The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-20 20:16:46

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ในอวสานแห่งพระธรรมเทศนาน้ี ขอบุญญานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระผู้มี
พระภาคเจา้ พร้อมทงั้ พระธรรมและพระสงฆ์ จงดลบันดาลให้ทา่ นท้งั หลายมคี วาม
สะดวกกายสบายใจ ท้ังปฏิปทาเคร่ืองด�ำเนินจงเป็นไปตามพระโอวาทค�ำสอนของ
พระพุทธเจ้า จนถึงจุดหมายปลายทางคือแดนแห่งวิมุตติหลุดพ้นไปได้ดังใจหมาย
โดยเร็วพลันทุกๆ ท่านเทอญ

94

หลักของพระศาสนา

เทศน์อบรมพระ ณ วดั ป่าบา้ นตาด
เมื่อวนั ท่ี ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๗

ทา่ นผกู้ ำ� ลงั เริ่มฝึกหัด โปรดได้จดจ�ำวิธที ท่ี ่านอธิบายให้ฟังไวแ้ ละนำ� ไปปฏิบตั ิ
สว่ นจะปรากฏผลหรอื ไมน่ น้ั เราอยา่ คาดคะเนและอยา่ เปน็ อารมณ์ ขอใหห้ ลกั ปจั จบุ นั
คอื ระหวา่ งจติ กบั อารมณท์ พ่ี จิ ารณาอยู่ มลี มหายใจเปน็ ตน้ ใหม้ คี วามสมั ผสั รบั รกู้ นั อยู่
นแี่ ลจะเปน็ เครอื่ งหนนุ ใหเ้ กดิ ผลขนึ้ มา เรมิ่ แตค่ วามสงบเขา้ ไปเปน็ ลำ� ดบั และเมอื่ ได้
ปรากฏส่งิ ใดขนึ้ มาภายในใจ แม้ทีส่ ดุ ความสงบท่ปี รากฏขนึ้ ในขณะท่นี ่ังฟังเทศน์ก็ดี
นง่ั ภาวนากด็ ี เมอื่ ถอนออกจากความสงบหรอื ลกุ จากทน่ี งั่ นน้ั แลว้ ในวาระตอ่ ไปทเี่ ราจะ
บำ� เพญ็ อกี เชน่ เดยี วกบั คราวทแ่ี ลว้ โปรดอยา่ ไดไ้ ปทำ� ความสำ� คญั ในผลทไ่ี ดเ้ คยปรากฏ
แลว้ อย่างใด ซึ่งผ่านมาแล้วเมอ่ื วานนี้หรือผา่ นมาคราวทแี่ ลว้

เบอื้ งตน้ ทจี่ ะปรากฏความสงบขนึ้ มาใหเ้ ราไดร้ บั เปน็ อารมณน์ นั้ เรายงั ไมม่ ตี น้ ทนุ
มาจากไหน หรือไม่มีว่ีแววที่ไหนเลยว่าเราจะได้รับผลอย่างน้ัน ท�ำไมครั้งแรกที่เรา
ปรากฏผลเชน่ นนั้ จงึ มขี น้ึ ภายในจติ ใจของเราได้ มขี นึ้ ปรากฏขน้ึ ไดเ้ พราะเหตใุ ด กต็ อ้ ง
ปรากฏข้ึนเพราะเหตุท่ีเราบ�ำรุงโดยถูกต้อง คราวต่อมาเราก็ก�ำหนดต้นเหตุนั้นไว้
อย่าให้จิตกลายเป็นเรื่องสัญญาอดีต คือไปคาดหมายในการกระท�ำท่ีผ่านมาแล้ว
จิตจะเคลื่อนจากหลกั ปจั จบุ ันซ่งึ เปน็ ฐานทเ่ี กิดขน้ึ แห่งผล น่ีแหละหลกั ส�ำคัญ

95

โดยมากที่วนั นจ้ี ิตได้รบั ความสงบ วนั ต่อไปไมส่ งบน้ัน เนื่องจากสัญญาอดตี ที่
มาหมายในวนั นซี้ งึ่ ลว่ งไปแลว้ สง่ิ ทเ่ี ราจะยดึ ไวเ้ ปน็ หลกั ใจเพอื่ การปฏบิ ตั ติ อ่ ไปกค็ อื จติ
ทไ่ี ดร้ ไู้ ดเ้ หน็ หรอื มคี วามสงบขนึ้ ในคราวใดกต็ าม สงบขนึ้ เพราะเหตใุ ด อะไรเปน็ เหตุ
ใหจ้ ิตไดร้ บั ความสงบหรอื มคี วามรู้เหน็ ต่างๆ เชน่ น้ัน ให้เรายดึ ต้นเหตุอนั น้นั มาเป็น
ตน้ เหตใุ นปจั จบุ นั ของเรา ผลจะปรากฏขนึ้ เชน่ นนั้ หนง่ึ หรอื แปลกประหลาดยงิ่ กวา่ นนั้
หนง่ึ หรือละเอยี ดย่งิ กว่าน้นั ไป หน่ึง

โดยมากผู้ท่บี �ำเพ็ญทางด้านจติ ใจท่ีไดร้ บั ความสงบเยือกเย็นมาแล้ว ขาดความ
สำ� รวมระวงั ภายในตวั ความเพยี รกด็ อ้ ย ทนี จ้ี ติ กม็ ที างเสอ่ื มลงไปได้ เมอ่ื จติ เสอื่ มลง
ไปแลว้ จะพยายามปรบั ปรงุ จติ ใจของตนใหม้ รี ะดบั เชน่ ทเ่ี คยเปน็ มาไมส่ ามารถทำ� ได้
นเี่ พราะเหตวุ า่ จติ ไปยดึ เอาเรอ่ื งอดตี เสยี ทงั้ ๆ ทต่ี นกำ� ลงั นง่ั ภาวนา ความมงุ่ จะใหเ้ ปน็
เช่นนั้นๆ ไม่มผี ลอันใดเกดิ ขนึ้ นอกจากจะเปน็ สญั ญาเคร่อื งรบกวนใจใหไ้ มส่ ามารถ
ทำ� ความสงบใหแ้ กต่ วั เองได้เท่านั้น

เพราะฉะนนั้ อารมณเ์ ชน่ ทว่ี า่ มานตี้ อ้ งปลอ่ ยวางในขณะทเี่ ราบำ� เพญ็ ถอื หลกั ปจั จบุ นั
เราจะกำ� หนดจิตกับอารมณบ์ ทใด กบั ธรรมบทใด หรอื อารมณ์ใดก็ตาม ให้ทำ� ความ
รสู้ ึกไว้กบั อารมณ์หรือธรรมบทนน้ั เท่านัน้ โดยไมต่ ้องไปคาดว่าผลจะเกิดข้นึ อยา่ งไร
ความสขุ ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ นจ้ี ะมลี กั ษณะเชน่ ไร หรอื เหตกุ ารณท์ จ่ี ะเกดิ ขนึ้ จะเปน็ เหตกุ ารณ์
เช่นไร ดังนีเ้ ปน็ ต้น เราไม่ต้องไปสนใจ โปรดทำ� หนา้ ทใ่ี นวงปจั จุบันที่กลา่ วนี้

ไมว่ า่ จติ ของนกั บวช ไมว่ า่ จติ ของฆราวาส ไมว่ า่ จติ ของผหู้ ญงิ ผชู้ าย ตอ้ งทำ� ความ
รู้สึกตัวเองอยู่เสมอ และเป็นจติ ทีม่ งุ่ ตอ่ ความร้สู กึ ต่างๆ อยดู่ ว้ ยกนั ไมเ่ คยนอนใจ
อยเู่ ฉยๆ โดยปราศจากความรู้ แมจ้ ะหลบั กย็ งั รวู้ า่ หลบั หลบั สนทิ ดกี ร็ ู้ ฝนั เรอ่ื งอะไร
กร็ ู้ นก่ี พ็ อใหเ้ ราทราบไดว้ า่ จติ นไ้ี มเ่ คยละความรจู้ ากตนเองไปแมข้ ณะเดยี ว เมอ่ื จติ ได้
รบั ธรรมเปน็ เครอ่ื งอบรม เปน็ เครอ่ื งเกาะเครอ่ื งเหนยี่ วแลว้ จติ จะตอ้ งมหี ลกั ฐานมน่ั คง
ข้นึ โดยลำ� ดบั

เพราะฉะนนั้ นบั ตงั้ แตค่ รง้ั พทุ ธกาลมาจนถงึ ปจั จบุ นั เวลาอปุ ชั ฌายะทา่ นจะบวช
พระบวชเณร ท่านจึงให้กรรมฐาน ๕ เรียกว่า ตจปญั จกกรรมฐาน คอื เกสา โลมา

96

นขา ทนั ตา ตโจ ทง้ั ๕ นี้ เพอ่ื เปน็ หลกั ใจของนกั บวชจะไดบ้ ำ� เพญ็ พจิ ารณา จติ จะได้
อาศยั อยกู่ บั อาการทงั้ ๕ น้ี อาการใดอาการหนง่ึ ทถ่ี กู จรติ ของตนพจิ ารณาดู เชน่ หนงั
เป็นต้น พจิ ารณาออกขา้ งนอก พจิ ารณาเขา้ ขา้ งใน เม่อื ความร้ไู ด้อยกู่ ับอาการนแ้ี ลว้
ความรอู้ าจจะซมึ ซาบไปสอู่ าการอน่ื ๆ ทว่ั สรรพางคร์ า่ งกายวา่ มลี กั ษณะเชน่ ไรบา้ ง

หลกั ความจรงิ ทมี่ อี ยใู่ นกายนท้ี ง้ั หมด แมท้ า่ นจะระบไุ วเ้ พยี ง ๕ ประการนกี้ ต็ าม
ส่งิ ท่ีไม่ระบุไวน้ อกนน้ั จะเป็นสภาพเช่นเดยี วกันกบั สง่ิ ท้ัง ๕ ที่กล่าวนท้ี ง้ั นนั้ เมื่อจิต
ได้เกาะอยู่กับอาการใด มีสติอยู่กับอาการใด จิตจะค่อยรู้เร่ืองรู้ราวกับอาการน้ัน
และทำ� ความเขา้ ใจตนเองกบั อาการนน้ั ใหถ้ กู ตอ้ ง ตอ่ จากนน้ั จะมคี วามซมึ ซาบรไู้ ปใน
สว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกาย บางครงั้ กป็ รากฏขน้ึ เหมอื นกบั เราเหน็ ดว้ ยตาเนอื้ เหน็ ชดั จรงิ ๆ
จะเหน็ สว่ นใดกต็ ามในสว่ นแหง่ รา่ งกายนี้ เมอ่ื จติ ไดเ้ หน็ ชดั ความสนใจซง่ึ เกดิ ขนึ้ ใน
ขณะนั้นก็มีมาก จิตก็ต้ังเป็นปัจจุบันได้อย่างเต็มท่ีในอาการท่ีจิตเห็นชัดนั้น นี่ท่าน
เรียกวา่ “เห็นกาย” อยา่ งหน่งึ

เม่ือจิตได้จดจ่ออยู่กับอาการที่เห็นนั้นแล้ว จะเป็นเหตุให้ความรู้ของจิตน้ัน
กระจายไปทุกแห่งทุกหนเบื้องบนเบ้ืองล่างในส่วนแห่งร่างกาย แล้วเกิดความสลด
สงั เวชภายในรา่ งกายของเราวา่ มสี ง่ิ บางๆ สงิ่ หนงึ่ เทา่ นน้ั ปกปดิ หมุ้ หอ่ ไว้ ไมไ่ ดห้ นาเทา่
ใบลานเลย นอกจากน้ันยงั เต็มไปดว้ ยสง่ิ ทเี่ ราไม่ประสงค์ แต่เพราะเหตุแหง่ สติกบั
ปญั ญาของเรามองข้ามสิ่งเหล่าน้ีไปเสยี จงึ เหน็ สภาพนกี้ ลายเป็นตนเป็นตัว เป็นสตั ว์
เป็นบุคคล เปน็ เขาเปน็ เรา เป็นหญงิ เปน็ ชายขึ้นมา แลว้ กลับเปน็ จดุ ที่ยึดหมายของ
อุปาทานอย่างเต็มท่ี

เมือ่ จิตเราไดป้ กั ปันเขตแดนลงในท่ใี ด ยกอปุ มาภายนอก เช่น เราได้ปกั ปัน
เขตแดนเอาทีแ่ หง่ ใดแหง่ หนงึ่ ว่าเป็นของเราขึน้ มา แม้ที่น้ันจะยงั ไม่มเี ครื่องเพาะปลูก
ตา่ งๆ กต็ าม จะมแี ตเ่ พยี งทดี่ นิ วา่ งๆ อยเู่ ทา่ นนั้ เกดิ มผี ใู้ ดผหู้ นงึ่ เขา้ มาลว่ งลำ้� เขตแดน
ของเราเขา้ อยา่ งนอ้ ยกต็ อ้ งตอ่ ว่ากัน มากกว่าน้นั กเ็ ปน็ ถอ้ ยเป็นความหรือฆา่ กนั กไ็ ด้
เพราะเหตุแหง่ ทีว่ า่ งๆ น้ัน ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมีใครมาเกีย่ วข้องเลย

97

ทนี เี้ มอ่ื เรายอ้ นเขา้ มาสอู่ ปุ าทานในขนั ธ์ กม็ ลี กั ษณะเชน่ นนั้ เหมอื นกนั ตอ่ เมอ่ื เรา
ได้พิจารณาเห็นชัดตั้งแต่ข้างนอกเข้าไปข้างในด้วยอำ� นาจของปัญญา เร่ืองอุปาทาน
ท่จี ะแทรกสิงอยูใ่ นอาการใดส่วนใดในร่างกายนี้ จะคอ่ ยถอนตัวออกมาเปน็ ล�ำดับๆ
ยงิ่ ไดพ้ จิ ารณามากเทา่ ไร กย็ งิ่ เปน็ ปากเปน็ ทางใหถ้ อนอปุ าทานไดม้ ากเทา่ นน้ั การปกั ปนั
เขตแดนกเ็ รียกว่าถอดทง้ิ ไปวนั ละช้ินสองชิ้น

เพราะฉะนัน้ คำ� ว่ากรรมฐาน ๕ ทพี่ ระอุปัชฌายะมอบใหน้ น้ั จึงเปน็ หลกั ใหญ่
สำ� คญั ท่สี ุดในสว่ นแห่งกายนี้ ถา้ จะพูดวา่ อริยสจั กม็ ีอยภู่ ายในกายนี้ท้ังน้นั คือ ทุกข์
ก็ทุกข์ท่ีกาย สมุทัยก็หมายถึงความถือกายอันน้ี มรรคจึงหาทางเดินไม่ได้ เพราะ
เกล่อื นไปหมดตง้ั แตเ่ ร่ืองของสมทุ ยั ปกั ปนั เขตแดนไวท้ ว่ั ท้ังรา่ งกาย มรรคคือปัญญา
ทจี่ ะถอดถอนอุปาทานนีจ้ งึ ไมม่ ีชอ่ งมีทาง ดังนัน้ ท่ีท่านใหอ้ ุบายวธิ ี ๕ ข้อ คอื เกสา
โลมา นขา ทนั ตา ตโจ แกน่ กั บวช จงึ เปรยี บเหมอื นกบั วา่ การใหอ้ าวธุ เขา้ ถากถางเพอื่
ถอดถอนอุปาทานของตนตามสว่ นต่างๆ แห่งร่างกายน้ี

นบั ตง้ั แตก่ ารพจิ ารณาขน้ั ตน้ จนมคี วามชำ� นชิ ำ� นาญสามารถรเู้ ทา่ ทนั ในสว่ นแหง่
รา่ งกายทง้ั ภายนอกภายใน เบอ้ื งบนเบอ้ื งลา่ ง และรอบทงั้ ตวั เราจะแยกเปน็ สว่ นแหง่
กองทกุ ข์ เรอื่ งของกายนท้ี กุ สว่ นจะไมม่ สี ว่ นไหนเวน้ ไดเ้ ลยวา่ ไมใ่ ชก่ องทกุ ข์ ชนิ้ เลก็ นอ้ ย
เป็นเรอ่ื งกองทกุ ขเ์ สยี ทั้งน้ัน ถ้าลงเอาปลายเขม็ จดลงไปสกั นิดหน่งึ เรากจ็ ะทราบว่า
เรอ่ื งกองทกุ ขม์ นั มอี ยทู่ ว่ั สรรพางคร์ า่ งกาย แมป้ ลายเขม็ หนงึ่ เทา่ นน้ั กไ็ มม่ ชี อ่ งวา่ งพอจะ
จรดลงได้ จะเต็มไปแต่เรอื่ งกองทกุ ขภ์ ายในกายของบุคคลคนหน่งึ เมือ่ จติ ไดอ้ าศัย
อยกู่ บั สว่ นแหง่ กายสว่ นใดสว่ นหนง่ึ แลว้ โดยการบงั คบั ไวด้ ว้ ยสตใิ หท้ อ่ งเทยี่ วอยตู่ าม
สรรพางค์ร่างกายน้ี ใจจะมีโอกาสรู้เรื่องของตัวเอง เรื่องของทุกข์ก็จะรู้กันในท่ีนี่
เพราะทกุ ขม์ ีอย่ทู ่นี ่ี ไมไ่ ดน้ อกเหนือไปจากสตั วจ์ ากบุคคลนเ้ี ลย

ดงั นน้ั คำ� วา่ อรยิ สจั เปน็ ธรรมลกึ ซง้ึ นน้ั จงึ ไมเ่ ลยความรสู้ กึ ของเราไปได้ อยกู่ บั
ความรสู้ กึ ของเราดว้ ยกนั ถา้ วา่ สงู กไ็ มเ่ ลยกายกบั ใจของสตั วแ์ ละบคุ คล สมทุ ยั วา่ ลกึ
กไ็ มล่ กึ ไปไหน จะเกดิ ขนึ้ จากความรสู้ กึ นท้ี งั้ นนั้ และการพจิ ารณาเรอื่ งของกายใหเ้ หน็ วา่
เป็นทุกข์ก็ดี ให้เห็นว่าเป็นสภาพท่ีแปรอยู่ตลอดเวลาท้ังส่วนแห่งกายและทางด้าน

98

จิตใจก็ดี เป็นสภาพท่ีปฏิเสธในความเป็นสัตว์เป็นบุคคลทั่วสรรพางค์ร่างกายและ
จิตใจก็ดี เป็นอุบายวิธีท่ีจะให้เราได้ถอนอุปาทานท่ีเรียกว่าเป็นตัวสมุทัยน้ันขึ้นมา
ใหธ้ รรมชาตเิ หลา่ นไี้ ดอ้ ยเู่ ปน็ ปกติ ไมถ่ กู กดขบ่ี งั คบั หรอื ยดึ มนั่ ถอื มน่ั จากใจ และใหใ้ จ
ไดอ้ ยเู่ ปน็ สขุ ไมต่ อ้ งไปกงั วลกบั สง่ิ ใดวา่ เปน็ เราเปน็ ของเรา ตา่ งอนั ตา่ งอยู่ นที่ า่ นเรยี กวา่
“ยถาภตู ํ าณทสสฺ น”ํ รเู้ หน็ ตามเปน็ จรงิ ในสว่ นแหง่ รา่ งกายทกุ สว่ นวา่ เปน็ ไตรลกั ษณ์
โดยทางปญั ญา จนสามารถถอดถอนอปุ าทานออกไดจ้ ากส่วนแหง่ กายนท้ี ุกสว่ นไมม่ ี
อนั ใดเหลอื

อปุ าทานของใจทมี่ าเกย่ี วขอ้ งกบั สว่ นแหง่ รา่ งกายนไ้ี ดถ้ อนตวั ไปแลว้ กต็ อ้ งเขา้ ไป
สจู่ ติ แมพ้ วกเวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั กายนกี้ ข็ นึ้ อยกู่ บั เรอื่ งหวั ใจ
ดวงเดยี ว เมอ่ื ปญั ญาของเรามกี ำ� ลงั เพราะเหตแุ หง่ การฝกึ ฝนอบรมอยเู่ สมอ ไมเ่ พยี งแต่
จะรเู้ รอ่ื งของกายซง่ึ เปน็ สว่ นหยาบๆ แมเ้ รอ่ื งของจติ ทม่ี องไมเ่ หน็ ดว้ ยตาเนอื้ แตก่ ร็ อู้ ยู่
ด้วยใจของตัวเองน้ัน ก็จะพ้นจากปัญญาน้ีไปไม่ได้ อุบายวิธีท่ีพิจารณาทั้งหมดที่
เรยี กวา่ “มรรค” เปน็ อบุ ายวธิ ที จี่ ะถอดถอนเรอ่ื งความถอื มน่ั สำ� คญั ผดิ ของตนทใี่ หช้ อื่ วา่
สมทุ ยั ทงั้ นน้ั เมอ่ื เปน็ เชน่ นี้ ทกุ ข์ สมทุ ยั นโิ รธ มรรค จะละเอยี ดหรอื สงู ไปทไี่ หนไมไ่ ด้
นอกเหนอื ไปจากคนคนน้ีเลย คอื เรา

ทเ่ี รามองไมเ่ หน็ เรอ่ื งความจรงิ ทมี่ อี ยกู่ บั ตวั เรานนั้ เนอ่ื งจากเรามองขา้ มเราไปเสยี
เท่าน้ัน เรามองขา้ มอรยิ สจั จงึ ไม่เห็นอริยสัจทปี่ ระกาศตวั อยู่กบั เรา พระพทุ ธเจา้ กด็ ี
สาวกกด็ ี ทว่ี า่ ตรสั รมู้ รรคผลนพิ พาน ทา่ นตรสั รอู้ ะไร นอกจากจะรแู้ จง้ เรอื่ งอรยิ สจั ทงั้
ฝา่ ยทกุ ขแ์ ละสมทุ ยั ดว้ ยมรรค แลว้ กก็ ลายเปน็ นโิ รธ คอื ความดบั สนทิ แหง่ ทกุ ขข์ นึ้ มา
ทง้ั ส่วนจติ ใจและกายกห็ มดกังวล

ธรรมทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงพจิ ารณาในครง้ั นน้ั กบั ทเี่ ราพจิ ารณาอยนู่ ี้ เปน็ เรอื่ งของทกุ ข์
สมทุ ยั อนั เดยี วกนั การพจิ ารณากพ็ จิ ารณาดว้ ยมรรค คอื เรอ่ื งของสตปิ ญั ญาอนั เดยี วกนั
นโิ รธะ คอื ความดบั ทกุ ขเ์ ปน็ ลำ� ดบั ๆ ไปนนั้ จะเปน็ อนื่ มาจากทไ่ี หน กต็ อ้ งเปน็ เรอื่ งของ
อรยิ สจั อนั เดยี วกนั อกี เพราะฉะนนั้ คำ� ทที่ า่ นตรสั ไวว้ า่ “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” จงึ ไมเ่ ลยจาก
ศูนยก์ ลางแห่งขนั ธ์ของเรานี้ มคี วามเป็นกลางอยู่เสมอ

99

จติ เราพยายามทำ� ความสงบ เราพยายามเราเอง ความไมส่ งบกค็ อื เปน็ เรอื่ งของ
เราเอง ผพู้ ยายามจะทำ� ความสงบและดดั แปลงตวั เองกค็ อื เรา เหตใุ ดจงึ จะเปน็ ไปเพอ่ื
ความสงบไมไ่ ด้ จะหนจี ากความพยายามของเราไปไมไ่ ดแ้ นน่ อน ตอ้ งหยง่ั เขา้ สคู่ วาม
สงบได้

ความสงบของใจมหี ลายชนั้ สงบบางขณะบางเวลาแลว้ ถอนขนึ้ มาเสยี นเ่ี รยี กวา่
ความสงบทเี่ รายงั ไมช่ ำ� นาญ ความสงบอกี อยา่ งหนงึ่ พอจติ รวมเขา้ ไปแลว้ ถอยออกมา
เล็กน้อยแล้วออกรู้ส่ิงต่างๆ จะเป็นเรื่องภายนอกหรือเป็นเร่ืองภายในของตัวเอง
แสดงออก แต่ตนไมร่ ู้ก็เป็นไดอ้ ย่างน้ันกม็ ี นจ่ี ะมีเปน็ จ�ำนวนนอ้ ย ในสมยั ทกุ วนั นี้
ไมค่ อ่ ยมมี าก แตจ่ ะปฏเิ สธวา่ ไมม่ ไี มไ่ ด้ นท่ี า่ นเรยี กวา่ สมาธปิ ระเภทหนงึ่ อปุ จารสมาธิ
อปุ ะ แปลวา่ เขา้ ไป เขา้ ไปแลว้ จาระ กอ็ อกเทย่ี วออกรสู้ ง่ิ ตา่ งๆ นใ่ี หน้ ามตามธรรมะปา่
ว่าอย่างนนั้

อปั ปนา คอื ความแนบสนทิ ของสมาธิ แมจ้ ะถอนออกจากสมาธแิ ล้วมาเปน็ จติ
ธรรมดา กท็ รงไวซ้ งึ่ ความสงบ ไมฟ่ งุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ ไปกบั เรอื่ งอารมณใ์ ดๆ ตง้ั อยใู่ นความ
สงบของตน มคี วามเยอื กเยน็ สบายอยเู่ ชน่ นน้ั แมเ้ ราจะคดิ ปรงุ แตง่ เรอ่ื งการงานอะไร
กไ็ ด้ แตธ่ รรมชาตคิ วามสงบทเี่ ปน็ ภาคพน้ื ของสมาธปิ ระเภทนน้ั จะตอ้ งเปน็ อยเู่ ชน่ นน้ั
โดยปกติ เมอื่ รวมเขา้ ไปกว็ างกริ ยิ า ปลอ่ ยอาการความคดิ ความปรงุ ตา่ งๆ เสยี อยเู่ ปน็
เอกจติ คอื มีความรู้อันเดียวเท่านนั้ ไม่เก่ยี วกับอารมณใ์ ดๆ และรวมไดเ้ ปน็ เวลานาน
นีท่ า่ นเรียกว่า อปั ปนาสมาธิ ท่านใหช้ ่อื อย่างนัน้

เรื่องของปัญญาก็มีเป็นขั้นๆ เช่นเดียวกับสมาธิ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ
อปั ปนาสมาธิ ปญั ญากเ็ ปน็ ปญั ญาขน้ั หยาบ ขน้ั กลาง ขน้ั ละเอยี ด ทเี่ ราจะควรใชต้ ามขนั้
ของสมาธิของเราได้ ปัญญาท่เี ราฝึกหดั ใช้เบ้อื งต้นก็ตอ้ งเปน็ ปัญญาขั้นหยาบ ตอ่ เมอ่ื
ฝกึ หัดอยูเ่ สมอแลว้ ก็จะกลายเป็นปัญญาทมี่ กี ำ� ลงั ข้นึ มาเลื่อนเป็นลำ� ดบั ๆ ความชำ� นิ
ช�ำนาญคล่องแคล่วก็นับวันคล่องแคล่วและช�ำนิช�ำนาญ และมีความรวดเร็วขึ้นไป
เชน่ เดยี วกบั เรอื่ งของสมาธทิ ผ่ี ฝู้ กึ ฝนอบรมจนพอตวั แลว้ ตอ้ งการจะใหจ้ ติ สงบเมอื่ ไร
กไ็ ด้ตามความต้องการ นค่ี ือความช�ำนาญของสมาธทิ ี่ไดฝ้ ึกฝนอบรมมาเตม็ ภูมแิ ลว้

100

เร่ืองของปัญญาก็เช่นเดียวกนั ตอ้ งอาศัยการฝกึ ฝนอบรมเชน่ เดียวกันกบั เราฝึกฝน
อบรมสมาธิ

ไมใ่ ชว่ า่ เมอ่ื จติ เปน็ สมาธแิ ลว้ จะกลายเปน็ ปญั ญาขน้ึ มา เปน็ สมาธขิ นั้ ไหนจะกลาย
เปน็ ปญั ญาขนั้ นน้ั ขน้ึ มาตามๆ กนั อยา่ งนกี้ ห็ าไม่ ตอ้ งอาศยั การฝกึ ถา้ หากวา่ ปญั ญาจะ
เปน็ ธรรมชาติทแ่ี ฝงข้ึนมาพรอ้ มๆ กนั กบั สมาธิแลว้ ผ้บู ำ� เพ็ญสมาธจิ ะไม่มีการติดใน
สมาธขิ องตนเลย เพราะปญั ญากม็ หี นา้ ทที่ จี่ ะเคลอื บแฝงขน้ึ มา และทำ� งานไดเ้ ชน่ เดยี ว
กนั กบั สมาธิ หลกั ทถ่ี กู ตอ้ งกค็ อื สมาธกิ ใ็ หถ้ อื วา่ เปน็ สมาธเิ สยี ในขณะทเ่ี รานงั่ ทำ� ความ
สงบก็ให้เป็นความสงบ ได้รับความสงบแล้วเราจะคิดอ่านไตร่ตรองเรื่องธาตุขันธ์
อายตนะ สภาวธรรมตา่ งๆ จะแยกขยายแบง่ สว่ นออกใหเ้ ปน็ สว่ นใดชน้ิ ใด จะเปน็ เรอื่ ง
การแตกการสลายการท�ำลายอย่ใู นวงแห่งไตรลักษณ์แลว้ ท่านเรียกวา่ “ปญั ญา”

พยายามฝึกหดั เช่นเดียวกันกบั ฝกึ หัดสมาธจิ นปัญญามีความชำ� นชิ �ำนาญ เช่น
เดียวกับสมาธิของเรามีความช�ำนาญด้วยวิธีฝึกฝนอบรม แล้วปัญญาก็จะรู้หน้าท่ี
การงานของตน ไมใ่ ชเ่ ราจะตอ้ งบงั คบั อยตู่ ลอดเวลา เมอ่ื ปญั ญามคี วามชำ� นาญ กก็ า้ ว
ข้ึนสู่ระดับสูงหรือละเอียดเป็นล�ำดับ จนสามารถเป็นมหาปัญญาเป็นมหาสติไปได้
พรอ้ มๆ กนั เมื่อได้ก้าวเข้าถงึ มหาสติมหาปญั ญาแล้ว ก็กลายเป็นปญั ญาอัตโนมัติ
เปน็ สตอิ ตั โนมตั ิ เราไมต่ อ้ งบงั คบั วา่ ใหร้ สู้ งิ่ นนั้ ใหร้ สู้ ง่ิ น้ี ใหก้ ำ� หนดสง่ิ นนั้ ใหก้ ำ� หนดสง่ิ นี้
ใหพ้ จิ ารณาสง่ิ นน้ั หรอื สงิ่ นี้ แตเ่ รอื่ งของสตกิ บั ปญั ญาจะกลมเกลยี วกนั ไป เชน่ เดยี วกบั
เกลยี วเชอื กทำ� งานในหนา้ ทข่ี องตนเสมอ สง่ิ ใดทม่ี าสมั ผสั จะเปน็ ทางตา ทางหู ทางจมกู
ทางล้นิ ทางกาย เรื่องของสตปิ ญั ญาจะว่ิงรเู้ ร่อื งสง่ิ ท่ีมาสัมผัสไดท้ นั ท่วงที

แตป่ ญั ญาขนั้ ท่ีกลา่ วนเ้ี ป็นปัญญาเก่ียวกบั เร่ืองนามธรรมล้วนๆ จะไม่เก่ยี วกับ
เรอ่ื งของกายเลย เพราะกายนเ้ี พยี งสตขิ นั้ กลางกส็ ามารถจะรู้ ปญั ญาขนั้ กลางกส็ ามารถ
จะถอดถอนอุปาทานได้เพราะความช�ำนาญในข้ันน้ี แต่เรื่องนามธรรมที่เป็นส่วน
ละเอยี ด เชน่ ความสขุ ความทกุ ขท์ เ่ี ป็นส่วนละเอียดปรากฏอยู่ภายในจิตโดยเฉพาะ
คอื สญั ญาสงั ขารทป่ี รงุ ขน้ึ กบั จติ โดยเฉพาะนเ้ี ปน็ สว่ นละเอยี ด จะเปน็ เรอื่ งของปญั ญา
ส่วนละเอยี ดตามรูต้ ามเห็นสขุ ทกุ ข์ที่ปรากฏขน้ึ กับใจ สัญญา สงั ขารทป่ี รุงข้ึนกับใจ

101

วญิ ญาณทรี่ บั รสู้ งิ่ ตา่ งๆ กระเพอ่ื มถงึ ใจ จติ จะยอกยอ้ นกลบั ไปกลบั มาใหร้ ทู้ เี่ กดิ ทดี่ บั
ของอาการทง้ั ๔ น้ี ว่าเกดิ ขน้ึ มาจากไหนและดับแลว้ ไปอยู่ท่ไี หน นเ่ี รียกว่าปัญญา
ขน้ั ละเอียด

ปญั ญาขน้ั นจ้ี ะมคี วามหมนุ ตวั เองอยเู่ สมอ นอกจากเวลาหลบั เทา่ นนั้ จะไมม่ กี าร
บังคบั บัญชาอะไร นอกจากว่าเราจะได้ยบั ย้งั เอาไวเ้ ทา่ น้นั ไม่เชน่ นนั้ จะไมม่ ีเวลาพกั
ตวั เลย มคี วามเพลนิ ในการคดิ การคน้ การแกไ้ ขตนเอง ทท่ี า่ นกลา่ วไวใ้ นธรรมะขน้ั สงู วา่
อทุ ธจั จะ ความฟงุ้ ของใจ นไ่ี ดแ้ กก่ ารเพลนิ ในการคดิ คน้ ของตนเองจนลมื ตวั เรยี กวา่
เพลินเกนิ ไป ต่อเมอ่ื จติ ได้ผ่านไปแล้วถงึ จะย้อนกลบั มาร้ไู ด้ว่ากริ ยิ าท่เี พลินเกนิ ไปนี้
เรยี กวา่ เปน็ ทางผดิ ทางหนงึ่ เหมอื นกนั ทำ� ใหไ้ มม่ เี วลาจะพกั ผอ่ นจติ ใจใหไ้ ดร้ บั ความสงบ
มแี ตท่ ำ� งานอย่ตู ลอดเวลา

เวทนา ความสขุ ความทกุ ข์ ความเฉยๆ ทป่ี รากฏอยกู่ บั ใจ สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ
ทป่ี รากฏออกมาจากใจ จะหมดความหมายกบั สงิ่ ภายนอก เพราะสงิ่ ภายนอกเหลา่ นน้ั
เปน็ ดา้ นวัตถุและเป็นสว่ นหยาบ จะเปน็ เพียงปรากฏขึ้นภายในจติ แลว้ ก็รับร้กู ันและ
ดบั ไป เกดิ ขน้ึ และดบั ไปเทา่ นนั้ พยายามสอบสวนทบทวนดเู รอื่ งความเกดิ ความดบั ของ
อาการท้งั ๔ นโ้ี ดยทางปัญญาที่ท�ำหน้าทขี่ องตนอย่ทู ุกเวลาจนสามารถรู้ชัดว่าอาการ
ทงั้ ๔ นี้ กบั เรอ่ื งรปู ขนั ธน์ ม้ี ลี กั ษณะเชน่ เดยี วกนั แมจ้ ะเปน็ ดา้ นวตั ถกุ บั ดา้ นนามธรรม
ซ่ึงไม่เหมอื นกันก็ตาม แต่ก็รวมลงในไตรลักษณ์เชน่ เดยี วกนั

ไม่มีใครจะสามารถไปยดึ เอาอาการทัง้ ๔ นีว้ า่ เปน็ สขุ เป็นอตั ตา หรือเปน็ ของ
เทย่ี งได้ มสี ภาพแปรเชน่ เดยี วกนั และยงั สามารถจะพจิ ารณาไดอ้ กี วา่ อาการทง้ั ๔ นี้
เกดิ ขนึ้ มาจากไหน ฐานทตี่ งั้ ของอาการทง้ั ๔ นม้ี อี ะไรเปน็ ทต่ี งั้ นอกจากจติ แลว้ อาการ
ทง้ั ๔ น้ีจะไมม่ ีท่ตี ง้ั น่ีท่พี ระพุทธเจ้าท่านพจิ ารณาปจั จยาการ คือความเกดิ ความดับ
ของส่ิงเหล่าน้ี จนสามารถรู้ท่ีเกิดท่ีดับและรู้เท่าทันในจุดนั้นได้อีกด้วย เรียกว่าได้
ปลอ่ ยวางฐานทเ่ี กดิ แหง่ ภพแหง่ ชาติ ฐานทเี่ กดิ แหง่ กเิ ลสตณั หาอาสวะไดแ้ กจ่ ติ ดวงนนั้
ปล่อยวางส่วนแหง่ รา่ งกาย เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไปเปน็ ล�ำดบั ๆ แลว้
กป็ ล่อยวางธรรมชาตซิ ่ึงเปน็ รากฐานของกิเลสตณั หาน้นั ไดด้ ว้ ยปัญญาอกี แล้วกเิ ลส

102

ตณั หาจะมที ตี่ งั้ บา้ นตง้ั เรอื นตงั้ ภพตง้ั ชาตทิ ไี่ หน ไมม่ ที ต่ี ง้ั นท่ี า่ นเรยี กวา่ ทำ� ลายอวชิ ชา
อวชิ ชาไดส้ น้ิ สดุ ลงในจดุ นี้ เรอ่ื งอปุ าทานทง้ั หมดกไ็ ดย้ ตุ กิ นั ลง ความบรสิ ทุ ธน์ิ น้ั จงึ จะ
ปรากฏภายในทา่ นผ้รู นู้ นั้ อยา่ งเดน่ ชดั ในขณะนั้นนน่ั เอง

เรอ่ื งภพนอ้ ยภพใหญท่ เี่ คยเปน็ มา กท็ ราบชดั ในขณะนน้ั วา่ เปน็ ไปจากธรรมชาติ
อนั เดยี วน้ี เปน็ ผพู้ าใหเ้ กดิ ใหต้ าย พาใหท้ กุ ขย์ ากลำ� บาก สงู ๆ ตำ�่ ๆ ลมุ่ ๆ ดอนๆ แหง่ ภพ
แหง่ ชาตแิ หง่ ความสขุ ความทกุ ข์ กไ็ ปจากจดุ เดยี วนท้ี ง้ั นน้ั นเ่ี รยี กวา่ บอ่ แหง่ ความกงั วล
มอี ยจู่ ดุ น้ี ถา้ วา่ ตน้ ไม้ กค็ อื รากแกว้ ของตน้ ไม้ ถา้ วา่ ภพวา่ ชาติ กร็ ากแกว้ ของภพของชาติ
ไดแ้ กจ่ ติ อวชิ ชาทพ่ี วั พนั หรอื ซมึ ซาบกนั อยจู่ นไมท่ ราบวา่ อะไรเปน็ จติ อะไรเปน็ อวชิ ชา
จนกว่าปัญญามีความสามารถแกล้วกล้าถึงข้ันมหาสติมหาปัญญาแล้ว จึงจะทราบ
รากฐานทเี่ กิดแห่งภพแหง่ ชาติได้โดยชดั เจน พรอ้ มท้ังท�ำลายดว้ ยมรรคญาณ ได้แก่
ปญั ญาขน้ั ละเอียด ภพชาติจึงจะส้ินสุดลงในใจดวงนน้ั

นน้ั แลทที่ า่ นวา่ วสุ ติ ํ พรฺ หมฺ จรยิ ,ํ กตํ กรณยี .ํ เสรจ็ กจิ ในพระพทุ ธศาสนา กจิ อน่ื
ทจ่ี ะทำ� ใหย้ งิ่ กวา่ นไี้ มม่ ี คอื เราจะทำ� การถอดถอนอะไรอกี ไมม่ สี ง่ิ ทจ่ี ะถอดถอน เพราะ
สมมตุ ไิ ดส้ ลายตวั ลงไปหมดแลว้ ไมม่ อี นั ใดเหลอื ทา่ นจงึ ใหช้ อ่ื อนั หนง่ึ ขน้ึ มาวา่ “วมิ ตุ ต”ิ
สมมุติน้ันเราต้ังช่ือด้วยมีความติดใจในส่ิงนั้นด้วย เป็นอุปาทานในสมมุตินั้นด้วย
แตว่ มิ ตุ ตติ งั้ ขนึ้ ดว้ ยอำ� นาจแหง่ ทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธติ์ งั้ จงึ ไมม่ ขี อ้ ขอ้ งใจอนั ใดกบั ชอ่ื ของวมิ ตุ ติ
ต้ังไวต้ ามอาการเท่าน้นั

ทนี อ้ี รยิ สจั ธรรมท้งั ๔ ไปอยู่ที่ไหน เม่ือจติ ไดถ้ งึ ข้ันน้ันแลว้ ทางเดนิ กส็ ดุ วสิ ยั
หรือว่าปล่อยไวต้ ามเปน็ จรงิ ทุกข์ก็ได้สลายตัวไปแล้ว เพราะรากฐานคอื สมุทยั ไดถ้ กู
ถอดถอนขนึ้ ดว้ ยมรรค คอื ศีล สมาธิ ปัญญา นิโรธะกแ็ สดงตวั ขน้ึ มาว่าดบั ทกุ ข์
ผใู้ ดทีร่ วู้ า่ ทุกข์ดับ ผู้น้นั ไมใ่ ชท่ กุ ข์ สมุทัย นโิ รธ มรรค เพราะฉะนั้น ธรรมชาตินนั้
จึงนอกเหนือไปจากทุกข์ สมุทยั นิโรธ มรรค อีกทีหนงึ่ นหี่ ลักของพระพทุ ธศาสนา

ผปู้ ฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจา้ ไมว่ า่ สมยั โนน้ และสมัยน้ี ไม่ว่าสมัยใด
ขอแตไ่ ดด้ ำ� เนนิ ตามหลกั ความจรงิ คอื เหตผุ ลโดยถกู ตอ้ ง ผลอนั เปน็ ทพี่ งึ พอใจจะตอ้ ง

103

แสดงขึ้นได้ด้วยกันทุกราย โดยไม่ค�ำนึงว่าเป็นหญิงเป็นชาย นักบวชหรือฆราวาส
อ�ำนาจวาสนานั้นเราสร้างมาด้วยกันทุกคน เราอย่าได้ประมาทอ�ำนาจวาสนาของตน
ทุกคนกต็ ้องมกี เิ ลสดว้ ยกนั เพราะกิเลสยังไมส่ นิ้ ตอ้ งเป็นผมู้ ีกิเลส จะวา่ ตนมีวาสนา
มากน้อยได้อยา่ งไร ต่อเม่ือมีความรู้ความฉลาดซง่ึ เกดิ ขึ้นจากการฝกึ ฝนอบรมน้แี ล
เราจะทราบว่าส่ิงใดมาเป็นข้อข้องใจ หรือส่ิงใดมาเป็นอุปสรรคต่อทางเดินของเรา
จะได้พยายามแก้ไขส่ิงท่ีเป็นอุปสรรคต่อทางเดินของตนนั้น เราจะได้ก้าวเข้าไปสู่
จุดหมายปลายทางเป็นล�ำดับๆ กิริยาท่ีเราก้าวไปน้ันก็แสดงว่าเราเพ่ิมอ�ำนาจวาสนา
ของเราน่ันเอง เมื่อเต็มท่ีแล้วก็ผ่านพ้นไปได้เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าและสาวก
ทง้ั หลาย

ฉะนั้น ในอวสานแห่งพระธรรมเทศนาน้ี จึงขออ�ำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย
จงอภบิ าลรกั ษาทา่ นทง้ั หลายใหบ้ ำ� เพญ็ ตนจนถงึ จดุ หมายปลายทางคอื วมิ ตุ ตหิ ลดุ พน้
โดยทวั่ กนั เทอญฯ

104

เรยี งล�ำดบั อรยิ ภมู ิ

พระธรรมเทศนา ณ วัดปา่ บา้ นตาด อุดรธานี
เมือ่ วันท่ี ๑๘ กมุ ภาพนั ธ์ พทุ ธศักราช ๒๕๐๗

วันนจ้ี ะแสดงจุดรวมของเรือ่ งทงั้ ปวง ทงั้ ดี ท้งั ชั่ว ทัง้ สขุ ท้งั ทุกข์ ใหท้ ่านผู้ฟัง
ทราบวา่ รวมลงท่ไี หนกันแน่ โปรดตง้ั เครือ่ งรบั ไว้โดยถกู ตอ้ ง จะทราบเรอ่ื งทั้งมวลวา่
“รวมลงในจิตแหง่ เดยี วกนั ”

ความมืดกอ็ ยทู่ ่ีน่ี ความสวา่ งกอ็ ยูท่ ่ีนี่ ความโง่ ความหลง ก็อยใู่ นตวั ของเราน้ี
ความรคู้ วามฉลาดกอ็ ยใู่ นใจของเรานี้ ใจดวงนจ้ี งึ เปน็ เหมอื นเกา้ อต้ี วั เดยี ว แตค่ นรอ
นัง่ บนเกา้ อมี้ สี องคน ถ้าคนหน่งึ เข้านัง่ อกี คนหน่ึงกต็ ้องยนื แต่ถา้ แบ่งกนั น่งั กไ็ ด้นัง่
คนละซีก เชน่ เดยี วกบั ความโง่ความฉลาดแทรกกันอยใู่ นใจดวงเดียว จะว่าโงจ่ ริงๆ
กร็ ู้อยู่ จะว่าหลงจรงิ ๆ กย็ ังรู้อยู่ แต่ถ้าจะวา่ รู้จรงิ ๆ ก็ยังมีความโง่ความฉลาดแทรก
อยู่ด้วย จึงเทียบกับเก้าอ้ีตัวเดียวแต่คนนั่งสองคน ใจดวงเดียวแต่มีความโง่กับ
ความหลงแทรกกันอยู่คนละซกี ถ้าใครมกี ำ� ลังมากกว่า คนนนั้ ก็ได้นั่งมาก ฉะน้ัน
อุบายวิธีอบรมใจและการประกอบคุณงามความดีทุกประเภท จึงเพ่ือก�ำจัดปัดเป่า
สง่ิ มวั หมองออกจากใจดวงนี้ ทา่ นพดู เรอ่ื งคนโง่ เรากไ็ ด้ยนิ และเข้าใจ ท่านพูดเรื่อง
คนฉลาด เรากไ็ ดย้ นิ และเขา้ ใจ ทา่ นพดู เรอื่ งปถุ ชุ นคนหนา เรากร็ แู้ ละเขา้ ใจ ทา่ นพดู
เร่อื งพระอริยเจ้านับแต่ชั้นต้นจนถงึ พระอรยิ เจ้าชนั้ สงู สุด เรากร็ แู้ ละเขา้ ใจเป็นล�ำดบั
เฉพาะเราเองยงั ไมส่ ามารถทำ� ตวั ใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั ได้ แตม่ คี วามสนใจใครอ่ ยากจะสดบั
เรอื่ งราวความดที ที่ า่ นอบรมมา และทางดำ� เนนิ ของทา่ น ทา่ นดำ� เนนิ อยา่ งไรจงึ เปน็ ไป
เพอ่ื ธรรมเช่นนนั้

105

เบอ้ื งตน้ พระพทุ ธเจา้ กด็ ี พระสาวกอรหนั ตผ์ ปู้ ฏบิ ตั แิ ละรเู้ หน็ ตามพระพทุ ธเจา้
กด็ ี ทา่ นเปน็ คนมกี เิ ลสประเภทเดยี วกนั กบั พวกเรา แตอ่ าศยั ความพากเพยี รพยายาม
ไมล่ ดละการบำ� เพญ็ เพอื่ ชำ� ระซกั ฟอกสงิ่ มดื มนของใจ ทา่ นพยายามบำ� เพญ็ โดยความ
สมำ�่ เสมอ ไม่หยดุ ชะงักหรือทอดทิง้ ความพยายามใจที่ได้รับการบ�ำรงุ จากปยุ๋ ที่ดี คือ
กศุ ลกรรมกค็ อ่ ยๆ เจรญิ ขน้ึ โดยลำ� ดบั จนสามารถบรรลธุ รรมถงึ ชน้ั อรยิ ภมู อิ นั สงู สดุ
คอื พระอรหตั ตผล คำ� วา่ พระอรยิ เจา้ นนั้ แปลวา่ ผปู้ ระเสรฐิ เพราะธรรมทท่ี า่ นไดบ้ รรลุ
เปน็ ธรรมอนั ประเสรฐิ มอี ยสู่ ช่ี นั้ คอื ดงั นี้ ชน้ั พระโสดา ชนั้ พระสกทิ าคา ชนั้ พระอนาคา
และชัน้ พระอรหตั ต์

ผู้ส�ำเรจ็ ช้นั พระโสดา ทา่ นกลา่ วไว้ว่า ละสงั โยชนไ์ ด้สาม คอื สกั กายทฏิ ฐิ หนงึ่
วจิ กิ จิ ฉา หนงึ่ สลี พั พตปรามาส หนงึ่ สกั กายทฏิ ฐิ ทแ่ี ยกออกตามอาการของขนั ธม์ ยี ส่ี บิ
โดยต้ังขันธ์ห้าแต่ละขันธ์ๆ เป็นหลักของอาการน้ันๆ ดังนี้ ความเห็นกายเป็นเรา
เห็นเราเปน็ กาย คือเหน็ รูปกายของเรานเ้ี ปน็ เรา เหน็ เราเปน็ รปู กายอันน้ี เห็นรปู กาย
ในอนั น้ีมใี นเรา เหน็ เรามใี นรปู กายอนั นี้ รวมเปน็ สี่ เห็นเวทนาเปน็ เรา เห็นเราเป็น
เวทนา เห็นเวทนามีในเรา เห็นเรามีในเวทนา นี่ก็รวมเป็นสี่เหมือนกันกับกองรูป
แมส้ ัญญา สังขาร วิญญาณ กม็ นี ัยสอี่ ย่างเดยี วกัน โปรดเทียบกันตามวิธที ก่ี ลา่ วมา
คอื ขนั ธ์หา้ แตล่ ะขนั ธ์มนี ยั เปน็ สี่ สี่หา้ ครั้งเป็นยีส่ บิ เปน็ สักกายทิฏฐยิ ส่ี บิ มีตามท่าน
กล่าวไว้ว่า พระโสดาบันบุคคลละได้โดยเด็ดขาด แต่ทางด้านปฏิบัติของธรรมะป่า
รสู้ กึ จะคลาดเคลอื่ นไปบา้ ง เฉพาะสกั กายทฏิ ฐยิ ส่ี บิ นอกนนั้ ไมม่ ขี อ้ ขอ้ งใจในดา้ นปฏบิ ตั ิ
จึงเรียนตามความเห็นของธรรมะป่าแทรกไว้บ้าง คงไม่เป็นอุปสรรคแก่การฟังและ
การอา่ น เมอ่ื เหน็ วา่ ไมใ่ ชท่ างปลดเปลอ้ื งตามนยั ของสวากขาตธรรมแลว้ กก็ รณุ าผา่ นไป
อย่าได้ถือเป็นอารมณ์ขัดข้องใจ ผู้ละสักกายทิฏฐิยี่สิบได้เด็ดขาดนั้น เม่ือสรุปแล้ว
กพ็ อไดค้ วามวา่ ผูม้ ิใช่ผ้เู ห็นขนั ธห์ ้าเปน็ เรา เห็นเราเป็นขันธห์ า้ เหน็ ขนั ธ์หา้ มใี นเรา
เห็นเรามใี นขนั ธห์ า้ คิดวา่ คงเปน็ บุคคลประเภทไม่ควรแสวงหาครอบครัว ผัว-เมยี
เพราะครอบครัว (ผวั -เมีย) เป็นเร่ืองของขนั ธ์ห้า ซ่งึ เปน็ รวงรงั ของสักกายทฏิ ฐิที่ยัง
ละไมข่ าดอยโู่ ดยดี สว่ นผลู้ ะสกั กายทฏิ ฐไิ ดโ้ ดยเดด็ ขาดแลว้ รปู กายกห็ มดความหมาย
ในทางกามารมณ์ เวทนาไมเ่ สวยกามารมณ์ สญั ญาไมจ่ ำ� หมายเพอ่ื กามารมณ์ สงั ขาร

106

ไมค่ ดิ ปรงุ แตง่ เพอื่ กามารมณ์ วญิ ญาณไมร่ บั ทราบเพอื่ กามารมณ์ ขนั ธท์ ง้ั หา้ ของผนู้ น้ั
ไม่เป็นไปเพื่อกามารมณ์ คือประเพณีของโลกโดยประการท้ังปวง ขันธ์ห้าจ�ำต้อง
เปลยี่ นหนา้ ที่ไปงานแผนกอ่นื ทต่ี นเห็นว่ายงั ทำ� ไม่ส�ำเร็จ โดยเลอ่ื นไปแผนก รปู ราคะ
อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวชิ ชา

ผู้ละสักกายทิฏฐิยี่สิบได้โดยเด็ดขาด คิดว่าเป็นเร่ืองของพระอนาคามีบุคคล
เพราะเป็นผหู้ มดความเย่ือใยในทางกามารมณ์ดังกลา่ วแล้ว ส่วนพระโสดาบนั บุคคล
คิดวา่ ท่านรแู้ ละละได้โดยข้ออุปมาวา่ มีบุรุษผู้หนง่ึ เดนิ ทางเขา้ ไปในปา่ ลกึ ไปพบบึง
แหง่ หนง่ึ มนี ำ้� ใสสะอาดและมรี สจดื สนทิ ดี แตน่ ำ้� นนั้ ถกู จอกแหนปกคลมุ ไว้ ไมส่ ามารถ
จะมองเหน็ นำ้� โดยชดั เจน เขาคนนน้ั จงึ แหวกจอกแหนทป่ี กคลมุ นำ้� นน้ั ออก แลว้ กม็ อง
เห็นน�้ำภายในบึงนั้นใสสะอาดและเป็นท่ีน่าด่ืม จึงตักขึ้นมาด่ืมทดลองดู ก็รู้ว่าน้�ำ
ในบึงน้ันมีรสจืดสนิทดี เขาก็ตั้งหน้าด่ืมจนเพียงพอกับความต้องการที่เขากระหาย
มาเปน็ เวลานาน เมอ่ื ดม่ื พอกบั ความตอ้ งการแลว้ กจ็ ากไป สว่ นจอกแหนทถี่ กู เขาแหวก
ออกจากนำ�้ กไ็ หลเขา้ มาปกคลมุ นำ�้ ตามเดมิ เขาคนนน้ั แมจ้ ากไปแลว้ กย็ งั มคี วามตดิ ใจ
และคิดถึงน�ำ้ ในบึงนนั้ อย่เู สมอ และทกุ ครง้ั ทเ่ี ขาเขา้ ไปในป่านัน้ ตอ้ งตรงไปที่บึงและ
แหวกจอกแหนออกแลว้ ตกั ขนึ้ มาอาบดมื่ และชำ� ระลา้ งตามสบายทกุ ๆ ครง้ั ทเ่ี ขาตอ้ งการ
เวลาเขาจากไปแล้ว แมน้ ำ้� ในบงึ นัน้ จะถกู จอกแหนปกคลมุ ไวอ้ ยา่ งมดิ ชิดกต็ าม แต่
ความเชือ่ ที่เคยฝงั อยูใ่ นใจเขาว่าน�้ำในบึงน้ันมอี ยูอ่ ยา่ งสมบรู ณ์ หนง่ึ นำ�้ ในบึงนั้นใส
สะอาด หนง่ึ น้�ำในบงึ นน้ั มีรสจดื สนิท หน่ึง ความเชอื่ ทัง้ นขี้ องเขาจะไมม่ วี ันถอน
ตลอดกาล

ขอ้ นเี้ ทยี บกนั ไดก้ บั โยคาวจรภาวนาพจิ ารณาสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายชดั เจนดว้ ย
ปญั ญาในขณะนนั้ แลว้ จติ ปลอ่ ยวางจากรปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ หยง่ั เขา้ สู่
ความสงบหมดจดโดยเฉพาะ ไมม่ ีความสัมพันธ์กับขันธท์ ้ังหลายเลย และขณะนัน้
ขนั ธท์ งั้ หา้ ไมท่ ำ� งานประสานกบั จติ คอื ตา่ งอนั ตา่ งอยู่ เพราะถกู ความเพยี รแยกจากกนั
โดยเดด็ ขาดแลว้ ขณะนน้ั แลเปน็ ขณะทเี่ กดิ ความแปลกประหลาดและอศั จรรยข์ น้ึ มา
อย่างไม่มีสมัยใดๆ เสมอเหมือนได้นับแต่วันเกิดและวันปฏิบัติมา แต่ก็ได้เห็นสิ่ง

107

มหศั จรรยป์ รากฏขนึ้ ในเวลานนั้ จติ กไ็ ดท้ รงตวั อยใู่ นความสงบสขุ ชว่ั ระยะกาล แลว้ จงึ
ถอนขนึ้ มา พอจติ ถอนขนึ้ มาจากทนี่ นั้ แลว้ ขนั ธก์ บั จติ กเ็ ขา้ ประสานกนั ตามเดมิ แตห่ ลกั
ความเช่ือม่ันว่าจิตได้หย่ังลงถึงแดนแห่งความสงบอย่างเต็มท่ี หน่ึง ขันธ์ท้ังห้าคือ
รปู เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไดแ้ ยกจากจติ โดยเดด็ ขาดในเวลาน้ัน หน่ึง
ขณะจติ ทที่ รงตวั อยใู่ นความสงบเปน็ จติ ทอี่ ศั จรรยย์ งิ่ หนง่ึ ความเชอื่ ทง้ั นไี้ มม่ วี นั ถอน
ตลอดกาล เพราะความเชอื่ ประเภท อจลศรัทธา ความเชอ่ื ม่ันไมห่ วนั่ ไหวโยกคลอน
ไปตามคำ� เลา่ ลอื โดยหาหลกั ฐานและเหตผุ ลมไิ ด้ และเปน็ ความเชอ่ื มนั่ ประจำ� นสิ ยั ของ
โยคาวจรผู้นั้นจากประสบการณ์น้ันแล้ว ก็ตั้งหน้าบ�ำเพ็ญต่อไปเช่นที่เคยท�ำมาด้วย
ความดดู ดม่ื และเขม้ แขง็ เพราะมธี รรมประเภทแมเ่ หลก็ ซงึ่ เปน็ พลงั ของศรทั ธาประจำ�
ภายในใจ จติ กห็ ยงั่ ลงสูค่ วามสงบสุขและพกั อย่ตู ามกาลอันควรทำ� นองทเี่ คยเป็นมา
แตย่ งั ไมส่ ามารถทำ� ใจใหข้ าดจากความซมึ ซาบของขนั ธไ์ ดโ้ ดยสนิ้ เชงิ เทา่ นนั้ แมเ้ ชน่ นน้ั
กไ็ มม่ คี วามทอ้ ถอยในทางความเพยี รเพอื่ ธรรมขนั้ สงู ขน้ึ ไปเปน็ ลำ� ดบั สว่ นคณุ สมบตั ิ
ประจำ� ใจของพระโสดาบนั บคุ คลนนั้ คอื หลกั ความเชอ่ื มนั่ ประเภทอจลศรทั ธา เปน็ ผู้
เชอื่ มน่ั ตอ่ ผลทรี่ เู้ หน็ ประจกั ษใ์ จแลว้ และเชอ่ื มนั่ ตอ่ คณุ ธรรมเบอื้ งสงู ทต่ี นยงั ไมร่ ไู้ มเ่ หน็
สมานตตฺ ตา ความเปน็ ผวู้ างตนเสมอ ไมถ่ อื ตวั ดว้ ยมานะชนดิ ใดชนดิ หนง่ึ กบั คนทกุ ชน้ั
เป็นผู้มีธรรมครองใจ ไม่ถืออะไรให้ย่ิงกว่าเหตุการณ์ท่ีเห็นว่าถูกต้องด้วยเหตุผล
พระโสดาบันบคุ คลยอมรับและปฏบิ ัตติ ามทนั ที ไม่ยอมฝ่าฝืนหลักความจริง ไมว่ ่า
พระโสดาบันบุคคลจะเป็นคน ชาติ ชน้ั วรรณะใด ย่อมให้ความสนิทสนมและความ
สมำ�่ เสมอกบั คนทัว่ ไปไม่ลำ� เอยี ง แม้คนชว่ั ทเ่ี คยประพฤติตวั ไม่ดมี าแลว้ ตลอดสัตว์
ดริ จั ฉาน พระโสดาบนั บคุ คลกไ็ มร่ งั เกยี จ โดยเหน็ วา่ เขากบั เราตกอยใู่ นวงแหง่ กรรม
ด-ี ชว่ั เหมอื นกนั ใครมกี รรมประเภทใด จำ� ตอ้ งยอมรบั ตามหลกั กรรมทตี่ นทำ� มาและ
ยอมรบั ตามหลกั ความจรงิ ทเ่ี ขาทำ� หรอื เขายกเหตผุ ลขน้ึ มาอา้ งโดยถกู ตอ้ งในขณะนน้ั
โดยไมต่ อ้ งรอื้ ฟน้ื อดตี คอื ความเปน็ มาของเขา ตลอดชาติ ชนั้ วรรณะ มาเปน็ อปุ สรรคตอ่
ความจรงิ ทตี่ นเหน็ วา่ ถกู ตอ้ ง รบี ยดึ ถอื มาเปน็ คตทิ นั ที นเี้ ปน็ หลกั ธรรมประจำ� อธั ยาศยั
ของพระโสดาบันบคุ คล

108

ถา้ คำ� ทก่ี ลา่ วมาดว้ ยความจนใจทง้ั นเี้ ปน็ การถกู ตอ้ ง พระโสดาบนั บคุ คลแสวงหา
ครอบครัว ผัว-เมยี ก็ไม่ขดั ขอ้ งตอ่ ประเพณขี องผลู้ ะสกั กายทิฏฐยิ ี่สบิ อันเปน็ รวงรัง
ของกามารมณ์ยังไม่ได้เด็ดขาด สักกายทิฏฐิยี่สิบก็ไม่เป็นอุปสรรคแก่พระโสดาบัน
ในทางครอบครัว เพราะเป็นคนละชน้ั

ทา่ นนกั ปฏบิ ตั โิ ปรดยดึ เอาเขม็ ทศิ จากสวากขาตธรรม นำ� ไปปฏบิ ตั จิ นเกดิ ความรู้
ความเหน็ ขนึ้ จำ� เพาะตน และกลายเปน็ สมบตั ขิ องตนขนึ้ มา นน่ั แหละจะมที างทราบไดว้ า่
งานของเราเป็นงานประเภทหน่ึง งานของท่านเปน็ งานประเภทหนง่ึ แตร่ วมผลรายได้
เปน็ ตวั เงนิ อนั เดยี วกนั จะไดร้ อ้ ยบาท พนั บาท หมนื่ บาท หรอื มากกวา่ นนั้ กท็ ราบชดั วา่
เงินจ�ำนวนนี้เกิดจากผลงานที่ตนได้ท�ำความอุตส่าห์พยายามแสวงหามา มีมากหรือ
มนี อ้ ยจะเปน็ ทอี่ นุ่ อกอนุ่ ใจแกต่ นเอง อาจจะดกี วา่ การคาดคะเนทรพั ยใ์ นกระเปา๋ ของ
คนอนื่ หรอื การนำ� ปรมิ าณทรพั ยข์ องคนอน่ื มาถกเถยี งกนั โดยคคู่ วามทง้ั สองไมไ่ ดร้ บั
ประโยชน์อะไรจากความแพค้ วามชนะนน้ั ๆ เลย ทง้ั เปน็ การตัดทอนสนั ทฏิ ฐิโกทท่ี รง
มอบใหเ้ ปน็ สมบตั ิของผูบ้ ำ� เพ็ญจะรับไปเป็นมรดกให้ลดคุณภาพลง

วจิ กิ จิ ฉา คอื ความสงสยั โดยสงสยั วา่ ตายแลว้ เกดิ หรอื ตายแลว้ สญู ถา้ ตายแลว้ เกดิ
แต่จะเกิดในภพชาติที่เคยเกิดหรอื ไม่ หรอื จะเกิดเป็นอะไรในภพตอ่ ไป คนตายแลว้
เปล่ียนภพชาติเกิดเป็นสัตว์ หรือสัตว์ตายแล้วเปลี่ยนภพชาติเกิดเป็นคนได้หรือไม่
คนตายและสตั วต์ ายแลว้ ไปอยทู่ ไี่ หนกนั กรรมดกี รรมชวั่ มจี รงิ ไหม? และทท่ี ำ� ลงไปแลว้
ใหผ้ ลหรอื ไม่ ภพหนา้ ชาติหน้ามจี ริงไหม? นรกสวรรคม์ ีจริงไหม? มรรคผลนิพพาน
มจี รงิ ไหม? ทง้ั นอ้ี ยใู่ นขา่ ยแหง่ ความสงสยั ทงั้ นน้ั พระโสดาบนั บคุ คลคดิ วา่ ทา่ นละได้
เพราะท่านรู้เห็นหลักความจริงประจ�ำใจซ่ึงเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งมวลท่ีกล่าวมา
และยังเชือ่ กรรมและผลของกรรมอยา่ งฝงั ใจแบบถอนไม่ข้ึน ทง้ั เชื่อความตรัสรู้ของ
พระพทุ ธเจา้ และพระธรรมวา่ เปน็ สวากขาตธรรม และเปน็ นยิ ยานกิ ธรรม สามารถนำ�
ผู้ปฏิบตั ติ ามให้ถงึ ความพน้ ทุกขไ์ ดโ้ ดยลำ� ดับอย่างฝงั ใจอกี เช่นเดียวกัน

ตามหลักความจริงของกฎธรรมชาติแล้ว ไม่มีอะไรสูญในโลก มีแต่ความ
เปลย่ี นแปลงของสังขารทกุ ประเภทซ่งึ ไมใ่ ชธ่ รรมชาติเดิมเทา่ นนั้ เปลยี่ นแปลงตัวเอง

109

ลงสธู่ รรมชาติ คอื ธาตเุ ดิมของเขา และเปล่ียนแปลงตวั เองจากธรรมชาติเดมิ ข้ึนมาสู่
ธาตแุ ฝง เชน่ เปน็ สตั ว์ บคุ คล เปน็ ตน้ กรรมดี กรรมชวั่ ซงึ่ เปน็ สง่ิ ทม่ี ปี ระจำ� สตั วผ์ มู้ ี
กิเลสเคร่ืองผลักดันและมีความรู้สึกในแง่ดี-ชั่วต่างกัน จ�ำต้องท�ำกรรมอยู่โดยดี
แลว้ กรรมดกี รรมชวั่ จะสญู ไปไมไ่ ด้ แมผ้ ลดผี ลชว่ั ซง่ึ ผทู้ ำ� กรรมจะรบั เสวยเปน็ ความสขุ
ความทกุ ข์ จำ� ต้องมีเป็นคูก่ ันโดยจะเสอื่ มสูญไปไมไ่ ด้เหมอื นกนั นอกจากผทู้ �ำใจให้
หมดเชอื้ จากภพชาตแิ ลว้ เทา่ นน้ั จะเปน็ ผหู้ มดปญั หาในเรอื่ งเกดิ -ตาย เพราะการทำ� ดี
ทำ� ชวั่ และไดร้ บั ผลด-ี ชวั่ ทง้ั นเี้ ปน็ สาเหตมุ าจากเชอื้ แหง่ ภพชาตทิ ฝ่ี งั อยภู่ ายในใจเปน็
มลู ฐาน นอกจากนแี้ ลว้ จะไมอ่ ยใู่ นอำ� นาจคำ� ปฏเิ สธและคำ� รบั รองของผใู้ ด เชน่ เดยี วกบั
ความมดื ความสวา่ ง ตงั้ อยเู่ หนือโลกธรรมของโลก ฉะน้ัน

สีลัพพตปรามาส ท่านแปลว่า การลูบคล�ำศีลพรต เป็นสังโยชน์เคร่ืองข้อง
อนั ดบั สาม การลบู คลำ� เกดิ จากความไมไ่ วใ้ จ ถา้ เปน็ ลกู หญงิ ลกู ชาย กเ็ ปน็ ทไี่ มไ่ วใ้ จของ
พอ่ แม่ อาจจะทำ� ความหนกั ใจใหพ้ อ่ แมไ่ ดร้ บั ทกุ ขอ์ ยเู่ รอื่ ยๆ เชน่ ลกู หญงิ ประพฤตติ วั
ไมส่ มศกั ดศิ์ รขี องหญงิ ทำ� คณุ คา่ ของหญงิ ใหต้ ำ่� ลง เปน็ คนชอบเทยี่ ว ชอบเกย้ี วผชู้ าย
ชอบทำ� ตวั ในลกั ษณะขายกอ่ นซอ้ื ใครชมวา่ ดี วา่ หญงิ คนสวยทไี่ หน เกดิ ความตดิ ใจ
เชอ่ื งา่ ย จา่ ยไปโดยไมค่ ดิ มลู คา่ เพอ่ื ความเปน็ คคู่ รอง ไปทไ่ี หนแฟนคอยแอบแฝงและ
ตดิ ตามเปน็ พวงๆ ประหนงึ่ เขารอ้ ยปนู าปลาทะเลไปขายทต่ี ลาด ครน้ั แลว้ กลายเปน็ เขา
รอ้ ยหญงิ ปรามาส หญงิ ประเภทนเี้ รยี กวา่ หญงิ ปรามาส เปน็ ทลี่ บู คลำ� ของชายทวั่ ๆ ไปดว้ ย
เปน็ หญิงปรามาสส�ำหรับพ่อแม่จะตอ้ งหนกั ใจในการว่ากลา่ วสัง่ สอนซ้ำ� ๆ ซากๆ ด้วย
เป็นหญงิ ชอบค้าประเวณอี ันเป็นที่อบั อายและขายหนา้ ของวงศ์สกลุ ด้วย

ถา้ ผเู้ ปน็ ลกู ชาย กท็ ำ� ความหนกั ใจใหพ้ อ่ แมอ่ กี ทางหนงึ่ เชน่ ประพฤตติ วั เปน็ คน
เกเร ขเี้ กยี จเรียนหนังสือและไปโรงเรยี น เพือ่ นชวนไปเท่ียวและเก้ยี วผู้หญงิ ทีไ่ หน
เป็นท่ีพอใจ ไปโดยไม่บอกลาผู้ปกครองทางบ้านและทางโรงเรียนให้ทราบหัวท้าย
ปลายเทา้ เลย ไปแสวงหาความสนกุ สนานรน่ื เรงิ โดยวธิ ชี งิ สกุ กอ่ นหา่ ม ครทู างโรงเรยี น
เห็นท่าไม่ดีเพราะเด็กขาดโรงเรยี นไปหลายวัน เขา้ ใจว่าเด็กขโมยมาทบ่ี า้ น รบี มาหา
ผปู้ กครองทางบา้ นถามเรอื่ งราวของเดก็ คนเก พอ่ แมผ่ ปู้ กครองทางบา้ นเกดิ งงงนั อนั้ ตู้

110

และพดู ออกมาดว้ ยความตนื่ เตน้ ตกใจวา่ ออ้ กไ็ ดม้ อบเดก็ ใหอ้ ยกู่ บั ครทู โี่ รงเรยี นแลว้
ทางบา้ นกไ็ มส่ นใจ เพราะเขา้ ใจวา่ เดก็ อยปู่ ระจำ� ทโ่ี รงเรยี น เรอ่ื งกเ็ ลยยงุ่ กนั ใหญ่ เพราะ
ผ้ปู กครองทั้งสองฝ่ายตา่ งกไ็ ม่รู้เรือ่ งของเดก็ ไฟท่ีเด็กกอ่ ข้นึ เพื่อประโยชนเ์ ฉพาะตัว
จึงลุกลามไปไหม้ท้ังครูผู้ปกครองทางโรงเรียนและพ่อแม่ของเด็กทางบ้านให้กลาย
เป็นเพลงิ ทง้ั กองไปดว้ ยกัน ท้ังนเ้ี ป็นเรอื่ งหนักใจแก่พ่อแม่ไม่นอ้ ยเลย เพราะฉะนน้ั
ถา้ เปน็ ลกู ชายประเภททกี่ ลา่ วนเ้ี รยี กวา่ ชายปรามาส พอ่ แมต่ อ้ งทกุ ขแ์ ลว้ ทกุ ขเ์ ลา่ สง่ั สอน
แล้วอบรมเลา่ ไมม่ เี วลาปดิ ปากสนิทลงได้เลย ต้องลบู ต้องคล�ำอย่เู ช่นนน้ั ไมเ่ ปน็ อัน
กินอยูห่ ลบั นอนใหส้ นิทได้

ถา้ เปน็ สามี ก็คือสามที ไ่ี มน่ า่ ไวใ้ จ กลวั จะไปคบชูส้ ูแ่ ฟนในสถานท่ีตา่ งๆ เวลา
ลบั หลู บั ตาลกู เมยี เทย่ี วพว่ งผหู้ ญงิ ตามตรอกตามซอก แลว้ นำ� ไฟปรมาณมู าเผาผลาญ
ลูกเมียและครอบครัว เพราะตามธรรมดาผู้ชายชอบเป็นนักเท่ียว นักเก้ียวผู้หญิง
และนกั ฉวยโอกาส ผหู้ ญงิ คนใดใจลอยพลอยเชอ่ื งา่ ย มกั จะถกู ตม้ จากฝา่ ยชายเสมอ
ผู้ชายท่ีไม่ค่อยจะเห็นคู่ครองเป็นของส�ำคัญ โดยมากมักเป็นคนเสียหายในทาง
กามารมณ์ เบือ้ งตน้ กเ็ ห็นเหยอื่ (หญงิ ) ทผ่ี ่านเขา้ มาอย่างลอยๆ นน้ั ว่าเปน็ อาหารว่าง
แต่ไม่ได้ค�ำนึงถึงปลาท่ีติดเบ็ดจนถึงตายเพราะเหยื่อล่อ ปล่อยเลยตามเลยจึงต้อง
เสยี คน ผมู้ คี รอบครวั เปน็ หลกั ฐานประพฤตใิ หห้ นกั ไปทางอารมณ์ จงึ เปน็ ความเสอื่ ม
เสยี แกต่ นและครอบครวั หญงิ ผมู้ สี ามปี ระเภทชอบแสวงหาอาหารวา่ งเปน็ นสิ ยั จงึ เปน็
ทหี่ นกั ใจยง่ิ กวา่ ภเู ขาทง้ั ลกู กนิ อยหู่ ลบั นอนไมเ่ ปน็ สขุ ฉะนนั้ สามปี ระเภทอาหารวา่ งนี้
จงึ ควรใหน้ ามวา่ สามปี รามาสของภรรยา เพราะตอ้ งรบั ประทานขา้ วกบั นำ้� ตา เนอ่ื งจาก
ความประพฤติระแวงจากสามีเสมอ ปลอ่ ยอารมณใ์ หส้ บายใจสักนดิ ไม่ไดเ้ ลย

ถา้ เปน็ ภรรยา กเ็ ปน็ ภรรยาทไ่ี มน่ า่ ไวใ้ จของสามเี ชน่ เดยี วกนั เปน็ คนผลาญทรพั ย์
กลบั ใจ มนี สิ ยั เหมอื นวานร (ลงิ ) ทง้ั เปน็ ครู่ กั ทงั้ เปน็ คเู่ วร ชอบเทย่ี วแสวงหาสงิ่ แปลกๆ
เป็นอาหารในเวลาวกิ าลแบบนกคา้ งคาว กลับมาถึงบ้านกท็ �ำการเคย่ี วเข็ญสามี ท�ำท่า
ตีโพยตีพาย หาโทษร้ายป้ายสีสามี เพื่อหาอุบายหนีจากสามีไปตามชู้ กิจการงาน
ซ่ึงเป็นหน้าที่ของแม่บ้านในครอบครัวจะจัดท�ำไม่น�ำพา สอดหูส่ายตามองไปมองมา

111

ลว้ นแตเ่ ปน็ เรอื่ งมารยามองทางหาแฟน หนกั เขา้ กน็ ำ� เงนิ ไปมอบใหช้ ายชจู้ า้ งคนมาฆา่
สามขี องตวั เพอ่ื ครองรกั กบั เขา ถา้ เปน็ หญงิ ประเภทนี้ กค็ วรใหน้ ามวา่ ภรรยาปรามาส
เพราะกอ่ กรรมทำ� เขญ็ ใหส้ ามไี ดร้ บั ความทกุ ขท์ รมานและปวดรา้ วในหวั ใจไมม่ วี นั สรา่ ง
ทง้ั เปน็ การเสยี่ งภยั ตอ่ ชวี ติ อนั อาจเกดิ ขนึ้ จากภรรยาเพชฌฆาตผคู้ อยสงั หารอยตู่ ลอด
เวลาทไี่ ด้โอกาส

ถา้ เปน็ สมบตั ิ มรี ถราเปน็ ตน้ กเ็ ปน็ ทไี่ มน่ า่ ไวใ้ จ จะขบั ขไี่ ปทางไหนกก็ ลวั อนั ตราย
ต้องเข้าโรงซ่อมบ่อยๆ ไม่เช่นน้ันก็จะพาเจ้าของไปคว่�ำจมดินที่ไหนไม่แน่ท้ังน้ัน
ตอ้ งตรวจดเู ครอ่ื งทกุ เวลากอ่ นจะขบั ขไ่ี ปไหนมาไหน ลกั ษณะทกี่ ลา่ วมาทงั้ นี้ เขา้ ในขา่ ย
ของคำ� ว่าปรามาส คอื การลูบคลำ� ทงั้ นั้น

ถา้ เปน็ ศลี กเ็ ปน็ ศลี ประเภทลม้ ลกุ คนผรู้ กั ษาศลี กเ็ ปน็ บคุ คลลม้ ลกุ เดย๋ี วกท็ ำ� ศลี
ใหข้ าด เดยี๋ วกไ็ ปรบั ศลี ใหม่ รบั แลว้ รบั เลา่ ขาดแลว้ ขาดเลา่ จนตวั เองกไ็ มแ่ นใ่ จวา่ ตน
มีศลี หรอื เปล่า ทง้ั ๆ ท่รี บั ศีลแล้วรับศลี เล่าอยนู่ ั่นเอง ทงั้ นห้ี มายถงึ ศีลของสามญั ชน
ท่ัวๆ ไปเพราะรับแล้ววันนี้คราวนี้ แต่วันหน้าคราวหน้าต้องรับอีก เหล่าน้ีเรียกว่า
สีลัพพตปรามาส เพราะลบู คลำ� ศลี เหมอื นลบู คล�ำบาดแผล

พระอรยิ บุคคลชน้ั พระโสดาบนั แมจ้ ะเปน็ ฆราวาส ก็เปน็ ผู้แนว่ แนใ่ นศลี ทตี่ น
รกั ษาอยู่ ไมร่ บั ศีลแลว้ รบั ศีลเลา่ เหมอื นสามัญชน เพราะทา่ นเช่อื เจตนาของตนและ
รกั ษาศลี ดว้ ยความระมดั ระวงั ไมย่ อมใหศ้ ลี ขาดหรอื ดา่ งพรอ้ ยดว้ ยเจตนาลว่ งเกนิ แม้
จะเป็นผู้น�ำหน้าของหมู่ชน กเ็ พยี งรบั เป็นจารตี ของผูเ้ ปน็ หัวหน้าเท่านน้ั แต่เจตนาจะ
รบั เพราะเขา้ ใจวา่ ตนเปน็ ผมู้ ศี ลี ขาดหรอื ดา่ งพรอ้ ยนนั้ ไมม่ ใี นพระโสดาบนั บคุ คลเลย

พระสกทิ าคา ทา่ นว่า ท�ำราคะ โทสะ โมหะ ใหเ้ บาลง นีท่ างดา้ นปฏิบัตไิ มม่ ี
ข้อขอ้ งใจ จงึ ขอยุติไว้เพยี งนี้

พระอนาคามี ละสงั โยชนไ์ ดห้ า้ คอื สามกบั ทผี่ า่ นมาแลว้ และละเพมิ่ ไดอ้ กี สองขอ้
คอื กามราคะ ความยนิ ดใี นประเพณขี องโลก และ ปฏฆิ ะ ความหงดุ หงดิ ใจ สว่ นกามราคะ
นน้ั อยใู่ นวงของรปู กาย ตามความเหน็ ของธรรมะปา่ วา่ สกั กายทฏิ ฐยิ สี่ บิ นน่ั แลเปน็ บอ่

112

ของกามราคะแท้ ควรเปน็ ภาระของพระอนาคามีเปน็ ผู้ละไดโ้ ดยเดด็ ขาด เพราะผู้จะ
ก้าวข้ึนสู่ภูมิอนาคามีโดยสมบูรณ์ จ�ำต้องพิจารณาขันธ์ห้าโดยความรอบคอบด้วย
ปญั ญาแลว้ ผา่ นไปดว้ ยความหมดเยอ่ื ใย คอื สามารถพจิ ารณาสว่ นแหง่ รา่ งกายทกุ สว่ น
เหน็ ดว้ ยความเปน็ ปฏกิ ลู ดว้ ย โดยความเปน็ ไตรลกั ษณด์ ว้ ย ประจกั ษก์ บั ใจจนทราบ
ชดั วา่ ทกุ สว่ นในรา่ งกายสะทอ้ นนม้ี คี วามปฏกิ ลู เตม็ ไปหมด ความปฏกิ ลู ของรา่ งกายท่ี
ปรากฏเป็นภาพอย่ภู ายนอกกลบั ย้อนเขา้ มาสู่วงของจติ ภายในโดยเฉพาะ และทราบ
ชดั วา่ ความเปน็ สภุ ะทงั้ นเี้ ปน็ เรอ่ื งของจติ ออกไปวาดภาพขนึ้ มา แลว้ เกดิ ความกำ� หนดั
ยินดีก็ดี ความเป็นอสุภะที่จิตออกไปวาดภาพข้ึนแล้ว เกิดความเบื่อหน่ายและ
อดิ หนาระอาใจตอ่ ความเปน็ อยขู่ องรา่ งกายทกุ สว่ นกด็ ี ในภาพทง้ั สองนจี้ ะรวมเขา้ สจู่ ติ
ดวงเดยี ว คอื มไิ ดป้ รากฏออกภายนอกดงั ทเี่ คยเปน็ มา จติ ไดเ้ หน็ โทษแหง่ ภาพภายนอก
ทต่ี นวาดขน้ึ อยา่ งเตม็ ใจ พรอ้ มทง้ั การปลอ่ ยวางจากสภุ ะและอสภุ ะภายนอกทเ่ี กยี่ วโยง
กบั สว่ นรา่ งกายทต่ี นเคยพจิ ารณา ถอนอปุ าทาน ความถอื กายออกไดโ้ ดยสน้ิ เชงิ เรอื่ งของ
กามราคะซึง่ เกย่ี วกบั กายกย็ ุตลิ งไดใ้ นขณะทีถ่ อนจติ ถอนอุปาทานจากกาย โดยผา่ น
ออกระหวา่ งสภุ ะและอสภุ ะตอ่ กนั หมดความเยอื่ ใยในสภุ ะและอสภุ ะทง้ั สองประเภท

ปฏฆิ ะ ความหงดุ หงดิ ของใจ ขอ้ นที้ างดา้ นปฏบิ ตั ไิ มม่ แี ปลกตา่ งและขอ้ งใจ จงึ ขอ
ยุตไิ วเ้ พียงเทา่ นี้

อนั ดบั สี่ คอื อรหตั ตภมู ิ ทา่ นวา่ ละสงั โยชนไ์ ดส้ บิ คอื สงั โยชนเ์ บอื้ งตำ�่ หา้ ทก่ี ลา่ ว
ผา่ นมาแลว้ กบั สงั โยชนเ์ บอ้ื งบนอกี หา้ คอื รปู ราคะ อรปู ราคะ มานะ อทุ ธจั จะ อวชิ ชา

รปู ราคะ ความกำ� หนดั ยนิ ดใี นรปู ไมไ่ ดห้ มายถงึ รปู หญงิ รปู ชาย และรปู พสั ดุ
สง่ิ ของตา่ งๆ ซงึ่ เปน็ ของภายนอกและเปน็ สว่ นหยาบๆ แตห่ มายถงึ นมิ ติ ทปี่ รากฏกบั จติ
อยภู่ ายในโดยเฉพาะ คอื ภาพทไ่ี ดจ้ ากภายนอกตามทก่ี ลา่ วผา่ นมา ซงึ่ ยอ้ นกลบั เขา้ มา
อยใู่ นวงของจติ โดยเฉพาะ ผ้พู ิจารณาจำ� ตอ้ งถอื นมิ ติ นีเ้ ป็นอารมณข์ องจติ หรือเป็น
เครื่องเพ่งเล็งของจิตจะว่าจิตยินดีหรือติดรูปฌานก็ถูก เพราะจิตชั้นน้ีต้องท�ำการ
ฝึกซ้อมความเข้าใจเพื่อความช�ำนาญอยู่กับนิมิตภายในโดยไม่เกี่ยวกับกายอีกเลย
จนเกดิ ความชำ� นชิ ำ� นาญในการปรงุ และทำ� ลายภาพภายในจติ ใหม้ กี ารปรากฏขนึ้ และ

113

ดับไปแห่งภาพได้อย่างรวดเร็ว แต่การเกิด-ดับของภาพทั้งนี้ เป็นการเกิด-ดับอยู่
จำ� เพาะใจ มไิ ดเ้ กดิ -ดบั อยภู่ ายนอกเหมอื นแตก่ อ่ นซง่ึ จติ กำ� ลงั เกย่ี วขอ้ งอยกู่ บั กายเลย
แมค้ วามเกดิ ดบั ของภาพภายในเมอ่ื ถกู สตปิ ญั ญาจดจอ้ งเพง่ เลง็ อยไู่ มห่ ยดุ ยอ่ มมกี าร
เปลย่ี นแปลงตวั เองไปโดยลำ� ดบั ความเกิดดับของภาพชนิดน้ีนบั วนั และเวลาเรว็ เขา้
ทกุ ที จนปรากฏเหมอื นฟา้ แลบแลว้ ดบั ไป ผลสดุ ทา้ ยกห็ มดไป ไมม่ นี มิ ติ เหลอื อยภู่ ายใน
ใจเลย พรอ้ มทง้ั ความรเู้ ทา่ ทนั วา่ ภาพนกี้ ม็ คี วามสลายไปเชน่ เดยี วกบั สภาวธรรมอน่ื ๆ
จากนนั้ กเ็ ปน็ สญุ ญากาศวา่ งเปลา่ ไมม่ นี มิ ติ ภายในจติ แมร้ า่ งกายจะทรงตวั อยู่ แตใ่ น
ความรสู้ กึ นนั้ ปรากฏเปน็ ความวา่ งเปลา่ ไปหมด ไมม่ ภี าพใดๆ เหลอื อยภู่ ายในจติ เลย

อรปู ราคะ คือ ความยินดใี นสขุ เวทนาหรอื รูปฌาน ข้อนที้ างดา้ นปฏิบัติไมม่ ีขอ้
ข้องใจ จงึ ขอยุตไิ ว้

มานะ ความถอื แยกออกเป็นมานะ ๙ คือความสำ� คัญใจ ๙ อยา่ ง เชน่ ตัวมี
ภมู ธิ รรมตำ�่ กวา่ เขา สำ� คญั วา่ ตำ่� กวา่ เขาบา้ ง เสมอเขาบา้ ง ยง่ิ กวา่ เขาบา้ ง ตนมภี มู ธิ รรม
เสมอเขา สำ� คญั วา่ ตำ�่ กวา่ เขาบา้ ง เสมอเขาบา้ ง ยงิ่ กวา่ เขาบา้ ง และตนมภี มู ธิ รรมยงิ่ กวา่ เขา
แต่สำ� คญั วา่ ต่ำ� กวา่ เขาบ้าง เสมอเขาบา้ ง ย่งิ กว่าเขาบา้ ง ความส�ำคญั ท้งั น้ีเป็นการผดิ
ทง้ั นน้ั ถา้ พดู ตามธรรมชน้ั สงู เพราะความสำ� คญั เปน็ เรอ่ื งของกเิ ลส จงึ ควรแกไ้ ขจนไมม่ ี
อะไรมาแสดงความสำ� คญั ภายในใจ จะชอื่ วา่ เปน็ ใจทบ่ี รสิ ทุ ธเิ์ พราะหมดความคะนอง
สว่ นละเอยี ด

อทุ ธจั จะ คอื ความฟงุ้ ของใจ นไ้ี มไ่ ดห้ มายถงึ ความฟงุ้ ซา่ นแบบสามญั ชนทว่ั ๆ ไป
แตเ่ ปน็ กริ ยิ าแหง่ ความขยนั หมน่ั เพยี รและเพลดิ เพลนิ ของพระอรยิ เจา้ ชน้ั น้ี ทา่ นทำ� การ
ขดุ คน้ หาตน้ ตอของวฏั ฏะดว้ ยสตปิ ญั ญาอนั แหลมคมของทา่ นตา่ งหาก แตก่ ารทำ� ทงั้ น้ี
รู้สึกจะมุ่งส�ำเร็จให้ทันกับความหวังของใจท่ีมีก�ำลังกล้าต่อแดนพ้นทุกข์ จึงไม่ค่อย
คำ� นึงถึงมชั ฌมิ า คอื ความพอดี ได้แก่การพกั ผ่อนจิตใหเ้ ข้าสู่ความสงบสุขคือสมาธิ
เพราะปัญญาช้ันนี้คิดไปเท่าไรก็ย่ิงเห็นทางถอดถอนกิเลสอาสวะโดยล�ำดับ ซ่ึงเป็น
โอกาสใหผ้ พู้ จิ ารณามคี วามเพลนิ ตอ่ งานของตน จนลมื พกั จติ ในความสงบคอื สมาธเิ พอื่
เปน็ กำ� ลงั ทางดา้ นปญั ญาตอ่ ไป เพราะเหน็ วา่ การพกั จติ ในสมาธกิ ด็ ี การพกั หลบั นอน

114

กด็ ี เปน็ การเนนิ่ ช้าตอ่ ทางด�ำเนนิ ฉะนัน้ จติ จงึ มคี วามเรง่ รีบและเพลดิ เพลนิ ตอ่ การ
พจิ ารณาจนเลยเถดิ ซง่ึ เปน็ ทางผดิ ไดอ้ กี ทางหนงึ่ ทท่ี า่ นใหน้ ามวา่ สงั โยชน์ คอื เครอ่ื ง
ผูกมัดใจ

อวิชชา ถา้ หมายถึงอวชิ ชาท่วั ๆ ไปในสามัญชนและสามญั สัตว์ กข็ อแปลแบบ
พระป่าวา่ รแู้ กมโง่ ฉลาดแกมโกง ทงั้ ร้ทู ง้ั หลง จบั เอาตัวจริงไม่ได้ เรียกว่าอวิชชา
ชน้ั หยาบ สว่ นอวชิ ชาชนั้ ละเอยี ดทท่ี า่ นกลา่ วไวใ้ นสงั โยชนเ์ บอ้ื งบนนน้ั ตามความรสู้ กึ
ของธรรมะป่าว่าคือความหลงจิตดวงเดียวเท่านั้น เพราะสิ่งอ่ืนๆ สามารถรู้เท่าและ
ปล่อยวางได้ แตก่ ลบั มาหลงตวั เอง ท่านจึงให้นามว่า “อวชิ ชา” แปลว่า ร้ไู มร่ อบ
รู้ไมช่ ัดเจน ยงั มเี งาปิดบงั ตวั เองไว้ ต่อเม่ือสติปัญญาเพยี งพอเพราะอาศยั การขดุ คน้
ไตรต่ รองเสมอ นนั่ แลจติ จงึ จะรขู้ น้ึ มาวา่ อวชิ ชาคอื ความหลงตวั เองเทา่ นนั้ พอปญั ญา
ไดห้ ยง่ั ทราบ อวชิ ชากด็ บั ลงในขณะเดยี ว ไมม่ อี วชิ ชาตวั ไหนจะยงั เหลอื อยใู่ นจติ อกี เลย
ค�ำวา่ อทุ ธจั จะคอื ความฟุ้งในการพิจารณาก็ดี มานะความถอื จิตกด็ ี ยอ่ มหมดปญั หา
ลงในขณะเดยี วกนั กบั ขณะอวชิ ชาดบั ไป เพราะหมดตน้ เหตทุ จ่ี ะทำ� ใหเ้ พลดิ เพลนิ และ
ถอื มน่ั โดยประการทง้ั ปวงแลว้ เรอื่ งทง้ั หมดกม็ อี วชิ ชาคอื สงิ่ ทแี่ ปลกประหลาดอนั เดยี ว
เทา่ นน้ั เปน็ ตน้ เหตสุ ำ� คญั ในไตรภพ เพราะเปน็ สง่ิ นา่ รแู้ ละนา่ หลงเคลอื บแฝงอยใู่ นตวั
ของมนั อย่างพรอ้ มมลู ผู้ปฏบิ ัตถิ ้าไมส่ นั ทัดทางดา้ นปญั ญาจริงๆ จะหาทางออกจาก
อวชิ ชาไดโ้ ดยยาก เพราะอวชิ ชาทว่ั ๆ ไปกบั ตวั อวชิ ชาจรงิ ๆ รสู้ กึ ผดิ แปลกกนั มาก อวชิ ชา
ทว่ั ๆ ไปไดแ้ กธ่ รรมชาตทิ รี่ วมความหลงทง้ั ภายนอกและภายในเปน็ ตวั กเิ ลสไวด้ ว้ ยกนั
เชน่ เดยี วกบั ไมท้ ง้ั ตน้ ซง่ึ รวมสงิ่ ตา่ งๆ ของมนั ไว้ สว่ นอวชิ ชาจรงิ ๆ ไดแ้ กธ่ รรมชาตทิ ถ่ี กู
ตดั ตน้ โคน่ รากจากความเพยี รมาเปน็ ลำ� ดบั จนหายพยศจากสง่ิ ตา่ งๆ เขา้ มาเปน็ ระยะๆ
สุดท้ายก็มารวมลงท่ีจิตแห่งเดียว จุดนี้แลเป็นจุดตัวจริงของอวิชชาแท้ แต่ขณะนี้
อวิชชาไม่มีสมุนเป็นบริวารเหมือนสมัยที่ก�ำลังเรืองอ�ำนาจ ตัวอวิชชาแท้นี้เป็นท่ีเก็บ
รวมสง่ิ ตา่ งๆ ทแี่ ปลกประหลาดซอ่ นไวก้ บั ตวั ของมนั หลายอยา่ ง ซง่ึ เราไมเ่ คยคาดหมาย
ไวก้ อ่ นเลย เช่นเดยี วกบั ยาพษิ ทแี่ ทรกอย่กู ับวตั ถชุ ิ้นเล็กๆ เปน็ เครอ่ื งลอ่ สัตว์ให้ตาย
ฉะนนั้ สงิ่ แทรกซมึ อยกู่ บั ตวั อวชิ ชาแทน้ นั้ ทพี่ อจะนำ� มาอธบิ ายใหท้ า่ นผฟู้ งั ไดก้ เ็ พยี ง
เลก็ นอ้ ย เพราะไมส่ ามารถจะนำ� มาเทยี บกบั สมมตุ ใิ หเ้ หมอื นตวั จรงิ ของสง่ิ เหลา่ นน้ั ได้

115

สมความตอ้ งการ สง่ิ แทรกซมึ นั้นคอื ความผอ่ งใสเดน่ ดวง ประหนง่ึ เป็นสงิ่ ส�ำเร็จรูป
โดยสมบรู ณแ์ ลว้ หนง่ึ ความสขุ เพราะอำ� นาจความผอ่ งใสครองตวั อยู่ เปน็ ความสขุ ท่ี
แปลกประหลาดมาก ประหนงึ่ เปน็ ความสขุ ทพี่ น้ จากแดนสมมตุ ทิ งั้ ปวง หนง่ึ ความองอาจ
ภายในตัวเองประหน่ึงจะไมม่ สี ิ่งอาจเอือ้ มเข้าไปเก่ยี วข้องได้ หนึง่ ความติดใจและ
สงวนธรรมชาตินน้ั ประหนึ่งทองคำ� ธรรมชาติ หน่ึง สิง่ เหล่านแี้ ลเป็นอุปสรรคต่อการ
ดำ� เนินเพอ่ื สันตธิ รรมอนั แทจ้ ริงโดยเจ้าตวั ไม่ร้สู ึกในเวลานนั้ ต่อเมื่อได้ผา่ นอปุ สรรค
เหล่านี้ไปแล้วจึงจะทราบความผิดถูกของตน เมื่อย้อนกลับคืนมาพิจารณาข้างหลัง
ทเ่ี คยดำ� เนนิ มากท็ ราบไดช้ ดั วา่ เราดำ� เนนิ มาถงึ ทนี่ น้ั คดโคง้ ไปหรอื ผดิ เพยี้ นไป ระยะนน้ั
เราติดความสงบ คือติดสมาธิมากไป ระยะน้ันเราพิจารณาทางด้านปัญญามากไป
ไมส่ มำ่� เสมอทงั้ ดา้ นสมาธแิ ละดา้ นปญั ญา ความเพยี รจงึ ชา้ ไปในระยะนน้ั ๆ ยอ่ มทราบ
ยอ้ นหลงั โดยตลอด สงิ่ ทจี่ ะใหเ้ กดิ -ตายตอ่ ไปอกี คอื อะไร ยอ่ มทราบชดั จากขณะอวชิ ชา
ดบั ไปแล้ว จากนนั้ เปน็ ผหู้ มดกงั วลท้งั อดตี ทเี่ คยเป็นมาของตน ท้งั อนาคตท่ีจะพาให้
เป็นไปข้างหน้า เพราะปัจจุบันจิตขาดจากการติดต่อกับเรื่องทั้งหลายโดยประการ
ทั้งปวงแล้ว

ธรรมทงั้ นี้ ไดอ้ ธบิ ายตามปรยิ ตั บิ า้ ง ตามความเหน็ ของธรรมะปา่ บา้ ง เมอื่ ผดิ บา้ ง
ถูกบ้างก็ขออภัยจากท่านผู้ฟังผู้อ่านทุกท่านด้วย เพราะแสดงไปตามความเข้าใจ
แบบปา่ ๆ ทไี่ ดป้ ฏบิ ตั มิ า และพรอ้ มทจี่ ะรบั ฟงั เหตผุ ล ผดิ ถกู และตชิ มจากทา่ นผมู้ เี มตตา
เสมอ

วธิ ปี ฏบิ ตั เิ พอื่ ความสขุ ความเจรญิ เปน็ ขน้ั ๆ และประจกั ษใ์ จ คอื การอบรมภาวนา
คณุ งามความดอี น่ื ๆ ยอ่ มเปน็ เครอื่ งอดุ หนนุ กนั ไป ขน้ึ ชอ่ื วา่ ความดแี ลว้ ตอ้ งเปน็ เครอื่ ง
หนนุ กนั ไปทง้ั นนั้ เชน่ เดยี วกบั พรกิ แมจ้ ะเปน็ เมด็ เลก็ ๆ หรอื เมด็ ไมค่ อ่ ยจะเตม็ เทา่ ไร
กต็ าม เมอ่ื นำ� มาผสมกนั ตำ� ลงในครกแลว้ คดออกมาใสถ่ ว้ ยหรอื จาน ขณะรบั ประทาน
จะจมิ้ ลงไปดา้ นไหนของถว้ ยหรอื จานนน้ั ยอ่ มมรี สเผด็ เชน่ เดยี วกนั หมด ไมไ่ ดน้ ยิ มวา่
ด้านนั้นพริกเต็ม ด้านน้ีพริกลีบ ข้ึนชื่อว่าความดีแล้ว ไม่ว่าจะเกิดจากกุศลกรรม
ประเภทใดรวมกนั แลว้ จะกลายเปน็ กองบญุ อนั ใหญโ่ ตเชน่ เดยี วกนั ดงั นนั้ โปรดทา่ น

116

ผู้ฟังทุกท่านซ่ึงมีความมุ่งหวังในธรรมอย่างเต็มใจ น�ำไปปฏิบัติดัดแปลงตัวเองตาม
ฐานะให้ถูกเข็มทิศทางเดินของธรรมในขณะท่ีมีชีวิตอยู่ แม้ถึงคราวจ�ำเป็นซึ่งทุกคน
จำ� ตอ้ งเผชญิ จติ จะมหี ลกั ยดึ ไมร่ วนเรไปในทางผดิ จะกา้ วไปตามทางผดิ นยิ ยานกิ ธรรม
นำ� ตนใหถ้ งึ สขุ ในคติภพนัน้ ๆ ขน้ึ ชื่อว่าความสุขความเจริญทเี่ ราร�ำพงึ ร�ำพนั ถึงอยู่ทุก
ขณะจติ นนั้ จะกลายมาเปน็ สมบตั เิ ครอื่ งครองของใจในภพของตนๆ โดยไมต่ อ้ งสงสยั

ในอวสานแหง่ ธรรม จงึ ขออาราธนาคณุ พระศรรี ตั นตรยั ตามคมุ้ ครองรกั ษาทา่ น
ทง้ั หลาย ใหม้ แี ตค่ วามสขุ กายสบายใจ นกึ สงิ่ ใดจงสมหวงั ดงั ความปรารถนาทกุ ประการ
เทอญฯ

117

ความวา่ งของจติ

พระธรรมเทศนา ณ วดั ป่าบ้านตาด อุดรธานี
เมื่อวนั ที่ ๒๗ มนี าคม พุทธศกั ราช ๒๕๐๗

วนั นจี้ ะขอโอกาสเลา่ ความโงแ่ ละความสงสยั ของตนใหบ้ รรดาทา่ นผฟู้ งั ทราบบา้ ง
เป็นบางตอน โดยคิดว่าทุกคนย่อมมาจากแดนแห่งความโง่และความสงสัยด้วยกัน
เพราะบดิ ามารดาทส่ี บื สายมาจากบรรพบรุ ษุ ผใู้ หก้ ำ� เนดิ สบื ทอดกนั มา คงเปน็ คนมกี เิ ลส
สิง่ ท่พี าใหโ้ ง่เหมอื นกัน แมบ้ รรดาเราทง้ั หลายกค็ งไมม่ ผี ้ใู ดแหวกมาเกดิ ถูกแดนแห่ง
ความฉลาด และตดั ปญั หาความสงสยั ไดแ้ ตผ่ เู้ ดยี ว เมอ่ื เปน็ เชน่ นนั้ ความสงสยั จำ� ตอ้ ง
มอี ยดู่ ว้ ยกนั ฉะนนั้ วนั นจ้ี ะขอถอื โอกาสแกไ้ ขปญั หาขอ้ ขอ้ งใจของแตล่ ะทา่ น โดยการ
แสดงธรรมแทนการตอบปัญหาท่ีถามตามแงแ่ หง่ ความสงสยั ตา่ งๆ กัน นบั แตป่ ัญหา
ขน้ั เรมิ่ ตน้ จนถงึ ปญั หาขนั้ สงู สดุ ซง่ึ ผแู้ สดงกไ็ มแ่ นใ่ จวา่ จะตอบไดห้ รอื ไม่ แตป่ ญั หาท่ี
แตล่ ะทา่ นถามรสู้ กึ วา่ เรยี งลำ� ดบั กนั ดี พอจะเปน็ แนวทางของการแสดงธรรมแทนการ
ตอบปัญหาได้

กอ่ นการปฏบิ ตั แิ ละกำ� ลงั ปฏบิ ตั เิ บอ้ื งตน้ ความโงแ่ ละความสงสยั จำ� ตอ้ งมดี ว้ ยกนั
ทุกคน เพราะธรรมชาติที่กล่าวน้ีเคยเป็นผู้น�ำของภพชาติท่ีสัตว์จะมาเกิดทุกราย
การวางรากฐานเบื้องต้นเรายังไม่มีต้นทุนมากมายพอจะมีความฉลาดมาเป็นผู้น�ำ
ทกุ กรณี เมอ่ื เปน็ เชน่ นน้ั ความโงก่ ต็ อ้ งมโี อกาสนำ� หนา้ เราอยโู่ ดยดี เรอื่ งความโงน่ น้ี น้ั
ถ้าเรายังไมเ่ คยอบรมความฉลาดเป็นเครื่องส่องทาง เขาซ่ึงครองอำ� นาจอย่ภู ายในใจ

118

จำ� ตอ้ งฉดุ ลากไปในทางผดิ ไดเ้ ปน็ ธรรมดา การฝกึ หดั อบรมเบอ้ื งตน้ เทา่ ทเี่ คยปฏบิ ตั มิ า
รู้สึกมคี วามสงสัยในธรรมของพระพทุ ธเจา้ ทงั้ ปฏิปทาเคร่ืองดำ� เนินและผลอันจะพึง
ได้รับจะเป็นไปโดยสมบูรณ์ตามธรรมที่ตรัสไว้หรือไม่ นี่เป็นความสงสัยอย่างฝังใจ
ในระยะทีม่ ีความสงสยั ใครจ่ ะปฏิบัตอิ บรมเพ่อื ธรรมข้ันสูงจริงๆ พดู ฟังงา่ ยๆ กค็ ือ
เพื่อพระนิพพานน่ันเอง ก่อนท่ียังไม่คิดและสนใจจะปฏิบัติเพ่ือพระนิพพานนั้น
ความสงสยั ดงั กลา่ วกไ็ มค่ อ่ ยปรากฏในใจ คงจะเปน็ เพราะเรายงั ไมไ่ ดต้ งั้ เขม็ ทศิ หมนุ
มาทางน้ี พอบวชในพระศาสนาและได้ศึกษาข้ออรรถข้อธรรม เฉพาะอย่างย่ิงคือ
พทุ ธประวตั ซิ ง่ึ เปน็ ประวตั ขิ องพระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ออกบวชจนไดต้ รสั รู้ มรรค ผล นพิ พาน
อันดับต่อมาก็เป็นประวัติของพระสาวกที่ได้สดับธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วปลีกตัว
ออกไปบำ� เพญ็ เพยี รในสถานทตี่ า่ งๆ แลว้ ไดต้ รสั รขู้ น้ึ มาเปน็ องคพ์ ยานของพระพทุ ธเจา้
และศาสนธรรม เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนมาถึงระยะน้ีเกิดความเชื่อเลื่อมใสข้ึนมาและ
คดิ อยากบำ� เพญ็ ตนใหเ้ ปน็ เชน่ นนั้ ดว้ ย แตว่ ธิ บี ำ� เพญ็ เพอ่ื เปน็ เชน่ นนั้ จะบำ� เพญ็ อยา่ งไร?
ธรรม คอื ปฏปิ ทาเครอ่ื งดำ� เนนิ ซง่ึ จะชกั จงู จติ ใจใหเ้ ปน็ ไปเพอื่ ธรรมขนั้ สงู คอื การตรสั รู้
เหมอื นอยา่ งพระพทุ ธเจา้ และสาวกทง้ั หลายนนั้ บดั นจี้ ะสามารถผลติ ผลใหเ้ ปน็ เชน่ นน้ั
ไดห้ รือไม่ หรือจะเป็นโมฆะและกลายเปน็ ความลำ� บากแกต่ นผู้ปฏิบตั ิไปเปลา่ ๆ หรือ
หากจะมผี ลเชน่ นนั้ อยอู่ ยา่ งสมบรู ณต์ ามสวากขาตธรรมทต่ี รสั ไวช้ อบแลว้ นเ้ี ปน็ ความ
สงสยั เบอื้ งตน้ แตค่ วามเชอ่ื วา่ พระพทุ ธเจา้ ตรสั รกู้ ด็ ี พระสาวกตรสั รเู้ ปน็ พระอรหนั ตก์ ด็ ี
รสู้ กึ เชอ่ื มนั่ อยา่ งเตม็ ใจตามวสิ ยั ของปถุ ชุ น สงิ่ ทเ่ี ปน็ อปุ สรรคแกต่ นอยใู่ นระยะเรม่ิ ตน้ นี้
ก็คือความสงสัยว่า ปฏิปทาที่เราด�ำเนินตามท่านจะบรรลุถึงจุดที่ท่านบรรลุหรือไม่
หรือว่าทางเหล่านี้จะกลายเป็นขวากเป็นหนามไปเสียหมด หรือจะกลายเป็นอื่นจาก
นิยยานิกธรรม ท้ังๆ ท่ีพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายด�ำเนินไปตามทางสายน้ีแล้ว
ถงึ แดนแหง่ ความเกษม นเี่ ปน็ ความสงสยั ปฏปิ ทาฝา่ ยเหตุ ฝา่ ยผลกใ็ หม้ คี วามสงสยั วา่
เวลานี้ มรรค ผล นิพพาน จะมีอยู่เหมือนครัง้ พุทธกาลหรอื ไม?่ ความสงสยั ท่ฝี ังอยู่
ภายในใจทั้งน้ี ไม่สามารถจะระบายให้ผู้หนึ่งผู้ใดฟังได้ เพราะเข้าใจว่าจะไม่มีใคร
สามารถแก้ไขความสงสัยน้ีให้ส้ินซากไปจากใจได้ จึงเป็นเหตุให้มีความสนใจและ
มงุ่ หวังที่จะพบทา่ นพระอาจารยม์ นั่ อยู่เสมอ แม้จะยังไมเ่ คยพบเหน็ ทา่ นมาก่อนเลย

119

กต็ าม แตเ่ คยไดย้ นิ กติ ตศิ พั ทก์ ติ ตคิ ณุ ของทา่ นฟงุ้ ขจรมาจากจงั หวดั เชยี งใหมเ่ ปน็ เวลา
นานแลว้ วา่ ทา่ นเปน็ พระสำ� คญั รปู หนง่ึ โดยมากผทู้ มี่ าเลา่ เรอื่ งของทา่ นใหฟ้ งั นน้ั จะไม่
เล่าธรรมข้ันอริยภมู ธิ รรมดา แต่จะเลา่ ถงึ ขัน้ พระอรหัตภูมิของท่านทงั้ นัน้

จงึ เปน็ เหตใุ หม้ น่ั ใจวา่ เมอื่ เราไดศ้ กึ ษาเลา่ เรยี นใหเ้ ตม็ ภมู คิ ำ� สตั ยข์ องตนทต่ี งั้ ไว้
แลว้ อยา่ งไร เราจะตอ้ งพยายามออกปฏบิ ตั ิ และไปอยสู่ ำ� นกั ของทา่ น และศกึ ษาอบรม
กับท่านเพื่อจะตัดข้อข้องใจสงสัยที่ฝังใจอยู่ขณะน้ีให้จงได้ ความสัตย์ท่ีเคยตั้งต่อ
ตนเองนน้ั คอื ฝา่ ยบาลี ขอใหจ้ บเพยี งเปรยี ญ ๓ ประโยคเทา่ นน้ั สว่ นนกั ธรรม แมจ้ ะ
ไม่จบชน้ั กไ็ ม่ถอื เป็นปญั หา พอสอบเปรยี ญได้ ๓ ประโยคแล้ว จะออกปฏิบตั ิโดย
ถา่ ยเดยี ว จะไมย่ อมศกึ ษาและสอบประโยคตอ่ ไปเปน็ อนั ขาด นเี่ ปน็ คำ� สตั ยท์ เ่ี คยตงั้ ไว้
ฉะนน้ั การศกึ ษาเลา่ เรยี นจงึ มงุ่ เพอื่ เปรยี ญ ๓ ประโยค แตจ่ ะเปน็ กรรมดหี รอื กรรมชวั่
อยา่ งไรกไ็ มท่ ราบได้ การสอบเปรยี ญตกอยถู่ งึ ๒ ปี ปที ส่ี ามจงึ สอบได้ แมฝ้ า่ ยนกั ธรรม
ท่ีเรียนและสอบยังไม่จบชั้น ก็พลอยได้ตามกันไปจนจบช้ัน เพราะเรียนและสอบ
ควบกนั ไป พอเดนิ ทางไปถงึ จงั หวดั เชยี งใหม่ กเ็ ผอญิ ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั ถกู ทา่ นเจา้ คณุ
ธรรมเจดยี ์ จงั หวดั อดุ รธานี อาราธนานมิ นตท์ า่ นใหไ้ ปพกั จำ� พรรษาอยทู่ จี่ งั หวดั อดุ รธานี
ทา่ นกำ� ลงั ออกเดนิ ทางออกจากทว่ี เิ วกมาพกั อยทู่ วี่ ดั เจดยี ห์ ลวง จงั หวดั เชยี งใหม่ ไลเ่ ลยี่
กนั กบั ทางนไี้ ปถงึ พอไดท้ ราบวา่ ทา่ นมาพกั อยวู่ ดั เจดยี ห์ ลวงเทา่ นนั้ กเ็ กดิ ความยนิ ดี
เป็นล้นพ้น ตอนเช้าไปบิณฑบาตกลับมาได้ทราบจากพระเล่าให้ฟังว่าเช้านี้ท่านพระ
อาจารย์มั่นออกบิณฑบาตสายน้ี และกลับมาทางเดิมดังน้ี ก็ยิ่งเป็นเหตุให้มีความ
สนใจใครอ่ ยากจะพบเหน็ ทา่ นมากขน้ึ จะไมพ่ บซงึ่ ๆ หนา้ กต็ าม แตข่ อใหพ้ บเหน็ ทา่ น
จะเปน็ ท่ีพอใจกอ่ นท่ีท่านจะออกเดนิ ทางไปจงั หวดั อดุ รธานี พอวันรงุ่ ขน้ึ เชา้ กอ่ นท่าน
ออกบณิ ฑบาต เรากร็ ีบไปบิณฑบาตแตเ่ ช้ากอ่ นท่าน แลว้ กลับมาถงึ กฎุ กี ค็ อยสังเกต
ตามเส้นทางท่ีท่านจะผ่านมาตามท่ีได้สอบถามกับพระไว้แล้ว ไม่นานก็เห็นท่านมา
จงึ รบี เขา้ ไปในหอ้ งกฎุ แี ลว้ คอ่ ยสอดสา่ ยตาออกดทู า่ นภายในหอ้ งอยา่ งลบั ๆ ดว้ ยความ
หิวกระหายอยากพบท่านมาเป็นเวลานาน ก็ได้เห็นท่านมาจริงๆ เกิดความเลื่อมใส
ในท่านข้ึนอย่างเต็มที่ในขณะน้ันว่า เราไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ท้ังชาติได้เห็น
พระอรหันต์ในคราวนี้เสียแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่มีใครบอกว่าท่านพระอาจารย์มั่นเป็น

120

พระอรหนั ต์ แตใ่ จเรามนั หย่ังเชื่อแน่วแนล่ งไปอยา่ งนัน้ พรอ้ มทงั้ ความปตี ิยนิ ดีจน
ขนพองสยองเกลา้ อยา่ งบอกไมถ่ กู ในขณะทไี่ ดเ้ หน็ ทา่ น ทงั้ ๆ ทท่ี า่ นกไ็ มไ่ ดม้ องเหน็ เรา
ด้วยตาเนอื้

คราวนั้นท่านพักอยู่ท่ีวัดเจดีย์หลวงไม่ก่ีวันก็ออกเดินทางมาจังหวัดอุดรธานี
กับคณะลกู ศษิ ยข์ องท่าน ส่วนเราพยายามเรียนหนังสืออยู่ทวี่ ัดเจดยี ์หลวง พอสอบ
เปรียญได้ ก็เข้าไปกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าออกปฏิบัติกรรมฐานตามค�ำสัตย์ท่ีต้ังไว้
แต่ถูกผู้ใหญ่สั่งให้อยู่ที่น่ันด้วยความเมตตาหวังอนุเคราะห์ทางด้านปริยัติ พยายาม
หาทางหลีกออกเพื่อปฏิบัติตามความตั้งใจและค�ำสัตย์ที่ต้ังไว้แล้ว เพราะคิดว่า
คำ� สตั ย์ไดส้ ิ้นสุดแลว้ ในขณะท่ีสอบเปรียญได้ เราจะเรียนและสอบประโยคต่อไปอกี
ไม่ไดโ้ ดยเด็ดขาด ตามปกตนิ สิ ัยรกั ความสตั ยม์ าก ถ้าได้ตัง้ ค�ำสัตยล์ งคราวไหนแล้ว
จะไม่ยอมท�ำลายค�ำสัตย์นั้น แม้ชีวิตก็ไม่รักเท่าค�ำสัตย์ นี่อย่างไรจะพยายามออก
ปฏิบัติให้จนได้ เผอิญในระยะนั้นพระผู้ใหญ่ท่ีเป็นอาจารย์ถูกนิมนต์ไปต่างจังหวัด
เราก็พอมีโอกาสปลีกตัวออกจากกรุงเทพฯ ได้ในเวลาน้ัน หากว่าท่านยังอยู่ที่น้ัน
จะหาทางออกยาก เพราะทา่ นกเ็ ปน็ เจา้ บญุ เจา้ คณุ เหนอื กระหมอ่ มเราอยู่ อาจจะเกรงอก
เกรงใจท่านและหาทางออกได้ยาก พอเห็นเป็นโอกาสดีตอนกลางคืน ก็เข้านั่งต้ัง
สัจจาธิษฐานขอบันดาลจากพระธรรมเพ่ือเป็นการสนับสนุนความแน่ใจในการออก
คราวนี้ เมอ่ื ท�ำวัตรสวดมนตเ์ สรจ็ แล้ว ในคำ� อธิษฐานนน้ั มคี วามม่งุ หมายวา่ ถา้ จะได้
ออกปฏิบัติกรรมฐานตามทีไ่ ด้ต้งั คำ� สตั ย์โดยความสะดวกดว้ ย ออกไปแล้วจะได้สม
ความปรารถนาดว้ ย ขอใหน้ มิ ติ ทแี่ ปลกประหลาดแสดงขนึ้ ในคนื วนั นี้ จะแสดงขน้ึ ทาง
ดา้ นภาวนาหรอื ดา้ นความฝนั กไ็ ด้ แตถ่ า้ จะไมไ่ ดอ้ อกปฏบิ ตั กิ ด็ ี ออกไปแลว้ ไมส่ มหวงั
กด็ ี นมิ ติ ทแ่ี สดงขน้ึ มานนั้ ขอจงแสดงเหตทุ ไี่ มส่ มหวงั และไมเ่ ปน็ ทพี่ อใจ แตถ่ า้ เปน็ ดว้ ย
ความสมหวงั เมื่อออกไปแล้ว ขอใหเ้ ปน็ นิมติ ที่แปลกประหลาดและอศั จรรย์ยิ่งแสดง
ขึ้นมาในคืนวนั นี้

จากนน้ั กน็ ง่ั ภาวนาตอ่ ไป กไ็ มป่ รากฏวา่ มนี มิ ติ ใดๆ มาผา่ นในระยะทน่ี งั่ อยเู่ ปน็
เวลานาน กห็ ยดุ และพกั ผอ่ น ขณะทหี่ ลบั ลงไปปรากฏวา่ ไดเ้ หาะขนึ้ ไปบนอากาศสงู และ

121

ในขณะทเ่ี หาะนน้ั ไดเ้ หาะขน้ึ จากพระนครหลวง แตไ่ มใ่ ชพ่ ระนครหลวงกรงุ เทพฯ เรา
จะเปน็ นครหลวงอะไรกไ็ มท่ ราบ กวา้ งสดุ สายหสู ายตา และเปน็ นครหลวงทสี่ วยงามมาก
เหาะรอบพระนครนนั้ สามรอบแลว้ กก็ ลบั ลงมา พอกลบั ลงมาถงึ ทกี่ ต็ นื่ ขนึ้ มาเปน็ เวลา
สน่ี าฬกิ าพอดี จงึ รบี ลกุ จากทนี่ อนดว้ ยความรสู้ กึ อมิ่ เอบิ ภายในอกในใจ เพราะขณะท่ี
เหาะไปรอบๆ พระนครหลวงนน้ั ไดเ้ หน็ สงิ่ ทแี่ ปลกประหลาดและอศั จรรยห์ ลายประการ
ซ่ึงไม่สามารถจะน�ำมาพรรณนาให้ฟังโดยท่ัวถึงได้ ขณะที่ต่ืนขึ้นมาก็ต่ืนด้วยความ
ยม้ิ แยม้ แจม่ ใสและยนิ ดใี นนมิ ติ เปน็ อนั มาก ทงั้ เกดิ ความคดิ ขน้ึ ในเวลานนั้ วา่ อยา่ งไร
เราต้องสมหวังแน่นอน เพราะนิมิตประเภทอัศจรรย์เช่นน้ีเราไม่เคยปรากฏต้ังแต่
กาลไหนๆ มา เพ่ิงจะมาปรากฏในคืนวันน้ีเท่าน้ัน ทั้งสมกับเจตนาท่ีเราต้ังไว้ใน
คำ� อธษิ ฐานดว้ ย คนื นรี้ สู้ กึ เปน็ ของอศั จรรยย์ ง่ิ ในนมิ ติ ของเรา พอฉนั จงั หนั เสรจ็ กถ็ อื
โอกาสเขา้ ไปนมสั การกราบลาพระมหาเถระทเ่ี ปน็ ผใู้ หญใ่ นวดั นนั้ ทา่ นกย็ นิ ดอี นญุ าต
ให้ไปได้ จากนน้ั กอ็ อกเดนิ ทางมาจงั หวัดนครราชสีมา พักจ�ำพรรษาทอ่ี �ำเภอจกั ราช
เรมิ่ ทำ� สมาธภิ าวนา กร็ สู้ กึ แปลกประหลาดทางดา้ นจติ ใจ ไดร้ บั ความสงบเยอื กเยน็ ขนึ้
มาเป็นลำ� ดบั และรเู้ ห็นจติ ใจหยง่ั ลงสคู่ วามสงบประจักษใ์ จ ระยะตอ่ มาพระผใู้ หญ่
จะให้เขา้ ไปเรยี นหนงั สือท่ีกรุงเทพฯ อีก และท่านอตุ ส่าห์เมตตาตามมาสงั่ แล้วกเ็ ลย
ไปตา่ งจงั หวัด ขากลับมาท่านจะให้ไปกรงุ เทพฯ ดว้ ย เรารสู้ กึ อดึ อัดใจ จากนน้ั เราก็
เดินทางมาจังหวัดอุดรธานีเพื่อตามหาท่านพระอาจารย์ม่ัน ใจที่มีความเจริญในทาง
ดา้ นสมาธกิ ป็ รากฏวา่ เสอื่ มลงทบ่ี า้ นตาดซง่ึ เปน็ บา้ นเกดิ ของตน การเสอื่ มทงั้ นเ้ี นอื่ งจาก
การทำ� กลดคนั หนงึ่ เทา่ นนั้ และการมาอยบู่ า้ นตาดกย็ งั ไมถ่ งึ เดอื นเตม็ จติ รสู้ กึ เขา้ สมาธิ
ไมค่ อ่ ยสนทิ ดเี หมอื นทเี่ คยเปน็ มา บางครง้ั เขา้ สงบได้ แตบ่ างครง้ั เขา้ ไมไ่ ด้ พอเหน็ ทา่ ไมด่ ี
จะฝนื อยไู่ ปกต็ อ้ งขาดทนุ จงึ รบี ออกจากทน่ี นั้ ทนั ทไี มย่ อมอยู่ การจากนครราชสมี ามา
จงั หวดั อดุ รคราวน้ี จดุ ประสงคก์ เ็ พอื่ จะมาใหท้ นั ทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ซงึ่ จำ� พรรษาอยทู่ ่ี
วัดโนนนเิ วศน์ อดุ รธานี แตก่ ็มาไมท่ นั ทา่ น เพราะทา่ นถกู นิมนตไ์ ปจังหวัดสกลนคร
เสยี กอ่ น จงึ เลยไปพกั อยทู่ ว่ี ดั ทงุ่ สวา่ ง จงั หวดั หนองคาย ประมาณสามเดอื นกวา่ พอถงึ
เดอื นพฤษภาคม ๒๔๘๕ กอ็ อกเดนิ ทางจากหนองคายไปจงั หวดั สกลนคร และเดนิ ทาง
ตอ่ ไปถงึ วดั ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั ทต่ี งั้ อยบู่ า้ นโคก ตำ� บลตองโขบ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั

122

สกลนคร พอไปถงึ วดั พบทา่ นกำ� ลงั เดนิ จงกรมอยเู่ วลาโพลเ้ พล้ (จวนมดื ) ทา่ นกถ็ ามวา่
“ใครมา” ก็กราบเรียนถวายท่าน จากน้ันท่านก็ออกจากทางจงกรมข้ึนไปบนศาลา
เพราะทา่ นพกั อยใู่ นหอ้ งบนศาลานน้ั ทา่ นกท็ กั ทายปราศรยั ดว้ ยความเมตตาและเอน็ ดู
คนทีแ่ สนโงไ่ ปหาทา่ น และได้แสดงธรรมใหฟ้ ัง ในบทธรรมทท่ี า่ นแสดงให้ฟังในคนื
วันท่ีไปถึงทีแรกน้ัน จะน�ำใจความย่อเท่าท่ีจ�ำได้มาเล่าให้ท่านผู้ฟังทราบ และเป็น
บทธรรมทฝ่ี งั ลกึ อยภู่ ายในใจจนบดั นวี้ า่ ทา่ นมหากน็ บั วา่ เรยี นมาพอสมควรจนปรากฏ
นามเปน็ มหา ผมจะพดู ธรรมให้ฟังเพอ่ื เปน็ ขอ้ คดิ แตอ่ ย่าเข้าใจว่าผมประมาทธรรม
ของพระพทุ ธเจา้ นะ เวลานธี้ รรมทท่ี า่ นเรยี นมาไดม้ ากไดน้ อ้ ย ยงั ไมอ่ ำ� นวยประโยชน์
ให้ทา่ นสมภมู ทิ ่เี ปน็ เปรยี ญ นอกจากจะเปน็ อุปสรรคตอ่ การภาวนาของทา่ นในเวลาน้ี
เท่าน้ัน เพราะท่านจะอดเป็นกังวลและน�ำธรรมที่เรียนมานั้นเข้ามาเทียบเคียงไม่ได้
ในขณะทท่ี ำ� ใจใหส้ งบ ดงั นน้ั เพอ่ื ความสะดวกในเวลาจะทำ� ความสงบใหแ้ กใ่ จ ขอให้
ทา่ นทจ่ี ะทำ� ใจใหส้ งบ ยกบชู าไวก้ อ่ นในบรรดาธรรมทที่ า่ นไดเ้ รยี นมา ตอ่ เมอื่ ถงึ กาลที่
ธรรมซงึ่ ทา่ นเรยี นมาจะเขา้ มาชว่ ยสนบั สนนุ ใหท้ า่ นไดร้ บั ประโยชนม์ ากขน้ึ แลว้ ธรรมที่
เรยี นมาทงั้ หมดจะวงิ่ เขา้ มาประสานกนั กบั ทางดา้ นปฏบิ ตั ิ และกลมกลนื กนั ไดอ้ ยา่ งสนทิ
ทงั้ เปน็ ธรรมแบบพมิ พซ์ งึ่ เราควรจะพยายามปรบั ปรงุ จติ ใจใหเ้ ปน็ ไปตามดว้ ย แตเ่ วลานี้
ผมยงั ไมอ่ ยากจะใหท้ า่ นเปน็ อารมณก์ บั ธรรมทที่ า่ นเลา่ เรยี นมา อยา่ งไรจติ จะสงบลงได้
หรอื จะใชป้ ญั ญาคดิ คน้ ในขนั ธ์ กข็ อใหท้ า่ นทำ� อยใู่ นวงกายนกี้ อ่ น เพราะธรรมในตำ� รา
ทา่ นชเี้ ขา้ มาในขนั ธท์ ง้ั นนั้ แตห่ ลกั ฐานของจติ ยงั ไมม่ ี จงึ ไมส่ ามารถนำ� ธรรมทเี่ รยี นมา
จากต�ำราน้อมเข้ามาเป็นประโยชน์แก่ตนได้ และยังจะกลายเป็นสัญญาอารมณ์
คาดคะเนไปทอ่ี น่ื จนกลายเปน็ คนไมม่ หี ลกั เพราะจติ ตดิ ปรยิ ตั ใิ นลกั ษณะไมใ่ ชท่ างของ
พระพทุ ธเจา้ ขอใหท้ า่ นนำ� ธรรมทผี่ มพดู ใหฟ้ งั ไปคดิ ดู ถา้ ทา่ นตงั้ ใจปฏบิ ตั ไิ มท่ อ้ ถอย
วนั หนงึ่ ขา้ งหนา้ ธรรมทก่ี ลา่ วนจี้ ะประทบั ใจทา่ นแนน่ อน เทา่ ทจ่ี ำ� ไดใ้ นวนั นน้ั กน็ ำ� มาเลา่
ใหฟ้ งั เพียงเทา่ น้ี

เรารู้สึกเกิดความเช่ือเล่ือมใสท่านทันทีท่ีได้เห็นองค์ของท่านชัดเจนในคืน
วนั นน้ั พรอ้ มทง้ั ความเชอื่ ในธรรมทที่ า่ นเมตตาแสดงใหฟ้ งั และทา่ นกอ็ นเุ คราะหร์ บั ไว้
ใหอ้ ยใู่ นสำ� นกั ของทา่ นตลอดมา เรากอ็ ยกู่ บั ทา่ นดว้ ยความพอใจจนบอกไมถ่ กู แตอ่ ยู่

123

ดว้ ยความโงเ่ งา่ อยา่ งบอกไมถ่ กู อกี เหมอื นกนั เฉพาะองคท์ า่ นรสู้ กึ มเี มตตาธรรมานเุ คราะห์
ทกุ ครงั้ ทเ่ี ขา้ ไปหา การบำ� เพญ็ อยกู่ บั ทา่ นในระยะนน้ั กม็ แี ตค่ วามเจรญิ กบั ความเสอ่ื ม
ทางภายในใจ ไมค่ อ่ ยสงบอยคู่ งทเ่ี ปน็ เวลานาน พรรษาแรกทอ่ี ยกู่ ับทา่ น เปน็ พรรษา
ท่ี ๙ เพราะ ๗ พรรษาศกึ ษาทางปรยิ ตั ิ เรม่ิ ออกปฏบิ ตั ไิ ดข้ นึ้ มาจำ� พรรษาทน่ี ครราชสมี า
๑ พรรษา ในพรรษาแรกทจ่ี ำ� อยกู่ บั ทา่ นมแี ตเ่ จรญิ กบั เสอื่ มทางดา้ นสมาธิ ออกพรรษาแลว้
กข็ นึ้ บนเขาประมาณสองเดอื นกวา่ กลบั ลงมาหาทา่ นอกี จติ กม็ เี จรญิ กบั เสอ่ื มอยเู่ ชน่ นน้ั
โดยพจิ ารณาหาสาเหตุกไ็ มท่ ราบว่าเส่อื มเพราะเหตใุ ด ทงั้ ๆ ทตี่ ัง้ ใจบ�ำเพญ็ อยอู่ ยา่ ง
เต็มก�ำลงั บางคนื ไม่ยอมหลบั นอนตลอดรุ่ง เพราะกลวั จิตจะเสอื่ ม ถงึ อย่างนัน้ ก็ยงั
เสือ่ มได้ เฉพาะอยา่ งยิ่งเวลาจิตเร่มิ ก้าวเข้าส่คู วามสงบ ความเพยี รกย็ ิ่งรบี เร่ง เพราะ
กลัวจิตจะเส่ือมดังท่ีเคยเป็นมา แม้เช่นน้ันก็ยังฝืนเส่ือมไปได้ ต่อมาก็เจริญขึ้นอีก
แล้วก็เสื่อมลงอีก ความเจริญของจิตน้ันอยู่คงท่ีได้เพียงสามวัน จากน้ันก็เส่ือมลง
ตอ่ หนา้ ตอ่ ตา ทำ� ใหเ้ กดิ ขอ้ ขอ้ งใจและสงสยั เรอ่ื งของความเสอ่ื มนวี้ า่ เสอ่ื มไดเ้ พราะเหตใุ ด
หรอื จะเปน็ เพราะเราปลอ่ ยคำ� บรกิ รรมภาวนา สตอิ าจจะเผลอไปไดใ้ นตอนน้ี จงึ ตง้ั ขอ้
สงั เกตขน้ึ แลว้ กต็ งั้ คำ� มนั่ สญั ญาขนึ้ อกี วา่ ถงึ อยา่ งไรเราจะตอ้ งนำ� บทบรกิ รรมมากำ� กบั
จติ ทกุ เวลา ไมว่ า่ เขา้ สมาธิ ออกสมาธิ ไมว่ า่ จะไปทไี่ หน อยทู่ ใี่ ด แมท้ ส่ี ดุ ปดั กวาดลานวดั
หรอื ทำ� กจิ วตั รตา่ งๆ จะไมย่ อมใหส้ ตพิ ลง้ั เผลอจากคำ� บรกิ รรม คอื พทุ โธ เพราะชอบนำ�
เอาบท พทุ โธ มาเปน็ คำ� บรกิ รรมภาวนา คราวนเ้ี วลาภาวนาจติ สงบลงไป หากวา่ ความ
สงบนน้ั ยังจะนึกค�ำบริกรรมคือ “พทุ โธ” ไดอ้ ยู่ จะไมย่ อมปล่อยวางค�ำบริกรรมนน้ั
แลว้ จติ จะเสอ่ื มไปไดใ้ นทางใด จะตอ้ งรกู้ นั ในตอนน้ี พอตง้ั ขอ้ สงั เกตและตงั้ คำ� มน่ั สญั ญา
ไวแ้ ลว้ กเ็ รมิ่ บรกิ รรมภาวนาดว้ ยบท พทุ โธ เมอ่ื บรกิ รรมตามนน้ั จติ กล็ งสคู่ วามสงบได้
และได้อยา่ งรวดเร็วต่างจากที่เคยเปน็ มา ขณะทีจ่ ติ เวน้ จากค�ำบริกรรม จะเวน้ เฉพาะ
ขณะทจี่ ติ เขา้ สคู่ วามสงบอยา่ งสนทิ ขณะนน้ั จะนกึ พทุ โธ หรอื ไมก่ ต็ าม แตค่ วามรทู้ อ่ี ยู่
ในความสงบนนั้ ปรากฏเปน็ พทุ โธ ตายตวั อยแู่ ลว้ และไมม่ คี วามปรงุ แตง่ อะไรทงั้ นนั้
ตอนน้ีหยุดค�ำบริกรรม พอจิตจะเริ่มขยับตัวถอนข้ึนมา คือมีอาการกระเพ่ือมนิดๆ
กร็ บี จับคำ� บรกิ รรมอดั เข้าไปทนั ทเี พอ่ื ใหจ้ ิตติดอยกู่ ับค�ำบรกิ รรม ท�ำเช่นนั้นพร้อมทง้ั
ตงั้ ความสงั เกตวา่ จติ จะมคี วามเสอ่ื มไดต้ อนไหน และทอดอาลยั ในความเสอื่ มกบั ความ

124

เจริญของจิต จิตจะเสื่อมหรือเจริญไปถึงไหนก็ตาม แต่ค�ำบริกรรมในระยะนี้จะไม่
ยอมปลอ่ ยวาง แมจ้ ิตจะเสื่อมก็ยอมใหเ้ ส่อื มไป เพราะการตงั้ ความอยากไว้วา่ ไม่ให้
จติ เสอื่ มไป แตก่ เ็ สอื่ มไปไดท้ งั้ ๆ ทไ่ี มอ่ ยากใหเ้ สอ่ื ม บดั นคี้ วามเสอ่ื มและความเจรญิ นน้ั
เราทอดธุระเสียแล้ว จะบังคับจิตให้มีความรู้สึกอยู่กับพุทโธอย่างเดียว เสื่อมกับ
ความเจรญิ เราจะพยายามให้รูอ้ ยู่กบั ใจทมี่ พี ุทโธกำ� กบั นี้เทา่ น้ัน ให้ร้กู นั ทน่ี ่แี ละเห็น
ประจกั ษก์ นั ทนี่ ่ี จะมนั่ ใจอยทู่ นี่ แ่ี หง่ เดยี ว เสอื่ มกบั เจรญิ ไมต่ อ้ งไปสนใจ ในระยะตอ่ มา
จติ ที่เคยเจริญและเสอื่ มเปน็ ลำ� ดบั มาก็เลยไม่เสื่อม จงึ เปน็ เหตุใหร้ เู้ รอ่ื งราวของจิตว่า
ออ้ จิตท่เี คยเสอื่ มบ่อยๆ น้ัน เส่ือมเพราะขาดค�ำบริกรรม สตคิ งจะเผลอจากจิตไป
ในระยะ

แตน่ น้ั มากต็ งั้ คำ� บรกิ รรมมาเปน็ ลำ� ดบั ไปไหน มาไหน อยทู่ ใี่ ด ไมย่ อมใหเ้ ผลอ
เป็นกับตายจะไม่ยอมให้เผลอจาก พุทโธ จิตจะเส่ือมไปไหนก็ให้รู้กันที่น่ีเท่าน้ัน
ไม่ยอมรับรู้ไปทางอื่น จติ ก็เลยตัง้ หลักลงได้ เพราะคำ� บรกิ รรมคอื พุทโธ ตอ่ มาก็เป็น
พรรษาท่สี องท่ีไปอยู่กบั ทา่ น ก่อนจะเขา้ พรรษา จติ ก็รสู้ ึกสงบดแี ละแนบสนิทในทาง
สมาธิ ความเสอ่ื มไมป่ รากฏ แตค่ ำ� บรกิ รรมยงั ไมย่ อมลดละ จนถงึ กบั นง่ั ภาวนาไดแ้ ต่
หัวค�่ำตลอดรุ่งโดยไม่เปล่ียนเป็นอิริยาบถอื่น ในพรรษาที่สองของการไปอยู่กับท่าน
พระอาจารย์มั่น รู้สึกว่าการน่ังภาวนาตลอดรุ่งจะถือเป็นส�ำคัญมากกว่าอิริยาบถอื่น
ในการบำ� เพญ็ ตอ่ จากนนั้ มาก็คอ่ ยผ่อนลงบา้ ง เพราะเห็นว่าธาตุขนั ธเ์ ปน็ เคร่อื งมือ
ส�ำหรับใช้ ย่อมมีการช�ำรุดได้เม่ือไม่รู้จักประมาณ แต่การเร่งความเพียรด้วยวิธีน่ัง
ตลอดรุ่งนี้ รู้สกึ ว่าใจมีกำ� ลงั มากกวา่ วิธีอืน่ ๆ การร้เู ร่อื งของทุกขเวทนาทีแ่ สดงขน้ึ ใน
ขณะนงั่ นานๆ เชน่ นนั้ กร็ ไู้ ดช้ ดั ในระยะนง่ั ตลอดรงุ่ นนั้ เอง เพราะทกุ ขเวทนาทป่ี รากฏ
ในระยะนน้ั เปน็ เวทนาแปลกประหลาดหลายประการ ปญั ญาทจ่ี ะพจิ ารณาเพอ่ื ตอ่ สกู้ บั
ทกุ ขเวทนากท็ ำ� งานไมล่ ดละ จนสามารถเขา้ ใจในเรอ่ื งเวทนาไดท้ กุ ประเภทในรา่ งกาย
ซง่ึ เปน็ กอ้ นทกุ ขห์ มดทง้ั รา่ ง และสามารถสอดรถู้ งึ เวทนาของใจ ทงั้ เปน็ การเสรมิ สรา้ ง
สติปัญญาและความกล้าหาญทางความเพียรได้อีกมากมาย นอกจากนั้นยังมีความ
กลา้ หาญและมนั่ ใจในอนาคตวา่ ทกุ ขเวทนาทจ่ี ะไดแ้ สดงตวั ในคราวจะตายนน้ั จะตอ้ ง
เป็นเร่ืองของทุกขเวทนาที่ก�ำลังปรากฏและพิจารณารับรู้กันอยู่ในขณะนี้แล จะไม่มี

125

เวทนาตวั ไหนจะแปลกประหลาดและตา่ งหนา้ ตา่ งตามาจากทไี่ หน ซงึ่ จะทำ� ใหเ้ รามคี วาม
ลมุ่ หลงและเผอเรอในเวลาจะตาย จงึ เปน็ เหตใุ หไ้ ดค้ ตขิ น้ึ มาอกี วาระหนงึ่ ทกุ ขเวทนา
ทเ่ี กดิ ขน้ึ เมอ่ื ปญั ญาพจิ ารณารอบคอบแลว้ กด็ บั ไปในขณะนนั้ จติ กล็ งสคู่ วามสงบได้
อยา่ งเตม็ ท่ี

ในระยะเชน่ นจ้ี ะวา่ จติ วา่ งกไ็ ดอ้ ยู่ แตว่ า่ งในสมาธิ พอจติ ถอยออกมา ความวา่ ง
กห็ ายไป จากนน้ั กพ็ จิ ารณาไปอกี และพจิ ารณาตอ่ ไปเรอื่ ยๆ จนจติ มคี วามชำ� นาญใน
ดา้ นสมาธิ ขอสรปุ ความใหย้ อ่ ลงเพอ่ื ใหพ้ อดกี บั เวลา เมอ่ื สมาธมิ กี ำ� ลงั ทางดา้ นปญั ญา
กเ็ รง่ พจิ ารณาตามสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายจนรเู้ หน็ ชัดและสามารถถอดถอนอุปาทาน
ของกายได้โดยสิ้นเชิง จากน้ันจิตก็จะเร่ิมว่าง แต่ยังไม่แสดงความว่างอย่างเต็มท่ี
ยังมีนิมติ ภายในแสดงภาพปรากฏอยกู่ บั ใจ เพราะในระยะนใี้ จวา่ งจากกายและวตั ถุ
ภายนอก แตย่ งั ไมว่ า่ งจากนมิ ติ ภายในของตวั เอง จนกวา่ จะมคี วามชำ� นาญโดยอาศยั
การฝกึ ซอ้ มไมล่ ดละ นมิ ติ ภายในใจกน็ บั วนั จางไป สดุ ทา้ ยกห็ มด ไมป่ รากฏนมิ ติ ทง้ั
ภายนอกภายในใจ นนั่ ทา่ นกเ็ รยี กวา่ จติ วา่ ง วา่ งชนดิ นเ้ี ปน็ เรอ่ื งวา่ งประจำ� นสิ ยั ของจติ
ทม่ี ีภูมิธรรมประจำ� ข้นั แหง่ ความว่างของตน นไี่ ม่ใชว่ า่ งสมาธิ และไมใ่ ชว่ ่างในขณะที่
นง่ั สมาธิ ขณะทนี่ งั่ สมาธเิ ปน็ ความวา่ งของสมาธิ แตจ่ ติ ทป่ี ลอ่ ยวางจากรา่ งกายเพราะ
ความรรู้ อบดว้ ยนมิ ติ ภายในกห็ มดสนิ้ ไป เพราะอำ� นาจของสตปิ ญั ญารเู้ ทา่ ทนั ดว้ ย นแี่ ล
ชอื่ วา่ วา่ งตามฐานะของจติ เมอื่ ถงึ ขนั้ นแี้ ลว้ จติ วา่ งจรงิ ๆ แมก้ ายจะปรากฏตวั อยู่ กส็ กั แต่
ความรู้สึกว่ากายมีอยู่เท่านั้น แต่ภาพแห่งกายหาได้ปรากฏเป็นนิมิตภายในจิตไม่
ว่างเชน่ นแี้ ล เรยี กวา่ วา่ งตามภูมขิ องจิต และมคี วามวา่ งอย่างนเี้ ป็นประจ�ำ ถา้ วา่ ง
เชน่ นว้ี า่ เปน็ นพิ พาน กเ็ ปน็ นพิ พานของผนู้ นั้ หรอื ของจติ ชน้ั นน้ั แตย่ งั ไมใ่ ชน่ พิ พานวา่ ง
ของพระพุทธเจ้า ถ้าผู้จะถือสมาธิเป็นความว่างของนิพพานในขณะจิตที่ลงสู่สมาธิ
กเ็ ปน็ นพิ พานของสมาธแิ หง่ โยคาวจรผปู้ ฏบิ ตั ผิ นู้ นั้ เสยี เทา่ นน้ั ความวา่ งทง้ั สองประเภท
ทก่ี ลา่ วมานี้ ไมใ่ ชเ่ ปน็ นพิ พานวา่ งของพระพทุ ธเจา้ เพราะเหตใุ ด? เพราะจติ ทม่ี คี วามวา่ ง
ในสมาธจิ ำ� ตอ้ งพอใจและติดในสมาธิ จิตทม่ี ีความวา่ งตามภูมขิ องจติ จ�ำตอ้ งมีความ
ดดู ดมื่ และตดิ ใจในความวา่ งประเภทนี้ จำ� ตอ้ งถอื ความวา่ งนเี้ ปน็ อารมณข์ องใจจนกวา่
จะผา่ นไปได้ ถา้ ผถู้ อื ความวา่ งนวี้ า่ เปน็ นพิ พาน กเ็ รยี กวา่ ผนู้ น้ั ตดิ นพิ พานในความวา่ ง

126

ประเภทนีโ้ ดยเจา้ ตวั ไมร่ ู้ เมือ่ เปน็ เช่นนี้ ความว่างประเภทนจ้ี ะจัดว่าเปน็ นิพพานได้
อย่างไร ถ้าไม่ตอ้ งการนพิ พานขน้ั นี้ กค็ วรกาง เวทนา สัญญา สงั ขาร วิญญาณ
ออกตรวจตราดใู ห้ชดั เจนและละเอียดถถี่ ว้ น เพราะความว่างท่ีกลา่ วนี้เป็นความวา่ ง
ของเวทนา คอื สุขเวทนามีเต็มอยู่ในความว่างนนั้ สญั ญาก็หมายวา่ ง สังขารก็ปรุงแต่
เรือ่ งความวา่ งเปน็ อารมณ์ วิญญาณกช็ ว่ ยรับรูท้ างภายใน ไม่เพียงจะรับรู้ภายนอก
เลยกลายเป็นนิพพานของอารมณ์ ถ้าพิจารณาส่ิงเหล่านี้ให้ชัด และความว่างให้ชัด
โดยเห็นเปน็ เรอ่ื งของสงั ขารธรรม คอื สง่ิ ผสมนัน่ แลจะมีช่องทางผา่ นไปไดใ้ นวนั หนง่ึ
แนน่ อน เมอื่ พจิ ารณาตามทกี่ ลา่ วน้ี ขนั ธท์ งั้ สแ่ี ละความวา่ ง ซง่ึ เปน็ สงิ่ ปดิ บงั ความจรงิ ไว้
ก็จะค่อยเปิดเผยตัวออกมาทีละเล็กละน้อยจนปรากฏได้ชัด จิตย่อมมีทางสลัดตัว
ออกได้ แม้ฐานทีต่ ้งั ของสงั ขารธรรมท่ีเต็มไปด้วยส่งิ ผสมน้ี ก็ทนต่อสติปญั ญาไมไ่ ด้
เพราะเปน็ สง่ิ เกยี่ วโยงกนั สตปิ ญั ญาประเภทคน้ แรแ่ ปรธาตจุ ะฟาดฟนั เขา้ ไป เชน่ เดยี วกบั
ไฟได้เช้ือลุกลามไปไม่หยุด จนกว่าจะขุดรากเหง้าของธรรมผสมนี้ขึ้นได้เสียเม่ือใด
เมอ่ื นน้ั จงึ จะหยดุ การรกุ การรบ เวลานมี้ อี ะไรทเ่ี ปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ นพิ พาน วา่ งตามแบบของ
พระพุทธเจ้าคือสิ่งท่ีติดใจอยู่ในข้ันน้ี และขณะนี้แลเป็นข้าศึก สิ่งท่ีติดใจก็ได้แก่
ความถือว่าใจของเราวา่ งบา้ ง สบายบ้าง ใสสะอาดบา้ ง ถ้าจะเห็นวา่ ใจมันว่างแตม่ ัน
อยกู่ ับความไมว่ ่าง ใจมันเปน็ สุข แตม่ นั อาศัยอยูก่ ับทุกข์ ใจใสสะอาด แตม่ ันอยกู่ ับ
ความเศรา้ หมองโดยไมร่ สู้ กึ ตวั ความวา่ ง ความสขุ ความใส น่ันแลเปน็ ธรรมปดิ บงั
ตัวเอง เพราะธรรมท้งั นคี้ ือเคร่ืองหมายของภพ-ชาติ ผู้ต้องการตดั ภพ-ชาติ จงึ ควร
พจิ ารณาใหร้ เู้ ทา่ และปลอ่ ยวางสงิ่ เหลา่ น้ี อยา่ หวงไวเ้ พอ่ื กอ่ ไฟเผาตวั ถา้ ปญั ญาขดุ คน้ ลง
ตรงทส่ี ามจอมกษตั รยิ แ์ หง่ ภพปรากฏอยู่ นน้ั แลจะถกู องคก์ ารใหญข่ องภพชาติ และจะ
ขาดกระเดน็ ออกจากใจทนั ทที ป่ี ญั ญาหยงั่ ลงถงึ ฐานของเขาตง้ั อยู่ เมอ่ื สง่ิ ทง้ั นส้ี น้ิ ไปแลว้
เพราะอำ� นาจของปญั ญา นนั้ แลเปน็ ความวา่ งอนั หนงึ่ เครอ่ื งหมายของสมมตุ ใิ ดๆ จะไม่
ปรากฏในความวา่ งน้ันเลย นค่ี ือความวา่ งทผ่ี ดิ กบั ความว่างท่ผี า่ นมาแลว้ ความว่าง
ประเภทนี้ เราจะวา่ เปน็ ความวา่ งของพระพทุ ธเจา้ หรอื ความวา่ งของใครนน้ั ผแู้ สดงไม่
สามารถจะเรยี นใหท้ ราบไดว้ า่ จะควรเปน็ ความวา่ งของใคร นอกจากจะเปน็ ความวา่ งที่
รเู้ หน็ กนั อยดู่ ว้ ยสันทฏิ ฐโิ กของผบู้ ำ� เพญ็ เท่านั้น

127

ความวา่ งอนั นไ้ี มม่ กี าลสมยั เปน็ อกาลโิ กอยตู่ ลอดกาล ความวา่ งในสมาธมิ คี วาม
เปลย่ี นแปลงไปไดท้ งั้ ดา้ นความเจรญิ และความเสอ่ื ม ความวา่ งในขนั้ อรปู ธรรม ซงึ่ กำ� ลงั
เปน็ ทางเดนิ กแ็ ปรสภาพหรอื ผา่ นไปได้ แตค่ วามวา่ งในตนเองโดยเฉพาะนี้ ไมม่ คี วาม
เปล่ียนแปลง เพราะตนไม่มีอยู่ในความว่างนั้น และไม่ถือความว่างนั้นว่าเป็นตน
นอกจาก ยถาภตู ํ าณทสสฺ นํ เห็นตามเป็นจริงในหลกั ธรรมชาติแห่งความวา่ งนั้น
และเหน็ ตามเปน็ จรงิ ในสภาวธรรมทผี่ า่ นมาเปน็ ลำ� ดบั และทมี่ อี ยทู่ วั่ ไปเทา่ นน้ั แมศ้ ลี
สมาธิ ปญั ญา ซงึ่ เปน็ ธรรมเครอ่ื งแกไ้ ข กร็ เู้ ทา่ และปลอ่ ยวางไวต้ ามเปน็ จรงิ ไมม่ สี งิ่ ใด
จะเขา้ ไปแฝงอยใู่ นธรรมชาติแห่งความว่างในวาระสุดท้ายนั้นเลย

ท่านนักใจบุญทุกท่าน โปรดน�ำความว่างทั้งสามประเภทน้ีไปพิจารณา และ
พยายามบำ� เพญ็ ตนใหเ้ ขา้ ถงึ ความวา่ งทงั้ สามน้ี เฉพาะอยา่ งยงิ่ ความวา่ งในวาระสดุ ทา้ ย
ซ่ึงเป็นความว่างในหลักธรรมชาติ ไม่มีผู้ใดและสมมุติใดๆ อาจเอื้อมเข้าไปท�ำการ
เกี่ยวข้องได้อีกต่อไป ความสงสัยนับแต่ข้ันต้นแห่งธรรมจนถึงความว่างอย่างย่ิง
จะเป็นปัญหาทย่ี ุติกนั ลงไดด้ ้วยความรู้ความเห็นของตนเป็นผ้ตู ดั สนิ เอง

ดงั นนั้ ในอวสานแหง่ ธรรมโดยเรม่ิ แสดงเรอื่ งความโงข่ องตนใหท้ า่ นผฟู้ งั ทกุ ทา่ น
ทราบเป็นล�ำดับ จนเตลิดมาถึงความว่างในวาระสุดท้ายซึ่งเป็นธรรมออกจะสุดวิสัย
ของผูแ้ สดงท่ีอธิบายให้ยง่ิ ไปกว่านั้นอีกไมไ่ ด้ จงึ ขอยุติลงโดยเห็นว่าสมควรแก่เวลา
ขอความสขุ ความส�ำราญจงมีแก่ทา่ นผฟู้ งั โดยถว้ นหน้ากัน เทอญฯ

128

อวชิ ชารวมตวั ปกปดิ จติ แท้-ธรรมแท้

เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมือ่ วันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศกั ราช ๒๕๐๙

พระธรรมเทศนากัณฑ์นี้ แสดงในเชงิ ตอบปญั หาธรรมแกพ่ ระเถระสำ� คัญมาก
องค์หนง่ึ ในสมยั ปจั จุบัน มเี น้ือหาและขอ้ ความดงั น้ี

นค่ี อื เวลาเรมิ่ พจิ ารณาเขา้ สจู่ ดุ รวมของกเิ ลสวฏั ฏซ์ ง่ึ ไดแ้ กอ่ วชิ ชา ขณะทพี่ จิ ารณา
กย็ ังไม่ทราบว่าตวั เองพจิ ารณาอวชิ ชา เปน็ แต่เพียงคดิ วา่ น้มี นั อะไรนา เป็นขอ้ ขอ้ งใจ
สงสยั อยตู่ รงน้ี แลว้ ก็หย่ังจิตลงไปทน่ี ั่น ทำ� ความสนใจในจดุ นนั้ พจิ ารณาว่ามันเป็น
ยงั ไงไปยงั ไงมายงั ไง แตก่ ไ็ ปถกู จดุ ทงั้ นเี้ พราะเราไมร่ ชู้ อ่ื มนั วา่ อะไรเปน็ อวชิ ชา อวชิ ชา
ทแี่ ทจ้ รงิ กบั ชอื่ มนั ผดิ กนั มาก เหน็ แตก่ ระแสของมนั กระจายไปทว่ั โลก นนั้ มนั เปน็ เพยี ง
ก่ิงก้าน เหมอื นเราไปหาจับโจรผรู้ ้าย ไปจับก็จะไดแ้ ตส่ มุนของมนั เท่านั้น จับคนไหน
ก็เป็นสมุนของมันๆ ไมท่ ราบว่านายมนั อยูท่ ไี่ หน มรี ปู รา่ งหนา้ ตาเป็นอย่างไร เพราะ
ไม่เคยเห็นหัวหน้ามนั

จบั มากต่อมาก จบั เข้าไปๆ ตีตะล่อมเข้าไปๆ ที่เรียกวา่ ล้อมโจร คือ เจ้าหน้าที่
มจี ำ� นวนมากและกม็ กี ำ� ลงั มาก ตา่ งคนตา่ งอาศยั กนั รวมกนั เขา้ กม็ กี ำ� ลงั มาก ลอ้ มรอบ
จุดท่ีโจรอาศัยอยู่ จับคนน้ีมัดคนน้ันเข้าไปๆ เม่ือถูกถาม ตามธรรมดาโจรมันจะ
ไม่บอกว่าใครเป็นนายของมัน ถ้าใครเป็นโจรก็มัดมันเข้าไปหมดจนไม่ให้มีเหลือ

129

สักคนในวงลอ้ มนั้น คนสุดท้ายนั้นนะ่ เปน็ นายโจร คนสุดท้ายมันจะอยู่ในทสี่ �ำคญั
คอื สมนุ ของโจรจะตอ้ งลอ้ มรอบขอบชดิ รกั ษาไวอ้ ยา่ งดที เี ดยี ว ไมใ่ หพ้ บหวั หนา้ ของมนั
อย่างงา่ ยดาย

ถกู จบั เขา้ ไปเปน็ ลำ� ดบั ๆ จนถงึ อโุ มงคท์ ห่ี วั หนา้ โจรหลบซอ่ น กฆ็ า่ หมดไมม่ เี หลอื
ในท่ีนั้นแล้ว มันก็ทราบชัดกันละที่นี่ว่าหัวหน้าโจรตัวฉลาดได้ถูกฆ่าให้สูญพันธุ์ไป
เสยี แลว้ อนั นเ้ี ปน็ แตเ่ พยี งรปู เปรยี บ คอื จติ ทมี่ คี วามเกย่ี วขอ้ งกบั สงิ่ ใด มนั กเ็ ปน็ แขนง
ของความหลง ไมว่ า่ จะหลงทางดที างชว่ั มนั เปน็ เรอ่ื งของอวชิ ชาและกง่ิ กา้ นของอวชิ ชา
ท้ังน้ัน แต่ตัวอวชิ ชาจริงๆ มนั ไมม่ ี เพราะฉะนน้ั อบุ ายวธิ พี จิ ารณาตา่ งๆ ถา้ จะเทียบ
อปุ มา กเ็ หมอื นอยา่ งเราวดิ นำ�้ เพอ่ื จะเอาปลา ถา้ นำ�้ มมี าก ปลาจะมอี ยจู่ ำ� นวนมากนอ้ ย
เพยี งไรกไ็ มท่ ราบ วดิ นำ�้ ออกจนนำ้� แหง้ ลงไปเปน็ ลำ� ดบั ๆ ปลากร็ วมตวั เขา้ ไปๆ ตวั ไหน
อยู่ที่ไหนก็ว่ิงลงในน�ำ้ ๆ น้�ำก็ถกู วดิ ออกเร่อื ยๆ ปลากร็ วมตัวเข้าไป ตวั ไหนวง่ิ ไปไหน
กม็ องเหน็ เพราะนำ้� แหง้ ลงไปเรอื่ ยๆ ผลสดุ ทา้ ยเมอ่ื นำ้� แหง้ แลว้ ปลากไ็ มม่ ที หี่ ลบซอ่ น
ก็จบั ตัวปลาได้

ขนึ้ ชื่อวา่ รปู เสียง กลิ่น รส เครอ่ื งสัมผัส กบั อาการของจิตที่คละเคลา้ กัน
มันก็เหมือนกับน�้ำซ่ึงเป็นท่ีอาศัยของปลา การพิจารณาสิ่งเหล่าน้ีก็ไม่หมายจะเอา
ส่ิงเหล่าน้ี แตจ่ ะฆ่ากิเลสตา่ งหาก เหมอื นกับคนวิดนำ�้ ไม่หมายจะเอาน้�ำ แตห่ มายจะ
เอาปลาตา่ งหาก การพจิ ารณากไ็ มห่ มายจะเอาสงิ่ เหลา่ น้ี แตใ่ หร้ สู้ ง่ิ เหลา่ นเ้ี ปน็ ลำ� ดบั ๆ
พอรูไ้ ปถึงไหน จิตกห็ ายกงั วล รทู้ ง้ั สง่ิ ท่ีไปเก่ยี วข้อง รทู้ ้งั ตวั เองผ้ไู ปเก่ยี วข้องวา่ เป็น
ผผู้ ดิ เปน็ ความเหน็ ผดิ ของตวั จงึ ไปหลงรกั หลงชงั ในสง่ิ เหลา่ นนั้ ทนี วี้ งแหง่ การพจิ ารณา
กแ็ คบเขา้ มาๆ เหมอื นกบั นำ้� แหง้ ลงไปๆ จะพจิ ารณาในธาตใุ นขนั ธอ์ ะไร มนั กเ็ หมอื น
กบั ส่ิงทัว่ ไปภายนอก มันไม่มอี ะไรแปลกกนั ถ้าเปน็ ด้านวัตถุ พูดถงึ เร่ืองธาตุกเ็ ปน็
ธาตอุ นั เดยี วกนั มนั มแี ปลกอยทู่ อ่ี าการของจติ แสดงตวั ออก แตเ่ ราไมร่ กู้ ไ็ ปหมาย อนั น้ี
มันก็ยงั เปน็ กิง่ กา้ นของอวิชชาอยู่ แตม่ ันจะซึมซาบเข้าไปหาสว่ นใหญ่ พจิ ารณาเหน็
ส่งิ ท่มี าเกีย่ วข้องชัดเท่าไร กย็ ง่ิ เห็นตัวออกไปเกี่ยวขอ้ งชดั ขน้ึ ทุกที เหมือนกบั นำ้� แหง้
ลงไปเทา่ ไรกย็ ิ่งเห็นตัวปลาชัดขนึ้ ทกุ ทีๆ

130

การพจิ ารณาเหน็ สภาพทงั้ หลายทงั้ ภายนอกกาย ทง้ั ภายในกาย ทงั้ ในเจตสกิ ธรรม
ของตัวชดั ข้นึ เท่าไร มันก็เหน็ จุดที่อยทู่ ่ีอาศยั ของตัวการสำ� คญั ชดั ขึน้ ๆ เมอ่ื พจิ ารณา
ตะลอ่ มเขา้ ไป ความรขู้ องจติ มนั กแ็ คบเขา้ ไป ความกงั วลของใจกน็ อ้ ยเขา้ ไป กระแสของ
ใจท่ีส่งออกไปก็แคบ พอกระเพื่อมตัวออกไปเก่ียวกับสิ่งใด ก็พิจารณาเก่ียวกับสิ่ง
นน้ั ดว้ ย พจิ ารณาความกระเพอ่ื มของจติ ทอี่ อกไปแสดงตวั ดว้ ย กเ็ หน็ ทงั้ สองเงอ่ื น รเู้ หตุ
ร้ผู ลกนั ท้ังสองดา้ น คอื ดา้ นทไ่ี ปเก่ยี วข้องส่งิ ทีถ่ ูกเกย่ี วขอ้ งหน่งึ ผู้ไปเกยี่ วขอ้ งหน่ึง
ปญั ญาก็ขยบั ตัวเขา้ ไปเปน็ ล�ำดบั ๆ

เม่ือเข้าไปถึงตัวอวิชชาจริงๆ โดยมากนักปฏิบัติถ้าไม่มีครูอาจารย์คอยแนะไว้
ก่อนแล้ว จะตอ้ งไปถือเอาตัวนัน้ แลวา่ เปน็ ตวั จริง เพราะทกุ สิง่ ทุกอยา่ งไดพ้ ิจารณา
เห็นชัดภายในใจแล้วว่าได้รู้เท่าและปล่อยวางไปหมด ไม่มีสิ่งใดเหลือ แต่ผู้ที่รู้สิ่ง
ทง้ั หลายนนั้ คอื อะไรนน่ั ทนี กี้ ไ็ ปสงวนอนั นน้ั ไว้ นแี่ ลทว่ี า่ อวชิ ชารวมตวั แลว้ แตก่ ลบั มา
เปน็ ตวั ขน้ึ โดยไมร่ สู้ กึ จติ กม็ าหลงอยนู่ นั้ ทว่ี า่ อวชิ ชากค็ อื หลงตวั เองนแี่ หละ สว่ นทห่ี ลง
สิ่งภายนอกนน้ั ยังเป็นก่งิ กา้ น ไมใ่ ชเ่ ปน็ เร่อื งของอวชิ ชาอนั แทจ้ ริง

การมาหลงอันน้ีแล มาหลงผู้ทรี่ สู้ ิ่งทัง้ หลายนแี้ ล ผ้นู ี้เปน็ อะไร เลยลืมวิพากษ์
พจิ ารณาเสยี เพราะจติ เมอื่ มวี งแคบเขา้ มาแลว้ จะตอ้ งรวมจดุ ตวั เอง จดุ ของจติ ทปี่ รากฏ
ตัวอยู่เวลานั้นจะเป็นจิตท่ีผ่องใส มีความย้ิมแย้มแจ่มใส มีความองอาจกล้าหาญ
ความสขุ กร็ สู้ กึ วา่ จะรวมตวั อยทู่ น่ี น่ั หมด สง่ิ เหลา่ นท้ี ง้ั หมดมนั เปน็ ผลของอะไร ถา้ จะ
พดู วา่ เปน็ ผลกย็ อมรบั เปน็ ผล จะพดู วา่ เปน็ ผลของปฏปิ ทาเครอ่ื งดำ� เนนิ กถ็ กู ถา้ หากเรา
ไมห่ ลงอันน้ีนะ ถ้ายังหลงอยู่ มันกย็ ังเป็นสมุทยั นลี่ ะจดุ ใหญ่ของสมทุ ัย

แต่ถ้านักปฏิบัติผู้มีความสนใจพิจารณาในส่ิงที่เก่ียวข้องอยู่เสมอแล้วไม่มอง
ขา้ มไป ยังไงก็ทนไมไ่ ด้ ต้องสนใจเข้าพิจารณาจุดนน้ั เพราะทุกส่งิ ทกุ อยา่ งเราก็เคย
พจิ ารณาและเคยรเู้ รอ่ื งมาแลว้ ใจกไ็ มส่ มั ผสั จะแยกจติ ออกไปพจิ ารณาอะไรมนั กไ็ ม่
สมั ผัส เพราะพอตวั ในสง่ิ นน้ั ๆ แลว้ อาการทีเ่ กดิ ข้นึ กเ็ กิดขึ้นจากน้ัน จิตทปี่ รงุ ขึ้นมา
มนั กป็ รงุ ขนึ้ จากนน้ั สขุ ทปี่ รากฏขนึ้ กป็ รากฏอยทู่ น่ี นั่ ความสขุ ทป่ี รากฏขนึ้ มา มนั กม็ ี
อาการเปล่ยี นแปลงให้เห็นซง่ึ เปน็ เหตุให้พิจารณาอกี เพราะในขน้ั นเ้ี ป็นขัน้ ท่ใี ชค้ วาม

131

สงั เกตมาก เมอ่ื สงั เกตความสขุ มนั กไ็ มแ่ นน่ อน เพราะความสขุ ทผ่ี ลติ จากอวชิ ชา มนั เปน็
สมมตุ ิ บางทกี ม็ อี าการเฉาๆ บา้ ง เลก็ ๆ นอ้ ยๆ พอใหท้ ราบวา่ มนั แสดงอาการไมส่ มำ�่ เสมอ
มันค่อยเปลี่ยนตัวเองอยู่อย่างนั้นตามขั้นแห่งธรรมที่ละเอียด น่ีเป็นจุดที่จะนอนใจ
ตายใจ และยอมเช่ือส�ำหรับผู้ที่ปฏิบัติด้วยความเข้มแข็งด้วยความสนใจอย่างย่ิง
แต่จะมานอนใจในจุดนตี้ ิดในจดุ นี้ หากไมม่ ผี ู้อธบิ ายใหท้ ราบไวล้ ่วงหน้ากอ่ น

ถึงจะนอนใจก็ทนที่จะทราบไม่ได้เหมือนกันถ้าใช้ความสนใจ เพราะมีเท่านั้น
เปน็ สงิ่ ทด่ี ูดดม่ื ของใจ เปน็ เหตใุ ห้ดูดด่ืม เป็นเหตใุ หพ้ อใจในสิ่งท่ปี รากฏน้ัน เทา่ ท่ี
เคยพจิ ารณามาเปน็ อย่างน้นั จนไม่ทราบวา่ อะไรเป็นอวชิ ชา ก็เลยเขา้ ใจว่าอนั น้ีแหละ
ท่ีจะเป็นนิพพานอันสว่างกระจ่างแจ้งอยู่ตลอดเวลานี้แล ค�ำว่าตลอดเวลาในท่ีนี่
หมายถงึ ตลอดเวลาของผมู้ คี วามเพยี ร มกี ารชำ� ระซกั ฟอกกนั อยเู่ สมอ ไมน่ อนใจตดิ อยู่
กบั สง่ิ นนั้ ถา่ ยเดยี ว ความสงวนกม็ าก อะไรจะมาแตะตอ้ งไมไ่ ด้ ระมดั ระวงั อยา่ งเตม็ ท่ี
พออะไรมาสัมผสั กร็ บี แก้กนั ทนั ที

แต่สิง่ ที่รกั สงวนนั้น ตนหาไดท้ ราบไมว่ ่าคอื อะไร ทง้ั ทคี่ วามรักความสงวนนนั้
มนั กเ็ ปน็ ภาระของจติ อยโู่ ดยดี แตใ่ นเวลานนั้ มนั ไมท่ ราบจนกวา่ สมควรแกก่ าลทค่ี วร
รแู้ ลว้ จงึ เกดิ ความสนใจทจ่ี ะพจิ ารณาในจดุ น้ี นมี่ นั คอื อะไรนา ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งเรากเ็ คย
พจิ ารณามา แตส่ ง่ิ นมี้ นั คอื อะไรนา ทนี่ จี่ ติ กจ็ อ่ เขา้ ไปตรงนนั้ ปญั ญากส็ อดสอ่ งเขา้ ไป
นม้ี ันคืออะไรแนน่ ะ อนั น้มี ันเป็นความจริงแล้วหรือยงั ไม่จรงิ อนั นีเ้ ปน็ วิชชาหรอื เปน็
อวิชชา มนั ยงั เปน็ ข้อกงั ขาสงสัยอย่นู น้ั แหละ

แตอ่ าศยั การพจิ ารณาทบทวนดว้ ยปญั ญาอยไู่ มห่ ยดุ เพราะเปน็ สง่ิ ไมเ่ คยรไู้ มเ่ คย
ประสบมากอ่ น วา่ ทำ� ไมมนั จงึ รกั ทำ� ไมมนั จงึ สงวน ถา้ หากวา่ เปน็ ของจรงิ แลว้ ทำ� ไมจะ
ต้องรักสงวนกัน ท�ำไมจะต้องรักษากัน ความรักษานี่มันก็เป็นภาระ ถ้าอย่างนั้น
อนั นมี้ นั กต็ อ้ งเปน็ ภยั อนั หนงึ่ สำ� หรบั ผสู้ งวนรกั ษา หรอื เปน็ สง่ิ หนง่ึ ทไี่ มน่ า่ ไวใ้ จ ทงั้ ๆ ที่
กไ็ มท่ ราบนะวา่ นนั่ คอื อะไร จะเปน็ อวชิ ชาจรงิ หรอื ไม่ เพราะเราไมเ่ คยเหน็ นวี่ า่ วชิ ชาท่ี
แท้จริงกับอวชิ ชามนั ต่างกันอยา่ งไร วิมตุ ตกิ ับสมมตุ มิ ันตา่ งกันอยา่ งไร ปญั ญาก็เร่ิม
สนใจพิจารณาละทนี่ ี่

132

อนั นรี้ สู้ กึ วา่ พสิ ดารมาก ถา้ จะพดู ตามทพี่ จิ ารณามาหรอื ยน่ ยอ่ เขา้ มาเฉพาะใหไ้ ด้
ความตามโอกาสอนั ควร สรปุ กนั ทเี ดยี ววา่ อนั ใดทป่ี รากฏตวั ขนึ้ มาใหพ้ จิ ารณา อนั นนั้
สง่ิ ทปี่ รากฏตวั ขนึ้ มานน้ั เปน็ เรอื่ งสมมตุ ทิ งั้ นน้ั นห่ี มายถงึ ธรรมละเอยี ดปรากฏอยทู่ ใ่ี จ
แมท้ ส่ี ดุ จดุ ทมี่ คี วามสวา่ งไสวอยนู่ นั้ แลคอื จดุ อวชิ ชาแท้ กำ� หนดลงไปทนี่ น่ั ดว้ ยปญั ญา
สภาวธรรมทวั่ ๆ ไป นนั่ เปน็ สภาพธรรมอนั หนง่ึ ๆ ฉนั ใด ธรรมชาตนิ กี้ เ็ ปน็ สภาพธรรม
อันหนึง่ ฉนั น้นั เราจะถือว่าเราเปน็ ของเราไม่ได้ แต่ความสงวนอยู่น้ีแสดงว่าเราถือวา่
เป็นเราเปน็ ของเรา ซึ่งเปน็ ความผดิ

ปญั ญาสอดเขา้ ไปวา่ นมี่ นั เปน็ อะไรแนๆ่ นะ เหมอื นกบั วา่ เรายอ้ นมาดตู วั ของเรา
เรามองออกไปขา้ งนอก ดนิ ฟา้ อากาศเรากเ็ หน็ มอี ะไรมาผา่ นทางสายตาเรากเ็ หน็ แตเ่ มอ่ื
เราไมม่ องมาดตู วั ของเรา เรากไ็ มเ่ หน็ ตวั ของเรา ปญั ญาขนั้ นร้ี วดเรว็ มาก ยอ้ นกลบั ไป
กลับมาดูจุดสุดท้ายหรือวาระสุดท้าย การพิจารณาก็เหมือนกับพิจารณาส่ิงอ่ืน
ไมพ่ ิจารณาเพ่ือถือเอา พจิ ารณาเพอ่ื ให้รู้ส่งิ นัน้ ตามความจรงิ ของมนั โดยถ่ายเดยี ว

เวลาอนั นจี้ ะดบั มนั ไมเ่ หมอื นสงิ่ ทงั้ หลายดบั สงิ่ ทงั้ หลายดบั เปน็ ความรสู้ กึ ของ
เราวา่ เขา้ ใจแลว้ ในส่งิ นี้ แต่อันนด้ี ับมันไมเ่ ป็นอยา่ งน้นั มันดับแบบสลายลงไปทนั ที
เหมอื นฟา้ แลบ คอื มนั เปน็ ขณะอนั หนง่ึ ทที่ ำ� งานของตวั เอง หรอื วา่ มนั พลกิ กไ็ ด้ มนั พลกิ
ควำ�่ แลว้ หายไปเลย พออนั นห้ี ายไปแลว้ ถงึ จะทราบวา่ นค้ี อื อวชิ ชาแทล้ ะทนี่ ่ี เพราะเหตวุ า่
อนั นี้หายไปแล้วมนั ไม่มอี ะไรปรากฏข้นึ มาให้เป็นข้อสงสยั

สงิ่ ทเี่ หลอื อยกู่ ไ็ มเ่ ปน็ อยา่ งนี้ แตเ่ ปน็ ธรรมชาตทิ บ่ี รสิ ทุ ธแ์ิ ละไมเ่ คยเหน็ กต็ าม แต่
เวลาปรากฏในขณะนนั้ มนั กไ็ มม่ อี ะไรเปน็ ทน่ี า่ สงสยั นนั่ ละภาระมนั ถงึ หมดไป คำ� วา่ เรา
ก็หมายถงึ อนั นเ้ี อง หมายถงึ อนั น้ียงั ตงั้ อยู่ พจิ ารณาอะไรกพ็ จิ ารณาเพ่ืออนั นี้ ค�ำว่ารู้
กค็ อื เราตวั นร้ี ู้ คำ� วา่ สวา่ งกเ็ ราสวา่ ง คำ� วา่ เบากว็ า่ เราเบา คำ� วา่ สขุ กว็ า่ เราสขุ คำ� วา่ เราๆ
กห็ มายถงึ ตวั นเ้ี อง นล่ี ะคอื ตวั อวชิ ชาแท้ ทำ� อะไรตอ้ งเพอื่ มนั ทง้ั นน้ั พออนั นส้ี ลายไปแลว้
ไม่มเี พอ่ื อะไรอีก..หมด

ถา้ จะเทยี บอปุ มา กเ็ หมอื นกน้ หมอ้ ทถี่ กู ทำ� ลายเสยี แลว้ แมจ้ ะเทนำ�้ ลงไปมากเทา่ ไร
กไ็ มม่ อี ะไรจะขงั อยไู่ ด้ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทป่ี รงุ ขนึ้ มาตามธรรมชาตขิ องขนั ธ์ กป็ รงุ ขนึ้ ได้

133

แต่ไม่ติด เพราะภาชนะคืออวิชชาตัวส�ำคัญมันดับสลายไปแล้ว พอสังขารปรุงพั๊บ
และดบั ไป ผา่ นไปตามธรรมดา หายไปๆ เพราะไมม่ ที เ่ี กบ็ ไมม่ ใี ครเปน็ เจา้ ของ ธรรมชาติ
ท่ีรู้สึกตัวเองว่าไม่มีอะไรเป็นเจ้าของน้ัน ก็เป็นความพอตัวของธรรมชาตินั้นอยู่แล้ว
นน่ั จงึ เปน็ ธรรมชาตทิ ่ีบรสิ ทุ ธ์ิแท้ และหมดภาระที่จะระมดั ระวังรกั ษาพิษภยั อีกตอ่ ไป

อวิชชานี้เองท่ีปกปิดจิตแท้ธรรมแท้เร่ือยมา จึงไม่เห็นความอัศจรรย์ในหลัก
ธรรมชาตขิ องจติ อนั แทจ้ รงิ ผปู้ ฏบิ ตั ดิ ำ� เนนิ มาถงึ ขน้ั หลมุ พรางตา จงึ หลงยดึ วา่ เปน็ ของ
อศั จรรยไ์ ปเสยี จงึ มารกั สงวนหงึ หวงไว้ มาเขา้ ใจวา่ เปน็ เราเปน็ ของเรา จติ เราสวา่ งไสว
จติ เรามคี วามองอาจกลา้ หาญ จติ เราเปน็ สขุ จติ เรานร้ี ทู้ กุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง แตธ่ รรมชาตอิ นั นี้
ไมร่ ตู้ วั เอง ทา่ นเรยี กวา่ อวชิ ชาแท้ พอกลบั มารอู้ นั นๆี้ กส็ ลายไป พออนั นสี้ ลายไปแลว้
กเ็ หมอื นกบั เปดิ ฝาหมอ้ ขน้ึ มานน่ั เอง มอี ะไรอยใู่ นนน้ั กเ็ หน็ หมด อวชิ ชานเ้ี ทา่ นนั้ ปดิ ไว้

ความจรงิ ที่เปน็ ความจรงิ พเิ ศษจากสัจจะ คือ ทุกข์ สมทุ ยั นิโรธ มรรค กค็ อื
ความบรสิ ทุ ธ์ิ นเ้ี ปน็ ความจรงิ ทน่ี อกจากสจั จะทง้ั ส่ี สจั จะทงั้ สน่ี ี้ สองสจั จะหนง่ึ เปน็ ฝา่ ย
ผูกมัด สองสจั จะหนงึ่ เป็นฝา่ ยแก้ฝา่ ยดับ ดับอะไร ผกู อะไร ก็คอื ผกู จิตไว้คอื มา
ปกคลมุ ไว้ แกก้ ค็ อื เปดิ ออก เปดิ สงิ่ ทปี่ กคลมุ นนั้ ใหไ้ ดเ้ หน็ ความบรสิ ทุ ธติ์ ามความจรงิ
ของตน ความจริงน้นั มอี ยูอ่ ย่างน้นั แล้ว แตส่ ัจจะท้ังสองคือ ทุกข์ สมทุ ยั น้มี ันปิด
เหมอื นกบั ฝาหมอ้ ปดิ หมอ้ ไว้ มอี ะไรอยใู่ นนนั้ กไ็ มเ่ หน็ มรรคคอื ขอ้ ปฏบิ ตั .ิ ...เปดิ มรรค
นิโรธเปิดข้ึนมาก็เห็นส่ิงท่ีอยู่ในหม้อนั้นชัดว่าเป็นอะไร ความบริสุทธ์ิเป็นของมีอยู่
ก็ตาม แตถ่ ูกสจั จะทัง้ สองนป้ี ิด และถูกสจั จะทีเ่ ป็นฝา่ ยแกท้ ัง้ สองน้ันเปิดข้นึ มา นีล่ ะ
เปดิ กเ็ ปิดให้อันนี้ ผูกกผ็ ูกอนั นี้ ปิดอันนีไ้ ว้ พอเปดิ ข้ึนมาแล้วกห็ มดปญั หา

สัจจะท้ังสองน้เี ป็นกิรยิ าอนั หนง่ึ ๆ เปน็ สมมุติดว้ ยกนั มรรคกเ็ ป็นสมมุติ นิโรธ
กเ็ ปน็ สมมตุ ิ พอทำ� หนา้ ทเี่ สรจ็ แลว้ กผ็ า่ นไป ทกุ ขก์ บั สมทุ ยั กเ็ ปน็ สมมตุ ิ สมมตุ ทิ งั้ สอง
แกส้ มมตุ ทิ ง้ั สองนไ้ี ดแ้ ลว้ ธรรมชาตนิ น้ั กเ็ ปน็ ธรรมชาตติ ายตวั สง่ิ ทเี่ หน็ นน้ั เรยี กวมิ ตุ ติ
คือเปดิ ให้เห็นวิมุตตคิ ือความบริสทุ ธ์โิ ดยหลกั ธรรมชาติ นลี่ ะภาระหมดกห็ มดตรงน้ี
เม่อื บริสุทธิแ์ ลว้ ไมเ่ สกสรรปน้ั ยอตวั เอง ส่วนภายนอกคือโลกธรรมนอก เกี่ยวกบั ส่งิ
ภายนอก มนั หา่ งไกล โลกธรรมในทเี่ คยวา่ ดี วา่ ชว่ั วา่ สขุ วา่ ทกุ ข์ ภายในตวั เองกห็ มด
ปญั หาไปกับจดุ นสี้ ลายไป

134

ถา้ พจิ ารณามาถงึ ขน้ั นแี้ ลว้ ไมก่ วา้ ง ไดอ้ บุ ายจากครอู าจารยผ์ ทู้ ท่ี า่ นเคยรเู้ คยเหน็
และผา่ นไปอธบิ ายใหฟ้ งั กไ็ ปไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ แตส่ ำ� คญั อยา่ ไปคาดคะเน ความคาดคะเน
ไม่ใชท่ าง อะไรปรากฏกพ็ ิจารณาจดุ นน้ั ส่ิงท่ปี รากฏนัน้ เปน็ ลำ� ดบั ๆ และเข้าใจกนั ไป
เร่ือยๆ นี้เป็นทางที่ถูก และอวิชชาก็หมายถึงธรรมชาติท่ีอธิบายผ่านมาน่ันแลเป็น
อวชิ ชาแท้ นอกนนั้ กเ็ ปน็ กง่ิ กา้ นสาขา เหมอื นเถาวลั ยเ์ กดิ ขน้ึ ทน่ี แี่ ตเ่ ลอื้ ยไปทไ่ี หนบา้ ง
กไ็ มท่ ราบ ยาวเทา่ ไรกเ็ ลอ้ื ยไปๆ เวลาจบั ถกู แลว้ ตามเขา้ มาๆ จนถงึ ลำ� ตน้ ของมนั ลำ� ตน้ มนั
อยูท่ นี่ ่ี รากมันอยูท่ ี่น่ี พอถอนรากข้ึนแลว้ ก็ตายไปดว้ ยกนั หมด ก่งิ กา้ นสาขาอวิชชา
มนั จงึ กวา้ งขวางมากมาย พอถงึ อวชิ ชาจรงิ ๆ จงึ ไมร่ วู้ า่ อะไรเปน็ อวชิ ชา แตก่ พ็ จิ ารณา
เรอื่ งของปัญญาก็พจิ ารณาเข้าไป ถงึ จะไม่รู้วา่ นคี้ ืออวชิ ชาก็ตาม แต่การพิจารณานัน้
มันถกู ทางแล้วมันก็เปดิ ขึ้นเอง เชน่ เดียวกับเรารับประทาน ความอิม่ กแ็ สดงขน้ึ มาให้
เห็นชดั เป็นล�ำดับๆ

สรปุ เรอื่ งอวชิ ชาเปน็ อปุ ปตั ตภิ พหรอื กรรมภพ กอ่ ภพทำ� กรรมอยไู่ มห่ ยดุ ไมถ่ อย
มันกเ็ ป็นเรอื่ งของวัฏจักรอันเดยี วนี้ มนั หากก่อภพกอ่ ชาตภิ ายในตัวเองอยอู่ ย่างน้ัน
เรอื่ งของจติ จะอยเู่ ฉยๆ ไมไ่ ด้ มแี ตเ่ รอ่ื งกอ่ ภพกอ่ ชาตอิ ยเู่ ปน็ ประจำ� ทำ� งานสง่ั สมเพอื่
ตวั เอง แตโ่ ดยมากจะสง่ั สมทางกดถว่ งใจใหด้ งิ่ ลงทางตำ�่ อยเู่ สมอ ทว่ี า่ ทำ� ลายกงกรรม
ก็ท�ำลายตัวน้ีแล พอท�ำลายตัวนี้แล้วมันก็หมดเคร่ืองสืบต่อก่อภพก่อชาติลงทันที
ถงึ สงิ่ ภายนอกทเ่ี คยมาเกย่ี วขอ้ งกบั เรา มนั กเ็ กย่ี วขอ้ งไปตามธรรมดา ผา่ นไปผา่ นมา
ไมไ่ ดซ้ มึ ซาบ ไมไ่ ดเ้ ขา้ ตง้ั บา้ นตงั้ เรอื น ไมไ่ ดเ้ ขา้ มาอยมู่ าอาศยั ในจดุ นเ้ี หมอื นแตก่ อ่ น
เพียงแต่ผ่านไปผ่านมาธรรมดา แล้วก็ทราบชัดว่าธรรมชาตินี้ไม่ได้สืบต่อกับอะไร
ความสืบตอ่ ของธรรมชาตนิ ีเ้ ราทราบมาเปน็ ล�ำดบั แลว้ เมือ่ มาถึงขน้ั ไมส่ บื ตอ่ กบั อะไร
กท็ ราบ การรเู้ รื่องของภพของชาตวิ ่าตอ่ ไปจะเกิดอกี หรอื ไมน่ ้ันก็ไมต่ ้องไปคาดคะเน
เพราะปัจจุบันนี้บอกอยู่แล้วอย่างชัดเจนว่า เมื่อไม่สืบไม่ต่อไม่ก่อภพก่อชาติภายใน
ตัวเองให้เห็นประจักษ์อยู่แล้ว ก็ไม่มีภพมีชาติอะไรจะสืบต่อไปข้างหน้าอีก เพราะ
โรงงานน้ไี ด้ถกู ท�ำลายไปแล้ว ไม่มีทางก่อตวั ข้ึนมาหรือไมม่ ที างก่อเหตขุ น้ึ มาเหมอื น
อยา่ งที่เคยเปน็ มา โรงงานผลติ ทกุ ข์ไดถ้ ูกท�ำลายโดยสน้ิ เชงิ แลว้

135

ทวี่ า่ ขนั ธล์ ว้ นๆ กห็ มายถงึ ตอนนี้ ขนั ธก์ เ็ ปน็ ขนั ธล์ ว้ นๆ ไมเ่ ปน็ กเิ ลส ถา้ จติ ดวงนน้ั
ไม่เป็นกิเลส ขันธ์กไ็ มเ่ ป็นกเิ ลส เปน็ แตเ่ พียงเคร่อื งมอื ถา้ สว่ นใหญ่คอื จิตเป็นกิเลส
ขันธท์ กุ ขันธ์ก็เปน็ กเิ ลสไปตามๆ กัน รูปก็เปน็ เครือ่ งเสรมิ กิเลสใหพ้ อกพูนภายในใจ
เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณกเ็ ปน็ เครอื่ งเสรมิ กเิ ลสภายในใจทกุ อยา่ ง ถา้ จติ บรสิ ทุ ธิ์
ขันธก์ บ็ รสิ ุทธติ์ ามส่วนของขันธ์ ไมม่ ีอะไรเป็นกิเลส ถา้ จิตเป็นกเิ ลส ขนั ธ์ก็เป็นกิเลส
วนั ยังคำ�่ ความจริงเปน็ อยา่ งน้ัน

การก่อภพกอ่ ชาตเิ ป็นเรื่องของจติ ผลติ ตวั เองอยู่อยา่ งน้นั มนั อยเู่ ฉยๆ ไม่ได้
ลักษณะของจิตท่ีมีกงจักรเป็นเจ้าของงานหรือเป็นหัวหน้างานมันจะต้องหมุนตัวอยู่
เสมอ หมนุ อะไร กเ็ พอ่ื เรอื่ งของภพของชาตทิ งั้ นนั้ พอกงจกั รนน้ั สลายตวั ลงไป กไ็ มม่ ี
อะไรจะกอ่ ภพกอ่ ชาตอิ กี ตอ่ ไป จติ ทที่ า่ นรแู้ ลว้ ทา่ นกอ็ อกอทุ านในใจ หรอื ประกาศธรรม
สอนโลกไดเ้ ตม็ ปากเตม็ ใจวา่ ตอ่ ไปไมม่ ภี พใหเ้ กดิ อกี แลว้ อยา่ งพระพทุ ธเจา้ ทา่ นอทุ าน
ออกมาใน อเนกชาตสิ สํ ารํ เปน็ ตวั อยา่ ง เพราะทา่ นรอู้ ยใู่ นปจั จบุ นั นนั้ ไมม่ อี ะไรจะมา
ก่อตวั ดกี เ็ ป็นส่วนดี ไมม่ าซึมซาบกัน ไม่มาคละเคล้ากนั ชั่วก็เปน็ ส่วนชว่ั ไมซ่ ึมซาบ
หรอื คละเคลา้ กนั มนั ไมว่ ง่ิ เขา้ ถงึ กนั คำ� วา่ ไมว่ งิ่ ถงึ กนั กไ็ มไ่ ดบ้ งั คบั มนั เปน็ ธรรมชาติ
ของมนั เอง เวลามนั วงิ่ เขา้ ถงึ กนั เรากไ็ มไ่ ดบ้ งั คบั มนั หากมสี อื่ ของมนั วงิ่ ตอ่ ถงึ กนั เอง
เมอ่ื มันหมดสือ่ แลว้ ก็ขาดวรรคขาดตอนของมันเอง

ตามความรสู้ กึ ของกระผมทพ่ี จิ ารณามาน้ี ตอนทอ่ี นั นจ้ี ะดบั ลงไป มนั มขี ณะบอก
อยา่ งชดั แจง้ ทเี ดยี ว มนั เปน็ ขณะ คอื ขณะนน้ั เราไมไ่ ดค้ าดไดฝ้ นั มนั เปน็ ขณะอนั หนง่ึ
ท่ีท�ำให้สะดุดใจ ขณะที่อวิชชาดับ มันเป็นขณะอันหนึ่งที่แสดงขึ้นคล้ายกับว่ามัน
พลกิ ตวั เองเปน็ โลกใหม่ ถา้ วา่ โลกนะ มนั เปน็ โลกใหม่ มนั พลกิ พบ๊ั เดยี ว อวชิ ชากด็ บั
ไปขณะนน้ั แตไ่ มไ่ ดอ้ ยใู่ นการคาดคะเน ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นความตง้ั ใจวา่ จะพลกิ มนั เปน็ ขนึ้
มาเอง อนั นเ้ี ปน็ สว่ นละเอยี ดมาก สดุ วสิ ยั ทจี่ ะกราบเรยี นใหถ้ กู ตอ้ งกบั ความจรงิ ของ
ขณะนนั้ ได้

การปฏบิ ตั ใิ นศาสนานี้ ถา้ ปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความพน้ ทกุ ขจ์ รงิ ๆ มนั กม็ เี คลด็ ลบั อยสู่ อง
คอื ระหวา่ งอปุ าทานของกายกับจิต กายกับจติ เป็นอปุ าทานตอ่ กัน จะแยกจากกนั น้ี

136

เป็นเคล็ดลับอันหนึ่ง กับมาเคล็ดลับที่สองอันเป็นจุดสุดท้ายแห่งความสามารถของ
กระผมทเ่ี ป็นข้ึนมา นอกจากนน้ั กไ็ ม่มีอะไรทน่ี า่ สงสยั

กระผมเคยไปบ�ำเพ็ญอยู่ที่วัดดอยฯ ปัญหาเรื่องอวิชชานี้มันท�ำให้งงอยู่นาน
เหมือนกัน คือขณะน้ันจิตมันสว่างจนตัวเองเกิดความอัศจรรย์ในความสว่างไสว
ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทจ่ี ะเปน็ เหตใุ หอ้ ศั จรรยน์ น้ั รสู้ กึ มารวมตวั อยใู่ นจติ นน้ั หมด จนเกดิ ความ
อศั จรรยใ์ นตวั เองวา่ แหม จติ ของเราทำ� ไมถงึ ไดอ้ ศั จรรยถ์ งึ ขนาดนน้ี ะ มองดกู ายทง้ั กาย
ไมเ่ ห็น มนั เป็นอากาศธาตเุ สียหมด ว่างไปหมด จติ มคี วามสว่างไสวอย่างเตม็ ท่ี

แตเ่ ดชะนะ พอเวลาเกดิ ความอศั จรรยต์ วั เองขน้ึ มา ถงึ กบั อทุ านในใจในเวลานนั้
ด้วยความหลงไม่รู้สึกตัว ถ้าพูดถึงธรรมะส่วนละเอียด มันเป็นความหลงอันหนึ่ง
มนั อศั จรรยต์ วั เอง ทำ� ไมจติ ของเราถงึ ไดเ้ ปน็ ขนาดน้ี พอวา่ อยา่ งนน้ั กม็ ธี รรมะบนั ดาล
ข้ึนมา อันนี้ก็ไม่คาดไม่ฝันเหมือนกัน ผุดขึ้นมาเหมือนกับมีคนพูดอยู่ภายในจิตนี้
แตไ่ มใ่ ชค่ นพดู ผดุ ขนึ้ มาเปน็ บทๆ วา่ “ถา้ มจี ดุ มตี อ่ มแหง่ ผรู้ อู้ ยทู่ ไ่ี หน นน้ั แลคอื ตวั ภพ”
วา่ อย่างนัน้

ธรรมชาตนิ น้ั มนั เปน็ จดุ จรงิ ๆ จดุ ของความรู้ จดุ ของความสวา่ งนนั้ มนั มจี ดุ จรงิ ๆ
ดงั อบุ ายผดุ ขนึ้ มาบอก ทนี เ้ี รากไ็ มไ่ ดค้ ำ� นงึ วา่ อะไรมนั เปน็ จดุ เลยงงไปเสยี อกี แทนที่
จะไดอ้ บุ ายจากคำ� เตอื นทผ่ี ดุ ขนึ้ นนั้ เลยเอาปญั หานน้ั มาขบคดิ จนกวา่ ไดม้ าพจิ ารณา
ถงึ ตอนนี้ ตอนทว่ี า่ จดุ นี้ ปญั หาอนั นจ้ี งึ ยตุ ลิ งไป ถงึ ไดย้ อ้ นกลบั คนื ไปรเู้ รอื่ งทวี่ า่ ถา้ มี
จุดมตี อ่ มแหง่ ผ้รู ้อู ยทู่ ไ่ี หน นนั้ แลคอื ตวั ภพ ไดอ้ ย่างชัดเจน ถงึ ได้ความ อ๋อ คำ� วา่ จดุ
วา่ ตอ่ ม หมายถงึ อนั นเี้ อง แตก่ อ่ นไมเ่ ขา้ ใจ มนั เปน็ จดุ จรงิ ๆ จะอศั จรรยแ์ คไ่ หน มนั ก็
เป็นจุดของความอศั จรรย์ มันเป็นจดุ ใหร้ อู้ ยู่ พออันนน้ั สลายลงไปแลว้ มันไมม่ จี ุด
เพราะจดุ มนั เปน็ สมมตุ ทิ ั้งน้นั จะละเอียดแคไ่ หนมนั กเ็ ปน็ สมมุติ

ถงึ ไดเ้ ทศนส์ อนหมเู่ พอื่ นเสมอวา่ เมอ่ื เขา้ ไปถงึ จดุ นนั้ แลว้ อยา่ ไปสงวนอะไรทงั้ นน้ั
ใหพ้ จิ ารณาลงไป แมท้ สี่ ดุ จติ จะฉบิ หายลงไปดว้ ยการพจิ ารณาจรงิ ๆ กข็ อใหฉ้ บิ หายไป
อะไรจะรับรู้ว่าบริสุทธ์ิก็ให้รับรู้ไป หรือจะฉิบหายไปหมดไม่มีอะไรจะรับรู้ว่าบริสุทธ์ิ

137

ก็ขอใหร้ กู้ นั อย่าได้สงวนอะไรไวเ้ ลย กเ็ พ่ือกันไว้ว่ากลวั จะมาสงวนอนั น้ีเอง ถา้ หาก
ไมเ่ ตอื นถงึ ขนาดนนั้ แลว้ อยา่ งไรกต็ อ้ งตดิ ขอใหร้ เู้ ทา่ นนั้ อะไรๆ จะดบั ไปกด็ บั ไปเถดิ
แมท้ สี่ ดุ จติ ดวงนจ้ี ะดบั ไปดว้ ยอำ� นาจของการพจิ ารณา กข็ อใหด้ บั ไป ไมต่ อ้ งสงวนเอาไว้
เวลาพิจารณาตอ้ งลงถึงขนาดนน้ั

แต่จะหนีความจริงไปไม่พน้ สิง่ ใดท่ีเกิดส่ิงนนั้ กต็ อ้ งดบั สงิ่ ใดทีจ่ รงิ เปน็ หลัก
ธรรมชาตขิ องตวั เองแลว้ กจ็ ะไมด่ บั คอื จติ ทบี่ รสิ ทุ ธนิ์ น้ั จะไมด่ บั ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งดบั ไป
ผู้ที่รู้ว่าดับนั้นไม่ดับ อันน้ันดับไป อันนี้ดับไป ผู้ท่ีรู้ว่าส่ิงเหล่านั้นดับไปน้ันไม่ดับ
จะวา่ เอาไวก้ ไ็ ด้ ไมเ่ อาไวก้ ไ็ ด้ มนั กร็ อู้ ยอู่ ยา่ งนน้ั ถา้ เราสงวนนก่ี เ็ ทา่ กบั เราสงวนอวชิ ชาไว้
นน่ั เอง เพราะอวิชชามันละเอียด มนั อยู่กับจิต ถา้ สงวนจิตกเ็ ท่ากับสงวนอวชิ ชา เอา้
ถา้ จติ จะฉบิ หายไปดว้ ยกนั กข็ อใหฉ้ บิ หายไป อปุ มาเหมอื นกบั ฟนั กฟ็ นั ลงไปเลยไมใ่ ห้
มอี ะไรเหลอื ใหม้ ันม้วนเสอ่ื ลงไปด้วยกันหมด ขนาดนั้นพอดี

ถา้ หากจะมกี ารแบง่ สแู้ บง่ รบั กนั อยู่ อยา่ งไรกต็ อ้ งตดิ ในขน้ั นแ้ี น่ จงึ ไมย่ อมแบง่ สู้
แบง่ รบั เลย เอากเิ ลสออกใหห้ มด อะไรจะดบั กด็ บั ใหห้ มด พอดี สว่ นทไี่ มอ่ ยใู่ นฐานะที่
จะดบั ยงั ไงกไ็ มด่ บั พดู งา่ ยๆ กเ็ หมอื นกบั วา่ โจรมนั เขา้ ไปอยใู่ นบา้ นน้ี ถา้ เราจะสงวนบา้ น
โจรมนั กอ็ ยทู่ น่ี นั่ เดยี๋ วโจรมนั กย็ งิ ปา้ งออกมาตาย เอา้ ควรจะเผาบา้ นทงั้ หลงั กเ็ ผาเสยี
หากวา่ จะปลอ่ ยโจรนไี้ ว้ มนั กจ็ ะทำ� ลายสงิ่ ทมี่ คี ณุ คา่ มากกวา่ บา้ นตอ่ ไปอกี ยอมเสยี สละ
เสยี บา้ นหลงั นี้ เอาไฟเผาเขา้ ไปเลย นแ่ี หละทวี่ า่ เผาอวชิ ชา เอา้ จติ จะดบั จรงิ ๆ กใ็ หด้ บั ซิ
แทจ้ รงิ จติ ไมด่ บั เมอื่ เผานนั้ หมดถงึ จะรู้ ออ๋ สงิ่ ทมี่ คี ณุ คา่ มนั อยใู่ ตอ้ ำ� นาจอวชิ ชา มนั ครอบ
ไวห้ มด พออวชิ ชาดบั ไปพบ๊ั อนั นกี้ เ็ ปดิ แทนทจี่ ะดบั ไปดว้ ยแตไ่ มด่ บั ถา้ สงวนไวแ้ ลว้
เปน็ อันติดไปไม่รอด

ตอนทพ่ี จิ ารณาจุดนี้ เปน็ ตอนท่พี อ่ แม่ครจู ารย์มั่นท่านเสยี ไปแลว้ กระผมร้สู กึ
จนตรอกจนมมุ มาก อยกู่ บั หมเู่ พอ่ื นไมต่ ดิ อยกู่ บั ใครไมไ่ ด้ มนั ไมส่ ะดวก มนั ไมส่ นกุ
พจิ ารณาทางความเพยี รภายใน เพราะระยะนนั้ จติ มนั หมนุ จรงิ ๆ ถงึ ขนั้ หมนุ หมนุ ไมม่ ี
เวลายบั ยงั้ เลย ใหช้ อ่ื ในขณะนนั้ วา่ จติ หมนุ เปน็ ธรรมจกั ร ไมใ่ ชเ่ ปน็ วฏั จกั ร หมนุ เพอื่
จะแกต้ วั เอง หมนุ ตลอดเวลา พอถงึ ทพี่ อตวั เตม็ ทแี่ ลว้ จติ กห็ ยดุ ไดอ้ ยา่ งผดิ คาดผดิ หมาย

138

ทแี รกจนเกดิ ความรำ� คาญ ออื๋ จติ นพ้ี จิ ารณาไปเทา่ ไร ละเอยี ดเขา้ ไปเทา่ ไร แทนท่ี
ภาระเราจะลดน้อยถอยลงไป เหตุใดจึงกลับมีภาระมากมายอย่างนี้ และไม่มีวัน
มคี นื ดว้ ย ทำ� ไมจงึ เปน็ อยา่ งน้ี มนั เกดิ ความกงั วลรำ� คาญเหมอื นกนั ทง้ั ๆ ทรี่ ำ� คาญอยนู่ นั้
มันกไ็ ม่ถอย มนั ยงั หมนุ อยตู่ อ่ หนา้ ต่อตานั่นแหละ หมุนเพ่อื คุย้ เขี่ยหาส่งิ ทเ่ี รายงั ไมร่ ู้
ไมเ่ หน็ หรอื อะไรทขี่ ดั ขอ้ งกนั ตรงไหน มนั คยุ้ เขย่ี หาของมนั พอสมั ผสั กนั พบั๊ มนั กจ็ บั
และตดิ ตามกนั ทนั ที พอเขา้ ใจกนั แลว้ กผ็ า่ นไปหายไป เอา้ คน้ อกี นถี่ า้ ทา่ นอาจารยใ์ หญ่
(ม่นั ) ยังอยู่ ตอนน้นั ก็จะรวดเร็วยง่ิ ขึ้น

จงึ ไดส้ อนหมู่เพื่อน เอ้า เป็นยงั ไงเปน็ กนั ถึงไหนถงึ กัน ถ้าเราไม่สามารถแก้
หมเู่ พอื่ นไดแ้ ลว้ เราจะพาไปหาครอู าจารยท์ ท่ี า่ นสามารถแกไ้ ด้ เอาขนาดนน้ั เลยกระผม
เพอื่ ใหห้ มเู่ พอื่ นลงใจ เพราะฉะนนั้ เทศนบ์ างกณั ฑจ์ งึ ไมย่ อมใหอ้ ดั เทปเพราะเปน็ อยา่ งน้ี
เทศนก์ นั อยา่ งเตม็ ท่ี พอเทศนแ์ ลว้ หายไปเลย ฟงั กนั เฉพาะๆ ผทู้ เี่ ขาไมเ่ ขา้ ใจในเรอ่ื งน้ี
กจ็ ะหาวา่ อวดดบิ อวดดอี ะไรไป แทจ้ รงิ เราพดู ตามความจรงิ และพดู เพอื่ เปน็ กำ� ลงั ใจ
ของลกู ศษิ ยว์ า่ เอา้ ตอ้ งเปน็ อยา่ งน้ี เอา้ ฟนั เขา้ ไปอยา่ งนนี้ ะ วา่ อยา่ งนนั้ เลยไมผ่ ดิ กเ็ ทา่ กบั
เอาตัวเราเป็นตัวประกันเพื่อให้ลูกศิษย์เป็นที่ลงใจตามนั้นว่าไม่ผิด และมีแก่ใจได้
หมนุ ตวั ลงในความเพยี รอยา่ งเขม้ แขง็ ทนี ผ้ี อู้ น่ื ทเ่ี ขาไมเ่ คยทราบเรอ่ื งราวอะไรของเรา
เขากจ็ ะหาวา่ อวด แทนทเี่ ขาจะเปน็ ประโยชน์ เขากก็ ลบั เปน็ โทษไป หากเราไมเ่ ปน็ โทษ
เขากอ็ าจจะเป็น ต้องไดร้ ะวัง

ฉะนนั้ บางกาล บางรายทค่ี วรจะพดู ใหถ้ งึ ฐานจรงิ ๆ กพ็ ดู ใหถ้ งึ ฐาน ไมอ่ ยา่ งนนั้
ผนู้ น้ั จะไมเ่ ปน็ ทลี่ งใจได้ จงึ ตอ้ งหมนุ กนั อยา่ งเตม็ ท่ี คลา้ ยๆ กบั เปดิ รบั ถงึ กนั ถงึ ไหน
ถึงกนั ไม่มอี ะไรเหลือสักสตางค์ อย่างนนั้ ก็มี แตก่ ็มเี ปน็ บางกาลไม่มีเรื่อยๆ แลว้ แต่
เหตุการณ์ท่ีควรจะเป็นไปแค่ไหน ถ้าลงขนาดนั้นแล้ว คนอ่ืนมาฟังเขาก็จะหาว่าบ้า
กระผมเองเวลาฟังเทศนท์ า่ นอาจารย์ใหญ่ (มัน่ ) ถา้ ท่านเทศนข์ นาดนนั้ แลว้ มนั ถงึ ใจ
เวลาลว่ งไป ๓ วนั น้ี คลา้ ยๆ กบั ใบไมไ้ มไ่ หวตงิ เลยนะในความรสู้ กึ ปรากฏวา่ บรรยากาศ
สงบเงียบเชียว อ�ำนาจของธรรมะท่านครอบหมด เพราะผู้ฟังก็ตั้งใจฟังอย่างเต็มที่
ผเู้ ทศนก์ ต็ ง้ั ใจเทศนอ์ ยา่ งเตม็ ท่ี มนั รบั กนั พวกเราแมบ้ อกวา่ นนี่ า่ ๆ มนั กย็ งั ไมเ่ หน็ กช็ ใ้ี ห้
คนตาบอดดู น่าสังเวชเหมือนกัน

139

ฉะนน้ั กระผมไปอยทู่ ไี่ หนถา้ ไมไ่ ดก้ ราบทา่ นอาจารยม์ นั่ แลว้ นอนไมไ่ ด้ อยทู่ ไ่ี หน
กเ็ หมอื นกนั แมท้ สี่ ดุ จะเดนิ จงกรมกต็ อ้ งหนั หนา้ ไปไหวท้ า่ นเสยี กอ่ น ถา้ มรี ปู ทา่ นเปน็
ที่หมายของสมมุติก็กราบไหว้รูปของท่าน หากไม่มีอะไรเลยก็เอาคุณธรรมของท่าน
ประกอบเรอ่ื งของสมมตุ นิ อ้ มนมสั การไป พระคณุ ของทา่ นไมม่ วี นั จดื จาง ประหนงึ่ วา่
ทา่ นไมไ่ ด้ลว่ งลบั ไป ธรรมชาติอันหนงึ่ เป็นอยา่ งน้นั เหมือนกับดเู ราอยู่ตลอดเวลา

นีบ่ รรดาสาวกท่านที่เห็นหลกั ความจรงิ ของพระพทุ ธเจ้าอย่างเตม็ ใจแล้ว จงึ ได้
ยอมพระพทุ ธเจ้า คือยอมในหลักความจรงิ อนั เป็นหลักธรรมชาติ ไม่ได้ยอมในรูป
ในนามอะไร ยอมตามหลกั ความจรงิ วา่ เปน็ เหมอื นกนั แลว้ ยอ่ มไมม่ วี นั จดื จาง ถงึ จะ
อยู่ใกล้อยู่ไกลกันขนาดไหนก็ไม่มีวันเวลาจืดจาง เพราะความจริงเป็นเหมือนกัน
อย่างที่วา่ ท่านนิพพานไปแล้วสองพันห้ารอ้ ยกว่าปี กไ็ ม่มปี ญั หากระทบกระเทือนกับ
ความจรงิ ทปี่ รากฏอยใู่ นใจเรา นอกจากเปน็ กาลของสมมตุ นิ ยิ มของเวลำ�่ เวลาหรอื ของ
ธาตขุ ันธไ์ ปเท่านนั้ แตห่ ลักความจริงนน้ั ไม่เคล่อื นท่ี เป็นผู้บรสิ ุทธ์ิอย่เู ช่นนั้น ทั้งที่
มชี ีวติ อยู่และนิพพานไปก็เป็นผูบ้ รสิ ุทธิ์ อันนเี้ ป็นความจริงอันตายตัว ผูท้ ีร่ ูใ้ นหลัก
ความจรงิ กย็ อ่ มเชอื่ ตอ่ หลกั ความจรงิ อนั นน้ั เหมอื นกนั หมด เพราะพทุ ธะแท้ ธรรมะแท้
สงั ฆะแท้ อยทู่ ใ่ี จ ใจทบี่ รสิ ทุ ธแ์ิ ท้ คอื พทุ ธะ ธรรมะ สงั ฆะ โดยสมบรู ณ์ ไมม่ กี าลสถานที่
เขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งวนุ่ วายเหมอื นสมมุตทิ ่ัวๆ ไป

140

ธุดงควตั ร เคร่ืองห้ามลอ้ กิเลส

เทศน์อบรมพระ ณ วดั ป่าบา้ นตาด
เมอื่ วนั ท่ี ๑๙ มกราคม พทุ ธศักราช ๒๕๒๐

ความสำ� คญั ของพระปฏบิ ตั กิ ค็ อื หลกั ใจ คำ� วา่ หลกั ใจกค็ อื สมาธเิ ปน็ ขน้ั ๆ ปญั ญา
เปน็ ภมู ๆิ ภายในใจจนถงึ อรหัตภูมิ เรยี กว่าหลักใจของพระปฏบิ ัติ ถ้าหลักใจดแี ลว้
หลักการปฏิบัติทุกด้านก็ดีไปตามกันเพราะใจเป็นผู้บงการ เราจึงเห็นใจเป็นส�ำคัญ
คนท่ีมีหลักใจกับคนไม่มีหลักใจปฏิบัติจึงผิดกันอยู่มาก การลดหย่อนผ่อนผันตาม
เหตุการณใ์ นบางกาล สถานที่ บุคคล และการเครง่ ครัดในเวลาปกติของผ้มู ีหลกั ใจ
มีเหตุมีผลต่างกันกับผู้ไม่มีหลักใจ ซึ่งมีแต่ความมุ่งมั่นอย่างเดียว ถึงจะเด็ดเดี่ยว
อาจหาญกจ็ รงิ แตม่ นั แฝงไปดว้ ยความผดิ พลาด และทฐิ มิ านะไมส่ มำ�่ เสมอเทา่ ทค่ี วร
กบั ธุดงควัตรอนั เป็นเครอ่ื งชำ� ระกิเลสทฐิ ิมานะทห่ี มกั ดองอย่ภู ายใน เพราะธาตุขันธ์
ของเรามนั เปน็ โลกเหมอื นโลกทวั่ ไป จำ� ตอ้ งเกยี่ วขอ้ งกบั โลกทค่ี วรผอ่ นผนั สน้ั ยาวแก่
บางคน บางสถานท่ี บางเวลา อยโู่ ดยดี แตเ่ วลาจะควรลดหยอ่ นผอ่ นผนั กล็ ดหยอ่ นไมไ่ ด้
กลวั เสยี ความเครง่ ครดั หรอื เสยี ธดุ งค์ แตเ่ มอื่ ลดหยอ่ นลงแลว้ กเ็ ครง่ ตงึ ขนึ้ ไมไ่ ด้ เพราะ
มที ฐิ แิ ทรกอยทู่ ง้ั สองดา้ น แลว้ กไ็ มพ่ น้ การกระเทอื นตนและผอู้ น่ื จนไดท้ ง้ั เวลาเครง่ ครดั
และเวลาหยอ่ นยานไปตามเหตกุ ารณ์

ผมู้ หี ลกั ใจเหน็ สมควรตามเหตผุ ลแลว้ เวลาจะลดหยอ่ นผอ่ นผนั กล็ ดหยอ่ นผอ่ น
ผนั ไปตามทเี่ หน็ สมควรแกก่ าล สถานที่ บคุ คล ซง่ึ อาจมตี ามคราวตามสมยั พอหมดหนา้ ที่
ความจ�ำเป็นนัน้ แลว้ กด็ ดี ข้นึ และคงเส้นคงวาตามเดมิ โดยไม่ยากแกก่ ารบงั คบั บญั ชา
เพราะเหตุผลอรรถธรรมภายในใจบังคับภายในตัวอยู่แล้วจึงไม่ล�ำบาก ทั้งเวลาจะ
ลดหยอ่ นผ่อนผนั และเวลาจะปฏิบัตติ ามธดุ งควตั รอย่างเคร่งครัดทีเ่ คยดำ� เนนิ มา

141

ท้ังน้ีเราเคยปฏิบัติมาแล้วในสมัยอยู่กับท่านอาจารย์มั่น ยกตัวอย่างเช่นเรา
สมาทานธดุ งคข์ อ้ ใดขอ้ หนงึ่ หรอื หลายขอ้ เพอื่ ปฏบิ ตั เิ ปน็ วตั รโดยไมเ่ รยี นใหท้ า่ นทราบ
แต่ท่านก็ทราบได้ดีปิดไม่อยู่ เพราะความเคารพท่านมากท่ีจำ� ต้องอนุโลมท้ังท่ีขัดใจ
(ขัดกเิ ลสเรา)

ถ้าธรรมดาแล้วจะไมย่ อมลดหย่อนลงเลย....นั่น นค่ี ือความรู้สกึ มนั ขวางอยใู่ น
จติ เจา้ ของเอง เพราะเจตนาเรามงุ่ เดด็ เดยี่ วอยา่ งนน้ั จรงิ ๆ ไมใ่ หม้ อี ะไรมาผา่ น เอาให้
ทะลปุ รุโปรง่ ไปด้วยความตง้ั ใจอันนี้

พอไปอยกู่ บั ทา่ นปแี รก กเ็ หน็ ทา่ นพดู ถงึ เรอื่ งธดุ งควตั ร เพราะทา่ นเครง่ ครดั ใน
ธดุ งควตั รมากมาตามนสิ ยั มกี ารรบั อาหารเทา่ ทบี่ ณิ ฑบาตไดม้ าเปน็ ตน้ จากนน้ั มาเราก็
สมาทานธดุ งคเ์ ปน็ ประจำ� ในหนา้ พรรษา ไมเ่ คยลดละเลย สมาทานธดุ งคข์ อ้ ฉนั ของท่ี
ไดม้ าในบาตรเทา่ นน้ั ใครจะเอาอาหารมาใสบ่ าตรนอกจากอาหารในบาตรของตวั เเลว้
เปน็ ไมร่ บั ไมส่ นใจ ตงั้ แตบ่ ดั นน้ั มาเรอ่ื ยไมเ่ คยลดละ คนเดยี วเรากท็ ำ� ของเราไมใ่ หข้ าด
เมอ่ื ถงึ พรรษาเขา้ มาแลว้ เราตอ้ งสมาทานธดุ งคข์ อ้ นเี้ ปน็ หลกั เกณฑใ์ นจติ ใจไมใ่ หข้ าด
แมแ้ ตป่ ีเดียว

ปจี ำ� พรรษาบา้ นนามน ทา่ นหดู ตี าดที า่ นฉลาด จอมปราชญใ์ นสมยั ปจั จบุ นั ใครจะ
เกง่ ไปกวา่ ทา่ นอาจารยม์ น่ั เลา่ การสมาทานธดุ งคท์ า่ นกร็ วู้ า่ เราไมร่ บั อาหารทต่ี ามมาทหี ลงั
แตบ่ ทเวลาทา่ นจะใสบ่ าตรเรา ทา่ นกพ็ ดู เปน็ เชงิ วา่ ขอใสบ่ าตรหนอ่ ยทา่ นมหา นเ่ี ปน็ สมณ
บรโิ ภค ทา่ นวา่ อยา่ งนนั้ นเี่ ปน็ เครอื่ งบรโิ ภคของสมณะ ขอนมิ นตร์ บั เถอะ กห็ มายความ
ว่าทา่ นเป็นผ้ใู สเ่ องนน่ั แล

บางครงั้ กม็ คี ณะศรทั ธาทางจงั หวดั หนองคายบา้ งและทส่ี กลนครบา้ ง ทอ่ี นื่ ๆ บา้ ง
ไปใสบ่ าตรทา่ นและพระในวดั บา้ นนามน อ.เมอื ง จ.สกลนคร นานๆ มไี ปทหี นง่ึ เพราะ
แตก่ อ่ นรถราไมม่ ี ตอ้ งเดนิ ดว้ ยเทา้ แตเ่ ขาไปดว้ ยเกวยี น จา้ งลอ้ จา้ งเกวยี นไป เขาไปพกั
เพยี งคนื สองคนื และไมไ่ ดพ้ กั อยใู่ นวดั กบั พระทา่ น พากนั ไปพกั อยกู่ บั กระทอ่ มนาของ
โยมแพง ตอนเชา้ ทำ� อาหารบณิ ฑบาต เสรจ็ แลว้ กม็ าถวายพระในวดั นนั้ เขาไมไ่ ดไ้ ปดกั

142

ใสบ่ าตรนอกวดั เรากไ็ มก่ ลา้ รบั กลวั ธดุ งคข์ าด เดนิ ผา่ นหนมี าเลย สำ� หรบั ทา่ นกร็ บั ให้
เพราะสงสารเขาเท่าทสี่ ังเกตดู

อาหารกเ็ หลอื จากใสบ่ าตรมากมายนำ� ขนึ้ มาบนศาลาอยา่ งนน้ั แล เปน็ หมกเปน็ หอ่
และผลไมต้ า่ งๆ นะ่ เรากไ็ มร่ บั สง่ ไปไหนกห็ ายเงยี บๆ ไมม่ ใี ครรบั จะมรี บั บา้ งกเ็ พยี ง
องคส์ ององค์ ผดิ สงั เกตศรทั ธาเขาไมน่ อ้ ย สว่ นเราไมก่ ลา้ รบั เพราะกลวั ธดุ งคข์ อ้ นขี้ าด
หลายวนั ตอ่ มาทา่ นกข็ อใสบ่ าตรเรา โดยบอกวา่ นเ้ี ปน็ สมณบรโิ ภค ขอใสบ่ าตรหนอ่ ย
แลว้ ทา่ นกใ็ สบ่ าตรเรา ทา่ นใสเ่ องนะ ถา้ ธรรมดาแลว้ โถ..ใครจะมาใสเ่ ราไดว้ ะ สำ� หรบั
เราเองกลัวธดุ งค์จะขาด หรืออย่างน้อยไมส่ มบรู ณ์ ความจริงท่านคงเหน็ ว่านี่มันเปน็
ทฐิ แิ ฝงอยกู่ บั ธดุ งคท์ ตี่ นสมาทานนนั้ ทา่ นจงึ ชว่ ยดดั เสยี บา้ งเพอ่ื ใหเ้ ปน็ ขอ้ คดิ หลายแง่
หลายกระทง ไมเ่ ปน็ ลกั ษณะเถรตรงไปถา่ ยเดยี ว ทา่ นจงึ หาอบุ ายตา่ งๆ สอนเราทง้ั ทาง
อ้อมและทางตรง

เฉพาะเราเถรตรง มคี วามคดิ ความมงุ่ หมายอยา่ งนน้ั จงึ ไมย่ อมใหใ้ ครมาใสบ่ าตร
อนั เปน็ การทำ� ลายธุดงคเ์ ราไดเ้ ลย นอกจากทา่ นอาจารยม์ น่ั ผทู้ ่เี ราเคารพเลื่อมใสเตม็
หวั ใจเทา่ นนั้ จงึ ยอมลงและยอมใหใ้ สบ่ าตรตามกาลอนั ควรของทา่ นเอง เราเองมคี วาม
หนักแน่นในใจว่าจะไม่ยอมให้ธุดงค์น้ีบกพร่องแม้นิดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ระแคะระคาย
ภายในใจ ต้องสมบูรณท์ ง้ั ธุดงค์ทเี่ ราได้ท�ำลงไปและจิตใจที่มุ่งมนั่ อยูแ่ ล้ว แตเ่ พราะ
ความเคารพเลอื่ มใสทา่ นความรกั ทา่ นทง้ั ๆ ทไ่ี มส่ บายใจกย็ อมรบั นแี่ ลทวี่ า่ หลกั ใจกบั
หลกั ปฏบิ ัติ กย็ อมรบั วา่ ถูกในความจรงิ จงั ทีป่ ฏบิ ัตินี่ แตม่ นั ก็ไมถ่ กู ส�ำหรบั ธรรมทส่ี งู
และละเอยี ดกวา่ นน้ั เลง็ ดเู ราเลง็ ดทู า่ น มองเราและมองทา่ นนนั้ ผดิ กนั อยมู่ าก อยา่ งทา่ น
อาจารยม์ นั่ ทา่ นมองอะไรทา่ นมองตลอดทว่ั ถงึ และพอเหมาะพอสมทกุ อยา่ งภายในใจ
ไมเ่ หมอื นพวกเราทม่ี องหนา้ เดยี วแงเ่ ดยี วแบบโงๆ่ ไมม่ องดว้ ยปญั ญาเหมอื นทา่ น เราจงึ
ยอมรับตรงนัน้ น้พี ูดการปฏบิ ัตธิ รรมอยู่บา้ นนามนกับท่านอาจารยม์ น่ั

ทนี พี้ ดู ถงึ บา้ นหนองผอื นาใน เวลามาอยบู่ ้านหนองผอื เรากส็ มาทานธดุ งควัตร
อย่างน้ันอีก อยู่ท่ีไหนก็ตาม เร่ืองธุดงควัตรนี้เราจะต้องเอาหัวชนอย่างไม่ถอยเลย
ยนื กระตา่ ยขาเดยี วไมย่ อมใหข้ าดไดเ้ ลย บณิ ฑบาตมาแลว้ กร็ บี จดั ปบุ๊ ปบ๊ั จะเอาอะไร

143


Click to View FlipBook Version