คนตายไมร่ สู้ กึ สนใจกบั อะไรทง้ั สน้ิ เราเปน็ คนดๆี ยงั มชี วี ติ อยู่ ตอ้ งมคี วามจำ� เปน็ ใน
สิ่งท่ีเห็นว่าจ�ำเป็นอยู่ร่�ำไปทั่วโลกดินแดน จนชีวิตหาไม่แล้วจึงไม่ถืออะไรไม่สนใจ
กับอะไรเพราะสุดวิสยั
รา่ งกายมีความจ�ำเปน็ กับวตั ถุ เชน่ ขา้ ว อาหาร เคร่อื งนุง่ หม่ ท่อี ยู่อาศัยปัจจัย
ประเภทตา่ งๆ สว่ นใจมคี วามจำ� เปน็ กบั ศาสนธรรมเปน็ อยา่ งยงิ่ ทเี ดยี ว เพราะธรรมเปน็
เคร่อื งเสวยของใจโดยตรง วัตถไุ มใ่ ช่วสิ ัยของใจ ธรรมเป็นทั้งเครือ่ งส่องทางเป็นทง้ั
เครอื่ งเสวย เปน็ ทอี่ บอนุ่ ของใจ ใจตอ้ งพงึ่ พงิ ธรรมตลอดไปจนถงึ จดุ ทหี่ มาย ซงึ่ ไมต่ อ้ ง
อาศัยอะไรมาส่งเสริมเพ่ิมเติม เหมือนคนเดินทาง เม่ือยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง
เมื่อไร ทางย่อมมคี วามจ�ำเปน็ ตลอดไป หรือเช่นเดยี วกับคนไข้เม่อื ยังไม่หายจากโรค
ยากบั หมอตอ้ งมคี วามจำ� เปน็ ทค่ี นไขจ้ ะตอ้ งเกย่ี วขอ้ งอยตู่ ลอดไป จะวา่ ตดิ หรอื ไมต่ ดิ
ความจรงิ กเ็ ปน็ อยา่ งนี้ นน้ั มนั เปน็ เรอื่ งใจสกปรก ปากสกปรก ใจมดื ใจบอด ใจไมไ้ สร้ ะกำ�
ใจไมม่ คี วามรไู้ มม่ คี วามหมาย จงึ ไมร่ จู้ กั คดิ สนใจในสง่ิ ทเ่ี ปน็ สารคณุ จงึ พดู เพอ่ื ทำ� ลาย
มนษุ ยผ์ มู้ จี ติ เปน็ กศุ ลใหข้ าดผลขาดประโยชน์ ยงิ่ กวา่ นนั้ กท็ ำ� ใหค้ นโงห่ ลงและเสยี ไป
ดว้ ยอย่างน่าเสียดาย
จติ คนเราเม่ือยังมีกิเลสตัณหาอาสวะครอบง�ำอยู่ เรากำ� ลงั ด�ำเนินเพือ่ การแกไ้ ข
ถอดถอนยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางตราบใด ธรรมต้องเป็นของจ�ำเป็นอยู่ตราบน้ัน
เพอื่ เปน็ เครอ่ื งชแี้ นวทางอยเู่ รอ่ื ยไป จนกระทง่ั ถงึ ทสี่ ดุ จดุ หมายปลายทางแลว้ ปญุ ญปาป
ปหนิ บคุ คล นน่ั ใจยอ่ มปลอ่ ยเอง เพราะเปน็ ผมู้ บี ญุ และบาปอนั ละเสยี แลว้ เหมอื นเรา
เดนิ ขนึ้ มาบนศาลานี้ เมอ่ื ขน้ึ ถงึ ทแี่ ลว้ บนั ไดกห็ มดปญั หาไปเอง ใครไปกอดบนั ไดไว้
มีไหมเม่อื ถงึ ทแ่ี ล้ว นศี่ าสนาก็ไม่ได้สอนใหค้ นกอดแบบนน้ั นี่ คนที่หายจากโรคแล้ว
ก็ไม่ใช่จะมากอดยากอดหมอไว้ เมื่อหายจากโรคแล้วก็ปล่อยวางกันไปเองกับยา
กบั หมอ นเ่ี มอ่ื ธรรมเขา้ ถงึ ใจอยา่ งเตม็ ภมู แิ ลว้ กเ็ ปน็ เหมอื นคนไขก้ บั ยากบั หมอนนั่ เอง
หากปลอ่ ยวางกันเอง แลว้ ศาสนาเป็นยาเสพติดทต่ี รงไหน
เวลาน้ีศาสนธรรมกับใจเราจงเอาใหเ้ ต็มที่ ใหต้ ดิ พนั กนั อยอู่ ยา่ งน้ันอย่าลดละ
สตปิ ัญญาเอาให้ตดิ พนั กบั กิเลสตวั แสบ ตัวเป็นยาเสพติดกนั ท่ัวโลกธาตุ กเิ ลสพาให้
244
สตั วท์ ำ� ชว่ั มวั หมองถงึ กบั มดื บอดไมม่ องเหน็ บญุ เหน็ บาปอะไรเลย ไมอ่ ายเดก็ ๆ ทเ่ี ขา
มศี าสนาประจำ� ใจบา้ ง ก็นบั ว่าเป็นโรคประเภท ไอ.ซี.ยู. หมดหวังทง้ั ท่ลี มหายใจยงั
ฟอดๆ อยู่ กิเลสมันเป็นยาเสพติดท�ำคนให้เป็นสัตว์ไปมากต่อมากไม่เห็นพูดกัน
สว่ นธรรมะทนี่ ำ� มาแกก้ เิ ลสจะกลบั เปน็ ยาเสพตดิ ทตี่ รงไหน ตวั กเิ ลสมนั เปน็ ยาเสพตดิ
ต่างหาก มันติดมาต้ังกัปตั้งกัลป์แล้วจนนับภพนับชาติไม่ได้ ผู้หน่ึงมันกี่กัปก่ีกัลป์
เรอื่ งเกดิ เรอื่ งตาย เพราะอำ� นาจของกเิ ลสพาใหเ้ ปน็ ไป นน่ั มนั เปน็ ยาเสพตดิ หรอื ไมต่ ดิ
ใครปล่อยกเิ ลสไดส้ ักคน เบื่อหน่ายในกเิ ลสไดส้ ักคน หลุดพ้นจากกเิ ลสไดส้ ักกคี่ น
ไมเ่ หน็ มี กเิ ลสมนั ตดิ อยใู่ นหวั ใจนจี่ นมองดใู จไมเ่ หน็ เลย ทำ� ไมไมพ่ ดู ตรงนไ้ี มต่ ำ� หนิ
ตรงนไ้ี มแ่ กต้ รงน้ี ถา้ เปน็ นกั กฬี าจรงิ ตอ้ งพดู ตอ้ งยอมรบั ความจรงิ กนั โลกเขาโลกเรา
จะไดม้ วี นั สงบเยน็ บา้ งสมกบั มมี นษุ ยค์ รองโลก ไมป่ ลอ่ ยใหค้ วามชว่ั ครอบหวั ใจมนษุ ย์
โดยถา่ ยเดยี วดงั ทีเ่ ป็นอยทู่ ั่วดินแดน
สติเป็นของสำ� คญั พูดเสมอ สติปล่อยไม่ได้เพราะเป็นธรรมจำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ กับ
ตวั เราผ้ปู ระกอบความเพยี รเพ่ือความหลดุ พน้ ไมใ่ ช่เพยี รเพอ่ื อยใู่ นวัฏวน จงมสี ติ
ประจ�ำตัว อบุ ายวธิ เี ปลยี่ นแปลงของการภาวนาน้นั มันแล้วแตจ่ ะปลกุ ใจตนเองด้วย
อบุ ายวธิ ใี ดทจ่ี ติ จะมคี วามสนใจจดจอ่ และสตจิ ะสบื เนอื่ งกนั ตอ้ งพลกิ แพลงเปลย่ี นแปลง
หลายทา่ หลายทาง แมค้ ำ� บรกิ รรมกม็ ใิ ชจ่ ะเปน็ คำ� เดยี วแตต่ น้ จนตลอดไป ผฉู้ ลาดตอ้ ง
หาอบุ ายเปลย่ี นแปลงไปตามทเ่ี หน็ ควรในจงั หวะนนั้ ๆ ทงั้ นแ้ี ลว้ แตอ่ บุ ายของสตปิ ญั ญา
น่ีก็เคยท�ำมาอย่างน้ันเหมือนกันไม่ใช่ไม่เคยท�ำ ส่ิงท่ีน�ำมาสอนมีแต่ส่ิงที่เคยปฏิบัติ
ดำ� เนนิ และเหน็ ผลมาแลว้ ทงั้ สนิ้ จงึ กลา้ สอนตามความเปน็ จรงิ ไมค่ ดิ กลวั วา่ จะผดิ ไป
การพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา กไ็ มว่ า่ ภายนอกภายในในสตปิ ฏั ฐานสี่ กาเยกายานปุ สสฺ ี
วหิ รต,ิ อชฺฌตตฺ า วา กาเยกายานุปสฺสี วหิ รต,ิ พหิทธฺ า วา กาเยกายานปุ สฺสี วิหรต,ิ
อชฌฺ ตฺตพหทิ ฺธา วา กาเย กายานปุ สฺสี วหิ รติ. พิจารณาท้ังกายนอกกายใน พจิ ารณา
กายนอกบา้ งกายในบา้ ง พจิ ารณาทงั้ กายนอกกายใน ย่อมเปน็ มรรคท้ังนนั้ ถกู ต้อง
ทง้ั นั้นแหละ เวทนาก็เหมือนกัน เวทนานอกเวทนาใน เวทนานอกทีเ่ ขาเปน็ ทกุ ข์กัน
แตเ่ วทนานอกของคนอน่ื เวลาเป็นทุกข์เป็นสุขถา้ เขาไมแ่ สดงอาการออกมา เราก็ไมร่ ู้
245
แตส่ �ำหรบั การปฏิบัติแลว้ เราถือกายเวทนาเปน็ เวทนานอก จติ เวทนาเป็นเวทนาใน
สำ� หรับการปฏบิ ัตเิ รามคี วามรู้สึกแนใ่ จอย่างน้ี
ก็ไม่ปฏิเสธเรื่องเวทนานอก เช่น เขาร้องห่มร้องไห้แสดงทุกขเวทนาขึ้นมา
แตอ่ ันน้ันมันห่างไกลมากตอ่ สตปิ ฏั ฐาน ๔ ที่มอี ยูก่ ับตัวของเราอยา่ งสมบูรณ์อยู่แลว้
ถา้ เวทนาในเวทนานอกไมม่ อี ยใู่ นกายในจติ นจ้ี ะมอี ยทู่ ไ่ี หน สตปิ ฏั ฐาน ๔ กไ็ มส่ มบรู ณล์ ะซิ
นีส่ ตปิ ฏั ฐาน ๔ มสี มบรู ณแ์ ต่ละคนๆ นอกจากไม่ฟนื้ ข้นึ มาพิจารณาให้เหน็ เด่นชัด
เท่าน้นั เช่น ทกุ ข์ สมทุ ัย นิโรธ มรรค กม็ ีอยูใ่ นกายในจติ อันเดยี วกันนี้ มีสมบูรณ์
อยแู่ ลว้ สตปิ ฏั ฐาน ๔ กม็ อี ยใู่ นกายในจติ สมบรู ณอ์ ยแู่ ลว้ ถา้ ลงเปน็ ทแี่ นใ่ จวา่ สมบรู ณ์
อยแู่ ลว้ น้ี แมจ้ ะพจิ ารณาเรอื่ งนอกเขา้ มาประกอบกนั ดงั ทเี่ คยไดอ้ ธบิ ายไวแ้ ลว้ กไ็ มม่ ี
อะไรขดั ขอ้ ง แตใ่ หเ้ หน็ อยา่ งนน้ั อยา่ ไปเหน็ ขดั แยง้ ตอ่ ธรรม ใครจะพจิ ารณาไปทางไหน
ได้ท้ังนั้น ขึน้ อยู่กับความฉลาด พระพทุ ธเจ้าไม่ได้สอนคนให้โง่
เอาให้จรงิ ใหจ้ ังซิ ให้เห็นกเิ ลสหลุดลอยไปด้วยสตปิ ัญญาของเราจรงิ ๆ เพราะ
เป็นไปได้จริงๆ เช่น พิจารณาอสุภะก็เอาจริงๆ จนเกิดความสลดสังเวชน�้ำตาร่วง
อสุภะเป็นอย่างนเ้ี หรอๆ เห็นกายเหน็ อย่างนี้เหรอ มนั ออกอทุ านภายในใจข้ึนมาเอง
เพราะมนั เป็นจรงิ ๆ ร้เู หน็ จริงๆ และสลดสงั เวชขน้ึ มาภายในใจ แลว้ ร่างกายก็เปื่อย
พังทลายลงไปๆ สติปัญญาจ่อลงไปตรงไหน เหมือนกับเอาไฟเผาพร้อมๆ กันไป
กระจายลงไป เปอ่ื ยลงไปใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจน จากอสภุ ะกแ็ ปรลงไปเปน็ ธาตุ มแี ตธ่ าตุ
กับจิตเท่าน้นั เมอื่ รา่ งกายสลายลงไปหมดแล้ว
แต่อย่าไปคิดคาดคิดหมายกับการอธิบายน้ีนะ ไม่ถูก จะเป็นสัญญาอารมณ์
พิจารณาจนมนั ลงถงึ ทส่ี ุดของมนั ในข้นั นี้แลว้ จิตจะเขา้ ใจไดอ้ ยา่ งชัดเจนพร้อมดว้ ย
ความอศั จรรยเ์ กนิ คาดวา่ โธม่ แี ตข่ องปฏกิ ลู เตม็ รา่ งกายทกุ สว่ น จากนนั้ กแ็ ปรเปน็ ธาตุ
ดนิ น�้ำ ลม ไฟ มันหลงอะไรเมอ่ื เปน็ อยา่ งนี้ ไปเสกสรรปัน้ ยอมันหาอะไร ความจรงิ
มนั มไิ ดเ้ ปน็ ไปตามความเสกสรรนน่ั เลย มนั เปน็ ดงั ทพี่ จิ ารณารเู้ หน็ อยเู่ ดย๋ี วนตี้ า่ งหาก
ความเสกสรรนน้ั มนั คอื ของปลอมจากกเิ ลสลว้ นๆ เพราะกเิ ลสมอี ำ� นาจมากแหลมคม
มากทเี ดยี ว ของไมส่ วยไมง่ ามมนั กเ็ สกสรรวา่ สวยวา่ งาม เรากเ็ ชอื่ มนั ของ อนจิ จฺ ํ เปน็ ของ
246
ไมเ่ ทยี่ ง แปรสภาพอยตู่ ลอดเวลา มนั กเ็ สกเปา่ วา่ เปน็ ของจรี งั ถาวร เปน็ สตั ว์ เปน็ บคุ คล
เปน็ เราเปน็ เขาไปไดอ้ ยา่ งไมอ่ ายความจรงิ คอื ธรรมบา้ งเลย ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า พระพทุ ธเจา้
สอนไวว้ า่ เปน็ ทกุ ข์ ไมใ่ ชเ่ ราไมใ่ ชข่ องเรา ไมใ่ ชเ่ ขาไมใ่ ชข่ องเขา ไมใ่ ชข่ องใคร กเิ ลสกไ็ ป
ลบลา้ งให้เป็นตามมันเสียสิ้น
เหมือนเทวทัตที่ลบล้างศาสดาลบล้างศาสนาน่ันแล ทุกวันน้ีมันก�ำลังลบล้าง
อยา่ งน้นั แหละ เชน่ หาวา่ ศาสนาเปน็ ยาเสพตดิ เป็นต้น มนั ลบล้างแบบกิเลสลบลา้ ง
ธรรมนน่ั แล ปากวา่ อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า แตจ่ ติ ไมไ่ ดร้ เู้ หน็ ไปตาม อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า
แต่มันไปตามแบบกิเลสกันท้ังน้ัน และลบล้างธรรมของตัวเองให้งอกเงยขึ้นไม่ได้
อสภุ ะอสภุ งั ความจรงิ กเ็ หน็ กนั อยา่ งชดั ๆ ไมป่ ดิ บงั เลย มอี ยทู่ กุ ตวั สตั วบ์ คุ คล แตใ่ จ
กไ็ ม่เหน็ วา่ เปน็ อสภุ ะอสุภัง มนั เห็นเปน็ ของสวยของงามไปเสีย จึงเปน็ เรื่องของกเิ ลส
ลบลา้ งธรรมทงั้ นน้ั ถา้ ไดร้ ตู้ ามเรอ่ื งของธรรมจรงิ ๆ ทท่ี า่ นสอนไว้ ใครจะมาฝนื แบกหาม
อุปาทานให้มันกดถ่วงจิตใจให้ทุกข์ร้อนแทบล้มแทบตายทั้งวันท้ังคืนอยู่อย่างนี้ล่ะ
มนั ตอ้ งสลดั ปดั ทงิ้ ดว้ ยกนั ทงั้ นนั้ แหละคนเรา ถา้ เหน็ โทษเหน็ ภยั จากการพจิ ารณาจรงิ ๆ
ตามหลักธรรมไม่สงสัยแล้ว เม่ือไม่มีกิเลสตัวจอมปลอมร้ายแรงขัดแย้งหลักธรรม
ภายในใจแลว้ จะเหน็ ความจรงิ โดยลำ� ดบั ๆ ใจจะปลอ่ ยวางวา่ งเปลา่ ไปเรอ่ื ยๆ มคี วามสบาย
หววิ ปญั ญากพ็ งุ่ ตวั ไดส้ ะดวก เอา้ มนั ขดั ทตี่ รงไหน มนั ขอ้ งทต่ี รงไหน ตามแกต้ ามปลด
มันจนได้
รปู กายทง้ั กายกค็ อื กองรปู อยแู่ ลว้ แยกแยะออกดทู ง้ั เรอื่ งอสภุ ะอสภุ งั ตลอดเสน้
เอ็นช้นิ เล็กชนิ้ นอ้ ยทต่ี ่อกนั เป็นร่างกาย มนั กเ็ ห็นทุกชนิ้ ทุกอันน่ะซิ อวัยวะสว่ นต่างๆ
ท่ีติดต่อกันเป็นก้อนเป็นกลุ่มจนเป็นร่างเป็นกายอยู่เวลาน้ี ก็อาศัยเส้นเอ็นรัดรึงไว้
หนงั หุ้มห่อไว้เท่าน้นั มันเหมือนผา้ คลมุ ศพน้ันแล ผา้ คลมุ ศพมนั เปน็ ของดิบของดี
อะไรบ้าง ฟงั ว่าศพๆ อนั นม้ี นั ก็หนังหมุ้ กระดูก หมุ้ เน้ือ หุ้มของสกปรกโสโครกไว้
มันจึงเหมือนผ้าห่อศพไว้น้ันแหละ ผิดอะไรกับผ้าหุ้มห่อศพ พิจารณาหยั่งปัญญา
ลงใหถ้ งึ ความจรงิ ใหเ้ หน็ ความจรงิ อยา่ งนซี้ ิ ใจกถ็ อนของมนั เอง อปุ าทานจะหนาแนน่
ขนาดไหน มันก็เหมอื นกับความมดื นีแ่ หละ จะมืดขนาดไหน มดื มานานกี่กปั กี่กัลป์
247
กต็ าม พอเปดิ ไฟจา้ ขน้ึ เทา่ นน้ั ความมดื แตกกระจายไปหมด นเ่ี มอื่ ปญั ญาความสวา่ ง
ไดห้ ยง่ั ลงตรงไหนแล้ว ความมดื คือกเิ ลสมนั แตกกระจายไปหมด นตถฺ ิ ปญฺ าสมา
อาภา ท่านว่าแสงสว่างเสมอด้วยปัญญาน้ีไม่มี ไม่มีอะไรสว่างเสมอด้วยปัญญา
พระอาทติ ยก์ ส็ อ่ งมาแตท่ แ่ี จง้ เทา่ นนั้ แตท่ ม่ี ดื พระอาทติ ยไ์ มต่ ามสอ่ งได้ สว่ นปญั ญานี้
ส่องได้ตลอดทะลุปรโุ ปรง่ ไปหมด จึงเรยี กว่า โลกวทิ ู รู้แจ้งเห็นจริงโลกทง้ั สาม
เราพิจารณารู้เห็นในขันธ์ในใจเราแจ้งชัดฉันใด สิ่งภายนอกเหล่านั้นก็ฉันนั้น
เหมือนกันไปหมด แทงทะลุไปหมดด้วยปัญญาท่ีซึ้งภายในใจ การพิจารณากาย
พจิ ารณาอยา่ งทวี่ า่ นี้ กายในกายนอกเหมอื นๆ กนั รใู้ นรนู้ อกทะลถุ งึ กนั หมด เราถนดั
ทางไหน ถนดั ทางอสภุ ะ กฟ็ าดลงไปใหเ้ หน็ เปน็ กองอสภุ ะอสภุ งั ปฏกิ ลู โสโครกเตม็ เนอื้
เต็มตวั ไปหมด มแี ตก่ องอสภุ ะท้งั นัน้ ถ้าเราไม่นอนใจถกู กลอ่ มจากกิเลสให้หลับอยู่
ตลอดเวลาเทา่ นนั้ มนั ตอ้ งรู้ เวลาพจิ ารณาเขา้ ใจแลว้ กป็ ลอ่ ย มนั ไมฝ่ นื ถอื ตอ่ ไปไดห้ รอก
ที่ยึดถือก็เพราะความไม่รู้ เพราะความส�ำคัญม่ันหมายไปตามกิเลสให้มันมัดแน่น
โดยส�ำคญั ว่าเปน็ สัตวเ์ ปน็ บุคคล เปน็ เราเป็นของเราเสยี ทุกชิน้ ทุกอนั อะไรก็เหมาวา่
เปน็ เราเปน็ ของเรา อปุ าทานเขา้ ไปแทรกไปสงิ อยหู่ มดทกุ สรรพางคร์ า่ งกาย ธรรมเลย
หาท่ีแทรกไม่ได้ ใจทง้ั ดวง กายทัง้ ร่าง ส่ิงเกี่ยวขอ้ งท้งั มวล มแี ตก่ ิเลสตัวเปน็ เราเปน็
ของเราเข้ามดั ไว้หมด ไม่มองเหน็ ของจริงแมน้ ดิ บา้ งเลย
เม่ือปัญญาสอดแทรกเข้าไปตามท่ีท่านสอนไว้แล้ว สิ่งเหล่าน้ันก็ค่อยกระจาย
ออกไปๆ สดุ ทา้ ยกเ็ ขา้ ใจไดอ้ ยา่ งเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย รรู้ อบขอบชดิ สละคนื ปฏนิ สิ สฺ คโฺ ค
ตามของเดมิ เขาเสยี อนาลโย หมดความหว่ งใยอาลยั เสยี ดาย เพยี งขน้ั นกี้ เ็ ปน็ ความสขุ
มากแลว้ ใจเบาแลว้ ใจเบาแสนเบา ถา้ พดู ถงึ การคา้ ขายกม็ กี ำ� ไรมาก ตงั้ ตนเปน็ เศรษฐี
ไดแ้ ล้วในข้นั น้ี
ทนี่ ข่ี น้ั มหาเศรษฐี เอา้ สติ ปญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร ฟาดลงไป ความสขุ ความทกุ ข์
มนั มอี ยใู่ นขนั ธ์ มนั กส็ กั แตเ่ วทนา ฟงั ซทิ า่ นพดู เวทนา คอื ความเสวย มนั แสดงขนึ้ มา
ให้เราผยู้ ังหลงยงั ยึดเสวย สขุ เกดิ ขนึ้ ก็ดับไป แน่ะ เอาสาระอะไรกบั มนั ทกุ ขเ์ กิดข้นึ
ตั้งอยู่ ดบั ไป อเุ บกขาเฉยๆ เกดิ ขึ้น ต้งั อยู่ ดับไป ทง้ั ทางกายและจติ ใจ เอาเป็นสตั ว์
248
เปน็ บคุ คล เอาเปน็ เราเปน็ ของเราทไ่ี หนได้ ถา้ หยงั่ ลงดว้ ยปญั ญาแลว้ มนั ตอ้ งเหน็ เปน็
ความจรงิ แตล่ ะอย่างๆ ไปโดยล�ำดับไมส่ งสัย
สญั ญา สญั ญานเ้ี ปน็ ของละเอยี ดมาก ในวงขนั ธห์ า้ รสู้ กึ สญั ญาละเอยี ดมากทเี ดยี ว
ในวงผปู้ ฏบิ ตั ทิ งั้ หลายตอ้ งไดพ้ จิ ารณาอยา่ งละเอยี ดลออกวา่ จะเขา้ ใจและปลอ่ ยวางได้
มนั คอ่ ยซมึ ซาบออกไปวาดภาพหลอกเจา้ ของไดอ้ ยา่ งแยบยลมาก สงั ขารยงั มกี ระเพอ่ื ม
ขณะทจ่ี ะปรงุ มนั รสู้ กึ มอี ะไรๆ ภายในจติ แลว้ กระเพอื่ มตวั ออกมาเปน็ ความปรงุ แต่
สญั ญานไ้ี มก่ ระเพอ่ื มเลย คอ่ ยๆ ซมึ ซาบออกไปดว้ ยความละเอยี ด เวลากำ� หนดลงไป
จะปรากฏเป็นภาพหลอกเจา้ ของอยู่แลว้
จติ ใจกอ็ ยกู่ บั ขนั ธห์ า้ นแ้ี หละ เอาขนั ธห์ า้ นเี่ ปน็ เครอ่ื งหลอกตวั เอง หลอกเรอื่ งนนั้
หลอกเรอื่ งนี้ หลอกเรอ่ื งสตั วเ์ รอื่ งบคุ คล เรอื่ งอะไรตอ่ อะไร สญั ญานห่ี มายวาดภาพไว้
สงั ขาร กค็ ดิ ไปปรงุ ไปตามมนั โนน่ เวลาถงึ ขน้ั ทคี่ วรรไู้ ดม้ นั รเู้ องเพราะอำ� นาจของปญั ญา
นน่ั แล สญั ญาจะวาดภาพไปไหน พอกำ� หนดรทู้ นั ดว้ ยปญั ญามนั กถ็ อยตวั เขา้ มา เขา้ มา
อยู่ทจี่ ิตนี้ ภาพกห็ ายไป ภาพอะไรขึ้นมาปรากฏ เวลาตามกำ� หนดพิจารณาเข้าจรงิ ๆ
ภาพเหลา่ นน้ั จะยน่ เขา้ มาๆ สจู่ ติ จงึ เปน็ ความจรงิ วา่ ภาพเหลา่ นอี้ อกไปจากจติ เหน็ ได้
อยา่ งชดั เจน จะภาพอะไรๆ กต็ าม มันออกไปจากใจ ใจเป็นผไู้ ปปรงุ หลอกตัวเอง
ตา่ งหาก ภาพอนั แทจ้ รงิ นนั้ ไมม่ ี มนั มอี ยกู่ บั สญั ญา สงั ขารทป่ี รงุ หลอกตวั เองตา่ งหาก
ภาพที่เราวาดข้ึนน้ันมันเป็นข้ึนจากใจ แล้วก็หลงและต่ืนเงาจากภาพท่ีเกิดขึ้นกับตน
ไม่มีวันเบื่อหน่ายอ่ิมพอ ใจถือเอาอาการของขันธ์ห้าท่ีแสดงอยู่น้ีมาเป็นเครื่อง
เพลดิ เพลินลุ่มหลง เศร้าโศกเสียใจ เปน็ อยู่อยา่ งนต้ี ลอดกปั ตลอดกลั ป์
วญิ ญาณ กร็ แู้ ยบ็ ๆ ขณะทสี่ มั ผสั กบั สงิ่ ภายนอก พอรบั รแู้ ลว้ กด็ บั ไป ขณะทสี่ งิ่
ภายนอกดบั ไป และดบั ไปพรอ้ มๆ เหมอื นแสงหงิ่ หอ้ ยหรอื แสงฟา้ แลบ คดิ ไปพจิ ารณาไป
ทวนไปทวนมา ทวนกระแส พลกิ หนา้ ยอ้ นหลงั ดว้ ยอบุ ายของปญั ญาเพราะความไมไ่ วใ้ จ
ในสิ่งเหล่าน้ี เพ่ือทราบความจริงของสิ่งเหล่าน้ีด้วยความสนใจ พิจารณาไม่หยุด
กร็ จู้ นได้ เมอ่ื รแู้ ลว้ กเ็ ปน็ ขนั ธห์ า้ อยอู่ ยา่ งนน้ั แหละ เราไมร่ ู้ มนั กเ็ ปน็ ของมนั อยนู่ นั้ แตม่ นั
เปน็ เรอื่ งของสมทุ ยั ถา้ ไม่รไู้ ม่เข้าใจ เพราะมนั ออกมาจากใจสมุทยั โนน่ สมุทยั แท้ๆ
กิเลสแท้ๆ อย่ทู ใ่ี จ
249
การพจิ ารณาธรรมขนั้ นเี้ ปน็ ความเพยี รอตั โนมตั ิ คอื หมนุ ตวั ไปเองไมต่ อ้ งบงั คบั
เหมอื นข้ันเร่ิมแรกทกี่ ำ� ลังลม้ ลกุ คลุกคลาน เพราะกิเลสมีก�ำลงั มาก มนั ฉดุ ลากเอาไว้
ไม่ให้พากเพียร พอมาถึงขั้นกิเลสตาย ที่ยังเหลือก็หมอบและซ่อนตัว สติปัญญา
มกี ำ� ลงั มาก จงึ หมนุ ตวั ไปเองโดยไมม่ กี เิ ลสตวั ใดมาคดั คา้ นตา้ นทาน สตปิ ญั ญาพจิ ารณา
เขา้ ไปตตี ะลอ่ มเขา้ ไป เขม้ งวดกวดขนั เขา้ ไปโดยลำ� ดบั ๆ จนเขา้ ใจเปน็ ระยะๆ เปน็ วรรค
เป็นตอน กเิ ลสก็แคบ งานก็มวี งแคบเขา้ ไปตามๆ กนั และแคบเข้าไปๆ สดุ ทา้ ยกเิ ลส
ทเี่ หลอื กร็ วมตวั เขา้ ไปกองอยใู่ นหวั ใจดวงเดยี ว แยบ็ ออกมากร็ วู้ า่ มนั ออกจากใจนน้ั เสยี
ออกไปทางด้านสัญญาก็ไปไม่ได้ ออกไปทางด้านสังขารเป็นเร่ืองเป็นราวก็ไปไม่ได้
เพราะสตปิ ญั ญาทนั อยทู่ กุ ระยะ พอปรงุ แยบ็ ออกมาเหมอื นแสงหง่ิ หอ้ ยมนั กด็ บั ไปพรอ้ ม
เมอื่ สตทิ นั แลว้ เรอื่ งราวกไ็ มส่ บื ตอ่ กนั ไปยดื ยาว สตริ ทู้ นั กด็ บั ของมนั รทู้ นั กบั รเู้ ทา่ พรอ้ ม
อยดู่ ว้ ย สตปิ ญั ญาก็ฟาดฟนั หั่นแหลกกนั ลงไปตรงนั้น สุดทา้ ยกเ็ หลอื แต่ อวิชชา
อวชิ ชากบั จติ มนั เปน็ อนั เดยี วกนั ถา้ สงวนจติ กส็ งวนอวชิ ชาดว้ ยนน่ั แล เพราะกำ� ลงั
กลมกลืนเป็นอันเดยี วกนั รกั จติ สงวนจติ ก็รักอวิชชาสงวนอวชิ ชา ติดจติ ก็ติดอวชิ ชา
หลงจติ กห็ ลงอวชิ ชา เพราะมนั อยดู่ ว้ ยกนั ถงึ ขน้ั นแ้ี ลว้ สตปิ ญั ญาทำ� งานไมต่ อ้ งบงั คบั
นอกจากรงั้ เอาไวใ้ หอ้ ยใู่ นความพอดแี ละใหเ้ ขา้ พกั สงบในสมาธติ ามเวลาทค่ี วร ไมใ่ ห้
บกุ งานจนเกนิ ไป จติ ขน้ั นม้ี แี ตจ่ ะไปทา่ เดยี ว มแี ตจ่ ะเอาใหท้ ะลทุ า่ เดยี ว ทจ่ี ะถอยยอ้ นไป
ขา้ งหลงั ไมม่ เี ลย เปน็ อกปุ ปฺ ฯๆ มาโดยลำ� ดบั จนกระทง่ั ถงึ จดุ พอตวั แลว้ กล็ งนวิ เคลยี ร์
หรอื ปรมาณซู ิ ปญั ญาขนั้ นวิ เคลยี ร์ข้ันปรมาณูตมู ลงไปตรงน้นั อวชิ ชากแ็ หลกแตก
กระจายไปหมดราวกบั โลกธาตหุ วน่ั ไหว (ความจรงิ โลกธาตภุ ายในจติ ถนดั กวา่ ทอี่ นื่ ๆ)
ทนี หี้ มดละ เชอื้ ทเี่ คยเกดิ เคยตายมากภ่ี พกช่ี าตกิ ก่ี ปั กกี่ ลั ป์ กเ็ หน็ ไดอ้ ยา่ งประจกั ษ์
วา่ บดั นไี้ มม่ อี กี แลว้ เรอื่ งความเกดิ ความตายตอ่ ไป เพราะเชอื้ ทจี่ ะพาใหเ้ กดิ ใหต้ าย คอื
อวชิ ชานไ้ี ดถ้ กู ทำ� ลายโดยสน้ิ เชงิ แลว้ นน่ั แลทที่ า่ นวา่ วสุ ติ ํ พรฺ หมฺ จรยิ ,ํ วมิ ตุ ตฺ สมฺ ึ วมิ ตุ ตฺ มติ ิ
าณํ โหต.ิ เสรจ็ งานทแี่ สนลำ� บากแสนตะเกยี กตะกาย แทบจะไปจะอยู่ สนิ้ เสรจ็ ในขณะ
อวชิ ชาตกบลั ลงั กจ์ ากใจ เมอ่ื จติ หลดุ พน้ แลว้ ญาณความรแู้ จง้ ชดั วา่ จติ หลดุ พน้ แลว้
ย่อมปรากฏข้ึนในขณะน้ัน น่ีงานของพระเราสิ้นสุดลงท่ีตรงน้ี ไม่ส้ินสุดที่ตรงไหน
250
สนิ้ สดุ ตรงนเี้ อง อวชิ ชาแตกกระจายลงไปแลว้ กเ็ รยี กวา่ ขา้ ศกึ ทรี่ บกนั นน้ั หมดฤทธแิ์ ละ
ตายเกลย้ี งไมม่ เี หลอื แลว้ สตปิ ญั ญาทห่ี มนุ ตวั เปน็ เกลยี วกห็ มดภาระไปเอง หมดปญั หา
ไปเอง เพราะไมไ่ ดฆ้ า่ กเิ ลสตวั ใดอกี แลว้ กเิ ลสตวั ไหนจะมาใหฆ้ า่ อกี เพราะมนั ฉบิ หาย
หมดแล้ว จอมวฏั จักรสน้ิ สดุ ลงไปแลว้ ก็หมดเท่าน้นั
ผลแหง่ งานของเราทท่ี ำ� มามากนอ้ ยหนกั เบาขนาดไหน เปน็ ธรรมเกนิ คา่ เมอื่ มาถงึ
ตรงนี้แลว้ หมดอดีต อนาคต ไม่ส�ำคัญมั่นหมาย ปัจจุบันกร็ ้เู ทา่ ชดั เจนทกุ อยา่ งแล้ว
หมดทงั้ อดตี ทัง้ อนาคต ท้งั ปัจจบุ นั ปัญหาไมม่ ี แมย้ ังมีชีวติ อยู่ ทา่ นกไ็ ม่มีปัญหา
ตาย ทา่ นกไ็ มม่ ปี ญั หาสำ� หรบั ทา่ นทรี่ อู้ ยา่ งนนั้ แลว้ จะตายดว้ ยเหตผุ ลกลไกอะไรกต็ าม
ไมม่ ีปัญหา เมือ่ ถงึ ข้ันหมดปญั หาแล้วไมม่ ีปญั หาทง้ั นัน้ สำ� หรับพระอรหนั ต์ท่านตาย
ดว้ ยเหตนุ เี้ อง ทา่ นจะยนื นพิ พานกไ็ ด้ เดนิ นพิ พานกไ็ ด้ นงั่ นพิ พานกไ็ ด้ นอนนพิ พานกไ็ ด้
ตามอธั ยาศยั แหง่ ความถนดั ใจของทา่ นแตล่ ะองคๆ์ ทที่ า่ นจะทำ� ในวาระสดุ ทา้ ยแหง่ ขนั ธ์
จะแตกสลาย
ดงั ทา่ นอาจารยม์ น่ั ทา่ นแสดงทเ่ี ราเขยี นไวใ้ นประวตั ทิ า่ นนน้ั เพราะเหตไุ ร เพราะ
ทกุ ขเวทนาอนั เปน็ สมมตุ ภิ ายนอกนี้ ไมส่ ามารถเขา้ ไปเหยยี บยำ่� ทำ� ลายจติ ใจของทา่ น
ใหก้ ำ� เรบิ ใหห้ วนั่ ไหวได้ แลว้ ทำ� ไมทา่ นจะทำ� นพิ พานตามอธั ยาศยั ของทา่ นไมไ่ ด้ เพราะ
จิตท่านอยเู่ หนือสมมตุ ิแล้วน่ี เวทนาก็เปน็ สมมุติ ทุกขเวทนามนั มอี ยูเ่ พียงรา่ งกายน้ี
เทา่ นนั้ ไมส่ ามารถเขา้ ไปทบั ถมจติ ใจของทา่ นใหห้ วนั่ ไหวไปไดเ้ ลย ทา่ นทำ� ไมจะทำ� ตาม
อธั ยาศยั ของทา่ นไมไ่ ดล้ ะ่ นพิ พานทา่ ไรกเ็ อาซิ ในวาระสดุ ทา้ ย กเิ ลสตวั ใดจะมาขดั ขวาง
ทา่ นไดอ้ กี เมอื่ มนั ตายดว้ ย กสุ ลา ทา่ นปราบเรยี บแลว้ พวกเรามนั พวกตาบอด หหู นวก
ใจห้องน�้ำห้องส้วมท่ีแสนสกปรกโสมม ยังไปกล้าให้คะแนนท่านตัดคะแนนท่านว่า
เปน็ ไปไมไ่ ด้ ท่ถี กู ควรเปน็ อย่างน้นั อยา่ งนี้ ไมอ่ ายตาบอดของตวั บา้ งหรือทกี่ ล้าไปจูง
คนตาดนี ่ะ
ทีไ่ ดม้ าเปน็ ครูเปน็ อาจารยส์ อนหมู่เพ่อื นนี้ ผมเคยเปน็ มาแลว้ ตอนที่จติ มันยัง
ไมไ่ ดเ้ รอ่ื งไดร้ าว มันฝืนเราอย่างหนัก ท้ังๆ ทจ่ี ติ เราตั้งอกต้ังใจขนาดน้ันยงั เปน็ ได้
กิเลสมันถอยใครเมือ่ ไร พอจากทา่ นอาจารย์มั่นไปได้ ๒-๓ วนั จติ มนั ดดี มนั ด้นิ
251
หาเขียงสับยำ� เพอื่ เปน็ อาหารกเิ ลสอยา่ งเห็นได้ชดั ถงึ ทราบได้ชัดว่า อ๋อ...นม่ี นั กาจบั
ภูเขาทอง...ว่าเจ้าของอยู่กับครูบาอาจารย์จิตสงบร่มเย็น พอออกจากท่านมาแล้ว
ไมไ่ ดเ้ รอื่ งไดร้ าว ทำ� ความเพยี รกเ็ ดนิ ไปเฉยๆ ไมม่ อี บุ ายอะไรทจี่ ะแกก้ เิ ลสไดส้ กั ตวั เดยี ว
มแี ตค่ วามฟงุ้ ซา่ นภายในใจ นบั วนั รนุ แรงขน้ึ ทกุ วนั ๆ อยหู่ า่ งทา่ นไมไ่ ด้ ถา้ เปน็ อยา่ งนี้
เราร้แู ลว้ นหี่ นีจากครูบาอาจารยไ์ ม่ได้เม่ือเปน็ แบบน้ี เรารบี กลบั คนื ไปหาทา่ นทนั ที
แต่เดชะบุญ เวลากลับคืนไปท่านไม่เคยต�ำหนิติเตียน ท่านไม่เคยขับไล่ไสส่งเลย
ความจรงิ เราก็ไปภาวนา คิดวา่ ประมาณเดอื นน้ันเดอื นนก้ี จ็ ะกลับมา แต่มันไม่ทันถงึ
เดอื นนนั้ เดอื นนนี้ นี่ า ไฟนรกในใจมนั เผาขน้ึ มากอ่ นน่ี กต็ อ้ งรบี กลบั มา นก่ี ไ็ ดเ้ อาเรอ่ื ง
ที่เคยผา่ นมาแล้วน้ีแหละมาสอนหมูเ่ พอื่ น เพราะจิตใจเราเหมือนๆ กัน
เรอ่ื งของกเิ ลสแลว้ จะไมเ่ ดนิ นอกลนู่ อกทางของกเิ ลสไป จะตอ้ งไปตามทางของ
กเิ ลสโดยตรง ใครอบุ ายทนั กไ็ ด้ ใครอบุ ายไมท่ นั กจ็ มไป เพราะมนั อาจรโิ ย เม ภนเฺ ต โหห,ิ
อายสมฺ โต นสิ สฺ าย วจฉฺ าม.ิ ทา่ นถงึ ไดว้ า่ ...พง่ึ ตวั เองยงั ไมไ่ ด้ ตอ้ งอาศยั ครบู าอาจารย์
เปน็ ทพ่ี งึ่ ไปกอ่ น ๕ พรรษานน้ั ทา่ นพดู ไวพ้ อประมาณ ถา้ ๕ พรรษาลว่ งแลว้ ยงั เปน็ ไป
ไมไ่ ด้ กต็ อ้ งอยเู่ พอื่ ศกึ ษาอบรมกบั ทา่ นผดู้ กี วา่ ตนตอ่ ไป คดิ ดซู ิ พระ ๖๐ พรรษา ทยี่ งั ไมม่ ี
หลกั เกณฑ์ กย็ งั ตอ้ งมาขอนสิ ยั จากผู้ ๑๐ พรรษา แตม่ หี ลกั จติ หลกั ธรรมวนิ ยั ทา่ นบอก
ไว้แล้วในพระวนิ ัย เพราะมันไมส่ �ำคัญอย่กู ับพรรษา แตส่ ำ� คญั ที่ความทรงตัวได้หรือ
ไมไ่ ด้ ส�ำคญั ตรงน้ตี ่างหาก
อยา่ เชอ่ื มนั งา่ ยๆ กเิ ลส เราเคยเชอ่ื มนั มานาน แลว้ ไดผ้ ลอะไรจากการเชอ่ื กเิ ลสน้ี
เราตงั้ ใจจะมาเชอ่ื ธรรม การเชอ่ื ธรรมตอ้ งฝนื กเิ ลสถงึ จะจดั วา่ เชอื่ ธรรมและปฏบิ ตั ติ าม
ธรรมได้ ถ้ายังไม่ฝืนกเิ ลสก็แสดงวา่ เราเชือ่ กเิ ลส ยอมจ�ำนนตอ่ กิเลสร่ำ� ไป ทงั้ ๆ ทวี่ ่า
เราปฏบิ ตั ธิ รรมนนั้ แล เมอื่ จติ ยงั ตง้ั หลกั ไมไ่ ด้ ตอ้ งเปน็ อยา่ งนน้ั ดว้ ยกนั นกั ปฏบิ ตั เิ รา
แมต้ ง้ั หลกั ไดแ้ ลว้ กย็ งั มคี วามจำ� เปน็ โดยลำ� ดบั เกยี่ วกบั ครบู าอาจารยท์ ต่ี นจะตอ้ งศกึ ษา
ตอ่ ไป ไมใ่ ชว่ า่ ตงั้ หลกั ไดแ้ ลว้ จะไมม่ คี วามจำ� เปน็ กบั ครอู าจารย์ มนั จำ� เปน็ ตามขน้ั ของจติ
ของธรรมน่นั แล
252
เมอื่ พดู ตามความจรงิ แลว้ มนั หนจี ากทา่ นไมไ่ ด้ ยง่ิ จำ� เปน็ มากขน้ึ ตามขน้ั ของจติ
ของธรรมภายในใจ นี่ผมก็เคยเปน็ มาแลว้ ในขนั้ ท่พี อตง้ั ตวั ได้ เชน่ จิตมคี วามสงบ
เปน็ สมาธเิ ปน็ หลกั เปน็ เกณฑใ์ นจติ ใจ ไมว่ นุ่ วายสา่ ยแสก่ บั สงิ่ ภายนอก แตเ่ ราหวงั จะ
กา้ วหนา้ ละซิ จะทำ� ยงั ไงจงึ จะกา้ วหนา้ เพราะอบุ ายวธิ ตี า่ งๆ จะพจิ ารณามนั ไมค่ อ่ ยได้
ความอะไร ล�ำพังตนท�ำเองไมม่ ผี บู้ อกแนะ มันตอ้ งมาอาศยั ทา่ นอีกน่ันแหละ บางที
พจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา มนั ตดิ ขดั อะไรตอ่ อะไร อบุ ายวธิ เี จา้ ของทจี่ ะแกค้ วามตดิ ขดั
ซงึ่ เปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสนน้ั มนั ไมท่ นั มนั ไมพ่ อ มนั กแ็ กไ้ มไ่ ด้ เมอ่ื เวลามาเลา่ ถวายทา่ น
ท่านใส่ปุ๊บเดียวเท่าน่ัน ปัญหาข้อข้องใจนั้นๆ แตกกระจายไปในทันทีทันใดเลย
นี่ก็กิเลสหลุดลอยไปเพราะท่าน เมื่อเป็นเช่นน้ันก็เห็นคุณค่าในการอยู่กับท่านน่ะซิ
จงึ เป็นความจ�ำเป็นไปเรอื่ ยๆ
ดงั ทวี่ า่ กเิ ลสมนั มารวมตวั อยใู่ นจติ ดวงเดยี วนน้ั ถงึ ๘ เดอื น นถ่ี า้ สมมตุ วิ า่ พอ่ แม่
ครูจารย์ยงั มีชวี ติ อยู่ มันจะไมต่ ดิ อยนู่ านขนาดน้ันเลย โนน่ มนั จะพงั ทลายลงตัง้ แต่
ขณะทเี่ รม่ิ ปรากฏอยทู่ วี่ ดั ดอยฯ โนน่ วนั เดอื นสามแรม พอถวายเพลงิ ทา่ นเรยี บรอ้ ยแลว้
กข็ นึ้ ไปวดั ดอยฯ ไปภาวนาอยนู่ นั่ ตอนนนั้ จติ ของเรามนั สวา่ งไสว กอ็ ยา่ งวา่ นนั่ แหละ
คนเป็นบ้าอัศจรรย์ตัวเอง ไม่มีใครอัศจรรย์เท่าเจ้าของอัศจรรย์บ้าในตัวเอง ไม่ใช่
อศั จรรยธ์ รรม แตอ่ ศั จรรยบ์ า้ ความหลงความยดึ จติ เปน็ อวชิ ชา มนั จงึ อศั จรรยต์ วั เอง
เวลาเดนิ จงกรมอทุ านออกมาในใจวา่ แหม...จติ เราทำ� ไมมนั สวา่ งเอานกั หนานะ รา่ งกาย
เรามองดมู นั เหน็ พอเปน็ รางๆ เปน็ เงาๆ เพราะความรทู้ ะลไุ ปหมด สวา่ งไปหมด กอ็ ศั จรรย์
ล่ะซิ เราถงึ วา่ อัศจรรยบ์ า้ วนั นนั้ เปน็ วนั จะฉนั จงั หนั
ระยะน้นั ไมไ่ ดอ้ ดอาหารมากนะ เพราะทอ้ งไม่ดีมาแล้ว อดเพยี ง ๓ วนั มาฉัน
มนั กถ็ า่ ยแลว้ นน่ั กอ็ ด ๓ วนั ตอนนนั้ พรรษา ๑๖ เพราะเรอื่ งอดอาหารเราเรมิ่ สมบกุ
สมบันมาตั้งแต่เร่ิมปฏิบัติอยู่แล้ว นิสัยของเราเองมันถูกกับการทรมานด้วยการ
อดอาหาร วันน้ันไม่ได้บณิ ฑบาต ทา่ นอาจารย.์ ..ท่านอนุญาตใหช้ าวบ้านมาใสบ่ าตร
วันพระในวัดทุกๆ วันพระท่ีวัด วันน้ันพอดีเป็นวันท่ีจะฉัน พอได้อรุณแล้วก็ออก
จากกฏุ ไิ ปเดินจงกรมทางด้านตะวนั ตก เดินอยจู่ นกระทั่งถึงเวลาบิณฑบาต เดนิ ไป
253
เดินมาและร�ำพึงข้ึนมาว่า เอ...จิตนี่ท�ำไมอัศจรรย์นักหนานะ มันสว่างไสวเอามาก
น่ีถ้าพ่อแม่ครูจารย์ยังอยู่ จิตอวิชชาดวงสว่างไสวมันจะพังทลายลงไปต้ังแต่ระยะ
นัน้ แหละ มันจะขาดสะบั้นไปเลย น่กี เ็ พราะอุบายเราไมท่ นั มิหนำ� ยงั ติดยังยึดมนั เขา้
เสยี อกี
พอนึกว่าจิตอัศจรรย์นักหนาอย่างน้ัน ขณะจิตหน่ึงผุดขึ้นมาอย่างไม่คาด
ไมฝ่ นั วา่ “ถา้ มจี ดุ มตี อ่ มแหง่ ผรู้ อู้ ยทู่ ไ่ี หน นน้ั แลคอื ตวั ภพ” เพยี งเทา่ นน้ั เราเลยงงเปน็
ไกต่ าแตกไปเลย แทนทจ่ี ะไดอ้ บุ ายจากอบุ ายนน้ั เลยไมไ่ ด้ ยงั กลบั เพมิ่ ความสงสยั เขา้
ไปอกี แหม...เมอ่ื เรามาพจิ ารณาทหี ลงั อบุ ายนถ้ี กู ตอ้ งจรงิ ๆ แตป่ ญั ญาเรามนั โงต่ า่ งหาก
จงึ ไมท่ นั กบั อบุ ายทผี่ ดุ ขนึ้ มาบอกนน้ั เมอ่ื รำ� พงึ ถงึ เรอื่ งความอศั จรรยข์ องจติ พอหยดุ ลง
เทา่ น้นั อุบายก็ผุดขึ้นมาเปน็ ค�ำๆ เป็นประโยคๆ ทเี ดยี วนะ (นถี่ ้าเป็นท่านผรู้ ้ผู ู้ฉลาด
ทา่ นกว็ า่ “ธรรมเกดิ ” แตเ่ รามนั โง่ จงึ ไมอ่ าจคดิ ขน้ึ ได)้ จากนนั้ มาไมล่ มื เลยวา่ “ถา้ มจี ดุ
มตี อ่ มแหง่ ผรู้ อู้ ยตู่ รงไหน นนั้ แลคอื ตวั ภพ” วา่ อยา่ งน้ี เรางงเหมอื นไกต่ าแตก แทนทจี่ ะ
เขา้ ใจ กจ็ ดุ สวา่ งไสวนะ่ ซิ มนั มจี ดุ อยนู่ นั้ นะ่ นน่ั แหละคอื จดุ คอื ตอ่ มแหง่ ผรู้ ู้ กม็ นั อยทู่ ่ี
ผู้รนู้ ่นั เอง
ถา้ มจี ดุ มตี อ่ มแหง่ ผรู้ อู้ ยตู่ รงไหน นนั้ แลคอื ตวั ภพ นนั้ บอกชดั ๆ เลยนะ แตเ่ รา
มนั งงเปน็ ไกต่ าแตกไปได้ เอ...จดุ ทไี่ หน ตอ่ มทไ่ี หน เอาอกี แหละ กม็ องเหน็ ชดั ๆ อยแู่ ลว้
เพราะจุดสวา่ งมนั เห็นเปน็ ดวงอยใู่ นจิต สวา่ งจา้ อยูภ่ ายในจิตน้ี พดู งา่ ยๆ กเ็ หมอื น
ตะเกยี งเจา้ พายุ มนั สวา่ งจากไสต้ ะเกยี ง นน่ั ตวั ไสม้ นั ละคอื จดุ ทส่ี วา่ ง มนั กเ็ หน็ อยแู่ ลว้
นก้ี เ็ ปน็ อยา่ งนน้ั มนั สวา่ งจา้ อยกู่ บั จติ จดุ แหง่ ความสวา่ งมนั กเ็ หน็ ไดอ้ ยา่ งชดั ๆ แตม่ นั
ไมจ่ เ้ี ขา้ ตรงนซี้ ิ กลบั ลบู คลำ� ไปทไ่ี หนตามประสาความโงน่ น่ั แล อบุ ายผดุ ขนึ้ มาขนาดนนั้
แล้วนา่ จะยึดได้ มันยงั ไม่เหน็ ยดึ ได้ โงข่ นาดไหนพระเรานะ่
กแ็ บกปญั หานไ้ี ปคนเดยี วทางอำ� เภอบา้ นผอื ทา่ บอ่ ในปา่ ในเขา ทแี รกทา่ นเจา้ คณุ
ธรรมเจดยี ท์ า่ นไปดว้ ย เรากจ็ ำ� เปน็ ใหท้ า่ นไปดว้ ย แตเ่ วลาอยดู่ ว้ ยกนั เรากค็ อยหลกี เลยี่ ง
ทา่ นอยเู่ รอ่ื ย เพราะกลวั ขาดการสบื ตอ่ ทางความเพยี ร ไมค่ อ่ ยมาสนทนาธรรมกบั ทา่ น
บอ่ ยนกั ทา่ นจงึ ไดใ้ สป่ ญั หาเราวา่ “เธอเอย๊ เรากลบั ไปแลว้ เธอกจ็ ะสบายหรอก เธอยงุ่
254
เพราะเรา” ทา่ นวา่ อยา่ งนน้ั คอื เรามนั ไมส่ ะดวกจะอยดู่ ว้ ยใครๆ เวลานนั้ ทา่ นกม็ เี รอ่ื ง
จะพูดจะคุยอะไรกับเราอยู่เร่ือย ส่วนเรามันขาดความเพียร ไม่อยากให้เสียเวลา
เวลาพูดคุยกบั ท่านมนั กช็ ะงักไปบ้างในทางความเพยี ร
พอออกจากทา่ นไป มนั ดดี ผงึ ๆ จงึ ตอ้ งกลบั มาทว่ี ดั ดอยๆ อกี เดอื นเมษายน
มาบวชหลวงตาเริญ พอบวชแลว้ กข็ น้ึ วัดดอยฯ อกี จดุ ต่อมน้ีมนั ถงึ ได้ไปเข้าใจกนั
ตรงนนั้ แหละ ทว่ี ดั เกา่ วดั ทเ่ี กดิ ปญั หานนั่ แล เปน็ แตเ่ พยี งคนละกฎุ เี ทา่ นนั้ พอเขา้ ใจ
อนั นแ้ี ลว้ โฮย้ ...คำ� วา่ จดุ วา่ ตอ่ ม มนั ไมม่ ปี ญั หาอะไรเลย๊ ถา้ สมมตุ วิ า่ มาเลา่ ถวายทา่ น
อาจารย์มัน่ ตรงนป้ี ั๊บ ถา้ พอ่ แม่ครจู ารย์ยงั อยู่นะ ท่านจะใสผ่ างมาทนั ที ทีนีจ้ ะเข้าใจ
ปบุ๊ เดยี ว จุดน้ันกพ็ ังทลายไปเลย นม่ี ันไมเ่ ขา้ ใจ ปัญหากบ็ อกชัดอยูแ่ ล้ว นซ่ี ิถงึ ไดว้ ่า
ความจำ� เปน็ มอี ยทู่ กุ ระยะนา ยงิ่ ละเอยี ดลออเขา้ ไป ถา้ จะพดู ตามแบบโลก ผมมนั ทฐิ สิ งู
นนี่ ะ ใครจะมาสอนสมุ่ สส่ี มุ่ หา้ ไดเ้ หรอ สมมตุ วิ า่ เราเลา่ ใหท้ า่ นผนู้ นั้ ฟงั ตามความจรงิ แหง่
จติ ของเรานี้ ถา้ ผไู้ มเ่ ขา้ ใจกจ็ ะมาสอนเราสมุ่ สสี่ มุ่ หา้ แลว้ ประกาศภมู ใิ หเ้ ราเหน็ หอื ...ภมู ิ
ขนาดนมี้ าสอนเราไดอ้ ยา่ งไร นนั่ มนั บอกในตวั ถา้ ผสู้ งู กวา่ นนั้ ทา่ นจปี้ บ๊ั เราเขา้ ใจทนั ที
ยอมๆ ราบเลย เรอ่ื งจติ นจี่ งึ สำ� คญั ทค่ี รทู อี่ าจารยผ์ ใู้ หก้ ารอบรมสง่ั สอน ผทู้ ที่ า่ นรแู้ ลว้
ไมต่ ้องพดู มากเลย ท่านใสป่ ับ๊ เดยี วไดค้ วาม ใครจะมาสมุ่ ครอบทง้ั หนองทัง้ บงึ ไม่ได้
จะโยนยาใสก่ นั ทั้งต้ทู ัง้ หบี มันไม่ได้ เร่ืองความจ�ำเป็นกบั ครอู าจารย์มันจำ� เปน็ อยา่ งน้ี
ไมว่ ่าขน้ั ไหนๆ
แตม่ นั ต่างกันทีเ่ ราจะออกไปอยคู่ นเดยี วท่หี นง่ึ ที่ใดตามระยะกาล เมื่อมีข้อข้อง
ใจอะไรจงึ คอ่ ยมาถามทา่ นนก่ี ไ็ ด้ มนั ไมย่ งุ่ วนุ่ วายเกยี่ วกบั เรอ่ื งโลกเมอ่ื จติ มหี ลกั แลว้
เปน็ แต่เพยี งวา่ ความก้าวหน้าของเรามันชา้ ...ผิดกัน ปญั หาบางอย่างแก้กนั อยู่ ๒ วัน
๓ วัน แกก้ นั ยังไมต่ ก นน่ั ซิ มนั จะตาย ไมต่ กมันก็ไม่ถอย จะต้องแก้ให้ตกจนได้
นซี่ มิ นั จะตาย เพราะความว่าแพน้ ัน้ มีไม่ได้ ถ้าจะแพ้ใหต้ ายเสยี ดกี วา่ นอกจากตอ้ ง
ทะลโุ ดยถา่ ยเดยี ว ถา้ ไมท่ ะลุ กต็ อ้ งเจาะกนั อยอู่ ยา่ งนน้ั หมนุ ตวิ้ ๆ อยนู่ นั้ ปญั หาเหลา่ นี้
พอเล่าให้ครูบาอาจารย์ฟัง ท่านจี้ปั๊บเท่าน้ัน ทะลุไปเลย ผมเคยได้อุบายจากท่าน
มาแลว้
255
กม็ ที า่ นอาจารย.์ ..องคห์ นงึ่ สามารถแกไ้ ดต้ ลอดทวั่ ถงึ ทางดา้ นจติ ใจ เดยี๋ วนท้ี า่ น
ก็ไมเ่ อาเร่ืองกับใครแลว้ ประการหนึ่ง ก็ไมม่ ีใครไปเลา่ ให้ทา่ นฟัง ทา่ นข้ีเกียจยงุ่ กับ
เร่ืองขี้หมูราข้หี มาแห้ง ทา่ นก็อยสู่ บายๆ ลองมีผู้มีภมู จิ ติ ภมู ิธรรมมีความรู้ความเหน็
ตา่ งๆ ทางดา้ นปฏบิ ตั ไิ ปเลา่ ใหท้ า่ นฟงั ดซู ิ ไมต่ อ้ งสงสยั วา่ เสยี งทา่ นจะไมข่ นึ้ ปง๋ึ ปง๋ั ๆ เพราะ
ทา่ นอยกู่ บั ธรรมเทา่ นนั้ ถา้ ไมต่ ดิ ธรรม ทา่ นกอ็ ยกู่ บั ธรรมเปน็ เครอ่ื งรนื่ เรงิ ระหวา่ งขนั ธ์
กับจติ ทค่ี รองตัวอยู่
อย่างคราวท่ีแล้วผมเอาปัญหาไปแหย่หลวงปู่....พอเราสอดปั๊บ ท่านก็ตอบผึง
มาเลย เพราะปญั หานไี้ ปหาในพระไตรปฎิ กกไ็ มม่ ี เพราะเปน็ ปญั หาปา่ ถา้ ผไู้ มร่ ู้ ตอบไมไ่ ด้
พอถามท่านป๊บั ทา่ นตอบผงึ มาเลย โฮย้ ...ท่านคกึ คกั ตงึ ตังนะ ประมาณ ๑๐ นาทจี บ
พอจบ กถ็ ามทา่ นเขา้ อกี คราวนท้ี า่ นกไ็ ปใหญเ่ ลย นานประมาณ ๔๕ นาที พอจบลงแลว้
ทา่ นพดู วา่ “เอา้ ...ทา่ นมหาคา้ นนะ ถา้ ผดิ ตรงไหนคา้ นนะ” “กระผมไมค่ า้ น กระผมหาฟงั
อยา่ งนแ้ี หละ” ในขณะเดยี วกนั ปญั หานท้ี า่ นกท็ ราบ ถา้ ไมร่ ปู้ ญั หาปา่ เอามาถามไมไ่ ด้
เพราะฉะน้นั ทา่ นจึงไม่จำ� เป็นต้องมาถามเราอกี
นจ่ี งึ ทำ� ใหเ้ ราเชอ่ื ในหนงั สอื ทมี่ อี ยใู่ นธรรมบททกี่ ลา่ วแลว้ กลั ยาณชนไมส่ ามารถ
ตอบปญั หาของพระโสดาบนั ได้ พระโสดาฯ ไมส่ ามารถตอบปญั หาของพระสกทิ าคามไี ด้
พระสกทิ าคามไี มส่ ามารถตอบปญั หาของพระอนาคามไี ด้ พระอนาคามไี มส่ ามารถตอบ
ปญั หาของพระอรหันตไ์ ด้ แมพ้ ระอรหันต์กไ็ มส่ ามารถตอบปญั หาของพระโมคคัลลา
สารีบตุ รได้ ถงึ พระสารบี ตุ ร โมคคลั ลา กไ็ ม่สามารถตอบปัญหาของพระพุทธเจ้าได้
คือความสามารถต่างกัน พอถึงข้ันอรหตั ก็พอแล้ว ส่วนทว่ี า่ พระสารบี ตุ ร โมคคลั ลา
ไมส่ ามารถตอบปญั หาพระพทุ ธเจา้ ไดน้ น้ั หมายถงึ ความกวา้ งแคบลกึ ตน้ื แหง่ ความรนู้ น้ั
ตา่ งกนั นอกจากความบรสิ ทุ ธไ์ิ ปแลว้ ยงั มคี วามลกึ ตน้ื ตา่ งกนั กวา้ งแคบตา่ งกนั ภมู ขิ อง
พระพทุ ธเจา้ เปน็ พุทธวิสัย ภมู ขิ องพระสารีบุตร โมคคัลลา เปน็ สาวกวิสัย จงึ ต่างกนั
สามญั วสิ ัยกับอริยวสิ ยั ก็ผิดกนั แต่ละขน้ั ละภมู ิมเี คล็ดลับประจ�ำขัน้ ภูมินน้ั ๆ
แตก่ อ่ นเรากไ็ มร่ ไู้ มเ่ ขา้ ใจวา่ มเี คลด็ ถามเคลด็ ปบ๊ั กต็ ดิ ดงั พระเรยี นจบพระไตรปฎิ ก
คร้งั พทุ ธกาล แตล่ มื เน้ือลมื ตัว ดูถกู เหยียดหยามพระปฏบิ ตั ิ หาวา่ น่ังหลบั หหู ลบั ตา
256
ไมท่ ำ� ประโยชนอ์ ะไรใหแ้ กโ่ ลก เลยจะเอาปญั หามาถามพระปฏบิ ตั ทิ า่ น หาอบุ ายไลพ่ ระ
ปฏบิ ตั นิ นั่ เอง พระพทุ ธเจา้ ทรงทราบ จงึ เสดจ็ มาทา่ มกลางสงฆท์ ก่ี ำ� ลงั สนั นบิ าตนนั้ วา่
พวกนกี้ ำ� ลงั จะมาทำ� ลายลกู ศษิ ยเ์ ราตถาคต แลว้ มนั จะไปตกนรกกนั ทงั้ หมด ทา่ นไมไ่ ดว้ า่
กลัวพระปฏบิ ัติจะเสยี ท่านวา่ พวกนีจ้ ะตกนรกกันทง้ั หมด พอเสด็จถงึ พระองค์ทรง
ตง้ั ปญั หาขน้ึ ปบ๊ั ถามพวกใบลานเปลา่ ตอบไมไ่ ด้ รบั สงั่ ถามพระปฏบิ ตั ปิ บุ๊ ตอบไดผ้ งึ
ยกปญั หาข้ึนปั๊บ ถามพวกนน้ั นง่ิ เหมอื นคนตายแล้ว ตอบไม่ได้ วกกลบั มาถาม
พระปฏิบตั ิ ตอบได้ปุ๊บๆ ตลอด
จากนนั้ พระพทุ ธเจา้ กแ็ สดงธรรมขนาบเสยี อยา่ งเตม็ ทว่ี า่ “พวกเธอนน้ั นะ่ เหมอื น
กบั ลกู จา้ งเลย้ี งโคใหเ้ ขา ไดค้ า่ จา้ งเพยี งรายวนั ๆ เทา่ นนั้ ไมเ่ หมอื นลกู ของเรา หมายถงึ
พระปฏบิ ตั ิ ซง่ึ เปน็ เจา้ ของโค โคกเ็ ปน็ สมบตั ขิ องตวั นำ้� นมโคกไ็ ดด้ มื่ เตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย
ตามความตอ้ งการ พดู ถงึ เรอื่ งธรรม กเ็ ปน็ เจา้ ของธรรม เปน็ ธรรมสมบตั ิ เปน็ มหาสมบตั ิ
พวกเธอน้ีเพียงแต่เรียนและจดจ�ำมาเฉยๆ ธรรมสมบัติอันแท้จริงยังไม่เคยได้ดื่ม
บ้างเลย ส่วนลกู เราตถาคต ทัง้ ไดป้ ฏิบัติ ทงั้ ไดด้ ่มื ธรรมรสโดยสมบรู ณ์ จงึ ไม่ควร
ประมาท”
ปญั หาทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทรงรบั สงั่ ถาม เปน็ ปญั หาทางดา้ นจติ ถามพวกปรยิ ตั ไิ มไ่ ดเ้ รอื่ ง
พอมาถามพวกปฏบิ ตั ิ ตอบไดผ้ งึ ๆ เลย ปญั หาเราถามหลวงป.ู่ ...เปน็ ปญั หาปา่ ตา่ งหาก
ท่านไม่รู้ท่านไม่เคยอยู่ในป่าท่านจะตอบได้ยังไง เพราะพูดอย่างตรงไปตรงมาแบบ
คนโงๆ่ ก็ไปอ่านหัวใจกันน้ันเอง เราไปหลายหนแล้วพลาดมาทกุ ที เพราะคนมาก
ไปคราวนจ้ี งึ จะใหพ้ ลาดไมไ่ ด้ ทา่ นเองกอ็ ยากทราบภมู จิ ติ ภมู ธิ รรมของพระปฏบิ ตั ขิ อง
ครูบาอาจารยท์ ัง้ หลายเหมือนกัน จึงมกี ารถามถงึ ครอู าจารยท์ ้งั หลายบา้ ง
เราอยากให้หมู่เพ่ือนปฏิบัติให้รู้ภายในใจแล้วมาเล่าให้ฟังนา ผลเป็นยังไง
เราอยากรผู้ ลแหง่ การอบรมสง่ั สอนหมเู่ พอื่ นและการปฏบิ ตั ขิ องหมเู่ พอ่ื น มแี ตผ่ า้ เหลอื ง
มีแต่รูปพระเฉยๆ ไม่มีอรรถมีธรรมในหัวใจไว้เป็นสมบัติของตนออกโชว์กันบ้าง
มันน่าร่ืนเริงน่าอนุโมทนาสาธุการที่ไหน ถ้าเอาจริงเอาจัง มันต้องรู้ ไม่ต้องสงสัย
อยา่ งทกุ วนั นพี้ ดู จรงิ ๆ ตามความรสู้ กึ โงๆ่ นแี่ หละ มนั ไมเ่ คยไปหนกั ในอดตี อนาคต
257
อะไรเลย เชน่ ครงั้ พทุ ธกาลทา่ นเปน็ อยา่ งนน้ั ๆ ครง้ั นเี้ ปน็ อยา่ งนๆี้ ไมเ่ ลย เพราะแนใ่ จวา่
มชั ฌมิ าปฏปิ ทานค้ี งเสน้ คงวาตลอดมา กเิ ลสกเ็ ปน็ ตวั คงเสน้ คงวาในหวั ใจสตั วน์ น่ั เอง
ถ้าไมแ่ ก้ไมถ่ อดถอนออกจากใจใหเ้ บาบางและสนิ้ ไป
มชั ฌมิ าปฏปิ ทา เปน็ เครอื่ งปราบกเิ ลสทกุ ประเภทไดอ้ ยา่ งไมม่ ปี ญั หา ถอื เอาตรงนี้
เชอ่ื ตรงน้ี เชอ่ื จรงิ ๆ ๑๐๐% เพราะฉะนนั้ ครงั้ นน้ั ครงั้ นจี้ งึ ไมม่ ปี ญั หา ขอใหม้ คี วามเพยี รเถอะ
กเิ ลสจะตอ้ งพงั ทลายไมส่ งสยั ไมว่ า่ ครง้ั ไหน ไมม่ กี เิ ลสตวั ใดทจ่ี ะแปลกปลอมมาจาก
คร้ังพุทธกาลพอจะมาเป็นตวั ใหม่ที่จะแกด้ ว้ ยมชั ฌมิ าปฏิปทานีไ้ มไ่ ด้ นเี่ ราเชอ่ื ตรงน้ี
ฉะนน้ั จงเอาใหจ้ รงิ ใหจ้ งั ดจู ติ กบั กเิ ลสทป่ี กคลมุ ใจไมม่ กี าลโนน้ กาลน้ี การแกก้ ารถอด
ถอนกเิ ลสจงึ ไมค่ วรคดิ ใหน้ อกเหนอื จากวงมชั ฌมิ า และนำ� มาปราบกเิ ลสทม่ี อี ยใู่ นจติ นี้
ให้ส้ินซากไป นั่นแลที่สมหมายอยตู่ รงน้ันแต่ไหนแตไ่ รมาจนถงึ ปจั จบุ นั
เอาละ หยุดแคน่ ี้
258
ความเพยี รเราต้องฝืน
เทศนอ์ บรมพระ ณ วัดป่าบา้ นตาด
เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พทุ ธศักราช ๒๕๒๓
มนษุ ยแ์ ละสตั วเ์ กดิ มาในทา่ มกลางแหง่ ความวนุ่ วาย เพราะธาตขุ นั ธเ์ ปน็ ตน้ เหตุ
สำ� คญั ทจ่ี ะใหอ้ ยตู่ ามความสะดวกสบายไมไ่ ด้ ปากทอ้ งมจี ำ� ตอ้ งขวนขวายหามาเยยี วยา
รกั ษา ไมว่ า่ มนษุ ยแ์ ละสตั วเ์ หมอื นกนั ทว่ั โลก การงานตา่ งๆ เกดิ ขน้ึ เพราะปากทอ้ งเปน็
สำ� คญั คนและสตั วจ์ งึ ตอ้ งมงี านประจำ� หนา้ ทแ่ี ละเพศของตน ไมม่ ใี ครอยเู่ ฉยๆ ไดใ้ น
แดนมนษุ ย์ รวมทงั้ สตั วด์ ว้ ย มงี านประจำ� ตวั อยตู่ ลอดเวลา เพราะการเลย้ี งปากเลยี้ งทอ้ ง
บรรดาสัตว์ก็มอี ยา่ งน้นั
สว่ นมนษุ ยน์ ยี้ งั มอี ะไรๆ อกี มาก และทเี่ ดน่ ขน้ึ ไปกวา่ สตั วเ์ กยี่ วกบั ความโลภความ
ไมร่ ูจ้ กั ประมาณไมม่ ีเมอื งพอ มนษุ ย์มคี วามโลภมากกวา่ สตั ว์เปน็ พิเศษ จะวา่ มนุษย์
ฉลาดหรือมนุษย์โง่ก็แล้วแต่จะพิจารณาเอา ถ้าพูดตามขอบเขตเหตุผลความพอดี
ของมนษุ ย์มนั ก็มี ทวี่ ่ามนุษยม์ ีภาระมากกวา่ สัตวน์ ั้น ความจริงก็เป็นอยา่ งนัน้ จริงๆ
เพราะความโลภมีมากจนน่าเกลียดน่ากลัว เพราะฉะน้ัน สัตว์ทั้งหลายจึงกลัวกัน
แม้แตม่ นุษย์ด้วยกนั ยังอดกลวั มนษุ ยป์ ระเภทโลภมากไม่ได้
ถา้ ล�ำพังปากท้องการบริโภคใช้สอย ส�ำหรบั ความจ�ำเป็นในเร่อื งของมนุษย์เรา
กไ็ มม่ ากนกั บรรดาภาระกจ็ ะไมท่ ำ� ใหห้ มนุ ตวั เปน็ เกลยี วไปตลอดเวลา ยอ่ มจะมโี อกาส
259
พอพักผอ่ นไดบ้ ้าง แตน่ ้ีเปน็ เรอ่ื งพเิ ศษที่ทำ� ใหห้ มุนคือกเิ ลส ความไมเ่ คยมีเมอื งพอ
ติดตัวบ้างเลย
คำ� วา่ กเิ ลส กม็ หี ลายชนดิ และมหี ลายเรอื่ งหลายราวผสมกนั เขา้ ซง่ึ ลว้ นแตเ่ ปน็
กง่ิ เปน็ แขนงและเปน็ รากเหงา้ ของกเิ ลสทง้ั นน้ั มาทำ� ใหม้ นษุ ยเ์ ราตอ้ งหมนุ ตวั เปน็ เกลยี ว
รวมแล้วเรียกวา่ งาน มนุษยไ์ มม่ ีวันทีจ่ ะอยไู่ ดเ้ ฉยๆ วา่ งๆ โดยไม่มงี านและหว่ งงาน
ต้องว่งิ เต้นขวนขวายอยูเ่ ชน่ น้นั เป็นประจำ�
เราเปน็ มนษุ ยเ์ หมอื นกบั โลกวนุ่ วายทวั่ ไปกจ็ รงิ แตเ่ ราเปน็ เพศนกั บวช มคี วามรู้
ความเหน็ เจตนาและความมงุ่ หมายผดิ จากโลกทง้ั หลายไปคนละแงล่ ะทาง เพราะฉะนน้ั
หนา้ ทขี่ องพระ ตลอดกริ ยิ ามารยาทการแสดงออกตา่ งๆ จงึ มแี ตกตา่ งจากโลกอยไู่ มน่ อ้ ย
การแสดงออกของนกั บวชคอื พระเรา ยอ่ มแสดงออกดว้ ยความมสี ติ ดว้ ยความคดิ อา่ น
ไตรต่ รองเรยี บรอ้ ยพอประมาณ กอ่ นแสดงออกมาทางกาย วาจา ตลอดความประพฤติ
แมอ้ ยภู่ ายใน กย็ งั ตอ้ งพินจิ พจิ ารณากนั วา่ สง่ิ ใดท่เี ปน็ ความคดิ ผดิ ถกู ประการใดบา้ ง
แลว้ คอ่ ยแสดงออกมาเปน็ ความประพฤติ เปน็ กจิ การงานของพระทจี่ ะตอ้ งทำ� อยา่ งนนั้
เสมอไป
งานประจำ� อนั เปน็ งานสำ� คญั หรอื หนา้ ทข่ี องพระโดยตรงกค็ อื การบำ� เพญ็ ภาวนา
รักษาสิกขาบทวินัยน้อยใหญ่ให้สมบูรณ์ตามเพศของตนไม่ให้ด่างพร้อยและขาด
ทะลไุ ด้ นอกจากนน้ั กบ็ ำ� เพญ็ ความพากเพยี รในดา้ นจติ ตภาวนา เดนิ จงกรมเพอื่ ชำ� ระ
จติ ใจใหม้ คี วามสะอาดผอ่ งใส มคี วามสงบเยอื กเยน็ นงั่ สมาธภิ าวนาใหจ้ ติ ไดร้ บั ความ
สงบเย็นใจ เพราะงานของจิตมีอยู่ตลอดเวลา ไม่เลือกกาลสถานที่อิริยาบถ แต่มี
ความคิดปรุงอยเู่ ช่นนั้น เรียกว่า งานประจ�ำไม่มวี ่าง ไมม่ วี นั เสาร์ วนั อาทิตย์ มแี ต่
ความคิดปรุงอยู่เสมอ น้ีคืองานประจำ� จติ
เราต้องการจะเลือกเฟ้นงานซึ่งเกิดขึ้นภายในจิตให้เป็นงานที่เหมาะสมเป็น
สารคุณหรือเป็นประโยชน์แก่เรา จึงต้องระงับดับความคิดปรุงทั้งหลายที่เป็นเคร่ือง
กอ่ กวนจติ ใจลงไปโดยลำ� ดบั โดยทำ� งานทางจติ ตภาวนาเขา้ แทนที่ เพอื่ ใจไดร้ บั ความ
260
สงบ เยอื กเยน็ ปลอ่ ยวางภาระทงั้ หลายคอื ความคดิ ปรงุ ตา่ งๆ เสยี ได้ แมท้ ส่ี ดุ เมอื่ จติ
ไดร้ บั ความสงบตามภมู ขิ องตนแลว้ ยงั ปลอ่ ยวางคำ� บรกิ รรมภาวนาหรอื บทธรรมตา่ งๆ
อกี วาระหนง่ึ เขา้ พกั จติ อยดู่ ว้ ยความสงบเยน็ ใจ จนถงึ วาระทจี่ ติ ถอยตวั ออกมาเปน็ ปกติ
น่ีก็เป็นคุณสมบัติอันหน่ึงที่ควรพยายามส่ังสมให้เกิดให้มีขึ้นภายในใจ เพราะเป็น
อัตสมบัติโดยแท้
ปญั ญา คอื ความคดิ อา่ นไตรต่ รองในทกุ แงท่ กุ มมุ ทงั้ ภายนอกทงั้ ภายใน ทง้ั ใกล้
ท้ังไกล อดีต อนาคต ทม่ี าสัมผัสสัมพนั ธก์ ับใจ ใหส้ ตปิ ัญญาได้พจิ ารณาไตร่ตรอง
เลือกเฟ้นด้วยดี สิ่งที่ควรปล่อยก็ปล่อย ส่ิงท่ีควรยึดไว้เป็นหลักใจเป็นสารคุณต่อ
จติ ใจต่อไปก็ยดึ ไว้ ส่งิ ใดท่ไี ม่เปน็ สาระกเ็ ลอื กเฟน้ ตัดออกโดยล�ำดบั แม้จะเสียดาย
เพียงไร ก็ทราบแล้วว่าสิง่ น้ันไม่เปน็ สารคณุ อนั ใด นอกจากเป็นพิษภยั ตอ่ จิตใจโดย
ถา่ ยเดียว
เพราะฉะน้นั งานของนกั บวชจงึ เป็นงานท่หี นกั เพราะความฝนื กระแสของจิต
ซง่ึ เคยคดิ มาดงั้ เดมิ ดว้ ยอำ� นาจของกเิ ลสตณั หา ถา้ เปน็ ทาง กเ็ ปน็ ทางเตยี นโลง่ ราวกบั มี
ผคู้ อยปดั กวาดอยตู่ ลอดเวลา เพราะคดิ ทง้ั วนั ทงั้ คนื คดิ กลบั ไปกลบั มา วกเวยี นอยใู่ น
เรอื่ งของเกา่ นนั่ แหละจนราบรน่ื ไปเอง นแ่ี ล กระแสแหง่ ความคดิ ทเ่ี ปน็ ไปเพราะอำ� นาจ
กิเลสพาให้คดิ ย่อมคดิ ไดอ้ ยา่ งสะดวกสบาย จะตัง้ ใจหรือไมต่ ้ังใจ กค็ ดิ ได้ใชค้ ล่อง
ท้ังนั้น เพราะกิเลสเครื่องหมุนจิตนั้นมันคล่องแคล่วช�ำนาญในตัวของมันอยู่แล้ว
เหมือนน้�ำไหลลงสู่ท่ตี ่�ำนัน่ แล
แตก่ ารหกั หา้ มสงิ่ เหลา่ นดี้ ว้ ยประโยคพยายามทเี่ รยี กวา่ ความเพยี รนน้ั จงึ ตอ้ งมี
ความจงใจ มเี จตนา และฝนื กนั ไมเ่ บาเลยในขน้ั เรม่ิ แรก ความคดิ ใดกต็ าม คำ� พดู ใด
กต็ าม การกระทำ� ใดกต็ าม ในงานใดกต็ าม จำ� ตอ้ งใชค้ วามพจิ ารณาและหกั หา้ มในสง่ิ
ไม่ควรอยู่เสมอ จะถอื ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไมส่ ำ� คญั ไม่ได้ จะเปน็ การสง่ เสรมิ ความ
ประมาทใหม้ ากขนึ้ และกลายเปน็ คนไมม่ อี ะไรสำ� คญั ในตวั เลย จนกลายเปน็ โมฆภกิ ษุ
ไปได้ไมส่ งสยั ฉะนั้น จงพากนั ระมดั ระวังให้มากตลอดไป ไม่ว่ากิจนอกการภายใน
ให้ถอื ว่าเปน็ งานและผลของงานเพ่ือเราท้ังสนิ้ ตลอดไป
261
การตอ้ งการความสะดวกสบายโดยไมต่ อ้ งฝนื นน้ั เปน็ ไปไมไ่ ด้ ตอ้ งฝนื ถา้ ไมฝ่ นื
กเ็ รยี กวา่ นน่ั คอื การปลอ่ ยใจไปตามกระแสของกเิ ลสใหผ้ ลกั ดนั ไปอยา่ งคลอ่ งตวั โดย
ไมส่ งสัย ฉะนน้ั ผ้บู �ำเพญ็ ทกุ ๆ รายจงึ ต้องฝนื กเิ ลสประกอบความเพยี รและความดี
ท้งั หลาย ไมฝ่ นื ไมไ่ ด้ ยิ่งเราเปน็ นกั ปฏบิ ตั ิก็เหมอื นเป็นนักต่อสู้ เราต้องฝืน อยดู่ ว้ ย
ความฝนื ยนื เดนิ นงั่ นอน ดว้ ยความฝนื กเิ ลส ตอ่ สกู้ เิ ลสทกุ อาการไมม่ ถี อย ไมม่ กี าร
ปล่อยตัวปลอ่ ยใจไปตามกระแสกิเลส
การอยดู่ ้วยความสะดวกสบายตามนิสยั เดมิ น้นั ไมใ่ ชเ่ ป็นเรอื่ งของความเพียร
ไมใ่ ชเ่ ปน็ เรอ่ื งของการตอ่ สู้ มนั เปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสทำ� งานบนหวั ใจทงั้ สน้ิ การปลอ่ ยตวั
ปล่อยใจไปตามอ�ำนาจของกิเลสดังท่ีเคยเป็นมาน้ัน ไม่สมควรอย่างย่ิงส�ำหรับพระ
ปฏบิ ตั เิ รา นอกจากจะมคี วามหนกั แนน่ มน่ั คงในหนา้ ทก่ี ารงานของตนเปน็ พน้ื ฐานของ
ใจประจำ� อริ ยิ าบถโดยลำ� ดบั เทา่ นน้ั และจงถอื วา่ กจิ นงี้ านนเ้ี ปน็ สาระเหนอื ชวี ติ ของเรา
เพราะชวี ติ นล้ี งเอยกนั แคต่ าย สว่ นผลทเี่ กดิ ขนึ้ จากการกระทำ� ของเรานเี้ ปน็ คณุ สมบตั ิ
ประจ�ำใจ เกยี่ วพันกบั ใจไปในอนาคตไมม่ สี นิ้ สดุ เหมอื นรา่ งกาย
ถา้ ไดพ้ ยายามบำ� เพญ็ ตวั เราเตม็ สตกิ ำ� ลงั ความสามารถแลว้ คณุ สมบตั นิ จ้ี ะสนทิ
ตดิ แนบกบั ใจตลอดไป ในขณะเดยี วกนั กจ็ ะตดั กระแสแหง่ การทอ่ งเทย่ี วในวฏั สงสาร
ซง่ึ เคยเปน็ มาอยา่ งยดื ยาวนาน และจะเปน็ ไปอยา่ งยดื ยาวนานใหส้ นั้ ลงโดยลำ� ดบั จนถงึ
ขนั้ ตดั ขาดโดยสนิ้ เชงิ ปรากฏแตค่ วามบรสิ ทุ ธลิ์ ว้ นๆ ภายในใจโดยถา่ ยเดยี ว ผนู้ นั้ ชอ่ื วา่
เปน็ ผทู้ รงไวซ้ งึ่ คณุ ธรรมอนั สงู สง่ ไมม่ คี ณุ ธรรมใดจะสงู สง่ ยงิ่ กวา่ และนอกเหนอื ไปจาก
ใจทบี่ ริสทุ ธิล์ ้วนๆ แลว้ นั้นเลย น่ีแหละการประพฤติปฏบิ ัตธิ รรม เม่ือมาถงึ จุดนีแ้ ลว้
เปน็ ธรรมสมบัตอิ ันสวา่ งกระจ่างแจง้ อยู่กบั ใจและหายหว่ งโดยประการทัง้ ปวง
เพราะฉะนนั้ การประกอบความเพยี รทกุ ประโยคจงึ ตอ้ งฝนื ฝนื ทกุ ระยะ อยา่ หา
ความสะดวกสบายตามนสิ ยั เพราะนนั้ เปน็ ทางเดนิ ของกเิ ลสผลกั ดนั ใหไ้ ปตามอำ� นาจ
ของมนั ตา่ งหาก เราตอ้ งการความผาสกุ เพราะการปราบปรามกเิ ลสใหล้ ดนอ้ ยลง และ
ดบั ไปเปน็ ขนั้ ๆ ตอนๆ จนกเิ ลสหมดสน้ิ ไปจากใจตา่ งหาก ซงึ่ เปน็ จดุ มงุ่ หมายของธรรม
และความมุ่งหมายของเราดว้ ยใจจรงิ
262
งานน้ีเป็นงานช�ำระสะสางกิเลส ไม่ใช่งานสั่งสมกิเลสอาสวะ จึงต้องค�ำนึงถึง
ความพน้ ทกุ ขจ์ ากกเิ ลสเสมอ อยา่ คดิ สงิ่ ใดใหม้ ากนอกเหนอื ไปจากความจดจอ่ ดคู วาม
เคล่ือนไหวของใจที่กิเลสพาใหเ้ ปน็ ไป ต้องใชค้ วามสนใจอย่างมาก สติและปัญญา
จดจอ้ งและพนิ จิ พจิ ารณาอยโู่ ดยสมำ�่ เสมอ จติ ทม่ี กี ารอารกั ขานน้ั เทยี บกบั เดก็ มพี เี่ ลยี้ ง
คอยดแู ลรกั ษาอยเู่ สมอย่อมปลอดภัย ไม่เปน็ อนั ตรายได้อย่างง่ายดาย
จิตใจท่ีมีสติปัญญาคอยเข้มงวดกวดขัน คอยระมัดระวังส่ิงท่ีเป็นภัยอยู่โดย
สมำ�่ เสมอ ยอ่ มได้รับความปลอดภัยและสงบเยน็ มีสตปิ ัญญาเปน็ เครอ่ื งระลึกรู้และ
พิจารณาฟาดฟันหั่นแหลกสิ่งที่มาเก่ียวข้องและกีดขวางลวงใจน้ันให้ขาดลงไปโดย
ลำ� ดบั ๆ ใจยอ่ มปลดเปลอื้ งภาระลงไดเ้ ปน็ พกั ๆ ตอนๆ ภาระกค็ อื ของหนกั ทก่ี ดถว่ งจติ ใจ
นั้นแล
เม่ือปัญญาตดั ขาดภาระเหลา่ นน้ั ไปเปน็ ขนั้ ๆ ตอนๆ จติ ใจย่อมมคี วามสงบเยน็
มคี วามผอ่ งใส มคี วามสงา่ ผา่ เผยองอาจกลา้ หาญ จากนน้ั กก็ ลา้ หาญชาญชยั ไมม่ หี วน่ั
ต่อกิเลสตัวใดทัง้ ส้ิน ขึน้ ชอ่ื วา่ กิเลสแลว้ ไมว่ า่ ประเภทใดเปน็ สไู้ ม่ถอย ใจกล้าหาญ
เต็มภมู ิเพราะเชอ่ื ก�ำลังสติปัญญาศรัทธาความเพียรของตน
เมื่อยังเชื่อตนไม่ได้ก็ต้องล้มลุกคลุกคลานไปก่อน เหมือนฟุตบอลท่ีถูกเตะ
นน่ั แหละ กลงิ้ ไปโนน้ กลงิ้ ไปนี้ เดย๋ี วถกู เตะออกไปขา้ งนอก เดย๋ี วถกู เตะเขา้ มาขา้ งใน
เตะวกไปเวยี นมา ถูกขยข้ี ยำ� ดว้ ยฝ่าเท้าอยู่ทำ� นองนั้น โดยไม่มีจุดหมายปลายทางว่า
จะยตุ เิ มอื่ ไร จนแหลกแตกกระจายไปในทสี่ ดุ นแี่ หละการทอ่ งเทยี่ วในวฏั สงสาร เหมอื น
ฟุตบอลทถี่ กู ฝ่าเทา้ เขาเตะกลิ้งไปกลงิ้ มาในสนามกฬี าน่ันแล
นกี่ ค็ อื กเิ ลสมนั ถบี มนั เตะจติ ใจของเราใหเ้ ขา้ สภู่ พนนั้ ใหเ้ ขา้ สภู่ พน้ี แมใ้ นวงปจั จบุ นั
คือในอัตภาพน้ี ก็ยังถูกมันเตะกลิ้งไปกล้ิงมาอยู่ด้วยความไม่มีสติ ด้วยความไม่มี
ปญั ญา เครื่องคัดค้านต้านทานหรอื ตอ่ สู้กันพอใหม้ ีความสงบสุขตอ่ จิตใจไดบ้ ้างเลย
น่าทุเรศเวทนาเอานักหนาที่นักปฏิบัติภาวนาเราเสียเปรียบให้กิเลสในสนามรบน่ะ
ฉะนน้ั จงทำ� ความเขา้ ใจกบั ตนอยเู่ สมอ อยา่ ปลอ่ ยวางหนา้ ทก่ี ารงานอนั สำ� คญั ของตน
263
ใหก้ เิ ลสควา้ เอาอาวธุ เรากลบั มาทำ� ลายเราบนเวทแี หง่ ความเพยี ร ครอู าจารยท์ นดไู มไ่ ด้
จะกระอกั เลอื ดตายตอ่ หนา้ เวทนี นั่ แล เพราะอบั อายขายหนา้ เกนิ กวา่ จะทนดตู อ่ ไปได้
อยา่ เหน็ งานใดเปน็ สงิ่ ทปี่ ระเสรฐิ เลศิ เลอยง่ิ กวา่ งานแกก้ เิ ลสงานปราบกเิ ลสทที่ ำ�
ด้วยความเพียรเพื่อความรู้แจ้งเห็นจริงซึ่งธรรมทั้งหลายภายในใจ พระพุทธเจ้าจะ
ประเสริฐเลิศโลกขึ้นมาเพราะงานประเภทท่ีเราก�ำลังท�ำอยู่เวลานี้ ท่านทรงท�ำมาแล้ว
ทง้ั ฝา่ ยเหตคุ อื การตอ่ สู้ วธิ ตี อ่ สู้ และผลเปน็ ทพี่ อพระทยั แลว้ จงึ ไดน้ ำ� อบุ ายวธิ ตี า่ งๆ น้ี
มาสอนพวกเราใหด้ ำ� เนินตาม จงด�ำเนนิ ตามหลกั ของศาสดาสมกับคำ� อทุ ิศต่อท่านว่า
พทุ ธฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ จงถอื พระองคเ์ ปน็ ทฝ่ี ากเปน็ ฝากตายในแนวรบ ใหบ้ รรจบลงดว้ ย
ชัยชนะ ธรรมมากนอ้ ยตั้งแต่สมาธธิ รรม ปญั ญาธรรมเป็นขน้ั ๆ ขึ้นไป จะปรากฏขนึ้
จากใจของผูป้ ฏบิ ตั ิโดยลำ� ดบั ตลอดถึงวมิ ตุ ตธิ รรม แยกกนั ไม่ออก เม่ือการปฏิบตั ิ
ดำ� เนนิ เปน็ ไปตามคลองธรรมทป่ี ระทานไว้ จะตอ้ งไดร้ บั ผลอยา่ งนนั้ แนน่ อน ไมม่ อี ะไร
มากีดกั้นได้
จงนึกน้อมถึงพระพุทธเจ้าย่ิงกว่าส่ิงใด และนึกถึงธรรมเป็นหลักใจอยู่โดย
สม�ำ่ เสมอในอิรยิ าบถตา่ งๆ ไม่เลอื กกาลสถานท่ี เวลาเกิดความทอ้ ถอยออ่ นแอข้ึนมา
ในขณะใดใหพ้ งึ ทราบวา่ นนั้ คอื กเิ ลสเขา้ เหยยี บยำ�่ ทำ� ลายจติ ใจแลว้ ไมใ่ ชอ่ ะไรทไี่ หน
มาท�ำให้ออ่ นแอทอ้ แท้ คือตัวกิเลสโดยแท้นั่นเอง
จงระลกึ ถงึ พระสงฆท์ ท่ี า่ นอตุ สา่ หพ์ ยายามตะเกยี กตะกายมากอ่ นพวกเราจนได้
เปน็ สาวกของพระพทุ ธเจา้ การเปน็ อรหนั ตสาวกของพระพทุ ธเจา้ ขนึ้ มาแตล่ ะองคน์ น้ั
ไมใ่ ชเ่ ปน็ ของหาไดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย ตอ้ งเอาชวี ติ จติ ใจเขา้ แลกเสยี เปน็ สว่ นมากดงั ในตำ� รบั
ตำ� ราทา่ นแสดงไว้ สว่ นเราจะมาลา้ งมอื เปบิ เอาเฉยๆ มนั กข็ ดั ตอ่ สรณะทที่ า่ นดำ� เนนิ มา
และขดั ตอ่ ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ดว้ ย จงึ ไมค่ วรอตุ รคิ ดิ ทำ� กนั จะเปน็ ปฏปิ ทาแหวกแนว
ศาสนธรรมของศาสดา ผู้มีความเพียรนั้นแลจะเป็นผู้หลุดพ้นจากทุกข์ไปได้อย่าง
แนน่ อน ความไม่เพียร ความขี้เกียจอ่อนแอ แต่ขยนั กนิ ขยนั นอน หมสู ูไ้ มไ่ ด้ แต่จะ
หลดุ พน้ กเิ ลสกองทกุ ขน์ นั้ ไมเ่ คยมใี นแบบแผนตำ� รบั ตำ� ราฉบบั ใดเลย จงึ อยา่ หาธรรม
นอกต�ำรา (คลังกเิ ลส) มาแข่งศาสดา
264
ดว้ ยเหตนุ จี้ งึ ไมค่ วรนำ� ความออ่ นแอทอ้ ถอยซงึ่ เปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ ความเพยี รเขา้ มาใช้
ในวงการปฏบิ ตั เิ พอื่ กำ� จดั กเิ ลส จะเปน็ การขดั แยง้ ตอ่ ศาสนธรรมและหลกั ของศาสดา
ที่ทรงสอนไว้โดยถูกต้องทุกแง่ทุกมุม ตลอดการด�ำเนินของท่านและสาวกท้ังหลาย
ท่เี ปน็ ตวั อย่างอันดเี ยยี่ มแกพ่ ทุ ธบรษิ ัท จะเป็นการขัดแย้งไปหมด จะเป็นขา้ ศกึ ต่อ
ท่านดว้ ย เป็นข้าศึกตอ่ ศาสนธรรมด้วย จงพากันยึดหลกั นี้ไวภ้ ายในใจอย่าไดล้ ดละ
ปล่อยวาง ความพยายามตะเกียกตะกายทั้งหลายจะเป็นมงคลแก่ตัวเราเองและวง
พระศาสนาไม่มีประมาณ
จงคดิ ใหถ้ งึ ใจกบั ตนเองวา่ เราเปน็ ศษิ ยต์ ถาคตองคล์ อื นามในหมสู่ ตั ว์ จะไมย่ อม
ถอื ความลำ� บากลำ� บนในการประกอบความพากเพยี รเขา้ มากดี ขวางลวงใจ เพราะเปน็
อบุ ายของกเิ ลสหลอกเรามานาน ทำ� อยา่ งไรจะมคี วามเขม้ แขง็ มคี วามกลา้ หาญชาญชยั
อบุ ายใดทจี่ ะเปน็ ไปเพอ่ื การสง่ เสรมิ เราใหม้ กี ารกา้ วหนา้ ทางดา้ นธรรมะเปน็ ขน้ั ๆ ไปนน้ั
เราจะพยายามคดิ หาอบุ ายนน้ั มาตอ่ ตา้ นกนั กบั ความทอ้ ถอยออ่ นแอตลอดไป ไมย่ อม
ใหก้ เิ ลสทเ่ี คยหลอกใชเ้ รามานานนำ� มาหลอกใช้ และบงั คบั ทรมานเราอกี ตอ่ ไป เมอ่ื ชวี ติ
สตปิ ญั ญาเรายงั พอผลติ พอคดิ คน้ ขน้ึ มาตอ่ สกู้ บั กเิ ลสมอี ยู่ นคี่ อื การปลกุ ใจตวั เองเพอ่ื
ความกล้าหาญในการรบการต่อสู้กับศัตรูหมู่ปัจจามิตรทั้งหลาย และเพ่ือมีก�ำลังใจ
อยเู่ สมอ ไมห่ ลงกลของกเิ ลสทคี่ อยกระซบิ หลอกหลอนอยตู่ ลอดเวลา สว่ นสตปิ ญั ญา
อนั เปน็ อาวธุ สำ� คญั เราพอคดิ คน้ ขนึ้ มาใชไ้ ดก้ บั ทกุ คนทสี่ นใจคดิ และเปลอื้ งตน ไมเ่ ปน็
ธรรมที่เหลือวสิ ยั อะไรเลย
การน่ังสมาธทิ ี่จะใหม้ ีความสงบด้วยอารมณข์ องสมถะ กใ็ ห้ท�ำอย่างจริงจงั ตาม
หลกั ของสมถะ เวลาจะพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา กอ็ ยา่ หวงสมถะอยา่ หว่ งสมถะ คอื อยา่
ไปหว่ งสมถะคอื ความสงบใจ ใหท้ ำ� งานเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ยทางดา้ นปญั ญาจรงิ ๆ อยา่ ให้
งานสมถะและวิปัสสนาก้าวก่ายกัน จะรู้เห็นสิ่งใดก็ให้รู้เห็นด้วยปัญญาท่ีจดจ่อต่อ
แขนงกนั จริงๆ จะเห็นไดช้ ดั โดยลำ� ดับว่ากิเลสลดนอ้ ยลงไปเพยี งไร ตลอดถงึ กเิ ลส
ขาดเป็นวรรคเปน็ ตอนไปก็ทราบดว้ ยปัญญา เพราะปญั ญาเป็นเครื่องถอดถอนกเิ ลส
ทกุ ประเภท ไมม่ อี นั ใดจะนอกเหนอื สตปิ ญั ญานไี้ ปไดเ้ ลยในวงแหง่ เครอื่ งมอื การชำ� ระ
ซักฟอกกเิ ลสออกจากจิตใจ
265
สมาธเิ ปน็ ตน้ ทนุ ใหจ้ ติ ใจไดร้ บั ความสงบ ไมห่ วิ โหย ไมด่ น้ิ รนกวดั แกวง่ เปน็ จติ
ทีอ่ ิม่ ตัวกบั อารมณท์ ง้ั หลาย เวลานำ� ไปใชท้ างดา้ นปญั ญา จิตกต็ ัง้ หน้าตัง้ ตาทำ� หนา้ ท่ี
ของตนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะจิตมีความอ่ิมตัวด้วยความสงบ ผิดกับจิตท่ี
ไมส่ งบ และแสดงความหวิ โหยโรยแรงยงุ่ เหยงิ วนุ่ วายสา่ ยแสท่ กุ แงท่ กุ มมุ ดว้ ยสญั ญา
อารมณ์ต่างๆ อยู่มาก การบังคับจิตประเภทน้ีเข้ามาสู่ด้านปัญญาก็เถลไถลไปตาม
สัญญาอารมณน์ ัน้ เสยี ไม่เป็นปญั ญาความแยบคายให้ตามตอ้ งการ
ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงสอนวา่ สมาธิปริภาวติ า ปญฺา มหปฺผลา โหติ มหานิสสํ า
สมาธนิ นั้ แหละเปน็ ตน้ ทนุ ของปญั ญา หรอื เปน็ เครอื่ งหนนุ ปญั ญาใหท้ ำ� งานดว้ ยความ
สะดวก ให้ทำ� งานตามหน้าที่ของตนดว้ ยความคล่องแคลว่ ไม่อืดอาดเนอื ยนาย น่ัน
แม้ท่านสอนไว้อย่างน้ีก็จริง เม่ือถึงคราวที่เราจะใช้ปัญญามาปฏิบัติต่อจิตดวงท่ี
ผาดโผนโลดเตน้ ไปด้วยอารมณ์ตา่ งๆ อนั เปน็ เรือ่ งของกเิ ลส กใ็ ห้นำ� สตปิ ัญญามาใช้
ใหท้ ันกับเหตุการณ์ดังทเ่ี คยกลา่ วไวแ้ ล้วในปัญญาอบรมสมาธิ
จติ คดิ ไปในแงใ่ ดมมุ ใดอนั เปน็ เรอื่ งของกเิ ลส ตามตอ้ นมาดว้ ยสตปิ ญั ญาจนกระทงั่
จติ หรอื กเิ ลสมนั จนตรอกจนมมุ ยอมรบั ความจรงิ จากปญั ญาแลว้ สงบตวั ลงไป นน่ั แล
เรียกว่าการทรมานจิตทนั กับเหตุการณ์
ความสงบประเภทนี้มคี วามแกลว้ กลา้ มาก มคี วามอาจหาญมาก ท้ังขณะทสี่ งบ
ตวั ลง กล็ งไดอ้ ยา่ งอาจหาญรเู้ หตรุ ผู้ ลทเ่ี ปน็ มาโดยลำ� ดบั เวลาถอนขน้ึ มาแลว้ กม็ คี วาม
กล้าหาญชาญชยั มคี วามกระหย่มิ ต่องานของตนท่ีทำ� มาแล้ว และยึดไว้เป็นหลักใจ
ไม่มีวนั ลืมกระทั่งวนั ตาย นีเ่ ป็นอุบายหนง่ึ ท่ีเรียกวา่ ปญั ญาอบรมสมาธิ
อบุ ายทส่ี มาธอิ บรมปญั ญากค็ อื เรอ่ื งสมถะ อบุ ายของปญั ญานใ้ี ชป้ ญั ญาอบรมจติ
ให้เป็นสมาธิ โดยไล่ตีต้อนจิตท่ีก�ำลังผาดโผนโจนทะยานน้ันให้เข้าสู่ความสงบได้
ดว้ ยการยอมจำ� นนตอ่ ปญั ญา กาลใดขณะใดทค่ี วรจะนำ� มาใชใ้ นธรรมแงใ่ ด เรากน็ ำ� มา
ใช้เพ่ือประโยชน์ของเราเอง ไม่มีอะไรผดิ และขดั ข้องในวงความเพียรของผปู้ ฏบิ ัตทิ ่ี
ต้องการความแยบคายให้ทันกับกลมายาของกิเลสที่เคยฉลาดแหลมคมบนหัวใจมา
แตก่ าลไหนๆ
266
การเกิดตายไม่ควรสงสัยแล้ว เพราะเราเป็นตัวเกิดตัวตายมาตลอดอยู่แล้ว
ความทุกข์ความล�ำบากท่ีติดตามมากับความเกิดต่อเน่ืองกันมาจนกระท่ังถึงวาระ
สดุ ทา้ ยคอื ตาย ไมม่ รี ะยะหา่ งกนั เลยกบั ตวั เรา ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า เวลาเรม่ิ เกดิ อยใู่ นทอ้ งแม่
มันก็ทุกข์ทรมานแสนสาหัสอยู่แล้ว เป็นแต่จ�ำไม่ได้เท่าน้ัน เวลาตกคลอดออกมา
กอ็ อกมาจากชอ่ งแคบ ซง่ึ เปน็ ความทกุ ขค์ วามทรมานอยา่ งมากมาย เรยี กวา่ เดนตาย
ถงึ ไดเ้ ปน็ มนุษย์ขึ้นมา แต่พากันมองข้ามเหตกุ ารณ์อนั รุนแรงนไี้ ปเสยี เพราะคนใด
ท่ีเกดิ ขึน้ มาเป็นลูกเป็นหลานของตน ใจพงุ่ ไปทางความดอี กดใี จไปเสีย ความทุกข์
ความลำ� บากทเ่ี ดก็ เผชญิ และตกคลอดมานน้ั ไมไ่ ดค้ ำ� นงึ กนั จติ เพลนิ มองขา้ มความจรงิ
ไปเสยี ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า เลยไมเ่ หน็ โทษแหง่ ความเกดิ เรอื่ ยมา และยงั จะมองขา้ มเรอ่ื ยไป
ไมม่ กี ารยอ้ นจติ กลบั มาคดิ กนั บา้ งพอไดเ้ หน็ โทษของความเกดิ อนั เปน็ เครอื่ งหมายของ
ผูน้ บั ถอื พทุ ธศาสนาและผู้ปฏิบัตธิ รรม
ตอ่ จากนน้ั กไ็ ปตำ� หนคิ วามตาย ไมอ่ ยากตายกนั มแี ตอ่ ยากเกดิ ทา่ เดยี ว เมอ่ื ผดิ
แต่ต้นมาแล้ว ตอนปลายมันก็ผิดเรื่อยไป ถ้าพิจารณาให้เห็นความจริงตามหลัก
ธรรมชาติอันเป็นหลักธรรมแล้วว่าการเกิดนี้มีความทุกข์มากน้อยเพียงไร ได้เห็น
ประจกั ษต์ าประจกั ษใ์ จแลว้ การแกช่ ราครำ่� ครา่ ลงไป มนั กม็ ที กุ ขต์ ดิ แนบไปโดยลำ� ดบั ๆ
ไมข่ าดวรรคขาดตอนเลยเร่ือยมา จนถึงวาระสุดท้ายนน่ั แหละถึงตายไป กอ่ นจะตาย
ก็มีความทกุ ขแ์ สนสาหัสจนทนไมไ่ ด้จงึ ต้องตายนนั่ เอง
นเ่ี ปน็ ไปอยกู่ บั สตั วก์ บั บคุ คลทกุ ภพทกุ ชาติ ทกุ อตั ภาพรา่ งกาย ไมม่ อี ตั ภาพใด
ท่ีจะเดินข้ามความทุกขน์ ้ีไปได้ นับแตว่ ันเกิดจนถงึ วันตาย ตอ้ งเปน็ ไปกับความทุกข์
อย่างแนบสนิทติดกนั แยกไม่ออก นค่ี วามจรงิ ทม่ี อี ยูก่ บั สตั วโ์ ลก มอี ยู่กับเราทุกคน
เราเปน็ นกั คดิ นกั พนิ จิ พจิ ารณา มสี ตปิ ญั ญาเปน็ เครอ่ื งมอื บกุ เบกิ ใหเ้ หน็ ความจรงิ
ของสิ่งเหลา่ นี้ ท�ำไมจะไม่รไู้ มเ่ หน็ เพราะส่งิ เหล่านีม้ ีอยกู่ ับตัวเราเอง เราก็เคยผ่านมา
อยแู่ ลว้ ปจั จบุ นั นก้ี ม็ อี ยกู่ บั อตั ภาพรา่ งกายนี้ ขนึ้ ชอ่ื วา่ ทกุ ข์ ไมท่ กุ ขท์ ไี่ หน นอกจากเบญจขนั ธ์
กับจิตใจที่สัมผัสสัมพันธ์กันอยู่นี่เท่าน้ัน จึงควรพิจารณาแยกแยะให้เห็นตามหลัก
267
ความจริง ไม่ควรสงสัยเรื่องความเกิดว่าจะมีความสุขความสบายส�ำราญบานใจใน
ภพน้นั ภพนี้ มนั เตม็ ไปด้วยทุกข์ดงั กลา่ วน้ีท้งั นัน้ แหละ
สิง่ ท่ีเปน็ สาเหตขุ องเรือ่ งน้คี ืออะไร ทา่ นกลา่ วไวแ้ ลว้ วา่ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา
สงขฺ ารปจจฺ ยา วญิ ฺ าณ,ํ จนกระทงั่ ถงึ ชาตปิ จจฺ ยา ชรามรณํ โสกปรเิ ทวทกุ ขฺ โทมนส-ฺ
สุปายาสา สมภฺ วนตฺ ิ. เอวเมตสสฺ เกวลสสฺ ทกุ ฺขกขฺ นธฺ สฺส, สมุทโย โหต.ิ นน่ั แหละ
ปลายของมนั ผลของมนั เปน็ ไปจากอวชิ ชา นแี่ หละตวั ผลติ ทกุ ขท์ ง้ั หลาย จบั สตั วไ์ สเขา้
ไปในภพในชาติ ไสเข้าไปในกองทุกข์ ก็คือกิเลสตัณหาอวิชชานั่นแลเป็นตัวการ
จะเปน็ อะไรไป
ถ้าเห็นสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นภัยต่อตนเองอยู่แล้ว ท�ำไมความเพียรจะไม่แก่กล้า
สามารถจะไม่บากบ่ันภายในตน จะเป็นไปได้เหรอมนุษย์เราทั้งคนน่ะ นอกจากจะ
พจิ ารณาแบบเผนิ ๆ ความข้ีเกยี จเตม็ ตัว หวั ใจเปน็ คลังกเิ ลสอย่เู ต็มล้นเหลอื บญั ชไี ป
เสียอีก
มองอะไรดูอะไร ก็ให้กเิ ลสพาดู ให้กเิ ลสพามอง ใหก้ เิ ลสพาทำ� ให้กเิ ลสพาคดิ
มันก็เป็นไปตามเรื่องของกิเลสเป็นผู้คิดบัญชีเอาเสียหมดละซิ เร่ืองของธรรมท่ี
บ่นเพ้อกันอยากรู้อยากเห็น จึงไม่ปรากฏแม้แต่เงาภายในใจและกิริยาที่แสดงออก
ถา้ ธรรมพาคดิ ธรรมพามอง ธรรมพาพนิ จิ พจิ ารณาแลว้ จะไมข่ า้ มความจรงิ จะตรงเปง๋
กบั ความจรงิ ทกุ ระยะ และทราบความจรงิ อยา่ งซงึ้ ใจไปโดยลำ� ดบั ไมต่ อ้ งไปถามใคร
เพราะสัจธรรมมีอยู่กบั ทกุ คน
คำ� วา่ ทกุ ขฺ ํ อรยิ สจจฺ ํ มอี ยทู่ ไ่ี หน ถา้ ไมม่ อี ยใู่ นธาตขุ นั ธใ์ นจติ ใจของเราน้ี สมทุ ย-
อรยิ สจจฺ ํ ถา้ ไมม่ อี ยใู่ นใจจะมอี ยทู่ ไ่ี หน มนั สมั ผสั สมั พนั ธแ์ ละบบี บงั คบั ใจเราอยตู่ ลอด
เวลา ทำ� ไมจะไมเ่ หน็ ถา้ ใชส้ ตปิ ญั ญาพจิ ารณาแบบนกั ธรรมะ มรรคปฏปิ ทา หมายถงึ อะไร
ถ้าไม่หมายถึง สมั มาทฏิ ฐิ สมั มาสังกัปโป สมั มาสมาธิ เป็นที่สดุ ซงึ่ มีอยูภ่ ายในกาย
ในใจของคนๆ เดยี วนี้ จะหมายถงึ อะไร นแี้ หละเปน็ เครอ่ื งบกุ เบกิ เปน็ เครอ่ื งสอดสอ่ ง
มองดทู กุ ขสจั สมทุ ยั สจั ใหเ้ หน็ ทะลปุ รโุ ปรง่ ไปหมดดว้ ยมรรคสจั มสี ตปิ ญั ญาเปน็ สำ� คญั
268
เมอ่ื มองทะลไุ ปแลว้ สมทุ ยั มนั กข็ าดลงไปโดยลำ� ดบั ๆ นโิ รธ คอื ความดบั ทกุ ขน์ น้ั
เป็นผลของมรรคทีท่ ำ� หน้าท่ีไดม้ ากน้อยเพยี งไร กเิ ลสตายไปมากนอ้ ย ทกุ ขก์ ด็ ับไป
เรอ่ื ยๆ นโิ รธกแ็ สดงตวั ข้ึนมาเร่ือยๆ นโิ รธไมไ่ ด้ทำ� งานแก้กเิ ลส นโิ รธเกิดขนึ้ จากการ
ทกี่ เิ ลสดบั ไปเพราะอำ� นาจของมรรค ทกุ ขจ์ งึ ดบั ไปพรอ้ มในระยะเดยี วกนั นน้ั จนวาระ
สดุ ทา้ ย ทกุ ขก์ ส็ นิ้ ไปหมดจากใจ ทา่ นเรยี กวา่ เรยี นสจั ธรรมจบ เพราะสจั ธรรมทงั้ มวล
มอี ยทู่ ต่ี วั ของเรานี้ ในต�ำรับตำ� ราจะมีมากนอ้ ยเพยี งไร ท่านไม่ไดช้ ไี้ ปไหนนี่ ไปดซู ิ
ในตำ� รา ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขนั ธ์ ชเี้ ขา้ มาทก่ี ายทจ่ี ติ ของสตั วข์ องเราของทา่ นนที้ ง้ั นนั้
จงพจิ ารณาเข้ามาจุดนี้ น้ีคอื จุดแห่งความจรงิ อย่ามองข้ามความจริงน้ไี ป จะไมเ่ จอ
ความจรงิ ตลอดไป ถา้ มองขา้ มนแี้ ลว้
ฉะนั้น ท่านจึงสอนให้มองเข้ามาสูค่ วามจริง คืออรยิ สัจทีม่ ีอย่ภู ายในกายในใจ
ของเรานเ้ี ปน็ ความจรงิ อยตู่ ลอดเวลา ใครจะวนิ จิ ฉยั ใครค่ รวญหรอื จะนอนหมกจมกนั
อยทู่ นี่ น่ั มันก็เป็นสจั ธรรมอย่โู ดยตรง ถา้ พจิ ารณาใหร้ แู้ จ้งเหน็ จรงิ ก็รสู้ ัจธรรม เมือ่ รู้
สัจธรรมแล้วก็ละสจั ธรรมทั้งหมดเพราะอันน้เี ป็นทางก้าวเดิน ผทู้ ่ีหลดุ พ้นหรอื ผู้ทีจ่ ะ
กา้ วขา้ มหรอื รเู้ ทา่ ในสจั ธรรมทง้ั ส่ี รรู้ อบสจั ธรรมทงั้ สนี่ แี้ ลว้ หมดหว่ ง กค็ อื จติ ทบ่ี รสิ ทุ ธิ์
เต็มท่ีแล้วนัน่ แล นน่ั ไม่ใช่สจั ธรรม
สจั ธรรม มที กุ ข์ สมทุ ยั นโิ รธ มรรค ทั้งสองฝา่ ยน้เี ปน็ คูป่ รบั กัน เปน็ คอู่ รกิ นั
หรือเป็นเครื่องแก้กัน ทุกข์กับสมุทัยเป็นฝ่ายผูกมัด นิโรธกับมรรคเป็นฝ่ายแก้
ฝา่ ยถอดถอน ฝา่ ยระงบั ดบั ลงไปเรอื่ ยๆ จนกระทงั่ ดบั ลงโดยสนิ้ เชงิ หลงั จากความดบั
แหง่ กเิ ลสทง้ั หลายโดยสนิ้ เชงิ แลว้ นนั้ แล คอื ความหลดุ พน้ ของจติ จากนน้ั จติ กไ็ มเ่ ปน็
สัจธรรมต่อไปอกี
ในขณะทจ่ี ติ ยงั มกี เิ ลสหมุ้ หอ่ อยนู่ นั้ เปน็ สจั ธรรมทงั้ ดวงทเี ดยี ว พอชำ� ระซกั ฟอก
กเิ ลสอนั เปน็ สมทุ ยั สัจออกจากใจหมดแล้ว ใจก็กลายเป็นความจริงอันประเสริฐ แต่
ไมใ่ ชค่ วามจรงิ ในอรยิ สจั เปน็ ความหลดุ พน้ ของตวั เอง อนั นไ้ี มใ่ ชส่ จั ธรรม การพจิ ารณา
จงึ เปน็ กริ ยิ าทงั้ นน้ั เมอื่ ถงึ ขนั้ ทห่ี มดกริ ยิ าแลว้ สจั ธรรมทง้ั สน่ี ก้ี เ็ ปน็ อนั วา่ หมดหนา้ ทไ่ี ป
เช่น มรรคเปน็ เครือ่ งด�ำเนนิ แก้กเิ ลสก็หมดหน้าท่ีไป เหลอื แตค่ วามบริสทุ ธิล์ ว้ นๆ
269
นี้แหละคือการตัดภพตัดชาติตัดกิเลสตัณหาไม่ให้มีเก่ียวข้องภายในจิตใจได้
อกี เลยตลอดอนนั ตกาล ไมม่ กี าลใดสมยั ใดทท่ี กุ ขจ์ ะเขา้ มาสมั ผสั สมั พนั ธใ์ จไดอ้ กี หรอื
ตนจะไปโดนทกุ ขท์ ต่ี รงไหนภายในใจอกี ภพนน้ั ภพนไี้ มม่ ใี นจติ แลว้ ทกุ ขจ์ ะมที ไี่ หนได้
ก็มีแต่ความบริสุทธิ์พุทโธเท่านั้น นอกจากทุกข์ประจ�ำขันธ์ซึ่งพระพุทธเจ้าแลสาวก
กย็ อมรับรแู้ ตไ่ มย่ ึดเทา่ น้ันเอง
น่ีคือผลแห่งการประพฤติปฏิบัติก�ำจัดสิ่งที่เป็นข้าศึกอยู่ภายในใจ ด้วยความ
พากเพยี ร อยา่ ลดละทอ้ ถอย ใหเ้ อาใหจ้ รงิ ใหจ้ งั ตอ่ งานของตนอยา่ งยงิ่ อยา่ เหน็ งานใด
เปน็ สงิ่ ทว่ี เิ ศษวโิ สยง่ิ กวา่ งานของพระเรา นแี่ หละ พระเรามงี านอยา่ งน้ี นแี่ ลงานของพระ
ในครง้ั พทุ ธกาลท่านมอี ยา่ งนก้ี ันทง้ั นั้น องคใ์ ดออกจากสกุลต่างๆ มาบวชในส�ำนัก
ของพระพุทธเจ้าหรือสำ� นกั ใดกต็ าม เมื่อได้สดับตรับฟงั พระโอวาทของพระพุทธเจ้า
ให้เต็มท่ีเต็มฐานแล้ว ก็ออกประกอบความพากเพียรท่ีเรียกว่าท�ำงาน เดินจงกรม
นงั่ สมาธภิ าวนา ชำ� ระจติ ใจประจำ� ตนไมล่ ดละ จนบรรลผุ ลสำ� เรจ็ ดงั ใจหวงั นลี่ ะงานคอื
การช�ำระจติ ใจ
ช�ำระมันท�ำไมจิตใจน่ะ ก็มันเต็มไปด้วยของสกปรกรกรุงรังอยู่ภายในน้ันมา
ตง้ั กัปต้งั กลั ป์นับไม่ถ้วนแลว้ จึงตอ้ งชำ� ระสะสาง และส่งิ นี้แลเปน็ ตัวเหตทุ พี่ าใหไ้ ดร้ บั
ความทกุ ข์ความทรมานในภพนอ้ ยภพใหญเ่ รื่อยมา จึงต้องช�ำระมนั ออกใหห้ มดด้วย
กิจการงานเหมาะสมของเราท่ีด�ำเนินอยู่น้ี เม่ือช�ำระเสร็จสิ้นลงไปแล้ว อดีตก็หมด
อนาคตก็หมดความหมายไปโดยประการท้ังปวง เพราะจิตนั้นบริสุทธิ์เต็มตัวแล้ว
แมป้ จั จบุ นั กร็ เู้ ทา่ ไมย่ ดึ ทงั้ อดตี ทง้ั อนาคตทง้ั ปจั จบุ นั รตู้ ามความจรงิ โดยตลอดทว่ั ถงึ
ไมม่ จี ดุ มตี อ่ มทไ่ี หนอกี แลว้ นน่ั แลคอื การเสรจ็ งานอนั วเิ ศษ กลายเปน็ คนวเิ ศษขน้ึ มา
ภายในตวั เอง ซ่งึ แตก่ ่อนหาคณุ ค่าไมไ่ ด้
จงสนใจพนิ จิ พจิ ารณาอยา่ งเอาจรงิ เอาจงั เอารา่ งกายนเ้ี ปน็ ตวั เหตุ เปน็ สนามรบ
เปน็ สถานทค่ี ลคี่ ลายดคู วามจรงิ เกสา โลมา นขา ทนตฺ า ตโจ จนกระทงั่ อาการสามสบิ สอง
มแี ตค่ วามจรงิ ลว้ นๆ ภายในตวั เรา จงมองลงไปตามจดุ ความจรงิ ดงั ทท่ี า่ นสอนไวน้ น้ั
จะเห็นความจริงเต็มกายเต็มหัวใจ ตลอดถึงกระแสของใจที่ไปคิดส�ำคัญม่ันหมาย
270
วา่ นัน้ เป็นเรา นเี้ ป็นของเรา รปู เป็นเรา เวทนา สัญญา สังขาร วญิ ญาณ เปน็ เรา
เป็นของเรา
ความสำ� คญั มน่ั หมายเหลา่ นนั้ มนั จะหมดความหมายไปทนั ที เพราะความเสกสรร
ท้งั หมดน้ีเป็นเร่ืองของกเิ ลสท้ังมวล เมอ่ื ปญั ญาได้ชะลา้ งเขา้ ไปตรงไหนแล้ว จะมแี ต่
ความจรงิ ลว้ นๆ ปรากฏขนึ้ มา ความจอมปลอมทงั้ หลายทเี่ คยเสกสรรปน้ั ยอตา่ งๆ นนั้
จะหายหนา้ ไปหมด ปรากฏแตค่ วามบรสิ ทุ ธทิ์ ไ่ี มย่ ดึ ไมถ่ อื สง่ิ ใด เพราะรเู้ หน็ ตามความจรงิ
เตม็ สว่ นแลว้ นคี่ อื การปลอ่ ยวางอปุ าทานในขนั ธ์ ปลอ่ ยวางอปุ าทานในจติ ปลอ่ ยดว้ ย
อบุ ายดงั กลา่ วมา
เมอ่ื ปลอ่ ยวางหมดแลว้ กไ็ มไ่ ดบ้ อกวา่ เลศิ หากรภู้ ายในตวั เอง ไมม่ กี ารเสกสรร
ปัน้ ยออกี แลว้ ทน่ี ี่ อย่ตู ามความจริง อยตู่ ามหลักธรรมชาติ ไม่สำ� คัญตนวา่ สูงย่ิงกว่า
ผู้อนื่ ผู้ใด ไมส่ �ำคญั ตนว่าต�ำ่ ตอ้ ยนอ้ ยหนา้ กว่าผ้ใู ด ไม่ยกตนขม่ ผู้หนงึ่ ผใู้ ด แล้วไม่
นกึ คดิ นำ� เรอื่ งของผใู้ ดเขา้ มาเปน็ อารมณเ์ หยยี บยำ�่ ทำ� ลายตน ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ ขา้ งนอก
กจ็ รงิ ขา้ งในกจ็ รงิ ใจกจ็ รงิ จรงิ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งแลว้ ไมก่ ระทบกระเทอื นกนั นน่ั คอื ความ
อยสู่ บายในระหวา่ งขนั ธก์ บั จติ อยสู่ บายในระหวา่ งโลกกบั เรา เพราะรเู้ ทา่ ทนั หมดแลว้
ไม่ไปเกาะไม่ไปยดึ ก็ไม่มอี ะไรมากระทบกระเทอื น
พอสน้ิ วาระของธาตขุ นั ธท์ สี่ บื ตอ่ กนั มนั กส็ ลายตวั ลงไปตามหลกั ธรรมชาตขิ อง
ขนั ธสมมตุ ิ ซง่ึ เรากไ็ ดพ้ จิ ารณารอบตวั ไวห้ มดแลว้ ยอ่ มไปอยา่ งสคุ โต ไปอยา่ งเปน็ สขุ
สขุ อนั นไ้ี มใ่ ชส่ ขุ ธรรมดาในวงสมมตุ ิ เปน็ บรมสุขทเี่ รยี กว่า ปรมํ สุขํ-ปรมํ สขุ ํ ไดแ้ ก่
ท่านผู้ท่ีไปจากธาตุจากขันธ์จากอุปาทานโดยประการท้ังปวง ไม่มีอะไรห่วงใยเลย
เปน็ อนาลโย คำ� ว่า อนาลโย คอื ความหมดอาลัย ก็หมดท่ใี จน้ีเอง ไม่ใชห่ มดท่ีไหน
อย่าเท่ียวตะครบุ เงากนั
ฉะนน้ั ผปู้ ฏบิ ตั เิ พอื่ รธู้ รรมของจรงิ จงอยา่ ไปคาดไปหมายเรอ่ื งมรรคผลนพิ พาน
วา่ จะอย่ใู นสถานท่ีใด นอกจากจะอยู่ในท่ามกลางแหง่ สจั ธรรมทง้ั สนี่ เี้ ทา่ นั้น ไมน่ อก
เหนอื ไปจากนเี้ ลย พงึ ทราบวา่ สจั ธรรมทงั้ ส่ี สตปิ ฏั ฐานสี่ ซง่ึ มอี ยกู่ บั กายกบั ใจเรานแี่ ล
271
คือตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน ให้ดูตรงนี้ให้ดี แล้วจะเป็นท่ียอมรับภายในตัวเอง
ย่งิ กวา่ ผู้หนง่ึ ผู้ใดมาบอกมาสอนเป็นไหนๆ ปจฺจตตฺ ํ ร้จู ำ� เพาะตน สนฺทฏิ ฺ€โิ ก เห็นเอง
ประจกั ษใ์ จหายสงสัย
ธรรมเหล่าน้ีเป็นธรรมส�ำคัญท่ีจะได้น�ำไปประพฤติปฏิบัติให้ปรากฏผลขึ้นกับ
ตวั เอง ดว้ ยความเขม้ แขง็ ทางดา้ นความเพยี รและเขม้ แขง็ ทกุ ดา้ นทกุ ทาง ขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ
ภายนอกภายในมคี วามกลมกลนื กนั เพราะภายนอกกเ็ กยี่ วกบั เรอื่ งภายใน คอื ใจเราเอง
ขา้ งนอกเหลวไหลขา้ งในกโ็ ลเล ถา้ ขา้ งนอกดขี า้ งในกด็ ี แนน่ หนามน่ั คงไปทกุ สดั ทกุ สว่ น
เพราะเราท�ำเพือ่ เรา ไมไ่ ด้ทำ� เพ่อื ผหู้ นึง่ ผู้ใด
จงเอาใหจ้ รงิ ใหจ้ งั ใหเ้ หน็ ธรรมวเิ ศษทม่ี อี ยใู่ นทา่ มกลางแหง่ ขนั ธน์ คี้ อื อะไร คอื
จติ ท่บี รสิ ุทธิ์จากการชำ� ระซกั ฟอกดว้ ยตปธรรม เมื่อจติ กบั ธรรมเปน็ อันเดยี วกนั แลว้
ไมต่ อ้ งเสกสรร หากรชู้ ดั ๆ วา่ แตกตา่ งกบั สงิ่ ทง้ั ปวงในแดนสมมตุ ิ แตกตา่ งจากทกุ สงิ่
ทกุ อย่างในโลก ไมม่ ีอะไรเหมอื นจติ เหมือนธรรมที่บริสุทธิเ์ ป็นอันเดยี วกนั คอื ธรรม
เปน็ จิต จติ เป็นธรรม จติ กับธรรมทเี่ ป็นอนั หนึง่ อันเดยี วกันน้ี ไม่เหมือนสง่ิ ใด จะรู้
ภายในตัวของผู้ปฏิบัติเอง จงพากันประพฤติปฏิบัติเพ่ือเป็นอัตสมบัติของตนให้ได้
เพราะนักบวชเราพร้อมทุกอย่างแล้วทางการรบเพื่อจบพรหมจรรย์ในพุทธศาสนา
อันเปน็ ศาสนาทเี่ ลศิ ในหวั ใจของผเู้ รียน ผ้ปู ฏบิ ัติและรู้เห็น
หยุดแคน่ ้แี ล
272
โอวาทปาฏโิ มกข์
เทศน์อบรมพระและฆราวาส ณ วัดปา่ บา้ นตาด
เม่ือวันที่ ๑๙ กุมภาพนั ธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๔
วนั นเี้ ปน็ วนั ทเ่ี ราทง้ั หลายระลกึ ถงึ ธรรมดวงประเสรฐิ พระพทุ ธเจา้ เปน็ ผปู้ ระเสรฐิ
พระธรรมเปน็ ธรรมทปี่ ระเสรฐิ พระสงฆส์ าวกของพระพทุ ธเจา้ ทพ่ี รอ้ มกนั มาสนั นบิ าต
ในสำ� นกั ของพระพทุ ธเจา้ ซง่ึ คลา้ ยวนั นนี้ น้ั จำ� นวน ๑,๒๕๐ องค์ ลว้ นแตเ่ ปน็ องคป์ ระเสรฐิ
ทง้ั สนิ้ หาทตี่ อ้ งตไิ มไ่ ด้ ใจของเราไดท้ มุ่ เทลงไปในธรรมชาตทิ ปี่ ระเสรฐิ วนั น้ี นบั วา่ เปน็
สริ มิ งคลแกจ่ ติ ใจของเราอยา่ งยง่ิ เพราะชมุ่ ชนื่ ดว้ ยพระธรรมดวงเลศิ คอื พระพทุ ธเจา้
พระธรรม พระสงฆ์
การทำ� ประทกั ษณิ สามรอบนนั้ คอื การทำ� ความเคารพตอ่ พระพทุ ธเจา้ พระธรรม
พระสงฆ์ มีองคพ์ ระประธานเป็นสกั ขพี ยานวา่ คือองค์แทนศาสดา ในครั้งพุทธกาล
ท่านถือการเดินท�ำประทักษิณ คือเดินเวียนขวาสามรอบเป็นการเคารพ ถือการยืน
เปน็ การเคารพ เพราะฉะนน้ั เวลาพระยนื อยู่ แตพ่ วกญาตโิ ยมนง่ั อยู่ จงึ หา้ มแสดงธรรม
ถา้ ยนื ต้องยนื ด้วยกัน นัง่ ตอ้ งนัง่ ด้วยกนั เพราะฉะน้ัน การทำ� ประทักษณิ สามรอบ
ซงึ่ บางทา่ นอาจจะไมเ่ ขา้ ใจ นน่ั คอื แสดงกริ ยิ าความเคารพดว้ ยการทำ� ประทกั ษณิ นค่ี อื
ความเคารพ เป็นอาการแห่งความเคารพอาการหนึ่งซึ่งแสดงในวันเช่นน้ีเพื่อท่าน
ทั้งหลายไดท้ ราบเอาไว้
273
พระทเี่ ราทงั้ หลายระลกึ ถงึ ทา่ นน้ี เปน็ พระทปี่ ระเสรฐิ ประเสรฐิ กวา่ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง
ในสามโลกธาตุน้ี ไมม่ ีสิ่งใดเสมอเหมอื น ผู้ทกี่ ้าวเขา้ ถงึ ธรรมอันประเสริฐ จงึ เรียกวา่
เป็นผปู้ ระเสรฐิ จิตใจเข้าถึงธรรมอนั ประเสริฐไดโ้ ดยสมบรู ณ์ ธรรมอนั ประเสริฐนน้ั
ย่อมปรากฏที่ดวงใจ ใจกับธรรมเป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน เพราะฉะน้ัน เวลาท่าน
ปรนิ ิพพานแล้ว จึงไม่อาจจะพูดได้วา่ จติ ของท่านบรสิ ทุ ธ์หิ รือพดู ไดว้ า่ จิต เพราะผา่ น
จากสมมุติไปแลว้
สมมตุ คิ อื ธาตขุ นั ธ์ ไดแ้ กส่ กลกาย เมอื่ มสี กลกายอนั เปน็ สมมตุ ทิ อ่ี าศยั กนั อยกู่ บั
จติ ทเี่ ปน็ วมิ ตุ ตหิ ลดุ พน้ ไปแลว้ นนั้ จงึ เรยี กวา่ จติ บรสิ ทุ ธิ์ เรยี กทา่ นวา่ เปน็ พระอรหนั ต์
พอผ่านจากขันธ์นี้ไปแลว้ ไม่มีสมมุตใิ ดๆ เขา้ เจอื ปนกับจติ ดวงนนั้ จติ ดวงนน้ั เปน็
ธรรมทง้ั แทง่ เปน็ ธรรมทงั้ ดวง จงึ ไมเ่ รยี กวา่ จติ อกี และคำ� วา่ ปรนิ พิ พานนน้ั กห็ มายถงึ
เรอ่ื งสมมตุ ไิ ดด้ บั สนทิ ไปหมดแลว้ ไมม่ ชี นิ้ เหลอื ไมเ่ หมอื นทา่ นทย่ี งั ครองขนั ธอ์ ยทู่ ง้ั ที่
จิตบริสุทธ์ิ แต่ก่อนดับเฉพาะกิเลสภายในใจ พอธาตุขันธ์สลายลงไปสู่สภาพเดิม
ของตนแลว้ นนั้ เรยี กวา่ ปรนิ พิ พาน คอื ดบั หมด กเิ ลสกเ็ ปน็ อนั วา่ ดบั ไปแลว้ ตง้ั แตข่ ณะ
ตรสั รู้และขณะบรรลุธรรม ถงึ ขั้นสดุ ยอดแหง่ ธรรมแล้ว วาระสุดท้ายขนั ธก์ ็สลายไป
หมดความรับผดิ ชอบกันเพียงเท่าน้ัน
สภาพของขันธก์ ็มีธาตุส่ี ดิน น�้ำ ลม ไฟ เปน็ สิง่ ท่ีมองเห็นได้ชดั สลายตวั
ลงไปสสู่ ภาพเดมิ ของตน จติ ทบี่ รสิ ทุ ธผ์ิ า่ นออกไปแลว้ จงึ ไมเ่ รยี กวา่ จติ ไดอ้ กี ธรรมชาติ
ทเ่ี รียกไมไ่ ด้นแี้ ลที่เราทั้งหลายได้กราบระลกึ อยู่ทกุ วันวา่ พทุ ธฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ คอื
ธรรมชาตนิ ้ี ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ นี้พูดตามอาการ จึงมสี ามรัตนะ
เมอื่ เขา้ ถงึ ความบรสิ ทุ ธเ์ิ ตม็ ทแี่ ลว้ กลมกลนื เปน็ อนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั แลว้ ทง้ั พระพทุ ธเจา้
พระธรรม พระสงฆ์ ที่เป็นอาการรวมเข้าสู่ธรรมดวงเดียว
แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามเม่อื โลกสมมตุ ิยังมอี ยู่ ธาตุขนั ธ์ของเรายงั มีอยู่ ต้องระลกึ ถงึ
ทัง้ พระพุทธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ สง่ิ ที่ระลึกนน้ั แลเป็นธรรมชาติทป่ี ระเสรฐิ มีอยู่
ตลอดกาลเวลาไมไ่ ดส้ ญู สน้ิ ไปไหน แตม่ ไิ ดม้ อี ยแู่ บบสมมตุ ทิ งั้ หลาย และมไิ ดส้ ญู แบบ
สมมุตทิ ัง้ หลาย แต่ทรงอยแู่ บบนอกสมมุติ คือแบบวิมตุ ตลิ ว้ นๆ สมมุติเออื้ มไม่ถงึ
274
วันท่ีทา่ นประทานพระโอวาทปาฏโิ มกข์น้นั เรยี กวา่ วิสุทธิอุโบสถ คอื ประทาน
พระโอวาทแกพ่ ระอรหนั ต์ ๑,๒๕๐ องค์ ซง่ึ เปน็ ผบู้ รสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ จงึ เรยี กวา่ วสิ ทุ ธอิ โุ บสถ
แสดงแกท่ า่ นผบู้ รสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ ในเนอื้ ความแหง่ พระโอวาททแ่ี สดงนนั้ ทา่ นแสดงไวว้ า่
สพฺพปาปสสฺ อกรณํ การไมท่ �ำความชว่ั ทัง้ ปวงหน่งึ กุสลสฺสปู สมฺปทา การยงั ความ
ฉลาดให้ถึงพร้อมหน่ึง สจิตฺตปริโยทปนํ การท�ำจิตของตนให้ผ่องใสจนกระท่ัง
ถงึ ความบริสทุ ธิ์หน่งึ เอตํ พทุ ฺธาน สาสนํ นีค้ อื ค�ำส่งั สอนของพระพทุ ธเจา้ ทงั้ หลาย
ซึง่ สอนเปน็ แบบเดียวกนั อยา่ งนี้
จากนน้ั ทา่ นก็บรรยายขยายความออกไปวา่ อนปู วาโท อยา่ ไปกล่าวร้ายคนอืน่
อนปู ฆาโต อยา่ ทำ� ความเบียดเบยี นและทำ� ลายผอู้ น่ื ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร ใหส้ ำ� รวม
อย่ใู นหลักพระวนิ ัยอยา่ งเรยี บร้อยสวยงามในเพศของพระ มตตฺ ญฺญตุ า จ ภตฺตสมฺ ึ
ความรจู้ กั ประมาณในการขบการฉนั การใชส้ อยในทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง ไมใ่ หล้ มื เนอ้ื ลมื ตวั
ปนตฺ ญจฺ สยนาสนํ ให้มีทน่ี ัง่ ทน่ี อนที่พกั ผ่อนเพือ่ การบ�ำเพญ็ สมณธรรม เป็นทสี่ งบ
สงดั งบเงียบ อธจิ ติ เฺ ต จ อาโยโค การทำ� จติ ของตนใหย้ ่งิ ข้ึนไปโดยล�ำดบั จนกระทง่ั
สุดขดี แหง่ ความยิง่ ถึงขน้ั แห่งความประเสริฐของจิต เอตํ พทุ ฺธาน สาสนนตฺ ิ น่ีกเ็ ป็น
ค�ำส่ังสอนของพระพทุ ธเจา้ แตล่ ะพระองคๆ์ เชน่ เดยี วกนั และสอนแบบเดยี วกนั
ปจั จยั ทงั้ สเี่ ปน็ เครอ่ื งอาศยั เปน็ เครอ่ื งสนบั สนนุ สำ� หรบั นกั บวชผมู้ าบวชในศาสนา
ขนั ธห์ า้ นเี้ ปน็ เหมอื นโลกทวั่ ๆ ไป เวลาออกมาบวชแลว้ กต็ อ้ งมที อ่ี ยทู่ พี่ กั ทอ่ี าศยั มเี ครอ่ื ง
นงุ่ หม่ ใชส้ อยเปน็ ธรรมดาเชน่ เดยี วกบั โลก เปน็ แตป่ จั จยั เครอื่ งอาศยั ตา่ งกนั เกยี่ วกบั
เพศของนักบวชผ้ปู ฏบิ ตั ติ ามหลักธรรมวนิ ัยเทา่ นน้ั สว่ นใหญ่เหมือนกัน เชน่ จวี ร
กห็ มายถงึ ผา้ นงุ่ ผา้ หม่ สบง สงั ฆาฏิ ถา้ เปน็ ฆราวาส กเ็ รยี กวา่ เครอื่ งนงุ่ หม่ เปน็ พระ
กเ็ รียกว่าเคร่ืองน่งุ หม่ เหมือนกัน แตแ่ ยกไปเป็นจวี ร เปน็ สบง เปน็ สังฆาฏิ หรอื เป็น
บรขิ ารเครอื่ งอาศัยเปน็ อยู่ใชส้ อย
สรปุ ความแลว้ สงิ่ เหลา่ นเ้ี ปน็ ปจั จยั เครอ่ื งอาศยั ของสมณะเพอื่ บำ� เพญ็ หรอื เพอ่ื อยู่
ดว้ ยความสะดวกสบาย และเพอื่ บำ� เพญ็ ตนดว้ ยความราบรน่ื ในธรรมวนิ ยั ไมข่ ดั ขอ้ ง
กบั ส่งิ เหล่าน้วี า่ ไม่มี
275
บณิ ฑบาต ไดแ้ ก่ การขบการฉนั มตตฺ ญญฺ ตุ า จ ภตตฺ สมฺ ึ ใหร้ จู้ กั ประมาณในการ
บรโิ ภคขบฉนั นี่อยู่ในโอวาทปาฏโิ มกข์ที่ทา่ นแสดงเป็นวสิ ทุ ธอิ โุ บสถแกพ่ ระอรหนั ต์
๑,๒๕๐ องค์ วันนี้ได้ยกธรรมเหล่านี้มาแสดงให้ท่านท้ังหลายซึ่งเป็นนักบวชฟัง
ตลอดถงึ ประชาชนซงึ่ จะตอ้ งเปน็ ผมู้ ขี อบมเี ขตมคี วามพอดบิ พอดเี ชน่ เดยี วกนั ตา่ งกนั
แต่เพยี งสงู ตำ�่ หยาบละเอยี ดเท่านนั้ นอกนัน้ เหมอื นๆ กนั
การนงุ่ หม่ ใชส้ อยกไ็ มฟ่ มุ่ เฟอื ยจนกลายเปน็ ความฟงุ้ เฟอ้ โกเ้ ก๋ เกนิ เหตเุ กนิ ผล
เกนิ เนอื้ เกนิ ตวั เกนิ ความพอดที ค่ี วรจะเปน็ สขุ เพราะสงิ่ เหลา่ นเี้ มอื่ ไมร่ ปู้ ระมาณยอ่ ม
ทำ� ลายตวั เองได้ ทำ� ไมถงึ วา่ มาทำ� ลายตวั เอง เพราะทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งตอ้ งหามาดว้ ยทรพั ย์
สมบตั เิ งนิ ทอง ไมใ่ ชจ่ ะเกดิ มขี นึ้ มาเฉยๆ ลอยๆ ตามความตอ้ งการ ตอ้ งไดแ้ ลกเปลย่ี น
กนั มา เชน่ เอาเงนิ ไปซอ้ื เปน็ ตน้ การนงุ่ หม่ ใชส้ อยใหพ้ อเหมาะพอสมกบั ตน ความสขุ
ก็มีขนึ้
ถา้ เลยจากความพอดแี ลว้ ไมว่ า่ อะไรเปน็ ความยงุ่ เหยงิ วนุ่ วาย นำ� ความทกุ ขม์ าให้
ทง้ั นน้ั การขบการฉันการรับประทาน โภชเน มตตฺ ญฺญตุ า กใ็ ห้รู้จักประมาณในการ
บริโภคการขบฉัน ถา้ การรบั ประทานเลยเหตุเลยผลเลยความพอดีไปแล้ว ก็ทำ� ความ
สน้ิ เปลอื งและทำ� ความเสยี หายแกต่ วั เอง และกลายเปน็ นสิ ยั ได้ อะไรกต็ ามถา้ กลายเปน็
นสิ ยั แลว้ ยอ่ มจะแกไ้ ขไดย้ าก ทา่ นจงึ สอนใหร้ จู้ กั ประมาณในทกุ สงิ่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ตน
จะมีส่วนไดส้ ่วนเสยี ดว้ ย
เฉพาะอยา่ งยงิ่ พระเรา มตตฺ ญญฺ ตุ า จ ภตตฺ สมฺ ึ น้ี ทา่ นแสดงไวห้ ลายบทหลายบาท
หลายสตู รหลายคมั ภรี ท์ เี ดยี ว พระพทุ ธเจา้ ทรงยำ�้ แลว้ ยำ้� เลา่ กลวั พระจะลมื ตวั กลวั วา่
ลนิ้ จะแซงธรรม ปากทอ้ งจะแซงอรรถแซงธรรมไปเสยี ไปทไี่ หนกม็ แี ตล่ นิ้ แตป่ ากแตท่ อ้ ง
ออกหนา้ ออกตาแซงหนา้ ธรรมไปเสยี ธรรมเลยโผลข่ น้ึ ไมไ่ ด้ เกดิ ขนึ้ ไมไ่ ด้ เพราะความ
เห็นแก่ลิ้นแก่ปากแก่ท้องเหนือความเห็นแก่อรรถแก่ธรรม ท่านจึงสอนไว้อย่างน้ัน
ธรรมเหล่าน้ไี มใ่ ชเ่ ป็นธรรมเล็กนอ้ ย เป็นธรรมสำ� คัญมาก
การปฏบิ ตั ติ อ้ งไดส้ งั เกตสอดรตู้ นอยเู่ สมอ ผตู้ อ้ งการความเจรญิ รงุ่ เรอื งดว้ ยธรรม
ไม่ต้องการความเจริญดว้ ยปจั จัยส่อี ันเปน็ ด้านวัตถุ พระพทุ ธเจา้ ไม่ทรงสอนให้เสาะ
276
แสวงหาสงิ่ เหลา่ นเ้ี ลยขอบเขตแหง่ ความดงี ามของสมณะ และไมใ่ หใ้ ชส้ อยและขบฉนั
ให้เลยขอบเขตแหง่ ความพอดขี องสมณะ เพราะจะเป็นการทำ� ลายอรรถธรรมซงึ่ ควร
จะเกดิ ขน้ึ หรอื เกดิ ขนึ้ แลว้ ใหเ้ สอื่ มสญู อนั ตรธานไป เพราะสง่ิ เหลา่ นเี้ หยยี บยำ่� ทำ� ลาย
ทา่ นจงึ สอนแลว้ สอนเลา่ อยเู่ สมอหลายบทหลายบาทหลายสตู รหลายคมั ภรี เ์ พอื่ ผศู้ กึ ษา
อบรมจะได้สะดดุ ใจเหน็ โทษในส่ิงทท่ี รงต�ำหนิแล้วระมัดระวงั ตัว
เสนาสนะ คือทอ่ี ยทู่ อ่ี าศัย ท่านว่า ปนฺตญฺจ สยนาสนํ ท่ีนอนที่น่ังอนั สงบสงัด
นน่ั ฟงั ซิ ทไี่ หนเปน็ ทสี่ งดั ตงั้ แตว่ นั บวชมาทแี รกพระพทุ ธเจา้ กไ็ ดป้ ระทานพระโอวาท
ไว้แล้วเกยี่ วกับทีอ่ ย่อู าศยั จนมาถึงอปุ ชั ฌายะทุกวันน้ี บวชกุลบุตรสุดทา้ ยภายหลงั
ก็จะตอ้ งบอกนสิ สัย ๔ นใ้ี ห้ เวน้ ไม่ได้ อุปัชฌายะองค์ใดเว้นเปน็ ตอ้ งปลดออกจาก
ความเป็นอปุ ชั ฌายะทันที เพราะทำ� ใหข้ าดสง่ิ สำ� คัญและจำ� เป็นแก่ความเป็นพระและ
หนา้ ท่ขี องพระไป
รกุ ขฺ มลู เสนาสนํ นสิ สฺ าย ปพพฺ ชชฺ า, ตตถฺ เต ยาวชวี ํ อสุ สฺ าโห กรณโี ย. บรรพชา
อปุ สมบทแลว้ ใหท้ า่ นทง้ั หลายไปเทยี่ วเสาะแสวงหาอยตู่ ามรม่ ไม้ ชายปา่ ชายเขา ตามถำ�้
เง้ือมผา ปา่ รกชฏั อนั เป็นสถานทสี่ งบสงดั สะดวกแก่การบำ� เพ็ญสมณธรรม เพราะ
ปราศจากสงิ่ พลกุ พลา่ นรบกวนตา่ งๆ จงพยายามทำ� อยา่ งนต้ี ลอดชวี ติ เถดิ นค่ี อื โอวาท
สำ� คญั ทอ่ี ปุ ชั ฌายะทกุ ๆ องคบ์ วชกลุ บตุ รสดุ ทา้ ยภายหลงั เสรจ็ แลว้ ตอ้ งไดใ้ หโ้ อวาทขอ้ นี้
และงานของพระทจ่ี ะเปน็ ไปเพอื่ ความวเิ ศษศกั ดสิ์ ทิ ธภ์ิ ายในจติ ใจของตนคอื อะไร กค็ อื
กรรมฐาน ๕ เปน็ พนื้ ฐานไปก่อน
เวลานน้ั เปน็ ระยะทสี่ นั้ มาก ทา่ นจงึ สอนมอบงานใหเ้ พยี งสนั้ ๆ วา่ เกสา โลมา นขา
ทนตฺ า ตโจ เพยี งเทา่ นกี้ อ่ น นหี่ มายถงึ อะไร หมายถงึ ผม ขน เลบ็ ฟนั หนงั ใหเ้ อาน้ี
ไปพจิ ารณาคลคี่ ลายดตู ามหลกั ความจรงิ ของมนั ในสถานทสี่ งดั งบเงยี บอนั เปน็ ความ
สะดวกแกก่ ารพจิ ารณาคลคี่ ลายงานเหลา่ นใี้ หร้ แู้ จง้ แทงทะลุ ตลอดถงึ อาการสามสบิ สอง
ภายในร่างกายของตน ท้ังข้างนอกข้างใน อชฺฌตฺตา วา พหทิ ฺธา วา เทยี บกนั ได้
ทกุ สดั ทกุ สว่ น ดว้ ยความเปน็ อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า ดว้ ยความเปน็ ของปฏกิ ลู โสโครก
เต็มไปหมดในรา่ งกายของสัตว์ของบุคคล แต่ละสัตวแ์ ต่ละบุคคลไมม่ ใี ครย่งิ หยอ่ น
277
กวา่ ใคร เตม็ ไปดว้ ยสง่ิ เหลา่ นด้ี ว้ ยกนั นแี่ หละคอื งานทที่ า่ นใหท้ ำ� ใหพ้ จิ ารณา ทา่ นสอน
เพอื่ ความรูแ้ จง้ เหน็ จริง ปญั ญาแทงทะลแุ ล้วปล่อยวางอุปาทาน
ทสี่ อนให้พิจารณาคล่คี ลายรา่ งกายมี ผม ขน เลบ็ ฟัน หนัง เป็นต้น กเ็ พ่ือ
ชะล้างของปลอมท่ีแทรกอยใู่ นกายนั้นออกเพือ่ ความจรงิ คือธรรมจะได้ปรากฏ กิเลส
คือของปลอม ของเทียม เม่ือแทรกจิตจึงท�ำให้จิตปลอมไปด้วยกิเลสไม่อาจทรง
ความจรงิ ไวไ้ ด้ จงึ ถกู หลอกมาตลอด ถกู ฉดุ ลากมาเปน็ ประจำ� พาเทย่ี วปกั ปนั เขตแดน
เอาไวห้ มด ว่าสง่ิ นัน้ สวยส่งิ น้งี าม สงิ่ น้เี ป็น นิจจฺ ํ ของเทีย่ ง สิง่ นี้เปน็ สขุ ํ คอื ความสุข
สง่ิ นเี้ ปน็ อตตฺ า เปน็ เราเปน็ ของเรา แมก้ ำ� ลงั จะเปน็ จะตายอยู่ มนั กว็ า่ เปน็ เราเปน็ ของเรา
นค่ี อื เรือ่ งของกิเลสต้องขดั ขวางธรรมอยู่อย่างนี้
ทท่ี า่ นใหพ้ จิ ารณาตามความจรงิ นน้ั คอื ความจรงิ เปน็ อยา่ งไร ทา่ นกส็ อนใหร้ ใู้ ห้
เหน็ อย่างนนั้ เช่น อนิจฺจํ เป็นของไม่เทย่ี ง ร่างกายเราทุกส่วนหาความเที่ยงแทถ้ าวร
ไมไ่ ด้ มแี ตค่ วามแปรสภาพอยู่ตลอดเวลาทกุ อาการ จนถงึ วาระสุดทา้ ยสลายลงไปสู่
ความจรงิ ของตน ทกุ ขฺ ํ กเ็ คยไดย้ นิ แตท่ กุ ขข์ งั เรา เราไมเ่ คยไดข้ งั ทกุ ขเ์ อาไวพ้ อใหส้ บาย
ขยายอำ� นาจบงั คบั บญั ชากเิ ลสบา้ ง ทง้ั นเี้ พราะเราไมท่ ราบความจรงิ พอทราบความจรงิ
แล้วทกุ ข์จะมาขงั เราไมไ่ ด้ ดงั พระพุทธเจ้าและสาวกทงั้ หลาย ไม่มีทุกข์ตัวใดท่จี ะไป
ขงั จติ ขงั ใจของทา่ นใหเ้ ปน็ นกั โทษเหมอื นอยา่ งแตก่ อ่ นเลย ทา่ นอยเู่ หนอื ทกุ ขท์ งั้ มวล
ดังท่ีท่านอาจารย์ม่ันเคยพูดให้ฟังและได้เขียนไว้ในประวัติของท่านว่า
พระอรหนั ตบ์ างองคท์ า่ นยนื นพิ พาน บางองคท์ า่ นนงั่ นพิ พาน บางองคท์ า่ นเดนิ นพิ พาน
บางองคท์ า่ นนอนนพิ พาน ทำ� ไมท่านจึงทำ� ผิดแปลกจากมนษุ ย์ท่ัวๆ ไปในโลกนีเ้ ลา่
ก็เพราะความรู้ความเห็นความสัตย์ความจริงที่มีอยู่ในใจของท่านไม่ได้เหมือนกับ
โลกทั่วๆ ไป ธรรมน้นั เป็นสมบัติของทา่ นโดยเฉพาะไมเ่ กี่ยวกบั โลก ท่านจึงไมท่ ำ�
เหมอื นโลก และโลกกท็ ำ� เหมอื นทา่ นไมไ่ ด้ การทจี่ ะขดั แยง้ ทา่ นวา่ ทา่ นทำ� ไมไ่ ด้ ทา่ นเปน็
อย่างน้ันไม่ได้ จึงเป็นโมฆะท้ังสิ้น หาความจริงไม่ได้ เพราะผู้น้ันไม่มีความจริง
เหมอื นทา่ น จะใหท้ า่ นมาเปน็ อยา่ งตวั เองไดอ้ ยา่ งไร ทา่ นเปน็ ทา่ นเตม็ ตวั เรากเ็ ปน็ เรา
แบบนี้อยา่ งเต็มยศ (ของปุถุชน ผูช้ อบชนดะ)
278
ทกุ ขเวทนาในขนั ธก์ ส็ กั แตว่ า่ สมมตุ อิ นั หนงึ่ ๆ เทา่ นน้ั เชน่ รปู ํ คอื กองรปู นกี่ เ็ ปน็
สมมุตอิ นั หนง่ึ เวทนา สขุ ทุกข์ เฉยๆ นก่ี เ็ ปน็ อาการอนั หนงึ่ ๆ ของขนั ธแ์ ตล่ ะอยา่ งๆ
สงิ่ เหลา่ นเ้ี ปน็ สมมตุ ทิ งั้ มวล แตจ่ ติ ของทา่ นหลดุ พน้ แลว้ จากสงิ่ ทง้ั หลายเหลา่ น้ี จติ จงึ
เหนอื ส่งิ เหล่านี้ ทุกข์ภายในรา่ งกาย วาระสุดทา้ ยจะหนกั มากขนาดไหนกไ็ ม่สามารถ
ทำ� ใจของทา่ นใหก้ ระทบกระเทอื นใหห้ วน่ั ใหไ้ หวเอนเอยี งไปไดเ้ ลย ดว้ ยเหตนุ ท้ี า่ นจงึ
สามารถปรินิพพานตามอัธยาศัยในท่าที่ตนถนัดในวาระสุดท้ายได้ตามความสะดวก
และอธั ยาศยั โดยไมม่ เี วทนาตวั ใดทจ่ี ะสามารถเขา้ ไปเหยยี บยำ่� ทำ� ลายจติ ใจของทา่ น
ใหเ้ อนเอยี งไปไดเ้ หมอื นอยา่ งสามญั ชนทว่ั ๆ ไปเลย ดว้ ยเหตนุ ้ี ทา่ นจงึ ปรนิ พิ พานไดใ้ น
ทา่ ตา่ งๆ ตามอธั ยาศยั ของทา่ น เชน่ ยนื นพิ พานบา้ ง เดนิ นพิ พานบา้ ง นง่ั นพิ พานบา้ ง
นอนนพิ พานบา้ ง ดว้ ยความเปน็ อิสระเสรภี ายในใจ เพราะทา่ นไม่มีเวทนาทางใจ
คำ� วา่ เวทนา นี้ หมายถงึ เวทนาภายในจติ เวทนาในรา่ งกายนน้ั มี ทา่ นรบั ทราบ
เพราะทา่ นรู้ จะไมร่ บั ทราบอยา่ งไร แมแ้ ตเ่ รามกี เิ ลสอยภู่ ายในจติ ใจเรายงั รู้ เจบ็ ตรงไหน
ในสว่ นรา่ งกาย เจบ็ ทอ้ ง ปวดศรี ษะ เรายงั ทราบ ทำ� ไมทา่ นจะไมท่ ราบ แตค่ วามทราบ
ของเรากบั ความทราบของทา่ นมนั ตา่ งกนั ความทราบของเราทราบไปตามยถากรรมของ
คนมกี เิ ลส ไมไ่ ดห้ ย่ังทราบดว้ ยความรจู้ รงิ เห็นจรงิ เหมือนพระขณี าสพทา่ น จึงตอ้ ง
ยึดต้องถือ จึงต้องเกิดความทุกข์ทรมานภายในจิตใจไม่มีประมาณ เวลาร่างกาย
ไม่สมประกอบหรือมีความทุกข์ความล�ำบากข้ึนในอวัยวะส่วนใด ใจเลยกลายเป็น
โรคกังวล โรควนุ่ วาย โรคเสียอกเสียใจขน้ึ มาดว้ ย
แตพ่ ระขณี าสพทา่ นไมม่ ี เพยี งแตร่ บั ทราบทกุ ขเวทนาทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายในขนั ธเ์ ทา่ นนั้
ขนั ธก์ เ็ ปน็ ขนั ธ์ จติ เปน็ จติ เวทนาจะไปแทรกจติ ทา่ นไดอ้ ยา่ งไร เมอื่ ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ แลว้
ไมก่ ระทบกนั ขนั ธแ์ สดงตวั จนวาระสดุ ทา้ ย คอื ทกุ ขเวทนาแสดงตวั กแ็ สดงตวั อยใู่ นวง
ขนั ธโ์ ดยเฉพาะ ไมส่ ามารถไปแสดงตวั ในวงจติ ของทา่ นได้ นแี่ หละ ระหวา่ งพระอรหนั ต์
กบั เราต่างกนั มากราวฟา้ กบั ดนิ หินกบั เพชรน่ันแล
พระอรหนั ตท์ ่านไมม่ ีเวทนาทางใจ เวทนามีอยู่เฉพาะภายในขันธ์น้ีเท่านั้น ไมม่ ี
อยภู่ ายในจติ ของพระอรหนั ต์ เมอื่ เปน็ เชน่ นน้ั ทา่ นจะไมป่ รนิ พิ พานในทา่ ตา่ งๆ ไดต้ าม
279
ความต้องการของท่านหรือตามอัธยาศัยของท่านได้อย่างไร ท่านต้องเป็นท่านโดย
สมบรู ณต์ ลอดไป ไมม่ สี มมตุ ใิ ดๆ อาจเออื้ มลบลา้ งความจรงิ ของทา่ นไดต้ ลอดอนนั ตกาล
ความจรงิ เปน็ อยา่ งน้ี เราจงึ ยอมในคำ� พดู ของทา่ นอาจารยม์ นั่ ทว่ี า่ พระอรหนั ตน์ พิ พาน
ในทา่ ตา่ งๆ กนั อยา่ งหมอบราบตามประสาคนโง่ ใครๆ อยา่ เอาอยา่ ง จะกลายเปน็ คนโง่
พระโงไ่ ปหลายคนหลายองค์
คำ� วา่ เวทนา นเี่ ปน็ สมมตุ ิ จะเปน็ สขุ เวทนากต็ าม ทกุ ขเวทนากต็ าม อเุ บกขาเวทนา
กต็ าม จะมไี ด้ภายในรา่ งกาย เกดิ ข้ึนภายในกาย สขุ เกดิ ขน้ึ ภายในกาย ทกุ ข์เกดิ ข้ึน
ภายในกาย เฉยๆ เกดิ ขน้ึ ภายในกายนี้เทา่ น้ัน ไมส่ ามารถจะไปเกดิ ภายในจติ ของ
พระอรหนั ตไ์ ดเ้ ลย เพราะจติ นน้ั เปน็ วสิ ทุ ธจิ ติ เปน็ วมิ ตุ ตจิ ติ ทพ่ี น้ จากสมมตุ แิ ลว้ ทา่ นจงึ
ไมม่ ีเวทนาใดท่ีจะให้เสวย
ตามหลกั ความจรงิ เวทนาทงั้ ปวงเปน็ สมมตุ ิ แตจ่ ติ ของทา่ นเปน็ วมิ ตุ ตจิ ติ จะเขา้ กนั
ไดอ้ ยา่ งไร ฉะนน้ั จงึ ไมม่ เี วทนาใดทจี่ ะเขา้ เหยยี บยำ่� ทำ� ลายจติ ใจของทา่ นได้ นอกจากสขุ
ในหลกั ธรรมชาติ ดงั ทท่ี า่ นวา่ นพิ พฺ านํ ปรมํ สขุ ํ นพิ พานเปน็ สขุ อยา่ งยงิ่ สขุ ในนพิ พาน
หรอื สขุ ของทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธจ์ิ ติ บรสิ ทุ ธน์ิ น้ั ไมใ่ ชส่ ขุ เวทนา เปน็ สขุ ของวมิ ตุ ตจิ ติ เหนอื สมมตุ ิ
นี้ไปแล้ว สุขนั้นจึงไม่มคี �ำว่า อนิจจฺ ํ เวทนา อนิจจฺ า อย่างนี้กไ็ มม่ ี สขุ กเ็ ปน็ อนิจจฺ า
ทุกขก์ ็เปน็ อนจิ ฺจา อุเบกขาเฉยๆ ก็เปน็ อนจิ ฺจา หรอื เปน็ อนจิ ฺจํ ถ้าเป็นเวทนาแลว้
ต้องมี อนิจจฺ ํ เป็นคู่กนั เสมอไป
แตส่ ขุ ของพระอรหนั ต์ สขุ ของวสิ ทุ ธจิ ติ นนั้ ไมใ่ ชเ่ วทนา จงึ ไมม่ ี อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า
เขา้ ไปแทรกไดเ้ ลย นผี่ ดิ กบั สขุ ของโลก เวทนาของโลก ทา่ นจงึ เรยี ก นพิ พฺ านํ ปรมํ สขุ ํ
นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง สุขนั้นเป็นสุขในหลักธรรมชาติของความบริสุทธ์ิ ไม่ใช่สุข
เสกสรรปั้นยอขึ้นมา สขุ แล้วดับ ดับแลว้ เกดิ อย่อู ยา่ งนนั้ น่แี หละจติ ของพระอรหนั ต์
ตา่ งกนั อยา่ งนี้ เราควรทราบเอาไว้ เมอ่ื เราถงึ ขนั้ ของทา่ นทถ่ี งึ แลว้ ถา้ ยงั เขยี้ วแหลมคม
และกัดเกง่ อยู่ ค่อยไปชวนท่านตอ่ ยก็ได้ไม่หา้ ม กลัวเปน็ บาป
280
การทที่ ราบจากการไดย้ นิ ไดฟ้ งั นี้ ไมไ่ ดเ้ ปน็ ความแนใ่ จนกั ยงั ตอ้ งมคี วามสงสยั
อยู่เป็นธรรมดา เพื่อจะทราบตามหลักความจริงในส่ิงที่เป็นจริงนั้น ต้องทราบด้วย
ภาคปฏบิ ตั ทิ ่ีเรยี กวา่ ปฏเิ วธธรรม พระพทุ ธเจ้าไดธ้ รรมมาสั่งสอนโลกกไ็ ด้จากภาค
ปฏิบตั ิ ไดเ้ ป็นศาสดาเอกของโลกขึน้ มากไ็ ด้จากภาคปฏิบัติ คือการประพฤตปิ ฏบิ ัติ
ทางจติ ตภาวนา เชน่ เดนิ จงกรม นงั่ สมาธภิ าวนา ผลจงึ เกดิ ขนึ้ เตม็ ภมู แิ ละเปน็ ศาสดา
ของโลก พระสาวกท้ังหลายท่านก็ประพฤติปฏิบัติเป็นอรหันต์ข้ึนมาด้วยภาคปฏิบัติ
ไม่ไดเ้ ป็นขนึ้ มาดว้ ยภาคจดจ�ำเฉยๆ หรือภาคจดจ�ำลว้ นๆ
ความจำ� เปน็ ความจำ� ความจรงิ เปน็ ความจรงิ เรานำ� ความจำ� ทไ่ี ดศ้ กึ ษาเลา่ เรยี นมา
ไปประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามทเ่ี ราเขา้ อกเขา้ ใจจากการเลา่ เรยี นมานนั้ กลายเปน็ ภาคปฏบิ ัติ
ขน้ึ มา เมอ่ื ปฏบิ ตั ติ ามทเ่ี รยี นมาแลว้ ผลคอื ปฏเิ วธ ความรแู้ จง้ เหน็ จรงิ ยอ่ มรแู้ จง้ เหน็ จรงิ
ไปโดยลำ� ดบั ๆ จนกระทงั่ รแู้ จง้ แทงทะลเุ ปน็ ความจรงิ ขน้ึ มาเตม็ ภมู ภิ ายในใจ เมอ่ื เปน็
เชน่ นน้ั จะไมถ่ ามในสิง่ ทีก่ ล่าวมาน้ี เชน่ พระอรหันต์ทา่ นไมม่ เี วทนาในจติ อยา่ งนี้
จะปรากฏในจิตของเราเสียเอง จิตของพระพุทธเจ้ากับจิตของเราน้ันไม่มีอะไรผิด
แปลกกนั เม่อื เข้าถงึ ความจรงิ เต็มสัดเตม็ ส่วนเหมอื นกนั แล้ว ไม่มีอะไรจะสงสัยกัน
ไมม่ อี ะไรจะมาคดั คา้ นกนั ไมม่ อี ะไรมาลบลา้ งกนั ได้ เพราะเปน็ เหมอื นกนั จรงิ เทา่ กนั
เนื่องจากรแู้ บบเดียวกัน
ดงั ทก่ี ลา่ ววา่ เวทนาในจติ ของพระอรหนั ตไ์ มม่ อี ยา่ งนี้ ดซู วิ า่ ใจเราเปน็ ยงั ไง เขา้ ใจ
ทนั ที ออ้ เปน็ อยา่ งนเี้ อง นแ่ี หละทวี่ า่ ผใู้ ดเหน็ ธรรม ผนู้ นั้ เหน็ เราตถาคต เหน็ ความจรงิ อนั น้ี
ซง่ึ เปน็ เหมอื นกนั ของเราฉนั ใด ของทา่ นฉนั นน้ั ของทา่ นฉนั ใด ของเราฉนั นน้ั นพิ พานเทยี่ ง
หรอื ไมเ่ ทย่ี ง ดจู ติ ของเรากร็ ู้ ถามนพิ พานวา่ เทย่ี งไมเ่ ทยี่ งไปทำ� ไม ตวั กร็ ู้ นพิ พานหรอื
ไม่นพิ พานอยู่ท่จี ิตน้ี นน่ั เปน็ ช่ือตา่ งหาก ค�ำว่านพิ พานนั้นเปน็ เงา หรอื เปน็ ช่อื ของ
ธรรมชาติที่เราทรงอยู่เวลานี้รู้อยู่เวลานี้ ได้แก่จิตที่บริสุทธ์ินี้ นี่คือตัวประธานแท้
ดตู วั ประธานแลว้ รตู้ วั ประธานแลว้ สงสยั เงาไปหาอะไร นแ่ี หละหลกั ความจรงิ ใครอยาก
เปน็ เจา้ ของกป็ ฏบิ ตั เิ อา อยา่ ขเ้ี กยี จ ความขเ้ี กยี จคอื ตวั สงั หารทำ� ลายมรรคผลนพิ พาน
ความขยนั หมัน่ เพียรต่างหากเป็นทางเดนิ เพ่อื มรรคผลนพิ พาน
281
ธรรมะค�ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทุกบททุกบาท เป็นมัชฌิมาปฏิปทาอยู่เสมอ
ตง้ั แตค่ รง้ั พทุ ธกาลมาจนกระทงั่ ปัจจบุ ันนไี้ ม่มกี ารเปลยี่ นแปลงไปไหน เพราะเหตุใด
เพราะกิเลสทุกประเภทซึ่งเกิดภายในจิตใจหรือมีอยู่ภายในจิตใจของสัตว์โลก ไม่มี
กเิ ลสตวั ใดเปลย่ี นหนา้ เปลย่ี นตาไปเปน็ อยา่ งอนื่ พอทจี่ ะเปลยี่ นแปลงมชั ฌมิ าปฏปิ ทา
ใหเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื เพอ่ื ใหท้ นั กบั กเิ ลสประเภทนนั้ ๆ กเิ ลสเหลา่ นไ้ี มเ่ หนอื อำ� นาจแหง่ ธรรม
จึงไม่ต้องเปล่ียนแปลงธรรมที่ทรงสอนแล้วนี้ เพราะทรงได้ผลมาแล้วจากปฏิปทา
เหล่าน้ี จงึ ต้องนำ� ปฏปิ ทาเหลา่ นม้ี าปราบกเิ ลสตามท่พี ระพทุ ธเจา้ พาดำ� เนนิ มา
ถ้าเราด�ำเนินตามหลักธรรมท่ีพระพุทธเจ้าทรงสอนไว้นี้ ศาสนธรรมหรือ
มัชฌิมาปฏิปทาน้ี คือตลาดแห่งมรรคผนิพพานของเราอย่างเต็มสัดเต็มส่วนนั่นเอง
หาที่สงสยั ไมไ่ ดเ้ ลย นอกจากจติ ใจหรอื การประพฤตปิ ฏบิ ัติจะเป็นล่มุ ๆ ดอนๆ สงู ๆ
ตำ�่ ๆ ไมเ่ ปน็ ไปตามหลกั ธรรมทท่ี รงสอนไวเ้ ทา่ นน้ั จงึ ไมส่ มหวงั ถา้ ตง้ั ใจปฏบิ ตั ติ ามน้ี
คำ� วา่ มชั ฌมิ า คอื ธรรมเหมาะสมเพอื่ มรรคผลนพิ พานตลอดเวลาอยแู่ ลว้ การประพฤติ
ปฏบิ ัติก็เหมาะสมกบั เหตุ ผลท�ำไมจะไมส่ มดลุ กนั เล่า ตอ้ งสมดลุ ผูป้ ฏบิ ัตเิ ช่นนี้แล
จะเป็นผรู้ บั มรดกท่ีพระพทุ ธเจ้าประทานให้
พระพทุ ธเจา้ ไมไ่ ดเ้ กดิ ขน้ึ จากไหน เกดิ ขน้ึ จากมชั ฌมิ าปฏปิ ทานี้ สาวกทกุ ๆ องค์
อยา่ วา่ แต่ ๑,๒๕๐ องคน์ เ้ี ลย เปน็ หมนื่ ๆ แสนๆ ลา้ นๆ องค์ ทา่ นกส็ ำ� เรจ็ จากมชั ฌมิ านี้
ทงั้ นนั้ ไมม่ ที อ่ี น่ื เปน็ ทส่ี ำ� เรจ็ มรรคผลนพิ พานได้ นอกจากมชั ฌมิ าเปน็ ทางเดนิ เปน็ เครอ่ื ง
ชำ� ระซกั ฟอก เปน็ เครอื่ งหลอ่ หลอมใหจ้ ติ แตล่ ะดวงกลายเปน็ จติ บรสิ ทุ ธข์ิ นึ้ มา ขอให้
เป็นท่ีม่ันใจในการประพฤติปฏิบัติธรรมและสถานที่ดังกล่าวมาน้ีเถิด เพราะเป็นที่
ที่เหมาะสมตลอดมาไมเ่ คยล้าสมยั คือในป่า ในเขา ในท่ีสงดั วเิ วก ดังทท่ี ่านพาอยู่
พาด�ำเนินมา
การขบการฉนั ดงั ไดก้ ลา่ วมาแตเ่ บอ้ื งตน้ วา่ เปน็ ปจั จยั เครอ่ื งอาศยั ของวบิ ากขนั ธ์
เท่านัน้ ไมใ่ ช่เป็นสิ่งส�ำคัญดังวิสทุ ธธิ รรมทเ่ี รามุง่ ม่นั อยเู่ วลานี้ ส่งิ ทีเ่ รามุง่ มั่นนน้ั คอื
วสิ ทุ ธธิ รรม ซง่ึ เปน็ ธรรมสำ� คญั มาก สว่ นปจั จยั เครอ่ื งอาศยั ตา่ งๆ เปน็ เพยี งเครอื่ งบำ� รงุ
เยยี วยาธาตขุ นั ธพ์ อใหอ้ ยไู่ ดเ้ ปน็ ไปไดว้ นั หนงึ่ ๆ เทา่ นนั้ อยา่ ไดล้ มื เนอ้ื ลมื ตวั กบั สงิ่ อาศยั
282
วา่ เปน็ เนอื้ เปน็ หนงั เปน็ ตวั ของตวั ขนึ้ มา จะลมื อรรถลมื ธรรม สงิ่ เหลา่ นจี้ ะกลายเปน็ ภยั
เหยยี บยำ�่ ทำ� ลายจติ ใจลงไปโดยไมร่ สู้ กึ ตวั การเหยยี บยำ่� ทำ� ลายจติ ใจ กค็ อื การเหยยี บยำ�่
ธรรมซงึ่ จะเกดิ ขน้ึ ภายในใจนนั้ แล ใหพ้ ากนั ระมดั ระวงั เสมอ คำ� วา่ สกกฺ าโร ปรุ สิ ํ หนตฺ ิ
ลาภสกั การะฆา่ บรุ ษุ ผโู้ งใ่ หฉ้ บิ หายจากธรรม กค็ อื ความลมื ตวั กบั สงิ่ เหลา่ นแ้ี ล จะเปน็
อะไรมาจากทไี่ หน
การประพฤติปฏิบัติให้เล็งดูจิต อย่าดูท่ีอื่น กิเลสอยู่กับจิต แสดงออกที่จิต
ไมว่ า่ ดี วา่ ชวั่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตณั หา คดิ มากคดิ นอ้ ยคดิ ขน้ึ ทจ่ี ติ
เกิดขึน้ ที่จติ เผาลนทีจ่ ิต ไมไ่ ด้เผาที่ไหน มชั ฌมิ าปฏิปทา มีสติปัญญาเปน็ ส�ำคญั
ให้สอดสอ่ งมองดจู ิตตลอดระยะเวลา เพราะเรามีหน้าทอ่ี นั เดียวเท่าน้ี
พระบวชมาปลอ่ ยหมดแลว้ กจิ บา้ นการเรอื นอะไรๆ ทโี่ ลกจดั ทำ� กนั มแี ตป่ ฏบิ ตั ิ
ศลี ธรรมอยา่ งเดยี ว ไมเ่ กาะเกยี่ วกบั สงิ่ ภายนอก สว่ นอาหารปจั จยั สที่ ก่ี ลา่ วมา ไมต่ อ้ ง
เป็นกังวล ผิดวิสัยพระศิษย์ตถาคต เป็นหน้าที่ของประชาชนศรัทธาญาติโยมเขา
ซึ่งพร้อมและบริบูรณ์อยู่แล้วอยากจะสนับสนุนผู้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติก�ำจัดกิเลส
เพื่อได้บุญได้กุศลกับท่านเหล่านั้น เอ้า ปฏิบัติลงไป ถ้าเป็นลูกศิษย์ตถาคตเข้าสู่
สงครามแลว้ ไมต่ อ้ งกลวั ตาย ผปู้ ฏบิ ตั ไิ มไ่ ดต้ ายเพราะการตอ่ สกู้ บั กเิ ลส ดงั พระพทุ ธเจา้
เพยี งสลบ แตก่ เิ ลสตายเรยี บ ดเู อาในตำ� รามใี หด้ ู ไมโ่ กหก สว่ นมากคนเรามแี ตก่ เิ ลส
ยำ�่ ยีตีแหลกให้ตายทัง้ นนั้ แหละ
จงเหน็ โทษแหง่ การยำ�่ ยตี แี หลกของกเิ ลสจนถงึ ขน้ั ตายแลว้ เกดิ เกดิ แลว้ ตายอยนู่ ้ี
ในภพนอ้ ยภพใหญไ่ มห่ ยดุ ไมถ่ อยมาจนบดั น้ี ควรจะเหน็ โทษในสงิ่ เหลา่ นมี้ ากกวา่ การ
กลวั ทกุ ขก์ ลวั ตายทจ่ี ะตอ่ สกู้ บั กเิ ลสเปน็ ไหนๆ เราเปน็ นกั ธรรมะตอ้ งเลง็ เหตผุ ลยงิ่ กวา่
ความกลวั ทกุ ขก์ ลัวตายโดยไมม่ ีเหตผุ ล จงึ ถูกหลกั ของธรรมท่จี ะทำ� ใหพ้ ้นทุกข์ และ
ผเู้ ชน่ นนั้ จะพน้ ทกุ ขไ์ ดไ้ มส่ งสยั ไมต่ อ้ งกลวั ขนึ้ บนเวทแี ลว้ กลวั ตายทำ� ไม ถา้ กลวั ตาย
อยบู่ นเวทตี อ่ ยไมอ่ อก ตอ่ ยไมเ่ ตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย กำ� ลงั ตก เพราะขาดกำ� ลงั ใจ เดย๋ี วถกู
เขานอ็ กเอา ใหม้ แี ตค่ วามหวงั ชนะกบั ความชนะเทา่ นน้ั อยใู่ นหวั ใจขณะตอ่ สู้ นกั ตอ่ สู้
ขน้ึ บนเวทแี ลว้ มแี ตค่ วามหวงั ชนะ ไมม่ คี ำ� วา่ กลวั คตู่ อ่ สู้ นเ่ี รากา้ วขนึ้ บนเวทแี ลว้ เพศของ
283
เราเปน็ เพศนกั รบ ไมใ่ ชเ่ พศนกั หลบ นกั หลอกตวั เอง และหลอกประชาชนทเี่ ขาศรทั ธาใน
พทุ ธศาสนา ศรทั ธาในพระ ตอ้ งสสู้ ดุ กำ� ลงั สจู้ นสดุ ขดี สดุ แดน สจู้ นไดช้ ยั ชนะมาสสู่ งั คม
พุทธศาสนาอยา่ งสง่าผ่าเผยและภาคภมู ิในตวั เอง
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งเครอ่ื งสนบั สนนุ มพี รอ้ มแลว้ อาหารปจั จยั จะกนิ ใหต้ ายกไ็ ดถ้ า้ เรา
ไมเ่ สยี ดายธรรม ถา้ เหน็ ขด้ี กี วา่ ไส้ กพ็ งุ ทะลพุ งุ ระเบดิ ไมร่ ตู้ วั ลน้ิ แซงอยเู่ รอ่ื ย แซงอรรถ
แซงธรรมนะ่ ทอ้ งปากแซงอยเู่ ร่ือยๆ หาเวลาว่างไมม่ ี หาเวลาบกพรอ่ งบ้างไมม่ ี มีแต่
เรอ่ื งกนิ ๆ แบบกเิ ลสตณั หาอาสวะบรรจเุ ขา้ เตม็ เตม็ เทา่ ไรยง่ิ บรรจเุ ขา้ ไปๆ สดุ ทา้ ยกต็ าย
เพราะกเิ ลสไมม่ เี มอื งพอ ทา่ นจงึ นำ� ธรรมมาสกดั ลดั กนั้ ไวเ้ พอ่ื รกั ษาชวี ติ พระไมใ่ หต้ าย
เพราะทอ้ งแตกวา่ โภชเน มตฺตญฺญุตา ให้รจู้ กั ประมาณในการบริโภคขบฉนั
อยา่ ลมื เนอ้ื ลมื ตวั ในปจั จยั สซี่ ง่ึ เปน็ เครอ่ื งอาศยั เทา่ นน้ั สง่ิ ทม่ี งุ่ หวงั อยา่ งแรงกลา้
คอื อรรถคอื ธรรม ความประเสรฐิ เลศิ เลออยทู่ ธ่ี รรมในใจ เอา สลู้ งไป จะตายดว้ ยการตอ่ สู้
กบั กเิ ลสกใ็ หเ้ หน็ เสยี ที ไมเ่ คยมใี นศาสนาของพระพทุ ธเจา้ น้ี นกั ตอ่ สสู้ กู้ บั กเิ ลสจนตาย
ท่ีเห็นมามีแต่กิเลสนั่นแหละตายเวลาต่อสู้เข้าไปๆ ดังพระพุทธเจ้าก็สลบสามหน
พระองคก์ ไ็ มต่ าย สดุ ทา้ ยกเิ ลสตายไมม่ เี หลอื นน่ั สาวกทงั้ หลายไดร้ บั ความทกุ ขท์ รมาน
เพราะการตอ่ สกู้ บั กเิ ลสมามากเทา่ ไร กไ็ มไ่ ดย้ นิ วา่ ทา่ นตาย สดุ ทา้ ยกเิ ลสตายๆ จงึ ได้
ปรากฏเปน็ ผวู้ เิ ศษวโิ สขน้ึ มาเพราะการตอ่ สู้ นแ่ี หละคณุ คา่ แหง่ การตอ่ สู้ ทำ� ใหค้ นบรสิ ทุ ธิ์
พทุ โธขึ้นมาในใจได้อย่างเด่นชัด
เราเป็นลูกศิษย์ของตถาคต ต้องถือเอาเย่ียงอย่างของพระพุทธเจ้ามาด�ำเนิน
อยา่ สกั แตว่ า่ กลา่ ว พุทธฺ ํ สรณํ คจฺฉามิ ใจลอยเมฆไปไหนหรอื ลงนรกอเวจีท่ีไหน
ก็ไมร่ ู้ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ว่าแตป่ ากคิดแตใ่ จแย็บเดยี ว ถกู กเิ ลสฉุดลากไปตม้ ตุ๋น
ทไ่ี หนก็ไมร่ ู้ วันหนึง่ ๆ หาเวลาคดิ ตามคลองอรรถคลองธรรมเพียงแยบ็ ๆ แทบไมม่ ี
และด�ำเนินไปนดิ ๆ หน่อยๆ ก็หาวา่ ทกุ ข์ว่าลำ� บากไปเสีย ซ่ึงล้วนแต่เป็นกลมายาของ
กเิ ลสมนั หลอกมนั ลวงไมใ่ หเ้ ขา้ ชอ่ งอรรถชอ่ งธรรม เพราะกลวั จะผา่ นอำ� นาจมนั ไปเสยี
มันจึงไม่ยอมให้ไป มัดไว้กับความขี้เกียจอ่อนแอ มัดไว้กับความหนุ่มน้อยก�ำลัง
เพลดิ เพลนิ มดั ไวก้ บั ความเฒา่ แกช่ ราจำ� ศลี ภาวนาไมไ่ ด้ มดั ไวก้ บั ความยงุ่ ยากจปิ าถะ
284
จนประมาณไมไ่ ด้ และอยูใ่ นเง้ือมมือของมนั เรอื่ ยมา น่แี หละค�ำวา่ มารๆ คอื อะไร
กเิ ลสมารเปน็ เบอรห์ นง่ึ ในหวั ใจของคนและสตั ว์ เฉพาะอยา่ งยงิ่ ในหวั ใจของเรา ซงึ่ เปน็
นกั ปฏบิ ตั ิ ใหท้ ราบวา่ มารคอื อะไร กค็ อื กเิ ลสทกุ ประเภท ไมม่ อี ะไรทเ่ี ปน็ มารเทา่ กเิ ลส
ให้เห็นมารรู้มารทตี่ รงนี้ และปราบมารทีต่ รงนี้
การตอ่ ส้กู บั กิเลสก็อยา่ ออมก�ำลังอยา่ ออมแรง เพราะเราไมเ่ คยเห็นกิเลสตัวใด
ตั้งแต่ประพฤติปฏิบัติมาอย่างเต็มสติก�ำลังความสามารถจนถึงปัจจุบันนี้ว่าเป็นตัว
สภุ าพเรียบร้อยอ่อนโยน (เวลาดัดสันดานเรา มนั ท�ำเบาๆ ออมแรงไว้ กลวั เราทกุ ข์
มาก) พอทจี่ ะตอ่ สมู้ นั ดว้ ยความสภุ าพออ่ นโยนนมิ่ นวล นอนราวกบั ตาย หลบั ครอกๆ
แทบจะได้ กสุ ลา มาติกา ไม่รู้จักตื่นท�ำกไ็ ด้ เดินเซ่อๆ ทำ� กไ็ ด้ จติ เถ่อไปไหนมองไป
ไหนกไ็ ด้ อยสู่ ะดวกสบาย กนิ ใหม้ ากนอนใหม้ ากเหมอื นกบั หมตู วั หนงึ่ กเิ ลสกต็ ายไป
อย่างเรียบวุธด้วยวิธีการเหล่านี้ เราไม่เคยเห็น เคยเห็นแต่ฟัดกันเต็มเหน่ียว เอ้า
มนั ไมต่ ายใหเ้ ราตาย เราไม่ตายใหม้ นั ตายเทา่ นั้น สูก้ ันอย่างไมถ่ อย
นอกจากนน้ั ยงั ทรมานทางกายชว่ ยจติ ตภาวนาอกี ดว้ ย เพราะกเิ ลสมนั มที างกาย
เปน็ กำ� ลงั เครอื่ งสง่ เสรมิ มนั ดว้ ย กนิ มากๆ เขา้ ไป รา่ งกายอว้ นพขี น้ึ มา กเิ ลสมนั กต็ วั ดี
ตวั เดน่ ขน้ึ มา แลว้ เหยยี บยำ�่ ทำ� ลายจติ ใจลงไป การภาวนาโงหวั ไมข่ นึ้ เมอ่ื เปน็ เชน่ นน้ั
ตอ้ งตดั ทอนกำ� ลงั ทางรา่ งกาย นอนมากมนั ทำ� ใหม้ กี ำ� ลงั มากและทำ� ใหท้ บั ถมจติ ใจมาก
กนิ มากมกี ำ� ลงั มาก มนั ทบั ถมจติ ใจมาก การภาวนากา้ วไมอ่ อก ตดั อาหารลงไป ตดั เรอ่ื ง
การหลบั การนอนลงไป ตดั กำ� ลงั ทางกายในแงต่ า่ งๆ ลงไปโดยลำ� ดบั จติ ใจจะไดภ้ าวนา
สะดวกข้นึ ความจรงิ ก็เปน็ อยา่ งนน้ั จริงๆ
เวลารา่ งกายมกี ำ� ลงั นอ้ ยลงไป ลดลงไปๆ จติ ใจมกี ำ� ลงั กลา้ แขง็ ขน้ึ ทกุ ระยะ เวลาท่ี
เราประกอบความเพยี รอยเู่ หน็ ไดช้ ดั เมอ่ื เปน็ เชน่ นน้ั ถงึ จะยากลำ� บากกต็ อ้ งทนเพราะ
ทางไปสายนย้ี ากกไ็ ป งา่ ยก็ไป ขรขุ ระกไ็ ป เพราะทางไปอยูน่ ้ี ทางเดนิ อยนู่ ้ี ทางเดนิ
เพอ่ื ความพน้ ทกุ ขอ์ ยตู่ รงน้ี อบุ ายวธิ เี พอ่ื ฆา่ กเิ ลสอยทู่ ตี่ รงนๆี้ กต็ อ้ งไดท้ นทกุ ขท์ รมาน
ตนท�ำไปเพราะเคยเห็นผลอย่างนี้ นี่ละการประพฤติปฏิบัติจึงต้องใช้อุบายหลายแง่
หลายทาง ไม่สักแต่ว่าเดินจงกรมแล้วก็เดินไปเฉยๆ ไม่ได้ค�ำนึงถึงเหตุถึงผลว่าได้
285
ผลมากนอ้ ยเพียงไร เดนิ สักแต่เป็นกิรยิ าใชไ้ มไ่ ด้ ต้องเอาใหจ้ รงิ ให้จัง มสี ตปิ ญั ญา
ก�ำกับงานและคอยทดสอบผลไดผ้ ลเสยี ของตนอยู่เสมอ
สตแิ นบอยกู่ บั จติ นแ้ี ลคอื ผรู้ กั ษาจติ สตเิ ปน็ สำ� คญั ปญั ญาเปน็ ผใู้ ครค่ รวญเหตผุ ล
ดีชว่ั ประการตา่ งๆ ธรรมสองอยา่ งนเ้ี ปน็ สำ� คญั วริ ยิ ะ คอื ความเพียร น่ีเปน็ เครือ่ ง
สนบั สนนุ เปน็ ก�ำลังใจเพื่อความเพียร ความจดจ่อตอ่ เนื่องกันเพอื่ ทำ� ลายกเิ ลส แลว้
สตปิ ัญญาเปน็ สำ� คัญมาก เราไม่เหน็ อันใดท่จี ะมคี ณุ ค่ายง่ิ กว่าสติปัญญาในการปราบ
ปรามกเิ ลส แมแ้ ต่ขั้นตน้ ๆ สตปิ ัญญากม็ ีความจ�ำเปน็ อยูเ่ ชน่ นนั้ จนกระท่งั ถงึ วาระ
สดุ ทา้ ย เอา้ ลงไป คำ� วา่ วาระสดุ ทา้ ยคอื อะไร ถงึ ขนั้ กเิ ลสละเอยี ด ถงึ ขนั้ ธรรมละเอยี ด
สตปิ ัญญาต้องละเอียดไปตามกเิ ลสไม่อยา่ งนั้นไมท่ นั กัน
ใครจะวา่ กเิ ลสมนั โงเ่ มอื่ ไร กเิ ลสจอมฉลาดจงึ ไดค้ รองไตรภพ สตั วโ์ ลกเกดิ ตาย
อยนู่ ้เี พราะอ�ำนาจของกเิ ลสทงั้ นัน้ ไม่ใชเ่ พราะอำ� นาจของอะไร ถา้ กิเลสไมแ่ หลมคม
เหนอื กวา่ สตั วโ์ ลก ใครจะไปเชอื่ ใครจะไปยอมจำ� นนกบั กเิ ลส เพราะกท็ ราบแลว้ วา่ กเิ ลส
เปน็ ภยั เหตใุ ดจงึ ไมท่ ราบในขณะทมี่ นั กลอ่ ม กเ็ พราะอบุ ายของเรา สตปิ ญั ญาของเรา
ไม่ทันมนั น่นั เอง จึงจ�ำตอ้ งยอมจ�ำนนมนั ไปโดยไมร่ สู้ กึ ตัว นี่เวลาสตปิ ัญญาเราผลติ
ขน้ึ มาๆ ทนั กเิ ลสประเภทนแี้ ลว้ ตอ่ ไปกท็ นั กเิ ลสประเภทนน้ั เหน็ โทษของกเิ ลสประเภทน้ี
เหน็ เลห่ เ์ หลยี่ มของกเิ ลสประเภทนน้ั แกเ้ ลห่ เ์ หลย่ี มของกเิ ลสนไ้ี ปได้ แลว้ แกเ้ ลห่ เ์ หลย่ี ม
ของกิเลสประเภทนั้นได้โดยล�ำดับ และฆ่าได้โดยล�ำดับด้วยเร่ือยไปๆ จนกระท่ัง
เอา้ พูดกันให้ถงึ เหตถุ งึ ผลถงึ อรรถถงึ ธรรม ฟาดกนั ไปถึงขั้นมหาสติมหาปัญญาแล้ว
เอาละท่นี ่ี
คำ� วา่ มหาสตมิ หาปญั ญา หมายถงึ สตปิ ญั ญาอตั โนมตั ิ หมนุ ตวั กบั เหตกุ ารณต์ า่ งๆ
อยตู่ ลอดเวลา ไม่มคี �ำวา่ ยืน วา่ เดนิ ว่านง่ั ว่านอน จะเผลอตวั ขณะใด เว้นแต่ขณะ
หลับเทา่ น้นั นอกนน้ั สติปัญญาจะตอ้ งทำ� งานอยูต่ ลอดเวลา จนถงึ กบั ไดย้ บั ยงั้ เอาไว้
ไมเ่ ช่นน้ันจะเลยเถดิ ดังทา่ นกล่าวไวใ้ นธรรมสังโยชน์เบื้องบนวา่ อุทธัจจะ ความฟ้งุ
ความฟงุ้ ซา่ นรำ� คาญ อทุ ธจั จะ น้ี หมายถงึ ความเพลนิ ในงานของตน ไมใ่ ชอ่ ทุ ธจั จกกุ กจุ จะ
แบบนิวรณ์หา้ ซง่ึ มีอยใู่ นสามัญชนทั่วไป
286
อทุ ธจั จะ น้ี เปน็ สงั โยชนเ์ บอ้ื งบน จะตดั ไดด้ ว้ ยอรหตั ตมรรคเทา่ นนั้ ทา่ นผทู้ ดี่ ำ� เนนิ
อรหตั ตมรรค จะเปน็ ผเู้ พลดิ เพลนิ ในธรรมขอ้ นี้ จงึ เรยี กวา่ อทุ ธจั จะ ความเพลนิ เกนิ ตวั
กไ็ มถ่ กู นะ ถา้ จะพดู เปน็ การเตอื นกบ็ อกวา่ ความเพลดิ เพลนิ เกนิ ไปไมถ่ กู นะ งานแมจ้ ะได้
เพราะการกระท�ำกจ็ รงิ แต่การกระท�ำงานทั้งหลายนนั้ ย่อมมีการพกั ผอ่ นเปน็ ธรรมดา
พกั ผอ่ นนอนหลบั พกั ผอ่ นรบั ประทานอาหาร แมแ้ ตร่ ถวงิ่ ไปตามถนนยงั ตอ้ งเตมิ นำ้� มนั
ยงั ตอ้ งพกั เครอ่ื ง
ผลจะไดเ้ พราะการทำ� งานกจ็ รงิ แตเ่ มอื่ ทำ� ไปจนหมดกำ� ลงั แลว้ ผลของงานจะได้
มาจากไหน น่ีสติปัญญาเมื่อหมุนตัวไม่หยุด ไม่พักผ่อนหย่อนตัวบ้างเลยก็เหนื่อย
จิตเหน่ือยเม่ือยล้าจึงต้องพักในวงสมาธิ ท่านบอกให้เข้าพักในสมาธิเสียให้จิตมี
ความสงบ พอไดร้ บั ความสงบเปน็ กำ� ลงั แลว้ จติ มกี ำ� ลงั ออกพจิ ารณา เชน่ เดยี วกบั คนท่ี
ทำ� งานจนกำ� ลงั กายและจติ เหนอ่ื ยเมอื่ ยลา้ แลว้ กม็ าพกั ผอ่ นนอนหลบั มารบั ประทาน
อาหารใหส้ ะดวกสบาย ถงึ เวลาจะเสยี ไป อาหารการบรโิ ภคเหลา่ นน้ั จะเสยี ไปกต็ าม แตไ่ ด้
ก�ำลังขึ้นมาชดเชยกันเพื่อการงานต่อไปอีกและเพื่อเพ่ิมผลแห่งงานขึ้นไปโดยล�ำดับ
เพราะก�ำลงั เกดิ จากการพกั ผอ่ นและการรบั ประทานนนั้
นก่ี ารพกั ผอ่ นในสมาธจิ ะเสยี เวลำ่� เวลาบา้ งไมเ่ ปน็ ไร เพราะกำ� ลงั ชารจ์ พดู งา่ ยๆ
ชารจ์ แบตเตอรท่ี างดา้ นจติ ใจ ใหจ้ ติ มคี วามสงบ มกี ำ� ลงั ทางสมาธิ ในขณะทพ่ี กั ตอ้ งพกั
จริงๆ ไม่ยงุ่ กับสตปิ ญั ญาใดๆ ท้งั สิน้ พอออกจากการพักแลว้ จิตจะมกี ำ� ลงั วงั ชา
สติปัญญาแหลมคม กเิ ลสตวั น้นั แล สติปญั ญาประเภทท่ีเคยแก้กิเลสนี้แล ใส่เข้าไป
ขาดสะบน้ั ๆ เพราะกำ� ลงั สตปิ ญั ญามมี าก เนอ่ื งจากไดพ้ กั ผอ่ นอยา่ งสะดวกสบายแลว้
นีว่ ธิ กี ารดำ� เนินวิปสั สนาโดยสม่ำ� เสมอ
เมอ่ื ถงึ ขน้ั นแี้ ลว้ ความขเี้ กยี จขค้ี รา้ นหายหนา้ ไปหมด นอกจากไดร้ ง้ั เอาไวเ้ ทา่ นน้ั
ความเห็นโทษก็ถึงใจ นอนใจได้ยังไง ความเห็นคุณก็ถึงใจ เห็นโทษแห่งกิเลส
ทุกประเภท เหน็ อยา่ งถงึ ใจ เหน็ อยา่ งซ้ึง เหน็ อยา่ งนา่ เข็ดน่าหลาบ เห็นอย่างน่ากลวั
คนเราเมอื่ กลวั แลว้ อยไู่ ดย้ งั ไง ทไี่ หนจะเอาตวั รอดไดต้ อ้ งเผน่ ทไี่ หนเหน็ วา่ จะพน้ ภยั
ตอ้ งเผน่ ไปทน่ี นั่ นจี่ ติ เหน็ วา่ จะพน้ ภยั ดว้ ยวธิ ไี หนกต็ อ้ งโดดออก จะพน้ ภยั ดว้ ยวธิ ตี อ่ สู้
287
กบั กเิ ลสกต็ อ้ งตอ่ สู้ เหมอื นทตี่ อ่ สดู้ ว้ ยปญั ญา เพราะความเหน็ คณุ แหง่ ความพน้ ทกุ ข์
และเพราะธรรมอศั จรรย์ตามขน้ั ทปี่ รากฏอยใู่ นใจพาใหฮ้ ึกหาญ
แม้จะไม่ถึงขน้ั อศั จรรย์เตม็ ภมู ิกต็ าม ขึน้ ช่ือว่าธรรมแลว้ ย่อมเป็นของแปลก
ของอศั จรรยอ์ ยภู่ ายในจติ ใจของผรู้ ผู้ เู้ หน็ นน้ั แลว้ นนั้ แลเปน็ สงิ่ ทม่ี คี ณุ คา่ อยภู่ ายในใจ
อยแู่ ลว้ และเปน็ เครอ่ื งสนบั สนนุ ใหม้ กี ำ� ลงั ใจเพมิ่ ขนึ้ ทจ่ี ะประพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรมเบอ้ื งสงู
ข้ึนไปไมห่ ยุดหยอ่ น วา่ ใหพ้ ้นเทา่ นน้ั ไม่พ้นก็ใหต้ ายเท่านั้น คำ� ว่าถอยมไี ม่ไดแ้ ล้ว น่ี
สตปิ ญั ญาอตั โนมตั เิ ปน็ อยา่ งนนั้ ในครงั้ พทุ ธกาลทา่ นวา่ มหาสตมิ หาปญั ญา คอื หมนุ ตวั
เปน็ เกลยี วอยตู่ ลอดเวลา อตั โนมตั ิ ไมม่ คี ำ� ทว่ี า่ บงั คบั บญั ชา นอกจากตอ้ งไดร้ ง้ั เอาไว้
เพราะจะเป็นอุทธัจจะคือฟุ้งเกินไป เพลินกับการกับงานการพิจารณาค้นคว้าจนเกิน
ความพอดไี ป แต่ไมไ่ ดผ้ ลเทา่ ท่ีควร จงึ ตอ้ งใหพ้ กั ผอ่ นในสมาธเิ สีย เมอื่ มกี �ำลงั แลว้
จึงพิจารณาค้นคว้าต่อไปจนกระทั่งทะลปุ รโุ ปรง่ ไปหมด
อทุ ธัจจะ คือ ความฟงุ้ ความเพลิดเพลนิ ในงานของจติ มานะ ความถือความรู้
ทเี่ ตม็ ไปดว้ ยอวชิ ชานนั่ เอง จะเปน็ อะไรเอาใหม้ นั ถงึ นนั่ ซิ ทกี่ ลา่ วมาทงั้ หมดนเี้ ปน็ ของ
ปลอมเมอ่ื ไร มอี ยกู่ บั นกั ปฏบิ ตั ิ ฝกึ ใหไ้ ด้ จติ เปน็ สงิ่ ทฝ่ี กึ ได้ ฝกึ ไมไ่ ด้ พระพทุ ธเจา้ ดี
ไมไ่ ด้ เปน็ ศาสดาของโลกไมไ่ ด้ พระธรรมกระเทอื นโลกธาตอุ ยเู่ วลานี้ ออกจากจติ ทา่ น
ทไี่ ดฝ้ กึ มาทงั้ นนั้ จติ เปน็ สมบตั ขิ องเรา ไมใ่ ชส่ มบตั ขิ องใคร เราเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบภายใน
จิตของเรา เปน็ ก็เรา ตายก็เรา สขุ กเ็ รา ทกุ ข์กเ็ รา รบั ทงั้ น้นั เมื่อเปน็ เช่นนั้น เราจะ
ปล่อยให้กิเลสเหยียบย่�ำท�ำลายอยู่ตลอดไปสมควรแล้วเหรอ ต้องเอาให้จริงให้จัง
นักปฏบิ ัติ
อยา่ มองอะไรยงิ่ กวา่ ใจซง่ึ เปน็ สถานทเ่ี กดิ เหตุ มหาเหตอุ ยทู่ น่ี นั่ โรงผลติ งานของ
กิเลสประเภทต่างๆ อยู่ทน่ี ่ัน ในขณะเดียวกนั โรงผลติ อรรถผลติ ธรรมกอ็ ย่ทู ่ีน่นั เอ้า
แยกแยะกนั เขา้ ไป จติ นเี้ ปน็ ตวั สำ� คญั มาก เอาใหถ้ งึ เหตถุ งึ ผล จติ นเ้ี ปน็ เหมอื นนกั โทษ
เวลานี้ ธรรมเป็นเครื่องแกเ้ ครอื่ งปลดเปลื้อง กิเลสเป็นเจา้ อำ� นาจบงั คบั บัญชาจติ ใจ
แก้ลงไปๆ เม่ือแกล้ งไปไดม้ ากนอ้ ยจิตจะดีดขึน้ มาๆ โดยล�ำดบั ล�ำดา จนกระท่งั แก้
ได้หมดโดยสิ้นเชิง ไมม่ สี ิ่งใดเหลอื แล้ว นน้ั แลความหมุนตัวของสตปิ ญั ญาทเ่ี ปน็ ไป
288
กับเหตุการณต์ า่ งๆ ในวงความเพียรยอ่ มยุติลงเอง เหมอื นกบั นกั รบ เม่ือไดช้ ยั ชนะ
เตม็ ทแ่ี ล้ว การรบพุ่งชงิ ชยั ทีเ่ ปน็ ไปทง้ั วันท้ังคนื นัน้ ก็ยุติกันลง
สติปัญญากับกิเลสเม่ือได้ฟาดฟันห่ันแหลกกันลงไป จนไม่มีกิเลสตัวใดมา
ตอ่ กรแลว้ เรื่องความหมุนต้ิวๆ อยูด่ ว้ ยสติปญั ญาน้ีก็หมดหนา้ ที่ไป เหลือแตค่ วาม
บรสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ เอา้ อยไู่ หนอยเู่ ถอะทน่ี ่ี ไมม่ กี าลไมม่ สี ถานท่ี ไมย่ งุ่ กบั อดตี วา่ เคยเปน็ มา
อยา่ งไร ไมย่ งุ่ กบั อนาคตวา่ จะไปเกดิ เปน็ อะไรตอ่ ไปอกี ปจั จบุ นั กร็ เู้ ทา่ ไมย่ ดึ มนั่ ถอื มน่ั
ในความรูค้ วามเปน็ ของตน ต่างอันตา่ งจริงทกุ สัดทุกสว่ น จติ กจ็ ริงตามจิต จรงิ ตาม
หลักธรรมชาติ จริงในความประเสริฐของตน เมืองพออยู่ที่นี่ พอจิตหมดภัยแล้ว
ทุกส่ิงทุกอย่างได้คลายไปตามๆ กัน น้ันแลคือผลแห่งการประพฤติปฏิบัติอันเป็น
ที่พงึ ใจ
พระพทุ ธเจา้ กด็ ี สาวกทง้ั หลายกด็ ี ไดน้ ำ� จติ ดวงนขี้ นึ้ มาประกาศธรรมสอนโลกนนั้
ได้มาด้วยภาคประพฤติปฏิบัติ และได้มาด้วยความขยันหม่ันเพียรด้วยความเป็น
นกั ตอ่ สู้ ไมใ่ ชไ่ ดม้ าดว้ ยความขเี้ กยี จขคี้ รา้ น ความเหน็ แกป่ ากแกท่ อ้ ง ความเหน็ แกห่ ลบั
แกน่ อน ขเ้ี กยี จออ่ นแอ นน่ั ไมใ่ ชท่ างของผจู้ ะดำ� เนนิ ตนเพอ่ื ความพน้ ทกุ ข์ แตเ่ ปน็ ทาง
อนั เตยี นโลง่ ของกิเลสทีจ่ ะสั่งสมฟืนไฟขน้ึ มาภายในใจโดยถ่ายเดียว
นที่ า่ นทงั้ หลายมาจากทต่ี า่ งๆ ไดม้ าอบรมศกึ ษาอยใู่ นสำ� นกั นี้ ผมมคี วามเมตตา
สงสาร ถงึ จะอย่ดู ว้ ยกนั มากบา้ งก็ทนเอา ทา่ นองคน์ ้นั ก็มีหัวใจองค์นกี้ ็มีหัวใจ เปน็ ผู้
มงุ่ มาเพอ่ื อรรถเพอ่ื ธรรม ผมเองกไ็ ดค้ ดิ เทยี บเคยี งทกุ สดั ทกุ สว่ นแลว้ กบั หมกู่ บั เพอ่ื น
เพราะเราเคยเป็นผู้น้อยมาแล้ว ไปเสาะแสวงหาครูอาจารย์ที่ไหนที่ต้องจิตต้องใจ
เป็นผู้ที่น่าเคารพกราบไหว้เป็นที่ลงใจของเรานั้น มันหายากนักยากหนากว่าจะพบ
เหน็ ท่าน
เมื่อไปถึงครูบาอาจารย์องค์ใดที่เป็นที่สนิทติดใจกับท่าน ด้วยความเชื่อความ
เลอ่ื มใสจรงิ ๆ แลว้ เราพอใจทจ่ี ะอยู่ อยากใหท้ า่ นเมตตาสงสารรบั ไวส้ ง่ั สอน ใจจะขาด
ออกจากหทยั ของเรา ถงึ ขนาดนน้ั ทเี ดยี วสำ� หรบั ผม นหี้ มเู่ พอ่ื นมาศกึ ษาอบรมกเ็ หน็ ใจ
289
อย่างน้ันเหมอื นกนั ถึงจะไม่ได้อยู่ แตไ่ ดร้ ับการอบรมช่ัวกาลชัว่ เวลาก็ยังดี น่ีแหละ
ขอให้คิดเห็นอรรถธรรมท่ีกล่าวมาเหล่านี้น�ำไปประพฤติปฏิบัติ อย่าท้อถอยอ่อนแอ
ส่ิงเหล่านี้เคยมีอยู่ในหัวใจเราอยู่แล้ว ไม่เห็นเป็นของประเสริฐของอัศจรรย์จากมัน
นอกจากธรรมอนั ประเสริฐทจี่ ะเกิดขน้ึ จากความเพยี ร ความหนกั เอาเบาสเู้ ทา่ น้นั
น่ีวันนี้ได้อธิบายธรรมภาคปฏิบัติให้ท่านทั้งหลายได้เข้าอกเข้าใจ ทางพระเป็น
ส�ำคัญ เพราะเป็นจุดศูนย์กลางแห่งจิตใจของประชาชน และเป็นผู้รักษาศาสนาใน
วงภายใน และมหี นา้ ท่ีเตม็ เมด็ เต็มหน่วย เพศกป็ ระกาศอย่างเดน่ ชัดแลว้ ว่า เพศน้ี
เปน็ เพศสมณะ เปน็ เพศทบี่ ำ� เพญ็ อรรถธรรมโดยถา่ ยเดยี ว จงึ ไดแ้ สดงใหท้ า่ นทง้ั หลาย
ได้เข้าอกเข้าใจเพ่ือน�ำไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่ตนตลอดผู้เกี่ยวข้อง
มากน้อย
บรรดาศรทั ธาญาติโยมท้งั หลาย จติ ใจก็เหมอื นกนั กบั พระ ต่างกนั ก็สักแตเ่ พศ
เท่านั้น จิตใจไม่มีค�ำว่าเป็นผู้หญิงผู้ชาย มีความรักใคร่ชอบใจศรัทธาในศาสนา
เช่นเดียวกัน การประพฤติปฏิบัติตนในคุณงามความดีทั้งหลายเป็นสิริมงคลแก่เรา
เชน่ เดยี วกบั พระทา่ นประกอบหนา้ ทกี่ ารงานทางดา้ นธรรมะของทา่ น เปน็ สริ มิ งคลแกใ่ จ
ของทา่ น เรามาประกอบบำ� เพญ็ คณุ งามความดที งั้ หลาย มที าน ศลี ภาวนา เปน็ สำ� คญั
กเ็ ปน็ สริ มิ งคลแกจ่ ติ ใจของเรา ใจเปน็ สำ� คญั มาก ขอใหพ้ ยายามบำ� รงุ ใจ ใจเปน็ หลกั ใหญ่
ใจเปน็ นักทอ่ งเทยี่ ว ดงั ท่ีท่านอาจารยม์ ัน่ ทา่ นพดู หาข้อแยง้ ไมไ่ ด้
จะท่องเที่ยวไปไหนก็ตาม ขอให้ท่องเท่ียวไปด้วยบุญด้วยกุศล ด้วยคุณงาม
ความดเี ปน็ เครอื่ งสนบั สนนุ เถดิ จะเปน็ ทเ่ี บาอกเบาใจ เปน็ ทส่ี ะดวกสบาย เปน็ สคุ โต
ไปกด็ ี อยกู่ เ็ ปน็ สขุ เกดิ ในภพใดชาตใิ ดถา้ มคี ณุ งามความดเี ปน็ เครอ่ื งหลอ่ เลย้ี งจติ ใจ
เปน็ เครือ่ งบ�ำรุงจติ ใจสนบั สนนุ จิตใจ เปน็ เครื่องเสวยของใจอยูแ่ ลว้ อยู่สบายทง้ั นนั้
ความดจี งึ ไม่ลา้ สมยั ให้พากนั พยายามบ�ำเพ็ญ
วาระน้ีเป็นวาระท่ีเหมาะสมมากส�ำหรับเราทุกท่าน หากชีวิตหาไม่แล้วก็ต้อง
หยดุ ชะงักในงานทั้งหลาย ก้าวไม่ออก เพราะคนตายแล้วไมม่ ีงาน ท�ำไม่เป็น ขณะน้ี
290
ยงั มชี วี ติ อยู่ จะรบี เรง่ ขวนขวายสงิ่ ใดกร็ บี เรง่ เสยี สมบตั ภิ ายในกใ็ หม้ ี สมบตั ภิ ายนอก
ก็ให้มี อยู่ก็เป็นสุข ไปก็เป็นสุข ไม่ขาดทุนสูญดอกท้ังอยู่ทั้งไปส�ำหรับคนมีธรรม
มีบุญกุศลอยูท่ ีใ่ ดไปที่ใด ไมอ่ ดไม่จนในทท่ี ุกสถานตลอดกาลทุกเมือ่
การแสดงธรรมก็เหน็ ว่าสมควร จึงขอยตุ เิ พยี งแคน่ ้ี
291
โอชารสแห่งธรรม
เทศน์อบรมพระ ณ วดั ป่าบ้านตาด
เมื่อวนั ที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔
ใจที่ถูกบังคับบีบคั้นหรือกดถ่วงอยู่ตลอดเวลา กับใจที่หลุดพ้นจากส่ิงบังคับ
บีบคน้ั กดถ่วงนไี้ ปโดยสน้ิ เชิงแลว้ ต่างกนั มาก โดยไม่มสี มมตุ ใิ ดจะเทียบได้ เพราะ
จิตประเภทนั้นไม่ได้อยู่ในวงสมมุติพอจะมาเทียบให้ถูกต้องตามหลักความจริงของ
ธรรมชาตนิ นั้ ได้ แมจ้ ะมขี อ้ เปรยี บเทยี บ กเ็ ทยี บกนั ไปอยา่ งนนั้ เอง ไมต่ รงตามความจรงิ
ที่เป็นอยู่ของธรรมชาติน้ัน เม่ือโลกมีสมมุติ มีข้อเปรียบเทียบ ก็จ�ำต้องน�ำมา
เปรยี บเทียบกนั
เราดนู กั โทษในเรอื นจำ� ทถ่ี กู กดขบ่ี งั คบั เสยี ความอสิ ระอยตู่ ลอดเวลา ตงั้ แตว่ นั
ก้าวเข้าสู่ความเป็นนักโทษหรือต้องโทษ จนกระท่ังวันออกหรือวันพ้นโทษ เขาจะมี
ความสขุ อยา่ งไรบา้ ง แมจ้ ะมกี ารหวั เราะกนั บา้ งดว้ ยเรอ่ื งราวตา่ งๆ ทที่ ำ� ใหห้ วั เราะ กค็ อื
นกั โทษหวั เราะอยนู่ นั่ เอง ฟงั แตว่ า่ นกั โทษ ไมใ่ ชค่ ณุ พาหวั เราะ โทษพาหวั เราะ มนั กดขี่
บังคับอยู่ในนั้น หาความสุขความสบายท่ีไหนมี
เทียบเข้ามาสู่ภายในระหว่างจิตกับกิเลส ส่ิงกดข่ีบังคับภายในจิตใจของเรา
มันกดขี่บังคับอยู่ตลอดเวลาทุกขณะจิต แม้จะไม่ปรุงไม่แต่ง ก็ถูกกดขี่บังคับอยู่
อยา่ งนนั้ ตามหลกั ธรรมชาตขิ องมนั เอง เมอ่ื เปน็ เชน่ นน้ั จะหาความสขุ อนั แทจ้ รงิ ทไ่ี หนมี
ความสุขก็เป็นความสุขเหมือนกับอาหารท่ีเขาน�ำไปเลี้ยงนักโทษในเรือนจ�ำน่ันแล
292
จะเปน็ อาหารประเภทใดเลา่ เพราะอาหารของนกั โทษเรายอ่ มทราบดี แมจ้ ะไมเ่ คยเปน็
นกั โทษ เรากท็ ราบไดว้ า่ เปน็ อาหารประเภทใด เปน็ ทพี่ งึ พอใจไหม อาหารทเี่ ขานำ� ไปเลยี้ ง
นักโทษนัน้
อาหารคอื เครอื่ งลอ่ ทก่ี เิ ลสนำ� มาเลยี้ งจติ ใจเรา ถา้ พดู ตามภาษาโลกกว็ า่ พอไมใ่ หต้ าย
เหมอื นนกั โทษในเรอื นจำ� เพอ่ื จะเอาการเอางานจากจติ ดวงน้ี เชน่ เดยี วกบั เขาตอ้ งการ
การงานจากนกั โทษ ผลของงานจากนกั โทษนน้ั แล อาหารของจติ ทก่ี เิ ลสนำ� มาเยยี วยา
หรอื พอมาประทงั ชวี ติ เรา จงึ เปน็ อาหารประเภทเดยี วกนั กบั อาหารของนกั โทษ ไมไ่ ดผ้ ดิ
อะไรกนั ถา้ เทียบแลว้ เปน็ เช่นนัน้
แต่นักโทษถ้าจะพูดในอีกแง่หน่ึงยังดีกว่าเรา คือเขายังรู้ว่าอาหารน้ีกินไปด้วย
จ�ำเป็นจ�ำใจเท่าน้ัน ไม่ได้กินด้วยความชอบพอในอาหารรสอาหารอะไรเลย เพราะ
ไมเ่ ปน็ สิ่งท่นี ่าชอบใจเลยในอาหารประเภทต่างๆ ทเ่ี ขานำ� มาใหก้ ิน ส�ำหรบั เราผเู้ ปน็
นกั ปฏบิ ตั ิ ยงั ตดิ รสของโลกามสิ ดว้ ยความพอใจ จงึ เรยี กวา่ ตดิ ตดิ รปู กม็ รี สอยใู่ นรปู
นน้ั แล ตดิ เสยี ง ตดิ กลนิ่ ตดิ รส เครอ่ื งสมั ผสั ตา่ งๆ ลว้ นแลว้ แตม่ รี สอยภู่ ายในสง่ิ นน้ั ๆ
ดว้ ยกนั ทงั้ นนั้ ไมใ่ ชจ่ ะมแี ตร่ สทว่ี า่ ลน้ิ ลมิ้ รสอยา่ งเดยี วเทา่ นน้ั รสทเี่ กดิ จากการสมั ผสั
ทางหู ทางตา ทางจมกู ทางลนิ้ ทางกาย ทางใจ มดี ว้ ยกนั และตดิ กนั ชนดิ ไมร่ เู้ นอื้ รตู้ วั
ว่าตดิ เรอ่ื ยมาต้ังกัปต้งั กัลป์
จติ ใจมคี วามตดิ มคี วามผกู พนั รกั ชอบในสง่ิ เหลา่ นโี้ ดยเจา้ ตวั ไมร่ สู้ กึ วา่ สงิ่ เหลา่ น้ี
เปน็ รสทท่ี ำ� ความผกู มดั มนั เปน็ เรอื่ งของกเิ ลส เปน็ รสของกเิ ลสทง้ั มวล เราจงึ ตดิ ไมม่ ี
วนั ท่จี ะทราบโทษของรสเหล่าน้ีไดเ้ ลย ถ้าไม่ใช้สติปัญญาพินจิ พจิ ารณาโดยแยบคาย
ไปตามลำ� ดบั จะกก่ี ปั นบั กลั ปไ์ มไ่ ดก้ ต็ าม จะตอ้ งเปน็ ผตู้ ดิ รสเพลดิ เพลนิ ในรสโดยไม่
รเู้ นอ้ื รตู้ วั ตลอดไป นแ่ี หละความแยบคายความแหลมคมของกเิ ลส แยบคายแหลมคม
ขนาดไหน
ถา้ อยากทราบ กจ็ งตง้ั ใจประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ และอยา่ ลมื คำ� ทพ่ี ดู น้ี หากจะประจกั ษ์
ภายในใจในวันหนึ่งแน่นอนจากการปฏิบัติจริงของเรา จะไม่พ้นไปได้ ค�ำท่ีท่านว่า
293