The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนภัทรอนุสรน์ฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tinnakorn Buengor, 2022-05-23 06:51:13

หลักสูตรโรงเรียนภัทรอนุสรน์ฉบับสมบูรณ์

หลักสูตรโรงเรียนภัทรอนุสรน์ฉบับสมบูรณ์

คาอธิบายรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ

รหสั วิชา ว31222 เคมี 2

ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 จานวน 3 ช่วั โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น

ศึกษา อธิบาย บอกความหมาย และคานวณเกี่ยวกับของมวลอะตอมของธาตุ มวลอะตอมเฉลี่ยของ
ธาตุ มวลโมเลกลุ มวลสูตร ปรมิ าณใดปริมาณหนงึ่ จากความสมั พันธข์ องโมล จานวนอนุภาค มวล และปรมิ าตร
ของแก๊สที่ STP อัตราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดส่วนคงท่ี สูตรอย่างง่าย
สูตรโมเลกุลของสาร ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยต่าง ๆ วิธีการเตรียมสารละลายท่ีมีความเข้มข้นใน
หน่วยโมลาริตี และปริมาตรของสารละลายตามท่ีกาหนด เปรียบเทียบจดุ เดอื ดและจุดเยือกแขง็ ของสารละลาย
กับสารบริสุทธิ์ คานวณจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลาย สัญลักษณ์ในสมการเคมี เขียนและดุลสมการ
เคมีของปฏิกิริยาเคมีบางชนิด ปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เก่ียวข้องกับมวลสาร ปริมาณของสารใน
ปฏิกิรยิ าเคมีที่เก่ียวข้องกับความเข้มข้นของสารละลาย ปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมที ี่เก่ียวข้องกบั ปริมาตร
แกส๊ ปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมีหลายขันตอน สารกาหนดปริมาณ ปริมาณสารตา่ ง ๆ ในปฏกิ ิริยาเคมีและ
ผลได้ร้อยละของผลิตภณั ฑใ์ นปฏกิ ิรยิ าเคมี

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทดลอง การสืบค้น
ข้อมูลและอภปิ ราย การจัดกระทาและวเิ คราะหข์ อ้ มลู

เพ่ือให้มีจิตวิทยาศาสตร์ ตระหนักในคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางาน
รกั ความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคานวณมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ มวลโมเลกุล และมวล
สตู ร
2. อธิบายและคานวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จานวนอนุภาค มวล และ
ปรมิ าตรของแก๊สที่ STP
3. คานวณอตั ราส่วนโดยมวลของธาตอุ งคป์ ระกอบของสารประกอบตามกฎสัดส่วนคงท่ี
4. คานวณสูตรอยา่ งงา่ ยและสตู รโมเลกลุ ของสาร
5. คานวณความเขม้ ข้นของสารละลายในหน่วยต่าง ๆ
6. อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายท่ีมีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี และปริมาตรของสารละลาย
ตามท่ีกาหนด
7. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมทังคานวณจุดเดือดและจุด
เยอื กแข็งของสารละลาย
8. แปลความหมายสญั ลักษณ์ในสมการเคมี เขยี นและดลุ สมการเคมขี องปฏกิ ิรยิ าเคมีบางชนดิ
9. คานวณปริมาณของสารในปฏกิ ิริยาเคมที ีเ่ กย่ี วข้องกับมวลสาร
10. คานวณปริมาณของสารในปฏิกริ ิยาเคมที เ่ี กย่ี วขอ้ งกับความเขม้ ข้นของสารละลาย
11. คานวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ิยาเคมีทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับปรมิ าตรแก๊ส
12. คานวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ิริยาเคมีหลายขนั ตอน
13. ระบสุ ารกาหนดปริมาณและคานวณปรมิ าณสารต่าง ๆ ในปฏิกิรยิ าเคมี
14. คานวณผลได้รอ้ ยละของผลติ ภัณฑ์ในปฏกิ ริ ิยาเคมี

รวมทัง้ หมด 14 ผลการเรยี นรู้

คาอธบิ ายรายวิชาวิทยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ

รหสั วชิ า ว31242 ชวี วทิ ยา 2

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 3 ชว่ั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ชั่วโมง / ภาคเรียน

ศึกษาเก่ียวกับโครโมโซม และสารพันธุกรรม โครงสร้างของ DNA การจาลอง DNA การควบคุม
ลักษณะทางพันธุกรรมของ DNA มิวเทชันและการเกิดมิวเทชัน ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเป็นส่วนขยายของ
พันธุศาสตร์เมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน ศึกษาเทคโนโลยีทางดเี อ็นเอ
พันธุวิศวกรรมและการโคลนยีน การหาขนาดของ DNA และการหาลาดับนิวคลีโอไทด์ การประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอและเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอกับความปลอดภัยทางชีวภาพและชีวจริยธรรม ศึกษา
เก่ียวกับวิวัฒนาการ หลักฐานและข้อมูลทีใ่ ช้ในการศึกษาวิวฒั นาการของสง่ิ มีชวี ิต แนวคิดเกี่ยวกับวิวฒั นาการ
ของสงิ่ มีชีวิต พันธุศาสตรป์ ระชากร ปัจจัยท่ที าให้เกิดการเปล่ยี นแปลงความถีแ่ อลลลี และกาเนดิ สปชี สี ์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทยี บ อธบิ าย อภปิ ราย และสรปุ

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ
สื่อสารสามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมท่เี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และสรุปผลการทดลองของเมนเดล
2. อธบิ าย และสรุปกฎแห่งการแยก และกฎแหง่ การรวมกลมุ่ อย่างอิสระ และนากฎของเมนเดลนี ไป
อธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและใชใ้ นการคานวณโอกาสในการเกดิ ฟโี นไทป์และจีโน
ไทปแ์ บบต่าง ๆ ของร่นุ F1 และ F2
3. สบื ค้นขอ้ มลู วิเคราะห์ อธิบาย และสรปุ เกยี่ วกับการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม ท่เี ปน็ สว่ น
ขยายของพันธศุ าสตร์เมนเดล
4. สบื ค้นข้อมลู วเิ คราะห์ และเปรียบเทยี บลักษณะทางพันธกุ รรมทมี่ ีการแปรผนั ไมต่ ่อเนื่องและ
ลักษณะทางพนั ธุกรรมทม่ี ีการแปรผันต่อเน่อื ง
5. อธบิ ายการถ่ายทอดยนี บนโครโมโซม และยกตัวอย่างลักษณะทางพนั ธกุ รรมที่ถกู ควบคุมด้วยยนี
บนออโตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศ
6. สืบค้นข้อมูล อธิบายสมบัติและหน้าที่ของสารพันธุกรรม โครงสร้างและองค์ประกอบทางเคมีของ
DNAและสรปุ การจาลอง DNA
7. อธบิ าย และระบุขนั ตอนในกระบวนการสงั เคราะห์โปรตนี และหนา้ ท่ีของ DNA และ RNA แตล่ ะ
ชนดิ ในกระบวนการสังเคราะห์โปรตนี
8. สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเชื่อมโยงกับ
ความรู้เร่ืองพนั ธุศาสตร์เมนเดล
9. สืบคน้ ขอ้ มลู และอธิบายการเกดิ มิวเทชันระดับยนี และระดบั โครโมโซม สาเหตุการเกิดมิวเทชัน
รวมทงั ยกตัวอย่างโรคและกลุ่มอาการที่เป็นผลของการเกิดมิวเทชัน
10. อธบิ ายหลกั การสรา้ งสิ่งมีชีวติ ดัดแปรพนั ธกุ รรมโดยใช้ดเี อ็นเอรีคอมบแิ นนท์
11. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนาเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ใช้ทังในด้าน
ส่ิงแวดล้อม นิติวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอุตสาหกรรม และข้อควรคานึงถึงดา้ นชีวจริย
ธรรม
12. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายเกีย่ วกับหลกั ฐานทส่ี นับสนนุ และข้อมลู ที่ใชอ้ ธิบายการเกิดวิวฒั นาการ
ของส่งิ มชี ีวติ
13. อธิบาย และเปรียบเทียบแนวคิดเก่ียวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตของฌอง ลามาร์กและทฤษฎี
เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสง่ิ มีชวี ิตของชาลส์ ดารว์ นิ
14. ระบุสาระสาคัญ และอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ปัจจัยที่ทาให้เกิดการ
เปล่ียนแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากร พร้อมทังคานวณหาความถ่ีของแอลลีลและจีโนไทป์ของ
ประชากรโดยใชห้ ลักของฮารด์ ี-ไวน์เบริ ก์
15. สืบคน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย และอธบิ ายกระบวนการเกิดสปีชสี ใ์ หม่ของส่งิ มชี วี ติ

รวมทง้ั หมด 15 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวิชาวิทยาศาสตร์เพมิ่ เตมิ

รหสั วชิ า ว31281 การนาเสนอสอื่ ประสม 1

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 2 ช่วั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรียน

ศึกษาความรู้เกี่ยวกับการใช้เอฟเฟ็กต์ที่มีอยู่ในการรังสรรค์ภาพใหม่ การสร้างภาพใหม่โดยการใช้
บางส่วนจากภาพอ่ืน การตกแต่งภาพตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การสร้างเอฟเฟ็กต์สาหรับงาน
คอมพิวเตอร์กราฟิก และการถ่ายภาพเคล่ือนไหว ประโยชน์ของการตัดต่อวิดีโอแบบต่าง ๆ คุณสมบัติและ
มาตรฐานของวิดีโอ ไฟล์วิดีโอ ระบบโทรทัศน์ กระบวนการตัดต่อวิดีโอ เลือกใช้โปรแกรมและคุณสมบัติของ
เคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับงานการสร้างงานวิดีโอ ศึกษาคาส่ัง เครื่องมือ การใช้งานเบืองต้น การจับ
วิดีโอ การแก้ไขไฟล์วิดีโอ การเพ่ิมเทคนิคและสีสันให้กับวิดีโอ การซ้อนวิดีโอ การจัดทาข้อความประกอบใน
งานตัดต่อวิดีโอ การใส่เสียงประกอบ ตลอดจนการนาไฟล์วิดีโอไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ โดยใช้เทคนิคท่ี
หลากหลาย

ปฏิบัติการสร้างงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก โดยใช้เคร่ืองมือมาสร้าง ตกแต่ง สร้างสรรค์
ผลงานคอมพิวเตอร์กราฟิก สามารถแกไ้ ขภาพโดยการใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิกและการตัดตอ่ วีดโี อตาม
รูปแบบและ ความคิดสร้างสรรค์ สามารถนาเอาคอมพิวเตอร์กราฟิกไปประยุกต์ใช้กับงานด้านต่างๆ ได้จริง
อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีทกั ษะกระบวนการจดั การโดยใชก้ ระบวนการเรียนรจู้ ากการปฏิบัติ

เพ่อื ให้มคี ุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มคี วามมุง่ มั่นในการทางาน ใฝ่เรยี นรู้ มคี วามคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ มี
ความรับผิดชอบ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีคุณธรรมจริยธรรมในการใช้ข้อมูลนาเสนอข้อมูลด้วย
วดิ ีโออย่างมจี ติ สานึกและมีความรบั ผิดชอบ ในการนาเสนองานวิดโี อและสร้างงานในรปู แบบที่เมาะสมเพ่ือการ
อาชพี

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายคุณสมบตั ขิ องเครอื่ งคอมพิวเตอรใ์ นงานกราฟิก
2. สรา้ งภาพโดยใชค้ าสง่ั พืนฐานจากโปรแกรมกราฟิก
3. อธบิ ายระบบการทางานของกล้องถา่ ยคลปิ วดี ีโอและสามารถใชป้ ฏบิ ตั ิการ
4. บอกขันตอนการนาคลิปวีดโี อมาตดั -ตอ่ เพ่อื การนาเสนอขอ้ มูล
5. วางแผนการนาเสนอขอ้ มลู ในรูปแบบของภาพยนตรเ์ ร่อื งสัน
6. สรา้ งแนวคิดเกี่ยวกบั งานกราฟกิ และการนาเสนอดว้ ยคอมพิวเตอร์

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ

รหัสวิชา ว32203 ฟิสกิ ส์ 3

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 4 ช่ัวโมง / สปั ดาห์

จานวน 2.0 หน่วยกติ จานวน 80 ชั่วโมง / ภาคเรียน

ศึกษาลักษณะการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย ปริมาณท่ีเกี่ยวข้องกับการเคล่ือนท่ีแบบฮาร์มอนิ
กอย่างง่าย แรงกับการส่ันของมวลติดปลายสปริงและลูกตุ้มอย่างง่าย ความถ่ีธรรมชาติและการสั่นพ้อง
ธรรมชาติของคลืน่ อัตราเร็วของคลื่น หลกั การทเ่ี กย่ี วกบั คล่ืน พฤตกิ รรมของคลน่ื แนวคดิ เกีย่ วกับแสงเชิงคลื่น
การแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่ การเลียวเบนของแสงผ่านสลิตเด่ียว การเลียวเบนของแสงผ่านเกรตติง การ
สะทอ้ นและการหักเหของแสง การมองเหน็ และการเกดิ ภาพ ภาพจากเลนส์และกระจกเงาทรงกลม แสงสีและ
การมองเหน็ แสงสี ปรากฏการณ์ธรรมชาตแิ ละการใชป้ ระโยชน์เกี่ยวกบั แสง

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกตวิเคราะห์
เปรียบเทียบอธิบาย อภปิ ราย และสรุป

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการคิดและการแก้ปัญหาสามารถ
ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองมีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. ทดลองและอธิบายการเคลื่อนท่ีแบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุ้มอย่าง
ง่าย รวมทงั คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง
2. อธบิ ายความถธ่ี รรมชาติของวตั ถแุ ละการเกดิ การสัน่ พ้อง
3. อธิบายปรากฏการณค์ ล่ืน ชนิดของคลืน่ ส่วนประกอบของคล่ืน การแผ่ของหนา้ คลน่ื ด้วยหลักการ
ของฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคล่นื ตามหลกั การซ้อนทบั พร้อมทังคานวณอตั ราเรว็ ความถ่ี
และความยาวคลื่น
4. สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลียวเบนของคลื่นผิวนา รวมทัง
คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง
5. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผ่านสลติ คู่และเกรตตงิ การเลียวเบนและการแทรกสอด
ของแสงผ่านสลิตเด่ียว รวมทังคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง
6. ทดลอง และอธิบายการสะทอ้ นของแสงท่ผี วิ วตั ถตุ ามกฎการสะท้อน เขยี นรังสขี องแสงและคานวณ
ตาแหน่งและขนาดภาพของวัตถุเม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมรวมทัง
อธิบายการนาความรู้เรื่องการสะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใช้
ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน
7. ทดลองและอธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างดรรชนหี กั เหมมุ ตกกระทบ และมมุ หักเห รวมทังอธบิ าย
ความสัมพันธ์ระหว่างความลึกจริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับหมดของแ สง
และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
8. ทดลอง และเขียนรังสีของแสงเพื่อแสดงภาพที่เกิดจากเลนส์บาง หาตาแหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ
และความสัมพันธ์ระหว่างระยะวัตถุระยะภพและความยาวโฟกัสรวมทังคานวณปริมาณต่าง ๆ ที่
เกี่ยวขอ้ งและอธิบายการนาความรเู้ รือ่ งการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใชป้ ระโยชน์
ในชวี ติ ประจาวนั
9. อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาตทิ ีเ่ ก่ียวกบั แสง เช่น รุง้ การทรงกลด มริ าจ และการเห็นท้องฟา้
เป็นสีตา่ ง ๆ ในช่วงเวลาต่างกัน
10. สงั เกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวตั ถุ การผสมสารสี และกาผสมแสงสี รวมทัง อธบิ าย
สาเหตุของการบอดสี

รวมทั้งหมด 10 ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวชิ าวทิ ยาศาสตรเ์ พิม่ เตมิ

รหัสวิชา ว32223 เคมี 3

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 3 ช่ัวโมง / สัปดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษาความสัมพันธ์และคานวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จานวนโมล หรือมวลของแก๊สโดยใช้กฎ
ของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลุสแซก กฎรวมแก๊ส กฎของอาโวกาโดร และกฎแก๊สอุดมคติ คานวณ
ความดนั ยอ่ ยหรือจานวนโมลของแก๊สในแก๊สผสมโดยใชก้ ฎความดนั ยอ่ ยของดอลตัน ศึกษาทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
การแพร่และคานวณอัตราการแพร่ของแก๊ส โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม ศึกษาปรากฏการณ์หรือการ
แก้ปัญหาในชีวติ ประจาวันและในอตุ สาหกรรมโดยใชส้ มบตั ิและกฎต่าง ๆ ของแก๊ส ศกึ ษาการเปล่ียนแปลงของ
สารในปฏกิ ิรยิ าเคมี คานวณอตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี ศกึ ษาทิศทางการชนกนั ของอนภุ าคและพลังงานท่ีส่งผล
ต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ผลของความเข้มข้นพืนที่ผิวของสารตังต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีต่อ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และการนาไปใช้ในชีวิตประจาวันหรอื อุตสาหกรรม ศึกษาความหมายของปฏิกริ ิยา
ฝันกลับได้และสภาวะสมดุล คานวณค่าคงที่สมดุลและความเข้มข้นของสารที่สมดุลของปฏิกิริยาที่มีขันตอน
เดียวและหลายขันตอน ศึกษาปัจจัยท่ีมีผลต่อสมดุลและค่าคงท่ีสมดุลตามหลักของเลอชาเตอลิเอ สมดุลเคมี
ของกระบวนการทีเ่ กดิ ขึนในสง่ิ มชี ีวติ ปรากฎการณ์ในธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอตุ สาหกรรม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย และสรุป

เพื่อให้ได้ความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารทนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ
สื่อสาร สามารถสื่อสารส่ิงที่เรยี นรูแ้ ละนาความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมท่ีเหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความสมั พนั ธ์และคานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมขิ องแก๊สที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎ
ของบอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์–ลูสแซก
2. คานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภมู ิของแกส๊ ทภ่ี าวะตา่ ง ๆ ตามกฎรวมแกส๊
3. คานวณปริมาตร ความดนั อุณหภูมิ จานวนโมล หรือมวลของแกส๊ จากความสัมพนั ธ์ตามกฎของอา

โวกาโดร และกฎแก๊สอดุ มคติ
4. คานวณความดันย่อยหรือจานวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดนั ยอ่ ยของดอลตัน
5. อธบิ ายการแพรข่ องแกส๊ โดยใช้ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส คานวณและเปรยี บเทยี บอัตราการแพรข่ องแกส๊
โดยใช้กฎการแพร่ผา่ นของเกรแฮม
6. สบื คน้ ข้อมูล นาเสนอตวั อย่าง และอธบิ ายการประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กยี่ วกบั สมบัติและกฎต่าง ๆ ของ
แกส๊ ในการอธิบายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั และในอุตสาหกรรม
7. ทดลอง และเขยี นกราฟการเพิ่มขนึ หรือลดลงของสารที่ทาการวัดในปฏิกิรยิ า
8. คานวณอัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรอื เพ่ิมขึนของสารท่ีไม่ได้วดั ใน
ปฏกิ ริ ยิ า
9. เขยี นแผนภาพ และอธบิ ายทศิ ทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานทสี่ ่งผลต่ออตั ราการ
เกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
10. ทดลองและอธบิ ายผลของความเข้มข้น พืนทผี่ วิ ของสารตังตน้ อุณหภมู ิ และตวั เรง่ ปฏิกริ ยิ าทีม่ ตี ่อ
อัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
11. เปรยี บเทยี บอัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเมื่อมกี ารเปลี่ยนแปลงความเขม้ ข้น พนื ที่ผิวของสารตงั ตน้
อณุ หภมู ิ และตวั เร่งปฏกิ ิริยา
12. ยกตัวอย่างและอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวันหรือ
อตุ สาหกรรม
13. ทดสอบและอธบิ ายความหมายของปฏิกิรยิ าผันกลบั ได้และภาวะสมดลุ
14. อธิบายการเปลยี่ นแปลงความเขม้ ขน้ ของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหนา้ และอัตราการ
เกดิ ปฏิกิริยาย้อนกลับ เม่ือเริ่มปฏกิ ิริยาจนกระทง่ั ระบบอยู่ในภาวะสมดลุ
15. คานวณค่าคงทีส่ มดุลของปฏิกริ ยิ า
16. คานวณความเข้มข้นของสารท่ภี าวะสมดุล
17. คานวณคา่ คงทส่ี มดลุ หรือความเข้มขน้ ของปฏกิ ริ ิยาหลายขนั ตอน
18. ระบปุ ัจจัยทมี่ ผี ลต่อภาวะสมดลุ และค่าคงทสี่ มดลุ ของระบบ รวมทงั คาดคะเนการเปล่ียนแปลงท่ี
เกดิ ขนึ เม่อื ภาวะสมดลุ ของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ
19. ยกตวั อยา่ งและอธบิ ายสมดุลเคมีของกระบวนการทีเ่ กิดขึนในสงิ่ มชี วี ิต ปรากฏการณ์ในธรรมชาติ
และกระบวนการในอตุ สาหกรรม

รวมท้ังหมด 19 ผลการเรยี นรู้

คาอธบิ ายรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพิม่ เตมิ

รหัสวิชา ว32243 ชวี วทิ ยา 3

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 3 ช่วั โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษาเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอกกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์พศผู้เพศเมียและการ
ปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดและโครงสร้างของเมลด็ และผลศึกษาชนิดและลักษณะของเนือเย่ือพืช โครงสร้าง
ภายในของราก ลาต้นและใบของพืช ศึกษาการแลกเปล่ียนแก็สและการคายนาของพืช กลไกการลาเลียงนา
ธาตุอาหาร และอาหารในพืช ศึกษาการทดลองของนักวิทยาศาสตรใ์ นอดีตเกยี่ วกบั กระบวนการสงั เคราะห์ด้วย
แสง กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C3 พืช C4 แลพืช CAM
ปัจจัยท่ีมีผลต่อกาสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช รวมทังศึกษาสภาพพักตัวของเมล็ดและปัจจัยที่มีผลต่อการงอก
ของเมลด็ สิ่งเร้าภายในแลภายนอกทีม่ ผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื และการนาไปใชป้ ระโยชนท์ าง

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ อธบิ าย อภิปราย และสรุป

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
รวมทังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ
ส่ือสารสามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกย่ี วกับชนิดและลักษณะของเนอื เยื่อพชื และเขยี นแผนผังเพอ่ื สรปุ ชนิดของเนอื เย่อื พชื
2. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของรากพืชใบเลียงเด่ียวและรากพืชใบเลียงคู่

จากการตัดตามขวาง
3. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของลาต้นพืชใบเลียงเดี่ยวและลาต้นพืชใบเลยี งคู่

จากการตดั ตามขวาง
4. สงั เกต และอธบิ ายโครงสรา้ งภายในของใบพืชจากการตดั ตามขวาง
5. สบื ค้นขอ้ มลู สงั เกต และอธบิ ายการแลกเปลี่ยนแกส๊ และการคายนาของพืช
6. สืบคน้ ข้อมลู และอธิบายกลไกการลาเลยี งนาและธาตุอาหารของพืช
7. สืบค้นข้อมูล อธบิ ายความสาคัญของธาตอุ าหาร และยกตวั อยา่ งธาตอุ าหารท่ีสาคัญทมี่ ีผลตอ่
การเจริญเตบิ โตของพชื
8. อธบิ ายกลไกการลาเลยี งอาหารในพชื
9. สืบค้นข้อมูล และสรุปการศึกษาที่ได้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับ
กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
10. อธบิ ายขันตอนทีเ่ กิดขึนในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช C3
11. เปรยี บเทยี บกลไกการตรงึ คาร์บอนไดออกไซดใ์ นพืช C3 พชื C4 และ พชื CAM
12. สืบคน้ ข้อมลู อภปิ ราย และสรปุ ปัจจยั ความเข้มของแสง ความเข้มขน้ ของคารบ์ อนไดออกไซด์
และอณุ หภมู ิ ทีม่ ีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
13. อธิบายวฏั จักรชีวิตแบบสลับของพชื ดอก
14. อธิบาย และเปรียบเทียบกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียของพืชดอก และ
อธบิ ายการปฏสิ นธิของพืชดอก
15. อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่างการ
ใช้ประโยชน์จากโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ของเมลด็ และผล
16. ทดลอง และอธบิ ายเกย่ี วกับปจั จัยตา่ ง ๆ ทมี่ ผี ลตอ่ การงอกของเมลด็ สภาพพักตวั ของเมลด็ และ
บอกแนวทางในการแกส้ ภาพพกั ตัวของเมล็ด
17. สืบค้นข้อมูล อธบิ ายบทบาทและหนา้ ที่ของออกซิน ไซโทไคนนิ จบิ เบอเรลลิน เอทิลนี และ
กรดแอบไซซิก และอภิปรายเกี่ยวกบั การนาไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
18. สบื คน้ ข้อมูล ทดลอง และอภปิ รายเกยี่ วกบั สง่ิ เรา้ ภายนอกทีม่ ผี ลต่อการเจรญิ เตบิ โตของพชื

รวมทัง้ หมด 18 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวชิ าวิทยาศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ

รหัสวิชา ว33204 ฟิสกิ ส์ 4

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 จานวน 4 ชัว่ โมง / สปั ดาห์

จานวน 2.0 หนว่ ยกติ จานวน 80 ชั่วโมง / ภาคเรยี น

ศึกษาการเกิดเสียง การเคลื่อนที่ของเสียง การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลียวเบน
ของคลื่นเสียง การได้ยินเสียง ความเข้มเสียง คุณภาพเสียง มลพิษทางสียง คลื่นนิ่งของเสียง การสันพ้องของ
เสียงการเกิดบีต ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลื่นกระแทกของเสียง ธรรมชาติของไฟฟ้าสถิตการเหนี่ยวนา
ไฟฟ้าสถิต กฎของคูลอมป์ สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความต่างศักย์ ความจุและพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ
การต่อตัวเก็บประจุ กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนา กฎของโอห์ม สภาพต้านทาน การต่อตัวต้านทานอีเอ็มเอฟของ
แหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้ากาลังไฟฟ้าการต่อแบตเตอร่ีการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้ากระแสตรง
การเปล่ยี นพลงั งานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีด้านพลังงาน

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทยี บความเขา้ ใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มที ักษะอธบิ าย อภปิ ราย และสรปุ

เพื่อให้เกิดความรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการคิดและการแก้ปัญหา สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรูปใช้ในชีวิตอง
ตนเอง มจี ติ วิทยา ศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการเกิดเสียง การเคลื่อนท่ีของเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างคล่ืนการกระจัดของอนุภาคกับ
คลื่นความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศท่ีขึนกับอุณหภูมิในหน่วยองศา
เซลเซียส การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเลียวเบน ของคล่ืนเสียง รวมทังคานวณปริมาณ
ต่างๆทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
2. อธิบายความเข้มเสียง ระดับเสียง องค์ประกอบของการได้ยิน คุณภาพเสียง และมลพิษทางเสียง
รวมทงั คานวณปริมาณต่างๆทเ่ี กีย่ วข้อง
3. ทดลอง และอธิบายการเกิดการส่ันพ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหน่ึงด้าน รวมทังสังเกตและ
อธิบายการเกิดบีต คลื่นนิ่ง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คล่ืนกระแทกของเสียง คานวณปริมาณต่างๆที่
เก่ียวข้อง และนาความร้เู ร่ืองเสยี งไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
4. ทดลอง และอธิบายการทาวัตถุท่ีเป็นกลางทางไฟฟ้าให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขัดสีกันและการ
เหนย่ี วนาไฟฟา้ สถิต
5. อธิบาย และคานวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคลู อมป์
6. อธิบาย และคานวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้าที่กระทากับอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าท่ีอยู่ใน
สนามไฟฟ้า รวมทังหาสนามไฟฟ้าลัพธ์เนื่องจากระบบจดุ ประจุโดยรวมกันแบบเวกเตอร์
7. อธบิ าย และคานวณพลังงานศักยไ์ ฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า และความต่างศักย์ระหว่างสองตาแหนง่ ใด ๆ
8. อธบิ ายสว่ นประกอบของตัวเก็บประจุ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประจุไฟฟ้า ความตา่ งศักย์ และความจุ
ของตวั เก็บประจุ และอธิบายพลังงานสะสมในตวั เกบ็ ประจุ และความจุสมมูล รวมทังคานวณปริมาณ
ตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
9. นาความรเู้ รอื่ งไฟฟ้าสถติ ไปอธบิ ายหลักการทางานของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าบางชนิด และปรากฏการณใ์ น
ชวี ิตประจาวัน
10. อธบิ ายการเคล่ือนทข่ี องอิเลก็ ตรอนอิสระ และกระแสไฟฟา้ ในลวดตัวนา ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนา กับความเร็วลอยเล่ือนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของ
อเิ ลก็ ตรอนในลวดตัวนาและพืนที่หนา้ ตดั ของลวดตวั นา และคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง
11. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว
พืนที่หน้าตัด และสภาพต้านทานของตัวนาโลหะที่อุณหภูมิคงตัว และคานวณปริมาณต่างๆ ที่
เกีย่ วข้อง รวมทัง อธบิ ายและคานวณตวั ตา้ นทานสมมูลเมอ่ื นาตัวต้านทานมาต่อกนั แบบอนุกรมขนาน
12. ทดลอง อธิบาย และคานวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทังอธิบายและ
คานวณพลังงานไฟฟ้า และกาลงั ไฟฟ้า
13. ทดลอง และคานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมทัง
คานวณปริมาณตา่ งๆ ท่เี ก่ียวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซ่งึ ประกอบดว้ ยแบตเตอรแ่ี ละตวั ตา้ นทาน

รวมทั้งหมด 14 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิม่ เตมิ

รหสั วิชา ว32224 เคมี 4

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 3 ชั่วโมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ชว่ั โมง / ภาคเรียน

ศึกษาทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด-ลาวรี และลิวอิส คานวณความสามารถในการแตก
ตัวหรือความแรงของกรดและเบส ค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของ
สารละลายกรดและเบส ศึกษาปฏิกริ ิยาสะเทินและปฏิกริ ิยาไฮโดรลซิ ิสของเกลือ การไทเทรต และการเลือกใช้
อินดิเคเตอร์ คานวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต ศึกษาสมบัติ
และองคป์ ระกอบของสารละลายบัฟเฟอร์ รวมทงั การนาความร้เู ก่ียวกับกรด-เบสไปใช้ประโยชน์

ศึกษาเลขออกซิเดชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ตัวรีดิวซ์ ตัวออกซิไดส์ คร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชันและคร่ึง
ปฏิกริ ยิ ารดี กั ชันของปฏกิ ิริยารดี อกซ์ เปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็ ตัวรีดวิ ซห์ รือตวั ออกซไิ ดส์ การเขียน
และดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชันและวิธีคร่ึงปฏิกิริยา ศึกษาเซลล์เคมีไฟฟ้าและการเขียน
แผนภาพเซลล์ คานวณคา่ ศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลล์ ศึกษาหลกั การทางานของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติย
ภูมิ หลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใช้ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทาโลหะให้บริสุทธิ์และ
การป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ รวมทังความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เก่ียวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้าใน
ชีวติ ประจาวัน

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสงั เกต วเิ คราะห์
เปรียบเทียบ อธบิ าย อภปิ ราย และสรปุ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ มี
ทักษะปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทังทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศด้านการ
คิดและการแก้ปัญหา ด้านการสือ่ สาร สามารถสอื่ สารสง่ิ ทเ่ี รียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเอง มจี ิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. ระบุและอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบส โดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด-ลาวรี
และลวิ อิส
2. ระบคุ ูก่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
3. คานวณและเปรยี บเทียบความสามารถในการแตกตัวของกรดและเบส
4. คานวณค่า pH ความเขม้ ข้นของไฮโดรเนยี มไอออนหรอื ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและ
เบส
5. เขียนสมการเคมแี สดงปฏิกริ ยิ าสะเทิน และระบคุ วามเปน็ กรด-เบสของสารละลายหลงั การสะเทนิ
6. เขียนปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลซิ สิ ของเกลอื และระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลอื
7. ทดลองและอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสาหรับการไทเทรต
กรด-เบส
8. คานวณปริมาณสารหรือความเขม้ ขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
9. อธบิ ายสมบตั ิ องคป์ ระกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์
10. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชนแ์ ละการแก้ปัญหา โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด–
เบส
11. คานวณเลขออกซเิ ดชนั และระบุปฏิกิรยิ าทีเ่ ปน็ ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์
12. วิเคราะห์การเปล่ียนแปลงเลขออกซิเดชัน และระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทังเขียนครึ่ง
ปฏกิ ริ ิยาออกซเิ ดชนั และคร่งึ ปฏกิ ิริยารดี กั ชนั ของปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์
13. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์ และเขียนแสดง
ปฏกิ ิริยารดี อกซ์
14. ดลุ สมการรีดอกซ์ดว้ ยการใชเ้ ลขออกซเิ ดชนั และวธิ ีครง่ึ ปฏกิ ริ ยิ า
15. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า และเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด
ปฏกิ ริ ิยารวม และแผนภาพเซลล์
16. คานวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขัวไฟฟ้า และ
ปฏิกิริยาเคมที ่เี กิดขึน
17. อธิบายหลกั การทางานและเขียนสมการแสดงปฏิกริ ยิ าของเซลลป์ ฐมภมู ิและเซลลท์ ุติยภมู ิ
18. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใช้ในการ
ชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทาโลหะให้บริสุทิธ์ และการป้องกันการกัดกร่อนของ
โลหะ
19. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้าใน
ชีวติ ประจาวัน

รวมทั้งหมด 19 ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ

รหสั วชิ า ว32244 ชีววิทยา 4

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 จานวน 3 ชว่ั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ชว่ั โมง / ภาคเรียน

ศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ โครงสร้างและกระบวนการ
แลกเปล่ียนแก๊สของสัตว์และมนุษย์ การทางานของปอดและการวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของ
มนษุ ย์ ศกึ ษาระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบเปิดและระบบหมุนเวยี นเลือดแบบปดิ ในสัตว์ โครงสรา้ งและการทางาน
ของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ เซลล์เม็ดเลือดชนิดต่างๆ หมู่เลือดและหลักการให้และรับเลือดในระบบ
ABO และระบบ Rh สว่ นประกอบและหน้าท่ีของนาเหลือง โครงสรา้ งและหน้าที่ของหลอดนาเหลือง และต่อม
นาเหลือง ศึกษากลไกการต่อต้านหรือทาลายส่ิงแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะและแบบจาเพาะ การสร้าง
ภมู คิ ุ้มกันก่อเองและภมู ิคุม้ กันรบั มา และความผิดปกตขิ องระบบภมู ิค้มุ กนั รวมทังศึกษาเกี่ยวกบั โครงสรา้ งและ
หน้าทใ่ี นการกาจัดของเสียออกจากร่างกายของสัตว์ โครงสรา้ งและหน้าท่ีของไต กลไกการทางานของหน่วยไต
และโครงสรา้ งที่ใช้ลาเลียงปัสสาวะออกจากร่างกายของมนษุ ย์ และความผิดปกติของไตจากโรคตา่ งๆ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทยี บ อธบิ าย อภิปราย และสรุป

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ
ส่ือสารสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสร้าง และกระบวนการยอ่ ยอาหารของสัตว์ทไ่ี ม่มี
ทางเดนิ อาหาร สัตวท์ ี่มีทางเดินอาหารแบบไมส่ มบรู ณ์และสัตว์ทมี่ ที างเดนิ อาหารแบบสมบูรณ์
2. สังเกต อธบิ าย การกนิ อาหารของไฮดราและพลานาเรยี
3. อธิบายเกยี่ วกับโครงสร้าง หน้าทแี่ ละกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายใน
ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์
4. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างที่ทาหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สของฟองนา ไฮดรา
พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง ปลา กบ และนก
5. สังเกต และอธบิ ายโครงสรา้ งของปอดในสัตว์เลียงลกู ด้วยนานม
6. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปล่ียนแก๊ส และกระบวนการแลกเปล่ียนแก๊สของ
มนษุ ย์
7. อธบิ ายการทางานของปอด และทดลองวดั ปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์
8. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือด
แบบปิด
9. สังเกต และอธบิ ายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคล่ือนท่ขี องเซลลเ์ ม็ดเลือดในหางปลาและ
สรุป
ความสมั พันธ์ระหว่างขนาดของหลอดเลือดกับความเรว็ ในการไหลของเลือด
10. อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์
11. สงั เกต และอธบิ ายโครงสร้างหวั ใจของสัตว์เลียงลูกดว้ ยนานม ทศิ ทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจ
ของมนษุ ย์และเขยี นแผนผงั สรุปการหมนุ เวียนเลอื ดของมนุษย์
12. สืบคน้ ข้อมูล ระบุความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลอื ดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาวเพลตเลต และพลาสมา
13. อธบิ ายหมูเ่ ลือดและหลักการใหแ้ ละรบั เลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของนาเหลือง รวมทังโครงสร้างและหน้าท่ีของ
หลอดนาเหลอื ง และต่อมนาเหลอื ง
15. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบกลไกการต่อต้านหรือทาลายสิง่ แปลกปลอมแบบไมจ่ าเพาะ
และแบบจาเพาะ
16. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบาย และเปรยี บเทียบการสร้างภมู คิ มุ้ กันกอ่ เองและภูมคิ ุ้มกันรบั มา
17. สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันท่ีทาให้เกิดเอดส์ภูมิแพ้การ
สรา้ งภูมติ า้ นทานต่อเนือเยอ่ื ตนเอง
18. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าท่ีในการกาจัดของเสียออกจากร่างกาย
ของฟองนา ไฮดรา พลานาเรียไส้เดอื นดนิ แมลง และสตั วม์ กี ระดูกสนั หลัง

รวมทัง้ หมด 21 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวชิ าวิทยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ

รหสั วิชา ว32282 การนาเสนอสอ่ื ประสม 2

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 2 ช่วั โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.0 หน่วยกติ จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

อธิบาย แนวคิด หลักการ การสร้างสื่อมัลติมีเดีย การทางานเก่ียวกับรูปภาพ การใช้สี การวาดภาพ
ตกแต่งภาพ การสร้างตัวอักษร หลักพืนฐานในการสร้างภาพเคลื่อนไหว อธิบาย ส่วนประกอบของโปรแกรม
Adobe Animate แถบคาสั่ง (Menu Bar) แถบเคร่ืองมือ (Tool Bars) กล่องเครื่องมือ (Toolbox) เป็นส่วน
สาหรับแสดงรายการคาส่ังตา่ งๆ ของโปรแกรม อธบิ าย วธิ ีการสร้าง Animation การสรา้ งภาพเคล่อื นไหวแบบ
Frame By Frame ภ า พ เ ค ลื่ อ น ไ ห ว แ บ บ Motion Tween ภ า พ เ ค ลื่ อ น ไ ห ว แ บ บ Shape Tween
ภาพเคล่ือนไหว แบบ Classic Tween ประยุกต์ ใช้ความรู้ในการสร้าง Storyboard การเขียนภาพน่ิงและ
ข้อความเพื่อกาหนดแนวทางในการถ่ายทาหรอื ผลติ ภาพเคลอ่ื นไหวในรูปแบบต่างๆ

โดยใช้ทักษะกระบวนการอภิปราย กระบวนการค้นคว้า นาเสนอ เผยแพร่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้
เรียนรู้ผ่านกระบวนการฝึกปฏิบัติอย่างเป็นขันตอน และกระบวนการทางานเป็นทีม เพื่อให้ผู้เรียนมีความรัก
ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่อื สตั ย์สุจรติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย และ
มจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายแนวคิด หลกั การ การสรา้ งส่อื มลั ตมิ ีเดียได้
2. นกั เรยี นสามารถนาเสนอแผนผงั ความคดิ การใช้โปรแกรม Adobe Animate ได้
3. นักเรยี นสามารถอธิบายสว่ นประกอบของโปรแกรม Adobe Animate ได้
4. นกั เรยี นสามารถวาดการต์ ูนด้วยโปรแกรม Adobe Animate ได้
5. นักเรยี นสามารถอธิบายวิธกี ารสร้างแอนิเมช่ันรปู แบบต่างๆได้
6. นกั เรียนสามารถสร้างแอนิเมชั่นรูปแบบต่างๆได้
7. นกั เรยี นสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรใู้ นการสร้าง Storyboard ได้
8. นักเรยี นสามารถสร้างงานแอนเิ มชน่ั และนาเสนอผลงานได้

รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวชิ าวิทยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ

รหสั วชิ า ว33205 ฟสิ กิ ส์ 5

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 4 ชว่ั โมง / สปั ดาห์

จานวน 2.0 หน่วยกติ จานวน 80 ช่ัวโมง / ภาคเรียน

ศกึ ษาสนามแมเ่ หล็ก แรงแม่เหล็ก โมเมนตข์ องแรงค่คู วบกระทากบั ขดลวดท่ีมีกระแสไฟฟา้ ผ่านเม่ืออยู่
ในสนามแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนา อเี อม็ เอฟเหนย่ี วนา ไฟฟา้ กระแสสลับ ความรอ้ น แกส๊ อดุ มคติ ทฤษฎี
จลน์ของแก๊ส ของแข็ง สภาพยืดหยุ่นของของแข็ง ความตึงผิว ความหนืดของของเหลว ความดันในของไหล
แรงพยงุ ของไหลอดุ มคติ สมการความตอ่ เนอ่ื ง และสมการแบร์นลู ี

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทยี บ อธบิ าย อภิปรายและสรปุ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ

มีทักษะปฏิบัติการทาง วิทยาศาสตร์ รวมทังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ใน
ชวี ิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. สงั เกตและอธบิ ายเส้นสนามแมเ่ หล็ก อธิบายและคานวณฟลักซ์แม่เหล็กในบรเิ วณที่กาหนด รวมทัง
สังเกต และอธิบายสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาเสน้ ตรงและโซเลนอยด์
2. อธิบายและคานวณแรงแม่เหล็กท่ีกระทาต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคล่ือนที่ในสนามแม่เหล็ก แรง
แม่เหล็ก ที่กระทาต่อเส้นลวดท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและวางในสนามแม่เหล็ก รัศมีความโค้งของการ
เคลื่อนท่ีเม่ือประจุเคลื่อนที่ตังฉากกับสนามแม่เหล็ก รวมทังอธิบายแรงระหว่างเส้นลวดตัวนาคู่ขนาน
ท่ีมกี ระแสไฟฟา้ ผ่าน
3. อธิบายหลักการทางานของแกลแวนอมิเตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทังคานวณปริมาณ
ตา่ งๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
4. สังเกตและอธิบายการเกดิ อีเอม็ เอฟเหน่ยี วนา กฎการเหนีย่ วนาของฟาราเดย์ และคานวณปรมิ าณ
ตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง รวมทงั นาความร้เู ร่ืองอเี อม็ เอฟเหนยี่ วนาไปอธิบายการทางานของเครื่องใช้ไฟฟ้า
5. อธบิ ายและคานวณความต่างศกั ยอ์ ารเ์ อม็ เอส และกระแสไฟฟ้าอารเ์ อ็มเอส
6. อธิบายหลักการทางานและประโยชน์ของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส การแปลงอีเอ็ม
เอฟของหม้อแปลง และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง
7. อธิบายและคานวณความร้อนที่ทาให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ ความร้อนท่ีทาให้สสารเปลี่ยนสถานะ
และความร้อนที่เกิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน
8. อธิบายกฎของแกส๊ อดุ มคตแิ ละคานวณปริมาณต่าง ๆ ท่เี กีย่ วขอ้ ง
9. อธิบายแบบจาลองของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส และอัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของโมเลกุลของ
แกส๊ รวมทังคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
10. อธิบายและคานวณงานที่ทาโดยแก๊สในภาชนะปิดโดยความดันคงตัว และอธิบายความสัมพันธ์
ระหว่างความร้อน พลังงานภายในระบบ และงาน รวมทังคานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง และนา
ความร้เู รอื่ งพลังงานภายในระบบไปอธิบายหลกั การทางานของเครื่องใช้ในชวี ติ ประจาวัน
11. อธิบายสภาพยืดหยุ่นและลักษณะการยืดและหดตัวของวัสดุท่ีเป็นแท่งเมื่อถูกกระทาด้วยแรงค่า
ต่าง ๆ รวมทังทดลอง อธบิ ายและคานวณความเค้นตามยาว ความเครยี ดตามยาว และมอดลุ สั ของยัง
และนาความรเู้ ร่อื งสภาพยดื หย่นุ ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
12. อธิบายและคานวณความดันเกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมทังอธิบาย
หลักการทางานของแมนอมเิ ตอร์ บารอมิเตอร์ และเคร่อื งอัดไฮดรอลกิ
13. ทดลอง อธบิ ายและคานวณขนาดแรงพยุงจากของไหล
14. ทดลองอธิบายและคานวณความตึงผวิ ของของเหลวรวมทงั สังเกตและอธบิ ายแรงหนืดของเหลว
15. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเน่ือง และสมการแบร์นูลลี รวมทังคานวณ
ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และนาความรู้เก่ียวกับสมการความต่อเนื่องและสมการแบรน์ ูลลีไปอธิบาย
หลักการทางานของอปุ กรณต์ ่าง ๆ

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวชิ าวิทยาศาสตร์เพมิ่ เตมิ

รหสั วิชา ว33225 เคมี 5

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 3 ช่ัวโมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น

ศกึ ษาสารประกอบอนิ ทรีย์ การเกดิ พันธะโคเวเลนต์ของสารประกอบอินทรยี ์ การแสดงโครงสร้างของ
สารประกอบอินทรีย์ดว้ ยสตู รโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเสน้ การเรียกชอ่ื
สารประกอบอินทรีย์ตามระบบ IUPAC ไอโซเมอริซึม สมบัติเกี่ยวกับจุดเดือดและการละลายในนาของ
สารประกอบอินทรีย์ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน และปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยา
การ ไฮโดรลิซิสของเอสเทอร์และเอไมด์ ปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน รวมทังการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้
ประโยชน์

ศึกษาพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ท่ีเป็น
สารตังต้น ศึกษาพอลิเมอร์ธรรมชาติ และพอลิเมอร์สังเคราะห์ ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ ความสัมพันธ์ของ
โครงสร้างของพอลิเมอร์กับสมบัติของพอลิเมอร์ และการนาไปใช้ประโยชน์ พอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติก และ
พลาสตกิ เทอรม์ อเซต การปรับปรงุ สมบัติของพอลิเมอร์โดยการเติมสารเติมแตง่ การปรบั เปล่ยี นโครงสร้างของ
พอลิเมอร์ การสังเคราะห์พอลิเมอร์ชนิดใหม่ ผลกระทบของการใช้ และการกาจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ต่อ
ส่ิงมชี ีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม รวมทงั การป้องกนั และแกไ้ ข

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะการปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทัง ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสาร สิ่งท่ีเรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของ
ตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรยี ์ที่มีพันธะเด่ียว พันธะคู่ หรือพันธะสามทีพ่ บ
ในชีวิตประจาวนั
2. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบ
อินทรยี ์
3. วิเคราะหโ์ ครงสรา้ ง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมฟู่ ังก์ชนั
4. เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่าง ๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่
ตามระบบ IUPAC
5. เขยี นไอโซเมอรโ์ ครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรีย์ประเภทตา่ ง ๆ
6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในนาของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน
ขนาดโมเลกลุ หรือโครงสร้างตา่ งกนั
7. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้
ปฏกิ ริ ยิ ากบั โบรมนี หรอื ปฏกิ ิรยิ ากับโพแทสเซยี มเปอรแ์ มงกาเนต
8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์
ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลิซิส และปฏิกริ ยิ าสะปอนนิฟิเคชัน
9. ทดสอบปฏกิ ิรยิ าเอสเทอริฟิเคชนั ปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลซิ สิ และปฏิกริ ยิ าสะปอนนิฟเิ คชัน
10. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน
และอุตสาหกรรม
11. ระบปุ ระเภทของปฏิกิรยิ าการเกิดพอลิเมอรจ์ ากโครงสรา้ งของมอนอเมอร์หรือพอลเิ มอร์
12. วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทังการ
นาไปใช้ประโยชน์
13. ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสติกและผลิตภณั ฑย์ าง รวมทงั การนาไปใช้ประโยชน์
14. อธิบายผลของการปรบั เปลี่ยนโครงสรา้ ง และการสงั เคราะหพ์ อลเิ มอร์ทีม่ ีตอ่ สมบัตขิ องพอลิเมอร์
15. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกาจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และ
แนวทางแกไ้ ข

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวชิ าวทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ

รหัสวชิ า ว33245 ชวี วิทยา 5

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 จานวน 3 ชั่วโมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

อธิบาย อภิปราย และบอกความสาคัญเกี่ยวกับสืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและ
หน้าทขี่ องระบบประสาทของไฮดราพลานาเรีย ไส้เดอื นดนิ กุ้ง หอย แมลงและสตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั โครงสร้าง
และหน้าที่ของเซลล์ประสาการเปล่ียนแปลงของศักย์ไฟฟ้าท่ีเย่ือหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไกการ
ถ่ายทอดกระแสประสาท และสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก
โครงสร้างและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลางสมองส่วนหลัง และไขสันหลัง
ยกตัวอย่างการทางานของระบบประสาทโซมาติก และระบบประสาทอัตโนวัติ โครงสร้างและหน้าที่ของตา หู
จมูกลิน และผิวหนังของมนุษย์ยกตัวอย่างโรคต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง และบอกแนวทางในการดูแลป้องกัน และ
รักษา การหาตาแหน่งของจุดบอดโฟเวีย และความไวในการรับสัมผัสของผิวหนัง โครงสร้างและหน้าที่ของ
อวัยวะท่ีเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของแมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไส้เดือนดินแมลง ปลา และนก โครงสร้าง
และหน้าท่ีของกระดูกและกล้ามเนือที่เก่ียวข้องกับการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนท่ีของมนุษย์ การทางานของ
ข้อต่อชนิดต่าง ๆ และการทางานของกล้ามเนือโครงร่างท่ีเก่ียวข้องกับการเคล่ือนไหวและการเคลื่อนที่ของ
มนุษย์ ยกตัวอย่างการสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศในสัตว์ โครงสร้างและหน้าท่ี
ของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุเพศชายและระบบสืบพันธ์ุเพศหญิง กระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการสร้าง
เซลล์ไข่และการปฏิสนธิในมนุษย์ เขียนแผนผังสรุปหน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนือเย่ือท่ีสร้าง
ฮอร์โมน การเจริญเติบโตระยะเอ็มบรโิ อและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่และมนุษย์ ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่
เป็นมาแต่กาเนิดและพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ของสัตว์ ยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับ
วิวัฒนาการของระบบประสาท การสือ่ สารระหว่างสัตวท์ ่ีทาให้สตั วแ์ สดงพฤติกรรม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสืบค้นข้อมูล
กระบวนการทดลอง กระบวนการสังเกต กระบวนการเขียนแผนภาพ กระบวนการอภิปราย กระบวนการ
อธบิ ายและสรุปเนอื หา

เพ่ือให้มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันใน
การทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมีจิตสาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดราพลานา
เรีย ไสเ้ ดือนดิน กงุ้ หอย แมลงและสตั ว์มกี ระดูกสนั หลัง
2. อธบิ ายเกยี่ วกบั โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องเซลลป์ ระสาท
3. อธิบายเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงของศักย์ไฟฟ้าท่ีเย่ือหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไกการ
ถ่ายทอดกระแสประสาท
4. อธบิ าย และสรปุ เกย่ี วกับโครงสร้างของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก
5. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลางสมอง
สว่ นหลงั และไขสันหลงั
6. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทางานของระบบประสาทโซมาติก และ
ระบบประสาทอตั โนวตั ิ
7. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของตา หูจมูกลิน และผิวหนังของมนุษย์ยกตัวอย่างโรค
ต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง และบอกแนวทางในการดแู ลปอ้ งกัน และรกั ษา
8. สังเกต และอธิบายการหาตาแหนง่ ของจุดบอดโฟเวีย และความไวในการรับสัมผสั ของผิวหนัง
9. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะท่ีเก่ียวข้องกับการเคล่ือนที่
ของแมงกะพรนุ หมกึ ดาวทะเล ไสเ้ ดอื นดนิ แมลง ปลา และนก
10.สืบค้นข้อมูล และอธิบายโครงสร้างและหน้าท่ีของกระดูกและกล้ามเนือท่ีเกี่ยวข้องกับการ
เคล่อื นไหวและการเคล่ือนที่ของมนุษย์
11. สังเกต และอธิบายการทางานของข้อต่อชนิดต่าง ๆ และการทางานของกล้ามเนือโครงร่างที่
เก่ียวขอ้ งกับการเคลอื่ นไหวและการเคลื่อนทขี่ องมนุษย์
12. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และยกตวั อยา่ งการสืบพันธ์ุแบบไม่อาศยั เพศและการสืบพนั ธุ์แบบอาศัยเพศ
ในสตั ว์
13. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุเพศชายและระบบสืบพันธุ์
เพศหญงิ
14. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการสร้างเซลลไ์ ข่และการปฏสิ นธิในมนุษย์
15. อธิบายการเจรญิ เตบิ โตระยะเอม็ บรโิ อและระยะหลงั เอ็มบริโอของกบ ไกแ่ ละมนุษย์
16. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรุปหน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนือเย่ือท่ีสร้าง
ฮอรโ์ มน
17. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างพฤติกรรมท่ีเป็นมาแต่กาเนิดและพฤติกรรมท่ี
เกิดจากการเรียนรู้ของสตั ว์
18. สบื คน้ ขอ้ มูลอธิบายและยกตัวอย่างความสัมพันธร์ ะหวา่ งพฤติกรรมกับวิวฒั นาการระบบประสาท
19. สบื ค้นขอ้ มูลอธบิ ายและยกตัวอยา่ งการส่อื สารระหวา่ งสัตว์ท่ีทาให้สตั วแ์ สดงพฤตกิ รรม

รวมทั้งหมด 19 ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ

รหัสวิชา ว33206 ฟสิ กิ ส์ 6

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 จานวน 4 ชวั่ โมง / สัปดาห์

จานวน 2.0 หน่วยกติ จานวน 80 ชั่วโมง / ภาคเรียน

ศึกษาการเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สเปกตรัมของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า โพลาไรเซชันของคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า การส่ือสารโดยอาศัยคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า สมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบว์
ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค เสถียรภาพของนิวเคลียร์ กัมมันตภาพรังสี
ปฏกิ ริ ิยานิวเคลยี ร์ พลังงานนวิ เคลยี ร์และฟสิ ิกส์อนภุ าค

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ

มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ใน
ชวี ติ ของตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชิงเส้น
และแผ่นโพลารอยด์ รวมทังอธิบายการนาคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความถ่ีต่างๆไปประยุกต์ใช้และ
หลกั การทางานของอปุ กรณ์ท่เี กี่ยวข้อง
2. สืบค้นและอธิบายการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศ และ
เปรยี บเทยี บการสอ่ื สารด้วยสญั ญาณแอนาล็อกกับสัญญาณดิจิทลั
3. อธิบายสมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบว์ และการเกิดเส้นสเปกตรัมของอะตอม
ไฮโดรเจน รวมทังคานวณปรมิ าณต่างๆที่เก่ียวขอ้ ง
4. อธบิ ายปรากฏการณโ์ ฟโตอิเล็กทริกและคานวณพลงั งานโฟตอน พลงั งานจลน์ของโฟโตอิเล็กตรอน
และฟงั ก์ชันงานของโลหะ
5. อธิบายทวภิ าวะของคลนื่ และอนุภาค รวมทงั อธิบายและคานวณความยาวคลืน่ เดอบรอยล์
6. อธิบายกัมมนั ตภาพรังสีและความแตกตา่ งของรังสีแอลฟา บีตาและแกมมา
7. อธิบายและคานวณกัมมันตภาพของนิวเคลียสกัมมันตรังสี รวมทังทดลอง อธิบาย และคานวณ
จานวนนวิ เคลยี สกัมมนั ตรังสที เี่ หลือจากการสลายและครงึ่ ชีวิต
8. อธิบายแรงนิวเคลียร์ เสถียรภาพของนิวเคลยี ส และพลังงานยึดเหนี่ยว รวมทังคานวณปริมาณตา่ ง
ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง
9. อธิบายปฏิกิริยานิวเคลียร์ ฟิชชัน และฟวิ ชัน รวมทังคานวณพลังงานนวิ เคลียร์
10. อธบิ ายประโยชน์ของพลงั งานนวิ เคลียร์และรังสี รวมทงั อันตรายและการปอ้ งกนั รังสใี นด้านต่างๆ
11. อธิบายการค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาค แบบจาลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชน์จากการ
ค้นคว้าวิจยั ดา้ นฟิสกิ สอ์ นภุ าคในด้านตา่ ง ๆ

รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มเตมิ

รหสั วิชา ว33226 เคมี 6

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 3 ชัว่ โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น

ศึกษาการนา ความรู้ทางเคมีไปใช้ประโยชน์หรือแก้ปัญหา ศึกษาการแก้ปัญหาสถานการณ์หรือ
ประเด็นท่ีสนใจโดยการบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับวทิ ยาศาสตร์แขนงอื่น รวมทังคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี
โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ศึกษาการนาเสนองานหรือการแสดง
ผลงานโดยใช้เทคฌนโลยีสารสนเทศประกอบการนาเสนอ รวมทังศึกษาเข้าร่วมสัมมนา ประชุมเชิงวิชาการ
หรือนิทรรศการแสดงผลงาน

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทยี บ อธบิ าย อภิปราย และสรุป

เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทกั ษะการปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์
รวมทัง ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการ
สื่อสาร สามารถสื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. กาหนดปัญหาและนาเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยใชค้ วามรู้ทางเคมีจากสถานการณ์ท่ีเกิดขึนใน
ชีวติ ประจาวนั การประกอบอาชพี หรอื อุตสาหกรรม
2. แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอื่น รวมทังทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและ
ความคดิ สร้างสรรค์ เพือ่ แก้ปญั หาในสถานการณ์หรอื ประเด็นทสี่ นใจ
3. นาเสนอผลงานหรือชินงานที่ได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจ โดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
4. แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเข้าร่วมประชุมวิชาการ หรือการแสดงผลงาน
สิง่ ประดิษฐ์ในงานนิทรรศการ

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ

รหัสวิชา ว33246 ชวี วทิ ยา 6

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 3 ช่วั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

อธิบาย อภิปราย และบอกความสาคญั เกยี่ วกับเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพ และความเช่อื มโยง
ระหว่างความหลากหลาย ทางพันธุกรรม ความหลากหลายของสปีชีส์ และความหลากหลายของระบบนิเวศ
ภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก การเกิดสปีชีส์ใหม่ ความหลากหลายทางชีวภาพ กาเนิดของส่ิงมีชีวิต ความ
หลากหลายของส่ิงมีชีวิต อนุกรมวิธาน กระบวนการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ การเกิดไบโอแมกนิฟิเค
ชัน และบอกแนวทางในการลดการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชัน วัฏจักรไนโตรเจน วัฏจักรกามะถัน และวัฏจักร
ฟอสฟอรสั ไบโอมทก่ี ระจายอยู่ตามเขตภมู ิศาสตร์ต่าง ๆ บนโลก การเปลย่ี นแปลงแทนที่แบบปฐมภมู ิและ การ
เปลี่ยนแปลงแทนท่ีแบบทุติยภูมิ ผลกระทบที่เกิดจากการทาลายป่าไม้ รวมทังเสนอแนวทาง ในการป้องกัน
การทาลายป่าไม้และการอนุรักษ์ป่าไม้ ปัญหาผลกระทบท่ีทาให้สัตว์ป่ามีจานวนลดลง และแนวทางในการ
อนรุ กั ษ์สตั ว์ป่า

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสืบค้นข้อมูล
กระบวนการทดลอง กระบวนการสังเกต กระบวนการเขียนแผนภาพ กระบวนการอภิปราย กระบวนการ
อธบิ ายและสรุปเนือหา

เพ่ือให้มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน
การทางาน รกั ความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. อภิปรายความสาคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และความเชื่อมโยงระหว่างความ
หลากหลาย
ทางพันธุกรรม ความหลากหลายของสปชี สี ์ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ
2. อธบิ ายการเกิดเซลล์เรม่ิ แรกของสิ่งมชี ีวติ และวิวฒั นาการของส่ิงมชี ีวติ เซลลเ์ ดียว
3. อธบิ ายลกั ษณะสาคัญและยกตวั อย่างสงิ่ มีชวี ิตกลมุ่ แบคทเี รยี ส่งิ มีชีวิตกลมุ่ โพรทิสต์ สิง่ มชี วี ิต
กลุม่ พืช สง่ิ มีชวี ติ กลุ่มฟงั ไจ และสิ่งมชี วี ติ กลุ่มสตั ว์
4. อธิบาย และยกตัวอย่างการจาแนกสงิ่ มีชีวิตจากหมวดหมู่ใหญ่จนถงึ หมวดหมู่ย่อย และวิธกี ารเขยี น
ช่อื วิทยาศาสตรใ์ นลาดบั ขนั สปีชีส์
5. สร้างไดโคโทมสั คียใ์ นการระบสุ ง่ิ มชี วี ติ หรือตัวอย่างท่ีกาหนดออกเป็นหมวดหมู่
6. วิเคราะห์ อธบิ าย และยกตวั อย่างกระบวนการถา่ ยทอดพลังงานในระบบนิเวศ
7. อธบิ ายยกตัวอย่างการเกดิ ไบโอแมกนิฟเิ คชัน บอกแนวทางในการลดการเกิดไบโอแมกนิฟเิ คชนั
8. สืบค้นข้อมูล และเขียนแผนภาพเพ่ืออธิบายวัฏจักรไนโตรเจน วัฏจักรกามะถัน และวัฏจักร
ฟอสฟอรสั
9. สืบค้นขอ้ มลู ยกตัวอยา่ ง และอธบิ ายลักษณะของไบโอมท่ีกระจายอย่ตู ามเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆ บน
โลก
10. สบื คน้ ขอ้ มลู ยกตัวอย่าง อธบิ าย และเปรียบเทียบการเปลยี่ นแปลงแทนท่แี บบปฐมภูมแิ ละ
การเปลย่ี นแปลงแทนทแ่ี บบทุติยภมู ิ
11. สืบค้นข้อมลู อธิบายยกตัวอยา่ งสรปุ เกี่ยวกบั ลกั ษณะเฉพาะของประชากรของส่งิ มีชวี ติ บางชนิด
12. สืบค้นข้อมลู อธิบาย เปรียบเทยี บ และยกตวั อยา่ งการเพ่ิมของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชยี ลและ
การเพิ่มของประชากรแบบลอจสิ ติก
13. อธบิ าย และยกตวั อยา่ งปจั จัยทคี่ วบคมุ การเติบโตของประชากร
14. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปญั หาการขาดแคลนนา การเกดิ มลพษิ ทางนา และผลกระทบท่มี ตี ่อ
มนุษยแ์ ละสงิ่ แวดล้อม รวมทงั เสนอแนวทางการวางแผนการจัดการนาและการแก้ไขปัญหา
15. วเิ คราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปญั หามลพิษทางอากาศ และผลกระทบท่มี ตี อ่ มนุษย์และส่ิงแวดล้อม
รวมทังเสนอแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
16. วเิ คราะห์ อภปิ ราย และสรุปปญั หาท่เี กดิ กับทรัพยากรดิน และผลกระทบทีม่ ีต่อมนุษยแ์ ละ
สง่ิ แวดล้อม รวมทงั เสนอแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
17. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรปุ ปญั หาผลกระทบท่ีเกดิ จากการทาลายป่าไม้ รวมทังเสนอแนวทาง
ในการป้องกันการทาลายป่าไม้และการอนรุ กั ษ์ป่าไม้
18. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหาผลกระทบทที่ าให้สัตวป์ ่ามจี านวนลดลง และแนวทางในการ
อนุรักษ์สตั วป์ า่

รวมทั้งหมด 18 ผลการเรยี นรู้

105

โครงสรา้ งหลกั สตู ร
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

 รหสั วชิ า
 ชือ่ วิชา
 จานวนช่วั โมงท่เี รยี น / สัปดาห์
 จานวนหน่วยกติ
 คาอธบิ ายรายวิชา
 ตวั ชีว้ ัด / ผลการเรยี นรู้

โครงสร้างหลกั สูตรรายวิชาพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม

โรงเรียนภทั รอนสุ รณร์ ะดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย

ลำดับท่ี ระดับชัน้ รหสั วิชำ ชอื่ วิชำ จำนวน ชม./ จำนวน
ทเ่ี รียน สปั ดำห์ หนว่ ยกิต
3 1.5
1 ม.4 ส31101 สงั คมศึกษำ 1 3 1.5
ส31102 สังคมศึกษำ 2 3 1.5
2 ม.4 ส32101 สงั คมศึกษำ 3 3 1.5
ส32102 สังคมศึกษำ 4 2 1.0
3 ม.5 ส33101 ประวตั ิศำสตร์ 1 2 1.0
ส33102 ประวัตศิ ำสตร์ 2 6 หนว่ ยกติ
4 ม.5 รำยวิชำสังคม ศำสนำและวฒั นธรรม 2 หน่วยกติ
รำยวชิ ำประวตั ศิ ำสตร์
5 ม.6

6 ม.6

รวมหน่วยกิต

โครงสรา้ งหลกั สูตรรายวิชาเพม่ิ เตมิ กลุม่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา

ศาสนาและวัฒนธรรม

โรงเรยี นภัทรอนุสรณร์ ะดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

ลาดบั ท่ี รหสั วชิ า ชือ่ วิชา จานวน ชม./ จานวน
สปั ดาห์ หน่วยกิต
1
2 ส30231 หนำ้ ทพ่ี ลเมือง 1 1 0.5
3
4 ส30232 หนำ้ ที่พลเมือง 2 1 0.5
5
6 ส30233 หนำ้ ทพ่ี ลเมือง 3 1 0.5
7
8 ส30234 หนำ้ ท่ีพลเมือง 4 1 0.5
9
10 ส31231 กำรป้องกันกำรทุจรติ 1 1 0.5
11
12 ส31232 กำรปอ้ งกนั กำรทจุ ริต 2 1 0.5
13
14 ส32231 กำรปอ้ งกนั กำรทุจรติ 3 1 0.5
15
16 ส32232 กำรปอ้ งกนั กำรทุจริต 4 1 0.5
17
18 ส33231 กำรปอ้ งกนั กำรทจุ ริต 5 1 0.5
19
20 ส33232 กำรป้องกนั กำรทจุ รติ 6 1 0.5
21
22 ส30201 ศำสนำสำกล 2 1.0
23
24 ส30202 หลักกำรดำรงชวี ิตในสังคม 2 1.0

ส30203 วฒั นธรรมและศำสนำ 2 1.0

ส30221 ววิ ฒั นำกำรกำรปกครองไทย 2 1.0

ส30222 กฎหมำยทป่ี ระชำชนควรรู้ 2 1.0

ส30223 มนษุ ย์กับสงั คม 2 1.0

ส30224 สทิ ธิมนุษยชน 2 1.0

ส30231 โลกอำเซยี น 1 0.5

ส30232 ภูมศิ ำสตรก์ ำยภำพ 2 1.0

ส30241 กำรเงนิ กำรธนำคำรและกำรคลงั 2 1.0

ส30242 เศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 1.0

ส30247 เศรษฐกิจอำเซียน 2 1.0

ส30261 ประวัตสิ ังคมและวฒั นธรรมไทย 2 1.0

ส30262 เหตกุ ำรณป์ ัจจบุ ัน 2 1.0

คาอธิบายรายวิชาสังคมศึกษาพ้นื ฐาน

รหัสวิชา ส 31101 สงั คมศึกษา 1

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์

1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ช่วั โมง/ภาคเรยี น

อธิบำย วิเครำะห์ สงั คมชมพูทวปี คตคิ วำมเชือ่ ทำงศำสนำสมัยก่อนพระพุทธเจ้ำหรือสงั คมสมยั ของศำสดำ
ท่ตี นนบั ถือ อธิบำย วเิ ครำะห์ พระพุทธเจ้ำในฐำนะเปน็ มนุษย์ผูฝ้ กึ ตนได้อยำ่ งสูงสดุ ในกำรตรสั รู้ กำรก่อตั้ง วิธกี ำร
สอนและกำรเผยแผพ่ ระพุทธศำสนำ หรอื วิเครำะหป์ ระวตั ิศำสดำท่ีตนนบั ถอื ตำมท่กี ำหนด อธิบำย วิเครำะห์พุทธ
ประวัตดิ ำ้ นกำรบรหิ ำร และกำรธำรงรักษำศำสนำ หรอื วิเครำะหป์ ระวตั ิศำสดำที่ตนนบั ถือ ตำมท่ีกำหนด อธบิ ำย
วิเครำะหข์ ้อปฏิบตั ิทำงสำยกลำงในพระพุทธศำสนำ หรือแนวคดิ ของศำสนำทีต่ นนับถอื ตำมที่กำหนด อธบิ ำย
วเิ ครำะหก์ ำรพัฒนำศรัทธำ และปัญญำท่ีถูกตอ้ งในพระพุทธศำสนำ หรอื แนวคิดของศำสนำท่ตี นนับถือ ตำมท่ี
กำหนด อธบิ ำย วิเครำะห์ลักษณะประชำธิปไตยในพระพทุ ธศำสนำ หรือแนวคิดของศำสนำที่ตนนบั ถอื ตำมท่ี
กำหนด อธบิ ำย วิเครำะหห์ ลักกำรของพระพทุ ธศำสนำกับหลกั วทิ ยำศำสตร์ หรอื แนวคิดของศำสนำท่ตี นนบั ถอื
ตำมท่กี ำหนด อธิบำย วเิ ครำะห์กำรฝกึ ฝนและพฒั นำตนเอง กำรพง่ึ ตนเอง และกำรมุ่งอิสรภำพในพระพุทธศำสนำ
หรอื แนวคดิ ของศำสนำทตี่ นนับถอื ตำมทก่ี ำหนด อธิบำย วเิ ครำะห์พระพุทธศำสนำวำ่ เป็นศำสตร์แหง่ กำรศึกษำซึ่ง
เนน้ ควำมสัมพนั ธข์ องเหตุปัจจยั กบั วิธีกำรแกป้ ญั หำ หรือแนวคดิ ของศำสนำทีต่ นนบั ถือตำมทก่ี ำหนด อธิบำย
วเิ ครำะหพ์ ระพุทธศำสนำในกำรฝึกตนไม่ใหป้ ระมำท มุ่งประโยชน์และสนั ติภำพบคุ คล สังคมและโลก หรือแนวคิด
ของศำสนำท่ตี นนับถือตำมท่ีกำหนด อธบิ ำย วเิ ครำะห์พระพุทธศำสนำกบั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งและกำร
พฒั นำประเทศแบบยั่งยืน หรอื แนวคดิ ของศำสนำท่ตี นนับถือตำมทีก่ ำหนด อธบิ ำย วเิ ครำะห์ควำมสำคญั ของ
พระพุทธศำสนำเกีย่ วกบั กำรศกึ ษำที่สมบรู ณ์ กำรเมืองและสนั ตภิ ำพ อธิบำย วิเครำะห์หลักธรรมในกรอบ อริยสจั 4
หรือหลกั คำสอนของศำสนำท่ีตนนบั ถือ อธิบำย วิเครำะหข์ ้อคดิ และแบบอย่ำงกำรดำเนนิ ชวี ิตจำกประวตั ิสำวก
ชำดก เรือ่ งเล่ำ และศำสนิกชนตวั อย่ำง ตำมที่กำหนด อธบิ ำย วเิ ครำะห์คณุ ค่ำและควำมสำคัญของกำรสังคำยนำ
พระไตรปฎิ ก หรอื คัมภรี ข์ องศำสนำท่ตี นนับถือ และกำรเผยแผ่ อธิบำย วิเครำะห์ เช่ือม่ันตอ่ ผลของกำรทำควำมดี
ควำมชัว่ สำมำรถวเิ ครำะห์สถำนกำรณ์ท่ตี ้องเผชิญ และตดั สนิ ใจเลอื กดำเนินกำรหรือปฏบิ ัตติ นไดอ้ ย่ำงมเี หตุผล
ถูกต้องตำมหลักธรรม จรยิ ธรรม และกำหนดเป้ำหมำย บทบำทกำรดำเนินชวี ติ เพื่อกำรอย่รู ่วมกนั อยำ่ งสนั ตสิ ุข และ
อยูร่ ่วมกันเป็นชำติอยำ่ งสมำนฉนั ท์ อธบิ ำยอธบิ ำยประวตั ศิ ำสดำของศำสนำอื่นๆ โดยสังเขป ตระหนกั ในคณุ ค่ำและ
ควำมสำคัญของคำ่ นิยมจริยธรรมทเี่ ป็นตวั กำหนดควำมเชื่อและพฤตกิ รรมทีแ่ ตกตำ่ งกนั ของศำสนิกชนศำสนำต่ำงๆ
เพอื่ ขจัดควำมขดั แย้งและอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอยำ่ งสันติสุข เห็นคณุ คำ่ เชื่อมนั่ และมุ่งม่ันพัฒนำชวี ติ ด้วยกำรพฒั นำ

จิตและพฒั นำกำรเรยี นรดู้ ้วยวธิ คี ิดแบบโยนิโสมนสิกำร หรอื กำรพฒั นำจติ ตำมแนวทำงของศำสนำ ทีต่ นนับถอื สวด
มนต์ แผเ่ มตตำ และบริหำรจติ และเจริญปัญญำตำมหลักสตปิ ฏั ฐำน หรือตำมแนวทำงของศำสนำทตี่ นนบั ถือ
อธิบำย วเิ ครำะห์หลักธรรมสำคญั ในกำรอย่รู ว่ มกันอยำ่ งสนั ตสิ ขุ ของศำสนำอืน่ ๆ และชักชวน ส่งเสริม สนบั สนุนให้
บคุ คลอน่ื เหน็ ควำมสำคัญของกำรทำควำมดีต่อกนั เสนอแนวทำงกำรจดั กจิ กรรม ควำมรว่ มมอื ของทกุ ศำสนำใน
กำรแกป้ ัญหำและพัฒนำสงั คม ปฏิบัตติ นเป็นศำสนกิ ชนที่ดตี อ่ สำวก สมำชกิ ในครอบครวั และคนรอบข้ำง ปฏิบตั ิ
ตนถกู ต้องตำมศำสนพิธีพธิ ีกรรมตำมหลกั ศำสนำที่ตนนบั ถือ แสดงตนเปน็ พุทธมำมกะหรือแสดงตนเป็นศำสนกิ ชน
ของศำสนำท่ตี นนับถอื อธิบำย วิเครำะห์หลกั ธรรม คตธิ รรมท่ีเกี่ยวเน่อื งกับวนั สำคัญทำงศำสนำ และเทศกำลที่
สำคญั ของศำสนำที่ตนนับถือ และปฏิบตั ติ นได้ถกู ต้อง สัมมนำและเสนอแนะแนวทำงในกำรธำรงรักษำศำสนำท่ีตน
นับถอื อนั ส่งผลถึงกำรพัฒนำตน พฒั นำชำติและโลก

โดยใชก้ ระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรประเมินสถำนกำรณ์ กระบวนกำรนำเสนอ กระบวนกำรสบื ค้น
กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสรำ้ งควำมคิดรอบยอด กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ และกระบวนกำรใช้สอ่ื ICT

เพอ่ื ใหเ้ กดิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ประกอบดว้ ย รกั ชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ มีวนิ ัย
ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพยี ง มุง่ มนั่ ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ และกำรสนบั สนนุ ให้ผ้อู น่ื ประพฤติ
ตนเป็นพลเมืองดี นำควำมรมู้ ำปรับใชใ้ นกำรดำเนนิ ชีวิตทจ่ี ะตอ้ งรับผลกระทบจำกกำรเปลย่ี นแปลงทำงสงั คม
เศรษฐกิจและกำรเมอื งของโลกปจั จบุ ัน ชว่ ยใหส้ งั คมเกิดควำมสงบสุข

ตัวช้ีวัด
ส 1.1. ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9,
ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13, ม.4-6/14, ม.4-6/15, ม.4-6/16, ม.4-
6/17, ม.4-6/18, ม.4-6/19 ม.4-6/20, ม.4-6/21, ม.4-6/22
ส 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5

รวม 27 ตัวช้ีวดั

คาอธิบายรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน

รหัสวิชา ส 31102 สงั คมศกึ ษา 2

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 จานวน 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์

1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ชวั่ โมง/ภาคเรียน

อธบิ ำย วเิ ครำะห์ กฎหมำยทเี่ กี่ยวข้องกบั ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน ประเทศชำติและสงั คมโลก อธบิ ำย
วเิ ครำะห์ ควำมสำคัญของโครงสร้ำงทำงสังคม กำรขัดเกลำทำงสงั คม และกำรเปล่ียนแปลงทำงสังคม อธบิ ำย
วิเครำะห์ควำมจำเป็นท่ตี ้องมีกำรปรับปรุงเปลย่ี นแปลงและอนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทยและกำรเลือกรบั วฒั นธรรมสำกล
อธิบำย วเิ ครำะห์ ปัญหำทำงกำรเมืองทสี่ ำคัญในประเทศ จำกแหลง่ ข้อมลู ต่ำง ๆ พรอ้ มท้ังเสนอแนวทำงแก้ไข
อธบิ ำย วิเครำะห์ ควำมสำคัญและควำมจำเปน็ ที่ต้องธำรงรักษำไวซ้ ่ึงกำรปกครองตำมระบอบประชำธิปไตย อันมี
พระมหำกษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข/อธิบำย วิเครำะห์ กำรตรวจสอบกำรใชอ้ ำนำจรัฐ

โดยใชก้ ระบวนกำรปฏบิ ตั ิ กระบวนกำรประเมนิ สถำนกำรณ์ กระบวนกำรนำเสนอ กระบวนกำรสืบคน้
กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสร้ำงควำมคดิ รอบยอด กระบวนกำรคดิ วิเครำะห์ และกระบวนกำรใช้สื่อ ICT

เพือ่ ให้เกิดคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประกอบดว้ ย รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสัตย์สจุ ริต มีวนิ ยั
ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อยำ่ งพอเพยี ง มุ่งม่นั ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ นำควำมรู้มำปรบั ใชใ้ นกำรดำเนิน
ชวี ติ ทีต่ อ้ งรบั ผลกระทบจำกกำรเปลยี่ นแปลงทำงสังคม เศรษฐกิจและกำรเมืองของโลกปัจจุบนั ชว่ ยให้สงั คมสงบ
สุข

ตวั ชวี้ ัด
ส 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5
ส.2.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4

รวม 9 ตัวช้ีวดั

คาอธิบายรายวิชาสังคมศกึ ษาพนื้ ฐาน

รหัสวิชา ส 32101 สงั คมศกึ ษา 3

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 3 ชัว่ โมง / สัปดาห์

1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ช่ัวโมง / ภาคเรียน

เขำ้ ใจลักษณะทำงกำยภำพของโลกและควำมสัมพันธ์ของสรรพสิง่ ซงึ่ มผี ลต่อกันใช้แผนท่ีและเคร่ืองมือทำง
ภมู ิศำสตรใ์ นกำรคน้ หำ วิเครำะห์ และสรปุ ข้อมลู ตำมกระบวนกำรทำงภูมิศำสตรต์ ลอดจนใชภ้ มู ิสำรสนเทศอย่ำงมี
ประสทิ ธิภำพ โดยกำรศกึ ษำกำรใช้เครื่องมือทำงภมู ิศำสตรใ์ นกำรรวบรวม วิเครำะห์ และนำเสนอข้อมลู ภูมิ
สำรสนเทศ ศึกษำปัญหำทำงกำยภำพหรอื กำรเกิดภยั พบิ ัติทำงธรรมชำติเปน็ ผลมำจำกอิทธพิ ลของสภำพภมู ิศำสตร์
ศึกษำกำรเปลีย่ นแปลงทำงธรรมชำติท่ีเกดิ ขนึ้ บนโลกเปน็ ผลมำจำกกำรกระทำของธรรมชำตแิ ละกำรกระทำของ
มนษุ ย์ ซง่ึ สง่ ผลกระทบกำรกำรดำเนินชวี ิต และเข้ำใจปฏิสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งมนุษย์กับสง่ิ แวดลอ้ มทำงกำยภำพที่
ก่อใหเ้ กิดกำรสรำ้ งสรรคว์ ถิ กี ำรดำเนนิ ชวี ติ มีจติ สำนึกและมสี ว่ นรว่ มในกำรจัดกำรทรัพยำกรและสิ่งแวดล้อมเพอ่ื
กำรพฒั นำท่ีย่ังยืน โดยกำรศกึ ษำปัญหำสงิ่ แวดล้อมของไทยและของโลกหลำยด้ำนส่งผลกระทบต่อวถิ ีกำรดำเนนิ
ชวี ิต กำรอนรุ กั ษ์ทรัพยำกร ธรรมชำติและสงิ่ แวดล้อมท่ตี ้องอำศยั ควำมร่วมมอื ขององค์กรภำครฐั และเอกชนทั้งใน
และระหวำ่ งประเทศกำรศึกษำแก้ปัญหำสิง่ แวดล้อมและกำรดำเนินชีวิตตำมแนวทำงกำรอนรุ กั ษ์ เปน็ กำรแก้ปัญหำ
และกำรพฒั นำทยี่ ั่งยนื

โดยใชก้ ระบวนกำรคิดอย่ำงเปน็ ระบบ วธิ ีกำรสอนแบบแกป้ ญั หำ (problem solving method) หรือ
วธิ กี ำรสอนแบบสบื เสำะหำควำมรู้ (inquiry method) เป็นตวั กระตนุ้ ผูเ้ รยี น และสอดแทรกทักษะท่ีสำคัญ ได้แก่
กำรสังเกต (observation) กำรแปลควำมข้อมูลทำงภูมศิ ำสตร์ (interpretation of geographic data) กำรใช้
เทคนคิ และเคร่ืองมือทำงภมู ิศำสตร์ (using geographic technique and equipment) กำรคดิ เชิงพืน้ ที่ (spatial
thinking) กำรคดิ แบบองคร์ วม (holistic thinking) กำรใชเ้ ทคโนโลยี (using technology) กำรใช้สถิติพ้ืนฐำน
(using basic statistics)

เพื่อให้เกดิ ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจและตระหนงั ถงึ ควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพปัญหำทำง
กำยภำพและภยั พิบัติ ซ่ึงได้รับอทิ ธพิ ลจำกปัจจยั ทำงภมู ิศำสตร์ ปฏิสมั พันธ์ระหว่ำงสิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพกบั กำร
สร้ำงสรรคว์ ถิ ีกำรดำเนนิ ชวี ติ ควำมรว่ มมอื ดำ้ นทรัพยำกรและส่งิ แวดล้อมในประเทศและระหว่ำงประเทศ
เพื่อเตรียมรบั มือกำรเปลย่ี นแปลงของโลกและกำรจดั กำรทรพั ยำกรและสิง่ แวดลอ้ มเพื่อกำรพัฒนำอย่ำงยัง่ ยืน
และเสนอแนวทำงกำรแกป้ ญั หำและกำรพฒั นำส่งิ แวดลอ้ มในกำรดำเนนิ ชวี ิตตำมแนวทำงกำรอนรุ ักษ์ท่ยี ่ังยนื
มีคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
ตัวชว้ี ัด ส 5.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ส 5.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4
รวม 7 ตวั ชว้ี ัด

คาอธิบายรายวิชาสังคมศกึ ษาพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ส 32102 สงั คมศึกษา 4

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 3 ช่วั โมง / สัปดาห์

1.5 หนว่ ยกิต จานวน 60 ชัว่ โมง / ภาคเรียน

เข้ำใจและสำมำรถบริหำรจดั กำรทรัพยำกรในกำรผลิตและกำรบรโิ ภค กำรใช้ทรัพยำกรที่มีอยจู่ ำกัดได้
อยำ่ งมีประสิทธภิ ำพและคุ้มค่ำ รวมทง้ั เขำ้ ใจหลักกำรของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพ่ือกำรดำรงชวี ติ อยำ่ งมีดลุ ยภำพ และ
เขำ้ ใจระบบและสถำบันทำงเศรษฐกจิ ตำ่ ง ๆ ควำมสมั พันธ์ทำงเศรษฐกิจและควำมจำเปน็ ของกำรรว่ มมือกนั ทำง
เศรษฐกิจในสังคมโลก

โดยใชก้ ระบวนกำรคิดอยำ่ งเป็นระบบ วิธีกำรสอนแบบแก้ปญั หำ (problem solving method) วิธกี ำร
สอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ (inquiry method) และกำรจัดกำรเรยี นรู้แบบรว่ มมือ (Cooperative Learning) โดย
จัดสถำนกำรณ์และบรรยำกำศใหน้ ักเรยี นเกดิ กำรเรยี นรรู้ ่วมกัน ฝึกใหน้ ักเรยี นทีม่ ลี กั ษณะแตกต่ำงกันท้งั สติปัญญำ
และควำมถนดั ร่วมกันทำงำนเปน็ กลมุ่ รว่ มกนั ศึกษำคน้ คว้ำ

เพื่อให้เกดิ ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจและไดร้ ับกำรส่งเสริมให้มีนิสัยทีด่ ใี นกำรบรโิ ภค เลือกและตัดสนิ ใจบริโภคได้
อย่ำงเหมำะสม มจี ิตสำนกึ และมกี ำรบริหำรจัดกำรทรัพยำกรที่มีอย่อู ยำ่ งจำกัดอยำ่ งมีประสิทธิภำพ กำรดำรงชีวิต
อยำ่ งมดี ุลยภำพ และกำรนำหลักเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน

ตวั ชวี้ ัด
ส 3.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4
ส 3.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3

รวม 7 ตวั ช้ีวัด

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 คาอธบิ ายรายวชิ าสังคมศึกษาพื้นฐาน
1.5 หนว่ ยกติ รหสั วิชา ส 33101 ประวัติศาสตร์ 1

จานวน 3 ชวั่ โมง / สัปดาห์
จานวน 60 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

อธบิ ำยประวัติควำมเป็นมำ พร้อมทง้ั ศกึ ษำ วิเครำะห์ ควำมสำคัญของเวลำและยุคสมัยทำงประวตั ิศำสตร์
ที่แสดงถงึ กำรเปลีย่ นแปลงของมนุษยชำติ สรำ้ งองค์ควำมรู้ใหม่ดว้ ยข้นั ตอนและวิธกี ำรทำงประวัติศำสตรอ์ ย่ำงมี
ระบบ คุณค่ำและประโยชน์ของวธิ กี ำรทำงประวัติศำสตร์ทีม่ ตี ่อกำรศึกษำทำงประวตั ศิ ำสตร์ ประเดน็ สำคญั ทำง
ประวัตศิ ำสตรต์ ั้งแต่ควำมเป็นมำของชำตไิ ทยสมยั ก่อนอำณำจักรสุโขทัยจนถึงกำรเปลี่ยนแปลงกำรปกครอง
ควำมสำคัญของสถำบนั พระมหำกษตั ริย์ต่อชำติไทย ปัจจัยทสี่ ง่ เสรมิ กำรสรำ้ งสรรคภ์ ูมิปญั ญำไทยและวัฒนธรรม
ไทยซึง่ มีผลตอ่ สังคมไทยในยคุ ปัจจบุ ัน บทบำทของสถำบันพระมหำกษัตริยใ์ นกำรพัฒนำชำตไิ ทยในด้ำนต่ำงๆ
อทิ ธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ตกและตะวันออกที่มีต่อสังคมไทย ผลงำนของบคุ คลสำคัญท้ังชำวไทยและต่ำงประเทศ
ท่ีมสี ว่ นสรำ้ งสรรค์วัฒนธรรมไทยและประวัตศิ ำสตรไ์ ทย ปจั จัยและบุคคลทีส่ ่งเสริมสรำ้ งสรรค์ภมู ปิ ัญญำไทย และ
วัฒนธรรมไทยท่ีมผี ลต่อสังคมไทยในปัจจบุ ัน สภำพแวดล้อมท่ีมผี ลต่อกำรสร้ำงสรรค์ภูมปิ ัญญำและวฒั นธรรมไทย
กำรกำหนดแนวทำงและกำรมีส่วนร่วมอนุรกั ษภ์ มู ิปัญญำไทยและวัฒนธรรมไทย

โดยใช้วิธีกำรทำงประวตั ศิ ำสตร์ กระบวนกำรคิด วิเครำะห์ กระบวนกำรสืบคน้ ข้อมลู กระบวนกำรปฏิบัติ
กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์ กระบวนกำรแกป้ ญั หำ กระบวนกำรกลมุ่ วำงแผนกำหนด
แนวทำงในกำรอนรุ ักษ์ ทง้ั ยงั สำมำรถใช้เครื่องมือสื่อสำร และเทคโนโลยมี ำชว่ ยในกำรสืบค้นข้อมลู ทำง
ประวตั ศิ ำสตร์

เพอื่ ให้เกดิ ควำมร้คู วำมเข้ำใจตระหนักในควำมสำคัญของกำรศกึ ษำประวตั ศิ ำสตร์ชำติไทย เกิดควำมรัก
ควำมภำคภูมใิ จและธำรงควำมเปน็ ไทย มีคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ในด้ำนรกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสตั ยส์ ุจรติ
มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ รักควำมเป็นไทย มุ่งม่นั ในกำรทำงำน

ตวั ชี้วดั ส4.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 รวม 7 ตวั ชวี้ ัด
ส4.3 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4 ม. 4-6/5

คาอธบิ ายรายวชิ าสังคมศึกษาพืน้ ฐาน

รหสั วิชา ส 33102 ประวัติศาสตร์ 2

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์

1.5 หนว่ ยกิต จานวน 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน

ศกึ ษำ วเิ ครำะห์ ควำมสำคญั ของเวลำและยุคสมยั ทำงประวัตศิ ำสตร์ท่ีแสดงถึงกำรเปลี่ยนแปลงของ
มนุษยชำติ วเิ ครำะห์ อำรยธรรมยุคโบรำณ อำรยธรรมของโลกตะวันตก อำรยธรรมเมโสโปเตเมยี อำรยธรรม
อยี ิปต์ อำรยธรรมในตะวันออกกลำง อำรยธรรมกรีกและอำรยธรรมโรมัน อำรยธรรมของโลกตะวนั ออก อำรยธรรม
จีน อำรยธรรมอนิ เดีย กำรตดิ ต่อระหวำ่ งโลกตะวนั ออก กบั โลกตะวนั ตก และอทิ ธิพลทม่ี ีผลต่อกำรพฒั นำและ
เปล่ียนแปลงของโลก วเิ ครำะหเ์ หตกุ ำรณ์สำคัญในสมยั กลำง ระบอบกำรปกครองแบบฟิวดลั สงครำมครูเสด กำร
ฟืน้ ฟูศิลปะวทิ ยำกำร กำรสำรวจทำงทะเล กำรล่ำอำณำนิคม กำรปฏริ ูปศำสนำ กำรปฏิวัติวิทยำศำสตร์ กำรปฏิวตั ิ
อตุ สำหกรรม แนวคิดเสรีนิยม แนวคิดจกั รวรรดินยิ ม แนวคดิ ชำตนิ ิยม แนวคิดสังคมนยิ ม ที่สง่ ผลต่อกำร
เปล่ียนแปลงทำงสงั คม เศรษฐกิจ และกำรเมืองเข้ำสโู่ ลกปัจจุบัน วิเครำะหผ์ ลกระทบของกำรขยำยอิทธิพลของ
ประเทศในยโุ รปในเรอ่ื งของขัดแยง้ จนนำไปสู่ สงครำมโลกครง้ั ที่ 1 สงครำมโลกครง้ั ท่ี 2 สงครำมโลกเยน็ องคก์ ำร
ระหว่ำงประเทศ ท่มี ผี ลกระทบตอ่ ทวีปอเมรกิ ำ แอฟริกำ และเอเชีย วเิ ครำะห์สถำนกำรณ์สำคัญด้ำนกำรเมืองกำร
ปกครอง ด้ำนเศรษฐกจิ ด้ำนสังคมและสิง่ แวดล้อม ของโลกในคริสต์ศตวรรษท่ี 21

โดยใช้วธิ ีกำรทำงประวัตศิ ำสตร์ กระบวนกำรคดิ สืบค้นข้อมลู กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรทำงสงั คม
กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์ กระบวนกำรแกป้ ัญหำ กระบวนกำรกลุ่ม

เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจตระหนักในควำมสำคัญของกำรศึกษำประวตั ิศำสตร์ ให้ผู้เรยี นมคี ุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์ ประกอบดว้ ย รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์สจุ ริต มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ รักควำมเป็นไทย
มุ่งมนั่ ในกำรทำงำน มีจติ สำธำรณะ และอยู่อย่ำงพอเพียง

ตัวชี้วัด
ส4.1 ม.4-6/1
ส4.2 ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4

รวม 4 ตัวชี้วดั

ชัน้ มัธยมตอนปลาย คาอธิบายรายวิชาสังคมศึกษาเพ่ิมเตมิ
0.5 หนว่ ยกิต รหัสวชิ า ส30231 หน้าทีพ่ ลเมอื ง 1

จานวน 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์
จานวน 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน

อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคญั ของแนวทำงกำรมสี ่วนร่วมและแนะนำผอู้ ื่นให้อนรุ กั ษม์ ำรยำทไทย
อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรสืบสำน ประยกุ ต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมิปัญญำไทย อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรอยู่ร่วมกนั และกำรเคำรพในควำม
หลำกหลำยในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม อธบิ ำยควำมสำคัญของกำรอยรู่ วมกันอย่ำงสันติ และพ่ึงพำซ่ึงกันและกนั อธบิ ำย
ควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรมวี ินยั ในตนเอง

โดยใช้กระบวนกำรกลุ่มทม่ี ุง่ เน้นให้นักเรียนทำงำนเป็นทมี กระบวนกำรคิดวเิ ครำะห์ คดิ สรำ้ งสรรค์คดิ
อย่ำงมีวจิ ำรณญำณ กระบวนกำรลงมือปฏบิ ัติ กระบวนกำรแกป้ ัญหำ กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กระบวนกำร
ทำงสังคม กระบวนกำรใช้เทคโนโลยี อินเตอรเ์ น็ต หนงั สอื พิมพ์ ข้อมลู สอื่ ตำ่ ง ๆ สำมำรถวำงแผนกำรทำงำนในกำร
สบื คน้ แหลง่ เรียนรู้อยำ่ งหลำกหลำย นำเสนอและเผยแพร่ข้อมลู

เพ่ือให้นักเรยี นมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประกอบดว้ ย รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ

มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มน่ั ในกำรทำงำนอยู่อยำ่ งพอเพียง รักควำมเปน็ ไทย และมจี ติ สำธำรณะ

ผลการเรยี นรู้
1. มสี ่วนร่วมและแนะนำผู้อน่ื ใหอ้ นรุ กั ษ์ และเผยแพรม่ ำรยำทไทยสสู่ ำธำรณะ
2. เหน็ คณุ คำ่ อนุรักษ์ สืบสำน ประยุกต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม
และภมู ิปัญญำไทย
3. ยอมรับในอัตลกั ษณ์และเคำรพในควำมหลำกหลำยในสังคมพหุวัฒนธรรม
4. เหน็ คุณคำ่ ของกำรอยู่รวมกันอย่ำงสันติ และพ่ึงพำซง่ึ กันและกัน
5. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ัยในตนเอง

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาสังคมศึกษาเพิม่ เตมิ

รหสั วิชา ส30232 หน้าทีพ่ ลเมือง 2

ชั้นมธั ยมตอนปลาย จานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

0.5 หนว่ ยกิต จานวน 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

อธิบำยควำมหมำย ควำมสำคญั และแนวทำงกำรมสี ว่ นร่วมในกำรจดั กิจกรรมสนับสนุนใหผ้ ู้อ่ืนแสดงออก
ถึงควำมรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริย์ อภิปรำยและเสนอแนวทำงกำรนำพระบรมรำโชวำท หลกั กำรทรงงำน
หลกั ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงไปใชเ้ ป็นแบบอย่ำงในชีวติ ประจำวัน อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำร
รเู้ ท่ำทนั สอื่ ขำ่ วสำร นำไปใชค้ ำดกำรณเ์ หตุกำรณล์ ่วงหน้ำบนพ้ืนฐำนของข้อมลู ในชวี ิตประจำวนั อภิปรำยเสนอ
แนวทำงกำรกำรเปน็ แบบอยำ่ งและกำรส่งเสริมสนบั สนุนให้ผอู้ ่นื เปน็ พลเมืองดีตำมวิถปี ระชำธิปไตยเพอื่
วิพำกษว์ ิจำรณ์ประเด็นนโยบำย อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรมี สว่ นร่วมและตัดสินใจเลือกต้ังอยำ่ ง
มวี จิ ำรณญำณ

โดยใชก้ ระบวนกำรกลุ่มทม่ี งุ่ เนน้ ให้นกั เรยี นทำงำนเปน็ ทมี กระบวนกำรคดิ วเิ ครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์

คดิ อย่ำงมีวจิ ำรณญำณ กระบวนกำรปฏบิ ตั ิ กระบวนกำรเผชิญสถำนกำรณ์ กระบวนกำรแกป้ ัญหำ กระบวนกำร

สบื เสำะหำควำมรู้ กระบวนกำรแสดงบทบำทสมมติ กระบวนกำรวิพำกษว์ ิจำรณ์ กระบวนกำร ใช้

เทคโนโลยี อนิ เตอรเ์ น็ต หนังสือพิมพ์ ข้อมูลต่ำง ๆ ในกำรสบื คน้ และเผยแพรข่ ้อมลู

เพ่ือใหผ้ ู้เรียนปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมืองดีในระบอบประชำธิปไตยอนั มีพระมหำกษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
มีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ประกอบด้วย กำรแสดงออกถึงควำมรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริย์
มคี วำมซื่อสตั ย์สุจริต มวี ินยั ในตนเอง ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่นั ในกำรทำงำนตั้งใจปฏบิ ัตหิ นำ้ ทีท่ ไ่ี ดร้ บั มอบหมำย
อยู่อย่ำงพอเพียงตำมหลกั ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง รักควำมเป็นไทย และมจี ิตสำธำรณะ

ผลการเรยี นรู้

1. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่ำง มสี ว่ นร่วมในกำรจัดกจิ กรรม และสนบั สนนุ ให้ผู้อ่ืนแสดงออกถึงควำมรักชำติ
ยึดมนั่ ในศำสนำ และเทิดทูนในสถำบันพระมหำกษัตริย์

2. ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอยำ่ ง ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่ พระบรมรำโชวำท หลักกำรทรงงำน และหลักปรัชญำ
ของเศรษฐกิจพอเพียง

3. รู้ทนั ขำ่ วสำรและรทู้ นั ส่ือ คำดกำรณเ์ หตกุ ำรณ์ล่วงหน้ำบนพนื้ ฐำนของข้อมลู

4. ปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่ำง และส่งเสริมสนับสนุนให้ผอู้ น่ื เปน็ พลเมืองดตี ำมวิถีประชำธปิ ไตย ประยุกต์
ใชก้ ระบวนกำรประชำธปิ ไตยในกำรวพิ ำกษป์ ระเดน็ นโยบำยสำธำรณะที่ตนสนใจ

5. มสี ว่ นร่วมและตัดสินใจเลอื กต้ังอย่ำงมวี ิจำรณญำณ

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

ชัน้ มัธยมตอนปลาย คาอธิบายรายวิชาสงั คมศึกษาเพิม่ เติม
0.5 หนว่ ยกติ รหัสวชิ า ส30233 หน้าที่พลเมือง 3

จานวน 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์
จานวน 20 ช่วั โมง/ภาคเรียน

อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคญั ของแนวทำงกำรมีส่วนร่วมและแนะนำผอู้ ื่นให้อนุรักษ์มำรยำทไทย
อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรสืบสำน ประยกุ ต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ศิลปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญำไทย อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรอยู่รว่ มกันและกำรเคำรพในควำม
หลำกหลำยในสงั คมพหุวัฒนธรรม อธบิ ำยควำมสำคญั ของกำรอยู่รวมกันอย่ำงสนั ติ และพึ่งพำซึ่งกันและกัน อธิบำย
ควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรมวี นิ ัยในตนเอง

โดยใช้กระบวนกำรกลุ่มท่มี งุ่ เนน้ ใหน้ กั เรยี นทำงำนเป็นทมี กระบวนกำรคิดวเิ ครำะห์ คดิ สร้ำงสรรค์ คดิ
อยำ่ งมีวจิ ำรณญำณ กระบวนกำรลงมอื ปฏิบัติ กระบวนกำรแกป้ ญั หำ กระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้ กระบวนกำร
ทำงสงั คม กระบวนกำรใชเ้ ทคโนโลยี อินเตอรเ์ นต็ หนงั สือพิมพ์ ข้อมูลสอื่ ต่ำง ๆ สำมำรถวำงแผนกำรทำงำนในกำร
สบื ค้นแหลง่ เรียนรอู้ ยำ่ งหลำกหลำย นำเสนอและเผยแพรข่ ้อมูล

เพือ่ ให้นักเรยี นมีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ประกอบด้วย รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซื่อสัตยส์ ุจริต

มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มั่นในกำรทำงำนอยู่อย่ำงพอเพยี ง รักควำมเป็นไทย และมจี ิตสำธำรณะ

ผลการเรียนรู้

1. มีสว่ นรว่ มและแนะนำผู้อืน่ ให้อนุรักษ์ และเผยแพร่มำรยำทไทยสู่สำธำรณะ

2. เหน็ คุณคำ่ อนรุ ักษ์ สบื สำน ประยกุ ต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม

และภูมิปญั ญำไทย

3. ยอมรบั ในอัตลักษณ์และเคำรพในควำมหลำกหลำยในสงั คมพหุวฒั นธรรม

4. เหน็ คุณคำ่ ของกำรอย่รู วมกันอย่ำงสันติ และพ่ึงพำซึ่งกันและกัน

5. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้มวี ินยั ในตนเอง

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

ช้นั มัธยมตอนปลาย คาอธบิ ายรายวิชาสงั คมศึกษาเพิ่มเติม
0.5 หน่วยกิต รหัสวชิ า ส30234 หนา้ ทพี่ ลเมือง 4

จานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
จานวน 20 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น

ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอย่ำงและส่งเสรมิ สนบั สนุนใหผ้ อู้ ื่นเปน็ พลเมอื งดีตำมวิถีประชำธิปไตย ในเรอ่ื ง กำรเป็น
ผ้นู ำและกำรเป็นสมำชกิ ทดี่ ี กำรใชส้ ิทธิและหนำ้ ท่ี กำรใช้เสรภี ำพอยำ่ งรับผดิ ชอบ ควำมกล้ำหำญ ทำงจรยิ ธรรม
กำรเสนอแนวทำงกำรแกป้ ญั หำสังคมต่อสำธำรณะ กำรตดิ ตำมและประเมินข่ำวสำรทำงกำรเมือง และกำรรู้เท่ำทนั
สื่อ กำรมีส่วนรว่ มในกิจกรรมทำงกำรเมือง ประยุกต์ใช้กระบวนกำรประชำธปิ ไตยในกำรวพิ ำกษ์ประเดน็ นโยบำย
สำธำรณะทตี่ นสนใจ มีส่วนร่วมและตัดสินใจเลือกตงั้ อย่ำงมีวจิ ำรณญำณ รู้ทันข่ำวสำรและรู้ทันสอ่ื คำดกำรณ์
เหตกุ ำรณล์ ่วงหนำ้ บนพ้ืนฐำนของข้อมลู ปฏิบัติตนเป็นผมู้ ีวินยั ในตนเอง ในเรอื่ งควำมซื่อสัตยส์ จุ รติ ขยนั หมนั่ เพยี ร
อดทน ใฝห่ ำควำมรู้ ตัง้ ใจปฏบิ ัตหิ นำ้ ท่ี ยอมรับผลท่ีเกิดจำกกำรกระทำของตนเองมสี ว่ นร่วมในกำรแกป้ ัญหำเมื่อเกิด
ควำมขัดแย้งโดยสนั ติวธิ ี ด้วยกำรเจรจำไกล่เกล่ยี กำรเจรจำตอ่ รอง กำรระงบั ควำมขัดแย้ง และสร้ำงเครือข่ำย
ปอ้ งกนั ปัญหำควำมขดั แยง้ ปฏิบัตติ นเป็นผูม้ วี ินัยในตนเอง ในเรือ่ งควำมซื่อสตั ย์สจุ ริต อดทน และยอมรับผลทเี่ กดิ
จำกกำรกระทำของตนเอง

โดยใชก้ ระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรคดิ กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรเผชญิ สถำนกำรณ์ กระบวนกำร
แกป้ ัญหำ กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้

เพอ่ื ให้ผู้เรียนมลี กั ษณะทีด่ ีของคนไทย ภำคภมู ิใจในควำมเป็นไทย แสดงออกถงึ ควำมรักชำติ ยดึ มั่นใน
ศำสนำ และเทดิ ทูนสถำบนั พระมหำกษตั รยิ ์ เปน็ พลเมืองดีในระบอบประชำธปิ ไตยอนั มีพระมหำกษัตริย์ ทรงเปน็
ประมขุ มีสว่ นรว่ มทำงกำรเมืองกำรปกครอง มวี ิจำรณญำณในกำรเลือกตัง้
ผลการเรียนรู้

1. เป็นแบบอยำ่ งและสง่ เสริมสนับสนนุ ให้ผอู้ นื่ เปน็ พลเมืองดีตำมวิถปี ระชำธิปไตย
2. ประยกุ ตใ์ ช้กระบวนกำรประชำธิปไตยในกำรวิพำกษ์ประเด็นนโยบำยสำธำรณะทต่ี นสนใจ
3. มสี ว่ นร่วมและตัดสินใจเลือกตงั้ อย่ำงมีวจิ ำรณญำณ
4. รู้ทันขำ่ วสำรและรู้ทันส่ือ
5. คำดกำรณ์เหตุกำรณ์ลว่ งหน้ำบนพื้นฐำนของข้อมลู
6. มีส่วนรว่ มในกำรแกป้ ัญหำเมือ่ เกิดควำมขดั แยง้ โดยสนั ติวิธแี ละสร้ำงเครอื ขำ่ ยกำรป้องกันปัญหำ

ควำมขดั แยง้
7. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี ินัยในตนเอง
รวม 7 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวิชาสังคมศึกษาเพิม่ เติม

รหัสวิชา ส31231 การป้องกนั การทุจรติ 1

ช้ันมธั ยมตอนปลาย จานวน 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์

0.5 หนว่ ยกติ จานวน 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน

อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคญั เกีย่ วกับกำรแยกแยะระหว่ำงผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์
ส่วนรวม อภิปรำย วิเครำะหแ์ ยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ อธบิ ำยควำมหมำย
และควำมสำคญั เกีย่ วกับละอำยและควำมไม่ทนตอ่ กำรทุจริต

โดยใช้กระบวนกำรกลุ่มทม่ี ุง่ เน้นให้นักเรียนทำงำนเปน็ ทมี กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ คดิ สรำ้ งสรรค์
คดิ อยำ่ งมวี ิจำรณญำณ กระบวนกำรทำงสงั คม กระบวนกำรลงมือปฏิบัติ กระบวนกำรแกป้ ัญหำ กระบวนกำร
สืบเสำะหำควำมรู้ กระบวนกำรใชเ้ ทคโนโลยี อินเตอรเ์ น็ต หนังสือพิมพ์ ข้อมูลสอ่ื ต่ำงๆ สำมำรถวำงแผน
กำรทำงำนในกำรสืบคน้ แหลง่ เรียนรู้อย่ำงหลำกหลำย นำเสนอและเผยแพรข่ ้อมลู

เพอื่ ใหน้ กั เรียนมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประกอบด้วย รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริย์ ซอื่ สตั ย์สจุ รติ
มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมัน่ ในกำรทำงำน อยู่อยำ่ งพอเพยี ง รักควำมเปน็ ไทย และมจี ติ สำธำรณะ

ผลการเรียนรู้
1. มีควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกย่ี วกับกำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
2. สำมำรถคดิ แยกแยะระหว่ำงผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
3. มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ยี วกับละอำยและควำมไม่ทนต่อกำรทุจริต
4. ปฏิบัตติ นเปน็ ผูล้ ะอำยและไม่ทนต่อกำรทจุ รติ ทุกรูปแบบ

รวม 4 ผลการเรยี นรู้

คาอธบิ ายรายวิชาสงั คมศึกษาเพม่ิ เติม

รหสั วิชา ส31232 การป้องกันการทุจรติ 2

ช้นั มัธยมตอนปลาย จานวน 1 ชวั่ โมง/สัปดาห์

0.5 หนว่ ยกิต จานวน 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน

ศึกษำเก่ียวกับกำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวม ควำมละอำยและควำมไม่
ทนต่อกำรทจุ รติ STRONG / จติ พอเพยี งต่อตำ้ นกำรทุจรติ ร้หู นำ้ ท่ขี องพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในกำร
ตอ่ ต้ำนกำรทจุ ริต

โดยใช้กระบวนกำรคิด วเิ ครำะห์ จำแนก แยกแยะ กำรฝึกปฏิบัตจิ ริง กำรทำโครงงำนกระบวนกำรเรียนรู้5
ขัน้ ตอน (5 STEPs) กำรอภิปรำย กำรสืบสอบ กำรแกป้ ัญหำ ทักษะกำรอำ่ นและกำรเขยี น

เพ่อื ใหม้ ีควำมตระหนักและเห็นควำมสำคัญของกำรต่อตำ้ นและกำรป้องกนั กำรทุจริต

ผลการเรียนรู้
1.มีควำมร้คู วำมเขำ้ ใจเก่ยี วกับ STRONG จิตพอเพียงต้ำนทจุ ริต
2.ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้ท่ี STRONGจติ พอเพยี งตำ้ นทุจริต
3.ตระหนักและเหน็ ควำมสำคญั ของกำรต่อตำ้ นและป้องกันกำรทจุ ริต
4.มีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมีควำมรับผิดชอบต่อสังคม
5.ปฏิบตั ติ นตำมหนำ้ ทพ่ี ลเมอื งและมีควำมรับผดิ ชอบต่อสงั คม

รวม 5 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวชิ าสังคมศึกษาเพม่ิ เติม

รหัสวชิ า ส32231 การป้องกนั การทุจรติ 3

ช้ันมธั ยมตอนปลาย จานวน 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์

0.5 หนว่ ยกิต จานวน 20 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น

อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคัญเกีย่ วกบั กำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์
สว่ นรวมอภิปรำย วเิ ครำะห์แยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม นำกฎหมำยมำใชใ้ น
กำรแก้ไขปญั หำผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคญั เก่ียวกับละอำย
และควำมไม่ทนตอ่ กำรทจุ ริตอภิปรำยแนวทำงกำรปฏิบัติตนเปน็ ผลู้ ะอำยและไม่ทนต่อกำรทุจริตทุกรปู แบบ

โดยใชก้ ระบวนกำรกลุ่มที่มุ่งเน้นให้นักเรียนทำงำนเปน็ ทมี กระบวนกำรคดิ วิเครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์ คดิ
อย่ำงมวี จิ ำรณญำณ กระบวนกำรทำงสงั คม กระบวนกำรลงมือปฏบิ ัติ กระบวนกำรแก้ปัญหำ กระบวนกำรสืบเสำะ
หำควำมรู้กระบวนกำรใช้เทคโนโลยี อินเตอรเ์ นต็ หนังสือพิมพ์ ขอ้ มลู สอื่ ต่ำง ๆ สำมำรถวำงแผน กำรทำงำนในกำร
สืบคน้ แหล่งเรียนรู้อยำ่ งหลำกหลำย นำเสนอและเผยแพรข่ ้อมลู

เพอื่ ใหน้ ักเรยี นมีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ประกอบดว้ ย รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซ่ือสตั ย์สจุ ริตมี
วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่ันในกำรทำงำน อยอู่ ย่ำงพอเพียง รักควำมเปน็ ไทย และมีจติ สำธำรณะ

ผลการเรียนรู้
1. มคี วำมร้คู วำมเข้ำใจเกยี่ วกับกำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
2. สำมำรถคดิ แยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
3. มคี วำมรูค้ วำมเขำ้ ใจเกี่ยวกับละอำยและควำมไม่ทนต่อกำรทุจริต
4. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผลู้ ะอำยและไมท่ นต่อกำรทจุ ริตทกุ รปู แบบ

รวม 4 ผลการเรียนรู้

ชั้นมธั ยมตอนปลาย คาอธิบายรายวชิ าสังคมศึกษาเพิม่ เตมิ
0.5 หน่วยกติ รหสั วิชา ส32232 ปอ้ งกนั ทุจริต 4

จานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
จานวน 20 ช่วั โมง/ภาคเรียน

อธบิ ำยควำมหมำยและควำมสำคัญเกีย่ วกบั แนวคิด STRONG จิตพอเพียงต่อต้ำนทุจริตอภิปรำยแนว

ทำงกำรปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ที่ยึดหลกั STRONG จติ พอเพยี งต่อต้ำนทจุ รติ เพื่อเป็นแนวทำงกำรแก้ไขปญั หำ

กำรทจุ รติ โดยในสังคมไทย และนำมำใชใ้ นกำรพฒั นำสงั คมไทย อธบิ ำยเกี่ยวกบั ควำมหมำยและควำมสำคัญของ

พลเมอื งและมีควำมรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม อภิปรำยเก่ยี วกับลกั ษณะและแนวทำงกำรปฏิบัติตนตำมหน้ำที่พลเมืองดี

และมคี วำมรบั ผดิ ชอบต่อสังคมในบริบทของพลเมืองไทยและตำ่ งประเทศ สำมำรถนำแนวทำง

จำกกำรศึกษำเกี่ยวกบั ควำมเปน็ พลเมอื งในบรบิ ทต่ำงประเทศมำประยกุ ต์ใชใ้ นประเทศไทย อธบิ ำยคณุ ค่ำและ

ควำมสำคญั ของกำรต่อตำ้ นและปอ้ งกันกำรทุจริต

โดยใช้กระบวนกำรกลุ่มท่มี งุ่ เนน้ ให้นักเรียนทำงำนเป็นทีม กระบวนกำรคดิ วิเครำะห์ คิดสรำ้ งสรรค์ คิด
อย่ำงมวี ิจำรณญำณ กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรลงมือปฏิบัติ กระบวนกำรแก้ปัญหำ กระบวนกำรสืบเสำะ
หำควำมรู้ กระบวนกำรใช้เทคโนโลยี อินเตอรเ์ น็ต หนงั สอื พิมพ์ ข้อมลู สื่อตำ่ ง ๆ สำมำรถวำงแผน
กำรทำงำนในกำรสืบค้นแหลง่ เรยี นรู้อย่ำงหลำกหลำย นำเสนอและเผยแพรข่ ้อมลู

เพ่ือใหน้ กั เรียนมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประกอบดว้ ย รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริย์ ซือ่ สัตยส์ จุ รติ
มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน อยู่อยำ่ งพอเพียง รักควำมเป็นไทย และมีจติ สำธำรณะ

ผลการเรยี นรู้

1. มคี วำมรูค้ วำมเข้ำใจเกีย่ วกับ STRONG จติ พอเพยี งต่อต้ำนทจุ รติ

2 ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG จิตพอเพียงต่อต้ำนทุจริต

3. มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกีย่ วกับพลเมืองและมีควำมรับผิดชอบตอ่ สังคม

4. ปฏิบัติตนตำมหนำ้ ทพ่ี ลเมืองและมีควำมรับผิดชอบต่อสังคม

5. ตระหนกั และเหน็ คณุ ค่ำควำมสำคญั ของกำรต่อตำ้ นและป้องกนั กำรทจุ ริต

รวม 5 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาสังคมศึกษาเพิม่ เตมิ

รหสั วิชา ส33231 ป้องกนั ทุจริต 5

ชั้นมธั ยมตอนปลาย จานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

0.5 หนว่ ยกิต จานวน 20 ช่วั โมง/ภาคเรยี น

ศึกษำศึกษำเก่ยี วกับกำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวมควำมละอำยและ
ควำมไม่ทนตอ่ กำรทุจริต STRONG/จิตพอเพียงต่อต้ำนกำรทุจริตรู้หนำ้ ท่ีของพลเมืองและรบั ผิดชอบต่อสงั คมใน
กำรตอ่ ต้ำนกำรทจุ รติ

โดยใช้กระบวนกำรคิดอยำ่ งเป็นระบบวิธีกำรสอนแบบแก้ปญั หำ (problemำsolvingำmethod) หรอื
วิธกี ำรสอนแบบสบื เสำะหำควำมรู้ (inquiry method) กำรใชเ้ ทคโนโลยี (using technology) กำรอภิปรำยกำรสืบ
สอบ กำรแกป้ ญั หำ ทักษะกำรอำ่ นและกำรเขียน

เพื่อให้เกดิ ควำมรู้ควำมเขำ้ ใจและตระหนักและเห็นควำมสำคัญของกำรต่อต้ำนและกำรป้องกันกำรทจุ ริต
มีคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ในดำ้ นรกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสตั ย์ สุจรติ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ รกั ควำมเป็นไทย มงุ่ ม่ัน
ในกำรทำงำน

ผลการเรียนรู้

1. มคี วำมรคู้ วำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำรแยกแยะระหวำ่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม

2. มีควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกย่ี วกับควำมละอำยและควำมไมท่ นต่อกำรทุจรติ

3. สำมำรถคดิ แยกแยะระหว่ำงผลประโยชนส์ ว่ นตนกับผลประโยชน์สว่ นรวมได้

4. ปฏิบตั ิตนเป็นผลู้ ะอำยและไม่ทนต่อกำรทุจรติ ทุกรูปแบบ

5. ตระหนักและเห็นควำมสำคญั ของกำรต่อต้ำนและป้องกันกำรทจุ ริต

รวม 5 ผลการเรียนรู้

ชัน้ มัธยมตอนปลาย คาอธิบายรายวิชาสังคมศึกษาเพมิ่ เติม
0.5 หน่วยกติ รหสั วิชา ส33232 ป้องกนั ทจุ ริต 6

จานวน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห์
จานวน 20 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น

ศึกษำเกยี่ วกับกำรแยกแยะระหว่ำงผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม ควำมละอำยและควำม
ไม่ทนต่อกำรทจุ ริต STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ตำ้ นกำรทุจริต รหู้ นำ้ ทข่ี องพลเมืองและรบั ผิดชอบตอ่ สงั คมในกำร
ตอ่ ต้ำนกำรทุจรติ

โดยใชก้ ระบวนกำรคิด วเิ ครำะห์ จำแนก แยกแยะ กำรฝกึ ปฏิบตั ิจรงิ กำรทำโครงงำนกระบวนกำร
เรียนรู้5ขน้ั ตอน (5STEPs) กำรอภิปรำยกำรสบื สอบกำรแก้ปัญหำทกั ษะกำรอำ่ นและกำรเขยี น เพ่ือให้มี ควำม
ตระหนักและเหน็ ควำมสำคญั ของกำรตอ่ ตำ้ นและกำรป้องกันกำรทุจรติ

เพอื่ ให้เกดิ ควำมเคำรพผู้อ่นื มีควำมซ่ือสตั ย์ มศี ีลธรรม สำมำรถวิเครำะหส์ ถำนกำรณท์ ี่ตอ้ งมีกำร
เปลีย่ นแปลงไปในแตล่ ะยุคสมัยและปฏบิ ัตติ นได้อย่ำงมีเหตุผลถกู ตอ้ ง สำมำรถนำไปใช้ในกำรดำเนินชีวิตในควำม
แตกตำ่ งของสังคมและมสี ว่ นร่วมกำรอนุรักษท์ รัพยำกรและสง่ิ แวดล้อมเพ่ือกำรพัฒนำทย่ี ่ังยนื ตำมคุณลกั ษณะ

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นมีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำรต้ำนทจุ ริต และควำมพอเพยี งกบั กำรตำ้ นทุจริต
2. นกั เรียนสำมำรถประยุกต์กำรนำแนวทำงพอเพียงมำใชใ้ นชวี ติ ประจำวันเพอื่ กำรปอ้ งกันกำรทจุ ริต
3. นกั เรยี นมีควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกี่ยวกบั ระเบยี บ กฎ กติกำ และกฎหมำย
4. นกั เรยี นสำมำรถปฏบิ ัติตำมระเบียบ กฎ กติกำ และกฎหมำยในสังคมได้ถกู ต้อง

รวม 4 ผลการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version