อาจารยเ์ หลยี ว ผบู้ นั ทกึ แมจ่ อ้ ย ทา้ วกงุ้ พากนั อยทู่ นี่ ำ้� ตกไนแองการา่ รว่ มสองชวั่ โมง
จงึ กลบั มาสมทบกบั องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบทบี่ า้ นโยมชาวลาว เมอื งบฟั ฟาโล่ คนื นค้ี ณะ
ทงั้ หมดพากนั พกั ท่ีบา้ นของโยมชาวลาว เมืองบัฟฟาโล่
หลังทาํ วัตรสวดมนต์ตอนเย็นแลว้ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอก “คนื น้ีถา้ ใครงว่ ง
ก็ให้ไปนอนทอ่ี ืน่ อย่ามานอนข้างเรา” รนุ่ พแ่ี ต่ละทา่ นบอก “ม้อื น่เี มอ่ื ยหลายกลว้ ย
ขอไปพกั ทอ่ี นื่ กอ่ น รอบดกึ ถงึ จะเขา้ มาชว่ ยดแู ลพอ่ แมค่ รบู าอาจารย”์ ปรากฏไมม่ ใี คร
มาสกั คน ตนเองเปน็ นายเวรพาพอ่ แมค่ รอู าจารยอ์ อกไปจงกรมอยถู่ นนหนา้ ทพี่ กั จนถงึ
ส่ีทมุ่ องค์ท่านจงึ บอกเลกิ
ระหวา่ งนวดเสน้ ถวาย พอ่ แมค่ รอู าจารยท์ า่ นถามวา่ “อยนู่ ำ�้ ตกทา่ นเหน็ อะไรไหม”
ตนเองถามทา่ น “อย่ทู ่ีนัน่ มอี ะไรหรอื ขอรบั ” องคท์ ่านบอก “อยนู่ ้ำ� ตก (ไนแองการ่า)
มีพวกอินเดียนพวกฝร่ังตายเพราะรบกันอยู่นั่นหลาย พวกนี้พากันมาขอให้เราอุทิศ
บุญให้ ผ้มู ีวาสนาต่อกัน เรากะโปรดเอาได้ ผู้บม่ ีวาสนาต่อกัน เรากะโปรดเขาบ่ได้
เราโปรดสตั วอ์ ยนู่ น่ั ใหไ้ ปจตุ ใิ หมเ่ ปน็ พนั ผมู้ กี รรมดกี ะไดเ้ กดิ เปน็ มนษุ ย์ ผมู้ กี รรมบาป
หยาบหนามาจองจึง กะได้ไปเกิดเป็นเดรัจฉาน เกิดเป็นกากะมี เกิดเป็นกระต่าย
กระรอก กระแต กะมี เกดิ เปน็ นกเปน็ หนกู ะมี ผบู้ ม่ ชี นกกรรมนาํ เกดิ กะยงั อยนู่ น่ั อกี
ตอ่ ไป รอผมู้ วี าสนามาโปรดเอา หรอื รอพน้ กรรม”
องคท์ า่ นบอก “อยนู่ ำ้� ตกมพี ญานาคตระกลู ฉพั พยาปตุ ตะ พอ่ ลกู ขนึ้ มาอนโุ มทนา
บญุ ตอนเราแผเ่ มตตาโปรดสตั วผ์ ขู้ อ้ งคาอยนู่ น่ั พญานาคสองพอ่ ลกู แสดงอนโุ มทนา
แผพ่ งั พานบงั แดดบนั ดาลฝน ฝนทต่ี กใสพ่ วกเราคอื ฝนเกดิ จากพญานาคแสดงเทวฤทธิ์
บแ่ มน่ ฝนโลกฤดกู าล พญานาคฉัพพยาปุตตะเขาแสดงเทวฤทธใิ์ ห้พวกท่านเหน็ เป็น
พยาน” พอไดย้ นิ หลวงปชู่ อบทา่ นบอกทนี่ ำ้� ตกไนแองการา่ มพี ญานาค ตนเองประหลาด
ใจมากในเร่ืองนี้ ถ้าเป็นเร่ืองเทพเทวดามากราบเยี่ยมขอฟังธรรมกับองค์ท่านท่ีวัด
พทุ ธรัตนาราม เมอื งเคลเลอร์ รัฐเทก็ ซัส เรื่องนี้องค์ท่านจะบอกให้ทราบแทบทุกวนั
จนตนเองบันทึกบ้างไม่บันทึกบ้าง แต่วันนี้ตนเองประหลาดใจท่ีพ่อแม่ครูอาจารย์
ท่านบอก อย่ปู ระเทศสหรฐั อเมรกิ า เมอื งฝรัง่ มังค่า กม็ ี “พญานาค”
394
เรยี นถามองคท์ า่ นวา่ “ทาํ ไมพญานาคถงึ มาอยทู่ อี่ เมรกิ า ทาํ ไมพวกเขาไมไ่ ปอยู่
ทางเมืองไทยหรือประเทศชาติบ้านเมืองที่เก่ียวข้องกับพระพุทธศาสนา เมืองฝรั่ง
อย่างอเมริกาน้ี เขากไ็ มไ่ ดน้ บั ถือพระพุทธศาสนาเป็นหลกั เปน็ ฐานเหมือนกบั พวกเรา
ทําไมพญานาคเขาถงึ ไดม้ าเกี่ยวข้องดว้ ย”
องคท์ า่ นบอก “เกยี่ วทก่ี รรม พญานาคตระกลู ฉพั พยาปตุ ตะผนู้ ี้ เขาอยทู่ นี่ มี่ ากอ่ น
ทผี่ คู้ นจะเขา้ มาอยเู่ สยี อกี พญานาคอยนู่ ำ�้ ตก (ไนแองการา่ ) เขามอี ายไุ ดส้ ามหมนื่ ปแี ลว้
ประเทศสหรัฐอเมรกิ าเพง่ิ ต้ังมาไมก่ ี่ร้อยปีเอง ท่านคดิ เอาวา่ ใครมาอยู่ทน่ี ี่ก่อนกัน”
คดิ ตามองคท์ า่ น ประเทศสหรฐั อเมรกิ าเพง่ิ ตงั้ ประเทศมาไดป้ ระมาณสองรอ้ ยกวา่
ปเี ศษทผ่ี า่ นมา อายปุ ระเทศชาตบิ า้ นเมอื งของเขานน้ั ไมเ่ กนิ กนั มากกบั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
ศรีสยามของประเทศไทยเรา
พอ่ แมค่ รอู าจารยท์ า่ นบอก “ดกึ คนื นี้ พญานาคฉพั พยาปตุ ตะเขาจะพาบรวิ ารมา
ฟงั ธรรมกบั เรา ให้ทา่ นสาํ รวมไว้ อยา่ เป็นลงิ เป็นค่างตามใจตนเอง ถา้ ง่วงก็ใหพ้ งิ ฝา
หลบั เอา อยา่ มานอนขวางเปน็ ตะเขข้ วางคลองเปน็ อนั ขาด พวกเทพเทวดาเขาจะตาํ หนิ
สารูปเอาได”้
เฝา้ องคท์ า่ นอยถู่ งึ ตสี ก่ี วา่ ไดย้ นิ เสยี งพอ่ แมค่ รอู าจารยท์ า่ นเคาะกระโถนดงั กอ๊ กๆ
บอกสญั ญาณ ท่านบอก “นัง่ ถาน” (เข้าห้องน้�ำ) พาองคท์ า่ นนง่ั ถาน เอาผา้ ชบุ นำ้� อนุ่
เช็ดหน้าเช็ดตัว จัดโกทาไม้เกียให้องค์ท่านขัดเหงือกแปรงฟัน พาองค์ท่านมาน่ัง
เก้าอี้นวดเส้นถวายกายภาพ ระหว่างนวดเส้นถวาย พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านเล่าเร่ือง
เม่อื คืนที่ผา่ นมาให้ฟงั ท่านบอก “พญานาคฉัพพยาปตุ ตะ” จาํ แลงเป็นมนุษยผ์ ้ชู าย
แต่งกายด้วยผ้าม่อฮ่อม พาบริวารชายหญิงมาหาเรา พวกนาคาหญิงน่ังทางซ้าย
พวกนาคาชายนงั่ ทางขวา พญานาคฉพั พยาปตุ ตะ ขอใหเ้ ราแสดงธรรม “เปตะพลบี ญุ ”
ให้ฟงั ”
เรยี นถามทา่ น “เปตะพลบี ญุ คอื ธรรมอะไรหรอื ขอรบั ” ทา่ นบอก “เปตะพลบี ญุ
คอื บญุ ทเ่ี ราอทุ ศิ ใหก้ บั บรรพบรุ ษุ ญาตมิ ติ รผเู้ กย่ี วขอ้ ง ตน้ ทางสายบญุ ทง้ั หลายเกดิ จาก
395
จติ ทเ่ี ปน็ กศุ ล คาํ วา่ “จติ เปน็ กศุ ล” คอื จติ มปี ญั ญาในการทาํ ความดี บญุ ทกุ อยา่ งนนั้
เรม่ิ ตน้ จากเจตนาทดี่ กี อ่ น เปรยี บดงั สาครไหลลงทะเลหลวง บญุ กศุ ลทง้ั หลายทก่ี ระทาํ
มาน้ัน สุดทา้ ยปลายทางจะไหลลงไปรวมกนั ทม่ี หาสมทุ รทะเลหลวง นพิ พานธาต”ุ
ทา่ นบอก พอคณะพญานาคฉพั พยาปตุ ตะลาจากไป มเี ทวดานางหนง่ึ แตง่ กายดว้ ย
อาภรณน์ งุ่ ขาว เขา้ มานมสั การองคท์ า่ น เทวดาตนนบี้ อกทา่ นวา่ “ขา้ พเจา้ เปน็ เทวดามา
จากสวรรคต์ าวะตงิ สา” (สวรรคช์ นั้ ดาวดงึ ส)์ นางเทวดาตนนบี้ อกองคท์ า่ นวา่ ชาตทิ แี่ ลว้
ตอนเปน็ มนษุ ย์ ตนเองเกดิ เปน็ คนชาวเมอื งอตุ รดติ ถ์ นางเทวดาตนนท้ี ราบจากหมเู่ ทพ
เทวดาวา่ องคท์ า่ นจะเดนิ ทางไปเมตตาพทุ ธบรษิ ทั ทเ่ี มอื งวอชงิ ตนั นางเทวดาตนนจี้ งึ มา
นมิ นต์องคท์ ่านใหไ้ ปโปรดลูกสาวเขาที่เป็นคนไทยอาศยั อยูใ่ นเมอื งวอชิงตนั แมน่ าง
เทวดาตนน้ีได้จาํ แลงรปู ร่างหนา้ ตาลูกสาวเขาให้องคท์ ่านเห็นในนมิ ิต
พอ่ แมค่ รอู าจารยบ์ อก “เฮาบไ่ ดน้ อนเลยโบย้ เฮาโปรดสตั วภ์ ายในภมู ติ า่ งๆ อยู่
เบดิ่ คนื ตง้ั แตม่ าจำ� พรรษาอยอู่ เมรกิ า คนื นหี้ มเู่ ทพเทวดาเขาพากนั มาหาเฮาหลายกวา่
ทกุ ครง้ั พระยาอนิ ทรก์ ะมา มอื่ อนื่ พระยาอนิ ทรเ์ ขาจะพาบรวิ ารมาหาเฮาอยวู่ ดั ญาณรงั ษ”ี
เปรตแม่ตหุ๊ ลวง
วนั ที่ ๑๖ เดอื นพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม พกั ที่
วัดแห่งหนึง่ ในจังหวดั เลย
เวลาประมาณสามทมุ่ ทา่ นชม้ี อื ไปทห่ี นา้ หอ้ งพกั ผบู้ นั ทกึ ถาม “พอ่ แมค่ รอู าจารย์
จะออกไปนอกห้องไหม” ท่านบอกว่า “ไม”่
หลวงปชู่ อบทา่ นถามผบู้ นั ทกึ กบั พระบง่ิ ฐานธมั โม (ทาํ นอง ไชยแสง) วา่ “พวกทา่ น
เห็นเปรตน่ังอยู่หน้าประตูห้องพักของเราไหม” ผู้บันทึกกับท่านบ่ิงตอบองค์ท่าน
เหมอื นกนั วา่ “ไมเ่ หน็ ขอรบั ” ถกู องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่ ให้ “พวกตาหมากขามขี้ เปรตมนั
มาปรากฏโตกะยงั บ่เหน็ มนั อีก”
396
หลวงปชู่ อบทา่ นบอกเปรตตนนเี้ ปน็ เปรตผหู้ ญงิ มาขอใหอ้ งคท์ า่ นอทุ ศิ บญุ กศุ ล
ใหก้ บั เขา ทา่ นบอก “เราไมส่ ามารถอทุ ศิ บญุ ใหก้ บั เปรตผหู้ ญงิ ตนนไ้ี ด้ เพราะกรรมของ
เขายังหนักอยู่” องค์ท่านกับเปรตผู้หญิงตนน้ีไม่มีวาสนาท่ีจะสงเคราะห์ธรรมกันได้
ท่านบอกเปรตตนน้ีเป็นผู้หญิงใส่เส้ือขาว นุ่งผ้าถุงสีดํา เหมือนคนจําศีลอุโบสถ
มอื ข้างหนึง่ ถอื ขา้ วสาร มอื อีกข้างหนึ่งถอื หนอ่ ไมด้ บิ
ท่านบอกเปรตผู้หญิงตนนี้มาขอข้าวกินกับท่าน เปรตผู้หญิงตนนี้บอกท่านว่า
“ต้ังแตต่ ายไปข้าน้อยยังไม่ไดก้ นิ ข้าวเลย มแี ต่ขา้ วสารในมอื ถอื ไปถือมา กนิ กไ็ มไ่ ด้
หนอ่ ไมด้ บิ กนิ กไ็ มไ่ ด้ ไดแ้ ตเ่ ดนิ แบกของเหลา่ นไี้ ปมารอบวดั ” องคท์ า่ นบอก “เราเหน็
เปรตตนนเ้ี ดนิ แบกหนอ่ ไมด้ บิ กบั ถงุ ขา้ วสารเดนิ รอ้ งไหอ้ ยใู่ นวดั นห้ี ลายครง้ั แลว้ จนเรา
สงั เวชใจ”
หลวงปชู่ อบทา่ นบอกถงึ บพุ กรรมของเปรตผหู้ ญงิ ตนนใ้ี หฟ้ งั วา่ “เปรตผหู้ ญงิ ตนน้ี
เป็นแม่ของต๊หุ ลวง เจ้าอาวาสวดั น้ี อาศยั ว่าลกู ตนเองเปน็ สมภารเจ้าวัด พออยากได้
อยากกนิ อะไรในวดั กห็ ยบิ ฉวยเอาไปโดยพลการ ใครหา้ มใครบอกกไ็ มฟ่ งั บางคนหา้ ม
กถ็ กู ผหู้ ญงิ คนนตี้ อ่ วา่ ดา่ ทอดว้ ยคาํ หยาบคาย นานเขา้ เลยไมม่ ใี ครสนใจทจ่ี ะหา้ มปราม
ลกู ชายเปน็ สมภารกไ็ มเ่ คยหา้ มปรามตกั เตอื นการกระทาํ ของแมต่ นเอง ปลอ่ ยเฉยเลยไป
จนทาํ ใหแ้ มต่ นเองไดใ้ จ ทาํ กรรมไปเรอ่ื ยๆ พอผหู้ ญงิ คนนต้ี ายไป จติ ตดิ ขอ้ งในกรรม
ทต่ี นเองเคยเอาของวดั ไปกนิ ไปใชโ้ ดยวสิ าสะ บาปกรรมนจ้ี งึ สง่ ผลใหเ้ ขาไดม้ าเกดิ เปน็
เปรตอยู่ในอารามวัดแห่งนเี้ พือ่ ใช้กรรม”
ฟังองค์ท่านหลวงปูช่ อบพดู แล้ว ตนเองรสู้ ึกสลดใจในกรรมท่ีผ้หู ญิงคนน้ีตอ้ ง
มาเปน็ เปรต เพราะความเหน็ แกป่ ากทอ้ งของตนเองโดยขาดการยบั ยงั้ ชา่ งใจ สว่ นตวั
ตนเองไม่เคยรู้จกั กบั ผู้หญงิ คนนีม้ าก่อน เคยเหน็ แต่ภาพถา่ ยสมยั ท่ีผหู้ ญงิ คนนย้ี ังมี
ชีวิตอยู่ที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบช้ีให้ดู องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอกผู้หญิงคนนี้ตายเมื่อ
ปี ๒๕๓๑ งานทาํ บญุ อทุ ศิ ใหผ้ หู้ ญงิ คนน้ี พระลกู ชายของเขามานมิ นตอ์ งคท์ า่ นไปเปน็
ประธาน แตท่ า่ นไมส่ ามารถสงเคราะหธ์ รรมเขาได้ เนอื่ งจากไมม่ วี าสนาสงเคราะหธ์ รรม
กันมากอ่ น
397
องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอกตุ๊หลวงเจ้าวัดองค์น้ีให้ทราบถึงภูมิท่ีอยู่แม่ของท่าน
ตุ๊หลวงท่านน้เี มื่อทราบถงึ ความลาํ บากในภพภมู ิท่แี มต่ นเองเป็นอยู่ ทา่ นขอองค์ทา่ น
หลวงปู่ชอบจะทาํ บุญอุทศิ ให้กับโยมแมข่ องตนเอง องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอกสมภาร
ทา่ นนวี้ า่ “ถงึ ทา่ นจะทาํ บญุ ใหโ้ ยมแมข่ องทา่ น แมท่ า่ นกร็ บั ไมไ่ ด้ เพราะโยมแมข่ องทา่ น
ถอื ทฐิ วิ า่ ตนเองเปน็ แม่ จงึ ไมม่ ใี จเคารพยำ� เกรงในตวั ของทา่ น โยมแมท่ า่ นตอนเปน็ คน
เขาไมเ่ คารพในพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ความไมเ่ คารพในธรรมของเขา จงึ เปน็
กาํ แพงบาปปิดกน้ั ทางบญุ กรรมของโยมแม่ท่าน เราหรือใครก็ช่วยไมไ่ ด”้
อาจารย์สมภารท่านนี้ถามองค์ท่านหลวงปู่ชอบว่า “อีกนานไหมท่ีโยมแม่ของ
กระผมจะพน้ จากวสิ ยั ภมู เิ ปรต” องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอกสมภารทา่ นนว้ี า่ “จากนอี้ กี
๗,๐๐๐ ปี โยมแมท่ า่ นถงึ จะพน้ จากภมู นิ ี้ ออกจากน่ี โยมแมท่ า่ นจะตกนรกเพราะกรรม
ปาณาตบิ าตของเขา โยมแมข่ องทา่ นจะตกนรกอกี ๔๐,๐๐๐ ปี ถงึ จะไดข้ น้ึ มาเกดิ เปน็
เดรจั ฉาน เกดิ เปน็ เดรจั ฉานใหเ้ ขาฆา่ อกี หลายชาตจิ นนบั ไมถ่ ว้ น จากนอี้ กี สองพทุ ธนั ดร
โยมแมท่ า่ นถึงจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์กับเขาอกี ”
พอองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบเลา่ ใหฟ้ งั อาจารยส์ มภารเจา้ อาวาสวดั ทา่ นนถ้ี งึ กบั รอ้ งไห้
ตอ่ หนา้ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ เพราะสงสารโยมแมต่ นเอง ตนเองนงั่ ดเู หน็ สมภารทา่ นนี้
รอ้ งไห้ เรากไ็ ดแ้ ตค่ ดิ เหน็ ใจทา่ น กราบเรยี นทา่ นสมภารเจา้ วดั “เรอ่ื งนกี้ ระผมขอบนั ทกึ
ไว้เพื่อเป็นเร่ืองเตือนใจในธรรมได้ไหม จิตใจของกระผมไม่ได้คิดลบหลู่ในบุพการี
ของใคร” พระอาจารยท์ า่ นนข้ี อใหต้ นเองบนั ทกึ เรอ่ื งนไ้ี วใ้ นอตั ตชวี ประวตั หิ ลวงปชู่ อบ
เพอ่ื เปน็ เรอ่ื งเตอื นใจญาตพิ น่ี อ้ งของนกั บวช หรอื คนรบั ใชใ้ กลช้ ดิ ครบู าอาจารย์ ใหเ้ หน็
ถงึ ดาบสองคมระหวา่ งบุญกับบาป เรอื่ งบุญบาปนี้ หลวงพ่อสที น สลี ธโน วดั ถ้ำ� ผาปู่
ท่านบอกเราเสมอ “คมดาบถา้ ไม่รจู้ กั กจ็ ะเชือดคอตนเอง”
องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบเอย่ ชอ่ื เสยี งเรยี งนามผหู้ ญงิ คนนใ้ี หฟ้ งั ตนเองไมเ่ อย่ ชอ่ื เสยี ง
เรียงนามมาเปิดเผยด้วยเกรงโทษหมิ่น ที่นําบันทึกเรื่องนี้มาเขียนให้ได้รู้ก็เพ่ือเป็น
คตสิ อนใจเทา่ นนั้ ทแี รกคดิ วา่ จะไมน่ าํ เรอื่ งนม้ี าเขยี นในหนงั สอื ชวี ประวตั พิ ระคณุ เจา้
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ฉบบั คณะอุปัฏฐากเรยี บเรียง แตไ่ ดป้ รึกษากับหม่คู ณะครูบา-
398
อาจารยท์ เ่ี คยไดฟ้ งั เรอื่ งนม้ี าดว้ ยกนั หมคู่ ณะครบู าอาจารยท์ ร่ี ว่ มเรยี บเรยี งเหน็ พอ้ งกนั
ควรนําเรื่องนม้ี าเขียนเปิดเผยเพอ่ื เปน็ คติสอนใจแกส่ าธชุ นผู้ใฝ่ดี อยา่ งน้อยคนที่เขา
กาํ ลงั มพี ฤตกิ รรมแบบนอ้ี ยู่ เมอื่ ไดอ้ า่ น เขาจะมสี ตฉิ กุ คดิ ขนึ้ มาไดบ้ า้ ง เผอ่ื ปญั ญาทางดี
จะไดเ้ กดิ ขึ้นกบั เขา
แมว่ วั ขาว
วนั ที่ ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖ ตนเองกับครบู าทองพนู เณรกนุ เณรเมยี่ ง
พากนั มาเฝ้าหลวงปู่ชอบที่หอ้ งพกั ศาลาบาํ เพ็ญกุศล วัดป่าโคกมน หลวงป่ชู อบท่าน
จงกรมอยู่หน้าห้องพัก
เกอื บ ๕ ทมุ่ เณรกนุ มาบอกวา่ “หลวงปชู่ อบทา่ นมเี รอ่ื งจะคยุ ดว้ ย” ตนเองจงึ มา
หาองคท์ า่ นและถามทา่ นวา่ “ครอู าจารยม์ เี รอ่ื งอะไรหรอื ” ทา่ นถามวา่ “มเี งนิ อยเู่ ทา่ ไร”
บอกท่านว่า “มีอยู่สองพนั เกบ็ ไวก้ บั โยม”
ท่านบอก “มันไมพ่ อ เราจะใช้มากกว่านัน้ ” ถามท่านว่า “หลวงปู่จะใชเ้ งินมาก
เทา่ ไหร”่ ทา่ นบอก “ใชเ้ ปน็ หมนื่ ” บอกทา่ นวา่ “ถา้ เปน็ หมนื่ ผมจะบอกเจา้ อาวาสเบกิ เงนิ
กองกลางออกมาให”้ ทา่ นบอก “มนั เปน็ เงนิ ของสงฆ์ จะเอามาใชส้ ว่ นตวั ไมไ่ ด้ ของสงฆ์
จะต้องใช้กับส่วนรวมเท่านนั้ เงนิ ทถ่ี าม เราจะเอามาใชส้ ่วนตัว”
ถามทา่ นว่า “หลวงปจู่ ะเอาเงินไปใช้ทาํ อะไร” ทา่ นบอก “เราจะเอาไปซือ้ วัวอยู่
โรงฆา่ สตั ว์ เมืองเลย วัวแมข่ าวร้องไหม้ าหาเรา เขาขอใหเ้ ราชว่ ยชีวิตเขา ตอนน้มี ัน
กําลงั ท้อง มันบอ่ ยากให้ลูกมนั ตายตามมนั ”
ถามทา่ นวา่ “เขามาบอกตอนไหน” หลวงปชู่ อบทา่ นบอก “เขามาบอกเราเมอ่ื สกั ครู่
นเ้ี อง เราจงึ เรยี กทา่ นมาคยุ ดว้ ยเพอื่ หาทางชว่ ยเหลอื เขา” ถามทา่ น “ผทู้ มี่ าบอกเปน็ ววั
หรอื เทวดามาบอก” ทา่ นวา่ “เขามาบอกเราโดยรา่ งสมมตุ ิ เปน็ ผหู้ ญงิ ทอ้ งแกใ่ สช่ ดุ ขาว
ร้องไหม้ าบอกเรา “ช่วยชวี ติ ขา้ นอ้ ยด้วย ข้านอ้ ยบอ่ ยากถกู ฆ่าตาย”
399
ตนเองบอกหลวงปชู่ อบวา่ “ถา้ อยา่ งนน้ั พรงุ่ นผี้ มจะไปยมื เงนิ โยมมาไถช่ วี ติ แมว่ วั
ตัวนใี้ หห้ ลวงป่เู อง” ทา่ นบอก “พระเปน็ หน้เี ป็นสินไมถ่ ูกต้องตามธรรมวินัย เราจะ
พจิ ารณาหาทางชว่ ยเหลอื เขาเอง เราเมตตาเทวดามามากแลว้ เทวดาจะไมเ่ ออื้ อาํ นวยให้
เราบา้ งหรอื เราจะพจิ ารณาวาสนาผเู้ กย่ี วขอ้ งกบั แมว่ วั ตวั นดี้ ู ถา้ เขามวี าสนา กร็ อดมดี
รอดเขยี ง ถา้ บม่ วี าสนา ทกุ อยา่ งกเ็ ปน็ ไปตามกรรมของสตั วโ์ ลก” ทา่ นบอก “ถา้ พรงุ่ นี้
มคี นมาหาเราตอน ๑๐ โมง เปน็ ตน้ ไป ใหบ้ อกเขาเรอื่ งแมว่ วั ขาว ถา้ คนมากอ่ นหนา้ นนั้
ท่านไม่ตอ้ งบอกเขา เพราะไมม่ วี าสนาตอ่ กนั ”
๑๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖ หลงั ฉนั ภตั ตาหารแลว้ ทา่ นไมเ่ ขา้ หอ้ งพกั นมิ นตพ์ กั
ท่านก็ไม่ยอมพัก ช้ีมือใส่ทางจงกรมอยู่อย่างน้ัน หลวงปู่ชอบท่านจงกรมอยู่ศาลา
บาํ เพญ็ กศุ ล ตงั้ แต่ ๙ โมง โดยไมย่ อมหยดุ พกั ผอ่ น พระเณรตอ้ งหมนุ เวยี นสลบั กนั
เข็นจงกรมให้ท่าน
๑๐ โมงกวา่ ลกู ศษิ ยจ์ ากอาํ เภอชมุ แพ พากนั มาถวายอาหารเพลให้ ทกั ทายปราศรยั
กบั โยมทางเมอื งชมุ แพไดส้ กั พกั เหน็ รถตสู้ ขี าววงิ่ เขา้ มาจอดทล่ี านเมรุ สอบถามเขาวา่
มาจากกรุงเทพฯ ยงั ไมเ่ คยมากราบหลวงปู่ชอบสักครงั้ นีเ่ ปน็ คร้งั แรกที่ไดก้ ราบได้
เห็นตัวจริงของท่าน จากน้ันเห็นลูกศิษย์หลวงปู่ชอบในเมืองเลยพากันมาถวายเพล
หลวงปชู่ อบ ขณะอมุ้ องคท์ า่ นลงจากรถเขน็ ถามทา่ น “ทบ่ี อกวา่ หลงั ๑๐ โมง ใครมาหาเรา
ใหบ้ อกเขา ใช่คนเหลา่ นหี้ รือเปล่า” ทา่ นบอก “ออื ท้งั หมดนแ่ี หละ”
หลงั จากหลวงปชู่ อบทา่ นฉนั เสรจ็ ตนเองบอกกบั โยมวา่ “หลวงปชู่ อบทา่ นจะไถ่
ชวี ติ แมว่ วั สขี าวตวั หนงึ่ ซง่ึ กาํ ลงั จะถกู ฆา่ อยโู่ รงฆา่ สตั วเ์ มอื งเลย โยมคนไหนอยากจะ
ทาํ บญุ สงเคราะห์ชวี ติ แม่วัวขาวกับลกู ในท้องของมัน กร็ ่วมทาํ บญุ กับหลวงปู่ชอบได”้
พวกโยมพากนั ถามหลวงปชู่ อบถงึ เรอื่ งความเปน็ มา ทา่ นเลา่ เรอ่ื งความเปน็ มาที่
แมว่ วั มาขอความช่วยเหลอื จากทา่ น ฟังแล้วโยมบางคนถึงรอ้ งไห้เพราะสงสารแม่ววั
ตวั นี้ โยมทมี่ าจากกรงุ เทพฯ ถามหลวงปชู่ อบวา่ “ตอนนวี้ วั ตวั นถ้ี กู ฆา่ หรอื ยงั ” หลวงปชู่ อบ
ท่านบอก “ยังไมถ่ ูกฆา่ เขาจะฆ่าในคืนน้”ี พอหลวงปู่ชอบบอก แต่ละคนควักเอาเงิน
400
ออกมานบั รวมกนั ได้ ๑๐,๙๐๐ บาท โยมแปว๋ บอก “ถ้าเงินไม่พอ เขาจะรบั เพมิ่ ให้
ท้งั หมด” หลวงปู่ชอบท่านจงึ มอบหมายให้โยมแปว๋ กบั โยมโด่ง เป็นตวั แทนองคท์ า่ น
ไปไถช่ วี ติ แมว่ วั ขาวตวั นอ้ี อกมาจากโรงฆา่ สตั ว์ โดยองคท์ า่ นเนน้ ยำ้� วา่ “จะตอ้ งเปน็ ววั
ตัวเมียสขี าวเท่านัน้ อยู่ทโ่ี รงฆา่ สัตว์ ตอนน้ีเมอื งเลยมีแม่ววั สีขาวตัวเดียวเท่านั้น”
๑๙ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖ เวลาบา่ ย ๒ โมงกวา่ หลงั สรงนำ้� แลว้ หลวงปชู่ อบ
ท่านจงกรมอยู่ศาลาบําเพ็ญกุศล ขณะเณรดอกเข็นจงกรม หลวงปู่ชอบท่านจะยิ้ม
อารมณ์ดอี ย่อู ย่างนั้น หลวงปู่ชอบทา่ นกวักมอื เรยี กเข้าไปหา พดู หยอกทา่ นวา่ “วนั นี้
คอื ยม้ิ ดแี ทพ้ อ่ พญา ใจดมี ว่ นนวลขาวคอื ดอกฝา้ ยบอ้ มอ้ื น”ี้ หลวงปชู่ อบทา่ นยมิ้ บอกวา่
“วนั นเี้ ขาจะเอาววั แมข่ าวมาใหเ้ รา” ทา่ นเอาฝา่ มอื ขวาตบทเี่ บาะพกั แขนรถเขน็ เสยี งตบุ๊ ๆ
เปน็ กริ ยิ าทหี่ ลวงปชู่ อบทา่ นแสดงออกมาเมอื่ เวลาทที่ า่ นชอบใจ คนใกลช้ ดิ จะรกู้ ริ ยิ านี้
ของท่านเปน็ อยา่ งดี
๓ โมงกวา่ รถกระบะนสิ สนั บก๊ิ เอม็ สนี ำ�้ ตาล บรรทกุ ววั สขี าวตวั หนงึ่ วงิ่ เขา้ มาจอด
ทลี่ านเมรุ มรี ถฟอรด์ สดี าํ ลกั ษณะคลา้ ยรถเกง๋ ปา้ ยทะเบยี นจงั หวดั รอ้ ยเอด็ วง่ิ ตามกนั
เขา้ มา พอเหน็ ววั สขี าวแลว้ เรากถ็ ามหลวงปชู่ อบวา่ “ใชว่ วั ตวั นหี้ รอื เปลา่ ทใี่ หไ้ ปไถช่ วี ติ
เขาไว้” หลวงปู่ชอบทา่ นบอกว่า “ววั ตวั นแ้ี หละ” เราก็พาหลวงป่ชู อบออกไปดวู ัวตัวนี้
บอกใหเ้ ณรดอกไปตามเจา้ อาวาสมาทน่ี ่ี บอกว่ามโี ยมเขาเอาวัวมาถวายหลวงปู่
แม่วัวขาวเหน็ หลวงปู่ชอบ ก็รอ้ งมอๆ ไมห่ ยุด คนทนี่ าํ ววั มาส่งเป็นแขกปาทาน
เขาเอาวัวลงจากรถ พอวัวแม่ขาวลงจากรถ ก็เดินตรงดิ่งเข้ามาหาหลวงปู่ชอบทันที
วัวแม่ขาวมาร้องมอๆ อยู่ต่อหน้าหลวงปู่ชอบ หลวงปู่ชอบท่านย่ืนมือขวาไปหาวัว
วัวแม่ขาวดมที่มือของหลวงปู่ชอบและเลียที่มือขององค์ท่าน เป็นกิริยาของสัตว์
แสดงออกซงึ่ ความรกั
หลวงปู่ชอบทา่ นพดู กบั ววั แมข่ าววา่ “บ่ตายแล้วละ่ อีนาง เราจะรักษาชีวิตเจ้าไว้
ตอ่ ไปนบี้ ม่ ไี ผฆา่ เจา้ อกี แลว้ ” โยมทเี่ อาววั มาถวายหลวงปชู่ อบ เหน็ กริ ยิ าของแมว่ วั ขาว
และไดย้ นิ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบพดู กบั แมว่ วั ขาว พวกโยมพากนั รอ้ งไหอ้ อกมา เหน็ ววั
401
ควายหลายตัวท่ีโยมไถ่ชีวิตมาถวายหลวงปู่ชอบ ท่านก็จะเฉยๆ เห็นวัวไอ้เทากับ
วัวแม่ขาวน่ีแหละ ท่ีหลวงปู่ชอบท่านช่วยชีวิตออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ชนิดรอดตาย
อยา่ งหวดุ หวิด
ถามโยมทไ่ี ถช่ วี ติ ววั แมข่ าววา่ “ซอื้ มาราคาเทา่ ไร” โยมบอก “ววั ตวั น้ี แขกปาทาน
ซอื้ มาราคา ๑๒,๐๐๐ บาท ขอซอื้ เขาในราคา ๑๕,๐๐๐ บาท แขกปาทานไมข่ ายให้ เพราะ
มวี วั ตวั เดยี วท่จี ะเชือดขายตลาด จงึ พากันเพมิ่ ราคาให้ ๑๘,๐๐๐ บาท แขกกไ็ ม่ขาย
ใหอ้ กี สดุ ทา้ ยใหร้ าคาเขา ๒๓,๐๐๐ บาท เขาจงึ ตกลงขายให้ พรอ้ มกบั นาํ มาสง่ ทว่ี ดั ”
โยมทไ่ี ปไถช่ วี ติ ววั แมข่ าวบอก พวกเขาอศั จรรยใ์ จในเหตกุ ารณน์ ี้ ตอนพวกเขา
ไปโรงฆา่ สตั ว์ เทศบาลเมอื งเลย เพอ่ื จะตดิ ตอ่ ซอ้ื ววั ตวั เมยี สขี าว ขณะกาํ ลงั พดู คยุ กบั
เจา้ ของเขยี งเนอ้ื อยนู่ นั้ ววั แมข่ าวตวั นรี้ อ้ งมอๆ ขนึ้ มา เหมอื นกบั จะบอกใหร้ วู้ า่ เขาอยู่
ที่นี่ พอหันไปดู เห็นวัวตัวเมียสีขาวตัวน้ีร้องอยู่ คิดว่าจะต้องเป็นวัวตัวนี้แน่นอน
ท่ีหลวงปู่ชอบท่านให้มาไถ่ชีวิตเขา พอเดินไปดูถึงรู้ว่าวัวตัวนี้เป็นวัวตัวเมียสีขาวท่ี
หลวงปชู่ อบทา่ นบอกระบสุ มี าให้ พวกตนจงึ ตดั สนิ ใจยอมทมุ่ ทง้ั หมดทกุ อยา่ งเพอ่ื ความ
ประสงคข์ องหลวงปู่ ถงึ แมเ้ จา้ ของววั จะเกย่ี งราคาเทา่ ไหรก่ ต็ าม สดุ ทา้ ยจงึ ไดช้ ว่ ยชวี ติ
แมว่ ัวตัวนมี้ าถวายหลวงปทู่ ่ีวดั
อาจารยเ์ หลยี วถามหลวงปชู่ อบวา่ “ววั ตวั นจี้ ะมอบใหก้ บั ใคร” หลวงปชู่ อบทา่ น
บอก “เราจะมอบใหท้ ดิ ค�ำ บา้ นผานอ้ ย เอาไปเลย้ี ง” หลวงปชู่ อบทา่ นใหไ้ ปตามทดิ คาํ
บา้ นผานอ้ ย มารบั เอาววั ตวั นไ้ี ปเลยี้ ง ตนเองบอกใหท้ ดิ สพุ รรณไปตามตาหู บา้ นผานอ้ ย
มาหาหลวงปชู่ อบแบบดว่ นทสี่ ดุ ทดิ สพุ รรณมนั รบี จำ้� รถมอเตอรไ์ ซคป์ อ๊ บชาลขี องมนั
ไปรบั ตาคาํ หูมาหาหลวงปชู่ อบทศ่ี าลาเมรุ วัดปา่ โคกมน
หลวงปชู่ อบบอกทดิ คาํ หู บา้ นผานอ้ ย “ใหเ้ อาววั แมข่ าวตวั นไี้ ปเลยี้ งใหเ้ ราไดไ้ หม
แต่เรามีข้อแม้ไม่ให้ฆ่าไม่ให้ขายวัวตัวน้ีกับลูกท่ีอยู่ในท้องของมัน” ท่านบอกทิดคํา
บา้ นผานอ้ ย “ววั ตวั นเี้ คยมพี ระคณุ กบั แกมากอ่ น ถา้ แกฆา่ หรอื ขายเขา เทา่ กบั แกทาํ ลาย
ผมู้ พี ระคณุ ของตนเองในอดตี ถา้ เลย้ี งววั ตวั นไ้ี มไ่ ด้ กใ็ หเ้ อากลบั คนื มา เราจะใหพ้ ระเณร
402
เลยี้ งมันเอง” ทดิ คาํ หูรบั ปากหลวงปวู่ ่า “จะดแู ลววั แมข่ าวตัวนจี้ นกว่าตายจากกนั ไป
ขา้ งหนึ่ง”
ตอ่ ท้ายเร่ืองแมว่ วั ขาว ภายหลงั จากทิดคาํ นําววั ตัวน้ีไปเลี้ยงแลว้ ทดิ คํามาบอก
หลวงปชู่ อบวา่ “แมว่ วั ขาวตวั นอ้ี อกลกู แลว้ เมอ่ื คนื ทผ่ี า่ นมา ววั แมข่ าวตวั นอ้ี อกลกู เปน็
ววั ตวั ผสู้ นี ำ�้ ตาล” หลวงปชู่ อบทา่ นอยากไปดลู กู ววั ทา่ นบอกใหต้ ามดาบโกเมนเอารถ
มารับท่านไปบ้านผาน้อย ตนเองวิทยุเรียกตู้ยามวังไหไปตามดาบโกเมนให้มารับ
หลวงปู่ชอบไปบ้านผาน้อย ดาบโกเมนจึงรีบขับรถมารับหลวงปู่ชอบที่วัดป่าโคกมน
ไปบ้านผาน้อย
หลวงปชู่ อบทา่ นบอกใหเ้ ณรไปเอากลว้ ยทโ่ี รงครวั ไปเลย้ี งววั กลว้ ยมเี ทา่ ไร ใหข้ น
เอาไปใหว้ วั นอ้ ยกบั แมข่ องมนั กนิ ทงั้ หมด ตนเองพดู หยอกหลวงปชู่ อบวา่ “จะขนกลว้ ย
ไปเยย่ี มหลานนอ้ ยหรอื ยงั ไง” หลวงปชู่ อบทา่ นหวั เราะ ทา่ นวา่ “หลโู ตนชาตมิ นั สองแมล่ กู ”
(สงสารมันสองแมล่ กู )
ไปถึงนาทดิ คาํ หู หลวงปูช่ อบท่านใหเ้ อากลว้ ยไปใหว้ วั แมล่ กู กนิ ววั น้อยตวั ผู้
สนี �้ำตาลเกดิ ใหม่ยังกนิ อาหารไมเ่ ปน็ มนั กไ็ มส่ นใจ วัวแมข่ าวกนิ กลว้ ยจนหมดเครอื
กลว้ ยสว่ นทเ่ี หลอื หลวงปชู่ อบทา่ นบอกทดิ คาํ เกบ็ ไวใ้ หแ้ มว่ วั ขาวกนิ วนั หลงั หลวงปชู่ อบ
นงั่ มองดลู ูกววั สนี ำ้� ตาลมันวงิ่ เปไ๋ ปเป๋มา ทา่ นกห็ ัวเราะตลกในกริ ยิ าของลูกววั ตวั นี้
ถามทา่ นวา่ “ววั นอ้ ยตวั น้ี หลวงปจู่ ะตงั้ ชอ่ื อะไรใหม้ นั ” หลวงปชู่ อบทา่ นตงั้ ชอื่ ให้
ววั นอ้ ยสนี ำ�้ ตาลตวั นว้ี า่ “บกั บญุ หลาย” ถามทา่ นวา่ “ทาํ ไมถงึ ตงั้ ชอ่ื นใี้ หม้ นั ” ทา่ นบอก
“ถา่ บุญมนั บห่ ลาย มันกะตายตง้ั แต่อยใู่ นทอ้ งแม่มนั แลว้ บ่ได้ออกมาแลน่ หา่ วดอ่ งๆ
จงั่ ซ้ดี อก” (มนั ไมไ่ ด้ออกมาวิ่งเลน่ คึกคักอยา่ งนหี้ รอก)
เหน็ ววั ไอ้ “บญุ หลาย” มนั วงิ่ เลน่ ตามประสาววั เดก็ ของมนั ไอบ้ ญุ หลายมนั วง่ิ อยา่ ง
คกึ คักจนหางตง้ั หางชัน นกึ สนุกไปกับมนั ไอบ้ ุญหลายเอย้ แกนี่ช่างบุญหลายจรงิ ๆ
เกอื บตายในทอ้ งแมแ่ ลว้ นะเอง็ ถา้ หลวงปชู่ อบทา่ นไมช่ ว่ ยแมเ่ อง็ ไวต้ อนนนั้ ปา่ นนไี้ มร่ วู้ า่
เขาจะเอาแมเ่ อ็งไปลาบทรี่ ้านไหนแลว้ กไ็ มร่ ู้
403
ลูกศิษยล์ าสึก
พระอุปัฏฐากองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านหนึ่งชื่อ “ครูบาจําเนียร”
ครูบาจําเนียรเป็นพระอุปัฏฐากอีกรูปหนึ่งท่ีหลวงปู่ชอบท่านรักและเมตตาเป็น
อย่างมากในบรรดาคณะศิษย์อุปัฏฐากรุ่นสุดท้าย ครูบาจําเนียรท่านเป็นพระรุ่นพี่
มพี รรษามากกวา่ ผบู้ นั ทึก ๕ พรรษา
ตอนครบู าจาํ เนยี รมาขอลาสกึ ครง้ั แรก หลวงปชู่ อบทา่ นกลา่ วถงึ ครบู าจาํ เนยี รวา่
“ทา่ นเนยี รมนี สิ ยั เกา่ ภาวนาจติ สงบได้ นกั บวชนน่ั มหี ลาย นกั บวชปฏบิ ตั จิ นจติ สงบได้
นน่ั มีนอ้ ย เฮาเหน็ วาสนาทา่ นเนยี ร จั่งสบื นิสัยทางธรรมให้เขา”
ครบู าจาํ เนยี ร เวลาวา่ งจากการปฏบิ ตั อิ ปุ ฏั ฐากหลวงปชู่ อบ ทา่ นจะกลบั กฏุ ไิ ปทวน
ปาฏโิ มกข์ เวลาทอ่ งทวนปาฏโิ มกข์ ครบู าจาํ เนยี รทา่ นจะจบั หนงั สอื ปาฏโิ มกขเ์ ลม่ เลก็
ที่หลวงปูช่ อบทา่ นมอบให้ หลวงปชู่ อบท่านบอกพระเณรไว้ “ถ่าเห็นท่านเนียรเงียบ
ตอนทอ่ งปาฏโิ มกข์ อยา่ ไปเอนิ้ (อยา่ ไปเรยี ก) อยา่ ไปจบั ตวั เขา ใหเ้ บงิ่ ซอ่ื ๆ (ใหด้ เู ฉยๆ)
คนในโลกมหี ลาย คนจติ สงบในโลกนี่มนี ้อย”
ครบู าจาํ เนยี รทา่ นมกั จติ สงบในเวลาสวดปาฏโิ มกข์ หรอื ตอนทอ่ งทวนปาฏโิ มกข์
เคยเห็นครูบาจําเนียรสวดปาฏิโมกข์ตอนหลวงปู่ชอบท่านไปพักท่ีบ้านเจ๊หมวย
(คณุ สายสมร อาํ เภอชะอาํ จงั หวัดเพชรบุร)ี ขณะครูบาจาํ เนยี รสวดปาฏิโมกข์หมวด
“นสิ คั คยิ ปาจติ ตยี ”์ วา่ ดว้ ยเรอ่ื งการปฏบิ ตั ติ อ่ บรขิ าร ทา่ นเกดิ นง่ิ เงยี บไปนานหลายนาที
ตนเองเขา้ ใจวา่ ทา่ นเผลอหลบั หรอื ลมื คาํ สวด ขณะกาํ ลงั จะยน่ื มอื ไปสะกดิ ตวั ครบู าจาํ เนยี ร
ถกู หลวงปชู่ อบทา่ นเอาฝา่ มอื ตบหลงั ทา่ นบอก “อยซู่ อื่ ๆ อยา่ ไปถกื โตเขา” (อยเู่ ฉยๆ
อยา่ ไปถกู ตวั เขา) ราวสบิ กวา่ นาที ครบู าจาํ เนยี รทา่ นกส็ วดปาฏโิ มกขข์ น้ึ มาอกี ทา่ นสวด
ปาฏโิ มกขต์ อ่ จากขอ้ ทหี่ ยดุ ไปไดอ้ ยา่ งอตั โนมตั จิ นถงึ เอวะเมตงั ธาระยามิ อยา่ งไมส่ ะดดุ
กอ่ นเขา้ พรรษาปี ๒๕๓๖ หลวงปชู่ อบบอกครบู าจาํ เนยี รใหไ้ ปเทย่ี ววเิ วกทอ่ี นื่ เพอื่
เปลย่ี นสถานทใ่ี นการปฏบิ ตั จิ ติ ครบู าจาํ เนยี รเปน็ หว่ งหลวงปชู่ อบ ไมอ่ ยากไปทไี่ หนไกล
404
จงึ ออกไปพกั อยกู่ บั พระอาจารยส์ อน อนสุ าสโก ทถี่ ำ้� ผาลอ้ ม พอใกลเ้ ขา้ พรรษา ทา่ นออก
จากถำ�้ ผาลอ้ มกลบั มาจาํ พรรษากบั หลวงปชู่ อบทวี่ ดั ปา่ โคกมน ในปนี ค้ี รบู าจาํ เนยี รได้
เจอคู่วาสนาเก่า จนจิตท่านถอยจากความเพียร พอออกพรรษา หลงั งานกฐนิ วัดปา่
โคกมนปี ๒๕๓๖ เสร็จแลว้ ครบู าจาํ เนยี รทา่ นไปกราบลาสกึ กบั องค์ท่านหลวงปู่ชอบ
หลวงปชู่ อบถามถงึ สาเหตทุ ่อี ยากจะสกึ เพราะอะไร ครบู าจาํ เนยี รตอบองคท์ า่ น
หลวงปชู่ อบตามตรงวา่ “รกั ผสู้ าว” หลวงปชู่ อบทา่ นบอกครบู าจาํ เนยี ร “กลบั ไปพจิ ารณา
ดูใจของตนเองเสยี กอ่ น แล้วค่อยมาคยุ กับเราใหม”่ เมือ่ หลวงป่ชู อบท่านดกั ทางไว้
เชน่ นี้ ครบู าจาํ เนยี รเลยไมไ่ ดส้ กึ หลวงปชู่ อบบอก “เราสงสารพระลกู พระหลานจะทกุ ข์
ในชาตภิ พหาที่สิ้นสุดไมไ่ ด้” ทา่ นบอกครูบาจําเนยี รเปน็ ผ้ทู ีม่ ีวาสนา ทา่ นจึงยือ้ เวลา
เอาไว้ ครบู าจาํ เนียรหายไปไมเ่ ขา้ มาอปุ ฏั ฐากหลวงปู่ชอบอย่หู ลายวัน พอกลับมาหา
หลวงปชู่ อบอกี ครง้ั ทา่ นบอกหลวงปชู่ อบวา่ “อยไู่ มไ่ ดแ้ ลว้ กระผมมาขอลาสกึ ” ครบู า
จาํ เนยี รยน่ื ขนั ดอกไมถ้ วายองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ หลวงปชู่ อบทา่ นมองหนา้ ครบู าจาํ เนยี ร
ราว ๑๐ นาที องคท์ า่ นบอกครบู าจําเนยี รวา่ “ให้ไปสึกกบั พระอปุ ัชฌาย์ของทา่ นนะ”
ครบู าจาํ เนยี รทา่ นกราบลาองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ เพอื่ ไปลาสกิ ขากบั พระอปุ ชั ฌาย์
หลวงปู่ชอบท่านน่ังมองครูบาจําเนียรเดินจากไปจนลับตา ไม่เคยเห็นกิริยาแบบน้ีที่
หลวงปชู่ อบทา่ นทาํ กบั ลกู ศษิ ยอ์ งคไ์ หนในวนั ทอ่ี อกจากศาสนา หลวงปชู่ อบทา่ นบอก
ผบู้ ันทึก “อนาคต เขาจะไดก้ ลบั มาบวชเปน็ หลวงตาตอนบน้ั ปลายชวี ติ ตอนนว้ี าสนา
เขาถกู ตดั รอนเพราะค่บู ุพเพเกา่ เขาตามมาทวง กรรมน้ีจึงตัดรอนวาสนาบวชของเขา
ออกไป”
ทา่ นบอก “เหตทุ พ่ี ระเณรอยไู่ มต่ ลอดรอดผา้ เหลอื ง คอื เรอื่ งกามฉนั ทะ กามตณั หา
เป็นนายใหญ่คุมขังสัตว์โลกให้อยู่ภายใต้อํานาจของมัน ยากท่ีใครจะหลุดออกจาก
ตาขา่ ยคกุ กามราคะได้ ถา้ ผใู้ ดแหกขา่ ยตารางคกุ ของกามราคะออกไปไดแ้ ลว้ พระนพิ พาน
อยทู่ ไ่ี หน เรากจ็ ะรเู้ อง กเิ ลสทห่ี ยาบหนาทส่ี ดุ ทา่ นวา่ คอื กามตณั หา กเิ ลสตวั นเ้ี ปน็ ราชา
ผู้พาสัตว์โลกเวียนเกิดเวียนตายอยูใ่ นหว้ งมหันตทกุ ข์”
405
บุพกรรมแม่ไก่อดตี ภรรยา
เรอื่ งนผ้ี บู้ นั ทกึ ถามหลวงปชู่ อบ ฐานสโม จากหนงั สอื ประวตั ขิ องทา่ น ผบู้ นั ทกึ เปน็
ตวั แทนหมคู่ ณะเปดิ ประเดน็ ถามองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบถงึ เรอ่ื งบพุ กรรมของแมไ่ กข่ าวดา่ ง
ซ่ึงอดีตชาติเคยเกิดเป็นภรรยาของทา่ น
หลวงปู่ชอบเล่าเร่ืองอดีตภรรยาเก่าของท่านไปเกิดเป็นแม่ไก่ขาวด่างอยู่ท่ีบ้าน
ผาพว่ั อาํ เภอจอมทอง จงั หวดั เชยี งใหม่ ใหพ้ ระเณรลกู หลานฟงั ทหี่ อ้ งพกั ศาลาบาํ เพญ็
กศุ ล วดั ปา่ โคกมน วนั ท่ี ๑๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ทา่ มกลางพระเณรลกู หลาน ๑๑ องค์
ทร่ี ว่ มฟงั ธรรมประวตั ขิ องทา่ น หลวงปชู่ อบทา่ นเลา่ ใหพ้ ระเณรลกู หลานฟงั วา่ ตอนนน้ั
ทา่ นกบั หลวงป่เู หรยี ญ วรลาโภ ไปเท่ยี ววเิ วกดว้ ยกันทเี่ ขตอําเภอจอมทอง จังหวัด
เชยี งใหม่ ทา่ นทงั้ สองพากนั ไปพกั ภาวนาบนเขาใกลก้ บั บา้ นผาพวั่ หมบู่ า้ นคนเมอื งทอ้ งถน่ิ
ทา่ นบอกหลวงปเู่ หรยี ญเลอื กทพี่ กั เปน็ ถำ�้ อยกู่ ลางภเู ขา สว่ นทา่ นเลอื กพกั ขา้ งลา่ งเชงิ เขา
หลวงปชู่ อบบอก “ตอนอยบู่ า้ นผาพว่ั มแี มไ่ กส่ ขี าวดา่ งตวั หนง่ึ เขา้ มาหาเราในนมิ ติ
แมไ่ กข่ าวดา่ งตวั น้ี พอเขา้ มาใกลเ้ ราแลว้ เขากลายรา่ งเปน็ หญงิ สาว ผหู้ ญงิ นางนบี้ อกเรา
ว่าอดีตชาติเขาเคยเกิดเป็นภรรยาของเรา ในชาตินั้น เขาได้ทํากรรมชั่วผิดศีลกาเม
นอกใจสามี คอื เราในชาตนิ นั้ เขาแอบคบชสู้ ชู่ ายละเมดิ กายนอกใจโดยเราไมร่ ู้ หลงั จาก
ตายไปแลว้ เขาไดไ้ ปตกนรกขมุ หนามดอกงว้ิ อยนู่ าน พอพน้ จากนรกหนามดอกงวิ้ แลว้
กไ็ ปเกดิ เปน็ เปรตเปน็ เดรจั ฉานตอ่ เนอื่ งกนั อกี หลายชาติ ชาตนิ เ้ี ขาไดม้ าเกดิ เปน็ แมไ่ ก่
อย่างที่เราเหน็ ”
ทา่ นบอกแมไ่ กข่ าวดา่ งตวั นไี้ ดม้ าหาทา่ นในนมิ ติ ตอ่ เนอ่ื งกนั ถงึ สค่ี นื แตล่ ะครงั้ ที่
แมไ่ กข่ าวดา่ งตวั นมี้ าหาในนมิ ติ เขาจะบอกยำ�้ ถงึ บพุ กรรมเกา่ ของเขากบั ทา่ นเมอื่ ในอดตี
ทา่ นบอกแม่ไก่ขาวด่างว่า “อยา่ มารบกวน เราจะภาวนา” แมไ่ ก่ขาวด่างบอกทา่ นวา่
ถา้ ไมเ่ ชอื่ ในเรอื่ งทเ่ี ขาบอก พรงุ่ นเี้ ขาจะออกมาแสดงตนใหท้ า่ นเหน็ โดยการจกิ ชายจวี ร
ตอนท่านเดินบณิ ฑบาตผา่ นบ้านทีเ่ ขาเปน็ ไก่อาศัยอยู่
406
ตอนเชา้ หลวงปชู่ อบทา่ นพาหลวงปเู่ หรยี ญไปบณิ ฑบาตทบ่ี า้ นผาพว่ั ตามปรกติ
พอท่านกับหลวงปู่เหรียญเดินบิณฑบาตผ่านมาถึงบ้านที่แม่ไก่ขาวด่างตัวนี้อาศัยอยู่
ขณะท่านทง้ั สองก�ำลังยนื รอเจ้าของบา้ นออกมาใสบ่ าตรให้อย่นู น้ั แมไ่ กข่ าวดา่ งตวั นี้
ไดว้ ิ่งเขา้ มาหาท่าน แลว้ หยุดร้องอย่ขู า้ งๆ คลา้ ยกําลังจะบอกอะไรกบั ทา่ น
ท่านลองไล่แม่ไกข่ าวดา่ งตวั น้ีดวู ่ามันจะแสดงกริ ยิ าอะไรกบั ท่านบา้ ง ทา่ นบอก
“แมไ่ กข่ าวดา่ งใหอ้ อกไปใหห้ า่ งๆ เปน็ เดรจั ฉานตวั เมยี อยา่ มาอยใู่ กลพ้ ระ” ถงึ ทา่ นจะ
พดู ไลม่ นั เทา่ ไร แมไ่ กข่ าวดา่ งตวั นก้ี ไ็ มย่ อมถอยหนอี อกไปไกลจากทา่ น แมไ่ กข่ าวดา่ ง
ตัวน้วี ิ่งเขา้ มาจิกส้นเทา้ กับชายจวี รของทา่ นเหมือนกับทีเ่ ขาบอกในนิมติ
หลวงปู่ชอบเห็นกิริยาแม่ไก่ขาวด่างตัวนี้แล้ว ท่านก็เข้าใจในความหมายที่
แม่ไกข่ าวด่างตัวนีแ้ สดงออกใหท้ า่ นรู้ เหมือนกับทเ่ี ขาบอกในนมิ ติ ชายเจา้ ของบา้ น
เห็นไก่ของตนเองมาวนเวียนจิกจีวรพระแบบน้ี เจ้าของบ้านจึงไล่แม่ไก่ขาวด่างตัวน้ี
ออกไป แม่ไก่ขาวด่างตัวน้ีถอยไปไม่ไกลจากท่าน ก็ร้องออกมาเพื่อให้ท่านได้ยิน
หลงั จากเจา้ ของบา้ นใสบ่ าตรแลว้ ทา่ นกพ็ าหลวงปเู่ หรยี ญเดนิ ไปบณิ ฑบาตบา้ นหลงั อนื่
จิตแมไ่ กข่ าวดา่ งตัวนไ้ี ด้มาหาทา่ นในนมิ ิตอกี ครั้งหนึง่ มาครั้งน้ี แม่ไกข่ าวด่าง
มาขอให้ท่านยกโทษอโหสิกรรมให้กับเขาท่ีเคยประพฤตินอกใจท่านมาก่อน
หลวงปู่ชอบท่านจึงยกโทษอโหสิกรรมให้กับแม่ไก่ขาวด่าง อดีตภรรยาเก่าของท่าน
ท่านบอก “จากนไี้ ป ขอให้เธอเปน็ สขุ ๆ พน้ ทกุ ข์เวร ทุกอย่างทแ่ี ล้วมา เราขอยกโทษ
กรรมนี้ให้เธอทั้งหมด” แม่ไก่ขาวด่างในร่างของหญิงสาวกราบขมาลาท่านด้วยจิต
สาํ นึกในบาปกรรมของตน
ท่านบอกนับจากคืนนั้นมาแม่ไก่ขาวด่างตัวน้ีก็ไม่เคยมาปรากฏให้ท่านเห็นใน
นมิ ติ และสายตาภายนอกอกี เลย จนทา่ นกบั หลวงปเู่ หรยี ญออกจากบา้ นผาพวั่ ไปเทยี่ ว
วเิ วกทอ่ี ่ืน
องคท์ ่านหลวงปชู่ อบ “แมไ่ ก่ขาวดา่ งตัวนี้ หลังเราตายไปแลว้ เขาจะได้กลบั มา
เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง จะมาเกิดเป็นลูกสาวร้านขายวัสดุก่อสร้างอยู่อําเภอสูงเม่น
407
พอเราตายไปไม่กป่ี ี เขาก็จะไดเ้ กดิ เป็นคนทนั ที ชาตินเ้ี ราสงเคราะห์ธรรมใหค้ ่อู ดตี
ของเราทกุ คนจนถงึ ทส่ี ดุ แลว้ คภู่ รรยาเราทเ่ี กดิ เปน็ คนไทยใหญ่ บา้ นลเี ตอะ พมา่ เราก็
สงเคราะหจ์ นเขาไดด้ วงตาเหน็ ธรรมในชาตนิ ้ี เราจบหมดทกุ อยา่ ง ไมเ่ กยี่ วขอ้ งกบั ใคร
อกี ตอ่ ไปแล้ว”
สามเณรออ่ น (สนาม ฉมิ นลิ ) เรยี นถามองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบตามประสาซอ่ื ของ
เณรน้อยว่า “หลวงปูค่ รบั ผมอยากรู้วา่ แม่ไก่ตวั ทเี่ คยเกดิ เปน็ เมยี ของหลวงปแู่ ต่ชาติ
กอ่ นนนั้ ป่านนีเ้ ขาเอามันไปต้มกนิ แลว้ บ่ครับ ผมอยากจะรู้”
หลวงปชู่ อบทา่ นหวั เราะขำ� ขนั ในคาํ ถามของเณรออ่ น คาํ ถามซอื่ ๆ ของเณรออ่ น
เลน่ เอาครบู าพระเณรหัวเราะกนั จนลัน่ หอ้ งหลวงปชู่ อบ ทาํ ใหบ้ รรยากาศการสนทนา
ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบกับพระเณรลูกหลานในคืนนี้อบอุ่นคร้ืนเครงเป็นอย่างยิ่ง
คําถามของเณรอ่อนทําให้หลวงปู่ชอบท่านยากท่ีจะตอบ เวลามองหน้าเณรอ่อน
หลวงปชู่ อบจะหวั เราะทอ้ งคดั ทอ้ งแขง็ จนหนา้ ตาของทา่ นแดงระเรอ่ื ยงั กบั นำ�้ ยอ้ มฝาด
กไ็ ม่ปาน
ยานบี่ ม่ ีขายในโลก
วันที่ ๒๑ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ หลวงปชู่ อบทา่ นบอก “โบ้ย เฮาเจบ็ แขว่ ”
(ไอห้ นเู ราปวดฟนั ) ถามทา่ นวา่ “ปวดฟนั ซไี่ หน” ทา่ นบอก “ซลี่ า่ งดา้ นขวา” ทา่ นบอก
“เราปวดมาสามสี่วนั ตอนนี้ใกล้จะหลดุ แลว้ ”
หลวงปู่ชอบท่านเอาลิ้นดุนฟันของท่านออกมาให้ดู ฟันท่านซี่ขวาข้างด้านล่าง
ลม้ ออกมานอกรมิ ฝีปาก เหลืออกี นดิ เดยี วกจ็ ะหลุดแล้ว
ทา่ นบอก “อยากไดบ้ โ่ บย้ อยากไดก้ ะดงึ เอาโลด” บอกทา่ น “ขา้ นอ้ ยบก่ ลา้ ดงึ ออก
กลวั เปน็ บาปกรรม ถ้าครบู าอาจารย์จะเมตตามอบทันตธาตุให้ กใ็ ห้หลดุ ออกมาเอง
จะเป็นมงคลกว่า”
408
ทา่ นวา่ “มแี ตค่ นอยากไดแ่ ขว่ เฮาเด้ ถา่ ทา่ นสเิ อา เฮาไหโ่ อกาสดงึ เอาโลด” ตนเอง
ยืนยันกับท่านเหมือนเดิม จะไม่ดึงฟันครูบาอาจารย์ออก ปล่อยให้หลุดเองตาม
ธรรมชาตจิ ะดกี ว่า
พระเณรพอรวู้ ่าหลวงปูช่ อบฟันโยก กพ็ ากันมารอเอาฟันของท่าน หลวงป่ชู อบ
ไล่พระเณรทไี่ ม่เกี่ยวขอ้ งกับการอปุ ฏั ฐากดูแลทา่ นออกไป “สิมาเฝา้ อหี ยงั เฮาบ่แมน่
คนป่วย บ่แมน่ แม่มานกําลังสิออกลกู ” (ไมใ่ ช่ผหู้ ญิงท่ใี กลจ้ ะคลอดลกู )
วนั ท่ี ๒๓ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ตอนเชา้ หลวงปชู่ อบทา่ นบอก “โบย้ เอายามา
ใสแ่ ขว่ ใหเ้ ฮาแหน”่ (ไอห้ นเู อายามาใสฟ่ นั ใหเ้ ราดว้ ย) หลวงปชู่ อบทา่ นชมี้ อื ไปทกี่ ลอ่ ง
กระดาษทิชชู่ ขา้ งทนี่ อนของทา่ น เห็นถงุ พลาสติกเล็กๆ ขนาดเทา่ สองนวิ้ ขา้ งในเปน็
ผงสดี าํ คลา้ ยผงถา่ นดนิ ปนื หยบิ ขนึ้ มาดู ถามทา่ นวา่ “ใชย่ าอนั นห้ี รอื เปลา่ ” ทา่ นบอก
“อนั น่นั ล่ะ ยาใสแ่ ข่ว” (อนั นั้นล่ะยาใสฟ่ นั )
คดิ ในใจ ยานมี้ นั มาอยทู่ นี่ ไ่ี ดย้ งั ไง ใครเอามาวางไวต้ งั้ แตเ่ มอ่ื ไร ถามพระเณรที่
นอนเฝ้าหลวงปูช่ อบด้วยกัน กไ็ มม่ ใี ครรู้ท่ีมาของยานี้
ทา่ นบอกใหเ้ อายาผงดาํ นใ้ี สร่ อบๆ ฟนั ของทา่ น ขณะปา้ ยยา ฟนั ของทา่ นกโ็ ยก
คลอนเหมอื นจะหลดุ ออกมากบั มอื จนตอ้ งปา้ ยยาใสฟ่ นั ของทา่ นอยา่ งระวงั หลงั ปา้ ย
ยาผงดาํ นแ้ี ล้ว หลวงปูช่ อบท่านนงั่ อมยาน้ไี ว้ในปากประมาณห้านาที จึงบว้ นออกมา
หลงั บว้ นยา ฉันน้ำ� แล้ว ทา่ นบอก “เฮาเซาเจ็บแข่วแลว้ โบย้ แขว่ เฮาดคี อื เก่าแล้ว”
ตอนนน้ั คดิ วา่ หลวงปชู่ อบทา่ นพดู หยอกเฉยๆ ตนเองวา่ “ยาอหี ยงั คอื สมิ าดแี ท้
ใสป่ บุ๊ เซาปบ๊ั วา่ นแี่ หม”๋ ทา่ นบอก “ยาทพิ ยแ์ ขว่ ” ฟงั ชอื่ ยาครง้ั แรก ตนเองเขา้ ใจวา่ เปน็
ยาที่ลกู ศิษย์ของท่านทางเวียงจันทน์นำ� มาถวาย เพราะเม่ือวานมลี กู ศษิ ยห์ ลวงปู่ชอบ
จากเวียงจนั ทร์มากราบทา่ น
ตนเองอยากพสิ จู น์ จงึ ขอโอกาสใหห้ ลวงปชู่ อบทา่ นอา้ ปากใหด้ ู ลองเอามอื แตะๆ
โยกฟนั ของทา่ นดู ปรากฏวา่ ฟนั ของทา่ นทโ่ี ยกคลอนจนเกอื บจะหลดุ อยแู่ ลว้ กลบั แนน่
409
ปึกเหมือนเดิม โยกฟันท่านดูอยู่หลายคร้ัง หลวงปู่ชอบท่านกัดน้ิวมือของเราเป็น
การหยอก ทา่ นวา่ “มาโลดบาดน่ี จีห่ นงั ควายพอ่ แก่มนั กะฉันได้”
ตนเองรู้สึกประหลาดใจ “ยาทิพย์แขว่ ” ท�ำไมมนั ดจี งั ขนาดฟนั หลวงปชู่ อบ
เกอื บจะหลดุ อยแู่ ลว้ กลบั มาแนน่ ปกึ ดงั เดมิ แคช่ ว่ั เวลาไมก่ น่ี าที ถามทา่ นวา่ “ยานม้ี ขี าย
ทไี่ หน จะไดไ้ ปซอื้ มาไวเ้ ผอ่ื ครบู าอาจารยป์ วดฟนั หรอื คนอน่ื ปวดฟนั จะไดเ้ อาใหเ้ ขาใช”้
ทา่ นบอก “ยานบ่ี ม่ ขี ายในโลก รา้ นใดก๋ ะบม่ ขี าย ยานม่ี พี อ่ ออก (โยมผชู้ าย) เอามาถวาย
เฮาม่ือคนื นี่” ถามทา่ น “โยมเขาเอายามาถวายตอนไหน” ท่านบอก “พ่อออกเขาเอา
ยามาถวายตอนพวกทา่ นนอนหลบั พวกนบี่ ฮ่ ขู้ ห้ี มาตาตดอหี ยงั เลย คาแตห่ ลบั แตน่ อน
โกนซอดๆ ถ่าเขาเป็นเสือ ป่านนี้พวกทา่ นถกื คาบคอไปกินแล้ว”
ถามหลวงปชู่ อบถงึ พอ่ ออกผทู้ เี่ อา “ยาทพิ ยแ์ ขว่ ” มาถวาย เขาไมใ่ ชค่ นธรรมดา
ใชไ่ หม การไปการมาของเขา พระเณรทเ่ี ฝา้ อปุ ฏั ฐากไมม่ ใี ครเหน็ เขาสกั คนเลย ทส่ี าํ คญั
หอ้ งพกั ก็ลอ็ คเอาไว้ คนข้างนอกไม่สามารถเข้ามาไดถ้ า้ ไมม่ กี ญุ แจเปดิ
ทา่ นบอก “พอ่ ออกผนู้ เี้ ปน็ ราชาเทวดาอยดู่ าวดงึ ส์ เขาฮวู้ า่ เฮาปวดแขว่ หลาย เขาเลย
ทาํ บญุ เอายามาถวายเฮา เขาเอายามาถวายตอนสองยามกวา่ เขามาตอนเวลาพวกหมา
นอนตายหงายทอ้ งปา่ งหงา่ ง” วา่ จบ ทา่ นกห็ วั เราะชอบใจเมือ่ ได้วา่ ให้พวกเราที่นอน
เฝา้ เปน็ หมานอนตายหงายทอ้ งปา่ งหงา่ ง คาํ วา่ ครบู าอาจารยถ์ กู ของทา่ น พวกเราทเี่ ฝา้
พากนั นอนหลบั ปานตาย ไมม่ ีใครรเู้ ร่ืองทเ่ี กดิ ขนึ้ กับทา่ นเมือ่ ตอนสองยามเลย
ทา่ นวา่ “เทวดาเขาจะเอายาไสไ่ ห่ เฮาบอกเขา เอายานไี่ วไ่ หพ่ ระเณรเหน็ กอ่ น ไหพ่ ระ
เณรไดเ้ หน็ ปาฏหิ ารยิ ใ์ นพระศาสนา” ครบู าอาจารยท์ า่ นทาํ แบบนเ้ี พอื่ ใหล้ กู ศษิ ยอ์ ยา่ ง
พวกเราเปน็ พยานในความรขู้ องทา่ น อยา่ งเรอ่ื ง “ยาทพิ ยแ์ ขว่ ” เทวดานำ� มาถวายองค์
ทา่ นน้ี ก็เปน็ อกี เร่อื งหนง่ึ ท่พี วกเราได้สัมผสั รับรู้
จากนนั้ ทา่ นเลา่ เรอ่ื งกรรมของหลวงปตู่ อ้ื อจลธมั โม สหายธรรมของทา่ นใหฟ้ งั
ทา่ นบอกหลวงปู่ตอื้ ถูกอมนษุ ยร์ บกวนขณะทําความเพยี ร อมนษุ ยผ์ ีตนน้จี ําแลงเปน็
งูใหญ่มาขู่ฟ่ออ้าปากท�ำท่าเหมือนจะฉกท่าน หลวงปู่ต้ือทราบว่างูตัวน้ีไม่ใช่งูจริง
410
เป็นงูผีแปลงจําแลงมาข่มขู่เพื่อให้ท่านกลัว หลวงปู่ตื้อท่านเอาเทียนมัดใส่ไม้เท้า
จุดไฟท่ิมเข้าปากงูผีแปลงตัวนี้ จนงูผีแปลงตัวนี้มันหนีลงจากดอยเพราะกลัวใน
อํานาจของท่าน
ตอนทา่ นพกั อยวู่ ดั ปา่ อาจารยต์ อ้ื แมแ่ ตง มวี นั หนง่ึ ขณะฉนั มเี ศษอาหารเขา้ ไป
ตดิ ในซอกฟนั ของทา่ น หลวงปตู่ อื้ ทา่ นเอาไมจ้ มิ้ ฟนั แคะยงั ไง เศษอาหารกไ็ มห่ ลดุ ออก
ท่านเลยเอาไม้จ้ิมฟันดันเข้าไปจนลึกสุดซอกสุดฟัน ไม้จ้ิมฟันนั้นเกิดหักแทงเหงือก
เลอื ดไหลออกมา หลวงปตู่ อื้ ทา่ นเจบ็ เหงอื กปวดฟนั อยหู่ ลายวนั ฉนั อาหารไมค่ อ่ ยได้
พอฉันอาหารเข้าไปแล้ว เศษอาหารจะเข้าไปติดซอกฟันของท่าน เวลาแคะเอาเศษ
อาหารออกก็จะเจ็บ มีเลือดไหลออกมาดว้ ย
ทา่ นพจิ ารณาถงึ กรรมทที่ าํ ใหต้ นเองตอ้ งมาเจบ็ เหงอื กเจบ็ ฟนั อยา่ งน้ี ทา่ นทราบวา่
กรรมน้ีของท่านเกิดจากกรรมท่านเพ่งจิตเอาไฟท่ิมปากอมุษย์จําแลงเป็นงูมาขู่ท่าน
ทบ่ี ้านแมข่ ุนคอง อาํ เภอเชียงดาว พอทราบทม่ี าของกรรมแลว้ ทา่ นกป็ ลงในธรรม
ยอมรับกรรมของตนเอง ใครจะเอายารกั ษาฟันมาให้ ทา่ นก็ไม่ฉัน หลวงปตู่ อื้ ทา่ น
ปวดเหงอื กปวดฟนั อย่รู ว่ มเดอื น จนฟันของทา่ นหลุดออกมา
หลวงปชู่ อบวา่ “เฒา่ ตอ้ื ฮอ้ งขน้ึ อยกู่ ฏุ ิ กใู ชก้ รรมใหม้ งึ แลว้ เดอ้ กเู บดิ่ กรรมกบั มงึ
แลว้ เดอ้ ทา่ นหลวงแผน่ ดนิ เยน็ ไดย้ นิ เสยี งฮอ้ งเฒา่ ตอื้ นกึ วา่ เพนิ่ เปน็ อหี ยงั กะเลยไปเบงิ่
ทา่ นหลวงวา่ “อาจารยเ์ ปน็ อหี ยงั คอื ฮอ้ งดงั คกั แท”้ เฒา่ ตอ้ื วา่ “เฮาเบดิ่ กรรมเจบ็ แขว่ แลว้
หลวงเอย้ แข่วเฮาหลดุ แลว้ กรรมเบดิ่ แลว้ ”
(หลวงแผน่ ดนิ เยน็ เปน็ ฉายาที่หลวงปูช่ อบทา่ นต้ังให้ หลวงปหู่ ลวง กตปุญโญ
วัดสุวรรณคีรบี รรพต อําเภอเมอื ง จงั หวดั ลาํ ปาง)
เรยี นถามหลวงปชู่ อบวา่ “กรรมอะไรของครบู าอาจารย์ ถงึ ไดม้ าปวดฟนั ในครง้ั น”ี้
ทา่ นบอก “กรรมปจั จบุ นั ตอนเปน็ บา่ ว เฮาตปี ากเขาแตกแขว่ โยก (ปากแตกฟนั โยก)
กรรมนเี่ ลยสง่ ผลไหเ่ จา้ ของเจบ็ แขว่ อยหู่ ลายมอื่ กรรมบว่ า่ นอ้ ยใหญ่ พอตามทนั แลว้
มนั แสดงไห่เหน็ เบด่ิ เฮ็ดกรรมไวแ่ ลว้ บม่ ไี ผหนีพ้น บ่ได่ไซซ่ าตนิ ี้ กะได่ไซซ่ าติหน้า”
411
อาพาธคร้งั สุดท้าย ส่งั ลาละขันธ์
วนั ท่ี ๑๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๗ หลงั งานทอดกฐนิ วดั ปา่ โคกมน พระคณุ เจา้
หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นเรม่ิ อาพาธเปน็ ไข้ ทางคณะอปุ ฏั ฐากจงึ ไดก้ ราบนมิ นตอ์ งคท์ า่ น
ให้ไปทําการตรวจรักษาท่ีโรงพยาบาลอําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย นายแพทย์วิชัย
ผลนิ นทเ์ กยี รติ ไดแ้ จง้ ใหท้ างคณะอปุ ฏั ฐากทราบวา่ หลวงปชู่ อบทา่ นเปน็ ไขห้ วดั ใหญ่
และมอี าการปอดชื้นแทรกซ้อน ทางนายแพทย์วิชยั ได้กราบนิมนตห์ ลวงปู่ชอบให้พัก
รกั ษาที่โรงพยาบาลวังสะพงุ เพอื่ ความสะดวกในการรกั ษาองคท์ ่าน
หลวงปผู่ าง ปรปิ ณุ โณ (วดั ปา่ ประสทิ ธธิ รรม ตาํ บลดงเยน็ อาํ เภอบา้ นดงุ จงั หวดั
อดุ รธาน)ี ทราบขา่ วหลวงปชู่ อบอาพาธ ทา่ นมาเยยี่ มหลวงปชู่ อบทโ่ี รงพยาบาลวงั สะพงุ
หลวงปู่ผางถามองค์ท่านหลวงปู่ชอบ “ตอนนี้ธาตุขันธ์พ่อแม่ครูจารย์เป็นจั่งใด๋แหน่
ขา้ นอ้ ย” หลวงปชู่ อบบอกหลวงปผู่ าง “หนกั อยู่ ธาตขุ นั ธม์ นั เรมิ่ ปฏเิ สธยาแลว้ เฮาอาศยั
ธรรมประคองรกั ษาตนเองไว้ เอาอยู่กะอยู่ เอาบ่อยู่ เฮากะสิปลอ่ ยมนั ”
กลบั มาอยวู่ ัด ๒ วัน หลวงป่ชู อบทา่ นกม็ ีไข้ขน้ึ อกี คณะอุปัฏฐากได้พาท่านเขา้
รับการรักษาทโ่ี รงพยาบาลวงั สะพุงอีกคร้งั ถึงจะรักษาอยา่ งเต็มท่ี แต่อาการของทา่ น
กไ็ มด่ ขี นึ้ ทางคณะศษิ ยจ์ งึ แจง้ เรอ่ื งนใี้ หท้ างสาํ นกั พระราชวงั ทราบ สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ
พระบรมราชนิ นี าถ พระองคท์ า่ นทรงมรี บั สง่ั ใหน้ าํ เครอ่ื งบนิ มารบั หลวงปชู่ อบ ฐานสโม
ลงไปรกั ษาที่โรงพยาบาลศริ ิราช กรงุ เทพมหานคร
วันท่ี ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ระหวา่ งพักรักษาอยูท่ ี่โรงพยาบาลศริ ริ าช
หลวงปชู่ อบบอกลกู ศษิ ยอ์ ปุ ฏั ฐากใหพ้ าทา่ นกลบั วดั ปา่ โคกมน ทา่ นบอก “สริ กั ษาจงั่ ได๋
เฮากะบเ่ ซาดอก (จะรกั ษายงั ไง เรากไ็ มห่ ายหรอก) ปว่ ยครง้ั นค้ี อื ปว่ ยครงั้ สดุ ทา้ ยของเฮา
เฮารับนมิ นต์พญาขันธมารปลงสงั ขารแล้ว จากนีไ่ ปเฮาบอ่ ยู่เหน็ เดอื นกุมภาปหี น่า”
หลงั พดู เรอื่ งนใ้ี หล้ กู ศษิ ยอ์ ปุ ฏั ฐากฟงั แลว้ จากวนั นนั้ เปน็ ตน้ มา หลวงปชู่ อบทา่ น
กไ็ มค่ อ่ ยพดู จากบั ใครอกี เลย การอาพาธของทา่ นกท็ รดุ ลงเรอ่ื ยๆ จนสดุ ทจ่ี ะรกั ษาได้
412
ทางคณะศษิ ยอ์ ปุ ฏั ฐากเหน็ พอ้ งกนั ทจ่ี ะนาํ องคท์ า่ นกลบั มาละขนั ธท์ เี่ มอื งเลย ทางคณะ
ศิษย์จึงกราบนิมนต์พาองค์ทา่ นหลวงปู่ชอบเดนิ ทางกลับวดั ป่าโคกมน
ขณะเดนิ ทางมาถึงทางด่วนโทลล์เวย์ กอ่ นถงึ สนามบนิ ดอนเมอื ง พระคุณเจ้า
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ทา่ นได้ละขนั ธอ์ ย่ทู น่ี ี่ ทางคณะศิษยอ์ ุปัฏฐากโดยพระอาจารย์
จนั ทร์เรียน คุณวโร เปน็ ประธาน ไดอ้ ัญเชญิ สรรี ะขององค์ท่านหลวงปู่ชอบขน้ึ ไป
บาํ เพญ็ กศุ ลที่ “ศาลาเมตตาฐานสโม” วดั ปา่ สมั มานสุ รณ์ ซง่ึ เปน็ สถานทที่ ห่ี ลวงปชู่ อบ
ท่านส่ังไวใ้ ห้ใชเ้ ปน็ สถานท่จี ดั งาน “คร้ังสดุ ทา้ ย” ใหก้ ับองคท์ ่าน
พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ละขนั ธ์เมื่อวันอาทติ ย์ท่ี ๘ มกราคม พ.ศ.
๒๕๓๘ เวลา ๑๑.๓๘ น. สริ อิ ายุ ๙๓ ปี ๗๐ พรรษา
หลงั จากพระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ละขนั ธ์ ทางคณะศษิ ยท์ งั้ บรรพชติ และ
ฆราวาส ไดจ้ ดั งานบาํ เพญ็ กศุ ลถวายแดอ่ งคท์ า่ นจนครบ ๑ ปี จงึ ขอพระราชทานเพลงิ ศพ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว ภูมพิ ลอดลุ ยเดชฯ ทรงโปรดเกลา้ ให้สมเดจ็ พระบรม
โอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกมุ าร และสมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณ์
อัครราชกุมารี เสด็จเป็นผู้แทนพระองค์มาประกอบพิธีในงานพระราชทานเพลิงศพ
พระคณุ เจา้ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ในวนั ท่ี ๑๒ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙
หลงั งานพระราชทานเพลงิ ศพพระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทางคณะศษิ ยไ์ ด้
เก็บอัฐิธาตุขององค์ท่านไว้เพื่อเตรียมบรรจุในเจดีย์พิพิธภัณฑ์บริขาร ท่ีคุณเฉลียว
อยวู่ ทิ ยา บรษิ ทั กระทงิ แดง ไดม้ ศี รทั ธาสรา้ งถวายแดพ่ ระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม
ขนึ้ ทว่ี ดั ปา่ สมั มานสุ รณ์ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณ์ อคั รราชกมุ ารี
เสด็จมาเป็นองค์ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว
ญาณสมั ปนั โน) วดั ปา่ บา้ นตาด ตาํ บลบา้ นตาด อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั อดุ รธานี ประธาน
ฝา่ ยสงฆ์ ไดป้ ระกอบพธิ บี รรจอุ ฐั ธิ าตุ เปดิ เจดยี พ์ พิ ธิ ภณั ฑบ์ รขิ าร พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ
ฐานสโม ทว่ี ดั ปา่ สมั มานสุ รณ์ บา้ นโคกมน ตาํ บลผานอ้ ย อาํ เภอวงั สะพงุ จงั หวดั เลย
ในวันท่ี ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗
413
อย่าพากันลงนรก
หลวงตามหาบัว าณสมปฺ นฺโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าสัมมานสุ รณ์ อ�ำเภอวงั สะพงุ จังหวัดเลย
เนื่องในงานฉลองเจดีย์บรรจุอฐั ิธาตุและบรขิ าร หลวงปชู่ อบ €านสโม
415
หลวงตามหาบัว าณสมปฺ นโฺ น
เทศน์อบรมฆราวาส
ณ วดั ป่าสมั มานสุ รณ์ บา้ นโคกมน ตาํ บลผาน้อย อําเภอวังสะพงุ จงั หวัดเลย
เน่อื งในวโรกาสทส่ี มเด็จพระเจ้าลกู เธอ เจา้ ฟา้ จุฬาภรณวลยั ลกั ษณ์ อัครราชกุมารี
ทรงเสดจ็ เปน็ ประธานในงานฉลองเจดียบ์ รรจุอฐั ธิ าตุและบริขาร หลวงปชู่ อบ €านสโม
เมอ่ื วันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๗ (บ่าย)
เร่อื ง อยา่ พากนั ลงนรก
ขอพระราชทานกราบบงั คมทลู ทราบฝา่ พระบาท ขา้ พระพทุ ธเจา้ นายสำ� เรงิ เชอ้ื ชวลติ
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั เลย ในนามขา้ ราชการ พอ่ คา้ ประชาชน ตลอดจนผมู้ าเฝา้ ฝา่ พระบาท
อยู่ ณ ทน่ี ้ี ตา่ งรสู้ กึ ซาบซงึ้ และสำ� นกึ ในพระกรณุ าธคิ ณุ หาทส่ี ดุ มไิ ด้ ทฝี่ า่ พระบาทเสดจ็
มาทรงเป็นองคป์ ระธานในการบรรจุอัฐิธาตุ ทรงพระสหุ ร่าย ทรงเจิมแผน่ ป้ายเจดยี ์
พระคุณเจ้าหลวงป่ชู อบ ฐานสโม และทอดผ้าป่าช่วยชาติตามโครงการผา้ ป่าชว่ ยชาติ
กับหลวงตามหาบัว ณ เจดียอ์ นุสรณส์ ถาน หลวงป่ชู อบ ฐานสโม วัดปา่ สมั มานสุ รณ์
บา้ นโคกมน ต�ำบลผานอ้ ย อำ� เภอวังสะพงุ จังหวัดเลย ในวันน้ี
ในโอกาสนี้ ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอประทานกราบทลู ความเปน็ มาในการกอ่ สรา้ งเจดยี ์
อนสุ รณส์ ถาน หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เร่ิมกอ่ สร้างต้ังแต่ปีพุทธศกั ราช ๒๕๔๑ ใช้
งบประมาณในการกอ่ สรา้ งท้งั ส้นิ ๑๐ ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ
จากคณุ เฉลียว อยวู่ ทิ ยา บดั นี้ไดเ้ วลาอนั เป็นอดุ มมงคลฤกษแ์ ล้ว ขา้ พระพทุ ธเจ้า
ขอพระราชทานกราบทลู เชญิ ฝา่ พระบาทเสดจ็ ทรงบรรจอุ ฐั ธิ าตุ พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ
ฐานสโม ณ เจดีย์อนุสรณ์สถาน ควรมิควรแล้วแตจ่ ะโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม
หลังองค์ทา่ นหลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนั โน ใหศ้ ีลเสร็จแลว้ องค์ท่านเทศนา
ดงั นี้
416
วนั นเี้ ปน็ วนั มหากศุ ล เปน็ วนั มหามงคลอนั ยงิ่ ใหญแ่ กพ่ น่ี อ้ งชาวจงั หวดั เลย และ
จังหวัดต่างๆ เรียกวา่ ท่ัวประเทศไทย ทอ่ี ตุ ส่าหพ์ ยายามสละเวล่ำ� เวลาหน้าทกี่ ารงาน
มาในงานมหากุศลครั้งนี้ โดยมีทูลกระหม่อม เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อคั รราชกุมารี กับพระสวามี เสดจ็ มาเป็นรม่ โพธิ์ร่มไทร เป็นสักขีพยานแหง่ ความ
แน่นหนามั่นคงและชุ่มเย็นแก่พี่น้องชาวไทยทั้งหลายของเราที่รวมกันอยู่เวลานี้
ที่ต่างท่านต่างได้มาบริจาคตามกําลังศรัทธา พร้อมท้ังการสดับตรับฟังธรรมเทศนา
ซง่ึ นานๆ จะไดย้ นิ เสยี ทหี นง่ึ เรอ่ื งเสยี งอรรถเสยี งธรรมไมเ่ หมอื นเสยี งโลกเสยี งกเิ ลส
ตัณหา ซึง่ มีอยู่ตลอดเวลาท้ังวันทง้ั คืน หาความสงบร่มเยน็ แกจ่ ติ ใจบ้างพอพกั ผอ่ น
นอนหลับนดิ หนอ่ ยไมค่ อ่ ยมี
แตว่ นั นเี้ ปน็ โอกาสอาํ นวย วาสนาสงู สง่ ของพน่ี อ้ งทง้ั หลายทไ่ี ดม้ าพรอ้ มหนา้ กนั
ไดบ้ รจิ าคมหาทานการกศุ ลเพอ่ื เปน็ มหามงคลแกช่ าตแิ ละพระศาสนาของเรา โดยอาศยั
การบรรจอุ ฐั ธิ าตขุ องหลวงปชู่ อบในวนั นี้ ซงึ่ อาจารยห์ ลวงปชู่ อบนเี้ ปน็ พระทมี่ คี ณุ ธรรม
สูงส่ง การประพฤติปฏิบัติองค์ท่านเป็นความราบรื่นดีงาม เป็นความสงบร่มเย็น
เย็นตาเย็นใจแก่ผ้ไู ดเ้ ห็นไดย้ นิ ไดฟ้ ังตลอดมา เวลาทา่ นมรณภาพลงไปแล้ว ก็แสดง
คุณลักษณะแห่งความดีและความดีเลิศให้พ่ีน้องท้ังหลายได้ประจักษ์เป็นพยานเร่ือง
พระพุทธศาสนา ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติต้ังแต่ต้นจนอวสานสุดยอดแห่งธรรม คือท่าน
มรณภาพจากไปแล้ว อัฐิของท่านได้กลายเปน็ พระธาตเุ ปน็ ลาํ ดบั ลําดามาแลว้ เวลาน้ี
การที่อัฐิของคนท่ัวไปจะกลายมาเป็นพระธาตุน้ันเป็นไปไม่ได้ ตามหลักตํารา
ทา่ นยนื ยนั รบั รองไวแ้ ลว้ วา่ อฐั ทิ จ่ี ะกลายเปน็ พระธาตไุ ด้ ตอ้ งเปน็ อฐั ขิ องพระอรหนั ต์
ผู้ส้ินกิเลสแล้วเท่านั้น น่ีก็เป็นเครื่องยืนยันให้พ่ีน้องชาวพุทธทั่วหน้ากันได้ทราบ
ความแปลกประหลาดอศั จรรยแ์ หง่ ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ทท่ี รงแสดงแกส่ ตั วโ์ ลกดว้ ย
ความบรสิ ทุ ธพ์ิ ทุ โธทรงไวซ้ งึ่ ธรรมธาตใุ นพระทยั ของพระองค์ แลว้ นาํ ธรรมทอ่ี อกจาก
พระธรรมธาตทุ บี่ รสิ ทุ ธผิ์ ดุ ผอ่ งนน้ั มาประกาศธรรมสอนโลกเรอ่ื ยมา หลงั จากตรสั รแู้ ลว้
มาจนกระทั่งบดั น้ีเป็นเวลาสองพนั ห้ารอ้ ยกวา่ ปี คุณธรรมท้งั หลายที่ทรงนํามาแสดง
แก่โลกนั้น เป็นธรรมที่คงเส้นคงวาหนาแน่นที่จะให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติตลอดมาไม่ยิ่ง
417
ไมห่ ยอ่ น เปน็ ธรรมเรยี กวา่ อกาลโิ ก เสมอตน้ เสมอปลาย ผทู้ าํ ดมี ากนอ้ ยยอ่ มไดผ้ ล
มาเปน็ ลาํ ดบั ลาํ ดา ตง้ั แตป่ ระโยคแรกแหง่ การบาํ เพญ็ ความดที ง้ั หลาย จนกระทงั่ ปจั จบุ นั
และอนาคต เมอ่ื ยงั มผี ปู้ ฏบิ ตั ดิ อี ยู่ บญุ กศุ ล มรรค ผล นพิ พาน จะแสดงแกผ่ ปู้ ฏบิ ตั ดิ ี
ปฏบิ ัติชอบอยู่ตลอดมา ดังท่ีหลวงปูช่ อบท่านปฏิบัตอิ งคท์ ่าน มแี ตเ่ ปน็ ทีช่ มเชยของ
มนุษย์มนาเทวดาทั้งหลายตลอดมา เพราะท่านรู้สึกจะเชี่ยวชาญทางด้านเทวบุตร
เทวดามาก
ในเวลาทา่ นมชี วี ติ อยเู่ คยไดเ้ ลา่ ใหผ้ เู้ ทศนฟ์ งั โดยเฉพาะในเวลามโี อกาสเกย่ี วกบั
เร่ืองเทวบตุ รเทวดาและสตั ว์ร้ายต่างๆ ที่เข้ามาเกยี่ วข้องกบั ทา่ น เช่น เสอื เป็นตน้
ขนึ้ มาหาทา่ นในเวลาเดนิ จงกรมอยู่ เดินขึ้นมาหาทา่ นทท่ี างจงกรมเลย คอื ขึน้ มาจาก
ตนี เขา กระหม่ึ ๆ มาโดยลาํ ดบั ลาํ ดาจนกระทงั่ ถงึ ทที่ า่ นเดนิ จงกรม แลว้ กม็ านงั่ ดทู า่ นอยู่
ทา่ นกเ็ ดนิ จงกรมกลบั ไปกลบั มา ตาเขากจ็ อ้ งมองทา่ น สาํ หรบั ทา่ นกเ็ ดนิ จงกรมไปมา
แลว้ ทกั เขาวา่ “แกขน้ึ มาทาํ อะไร แกเคยเดนิ จงกรมไหม แกเปน็ สตั ว์ ตง้ั แตม่ นษุ ยย์ งั ไม่
เคยเหน็ เดนิ จงกรมนง่ั ภาวนาเลย นแ้ี กทาํ ไมจงึ ดน้ ดน้ั ขน้ึ มาหาเรา ซง่ึ กาํ ลงั เดนิ จงกรม
เสาะแสวงหาอรรถหาธรรมท่ีล้นโลกเข้ามาสู่จิตใจ แต่แกน้ันเป็นสัตว์ แล้วทาํ ไมถงึ
บกึ บนึ ขน้ึ มาหาเรา แกภาวนาเปน็ ไหม” ทา่ นถามเขา เขากน็ งั่ มองทา่ นอยอู่ ยา่ งนน้ั
“นล่ี ะ เราเดนิ จงกรมทาํ อยา่ งน้ี ประเพณขี องมนษุ ยผ์ มู้ ศี ลี มธี รรมยอ่ มรจู้ กั บญุ จกั
บาป นรก สวรรค์ นพิ พาน จงึ ตอ้ งไดม้ าปฏบิ ตั ติ ามแนวทางของศาสดาองคเ์ อก ซงึ่ เปน็
ผู้กระจา่ งแจง้ แลว้ ท้งั บาป ท้ังบญุ ท้ังนรก เปรต ผี ประเภทต่างๆ จนกระทัง่ สวรรค์
พรหมโลก นิพพาน แลว้ จึงนําธรรมเหลา่ น้ันมาส่ังสอนสัตวโ์ ลกท้ังฝ่ายดแี ละฝ่ายชวั่
ใหร้ ทู้ ่ัวถึงกัน สง่ิ ใดทค่ี วรละกใ็ ห้ละ สง่ิ ใดท่คี วรบาํ เพ็ญกใ็ หบ้ าํ เพญ็ เช่น ความดใี ห้
บาํ เพญ็ ความชวั่ ใหล้ ดละ ธรรมทา่ นสอนมาอยา่ งนี้ เรากป็ ฏบิ ตั ติ ามธรรม เวลานกี้ าํ ลงั
เดินจงกรมบําเพญ็ ตนเพือ่ เข้าสมู่ รรคสผู่ ล แลว้ เธอเคยรู้ไหมว่ามรรคผลนพิ พานเปน็
อย่างไร นอกจากหาอยูห่ ากนิ ไปวันๆ เทา่ น้นั ”
เขากน็ งั่ จอ้ งมองทา่ นอยู่ แลว้ อกี สกั พกั หนงึ่ ทา่ นกบ็ อกวา่ “ใหล้ งไปเสยี นเี่ ราจะทาํ
ความเพยี รเพอื่ บญุ เพอ่ื กศุ ลอนั เปน็ มงคลสดุ ยอดแกห่ วั ใจเรา เธออยใู่ นสภาพแหง่ ความ
418
เปน็ สัตว์ กใ็ หก้ า้ วเดนิ รกั ษาชวี ติ ไปตามสภาพแห่งความเป็นสตั วเ์ ถดิ ไป ลงไป” ท่าน
วา่ งนั้ นะ เขากย็ งั ไมล่ งไป ทา่ นกเ็ ลยเดนิ ไปหาเขา แลว้ ทา่ นยกจวี รขนึ้ กระพอื เปน็ ลกั ษณะ
เตือนเขาใหไ้ ป ทา่ นยกจวี รกระพอื ข้นึ “ไป ลงไปเสีย” พอวา่ อยา่ งงั้น เขาร้อง “โกก้ ”
ทีเดียวนะ นนั่ ฟงั ซิ ฟังเสยี งภาษาสตั ว์ เสอื ด้วย เขา้ ไปหาทา่ น ฟังเสียงเขาร้องโกก้
ทเี ดยี ว เขากโ็ ดดปง๊ิ เดยี ว แตไ่ มไ่ ดโ้ ดดไกลนะ โดดประมาณสกั หนงึ่ วา แลว้ เขากเ็ ดนิ ดมุ่ ๆ
ลงไปเลย ท่านกเ็ ดนิ จงกรมต่อ
น้ียกมาพูดเพียงเอกเทศเท่าน้ันสําหรับท่านผู้บ�ำเพ็ญคุณงามความดีท้ังหลาย
เฉพาะองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบนร้ี สู้ กึ จะเดน่ มากเกยี่ วกบั เรอ่ื งสตั วเ์ รอื่ งเสอื มาบอ่ ยๆ มาหา
ทา่ น บางทีกเ็ ข้ามาใกลๆ้ ตวั ของทา่ นเวลาค่ำ� คืน ทา่ นกค็ ยุ กบั เขา ฟังซทิ า่ นทัง้ หลาย
เชอ่ื ไดไ้ หม นลี่ ะทา่ นผทู้ ปี่ ฏบิ ตั ธิ รรม ทรงอรรถทรงธรรม เปน็ ผรู้ ผู้ เู้ หน็ เอง แลว้ นำ� มา
ใหพ้ วกเราทงั้ หลายซง่ึ ไมเ่ คยรเู้ คยเหน็ เลยนน้ั เราจะยอมรบั เชอ่ื ไดห้ รอื ไมไ่ ด้ เอาไปพนิ จิ
พิจารณาว่าธรรมคําส่ังสอนของพระพุทธเจ้านี้เป็นธรรมท่ีเลิศเลอ ยืนยันความจริง
ทง้ั หลายไดต้ งั้ แตพ่ นื้ ๆ แหง่ ความดจี นถงึ วมิ ตุ ตพิ ระนพิ พาน แตเ่ มอื่ ไดย้ นิ เสยี งอยา่ งน้ี
พวกเราจะยอมรบั ฟงั ไดไ้ หม เสอื มนั ยงั ขนึ้ มาหา ทา่ นคยุ กบั เสอื เขาจะรเู้ รอ่ื งไมร่ เู้ รอ่ื ง
กต็ าม ทา่ นกพ็ ดู ตามเรอื่ งของทา่ นเปน็ พระเปน็ คน เขาเปน็ สตั วเ์ ปน็ เสอื ไมร่ กู้ ค่ี รงั้ ทา่ น
เลา่ ใหฟ้ งั รสู้ กึ วา่ ทา่ นเดน่ มากเกย่ี วกบั เรอื่ งเสอื และงดู ว้ ย แตง่ นู ไ้ี มค่ อ่ ยสาํ คญั ยงิ่ กวา่
เสอื เสอื นบี้ อ่ ยทส่ี ดุ ทา่ นวา่ บางทกี าํ ลงั เดนิ ลงไปบณิ ฑบาต เขากเ็ ดนิ ผา่ นมา พอเดนิ ผา่ น
แล้วทา่ นก็เดินลงไป “น่ีจะข้ึนมาอะไร เรากาํ ลงั หวิ ขา้ ว ไปขอบิณฑบาตชาวบา้ นเขามา
พอประทงั ชวี ติ ขา้ งบนนน้ั ไมม่ อี าหารของสตั วข์ องเสอื อยา่ งเธอนี้ ใหล้ งเสยี ” ทา่ นกย็ ก
ผา้ จวี รกระพือใสเ่ ขา เขาก็โก้กเดยี ว เขากว็ ิง่ ลงภูเขาไปสบาย เดนิ ดมุ่ ๆ ไปเลย
นี่คือประวัติของหลวงปู่ชอบ ที่ท่านชอบเป็นนิสัยดั้งเดิมมาต้ังแต่ออกปฏิบัติ
คอื บวชแลว้ ทา่ นตง้ั หนา้ ตง้ั ตาประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ไดพ้ ดู อรรถพดู ธรรมตอ่ หนา้ ตอ่ ตากนั กบั
หลวงตานหี้ ลายครงั้ หลายหน เพราะมคี วามสนทิ สนมกนั มากมาตง้ั แตส่ มยั อยหู่ นองผอื
เวลาทา่ นไปกราบเยยี่ มหลวงปมู่ นั่ ไปพบกนั คยุ กนั ทา่ นพกั เวลานานๆ จงึ ไดส้ นทิ สนม
ต้ังแต่บัดน้นั มาจนกระทง่ั ท่านมรณภาพ
419
นเ่ี ปน็ อยา่ งไรบา้ งพน่ี อ้ งชาวพทุ ธเรา พอฟงั ไดไ้ หมเสยี งอรรถเสยี งธรรมทแี่ สดง
ความสตั ยค์ วามจรงิ มาใหเ้ ราทง้ั หลายฟงั จากพระผทู้ า่ นปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ ไมใ่ ชท่ า่ น
ผู้จะประพฤติตัวมาเป็นคนโกหกหลอกลวงตัวเอง แล้วก็หลอกลวงคนอื่นดังที่มีอยู่
ทวั่ ๆ ไป ทา่ นเปน็ ผตู้ งั้ อกตง้ั ใจปฏบิ ตั ติ อ่ ศลี ตอ่ ธรรมตลอดมา เวลาทา่ นมรณภาพจาก
ไปแลว้ อฐั ขิ องทา่ นไดก้ ลายเปน็ พระธาตขุ น้ึ มาใหเ้ หน็ ประจกั ษต์ ามตาํ ราทที่ า่ นแสดงไว้
เป็นข้อยืนยันว่า อัฐิที่จะกลายเป็นพระธาตุได้น้ัน ต้องเป็นอัฐิของพระอรหันต์โดย
ถ่ายเดยี วเท่านนั้ นอกนัน้ ไมเ่ ป็น นี่คอื ความยนื ยนั จากพระบรมศาสดาท่ปี ระทานไว้
ได้อ่านได้เห็น ได้ยินได้ฟัง แล้วบรรดาท่านท่ีเป็นสักขีพยานต่อธรรมคําสอนของ
พระพุทธเจ้า หรือธรรมอันเลิศเลอท่ีทรงแสดงออกมาจากพระทัยอันบริสุทธิ์นั้นมี
มากมาย
ผู้ท่ปี ฏบิ ัตดิ ปี ฏิบตั ชิ อบสว่ นมากจะเป็นสายหลวงปูม่ น่ั จะแยกไปเป็นนิกายใด
กต็ าม เปน็ ธรรมยตุ มหานกิ าย ไมไ่ ดน้ ยิ ม นยิ มทค่ี วามปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ ผนู้ แ้ี ลเปน็
ผจู้ ะทรงมรรคทรงผล ทรงสวรรคน์ พิ พาน ไดด้ ว้ ยกนั ทกุ คน แมแ้ ตฆ่ ราวาสซงึ่ ไมเ่ ปน็
นกิ ายใด กส็ ามารถรบั ผลจากการปฏบิ ัตขิ องตนได้ นี่ ธรรมยุตและมหานิกาย นี้เปน็
ช่อื อนั หนงึ่ เพยี งเท่านั้น แมน้ กแม้กาเขากม็ ีช่อื พระเราก็มชี อ่ื วา่ ธรรมยตุ มหานิกาย
แต่ผู้ที่จะยืนยันรับรองเอามรรคผลนิพพานน้ัน มหานิกายหรือธรรมยุตปฏิบัติดีได้
ดว้ ยกนั มสี ทิ ธทิ จ่ี ะไดร้ บั ผลเปน็ ทพี่ งึ พอใจดว้ ยกนั จงึ มมี ากสาํ หรบั ลกู ศษิ ยห์ ลวงปมู่ น่ั
ท้งั ฝา่ ยมหานกิ าย ฝา่ ยธรรมยตุ ทเี่ ปน็ ช่ือเปน็ นามเฉยๆ สาํ หรบั องคท์ า่ นเองท่ีปฏิบัติ
ตอ่ กนั ดว้ ยความเปน็ ธรรมรว่ มกนั อยแู่ ลว้ ทา่ นไมไ่ ดไ้ ปถอื วา่ นนั้ เปน็ ธรรมยตุ นเี้ ปน็
มหานิกาย ท่านจะถอื ข้อปฏบิ ัติเปน็ ส่งิ สาํ คัญ เปน็ เคร่อื งวัดตวง และอยู่กันสนิทสนม
ไดด้ ว้ ยศลี ด้วยธรรมจากการปฏิบตั ดิ ีปฏิบัติชอบของตน
เวลานอี้ ฐั ขิ องพระสว่ นมากคอื สายหลวงปมู่ นั่ ทงั้ ฝา่ ยมหานกิ าย ทง้ั ฝา่ ยธรรมยตุ
เวลาท่านลว่ งลบั ไปแล้ว อัฐธิ าตุของทา่ นนั้นกลายเปน็ พระธาตุมาเปน็ จาํ นวนมากมาย
เทา่ ทเี่ ราพอทราบแลว้ ตง้ั รว่ ม ๒๐ องค์ ไมใ่ ชน่ อ้ ยๆ ทที่ า่ นลว่ งไปๆ ทงั้ ฝา่ ยแมช่ แี มข่ าว
ฆราวาส ก็เป็นได้ด้วยกัน เพราะธรรมไม่นิยมเพศ ไม่นิยมวัย นิยมการปฏิบัติดี
420
ปฏบิ ตั ชิ อบ เปน็ เครอ่ื งรบั รองยนื ยนั มรรคผลนพิ พานดว้ ยกนั เทา่ นน้ั เพราะฉะนน้ั สาย
หลวงปมู่ นั่ จงึ มพี ระทป่ี ฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ เวลาลว่ งลบั ไปแลว้ อฐั กิ ลายเปน็ พระธาตใุ นที่
ตา่ งๆ แตท่ า่ นไมค่ อ่ ยพดู อะไรเหมอื นอยา่ งทโี่ ลกๆ ทง้ั หลายเขาพดู กนั ไดไ้ มม่ ขี อบเขต
สําหรับธรรม ท่านเล็งถึงความพอเหมาะพอดีความเหมาะสมท่ีควรจะพูดหนักเบา
มากน้อย ทา่ นจะพูดตามอรรถตามธรรมไดด้ ้วยกัน
เวลาท่านพดู กันเรือ่ งอรรถเรือ่ งธรรม เรอื่ งมรรคเร่ืองผล เริ่มตน้ ต้ังแตเ่ รื่องศีล
สมาธิ ปัญญา ศรัทธา วมิ ตุ ติ ทา่ นจะสนทนากนั ได้อย่างสนิทสนมเปน็ เวลาหลายๆ
ชั่วโมง เพราะความปตี ิยนิ ดี ความดดู ดื่มในอรรถในธรรม ที่ต่างท่านต่างปฏิบัติและ
ไดผ้ ลเปน็ ทพ่ี อใจแลว้ มาสนทนากนั จงึ ตา่ งฝา่ ยตา่ งไดก้ าํ ลงั ใจจากกนั เปน็ ลาํ ดบั ลาํ ดา
ผลกป็ รากฏเปน็ มรรคเปน็ ผลมาเรอ่ื ยๆ ในวงกรรมฐานเปน็ สว่ นมากกวา่ วงอน่ื ๆ เพราะ
ได้มีเวลำ่� เวลาปฏิบตั ิบำ� เพ็ญ
การชาํ ระจติ ใจของตนน้ี ทา่ นนยิ มเรยี กวา่ ทาํ ความเพยี ร ทาํ ความเพยี ร เพยี รอะไร
เพยี รละความชว่ั บำ� เพญ็ ความดใี หเ้ กดิ ขน้ึ เชน่ เรมิ่ แตศ่ ลี ทบี่ วชมาจากอปุ ชั ฌายแ์ ลว้
วนั นตี้ อ้ งรกั ษาศลี ตลอดไป เปน็ ศลี สมบรู ณเ์ ตม็ วนั เตม็ คนื เตม็ ปเี ตม็ เดอื น จนกระทงั่
วนั ตาย ทา่ นกม็ ีศีลสมบรู ณเ์ ต็มท่ี นกี่ ็เปน็ ศลี เปน็ คุณธรรมเครอ่ื งรื่นเริงภายในจติ ใจ
ส�ำหรบั ตนแตล่ ะองคๆ์ ด้วยกัน
จากนนั้ ทา่ นกบ็ าํ เพญ็ เพยี รชาํ ระจติ ใจ คอื ชาํ ระกเิ ลส คาํ วา่ กเิ ลส ไดแ้ ก่ สงิ่ มวั หมอง
มดื ตอื้ และแสดงพษิ ภยั ขน้ึ มาบบี บส้ี ไี ฟทรมานสตั วโ์ ลกใหไ้ ดร้ บั ความทกุ ขค์ วามทรมาน
มากน้อยต่างกันทั่วโลกดินแดน ซ่ึงล้วนแล้วต้ังแต่เป็นผลที่กิเลสผลิตข้ึนมาจากใจ
สัตว์โลกทดี่ น้ิ ไปตามมนั ด้วยความเพลิดเพลินไมร่ เู้ น้ือรตู้ วั น้ันแล แสดงพิษภัยขึ้นมา
ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นภายในจติ ในใจ นลี้ ว้ นแลว้ ตง้ั แตเ่ ปน็ ผลของกเิ ลส ทา่ นใหช้ อื่ วา่
ความมดื ความมัวหมอง ความเปน็ ภัย เกดิ ในหัวใจของสตั ว์โลกด้วยกนั
ธรรมกด็ ี เกดิ ภายในจติ ใจของสตั วโ์ ลกเชน่ เดยี วกนั เฉพาะอยา่ งยง่ิ กบั มนษุ ยเ์ รา
ทจ่ี ะพอมองเหน็ และแกไ้ ขบาํ เพญ็ กนั ได้ ทา่ นจงึ กลา่ วถงึ กเิ ลสและธรรมภายในใจของ
421
มนุษยเ์ รา ย่นเข้ามาถึงชาวพุทธของเราอกี ทีหนง่ึ มนษุ ย์ทวั่ ๆ ไปก็มพี อรเู้ รื่องบา้ ง แต่
ชาวพทุ ธนีค้ วรทีจ่ ะรูเ้ ร่อื งอรรถธรรมของพระพุทธเจ้า และไดผ้ ลมาเคารพบูชาให้เกดิ
ความปลมื้ ปตี ยิ นิ ดชี มุ่ เยน็ ภายในใจบา้ งจากความสนใจและการปฏบิ ตั ขิ องตน จากคาํ วา่
เป็นลูกชาวพทุ ธ หรอื ถือพระพทุ ธเจ้าเปน็ สรณะพอสมควร
วันนี้ท่านทั้งหลายจึงจะได้ยินได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมท่ีได้นํามาแสดงนี้เป็น
ผลของธรรมพระพุทธเจ้าวางพ้ืนฐานไวเ้ ลยวา่ ขอใหป้ ฏิบตั เิ ถดิ ตามอรรถตามธรรมท่ี
ตถาคตทรงแสดงไวแ้ ลว้ โดยชอบธรรม ทีเ่ รียกวา่ สวากขาตธรรม ตรสั ไวช้ อบทกุ แง่
ทกุ มมุ ไมม่ คี าํ วา่ ผดิ วา่ พลาดไปทตี่ รงไหน กค็ อื ธรรมของศาสดาทสี่ อนสตั วจ์ ากความ
บริสุทธิ์แห่งพระทัยท่ีกระจ่างแจ้งครอบแดนโลกธาตุแล้ว ไม่มีสิ่งใดท่ีจะปิดบังลี้ลับ
ให้พระจติ ของพระองค์มัวหมอง มองดูส่ิงใดไม่ชัดเจนอย่างน้ี เหมือนจติ ใจสัตวโ์ ลก
ทมี่ กี เิ ลสตวั มดื ดาํ นน้ั ปกปดิ ไมม่ สี าํ หรบั จติ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงแสดงธรรมดว้ ยความ
แม่นยาํ จากพระทยั ของท่านมาสู่สตั วโ์ ลกทง้ั หลาย
เรม่ิ ตน้ ตงั้ แตเ่ บญจวคั คยี ท์ ง้ั หา้ มาถงึ พวกเราทง้ั หลาย การประพฤตปิ ฏบิ ตั มิ อี ยู่
ในผู้ใด ผลเปน็ ทพี่ งึ พอใจเป็นลําดับจะมใี นบุคคลผู้นนั้ ทงั้ หญงิ ทัง้ ชาย ทัง้ นกั บวช
และฆราวาส เพราะธรรมไมน่ ยิ มเร่ืองวัย นิยมการปฏบิ ัตดิ ปี ฏบิ ัตชิ อบ เพศก็ไม่นิยม
เพศหญิงเพศชาย นักบวชและฆราวาส ทรงยืนยันกันที่การปฏิบัติตัว เม่ือต่างคน
ตา่ งปฏิบัตติ ามศลี ตามธรรมทไี่ ม่เปน็ พิษเป็นภยั และเป็นคุณโดยถ่ายเดียวจากธรรม
ของพระพทุ ธเจา้ แลว้ เราจะไดช้ มจติ ใจของเราทว่ี า้ วนุ่ ขนุ่ มวั เปน็ สว้ มเปน็ ถานมาตงั้ แต่
วนั เกดิ จนกระทง่ั เวลาเราไดป้ ฏบิ ตั ธิ รรม จติ ใจมคี วามสวา่ งไสวออกมาจากการบาํ เพญ็
ธรรม เช่น การภาวนา นีเ่ ปน็ สาํ คัญมาก คอ่ ยเกดิ ขนึ้
ภาวนา คอื ความทาํ จติ ใจของเราใหส้ งบจากสงิ่ มวั หมองมดื ตอื้ คอื กเิ ลสมนั ฉดุ
มนั ลากไป ชวนให้คดิ ท้งั วนั ทั้งคืน ยืน เดนิ น่งั นอน ตามเร่ืองของกิเลส ทีนจ้ี ติ ใจ
ก็เป็นตัวลุ่มหลงงมงายก็วิ่งตามมัน แล้วขนเอาทุกข์เข้ามาเผาจิตใจของตนตลอดมา
น่ีคือกิเลสทํางาน ทีนี้เวลาเราต้องการให้ธรรมทํางานให้น�ำบริกรรมเข้ามา เรียกว่า
ภาวนา
422
คาํ บรกิ รรม คอื สง่ิ ทเ่ี ราบน่ อยภู่ ายในจติ ใจ นกึ ภายในจติ ใจ เชน่ พทุ โธๆ เปน็ ตน้
นาํ เขา้ มากาํ กบั จติ ทาํ จติ ใหส้ งบจากอารมณภ์ ายนอก ดงั ทเี่ คยคดิ มาแลว้ ตง้ั แตต่ น่ื นอน
ใหส้ งบในเวลาจะภาวนา แลว้ เปดิ ทางใหค้ าํ บรกิ รรมซง่ึ เปน็ ทางของธรรม งานของธรรม
ปรากฏขึ้นที่ใจของเราว่า พุทโธก็ได้ ธัมโมก็ได้ สังโฆก็ได้ หรือมรณัสสติก็ได้
หรอื กาํ หนดลมหายใจเขา้ ออกกไ็ ด้ ตามจรติ นสิ ยั ของผชู้ อบธรรมบทนนั้ ๆ แลว้ นาํ ธรรม
บททต่ี นชอบใจนน้ั เขา้ มากาํ กบั ใจ ไมใ่ หก้ เิ ลสมนั ฉดุ ลากไปคดิ เรอ่ื งนนั้ เรอ่ื งน้ี ใหธ้ รรม
พาคดิ คิดเรื่องพุทโธก็เปน็ ธรรม ธัมโมกเ็ ปน็ ธรรม สังโฆก็เปน็ ธรรม คิดตดิ คดิ ต่อ
มีสติเป็นเคร่ืองกํากับไว้ อย่าให้คิดอย่างอ่ืนนอกจากคําบริกรรมของตนท่ีคิดอยู่ใน
ขณะนน้ั เทา่ นน้ั มสี ตกิ าํ กบั ใหค้ ดิ อยกู่ บั พทุ โธ แลว้ กเิ ลสมนั จะผลกั ดนั ออกมา แซงออกมา
ดนั ออกมา ดว้ ยความอยากคดิ เรอ่ื งนนั้ เรอ่ื งนี้ ใหป้ ดิ หา้ มไมใ่ หม้ นั คดิ เวลานจี้ ะใหค้ ดิ
ทางธรรม ใหท้ าํ งานกบั ธรรม มพี ทุ โธๆ เปน็ สาํ คญั แลว้ มสี ตกิ าํ กบั จติ ไว้ ใจเมอื่ กเิ ลส
ออกทาํ งานไม่ได้ กไ็ มห่ าเรื่องหาราวมายุแหยก่ อ่ กวนจิตใจของเราใหไ้ ดร้ บั ความทุกข์
เปดิ ทางใหธ้ รรมทาํ งาน มพี ทุ โธๆ เปน็ ตน้ ตดิ แนบกนั ไป มสี ตคิ วบคมุ เวลานนั้ ไมน่ าน
ใจของเราจะคอ่ ยสงบตวั ลงๆ ดว้ ยบทธรรมกลอ่ มจติ ใจใหส้ งบเรอ่ื ยๆ นเี่ รยี กวา่ ทาํ งาน
ดว้ ยธรรม เปดิ ธรรมใหท้ ํางาน มีพุทโธ เป็นตน้ ทาํ งานว่าพทุ โธๆ แลว้ มีคาํ บรกิ รรม
กาํ กับใจของเราไว้ ใจจะคอ่ ยสงบลงๆ เพราะกเิ ลสเข้ามาแทรกไม่ได้
กเิ ลสคอื ตวั ยงุ่ พอคดิ ออกไปน้ี ยงุ่ ไปเรอ่ื ยๆ ตา หู จมกู ลน้ิ กาย คอยรบั ฟงั แต่
เสยี งจากความอยากคดิ อยากปรงุ อยากรอู้ ยากเหน็ ทงั้ นน้ั จงึ ตอ้ งปดิ ใหห้ มด ใหเ้ หลอื
ตง้ั แตค่ าํ บรกิ รรมพทุ โธๆ บงั คบั ไว้ เอา้ จะเปน็ จะตายกใ็ หเ้ หน็ สกั ที ใหค้ ดิ ตดั สนิ ตวั เอง
อยา่ งนน้ั ผทู้ ตี่ อ้ งการจะเอาชยั ชนะกบั กเิ ลสซงึ่ เคยเปน็ ตวั ภยั ตอ่ เรามานมนาน ตอ้ งเอา
ชนะดว้ ยการบงั คบั บญั ชาฝา่ ฝนื กนั มนั อยากคดิ เรอื่ งกเิ ลส เราไมย่ อมใหค้ ดิ ใหค้ ดิ กบั
พทุ โธๆ ไมน่ านนกั จติ ของเราจะคอ่ ยสงบตวั เขา้ ไปๆ อารมณข์ องกเิ ลสจะคอ่ ยจางไปๆ
จิตใจสงบ พอจิตใจสงบแล้วปรากฏเป็นขัน้ ๆ ตอนๆ
สาํ หรบั ผปู้ ฏบิ ตั ิ นสิ ยั ไมเ่ หมอื นกนั จะคอ่ ยเยน็ สงบ พอสงบแลว้ ความสวา่ งไสวจะ
ปรากฏขน้ึ ทใี่ จ สงบมากเทา่ ไร ความสวา่ งไสวจะปรากฏขน้ึ ทใี่ จ ใจในขณะนนั้ เรม่ิ ปรากฏ
423
เหน็ ตัวเอง คอื ใจของตวั เองเปน็ ส่งิ ทม่ี ีคุณค่าเป็นลําดับลาํ ดา จนกระท่งั ใจสงบแนว่
น้นั แหละ ท่นี คี้ ณุ คา่ ของใจเราตัง้ แตว่ นั เกิดมาจะมาปรากฏในวนั เราบังคับให้ภาวนา
กบั พทุ โธ ใหพ้ ทุ โธทาํ งาน ไดส้ งิ่ ทพี่ งึ ใจขน้ึ มาตอ่ จติ ใจของเรา กลายเปน็ จติ ใจทส่ี งบเยน็
จากนนั้ กส็ งบเขา้ เรอื่ ยแนน่ หนามนั่ คง มคี วามสวา่ งไสว อยทู่ ไ่ี หนมคี วามเอบิ อม่ิ ภายใน
จิตใจ หน้าท่ีการงานที่เราเคยทําประจําทุกวันๆ น้ัน จิตใจจะไม่ไปเพลินกับส่ิงนั้น
ดงั ทเ่ี คยเปน็ มา แลว้ จติ ใจจะมาประหวดั เพลดิ เพลนิ ในงานภาวนาของตน เมอื่ มโี อกาส
เมอื่ ไร จะทาํ ใจดวงนใี้ หส้ งบเยน็ และสรา้ งคณุ คา่ ใหม้ ากกวา่ ทปี่ รากฏนขี้ น้ึ เปน็ ลาํ ดบั ๆ
จติ เลยปฏพิ ทั ธย์ นิ ดกี บั การอบรมจติ ของตนไปเรอ่ื ยๆ นแ้ี หละผลแหง่ การทาํ ความเพยี ร
ของผปู้ ฏบิ ัติท้ังหลาย มีพระกรรมฐานเปน็ ต้น ทา่ นภาวนาอยา่ งน้ีแล
ขอให้พี่นอ้ งทัง้ หลายซ่ึงเปน็ กองรบั เหมาทุกข์ดว้ ยกนั นน้ั ใหพ้ ากนั มาชาํ ระทกุ ข์
ดว้ ยทาํ ความสงบใจโดยจติ ภาวนาดงั ทกี่ ลา่ วมาน้ี ทา่ นทง้ั หลายจะไดเ้ หน็ ความปรากฏ
แปลกประหลาดอศั จรรยข์ นึ้ จากพทุ ธศาสนาของเรา ซง่ึ เวลานกี้ าํ ลงั ถกู เหยยี บยำ่� อยดู่ ว้ ย
อาํ นาจของกเิ ลสตณั หา ซง่ึ เทยี บกนั เหมอื นกบั สว้ มกบั ถานครอบคลมุ อยใู่ นหวั ใจของ
เราตลอดเวลา หาความแปลกประหลาดอศั จรรยอ์ ะไรไมไ่ ดจ้ ากสว้ มจากถาน มแี ตค่ วาม
ทกุ ขค์ วามเดือดรอ้ น ซ่ึงเปน็ ผลของกิเลสเสาะแสวงหามาเผาเราไปเรื่อยๆ อยา่ งน้ี
ทนี เี้ วลาเราไดเ้ ปลย่ี นงานจากกเิ ลสเขา้ มาสงู่ านของธรรม เราจะไดเ้ หน็ ผลประจกั ษ์
อย่างนเี้ รอ่ื ยๆ ไป จนจติ มคี วามสว่างเท่าไรแลว้ ทนี ใ้ี ชส้ ตปิ ญั ญาพนิ จิ พิจารณา อันนี้
ยง่ิ เบกิ กวา้ งออกไป พจิ ารณาเรอ่ื งธาตเุ รอ่ื งขนั ธ์ เรอ่ื งความเกดิ แก่ เจบ็ ตาย มดี ว้ ยกนั
ทุกคน ไมว่ ่าอยทู่ ่ไี หน นงั่ อยู่นท่ี ุกคนมเี หมือนกนั อยู่ฟากฟ้าแดนดินท่ไี หนกเ็ ปน็ ผู้
แบกหามความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความทุกข์ ความเดือดร้อน
เสมอหน้ากันหมดนั่นแหละ แลว้ ให้เอาสิ่งเหลา่ นมี้ าพิจารณาเรอื่ งธาตุ เรอื่ งขนั ธ์
ความเกดิ เกดิ มาจากอะไร ก็มีสว่ นผสมคือ ธาตุ ๔ ดนิ น�ำ้ ลม ไฟ โดยมีจิต
เขา้ ไปเปน็ เจา้ ตวั การไปยดึ ครองในสถานทน่ี น่ั เรยี กวา่ เขา้ ไปสปู่ ฏสิ นธวิ ญิ ญาณ ปรากฏ
เป็นสัตว์เป็นบุคคลขึ้นมาจากการเกิด โดยท่ีมีส่วนผสมของธาตุรวมตัวกันนั่นแล
จงึ เรยี กวา่ สตั วว์ า่ บคุ คลตอ่ ไป แลว้ พจิ ารณาแยกธาตุ ถงึ กาลเวลาแลว้ มนั กม็ แี ตกสลาย
424
ถงึ ไมม่ กี ารแตกสลาย มนั กแ็ ปรสภาพตง้ั แตว่ นั เกดิ มาตงั้ แตเ่ ดก็ จนโต และจากโตไปกแ็ ก่
เฒา่ ครำ่� ครา่ ชรา ตายไปเหมอื นกนั ใหพ้ จิ ารณาในตวั ของเรานด้ี ว้ ยปญั ญา เมอ่ื ปญั ญา
พจิ ารณาความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความทุกข์ ความตาย มีอยภู่ ายในกายนี้
เรากจ็ ะไดเ้ หน็ ภยั ในความตะเกยี กตะกาย ซงึ่ ประหนง่ึ วา่ ไมม่ ปี า่ ชา้ ในตวั ของเรา ไดเ้ หน็
ป่าช้าเสยี บา้ งดว้ ยอาํ นาจแห่งปัญญาท่ีพินิจพจิ ารณา ความเพลดิ ความเพลินของเราท่ี
เป็นมาเพราะอาํ นาจของกเิ ลสลากถูไปน้ัน จะคอ่ ยสงบตวั เขา้ มาๆ ความตายแตก่ ่อน
ติดแนบอยกู่ ับเรา เราก็ระลกึ ไม่ได้
ทนี พ้ี อระลกึ ความตายได้ เรากม็ คี วามรสู้ กึ ตวั ขน้ึ มา จะบำ� เพญ็ คณุ งามความดเี พอื่
เปน็ หลกั เปน็ เกณฑท์ ย่ี ดึ ทเ่ี กาะของจติ ใจดวงนซ้ี ง่ึ ไมเ่ คยตาย สว่ นความชวั่ ทจี่ ะมาเปน็
ภยั ตอ่ เราเพราะเคยเปน็ ภยั ตอ่ เรามาแลว้ นนั้ กไ็ ดพ้ ยายามกาํ จดั ปดั มนั ออกไป ความชว่ั
ไมท่ าํ ทาํ แต่ความดงี าม กพ็ อกพนู ความเปน็ สาระขึ้นภายในจติ ใจ เรยี กว่า ธรรมๆ
หรอื บญุ กศุ ลขนึ้ สตู่ วั เอง ใจของเรากเ็ รมิ่ เยอื กเยน็ เขา้ มาๆ ยงิ่ พจิ ารณาความเปน็ ความ
ตายมากน้อยเพียงไร ก็ย่ิงเป็นการเตือนสติเราไม่ให้ลืมเน้ือลืมตัว เร่ืองความเป็น
ความตายเกิดได้กับทุกคนตามแต่กาลเวลาใดท่ีจะเป็นกับรายใดเท่าน้ัน เวลานี้มี
ปัญญาสอดส่องออกเป็นตาข่ายกางไว้ให้รู้ตามเร่ืองความแก่ ความเจ็บ ความตาย
ความพลัดพรากจากกัน ตลอดถึงคติที่จะไปขา้ งหน้า
เราเกิดมาน้ี เกดิ มาจากภพใดชาตใิ ด เรากท็ ราบไม่ได้ และปัจจบุ นั น้กี ็ทราบว่า
เป็นคน แต่ตายแล้วนจ้ี ะไปเกดิ ในสถานทใี่ ด เรายังทราบไม่ไดก้ ็เป็นความเดือดรอ้ น
ทนี เ้ี วลาเราสรา้ งความดีข้นึ ภายในจติ ใจ แมเ้ ราจะไม่ทราบความเปน็ มาของเรามาจาก
ภพใดก็ตาม ยังไม่ทราบภพน้ีตายแล้วจะไปภพใดก็ตาม เมื่อการบ�ำเพ็ญมีมากเข้า
จะทราบในตวั เอง จะไปภพใดกต็ าม จติ ทมี่ ธี รรมเปน็ เครอื่ งบาํ รงุ รกั ษาเยอื กเยน็ ตลอด
เวลานเี้ ปน็ ทแ่ี นใ่ จ จะไปภพใดกค็ อื จติ ดวงเปน็ สขุ ๆ นแี้ ลจะพาไปเกดิ ในสถานทด่ี ี คตทิ ี่
เหมาะสมทงั้ น้ัน จะไม่พาไปเกิดในสถานท่ชี ั่ว นี้เปน็ อยา่ งหนงึ่ จากนน้ั ละเอียดเข้าไป
ทราบจนกระทงั่ ว่าเราจะไปเกิดในภพใดชาติใด ความดีมีมาก มันเลยกลายเป็นเรอื่ ง
ไปจับจองสวรรคพ์ รหมโลกไปแล้วตัง้ แต่ยงั ไม่ตาย
425
คาํ วา่ ไปจบั จองแลว้ จติ แนแ่ ลว้ การกศุ ลนแ้ี หละเปน็ เครอื่ งวดั ตวงใหส้ อ่ งทางถงึ
สวรรค์ก่ีชั้น จากอํานาจแห่งกุศลส่องทางเรียกว่าไปจับจองสวรรค์ พรหมโลกก่ีชั้น
จบั จองไวแ้ ลว้ ดว้ ยความแนใ่ จจากการบาํ เพญ็ ความดขี องตน นกี้ แ็ นใ่ จเขา้ ไปดว้ ยการ
พินิจพิจารณาเร่ือยๆ จิตใจก็ยิ่งมีความสง่างามผ่องใส คล่องแคล่วว่องไวในการ
พิจารณาไปเร่ือยๆ
จากนน้ั มากค็ อ่ ยปล่อยค่อยวางเรื่องการเกดิ การตาย คือธาตุขันธอ์ นั น้ี เรายดึ
เราถือมันเพือ่ อะไร ธาตุขนั ธ์ ดนิ มอี ยทู่ ว่ั แผ่นดิน น�ำ้ กม็ อี ยทู่ ่ัวไป ลมไฟมีอยูท่ ั่วไป
ทาํ ไมมายดึ มาถือดิน นำ�้ ลม ไฟ ทีม่ อี ยกู่ ับตวั ของเรานี้ ตายแลว้ จะเอาไปได้ไหม
เมอ่ื พจิ ารณาดแู ลว้ ตายแลว้ กท็ งิ้ ลงสดู่ นิ นำ้� ลม ไฟ ตามเดมิ เอาไปไมไ่ ด้ แลว้ อะไร
ทจี่ ะเอาไปได้ กค็ อื บญุ คอื บาป บาปนนั้ สรา้ งมามากนอ้ ยเปน็ กรรมเปน็ เวร เปน็ คกู่ รรม
คเู่ วร คทู่ รมานตวั เองไปโดยลาํ ดบั เราชอบไหม เกดิ ในภพใดชาตใิ ดมแี ตส่ งิ่ ทม่ี าทาํ ให้
เกดิ ความทกุ ข์ ความทรมาน หาความสขุ ไมไ่ ด้ จากการสรา้ งบาปสรา้ งกรรม เรายงั พอใจ
จะสร้างบาปสร้างกรรมอยู่อีกหรือ เมื่อเป็นเช่นน้ันจิตมันก็รู้เอง บาปก็รู้ว่าเป็นบาป
ไฟก็รสู้ กึ เป็นไฟ แลว้ ยงั จะไปกลา้ หาญจับมันแล้วบังคบั ให้มันเยน็ ไดอ้ ย่างไร ไฟเปน็
ของรอ้ น มนั กป็ ลอ่ ยกนั เองตามหลกั ธรรมชาติ การสรา้ งบาปเปน็ ฟนื เปน็ ไฟแกต่ วั เอง
มนั กป็ ลอ่ ยของมันเขา้ มาเองๆ แล้วการสร้างบุญก็คอื สร้างคุณงามความดีสงบร่มเย็น
ใจของเรามีความอบอุ่นชนื่ ชมยนิ ดตี ลอดไปๆ มันก็ยงิ่ เบกิ กว้างออกไป ทนี สี้ ดุ ท้าย
ก็ไปจองสวรรค์ไดแ้ ลว้ ท้ังๆ ทยี่ ังไม่ตาย จิตใจจ่อถงึ สวรรคช์ ้นั นนั้ ๆ ตายแลว้ เราจะ
ไปเกดิ สวรรค์ชน้ั น้ันๆ แนเ่ ขา้ ไปโดยลาํ ดบั
น่ีการปฏิบัตธิ รรม พระพุทธเจา้ โกหกโลกท่ไี หน มแี ตพ่ วกเราใหก้ เิ ลสมันโกหก
ตลอดเวลา บาปไมม่ ี บญุ ไมม่ ี นรกไม่มี สวรรค์ไมม่ ี พรหมโลกไม่มี นิพพานไม่มี
เปรต ผปี ระเภทตา่ งๆ สตั วป์ ระเภทตา่ งๆ ไมม่ ี มนั พดู ออกมาดว้ ยความสาํ คญั ผดิ จาก
ความตาบอดใจบอดของตวั เองตา่ งหาก พระพทุ ธเจา้ ไมใ่ ชค่ นตาบอดใจบอด เปน็ ผทู้ ่ี
ทรงโลกวทิ ู รแู้ จง้ โลก อาโลโก อทุ ปาทิ สวา่ งจา้ ทง้ั กลางวนั กลางคนื จากพระทยั ทบ่ี รสิ ทุ ธ์ิ
สดุ สว่ นแลว้ จากกเิ ลสทงั้ หลาย สอนสตั วโ์ ลกจงึ ไมม่ ผี ดิ มพี ลาด นท่ี า่ นสอนมาอยา่ งนน้ั
426
ทนี ม้ี นั กย็ อมรบั สวรรคช์ นั้ นนั้ ชนั้ นี้ ไมต่ อ้ งบอก รจู้ ากอาํ นาจแหง่ กรรมดขี องตน
จนกระทงั่ วา่ จองสวรรคช์ น้ั นนั้ ๆ ไดแ้ ลว้ จองพรหมโลกชน้ั นนั้ ๆ ได้ สดุ ทา้ ยกจ็ องนพิ พาน
ไดเ้ ลย จวนจะถงึ นพิ พานแลว้ จวนจะถงึ นพิ พานดว้ ยความสงา่ งามของใจ ความแกก่ ลา้
สามารถของใจ แล้วประหน่ึงวา่ นิพพานอยู่ช่วั เอ้ือมๆ จับกันคว้าใส่กนั หวดุ หวิดๆ นี่
ผมู้ คี วามเพยี รกลา้ ดว้ ยอาํ นาจแหง่ การบาํ เพญ็ ตนสมำ่� เสมอ เพมิ่ พนู กาํ ลงั ของธรรมเขา้
กาํ ลงั ของธรรมกก็ ลา้ สตกิ ก็ ลา้ ปญั ญากก็ ลา้ ความจะหลดุ พน้ จากทกุ ขย์ ง่ิ มคี วามแกก่ ลา้
สามารถ ลมื หลบั ลมื นอน มตี ง้ั แตพ่ งุ่ ๆ ใส่ นล่ี ะเรยี กวา่ จองนพิ พาน จากนนั้ มากก็ เิ ลส
ขาดสะบั้นลงไป นิพพานจับติดปุ๊บเลย น่ีคือผู้สําเร็จอรหันต์ ทีน้ีไม่ต้องไปหาจอง
ทไี่ หนแลว้ โลกไหนมแี ตโ่ ลกกองทกุ ขค์ วามทรมาน ภพใดชาตใิ ดของสตั วต์ วั ใด ไมพ่ น้
ทีจ่ ะเปน็ ที่อยู่ของกองทกุ ข์อยใู่ นภพชาตินัน้ ๆ มากนอ้ ยตา่ งกนั เพยี งเท่าน้ัน น่กี ร็ ู้ชัด
พอจติ ขาดสะบน้ั ไปจากสงิ่ ทพ่ี าใหเ้ กดิ ความทกุ ขค์ วามเดอื ดรอ้ นมากนอ้ ย ไดแ้ กก่ เิ ลส
หมดไปจากใจแลว้ ทกุ ขไ์ มม่ ี นน่ั แหละทา่ นวา่ พระนพิ พานคอื บรมสขุ ไดแ้ กพ่ ระนพิ พาน
คอื ไดแ้ กจ่ ติ ของทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธจ์ิ ากกเิ ลสแลว้ แมช้ วี ติ ยงั มอี ยู่ ทา่ นกไ็ มเ่ ปน็ ทกุ ขใ์ นทาง
จติ ใจ มตี งั้ แตเ่ รอ่ื งธาตเุ รอื่ งขนั ธ์ เจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ยปวดหวั ตวั รอ้ น ซงึ่ เปน็ อยภู่ ายในรา่ งกาย
แต่ไมส่ ามารถท่ีจะเข้าซมึ ซาบถงึ จิตใจให้ได้รับความทกุ ขไ์ ด้ ความทุกขท์ ี่เกดิ ข้ึนจาก
ใจนนั้ เพราะอาํ นาจของกเิ ลสตา่ งหากสรา้ งขน้ึ มา เมอ่ื กเิ ลสสน้ิ ซากไปแลว้ ทกุ ขท์ างใจจงึ
หมดโดยสนิ้ เชงิ ไมม่ สี ง่ิ ใดเหลอื จะเหลอื ตง้ั แตเ่ ศษของวฏั วนคอื ธาตขุ นั ธข์ องเราอยไู่ ป
ครองไป ทา่ นผบู้ รสิ ทุ ธแิ์ ลว้ กร็ กั ษาธาตขุ นั ธไ์ ปพอถงึ กาลเวลา และทาํ ประโยชนใ์ หโ้ ลก
ไดต้ ามกาํ ลงั ความสามารถของธาตขุ นั ธน์ ว้ี า่ จะไดเ้ พยี งไร พอผา่ นนแ้ี ลว้ ธาตขุ นั ธจ์ ะไป
ไมไ่ ดแ้ ลว้ หรอื สลดั ปว๊ั ะเดยี วเทา่ นนั้ ทา่ นไมไ่ ดม้ าหว่ งมาใยกบั ธาตกุ บั ขนั ธก์ บั ความเปน็
ความตาย เพราะธรรมชาตทิ บี่ รสิ ทุ ธส์ิ ดุ สว่ นเลศิ เลอนนั้ อยใู่ นเงอื้ มมอื อยใู่ นหวั อกของ
ทา่ นแลว้ ทา่ นจะมาหว่ งมาอะไรพวกเศษเดนของสว้ มของถานพาสตั วใ์ หเ้ กดิ นจี้ ากกเิ ลส
ท่านจะมาห่วงมนั อะไร นล่ี ะเร่ืองธรรมของพระพทุ ธเจา้
ทา่ นทงั้ หลายทเ่ี ปน็ ลกู ชาวพทุ ธ วนั นขี้ อใหฟ้ งั อยา่ งถงึ ใจ การเทศนาวา่ การเวลานี้
หลวงตาไม่ได้มีคําว่าโอ้อวดมดเท็จอะไรแก่ท่านทั้งหลาย การปฏิบัติมาแทบเป็น
แทบตาย ตง้ั แตว่ นั บวชมาจนกระทง่ั ถงึ บดั นี้ เปน็ เวลา ๗๐ ปี ๗๑ ยา่ งเขา้ แลว้ แตย่ งั
427
ไมเ่ ตม็ ปี เพยี งออกพรรษาย่างมา ๗๑ พรรษาแลว้ และบวชมาตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี กับ
๙ เดอื น นน่ั ละ วนั นนั้ วนั ตดั สนิ กนั กบั การประพฤตลิ ะชวั่ ทาํ ดตี งั้ แตบ่ ดั นน้ั ศลี กบ็ รสิ ทุ ธ์ิ
มาตง้ั แตบ่ ดั นน้ั จนกระทงั่ บดั น้ี สมาธกิ ก็ า้ วเดนิ เรอื่ ยไป เอา้ เรยี นหนงั สอื กเ็ รยี นเพอ่ื จะ
แกกั เิ ลส เปน็ วชิ าแกก้ เิ ลสเรอื่ ยมา เรยี นพอสมความมงุ่ หมายทจ่ี ะพอเปน็ ปากเปน็ ทาง
แก้กเิ ลสได้ แลว้ กน็ ํามาออกประพฤติปฏบิ ัตธิ รรม เข้าป่าเข้าเขาลาํ เนาไพร ไม่เยอ่ื ใย
เสียดายกับส่ิงใดยิ่งกว่าธรรมอันเลิศเลอท่ีมุ่งหวังอยู่แล้วด้วยความเช่ือมั่นในธรรม
ทัง้ หลายจากหลวงปมู่ ่นั ทที่ ่านแสดงใหฟ้ งั อย่างถึงใจๆ แล้วออกปฏิบัติกําจดั กเิ ลส
กเิ ลสนเี้ ปน็ ตวั โหดรา้ ยทารณุ มาก เหนยี วแนน่ มนั่ คง เฉลยี วฉลาดมาก ลาํ พงั เราๆ
ทา่ นๆ ใหก้ เิ ลสกลอ่ มตลอดเวลา เพราะฉะนน้ั ตน่ื ขน้ึ มากเิ ลสจงึ กลอ่ ม ความโลภกก็ ลอ่ ม
ความโกรธก็กลอ่ ม ราคะตัณหากล่อม มีตัง้ แตม่ หาภยั ๆ กลอ่ มจิตใจของเราใหห้ ลบั
เคลบิ เคลมิ้ ไป สงิ่ ทไี่ ดม้ าจากมนั กค็ อื ความทกุ ขค์ วามทรมานจติ ใจ สดุ ทา้ ยกต็ ายไปดว้ ย
ความทุกขค์ วามทรมานอย่างนเ้ี รอื่ ยไปไม่มที ี่ส้ินสุด
ทนี เ้ี วลาไดบ้ าํ เพญ็ ธรรมเขา้ ไป สงิ่ ทเี่ คยเปน็ ภยั และไมเ่ คยรเู้ นอ้ื รตู้ วั ไมร่ เู้ หน็ มนั วา่
เปน็ ภยั คอ่ ยกระจา่ งแจง้ ขนึ้ มาจากการอบรมภาวนาดงั ทไี่ ดช้ แี้ จงใหท้ า่ นทง้ั หลายทราบ
เวลานี้ แลว้ กระจา่ งขน้ึ มาภายในจติ ใจ จนเปน็ ความแปลกประหลาดอศั จรรยภ์ ายใน
ตวั เอง บางทถี งึ สะดงุ้ กม็ ี เพราะอศั จรรยใ์ จทไี่ ดบ้ าํ เพญ็ กบั ธรรมทง้ั หลาย ชาํ ระกเิ ลสซงึ่
เปน็ ตวั ภยั ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด จติ ใจมธี รรมขน้ึ ภายในใจ ยงิ่ มคี วามกระหยม่ิ ยม้ิ ยอ่ ง
มคี วามอดความทน ความพากความเพยี ร มาดว้ ยกนั ๆ หมนุ ตวั ไปเรอ่ื ยๆ กา้ วเขา้ สสู่ มาธิ
แนน่ หนามน่ั คงเปน็ อยใู่ นหวั ใจนจ้ี ากการปฏบิ ตั ติ ามทางของศาสดาทส่ี อนไวแ้ ลว้ ดว้ ย
สวากขาตธรรม ตรสั ไมผ่ ดิ วา่ งนั้ เราปฏบิ ตั ไิ มใ่ หผ้ ดิ ตามคาํ ของพระพทุ ธเจา้ ผลกไ็ มผ่ ดิ
ไดม้ าเปน็ ลาํ ดบั ลาํ ดาเปน็ ขน้ั เปน็ ภมู ิ จนกระทงั่ พดู เปดิ อกเสยี ทเี ดยี ว เปดิ หวั อกเสยี เลย
ทแี รกบวชวา่ อยากจะไปสวรรค์ คร้ันตอ่ มาอ่านไปๆ อยากไปพรหมโลก ครนั้ ตอ่ มา
ทา่ นพดู ถงึ เรอื่ งนพิ พาน ไปสวรรคก์ ไ็ มอ่ ยากไป พรหมโลกไมอ่ ยากไป อยากไปนพิ พาน
ถา่ ยเดยี ว ทนี เ้ี วลาปฏบิ ตั ไิ ปๆ ธรรมถงึ ขนั้ ใดภมู ใิ ดทจ่ี ะสามารถมองเหน็ มนั กเ็ หน็ ดว้ ย
ใจของตวั เอง สดุ ท้ายมนั กไ็ ปจองเอาสวรรคอ์ ย่างลกึ ๆ ลับๆ นะ โอ้น้ี ถ้าเราตายแล้ว
428
จะไปสวรรค์ จะไปสวรรคช์ น้ั นนั้ ๆ จองเขา้ ไปเรอื่ ย เอา้ นม่ี นั จะไปพรหมโลกชน้ั นนั้ ชนั้ นี้
รอู้ ยู่ในใจ
นี่ เหน็ ไหมท่านท้ังหลาย การปฏบิ ตั นิ ม้ี าโกหกท่านทัง้ หลายหรอื ให้ฟังใหด้ ีนะ
น่ี เราสละเป็นสละตายเอาผลแห่งการปฏิบัตินีม้ าสอนพ่ีนอ้ งทงั้ หลายซงึ่ เป็นชาวพุทธ
ดว้ ยกนั อย่ากอดคัมภีรอ์ ยู่เฉยๆ มันเปน็ หนอนแทะกระดาษ ไม่เกดิ ประโยชนอ์ ะไร
ท่ไี ม่ไดป้ ฏิบัติ เรยี นแล้วใหป้ ฏบิ ัติ น่กี เ็ รยี นแล้วออกปฏบิ ตั ิ เมอ่ื เวลามันแนใ่ จเข้าไป
สวา่ งไสวเขา้ ไป มันขโมยไปจองสวรรค์ จองสวรรคช์ ้ันน้ันๆ จากน้ันขโมยเขา้ ไปจอง
พรหมโลกเร่อื ยๆ แล้วละเอยี ดเขา้ ไปๆ พรหมโลกชน้ั ไหนๆ ไม่อยูๆ่ ทน่ี ไี่ มจ่ องนะ
จิตทะลเุ รอื่ ย คว้าใสน่ ิพพานหวดุ หวดิ ๆ โน่น
นี่ เห็นไหมความกลา้ หาญของจิตใจท่ีจะหลดุ พน้ จากทุกข์โดยถ่ายเดียว เพราะ
ทกุ ขน์ เี้ คยไดร้ บั ความทรมานมาจากมนั กภ่ี พกชี่ าตแิ ลว้ คราวนไ้ี ดเ้ หน็ ประจกั ษว์ า่ ทกุ ขน์ ี้
เป็นทุกข์ประจํามากี่ภพกี่ชาติแล้ว เวลานี้เห็นตัวของมันประจักษ์เกิดข้ึนจากใจ
เปน็ เครือ่ งหลอกของใจ คือกเิ ลสอยู่ในนน้ั ตัวหลอกอยู่ในน้นั สรา้ งทกุ ขอ์ ยู่ในนัน้
เปิดกิเลสน้ีออกด้วยธรรมซ่ึงเป็นของจริง เปิดออกเท่าไรย่ิงเห็นของปลอมชัดเจน
ธรรมเป็นของจริงก็ย่ิงเปิดเผยขึ้นมาๆ แล้วชัดเจนขึ้นไปโดยการภาวนานี้ละเอียด
เข้าไปโดยลําดับลาํ ดา นงั่ อยเู่ ฉยๆ มนั กเ็ หน็
ฟงั ซิ ทา่ นทงั้ หลาย พระพทุ ธเจา้ โกหกเหรอ สงิ่ ทพี่ ระพทุ ธเจา้ วา่ บาป วา่ บญุ วา่ นรก
สวรรค์ ผภู้ าวนาเวลาถงึ ขนั้ มนั จะเหน็ แลว้ ปดิ ไมอ่ ยนู่ ะ พวกเราตาบอดไปเทยี่ วลบลา้ ง
อยู่หรือว่าบาปไม่มี บุญไม่มี นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี มันจะจมนรกกันทั้งหมดนะ
จงึ รบี กระตกุ เอาไว้ อย่าพากันลงนรก
อยากลงนรกให้ไปดเู รอื นจาํ เสียกอ่ น เรือนจํานเี่ ป็นยงั ไง น่าอยู่ไหม ใครเข้ามา
ติดคุกตดิ ตะราง เขาว่านกั โทษกันทัง้ นัน้ ๆ นา่ อย่ไู หม เราอยากเป็นนักโทษไหม นกี่ ็
เหมอื นกนั ไมว่ า่ นรกหลมุ ไหนๆ นา่ อยไู่ หม หรอื เราอยากเปน็ สตั วน์ รกเหรอ ถามตวั เอง
นลี่ ะใครจะอยากไป ทนี จ้ี ติ มนั กเ็ หน็ โทษในสงิ่ เหลา่ นี้ เหน็ คณุ ทจี่ ะหลดุ พน้ จากสง่ิ เหลา่ น้ี
429
เปน็ ลาํ ดบั ลาํ ดา ความพากเพยี รแกก่ ลา้ สามารถลมื วนั ลมื คนื ไปเลย นอนไมห่ ลบั เวลามนั
เรง่ คว้าใส่นิพพานนหี้ วุดหวดิ ๆ ทนี ี้ไมจ่ อง สวรรคก์ ไ็ ม่จอง พรหมโลกไมจ่ อง จะเอา
นพิ พานถ่ายเดยี วเท่านน้ั
ขอสรุปย่อๆ ในผลแห่งการปฏิบัติธรรมซ่ึงเป็นของแท้ของจริงจากศาสนาของ
พระพทุ ธเจ้า ซ่งึ เป็นตลาดแหง่ มรรคผลนิพพาน ให้พีน่ อ้ งทั้งหลายชาวพุทธด้วยกัน
ฟงั เป็นยังไง การปฏิบตั ิธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นโมฆะหรอื มนั เต็มเม็ดเตม็ หน่วย
มคี ณุ คา่ ราคา แตส่ ว้ มแตถ่ านกเิ ลสตณั หานน้ั เหรอ ใหเ้ อามาถามเทยี บเจา้ ของทนั ที ทนี ้ี
เวลาพจิ ารณาเขา้ ไป พอควา้ พระนพิ พานตดิ ปบ๊ั น่ี กเิ ลสอวชิ ชาทพ่ี าเกดิ พาตายขาดสะบน้ั
ลงไปนี้ สวา่ งจา้ ฟา้ ดนิ ถลม่ เลย ถลม่ ในหวั ใจของเรากบั กายมนั ไหวนน่ั เอง สว่ นฟา้ ดนิ
เขากอ็ ยขู่ องเขา แตใ่ จกบั กายทม่ี เี กยี่ วขอ้ งกบั กเิ ลสทข่ี าดสะบน้ั ลงไปจากใจนี้ สะเทอื นไป
หมดเลย เกดิ ความอศั จรรย์ เราไมเ่ คยเหน็ เกดิ มาแตโ่ คตรพอ่ โคตรแมข่ องเราไมเ่ คย
รเู้ คยเหน็ ธรรมประเภทนี้ พอ่ แมข่ องเราเกดิ กอ่ นเรา ทา่ นกไ็ มเ่ คยเหน็ แลว้ ทาํ ไมจงึ มา
รู้ธรรมเหน็ ธรรมประเภทอัศจรรยอ์ ย่างนี้ได้ ก็เพราะการปฏิบัติ
เมอ่ื เปน็ เช่นน้นั แลว้ ยอมกราบพระพุทธเจา้ ราบเลยๆ คืนนั้นไม่นอน กราบแต่
พระพุทธเจ้าทง้ั คนื นงั่ อยู่น่ิงๆ ธรรมดาน้ี อัศจรรย์ เดีย๋ วกราบลง เดย๋ี วข้ึนมานงั่ น่งิ
อศั จรรย์ แล้วกราบลงๆ เพราะอะไร ถา้ มีคนอน่ื คนใดเขามาดู เขาจะว่าพระองค์นี้
เปน็ บา้ แลว้ นะ นงั่ อยๆู่ แลว้ กก็ ราบลง แลว้ นง่ั อยๆู่ กราบลง กราบอะไร กราบพระพทุ ธเจา้
ทปี่ ระทานธรรมอศั จรรยใ์ หเ้ ราปฏบิ ตั ติ ามทา่ นไดร้ ไู้ ดเ้ หน็ อยา่ งนแี้ ลว้ อยา่ งชดั เจน ไมม่ ี
อะไรสงสัยพระพุทธเจ้าที่จะตามเขา้ เฝา้ ตลอดเวลา หมดปัญหาทนั ที ธรรมธาตอุ ันนี้
เหมือนกัน หมดแล้ว กราบพระพุทธเจา้ องคไ์ หนนัน่ พระธรรมธาตุท่เี หมอื นกันหมด
ท่านกลา่ วไว้ว่า นตถิ เสยฺโยว ปาปโิ ย ผูถ้ ึงธรรมขั้นบรสิ ุทธ์ิแลว้ เสมอกันหมด
เมอื่ เสมอกนั หมดแล้ว จะไปหากราบกันทไี่ หน เห็นว่าแปลกต่างกนั ที่ไหน กเ็ หมอื น
แมน่ ำ้� ในมหาสมทุ ร เปน็ ยงั ไงแมน่ ำ�้ ในมหาสมทุ ร มนั ไหลมาจากทศิ ใดแดนใด ทงั้ บนฟา้
มาจากลาํ คลองตา่ งๆ รวมลงเปน็ มหาสมทุ รแลว้ เราไปแยกแม่น้�ำนั้นให้เป็นมาจาก
สายนั้นสายนี้จากบนฟ้าได้ไหม มันเป็นแม่น้�ำมหาสมุทรด้วยกันหมดแล้ว หยดใด
430
ก็ตาม ฝนตกลงมาถึงมหาสมุทรเป็นมหาสมุทรทันที น้�ำสายใดก็ตามไหลเข้ามาสู่
มหาสมทุ รเปน็ มหาสมทุ รทนั ที เราจะแยกมนั ออกเปน็ แมน่ ำ�้ สายนน้ั สายนอี้ ยา่ งนไี้ มไ่ ด้
นี่ ฉนั ใดกเ็ หมือนกนั ทา่ นผสู้ รา้ งบารมที ้ังหลายโดยลาํ ดบั ลาํ ดามา ซึง่ เปน็ เหมอื นกบั
แมน่ ำ�้ ไหลมาจากสายตา่ งๆ จะเขา้ สู่มหาวิมตุ ติมหานิพพาน แล้วกม็ าจากท่ตี ่างๆ คือ
สัตว์โลกมจี ํานวนมาก ต่างคนต่างสร้างคุณงามความดคี ่อยไหลมา คอ่ ยใกลเ้ ขา้ มาๆ
พอถงึ วมิ ตุ ตหิ ลดุ พน้ ปง๋ึ เทา่ นนั้ เขา้ ถงึ แลว้ มหาวมิ ตุ ตมิ หานพิ พาน รายใดมาพอถงึ นนั้
เป็นมหาวิมุตติมหานิพพานเหมือนกันหมดแล้ว ถามหานิพพานที่ไหน ถามหา
พระพุทธเจ้าหาอะไร ก็เป็นมหาวิมุตติมหานพิ พานอยา่ งเดยี วกนั แลว้ เชน่ เดยี วกบั
นำ้� มหาสมทุ ร มาจากสายตา่ งๆ มาสมู่ หาสมทุ ร แลว้ เปน็ น�้ำมหาสมทุ รอนั เดยี วกนั ถาม
มหาสมทุ รทต่ี รงไหน หยดไหนกเ็ ปน็ มหาสมทุ ร นร่ี ายใดกต็ าม หยดใดกต็ าม ทต่ี รสั รู้
ธรรมบรรลธุ รรมขน้ึ มาผางเทา่ นน้ั เปน็ มหาวมิ ตุ ตมิ หานพิ พานอยา่ งเดยี วกนั แลว้ ถามหา
พระพทุ ธเจา้ ทาํ ไม นลี่ ะธรรมพระพทุ ธเจา้ ทา่ นเรยี กวา่ สนทฺ ฏิ €ฺ โิ ก ผปู้ ฏบิ ตั ติ อ้ งรเู้ หน็
ด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปถามใคร น่ีกไ็ มถ่ ามใคร
จงึ ได้พดู ให้พ่ีน้องทง้ั หลายวา่ ให้เป็นข้อยืนยันได้เลย หลวงตาคอขาดกค็ อขาด
เพอื่ พนี่ ้องท้งั หลาย ยนื ยนั ว่าเปน็ ความจริงสดุ สว่ นทไ่ี ดป้ ฏบิ ตั มิ านเ้ี ตม็ เม็ดเต็มหน่วย
ตั้งแตล่ ้มลกุ คลุกคลานจนกระท่ังถงึ หาที่สงสยั ไมไ่ ด้แลว้ นคี้ อื ผลแห่งการปฏิบัตติ าม
ศาสนธรรมของพระพทุ ธเจา้ ซงึ่ เปน็ ตลาดแหง่ มรรคผลนพิ พาน เรายงั จะเหน็ วา่ ศาสนา
เปน็ ของเหลวๆ ไหลๆ อยเู่ หรอ แลว้ เหน็ เรอื่ งความโลภ ความโกรธ ความหลง ซงึ่ เปน็
เหมือนเส้ียนเหมือนหนาม เหมือนฟืนเหมือนไฟ ว่าเป็นทองคําธรรมชาติอยู่หรือ
ให้พิจารณา ให้ไปถามตัวเองนะ อย่าไปถามคนอื่น ให้ถามตัวเอง เพราะเราเป็น
ผรู้ ับผิดชอบตัวของเรา เกลียดช่ัว เกลยี ดทุกข์ มีความรักสขุ แลว้ ให้แกต้ วั เอง อนั ใด
ไม่ดีใหป้ ัดออก อนั ใดดสี ง่ เสรมิ ให้ดีข้นึ มา
เวลานศ้ี าสนาจะหมดแลว้ นะกบั ชาวพทุ ธของเรา มตี งั้ แตถ่ อื พทุ ธๆ ถามเตม็ บา้ น
เตม็ เมอื ง แมเ้ ดก็ อยใู่ นทอ้ งกค่ี นกต็ ามยงั ไมค่ ลอด พอเขาถามวา่ นหี่ นถู อื ศาสนาอะไร
แมถ่ อื ศาสนาอะไร แยง่ แม่ออกมาพูดทงั้ ๆ ทีย่ ังไม่คลอดออกมา ถอื พทุ ธๆ แมม่ ัน
431
ถอื อะไรกไ็ มร่ ู้นะ มันมแี ตป่ ากเฉยๆ ไม่ได้สนใจประพฤตปิ ฏิบตั ิ แลว้ เกิดมาหาสาระ
ไมไ่ ดน้ ะ อยกู่ นั มากมายขนาดน้ี ใครเปน็ คนทจี่ ะตดั สนิ ในใจแนใ่ จตนไดว้ า่ ออกจากนี้
แล้วจะไปสสู่ คุ ตโิ ลกสวรรค์ ไม่มีนะ เพราะกิเลสพางมงาย มนั จะพางมงายไปเร่อื ยๆ
ถกู ตม้ ไปเรอื่ ยๆ และสรา้ งแตบ่ าปแตก่ รรม หาบแตก่ องทกุ ขไ์ ปเรอ่ื ยๆ ถา้ ไมเ่ อาธรรม
เขา้ มาตดั สนิ กนั ตอ้ งเอาธรรมเขา้ มาตดั สนิ มาบำ� เพญ็ คณุ งามความดี แลว้ จะคอ่ ยเพกิ
ค่อยถอนความมดื ดำ� ท้ังหลายใหก้ ระจายหายไป ความสวา่ งแห่งการบำ� เพญ็ คณุ งาม
ความดที ้ังหลายจะเจิดจา้ ข้ึนมาภายในใจ ไมต่ ้องถามหาบาปหาบญุ หานรกสวรรค์
เจ้าของเป็นผู้รู้ผู้เห็นเพราะสร้างข้ึนมาจากเจ้าของ บาปเจ้าของสร้างเอง บุญเจ้าของ
สรา้ งเอง นรกสวรรคเ์ กยี่ วโยงกนั กับหัวใจดวงนี้ ไม่มีอะไรเปน็ ท่ีเกย่ี วโยง
ทกุ ขท์ งั้ มวลในโลกธาตนุ ้ี ไมม่ อี ะไรเปน็ ทร่ี บั รอง นำ้� มหาสมทุ รทะเลหลวง ดนิ ฟา้
อากาศ กวา้ งขนาดไหน ไมใ่ ชภ่ าชนะสำ� หรบั รบั รองทกุ ขข์ องสตั วโ์ ลก แลว้ ความดที งั้ หลาย
กเ็ หมอื นกนั ความสขุ ทไี่ หนกไ็ มม่ ี ไปหาตาม ดนิ ฟา้ อากาศ กเ็ ปน็ ดนิ ฟา้ อากาศ ไป
มนั อยกู่ บั ใจของมนุษย์ผ้ทู ำ� ดีนี้ละ
ความสุขก็ดี ความทุกข์ก็ดี มีใจเป็นภาชนะส�ำหรับที่จะรับรองเอาไว้จากการ
ปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ ว่ั ของตน ใหค้ ดั เลอื กเสยี ตัง้ แตบ่ ดั นี้ ไมอ่ ยา่ งนั้นจะขนเอาตั้งแตบ่ าป
แต่กรรมเข้าสู่หวั ใจ ไปท่ีไหนเดือดรอ้ นวุน่ วาย ถา้ เกดิ ว่าอยากจะไปเกิดเป็นเทวบุตร
เทวดา มนั ไมฟ่ าดไปเกดิ เปน็ หมเู ปน็ หมาขเ้ี รอื้ น แลว้ เกดิ เปน็ เปรตเปน็ ผี เราตอ้ งการไหม
เราไม่ตอ้ งการ แตค่ วามประพฤติของเรามันยง่ิ ร้ายกว่าเปรตกว่าผี ตายแลว้ ก็ยังพอ
บรรเทานะ เปรตผมี นั ยงั มกี รรมใหอ้ ภยั เพยี งเปน็ เปรตเปน็ ผี มนั ไมล่ งนรกอเวจี ใหพ้ ากนั
พินจิ พิจารณา
ศาสนาของพระพทุ ธเจา้ นเ้ี ลศิ เลอสดุ ยอดแลว้ ไมม่ ที ไี่ หนเปน็ ทตี่ อ้ งติ เรายนื ยนั
ทม่ี าสอนพน่ี อ้ งทั้งหลายออกมาจากหวั ใจล้วนๆ การสอนพี่น้องทง้ั หลายสอนมาเปน็
เวลา ๕๔ ปนี แี้ ลว้ เราไมเ่ คยงมเงาเกาหมดั สอนโลก สอนถอดออกมาจากหวั ใจทร่ี เู้ หน็
มากน้อยเพียงไรจากการประพฤติปฏิบัติของตนท่ีได้มา สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย
จนกระทง่ั ถงึ ทส่ี ดุ วมิ ตุ ตพิ ระนพิ พาน กไ็ มท่ ลู ถามพระพทุ ธเจา้ จา้ อยใู่ นหวั ใจน่ี แลว้ เปน็
432
ยังไงศาสนา เปน็ โมฆะไหม ครหึ รอื ล้าสมัยไหม มันทันสมยั ทนั ยคุ ทนั สมยั ลำ้� สมยั
ตงั้ แต่กิเลสตัณหาเตม็ บ้านเตม็ เมอื งเวลาน้ี ไปทไี่ หนมองหาอรรถหาธรรมแทบไมเ่ หน็
มีตงั้ แต่เรื่องกริ ยิ าของกเิ ลสรมุ ลอ้ มท้งั สตั ว์ ทงั้ บคุ คล ทั้งหญงิ ทงั้ ชาย ไปดว้ ยกนั
ส่งิ ท่ีได้มากม็ ีแตค่ วามเดือดร้อนวนุ่ วาย ขอใหม้ คี วามสงบบา้ ง วนั หนึง่ ใหบ้ �ำเพญ็ คุณ
งามความดี
การทำ� บญุ ใหท้ าน อยา่ ไดม้ คี วามตระหนถี่ เ่ี หนยี ว การทำ� บญุ ใหท้ านเปน็ การเบกิ
กวา้ งความเปน็ อยแู่ ละการกา้ วเดนิ ของตนไปโดยลำ� ดบั ไมไ่ ดค้ บั แคบตบี ตนั เหมอื นคน
ตระหนถ่ี เี่ หนยี ว คนตระหนถี่ เี่ หนยี วนสี้ รา้ งขวากสรา้ งหนามขวางทางตวั เอง ปกั เสยี บ
ตวั เอง กระทบกระเทอื นตอ่ ตวั เองนน้ั แหละ ไปทไ่ี หนคบั แคบตบี ตนั เกดิ ภพใดชาตใิ ด
มแี ตเ่ สย้ี นแตห่ นาม มแี ตฟ่ นื แตไ่ ฟเผาตวั เอง เพราะความชวั่ ของตวั เองจากความตระหน่ี
คนเราเม่อื ตระหน่แี ลว้ ต้องเห็นแก่ได้ คนตระหนแ่ี ลว้ เหน็ แกไ่ ด้ๆ แล้วจะเอาแงไ่ หนๆ
พอฉกๆ พอลักๆ พอปล้นๆ พลิกรอ้ ยสันพนั คม คอื ความตระหน่ี อยา่ พากันสง่ั สม
มนษุ ยเ์ ราอยูร่ ว่ มกนั ใหเ้ ห็นอกเห็นใจกัน ใหม้ ีจติ ใจกว้างขวางต่อกัน ใหอ้ ภัย
กนั เสมอ มนษุ ยน์ เ้ี ปน็ สตั วข์ ข้ี ลาดทส่ี ดุ สตั วส์ ไู้ มไ่ ด้ สตั วบ์ างตวั เชน่ แมว เชน่ เสอื เขามกั
อยตู่ ามลำ� พงั เขากอ็ ยไู่ ดส้ บายๆ แตม่ นษุ ยน์ อี้ ยไู่ มไ่ ดน้ ะ ตอ้ งวงิ่ หาคนนน้ั เปน็ เพอ่ื น วง่ิ หา
คนนเ้ี ปน็ เพอ่ื น เมอ่ื ไมไ่ ดก้ ค็ วา้ เอาไอต้ บู เขา้ มา อยกู่ บั ไอต้ บู เมอ่ื เปน็ อยา่ งนน้ั ตอ้ งเหน็
โทษแห่งความขขี้ ลาดของตน อยกู่ บั หมู่กับเพ่ือนใหเ้ ห็นอกเหน็ ใจกนั เผื่อแผซ่ งึ่ กนั
และกนั ใหอ้ ภยั กนั จติ เขามจี ติ เรามคี วามรสู้ กึ ดชี วั่ หมอื นกนั เอามาเฉลยี่ กนั แลว้ พออด
พอทนกันได้ เก็บความรสู้ กึ กันไว้ไดค้ นเรา อย่าเอะอะก็แผดออกมาๆ น้ีมนั เป็นฟนื
เป็นไฟแกต่ วั เองและเพอื่ นฝูง นีล่ ะ หลกั พุทธศาสนาทา่ นสอนวา่ อยา่ งนี้ สอนใหเ้ รามี
ความกวา้ งขวาง ไมม่ ีความตระหนีถ่ ีเ่ หนียว ความเห็นแก่ตัวนเ้ี ปน็ ทางเดนิ แหง่ ความ
จนตรอกจนมมุ ทางเดนิ หรอื ความเปน็ อยดู่ ว้ ยความกวา้ งขวางนนั้ ไดแ้ ก่ คนสรา้ งความ
ดงี าม มจี ติ ใจอนั กวา้ งขวางเบกิ บาน ไปทไี่ หนเบกิ บาน ไปภพใดชาตใิ ดกต็ าม คนมกี าร
ท�ำบุญให้ทานไม่อดอยากขาดแคลน หากมีส่ิงที่มาสนองจนได้ สิ่งท่ีมาสนองก็คือ
ความดีของเราทส่ี ร้างไว้แลว้ แต่ก่อนนัน้ แหละมาสนองเรา
433
จงพากนั อตุ สา่ หพ์ ยายาม การใหท้ านวนั หนง่ึ ๆ อยา่ ใหข้ าดวนั ขาดคนื เมอ่ื มโี อกาส
หรือสมบัตพิ อมี ใหอ้ ุตส่าหพ์ ยายามทำ� การรักษาศลี รักษาธรรมกใ็ หร้ ักษาตัวของเรา
เพราะเรานเ้ี ปน็ ผเู้ หมาทงั้ นรกอเวจลี ะ่ มากที่สุด ยิ่งกวา่ เหมาสวรรคน์ พิ พาน ให้แก้ไข
ตรงนี้ มันเท่ียวไปเหมาไว้หมดนะเวลานี้ เพราะสร้างแต่ความชั่วช้าลามก แล้วก็
ไปเหมาต้ังแต่ความทุกข์ความเดือดร้อน เกิดที่ไหน ไปอยู่ท่ีไหน ก็มีตั้งแต่บ่น
กไ็ มบ่ น่ ยงั ไง เจา้ ของสรา้ งแตส่ งิ่ ทจ่ี ะทำ� ใหบ้ น่ มนั กบ็ น่ เพราะฉะนนั้ จงึ ใหร้ เู้ สยี ตงั้ แต่
บัดนี้
ศาสนาพระพทุ ธเจา้ น้ี เราเกดิ มาถา้ ไมไ่ ดน้ บั ถอื พระพทุ ธเจา้ น้ี เรยี กวา่ เปน็ โมฆะ
ถึงจะเป็นมนุษย์ ก็มนุษย์ไม่มีราคาอะไร ขอให้มีอรรถมีธรรมภายในใจ ยิ่งถือ
พทุ ธศาสนา กราบไหวบ้ ชู าพระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ เปน็ เครอื่ งประดบั ใจตลอด
เวลา ถงึ เวลาจะหลบั จะนอน กใ็ หท้ ำ� ภาวนานเี้ สยี กอ่ น นลี้ ะผทู้ ส่ี รา้ งความแนใ่ จใหต้ นเอง
ภพนชี้ าตหิ นา้ ไมต่ อ้ งถาม เราเปน็ ผสู้ รา้ งเอง แลว้ ทอี่ ยกู่ จ็ ะเปน็ ของเราเอง เหมอื นเราปลกู
บา้ นสร้างเรอื น ปลูกไดข้ นาดไหน เราเปน็ ผู้ไปอยู่ นี่สร้างคณุ งามความดไี ดม้ ากนอ้ ย
เราจะเป็นผู้เสวยความดีของเรา
จงอยา่ ไดพ้ ากนั ลดละความดงี ามทง้ั หลาย อยา่ ปลอ่ ยใหต้ งั้ แตก่ เิ ลสมนั เหยยี บยำ่�
ทำ� ลายทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง ความฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ นกี้ ค็ อื เรอ่ื งของกเิ ลส การอยู่ การกนิ การหลบั
การนอน ทกุ อยา่ ง ฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ ไมร่ เู้ นอื้ รตู้ วั นค้ี อื เรอ่ื งของกเิ ลส ถา้ เรอ่ื งของธรรม
ตอ้ งรจู้ กั ประมาณ การอยกู่ ส็ รา้ งทอ่ี ยทู่ พี่ กั พอประมาณ การกนิ กก็ นิ พอประมาณ อยา่ ทำ�
ฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ การใชส้ อยตา่ งๆ กใ็ หร้ จู้ กั ประมาณ การคบคา้ สมาคมกบั เพอ่ื นกบั ฝงู
กใ็ หร้ ้จู กั คนดคี นชัว่ การอยกู่ ารกนิ ใหร้ ู้จักพอดบิ พอดี และคบเพื่อนคบฝงู กใ็ หค้ ัด
ใหเ้ ลอื ก อยา่ คบสมุ่ สส่ี มุ่ หา้ แลว้ ภยั มาถงึ ตวั เราเอง นค่ี อื ธรรมทา่ นสอนไวอ้ ยา่ งน้ี อยา่
พากันท�ำสุม่ ส่ีสุ่มหา้
เราเปน็ ลกู ชาวพทุ ธ ไวล้ วดลายแหง่ ชาวพทุ ธไวบ้ า้ ง อยา่ ใหโ้ ลกภายนอกเขาดถู กู
เหยียดหยามวา่ ชาติไทยน้ีถอื ศาสนาพทุ ธ เวลาปฏบิ ตั ติ ามศาสนาพุทธไม่มี มีแต่ลิง
แตค่ ่างเตม็ เนอื้ เต็มตวั วอกแวกๆ คลอนแคลนๆ เหน็ อะไรมาควา้ มับๆ ศาสนาพทุ ธ
434
ทำ� ไมเป็นอย่างน้ัน ศาสนาพุทธต้องรู้ มีความสงวนเนื้อสงวนตัว สงวนเน้อื หนงั ของ
ตวั ๆ สงวนประเทศชาตบิ า้ นเมอื งของตวั สง่ิ ใดทคี่ วรซอ้ื กซ็ อ้ื มาจากเมอื งนอกเมอื งใน
ทัง้ เขาทั้งเรา ถ้ามคี วามจ�ำเปน็ ซ่งึ ควรจะซื้อเพราะเราไม่มี เอา้ ซอื้ ได้ เขากซ็ ือ้ ได้ เราก็
ซ้อื ได้ แต่ท่ีเรามีอย่นู ซี่ ิ แล้วเปน็ บา้ ไปซอ้ื กบั ของเขาน่ีซิ มนั สำ� คัญนะ
อะไรมาถา้ เปน็ ของนอกแลว้ ดหี มดๆ แมท้ สี่ ดุ แอปเปลิ แอปแปน้ โคตรพอ่ โคตรแม่
มนั ไมม่ หี รอื ในประเทศไทยของเรา เดนิ เขา้ ไปจนั ทบรุ เี ปน็ ยงั ไง จนั ทบรุ มี ไี หม แอปเปล้ิ
มันเป็นบ้าไปหาซ้ืออะไรเมืองนอกเมืองนา มันกราบจนกระทั่งแอปเปิ้ลเขาแล้วนะ
เวลาน้ี เราเลยถือความเปน็ น้อยของตวั เองโดยไม่รเู้ นอ้ื รตู้ วั เหน็ ของภายนอกดกี วา่
ของภายใน กราบไปทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง เหน็ คนภายนอกดกี วา่ คนภายใน เหน็ เขาดกี วา่ เรา
กราบไปหมด ทนี กี้ ก็ ราบผดิ ผวั ผดิ เมยี ถา้ เปน็ ผวั ฝรง่ั แลว้ กราบเลย ฝรงั่ มนั ดี เมอื งไทย
นม้ี นั เป็นเสย้ี นเป็นหนาม เมืองไทยเปน็ มูตรเป็นคถู ไปหมด
นล่ี ะ เรายนิ ดตี ง้ั แตส่ งิ่ ภายนอก มนั กข็ าดความสนใจทจ่ี ะทะนบุ ำ� รงุ รกั ษาสมบตั ิ
ภายในของตนใหม้ เี นอื้ มหี นงั ขนึ้ มา ถา้ ตา่ งคนตา่ งรกั สงวนชาตขิ องเรา ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง
จะดไี ปตามๆ กัน สมบตั สิ ิง่ ตา่ งๆ ท่มี ีอยูใ่ นประเทศไทยน้อยเมือ่ ไร มขี ายเกล่ือนอยู่
เอาเปน็ ของเรา มเี ราซอ้ื กนั ขายกนั อดุ หนนุ ซงึ่ กนั และกนั แลว้ ฝา่ ยหนง่ึ เมอ่ื มผี ลประโยชน์
แลว้ กม็ แี กใ่ จทจ่ี ะผลติ ออกมาใหเ้ ปน็ กำ� ไรขนึ้ ไปเรอ่ื ยๆ ดไี มด่ ี ดกี วา่ เมอื งนอกเขาอกี
อนั นม้ี าเมนิ ๆ ไมส่ นใจ เปน็ บา้ กบั สงิ่ ภายนอก เมอื งไทยเราเมอื งบา้ เหอ่ นะ ใหจ้ ำ� ใหด้ ี
พนี่ อ้ งทง้ั หลาย น่ี เราเอาพทุ ธศาสนามาสอน แลว้ จะวา่ หลวงตาหาเรอื่ ง เรามนั หาเรอื่ ง
ใสเ่ ราทงั้ ประเทศ มแี ตบ่ า้ แบบน้ี แบบหาเรอ่ื งจมเมอื งไทยเราอยา่ งนย้ี งั ไมร่ ตู้ วั อยเู่ หรอ
นี้ฉุดลากขนึ้ มาจากหลมุ จากบอ่ ให้มีความรู้จกั ประมาณ ความรกั สงวนในเลือดเนือ้
ของตวั อยา่ งนเี้ ปน็ ความผดิ แลว้ เหรอ ไอเ้ ราทที่ ำ� ลายเลอื ดเนอ้ื ของตวั เองใหจ้ มลงไปๆ
เปน็ ความถูกตอ้ งดีแลว้ หรอื ให้เอามาพจิ ารณา เราเปน็ ลูกชาวพทุ ธนะ
วันน้ีมีโอกาสพอสมควรที่ได้สอนพี่น้องทั้งหลายตามเวลาท่ีเป็นมหามงคล
เช่นวันนี้ วนั นเ้ี ปน็ วันมงคลของเรามากมาย หาไดย้ ากนะ ทลู กระหมอ่ มฟา้ หญิงทา่ น
ไดเ้ สดจ็ มาทไ่ี หนงา่ ยๆ เพราะภาระของทา่ นมมี ากตอ่ มาก วนั นท้ี า่ นทำ� ไมอตุ สา่ หล์ ะมา
435
หมดทุกอยา่ ง มาเยีย่ มพนี่ ้องชาวไทยเรา เราก็ควรจะไดเ้ ป็นคติตวั อยา่ ง ท่านอตุ ส่าห์
เสด็จมาเยี่ยมเป็นร่มโพธ์ริ ่มไทร แล้วกราบไหว้ท่านด้วยความเห็นบญุ เหน็ คณุ และ
ปฏิบตั ติ นตามท่านที่เปน็ เยี่ยงอย่างเราอันดแี ลว้ ให้มศี ีลมีธรรม ให้พากันภาวนานะ
ให้พากนั จำ� เอาทุกคน
เป็นยังไง หลวงตาบัวนเี้ ทศน์มันหมดแล้วนะ ค�ำเทศน์ก็ดี เพราะเรียนจบเพยี ง
ป.๓ เท่านั้น แต่เวลาเทศน์มันเปน็ ป. ไหนกไ็ ม่รู้ ลุกลามไปหมดๆ น่นั แหละ นีก่ ็จะ
หมดกำ� ลงั วงั ชาแลว้ ใหพ้ ากนั ไปตง้ั ใจประพฤตปิ ฏบิ ตั นิ ะ เชอ้ื ของพทุ ธศาสนาขอใหม้ ี
ในเมืองไทยของเราบ้างนะ อยา่ ให้มตี ้ังแต่เร่ืองของกิเลสตณั หาเหมอื นลงิ เหมือนคา่ ง
อะไรผ่านมาควา้ มบั ๆ น้ี เสยี หายนะชาติไทยของเรา ให้สงวนตัวรกั เน้อื รักหนงั ของ
ตัวเอง น้ีเป็นความถูกตอ้ งดีงาม
การแสดงธรรมวนั นค้ี งจะพอไดค้ ตติ ัวอย่างอนั ดงี าม เฉพาะอย่างย่ิงการอบรม
จิตใจให้มีความสงบร่มเย็น อย่าปล่อยอย่าวางตลอดเวลาให้กิเลสตัณหาเอาไปถลุง
ทงั้ วนั ทง้ั คนื ไปทไี่ หนมแี ตค่ นบน่ เรอ่ื งกองทกุ ข์ เพราะกเิ ลสสรา้ งขนึ้ มาโดยเจา้ ของหลง
ตามมันไปตลอด อย่างน้ไี มด่ ี ขอให้อุตสา่ หพ์ ยายามปฏบิ ัติ รั้งเอาไว้ สงิ่ ใดที่ไม่ดี
อย่าทำ� ต้องร้งั เอาไว้
เชน่ ทา่ นผมู้ าปฏบิ ตั ศิ ลี ธรรมดว้ ยความเปน็ อรรถเปน็ ธรรม มงุ่ หนา้ มงุ่ ตาตอ่ มรรค
ผลนิพพานจริงๆ ท่านเป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาปต่อกรรมตลอดเวลา
ไปทไี่ หนไปดว้ ยความสำ� รวมระวงั ตลอด ทา่ นกท็ รงอรรถทรงธรรม ทรงความรม่ เยน็ ขน้ึ
ในใจของทา่ น เมอื่ ใจของทา่ นมคี วามสงบรม่ เยน็ ไปทไี่ หนกเ็ ปน็ มงคล เชน่ พระทา่ น
บำ� เพญ็ ธรรมของทา่ นไดค้ ณุ งามความดปี ระจกั ษใ์ จ มคี วามสงา่ งามภายในใจ ทา่ นอยู่
ทไ่ี หน ทา่ นกส็ งา่ งาม ไดม้ ากราบไหวบ้ ชู าทา่ นกเ็ ปน็ ขวญั ตาขวญั ใจ เปน็ ทร่ี ะลกึ ไวไ้ ดน้ าน
มีความชุ่มเย็นเป็นสุขตอ่ ไป
นล่ี ะเรอ่ื งศลี ธรรม มอี ยทู่ ไ่ี หนทำ� โลกใหร้ ม่ เยน็ อยทู่ เี่ รากท็ ำ� เราใหร้ ม่ เยน็ ดงั ตะกนี้ ้ี
พูดถึงเรื่องวงกรรมฐาน อยา่ งท่านมรณภาพไปแลว้ อฐั ิของทา่ นกลายเปน็ พระธาตุนี้
436
มีน้อยเม่ือไรเมืองไทยเรา น่ีก็เพราะมีผู้ปฏิบัติตามท่าน ผลก็ได้มาอย่างน้ี ถ้าไม่มี
ผปู้ ฏิบัติตาม ไม่มอี ะไรเหลอื เลย เหลอื ตงั้ แต่นรกอเวจปี ระจำ� ชาวพทุ ธเรานั้นแหละ
ทง้ั ชาวพทุ ธทง้ั ชาวพระจะมแี ตน่ รกอเวจเี ตม็ บา้ นเตม็ เมอื ง หาความหมายแหง่ ชาวพทุ ธ
ไมม่ เี ลย จงึ สรา้ งความหมายแหง่ ชาวพทุ ธขน้ึ ดว้ ยการปฏบิ ตั ติ วั ของเราใหม้ ศี ลี มธี รรม
รู้เนอื้ รตู้ ัว ละชวั่ ทำ� ดี จะเป็นผลเป็นประโยชน์ต่อสว่ นรวมและตอ่ เรา
การแสดงธรรมวนั นกี้ เ็ หน็ วา่ สมควรแกธ่ าตแุ กข่ นั ธ์ แกก่ าลเวลา ขอความสวสั ดี
จงมีแกบ่ รรดาพนี่ อ้ งท้งั หลายโดยท่วั กนั เทอญ
เออ เร่อื งทอดผ้าปา่ ก็เลยลืมไปเสยี ไม่ได้พูด วันน้ีท่านทง้ั หลายสรา้ งมหากศุ ล
อนั ยง่ิ ใหญเ่ พือ่ ผ้าป่าช่วยชาตขิ องเรา หลวงตาขออนุโมทนาขอบคณุ กบั ทา่ นท้งั หลาย
เปน็ อย่างมากนะ น่ลี ่ะ มหากศุ ลอันยงิ่ ใหญ่จะหนุนชาติของเรา วันน้ีมอี านิสงส์มาก
ทุกๆ ท่าน
เอาล่ะพอ เหน่ือยแล้ว
437
สถานท่ีจำ� พรรษา
พระคุณเจา้ หลวงปชู่ อบ านสโม
438
ลำ� ดับสถานทจี่ �ำพรรษา
ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๖๘ พรรษาท่ี ๑
จาํ พรรษาทว่ี ดั เลยี บ ตาํ บลในเมอื ง อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั อบุ ลราชธานี จาํ พรรษา
กับพระคุณเจา้ หลวงปู่เสาร์ กันตสโี ล ฯลฯ
ปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๖๙ พรรษาท่ี ๒
จาํ พรรษาท่วี ดั ศรมี งคลเหนอื อาํ เภอมกุ ดาหาร จังหวดั นครพนม (ปจั จบุ นั เปน็
จังหวดั มุกดาหาร) จาํ พรรษากบั พระอาจารย์แดง พระกรรมวาจาจารย์
ปพี ุทธศักราช ๒๔๗๐-๗๑ พรรษาท่ี ๓-๔
จาํ พรรษาทีว่ ัดป่าหนองบวั บาน บ้านหนองบัวบาน ตําบลหนองบวั บาน อาํ เภอ
หนองววั ซอ จงั หวดั อดุ รธานี จาํ พรรษากบั พระคณุ เจา้ หลวงปบู่ ญุ ปญั ญาวโุ ธ หลวงปขู่ าว
อนาลโย (วดั ปา่ หนองบวั บาน ปัจจบุ นั น้ำ� ทว่ มเนอื่ งจากสร้างเขอ่ื นหว้ ยหลวง)
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๗๒-๗๓ พรรษาท่ี ๕-๖
จาํ พรรษาทว่ี ดั ปา่ หนองววั ซอ ตาํ บลหนองววั ซอ อาํ เภอหนองววั ซอ จงั หวดั อดุ รธานี
จาํ พรรษากบั พระคุณเจา้ หลวงป่บู ุญ ปัญญาวุโธ หลวงปู่หลยุ จนั ทสาโร หลวงปขู่ าว
อนาลโย (ปัจจุบันวัดน้ีได้เปลี่ยนช่ือเป็นวัดป่าบุญญานุสรณ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่
พระคณุ เจา้ หลวงปบู่ ญุ ปญั ญาวโุ ธ ซงึ่ องค์ทา่ นเปน็ ผู้ทส่ี ร้างวดั แหง่ นีข้ ึ้นมา)
ปีพทุ ธศักราช ๒๔๗๔ พรรษาที่ ๗
จาํ พรรษาทว่ี ดั ปา่ วเิ วกธรรมคณุ บา้ นเหลา่ งา ตาํ บลเหลา่ งา อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั
ขอนแก่น จําพรรษากบั พระคณุ เจา้ หลวงปสู่ งิ ห์ ขนั ตยาคโม หลวงปู่ออ่ น ญาณสิริ
หลวงปูค่ าํ ดี ปภาโส หลวงปู่ซามา อจุตโต หลวงปู่กงมา จิรปญุ โญ ฯลฯ
ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๗๕ พรรษาท่ี ๘
จาํ พรรษาทว่ี ดั ปา่ สาลวนั อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสมี า จาํ พรรษากบั พระคณุ เจา้
หลวงปสู่ งิ ห์ ขนั ตยาคโม พระคณุ เจา้ หลวงปมู่ หาปน่ิ ปญั ญาพโล หลวงปเู่ ทสก์ เทสรงั สี
หลวงปู่ฝัน้ อาจาโร หลวงปู่กงมา จริ ปญุ โญ หลวงปู่ซามา อจตุ โต ฯลฯ
439
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๗๖ พรรษาท่ี ๙
จาํ พรรษาทวี่ ดั ปา่ ศรัทธารวม ตาํ บลหัวทะเล อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
จําพรรษากบั พระคุณเจา้ หลวงปูม่ หาป่ิน ปัญญาพโล หลวงปู่ออ่ น ญาณสริ ิ หลวงปู่
หลุย จนั ทสาโร หลวงปฝู่ ั้น อาจาโร ฯลฯ
ปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗ พรรษาที่ ๑๐
จาํ พรรษาทถี่ ำ้� นายม บา้ นถำ้� นายม ตาํ บลถำ้� นายม อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั เพชรบรู ณ์
จําพรรษากับตาผา้ ขาวสง่า (อนาคาม)ี
ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๗๘ พรรษาที่ ๑๑
จาํ พรรษาทบี่ า้ นสะลวง ตาํ บลขเี้ หลก็ อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชยี งใหม่ (จาํ พรรษา
องคเ์ ดยี ว)
ปีพทุ ธศักราช ๒๔๗๙ พรรษาท่ี ๑๒
จาํ พรรษาท่ดี อยนะโม ตาํ บลน�ำ้ แพร่ อาํ เภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (จําพรรษา
องค์เดียว)
ปพี ุทธศกั ราช ๒๔๘๐ พรรษาท่ี ๑๓
จาํ พรรษาที่วดั ปา่ อรญั ญวเิ วก บา้ นปง ตําบลอินทขิล อาํ เภอแม่แตง จังหวัด
เชยี งใหม่ จาํ พรรษากับหลวงปเู่ ทสก์ เทสรงั สี ฯลฯ
ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๘๑ พรรษาท่ี ๑๔
จาํ พรรษาท่ีบ้านไทยใหญ่ เมอื งยาง แขวงเชียงตงุ ประเทศพมา่ (จําพรรษา
องคเ์ ดียว)
ปพี ุทธศักราช ๒๔๘๒ พรรษาที่ ๑๕
จาํ พรรษาทีด่ อยเจียงตอง เมืองเจียงตอง ประเทศพม่า (จาํ พรรษาองคเ์ ดยี ว)
ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๘๓ พรรษาที่ ๑๖
จาํ พรรษาทสี่ าํ นกั สงฆแ์ มห่ นองหาร บา้ นแมห่ นองหาร ตาํ บลแมห่ นองหาร อาํ เภอ
สันทราย จงั หวัดเชียงใหม่ จําพรรษากับหลวงปู่เหรยี ญ วรลาโภ ฯลฯ
440
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔ พรรษาที่ ๑๗
จําพรรษาท่ีบ้านกะเหรี่ยงป่าไม้แดง ดอยยางแดง ประเทศพม่า (จําพรรษา
องคเ์ ดียว)
ปพี ุทธศกั ราช ๒๔๘๕-๒๔๘๖ พรรษาท่ี ๑๘-๑๙
จาํ พรรษาทบี่ า้ นไทยใหญ่ ลีเตอะ ประเทศพม่า (จาํ พรรษาองคเ์ ดียว)
ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๘๗ พรรษาที่ ๒๐
จาํ พรรษาที่ถ�้ำหมเี ก่า บา้ นไทยใหญ่ หนองยวน ประเทศพม่า (จำ� พรรษาองค์
เดยี ว)
ปีพทุ ธศักราช ๒๔๘๘ พรรษาท่ี ๒๑
จาํ พรรษาทวี่ ดั ปา่ นำ�้ รนิ บา้ นนำ�้ รนิ ตาํ บลขเี้ หลก็ อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชยี งใหม่
จําพรรษากับหลวงป่แู หวน สจุ ณิ โณ
ปพี ุทธศักราช ๒๔๘๙ พรรษาที่ ๒๒
จาํ พรรษาทป่ี า่ ชา้ หนิ โงน้ (วดั ปา่ โคกมน) บา้ นโคกมน ตาํ บลผานอ้ ย อาํ เภอวงั สะพงุ
จงั หวัดเลย (จำ� พรรษาองคเ์ ดยี ว)
ปีพุทธศกั ราช ๒๔๙๐ พรรษาท่ี ๒๓
จาํ พรรษาทว่ี ดั ปา่ นำ�้ รนิ บา้ นนำ้� รนิ ตาํ บลขเ้ี หลก็ อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชยี งใหม่
(จ�ำพรรษาองคเ์ ดยี ว)
ปพี ุทธศักราช ๒๔๙๑ พรรษาที่ ๒๔
จาํ พรรษาทเี่ สนาสนะปา่ บา้ นสนั ปา่ ยาง ตาํ บลแมร่ มิ อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชยี งใหม่
(จำ� พรรษาองคเ์ ดยี ว)
ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๙๒ พรรษาท่ี ๒๕
จาํ พรรษาทบ่ี า้ นผาแดน่ ตาํ บลสนั ปา่ ยาง อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชยี งใหม่ (จาํ พรรษา
องค์เดยี ว) หมายเหตุ สร้างสํานกั สงฆ์ผาแด่น
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓ พรรษาท่ี ๒๖
จาํ พรรษาทบ่ี า้ นผาแดน่ ตาํ บลสนั ปา่ ยาง อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชยี งใหม่ จาํ พรรษา
กับหลวงปบู่ ญุ ฤทธิ์ ปณั ฑโิ ต
441
ปีพุทธศกั ราช ๒๔๙๔ พรรษาที่ ๒๗
จาํ พรรษาทวี่ ดั ปา่ ทา่ สวย บา้ นวงั มว่ ง ตาํ บลเอราวณั อาํ เภอเอราวณั จงั หวดั เลย
จาํ พรรษากบั หลวงปพู่ ทุ ธา ฐิตสิริ หลวงพ่อบวั คํา มหาวโี ร
หมายเหตุ ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๙๔ สรา้ งวัดปา่ ทา่ สวย
ปีพทุ ธศักราช ๒๔๙๕ พรรษาท่ี ๒๘
จาํ พรรษาทถี่ ำ้� แกง้ ยาว บา้ นโคกแฝก ตาํ บลผานอ้ ย อาํ เภอวงั สะพงุ จงั หวดั เลย
จาํ พรรษากบั หลวงพอ่ บวั คํา มหาวโี ร ฯลฯ
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๖ พรรษาท่ี ๒๙
จาํ พรรษาทวี่ ดั ถำ้� พระสบาย ตาํ บลนาครวั อาํ เภอแมท่ ะ จงั หวดั ลาํ ปาง จาํ พรรษากบั
หลวงปู่แว่น ธนปาโล หลวงปู่บญุ ฤทธ์ิ ปณั ฑิโต หลวงพอ่ บัวคาํ มหาวีโร ฯลฯ
ปพี ุทธศักราช ๒๔๙๗ พรรษาท่ี ๓๐
จาํ พรรษาทวี่ ดั ปา่ ทา่ สวย บา้ นวงั มว่ ง ตาํ บลเอราวณั อาํ เภอเอราวณั จงั หวดั เลย
จาํ พรรษากบั หลวงพ่อบวั คํา มหาวีโร ฯลฯ
ปีพุทธศักราช ๒๔๙๘-๙๙ พรรษาท่ี ๓๑-๓๒
จําพรรษาท่ีวัดป่าบา้ นบง บา้ นบง ตาํ บลท่าศาลา อาํ เภอภูเรือ จังหวดั เลย
หมายเหตุ ปี ๒๔๙๘ สร้างวัดปา่ บ้านบง (จ�ำพรรษาองค์เดียว)
ปี ๒๔๙๙ จาํ พรรษากบั หลวงพอ่ บวั คาํ มหาวีโร
ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๐๐ พรรษาที่ ๓๓
จําพรรษาที่วดั ป่าปริตตบรรพต บ้านกกกอก ตําบลหนองงิว้ อาํ เภอวงั สะพงุ
จงั หวัดเลย
หมายเหตุ ปี ๒๕๐๐ สร้างวดั ปา่ ปริตตบรรพต
ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๐๑ พรรษาที่ ๓๔
จาํ พรรษาทว่ี ดั ปา่ ทา่ สวย บา้ นวงั มว่ ง ตาํ บลเอราวณั อาํ เภอเอราวณั จงั หวดั เลย
จําพรรษากับหลวงพ่อบวั คํา มหาวีโร
442
ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๐๒ พรรษาท่ี ๓๕
จาํ พรรษาท่ถี ้ำ� เมน่ บ้านผาแบน่ ต�ำบลเชียงคาน อำ� เภอเชยี งคาน จังหวดั เลย
จําพรรษากบั หลวงพ่อบัวคาํ มหาวีโร พระราชสีลสงั วร (เจา้ คณุ นาซา่ ว อดตี เจา้ คณะ
จังหวัดเลย)
ปีพุทธศกั ราช ๒๕๐๓ พรรษาที่ ๓๖
จาํ พรรษาทว่ี ดั ปา่ ทา่ สวย บา้ นวงั มว่ ง ตาํ บลเอราวณั อาํ เภอเอราวณั จงั หวดั เลย
จาํ พรรษากบั หลวงป่พู ทุ ธา ฐติ สิริ หลวงพ่อบัวคาํ มหาวโี ร หลวงปู่สอน อนสุ าสโก
(พระหลานชายขององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ)
ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๐๔ พรรษาที่ ๓๗
จําพรรษาท่ีวัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ตําบลผาน้อย อําเภอวังสะพุง
จังหวัดเลย จ�ำพรรษากับหลวงพ่อบุญพิน กตปุญโญ พระคล้าย สุวัณณมาโจ
(แก้วสุวรรณ) พระมอ่ ย สามเณรบญุ เพง็
หมายเหตุ ปี ๒๕๐๔ สรา้ งวดั ป่าสมั มานสุ รณ์
ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๐๕-๐๘ พรรษาที่ ๓๘-๔๑
จําพรรษาที่วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ตําบลผาน้อย อําเภอวังสะพุง
จงั หวัดเลย
หมายเหตุ ปี ๒๕๐๗ มอบหมายให้หลวงพอ่ บวั คาํ มหาวโี ร เปน็ เจ้าอาวาส
พระอาจารย์จันทร์เรียน คณุ วโร เปน็ พระอุปฏั ฐาก (ปี ๒๕๐๘ สรา้ งวดั ปา่ มว่ งไข)่
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๐๙ พรรษาที่ ๔๒
จําพรรษาท่ีวัดป่าบ้านบง บ้านบง ตําบลท่าศาลา อําเภอภูเรือ จังหวัดเลย
จาํ พรรษากบั หลวงพอ่ จนั ดี เขมปญุ โญ พระอาจารยจ์ นั ทรเ์ รยี น คณุ วโร สามเณรเหลา
(พระอาจารย์เฉลา วัดปา่ สานตม)
ปีพทุ ธศักราช ๒๕๑๐ พรรษาท่ี ๔๓
จาํ พรรษาทสี่ าํ นกั สงฆบ์ า้ นกลาง บา้ นกลาง ตาํ บลทา่ ศาลา อาํ เภอภเู รอื จงั หวดั เลย
จาํ พรรษากบั พระอาจารยจ์ นั ทรเ์ รยี น สามเณรเหลา (พระอาจารยเ์ ฉลา วดั ปา่ สานตม)
443