอดวนั (All-day service)
คือ ระบบขนส่งท่ีมีจาํ นวนชว่ั โมงของการใหบ้ ริการตอ่ วนั สูงสุด เป็นลกั ษณะการใหบ้ ริการ
พ้ืนฐานที่พบไดท้ ว่ั ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งในเส้นทางหลกั มกั จะมีการจดั ให้บริการใน
ลกั ษณะน้ี
• การใหบ้ ริการในชว่ั โมงเร่งด่วน (Peak-hour service หรือ Commuter transit)
คือ ระบบขนส่งที่ให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเท่าน้ัน เส้นทางท่ีให้บริการมกั มีลกั ษณะ
โครงข่ายเป็ นแบบรัศมีออกมาจากบริเวณชานเมืองต่างๆ และมีศูนยร์ วมของจุดสิ้นสุดการเดินทาง
เป็นพ้ืนที่ศูนยก์ ลางธุรกิจและชุมชน (CBD) ส่วนมากมกั ใหบ้ ริการแก่ผโู้ ดยสารท่ีมีวตั ถุประสงคใ์ น
การเดินทางเพ่ือประกอบธุรกิจการงานต่างๆ การให้บริการในลักษณะน้ีจัดข้ึนเพ่ือเสริมการ
ใหบ้ ริการตลอดวนั เท่าน้นั แต่ไม่สามารถที่จะใชเ้ ป็ นรูปแบบการให้บริการหลกั แทนการใหบ้ ริการ
ตลอดวนั ได้
• การใหบ้ ริการแบบเฉพาะกิจ (Irregular service)
คือ ระบบขนส่งท่ีให้บริการในช่วงท่ีมีเหตุการณ์พิเศษหรือเฉพาะกิจเกิดข้ึน อาทิ ช่วงการ
แขง่ ขนั กีฬาสาํ คญั งานนิทรรศการ หรือช่วงท่ีมีการเฉลิมฉลองของเมือง เป็นตน้
5.2.2.4. การจดั กล่มุ ระบบขนส่งสาธารณะโดยทว่ั ไป
โดยทว่ั ไปรูปแบบการเดินทางประเภทต่างๆ มกั จะถูกพิจารณาว่ามีความแตกต่างกนั ถา้ มี
ลกั ษณะอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงท่ีแตกต่างกนั อยา่ งเห็นไดช้ ดั ต้งั แต่หน่ึงเกณฑข์ ้ึนไปจากหลกั เกณฑท์ ่ีใช้
พิจารณาตามที่กล่าวไปแลว้ ขา้ งตน้ อย่างไรก็ดี การจาํ แนกระบบขนส่งสาธารณะท่ีนิยมกนั อย่าง
แพร่หลาย โดยอา้ งอิงจากลกั ษณะของเขตทาง (ROW) ท่ีแตกต่างกนั เป็นเกณฑห์ ลกั ในการพิจารณา
รวมถึงการพิจารณาหลกั เกณฑอ์ ื่นๆ ตามที่กล่าวขา้ งตน้ ประกอบดว้ ยน้ัน สามารถแบ่งออกเป็ น 3
กลุ่ม ไดแ้ ก่
1. การขนส่งบนถนน (Street transit)
มกั ถูกเรียกในอีกชื่อหน่ึงว่า การขนส่งบนพ้ืนผิวทาง (Surface transit) ถูกกาํ หนดให้เป็ น
รูปแบบการขนส่งที่ใหบ้ ริการบนถนนโดยใชพ้ ้ืนท่ีถนนร่วมกบั กระแสจราจรประเภท (ขอบเขตทาง
แบบ C) ทาํ ใหค้ วามน่าเชื่อถือของบริการค่อนขา้ งต่าํ เนื่องจากไดร้ ับอิทธิพลจากกระแสจราจรอื่นที่
อยู่โดยรอบ ความเร็วที่ใชใ้ นการให้บริการต่าํ กวา่ ความเร็วของการแสจราจรโดยรวมอนั เป็นผล
มาจากการท่ีตอ้ งสูญเสียเวลาในขณะที่จอดรับ-ส่งผโู้ ดยสารเป็นระยะๆ รูปแบบการขนส่งที่จดั อยใู่ น
กลุ่มน้ี ไดแ้ ก่ รถโดยสาร Trolleybuses และ Streetcars
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 194 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
2. การขนส่งแบบกงึ่ เร่งด่วน (Semi-rapid transit)
ประกอบดว้ ยรูปแบบขนส่งที่ให้บริการบนเส้นทางว่ิงที่มีขอบเขตทาง B แต่อาจมีขอบเขต
ทางแบบ C บา้ งในบางช่วงของเส้นทาง ระบบขนส่งที่จดั อยใู่ นกลุ่มน้ีมีต้งั แต่รถโดยสาร และการ
ขนส่งแบบรางความจุต่าํ (Light rail transit, LRT) ท่ียงั มีเขตทางร่วมกบั กระแสจราจรประเภทอ่ืน
จนถึง LRT ที่มีเขตทางแยกจากกระแสจราจรประเภทอ่ืนอย่างชัดเจน (เขตทาง B และ A)
ประสิทธิภาพการให้บริการของระบบขนส่งในกลุ่มน้ีข้ึนอยกู่ บั ระดบั ของการแยกเขตทางออกจาก
กระแสจราจรอ่ืน และตาํ แหน่งท่ีต้งั ของเขตทาง
3. การขนส่งแบบเร่งด่วน (Rapid transit)
เป็นระบบขนส่งท่ีใหบ้ ริการบนเส้นทางท่ีเป็นเขตทางระเภท A เป็นระบบขนส่งท่ีมีระดบั
การให้บริการสูง ไม่ว่าจะเป็ นเร่ืองของ ความรวดเร็ว ความสามารถในการเคลื่อนยา้ ยผูโ้ ดยสาร
ความน่าเช่ือถือของการให้บริการ และความปลอดภยั ระบบขนส่งแบบเร่งด่วนท่ีให้บริการอยใู่ น
ปัจจุบนั ท้งั หมดมกั เป็ นการขนส่งรูปแบบราง การขนส่งแบบเร่งด่วนดว้ ยรถโดยสาร (Bus rapid
transit) น้นั ไม่เป็ นท่ีนิยม เพราะการให้บริการของรถโดยสารน้นั ถา้ จดั ให้มีการเดินรถในเขตทาง
แบบ A ตลอดเส้นทางที่ให้บริการแลว้ จะทาํ ให้ความสามารถในบรรทุกผโู้ ดยสารลดลง ทาํ ให้
ค่าใช้จ่ายในการดาํ เนินการสูง และมีความปลอดภยั ในการเดินทางต่าํ กวา่ การขนส่งแบบรางเป็น
อยา่ งมาก
5.2.3. องค์ประกอบของระบบขนส่งสาธารณะ
องคป์ ระกอบทางกายภาพของระบบขนส่งโดยทวั่ ไปแลว้ สามารถจาํ แนกไดด้ งั ต่อไปน้ี
5.2.3.1. ยานพาหนะหรือรถ (Vehicles or car)
มีความหมายเดียวกบั คาํ ว่า Fleet เมื่อใชก้ บั รถโดยสาร (Buses) และ Rolling stock เม่ือใช้
กบั รถราง (Rail vehicles) โดยมีคาํ ท่ีสาํ คญั อีกคาํ หน่ึงคือ Transit unit (TU) หมายถึง กลุ่มหรือชุด
ของยานพาหนะที่ประกอบเขา้ ดว้ ยกนั และเคลื่อนท่ีไปพร้อมกนั ขณะเดินทาง อาจเป็นไดท้ ้งั Single
vehicle unit หรือในลกั ษณะที่เป็นขบวนรถไฟ ซ่ึงจดั เป็น Several vehicle units
5.2.3.2. ทาง เส้นทางการเดนิ ทาง หรือขอบเขตทาง (Ways, Travel ways or Right-of-way)
มีความหมายที่ครอบคลุมต้งั แต่ ถนนทว่ั ไป และทางหลวง (Streets and highway) ช่องทาง
วิ่งเสริมพิเศษ (Reserved lanes) ช่องทางว่ิงพิเศษ (Exclusive lanes) ถนนสําหรับระบบขนส่ง
สาธารณะ (Transit streets) ช่องทางรถโดยสาร (Bus ways) หรือการทาํ รางวิ่งบนช่องทางเดินรถ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 195 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
(Tracks in roadways) ที่ถูกกาํ หนดเขตทางใหม้ ีระดบั เดียวกนั สูงกวา่ หรือต่าํ กวา่ ผวิ จราจรปกติ ใน
บางช่องของเสน้ ทางหรือทุกช่องทาง
5.2.3.3. สถานทเ่ี ข้ารับบริการ (Transit stop facilities)
ตาํ แหน่งที่กาํ หนดไวส้ าํ หรับหยุดรับ-ส่งผโู้ ดยสารน้ัน แบ่งออกเป็ นหลายประเภท ไดแ้ ก่
ป้ ายหยุดรถ (Stops) คือ ตาํ แหน่งท่ีกาํ หนดไวส้ ําหรับหยุดรับ-ส่งผูโ้ ดยสารตลอดแนวเส้นทาง
ให้บริการ ท่ีป้ ายหยุดรถอาจมีการติดต้งั สาธารณูปโภคพ้ืนฐานเพ่ือบริการแก่ผูเ้ ดินทาง อาทิ ป้ าย
แนะนาํ เส้นทาง ท่ีน่ังรอ เป็ นตน้ สถานี (station) คือ อาคารที่มกั ปลูกสร้างไวใ้ นตาํ แหน่งท่ีต่าํ กวา่
อยเู่ หนือข้ึนไป หรือต้งั อยรู่ ะดบั พ้ืนดิน พร้อมดว้ ยสาธารณูปโภคต่างๆ เพ่ือรองรับการใชบ้ ริการ
ของผโู้ ดยสารและการดาํ เนินงานต่างๆ ของระบบขนส่ง ท่าเทียบรถ (Terminals) คือ สถานีสุดทา้ ย
ของเส้นทางขนส่งที่มากกว่าหน่ึงเส้นทางข้ึนไปและเป็ นจุดท่ีผูโ้ ดยสารใช้เป็ นสถานที่สําหรับ
เปล่ียนเส้นทางการเดินทาง สถานีเปลี่ยนถ่ายผ้โู ดยสาร (Multimodal transfer stations) คือ สถานี
สาํ หรับการเปลี่ยนถ่ายผโู้ ดยสารระหว่างระบบขนส่งรูปแบบต่างๆ สถานีเปลี่ยนถ่ายผโู้ ดยสารอาจ
เรียกอีกช่ือหน่ึงไดว้ า่ Interface
5.2.3.4. โรงเกบ็ ยานพาหนะและโรงซ่อมบํารุง
อู่พักรถโดยสารและรางพักรถราง (Bus garages or Depot and rail yards) คือ อาคารหรือ
พ้ืนท่ีสาํ หรับให้ยานพาหนะเขา้ จอดหลงั การให้บริการ โรงซ่อมบาํ รุง (Shops) คือ สถานที่สาํ หรับ
บาํ รุงรักษา และซ่อมแซมยานพาหนะ
5.2.3.5. ระบบทเ่ี กย่ี วข้อง (Relevant systems)
ระบบควบคุม (Control systems) ประกอบดว้ ย ระบบติดตามยานพาหนะ ระบบส่ือสาร
และอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณไฟจราจร รวมถึงศูนยค์ วบคุม และระบบพลงั งานสํารอง (Power
supply systems) สาํ หรับใชเ้ ป็นแหล่งกาํ เนิดพลงั งานไฟฟ้ าใหก้ บั ระบบขนส่งที่ขบั เคล่ือนดว้ ยไฟฟ้ า
ซ่ึงประกอบดว้ ย สถานียอ่ ย (Sub stations) สายส่ง (Distribution wiring) โครงสร้างของรางสาํ หรับ
ขนส่ง พลงั งานไฟฟ้ า (Catenaries of third-rail structures) และอุปกรณ์อ่ืนๆ ที่เก่ียวขอ้ ง
5.2.3.6. สายการเดนิ รถหรือเส้นทางให้บริการ (Transit routes or Transit lines)
คือ ถนนหรือเขตทางประเภทตา่ งๆ ที่ถกู กาํ หนดไวส้ าํ หรับใหย้ านพาหนะสญั จรไปมา โดย
คาํ ว่า สายการเดินรถ (Route) มกั ใชก้ บั บริการรถโดยสารประจาํ ทาง และ เส้นทางการขนส่ง (Line)
มกั ใชก้ บั การขนส่งแบบรางหรือบนช่วงถนนท่ีมีสายการเดินรถซอ้ นกนั เป็นจาํ นวนมาก อยา่ งไรกด็ ี
ท้งั สองคาํ น้ีสามารถใชใ้ นความหมายท่ีแทนกนั ไดโ้ ดยไม่ผดิ ความหมายแต่อยา่ งใด สายการเดินรถ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 196 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
หรือเส้นทางท่ีให้บริการอย่ใู นเขตเมือง จะถูกเรียกว่า โครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะ (Transit
networks)
5.3. รูปแบบของระบบขนส่งสาธารณะ
ระบบขนส่งสาธารณะมีหลายรูปแบบท่ีแตกต่างกนั และสามารถจาํ แนกหรือจดั กลุ่มเป็ น
ประเภทต่างๆ ดงั ไดก้ ล่าวไปแลว้ ตามท่ีไดก้ ล่าวไปแลว้ ในหัวขอ้ ก่อนหน้าน้ี ในลาํ ดบั ต่อไป จะ
กล่าวถึงรูปแบบตา่ งๆ ของระบบขนส่งสาธารณะที่มีความสาํ คญั ต่อการขนส่งและพบเห็นไดท้ ว่ั ไป
โดยจะนาํ เสนอตามลาํ ดบั หวั ขอ้ ดงั ต่อไปน้ี
• การขนส่งแบบราง (Rail transit)
• การขนส่งดว้ ยรถโดยสาร (Bus transit)
• การขนส่งดว้ ยรถรับจา้ ง (Paratransit)
5.3.1. การขนส่งแบบราง (Rail transit)
การขนส่งแบบรางสามารถจาํ แนกออกไดห้ ลายรูปแบบ ไดแ้ ก่ การขนส่งเร่งด่วนแบบราง
(Rail rapid transit) การขนส่งแบบรางความจุต่าํ (Light rail transit) การขนส่งเร่งด่วนแบบรางความ
จุต่าํ (Light rail rapid transit) และการขนส่งแบบรางระหวา่ งเมือง (Commuter railroad) รูปแบบ
ของการขนส่งท่ีใชร้ างน้นั ไม่ว่าจะเป็ นประเภทใด จะมีองคป์ ระกอบพ้ืนฐานที่คลา้ ยคลึงกนั ไดแ้ ก่
ลกั ษณะของเส้นทาง (Track) และลอ้ ท่ีถูกออกแบบให้มีลกั ษณะเป็ นครีบออกมาเพื่อประโยชน์ใน
การควบคุมการเคลื่อนท่ีของพาหนะใหว้ ิง่ ไปตามเสน้ ทาง
5.3.1.1. การขนส่งเร่งด่วนแบบราง (Rail rapid transit)
การขนส่งเร่งด่วนแบบราง (Rail rapid transit, RRT) เป็นระบบขนส่งเขตเมืองที่มีสถิติการ
ใชบ้ ริการต่อปี สูงสุด ในประเทศสหรัฐอเมริกา RRT เป็ นรูปแบบการขนส่งที่การแบ่งระดบั ของ
เส้นทางออกจากกระแสจราจรประเภทอ่ืนอย่างชดั เจน ส่วนใหญ่ขบั เคล่ือนดว้ ยพลงั งานไฟฟ้ า มี
ลกั ษณะเป็นรถรางท่ีสามารถตอ่ พว่ งตโู้ ดยสารไดพ้ ร้อมกนั หลายตู้ มีความเร็วสูงสุด 45 – 80 ไมลต์ ่อ
ชวั่ โมง (72 – 130 กิโลเมตรตอ่ ชวั่ โมง) และมีความเร็วเฉลี่ยต่อการเดินทางประมาณ 20 – 50 ไมลต์ ่อ
ชว่ั โมง (32 – 80 กิโลเมตรต่อชว่ั โมง) ท่ีผา่ นมา การให้บริการในเขตเมืองมกั กาํ หนดระยะห่าง
ระหว่างสถานีอยใู่ นช่วง 0.25 – 0.50 ไมล์ สาํ หรับระบบที่ทนั สมยั ข้ึนมา การกาํ หนดตาํ แหน่งของ
สถานีใหม้ ีที่ต้งั อยบู่ ริเวณศูนยก์ ลางของแต่ละเมืองเป็นวิธีที่นิยมกนั อยา่ งแพร่หลาย แต่สาํ หรับพ้ืนท่ี
ชานเมือง การกาํ หนดระยะห่างระหวา่ งสถานีทุกๆช่วง 1 – 2 ไมล์ มกั ไดร้ ับความนิยมมากกว่า
นอกจากน้ีการกาํ หนดตาํ แหน่งของสถานียงั สามารถทาํ ไดโ้ ดยการอา้ งอิงกบั ระยะทางท่ีผใู้ ชบ้ ริการ
สามารถเขา้ ถึงสถานีไดด้ ว้ ยการเดิน โดยพิจารณาจากตาํ แหน่งท่ีผใู้ ชบ้ ริการเดินจากจุดที่ลงจากรถ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 197 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
รับจา้ ง หรือเดินทางดว้ ยรถโดยสารท่ีผา่ นในบริเวณน้นั ระบบเกบ็ ค่าโดยสารแบบด้งั เดิม นิยมใหผ้ ู้
ใช่บริการชาํ ระคา่ โดยสารท่ีซุม้ บริเวณช่องทางเขา้ สู่บริเวณชานชลา บางระบบมีการใชพ้ นกั งานเดิน
เก็บค่าโดยสารบนรถ ซ่ึงเป็ นการเพ่ิมค่าใชจ้ ่ายในการดาํ เนินการ เนื่องจากตอ้ งใชพ้ นกั งานประจาํ
สองคน (พนักงานขบั รถ และพนักงานตรวจตวั เก็บค่าโดยสาร) รวมท้งั ยงั ตอ้ งมีพนักงานซ่ึงทาํ
หนา้ ท่ีขายตวั ท่ีบริเวณสถานีอีกดว้ ย
การขนส่งด้วยรูปแบบ RRT ในยุคต่อมาไดรับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการ
ให้บริการและการดาํ เนินงานสูงข้ึน เขตทางถูกออกแบบให้มีระดบั ต่างจากพ้ืนผิวจราจรปกติอยา่ ง
เตม็ รูปแบบ ใชพ้ ลงั งานไฟฟ้ าในการขบั เคลื่อนในระดบั ท่ีเหมาะสมมากข้ึน (ประมาณ 650 – 1000
โวลต์ จากเดิมใช้ 600 โวลต)์ ความเร็วสูงสุดในการขบั เคลื่อนประมาณ 70 – 80 ไมลต์ ่อชว่ั โมง
(112 – 130 กิโลเมตรต่อชวั่ โมง) ความเร็วเฉล่ียขณะให้บริการ 35 – 50 ไมลต์ ่อชว่ั โมง (56 – 80
กิโลเมตรตอ่ ชว่ั โมง) และนาํ ระบบอตั โนมตั ิมาประยกุ ตใ์ ชม้ ากข้ึน พนกั งานท่ีปฏิบตั ิงานบนรถขณะ
ใหบ้ ริการมีเพยี งคนเดียวเพือ่ ลดคา่ ใชจ้ ่ายการดาํ เนินการ การใชพ้ นกั งานเพยี งคนเดียวในการควบคุม
พาหนะทาํ ไดโ้ ดยการนาํ ระบบปฏิบตั ิการอตั โนมตั ิมาใช้ นอกจากน้ียงั มีการนาํ ระบบเกบ็ คา่ โดยสาร
แบบอตั โนมตั ิมาใชแ้ ทนพนักงานเก็บค่าโดยสารโดยติดต้งั ไวบ้ นสถานี การชาํ ระค่าโดยสารผา่ น
ระบบดงั กล่าวช่วยให้การตรวจสอบและควบคุมค่าโดยสารมีประสิทธิภาพมากข้ึน และสามารถลด
จาํ นวนพนกั งานประจาํ สถานีลงไดด้ ว้ ย
รูปที่ 5.10 Rail rapid transit ที่ใหบ้ ริการในเมืองชิคาโก
ท่ีมา: http://www.lightrailnow.org
การพฒั นาระบบขนส่ง RRT ที่มีระดบั การให้บริการสูงน้นั ก่อให้เกิดค่าใชจ้ ่ายท่ีสูงมาก
ตามมาดว้ ยเช่นกนั อยา่ งไรกด็ ีระบบขนส่งดงั กล่าวกไ็ ดร้ ับพิสูจน์แลว้ ในหลายประเทศ ไม่วา่ จะเป็น
องั กฤษ ญี่ป่ ุน หรือสหรัฐอเมริกา ฯลฯ วา่ เป็นรูปแบบการขนส่งที่สามารถดึงดูดใหผ้ ใู้ ชร้ ถยนตส์ ่วน
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 198 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
บุคคลหันมาใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะไดจ้ ริง ถา้ ระบบขนส่งน้นั เป็ นระบบที่เร็ว มีความถี่ของการ
ให้บริการท่ีเพียงพอ และมีความน่าเช่ือถือของการให้บริการสูง ถนนสายหลกั ท่ีมีลกั ษณะเป็ น
เสน้ ทางตรงตลอดแนวถนน มีความตอ้ งการเดินทางสูง และมีจุดท่ีตอ้ งหยดุ รับ-ส่งผโู้ ดยสารไม่มาก
นกั เป็นเสน้ ทางท่ีเหมาะสมท่ีสุดสาํ หรับการนาํ ระบบขนส่งแบบ RRT มาใช้ ถนนเขา้ ถึงระบบขนส่ง
ที่ดีเพ่ือทาํ หนา้ ท่ีป้ อนผโู้ ดยสารใหก้ บั ระบบราง เป็นสิ่งความจาํ เป็นท่ีตอ้ งพฒั นาใหม้ ีข้ึน นอกจากน้ี
RRT ยงั เป็นระบบขนส่งท่ีเป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม และก่อใหเ้ กิดมลพิษต่างๆ นอ้ ยกวา่ เมื่อเทียบกบั
การใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคล
5.3.1.2. การขนส่งแบบรางความจตุ าํ่ (Light rail transit)
ในปี 1989 Transportation Research Board (TRB) ไดใ้ หค้ าํ จาํ กดั ความของการขนส่งแบบ
รางความจุต่าํ (Light rail transit, LRT) โดยสรุปวา่ LRT คือ ระบบขนส่งเขตเมืองแบบรางขบั เคลื่อน
ดว้ ยพลงั งานไฟฟ้ า สามารถให้บริการไดท้ ้งั แบบหน่วยบรรทุกเดียว และแบบต่อพ่วงเป็ นขบวน
ส้ันๆ ให้บริการในเส้นทางที่กาํ หนดเป็ นเขตทางเฉพาะ ซ่ึงมีท้งั เขตทางท่ีเป็ นระดบั เดียวกบั พ้ืนดิน
แบบยกระดบั แบบเสน้ ทางวงิ่ ใตด้ ิน หรือบนถนนกไ็ ด้
LRT เป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีปรับปรุงมาจากการขนส่งแบบรางบนถนนขบั เคลื่อนดว้ ย
พลงั งานไฟฟ้ าที่ส่งมายงั ตวั รถผา่ นทางอุปกรณ์ท่ีติดต้งั ไวบ้ นหลงั คา ตวั พาหนะมีลกั ษณะคลา้ ยกบั
รถ Streetcars แต่มีประสิทธิภาพสูงกวา่ มาก เสน้ ทางว่ิงของ LRT มกั ถูกแยกออกจากกระแสจราจร
ประเภทอ่ืน แต่ไม่จาํ เป็นวา่ จะตอ้ งมีการแบง่ แยกระดบั ของทางวงิ่ ใหต้ ่างจากระดบั จราจรปกติตลอด
ท้งั เส้นทาง บริเวณท่ีนิยมใชส้ าํ หรับวางแนวเส้นทางวิ่งของ LRT ไดแ้ ก่ พ้ืนท่ีว่างบริเวณเกาะกลาง
ถนนของทางด่วนหรือถนนที่มีการปลูกตน้ ไมไ้ วข้ า้ งทาง (Boulevards) หรือถา้ ปริมาณยวดยานท่ี
สญั จรไปมาบนถนนมีความหนาแน่นไม่มากนกั กอ็ าจวางแนวเสน้ ทางว่ิงไปบนทอ้ งถนนไดเ้ ช่นกนั
แต่สาํ หรับบริเวณศูนยก์ ลางเมืองที่มีความหนาแน่นของยวดยานและผคู้ นสูง การกาํ หนดเขตทางให้
มีระดบั แยกจากระดบั พ้ืนดินแบบเตม็ รูปแบบ ดว้ ยการกาํ หนดเป็ นเส้นทางแบบยกระดบั หรือแบบ
ทางวิ่งใตด้ ินน้ัน เป็ นรูปแบบท่ีไดร้ ับความนิยมมาก ขณะที่บางประเทศในยุโรปและบางแห่งใน
ประเทศสหรัฐอเมริกา การจดั พ้นื ท่ีสาํ หรับใชเ้ ป็นเส้นทางว่ิงของ LRT ในบริเวณศูนยก์ ลางเมืองน้นั
ใชว้ ธิ ีกาํ หนดพ้ืนท่ีเฉพาะหรือใชว้ ิธีการปูผวิ ถนนใหส้ ามารถมองเห็นเขตทางและความแตกตา่ งจาก
ผวิ จราจรอื่นไดอ้ ยา่ งชดั เจน
LRT เป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีผใู้ ชบ้ ริการสามารถเขา้ ใชไ้ ดง้ ่ายและสะดวก ส่วนใหญ่จะมี
ความเร็วในการให้บริการต่าํ กวา่ ระบบ RRT เน่ืองจากส่วนใหญ่มีเส้นทางให้บริการอยู่ระดับ
เดียวกบั พ้ืนผิวถนนทว่ั ไป ทาํ ให้ในบางกรณีไม่สามารถใชค้ วามเร็วในการเดินทางที่สูงได้ ซ่ึงต่าง
จากกรณีท่ีเขตทางถูกกาํ หนดให้มีระดบั ต่างจากระดบั พ้ืนดินท่ีสามารถใหบ้ ริการไดด้ ว้ ยความเร็วท่ี
สูงกว่า ยานพาหนะที่ใชใ้ นสําหรับระบบ LRT น้ัน ไดร้ ับการพฒั นามาจาก Streetcars แต่มี
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 199 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
สมรรถนะตา่ งๆ สูงกวา่ มาก สามารถทาํ การเล้ียวไดโ้ ดยใชร้ ัศมีการเล้ียวท่ีนอ้ ยมาก สามารถว่ิงไดใ้ น
พ้ืนที่ซ่ึงมีความลาดชันได้เป็ นอย่างดี และยงั มีขอ้ ได้เปรียบในเรื่องของความยืดหยุ่นในการ
จดั รูปแบบของสถานี ซ่ึงสามารถออกแบบไดท้ ้งั สถานีท่ีมีลกั ษณะธรรมดาไปจนถึงสถานีท่ีมีพ้ืนท่ี
กวา้ งขวางใหญโ่ ต
รูปท่ี 5.11 Light rail transit ใหบ้ ริการในเมือง Newark รัฐ New Jersey
ที่มา: http://www.fta.dot.gov
ระบบขนส่ง LRT น้นั โดยทว่ั ไปใชเ้ งินลงทุนในดา้ นต่างๆ อาทิ ค่าจ่ายในการสร้างเสน้ ทาง
ค่าใชจ้ ่ายเกี่ยวกบั พลงั งานไฟฟ้ าท่ีใชข้ บั เคลื่อน และการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ต่าํ กวา่
ระบบ RRT มาก สิ่งที่ทาํ ใหก้ ารขนส่งแบบ LRT ใชเ้ งินลงทุนในการพฒั นาระบบที่ต่าํ กวา่ RRT น้นั
เนื่องจากระบบ LRT สามารถลดตน้ ทุนที่ใชใ้ นการก่อสร้างโครงสร้างพ้ืนฐานของเส้นทางว่ิงได้
มากกวา่ ระบบ RRT นนั่ เอง สาํ หรับคา่ ใชจ้ ่ายเก่ียวกบั ยานพาหนะ พบวา่ มีราคาท่ีต่าํ กวา่ ยานพาหนะ
ของระบบ RRT ไม่มากนกั และเนื่องจากเป็ นระบบขนส่งท่ีใชเ้ งินลงทุนในการพฒั นาระบบท่ี
ต่าํ กวา่ จึงทาํ ใหร้ ะบบ LRT เป็ นที่นิยมและมกั ถูกนาํ มาใชเ้ พ่ือให้บริการแก่ผูโ้ ดยสารบนถนน
เส้นตรงท่ีมีปริมาณการจราจรไม่หนาแน่นมากนัก แทนการพฒั นาระบบ RRT ข้ึนมาอย่างเต็ม
รูปแบบ นอกจากน้ี การขนส่งแบบ LRT ยงั เป็ นระบบที่สามารถทาํ การพฒั นาปรับปรุง
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 200 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ประสิทธิภาพการใหบ้ ริการในบางช่วงของเสน้ ทางใหเ้ ทียบเท่าระบบ RRT ไดท้ นั ทีที่ตอ้ งการ ความ
ไดเ้ ปรียบน้ีทาํ ให้ผลู้ งทุนพฒั นาระบบขนส่งไม่จาํ เป็ นตอ้ งเสียค่าใชจ้ ่ายเป็ นจาํ นวนมากเพื่อพฒั นา
ระบบ RRT ข้ึนมาในการลงทุนเร่ิมตน้ ของการพฒั นาระบบขนส่งระบบรางในเมือง
5.3.1.3. การขนส่งเร่งด่วนแบบรางความจตุ ํา่ (Light rail rapid transit)
รูปที่ 5.12 Light rail rapid transit ใหบ้ ริการในประเทศ Singapore
ที่มี: http://www.eng.mu.edu
การขนส่งเร่งด่วนแบบรางความจุต่าํ (Light rail rapid transit, LRRT) เป็ นรูปแบบการ
ขนส่งท่ีผสมผสานระบบขนส่ง RRT และ LRT เขา้ ดว้ ยกนั ลกั ษณะอยา่ งหน่ึงของ LRRT ที่ต่างจาก
LRT อยา่ งชดั เจน คือ เขตทางที่ถกู กาํ หนดเฉพาะและมีระดบั แตกตา่ งจากพ้ืนผวิ จราจรปกติตลอดท้งั
ระบบ ไม่วา่ จะเป็นแบบยกระดบั แบบใตด้ ิน หรือท้งั สองแบบรวมกนั ซ่ึงเป็นคุณสมบตั ิของบริการ
แบบเร่งด่วนอยา่ งแทจ้ ริง การควบคุมพาหนะสามารถทาํ ไดท้ ้งั แบบใชพ้ นกั งานควบคุม และควบคุม
โดยใชส้ ญั ญาณ (Signal control) ระบบขนส่ง LRT บางระบบสามารถพฒั นาบางช่วงของเสน้ ทาง
ใหม้ ีคุณสมบตั ิของการใหบ้ ริการเทียบเท่ากบั LRRT ไดเ้ ช่นกนั
5.3.1.4. รถรางระหว่างเมอื ง (Commuter rail)
รถรางที่ให้บริการผูโ้ ดยสารท่ีพกั อาศยั อยู่บริเวณชานเมือง และมีความตอ้ งการที่จะเดิน
ทางเขา้ สู่บริเวณตวั เมืองที่รียกว่า Commuter rail หรือ Regional rail เป็ นรูปแบบการขนส่งที่เกิด
ข้ึนมาก่อนช่วงสงครามกลางเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา และไดก้ ลายเป็นรูปแบบการขนส่งท่ีมี
ความสาํ คญั รูปแบบหน่ึงในเวลาตอ่ มา
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 201 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
รูปที่ 5.13 Commuter rail ใหบ้ ริการใน Orange County รัฐ California
ท่ีมา: http://www.masstransitmag.com
ระบบขนส่งดงั กล่าวมีลกั ษณะสําคญั คือ ขนาดของพาหนะท่ีมีขนาดใหญ่และมีน้าํ หนกั
มาก มีความเร็วสูง และใชเ้ วลานานในการเพิม่ หรือลดความเร็ว มกั ใชห้ วั รถจกั รในการลากจูงขบวน
รถแต่บางรูปแบบตวั รถถูกออกแบบใหส้ ามารถขบั เคล่ือนไดเ้ อง หวั รถจกั รท่ีใชใ้ นการลากจูงขบวน
รถมีท้งั แบบท่ีขบั เคลื่อนดว้ ยเครื่องยนตด์ ีเซลและมอเตอร์ไฟฟ้ า (แบบท่ีใชม้ อเตอร์ไฟฟ้ าจะตอ้ งทาํ
การวางระบบสายส่งกระแสไฟฟ้ าและอุปกรณ์รับกระแสไฟฟ้ าไว้บนหลังคา) โดยปกติมัก
ใหบ้ ริการอยใู่ นช่วงระยะทาง 25 – 50 ไมล์ โดยมากสถานีปลายทางของเสน้ ทางใหบ้ ริการจะต้งั อยู่
บริเวณพ้ืนที่ศูนยก์ ลางธุรกิจและชุมชน สาํ หรับสถานีอ่ืนๆ ส่วนมากจะต้งั อย่แู ถบชานเมือง โดยมี
ระยะห่างระหว่างสถานีค่อนขา้ งมาก มกั มีผูใ้ ชบ้ ริการหนาแน่นสูงในช่วงเวลาเร่งด่วน รถราง
ระหว่างเมืองแตกต่างจากการขนส่งแบบรางรูปแบบอื่นในเร่ืองของบริการ โดยมกั จะมีคุณภาพสูง
กว่า สามารถทาํ ความเร็วไดถ้ ึง 80 ไมล์ต่อช่วั โมง และมีที่น่ังเพียงพอเสมอสําหรับให้บริการแก่
ผูโ้ ดยสาร บางเส้นทางอาจมีการออกแบบตวั รถแบบสองช้นั เพ่ือเพิ่มความสามารถในการขนส่ง
ผโู้ ดยสาร
5.3.2. การขนส่งด้วยรถโดยสาร (Bus transit)
การขนส่งดว้ ยรถโดยสารเป็นระบบขนส่งสาธารณะอีกรูปแบบหน่ึงท่ีไดร้ ับความนิยมและ
มีการนาํ มาใชเ้ ป็นเวลานาน อีกท้งั เป็นรูปแบบการขนส่งที่มีความหลากหลาย ไม่วา่ จะเป็นพาหนะที่
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 202 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ใช้ หรือรูปแบบการใหบ้ ริการ ฯลฯ ในหัวขอ้ น้ี จะนาํ เสนอบริการรถโดยสารรูปแบบต่างๆ เพื่อให้
ผอู้ ่านมองเห็นภาพรวมของบริการขนส่งสาธารณะรูปแบบน้ีชดั เจนยงิ่ ข้ึน
โดยทวั่ ไป ยานพาหนะท่ีใชใ้ นบริการขนส่งดว้ ยรถโดยสารสามารถจาํ แนกออกไดเ้ ป็ น
3 ประเภท ไดแ้ ก่ รถโดยสารแบบมาตรฐาน รถโดยสารขนาดเลก็ และรถโดยสารความจุสูง
1. รถโดยสารแบบมาตรฐาน (Standard buses)
โดยทว่ั ไป รถโดยสารแบบมาตรฐานจะมีความยาวของตวั รถโดยเฉล่ียระหวา่ ง 35 – 40 ฟุต
(11 – 12 เมตร) จาํ นวนท่ีนง่ั ผโู้ ดยสารจะแตกตา่ งกนั ไป ข้ึนอยกู่ บั ความยาวของตวั รถและรูปแบบ
การจดั เรียงที่นง่ั เหล่าน้นั สาํ หรับรถที่มีความยาว 35 ฟุต โดยทวั่ ไปจะมีจาํ นวนท่ีนงั่ 40 – 45 ที่นงั่
และรถที่มีความยาว 40 ฟุต จะมีจาํ นวนที่นง่ั 47 – 53 ที่นงั่ ขนาดความกวา้ งของตวั รถมีท้งั แบบ
ขนาด 96 นิ้ว (2.4 เมตร) หรือขนาด 102 นิ้ว (2.6 เมตร) รถโดยสารท่ีมีความกวา้ งของตวั รถมากกวา่
ทาํ ใหส้ ามารถออกแบบท่ีนงั่ ผโู้ ดยสารให้มีความกวา้ งไดม้ ากกว่า ช่วยให้ผโู้ ดยสารเกิดความสบาย
ในการน่ังเพิ่มข้ึน หรือทาํ ให้ช่องทางเดินระหว่างที่น่ังผูโ้ ดยสารมีความกวา้ งเพิ่มข้ึน ปัจจุบนั
ผอู้ อกแบบรถโดยสารไดใ้ หค้ วามสาํ คญั กบั การพฒั นาและปรับปรุงลกั ษณะต่างๆของตวั รถมากข้ึน
รถโดยสารรูปแบบใหม่ไดถ้ ูกออกแบบให้มีระดบั พ้ืนภายในตวั รถที่ต่าํ มีประตทู ี่กวา้ งข้ึน มีทางข้ึน
หรืออุปกรณ์ยกสาํ หรับผูพ้ ิการที่ใชร้ ถเข็น และลกั ษณะอื่นๆ ของตวั รถท่ีถูกออกแบบเพื่ออาํ นวย
ความสะดวกและช่วยให้ผโู้ ดยสารท่ีเป็ นผสู้ ูงอายุ หรือมีขอ้ จาํ กดั ทางร่างกายสามารถใชบ้ ริการได้
อยา่ งสะดวกและปลอดภยั ยง่ิ ข้ึน
รูปท่ี 5.14 รถโดยสารแบบมาตรฐาน (Standard buses)
ที่มา: http://ocw.mit.edu
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 203 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
2. รถโดยสารขนาดเลก็ (Minibuses)
เป็นรถโดยสารท่ีมีรูปแบบและลกั ษณะของตวั รถท่ีหลากหลาย รถโดยสารขนาดเลก็ แต่ละ
รุ่นมักผลิตในปริมาณท่ีค่อนขา้ งน้อยเน่ืองจากเป็ นรถที่มักถูกนําไปใช้ในบริการที่มีลักษณะ
เฉพาะตวั ไดแ้ ก่ การจดั ให้บริการแก่ผสู้ ูงอายุและผูพ้ ิการ การให้บริการในลกั ษณะรถรับจา้ ง และ
การใหบ้ ริการในพ้ืนที่เขตชานเมืองหรือพ้ืนที่มีความหนาแน่นของผใู้ ชบ้ ริการต่าํ
โดยมาก ผูค้ นทวั่ ไปมกั เขา้ ใจว่ารถโดยสารขนาดเล็กน่าจะมีค่าใชจ้ ่ายในการดาํ เนินการ
ต่าํ กวา่ รถโดยสารขนาดมาตรฐาน ซ่ึงความจริงแลว้ เป็นความเขา้ ใจที่คลาดเคลื่อน ค่าใช้จ่ายท่ี
เกี่ยวขอ้ งกบั การดาํ เนินการน้นั โดยมากแลว้ จะไมแ่ ปรผนั ตามขนาดของรถโดยสารท่ีใช้ ดว้ ยเหตุผล
ที่ว่าค่าใชจ้ ่ายส่วนน้ีจะเป็ นค่าจา้ งของพนกั งานขบั รถเป็ นส่วนใหญ่ ซ่ึงเป็ นค่าใชจ้ ่ายที่ไม่เกี่ยวขอ้ ง
กบั ยานพาหนะแต่อยา่ งใด นอกจากน้ียงั พบว่าค่าใชจ้ ่ายที่เกี่ยวขอ้ งกบั น้าํ มนั เชื้อเพลิงของรถโดย
สารท้งั สองแบบน้ี มีความแตกต่างกนั เพียงเล็กน้อยเท่าน้ัน และถึงแมว้ ่าค่าใชจ้ ่ายเริ่มตน้ ในการ
ลงทุนของรถโดยสารขนาดเลก็ จะต่าํ กวา่ ของรถโดยสารขนาดมาตรฐานกต็ าม แต่รถโดยสารขนาด
เลก็ จะมีอายุการใชง้ านส้ันกว่ารถโดยสารขนาดมาตรฐาน ดงั น้นั ถา้ มองโดยรวมแลว้ ค่าใชจ้ ่ายใน
การดาํ เนินการของรถโดยสารแบบมาตรฐานและของรถโดยสารขนาดเลก็ จะมีค่าที่ใกลเ้ คียงกนั มาก
บริการรถโดยสารขนาดเล็ก จะมีความสําคญั ในพ้ืนท่ีที่มีปริมาณการจราจรต่าํ และในพ้ืนที่มีการ
สญั จรของยวดยานในลกั ษณะท่ีมีการเปลี่ยนแปลงช่องทางจราจรไปปมาคอ่ นขา้ งสูง อาทิ พ้นื ที่แถบ
ชานเมือง เป็นตน้
รูปท่ี 5.15 รถโดยสารขนาดเลก็
ที่มา: http://www.gwynedd.gov.uk
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 204 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
3. รถโดยสารความจสุ ูง (High-capacity buses)
เป็ นรูปแบบของบริการรถโดยสารท่ีนิยมใช้กนั มานานแลว้ ในประเทศแถบยุโรป และ
ประเทศสหรัฐอเมริกา รถโดยสารความจุสูงน้ีมีค่าใชจ้ ่ายเริ่มตน้ ของการดาํ เนินการที่สูงกวา่ ของรถ
โดยสารรูปแบบอ่ืน แต่ในขณะเดียวกนั ก็เป็ นรูปแบบท่ีก่อให้เกิดความประหยดั และความคุม้ ค่าใน
การลงทุนสูงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางที่มีความหนาแน่นของผูใ้ ช้บริการสูง
เนื่องจากสามารถลดค่าใชจ้ ่ายเกี่ยวกบั ค่าจา้ งพนกั งานประจาํ รถลงไดค้ ่อนขา้ งมากเม่ือเทียบกบั รถ
โดยสารรูปแบบอ่ืน รถโดยสารความจุสูงโดยทว่ั ไปแลว้ สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 รูปแบบ คือ รถ
โดยสารแบบสองช้นั (Double Decker Buses) เป็นรูปแบบท่ีไดร้ ับความนิยมในประเทศองั กฤษ แต่
ไดร้ ับความนิยมนอ้ ยในประเทศสหรัฐอเมริกา รถโดยสารแบบสองช้นั มีขอ้ เสียเปรียบที่สาํ คญั และ
เห็นไดช้ ดั คือ ความล่าชา้ ท่ีเกิดข้ึนขณะให้บริการอนั เนื่องมาจากการข้ึนลงรถของผูโ้ ดนสาร ท้งั น้ี
เป็ นผลมาจากรูปแบบทางกายภาพของตวั รถเป็ นสําคญั ที่เป็ นสาเหตุทาํ ให้ผูโ้ ดยสารไม่สามารถ
เคล่ือนตวั ไปอยา่ งสะดวกขณะอยภู่ ายในรถ รวมถึงการเดินไปยงั พ้ืนท่ีช้นั บนของรถที่เป็ นไปอยา่ ง
ล่าชา้
รูปที่ 5.16 รถโดยสารแบบสองช้นั (Double Decker Buses)
ที่มา: http://www.tate.org.uk
รถโดยสารความจุสูงอีกรูปแบบหน่ึงไดแ้ ก่ รถโดยสารแบบต่อพว่ ง (Articulated or bending
buses) ซ่ึงรูปแบบดงั กล่าวน้ีเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา รถโดยสารรูปแบบน้ีมีความยาว 50 – 60
ฟุต (15- 18 เมตร) และมีจาํ นวนท่ีนง่ั ผโู้ ดยสาร 60 – 72 ที่นง่ั มีประตูข้ึน-ลงสาํ หรับผโู้ ดยสารอยา่ ง
นอ้ ย 2 ประตู ประตูเหล่าน้ีไดถ้ ูกออกแบบใหม้ ีความกวา้ งเป็ นพิเศษ ดว้ ยเหตุน้ีจึงทาํ ให้การข้ึนลง
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 205 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ของผโู้ ดยสารเป็ นไปดว้ ยความสะดวกและรวดเร็วกวา่ รถสองช้นั ดว้ ยขนาดของตวั รถที่ใหญ่และมี
การต่อพว่ ง จึงทาํ ใหร้ ถโดยสารแบบต่อพว่ งครอบครองพ้ืนผวิ ถนนมากกวา่ รถโดยสารแบบสองช้นั
เมื่อเทียบกบั การใหบ้ ริการแก่ผโู้ ดยสารในอตั ราส่วนท่ีเท่ากนั
รูปที่ 5.17 รถโดยสารแบบตอ่ พว่ ง (Articulated buses)
ท่ีมา: http://www.transitmuseumeducation.org
4. รถโดยสารรูปแบบพเิ ศษ (Specialized categories)
นอกเหนือจากการจาํ แนกรถโดยสารออกเป็ นประเภทต่างๆตามขนาดของตวั รถแลว้
ลกั ษณะพิเศษที่มีอยใู่ นรถโดยสารบางประเภทกน็ ่าจะนาํ มาพิจารณาในที่น้ีดว้ ยเช่นกนั
รูปที่ 5.18 Trolleybuses
ที่มา: http://www.metrokc.gov
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 206 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
• Trolleybuses
รถโดยสารลกั ษณะน้ี ปัจจุบนั ไดร้ ับการออกแบบและผลิตใหม้ ีความทนั สมยั มากข้ึน ส่วน
ใหญ่จะถกู ผลิตออกมาเป็นรถขนาดมาตรฐาน และรถแบบต่อพว่ ง
รูปที่ 5.19 Dual-powered buses ใหบ้ ริการในเมือง King County
ที่มา: http://www.metrokc.gov
• Dual-powered Buses
คือ รถโดยสารท่ีถูกออกแบบมาให้สามารถขบั เคลื่อนดว้ ยเคร่ืองยนต์ 2 แบบ ไดแ้ ก่
เครื่องยนตด์ ีเซลในช่วงท่ีเดินทางบนเส้นทางหลกั หรือเส้นทางปกติ และขบั เคล่ือนดว้ ยพลงั งาน
ไฟฟ้ าในช่วงท่ีเดินทางผา่ นอุโมงค์
• Trolley replicas
คือ รถโดยสารท่ีถกู ออกแบบใหม้ ีลกั ษณะต่างๆ คลา้ ยคลึงกบั รถ Trolleys หรือรถ Tram ใน
อดีต มกั พบให้บริการในพ้ืนที่แหล่งท่องเท่ียว พ้ืนท่ีศูนยก์ ลางธุรกิจและชุมชน และพ้ืนท่ีแหล่ง
จบั จ่ายสินคา้ รถรูปแบบน้ีมีลอ้ ที่ทาํ จากยางและไม่ตอ้ งใชเ้ สาส่งกระแสไฟในการขบั เคล่ือน
5.3.3. การขนส่งด้วยรถรับจ้าง (Paratransit)
การขนส่งดว้ ยรถรับจา้ งมาจากคาํ ว่า Paratransit ซ่ึงเป็ นคาํ ที่ใชเ้ รียกรูปแบบการขนส่งใน
ลกั ษณะดงั กล่าวมาต้งั แต่ทศวรรษที่ 1970 การขนส่งดว้ ยรถรับจา้ งเป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีมี
คุณสมบตั ิร่วมกนั ระหว่างการให้บริการในลกั ษณะท่ีเป็ นระบบขนส่งสาธารณะและความเป็ น
ส่วนตวั ของรถยนตส์ ่วนบุคคลก็คือ เป็ นระบบขนส่งท่ีให้บริการเพื่อตอบสนองความตอ้ งการใน
ลกั ษณะที่จาํ เพาะเจาะจงกบั ความตอ้ งการของแตล่ ะบุคคลโดยไม่ถูกกาํ หนดวา่ ตอ้ งใหบ้ ริการประจาํ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 207 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ในเสน้ ทางใดหรือตามตารางเวลาที่แน่นอน เหมือนกบั ระบบขนส่งสาธารณะทว่ั ไป การขนส่งดว้ ย
รถรับจา้ งมีหลายรูปแบบดงั จะไดน้ าํ เสนอตามลาํ ดบั ต่อไปน้ี
5.3.3.1. Dial-a-Ride
1. ความหมายและรูปแบบการให้บริการ
มีหลายคาํ ที่มีความหมายคลา้ ยคลึงกบั Dial-a-ride คาํ เหล่าน้นั ไดแ้ ก่ Demand-responsive
transit และ Demand actuated transit ท้งั หมดน้ีใชเ้ รียกบริการขนส่งสาธารณะที่มีลกั ษณะการ
ให้บริการท่ียืดหยุ่นมากกว่าบริการของระบบขนส่งสาธารณะแบบปกติ การให้บริการสามารถ
ตอบสนองความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ ริการไดใ้ น 2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่
• เส้นทางให้บริการ Dial-a-ride สามารถใหบ้ ริการส่งผโู้ ดยสารไปยงั จุดหมายปลายทาง
ในลกั ษณะของการส่งถึงท่ี (Door-to-door services)
• กาํ หนดการเดินทาง Dial-a-ride เป็ นรูปแบบการที่ผใู้ ชบ้ ริการสามารถกาํ หนดเวลาใน
การเดินทางไดเ้ อง
ระบบการใหบ้ ริการแบบ Dial-a-ride น้นั มกั จะถูกกาํ หนดขอบเขตของการดาํ เนินงานโดย
ใชพ้ ้ืนที่ให้บริการมากกวา่ ท่ีจะกาํ หนดโดยใชเ้ ส้นทางการให้บริการ ดงั น้นั จึงมีการรับส่งผโู้ ดยสาร
เฉพาะภายในเขตพ้ืนที่ใหบ้ ริการที่ถูกกาํ หนดไวแ้ ลว้ เท่าน้นั จะไม่มีการใหบ้ ริการขา้ มเขตพ้ืนท่ีที่ได้
กาํ หนดไว้ ลกั ษณะการใหบ้ ริการแบง่ ออกเป็น 3 รูปแบบ ไดแ้ ก่
• Many-to-one
รถที่ให้บริการจะรับผโู้ ดยสารจากสถานที่ตน้ ทางหลายแห่ง แต่จะส่งผโู้ ดยสารเหล่าน้นั ยงั
สถานที่แห่งเดียวกนั ท้งั หมด เช่น สถานท่ีซ่ึงเป็ นที่ต้งั ของสาํ นกั งานสาํ คญั ๆ เป็ นตน้ การใหบ้ ริการ
รูปแบบน้ีจะดาํ เนินการควบคูก่ บั บริการแบบ One-to-many
• Many-to-few
รถที่ให้บริการจะรับผโู้ ดยสารจากสถานท่ีตน้ ทางหลายแห่งเพ่ือนาํ ไปส่งยงั สถานที่สาํ คญั
2 - 3 แห่ง อาทิ ศูนยก์ ลางชุมชน หา้ งสรรพสินคา้ โรงพยาบาล เป็นตน้ การใหบ้ ริการลกั ษณะน้ี จะ
ดาํ เนินการควบคู่กบั การใหบ้ ริการในลกั ษณะ Few-to-many
• Many-to-many
คลา้ ยคลึงกบั บริการ 2 ลกั ษณะขา้ งตน้ แต่จุดตน้ ทางและจุดปลายทางจะเป็ นที่ใดก็ไดท้ ี่ต้งั
อยใู่ นพ้ืนท่ีใหบ้ ริการ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 208 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
Dial-a-ride เป็นบริการที่เหมาะสาํ หรับพ้ืนที่ซ่ึงมีบริการขนส่งสาธารณะแบบปกตินอ้ ยมาก
พ้นื ท่ีเหล่าน้นั อาจเป็นพ้นื ที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรต่าํ เช่น บริเวณชานเมือง เมืองขนาดเลก็
ท่ีไม่มีบริการรถโดยสารประจาํ ทาง และพ้ืนที่ในเขตชนบท เป็ นตน้ ซ่ึงโดยทวั่ ไป พ้ืนที่ลกั ษณะน้ี
มกั มีจาํ นวนการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคลสูง แต่กม็ ีผเู้ ดินทางบางกลุ่มที่ยงั ตอ้ งการใชบ้ ริการระบบขนส่ง
สาธารณะอยดู่ ว้ ยเช่นกนั เน่ืองจากไม่มีรถยนตเ์ ป็นของตวั เอง
2. ยานพาหนะ
ส่วนมากแลว้ บริการ Dial-a-ride ไม่นิยมใชร้ ถโดยสารแบบมาตรฐานสาํ หรับใหบ้ ริการ แต่
นิยมใชพ้ าหนะที่มีขนาดเลก็ โดยทวั่ ไปมี 4 รูปแบบดว้ ยกนั ไดแ้ ก่
• รถตมู้ าตรฐาน (Standard van)
มีความจุ 5 - 15 ที่นงั่ มีอายกุ ารใชง้ านส้นั (ประมาณ 3 – 5 ปี ) และมีหลงั คาต่าํ ทาํ ใหก้ าร
เดินเขา้ -ออกเป็นไปดว้ ยความล่าชา้
• รถตูท้ ่ีไดร้ ับการต่อเติม (Modified van)
เป็ นรถตูท้ ี่มีหลงั คาสูงกว่าพาหนะแบบแรก และบางคร้ังอาจมีระดบั พ้ืนภายในตวั รถที่ต่าํ
กวา่ และมีลาํ ตวั รถที่กวา้ งกวา่ แบบมาตรฐาน รถลกั ษณะน้ี โดยทวั่ ไปมีความจุ 9 - 16 ที่นงั่ มีความ
ทนทานสูงกวา่ รถตูแ้ บบมาตรฐาน อายกุ ารใชง้ านประมาณ 5 - 7 ปี
• รถโดยสารขนาดเลก็ (Small bus)
เป็นพาหนะท่ีมีช่วงล่างและระบบขบั เคลื่อนท่ีมีการออกแบบใหม้ ีลกั ษณะคลา้ ยรถโดยสาร
แบบมาตรฐาน มกั ใชเ้ ครื่องยนตด์ ีเซลแต่จะมีขนาดที่เล็กกว่ารถโดยสารแบบมาตรฐาน พาหนะ
ประเภทน้ีมีความจุ 18 - 35 ท่ีนง่ั มีความทนทานสูงมาก อายกุ ารใชง้ านโดยเฉล่ีย 10 - 15 ปี และมี
พ้นื ที่ภายในมากกวา่ พาหนะแบบอ่ืนท่ีกล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้
5.3.3.2. แทก็ ซ่ี (Taxi)
แท็กซี่เป็ นบริการขนส่งสาธารณะรูปแบบหน่ีงที่มีผูน้ ิยมใช้บริการอย่างกวา้ งขวาง เป็ น
รูปแบบการขนส่งที่ใหบ้ ริการอยใู่ นเขตเมืองเป็ นส่วนใหญ่ ในประเทศสหรัฐอเมริกาไดม้ ีการศึกษา
ลกั ษณะการใหบ้ ริการของแทก็ ซี่ ไดผ้ ลสรุปสาํ คญั ดงั ต่อไปน้ี
• รถแทก็ ซี่เป็นระบบขนส่งสาธารณะท่ีมีผใู้ ชบ้ ริการคิดเป็น 1ใน 3 ของผใู้ ชบ้ ริการขนส่ง
สาธารณะแบบปกติ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 209 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
• รายไดโ้ ดยรวมของผปู้ ระกอบรถแท็กซี่ พบว่ามีมูลค่าเป็ น 2 เท่า ของผปู้ ระกอบการ
ขนส่งสาธารณะแบบปกติ ซ่ึงเป็ นสิ่งที่บ่งบอกถึงลกั ษณะที่สาํ คญั ประการหน่ึงของบริการรถแทก็ ซี่
นนั่ คือ เป็นบริการท่ีมีราคาคา่ โดยสารคอ่ นขา้ งแพง
• ใชร้ ะยะทางในการว่ิงให้บริการคิดเป็ น 2 เท่า ของระบบขนส่งสาธารณะแบบปกติ
เป็นสิ่งน้ีบ่งบอกวา่ บริการแทก็ ซ่ีมีประสิทธิผลในการใหบ้ ริการต่าํ
• ใชบ้ ุคลาการเพื่อทาํ หนา้ ท่ีต่างๆ ในระบบการใหบ้ ริการมากกวา่ ระบบขนส่งสาธารณะ
แบบปกติ สิ่งน้ีบ่งบอกวา่ การใหบ้ ริการรถแทก็ ซ่ีน้นั มีความสิ้นเปลืองแรงงานสูง
รถแท็กซ่ีเกือบท้งั หมดเป็ นบริการท่ีผ่านการดาํ เนินงานของบริษทั เอกชนท่ีไม่ข้ึนตรงกบั
การควบคุมของภาครัฐโดยตรง บางบริษทั อาจจะตอ้ งจดทะเบียนและมีการทาํ สัญญาเพ่ือขอเป็ น
ผปู้ ระกอบการกบั หน่วยงานขนส่งในทอ้ งถ่ิน โดยตอ้ งลงทุนเกี่ยวกบั อุปกรณ์และเคร่ืองมือต่างๆ
ดว้ ยตนเอง
1. รูปแบบการให้บริการ
จากการพิจารณารูปแบบการใหบ้ ริการของรถแทก็ ซี่ที่ให้บริการในหลายประเทศ สามารถ
จาํ แนกรูปแบบการใหบ้ ริการไดเ้ ป็น 3 ประเภทดว้ ยกนั คือ
• การเรียกใชบ้ ริการผา่ นทางโทรศพั ท์
เป็ นวิธีพ้ืนฐานที่นิยมใชม้ ากที่สุดในหลายประเทศ วิทยสุ ื่อสารจะถูกติดต้งั ไวใ้ นรถแทก็ ซ่ี
พนกั งานขบั รถจะไดร้ ับขอ้ มูลตาํ แหน่งหรือเส้นทางที่ผโู้ ดยสารเรียกใชบ้ ริการผา่ นทางศูนยข์ อ้ มูล
ซ่ึงจะมีเจ้าหน้าท่ีประจาํ การอยู่เพ่ือรับโทรศพั ท์จากผูโ้ ดยสารท่ีเรียกใช้บริการจากสถานีต่างๆ
รูปแบบดงั กล่าวน้ีเป็ นท่ีนิยมใชก้ นั มากในพ้ืนที่เขตเมืองหรือเมืองท่ีมีขนาดเลก็ ในเมืองใหญ่วิธีการ
ดงั กล่าวอาจเป็นสาเหตุที่ทาํ ใหไ้ ม่สามารถจดั บริการใหก้ บั ผโู้ ดยสารไดอ้ ยา่ งทวั่ ถึง
• การใชบ้ ริการโดยโบกเรียกจากขา้ งทาง
เป็ นวิธีท่ีนิยมใช้กนั มากในเมืองใหญ่ อย่างไรก็ดีวิธีดังกล่าวทาํ ให้รถแท็กซี่จาํ เป็ นตอ้ ง
ตระเวนไปตามทอ้ งถนนเพื่อหาผโู้ ดยสารที่จะเรียกใชบ้ ริการ ซ่ึงเป็ นสาเหตุหน่ึงท่ีทาํ ให้มีปริมาณ
การจราจรบนทอ้ งถนนเพม่ิ มากข้ึนและก่อใหเ้ กิดมลพิษทางอากาศเป็นผลตามมา
• การกาํ หนดจุดจอดรถแทก็ ซี่ (Taxi stand) สาํ หรับจอดรอใหบ้ ริการ
เป็ นวิธีที่นิยมใชก้ นั อยา่ งแพร่หลายในหลายประเทศเช่นเดียวกนั โดยมีวตั ถุประสงคห์ ลกั
เพ่ือท่ีจะลดจาํ นวนรถยนตท์ ี่สัญจรไปมาบนทอ้ งถนน สถานท่ีท่ีนิยมกาํ หนดใชเ้ ป็ นจุดสาํ หรับรอ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 210 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ให้บริการ ได้แก่ โรงแรม โรงภาพยนต์ ห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่ง และบริเวณโดยรอบ
สนามบิน เป็ นตน้ บริการรูปแบบน้ีมกั ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผใู้ ชบ้ ริการ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง
ผูใ้ ช้บริการที่เดินทางมาจากพ้ืนท่ีภายนอกเมือง เนื่องจากผูโ้ ดยสารเหล่าน้ีมกั ไม่ทราบว่าควรจะ
เรียกใช้บริการได้จากท่ีใด และในบางกรณี ผูข้ บั รถแท็กซี่บางรายอาจไม่จอดรอให้บริการใน
สถานที่ที่ถูกกาํ หนดไว้ ในกรณีน้ีอาจทาํ ใหม้ ีความสบั สนเกิดข้ึนในกลุ่มผใู้ ชบ้ ริการได้
2. การคาํ นวณค่าบริการ
วิธีคาํ นวณคา่ บริการแบ่งออกไดเ้ ป็น 3 วิธี คือ
• การคาํ นวณคา่ โดยสารโดยใชม้ าตรวดั (Taxi meter)
เป็ นวิธีท่ีนิยมใชก้ นั ทว่ั ไป ราคาค่าโดยสารเร่ิมตน้ จะถูกกาํ หนดเป็ นค่าคงที่ค่าหน่ึง เมื่อรถ
ออกวิ่งราคาค่าโดยสารจะเพิ่มข้ึนตามระยะทางที่รถวิ่งไปตามอตั ราที่กาํ หนดไว้ ในเมืองใหญ่ที่มี
สภาพการจราจรแออดั อตั ราคา่ โดยสารจะถูกกาํ หนดใหเ้ พ่ิมข้ึนในอตั ราที่สูงกวา่ ปกติเมื่อมีการหยดุ
เกิดข้ึนอนั เนื่องมาจากการจราจรติดขดั
• การคาํ นวนคา่ โดยสารดว้ ยวิธีการแบง่ ตามเขตพ้นื ที่
ราคาค่าโดยสารจะเพ่ิมข้ึนเมื่อเดินทางขา้ มเขตไปนอกพ้ืนท่ีใหบ้ ริการ ภายในรถแทก็ ซี่จะมี
แผนที่แสดงพ้ืนที่ให้บริการท่ีถูกแบ่งออกเป็ นเขตต่างๆ ช่วยให้ผูโ้ ดยสารทราบราคาค่าโดยสารที่
ตอ้ งชาํ ระไดอ้ ยา่ งชดั เจน วิธีดงั กล่าวมีขอ้ ดี คือ ทาํ ใหพ้ นกั งานขบั รถไม่สามารถที่จะโกงค่าบริการ
ผโู้ ดยสารดว้ ยการแกลง้ ว่ิงออ้ มเป็ นระยะทางไกลๆ เพื่อให้ผ่านเขตพ้ืนท่ีหลายๆ เขตซ่ึงมีผลทาํ ให้
ราคาคา่ โดยสารสูงข้ึนโดยไม่จาํ เป็น
• การใชอ้ ตั ราคา่ บริการแบบคงท่ี
วิธีน้ีราคาคา่ โดยสารจะไมเ่ ปลี่ยนแปลงไปตามระยะทางท่ีใหบ้ ริการ เป็นวิธีท่ีมกั นิยมใชใ้ น
เมืองขนาดเล็กท่ีมีระยะการเดินทางส้ัน และเป็ นวิธีท่ีมกั นาํ ไปใชค้ ิดค่าบริการสําหรับผโู้ ดยสารท่ี
เดินทางจากบริเวณสนามบินเขา้ สู่บริเวณกลางเมือง
5.3.3.3. Jitney
เป็ นรูปแบบการขนส่งที่มีลกั ษณะการให้บริการท่ีผสมผสานกนั ระหวา่ งรถแท็กซ่ีและรถ
โดยสารประจาํ ทาง พาหนะท่ีใชส้ ําหรับให้บริการมีท้งั รถยนตส์ ่วนบุคคล รถตู้ หรือรถโดยสาร
ขนาดเลก็ Jitney จะให้บริการในเส้นทางท่ีถูกกาํ หนดไวล้ ่วงหนา้ เหมือนบริการรถโดยสารประจาํ
ทาง โดยทว่ั ไปจะให้บริการบนถนนสายหลกั และมีจุดรับ-ส่งผโู้ ดยสารท่ีถูกกาํ หนดไวแ้ ลว้ และ
เป็ นบริการที่ผูโ้ ดยสารตอ้ งใช้บริการยานพาหนะร่วมกนั อย่างไรก็ดี Jitney ก็มีลกั ษณะการ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 211 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ใหบ้ ริการที่คลา้ ยแทก็ ซ่ี คือจะไม่มีตารางเดินรถท่ีควบคุมการใหบ้ ริการ ราคาค่าโดยสารของ Jitney
มีอตั ราที่ค่อนขา้ งต่าํ ละมกั ถูกกาํ หนดใหเ้ ป็นอตั ราคงที่ตลอดเสน้ ทาง ในบางพื้นที่ Jitney อาจ
ให้บริการออกนอกเส้นทางไดบ้ า้ งเล็กนอ้ ยเพื่อส่งผโู้ ดยสารให้ถึงจุดหมายตามท่ีผโู้ ดยสารรายน้ัน
ตอ้ งการ ซ่ึงในกรณีน้ี ผโู้ ดยสารอาจจะตอ้ งชาํ ระคา่ บริการเพ่มิ จากปกติใหก้ บั บริการเสริมดงั กล่าว
รูปที่ 5.20 Jitney ใหบ้ ริการในเมือง Chennai ประเทศอินเดีย
5.3.3.4. Ride sharing
Ride sharing เป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ใหบ้ ริการแก่ผโู้ ดยสารจาํ นวนหน่ึงที่รวมกลุ่มกนั
ข้ึนเพ่ือใชพ้ าหนะคนั เดียวกนั ในการเดินทางไปประกอบกิจกรรมท่ีตอ้ งการ เป็นรูปแบบการเดินทาง
ที่มีส่วนสาํ คญั ในการช่วยลดยวดยานบนทอ้ งถนน โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในบริเวณพ้ืนท่ีเขตเมืองซ่ึงมี
สภาพการจราจรหนาแน่นและมีมลภาวะทางอากาศสูง Ride sharing เป็ นรูปแบบการขนส่งที่
รูปแบบแตกต่างกนั หลายรูปแบบข้ึนอยกู่ บั ประเภทของยานพาหนะที่ใช้ โดยทวั่ ไปแบ่งออกไดเ้ ป็น
3 รูปแบบ ไดแ้ ก่
1. Carpooling
เป็ นรูปแบบพ้ืนฐานของ Ride sharing ท่ีให้บริการแก่ผโู้ ดยสาร ดว้ ยแนวคิดพ้ืนฐานท่ี
ตอ้ งการลดจาํ นวนยวดยานบนทอ้ งถนน และเพื่อเพิ่มค่าเฉลี่ยของจาํ นวนคนต่อยวดยานในการ
เดินทางใหม้ ีคา่ สูงข้ึน
2. Vanpooling
ต่างจาก Carpooling ตรงท่ี Vanpooling จะใชพ้ าหนะท่ีใหญ่กวา่ สาํ หรับใหบ้ ริการทาํ ให้
สามารถบรรทุกผโู้ ดยสารไดม้ ากกว่า ในกรณีท่ีผโู้ ดยสารมีที่ต้งั ของท่ีพกั อาศยั กระจดั กระจายเป็ น
บริเวณกวา้ ง ผใู้ ห้บริการอาจตอ้ งใชเ้ วลามากในการรับผูโ้ ดยสารจากที่พกั ให้ครบทุกคน ปัญหาน้ี
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 212 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
อาจแกไ้ ขไดด้ ว้ ยการกาํ หนดจุดรับ-ส่งในตาํ แหน่งที่เหมาะสมซ่ึงผโู้ ดยสารทุกคนเห็นพอ้ งตอ้ งกนั
อีกปัญหาหน่ึงที่เกิดจากการรับผโู้ ดยสารจากที่พกั จนครบทุกคน ไดแ้ ก่ ความล่าชา้ ในการเดินทาง
เพื่อแกไ้ ขขอ้ เสียดงั กล่าว บริการที่จดั ข้ึนควรเป็นการขนส่งระยะไกล และมีความเร็วในการเดินทาง
สูง ระบบขนส่งน้ีจึงมีประโยชน์สูงสุดสาํ หรับผูโ้ ดยการที่มีท่ีพกั อาศยั ห่างไกลจากสถานท่ีทาํ งาน
มากๆ โดยทว่ั ไประยะทางแต่ละเที่ยวสาํ หรับบริการที่เหมาะสมของ Vanpooling มีค่าอยา่ งนอ้ ย 50
ไมล์ โดยมากแลว้ Vanpooling เป็นระบบขนส่งที่ใหบ้ ริการในเขตเมืองใหญ่ที่การเดินทางเป็นระยะ
ทางไกลเป็ นเร่ืองปกติของผูค้ นในเมืองน้ัน ส่ิงที่แตกต่างจาก Carpooling อีกประการหน่ึงก็คือ
Vanpooling มีการดาํ เนินการที่ประกอบไปดว้ ยผูว้ ่าจา้ งและพนักงานขบั รถท่ีมีสถานะเป็ นลูกจา้ ง
ขณะท่ี Carpooling น้นั เจา้ ของรถจะเป็นผใู้ หบ้ ริการดว้ ยตวั เอง
3. Subscription buses
เป็ นรูปแบบการขนส่งที่ผใู้ ชบ้ ริการจะตอ้ งชาํ ระเงินค่าโดยสารล่วงหนา้ เป็ นรายเดือน เป็ น
บริการที่มีการรับประกนั ท่ีนงั่ ผโู้ ดยสารจะมีที่นงั่ เพียงพอเสมอเมื่อใชบ้ ริการ บางแห่งอาจมีบริการ
เสริมที่ไม่อาจพบได้จากบริการรถโดยสารประจาํ ทางทวั่ ไป เช่น การให้บริการของว่าง และ
หนงั สือพิมพ์ เป็นตน้ โดยทวั่ ไปแลว้ รถโดยสารแตล่ ะคนั จะใหบ้ ริการเพียงวนั ละ 1 รอบ โดยจะจอด
พกั ตลอดท้งั วนั บริเวณศูนยก์ ลางเมืองเพื่อรอใหบ้ ริการในเที่ยวกลบั เนื่องจากเป็นบริการท่ีมีรูปแบบ
การเดินทางท่ีซ้าํ ไปมาแตล่ ะวนั ผใู้ หบ้ ริการจึงสามารถกาํ หนดเสน้ ทางในการเดินทางที่ดีที่สุดได้
การใหบ้ ริการรถโดยสารในลกั ษณะดงั กล่าว มกั ดาํ เนินกิจการโดยผวู้ า่ จา้ ง บริษทั เอกชนที่ใหบ้ ริการ
รถโดยสาร หน่วยงานขนส่งในพ้ืนที่ และกลุ่มผโู้ ดยสารท่ีเดินทางร่วมกนั เป็นตน้
สําหรับหัวข้อต่อไปจะกล่าวถึงภาพรวมของการออกแบบและวางแผนระบบขนส่ง
สาธารณะทุกรูปแบบ ยกเวน้ ระบบขนส่งสาธารณะประเภท Paratransit ท่ีมีลกั ษณะการใหบ้ ริการท่ี
ยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาและเส้นทางให้บริการ และเป็ นบริการที่ข้ึนอยู่กับความตอ้ งการของ
ผโู้ ดยสารโดยตรง จึงไม่จาํ เป็ นตอ้ งมีการออกแบบและวางแผนการให้บริการเหมือนระบบขนส่ง
สาธารณะประเภทที่มีเส้นทางและเวลาการให้บริการท่ีแน่นอน อาทิ รถโดยสารประจาํ ทาง หรือ
รถรางประเภทตา่ งๆ เป็นตน้
5.4. การออกแบบและวางแผนระบบขนส่งสาธารณะ
ในทางปฏิบตั ิ การออกแบบและวางแผนระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในเขต
เมือง จาํ เป็ นตอ้ งดาํ เนินการอยา่ งเป็ นระบบและเป็ นข้นั ตอน โดยจะตอ้ งพิจารณาถึงแนวทางเลือก
อยา่ งครอบคลุมและคาํ นึงถึงปัจจยั และผลกระทบในทุกดา้ นอยา่ งละเอียด โดยทว่ั ไป การออกแบบ
และวางแผนระบบขนส่งสาธารณะ มีข้นั ตอนดงั ต่อไปน้ี
• วเิ คราะห์ปัญหาและโอกาสในการใหบ้ ริการ
• กาํ หนดทางเลือกการพฒั นาและปรับปรุงบริการ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 213 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
• วเิ คราะห์ผลที่ตามมาของแตล่ ะทางเลือก
• ตดั สินใจและนาํ แผนไปสู่การปฏิบตั ิ
อน่ึง เน้ือหาบางส่วนของหัวขอ้ น้ี ไดอ้ า้ งอิงมาจากเอกสารประกอบการอบรมที่จดั ทาํ ข้ึน
โดยศูนย์การศึกษาต่อเนื่องแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะ
วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั เพ่ือใชใ้ นการอบรมเจา้ หนา้ ท่ีสาํ นกั งานคณะกรรมการ
จดั ระบบการจราจรทางบก หรือ สจร. (ช่ือที่ใชใ้ นขณะน้นั ) ในปี พ.ศ. 2542
1. การวเิ คราะห์ปัญหาและโอกาสในการให้บริการ
การวิเคราะห์ปัญหาและโอกาสเป็ นการรวบรวมและทบทวนขอ้ มูลดา้ นต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
กบั การให้บริการขนส่งสาธารณะ ตลอดจนขอ้ มูลเก่ียวกบั สถานการณ์ที่คาดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคต
และส่งผลกระทบโดยตรงตอ่ การใหบ้ ริการ แลว้ นาํ ขอ้ มูลที่ไดม้ าทาํ การวิเคราะห์ปัญหาท่ีเกิดข้ึนกบั
บริการท่ีเป็ นอยู่ในปัจจุบนั และโอกาสที่จะนําเสนอบริการรูปแบบใหม่ ที่อาจช่วยดึงดูดให้ผู้
เดินทาง หนั มาใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะมากข้ึน ในข้นั ตอนน้ี จะตอ้ งกาํ หนดทิศทางการดาํ เนินงาน
ข้ึนมาเพื่อใหส้ ามารถมองภาพรวมของการวางแผนไดอ้ ยา่ งชดั เจนและเป็นรูปธรรม ท้งั น้ี ผวู้ างแผน
สามารถกาํ หนดทิศทางการดาํ เนินงานไดด้ ว้ ยการกาํ หนดเป้ าหมายการดาํ เนินงาน วตั ถุประสงค์
และตวั ช้ีวดั โดย เป้ าหมายการดาํ เนินงาน (Goals) ไดแ้ ก่ ขอ้ ความที่ระบุถึงบทบาท หนา้ ท่ี และ
ลกั ษณะที่ตอ้ งการให้เกิดข้ึนของระบบขนส่งสาธารณะ ท้งั ในเรื่องของการให้บริการ และความ
มุ่งหวงั ที่มีต่อการพฒั นาสังคมโดยรวม วัตถปุ ระสงค์ (Objectives) ไดแ้ ก่ การกาํ หนดแนวทางและ
วิธีการท่ีตอ้ งการใหบ้ รรลุผลเพื่อนาํ ไปสู่เป้ าหมายที่กาํ หนดไว้ และ ตัวชี้วัด (Indicators) คือ ตวั แปร
ที่กําหนดข้ึนเพื่อใช้ประเมินระดับการบรรลุถึงเป้ าหมายที่กําหนดไว้อย่างเป็ นรู ปธรรม
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเป้ าหมาย วตั ถุประสงค์ และตวั ช้ีวดั สามารถแสดงไดใ้ นรูปท่ี 5.21
โดยทวั่ ไป ขอ้ มลู ที่ใชเ้ พอื่ กาํ หนดเป้ าหมาย วตั ถุประสงค์ และตวั ช้ีวดั ไดม้ าจากแหลง่ ขอ้ มลู
ต่อไปน้ี
• ขอ้ มลู ท่ีไดร้ ับจากขอ้ ร้องเรียนของประชาชนผใู้ ชบ้ ริการเกี่ยวกบั ปัญหาที่เกิดข้ึน
• ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสาํ รวจความคิดเห็นของผใู้ ชบ้ ริการ เพ่ือประเมินประสิทธิภาพและ
คุณภาพของบริการในมุมมองของผใู้ ชบ้ ริการ
• ขอ้ มลู จากการสาํ รวจลกั ษณะและปริมาณผใู้ ชบ้ ริการในภาคสนาม
• ขอ้ มูลจากระบบสารสนเทศ (Management Information System) ภายในหน่วยงาน เช่น
ขอ้ มูลรายไดแ้ ละตน้ ทุน เป็นตน้
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 214 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
เป้ าหมาย
วตั ถุประสงค์ 1 วตั ถุประสงค์ 2 วตั ถุประสงค์ 3
ตวั ช้ีวดั A ตวั ช้ีวดั B ตวั ช้ีวดั C ตวั ช้ีวดั D ตวั ช้ีวดั E ตวั ช้ีวดั F ตวั ช้ีวดั G
รูปที่ 5.21 ลาํ ดบั ข้นั ของการกาํ หนดเป้ าหมาย วตั ถุประสงค์ และตวั ช้ีวดั
2. การกาํ หนดทางเลอื กการพฒั นาและปรับปรุงบริการ
เมื่อทราบปัญหาของการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่มีอยู่ หรือโอกาสที่จะพฒั นา
บริการรูปแบบใหม่แลว้ ข้นั ตอนต่อไปคือการกาํ หนดทางเลือกในการแกไ้ ขปัญหาท่ีเกิดข้ึน หรือ
ทางเลือกในการพฒั นาบริการรูปแบบใหม่ ท้งั น้ี ทางเลือกหน่ึงที่เกิดจากการกาํ หนดทางเลือกเพื่อ
ปรับปรุงการใหบ้ ริการ น้นั อาจใชแ้ กไ้ ขปัญหาหรือช่วยใหบ้ รรลุเป้ าหมายหลายดา้ นไดพ้ ร้อมกนั
3. การวเิ คราะห์ผลทตี่ ามมาของแต่ละทางเลอื ก
วิธีการที่นิยมใช้เพ่ือวิเคราะห์และประเมินผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากแต่ละทางเลือกที่ถูก
กาํ หนดข้ึน ไดแ้ ก่
• การประเมินจากประสบการณ์ของผวู้ เิ คราะห์
เป็ นการวิเคราะห์จากประสบการณ์ของผูว้ ิเคราะห์เอง โดยอาจนําความคิดเห็นของผูท้ ี่
เก่ียวขอ้ ง และการเสนอแนะจากผใู้ ชบ้ ริการมาพิจารณาร่วมดว้ ย เป็นการวิเคราะห์เชิงคุณภาพที่เนน้
การอธิบายมากกว่าการวิเคราะห์เชิงปริมาณ มีขอ้ ดีคือ เป็ นวิธีท่ีสะดวกและรวดเร็ว แต่มีขอ้ เสีย
ตรงท่ีขาดรายละเอียดและความชดั เจนของผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนเน่ืองจากไม่เน้นการวิเคราะห์
ขอ้ มูลเชิงปริมาณนน่ั เอง วิธีน้ีจึงเหมาะสาํ หรับการวิเคราะห์โครงการขนาดเลก็ ที่มีผลกระทบจาก
การเปล่ียนแปลงการให้บริการอยู่ในวงจาํ กดั ในกรณีที่เป็ นโครงการขนาดใหญ่และผลของการ
เปล่ียนแปลงการดาํ เนินงานส่งผลกระทบต่อผูค้ นจาํ นวนมาก ควรใช้วิธีการอ่ืนประกอบการ
พจิ ารณาดว้ ย
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 215 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
• การวเิ คราะห์โดยการสร้างสถานการณ์จาํ ลอง
คือ การจาํ ลองสถานการณ์เพ่ือวิเคราะห์ผลที่ตามมาในเชิงปริมาณของทางเลือกต่างๆ ที่
กาํ หนดไว้ แลว้ เลือกแนวทางท่ีใหผ้ ลลพั ธ์ท่ีเหมาะสมและตรงกบั ความตอ้ งการมากที่สุด วิธีน้ีเรียก
อีกชื่อหน่ึงไดว้ า่ วธิ ี Simulation
• การวิเคราะห์ดว้ ยโปรแกรมคณิตศาสตร์ (Mathematical Programming)
เป็ นการจาํ ลองปัญหาในการวางแผนและออกแบบให้เป็ นปัญหาทางคณิตศาสตร์ท่ีมี
องคป์ ระกอบหลกั 2 ส่วน ส่วนท่ีหน่ึง คือ วตั ถุประสงคใ์ นการวางแผนและออกแบบ เช่น เพื่อให้
เกิดรายไดส้ ูงสุด เพื่อให้เสียค่าใชจ้ ่ายนอ้ ยท่ีสุด เพื่อให้เกิดจาํ นวนของการว่ิงรถเท่ียวเปล่านอ้ ยท่ีสุด
เป็ นตน้ และส่วนท่ีสอง ได้แก่ ขอ้ จาํ กัดของการดาํ เนินงาน อาทิ จาํ นวนยวดยานท่ีให้บริการ
จาํ นวนพนกั งานประจาํ รถ เป็นตน้ เมื่อนาํ เง่ือนไขท้งั หมดท้งั ดา้ นวตั ถุประสงคแ์ ละขอ้ จาํ กดั ของการ
ดาํ เนินงานมาพิจารณาร่วมกนั และกาํ หนดให้อยใู่ นรูปของสมการคณิตศาสตร์แลว้ จากน้นั ทาํ การ
วิเคราะห์โดยมีโจทยค์ ือเงื่อนไขต่างๆ ท่ีตอ้ งการให้เกิดข้ึนตามที่กล่าวมาแลว้ จากผลลพั ธ์ท่ีไดจ้ ะ
ช่วยใหผ้ วู้ ิเคราะห์สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั เง่ือนไขที่ตอ้ งการมากที่สุด
ส่วนมากแลว้ การวิเคราะห์เพ่ือออกแบบและวางแผนระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่
นิยมใชเ้ คร่ืองทุนแรง ท่ีสําคญั ไดแ้ ก่ คอมพิวเตอร์ มาใชใ้ นการจาํ ลองสถานการณ์หรือแกส้ มการ
คณิตศาสตร์ท่ีกาํ หนดตามเง่ือนไขตามท่ีผวู้ ิเคราะห์ตอ้ งการ ซ่ึงทาํ ให้ลดเวลาและค่าใชจ้ ่ายในการ
ทาํ งานลงไปไดม้ าก
4. การตัดสินใจและนําแผนไปสู่การปฏบิ ตั ิ
เมื่อเสร็จสิ้นการวิเคราะห์ของแต่ละทางเลือก จะทาํ ให้ทราบว่าทางเลือกใดให้ผลลพั ธ์ท่ี
เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคก์ ารดาํ เนินงานมากที่สุด ทางเลือกน้นั จะถูกพิจารณานาํ ไป
ปรับปรุงเป็นแผนดาํ เนินงานท่ีเหมาะสมในทางปฏิบตั ิและการประยกุ ตใ์ ชต้ ่อไป
5.4.1. การจัดตารางเดนิ รถ (Scheduling)
1. ช่วงห่างของการให้บริการตามนโยบาย (Policy headway)
ความถี่ของการใหบ้ ริการท่ีถกู กาํ หนดไวใ้ นแต่ละเส้นทางการเดินรถมกั จะอา้ งอิงกบั ค่าช่วง
ห่างขอการใหบ้ ริการตามนโยบาย (Policy headway) หรือถา้ ความถี่ของการใหบ้ ริการที่จาํ เป็นเพ่ือ
รองรับผโู้ ดยสารเป็นจาํ นวนมากหรือแบบผสมผสานกนั โดยปกติแลว้ ค่าช่วงห่างของการใหบ้ ริการ
ตามนโยบายจะถูกกาํ หนดโดยคาํ นึงถึงระดบั การให้บริการต่าํ สุดที่จะจดั ใหบ้ ริการไดเ้ ป็นความถี่
ของการให้บริการท่ีกาํ หนดให้ใชใ้ นช่วงนอกเวลาเร่งด่วน ส่วนมากจะกาํ หนดให้มีค่า 60 30 20
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 216 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
หรือ 15 นาที เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวน้ีมีผูโ้ ดยสารใช้บริการไม่มากนัก ดังน้ันจึงสามารถ
ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายการจดั ใหบ้ ริการลงไดด้ ว้ ยการลดความถ่ีของการใหบ้ ริการลง สาํ หรับในช่วงเวลา
เร่งด่วนและในการเดินรถท่ีมีผูโ้ ดยสารใชบ้ ริการเป็ นจาํ นวนมาก ค่าความถ่ีของการให้บริการท่ี
จาํ เป็นเพอ่ื รองรับผโู้ ดยสารเป็นจาํ นวนมากจะเป็นคา่ ท่ีถูกกาํ หนดใหใ้ ชแ้ ทน
ในการกาํ หนดคา่ ช่วงห่างของเวลาในการปลอ่ ยรถออกจากทา่ น้นั ถา้ มีค่ามากกวา่ 10 นาที
ควรกาํ หนดใหม้ ีค่าเป็ นตวั เลขท่ีสามารถหารเลข 60 ไดล้ งตวั เช่น 60 30 20 15 12 และ 10 นาที
เป็ นตน้ เพ่ือความสะดวกแก่พนกั งานในการให้บริการขอ้ มูล เวลาที่รถอกจาท่าแก่ผโู้ ดยสาร และ
สะดวกต่อการจดจาํ ของพนักงานขบั รถ สําหรับค่าช่วงเวลาของการปล่อยรถท่ีส้ันกว่า 10 นาที
ปัจจยั ดงั กล่าวไม่มีความสาํ คญั หรือจาํ เป็ นมากนกั เนื่องจากผโู้ ดยสารไม่ต่องใชเ้ วลาในการรอมาก
นกั และมกั ทะยอยมาใชบ้ ริการที่ป้ าย มากกวา่ ที่จะอา้ งอิงกบั เวลาท่ีกาํ หนดไวใ้ นตารางเดินรถ
2. เวลาจอดพกั ระหว่างรอให้บริการในเทย่ี วถดั ไป (Layover or Recovery Time)
มีเหตุผลบางประการท่ีจาํ เป็ นตอ้ งกาํ หนดช่วงเวลาจอดพกั ระหว่างรอให้บริการในเที่ยว
ถดั ไปท่ีท่ารถตน้ ทางและปลายทาง หรือท่ีใดท่ีหน่ึงไวใ้ นตารางเวลาการในบริการดงั ต่อไปน้ี
• เพ่อื ใชเ้ ป็นเวลาสาํ หรับพกั ของพนกั งานขบั รถ
• เพื่อรักษาหรือคงไวซ้ ่ึงการให้บริการท่ีกาํ หนดไวใ้ นตารางเวลาการเดินทาง สภาพ
จราจรที่แตกต่างกนั ในแต่ละวนั อนั เนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ มีผลทาํ ใหพ้ ฤติกรรมการ
เดินรถในแต่ละวนั น้นั แตกต่างกนั ไปดว้ ย จากสาเหตุดงั กล่าวจึงทาํ ใหเ้ วลาท่ีใชใ้ นการ
เดินทางจากทา่ รถตน้ ทางไปยงั ท่ารถปลายทางในช่วงเวลาเดียวกนั ของแต่ละวนั มีค่าไม่
เท่ากนั ดว้ ยเหตุน้ีจึงจาํ เป็ นตอ้ งกาํ หนดช่วงเวลาไวค้ ่าหน่ึงระหว่างการให้บริการใน
เท่ียวถดั ไป เพื่อเผื่อไวส้ าํ หรับการเดินทางท่ีชา้ หรือเร็วกว่าท่ีกาํ หนดไวใ้ นตารางการ
ให้บริการเพ่ือให้รถโดยสารออกให้บริการจากท่ารถในเที่ยวถดั ไปไดต้ รงตามเวลาท่ี
กาํ หนดไวใ้ นตารางการใหบ้ ริการ
• เพ่ือรักษาค่าระยะห่างที่เหมาะสมของการให้บริการในแต่ละเที่ยว ในทางปฏิบตั ิการ
ออกรถทุกๆ ช่วงเวลา 30 นาที เป็นการปฏิบตั ิท่ีเหมาะสมกวา่ การออกรถทุกๆ ช่วงเวลา
27 นาที ในกรณีดงั กล่าวพนกั งานขบั รถจะมีเวลาเพิ่มมากข้ึน 3 นาที สาํ หรับจอดพกั
ในแตล่ ะเที่ยวของการเดินทาง
3. ค่าสัดส่วนระหว่างจาํ นวนรถโดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนกบั นอกช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak
to base ratio)
ค่าสัดส่วนดงั กล่าว คือ จาํ นวนยานพาหนะที่ใหบ้ ริการนอกช่วงเวลาเร่งด่วน หรือเวลาช่วง
กลางของแต่ละวนั (Base period) ระบบขนส่งบางแห่งท่ีมีสัดส่วนของผูใ้ ช้บริการในช่วงเวลา
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 217 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ดงั กล่าวนอ้ ยกว่าผใู้ ชบ้ ริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเป็นจาํ นวนมาก กอ็ าจไม่จาํ เป็นตอ้ งจดั ยานพาหนะ
เพ่ิมเพ่ือเสริมการใหบ้ ริการในช่วงเวลาเร่งด่วน ในกรณีน้ีค่าสัดส่วน Peak to base ratio จะมีค่า
เท่ากบั 1
การทาํ ให้บริการลกั ษณะดังกล่าวประสบความสําเร็จได้น้ัน จาํ เป็ นตอ้ งเพิ่มจาํ นวนรถ
โดยสารเพ่ือรองรับจาํ นวนผูโ้ ดยสารที่มีจาํ นวนมากกว่าปกติในช่วงเวลาเร่งด่วน รถโดยสารที่
เพ่ิมข้ึนเหล่าน้ีไม่ทาํ ใหเ้ กิดความคุม้ ค่าในการดาํ เนินงานมากนกั เนื่องจากให้บริการเป็ นชว่ั โมงต่อ
วันไม่มาก ที่สําคัญกว่าน้ันได้แก่ การจัดสรรช่ัวโมงการทํางานของพนักงานขับรถให้เกิด
ประสิทธิภาพและเกิดความคุม้ ค่ามากท่ีสุด ซ่ึงการให้บริการลกั ษณะดงั กล่าวจะก่อให้เกิดความ
ยงุ่ ยากเพิ่มข้ึนในการแจกแจงพนกั งานขบั รถเพื่อทาํ หนา้ ท่ีในแตล่ ะช่วงเวลาของวนั
5.4.2. การวเิ คราะห์ความถขี่ องการให้บริการ
นโยบายการกาํ หนดความถี่ของการให้บริการเป็ นเรื่องที่ซับซ้อนและมีความสําคญั ต่อ
ระดบั การให้บริการระบบขนส่งสาธารณะเป็ นอยา่ งมาก การจดั ความถี่ของการให้บริการหรือการ
ปล่อยรถออกจากท่า จะตอ้ งสัมพนั ธ์กบั พฤติกรรมของผโู้ ดยสารในการเขา้ มารอใชบ้ ริการยงั ป้ าย
หรือสถานี ถา้ จดั ความถ่ีนอ้ ยอาจทาํ ใหผ้ โู้ ดยสารตอ้ งรอที่สถานีนานเกินไปจนทาํ ใหเ้ กิดการแยง่ กนั
ใช้บริการเมื่อรถมาถึงสถานี ด้วยเหตุน้ี นโยบายการปล่อยรถจากท่าจึงควรมีความยืดหยุ่น
พอสมควรและควรมีรถสาํ รองไวส้ าํ หรับใหบ้ ริการเสริมในกรณีท่ีรถขาดช่วงนานจนเกินไป
การจดั ความถ่ีของการให้บริการยงั สัมพนั ธ์กบั ช่วงเวลาของวนั ดว้ ย ความถี่ของการปล่อย
รถในช่วงเร่งด่วนกบั นอกช่วงเวลาเร่งดว่ นจะมีความแตกตา่ งกนั ในช่วงเวลาเร่งด่วน รถที่ใหบ้ ริการ
จะถูกปล่อยออกจากท่ารถดว้ ยความถ่ีท่ีมากกว่านอกช่วงเวลาเร่งด่วน ดว้ ยเหตุน้ี ผใู้ ห้บริการระบบ
ขนส่งสาธารณะความจดั รถสาํ รองไวใ้ หเ้ พียงพอสาํ หรับช่วงเวลาท่ีมีความตอ้ งการใชบ้ ริการสูงสุด
เช่นเดียวกนั
โดยทว่ั ไป ความถี่ของการใหบ้ ริการสามารถคาํ นวณไดจ้ ากสมการตอ่ ไปน้ี
f= p (5.1)
αc
โดยที่ f = ความถ่ีของการใหบ้ ริการ (คนั ต่อชว่ั โมง)
p = จาํ นวนผูโ้ ดยสารที่คาดว่าจะมาใช้บริการบนรถที่ให้บริการในช่วงของ
เสน้ ทางท่ีคบั คง่ั ท่ีสุด (Peak segment) (คนต่อชว่ั โมง)
α = ระดับความหนาแน่นของผู้โดยสารท่ียอมรับได้ โดยวัดเทียบกับ
ความสามารถรองรับบริการ (Capacity) ปกติของตวั รถ เช่น α = 1.10
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 218 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
หมายความว่า ยอมรับให้มีผูโ้ ดยสารอยู่ในรถไดป้ ระมาณ 1.10 เท่าของ
ความสามารถรองรับบริการปกติของรถท่ีใหบ้ ริการ
c = ความจุของรถที่ใหบ้ ริการ (คนต่อคนั )
สมการขา้ งตน้ เหมาะสําหรับใชว้ ิเคราะห์ความถี่ของบริการในช่วงเร่งด่วน เนื่องจากเป็ น
การพิจารณาเฉพาะความตอ้ งการของผูโ้ ดยสารเป็ นหลกั สําหรับการวิเคราะห์ความถ่ีของบริการ
นอกช่วงเวลาเร่งด่วน จาํ เป็ นตอ้ งคาํ นึงถึงประเด็นอื่นประกอบดว้ ยนอกเหนือจากความตอ้ งการใช้
บริการของผโู้ ดยสาร ไม่ว่าจะเป็ น ความคุม้ ค่าในการลงทุนของผใู้ ห้บริการ จาํ นวนคร้ังของการว่ิง
รถเท่ียวเปล่า เป็ นตน้ ท้งั น้ี ผูว้ ิเคราะห์จะตอ้ งหาจุดสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความตอ้ งการใช้
บริการของผโู้ ดยสารและความคุม้ ค่าในการดาํ เนินงานของผปู้ ระกอบการ โดยทวั่ ไป สาํ หรับกรณี
ดงั กล่าว ความถี่ของบริการสามารถคาํ นวณไดจ้ ากสมการตอ่ ไปน้ี
f = td (5.2)
2q
โดยท่ี f = ความถี่ของบริการ (คนั ต่อชว่ั โมง)
d = จาํ นวนผโู้ ดยสารที่คาดวา่ จะมาใชบั ริการตลอดเสน้ ทาง (คนต่อชว่ั โมง)
q = ค่าใชจ้ ่ายในการเดินรถ (บาทตอ่ คนั ต่อชว่ั โมง)
t = มูลค่าเวลาของผโู้ ดยสาร (บาทตอ่ ชว่ั โมง)
ความถ่ีของการใหบ้ ริการอาจพิจารณาไดจ้ ากการกาํ หนดระยะห่างระหวา่ งรถโดยสารท่ีวิ่ง
ถดั กนั มา หรือท่ีเรียกว่า Headway ไดเ้ ช่นกนั บนเสน้ ทางการใหบ้ ริการท่ีมีความตอ้ งการใชบ้ ริการ
สูง นิยมกาํ หนดระยะห่างจากคา่ Capacity headway จากสมการตอ่ ไปน้ี
hc = ML (5.3)
rP
โดยท่ี hc = Capacity headway หน่วย วนิ าที
= ความจุของจาํ นวนท่ีนง่ั ของรถโดยสาร
M = คา่ เฉลี่ยของ Load factor สูงสุดที่ยอมรับได้
L = จาํ นวนผโู้ ดยสารท่ีเขา้ ใชบ้ ริการ หน่วย คนต่อชว่ั โมง
P = สดั ส่วนของจาํ นวนผโู้ ดยสารสูงสุดกบั จาํ นวนผโู้ ดยสารต่อเท่ียว
r
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 219 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ค่าระยะห่างระหว่างรถโดยสารอาจถูกกาํ หนดโดยคาํ นึงถึงความตอ้ งการท่ีจะควบคุม
ค่าใชจ้ ่ายและเวลาท่ีใชใ้ นการดาํ เนินการให้มีค่านอ้ ยท่ีสุดไดด้ ว้ ยเช่นกนั ในกรณีน้ี ค่าระยะห่างจะ
เรียกวา่ Optimum headway โดยสามารถคาํ นวณไดจ้ ากสมการตอ่ ไปน้ี
ho = 2γ oθ (5.4)
γ wP
โดยที่ ho = Optimum headway หน่วย วินาที
=
γo = คา่ ดาํ เนินการ (Operating cost) ต่อคนั -ชวั่ โมง
γw = มูลค่าของเวลาที่ผโู้ ดยสารใชใ้ นการรอ หน่วย บาทตอ่ ชวั่ โมง
θ = รอบของการใหบ้ ริการ (Cycle time) หน่วย ชวั่ โมง
จาํ นวนผโู้ ดยสารโดยเฉลี่ยที่ใชบ้ ริการต่อชว่ั โมง
P
ในทางปฏิบตั ิ เพื่อความสะดวกในการจดจาํ เวลาที่รถจะวิ่งเข้าป้ ายของผูโ้ ดยสาร ค่า
ระยะห่างมกั ถกู ปัดใหเ้ ป็นเลขลงตวั เช่น 10 15 หรือ 30 นาที เป็นตน้
ตัวอย่างที่ 5.1 รถโดยสารประจาํ ทางใหบ้ ริการในเมืองเส้นทางหน่ึงมีผโู้ ดยสารใชบ้ ริการโดยเฉลี่ย
500 คนต่อชวั่ โมง และมีรอบของการใหบ้ ริการ 2.5 ชวั่ โมง รถโดยสารที่ให้บริการมีความจุของ
จาํ นวนท่ีนง่ั เท่ากบั 50 ท่ีนง่ั ค่าดาํ เนินการเท่ากบั 60 บาทต่อคนั -ชว่ั โมง และจากการวิเคราะห์พบวา่
มูลค่าของเวลาที่ใชใ้ นการรอเท่ากบั 10 บาทต่อชว่ั โมง ค่าสัดส่วนของจาํ นวนผโู้ ดยสารสูงสุดกบั
จาํ นวนผโู้ ดยสารท้งั หมดท่ีอยบู่ นรถโดยสารเทา่ กบั 0.60 ค่า Load factor สูงสุดของการใหบ้ ริการ
เท่ากบั 1.20 จากขอ้ มูลดงั กล่าว จงคาํ นวณหาคา่ Capacity headway และค่า Headway ที่ทาํ ใหผ้ ล
รวมของค่าใชจ้ ่ายและเวลาในการดาํ เนินการมีค่าน้อยท่ีสุด กาํ หนดให้ปัดค่าระยะห่างให้เป็ นเลข
จาํ นวนเตม็ ในหลกั หน่วย (Banks, 2002)
หาคา่ Capacity headway
hc = ML × 60 min = (50)(1.20)(60) = 12 นาที
rP h (0.60)(500)
หาคา่ Optimum headway
ho = 2γ oθ × 60 min = 2(60)(2.5) × 60 = 14.7 ≅ 15 นาที
γwP h
(10)(500)
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 220 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
เนื่องจากค่าระยะห่างท่ีทาํ ใหร้ ถโดยสารมีจาํ นวนผใู้ ชบ้ ริการถึงค่าความจุน้นั มีค่านอ้ ยกว่า
ค่าระยะห่างที่ทาํ ให้เกิดความประหยดั สูงสุดในการดาํ เนินการ ดงั น้ัน ถา้ ปล่อยรถให้มีระยะห่าง
เท่ากบั 15 นาที จะทาํ ใหร้ ถโดยสารตอ้ งรองรับความตอ้ งการใชบ้ ริการท่ีเกินความจุที่รถโดยสารน้นั
สามารถบรรทุกได้ จึงใชค้ ่าระยะห่างเทา่ กบั 12 นาที
5.4.3. การวเิ คราะห์ความสามารถรองรับบริการและจํานวนรถทใี่ ห้บริการ
ความสามารถรองรับบริการของระบบขนส่งสาธารณะบนเส้นทางให้บริการ สามารถ
คาํ นวณไดจ้ ากสมการตอ่ ไปน้ี
Cv = 3600R = 3600R (5.5)
h D + tc
Cp = nSCv = 3600nSR (5.6)
D + tc
โดยท่ี Cv = จาํ นวนรถท่ีใหบ้ ริการ หน่วย คนั ต่อชว่ั โมงตอ่ ช่องทาง
C p = จาํ นวนผูโ้ ดยสารที่สามารถรองรับได้ หน่วย คนต่อช่ัวโมงต่อ
ช่องทาง
h = ช่วงห่าง (Headway) ระหวา่ งยานพาหนะ หน่วย วนิ าที
tc = ระยะห่าง (Clearance) ระหวา่ งยานพาหนะ หน่วย วินาที
D= เวลาหยดุ ใหบ้ ริการท่ีสถานีหรือป้ าย (Dwell time) หน่วย วินาที
S = จาํ นวนผโู้ ดยสารตอ่ คนั
n = จาํ นวนยานพาหนะตอ่ หน่วย (n = 1 สาํ หรับรถโดยสารประจาํ
ทาง n = 1 ถึง 11 สาํ หรับรถไฟ)
R = ค่าปรับแกล้ ดค่า (Reduction factor) สาํ หรับเวลาหยดุ ใหบ้ ริการ
และความแตกตา่ งของการเขา้ มาใชบ้ ริการ
ในกรณีท่ีนาํ อิทธิพลของการเปล่ียนสัญญาณไฟจราจรที่ระบบขนส่งสาธารณะตอ้ งวิ่งผา่ น
มาพิจารณาร่วมดว้ ย สามารถคาํ นวณจาํ นวนผโู้ ดยสารที่สามารถรองรับไดจ้ ากสมการตอ่ ไปน้ี
Cp = (g / C)3600nSR (5.7)
(g / C)D + tc
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 221 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
โดยที่ g = ระยะเวลาสญั ญาณไฟเขียว หน่วย วนิ าที
C = ระยะเวลา 1 รอบสญั ญาณไฟจราจร หน่วย วนิ าที
ตัวอย่างท่ี 5.2 รถโดยสารประจาํ ทางใหบ้ ริการบนถนนในเมืองมีเสน้ ทางใหบ้ ริการว่งิ ผา่ นทางแยกท่ี
มีสญั ญาณไฟจราจรซ่ึงมีค่า g/C = 0.45 และมีระยะเวลาจอดใหบ้ ริการท่ีสถานีหรือป้ ายเท่ากบั 90
วินาที จงหาจาํ นวนผโู้ ดยสารท่ีรถโดยสารประจาํ ทางน้ีสามารถรองรับได้ ถา้ กาํ หนดใหร้ ถโดยสาร
สามารถบรรทุกคนไดส้ ูงสุด 60 คนต่อคนั ระยะห่างของรถที่ว่ิงเขา้ ป้ ายเท่ากบั 120 วินาที และตวั
ปรับแกล้ ดคา่ เทา่ กบั 0.833
จากสมการที่ (5.7) Cp = (g / C)3600nSR
จากโจทย์ จะได้ (g / C)D + tc
g/C = 0.45 n = 1 S = 60
R = 0.833 D = 120 tc = 60
ดงั น้นั แทนคา่ ในสมการท่ี (5.7) จะได้ Cp = 0.45 ×3600 ×1× 60 × 0.833
(0.45 ×120) + 60
= 711 คนต่อชว่ั โมง
ในกรณีท่ีเป็ นระบบขนส่งสาธารณะแบบราง อาจนาํ จาํ นวนรถท่ีให้บริการต่อชว่ั โมง (T)
จาํ นวนตูโ้ ดยสารต่อขบวนรถ (C) จาํ นวนท่ีนงั่ ต่อตูโ้ ดยสาร (S) และค่าเฉล่ียของจาํ นวนผโู้ ดยสาร
ต่อท่ีน่ัง (P) มาใชใ้ นการคาํ นวณหาความสามารถรองรับบริการหรือจาํ นวนผูโ้ ดยสารที่สามารถ
ใหบ้ ริการไดส้ ูงสุดต่อชวั่ โมง (Cp) จากสมการตอ่ ไปน้ี
Cp =T ×C×S × P (5.8)
ตัวอย่างท่ี 5.3 รถไฟฟ้ าใตด้ ินสามารถให้บริการได้ 15 ขบวนต่อรางต่อชว่ั โมง แต่ละขบวน
ประกอบดว้ ยตูโ้ ดยสาร 5 ตู้ โดยเฉลี่ยแลว้ ในช่วงเวลาเร่งด่วนจะมีผโู้ ดยสาร 2 คนต่อที่นง่ั จง
คาํ นวณหาจาํ นวนผูโ้ ดยสารท่ีบริการรถไฟฟ้ าใตด้ ินน้ีสามารถให้บริการได้ กาํ หนดให้แต่ละตู้
โดยสารมีจาํ นวนที่นงั่ ท้งั สิ้น 60 ท่ีนงั่
จากสมการที่ (5.8) Cp =T ×C×S × P
จะได้ C p = 15 × 5 × 2 × 60
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 222 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
Cp = 9,000 คนต่อชวั่ โมง
ในกรณีท่ีตอ้ งการคาํ นวณหาจาํ นวนรถท้งั หมดท่ีจาํ เป็ นตอ้ งใชว้ ่ิงใหบ้ ริการเพื่อรักษาอตั รา
การเคล่ือนตวั (Flow) ให้มีค่าเท่ากบั q หน่วยคนั ต่อชวั่ โมง ในช่วงเวลาของการให้บริการ T
สามารถหาไดจ้ ากสมการตอ่ ไปน้ี
N = qT (5.9)
ในจาํ นวนน้ี จะมีรถกลุ่มหน่ึงท่ีว่ิงใหบ้ ริการครบรอบมากกวา่ หน่ึงเที่ยว ดงั น้นั รถกลุ่มน้ีจะ
ถูกนบั มากกวา่ หน่ึงคร้ังในช่วงเวลา T สมมติใหร้ ะยะเวลาในการว่ิงครบรอบของรถที่ใหบ้ ริการใน
สายทางมีค่าเท่ากบั Trt ดงั น้นั จาํ นวนเท่ียวท้งั หมดที่ว่ิงไดใ้ นช่วงเวลา T จะมีค่าเท่ากบั T/Trt ดว้ ยเหตุ
น้ี ถา้ ตอ้ งการใหม้ ีรถจาํ นวน N คนั ว่งิ ใหบ้ ริการในช่วงเวลา T จาํ นวนรถท่ีใชจ้ ะเทา่ กบั
F = N ⎜⎛ Trt ⎟⎞ = qTrt (5.10)
⎝T ⎠
ระยะเวลาเฉล่ียท่ีใชใ้ นการเดินทางครบรอบของการให้บริการจะมีค่าเท่ากบั ผลรวมของ
เวลาเฉล่ียที่ใช้ในการเดินทางระหว่างสถานีรวมกบั เวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการจอดให้บริการท่ีแต่ละ
สถานีคูณดว้ ยจาํ นวนสถานี ท้งั น้ี ระยะเวลาที่จอดใหบ้ ริการที่แต่ละสถานี จะมีค่าอยรู่ ะหวา่ ง 20 ถึง
90 วนิ าที
ตัวอย่างท่ี 5.4 บริการรถโดยสารประจาํ ทางเส้นทางหน่ึงคาดวา่ จะมีผมู้ าใชบ้ ริการ 10,000 คน ใน
ระยะเวลา 2 ชวั่ โมง ของช่วงเร่งด่วนตอนเชา้ กาํ หนดให้ระยะเวลาว่ิงครบรอบของการให้บริการ
เท่ากบั 30 นาที จาํ นวนเฉลี่ยของผโู้ ดยสารที่บรรทุกไดเ้ ท่ากบั 75 คน จงคาํ นวณหาอตั ราการไหล
(Flow) หรืออตั ราการวิ่งบนสายทางหน่วยเป็นคนั ต่อชวั่ โมง และจาํ นวนรถโดยสารที่ตอ้ งการ เพ่ือ
รักษาอตั ราการวิ่งบนสายทางใหเ้ ป็นไปตามที่ตอ้ งการ (Papacostas and Prevedouros, 2001)
จากโจทย์ จาํ นวนรถโดยสารท่ีตอ้ งการเพ่ือรองรับความตอ้ งการใชบ้ ริการในระยะเวลา 2
ชว่ั โมง เท่ากบั
N = 10,000 = 133.3 ใช้ 134 คนั
75
ดงั น้นั อตั ราการวิง่ บนสายทางจะเทา่ กบั
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 223 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
q = 134 = 67 คนั ต่อชว่ั โมง
2
สมมติให้อตั ราการว่ิงบนสายทางมีค่าคงท่ี จะไดจ้ าํ นวนรถที่ตอ้ งการเพ่ือว่ิงให้บริการมีค่า
เท่ากบั
F = 67 × 0.50 = 33.5 ใช้ 34 คนั
5.4.4. ระดับการให้บริการ
การกาํ หนดระดบั การใหบ้ ริการ (Level of service, LOS) สาํ หรับระบบขนส่งสาธารณะน้นั
มีความซบั ซอ้ นเป็นอยา่ งมาก เน่ืองจากข้ึนอยกู่ บั ปัจจยั หลายประการ ท้งั ปัจจยั เชิงคุณภาพและปัจจยั
เชิงปริมาณ ปัจจยั เชิงคุณภาพ อาทิ ความสบายในการเดินทาง ความปลอดภยั ความพึงพอใจใน
บริการ เป็นตน้ สาํ หรับปัจจยั เชิงปริมาณ อาทิ ความครอบคลุมพ้ืนที่การใหบ้ ริการ ความตรงต่อเวลา
ความถี่ของการให้บริการและตารางการเดินรถ ความเร็วในการเดินทาง เป็ นตน้ Transportation
Research Board (1997) ไดน้ าํ เสนอเกณฑใ์ นการจดั ระดบั การใหบ้ ริการของรถโดยสารประจาํ ทาง
และรถรางไวใ้ น Highway Capacity Manual (HCM) โดยใชข้ นาดพ้ืนท่ีต่อผโู้ ดยสารหน่ึงคนเป็ น
เกณฑน์ การพจิ ารณา ดงั แสดงในตารางท่ี 5.1 และ 5.2 ตามลาํ ดบั
ตารางท่ี 5.1 การจดั ระดบั การใหบ้ ริการสาํ หรับรถโดยสารประจาํ ทาง
ระดบั การใหบ้ ริการใน จาํ นวนผโู้ ดยสาร พ้นื ที่เฉล่ียต่อผโู้ ดยสาร คา่ เฉลี่ยจาํ นวน
ผโู้ ดยสารตอ่ ที่นง่ั
ช่วงเวลาเร่งด่วน (คน) (ตารางฟุตตอ่ คน)
(คนตอ่ ท่ีนงั่ )
A 0 – 26 13.1 หรือมากกวา่ 0.00 – 0.50
13.0 – 8.5 0.51 – 0.75
B 27 – 40 8.4 – 6.4 0.76 – 1.00
6.3 – 5.2 1.01 – 1.25
C 41 – 53 5.1 – 4.3 1.26 – 1.50
< 4.3 1.51 – 1.60
D 54 – 66
E (Maximum schedule load) 67 – 80
F (Crush load) 81 – 85
ที่มา: ดดั แปลงจาก Transportation Research Board (1997)
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 224 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ตารางที่ 5.2 การจดั ระดบั การใหบ้ ริการสาํ หรับรถราง
ระดบั การใหบ้ ริการใน พ้นื ท่ีเฉล่ียต่อผโู้ ดยสาร คา่ เฉล่ียจาํ นวนผโู้ ดยสารตอ่ ที่นง่ั
(คนตอ่ ที่นงั่ )
ช่วงเวลาเร่งด่วน (ตารางฟุตตอ่ คน) 0.00 – 0.65
0.66 – 1.00
A 15.4 หรือมากกวา่ 1.01 – 1.50
1.51 – 2.00
B 15.2 – 10.0 2.01 – 2.50
2.51 – 3.00
C 9.9 – 7.5 3.01 – 3.80
D 6.6 – 5.0
E-1 4.9 – 4.0
E-2 (Maximum schedule load) 3.9 – 3.3
F (Crush load) 3.2 – 2.6
ที่มา: ดดั แปลงจาก Transportation Research Board (1997)
5.4.5. ลกั ษณะการให้บริการ
ลกั ษณะการให้บริการ หรือรูปแบบการจอดรับส่งผูโ้ ดยสารตามสถานีตลอดท้งั เส้นทาง
สามารถออกแบบให้มีความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั รูปแบบของเมือง (Urban form) การใช้
พ้ืนที่ (Land use) และพฤติกรรมการเขา้ ใชบ้ ริการของผโู้ ดยสาร (Traveler behaviors) ไดห้ ลาย
รูปแบบดงั ต่อไปน้ี
1. บริการด่วนพเิ ศษระหว่างพนื้ ทยี่ ่อย (Zonal express service)
คือ บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ว่ิงรับส่งผโู้ ดยสารระหวา่ งพ้นื ท่ียอ่ ยกบั พ้ืนท่ีศูนยก์ ลาง
เมืองโดยไมม่ ีการหยดุ รับส่งตามป้ ายหรือสถานีระหวา่ งเสน้ ทางดงั กลา่ ว ดงั แสดงตวั อยา่ งในรูปท่ี
5.22
1
2
3
⊗ สถานีท่ีมีการเปลี่ยนถ่ายผโู้ ดยสาร สถานีท่ีการรับส่งผโู้ ดยสารตามปกติ
รูปท่ี 5.22 การจดั บริการด่วนพิเศษระหวา่ งพ้ืนที่ยอ่ ย
ท่ีมา: ดดั แปลงจาก Black (1995)
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 225 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
จากรูปที่ 5.22 สายการเดินรถท่ี 1 เป็ นบริการด่วนพิเศษระหวา่ งสถานีนอกสุดกบั พ้ืนท่ี
ศูนยก์ ลางเมือง ผโู้ ดยสารสามารถเปลี่ยนไปใชส้ ายการเดินรถที่ 2 ไดใ้ นกรณีที่ตอ้ งการลงที่สถานี
ย่อยระหว่างสถานีนอกสุดกบั สถานีพ้ืนที่ตอนกลาง สายการเดินรถท่ี 2 เป็ นบริการด่วนพิเศษท่ี
ใหบ้ ริการระหวา่ งสถานีพ้ืนท่ีตอนกลางกบั พ้ืนที่ศูนยก์ ลางเมือง เช่นเดียวกนั กบั กรณีแรก ผโู้ ดยสาร
ที่ตอ้ งการลงที่สถานียอ่ ยระหว่างสถานีพ้ืนที่ตอนกลางกบั พ้ืนท่ีศูนยก์ ลางเมือง ก็สามารถเปล่ียนไป
ใชส้ ายการเดินรถท่ี 3 ซ่ึงจอดทุกสถานีในเสน้ ทางดงั กล่าวไดเ้ ช่นเดียวกนั
ลกั ษณะการใหบ้ ริการดงั กล่าวมีท้งั ขอ้ ดีและขอ้ เสีย ดงั ต่อไปน้ี
ขอ้ ดี
• ผูโ้ ดยสารท่ีอยู่พ้ืนที่ช้ันนอกสามารถเดินทางเขา้ ออกใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว
เพราะไมจ่ าํ เป็นตอ้ งจอดรับส่งผโู้ ดยสารตลอดเสน้ ทาง
• สายการเดินรถที่ให้บริการเฉพาะพ้ืนที่ช้นั ในจะให้บริการช่วงส้ันๆ ทาํ ให้ประหยดั
ตน้ ทุนและคา่ ใชจ้ ่าย
• ใชเ้ วลาในการว่งิ ครบรอบนอ้ ย ทาํ ใหส้ ามารถลดจาํ นวนรถท่ีใชส้ าํ หรับใหบ้ ริการได้
ขอ้ เสีย
• ความถี่ในการให้บริการจะลดลง ทาํ ให้ผูโ้ ดยสารตอ้ งรอใช้บริการนานกว่าบริการ
รูปแบบปกติ
• ผโู้ ดยสารที่ตอ้ งการไปยงั จุดหมายท่ีอยภู่ ายในพ้นื ที่ยอ่ ย จาํ เป็นตอ้ งทาํ การตอ่ รถ
2. บริการสายการเดินรถระยะส้ันกบั ระยะยาว (Short turning)
คือ บริการระบบขนส่งสาธารณะท่ีแบ่งสายการเดินรถเพ่ือใหบ้ ริการออกเป็น 2 ระยะ ไดแ้ ก่
สายการเดินรถระยะส้ัน และสายการเดินรถระยะยาว โดยสายการเดินรถระยะส้ันจะจาํ กดั การ
ให้บริการเฉพาะพ้ืนที่ช้นั ในเท่าน้นั และสายการเดินรถระยะยาวจะให้บริการตลอดเส้นทาง การ
จดั บริการลกั ษณะน้ี จะเหมาะสาํ หรับสายการเดินรถที่ให้บริการในเส้นทางท่ีมีผใู้ ชบ้ ริการมากใน
เขตเมืองหรือพ้ืนท่ีช้นั ใน แต่เม่ือออกนอกเมืองจะมีผใู้ ชบ้ ริการลดลงอยา่ งมาก
3. บริการแบบเจาะจงสถานี (Skip-stop)
คือ รูปแบบของบริการที่แบ่งสายการเดินรถท่ีอยใู่ นเสน้ ทางเดียวกนั ออกเป็ นกลุ่ม และสาย
การเดินรถแต่ละกลุ่มจะถูกกาํ หนดให้จอดรับส่งผูโ้ ดยสารไดเ้ ฉพาะป้ ายหรือสถานีที่กาํ หนดไว้
เท่าน้นั ยกตวั อย่าง ในเส้นทางให้บริการเส้นทางหน่ึง แบ่งสายการเดินรถออกเป็ น 2 กลุ่ม ไดแ้ ก่
กลุ่ม A และ B จากน้นั กาํ หนดสถานีเฉพาะสาํ หรับรถแต่ละกลุ่มในการจอดรับส่งผโู้ ดยสาร โดยรถ
กลุ่ม A จะถูกกาํ หนดใหจ้ อดรับส่งผโู้ ดยสารเฉพาะที่สถานี A เท่าน้นั ขณะเดียวกนั รถกลุ่ม B กจ็ ะ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 226 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ถูกกาํ หนดใหจ้ อดรับส่งผโู้ ดยสารไดเ้ ฉพาะท่ีสถานี B เช่นเดียวกนั อยา่ งไรกด็ ี ในจุดที่มีผใู้ ชบ้ ริการ
หนาแน่นมาก อาจจดั สถานี AB ไวส้ าํ หรับให้ท้งั รถกลุ่ม A และ B สามารถจอดให้บริการได้
พร้อมๆ กนั สาํ หรับสถานี A และ B น้นั อาจต้งั อยใู่ นจุดที่มีผใู้ ชบ้ ริการตามปกติที่มีความหนาแน่น
ไม่มากนกั
การจดั บริการลกั ษณะน้ี เป็นอีกวิธีการหน่ึงที่สามารถลดจาํ นวนการจอดรถรับส่งผโู้ ดยสาร
ตามสถานีหรือป้ ายลงได้ นอกจากน้ียงั ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางและการให้บริการอีก
ดว้ ย ตวั อยา่ งของการจดั บริการแบบเจาะจงสถานี ดงั แสดงในรูปที่ 5.23
รูปท่ี 5.23 การจดั บริการแบบเจาะจงสถานี
ท่ีมา: Black (1995)
5.4.6. รูปแบบการเกบ็ ค่าโดยสาร
ปัจจยั ที่ผใู้ หบ้ ริการขนส่งสาธารณะตอ้ งพิจารณาในการกาํ หนดอตั ราคา่ โดยสาร ไดแ้ ก่
1. การคนื ทุน
ระบบขนส่งสาธารณะมกั เป็ นบริการท่ีรัฐจดั ให้กบั ประชาชนในชุมชน ดงั น้นั เงินลงทุน
ส่วนใหญ่จะมาจากภาครัฐ เน่ืองจากเป็ นบริการที่จัดโดยภาครัฐ จึงเป็ นบริการท่ีไม่คาํ นึงถึง
ผลประโยชน์ในรูปของกาํ ไรท่ีกลบั คืนสู่ผูล้ งทุนมากนกั ผลประโยชน์ท่ีคาดหวงั มกั อย่ใู นรูปของ
ประโยชน์ท่ีจะเกิดข้ึนภายในชุมชนอนั เน่ืองมาจากการพฒั นาระบบขนส่งสาธารณะดงั กล่าว
อยา่ งไรกด็ ี อาจมีการใหส้ มั ปทานแก่เอกชนใหเ้ ขา้ มามีส่วนร่วมในการลงทุนดว้ ย ในกรณีน้ี
ภาคเอกชนอาจจาํ เป็ นตอ้ งคาํ นึงถึงผลกาํ ไรและระยะเวลาในการคืนทุน และนาํ ปัจจยั ดงั กล่าวมา
พิจารณาในการศึกษาความเหมาะสมในการวางแผนพฒั นาระบบขนส่งสาธารณะดว้ ย ท้งั น้ีรายได้
หลกั ท่ีผูล้ งทุนจะไดร้ ับจากการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะจะมาจากค่าโดยสาร โดยทว่ั ไป
ประสิทธิภาพในการจดั หารายไดจ้ ากคา่ โดยสารเพื่อมาสนบั สนุนค่าใชจ้ ่ายในการดาํ เนินการ จะวดั
ในรูปของอตั ราการคืนทุน (Cost recovery ratio) ซ่ึงเป็ นค่าที่แสดงถึงสัดส่วนของรายไดจ้ ากค่า
โดยสารต่อตน้ ทุนดาํ เนินการ นอกจากน้ี ผูล้ งทุนอาจตอ้ งพิจารณากาํ หนดระยะเวลาคืนทุนที่
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 227 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
เหมาะสมกบั ระยะเวลาที่ไดร้ ับสัมปทานจากรัฐ ซ่ึงส่วนมากแลว้ ในการลงทุนเก่ียวกบั ระบบขนส่ง
สาธารณะน้นั ระยะเวลาคืนทุนมกั มีระยะเวลานาน โดยอาจเทา่ กบั 30 ถึง 50 ปี
2. การคาํ นึงถงึ ระบบขนส่งสาธารณะในแง่ทเ่ี ป็ นบริการสาธารณะสําหรับชุมชน
ระบบขนส่งสาธารณะเป็นบริการสาธารณะที่เอ้ือประโยชน์ใหก้ บั ทุกคนในชุมชนอยา่ งเท่า
เทียมกนั ผใู้ ชบ้ ริการระบบขนส่งสาธารณะส่วนใหญเ่ ป็ นคนช้นั ล่างถึงช้นั กลาง ดงั น้นั ผใู้ ห้บริการ
ควรกาํ หนดราคาค่าโดยสารโดยคาํ นึงถึงผูโ้ ดยสารกลุ่มน้ี ด้วยการกาํ หนดราคาค่าโดยสารท่ี
เหมาะสมกบั ความสามารถในการใชบ้ ริการไดข้ องคนกลุ่มน้ี
3. เป็ นราคาทสี่ อดคล้องกบั ความเป็ นจริงของการให้บริการ
อตั ราค่าโดยสารควรสะทอ้ นถึงคุณภาพของการให้บริการ ระดับการให้บริการ และ
ผลกระทบตอ่ ตน้ ทุนการดาํ เนินงาน
4. ความสะดวกในการจดั เกบ็ ค่าโดยสาร
วิธีการจดั เก็บค่าโดยสารควรเป็ นวิธีการที่สะดวก รวดเร็ว เช่ือถือได้ และสอดคลอ้ งกบั
พฤติกรรมของผใู้ ชบ้ ริการระบบขนส่งสาธารณะประเภทน้นั ๆ ระบบการจดั เกบ็ คา่ โดยสารที่มีความ
ซบั ซอ้ นและใชเ้ วลานานอาจก่อใหเ้ กิดความลา่ ชา้ ในการเดินทางและการใหบ้ ริการได้ วิธีการเกบ็ คา่
โดยสารควรเอ้ือต่อความปลอดภยั ในการเก็บรักษาและขนยา้ ยเงินที่ไดจ้ ากการจดั เก็บดว้ ย เพ่ือ
ป้ องกนั การร่ัวไหลของเงินจากระบบ ท้งั น้ี ถา้ การป้ องกนั ดงั กล่าวมีจุดบกพร่องและ อาจนาํ ไปสู่การ
ขาดทุนของผใู้ หบ้ ริการได้
5. เป็ นราคาทนี่ ่าสนใจสําหรับผู้เดนิ ทางกล่มุ อน่ื
ผูใ้ ห้บริการขนส่งสาธารณะควรกาํ หนดอตั ราค่าโดยสารท่ีน่าสนใจและเป็ นราคาที่อาจ
ดึงดูดให้ผูเ้ ดินทางกลุ่มอ่ืน อาทิ ผูใ้ ชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคล และผเู้ ดินทางดว้ ยระบบขนส่งสาธารณะ
ประเภทอ่ืน หนั มาใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะที่ผใู้ หบ้ ริการพฒั นาข้ึนในชุมชน
5.4.6.1. การกาํ หนดโครงสร้างอตั ราค่าโดยสาร (Fare structure)
การกาํ หนดโครงสร้างอตั ราคา่ โดยสารระบบขนส่งสาธารณะแบง่ ออกได้ ดงั น้ี
1. อตั ราค่าโดยสารแบบคงทตี่ ลอดเส้นทาง (Flat fares)
ระบบจดั ทาํ อตั ราค่าโดยสารแบบคงที่ (Flat หรือ Uniform fares system) เป็นวิธีการจดั เกบ็
ค่าโดยสารท่ีมีขอ้ ไดเ้ ปรียบหลายประการ ไม่ว่าจะเป็ นความไม่ซบั ซอ้ นของการคาํ นวนค่าโดยสาร
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 228 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ผโู้ ดยสารเขา้ ใจไดง้ ่าย มีส่วนช่วยเพ่ิมผลผลิตทางการตลาด และง่ายต่อการจดั เกบ็ แต่ระบบดงั กลา่ ว
ก็มีขอ้ เสียเช่นเดียวกัน ข้อเสียที่สําคญั ได้แก่ ก่อให้เกิดความเสียเปรีบและสูญเสียรายได้ของ
ผูป้ ระกอบการ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในสายการเดินรถที่มีระยะทางไกล ในบางแห่งท่ีใชน้ โยบาย
ดงั กล่าวน้ีอตั ราค่าโดยสารจะถูกกาํ หนดให้มีราคาแตกต่างกนั ไปในแต่ละกลุ่มของผใู้ ชบ้ ริการ เช่น
กลุ่มผูส้ ูงอายุ ผูพ้ ิการ เด็กนักเรียน บุคคลเหล่าน้ีจะชาํ ระค่าโดยสารในราคาที่ต่าํ กวา่ ปกติตามที่
ไดก้ าํ หนดไว้ หรือในบางแห่งอาจมีการจดั เก็บค่าโดยสารที่มีราคาสูงกว่าเดิมบางช่วงเวลา เช่น
ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือต้งั แต่เวลา 22.00 น. เป็ นตน้ ไป เป็ นตน้ ในการจดั เก็บคา้ โดยสารแบบคง
ท่ีน้ีสามารถอาํ นวยความสะดวกใหแ้ ก่ผโู้ ดยสารเพ่ิมข้ึนดว้ ยการนาํ กล่องชาํ ระค่าโดยสารอตั โนมตั ิ
มาประยุกต์ใช้ อุปกรณ์ดงั กล่าวน้ีช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และปลอดภยั ในการชาํ ระค่า
โดยสาร และมีส่วนช่วยในการประหยดั ค่าใชจ้ ่ายดา้ นการดาํ เนินการให้ผปู้ ระกอบการไดอ้ ีกทาง
หน่ึงดว้ ย
2. อตั ราค่าโดยสารแบ่งตามเขตพนื้ ท่ี (Zone fares)
เป็ นวิธีการคาํ นวนอตั ราค่าโดยสารที่โดยทวั่ ไปแลว้ จะใชพ้ ้ืนที่ที่มีลกั ษณะเป็ นศูนยก์ ลาง
ชุมชนซ่ึงมีขอบเขตกวา้ งขวางและมีพ้ืนท่ียอ่ ยขนาดเล็กรายลอ้ มอยบู่ ริเวณรอบนอก ค่าโดยสารจะ
ถูกกาํ หนดราคาเร่ิมตน้ คงที่ไวเ้ ป็ นราคาฐาน ผูโ้ ดยสารจะตอ้ งชาํ ระค่าโดยสารเพ่ิมจากราคาฐาน
ตามเสน้ ทางที่รถโดยสารว่งิ ผา่ นไปในแตะ่ เขตพ้ืนที่
การคาํ นวนราคาค่าโดยสารดว้ ยวิธีน้ีจะก่อให้เกิดความไดเ้ ปรียบต่อผใู้ ห้บริการในกรณีท่ี
ผโู้ ดยสารเดินทางในระยะไกลที่ตอ้ งว่ิงผา่ นไปในเขตพ้ืนท่ีต่างๆ หลายเขต ในทางตรงกนั ขา้ ม วิธี
ดงั กล่าวจะก่อให้เกิดความเสียเปรียบต่อผูใ้ ช้บริการในกรณีท่ีผูใ้ ช้บริการเดินทางด้วยเท่ียวการ
เดินทางที่ส้ัน แต่จุดปลายทางท่ีตอ้ งไปน้ันต้งั อยู่คนละเขตพ้ืนท่ี เป็ นเหตุให้มีการเดินทางขา้ มเขต
พ้ืนท่ีเกิดข้ึน ทาํ ให้ผูบ้ ริการท่านน้ันตอ้ งเสียค่าโดยสารเพิ่มจากราคาฐาน ขณะท่ีถา้ เป็ นเที่ยวการ
เดินทางท่ีไกลกวา่ น้ี แต่ละจุดปลายทางอยใู่ นจุดพ้ืนที่เดียวกนั กบั ในกรณีแรก ผใู้ ชบ้ ริการในกรณี
หลงั กจ็ ะใชค้ า่ โดยสารในราคาท่ีเท่ากนั กบั ผทู้ ี่ใชบ้ ริการในกรณีแรก
การคาํ นวนอตั ราค่าโดยสารดว้ ยวิธีน้ี อาจก่อให้เกิดความล่าชา้ ในขณะที่ให้บริการน้ีไดใ้ น
กรณีที่ตอ้ งใชพ้ นกั งานขบั รถทาํ หนา้ ที่เก็บค่าโดยสารดว้ ยในเวลาเดียวกนั การนาํ เทคโนโลยีต่างๆ
มาประยุกต์ใช้จึงเป็ นสิ่งที่มีความจาํ เป็ นอย่างย่ิง เพื่ออาํ นวยความสะดวกและช่วยให้เกิดความ
รวดเร็วในการชาํ ระคา่ โดยสาร
3. การกาํ หนดเขตพนื้ ทที่ ไ่ี ม่ต้องชําระค่าโดยสาร (Fare free zones)
นโยบายการจดั เก็บค่าโดยสารของหลายๆ เมืองในสหรัฐอเมริกา อาทิ ซีแอตเติ้ล พิทเบิร์ก
พอร์ทแลนด์ ฯลฯ ไดม้ ีการกาํ หนดเขตพ้นื ที่ซ่ึงไม่ตอ้ งชาํ ระค่าโดยสารข้ึนภายในเขตพ้ืนท่ีศูนยก์ ลาง
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 229 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทที่ 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ธุรกิจและชุมชนเพ่ืออาํ นวยความสะดวกให้กับผูท้ ่ีตอ้ งเดินทางอยู่ในเขตพ้ืนที่ดังกล่าว โดยมี
จุดประสงคเ์ พื่อลดความแออดั ของสภาพการจราจรในเขตพ้ืนท่ีชุมชน และพบวา่ การนาํ วิธีดงั กล่าว
มาประยกุ ตใ์ ชน้ ้นั โดยทว่ั ไปแลว้ ไดร้ ับผลสาํ เร็จเป็นอยา่ งดีทีเดียว
4. ตั๋วสําหรับต่อรถเทย่ี วกลบั (Transfers)
ในกรณีท่ีรถเพยี งสายเดียวไม่อาจใหบ้ ริการท้งั เที่ยวไปและกลบั ได้ ผใู้ หบ้ ริการระบบขนส่ง
สาธารณะบางแห่งจึงมีการจดั บริการต่อรถเท่ียวกลบั ให้กบั ผูโ้ ดยสารในกรณีที่ผูโ้ ดยสารมีความ
ตอ้ งการที่จะเดินทางตอ่ เนื่องแบบไปและกลบั โดยทวั่ ไปการใหบ้ ริการในลกั ษณะดงั กล่าวมกั จะไม่
คิดคา่ โดยสารเพ่ิมกบั ผใู้ ชบ้ ริการ ในบางแห่งอาจมีการเรียกเกบ็ คา่ โดยสารเลก็ นอ้ ย การใหบ้ ริการใน
ลกั ษณะท่ีว่าน้ีไดถ้ ูกออกแบบใหม้ ีกฎระเบียบที่กาํ หนดไวอ้ ยา่ งซบั ซอ้ นและสามารถใชส้ ิทธิในการ
ใชบ้ ริการดงั กล่าวไดใ้ นเวลาที่ถูกจาํ กดั ไว้ เพื่อป้ องกนั ผโู้ ดยสารบางจาํ พวกท่ีมกั ฉวยโอกาสทาํ ผิด
กฎหมายดว้ ยการแอบอา้ งเพือ่ ใชบ้ ริการเที่ยวกลบั โดยไม่ตอ้ งชาํ ระคา่ โดยสาร
5. การชําระค่าโดยสารล่วงหน้าก่อนใช้บริการ (Fare pre-payment)
ผใู้ ห้บริการระบบขนส่งสาธารณะบางแห่ง มีการกาํ หนดนโยบายที่ส่งเสริมให้ผูโ้ ดยสาร
ชาํ ระค่าโดยสารล่วงหน้าก่อนใช้บริการ ด้วยการซ้ือตวั ชําระค่าโดยสารท่ีกาํ หนดให้ใช้ได้ใน
ช่วงเวลาท่ีระบุไวแ้ น่นนอน เช่น ตวั ชาํ ระค่าโดยสารรายวนั รายสปั ดาห์ หรือรายปี เป็นตน้ โดยไม่
จาํ กดั จาํ นวนของการใชบ้ ริการในช่วงเวลาดงั กล่าว วิธีดงั กล่าวมีส่วนสนับสนุนให้มีผูห้ ันมาใช้
ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มข้ึน ช่วยอาํ นวยความสะดวกในการชาํ ระค่าโดยสารให้กบั ผใู้ ชบ้ ริการที่
ไม่ตอ้ งพกเหรียญเป็ นจาํ นวนมาก และตอ้ งเตรียมค่าโดยสารให้พอดีในการชาํ ระค่าโดยสาร และ
เป็ นวิธีการที่ช่วยลดจาํ นวนตวั ที่ใชใ้ ห้นอ้ ยลงไดอ้ ีกดว้ ย อีกท้งั ยงั ช่วยลดค่าใชจ้ ่ายรายเดือนในการ
เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้กับผูโ้ ดยสาร ทาํ ให้ผูโ้ ดยสารสามารถเดินทางโดยเสีย
คา่ ใชจ้ ่ายที่ต่าํ กวา่ มากเม่ือเทียบกบั การใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคล
วิธีการชาํ ระค่าโดยสารล่วงหน้าช่วยให้ผูจ้ ัดบริการเดินรถได้รับประโยชน์ด้วยการลด
ค่าใชจ้ ่ายในส่วนเกี่ยวกบั การควบคุมและจดั เกบ็ เงินสดภายในรถประจาํ ทาง และเป็นการเพิ่มสภาพ
คล่องภายในองคก์ รซ่ึงเป็ นผลมาจากเงินหมุนเวียนท่ีมาจากค่าโดยสารที่ไดร้ ัยการชาํ ระแบบเหมา
จ่าย สาํ หรับค่าใชจ้ ่ายท่ีเพิ่มข้ึนมาภายในองคก์ รจากการใชว้ ิธีดงั กล่าว ไดแ้ ก่ ค่าใชจ้ ่ายเนื่องมาจาก
การกระจายตวั เพอ่ื ฝากขายตามสถานการณ์ต่างๆ
6. อตั ราค่าโดยสารตามระยะทาง (Distance-based fare)
คือ การจดั เก็บค่าโดยสารในอตั ราที่เพ่ิมข้ึนตามระยะทางท่ีผูโ้ ดยสารใช้บริการ โดยมี
สมมติฐานท่ีวา่ เม่ือระยะทางใหบ้ ริการเพิ่มข้ึน ระบบขนส่งสาธารณะจะมีตน้ ทุนดาํ เนินการเพิ่มข้ึน
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 230 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
ตามไปดว้ ย ดว้ ยเหตุน้ีเพื่อใหเ้ กิดความเหมาะสมในการใชบ้ ริการ ผโู้ ดยสารท่ีเดินทางระยะทางไกล
กว่าก็ควรที่จะตอ้ งชาํ ระค่าโดยสารที่สูงกว่าตามไปดว้ ย อย่างไรก็ดี การจดั เก็บอตั ราค่าโดยสาร
ลกั ษณะน้ีจะสร้างปัญหาและความยุ่งยากในการจดั เก็บ เพราะตอ้ งใช้พนักงานจดั เก็บ หรือตอ้ ง
ติดต้งั อุปกรณ์เก็บค่าโดยสารท่ีสามารถระบุระยะทางของการใชบ้ ริการได้ สําหรับรถโดยสาร
ประจาํ ทาง นิยมใชพ้ นกั งานเกบ็ คา่ โดยสาร และสาํ หรับระบบรถรางไฟฟ้ า นิยมติดต้งั อุปกรณ์ชาํ ระ
คา่ โดยสารอตั โนมตั ิบริเวณทางเขา้ ออกของการใชบ้ ริการ
7. อตั ราค่าโดยสารตามช่วงเวลา (Time-of-day fare)
คือ การคิดอัตราค่าโดยสารแปรผนั ไปตามช่วงเวลาของวนั ท่ีผูโ้ ดยสารเข้าใช้บริการ
โดยมากแลว้ ผโู้ ดยสารท่ีใชบ้ ริการในช่วงเร่งด่วนจะตอ้ งชาํ ระค่าโดยสารมากกวา่ การใชบ้ ริการใน
ช่วงเวลาอื่น เน่ืองจากจาํ นวนรถท่ีนาํ มาใหบ้ ริการในช่วงเวลาน้ีจะเพิ่มข้ึนมากกวา่ การใหบ้ ริการใน
ช่วงเวลาปกติ โดยจาํ นวนรถท่ีเพิม่ ข้ึนน้ีจะถกู นาํ มาจากรถสาํ รองที่ผใู้ หบ้ ริการเตรียมไวส้ าํ หรับกรณี
ฉุกเฉินหรือมีความตอ้ งการใช้บริการมากกว่าปกติ ด้วยเหตุน้ีการให้บริการในช่วงเร่งด่วนจึง
ก่อใหเ้ กิดตน้ ทุนในการดาํ เนินการที่สูงกวา่ การใหบ้ ริการในช่วงเวลาอื่น
การปรับอตั ราค่าโดยสารจากปกติ เป็ นอตั ราที่แปรผนั ไปตามช่วงเวลาของวนั สามารถ
ดาํ เนินการได้ 3 ลกั ษณะ คือ
• การเพิ่มค่าโดยสารเฉพาะในช่วงเร่งด่วน (Peak surcharges) เป็ นการเพ่ิมค่าโดยสาร
ในช่วงเร่งด่วนจากอตั ราที่เคยเกบ็ ตามปกติ
• การให้ส่วนลดแก่ผูโ้ ดยสารนอกช่วงเร่งด่วน (Off-peak discount) เป็ นการลดค่า
โดยสารใหก้ บั ผใู้ ชบ้ ริการนอกช่วงเร่งด่วนจากอตั ราท่ีเคยเกบ็ ตามปกติ
• การเพ่ิมค่าโดยสารในอตั ราท่ีต่างกนั (Differential increases) เป็ นการเพ่ิมค่าโดยสาร
สาํ หรับการใชบ้ ริการท้งั ในและนอกช่วงเร่งด่วน แต่อตั ราการเพิ่มของค่าโดยสารในช่วงเร่งด่วนจะ
สูงกวา่ อตั ราการเพ่มิ นอกช่วงเร่งด่วน
8. การไม่เกบ็ ค่าโดยสาร (Free transit)
คือ บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ให้ผูใ้ ชบ้ ริการไดโ้ ดยไม่ตอ้ งชาํ ระค่าโดยสาร โดยผู้
ให้บริการอาจมีแนวคิดว่า ระบบขนส่งสาธารณะน่าจะเป็ นบริการสาธารณะท่ีรัฐควรจดั ให้กบั
ประชาชนในชุมชนในลกั ษณะที่เป็ นสวสั ดิการสังคม ท้งั น้ี ขอ้ ดีของแนวคิดดงั กล่าว คือ เป็ นการ
ส่งเสริมใหผ้ เู้ ดินทางหนั มาใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะมากข้ึนแทนการใชร้ ถยนตส์ ่วนบุคคล อีกท้งั ยงั
เป็นการช่วยเหลือกลุ่มคนที่มีรายไดน้ อ้ ยในสงั คมใหม้ ีความสามารถในการเดินทางไปยงั ท่ีต่างๆ ได้
ทดั เทียมกบั คนกลุ่มอ่ืนในสังคม นอกจากน้ียงั เป็ นการประหยดั ตน้ ทุนการดาํ เนินการเกี่ยวกบั การ
จดั เกบ็ คา่ โดยสารดว้ ย
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 231 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
9. การเกบ็ ค่าโดยสารในการต่อรถ (Transfer fare)
คือ การท่ีผูโ้ ดยสารตอ้ งชาํ ระค่าบริการใหม่ทุกคร้ังเม่ือมีการเปล่ียนรถโดยสารในระบบ
ขนส่งรูปแบบเดียวกนั หรือเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางในกรณีท่ีเปล่ียนไปใชร้ ะบบขนส่งรูปแบบ
อ่ืน อยา่ งไรก็ดี การที่ผโู้ ดยสารตอ้ งต่อรถน้นั ในความเป็นจริงแลว้ เกิดจากขอ้ จาํ กดั ของผใู้ ห้บริการ
เองท่ีไม่สามารถจดั บริการที่ทาํ ให้ผูโ้ ดยสารสามารถเดินทางไปถึงท่ีหมายไดใ้ นการเดินทางเพียง
เที่ยวเดียว ตามขอ้ เท็จจริงดงั กล่าว จึงไม่ควรมีการเก็บเงินเพิ่มจากผูโ้ ดยสารเม่ือมีการต่อรถ ซ่ึง
ในทางปฏิบตั ิแลว้ ไม่สามารถทาํ ได้ เน่ืองจากจะก่อใหเ้ กิดความยงุ่ ยากในการตรวจสอบการเดินทาง
ของผโู้ ดยสารแตล่ ะคนถึงวตั ถุประสงคใ์ นการต่อรถ จุดหมายท่ีตอ้ งการจะไป และเท่ียวการเดินทาง
ก่อนหน้าท่ีจะทาํ การต่อรถ ด้วยเหตุน้ี ผูใ้ ห้บริการจึงเลือกที่จะเก็บค่าโดยสารใหม่ทุกคร้ังเม่ือ
ผโู้ ดยสารมีการต่อรถ ซ่ึงเป็นการผลกั ภาระใหก้ บั ผใู้ ชบ้ ริการทางออ้ ม
5.4.6.2. วธิ ีการเกบ็ ค่าโดยสาร
การเลือกวิธีการเกบ็ ค่าโดยสารจากผใู้ ชบ้ ริการ จะข้ึนอยกู่ บั การกาํ หนดโครงสร้างอตั ราค่า
โดยสาร ความรวดเร็วในการชาํ ระค่าโดยสาร ความปลอดภยั และตน้ ทุนการดาํ เนินการ โดยทวั่ ไป
แนวทางที่ใชใ้ นการเกบ็ คา่ โดยสาร หรือวิธีการที่กาํ หนดข้ึนมาเพื่อใหผ้ โู้ ดยสารชาํ ระคา่ บริการน้นั มี
ดงั ต่อไปน้ี
1. การเกบ็ ค่าโดยสารขณะขนึ้ รถ
คือ การท่ีผใู้ ชบ้ ริการตอ้ งชาํ ระค่าโดยสารที่ประตูทางเขา้ รถ โดยอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการชาํ ระ
ค่าโดยสารอาจเป็ น กล่องชาํ ระค่าโดยสาร หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิคสาํ หรับอ่านขอ้ มูลจากบตั รค่า
โดยสาร วิธีการน้ีนิยมใชก้ บั บริการรถโดยสารประจาํ ทางและเหมาะสมสาํ หรับบริการท่ีมีอตั ราค่า
โดยสารแบบคงที่
2. การเกบ็ ค่าโดยสารขณะอยู่บนรถ
คือ การเก็บเงินค่าโดยสารจากผูใ้ ช้บริการภายหลังจากที่ผูใ้ ช้บริการเดินเขา้ มาในรถ
เรียบร้อยแลว้ วิธีการน้ีจาํ เป็ นตอ้ งใชพ้ นักงานเก็บค่าโดยสาร และเหมาะสมสําหรับบริการที่คิด
อตั ราคร่าโดยสารตามระยะทางและอตั ราคา่ โดยสารตามพ้ืนที่
3. การชําระค่าโดยสารล่วงหน้า (Pre-paid passes)
คือ วิธีการท่ีผโู้ ดยสารสามารถชาํ ระค่าโดยสารล่วงหนา้ ก่อนท่ีจะเขา้ ใชบ้ ริการดว้ ยวิธีการ
ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การซ้ือตวั รายวนั รายเดือน รายปี ของระบบขนส่งสาธารณะประเภทตา่ งๆ อาทิ
รถโดยสารประจาํ ทาง และรถไฟฟ้ า เป็ นตน้ โดยผใู้ ห้บริการมกั กาํ หนดส่วนลดให้กบั ผทู้ ี่ชาํ ระค่า
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 232 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์
บทท่ี 5 ระบบขนสง่ สาธารณะ (Public Transportation)
โดยสารล่วงหนา้ ในสดั ส่วนท่ีต่างกนั ตามกรอบของเวลาของการใชบ้ ริการ เช่น ส่วนลดของตวั รายปี
จะมากกวา่ ส่วนลดของตวั รายเดือน และตวั รายเดือนจะมีส่วนลดมากกวา่ ส่วนลดของตวั รายวนั เป็น
ตน้ ท้งั น้ี การชาํ ระเงินวิธีการดงั กล่าว จะช่วยใหเ้ กิดความรวดเร็วในการจดั เกบ็ ค่าโดยสาร ลดเวลา
ในการจอดรับผโู้ ดยสารตามสถานี และลดเวลาในการเดินทาง
4. การชําระค่าโดยสารหลงั ใช้บริการแล้ว (Post-payment fare)
คือ บริการระบบขนส่งสาธารณะท่ียอมใหผ้ โู้ ดยสารใชบ้ ริการล่วงหนา้ ก่อนที่จะส่งใบเสร็จ
ไปเรียกเก็บค่าใชบ้ ริการภายหลงั ผใู้ ชบ้ ริการจะไดร้ ับบตั รชาํ ระค่าโดยสารที่มีลกั ษณะคลา้ ยบตั ร
เครดิต เม่ือตอ้ งการใชบ้ ริการ ผโู้ ดยสารตอ้ งนาํ บตั รน้ีสอดเขา้ ไปในเคร่ืองอ่านบตั รเพื่อบนั ทึกขอ้ มูล
การใชง้ าน จากน้นั ในแต่ละเดือน จะมีการเรียกเกบ็ ค่าบริการโดยส่งใบเสร็จรับเงินค่าใชบ้ ริการไป
ยงั ท่ีพกั ผใู้ ชบ้ ริการจะตอ้ งนาํ ใบเสร็จน้ีไปชาํ ระเงินในระยะเวลาท่ีกาํ หนด ตามสถานที่ที่กาํ หนดไว้
การชําระเงินด้วยวิธีน้ีช่วยอาํ นวยความสะดวกแก่ผูใ้ ช้บริการเป็ นอย่างมาก แต่เกิดปัญหาอัน
เนื่องมาจากไมส่ ามารถเกบ็ เงินคา่ บริการไดค้ รบตามที่ตอ้ งการ
5. การชําระค่าโดยสารแบบเชื่อใจ (Honor fare)
คือ การชาํ ระค่าโดยสารโดยผใู้ ชบ้ ริการจะตอ้ งซ้ือตวั ไวล้ ่วงหนา้ จากน้นั เมื่อเขา้ ใชบ้ ริการ
จะตอ้ งนาํ ตวั ท่ีซ้ือไวแ้ ลว้ ไปประทบั เครื่องหมายบนั ทึกการใชบ้ ริการดว้ ยอุปกรณ์ที่ติดต้งั ไวบ้ นรถ
โดยจะไม่มีการตรวจตวั ขณะเขา้ ใชบ้ ริการหรือหลงั ใชบ้ ริการแต่อยา่ งใด แต่จะทาํ การสุ่มตรวจ หาก
พบว่าผูโ้ ดยสารคนใดไม่มีตวั่ โดยสารที่ถูกประทบั เคร่ืองหมายบนั ทึกการใช้บริการจะตอ้ งเสีย
คา่ ปรับที่เป็นจาํ นวนเงินที่สูงเป็นการลงโทษ
5.4.7. ลกั ษณะโครงข่ายการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ
องคป์ ระกอบท่ีมีควมสาํ คญั อยา่ งหน่ึงต่อคุณภาพและความเพยี งพอของการใหบ้ ริการระบบ
ขนส่งสาธารณะ ไดแ้ ก่ การออกแบบโครงข่ายเส้นทางการให้บริการอย่างเหมาะสม การกาํ หนด
รูปแบบโครงข่ายการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ จะตอ้ งคาํ นึงถึงตน้ ทุนและค่าใชจ้ ่ายในการ
ดาํ เนินการ ความครอบคลุมของพ้ืนท่ีให้บริการ (Area coverage) และจาํ นวนคร้ังของการต่อรถ
(Number of transfers) ปัจจยั เหล่าน้ีจะมีอิทธิพลโดยตรงต่อจาํ นวนผใู้ ชบ้ ริการ ลกั ษณะโครงขา่ ย
เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะมีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีลกั ษณะเฉพาะที่สาํ คญั และมีความ
เหมาะสมตอ่ รูปแบบโครงสร้างของผงั เมืองที่ต่างกนั ไป ซ่ึงจะไดก้ ล่าวถึงตามลาํ ดบั ดงั ต่อไปน้ี
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 233 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์