The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนภัทรอนุสรน์ฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tinnakorn Buengor, 2022-05-23 06:51:13

หลักสูตรโรงเรียนภัทรอนุสรน์ฉบับสมบูรณ์

หลักสูตรโรงเรียนภัทรอนุสรน์ฉบับสมบูรณ์

โครงสรา้ งหลักสตู รรายวิชาเพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
โรงเรียนภัทรอนสุ รณ์

ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ลำดบั ที่ รหัสวชิ ำ ชื่อวชิ ำ จำนวน ชม./ จำนวน
สัปดำห์ หน่วยกติ

1 I30201 กำรศึกษำค้นควำ้ และสรำ้ งองค์ 2 1.0

ควำมรู้

2 I30202 กำรส่อื สำรและกำรนำเสนอ 2 1.0

รวมหน่วยกติ ทัง้ หมด 2.0 หนว่ ยกติ

คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาไทยพนื้ ฐาน

รหสั วิชา ท31101 ภาษาไทย 1

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษำหลักกำรอ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรองประเภทฉันท์ กำรตีควำม แปลควำม
ขยำยควำม วเิ ครำะห์ สงั เครำะห์ ประเมนิ คณุ ค่ำด้ำนตำ่ ง ๆ ของวรรณคดี วรรณกรรม กำรทอ่ งจำบทอำขยำน
ตำมทก่ี ำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่ำตำมควำมสนใจ กำรวเิ ครำะห์ สังเครำะห์ วจิ ำรณจ์ ำกเรอื่ งที่อ่ำน กำร
แต่งบทร้อยกรองประเภทฉันท์ กำรเขียนกรอบแนวคิด ผังควำมคิดจำกเร่ืองท่ีอ่ำน กำรวิเครำะห์ สังเครำะห์
วิจำรณ์ ประเมินค่ำวรรณคดีและวรรณกรรม กำรรวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้ำนและอธิบำยภูมิปัญญำทำงภำษำ
กำรวเิ ครำะห์แนวคิด กำรใช้ภำษำ ควำมน่ำเชอื่ ถอื จำกเรื่องท่ีฟังและดู หลกั กำรสร้ำงคำในภำษำไทย กำรเขียน
บันทึก ย่อควำมจำกเรื่องท่ีอ่ำน กำรวิเครำะห์ สังเครำะห์ วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมในด้ำนต่ำง ๆ
ตลอดจนกำรวเิ ครำะห์ สงั เครำะห์ วิจำรณ์ และประเมินคณุ คำ่ ดำ้ นตำ่ ง ๆ ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม

โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ ประเมินค่ำ วิจำรณ์
กำรแต่งบทร้อยกรอง รวมท้ังกระบวนกำรรวบรวมข้อมูลด้วยกำรสืบค้นจำกส่ือ และแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ
อย่ำงหลำกหลำย โดยม่งุ เนน้ ใหผ้ ูเ้ รียนได้เรียนรผู้ ่ำนกระบวนกำรทำงำนเป็นกลุ่ม

เพื่อให้ผู้เรียนมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นใน
กำรทำงำน รักควำมเป็นไทย และมีจิตสำธำรณะ มีมำรยำทในกำรอ่ำน เห็นคุณค่ำภำษำไทย
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของควำมเป็นไทย เกิดควำมภำคภูมิใจในภำษำไทย และรักษำไว้เป็นสมบัติของชำติ
ตลอดจนสำมำรถอยู่รว่ มกบั ผู้อ่ืนได้อยำ่ งมีควำมสขุ

ตัวชว้ี ดั

ท1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/5, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/3, ม.4-6/7, ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/6
ท4.1 ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/6
ท5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6

รวมท้งั หมด 21 ตวั ชี้วัด

คาอธิบายรายวิชาภาษาไทยพ้นื ฐาน

รหัสวิชา ท31102 ภาษาไทย 2

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 2 ช่วั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ชัว่ โมง / ภาคเรยี น

ศึกษำหลักกำรอ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรองประเภทกลอน กำรตีควำม แปลควำม
ขยำยควำม วิเครำะห์ สงั เครำะห์ ประเมินคณุ ค่ำดำ้ นต่ำง ๆ ของวรรณคดี วรรณกรรม กำรท่องจำบทอำขยำน
ตำมท่กี ำหนดและบทร้อยกรองที่มีคณุ ค่ำตำมควำมสนใจ กำรวิเครำะห์ สงั เครำะห์ วิจำรณ์ ประเมนิ คณุ ค่ำด้ำน
ตำ่ ง ๆ ของวรรณคดี วรรณกรรมตำมหลักกำรวจิ ำรณเ์ บ้ืองต้น กำรแต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงส่สี ภุ ำพ กำร
ใช้คำและกลุ่มคำสร้ำงประโยคตรงตำมวัตถุประสงค์ กำรใช้ภำษำเหมำะสมแก่โอกำส กำลเทศะ และบุคคล
กำรตีควำม แปลควำม ขยำยควำมจำกเรื่องท่ีอ่ำน กำรเขียนเรียงควำม กำรบันทึกกำรศึกษำค้นคว้ำเพ่ือนำไป
พัฒนำตนเอง ประเมินงำนเขยี นของผู้อืน่ แลว้ นำมำพัฒนำงำนเขยี นของตนเอง กำรวเิ ครำะห์วจิ ำรณ์เรื่องที่อ่ำน
ในทุก ๆ ดำ้ นอย่ำงมีเหตุผล กำรสังเครำะห์ข้อคดิ จำกวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง
กำรพูดในโอกำสต่ำง ๆ ประเมนิ กำรใช้ภำษำ ควำมนำ่ เช่ือถือ จำกเรือ่ งท่ีฟังและดู ตลอดจนกำรประเมนิ อย่ำงมี
วิจำรณญำณในกำรเลือกเร่ืองที่ฟังและดู โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรฟัง กำรดู กำรพูด
กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ สังเครำะห์ ประเมินค่ำ วิจำรณ์ กำรแต่งบทร้อยกรอง รวมท้ังกระบวนกำรรวบรวม
ข้อมูลด้วยกำรสืบค้นจำกสื่อ และแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ อย่ำงหลำกหลำย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่ำน
กระบวนกำรทำงำนเป็นกลุ่ม

เพื่อให้ผู้เรียนมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งม่ันใน
กำรทำงำน รักควำมเป็นไทย และมีจิตสำธำรณะ มีมำรยำทในกำรอ่ำน เห็นคุณค่ ำภำษำไทย
ซึง่ เป็นเอกลกั ษณ์ของควำมเปน็ ไทย เกดิ ควำมภำคภมู ิใจในภำษำไทย และรักษำไว้เป็นสมบตั ขิ องชำติ ตลอดจน
สำมำรถอย่รู ว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้อย่ำงมีควำมสขุ

ตัวชวี้ ดั ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/7, ม.4-6/9
ม.4-6/2, ม.4-6/5, ม.4-6/7, ม.4-6/8
ท1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6
ท2.1 ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ท3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/6
ท4.1
ท5.1

รวมทั้งหมด 22 ตวั ชว้ี ดั

คาอธิบายรายวชิ าภาษาไทยพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ท32101 ภาษาไทย 3

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 จานวน 2 ชั่วโมง / สปั ดาห์

จานวน 1.0 หน่วยกิต จานวน 40 ชั่วโมง / ภาคเรียน

ศึกษำวรรณคดี วรรณกรรม กำรอ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรอง กำรตีควำม แปลควำม และ
ขยำยควำม วิเครำะห์ วิจำรณ์คำดคะเนเหตุกำรณ์ ประเมนิ คำ่ กำรแสดงควำมคิดเห็นโต้แย้งกับเร่ืองที่อำ่ นและ
เสนอควำมคิดใหม่อยำ่ งมีเหตุผล ตอบคำถำมจำกกำรอ่ำนประเภทต่ำง ๆ กำรเขยี นกรอบแนวผังควำมคิดไปใช้
ในกำรตัดสินใจแก้ปัญหำในกำรดำเนินชีวิต กำรเขียนสื่อสำรเชิงกิจธุระ กำรกรอกแบบฟอร์ม กำรเขียนย่อ
ควำมจำกวรรณคดี วรรณกรรม เขียนบันทึกควำมรู้จำกแหล่งเรียนรู้ที่หลำกหลำยและเขียนสำรคดี อธิบำย
ส่วนประกอบของภำษำ คำและสำนวน หลักภำษำเพอ่ื พัฒนำควำมคิด หลกั กำรพดู สรุปแนวคดิ และแสดงควำม
คิดเห็น วิเครำะห์ ประเมินเรื่องที่ฟัง และดูแล้วกำหนดแนวทำง นำไปประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชีวิต มี
วิจำรณญำณในกำรเลอื กเรอื่ งท่ีฟังและดูได้ ตลอดจนถึงหลักกำรทอ่ งจำบทอำขยำนตำมทีก่ ำหนด

โดยใช้กระบวนกำรทำงภำษำ กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรคิด กระบวน
กำรเขียน กระบวนกำรอ่ำน กำรบรรยำย กำรอภิปรำย กำรสืบค้นข้อมูล เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำม
เข้ำใจ สำมำรถนำเสนอสอื่ สำรสง่ิ ที่เรยี นร้ไู ดอ้ ยำ่ งมปี ระสิทธภิ ำพ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สนิ ใจ และนำควำมรู้
ไปใช้ประโยชน์ ในชีวติ ประจำวนั อย่ำงเหน็ คุณค่ำตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพ่ือให้นักเรียนมีมำรยำทและทักษะในกำรอ่ำน มีมำรยำทและทักษะในกำรเขียน มีมำรยำทและ
ทักษะในกำรฟัง กำรดู และกำรพูด มีกำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณในกำรแก้ปัญหำ ทักษะด้ำนกำรส่ือสำร
สำรสนเทศและรูเ้ ท่ำทันส่ือมีคุณลักษณะด้ำนกำรทำงำนและด้ำนกำรเรียนรู้ ทกั ษะในกำรแก้ปัญหำ ทักษะด้ำน
กำรส่อื สำรสำรสนเทศและรู้เท่ำทันสื่อมีคุณลักษณะด้ำนกำรทำงำนและด้ำนกำรเรียนรู้ ตลอดจนมีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ อันประกอบด้วยมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในกำร
ทำงำน อยูอ่ ย่ำงพอเพยี ง รกั ควำมเปน็ ไทย มีจติ สำธำรณะ
ตวั ช้ีวัด ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/5, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9

ท 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/8

ท 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6

ท 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7

ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6

รวมทงั้ หมด 28 ตัวชี้วัด

คาอธิบายรายวชิ าภาษาไทยพืน้ ฐาน

รหสั วชิ า ท32102 ภาษาไทย 4

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 2 ชว่ั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรียน

ศึกษำวรรณคดี วรรณกรรม กำรอ่ำนออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและร้อยกรอง กำรตีควำม แปลควำม และ
ขยำยควำม วิเครำะห์ วิจำรณ์คำดคะเนเหตุกำรณ์ ประเมินค่ำวรรณคดี วรรณกรรม กำรเขียนบันทึกย่อควำม
และรำยงำน กำรสังเครำะห์ควำมรู้จำกกำรอ่ำนสื่อสิ่งพิมพ์ สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์และแหล่งเรยี นรู้ตำ่ ง ๆ กำรเขียน
แสดงทัศนะโต้แย้ง หลักกำรเขียนเรียงควำม หลักกำรเขียนย่อควำม หลักกำรเขียนรำยงำนเชิงวิชำกำร
หลกั กำรพดู ต่อที่ประชุมชน หลักกำรพดู โน้มน้ำวใจ กำรเขียนแสดงทัศนะโต้แย้ง กำรใชภ้ ำษำให้เหมำะสมแก่
โอกำสและบุคคล อธิบำยกำรใช้คำหรือกลุ่มคำสร้ำงประโยคตรงตำมวัตถุประสงค์ กำรแต่งบทร้อยกรอง
รวมถึงกำรประเมินค่ำกำรใช้ภำษำจำกสื่อสิงพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนถึงหลักกำรท่องจำบท
อำขยำนตำมที่กำหนด

โดยใช้กระบวนกำรทำงภำษำ กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรคิด กระบวน
กำรเขียน กระบวนกำรอ่ำน กำรบรรยำย กำรอภิปรำย กำรสืบค้นข้อมูล เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำม
เขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอส่อื สำรสง่ิ ทีเ่ รียนรไู้ ด้อยำ่ งมีประสิทธภิ ำพ มคี วำมสำมำรถในกำรตัดสินใจ และนำควำมรู้
ไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวิตประจำวนั อย่ำงเห็นคณุ คำ่ ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพ่ือให้นักเรียนมีมำรยำทและทักษะในกำรอ่ำน มีมำรยำทและทักษะในกำรเขียน มีมำรยำทและ
ทักษะในกำรฟัง กำรดู และกำรพูด มีกำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณในกำรแก้ปัญหำ ทักษะด้ำนกำรส่ือสำร
สำรสนเทศและรู้เท่ำทันส่ือมีคุณลักษณะดำ้ นกำรทำงำนและด้ำนกำรเรยี นรู้ ทักษะในกำรแก้ปญั หำ ทกั ษะด้ำน
กำรสื่อสำรสำรสนเทศและรู้เท่ำทันสื่อมีคุณลักษณะด้ำนกำรทำงำนและด้ำนกำรเรียนรู้ ตลอดจนมีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ อันประกอบด้วยมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในกำร
ทำงำน อยู่อย่ำงพอเพยี ง รกั ควำมเปน็ ไทย มจี ิตสำธำรณะ
ตวั ชวี้ ัด ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9

ท 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6

ท 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/6

ท 4.1 ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/7

ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6

รวมท้งั หมด 26 ตวั ช้วี ัด

คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาไทยพ้นื ฐาน

รหัสวชิ า ท33101 ภาษาไทย 5

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 2 ช่วั โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ชัว่ โมง / ภาคเรียน

ศกึ ษำกระบวนกำรอำ่ นออกเสียงบทร้อยแก้วประเภทควำมเรยี งและบทควำม บทร้อยกรองประเภท
กำพย์และกลอน กำรอ่ำนวิเครำะห์ วิจำรณ์ ตีควำม ขยำยควำม และ มำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียนสื่อสำรใน
รูปแบบบรรยำย อธิบำย พรรณนำ เขียนเรียงควำม เขียนย่อควำม เขียนรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำ และ
มำรยำทในกำรเขียน กำรพูดสรุปแนวคิด แสดงควำมคิด วิเครำะห์แนวคิด กำรใช้ภำษำ และควำมน่ำเช่ือถือ
จำกเรื่องท่ีฟังและดู มำรยำทในกำรฟัง กำรดูและกำรพูด ธรรมชำติของภำษำ ระดับภำษำ คำรำชำศัพท์และ
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงภำษำกับควำมคิด เหตุผลกับภำษำ กำรวิเครำะห์วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรม
กำรประเมินคุณค่ำวรรณคดีวรรณกรรมด้ำนวรรณศิลป์ กำรสังเครำะห์ข้อคิดและกำรนำคุณค่ำจำกวรรณคดี
วรรณกรรมไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริง กำรทอ่ งจำและบอกคุณคำ่ ของบทร้อยกรองที่มีคุณค่ำ

โดยใช้กระบวนกำรอ่ำนออกเสียง อ่ำนวิเครำะห์ และอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ กำรเขียนสื่อสำร
กำรฟัง กำรดู และพูดอย่ำงมีวิจำรณญำณ กำรใช้ภำษำเพื่อกำรส่ือสำร กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์ และประเมิน
คุณค่ำวรรณคดีวรรณกรรม

เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้ภำษำในกำรส่ือสำรได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เหมำะสม เกิด
ควำมซำบซ้ึง ตระหนักในคุณค่ำและรักษำภำษำไทย วรรณคดีไทยไว้ในฐำนะมรดกวัฒนธรรมของชำติ มีนิสัย
รักกำรอำ่ น มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและค่ำนิยมที่เหมำะสม

ตวั ชี้วดั
ท1.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/6 , ม.6/9
ท2.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3, ม.6/6, ม.6/8
ท3.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/4 , ม.6/6
ท4.1 ม.6/1 , ม.6/3 , ม.6/7
ท5.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3, ม.6/4, ม.6/6

รวมท้งั หมด 22 ตวั ชีว้ ัด

คาอธิบายรายวชิ าภาษาไทยพ้นื ฐาน

รหัสวิชา ท33102 ภาษาไทย 6

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ช่ัวโมง / ภาคเรียน

ศึกษำหลักกำรอ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้วประเภทบทควำมและควำมเรียง บทร้อยกรองประเภทฉันท์
กำรอ่ำนวิเครำะห์ สังเครำะห์ วิจำรณ์ และประเมินค่ำ มำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียนสื่อสำรในรูปแบบต่ำงๆ
กำรเขียนเรียงควำม กำรเขียนย่อควำม กำรเขียนบันทึกกำรค้นคว้ำและมำรยำทในกำรเขียน กำรประเมินค่ำ
และวิจำรณญำณในกำรเลือกเรื่องที่ฟัง ดู มำรยำทในกำรฟัง กำรดู กำรพูด กำรพูดแสดงทรรศนะ กำรโต้แย้ง
กำรโน้มนำ้ วใจ ธรรมชำติของภำษำ พลังของภำษำ ควำมงำมของภำษำ กำรวิเครำะห์และประเมินกำรใช้ภำษำ
จำกสื่อส่ิงพิมพ์และส่ืออิเล็กทรอนิกส์ กำรวิเครำะห์วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรม กำรสังเครำะห์ข้อคิดจำก
วรรณคดีวรรณกรรมไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ

โดยใช้กระบวนกำรอ่ำนออกเสียง อ่ำนวิเครำะห์ และอ่ำนอย่ำงมีวิจำรณญำณ กำรเขียนส่ือสำร
กำรฟัง กำรดู และพูดอย่ำงมีวิจำรณญำณ กำรใช้ภำษำเพ่ือกำรสื่อสำร กำรวิเครำะห์ วิจำรณ์ และประเมิน
คณุ คำ่ วรรณคดีวรรณกรรม

เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ สำมำรถใช้ภำษำในกำรส่ือสำรได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เหมำะสม
ซำบซึ้ง ตระหนักในคุณค่ำและรักษำภำษำไทย วรรณคดีไทยไว้ในฐำนะมรดกวัฒนธรรมของชำติ มีนิสัยรักกำร
อ่ำน มีคณุ ธรรม จริยธรรมและค่ำนิยมทเ่ี หมำะสม

ตวั ชว้ี ัด
ท1.1 ม.6/1 , ม.6/3 , ม.6/4 , ม.6/5 , ม.6/7, ม.6/8
ท2.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3, , ม.6/7, ม.6/8
ท3.1 ม.6/3 , ม.6/5, ม.6/6
ท4.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/4, ม.6/5
ท5.1 ม.6/1 ,ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4

รวมทง้ั หมด 22 ตัวช้วี ัด

คาอธิบายรายวิชาสาระเพม่ิ เติม

รหสั วชิ า I30201 การศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองค์ความรู้

(Research and Knowledge Formation)

ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวน 2 ช่ัวโมง / สัปดาห์

จานวน 1.0 หน่วยกิต จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น

ศึกษำหลักกำรวิเครำะห์ ฝึกทักษะต้ังประเด็นปัญหำ / ตั้งคำถำมเกี่ยวกับสถำนกำรณ์ปัจจุบันและ
สงั คมโลก ต้ังสมมตฐิ ำนและให้เหตุผลทีส่ นับสนนุ หรอื โตแ้ ย้งประเดน็ ควำมรู้

โดยใช้ทักษะกำรนำควำมร้จู ำกศำสตรส์ ำขำต่ำง ๆ และมีทฤษฏีรองรับ มำออกแบบวำงแผน รวบรวม
ข้อมูล คน้ คว้ำแสวงหำควำมรเู้ กี่ยวกับสมมติฐำนทต่ี ั้งไว้จำกแหลง่ เรียนรทู้ ้งั ปฐมภูมิและทุติยภมู ิ และสำรสนเทศ
อย่ำงมีประสิทธิภำพ และพิจำรณำควำมน่ำเช่ือถือของแหล่งเรียนรู้อย่ำงมีวิจำรณญำณ เพื่อให้ได้ข้อมูลท่ี
ครบถ้วนสมบูรณ์ วิเครำะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีกำรที่เหมำะสม สังเครำะห์สรุปองค์ควำมรู้ร่วมกัน มีกระบวนกำร
กลุ่มในกำรวิพำกษ์ แลกเปล่ียนควำมคิดเห็นโดยใช้ควำมรู้จำกสำขำวิชำต่ำงๆ เสนอแนวคิด วิธีกำรแก้ปัญหำ
อยำ่ งเปน็ ระบบ ดว้ ยกระบวนกำรคิด กระบวนกำรแก้ปัญหำ กระบวนกำรปฏิบัติ ทักษะในกำรค้นคว้ำแสวงหำ
ควำมรู้ สังเครำะห์สรุป อภิปรำย ผลเปรียบเทียบเชอื่ มโยงควำมรแู้ ละควำมเป็นมำของศำสตร์

เพอ่ื ใหเ้ กิดควำมเขำ้ ใจหลักกำรและวิธคี ิดในสิ่งที่ศึกษำ เหน็ ประโยชนแ์ ละคุณคำ่ ของกำรศึกษำค้นคว้ำ
ดว้ ยตนเอง
ผลการเรยี นรู้

1. ต้ังประเด็นควำมรูจ้ ำกสถำนกำรณป์ จั จบุ นั และสังคมโลก
2. ต้ังสมมติฐำนและให้เหตุผลท่ีสนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นควำมรู้โดยใช้ควำมรู้จำกสำขำวิชำต่ำงๆ
และมีทฤษฎรี องรบั
3. ออกแบบ วำงแผน ใช้กระบวนกำรรวบรวมขอ้ มูลอยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ
4. ศกึ ษำ คน้ ควำ้ แสวงหำควำมรูเ้ กย่ี วกบั ประเด็นทเี่ ลอื กจำกแหลง่ เรยี นรทู้ ี่มปี ระสิทธิภำพ
5. ตรวจสอบควำมน่ำเช่ือถือของแหลง่ ทมี่ ำของขอ้ มลู
6. วเิ ครำะห์ขอ้ ค้นพบด้วยสถิติทีเ่ หมำะสม
7. สงั เครำะหส์ รุปองคค์ วำมรู้ดว้ ยกระบวนกำรกลมุ่
8. เสนอแนวคิด กำรแก้ปัญหำอยำ่ งเปน็ ระบบด้วยองคค์ วำมรูจ้ ำกกำรค้นพบ

รวมท้งั หมด 8 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวชิ าสาระเพม่ิ เติม

รหสั วชิ า I30202 ชอ่ื วชิ า การส่ือสารและการนาเสนอ

(Communication and Presentation)

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 2 ช่วั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ช่ัวโมง / ภาคเรียน

ศึกษำ เรียบเรียงและถ่ำยทอดควำมคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์จำกรำยวิชำกำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์
ควำมรู้ (Research and Knowledge Formation) เกย่ี วกับสถำนกำรณป์ จั จบุ ันและสงั คมโลก

โดยเขียนโครงร่ำง บทนำ เน้ือเรอื่ ง สรุป ในรูปของรำยงำนกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ เชิงวิชำกำรเป็นภำษำไทย
ควำมยำว จำนวน 4,000 คำ หรือเป็นภำษำอังกฤษ ควำมยำว 2,000 คำ มีกำรอ้ำงอิงแหล่งควำมรู้ทีเ่ ช่ือถือได้
อยำ่ งหลำกหลำย ทั้งในประเทศและต่ำงประเทศ เรียบเรยี งและถ่ำยทอดสื่อสำร นำเสนอควำมคิดอย่ำงชัดเจน
เป็นระบบ มีกำรนำเสนอในรูปแบบเด่ียว ( Oral Individual Presentation) หรือกลุ่ม (Oral Panel
Presentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทห่ี ลำกหลำย และมีกำรเผยแพรผ่ ลงำนสสู่ ำธำรณะ

เพ่ือให้เกิดทักษะในกำรเขียนรำยงำนเชิงวิชำกำร และทักษะกำรสื่อสำรที่มี ประสิทธิภำพ
เหน็ ประโยชน์และคณุ คำ่ ในกำรสร้ำงสรรคง์ ำนและถำ่ ยทอดส่งิ ท่เี รยี นรใู้ หเ้ ป็นประโยชน์แก่สำธำรณะ

ผลการเรียนรู้
1. วำงโครงรำ่ งกำรเขยี นตำมหลกั เกณฑ์ องคป์ ระกอบและวธิ กี ำรเขยี นโครงร่ำง
2. เขียนรำยงำนกำรศึกษำค้นควำ้ เชงิ วิชำกำรภำษำไทยควำมยำว 4,000 คำ หรือภำษำอังกฤษ ควำม

ยำว จำนวน 2,000 คำ
3. นำเสนอข้อค้นพบ ข้อสรุปจำกประเด็น ท่ีเลือกในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual presentation)

หรือกลมุ่ ( Oral panel presentation) โดยใชส้ อื่ เทคโนโลยีทห่ี ลำกหลำย
4. เผยแพร่ผลงำนสู่สำธำรณะ โดยใช้กำรสนทนำ / วิพำกษ์ผ่ำนส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น

e-conference , social media online
5. เห็นประโยชนแ์ ละคุณค่ำในกำรสรำ้ งสรรค์งำนและถ่ำยทอดสิง่ ท่เี รียนรู้ให้เป็นประโยชน์

รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวิชาภาษาไทยเพิม่ เติม

รหัสวชิ า ท31202 ภาษาไทยเพื่อกจิ กรรมการแสดง

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 2 ช่วั โมง / สปั ดาห์

1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษำควำมหมำย จุดประสงค์ คุณสมบัติ วธิ ีกำร และประเภทของกำรเลำ่ เรื่อง แลว้ สำมำรถ
พูดหรือเขียน บทบรรยำย พรรณนำเหตุกำรณ์ แนะนำกิจกรรมกำรแสดงได้ถูกต้องเหมำะสม ทำหน้ำท่ีเป็น
พิธกี รหรือโฆษณำได้ แสดงบทบำทสมมุติไดด้ ี เขียนบทเพอื่ กจิ กรรมกำรแสดงต่ำง ๆ ที่ถกู ตอ้ งและเหมำะสม

ผลการเรียนรู้
1. บอกควำมหมำย จุดประสงค์ คณุ สมบัติ วิธกี ำรและประเภทของกำรเล่ำเรียนได้
2. เล่ำนทิ ำน เล่ำเร่อื งขบขนั และเรือ่ งท่ตี ืน่ เต้นไดเ้ หมำะสมและนำ่ ฟงั
3. พูดหรือเขียนบทบรรยำยพรรณนำเหตุกำรณ์ แนะนำกิจกรรมกำรแสดงได้ถูกต้องเหมำะสมตำม
หลกั กำรได้
4. สำมำรถทำหน้ำทีเ่ ป็นพิธีกำรและโฆษกได้
5. ปฏบิ ัติตนเองในกำรแสดงบทบำทสมมุติได้เหมำะสม
6. เขยี นบทเพ่ือกจิ กรรมกำรแสดงต่ำง ๆ ทถี่ ูกต้องและเหมำะสมได้

คาอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย เพิ่มเตมิ

รหัสวิชา ท31204 ความรเู้ ก่ียวกบั ภาษาไทย

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 2 ชัว่ โมง / สปั ดาห์

1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

ศกึ ษำเกย่ี วกับประวัติควำมเปน็ มำของภำษำไทย ควำมหมำยของภำษำถนิ่ มลู เหตกุ ำรณ์เกิด ภำษำถิ่น
และกำรแบ่งภำษำถิ่นในประเทศไทย เพื่อบอกควำมแตกต่ำงของภำษำถ่ินในประเทศไทยได้ถูกต้อง บอก
ควำมแตกตำ่ งของกำรใชถ้ อ้ ยคำสำนวนทบี่ ุคคลตำ่ งฐำน อำชีพ เพศและวัยในโอกำสตำ่ ง ๆ กนั ไดถ้ ูกต้อง และ
บอกลักษณะสำคัญบำงประกำรของภำษำไทยได้

ผลการเรียนรู้
1. บอกประวตั ิควำมเป็นมำของภำษำไทยได้
2. บอกควำมหมำยภำษำถน่ิ มูลเหตุกำรณ์เกดิ ภำษำถิน่ และกำรแบ่งภำษำถน่ิ ในประเทศไทยได้
3. บอกควำมแตกตำ่ งของภำษำถนิ่ ในประเทศไทยไดถ้ ูกต้อง
4. บอกควำมแตกต่ำงของกำรใช้ถ้อยคำสำนวนท่ีบุคคลต่ำงฐำนะ อำชีพ เพศ และวันในโอกำส
ตำ่ ง ๆ กันได้ถกู ต้อง
5. บอกลักษณะสำคัญบำงประกำรของภำษำไทยได้

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 คาอธิบายรายวชิ าภาษาไทย เพ่ิมเติม
1.0 หนว่ ยกิต รหสั วิชา ท32201 การอ่านพัฒนาชวี ติ

จานวน 2 ช่ัวโมง / สปั ดาห์
จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรียน

ศึกษำควำมหมำย ควำมสำคัญและจุดประสงค์ของกำรอ่ำนเพื่อพัฒนำชีวิต ประเภทของกำรอ่ำน
และลักษณะของกำรอ่ำนท่ีสำมำรถนำมำพัฒนำชีวิต หลักกำรอำ่ นหนงั สือพิมพ์ นติ ยสำร วำรสำร หนังสอื เล่ม
ต่ำง ๆ เรื่องสน้ั นวนิยำย นทิ ำนคำกลอน บทกวีตำ่ ง ๆ เพ่อื วเิ ครำะห์ วิจำรณ์ แลว้ นำมำพฒั นำชีวิตประจำวนั
ดำ้ นสติปญั ญำ สขุ ภำพรำ่ งกำยสงิ่ แวดลอ้ ม ด้ำนอำรมณแ์ ละคุณธรรมได้

ผลการเรยี นรู้
1. บอกควำมหมำย ควำมสำคัญและจดุ ประสงคข์ องกำรอำ่ นเพื่อพัฒนำชวี ิตได้
2. บอกประเภทของกำรอำ่ น และลักษณะของกำรอ่ำนที่สำมำรถนำมำพัฒนำชีวติ ได้
3. บอกหลักกำรอำ่ นหนงั สือพิมพ์ เพ่ือวิเครำะห์ วจิ ำรณ์ และนำมำใช้ในชีวิตประจำวนั ได้
4. บอกหลักกำรอ่ำนนิตยสำร วำรสำร หนังสือเล่มต่ำง ๆ เพื่อนำควำมรู้มำพัฒนำสติปัญญำ สุขภำพ
รำ่ งกำย และสิง่ แวดล้อม
5. บอกหลักกำรอ่ำนเร่ืองส้ัน นวนิยำย นิทำนคำกลอน บทกวีต่ำง ๆ ท่ีนำมำพัฒนำชีวติ ด้ำนอำรมณ์และ
ด้ำนคุณธรรมได้

คาอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย เพ่ิมเตมิ

รหสั วชิ า ท32202 วรรณคดมี รดกเฉพาะเร่ือง

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์

1.0 หน่วยกิต จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรียน

ศึกษำควำมหมำย ลักษณะ และข้อสังเกตบำงประกำรของวรรณคดีมรดก หลักกำรพิจำรณำวรรณคดี
ด้ำนโครงสร้ำง ควำมงำม คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์ ด้ำนสังคม วัฒนธรรมและประเพณีบอกควำมเป็นมำ
จุดม่งุ หมำยในกำรแตง่ ประวตั ผิ ู้แตง่ ลักษณะคำประพนั ธ์ เน้อื เร่อื งย่อตำมทก่ี ำหนดให้ ลกั ษณะนิสัยตัวละคร
จำกวรรณคดีเรอ่ื งรำมเกียรต์ิ อิเหนำ ขนุ ช้ำงขุนแผนและเรือ่ ง พระอภยั มณไี ด้ถูกตอ้ ง

ผลการเรยี นรู้
1. บอกควำมหมำย ลกั ษณะ และขอ้ สงั เกตบำงประกำรของวรรณคดมี รดกได้
2. บอกหลักกำรพิจำรณำวรรณคดีด้ำนโครงสร้ำง ควำมงำม คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์ ด้ำนสังคม
วัฒนธรรมและประเพณีได้
3. บอกควำมเป็นมำ จุดมุ่งหมำยในกำรแต่ง ประวัติผู้แต่ง ลักษณะคำประพันธ์ เนื้อเร่ืองย่อตำมที่
กำหนดให้ ลักษณะนิสัยตัวละคร จำกวรรณคดีเรื่องรำมเกียรต์ิ อิเหนำ ขุนช้ำงขุนแผนและเร่ือง
พระอภัยมณีไดถ้ กู ตอ้ ง

คาอธิบายรายวิชาภาษาไทย เพม่ิ เติม

รหัสวิชา ท32203 การพูด

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์

1.0 หน่วยกติ จานวน 40 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น

ศึกษำควำมหมำย ควำมสำคัญ องค์ประกอบของกำรพูด ปัจจัยที่ช่วยให้กำรพูดสัมฤทธิ์ผล ประเภท
ของกำรพูดเพื่อปฏิบัติกำรพูด แต่ละประเภทได้ถูกต้อง เพ่ือปฏิบัติกำรเตรียมตัวในกำรพูด และปฏิบัติกำรพดู
แต่ละประเภท เช่น กำรพูดสนทนำ กำรสัมภำษณ์ กำรอภิปรำย และกำรพูดในโอกำสต่ำง ๆ ได้ถูกต้อง
เหมำะสม และนำควำมรู้ ทกั ษะกำรพูดท่ไี ด้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้

ผลการเรยี นรู้
1. บอกควำมหมำย ควำมสำคัญ องค์ประกอบของกำรพูด ปจั จยั ทีช่ ว่ ยใหก้ ำรพูดสมั ฤทธผิ์ ลได้
2. บอกประเภทของกำรพดู ไดถ้ ูกต้อง
3. ปฏิบัติกำรเตรยี มตัวในกำรพดู ได้ถกู ตอ้ งตำมข้นั ตอนและฝกึ พดู ได้เหมำะสม
4. สำมำรถกำรพูดสนทนำ กำรสัมภำษณ์ กำรอภิปรำย และกำรพูดในโอกำสต่ำง ๆ ได้ถูกต้อง
เหมำะสม

คาอธิบายรายวชิ าภาษาไทย เพมิ่ เติม

รหสั วชิ า ท32204 ภาษากับวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 จานวน 2 ชั่วโมง / สปั ดาห์

1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรียน

ศึกษำควำมหมำย ของภำษำและวัฒนธรรม ลักษณะทั่วไปลักษณะเฉพำะของวัฒนธรรม
ควำมสัมพันธ์ ระหว่ำงวัฒนธรรมไทยกับภำษำไทย องค์ประกอบท่ีทำให้เกิดวัฒนธรรมในกำรใช้ภำษำ กำรใช้
ระดับของภำษำให้ถูกต้องเหมำะสมกับบุคคลโอกำสและกำลเทศะ คำภำษำไทย ที่มีใช้กับศิลปะแขนงต่ำง ๆ
ควำมหมำยของคำภำษำไทยในแต่ละภำคทสี่ ัมพันธ์กับประเพณีไทย

โดยใช้กำรศึกษำเป็นรำยบุคคล และกระบวนกำรกลุ่มทำรำยงำนทำงวิชำกำร และนำเสนอช้ินงำนใน
รปู โครงงำนภำษำไทยเก่ียวกับควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงภำษำกบั คติชำวบำ้ นของแต่ละท้องถนิ่ ได้อยำ่ งน้อยกลุ่มละ
1 ชนดิ เพือ่ เกดิ ควำมรู้ควำมเข้ำใจ และมเี จตคติท่ดี ีต่อภำษำไทยและวฒั นธรรมไทยย่ิงขน้ึ

ผลการเรยี นรู้
1. บอกควำมหมำย ของภำษำและวัฒนธรรมได้
2. บอกลกั ษณะทัว่ ไปและลกั ษณะเฉพำะของวัฒนธรรมได้
3. บอกควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งวฒั นธรรมไทยกบั ภำษำไทยได้
4. บอกองคป์ ระกอบที่ทำใหเ้ กิดวฒั นธรรมในกำรใช้ภำษำได้
5. ใชร้ ะดับของภำษำได้ถูกต้องเหมำะสมกับบุคคล โอกำสและกำลเทศะ
6. บอกควำมหมำยของคำภำษำไทยท่ีมีใชก้ บั ศิลปะแขนงต่ำง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง
7. บอกควำมหมำยของคำภำษำไทยแต่ละภำคทสี่ ัมพันธ์กับประเพณีไทยไดถ้ ูกต้อง
8. ทำรำยงำนทำงวิชำกำร และนำเสนอชิ้นงำนในรูปโครงงำนภำษำไทยเก่ยี วกับควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำง

ภำษำกับคติชำวบ้ำนของแตล่ ะท้องถ่นิ ไดอ้ ยำ่ งนอ้ ยกลุม่ ละ 1 ชนิด (เชน่ เพลงกลอ่ มเดก็ เพลงพืน้ บำ้ น เพลง
เกย่ี วข้ำว เพลงฉ่อย เพลงอแี ซว เพลงพวงมำลัย เพลงลำตดั ลเิ ก เพลงเรือ (

คาอธิบายรายวิชาภาษาไทย เพิ่มเตมิ

รหสั วิชา ท33201 ประวตั ิวรรณคดี 1

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 2 ชัว่ โมง / สปั ดาห์

1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรียน

ศึกษำควำมหมำยประเภท ควำมสำคัญ กำรแบ่งสมัยของวรรณคดี แล้วสำมำรถเล่ำเหตุกำรณ์
บ้ำนเมืองสมัยสุโขทัย อยุธยำ บอกกำเนิดอักษรไทย กำรประดิษฐ์ลำยสือไท ลักษณะพิเศษและคุณค่ำของ
ลำยสือไท บอกลักษณะสำคัญของวรรณคดีสมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยำตอนต้น ตอนกลำงและตอนปลำยได้
ถูกต้อง

ผลการเรียนรู้
1. บอกควำมหมำยประเภท ควำมสำคญั กำรแบ่งสมัยของวรรณคดี
2. เล่ำเหตกุ ำรณ์บ้ำนเมอื งสมยั สุโขทัย อยุธยำ บอกกำเนดิ อักษรไทย กำรประดษิ ฐ์ลำยสือไท
3. บอกลกั ษณะสำคัญของวรรณคดใี นสมยั สุโขทยั ที่กำหนดให้ได้
4. บอกเหตุกำรณ์บ้ำนเมืองและลักษณะสำคัญของวรรณคดีในสมัยอยุธยำตอนต้นที่กำหนดให้
ได้
5. บอกลกั ษณะสำคัญของวรรณคดีในสมัยอยธุ ยำตอนกลำงที่กำหนดให้ได้
6. บอกลกั ษณะสำคญั ของวรรณคดีในสมัยอยุธยำตอนปลำยท่ีกำหนดใหไ้ ด้

คาอธิบายรายวชิ าภาษาไทย เพ่ิมเตมิ

รหสั วชิ า ท33202 วรรณกรรมทอ้ งถนิ่

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์

1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น

ศึกษำควำมหมำยและลักษณะของวรรณกรรมท้องถ่ิน จุดประสงค์ของกำรแต่ง ประเภทและ
พฒั นำกำรของวรรณกรรมท้องถนิ่ เพอ่ื เลำ่ เรื่องหรือแสดงบทบำทสมมุติของวรรณกรรมทอ้ งถนิ่ แตล่ ะภำคของ
ไทย ภำคละ 1 เร่ือง และบอกคุณค่ำด้ำนต่ำง ๆ ของวรรณกรรมท้องถ่ินแต่ละเร่ืองต่อสังคมไทยได้ถูกต้อง
เหมำะสม

ผลการเรยี นรู้
1. บอกควำมหมำยและลักษณะวรรณกรรมท้องถ่นิ ได้
2. บอกจดุ ประสงคข์ องกำรแต่งวรรณกรรมท้องถิ่นและประเภทของวรรณกรรมท้องถิ่นได้
3. บอกพัฒนำกำรของวรรณกรรมท้องถิน่ ได้
4. เล่ำเร่ือง หรือแสดงบทบำทสมมุติของวรรณกรรมท้องถิ่นที่ดีเด่นแต่ละภำคของ ประเทศไทยได้
ถกู ต้องและเหมำะสม อย่ำงน้อยภำคละ 1 เร่อื ง
5. บอกได้ว่ำวรรณกรรมท้องถ่ินแต่ละเรื่องมีคุณค่ำต่อผูอ้ ่ำน หรือสังคมไทยด้ำนใดบ้ำง (ด้ำนอำรมณ์
ดำ้ นควำมคิด ด้ำนควำมรู้ ด้ำนภำษำ ฯลฯ(

คาอธิบายรายวชิ าภาษาไทย เพ่ิมเตมิ

รหสั วิชา ท33202 ประวตั วิ รรณคดี 2

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์

1.0 หน่วยกิต จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษำอิทธิพลของวรรณคดีสมัยอยุธยำที่มีผลต่อกำรฟ้ืนฟูวรรณคดีสมัยธนบุรีควำมเคล่ือนไหวทำง
วรรณคดี เหตุกำรณ์ท่ัวไปของบ้ำนเมือง ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ในแต่ละรัชกำลตั้งแต่สมัย
รชั กำลที่ 1 ถงึ รัชกำลที่ 6 และบอกลักษณะของวรรณคดีในแต่ละรชั กำลที่กำหนดใหไ้ ด้ จนสำมำรถบอกมลู เหตุ
ที่ทำให้วรรณกรรมไทยหลังรัชกำลที่ 6 มีควำมเปล่ียนแปลงมำถึงวรรณกรรมปัจจุบันและบอกประเภทของ
วรรณกรรมปจั จบุ นั ได้

ผลการเรยี นรู้
1. อิทธิพลของวรรณคดีสมัยอยุธยำที่มีผลต่อกำรฟ้ืนฟูวรรณคดี สมัยธนบุรี และลักษณะวรรณคดี
สมยั ธนบุรที ี่กำหนดใหไ้ ด้
2. บอกควำมเคลอ่ื นไหวทำงวรรณคดสี มยั รัตนโกสินทรแ์ ละวรรณคดีสมยั รัชกำลท่ี 1ได้
3. บอกเหตกุ ำรณ์ท่ัวไปของบ้ำนเมือง และลักษณะวรรณคดสี มัยรชั กำลท่ี 2 ได้
4. บอกเหตุกำรณ์ทัว่ ไปขงบ้ำนเมือง เคลอื่ นไหวทำงวรรณคดี กำเนดิ กำรพิมพ์และหนังสือพิมพ์ และ
ลักษณะวรรณคดีสมยั รชั กำลที่ 3 ได้
5. บอกเหตุกำรณท์ ัว่ ไปของบ้ำนเมอื งและลักษณะของวรรณคดสี มยั รัชกำลท่ี 4 ได้
6. บอกเหตกุ ำรณ์ทวั่ ไปขงบ้ำนเมือง เคลื่อนไหวทำงวรรณคดี กำเนิดกำรพิมพ์และหนังสือพิมพ์ และ
ลกั ษณะวรรณคดสี มัยรัชกำลท่ี 4 ได้
7. บอกเหตุกำรณท์ ่วั ไปของบำ้ นเมืองและลกั ษณะของวรรณคดสี มยั รัชกำลท่ี 5 ได้
8. บอกมลู เหตุท่ีทำให้วรรณกรรมไทยหลังรชั กำลที่ 6 มีแนวโน้มเปล่ียนแปลง และบอกประเภทของ
วรรณกรรมปัจจบุ ันได้

คาอธิบายรายวิชาภาษาไทย เพ่มิ เตมิ

รหัสวชิ า ท33204 การอา่ นพจิ ารณาวรรณกรรม

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 จานวน 2 ช่ัวโมง / สปั ดาห์

1.0 หน่วยกติ จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษำหลกั กำรอ่ำนหนังสือและหลักกำรใชห้ ้องสมุดแล้วสำมำรถแยกประเภทของวรรณกรรมประเภท
ตำ่ ง ๆ เชน่ ข่ำว ขอ้ ควำมโฆษณำ บทควำม เรื่องสนั้ นิทำน บทร้อยกรองทีก่ ำหนดใหแ้ ล้วสำมำรถสรุปเหตุกำรณ์
วิจำรณ์ข้อดี ข้อเสีย รวบรวมสำนวนโวหำรและตีควำมหมำยของสำนวน บอกข้อคิดและคุณค่ำท่ีได้รับได้
ถูกตอ้ งเหมำะสม

ผลการเรยี นรู้
1. บอกหลักกำรอำ่ นหนังสอื และหลกั กำรใช้หอ้ งสมุดได้
2. บอกประเภทของวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองได้
3. บอกหลกั กำรวจิ ำรณ์ วเิ ครำะห์วรรณกรรมท่ีกำหนดให้ได้
4. เมื่ออ่ำนข่ำว ข้อควำมโฆษณำ บทควำม เรื่องส้ัน นิทำน บทร้อยกรองที่กำหนดให้แล้ว สำมำรถ
สรุปเหตุกำรณ์ วิจำรณ์ข้อดี ข้อเสีย รวบรวมสำนวนโวหำรและตีควำมหมำยของสำนวนได้ บอก
ข้อคดิ และคุณคำ่ ท่ไี ดร้ ับถูกต้องเหมำะสม

โครงสรา้ งหลักสตู ร
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย
กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์

 รหสั วิชา
 ชื่อวิชา
 จานวนชวั่ โมงท่ีเรียน / สัปดาห์
 จานวนหน่วยกติ
 คาอธบิ ายรายวชิ า
 ตัวช้วี ัด / ผลการเรยี นรู้

โครงสร้างหลกั สตู รรายวชิ าพื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
โรงเรยี นภทั รอนสุ รณ์

ระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย

ลาดบั ที่ ระดับช้ัน รหสั วิชา ชอื่ วิชา จานวน ชม./ จ า น ว น
ทเ่ี รยี น
คณติ ศาสตร์ 1 สปั ดาห์ หน่วยกติ
คณิตศาสตร์ 2
1 ม.4 ค31101 คณิตศาสตร์ 3 2 1.0
คณิตศาสตร์ 4
2 ม.4 ค31102 คณิตศาสตร์ 5 2 1.0
คณิตศาสตร์ 6
3 ม.5 ค32101 2 1.0

4 ม.5 ค32102 2 1.0

5 ม.6 ค33101 2 1.0

6 ม.6 ค33102 2 1.0

รวมหน่วยกิตท้ังหมด 6.0 หนว่ ยกิต

โครงสรา้ งหลกั สตู รรายวิชาเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์

โรงเรยี นภัทรอนุสรณ์

ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ลาดับที่ ระดับช้ัน รหัสวชิ า ชือ่ วชิ า จานวน ชม./ จ า น ว น
ท่เี รียน
สปั ดาห์ หน่วยกติ

1 ม.4 ค31201 คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เติม 1 4 2.0

2 ม.4 ค31202 คณติ ศาสตรเ์ พิม่ เตมิ 2 4 2.0

3 ม.5 ค32201 คณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม3 4 2.0

4 ม.5 ค32202 คณติ ศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 4 4 2.0

5 ม.6 ค33201 คณติ ศาสตร์เพิ่มเติม5 4 2.0

6 ม.6 ค33202 คณติ ศาสตร์เพิ่มเติม 6 4 2.0

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
1.0 หนว่ ยกิต รายวิชา ค31101 คณิตศาสตร์ 1

จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
จานวน 40 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น

ศึกษา เก่ียวกับ เซต การเขียนเซต เซตจํากัดและเซตอนันต์ เซตท่ีเท่ากัน เซตว่าง แผนภาพ
ของเวนน์ออยเลอร์ เอกภพสัมพัทธ์ สับเซตและสับเซตแท้ เพาเวอร์เซต การดําเนินการของเซ็ต อินเตอร์เซ็กชัน
ยูเนียน คอมพลีเมนต์ ผลต่างระหว่างเซต การแก้ปัญหาโดยใช้เซต ตรรกศาสตร์เบ้ืองต้น ประพจน์ นิเสธ
ของประพจน์ การเชื่อมประพจนด์ ว้ ย ตวั เช่ือม “และ” การเชือ่ มประพจน์ดว้ ย ตัวเชือ่ ม“หรอื ” การเช่อื มประพจน์
ด้วย ตัวเชอื่ ม “ถ้า...แล้ว...” และ การเชอ่ื มประพจนด์ ว้ ย ตัวเช่อื ม “กต็ อ่ เม่อื ”

โดยนําทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย การแก้ปัญหา การส่ือสารและสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล การคิดสร้างสรรค์ นําไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
อย่างเหมาะสม มเี หตผุ ลประกอบในการตัดสนิ ใจ

เพ่ือให้นักเรียนเกิดความตระหนักในคุณค่าและมีเจคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เป็นผู้ที่มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง
มงุ่ มัน่ ในการทํางาน รกั ความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ

รหสั ตัวชีว้ ัด
ค 1.1 ม.4/1

รวมทงั้ หมด 1 ตัวชว้ี ัด

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รายวิชา ค31102 คณิตศาสตร์ 2

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 2 ชัว่ โมง / สปั ดาห์

1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรียน

ศึกษาและเข้าใจ เก่ียวกับ หลักการนับเบื้องต้น หลักการบวกและหลักการคูณ การเรียงสับเปลี่ยน
ของส่ิงของท่ีแตกต่างกันทั้งหมด และการจัดหมู่ของสิ่งของท่ีแตกต่างกันท้ังหมด การทดลองสุ่มและเหตุการณ์
และความนา่ จะเปน็

โดยนําทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย การแก้ปัญหา การส่ือสารและส่ือความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล การคิดสร้างสรรค์ นําไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
อย่างเหมาะสม มีเหตุผลประกอบในการตัดสนิ ใจ

เพ่ือให้นักเรียนเกิดความตระหนักในคุณค่าและมีเจคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ เป็นผู้ที่มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง
ม่งุ มน่ั ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ

รหสั ตัวช้วี ัด
ค 3.2 ม.4/1
ค 3.2 ม.4/2

รวมทง้ั หมด 2 ตัวช้วี ดั

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

รายวิชา ค32101 คณติ ศาสตร์ 3

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์

1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรียน

ศึกษา เข้าใจความหมาย อธิบาย วิเคราะห์และใช้สมบัติ เกี่ยวกับ เลขยกกําลังรากท่ี n ของจํานวนจริง
เมื่อ n เป็นจํานวนนับท่ีมากกว่า 1 และเลขยกกําลังท่ีมีเลขชี้กําลังเป็นจํานวนตรรกยะ ฟังก์ชันและกราฟของ
ฟังกช์ ัน ฟงั กช์ นั เชิงเส้น ฟงั กช์ ันกําลังสอง ฟังก์ชนั ขน้ั บนั ได ฟังก์ชนั เอกซโ์ พเนนเชยี ล

โดยนําทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบดว้ ย การแกป้ ญั หา การสือ่ สารและการสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มีเหตผุ ลประกอบการตดั สนิ ใจ

เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ท่ีมีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทํางาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ

รหัสตัวชวี้ ัด
ค 1.1 ม.5/1
ค 1.2 ม.5/1

รวมทง้ั หมด 2 ตวั ชีว้ ัด

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
1.0 หนว่ ยกติ รายวชิ า ค32102 คณติ ศาสตร์ 4

จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษา เข้าใจ วิเคราะห์และนําความรู้ไปใช้ เก่ียวกับ ลําดับและอนุกรม ลําดับเลขคณิตและลําดับ
เรขาคณิต อนุกรมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณิต ดอกเบ้ียและมลู คา่ ของเงิน ดอกเบีย้ มูลค่าของเงิน คา่ รายงวด

โดยนาํ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย การแกป้ ญั หา การส่อื สารและการส่ือความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้อยา่ งเหมาะสม มเี หตุผลประกอบการตดั สินใจ

เพ่ือให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทํางาน รักความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ

รหัสตวั ชี้วดั
ค 1.2 ม.5/2
ค 1.3 ม.5/1

รวมทั้งหมด 2 ตัวชี้วดั

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รายวิชา ค33101 คณิตศาสตร์ 5

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 2 ชั่วโมง / สปั ดาห์

1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรียน

ศึกษา เข้าใจความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล ใช้ความรู้ อธิบาย วิเคราะห์และนําเสนอข้อมูลเชิง
คณุ ภาพ

โดยนําทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย การแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม มีเหตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ

เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทาํ งาน รักความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ

รหสั และตวั ชวี้ ดั
ค 3.1 ม.6/1

รวมทั้งหมด 1 ตัวช้วี ดั

คคาาออธธิบิบาายยรราายยววิชิชาาเพ้ืนิ่มฐเตาิมน

รายรวาิชยาวคชิ 3า12ค03131ค0ณ2ติ คศณาสิตตศรา์เสพตมิ่ รเ์ต6ิม 1

ชชนั้ ้ันมมธั ธั ยยมมศศึกึกษษาาปปีทที ี่ 4ี่ 6 จาจนาวนนวน4 ชวั่ 2โมชงัว่ โ/มสงัป/ดสาปัหด์ าห์

21.0.0หหนนว่ ่วยยกกติ ติ จจาานนววนน8040ชวั่ ชโมว่ั งโม/งภ/าภคาเรคียเนรียน

ศึกษา เข้าใจความหมาย ใช้ความรู้ อธิบาย เกี่ยวกับ แปลความหมายของค่าสถิติ หาตําแหน่งท่ีของ
ข้อมลู คา่ กลาง (ฐานนยิ ม มัธยฐาน ค่าเฉลี่ยเลขคณติ ) ค่าการกระจาย (พิสยั ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความ
แปรปรวน) วิเคราะหแ์ ละการนาํ เสนอขอ้ มูลเชงิ ปรมิ าณ

โดยนําทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบดว้ ย การแก้ปัญหา การสือ่ สารและการสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ไดอ้ ย่างเหมาะสม มเี หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ

เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ท่ีมีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทํางาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
รหัสและตวั ช้วี ัด
ค 3.1 ม.6/1

รวมทั้งหมด 1 ตวั ช้ีวัด

ศกึ ษา เข้าใจ และใช้ความรู้ เก่ียวกับ การดาํ เนินการของเซต สัญลักษณพ์ น้ื ฐานเก่ียวกับเซต ตรรกศาสตร์
เบื้องต้นเก่ียวกับประพจน์และตัวเช่ือม ประโยคท่ีมีตัวบ่งปริมาณตัวเดียว การอ้างเหตุผล เข้าใจจํานวนจริงและ
สมบัตขิ องจํานวนจริง คา่ สัมบรู ณข์ องจํานวนจริงและสมบัติของคา่ สัมบรู ณ์ของจํานวนจริง จํานวนจริงในรูปกรณฑ์
และจํานวนจรงิ ในรูปเลขยกกําลัง และแยกตัวประกอบพหุนาม รวมทง้ั แกส้ มการและอสมการพหุนามตัวแปรเดียว
ดีกรีไม่เกินสี่ แก้สมการและอสมการเศษส่วนของพหุนามตัวแปรเดียว แก้สมการและอสมการค่าสัมบูรณ์ของ
พหนุ ามตัวแปรเดยี ว และนาํ ความร้เู กย่ี วกบั พหุนามไปใชใ้ นการแก้ปัญหา

โดยนาํ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบดว้ ย การแกป้ ัญหา การสอ่ื สารและการสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ไดอ้ ย่างเหมาะสม มเี หตุผลประกอบการตดั สนิ ใจ

เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ท่ีมีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทํางาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจและใช้ความรูเ้ กย่ี วกับเซต ในการส่ือสารและส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
2. เขา้ ใจและใชค้ วามรเู้ ก่ียวกบั ตรรกศาสตร์เบอื้ งต้นในการสือ่ สาร สอ่ื ความหมายและอ้างเหตผุ ล
3. เข้าใจจํานวนจริง และใชส้ มบัตขิ องจํานวนจรงิ ในการแก้ปญั หา
4. แก้สมการและอสมการพหนุ ามตัวแปรเดียวดีกรีไมเ่ กินส่ี และนําไปใช้ในการแกป้ ัญหา
5. แกส้ มการและอสมการเศษสว่ นของพหุนามตัวแปรเดยี ว และนาํ ไปใชใ้ นการแก้ปญั หา
6. แก้สมการและอสมการคา่ สัมบูรณ์ของพหุนามตัวแปรเดยี ว และนําไปใช้ในการแกป้ ัญหา

รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

รายวชิ า ค31202 คณติ ศาสตร์เพ่ิมเตมิ 2

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 4 ชวั่ โมง / สัปดาห์

2.0 หนว่ ยกิต จานวน 80 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น

ศึกษา เข้าใจ และใช้ความรู้ เกี่ยวกับ ฟังก์ชันในการหาผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร
ฟังก์ชัน หาฟังก์ชันประกอบและฟังก์ชันผกผัน และใช้สมบัติของฟังก์ชันในการแก้ปัญหา มีความคิดรวบย อด
เก่ียวกับฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม สามารถบอกลักษณะกราฟและนําไปใช้ในการแก้ปัญหา
และแก้สมการเอกซ์โพเนนเชียลและสมการลอการิทึมแล้วนําไปใช้ในการแก้ปัญหา เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับ
เรขาคณติ วเิ คราะห์ในการแก้ปญั หา

โดยนําทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย การแกป้ ญั หา การสือ่ สารและการสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้อยา่ งเหมาะสม มเี หตุผลประกอบการตดั สนิ ใจ

เพ่ือให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทาํ งาน รักความเปน็ ไทย และมีจติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. หาผลลพั ธข์ องการบวก การลบ การคณู การหารฟงั กช์ ัน หาฟงั กช์ ันประกอบและฟงั กช์ ันผกผัน
2. ใช้สมบตั ิของฟังกช์ ันในการแก้ปัญหา
3. เขา้ ใจลกั ษณะกราฟของฟงั กช์ ันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชนั ลอการิทึมและนาํ ไปใช้ในการแก้ปัญหา
4. แกส้ มการเอกซโ์ พเนนเชยี ลและสมการลอการิทมึ และนําไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
5. เขา้ ใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับเรขาคณิตวเิ คราะห์ในการแกป้ ัญหา

รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

รายวชิ า ค32201 คณติ ศาสตร์เพ่ิมเติม 3

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 จานวน 4 ช่ัวโมง / สปั ดาห์

2.0 หน่วยกติ จานวน 80 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย เกี่ยวกับ ค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติ ฟังก์ชันตรีโกณมิติผกผัน เอกลักษณ์และสมการ
ตรีโกณมิติ กฎของโคไซน์และกฎของไซน์ เมทริกซ์และเมทริกซ์สลับเปลย่ี น การบวกเมทริกซ์ การคูณเมทริกซ์กับ
จํานวนจรงิ การคณู ระหวา่ งเมทริกซ์ ดเี ทอรม์ แิ นนต์ เมทรกิ ซผ์ กผนั และการแก้ระบบสมการเชงิ เส้นโดยใช้เมทริกซ์
เวกเตอร์ นิเสธของเวกเตอร์ การบวก การลบเวกเตอร์ การคณู เวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ ผลคณู เชงิ สเกลารแ์ ละผลคูณ
เชิงเวกเตอร์

โดยนําทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบดว้ ย การแกป้ ัญหา การส่อื สารและการส่ือความหมาย
ทางคณติ ศาสตร์ การเชอ่ื มโยง การใหเ้ หตผุ ล และการคดิ สร้างสรรค์ ไปใช้ในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้
อย่างเหมาะสม มีเหตุผลประกอบการตัดสินใจ

เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทํางาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจฟังก์ชันตรีโกณมติ แิ ละลกั ษณะกราฟของฟังกช์ ันตรีโกณมติ ิ และนําไปใช้ในการแก้ปัญหา
2. แกส้ มการตรีโกณมติ ิ และนาํ ไปใช้ในการแกป้ ัญหา
3. ใชก้ ฎของโคไซน์และกฎของไซน์ในการแก้ปญั หา
4. เขา้ ใจความหมาย หาผลลพั ธ์ของการบวกเมทรกิ ซ์ การคูณเมทรกิ ซก์ บั จํานวนจรงิ การคูณระหว่าง

เมทรกิ ซ์ และหาเมทรกิ ซ์สลบั เปลี่ยน หาดีเทอร์มแิ นนต์ของเมทรกิ ซ์ n × n เม่ือ n เป็นจํานวนนบั
ที่ไมเ่ กนิ สาม
5. หาเมทริกซผ์ กผนั ของเมทรกิ ซ์ 2 × 2
6. แกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ โดยใช้เมทรกิ ซผ์ กผนั และการดาํ เนินการตามแถว
7. หาผลลพั ธ์ของการบวก การลบเวกเตอร์ การคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ หาผลคูณเชิงสเกลาร์ และ
ผลคูณเชงิ เวกเตอร์
8. นาํ ความรเู้ กี่ยวกับเวกเตอรใ์ นสามมติ ิไปใช้ในการแก้ปญั หา
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาคณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ

รายวิชา ค32202 คณิตศาสตรเ์ พิ่มเติม 4

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 จานวน 4 ชั่วโมง / สปั ดาห์

2.0 หนว่ ยกิต จานวน 80 ช่ัวโมง / ภาคเรียน

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย เกีย่ วกับ จาํ นวนเชงิ ซ้อน และสมบตั ขิ องจาํ นวนเชิงซ้อน จาํ นวนเชิงซอ้ นใน
รูปเชิงข้ัว และรากที่ n ของจํานวนเชิงซ้อน เม่ือ n เป็นจํานวนนับท่ีมากกว่า 1 หลักการบวกและการคูณ การ
เรยี งสบั เปล่ียน การเรียงสับเปลี่ยนเชิงเส้น การเรียงสบั เปลี่ยนเชิงวงกลมกรณีที่สงิ่ ของแตกต่างกนั ท้งั หมด การจัด
หมู่กรณีท่ีส่ิงของแตกต่างกันท้ังหมดและทฤษฎีบททวินาม การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ความน่าจะเป็นของ
เหตกุ ารณ์

โดยนําทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย การแกป้ ัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเชือ่ มโยง การให้เหตุผล และการคดิ สร้างสรรค์ ไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
อยา่ งเหมาะสม มีเหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจ

เพ่ือให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ท่ีมีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทํางาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
ผลการเรยี นรู้

1. เขา้ ใจจํานวนเชิงซอ้ นและใชส้ มบัตขิ องจาํ นวนเชิงซอ้ นในการแกป้ ญั หา
2. หารากที่ n ของจํานวนเชงิ ซ้อนเม่ือ n เปน็ จาํ นวนนบั ท่ีมากกวา่ 1
3. แก้สมการพหนุ ามตวั แปรเดียวดกี รไี มเ่ กินสีท่ ีม่ สี มั ประสิทธเ์ิ ป็นจาํ นวนเต็ม และนําไปใชใ้ นการ

แก้ปัญหา
4. เข้าใจและใช้หลักการบวกและการคณู การเรยี งสบั เปลี่ยน และการจดั หมใู่ นการแกป้ ัญหา
5. หาความน่าจะเป็นและนาํ ความรเู้ กยี่ วกับความนา่ จะเปน็ ไปใช้
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาคณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เติม

รายวชิ า ค33201 คณิตศาสตรเ์ พิ่มเติม 5

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 จานวน 4 ชั่วโมง / สัปดาห์

2.0 หน่วยกิต จานวน 80 ชั่วโมง / ภาคเรยี น

ศึกษา เข้าใจ ระบุ และใช้สมบัติ เก่ียวกับ ลําดับและอนุกรม ลําดับจํากัดและลําดับอนนั ต์ลําดบั เลขคณิต
และลําดับเรขาคณิต ลิมิตของลําดับ อนันต์อนุกรมจํากัดและอนุกรมอนันต์อนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณิต
ผลบวกอนุกรมอนันต์การนําความรู้เกี่ยวกับลําดับและอนุกรมไปใช้ ในการแก้ปัญหามูลค่าของเงินและค่ารายงวด
การแจกแจงความน่าจะเป็นเบ้ืองต้น การแจกแจงเอกรูป การแจกแจงทวินาม การแจกแจงปกติ โดยจัด
ประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ ในชีวิตประจําวันท่ีใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดย การปฏิบัติจริง
ทดลอง สรปุ รายงาน

นําทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย การแก้ปญั หา การสอื่ สารและการสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม มีเหตผุ ลประกอบการตดั สนิ ใจ

เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ท่ีมีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการ
ทาํ งาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. ระบุไดว้ า่ ลาํ ดบั ทีก่ าํ หนดใหเ้ ปน็ ลําดับลู่เขา้ หรือลูอ่ อก
2. หาผลบวก n พจนแ์ รกของอนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณิต
3. หาผลบวกอนกุ รมอนนั ต์
4. เขา้ ใจและนาํ ความรู้เกี่ยวกับลําดับและอนุกรมไปใช้
5. หาความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์ท่เี กดิ จากตวั แปรสมุ่ ที่มีการแจกแจงเอกรูป การแจกแจงทวินาม และ
การแจกแจงปกติ และนําไปใช้ในการแก้ปัญหา

จานวน 5 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาคณิตศาสตรเ์ พ่ิมเติม

รายวชิ า ค33202 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 6

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 4 ชัว่ โมง / สัปดาห์

2.0 หนว่ ยกติ จานวน 80 ชั่วโมง / ภาคเรยี น

ศึกษา และตรวจสอบ เกี่ยวกับ แคลคูลัสเบื้องต้น ลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก์ชัน อนุพันธ์ของฟังก์ชัน
พีชคณติ ปริพันธ์ของ ฟงั ก์ชันพชี คณติ

โดยนาํ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ประกอบดว้ ย การแกป้ ญั หา การสื่อสารและการส่ือความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ การเช่ือมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ ไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม มีเหตผุ ลประกอบการตัดสนิ ใจ

เพ่ือให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ประกอบด้วย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการ
ทาํ งาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. ตรวจสอบความต่อเน่อื งของฟงั กช์ นั ที่กําหนดให้
2. หาอนุพนั ธ์ของฟังกช์ นั พชี คณติ ทกี่ ําหนดให้ และนาํ ไปใชแ้ ก้ปญั หา
3. หาปริพันธ์ไม่จาํ กดั เขตและจํากัดเขตของฟงั กช์ นั พชี คณติ ทกี่ ําหนดให้ และนําไปใช้แกป้ ญั หา

จานวน 3 ผลการเรยี นรู้

โครงสร้างหลักสตู ร
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 รหัสวิชา
 ชอ่ื วิชา
 จานวนช่วั โมงที่เรยี น / สัปดาห์
 จานวนหนว่ ยกติ
 คาอธบิ ายรายวชิ า
 ตัวชี้วดั / ผลการเรียนรู้

โครงสรา้ งหลักสตู รรายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรียนภทั รอนสุ รณ์

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

ลาดบั ที่ ระดบั ช้ัน รหสั วชิ า ช่อื วิชา จานวน ชม./ จานวน
ที่เรียน สัปดาห์ หน่วยกิต

1 ม.4 ว30101 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 3 1.5

2 ม.4 ว30102 วิทยาศาสตรโ์ ลก 3 1.5

ดาราศาสตร์

3 ม.4 ว30103 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0

4 ม.5 ว30104 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 1 3 1.5

5 ม.5 ว30106 วทิ ยาการคานวณ 2 1.0

6 ม.6 ว30105 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 3 1.5

รวมหน่วยกติ ท้งั หมด 8.0 หน่วยกติ

โครงสร้างหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรียนภทั รอนสุ รณ์

ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ลาดบั ที่ รหสั วิชา ชอื่ วิชา จานวน ชม./ จานวน
สปั ดาห์ หนว่ ยกิต

1 ว31201 ฟิสกิ ส์ 1 4 2.0

2 ว31221 เคมี 1 3 1.5

3 ว31241 ชวี วทิ ยา 1 3 1.5

4 ว31202 ฟสิ ิกส์ 2 4 2.0

5 ว31222 เคมี 2 3 1.5

6 ว31242 ชวี วิทยา 2 3 1.5

7 ว31281 การนาเสนอสื่อประสม 1 2 1.0

8 ว32203 ฟิสิกส์ 3 4 2.0

9 ว32223 เคมี 3 3 1.5

10 ว32243 ชีววิทยา 3 3 1.5

11 ว32204 ฟสิ ิกส์ 4 4 2.0

12 ว32224 เคมี 4 3 1.5

13 ว32244 ชวี วทิ ยา 4 3 1.5

14 ว32282 การนาเสนอสื่อประสม 2 2 1.0

15 ว33205 ฟสิ กิ ส์ 5 4 2.0

16 ว33225 เคมี 5 3 1.5

17 ว33245 ชีววทิ ยา 5 3 1.5

18 ว33206 ฟิสกิ ส์ 6 4 2.0

19 ว33226 เคมี 6 3 1.5

31 ว33246 ชีววทิ ยา 6 3 1.5

รวมหน่วยกติ ทั้งหมด 58.5 หนว่ ยกติ

คาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน

รหัสวชิ า ว30101 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 3 ชว่ั โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ชัว่ โมง / ภาคเรียน

ศึกษาเก่ียวกับความสัมพันธ์ของสภาพทางภูมิศาสตร์บนโลกกับความหลากหลายของไบโอม การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ การเปล่ียนแปลงขององค์ประกอบทางกายภาพและทางชีวภาพท่ีมีผลต่อ
การเปล่ียนแปลงขนาดของประชากรส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศ ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อม โครงสร้างและ
สมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ที่สัมพันธ์กับการลาเลียงสาร การลาเลียงสารผ่านเย่ือหุ้มเซลล์แบบต่าง ๆ การควบคุม
ดุลยภาพของนาและสารในเลือดโดยการทางานของไต การควบคุมดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดโดยการ
ทางานของไตและปอด การควบคมุ ดลุ ยภาพของอุณหภูมิภายในรา่ งกายโดยระบบหมนุ เวียนเลือด ผิวหนงั และ
กล้ามเนือโครงร่าง การตอบสนองของร่างกายแบบไม่จาเพาะและแบบจาเพาะต่อสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย
โรคหรืออาการทเ่ี กดิ จากความผิดปกติของระบบภูมคิ ุ้มกนั ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องทีม่ สี าเหตุมาจากการติดเชือ
HIV สารอาหารทีพ่ ืชสังเคราะห์ได้และการใช้ประโยชน์จากสารตา่ ง ๆ ทีพ่ ืชบางชนดิ สร้างขึน ปจั จัยภายนอกท่ี
มีผลต่อการเจริญเตบิ โตของพืช สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่มนุษย์สงั เคราะห์ขึน และการประยุกตใ์ ช้
ทางด้านการเกษตรของพืช การตอบสนองของพืชต่อส่ิงเร้าในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลต่อการดารงชีวิต
ความสัมพันธ์ระหว่างยีน การสังเคราะห์โปรตีน และลักษณะทางพันธุกรรม หลักการถ่ายทอดลักษณะท่ีถูก
ควบคุมด้วยยีนท่ีอยู่บนโครโมโซมเพศและมัลติเปิลแอลลลี ผลท่ีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงลาดับนิวคลโี อไทดใ์ น
ดีเอ็นเอต่อการแสดงลักษณะของส่ิงมีชีวิต เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอท่ีมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และความ
หลากหลายของสง่ิ มีชีวติ ซ่งึ เปน็ ผลมาจากววิ ฒั นาการ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน
การคดิ และการแกป้ ัญหา ด้านการส่ือสารสามารถส่อื สารสงิ่ ทเี่ รียนรแู้ ละนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม

ตัวช้วี ดั
ว 1.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4
ว 1.2 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7, ม.4/8, ม.4/9, ม.4/10, ม.4/11, ม.4/12
ว 1.3 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6

รวมท้ังหมด 22 ตวั ชีว้ ดั

คาอธบิ ายรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน

รหสั วิชา ว30102 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก ดาราศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 3 ชว่ั โมง / สัปดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น

ศึกษาทฤษฎีบิกแบง วิวัฒนาการของเอกภพต่อเน่ืองจนถึงปัจจบุ ัน หลักฐานสาคัญที่สนับสนุนทฤษฎี
บิกแบง โครงสร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก และระบุตาแหน่งของระบบสุริยะ
กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ ความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสว่างกับโชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสัมพันธ์
ระหว่างสี อณุ หภูมผิ ิวและสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ลาดบั วิวัฒนาการที่สัมพันธก์ ับมวลตังต้น กระบวนการเกิด
ระบบสุริยะ การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ ลักษณะของดาวเคราะห์ที่เอือต่อการดารงชีวิต โครงสร้าง
ของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ ผลของลมสุริยะ และพายุสุริยะท่ีมีต่อโลก การสารวจอวกาศ
โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานีอวกาศ การนาความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอวกาศมา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั การแบ่งชนั และสมบัติของโครงสร้างโลก หลักฐานทางธรณวี ิทยาทสี่ นับสนนุ การ
เคลือ่ นที่ของแผ่นธรณี ทฤษฎกี ารแปรสัณฐาน การเคลื่อนท่ีของแผน่ ธรณี กระบวนการเกิดภูเขาไฟระเบิด –
แผ่นดินไหว แนวทางในการเฝ้าระวังและการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ปัจจัยสาคัญที่มีผลต่อการได้รับพลังงาน
จากดวงอาทิตย์ การหมุนเวียนของอากาศ ทิศทางการเคล่ือนท่ีของอากาศท่ีเป็นผลมาจากการหมุนรอบ
ตัวเองของโลก การหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูด ปัจจัยท่ีทาให้เกิดการหมุนเวียนของนาผิวหน้าใน
มหาสมทุ ร รปู แบบการหมนุ เวียนของนาผวิ หนา้ ในมหาสมทุ ร ผลของการหมุนเวยี นของอากาศและนาผิวหน้า
ในมหาสมุทรท่ีมีต่อลักษณะภูมิอากาศ ลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต และส่ิงแวดล้อม ปัจจัยท่ีมีผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก แปลความหมายสัญลักษณ์ ลมฟ้าอากาศที่สาคัญจากแผนที่อากาศ และนา
ขอ้ มูลสารสนเทศตา่ งๆ มาวางแผนการดาเนินชีวิตใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพลมฟา้ อากาศ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต
การวิเคราะห์ การอภิปราย การอธิบายและสรุป เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถใน
การตัดสินใจ สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่น เฝ้าระวังและ
พัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีถูกต้องเหมาะสม โดย
มุง่ เนน้ ความเป็นไทยควบคกู่ บั ความเปน็ สากล

ตวั ชว้ี ัด
ว 3.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7, ม.4/8, ม.4/9, ม.4/10
ว 3.2 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7, ม.4/8, ม.4/9, ม.4/10, ม.4/11, ม.4/12,
ม.4/13, ม.4/14

รวมท้ังหมด 24 ตัวชี้วั

คาอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน

รหัสวชิ า ว30103 การออกแบบและเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 2 ชัว่ โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.0 หน่วยกติ จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษา วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีท่ีเกิดขึน
และความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อ่ืน ออกแบบ สร้าง หรือพัฒนาผลงานสาหรับแก้ปัญหาที่คานึงถึง
ผลกระทบต่อสังคม โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซ่ึงใช้ความรู้ ทักษะ และเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์
เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย โดยคานึงถึง
ทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา มกี ารใช้ซอฟต์แวรช์ ่วยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน

โดยใช้กระบวนการออกแบบ กระบวนการคิด กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสื่อสาร
กระบวนการใช้ทักษะชีวติ และกระบวนการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงประโยชน์และผลกระทบที่
มีต่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทังการใช้วัสดุอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย และมี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่ีกาหนด ประกอบด้วย รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่
อยา่ งพอเพียง มงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ

ตัวชี้วัด
ว 4.1 ม.4/1 , ม.4/2 , ม.4/3 , ม.4/4 , ม.4/5
ว 4.1 ม.5/1

รวมทั้งหมด 6 ตัวชวี้ ัด

คาอธิบายรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน

รหัสวิชา ว30104 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ชัว่ โมง / ภาคเรียน

ระบุ ความเป็นธาตุ สารประกอบ อะตอม โมเลกุล หรือไอออนจากสูตรเคมี อธิบาย เปรียบเทียบ
แบบจาลองอะตอมของโบร์ และ แบบจาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก ระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน
อิเล็กตรอน สัญลักษณ์นิวเคลียร์และความเป็นไอโซโทป ระบุ หมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ
จากตารางธาตุ อธิบาย เปรียบเทียบ สมบัติการนาไฟฟ้าจากการให้หรือรับอิเล็กตรอน พันธะเดี่ยว พันธะคู่
พันธะสาม จานวนคู่อิเล็กตรอนระหว่างอะตอมคู่ร่วมพันธะของพันธะโคเวเลนต์ สภาพขัวของสาร และพันธะ
ไฮโดรเจน ความสัมพันธ์ระหวา่ งจุดเดือดของสารโคเวเลนต์กับแรงดึงดดู ระหวา่ งโมเลกุลตามสภาพขัวหรือการ
เกิดพนั ธะไฮโดรเจน เขยี นสตู รเคมีของไอออน และสารประกอบไอออนิก สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ สารละลาย
นอนอิเล็กโทรไลต์ สารประกอบอินทรีย์อ่ิมตัวหรือไม่อิ่มตัว เปรียบเทียบ สมบัติกายภาพของพอลิเมอร์ ระบุ
สมบัติกรด-เบสจากโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ อธิบาย สมบัติการละลาย สมบัติเทอร์มอพลาสติก
เทอร์มอเซต ระบุ สารตงั ต้น ผลติ ภัณฑข์ องปฏิกริ ยิ าเคมี ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ การเกิดปฏิกิรยิ าเคมี อธบิ าย ปฏิกิรยิ า
รีดอกซ์ สารกัมมันตรังสี คานวณค่าคร่ึงชวี ิตและปรมิ าณสารกัมมนั ตรงั สี

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทกั ษะปฏบิ ตั ิการทางวิทยาศาสตร์ รวมทงั ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศด้านการ
คิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

ตัวชี้วดั
ว 2.1 ม. 5/1 ม. 5/2 ม. 5/3 ม. 5/4 ม. 5/5 ม. 5/6 ม. 5/7 ม. 5/8 ม. 5/9 ม. 5/10 ม.

5/11
ม. 5/12 ม. 5/13 ม. 5/14 ม. 5/15 ม. 5/16 ม. 5/17 ม. 5/18 ม. 5/19 ม. 5/20
ม. 5/21 ม. 5/22 ม. 5/23 ม. 5/24 ม. 5/25

รวมท้ังหมด 25 ตัวชีว้ ัด

คาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน

รหสั วิชา ว30106 วิทยาการคานวณ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 2 ชั่วโมง / สปั ดาห์

จานวน 1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงคานวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหารูปแบบ การ
คิดเชิงนามธรรม ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชงิ คานวณเพ่ือแก้ปัญหาในชวี ติ ประจาวัน การระบุข้อมูล
เข้า ข้อมูลออก และเงื่อนไขของปัญหา การออกแบบขันตอนวิธี การทาซา การจัดเรียงและค้นหาข้อมูล
ตัวอย่างการออกแบบขันตอนวิธีเพื่อแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การศึกษาตัวอย่างโครงงานทางเทคโนโลยี
สารสนเทศ การกาหนดปัญหา ศกึ ษาหลักการของวทิ ยาการขอ้ มูล และหลักการคดิ เชิงออกแบบเพ่ือเพ่มิ มูลค่า
ให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ วิธีการเก็บข้อมูลและเตรียมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล
เคร่ืองมือทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การนาเสนอข้อมูล การ
แปลงข้อมูลให้เป็นภาพ การเลือกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและตัวอย่าง
กรณศี ึกษา ศึกษาการใช้เทคโนโลยใี นการนาเสนอและแบ่งปันข้อมลู อย่างปลอดภยั และมจี ริยธรรม

ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการออกแบบขันตอนวิธีสาหรับแก้ปัญหา การแก้ปัญหาด้วย
คอมพิวเตอร์ ศึกษา วางแผน ดาเนินงาน สรุปผลและเผยแพร่ ในการพัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการ
ร่วมกับวิชาอื่นและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง ปฏิบัติการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ
กระบวนการแก้ปัญหาออกแบบโปรแกรม และเขียนโปรแกรมด้วยคาสั่ง ภาษาคอมพิวเตอร์ การสร้างชินงาน
และเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่คานึงถึงจริยธรรม ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมาย หลักการของ
ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีในอนาคตเพ่ือให้ผู้เรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่
เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ มัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ

ตัวชว้ี ดั
ว. 4.2 ม.4/1
ว. 4.2 ม.5/1
ว. 4.2 ม.6/1

รวมทง้ั หมด 3 ตัวชว้ี ัด

คาอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน

รหสั วิชา ว30105 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษาการเคล่ือนท่ีแนวตรง แรงและการเคลอ่ื นที่ การเคล่อื นทีแ่ บบต่างๆ แรงโนม้ ถ่วงกบั การเคล่ือนท่ี
ของวัตถุต่างๆรอบโลก สนามแม่เหล็กจากเส้นลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน แรงแม่เหล็กท่ีกระทากับอนุภาคที่มี
ประจุไฟฟ้าและเส้นลวดตัวนาที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน อีเอ็มเอฟเหน่ียวนา แรงอ่อนและแรงเข้ม เซลล์สุริยะ
พลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยีด้านพลังงาน คล่ืนกล พฤติกรรมคลื่น ความถี่ธรรมชาติ และการสั่นพ้อง
พฤติกรรมของเสียง การได้ยินเสียง ปรากฏการอื่นๆของเสียง ประโยชน์ของเสียงในด้านต่างๆ การมองเห็นสี
ของวัตถุ ตากับการมองเห็นสี การบอดสี แผ่นกรองแสงสี การผสมสารสี การมองเห็นสีของวัตถุภายใต้แสงสี
ต่างๆ การนาไปใช้ประโยชน์ของสารสีและแสงสี ส่วนประกอบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หลักการทางานของ
อุปกรณ์ที่ใช้คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า การส่ือสารโดยอาศยั คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทกั ษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทงั ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ดา้ น
การคิดและการแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

ตัวชี้วัด ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10 ,ม.5/11, ม.
ว2.1
ม.5/13, ม.5/14, ม.5/15, ม.5/16, ม.5/17, ม.5/18, ม.5/19, ม.5/20, ม.5/21, ม.5/22,
5/12 , ม.5/23, ม.5/24, ม.5/25

รวมท้งั หมด 25 ตัวชวี้ ดั

คาอธบิ ายรายวิชาวิทยาศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ

รหัสวิชา ว31201 ฟิสกิ ส์ 1

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 4 ชั่วโมง / สัปดาห์

จานวน 2.0 หน่วยกติ จานวน 80 ชั่วโมง / ภาคเรียน

ศึกษาการค้นคว้าหาความรทู้ างฟิสิกส์ ประวัตคิ วามเปน็ มา รวมทงั พัฒนาการของหลกั การและแนวคิด
ทางฟิสิกสท์ ม่ี ผี ลต่อการแสวงหาความรใู้ หมแ่ ละการพฒั นาเทคโนโลยี การวัดและการรายงานผลการวัดปริมาณ
ทางฟิสิกส์ หลักการของกลศาสตร์ในเรอ่ื งการเคลอ่ื นท่ีของวัตถุในแนวตรง แรง การหาแรงของแรงสองแรงทา
มุมต่อกัน การเขียนแผนภาพวัตถุอิสระ กฎการเคล่ือนท่ีของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทาน
ระหว่างผิวสมั ผัสของวัตถุคู่หนง่ึ ๆ ในกรณีทีว่ ตั ถุหยุดน่ิงและเคล่ือนทโ่ี ดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การ
สืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถการตดั สินใจ

มีทักษะปฏิบัติทางการวิทยาศาสตร์ รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ด้านการคิด และแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิต
ตนเอง

มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์
สจุ รติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นและอธิบายการค้นหาความรู้ทางฟิสิกส์ ประวัติความเป็นมา รวมทังพัฒนาการของหลักการ
และแนวคิดทางฟสิ ิกสท์ ี่มีผลตอ่ การแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละการพัฒนาเทคโนโลยี
2. วัดและรายงานผลการวัดปริมาณทางฟิสิกส์ได้ถูกต้อง เหมาะสม โดยนาความคลาดเคล่ือนในการ
วัดมาพิจารณาในการนาเสนอข้อมูล รวมทังแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห์และแปล
ความหมายของกราฟเส้นตรงได้
3. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่ง การกระจัด ความเร็ว ความเร่ง ของการ
เคล่ือนท่ีของวัตถุในแนวตรงที่มีความเร่งคงตัว จากกราฟและสมการ รวมทังทดลองหาค่าความโน้ม
ถ่วงของโลก และคานวณหาปริมาณตา่ ง ๆท่เี ก่ยี วข้องได้
4. อธิบายแรง ทดลองและอธิบายการหาแรงลพั ธ์สองแรงทีก่ ระทามุมต่อกัน
5. เขียนแผนภาพของแรงที่กระทาต่อวัตถุอิสระ และอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันและการใช้กฎ
การเคลอ่ื นทขี่ องนวิ ตันกบั สภาพการเคลอื่ นท่ีของวตั ถุ รวมทังคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี ก่ียวข้องได้
6. วิเคราะห์ อธิบาย และคานวณแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุคู่หนึ่ง ๆ ในกรณีที่วัตถุหยุด
นิ่งและวัตถุเคลื่อนที่ รวมทังทดลองหาสัมประสิทธ์ิความเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุคู่หน่ึง ๆ
และนานความรู้เร่ืองแรงเสยี ดทานไปใช้ในชวี ิตประจาวัน
7. อธิบายกฎความโน้มถ่วงสากล และผลของสนามโน้มถ่วงที่ทาให้วัตถุมีนาหนัก ร่วมทังคานวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วข้องได้

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ

รหสั วชิ า ว31221 เคมี 1

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 3 ช่ัวโมง / สัปดาห์

จานวน 1.5 หนว่ ยกติ จานวน 60 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษาข้อปฏิบัติเบืองต้น และการปฏิบัติตนท่ีแสดงถึงความตระหนักในการทาปฏิบัติการเคมีเพ่ือให้มี
ความปลอดภัย ทังต่อตนเอง ผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม เสนอแนวทางแก้ไขเม่ือเกิดอุบัติเหตุ เลือกและใช้อุปกรณ์
หรือเคร่ืองมือในการทาาปฏบิ ัตกิ าร และวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ระบุหน่วยวัดปริมาณต่าง ๆ ของ
สาร และเปลี่ยนหน่วยวัดให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟกเตอร์เปล่ียนหน่วย วิวัฒนาการของ
แบบจาลองอะตอม เขียนสัญลักษณ์นวิ เคลยี ร์ของธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของ
อะตอมจากสัญลักษณ์นิวเคลียร์ รวมทังบอกความหมายของไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบา ร์ และไอโซ
อิเล็กทรอนิกส์ การจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อยเม่ือทราบเลขอะตอมของ
ธาตุ ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟ และธาตุแทรนซิชันใน
ตารางธาตุ แนวโน้มสมบัติของกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟ ตามหมู่ และตามคาบ สมบัติและคานวณคร่ึงชีวิตของ
ไอโซโทปกัมมันตรังสี การเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรือสัญลักษณ์แบบจุด
ของ ลิวอิส เขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก คานวณพลังงานท่ีเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการเกิด
สารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ สมบัติของสารประกอบไอออนิก เขียนสมการไอออนิกและ
สมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบพันธะเด่ียว
พนั ธะคู่ และพนั ธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลิวอิส เขียนสตู รและเรียกชอ่ื สารโคเวเลนต์ ความยาวพนั ธะและพลงั งาน
พันธะในสารโคเวเลนต์ รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และ
สภาพขัวของโมเลกุลโคเวเลนต์ การเกดิ พันธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทดลอง การสืบค้น
ขอ้ มูลและอภิปราย การจัดกระทาและวเิ คราะห์ข้อมูล

เพ่ือให้มีจิตวิทยาศาสตร์ ตระหนักในคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางาน
รักความเป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรียนรู้
1. บอกและอธิบายข้อปฏิบัติเบืองต้น และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทาปฏิบัติการเคมี
เพือ่ ให้มคี วามปลอดภยั ทงั ตอ่ ตนเอง ผ้อู น่ื และสงิ่ แวดล้อม และเสนอแนวทางแก้ไขเมอื่ เกดิ อุบตั ิเหตุ
2. เลอื กและใชอ้ ปุ กรณ์หรอื เครอื่ งมือในการทาาปฏบิ ตั กิ าร และวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ระบุหน่วยวัดปริมาณต่างๆของสารและเปล่ียนหน่วยวัดให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟก
เตอร์เปลีย่ นหน่วย
4. สืบค้นข้อมูล สมมติฐาน การทดลองหรือผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจาลอง
อะตอมของนกั วทิ ยาศาสตร์ และอธิบายววิ ัฒนาการของแบบจาลองอะตอม
5. เขียนสญั ลักษณ์นวิ เคลยี ร์ของธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอมจาก
สัญลกั ษณน์ ิวเคลียร์ รวมทงั บอกความหมายของไอโซโทป
6. อธิบายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อย เมื่อทราบเลข
อะตอมของธาตุ
7. ระบหุ มคู่ วามเปน็ โลหะอโลหะกง่ึ โลหะของกล่มุ ธาตธุ าตเุ รพรีเซนเททฟี ธาตุแทรนซชิ ันในตารางธาตุ
8. วิเคราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบตั ขิ องกลุ่มธาตเุ รพรีเซนเททีฟ ตามหมู่ และตามคาบ
9. บอกสมบตั ขิ องธาตุโลหะแทรนซิชนั และเปรียบเทียบสมบตั กิ ับธาตโุ ลหะในกลุ่มธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ
10. อธบิ ายสมบัติและคานวณครง่ึ ชีวติ ของไอโซโทปกมั มันตรังสี
11. อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพนั ธะไอออนกิ โดยใช้แผนภาพหรือสญั ลกั ษณ์แบบจดุ ของลิวอิส
12. เขยี นสตู รและเรยี กชือ่ สารประกอบไอออนกิ
13. คานวณพลังงานท่เี กย่ี วข้องกบั ปฏกิ ริ ิยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอรน์ -ฮาเบอร์
14. อธบิ ายสมบตั ขิ องสารประกอบไอออนิก
15. เขยี นสมการไอออนกิ และสมการไอออนิกสทุ ธิของปฏกิ ิรยิ าของสารประกอบไอออนิก
16. อธบิ ายการเกดิ พันธะโคเวเลนตแ์ บบพันธะเดยี่ ว พันธะคู่ และพันธะสาม ดว้ ยโครงสร้างลวิ อสิ
17. เขียนสูตรและเรียกชอ่ื สารโคเวเลนต์
18. วิเคราะหแ์ ละเปรียบเทยี บความยาวพันธะและพลงั งานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมทงั คานวณพลังงาน
ท่ีเก่ยี วข้องกับปฏิกิรยิ าของสารโคเวเลนต์จากพลงั งานพันธะ
19. คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ
สภาพขวั ของโมเลกุลโคเวเลนต์
20. ระบุชนิดของแรงยึดเหน่ียวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด และ
การละลายนาของสารโคเวเลนต์
21. อธิบายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ
22. เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นข้อมูลและ
นาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
รวมท้งั หมด 22 ผลการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพ่ิมเตมิ

รหสั วชิ า ว31241 ชีววทิ ยา 1

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 3 ชัว่ โมง / สปั ดาห์

จานวน 1.5 หน่วยกติ จานวน 60 ช่วั โมง / ภาคเรยี น

ศึกษาเก่ียวกับธรรมชาติของส่ิงมีชีวิต ลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต แขนงวิชาท่ีเกี่ยวข้องกับชีววิทยา
และการใช้ความรูท้ างชีววิทยาทเี่ ป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อม ชวี วทิ ยากบั การดารงชีวติ ของส่ิงมีชีวิต
ความตระหนักในเร่ืองของชีวจริยธรรม การศึกษาชีววิทยาโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ รวมทังการศึกษา
วิธีการทางานของนักวิทยาศาสตร์ และการนาความรู้เกี่ยวกับชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน การทา
กิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพ่ือแก้ปัญหาในชีวิตจริง ศึกษาเคมีท่ีเป็น
พนื ฐานของส่งิ มีชีวิต โครงสร้างและหนา้ ท่ีสารต่างๆ ทเ่ี ป็นองคป์ ระกอบในเซลลข์ องส่ิงมีชีวิต และปฏิกริ ยิ าเคมี
ในเซลล์ของสง่ิ มีชวี ิต ศึกษาสว่ นประกอบของกล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสง หลักการทางาน วิธกี ารใช้ รวมทงั การดแู ล
และเก็บรักษา ศึกษาโครงสร้างและหนา้ ท่ีของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึมและนิวเคลยี ส การลาเลียงสาร
เข้าและออกจากเซลล์ การหายใจระดับเซลลซ์ ึ่งเป็นกระบวนการทีเ่ ซลล์สร้างพลงั งานจากการสลายสารอาหาร
สาหรับนาไปใช้ในกจิ กรรมต่างๆ ของเซลล์ และการแบ่งเซลล์

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน
การคดิ และการแก้ปัญหา ดา้ นการส่ือสารสามารถสือ่ สารส่งิ ทีเ่ รยี นรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจติ
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธิบาย และสรปุ สมบตั ทิ ี่สาคญั ของสิ่งมชี ีวติ และความสัมพนั ธข์ องการจดั ระบบในสิ่งมชี วี ติ ทท่ี าให้
สงิ่ มชี วี ิตดารงชวี ติ อยู่ได้
2. อภิปราย และบอกความสาคญั ของการระบุปญั หา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน
และวิธีการ ตรวจสอบสมมติฐาน รวมทงั ออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน
3. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบายเก่ียวกับสมบัตขิ องนาและบอกความสาคัญของนาที่มีตอ่ สง่ิ มีชีวติ และ
ยกตัวอย่าง ธาตุชนิดตา่ ง ๆ ท่ีมคี วามสาคญั ต่อรา่ งกายสง่ิ มชี วี ติ
4. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบายโครงสร้างของคารโ์ บไฮเดรต ระบุกลุม่ ของคารโ์ บไฮเดรต รวมทังความสาคัญ
ขององคารโ์ บไฮเดรตท่มี ีต่อส่งิ มีชวี ิต
5. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายโครงสร้างของโปรตีนและความสาคญั ของโปรตนี ทีม่ ตี อ่ ส่ิงมชี วี ิต
6. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งของลิพดิ และความสาคัญของลิพดิ ท่มี ตี ่อสิง่ มชี วี ติ
7. อธิบายโครงสร้างของกรดนวิ คลอิ ิก และระบชุ นดิ ของกรดนิวคลิอิก และความสาคัญของกรด
นวิ คลอิ กิ ที่มตี ่อสงิ่ มีชวี ิต
8. สบื ค้นข้อมูล และอธิบายปฏกิ ริ ิยาเคมที ีเ่ กดิ ขนึ ในสงิ่ มชี วี ติ
9. อธบิ ายการทางานของเอนไซมใ์ นการเร่งปฏิกริ ยิ าเคมใี นสง่ิ มชี ีวิต และระบปุ ัจจัยท่ีมผี ลต่อการ
ทางานของเอนไซม์
10. บอกวิธีการ และเตรียมตัวอย่างส่ิงมีชีวิตเพ่ือศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาด
โดยประมาณ และวาดภาพทีป่ รากฏภายใต้กลอ้ ง บอกวธิ กี ารใช้ และการดแู ลรกั ษากล้องจลุ ทรรศน์ใช้
แสงท่ีถกู ต้อง
11. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องส่วนท่หี ่อห้มุ เซลลข์ องเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ตั ว์
12. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และระบุชนิดและหนา้ ทข่ี องออรแ์ กเนลล์
13. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าที่ของนิวเคลยี ส
14. อธบิ าย และเปรยี บเทียบการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ต
15. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลาเลียงสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลล์ด้วย
กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลาเลียงสารโมเลกุลใหญ่เข้าส่เู ซลลด์ ว้ ยกระบวนการเอนโดไซโทซสิ
16. สงั เกตการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอยา่ งภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์ พร้อม
ทังอธิบายและเปรียบเทยี บการแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส
17. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรปุ ขนั ตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซเิ จนเพียงพอ และ
ภาวะทมี่ อี อกซิเจนไมเ่ พียงพอ

รวมทั้งหมด 17 ผลการเรยี นรู้

คาอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ

รหสั วิชา ว31202 ฟิสกิ ส์ 2

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 4 ชวั่ โมง / สปั ดาห์

จานวน 2.0 หน่วยกติ จานวน 80 ชั่วโมง / ภาคเรยี น

ศึกษาหลักการของกลศาสตร์ในเร่ืองสมดุลกลและเงื่อนไขท่ีทาให้วัตถุหรือระบบอยู่ในสมดุลกล
ศูนย์กลางมวลของวัตถุและผลของวัตถุและผลของศูนย์ถ่วงที่มีต่อเสถียรภาพของวัตถุ งาน พลังงาน
ความสัมพันธ์ระหว่างงานและพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง และ
ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงที่ใช้ดึงสปริงกับระยะท่ีสปริงยืดออก แรงอนุรักษ์ กฎการอนุรักษ์พลังงาน
กาลัง เคร่ืองกล อย่างง่าย ประสิทธิภาพและการได้เปรียบเชิงกลของเครื่องกลอย่างง่ายบางชนิด โมเมนตัม
การชนกันของวตั ถใุ นหน่ึงมติ ิ การดล แรงดล และกฎการอนรุ ักษ์โมเมนตมั การเคล่อื นท่ีแบบโพรเจกไทล์ และ
การเคลอ่ื นท่ีแบบวงกลมในแนวระดับ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถการตัดสินใจ

มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ด้านการคิด และแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิต
ตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์และผลรวมของโมเมนต์ที่มีต่อการหมุน แรงคู่ควบและผลของแรงคู่
ควบที่มีต่อสมดุลกลของวัตถุ เขียนแผนภาพวัตถุอิสระเม่ือวัตถุอยู่ในสมดุลกลและคานวณหาปริมาณ
ตา่ งๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง รวมทังทดดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง
2. สังเกตและและอธิบายสภาพการเคล่ือนท่ีของวัตถุ เมื่อแรงที่กระทาต่อวัตถุผ่านศูนย์กลาง มวลของ
วัตถแุ ละผลของศูนย์กลางทม่ี ตี อ่ เสถียรภาพของวัตถุ และคานวณหาปริมาณตา่ งๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งได้
3. วิเคราะห์ และคานวณของงานของแรงคงตัว จากสมการและพืนท่ีใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างแรง
กบั ตาแหนง่ รวมทงั อธบิ ายและคานวณกาลงั เฉลย่ี
4. อธิบายและคานวณหาพลังงานจลน์ พลังงานศักย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างงาน
กับพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของ
แรงท่ีใชด้ งึ สปรงิ กบั ระยะยืดออกและความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งงานพบั พลังงานศักยย์ ืดหยนุ่ รวมทงั อธิบาย
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งงานแรงลัพธแ์ ละพลงั งานจลน์ และคานวณงานท่เี กิดขึนจากแรงลพั ธ์
5. อธิบายกฎการอนุรักษ์พลังงานกล รวมทังวิเคราะห์ และคานวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่
ของวตั ถใุ นสถานการณ์ต่างๆ โดยใช้กฎการอนุรกั ษพ์ ลงั งานกล
6. อธิบายการทางาน ประสิทธิภาพและการได้เปรียบเชิงกลของเคร่ืองกลอย่างง่ายบางชนิด โดยใช้เร่ือง
งานและสมดุลกล รวมทงั คานวณประสทิ ธภิ าพและการไดเ้ ปรียบเชงิ กล
7. อธิบายและคานวณหาโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพืนที่ใต้กราฟความสัมพันธ์
ระหว่างแรงลัพธก์ ับเวลา รวมทงั อธิบายความสมั พันธ์ระหว่างแรงดลกบั โมเมนตัม
8. ทดลอง อธิบายและคานวณปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวกับการชนของวัตถุในหน่ึงมิติทังแบบยืดหยุ่น ไม่
ยดื หยนุ่ และการดดี ตัวแยกจากกนั ในหน่ึงมิติซ่ึงเปน็ ไปตามกฎการอนรุ กั ษ์โมเมนตัม
9. อธิบาย วิเคราะห์ และคานวณปริมาณต่างๆ ท่ีเกี่ยวกับการเคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์ ทดลองการ
เคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์
10. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงสู่ศูนย์กลาง รัศมีของการเคล่ือนท่ี อัตราเร็วเชิงเส้น
อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในในการเคลื่อนท่ีแบบวงกลมในระนาบระดับ รวมทังคานวณหา
ปรมิ าณตา่ งๆ ท่เี กี่ยวข้อง และประยุกต์ใชค้ วามรู้เรื่องการเคล่ือนที่แบบวงกลมในการอธบิ ายการโคจร
ของดาวเทยี ม

รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version