The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พุทธวจน ภพภูมิ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ืทีมงานกรุธรรม, 2022-02-20 16:50:05

พุทธวจน ภพภูมิ

พุทธวจน ภพภูมิ

Keywords: พุทธวจน ภพภูมิ

พุทธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมท่ถี กู ปิด : ภพภมู ิ

แมแ้ ตเ่ ทวดาก็ไม่เที่ยง 99

-บาลี จตกุ กฺ . อํ. ๒๑/๔๒/๓๓.

ภิกษุทั้งหลาย !   พญาสัตว์ชื่อสีหะ ออกจากถ้ำ�ที่
อาศยั ในเวลาเยน็ เหยยี ดกายแลว้ เหลยี วดทู ศิ ทง้ั สโ่ี ดยรอบ
บนั ลอื สหี นาทสามครง้ั แลว้ กเ็ ทย่ี วไปเพอ่ื หาอาหาร บรรดา
สตั วเ์ ดรจั ฉานเหลา่ ใดทไ่ี ดย้ นิ สหี นาท สตั วเ์ หลา่ นน้ั กส็ ะดงุ้
กลวั เหี่ยวแห้งใจ  พวกท่ีอาศัยโพรงก็เข้าโพรง ท่ีอาศัยนำ้�
กล็ งน�ำ้ พวกอยปู่ า่ กเ็ ขา้ ปา่ ฝงู นกกโ็ ผขน้ึ สอู่ ากาศ  เหลา่ ชา้ ง
ของพระราชาในหมบู่ า้ น นคิ มและเมอื งหลวง ทเ่ี ขาผกู ลา่ มไว้
ดว้ ยเชอื กอนั เหนยี ว กพ็ ากนั กลวั กระชากเชอื กใหข้ าด แลว้
ถา่ ยมตู รและกรสี พลาง แลน่ หนไี ปพลางขา้ งโนน้ และขา้ งน.้ี

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !   พญาสตั วช์ อ่ื สหี ะ เปน็ สตั วม์ ฤี ทธ์ิ
มาก มีศักดิ์มาก มีอานุภาพมากกว่าบรรดาสัตว์เดรัจฉาน
ด้วยอาการอย่างนแี้ ล.

ภิกษุท้ังหลาย !   ฉันใดก็ฉันน้ัน  ในกาลใด
ตถาคตอบุ ตั ขิ น้ึ ในโลก เปน็ พระอรหนั ตต์ รสั รชู้ อบโดยตนเอง
สมบรู ณด์ ว้ ยวชิ ชาและจรณะ ไปดี รแู้ จง้ โลก เปน็ ผฝู้ กึ บรุ ษุ
ทพ่ี อฝกึ ไดไ้ มม่ ใี ครยง่ิ ไปกวา่ เปน็ ครสู อนเทวดาและมนษุ ย์
เปน็ ผปู้ ลกุ สตั วใ์ หต้ น่ื เปน็ ผจู้ �ำ แนกธรรม.

375

พทุ ธวจน - หมวดธรรม

ตถาคตนน้ั แสดงธรรมวา่   
สักกายะ (คือทุกข์) เปน็ เชน่ น้ี
เหตใุ หเ้ กดิ สกั กายะ เปน็ เชน่ น้ี
ความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ สกั กายะ เปน็ เช่นนี้
ทางใหถ้ งึ ความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ สกั กายะ เปน็ เชน่ น.้ี
พวกเทพเหล่าใดเป็นผู้มีอายุยืนนาน  มีวรรณะ
มากด้วยความสุข  ดำ�รงอยู่นมนานมาแล้วในวิมานชั้นสูง
พวกเทพนนั้ ๆ โดยมาก ไดฟ้ งั ธรรมเทศนาของตถาคตแลว้
ก็สะดงุ้ กลัว เหีย่ วแห้งใจ ส�ำ นึกได้วา่   
ท่านผูเ้ จริญเอย๋  !  
พวกเราเมอ่ื เปน็ ผไู้ มเ่ ทย่ี ง กม็ าส�ำ คญั วา่ เปน็ ผเู้ ทย่ี ง
เมื่อไม่ย่ังยนื กม็ าสำ�คญั วา่ ย่ังยนื
เมอ่ื ไมม่ นั่ คง กม็ าสำ�คญั วา่ เราเป็นผมู้ นั่ คง.
พวกเราทง้ั หลายเปน็ ผไู้ มเ่ ทย่ี ง ไมย่ ง่ั ยนื ไมม่ น่ั คง
และถึงทั่วแลว้ ซง่ึ สักกายะ คือ ความทกุ ข์ ดังน.้ี
ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  ตถาคตเปน็ ผมู้ ฤี ทธม์ิ าก ศกั ดม์ิ าก
อานุภาพมาก กว่าสัตว์โลกพร้อมทั้งเทวโลก ด้วยอาการ
อยา่ งนแ้ี ล.

376

พุทธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถกู ปิด : ภพภมู ิ

ความเห็นผิดของพกพรหม 100

-บาลี มู. ม. ๑๒/๕๘๘/๕๕๒.

ภิกษุท้ังหลาย !   ในกาลครั้งหนึ่ง เราพักอยู่ ณ
ควงพญาไมส้ าละ ป่าสภุ ควัน ในเขตอุกกฏั ฐนคร.

ภิกษุทั้งหลาย !   สมัยนั้น พกพรหมมีความเห็น
อันช่ัวร้ายอย่างนี้ว่า “พรหมสภาวะเช่นน้ี เป็นของเท่ียง
(นิจฺจ)ํ ยง่ั ยนื (ธุว)ํ มอี ยูเ่ สมอ (สสสฺ ต)ํ เป็นของอย่างเดยี ว
ตลอดกาล (เกวลํ) มีความไม่เคล่ือนเป็นธรรมดา (อจวน
ธมฺมํ) เพราะว่าพรหมสภาวะเช่นน้ี ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย
ไม่เคลื่อน ไม่อุบัติ ก็แหละไม่มีสภาวะอ่ืนที่เป็นนิสสรณะ
(อบุ ายเครอ่ื งออกไปพน้ จากทกุ ข)์ อน่ื ยง่ิ ไปกวา่ พรหมสภาวะน”้ี
ดังนี.้

ภิกษุทั้งหลาย !   คร้ังน้ันแล  เรารู้ปริวิตกของ
พกพรหมในใจด้วยใจแล้ว  ละจากควงแห่งพญาไม้สาละ
ไปปรากฏตัวในพรหมโลกน้นั ชัว่ เวลาสกั ว่า บรุ ษุ แขง็ แรง
เหยียดแขนหรือคูแ้ ขนเทา่ นั้น.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !   พกพรหมไดเ้ หน็ เราผมู้ าอยจู่ าก
ท่ีไกล แล้วได้กล่าวกับเราว่า “ท่านผู้นิรทุกข์ !  เข้ามาเถิด
ท่านผู้นิรทุกข์ !  ท่านมาดีแล้ว ท่านผู้นิรทุกข์ !  ต่อนานๆ

377

พุทธวจน - หมวดธรรม

ท่านถึงจะมาถึงท่ีน้ี ท่านผู้นิรทุกข์ !  พรหมสภาวะเช่นน้ี
เปน็ ของเทย่ี ง ยง่ั ยนื มอี ยเู่ สมอ เปน็ ของอยา่ งเดยี วตลอดกาล
มคี วามไมเ่ คลอ่ื นเปน็ ธรรมดา เพราะวา่ พรหมสภาวะเชน่ น้ี
ไมเ่ กดิ ไมแ่ ก่ ไมต่ าย ไมเ่ คลอ่ื น ไมอ่ บุ ตั ิ กแ็ หละไมม่ สี ภาวะอน่ื
ทเ่ี ปน็ นสิ สรณะเครอ่ื งออกไปจากทกุ ขย์ ง่ิ ไปกวา่ พรหมสภาวะน”้ี
ดังน.้ี

ภิกษุท้ังหลาย !   เม่ือพกพรหมกล่าวอย่างน้ี เรา
ได้กลา่ วกะเขาว่า “พกพรหมผ้เู จริญไปสอู่ วชิ ชาเสียแล้ว
หนอ ! พกพรหมผู้เจริญไปสู่อวิชชาเสียแล้วหนอ ! คือ
ขอ้ ทท่ี า่ นกลา่ วสง่ิ ทไ่ี มเ่ ทย่ี งเลย วา่ เปน็ ของเทย่ี ง  กลา่ ว
ส่ิงทไ่ี ม่ย่ังยนื เลย ว่าย่ังยืน  กลา่ วส่งิ ทไ่ี ม่มีอย่เู สมอ ว่า
เปน็ ของมอี ยเู่ สมอ  กลา่ วสง่ิ ทไ่ี มเ่ ปน็ ของเดยี วตลอดกาล
วา่ เปน็ ของอยา่ งเดยี วตลอดกาล  กลา่ วสง่ิ มคี วามเคลอ่ื น
เปน็ ธรรมดา วา่ เปน็ สง่ิ ทไ่ี ม่มีความเคล่ือนเป็นธรรมดา 
และขอ้ ทก่ี ลา่ วสง่ิ ทเี่ กดิ ทแี่ ก่ ทต่ี าย ทเ่ี คลอื่ น ทอี่ บุ ตั ิ วา่
เปน็ สงิ่ ทไ่ี มเ่ กดิ ไมแ่ ก่ ไมต่ าย ไมเ่ คลอ่ื น ไมอ่ บุ ตั  ิ และ
กลา่ วนสิ สรณะอนั ยง่ิ อน่ื ทม่ี อี ยู่ วา่ ไมม่ นี สิ สรณะอน่ื ทย่ี ง่ิ กวา่ ”
ดงั น้.ี

378

เปิดธรรมที่ถกู ปิด : ภพภูมิ

(หมายเหต:ุ ขอ้ ความทต่ี รสั ตอ่ จากน้ี ยงั มอี กี ยดื ยาว กลา่ ว
ถึงมารมาช่วยพวกพรหมโต้กับพระองค์ เพ่ือให้พระองค์ทรงยอม
ตามพวกพรหม แม้พกพรหมก็ยังยืนยันและอธิบายลัทธินั้นด้วย
อปุ มาทน่ี า่ คลอ้ ยตาม ทรงแกค้ �ำ ของพรหมดว้ ยอาการตา่ งๆ เชน่ วา่
พกพรหมยังไม่ร้จู ักพรหมท่เี หนือข้นึ ไปจากตน  เช่นพรหมพวก
อาภสั ระ-สภุ กณิ หะ-เวหปั ผละ และทรงแสดงขอ้ ทพี่ ระองคไ์ มท่ รง
ยดึ ถอื ดนิ น�ำ้ ลม ไฟ เปน็ ตน้ ในทส่ี ดุ มกี ารทา้ ใหม้ กี ารเลน่ ซอ่ นหากนั
และทรงชนะ แลว้ ตรสั คาถาทเี่ ปน็ หวั ใจแหง่ พทุ ธศาสนาทเี่ หนอื กวา่
พรหมโดยประการทง้ั ปวงกลา่ วคอื ความรสู้ กึ ทอ่ี ยเู่ หนอื ภพและวภิ พ
ซ่ึงพุทธบริษัททุกคนควรสนใจอย่างย่ิง พวกพรหมยอมแพ้ มารก็
ยอมรับแต่ก็ยังแค่นขอร้องอย่าให้พระองค์  ทรงสอนลัทธิของ
พระองคเ์ ลย  ตรสั ตอบมารวา่ นน่ั มนั ไมเ่ ปน็ ความเกอ้ื กลู แกส่ ตั วโ์ ลก 
สัมมาสัมพุทธะท่ีมารอ้างมานั้น ไม่ใช่สัมมาสัมพุทธะที่แท้จริง
ข้อความท่ีเป็นรายละเอียดพึงดูได้จากบาลี พรหมนิมันตนิกสูตร
ม.ู ม. เลม่ ๑๒ ตงั้ แตห่ นา้ ๕๘๙ เปน็ ตน้ ไป หรอื ตง้ั แตบ่ รรพ ๕๕๓
เป็นต้นไปจนจบสตู ร. - ผรู้ วบรวม)

เราเหน็ ภยั ในภพ และเหน็ ภพของสตั วผ์ แู้ สวงหา
ที่ปราศจากภพแล้ว ไม่กลา่ วยกย่องภพอะไรเลย ทั้งไม่
ยงั นันทิ (ความเพลิน) ใหเ้ กิดขนึ้ ดว้ ย ดงั น.้ี

379

พทุ ธวจน - หมวดธรรม

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  ครง้ั นน้ั พรหมกด็ ี พวกพรหมบรษิ ทั
ก็ดี พวกพรหมปาริสัชชะก็ดี ได้มีความแปลกประหลาด
อศั จรรยจ์ ติ วา่  

“ท่านผู้เจริญ !  น่าอัศจรรย์ แปลกประหลาดหนอ
พระสมณโคดม มฤี ทธม์ิ าก มอี านภุ าพมาก กอ่ นแตน่ พ้ี วกเรา
ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน สมณะหรือพราหมณ์อ่ืนท่ีมีฤทธิ์มาก
มีอานุภาพมาก  เหมือนพระสมณโคดมน้ี  ผู้ออกผนวช
แต่ศากยสกุล ถอนภพพร้อมท้ังรากของหมู่สัตว์ผู้ร่ืนรมย์
ยินดีในภพ เมาหมกในภพ”.

380

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมท่ถี กู ปดิ : ภพภมู ิ

เหตุที่มีความเหน็ วา่ อตั ตาและโลก 101
บางอย่างเท่ยี ง บางอย่างไม่เทย่ี ง

-บาลี ส.ี ที. ๙/๒๒-๒๘/๓๑-๓๔.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !   มสี มณพราหมณพ์ วกหนง่ึ มที ฏิ ฐิ
ว่าบางอย่างเที่ยง บางอย่างไม่เท่ียง จึงบัญญัติอัตตาและ
โลกวา่ บางอยา่ งเทย่ี ง บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง ดว้ ยเหตุ ๔ ประการ.

(๑) ภิกษุท้ังหลาย !   เม่ือโลกกำ�ลังพินาศอยู่
โดยมากเหล่าสัตว์ย่อมเกิดในอาภัสสระ สัตว์เหล่าน้ัน
ไดส้ �ำ เรจ็ ทางใจ มปี ตี เิ ปน็ อาหาร มรี ศั มซี า่ นออกจากกายตนเอง
สญั จรไปไดใ้ นอากาศอยใู่ นวมิ านอนั งาม สถติ อยใู่ นภพนน้ั
สน้ิ กาลยืดยาวชา้ นาน.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  มสี มยั บางครง้ั บางคราว โดยระยะ
กาลยดื ยาวชา้ นาน ทโ่ี ลกนก้ี ลบั เจรญิ เมอ่ื โลกก�ำ ลงั เจรญิ อยู่
วมิ านของพรหมปรากฏวา่ วา่ งเปลา่ ครง้ั นน้ั สตั วผ์ ใู้ ดผหู้ นง่ึ
จุติจากชั้นอาภัสสระ เพราะสิ้นอายุหรือเพราะสิ้นบุญ
ยอ่ มเขา้ ถงึ วมิ านพรหมทว่ี า่ งเปลา่ สตั วผ์ นู้ น้ั อยใู่ นวมิ านนน้ั
แตผ่ เู้ ดยี วเปน็ เวลานาน จงึ เกดิ ความกระสนั ความดน้ิ รนขน้ึ

381

พุทธวจน - หมวดธรรม

วา่ “โอหนอ !  แมส้ ตั วเ์ หลา่ อน่ื กพ็ งึ มาเปน็ อยา่ งนบ้ี า้ ง ตอ่ มา
สตั วเ์ หลา่ อน่ื กจ็ ตุ จิ ากชน้ั อาภสั สระ เพราะสน้ิ อายหุ รอื เพราะ
สน้ิ บุญ ย่อมเข้าถงึ วิมานพรหม เปน็ สหายของสัตว์ผู้นั้น.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  บรรดาสตั วจ์ �ำ พวกนน้ั ผใู้ ดเกดิ กอ่ น
ผู้นั้นย่อมมีความคิดเห็นอย่างน้ีว่า เราเป็นพรหม เรา
เป็นมหาพรหม เป็นใหญ่ ไม่มีใครข่มได้ เห็นถ่องแท้
เปน็ ผกู้ มุ อ�ำ นาจ เปน็ อสิ ระ เปน็ ผสู้ รา้ ง เปน็ ผนู้ ริ มติ เปน็
ผปู้ ระเสรฐิ เปน็ ผบู้ งการ เปน็ ผทู้ รงอ�ำ นาจ เปน็ บดิ าของ
หมู่สัตว์ผู้เป็นแล้วและกำ�ลังเป็น สัตว์เหล่าน้ีเรานิรมิต
แม้พวกสัตว์ที่เกิดภายหลัง  ก็มีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า
ท่านผู้เจริญนี้แลเป็นพรหม เป็นมหาพรหม เป็นใหญ่
ไม่มใี ครข่มได้ เห็นถ่องแท้ เปน็ ผูก้ ุมอำ�นาจ เปน็ อสิ ระ
เป็นผู้สร้าง เป็นผู้นิรมิต เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้บงการ
เป็นผู้ทรงอำ�นาจ เป็นบิดาของหมู่สัตว์ผู้เป็นแล้วและ
กำ�ลงั เป็น พวกเราอันพรหมผเู้ จริญน้นี ิรมติ แล้ว.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  บรรดาสตั วจ์ �ำ พวกนน้ั ผใู้ ดเกดิ กอ่ น
ผนู้ น้ั มอี ายยุ นื กวา่ มผี วิ พรรณกวา่ มศี กั ดม์ิ ากกวา่ สว่ นผทู้ เ่ี กดิ
ภายหลงั มอี ายนุ อ้ ยกวา่ มผี วิ พรรณทรามกวา่ มศี กั ดน์ิ อ้ ยกวา่ .

382

เปิดธรรมทถี่ กู ปิด : ภพภมู ิ

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  กเ็ ปน็ ฐานะทจ่ี ะมไี ดแ้ ล ทส่ี ตั วผ์ ใู้ ด
ผหู้ นง่ึ จตุ จิ ากชน้ั นน้ั แลว้ มาเปน็ อยา่ งน้ี เมอ่ื มาเปน็ อยา่ งนแ้ี ลว้
กอ็ อกจากเรอื นบวชเปน็ บรรพชติ เมอ่ื บวชแลว้ อาศยั ความเพยี ร
เป็นเคร่อื งเผากเิ ลส อาศยั ความเพยี รท่ีตั้งมั่น อาศัยความ
ประกอบเนืองๆ อาศัยความไม่ประมาท อาศัยมนสิการ
โดยชอบแลว้ บรรลเุ จโตสมาธอิ นั เปน็ เครอื่ งตงั้ มนั่ แหง่ จติ
ตามระลึกถงึ ขันธท์ ่ีเคยอาศัยอยูใ่ นกาลก่อนนัน้ ได้ หลงั
แต่นั้นไประลึกไม่ได้ เขาจึงได้กล่าวอย่างน้ีว่า พรหม
ผู้เจริญน้นั เปน็ ผู้เท่ียงย่งั ยืน คงทน มีอันไมแ่ ปรผันเป็น
ธรรมดา จกั ตง้ั อยเู่ ทย่ี งเสมอไปเชน่ นน้ั ทเี ดยี ว สว่ นพวกเรา
ทพ่ี รหมผเู้ จรญิ นน้ั นริ มติ แลว้ นน้ั เปน็ ผไู้ มเ่ ทย่ี ง ไมย่ ง่ั ยนื
มอี ายุนอ้ ย ยงั ตอ้ งจุติมาเปน็ อย่างนเี้ ช่นนี้.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  นเ้ี ปน็ ฐานะท่ี ๑ ซง่ึ สมณพราหมณ์
พวกหนง่ึ อาศยั แลว้ ปรารภแลว้ จงึ มที ฏิ ฐวิ า่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง ยอ่ มบญั ญตั อิ ตั ตาและโลกวา่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง.

(๒) ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  พวกเทวดาชอ่ื วา่ ขฑิ ฑาปโทสกิ ะ
มีอยู่ พวกนั้นพากันหมกมุ่นอยู่แต่ในความร่ืนรมย์ คือ
การสรวลเสและการเล่นหัวจนเกินเวลา สติก็ย่อมหลงลืม
เพราะสตหิ ลงลืม จงึ พากนั จตุ จิ ากชัน้ นัน้ .

383

พุทธวจน - หมวดธรรม

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  กเ็ ปน็ ฐานะทจ่ี ะมไี ดแ้ ล ทส่ี ตั วผ์ ใู้ ด
ผหู้ นง่ึ จตุ จิ ากชน้ั นน้ั แลว้ มาเปน็ อยา่ งน้ี เมอ่ื มาเปน็ อยา่ งนแ้ี ลว้
จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต  แล้วบรรลุเจโตสมาธิ
อนั เปน็ เครอ่ื งตง้ั มน่ั แหง่ จติ ตามระลกึ ถงึ ขนั ธท์ เ่ี คยอาศยั อยู่
ในกาลกอ่ นนนั้ ได้ หลงั แต่น้ันไประลึกไมไ่ ด้ เขาจงึ กล่าว
อย่างน้ีว่า ทา่ นพวกเทวดาผู้มใิ ช่เหล่าขฑิ ฑาปโทสิกะ ย่อม
ไม่พากันหมกมุ่นอยู่แต่ในความรื่นรมย์ พวกเหล่านั้นจึง
ไมจ่ ตุ จิ ากชน้ั นนั้ เปน็ ผเู้ ทยี่ ง ยงั่ ยนื คงทน มอี นั ไมแ่ ปรผนั
เป็นธรรมดา จักตั้งอยู่เท่ียงเสมอไปเช่นนั้นทีเดียว ส่วน
พวกเราเหลา่ ขฑิ ฑาปโทสกิ ะ หมกมนุ่ อยแู่ ตใ่ นความรน่ื รมย์
พวกเราจึงพากันจุติจากช้ันนั้นเป็นผู้ไม่เท่ียง  ไม่ย่ังยืน
มอี ายุน้อย ยงั ต้องจตุ ิมาเปน็ อย่างน้เี ช่นนี้.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  นเ้ี ปน็ ฐานะท่ี ๒ ซง่ึ สมณพราหมณ์
พวกหนง่ึ อาศยั แลว้ ปรารภแลว้ จงึ มที ฏิ ฐวิ า่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง ยอ่ มบญั ญตั อิ ตั ตาและโลกวา่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง.

(๓) ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  พวกเทวดาชอ่ื วา่ มโนปโทสกิ ะ
มอี ยู่ พวกนน้ั มกั เพง่ โทษกนั และกนั เกนิ ควร เมอ่ื มวั เพง่ โทษกนั
เกนิ ควร ยอ่ มคดิ มงุ่ รา้ ยกนั และกนั เมอ่ื ตา่ งคดิ มงุ่ รา้ ยกนั และกนั
จงึ ล�ำ บากกายล�ำ บากใจ พากนั จตุ จิ ากชน้ั นน้ั .

384

เปิดธรรมที่ถกู ปิด : ภพภูมิ

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  กเ็ ปน็ ฐานะทจ่ี ะมไี ดแ้ ล ทส่ี ตั วผ์ ใู้ ด
ผหู้ นง่ึ จตุ จิ ากชน้ั นน้ั แลว้ มาเปน็ อยา่ งน้ี เมอ่ื มาเปน็ อยา่ งนแ้ี ลว้
จึงออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต  แล้วบรรลุเจโตสมาธิ
อันเป็นเคร่ืองต้ังมั่นแห่งจิต ตามระลึกถึงขันธ์ที่เคยอาศัย
อยใู่ นกาลกอ่ นนนั้ ได้ หลงั แตน่ น้ั ไประลกึ ไมไ่ ด้ เขาจงึ กลา่ ว
อยา่ งนวี้ า่ ทา่ นพวกเทวดาผมู้ ใิ ชเ่ หลา่ มโนปโทสกิ ะ ยอ่ ม
ไม่มัวเพ่งโทษกันและกันเกินควร จึงไม่จุติจากช้ันน้ัน
เปน็ ผเู้ ทยี่ ง ยง่ั ยนื คงท่ี มอี นั ไมแ่ ปรผนั เปน็ ธรรมดา จกั
ต้ังอยู่เที่ยงเสมอไปเช่นนั้นทีเดียว ส่วนพวกเราได้เป็น
พวกมโนปโทสกิ ะ มวั เพง่ โทษกนั และกนั เกนิ ควร พวกเรา
จงึ พากนั จตุ จิ ากชน้ั นน้ั เปน็ ผไู้ มเ่ ทย่ี ง ไมย่ ง่ั ยนื มอี ายนุ อ้ ย
ยงั ตอ้ งจตุ มิ าเปน็ อยา่ งนเ้ี ชน่ น.้ี

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  นเ้ี ปน็ ฐานะท่ี ๓ ซง่ึ สมณพราหมณ์
พวกหนง่ึ อาศยั แลว้ ปรารภแลว้ จงึ มที ฏิ ฐวิ า่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง ยอ่ มบญั ญตั อิ ตั ตาและโลกวา่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง.

(๔) อน่ึง ในฐานะท่ี ๔ สมณพราหมณ์ผู้เจริญ
อาศยั อะไร ปรารภอะไร จงึ มที ฏิ ฐวิ า่ บางอยา่ งเทย่ี ง บางอยา่ ง
ไมเ่ ทย่ี ง บญั ญตั อิ ตั ตาและโลกวา่ บางอยา่ งเทย่ี ง บางอยา่ ง
ไมเ่ ทยี่ ง ?

385

พุทธวจน - หมวดธรรม

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  สมณะหรอื พราหมณบ์ างคนในโลกน้ี
เปน็ นกั ตรกึ เปน็ นกั คน้ คดิ กลา่ วแสดงปฏภิ าณของตนตาม
ทตี่ รกึ ได้ ตามที่คน้ คดิ ได้ อย่างนี้ว่า สง่ิ ท่ีเรียกว่าจกั ษกุ ด็ ี
โสตะก็ดี ฆานะก็ดี ชิวหาก็ดี กายก็ดี นี้ได้ช่ือว่าอัตตา
เปน็ ของไมเ่ ทย่ี ง ไมย่ ง่ั ยนื ไมค่ งทน มอี นั แปรผนั เปน็ ธรรมดา
สว่ นสง่ิ ทเ่ี รยี กวา่ จติ หรอื ใจ หรอื วญิ ญาณ นชี้ อื่ วา่ อตั ตา
เปน็ ของเทยี่ งยงั่ ยนื คงทน มอี นั ไมแ่ ปรผนั เปน็ ธรรมดา
จกั ต้งั อยู่เท่ียงเสมอไปเชน่ นัน้ ทีเดยี ว.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !   นเ้ี ปน็ ฐานะท่ี ๔ ซง่ึ สมณพราหมณ์
พวกหนง่ึ อาศยั แลว้ ปรารภแลว้ จงึ มที ฏิ ฐวิ า่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง ยอ่ มบญั ญตั อิ ตั ตาและโลกวา่ บางอยา่ งเทย่ี ง
บางอยา่ งไมเ่ ทย่ี ง.

386

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมทีถ่ กู ปดิ : ภพภมู ิ

สุคติของเทวดา 102

-บาลี ข.ุ ข.ุ ๒๕/๒๘๙/๒๖๑-๒๖๒.

ภิกษุท้ังหลาย !   เม่ือใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติ
จากเทพนิกาย เมอ่ื นั้น นิมติ ร ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่
เทวดานัน้ คอื  

(๑) ดอกไม้ย่อมเหีย่ วแหง้
(๒) ผ้ายอ่ มเศรา้ หมอง
(๓) เหง่อื ยอ่ มไหลออกจากรักแร้
(๔) ผวิ พรรณเศรา้ หมองยอ่ มปรากฏท่กี าย
(๕) เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพอาสน์ของตน

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  เทวดาทง้ั หลายทราบวา่ เทพบตุ รน้ี
จะตอ้ งเคลอ่ื นจากเทพนกิ าย ยอ่ มพลอยยนิ ดกี ะเทพบตุ รนน้ั
ดว้ ยถอ้ ยคำ� ๓ อยา่ งวา่ แน่ะทา่ นผเู้ จริญ !  
(๑) ขอทา่ นจากเทวโลกนไ้ี ปส่สู ุคติ
ครน้ั ไปสู่สคุ ติแล้ว
(๒) ขอจงได้ลาภท่ที า่ นไดด้ แี ลว้
คร้ันได้ลาภทีท่ า่ นได้ดีแล้ว
(๓) ขอจงเปน็ ผูต้ ้งั อยู่ดว้ ยดี

387

พุทธวจน - หมวดธรรม

ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ  !  อะไรหนอแล เปน็ สว่ นแหง่ การไปสู่
สุคติของเทวดาทั้งหลาย อะไรเป็นส่วนแห่งลาภที่เทวดาท้ังหลาย
ไดด้ แี ลว้ อนง่ึ อะไรเปน็ สว่ นแหง่ การตง้ั อยดู่ ว้ ยดขี องเทวดาทง้ั หลาย
พระเจา้ ขา้  !

ภกิ ษุทั้งหลาย !  
ความเป็นมนุษย์ น้ีแลเป็นส่วนแหง่ การไปสสู่ คุ ติ
ของเทวดาทง้ั หลาย
เทวดาเกดิ เปน็ มนษุ ยแ์ ลว้ ยอ่ มไดศ้ รทั ธาในธรรม
วินัยท่ีพระตถาคตประกาศแล้ว นี้แลเป็นส่วนแห่งลาภ
ทเ่ี ทวดาท้งั หลายไดด้ แี ล้ว
ศรทั ธาของเทวดาใดนน้ั ตง้ั มน่ั แลว้ มรี ากหยง่ั ลง
ม่ันแล้ว อนั สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรอื
ใครๆ ในโลก พงึ น�ำ ไปไมไ่ ด้ นแี้ ลเปน็ สว่ นแหง่ การตงั้ อยู่
ดว้ ยดขี องเทวดาท้งั หลาย
ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  เมอื่ ใด เทวดาจะตอ้ งจตุ จิ ากเทพ
นกิ ายเพราะความสน้ิ อายุ เมอ่ื นน้ั เสยี ง ๓ อยา่ งของเทวดา
ทง้ั หลายผูพ้ ลอยยินดยี ่อมเปลง่ ออกไปว่า  
“แน่ะท่านผู้เจริญ !  ท่านจากเทวโลกน้ีไปแล้ว
จงถึงสุคติ  จงถึงความเป็นสหายแห่งมนุษย์ทั้งหลายเถิด

388

เปดิ ธรรมทถี่ กู ปิด : ภพภูมิ

เมอ่ื ทา่ นเปน็ มนษุ ยแ์ ลว้ จงไดศ้ รทั ธาอยา่ งยง่ิ ในพระสทั ธรรม
ศรัทธาของท่านน้ันพึงตั้งลงมั่น  มีรากหยั่งลงม่ันใน
พระสทั ธรรมทพ่ี ระตถาคตประกาศดแี ลว้ อนั ใครๆ พงึ น�ำ ไป
มิได้ตลอดชีพ ท่านจงละกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
และอย่ากระทำ�อกุศลกรรมอย่างอื่นท่ีประกอบด้วยโทษ
กระทำ�กุศลด้วยกาย ด้วยวาจาให้มาก กระทำ�กุศลด้วยใจ
หาประมาณมไิ ด้ หาอุปธมิ ไิ ด้ แตน่ ้ันท่านจงกระท�ำ บุญอนั
ให้เกิดสมบัติน้ันให้มากด้วยทาน แล้วยังสัตว์แม้เหล่าอื่น
ให้ต้ังอยูใ่ นพระสัทธรรม ในพรหมจรรย”์

เมื่อใด เทวดาพึงรู้แจ้งซ่ึงเทวดาผู้จะจุติ เมื่อนั้น
ย่อมพลอยยินดีด้วยความอนุเคราะห์นี้ว่า “แน่ะเทวดา ! 
ทา่ นจงมาบ่อยๆ”.

389



พุทธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมทถี่ ูกปดิ : ภพภูมิ

ความเปน็ ไปได้ยาก 103

-บาลี มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๘๗/๑๗๙๔-๙๕.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !   เธอทง้ั หลายจะส�ำ คญั ความขอ้ น้ี
ว่าอย่างไร ฝุ่นนิดหน่ึงท่ีเราช้อนข้ึนด้วยปลายเล็บน้ี กับ
มหาปฐพนี น้ั ขา้ งไหนจะมากกวา่ กนั  ?

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !   มหาปฐพีนั่นแหละเป็นดิน
ท่ีมากกว่า ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าท่ีทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขาน้ี
เป็นของมีประมาณน้อย ฝุ่นนั้น เมื่อนำ�เข้าไปเทียบกับมหาปฐพี
ยอ่ มไมถ่ งึ ซง่ึ การค�ำ นวณได้ เปรยี บเทยี บได้ ไมเ่ ขา้ ถงึ แมซ้ ง่ึ สว่ นเสย้ี ว.

ภิกษุท้ังหลาย !   อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันน้ัน
สตั ว์ท่จี ุติจากเทวดาไปแล้ว จะกลับไปเกิดในหม่เู ทวดา
มนี อ้ ย โดยทแี่ ท้ สตั วท์ จี่ ตุ จิ ากเทวดาไปแลว้ กลบั ไปเกดิ
ในนรก กำ�เนิดเดรจั ฉาน เปรตวสิ ยั มีมากกวา่ โดยแท.้

ขอ้ น้นั เพราะเหตไุ รเลา่  ?

ภิกษทุ ั้งหลาย !  
ข้อน้ันเพราะความท่ีสัตว์เหล่าน้ันไม่เห็นอริยสัจทั้งส่ี.

391

พุทธวจน - หมวดธรรม

อรยิ สัจสี่ อย่างไรเลา่  ? สีอ่ ยา่ งคอื   
อรยิ สจั คอื ทุกข์
อริยสัจคือเหตุใหเ้ กิดขนึ้ แหง่ ทุกข์
อริยสจั คอื ความดับไมเ่ หลอื แหง่ ทุกข์
อรยิ สัจคือทางด�ำ เนนิ ใหถ้ งึ ความดับไมเ่ หลือแหง่ ทุกข.์

ภกิ ษุท้ังหลาย !   เพราะเหตนุ ้ัน ในเรอื่ งน้ี
เธอพงึ ประกอบโยคกรรมอนั เปน็ เครอ่ื งกระท�ำ ใหร้ วู้ า่   
ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี
เหตเุ กดิ ขน้ึ แหง่ ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี
ความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี
ทางด�ำ เนนิ ใหถ้ งึ ความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี ดงั น.้ี

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !   เธอทง้ั หลายจะส�ำ คญั ความขอ้ น้ี
ว่าอย่างไร ฝุ่นนิดหน่ึงท่ีเราช้อนข้ึนด้วยปลายเล็บน้ี กับ
มหาปฐพนี น้ั ขา้ งไหนจะมากกวา่ กนั  ?

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !   มหาปฐพีน่ันแหละเป็นดิน
ท่ีมากกว่า  ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าที่ทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขานี้
เป็นของมีประมาณน้อย ฝุ่นนั้น เม่ือนำ�เข้าไปเทียบกับมหาปฐพี
ยอ่ มไมถ่ งึ ซง่ึ การค�ำ นวณได้ เปรยี บเทยี บได้ ไมเ่ ขา้ ถงึ แมซ้ ง่ึ สว่ นเสย้ี ว.

392

เปดิ ธรรมทถ่ี ูกปดิ : ภพภมู ิ

ภิกษุทั้งหลาย !   อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันน้ัน
สตั ว์ท่ีจตุ ิจากเทวดาไปแล้ว จะกลบั ไปเกิดในหม่มู นษุ ย์
มนี อ้ ย โดยทแ่ี ท้ สตั วท์ จี่ ตุ จิ ากเทวดาไปแลว้ กลบั ไปเกดิ
ในนรก ก�ำ เนิดเดรจั ฉาน เปรตวิสัย มีมากกวา่ โดยแท้.

ขอ้ นัน้ เพราะเหตไุ รเลา่  ?
ภิกษุทง้ั หลาย !  
ข้อน้ันเพราะความท่ีสัตว์เหล่านั้นไม่เห็นอริยสัจท้ังสี่.
อริยสัจส่ี อยา่ งไรเลา่  ? สอี่ ย่างคอื   
อรยิ สัจคือทุกข์
อริยสัจคอื เหตุใหเ้ กดิ ขึ้นแหง่ ทกุ ข์
อรยิ สัจคือความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ ทกุ ข์
อรยิ สัจคอื ทางดำ�เนนิ ใหถ้ งึ ความดบั ไม่เหลือแหง่ ทกุ ข.์
ภิกษทุ ง้ั หลาย !   เพราะเหตุนัน้ ในเรอื่ งนี้
เธอพงึ ประกอบโยคกรรมอนั เปน็ เครอ่ื งกระท�ำ ใหร้ วู้ า่   
ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี
เหตเุ กดิ ขน้ึ แหง่ ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี
ความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี
ทางด�ำ เนนิ ใหถ้ งึ ความดบั ไมเ่ หลอื แหง่ ทกุ ข์ เปน็ อยา่ งน้ี ดงั น.้ี

393



ความยาวนาน
แห่งสังสารวฏั

พุทธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมทถี่ กู ปดิ : ภพภูมิ

ความนานแห่งกัป (นัยที่ ๑) 104

-บาลี นิทาน. สํ. ๑๖/๒๑๕/๔๒๙-๔๓๐.

ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ  !   กปั หนง่ึ นานเพยี งไรหนอแล ?

ภกิ ษ ุ!   กปั หนง่ึ นานแล มใิ ชง่ า่ ยทจ่ี ะนบั กปั นนั้ วา่
เท่านี้ปี  เท่าน้ี ๑๐๐ ปี  เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี  หรือว่าเท่านี้
๑๐๐,๐๐๐ ปี.

ก็พระองคอ์ าจจะอุปมาไดไ้ หม พระเจ้าข้า !

อาจอุปมาได้ ภกิ ษ ุ! 

ภิกษุ !   เหมือนอย่างว่า ภูเขาหินลูกใหญ่ยาว
โยชน1์ หนง่ึ กวา้ งโยชนห์ นง่ึ สงู โยชนห์ นง่ึ ไมม่ ชี อ่ ง ไมม่ โี พรง
เปน็ แทง่ ทบึ บรุ ษุ พงึ เอาผา้ แควน้ กาสมี าแลว้ ปดั ภเู ขานน้ั
๑๐๐ ปตี อ่ ครั้ง ภเู ขาหินลกู ใหญ่นนั้ พงึ ถึงการหมดไป
สน้ิ ไป เพราะความพยายามน้ี ยงั เรว็ กวา่ แล สว่ นกปั หนง่ึ
ยังไม่ถึงการหมดไป ส้ินไป กัปนานอย่างน้ีแล บรรดา
กปั ทนี่ านอยา่ งน้ี พวกเธอทอ่ งเทยี่ วไปแลว้ มใิ ชห่ นงึ่ กปั
มใิ ช่รอ้ ยกัป มใิ ช่พันกปั มิใชแ่ สนกัป.

ขอ้ นน้ั เพราะเหตุไรเล่า ?

1. ๑ โยชน์ = ๑๖ กโิ ลเมตร

396

เปิดธรรมทถี่ กู ปดิ : ภพภมู ิ

เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไมไ่ ด้ เม่อื เหลา่ สัตว์ผู้มอี วิชชาเปน็ เคร่อื งกั้น มีตณั หาเป็น
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทยี่ วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ได้เพิ่มพนู ปฐพที ่ีเปน็ ป่าช้าตลอดกาลนานเหมอื นฉะน้นั .

ภิกษุ !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้วเพ่ือจะ
เบ่ือหน่ายในสังขารทั้งปวง  พอแล้วเพ่ือจะคลายกำ�หนัด
พอแล้วเพือ่ จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

397

พุทธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมทถ่ี ูกปิด : ภพภมู ิ

ความนานแหง่ กปั (นัยท่ี ๒) 105

-บาลี นทิ าน. สํ. ๑๖/๒๑๖/๔๓๑-๔๓๒.

ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ  !   กปั หนง่ึ นานเพยี งไรหนอแล ?

ภกิ ษ ุ!   กปั หนง่ึ นานแล มใิ ชง่ า่ ยทจี่ ะนบั กปั นน้ั วา่
เท่านี้ปี  เท่าน้ี ๑๐๐ ปี  เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี  หรือว่าเท่าน้ี
๑๐๐,๐๐๐ ปี.

กพ็ ระองค์อาจจะอปุ มาได้ไหม พระเจ้าขา้  !

อาจอุปมาได้ ภิกษุ

ภกิ ษ ุ !   เหมอื นอยา่ งวา่ นครทที่ �ำ ดว้ ยเหลก็ ยาว
โยชน์ ๑  กว้างโยชน์ ๑  สงู โยชน์ ๑  เต็มด้วยเมลด็ พนั ธุ์
ผักกาด  มีเมล็ดพันธุ์ผักกาดรวมกันเป็นกลุ่มก้อน บุรุษ
พงึ หยบิ เอาเมลด็ พนั ธผ์ุ กั กาดเมลด็ หนง่ึ ๆ ออกจากนครนน้ั
โดยลว่ งไปหนง่ึ รอ้ ยปตี อ่ เมลด็ เมลด็ พนั ธผ์ุ กั กาดกองใหญ่
น้ัน พึงถึงความสิ้นไป หมดไป เพราะความพยายามน้ี
ยังเร็วกวา่ แล ส่วนกัปหนึ่งยงั ไม่ถึงความส้ินไป หมดไป
กัปนานอย่างนี้แล บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอ
ท่องเท่ียวไปแล้ว มิใช่หน่ึงกัป มิใช่ร้อยกัป มิใช่พันกัป
มใิ ชแ่ สนกปั .

398

เปดิ ธรรมท่ถี ูกปิด : ภพภมู ิ

ข้อนนั้ เพราะเหตุไรเล่า ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมอ่ื เหลา่ สัตว์ผู้มีอวชิ ชาเป็นเครอื่ งก้ัน มตี ณั หาเปน็
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทสี่ ดุ เบอื้ งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ได้เพมิ่ พูนปฐพที เี่ ป็นปา่ ช้าตลอดกาลนานเหมือนฉะนั้น.
ภิกษุ !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้วเพ่ือจะ
เบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง  พอแล้วเพ่ือจะคลายกำ�หนัด
พอแลว้ เพอ่ื จะหลุดพน้ ดงั น้ี.

399

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมทถ่ี กู ปิด : ภพภมู ิ

ความยาวนานแห่งสงั สารวฏั 106

(นัยท่ี ๑)

-บาลี นทิ าน. สํ. ๑๖/๒๑๗/๔๓๓-๔๓๔.

ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ  !  กปั ทง้ั หลายทผ่ี า่ นไปแลว้ ลว่ งไปแลว้
มากเทา่ ไรหนอ ?

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  กปั ทง้ั หลายทผ่ี า่ นไปแลว้ ลว่ งไปแลว้
มมี าก มใิ ชง่ า่ ยทจ่ี ะนบั กปั เหลา่ นน้ั วา่ เทา่ นก้ี ปั เทา่ น้ี ๑๐๐ กปั
เทา่ น้ี ๑,๐๐๐ กปั หรอื วา่ เทา่ น้ี ๑๐๐,๐๐๐ กปั .

ก็พระองคอ์ าจจะอปุ มาได้ไหม พระเจ้าข้า !

อาจอปุ มาได้ ภกิ ษทุ ั้งหลาย !  

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  มสี าวก ๔ รปู เปน็ ผมู้ อี ายุ ๑๐๐ ปี
มชี วี ติ ๑๐๐ ปี หากวา่ ทา่ นเหลา่ นน้ั พงึ ระลกึ ถอยหลงั ไปได้
วนั ละแสนกปั กปั ทท่ี า่ นเหลา่ นน้ั ระลกึ ไมถ่ งึ พงึ ยงั มอี ยอู่ กี
สาวก ๔ รูปของเรา ผูม้ ีอายุ ๑๐๐ ปี มีชวี ติ ๑๐๐ ปี พึงทำ�
กาละโดยล่วงไป ๑๐๐ ปีๆ โดยแท้แล  กัปที่ผ่านไปแล้ว
ล่วงไปแล้ว มีจำ�นวนมากอย่างน้ีแล มิใช่ง่ายท่ีจะนับกัป
เหล่านั้น ว่า เท่าน้ีกัป เท่าน้ีร้อยกัป เท่าน้ีพันกัป หรือว่า
เทา่ นีแ้ สนกัป.

400

เปิดธรรมทีถ่ ูกปดิ : ภพภูมิ

ขอ้ นน้ั เพราะเหตไุ รเล่า ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมอ่ื เหลา่ สัตวผ์ ู้มอี วชิ ชาเป็นเคร่อื งกนั้ มีตณั หาเป็น
เครอื่ งผกู ทอ่ งเทยี่ วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พม่ิ พูนปฐพีทเ่ี ปน็ ป่าชา้ ตลอดกาลนานเหมอื นฉะนั้น.
ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

401

พุทธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด : ภพภูมิ

ความยาวนานแหง่ สงั สารวัฏ 107

(นยั ที่ ๒)

-บาลี นทิ าน. สํ. ๑๖/๒๑๗-๒๑๘/๔๓๕-๔๓๗.

ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ !   กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว
ล่วงไปแล้ว มากเท่าไรหนอ ?

พราหมณ ์ !   กปั ทง้ั หลายทผ่ี า่ นไปแลว้ ลว่ งไปแลว้
มากแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป  เท่านี้
๑๐๐ กปั   เทา่ น้ี ๑,๐๐๐ กปั   หรอื วา่ เทา่ น้ี ๑๐๐,๐๐๐ กปั .

ก็พระโคดมผูเ้ จรญิ อาจจะอปุ มาได้ไหม ?

อาจอุปมาได้ พราหมณ ์!  

พราหมณ ์ !   แมน่ �ำ้ คงคานยี้ อ่ มเกดิ แตท่ ใี่ ด และ
ย่อมถึงมหาสมุทร ณ ท่ีใด เมล็ดทรายในระยะน้ีไม่เป็น
ของง่ายท่ีจะกำ�หนดได้ว่าเท่านี้เม็ด  เท่าน้ี ๑๐๐ เม็ด 
เทา่ นี้ ๑,๐๐๐ เมด็   หรือว่าเท่าน้ี ๑๐๐,๐๐๐ เมล็ด.

พราหมณ ์!  กปั ทง้ั หลายทผ่ี า่ นไปแลว้ ลว่ งไปแลว้
มากกวา่ เมลด็ ทรายเหลา่ นนั้ มใิ ชง่ า่ ยทจ่ี ะนบั กปั เหลา่ นน้ั
วา่ เท่านก้ี ัป  เทา่ น้ี ๑๐๐ กปั   เทา่ นี้ ๑,๐๐๐ กปั   หรอื วา่
เทา่ นี้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป.

402

เปดิ ธรรมที่ถูกปิด : ภพภูมิ

ขอ้ น้นั เพราะเหตุไรเล่า ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไมไ่ ด้ เม่ือเหลา่ สัตวผ์ ู้มอี วิชชาเปน็ เครือ่ งกนั้ มตี ณั หาเปน็
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอื้ งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ได้เพ่มิ พนู ปฐพที ี่เป็นป่าช้าตลอดกาลนานเหมือนฉะนนั้ .
พราหมณ์ !   ด้วยเหตุเพียงเท่านี้  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

(เก่ียวกับสงั สารวฏั มขี ้อความบาลที ่ีนา่ สนใจในบทว่า
อนมตคโฺ คย1 ภกิ ขฺ เว สส าโร ปพุ พฺ า2 โกฏิ3 น ปฺ ายติ4
อวชิ ชฺ านวี รณาน สตตฺ าน ตณหฺ าสโฺ ชนาน สนฺธาวต สสรต เอว
ทฆี รตตฺ  โข ภกิ ขฺ เว ทกุ ขฺ  ปจจฺ นภุ ตู  ตปิ ปฺ  ปจจฺ นภุ ตู  พยฺ สน ปจจฺ นภุ ตู 
กฏสี วฑฺฒติ า.)

1. อนมตคฺโคย = มีเบ้ืองต้นและเบือ้ งปลายอันบุคคลตามรูไ้ มไ่ ด้.
2. ปพุ พฺ า = อดีต กอ่ น.
3. โกฏิ = ส่วนปลายสุด.
4. น ปฺ ายติ = ไมป่ รากฏ.

403

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมที่ถูกปดิ : ภพภูมิ

การท่องเทย่ี วท่แี สนยาวนาน 108

-บาลี นิทาน. สํ. ๑๖/๒๑๙/๔๔๐-๔๔๒.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้น
เบ้ืองปลายไม่ได้ เม่ือเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องก้ัน
มีตัณหาเป็นเคร่ืองผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ท่ีสุดเบื้องต้น
ย่อมไม่ปรากฏ สัตว์เหล่าน้ันได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน
ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีท่ีเป็นป่าช้าตลอดกาลนาน
เหมือนฉะนั้น เมื่อบุคคลหนึ่งท่องเท่ียวไปมาอยู่ตลอด
กปั หนง่ึ พงึ มโี ครงกระดกู รา่ งกระดกู กองกระดกู ใหญเ่ ทา่
ภเู ขาเวปลุ ละน้ี ถา้ กองกระดกู นนั้ พงึ เปน็ ของทจ่ี ะขนมา
รวมกนั ได้ และกระดกู ทไ่ี ดส้ ง่ั สมไวแ้ ลว้ กไ็ มพ่ งึ หมดไป.

ขอ้ นน้ั เพราะเหตไุ รเล่า ?

เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไมไ่ ด้ เม่ือเหลา่ สัตว์ผ้มู ีอวชิ ชาเปน็ เครื่องก้ัน มีตัณหาเป็น
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอื้ งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พมิ่ พนู ปฐพีทีเ่ ปน็ ป่าชา้ ตลอดกาลนานเหมือนฉะนนั้ .

404

เปดิ ธรรมทถี่ ูกปดิ : ภพภมู ิ

ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

(คาถาผนวกท้ายพระสูตร)

เราผู้แสวงหาคณุ อนั ย่งิ ใหญ่ ได้กล่าวไว้ดังนีว้ า่   
กระดูกของบุคคลคนหนงึ่ ท่ีสะสมไว้กปั หน่งึ
พงึ เป็นกองเทา่ ภูเขา กภ็ ูเขาทเี่ รากล่าวนนั้
คือ ภูเขาใหญ่ชื่อเวปุลละ อยู่ทิศเหนือของภูเขาคิชฌกูฏ

ใกลเ้ มอื งราชคฤห์ อันมีภเู ขาล้อมรอบ
เมื่อใด บุคคลเห็นอริยสจั
คือ ทกุ ข์ เหตเุ กดิ แหง่ ทุกข์

ความล่วงพน้ ทกุ ข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘
อนั ยงั สัตว์ใหถ้ ึงความสงบทกุ ข์ ด้วยปัญญาอันชอบ

เมื่อนนั้ เขาท่องเทีย่ ว ๗ คร้ังเป็นอยา่ งมาก
กเ็ ป็นผทู้ �ำ ท่สี ดุ ทกุ ข์ได้

เพราะสนิ้ สญั โญชน์ทง้ั ปวง ดังน้แี ล.

405

พุทธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด : ภพภูมิ

การเวียนเกดิ ที่แสนยาวนาน 109

-บาลี นิทาน. สํ. ๑๖/๒๑๒-๒๑๓/๔๒๑-๔๒๔.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเคร่ืองผูก ท่องเท่ียวไปมาอยู่ ท่ีสุดเบื้องต้น
ยอ่ มไม่ปรากฏ.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  เหมอื นอยา่ งวา่ บรุ ษุ ตดั ทอนหญา้
ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ในชมพทู วีปน้ี แล้วจงึ รวมกนั ไว้ ครนั้ แลว้
พึงกระทำ�ให้เป็นมัดๆ ละ ๔ นิ้ว วางไว้ สมมติว่า น้ีเป็น
มารดาของเรา นเี้ ปน็ มารดาของมารดาของเรา โดยล�ำ ดบั
มารดาของมารดาแหง่ บรุ ษุ นน้ั ไมพ่ งึ สน้ิ สดุ สว่ นวา่ หญา้ ไม้
กงิ่ ไม้ ใบไม้ ในชมพูทวีปน้ี พงึ ถึงการหมดสน้ิ ไป.

ข้อนั้นเพราะเหตุไรเลา่  ?
เพราะเหตุว่า สงสารนี้กำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้นเบ้ือง
ปลายไมไ่ ด้ เมอื่ เหลา่ สตั วผ์ มู้ อี วชิ ชาเปน็ เครอื่ งกนั้ มตี ณั หา
เปน็ เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พ่ิมพูนปฐพที เี่ ป็นปา่ ช้าตลอดกาลนานเหมือนฉะนนั้ .
ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่านี้  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

406

เปดิ ธรรมที่ถูกปิด : ภพภมู ิ

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดที่สุดเบ้ืองต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเคร่ืองผูก ท่องเท่ียวไปมาอยู่ ที่สุดเบ้ืองต้น
ยอ่ มไม่ปรากฏ.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  เหมอื นอยา่ งวา่ บรุ ษุ ปน้ั มหาปฐพนี ้ี
ให้เป็นก้อน ก้อนละเท่าเม็ดกระเบา แล้ววางไว้ สมมติว่า
นี้เป็นบิดาของเรา น้ีเป็นบิดาของบิดาของเรา โดยลำ�ดับ
บิดาของบิดาแห่งบุรุษน้ันไม่พึงสิ้นสุด  ส่วนมหาปฐพีน้ี
พงึ ถึงการหมดส้ินไป.

ขอ้ น้นั เพราะเหตุไรเลา่  ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมื่อเหลา่ สัตวผ์ ู้มีอวชิ ชาเปน็ เครื่องก้ัน มตี ัณหาเปน็
เครอื่ งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ได้เพิม่ พนู ปฐพที ี่เป็นป่าชา้ ตลอดกาลนานเหมือนฉะน้ัน.
ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

407

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมทีถ่ ูกปิด : ภพภมู ิ

ผ้ทู ไ่ี ม่เคยเกย่ี วขอ้ งกนั หาได้ยาก 110

-บาลี นทิ าน. ส.ํ ๑๖/๒๒๓-๒๒๔/๔๕๐-๔๕๕.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดที่สุดเบ้ืองต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเคร่ืองผูก ท่องเท่ียวไปมาอยู่ ท่ีสุดเบ้ืองต้น
ย่อมไมป่ รากฏ สตั วท์ ไ่ี มเ่ คยเปน็ มารดา โดยกาลนานนี้
มใิ ช่หาไดง้ ่ายเลย.

ข้อนั้นเพราะเหตุไรเลา่  ?

เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไมไ่ ด้ เมือ่ เหลา่ สตั วผ์ ู้มอี วชิ ชาเป็นเครอ่ื งกั้น มตี ัณหาเปน็
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทสี่ ดุ เบอื้ งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พมิ่ พูนปฐพที ่ีเป็นป่าชา้ ตลอดกาลนานเหมือนฉะน้นั .

ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

408

เปิดธรรมทถ่ี กู ปิด : ภพภูมิ

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดที่สุดเบ้ืองต้น
เบอ้ื งปลายไมไ่ ด้ … สตั วท์ ไ่ี มเ่ คยเปน็ บดิ า โดยกาลนานน้ี
มใิ ชห่ าได้ง่ายเลย … ดังน.ี้

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้น
เบ้ืองปลายไม่ได้ … สัตว์ท่ีไม่เคยเป็นพ่ีชายน้องชาย
โดยกาลนานน้ี มใิ ชห่ าได้ง่ายเลย … ดังน้ี.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดท่ีสุดเบื้องต้น
เบื้องปลายไม่ได้ … สัตว์ท่ีไม่เคยเป็นพี่หญิงน้องหญิง
โดยกาลนานนี้ มิใชห่ าไดง้ า่ ยเลย … ดังน้.ี

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้น
เบอ้ื งปลายไมไ่ ด้ … สตั วท์ ไ่ี มเ่ คยเปน็ บตุ ร โดยกาลนานน้ี
มิใชห่ าไดง้ า่ ยเลย … ดังน้ี.

409

พุทธวจน - หมวดธรรม

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ท่องเท่ียวไปมาอยู่ ที่สุดเบ้ืองต้น
ย่อมไม่ปรากฏ สัตว์ที่ไม่เคยเป็นธิดา โดยกาลนานนี้
มิใชห่ าไดง้ า่ ยเลย.

ขอ้ นัน้ เพราะเหตไุ รเลา่  ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมอื่ เหล่าสัตวผ์ มู้ อี วชิ ชาเป็นเครอ่ื งก้นั มตี ณั หาเปน็
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ได้เพิ่มพนู ปฐพที ่ีเป็นป่าช้าตลอดกาลนานเหมอื นฉะนน้ั .
ภิกษุทั้งหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

410

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมทีถ่ กู ปดิ : ภพภูมิ

น�ำ้ ตา ท่ีเคยหลั่งไหล 111

-บาลี นิทาน. สํ. ๑๖/๒๑๓-๒๑๔/๔๒๕-๔๒๖.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเคร่ืองผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้น
ยอ่ มไมป่ รากฏเธอทง้ั หลายจะส�ำ คญั ความขอ้ นน้ั เปน็ อยา่ งไร
นำ�้ ตาท่หี ล่งั ไหลของพวกเธอผ้ทู ่องเท่ยี วไปมา  ครำ�่ ครวญ
รอ้ งไหอ้ ยู่ เพราะประสบสง่ิ ทไ่ี มพ่ อใจ เพราะพลดั พรากจาก
สง่ิ ทพ่ี อใจ โดยกาลนานน้ี กบั น�ำ้ ในมหาสมทุ รทง้ั ๔ สง่ิ ไหน
จะมากกวา่ กนั .

ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ  !   พวกขา้ พระองคย์ อ่ มทราบธรรม
ตามทพ่ี ระผมู้ พี ระภาคทรงแสดงแลว้ วา่ น�ำ้ ตาทห่ี ลง่ั ไหลออกของพวก
ขา้ พระองค์ ผทู้ อ่ งเทย่ี วไปมา คร�ำ่ ครวญรอ้ งไหอ้ ยู่ เพราะการประสบ
สง่ิ ทไ่ี มพ่ อใจ เพราะการพลดั พรากจากสง่ิ ทพ่ี อใจ โดยกาลนานนแ้ี หละ
มากกวา่ สว่ นน�ำ้ ในมหาสมทุ รทง้ั ๔ ไมม่ ากกวา่ เลย.

ภิกษุท้ังหลาย !   สาธุ สาธุ พวกเธอทราบธรรม
ท่ีเราแสดงแลว้ อย่างนี้ ถกู แลว้ นำ�้ ตาที่หลั่งไหลออกของ
พวกเธอ ผทู้ อ่ งเทย่ี วไปมา คร�ำ่ ครวญรอ้ งไหอ้ ยู่ เพราะการ
ประสบส่ิงท่ีไม่พอใจ เพราะการพลัดพรากจากสิ่งท่ีพอใจ
โดยกาลนานนแ้ี หละมากกวา่   สว่ นน�ำ้ ในมหาสมทุ รทง้ั  ๔ 
ไม่มากกว่าเลย

411

พุทธวจน - หมวดธรรม

…พวกเธอได้ประสบมรณกรรมของมารดา
ตลอดกาลนาน  นำ้�ตาท่ีหล่ังไหลออกของพวกเธอ 
ผู้ประสบมรณกรรมของมารดา คร�ำ่ ครวญรอ้ งไหอ้ ยู่ เพราะ
ประสบส่ิงท่ีไม่พอใจ เพราะพลัดพรากจากส่ิงท่ีพอใจ
นแ้ี หละมากกวา่ สว่ นน�ำ้ ในมหาสมทุ รทง้ั ๔ ไมม่ ากกวา่ เลย

…พวกเธอได้ประสบมรณกรรมของบิดา …
มรณกรรมของพช่ี ายนอ้ งชาย … มรณกรรมของพส่ี าว
น้องสาว … มรณกรรมของบุตร … มรณกรรมของ
ธิดา ตลอดกาลนาน น้ำ�ตาท่ีหล่ังไหลออกของพวกเธอ
ผู้ประสบมรณกรรมของธิดา ครำ�่ ครวญร้องไห้อยู่ เพราะ
ประสบสง่ิ ทไ่ี มพ่ อใจ เพราะพลดั พรากจากสง่ิ ทพ่ี อใจ นแ้ี หละ
มากกวา่ สว่ นน�ำ้ ในมหาสมทุ รทง้ั ๔ ไมม่ ากกวา่ เลย

…พวกเธอได้ประสบความเส่ือมแห่งญาติ …
ความเส่อื มแห่งโภคะ … ความเสอ่ื มเพราะโรค ตลอด
กาลนาน น�ำ้ ตาทห่ี ลง่ั ไหลออกของเธอเหลา่ นน้ั ผปู้ ระสบ
ความเสอ่ื มเพราะโรค คร�ำ่ ครวญรอ้ งไหอ้ ยู่ เพราะประสบสง่ิ
ท่ีไม่พอใจ  เพราะพลัดพรากจากส่ิงท่ีพอใจ  น้ีแหละ
มากกวา่ สว่ นน�ำ้ ในมหาสมุทรท้งั ๔ ไมม่ ากกวา่ เลย.

412

เปิดธรรมทีถ่ ูกปดิ : ภพภูมิ

ขอ้ นน้ั เพราะเหตไุ รเล่า ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมอ่ื เหลา่ สัตวผ์ ู้มอี วชิ ชาเป็นเคร่อื งกนั้ มีตณั หาเป็น
เครอื่ งผกู ทอ่ งเทยี่ วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พม่ิ พูนปฐพีทเ่ี ปน็ ป่าชา้ ตลอดกาลนานเหมอื นฉะนั้น.
ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

413

พทุ ธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมทถ่ี กู ปดิ : ภพภมู ิ

น้�ำนม ทเี่ คยไดด้ ่มื 112

-บาลี นิทาน. สํ. ๑๖/๒๑๔-๒๑๕/๔๒๗-๔๒๘.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดที่สุดเบ้ืองต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ท่องเท่ียวไปมาอยู่ ที่สุดเบ้ืองต้น
ยอ่ มไมป่ รากฏ เธอทง้ั หลายจะส�ำ คญั ความขอ้ นน้ั เปน็ ไฉน
นำ�้ นมมารดาท่พี วกเธอผ้ทู ่องเท่ยี วไปมาอย่โู ดยกาลนานน้ี
ด่ืมแล้ว กับน�ำ้ ในมหาสมทุ รท้งั ๔ ส่งิ ไหนจะมากกวา่ กัน ?

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !   พวกข้าพระองค์ย่อมทราบ
ธรรมตามทพี่ ระผู้มพี ระภาคทรงแสดงแลว้ นำ้�นมมารดาทีพ่ วกขา้
พระองค์ผู้ท่องเที่ยวไปมาอยู่โดยกาลนาน  ดื่มแล้วนั่นแหละ
มากกวา่ สว่ นนำ้�ในมหาสมุทรทง้ั ๔ ไม่มากกวา่ เลย.

ภิกษุท้ังหลาย !   สาธุ สาธุ พวกเธอทราบธรรม
ที่เราแสดงแล้วอย่างนี้ ถูกแล้ว นำ้�นมมารดาที่พวกเธอ
ผู้ท่องเที่ยวไปมาอยู่โดยกาลนานด่ืมแล้วนั่นแหละ
มากกว่า นำ้�ในมหาสมุทรท้ัง ๔ ไม่มากกว่าเลย.

414

เปิดธรรมทีถ่ ูกปดิ : ภพภูมิ

ขอ้ นน้ั เพราะเหตไุ รเล่า ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมอ่ื เหลา่ สัตวผ์ ู้มอี วชิ ชาเป็นเคร่อื งกนั้ มีตณั หาเป็น
เครอื่ งผกู ทอ่ งเทยี่ วไปมาอยู่ ทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พม่ิ พูนปฐพีทเ่ี ปน็ ป่าชา้ ตลอดกาลนานเหมอื นฉะนั้น.
ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

415

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมที่ถกู ปิด : ภพภูมิ

ทกุ ข์ ท่เี คยประสบ 113

-บาลี นิทาน. ส.ํ ๑๖/๒๒๑/๔๔๓.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดท่ีสุดเบื้องต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเคร่ืองผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ท่ีสุดเบื้องต้น
ยอ่ มไมป่ รากฏ เธอทง้ั หลายเหน็ ทคุ ตบรุ ษุ ผมู้ มี อื และเทา้
ไมส่ มประกอบ พงึ ลงสนั นษิ ฐานในบคุ คลนว้ี า่ เราทง้ั หลาย
กเ็ คยเสวยทุกขเ์ ห็นปานนม้ี าแล้ว โดยกาลนานนี้.

ขอ้ น้นั เพราะเหตุไรเลา่  ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไมไ่ ด้ เม่ือเหลา่ สตั ว์ผมู้ ีอวชิ ชาเป็นเครอื่ งกน้ั มตี ัณหาเป็น
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทสี่ ดุ เบอื้ งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ได้เพม่ิ พูนปฐพีที่เปน็ ปา่ ช้าตลอดกาลนานเหมอื นฉะนนั้ .
ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่านี้  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

416

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมที่ถกู ปิด : ภพภูมิ

สขุ ที่เคยได้รบั 114

-บาลี นทิ าน. ส.ํ ๑๖/๒๒๑/๔๔๔.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดท่ีสุดเบื้องต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ท่ีสุดเบ้ืองต้น
ยอ่ มไมป่ รากฏ เธอทง้ั หลายเหน็ บคุ คลผเู้ พยี บพรอ้ มดว้ ย
ความสขุ มบี รวิ ารคอยรบั ใช้ พงึ ลงสนั นษิ ฐานในบคุ คลนว้ี า่
เราทง้ั หลายกเ็ คยเสวยสขุ เหน็ ปานนม้ี าแลว้ โดยกาลนานน.้ี

ข้อนัน้ เพราะเหตไุ รเล่า ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไมไ่ ด้ เมอ่ื เหล่าสัตวผ์ ้มู ีอวชิ ชาเป็นเคร่อื งกนั้ มีตณั หาเป็น
เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทสี่ ดุ เบอ้ื งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พิ่มพูนปฐพที ่เี ป็นป่าชา้ ตลอดกาลนานเหมอื นฉะน้ัน.
ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

417

พทุ ธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมทีถ่ ูกปดิ : ภพภมู ิ

เลือด ที่เคยสญู เสยี 115

-บาลี นทิ าน. สํ. ๑๖/๒๒๑-๒๒๓/๔๔๕-๔๔๙.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารน้ีกำ�หนดท่ีสุดเบื้องต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้น
ยอ่ มไมป่ รากฏ เธอทง้ั หลายจะส�ำ คญั ความขอ้ นน้ั เปน็ ไฉน
โลหิตที่หล่ังไหลออกของพวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมาซ่ึงถูก
ตัดศรี ษะโดยกาลนานนี้ กับนำ�้ ในมหาสมุทรทัง้ ๔ สิ่งไหน
จะมากกวา่ กนั .

ข้าแต่พระองค์ผ้เู จริญ !   ข้าพระองค์ท้งั หลายย่อมทราบ
ธรรมตามทพ่ี ระผมู้ พี ระภาคทรงแสดงแลว้ วา่ โลหติ ทห่ี ลง่ั ไหลออก
ของพวกขา้ พระองคผ์ ้ทู อ่ งเท่ียวไปมา ซ่ึงถูกตัดศรี ษะโดยกาลนาน
นแี้ หละมากกว่า สว่ นน�ำ้ ในมหาสมุทรท้ัง ๔ ไม่มากกว่าเลย ดงั น้ี.

ภิกษุทั้งหลาย !   สาธุ สาธุ พวกเธอทราบธรรม
ที่เราแสดงแลว้ อย่างนี้ ถูกแลว้ โลหิตทหี่ ลัง่ ไหลออกของ
พวกเธอผทู้ อ่ งเทย่ี วไปมาซง่ึ ถกู ตดั ศรี ษะโดยกาลนานนี้
นแ้ี หละมากกวา่ สว่ นน�ำ้ ในมหาสมทุ รทง้ั ๔ ไมม่ ากกวา่ เลย
เมอื่ เธอทง้ั หลายเกดิ เปน็ โค ซงึ่ ถกู ตดั ศรี ษะตลอดกาลนาน
โลหติ ทห่ี ลง่ั ไหลออกนน่ั แหละมากกวา่ สว่ นน�ำ้ ในมหาสมทุ ร
ทง้ั ๔ ไมม่ ากกวา่ เลย.

418

เปดิ ธรรมทถี่ กู ปิด : ภพภมู ิ

… เมอ่ื เธอทง้ั หลายเกดิ เปน็ กระบอื … เกดิ เปน็ แกะ
… เกดิ เปน็ แพะ … เกดิ เปน็ เนอ้ื … เกดิ เปน็ สกุ ร … เกดิ เปน็ ไก่
ซง่ึ ถกู ตดั ศรี ษะตลอดกาลนาน โลหติ ทห่ี ลง่ั ไหลออกนน่ั แหละ
มากกวา่ สว่ นน้�ำ ในมหาสมทุ รทัง้ ๔ ไม่มากกวา่ เลย

… เมอ่ื เธอทง้ั หลายถกู จบั ตดั ศรี ษะโดยขอ้ หาวา่
เปน็ โจรฆา่ ชาวบา้ น … ถกู จบั ตดั ศรี ษะโดยขอ้ หาวา่ เปน็ โจร
คดิ ปลน้ … ถกู จบั ตดั ศรี ษะโดยขอ้ หาวา่ เปน็ โจรประพฤตผิ ดิ
ในภรรยาของผอู้ น่ื   ตลอดกาลนาน  โลหิตทห่ี ล่งั ไหลออก
นน่ั แหละมากกวา่ สว่ นน�ำ้ ในมหาสมทุ รทง้ั ๔ ไมม่ ากกวา่ เลย.

ขอ้ นัน้ เพราะเหตไุ รเลา่  ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมอื่ เหลา่ สัตว์ผูม้ ีอวชิ ชาเปน็ เครอ่ื งก้ัน มีตณั หาเปน็
เครอื่ งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ ทสี่ ดุ เบอื้ งตน้ ยอ่ มไมป่ รากฏ
สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ
ไดเ้ พ่มิ พูนปฐพีท่ีเป็นปา่ ชา้ ตลอดกาลนานเหมอื นฉะนน้ั .
ภิกษุทั้งหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่านี้  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

419

พุทธวจน - หมวดธรรม เปดิ ธรรมท่ถี กู ปิด : ภพภมู ิ

ความไมแ่ นน่ อนของการไดอ้ ัตภาพ 116

-บาลี นทิ าน. ส.ํ ๑๖/๒๑๙/๔๓๘-๔๓๙.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดท่ีสุดเบื้องต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ท่องเท่ียวไปมาอยู่ ท่ีสุดเบื้องต้น
ย่อมไม่ปรากฏ สัตว์เหล่าน้ันได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน
ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีท่ีเป็นป่าช้าตลอดกาลนาน
เหมอื นฉะน้ัน.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !   เปรยี บเหมอื นทอ่ นไมอ้ นั บคุ คล
ซดั ขน้ึ ไปสอู่ ากาศ บางคราวตกเอาโคนลง บางคราวตก
เอาตอนกลางลง บางคราวตกเอาปลายลง  ขอ้ นฉ้ี นั ใด

ภิกษุทั้งหลาย !   สัตว์ท้ังหลายผู้มีอวิชชาเป็น
เครอ่ื งกน้ั มตี ณั หาเปน็ เครอ่ื งผกู ทอ่ งเทย่ี วไปมาอยู่ กฉ็ นั นน้ั
เหมอื นกนั บางคราวแลน่ ไปจากโลกนส้ี โู่ ลกอน่ื บางคราว
แลน่ จากโลกอน่ื สโู่ ลกน.้ี

ขอ้ นัน้ เพราะเหตุไรเลา่  ?
เพราะเหตวุ า่ สงสารนก้ี �ำ หนดทส่ี ดุ เบอ้ื งตน้ เบอ้ื งปลาย
ไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหา

420

เปิดธรรมทถี่ ูกปิด : ภพภมู ิ

เป็นเคร่ืองผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ท่ีสุดเบื้องต้นย่อมไม่
ปรากฏ สตั วเ์ หลา่ นน้ั ไดเ้ สวยทกุ ข์ ความเผด็ รอ้ น ความพนิ าศ
ไดเ้ พมิ่ พูนปฐพีท่เี ป็นป่าช้าตลอดกาลนานเหมือนฉะนน้ั .

ภิกษุทั้งหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่านี้  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

421

พทุ ธวจน - หมวดธรรม เปิดธรรมทถี่ กู ปิด : ภพภูมิ

สง่ิ ท้งั หลายไมเ่ ท่ยี ง (นัยท่ี ๑) 117

-บาลี นิทาน. สํ. ๑๖/๒๒๕-๒๒๘/๔๕๖-๔๖๑.

ภิกษุท้ังหลาย !   สงสารนี้กำ�หนดท่ีสุดเบ้ืองต้น
เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น
มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้น
ย่อมไม่ปรากฏ.

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  เรอ่ื งเคยมมี าแลว้ เวปลุ ลบรรพตน้ี
มีช่ือว่าปาจีนวังสะ สมัยน้ันแล หมู่มนุษย์มีช่ือว่าติวรา
หมมู่ นษุ ยช์ อ่ื ตวิ รา มอี ายปุ ระมาณสห่ี มน่ื ปี หมมู่ นษุ ยช์ อ่ื ตวิ รา
ขึ้นปาจีนวังสบรรพตเป็นเวลา ๔ วัน ลงก็เป็นเวลา ๔ วัน
สมัยพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธะ พระนามว่า
กกุสันธะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันต-
สัมมาสัมพุทธะ พระนามว่ากกุสันธะ มีพระสาวกคู่หนึ่ง
เป็นค่เู ลิศ เป็นค่เู จรญิ ชอื่ วา่ วิธูระและสัญชีวะ.

ภิกษทุ งั้ หลาย !   พวกเธอจงดเู ถิด ชื่อแห่งภเู ขานี้
นน้ั แล อนั ตรธานไปแลว้ มนษุ ยเ์ หลา่ นน้ั กระท�ำ กาละไปแลว้
และพระผมู้ พี ระภาคพระองคน์ นั้ กป็ รนิ พิ พานแลว้ สงั ขาร
ทง้ั หลายไมเ่ ทย่ี งอยา่ งน้ี สงั ขารทง้ั หลายไมย่ ง่ั ยนื อยา่ งน้ี
สงั ขารทั้งหลายเปน็ ส่งิ ทหี่ วงั อะไรไมไ่ ดอ้ ย่างน.ี้

422

เปิดธรรมที่ถูกปดิ : ภพภูมิ

ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่าน้ี  ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  เรอ่ื งเคยมมี าแลว้ เวปลุ ลบรรพตน้ี
มีช่ือว่าวงกฏ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์มีช่ือว่าโรหิตัสสะ หมู่
มนุษย์ช่ือโรหิตัสสะ มีอายุประมาณสามหม่ืนปี มนุษย์ชื่อ
โรหิตัสสะข้ึนวงกฏบรรพตเป็นเวลา ๓ วัน ลงก็เป็นเวลา
๓ วัน สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธะ
พระนามวา่ โกนาคมนะ เสดจ็ อบุ ตั ขิ น้ึ ในโลก พระผมู้ พี ระภาค
อรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธะ พระนามวา่ โกนาคมนะ มพี ระสาวก
คู่หน่งึ เปน็ คูเ่ ลศิ เปน็ คู่เจรญิ ช่ือว่า ภยิ โยสะและอตุ ตระ.

ภิกษทุ ง้ั หลาย !   พวกเธอจงดูเถดิ ช่อื แห่งภูเขานี้
นน้ั แล อนั ตรธานไปแลว้ มนษุ ยเ์ หลา่ นน้ั กระท�ำ กาละไปแลว้
และพระผมู้ ีพระภาคพระองคน์ นั้ กป็ รินพิ พานแลว้ สงั ขาร
ท้งั หลายไมเ่ ทย่ี งอย่างน้ี … พอเพื่อจะหลดุ พ้น ดงั น.้ี

ภกิ ษทุ ง้ั หลาย !  เรอ่ื งเคยมมี าแลว้ เวปลุ ลบรรพตน้ี
มีช่ือว่าสุปัสสะ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์มีช่ือว่าสุปปิยา หมู่
มนุษย์ช่ือสุปปิยามีอายุประมาณสองหมื่นปี หมู่มนุษย์ชื่อ
สปุ ปยิ าขน้ึ สปุ สั สบรรพตเปน็ เวลา ๒ วนั ลงกเ็ ปน็ เวลา ๒ วนั

423

พุทธวจน - หมวดธรรม

สมยั นัน้ พระผมู้ พี ระภาคอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธะ พระนามวา่
กสั สปะ เสดจ็ อบุ ตั ขิ น้ึ ในโลก พระผมู้ พี ระภาคอรหนั ตสมั มา-
สมั พทุ ธะ พระนามวา่ กสั สปะ มพี ระสาวกคหู่ นง่ึ เปน็ คเู่ ลศิ
เปน็ คเู่ จรญิ ชอ่ื วา่ ตสิ สะและภารทวาชะ.

ภกิ ษทุ งั้ หลาย !   พวกเธอจงดเู ถดิ ชอื่ แหง่ ภูเขานี้
นน้ั แล อนั ตรธานไปแลว้ มนษุ ยเ์ หลา่ นน้ั กระท�ำ กาละไปแลว้
และพระผู้มีพระภาคพระองค์น้ันก็ปรินิพพานแล้ว สงั ขาร
ทง้ั หลายไมเ่ ทย่ี งอยา่ งน้ี สงั ขารทง้ั หลายไมย่ ง่ั ยนื อยา่ งน้ี สงั ขาร
ทง้ั หลาย เปน็ สง่ิ ทห่ี วงั อะไรไมไ่ ดอ้ ยา่ งน.้ี

ภิกษุท้ังหลาย !   ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ก็พอแล้ว
เพอ่ื จะเบอ่ื หนา่ ยในสงั ขารทง้ั ปวง พอแลว้ เพอ่ื จะคลายก�ำ หนดั
พอแลว้ เพอ่ื จะหลดุ พน้ ดงั น.้ี

ภิกษุทั้งหลาย !   ก็บัดน้ีแล ภูเขาเวปุลละนี้มีช่ือ
เวปลุ ละทเี ดยี ว กบ็ ดั นห้ี มมู่ นษุ ยเ์ หลา่ นม้ี ชี อ่ื วา่ มาคธะ หมมู่ นษุ ย์
ช่ือมาคธะมีอายุเพียงน้อยนิด  ผู้ใดมีชีวิตอยู่นาน  ผู้น้ัน
มีอายุเพียงร้อยปี น้อยกว่าก็มี เกินกว่าก็มี หมู่มนุษย์ชื่อ
มาคธะ ขนึ้ เวปุลลบรรพตเพียงครเู่ ดียว ลงกเ็ พียงครเู่ ดียว
และบดั น้ี พระอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธะพระองคน์ ้ี เสดจ็ อบุ ตั ิ
ขน้ึ แลว้ ในโลก กเ็ ราแลมสี าวกคหู่ นง่ึ เปน็ คเู่ ลศิ เปน็ คเู่ จรญิ
ชอ่ื วา่ สารบี ตุ รและโมคคลั ลานะ.

424


Click to View FlipBook Version