179
หมวด 3
การตดั สนิ ผลการเรยี น
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ไดก้ ำหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี นมาตรฐานการ
เรียนรู้ / ตัวชี้วัด การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ท่ีสถานศึกษาตอ้ งจัดให้ผ้เู รียนเกิดการเรียนรู้ มคี ุณภาพเตม็ ตามศักยภาพและให้สถานศกึ ษากำหนดหลักเกณฑ์การ
วดั และประเมินผลการเรียนรู้ เพอ่ื ตดั สนิ ผลการเรียนของผเู้ รียน ดงั นี้
1.ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนตอ้ งมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลา
เรยี นท้ังหมดในรายวิชานนั้ ๆ
2.ผู้เรียนต้องไดร้ บั การประเมินทกุ ตัวช้ีวัด และผ่านตามเกณฑ์ดังน้ี
2.1) ผู้เรียนต้องผา่ นจำนวนตวั ชว้ี ัดทัง้ หมดในแต่ละรายวชิ าของกลุม่ สาระการเรียนรู้
2.2) เกณฑก์ ารผ่านแตล่ ะตวั ชีว้ ัดไมต่ ่ำกวา่ คร่งึ หนงึ่ ของความคาดหวงั ในแต่ละตัวชว้ี ัด
3.ผเู้ รียนตอ้ งได้รับการตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวิชา
4.ผเู้ รียนต้องไดร้ บั การประเมิน และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากำหนด
ในการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
การพจิ ารณาเลือ่ นช้นั มัธยมศกึ ษา ถา้ ผเู้ รียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซอ่ มเสริมได้ ใหอ้ ยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผนั ให้เล่อื นช้นั ได้ แต่หากผู้เรียนไม่
ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นสถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรยี นซ้ำช้ันได้ ทง้ั น้ีให้คำนึงถงึ วุฒภิ าวะและความรู้ความ สามารถของผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ
การให้ระดบั ผลการเรยี น
ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการ
เรยี นเปน็ 8 ระดับ
180
ระดับผลการเรียน ชว่ งคะแนนเปน็ รอ้ ยละ ความหมายของผลการประเมนิ
4 80 – 100 ดีเยย่ี ม
3.5 75 – 79 ดมี าก
3 70 – 74 ดี
2.5 65 – 69 คอ่ นข้างดี
2 60 - 64 ปานกลาง
1.5 55 – 59 พอใช้
1 50 – 54
0 0 – 49 ผ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่
ต่ำกว่าเกณฑ์
ในระดับมัธยมศึกษารายวชิ าทจ่ี ะนับหนว่ ยกิตไดจ้ ะตอ้ งไดร้ ะดับผลการเรยี น “1” ถงึ “4”เท่านัน้
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับ
ผลการ ประเมินเป็น ดเี ยยี่ ม ดี ผ่าน และไม่ผา่ น
การประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น จะตอ้ งพิจารณาท้งั เวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม การปฏบิ ัติกจิ กรรม และ
ผลงานของผ้เู รียน ตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด และให้ผลการเขา้ ร่วมกิจกรรมเปน็ ผ่าน และไม่ผ่าน
ผลการประเมินทมี่ เี งื่อนไขระดบั มธั ยมศึกษา
ใช้ตัวอักษรท่ีระบเุ งือ่ นไขแสดงผลการเรยี น ประกอบดว้ ย
1.ตัวอักษรแสดงผลการเรียนแต่ละรายวิชาใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังน้ี
“มส” หมายถงึ ไมม่ สี ิทธ์เิ ข้ารบั การประเมินผลปลายภาคเรยี นโดยผู้เรียนทม่ี เี วลาเรียนไม่ถึงรอ้ ยละ 80
ของเวลาเรยี นในแตล่ ะวิชา และไม่ไดร้ บั การผอ่ นผนั ใหเ้ ขา้ รบั การวัดผลปลายภาคเรยี น
“ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินไม่ได้ เนื่องจากผู้เรียนไม่มีข้อมูลประเมินผลการ
เรียนรายวชิ านั้นครบถ้วน ไดแ้ ก่ ไม่ไดว้ ัดผลระหว่างภาคเรยี น/ปลายภาคเรยี น ไม่ไดส้ ง่ งานท่ไี ด้รบั มอบหมายให้ทำ
ซึ่งงานนน้ั เป็นสว่ นหนึง่ ของการตดั สินผลการเรยี น
2.ตวั อกั ษรแสดงผลการเรยี นกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
“ผ” หมายถึง ผา่ นเกณฑท์ ีส่ ถานศึกษากำหนด
“มผ” หมายถึง ไมผ่ า่ นเกณฑ์ทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
181
ผลการประเมนิ คณุ ภาพ
การประเมินคณุ ภาพ ประกอบด้วย
1.การประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น
ดีเย่ียม หมายถงึ มผี ลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะหแ์ ละเขียนทม่ี ีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ
ดี หมายถึง มีผลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอา่ นคดิ วเิ คราะห์และเขยี นท่มี ีคณุ ภาพเป็นท่ยี อมรบั
ผ่าน หมายถงึ มผี ลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่านคิดวเิ คราะหแ์ ละเขียนทมี่ ีคุณภาพเป็นที่ยอมรับแต่
ยงั มีขอ้ บกพรอ่ งบางประการ
ไมผ่ า่ น หมายถงึ ไม่มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอ่านคดิ วิเคราะห์และเขยี น หรือถา้ มผี ลงานผลงานนน้ั
ยงั มีขอ้ บกพร่องที่ตอ้ งได้รับการปรับปรุงแกไ้ ขหลายประการ
2.การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ดีเยี่ยม หมายถงึ ผ้เู รียนมีคุณลกั ษณะในการปฏิบตั จิ นเปน็ นสิ ัยและนำไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวนั เพ่อื ประโยชน์สุขของตนเองและสังคม
ดี หมายถงึ ผู้เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะในการปฏิบัตติ ามกฎเกณฑเ์ พื่อให้เปน็
การยอมรบั ของสังคม
ผา่ น หมายถงึ ผู้เรยี นรับรแู้ ละปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์และเงอ่ื นไขที่สถานศกึ ษา
กำหนด
ไมผ่ า่ น หมายถงึ ผู้เรียนไมส่ ามารถรับรแู้ ละปฏบิ ตั ิตามกฎเกณฑ์และเงือ่ นไขท่ี
สถานศกึ ษากำหนด
การเปลยี่ นผลการเรียน “๐ ”
สถานศกึ ษาจดั ให้มีการสอนซ่อมเสริมในตัวชี้วัดท่ีผเู้ รยี นสอบไม่ผ่านกอ่ น แลว้ จึงสอบแก้ตัวให้และให้สอบ
แกต้ ัวไดไ้ มเ่ กิน 2 ครั้ง ทง้ั นต้ี ้องดำเนินการใหเ้ สร็จสน้ิ ภายในภาคเรยี นถัดไป
ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการสอบแกต้ ัวตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาทีจ่ ะ
พิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน
ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “0” อีก ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการเกี่ยวกบั
การแกผ้ ลการเรียนของผูเ้ รยี น โดยปฏบิ ัตดิ ังน้ี
1.ให้เรยี นซำ้ รายวิชาถา้ เป็นรายวิชาพื้นฐาน
2.ใหเ้ รียนซำ้ หรือเปล่ียนรายวิชาเรยี นใหม่ ถ้าเปน็ รายวชิ าเพม่ิ เติม ให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของสถานศกึ ษา
ในกรณที ี่เปล่ยี นรายวิชาเรยี นใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียบแสดงผลการเรยี นวา่ ใหเ้ รียนแทนรายวิชาใด
182
การเปลีย่ นผลการเรียน “ร”
1.มีผลการประเมินไม่ครบ เชน่ ไมไ่ ดว้ ดั ผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน
2.ไม่ได้ส่งงานท่มี อบหมายใหท้ ำ ซง่ึ งานนนั้ เป็นสว่ นหน่งึ ของผลการเรียน ที่ทำให้ตดั สนิ ผลการเรยี นไม่ได้
3.มีเหตุสุดวสิ ัย ทำให้ประเมนิ ผลการเรยี นไมไ่ ด้ เช่น เจ็บป่วย เม่ือผู้เรยี นไดเ้ ขา้ สอบหรอื
ส่งผลงาน ท่ตี ิดค้างอยเู่ สรจ็ เรยี บรอ้ ย หรือแกป้ ญั หาเสร็จสน้ิ แลว้ ให้ไดร้ ะดบั ผลการเรยี นตามปกติ (ตั้งแต่ 0 – 4)
การเปลย่ี นผลการเรียน “ร” ใหด้ ำเนนิ การแก้ไขตามสาเหตุให้เสร็จส้ินภายในปกี ารศกึ ษาน้นั ถ้าผู้เรียนไม่
ดำเนินการแก้ “ร” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำรายวิชา ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
สถานศกึ ษาท่จี ะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไมเ่ กิน ๑ ภาคเรยี น แตเ่ มอื่ พ้นกำหนดนแ้ี ลว้ ใหป้ ฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1.ให้เรยี นซำ้ รายวชิ า ถา้ เปน็ รายวชิ าพื้นฐาน
2.ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา
ในกรณีที่เปล่ยี นรายวชิ าเรยี นใหม่ ให้หมายเหตุในระเบยี บแสดงผลการเรยี นว่าใหเ้ รยี นแทนรายวชิ าใด
การเปลีย่ นผลการเรยี น “มส”
การเปลย่ี นผลการเรยี น “มส” มี 2 กรณี ดงั นี้
1.กรณผี ู้เรียนไดผ้ ลการเรยี น “มส” เพราะมเี วลาเรียนไมถ่ งึ รอ้ ยละ 80
แตม่ เี วลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด ให้สถานศึกษาจัดใหเ้ รยี นเพ่ิมเตมิ โดยใช้
ช่ัวโมงสอนซ่อมเสริมหรือเวลาวา่ ง หรือวนั หยุด หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่
กำหนดไวส้ ำหรับรายวชิ านั้นแล้วจงึ สอบใหเ้ ป็นกรณพี เิ ศษ ผลการสอบแก้ “มส” ใหไ้ ดร้ ะดับผลการ
เรียนไม่เกิน “1” การแก้ “มส” กรณนี ีใ้ หก้ ระทำใหเ้ สร็จสน้ิ ในภาคเรียนถดั ไป ถา้ ผู้เรยี นไมม่ า
ดำเนนิ การแก้ “มส” ตามระยะเวลาทก่ี ำหนดไว้นใ้ี ห้เรียนซำ้ ยกเว้น มีเหตุสุดวิสัย ให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจ
ของสถานศกึ ษาท่ีจะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกนิ 1 ภาคเรยี น แต่เมื่อพ้นกำหนดนแ้ี ลว้
ใหป้ ฏบิ ัติดังน้ี
1.1 ใหเ้ รยี นซ้ำรายวิชา ถา้ เป็นรายวิชาพ้นื ฐาน
1.2 ใหเ้ รียนซำ้ หรอื เปล่ียนรายวิชาเรียนใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพ่มิ เตมิ ให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของสถานศึกษา
2.กรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียน
ให้สถานศกึ ษาจดั ให้เรียนซำ้ ในรายวิชาพ้นื ฐานและรายวิชาเพม่ิ เติม หรอื เปลีย่ นรายวชิ าใหม่ได้สำหรับ
รายวิชาเพิม่ เติมเทา่ นนั้ ในกรณที เี่ ปลย่ี นรายวิชาเรยี นใหม่ ใหห้ มายเหตุในระเบียบแสดงผลการเรียนว่า
ให้เรียนแทนรายวิชาใด การเปลี่ยนผลการเรียน หากมีผลการเรียน “0”“ร”“มส” ในภาคเรียนที่ 2
ให้ดำเนนิ การให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดเรียนปีการศึกษาถัดไป โดยสถานศึกษาอาจจัดให้ผู้เรียนแก้ไขผลการ
เรียนในภาคเรียนฤดูร้อนได้
183
การเปล่ียนผลการเรยี น “มผ”
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา
ผเู้ รยี น 3 กจิ กรรม คือ
1) กจิ กรรมแนะแนว
2) กิจกรรมนกั เรียน ซ่งึ ประกอบดว้ ยกจิ กรรมลูกเสือเนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพญ็ -ประโยชน์ หรือ
นักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เรียนเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง 1 กิจกรรม และเลือกเข้ารว่ มกิจกรรมชุมนุม หรือ
ชมรม อีก 1 กิจกรรม
3) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมจนครบตาม
เวลาทก่ี ำหนด หรือปฏิบตั กิ จิ กรรมเพอื่ พัฒนาคุณลักษณะท่ีต้องปรับปรุง แก้ไข แล้วจงึ เปลี่ยนผลการเรยี น จาก
“มผ” เป็น “ผ” ทั้งนี้ดำเนินการใหเ้ สร็จสิ้นภายในปีการศึกษานัน้ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสยั ใหอ้ ยู่ในดุลยพินิจของ
สถานศึกษา
การเปลย่ี นผลการประเมนิ คณุ ภาพ
การเปล่ยี นผลการประเมินคุณภาพของการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น หรอื คณุ ลักษณะ อนั พงึ ประสงค์
ในกรณีทผี่ เู้ รียนได้ผลการเรยี น “ไมผ่ ่าน” สถานศึกษาต้องจดั ซ่อมเสริมให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมการอ่านคิด
วิเคราะห์และเขียน หรือคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ผ่าน ทั้งนี้ต้องดำเนินการใหเ้ สร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น
ยกเวน้ มเี หตสุ ดุ วิสัยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของสถานศกึ ษา
การสอนซ่อมเสรมิ
การสอนซอ่ มเสรมิ เปน็ ส่วนหนง่ึ ของกระบวนการจดั การเรยี นรู้ และเปน็ การใหโ้ อกาสแกผ่ ู้เรยี นได้มีเวลา
เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึน้ จนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว้การสอนซอ่ มเสรมิ เปน็
การสอนกรณพี เิ ศษนอกเหนือไปจากการสอนตามแผนการจัดการเรียนรูป้ กตเิ พ่อื แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งทีพ่ บในผูเ้ รียน
การสอนซอ่ มเสรมิ สามารถดำเนินการไดใ้ นกรณีดงั ต่อไปน้ี
1. ผูเ้ รียนมีความร/ู้ ทักษะพ้ืนฐานไม่เพยี งพอทีจ่ ะศึกษาในแต่ละรายวิชาน้ัน ควรจัดการสอน
ซอ่ มเสรมิ ปรับความรู/้ ทกั ษะพนื้ ฐาน
2. การประเมินระหว่างเรียนผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะกระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลักษณะ ที่
กำหนดไวต้ ามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
3. ผลการเรียนไม่ถงึ เกณฑ์และ/หรือตำ่ กว่าเกณฑ์การประเมิน โดยผ้เู รยี นไดร้ ะดับผลการเรียน “0”ต้อง
จดั การสอนซ่อมเสริมกอ่ นจะให้ผูเ้ รียนสอบแกต้ วั
4. ผูเ้ รียนมผี ลการเรยี นไมผ่ า่ น สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดรู ้อน
184
การเรียนซ้ำ
สถานศกึ ษาจะจัดใหผ้ เู้ รียนเรียนซำ้ ใน 2 กรณี ดังน้ี
กรณีท่ี 1 เรยี นซำ้ รายวิชาเม่อื ผู้เรยี นซอ่ มเสรมิ และสอบแกต้ ัว 2 ครงั้ แลว้ ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมิน
ให้เรียนซ้ำรายวิชานัน้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาโดยจัดให้เรยี นซ้ำในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นวา่
เหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชว่ั โมงว่างหลังเลิกเรยี น ภาคฤดูร้อน เป็นต้น
กรณที ี่ 2 เรยี นซ้ำชน้ั มี 2 ลักษณะ คือ
- ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลีย่ ในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 1.00 และมีแนวโนม้ วา่ จะเป็นปัญหา ต่อ
การเรียนในระดบั ชั้นท่ีสูงขึ้น
- ผู้เรียนมีผลการเรยี น 0, ร มส, เกนิ คร่ึงหนง่ึ ของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรยี นในปกี ารศกึ ษานน้ั
ทงั้ นี้ หากเกิดลักษณะใดลกั ษณะหนงึ่ หรือทัง้ 2 ลักษณะ ให้สถานศึกษาแตง่ ต้ังคณะกรรมการพิจารณา
หากเห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรก็ให้ซ้ำชั้น โดยยกเลิกผลการเรียนเดิม และให้ใช้ผลการเรียนใหม่แทน
หากพิจารณาแลว้ ไม่ต้องเรยี นซ้ำชน้ั ใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ จิ ของสถานศึกษาในการแกไ้ ขผลการเรียน
การอนุมัตเิ ลื่อนช้นั เรยี น
ผูเ้ รียนจะได้รับการตดั สินผลการเรียนทุกภาคเรยี น และไดร้ บั การเลือ่ นช้นั เม่ือส้ินปกี ารศึกษา
โดยมคี ุณสมบตั ิตามเกณฑ์ ดงั น้ี
1.รายวชิ าพ้นื ฐาน ได้รับการตดั สินผลการเรียนผา่ นทุกรายวชิ า
2.รายวิชาเพิม่ เตมิ ได้รับการตัดสนิ ผลการเรยี นตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด
3.ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนดในการอ่าน
คิดวเิ คราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
4.ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้น ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 1.00 ทั้งนี้รายวิชาใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน สถานศกึ ษาสามารถซ่อมเสรมิ ผู้เรยี นใหไ้ ดร้ ับการแก้ไขในภาคเรยี นถดั ไป
185
การอนุมตั ิการจบการศกึ ษา
เกณฑก์ ารจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
1. ผเู้ รียนเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน และเพ่มิ เตมิ ไมน่ อ้ ยกว่า 81 หน่วยกติ โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต
และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ตามท่สี ถานศึกษากำหนด
2. ผู้เรียนต้องไดห้ น่วยกิต ตลอดหลักสูตรไมน่ อ้ ยกวา่ 77 หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวิชาพนื้ ฐาน หน่วยกิต และรายวิชา
เพม่ิ เติมไมน่ ้อยกว่า 11 หน่วยกติ
3 .ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กำหนด
4.ผู้เรยี นมผี ลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
5.ผู้เรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด
186
หมวด 4
การเทียบโอนผลการเรียน
1. วิธีปฏิบตั ิในการจดั เข้าชนั้ เรยี น
1.1 ให้จดั เขา้ ช้นั เรียนตอ่ เนือ่ งจากทเ่ี รียนอย่เู ดิม เช่น จบ ม.1 จดั เข้าเรียน ม.2 จบม.2 จัดใหเ้ ข้าเรยี น ม.3
1.2 พิจารณาแล้วเห็นว่าเทียบโอนผลการเรียนได้จำนวนหน่วยใหเ้ ป็นไปตามโครงสร้างหลักสตู รของสถานศึกษา
ใหม่ โดยให้จำนวนหน่วยที่ได้เท่ากับหรือใกล้เคียงกับของสถานศึกษาเดิมมากที่สุด รายวิชาที่จำเป็นให้เรียน
เพม่ิ เตมิ
1.3 ยอมรบั ผลการเรยี นของสถานศึกษาเดิม
1.4 รายวิชา/สาระ/กิจกรรม ที่ยังไม่ได้ตัดสินผลการเรียน ให้ประเมินตามเกณฑท์ ีส่ ถานศึกษากำหนดหากไม่ผ่าน
ตามเกณฑใ์ หล้ งทะเบียนเรียนเพม่ิ เติม
1.5 ให้กรอกรายชอ่ื และจำนวนหน่วยตามวชิ าทร่ี ับโอนผลการเรียนในใบแสดงผล
การเรยี นของสถานศกึ ษาที่รับเข้าเรยี นโดยกรอกผลการเรียนของสถานศกึ ษาเดมิ และแนบใบแสดงผลการเรียน
จากสถานศกึ ษาเดมิ และสถานศกึ ษาท่ีรับเข้าเรยี นไว้ดว้ ยกันและบนั ทกึ ผลการเทียบโอนไวใ้ นชอ่ งหมายเหตุ
1.6 รายวิชาที่ยงั ไมไ่ ดต้ ัดสินผลการเรยี นและสถานศึกษาท่รี ับเข้าเรยี นได้ทำการประเมินไวแ้ ลว้
1) ประเมินผลการเรียนแลว้ ให้นำผลการประเมนิ กรอกไวใ้ นใบแสดงผลการเรยี น
ของสถานศกึ ษาท่ีรับเข้าเรยี น และบันทึกผลการประเมนิ ในช่องหมายเหตุ
2) การคิดผลการเรียนเฉลี่ยให้นำผลการเรียนที่รับโอนจากสถานศึกษาเดิมมาคิดรวมกับผลการ
เรยี นในสถานศึกษาใหมแ่ ละคิดผลการเรยี นเฉลย่ี รวมตลอดหลักสูตร
2. จำนวนหน่วยกิต/หนว่ ยการเรียน/หนว่ ยนำ้ หนกั
- เทยี บโอนหมวดวิชา/สาระ/กิจกรรมทผี่ า่ นการตัดสินผลการเรยี นจากสถานศกึ ษาเดมิ
1.เรยี นผ่านอยา่ งนอ้ ย 3 หมวดวิชา จดั ให้เรยี นปที ่ี 2 ของหลกั สูตรและลงทะเบียนเรียนตอ่ ตามปกติ
2.เรียนผ่านอย่างนอ้ ย 6 หมวดวิชา จัดใหเ้ รยี นปีที่ 3 ของหลักสตู ร และลงทะเบยี นเรยี นต่อไปรายวิชาที่
จำเป็นต้องเรยี นเพอื่ ให้ครบตามเกณฑ์การจบหลกั สตู รตามหลกั สตู รของสถานศึกษาใหม่ท่ีรบั เข้าเรียน
- พจิ ารณาแล้วเห็นว่าเทยี บโอนผลการเรยี นไดจ้ ำนวนหน่วย ให้เปน็ ไปตามโครงสร้างหลกั สูตรของสถานศกึ ษาใหม่
- ไมต่ อ้ งใหผ้ ลการเรยี นในรายวิชา/สาระ/กจิ กรรม ท่ไี ดจ้ ากการเทียบโอน
- ให้กรอกรายชื่อและจำนวนหน่วยตามรายวิชาของสถานศึกษาที่รับเข้าเรียนในใบแสดงผลการ -เรียนของ
สถานศึกษาที่รับเข้าเรียนโดยไม่ต้องกรอกผลการเรียนและแนบใบแสดงผลการเรียนจากสถาน ศึกษาเดิม และ
สถานศึกษาที่รับเขา้ เรยี นไว้ดว้ ยกัน และบันทึกผลการเทยี บโอนไวใ้ นช่องหมายเหตุ
- การคดิ ผลการเรียนเฉล่ียใหค้ ิดจากรายวิชาท่ีมจี ำนวนหนว่ ยและระดับผลการเรียนท่ไี ด้เรยี นในสถานศึกษาใหม่
187
3. ผลการเรยี น/ผลการประเมิน
1. ใหน้ ำผลการวดั และประเมินของเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประกอบการพจิ ารณา
2. ใหส้ ถานศึกษาประเมนิ ความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์ เพื่อการจดั เข้าชน้ั เรียน
- จำนวนหนว่ ยใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษาใหม่กำหนด
- ยอมรบั ผลการประเมนิ ของเขตพ้นื ทม่ี าเป็นสว่ นประกอบในการพจิ ารณา
-ไมต่ ้องนำรายวิชา ผลการเรียน/ผลการวดั และประเมินเดมิ ของเขตพืน้ ทก่ี รอกในใบแสดงผลการเรียนของ
สถานศึกษาใหม่แต่ให้แนบเอกสารเดิมไว้กบั ใบแสดงผลการเรียนใหม่และบันทึกข้อมูลและจำนวน หน่วยที่ได้รับ
การเทยี บโอนไวใ้ นชอ่ งหมายเหตุ
-การคิดผลการเรียนเฉลี่ยให้คิดจากรายวิชาที่ได้จากการเรียนในสถานศึกษาใหม่ โดยนำผลการประเมิน
ของเขตพื้นท่ที มี่ รี ะดับผลการเรยี นมาคดิ รวม
4. การบนั ทึกผลการเรยี นในใบแสดงผลการเรยี น
- พิจารณาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่ขอเทียบโอนว่าตรงกับรายวิชา/สาระ/กิจกรรมใด จึงทำการ
ประเมนิ หากปรากฏว่าช่อื ไมต่ รงกบั ทีป่ รากฏในโครงสรา้ งหลกั สูตรให้กำหนดและบรรจุชอื่ นนั้ ไว้ในหลักสูตร
- ใหจ้ ำนวนหนว่ ยของรายวชิ า/สาระตามเกณฑข์ องสถานศกึ ษาใหม่ สำหรบั กจิ กรรมไมใ่ หจ้ ำนวนหน่วย
- ผลการประเมินความรู้ ทกั ษะ ประสบการณใ์ ห้เปน็ ไปตามทีส่ ถานศึกษาใหมก่ ำหนด
- นำผลการประเมินความรู้ ทักษะ ประสบการณก์ รอกในใบแสดงผลการเรียน
5. การคิดผลการเรยี นเฉล่ีย
1. สำเร็จการศึกษาภาคเรียนใดชั้นปีใด ให้พิจารณาเทียบโอนภาคเรียนต่อภาคเรียน ปีต่อปี โดยนำพื้น
ความรสู้ ามัญเดิมมาประกอบการพจิ ารณาหรอื อาจประเมินเพม่ิ เตมิ เพื่อตรวจสอบความรพู้ ืน้ ฐาน
2. รายวิชา/สาระ/กิจกรรม ทยี่ งั ไมไ่ ด้เทียบโอนเนือ่ งจากยงั ไม่ตดั สินผลการเรียน ใหป้ ระเมินตามเกณฑ์ท่ี
สถานศึกษากำหนด - จำนวนหน่วยใหเ้ ป็นไปตามโครงสร้างหลกั สูตรของสถานศึกษาทร่ี ับเข้าเรียน
- ผลการประเมินเพมิ่ เตมิ ใหเ้ ปน็ ไปตามทสี่ ถานศึกษากำหนด
1. ให้กรอกรายชื่อและจำนวนหน่วยตามรายวิชาของสถานศกึ ษาท่รี ับเข้าเรียนในใบแสดงผลการเรียนของ
สถานศึกษาที่รับเข้าเรียน โดยไม่ต้องกรอกผลการเรียน และแนบใบแสดงผลการเรียนจากสถานศึกษาเดิมและ
สถานศกึ ษาทีร่ บั เขา้ เรยี นไวด้ ว้ ยกนั และบันทกึ ผลการเทยี บโอนไว้ในชอ่ งหมายเหตุ
2. รายวชิ าทย่ี งั ไมไ่ ดต้ ดั สินผลการเรียนและสถานศึกษาที่รบั เข้าเรยี นได้ประเมนิ ผลการเรียนแล้ว ให้นำผล
การประเมินกรอกไวใ้ นชอ่ งหมายเหตุ
3.รายวชิ าที่ยงั ไม่ไดต้ ัดสินผลการเรียนจากหลักสตู รต่างประเทศท่ีสถานศกึ ษาทีร่ ับเข้าเรยี นได้ประเมินแล้ว
และได้ระดบั ผลการเรยี นให้นำมาคิดผลการเรียนเฉลี่ยรวมกบั ผลการเรยี นทไ่ี ด้จากการเรียนในสถานศึกษาท่ีรับเข้า
เรียนตลอดช่วงชน้ั
188
หมวด 5
หนา้ ที่สถานศกึ ษา
ขอ้ 1 สถานศกึ ษามีหน้าท่ีดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้เป็นไปตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐานพุทธศักราช 2551 มีกรอบการประเมิน และข้อกำหนดในการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ ที่ต้อง
ดำเนนิ การดังต่อไปน้ี
1.1 วดั และประเมนิ ผลระดับชัน้ เรยี น
ได้แก่การประเมินผลการเรียนรู้ และพัฒนาการของผู้เรียนระหว่างเรียนเพื่อหาคำตอบว่าผู้เรียนมี
ความก้าวหน้าด้านความรู้ ทักษะกระบวนการและค่านิยมอันพึงประสงค์จากการรว่ มกิจกรรมการเรียนการสอน
หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด ที่จะสะท้อนความสำเร็จในการเรียนของผู้ เรียน และ
ประสิทธิภาพในการจัดการศกึ ษาของผ้สู อน เป็นข้อมูลที่ผูเ้ ก่ียวข้องทุกฝา่ ยตอ้ งนำไปพฒั นาผเู้ รยี นใหบ้ รรลุผลตาม
ตัวชี้วัด ปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ และเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ตัดสินผลสัมฤทธิ์ของ
ผู้เรียน
1.2 วดั และประเมินผลระดับสถานศึกษา
ไดแ้ กก่ ารวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ รวมทง้ั พฒั นาการของผ้เู รียนปลายภาค และเมือ่
ส้นิ สดุ ของแตล่ ะหลักสตู ร เพอื่ นำผลไปใช้เป็นข้อมูลเพอื่ ปรบั ปรงุ ผูเ้ รียนใหม้ ีคุณภาพตามตวั ชวี้ ัดและมาตรฐานการ
เรยี นรตู้ ลอดหลักสูตร รวมท้ังการนำผลการประเมินไปใชพ้ ิจารณาตัดสนิ ผลการเรียนรายวิชา และตัดสินการจบ
หลักสตู ร
1.3 ประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ
ได้แก่ การประเมนิ คุณภาพทางการศึกษาของผูเ้ รียนทุกคนในปีสุดทา้ ยของแต่ละหลักสูตรของระดบั ชัน้
คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ ชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 6 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะกำหนดให้มีการประเมินในกลมุ่
สาระการเรยี นรู้ต่าง ๆ ตามความจำเปน็ เปน็ รายปี ข้อมูลจากการประเมินจะนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน
คณุ ภาพการจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษา และคณุ ภาพการศึกษาชาติ
1.4 ตัดสินผลการเรยี นให้ผ้เู รียนจบหลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนตน้ และจบหลกั สูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
1.4.1 ตัดสินให้ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น ตาม
เกณฑก์ ารจบหลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (ม.ต้น)
1.4.2 ตัดสินใหผ้ ู้เรยี นท่สี ำเรจ็ การศึกษาชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 จบหลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนปลาย
ตามเกณฑ์การจบหลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.ปลาย)
189
1.5 จดั ทำเอกสารหลักฐานทางการศกึ ษา
ให้สถานศึกษาจัดทำเอกสารหลกั ฐานทางการศกึ ษา เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนนิ งานเกีย่ วกบั
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และเป็นเอกสารหลกั ฐานทางการศกึ ษา ดงั นี้
1.5.1 เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาที่กระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด ไดแ้ ก่
- ระเบยี นแสดงผลการเรยี น
- ประกาศนียบตั ร
- แบบรายงานผสู้ ำเร็จการศึกษา
1.5.2 เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
1.6 การเทยี บโอนผลการเรยี น ให้สถานศึกษาดำเนินการเกย่ี วกับการเทยี บโอนผลการเรยี น ดงั นี้
1.6.1 ใหด้ ำเนินการในชว่ งกอ่ นเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก
1.6.2 ผู้เรยี นต้องศึกษาต่อเน่อื งในสถานศึกษาท่ีรบั เทียบโอนอย่างน้อย ภาคเรยี น
1.6.3 การเทยี บโอนควรกำหนดรายวิชา / จำนวนหนว่ ยกิตทีจ่ ะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม
1.6.4 การเทยี บโอนให้พิจารณาดำเนินการ ดังน้ี
- พจิ ารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอื่น ๆ
- พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผเู้ รยี น โดยการทดสอบท้ังภาคทฤษฎี
และภาคปฏิบัติ
- พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัตใิ นสภาพจริง
การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรยี นเปน็ การสอื่ สารให้ผู้ปกครองและผูเ้ รียน รบั ทราบความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้ของ
ผเู้ รียน ซ่งึ สถานศึกษาตอ้ งสรุปผลการประเมิน และจัดทำเอกสารรายงานให้ผปู้ กครองรับทราบเปน็ ระยะ ๆ หรือ
อย่างนอ้ ยภาคเรียนละ 1 คร้ัง
การรายงานผลการเรียน สามารถรายงานเป็นระดบั คณุ ภาพการปฏิบัตขิ องผู้เรยี นท่ีสะทอ้ นมาตรฐานการ
เรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
190
หมวดท่ี 6
การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
** การเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน **
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นสถานศกึ ษาจัดให้มีเวลาเรยี นสำหรบั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ปีละ 120 ชั่วโมง
(60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน) และให้สถานศกึ ษาจัดสรรเวลาให้ผเู้ รียนได้ปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมเพือ่ พฒั นาสงั คมและสาธารณประโยชน์ รวม 3 ปี จำนวน 45 ชวั่ โมง โดยจดั ให้ผ้เู รยี นเข้าร่วมกิจกรรม
ดงั นี้
1.กิจกรรมแนะแนว
2.กจิ กรรมลกู เสือ – เนตรนารี
3.กจิ กรรมชมุ นมุ
4.กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
** การประเมินผู้เรียนในการปฏิบตั ิกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น**
1. ผูเ้ รยี นตอ้ งมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างนอ้ ยร้อยละ 80 ของเวลาเรียนกิจกรรมทัง้ หมด และผู้เรียน
ต้องผ่านจดุ ประสงคส์ ำคญั ของกิจกรรมแตล่ ะกจิ กรรมให้ไดผ้ ลประเมนิ “ผ” หากไมค่ รบให้ได้ผล “มผ”
2. ผู้เรียนที่ได้รับผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน “มผ” ให้ดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน
ระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไขตามระยะเวลาที่กำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
หวั หนา้ สถานศึกษาท่ีจะพิจารณาขยายเวลาการแก้ “มผ” ออกไปอกี
191
บรรณนานกุ รม
กรมวิชาการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๔๕).เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช๒๕๔๔แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี น. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรสุ ภา
ลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพทุ ธศกั ราช๒๕๕๑.
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๓). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานพทุ ธศักราช๒๕๕๑
พิมพ์ครัง้ ที่ ๓.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย
จำกดั .
__________. (๒๕๓๕). คมู่ ือครกู ารประเมนิ ผลการเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตามหลักสูตร
ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๓๓. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พค์ ุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
กล่มุ งานพฒั นาหลกั สตู รการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานและกระบวนการเรยี นรกู้ ลุ่มนเิ ทศตดิ ตามและ ประเมินผลการ
จัดการศึกษาสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2 , กรอบหลักสูตรระดับท้องถนิ่ สำนักงานเขต
พน้ื ท่ีการศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2,
(เอกสารศน.ลำดบั ท๒่ี ๐/๒๕๕๑).
ตัวชว้ี ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีตาม หลัก สูตร แ ก น
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานพุทธศักราช 2551
ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลกั สตู รแกนการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐานพุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560)
ตัวชี้วดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลางกลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามหลักสตู รแกน
การศึกษาขนั้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2560)
ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลางกลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศตามหลักสตู ร
แกนการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551
ตัวชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางกลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทยตามหลักสูตรแกนการศึกษา
ขน้ั พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551
ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลางกลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะตามหลกั สูตรแกนการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551
ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลางกลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษาตามหลกั สตู รแกนการศึกษา
ขัน้ พืน้ ฐานพทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)
ตัวชี้วดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลางกลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศาสนาและวัฒนธรรมตามหลกั สูตรแกน
การศึกษาขัน้ พืน้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2560)
192
สำนักงานทดสอบทางการศึกษากรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๖). เอกสารหลักฐาน
การศกึ ษาตามหลกั สูตรการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐานพทุ ธศักราช๒๕๔๔. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพค์ รุ ุสภา
ลาดพร้าว.
สำนกั ทดสอบทางการศกึ ษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (๒๕๕๓). คู่มือ
พัฒนาหลักสตู รและการสอน.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .
สำนักทดสอบทางการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ.
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่การศึกษาในระบบระดับการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๗). แนวปฏิบัติเกีย่ วกบั การใช้หลกั สตู รการศกึ ษา
ขั้นพน้ื ฐานพุทธศักราช๒๕๔๔. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์องคก์ ารรบั ส่งสนิ คา้ และ
พัสดุภัณฑ.์
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐานพทุ ธศักราช๒๕๕๑,ฉบับใชใ้ นโรงเรียนโครงการ
นำรอ่ งการใชห้ ลักสตู รแกนกลางข้นั พ้นื ฐานพทุ ธศักราช๒๕๕๑.
193
ภาคผนวก