ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน
1.0 หน่วยกติ รหสั วชิ า อ31101 ภาษาอังกฤษ 1
จานวน 2 ช่ัวโมง / สปั ดาห์
จานวน 40 ช่วั โมง / ภาคเรียน
ศึกษำกำรปฏิบัติตำมคำแนะนำ กำรอ่ำนออกเสียงข้อควำม ข่ำว ประกำศ อธิบำยอย่ำงคล่องแคล่ว เขียน
ประโยคและข้อควำมที่ไม่ใช่ควำมเรียง ในรูปแบบต่ำง ๆ วิเครำะห์ สรุป ตีควำม แสดงควำมคิดเห็น สนทนำและ
เขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เหตุกำรณ์ท่ีอยู่ในควำมสนใจ สถำนกำรณ์จำลอง ส่ือสำรอย่ำงต่อเน่ืองและ
เหมำะสม จัดกิจกรรมทำงภำษำ และวัฒนธรรมอย่ำงเหมำะสม โดยให้ผู้เรียนศึกษำน้ำเสียง ควำมรู้สึกของผู้พูด
คำส่งั คำชแี้ จง คำบรรยำย ค่มู ือ บทอ่ำน สำรคดีและบันเทิงคดจี ำกส่ือสงิ่ พิมพ์หรือส่ืออิเล็กทรอนกิ สใ์ นหวั ข้อต่ำงๆ
ครอบครัว อำหำร ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ควำมเป็นอยู่ของเจ้ำของภำษำ แสดงควำมคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้อื่น ๆ เผยแพร่ข้อมูลข่ำวสำรของโรงเรียนสู่ชุมชนและประเทศชำติ สรุปควำมรู้เพื่อกำรศึกษำ
ตอ่ และประกอบอำชพี
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน ทักษะกำรคิด วิเครำะห์และเขียนสื่อควำม กระบวนกำร
ทำงำนกลมุ่ /คู่ และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร ควำมสำมำรถในกำรคดิ ควำมสำมำรถ
ในกำรแกป้ ัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
เพ่ือให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะตำมกระบวนกำรฝึกทักษะภำษำเพ่ือกำรส่ือสำร กระบวนกำรฝึก
ทักษะกำรฟัง พูด อ่ำนและเขียน โดยใช้ภำษำและกระบวนกำรเรียนรู้อ่ืนๆท่ีเหมำะสม ตำมหลักภำษำและ
วัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ มีควำมมัน่ ใจในกำรใช้ภำษำเพ่ือกำรสื่อสำรในชวี ติ ประจำวนั ศึกษำตอ่ ประกอบอำชีพ
รักและเห็นประโยชน์ของกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษ ในกำรแสวงหำควำมรู้เพื่อขยำยโลกทัศน์จำกแหล่งข้อมูลท่ี
หลำกหลำยอย่ำงมีประสิทธภิ ำพไปสู่สงั คมโลก
ตวั ชวี้ ัด ต 1.1 ม.4/1 , ม.4/3
ต 1.2 ม.4/3 , ม.4/4
ต 1.3 ม.4/1 , ม.4/2
ต 2.1 ม.4/1 , ม.4/2
ต 2.2 ม.4/2
ต 3.1 ม.4/1
ต 4.1 ม.4/1
รวม 11 ตัวช้ีวัด
คาอธิบายรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน
รหัสวชิ า อ31102 ภาษาอังกฤษ 2
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 จานวน 2 ช่วั โมง / สปั ดาห์
1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น
ศึกษำกำรปฏิบัติตำมคำแนะนำ กำรอ่ำนออกเสียงข้อควำม ข่ำว ประกำศ อธิบำยอย่ำงคล่องแคล่ว เขียนประโยค
และข้อควำมท่ีไม่ใช่ควำมเรียง ในรูปแบบต่ำง ๆ วิเครำะห์ สรุป ตีควำม แสดงควำมคิดเห็น สนทนำและเขียน
โต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เหตุกำรณ์ที่อยู่ในควำมสนใจ สถำนกำรณ์จำลอง สื่อสำรอย่ำงต่อเนื่องและเหมำะสม
จัดกิจกรรมทำงภำษำ และวัฒนธรรมอย่ำงเหมำะสม โดยให้ผู้เรียนศึกษำน้ำเสียง ควำมรู้สึกของผู้พูด คำส่ัง คำ
ชี้แจง คำบรรยำย คู่มือ บทอ่ำน สำรคดีและบันเทิงคดีจำกส่ือส่ิงพิมพ์หรือส่ืออิเล็กทรอนิกส์ในหัวข้อต่ำงๆ
ครอบครัว อำหำร ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ควำมเป็นอยู่ของเจ้ำของภำษำ แสดงควำมคิดเห็นท่ีเกี่ยวข้องกับ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน ๆ เผยแพร่ข้อมูลข่ำวสำรของโรงเรียนสู่ชุมชนและประเทศชำติ สรุปควำมรู้เพื่อกำรศึกษำ
ต่อและประกอบอำชีพ
โดยใช้ทักษะกระบวนกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน ทักษะกำรคิด วิเครำะห์และเขียนสื่อควำม กระบวนกำร
ทำงำนกลมุ่ /คู่ และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคดิ ควำมสำมำรถ
ในกำรแก้ปญั หำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
เพ่ือให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ มีทักษะตำมกระบวนกำรฝึกทักษะภำษำเพื่อกำรสื่อสำร กระบวนกำรฝึก
ทักษะกำรฟัง พูด อ่ำนและเขียน โดยใช้ภำษำและกระบวนกำรเรียนรู้อื่นๆท่ีเหมำะสม ตำมหลักภำษำและ
วฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ มคี วำมมั่นใจในกำรใช้ภำษำเพ่ือกำรสื่อสำรในชวี ิตประจำวนั ศกึ ษำต่อ ประกอบอำชีพ
และเห็นประโยชน์ของกำรเรยี นรูภ้ ำษำอังกฤษ ในกำรหำควำมร้เู พอื่ ขยำยโลกทศั น์อยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพไปส่สู งั คม
ตวั ชว้ี ัด ต 1.1 ม.4/2 , ม.4/4
ต 1.2 ม.4/1 , ม.4/2
ต 1.2 ม.4/5
ต 1.3 ม.4/3
ต 2.1 ม.4/3
ต 2.2 ม.4/1
ต 4.2 ม.4/1
ต 4.2 ม.4/2 รวม 10 ตัวช้ีวดั
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 คาอธิบายรายวชิ าภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน
1.0 หนว่ ยกติ รหสั วชิ า อ32101 ภาษาองั กฤษ 3
จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น
จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกบทสนทนำคำบรรยำยท่ีฟัง จับใจควำมสำคัญ
วิเครำะห์ และตีควำมเร่ืองที่ฟังโดยถ่ำยโอนเป็นสื่อท่ีไม่ใช่ควำมเรียงได้ถูกต้อง ระบุประโยคและข้อควำมท่ีฟังให้
สมั พันธก์ บั ส่อื ท่ีไม่ใช่ควำมเรียง เลอื กใช้คำศัพท์ โครงสรำ้ งประโยค และไวยำกรณ์ที่เหมำะสมกับกำรให้คำแนะนำ
ต่อเพื่อนร่วมช้ัน จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ควำม สรุปควำม ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกกำรฟังบท
สนทนำ คำบรรยำย อธิบำย ข้อควำมและประโยคให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ควำมเรียงรูปแบบต่ำงๆ ให้สัมพันธ์กับ
ประโยคและข้อควำมท่ีฟังหรืออ่ำน อธิบำย ข้อควำมและประโยคให้สัมพันธ์กับส่ือท่ีไม่ใช่ควำมเรียงรูปแบบต่ำงๆ
ท่ีอ่ำน ฟังหรืออ่ำน ปฏิบัติตำมคำแนะนำ ชี้แจง ใช้คำข้อร้อง คำอนุญำต ให้คำแนะนำท่ีใช้ในช้ันเรียนได้อย่ำง
เหมำะสม และใช้ภำษำอังกฤษเพื่อกำรสื่อสำรในสถำนกำรณ์จริงและสถำนกำรณ์จำลอง ในห้องเรียน สถำนศึกษำ
ชุมชน สังคม ค้นคว้ำ สืบค้น บันทึก สรุปข้อมูลท่ีเช่ือมโยงกับสำระกำรเรียนรู้อื่นจำกแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ ใน
กำรศกึ ษำต่อกำรศกึ ษำต่อและกำรประกอบอำชีพรวมทั้งเผยแพร่ ประชำสมั พันธ์ขำ่ วสำรโรงเรียนเป็นภำษำอังกฤษ
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรพูด กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กำรนำเสนอ กำร
เผยแพร่ และกำรประชำสัมพันธ์ ซ่ึงม่งุ เน้นให้ผู้เรียนเรยี นรู้ผ่ำนกระบวนกำรฝกึ ปฏบิ ัติ และกำรทำงำนเปน็ ทีม
เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมคี ณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ประกอบดว้ ย มคี วำมรักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มี
วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ย่ำงพอเพียง มงุ่ ม่นั ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ มีนิสัยท่ีดีในกำรทำงำน และ
มเี จตคติที่ดีตอ่ กำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษ ตลอดจนสำมำรถดำเนินชีวิตอยใู่ นสังคมไดป้ กตสิ ุข
ตวั ชว้ี ัด ต 1.1 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3 , ม.5/4
ต 1.2 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3 , ม.5/4 , ม.5/5
ต 1.3 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3
ต 2.1 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3
ต 2.2 ม.5/1 , ม.5/2
ต 3.1 ม.5/1
ต 4.1 ม.5/1
ต 4.2 ม.5/1 , ม.5/2 รวม 21 ตัวชี้วดั
คาอธิบายรายวชิ าภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน
รหัสวิชา อ32102 ภาษาองั กฤษ 4
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น
จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกบทสนทนำคำบรรยำยที่ฟัง จับใจควำม
สำคัญ วิเครำะห์ และตีควำมเร่ืองท่ีฟังโดยถ่ำยโอนเป็นส่ือท่ีไม่ใช่ควำมเรียงได้ถูกต้อง ระบุประโยคและข้อควำมท่ี
ฟังให้สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ควำมเรียง เลือกใช้คำศัพท์ โครงสร้ำงประโยค และไวยำกรณ์ท่ีเหมำะสมกับกำรให้
คำแนะนำต่อเพื่อนร่วมช้ัน จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ควำม สรุปควำม ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกกำร
ฟังบทสนทนำ คำบรรยำย อธิบำย ข้อควำมและประโยคใหส้ ัมพันธ์กับสื่อท่ไี ม่ใช่ควำมเรียงรปู แบบต่ำงๆ ใหส้ มั พันธ์
กับประโยคและข้อควำมท่ีฟังหรืออ่ำน อธิบำย ข้อควำมและประโยคให้สัมพันธ์กับสื่อท่ีไม่ใช่ควำมเรียงรูปแบบ
ต่ำงๆ ท่ีอ่ำน ฟังหรืออ่ำน ปฏิบัติตำมคำแนะนำ ช้ีแจง ใช้คำข้อร้อง คำอนุญำต ให้คำแนะนำท่ีใช้ในช้ันเรียนได้
อย่ำงเหมำะสม และใช้ภำษำอังกฤษเพื่อกำรส่ือสำรในสถำนกำรณ์จริงและสถำนกำรณ์จำลอง ในห้องเรียน
สถำนศึกษำ ชุมชน สังคม ค้นคว้ำ สืบค้น บันทึก สรุปข้อมูลท่ีเช่ือมโยงกับสำระกำรเรียนรู้อ่ืน ในกำรศึกษำต่อ
กำรศึกษำตอ่ และกำรประกอบอำชีพรวมทงั้ เผยแพร่ ประชำสมั พนั ธ์ขำ่ วสำรของโรงเรียนเปน็ อังกฤษ
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรพูด กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กำรนำเสนอ กำร
เผยแพร่ และกำรประชำสมั พันธ์ ซงึ่ มุง่ เน้นให้ผู้เรียนเรียนรผู้ ่ำนกระบวนกำรฝึกปฏิบตั ิ และทำงำนเปน็ ทีม
เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประกอบด้วย มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มี
วินยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพียง มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ มนี สิ ัยทด่ี ใี นกำรทำงำน และ
มเี จตคตทิ ่ดี ตี ่อกำรเรียนรู้ภำษำองั กฤษ ตลอดจนสำมำรถดำเนินชีวิตอยใู่ นสงั คมไดป้ กติสุข
ตวั ชี้วัด ต 1.1 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3 , ม.5/4
ต 1.2 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3 , ม.5/4 , ม.5/5
ต 1.3 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3
ต 2.1 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3
ต 2.2 ม.5/1 , ม.5/2
ต 3.1 ม.5/1
ต 4.1 ม.5/1
ต 4.2 ม.5/1 , ม.5/2
รวม 21 ตัวชว้ี ดั
คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน
รหัสวชิ า อ33101 ภาษาอังกฤษ 5
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์
1.0 หนว่ ยกิต จานวน 40 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น
จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกบทสนทนำคำบรรยำยที่ฟัง จับใจควำม
สำคัญ วิเครำะห์ และตีควำมเร่ืองท่ีฟังโดยถ่ำยโอนเป็นส่ือที่ไม่ใช่ควำมเรียงได้ถูกต้อง ระบุประโยคและข้อควำมที่
ฟังให้สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ควำมเรียง เลือกใช้คำศัพท์ โครงสร้ำงประโยค และไวยำกรณ์ท่ีเหมำะสมกับกำรให้
คำแนะนำต่อเพื่อนร่วมช้ัน จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ควำม สรุปควำม ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกกำร
ฟังบทสนทนำ คำบรรยำย อธิบำย ขอ้ ควำมและประโยคให้สัมพันธ์กบั สื่อทีไ่ ม่ใช่ควำมเรียงรูปแบบต่ำงๆ ใหส้ มั พนั ธ์
กับประโยคและข้อควำมท่ีฟังหรืออ่ำน อธิบำย ข้อควำมและประโยคให้สัมพันธ์กับสื่อท่ีไม่ใช่ควำมเรียงรูปแบบ
ตำ่ งๆ ที่อำ่ น ฟงั หรืออำ่ น ปฏบิ ัติตำมคำแนะนำ ช้แี จง ใชค้ ำขอ้ รอ้ ง คำอนญุ ำต ใหค้ ำแนะนำท่ีใช้ในช้นั เรียนได้อย่ำง
เหมำะสม และใช้ภำษำอังกฤษเพ่ือกำรสื่อสำรในสถำนกำรณ์จริงและสถำนกำรณ์จำลอง ในห้องเรียน สถำนศึกษำ
ชุมชน สังคม ค้นคว้ำ สืบค้น บันทึก สรุปข้อมูลท่ีเช่ือมโยงกับสำระกำรเรียนรู้อ่ืนจำกแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ ใน
กำรศึกษำต่อกำรศึกษำต่อและ กำรประกอบอำชีพ รวมทั้งเผยแพร่ ประชำสัมพันธ์ข้อมูลข่ำวสำรของโรงเรยี นเป็น
ภำษำอังกฤษ
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรพูด กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กำรนำเสนอ กำร
เผยแพร่ และกำรประชำสัมพันธ์ ซึ่งมงุ่ เน้นใหผ้ ูเ้ รยี นเรียนรู้ผ่ำนกระบวนกำรฝกึ ปฏิบตั ิ และกำรทำงำนเปน็ ทีม
เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประกอบด้วย มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มี
วินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพยี ง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มจี ิตสำธำรณะ มีนิสยั ทีด่ ีในกำรทำงำน และ
มีเจตคตทิ ีด่ ีต่อกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษ ตลอดจนสำมำรถดำเนนิ ชวี ิตอยใู่ นสังคมได้ปกตสิ ขุ
ตวั ชวี้ ดั ต 1.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4
ต 1.2 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4 , ม.6/5
ต 1.3 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3
ต 2.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3
ต 2.2 ม.6/1 , ม.6/2
ต 3.1 ม.6/1
ต 4.1 ม.6/1
ต 4.2 ม.6/1 , ม.6/2 รวม 21 ตัวช้ีวดั
คาอธิบายรายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน
รหสั วชิ า อ33102 ภาษาองั กฤษ 6
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์
1.0 หนว่ ยกติ จานวน 40 ช่ัวโมง / ภาคเรียน
จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกบทสนทนำคำบรรยำยที่ฟัง จับใจควำม
สำคัญ วิเครำะห์ และตีควำมเรื่องท่ีฟังโดยถ่ำยโอนเป็นส่ือท่ีไม่ใชค่ วำมเรียงได้ถูกต้อง ระบุประโยคและข้อควำมที่
ฟังให้สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ควำมเรียง เลือกใช้คำศัพท์ โครงสร้ำงประโยค และไวยำกรณ์ที่เหมำะสมกับกำรให้
คำแนะนำต่อเพ่ือนร่วมช้ัน จับใจควำมสำคัญ วิเครำะห์ควำม สรุปควำม ตีควำม และแสดงควำมคิดเห็นจำกกำร
ฟังบทสนทนำ คำบรรยำย อธิบำย ข้อควำมและประโยคให้สัมพันธ์กับสื่อท่ีไม่ใช่ควำมเรียงรูปแบบต่ำงๆ ให้
สัมพันธ์กับประโยคและข้อควำมที่ฟังหรืออ่ำน อธิบำย ข้อควำมและประโยคให้สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ควำมเรียง
รูปแบบต่ำงๆ ท่ีอ่ำน ฟังหรืออ่ำน ปฏิบัติตำมคำแนะนำ ช้ีแจง ใช้คำข้อร้อง คำอนุญำต ให้คำแนะนำท่ีใช้ในชั้น
เรียนได้อย่ำงเหมำะสม และใช้ภำษำอังกฤษเพ่ือกำรสื่อสำรในสถำนกำรณ์จรงิ และสถำนกำรณ์จำลอง ในห้องเรียน
สถำนศึกษำ ชุมชน สังคม ค้นคว้ำ สืบค้น บันทึก สรุปข้อมูลที่เชื่อมโยงกับสำระกำรเรียนรู้อื่น ในกำรศึกษำต่อ
กำรศกึ ษำต่อและกำรประกอบอำชีพ รวมท้ังเผยแพร่ ประชำสมั พนั ธ์ขำ่ วสำรโรงเรยี นเปน็ ภำษำองั กฤษ
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรพูด กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กำรนำเสนอ กำร
เผยแพร่ และกำรประชำสมั พนั ธ์ ซ่ึงม่งุ เน้นใหผ้ ู้เรียนเรียนร้ผู ่ำนกระบวนกำรฝึกปฏิบัติ และกำรทำงำนเป็นทีม
เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประกอบด้วย มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มี
วนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพยี ง มุ่งม่นั ในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย มจี ติ สำธำรณะ มนี สิ ัยทีด่ ใี นกำรทำงำน และ
มีเจตคติทด่ี ตี ่อกำรเรียนรู้ภำษำองั กฤษ ตลอดจนสำมำรถดำเนนิ ชวี ติ อยูใ่ นสงั คมได้ปกติสุข
ตวั ชีว้ ดั ต 1.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4
ต 1.2 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4 , ม.6/5
ต 1.3 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3
ต 2.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3
ต 2.2 ม.6/1 , ม.6/2
ต 3.1 ม.6/1
ต 4.1 ม.6/1
ต 4.2 ม.6/1 , ม.6/2 รวม 21 ตวั ชีว้ ัด
คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ิมเติม
รหสั วิชา อ31201 ภาษาองั กฤษฟงั -พดู 1
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห์
0.5 หน่วยกติ จานวน 20 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น
ศึกษำวิเครำะห์ประโยค วลี บทสนทนำและโครงสร้ำงภำษำ เพื่อสำมำรถถำมและตอบคำถำมเกี่ยวกับ
เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ท่ีเกิดขึ้น พูดและอ่ำนเกี่ยวกับหัวข้อต่ำงๆ ที่สนใจได้ เรียนรู้คำศัพท์ต่ำงๆ เกี่ยวกับกำรทำงำน
และวำงแผนสำหรับกำรทำงำนในอนำคต สำมำรถฟังและจับใจควำมเร่ืองรำวและสำมำรถเล่ำเรื่องรำวน้ันๆ ได้
สำมำรถฟัง ออกเสียง และแยกแยะคำศัพท์ได้อย่ำงถูกต้อง สำมำรถเรียนรู้ถึงเรื่องรำวควำมลึกลับต่ำงๆ และ
เรียนรู้คำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องได้ สำมำรถสืบค้นและแสดงควำมรู้สึกเก่ียวกับเรื่องลึกลับต่ำงๆ ได้ สำมำรถเรียนรู้
คำถำมบทสนทนำทั่วไปเกี่ยวกับควำมทรงจำของนักเรียน และสำมำรถตอบคำถำมเหล่ำนั้นได้ สำมำรถเรียนรู้
เก่ียวกับหัวข้อหรือประเด็นต่ำงๆ ที่เกิดขึ้น และฝึกในกำรโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อหัวข้อประเด็นน้ันๆ ได้ เรียนรู้
ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองต่ำงๆ ท่ีมีชื่อเสียงของโลก สำมำรถเขียนเร่ืองรำวต่ำงๆ เกี่ยวกับกับหัวข้อที่
สนใจได้ พูดอธิบำยเก่ียวกับหัวข้อ/เร่ืองรำวต่ำงๆ ในกำรแลกเปล่ียนข้อมูล และเรียนรู้กำรใช้ภำษำอังกฤษจำก
หัวข้อ/เรื่องรำวน้ันๆ ได้ เรียนรู้ สืบค้น เขียน บอกเล่ำ แสดงควำมรู้สึก และแสดงบทบำทสมมุติเกี่ยวกับภัยพิบัติ
ธรรมชำติที่สนใจได้ สำมำรถถำมและตอบคำถำมเก่ียวกับสัตว์ต่ำงๆ ได้ สำมำรถศึกษำเรื่องรำวต่ำงๆ ได้ทั้งใน
สถำนกำรณ์จริงและสถำนกำรณ์จำลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนสถำนศึกษำ ชุมชน และสังคม นำควำมรู้ท่ีได้ศึกษำ
จำกบทเรียนมำฝกึ ฝนกำรสนทนำแลกเปล่ียนขอ้ มลู กับผู้เรยี นด้วยกัน
โดยกระบวนกำร กำรเรียนรู้และฝึกฝนจำกกำรฟัง กำรพูด และกำรเขียน กำรใช้กระบวนกำร Role
play แลกเปลย่ี นข้อมูลกับเพ่ือนในห้องเรียน กำรฝึกออกเสียง กำรศกึ ษำเปรยี บเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำง
ของตนเองและเพื่อนในห้องเรียนกับสถำนกำรณ์ในบทเรียน เปรียบเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำงระหว่ำง
ต่ำงประเทศกับประเทศไทย
เพื่อให้เกิด ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ กำรแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่ำวสำร แสดงควำมคิดเห็น นำเสนอข้อมูล และ
สร้ำงควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงบุคคลอย่ำงเหมำะสม กำรใช้ควำมรเู้ พ่ือเป็นพื้นฐำนในกำรพัฒนำ แสวงหำควำมรู้ เปิด
โลกทศั น์ของผู้เรียน กำรศกึ ษำตอ่ ประกอบอำชีพ และแลกเปลี่ยนเรยี นรู้กบั สงั คมโลก
ผลการเรยี นรู้
1. สำมำรถถำมและตอบคำถำมเกยี่ วกับเหตุกำรณ์ต่ำงๆ ท่ีเกดิ ขึ้นได้
2. สำมำรถพูดและอ่ำนเก่ียวกับหัวข้อต่ำงๆ ทส่ี นใจได้
3. สำมำรถเรยี นรูค้ ำศพั ท์ต่ำงๆ เกี่ยวกบั กำรทำงำนและวำงแผนสำหรบั กำรทำงำนในอนำคต
4. สำมำรถฟังและจับใจควำมเรอ่ื งรำวและสำมำรถเลำ่ เร่ืองรำวนั้นๆ ได้
5. สำมำรถฟัง ออกเสียง และแยกแยะคำศัพทไ์ ดอ้ ยำ่ งถูกต้อง
6. สำมำรถเรียนรถู้ ึงเรอื่ งรำวควำมลกึ ลับตำ่ งๆ และเรยี นรคู้ ำศัพท์ทเ่ี กยี่ วข้องได้
7. สำมำรถสืบคน้ และแสดงควำมรสู้ กึ เก่ียวกบั เรือ่ งลึกลับตำ่ งๆ ได้
8. สำมำรถเรียนรู้คำถำมบทสนทนำท่ัวไปเก่ียวกับควำมทรงจำของนักเรียน และสำมำรถตอบคำถำม
เหลำ่ นนั้ ได้
9. สำมำรถเรียนรู้เก่ียวกับหัวข้อหรือประเด็นต่ำงๆ ท่ีเกิดขึ้น และฝึกในกำรโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อหัวข้อ
ประเดน็ นั้นๆ ได้
10. สำมำรถเรยี นรูข้ ้อมลู ท่เี ป็นประโยชน์เก่ยี วกับเมืองตำ่ งๆ ที่มีช่ือเสียงของโลก
11. สำมำรถเขยี นเร่อื งรำวต่ำงๆ เกี่ยวกับกับหัวขอ้ ทีส่ นใจได้
12. สำมำรถพูดอธิบำยเกี่ยวกับหัวข้อ/เรื่องรำวต่ำงๆ ในกำรแลกเปล่ียนข้อมูล และเรียนรู้กำรใช้
ภำษำอังกฤษจำกหวั ข้อ/เรือ่ งรำวนน้ั ๆ ได้
13. สำมำรถเรียนรเู้ รื่องรำวเก่ยี วกับภัยพบิ ัติธรรมชำติตำ่ งๆ และเรียนรู้คำศัพท์ท่เี กยี่ วข้องได้
14. สำมำรถสืบค้นและแสดงควำมรสู้ กึ เกีย่ วกับภัยพบิ ัติธรรมชำตๆิ ได้
15. สำมำรถถำมและตอบคำถำมเกย่ี วกับสัตว์ต่ำงๆ ได้
รวม 15 ผลการเรยี นรู้
คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพมิ่ เตมิ
รหัสวชิ า อ31202 ภาษาองั กฤษฟัง-พูด 2
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1 ช่ัวโมง / สัปดาห์
0.5 หนว่ ยกติ จานวน 20 ช่วั โมง / ภาคเรียน
ศึกษำวิเครำะห์ประโยค วลี บทสนทนำและโครงสร้ำงภำษำ เพื่อสำมำรถถำมและตอบคำถำมเกี่ยวกับ
เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ท่ีเกิดข้ึน พูดและอ่ำนเก่ียวกับหัวข้อต่ำงๆ ท่ีสนใจได้ เรียนรู้คำศัพท์ต่ำงๆ เก่ียวกับกำรทำงำน
และวำงแผนสำหรับกำรทำงำนในอนำคต สำมำรถฟังและจับใจควำมเรื่องรำวและสำมำรถเล่ำเร่ืองรำวนั้นๆ ได้
สำมำรถฟัง ออกเสียง และแยกแยะคำศัพท์ได้อย่ำงถูกต้อง สำมำรถเรียนรู้ถึงเร่ืองรำวควำมลึกลับต่ำงๆ และ
เรียนรู้คำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องได้ สำมำรถสืบค้นและแสดงควำมรู้สึกเก่ียวกับเร่ืองลึกลับต่ำงๆ ได้ สำมำรถเขียน บอก
เล่ำ และแสดงบทบำทสมมุติเกี่ยวกับเรื่องลึกลบั ที่สนใจ สำมำรถเรียนรู้เก่ียวกับหัวข้อหรือประเด็นต่ำงๆ ที่เกิดข้ึน
และฝึกในกำรโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อหัวข้อประเด็นนั้นๆ ได้ เรียนรู้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองต่ำงๆ ท่ีมี
ชื่อเสียงของโลก สำมำรถเขียนเร่ืองรำวต่ำงๆ เกี่ยวกับกับหัวข้อที่สนใจได้ เรียนรู้ สืบค้น เขียน บอกเล่ำ แสดง
ควำมรู้สึก และสร้ำงโปสเตอร์เก่ียวกับสัตว์ท่ีมีควำมมหัศจรรย์ได้ สำมำรถถำมและตอบคำถำมเก่ียวกับกิจกรรม
ผำดโผนต่ำงๆ ได้ สำมำรถศึกษำเร่ืองรำวต่ำงๆ ได้ทั้งในสถำนกำรณ์จริงและสถำนกำรณ์จำลองท่ีเกิดข้ึนใน
ห้องเรียนสถำนศึกษำ ชุมชน และสังคม นำควำมรู้ท่ีได้ศึกษำจำกบทเรียนมำฝึกฝนกำรสนทนำแลกเปล่ียนข้อมูล
กบั ผเู้ รียนดว้ ยกัน
โดยกระบวนกำร กำรเรียนรู้และฝึกฝนจำกกำรฟัง กำรพูด และกำรเขียน กำรใช้กระบวนกำร Role
play แลกเปลย่ี นขอ้ มลู กับเพ่ือนในห้องเรียน กำรฝกึ ออกเสยี ง กำรศึกษำเปรยี บเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำง
ของตนเองและเพ่ือนในห้องเรียนกับสถำนกำรณ์ในบทเรียน เปรียบเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำงระหว่ำง
ตำ่ งประเทศกบั ประเทศไทย
เพ่ือให้เกิด ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ กำรแลกเปล่ียนข้อมูล ข่ำวสำร แสดงควำมคิดเห็น นำเสนอข้อมูล และ
สร้ำงควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งบุคคลอย่ำงเหมำะสม กำรใช้ควำมรู้เพื่อเป็นพ้ืนฐำนในกำรพัฒนำ แสวงหำควำมรู้ เปิด
โลกทัศนข์ องผู้เรียน กำรศึกษำต่อ ประกอบอำชพี และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั สังคมโลก
ผลการเรยี นรู้
1. สำมำรถถำมและตอบคำถำมเกีย่ วกบั เหตกุ ำรณต์ ่ำงๆ ที่เกดิ ขน้ึ ได้
2. สำมำรถพูดและอำ่ นเกีย่ วกับหวั ขอ้ ตำ่ งๆ ทีส่ นใจได้
3. สำมำรถเรยี นรู้คำศพั ท์ตำ่ งๆ เก่ียวกับกำรทำงำนและวำงแผนสำหรับกำรทำงำนในอนำคต
4. สำมำรถฟงั และจับใจควำมเรอ่ื งรำวและสำมำรถเล่ำเร่อื งรำวนั้นๆ ได้
5. สำมำรถฟงั ออกเสยี ง และแยกแยะคำศัพท์ได้อย่ำงถูกต้อง
6. สำมำรถเรยี นร้ถู ึงเรอื่ งรำวควำมลึกลับตำ่ งๆ และเรยี นรู้คำศัพท์ทเี่ กยี่ วข้องได้
7. สำมำรถสืบค้นและแสดงควำมรู้สกึ เก่ียวกบั เรอ่ื งลึกลบั ตำ่ งๆ ได้
8. สำมำรถเขยี น บอกเลำ่ และแสดงบทบำทสมมตุ เิ กยี่ วกับเร่อื งลึกลับท่สี นใจได้
9. สำมำรถเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อหรือประเด็นต่ำงๆ ที่เกิดขึ้น และฝึกในกำรโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อหัวข้อ
ประเด็นน้นั ๆ ได้
10. สำมำรถเรียนรูข้ อ้ มลู ท่เี ป็นประโยชนเ์ กี่ยวกับเมอื งตำ่ งๆ ทีม่ ชี ่ือเสยี งของโลก
11. สำมำรถเขยี นเรอ่ื งรำวต่ำงๆ เกีย่ วกับกับหวั ข้อที่สนใจได้
12. สำมำรถเรียนรเู้ รอื่ งรำวเกย่ี วกบั สตั ว์ทม่ี ีควำมมหศั จรรยต์ ำ่ งๆ และเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องได้
13. สำมำรถสืบค้นและแสดงควำมรสู้ ึกเกยี่ วกบั สัตว์ท่มี ีควำมมหัศจรรยต์ ำ่ งๆ ได้
14. สำมำรถเขียน บอกเล่ำ และสรำ้ งโปสเตอรเ์ กย่ี วกบั สตั วท์ ีม่ คี วำมมหัศจรรย์ต่ำงๆ ที่สนใจได้
15. สำมำรถถำมและตอบคำถำมเก่ียวกับกิจกรรมผำดโผนๆ ได้
รวม 15 ผลการเรียนรู้
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 คาอธิบายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพม่ิ เติม
1.0 หน่วยกติ รหัสวิชา อ31203 ภาษาองั กฤษอ่านเขยี น 1
จานวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์
จานวน 40 ชวั่ โมง / ภาคเรียน
อธิบำย หลักกำรตีควำมเรื่องที่อ่ำนโดยใชก้ ลยุทธ์กำรอ่ำน ควำมแตกต่ำงของกำรใช้คำศัพท์ และหลักกำร
เลือกใช้คำศัพท์ในกำรเขียนประโยค อธิบำย หลักกำรตีควำมเร่ืองท่ีอ่ำนโดยใช้กลยุทธ์กำรอ่ำน หลักกำรเขียน
บรรยำย และหลักกำรอภิปรำยเกี่ยวกับเรื่องที่อ่ำน อธิบำย หลักกำรตีควำมเร่ืองที่อ่ำนโดยใช้กลยุทธ์กำรอ่ำน
หลักกำรค้นคว้ำ ข้อมูลเก่ียวกับเร่ืองที่สนใจจำกส่ือต่ำง ๆ และหลักกำรนำเสนอข้อมูลด้วยกำรพูดและกำรเขียน
อธิบำย หลักกำรตีควำมเรื่องท่ีอ่ำนโดยใช้กลยุทธ์กำรอ่ำน หลักกำรค้นคว้ำข้อมูลเกี่ยวกับเร่ืองที่สนใจจำกสื่อต่ำงๆ
หลกั กำรเขียนประโยคควำมเรียงจำกสือ่ ต่ำงๆ และหลกั กำรเผยแพร่ ประชำสมั พนั ธ์ ขอ้ มลู ที่ได้จำกกำรค้นคว้ำจำก
แหลง่ เรยี นรตู้ ่ำง ๆ
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กระบวนกำรนำเสนอ และ
กระบวนกำรประชำสัมพันธ์ข้อมูล โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่ำนกระบวนกำรฝึกปฏิบัติ และกระบวนกำร
ทำงำนเป็นทมี
เพื่อให้ผู้เรียนมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพ อเพียง
มุ่งมั่นในกำรทำงำน รกั ควำมเปน็ ไทย มจี ติ สำธำรณะ และมีเจตคติทีด่ ตี อ่ กำรเรียนรภู้ ำษำอังกฤษ
ผลการเรียนรู้
1. ผเู้ รยี นสำมำรถอธบิ ำยควำมแตกต่ำงกำรใชค้ ำศพั ท์ในประโยคต่ำง ๆ ได้ถูกต้อง
2. ผู้เรยี นสำมำรถเขำ้ ใจและตีควำมเรอื่ งทอ่ี ่ำนจำกสือ่ ประเภทต่ำง ๆ โดยใช้กลยุทธ์กำรอำ่ นได้ถกู ตอ้ ง
3. ผู้เรยี นสำมำรถเลือกใช้คำศพั ท์ในกำรเขยี นประโยคที่กำหนดใหไ้ ดอ้ ย่ำงเหมำะสม
4. ผู้เรยี นสำมำรถเขยี นบรรยำยเก่ียวกับตนเอง ประสบกำรณ์ เหตกุ ำรณ์ หรือ ประเดน็ ต่ำงๆท่ีอยู่ในควำม
สนใจของสงั คมได้
5. ผเู้ รยี นสำมำรถอภิปรำยเก่ยี วกับเรื่องที่อำ่ นอย่ำงมีเหตผุ ลได้
6. ผู้เรยี นสำมำรถคน้ ควำ้ ข้อมลู เก่ยี วกบั เรอื่ งท่สี นใจจำกสื่อต่ำง ๆ อย่ำงหลำกหลำยได้
7. ผเู้ รียนสำมำรถนำเสนอขอ้ มูลด้วยกำรพดู และกำรเขยี นได้
8. ผเู้ รยี นเขยี นประโยคควำมเรียงจำกสือ่ ต่ำงๆได้
9. ผเู้ รยี นสำมำรถเผยแพร่ ประชำสัมพนั ธ์ ขอ้ มูลทีไ่ ดจ้ ำกกำรค้นคว้ำ จำกแหลง่ เรยี นรู้ตำ่ งๆได้
รวม 9 ผลการเรียนรู้
คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพม่ิ เติม
รหัสวิชา อ31204 ภาษาองั กฤษอ่านเขียน 2
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
1.0 หน่วยกติ จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรียน
อธิบำย หลักกำรตีควำมเรื่องท่ีอ่ำนโดยใช้กลยุทธ์กำรอ่ำน ควำมแตกต่ำงของกำรใช้คำศัพท์และหลักกำร
เลือกใช้คำศัพท์ในกำรเขียนประโยค อธิบำย หลักกำรตีควำมเร่ืองที่อ่ำนโดยใช้กลยุทธ์กำรอ่ำน หลักกำรเขียน
บรรยำย และหลักกำรอภิปรำยเก่ียวกับเรื่องท่ีอ่ำน อธิบำย หลักกำรตีควำมเรื่องท่ีอ่ำนโดยใช้กลยุทธ์กำรอ่ำน
หลักกำรค้นคว้ำ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจำกส่ือต่ำง ๆ และหลักกำรนำเสนอข้อมูลด้วยกำรพูดและกำรเขียน
อธิบำย หลักกำรตีควำมเรื่องที่อ่ำนโดยใช้กลยุทธ์กำรอ่ำน หลักกำรค้นคว้ำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจำกส่ือต่ำงๆ
หลกั กำรเขยี นประโยคควำมเรียงจำกสอื่ ตำ่ งๆ และหลกั กำรเผยแพร่ ประชำสมั พันธ์ ขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ำกกำรคน้ คว้ำจำก
แหล่งเรียนรูต้ ่ำง ๆ
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กระบวนกำรนำเสนอ และ
กระบวนกำรประชำสัมพันธ์ข้อมูล โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่ำนกระบวนกำรฝึกปฏิบัติ และกระบวนกำร
ทำงำนเป็นทมี
เพ่ือให้ผู้เรียนมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง
มุง่ มัน่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ และมเี จตคตทิ ีด่ ีต่อกำรเรยี นรู้ภำษำองั กฤษ
ผลการเรียนรู้
1. ผู้เรียนสำมำรถอธิบำยควำมแตกตำ่ งกำรใช้คำศพั ท์ในประโยคตำ่ ง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง
2. ผู้เรียนสำมำรถเขำ้ ใจและตคี วำมเรือ่ งทีอ่ ่ำนจำกสือ่ ประเภทต่ำง ๆ โดยใชก้ ลยทุ ธก์ ำรอ่ำนได้ถูกต้อง
3. ผเู้ รยี นสำมำรถเลือกใชค้ ำศพั ทใ์ นกำรเขยี นประโยคท่ีกำหนดให้ไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม
4. ผู้เรยี นสำมำรถเขยี นบรรยำยเกี่ยวกบั ตนเอง ประสบกำรณ์ เหตกุ ำรณ์ หรอื ประเดน็ ต่ำงๆท่ีอยู่ในควำม
สนใจของสงั คมได้
5. ผู้เรียนสำมำรถอภิปรำยเกยี่ วกบั เรอื่ งทอี่ ำ่ นอย่ำงมีเหตผุ ลได้
6. ผู้เรียนสำมำรถค้นควำ้ ขอ้ มูลเก่ยี วกับเรอื่ งทีส่ นใจจำกส่ือต่ำง ๆ อยำ่ งหลำกหลำยได้
7. ผเู้ รียนสำมำรถนำเสนอขอ้ มลู ด้วยกำรพูดและกำรเขยี นได้
8. ผเู้ รยี นเขยี นประโยคควำมเรียงจำกสอ่ื ต่ำงๆได้
9. ผู้เรียนสำมำรถเผยแพร่ ประชำสมั พันธ์ ข้อมลู ท่ีไดจ้ ำกกำรค้นคว้ำ จำกแหล่งเรียนร้ตู ำ่ งๆได้
รวม 9 ผลการเรยี นรู้
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5 คาอธิบายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ิมเติม
0.5 หน่วยกิต รหสั วิชา อ32201 ภาษาอังกฤษฟงั -พดู 3
จานวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห์
จานวน 20 ช่ัวโมง / ภาคเรียน
ศึกษำวิเครำะห์ประโยค วลี บทสนทนำและโครงสร้ำงภำษำ เพื่อสำมำรถถำมและตอบคำถำมเกี่ยวกับ
เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ที่เกิดขึ้น พูดและอ่ำนเก่ียวกับหัวข้อต่ำงๆ ท่ีสนใจได้ เรียนรู้คำศัพท์ต่ำงๆ เกี่ยวกับกำรทำงำน
และวำงแผนสำหรับกำรทำงำนในอนำคต สำมำรถฟังและจับใจควำมเรื่องรำวและสำมำรถเล่ำเร่ืองรำวน้ันๆ ได้
สำมำรถฟัง ออกเสียง และแยกแยะคำศัพท์ได้อย่ำงถูกต้อง สำมำรถเรียนรู้ถึงเรื่องรำวควำมลึกลับต่ำงๆ และ
เรียนรู้คำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องได้ สำมำรถสืบค้นและแสดงควำมรู้สกึ เก่ียวกับเร่ืองลึกลับตำ่ งๆ ได้ สำมำรถเขียน บอก
เลำ่ และแสดงบทบำทสมมตุ เิ กี่ยวกับเรือ่ งลึกลับที่สนใจ สำมำรถเรียนรคู้ ำถำม/บทสนทนำในกำรแก้ไขปัญหำต่ำงๆ
และสำมำรถตอบคำถำมเหล่ำนั้นได้ สำมำรถเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อหรือประเด็นต่ำงๆ ที่เกิดข้ึน และฝึกในกำร
โต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อห้วข้อประเด็นนั้นๆ ได้ เรียนรู้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองต่ำงๆ ที่มีชื่อเสียงของ
โลก สำมำรถเขียนเร่ืองรำวต่ำงๆ เกี่ยวกับกับหัวข้อที่สนใจได้ สำมำรถอธิบำยเกี่ยวกับหัวข้อ/เรื่องรำวของควำม
เหมือนและควำมแตกต่ำงของส่ิงต่ำงๆ และเรียนรู้กำรใช้ภำษำอังกฤษจำกหัวข้อ/เร่ืองรำวนั้นๆ ได้ เรียนรู้ สืบค้น
เขียน บอกเล่ำ แสดงควำมรู้สึก และแสดงบทบำทสมมุติเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชำติท่ีสนใจได้ สำมำรถคำดเดำ
เหตุกำรณท์ จี่ ะเกิดข้ึนในอนำคตได้ สำมำรถศกึ ษำเรื่องรำวตำ่ งๆ ได้ท้งั ในสถำนกำรณจ์ ริงและสถำนกำรณจ์ ำลองท่ี
เกิดขึ้นในห้องเรียนสถำนศึกษำ ชุมชน และสังคม นำควำมรู้ท่ีได้ศึกษำจำกบทเรียนมำฝึกฝนกำรสนทน ำ
แลกเปล่ียนข้อมูลกับผ้เู รียนด้วยกนั
โดยกระบวนกำร กำรเรียนรู้และฝึกฝนจำกกำรฟัง กำรพูด และกำรเขียน กำรใช้กระบวนกำร Role
play แลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพ่ือนในห้องเรียน กำรฝึกออกเสียง กำรศึกษำเปรยี บเทยี บควำมเหมือนและควำมต่ำง
ของตนเองและเพ่ือนในห้องเรียนกับสถำนกำรณ์ในบทเรียน เปรียบเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำงระหว่ำง
ตำ่ งประเทศกับประเทศไทย
เพื่อให้เกิด ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ กำรแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่ำวสำร แสดงควำมคิดเห็น นำเสนอข้อมูล และ
สร้ำงควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงบุคคลอย่ำงเหมำะสม กำรใช้ควำมรูเ้ พ่ือเป็นพ้ืนฐำนในกำรพัฒนำ แสวงหำควำมรู้ เปิด
โลกทศั นข์ องผูเ้ รยี น กำรศกึ ษำต่อ ประกอบอำชพี และแลกเปลีย่ นเรยี นรูก้ บั สงั คมโลก
ผลการเรียนรู้
1. สำมำรถถำมและตอบคำถำมเกี่ยวกบั เหตุกำรณต์ ่ำงๆ ท่ีเกิดข้ึนได้
2. สำมำรถพูดและอำ่ นเก่ยี วกบั หวั ข้อต่ำงๆ ทีส่ นใจได้
3. สำมำรถเรียนร้คู ำศพั ทต์ ่ำงๆ เก่ียวกับกำรทำงำนและวำงแผนสำหรบั กำรทำงำนในอนำคต
4. สำมำรถฟังและจับใจควำมเรอื่ งรำวและสำมำรถเลำ่ เรอ่ื งรำวน้ันๆ ได้
5. สำมำรถฟัง ออกเสียง และแยกแยะคำศพั ท์ได้อย่ำงถกู ต้อง
6. สำมำรถเรียนรู้ถงึ เรอื่ งรำวควำมลึกลับต่ำงๆ และเรียนรู้คำศพั ท์ที่เก่ยี วข้องได้
7. สำมำรถสืบคน้ และแสดงควำมรู้สึกเก่ยี วกบั เรือ่ งลกึ ลับต่ำงๆ ได้
8. สำมำรถเรียนรู้คำถำม/บทสนทนำในกำรแก้ไขปญั หำตำ่ งๆ และสำมำรถตอบคำถำมเหลำ่ นน้ั ได้
9. สำมำรถเรียนรู้เก่ียวกับหัวข้อหรือประเด็นต่ำงๆ ท่ีเกิดขึ้น และฝึกในกำรโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อห้วข้อ
ประเดน็ นัน้ ๆ ได้
10. สำมำรถเรยี นรู้ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ประโยชน์เก่ยี วกับเมืองต่ำงๆ ทีม่ ีช่อื เสยี งของโลก
11. สำมำรถเขียนเรอ่ื งรำวต่ำงๆ เกีย่ วกบั กบั หวั ขอ้ ที่สนใจได้
12. สำมำรถอธิบำยเกี่ยวกับหัวข้อ/เรื่องรำวของควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงของส่ิงต่ำงๆ และเรียนรู้
กำรใช้ภำษำอังกฤษจำกหัวขอ้ /เรอื่ งรำวน้นั ๆ ได้
13. สำมำรถสบื ค้นและแสดงควำมรู้สึกเกยี่ วกับภัยพิบัตธิ รรมชำติๆ ได้
14. สำมำรถเขยี น บอกเล่ำ และแสดงบทบำทสมมุตเิ กีย่ วกับภยั พิบตั ธิ รรมชำตทิ ่สี นใจได้
15. สำมำรถคำดเดำเหตุกำรณ์ทีจ่ ะเกิดขึ้นในอนำคตได้
รวม 15 ผลการเรียนรู้
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 คาอธิบายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพมิ่ เติม
0.5 หนว่ ยกิต รหัสวชิ า อ32202 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 4
จานวน 1 ชวั่ โมง / สัปดาห์
จานวน 20 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น
ศึกษำวิเครำะห์ประโยค วลี บทสนทนำและโครงสร้ำงภำษำ เพ่ือสำมำรถถำมและตอบคำถำมเก่ียวกับ
เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ท่ีเกิดข้ึน พูดและอ่ำนเก่ียวกับหัวข้อต่ำงๆ ท่ีสนใจได้ เรียนรู้คำศัพท์ต่ำงๆ เก่ียวกับกำรทำงำน
และวำงแผนสำหรับกำรทำงำนในอนำคต สำมำรถฟังและจับใจควำมเร่ืองรำวและสำมำรถเล่ำเรื่องรำวนั้นๆ ได้
สำมำรถฟัง ออกเสียง และแยกแยะคำศัพท์ได้อย่ำงถูกต้อง สำมำรถเรียนรู้ถึงเรื่องรำวควำมลึกลับต่ำงๆ และ
เรียนรู้คำศัพท์ท่ีเก่ียวข้องได้ สำมำรถสืบค้นและแสดงควำมรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องลึกลับต่ำงๆ ได้ สำมำรถเขียน บอก
เล่ำ และแสดงบทบำทสมมุตเิ กี่ยวกับเร่ืองลึกลบั ที่สนใจ สำมำรถเรียนรู้เกี่ยวกับหวั ข้อหรือประเดน็ ต่ำงๆ ที่เกิดขึน้
และฝึกในกำรโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อห้วข้อประเด็นนั้นๆ ได้ เรียนรู้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์เก่ียวกับเมืองต่ำงๆ ท่ีมี
ชื่อเสียงของโลก สำมำรถเขียนเร่ืองรำวต่ำงๆ เกี่ยวกับกับหัวข้อท่ีสนใจได้ เรียนรู้ สืบค้น เขียน บอกเล่ำ แสดง
ควำมรู้สึก และสร้ำงโปสเตอร์เกี่ยวกับสัตว์ที่มีควำมมหัศจรรย์ได้ สำมำรถถำมและตอบคำถำมเกี่ยวกับกิจกรรม
ผำดโผนต่ำงๆ ได้ สำมำรถศึกษำเรื่องรำวต่ำงๆ ได้ท้ังในสถำนกำรณ์จริงและสถำนกำรณ์จำลองที่ เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนสถำนศึกษำ ชุมชน และสังคม นำควำมรู้ที่ได้ศึกษำจำกบทเรียนมำฝึกฝนกำรสนทนำแลกเปลย่ี นข้อมลู
กับผู้เรยี นด้วยกัน
โดยกระบวนกำร กำรเรียนรู้และฝึกฝนจำกกำรฟัง กำรพูด และกำรเขียน กำรใช้กระบวนกำร Role
play แลกเปลีย่ นข้อมลู กับเพ่ือนในห้องเรียน กำรฝกึ ออกเสยี ง กำรศึกษำเปรียบเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำง
ของตนเองและเพ่ือนในห้องเรียนกับสถำนกำรณ์ในบทเรียน เปรียบเทียบควำมเหมือนและควำมต่ำงระหว่ำง
ต่ำงประเทศกับประเทศไทย
เพื่อให้เกิด ควำมรู้ ควำมเข้ำใจ กำรแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่ำวสำร แสดงควำมคิดเห็น นำเสนอข้อมูล และ
สร้ำงควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งบุคคลอย่ำงเหมำะสม กำรใช้ควำมรู้เพื่อเป็นพ้ืนฐำนในกำรพัฒนำ แสวงหำควำมรู้ เปิด
โลกทัศนข์ องผู้เรยี น กำรศกึ ษำต่อ ประกอบอำชพี และแลกเปลีย่ นเรยี นรู้กบั สงั คมโลก
ผลการเรยี นรู้
1. สำมำรถถำมและตอบคำถำมเกยี่ วกบั เหตุกำรณต์ ำ่ งๆ ทเี่ กิดขึ้นได้
2. สำมำรถพดู และอำ่ นเก่ยี วกับหัวขอ้ ตำ่ งๆ ทส่ี นใจได้
3. สำมำรถเรยี นรู้คำศพั ทต์ ่ำงๆ เกี่ยวกับกำรทำงำนและวำงแผนสำหรับกำรทำงำนในอนำคต
4. สำมำรถฟังและจับใจควำมเรอื่ งรำวและสำมำรถเล่ำเรือ่ งรำวนัน้ ๆ ได้
5. สำมำรถฟัง ออกเสยี ง และแยกแยะคำศัพทไ์ ดอ้ ย่ำงถกู ต้อง
6. สำมำรถเรยี นรู้ถึงเรอ่ื งรำวควำมลึกลับต่ำงๆ และเรยี นรคู้ ำศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งได้
7. สำมำรถสบื คน้ และแสดงควำมรู้สึกเกีย่ วกับเร่ืองลึกลบั ต่ำงๆ ได้
8. สำมำรถเขียน บอกเลำ่ และแสดงบทบำทสมมุตเิ กีย่ วกับเรื่องลกึ ลบั ที่สนใจได้
9. สำมำรถเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อหรือประเด็นต่ำงๆ ท่ีเกิดข้ึน และฝึกในกำรโต้แย้งอย่ำงมีเหตุผลต่อห้วข้อ
ประเดน็ นนั้ ๆ ได้
10. สำมำรถเรียนรู้ข้อมูลที่เปน็ ประโยชน์เกี่ยวกบั เมอื งต่ำงๆ ที่มชี อ่ื เสียงของโลก
11. สำมำรถเขียนเรือ่ งรำวตำ่ งๆ เกี่ยวกับกับหวั ข้อท่สี นใจได้
12. สำมำรถเรียนรู้เร่ืองรำวเกี่ยวกับสัตวท์ ีม่ ีควำมมหศั จรรย์ต่ำงๆ และเรียนรู้คำศพั ทท์ ่เี กี่ยวขอ้ งได้
13. สำมำรถสืบคน้ และแสดงควำมรูส้ ึกเกย่ี วกบั สตั ว์ท่ีมีควำมมหศั จรรยต์ ำ่ งๆ ได้
14. สำมำรถเขยี น บอกเล่ำ และสร้ำงโปสเตอรเ์ กีย่ วกับสัตวท์ ี่มีควำมมหศั จรรยต์ ำ่ งๆ ท่สี นใจได้
15. สำมำรถถำมและตอบคำถำมเก่ยี วกบั กจิ กรรมผำดโผนๆ ได้
รวม 15 ผลการเรยี นรู้
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพิม่ เติม
1.0 หน่วยกิต รหสั วิชา อ33205 ภาษาองั กฤษรอบรู้ 1
จานวน 2 ช่ัวโมง / สัปดาห์
จานวน 40 ช่ัวโมง / ภาคเรียน
ฟังและพดู บทสนทนำเกีย่ วกับ คำสั่ง คำขอร้อง คำอธิบำย บทสนทนำ เพ่อื แสดงควำมคดิ เห็น แลกเปลย่ี น
ควำมรู้เกี่ยวกับท้องถ่ินที่อยู่ในควำมสนใจในชีวิตประจำวัน ประเด็นเรื่องรำว ปัญหำต่ำง ๆ โดย ใช้ส่ือเทคโนโลยี
วิธีกำรและรูปแบบท่ีหลำกหลำยในกำรนำเสนอ แลกเปล่ียนข้อมูลข่ำวสำร เก่ียวกับ เหตุกำรณ์ต่ำง ๆ กิจกรรม
สินค้ำหรือบริกำรในท้องถิ่น ใช้ประโยคผสมและประโยคตำมโครงสร้ำง ไวยำกรณ์ท่ีใช้สื่อควำมหมำยตำมบริบท
ต่ำงๆ ในกำรสนทนำ ทั้งที่เป็นทำงกำรและไม่เป็นทำงกำร โดยออกเสียงสระกลุ่มคำ และประโยคที่ซับซ้อนได้
ถกู ต้อง รู้และเขำ้ ใจควำมเหมอื น วัฒนธรรม ประเพณี ควำมเชอื่ ของเจ้ำของภำษำ เขำ้ ใจถงึ ควำมแตกต่ำงระหว่ำง
ภำษำและวัฒนธรรมได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เหมำะสมกับบุคคลและกำลเทศะและวัฒนธรรมของเจ้ำของภำษำ
และสำมำรถใชภ้ ำษำทเ่ี รียนเปน็ เครือ่ งมือในกำรเรยี นต่อ และประกอบอำชพี
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรพูด กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กำรนำเสนอ
กำรเผยแพร่ และกำรประชำสมั พันธ์ ซงึ่ ม่งุ เน้นใหผ้ ู้เรยี นเรียนรผู้ ำ่ นกระบวนกำรฝึกปฏิบัติ และกระบวนกำรทำงำน
เป็นทมี
เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประกอบด้วย มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มี
วนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยำ่ งพอเพยี ง มงุ่ มั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มจี ติ สำธำรณะ มนี ิสยั ท่ดี ีในกำรทำงำน และ
มเี จตคติทด่ี ตี อ่ กำรเรยี นรู้ภำษำอังกฤษ ตลอดจนสำมำรถดำเนินชวี ิตอยู่ในสงั คมได้ปกติสุข
ผลการเรียนรู้
1. ใช้ภำษำเพอื่ อธิบำยควำมหมำยเกยี่ วกบั คำ คำสั่ง คำขอรอ้ ง คำอธบิ ำย บทสนทนำ สำนวนถูกตอ้ ง
2. ใชภ้ ำษำเพ่ือพูดหรอื เขียนอธิบำยเกี่ยวกบั ควำมรเู้ กยี่ วกับท้องถนิ่ ท่ีอยใู่ นควำมสนใจในชวี ิตประจำวันได้
3. นำเสนอ แลกเปลี่ยนขอ้ มลู ขำ่ วสำร เพ่อื ควำมรขู้ องทอ้ งถิน่ ของตนเองได้
4. ใชภ้ ำษำไดถ้ ูกตอ้ งตำมบรบิ ทดำ้ นโครงสรำ้ ง ภำษำ คำ และ สำนวนทั้งทเี่ ปน็ ทำงกำรและไม่เป็นทำงกำร
5. ใชส้ ่ือเทคโนโลยใี นกำรโฆษณำ เหมำะสมกับบุคคลและกำลเทศะและวฒั นธรรมของเจำ้ ของภำษำ
6. สนทนำโต้ตอบเร่ืองรำวในชีวิตประจำวันและสำมำรถใช้ภำษำท่ีเรียนเป็นเคร่ืองมือในกำรเรียนต่อ
และประกอบอำชีพได้
รวม 6 ผลการเรียนรู้
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 คาอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่มิ เติม
1.0 หน่วยกิต รหัสวิชา อ33206 ภาษาองั กฤษรอบรู้ 2
จานวน 2 ชัว่ โมง / สปั ดาห์
จานวน 40 ชั่วโมง / ภาคเรยี น
เข้ำใจควำมแตกต่ำงระหว่ำงภำษำอังกฤษ กับ ภำษำไทย ในเร่ืองคำ วลีสำนวน ประโยค และข้อควำม ท่ี
ซบั ซอ้ นและสำมำรถนำไปใช้ได้อยำ่ งถูกต้อง มคี วำมรู้ และทักษะในกำรอ่ำนวิเครำะห์ตคี วำมสรุปควำมหมำย ของ
ประโยค (Sentence Interpretation) ใจควำมสำคัญ และรำยละเอียด ของสำระท่ีมีควำมยำว 1 อนุเฉท
(Paragraph Reading) และบทควำม (Essay Reading) ไดถ้ กู ต้อง มที กั ษะในกำรฟงั -อำ่ น ข้อควำม ข้อมลู ขำ่ วสำร
บทควำม สำระคดจี ำกสื่อสิ่งพมิ พ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์บทสนทนำ เรื่องรำวสัน้ ๆ เร่อื งเลำ่ นิทำนหรือ เรื่องสนั้ ได้เขำ้ ใจ
ตอบคำถำม สรุปใจควำม และเล่ำเรื่องที่ฟังและอ่ำน แสดงบทบำทสมมุติ จำกนิทำน นิยำย หรือเร่ืองสั้น ที่อ่ำน
โดยใชเ้ ค้ำโครงตำมแนวคิดของเจ้ำของภำษำไ้ด้ ตลอดจนใช้ภำษำเพอ่ื แสดงควำมรูส้ ึก ของตนเกี่ยวกบั เหตุกำรณ์ท้ัง
ในอดีต ปัจจุบันและอนำคต โดยใช้ประโยชน์จำกส่ือกำรเรียนและผลจำกกำร ฝึกทักษะภำษำ ใช้ภำษำอังกฤษใน
กำรแสวงหำควำมรู้เพ่ือขยำยโลกทัศน์ของตน ด้ำนกำรศึกษำและกำรงำน อำชีพ จำกแหล่งเรียนรูท้ ี่หลำกหลำยใน
รูปแบบต่ำงๆ ตำมควำมสนใจ สำมำรถนำ เสนอข้อมูลได้อย่ำงน่ำสนใจ ปฏิบัติงำนร่วมกับผู้อื่นได้อย่ำงมีควำมสุข
ตระหนกั และเห็นคุณค่ำในกำรเรียนภำษำอังกฤษและสำมำรถนำควำมรู้และทักษะทำงภำษำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
กำรศกึ ษำต่อ และ กำรประกอบอำชพี
โดยใช้ทักษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรพูด กระบวนกำรอภิปรำย กระบวนกำรค้นคว้ำ กำรนำเสนอ
กำรเผยแพร่ และกำรประชำสัมพันธ์ ซึ่งมงุ่ เน้นให้ผ้เู รยี นเรยี นรผู้ ำ่ นกระบวนกำรฝึกปฏิบัติ และกระบวนกำรทำงำน
เป็นทมี
เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประกอบด้วย มีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มี
วนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่ำงพอเพียง มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย มีจติ สำธำรณะ มีนิสัยท่ีดใี นกำรทำงำน และ
มเี จตคติทีด่ ตี อ่ กำรเรียนรภู้ ำษำอังกฤษ ตลอดจนสำมำรถดำเนินชีวติ อยใู่ นสงั คมไดป้ กตสิ ขุ
ผลการเรยี นรู้
1. เข้ำใจควำมแตกต่ำงระหว่ำงภำษำอังกฤษกับ ภำษำไทยในเรื่องคำ วลีสำนวน ประโยคและ ข้อควำมท่ี
ซับซ้อนและสำมำรถนำไปใช้ไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง
2. ใช้ภำษำเพื่อแสดงควำมรู้สึกของตนเก่ียวกับเหตุกำรณ์ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนำคต พร้อม ทั้งให้
เหตุผลโดยใช้ประโยชนจ์ ำกส่ือกำรเรยี นและผลจำกกำรฝึกทักษะตำ่ งๆ รวมทงั้ แสวงหำ วิธกี ำรเรียนภำษำองั กฤษท่ี
เหมำะสมกบตนเอง
3. เข้ำใจ ตีควำม วิเครำะห์และแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับส่ือที่เป็นควำมเรียงและไม่ใช่ควำมเรียง ใน
รูปแบบต่ำงๆ เก่ียวกับข้อมูลข่ำวสำร บทควำม สำรคดีบันเทิงคดีจำกส่ือสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และ
ถ่ำยทอดเปน็ ขอ้ ควำมโดยใช้ถ้อยคำของตนเองได้
4. ใช้ภำษำอังกฤษในกำรแสวงหำควำมรู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน เพื่อขยำยโลกทัศน์ จำก
แหลง่ ขอ้ มลู ที่หลำกหลำยในรปู แบบตำ่ ง ๆ
5. พูด อ่ำน และเขียนวิจำรณ์เร่ืองรำวทเ่ี ปน็ ประเด็นสำคัญท่เี กิดในสงั คมไดอ้ ย่ำงมเี หตุผล
รวม 5 ผลการเรยี นรู้
โครงสรา้ งหลักสตู รรายวิชาเพิม่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
(ภาษาจีน)
โรงเรียนภทั รอนสุ รณ์
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย
ลาดับที่ ระดับชน้ั รหสั วชิ า ช่อื วิชา จานวน ชม./ จานวน
ทเ่ี รียน สัปดาห์ หนว่ ยกติ
1 ม.4 จ31201 ภำษำจนี 1 6 3.0
2 ม.4 จ31202 ภำษำจนี 2 6 3.0
3 ม.5 จ32201 ภำษำจีน 3 6 3.0
4 ม.5 จ32202 ภำษำจนี 4 6 3.0
5 ม.6 จ33201 ภำษำจนี 5 6 3.0
6 ม.6 จ33202 ภำษำจนี 6 6 3.0
รวมหน่วยกิตทงั้ หมด 18 หน่วยกติ
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
3.0 หน่วยกิต รหัสวชิ า จ 31201 ภาษาจนี หลัก 1
จานวน 6 ชว่ั โมง / สัปดาห์
จานวน 120 ช่ัวโมง / ภาคเรยี น
รำยวิชำภำษำจีน(จ 31201)ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 เป็นรำยวิชำที่มุ่งให้ผู้เรียนรู้จัก เข้ำใจ ใช้ภำษำ
และท่ำทำง อธบิ ำย บรรยำย ตคี วำม แสดงควำมคิดเหน็ เปรยี บเทียบ วเิ ครำะห์ ใช้ภำษำส่อื สำร แลกเปล่ียนควำมรู้
นำเสนอ อภิปรำย ถ่ำยโอน โดยให้ผู้เรียนศึกษำ น้ำเสียง ควำมรู้สึกของผู้พูด คำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง
คำบรรยำย สำรสนเทศ คูม่ อื บทอ่ำน สือ่ ท่เี ป็นควำมเรยี งและไม่เปน็ ควำมเรยี ง ขอ้ ควำม ขอ้ มลู ข่ำวสำร บทควำม
สำรคดี บันเทิงคดีจำกส่ือสิ่งพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในหัวข้อต่ำงๆซ่ึงเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน
อำหำร เครื่องดื่ม สี กำรใช้ยำ-อุปกรณ์ กีฬำ เพลง ภำพยนตร์ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล สัตว์เล้ียง กำรซ้ือขำย
ลมฟ้ำอำกำศ กำรเดินทำง สถำนที่ท่องเที่ยว กำรเสนอบริกำร เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ในชุมชนและสังคม บทควำม เพลง
วัฒนธรรม ประเพณี ควำมเป็นอยูข่ องเจำ้ ของภำษำ ของไทย เน้อื หำท่เี กี่ยวข้องกับกลุม่ สำระกำรเรยี นรู้อ่ืน ภำษำที่
ใช้ในกำรประกอบอำชีพ กำรศึกษำต่อ กำรเผยแพร่ ประชำสัมพันธ์ ข้อมูล ข่ำวสำรของชุมชน ท้องถ่ิน เพื่อให้มี
ควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ และมที กั ษะตำมกระบวนกำรฝกึ ทักษะภำษำเพ่ือกำรส่ือสำร กระบวนกำรฝึกทักษะกำรฟัง พูด
อ่ำน เขียน กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนัก กระบวนกำร
คิดวิเครำะห์ได้เหมำะสม โดยใช้ภำษำและกระบวนกำรเรียนรู้อ่ืนๆ ที่เหมำะสม ตำมมำรยำททำงสังคมเพ่ือสร้ำง
ควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งบคุ คล ดำเนินกำรสอ่ื สำรอย่ำงต่อเนอ่ื งและเหมำะสม วำงแผนในกำรเรยี น โดยใชเ้ ทคโนโลยีท่ี
มีอยู่ในแหล่งกำรเรียนรู้ ท้ังในและนอกสถำนศึกษำ เห็นประโยชน์ เห็นคุณค่ำ ตระหนักในคุณค่ำของภำษำและ
วัฒนธรรมนำไปใช้อยำ่ งมีวิจำรณญำณ แสวงหำควำมรทู้ ่เี กีย่ วกับกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้อื่น เพอื่ ขยำยโลกทศั น์อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ ประยุกต์ควำมรมู้ ำพัฒนำตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม รวมท้ังมีควำมมั่นใจในกำรใช้ภำษำส่อื สำร
อย่ำงมีประสิทธิภำพ รักกำรเรียนรู้ภำษำจีนและฝึกฝนอย่ำงจริงจัง มีเหตุผล มีวิจำรณญำณ มีควำมคิดริเริ่ม
สรำ้ งสรรค์ กลำ้ แสดงออกอยำ่ งเหมำะสม และมนี สิ ยั รกั กำรอำ่ น
ผลการเรยี นรู้
1. ปฏบิ ัตติ ำมคำสงั่ คำขอรอ้ ง คำช้ีแจง คำแนะนำ และคำอธิบำยทฟี่ งั และอ่ำนง่ำยๆ
2. อำ่ นออกเสยี งตวั อกั ษร คำศัพทต์ ำมระบบพินอนิ
3. บอกควำมหมำยของคำกลมุ่ คำ ประโยค หรือข้อควำมส้ันๆ ตำมท่ีฟังหรืออ่ำนจำกสอื่ ที่เป็นควำมเรียงและ
ไม่ใช่ควำมเรียงในรปู แบบต่ำงๆ
4. ตอบคำถำมจับใจควำมสำคัญ สรุปและแสดงควำมคิดเห็นจำกกำรฟังหรืออ่ำนประโยค บทสนทนำหรือ
นทิ ำนงำ่ ยๆ ท้ังท่ีมแี ละไมม่ ีภำพประกอบ
5. พดู หรอื เขียนโต้ตอบในกำรสอ่ื สำรระหว่ำงบุคคล
6. ใชค้ ำสง่ั ง่ำยๆ คำขอร้อง คำขออนุญำต และคำแนะนำ
7. บอกควำมต้องกำรของตนเอง เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธกำรให้ควำมช่วยเหลือในสถำนกำรณ์ตำ่ งๆ
8. พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูลบรรยำย อธิบำย เปรียบเทียบ และแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองเล่ำ/
บทควำมสั้นๆ ทฟ่ี ังและอำ่ นอยำ่ งเหมำะสม
9. บอกควำมรสู้ กึ ของตนเองเก่ียวกบั ส่ิงตำ่ งๆ ใกลต้ วั และกิจกรรมต่ำงๆ พรอ้ มใหเ้ หตผุ ลสนั้ ๆ
10. พูดหรอื เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง เพื่อน สง่ิ แวดลอ้ ม และเรอ่ื งใกล้ตวั
11. เขยี นภำพ แผนผัง แผนภูมิ ตำรำง แสดง ขอ้ มลู ตำ่ งๆ ทฟี่ งั หรอื อ่ำน
12. พดู และเขียนเพ่อื แสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องตำ่ งๆ ใกล้ตวั พร้อมใหเ้ หตุผลสัน้ ๆ ประกอบ
13. ใช้ถ้อยคำ ภำษำ นำ้ เสียง และกิริยำท่ำทำงอยำ่ งสุภำพตำมมำรยำทสงั คมและวฒั นธรรมของจีน
14. บอกช่ือ/คำศัพท์ และตอบคำถำมเก่ียวกับเทศกำลวันสำคัญ งำนฉลอง และชีวิตควำมเป็นอยู่ง่ำยๆ ของ
เจ้ำของภำษำ
15. เขำ้ ร่วมกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมตำมควำมสนใจ
16. บอกควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งกำรออกเสยี งตวั อักษร คำ กลมุ่ คำ กำรใช้เครอื่ งหมำยวรรคตอน และกำรลำดับ
คำตำมโครงสร้ำงประโยคของภำษำจนี และภำษำไทย
17. บอกควำมเหมอื นและควำมแตกตำ่ งระหว่ำงเทศกำล งำนฉลอง และประเพณีของจนี กับของไทย
18. ค้นคว้ำ รวบรวมขอ้ มลู ขอ้ เท็จจริงท่ีเกยี่ วกบั กลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่นื จำกแหล่งเรียนรูแ้ ละนำเสนอด้วยกำร
พดู หรอื กำรเขียน
19. ฟงั พูด อ่ำน และเขียนในสถำนกำรณจ์ ริงหรอื ในสถำนกำรณจ์ ำลองที่เกดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี น และสถำนศกึ ษำ
20. ใช้ภำษำจีนในกำรสืบค้นหรือค้นคว้ำควำมรู้หรือข้อมูลต่ำงๆ จำกสื่อและแหล่งกำรศึกษำต่อและประกอบ
อำชีพ
21. เผยแพร่หรือประชำสมั พนั ธ์ข้อมลู ขำ่ วสำรของโรงเรยี นเปน็ ภำษำจนี
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
รหสั วชิ า จ 31202 ภาษาจีนหลกั 2
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 จานวน 6 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
3.0 หนว่ ยกิต จานวน 120 ชวั่ โมง / ภาคเรียน
รำยวิชำภำษำจีน(จ 31202)ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 4 เป็นรำยวิชำท่ีมุ่งใหผ้ ู้เรียนรู้จัก เข้ำใจใช้ภำษำและ
ท่ำทำง อธิบำย บรรยำย ตีควำม แสดงควำมคิดเห็น เปรียบเทียบ วิเครำะห์ ใช้ภำษำสื่อสำร แลกเปล่ียนควำมรู้
นำเสนอ อภิปรำย ถ่ำยโอน โดยให้ผู้เรียนศึกษำ น้ำเสียง ควำมรู้สึกของผู้พูด คำส่ัง คำขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจง
คำบรรยำย สำรสนเทศ คู่มอื บทอำ่ น ส่ือท่ีเป็นควำมเรยี งและไม่เป็นควำมเรียง ข้อควำม ข้อมูล ข่ำวสำร บทควำม
สำรคดี บันเทิงคดีจำกส่ือส่ิงพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในหัวข้อต่ำงๆซึ่งเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน
อำหำร เคร่ืองดื่ม สี กำรใช้ยำ – อุปกรณ์ กีฬำ เพลง ภำพยนตร์ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล สัตว์เล้ียง กำรซ้ือ
ขำย ลมฟ้ำอำกำศ กำรเดินทำง สถำนที่ท่องเที่ยว กำรเสนอบริกำร เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ในชุมชนและสังคม บทควำม
เพลง วัฒนธรรม ประเพณี ควำมเป็นอยู่ของเจ้ำของภำษำ ของไทย เน้ือหำที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อื่น
ภำษำที่ใช้ในกำรประกอบอำชีพ กำรศึกษำต่อ กำรเผยแพร่ ประชำสัมพันธ์ ข้อมูล ข่ำวสำรของชุมชน ท้องถ่ิน
เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และมีทักษะตำมกระบวนกำรฝึกทักษะภำษำเพื่อกำรส่ือสำร กระบวนกำรฝึกทักษะ
กำรฟัง พูด อ่ำน เขียน กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนัก
กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ได้เหมำะสม โดยใชภ้ ำษำและกระบวนกำรเรยี นรอู้ ืน่ ๆ ท่ีเหมำะสม ตำมมำรยำททำงสังคม
เพื่อสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ดำเนินกำรสื่อสำรอย่ำงต่อเน่ืองและเหมำะสม วำงแผนในกำรเรียน โดยใช้
เทคโนโลยีที่มีอยู่ในแหล่งกำรเรียนรู้ ทั้งในและนอกสถำนศึกษำ เห็นประโยชน์ เห็นคุณค่ำ ตระหนักในคุณค่ำของ
ภำษำและวัฒนธรรมนำไปใช้อย่ำงมีวิจำรณญำณ แสวงหำควำมรู้ที่เก่ียวกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน เพื่อขยำยโลก
ทัศน์อย่ำงมีประสิทธิภำพ ประยุกต์ควำมรู้มำพัฒนำตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม รวมทั้งมีควำมม่ันใจในกำรใช้
ภำษำสือ่ สำรอยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ รักกำรเรยี นร้ภู ำษำจีนและฝึกฝนอย่ำงจริงจงั มีเหตผุ ล มีวิจำรณญำณ มคี วำมคิด
ริเริ่มสรำ้ งสรรค์ กลำ้ แสดงออกอยำ่ งเหมำะสม และมีนิสัยรักกำรอ่ำน
ผลการเรยี นรู้
1. ปฏิบัติตำมคำส่งั คำขอร้อง คำชแ้ี จง คำแนะนำ และคำอธิบำยทฟ่ี ังและอ่ำนง่ำยๆ
2. อำ่ นออกเสียงตัวอักษร คำศัพทต์ ำมระบบพนิ อิน
3. บอกควำมหมำยของคำกลมุ่ คำ ประโยค หรอื ข้อควำมส้นั ๆ ตำมท่ีฟงั หรืออ่ำนจำกสอ่ื ท่ีเป็นควำมเรียงและ
ไม่ใชค่ วำมเรยี งในรปู แบบต่ำงๆ
4. ตอบคำถำมจับใจควำมสำคัญ สรปุ และแสดงควำมคิดเหน็ จำกกำรฟงั หรอื อ่ำนประโยค บทสนทนำหรือ
นทิ ำนง่ำยๆ ท้ังท่ีมแี ละไม่มีภำพประกอบ
5. พดู หรือเขียนโต้ตอบในกำรสื่อสำรระหว่ำงบุคคล
6. ใช้คำสงั่ ง่ำยๆ คำขอร้อง คำขออนญุ ำต และคำแนะนำ
7. บอกควำมต้องกำรของตนเอง เสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธกำรให้ควำมช่วยเหลือในสถำนกำรณ์ต่ำงๆ
8. พูดและเขยี นเพ่ือขอและใหข้ ้อมูลบรรยำย อธบิ ำย เปรยี บเทยี บ และแสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกบั เร่อื งเล่ำ/
บทควำมส้ันๆ ที่ฟังและอำ่ นอยำ่ งเหมำะสม
9. บอกควำมรสู้ กึ ของตนเองเกย่ี วกบั สิง่ ต่ำงๆ ใกล้ตวั และกจิ กรรมต่ำงๆ พร้อมให้เหตุผลสน้ั ๆ
10. พูดหรือเขยี นให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพอ่ื น ส่งิ แวดล้อม และเรือ่ งใกลต้ ัว
11. เขยี นภำพ แผนผงั แผนภูมิ ตำรำง แสดง ข้อมูลต่ำงๆ ท่ีฟังหรอื อ่ำน
12. พูดและเขียนเพ่อื แสดงควำมคิดเห็นเกย่ี วกับเร่ืองตำ่ งๆ ใกล้ตัว พร้อมใหเ้ หตผุ ลสั้นๆ ประกอบ
13. ใช้ถ้อยคำ ภำษำ นำ้ เสียง และกิริยำท่ำทำงอยำ่ งสุภำพตำมมำรยำทสังคมและวัฒนธรรมของจนี
14. บอกชื่อ/คำศัพท์ และตอบคำถำมเกีย่ วกับเทศกำลวนั สำคัญ งำนฉลอง และชวี ติ ควำมเปน็ อยู่ง่ำยๆ ของ
เจำ้ ของภำษำ
15. เขำ้ รว่ มกิจกรรมทำงภำษำและวัฒนธรรมตำมควำมสนใจ
16. บอกควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งกำรออกเสยี งตัวอักษร คำ กลุ่มคำ กำรใชเ้ คร่ืองหมำยวรรคตอน และกำรลำดับ
คำตำมโครงสร้ำงประโยคของภำษำจีนและภำษำไทย
17. บอกควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงระหว่ำงเทศกำล งำนฉลอง และประเพณีของจนี กับของไทย
18. คน้ คว้ำ รวบรวมข้อมลู ข้อเท็จจริงท่ีเกีย่ วกบั กลมุ่ สำระกำรเรียนรูอ้ ื่น จำกแหลง่ เรียนรู้และนำเสนอด้วยกำร
พูดหรือกำรเขยี น
19. ฟงั พดู อำ่ น และเขยี นในสถำนกำรณ์จริงหรือจำลองทีเ่ กดิ ขึ้นในห้องเรียน และสถำนศึกษำ
20. ใชภ้ ำษำจีนในกำรสบื ค้นหรือค้นควำ้ ควำมรู้หรือข้อมูลต่ำงๆ จำกสือ่ และแหล่งกำรศึกษำต่อและประกอบ
อำชพี
21. เผยแพรห่ รือประชำสมั พันธ์ข้อมูลขำ่ วสำรของโรงเรียนเป็นภำษำจีน
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
3.0 หนว่ ยกติ รหัสวชิ า จ 32201 ภาษาจนี หลัก 3
จานวน 6 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
จานวน 120 ชวั่ โมง / ภาคเรียน
รำยวิชำ ภำษำจีน จ 32102 ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 5 เป็นรำยวิชำท่ีมุ่งให้ผู้เรียน รู้จัก เข้ำใจ ใช้ภำษำ
และท่ำทำง อธิบำย บรรยำย ตีควำม เปรียบเทียบ วิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้ภำษำสื่อสำร แลกเปลี่ยนควำมรู้
นำเสนอ อภิปรำย ถำ่ ยโอน โดยใหผ้ ู้เรยี นศึกษำ น้ำเสียง ควำมรูส้ ึกของผพู้ ูด คำสัง่ คำขอร้อง คำแนะนำ คำ
ช้ีแจง คำบรรยำย สืบค้นข้อมูลทำงอินเตอร์เน็ต สำรสนเทศ คู่มือ บทอ่ำน ส่ือที่เป็นควำมเรียงและไม่ใช่ควำม
เรียง ขอ้ ควำม ขอ้ มลู ข่ำวสำร บทควำม บทละครส้ัน สำรคดี บนั เทิงคดีจำกส่ือส่ิงพิมพ์ หรอื สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์
ในหัวข้อต่ำงๆ ซึ่งเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อำหำรเครื่องดื่ม กำรคมนำคม สุขภำพ
เวลำว่ำง นันทนำกำร ลมฟ้ำอำกำศ กำรเดินทำง กำรเสนอบริกำร วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี เหตุกำรณ์
ตำ่ งๆ ในชุมชนและสังคม สถำนท่สี ำคัญในชุมชนและท้องถนิ่ สถำนกำรณ์ต่ำงๆ นทิ ำน ภำพยนตร์ เพลง บท
ร้อยกรอง ข่ำว เพ่ือให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และมีทักษะตำมกระบวนกำรฝึก ทักษะภำษำเพ่ือกำรส่ือสำร
กระบวนกำรฝึกทักษะกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด
กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนกั กระบวนกำรคดิ วิเครำะห์ได้เหมำะสม โดยใช้ภำษำและกระบวนกำรเรยี นรู้อื่นๆ
ท่ีเหมำะสม ตำมมำรยำททำงสังคมเพ่ือสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ดำเนินกำรสื่อสำรอย่ำงต่อเนื่องและ
เหมำะสม โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในแหล่งกำรเรียนรู้ท้ังในและนอกสถำนศึกษำ เห็นประโยชน์ เห็นคุณค่ ำ
ตระหนักในคุณค่ำของภำษำและวัฒนธรรม นำไปใช้อย่ำงมีวิจำรณญำณ แสวงหำควำมรูท้ ่ีเก่ียวกับกลมุ่ สำระกำร
เรียนรู้อื่น เพื่อขยำยโลกทัศน์อย่ำงมีประสิทธิภำพ ประยุกต์ควำมรู้มำพัฒนำตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
รวมทั้งมีควำมม่ันใจในกำรใช้ภำษำส่ือสำรอย่ำงมีประสิทธิภำพ รักกำรเรียนรู้ภำษำจีนและฝึกฝนอย่ำงจริงจัง มี
เหตุผล มีวจิ ำรณญำณ มคี วำมคิดริเร่มิ สรำ้ งสรรค์ กล้ำแสดงออกอยำ่ งเหมำะสมและมนี สิ ยั รกั กำรอำ่ น
ผลการเรียนรู้ ชน้ั ม.5
1. ปฏิบัตติ ำมคำสงั่ คำแนะนำในคมู่ ือ กำรใชง้ ำนตำ่ งๆ คำชี้แจง คำอธิบำย และคำบรรยำยท่ีฟงั และอำ่ น
2. อ่ำนออกเสยี งตวั อักษร คำศัพท์ กลมุ่ คำ ประโยค บทรอ้ ยกรองและคำคลอ้ งจองตำมหลกั กำรอ่ำนในระบบ
ภำษำจนี
3. ระบุหัวข้อเร่ือง จับใจควำมสำคัญและตอบคำถำมจำกกำรฟังและอ่ำนส่ือทั้งท่ีเป็นควำมเรียงและไม่ใช่
ควำมเรยี ง
4. สนทนำแลกเปล่ียนขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง บุคคล กจิ กรรมและสถำนกำรณต์ ำ่ งๆ
5. เลอื กและใชค้ ำข้อร้อง ใหค้ ำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธบิ ำยตำมสถำนกำรณ์
6. พดู หรอื เขียนแสดงควำมต้องกำรของตนเอง เสนอ ตอบรับ และปฏิเสธกำรให้ควำมชว่ ยเหลือใน
สถำนกำรณ์ต่ำงๆ
7. พูดและเขยี นเพ่ือขอและใหข้ ้อมูล บรรยำย อธบิ ำย เปรยี บเทียบ และแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอื่ งเลำ่ /
บทควำมที่อยู่ในควำมสนใจที่ฟัง และอ่ำนอย่ำงเหมำะสม
8. พูดและเขยี น แสดงควำมรูส้ กึ และแสดงควำมคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกับเรอ่ื งรำว กิจกรรม และ
ประสบกำรณ์ตำ่ งๆ พร้อมให้เหตุผลประกอบ
9. พดู และเขียนบรรยำยเก่ียวกบั ตนเอง และกิจวัตรประจำวัน ประสบกำรณ์ ข่ำว หรอื เหตุกำรณท์ ี่อยู่ในควำม
สนใจของสงั คม
10. พดู และเขียนสรปุ ใจควำมสำคัญ สำระ หรอื หวั ขอ้ เร่อื งท่ไี ด้จำกกำรวเิ ครำะหเ์ หตุกำรณ์และสถำนกำรณท์ ี่
อยใู่ นควำมสนใจ
11. พดู และเขียนแสดงควำมคดิ เห็นเกีย่ วกับกิจกรรมต่ำงๆ ใกล้ตวั และประสบกำรณพ์ ร้อมให้เหตุผลประกอบ
12. เลือกใช้ภำษำ น้ำเสียงและกิรยิ ำท่ำทำงเหมำะสมกบั บุคคล และโอกำสตำมมำรยำทสังคมและวัฒนธรรม
ของจีน
13. ให้ขอ้ มลู หรอื อธิบำย บรรยำยเกี่ยวกับเทศกำลวันสำคญั งำนฉลอง ชวี ติ ควำมเป็นอยู่และประเพณขี องจนี
14. อธบิ ำยและจัดกจิ กรรมเก่ยี วกับชวี ิตควำมเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี มประเพณขี องจีน
15. เปรยี บเทยี บควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำงระหวำ่ งกำรออกเสยี งประโยคชนิดต่ำงๆ สำนวน คำพงั เพย
สุภำษิต กำรใช้เคร่อื งหมำยวรรคตอน และกำรลำดับคำตำมโครงสร้ำงประโยคของภำษำจีนและภำษำไทย
16. เปรียบเทียบและอธบิ ำยควำมเหมอื นและควำมแตกต่ำงระหวำ่ งชวี ติ ควำมเป็นอยู่และวัฒนธรรมของจีนกับ
ของไทยและนำไปใชอ้ ยำ่ งเหมำะสม
17. คน้ คว้ำ/ สบื คน้ รวบรวมและสรปุ ขอ้ มูล/ ขอ้ เท็จจรงิ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสำระกำรเรียนรอู้ ืน่ จำกแหลง่ กำร
เรยี นรู้ต่ำงๆ และนำเสนอด้วยกำรพูดหรือกำรเขียน
18. ใชภ้ ำษำสือ่ สำรในสถำนกำรณ์จริงหรอื สถำนกำรณ์จำลองทเี่ กิดข้นึ ในห้องเรียน สถำนศึกษำ และชุมชน
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม
รหสั วชิ า จ 32202 ภาษาจนี หลกั 4
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 จานวน 6 ชัว่ โมง / สัปดาห์
3.0 หนว่ ยกิต จานวน 120 ชั่วโมง / ภาคเรยี น
รำยวิชำ ภำษำจีน จ 32102 ช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 5 เป็นรำยวิชำที่มุ่งให้ผู้เรียน รู้จัก เข้ำใจ ใช้ภำษำ
และท่ำทำง อธิบำย บรรยำย ตีควำม เปรียบเทียบ วิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้ภำษำสื่อสำร แลกเปล่ียนควำมรู้
นำเสนอ อภิปรำย ถำ่ ยโอน โดยให้ผ้เู รียนศึกษำ น้ำเสียง ควำมรสู้ กึ ของผ้พู ดู คำสัง่ คำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำ
ชี้แจง คำบรรยำย สืบค้นข้อมูลทำงอินเตอร์เน็ต สำรสนเทศ คู่มือ บทอ่ำน ส่ือที่เป็นควำมเรียงและไม่ใช่ควำม
เรยี ง ขอ้ ควำม ขอ้ มูล ขำ่ วสำร บทควำม บทละครสัน้ สำรคดี บนั เทงิ คดจี ำกสอ่ื สง่ิ พมิ พ์ หรอื สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์
ในหัวข้อต่ำงๆ ซึ่งเกี่ยวกับเหตุกำรณ์ประเด็นท่ีอยู่ในควำมสนใจ เทศกำลสำคัญ ประวัติบุคคล มำรยำททำง
สังคม วัฒนธรรม ประเพณีจีน กำรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เน้ือหำที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนร้อู ื่น ภำษำท่ี
ใช้ในกำรทำงำน สมัครงำนกำรปฏิบัติงำน กำรประกอบอำชีพ กำรศึกษำต่อ กำรเผยแพร่ ประชำสัมพันธ์
ข้อมูลข่ำวสำรและกิจกรรมของชุมชนท้องถ่ิน เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และมีทักษะตำมกระบวนกำรฝึก
ทักษะภำษำเพ่ือกำรส่อื สำร กระบวนกำรฝกึ ทกั ษะกำรฟงั พดู อ่ำน เขียน กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสรำ้ ง
ควำมคิดรวบยอด กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนัก กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ได้เหมำะสม โดยใช้ภำษำและ
กระบวนกำรเรียนรู้อ่ืนๆ ที่เหมำะสม ตำมมำรยำททำงสังคมเพ่ือสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ดำเนินกำร
สื่อสำรอย่ำงต่อเนื่องและเหมำะสม โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในแหล่งกำรเรียนรู้ท้ังในและนอกสถำนศึกษำ เห็น
ประโยชน์ เห็นคุณคำ่ ตระหนกั ในคณุ ค่ำของภำษำและวฒั นธรรม นำไปใชอ้ ยำ่ งมีวิจำรณญำณ แสวงหำควำมรทู้ ี่
เก่ียวกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน เพ่ือขยำยโลกทัศน์อย่ำงมีประสิทธิภำพ ประยุกต์ควำมรู้มำพัฒนำตนเอง
ครอบครัว ชุมชน สังคม รวมทั้งมีควำมม่ันใจในกำรใชภ้ ำษำสื่อสำรอย่ำงมีประสิทธภิ ำพ รักกำรเรียนรู้ภำษำจนี
และฝึกฝนอย่ำงจรงิ จงั มีเหตุผล มีวิจำรณญำณ มีควำมคิดรเิ ร่มิ สรำ้ งสรรค์ กล้ำแสดงออกอย่ำงเหมำะสมและมี
นิสยั รกั กำรอ่ำน
ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบตั ติ ำมคำสง่ั คำแนะนำในคู่มือ กำรใช้งำนต่ำงๆ คำช้ีแจง คำอธบิ ำย และคำบรรยำยที่ฟังและอ่ำน
2. อำ่ นออกเสยี งตัวอักษร คำศัพท์ กลุ่มคำ ประโยค บทร้อยกรองและคำคล้องจองตำมหลักกำรอ่ำนในระบบ
ภำษำจีน
3. ระบหุ ัวข้อเร่ือง จับใจควำมสำคัญและตอบคำถำมจำกกำรฟงั และอ่ำนส่ือทงั้ ทีเ่ ป็นควำมเรียงและไมใ่ ช่
ควำมเรียง
4. สนทนำแลกเปลย่ี นข้อมลู เกย่ี วกับตนเอง บคุ คล กจิ กรรมและสถำนกำรณ์ตำ่ งๆ
5. เลือกและใช้คำข้อร้อง ใหค้ ำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบำยตำมสถำนกำรณ์
6. พูดหรอื เขยี นแสดงควำมต้องกำรของตนเอง เสนอ ตอบรับ และปฏิเสธกำรให้ควำมช่วยเหลือใน
สถำนกำรณ์ต่ำงๆ
7. พูดและเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู บรรยำย อธิบำย เปรียบเทียบ และแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกับเรอ่ื งเล่ำ /
บทควำมท่ีอยู่ในควำมสนใจที่ฟงั และอ่ำนอย่ำงเหมำะสม
8. พดู และเขียน แสดงควำมร้สู กึ และแสดงควำมคิดเหน็ ของตนเองเก่ยี วกับเรือ่ งรำว กิจกรรม และ
ประสบกำรณ์ต่ำงๆ พร้อมใหเ้ หตผุ ลประกอบ
9. พดู และเขียนบรรยำยเกี่ยวกับตนเอง และกิจวัตรประจำวัน ประสบกำรณ์ ข่ำว หรอื เหตุกำรณท์ ่อี ยู่ในควำม
สนใจของสังคม
10. พูดและเขยี นสรุปใจควำมสำคัญ สำระ หรอื หวั ข้อเรือ่ งทไี่ ด้จำกกำรวิเครำะหเ์ หตุกำรณ์และสถำนกำรณ์ที่
อยู่ในควำมสนใจ
11. พูดและเขียนแสดงควำมคิดเห็นเกีย่ วกบั กิจกรรมตำ่ งๆ ใกล้ตัว และประสบกำรณพ์ ร้อมให้เหตุผลประกอบ
12. เลือกใชภ้ ำษำ น้ำเสียงและกริ ิยำท่ำทำงเหมำะสมกับบุคคล และโอกำสตำมมำรยำทสังคมและวฒั นธรรมของ
จนี
13. ใหข้ ้อมูลหรอื อธิบำย บรรยำยเกย่ี วกับเทศกำลวนั สำคัญ งำนฉลอง ชีวติ ควำมเปน็ อยู่และประเพณีของจนี
14. อธิบำยและจัดกจิ กรรมเก่ยี วกับชวี ติ ควำมเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี มประเพณีของจนี
15. เปรียบเทยี บควำมเหมือนและควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งกำรออกเสียงประโยคชนดิ ต่ำงๆ สำนวน คำพงั เพย
สุภำษติ กำรใช้เครอื่ งหมำยวรรคตอน และกำรลำดบั คำตำมโครงสรำ้ งประโยคของภำษำจีนและภำษำไทย
16. เปรยี บเทียบและอธบิ ำยควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงระหวำ่ งชีวิตควำมเปน็ อยู่และวัฒนธรรมของจนี กับ
ของไทยและนำไปใชอ้ ย่ำงเหมำะสม
17. ค้นควำ้ / สบื คน้ รวบรวมและสรุปขอ้ มูล/ ขอ้ เทจ็ จริงทีเ่ ก่ียวข้องกับกลมุ่ สำระกำรเรียนรูอ้ น่ื จำกแหลง่ กำร
เรยี นรู้ตำ่ งๆ และนำเสนอดว้ ยกำรพูดหรือกำรเขียน
18. ใช้ภำษำส่ือสำรในสถำนกำรณ์จรงิ หรือสถำนกำรณ์จำลองที่เกดิ ขึน้ ในห้องเรียน สถำนศกึ ษำ และชมุ ชน
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รหัสวชิ า จ 33201 ภาษาจีนหลกั 5
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 6 ชว่ั โมง / สปั ดาห์
3.0 หน่วยกิต จานวน 120 ช่วั โมง / ภาคเรียน
รำยวิชำ ภำษำจีน จ 33201 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 เป็นรำยวิชำที่มุ่งให้ผู้เรียน รู้จัก เข้ำใจใช้ภำษำ
น้ำเสยี งและกริยำท่ำทำง ถ่ำยโอน ระบุ อำ่ นออกเสียง อำ่ นสรปุ จับใจควำม พดู สนทนำ เขียนโต้ตอบ เขียนสรุป
อธิบำย บรรยำย ตีควำม เปรียบเทียบ วิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้ภำษำส่ือสำร แสดงควำมคิดเห็น ควำมต้องกำร
ควำมรูส้ ึก แลกเปลี่ยน-เผยแพร่ข้อมลู เสนอ-ขอควำมช่วยเหลอื อภปิ รำย แสดงควำมคิดเหน็ - ควำมต้องกำร
– ควำมรู้สึก ใช้และปฏิบัติตำมคำส่ัง -คำขอร้อง - คำแนะนำ - คำชี้แจง ให้คำบรรยำย สืบค้นข้อมูลทำง
อินเตอร์เน็ต สำรสนเทศ คู่มือ บทอ่ำน สื่อท่ีเป็นควำมเรียงและไม่ใช่ควำมเรียง ข้อควำม ข้อมูล ข่ำว ประกำศ
บทควำม บทละครส้ัน สำรคดี บันเทิงคดีจำกสื่อส่ิงพิมพ์ หรือส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ในหัวข้อต่ำงๆ ซ่ึงเก่ียวกับ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อำหำรเคร่ืองดื่ม กีฬำ ดนตรี เพลง กำรคมนำคม สุ ขภำพ
นันทนำกำร ลมฟ้ำอำกำศ กำรเดินทำงท่องเที่ยว เหตุกำรณ์ประเดน็ ทอี่ ยู่ในควำมสนใจ เทศกำลสำคญั มำรยำท
ทำงสังคม วัฒนธรรม ประเพณีจีน กำรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื้อหำท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อื่น
ภำษำที่ใช้ในกำรทำงำน กำรประกอบอำชีพ กำรศึกษำต่อ เหตุกำรณ์ต่ำงๆ เร่ืองที่อยู่ ในควำมสนใจ ใน
ท้องถ่ิน สังคมและประเทศ เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และมีทักษะตำมกระบวนกำรฝึก ทักษะภำษำเพ่ือกำร
ส่ือสำร กระบวนกำรฝึกทักษะกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด
กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนัก กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ได้เหมำะสม โดยใช้ภำษำและกระบวนกำรเรียนรู้
อื่นๆ ท่ีเหมำะสม ตำมมำรยำททำงสังคมเพื่อสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ดำเนินกำรสื่อสำรอย่ำงต่อเน่ือง
และเหมำะสม โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในแหล่งกำรเรียนรู้ทั้งในและนอกสถำนศึกษำ เห็นประโยชน์ เห็นคุณค่ำ
ตระหนักในคุณค่ำของภำษำและวัฒนธรรม นำไปใช้อย่ำงมีวิจำรณญำณ แสวงหำควำมรทู้ ่ีเก่ียวกับกลุ่มสำระกำร
เรียนรู้อื่น เพื่อขยำยโลกทัศน์อย่ำงมีประสิทธิภำพ ประยุกต์ควำมรู้มำพัฒนำตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
รวมทั้งมีควำมมั่นใจในกำรใช้ภำษำสื่อสำรอย่ำงมีประสิทธิภำพ รักกำรเรียนรู้ภำษำจีนและฝึกฝนอย่ำงจริงจัง มี
เหตผุ ล มวี ิจำรณญำณ มคี วำมคิดรเิ ริม่ สร้ำงสรรค์ กล้ำแสดงออกอยำ่ งเหมำะสมและมีนสิ ยั รักกำรอำ่ น
ผลการเรียนรู้ ชัน้ ม. 6
1. อำ่ นและแสดงอำรมณ์ ควำมรู้สึก ตำมบทอำ่ น ปฏบิ ตั ิตำมคำชแ้ี จง คำอธิบำย จำกข้อมูลทำงสอื่ ต่ำง ๆ
2. อ่ำนออกเสยี งขอ้ ควำม นิทำน บทร้อยกรอง ขำ่ ว ประกำศ โฆษณำ
3. สนทนำ เขียนโต้ตอบแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกีย่ วกับตนเอง เรือ่ งตำ่ ง ๆ ใกล้ตวั สถำนกำรณ์ ข่ำว และเร่อื งที่อยู่
ในควำมสนใจของสงั คม และสื่อสำรอย่ำงตอ่ เนอ่ื ง
4. เลือกและใชค้ ำข้อรอ้ ง ใหค้ ำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบำยตำมสถำนกำรณ์
5. ระบหุ วั ข้อเรือ่ งใจควำมสำคญั รำยละเอยี ด สนับสนุน ตคึ วำม ถ่ำยโอนข้อมูล วิเครำะห์ อภิปรำย
6. และแสดงควำมคิดเห็น เกี่ยวกับเร่ืองที่ฟังและอ่ำนจำกส่ือประเภทต่ำง ๆ พร้อมท้ังให้เหตุผลและ
ยกตวั อย่ำงประกอบ
7. พูดและเขียนแสดงควำมต้องกำรของตนเอง เสนอ ตอบรับ และปฏิเสธกำรให้ควำมช่วยเหลือใน
สถำนกำรณ์ต่ำงๆ
8. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยำย อธิบำย เปรียบเทียบ แสดงควำมคิดเห็น และคิดวิเครำะห์
เกยี่ วกบั บทควำม/ประกำศ/โฆษณำ ทฟ่ี ัง และอ่ำนอย่ำงเหมำะสม
9. พูดและเขียน แสดงควำมรู้สึกและแสดงควำมคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเร่ืองรำว กิจกรรม ประสบกำรณ์
ข่ำว หรือ เหตกุ ำรณต์ ำ่ งๆ พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลหรอื สอดแทรกสำนวนประกอบ
10. พูดและเขยี นบรรยำยเกย่ี วกบั ประสบกำรณ์ ข่ำว หรอื เหตกุ ำรณ์ เรือ่ งรำวหรือประเด็นตำ่ ง ๆของสังคม
11. พูดและเขียนสรุปใจควำมสำคัญ หรือสำระหัวข้อเร่ืองท่ีได้จำกกำรวิเครำะห์ข่ำวสั้นๆ เหตุกำรณ์
สถำนกำรณ์ของสงั คม และประเทศ
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
รหสั วิชา จ 33202 ภาษาจีนหลัก 6
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จานวน 6 ชัว่ โมง / สัปดาห์
3.0 หนว่ ยกิต จานวน 120 ชั่วโมง / ภาคเรยี น
รำยวิชำ ภำษำจีน จ 33202 ช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 6 เป็นรำยวิชำท่ีมุ่งให้ผู้เรียน รู้จัก เข้ำใจใช้ภำษำ
นำ้ เสียงและกรยิ ำทำ่ ทำง ถำ่ ยโอน ระบุ อ่ำนออกเสียง อ่ำนสรุปจบั ใจควำม พดู สนทนำ เขียนโตต้ อบ เขยี นสรุป
อธิบำย บรรยำย ตีควำม เปรียบเทียบ วิเครำะห์ สังเครำะห์ ใช้ภำษำส่ือสำร แสดงควำมคิดเห็น ควำมต้องกำร
ควำมร้สู ึก แลกเปลย่ี น-เผยแพรข่ อ้ มูล เสนอ-ขอควำมชว่ ยเหลอื อภิปรำย แสดงควำมคิดเหน็ - ควำมตอ้ งกำร
– ควำมรู้สึก ใช้และปฏิบัติตำมคำสั่ง -คำขอร้อง - คำแนะนำ - คำชี้แจง ให้คำบรรยำย สืบค้นข้อมูลทำง
อินเตอร์เน็ต สำรสนเทศ คู่มือ บทอ่ำน สื่อท่ีเป็นควำมเรียงและไม่ใช่ควำมเรียง ข้อควำม ข้อมูล ข่ำว ประกำศ
บทควำม บทละครส้ัน สำรคดี บันเทิงคดีจำกส่ือสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในหัวข้อต่ำงๆ ซ่ึงเก่ียว กับ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อำหำรเครื่องดื่ม กีฬำ ดนตรี เพลง กำรคมนำคม สุ ขภำพ
นันทนำกำร ลมฟ้ำอำกำศ กำรเดนิ ทำงท่องเท่ยี ว เหตกุ ำรณ์ประเด็นทีอ่ ยู่ในควำมสนใจ เทศกำลสำคัญ มำรยำท
ทำงสังคม วัฒนธรรม ประเพณีจีน กำรอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม เนื้อหำท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อื่น
ภำษำที่ใช้ในกำรทำงำน กำรประกอบอำชีพ กำรศึกษำต่อ เหตุกำรณ์ต่ำงๆ เร่ืองท่ีอยู่ ในควำมสนใจ ใน
ท้องถิ่น สังคมและประเทศ เพื่อให้มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และมีทักษะตำมกระบวนกำรฝึก ทักษะภำษำเพ่ือกำร
ส่ือสำร กระบวนกำรฝึกทักษะกำรฟัง พูด อ่ำน เขียน กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด
กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนัก กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ได้เหมำะสม โดยใช้ภำษำและกระบวนกำรเรียนรู้
อื่นๆ ท่ีเหมำะสม ตำมมำรยำททำงสังคมเพ่ือสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคล ดำเนินกำรสื่อสำรอย่ำงต่อเนื่อง
และเหมำะสม โดยใช้เทคโนโลยีท่ีมีอยู่ในแหล่งกำรเรียนรู้ท้ังในและนอกสถำนศึกษำ เห็นประโยชน์ เห็นคุณค่ำ
ตระหนักในคุณค่ำของภำษำและวัฒนธรรม นำไปใช้อย่ำงมีวิจำรณญำณ แสวงหำควำมรู้ท่ีเก่ียวกับกลุ่มสำระกำร
เรียนรู้อ่ืน เพื่อขยำยโลกทัศน์อย่ำงมีประสิทธิภำพ ประยุกต์ควำมรู้มำพัฒนำตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
รวมทั้งมีควำมม่ันใจในกำรใช้ภำษำสื่อสำรอย่ำงมีประสิทธิภำพ รักกำรเรียนรู้ภำษำจีนและฝึกฝนอย่ำงจริงจัง มี
เหตผุ ล มีวิจำรณญำณ มีควำมคิดรเิ ร่มิ สรำ้ งสรรค์ กลำ้ แสดงออกอยำ่ งเหมำะสมและมีนิสัยรกั กำรอำ่ น
ผลการเรยี นรู้
1. อ่ำนและแสดงอำรมณ์ ควำมร้สู ึก ตำมบทอ่ำน ปฏบิ ตั ติ ำมคำชแี้ จง คำอธิบำย จำกข้อมลู ทำงสอ่ื ต่ำง ๆ
2. อ่ำนออกเสียงข้อควำม นิทำน บทรอ้ ยกรอง ข่ำว ประกำศ โฆษณำ
3. สนทนำ เขยี นโต้ตอบแลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกีย่ วกับตนเอง เร่อื งต่ำง ๆ ใกล้ตวั สถำนกำรณ์ ข่ำว และเร่ืองที่อยู่
ในควำมสนใจของสงั คม และสื่อสำรอย่ำงต่อเนือ่ ง
4. เลอื กและใช้คำข้อร้อง ใหค้ ำแนะนำ คำชแี้ จง และคำอธิบำยตำมสถำนกำรณ์
5. ระบุหัวขอ้ เรื่องใจควำมสำคัญ รำยละเอียด สนับสนนุ ตึควำม ถำ่ ยโอนขอ้ มูล วเิ ครำะห์ อภิปรำยและแสดง
ควำมคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและอ่ำนจำกสื่อประเภทต่ำง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่ำง
ประกอบ
6. พูดและเขียนแสดงควำมต้องกำรของตนเอง เสนอ ตอบรับ และปฏิเสธกำรให้ควำมช่วยเหลือใน
สถำนกำรณต์ ำ่ งๆ
7. พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูล บรรยำย อธิบำย เปรียบเทียบ แสดงควำมคิดเห็น และคิดวิเครำะห์
เกยี่ วกบั บทควำม/ประกำศ/โฆษณำ ที่ฟัง และอำ่ นอยำ่ งเหมำะสม
8. พูดและเขียน แสดงควำมรู้สึกและแสดงควำมคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองรำว กิจกรรม ประสบกำรณ์
ข่ำว หรือ เหตุกำรณ์ตำ่ งๆ พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผลหรอื สอดแทรกสำนวนประกอบ
9. พดู และเขยี นบรรยำยเกย่ี วกับ ประสบกำรณ์ ขำ่ ว หรือเหตุกำรณ์ เร่ืองรำวหรือประเด็นตำ่ ง ๆของสังคม
10. พูดและเขียนสรุปใจควำมสำคัญ หรือสำระหัวข้อเรื่องท่ีได้จำกกำรวิเครำะห์ข่ำวสั้นๆ เหตุกำรณ์
สถำนกำรณข์ องสังคม และประเทศ
11. พดู และเขียนแสดงควำมคิดเหน็ เกย่ี วกับกจิ กรรม ประสบกำรณแ์ ละเหตกุ ำรณ์พร้อมให้เหตผุ ลประกอบ
12. เลือกใช้ภำษำ น้ำเสียงและกิริยำท่ำทำงเหมำะสมกับบุคคล และโอกำสตำมมำรยำทสังคมและวัฒนธรรม
ของจนี
13. ใหข้ ้อมูลหรืออธิบำย บรรยำยเกี่ยวกับเทศกำลวนั สำคัญ งำนฉลอง ชีวิตควำมเปน็ อยู่และประเพณขี องจนี
14. อธิบำย เก่ียวกบั วิถีชวี ิต ควำมเป็นอยู่ ควำมคดิ ควำมเชอ่ื ขนบธรรมเนยี มและประเพณีของจีน
15. อธบิ ำย หรอื เปรียบเทยี บ ควำมแตกต่ำงระหวำ่ งโครงสร้ำงประโยค สำนวน คำพังเพย สภุ ำษิต และบท
กลอน ของภำษำจนี และภำษำไทย
16. วิเครำะห์หรืออภิปรำยควำมเหมือนและควำมแตกต่ำงระหว่ำงวิถีชีวิต ควำมเชื่อ และวัฒนธรรมของ
เจ้ำของภำษำกับของไทยและนำไปใช้อยำ่ งมเี หตผุ ล
17. คน้ ควำ้ / สืบคน้ บันทกึ สรปุ และแสดงควำมคิดเห็น เกยี่ วกับข้อมูล ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้อื่น
จำกแหล่งกำรเรียนรตู้ ำ่ งๆ และนำเสนอด้วยกำรพูดหรือกำรเขียน
โครงสรา้ งหลักสตู ร
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
งานแนะแนว
รหัสวิชา
ช่ือวชิ า
จานวนช่ัวโมงทีเ่ รยี น / สัปดาห์
จานวนหน่วยกติ
คาอธบิ ายรายวิชา
ตัวชวี้ ัด / ผลการเรยี นรู้
โครงสรา้ งหลกั สตู รรายวิชา งานแนะแนว
โรงเรียนภทั รอนสุ รณ์
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้
ลำดบั ที่ ระดับชนั้ รหสั วิชำ ชอ่ื วชิ ำ จำนวนชม./
ท่ีเรยี น สัปดำห์
ก31901 แนะแนว 1
1 ม.4 ก31902 แนะแนว 1
ก32901 แนะแนว 1
2 ม.4 ก32902 แนะแนว 1
ก33901 แนะแนว 1
3 ม.5 ก33902 แนะแนว 1
4 ม.5
5 ม.6
6 ม.6
คาอธบิ ายรายวิชา งานแนะแนว
รหสั วชิ า ก 31901 แนะแนว
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 1ชัว่ โมง / สปั ดาห์
จานวน - หน่วยกิต จานวน 20 ช่ัวโมง / ภาคเรียน
อธิบำยระดับสุขภำพจิตของตนเอง และผลกำรสำรวจสุขภำพจิตของตนเอง อธิบำยคุณค่ำของ
กำรเรียน คุณค่ำของรำยวิชำในหลักสูตรและพัฒนำทักษะกำรเรียนที่มีประสิทธิภำพ อธิบำยควำมหมำย
ควำมสำคัญ ประโยชน์และองค์ประกอบของแฟ้มสะสมผลงำน (Portfolio) อธิบำยประเภทของ มหำวิทยำลัยใน
ประเทศไทยและสำมำรถวำงแผนกำรเข้ำมหำวิทยำลัยของตนเอง อธิบำยคุณลักษณะของ ตนเอง รู้จักอำชีพที่ตน
สนใจ วิเครำะห์คุณค่ำของอำชีพท่ีมีต่อสังคมและเห็นคุณค่ำของอำชีพ ศึกษำควำมต้องกำรของตลำดแรงงำนใน
สังคมโลก และวำงแผนพฒั นำตนเพอ่ื เตรียมตวั เขำ้ สโู่ ลกของงำนอำชีพในอนำคต
ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนสำมำรถอธบิ ำยถงึ ระดบั สุขภำพจติ ของตนเอง และนำเสนอผลกำรสำรวจสุขภำพจติ ของตนเองได้
2. นักเรียนสำมำรถอธิบำยคุณค่ำของกำรเรียน คุณค่ำของรำยวิชำในหลักสูตรและพัฒนำทักษะกำรเรียน
ท่มี ีประสิทธิภำพได้
3. นักเรียนสำมำรถอธิบำยควำมหมำย ควำมสำคัญ ประโยชน์และองค์ประกอบของแฟ้มสะสมผลงำน
(Portfolio) ได้
4. นักเรียนสำมำรถอธิบำยประเภทของ มหำวิทยำลัยในประเทศไทย และสำมำรถวำงแผนกำร
เข้ำมหำวิทยำลัยของตนเองได้
5. นักเรียนสำมำรถอธิบำยคุณลักษณะของ ตนเอง รู้จักอำชีพท่ีตนสนใจ วิเครำะห์คุณค่ำของอำชีพที่มีต่อ
สังคม และเห็นคุณค่ำของอำชีพ ศึกษำควำมต้องกำรของตลำดแรงงำนในสังคมโลก และวำงแผนพัฒนำ
ตนเพอ่ื เตรียมตัวเขำ้ สูโ่ ลกของงำนอำชีพในอนำคต
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้
คาอธิบายรายวชิ า งานแนะแนว
รหสั วิชา ก31902 แนะแนว
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 1 ชั่วโมง / สปั ดาห์
จานวน - หน่วยกิต จานวน 20 ชัว่ โมง / ภาคเรียน
อธิบำย ระดับสุขภำพจิตของตนเอง และผลกำรสำรวจสุขภำพจิตของตนเอง อธิบำย คุณค่ำของ
กำรเรียน คุณค่ำรำยวิชำในหลักสูตร และพัฒนำทักษะกำรเรียนท่ีมีประสิทธิภำพ สำมำรถนำมำพัฒนำตนเองด้ำน
กำรเรียนได้ อธิบำย หลักสูตร กำรวัดประเมินผล เห็นคุณค่ำของกำรเรียนรู้และสำมำรถวำงแผนพัฒนำตนด้ำน
กำรเรียนสู่กำรเรยี นร้ตู ลอดชีวิต อธิบำย คุณลกั ษณะของตนเอง อำชีพทต่ี นสนใจ วเิ ครำะห์คุณค่ำของอำชีพท่ีมีต่อ
สงั คมและเห็นคุณค่ำอำชีพสุจริตทุกอำชีพ ศึกษำควำมต้องกำรของตลำดแรงงำนในสังคมโลก และวำงแผนพัฒนำ
ตนเพ่ือเตรียมตวั เขำ้ สูโ่ ลกของงำนอำชีพในอนำคต
โดยใช้กระบวนกำรนำเสนอ กระบวนกำรทำงำนเป็นกลุ่ม กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ กำรสื่อสำร กำร
แก้ปญั หำ กำรใชท้ ักษะชวี ิต และกำรใช้เทคโนโลยี
เพ่ือให้มีคุณธรรม ประกอบด้วยมีควำมรักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำง
พอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในกำรทำงำน รกั ควำมเป็นไทย และมจี ติ สำธำรณะ
ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนสำมำรถอธิบำยถึงระดบั สุขภำพจิตของตนเอง และนำเสนอผลกำรสำรวจสขุ ภำพจิตของตนเองได้
2. นักเรียนสำมำรถอธิบำยคุณค่ำของกำรเรียน คุณค่ำรำยวิชำในหลักสูตร และพัฒนำทักษะกำรเรียนที่มี
ประสิทธิภำพ สำมำรถนำมำพัฒนำตนเองด้ำนกำรเรียนได้
3. นักเรียนสำมำรถอธิบำยหลักสูตร กำรวัดประเมินผล เห็นคุณค่ำของกำรเรียนรู้และสำมำรถวำงแผน
พฒั นำ ตนดำ้ นกำรเรยี นสกู่ ำรเรยี นรู้ตลอดชวี ติ
4. นักเรียนสำมำรถอธิบำยคุณลักษณะของตนเอง รู้จักอำชีพท่ีตนสนใจ วิเครำะห์คุณค่ำของอำชีพท่ีมีต่อ
สังคม และเห็นคุณค่ำอำชีพสุจริตทุกอำชีพ ศึกษำควำมต้องกำรของตลำดแรงงำนในสังคมโลก และวำง
แผนพัฒนำตนเพ่อื เตรยี มตวั เขำ้ สโู่ ลกของงำนอำชีพในอนำคต
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู้
คาอธิบายรายวชิ า งานแนะแนว
รหสั วิชา ก32901 แนะแนว
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 จานวน1 ชว่ั โมง / สัปดาห์
จานวน - หนว่ ยกติ จานวน 20 ชั่วโมง / ภาคเรยี น
อธิบำยระดับสุขภำพจติ ของตนเอง และผลกำรสำรวจสขุ ภำพจติ ของตนเอง อธบิ ำยค่ำนิยมทีต่ น
ใหค้ วำมสำคัญ มีแนวทำงกำรพัฒนำใหส้ อดคลอ้ งกับค่ำนิยมอยำ่ งเหมำะสมและเปน็ ประโยชน์ อธบิ ำยควำมเขำ้ ใจ
และรจู้ ักค่ำนยิ มทต่ี นให้ควำมสำคัญ มีแนวทำงกำรพัฒนำใหส้ อดคลอ้ งกับค่ำนิยมอย่ำงเหมำะสมและเป็นประโยชน์
อธบิ ำยเขำ้ ใจและตระหนักถึงควำมสำคัญของบุคคลในครอบครวั ปฏบิ ตั ิตนตอ่ คนในครอบครัวด้วยควำมรสู้ ึกเหน็
คณุ คำ่ และกตัญญู อธบิ ำยกำรปรับปรงุ แก้ไขตนเองด้ำนกำรเรียนและวำงแผนพัฒนำกำรเรยี นได้อยำ่ งสอดคล้อง
กับเปำ้ เขำ้ ใจและสำมำรถอธิบำยระบบกลำงในกำรเขำ้ ศึกษำตอ่ ระดับมหำวทิ ยำลัยได้ อธิบำยคำ่ นยิ มในอำชีพของ
ตนเองและรู้ข้อมลู อำชีพที่สอดคล้องกบั ค่ำนยิ มของตน ร้จู ักวำงแผนกำรใชช้ ีวติ ประจำให้อย่บู นรำกฐำนควำม
พอเพียง
ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสำมำรถอธิบำยถงึ ระดับสขุ ภำพจติ ของตนเอง และนำเสนอผลกำรสำรวจสุขภำพจติ ของตนเองได้
2. นักเรียนสำมำรถเข้ำใจและรู้จักค่ำนิยมท่ีตนให้ควำมสำคัญ มีแนวทำงกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับค่ำนิยม
อย่ำงเหมำะสมและเป็นประโยชน์
3. นักเรียนสำมำรถเข้ำใจและตระหนักถึงควำมสำคัญของบุคคลในครอบครัว ปฏิบัติตนต่อคนในครอบครัว
ดว้ ยควำมรู้สึกเหน็ คุณคำ่ และกตญั ญู
4. นักเรียนสำมำรถปรับปรุงแก้ไขตนเองด้ำนกำรเรยี นและวำงแผนพัฒนำกำรเรยี นได้อย่ำงสอดคล้องกบั เป้ำ
เขำ้ ใจและสำมำรถอธบิ ำยระบบกลำงในกำรเข้ำศกึ ษำต่อระดบั มหำวิทยำลยั ได้
5. นกั เรียนสำมำรถรู้คำ่ นิยมในอำชีพของตนเองและรู้ข้อมลู อำชพี ทีส่ อดคลอ้ งกบั ค่ำนิยมของตนรู้จักวำง
แผนกำรใชช้ ีวติ ประจำให้อย่บู นรำกฐำนควำมพอเพยี ง
6. นักเรียนตระหนักและรู้จักยอมรับปัญหำท่ีเกิดข้ึนกับตนเอง สำมำรถจัดลำดับควำมสำคัญของปัญหำและ
จดั กำรได้อย่ำงเหมำะสม
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้
คาอธบิ ายรายวิชา งานแนะแนว
รหัสวชิ า ก32902 แนะแนว
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 จานวน1 ช่วั โมง / สัปดาห์
จานวน - หน่วยกิต จานวน 20 ชวั่ โมง / ภาคเรยี น
อธิบำยวิธีกำรวัดและประเมินผลของวิชำแนะแนวในภำคเรียนที่ 2 และนำเสนอจุดเด่น จุดด้อยทำงกำร
เรียนที่ผ่ำนมำใน ม.5 ภำคเรียนท่ี 1 ได้ ปรับปรุงแก้ไขตนเองด้ำนกำรเรียนและวำงแผนพัฒนำกำรเรียน ได้อย่ำง
สอดคลอ้ งกบั เปำ้ หมำยกำรศึกษำของตน ร้คู ่ำนิยมในงำนอำชพี ของตนเองและรู้ข้อมูลอำชีพท่สี อดคลอ้ งกบั ค่ำนิยม
ของตน คดิ วเิ ครำะหป์ ัญหำของชมุ ชนและสังคม สำมำรถวำงแผนเพื่อกำรมสี ว่ นร่วมในกำรแกป้ ัญหำตำมศักยภำพ
ของตน ตระหนักถึงผลกระทบของปัญหำท่ีเกิดจำกควำมรัก และสำมำรถจัดกำรกับปัญหำได้อย่ำงเหมำะสม
ตระหนักถงึ สถำนกำรณ์ในสงั คมทเ่ี ปน็ อนั ตรำยต่อตนเองและสำมำรถปฏิบัตติ นเพื่อให้ปลอดภัยจำกภัยสังคม
โดยใช้กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรอภิปรำยข้อมูล กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ กระบวนกำรคิด
อย่ำงมีวิจำรณญำณ กระบวนกำรคิดสร้ำงสรรค์ กระบวนกำรกลุ่ม และกระบวนกำรสอ่ื สำรและกำรนำเสนอ
เพื่อให้มีคุณธรรม ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งม่ันในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย
มีจิตสำธำรณะ และรักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสำมำรถอธิบำยวิธีกำรวัดและประเมินผลของวิชำแนะแนวในภำคเรียนที่ 2 และนำเสนอจุดเด่น
จุดด้อยทำงกำรเรียนท่ผี ่ำนมำใน ม.5 ภำคเรียนที่ 1 ได้
2. นักเรียนสำมำรถปรับปรุงแก้ไขตนเองด้ำนกำรเรียนและวำงแผนพัฒนำกำรเรียน ได้อย่ำงสอดคล้องกับ
เปำ้ หมำยกำรศึกษำของตน
3. นักเรยี นรคู้ ่ำนยิ มในงำนอำชีพของตนเองและรู้ข้อมูลอำชีพทส่ี อดคล้องกับค่ำนยิ มของตน
4. นักเรียนร่วมคิดวเิ ครำะห์ปัญหำของชมุ ชนและสังคม สำมำรถวำงแผนเพ่ือกำรมีสว่ นรว่ มในกำรแก้ปญั หำ
ตำมศักยภำพของตน
5. นักเรียนตระหนักถึงผลกระทบของปัญหำที่เกิดจำกควำมรัก และสำมำรถจัดกำรกับปัญหำได้อย่ำง
เหมำะสม
6. นักเรียนตระหนักถึงสถำนกำรณ์ในสังคมท่ีเป็นอันตรำยต่อตนเองและสำมำรถปฏิบัติตนเพ่ือให้ปลอดภัย
จำกภยั สงั คม
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
คาอธบิ ายรายวิชา งานแนะแนว
รหสั วิชา ก33901 แนะแนว
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 ชวั่ โมง / สัปดาห์
จานวน - หนว่ ยกิต จานวน 20 ช่ัวโมง / ภาคเรียน
ศึกษำเอกลักษณ์ของตนเอง เรียนรู้และเข้ำใจลักษณะเฉพำะตนและศักยภำพของตนเอง รู้สึกรักและนับ
ถอื ตนเองและผู้อ่ืน รับรูเ้ ขำ้ ใจ และยอมรับปญั หำและสำมำรถแกป้ ัญหำอยำ่ งสรำ้ งสรรค์ เข้ำใจและยอมรับศักดิ์ศรี
ของแต่ละบุคคล ส่ือสำรควำมคิด ควำมรู้สึกท่ีดีต่อผู้อื่นและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม จัดกำรกับอำรมณ์และ
แสดงออกอย่ำงสรำ้ งสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม ทำงำนตำมบทบำทในฐำนะผู้นำ ผู้ตำมที่ดีและอยู่
ร่วมกับผู้อนื่ ได้อย่ำงมีควำมสขุ ตัดสนิ ใจและแก้ไขปญั หำของตนเองและรว่ มตดั สินใจแก้ไขปัญหำเกย่ี วกบั ครอบครัว
โรงเรยี น สงั คม และประเทศชำติอย่ำงถกู ตอ้ งเหมำะสม
โดยกระบวนกำรค้นหำ รวบรวม วิเครำะห์ สังเครำะห์ข้อมูลเฉพำะด้ำนจำกแหล่งต่ำงๆด้วยวิธีกำร
เทคโนโลยีทีห่ ลำกหลำย ทันสมัย เลอื กและใช้ข้อมลู สำรสนเทศให้เปน็ ประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คม จนเปน็ นิสัย
และนำมำใช้คำดกำรณส์ ่งิ ท่ีจะเกิดขึน้ ในอนำคตได้อย่ำงมเี หตุผล
เพ่ือให้มีคุณธรรม ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งม่ันในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย
มจี ติ สำธำรณะ และรกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์
ผลการเรียนรู้
1. นักเรยี นสำมำรถศกึ ษำหำควำมรูเ้ พื่อเปน็ ข้อมูลและองค์ประกอบของกำรศึกษำต่อและประกอบอำชพี ได้
2. นักเรยี นสำมำรถวำงแผนเพ่อื ม่งุ สเู่ ป้ำหมำยในอนำคตทำงกำรเรยี นและกำรประกอบอำชีพในอนำคต
3. นักเรียนสำมำรถวำงแผนเขำ้ สู่อำชพี ท่ีสนใจและสอดคลอ้ งกบั บคุ ลิกภำพและคณุ ลักษณะของตนได้
4. นักเรยี นสำมำรถอธิบำยกระบวนกำรแก้ปัญหำอย่ำงเปน็ ระบบ และสำมำรถวำงแผนแก้ปญั หำของตนได้
5. นักเรียนสำมำรถอธิบำยควำมสำคัญของกำรปรับตัว กำรปรับเปลี่ยนหรือเปล่ียนแปลงเม่ือมีสถำนกำรณ์
หรือเหตกุ ำรณเ์ ข้ำมำในชวี ติ ได้
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
คาอธิบายรายวชิ า งานแนะแนว
รหัสวิชา ก33902 แนะแนว
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน1 ชัว่ โมง / สปั ดาห์
จานวน - หน่วยกติ จานวน 20 ชว่ั โมง / ภาคเรียน
ช่าง
อธิบำยวิธีกำรวัดและประเมินผลของวิชำแนะแนวในภำคเรียนที่ 2 และนำเสนอจุดเด่น จุดด้อยทำงกำร
เรียนทผ่ี ำ่ นมำใน ม.6 ภำคเรียนที่ 1 ได้ วำงแผนเพอ่ื ม่งุ สูเ่ ปำ้ หมำยในอนำคตทำงกำรเรยี นในอนำคต วำงแผนเขำ้ สู่
อำชีพที่สนใจและสอดคล้องกับคุณลักษณะของตน อธิบำยกระบวนกำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นระบบ และสำมำรถ
วำงแผนแก้ปญั หำของตนได้ อธบิ ำยควำมสำคญั ของโรงเรียนที่เกื้อกลู ต่อชีวิตตน และสำมำรถปฏิบัติตนได้อย่ำงคน
รู้คุณโรงเรียน อธิบำยรูปแบบกำรส่ือสำรเพ่ือรักษำสัมพันธภำพ และสำมำรถเลือกรูปแบบเพื่อกำรสื่อสำรได้อย่ำง
เหมำะสม
โดยใช้กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรอภิปรำยข้อมูล กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ กระบวนกำรคิด
อยำ่ งมวี จิ ำรณญำณ กระบวนกำรคิดสร้ำงสรรค์ กระบวนกำรกลุม่ และกระบวนกำรส่อื สำรและกำรนำเสนอ
เพ่ือให้มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย
มจี ิตสำธำรณะ และรักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์
ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนสำมำรถอธิบำยวิธีกำรวัดและประเมินผลของวิชำแนะแนวในภำคเรียนท่ี 2 และนำเสนอจุดเด่น
จุดดอ้ ยทำงกำรเรียนท่ผี ่ำนมำใน ม.6 ภำคเรียนที่ 1 ได้
2. นกั เรยี นสำมำรถวำงแผนเพ่ือมุ่งสูเ่ ป้ำหมำยในอนำคตทำงกำรเรยี นในอนำคต
3. นกั เรียนสำมำรถวำงแผนเข้ำส่อู ำชีพทีส่ นใจและสอดคลอ้ งกับคุณลักษณะของตน
4. นักเรยี นสำมำรถอธิบำยกระบวนกำรแกป้ ัญหำอยำ่ งเปน็ ระบบ และสำมำรถวำงแผนแก้ปญั หำของตนได้
5. นักเรียนสำมำรถอธิบำยควำมสำคัญของโรงเรียนที่เก้ือกูลต่อชีวิตตน และสำมำรถปฏิบัติตนได้อย่ำงคน
รูค้ ณุ โรงเรยี น
6. นกั เรียนสำมำรถอธบิ ำยรูปแบบกำรส่อื สำรเพื่อรักษำสมั พันธภำพ และสำมำรถเลือกรปู แบบเพอื่ กำร
สื่อสำรได้อย่ำงเหมำะสม
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
ระเบียบสถานศึกษา
การวดั และประเมินผลการเรยี นตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานพทุ ธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560)
โรงเรยี นภทั รอนุสรณ์
170
ระเบยี บสถานศึกษา
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551
(ฉบับปรบั ปรุง 2560)
โรงเรยี นภทั รอนสุ รณ์
-------------------------------------------
โดยที่กระทรวงศกึ ษาธิการ ได้ประกาศใช้หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ 293 / 2551 ลงวันท่ี 11 กรกฎาคม 2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดระเบียบโรงเรียนภทั รอนุสรณ์ ว่าด้วย
การประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ให้สอดคล้องกบั คำสั่ง
ดงั กลา่ ว โรงเรียนภทั รอนสุ รณ์ จงึ วางระเบียบไวด้ งั ตอ่ ไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนภัทรอนุสรณ์” ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียน
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ในระเบียบน้ีคำวา่ “สถานศกึ ษา” หมายถึง โรงเรยี นภัทรอนุสรณ์
คำวา่ “ผู้เรียน” หมายถงึ ผู้ท่ขี นึ้ ทะเบียนเปน็ นกั เรียนโรงเรยี นภัทรอนสุ รณ์
ขอ้ 2 ระเบียบน้ีให้ใช้บงั คบั ตัง้ แต่ปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลกิ ระเบยี บข้อบงั คบั หรอื คำส่งั อื่นใดในส่วนที่โรงเรยี นภทั รอนุสรณ์ กำหนดไวห้ รือซึ่งขดั แย้ง
กับระเบียบนี้ ใหใ้ ช้ระเบียบนีแ้ ทน
ขอ้ 4 ใหใ้ ชร้ ะเบยี บนีค้ วบคกู่ ับหลกั สูตรสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน 2553 ของโรงเรยี นภัทรอนุสรณ์
ข้อ 5 ให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะกรรมการวิชาการของโรงเรียนภัทรอนุสรณ์
ดำเนนิ การบริหารหลักสูตรใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บน้ี
171
หมวดที่ 1
หลักการวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ้ 6 การประเมินผลการเรียนให้เปน็ ไปตามหลักการต่อไปนี้
6.1 สถานศกึ ษามหี นา้ ทป่ี ระเมินผลการเรยี น โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั
พน้ื ฐาน โรงเรยี นภทั รอนสุ รณ์ ในเร่อื งของเกณฑ์และแนวดำเนนิ การเกยี่ วกบั การประเมนิ ผลการเรยี น
6.2 ประเมนิ ผลการเรียนเป็นรายวิชา โดยคิดเป็นหน่วยกติ การคิดหน่วยกิตใหถ้ ือปฏบิ ัติ ดงั น้ี
6.2.1 ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนต้น
เวลาเรียน 1 คาบ ใน 1 สปั ดาห์ ตลอดภาคเรียน 20 สปั ดาห์ มคี ่า 0.5 หนว่ ยกิต
เวลาเรียน 2 คาบ ใน 1 สัปดาห์ ตลอดภาคเรยี น 20 สัปดาห์ มีค่า 1.0 หนว่ ยกติ
เวลาเรยี น 3 คาบ ใน 1 สปั ดาห์ ตลอดภาคเรียน 20 สปั ดาห์ มคี ่า 1.5 หนว่ ยกติ
เวลาเรียน 4 คาบ ใน 1 สัปดาห์ ตลอดภาคเรียน 20 สัปดาห์ มีค่า 2.0 หน่วยกิต
เวลาเรยี น 5 คาบ ใน 1 สัปดาห์ ตลอดภาคเรยี น 20 สัปดาห์ มคี ่า 2.5 หนว่ ยกติ
6.3 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรยี นรู้
ตัวชี้วัด ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตร และจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
6.4 การประเมินผ้เู รยี นพิจารณาจากพฒั นาการของผ้เู รยี น
ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรม การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน
ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ และรูปแบบการศกึ ษา
6.5 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เปน็ สว่ นหนงึ่ ของกระบวนการจัดการเรียนการสอนต้องดำเนินการ
ด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านทั้งความรู้ ความคิด
กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคตเิ หมาะสมกับส่ิงทตี่ ้องการวดั ธรรมชาตวิ ชิ าและระดบั ชน้ั ของผู้เรยี น โดยตง้ั อยู่
บนพื้นฐานความเท่ียงตรง ยุตธิ รรมและเชือ่ ถอื ได้
6.6 การประเมนิ ผลการเรยี นมจี ดุ ม่งุ หมายเพือ่ ปรับปรุงพฒั นาผู้เรยี น
พฒั นาการจัดการเรียน และตดั สนิ ผลการเรียน
6.7 เปิดโอกาสใหผ้ ้เู รียนและผู้มสี ่วนเก่ยี วข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรยี นรู้
6.8 ให้มีการเทยี บโอนผลการเรยี นระหว่างสถานศึกษาและรปู แบบการศึกษาต่าง ๆ
6.9 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดับเขตพ้ืนที่การศกึ ษา และระดับชาติ
6.10 ให้สถานศกึ ษาจัดทำเอกสารหลกั ฐานการศึกษา เพือ่ เป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียน รายงาน
ผลการเรยี น แสดงวุฒกิ ารศกึ ษาและรับรองผลการเรียนของผเู้ รียน
172
หมวดที่ 2
วิธีการประเมินผลการเรยี น
ข้อ 7 การประเมินผลเพอื่ ปรบั ปรงุ การเรียน ให้ถอื ปฏบิ ตั ิดงั น้ี
7.1 แจ้งให้ผเู้ รยี นทราบจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด วธิ กี ารประเมินผลการเรียน เกณฑ์การ
ผา่ นผลการเรียนร้ตู ามตวั ชีว้ ดั และเกณฑ์ข้ันตำ่ ของการผ่านรายวชิ า ก่อนสอนรายวิชาน้ัน
7.2 ผลการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด จะต้องครอบคลุมพฤติกรรมด้านความรู้ ทักษะกระบวน- การ
คณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยมอนั พงึ ประสงค์ตามหลักสูตรสถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2553 มุ่งท่ีจะพัฒนาคน
ไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีสติปัญญา มีความสุข และสำนึกถึงความเป็นไทย มีศักยภาพใน
การศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ ดังนั้นในการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และตัวชี้วัด จึงต้องกำหนดให้
ครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์กระบวนการเรียนการ
สอนและกระบวนการวดั ประเมนิ ผล จึงตอ้ งสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนร้แู ละเปา้ หมายของหลกั สตู ร
7.3 การประเมินผลก่อนเรียน เพื่อศึกษาความรู้พนื้ ฐานของผู้เรยี นซงึ่ เป็นหน้าทข่ี อง
ครูผู้สอนทุกรายวิชาที่จะต้องทำการสำรวจ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ
พื้นฐานของนักเรียนแต่ละคน ตามแนวทางการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จะประกอบด้วยการประเมิน
ดังต่อไปนี้
7.3.1 การประเมินความพร้อมและพื้นฐานของผู้เรียนเป็นการตรวจสอบความรู้ ทักษะ และความพร้อม
ต่าง ๆ ของผู้เรียนที่เป็นพื้นฐานของเรื่องใหม่ที่ต้องเรียนด้วยวิธีการที่เหมาะสม แล้วนำผลที่ได้มาทำการ
ประเมนิ ผล เพอื่ ใช้ในการเตรียมความพรอ้ มของผู้เรียนตอ่ ไป โดยการประเมินความพรอ้ มและพืน้ ฐานของผู้เรียน
กอ่ นเรียน มีแนวการปฏบิ ตั ิดังนี้
1) วิเคราะห์ความรูแ้ ละทกั ษะทเี่ ปน็ พนื้ ฐานของเรื่องทต่ี อ้ งเรียน
2) เลอื กวิธกี ารและจดั ทำเครอื่ งมือสำหรับการประเมินความร้ขู องผู้เรยี น และทกั ษะพืน้ ฐานอย่างเหมาะสม และมี
ประสิทธภิ าพ
3) ดำเนินการประเมนิ ความรูแ้ ละทกั ษะพื้นฐานของผูเ้ รียน
4) นำผลการประเมินไปปรบั ปรงุ ผเู้ รยี นกอ่ นเรียน
5) จดั การเรยี นการสอนในเร่ืองท่ีเตรียมไว้
173
7.3.2 การประเมินความรูใ้ นเรือ่ งท่ีเตรียมไว้
เป็นการประเมินผลผเู้ รียนในเรือ่ งที่ทำการสอนเพ่อื ตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความรู้และทักษะในเร่ืองที่เรียน
นั้นมากเพยี งใด เพื่อเป็นข้อมูลเบือ้ งต้นของผู้เรียนแต่ละคนว่ามีความรู้เดิมอยูเ่ ท่าใด จะได้นำไปเปรียบเทียบกบั
การการประเมินผลการเรยี นภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ว่าเกิดพัฒนาการ
การเรียนรู้เพิ่มขึ้นหรือไม่ เพียงไร ซึ่งจะทำให้ทราบว่าผู้เรียนมีศักยภาพในการเรียนรู้มากน้อยเท่าไร และ
ประสิทธิภาพในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ซง่ึ จะใช้ประโยชน์ในการสนองตอบการเรียนรขู้ องผู้เรยี นแต่ละคน แต่
ละกลุ่มต่อไป การประเมินผลความรู้ก่อนเรียนมีขั้นตอนการปฏิบัติเหมือนกับการประเมินความพร้อม ต่างกัน
เฉพาะความรูแ้ ละทักษะทีต่ อ้ งประเมนิ เท่านัน้
7.4 การวดั และการประเมนิ ผลตอ้ งใช้วธิ หี ลากหลาย เปน็ การวดั และประเมนิ ผลตาม
สภาพจรงิ เนน้ การปฏบิ ัติ ดำเนินการอย่างตอ่ เนื่องควบคไู่ ปกบั กิจกรรมการเรียนรู้ของผเู้ รียน
การวัดและประเมนิ ผลถอื วา่ เปน็ สว่ นหนึ่งของกระบวนการเรยี นการสอน ท้ังน้ีเพื่อมงุ่ ตรวจสอบพัฒนาการ
ของผู้เรียนว่าบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้/ตัวชี้วัด นำไปสู่การแก้ไขข้อบกพร่องของ
ผู้เรียน และข้อบกพร่องของกระบวนการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถจนเกิดการ
พัฒนาสูงสุดตามศักยภาพของผู้เรียน ผู้สอนต้องทำแผนการวัดและประเมินผลไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ให้
สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละจุดประสงคก์ ารเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัดที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ โดยเน้น
การประเมินผลตามสภาพจริง จากการประเมินทักษะความคิดซับซ้อนในการทำงานของผู้เรยี น ความสามารถใน
การแก้ปัญหาและการแสดงออกที่เกิดจากการปฏิบัติในสภาพจริงจากการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ซึง่ การประเมินผลตามสภาพจริงมลี ักษณะท่ีสำคัญ ดังนี้
- การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ ทำได้ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ท้งั ท่ีบ้านทโ่ี รงเรยี น และชุมชน
- กำหนดปัญหาหรอื งานแบบปลายเปิด เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนเป็นผคู้ ดิ สรา้ งคำตอบด้วยความคิดสร้างสรรค์
ผลติ หรอื ทำผลงานไดอ้ ยา่ งเสรโี ดยเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละจดุ ประสงค์การเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด
- ไม่เนน้ การประเมินเฉพาะทักษะพ้ืนฐาน แตใ่ ห้ผ้เู รยี นผลิต สรา้ งผลงานทีเ่ น้นทกั ษะทซ่ี ับซ้อน ใช้การ
พจิ ารณาไตร่ตรอง บูรณาการความร้กู ารทำงานและการแก้ไขปญั หา หรือการเรียนรู้เพ่ือแก้ปัญหา
- เน้นสภาพปัญหาท่ีสอดคล้องกับความจริงในชวี ิตประจำวันเนน้ การแกป้ ัญหาทีส่ อดคลอ้ งกับชีวิตจรงิ
- ใช้ข้อมลู ท่หี ลากหลายในการประเมนิ นัน่ คอื ตอ้ งรจู้ ักผู้เรียนในทุกแงท่ ุกมุมข้อมูลจึงต้องได้จากหลาย ๆ
ทาง ซง่ึ หมายถงึ ตอ้ งใช้เครื่องมือในการเกบ็ ข้อมลู หลายประเภทด้วย
- เนน้ การมสี ว่ นรว่ มระหวา่ งผู้เรียน ครู และผ้ปู กครอง
- ผ้เู รียนมสี ่วนร่วมในการตัดสนิ ใจว่าจะให้ประเมนิ ตรงจุดไหน เร่ืองอะไร ซง่ึ จะทำให้ผู้เรียนรูจ้ ักวาง
แผนการเรยี น ร้ถู ึงความต้องการของตนเอง วา่ อยากรู้ อยากทำอะไรบ้าง ซ่งึ จะนำไปสูก่ ารกำหนด
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั และวธิ ีการประเมนิ ผลโดยเนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั อย่างแท้จรงิ
174
การวัดและการประเมินผลมีวิธกี ารทหี่ ลากหลาย ดังนั้นเพือ่ ให้ผลการวัดและการประเมินมีความเที่ยงตรง
ซ่ึงหมายถงึ วัดส่งิ ที่ตอ้ งการวดั ไดต้ รง และเชื่อม่นั ได้ หมายถงึ มคี วามน่าเชื่อถอื จงึ ตอ้ งใชห้ ลายวธิ ีทเี่ หมาะสม
ผูส้ อนสามารถเลอื กใช้วิธีการวดั และประเมินผลให้สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั ได้ดงั ต่อไปน้ี
1) การประเมนิ ด้วยการสื่อสารส่วนบุคคล ได้แก่
การถามตอบระหวา่ งทำกจิ กรรมการเรยี นการสอน
การสนทนาพบปะพดู คุยกับผู้เรียน
การพบปะพดู คุยกับผเู้ ก่ยี วขอ้ งกับผู้เรียน
การสอบปากเปลา่ เพือ่ ประเมินความรู้ความเขา้ ใจ และทัศนคติ
การอ่านบนั ทึกเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ของผเู้ รยี น
การตรวจแบบฝกึ หัด การบ้าน พร้อมทง้ั ให้ข้อมูลปอ้ นกลับ
2) การประเมินจากการปฏบิ ตั เิ ป็นวิธกี ารประเมินจากงานหรือกจิ กรรมท่ีผู้เรยี นปฏิบตั ิ
โดยอาจเป็นงานที่ผูส้ อนมอบหมายให้ หรือเป็นงานที่ผู้เรียนใชค้ วามรู้ ความสามารถบรู ณาการขึน้ มาเอง โดยมีแนว
ทางการประเมินตามลักษณะงานดังน้ี
2.1 ภาระงานหรือกจิ กรรมทผี่ สู้ อนกำหนดให้ผเู้ รียนทำเปน็ รายบคุ คล / กลุ่ม
จะประเมินวิธีการทำงานตามขน้ั ตอนท่ีกำหนดและผลงานท่ีได้
2.2 ภาระงานหรอื กิจกรรมท่ผี ู้เรียนต้องปฏิบตั เิ ป็นปกตใิ นชีวติ ประจำวันจะประเมนิ
ดว้ ยวิธสี งั เกต จดบันทึกเหตกุ ารณเ์ กย่ี วกับผู้เรียน
2.3 การสาธิต ไดแ้ ก่การให้ผู้เรยี นแสดงหรอื ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามท่กี ำหนด เช่น การใช้
เครื่องมอื ปฏบิ ตั งิ าน การทำกายบรหิ าร การเล่นดนตรี ฯลฯ จะประเมนิ วิธีการและขน้ั ตอนในการสาธติ -ผลงานด้วย
การสงั เกต
2.4 การทำโครงงาน ภาระงานในรปู ของโครงงานมดี ้วยกัน 4 รูปแบบ คือ โครงงาน
สำรวจ โครงงานสิ่งประดิษฐ์ โครงงานแก้ปัญหาหรือการทดลองศึกษาค้นคว้าและโครงงานอาชีพ วิธีการประเมนิ
โครงงานควรประเมนิ ด้วยกัน 3 ระยะ คือ ระยะกอ่ นทำโครงงาน โดยการประเมินจากความพร้อมและความเป็นไป
ได้ในการปฏิบตั ิงานจรงิ ระยะทำโครงงาน โดยการประเมินตามการปฏบิ ัติจริงตามแผนและการปรับปรุงระหว่าง
การปฏิบัติระยะส้นิ สุดการทำโครงงานโดยประเมินผลงานและการนำเสนอผลงาน
3) การประเมินโดยแฟ้มสะสมงานเป็นวิธีการประเมนิ ที่ช่วยส่งเสริมใหก้ ารประเมนิ ตามสภาพจรงิ ไปอย่าง
สมบรู ณ์ สามารถสะทอ้ นถงึ ความสามารถท่ีแท้จรงิ ของผู้เรยี นมากขึ้น โดยให้ผู้เรยี นได้เก็บรวบรวมผลงานจากการ
ปฏิบัติจริง มาจัดแสดงอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดประสงค์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม เจตคติ แรงจูงใจ
พัฒนาการ และสัมฤทธ์ผิ ลของการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึง่ ผสู้ อนสามารถประเมินแฟ้มสะสมงานแทนการประเมินการ
ปฏิบตั จิ รงิ ได้ โดยมหี ลักการประเมินดังน้ี
175
3.1 กำหนดโครงสร้างของแฟ้มสะสมงานจากจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หรือวัตถปุ ระสงค์
ของแฟ้มสะสมงานว่าจะสะท้อนสิง่ ใดออกมา ทั้งน้ีอาจพิจารณาจากจุดประสงค์การเรยี นรู้/ตัวชี้วัดตามสาระการ
เรียนรทู้ ่ีสะท้อนจากการใหผ้ เู้ รยี นจดั แฟ้มสะสมงาน
3.2 กำหนดวิธกี ารเกบ็ รวบรวมผลงานใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคข์ องแฟ้มสะสมงานเพื่อให้ผู้เรียน
สามารถจัดทำได้
3.3 กำหนดวธิ กี ารประเมินเพือ่ พัฒนาชน้ิ งาน ซงึ่ จะส่งผลใหผ้ เู้ รยี นเกิดการพัฒนาจนถึงท่สี ุด ท้ังน้ี
ผ้สู อนต้องจดั ทำเกณฑ์การให้คะแนน ให้ผเู้ รยี นนำไปเปน็ ข้อช้ีนำในการปรบั ปรุงพัฒนางาน
3.4 ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาผลงาน โดยการมีส่วนร่วมในการประเมินจากทุก
ฝ่าย แล้วนำข้อมลู ท่ีได้ไปเป็นหลักในการป้อนกลับ เพ่ือใช้ในการพัฒนาและแก้ไขข้อบกพร่องของชน้ิ งานตอ่ ไป
3.5 จดั ใหม้ กี ารนำเสนองานท่ีจัดทำไว้ โดยวธิ ีการท่เี หมาะสม ซง่ึ ผู้สอนและผเู้ รียนรู้ควรวางแผน
ร่วมกันในการคัดเลือกชิ้นงานที่ดีที่สุด ทั้งนี้การนำเสนอผลงานแต่ละชิ้นควรมีหลักฐานการพัฒนางานและการ
ประเมินผลงานด้วยตนเอง ผู้สอนควรคำนึงด้วยว่าแฟ้มสะสมงานมีหลายประเภท การเลือกใช้แฟ้มสะสมงาน
ประเภทใดควรคำนึงถึงรูปแบบและแนวทางในการพัฒนาแฟ้มสะสมงานให้เหมาะสมเพื่อให้แฟ้มสะสมงานช่วย
พัฒนาความคดิ สร้างสรรคข์ องผ้เู รยี นดว้ ย
7.5 การวัดและการประเมินผลระหว่างภาค เพื่อศึกษาผลการเรียน เพื่อจัดการสอนซ่อมเสริมและเพื่อนำ
คะแนนจากการวัดและประเมินผลไปรวมกับการวัดผลปลายภาคหรือปลายปีโดยใช้การวัดและประเมินผลตาม
ตวั ชว้ี ดั ของผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลระหว่างภาคประกอบดว้ ย
7.5.1 การวดั และประเมินผลระหว่างเรยี นเป็นระยะ ๆ โดยให้สถานศึกษาเป็นผกู้ ำหนด
7.5.2 วดั ผลระหวา่ งภาคเรียน 1 คร้ัง โดยให้สถานศกึ ษาเป็นผู้กำหนด
การประเมินตามข้อ 7.5.1 และ 7.5.2 ถ้าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในผลการเรียนรู้
ตามตัวชี้วัด ให้วินิจฉัยหาข้อบกพร่องของผู้เรียนแล้วสอนซ่อมเสริมให้สอดคล้องกับลักษณะของการเรียนรู้ของ
ผเู้ รยี นจนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
7.6 วัดผลปลายภาค เพ่อื ตรวจสอบผลการเรียน โดยวัดใหค้ รอบคลุมผลการเรียนร้ตู ามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
ข้อ 8 การตัดสินผลการเรียนให้นำคะแนนระหว่างภาค รวมกับคะแนนปลายภาคตามอัตราส่วนที่
สถานศึกษากำหนด แลว้ จึงตดั สินผลการเรยี นเป็นระดบั ผลการเรียน
176
ข้อ 9 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อให้ได้ข้อมูล
สารสนเทศที่แสดงถึงพัฒนาการและความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียนเพื่อ ปรับปรุงการเรียนรู้มากกว่าการ
ตัดสนิ ผลการเรียนประกอบด้วย
9.1 การวัดและประเมินผลการเรยี นระดบั ช้ันเรยี นเปน็ การวัดความกา้ วหนา้ ด้าน
ความรู้ ทกั ษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มอันพึงประสงค์
9.2 การประเมนิ ผลระดับสถานศึกษาเพือ่ ตรวจสอบความกา้ วหนา้
ด้านการเรียนรู้เป็นรายปขี องสถานศกึ ษา สำหรับนำข้อมูลทีไ่ ด้เป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการจดั กจิ กรรมการ
เรยี นรู้และคุณภาพผเู้ รียนใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานการเรยี นรูร้ วมทัง้ พิจารณาตดั สนิ ผลการเลื่อนช้นั
9.3 การประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นระดบั ชาติ
เป็นการประเมินด้วยแบบการประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นที่เปน็ มาตรฐานของชาติ เพ่ือตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
ของสถานศึกษา สำหรบั นำไปวางแผนปรบั ปรุง แก้ไข และพัฒนาการศึกษาใหไ้ ดม้ าตรฐาน
9.4 การประเมนิ เพ่ือตัดสนิ ผลการเรยี น
การจบการศกึ ษาภาคบงั คับและจบหลักสูตรการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานเป็นการประเมินเพื่อสรุปความสำเร็จในการเรียน
ของผู้เรียนในการจบการศึกษาภาคบังคับและจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งทำให้ผู้เรียนได้รับการรับรอง
ความรู้และวุฒกิ ารศึกษาจากสถานศกึ ษา
ข้อ 10 แนวดำเนินการประเมินผลการเรียนของสถานศกึ ษา เพื่อให้การวัดและการประเมินผลการเรียน
ของสถานศึกษาสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีการดำเนินการตามหลักการ
กระจายอำนาจมีการประเมินผู้เรยี นตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียน มีการตรวจสอบและกำกับติดตาม
ประเมนิ คุณภาพการวัดและประเมินผลการเรยี นอย่างมรี ะบบ และมีประสิทธิภาพ จงึ กำหนดแนวดำเนนิ การ การ
วัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา ดงั น้ี
10.1 สถานศึกษา โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรด้วยความเห็นชอบของคณะ กรรมการ
สถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐานกำหนดรูปแบบ ระบบและระเบียบประเมินผลเพ่ือใช้เป็นแนวปฏิบัติในการประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษา
10.2 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรด้วยความเห็นชอบของคณะกรรม
การสถานศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดผลการเรียนรู้และตัวชี้วัดโดยวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็น
เป้าหมายและกำหนดภาระงานเป็นแนวทางในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้
177
10.3 คณะอนุกรรมการระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ใหค้ วามเหน็ ชอบรูปแบบ
วิธีการเครอ่ื งมือ ในการวัดและประเมินผล และการตัดสนิ ผลการประเมินรายวชิ าของผสู้ อน
10.4 ผ้สู อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้
โดยต้องมีการตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรยี นและประเมินสรปุ ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของผเู้ รียนด้วยวธิ ีการ
หลากหลายตามสภาพจรงิ โดยผ่านการปฏบิ ัตแิ ละนำผลการเรียนรูไ้ ปใชเ้ ปน็ ข้อมูลสำหรับการตัดสินผลการเรยี นรา
10.5 หัวหนา้ สถานศึกษาเป็นผ้พู ิจารณาอนมุ ัติ
10.5.1 ผลการประเมินแต่ละรายวชิ า
10.5.2 ผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
10.5.3 ผลการประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผู้เรยี น
10.5.4 ผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และการเขยี น สอื่ ความ
10.5.5 การผา่ นช่วงช้นั
10.5.6 การจบการศึกษาภาคบังคับ
10.5.7 การจบหลกั สตู รการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
10.6 สถานศกึ ษาจดั ทำรายงานผลการดำเนินการประเมนิ ผลการเรียน
การจบหลักสตู รเสนอผู้บังคบั บญั ชาช้นั สูง
ข้อ 11 ให้ใช้ตวั เลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละวชิ าดังต่อไปนี้
4.0 หมายถงึ ไดร้ บั การประเมิน ตงั้ แต่ 80 คะแนน ขน้ึ ไป
3.5 หมายถึง ไดร้ บั การประเมิน ตง้ั แต่ 75 – 79 คะแนน
3.0 หมายถึง ได้รับการประเมนิ ตงั้ แต่ 70 – 74 คะแนน
2.5 หมายถงึ ได้รบั การประเมนิ ต้ังแต่ 65 – 69 คะแนน
2.0 หมายถงึ ไดร้ บั การประเมิน ต้ังแต่ 60 – 64 คะแนน
1.5 หมายถงึ ได้รบั การประเมนิ ตงั้ แต่ 55 – 59 คะแนน
1.0 หมายถงึ ได้รบั การประเมิน ตง้ั แต่ 50 – 54 คะแนน
0 หมายถงึ ได้รบั การประเมนิ ต้งั แต่ 0 – 49 คะแนน
178
ข้อ 12 ให้ใช้ตัวอักษรแสดงผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินความสามารถและ
พัฒนาการของผู้เรียน ในการเข้ารว่ มกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนในแต่ละปี/ภาคเรียนตามเกณฑ์ของแต่ละกิจกรรมและ
ตดั สินผลการประเมนิ เปน็ 2 ระดบั ดงั นี้
ผ หมายถึง ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ที่สถานศึกษากำหนด
มผ หมายถึง ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมินทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
ขอ้ 13 ให้ใช้ตัวอกั ษรแสดงผล การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของสถานศึกษา ดังนี้
ดีเย่ียม หมายถงึ มีพฤติกรรมทีด่ เี ยี่ยมสูงกวา่ เกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด
ดี หมายถึง มีพฤตกิ รรมสงู กว่าเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
ผา่ นเกณฑ์ หมายถงึ มีพฤติกรรมตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนด
ไมผ่ า่ น หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมตำ่ กวา่ เกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนด
ขอ้ 14 ให้ใชต้ วั อกั ษรแสดงผลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียนสือ่ ความ ดงั นี้
ดเี ยย่ี ม หมายถึง มีพฤติกรรมทด่ี ีเยีย่ มสูงกวา่ เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
ดี หมายถงึ มีพฤตกิ รรมสงู กวา่ เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
ผา่ นเกณฑ์ หมายถึง มพี ฤตกิ รรมตามเกณฑท์ ี่สถานศกึ ษากำหนด
ไมผ่ ่าน หมายถงึ มพี ฤติกรรมตำ่ กวา่ เกณฑท์ ี่สถานศึกษากำหนด