The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-20 20:16:46

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

รอู้ สุภะ รอู้ ย่างไร

เทศนอ์ บรมพระ ณ วดั ป่าบา้ นตาด
เม่อื วนั ที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑

วดั น้ีเราไมป่ ฏบิ ัตติ ามความรู้ความเหน็ ความต้องการของคน แตเ่ ราปฏิบัตเิ พือ่
หลกั ธรรมหลกั วนิ ยั หลกั ศาสนาเปน็ สว่ นใหญ่ เพอื่ ประชาชนทง้ั แผน่ ดนิ ซง่ึ อาศยั ศาสนา
อนั เปน็ หลกั ปกครองทถี่ กู ตอ้ งดงี ามทเ่ี นอื่ งมาจากการประพฤตปิ ฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ้ งดว้ ยดี
ของพระเณร ซงึ่ เปน็ ผนู้ ำ� ทางศาสนาของประชาชนชาวพทุ ธ เพราะฉะนนั้ เราจงึ ไมส่ นใจ
ทจ่ี ะปฏบิ ตั ติ อ่ ผใู้ ดเพราะความเกรงใจเปน็ ใหญ่ ใหน้ อกเหนอื จากธรรมจากวนิ ยั อนั เปน็
หลักศาสนาไป หากใจเกดิ โอนเอนไปตามความรคู้ วามเหน็ ของผู้หนงึ่ ผู้ใด หรอื ของ
คนหมู่มากซึ่งหาประมาณไม่ได้แล้ว วัดและศาสนาก็จะหาประมาณหรือหลักเกณฑ์
ไมไ่ ด้ วัดทเ่ี อนเอียงไปตามโลกโดยไมม่ เี หตผุ ลเป็นเครอื่ งยืนยันรบั รอง ก็จะหาเขต
หาแดนหาประมาณไมไ่ ด้ และจะกลายเปน็ วดั ไมม่ เี ขตมแี ดนไมม่ กี ฎเกณฑ์ ไมม่ เี นอ้ื หนงั
แหง่ ศาสนาติดอยูบ่ ้างเลย

ผหู้ าของดมี คี ณุ คา่ ไวเ้ ทดิ ทนู สกั การบชู ากค็ อื คนฉลาด จะหาของดเี นอ้ื แทไ้ วเ้ ปน็
เครอื่ งยดึ เหนย่ี วนำ�้ ใจกจ็ ะหาไมไ่ ดเ้ ลย เพราะมแี ตส่ งิ่ จอมปลอมเหลวไหลเตม็ วดั เตม็ วา
เตม็ พระเตม็ เณรเถรชี เตม็ ไปหมดทกุ แหง่ ทกุ หนตำ� บลหมบู่ า้ น ไมว่ า่ วดั ไมว่ า่ บา้ น ไมว่ า่
ทางโลกทางธรรม คละเคล้าเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันกับความจอมปลอมหลอกลวง
หาสาระส�ำคญั ไม่ได้

194

ด้วยเหตุน้ีจึงต้องแยกแยะออกเป็นสัดเป็นส่วนว่า ศาสนธรรมกับโลกแม้อยู่
ด้วยกนั กไ็ มเ่ หมอื นกัน พระเณร วัดวาอาวาส ศาสนา ต้งั อยู่ในบ้าน ต้งั อย่นู อกบา้ น
หรอื ตง้ั อยใู่ นปา่ กไ็ มเ่ หมอื นบา้ น คนมาเกย่ี วขอ้ งกไ็ มเ่ หมอื นคน ตอ้ งเปน็ วดั เปน็ พระ
เปน็ ธรรมวนิ ยั อนั เปน็ ตวั ของตวั อยเู่ สมอ ไมเ่ ปน็ นอ้ ย ไมข่ นึ้ กบั ผใู้ ดสง่ิ ใด หลกั นจี้ งึ เปน็
หลกั สำ� คญั ทจี่ ะสามารถยดึ เหนย่ี วนำ้� ใจของคนทม่ี คี วามเฉลยี วฉลาด หาหลกั ความจรงิ
ไวเ้ ปน็ ทสี่ กั การบชู าหรอื เปน็ ขวญั ใจได้ เราคดิ ในแงน่ ม้ี ากกวา่ แงอ่ น่ื ๆ แมพ้ ระพทุ ธเจา้
ผเู้ ปน็ องคศ์ าสดากท็ รงคดิ ในแงน่ เ้ี หมอื นกนั ดงั จะเหน็ ไดใ้ นเวลาทพ่ี ระองคป์ ระทบั อยู่
โดยเฉพาะกับพระนาคติ ะเปน็ ต้น

เวลามปี ระชาชนสง่ เสยี งเอกิ เกรกิ เฮฮาเขา้ ไปเฝา้ พระพทุ ธเจา้ พระองคท์ รงรบั สง่ั วา่
นาคติ ะ นน่ั ใครสง่ เสยี งอกึ ทกึ วนุ่ วายกนั มานน้ั เหมอื นชาวประมงเขาแยง่ ปลากนั เราไม่
ประสงคส์ ง่ิ เหลา่ นซ้ี งึ่ เปน็ การทำ� ลายศาสนา ศาสนาเปน็ สง่ิ ทร่ี กั ษาไวส้ ำ� หรบั โลกใหไ้ ดร้ บั
ความรม่ เยน็ เปน็ สขุ เหมอื นกบั นำ้� ทใี่ สสะอาดทร่ี กั ษาไวแ้ ลว้ ดว้ ยดี เปน็ เครอ่ื งอาบดมื่
ใชส้ อยแกป่ ระชาชนทว่ั ไปไดด้ ว้ ยความสะดวกสบาย ศาสนากเ็ ปน็ เชน่ นำ้� อนั ใสสะอาดนนั้
จึงไม่ต้องการให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้ามารบกวนท�ำศาสนาให้ขุ่นเป็นตมเป็นโคลนไป น่ีคือ
พระพุทธพจนท์ ่ีทรงแสดงกบั พระนาคิตะ

จากนน้ั กส็ ง่ั ใหพ้ ระนาคติ ะไปบอกเขาใหก้ ลบั ไปเสยี กริ ยิ าการแสดงออกเชน่ นนั้
กบั เวลาคำ�่ คนื เชน่ น้ี ไมใ่ ชเ่ วลาทจี่ ะมาเกยี่ วขอ้ งกบั พระ ซง่ึ ทา่ นอยดู่ ว้ ยความวเิ วกสงดั
กริ ยิ าทส่ี ภุ าพดงี ามเปน็ สงิ่ ทมี่ นษุ ยผ์ ฉู้ ลาดคดั เลอื กมาใชไ้ ด้ และเวลาอนื่ มถี มไป เวลานี้
ท่านต้องการความสงัด จึงไม่ควรมารบกวนท่านให้เสียเวลาและล�ำบากโดยไม่เกิด
ประโยชน์แต่อย่างใด น่ีคือหลักด�ำเนินอันเป็นตัวอย่างจากองค์ศาสดาของพวกเรา
ไมใ่ ชจ่ ะคลกุ คลตี โี มงกบั ประชาชนญาตโิ ยมโดยไมม่ ขี อบเขตเหตผุ ล ไมม่ กี ฎมเี กณฑ์
ไมม่ เี วลำ�่ เวลาดงั ทเ่ี ปน็ อยู่ ซง่ึ ราวกบั ศาสนาและพระเณรเราเปน็ โรงกลนั่ สรุ า เปน็ เจา้ หนา้
เจา้ ตาจา่ ยสรุ าใหป้ ระชาชนยดึ ไปมอมเมากนั ไมม่ วี นั สรา่ งซา แตศ่ าสนาเปน็ ยาแกค้ วาม
เมามวั พระเณรเปน็ หมอรกั ษาความเมามวั ของตนและของโลก ไมใ่ ชน่ กั จา่ ยสรุ าเครอ่ื ง
มึนเมาจนหมดความร้สู ึกในความนกึ กระดากอาย

195

ใครก้าวเข้ามาวัดก็ว่าเขาเลื่อมใสศรัทธา อนุโลมผ่อนผันไปจนลืมเนื้อลืมตัว
ลมื ธรรมลมื วนิ ยั ลมื กฎระเบยี บอนั ดงี ามของวดั ของพระของเณรไปหมด จนกลายเปน็
การท�ำลายตนเองและวัดวาศาสนาใหเ้ สียไปวันละเลก็ ละนอ้ ย และกลายเปน็ ตมเป็น
โคลนไปหมดท้ังชาววดั ชาวบา้ น หาทย่ี ึดเปน็ หลกั เกณฑไ์ มไ่ ด้ พระเต็มไปด้วยมูตร
ด้วยคูถคือสง่ิ เหลวไหลภายในวดั ในตัวพระเณร

ดว้ ยเหตนุ ี้ เราทกุ คนผบู้ วชในพระศาสนา จงสำ� นกึ ในขอ้ เหลา่ นไ้ี วใ้ หม้ าก อยา่ เหน็
สงิ่ ใดมคี ณุ คา่ เหนอื ธรรมเหนอื วนิ ยั อนั เปน็ หลกั ใหญส่ ำ� หรบั รวมจติ ใจของโลกชาวพทุ ธ
ใหไ้ ดร้ บั ความมนั่ ใจ ศรทั ธาและรม่ เยน็ ถา้ หลกั ธรรมหลกั วนิ ยั ไดข้ าดหรอื ดอ้ ยไปเสยี
ประโยชน์ของประชาชนชาวพุทธท่ีจะพึงได้รับก็ต้องด้อยไปตาม จนถึงกับหาที่
ยึดเหนีย่ วไมไ่ ด้ ท้งั ๆ ทีศ่ าสนามเี ต็มคมั ภีร์ใบลาน มอี ยู่ทุกแหง่ ทุกหน พระไตรปฎิ ก
ไมอ่ ดไมอ่ นั้ เตม็ อยทู่ กุ วดั ทกุ วา แตส่ าระสำ� คญั ทจี่ ะนำ� มาประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ หป้ ระชาชน
ท้งั หลายได้รับความเชื่อความเลือ่ มใส ยึดเป็นหลกั จติ หลักใจไปประพฤตปิ ฏิบตั ิเพอ่ื
เปน็ ประโยชนห์ รอื เปน็ สริ มิ งคลแกต่ นนน้ั กลบั ไมม่ ี ทง้ั ๆ ทศ่ี าสนายงั มอี ยู่ เรากเ็ หน็ อยา่ ง
ชดั เจนอยู่แลว้ เวลานี้

หลกั ใหญท่ จ่ี ะทำ� ใหศ้ าสนาเจรญิ รงุ่ เรอื ง และเปน็ สกั ขพี ยานแกป่ ระชาชนผเู้ ขา้ มา
เกี่ยวข้องเพ่ือหวังบุญและสิริมงคลทั้งหลายกับวัด ก็คือพระเณร ถ้าพระเณรตั้งใจ
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมหลกั วนิ ยั ทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงสงั่ สอนไว้ นน้ั แลคอื ผรู้ กั ษาไว้
ซง่ึ แบบฉบบั อนั ดงี ามแหง่ พระศาสนาและมรรคผลนพิ พานไมส่ งสยั เขาจะยดึ เปน็ หลกั
เปน็ เกณฑไ์ ด้ เพราะคนในโลกนคี้ นฉลาดยงั มอี ยมู่ าก สว่ นคนโงแ่ มม้ มี ากจนลน้ โลก
กห็ าประมาณไมไ่ ด้ เมอื่ ถกู ใจเขาเขากช็ มเชย การชมเชยนน้ั กช็ มเชยแบบความโงข่ องเขา
ไมเ่ กดิ ประโยชน์ ถา้ ไมพ่ อใจกต็ ำ� หนติ เิ ตยี น ความตำ� หนติ เิ ตยี นนนั้ กไ็ มเ่ กดิ ประโยชน์
แกท่ ง้ั เขาและเราดว้ ย แต่ผูเ้ ฉลยี วฉลาดชมเชยนั้นยึดเป็นหลกั จติ ใจได้ แกเ่ ขาดว้ ย
แก่เราด้วย เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ชมเชยพระสงฆ์ก็ชมเชยด้วยหลักความจริง
ความฉลาด พระสงฆ์ผูต้ ระหนกั ในเหตุผลก็สามารถทำ� ตนให้เป็นเน้ือนาบุญของเขา
ไดด้ ว้ ย เขากไ็ ดร้ บั ประโยชนด์ ว้ ย แมต้ ำ� หนกิ ม็ เี หตผุ ลทค่ี วรยดึ เปน็ คตไิ ด้ ดว้ ยเหตนุ ้ี
เราผูป้ ฏิบัติพงึ ตระหนักในขอ้ นีใ้ ห้ดี

196

ไปทไี่ หนอย่าลมื เนือ้ ลืมตัวว่าตนเป็นนกั ปฏิบตั ิ เปน็ องค์แทนพระศาสดาในการ
ดำ� เนนิ พระศาสนา และประกาศพระศาสนาดว้ ยการปฏบิ ตั ิ โดยไมถ่ งึ กบั ตอ้ งประกาศ
สงั่ สอนประชาชนใหเ้ ขา้ ใจในอรรถในธรรมโดยถา่ ยเดยี ว แมเ้ พยี งขอ้ วตั รปฏบิ ตั ทิ ต่ี น
ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบน้ัน ก็เป็นทัศนียภาพอันดีงามให้ประชาชนเกิดความเช่ือความ
เลอื่ มใสได้ เพราะการไดเ้ หน็ ไดย้ นิ ของตนอยแู่ ลว้ ยงิ่ ไดม้ กี ารแสดงอรรถธรรมใหถ้ กู ตอ้ ง
ตามหลกั ของการปฏบิ ตั โิ ดยหลกั ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ดว้ ยแลว้ กย็ ง่ิ เปน็ การประกาศ
พระศาสนาโดยถกู ตอ้ งดงี ามใหส้ าธชุ นไดย้ ดึ เปน็ หลกั ใจ ศาสนากม็ คี วามเจรญิ รงุ่ เรอื ง
ไปโดยล�ำดบั ในหวั ใจชาวพทุ ธ

อยทู่ ใ่ี ดไปทใ่ี ด อยา่ ลมื หลกั สำ� คญั คอื ศลี สมาธิ ปญั ญา อนั เปน็ หลกั งานสำ� คญั
ของพระ นแ้ี ลคอื หลกั งานสำ� คญั ของพระเราทกุ รปู ทเี่ ปน็ ศากยบตุ รพทุ ธชโิ นรสปรากฏ
ในพระพุทธศาสนาว่าเป็นลูกศิษย์พระตถาคต เป็นอยู่ที่ตรงน้ี ไม่ได้เป็นอยู่เพียง
โกนผม โกนคิว้ นงุ่ เหลอื งหม่ เหลืองเทา่ นน้ั อนั นนั้ ใครทำ� เอากไ็ ดไ้ มส่ �ำคญั ส�ำคญั ที่
การประพฤติปฏิบัติตามหน้าท่ีของตน ศีลพยายามระมัดระวังรักษาอย่าให้ขาด
ใหด้ า่ งพรอ้ ย มคี วามระเวยี งระวงั อยทู่ กุ อริ ยิ าบถดว้ ยสตปิ ญั ญาของเรา อะไรจะขาดตก
บกพรอ่ งไปกต็ าม ศลี อยา่ ใหข้ าดตกบกพรอ่ ง เพราะเปน็ สมบตั อิ นั สำ� คญั ประจำ� กบั เพศ
ของตน หวงั พงึ่ เป็นพงึ่ ตายกบั ศลี ของตนโดยแท้

สมาธทิ ย่ี งั ไมเ่ กดิ กพ็ ยายามฝกึ ฝนอบรมดดั แปลงจติ ใจ ฝา่ ฝนื ทรมานจติ ใจตวั พยศ
เพราะอำ� นาจของกเิ ลสนน้ั ใหเ้ ขา้ สเู่ งอ้ื มมอื ของความเพยี ร มสี ตปิ ญั ญาเปน็ เครอื่ งสกดั
ลดั ก้นั ความคะนองของใจให้เข้าสู่ความสงบเยน็ ใจจนได้ นี่ก็เป็นสมาธิสมบตั ิสำ� หรบั
พระเรา ปัญญาคือความฉลาด ปญั ญาจะใช้ไดใ้ นทีท่ ุกสถานตลอดกาลทกุ เมอื่ ไมว่ ่า
กจิ การภายนอกภายใน ใหน้ ำ� ปญั ญาออกใชเ้ สมอ ยงิ่ เขา้ สภู่ ายในคอื การพจิ ารณากเิ ลส
อาสวะประเภทตา่ งๆ ดว้ ยแล้ว ปญั ญาย่งิ เปน็ ของสำ� คญั มาก ปญั ญากบั สตนิ แี้ ยกกนั
ไมอ่ อก จะตอ้ งทำ� หนา้ ทไ่ี ปพรอ้ มๆ กนั สตเิ ปน็ ผคู้ วบคมุ งานคอื ปญั ญาทก่ี ำ� ลงั ทำ� งาน
หากสตไิ ดเ้ ผลอไปเมอ่ื ไร งานนน้ั กไ็ มส่ ำ� เรจ็ เตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย เพราะฉะนนั้ สตจิ งึ เปน็
ธรรมจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งแนบนำ� ในงานของตนอยเู่ สมอ นคี่ อื งานของพระ ใหท้ า่ นทงั้ หลาย

197

จำ� ไวอ้ ยา่ งถงึ ใจตลอดไป อยา่ ชนิ ชา จะกลายเปน็ พระหนา้ ดา้ นไปโดยทโ่ี ลกเขาเคารพ
กราบไหวท้ ุกวันเวลา

ออกพรรษาน้ี ต่างองค์ต่างก็จะต้องพลัดพรากจากกันไปตามหน้าที่และความ
จำ� เปน็ และกฎ คอื อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า หา้ มไมอ่ ยู่ เพราะเปน็ คตธิ รรมดา เปน็ เรอ่ื งใหญ่
แม้ตัวผมเองก็ไม่ได้แน่ใจว่าจะอยู่กับท่านท้ังหลายไปนานสักเท่าไร เพราะอยู่ใต้กฎ
อนจิ จฺ ํ เหมอื นกนั ในขณะทอ่ี ยดู่ ว้ ยกนั พงึ ตง้ั ใจสำ� เหนยี กศกึ ษาใหถ้ งึ ใจสมกบั เรามา
ศึกษาอบรมและประพฤติปฏบิ ตั ิ

ค�ำวา่ ปัญญาดงั ทก่ี ล่าวเมอ่ื สักคร่นู ี้ คอื การพจิ ารณาคลี่คลายดสู ว่ นต่างๆ ทีม่ า
เกยี่ วขอ้ งทงั้ ภายนอกภายใน (ตอ้ งขออภยั ทา่ นนกั ธรรมะดว้ ยกนั ทง้ั หญงิ ทง้ั ชายทต่ี ก
อยใู่ นสภาพอยา่ งเดยี วกนั กรณุ าพจิ ารณาเปน็ ธรรม) รปู สว่ นมากกเ็ ปน็ รปู หญงิ -ชาย
ในหลักธรรมท่านกล่าวไว้ว่า ไม่มีรูปใดที่จะเป็นข้าศึกแก่เพศสมณะเรายิ่งกว่า
รปู หญงิ -ชาย เสยี งหญงิ -ชาย กลน่ิ หญงิ -ชาย รสของหญงิ -ชาย เครอื่ งสมั ผสั ถกู ตอ้ ง
ของหญิง-ชาย นีเ้ ปน็ เอกทีจ่ ะให้เปน็ โทษเป็นภยั แกส่ มณะ ใหพ้ ึงสำ� รวมระวงั ให้มาก
ยิ่งกว่าการส�ำรวมระวังในเรอื่ งอ่ืนๆ สติปัญญาก็ให้คลี่คลายจดุ ท่สี �ำคญั นี้มากยิ่งกวา่
คลค่ี ลายการงานอยา่ งอนื่ ๆ

รปู กแ็ ยกแยะดดู ว้ ยปญั ญาใหเ้ หน็ ชดั เจน คำ� วา่ รปู หญงิ -ชาย นน้ั ใหช้ อ่ื ตามสมมตุ ิ
ความจรงิ แลว้ ไม่ใชห่ ญิง-ชาย เป็นรปู ธรรมดาเหมือนเราๆ ทา่ นๆ มีหนงั หุ้มห่อทั่ว
สรรพางคร์ า่ งกาย เขา้ ไปภายในกม็ เี นอ้ื มหี นงั มเี อน็ มกี ระดกู เตม็ ไปดว้ ยของปฏกิ ลู
โสโครกดว้ ยกัน ไมม่ สี ง่ิ หน่ึงสง่ิ ใดอาการใดท่ีผดิ แปลกจากรูปของเราไปเลย เป็นแต่
เพยี งวา่ ความสำ� คญั ของใจนนั้ มนั วา่ เปน็ หญงิ -ชาย คำ� วา่ เปน็ หญงิ -ชาย นน้ั มนั สลกั
ลงไปภายในจติ ใจอยา่ งลกึ ซง้ึ ดว้ ยความสำ� คญั ของใจเอง ทง้ั ทไ่ี มเ่ ปน็ ความจรงิ เปน็ ความ
ส�ำคญั ต่างหาก

เสยี งกเ็ หมือนกัน เสียงก็เป็นเสยี งธรรมดา แต่เราหมายไปวา่ เปน็ เสียงวสิ ภาค
เพราะฉะนนั้ จงึ ทม่ิ แทงเขา้ ในหวั ใจบรุ ษุ อยา่ งฝงั ลกึ เฉพาะอยา่ งยง่ิ นกั บวชเรา และแทง

198

ทะลเุ ขา้ ไปจนลมื เนอื้ ลมื ตวั ขว้ั หวั ใจขาดสะบนั้ ทง้ั ทยี่ งั มชี วี ติ อยู่ ขวั้ หวั ใจขาดเปอ่ื ยเนา่ เฟะ
แต่ไม่ตาย เจ้าตวั กลบั เพลินฟงั เพลงเสียงขวั้ หวั ใจขาดอย่างไม่มีวันจืดจางอมิ่ พอ

กล่นิ กก็ ลน่ิ ธรรมดาเหมือนเราน่ี เพราะเปน็ กลน่ิ คน ถึงจะเอาน�ำ้ อบนำ�้ หอมจาก
เมอื งเทพเมอื งพรหมทไี่ หนมาประมาชโลม กเ็ ปน็ กลนิ่ ของอนั นน้ั ตา่ งหาก ไมใ่ ชก่ ลน่ิ ของ
หญงิ -ชายแท้ แม้นดิ เดียวเลย จงพจิ ารณาแยกแยะออกดใู หล้ ะเอียดถี่ถว้ น

รสกเ็ พยี งความสมั ผสั กนั การสมั ผสั กไ็ มเ่ หน็ ผดิ แปลกอะไรกบั อวยั วะเราสมั ผสั
อวยั วะเราเอง อวยั วะนนั้ ๆ กเ็ ปน็ ดนิ นำ�้ ลม ไฟ เหมอื นกนั ไมเ่ หน็ มอี ะไรผดิ แปลกกนั
แนะ่ เราตอ้ งพจิ ารณาใหช้ ดั เจนอยา่ งน้ี แลว้ กพ็ จิ ารณาตนเทยี บเคยี งกบั รปู เสยี ง กลน่ิ
รส เครอื่ งสมั ผสั ของคำ� วา่ หญงิ -ชาย นนั้ เขา้ มาเทยี บเคยี งกบั รปู เสยี ง กลน่ิ รส ของเรา
กไ็ มม่ อี ะไรผดิ แปลกกนั โดยหลกั ธรรมชาตโิ ดยหลกั ความจรงิ นอกจากความเสกสรร
ปน้ั ยอของใจทม่ี ันคิดไปเสกสรรไปเท่านั้น

ดว้ ยเหตนุ จ้ี งึ ตอ้ งอาศยั ปญั ญาพจิ ารณาคลค่ี ลาย อยา่ ใหค้ วามสำ� คญั ในแงใ่ ดแงห่ นงึ่
ที่จะเป็นข้าศึกแก่ตนเข้ามาแทรกสิงหรือทำ� ลายจิตใจของตนได้ ให้สลัดปัดทิ้งด้วย
ปัญญาอนั เปน็ ความจริง ลงสคู่ วามจรงิ ว่า สกั แต่วา่ รปู สักแตว่ ่าเสยี ง สกั แต่ว่ากลิ่น
สักแต่วา่ รส สกั แตว่ า่ เครือ่ งสมั ผัส ท่ผี า่ นแล้วหายไปๆ ทัง้ มวล เช่นเดียวกับสิง่ อ่ืนๆ
นค่ี อื การพจิ ารณาถกู ตอ้ ง และสามารถถอดถอนความยดึ มนั่ สำ� คญั ผดิ กบั สงิ่ นน้ั ๆ ได้
โดยล�ำดับไมส่ งสยั

จะพจิ ารณาไปในวตั ถสุ ง่ิ ใดกต็ ามในโลกนี้ มนั เตม็ อยดู่ ว้ ยกอง อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า
หาความจรี งั ถาวรไมไ่ ด้ อาศยั สง่ิ ใด สงิ่ นน้ั กจ็ ะพงั ลงไป วตั ถสุ ง่ิ ใดกต็ ามขนึ้ ชอ่ื วา่ มอี ยใู่ น
โลกน้ี ลว้ นแลว้ แตส่ งิ่ ทจ่ี ะตอ้ งพงั ทลาย เขาไมพ่ งั เรากพ็ งั เขาไมแ่ ตกเรากแ็ ตก เขาไม่
พลดั พรากเรากพ็ ลดั พราก เขาไมจ่ ากเรากจ็ าก เพราะโลกนเี้ ตม็ ไปดว้ ยความจากความ
พลดั พรากกนั อยแู่ ลว้ โดยหลกั ธรรมชาติ ใหพ้ จิ ารณาอยา่ งนดี้ ว้ ยปญั ญาใหช้ ดั เจนกอ่ น
หนา้ ทสี่ ง่ิ เหลา่ นน้ั จะพลดั พรากจากเรา หรอื เราจะพลดั พรากจากสงิ่ เหลา่ นนั้ แลว้ ปลอ่ ย
วางไวต้ ามเปน็ จรงิ เมอ่ื เปน็ เชน่ นนั้ จติ ใจกม็ คี วามสขุ นพี่ ดู ถงึ ขน้ั ปญั ญาในการพจิ ารณา

199

รปู เสยี ง กลนิ่ รส เครอ่ื งสมั ผสั ตา่ งๆ ทงั้ ขา้ งนอกขา้ งใน ทง้ั สว่ นหยาบ สว่ นละเอยี ด
ยอ่ มพิจารณาในลักษณะเหลา่ นีท้ งั้ สน้ิ

สมาธกิ ็อธบิ ายบา้ งแลว้ ค�ำวา่ สมาธิ คอื ความแน่นหนามั่นคงของใจ เร่ิมต้งั แต่
ความสงบสขุ เลก็ ๆ นอ้ ยๆ ของใจขน้ึ ไปจนถงึ ความสงบสขุ ละเอยี ดมนั่ คง ใจถา้ ไมไ่ ด้
ฝึกหัด ไมไ่ ดด้ ดั แปลง ไม่ได้บังคับทรมานดว้ ยอบุ ายตา่ งๆ มี สติ ปญั ญา ศรัทธา
ความเพยี ร เปน็ เครอ่ื งหนนุ หลงั แลว้ จะหาความสงบไมไ่ ดจ้ นกระทง่ั วนั ตาย ตายกต็ าย
ไปเปล่าๆ ตายดว้ ยความฟงุ้ ซ่านวุ่นวายส่ายแสก่ ับอารมณ์ร้อยแปด ไม่มีสติรู้สกึ ตวั
ตายดว้ ยความไม่มหี ลักมีเกณฑ์เปน็ ทย่ี ึดอาศัย ตายแบบว่าวเชือกขาดอยบู่ นอากาศ
ตามแตจ่ ะถกู ลมพาพดั ไปไหน แมย้ งั อยกู่ อ็ ยดู่ ว้ ยความไมม่ หี ลกั มเี กณฑ์ เพราะความ
ลมื ตวั ประมาทหาเหตผุ ลเปน็ เครอ่ื งดำ� เนนิ ไมไ่ ด้ อยแู่ บบเลอื่ นลอย คนเราทง้ั คนถา้ อยู่
แบบเลื่อนลอยไม่หาหลกั ทีด่ ยี ดึ ก็ต้องไปแบบเล่อื นลอย จะเกดิ ผลประโยชนอ์ ะไร
หาความดคี วามแนใ่ จในคตขิ องตนทไี่ หนได้ เพราะฉะนน้ั เมอื่ ยงั มชี วี ติ อยรู่ ๆู้ อยอู่ ยา่ งน้ี
จงสร้างความแน่นอนข้ึนท่ีใจของเรา ด้วยความเป็นผู้หนักแน่นในสารคุณท้ังหลาย
จะแนต่ วั เองทง้ั ยงั อยทู่ ง้ั เวลาตายไป ไมส่ ะทกสะท้านหว่ันไหวกบั ความเปน็ ความตาย
ความพลดั พรากจากสัตว์แลสังขารท่ใี ครๆ ต้องเผชิญดว้ ยกนั เพราะมอี ยู่กบั ทกุ คน

ปญั ญาไมใ่ ชจ่ ะเกดิ ขนึ้ ในลำ� ดบั ทส่ี มาธคิ อื ความสงบใจเกดิ ขนึ้ แลว้ แตต่ อ้ งอาศยั
ความฝึกหัดคิดค้นคว้าความพินิจพิจารณาปัญญาจึงจะเกิดข้ึน โดยอาศัยสมาธิเป็น
เคร่อื งหนุนอยแู่ ลว้ ล�ำพังสมาธิน้นั จะไมก่ ลายเปน็ ปญั ญาขึน้ มาได้ ต้องเปน็ สมาธิอยู่
โดยดี ถ้าไม่ใช้ปัญญาพิจารณาต่างหาก สมาธิเพียงท�ำให้จิตมีความเอิบอ่ิมมีความ
สงบตวั มคี วามพอใจกบั อารมณค์ อื สมถธรรม ไมห่ วิ โหยในความคดิ โนน้ คดิ นี้ ไมว่ นุ่ วาย
สา่ ยแส่เท่านน้ั เพราะจติ ทม่ี คี วามสงบย่อมมคี วามเย็น ยอ่ มเอบิ อม่ิ ในธรรมตามฐาน
แหง่ ความสงบของตน แลว้ นำ� จติ ทม่ี คี วามอมิ่ ในสมถธรรมนนั้ ออกพจิ ารณาคลคี่ ลาย
ดสู ่งิ ต่างๆ ดว้ ยปัญญา ซึง่ ในโลกนไ้ี ม่มีอนั ใดจะเหนอื อนจิ ฺจํ ทกุ ขฺ ํ อนตฺตา ไปได้
มนั เตม็ ไปดว้ ยสภาพเดยี วกนั จงใชป้ ญั ญาพนิ จิ พจิ ารณา จะเปน็ แงใ่ ดกต็ าม ตามแตจ่ รติ
นิสยั ท่ีชอบพอกับการพจิ ารณาในแงน่ ้นั ๆ โดยยกสิ่งน้นั ขนึ้ มาพจิ ารณาคล่ีคลายดว้ ย

200

ความสนใจใครร่ ใู้ ครเ่ หน็ ตามความจรงิ ของมนั จรงิ ๆ อยา่ สกั แตพ่ จิ ารณาโดยปราศจาก
เจตนาปราศจากสตกิ ำ� กบั

เฉพาะอยา่ งยงิ่ เรอ่ื งอสภุ ะกบั จติ ทเี่ ตม็ ไปดว้ ยราคะความกำ� หนดั ยนิ ดี นเ้ี ปน็ คปู่ รบั
หรอื คแู่ กก้ นั ไดด้ แี ละดมี าก จติ มรี าคะมากเพยี งไร ใหพ้ จิ ารณาอสภุ ะอสภุ งั มากเพยี งนนั้
หนกั เพยี งนนั้ จนกลายเปน็ ปา่ ชา้ ผดี บิ ขนึ้ ใหเ้ หน็ ประจกั ษใ์ จในรา่ งกายของเขาของเรา
ทั่วโลกดินแดน ราคะตัณหาน้ันจะก�ำเริบข้ึนไม่ได้เมื่อปัญญาหยั่งรู้ว่ามีแต่ปฏิกูล
เตม็ ตัว ใครจะไปกำ� หนัดยนิ ดีในปฏิกลู ใครจะไปก�ำหนัดยินดีในสง่ิ ที่ไม่สวยไมง่ าม
ในสง่ิ ทอ่ี ดิ หนาระอาใจ นเี่ ปน็ ยาระงบั อสภุ ะอสภุ งั ประการหนงึ่ เปน็ ยาแกโ้ รคราคะตณั หา
ขนานเอกขนานหน่ึง เมอื่ พิจารณาสมบูรณ์เต็มทีแ่ ล้วให้จิตสงบตัวลงไปในวงแคบ

เมื่อจิตได้พิจารณาอสุภะอสุภังหลายครั้งหลายหน จนเกิดความช�ำนิช�ำนาญ
พิจารณาคล่องแคล่วว่องไวทั้งรูปภายนอกทั้งรูปภายใน จะพิจารณาให้เป็นอย่างไร
กเ็ ปน็ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ แลว้ จติ กจ็ ะรวมตวั เขา้ มาสอู่ สภุ ะภายใน และจะเหน็ โทษแหง่ อสภุ ะ
ทตี่ นวาดภาพไวน้ น้ั วา่ เปน็ เรอื่ งมายาประเภทหนง่ึ แลว้ ปลอ่ ยวางทงั้ สองเงอ่ื น คอื เงอ่ื น
อสุภะและเง่อื นสภุ ะ

ทงั้ สภุ ะทง้ั อสภุ ะสองประเภทน้ี เปน็ สญั ญาคเู่ คยี งกนั กบั เรอื่ งของราคะ เมอื่ พจิ ารณา
เขา้ ใจทง้ั สองเงอื่ นนเี้ ตม็ ทแ่ี ลว้ คำ� วา่ สภุ ะ กส็ ลายตวั ลงไปหาความหมายไมไ่ ด้ คำ� วา่ อสภุ ะ
กส็ ลายตวั ลงไปหาความหมายไมไ่ ด้ ผทู้ ใี่ หค้ วามหมายวา่ เปน็ สภุ ะกด็ ี อสภุ ะกด็ ี กค็ อื ใจ
กค็ อื สญั ญา สญั ญากร็ เู้ ทา่ แลว้ วา่ เปน็ ตวั หมาย เหน็ โทษแหง่ ตวั หมายนแ้ี ลว้ ตวั หมายนี้
ก็ไม่สามารถท่จี ะหมายออกไปให้ใจติดและยึดถอื ไดอ้ ีก นน่ั เมอื่ เป็นเชน่ น้นั จิตก็
ปลอ่ ยวางทงั้ สภุ ะทง้ั อสภุ ะ คอื ทงั้ สวยงามทง้ั ไมส่ วยงาม โดยเหน็ เปน็ เพยี งตกุ๊ ตา เครอ่ื ง
ฝกึ ซอ้ มของใจของปญั ญาในขณะทจ่ี ติ ยงั ยดึ และปญั ญาพจิ ารณาเพอ่ื ถอดถอนยงั ไม่
ชำ� นาญเท่าน้ัน

เมอ่ื จติ ชำ� นาญ รเู้ หตผุ ลทง้ั สองประการคอื สภุ ะ อสภุ ะ นแ้ี ลว้ ยงั สามารถยอ้ นมา
ทราบเรอื่ งความหมายของตนทอ่ี อกไปปรงุ แตง่ วา่ นน้ั เปน็ สภุ ะ นนั่ เปน็ อสภุ ะ อกี ดว้ ย

201

เมอ่ื ทราบความหมายนอ้ี ยา่ งชดั เจนแลว้ ความหมายนก้ี ด็ บั ลงไป และเหน็ โทษแหง่ ความ
หมายนอี้ ยา่ งชดั เจนวา่ นค้ี อื ตวั โทษ อสภุ ะไมใ่ ชต่ วั โทษ สภุ ะไมใ่ ชต่ วั โทษ ความสำ� คญั วา่
เปน็ สภุ ะ อสภุ ะ ตา่ งหากเปน็ ตวั โทษ เปน็ ตวั หลอกลวงเปน็ ตวั ใหย้ ดึ ถอื นนั่ มนั ยน่ เขา้ มา
นี่การพจิ ารณาย่นเขา้ มาอยา่ งนแี้ ละปล่อยวางโดยล�ำดบั

เมอื่ จติ เปน็ เชน่ นนั้ แลว้ เราจะกำ� หนดสภุ ะหรอื อสภุ ะกป็ รากฏขนึ้ อยทู่ จ่ี ติ โดยไม่
ตอ้ งไปแสดงภาพภายนอกเปน็ เครอื่ งฝกึ ซอ้ มอกี ตอ่ ไป เชน่ เดยี วกบั เราเดนิ ทางและผา่ น
สายทางไปโดยลำ� ดบั ฉะนนั้ นมิ ติ เหน็ ปรากฏอยภู่ ายในจติ ในขณะทปี่ รากฏอยภู่ ายใน
จติ นน้ั กท็ ราบแลว้ วา่ สญั ญาตวั นหี้ มายขน้ึ มาไดแ้ คน่ ้ี ไมส่ ามารถออกไปหมายขา้ งนอกได้
แมจ้ ะปรากฏขนึ้ มาภายในจติ กท็ ราบไดช้ ดั วา่ สภาพทปี่ รากฏเปน็ สภุ ะอสภุ ะนก้ี เ็ กดิ ขน้ึ
จากตวั สญั ญาอกี เชน่ เดยี วกนั รทู้ ง้ั ภาพทป่ี รากฏขน้ึ อยภู่ ายในใจ รทู้ ง้ั สญั ญาทห่ี มายตวั
ขนึ้ มาเปน็ ภาพภายในใจอกี ดว้ ย สดุ ทา้ ยภาพภายในใจนก้ี ห็ ายไป สญั ญาคอื ความสำ� คญั
ความหมายขนึ้ มานน้ั กด็ บั ไป รไู้ ดช้ ดั วา่ เมอ่ื สญั ญาตวั เคยหลอกลวงวา่ เปน็ สภุ ะ อสภุ ะ
และเปน็ อะไรตอ่ อะไรไมม่ ปี ระมาณหลอกใหห้ ลง ทง้ั สองเงอื่ นนด้ี บั ไปแลว้ สญั ญากด็ บั
ไปดว้ ย ไมม่ อี ะไรจะมาหลอกใจอกี นกี่ ารพจิ ารณาอสภุ ะพจิ ารณาอยา่ งนต้ี ามหลกั ปฏบิ ตั ิ
แตเ่ ราจะไปหาในคัมภีร์หาท่ีไหนกไ็ มเ่ จอ นอกจากหาความจริงในหลักธรรมชาติท่มี ี
อยู่กับกายกับใจอันเป็นท่ีสถิตแห่งสัจธรรมและสติปัฏฐานสี่เป็นต้น และสรุปลงใน
คมั ภีรท์ ่ใี จนี้ จะเจอดังทอ่ี ธบิ ายมาน้ี

นเี่ ปน็ รปู รปู กายกท็ ราบไดช้ ดั วา่ กายของเราทกุ สว่ นนก้ี เ็ ปน็ รปู มอี ะไรบา้ งในรปู นี้
อวยั วะทกุ สว่ นเปน็ รปู ทงั้ นน้ั ไมว่ า่ ผม ขน เลบ็ ฟนั หนงั เนอ้ื เอน็ กระดกู เยอ่ื ในกระดกู
มา้ ม หวั ใจ ตบั ปอด พงั ผดื ไสใ้ หญ่ ไสน้ อ้ ย อาหารใหม่ อาหารเกา่ ลว้ นแลว้ แตเ่ ปน็ รปู
เปน็ สงิ่ หนง่ึ ตา่ งหากจากใจ จะพจิ ารณาเปน็ อสภุ ะ มนั กต็ วั อสภุ ะอยแู่ ลว้ ตง้ั แตเ่ รายงั ไมไ่ ด้
พจิ ารณา และคำ� ทวี่ า่ สง่ิ นเ้ี ปน็ สภุ ะ สง่ิ นนั้ เปน็ อสภุ ะ ใครเปน็ ผไู้ ปใหค้ วามหมาย สงิ่ เหลา่ น้ี
เขาหมายตัวของเขาเองเม่อื ไร เขาบอกว่าเขาเปน็ สุภะ เขาบอกว่าเขาเปน็ อสุภะเมอ่ื ไร
เขาไมไ่ ดห้ มายไมไ่ ดบ้ อกวา่ อยา่ งไรทงั้ สนิ้ อนั ใดจรงิ อยอู่ ยา่ งไร มนั กจ็ รงิ อยตู่ ามสภาพ
ของเขาอยา่ งนน้ั มาดง้ั เดมิ และเขาเองกไ็ มท่ ราบความหมายของเขา ผไู้ ปทราบความหมาย

202

ในเขากค็ อื สญั ญา ผหู้ ลงความหมายในเขากค็ อื สญั ญาเอง ซง่ึ ออกจากใจตวั หลงๆ เมอ่ื มา
รเู้ ทา่ สญั ญาอนั นแี้ ลว้ สงิ่ เหลา่ นกี้ ห็ ายไปอกี ตา่ งอนั กต็ า่ งจรงิ นคี่ อื ความรเู้ ทา่ หรอื การ
รเู้ ท่าเป็นอยา่ งน้ี

เวทนา คอื ความสขุ ความทกุ ข์ เฉยๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากรา่ งกาย กายกเ็ ปน็ ธรรมชาติ
อนั หนง่ึ ซงึ่ มอี ยตู่ ง้ั แตท่ กุ ขย์ งั ไมเ่ กดิ ทกุ ขเ์ กดิ ขน้ึ ทกุ ขต์ งั้ อยู่ ทกุ ขด์ บั ไป กายกเ็ ปน็ กาย
ทกุ ขก์ เ็ ปน็ ทกุ ข์ ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ พจิ ารณาแยกแยะใหเ้ หน็ ตามความจรงิ สกั แตว่ า่ เวทนา
สกั แตว่ า่ กาย ไมน่ ยิ มวา่ เปน็ สตั ว์ เปน็ บคุ คล เปน็ เรา เปน็ เขา เปน็ ของเรา เปน็ ของเขา
หรือของใคร เวทนาก็ไมใ่ ช่เรา ไม่เปน็ ของเรา ไมเ่ ปน็ ของเขา ไมเ่ ปน็ ของใคร เปน็ แต่
เพยี งสง่ิ ทป่ี รากฏขนึ้ มาชวั่ ขณะแลว้ ดบั ไปชวั่ กาลเทา่ นน้ั ตามสภาพของเขา ความจรงิ เปน็
อยา่ งน้ี

สญั ญา คอื ความจำ� ได้ จำ� ไดเ้ ทา่ ไรไมว่ า่ จำ� ไดใ้ กลไ้ ดไ้ กล จำ� ไดท้ ง้ั อดตี อนาคต
ปจั จบุ นั จำ� ไดเ้ ทา่ ไร ความดบั กไ็ ปพรอ้ มๆ กนั ดบั ไปๆ เกดิ แลว้ ดบั ๆ จะมาถอื วา่ เปน็ สตั ว์
เปน็ บคุ คลทไ่ี หน นหี่ มายถงึ ปญั ญาขนั้ ละเอยี ดพจิ ารณาหยงั่ ทราบเขา้ ไปตามความจรงิ
ประจักษใ์ จตวั เองโดยไมต่ ้องไปถามใคร

สงั ขาร คอื ความคดิ ความปรงุ ปรงุ ดี ปรงุ ชว่ั ปรงุ กลางๆ ปรงุ เรอ่ื งอะไรกม็ แี ตเ่ รอื่ ง
เกดิ เรอ่ื งดบั ๆ หาสาระอะไรจากความปรงุ นไ้ี มไ่ ด้ ถา้ สญั ญาไมร่ บั ชว่ งไปใหเ้ กดิ เรอ่ื งเกดิ ราว
สัญญาก็ทราบชัดเจนแล้ว อะไรจะไปปรุงไปรับช่วงไปยึดไปถือให้เป็นเรื่องยืดยาว
ต่อไปเล่า ก็มีแต่ความเกิดความดับภายในจิตเท่านั้น น่ีคือสังขารมันเป็นความจริง
อนั หนง่ึ อนั นที้ า่ นเรยี กวา่ สงั ขารขนั ธ์ ขนั ธ์ แปลวา่ กอง แปลวา่ หมวด รปู ขนั ธ์ แปลวา่
กองแห่งรูป สัญญาขนั ธ์ แปลว่ากองแห่งสญั ญา หมวดแห่งสญั ญา สังขารขันธ์ คอื
กองแห่งสังขาร หมวดแหง่ สังขาร

วิญญาณขนั ธ์ คือ หมวดหรือกองแหง่ วิญญาณทร่ี บั ทราบในขณะสง่ิ ภายนอก
เข้ามาสัมผัส เชน่ ตาสมั ผัสรปู เปน็ ตน้ เกิดความรขู้ น้ึ พอส่งิ นน้ั ผา่ นไป ความรับรู้น้ี
กด็ บั ไป ไมว่ ่าจะรบั รูส้ งิ่ ใด ยอ่ มพรอ้ มที่จะดบั ดว้ ยกนั ทง้ั นน้ั จะหาสาระแก่นสารและ
ส�ำคญั วา่ เป็นเราเปน็ ของเราทีไ่ หนได้กบั ขันธ์ท้ังหา้ นี้

203

เร่ืองของขันธ์ทั้งห้านี้เป็นอย่างนี้ มีอย่างนี้ปรากฏอย่างนี้ และเกิดขึ้นดับไปๆ
สืบต่อกันอยู่เร่ือยๆ อย่างนี้ตั้งแต่วันเกิดมาจนกระท่ังบัดนี้ หาสาระอะไรจากเขา
ไมไ่ ดเ้ ลย นอกจากจิตใจไปส�ำคญั มนั่ หมาย แล้วยึดมั่นถอื ม่นั ในสิ่งเหล่าน้วี ่าเป็นตน
เป็นของตน แล้วแบกให้หนักย่ิงกว่าภูเขาทั้งลูกข้ึนมาภายในใจเท่าน้ัน ไม่มีสิ่งใด
เปน็ เครอ่ื งตอบรบั หรอื เปน็ เครอ่ื งสนอง ความสนองกค็ อื สนองความทกุ ขน์ นั้ เอง เพราะ
ความหลงของตนพาให้สนอง

เมื่อจิตได้พิจารณาเห็นส่ิงเหล่าน้ีอย่างชัดเจนด้วยปัญญาอันแหลมคมแล้วน้ัน
รปู กจ็ รงิ ตามรปู โดยหลกั ธรรมชาตปิ ระจกั ษด์ ว้ ยปญั ญา เวทนา สขุ ทกุ ข์ เฉยๆ ในสว่ น
รา่ งกายกร็ ชู้ ดั ตามเปน็ จรงิ ของมนั เวทนาทางใจคอื ความสขุ ความทกุ ข์ เฉยๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ
ภายในใจนนั่ เปน็ สาเหตใุ หจ้ ติ สนใจพนิ จิ พจิ ารณา แมจ้ ะยงั ไมร่ เู้ ทา่ ทนั สงิ่ นน้ั สงิ่ นน้ั กย็ งั
ต้องเป็นเครื่องเตือนจิตให้พิจารณาอยู่เสมอ เพราะข้ันนี้ยังไม่สามารถที่จะรู้เท่าทัน
เวทนาภายในจติ ได้ คอื สขุ ทุกข์ เฉยๆ ภายในจิตโดยเฉพาะ ไม่เกย่ี วกบั เวทนา
ทางกาย

วิญญาณกส็ กั แตว่ า่ ตา่ งอนั ตา่ งจริง นี่ชดั แล้วตามความเป็นจรงิ จติ หายสงสัย
ที่จะยึดจะถือสิ่งเหล่าน้ีว่าเป็นตนอีกต่อไป เพราะต่างอันต่างจริงแม้จะอยู่ด้วยกัน
กเ็ ชน่ เดยี วกบั ผลไมห้ รอื ไข่ เราวางลงในภาชนะ ภาชนะกต็ อ้ งเปน็ ภาชนะ ไขท่ อี่ ยใู่ นนน้ั
กเ็ ปน็ ไข่ ไมใ่ ชอ่ นั เดยี วกนั จติ กเ็ ปน็ จติ ซงึ่ อยใู่ นภาชนะ คอื รปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร
วญิ ญาณ อันน้ี แตไ่ ม่ใช่รูป เวทนา สัญญา สังขาร วญิ ญาณ หากเปน็ จิตลว้ นๆ อยู่
ภายในน้ัน น่เี วลาแยกชัดเจนแลว้ ระหวา่ งขันธก์ บั จติ เปน็ อยา่ งน้นั

ทนี เ้ี มอ่ื จติ ไดเ้ ขา้ ใจในรปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ อยา่ งชดั เจนหาทสี่ งสยั
ไม่ได้แล้ว ก็จะมีแต่ความกระดิกพลิกแพลงความกระเพื่อมภายในจิตโดยเฉพาะๆ
ความกระเพอื่ มนั้นก็คือสังขารอันละเอียดทกี่ ระเพอื่ มอยูภ่ ายในจติ สขุ อนั ละเอยี ดที่
ปรากฏขน้ึ ภายในจติ ทกุ ขอ์ นั ละเอยี ดทป่ี รากฏภายในจติ สญั ญาอนั ละเอยี ดทปี่ รากฏ
ขน้ึ ภายในจติ มอี ยเู่ พยี งเทา่ นน้ั จติ จะพจิ ารณาแยกแยะกนั อยตู่ ลอดเวลาดว้ ยสตปิ ญั ญา
อัตโนมตั ิ คือจิตข้นั นี้เป็นจิตท่ีละเอยี ดมาก ปลอ่ ยวางสิ่งทง้ั หลายหมดแลว้ ข้นึ ชือ่ วา่

204

ขนั ธห์ า้ ไมม่ เี หลอื เลย แตย่ งั ไมป่ ลอ่ ยวางตวั เองคอื ความรู้ แตค่ วามรนู้ นั้ ยงั เคลอื บแฝง
ดว้ ยอวิชชา

นน่ั แหละ ทา่ นวา่ อวชิ ชารวมตวั รวมอยทู่ จี่ ติ หาทางออกไมไ่ ด้ ทางเดนิ ของอวชิ ชา
กค็ อื ตา หู จมกู ลนิ้ กาย เพอ่ื ไปสรู่ ปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอื่ งสมั ผสั เมอื่ สตปิ ญั ญาสามารถ
ตดั ขาดสงิ่ เหลา่ นเ้ี ขา้ ไปไดโ้ ดยลำ� ดบั ๆ แลว้ อวชิ ชาไมม่ ที างเดนิ ไมม่ บี รษิ ทั บรวิ าร จงึ ยบุ ๆ
ยบิ ๆ หรอื กระดบุ กระดบิ อยภู่ ายในตวั เอง โดยอาศยั จติ เปน็ ทยี่ ดึ ทเ่ี กาะโดยเฉพาะ เพราะ
หาทางออกไมไ่ ด้ แสดงออกเปน็ สขุ เวทนาอยา่ งละเอยี ดบา้ ง ทกุ ขเวทนาอยา่ งละเอยี ดบา้ ง
แสดงเป็นความผ่องใสซึง่ แปลกประหลาดอัศจรรยอ์ ยา่ งย่ิง ในเมอื่ ปัญญายังไมร่ อบ
และทำ� ลายยังไม่ไดบ้ ้าง จิตกพ็ จิ ารณาอยทู่ ีต่ รงนัน้

แมจ้ ะเป็นความผอ่ งใสและสง่าผ่าเผยเพียงไรก็ตาม ข้นึ ช่ือวา่ สมมุติจะละเอียด
ขนาดไหน กจ็ ะตอ้ งแสดงอาการอนั ใดอนั หนง่ึ ขนึ้ มาใหเ้ ปน็ ทส่ี ะดดุ จติ พอจะใหค้ ดิ อา่ น
หาทางแกไ้ ขจนได้ เพราะฉะนนั้ สขุ กด็ ี ทกุ ขก์ ด็ ี อนั เปน็ ของละเอยี ดเกดิ ขนึ้ ภายในจติ
โดยเฉพาะ ตลอดความอศั จรรยค์ วามสวา่ งไสวซง่ึ มอี วชิ ชาเปน็ ตวั การ แตเ่ พราะความ
ไมเ่ คยรูเ้ คยเห็น เมอ่ื พจิ ารณาเขา้ ไปถงึ จดุ นน้ั จงึ หลงยดึ และจึงถูกอวิชชากลอ่ มเอา
อยา่ งหลบั สนทิ โดยหลงยดึ ถอื ความผอ่ งใสเปน็ ตน้ นน้ั วา่ เปน็ เรา ความสขุ นน้ั กเ็ ปน็ เรา
ความอศั จรรยน์ น้ั กเ็ ปน็ เรา ความสงา่ ผา่ เผยทเี่ กดิ ขน้ึ จากอวชิ ชาซง่ึ ฝงั อยภู่ ายในจติ นน้ั
ก็เป็นเรา เลยถือจิตทง้ั อวชิ ชาเป็นเราโดยไม่รูส้ กึ ตวั เสียทั้งดวง

แตก่ ไ็ มน่ าน เพราะอำ� นาจของมหาสตมิ หาปญั ญาอนั เปน็ ธรรมไมน่ อนใจอยแู่ ลว้
คอยสอดคอยส่องคอยพินิจพิจารณาแยกแยะไปมาอยู่อย่างนั้นตามนิสัยของสติ
ปัญญาขนั้ นี้ กาลหนงึ่ เวลาหนึง่ ตอ้ งทราบได้แนน่ อน โดยทราบถึงเรอ่ื งสขุ ทแ่ี สดงข้นึ
เลก็ ๆ นอ้ ยๆ อนั เปน็ เรอ่ื งผดิ ปกติ ทกุ ขแ์ สดงขน้ึ นดิ ๆ หนอ่ ยๆ อยา่ งละเอยี ด ตามขนั้
ของจติ กต็ าม กพ็ อเปน็ เครอื่ งสะดดุ จติ ใหท้ ราบไดว้ า่ เอะ๊ ทำ� ไมจติ จงึ มอี าการเปน็ อยา่ งน้ี
ไม่คงเส้นคงวา ความสง่าผ่าเผยที่แสดงอยู่ภายในจิต ความอัศจรรย์ท่ีแสดงอยู่
ภายในจติ ก็แสดงความวปิ รติ ผดิ จากปกตขิ ้นึ มาเลก็ ๆ นอ้ ยๆ พอให้สติปญั ญาข้นั น้ี
จบั ได้อยู่น่ันเอง

205

เมือ่ จับไดก้ ไ็ มไ่ ว้ใจและกลายเปน็ จดุ ทีค่ วรพิจารณาข้ึนมาในขณะน้ัน จึงต้งั จติ
คอื ความรปู้ ระเภทนเ้ี ปน็ เปา้ หมายแหง่ การพจิ ารณา เมอื่ สตปิ ญั ญาขน้ั นไี้ ดจ้ อ่ ลงไปถงึ
จดุ นวี้ ่านี้คอื อะไร สงิ่ ท้ังหลายได้พิจารณามาแลว้ ทุกส่งิ ทุกอย่างจนสามารถถอดถอน
มนั ได้เปน็ ข้ันๆ แต่ธรรมชาตทิ ีร่ ๆู้ ทส่ี ว่างไสวทอี่ ศั จรรย์นค้ี ืออะไร อนั นีม้ นั คืออะไร
กนั แน่ สตปิ ญั ญาจอ่ ลงไปพจิ ารณาลงไป จดุ นจ้ี งึ เปน็ เปา้ หมายแหง่ การพจิ ารณาอยา่ ง
เตม็ ท่ี และจดุ นจ้ี งึ กลายเปน็ สนามรบของสตปิ ญั ญาอตั โนมตั ขิ นึ้ มาในขณะนนั้ ไมน่ านนกั
กส็ ามารถทำ� ลายจติ อวชิ ชาดวงประเสรฐิ ดวงอศั จรรยส์ งา่ ผา่ เผยตามหลกั อวชิ ชาใหแ้ ตก
กระจายออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่มสี ิ่งใดเหลอื คา้ งอยูภ่ ายในใจแมป้ รมาณอู กี ตอ่ ไป

เม่ือธรรมชาติท่ีเคยเสกสรรโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นของประเสริฐอัศจรรย์เป็นต้น
ไดส้ ลายตวั ลงไปแลว้ สงิ่ ทไ่ี มต่ อ้ งเสกสรรปน้ั ยอวา่ เปน็ ของประเสรฐิ หรอื ไมป่ ระเสรฐิ
ก็ปรากฏข้นึ อย่างเตม็ ท่ี ธรรมชาตนิ ้นั คอื ความบรสิ ุทธิ์ ความบรสิ ทุ ธิ์น้นั เมอื่ เทียบกบั
จิตอวชิ ชา ทว่ี ่าเป็นของประเสรฐิ เลศิ เลอแล้ว จติ อวชิ ชาน้นั จึงเป็นเหมอื นกองข้คี วาย
กองหนงึ่ ดๆี นเี่ อง ธรรมชาตทิ อ่ี ยใู่ ตอ้ วชิ ชาซง่ึ หมุ้ หอ่ อยนู่ น้ั เมอื่ เปดิ เผยตวั ขนึ้ มาแลว้
จงึ เปน็ เหมอื นทองคำ� ธรรมชาติ ทองคำ� ธรรมชาตกิ บั กองขคี้ วายเหลวๆ นนั้ อนั ไหนมี
คณุ คา่ กวา่ กนั เลา่ แมแ้ ตเ่ ดก็ อมมอื กต็ อบได้ อยา่ วา่ แตจ่ ะมามวั เทยี บเคยี งใหเ้ สยี เวลา
และขายความโงอ่ ยูเ่ ลย

นี่ละการพิจารณาจิต เมื่อถึงขั้นน้ีแล้วเป็นข้ันที่ตัดขาดจากภพจากชาติซ่ึงมี
อยู่กับจิต ตดั ขาดจากอวชิ ชาตัณหาทงั้ มวล อวิชชฺ าปจจฺ ยา สงฺขารา ตดั ขาดไปเป็น
อวิชชฺ ายเตวฺ ว อเสสวริ าคนโิ รธา สงขฺ ารนิโรโธ สงฺขารนโิ รธา วิญฺาณนโิ รโธ. เปน็ ต้น
จนกระทงั่ เอวเมตสสฺ เกวลสสฺ ทกุ ขฺ กขฺ นธฺ สสฺ , นโิ รโธ โหติ เมอื่ อวชิ ชาดบั แลว้ สงั ขาร
สมทุ ยั กด็ บั และดบั ตามๆ กนั ไปดงั ทา่ นแสดงไวน้ นั่ แล สงั ขารทป่ี รงุ ประจำ� ขนั ธก์ ก็ ลาย
เปน็ สงั ขารลว้ นๆ ไปไมเ่ ปน็ สมทุ ยั วญิ ญาณทปี่ รากฏขนึ้ ภายในจติ กเ็ ปน็ วญิ ญาณลว้ นๆ
ไมเ่ ปน็ วญิ ญาณสมทุ ยั วญิ ฺ าณปจจฺ ยา นามรปู ,ํ นามรปู ปจจฺ ยา สฬายตน,ํ สฬายตนปจจฺ ยา
ผสโฺ ส อะไรทเี่ ปน็ รปู เปน็ นาม เปน็ สฬายตนะสมั ผสั ตา่ งๆ ลว้ นแลว้ แตเ่ ปน็ หลกั ธรรมชาติ
ของมนั เอง ไมท่ ำ� ความกำ� เรบิ ใหแ้ กจ่ ติ ใจดวงเสรจ็ สนิ้ ไปแลว้ นน้ั จนกระทงั่ ถงึ เอวเมตสสฺ

206

เกวลสสฺ ทกุ ขฺ กขฺ นธฺ สสฺ , นโิ รโธ โหต.ิ คำ� วา่ เอวเมตสสฺ เกวลสสฺ สงิ่ ทงั้ มวลทก่ี ลา่ วมานนั้
ได้ดับลงไปแล้วโดยสิน้ เชงิ เรยี กวา่ นิโรธเต็มภูมิ

การดบั กเิ ลสตณั หาอวชิ ชา ดบั โลกดบั สงสาร จะดบั ทไี่ หน ถา้ ไมด่ บั ทตี่ วั จติ ซงึ่ เปน็
ตวั โลกตวั สงสาร ตวั อวชิ ชาตวั เกดิ แกเ่ จบ็ ตาย เชอื้ ของความใหเ้ กดิ แกเ่ จบ็ ตาย กไ็ ดแ้ ก่
ราคะตณั หา มอี วชิ ชาเปน็ ตวั สำ� คญั มอี ยทู่ จี่ ติ ดวงนเ้ี ทา่ นนั้ เมอื่ ดบั อนั นใ้ี หข้ าดกระเดน็
ออกไปจากจติ ใจหมดแลว้ ก็ นโิ รโธ โหติ เทา่ นนั้ นแ่ี หละงานแหง่ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
ตามหลกั ศาสนาของพระพทุ ธเจา้ ตง้ั แตค่ รง้ั พทุ ธกาลมาจนกระทงั่ ปจั จบุ นั นค้ี งเสน้ คงวา
ไม่มีที่ใดยิ่งหย่อนในบรรดาหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงส่ังสอนไว้แล้ว ว่าจะไม่ทัน
กลมายาของกเิ ลสประเภทตา่ งๆ เปน็ ไมม่ ี จงึ เรยี กวา่ เปน็ มชั ฌมิ าปฏปิ ทา เปน็ ธรรมที่
เหมาะสมกบั การแกก้ เิ ลสทกุ ประเภทตลอดไป จนกเิ ลสไมม่ เี หลอื หลอดว้ ยอำ� นาจแหง่
มัชฌมิ าปฏปิ ทานี้ จงพากนั เข้าใจอยา่ งนี้

การปฏิบัตติ นใหถ้ ือธรรมข้อน้ี เพราะความพ้นทกุ ข์เป็นสิง่ ที่มีคณุ คา่ เหนือโลก
ทงั้ สาม เราเหน็ โลกทง้ั สามนวี้ า่ อะไรเปน็ สง่ิ วเิ ศษวโิ สกวา่ ความหลดุ พน้ แหง่ ใจจากทกุ ข์
ทง้ั มวลเลา่ เมอ่ื ทราบชดั ดว้ ยเหตผุ ลแลว้ ความเพยี รกจ็ ะไดค้ บื หนา้ กลา้ ตายตอ่ สงคราม
ตายกต็ ายไปเถอะ ตายดว้ ยการรบการพงุ่ ชงิ ชยั กบั กเิ ลสอาสวะซงึ่ เคยครอบงำ� หวั ใจเรา
มานาน ไมม่ ธี รรมบทใดไมม่ เี ครอื่ งมอื ใดทจี่ ะสามารถฟาดฟนั หน่ั แหลกกเิ ลสนใี้ หจ้ ม
ลงไปได้ เหมอื นมชั ฌมิ าปฏปิ ทาท่ีพระพุทธเจา้ ทรงส่งั สอนไว้แลว้ น้ีเลย

ฉะนัน้ คำ� ว่า พทุ ฺธํ สรณํ คจฉฺ ามิ จึงเปน็ ที่อบอนุ่ ใจ เป็นท่แี นใ่ จเป็นทส่ี นิทใจว่า
ได้ทรงบ�ำเพญ็ ท้งั เหตุท้ังผล ทกุ สงิ่ ทกุ อย่างมาโดยสมบรู ณ์ จงึ ไดน้ ำ� ธรรมมาสอนโลก
สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ก็ตรัสไว้ชอบแล้วด้วยความรู้ยิ่งเห็นจริงทุกส่ิงทุกอย่าง
คอื ตรัสไวช้ อบทกุ แงท่ กุ มมุ แลว้ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ พระสงฆ์สาวกทา่ นด�ำเนนิ ตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธเจา้ โดยไมย่ อ่ หยอ่ นออ่ นกำ� ลงั จนสามารถควำ่� กเิ ลสออกจากใจ
กลายเปน็ ใจทเี่ ลศิ ประเสรฐิ ขึ้นมาเปน็ สรณะของพวกเรา กไ็ มพ่ ้นจากการปฏิบัติตาม
หลกั ปฏปิ ทานเ้ี ลย ดว้ ยเหตนุ ข้ี อใหเ้ ราทง้ั หลายจงฟงั ใหถ้ งึ ใจ อยา่ สนใจใฝห่ าเรอื่ งหลอก
เรอ่ื งลวง เรอื่ งปลอมแปลงทง้ั หลายซงึ่ มเี ตม็ โลกเตม็ สงสาร ใหส้ นใจใฝธ่ รรมของจรงิ

207

ปฏบิ ตั ขิ องจรงิ เราจะเหน็ ของจรงิ ขน้ึ กบั ใจไปเรอื่ ยๆ ในทา่ มกลางแหง่ ของปลอมซงึ่ มอี ยู่
ภายในใจและมอี ยู่เต็มโลก อย่าพากันสงสยั จะเป็นความอาลยั เสยี ดายกิเลสไม่มีที่
สน้ิ สุด

การปฏบิ ตั ธิ รรมใหม้ งุ่ ทางดา้ นนามธรรม คอื ศลี สมาธิ ปญั ญา เปน็ สำ� คญั ยง่ิ กวา่
ดา้ นวตั ถุ ดา้ นวตั ถนุ นั้ พอเปน็ พอไปเพยี งไดอ้ าศยั กพ็ อแลว้ อยสู่ ถานทใ่ี ด คนเราเกดิ มา
จากมนษุ ย์ มาเป็นพระก็มาจากคน คนเขามีบา้ นมเี รือน พระก็จำ� ต้องมีที่พกั ที่อาศัย
พอบรรเทาเปน็ ธรรมดา ควรท�ำพอได้อาศัยเท่าน้ัน อยา่ ทำ� ให้หรหู รา อยา่ ท�ำแขง่ โลก
แขง่ สงสาร มนั เปน็ การสง่ั สมกเิ ลสขน้ึ มาปรากฏชอ่ื ลอื นามไปในทางโลก ไปในทางกเิ ลส
หวั เราะเยาะ ใหป้ รากฏชอ่ื ลอื นามดว้ ยศลี ดว้ ยสมาธิ ดว้ ยปญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร
ให้ปรากฏชื่อลือนามในการบ�ำเพ็ญแก้หรือถอดถอนตนให้พ้นจากกิเลสกองทุกข์ใน
วฏั สงสาร นชี้ อื่ วา่ เปน็ ผเู้ พม่ิ อำ� นาจวาสนาของตนโดยตรงอยา่ งแทจ้ รงิ อยา่ ไดล้ ะความ
พากเพยี รของตน จงเอาใหต้ ลอดรอดฝง่ั แหง่ วฏั วนวฏั วนุ่ ใหไ้ ดใ้ นชวี ติ อตั ภาพน้ี ซงึ่ เปน็
ทีแ่ นใ่ จกวา่ กาลสถานทแี่ ละอัตภาพอน่ื ใด

และอยา่ ลมื เวลาไปทไี่ หนๆ อยา่ เปน็ บา้ การกอ่ สรา้ ง ไปทไ่ี หนกอ่ สรา้ งยงุ่ ไปหมด
และเปน็ บา้ กอ่ สรา้ งทวั่ ไปหมด นา่ อดิ หนาระอาใจ พอมองเหน็ หนา้ กนั เปน็ ยงั ไงศาลา
เปน็ ยงั ไงโรงเรียน จวนเสรจ็ แลว้ ยัง สิ้นเงินเทา่ ไร เวลาจะมงี านทไี รและมงี านอะไรๆ
กว้านบ้านกว้านเมือง กวนบ้านกวนเมืองเขา ให้ต้องมาส้ินเปลืองวุ่นวายด้วยอยู่ไม่
หยดุ หยอ่ น ใหเ้ ขาพอมเี งนิ และผอ่ นเงนิ ทองเขา้ ถงุ บา้ ง เขาเสาะแสวงหามาแทบลม้ แทบตาย
เพียงได้ห้าได้สิบมาแทนที่จะเลี้ยงปากเล้ียงท้อง เลี้ยงลูกเล้ียงเมีย เลี้ยงครอบครัว
เล้ียงหลานเลยี้ งเหลน และส่งิ จำ� เปน็ อนื่ ๆ บา้ ง และท�ำบุญให้ทานตามอัธยาศยั บ้าง
กลบั กลายเกบ็ กวาดเอามาชว่ ยพระเพราะการเรยี่ ไรรบกวนจนหมดไมห้ มดมอื และยงุ่
ไปตามๆ กนั นม้ี นั เปน็ ศาสนากวนบา้ นกวนเมอื ง ซง่ึ พระพทุ ธเจา้ ไมพ่ าทำ� และไมส่ งั่ สอน
ใหท้ ำ� อยา่ งนน้ั ขอใหท้ า่ นทงั้ หลายเขา้ ใจเอาไวว้ า่ พระพทุ ธเจา้ ไมไ่ ดพ้ าทำ� อยา่ งน้ี นม่ี นั
ศาสนวัตถุ ศาสนเงนิ มใิ ชศ่ าสนธรรมตามเยยี่ งอยา่ งของศาสดา เราดซู ิ กฏุ ขิ องพระ
หลงั เทา่ ภเู ขาอนิ ทนนทน์ ี่ หลงั หนง่ึ มกี ชี่ นั้ สงู จรดฟา้ โนน่ หรหู ราขนาดไหน มนั นา่ สลด

208

สงั เวชขนาดไหน แมแ้ ตก่ ฏุ ผิ มนี้ ผมกย็ งั อดละอายไมไ่ ดเ้ หมอื นกนั ทงั้ ๆ ทผ่ี มกจ็ ำ� ใจอยู่
ผมตอ้ งทนละอายหนา้ ดา้ นเอาบา้ ง เพราะเขาสง่ เงนิ มาใหท้ ำ� โดยไมบ่ อกไวล้ ว่ งหนา้ กอ่ น
ละอายตวั เองทขี่ อทานเขามากนิ ประจำ� ชวี ติ แตก่ ฏุ หิ อปราสาทในแดนสวรรคส์ ไู้ มไ่ ด้ ทง้ั ๆ
ทีเ่ ขาผใู้ ห้ทานอยกู่ ระต๊อบหลงั เทา่ กำ� ปัน้ นี่ ที่ถูกท่ีเหมาะสมกับพระผู้เห็นภยั เป็นนสิ ยั
ทพ่ี กั ทอ่ี ยู่ อยทู่ ไ่ี หนอยเู่ ถอะ พอหลวมตวั นอนไดน้ ง่ั ไดแ้ ลว้ อยไู่ ปเถอะ แตเ่ รอื่ งการทำ�
ความพากเพียรนน้ั ขอให้มีความหนักแน่นมัน่ คง มคี วามขยันหม่ันเพียรบึกบนึ

อย่าใหเ้ สยี เวลาเพราะงานใดๆ มาเป็นอปุ สรรคได้ เพราะงานนอกนั้นส่วนมาก
มนั เปน็ งานทำ� ลายงานจติ ตภาวนาเพอ่ื ฆา่ กเิ ลสทำ� ลายกเิ ลส ซง่ึ เปน็ งานใหญโ่ ตประจำ� ตวั
ประจำ� ใจของพระผมู้ งุ่ ตอ่ แดนหลดุ พน้ ไมเ่ ยอ่ื ใยในการกลบั มาเกดิ มาตายเพอ่ื แบกหาม
กองทกุ ขน์ อ้ ยใหญใ่ นภพชาตนิ นั้ ๆ อกี ตอ่ ไป ภยั ใดไมเ่ ทา่ ภยั ทก่ี เิ ลสครอบหวั ใจ บงั คบั
ถไู ถใหเ้ ปน็ ไปไดท้ กุ อยา่ งทธี่ รรมไมพ่ งึ ประสงค์ ทกุ ขใ์ ดไมเ่ ทา่ ทกุ ขข์ องคนมกี เิ ลสกดคอ
ไมส่ กู้ บั กเิ ลสคราวบวชน้ี จะสเู้ วลาตายแลว้ ไดห้ รอื ความเปน็ อยขู่ องชวี ติ ธาตขุ นั ธน์ นั้
พออดพอทนได้ แต่ขออย่าทนให้กิเลสกดคอตอ่ ไป เป็นความไม่เหมาะสมอยา่ งยงิ่
สำ� หรับพระลูกศษิ ย์ตถาคต

อะไรๆ จะพอเปน็ พอไปหรอื ขาดแคลนขนาดไหน ขอใหเ้ ลง็ พระตถาคตเปน็ สรณะ
อย่เู สมอ อย่าใหส้ งิ่ ไม่จำ� เป็นส�ำหรบั พระหรหู รามากเกินเหตเุ กินผล เช่น สรา้ งอะไร
กส็ รา้ งเสยี จนแขง่ โลกแขง่ สงสารเขา จนกลายเปน็ บา้ ชอื่ เสยี งเกยี รตยิ ศแบบลมๆ แลง้ ๆ
แตธ่ รรมหากรอกใจพอฟน้ื จากสลบไสลบา้ งไมส่ นใจสรา้ งกนั โลกเขาอยบู่ า้ นหลงั เลก็ ๆ
เพยี งไอจามกจ็ ะลม้ อยกู่ ระทอ่ มหอ้ มหอ ไดอ้ ะไรมากอ็ ตุ สา่ หแ์ ยง่ ปากแยง่ ทอ้ ง แยง่ ลกู
หลานมาท�ำบญุ ใหท้ านกับพระ แต่พระอย่ตู ึกอยูร่ ้านกชี่ ัน้ หรหู ราโอ่อา่ ยิง่ กวา่ พระมา
จากแดนสวรรค์ เหมอื นไมใ่ ชค่ นทเ่ี คยอยบู่ า้ นกบั พอ่ -แมห่ ลงั เลก็ ๆ มากอ่ นไปบวชเปน็
พระเลย ทัง้ ไมท่ ราบว่ามอี ะไรเป็นเครื่องประดับประดาตกแต่งแขง่ กบั โลกเขา มนั นา่
ละอายโลกเขายงิ่ กวา่ ลกู สะใภล้ ะอายยา่ ขณะจาม เผลอผายลมทางทวารลา่ งหลดุ ออก
อยา่ งแรงแทบสลบไป ทง้ั ๆ ทศี่ รี ษะโลน้ ๆ ไมไ่ ดค้ ดิ ถงึ ศรี ษะตนบา้ งเลย มใิ ชม่ นั ดา้ นเกนิ
ไปแลว้ หรอื พวกเรานะ่ นน่ั ไมใ่ ชห่ ลกั ของศาสนาทส่ี อนใหน้ กั บวชแกก้ เิ ลสเพราะความ

209

เหน็ ภยั ในสง่ิ ประโลมโลกรกรงุ รงั แกศ่ าสนาและหวั ใจพระเรา จงึ ขออยา่ พากนั คดิ กนั ทำ�
จงทำ� ความร้สู ึกตวั ไวเ้ สมอ นีไ้ ม่ใช่หลักธรรมเพ่ือแก้กเิ ลสใหเ้ หน็ ประจักษ์ใจ แต่เปน็
เคร่ืองส่งเสริมให้พระลมื ตวั เมามัวมว่ั สมุ กบั เรือ่ งของกิเลส ซ่งึ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งของพระ

หลกั ธรรมของพระแทอ้ นั ดบั หนง่ึ รกุ ขฺ มลู เสนาสนํ นสิ สฺ าย ปพพฺ ชชฺ า. ตตถฺ เต ยาวชวี ํ
อสุ สฺ าโห กรณโี ย บรรพชาอปุ สมบทในพระพทุ ธศาสนาแลว้ ใหเ้ ธอทงั้ หลายเทย่ี วอยตู่ าม
รกุ ขมลู รม่ ไม้ ชายปา่ ชายเขา ตามถำ้� เงอื้ มผา ทแี่ จง้ ลอมฟาง อนั เปน็ สถานทเี่ หมาะสม
แก่การฆ่ากิเลสทำ� ลายกิเลสใหส้ นิ้ ซากไปจากใจเถดิ จงอตุ ส่าห์พยายามท�ำอย่างนี้จน
ตลอดชวี ติ นะ นอกนนั้ เปน็ สงิ่ เหลอื เฟอื ดงั ทว่ี า่ อตเิ รกลาโภ เปน็ ตน้ เปน็ สงิ่ นอกจาก
ความจำ� เปน็ อนั ดบั แรก

งานทีท่ รงให้ทำ� ก็ เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ ตโจ ทนตฺ า นขา โลมา เกสา
นอกจากนน้ั กว็ า่ ไปถงึ อาการ ๓๒ ผม ขน เลบ็ ฟนั หนงั เนอื้ เอน็ กระดกู เยอ่ื ในกระดกู
มา้ ม หัวใจ ตบั ปอด พงั ผืด ไสใ้ หญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า ซง่ึ มอี ยูก่ ับ
ตวั เรา ทา่ นทงั้ หลายจงพยายามคลคี่ ลายสงิ่ เหลา่ นใ้ี หเ้ หน็ แจง้ ชดั เจนตามหลกั ความจรงิ
ท่ีมันมีอยู่เป็นอยู่ด้วยปัญญา ท่านทั้งหลายเมื่อได้ท�ำงานนี้ให้ส�ำเร็จลุล่วงไปด้วยสติ
ปัญญาอันเต็มภมู ขิ องวรี บุรษุ แล้ว ความหลดุ พน้ จากทุกขอ์ นั เป็นสมบัตมิ หาศาลนน้ั
จะเปน็ ของทา่ นทงั้ หลายเอง นน่ั ฟงั ซิ มนั หา่ งไกลกนั ไหมกบั พวกเราทช่ี อบสะดวกสบาย
กบั ของเศษๆ เดนๆ ที่ทา่ นสอนให้ละใหท้ ้งิ ดว้ ยธรรมทกุ บททกุ บาททุกปฎิ กน่ะ

พวกเราน่ีมันเปน็ คู่แขง่ ศาสนธรรมเสียเอง อะไรที่ธรรมตำ� หนิ มันกลับหรูหรา
ไปหมด ประชาชนญาตโิ ยมสไู้ มไ่ ด้ ของดบิ ของดเี ขาเอามาทำ� บญุ ใหท้ าน เขากนิ อะไร
ใช้อะไรก็พอท�ำเนา ขอให้ได้ของดีมาท�ำบุญให้ทานพระก็เป็นที่พอใจตามนิสัยของ
นกั แสวงบญุ แตพ่ ระเรากลบั เปน็ นกั หรหู รา กฏุ กิ อ็ ยดู่ ๆี เครอื่ งใชไ้ มส้ อยกม็ แี ตข่ องดบิ
ของดี นอกจากนนั้ ยงั มวี ทิ ยุ ยงั มเี ทวทตั โทรทศั น์ และยงั มรี ถยนตก์ ลไกแถมเขา้ ไปอกี
ดตู ามหลักธรรมวินยั ของพระเราแล้วนา่ สลดสังเวชเหลือประมาณ ทำ� ไมพากนั คิดฆ่า
พระพทุ ธเจ้าแบบสดๆ รอ้ นๆ ไดล้ งคอด้วยความโอ่อา่ ท่าใหญข่ องพระ อนั เปน็ ความ
ด้ือดา้ นไม่ยอมรสู้ ึกตัวเลย มนั นา่ ละอายท่ีสดุ

210

ทุกท่านขอให้ค�ำนึงเรื่องเหล่านี้ให้มาก ถ้าเราบวชเพ่ืออุทิศต่อพระพุทธเจ้า
พระธรรม พระสงฆ์ จริงๆ มิใช่บวชมาเพื่อเป็นคู่กรรมคู่เวรต่อศาสนธรรมของ
พระพทุ ธเจา้ ขอใหค้ ำ� นงึ ถงึ อรรถถงึ ธรรมถงึ การดำ� เนนิ ของพระพทุ ธเจา้ ยง่ิ กวา่ เรอ่ื งใดๆ
สมยั ใดกต็ ามไมม่ เี ยย่ี มยง่ิ กวา่ พทุ ธสมยั ธรรมสมยั สงั ฆสมยั ทพี่ าดำ� เนนิ มา อนั นเี้ ปน็
หลกั ใหญโ่ ตมาก ใหท้ า่ นทงั้ หลายจงประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามหลกั พทุ ธสมยั เถดิ ผลอนั ชมุ่ เยน็
พงึ ใจจะเปน็ ท่ียอมรับกับหลักแห่ง สวากขาตธรรม นยิ ยานกิ ธรรม ไมม่ ที างสงสยั

นกี่ ไ็ ดป้ ฏบิ ตั มิ าพอสมควร เปน็ ผนู้ อ้ ยผมกเ็ คยไดเ้ ปน็ ไปศกึ ษาอบรมกบั ครบู า-
อาจารย์ เฉพาะอย่างยง่ิ ทา่ นอาจารยม์ ั่น ฟงั จรงิ ๆ ฟงั ทา่ นพูด ทา่ นจะพูดทีเลน่ ทีจรงิ
เป็นธรรมดาของลูกศิษย์กับอาจารย์ เราจะไม่มีฟังเล่น จะมีแต่ฟังจริงอย่างฝังใจ
ตลอดมา มคี วามเคารพรกั ความเลอ่ื มใส ความกลวั ทา่ นมากทสี่ ดุ ยดึ เอาทกุ แงท่ กุ มมุ
ท่จี ะพึงประพฤติปฏิบตั ไิ ด้ ได้มาสั่งสอนลกู ศษิ ยล์ กู หานกี้ เ็ พราะอ�ำนาจครบู าอาจารย์
ทที่ า่ นให้การสงั่ สอนมา

เพราะฉะนน้ั การปฏบิ ตั ใิ นวดั ของเรานี้ แมจ้ ะผดิ แผกแตกตา่ งกบั วดั ทง้ั หลายบา้ ง
ผมกแ็ นใ่ จตามหลกั เหตผุ ลและหลกั ธรรมวนิ ยั จงึ ไมส่ ะทกสะทา้ น ผมไมไ่ ดค้ ดิ วา่ เปน็
การทำ� ผดิ เพราะมแี บบมฉี บบั ทไี่ ดร้ บั มาจากศาสนธรรม และจากครบู าอาจารยท์ กุ สง่ิ
ทุกอย่างอันเป็นแบบฉบับมาด้ังเดิมอยู่แล้ว จึงได้พาหมู่เพ่ือนด�ำเนินเรื่อยมาอย่างนี้
ผดิ ถกู ประการใดจะตอ้ งพดู กนั ตามหลกั เหตผุ ล ความเกรงอกเกรงใจกนั นนั้ เปน็ เรอ่ื ง
ของโลกเปน็ เรื่องของบคุ คล ไม่ใช่เร่ืองของธรรมของวินัยอันเป็นหลกั ด�ำเนนิ ตายตวั
ดว้ ยกนั การพดู กนั โดยอรรถโดยธรรมเพอ่ื ใหเ้ ปน็ ทเี่ ขา้ ใจและปฏบิ ตั ถิ กู นน้ั เปน็ ธรรมแท้
เพราะฉะนน้ั คำ� วา่ ลบู หนา้ ปะจมกู จงึ ไมม่ ใี นธรรมทงั้ หลายของผมู้ งุ่ ตอ่ ธรรมดว้ ยกนั

การแสดงธรรมก็เห็นสมควรขอยุติเพยี งแค่นี้

211

ความอยากเป็นมรรคก็มี

เทศน์อบรมพระ ณ วดั ปา่ บา้ นตาด
เมือ่ วนั ท่ี ๒๓ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๒

ที่น่ีก็ทราบแล้วว่าวัดป่า มีการบ�ำเพ็ญทางจิตตภาวนาโดยถ่ายเดียวเท่าน้ัน
การดำ� เนนิ ทางดา้ นจติ ตภาวนาตอ้ งอาศยั กายวเิ วก เปน็ อปุ กรณแ์ กจ่ ติ วเิ วก ความสงดั กาย
ไม่พลุกพล่านวุ่นวายด้วยหมู่คณะและประชาชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องบ่อยๆ จิตวิเวก
เมื่อกายได้รับความสะดวกในการบ�ำเพ็ญแล้ว จิตก็เป็นไปเพ่ือความสงบสงัดด้วย
จติ วเิ วก แลว้ กเ็ ปน็ อปุ กรณใ์ หถ้ งึ อปุ ธวิ เิ วก ความสงดั จากกเิ ลสอนั เปน็ ธรรมสงู สดุ ตาม
แนวทางของพระพุทธเจ้าที่ทรงด�ำเนินและประจักษ์พระทัยมาแล้ว ผู้ต้องการผลดัง
พระพุทธเจ้า ดังพระสาวกท่าน ก็ต้องด�ำเนินตามแนวแถวทางท่ีท่านด�ำเนินมาแล้ว
อยา่ งไร ถา้ หลบหลีกปลกี ตัวออกจากร่องรอยแห่งการด�ำเนินของทา่ น ก็เท่ากับการ
หลบหลกี ปลีกตัวออกจากผลท่จี ะพงึ ได้พงึ ถึงอยา่ งทา่ น

ตอ้ งคดิ เสมอผปู้ ฏบิ ตั ิ มหี ลกั เหตผุ ลเปน็ เครอ่ื งรกั ษาตนเปน็ เครอื่ งบำ� เพญ็ เพราะ
เหตผุ ลเปน็ สง่ิ สำ� คญั มาก เนอ่ื งจากเหตผุ ลนนั้ รวมเขา้ กนั แลว้ เปน็ หลกั ธรรม ผปู้ ฏบิ ตั ิ
เพื่อความพ้นทุกข์ อย่าปล่อยให้ความอยากเข้าไปเป็นหัวหน้าชักจูงหรือลากถูไป
ความอยากของสามัญชนนัน้ รอ้ ยทง้ั รอ้ ยมกั เป็นกเิ ลสเสมอ สว่ นความอยากที่เป็นไป
ด้วยเหตผุ ลนน้ั เปน็ มรรค เชน่ อยากท�ำบญุ ให้ทาน อยากรักษาศีล อยากทำ� สมาธิ
ภาวนา อยากพ้นทกุ ข์ เหล่านี้จดั เปน็ มรรค มมุ านะเพ่ือรบกบั กิเลสหรือตอ่ สกู้ บั กิเลส

212

โกรธเคยี ดแคน้ กบั กเิ ลส เหลา่ นจ้ี ดั เปน็ มรรค เราเคยมใี นลกั ษณะนมี้ าแลว้ เหมอื นกนั
นก่ี เ็ รยี กวา่ เปน็ ทางมรรค เปน็ ความคดิ ทถี่ กู เพราะเปน็ เครอื่ งหนนุ ใหม้ กี ำ� ลงั ใจเพอื่ ตอ่ สู้
กับกิเลสจนได้ชัยชนะ ถ้าไม่มีกำ� ลังใจ ไมม่ ีการมุมานะ การปฏิบตั กิ ไ็ มม่ กี �ำลังและ
ไมส่ ำ� เรจ็ ประโยชนเ์ ทา่ ท่ีควร

ความมงุ่ มนั่ และความมมุ านะจงึ เปน็ สง่ิ สำ� คญั สดุ ทา้ ยกไ็ มพ่ น้ จากอทิ ธบิ าททง้ั สี่
ไปได้ เราพดู แยกเปน็ แขนงๆ ไปเฉยๆ ลงทา้ ยกอ็ ทิ ธบิ าททง้ั สน่ี นั่ แล คอื ธรรมทสี่ อนให้
มุมานะเพือ่ ตอ่ ส้กู บั กเิ ลสทุกด้าน

ฉนั ทะ ความพอใจ พอใจกบั อะไร เชน่ พอใจกบั มรรคผลนพิ พาน ความมงุ่ มน่ั
กเ็ ปน็ ไปตามกบั ความพอใจนน้ั ถา้ ไมไ่ ป วริ ยิ ะ จะไปไหน เรอื่ งความพากเพยี รกต็ อ้ ง
เป็นไปตามกัน

จติ ตะ ทา่ นวา่ ใหเ้ อาใจฝกั ใฝ่ นนั่ หมายถงึ จติ ใจมคี วามผกู พนั อยกู่ บั หนา้ ทกี่ ารงาน
ของตนท่ีจะเป็นไปเพื่อความสมหวังนั่นเอง

วมิ งั สา ไดแ้ ก่ องคป์ ญั ญา คอื ความรอบคอบในงานของตน ไดแ้ กก่ ารประกอบ
ความพากเพียรทั้งภายนอกภายใน

อทิ ธบิ าททงั้ สก่ี ร็ วมลงทนี่ นั่ ผปู้ ฏบิ ตั จิ งึ ตอ้ งเลง็ ทางดำ� เนนิ ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ พาสาวก
ดำ� เนนิ อยา่ งไร หรอื พระองคเ์ องทรงดำ� เนนิ อยา่ งไร แมท้ รงสงั่ สอนสาวกกท็ รงสง่ั สอน
แบบเดยี วกบั ทพ่ี ระองคท์ รงดำ� เนนิ และไดผ้ ลมาแลว้ นน้ั ไมม่ ธี รรมะอน่ื ทพ่ี ระพทุ ธเจา้
จะพอลดหยอ่ นผอ่ นผนั เพอ่ื เปน็ ความสะดวกสบายแกส่ ตั วโ์ ลกแลว้ ไดร้ บั ผลเปน็ ทพี่ งึ
พอใจ นอกจากหลักธรรมทที่ รงสัง่ สอนไว้แลว้ น้เี ท่าน้ัน เพราะเป็นธรรมท่ที รงรบั รอง
ในทางเหตวุ ่าถูกตอ้ ง และในทางผลว่าต้องไดร้ ับตามก�ำลงั แหง่ เหตุไม่สงสยั เมอ่ื เหตุ
กท็ รงบำ� เพญ็ มาแลว้ ผลกท็ รงไดร้ บั มาแลว้ อยา่ งนน้ั จงึ ตอ้ งนำ� วธิ กี ารเหลา่ นมี้ าสง่ั สอน
สตั วโ์ ลกนบั ตงั้ แตส่ าวกลงมาโดยลำ� ดบั จะปลกี แวะจากนไี้ มถ่ กู ทางแหง่ สวากขาตธรรม

ผปู้ ฏบิ ตั จิ งพยายามใหม้ งี านนอ้ ยทส่ี ดุ งานอยา่ งอนื่ เชน่ งานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ความ
เปน็ อยอู่ าศยั เชน่ ทำ� โนน้ ทำ� นกี้ พ็ ยายามใหม้ นี อ้ ยมาก หากมคี วามจำ� เปน็ แลว้ กท็ ำ� แต่

213

แลว้ ใหท้ ำ� ความเขา้ ใจไวเ้ สมอ ไมเ่ ผลอตวั เพลนิ ไปกนั การงานทง้ั หลาย โดยถอื วา่ เปน็
ความสะดวกสบายเปน็ เครอ่ื งแกร้ ำ� คาญ จนกลายเปน็ นสิ ยั ใฝใ่ จกบั งานภายนอกทไ่ี ม่
จำ� เปน็ นค่ี อื ความคดิ ผดิ การหา่ งเหนิ จากความเพยี รไปในกจิ การภายนอกนน้ั จะเปน็
การแกร้ ำ� คาญไดอ้ ยา่ งไร ความรำ� คาญเปน็ เรอ่ื งของกเิ ลส การแกค้ วามรำ� คาญตอ้ งชำ� ระ
จิตใจ ต้องบงั คับบญั ชาจติ ใจท่ีกเิ ลสมันพาใหอ้ ยากท�ำอะไร พาใหอ้ ยากไปไหน นัน่
ตอ้ งหกั หา้ มกนั จงึ เปน็ ทางถอดถอนกเิ ลส เปน็ การแกก้ เิ ลสตวั พาใหร้ ำ� คาญไมม่ สี น้ิ สดุ

ผทู้ ท่ี า่ นดำ� เนนิ ไดร้ บั ผลมาแลว้ ทา่ นดำ� เนนิ กนั อยา่ งนน้ั เฉพาะครงั้ พทุ ธกาลแลว้
รู้สึกว่างานจิตตภาวนาเป็นงานหลักแหล่งของสมณะของใจจริงๆ เป็นแก่นของพระ
ศาสนาจริงๆ ไม่มีงานอ่ืนใดเข้ามาวุ่นวายทับถมโจมตีกันให้ยุ่งเหมือนอย่างสมัย
ปจั จุบัน งานชิ้นไหนกเ็ ป็นงานเพอื่ ถอดถอนกิเลสทัง้ นนั้ ครงั้ พทุ ธกาลทา่ นดำ� เนินกนั
อย่างน้ัน ความคดิ ความนึกปรุงแต่งในเรื่องอะไรต้องอยใู่ นความระมัดระวัง อย่ใู น
ความมสี ติมีปญั ญาเครอ่ื งไตรต่ รองเสมอ ไม่ได้คดิ ไปตามยถากรรมอันเปน็ เร่ืองของ
กเิ ลสฉุดลากพาใหค้ ิดให้ปรงุ ไป การพดู การกระท�ำทกุ สง่ิ ตอ้ งใชค้ วามพินิจพิจารณา
อยเู่ สมอ จงึ ชอื่ วา่ เปน็ ผมู้ สี ติ เปน็ ผรู้ ะวงั รกั ษาตน เปน็ ผบู้ ำ� รงุ รกั ษาใจใหเ้ จรญิ ในธรรม
ทง้ั หลาย ไม่ใช่ปรนปรอื ใจดว้ ยปยุ๋ บำ� รงุ กเิ ลสดงั พวกเราชาวพุทธเห่อกนั

ใจเมอื่ ไดร้ บั การบำ� รงุ รกั ษาดว้ ยดโี ดยอรรถโดยธรรม เฉพาะอยา่ งยง่ิ ดว้ ยสตปิ ญั ญา
นน่ั แลหนไี มพ่ น้ จติ ยอ่ มจะไดร้ บั ความเยอื กเยน็ มคี วามสงบสขุ ขน้ึ ไปโดยลำ� ดบั การทกุ ข์
ยากลำ� บากดว้ ยการประกอบความเพยี รนนั้ อยา่ ถอื เปน็ อปุ สรรค อยา่ ถอื เปน็ ขอ้ หนกั ใจ
ส�ำหรับผู้ต้องการจะถอดถอนกิเลส ซึ่งเป็นภัยอันส�ำคัญอยู่ภายในใจให้หมดส้ินไป
โดยลำ� ดบั ตอ้ งถอื ความเพยี รเปน็ สำ� คญั กวา่ เรอื่ งทวี่ า่ หนกั ใจสไู้ มไ่ หวไปไมร่ อด จอดอยู่
แค่กระทะแค่เขียงสับย�ำห่ันหอมกระเทียมของกิเลส เพราะเคยถูกมันดัดสันดานมา
พอแล้ว นกั ปราชญท์ ่านเดนิ อย่างนัน้

ดงั ทเี่ คยไดพ้ ดู ใหฟ้ งั หลายครงั้ หลายหนแลว้ วา่ สาวกทา่ นประกอบความพากเพยี ร
ได้รับความทุกข์ความล�ำบากมีจ�ำนวนมากทีเดียว ก่อนท่ีจะได้บรรลุธรรมเป็นข้ันๆ
จนถึงขั้นธรรมอันสุดยอด ไม่ใช่ท่านผู้ล้างมือเปิบด้วยการถือความล�ำบากล�ำบน

214

ในการประกอบความเพียรว่าเป็นอุปสรรค แล้วท้อถอยด้อยความพากเพียรไปเสีย
ดังนนั้ หาไม่ เม่ือเรานำ� สิ่งเหลา่ นีเ้ ข้าไปเป็นเครอื่ งสนับสนุน ก็แสดงว่าเปน็ การท�ำลาย
ตวั เอง และเปน็ การทำ� ลายวงศส์ กลุ ของพระศาสนาซง่ึ ทา่ นพาดำ� เนนิ มา ทา่ นสำ� เรจ็ มรรค
ผลนพิ พานดว้ ยความพากเพยี ร ทา่ นสำ� เรจ็ มรรคผลนพิ พานดว้ ยความอตุ สา่ หพ์ ยายาม
ดว้ ยความหนกั กเ็ อาเบากส็ ู้ ขน้ึ ชอื่ วา่ เปน็ ความเพยี รทชี่ อบธรรมแลว้ ไมถ่ อยหลงั แบบนง่ั
คอยนอนคอยมรรคผลนิพพานใหล้ อยมาสวมใสใ่ ห้เองโดยไม่ตอ้ งท�ำอะไรใหล้ ำ� บาก
อนั เปน็ วิสยั ของคนส้ินท่าบัดซบชอบและปรารถนากัน

นค่ี ือทางเดนิ ของปราชญท์ า่ นท่เี ดนิ มาแล้ว ไมม่ ีทางอน่ื ให้เลอื กเดินได้ หากว่า
มีทางอื่นให้เป็นที่สะดวกสบายในการด�ำเนินของสัตว์โลกแล้ว ใครจะฉลาดเหนือ
พระพทุ ธเจา้ ไมม่ ี จะทรงแยกแยะใหส้ ตั วโ์ ลกทงั้ หลายไดร้ บั ความสะดวกสบายดว้ ยกนั
โดยไม่ต้องได้รับความล�ำบากเหมือนพระองค์ เหมือนสาวกทั้งหลายท่ีพระองค์พา
ดำ� เนนิ มาแลว้ นนั้ เลย จะตอ้ งแยกแยะหาความสะดวกให้ มนั คดมนั โคง้ กพ็ ยายามหา
ทางลดั ให้ มนั ลำ� บากลำ� บนขรขุ ระในวธิ กี ารเดนิ กห็ าความสะดวกใหโ้ ดยลำ� ดบั ๆ จนถงึ
ขนาดเอาหมอนมดั ตดิ คอใหเ้ ลย พระองคก์ จ็ ะทำ� ใหไ้ มต่ อ้ งลำ� บาก ลม้ ทไ่ี หนกเ็ ปน็ หมอน
และหลับท่นี น่ั เป็นมรรคผลนพิ พานที่น่นั ไมต่ อ้ งประกอบความพากเพียรใหล้ �ำบาก
ล�ำบนอะไรเลย เรียกว่าธรรมสะดวกศาสนาสบาย เอ๊า ตถาคตได้พิจารณาค้นคว้า
หมดแลว้ เหน็ ธรรมสะดวกอยา่ งยงิ่ แลว้ จงึ ไดน้ ำ� มาสอนทา่ นทงั้ หลายวา่ เอา๊ นอนมนั เลย
ถ้าอยากนอน มรรคผลรออยูแ่ ล้ว พระองคจ์ ะตอ้ งแสดงอยา่ งน้ีไมใ่ ห้ขดั ใจสัตวโ์ ลก
ผชู้ อบธรรมสะดวกสบาย

แต่นี่ไม่มีทางใดนอกจากมัชฌิมาท่ีทรงแสดงไว้แล้วนี้ว่าเป็นการเหมาะสม
อย่างย่ิงแล้ว จะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะกิเลสทุกประเภทไม่เคย
เปลย่ี นแปลงตวั เองเปน็ อยา่ งอนื่ พอทจ่ี ะเปลยี่ นแปลงมชั ฌมิ าธรรมใหเ้ ปน็ ไปตามนน้ั
ไดเ้ ลย ดว้ ยเหตนุ เี้ มอ่ื กเิ ลสแสดงตวั แสดงอาการออกมาอยา่ งไร มชั ฌมิ าใดทเี่ หมาะสม
กบั กเิ ลสประเภทใด ซง่ึ จะปราบปรามมนั ใหอ้ ยใู่ นเงอ้ื มมอื ของมชั ฌมิ าขนั้ นน้ั ๆ จำ� ตอ้ ง
ทุ่มเทมัชฌมิ าขนั้ นัน้ ๆ ลงไปให้เหมาะสมกบั กเิ ลสประเภทน้นั ๆ จนบรรลยั ไปจากใจ

215

โดยไมต่ อ้ งลดละทอ้ ถอย เรอ่ื งเปน็ อยา่ งน้ี ขอใหพ้ ากนั เขา้ ใจเอาไวแ้ ละใหท้ ำ� ความเขา้ ใจ
กบั ตนอยา่ งซงึ้ อยา่ สกั แตว่ า่ ฟงั เฉยๆ แลว้ ไมแ่ นใ่ จ หาความแนน่ อนในใจไมไ่ ด้ แบบหลกั
ปักขี้ควายคอยแต่จะล้ม นั้นไม่ใช่ผู้ด�ำเนินเพื่อความพ้นทุกข์ จะเกิดความท้อถอย
อ่อนแอและล้มเหลวไปในวนั หนงึ่ แนน่ อน

อยา่ เอาเรอ่ื งอดตี ในการประกอบความพากเพยี รทไี่ ดร้ บั ความทกุ ขค์ วามลำ� บาก
เขา้ มาเปน็ อปุ สรรคตอ่ การบำ� เพญ็ ในปจั จบุ นั ซงึ่ จะทำ� ใหเ้ กดิ ความทอ้ ใจออ่ นแอไปได้
ให้มุ่งมั่นต่อสู้กับกิเลสท่ียังเหลืออยู่มากน้อยร�่ำไป สมมุติว่าจิตใจมีความฟุ้งซ่าน
กแ็ สดงวา่ นกี่ เิ ลสกำ� ลงั แสดงลวดลายทา้ ทายเราเตม็ ที่ ฉดุ ลากเราจนถลอกปอกเปกิ และ
จะตายทงั้ เปน็ อยแู่ ลว้ เวลาน้ี ถา้ เราไมช่ ว่ ยตวั เองดว้ ยความพากเพยี ร ความอดความทน
เราจะช่วยตนด้วยวิธีใด พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้อย่างไรบ้าง จงรีบหาศาตรา
ธรรมาวธุ นนั้ เขา้ มาตอ่ สแู้ กไ้ ขทนั ที ไมน่ อนใจใหม้ นั กลอ่ มได้ นชี่ อื่ วา่ เปน็ อบุ ายทถี่ กู ตอ้ ง
อยา่ นำ� เอาเร่อื งอดีตหรอื อนาคตซึ่งเป็นความลำ� บากผ่านมาแล้วมาเป็นอปุ สรรค เช่น
เคยท�ำมาแล้วได้รับความล�ำบากอย่างน้ันๆ ไมเ่ หน็ ไดอ้ ะไร และอนาคตเรากจ็ ะตอ้ ง
ลำ� บากลำ� บนอยา่ งนไ้ี ป ลว้ นแตส่ รา้ งขวากหนามไวส้ ำ� หรบั กน้ั ทางเดนิ ของตน จะไปไหน
กไ็ ปไมร่ อด ตอ้ งจอดจมอยใู่ นปจั จบุ นั นน้ั แบบจมปลกั ทา่ นเรยี กวา่ จมปลกั หาทางไป
ไม่ได้ นีไ่ ม่ใชท่ างนกั ปราชญ์ และไม่ใช่ทางของผปู้ ฏิบัตเิ พ่ือความพน้ ทุกข์โดยสิ้นเชิง
จงพากันระวงั อยา่ ให้เกิดขน้ึ ได้จะเป็นภยั แก่ตน

ทางนกั ปราชญท์ า่ นยดึ ธรรม วริ เิ ยน ทกุ ขฺ มจเฺ จติ การหลดุ พน้ จากทกุ ขน์ นั้ ตอ้ ง
หลดุ พ้นด้วยความเพียรเปน็ หลกั สำ� คญั นีเ่ ป็นธรรมยืนยง จงต้งั หน้าตง้ั ตาประพฤติ
ปฏิบัติ อย่าไปค�ำนึงในเร่ืองมรรคผลนิพพานว่าอยู่ที่ไหนมันเสียเวลา และดีไม่ดี
สร้างความวุ่นวายส่ายแส่ ความสงสัยสนเท่ห์ต่างๆ ให้แก่จิตใจของตนซ่ึงไม่เป็น
ประโยชน์อะไร นอกจากเป็นการท�ำลายความม่งุ หวงั มรรคผลนพิ พานทีต่ นจะพึงได้
พงึ ถงึ ให้ด้อยลงไปจนก้าวไมอ่ อก

ความคดิ ใดท่จี ะเป็นขา้ ศกึ ต่อมรรคผลนพิ พาน ให้พงึ ทราบวา่ ความคดิ นนั้ เปน็
เรอ่ื งของกเิ ลส เพราะกเิ ลสตอ้ งมแี งง่ อนมาก มเี ลห่ เ์ หลย่ี มมาก แหลมคมมากอยเู่ สมอ

216

ไม่มีส่ิงใดในโลกทง้ั สามนี้จะเหนอื กิเลสไปไดน้ อกจากธรรมเทา่ น้นั ฟังซิ เร่ืองความ
แง่งอนเรื่องความมีเล่ห์เหลี่ยมอันแหลมคมสลับซับซ้อน จนกระท่ังเราผู้ต้ังหน้าฆ่า
กเิ ลสตวั กำ� ลงั กดหวั อยกู่ เ็ คลม้ิ หลบั ไปตามมนั โดยไมร่ สู้ กึ ตวั และไมเ่ หน็ โทษของมนั วา่
กเิ ลสเคยใหโ้ ทษแกเ่ รามามากและนานเพยี งไร แม้บดั น้กี ็ใหโ้ ทษแกเ่ ราในปจั จุบันจติ
และยงั จะใหโ้ ทษแกเ่ ราตอ่ ไปอกี ไมม่ เี วลาสนิ้ สดุ เหลา่ นไี้ มม่ คี วามระลกึ รไู้ ดเ้ ลย เพราะ
ความแหลมคม เพราะความกลอ่ มอนั สนทิ เพลงของกิเลสนี้ไพเราะเพราะพร้งิ มาก
ทีเดียว ใครฟงั แลว้ ต้องติดใจและหลบั จมไปด้วยกิเลส

นพี่ ดู ถงึ เรอื่ งอำ� นาจความฉลาดแหลมคมของกเิ ลส ในสามโลกธาตนุ เ้ี ปน็ บรษิ ทั
บรวิ ารของกเิ ลสทงั้ นนั้ นอกจากธรรมะ มธี รรมะเทา่ นนั้ มอี านภุ าพมากเหนอื สงิ่ เลวรา้ ย
ทั้งหลายคือกเิ ลสทกุ ประเภท ซ่ึงจะสามารถนำ� มาระงับดบั กนั ไดด้ ้วยมัชฌมิ าปฏปิ ทา
ที่พระองค์ท่านประทานไว้แล้วโดยสมบูรณ์ ให้ยึดเอาหลักนี้เป็นเคร่ืองปกครองตน
และเปน็ เครื่องปราบปรามกิเลสให้ส้ินซากไปจากใจ อย่าเสียดาย ไม่มกี ิเลสตัวใดที่
น่าเสียดาย เพราะพาใหเ้ กดิ ให้ตายเวียนวา่ ยในกองทกุ ข์ด้วยกันท้ังสิน้

ผู้ด�ำเนินจะได้เห็นความสว่างกระจ่างแจ้ง เห็นความเบาอกเบาใจของตนไป
โดยลำ� ดับด้วยความพากเพยี รหนกั บ้างเบาบา้ งไปตามจังหวะในเชงิ รบ ถ้าไมม่ คี วาม
พากเพยี ร จะเอาแตค่ วามสะดวกเข้าว่า น้นั กเ็ ป็นเชิงของกิเลสต่อยเอาๆ เทา่ กบั การ
เพม่ิ พนู กเิ ลสใหม้ ากขน้ึ สดุ ทา้ ยเลยกา้ วไมอ่ อก เดนิ จงกรมกก็ า้ วขาไมอ่ อก จะกำ� หนด
จิตตภาวนาก็เหมือนอกจะแตกคับแนน่ ในทรวงอก จะทำ� อะไรกท็ �ำไมไ่ ด้ มแี ตก่ เิ ลส
หนบี เอาบงั คบั เอา บบี บสี้ ไี ฟเอาเสยี จนแหลกหาทางเดนิ ไมไ่ ด้ ตายจมอยใู่ นวฏั สงสาร
ไมร่ กู้ ก่ี ปั กก่ี ลั ปห์ าประมาณไมไ่ ดเ้ ลย นนั่ เปน็ ของดแี ลว้ หรอื เราควรนำ� มาพนิ จิ พจิ ารณา
ด้วยดี

ทุกข์ก็ช่างเถอะ ในโลกนไ้ี มม่ ีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ข้นึ ชือ่ วา่ ความทุกขแ์ ลว้
ไมว่ า่ จะเปน็ เศรษฐี กฎมุ พี มเี งนิ สกั กหี่ มนื่ กแี่ สนลา้ นกต็ าม ไมว่ า่ ใครจะมคี วามรคู้ วาม
เฉลยี วฉลาดเรยี นจบปรญิ ญาไหนมากต็ าม ไมว่ า่ คนโงค่ นฉลาด คนมฐี านะและคนจน
ขนึ้ ชอ่ื วา่ ไดก้ า้ วเขามาตดิ คกุ ในเรอื นจำ� ทง้ั สามชน้ั นแ้ี ลว้ คอื กามโลก รปู โลก อรปู โลก

217

จะตอ้ งอยใู่ นความควบคมุ ของนายเหนอื หวั คอื กเิ ลส มคี วามโลภ ความโกรธ ความหลง
ราคะตณั หา เปน็ ตวั การสำ� คญั ไมพ่ น้ ไปไดส้ กั รายเดยี ว แลว้ เราจะสงสยั ทไ่ี หนวา่ โลกนี้
มีความสุขความสบายหายกงั วลหมน่ หมอง ไม่ต้องนง่ั นอนกอดทุกข์กนั

ความทกุ ขน์ น้ั ไดร้ บั ดว้ ยกนั ทกุ คน ขน้ึ ชอ่ื วา่ เปน็ นกั โทษแหง่ ความเกดิ แกเ่ จบ็ ตาย
กิเลสเป็นผู้รัดรึงตรึงใจไว้ทุกระยะ กิเลสเป็นผู้บังคับบัญชาบีบค้ันอยู่ตลอดเวลา
ภายในใจ แลว้ รายไหนจะไมม่ ที กุ ขใ์ นโลกนี้ เราสงสยั ทกุ ขก์ บั ผใู้ ดวา่ ไมม่ ี มแี ตผ่ แู้ บก
กองทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น แบกกองทุกข์โดยปกติของขันธ์ แบกทุกข์ด้วยการวิ่งเต้น
ขวนขวาย ดว้ ยการเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย แลว้ ยงั แบกกองทกุ ขเ์ รอื่ งเกยี่ วกบั ความวนุ่ วาย ความ
กระทบกระเทอื นภายในใจมากน้อยยิ่งเป็นของสำ� คัญ ในโลกน้ีมีแต่กองไฟเผาหัวใจ
อยตู่ ลอดเวลาไมว่ า่ รายไหนๆ เรายงั สงสยั จดุ ใด ดอนใด เกาะใด วา่ จะเปน็ ทมี่ คี วามสขุ
ความสำ� ราญบานใจ ข้ึนชือ่ วา่ กเิ ลสเป็นผู้บีบบังคบั ในหัวใจอยแู่ ล้ว

เมอ่ื ไดพ้ จิ ารณาใหช้ ดั เจนอยา่ งนแ้ี ลว้ ความเพยี รจะหนกั มากนอ้ ยเพยี งไรกพ็ อสู้
พอฟดั พอเหวย่ี งกนั ทงั้ นน้ั แหละคนเรา เมอ่ื ไมไ่ ดส้ งสยั วา่ โลกนจี้ ะใหค้ วามสขุ อะไรบา้ ง
เพราะเต็มไปดว้ ยกองทุกข์ นอกจากเท่ียวกวา้ นเอาเครื่องหลอกๆ ลวงๆ มาประดับ
หน้าร้านเท่าน้ัน ภายในมีแต่ไฟไหม้แกลบ คือไหม้อย่างลึกลับอยู่ภายในหัวใจก็มี
ไหม้แสดงออกมาอย่างเปิดเผยทางกิริยามารยาทผิวพรรณวรรณะก็มี แสดงความ
ร้องห่มร้องไห้พิไรร�ำพันเสียอกเสียใจก็มี ที่สุมอยู่ภายในจิตใจแดงโร่ท้ังวันทั้งคืนน่ี
มีจ�ำนวนมาก ไมเ่ วน้ ชาติชนั้ วรรณะเลยทไี่ ฟกองนี้จะไมส่ มุ อยภู่ ายในจิตใจได้ เพราะ
กเิ ลสกค็ อื ไฟ เราสงสยั อะไรทตี่ รงไหนบา้ ง นอกจากเปน็ ทะเลไฟเพราะกเิ ลสไปตามๆ กนั
เท่าน้ัน

การประกอบความเพียรที่ว่าเป็นทุกข์นั้น เป็นทุกข์ด้วยความชอบธรรมเพ่ือจะ
หนุนให้หลุดพ้น เพ่ือจะถอดถอนตนออกจากไฟทั้งหลายท่ีก�ำลังไหม้รอบจิตใจอยู่
เวลานี้ เรายงั เหน็ วา่ เปน็ ทกุ ขใ์ นความเพยี รอยา่ งนอี้ ยแู่ ลว้ กจ็ ะหาทางไปไมไ่ ด้ ตอ้ งตาย
จมกองนรกอเวจีในมนุษย์โลกนี้อยู่ตลอดกัปตลอดกัลป์ หาก�ำหนดกฎเกณฑ์ไม่ได้
คอื หาความแนน่ อนในกำ� เนดิ ทเี่ กดิ ในภพชาตนิ นั้ ๆ ไมไ่ ด้ ซง่ึ ลว้ นแตก่ องทกุ ขท์ งั้ มวล

218

การประกอบความเพยี รเพอ่ื จะถอนเชอื้ ไฟทเ่ี ผาลนภายในจติ ใจ และเชอ้ื ทชี่ กั จงู ฉดุ ลาก
เราไปเกดิ ในภพนอ้ ยภพใหญใ่ นใจอนั ไดแ้ กก่ เิ ลสอวชิ ชานี้ เปน็ สง่ิ ทคี่ วรใชค้ วามเพยี ร
พยายามอย่างยงิ่

หนกั กห็ นกั เบากย็ อมรบั ทกุ ขข์ นาดไหนกส็ กู้ นั ขน้ึ ชอ่ื วา่ นกั รบแลว้ ไมม่ ถี อยหลงั
เพราะพระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาของเราไม่ได้พาให้ถอยหลัง สาวกทั้งหลายไม่ใช่ผู้
ถอยหลัง ผู้ก้าวหน้าเดินเพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ จนหลุดพ้นไปโดยถ่ายเดียว
จึงได้ปล่อยวางความพากเพียรในแนวรบ แล้วเสวยวิมุตติสุขภายในใจท้ังท่ีขันธ์ยัง
ครองตัวอยู่ และเสวยวมิ ตุ ติสขุ ในพระนิพพาน เพราะความทกุ ขเ์ พยี งเลก็ นอ้ ยทาง
ความเพยี รในอัตภาพเดยี วหรือเพยี งช่วงเวลาไมก่ ่ีเดือนกป่ี ี การประกอบความเพยี ร
ตั้งแตข่ ัน้ เร่ิมตน้ จนได้ตรัสรูห้ รือบรรลุธรรม บางองคก์ น็ านเป็นปี บางองคก์ ็รวดเร็ว
บางองคเ์ พยี งครเู่ ดยี วกม็ ี ตามอำ� นาจวาสนาบารมที ส่ี รา้ งมามากนอ้ ยตา่ งกนั นกั ปฏบิ ตั ิ
เพ่ือความรู้แจง้ แทงตลอดในธรรมทั้งหลาย จึงไมค่ วรน�ำความช้าความเรว็ ของทา่ นที่
ปฏิบัตแิ ละบรรลธุ รรมไปแล้วมาเปน็ อารมณฝ์ า่ ยกดี ขวางตวั เอง จะท�ำใหเ้ สียก�ำลงั ใจ
และก้าวไม่ออก

นเี่ รากเ็ กดิ ในทา่ มกลางแหง่ วาสนาบารมอี ยแู่ ลว้ ดเี รากท็ ราบไดอ้ ยา่ งชดั เจน ชวั่ ก็
ทราบไดอ้ ยา่ งชดั เจน บญุ บาปกท็ ราบอยปู่ ระจกั ษใ์ จ คำ� สงั่ สอนของพระพทุ ธเจา้ เรากไ็ ด้
ศกึ ษาเลา่ เรียน ครบู าอาจารยท์ งั้ หลายท่านก็แนะนำ� สงั่ สอนวธิ กี ารดำ� เนนิ ทง้ั เรอื่ งบุญ
เร่ืองบาป เรอ่ื งกเิ ลสตณั หาอาสวะ เรอ่ื งอรรถเร่อื งธรรม ให้เราฟังทุกแง่ทุกมมุ กค็ วร
จะซงึ้ ภายในใจดว้ ยความเชอ่ื ความเลอื่ มใสใหห้ นกั ลงไป เพอื่ เปน็ อปุ กรณแ์ กป่ ระโยค
พยายามของเราจะได้ก้าวหน้า ก้าวเข้าสู่สันติธรรมคือความสงบโดยล�ำดับ จนถึง
สนั ตธิ รรมอนั ราบคาบ ดว้ ยความตะเกยี กตะกายของเราทเ่ี ดนิ ตามครคู อื พระพทุ ธเจา้
ซึ่งสลบถึงสามคร้ังก่อนจะได้เป็นศาสดาข้ึนมา เอานั่นละมาเป็นตัวอย่างมาเป็นแบบ
เป็นฉบบั อยา่ หาเอาคนขีเ้ กียจขคี้ ร้านอ่อนแอมาเปน็ แบบฉบบั จะกลายเป็นคนหมด
คณุ คา่ หมดราคา หาทางกา้ วเดนิ ไมไ่ ด้ เปน็ โมฆภกิ ษุ อยไู่ ปกนิ ไปหาความหมายไมไ่ ด้
ภายในจิตใจ ทงั้ ๆ ท่ธี รรมะมคี วามหมายเตม็ ตัวภายในใจของผู้ปฏบิ ตั ิอยา่ งเอาจริง

219

เอาจัง เอ๊า จงพากันต้งั หนา้ ตงั้ ตาประพฤตปิ ฏบิ ตั ิแบบตายเอาดาบหนา้ อยา่ ถอยหลัง
ใหก้ ิเลสหวั เราะเยาะ จะทนอายไปตลอดกปั กัลป์ไม่มีวนั สรา่ งซา

การพิจารณา ท่านผู้ใดถนัดในอาการใดในเบื้องต้นแห่งการพิจารณาหรือการ
สมถกรรมฐานจะมีความสะดวกเหมาะสมกับจริตของตนในธรรมบทใด ซ่ึงได้เคย
อธบิ ายใหฟ้ งั แลว้ พงึ ยดึ เปน็ หลกั เปน็ เกณฑ์ เชน่ พจิ ารณา เกสา กำ� หนดเกสาก็ เกสา
โลมา นขา ทฺนตา ตโจ กำ� หนดบทนน้ั ๆ ให้จรงิ จงั อย่าปลอ่ ยใจใหเ้ ถลไถลไปท่ีอน่ื
ถงึ วาระทจ่ี ะบรกิ รรมกบ็ รกิ รรม ถา้ เปน็ ความถนดั ในการบรกิ รรมกบ็ รกิ รรม หรอื ถนดั
ในระยะตอ่ ไปเปน็ ความดดู ดมื่ ทจี่ ะตอ้ งพจิ ารณาตามเรอ่ื งของ เกสา โลมา นขา ทนตฺ า
ตโจ จนกระท่งั ถงึ อาการ ๓๒ ให้ตลอดทว่ั ถงึ ซึง่ มีอย่ภู ายในรา่ งกายเรานีก้ ็พิจารณา
ให้มีสติติดแนบไปทุกระยะทุกประโยคแห่งความเพียรพยายาม กิเลสจะไม่เข้ามา
แทรกแซง กเิ ลสจะไมเ่ ขา้ มาฉดุ ลาก ถา้ สตยิ งั กำ� กบั อยกู่ บั ความรคู้ อื ใจนน้ั เมอื่ ไร ใจจะมี
ความปลอดภยั และใจจะทำ� งานตามหนา้ ที่ ปญั ญาเปน็ ผสู้ อดสอ่ งตรองดคู วามจรงิ ทม่ี ี
อยใู่ นรา่ งกายนี้ ทท่ี ่านวา่ สจั ธรรม

เวลาท�ำใจให้มคี วามสงบกต็ ้ังหนา้ ตัง้ ตาท�ำ ให้มีสตอิ ย่นู ้นั เร่ืองของโลกทง้ั มวล
มันเป็นไปจากจิตเราดวงเดียวนี่แหละ เป็นตัวโลกเป็นตัวก่อเร่ืองก่อราวทั้งหลาย
ถ้าความรู้มารวมตัวเสียอย่างเดียว โลกน้ีก็เหมือนไม่มี เพราะไม่มีผู้ไปปรุงไปแต่ง
ไปหลอกไปหลอนให้ความหมายอย่างนั้นอย่างน้ี ดีช่ัวสวยงามหรือกว้างแคบสูงต�่ำ
ประการใด ออกจากจติ ดวงเดยี วนเี้ ทา่ นน้ั เปน็ ผไู้ ปวาดภาพหลอกตนอยทู่ ง้ั วนั ทงั้ คนื
ยืนเดินนงั่ นอน

ในการปฏบิ ตั ิ ถา้ ไดจ้ ดจอ่ เขา้ ไปทจี่ ติ จรงิ ๆ จะเหน็ เรอ่ื งราวของจติ ทแี่ สดงตวั อยู่
ตลอดเวลา เก่ียวกับเรื่องดนิ ฟ้าอากาศ ตน้ ไม้ ภเู ขา บรุ ษุ หญงิ ชาย เรอ่ื งโลกสงสาร
มากนอ้ ย มแี ตเ่ รอ่ื งของจติ เปน็ ผปู้ รงุ ผแู้ ตง่ แลว้ กต็ นื่ เงาตวั เอง เพลนิ ไปตามเงา เศรา้ โศก
ไปตามเงาของตวั อยตู่ ลอดเวลา นข่ี นั ธม์ นั หลอก ขนั ธอ์ นั นม้ี าจากจติ ทไี่ มบ่ รสิ ทุ ธ์ิ คอื อวชิ ชา
เป็นต้นเหตุ อวชิ ฺชาปจจฺ ยา สงฺขารา มันหมนุ กนั ออกมาเรื่อยๆ ใหป้ รุงให้แตง่ ใหเ้ กิด
ความส�ำคญั มั่นหมาย อยู่เฉยๆ อยูโ่ ดดเด่ียว มีแต่ความรลู้ ว้ นๆ มนั อย่ไู มไ่ ด้ เพราะ

220

ก�ำลังของสติปัญญาไม่พอท่ีจะหักห้ามจิตไม่ให้ปรุงไม่ให้แต่ง ไม่สามารถที่จะกำ� จัด
ความคิดในแง่ตา่ งๆ ให้สน้ิ ไปจากใจ เหลอื ไว้แต่ความสงบราบคาบใหเ้ หน็ ความจริง
ภายในจติ ดวงเดียวคืออะไรได้

จิตดวงเดียวคือความรู้กับความอัศจรรย์อย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีอันใดเข้ามา
เกย่ี วขอ้ งเปน็ สองเลย จติ แทเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั ในขณะทเี่ ราตอ้ งการความสงบ เรากไ็ มพ่ งึ
เกย่ี วขอ้ งกับอะไร ใหด้ จู ดุ ทีจ่ ิตจะกระเพื่อมผลกั ดนั ออกมาให้คิดใหป้ รงุ มนั บอกอยู่
ชดั ๆ ถ้ามีสติ เอ๊า จิตแสดงเปน็ อะไรใหถ้ อื นนั้ เป็นอารมณ์ ถอื นัน้ เปน็ จดุ เป็นหมาย
ถอื นนั้ เปน็ เปา้ หมาย กำ� หนดสตลิ งทจ่ี ดุ นน้ั จะวา่ พทุ โธกใ็ หอ้ ยกู่ บั ตรงนนั้ ใหถ้ ยี่ บิ เขา้ ไป
ดูซมิ นั เปน็ อย่างไร แล้วมันจะมีเรือ่ งมรี าวหลอกเจา้ ของไหม

ถา้ ลงสตไิ ดก้ ำ� กบั จติ ดว้ ยดแี ลว้ จติ จะปรงุ ออกมาเปน็ เรอื่ งหลอกเจา้ ของไมไ่ ด้ เรอื่ ง
ตา่ งๆ ทเี่ คยผา่ นๆ ไปแลว้ กป่ี กี เี่ ดอื นกเี่ วลำ�่ เวลา มนั มาสมุ อยภู่ ายในหวั ใจ และหลอกเรา
ตลอดเวลานน้ั มนั มาจากไหน เรอื่ งนนั้ เปน็ แลว้ ผา่ นไปแลว้ กปี่ กี เี่ ดอื น มนั หายไปหมดแลว้
แตจ่ ติ ดวงนมี้ ันไมห่ าย อารมณ์อนั นมี้ ันปรุงข้ึนมาอย่เู รอ่ื ยๆ หลอกเจา้ ของอยู่เรอ่ื ยๆ
เพลินอยู่กับตุ๊กตาเครื่องเล่นของเด็กภายในใจของตัวอยู่อย่างนั้น จงสังเกตดูให้ดี
จะเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน ไมน่ อกเหนอื ไปจากทกี่ ลา่ วนเ้ี ลย เพราะนไ่ี ดพ้ ดู ตามเรอื่ งความจรงิ
ท่เี ปน็ อย่างน้นั จริงๆ ไดพ้ จิ ารณาอย่างน้นั มาแลว้ ไมส่ งสยั

เอา๊ จะพิจารณา เกสา โลมา นขา ทนตฺ า ตโจ ตลอดอาการ ๓๒ ก็ให้รู้ตั้งแต่
อาการเหลา่ นเ้ี ทา่ นน้ั อยา่ เอาความรนู้ แ้ี ยกไปปรงุ ไปแตง่ ใหม้ ภี าพนน้ั เรอ่ื งนนั้ เขา้ มาแทรก
จนกระทั่งกลบเกลื่อนหรือท�ำลายวัตถุที่เราพิจารณา หรืออารมณ์ท่ีเราพิจารณานี้
สญู หายไปเสยี เหลอื ตง้ั แตก่ เิ ลสเครอื่ งยวั่ ยวนกวนใจ ภาวนาวนั ไหนกไ็ มไ่ ดเ้ รอ่ื งไดร้ าว
มแี ตเ่ รอ่ื งไมต่ อ้ งการ เพราะกเิ ลสมอี ำ� นาจมาก มนั ฉดุ มนั ลากมนั ผลกั มนั ดนั ออกไปได้
อยา่ งงา่ ยดาย ถา้ เราไมฝ่ กึ หดั เอาจรงิ เอาจงั เอาความตงั้ ใจเขา้ วา่ อยา่ งมน่ั เหมาะกนั จรงิ ๆ
จะไม่เห็นเร่ืองของตัวเอง แล้วก็จะต่ืนเงาส�ำคัญมั่นหมายไปต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
เพราะฉะนน้ั เพอื่ ความแนใ่ จ จงมสี ตเิ ปน็ เครอื่ งกำ� กบั รกั ษาใหด้ ี ใหเ้ หน็ ผลในการปฏบิ ตั ิ
ภาวนาของตน

221

ทา่ นวา่ สมาธิๆ เปน็ ยังไง คอื ความม่นั คง ความแนน่ หนา ความตง้ั ม่นั ของใจ
จิตสงบจิตก็มั่นเท่าน้ันเอง ถ้าไม่สงบก็รวนเรเอนเอียงไปที่โน่นท่ีนี่ หาความเป็นตัว
ของตวั ไมไ่ ดแ้ มแ้ ตข่ ณะเดยี ว จติ มคี วามสงบ คำ� วา่ สงบ กค็ อื สงบความคดิ ความปรงุ
ตา่ งๆ ซงึ่ เคยยวั่ ยวนกวนใจมาแตก่ อ่ นนน้ั แล เหลอื แตค่ วามรอู้ นั สงบแนว่ อยนู่ น้ั ใจก็
สบาย ไมม่ อี ะไรรบกวน นนั่ เรยี กวา่ จติ สงบ สงบหลายครง้ั กเ็ ปน็ สมาธิ คอื ความแนว่ แน่
มั่นคงของใจขึ้นมาให้ได้ชมสมาธิสมบตั ิทต่ี นขวนขวายไดม้ าเอง

วาระตอ่ ไปจะพิจารณาให้เป็นปัญญา ก็พึงพิจารณาดังที่กลา่ วมาน้ี แยกแยะดู
รา่ งกายสว่ นตา่ งๆ ใหด้ ี จะเอาขา้ งนอกมาเปน็ ปฏภิ าคเปน็ อคุ คหนมิ ติ กไ็ ด้ ไมว่ า่ รปู หญงิ
รปู ชาย มันตดิ ไดท้ ง้ั นัน้ แหละ ไมว่ ่าข้างนอกข้างในตดิ ได้ เป็นสมุทยั ได้ เม่ือน�ำมา
พจิ ารณาใหเ้ ปน็ มรรค ใหเ้ ปน็ ทางเดนิ ใหเ้ ปน็ ธรรม เปน็ เครอื่ งแกเ้ ครอ่ื งถอดถอนกเิ ลส
ท�ำไมจะเป็นไม่ได้ พจิ ารณาแยกแยะออกเปน็ เรอื่ ง อนิจจฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า ก็ได้ หรอื จะ
พจิ ารณาเปน็ อสภุ ะอสภุ งั กไ็ ด้ ดมู นั มแี ตเ่ รอื่ ง อสภุ ะอสภุ งั อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า กองกนั
อยเู่ ตม็ ตัวสัตวต์ วั บคุ คล ตัวเขาตวั เราไม่มบี กพรอ่ งแมแ้ ต่รายเดียว ท�ำไมจงึ ไม่เหน็
ของจรงิ มอี ยเู่ ตม็ ตวั เตม็ ใจ นนั่ คอื ความจรงิ ใจเรามนั ปนี เกลยี วกบั ธรรมอยรู่ ำ่� ไป มนั ถงึ
ไดเ้ หยยี บยำ่� แตข่ วากแตห่ นามคอื กเิ ลสตณั หายอกหวั ใจอยทู่ งั้ วนั ทงั้ คนื ยนื เดนิ นงั่ นอน
หาความสงบสบายไมไ่ ด้ กเ็ พราะจิตใจปีนเกลียวกับความจรงิ คือธรรม

จงพจิ ารณาใหเ้ หน็ ตามทที่ า่ นสอนไวต้ งั้ แต่ เกสา โลมา นขา ทนตฺ า ตโจ ซง่ึ บอก
ชดั ๆ อยแู่ ลว้ ถลกหนงั ออกมาดซู เิ ปน็ ยงั ไง คนทง้ั คนดไู ดไ้ หม มนั มหี ญงิ มชี ายทไี่ หน
เมอื่ ถลกหนงั ออกมาแลว้ ความสวยความงามปรากฏอยทู่ ไ่ี หน กม็ แี ตห่ นงั บางๆ หลอก
อยขู่ า้ งนอกเทา่ นนั้ เอง กท็ ราบแลว้ วา่ หนงั ดใู หซ้ งึ้ ซิ เมอื่ ถลกหนงั ออกแลว้ เปน็ อยา่ งไร
สวยงามไหม เอา๊ ดทู งั้ หนงั ดว้ ย ขา้ งในขา้ งนอกของหนงั เปน็ อยา่ งไร แลว้ ดเู นอื้ ดเู อน็
ดกู ระดกู ดเู ขา้ ไปทกุ แงท่ กุ มมุ ในอาการตา่ งๆ จนกระทง่ั ถงึ อาหารใหม่ อาหารเกา่ เตม็ ไป
ดว้ ยปา่ ชา้ ผดี บิ ของปฏกิ ลู โสโครกเนา่ เหมน็ เตม็ ตวั ทง้ั เขาทง้ั เรามนั มที ต่ี รงไหนทว่ี า่ สวย
วา่ งาม วา่ นา่ รกั ใครช่ อบใจนะ่ มนั หาเรอื่ งหาราวหลอกตวั เองอยา่ งสดๆ รอ้ นๆ อยา่ งดอื้ ๆ
ดา้ นๆ ไมฟ่ งั เสยี งอรรถเสยี งธรรมบา้ งเหรอจติ นี่ ฟาดกนั ลงไปใหเ้ หน็ เหตเุ หน็ ผลเปน็ ไร

222

น่ีแหละคือความด้ือด้านของจิตท่ีกิเลสยึดเป็นเคร่ืองมือต่อสู้กับความจริงคือ
ธรรม ใจจงึ ไมย่ อมเปน็ ไปตามความจรงิ ฉะนน้ั มนั ถงึ ไดเ้ กดิ ความทกุ ขค์ วามลำ� บากแก่
จติ ใจอยเู่ สมอ ไมว่ า่ ไปอยทู่ ไ่ี หนมนั มแี ตไ่ ฟกองนแ้ี หละเผาอยตู่ ลอด เฉพาะอยา่ งยงิ่ ไฟ
ราคะตณั หา เพราะความปนี เกลยี วกบั ธรรมคอื อสภุ ะอสภุ งั ซงึ่ มอี ยเู่ ตม็ ในรา่ งกายของ
ทกุ คน กองปา่ ช้า กองอสภุ ะอสุภัง กองปฏิกูลโสโครกเต็มไปหมด ตงั้ แต่เบือ้ งบนลง
เบอ้ื งล่าง ไมม่ ีชิน้ ใดทีจ่ ะพอน่าดนู ่าชมบา้ งเลย แมเ้ ชน่ นั้นมนั กย็ ังเสกสรรได้ลงคอวา่
เปน็ ของสวยของงาม ถงึ กบั จติ ใจเกดิ ความกำ� เรบิ อยไู่ มเ่ ปน็ สขุ มแี ตเ่ รอ่ื งของตวั หลอก
ตัวเองท้งั น้ัน ไมใ่ ชอ่ ะไรจากท่ไี หนมาหลอกนะ

รปู กส็ กั แตว่ า่ รปู มอี ยตู่ ามความจรงิ ของตน เราจะดกู ต็ ามไมด่ กู ต็ าม คดิ แงใ่ ดกต็ าม
ไมค่ ดิ กต็ าม เขาไมม่ คี วามหมายสำ� หรบั รปู อนั นนั้ ๆ ผไู้ ปเหน็ นแ่ี หละมนั มาเกดิ ปญั หา
เกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมาในตัวผู้รู้ผู้เห็นนี่แหละ ไปปรุงแต่งไปส�ำคัญม่ันหมายว่าเป็น
อยา่ งนนั้ อยา่ งนี้ แลว้ กห็ ลงความสำ� คญั มนั่ หมายของตน เคลบิ เคลมิ้ ไปตาม ผลทปี่ รากฏ
กค็ อื ความทกุ ข์ ความแนน่ ในหวั อกแทบจะเปน็ จะตาย บางครง้ั กนิ ไมไ่ ด้ นอนไมห่ ลบั
นโ่ี ทษแหง่ ความคดิ ความปรงุ ของใจ มนั แสดงใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจน ขนาดนนั้ เรายงั ยอม
เชอื่ มนั อยหู่ รอื ยงั ไมเ่ หน็ โทษของมนั บา้ งหรอื สำ� หรบั ผปู้ ฏบิ ตั แิ ทๆ้ นะ่ มนั นา่ คดิ อยมู่ าก
ในจุดน้ี

เอาซิ ขุดค้นลงไปให้เข้าใจความจริงอันน้ี เรื่องมรรคผลนิพพานไม่ต้องถาม
สิ่งเหล่าน้ีแหละที่ปกคลุมหุ้มห่ออย่างมิดตัวไม่ให้มองเห็นกระแสของความสว่างไสว
ของความสงบเยน็ ใจ พอจะแสดงความอัศจรรย์ข้นึ มาโดยลำ� ดับๆ จนเป็นมรรคผล
นพิ พานนน้ั ขนึ้ มาได้ กเ็ พราะสงิ่ สกปรกโสมมทงั้ หลายเหลา่ นแ้ี หละ มนั ปกคลมุ หมุ้ หอ่
เสยี อยา่ งมดิ ตวั เพราะฉะนน้ั จงึ ตอ้ งแกม้ นั ดว้ ยสติ แกม้ นั ดว้ ยปญั ญา เพกิ ถอนมนั ออก
เลกิ มนั ออก เปดิ เผยมนั ออกใหเ้ หน็ ความจรงิ เมอ่ื เรมิ่ เหน็ ความจรงิ บา้ งแลว้ ความสงบ
ไมต่ อ้ งบอก หากคอ่ ยเปน็ ไปเอง มนั ยงุ่ วนุ่ วายเพราะอะไร เพราะมนั หลง เมอ่ื เหน็ ตาม
ความจรงิ แลว้ จติ กถ็ อนตวั เขา้ มาเทา่ นนั้ เดยี๋ วนยี้ งุ่ กบั อะไร กย็ งุ่ กบั สงิ่ ทจี่ ติ กำ� ลงั หลง
จงพจิ ารณาใหร้ ไู้ ปโดยลำ� ดบั และปลอ่ ยวางไปพรอ้ มๆ กนั จติ กห็ มนุ ตวั เขา้ มา เอา๊ พจิ ารณา

223

ย้ำ� เขา้ หลายครง้ั หลายหน เหมอื นเขาคราดนา คราดจนมูลคราดมลู ไถแหลกละเอยี ด
ควรแก่การปักด�ำ นั่นแหละเป็นส�ำคญั

การพิจารณากี่เท่ียวกี่คร้ังก่ีหนไม่ส�ำคัญ ส�ำคัญอยู่ที่ความช�ำนิช�ำนาญ ความ
คลอ่ งแคลว่ แกล้วกลา้ ซาบซึ้งภายในจติ ใจด้วยการพิจารณา และเปน็ อย่างนัน้ จรงิ ๆ
ซง้ึ อย่างน้นั จริงๆ วา่ อสุภะของปฏกิ ลู โสโครก กซ็ ้งึ ถึงใจว่า อนจิ ฺจํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า หรอื
แง่ใดกซ็ ึง้ ถึงใจถงึ ความจรงิ เรยี กว่าซ้ึง แล้วจิตจะไปหลงของปลอมอยู่ไดห้ รอื นกี่ าร
พจิ ารณา พิจารณาอยา่ งน้นั

ยนื เดนิ นงั่ นอน อยา่ ใหเ้ ผลอ พยายามระมดั ระวงั ตวั เสมอ การพดู การคยุ กนั
กท็ ำ� ใหเ้ ผลอได้ จงมาตามกจิ ตามการในการเกย่ี วขอ้ งกนั อยา่ มาดว้ ยความเผอเรอตา่ งๆ
อยา่ มาดว้ ยความเซอ่ ๆ ซา่ ๆ ความไมม่ สี ตสิ ตงั เปน็ ความไมม่ ที า่ ทางในเชงิ เปน็ นกั รบ
ในตวั เปน็ ความไมม่ คี วามหมายในการมาของตวั ในการพดู การคดิ การทำ� ทงั้ หลาย ไมม่ ี
ความหมายอะไรเลย ไมม่ สี าระ จงท�ำให้เป็นสาระแก่เจ้าของดว้ ยความมสี ตริ ักษาตวั
อยเู่ สมอ

เอา๊ ทกุ ขก์ ท็ กุ ข์ ยอมรบั วา่ ทกุ ข์ ตายกต็ าย ตายดว้ ยความเพยี รเปน็ ไรไป แมเ้ ขา
ไม่เคยภาวนา เขากจ็ ะตายเชน่ เดยี วกนั โลกนี้คือโลกปา่ ชา้ โลกแห่งความเกดิ ตาย
ของสตั ว์ มนั จะพน้ ไปไหนได้ ตอ้ งตายดว้ ยกนั ทงั้ นนั้ แนน่ อนทส่ี ดุ นอกจากเรว็ หรอื ชา้
ตา่ งกนั ไปเลก็ ๆ นอ้ ยๆ เทา่ นนั้ เราทกุ ขเ์ พราะความพากเพยี รเพอื่ ใหเ้ หน็ จรงิ เหน็ จงั ตาม
หลักธรรม เปน็ ทุกขท์ ี่ชอบธรรม ไม่ฝนื ธรรม

เมอ่ื พจิ ารณาจนมคี วามชำ่� ชองแลว้ ไมต่ อ้ งบอกแหละ จติ ตอ้ งถอนตอ้ งปลอ่ ยวาง
เขา้ มาเปน็ ลำ� ดบั ๆ ดงั ทเ่ี คยอธบิ ายใหฟ้ งั แลว้ จติ กย็ ง่ิ มคี วามผอ่ งใส มคี วามคลอ่ งแคลว่
แกลว้ กลา้ เบาหววิ ภายในจติ เพราะเบาจากอปุ าทาน ขา้ งนอกกไ็ มย่ ดึ ขา้ งในกพ็ จิ ารณา
เขา้ ไป รแู้ จง้ เหน็ จรงิ เขา้ ไปเปน็ ลำ� ดบั จนกระทงั่ ปลอ่ ยวางรปู ทว่ี า่ รปู กาย กายเปน็ เราเปน็
ของเรา เปน็ ของสวยของงาม พจิ ารณาแลว้ มแี ตเ่ นอื้ แตห่ นงั แตเ่ อน็ แตก่ ระดกู พจิ ารณา
เข้าไปแล้วมีแต่ของอสุภะอสุภังเต็มไปหมดท้ังร่าง เป็นเราได้อย่างไร เมื่อพิจารณา

224

หลายครง้ั หลายหนกแ็ จม่ แจง้ ไปเอง นอกจากนนั้ พดู ถงึ เรอ่ื งธาตกุ ซ็ งึ้ พดู ถงึ เรอ่ื งอสภุ ะ
อสภุ ังกซ็ ึง้ เห็นชัดเจนตามความจริง แล้วอปุ าทานซึ่งเป็นผลของตัวจอมปลอมที่ไป
สำ� คัญมัน่ หมาย มนั ก็ถอนตัวออกมาเองโดยไม่ต้องบงั คบั ขบั ไสใหป้ ล่อยวาง

ถ้าลงได้พิจารณาและรู้เห็นขนาดนั้นแล้ว ความเพียรไม่ต้องพูดละ มาเอง
ความขเี้ กยี จหายหนา้ ไปหมด ไมต่ อ้ งไปบงั คบั บญั ชากนั อกี ไมต่ อ้ งไดถ้ ไู ดไ้ ถกนั เหมอื น
แตก่ อ่ นขนั้ เรมิ่ แรกซงึ่ ยงั ไมเ่ คยเหน็ ผล กเ็ หมอื นเดก็ ทำ� งานนน้ั แหละ ผใู้ หญต่ อ้ งคอย
ก�ำกับดูแลหรือควบคุมใกล้ชิด พอผู้ใหญ่เผลอหรือปลีกตัวไปธุระเสียบ้าง เด็กก็
หลบหลกี หรอื เลิกงานไปเสยี ไมท่ �ำงาน กลบั หยอกเลน่ กนั ไปเสยี เพราะเขาไมเ่ หน็ ผล
ของงาน ถา้ เปน็ ผใู้ หญร่ ผู้ ลของงานแลว้ กท็ ำ� เอง อยคู่ นเดยี วกท็ ำ� ได้ อยกู่ บั หมกู่ บั เพอื่ น
กท็ ำ� ได้ ไมว่ า่ ทแ่ี จง้ ทล่ี บั ใครจะมาควบคมุ ไมค่ วบคมุ ไมส่ ำ� คญั เพราะเหน็ ผลของงาน
มคี วามมงุ่ มนั่ ต่องานให้เปน็ ผลสำ� เรจ็ เป็นสำ� คัญ

นผ่ี ปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมะในขนั้ เรม่ิ แรกกต็ อ้ งถไู ถตอ้ งบงั คบั บญั ชาตวั เอง เพราะยงั ไมเ่ หน็
ผลของธรรมทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการภาวนาอนั จะแสดงขนึ้ ทใี่ จเปน็ ผรู้ บั ผล เมอื่ ยงั ไมเ่ หน็ ผล
กต็ อ้ งถไู ถบงั คบั บญั ชากนั ไป ขนั้ นเี้ ปน็ ขน้ั ทล่ี ำ� บากอยบู่ า้ ง เอา๊ ลำ� บากกท็ ราบกนั อยแู่ ลว้
ขนั้ ตอ่ ไปทป่ี รากฏผลบา้ งแลว้ ความอตุ สา่ หพ์ ยายามนน่ั คอ่ ยเปน็ มาเอง ความพากเพยี ร
กม็ าเอง พอถงึ ขนั้ ปญั ญาแลว้ กเ็ รมิ่ หมนุ ตวั เปน็ เกลยี วไปกบั เหตกุ ารณท์ ส่ี มั ผสั สมั พนั ธ์
ไมข่ าดวรรคขาดตอนในวงความเพยี ร ความขเ้ี กยี จหายหนา้ ไปหมด เดนิ จงกรมไมเ่ คย
คำ� นงึ กบั เวล�ำ่ เวลาว่าเช้าสายบ่ายเยน็ มีแตห่ มุนตัวติ้วๆ อยู่กับกิเลสว่าตัวไหนที่ยังรู้
ไมช่ ดั หนา้ กเิ ลสตวั ไหนทย่ี งั รไู้ มช่ ดั ยงั ฆา่ ไมไ่ ด้ มนั เกาะอยกู่ บั อะไร มนั ทำ� ใหเ้ สยี ดแทง
จติ ใจเราอยเู่ วลาน้ี คน้ ลงไปๆ จนกระทงั่ ทราบชดั แลว้ ถอนออกไปเปน็ ตอนๆ ฆา่ ตาย
เป็นตัวๆ เปน็ พกั ๆ เร่อื ยๆ ไป สตปิ ัญญาเขา้ ใจในอนั น้นั เข้าใจในอนั น้ี อ้อ เรือ่ ยๆ
ก�ำหนดพิจารณาเข้าไปเรอื่ ยๆ การกำ� หนดพจิ ารณากค็ อื การสกู้ นั นนั่ เอง แลว้ ท�ำไมจะ
ไม่ทุกขล์ ่ะ

แตม่ นั ไมส่ นใจกบั เรอื่ งทกุ ขย์ ง่ิ กวา่ การทจี่ ะถอดถอนกเิ ลส หรอื การหำ�้ หนั่ กบั กเิ ลส
ใหแ้ หลกแตกกระจายเปน็ ผยุ ผงไป และเห็นตอ่ หน้าต่อตาภายในใจเรานัน้ มีน�้ำหนัก

225

มากเกนิ กวา่ จะมวั เกยี จครา้ นออ่ นแออยไู่ ด้ เพราะฉะนนั้ ความขเี้ กยี จจงึ หายหนา้ ไปหมด
เดนิ จงกรมไมม่ เี วลำ�่ เวลา คดิ วา่ เดนิ เพยี งครเู่ ดยี ว มนั ปาเขา้ ไปสามชวั่ โมงสชี่ วั่ โมงโนน่
น่งั อยู่ที่ไหนกเ็ พลนิ ต่อการพจิ ารณา ไม่มเี วล�่ำเวลาในอริ ิยาบถทงั้ สี่ เว้นเสยี แต่หลับ
เทา่ นนั้ พอตนื่ ขนึ้ มากจ็ บั งานปบุ๊ ไดแ้ กจ่ ติ จบั อารมณท์ ตี่ นยงั พจิ ารณาไมเ่ สรจ็ ไมส่ น้ิ นนั้
คล่ีคลายออกดูไมห่ ยดุ ย้ังจนกระทัง่ เขา้ ใจแลว้ ปล่อยเองๆ

แตอ่ ย่ามาคาดหมายนะ ไม่ถูก บอกวธิ กี ารใหท้ ราบเฉยๆ การคาดหมายไมถ่ ูก
ให้เปน็ ข้ึนในตัวเองนัน้ แหละ ความจริงตอ่ ความจริงจะเขา้ กันไดท้ นั ที ครูบาอาจารย์
ทแ่ี สดงใหเ้ ราฟงั นล้ี ว้ นแตค่ วามจรงิ เวลานเี้ รายงั ไมเ่ หน็ ความจรงิ ตามทท่ี า่ นสอน เราก็
พยายามดำ� เนนิ ไป พอจติ เราถงึ ความจรงิ ขน้ั ใดแลว้ มนั ยอมรบั กนั ๆ เขา้ กนั ไดท้ นั ทๆี
ไปโดยลำ� ดบั ตงั้ แตธ่ รรมขนั้ ตำ่� จนถงึ ธรรมขนั้ สงู และสงู สดุ หาทค่ี า้ นกนั ไมไ่ ดเ้ ลย เพราะ
เป็นความจรงิ เช่นเดยี วกัน

การปฏิบตั ิ จติ ถ้ามคี วามเปน็ ไป ครบู าอาจารยค์ อยแนะน�ำสัง่ สอนอยูเ่ สมอโดย
ถกู ทางไมเ่ ปน็ ทสี่ งสยั กน็ า่ จะเขยบิ ขนึ้ ไปเรอ่ื ยๆ และรวดเรว็ กวา่ ปกตทิ เี่ ราทำ� โดยลำ� พงั
เราเห็นโทษแห่งการบ�ำเพ็ญเพียรโดยล�ำพังมาแล้ว จึงได้ช้ีแจงให้หมู่เพื่อนฟังว่า
อยา่ นอนใจ การทจ่ี ะแนะนำ� ตกั เตอื นสงั่ สอนกนั ทางดา้ นจติ ตภาวนาน่ี จติ ตอ้ งสอนจติ
เทา่ นน้ั จะไปยกคมั ภรี น์ น้ั คมั ภรี น์ ม้ี าสอนกนั สมุ่ สสี่ มุ่ หา้ นนั้ สาธุ ไมไ่ ดป้ ระมาท เพราะ
เรากเ็ คยเรียนมาบ้าง มันกเ็ หมือนกบั ยกยาทั้งตู้ทัง้ หีบมาทมุ่ ใส่คนไข้น่ันแล โดยไม่
ทราบวา่ เปน็ ไขอ้ ะไร ยากไ็ มท่ ราบวา่ ยาอะไรตอ่ อะไร ทมุ่ กนั ลงไปแบบสมุ่ เดากไ็ มเ่ กดิ
ประโยชนอ์ ะไร ดีไม่ดที ำ� ใหค้ นไข้ตายเสยี ดว้ ยซ�้ำไป

ความรู้ตามต�ำรับต�ำราและความรู้สุ่มสี่สุ่มห้าในการปฏิบัติ จะมาสอนผู้รู้จริง
เห็นจริงตามขั้นภูมขิ องจิตของธรรมแหง่ ผปู้ ฏิบัตนิ ้ี มันสอนกันไม่ได้ สอนกนั ไม่ลง
ผ้ทู ่ปี ฏบิ ตั ทิ ี่เข้าใจอรรถธรรมต้งั แต่สมาธิเป็นล�ำดับของข้ันสมาธิ และของปัญญาโดย
ลำ� ดบั ของขนั้ ปญั ญาเทา่ นน้ั ทลี่ งกนั ไดห้ รอื สอนได้ เพราะรคู้ วามจรงิ ตามลำ� ดบั ผสู้ อน
สมาธิจะเอาแบบแผนต�ำรบั ต�ำรามาสอนมนั ไม่ไดค้ วาม เอาปญั ญาตามตำ� รับต�ำรามา
สอนไมไ่ ดค้ วาม ถา้ จติ ตนไมเ่ ปน็ สมาธขิ นั้ นนั้ ๆ มากอ่ นแลว้ จะสอนไมเ่ ขา้ เรอ่ื งเขา้ ราว

226

ไมเ่ ขา้ กฎเขา้ เกณฑ์ ไมเ่ ปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ฟู้ งั ดว้ ยความสนใจนน้ั เลย นเี่ ปน็ ของสำ� คญั
อยมู่ าก เมอื่ ตา่ งมคี วามจรงิ รบั กนั อยแู่ ลว้ ผสู้ อนกส็ อนดว้ ยความจรงิ ซง่ึ เหน็ แลว้ รแู้ ลว้
มนั จะผดิ ไปไหน และกร็ วดเรว็ ทนั ใจดว้ ย ตดิ ขอ้ งทต่ี รงไหน ทา่ นแกป้ บ๊ั ๆ ไปเลย ไมเ่ สยี
เวลำ่� เวลา กรรมฐานจงึ สำ� คญั ทค่ี รอู าจารยค์ อยแนะแนวทางให้ ฉะนน้ั พระธดุ งคกรรมฐาน
จงึ ตดิ ครอู าจารยท์ ม่ี คี ณุ ธรรมทางจิตตภาวนา

ครงั้ พทุ ธกาล สาวกกต็ อ้ งอาศยั พระพทุ ธเจา้ และลกู ศษิ ยล์ กู หาของสาวกแตล่ ะ
องคๆ์ กอ็ าศยั ครอู าจารยท์ เ่ี ขา้ ใจในดา้ นจติ ตภาวนามาแลว้ อยา่ งสมบรู ณ์ เปน็ ผสู้ ง่ั สอน
มาโดยลำ� ดบั ถา่ ยทอดมาเรอ่ื ยจนมาถงึ ปจั จบุ นั นี้ ฉะนนั้ ขอใหพ้ ากนั ตง้ั อกตงั้ ใจพนิ จิ
พจิ ารณาอุตสา่ ห์พยายามอยา่ ลดละ

นกั รบตอ้ งทำ� ใจกลา้ หาญ อยา่ ทอ้ แทอ้ อ่ นแอ อยา่ หวงั มอบปา่ ชา้ ใหก้ บั ภพใดชาตใิ ด
ซงึ่ เปน็ เรอ่ื งกองทกุ ขท์ ง้ั มวลไมเ่ ปน็ ทไ่ี วใ้ จไดเ้ ลย ไมเ่ หมอื นมอบรา่ งกายมอบชวี ติ จติ ใจ
แมเ้ ปน็ ความทกุ ขค์ วามลำ� บากขนาดใดไวก้ บั ความพากเพยี รไวก้ บั ธรรมเทา่ นนั้ เฉพาะ
อยา่ งยง่ิ ไวก้ บั ความพน้ ทกุ ข์ เอา๊ ตายกต็ าย ไมต่ อ้ งกลวั ไมท่ อ้ ถอย เราจะเหน็ แดนแหง่
หนองออ้ ทว่ี า่ ออ้ นห้ี รอื ทท่ี า่ นวา่ ความจรงิ เตม็ สว่ น ความบรสิ ทุ ธเิ์ ตม็ ภมู ิ นหี้ รอื หนองออ้
ออ้ เราเจอเสียแล้วทน่ี ่ี แตก่ อ่ นได้ยนิ แตช่ ือ่ คราวนเี้ จอเสยี แล้วค�ำว่า อ้อๆ น้ี ท่านว่า
ธรรมประเภทฟากตาย นี่หรือหนองอ้อนะ่

ดงั ทท่ี า่ นอาจารยม์ น่ั อทุ าน ซง่ึ เราเขยี นไวใ้ นประวตั ทิ า่ นวา่ ออ้ ๆ นห่ี รอื หนองออ้
นน่ั แหละ หนองออ้ กค็ อื หมดปญั หาทจ่ี ะสงสยั โดยประการทงั้ ปวงแลว้ มแี ตค่ วามบรสิ ทุ ธิ์
ลว้ นๆ จากขณะนน้ั แลว้ กห็ มดปญั หาโดยประการทงั้ ปวงตลอดกาล นน่ั แหละหนองออ้
จะอยใู่ นหวั ใจของผปู้ ฏบิ ตั ดิ ว้ ยความเอาจรงิ เอาจงั หนองออ้ อนั ประเสรฐิ น้ี จะเกดิ ขนึ้
ทใี่ จของผปู้ ฏบิ ตั เิ ทา่ นนั้ ไมอ่ าจเกดิ ไดด้ ว้ ยการวาดภาพ ดว้ ยการคาดคะเน ดว้ ยการจดจำ�
และดว้ ยความสำ� คญั มน่ั หมายตา่ งๆ แตจ่ ะเกดิ ไดด้ ว้ ยภาคปฏบิ ตั จิ ติ ตภาวนาเปน็ สำ� คญั

เราอยทู่ ไ่ี หนเวลาน้ี ทกุ ขก์ เ็ หน็ กนั อยชู่ ดั ๆ ทงั้ รา่ งกายและจติ ใจ สมทุ ยั กร็ กู้ นั อยา่ ง
ชดั เจน ทงั้ ดใี จเสยี ใจ ทง้ั รกั ทงั้ ชงั ทง้ั เกลยี ดทง้ั โกรธ เปน็ เรอ่ื งของสมทุ ยั ทง้ั มวล คดิ ใน

227

แงใ่ ดๆ สว่ นมากเปน็ เรอื่ งสมทุ ยั พาใหค้ ดิ ใหป้ รงุ ทง้ั นนั้ ถา้ สตปิ ญั ญาเครอื่ งบงั คบั บญั ชา
ไมม่ ี กเิ ลสตอ้ งบงั คบั จติ ใหค้ ดิ ปรงุ ออกมาเปน็ เรอ่ื งสมทุ ยั ทง้ั มวล มรรคกค็ อื สติ ปญั ญา
ศรัทธา ความเพยี ร ประกอบกนั เข้าหนนุ เตม็ กำ� ลังโดยล�ำดับๆ เพ่อื กำ� จัดกิเลสความ
ฟุ้งซ่านท่มี อี ยูภ่ ายในใจ นั่นคือมรรค นโิ รธคือความดับ เมอ่ื มรรคมกี ำ� ลงั มากน้อย
ก็ดับความฟงุ้ ซ่านร�ำคาญเข้าไปโดยล�ำดบั ๆ น่เี รียกวา่ นิโรธ

นิโรธคอื ความดบั ทุกข์ มรรคคอื ความดับกิเลสเปน็ ชน้ิ เป็นอนั ไป จนกระท่ังดบั
กเิ ลสโดยสนิ้ เชงิ ทกุ ขก์ ด็ บั อยา่ งสนทิ เรยี กวา่ นโิ รธเตม็ ภมู ิ เพราะกเิ ลสสนิ้ ไปแลว้ ทา่ นวา่
สจฺฉิกาตพพฺ นตฺ ิ เม ภิกขฺ เว นิโรธความดบั ทกุ ข์ควรท�ำให้แจง้ เราไดท้ ำ� ใหแ้ จ้งแล้ว
ภกิ ษทุ งั้ หลาย หลงั จากนน้ั แลว้ ไมม่ สี จั ธรรมอนั ใดจะแสดงตวั ออกมาอกี ตอ่ ไป ตา่ งกย็ ตุ ิ
ทกุ ขท์ างใจกห็ มดปญั หาโดยสนิ้ เชงิ ไมม่ เี หลอื เรยี กวา่ ทกุ ขท์ างใจดบั โดยสนิ้ เชงิ เพราะ
สมทุ ยั ดับไปด้วยอ�ำนาจของมรรค นิโรธแสดงข้ึนเต็มทใี่ นขณะที่มรรคประหารกเิ ลส
เด็ดขาดไปโดยสิน้ เชิง หลงั จากนนั้ แลว้ ไม่มงี านอะไรตอ่ ไปอกี เหลอื แตท่ ุกขภ์ ายใน
รา่ งกายซงึ่ เปน็ ทกุ ขป์ ระจำ� ขนั ธเ์ ทา่ นน้ั ทกุ ขภ์ ายในใจไมม่ ี เพราะสมทุ ยั เปน็ ผผู้ ลติ ทกุ ข์
ประเภทนไ้ี มม่ ี

คำ� วา่ มรรคๆ ทเ่ี คยใช้ ใชเ้ ฉพาะฆา่ กเิ ลส เมอื่ กเิ ลสสน้ิ สดุ ลงไปแลว้ คำ� วา่ มรรค
กห็ มดหนา้ ทไี่ ป ทา่ นไมเ่ รยี กวา่ มรรคสำ� หรบั ผสู้ นิ้ กเิ ลสแลว้ บรรดาพระอรหนั ตท์ ง้ั หลาย
ทา่ นไมเ่ รยี ก ทา่ นไมส่ ำ� คญั ทา่ นไมห่ มายอะไรทงั้ มวล เหลอื แตค่ วามบรสิ ทุ ธิ์ ความท่ี
รู้วา่ ทกุ ขด์ บั ไป เพราะสมทุ ัยดับไปด้วยมรรค นน่ั คอื ธรรมชาติท่บี ริสุทธิ์ ไม่ใช่นโิ รธ
ไมใ่ ชม่ รรค และไมใ่ ชส่ จั ธรรมทง้ั สี่ ธรรมชาตทิ นี่ อกจากสจั ธรรมออกไปคอื ผบู้ รสิ ทุ ธนิ์ ้ี
เพราะสจั ธรรมเปน็ ธรรมคแู่ ละเปน็ สมมตุ ิ คอื กเิ ลสกบั มรรคเปน็ ศตั รตู อ่ กนั เปน็ คศู่ ตั รู
หรอื เปน็ คแู่ ขง่ กนั ทกุ ขก์ บั นโิ รธกเ็ ปน็ คปู่ รบั กนั ขณะทท่ี กุ ขด์ บั กค็ อื นโิ รธ จากนนั้ แลว้
กห็ มดปญั หาในวงสมมตุ แิ หง่ สจั ธรรมทง้ั สท่ี ป่ี ฏบิ ตั ติ อ่ กนั มเี พยี งกริ ยิ าอาการ การประกอบ
ความพากเพยี รในทฏิ ฐธรรม วหิ ารธรรม คอื ความเปน็ อยรู่ ะหวา่ งขนั ธก์ บั จติ ทรงกนั ไป
ดว้ ยสมาธสิ มาบตั ิ บำ� เพญ็ จติ ใจเพอื่ พกั ผอ่ นหยอ่ นใจระหวา่ งขนั ธก์ บั จติ ใหพ้ อเหมาะ
พอสม พอถงึ กาลอนั ควรแหง่ ขนั ธเ์ ทา่ นน้ั ทจี่ ะสลายตวั ลงไป อนั เปน็ ของแนน่ อนอยแู่ ลว้
วา่ ตอ้ งแตก

228

เพราะฉะนั้นบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลายนับแต่พระพุทธเจ้าลงมา จึงประกอบ
ความพากเพียรอยู่โดยสม่�ำเสมอจนถึงกาลอายุขัย ดังที่ปรากฏในต�ำรับต�ำราน่ันแล
แตไ่ มไ่ ดป้ ระกอบความพากเพยี รเพอื่ ละกเิ ลสถอดถอนกเิ ลสตวั ใด เปน็ เพยี งประกอบ
วหิ ารธรรมระหวา่ งขนั ธก์ บั จติ ใหอ้ ยคู่ รองกนั สะดวกสบายโดยสมำ่� เสมอจนถงึ อายขุ ยั
แลว้ ก็ปล่อยไปตามกาลอันควร นี่งานของพระศาสนา งานถอดถอนกิเลสเป็นงานท่ี
เสรจ็ สนิ้ ลงได้ งานทางโลกหาความสนิ้ สดุ ไมไ่ ด้ ตายกต็ ายกบั งาน ตายกบั ความยงุ่ เหยงิ
วนุ่ วายและความหว่ งใย ไมม่ ใี ครทำ� งานสำ� เรจ็ แลว้ คอ่ ยตายไป โลกทง้ั โลกเปน็ อยา่ งนกี้ นั
ทง้ั นน้ั ไมเ่ หมอื นงานคอื การถอดถอนกเิ ลสใหส้ นิ้ สดุ ลง แลว้ นพิ พานไปดว้ ยความหายหว่ ง
“อนาลโย” ไม่มีงานใดใหเ้ ป็นห่วงอีกแลว้

เอาละยุติ

229

ยดึ แบบฉบับของผู้เหน็ ภัย

เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบา้ นตาด
เม่ือวนั ที่ ๒๗ มถิ ุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๒

ผทู้ รงประเพณอี นั เปน็ ทางดำ� เนนิ เพอื่ ความพน้ ทกุ ขข์ องพระพทุ ธเจา้ ไวไ้ ดค้ งเสน้
คงวา ไมอ่ ่อนขอ้ ยอ่ หย่อน ต้องเป็นผเู้ ดินตามทางศาสดา ไมป่ ลีกไมแ่ วะออกนอกลู่
นอกทาง เฉพาะอยา่ งยงิ่ งานจติ ตภาวนาอนั เปน็ งานชนั้ เอกของศาสดาและสาวกทงั้ หลาย
ต้องถือเป็นงานส�ำคัญมากย่ิงกว่างานอ่ืนใด น่ังก็ให้เห็นโทษของกิเลสภายในตัว
อยเู่ สมอ ยนื เดนิ นอน ขบฉนั ตลอดอาการเคลอื่ นไหวทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งใหม้ คี วามรสู้ กึ
คอื สติ อนั เปน็ ลกั ษณะของผเู้ หน็ ภยั อยเู่ สมอ นน่ั แหละเปน็ ความถกู ตอ้ ง เพราะฉะนน้ั
จึงได้พูดกับท่านสิงห์ทองว่า มันเป็นยังไงกันนี่จึงพากันซดซ้ายซดขวาอย่างสนุก
เพลดิ เพลนิ นไ่ี มใ่ ชพ่ ากนั ลมื ครอู าจารยแ์ ละธรรมไปหมดแลว้ หรอื มองดถู ว้ ยวางเปน็
แถวกนั อยา่ งน้ี นบั แตพ่ ระเถระเถโรลงมาจนถงึ เณรหวั เทา่ กำ� ปน้ั ไมม่ เี วน้ ทไี่ มซ่ ดกนั นะ่
ไปเอาแบบไหนมาใช้ จงึ วางไวเ้ ป็นถว้ ยๆ แลว้ ซดกนั เปน็ แถวๆ อยา่ งน้ี อรอ่ ยดีไหม
รสน้�ำแกงพอจะกล่อมล้ินให้เคลิ้มหลับในขณะก�ำลังน่ังฉันน่ังซดเพลินๆ ได้ไหม
ล้ินนบั ว่าเกง่ มาก ธรรมตามไม่ทันเลย

เราเคยอยกู่ บั ทา่ นอาจารยม์ นั่ มาแลว้ ดว้ ยกนั ทำ� ไมจงึ ตอ้ งใหเ้ ปน็ อยา่ งนี้ เขา้ ใจวา่
ท่านอาจารย์ม่ันโง่ ไมฉ่ ลาดเหมือนเราอยา่ งนน้ั หรือ น่นั มันโงต่ อ่ รสของตณั หา โง่ต่อ
ล้ินต่อปากต่อท้องต่างหากน่ี นั่นคือความเพลินในรส น่ันคือความไม่เห็นภัยตาม

230

ปฏิสงฺขา โยนโิ ส ปณิ ฺฑปาตํ ปฏิเสวามฯิ ท่ที ่านตไี ว้ขนาบไว้น่ี น่นั คอื ความตดิ รส
ติดชาติ ความเหน็ แก่ความเอร็ดอรอ่ ยอนั เปน็ ข้าศกึ ตอ่ ธรรมตา่ งหาก เรอื่ งธรรมแล้ว
ละเอียดสุขุมมากสุดจะกล่าวได้ถูกต้องกับความจริง นี่เราอย่าเข้าใจว่าเป็นธรรมดา
ของโลกนยิ ม นอกจากจะเป็นธรรมดาของผู้ดื้อด้านสนั ดานเลวไม่ยอมฟังครูอาจารย์
ผมู้ ธี รรมนยิ มเตม็ หวั ใจเทา่ นนั้ อยา่ พากนั เอากเิ ลสมาแขง่ ธรรมอวดครอู าจารย์ จะเปน็
พระสนั ดานดอื้ แตกปลอกแหวกแนวแบบสัตว์ไม่มีเจา้ ของและขึ้นเขียงไดอ้ ย่างง่ายๆ

อยา่ งทา่ นอาจารยม์ นั่ ทา่ นแสดงออกมา เราซงึ้ ใจมากและฝงั ลกึ ไมม่ วี นั ถอน ยง่ิ ซงึ้
เขา้ ไปทกุ วนั ทา่ นวา่ ผมไมท่ ราบเปน็ ยงั ไง พอเอาชอ้ นตกั ลงไปในบาตร มนั ขวางในจติ
ทนั ทเี ลย นนั่ ฟงั ซคิ ำ� วา่ “ขวางในจติ ” จติ ทา่ นอาจารยม์ น่ั กบั จติ เรามนั เปน็ ยงั ไง พจิ ารณาซิ
ถา้ อยากทราบความจรงิ จติ ท่านเปน็ จติ ไม่มีกิเลส สิ่งที่เป็นกเิ ลส กริ ยิ าอันเป็นกิเลส
แทรกเขา้ ไปทา่ นรทู้ นั ที การทำ� อยา่ งนน้ั มนั ไมใ่ ชล่ กั ษณะของความเหน็ ภยั ทา่ นวา่ มอี ะไร
กฟ็ าดมนั ลงไปในบาตรใบเดยี วนน้ั มมี ากมนี อ้ ยไมส่ นใจกบั อาหารดไี มด่ ี มมี ากมนี อ้ ย
เทา่ ไรกฉ็ นั ไปตามเรอื่ งของธาตขุ องขนั ธ์ พอยงั ชวี ติ ใหเ้ ปน็ ไปเทา่ นนั้ ไมฉ่ นั เพราะอำ� นาจ
ปากล้ินฉดุ ลากไป น่ันจึงชอื่ วา่ ผ้เู หน็ ภัย

ระหวา่ งคำ� พดู ของทา่ นผไู้ มม่ กี เิ ลสพดู กบั ความรสู้ กึ ของเราการกระทำ� ของเราทม่ี ี
กเิ ลส มนั ขดั แยง้ กนั อยตู่ ลอดเวลาดงั ทรี่ ๆู้ เหน็ ๆ อยนู่ แี่ ล จงพากนั ฟงั อยา่ งถงึ ใจ ถา้ เรา
จะเอา พทุ ธฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ เปน็ หลกั ใจ สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ พระสงฆท์ เี่ ปน็ สรณะในวง
ปจั จบุ นั น้ี กม็ ที า่ นอาจารยม์ นั่ เปน็ หลกั สำ� คญั เปน็ สรณํ คจฉฺ ามิ ไดอ้ ยา่ งตายใจไมม่ สี งสยั
เราไปอยกู่ บั ทา่ นแลว้ หายสงสยั ไมม่ อี ะไรเลยภายในจติ จงึ ไดน้ อ้ มรบั ถงึ รอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์
ตายก็มอบถวายทา่ นเลย กริ ิยาอาการของท่านท่ีแสดงออกทกุ อย่างเปน็ ลักษณะของ
ผ้เู ห็นภยั คอื ต่ืนตวั อย่เู สมอ นน้ั แลคือผู้เหน็ ภัยร้ภู ยั และพ้นภยั แท้

การขบการฉนั มอี ะไรใชส้ อยไปตามเรอื่ งตามราวทเี่ กดิ ทม่ี ี เมอ่ื ความมงุ่ มนั่ อยกู่ บั
ธรรมแลว้ อะไรกไ็ มก่ งั วล การขบการฉนั อะไรฉนั ไดห้ มด อาหารประเภทใดไมข่ ดั กบั
หลักธรรมวินัยกับธาตุขันธ์ ไม่แสลงกับโรคภัยแล้ว ฉันได้หมด นั่นคือผู้เห็นภัย
ดังพระพุทธเจ้าเสด็จออกทรงผนวช จากความเป็นกษัตริย์ลงถึงข้ันเป็นคนขอทาน

231

ธรรมดาทว่ั ๆ ไปเหมอื นโลกเขาซงึ่ เปน็ ตวั อยา่ งอนั ยอดเยยี่ ม เพราะแตก่ อ่ นไมม่ ศี าสนาน่ี
ทำ� ไมพระองคท์ ำ� ไดค้ ดิ ดซู ิ เวลาจะฉนั เหมอื นกบั วา่ ลำ� ไสจ้ ะทะลกั ออกมาเพราะมนั ฝนื
ทา่ นกม็ อี บุ ายวธิ แี กด้ ว้ ยความฉลาดแหลมคมของทา่ น กส็ ง่ิ ของลงในบาตรวา่ เปน็ ของ
ปฏกิ ลู แลว้ อยใู่ นทอ้ งจะไมเ่ หน็ วา่ เปน็ ปฏกิ ลู หรอื มนั รา้ ยยงิ่ กวา่ นนั้ นนั่ ทา่ นแกป้ บ๊ั ทนั ที
และเสวยได้ในอาหารทว่ั ๆ ไปไม่ทรงเลือก

อาหารของคนขอทาน เขาจะไดข้ องดิบของดีแต่ทไ่ี หนมาใหท้ านทา่ น เนื่องจาก
ศาสนาที่สอนว่าท�ำบุญให้ทานมีอานิสงส์มากอย่างนั้นอย่างน้ียังไม่มี นักบวชท่ี
เป็นหลักเป็นเกณฑ์อย่างพุทธศาสนาน้ีในระยะน้ันยังไม่มี มีเพียงเป็นนักบวชอย่าง
ท่ีเหน็ นนั่ แหละ เดยี รถยี ์นคิ รนถบ์ ้าง ฤาษีดาบสบา้ งอย่างนน้ั หาขอทานกินธรรมดาๆ
เขากใ็ หแ้ บบธรรมดาๆ น่นั แหละ ไม่ได้ให้ด้วยศรทั ธาความเชอื่ ความเล่อื มใสความ
เคารพนับถอื อะไร ไมเ่ หมือนคนใหท้ านแกพ่ ระเจ้าพระสงฆ์ทีอ่ ยูใ่ นพุทธศาสนาดังที่
เป็นอยู่ทุกวันน้ีเลย แลว้ ทา่ นจะได้ของดีและเหลอื เฟือมาจากไหน

เราอย่าให้กิเลสเหยียบย่�ำท�ำลายจิตใจได้ เป็นนักปฏิบัติต้องเป็นนักค้นคว้า
เปน็ นกั เหตผุ ล เปน็ ผมู้ คี วามรสู้ กึ เรว็ ตอ่ เหตกุ ารณต์ า่ งๆ ทเี่ กย่ี วกบั ตน ผทู้ า่ นพน้ จากทกุ ข์
และเปน็ สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ ของพวกเราทา่ นดำ� เนนิ อยา่ งนนั้ ในครงั้ พทุ ธกาล พระสงฆ์
สาวกทอี่ อกมาบวชจากสกลุ ใดบา้ งเรากเ็ หน็ กนั ทกุ คนในตำ� รา เปน็ พระมหากษตั รยิ ก์ เ็ ยอะ
เชอ้ื พระวงศก์ ษตั รยิ ก์ ไ็ มน่ อ้ ย เศรษฐี มหาเศรษฐี กฎมุ พี รองกนั ลงมา จนกระทง่ั พอ่ คา้
ประชาชนคนธรรมดา เมอื่ ออกมาบวชแลว้ เขม็ ทศิ ทางเดนิ ของทา่ นตรงแนว่ ตอ่ มรรคผล
นพิ พานเหมอื นกนั หมด ในเมอ่ื เขม็ ทศิ ทางเดนิ ตรงแนว่ อยา่ งนน้ั ความพากเพยี รทกุ สง่ิ
ทกุ อยา่ ง อากปั กริ ยิ าทแ่ี สดงออกจะไมต่ รงแนว่ ไดย้ งั ไง เพราะเขม็ ทศิ คอื ความมงุ่ มนั่ นนั้
เป็นเหมือนแม่เหล็กเคร่ืองดึงดูดให้เป็นไปตามน้ัน เคร่ืองสนับสนุนคือความเพียร
ความพออกพอใจ ความอดความทน เครือ่ งบกุ เบกิ คอื สตกิ ับปัญญาบกุ เบิกไปเรื่อย
ฟาดฟนั ไปเรอื่ ย จนทะลดุ งหนาปา่ กเิ ลสทงั้ มวลถงึ แดนพน้ ทกุ ข์ และกลายมาเปน็ สงฆฺ ํ
สรณํ คจฉฺ ามิ ของพวกเรา นนั้ แลครงั้ พทุ ธกาลทา่ นดำ� เนนิ อยา่ งนนั้ พวกเราไมย่ ดึ เอา
ท่านเปน็ สรณะและด�ำเนนิ ตามแลว้ จะหวังอะไรเปน็ สาระภายในใจของพระ อันรสๆ
ลน้ิ ๆ นัน้ แม้ในสัตว์เดรัจฉานก็มเี กล่ือนไปไม่เปน็ ของแปลก อย่าเอามาอวดธรรม

232

แบบฉบบั ของท่านเราตอ้ งคำ� นงึ เสมอ อยา่ สง่ จิตออกไปคดิ ไปดูสิ่งทีจ่ อมปลอม
และอย่าน�ำเข้ามาเป็นอารมณ์และเป็นแบบฉบับ เพราะส่ิงเหล่าน้ันเคยมีเต็มโลก
อนจิ จฺ ํ ทุกขฺ ํ อนตฺตา มานาน ไม่เคยพาให้ใครพ้นทุกข์ถึงแดนวเิ ศษได้ นอกจาก
ผู้ฉลาดน�ำมาเป็นหินลับปัญญา สิ่งเหล่าน้ันจึงจะเกิดประโยชน์ตามคุณภาพของตน
และก�ำลังสติปัญญาของผูน้ ำ� มาใช้ พระพุทธเจา้ ไมใ่ ชศ่ าสดาจอมปลอม ธรรมไม่ใช่
ธรรมจอมปลอม พระสงฆท์ เี่ รานบั ถอื เปน็ สรณะกไ็ มใ่ ชพ่ ระสงฆท์ จี่ อมปลอม ทา่ นเปน็
หลักใจได้อยา่ งแนใ่ จแม่นย�ำไมม่ เี คลอ่ื นคลาด ไม่มีสิ่งใดทีน่ า่ สงสยั ทา่ นเหล่านี้เปน็
ทา่ นผวู้ เิ ศษตามหลกั ธรรมชาตดิ ว้ ย เปน็ ผวู้ เิ ศษตามคำ� เลา่ ลอื ทที่ า่ นรจู้ ากหลกั ธรรมชาติ
นน้ั ดว้ ย เราจงึ ยดึ ทา่ นนนั้ เปน็ หลกั ใจไวเ้ สมอ อยา่ หนั เหเรร่ อ่ นจะตายเปลา่ ไมม่ หี ลกั ยดึ

หลักธรรมวินัยนั้นแลคือหลักศาสดา หลักของพระสงฆ์สาวกหรือดวงพระทัย
ของพระพุทธเจา้ และดวงใจของสาวกอรหนั ตท์ ้ังหลายอยทู่ ่พี ระธรรมพระวนิ ยั ไม่อยู่
กบั กาลสถานทห่ี รอื สงิ่ หนงึ่ สงิ่ ใด ใหย้ ดึ นเี้ ปน็ หลกั อา่ นไปตรงไหนทา่ นบอกไวว้ า่ ควร
หรอื ไมค่ วร ใหถ้ อื เหมอื นพระพทุ ธเจา้ ทรงชบี้ อกอยตู่ อ่ หนา้ ตอ่ ตานนั้ หรอื พระสงฆส์ าวก
ทา่ นชบี้ อกอยตู่ อ่ หนา้ ตอ่ ตาวา่ อนั นคี้ วรอนั นน้ั ไมค่ วร อนั นน้ั ทำ� อนั นน้ั อยา่ ทำ� เหมอื น
ประทานดว้ ยพระโอษฐอ์ ยู่ตอ่ หนา้ เราในขณะน้นั ทา่ นประทานไวว้ ่า “ธรรมวินัยทเ่ี รา
ตถาคตบญั ญตั ไิ วน้ แ้ี ล จะเปน็ ศาสดาของทา่ นทงั้ หลายแทนเราตถาคตเมอ่ื เวลาเราผา่ น
ไปแลว้ ” พระวาจานไี้ ม่มอี ะไรเคลอ่ื นคลาดแมน้ ิดหนงึ่ เลย ซาบซ้งึ มาก พระธรรมก็ดี
พระวินัยก็ดีที่ประทานไว้ เหมือนองค์ศาสดาช้ีบอกอยู่ต่อหน้าต่อตาน่ันแล น่ีคือ
ทางดำ� เนนิ เพือ่ ความมน่ั ใจของพวกเรา จึงอย่าถือใครเปน็ ศาสดาเปน็ เนตแิ บบฉบับ

ดังท่ีท่านอาจารย์ม่ันท่านสอนไว้ในมุตโตทัย ตอนนั้นท่านได้รับความกระทบ
กระเทือนทางโลกธรรม เพราะทา่ นอาจารย์มัน่ เปน็ ผู้เรมิ่ บุกเบิก ไปท่ีไหนจึงมักไดร้ ับ
ความกระทบกระเทือนเสมอ เพราะทแี รกเขาไม่เคยรเู้ คยเหน็ กต็ อ้ งคดั ตอ้ งค้านทา่ น
ต้องกีดต้องขวาง แต่ท่านเป็นจอมปราชญ์ ท่านมีอุบายสติปัญญาหลบหลีกจนได้
ทา่ นไมใ่ หก้ ระทบกระเทอื นองคท์ า่ นเองและผหู้ นงึ่ ผใู้ ด บางทจี ติ ใจกม็ ลี กั ษณะแปลกๆ
ข้ึนมาทีถ่ อื วา่ เปน็ ขา้ ศกึ แกต่ วั เอง ทา่ นกแ็ กป้ ุ๊บปั๊บ ไม่รง้ั รอใหอ้ ารมณน์ ้ันฝังจมในจติ

233

ไปนาน บางครั้งอุบายต่างๆ ก็แสดงข้นึ ภายในจิตทา่ นวา่ ใหถ้ อื เราตถาคตผบู้ รสิ ทุ ธ์ิ
หมดจดจากกิเลสเป็นศาสดา อย่าไปถอื ปากสกปรกปากทีเ่ ตม็ ไปดว้ ยกิเลสโสมมเป็น
ศาสดา เรอ่ื งเขาสรรเสรญิ นนิ ทาเปน็ เรอ่ื งของโลกธรรมซง่ึ มมี าแตด่ ง้ั เดมิ

ตถาคตกเ็ กดิ ในทา่ มกลางแหง่ โลกธรรม แตต่ ถาคตไมต่ น่ื โลกธรรม ไมต่ ดิ โลกธรรม
อนั เปน็ เหมอื นกอ้ นเมฆทพ่ี ดั ไปผา่ นมาเทา่ นนั้ เราเปน็ ลกู ศษิ ยต์ ถาคตตอ้ งดำ� เนนิ แบบ
ตถาคต อยา่ ต่ืนอยา่ ลุม่ หลงกบั สิ่งใดท่มี าสัมผสั สัมพนั ธ์ ส่ิงเหลา่ นนั้ มนั คือโลกธรรม
นัน่ แล นี่คอื อุบายทีส่ อนท่านเวลาจำ� เป็นซงึ่ เปน็ ความถูกต้อง เพราะโลกหาประมาณ
ไมไ่ ด้ ธรรมวนิ ยั นน้ั แลคอื ประมาณอนั เหมาะสมอยา่ งยงิ่ ใหย้ ดึ เปน็ หลกั อยา่ ไปยดึ สงิ่
สกปรกโสมมทั้งหลายเหล่าน้ัน

ท่ีเขียนไว้ในมุตโตทัยน้ันสั้นนิดเดียว ท่านพูดให้ฟังหลายเร่ืองและยืดยาว
น่าจบั ใจมากทกุ ๆ ตอน เพราะอยูก่ บั ทา่ นมาเปน็ เวลาหลายปี ทำ� ไมจะไม่ไดฟ้ ังเรอ่ื ง
สำ� คญั ๆ ธรรมอนั สำ� คญั ๆ เลา่ นแ่ี หละ หลกั ทา่ นดำ� เนนิ ทา่ นดำ� เนนิ อยา่ งน้ี ขอใหพ้ ากนั
ยึดหลักเหล่าน้ีให้ดี อย่าไปสนใจกับส่ิงใดในโลกมาเป็นเคร่ืองกีดขวางถ่วงธรรม
ภายในใจให้เนิ่นช้า ให้มุ่งต่ออรรถต่อธรรมที่พระองค์ทรงแสดงไว้แล้วอย่างเดียว
ยดึ เปน็ หลกั เปน็ เกณฑ์ อยคู่ นเดยี วเปน็ ความสขุ รน่ื เรงิ ตา่ งองคท์ อ่ี ยดู่ ว้ ยกนั มจี ำ� นวน
มากนอ้ ย มคี วามรคู้ วามเหน็ อยา่ งเดยี วกนั มคี วามรน่ื เรงิ ในธรรมเปน็ เครอ่ื งประดบั กนั
ใหม้ คี วามสวยงาม และเปน็ เครอ่ื งคำ�้ ชหู นนุ กนั ใหม้ คี วามอบอนุ่ ตอ่ กนั สำ� คญั ทจี่ ติ ใจ
เปน็ อรรถเปน็ ธรรมแล้วอยดู่ ้วยกันเปน็ ผาสุกท้งั นัน้ แหละคนเรา

อยู่ที่ไหนก็คน อยู่ท่ีไหนก็พระ เราเข้าใจเร่ืองคนเรื่องพระด้วยดีแล้วย่อมอยู่
ดว้ ยกนั ได้ เฉพาะเราไมใ่ ชโ่ ลก เราเปน็ ลกู ศษิ ยต์ ถาคต เกดิ ทไ่ี หนกค็ น เกดิ ในบา้ นกค็ น
เกดิ ในปา่ กค็ น เกดิ ในเมอื งกค็ น เกดิ ในกรงุ กค็ น เกดิ นอกกรงุ กค็ น เกดิ ในปา่ ในเขากค็ น
เกดิ ประเทศเขตแดนใดกค็ น หลกั แหง่ คำ� วา่ คนนคี้ อื ความสมบรู ณเ์ ตม็ ทแ่ี หง่ ความเปน็
มนษุ ย์แลว้ ถอื เอาตรงน้ี น่แี หละพระพทุ ธเจ้าพาด�ำเนินมาอยา่ งน้นั ไมไ่ ดถ้ ือชาตชิ น้ั
วรรณะใดทงั้ นนั้ เพราะฉะนนั้ ลกู ศษิ ยต์ ถาคตจงึ มที กุ ชาตชิ น้ั วรรณะ เปน็ ลกู ตถาคต
ทงั้ นนั้ ผใู้ ดมคี วามเชอื่ ความเลอ่ื มใสปฏบิ ตั ติ ามพระองคท์ า่ นแลว้ ไมว่ า่ จะเกดิ ในทใี่ ด

234

ชาตชิ นั้ วรรณะใด สามารถทจี่ ะบรรลถุ ึงจุดหมายปลายทางไดเ้ ชน่ เดียวกนั หมด และ
ตถาคตก็ทรงโปรดเต็มท่ีเช่นเดียวกัน ไม่ทรงแยกเป็นสัดเป็นส่วนฝ่ายน้ันฝ่ายนี้
แบบคนทะนงตัว แลว้ เหยยี บคนนน้ั ดถู ูกคนน้ี เพ่อื ยกตวั ขึน้ ให้เหนือมนุษยต์ าดำ� ๆ
ดว้ ยกัน ราวกบั ตนเป็นเทวดามาจากแดนสวรรค์ช้ันพรหมไหนกไ็ ม่รู้

น่นั มันแบบอึง่ อ่างพองตวั แบบโลกที่เตม็ ไปดว้ ยความหยง่ิ ยโส ทั้งอยากเดน่
อยากดงั อยากจะมีเกยี รตยิ ศชือ่ เสยี ง อยากมชี าติชั้นวรรณะอันสงู ส่ง แตธ่ รรมชาติ
ทแ่ี ทก้ ค็ อื คน ซงึ่ ตอ้ งทำ� ดจี งึ จะเปน็ คนดี ตอ้ งทำ� ชวั่ จงึ จะเปน็ คนชว่ั ได้ มไิ ดเ้ ปน็ ไดเ้ พราะ
ความเสกสรรปน้ั ยอเอาเฉยๆ สงิ่ เหลา่ นน้ั เปน็ เครอ่ื งเสกสรรกนั ขนึ้ มาตา่ งหาก ไมใ่ ชเ่ ปน็
เรอื่ งความจรงิ ความจรงิ ตามสมมตุ อิ นั แทจ้ รงิ กค็ อื คน ยอ่ มมคี วามเสมอภาคแหง่ ความ
เป็นมนุษย์ดว้ ยกันหมด

คำ� วา่ คนดว้ ยกนั แลว้ ถงึ จะเปน็ ภาษาใดกต็ าม อยบู่ า้ นใดเมอื งใดกม็ ภี าษาของตน
เปน็ เครอื่ งใชต้ อ่ กนั เขา้ ใจกนั ไดก้ เ็ ปน็ อนั ใชไ้ ดด้ ว้ ยกนั แมแ้ ตน่ กและสตั วต์ า่ งๆ เขายงั
มภี าษาของเขาเอง เขากใ็ ชต้ อ่ กนั อยา่ งสะดวกสบายและเขา้ ใจซง่ึ กนั และกนั ได้ เหตใุ ด
มนษุ ยเ์ ราพดู รเู้ รอ่ื งของกนั และกนั ดอี ยแู่ ลว้ จะไมเ่ ขา้ ใจกนั ได้ ฉะนน้ั มนษุ ยเ์ ราจะเกดิ มา
จากสถานทใ่ี ดๆ กต็ าม เมอ่ื เขา้ สหู่ ลกั ธรรมวนิ ยั แลว้ ยอ่ มสนทิ แนบเนยี นตอ่ กนั ไปหมด
เพราะธรรมวนิ ยั เปน็ สงิ่ ทกี่ ลมกลอ่ มหลอ่ หลอมจติ ใจใหม้ คี วามสนทิ แนบเนยี นตอ่ กนั

การปฏบิ ตั เิ คยพดู ใหฟ้ งั เสมอ นอกจากหลกั การแหง่ การปฏบิ ตั ทิ อ่ี ธบิ ายมาแลว้
เบื้องต้นท่ีพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวกท่านพาด�ำเนิน ท่านด�ำเนินอย่างน้ัน
ถือจิตตภาวนาเป็นส�ำคัญย่ิงกว่างานใด ส�ำหรับที่อยู่อาศัยพอบังแดดบังฝนพักผ่อน
นอนหลบั เทา่ นน้ั แมแ้ ตส่ ตั วเ์ ขายงั ทำ� รวงทำ� รงั เพอื่ อยอู่ าศยั ตามสภาพของเขา มนษุ ยเ์ รา
ท่ีมาบวชเปน็ พระกม็ าจากคน คนมีบ้านมเี รือนมที อี่ ยู่อาศัยมีเคร่ืองใช้ไมส้ อย พระก็
จ�ำต้องมีตามสภาพของสมณะ อะไรขาดตกบกพร่องก็จ�ำเป็นต้องขวนขวายในกิจที่
สมควรแกส่ มณะทค่ี วรจดั ควรทำ� แตไ่ มถ่ งึ กบั เปน็ กจิ การพรำ่� เพรอื่ วนุ่ วายจนถงึ กบั เปน็
อารมณ์ขุ่นมัวม่ัวสุมกับงานน้ันจริงๆ ซ่ึงในขณะเดียวกันก็เป็นการเหยียบย�่ำท�ำลาย
จิตใจของตนลงไป เพราะความกังวลกับงานภายนอกจนกลายมาเป็นข้าศึกต่องาน

235

จติ ตภาวนา ผปู้ ฏบิ ตั ติ อ้ งระวงั ใหม้ ากไวน้ น่ั แลพอดี เพราะพระเราสว่ นมากชอบเลยเถดิ
จนกลายเป็นเตลิดเปดิ เปงิ แหวกแนวซึ่งมีมากต่อมากในวงปฏิบตั ิ

นจี่ งึ ไดพ้ ยายามระวงั เสมอ ทคี่ ดิ ไวก้ แ็ นใ่ จวา่ ไมผ่ ดิ เชน่ มที า่ นผศู้ รทั ธาจะถวายเงนิ
เพอ่ื สรา้ งโบสถท์ งั้ หลงั เรายงั ไมอ่ าจรบั ได้ นนั่ เคยมบี า้ งไหมในประเทศไทยและองคไ์ หน
ที่มผี ถู้ วายเงินสร้างโบสถ์ทัง้ หลงั แล้วไม่รบั นอกจากขรัวตาวาสนานอ้ ยน้เี ท่านน้ั จึงไม่
อาจรับได้ ทไ่ี ม่อาจรับได้นั้นกม็ ีเหตุผลเหมือนกนั แตเ่ วลาพูดกบั วงภายนอกก็พูดว่า
ไมม่ วี าสนาจงึ ไมอ่ าจรบั ได้ พดู เลย่ี งไปเสยี พอใหเ้ รอ่ื งผา่ นไป ความจรงิ หลกั ธรรมทเ่ี รา
เล็งอยยู่ ดึ ถืออยู่ กราบไหว้บชู าเปน็ ขวัญใจและเทดิ ทูนสุดจติ สุดใจอยตู่ ลอดเวลาน้นั
เป็นส่งิ ทีใ่ หญ่โตมากยิ่งกว่าสงิ่ ใดในโลกธาตุ

ส่งิ เหล่าน้นั เราไม่ได้เทิดทูนเหมือนธรรม เพราะเป็นเพยี งปัจจยั เครื่องอาศยั ไป
เป็นวนั ๆ เทา่ นน้ั สว่ นธรรมเปน็ เรอ่ื งใหญ่โตมากท่ตี ้องรักสงวน เรอ่ื งการสร้างโบสถ์
สำ� หรับวัดนีย้ งั ไมม่ ีความจำ� เปน็ ส่งิ ใดท่ีจำ� เป็นก็ทำ� สง่ิ น้ัน เชน่ จติ ตภาวนาเปน็ งาน
จำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ นตี่ อ้ งทำ� การทำ� อโุ บสถสงั ฆกรรมทำ� ทไี่ หนกไ็ ด้ ตามรม่ ไมช้ ายเขาทไ่ี หน
ก็ได้ไมข่ ดั ขอ้ งอะไร ตามหลกั พระวนิ ัยจริงๆ แล้ว ไม่มอี ะไรขัดข้อง การสร้างโบสถ์
สรา้ งวหิ ารควรใหเ้ ปน็ ท่เี ปน็ ฐานทเ่ี หมาะทีค่ วร ไมใ่ ชจ่ ะสร้างดะไปหมด

การสรา้ งโบสถห์ ลงั หนง่ึ เปน็ ยงั ไง นบั ตงั้ แตเ่ รม่ิ แรกตกลงกบั ชา่ งในการสรา้ งโบสถ์
เปน็ ยงั ไง ถนนหนทางเข้าไปในวดั จนถึงบรเิ วณท่ีจะสร้างโบสถจ์ ะต้องเปิดโลง่ ตั้งแต่
บัดนน้ั จนกระท่ังถงึ วนั สรา้ งโบสถ์ส�ำเรจ็ ตอ้ งบกุ เบกิ ไปหมดยง่ิ กว่าโรงงาน คนงาน
กต็ อ้ งมีท้ังหญงิ ทง้ั ชายจำ� นวนมากมายท่ีจะเขา้ มานอนกองกันอยนู่ ้ี ทง้ั ช่างทงั้ คนงาน
ไมท่ ราบมาจากแหง่ หนตำ� บลใด บางรายหรอื สว่ นมากกไ็ มเ่ คยรเู้ ลยวา่ ศาสนาเปน็ ยงั ไง
พระเณรในวดั ทา่ นปฏบิ ัตยิ ังไง แล้วเขาจะมีความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ยพอเปน็ ความ
สงบงามตาแกพ่ ระเณรในวดั ไดย้ งั ไง มนั ตอ้ งเหมอื นกบั เอายกั ษเ์ อาเปรตเอาผเี ข้ามา
ทำ� ลายวดั นัน่ เอง

ในขณะทเ่ี ปดิ โอกาสตกลงกนั เรยี บรอ้ ยแลว้ นนั้ นะ่ ไมว่ า่ ผคู้ นหญงิ ชาย รถราตา่ งๆ
ตอ้ งเขา้ ตอ้ งออกกนั ตลอดเวลา ประตวู ดั ปดิ ไมไ่ ดเ้ ลย และสถานทที่ จ่ี ะสรา้ งโบสถข์ นึ้ มา

236

ใหเ้ ป็นของสง่างามแกว่ ัดแก่พระสงฆ์ในวัด แตพ่ ระกลบั ตายกันหมดจากจิตตภาวนา
จากมรรคจากผลนพิ พานทค่ี วรจะไดจ้ ะถงึ จากสมณธรรมคอื จติ ตภาวนา แลว้ จะเอาอะไร
มาเปน็ ความสงา่ งามอรา่ มตา ลองพจิ ารณาดซู ิ นเ่ี ราคดิ อยา่ งนนั้ และพดู อยา่ งนนี้ ะ จะเปน็
ความคิดผิดพดู ผิดหรือถกู ประการใดบา้ ง

ธรรมเปน็ สง่ิ สำ� คญั มากมาตลอดอนนั ตกาล พระพทุ ธเจา้ กด็ สี าวกกด็ ี ไมใ่ ชน่ กั สรา้ ง
โบสถส์ รา้ งวหิ าร สรา้ งสงิ่ รโหฐานสำ� ราญตาอะไรเลย แตเ่ วลาทา่ นรอู้ รรถรธู้ รรมภายในใจ
ของทา่ นแลว้ เปน็ ยงั ไงบา้ งการประกาศธรรมสอนโลกของทา่ นนะ่ ยกตวั อยา่ งสมยั ปจั จบุ นั
ทา่ นอาจารยม์ นั่ ทา่ นสรา้ งอะไร นอกจากทา่ นสรา้ งจติ สรา้ งใจทา่ นอยา่ งเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย
เตม็ สตกิ ำ� ลงั ความสามารถดว้ ยจติ ตภาวนาจนเปน็ ผฉู้ ลาดแหลมคมเตม็ ภมู ิ แลว้ ยอ้ นมา
สงั่ สอนโลกอยา่ งเตม็ ภมู ิ เปน็ ยงั ไงเราดเู อา คนนบั ถอื ทา่ นอาจารยม์ น่ั ทว่ั ประเทศไทยเรา
จนตลอดถงึ เมอื งนอก นนั่ ผลแหง่ การปฏบิ ตั ธิ รรม รธู้ รรมเหน็ ธรรม มใี จเปน็ หลกั เปน็
เกณฑด์ ว้ ยอรรถดว้ ยธรรมแลว้ สงั่ สอนโลกไดล้ กึ ซงึ้ กวา้ งขวางขนาดไหน พจิ ารณาดซู ิ
นีล่ ะธรรมภายในใจ สมบตั ิภายในใจแท้เป็นอยา่ งน้ี ผิดกับสมบตั กิ าฝากเป็นไหนๆ

ใจเปน็ สงิ่ สำ� คญั มอี ำ� นาจมาก สามารถทำ� ประโยชนไ์ ดม้ ากมายเมอื่ มคี ณุ สมบตั อิ ยู่
ภายในใจแลว้ แลว้ โบสถห์ ลังไหนทมี่ อี ำ� นาจวาสนามาก ไปเทย่ี วประกาศศาสนาสอน
โลกสงสารให้คนเข้าถงึ ธรรม ธรรมถึงใจ ซาบซึง้ เป็นคนดขี ึน้ มาได้ เราเคยเห็นโบสถ์
หลงั ไหนบ้าง ทั้งนี้เราไม่ได้ประมาท แตแ่ ยกมาเทยี บเคยี งตามหลักเหตผุ ล เราไมไ่ ด้
ประมาทและไมไ่ ดห้ า้ มวา่ ไมใ่ หส้ รา้ งโบสถ์ สถานทคี่ วรสรา้ งเราไมว่ า่ แตส่ ถานทท่ี ไี่ มค่ วร
สรา้ งกไ็ มค่ วรมาทำ� ลาย สถานทนี่ เ่ี ปน็ สถานทส่ี รา้ งจติ ใจดว้ ยจติ ตภาวนาใหม้ หี ลกั ฐาน
มน่ั คง พระองคห์ นง่ึ ๆ ไดป้ ระโยชนท์ างด้านจิตใจแล้ว จะท�ำประโยชน์ให้โลกได้รบั
กวา้ งขวางมากมายเพยี งไร เราคิดหมดแลว้ เร่อื งเหลา่ น้ี

เพราะฉะนนั้ บรรดาทา่ นทง้ั หลายทมี่ าสสู่ ถานทนี่ ี่ มาจากภาคตา่ งๆ กนั ผมจงึ เหน็ ใจ
และอตุ สา่ หพ์ ยายามอบรมสง่ั สอนอยเู่ สมอ ไมล่ ะไมป่ ลอ่ ยไมว่ าง แมจ้ ะสอนประชาชน
ไมไ่ ดใ้ นบางกาลเพราะเกย่ี วแกส่ ขุ ภาพไมอ่ ำ� นวย ผมกพ็ ยายามหาเวลำ่� เวลาอบรมพระ
ทง้ั นก้ี เ็ พอ่ื ประโยชนข์ องพระโดยตรง เวลาพระไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการไดย้ นิ ไดฟ้ งั แลว้

237

ปฏิบตั ติ นเต็มเม็ดเตม็ หน่วย จนเป็นหลกั เปน็ เกณฑ์ภายในจิตใจแลว้ การประกาศ
ศาสนาน้ันหากเป็นไปเองตามภูมินิสัยวาสนา เมื่อมีสมบัติแล้วย่อมแจกจ่ายได้อย่าง
ไมอ่ ดั ไมอ่ นั้ ตามแตเ่ หตกุ ารณส์ ถานทจี่ ะอำ� นวย แตแ่ บบขายกอ่ นซอื้ แบบสกุ กอ่ นหา่ มนนั้
มนั จมทงั้ น้ันแหละ ตนยงั ไมร่ ู้เร่อื งอะไร สอนตนก็ยังไมไ่ ด้ แต่อวดฉลาดแหวกแนว
ไปสอนคนอน่ื นนั้ ตนและธรรมเลยกลายเปน็ โลก แลว้ กร็ า้ ยยง่ิ กวา่ โลกไปอกี จะจดั วา่
เปน็ อบุ ายวธิ ที นี่ า่ ชมเชยไดย้ งั ไง นนั้ ไมใ่ ชท่ างของพระพทุ ธเจา้ ไมใ่ ชท่ างของสาวกทา่ น
ท่พี าดำ� เนินมา

ทา่ นรเู้ สยี กอ่ น องคไ์ หนๆ กเ็ หมอื นๆ กนั กอ่ นทจ่ี ะนำ� ธรรมไปสอนโลก รเู้ หน็ เสยี กอ่ น
ไมอ่ ยา่ งนนั้ เอาอะไรไปสอนเขา เอาแตค่ ำ� พดู เฉยๆ ไปสอนเขามหี ลกั มเี กณฑอ์ ะไร กไ็ มม่ ี
ทซ่ี มึ ซาบ ไมม่ ที ย่ี ดึ ทเ่ี หนยี่ ว ไมเ่ ปน็ เครอื่ งดงึ ดดู จติ ใจของผฟู้ งั ไมเ่ หมอื นผมู้ คี ณุ ธรรม
เตม็ หัวใจแลว้ ไปสอนคน นัง่ อย่เู ฉยๆ ก็เป็นคณุ สมบตั อิ ยูใ่ นตัว ผมู้ ีธรรมภายในใจ
อยไู่ หนกม็ ธี รรมอยนู่ น้ั แหละ การอบรมจติ ใจมคี ณุ คา่ อยา่ งน้ี ฉะนนั้ ขอใหพ้ ากนั ตง้ั อก
ตั้งใจ เอาใหจ้ ริงใหจ้ งั ฝังใจลงใหถ้ ึงธรรมนบั แต่สมาธิธรรมข้ึนไปโดยล�ำดับ

มรรคผลนพิ พานอยา่ ไปคาดไปหมายทใี่ ด มอี ยใู่ นวงกายกบั จติ นี้ อยใู่ นวงขนั ธห์ า้ น้ี
เอาใหด้ ี สงิ่ ใดมสี ว่ นเกยี่ วขอ้ งกบั ใจกพ็ จิ ารณาไป เชน่ รปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอ่ื งสมั ผสั
เพราะความสมั ผสั ความพวั พันความติด ทัง้ รักทง้ั ชงั มันตดิ ไดท้ ้ังนนั้ แหละจติ ใจ
มันติดทั้งรักติดท้ังชัง ติดทั้งโกรธท้ังเกลียด ติดไปหมดติดไม่เลือก กินไม่เลือก
เพราะฉะนน้ั จงึ ตอ้ งแยกแยะคลคี่ ลายออกใหร้ เู้ รอื่ งของมนั ดว้ ยสตปิ ญั ญา จนจติ หาย
สงสัยแล้วถอนตัวเขา้ มาท่เี รยี กว่าปล่อยวาง เพราะความเข้าใจแล้วดว้ ยการพจิ ารณา
ผลสดุ ทา้ ยกไ็ มไ่ ปทไ่ี หน ลงมารวมทใ่ี จ เมอื่ ใจไมก่ งั วลวนุ่ วายเพราะปญั ญาหวา่ นลอ้ ม
ใหท้ ราบเรอื่ งราวหมดแลว้ ใจกห็ ายกงั วล ทนี จี้ ะทำ� สมาธภิ าวนาเมอ่ื ไร ใจกส็ งบสะดวก
สบาย ใจมีแต่ความสงบรม่ เย็นเปน็ เรือนอยู่

เอา้ คล่ีคลายทางดา้ นปญั ญา อย่าอยูเ่ ฉยๆ เมื่อถึงกาลเวลาทค่ี วรพิจารณาตอ้ ง
พจิ ารณา ปญั ญาเปน็ สงิ่ สำ� คญั อยมู่ าก สตเิ ปน็ ภาคพนื้ เปน็ เครอ่ื งควบคมุ งานใหเ้ ปน็ ไป
ดว้ ยความเจาะจง เปน็ ไปดว้ ยความรสู้ กึ ตวั เปน็ ไปดว้ ยเจตนา ปญั ญากท็ ำ� หนา้ ทเี่ ตม็ เมด็

238

เตม็ หนว่ ย เมอื่ เหน็ ผลแหง่ การพจิ ารณามากนอ้ ยแลว้ ปญั ญากเ็ ขยบิ ไปเรอื่ ยๆ เพราะ
ความมแี กใ่ จ เหมือนกับเราค้าขายทมี่ ีกำ� ไรขน้ึ มา นกั การค้ากม็ คี วามขยนั หมัน่ เพียร
ถา้ คา้ อะไรกม็ แี ตล่ กั ษณะซอื้ สบิ ขายหา้ ๆ ขาดทนุ ๆ คนเรากข็ เี้ กยี จ เมอื่ ซอ้ื หา้ ขายสบิ ๆ
ไดก้ ำ� ไรกข็ ยนั ไปเอง

ใจกเ็ หมือนกนั เม่อื พยายามตั้งอกต้ังใจภาวนาแลว้ จะตอ้ งเป็นลักษณะซอื้ ห้า
ขายสบิ ไมส่ งสยั แตก่ ารนง่ั อยเู่ ฉยๆ เหมอื นหวั ตอ ไมม่ คี วามรสู้ กึ อะไร ใจลอยไมม่ สี ติ
กบั อรรถกบั ธรรม แตใ่ จไปวนุ่ วายอยกู่ บั โลกภายนอกซง่ึ เปน็ เรอื่ งของกเิ ลสตณั หาลว้ นๆ
นัน้ แหละเป็นงานสั่งสมกิเลสมาทับถมจติ ใจใหม้ คี วามอบั เฉายง่ิ ข้ึนไป แถมยังมวั เมา
เสยี ดว้ ยซำ้� คอื มวั คดิ มวั อา่ นกบั อารมณอ์ นั เปน็ พษิ อยอู่ ยา่ งนนั้ ไมร่ อู้ รรถรธู้ รรมวา่ เปน็
ยงั ไง เดนิ จงกรมกม็ ีแต่กา้ วขาไป น่งั สมาธกิ ็สักแต่วา่ กิรยิ า มแี ต่กริ ยิ า ความทำ� จรงิ ๆ
คอื จติ มนั เปน็ ไปตามโลกตามสงสาร รปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอื่ งสมั ผสั อดตี อนาคต วนุ่ ไป
หมดภายในใจ จะเอาอะไรมาเป็นก�ำไร ก็มแี ต่ขาดทนุ ป่นปล้ี ะซิ ทีนเ้ี จ้าของกข็ ้ีเกียจ
เพราะเจ้าของหากทำ� ทางข้ีเกียจให้ตัวเอง เจ้าของก็เดินเอง ผลแห่งความขี้เกียจคือ
กองทกุ ขถ์ มหวั ใจทกุ ภพทกุ ชาตไิ มม่ ที ส่ี นิ้ สดุ เพราะจติ ทขี่ เี้ กยี จทางหนงึ่ ยอ่ มขยนั ใน
อกี ทางหนง่ึ เมอ่ื ขเี้ กยี จทางความเพยี รเพอ่ื การชำ� ระกเิ ลส กต็ อ้ งขยนั ในการสงั่ สมกเิ ลส
ไม่มีทางหยุดหย่อนเกียจคร้านเลย ผลคือกองทุกข์ทางใจจึงต้องพอกพูนหนาแน่น
เพราะฉะนนั้ จงเหน็ ความขเี้ กยี จเปน็ โทษแกเ่ ราเอง แลว้ พยายามพลกิ แพลงเปลยี่ นแปลง
สตปิ ญั ญา เพอื่ ลบลา้ งความขเ้ี กยี จดว้ ยอบุ ายตา่ งๆ นนั้ แหละจงึ จะมวี นั รเู้ หน็ ธรรมไป
โดยล�ำดบั

การสรา้ งตวั เราเองนแ่ี หละสำ� คญั มากยง่ิ กวา่ สรา้ งสง่ิ อนื่ ใด จะหนกั จะเบากช็ า่ งเถอะ
มันเท่าตัวของเราน่ีแหละ ไม่สุดวิสัยก�ำลังของเราไปได้ พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ให้
พอเหมาะพอสมกบั เราอยแู่ ลว้ ปรมิ าณแหง่ ธรรมทพ่ี อประมาณก็ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขนั ธ์
สรปุ ลงแลว้ กค็ อื ศลี สมาธิ ปญั ญา หรอื โพธปิ กั ขยิ ธรรม ๓๗ ประการ กไ็ มเ่ หน็ มากมาย
จนเกินความสามารถ และอยู่ในวงกายกับจิตของเรานี้ท้ังนั้น ท�ำไมเราจะท�ำไม่ได้
รูไ้ มไ่ ด้เลา่

239

เดนิ จงกรมกใ็ หส้ บื เนอื่ งไปโดยลำ� ดบั ดว้ ยสติ นงั่ สมาธกิ ใ็ หส้ บื เนอื่ งไปโดยลำ� ดบั
ด้วยสติ การบงั คับบญั ชาตนอย่เู สมอนน้ั แลคือผมู้ คี วามเพียร ความเหน็ ว่าการบงั คับ
บญั ชาจติ ใจเปน็ เสยี้ นเปน็ หนามแลว้ ไมอ่ ยากทำ� อยากอยเู่ ฉยๆ เหมอื นคนสน้ิ ทา่ และ
ปลอ่ ยตามอำ� เภอใจนน้ั เปน็ คณุ งามความดี นน้ั แหละคอื กองทพั กองแทรกแซงของกเิ ลส
มันเข้ากระซิบกระซาบภายในใจ จนหลงเคลิ้มไปตามมันและลืมเน้ือลืมตัวไปแล้ว
กลับเหน็ ว่าความเพยี รเปน็ ข้าศกึ แกต่ น เหน็ วา่ กเิ ลสนัน้ เปน็ มติ รเป็นสหาย นั้นแหละ
คือหนทางเกดิ -ตาย ไม่มีหยดุ มยี ง้ั เกิดแลว้ ตาย ตายแล้วเกิด วกไปเวยี นมา เพราะ
ถูกมนตข์ ลังของกเิ ลสเขา้ เต็มเปา เขลาไมม่ ีวนั สรา่ ง ธรรมซึง่ เป็นยาแก้แต่กลับเหน็ วา่
เปน็ ยาพษิ สง่ิ ทผี่ ดิ เหน็ วา่ เปน็ คณุ นคี่ อื มนตข์ ลงั ของกเิ ลสทำ� แกส่ ตั วโ์ ลกเรอ่ื ยมาอยา่ ง
ไดผ้ ลเกนิ คาด พากนั ทราบเสยี ถา้ ไมต่ อ้ งการใหม้ นั กลอ่ มอยเู่ รอ่ื ยไป และนอนจมอยใู่ น
กองทกุ ข์รำ�่ ไป

สถานทอี่ ยนู่ ก้ี ร็ สู้ กึ วา่ พอเหมาะสม แมว้ า่ จะไมเ่ ปน็ มหาวทิ ยาลยั ดงั ครง้ั พทุ ธกาล
ทที่ า่ นอยตู่ ามปา่ ตามเขาอนั เหมาะสมอยา่ งยง่ิ แตก่ เ็ ปน็ ปา่ เปน็ ทเี่ หมาะสมพอประมาณ
เรากพ็ ยายามชว่ ยเหลอื ทกุ ดา้ นทกุ ทาง เพราะเหน็ ใจหมเู่ พอ่ื นผมู้ าบำ� เพญ็ เราพอพดู ได้
ไมว่ า่ ชาตชิ นั้ วรรณะใดทเี่ ขา้ มาเกย่ี วขอ้ งทนี่ ี่ เหตผุ ลทคี่ วรพดู มอี ยเู่ ราพดู ได้ เราไมเ่ กรง
ผใู้ ดในโลกอนั นใ้ี หน้ อกเหนอื ธรรมไป เคารพธรรมมากยงิ่ กวา่ เคารพผใู้ ดสง่ิ ใดในโลก
เมอื่ ถงึ กาลทจี่ ะพดู โดยอรรถโดยธรรมแลว้ เราพดู ได้ เพอื่ ไมใ่ หใ้ ครไปรบกวน เวลานี้
ทา่ นภาวนาอยา่ ไปกวนทา่ น เวลานที้ า่ นกำ� ลงั ทำ� งานคอื เดนิ จงกรมบา้ งนง่ั สมาธภิ าวนาบา้ ง
เวลาแสดงเสยี งเอด็ ตะโรโฮเฮไป ทา่ นไดย้ นิ เสยี ง ทา่ นกห็ ลบหลกี หนเี สยี นงั่ ภาวนาอยู่
กห็ ลกี หนเี สยี กำ� ลงั เดนิ จงกรมกห็ ลกี หนไี ปเสยี ทำ� ใหเ้ สยี งานเสยี การของทา่ น ไมค่ วร
ไปรบกวนในเวลาเชน่ น้ี เวลาไหนทเี่ หมาะสมเรากบ็ อกเขาใหเ้ ปน็ ทเี่ ขา้ ใจ ใครจะโกรธ
จะเคยี ดเราไมต่ ดิ ใจ เพระถอื วา่ การพดู ลงไปดว้ ยเหตดุ ว้ ยผลนน้ั เปน็ ความถกู ตอ้ งดงี าม
แล้วทั้งฝ่ายเขาฝ่ายเรา ไม่มีอะไรเป็นความเสียหาย หากจะเกิดเป็นความเสียหาย
ภายในใจเขา กเ็ พราะเหตขุ องเขาคดิ ขนึ้ ในทางไมด่ ขี องเขาตา่ งหาก แตใ่ ครจะไปถอื โกรธ
ถอื เคยี ดเลา่ แนใ่ จวา่ ไมม่ ี เพราะตา่ งกม็ ามงุ่ อรรถมงุ่ ธรรมอยแู่ ลว้ การบอกเตอื นกบ็ อก
เตือนโดยธรรมย่อมเขา้ กันไดส้ นิทไม่สงสยั

240

เวลานงั่ ถา้ รสู้ กึ รา่ งกายมนั หนกั ใหเ้ ดนิ มากๆ ไมไ่ ดท้ ำ� งานกใ็ หเ้ ดนิ มากๆ เปน็ การ
ทำ� งาน ต้ังสตใิ ห้ดี ความเพียรอยู่กับสติเปน็ สำ� คญั การพิจารณาก็ถอื รา่ งกายของเรา
หรอื ร่างกายของสตั ว์ของคนหญงิ ชายไดท้ ง้ั สนิ้ เปน็ เป้าหมายแหง่ การพจิ ารณา เวลา
พจิ ารณาใหเ้ หน็ ตามความจรงิ ของสงิ่ นน้ั ๆ จรงิ ๆ ดว้ ยสตปิ ญั ญา มรรคมไี ดท้ งั้ ภายนอก
ภายใน เพราะสมทุ ยั คอื ตวั กเิ ลส มนั มไี ดเ้ กดิ ไดท้ งั้ ภายนอกภายใน เชน่ ตดิ รปู ตดิ เสยี ง
กลิ่น รส เปน็ ต้น กเ็ ป็นสมุทยั แล้ว รูป เสยี ง กลิน่ รส ท้งั หลายมนั อยขู่ ้างนอก
จติ ไปตดิ สงิ่ นนั้ ไปตดิ สงิ่ น้ี ไปตดิ คนนนั้ ไปตดิ คนน้ี แกเ้ หตตุ ดิ ขอ้ งนน้ั ดว้ ยปญั ญา จนเปน็
ทเี่ ขา้ ใจกเ็ ปน็ มรรค เพราะฉะนนั้ การพจิ ารณาจะพจิ ารณารปู ใด หญงิ ใด ชายใด สตั วต์ วั ใด
ไดท้ ง้ั นนั้ พจิ ารณาใหเ้ ปน็ ธรรม เชน่ พจิ ารณาใหเ้ ปน็ อสภุ ะอสภุ งั ปฏกิ ลู โสโครก ปา่ ชา้
ผดี บิ หรอื พจิ ารณาเปน็ อนจิ จฺ ํ ทกุ ขฺ ํ อนตตฺ า ซงึ่ เปน็ ความจรงิ ดว้ ยกนั ไดท้ งั้ นนั้ ขา้ งนอก
กไ็ ด้ ข้างในก็ได้ ถ้าพจิ ารณาเปน็ มรรค

การพจิ ารณาตอ้ งขดั ตอ้ งขนื กนั ฟดั เหวยี่ งกนั ระหวา่ งกเิ ลสกบั ธรรม เพราะทง้ั สองน้ี
เป็นขา้ ศกึ กันมาแต่กาลไหนๆ อยูใ่ นใจดวงเดียวกัน มนั ก็เปน็ ขา้ ศกึ กันอยูอ่ ยา่ งน้นั
ส่วนมากมีแต่กเิ ลสเป็นฝ่ายได้เปรยี บอยเู่ สมอโดยเราไมร่ สู้ กึ ตัว ถา้ รูส้ กึ ตวั อยูบ่ ้างวา่
เออ..วนั นเ้ี ราแพก้ เิ ลสประเภทนนั้ ๆ กจ็ ะพอมอี บุ ายวธิ หี รอื มแี กใ่ จฟติ สตปิ ญั ญา ศรทั ธา
ความเพยี ร ข้ึนใหก้ ล้าแขง็ และต่อสู้กันจนไดช้ ยั ชนะ ยอ่ มสมนามว่านกั รบ

การขน้ึ เวทไี มร่ แู้ พร้ ชู้ นะ มแี ตถ่ กู นอ็ กลงไปๆ สลบลงไปไมร่ เู้ นอื้ รตู้ วั มนั ดไู ดห้ รอื
อย่างน้ัน เอาให้เห็นความแพ้ความชนะบ้าง จึงช่ือว่าผู้มีสติปัญญาทดสอบตัวเอง
วันไหนเดินจงกรมน่ังสมาธิภาวนาเท่าน้ันๆ แต่ไม่ได้เรื่องอะไรเป็นเครื่องสะดุดใจ
ความสงบกไ็ ม่ปรากฏใหเ้ ปน็ เครอื่ งสะดุดใจ อบุ ายสติปญั ญาควรทีค่ ิดข้ึนมาก็ไมพ่ อ
เปน็ ผลใหเ้ ป็นเครื่องสะดดุ ใจ จะเรียกว่าท�ำงานไดผ้ ลอยา่ งไรกนั เพราะมแี ต่ขาดทนุ
โดยถา่ ยเดียว

ตอ้ งฟติ สตปิ ญั ญาขนึ้ มาใหม่ พลกิ อบุ ายขน้ึ มาใหมแ่ ละพจิ ารณาตอ่ ไปใหมจ่ นเหน็
ผลประจกั ษใ์ จ ไมม่ คี ำ� วา่ ถอยหลงั นงั่ เซอ่ ตาเหมอ่ มองแบบถกู นอ็ กจากกเิ ลส เพราะไมใ่ ช่
วิถที างของนกั รบเพ่ือชัยชนะ ถงึ กาลเวลาเด็ดกต็ ้องเด็ด เวลาธรรมดากธ็ รรมดาบา้ ง

241

เมอื่ กเิ ลสมนั โผนออกมา เรากโ็ ผนเขา้ ใสก่ นั และรบกนั เอา้ จะตายกต็ าย อยา่ เสยี ดายชวี ติ
ธาตขุ นั ธย์ งิ่ กวา่ ธรรมคอื แดนพน้ ทกุ ข์ ซง่ึ รอรบั นกั รบผกู้ ลา้ หาญชาญชยั อยแู่ ลว้ นเ่ี คย
เปน็ มาแลว้ ไม่ได้พูดแบบลมๆ แล้งๆ นะ ถงึ เวลาควรจะเอากันอย่างเตม็ ที่สดุ เหว่ียง
กท็ ำ� อยา่ งนนั้ จรงิ ๆ ถา้ ไดท้ ำ� อยา่ งนน้ั แลว้ มนั แนใ่ จจใุ จทกุ ๆ ครงั้ ทท่ี ำ� และพดู ไดอ้ ยา่ ง
เต็มปากว่าได้ผลคุ้มค่า ไม่เสียทีของการพลีชีพแบบสู้ตาย พร้อมทั้งรู้หน้ากิเลสตัว
ผาดโผนได้อย่างเตม็ ตาเตม็ ใจ (สติปญั ญา)

ฉะนน้ั อบุ ายตา่ งๆ ทส่ี อนนจ้ี งนำ� ไปแยกแยะไปพจิ ารณาเอาเอง ผปู้ ฏบิ ตั มิ จี รติ นสิ ยั
ไมเ่ หมอื นกนั แตพ่ งึ ทราบวา่ กเิ ลสมนั ชอบความออ่ นแอเสมอนะ ธรรมะชอบความเขม้ แขง็
ความเข้มแขง็ เคร่อื งชนะความออ่ นแอคอื อุบายของกิเลส ความฉลาดเปน็ เครือ่ งชนะ
ความโง่ กิเลสพาคนใหโ้ ง่ พาจิตใจให้โง่ ตัวกิเลสนน้ั ไมไ่ ดโ้ ง่ สติปัญญาจึงตอ้ งนำ� ไป
ใชเ้ พื่อปราบปรามความโง่อันเปน็ ตัวกเิ ลสฝงั ใจน้ันใหห้ มดไปๆ ความสงา่ งามของใจ
ไม่ต้องถามไม่ตอ้ งบอกละ จะค่อยปรากฏข้ึนมาเอง

ธรรมสมบตั ิเป็นสง่ิ ส�ำคัญมาก โลกขาดธรรมสมบตั ิน้ีแลโลกถงึ ไดร้ อ้ น สมบัติ
ภายนอกไม่เปน็ ประโยชน์อะไรพอทจ่ี ะให้โลกได้รบั ความรม่ เยน็ ถ้าไมม่ ีธรรมสมบัติ
อยู่ภายในใจเป็นคู่เคียงกัน จะรักษาตัวรักษาโลกให้มีความสงบร่มเย็นไปไม่ได้
มนุษยเ์ รา ดว้ ยเหตุน้ศี าสนาจึงเปน็ ความจำ� เปน็ อยา่ งยิง่ ตอ่ มนุษยท์ กุ เพศทกุ วัย

อย่างท่ีพวกท�ำลายโลกท�ำลายความเป็นมนุษย์ลงให้เป็นสัตว์เสมอกันหมด
เขาโจมตนี น้ั ชาวพทุ ธบางรายกแ็ กเ้ ขาไมไ่ ด้ ทเี่ ขาหาวา่ ศาสนาเปน็ ยาเสพตดิ เหมอื นกบั
ศาสนามคี วามบกพร่อง ทัง้ ที่ไมม่ อี ะไรผ้ใู ดจะสมบรู ณ์เทียมเท่าศาสนาเลย ถ้าคนไม่
เคยอา่ นไมเ่ คยปฏบิ ตั ศิ าสนาไมเ่ คยรศู้ าสนา กไ็ มท่ ราบความจรงิ ของศาสนาและหาทาง
แกเ้ ขาไมไ่ ดว้ า่ พระกนิ แรงงานสว่ นเกนิ ของคนอยา่ งนน้ั อยา่ งน้ี พระอยเู่ ฉยๆ ไมไ่ ดท้ ำ�
ประโยชน์อะไรแก่โลก เขาว่าอยา่ งนนั้ หมอ้ แกงไปไถนาใหค้ นเหรอ แตเ่ วลาได้ข้าว
ไดอ้ าหารมากม็ าหงุ ตม้ ทห่ี มอ้ แกง มนั งานคนละหนา้ ทๆี่ เชน่ ไฟฟา้ เครอ่ื งชารจ์ แบตเตอรี่
มนั ไปทำ� งานใหใ้ คร กระแสไฟทส่ี อ่ งสวา่ งทว่ั ดนิ แดนนน้ั มนั ออกจากไหน ถา้ ไมอ่ อกจาก
ท่ีชาร์จหรือโรงไฟฟ้าน่ะ การส่ังสอนอบรมคนให้มีหลักเกณฑ์ให้รู้ความผิดถูกชั่วดี

242

และเพอื่ เปน็ กำ� ลงั ใจในการประกอบกจิ การตา่ งๆ เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ มาแตไ่ หนแตไ่ ร โดยท่ี
ผสู้ งั่ สอนไมจ่ ำ� ตอ้ งไปประกอบกจิ การตา่ งๆ ดงั ผมู้ าศกึ ษาอบรม การอบรมสง่ั สอนเพอื่
ผลของงานอนั ถกู ตอ้ งดีงามไมผ่ ดิ พลาด ซึ่งเหมอื นกับชารจ์ แบตเตอรี่ ถา้ ไม่ใชเ่ รอ่ื ง
ศาสนาจะเป็นเรือ่ งอะไร

คนไขไ้ มต่ ดิ ยาไมต่ ดิ หมอ ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ยาไมเ่ กยี่ วขอ้ งกบั หมอ จะหายจากโรค
กลับเปน็ คนดีไดย้ ังไง ยิง่ กว่าน้ันมันกเ็ ป็นคนตายเทา่ นน้ั เอง พิจารณาดซู ิ คนไขต้ อ้ ง
พวั พนั กบั ยา พวั พนั กบั หมอ เพราะเปน็ สง่ิ จำ� เปน็ ทตี่ อ้ งเกย่ี วขอ้ งกนั ถา้ คนไขถ้ อื วา่ การ
รับประทานยาจากหมอ การตดิ ต่อเกยี่ วขอ้ งกับหมอเปน็ ยาเสพตดิ แลว้ คนไขค้ นนั้น
มนั กต็ อ้ งตาย คนมกี เิ ลสกเ็ ปน็ คนไขแ้ ตล่ ะคนแตล่ ะประเภทๆ เพราะมคี วามผดิ เตม็ ตวั
มีโทษเต็มใจ ไม่มียาธรรมโอสถคือศาสนาช่วยบ�ำบัดรักษา ไม่มีครูอาจารย์แนะน�ำ
สงั่ สอนแลว้ มนั จะหาความดงี ามมาจากไหนคนเรา โรคคอื ความโลภมนั กร็ นุ แรง โรคคอื
ความโกรธกร็ นุ แรง โรคคอื ความหลงไมม่ ขี อบเขตเหตผุ ลกร็ นุ แรง จนทำ� โลกใหแ้ ตกได้
ถ้าไมม่ ยี าคือธรรมบำ� บัดรักษาเลย

เมื่อน�ำศาสนาเข้ามาแก้ไขดัดแปลง หรือชะล้างสิ่งท่ีเป็นข้าศึกต่อความสงบสุข
ของโลกใหเ้ บาบางลงพอมนษุ ยอ์ ยดู่ ว้ ยกนั ไดด้ ว้ ยความสงบสขุ มนั เปน็ ความเสยี หาย
ท่ีตรงไหน คนดีขน้ึ ทุกวัน อาการทกุ ส่งิ ทุกอย่างดขี นึ้ โลกได้รบั ความรม่ เยน็ เพราะ
ศาสนธรรมกล่อมเกลาขัดถู แล้วศาสนาเป็นยาเสพติดท�ำให้คนเสียคนที่ตรงไหน
เหมอื นอยา่ งคนไขห้ ายจากโรคดว้ ยยา หายจากโรคดว้ ยหมอ มนั เปน็ ยาเสพตดิ ทำ� ให้
คนเสียคนท่ีตรงไหน หาทตี่ �ำหนิว่าไมถ่ กู ไม่ดีทตี่ รงไหน นอกจากค�ำกล่าวหาเหลา่ นน้ั
เปน็ การอตุ รหิ าเรอ่ื งกอ่ กวน และทำ� ลายความสงบสขุ ของโลกใหฉ้ บิ หายโดยถา่ ยเดยี ว
ไม่มีสารคุณแม้แต่นิดเลย จะเป็นค�ำพูดวิเศษวิโสมาจากเทวดาตนใดจึงจะพอลงใจ
เชือ่ ถอื ได้

ยาเสพตดิ เปน็ สงิ่ ทที่ ำ� ใหค้ นเสยี คนตา่ งหาก ศาสนาไมไ่ ดท้ ำ� ใหค้ นเสยี คน นอกจาก
ท�ำคนให้ดีและดีเย่ียมโดยถ่ายเดียวเท่าน้ัน ผู้ไม่ถืออะไรเลยนั่นแหละคือคนตาย
หมดสารคณุ ผูไ้ มไ่ ดต้ ดิ อะไรไม่ได้เก่ียวขอ้ งกบั อะไรเลยคือคนตายไรค้ ณุ คา่ เพราะ

243


Click to View FlipBook Version