The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิศวกรรมขนส่ง
Transportation Engineering

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-07-16 03:17:37

วิศวกรรมขนส่ง Transportation Engineering

วิศวกรรมขนส่ง
Transportation Engineering

Keywords: วิศวกรรมขนส่ง Transportation Engineering

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

การขนส่งทางทอ่ มกั ถกู จาํ กดั ดว้ ยลกั ษณะของภูมิประเทศ และเป็นการขนส่งแบบทางเดียว
(One-way transportation) เส้นทางการเดินท่ออาจมีลกั ษณะเป็ นโครงข่ายท่ีประกอบดว้ ย ท่อสาย
หลกั (Trunk lines) และท่อกระจายสินคา้ (Distribution lines) โดยสาํ หรับท่อสายหลกั มกั เป็นการ
วางแนวทอ่ ใตพ้ ้ืนดิน ขณะท่ีท่อกระจายสินคา้ มกั เป็นการวางแนวทอ่ บนพ้นื ดิน ลกั ษณะอีกประการ
หน่ึงของการขนส่งทางท่อคือ เป็ นการขนส่งท่ีมีความเร็วต่าํ แต่สามารถขนส่งไดใ้ นปริมาณ
มาก นอกจากน้ียงั ตอ้ งการระบบจดั เกบ็ ที่สามารถบรรจุสินคา้ ไดป้ ริมาณมากท่ีจุดปลายทาง

ค่าใชจ้ ่ายหลกั ของการลงทุนระบบขนส่งทางทอ่ ไดแ้ ก่ การก่อสร้างโครงขา่ ยระบบทอ่ และ
สถานีดนั ของเหลวไปตามทอ่ (Pumping station) ซ่ึงคิดเป็นร้อยละ 70 ถึง 80 ของเงินลงทุนท้งั หมด
โดยทวั่ ไป เมื่อทาํ การก่อสร้างเรียบร้อยแลว้ การขนส่งทางท่อเป็ นรูปแบบการขนส่งท่ีไม่ส่งผล
กระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ มมากนกั ถา้ มีการวางแผนและเลือกเสน้ ทางการวางแนวของทอ่ อยา่ งเหมาะสม
อย่างไรก็ดี ผลกระทบท่ีเกิดข้ึนกบั สภาพแวดลอ้ มขณะทาํ การก่อสร้าง มกั เป็ นปัญหาสาํ คญั ที่ตอ้ ง
ควบคุมสาํ หรับการขนส่งประเภทน้ี

รูปท่ี 1.25 การขนส่งทางทอ่

ที่มา: http://commons.wikimedia.org

1.6. เนือ้ หาโดยย่อของเอกสารประกอบการสอน
เพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพรวมของเน้ือหาภายในเอกสารฉบับน้ี ผูเ้ ขียนจึงได้สรุ ป

รายละเอียดโดยยอ่ ไวด้ งั น้ี
เอกสารฉบบั น้ีประกอบดว้ ยเน้ือหาท้งั สิ้น 9 บท เร่ิมจาก บทท่ี 1 บทนาํ เป็ นการแนะนาํ

เบ้ืองตน้ ให้ผูอ้ ่านเก่ียวทราบเก่ียวกบั ความหมายของการขนส่ง ความสําคญั และบทบาทของการ
ขนส่ง หน่วยงานหลกั ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การขนส่งท้งั ในประเทศและต่างประเทศ องคป์ ระกอบของ
ระบบขนส่ง และการขนส่งทางถนน ทางราง ทางน้าํ ทางอากาศ และทางทอ่

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 34 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 1 บทนํา (Introduction)

บทท่ี 2 การวางแผนการขนส่ง เน้ือหาในบทน้ีจะกล่าวถึง ความหมายของการวางแผนการ
ขนส่ง กระบวนการวางแผนการขนส่ง การกาํ หนดแนวทางการสาํ รวจขอ้ มูลเพื่อการวางแผนการ
ขนส่ง การตรวจสอบขอ้ มูลเพื่อการวางแผนการขนส่ง การสาํ รวจจุดตน้ ทางปลายทาง การสาํ รวจ
การเดินทางระหว่างพ้ืนที่ การสํารวจการเดินทางภายในพ้ืนท่ี การนาํ เสนอขอ้ มูลจุดตน้ ทาง
ปลายทาง และการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการสาํ รวจขอ้ มลู

บทที่ 3 การวิเคราะห์ความตอ้ งการเดินทาง จะมีเน้ือหาที่กล่าวถึงการวิเคราะห์ความ
ตอ้ งการเดินทาง ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อความตอ้ งการเดินทาง หลกั การจุดตน้ ทางปลายทาง
แบบจาํ ลองต่อเน่ือง 4 ข้นั ตอน แบบจาํ ลองการเกิดการเดินทาง แบบจาํ ลองการกระจายการเดินทาง
แบบจาํ ลองการเลือกรูปแบบการเดินทาง และแบบจาํ ลองการแจกแจงการเดินทาง

บทที่ 4 วิศวกรรมจราจร จะกล่าวถึงความหมายของวิศวกรรมจราจร ตวั แปรท่ีใชว้ ิเคราะห์
กระแสจราจร ความสัมพนั ธ์พ้ืนฐานของตวั แปรที่อธิบายกระแสจราจร ระดบั การให้บริการ การ
สาํ รวจขอ้ มลู จราจร การออกแบบสญั ญาณไฟจราจรบริเวณทางแยก

บทที่ 5 ระบบขนส่งสาธารณะ ในบทน้ีจะกล่าวถึง ความเป็นมาของระบบขนส่งสาธารณะ
ความเป็ นมาของระบบขนส่งสาธารณะแต่ละรูปแบบ ลกั ษณะการให้บริการของระบบขนส่ง
สาธารณะแบบตา่ งๆ ไม่วา่ จะเป็นการขนส่งแบบราง การขนส่งบนถนน อาทิ รถโดยสารประจาํ ทาง
และรถรับจา้ งแบบตา่ งๆ อาทิ แทก็ ซี่ Jitney Carpooling และ Vanpooling เป็นตน้

บทที่ 6 เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม เน้ือหาในบทน้ีจะทาํ ใหผ้ อู้ ่านทราบเก่ียวกบั ความหมาย
ของเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบ้ียหรื อ
ผลตอบแทน เวลา และค่าของเงิน การเปรียบเทียบทางการเงินเพ่ือคดั เลือกโครงการ การวิเคราะห์
มูลค่าเทียบเท่าปัจจุบนั การวิเคราะห์มูลค่าเทียบเท่ารายปี การวิเคราะห์ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน
และการวิเคราะห์อตั ราผลตอบแทน โดยหลกั การดงั กล่าว สามารถนาํ มาประยกุ ตใ์ นการวิเคราะห์
เพ่ือศึกษาความเหมาะสมดา้ นการลงทุนของโครงการดา้ นการขนส่งได้

บทท่ี 7 ผลกระทบการจราจรและการศึกษาการจอดรถ เน้ือหาในบทน้ีจะกล่าวถึง การศึกษา
ผลกระทบการจราจร ลกั ษณะพ้ืนฐานของการศึกษาผลกระทบการจราจรข้นั ตอนและองคป์ ระกอบ
หลกั ของการศึกษาผลกระทบการจราจร การปรับปรุงโครงข่ายถนนโดยรอบโครงการ การศึกษา
การจอดรถ ประเภทของท่ีจอดรถ ประเภทของการศึกษาการจอดรถ การวิเคราะห์การจอดรถ และ
การออกแบบท่ีจอดรถ

บทที่ 8 การควบคุมความตอ้ งการเดินทางและการจดั การการจราจร เน้ือหาภายในบทน้ีจะ
ทาํ ใหผ้ อู้ ่านทราบถึง สาเหตุของปัญหาการจราจรติดขดั และแนวทางแกไ้ ข ความหมายและหลกั การ
ของการควบคุมความตอ้ งการเดินทาง วตั ถุประสงคข์ องการนาํ การควบคุมความตอ้ งการเดินทาง
มากประยุกตใ์ ช้ ประเภทของมาตรการควบคุมความตอ้ งการเดินทาง มาตรการควบคุมความ
ตอ้ งการเดินทางกบั การแกป้ ัญหาจราจรในตา่ งประเทศ การประยกุ ตม์ าตรการควบคุมความตอ้ งการ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 35 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 1 บทนํา (Introduction)

เดินทางในประเทศไทย การจดั การการจราจร และอุปสรรคในการประยุกต์การควบคุมความ
ตอ้ งการเดินทางและการจดั การจราจรในประเทศไทย

และสุดทา้ ย บทท่ี 9 ลอจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน เน้ือหาในบทน้ีจะกล่าวถึง หลกั การ
เบ้ืองตน้ ของลิจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ความหมายและความสาํ คญั ของลอจิสติกส์ องคป์ ระกอบ
ของระบบลอจิสติกส์ การจดั การห่วงโซ่อุปทาน และบทบาทของการขนส่งที่มีต่อลอจิสติกส์และ
ห่วงโซ่อุปทาน

คาํ ถามท้ายบท
1. จงอธิบายความหมายและความสาํ คญั ของการขนส่ง
2. จงอธิบายความหมายและบทบาทของวิศวกรรมขนส่ง
3. ระบบขนส่งแบง่ ออกเป็นก่ีประเภท อะไรบา้ ง จงอธิบาย
4. จงอธิบายขอบเขตงานและความรับผดิ ชอบของวิศวกรขนส่ง
5. จงยกตวั อยา่ งหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั การขนส่งท้งั ในและนอกประเทศ พร้อมระบุหนา้ ท่ีหลกั

ของหน่วยงานน้นั
6. จงยกตวั อย่างหน่วยงานขนส่งของภาครัฐในต่างประเทศพร้อมบรรยายหน้าท่ีและความ

รับผดิ ชอบของหน่วยงานเหลา่ น้นั มา 5 หน่วยงาน
7. ถา้ ท่านตอ้ งการเป็ นวิศวกรขนส่ง หรือตอ้ งการทาํ งานในหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั การขนส่ง

ลกั ษณะงานหรือหน่วยงานที่ท่านตอ้ งการทาํ งานมากท่ีสุด 5 อนั ดบั แรกคือหน่วยงานใด
8. ท่านคิดวา่ นกั ผงั เมือง นกั เศรษฐศาสตร์ นกั ภูมิศาสตร์ และนกั จิตวิทยา เกี่ยวขอ้ งกบั การศึกษาดา้ น

การขนส่งอยา่ งไร จงอธิบาย

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 36 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

บทที 2 การวางแผนการขนส่ง (Transportation Planning)

เนือ้ หาในบทนีจ้ ะกล่าวถึง ความหมายของการวางแผนการขนส่ง กระบวนการวางแผนการขนส่ง การกาํ หนด
แนวทางการสํารวจข้อมูลเพือการวางแผนการขนส่ง การตรวจสอบข้อมูลเพือการวางแผนการขนส่ง การสํารวจ
จุดต้นทางปลายทาง การสาํ รวจการเดินทางระหว่างพืน้ ที การสาํ รวจการเดินทางภายในพืน้ ที การนาํ เสนอข้อมลู
จุดต้นทางปลายทาง และการตรวจสอบความถกู ต้องของการสาํ รวจข้อมลู

“ ”คนไมถ่ กู นนิ ทา ไมม่ ใี นโลก

พทุ ธสภุ าษิต

2.1. ความหมายของการวางแผนการขนส่ง

กระบวนการที่สาํ คญั ข้นั ตอนหน่ึงของการขนส่งคือ การวางแผนการขนส่ง โดยทว่ั ไปแลว้
การวางแผนน้นั เป็นส่ิงที่จาํ เป็น และมีความสาํ คญั ในการดาํ เนินกิจการทุกดา้ นที่มีความเสี่ยงในการ
ดาํ เนินงาน ไม่ว่าจะเป็ น การดาํ เนินชีวิต ธุรกิจ กิจการทหาร ฯลฯ การวางแผนที่ดีและรอบคอบ
โดยคาํ นึงถึงปัจจยั ที่ส่งผลกระทบในทุกๆ ดา้ น สามารถลดความเส่ียงในการดาํ เนินกิจการท่ีกาํ ลงั จะ
ปฏิบตั ิลงได้ ในทางตรงกนั ขา้ ม ถา้ ปราศจากการวางแผนเลย กิจการท่ีกาํ ลงั จะดาํ เนินการน้นั อาจ
ประสบความลม้ เหลวอย่างไม่เป็ นท่า ท้งั น้ีเพราะเราไม่ไดจ้ ดั เตรียมความพร้อมท่ีจะรองรับกบั
สถานการณ์ท่ีอาจเกิดข้ึนในอนาคตระหวา่ งที่กาํ ลงั ดาํ เนินกิจการน้นั ๆ ดงั ที่มีผกู้ ล่าววา่ ในการทาํ ส่ิง
ใดกต็ าม ถา้ มีการวางแผนเป็นอยา่ งดีแลว้ ผลลพั ธ์ของการปฏิบตั ิอาจเป็นไปไดส้ องแนวทาง นนั่ คือ
เสมอตวั และประสบความสาํ เร็จ แต่ถา้ ไม่ไดม้ ีการวางแผนเลย ผลลพั ธ์ของการปฏิบตั ิจะเป็นไดท้ าง
เดียว นน่ั คือพบกบั ความลม้ เหลว ท้งั น้ีจะเห็นไดว้ ่าหลกั การสาํ คญั ของการวางแผนกค็ ือ การเลือก
และพิจารณาปัจจยั แวดลอ้ มท่ีเหมาะสมเพื่อนาํ มาใชใ้ นการวิเคราะห์เพื่อนาํ ผลการวิเคราะห์น้นั มา
ทาํ นายสถานการณ์ในอนาคตในประเดน็ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ปัญหาที่กาํ ลงั พจิ ารณาอยนู่ น่ั เอง

จากท่ีกล่าวข้างต้นอาจกล่าวได้ว่า การวางแผน (Planning) คือ การดําเนินการหรื อ
กระบวนการท่ีใชป้ ระเมินแนวโนม้ ของสิ่งที่จะเกิดข้ึนในอนาคตเพ่ือใชเ้ ป็ นเคร่ืองมือสาํ หรับแนะ
แนวทางปฏิบตั ิที่เหมาะสมเพ่ือให้บรรลุเป้ าหมายที่กาํ หนดไว้ ประเด็นสาํ คญั ประการหน่ึงของการ
วางแผนคือ การคาดการณ์ส่ิงที่น่าจะเกิดข้ึนในอนาคต การดาํ เนินการเพ่ือวางแผนมกั เกิดข้ึนใน
ช่วงเวลาหน่ึง แต่การนาํ แผนน้นั ไปปฏิบตั ิมกั เกิดข้ึนในอนาคต ดว้ ยเหตุน้ี แมว้ า่ การวางแผนจะเป็ น
การเพ่ิมความน่าเช่ือถือของสิ่งที่อาจเกิดข้ึนจริงในอนาคต แต่กไ็ มส่ ามารถรับรองไดว้ า่ เมื่อถึงเวลาท่ี
นาํ แผนน้นั ไปปฏิบตั ิจริง ผลท่ีไดแ้ ละเวลาช่วงเวลาดาํ เนินการจะตรงตามท่ีคาดการณ์ไวห้ รือไม่

การขนส่งเป็ นกิจกรรมหน่ึงท่ีมีความสาํ คญั ต่อการดาํ เนินชีวิตของผคู้ นและส่งผลกระทบ
ต่อวิถีชีวิตของผคู้ นในวงกวา้ ง การที่จะทาํ ใหก้ ารขนส่งมีประสิทธิภาพน้นั จาํ เป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีผมู้ ีส่วน

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 37 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

รับผดิ ชอบจะตอ้ งทาํ การวางแผนและคาดการณ์สิ่งท่ีน่าจะเกิดข้ึนในอนาคตซ่ึงส่งผลกระทบต่อการ
ขนส่งให้ใกล้เคียงความเป็ นจริงมากที่สุด โดยท่ัวไป การวางแผนการขนส่ง (Transportation
Planning) คือ กระบวนการตดั สินใจที่เก่ียวขอ้ งกบั ระบบการขนส่งในอนาคต ซ่ึงมกั จะมุ่งเนน้ ใน
ประเด็นท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ความตอ้ งการการขนส่งในอนาคต ความสัมพนั ธ์ระหว่างระบบขนส่งและ
โครงสร้างพ้ืนฐาน ความสัมพนั ธ์ระหว่างลกั ษณะการใชพ้ ้ืนท่ี เศรษฐกิจ และการขนส่ง ทางเลือก
สาํ หรับดาํ เนินการระบบขนส่ง ผลกระทบดา้ นสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอ้ มอนั เนื่องมาจาก
ระบบขนส่ง และการลงทุนและการบริหารองคก์ รเพอ่ื ดาํ เนินการตามแผนการขนส่ง เป็นตน้

2.2. กระบวนการวางแผนการขนส่ง
ในทางปฏิบัติ โดยมากการวางแผนการขนส่งมกั ถูกกาํ หนดให้เป็ นกระบวนการที่ใช้

หลกั การของเหตุและผล น่ันคือ ในการแกไ้ ขปัญหาดา้ นขนส่งน้ัน จะตอ้ งดาํ เนินการให้เป็ นไป
ตามลาํ ดบั ข้นั ตอนและมีเหตุผลรองรับ โดยมีข้นั ตอนดงั ต่อไปน้ี

1. การกาํ หนดเป้ าหมาย (Goal definition) คือ การใหค้ าํ นิยามเก่ียวกบั เป้ าหมายของระบบ
ขนส่ง โดยมากการกาํ หนดน้ีจะคาํ นึงถึงคุณค่าของส่ิงท่ีมีอยู่ในชุมชนเป็ นพ้ืนฐาน ซ่ึงข้ึนอยู่กบั ผู้
วางแผนจะเป็ นผกู้ าํ หนด การกาํ หนดเป้ าหมายมกั ถูกแสดงในลกั ษณะของคาํ พูดกวา้ งๆ ของสิ่งท่ี
ตอ้ งการบรรลุ พร้อมดว้ ยการกาํ หนดวตั ถุประสงคแ์ ละตวั ช้ีวดั ประสิทธิภาพที่สอดรับกบั เป้ าหมาย
ของโครงการท่ีช้ีเฉพาะมากข้ึน

2. การระบุความจําเป็ นของการดําเนินการ (Identification of needs) คือ การเปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพของระบบขนส่งที่มีอยกู่ บั เป้ าหมาย วตั ถุประสงค์ และตวั ช้ีวดั ประสิทธิภาพท่ีกาํ หนด
จากข้นั ตอนแรก ถา้ เปรียบเทียบแลว้ พบว่าประสิทธิภาพของระบบขนส่งท่ีมีอยู่ต่าํ กวา่ มาตรฐาน
กส็ มควรที่จะตอ้ งทาํ การปรับปรุงระบบดงั กล่าวใหด้ ีข้ึน

3. การพฒั นาวิธีการสําหรับแต่ละทางเลือกการดําเนินการ (Development of alternative
solutions) เพือ่ ตอบสนองตรงตามความตอ้ งการของความจาํ เป็นที่ระบุไวใ้ นขอ้ ท่ี 2

4. การประเมินวิธีการสําหรับแต่ละทางเลอื กการดําเนินการ (Evaluation of alternative
solutions) โดยจะทาํ การประเมินความเป็ นไปไดข้ องแต่ละทางเลือกเกี่ยวกบั ลกั ษณะทางกายภาพ
เศรษฐศาสตร์ และการเงินการลงทุน เงินลงทุน ความต้องการใช้ระบบขนส่ง ผลกระทบ
สิ่งแวดลอ้ ม ฯลฯ

5. กระบวนการตัดสินใจ (Decision process) หลงั จากทาํ การประเมินแต่ละทางเลือกของ
การดาํ เนินการแลว้ ทางเลือกใดมีความเหมาะสมมากที่สุดตามวตั ถุประสงคข์ องโครงการ จะถูก
คดั เลือกใหน้ าํ ไปสู่ข้นั ตอนการปฏิบตั ิใหเ้ ป็นไปตามแผนตอ่ ไป

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 38 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

กระบวนการวางแผนตามหลกั การของเหตุและผลตามท่ีกล่าวขา้ งตน้ สามารถแสดงในรูป
ของแผนภาพไดด้ งั ต่อไปน้ี

กาํ หนดเป้ าหมาย
• คุณค่าของสิ่งท่ีมีอยใู่ นชุมชน
• เป้ าหมาย
• วตั ถุประสงค์
• ตวั ช้ีวดั ประสิทธิภาพ

ระบุความจาํ เป็นของการดาํ เนินการ

พฒั นาวธิ ีการสาํ หรับแต่ละทางเลือก
การดาํ เนินการ

ประเมินวธิ ีการสาํ หรับแต่ละทางเลือก
การดาํ เนินการ
• ความเป็นไปไดข้ องโครงการ
• ความตอ้ งการระบบขนส่ง
• ตน้ ทุน
• ผลกระทบดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม

กระบวนการตดั สินใจ
• เลือกแนวทางที่เหมาะสมสาํ หรับ

นาํ ไปปฏิบตั ิ

การปฏิบตั ิตามแนวทางท่ีเหมาะสมเพ่ือ
บรรลุจุดหมายตามที่วางแผนไว้

รูปท่ี 2.1 กระบวนการวางแผนตามหลกั การของเหตุและผล

ท่ีมา: ดดั แปลงจาก Banks (2002)

กระบวนการวางแผนตามหลกั การของเหตุและผลจะเก่ียวขอ้ งกบั ประเด็นทางการเมืองอยู่
2 ข้นั ตอน น่ันคือการกาํ หนดเป้ าหมายและกระบวนการตดั สินใจ การกาํ หนดเป้ าหมายมกั จะถูก
กาํ หนดให้อยู่ในความรับผิดชอบของนักการเมือง และกระบวนการตดั สินใจมกั จะถูกมองว่ามี
ลกั ษณะเป็ นกระบวนการทางการเมือง โดยความรับผิดชอบหลกั ของนกั การเมืองในจุดน้ีก็คือทาํ
การตดั สินใจภายใตข้ อ้ มลู ทางเทคนิคและขอ้ เทจ็ จริงที่ไดจ้ ากการวิเคราะห์โดยผวู้ างแผน

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 39 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

หน่วยงานวางแผนการขนส่งมกั จะตอ้ งทาํ การศึกษาปัญหาเฉพาะหนา้ ท่ีเกิดข้ึนในการวาง
แผนการขนส่งอยู่เสมอ การศึกษาดงั กล่าวถือไดว้ ่าเป็ นงานหลกั ท่ีดาํ เนินการโดยเจา้ หน้าที่ซ่ึงมี
วชิ าชีพดา้ นการขนส่งโดยตรงของกองวางแผนการขนส่งของเมือง อาทิ สาํ นกั การจราจรและขนส่ง
และสํานักการโยธาของกรุงเทพมหานคร เป็ นตน้ หน่วยงานรัฐอ่ืนๆ ท่ีมีส่วนรับผิดชอบในการ
วางแผนด้านการขนส่ง อาทิ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ
สาํ นกั งานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ (สศช.) เป็นตน้ และบริษทั ที่ปรึกษาดา้ นการ
วางแผนการขนส่ง เป็นหน่วยงานเอกชนท่ีมีหนา้ ท่ีวางแผนและแกป้ ัญหาดา้ นการขนส่งโดยตรง ซ่ึง
โดยมากแลว้ จะเก่ียวขอ้ งกบั การศึกษาเพ่อื การวางแผนในประเดน็ ดงั ต่อไปน้ี

1. การศึกษาการขนส่งระหว่างช่วง (Corridor studies) การขนส่งระหว่างช่วงเป็ น
องค์ประกอบของพ้ืนท่ีซ่ึงต้งั อยู่ระหว่างจุดปลายทางสองจุด การศึกษาลกั ษณะน้ีมกั จะเป็ นการ
เปรียบเทียบแนวทางปฏิบตั ิหรือดาํ เนินการด้านขนส่งในพ้ืนที่ดงั กล่าว ไม่ว่าจะเป็ นการศึกษา
ทางเลือกในการกาํ หนดแนวทางหลวงซ่ึงว่ิงระหว่างพ้ืนที่ ทางเลือกของระบบขนส่งสาธารณะท่ี
ใหบ้ ริการระหวา่ งพ้ืนท่ี และทางเลือกของรูปแบบการขนส่งระหวา่ งพ้นื ท่ี เป็นตน้

2. การศึกษาพนื้ ทีย่ ่อย (Subarea studies) เป็นการศึกษาท่ีมีความคลา้ ยคลึงกบั การศึกษา
การขนส่งระหว่างช่วงแต่มีขอบเขตที่เล็กกว่าโดยจะมุ่งเน้นไปที่จุดใดจุดหน่ึงในพ้ืนท่ี อาทิ
การศึกษาพ้ืนท่ีจอดรถ หรือการหมุนเวียนของกระแสจราจรในพ้ืนที่ศูนยก์ ลางเศรษฐกิจของชุมชน
(Central Business District, CBD) การศึกษาการจดั การระบบการขนส่ง (Transportation System
Management, TSM) ในชุมชน และการศึกษาทางเลือกของระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบต่างๆใน
พ้ืนท่ียอ่ ยของเมืองหลวง เป็นตน้

3. การวเิ คราะห์ทางเลอื กเพอื่ การลงทุนด้านการขนส่งขนาดใหญ่ (Alternative analyses
for major transportation investments) เป็ นการศึกษาเพ่ือเปรียบเทียบสาํ หรับการกาํ หนดท่ีต้งั
และเลือกระบบท่ีเหมาะสมสาํ หรับการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่
ระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบราง หรือทางด่วนภายในเขตเมืองขนาดใหญ่ เป็นตน้

4. การศึกษาหลักสูตรการขนส่ง (Institutional studies) เป็ นการศึกษาเพ่ือเปรียบเทียบ
ทางเลือกสําหรับการจดั หลกั สูตรการศึกษาดา้ นการขนส่งในสถาบนั การศึกษา ผลลพั ธ์ที่ไดจ้ าก
การศึกษามักอยู่ในรูปของการอนุมัติเพ่ือรับรองหลักสูตรด้านการขนส่งท่ีจะเปิ ดสอนใน
สถาบนั การศึกษา

5. การศึกษาด้านการเงิน (Financial studies) เป็ นการศึกษาทางเลือกดา้ นการเงินของ
โครงการขนส่ง โดยจะมุ่งพิจารณาความจาํ เป็ นทางการเงินและศกั ยภาพในการลงทุนเพื่อให้ได้
ผลตอบแทนท่ีคุม้ ค่า ผลการศึกษามกั อยใู่ นรูปของการยืนยนั ถึงความเป็ นไปไดด้ า้ นการเงินในการ
ลงทุน หรือการกระทาํ ใดๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ความมน่ั คงดา้ นการเงินขององคก์ ร

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 40 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

6. การศึกษาผลกระทบ (Impact studies) เป็นการศึกษาในลกั ษณะก่อนและหลงั เพื่อศึกษา
ผลกระทบของการลงทุนดา้ นการขนส่งขนาดใหญ่ท่ีมีต่อการพฒั นาที่ดินโดยรอบโครงการ หรือ
พฤติกรรมการเดินทางของคนในพ้ืนที่ท่ีเปล่ียนแปลงไป

นอกจากน้ี การวางแผนยงั อาจแบ่งออกเป็ นประเภทตามช่วงเวลา ไดแ้ ก่ การวางแผนระยะ
ส้ัน (Short-term planning) การวางแผนระยะกลาง (Medium-term planning) และการวางแผนระยะ
ยาว (Long-term planning)

การวางแผนระยะส้ัน หรือการวางแผนโครงการ (Short-term or project planning
activities) คือ การวางแผนที่มุ่งเนน้ ไปท่ีโครงการที่สามารถนาํ ไปปฏิบตั ิไดภ้ ายในระยะเวลา 1 ถึง 3
ปี โดยทว่ั ไป กระบวนการของการวางแผนระยะส้ัน ไดแ้ ก่ การติดตามและตรวจสอบระบบ (การ
เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตวั ช้ีวดั ประสิทธิภาพของระบบ) ระบุความไม่เพียงพอของระบบท่ีมีอยู่ กาํ หนด
จุดมุ่งหมายและวตั ถุประสงค์ กาํ หนดกลยทุ ธ สร้างขอ้ กาํ หนดสาํ หรับช้ีวดั ประสิทธิภาพของระบบ
การประเมินกลยทุ ธ และจดั ลาํ ดบั กลยทุ ธท้งั หมดโดยใชห้ ลกั การความเหมาะสมระหวา่ งเงินลงทุน
และประสิทธิภาพของระบบ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้รับจากการวางแผนระยะส้ัน ได้แก่ รายช่ือ
โครงการท่ีไดร้ ับการสนบั สนุน หรือขอ้ เสนอของวิธีการที่ถูกออกแบบข้ึนมาเพื่อใหเ้ กิดการบริหาร
จดั การระบบขนส่งที่มีอยใู่ ห้ดีข้ึนและมีประสิทธิภาพมากข้ึนกว่าที่เป็ นอยใู่ นปัจจุบนั ตวั อยา่ งของ
การวางแผนระยะส้นั ไดแ้ ก่

• การวางแผนเพ่ือกลุ่มเป้ าหมายยอ่ ย อาทิ เดก็ นกั เรียน คนชรา คนพกิ าร เป็นตน้
• อิทธิพลที่มีต่อกนั ระหว่างการขนส่งและการใชท้ ี่ดิน อาทิ การศึกษาการเดินทางท่ี

เกิดข้ึน ณ ศูนยก์ ารคา้ ผลกระทบดา้ นการขนส่งอนั เน่ืองมาจากโครงการต่างๆ
เป็ นตน้
• การศึกษาการขนถา่ ยสินคา้
• โครงการพฒั นาท่ีอยอู่ าศยั
• การวางแผนออกแบบทางจกั รยาน
• การวางแผนการใชพ้ ลงั งาน
• การศึกษาผลกระทบ

การวางแผนการขนส่งในเมืองหลวงจะต้องรวมเน้ือหาของการจัดการระบบขนส่ง
(Transportation system management, TSM) ไวใ้ นแผนการขนส่งระยะส้นั ของเมืองดว้ ย เพื่อใชเ้ ป็น
แนวทางในการใชท้ รัพยากรดา้ นการขนส่งใหเ้ กิดประสิทธิภาพมากยงิ่ ข้ึน และเป็นแนวทางสาํ หรับ
การบริหารจดั การการขนส่งคนและสินคา้ ในเขตเมือง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 41 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

การวางแผนระยะกลาง (Medium-term plan) เป็ นการวางแผนท่ีมุ่งเนน้ เก่ียวกบั การ
จดั การระบบขนส่ง (Transportation system management, TSM) การวางแผนการจดั การคุณภาพ
อากาศ (Air quality management planning) และการศึกษาการขนส่งระหวา่ งช่วง (Corridor studies)
โดยทว่ั ไปแลว้ อาจดูเหมือนว่าไม่มีความแตกต่างกนั มากนักระหว่างการวางแผนระยะส้ัน ระยะ
กลาง และระยะยาว แต่ในความเป็ นจริงแลว้ แผนระยะกลางจะมีขอบเขตการศึกษาที่กวา้ งและมี
ช่วงเวลาท่ีผวู้ างแผนตอ้ งพิจารณาล่วงหนา้ สาํ หรับการนาํ แผนไปปฏิบตั ิที่นานกว่าแผนระยะส้ัน แต่
จะมีขอบเขตการศึกษาท่ีเนน้ เรื่องใดเรื่องหน่ึงเป็นพเิ ศษมากกวา่ แผนระยะยาว

แผนระยะยาว (Long-term plan) เป็นการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมดา้ นการขนส่งท่ี
จาํ เป็ นสําหรับเมือง รวมถึงโครงการก่อสร้างที่เกี่ยวกบั การขนส่งท่ีสอดคลอ้ งกบั การเตรียมความ
พร้อมน้นั โดยมีช่วงเวลาที่ผวู้ างแผนตอ้ งคาดการณ์ล่วงหนา้ อยา่ งนอ้ ย 20 ปี เป็นแผนที่ตอ้ งคาํ นึงถึง
เงินลงทุนในระยะยาวเน่ืองจากตอ้ งคาดการณ์ล่วงหนา้ เป็นระยะเวลานาน ในการวางแผนระยะยาว
จาํ เป็ นตอ้ งใชว้ ิธีการวิเคราะห์ท่ีซับซ้อนมากกว่ากรณีของการวางแผนระยะส้ันในการคาดการณ์
ความตอ้ งการใชร้ ะบบขนส่งในอนาคต

2.3. การกาํ หนดแนวทางการสํารวจข้อมูลเพอื่ การวางแผนการขนส่ง
การวางแผนการขนส่งเป็ นกระบวนการท่ีซบั ซอ้ น โดยทว่ั ไปจะเก่ียวขอ้ งกบั การวางแผน

เพื่อประเมินและเลือกทางเลือกของการก่อสร้างเส้นทางหรือระบบขนส่งเพื่อรองรับความตอ้ งการ
ใชง้ านในปัจจุบนั หรือท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต ดว้ ยเหตุน้ี ผวู้ างแผนจึงจาํ เป็ นตอ้ งทาํ การศึกษาเพื่อให้
ไดข้ อ้ มูลสาํ หรับการสร้างแบบจาํ ลองเพื่อใชค้ าดการณ์ความตอ้ งการใชง้ านที่จะเกิดข้ึนในอนาคต
หรือเพ่ือประเมินผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึนอนั เน่ืองมาจากดาํ เนินนโยบายหรือโครงการขนส่ง
โดยทวั่ ไป ขอ้ มูลท่ีจาํ เป็ นสําหรับการศึกษาเหล่าน้ีประกอบดว้ ยขอ้ มูลประชากรและเศรษฐกิจ
ลกั ษณะการเดินทาง และระบบขนส่งในพ้ืนท่ีศึกษา ขอ้ มลู เหล่าน้ีมกั ถกู นาํ มาใชเ้ พอื่

• กาํ หนดขนาดของระบบขนส่งท่ีตอ้ งการเพ่ิมเติมอนั เนื่องมาจากความไมเ่ พียงพอของระบบ
ท่ีมีอยใู่ นปัจจุบนั

• เป็นขอ้ มลู พ้ืนฐานสาํ หรับคาดการณ์การใชท้ ่ีดินและการเดินทางที่จะเกิดข้ึนในอนาคต
• หาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประชากร การใชท้ ่ีดิน และการเดินทางในพ้ืนที่ศึกษา
• สร้างแบบจาํ ลองความตอ้ งการเดินทาง

ขอ้ มูลที่จาํ เป็ นสาํ หรับการศึกษาขา้ งตน้ ข้ึนอยกู่ บั ขอบเขตและลกั ษณะของโครงการ การ
ดาํ เนินการวางแผนในช่วงที่ผา่ นมา และคา่ ใชจ้ ่ายในการเกบ็ ขอ้ มลู ฯลฯ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 42 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

2.3.1. การกาํ หนดขอบเขตพนื้ ทเ่ี กบ็ ข้อมูล
พ้ืนฐานสาํ คญั ของการวางแผนการขนส่งท่ีมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็ นการวางแผนระดบั

ใดกต็ าม ฐานขอ้ มูลท่ีดีและมีขอ้ มูลท่ีจาํ เป็นสาํ หรับการวางแผนอยา่ งครบถว้ น เป็นสิ่งที่จาํ เป็นอยา่ ง
ย่ิง โดยทวั่ ไปนักวางแผนการขนส่งนิยมแบ่งกลุ่มขอ้ มูลเพ่ือประโยชน์ในการเก็บรวบรวมและ
ดาํ เนินการดา้ นฐานขอ้ มูลตามสถานที่ต้งั และลกั ษณะภูมิศาสตร์ของพ้ืนท่ี (Geographic locations)
และประเภทของระบบสาธารณูปโภคการขนส่ง (Transportation facilities)

การศึกษาเพ่ือการวางแผนมกั จะเร่ิมตน้ ดว้ ยการลากเส้นกาํ หนดขอบเขตพ้ืนที่สาํ รวจขอ้ มูล
หรือพ้ืนที่ศึกษา เส้นท่ีกาํ หนดขอบเขตของพ้ืนท่ีศึกษาหรือลอ้ มรอบพ้ืนท่ีศึกษาน้ีมีชื่อเรียกว่า เส้น
ขอบเขต (Cordon line) สาํ หรับการศึกษาเพ่ือวางแผนในเขตเมือง (Urban studies) พ้ืนที่ศึกษาน้ีอาจ
ครอบคลุมพ้ืนท่ีเมืองท้งั หมด นอกจากน้ีเมื่อคาํ นึงถึงการขยายตวั ของเมืองในอนาคต ผวู้ างแผนควร
รวมพ้ืนท่ีชานเมืองที่อยู่รอบนอกเป็ นพ้ืนท่ีศึกษาดว้ ย สําหรับการศึกษาเพ่ือวางแผนระดบั ชุมชน
(Local studies) การกาํ หนดแนวขอบเขตของพ้ืนท่ีศึกษาควรครอบคุลมพ้ืนที่ที่สนใจและเอ้ือต่อการ
ใชแ้ รงงานใหน้ อ้ ยที่สุดเท่าที่จะทาํ ไดใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูลดงั กล่าว ท้งั น้ีวตั ถุประสงคข์ องการศึกษาจะ
เป็ นตวั กาํ หนดขอบเขตของพ้ืนที่ศึกษา ผูว้ างแผนควรพิจารณาวตั ถุประสงคข์ องการสํารวจและ
ขอ้ จาํ กดั ท่ีมีอย่ทู ้งั หมดมาพิจารณาในการกาํ หนดแนวเส้นขอบเขตท่ีเหมาะสม โดยทว่ั ไปแนวเส้น
ขอบเขตมกั จะถูกกาํ หนดให้สอดคลอ้ งกบั ขอบเขตทางกายภาพของพ้ืนที่ อาทิ แนวสันเขา และ
แม่น้าํ เป็นตน้ และแนวทางหลกั ของการสญั จร อาทิ ทางด่วน หรือทางรถราง เป็นตน้

เม่ือกาํ หนดขอบเขตพ้นื ท่ีศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแลว้ พ้ืนที่ศึกษาจะถูกแบ่งออกเป็นพ้ืนท่ียอ่ ย
(Traffic analysis zones, TAZs หรือ Analysis units) อยา่ งไรกด็ ี ไม่มีขอ้ แนะนาํ ท่ีแน่ชดั สาํ หรับการ
กาํ หนดขนาดและหรือจาํ นวนของพ้ืนท่ีย่อย มีพ้ืนที่ย่อยมากเกินไปการวิเคราะห์ก็ย่ิงซับมากข้ึน
เท่าน้นั ขณะท่ีถา้ มีจาํ นวนพ้ืนท่ียอ่ ยนอ้ ยเกินไป ก็อาจไม่สะทอ้ นขอ้ เทจ็ จริงของการจดั กลุ่มตามจุด
ปลายของการเดินทาง และอาจไม่สะทอ้ นขอ้ เท็จจริงของเส้นทางการเดินทางในพ้ืนท่ีดว้ ย ขนาด
ของพ้ืนที่ยอ่ ยอาจพิจารณาไดจ้ าก ขนาดของพ้ืนที่ศึกษา ความหนาแน่นประชากร รายการขอ้ มูลท่ี
ตอ้ งการ วตั ถุประสงคก์ ารศึกษา และเทคนิคการสร้างแบบจาํ ลองที่นาํ มาประยกุ ตใ์ ช้

เงื่อนไขท่ีพิจารณาในการแบ่งพ้ืนที่ยอ่ ยมีหลายประการ โดยทว่ั ไปพ้ืนที่ยอ่ ยมกั จะมีขนาด
เลก็ กว่าถา้ พ้ืนที่ศึกษาอยใู่ นเขตเมืองท่ีมีความหนาแน่นมาก และจะมีขนาดใหญ่กว่าถา้ พ้ืนที่ศึกษา
เป็ นพ้ืนท่ีช้นั นอกที่มีการกระจายตวั ของประชากรสูง ในการสาํ รวจขนาดเลก็ ที่มีขอบเขตของพ้ืนที่
ศึกษาไม่มากนกั พ้ืนท่ีศึกษาอาจถูกแบ่งออกเป็ นพ้ืนท่ียอ่ ยในจาํ นวนที่นอ้ ยกว่าการสาํ รวจในพ้ืนท่ี
เขตเมืองขนาดใหญ่ หลกั เกณฑง์ ่ายๆ ท่ีอาจใชเ้ ป็ นแนวทางในการแบ่งพ้ืนที่ย่อยก็คือ เวลาที่ใชใ้ น
การขบั รถยนตข์ า้ มผา่ นพ้ืนท่ียอ่ ยไม่ควรเกิน 3 ถึง 5 นาที อยา่ งไรกด็ ี ไดม้ ีการกาํ หนดหลกั เกณฑใ์ น
การแบง่ พ้นื ที่ยอ่ ยไวด้ งั น้ี

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 43 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

1. สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม (Socioeconomic characteristics) ของประชากรในแตล่ ะพ้ืนที่
ยอ่ ย ควรมีลกั ษณะท่ีคลา้ ยคลึงกนั

2. ก่อใหเ้ กิดการเดินทางภายในพ้นื ที่ยอ่ ย (Intrazonal trips) นอ้ ยท่ีสุด
3. ในการแบ่งพ้ืนท่ีย่อยควรคาํ นึงถึงขอบเขตอนั เน่ืองมาจากลกั ษณะทางกายภาพ การเมืองการ

ปกครอง และประวตั ิศาสตร์ เป็นสาํ คญั
4. การแบ่งพ้ืนที่ควรก่อใหเ้ กิดพ้ืนท่ียอ่ ยท่ีมีลกั ษณะเชื่อมต่อกนั เท่าน้นั ควรหลีกเลี่ยงการกาํ หนด

พ้นื ที่ยอ่ ยที่ต้งั อยใู่ นขอบเขตของพ้นื ท่ียอ่ ยอ่ืนๆ
5. ควรแบ่งพ้ืนที่ยอ่ ยใหม้ ีจาํ นวนครัวเรือน ประชากร พ้ืนที่ หรือจาํ นวนการสร้างและดึงดูดการ

เดินทาง ท่ีคอ่ นขา้ งสมดุลกนั ระหวา่ งพ้นื ที่ยอ่ ย
6. ควรแบ่งพ้ืนที่ยอ่ ยโดยอา้ งอิงกบั การแบง่ พ้นื ที่ในการทาํ สมั มะโนประชากร

ตวั อยา่ งของการแบง่ พ้นื ท่ียอ่ ย ดงั แสดงในรูปท่ี 2.2

รูปที่ 2.2 การแบง่ พ้นื ที่ยอ่ ยในการวางแผนการขนส่งในเมือง

ที่มา: Meyer and Miller (2001)

จากรูปท่ี 2.2 จะเห็นไดว้ ่าพ้ืนที่ที่ถูกแบ่งออกเป็ นพ้ืนท่ีย่อยสําหรับการวิเคราะห์น้ัน
สามารถรวมเขา้ ดว้ ยกนั เป็ นกลุ่มพ้ืนที่ที่มีขนาดใหญ่ข้ึนไดเ้ พ่ือให้เกิดความสะดวกในการวิเคราะห์

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 44 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ระดบั กลุ่ม (Aggregate level) โดยอาจใชแ้ นวถนนเส้นหลกั ท่ีวิ่งผา่ นพ้ืนที่เป็นตวั แบ่ง ขอ้ มูลที่เก็บ
จากพ้นื ที่ยอ่ ยต่างๆ จะตอ้ งนาํ มารวมเป็นขอ้ มูลระดบั กลุ่ม (Aggregate data) ดว้ ยเช่นกนั

การแบ่งกลุ่มขอ้ มูลท่ีสาํ คญั อีกประเภทหน่ึง คือ การนาํ ลกั ษณะการใชง้ านและประเภทของ
ถนน มาใชเ้ ป็นเกณฑใ์ นการจาํ แนกกลุ่มขอ้ มลู ซ่ึงโดยทวั่ ไปสามารถแบง่ ไดด้ งั น้ี

1. ถนนระหว่างเมือง (Interstate highway) เป็ นถนนท่ีมีการควบคุมการเขา้ ถึงอย่างสมบูรณ์
วตั ถุประสงคห์ ลกั ของถนนประเภทน้ีคือเพื่อลาํ เลียงยวดยานเขา้ สู่พ้ืนที่เมือง และเพ่ือวิ่งผ่าน
เมือง

2. ทางด่วน และทางพิเศษ (Freeway and Expressway) เป็นถนนที่มีการควบคุมการเขา้ ถึงอยา่ ง
สมบูรณ์เช่นเดียวกบั ถนนระหว่างเมือง แต่ไม่ไดเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของระบบถนนระหวา่ งเมือง มี
วตั ถุประสงคก์ ารใชง้ านคลา้ ยคลึงกบั ถนนระหวา่ งเมือง

3. ถนนเส้นหลกั (Principal arterial) ไดแ้ ก่ ถนนและทางท่ีมีปริมาณการจราจรสัญจรมาก
ส่วนมากเป็นถนนสายยาวที่ทอดผา่ นเมือง และมุ่งสู่พ้ืนที่ศนู ยก์ ลางกิจกรรมหลกั ของเมืองน้นั ๆ

4. ถนนเส้นรอง (Minor arterial) ไดแ้ ก่ ถนนและทางที่ทาํ หนา้ ที่เช่ือมต่อกบั ระบบถนนเสน้ หลกั
อาจทาํ หนา้ ที่เป็นทางเชื่อมต่อเขา้ สู่พ้นื ท่ี และมีเสน้ ทางการใหบ้ ริการขนาดกลาง

5. ถนนป้ อนเขา้ (Collector) ทาํ หนา้ ที่ป้ อนการจราจรจากถนนทอ้ งถ่ิน (Local streets) ไปสู่ระบบ
ถนนหลกั (Arterial systems) ถนนป้ อนเขา้ น้ีเป็ นโครงข่ายหลกั ท่ีนาํ กระแสจราจรให้เขา้ ถึง
ชุมชน

6. ถนนทอ้ งถ่ิน (Local) คือ ถนนที่ทอดผา่ นชุมชนหรือหมู่บา้ น ทาํ หนา้ ที่เชื่อมกระแสจราจรจาก
ภายนอกเขา้ สู่ชุมชนหรือหม่บู า้ นโดยตรง

การท่ีผวู้ างแผนจะเลือกใชแ้ นวทางใดในการกาํ หนดขอบเขตพ้ืนท่ีสาํ หรับการเกบ็ รวบรวม
ขอ้ มูลน้นั ข้ึนอยกู่ บั วตั ถุประสงคข์ องโครงการ ลกั ษณะของขอ้ มูล งบประมาณในการดาํ เนินการ
กาํ ลงั คน และความละเอียดถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ที่ตอ้ งการ การกาํ หนดขอบเขตพ้ืนท่ีไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
กบั วตั ถุประสงคข์ องโครงการและทรัพยากรท่ีมีอยู่ จะช่วยให้ผูว้ างแผนไดร้ ับขอ้ มูลท่ีดี มีความ
น่าเช่ือถือสูง และสามารถนาํ ไปใชใ้ นการวิเคราะห์ไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจเป็นผลตามมา

2.3.2. การเลอื กตวั อย่าง
การเก็บขอ้ มูล หรือการรวบรวมขอ้ มูลถือไดว้ ่าเป็ นอีกข้นั ตอนหน่ึงของการวางแผนที่ยาก

และมีค่าใชจ้ ่ายในการดาํ เนินการสูง ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลเพื่อการวางแผนการขนส่งน้ัน คง
เป็นไปไมไ่ ดท้ ่ีจะทาํ การเกบ็ ขอ้ มูลจากทุกหน่วยสมาชิก อาทิ ทุกครัวเรือน หรือรถทุกคนั ฯลฯ ท่ีอยู่
ในพ้ืนที่ศึกษา เน่ืองจากการดาํ เนินการในลกั ษณะดงั กล่าว จะก่อให้เกิดความล่าชา้ และสิ้นเปลือง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 45 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ค่าใชจ้ ่ายจาํ นวนมหาศาล อีกท้งั ฐานขอ้ มูลท่ีใชเ้ พื่อการดงั กล่าวก็จะมีขนาดใหญ่มาก ซ่ึงอาจเกิน
ความจาํ เป็นสาํ หรับการวางแผนการขนส่งโดยทวั่ ไป

อย่างไรก็ดี ถา้ ผูว้ างแผนตอ้ งการเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากสมาชิกบางส่วนจากประชากร
ท้งั หมด ปัญหาท่ีตามมากค็ ือ จะทาํ อยา่ งไร หรือมีหลกั การใดที่จะทาํ ใหข้ อ้ มูลที่เกบ็ รวบรวมมาไดน้ ้ี
มีความน่าเช่ือถือ สามารถใชอ้ า้ งอิงกลบั ไปยงั ประชากร และเป็ นตวั แทนท่ีเหมาะสมของประชากร
ท้งั หมดได้ จากปัญหาดงั กล่าว จึงไดม้ ีการคิดคน้ วิธีการและข้นั ตอนที่ใชเ้ ป็ นแนวทางในการวาง
แผนการสาํ รวจและเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ให้ไดข้ อ้ มูลที่เหมาะสม และไดก้ ลุ่มตวั อยา่ งที่มีคุณลกั ษณะ
พ้ืนฐานท่ีสามารถใชเ้ ป็นตวั แทนของประชากรท้งั หมดไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง ดงั ต่อไปน้ี (Cochran, 1977)

1. กาํ หนดขอบเขตและวตั ถุประสงคข์ องการสาํ รวจขอ้ มลู ใหช้ ดั เจน
2. นิยามประชากรที่จะใชใ้ นการสุ่มตวั อยา่ งและกลุ่มเป้ าหมายของการสาํ รวจขอ้ มลู
3. กาํ หนดขอ้ มูลท่ีตอ้ งการจากการสาํ รวจขอ้ มูล ท้งั น้ีควรเป็ นขอ้ มูลที่สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์

ของการสาํ รวจ
4. กําหนดระดับความถูกต้องและความน่าเชื่อถือท่ีต้องการจากผลการสํารวจ (ระดับของ

ความคลาดเคลื่อนที่ยอมใหเ้ กิดข้ึนไดใ้ นผลการสาํ รวจ)
5. กาํ หนดแนวทางดาํ เนินการในการสาํ รวจขอ้ มูล
6. แบ่งประชากรออกเป็นหน่วยยอ่ ยสาํ หรับการสุ่มตวั อยา่ ง
7. เลือกวิธีการที่ใชใ้ นการสุ่มตวั อยา่ ง (Sampling procedure) และกาํ หนดขนาดของกลุ่มตวั อยา่ ง

(Sample size) ท่ีตอ้ งการ
8. ทาํ การทดสอบแนวทางที่ใชส้ าํ รวจขอ้ มลู เพ่อื ใหเ้ กิดความมนั่ ใจวา่ แนวทางท่ีเลือกใชน้ ้นั มีความ

เป็นไปไดใ้ นทางปฏิบตั ิ และเพ่ือใหเ้ กิดความเขา้ ใจท่ีตรงกนั ในกระบวนการทาํ งาน
9. จัดโครงสร้างและระดับของการให้คาํ ปรึกษาท่ีดีเพื่อการบริหารการสํารวจข้อมูลอย่างมี

ประสิทธิภาพ
10. กาํ หนดแนวทางการวเิ คราะห์ขอ้ มลู และสรุปผลท่ีไดจ้ ากการสาํ รวจ
11. วิเคราะห์ผลลพั ธ์ที่ได้ จากน้นั ทาํ การจดั เกบ็ ขอ้ มูลในฐานขอ้ มลู เพอ่ื ใชส้ าํ หรับการอา้ งอิงในการ

ทาํ งานคร้ังต่อไป

จากข้นั ตอนการสํารวจและเก็บรวบรวมขอ้ มูลตามที่นาํ เสนอขา้ งตน้ ข้นั ตอนท่ี 7 เป็ น
ข้นั ตอนท่ีสําคญั และส่งผลกระทบเป็ นอย่างสูงต่อความน่าเชื่อถือของขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสํารวจ
ข้นั ตอนน้ีประกอบดว้ ยการดาํ เนินการ 2 ส่วน ไดแ้ ก่ การกาํ หนดวิธีที่ใชใ้ นการเลือกตวั อย่าง และ
การกาํ หนดขนาดของกลุ่มตวั อยา่ ง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 46 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

1. การเลอื กตวั อย่าง (Sampling)
การเลือกตวั อย่างแบ่งออกเป็ น 2 แนวทาง ไดแ้ ก่ การเลือกตวั อย่างโดยไม่พิจารณาความ
น่าจะเป็น และการเลือกตวั อยา่ งโดยพจิ ารณาความน่าจะเป็น
การเลือกตวั อย่างโดยไม่พิจารณาความน่าจะเป็ นที่นิยมใชใ้ นการสํารวจขอ้ มูลมีอยู่ 3 วิธี
ไดแ้ ก่ การเลือกแบบบงั เอิญ (Accidental random sampling) การเลือกตามสัดส่วน (Quota
sampling) และการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) (วโิ รจน์ รุโจปการ, 2544)

การเลอื กแบบบังเอญิ (Accidental random sampling) คือ การเลือกตวั อยา่ งโดยผทู้ าํ การ
สาํ รวจขอ้ มูล จะทาํ การเลือกผทู้ ี่เดินผา่ นมาหรือบุคคลที่ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลพบเห็นในทนั ที โดยไม่ไดม้ ี
การเจาะจงหรือกาํ หนดไวล้ ่วงหนา้ จนไดจ้ าํ นวนตวั อยา่ งครบตามตอ้ งการในช่วงเวลาท่ีกาํ หนด

การเลอื กตามสัดส่วน (Quota sampling) เป็นการเลือกตวั อยา่ งโดยแยกประชากรออกเป็น
ส่วนตามประเภทของตวั แปรท่ีตอ้ งการศึกษา ท้งั น้ีจาํ นวนตวั อย่างที่เลือกจากแต่ละกลุ่มตวั แปร
จะตอ้ งเป็นสดั ส่วนกบั ขนาดของกลุ่มตวั แปรน้นั ในประชากรท้งั หมด

การเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) คือ การเลือกตวั อย่างโดยคาํ นึงถึง
วตั ถุประสงคข์ องการสาํ รวจขอ้ มูลหรือการวจิ ยั น้นั

สาํ หรับการเลือกตวั อยา่ งโดยพจิ ารณาความน่าจะเป็น โดยทว่ั ไปแลว้ มีวิธีการหลกั ท่ีนิยมใช้
อยู่ 4 วิธีดว้ ยกนั ไดแ้ ก่ การเลือกตวั อยา่ งแบบไม่เจาะจง (Simple random sampling) การเลือก
ตวั อย่างแบบเรียงลาํ ดบั (Sequential sampling) การเลือกตวั อย่างไม่เจาะจงแบบจดั อนั ดบั
(Stratified random sampling) และการเลือกตวั อยา่ งแบบจดั กลุ่ม (Cluster sampling) เพ่ือใหเ้ กิด
ความเขา้ ใจท่ีตรงกัน เราจะเรียกสมาชิกท้งั หมดที่เราให้ความสนใจศึกษาขอ้ มูลว่า ประชากร
(Populations) และเรียกสมาชิกบางส่วนที่ถูกเลือกจากสมาชิกท้งั หมดดว้ ยวิธีการต่างๆ ว่า ตวั อยา่ ง
(Samples)

การเลอื กตัวอย่างแบบไม่เจาะจง (Simple random sampling) คือ การเลือกตวั อยา่ งจาก
ประชากรโดยสมาชิกทุกตวั ของประชากรน้นั มีโอกาสถูกเลือกอยา่ งเท่าเทียมกนั สมาชิกท้งั หมดใน
ประชากรจะถูกกาํ หนดหมายเลยประจาํ ตวั จาก 1 ถึง N ตวั เลขที่อยใู่ นช่วงต้งั แต่ 1 และ N จะถูก
กาํ หนดข้ึนจากตารางท่ีใชก้ าํ หนดตวั เลขสุ่ม หรือจากโปรแกรมประมวลผลท่ีถูกออกแบบข้ึนมา
สาํ หรับกาํ หนดตวั เลขสุ่ม ตวั เลขสุ่มดงั กล่าวจะถูกกาํ หนดข้ึนมาโดยมีจาํ นวนเท่ากบั ขนาดของกลุ่ม
ตวั อยา่ งที่ตอ้ งการ (N1 โดยที่ N1 นอ้ ยกวา่ N) สมาชิกในประชากรที่มีหมายเลขตรงกบั ชุดตวั เลขสุ่ม
จะถกู เลือกเป็นกลุ่มตวั อยา่ ง

การเลอื กตัวอย่างแบบเรียงลาํ ดับ (Sequential sampling) คือ การเลือกตวั อยา่ งโดยทาํ การ
แบ่งประชากรออกเป็นกลุ่มเรียงลาํ ดบั จาก 1 ถึง n แลว้ ทาํ การเลือกตวั อยา่ งจากทุกกลุ่มประชากรน้นั
กระบวนการเลือกตัวอย่างในรูปแบบน้ีต้ังอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ประชากรท้ังหมดได้ถูกจัด
เรียงลาํ ดบั ไวแ้ บบไมเ่ จาะจงอยแู่ ลว้

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 47 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

การเลอื กตัวอย่างไม่เจาะจงแบบจัดอนั ดับ (Stratified random sampling) เป็นการเลือก
ตวั อยา่ งโดยแบ่งประชากรที่มีอยจู่ าํ นวน N หน่วย ออกเป็นหน่วยยอ่ ย N1 N2 N3……NL ตามความ
แตกต่างกันของคุณสมบัติของลักษณะที่ใช้เป็ นเกณฑ์ในการแบ่งประชากร อาทิ รายได้ของ
ครัวเรือน เป็นตน้ จากน้นั จึงทาํ การเลือกตวั อยา่ งแบบไม่เจาะจงจากแตล่ ะหน่วยยอ่ ยน้นั

การเลือกตัวอย่างแบบจัดกลุ่ม (Cluster sampling) ไดแ้ ก่ การเลือกตวั อย่างจากกลุ่ม
ประชากรที่ถูกจดั กลุ่มเป็นหน่วยยอ่ ย โดยใชล้ กั ษณะทางกายภาพหรือลกั ษณะภูมิประเทศของพ้ืนที่
เป็นเกณฑใ์ นการแบ่ง อาทิ การจดั กลุ่มครัวเรือนโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มยอ่ ยตามช่วงถนนหรือบลอ็ ค
ถนน เป็ นตน้ จากน้นั จึงทาํ การเลือกตวั อยา่ งแบบไม่เจาะจงจากแตล่ ะหน่วยยอ่ ยน้นั แมว้ ่าการเลือก
ตัวอย่างแบบจัดกลุ่มจะเป็ นวิธีการที่ใช้ค่าใช้จ่ายในการดําเนินการต่ํากวา่ วิธีอื่นกจ็ ริง แต่
วิธีการทางสถิติที่ใช้วิเคราะห์ในการเลือกตวั อย่างด้วยวิธีน้ีจะมีความยุ่งยากมากกว่าวิธีอื่นดว้ ย
เช่นกนั

2. การกาํ หนดขนาดของกลุ่มตวั อย่าง
การทาํ งานที่สาํ คญั อีกข้นั ตอนหน่ึงของการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลก็คือ การกาํ หนดขนาดของ
กลุ่มตวั อยา่ ง โดยทว่ั ไปแลว้ จาํ นวนตวั อยา่ งท่ีเพ่ิมข้ึนมกั จะมีผลต่อความน่าเช่ือถือและความถูกตอ้ ง
ในการใชเ้ ป็ นตวั แทนของประชากรท้งั หมด แต่จะมีจาํ นวนตวั อย่างค่าหน่ึงที่แมว้ ่าจะเพิ่มจาํ นวน
ตวั อย่างมากกว่าค่าน้ี ก็จะไม่ทาํ ให้ความถูกตอ้ งของขอ้ มูลเพ่ิมข้ึนอย่างมีนัยสําคญั และยงั ทาํ ให้
ค่าใชจ้ ่ายในการเกบ็ รวบรวมและวิเคราะห์ขอ้ มูลสูงข้ึนมากกวา่ ความถูกตอ้ งและน่าเชื่อถือท่ีเพ่ิมข้ึน
ของกลุ่มตวั อยา่ งน้นั
ในการวางแผนการขนส่ง การกาํ หนดขนาดของกลุ่มตวั อยา่ ง หรือจาํ นวนขอ้ มูลท่ีใชใ้ นการ
วิเคราะห์ขอ้ มูล เป็ นเรื่องที่ซับซ้อนท้งั น้ีเน่ืองจากการวิเคราะห์เพื่อวตั ถุประสงคท์ ี่ต่างกนั ทาํ ให้
ตอ้ งการจาํ นวนตวั อยา่ งท่ีแตกต่างกนั ไปดว้ ย ตวั อยา่ งเช่น เราอาจใชฐ้ านขอ้ มูลชุดเดียวกนั เพื่อการ
วิเคราะห์เชิงสถิติเก่ียวกบั สภาพการจราจรในปัจจุบนั และเพ่ือสร้างแบบจาํ ลองทาํ นายปริมาณการ
เดินทางท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต ดงั น้นั ในฐานขอ้ มูลเดียวกนั น้ีอาจมีจาํ นวนขอ้ มูลท่ีเพียงพอสาํ หรับ
การวิเคราะห์แบบแรก แต่อาจไม่เพียงพอสาํ หรับการวิเคราะห์แบบหลงั ก็ได้ เน่ืองจากการวิเคราะห์
ท้งั สองแบบน้นั ตอ้ งการระดบั ความถกู ตอ้ งและจาํ นวนข้นั ต่าํ ของกลุ่มตวั อยา่ งที่ไม่เท่ากนั
นอกจากเง่ือนไขเรื่องความถูกตอ้ งและความน่าเช่ือถือของขอ้ มูลแลว้ ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อ
การกาํ หนดจาํ นวนขอ้ มูลอีกประการหน่ึงไดแ้ ก่ กาํ ลงั คน เงินทุนที่ใชด้ าํ เนินการ และระยะเวลา
ทาํ งาน ในกรณีท่ีปัจจยั ดงั กล่าวมีอยา่ งเพียงพอ จะส่งผลให้ผวู้ างแผนสามารถกาํ หนดขอบเขตของ
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งสะดวกและมีความยดื หยนุ่ ในการทาํ งานมากข้ึน ในทางตรงขา้ ม ถา้ ผู้
วางแผนมีปัจจยั ดงั กล่าวจาํ กดั ขอบเขตของการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลท้งั ในเร่ืองของจาํ นวนตวั อย่าง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 48 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

และการครอบคุลมพ้ืนท่ีก็จะถูกจาํ กดั ตามไปดว้ ย ทาํ ให้จาํ เป็ นตอ้ งลดระดบั ความน่าเชื่อถือของ
ขอ้ มลู ชุดน้นั ลงเป็นผลตามมา

อยา่ งไรก็ดี โดยทวั่ ไปแลว้ การกาํ หนดขนาดของกลุ่มตวั อย่างจะคาํ นึงถึงความถูกตอ้ งและ
ความน่าเช่ือถือของขอ้ มูลท่ีไดเ้ ป็ นหลกั สําคญั ซ่ึงจะตอ้ งอาศยั หลกั การทางสถิติในการกาํ หนด
จาํ นวนตวั อยา่ งข้นั ต่าํ ที่ตอ้ งการ โดยมีข้นั ตอนหลกั ดงั น้ี

1. กาํ หนดการกระจายตวั ของขอ้ มลู
โดยทั่วไป เราจะสมมติให้ข้อมูลของตัวอย่างมีการกระจายตัวแบบปกติ (Normal
distribution) ลกั ษณะสาํ คญั ของการกระจายตวั แบบปกติกค็ ือ สดั ส่วนของพ้ืนท่ีที่อยใู่ นช่วงระหวา่ ง
ค่าเฉล่ีย (Mean, μ) และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard deviation, σ) ใดๆ จะมีค่าคงท่ีเสมอ ดงั
แสดงในรูปที่ 2.3

รูปที่ 2.3 การกระจายตวั แบบปกติ

ที่มา: Meyer and Miller (2001)

จากรูปท่ี 2.3 จะพบวา่ ร้อยละ 68.26 ของพ้ืนท่ีภายใตเ้ ส้นโคง้ การกระจายตวั จะอยใู่ นช่วง
μ-σ ถึง μ+σ เสมอ และร้อยละ 95.46 ของพ้นื ท่ีภายใตเ้ สน้ โคง้ การกระจายตวั จะอยใู่ นช่วง μ-2σ ถึง
μ+2σ เสมอ เช่นเดียวกนั ในทุกโคง้ การกระจายตวั แบบปกติของตวั แปรใดๆ

2. กาํ หนดระดบั ความน่าเชื่อถือ (Level of confidence) หรือระดบั นยั สาํ คญั (Level of
significance)

เม่ือกาํ หนดการกระจายตวั แลว้ จากน้นั จะตอ้ งทาํ การกาํ หนดระดบั ความน่าเช่ือถือ (Level
of confidence, 1-α) หรือระดบั นยั สาํ คญั (Level of significance, α) ที่ยอมรับไดส้ าํ หรับขอ้ มูลท่ีจะ
ทาํ การวเิ คราะห์ ดงั แสดงในรูปที่ 2.4

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 49 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

รูปที่ 2.4 ขอบเขตของระดบั นยั สาํ คญั และความน่าเชื่อถือบนโคง้ การกระจายตวั แบบปกติ

ท่ีมา: Meyer and Miller (2001)

จากรูปที่ 2.4 ระดบั นยั สาํ คญั หรือ α คือ ส่วนของพ้ืนท่ีใตเ้ สน้ โคง้ การกระจายตวั ซ่ึงอยู่
ภายนอกเขตพ้นื ที่ระดบั ความน่าเชื่อถือ ในงานวิจยั ทว่ั ไป มกั กาํ หนดระดบั นยั สาํ คญั เท่ากบั ร้อยละ 5
(α = 0.05) ซ่ึงจะทาํ ใหไ้ ดค้ ่าระดบั ความน่าเชื่อถือเท่ากบั ร้อยละ 95 (1-α = 1-0.05 = 0.95) แต่ใน
งานวิจยั ที่ตอ้ งการความน่าเชื่อถือของขอ้ มูลสูง อาจกาํ หนดระดบั นยั สาํ คญั เท่ากบั ร้อยละ 1 ซ่ึงจะทาํ
ใหค้ ่าระดบั ความน่าเชื่อถือเท่ากบั ร้อยละ 99 (α = 0.01, 1-0.01 = 0.99) หรือบางกรณี อาจยอมใหใ้ ช้
ค่าระดบั ความน่าเชื่อถือไดถ้ ึงระดบั ร้อยละ 90 อยา่ งไรกด็ ี ไม่ควรกาํ หนดระดบั ความน่าเช่ือถือที่ต่าํ
กว่าร้อยละ 90 เนื่องจากจะทาํ ให้ขอ้ มูลและผลลพั ธ์ท่ีไดจ้ ากการวิเคราะห์ ไม่น่าเช่ือถือเท่าที่ควร
และไมส่ ามารถนาํ ไปใชอ้ า้ งอิงไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจเทา่ ใดนกั

3. คาํ นวณหาจาํ นวนตวั อยา่ ง
เมื่อกาํ หนดสมมติฐานการกระจายตวั ของตวั แปรของขอ้ มูลกลุ่มตวั อยา่ ง และกาํ หนดระดบั
ความน่าเชื่อถือเป็ นท่ีเรียบร้อยแลว้ ลาํ ดบั ต่อไปกค็ ือ การคาํ นวณจาํ นวนตวั อยา่ งหรือจาํ นวนขอ้ มูล
ข้นั ต่าํ ที่ตอ้ งการเพือ่ ใหอ้ ยูใ่ นเกณฑท์ ี่ยอมรับไดต้ ามหลกั เกณฑท์ างสถิติ โดยมีสมการที่ใชใ้ นการ
คาํ นวณคือ

n = ⎡ Z1−(α / 2)σ ⎤2 (2.1)
⎢ d ⎥
⎣ ⎦

โดยที่

n = จาํ นวนตวั อยา่ ง

d = คา่ ความคลาดเคล่ือนของการประมาณคา่ เฉลี่ยท่ียอมใหเ้ กิดข้ึนได้

σ = ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานการกระจายตวั ของขอ้ มลู

α = คา่ ระดบั นยั สาํ คญั

=Z1−(α /2) ค่าสถิติปกติมาตรฐาน Z ของการกระจายตวั แบบปกติท่ีระดบั ความน่าเช่ือถือ
1-α

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 50 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ตวั อยา่ งการใชส้ มการ 2.1 สมมติใหห้ น่วยงานวางแผนการขนส่งตอ้ งการประมาณสัดส่วน
ของยวดยานบางประเภท โดยยอมใหม้ ีความคลาดเคลื่อนเกิดข้ึนได้ ± 0.025 ท่ีระดบั ความเช่ือมนั่
ร้อยละ 95 สมมติว่าทราบคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานของการกระจายตวั ของขอ้ มูลประเภทยวดยานจาก
การสาํ รวจขอ้ มูลก่อนหนา้ น้ี มีค่าเท่ากบั 0.04 จากขอ้ มูลดงั กล่าวสามารถคาํ นวณขนาดของตวั อยา่ ง
ท่ีตอ้ งการไดเ้ ท่ากบั

n = ⎡ Z1−(0.05 / 2) (0.04) ⎤2 = ⎡(1.96)(0.04) ⎤2 = 9.8 หรืออาจใชค้ ่าลงตวั เท่ากบั 10
⎢ ⎥ ⎣⎢ 0.025 ⎥⎦
⎣ 0.025 ⎦

อยา่ งไรกด็ ี ปัญหาประการหน่ึงของการใชส้ มการ 2.1 ก็คือ เรามกั จะไม่ทราบคา่ เบ่ียงเบน
มาตรฐานของขอ้ มูล ปัญหาดงั กล่าวพอที่จะแกไ้ ขไดโ้ ดยการใชข้ อ้ มูลในอดีต หรือขอ้ มูลที่มีอยใู่ น
ปัจจุบันบางส่วน หรืออาจทาํ การเก็บขอ้ มูลเบ้ืองตน้ บางส่วนเพ่ือนําไปใช้ในการประมาณค่า
เบ่ียงเบนมาตรฐาน และนาํ ไปใชใ้ นการประมาณขนาดของตวั อยา่ งดว้ ยสมการ 2.1 ต่อไป การ
กระจายตวั ของขอ้ มูลอีกประเภทหน่ึงท่ีนิยมใชใ้ นการประมาณค่าจาํ นวนตวั อย่าง และเหมาะสม
สาํ หรับกรณีท่ีผวู้ างแผนไมท่ ราบคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานท่ีแทจ้ ริงของขอ้ มูลตามที่กล่าวขา้ งตน้ ไดแ้ ก่
การกระจายตวั แบบที (t-distribution) นอกจากน้ี การกระจายตวั แบบที ยงั เหมาะสําหรับการ
วิเคราะห์ในกรณีที่จาํ นวนตวั อยา่ งมีขนาดเลก็ (นอ้ ยกวา่ 30 ตวั อยา่ ง)

อีกแนวทางหน่ึงท่ีนิยมใชใ้ นการคาํ นวณหาจาํ นวณตวั อยา่ งในกรณีที่สามารถประมาณค่า
สัดส่วนของกลุ่มเป้ าหมายท่ีสนใจซ่ึงอยใู่ นประชากรท้งั หมดออกมาได้ โดยเราสามารถคาํ นวณหา
จาํ นวนตวั อยา่ งท่ีตอ้ งการไดจ้ ากสมการตอ่ ไปน้ี

[ ]n = 2 ( p)(1 − p)
Z1−(α / 2) d2 (2.2)

โดย p คือ ค่าสัดส่วนของกลุ่มเป้ าหมายท่ีไดจ้ ากการสังเกตุจากประชากรท้งั หมด หรือใน
กรณีท่ีผวู้ างแผนใหค้ วามสาํ คญั กบั ความคลาดเคล่ือนสมั พทั ธ์ (Relative error, r) แทนความคลาด
เคลื่อนสมั บูรณ์ (Absolute error, d) สมการ 2.2 อาจถกู ดดั แปลงเป็นสมการดงั น้ี

[ ] [ ]n =
Z1−(α / 2) 2 ( p)(1 − p) = Z1−(α / 2) 2 (1 − p) (2.3)
(rp)2 r2 p

โดย r คือ ค่าขอบเขตของความคลาดเคล่ือนที่กาํ หนดให้สําหรับค่าเฉลี่ยของจาํ นวน
ตวั อยา่ ง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 51 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ตวั อยา่ งการใชส้ มการ 2.3 สมมติผวู้ างแผนตอ้ งการที่จะประมาณจาํ นวนเท่ียวการเดินทาง

สาํ หรับการเดินทางประเภทหน่ึงที่เกิดข้ึนในเขตเมืองซ่ึงจากการตรวจสอบขอ้ มูลเบ้ืองตน้ สามารถ
ประมาณสัดส่วนของการเดินทางประเภทน้ีไดเ้ ท่ากบั ร้อยละ 50 (p = 0.50) จากการเดินทางท้งั หมด
ที่เกิดข้ึนในเขตเมือง สมมติให้การประมาณคา่ เฉลี่ยมีระดบั ความเช่ือมนั่ ร้อยละ 95 (α = 0.05,
1-0.05 = 0.95) และอยใู่ นช่วงความคลาดเคล่ือนร้อยละ ±5 (r = 0.05) จากขอ้ มูลดงั กล่าว จาํ นวน

ตวั อยา่ งที่ตอ้ งการสามารถหาไดด้ งั น้ี

n = (1.96)2 (0.50) = 1,537
(0.05)2 (0.50)

ในบางกรณี การสาํ รวจขอ้ มลู จากกลุ่มตวั อยา่ งอาจใชเ้ ทคนิคที่เรียกวา่ การสาํ รวจขอ้ มูลทาง
ไปรษณีย์ (Mail-back survey) ซ่ึงทาํ ไดโ้ ดยการส่งแบบสอบถามทางไปรษณียไ์ ปยงั กลุ่มเป้ าหมาย
จากน้ันให้กลุ่มเป้ าหมายตอบและส่งกลบั มายงั ผูส้ ํารวจขอ้ มูล กรณีดงั กล่าวน้ี ผูส้ าํ รวจขอ้ มูลอาจ
คาดหวงั ถึงอตั ราการตอบกลบั แบบสอบถามของกลุ่มเป้ าหมาย ดว้ ยการกาํ หนดคา่ ร้อยละของอตั รา
การตอบกลบั (Percentage of response rate, s) และสามารถคาํ นวณจาํ นวนตวั อยา่ งท่ีตอ้ งการไดจ้ าก
สมการตอ่ ไปน้ี

[ ]n =
Z1−(α / 2) 2 (1 − p) (2.4)
r 2 ( p)(s)

จากตวั อย่างก่อนหน้าน้ี ถา้ ผูว้ างแผนหรือผูส้ ํารวจขอ้ มูลคาดหวงั ว่าอตั ราการตอบกลบั
แบบสอบถามน่าจะมีค่าเท่ากบั ร้อยละ 60 ดงั น้นั จาํ นวนตวั อย่างท่ีตอ้ งส่งแบบสอบถามไปให้
สามารถคาํ นวนไดด้ งั น้ี

n = (1.96)2 (0.50) = 2,561
(0.05)2 (0.50)(0.60)

จากสมการท่ี 2.1 ถึง 2.4 เป็ นสมการท่ีใชใ้ นการคาํ นวณหาจาํ นวนตวั อยา่ งท่ีตอ้ งการใน
กรณีท่ีเราสมมติว่าจาํ นวนตวั อยา่ ง n น้นั มีขนาดเลก็ มากเม่ือเทียบกบั ขนาดของประชากรท้งั หมด
อยา่ งไรกด็ ี ในกรณีที่จาํ นวนตวั อยา่ งมีสัดส่วนท่ีใหญ่เม่ือเทียบกบั ประชากรท้งั หมด ซ่ึงโดยมากมกั
ตรวจสอบจากคา่ สัดส่วน n/N โดย N คือ จาํ นวนประชากรท้งั หมด ถา้ สัดส่วนดงั กล่าวมีค่ามากกวา่
0.10 ควรปรับแกจ้ าํ นวนตวั อยา่ งที่คาํ นวณไดด้ ว้ ยสมการตอ่ ไปน้ี

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 52 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

n1 = 1 + n0 / N (2.5)
n0

โดยที่ = จาํ นวนตวั อยา่ งที่ไดจ้ ากการคาํ นวณก่อนการปรับแก้
= จาํ นวนตวั อยา่ งภายหลงั การปรับแก้
n0 = จาํ นวนประชากรท้งั หมด
n1
N

จากตวั อย่างขา้ งตน้ ถา้ จาํ นวนครัวเรือนท้งั หมดในพ้ืนท่ีมีท้งั สิ้น 8,537 ครัวเรือน น่ัน
หมายความว่าสัดส่วนของกลุ่มตวั อย่างเมื่อเทียบกบั ประชากรท้งั หมดมีค่าเท่ากบั 0.30 (n/N =
2,561/8,537 = 0.30) ซ่ึงมีค่ามากกว่า 0.10 ดงั น้นั จึงตอ้ งปรับแกจ้ าํ นวนตวั อยา่ งท่ีตอ้ งการในการ
สาํ รวจขอ้ มลู ดงั น้ี

n1 = 1+ 2,561 = 1,970
2,561/ 8,537

ดงั น้นั ในกรณีน้ี ผสู้ าํ รวจจะตอ้ งทาํ การสาํ รวจขอ้ มูลจาก 1,970 ครัวเรือน แทนที่จะเป็ น
2,561 ครัวเรือน เพือ่ ใหไ้ ดข้ อ้ มูลท่ีมีระดบั ความน่าเชื่อถือตามท่ีตอ้ งการ

2.4. การตรวจสอบข้อมูลเพอ่ื การวางแผนการขนส่ง
เม่ือขอบเขตและขนาดของการวางแผนรวมถึงขอบเขตของพ้ืนที่ศึกษาไดถ้ ูกกาํ หนดข้ึนเป็น

ท่ีเรียบร้อยแล้ว ข้นั ตอนต่อไปของการทาํ งานก็คือ การกาํ หนดประเภทของขอ้ มูลที่ต้องการ
โดยท่วั ไป ขอ้ มูลที่มีความจาํ เป็ นต่อการวางแผนการขนส่งน้ัน ได้แก่ ขอ้ มูลการใช้พ้ืนท่ีและ
ประชากร (Land use and population) ลกั ษณะของระบบขนส่ง (Characteristics of the
transportation system) และความตอ้ งการเดินทาง (Travel demand) ในการศึกษาและสาํ รวจขอ้ มูล
ภายในพ้นื ที่ศึกษาในสภาพปัจจุบนั กเ็ พ่ือใหท้ ราบถึง ปริมาณจราจร (Traffic volumes) การใชท้ ่ีดิน
(Land uses) จุดตน้ ทาง-ปลายทางของการเดินทาง (Origin-destination of travels) ขอ้ มูลประชากร
(Population) การจา้ งงาน (Employment) และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (Economic activities) ท่ี
เกิดข้ึนในพ้ืนที่ศึกษา จากน้นั ก่อนที่จะทาํ การเกบ็ ขอ้ มูลเพิ่มเติมจากการสาํ รวจภาคสนาม ผวู้ างแผน
ควรตรวจสอบแหล่งขอ้ มูลที่มีอยู่แลว้ และทาํ การทดสอบขอ้ มูลเหล่าน้ันว่าเพียงพอสําหรับการ
วางแผนหรือไม่ ขอ้ มูลระบบขนส่งและถนนจากฐานขอ้ มูลท่ีมีอยู่แลว้ จะถูกนาํ มาสรุปแยกตาม
พ้ืนท่ียอ่ ยเพอ่ื ใชใ้ นการวางแผนตอ่ ไป

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 53 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

2.4.1. ข้อมูลการใช้พนื้ ทแ่ี ละประชากร
ขอ้ มูลการใชพ้ ้ืนท่ีประกอบดว้ ย ขอ้ มูลลกั ษณะทางกายภาพของพ้ืนท่ีและกิจกรรมที่เกิดข้ึน

ในพ้ืนที่น้นั ซ่ึงไดแ้ ก่ ลกั ษณะการใชท้ ่ีดิน และพ้ืนท่ีวา่ งเปล่า โดยทว่ั ไปขอ้ มูลการใชพ้ ้ืนที่มกั จะถูก
นาํ ไปใชเ้ พอ่ื

• เป็นพ้ืนฐานสาํ หรับประมาณคา่ ปัจจยั การเกิดการเดินทาง (Trip generation factors) และ
ทาํ นายการเกิดการเดินทาง (Trip generation forecasts)

• เป็นขอ้ มลู เช่ือมโยงระบบขนส่งกบั การใชง้ านอยา่ งอื่นในพ้นื ท่ี
• เป็นฐานขอ้ มูลท่ีอยอู่ าศยั สาํ หรับการเลือกกลุ่มตวั อยา่ งในการสาํ รวจขอ้ มูลการเดินทางของ

แต่ละครัวเรือน
• เป็นขอ้ มูลพ้นื ฐานสาํ หรับวางแผนการทาํ งานของหน่วยงานอ่ืนๆ

มีขอ้ มูลที่หลากหลายในพ้นื ที่ท่ีเป็นประโยชนต์ ่อกระบวนการวางแผนการขนส่ง ซ่ึงไดแ้ ก่

• แนวโนม้ การพฒั นาของพ้นื ท่ีในช่วงเวลาที่ผา่ นมา
• ลกั ษณะภูมิประเทศและลกั ษณะทางกายภาพของพ้นื ท่ี
• ลกั ษณะการใชพ้ ้นื ที่ในปัจจุบนั
• พ้นื ที่วา่ งเปลา่ ที่ถูกจบั จองแลว้
• ท่ีต้งั ของสถานที่ที่สร้างการเกิดการเดินทาง
• ขอ้ มลู เฉพาะที่ระบุขอบเขตพ้นื ท่ียอ่ ย อาทิ หม่บู า้ น ฯลฯ ท่ีต้งั อยใู่ นชุมชน
• การควบคุมการใชพ้ ้ืนท่ี การแบ่งพ้ืนท่ีตามประโยชน์การใชพ้ ้ืนท่ี แผนที่ของหน่วยงาน

ราชการ และกฏขอ้ บงั คบั ต่างๆ ในพ้ืนที่
• ขอ้ มูลเฉพาะที่ระบุพ้นื ที่ท่ีตอ้ งทาํ การปรับปรุงหรือจดั รูปพ้นื ท่ีใหม่

โดยมากแลว้ หน่วยงานท่ีรับผิดชอบการวางแผน มกั จะพยายามรักษาสภาพปัจจุบนั ของ
ชุมชนหรือพ้นื ท่ีศึกษา ไม่วา่ จะเป็น การใชป้ ระโยชนพ์ ้ืนท่ี พ้นื ที่วา่ งเปล่า และกิจกรรมที่เกิดข้ึนใน
พ้ืนท่ี ให้คงอยู่ตามเดิม การนําเทคโนโลยีระบบขอ้ มูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic
information systems, GIS) มาประยกุ ตใ์ ช้ ทาํ ใหก้ ารทาํ งานในส่วนน้ีง่ายและสะดวกข้ึนกวา่ ในอดีต
เป็นอยา่ งมาก

สาํ หรับขอ้ มลู ประชากรในพ้นื ที่ ไม่วา่ จะเป็น การกระจายตวั ของประชากร ความหนาแน่น
รายไดเ้ ฉลี่ย ประเภทของที่อยู่อาศยั และขอ้ มูลการถือครองยวดยาน จะถูกนาํ มาใชใ้ นการสร้าง
แบบจาํ ลองการเดินทาง ประวตั ิของรูปแบบการกระจายตวั การอพยพยา้ ยถ่ินฐาน ความหนาแน่น

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 54 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

และแนวโนม้ การเติบโตของประชากร จะถูกนาํ มารวมเขา้ กบั ขอ้ มูลปัจจุบนั เพื่อใชส้ าํ หรับทาํ นาย
ลกั ษณะประชากรในอนาคต สาํ หรับการศึกษาเพอ่ื การวางแผนและโครงการขนาดเลก็ ขอ้ มลู เหล่าน้ี
อาจนาํ มาจากการทบทวนการศึกษาท่ีเคยทาํ มาแลว้ ก่อนหนา้ น้ีก็ได้ โดยขอ้ มูลการทาํ นายลกั ษณะ
ประชากรในพ้ืนที่อาจพบไดใ้ นหน่วยงานท่ีรับผดิ ชอบเก่ียวกบั การวางแผนและพฒั นาเศรษฐกิจของ
ประเทศ อาทิ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และสํานักงาน
คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็ นตน้ สาํ หรับโครงการขนาดใหญ่ ผวู้ างแผน
อาจตอ้ งการขอ้ มูลที่มีรายละเอียดมากข้ึน อาจจาํ ตอ้ งทาํ การสํารวจขอ้ มูลในพ้ืนท่ีเพื่อตรวจสอบ
ความถูกต้องและความน่าเช่ือถือของขอ้ มูลท่ีมีอยู่ หรือเพื่อเก็บขอ้ มูลใหม่โดยเฉพาะสําหรับ
โครงการน้นั กไ็ ด้

2.4.2. การเกบ็ ข้อมูลการใช้พนื้ ท่ี
การสาํ รวจการใชพ้ ้ืนท่ีเพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ มูลชุดใหม่ หรือเพื่อยกระดบั และปรับปรุงฐานขอ้ มูลท่ี

มีอยู่เดิมให้ดีข้ึน สามารถดาํ เนินการไดห้ ลายแนวทาง การท่ีผูว้ างแผนจะเลือกใชแ้ นวทางใดน้ัน
ข้ึนอยกู่ บั วตั ถุประสงคข์ องโครงการ และทรัพยากรที่มีอยเู่ ป็นสาํ คญั ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลอาจมีเทคนิคใน
การบนั ทึกขอ้ มูลการใชพ้ ้ืนที่จากการสาํ รวจภาคสนามไดใ้ นหลายลกั ษณะ วิธีการท่ีง่ายและสะดวก
ที่สุดคือ การบนั ทึกขอ้ มูลโดยตรงลงบนแผนท่ีหรือภาพถ่ายทางอากาศ เราเรียกวิธีการน้ีว่า Map-
record technique โดยเทคนิคดงั กล่าวจะเหมาะสมสาํ หรับการสาํ รวจในชุมชนหรือเมืองที่มีขนาด
เลก็ ซ่ึงผวู้ างแผนตอ้ งการเพียงขอ้ มูลระดบั พ้ืนฐานเท่าน้นั การสาํ รวจขอ้ มูลในระดบั น้ีโดยทวั่ ไปใช้
แบบพมิ พเ์ ขียวของแผนท่ีมาตราส่วน 1:50 หรือใหญ่กวา่ น้ี กเ็ พียงพอต่อความตอ้ งการ

อีกวิธีหน่ึงที่นิยมใชก้ นั ทว่ั ไปในการสาํ รวจขอ้ มูลการใชพ้ ้ืนที่มีชื่อเรียกว่า Field listing
ขอ้ มูลแต่ละช่วงถนนหรือช่วงพ้ืนท่ีย่อยจะถูกบนั ทึกลงในแบบบนั ทึกขอ้ มูลคนละชุดแยกจากกนั
และขอ้ มูลของที่ดินแต่ละแปลงหรือลกั ษณะการใชพ้ ้ืนท่ีแต่ละประเภทของแปลงท่ีดินน้นั และที่อยู่
อาศยั ท่ีอยใู่ นช่วงถนนหรือช่วงพ้ืนท่ียอ่ ยใดๆ จะถูกบนั ทึกลงในแตล่ ะบรรทดั ของแบบบนั ทึกขอ้ มูล
ของช่วงถนนหรือช่วงพ้ืนท่ียอ่ ยน้นั การสงั เกตขอ้ มลู อาจทาํ ไดจ้ ากในรถยนตข์ ณะว่ิงผา่ นพ้ืนที่ศึกษา
หรืออาจใชก้ ารเดินบนั ทึกขอ้ มูลก็ได้ ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการสาํ รวจจะถูกนาํ ไปป้ อนเขา้ สู่คอมพิวเตอร์
เพ่อื นาํ ไปเกบ็ ไวใ้ นฐานขอ้ มูลสาํ หรับการประมวลผลตอ่ ไป

การสํารวจข้อมูลการใช้พ้ืนที่ตามท่ีกล่าวไปน้ัน อาจแบ่งออกได้เป็ น 2 ประเภท ตาม
ลกั ษณะของการสาํ รวจขอ้ มูล ไดแ้ ก่ การสาํ รวจโดยการตรวจสอบ (Inspection) และการสาํ รวจโดย
การสมั ภาษณ์ (Interview) ข้ึนอยกู่ บั ผทู้ าํ การสาํ รวจไดเ้ ขา้ ไปในอาคารขณะสาํ รวจขอ้ มลู หรือไม่ การ
สาํ รวจโดยการตรวจสอบ (Inspection survey) หรือท่ีมกั เรียกวา่ Windshield survey คือ การสาํ รวจ
โดยที่ผูท้ าํ การสํารวจไม่ตอ้ งเขา้ ไปภายในอาคาร การสํารวจขอ้ มูลแบบผสมผสานระหว่างการ
ตรวจสอบและการสมั ภาษณ์ (Inspection-interview surveys) อาจมีความจาํ เป็นถา้ การตรวจสอบจาก

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 55 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ภายนอกอาคารทาํ ให้ผสู้ าํ รวจไดร้ ับขอ้ มูลที่ไม่เพียงพอต่อการวางแผน อยา่ งไรกด็ ี การสาํ รวจแบบ
Windshield survey มกั จะเพยี งพอสาํ หรับการวางแผนการขนส่งและจราจร

การสาํ รวจภาคสนามโดยใชเ้ ทคนิค Field listing สามารถนาํ คอมพิวเตอร์แบบพกพามา
ประยกุ ตใ์ ชเ้ พอื่ ใหก้ ารทาํ งานสะดวกและรวดเร็วข้ึน ผทู้ าํ การสาํ รวจสามารถบนั ทึกขอ้ มูลลงในแบบ
บนั ทึกขอ้ มูลที่สร้างไวใ้ นเครื่องคอมพิวเตอร์ไดโ้ ดยตรงเพื่อนาํ ไปจดั เกบ็ ไวใ้ นฐานขอ้ มูล ซ่ึงจะทาํ
ใหก้ ารบริหารจดั การฐานขอ้ มูลสามารถทาํ ไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเร็ว ในกรณีที่ตอ้ งการนาํ ขอ้ มูล
การใชพ้ ้ืนท่ีไปประยกุ ตใ์ ชแ้ บบบูรณาการกบั ขอ้ มูลประเภทอื่น อาจมีความจาํ เป็นตอ้ งนาํ การจดั การ
ขอ้ มูลโดยใชร้ ะบบขอ้ มูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic information system, GIS) มา
ประยกุ ตใ์ ช้ ซ่ึงจะเป็ นประโยชน์อยา่ งมากในการเชื่อมโยงฐานขอ้ มูลการใชพ้ ้ืนท่ีเขา้ กบั ฐานขอ้ มูล
ประเภทอ่ืนๆ ในพ้ืนท่ีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็ น ถนน ระบบขนส่ง และระบบสาธารณูปโภค
สาธารณูปการต่างๆ เป็ นต้น ทาํ ให้การติดตามการเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึนภายในพ้ืนที่และการ
วิเคราะห์ขอ้ มลู แบบผสมผสานสามารถทาํ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากข้ึน

หลงั จากทาํ การสํารวจขอ้ มูลและทาํ การวิเคราะห์เป็ นที่เรียบร้อยแลว้ ขอ้ มูลการใชพ้ ้ืนท่ี
มกั จะถูกนาํ เสนอบนแผนท่ีเพ่ือแสดงลกั ษณะการใชพ้ ้ืนท่ีแต่ละประเภทที่ปรากฏในพ้ืนที่ศึกษา ไม่
ว่าจะเป็ น เขตท่ีพกั อาศยั ธุรกิจ อุตสาหกรรม สถานที่ราชการ สวนสาธารณะ สถานที่ประกอบ
กิจกรรมสันทนาการ การขนส่ง สาธารณูปการ การเกษตร และแหล่งน้ํา ฯลฯ ลกั ษณะการ
ใชพ้ ้ืนท่ีแต่ละประเภทในพ้ืนที่ศึกษาจะถูกแรเงาดว้ ยสีที่แตกต่างกนั เพื่อความสะดวกในการสังเกต
และจาํ แนกพ้ืนท่ี อาจมีการนาํ ค่าสถิติต่างๆ ของการใชพ้ ้ืนท่ีแต่ละประเภทมาสรุปไวโ้ ดยแสดงเป็ น
ตวั เลขใหป้ รากฏอยใู่ นพ้นื ที่ยอ่ ย หรือ TAZs

ขอ้ มูลการใชพ้ ้ืนท่ีซ่ึงไดจ้ ากการสาํ รวจน้ีสามารถนาํ ไปใชใ้ นโครงการอื่นๆ ไดใ้ นภายหลงั
ความไม่สอดคลอ้ งกนั ของการกาํ หนดรูปแบบการบนั ทึกขอ้ มูล และการกาํ หนดประเภทของขอ้ มูล
ท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์อาจทาํ ใหเ้ กิดการคลาดเคลื่อนและความไม่สะดวกในการเปรียบเทียบผลลพั ธ์ที่
ไดจ้ ากการวิเคราะห์ในการวเิ คราะห์คร้ังหลงั กบั การวิเคราะห์ท่ีเคยไดด้ าํ เนินการมาแลว้ ก่อนหนา้ น้นั
เพ่ือลดปัญหาดงั กล่าว ผวู้ างแผนควรยดึ ถือมาตรฐานของการกาํ หนดรูปแบบการบนั ทึกขอ้ มูล การ
กาํ หนดประเภทของขอ้ มูล รวมถึงการกาํ หนดรหัสแทนขอ้ มูล (Coding) ท่ีเป็ นสากล และใชก้ นั
อยา่ งแพร่หลายซ่ึงกาํ หนดโดยหน่วยงานที่น่าเช่ือถือและเป็นที่ยอมรับ

2.4.3. ข้อมูลระบบขนส่ง
ข้อ มู ล ร ะ บ บ ข น ส่ ง ท ํา ใ ห้ ผู้ว า ง แ ผ น ท ร า บ โ ค ร ง ข่ า ย ก า ร ข น ส่ ง ที่ ถู ก ส ร้ า ง ข้ ึ น ใ น พ้ื น ที่

การศึกษาและสํารวจขอ้ มูลในส่วนน้ีก็เพ่ือตรวจสอบปริมาณการจราจรที่เกิดข้ึนในปัจจุบนั และ
อนาคต ขอ้ มูลระบบขนส่งน้ีอาจหาไดจ้ ากฐานขอ้ มูลที่มีอยแู่ ลว้ ของหน่วยงานรัฐ ไม่วา่ เป็นเทศบาล
จงั หวดั หรือตามกระทรวงทบวงกรมตา่ งๆ ท้งั น้ี การสาํ รวจขอ้ มูลระบบขนส่ง เป็นกระบวนการที่

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 56 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ตอ้ งเสียค่าใชจ้ ่ายพอสมควรทีเดียว และขอ้ มูลบางประเภทอาจมีความสาํ คญั เป็นอยา่ งมาก ก่อนการ
สาํ รวจหรือศึกษาพ้นื ที่เพ่อื เกบ็ ขอ้ มลู ผวู้ างแผนควรประเมินและตรวจสอบความตอ้ งการใชข้ อ้ มูลที่
เกี่ยวขอ้ งอยา่ งละเอียดเสียก่อน

1. การตรวจสอบระบบรองรับการเดินทาง
การสํารวจระบบรองรับการเดินทาง ซ่ึงส่วนมากจะหมายถึงถนนและทางหลวง
ประกอบดว้ ย การสาํ รวจสถานที่ต้งั และคาํ อธิบายเส้นทางที่ใชส้ าํ หรับการเดินทางแต่ละเส้นของ
ระบบขนส่งในพ้ืนที่ศึกษา คาํ อธิบายในท่ีน้ี ได้แก่ ความสามารถในการรองรับความตอ้ งการ
เดินทางในปัจจุบนั ปริมาณการใชง้ านในปัจจุบนั และการบรรยายลกั ษณะของเสน้ ทาง การสาํ รวจ
ระบบรองรับการเดินทางน้ี ไดแ้ ก่
• การจดั ระดบั และจาํ แนกประเภทของถนนและทางหลวง

• ลกั ษณะทางเรขาคณิต อาทิ ความยาวของเส้นทาง ความกวา้ งช่องจราจร ความกวา้ งของ
เขตทาง สัญญาณไฟจราจร ช่วงเวลาไฟเขียว จาํ นวนช่องจราจร การควบคุมการจอดรถ
การควบคุมความเร็ว และลกั ษณะการใชพ้ ้ืนที่ของพ้นื ท่ีซ่ึงอยตู่ ิดกบั เสน้ ทาง

• เวลาท่ีใชใ้ นการเดินทางเม่ือใชค้ วามเร็วไดอ้ ยา่ งอิสระตลอดท้งั โครงขา่ ย
• ความสามารถสูงสุดในการรองรับความตอ้ งการใชเ้ ส้นทาง (Capacity) และระดบั การ

ใหบ้ ริการ (Level of service, LOS)

การจดั ระดบั และจาํ แนกประเภทของถนนและทางหลวงในโครงข่ายท่ีอยู่ในพ้ืนที่ศึกษา
เป็ นสิ่งที่ควรดาํ เนินการให้เสร็จเป็ นอนั ดับแรก เกณฑ์ในการจดั ประเภทถนนแบ่งออกเป็ น 2
แนวทาง ไดแ้ ก่ การจดั ประเภทตามอาํ นาจหนา้ ท่ี (Jurisdiction classification) และการจดั ประเภท
ตามลกั ษณะการใชง้ าน (Functional classification) การจดั ประเภทตามอาํ นาจหนา้ ที่จะกาํ หนดผทู้ ี่
เกี่ยวขอ้ งและความรับผดิ ชอบไปยงั แต่ละส่วนของระบบขนส่งท้งั หมด สาํ หรับการจดั ประเภทตาม
ลกั ษณะการใชง้ านน้นั จะพจิ ารณาที่ระดบั ความสาํ คญั ของการใชเ้ สน้ ทางและการเขา้ ถึงเส้นทางเมื่อ
เปรียบเทียบกบั เส้นทางอ่ืนๆ เป็ นเกณฑใ์ นการจาํ แนก เช่น ถา้ ใชเ้ กณฑ์น้ีในการจาํ แนก ทางด่วน
(Freeways) ทางพิเศษ (Express ways) และถนนเสน้ หลกั (Major arterials) จะถูกจดั อยใู่ นระบบ
ถนนเส้นหลกั ขณะท่ีถนนป้ อนเขา้ (Collector streets) และถนนทอ้ งถ่ิน (Local streets) ถูกจดั อยใู่ น
ระบบถนนชุมชน การจดั ประเภทตามอาํ นาจหนา้ ที่จะข้ึนอย่กู บั ขนาดและความซบั ซอ้ นของพ้ืนท่ี
ศึกษา การจดั ประเภทจะดาํ เนินการควบคูไ่ ปกบั การตรวจสอบลกั ษณะทางเรขาคณิตของถนน

ลกั ษณะทางเรขาคณิตของถนนที่จาํ เป็ นสาํ หรับการวางแผน ไดแ้ ก่ ความยาวของเส้นทาง
ความกวา้ งช่องจราจร ความกวา้ งของเขตทาง สญั ญาณไฟจราจรรวมถึงการควบคุมการจราจรแบบ
อ่ืนๆ ระยะเวลาครบรอบของสัญญาณไฟจราจรและจงั หวะการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจร จาํ นวน

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 57 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ช่องจราจร การควบคุมความเร็ว และลกั ษณะการใชพ้ ้ืนท่ีของพ้ืนที่ซ่ึงอยู่ติดกบั เส้นทาง ขอ้ มูล
เหล่าน้ีส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของการตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมการจราจรแลว้ เช่นกนั สําหรับ
ความเร็วและเวลาในการเดินทางน้นั อาจส่งผลต่อความจาํ เป็นในการเลือกวา่ จะใชถ้ นนเส้นใด หรือ
จะเลือกการเดินทางรูปแบบใด ความสามารถในการรองรับความตอ้ งการใชเ้ สน้ ทางและระดบั การ
ใหบ้ ริการ สามารถวเิ คราะห์ไดโ้ ดยใชว้ ิธีการที่แนะนาํ ไวใ้ นคูม่ ือ ท่ีเป็นที่นิยมและไดร้ ับความเช่ือถือ
อาทิ Highway Capacity Manual (TRB, 2000) และขอ้ มูลท่ีตอ้ งการสาํ หรับทางแยกท่ีมีสญั ญาณไฟ
จราจร ไดแ้ ก่ ลกั ษณะทางเรขาคณิต ขอ้ มลู ช่วงเวลาของสญั ญาณไฟจราจร ปริมาณจราจร ประเภท
ของการใชพ้ ้ืนที่ และลกั ษณะของผขู้ บั ขี่ยวดยาน

2. ข้อมูลการจอดรถ
การตรวจสอบการจอดรถประกอบด้วยขอ้ มูลหลกั ท่ีจาํ เป็ น ได้แก่ สถานที่ต้งั ความจุ
กาํ หนดเวลาที่ให้จอดได้ และลกั ษณะอ่ืนๆ ของพ้ืนที่จอดรถไม่ว่าจะเป็ นการจอดรถแบบชิดขอบ
ถนน หรือการจอดรถในพ้นื ที่ท่ีจดั ไวใ้ ห้ ขอ้ มูลที่ตอ้ งการประกอบดว้ ย
• จาํ นวนช่องจอดรถ
• กาํ หนดเวลาท่ีใหจ้ อดไดแ้ ละเวลาทาํ การ
• ขอ้ มูลผใู้ หบ้ ริการ อาทิ หน่วยงานราชการ หรือเอกชน เป็นตน้
• อตั ราคา่ บริการ (ถา้ เกบ็ เงิน) และวธิ ีการที่ใชเ้ กบ็ เงินคา่ บริการ
• ประเภทของท่ีจอดรถ อาทิ เป็นการจอดริมถนน ช่องจอดรถ หรือเป็นโรงจอดรถ เป็นตน้

3. ข้อมูลการเดนิ ทางและเทยี่ วของการเดนิ ทาง
ขอ้ มูลการเดินทางและเที่ยวของการเดินทางสามารถตรวจสอบไดจ้ ากการศึกษาจุดตน้ ทาง
ปลายทาง (Origin-destination studies) การศึกษาดงั กล่าวจะถูกออกแบบข้ึนมาเพ่ือเก็บรวบรวม
ขอ้ มูลจาํ นวนและประเภทของการเดินทางท่ีเกิดข้ึนในพ้ืนที่ศึกษา รวมถึงการเดินทางของยวดยาน
ผโู้ ดยสาร และสินคา้ จากพ้ืนท่ียอ่ ยต่างๆ ที่เป็ นจุดตน้ ทาง ไปยงั พ้ืนที่ยอ่ ยต่างๆ ที่เป็ นจุดปลายทาง
โดยทว่ั ไป ขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการ ไดแ้ ก่ สถานที่ท่ีเป็นจุดตน้ ทางและปลายทางของแตล่ ะเท่ียวการเดินทาง
วตั ถุประสงคก์ ารเดินทาง เวลาท่ีใชใ้ นการเดินทาง ระยะทางท่ีใชใ้ นการเดินทาง พาหนะ (Modes)
ท่ีใชใ้ นการเดินทาง และลกั ษณะการใชพ้ ้นื ที่ของสถานท่ีที่เป็นจุดตน้ ทางและจุดปลายทาง ขอ้ มลู จะ
ถูกนาํ มาวิเคราะห์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเดินทาง (Travel behavior) และรูปแบบของการเดินทาง
(Travel patterns) ภายในพ้ืนที่ศึกษา โดยจาํ แนกตามช่วงเวลาของวนั พาหนะที่ใชใ้ นการเดินทาง
และวตั ถุประสงคข์ องการเดินทางในแตล่ ะเที่ยว
ผวู้ างแผนอาจศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของกลุ่มเป้ าหมายในช่วงวนั ทาํ งาน (Weekday)
หรือช่วงวนั หยดุ สุดสปั ดาห์ (Weekend) รวมถึงการเดินทางที่เกิดข้ึนสูงสุดในแตล่ ะช่วงฤดูกาลดว้ ย

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 58 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ความตอ้ งการเดินทางท่ีวิเคราะห์ไดใ้ นปี ปัจจุบนั จะถูกนาํ ไปใชส้ ําหรับคาดการณ์ความตอ้ งการ
เดินทางท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคตเพ่ือตรวจสอบวา่ โครงสร้างพ้ืนฐานของระบบขนส่งที่มีอยใู่ นปัจจุบนั
น้ัน เพียงพอต่อความตอ้ งการเดินทางท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคตหรือไม่ และเพื่อระบุความจาํ เป็ นที่
จะตอ้ งก่อสร้างโครงสร้างพ้ืนฐานใหม่เพ่ิมเติมหรือเพ่ือปรับปรุงโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีมีอย่ใู ห้ดีข้ึน
รวมถึงเพ่ือใชใ้ นการประเมินความแตกต่างของรูปแบบของอตั ราการเติบโตของความตอ้ งการ

เดินทาง
สาํ หรับขอ้ มูลจุดตน้ ทางปลายทางน้นั จะถูกนาํ ไปใชส้ าํ หรับวางแผนและแกป้ ัญหาเก่ียวกบั

ระบบถนนหลกั การปรับปรุงถนน การกาํ หนดทาํ เลที่ต้งั ของถนนตดั ใหม่ การออกแบบและ
กาํ หนดทาํ เลที่ต้งั ของทางด่วน การกาํ หนดทาํ เลท่ีต้งั ของทางแยกต่างระดบั (Interchange) การ
วางแผนโครงข่ายและพ้ืนที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และการกาํ หนดทาํ เลที่ต้งั ของท่ารถ
(สาํ หรับรถโดยสารประจาํ ทาง รถบรรทุก และรถท่ีจอดในพ้นื ที่ท่ีจดั ไวใ้ หโ้ ดยเฉพาะ)

2.5. การสํารวจจุดต้นทางปลายทาง
การสํารวจจุดตน้ ทางปลายทางถือได้ว่าเป็ นพ้ืนฐานที่จาํ เป็ นสําหรับการจดั เตรียมแผน

หลกั การขนส่งของเมือง เนื่องจากแผนหลกั การขนส่งน้ีมีช่วงระยะเวลาในการดาํ เนินการท่ีค่อนขา้ ง
นานและการดาํ เนินการตามแผนมกั จะทาํ ในลกั ษณะคอ่ ยเป็นค่อยไป รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้าง
พ้ืนฐานการขนส่งตอ้ งใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเป็ นเวลาหลายปี จึงแล้วเสร็จ ผูว้ างแผนจึง
จาํ เป็ นตอ้ งนาํ ขอ้ มูลจุดตน้ ทางปลายทางมาใชเ้ พ่ือคาดการณ์ความตอ้ งการท่ีจะเกิดข้ึนในภาคการ
ขนส่งสําหรับอนาคตท่ีจะถึงภายภาคหน้า สําหรับวิธีการนาํ ขอ้ มูลจุดตน้ ทางปลายทางมาใช้
วิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ความตอ้ งการการเดินทางจะไดก้ ล่าวถึงในบทท่ี 3

ขนาดเน้ืองานของการศึกษาจุดตน้ ทางปลายทางน้นั ข้ึนอยกู่ บั ปัจจยั หลายประการ การศึกษา
เพื่อวางแผนการขนส่งขนาดใหญอ่ าจตอ้ งใชว้ ิธีสัมภาษณ์ขอ้ มูลตามบา้ น (Home interviews) เพ่ือ
ตรวจสอบรูปแบบการเดินทางท้งั หมดที่เกิดข้ึนประจาํ วนั ตลอดท้งั พ้ืนท่ีศึกษา การศึกษาและ
วางแผนในโครงการขนาดใหญ่ อาจประกอบดว้ ยการสาํ รวจขอ้ มูลโครงการยอ่ ยๆ หลายโครงการ
การศึกษาท่ีตอ้ งการขอ้ มูลที่สมบูรณ์ครบถว้ น จะมีค่าใช้จ่ายในการดาํ เนินการสูงมาก ใช้เวลา
ดาํ เนินการนานมากเช่นกนั และไมค่ อ่ ยมีการศึกษาในลกั ษณะน้ีบ่อยคร้ังนกั โดยมากแลว้ การศึกษา
จุดตน้ ทางปลายทางท่ีมีการกาํ หนดขอบเขตพอสมควร อาจดาํ เนินการเพอื่ พฒั นาและปรับปรุงขอ้ มลู
จุดตน้ ทางปลายทางท่ีมีอยู่แลว้ ก็ได้ ขอ้ มูลหลกั ของการศึกษาจุดตน้ ทางปลายทางจะถูกนาํ ไปใช้
คาดการณ์ปริมาณการเดินทางที่จะเกิดข้ึนในปี ออกแบบ (Design years) ซ่ึงโดยทว่ั ไปเท่ากบั 15 ถึง
25 ปี ในอนาคต โดยอา้ งอิงกบั ตวั แปรที่สาํ คญั อาทิ การคาดการณ์เศรษฐกิจในอนาคตและการ
เติบโตของประชากร การครอบครองและการใชย้ านพาหนะ บริการระบบขนส่งสาธารณะท่ีมีอยู่
การเปล่ียนแปลงลกั ษณะการใชพ้ ้ืนที่ และปัจจยั อ่ืนๆ ขอบเขตของคาํ ถามท่ีใชใ้ นการสาํ รวจดว้ ย

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 59 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

แบบสอบถามอาจมุ่งเนน้ ท่ีการเดินทางที่เกิดข้ึนเที่ยวใดเท่ียวหน่ึง หรือเที่ยวการเดินทางท้งั หมดท่ี
เกิดข้ึนในช่วงเวลา 24 ชวั่ โมง สาํ หรับการศึกษาขนาดเลก็ อาจมุ่งเนน้ ไปที่ชุมชนใดชุมชนหน่ึง
โดยเฉพาะ การเดินทางของแต่ละบุคคลหรือกลุ่มบุคคล หรือการศึกษาเฉพาะช่วงใดช่วงหน่ึงของ
ถนน ฯลฯ รวมถึงการศึกษาเฉพาะช่วงใดช่วงหน่ึงของทางด่วนเพ่ือตรวจสอบรูปแบบการตดั กนั
และรวมเข้าด้วยกันของกระแสจราจร หรื อเพ่ือออกแบบเส้นทางใหม่ท่ีใช้เป็ นทางเลือก
นอกเหนือจากเสน้ ทางเดิมท่ีใชอ้ ยนู่ ปัจจุบนั

โดยทว่ั ไป การสาํ รวจจุดตน้ ทางปลายทางจะมุ่งเนน้ ท่ีการหาคาํ ตอบท่ีว่า การเดินทางของ
กลุ่มตวั อยา่ งเกิดข้ึน “เมื่อไหร่ (กาํ หนดเป็นช่วงเวลาของวนั )” “ที่ไหน (ระบุจุดตน้ ทางปลายทาง)”
“อยา่ งไร (รูปแบบการเดินทางที่เลือกใช)้ ” และ “ทาํ ไม (ระบุวตั ถุประสงคก์ ารเดินทาง)” ขอ้ มูล
ช่วงเวลาของวนั จะถูกใชเ้ พ่ือตรวจสอบแนวโนม้ ของการเกิดช่วงเวลาที่มีปริมาณการเดินทางสูงสุด
และเพ่ือประมาณความตอ้ งการเดินทางท่ีเกิดข้ึนตลอดช่วงเวลาของวนั ขอ้ มูลวตั ถุประสงคก์ าร
เดินทางจะถูกใชเ้ พื่อตรวจสอบรูปแบบ (Patterns) ของลกั ษณะการเดินทางของแต่ละวตั ถุประสงค์
การเดินทาง ประเภทของวตั ถุประสงค์การเดินทางที่นิยมใช้ในการศึกษาจุดตน้ ทางปลายทาง
คอ่ นขา้ งที่จะหลากหลายและเปล่ียนแปลงไปในการศึกษาแต่ละคร้ัง แต่โดยทว่ั ไปแลว้ ประเภทของ
วตั ถุประสงคก์ ารเดินทางท่ีนิยมใชไ้ ดแ้ ก่ การเดินทางจากบา้ นไปท่ีทาํ งาน (Home-to-work trip) การ
เดินทางจากบา้ นไปซ้ือสินคา้ (Home-to-shopping trip) การเดินทางจากบา้ นไปทาํ ธุระ (Home-to-
business trip) การเดินทางจากบา้ นไปงานสังคมและพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ (Home-to-social/recreational
trip) และการเดินทางท่ีมีวตั ถุประสงคอ์ ื่นๆ จุดตน้ ทางของการเดินทาง (Trip origin) คือ จุดเริ่มตน้
ของการเดินทางแตล่ ะเท่ียว ไม่วา่ การเดินทางเท่ียวน้นั จะมีจุดเร่ิมตน้ หรือจุดสิ้นสุดที่ “บา้ น” หรือไม่
การเดินทางที่เกี่ยวขอ้ งกบั ท่ีพกั อาศยั (Home-base trip) อาทิ Home-base work trip ฯลฯ จุดท่ี
ก่อใหเ้ กิดการเดินทางของเท่ียวการเดินทางน้นั จะตอ้ งเป็ น “บา้ นหรือที่พกั อาศยั ” เสมอ ท้งั น้ีจะไม่
คาํ นึงถึงว่าทิศทางของการเดินทางเที่ยวน้ัน จะเริ่มตน้ จากสถานท่ีใด สําหรับรายละเอียดเพิ่มเติ่ม
เกี่ยวกบั การกาํ หนดจุดตน้ ทางปลายทาง และจุดท่ีก่อใหเ้ กิดการเดินทางและจุดดึงดูดการเดินทาง จะ
ไดก้ ล่าวถึงอยา่ งละเอียดในบทท่ี 3

นอกจากน้ี ประเภทของการเดินทางยงั อาจจาํ แนกออกตามตาํ แหน่งที่ต้งั เม่ือเทียบกบั พ้ืนท่ี
ศึกษา (จุดตน้ ทางและจุดปลายทาง ต้งั อยภู่ ายในหรือภายนอกพ้ืนท่ีศึกษา) ไดด้ งั น้ี

• การเดินทางผา่ นพ้ืนที่ (External-external trips or through trips) คือ การเดินทางที่ท้งั จุดตน้
ทางและจุดปลายทางไมไ่ ดต้ ้งั อยภู่ ายในพ้ืนท่ีศึกษาเลย

• การเดินทางระหวา่ งพ้ืนท่ี (External trips) อาจจาํ แนกยอ่ ยไดเ้ ป็ น การเดินทางภายในสู่
ภายนอก (Internal-external trips) หรือการเดินทางภายนอกสู่ภายใน (External-internal
trips) คือการเดินทางที่มีจุดตน้ ทางหรือจุดปลายทางอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ต้งั อยภู่ ายนอกพ้ืนที่
ศึกษา

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 60 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

• การเดินทางภายในพ้ืนที่ (Internal-internal trips) คือการเดินทางท่ีมีท้งั จุดตน้ ทางและจุด
ปลายทางต้งั อยภู่ ายในพ้ืนที่ศึกษา

2.6. การสํารวจการเดนิ ทางระหว่างพนื้ ที่
เส้นขอบเขต (Cordon line) จะถูกกาํ หนดข้ึนในการสาํ รวจการเดินทางภายนอก ไม่ว่าจะ

เป็ นการศึกษาการเดินทางผ่านพ้ืนท่ี หรือการเดินทางในลกั ษณะที่ปลายดา้ นใดดา้ นหน่ึงของการ
เดินทางอย่ภู ายนอกพ้ืนท่ีศึกษา ประเภทของการสาํ รวจการเดินทางภายนอก ข้ึนอยู่กบั ขอ้ มูลที่
ตอ้ งการและขนาดของพ้ืนที่ศึกษา ซ่ึงโดยทวั่ ไปสามารถแบง่ ออกเป็นประเภทตา่ งๆ ไดด้ งั น้ี

• การสมั ภาษณ์ขอ้ มลู ขา้ งทาง (Road side interviews)
• การสาํ รวจป้ ายทะเบียนรถยนต์ (License plate surveys)
• การสาํ รวจดว้ ยไปรษณียบตั รหรือตอบกลบั ทางไปรษณีย์ (Postcard or mail-back surveys)
• การลงทะเบียนรถยนต์ (Vehicle registration)
• Vehicle intercept method
• Tag-on-vehicle method
• การศึกษาดว้ ยวิธีเปิ ดไฟหนา้ รถ (Light-on studies)

2.6.1. การสร้างเส้นขอบเขตการศึกษา
เสน้ ขอบเขตของการสาํ รวจขอ้ มลู อาจกาํ หนดตามขอบเขตของพ้ืนท่ีศึกษากไ็ ด้ แต่อาจมีการ

ปรับแก้บ้างเพ่ือลดจาํ นวนจุดท่ีมีถนนตัดผ่านเส้นขอบเขตให้เหลือน้อยที่สุด และเพื่อให้เส้น
ขอบเขตน้ีว่ิงตดั ผา่ นถนนในช่วงที่อยรู่ ะหว่างทางแยกสองทางแยกที่ติดกนั (Midblock) ท้งั น้ีเพื่อ
กาํ จัดปัญหาที่เกิดจากการนับรถยนต์ที่บริเวณทางแยก สถานีเก็บขอ้ มูลจะถูกกาํ หนดไวท้ ี่เส้น
ขอบเขตทุกจุดที่เสน้ ขอบเขตตดั ผา่ นถนน อยา่ งไรกด็ ี สถานีเกบ็ ขอ้ มูลไม่ควรต้งั อยบู่ นถนนทอ้ งถ่ิน
(Local streets) เพ่ือหลีกเลี่ยงการเกบ็ ขอ้ มูลที่ไม่จาํ เป็นและไม่สาํ คญั มากนกั ซ่ึงอาจทาํ ใหเ้ สียเวลาใน
การทาํ งานโดยใช่เหตุ เสน้ ขอบเขตควรครอบคลุมเน้ือท่ีกวา้ งเพียงพอท่ีจะทาํ ใหพ้ ้นื ท่ีน้นั มีนยั สาํ คญั
สมควรสาํ หรับใชเ้ ป็ นพ้ืนที่ศึกษา และมีขนาดที่เหมาะสมเพียงพอสาํ หรับใชใ้ นวตั ถุประสงคข์ อง
การวางแผนการขนส่ง นอกจากน้ี เส้นขอบเขตอาจกาํ หนดข้ึนตามพ้ืนที่ท่ีมีลกั ษณะการใชพ้ ้ืนท่ี
คลา้ ยคลึงกนั กไ็ ด้

2.6.2. การสัมภาษณ์ข้อมูลข้างทาง (Road side interviews)
การสัมภาษณ์ขอ้ มูลขา้ งทางอาจนาํ มาใชใ้ นการศึกษาเพื่อจดั ทาํ แผนหลกั การขนส่งสาํ หรับ

พ้นื ท่ีขนาดใหญแ่ ละพ้ืนที่เขตเมือง การสมั ภาษณ์ขอ้ มูลในลกั ษณะน้ีเป็นเทคนิคหน่ึงของการสาํ รวจ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 61 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

จุดตน้ ทางปลายทาง โดยทาํ การกาํ หนดตาํ แหน่งของสถานีสํารวจขอ้ มูลตามแนวเส้นขอบเขต ผู้
สัมภาษณ์ซ่ึงประจาํ อยทู่ ี่สถานีสาํ รวจขอ้ มูลจะสอบถามผขู้ บั ข่ียวดยานเพ่ือตรวจสอบ วตั ถุประสงค์
การเดินทาง จุดตน้ ทาง และจุดปลายทางของการเดินทางเที่ยวน้นั ๆ สถานที่ต้งั ของจุดสาํ รวจขอ้ มูล
จะถูกกาํ หนดให้อยบู่ นถนนหลกั ทุกเส้น และบางเส้นสาํ หรับถนนประเภทอ่ืนท่ีไม่ใช่ถนนหลกั ซ่ึง
ตดั ผา่ นเสน้ ขอบเขตของพ้ืนท่ีศึกษา สถานีสาํ รวจขอ้ มูลจะถูกต้งั อยใู่ นตาํ แหน่งท่ีสามารถตรวจสอบ
อย่างนอ้ ยร้อยละ 95 ของยวดยานท่ีว่ิงผ่านเส้นขอบเขต และตอ้ งเป็ นตาํ แหน่งท่ีก่อให้เกิดความ
ปลอดภยั ในการทาํ งานและไม่ก่อให้เกิดการจราจรติดขดั กบั กระแสจราจรโดยรวม ถา้ เป็ นการ
สาํ รวจขอ้ มูลเพือ่ ตอ้ งการขอ้ มูลการเดินทางที่เกิดข้ึนบนถนนเส้นเดียวท่ีไม่เก่ียวขอ้ งกบั ถนนเสน้ อื่น
การสมั ภาษณ์ผขู้ บั ขี่ท่ีตาํ แหน่งช่วงกลางของถนนอาจเพียงพอสาํ หรับวตั ถุประสงคด์ งั กล่าว ในกรณี
ท่ีตอ้ งการขอ้ มลู ของยวดยานท้งั หมดที่ว่ิงเขา้ และออกจากพ้ืนที่ศึกษาซ่ึงเป็นเมืองขนาดเลก็ ผสู้ าํ รวจ
จาํ เป็นตอ้ งกาํ หนดจุดสัมภาษณ์บนถนนทุกเสน้ ท่ีว่ิงตามแนวรัศมีจากเมือง รูปที่ 2.5 แสดงตวั อยา่ ง
การจดั ต้งั สถานีสาํ รวจขอ้ มลู ขา้ งทาง

รูปท่ี 2.5 การจดั ตาํ แหน่งสถานีสาํ รวจขอ้ มลู ขา้ งทาง

ที่มา: Institute of Transportation Engineering (1994)

จากรูปท่ี 2.5 เป็ นตวั อยา่ งของการจดั ตาํ แหน่งของสถานีสาํ รวจขอ้ มูลบนถนนที่มีปริมาณ
การจราจรปานกลาง มี 2 ช่องจราจร และ 2 ทิศทาง ตาํ แหน่งที่ต้งั ของจุดสํารวจควรอยู่ในภูมิ
ประเทศที่ค่อนขา้ งราบเรียบและมีระยะมองเห็นปลอดภยั มากกวา่ 240 เมตร ข้ึนไป ในกรณีท่ีการ
สัมภาษณ์อาจทาํ การกีดขวางการจราจรโดยรวม ควรมีการจดั ทางเลี่ยง (Bypass) ไวเ้ พื่อหลีกเล่ียง
การเกิดการจราจรติดขดั ในกรณีท่ีเป็ นถนนนอกเมือง พ้ืนที่บริเวณไหล่ทางหรือบางส่วนของขอบ
ถนนอาจใชเ้ ป็นทางเล่ียงจากกระแสจราจรหลกั สาํ หรับการจอดเพ่อื สมั ภาษณ์ขอ้ มูลได้ โดยมากแลว้

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 62 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

การสาํ รวจจะดาํ เนินการต่อเนื่อง 16 ชว่ั โมงต่อวนั โดยทวั่ ไปจะเร่ิมจาก 6.00 น. ถึง 22.00 น. การ
สาํ รวจขอ้ มูลบนถนนเส้นหลกั อาจดาํ เนินการต่อเน่ืองถึง 24 ชวั่ โมงต่อวนั ในการสาํ รวจปริมาณ
จราจรดว้ ยการนบั รถต่อเนื่อง 24 ชว่ั โมง ควรจะทาํ การสัมภาษณ์ขอ้ มูลขา้ งทางควบคู่กนั ไปดว้ ย
เน่ืองจากการจราจรบนทอ้ งถนนขณะทาํ การสาํ รวจขอ้ มูล อาจหนาแน่นไปดว้ ยยวดยาน จึงอาจตอ้ ง
อาศยั เทคนิคหรืออุปกรณ์เสริมเขา้ มาประกอบเพ่อื ใหก้ ารสมั ภาษณ์เป็นไปอยา่ งราบรื่นและไดข้ อ้ มูล
ตามที่ตอ้ งการ

เทคนิคท่ีผูส้ ําภาษณ์ขอ้ มูลข้างทางมักนิยมใช้เพื่อชะลอความเร็วของยวดยานหรือให้
คนขบั รถที่วิ่งผ่านไปมาหยุดรถเพ่ือตอบคาํ ถามก็คือ การขอความร่วมมือจากตาํ รวจจราจรหรือ
ตาํ รวจทางหลวงใหเ้ ขา้ มาช่วยในการทาํ หนา้ ที่ดงั กล่าว และยงั สามารถช่วยในการช้ีแจงเพ่ือขอความ
ร่วมมือในการตอบแบบสอบถามให้กับผูข้ บั ข่ียวดยานที่ไม่เขา้ ใจและเกรงที่จะไม่ได้รับความ
ปลอดภยั ในการจอดรถเพอื่ ตอบคาํ ถามไดด้ ว้ ย นอกจากน้ี บริเวณก่อนถึงจุดสมั ภาษณ์ขอ้ มลู เลก็ นอ้ ย
และท่ีจุดสัมภาษณ์ขอ้ มูล ควรมีการติดต้งั ป้ ายประกาศที่มีขนาดใหญ่พอสมควรเพ่ือแจง้ ให้ผูข้ บั ข่ี
ยวดยานทราบเก่ียวกบั วตั ถุประสงคข์ องการขอความร่วมมือ รวมถึงแจง้ รายละเอียดและข้นั ตอน
ของการสัมภาษณ์ขอ้ มูลให้ผขู้ บั ขี่ยวดยานทราบ ท้งั น้ีเพื่อให้ผขู้ บั ขี่ไดเ้ ตรียมตวั ใหเ้ กิดความพร้อม
ในการตอบคาํ ถาม ส่ิงที่ตอ้ งคาํ นึงถึงเสมอในการสัมภาษณ์ขอ้ มูลลกั ษณะน้ีก็คือ พยายามหลีกเล่ียง
การก่อให้เกิดการจราจรติดขดั และควรระมดั ระวงั ในเรื่องของความปลอดภัยในการทาํ งาน
เน่ืองจากเม่ือเกิดการจราจรติดขดั สิ่งที่ตามมาคือสภาพการจราจรที่ผิดปกติไปจากเดิมซ่ึงอาจส่งผล
ต่อขอ้ มูลการเดินทางที่ไดร้ ับจากกลุ่มเป้ าหมายได้ จากลกั ษณะการสํารวจขอ้ มูลตามท่ีอธิบาย
ขา้ งตน้ จะพบว่าเป็ นไปไม่ไดท้ ี่เราจะขอความร่วมมือจากรถทุกคนั ที่วิ่งผ่านให้หยุดเพื่อทาํ การ
สัมภาษณ์ขอ้ มูล ดงั น้ันผูส้ ํารวจจะตอ้ งเลือกรถเพียงบางคนั เท่าน้ันเป็ นกลุ่มตวั อย่างสําหรับการ
สมั ภาษณ์ขอ้ มูล โดยทว่ั ไปกลุ่มตวั อยา่ งควรจะมีจาํ นวนอยา่ งนอ้ ยอยรู่ ะหว่างร้อยละ 20 ถึง ร้อยละ
50 ของการจราจร สาํ หรับจาํ นวนกลุ่มตวั อยา่ งร้อยละ 50 ของการจราจร อาจประมาณไดจ้ ากวิธี
เลือก 3 เวน้ 3 โดยเลือกรถ 3 คนั เป็นกลุ่มเป้ าหมาย โดยเวน้ รถ 3 คนั ที่วิ่งตามมา จากน้นั จึงเลือกรถ
3 คนั ที่ว่ิงตามมาตอ่ จากน้นั และดาํ เนินการแบบน้ีไปเรื่อยๆ จนไดจ้ าํ นวนกลุ่มตวั อยา่ งตามตอ้ งการ

สาํ หรับการสาํ รวจขอ้ มูลยวดยาน 3,000 ถึง 5,000 คนั ต่อวนั บนถนนท่ีวิ่งสวนกนั 2 ทิศทาง
ตอ้ งการสมาชิกในแต่ละกลุ่มประกอบดว้ ย หัวหนา้ กลุ่ม 1 คน ผูบ้ นั ทึกขอ้ มูล 2 คน ผูส้ ัมภาษณ์
ขอ้ มูล 6 คน และผปู้ ระสานงาน 1 ถึง 2 คน ผสู้ ัมภาษณ์ขอ้ มูลควรมีจาํ นวนเท่ากบั จาํ นวนรถที่ถูก
เรียกใหจ้ อดในแต่ละชุด ขณะท่ีผบู้ นั ทึกขอ้ มูลจะทาํ หนา้ ท่ีนบั และบนั ทึกรถทุกคนั ที่ว่ิงผา่ นจาํ แนก
ตามประเภทของรถและทิศทางการสัญจร เจา้ หนา้ ที่ตาํ รวจอาจทาํ หนา้ ที่เพิ่มเติมดว้ ยการช่วยแจก
แผ่นพบั หรือเอกสารประชาสัมพนั ธ์ซ่ึงอธิบายวตั ถุประสงค์ของการสํารวจขอ้ มูลให้กับคนขบั
ขณะท่ีรถหยดุ ไดด้ ว้ ย ตวั อยา่ งของแบบบนั ทึกขอ้ มลู จุดตน้ ทางปลายทาง ดงั แสดงในรูปท่ี 2.6

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 63 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

รูปท่ี 2.6 แบบบนั ทึกขอ้ มูลจุดตน้ ทาง-ปลายทาง

ที่มา: Institute of Transportation Engineering (1994)

จากรูปท่ี 2.6 คอลมั น์ที่ 5 ของแบบบนั ทึกขอ้ มูลอาจใชส้ ําหรับบนั ทึกวตั ถุประสงคก์ าร
เดินทางก็ได้ แบบบนั ทึกขอ้ มูลท่ีนาํ เสนอน้ีเป็ นเพียงตวั อย่างเท่าน้ัน ในการทาํ งานจริง ผูส้ ํารวจ
ขอ้ มลู อาจดดั แปลงแบบบนั ทึกขอ้ มูลดงั กล่าวใหส้ อดคลอ้ งกบั การสมั ภาษณ์ในการทาํ งานแต่ละคร้ัง
ขอ้ มูลที่เก็บรวบรวมไดจ้ ะถูกนาํ ไปวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณจราจรโดยรวม และเพื่อประมาณค่า
ปริมาณการเดินทางท่ีจุดตน้ ทางและจุดปลายทางแตล่ ะแห่ง

การสัมภาษณ์ขอ้ มูลขา้ งทาง เป็ นการสํารวจขอ้ มูลที่มีท้งั ขอ้ ไดเ้ ปรียบและขอ้ จาํ กดั ขอ้
ไดเ้ ปรียบท่ีเห็นไดอ้ ยา่ งชดั เจน ก็คือวิธีการดงั กล่าวทาํ ให้ไดร้ ับขอ้ มูลท่ีมีความถูกตอ้ งและสมบูรณ์
เน่ืองจากเป็นการสาํ รวจขอ้ มลู ดว้ ยการสัมภาษณ์ซ่ึงตอ้ งมีการส่ือสารกนั โดยตรงระหวา่ งผสู้ มั ภาษณ์
และผถู้ ูกสัมภาษณ์ นอกจากน้ียงั เป็นวิธีท่ีมีอตั ราการตอบรับสูง ลดความลาํ เอียงที่ไดจ้ ากการสาํ รวจ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 64 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ขอ้ มูล และการเขา้ ถึงและเลือกกลุ่มตวั อย่างให้ไดค้ รบตามจาํ นวนที่ตอ้ งการ สามารถทาํ ไดอ้ ย่าง
สะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ดีการสัมภาษณ์ขอ้ มูลขา้ งทางเป็ นวิธีท่ีมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอ่ืนๆ
เน่ืองจากจาํ เป็ นตอ้ งใชเ้ จา้ หนา้ หลายคนในการดาํ เนินงาน บนถนนที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น
วิธีดังกล่าวอาจทาํ ให้เกิดการจราจรติดขดั และความล่าช้าในการเดินทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากน้ียงั เป็ นวิธีที่อาจเกิดอนั ตรายข้ึนไดข้ ณะดาํ เนินการ เนื่องจากจุดท่ีทาํ การ
สมั ภาษณ์ขอ้ มลู น้นั อยตู่ ิดกบั ถนนและกระแสจราจรโดยตรง

2.6.3. การสํารวจข้อมูลด้วยไปรษณยี บัตรหรือตอบกลบั ทางไปรษณยี ์
บนถนนที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นมากๆ การเรียกให้รถหยดุ เพื่อสัมภาษณ์ขอ้ มูลอาจ

ทาํ ใหเ้ กิดความลา่ ชา้ และการจราจรติดขดั เกินกวา่ ที่จะยอมรับได้ ในกรณีเช่นน้ีการสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ย
การส่งแบบสอบถามในรูปของไปรษณียบตั รหรือจดหมายให้กบั คนขบั แลว้ ให้คนเหล่าน้ันกรอก
ขอ้ มูลส่งกลบั มาภายหลงั อาจเป็นเทคนิคหน่ึงท่ีสามารถนาํ มาประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้

การสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ยวิธีน้ี ผสู้ าํ รวจอาจใชแ้ บบสอบถามท่ีอยใู่ นรูปของไปรษณียบตั รหรือ
จดหมายในการสาํ รวจขอ้ มูลท้งั หมดตามที่ตอ้ งการเลยกไ็ ด้ หรืออาจใชแ้ บบสอบถามเพ่ือถามขอ้ มูล
บางส่วนและใชก้ ารสัมภาษณ์ขอ้ มูลประกอบเพ่ือสอบถามขอ้ มูลบางส่วนเพ่ิมเติมก็ได้ เพื่ออาํ นวย
ความสะดวกใหก้ บั ผตู้ อบแบบสอบถาม ไปรษณียบตั รหรือจดหมาย (แบบสอบถาม) ท่ีใชเ้ พื่อการน้ี
จะตอ้ งจ่าหนา้ ซองดว้ ยการเขียนช่ือ ท่ีอยู่ และติดตราไปรษณียากรเตรียมพร้อมสาํ หรับการส่งกลบั
มายงั ผูส้ ํารวจขอ้ มูล ซ่ึงจะเป็ นการลดภาระให้กบั ผูต้ อบแบบสอบถาม ผูเ้ ดินทางท่ีถูกเลือกเป็ น
กลุ่มเป้ าหมายจะถูกถามรายละเอียดเก่ียวกบั การเดินทาง อาทิ จุดตน้ ทางปลายทางของแต่ละเที่ยว
การเดินทาง เส้นทางท่ีใช้ และวตั ถุประสงคก์ ารเดินทาง เป็ นตน้ เมื่อตอบคาํ ถามครบถว้ นแลว้
ผตู้ อบคาํ ถามตอ้ งส่งแบบสอบถามน้นั กลบั มายงั ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลทางไปรษณียต์ ามท่ีอยทู่ ่ีปรากฏบน
ไปรษณียบัตร ซองเอกสาร หรือซองจดหมายที่ผูส้ ํารวจขอ้ มูลจัดเตรียมไวใ้ ห้และได้ส่งให้
กลุ่มเป้ าหมายต้งั แต่ตน้ แลว้ ในกรณีที่ใชไ้ ปรษณียบตั ร คาํ ถามท่ีใชค้ วรกระชบั และควรมีจาํ นวน
คาํ ถามประมาณ 5 ถึง 7 คาํ ถาม รูปท่ี 2.7 แสดงตวั อยา่ งของแบบสอบถามที่ใชส้ าํ หรับเทคนิคการ
สาํ รวจขอ้ มลู ดว้ ยไปรษณียบตั รหรือจดหมาย

ช่วงเวลาที่ใชใ้ นการสาํ รวจขอ้ มูลจะดาํ เนินการต่อเนื่อง 24 ชว่ั โมงต่อวนั เช่นเดียวกบั การ
สมั ภาษณ์ขอ้ มลู ขา้ งถนน ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการนบั รถ (แยกตามทิศทาง) ซ่ึงดาํ เนินการควบคู่ไปกบั การ
แจกแบบสอบถามในช่วงเวลา 24 ชว่ั โมงน้ี จะถูกนาํ ไปใชว้ ิเคราะห์ตวั คูณขยายขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการ
สาํ รวจ หลงั จากน้นั แบบสอบถามท่ีถูกแจกออกไปจะถูกตอบกลบั มา โดยทวั่ ไปอตั ราการตอบกลบั
ของการสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ยวิธีการน้ีจะอยทู่ ่ีร้อยละ 25 ถึงร้อยละ 35 ถา้ อตั ราการตอบกลบั เท่ากบั ร้อย
ละ 30 กถ็ ือไดว้ ่าดีมากแลว้ อตั ราการตอบกลบั ไม่ควรนอ้ ยกว่าร้อยละ 20 ท้งั น้ีเพื่อใหเ้ ป็ นไปตาม
เงื่อนไขดา้ นความถกู ตอ้ งของการสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ยวธิ ีน้ี

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 65 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

รูปท่ี 2.7 แบบสอบถามที่ใชส้ าํ หรับเทคนิคการสาํ รวจขอ้ มลู ดว้ ยไปรษณียบตั รหรือจดหมาย

ท่ีมา: Institute of Transportation Engineering (1994)

ขอ้ ดีของการสํารวจดว้ ยวิธีน้ีคือ ค่าใชจ้ ่ายต่าํ ความล่าชา้ ของการจราจรที่เกิดข้ึนในช่วง
เวลาสํารวจขอ้ มูลน้อยกว่ากรณีท่ีใช้เทคนิคการสัมภาษณ์โดยตรง นอกจากน้ีผูท้ ี่ทาํ หน้าท่ีแจก
แบบสอบถามอาจไม่จาํ เป็ นตอ้ งมีความเชี่ยวชาญมากนกั ในการสัมภาษณ์ขอ้ มูลเน่ืองจากมีหน้าที่
แจกแบบสอบถามเพียงอยา่ งเดียว สาํ หรับขอ้ จาํ กดั ที่สาํ คญั คือ คนขบั รถบรรทุกและผโู้ ดยสารมากบั
ยานพาหนะที่ใช้พ้ืนท่ีศึกษาเป็ นเพียงทางผ่านมกั ไม่ให้ความร่วมมือในการตอบคาํ ถามและส่ง
แบบสอบถามกลบั มา นอกจากน้ี ในกรณีท่ีพ้ืนท่ีศึกษาเป็ นเมืองใหญ่ ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลจะไม่สามารถ
กาํ หนดไดเ้ ลยว่าตอ้ งการขอ้ มูลจากยวดยานประเภทใดเป็ นพิเศษ ตวั อยา่ งเช่น ในการสาํ รวจขอ้ มูล
ต้องการข้อมูลสําคัญจากคนขับรถตู้ แต่เราไม่สามารถกาํ หนดได้เลยว่าคนขับรถตู้ที่เราแจก
แบบสอบถามใหไ้ ปน้นั จะส่งแบบสอบถามตอบกลบั มาหรือไม่ เป็ นตน้ และกรณีท่ีใชว้ ิธีน้ีในการ
สํารวจข้อมูลในเขตเมือง การหยุดรถเพ่ือแจกแบบสอบถามก็จาํ เป็ นต้องทาํ เช่นเดียวกับการ
สมั ภาษณ์ขอ้ มลู ขา้ งทาง

2.6.4. การสํารวจป้ ายทะเบยี นรถยนต์
หลกั การเบ้ืองตน้ ของการสาํ รวจดว้ ยวิธีน้ีคือ ทาํ การบนั ทึกตวั เลขบางส่วนหรือท้งั หมดของ

ป้ ายทะเบียนรถยนตข์ ณะที่รถยนตค์ นั ดงั กล่าววิ่งผา่ นจุดสาํ รวจ เพ่ือเป็ นการติดตามการเดินทางเม่ือ
วิ่งผา่ นพ้ืนที่ศึกษา จุดสาํ รวจอาจกาํ หนดไวต้ ามขอบเขตและภายในพ้ืนที่ศึกษา เลขทะเบียนรถยนต์

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 66 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

และเวลาท่ีรถยนตค์ นั ดงั กล่าววิ่งผา่ นจุดสาํ รวจจะตอ้ งถูกบนั ทึกอยา่ งรวดเร็ว การกาํ หนดจุดตน้ ทาง
ปลายทางสําหรับการสาํ รวจดว้ ยวิธีน้ี จุดตน้ ทางก็คือสถานท่ีที่รถยนตถ์ ูกสังเกตุและบนั ทึกขอ้ มูล
คร้ังแรก และจุดปลายทางก็คือสถานท่ีที่รถยนตค์ นั ดงั กล่าวถูกสังเกตุและบนั ทึกขอ้ มูลคร้ังสุดทา้ ย
นนั่ เอง

ผูส้ ํารวจขอ้ มูลควรเลือกจุดสํารวจดว้ ยความรอบคอบ ถา้ ตอ้ งการเพียงขอ้ มูลของรถที่วิ่ง
ผ่านพ้ืนท่ีศึกษา อาจกาํ หนดจุดสาํ รวจเพียง 2 จุด โดยตาํ แหน่งแรกแทนจุดตน้ ทาง และตาํ แหน่งที่
สองแทนจุดปลายทาง ผูส้ ํารวจตอ้ งกาํ หนดจุดสํารวจไวบ้ นถนนเล่ียงเมืองสําคญั ๆ ที่มีปริมาณ
การจราจรหนาแน่นทุกเส้น เพ่ือติดตามการสัญจรของรถท่ีว่ิงผา่ นพ้ืนท่ี นอกจากน้ี การกาํ หนดจุด
สํารวจย่อยซ่ึงต้งั อยู่ภายในพ้ืนที่ศึกษาเสริมเขา้ ไป จะเป็ นการช่วยทาํ ให้ผูส้ ํารวจสามารถทราบ
รายละเอียดของขอ้ มูลจุดตน้ ทางปลายทางของรถที่วิ่งผา่ นพ้ืนท่ีไดล้ ะเอียดยิ่งข้ึน การบนั ทึกขอ้ มูล
และการจดั การฐานขอ้ มูลเป็นงานท่ีตอ้ งใชก้ าํ ลงั คนจาํ นวนมากสาํ หรับการสาํ รวจดว้ ยวิธีน้ี การจบั คู่
เลขทะเบียนรถยนตข์ องขอ้ มลู จุดตน้ ทางปลายทางของแตล่ ะจุดสาํ รวจกบั ขอ้ มูลจุดตน้ ทางปลายของ
จุดสาํ รวจท่ีอยโู่ ดยรอบเพ่ือติดตามการเคล่ือนท่ีและจุดตน้ ทางปลายทางของยวดยานแตล่ ะคนั เป็ น
เน้ืองานท่ีเยอะมาก ซ่ึงผสู้ าํ รวจอาจนาํ โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือตารางคาํ นวณมาช่วยในข้นั ตอนน้ี
โดยทวั่ ไป เลขทะเบียนรถยนตท์ ่ีสามารถติดตามไดต้ ลอดการสาํ รวจขอ้ มูลน้นั มีจาํ นวนไม่เกินร้อย
ละ 60 ของจาํ นวนเลขทะเบียนรถยนตท์ ้งั หมดที่ถูกบนั ทึก

การเดินทางของรถยนต์บางคนั อาจเร่ิมและสิ้นสุดภายในพ้ืนที่ศึกษาโดยไม่เจอกบั จุด
สาํ รวจเลยก็เป็ นได้ ความคลาดเคลื่อนอนั เน่ืองมาจากการป้ อนขอ้ มูลเลขทะเบียนหรือการคดั ลอก
เลขทะเบียน เป็ นอีกสาเหตุหน่ึงท่ีไปลดจาํ นวนรถยนตท์ ี่มีเลขทะเบียนตรงกนั ขอ้ มูลช่วงเวลาที่ได้
จากการบนั ทึกเลขทะเบียนรถยนต์ระหว่างจุดสํารวจมีความถูกตอ้ งในระดบั พอใชเ้ ท่าน้ัน แมว้ ่า
ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ะมาจากการสาํ รวจขอ้ มูลในพ้ืนท่ีซ่ึงเป็นสถานท่ีทาํ งาน (Business district) ซ่ึงผทู้ ่ีเดิน
ทางเขา้ มาในพ้ืนท่ีลกั ษณะน้ี มกั ใช้เวลาในพ้ืนท่ีเพ่ือทาํ กิจกรรม อาทิ ทาํ งาน หรือทาํ ธุระ ฯลฯ
ค่อนขา้ งแน่นอน กต็ าม ดว้ ยเหตุน้ี เราจึงไม่สามารถระบุวตั ถุประสงคก์ ารเดินทางของกลุ่มตวั อยา่ ง
ไดจ้ ากขอ้ มลู ช่วงเวลา (Time gap) ของการจอดรถไวใ้ นพ้นื ที่

ตวั เลขท่ีได้จากการบนั ทึกทะเบียนรถยนต์จะตอ้ งตรงกันอย่างน้อย 2 ตาํ แหน่ง ถึงจะ

นาํ ไปใชเ้ ป็นขอ้ มูลสาํ หรับวิเคราะห์การเดินทางได้ ถา้ ร้อยละ 50 ของเลขทะเบียนรถยนตท์ ้งั หมดท่ี
บนั ทึกได้ ถูกบนั ทึกท่ีจุดสาํ รวจหน่ึง และอีกร้อยละ 50 ถูกบนั ทึกท่ีจุดสาํ รวจอีกท่ีหน่ึง ในกรณี
ดงั กล่าว ผสู้ าํ รวจสามารถคาดหวงั ไดว้ า่ จะมีรถยนตเ์ พียงร้อยละ 25 ของรถยนตท์ ้งั หมดเท่าน้นั ท่ีถูก
บนั ทึกเลขทะเบียนท่ีจุดสาํ รวจท้งั สองแห่งเหมือนกนั จาํ นวนขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสาํ รวจอาจแตกตา่ ง
กนั ไปตามจุดสาํ รวจแตล่ ะแห่ง ข้ึนอยกู่ บั ความไดเ้ ปรียบของตาํ แหน่งที่ต้งั ปริมาณการจราจร และ
ความชาํ นาญของผูส้ ํารวจขอ้ มูล ปัจจุบนั การนํากลอ้ งวิดีโอและกลอ้ งโทรทศั น์วงจรปิ ดมาใช้
สาํ หรับบนั ทึกขอ้ มลู ช่วยใหส้ ามารถบนั ทึกเลขทะเบียนไดจ้ ากรถยนตท์ ุกคนั ในทุกๆ จุดสาํ รวจ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 67 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

รูปที่ 2.8 แสดงตวั อย่างของแบบบนั ทึกขอ้ มูลท่ีใชใ้ นการสํารวจป้ ายทะเบียนรถยนต์
สาํ หรับการสาํ รวจขอ้ มลู ในโครงการหรือการศึกษาขนาดเลก็ ในการบนั ทึกขอ้ มูลโดยทว่ั ไปจะนิยม
บนั ทึกตวั เลข 3 ตวั ทา้ ยของเลขทะเบียนรถยนต์ การบนั ทึกขอ้ มูลโดยใชแ้ ถบบนั ทึกเสียงกเ็ ป็นอีกวิธี
หน่ึงที่สามารถนาํ มาประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้ โดยผสู้ าํ รวจจะบนั ทึกเลขทะเบียนรถยนตแ์ ละเวลาที่สังเกตรถ
คนั ดงั กล่าวลงบนแถบบนั ทึกเสียงเรียงตามลาํ ดบั รถแต่ละคนั ท่ีว่ิงผา่ นจุดสาํ รวจ จากน้นั ขอ้ มูลที่ได้
จากการสาํ รวจน้ีจะถูกคดั ลอกลงตารางหรือป้ อนเขา้ สู่เคร่ืองคอมพิวเตอร์เพ่อื นาํ ไปวิเคราะห์ต่อไป

รูปท่ี 2.8 แบบบนั ทึกขอ้ มลู การสาํ รวจป้ ายทะเบียนรถยนต์

ท่ีมา: Institute of Transportation Engineering (1994)

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 68 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

อีกวิธีหน่ึงที่นิยมใช้ในปัจจุบนั ไดแ้ ก่ การใช้กลอ้ งวิดีโอบนั ทึกภาพแทนการจดบนั ทึก
ขอ้ มูล ซ่ึงวิธีการน้ีมีขอ้ ไดเ้ ปรียบหลายประการ ตวั กลอ้ งสามารถติดต้งั อยา่ งถาวรไวใ้ นตาํ แหน่งท่ี
สามารถบนั ทึกขอ้ มูลได้อย่างชัดเจน ขอ้ มูลที่บันทึกได้โดยวิธีน้ีสามารถนํามาตรวจสอบและ
วเิ คราะห์เพ่ิมเติมไดเ้ ท่าท่ีตอ้ งการในภายหลงั นอกจากน้ีกลอ้ งวิดีโอยงั สามารถบนั ทึกวนั ท่ีและเวลา
ไปพร้อมๆ ไปกบั การบนั ทึกภาพ ทาํ ใหล้ ดแรงงานและคา่ ใชจ้ ่ายในการสงั เกตและบนั ทึกขอ้ มลู และ
ยงั เพิ่มความถูกตอ้ งของขอ้ มูลท่ีสังเกตไดอ้ ีกด้วย สิ่งท่ีควรให้ความสําคญั อีกประการหน่ึงก็คือ
ตาํ แหน่งของการติดต้งั กลอ้ งบนั ทึกขอ้ มูลควรติดต้งั ในตาํ แหน่งที่สามารถบนั ทึกภาพแผ่นป้ าย
ทะเบียนของรถทุกประเภทไดอ้ ย่างชดั เจน ท้งั น้ีเน่ืองจากรถแต่ละประเภท อาทิ รถบรรทุกขนาด
ใหญ่ รถยนตส์ ่วนบุคคล หรือรถโดยสารประจาํ ทาง ฯลฯ อาจมีตาํ แหน่งและระดบั ความสูงของ
การติดต้งั แผน่ ป้ ายทะเบียนไม่เหมือนกนั เพราะฉะน้นั กลอ้ งบนั ทึกภาพจึงควรติดต้งั อยใู่ นตาํ แหน่ง
ท่ีมีขอบเขตของการบนั ทึกภาพที่ครอบคลุมตาํ แหน่งของการติดต้งั ป้ ายทะเบียนของรถทุกประเภท
นอกจากน้ีควรติดต้งั ไฟส่องสว่างให้เพียงพอกบั ความตอ้ งการ เนื่องจากภาพป้ ายทะเบียนท่ีบนั ทึก
ภายใตส้ ภาพแสงท่ีจาํ กดั อาจทาํ ใหล้ าํ บากในการอา่ นและคดั ลอกขอ้ มลู ได้

การคดั ลอกขอ้ มูลและตรวจสอบความตรงกนั ของตวั เลขเป็ นอีกงานหน่ึงท่ีใชต้ อ้ งใชท้ ้งั
เวลาและกาํ ลงั คนในการดาํ เนินการค่อนขา้ งมาก ซ่ึงปัจจุบนั น้ีดว้ ยเทคโนโลยที ่ีทนั สมยั มากข้ึน เรา
สามารถใชเ้ ทคนิคการประมวลภาพ (Image processing) มาประยกุ ตใ์ นการแปรความหมายของภาพ
ตวั เลขหรือตวั อกั ษรที่ได้จากการบนั ทึกด้วยกลอ้ งวิดีโอ และแปลงให้ไปอยู่ในรูปของขอ้ มูลที่
ปรากฏเป็ นตวั เลขหรือตวั อกั ษรไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ ท้งั น้ีจากที่กล่าวมา จะเห็นไดว้ ่าการสาํ รวจขอ้ มูล
ดว้ ยกลอ้ งวิดีโอน้ัน อาจมีค่าใชจ้ ่ายในการดาํ เนินการสูง จึงอาจไม่คุม้ ค่าต่อการลงทุนสําหรับการ
สาํ รวจขอ้ มูลในบางพ้นื ท่ี ดว้ ยเหตุน้ีวธิ ีการน้ีจึงน่าจะเหมาะสาํ หรับพ้ืนท่ีท่ีมีการจราจรหน่าแน่นมาก
เกินกวา่ ท่ีจะยอมใหม้ ีการหยดุ รถเพื่อการสมั ภาษณ์ขอ้ มลู ได้

2.6.5. การสํารวจข้อมูลจากฐานข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ (Vehicle registration)
เป็นวิธีการที่ตอ้ งการขอ้ มูลท่ีมีรายละเอียดเพิ่มเติมจากวิธีสาํ รวจป้ ายทะเบียนรถยนต์ ไม่ว่า

จะเป็น การบนั ทึกเลขทะเบียนรถยนตท์ ุกตวั การระบุชื่อเจา้ ของรถโดยตรวจสอบจากกองทะเบียน
รถยนต์ และการส่งแบบสอบถามโดยให้ตอบกลบั ทางไปรษณียไ์ ปยงั เจ้าของรถแต่ละคน ขอ้
ไดเ้ ปรียบของวธิ ีการน้ีจะเหมือนกบั เทคนิคการสาํ รวจดว้ ยไปรษณียบตั รหรือตอบกลบั ทางไปรษณีย์
ลกั ษณะการสํารวจขอ้ มูลดว้ ยวิธีน้ีจะส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรไม่มากนัก เน่ืองจากไม่
จาํ เป็ นตอ้ งทาํ ให้กระแสจราจรตอ้ งหยุดหรือชะงกั เน่ืองจากการสัมภาษณ์ขอ้ มูล ถา้ มีการนาํ กลอ้ ง
วิดีโอมาใชเ้ พ่ือช่วยในการบนั ทึกขอ้ มูล กาํ ลงั คนที่จาํ เป็ นตอ้ งใชส้ าํ หรับการสาํ รวจภาคสนามกจ็ ะ
ลดลงไปดว้ ย จากการตรวจสอบพบวา่ การส่งแบบสอบถามทางไปรษณียไ์ ปยงั กลุ่มเป้ าหมาย จะทาํ
ใหไ้ ดอ้ ตั ราการตอบกลบั สูงกวา่ การสาํ รวจดว้ ยไปรษณียบตั ร ขอ้ จาํ กดั ของวิธีน้ีกค็ ือ ขาดการสื่อสาร

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 69 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

โดยตรงระหว่างผูส้ ํารวจขอ้ มูลและกลุ่มเป้ าหมาย ใชค้ าํ ถามไดน้ ้อยกว่าวิธีอ่ืน และไม่สามารถ
ดาํ เนินการไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพถา้ ขาดความร่วมมือจากเจา้ หนา้ ท่ีกองทะเบียนในการให้ขอ้ มูลท่ี
อยอู่ าศยั ของเจา้ ของรถ

2.6.6. Vehicle intercepts method
เหมาะสําหรับการสํารวจขอ้ มูลในพ้ืนที่ขนาดเล็ก จุดสาํ รวจขอ้ มูลจะต้งั ไวท้ ี่ทุกตาํ แหน่ง

ของทางเขา้ ออกจากพ้ืนท่ีศึกษา รถทุกคนั ที่วิ่งเขา้ พ้ืนท่ีศึกษาจะถูกสั่งให้หยุด จากน้นั แผน่ ขอ้ มูลที่
ถูกลงรหัสไวจ้ ะถูกส่งใหก้ บั คนขบั และคนขบั จะตอ้ งส่งแผน่ ขอ้ มูลที่ไดร้ ับน้ีคืนให้กบั เจา้ หนา้ ที่ซ่ึง
ประจาํ อยตู่ รงจุดสาํ รวจบริเวณทางออกจากพ้นื ที่ศึกษา กระบวนการดงั กล่าวอาจดดั แปลงใหส้ ะดวก
และรวดเร็วข้ึนดว้ ยการใชแ้ ถบกาวสีติดที่กนั ชนหนา้ ของรถท่ีว่ิงเขา้ สู่พ้ืนท่ีศึกษา หรือาจใชแ้ ถบกาว
ติดแผ่นขอ้ มูลไวบ้ นกระจกหน้ารถก็ได้ วิธีการดงั กล่าวน้ีช่วยให้ไม่ตอ้ งหยุดรถตรงทางออกจาก
พ้นื ที่ศึกษาและยงั ช่วยใหส้ ามารถเกบ็ ขอ้ มลู ของยวดยานท่ีจุดสาํ รวจซ่ึงต้งั อยภู่ ายในพ้ืนที่ไดด้ ว้ ย

2.6.7. Tag-on-vehicle method
เป็ นวิธีการท่ีถูกดดั แปลงข้ึนมาเพ่ือให้เกิดความสะดวกย่ิงข้ึนในการสาํ รวจขอ้ มูลในกรณีท่ี

คนขบั รถยนตไ์ ม่ค่อยจะให้ความร่วมมือมากนกั วิธีการน้ีอาจนาํ ไปใชร้ ่วมกบั การสัมภาษณ์ขอ้ มูล
ขา้ งทางบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นเพื่อให้การสาํ รวจขอ้ มูลมีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน หรืออาจใช้
เป็ นเครื่องมือสนบั สนุนให้การสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ยการสังเกตป้ ายทะเบียนรถยนตส์ ามารถดาํ เนินการ
ต่อไปได้ ในกรณีท่ีชุดสาํ รวจมีจาํ นวนพนกั งานจาํ กดั แผน่ ขอ้ มูลท่ีลงรหสั ไวจ้ ะถูกส่งให้กบั คนขบั
หรือติดไวก้ บั ตวั รถเมื่อผ่านเขา้ มาในเส้นทางหรือพ้ืนที่ศึกษา จากน้นั คนขบั จะไดร้ ับคาํ แนะนาํ ให้
ทราบเกี่ยวกบั ข้นั ตอนการสาํ รวจขอ้ มลู และการเตือนใหค้ นขบั ส่งแผน่ ขอ้ มลู คืนใหก้ บั เจา้ หนา้ ท่ีเม่ือ
ออกจากเส้นทางหรือพ้ืนท่ีศึกษา เมื่อรถยนตว์ ิ่งออกจากเส้นทางหรือพ้ืนท่ีศึกษาแลว้ ขอ้ มูลการ
เดินทางต่างๆ อาทิ เวลาในการเดินทาง จุดสาํ รวจ ทิศทางการเดินทาง และขอ้ มูลอ่ืนๆ ท่ีบนั ทึกไว้
ในแผน่ ขอ้ มูล จะถกู อ่านคา่ ออกมาและถกู นาํ ไปใชว้ เิ คราะห์การเดินทางตอ่ ไป

2.6.8. การศึกษาด้วยวธิ ีเปิ ดไฟหน้ารถ (Light-on studies)
การศึกษาดว้ ยวิธีเปิ ดไฟหนา้ รถเหมาะสาํ หรับตรวจสอบการเดินทางท่ีเกิดข้ึนจากจุดตน้ ทาง

หน่ึงหรือสองจุด ไปยงั จุดปลายทางท่ีมีจาํ นวนสองหรือสามจุด ซ่ึงโดยทวั่ ไปจุดตน้ ทางและ
ปลายทางน้ีจะห่างกนั ไม่เกิน 0.50 ถึง 1 ไมล์ (ประมาณ 0.80 ถึง 1.60 กิโลเมตร) โดยมีข้นั ตอนการ
ดาํ เนินงานดงั น้ี

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 70 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

• ติดต้งั ป้ ายเพ่ือแนะนาํ และขอความร่วมมือจากคนขบั รถท่ีสญั จรบนเสน้ ทางท่ีทาํ การสาํ รวจ
ขอ้ มูลให้เปิ ดไฟหน้ารถ และปิ ดเมื่อขบั ผ่านจุดสํารวจท่ีอยู่ตรงทางออกของเส้นทางหรือ
พ้ืนที่ศึกษา

• ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลจะทาํ การนบั จาํ นวนรถยนตท์ ่ีปฏิบตั ิตาม
• รถยนตท์ ี่เปิ ดไฟหนา้ รถและรถยนตท์ ้งั หมดจะถูกนบั จาํ นวนท่ีจุดปลายทางแตล่ ะจุด
• จะต้องมีการติดต้งั ป้ ายไวอ้ ีกจุดหน่ึงเพื่อแนะนําคนขบั รถให้ปิ ดไฟหน้ารถ และกล่าว

ขอบคุณท่ีใหค้ วามร่วมมือ ซ่ึงป้ ายดงั กล่าวจะติดต้งั ไวต้ รงจุดท่ีเป็นทางออกจากพ้นื ที่ศึกษา

ตวั อยา่ งแผนภาพของการติดต้งั ป้ าย และตาํ แหน่งของจุดสาํ รวจ แสดงในรูปท่ี 2.9

รูปที่ 2.9 การติดต้งั ป้ ายและตาํ แหน่งจุดสาํ รวจของการศึกษาดว้ ยวธิ ีเปิ ดไปหนา้ รถ

ที่มา: Institute of Transportation Engineering (1994)

การสาํ รวจขอ้ มลู ดว้ ยวิธีการดงั กล่าว สามารถดาํ เนินการไดเ้ ฉพาะช่วงเวลากลางวนั และจะ
มีประสิทธิภาพเฉพาะพ้ืนที่ศึกษาท่ีมีขนาดเล็ก ความร่วมมือจากคนในชุมชนและผขู้ บั ขี่ยวดยานมี
ส่วนสาํ คญั ต่อความสาํ เร็จของการสาํ รวจขอ้ มูลดว้ ยวิธีน้ีเป็นอยา่ งมาก

2.7. การสํารวจการเดินทางภายในพนื้ ที่
การสํารวจขอ้ มูลการเดินทางภายในพ้ืนท่ีเป็ นการศึกษาการเดินทางที่เกิดข้ึนโดยคนใน

พ้ืนท่ีหรือผทู้ ี่พกั อาศยั อยใู่ นพ้ืนท่ีศึกษา ซ่ึงถือไดว้ ่าเป็ นการเดินทางหลกั ท่ีเกิดข้ึนในพ้ืนท่ี ผสู้ าํ รวจ
ขอ้ มูลสามารถดดั แปลงวธิ ีการสาํ รวจขอ้ มูลรูปแบบต่างๆ มาใชใ้ นการสาํ รวจขอ้ มูลลกั ษณะน้ีได้ ไม่
ว่าจะเป็ น การสัมภาษณ์ตามบา้ น การสํารวจตอบกลบั ทางไปรษณีย์ หรือแมแ้ ต่การสํารวจป้ าย
ทะเบียนรถยนต์ เป็นตน้ โดยทว่ั ไปการสาํ รวจขอ้ มูลท่ีจดั อยใู่ นกลุ่มน้ี ไดแ้ ก่

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 71 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

• การสมั ภาษณ์ตามท่ีพกั อาศยั
• การสาํ รวจดว้ ยแบบสอบถามทางไปรษณียส์ าํ หรับเจา้ ของรถยนต์
• การสมั ภาษณ์ขอ้ มลู ในสถานท่ีทาํ งานและแหลง่ สร้างการเดินทางอื่นๆ
• แบบสอบถามสาํ หรับผโู้ ดยสารระบบขนส่งสาธารณะ
• การสาํ รวจขอ้ มลู รถแทก็ ซ่ีและรถบรรทุก

2.7.1. การสัมภาษณ์ตามทพี่ กั อาศัย

ข้นั ตอนแรก พ้ืนที่ศึกษาจะถูกแบ่งออกเป็ นพ้ืนท่ีย่อย โดยในแต่ละพ้ืนที่ย่อยจะต้องมี
ลกั ษณะพ้ืนฐานที่คลา้ ยคลึงกนั มากที่สุดเท่าท่ีจะเป็ นไปได้ จากน้นั ทาํ การกาํ หนดท่ีพกั อาศยั แต่ละ
หน่วยที่ต้งั อยใู่ นพ้ืนที่ยอ่ ย จาํ นวนตวั อยา่ งที่ตอ้ งการในแต่ละพ้ืนที่ยอ่ ยจะถูกกาํ หนดโดยพิจารณา
จากความหนาแน่นของการต้งั บา้ นเรือนในพ้ืนท่ี กลุ่มตวั อย่างซ่ึงไดแ้ ก่ที่พกั อาศยั แต่ละหน่วยใน
พ้ืนท่ีศึกษาจะถูกเลือกอย่างเป็ นระบบ ก่อนเขา้ ทาํ การสํารวจขอ้ มูล ในเบ้ืองตน้ ผูส้ ํารวจขอ้ มูล
จะตอ้ งติดต่อเจา้ ของบา้ น อาจเป็ นทางจดหมายหรือโทรศพั ทก์ ็ได้ เพ่ือแจง้ ให้เจา้ ของบา้ นทราบ
เก่ียวกบั รายละเอียดของการขอเขา้ ไปสัมภาษณ์ขอ้ มูล อาทิ ขอ้ มูลที่ตอ้ งการทราบ วนั และเวลาท่ีจะ
เขา้ ไปสัมภาษณ์ ฯลฯ และเพ่ือแนะนาํ ให้เจา้ ของบา้ นเตรียมพร้อมสําหรับการสัมภาษณ์ดงั กล่าว
ขอ้ มูลบางประเภท อาทิ ขอ้ มูลการเดินทางในแตล่ ะวนั เป็นตน้ เป็นขอ้ มูลท่ีผถู้ ูกสัมภาษณ์ตอ้ งกรอก
ดว้ ยตนเอง โดยผสู้ มั ภาษณ์อาจใหค้ าํ แนะนาํ และความช่วยเหลือในการกรอกได้

พนักงานสํารวจขอ้ มูลที่ตอ้ งเขา้ ไปสัมภาษณ์ตามที่พกั อาศยั น้ี อาจคดั สรรมาจากการติด
ประกาศรับสมคั ร จากน้ันจะตอ้ งมีการฝึ กอบรม และมอบหมายพ้ืนท่ีที่อยู่ในความรับผิดชอบ
พนกั งานเหลา่ น้ีจะถูกเนน้ ย้าํ ใหเ้ ขา้ ไปสมั ภาษณ์ขอ้ มูลเฉพาะครัวเรือนท่ีถกู เลือกหรือกาํ หนดไว้ แลว้
เท่าน้นั นนั่ คือในกรณีที่ไม่มีใครอยใู่ นบา้ นในขณะที่เขา้ ไปสัมภาษณ์ขอ้ มูล หรือบา้ นหลงั น้นั ไม่มี
คนพกั อาศยั อยใู่ นช่วงเวลาที่ทาํ การสาํ รวจขอ้ มูล ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลจะไม่สามารถใชข้ อ้ มูลจากบา้ นหลงั
อื่นแทนบา้ นหลงั น้นั ได้ ถา้ ผูส้ ํารวจขอ้ มูลพบกบั สถานการณ์เช่นท่ีว่าน้ี ให้กลบั มาเพ่ือตรวจสอบ
และสัมภาษณ์ขอ้ มูลอีกคร้ังในวนั อ่ืน ถา้ ยงั ไม่พบผูอ้ าศัยในบ้านหลงั ดังกล่าวอีก ก็ให้กลับมา
ตรวจสอบใหม่อีกคร้ัง ใหป้ ฏิบตั ิตามแนวทางน้ีอยา่ งนอ้ ย 3 คร้ัง เพื่อลดความเสี่ยงในการเขา้ สาํ รวจ
ขอ้ มูลแลว้ ไม่พบผอู้ าศยั ในบา้ น ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลควรเร่ิมทาํ การสาํ รวจในช่วงหวั ค่าํ (ต้งั แต่เวลา 18.00
น. ถึง 22.00 น.) เน่ืองจากเป็นช่วงเวลาท่ีมีโอกาสสูงที่จะไดพ้ บกบั ผทู้ ี่อาศยั ในบา้ น

ขอ้ มูลท่ีตอ้ งการ ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม และขอ้ มูลการเดินทางท่ี
เกิดข้ึนในวนั ทาํ งานก่อนหนา้ น้ีของทุกคนที่อาศยั อยใู่ นครัวเรือนน้นั ที่มีอายุ 5 ปี ข้ึน ขอ้ มูลสถานะ
ทางเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนท่ีตอ้ งการทราบ อาทิ จาํ นวนสมาชิกในครัวเรือน จาํ นวน
ยานพาหนะที่มีในครอบครอง และรายละเอียดส่วนตวั ของแต่ละบุคคล อาทิ เพศ อายุ รายได้ เป็น
ตน้ ขอ้ มูลการเดินทางในแต่ละเที่ยวของสมาชิกทุกคนในคร้ัวเรือนท่ีตอ้ งการทราบ อาทิ เวลาที่ใช้

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 72 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ในการเดินทาง จุดตน้ ทางปลายทางของการเดินทาง รูปแบบการเดินทาง วตั ถุประสงค์การ
เดินทาง และขอ้ มลู การจอดรถ เป็นตน้ โดยทวั่ ไปการสมั ภาษณ์จะไมก่ ระทาํ ในวนั จนั ทร์เพราะผถู้ ูก
สัมภาษณ์อาจลืมขอ้ มูลการเดินทางที่เกิดข้ึนในวนั ทาํ งานก่อนหนา้ น้ี (ซ่ึงก็คือวนั ศุกร์ของสัปดาห์
ก่อนหนา้ ท่ีจะทาํ การสมั ภาษณ์) เนื่องจากผา่ นช่วงวนั หยดุ สุดสปั ดาห์

เม่ือการสัมภาษณ์ขอ้ มูลเสร็จสมบูรณ์ ขอ้ มูลการเดินทางจะถูกคดั ลอกและลงรหสั แยกตาม
จุดตน้ ทางและจุดปลายทาง ในทาํ นองเดียวกนั จุดตน้ ทางและจุดปลายทางแต่ละแห่งจะถูกคดั ลอก
และลงรหัสแยกตามพ้ืนท่ียอ่ ยที่จุดตน้ ทางและจุดปลายทางน้นั ต้งั อยู่ ขอ้ มูลการเดินทางจะถูกนาํ มา
คูณดว้ ยค่าคงท่ีซ่ึงเป็นค่าตวั คูณขยายของแต่ละพ้ืนที่ยอ่ ย (Zonal factor) ซ่ึงหาไดจ้ ากการนาํ จาํ นวน
หน่วยท่ีพกั อาศยั ท้งั หมดในพ้ืนที่ย่อยมาหารดว้ ยจาํ นวนครัวเรือนท่ีไดจ้ ากการสํารวจขอ้ มูลจริง
ผลลพั ธ์ที่ไดจ้ ากการคูณดงั กล่าวคือ ขอ้ มูลการเดินทางของพ้ืนท่ียอ่ ยน้นั ๆ จากน้นั ขอ้ มูลที่ไดจ้ ะถูก
แปลงใหอ้ ยใู่ นรูปของคา่ เฉลี่ยที่ใชเ้ ป็นตวั แทนของขอ้ มูลตลอดช่วงวนั ทาํ งานของสปั ดาห์

2.7.2. การสํารวจด้วยแบบสอบถามทางไปรษณยี ์สําหรับเจ้าของรถยนต์

การสํารวจขอ้ มูลด้วยวิธีการน้ีดาํ เนินการโดยการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ หรือ
แบบสอบถามในรูปของไปรษณียบตั รที่จ่าหน้าซองถึงตวั เองและติดสแตมป์ เรียบร้อยแลว้ ไปยงั
เจา้ ของรถยนตท์ ่ีอาศยั อย่ใู นพ้ืนที่ศึกษา ในทางปฏิบตั ิ อาจใชก้ ารสัมภาษณ์หรือใชว้ ิธีสาํ รวจขอ้ มูล
ดว้ ยไปรษณียบตั รกบั ผขู้ บั ข่ียวดยานท่ีเดินทางเขา้ -ออกพ้ืนท่ีศึกษาควบคู่ไปดว้ ย รถแท็กซ่ีและรถ
ขนส่งสาธารณะจะไมถ่ ูกพิจารณาในการสาํ รวจลกั ษณะน้ี กลุ่มตวั อยา่ งที่ไดร้ ับแบบสอบถามจะถูก
ขอความร่วมมือใหบ้ นั ทึกขอ้ มูลการเดินทางดว้ ยยานพาหนะส่วนบุคคลท้งั หมดที่เกิดข้ึนในหน่ึงวนั
หลงั จากวนั ที่ไดร้ ับแบบสอบถามน้ัน ซ่ึงโดยมากจะอย่ใู นช่วงวนั ทาํ งาน แบบสอบถามในรูปของ
จดหมายหรือไปรษณียบตั รสาํ หรับคนขบั รถยนตส์ ่วนบุคคลและรถบรรทุกอาจทาํ ใหม้ ีสีแตกตา่ งกนั
เพอ่ื ความสะดวกในการจาํ แนก ช่ือและที่อยขู่ องเจา้ ของยานพาหนะอาจตรวจสอบไดจ้ ากฐานขอ้ มูล
ของหน่วยงานราชการ แบบสอบถามจะถูกจดั ทาํ ข้ึนจาํ แนกตามพ้ืนท่ีย่อยก่อนที่จะถูกส่งออกไป
ตารางบนั ทึกขอ้ มูลจะถูกสร้างข้ึนโดยมีจาํ นวนช่องเท่ากบั จาํ นวนแบบสอบถามที่ถูกส่งออกไปใน
แต่ละพ้ืนที่ยอ่ ย ดว้ ยวิธีการน้ี จะทาํ ใหส้ ามารถประมาณจาํ นวนการเดินทางท่ีเกิดข้ึนท้งั หมดไดจ้ าก
การเปรียบเทียบจาํ นวนแบบสอบถามที่ถูกตอบกลบั มากบั จาํ นวนยวดยานท้งั หมดท่ีมีอยู่ในพ้ืนที่
ยอ่ ย

2.7.3. การสัมภาษณ์ข้อมูลในสถานทท่ี าํ งานและแหล่งสร้างการเดินทางอนื่ ๆ
แบบสอบถามสาํ รวจขอ้ มูลการเดินทางอาจถูกกระจายไปยงั พนักงานท่ีอย่ตู ามแหล่งจา้ ง

งาน อาทิ นิคมอุตสาหกรรม หรืออาคารสาํ นกั งานต่างๆ หรืออาจกระจายไปยงั ผคู้ นท่ีไปทาํ ธุระยงั
สถานท่ีซ่ึงเป็นแหล่งรวมกิจกรรมต่างๆ อาทิ สนามบิน ศูนยก์ ารคา้ สถานีขนส่ง หรือสถานที่อ่ืนๆ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 73 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

ฯลฯ แบบสอบถามท่ีตอบเสร็จเรียบร้อยแลว้ จะถูกเก็บคืนจากกลุ่มตวั อย่างในวนั เดียวกนั น้ันเลย
ขอ้ มูลต่างๆ อาทิ ท่ีต้งั ของที่พกั อาศยั รูปแบบการเดินทาง เวลาที่มาถึงและออกจากที่ทาํ งาน
พฤติกรรมการจอดรถ และค่าใชจ้ ่ายในการเดินทาง สามารถตรวจสอบไดจ้ ากพนกั งาน ไม่ว่าจะ
เป็ นพนักงานที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล ผูโ้ ดยสารระบบขนส่งสาธารณะและแท็กซ่ี
แบบสอบถามที่ส้นั และมีเน้ือหากระชบั มีส่วนช่วยเพ่ิมอตั ราการตอบแบบสอบถามใหส้ ูงข้ึน

การสาํ รวจขอ้ มลู ดว้ ยวิธีการน้ีจะไดผ้ ลลพั ทธ์ท่ีดีและมีประสิทธิภาพในอาคารสาํ นกั งานที่มี
บริษทั ใหญ่ๆ ทาํ การอยไู่ ม่มากเกินไปนกั อยา่ งไรกด็ ี ในกรณีท่ีมีหลายบริษทั ผลการสาํ รวจขอ้ มูลก็
อาจดีไดถ้ า้ ผบู้ ริหารของบริษทั เหล่าน้นั ตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของของการสาํ รวจขอ้ มูลดงั กล่าว
หลงั จากขอความร่วมมือจากหน่วยงานตา่ งๆ ท่ีต้งั อยใู่ นแหล่งจา้ งงานหรือในอาคารสาํ นกั งานและ
ไดร้ ับความร่วมมือเป็นอยา่ งดีแลว้ แต่ละบริษทั จะเป็นผนู้ าํ แบบสอบถามไปแจกใหก้ บั พนกั งานและ
ทาํ การเก็บรวบรวมให้ ผสู้ าํ รวจขอ้ มูลควรบนั ทึกจาํ นวนแบบสอบถามท้งั หมดท่ีแจกไปตามบริษทั
ต่างๆ และจาํ นวนการจา้ งงานท้งั หมดของบริษทั เหล่าน้นั เพ่ือนาํ มาใชใ้ นการวิเคราะห์หาตวั คูณขยาย
สาํ หรับประมาณขอ้ มูลที่ใชเ้ ป็นตวั แทนของท้งั บริษทั

2.7.4. แบบสอบถามสําหรับผู้โดยสารระบบขนส่งสาธารณะ
การศึกษาน้ีใชส้ ําหรับการตรวจสอบขอ้ มูลจุดตน้ ทางปลายทางของผโู้ ดยสารท่ีใชบ้ ริการ

ระบบขนส่งสาธารณะประเภทใดประเภทหน่ึง โดยมีวตั ถุประสงคห์ ลกั เพ่ือการวางแผนปรับปรุง
และพฒั นาเสน้ ทางการใหบ้ ริการ หรือเพื่อการจดั ตารางการใหบ้ ริการของระบบขนส่งสาธารณะแต่
ละประเภท การสาํ รวจขอ้ มูลดาํ เนินการไดโ้ ดยใหผ้ ทู้ าํ การสาํ รวจขอ้ มูลหน่ึงหรือสองคนโดยสารไป
กับระบบขนส่งสาธารณะที่ต้องการสํารวจข้อมูล พนักงานสํารวจข้อมูลน้ีจะทําหน้าที่แจก
แบบสอบถามพร้อมดินสอหรือปากกาให้กับผูโ้ ดยสารที่อยู่บนรถ จากน้ันขอความร่วมมือให้
ผโู้ ดยสารเหล่าน้นั ทาํ การตอบแบบสอบถามและส่งกลบั คืนเม่ือจะลงจากรถ หรืออาจส่งไปรษณีย์
กลับมาให้ในภายหลังก็ได้ การสัมภาษณ์ลักษณะดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพในเส้นทางการ
ให้บริการท่ีผูโ้ ดยสารไม่พลุกพล่านและหนาแน่นมากจนเกินไป และผูโ้ ดยสารได้ที่นั่งทุกคน
เนื่องจากจะทาํ ให้ง่ายและสะดวกต่อการตอบคาํ ถามในแบบสอบถามมากกว่าการยนื ขอ้ มูลที่ไดจ้ ะ
ถกู นาํ ไปคูณกบั ตวั คูณขยาย (หาจากสดั ส่วนของจาํ นวนผโู้ ดยสารท้งั หมดตอ่ จาํ นวนแบบสอบถามท่ี
ส่งกลบั มา) เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ท่ีเป็นตวั แทนของผโู้ ดยสารท้งั หมด

ในกรณีท่ีผูค้ นบนรถหนาแน่นมากทาํ ให้ผูโ้ ดยสารไม่สามารถตอบแบบสอบถามขณะอยู่
บนรถได้ อาจตอ้ งขอความร่วมมือใหผ้ โู้ ดยสารตอบและส่งแบบสอบถามกลบั มาทางไปรษณีย์ ซ่ึง
อตั ราการตอบกลบั ในกรณีน้ีจะลดลงเป็ นธรรมดา ผโู้ ดยสารที่มีแนวโนม้ ใหค้ วามร่วมมือและตอบ
แบสอบถามกลบั มามากที่สุดไดแ้ ก่ กลุ่มที่ประสบปัญหาในการใชบ้ ริการ ไม่วา่ จะเป็น รถแน่น หรือ
ขอ้ คบั ขอ้ งใจตา่ งๆ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 74 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

2.7.5. การสํารวจข้อมูลรถแทก็ ซี่และรถบรรทุก
ขอ้ มูลการเดินทางของการขนส่งในเชิงธุรกิจและการขนส่งสินคา้ สามารถตรวจสอบแยก

ออกไปจากการสาํ รวจขอ้ มูลการเดินทางอ่ืนๆ ขอ้ มูลลกั ษณะน้ีสามารถตรวจสอบไดจ้ ากการสาํ รวจ
ขอ้ มูลจากพนักงานขบั รถในสาํ นักงานที่พนักงานเหล่าน้นั ทาํ งานอยู่ ซ่ึงนอกจากจะไดข้ อ้ มูลจาก
การสัมภาษร์แลว้ ยงั สามารถตรวจสอบขอ้ มูลอื่นๆ ไดด้ ว้ ย เนื่องจากโดยมากแลว้ ในสาํ นกั งานของ
การขนส่งแบบน้ี จะมีขอ้ มูลอ่ืนๆ ท่ีมีประโยชน์ต่อการวางแผนคอ่ นขา้ งครบถว้ น

2.8. การนําเสนอข้อมูลจุดต้นทางปลายทาง
วธิ ีการนาํ เสนอผลการวิเคราะห์และขอ้ มลู จุดตน้ ทางปลายทางในรูปของตารางท่ีนิยมใชก้ นั

น้นั มีหลายวิธีดว้ ยกนั ตารางดงั กล่าวจะใชส้ าํ หรับสรุปขอ้ มูลการเดินทางทว่ั ไป และแสดงจาํ นวน
หรือร้อยละของการเดินทางท้งั หมดท่ีเกิดข้ึนจาํ แนกตามประเภทการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็ นการ
เดินทางด้วยรถยนต์ ระบบขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ หรือแท็กซี่ รวมถึงการจาํ แนกตาม
วตั ถุประสงคก์ ารเดินทางดว้ ย ตารางอีกประเภทหน่ึงที่นิยมใช้ ไดแ้ ก่ตารางที่แสดงจาํ นวนเท่ียวของ
การเดินทางที่เกิดข้ึนระหว่างพ้ืนที่ยอ่ ยท่ีจาํ แนกออกตามรูปแบบการเดินทางและวตั ถุประสงคก์ าร
เดินทาง สําหรับขอ้ มูลจุดตน้ ทางปลายทาง มกั จะนํามาสรุปเป็ นตารางและนําเสนอในรูปของ
จาํ นวนเที่ยวการเดินทางท่ีเกิดข้ึนระหว่างพ้ืนที่ย่อยท้งั หมดในพ้ืนที่ศึกษา โดยตารางดงั กล่าวอาจ
จาํ แนกยอ่ ยออกตามวตั ถุประสงคก์ ารเดินทาง การเดินทางของรถบรรทุก และการเดินทางของรถ
แทก็ ซี่ ตารางท่ีกล่าวถึงขา้ งตน้ อาจแสดงลกั ษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพ้ืนที่ย่อย และ
อาจแสดงเวลาท่ีใชใ้ นการเดินทางระหว่างพ้ืนที่ย่อยเหล่าน้นั ดว้ ย ขอ้ มูลท่ีแสดงในตารางดงั กล่าว
อาจนาํ เสนอในรูปแผนภาพ หรือแสดงเป็นรูปภาพประกอบในแผนท่ี กจ็ ะทาํ ใหก้ ารอ่านคา่ และแปล
ความหมายง่ายและสะดวกยง่ิ ข้ึน

2.9. การตรวจสอบความถกู ต้องของการสํารวจข้อมูล
มีหลายวิธีการด้วยกนั ท่ีนิยมใช้ในการตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูลท้งั หมด หรือ

บางส่วนที่ไดจ้ ากการสาํ รวจขอ้ มลู จุดตน้ ทางปลายทาง แนวทางดงั กล่าวมีดงั ต่อไปน้ี
• เมื่อเสน้ ทางหรือถนนที่ใชส้ าํ หรับสมั ภาษณ์ขอ้ มูลการเดินทางไดถ้ ูกกาํ หนดข้ึน ควรกาํ หนด
จุดควบคุมข้ึนอยา่ งนอ้ ย 2 ถึง 3 จุด ซ่ึงอาจเป็นสะพาน หรือสถานท่ีอ่ืนที่ทราบกนั ทว่ั ไปว่า
เป็ นจุดที่ก่อให้เกิดการจราจรติดขดั ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการสาํ รวจขอ้ มูลการเดินทางท้งั ภายใน
และภายนอกจะถูกนาํ ไปคูณดว้ ยตวั คูณขยายเพ่ือใชเ้ ป็ นตวั แทนของปริมาณจราจรท้งั หมด
ที่ว่ิงผ่านจุดควบคุมน้ัน และค่าที่ได้จากวิเคราะห์ดังกล่าวจะถูกนําไปเปรียบเทียบกับ
ปริมาณจราจรจริงท่ีไดจ้ ากการนบั รถที่จุดน้นั

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 75 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 2 การวางแผนการขนสง่ (Transportation Planning)

• สิ่งกีดขวางที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติ อาทิ แม่น้ํา หรือทางรถไฟ ฯลฯ จะถกู กาํ หนดให้
เป็ นเส้นแบ่งเขต (Screen line) ซ่ึงแบ่งพ้ืนท่ีภายในพ้ืนท่ีศึกษาออกเป็ นสองส่วน ปริมาณ
จราจรที่ไดจ้ ากการประมาณคา่ ดว้ ยการคูณปริมาณจราจรท่ีว่ิงขา้ มเส้นแบ่งเขตซ่ึงวิเคราะห์
มาจากการสํารวจขอ้ มูลการเดินทางภายในและภายนอก ด้วยตวั คูณขยาย จะถูกนําไป
เปรียบเทียบกบั ปริมาณจราจรจริงท่ีไดม้ าจากการนบั รถ

• การเปรียบเทียบปริมาณจราจรที่ผา่ นเส้นขอบเขต (Cordon line) โดยเปรียบเทียบปริมาณ
จราจรท่ีไดจ้ ากการสาํ รวจขอ้ มูลการเดินทางภายในของจุดสาํ รวจซ่ึงต้งั อย่ทู ี่เส้นขอบเขต
กบั ปริมาณจราจรที่จุดสาํ รวจเดียวกนั แตไ่ ดม้ าจากการสาํ รวจขอ้ มูลการเดินทางภายนอก

• การเปรียบเทียบขอ้ มูลผูโ้ ดยสารระบบขนส่งสาธารณะที่ไดม้ าจากการสํารวจขอ้ มูลการ
เดินทางภายใน กับค่าที่ได้จากการสํารวจภาคสนามหรือจากบันทึกของหน่วยงานท่ี
ใหบ้ ริการขนส่งสาธารณะน้นั

ถา้ ทาํ การตรวจสอบขอ้ มูลตามวิธีดงั กล่าวขา้ งตน้ แลว้ พบว่ามีความแตกต่างกนั มาก ควรทาํ
การปรับแกข้ อ้ มูลที่ไดจ้ ากการสาํ รวจก่อนที่จะนาํ ไปวิเคราะห์ในข้นั ตอนต่อไป

คาํ ถามท้ายบท
1. การวางแผนการขนส่งคืออะไร มีความสาํ คญั อยา่ งไร
2. การวางแผนการขนส่งจาํ แนกออกเป็นกี่ประเภท อะไรบา้ ง
3. การเลือกกลุ่มตวั อยา่ งมีกี่วธิ ี อะไรบา้ ง
4. การสาํ รวจจุดตน้ ทางปลายทางคืออะไร มีความสาํ คญั กบั การวางแผนการขนส่งอยา่ งไร
5. เสน้ ขอบเขต (Cordon line) และเสน้ แบง่ เขต (Screen line) คืออะไร จงอธิบาย
6. การสาํ รวจขอ้ มลู การเดินทางมีก่ีประเภท อะไรบา้ ง
7. การสาํ รวจขอ้ มูลการเดินทางภายนอกคอื อะไร สามารถดาํ เนินการไดก้ ่ีวิธี
8. การสาํ รวจขอ้ มลู การเดินทางภายในคืออะไร สามารถดาํ เนินการไดก้ ี่วิธี
9. ถา้ ท่านเป็ นนกั วางแผนเมืองและการขนส่งของเมือง ส่ิงที่ท่านตอ้ งคาํ นึงถึงในการวางแผนมี

อะไรบา้ ง จงอธิบาย
10. นกั วางแผนเมืองที่ดีควรมีคุณสมบตั ิใดบา้ ง

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 76 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 3 การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

บทที 3 การวิเคราะห์ความต้องการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

เนือ้ หาในบทนีจ้ ะกล่าวถึง การวิเคราะห์ความต้องการเดินทาง ปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อความต้องการเดินทาง หลกั การ
จุดต้นทางปลายทาง แบบจาํ ลองต่อเนือง 4 ขั้นตอน แบบจาํ ลองการเกิดการเดินทาง แบบจาํ ลองการกระจายการ
เดินทาง แบบจาํ ลองการเลือกรูปแบบการเดินทาง และแบบจาํ ลองการแจกแจงการเดินทาง

“ ”ตราบเทา่ ทบ่ี าปยงั ไมใ่ หผ้ ล คนเขลายังเขา้ ใจวา่ มรี สหวาน

พทุ ธภาษิต

3.1. การวเิ คราะห์ความต้องการเดินทาง

การวิเคราะห์ความตอ้ งการเดินทาง (Travel demand analysis) เป็นข้นั ตอนพ้ืนฐานท่ีสาํ คญั
เป็ นอยา่ งยิง่ สาํ หรับกระบวนการวางแผนการขนส่ง การวิเคราะห์ความตอ้ งการเดินทางทาํ ให้ผวู้ าง
แผนการขนส่งทราบถึง ปริมาณการเดินทางท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบนั ในช่วงเวลาท่ีทาํ การวิเคราะห์น้นั
และปริมาณการเดินทางที่จะเกิดข้ึนในอนาคต ซ่ึงไดจ้ ากการนาํ ขอ้ มูลปริมาณการเดินทางที่เกิดข้ึน
ในปัจจุบนั มาวิเคราะห์และคาดการณ์ไปในอนาคต ดว้ ยเหตุน้ี อาจกล่าวไดว้ ่าการวิเคราะห์ความ
ตอ้ งการเดินทางน้นั เกี่ยวขอ้ งกบั การวิเคราะห์ 2 ข้นั ตอน (วโิ รจน์ รุโจปการ, 2544) ไดแ้ ก่

• การวิเคราะห์ความตอ้ งการเดินทางท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบัน ข้นั ตอนน้ีจะเกี่ยวขอ้ งกับการ
กาํ หนดขอบเขตการวิเคราะห์ กาํ หนดปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อความตอ้ งการเดินทาง วิเคราะห์
ความสัมพนั ธ์ระหว่างปัจจยั และความตอ้ งการเดินทาง รวมถึงการนาํ ปัจจยั เหล่าน้ันมา
พฒั นาแบบจาํ ลองท่ีจะนาํ ไปใชพ้ ยากรณ์ความตอ้ งการเดินทาง

• การพยากรณ์ความตอ้ งการเดินทาง เป็นการนาํ แบบจาํ ลองท่ีถูกสร้างข้ึนมาจากข้นั ตอนแรก
มาใชว้ ิเคราะห์ปริมาณการเดินทางในอนาคต โดยพิจารณาถึงบริบทของการใชป้ ระโยชน์
ท่ีดิน นโยบายดา้ นขนส่ง จาํ นวนประชากร และโครงขา่ ยถนนในปี อนาคต

ในทางปฏิบตั ิ ความถูกตอ้ งและน่าเช่ือถือของการวิเคราะห์ความตอ้ งการเดินทางไม่ได้
ข้ึนอยกู่ บั ความถกู ตอ้ งในการสร้างแบบจาํ ลองแต่เพยี งอยา่ งเดียว แต่ยงั ข้ึนอยกู่ บั ความเขา้ ใจและการ
ให้ความสําคญั กับรายละเอียดของบริบทต่างๆ ที่เก่ียวขอ้ งด้วย ไม่ว่าจะเป็ น แผนพฒั นาเมือง
นโยบายดา้ นขนส่ง รวมถึงสภาพแวดลอ้ มและพฤติกรรมการเดินทางของผคู้ นในพ้นื ที่ เป็นตน้

โดยทว่ั ไป กระบวนการวิเคราะห์ความตอ้ งการเดินทาง แบ่งออกเป็ น 6 ข้นั ตอน ดงั แสดง
ในรูปท่ี 3.1 และมีรายละเอียดของแตล่ ะข้นั ตอนโดยสงั เขป ดงั น้ี

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 77 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 3 การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

นิยามปัญหาและขอบเขตการวเิ คราะห์

การรวบรวมขอ้ มลู เลือกเทคนิควเิ คราะห์
ความตอ้ งการเดินทางในปี ฐาน การสร้างแบบจาํ ลอง

ขอ้ มูลลกั ษณะประชากรและ การตรวจสอบแบบจาํ ลอง
พฤติกรรมการเดินทางในปี ฐาน การทาํ นายความตอ้ งการเดินทาง

ขอ้ มูลเพิม่ เติมท่ีไดจ้ ากการ
รวบรวมขอ้ มลู ท่ีผา่ นมาในอดีต

พยากรณ์ตวั แปร
ขอ้ กาํ หนดนโยบาย

รูปที่ 3.1 กระบวนการวเิ คราะห์ความตอ้ งการเดินทาง

ที่มา: Meyer and Miller (2001)

1. การนิยามปัญหาและขอบเขตการวเิ คราะห์
ก่อนการวิเคราะห์ จะตอ้ งกาํ หนดปัญหาที่เกิดข้ึนในพ้ืนที่ศึกษา และขอบเขตของการ

วเิ คราะห์ดงั ต่อไปน้ีใหช้ ดั เจน

• ช่วงเวลาสําหรับการวิเคราะห์ โดยทว่ั ไปจะตอ้ งกาํ หนดปี ฐาน (Base year) และช่วงเวลาท่ี
ทาํ การวิเคราะห์ (Horizontal year) เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี นบั จากปี ฐาน เป็นตน้ การกาํ หนด
ช่วงเวลาวิเคราะห์เป็ นส่ิงท่ีจาํ เป็ นตอ้ งกาํ หนดให้ชดั เจน เน่ืองจากจะส่งผลถึงลกั ษณะของ
ขอ้ มลู ที่ตอ้ งการสาํ หรับการวิเคราะห์ และเทคนิคที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ดว้ ย

• พืน้ ท่ีศึกษาและโครงสร้างของพืน้ ท่ีย่อย ขอบเขตของพ้ืนที่ศึกษาและพ้ืนที่ย่อย เป็ นสิ่งที่
กาํ หนดประเภทของการเดินทางว่า การเดินทางท่ีพิจารณาน้ัน เป็ นการเดินทางท่ีเกิดข้ึน
ภายในพ้นื ท่ี หรือระหวา่ งพ้นื ที่

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 78 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 3 การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

• หน่วยของปริมาณการเดนิ ทาง ตอ้ งกาํ หนดใหช้ ดั เจนวา่ ปริมาณการเดินทางท่ีจะนาํ มาใชใ้ น
การวิเคราะห์น้นั เทียบกบั หน่วยระยะเวลาใด เช่น เป็ นปริมาณการเดินทางในช่วงเร่งด่วน
ต่อวนั หรือต่อปี เป็นตน้

• ตวั แปรเชิงนโยบาย ผวู้ างแผนตอ้ งตรวจสอบวา่ พ้ืนที่ที่จะทาํ การศึกษาน้นั มีกรอบนโยบาย
ใดที่ควบคุมอยหู่ รือไม่ และจะทาํ อยา่ งไรจึงจะแปลงนโยบายเหล่าน้นั ให้อยใู่ นรูปของตวั
แปรที่สามารถวดั คา่ ได้

• ตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่จําเป็ นสําหรับการประเมิน ควรกาํ หนดให้ชดั เจนว่าจะพิจารณา
ผลลพั ธ์ท่ีไดจ้ ากการวิเคราะห์ตวั ใดเป็ นตวั ช้ีวดั ประสิทธิภาพ ตวั ช้ีวดั ประสิทธิภาพน้ีจะถูก
ใช้ในการเปรียบเทียบเพื่อเลือกแนวทางปฏิบตั ิท่ีเหมาะสมที่สุด ในกรณีท่ีมีแนวทางให้
เลือกดาํ เนินการไดห้ ลายแนวทาง

2. การเลอื กเทคนิควเิ คราะห์
โดยมากแลว้ การเลือกเทคนิคการวิเคราะห์จะข้ึนอยู่กบั ปัญหาที่จะวิเคราะห์ และได้รับ

อิทธิพลอยา่ งมากจากขอบเขตของการวิเคราะห์ตามท่ีไดก้ ล่าวขา้ งตน้

3. การรวบรวมข้อมูล
เม่ือนิยามปัญหาและขอบเขตของการวิเคราะห์ และเทคนิคท่ีใช้ในการวิเคราะห์เป็ นท่ี

เรียบร้อยแลว้ จะทาํ ให้ทราบลกั ษณะและประเภทของขอ้ มูลท่ีตอ้ งการสําหรับการวิเคราะห์
โดยทว่ั ไป ขอ้ มูลท่ีตอ้ งการแบง่ ออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่

• ข้อมูลในอดีต (Historical data) ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลในอดีตท่ีมีการเกบ็ รวบรวมไวแ้ ลว้ ไม่ว่าจะ
เป็ น พฤติกรรมการเดินทาง สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม (โครงสร้างรายได้ อายุ เพศ
ของประชากร เป็นตน้ ) กิจกรรมท่ีเกิดข้ึนในพ้นื ท่ี และระบบขนส่ง เป็นตน้

• ข้อมูลทํานาย (Forecasts data) ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม กิจกรรมท่ี
เกิดข้ึนในพ้ืนที่ และระบบขนส่ง ท่ีคาดว่าจะเกิดข้ึนในปี อนาคต ขอ้ มูลเหล่าน้ีจะนาํ ไปใช้
เป็นตวั แปรในแบบจาํ ลองสาํ หรับวเิ คราะห์ความตอ้ งการเดินทางท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคตตาม
กรอบของเวลาท่ีทาํ การวเิ คราะห์

4. การสร้างแบบจาํ ลอง
ในข้นั ตอนน้ี จะเป็ นการหาความสัมพนั ธ์ระหว่างความตอ้ งการเดินทางท่ีเกิดข้ึนในพ้ืนที่

ศึกษา และตวั แปรที่มีอิทธิพลต่อความตอ้ งการเดินทางน้นั ความตอ้ งการเดินทาง หรือปริมาณการ
เดินทางจะถูกกาํ หนดเป็ นตวั แปรตาม (Dependent variables) และตวั แปรที่มีอิทธิพลต่อความ

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 79 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 3 การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

ตอ้ งการเดินทาง ซ่ึงจะถูกใชใ้ นการอธิบายความเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนกบั ปริมาณการเดินทาง อาทิ
จาํ นวนประชากร รายได้ การจ้างงาน ฯลฯ จะถูกกาํ หนดเป็ น ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอธิบาย
(Independent variables or Explanatory variables)

5. การตรวจสอบความถกู ต้องของแบบจําลอง
ก่อนนาํ แบบจาํ ลองท่ีสร้างข้ึนมาจากข้นั ตอนก่อนหนา้ น้ีไปใชพ้ ยากรณ์ปริมาณการเดินทาง

หรือความตอ้ งการเดินทางในปี อนาคต จะตอ้ งนาํ แบบจาํ ลองมาตรวจสอบความถูกตอ้ งเสียก่อน
การตรวจสอบน้ี ไดแ้ ก่ การตรวจสอบความสมเหตุสมผล (Reasonableness) ของเคร่ืองหมายหนา้
สมั ประสิทธิของตวั แปรและคา่ คงท่ีในแบบจาํ ลอง การตรวจสอบนยั สาํ คญั ของตวั แปรตน้ แต่ละตวั
ท่ีปรากฏอยใู่ นแบบจาํ ลอง และการทดสอบความออ่ นไหว (Sensitivity test) ของแบบจาํ ลอง ดว้ ย
การแปรผนั คา่ ตวั แปรตน้ แต่ละตวั ในแบบจาํ ลองในช่วงคา่ ขอ้ มูลของตวั แปรน้นั ๆ ขณะที่ตวั แปรตน้
ตวั อื่นๆ ในแบบจาํ ลองมีคา่ คงที่ จากน้นั ตรวจสอบช่วงของคา่ ตวั แปรตามที่เปล่ียนแปลงไป

6. การทาํ นายความต้องการเดนิ ทาง
เม่ือแบบจาํ ลองผ่านการตรวจสอบความถูกตอ้ งและไดร้ ับการปรับแกเ้ ป็ นท่ีเรียบร้อยแลว้

ข้นั ตอนสุดทา้ ยจะเป็ นการนําแบบจาํ ลองน้ัน มาใช้ในการพยากรณ์ความตอ้ งการเดินทาง หรือ
ปริมาณการเดินทางท่ีจะเกิดข้ึนในปี อนาคตเม่ือเทียบกบั ปี ฐาน

เคร่ืองมือหรือวิธีการที่นักวางแผนนิยมใช้ในการวิเคราะห์ความตอ้ งการเดินทาง ไดแ้ ก่
แบบจาํ ลองต่อเน่ือง 4 ข้นั ตอน (Sequential four-step models or Sequential demand models) สาเหตุ
ที่ทาํ ให้เรียกช่ือการวิเคราะห์ดังกล่าวว่าแบบจาํ ลองต่อเน่ือง 4 ข้นั ตอนน้ัน เน่ืองจากเป็ นการ
วิเคราะห์เป็ นลาํ ดบั ข้นั โดยผลการวิเคราะห์จากข้นั ตอนหน่ึง จะถูกใชเ้ ป็ นขอ้ มูลป้ อนเขา้ สําหรับ
ข้นั ตอนถดั ไป ดงั แสดงในรูปท่ี 3.2 สาํ หรับรูปท่ี 3.3 และ 3.4 แสดงข้นั ตอนของการวิเคราะห์
แบบจาํ ลองต่อเนื่อง 4 ข้นั ตอนในกระบวนการวางแผนการขนส่ง และแผนภาพอธิบายแบบจาํ ลอง
ต่อเนื่อง 4 ข้นั ตอน ตามลาํ ดบั ท้งั น้ี แบบจาํ ลองต่อเนื่อง 4 ข้นั ตอน ประกอบไปดว้ ย

• แบบจาํ ลองการเกิดการเดินทาง (Trip generation model) คือ แบบจาํ ลองที่ใชพ้ ยากรณ์
ปริมาณการเดินทางท้งั ท่ีเกิดข้ึนและถูกดึงดูดเขา้ สู่แต่ละพ้ืนท่ีย่อยในพ้ืนท่ีศึกษา ซ่ึงก็คือ
จาํ นวนเท่ียวการเดินทางท้งั หมดที่ถกู สร้างข้ึนในเขตเมืองนน่ั เอง การวิเคราะห์ในข้นั ตอนน้ี
จะทาํ ใหท้ ราบปริมาณการเดินทางที่เกิดข้ึนและมุ่งเขา้ สู่แต่ละพ้ืนท่ียอ่ ย แต่ไม่สามารถบอก
ไดว้ า่ ปริมาณการเดินทางท่ีเกิดข้ึนจากแตล่ ะพ้นื ที่ยอ่ ยน้นั ตอ้ งการจะเดินทางไปที่ไหน หรือ
ปริมาณการเดินทางที่มุ่งสู่พ้นื ท่ียอ่ ยน้นั เดินทางมาจากที่ใด

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 80 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 3 การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

• แบบจาํ ลองการกระจายการเดินทาง (Trip distribution model) คือ แบบจาํ ลองท่ีใช้
คาดการณ์ว่าปริมาณการเดินทางท่ีเกิดข้ึนและสิ้นสุดท่ีแต่ละพ้ืนท่ีย่อยน้นั มีจุดตน้ ทางและ
ปลายทางที่ใด หรืออาจกล่าวไดว้ า่ เป็นแบบจาํ ลองท่ีบอกใหท้ ราบวา่ ปริมาณการเดินทางที่
เกิดข้ึนท่ีแต่ละพ้ืนที่ยอ่ ยน้นั มีจุดปลายทางที่ใดบา้ ง และปริมาณการเดินทางท่ีถูกดึงดูดเขา้
ไปยงั แต่ละพ้ืนที่ยอ่ ยน้นั มาจากท่ีใดบา้ ง

• แบบจาํ ลองการเลือกรูปแบบการเดินทาง (Modal split or mode choice model) คือ
แบบจาํ ลองที่ใชค้ าดการณ์สัดส่วนของการเลือกใชร้ ูปแบบการเดินทางประเภทต่างๆ ใน
พ้ืนที่ศึกษา ของการเดินทางท้งั หมดที่เกิดข้ึนระหวา่ งจุดตน้ ทางปลายทางในแตล่ ะพ้นื ที่ยอ่ ย

• แบบจาํ ลองการแจกแจงการเดินทาง (Trip assignment model) คือแบบจาํ ลองท่ีใช้
คาดการณ์ปริมาณการเดินทางของแต่ละรูปแบบการเดินทางที่เกิดข้ึนในแต่ละเส้นทางที่
เช่ือมต่อระหวา่ งจุดตน้ ทางปลายทางของแตล่ ะพ้ืนท่ียอ่ ยในพ้ืนท่ีศึกษา

พยากรณ์จาํ นวนประชากรและ
จาํ นวนการจา้ งงาน

แบบจาํ ลองการเกิดการเดินทาง โครงขา่ ยการขนส่งและ
ตวั แปรการใหบ้ ริการ
แบบจาํ ลองการกระจายการเดินทาง

แบบจาํ ลองการเลือกรูปแบบ
การเดินทาง

แบบจาํ ลองการแจกแจงการเดินทาง

ปริมาณการเดินทางในโครงขา่ ย

รูปท่ี 3.2 ข้นั ตอนของแบบจาํ ลองต่อเนื่อง 4 ข้นั ตอน

ที่มา: Meyer and Miller (2001)

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 81 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทท่ี 3 การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

นโยบายพฒั นา นโยบายระบบขนส่ง นโยบายพฒั นา
เขตเมือง/ภมู ิภาค สาธารณะ โครงขา่ ยถนน

การเจริญเติบโต คาดการณ์การใช้ การเดินทางบนระบบ
ของพ้นื ท่ี ประโยชน์ที่ดิน ขนส่งสาธารณะ
การสร้าง/ดึงดดู
โครงขา่ ยถนนและ แจกแจงการเดินทาง
ระบบขนส่งสาธารณะ การเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะ
การกระจาย
จาํ นวนผโู้ ดยสารตอ่ การเดินทาง
รถยนตส์ ่วนบุคคล การเลือกประเภท
การเดินทางบนระบบ การขนส่ง
ขนส่งส่วนบุคคล
แจกแจงการเดินทาง ประเมินผล
ระบบขนส่ง
โครงขา่ ยถนน

รูปท่ี 3.3 กระบวนการวางแผนการขนส่งและแบบจาํ ลองจราจร-ขนส่ง

ที่มา: วโิ รจน์ รุโจปการ (2544)

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา 82 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์

บทที่ 3 การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการเดนิ ทาง (Travel Demand Analysis)

แบบจาํ ลองการเกิดการเดินทาง
(การเดินทางเกิดข้ึนและสิ้นสุดท่ีใด? จาํ นวนเทา่ ใด?)

แบบจาํ ลองการกระจายการเดินทาง
(จากไหน ไปไหน?)

แบบจาํ ลองการเลือกรูปแบบการเดินทาง
(ใชร้ ะบบขนส่งประเภทใด?)

แบบจาํ ลองการแจกแจงการเดินทาง
(ใชเ้ ส้นทางใด?)

รูปท่ี 3.4 แบบจาํ ลองเพอื่ การวางแผนการขนส่งชนิดตอ่ เน่ือง 4 ข้นั ตอน

ท่ีมา: วโิ รจน์ รุโจปการ (2544)

ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา 83 ดร. สรุ เมศวร์ พริ ยิ ะวฒั น์


Click to View FlipBook Version