The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวประวัติ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-20 20:14:05

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ชีวประวัติ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

เทศนาวา่ การอหี ยงั กะบเ่ ตม็ ท่ี ธาตขุ นั ธบ์ อ่ าํ นวย ภาระพระศาสนาตอ่ ไป พวกทา่ นทง้ั สาม
ต้องเป็นผู้ดูแลสืบแทนเฮา เฮาฝากพวกท่านดูแลพระศาสนาต่อจากเฮา มีสัตว์โลก
มากมายทงั้ หยาบละเอยี ดรอการสงเคราะหธ์ รรมจากพวกทา่ น อา้ ยเฒา่ จะตายวนั ตายรงุ่
มอ่ื ใดก๋ ะบฮ่ ู้ พอ่ แมเ่ ลยี้ งลกู จนใหญก่ ะหวงั กนิ เฮอ่ื กนิ แฮงลกู หวงั ใหล้ กู เปน็ มอื ขาตนี
ตาแทนพ่อแม่ พระพทุ ธเจ้าครบู าอาจารยอ์ บรมสั่งสอนลูกศิษยม์ า กะหวังให้ลูกศษิ ย์
สบื ทอดพระศาสนา พวกทา่ นเปน็ ลกู ศษิ ยท์ เ่ี ฮาไวใ้ จ ใหพ้ ากนั พจิ ารณาคาํ เวา่ ของอา้ ยเฒา่
ผูน้ ี้เบงิ่ ”

หลวงปชู่ อบบอก แตไ่ หนแตไ่ รพอ่ แมค่ รอู าจารยม์ นั่ ทา่ นไมเ่ คยพดู แบบนมี้ ากอ่ น
เรารทู้ ันทวี า่ อาจารย์ใหญ่มั่นบอกเปน็ นยั ทา่ นใกล้จะละขันธน์ ิพพาน หลังสรงน�ำ้ ทา่ น
อาจารยใ์ หญ่แล้ว อาจารยข์ าวท่านนาํ เร่ืองน้มี าปรกึ ษาเรา

อาจารยข์ าวถาม “ทอี่ าจารยใ์ หญท่ า่ นพดู แบบน้ี อาจารยช์ อบเขา้ ใจความหมายวา่
อย่างไร” เราบอกอาจารย์ขาว “พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นท่านเตรียมปลงสังขารจะเข้า
นพิ พานธาต”ุ

ตอ่ มา หลวงตามหาบวั ทา่ นนาํ เรอื่ งองคท์ า่ นหลวงปมู่ นั่ พดู มาปรกึ ษาหลวงปชู่ อบ
หลวงปชู่ อบ “เฮาบอกทา่ นมหาบวั เหมอื นกบั ทเ่ี ฮาบอกอาจารยข์ าว มหาบวั สงสยั ถามเฮา
เรอ่ื งอาจารยใ์ หญม่ นั่ ฝากพระศาสนาไวใ้ หพ้ วกเฮาดแู ลตอ่ จากเพน่ิ มหาบวั ทา่ นสงสยั
ในเร่ืองนี้ อยากใหเ้ ฮาขยายความให้ฟงั

เฮาบอก “ทา่ นมหาฯ ตอ่ ไปทา่ นจะเปน็ พระสำ� คญั ในศาสนา ถา้ จงั่ ซนั่ อาจารยใ์ หญ่
เพน่ิ จะบม่ อบหมายภาระศาสนาใหท้ า่ นสบื ทอดดอก อาจารยใ์ หญเ่ พน่ิ ฮวู้ า่ อนั ใดส๋ าํ คญั
บส่ าํ คญั มอื้ นที้ า่ นยงั สงสยั มอ้ื หนา้ ทา่ นมหากะสฮิ เู้ องวา่ เปน็ จงั่ ได๋ อาจารยใ์ หญ่ ถา้ เพนิ่
กล่าวอีหยงั ออกมาแลว้ บ่เป็นอ่ืน”

244

กราบลาพอ่ แม่ครอู าจารย์มน่ั ครัง้ สุดทา้ ย
ที่บ้านหนองผือ

หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นพกั ปฏบิ ตั อิ ยกู่ บั องคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตั โต ทบ่ี า้ น
หนองผือ (วดั ป่าภูรทิ ัตตถิราวาส) ตาํ บลนาใน อาํ เภอพรรณานคิ ม จังหวดั สกลนคร
ประมาณสองเดอื น จากนน้ั ทา่ นกลบั มาเมอื งเลย จะขนึ้ ไปเทย่ี ววเิ วกจาํ พรรษาทางเมอื ง
เชียงใหม่ หลวงปูช่ อบท่านนาํ เร่ืองนเ้ี ข้ากราบเรยี นองค์ท่านหลวงปู่มัน่ ผูเ้ ปน็ พอ่ แม่-
ครบู าอาจารย์

องค์ทา่ นหลวงป่มู ่นั ถาม “ถา้ มพี ระตดิ ตามเท่ียววเิ วกดว้ ย ทา่ นชอบจะให้เขาไป
ด้วยไหม” หลวงปชู่ อบท่านวา่ “กระผมอยากเทีย่ ววเิ วกตามลาํ พงั ถ้ามคี นอนื่ ไปดว้ ย
จะไมส่ ะดวกในการปฏบิ ตั แิ ละการไปการมาของเกลา้ กระผม”

องค์ท่านหลวงปู่มัน่ บอกหลวงปชู่ อบวา่ “สตั ว์โลกแต่ละบคุ คลนนั้ ต่างเกิดตาย
ดว้ ยกนั มานบั ชาตบิ ห่ ลอ่ น (นบั ชาตไิ มถ่ ว้ น) เฮาไดเ้ ปน็ ครบู าอาจารยข์ องทา่ น เพราะอดตี
เฮากบั ทา่ นเคยมวี าสนาฮว่ มกนั มากอ่ น เมือ่ ทา่ นได้ดีมีสุขแลว้ เฮาขอฝากพระศาสนา
กุลบุตร กุลธิดา ให้ท่านช่วยอบรมสั่งสอนตามวาสนาของผู้น้ันจะฮู้เห็นเป็นธรรม
ใหท้ า่ นชอบพิจารณาเบ่งิ ในเรอ่ื งน”ี้

เรอ่ื งนต้ี อนฟงั หลวงปชู่ อบทา่ นพดู ตนเองคดิ ไปในเรอ่ื งองคท์ า่ นหลวงปมู่ นั่ มอบ
ภาระพระศาสนาใหท้ า่ นซ่ึงเปน็ ลูกศษิ ยผ์ ู้หนงึ่ สบื ทอด พอหลวงป่ชู อบทา่ นพูดว่า

“ตอนนน่ั เฮากราบลาทา่ นอาจารยใ์ หญม่ นั่ ขน้ึ มาเชยี งใหม่ ตงั้ ใจวา่ จะไปอยพู่ มา่
บก่ ลบั มาเมอื งไทยอกี เฮากะสไิ ปอยไู่ ปตายอยเู่ มอื งพมา่ อาจารยใ์ หญฮ่ คู้ วามตง้ั ใจเฮา
เพิ่นเลยบอกใหเ้ ฮาพิจารณาในเรื่องนี้ พจิ ารณาเบิง่ วาสนาเจา้ ของเก่ยี วขอ้ งกับคนอน่ื
เฮาโปรดเอาคนทางเมืองไทยได้หลายกว่าทางพม่า เฮาจ่ังอยู่สอนธรรมโปรดคนทาง
เมืองไทย ถา้ อาจารย์ใหญ่มน่ั เพ่ินบ่ขอไวใ้ นตอนน้ัน สิบม่ ผี ูใ้ ด๋ได้เห็นเฮาอีกเลย”

245

หลวงปู่ชอบท่านว่าตนเองถึงรู้ที่มาที่ท่านอยู่เมืองไทยทุกวันนี้ เพราะองค์ท่าน
หลวงปมู่ น่ั พอ่ แมค่ รบู าอาจารยข์ องทา่ นขอไวน้ เี่ อง ทห่ี ลวงปชู่ อบทา่ นพดู ใหล้ กู ศษิ ยฟ์ งั
หลายครงั้ วา่ “ถา้ บม่ บี คุ คลสาํ คญั ทม่ี พี ระคณุ ตอ่ เฮาขอไว้ เฮากะจะไปตายหายสาบสญู
อยู่เมืองพม่า” คําพูดของหลวงปู่ชอบ ตนเองถึงมากระจ่างท่ีท่านอยู่โปรดลูกศิษย์
เมืองไทย เพราะองค์ทา่ นหลวงปมู่ น่ั ขอไวน้ เ่ี อง

องค์ท่านหลวงปู่มัน่ สัง่ เสยี หลวงปูช่ อบคร้ังสุดทา้ ยวา่ “ถา้ ท่านชอบทราบขา่ ววา่
ผมป่วยหรือละขันธ์แล้ว ท่านอย่าเข้ามาข้องเก่ียวกับการงานประเภทนี้เป็นอันขาด
อยา่ มาวนุ่ วายขายของเนา่ กบั เขา อยทู่ ไี่ หนกใ็ หท้ า่ นปฏบิ ตั อิ ยทู่ น่ี น่ั ไมต่ อ้ งมากนิ ขา้ วตม้
ขนมหวานในงานของอา้ ยเฒา่ เปน็ อนั ขาด ขอ้ นเ้ี ราหา้ มเดด็ ขาด อยา่ มายงุ่ เกย่ี วในงาน
ของเรา เสยี เวลาท่านสงเคราะหส์ ัตวโ์ ลก”

โอวาทธรรมองค์ท่านหลวงปูม่ ่ัน ภูรทิ ตั โต บอกในครงั้ นี้ เป็นโอวาทธรรมครงั้
สุดท้ายท่ีองค์ท่านส่ังเสียหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ต่อมาหลวงปู่ชอบท่านนําเร่ืองนี้มา
พิจารณาถึงวาสนาของท่านกับสัตว์โลก ท่านรู้ว่ามีสัตว์โลกอีกมากมายท้ังกายหยาบ
กายละเอียด รอการสงเคราะห์ธรรมจากท่าน ท่านจึงตัดสินใจไม่ไปประเทศพม่า
ออกเที่ยววิเวกจําพรรษาโปรดผู้มีวาสนาเก่ียวข้องกันกับท่านทางเมืองไทยเพียง
อยา่ งเดียว

หลวงปซู่ ามา อจตุ โต ขอตดิ ตามเท่ียววเิ วก

หลงั จากหลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นกราบลาองคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตั โต กอ่ นวนั ที่
ทา่ นจะเดนิ ทางมาเมอื งเลย หลวงปซู่ ามา อจตุ โต (วดั ปา่ อมั พวนั ตาํ บลไรม่ ว่ ง อาํ เภอ
เมอื ง จงั หวดั เลย) กราบเรยี นหลวงปชู่ อบวา่ “กระผมอยากขอตดิ ตามครบู าอาจารยอ์ อก
เท่ยี ววเิ วก” หลวงปู่ชอบหา้ มหลวงปซู่ ามาไมใ่ ห้ไปกับทา่ น ท่านบอกหลวงป่ซู ามาว่า
“อยกู่ บั พอ่ แมค่ รอู าจารยม์ นั่ นน้ั ดแี ลว้ ถา้ เกดิ ขดั ขอ้ งเรอ่ื งปฏบิ ตั ิ พอ่ แมค่ รอู าจารยม์ น่ั
ทา่ นจะช่วยแกไ้ ขใหไ้ ด้ ไปกับผมมนั ลาํ บาก ถา้ ไมม่ คี วามอดทนจะอยูก่ ับผมยาก”

246

หลวงปซู่ ามาทา่ นวา่ “กระผมจะไมท่ าํ ใหค้ รบู าอาจารยล์ าํ บากใจในเรอ่ื งน้ี ขอเพยี ง
ไดต้ ดิ ตามไปปฏบิ ตั กิ บั ครบู าอาจารย์ ทกุ อยา่ งกระผมกพ็ อใจแลว้ ” หลวงปซู่ ามายนื ยนั
เจตนาของทา่ นอยากจะออกเทยี่ ววเิ วกกบั หลวงปชู่ อบใหไ้ ด้ ถงึ หลวงปซู่ ามาจะขอรอ้ ง
อย่างไร หลวงปชู่ อบท่านก็ไม่ยอมใจออ่ นใหห้ ลวงปูซ่ ามาไปกับท่านในตอนนัน้

หลวงปชู่ อบทา่ นรำ่� ลาหมคู่ ณะบา้ นหนองผอื เดนิ ทางกลบั มาเมอื งเลย หลวงปซู่ ามา
ทา่ นแตง่ บรขิ ารไวต้ งั้ แตเ่ มอื่ คนื เพอ่ื จะตดิ ตามออกเทย่ี ววเิ วกเมอื งเลยกบั หลวงปชู่ อบ
ใหไ้ ด้ หลวงปูช่ อบออกจากบา้ นหนองผือมาไมน่ าน ท่านเห็นพระเดินตามหลงั มาจงึ
หยดุ ดู พอรู้วา่ เปน็ หลวงปู่ซามา ทา่ นถามวา่ “เฒา่ หลังลายจะไปไหนถงึ แตง่ บริขาร”
(หลวงปู่ซามาทา่ นสักลายจนเตม็ แผน่ หลงั องค์ทา่ นหลวงปชู่ อบจงึ เรยี กหลวงปซู่ ามา
ว่า เฒ่าหลังลาย)

หลวงปซู่ ามาบอก “กระผมขอตดิ ตามทา่ นอาจารยเ์ ท่ียววิเวกดว้ ยขอรับ”

หลวงปชู่ อบทา่ นดุหลวงปซู่ ามาว่า “ฟังไมร่ ู้เรือ่ งหรือยังไง ผมห้ามไมใ่ ห้ไปดว้ ย
ท่านยงั จะฝนื คาํ เราอกี ” หลวงปูซ่ ามาท่านนง่ิ เงยี บ ไมพ่ ูดจาอะไรตอบโต้ หลวงปชู่ อบ
มองกริ ยิ าหลวงปซู่ ามาแลว้ ทา่ นนกึ ถงึ อดตี ของทา่ นตอนไปฝากตวั เปน็ ลกู ศษิ ยอ์ งคท์ า่ น
หลวงปมู่ น่ั ทบ่ี า้ นสามผง ทา่ นถกู หลวงปมู่ นั่ ลองใจไลอ่ อกจากบา้ นสามผง จนทา่ นรสู้ กึ
นอ้ ยใจ ทา่ นเหน็ ความตงั้ ใจของหลวงปซู่ ามาในเรอ่ื งน้ี จงึ ยอมใหห้ ลวงปซู่ ามาตดิ ตาม
นับตัง้ แตน่ นั้ เปน็ ต้นมา

หลวงปซู่ ามาตดิ ตามองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบมาเทย่ี ววเิ วกทางเมอื งเลย หลวงปซู่ ามา
ทา่ นมาพบกบั หลวงปคู่ าํ ดี ปภาโส ทเ่ี มอื งเลยอกี ครง้ั หลวงปคู่ าํ ดที า่ นเปน็ ชาวจงั หวดั
ขอนแก่น เหมือนกนั กับหลวงป่ซู ามา รู้จักมกั คนุ้ กนั ตงั้ แตส่ มัยอยูป่ ฏิบตั กิ บั องค์ท่าน
หลวงป่สู งิ ห์ ขันตยาคโม ที่ขอนแก่น หลวงปคู่ าํ ดีทา่ นออกเทย่ี ววิเวกทางเมืองเลย
ร่วมกบั หลวงปชู่ อบ หลวงปูซ่ ามา หลังจากนนั้ หลวงปชู่ อบทา่ นให้หลวงปซู่ ามาอยูก่ ับ
หลวงปคู่ าํ ดี ทา่ นจะขน้ึ ไปเทย่ี ววเิ วกจาํ พรรษาทางเชยี งใหม่ หลงั แยกกนั เทยี่ ววเิ วกแลว้
หลวงปซู่ ามาท่านไดต้ ดิ ตามหลวงปูค่ ําดไี ปจาํ พรรษาทางจังหวดั ขอนแกน่

247

หลวงปธู่ เิ พอ่ื นแท้เม่ือยามยาก

ปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๙๑ พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นกลบั มาเทยี่ ววิเวก
ท่ีเชยี งใหม่ ปนี ท้ี า่ นมาจําพรรษาท่เี สนาสนะปา่ บา้ นสันปา่ ตงึ ตําบลสนั ปา่ ยาง อําเภอ
แมแ่ ตง จงั หวดั เชยี งใหม่ เสนาสนะแหง่ นจี้ ะอยใู่ กลก้ บั วดั สนั ปา่ ตงึ ของครบู าเจา้ ธรรมธิ
หรือท่านพระครูวุฒธิ รรมคณุ

ปีที่หลวงปู่ชอบท่านจําพรรษาท่ีบ้านสันป่าตึง ท่านบอกเป็นปีที่เราถูกรบกวน
มากที่สุดนบั ตั้งแต่วันท่เี ราบวชมา เหตุเพราะหลวงปู่ชอบถกู ขับไลน่ ่แี หละ ทา่ นจงึ ได้
สหธรรมิกเพ่ิมขึ้นมาอกี องค์ คือ พระคณุ เจ้าหลวงปธู่ ิ หลวงปู่ธิทา่ นเปน็ เพอ่ื นแทเ้ มอ่ื
ยามยาก ตอนหลวงปชู่ อบทา่ นถกู ขบั ไลจ่ ากกลมุ่ พระทเ่ี หน็ ตา่ งกนั ในการปฏบิ ตั ิ ตอนนน้ั
หลวงปู่ชอบท่านถูกกลา่ วหาวา่ เปน็ พระเถอื่ นเลอื่ นลอย ไมม่ สี งั กดั วดั วาอารามอาศยั
จาํ พรรษาเปน็ หลกั แหลง่ จนมกี ารตง้ั อธกิ รณข์ น้ึ มาสอบสวนทา่ น (อธกิ รณ์ คอื เรอื่ งขอ้
พพิ าทระหวา่ งพระกบั พระ หรอื ระหวา่ งพระกบั โยม เมอื่ มอี ธกิ รณข์ อ้ รอ้ งเรยี นเกดิ ขน้ึ
กจ็ ะมกี ารตง้ั คณะกรรมการสงฆม์ าสอบสวนผเู้ กยี่ วขอ้ งในขอ้ รอ้ งเรยี นนน้ั ๆ เพอ่ื หาขอ้
ยุตเิ รอื่ งราว)

คณะกรรมการสงฆ์ได้มาทําการตรวจสอบอธิกรณ์หลวงปู่ชอบ โดยมีเจ้าคณะ
ตาํ บลแมร่ มิ ฝา่ ยมหานกิ าย สมยั นนั้ เปน็ ประธานสงฆใ์ นการตรวจสอบ หลวงปธู่ ทิ า่ น
ออกมารับรองฐานะพระภิกษุให้กับหลวงปู่ชอบ จนเป็นเหตุให้ท่านถูกหมู่คณะฝ่าย
มหานิกายตัง้ ข้อรงั เกียจ ไมอ่ ยากคบหาสมาคมกับทา่ น

ย้อนเล่าเร่ืองราวตอนหลวงปู่ชอบท่านมาจําพรรษาที่บ้านสันป่าตึง ชาวบ้าน
สันป่าตงึ มคี วามศรัทธาในวัตรปฏิบตั ขิ องท่าน จงึ พากนั มาทําบญุ กบั ทา่ น เป็นเหตุให้
พระเณรเจ้าถิ่นกลุ่มหน่ึงไม่พอใจที่พวกตนเสียความเคารพนับถือจากชาวบ้าน
พระกลุม่ น้ีไมพ่ อใจหลวงปู่ชอบ จึงจ้างนกั เลงขี้เหล้ามารบกวนขม่ ขู่ทา่ นต่างๆ นานา
เชน่ จา้ งพวกขเี้ หลา้ มาดา่ ทอตอนทา่ นบณิ ฑบาต จา้ งพวกขเ้ี หลา้ มารบกวนเวลาทา่ นเดนิ

248

จงกรม นง่ั ภาวนา จา้ งพวกขเ้ี หลา้ เอากอ้ นหนิ ไม้ คอ้ น มาขวา้ งปาใสก่ ฏุ ทิ พ่ี กั ของทา่ น
เปน็ ตน้ ถงึ อนั ธพาลกลมุ่ นจ้ี ะมารบกวนขม่ ขอู่ ยา่ งไร หลวงปชู่ อบทา่ นบอก “เราไมเ่ คย
โกรธเคืองหรอื เกรงกลวั คนพวกนเี้ ลย ตรงกนั ข้าม เรากลับคิดเมตตาสงสารในความ
มืดบอดของสตปิ ญั ญาคนพวกน”ี้

เมื่อจ้างอันธพาลมาข่มขู่แลว้ หลวงปชู่ อบยังไม่หนี พวกสมีกลมุ่ น้จี ึงใหค้ นเอา
หนงั สตกิ๊ มายงิ เวลาทา่ นบณิ ฑบาต ทา่ นบอก “ลกู หนิ หนงั สตก๊ิ ทเี่ ขายงิ ใสน่ น้ั ไมเ่ คยถกู
เนอื้ ตอ้ งตวั ของเราเลยแมแ้ ตล่ กู เดยี ว” ถามองคท์ า่ นวา่ “ทาํ ไมไมโ่ ดนลกู หนิ หนงั สตก๊ิ ”
ทา่ นวา่ “เราไม่เคยมีกรรมกับพวกน้มี ากอ่ น เขาจงึ ทําอันตรายอะไรเราไม่ได้ อํานาจ
ศลี ธรรมทเ่ี ราบาํ เพญ็ มา เปน็ กาํ แพงทพิ ยป์ ดิ กน้ั อนั ตรายไมใ่ หเ้ ขา้ มาใกลต้ วั เรา อาํ นาจ
คณุ ศลี คณุ ธรรมเป็นปาฏิหาริยท์ ย่ี ากเกินคาดเดา ทิพยปาฏหิ าริย์เปน็ เร่ืองยากในการ
กําหนดให้เกิดขึ้น ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นเมื่อเวลาที่ผู้มีบุญอยู่ในภาวะคับขันอันตราย
เทา่ น้นั ”

เมอ่ื ขบั ไลก่ อ่ กวนยงั ไง หลวงปชู่ อบกย็ งั ไมห่ นไี ปจากบา้ นสนั ปา่ ตงึ พระอนั ธพาล
กลุ่มนี้จึงบอกหลวงปู่ธิให้มาขับไล่หลวงปู่ชอบให้ออกไปจากที่น่ี หลวงปู่ธิท่าน
ไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั ความคดิ และการกระทาํ ของพวกพระอนั ธพาลกลมุ่ น้ี ทา่ นบอกกบั พระ
พวกน้ีว่า “เราเป็นผู้นิมนต์อาจารย์ชอบให้ท่านมาจําพรรษาอยู่ท่ีน่ี ถ้าใครจะมาไล่
อาจารยช์ อบใหท้ า่ นออกไปจากที่น่ี กใ็ หพ้ ากันมาขับไลใ่ หเ้ ราหนีไปจากท่นี ีเ่ สียกอ่ น”
หลวงปู่ธิยนื กรานไม่เห็นดว้ ย ท่านจึงถกู ต้ังขอ้ รังเกียจจากพระอันธพาลกลุ่มนี้

พระอันธพาลเจ้าถ่ินเมื่อทําอะไรองค์ท่านหลวงปู่ชอบไม่ได้ หนําซ้�ำยังมีองค์
ทา่ นหลวงปธู่ อิ อกมารบั รองอกี การทาํ ตามทาํ นองคลองธรรมของหลวงปธู่ ิกลับกลาย
เปน็ การกระทําทไ่ี มถ่ ูกใจของพวกอันธพาลมารผา้ เหลอื งกลุ่มนี้ พวกเขาจึงพากันไป
รอ้ งเรยี นกลา่ วโทษอนั เปน็ เทจ็ แกเ่ จา้ คณะตาํ บลแมร่ มิ ฝา่ ยมหานกิ าย สมยั นนั้ ใหม้ า
ทาํ การตรวจสอบองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ เจ้าคณะตาํ บลแมร่ มิ เกรงใจหลวงปธู่ ิ เพราะ
ทา่ นเปน็ พระทช่ี าวบา้ นสนั ปา่ ตงึ ใหค้ วามเคารพเชอ่ื ถอื เจา้ คณะตาํ บลแมร่ มิ ไมส่ ามารถ
ดําเนินการเร่ืองน้ีได้อย่างสะดวกใจ จึงนําเรื่องนี้ไปปรึกษากับเจ้าคณะอําเภอเมือง

249

เชียงใหม่ ฝา่ ยมหานิกาย ในสมยั น้นั เจ้าคณะอาํ เภอเมืองเชยี งใหม่ ฝ่ายมหานิกาย
มคี าํ สง่ั แตง่ ตง้ั ใหเ้ จา้ คณะตาํ บลแมร่ มิ รว่ มกบั พระเลขาเจา้ คณะอาํ เภอเมอื งเชยี งใหม่
ใหม้ าตรวจสอบหนังสือสุทธิหลวงป่ชู อบ และใหท้ าํ การสอบสวนความประพฤติของ
หลวงป่ชู อบทางพระวนิ ัย

คนื กอ่ นท่จี ะมีการสอบอธกิ รณ์น้ัน หลวงป่ชู อบท่านบอก “เราน่งั ภาวนาอยกู่ ุฏิ
เรานิมิตเห็นพระหลายองค์พากันมาหาเราด้วยท่าทางเอาเรื่อง พระแต่ละองค์แสดง
ทา่ ท�ำตาขงึ ใส่ เรายกนมิ ติ นขี้ นึ้ มาพจิ ารณา จงึ รวู้ า่ จะมพี ระมาตรวจสอบพระวนิ ยั เราใน
วนั พรงุ่ นี้ เราตงั้ จติ อธษิ ฐานในสมาธวิ า่ “ขา้ พเจา้ ไมม่ จี ติ คดิ ประมาทตอ่ พระธรรมวนิ ยั
ขา้ พเจา้ ไมไ่ ดม้ าเบยี ดเบยี นผหู้ นง่ึ ผใู้ ดอนั เปน็ การทาํ ผดิ ทาํ นองคลองธรรม ขา้ พเจา้ มา
จ�ำพรรษาในสถานท่ีแห่งนี้เพ่ือสงเคราะห์ธรรมแก่ผู้อ่ืนเท่าน้ัน หากมีการสอบถาม
เรอื่ งใดในตวั ของขา้ พเจา้ ขอใหข้ า้ พเจา้ มสี ตปิ ญั ญาสามารถอาจหาญตอบขอ้ คาํ ถามเขา
ไดท้ กุ ขอ้ ขอใหข้ า้ พเจา้ อย่าได้ตดิ ขัดในคาํ ถามที่พวกเขาถามขา้ พเจ้าเลย”

รุ่งข้ึนหลังจากบิณฑบาตฉันอาหารแล้ว หลวงปู่ชอบท่านออกมาเดินจงกรม
ตามปรกตดิ ังท่ีเคยปฏิบัติมา เดนิ จงกรมอยจู่ นบ่าย ทา่ นเห็นมีพระกลุ่มหน่งึ พากัน
เดนิ เข้ามาหา พระทม่ี าหาทา่ นมีด้วยกันท้ังหมด ๕ รปู หนง่ึ ในจํานวนน้นั มีหลวงปธู่ ิ
ท่านร่วมเดินทางมาด้วยในฐานะผู้รับรองหลวงปู่ชอบ หลวงปู่ชอบเห็นพระมาหา
ทา่ นจงึ เลกิ จากทางจงกรม มาปฏคิ มตอ้ นรบั อาคนั ตกุ ะตามธรรมเนยี มมารยาทสมณะ
วิสยั หลงั กราบไหว้ต้อนรบั คณะพระท่มี าตรวจสอบแลว้ เจา้ คณะตำ� บลแม่ริม กับ
พระเลขาเจ้าคณะอ�ำเภอเมืองเชียงใหม่ ก็สอบปากคําขอดูหนังสือใบสุทธิของท่าน
เพอื่ ตรวจสอบหลกั ฐานสังกดั

(หนงั สือใบสุทธฉิ บับแรกของหลวงปชู่ อบ สงั กัดวัดบรมนวิ าสฯ ลงนามรบั รอง
โดย ทา่ นเจา้ คณุ พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารย์ (จนั ทร์ สริ จิ นั โท) เปน็ ทนี่ า่ เสยี ดาย หนงั สอื
ใบสุทธิฉบับนี้เก็บไว้ท่ีกุฏิผู้ว่าทองดํา วัดป่าโคกมน ถูกปลวกแทะเสียหายท้ังเล่ม
แตย่ ังดีท่อี งค์ท่านหลวงป่เู ทสก์ เทสรงั สี เก็บรปู ถา่ ยท่ใี ชท้ ําหนังสอื สทุ ธิขององคท์ ่าน
หลวงปชู่ อบเอาไวใ้ หล้ กู หลานร่นุ หลงั ได้นาํ มาบูชา)

250

หลวงปชู่ อบทา่ นใหค้ วามรว่ มมอื กบั คณะกรรมการพระทมี่ าทาํ การตรวจสอบทา่ น
เปน็ อยา่ งดี เจา้ คณะตาํ บลแมร่ มิ ถามวา่ “ทา่ นมาจากไหน ใครเปน็ ครบู าอาจารยข์ องทา่ น”
หลวงปู่ชอบท่านตอบว่า “กระผมมาจากอุดรธานี กระผมเป็นลูกศิษย์ของท่าน
พระอาจารยม์ ั่นขอรบั ”

พอหลวงปชู่ อบเอย่ ชอื่ ขององคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั ขนึ้ มา เจา้ คณะตาํ บลแมร่ มิ ถามวา่
“ท่านเป็นลูกศิษย์ท่านพระอาจารย์ม่ันหรือ” หลวงปู่ชอบท่านตอบ “ขอรับกระผม”
เจ้าคณะตาํ บลแมร่ ิม ถามท่าน “มาทําอะไรอย่ทู ี่น”่ี หลวงปชู่ อบทา่ นตอบ “กระผมมา
พกั ภาวนาจําพรรษาขอรับ” เจา้ คณะตําบลแมร่ ิมถาม “ทาํ ไมทา่ นไมจ่ าํ พรรษาอย่วู ดั ”
หลวงปชู่ อบบอก “กระผมคนุ้ เคยกบั การปฏบิ ตั อิ ยแู่ ตใ่ นปา่ กระผมจงึ มาจาํ พรรษาอยใู่ น
เสนาสนะปา่ แหง่ น้ี นอกเหนอื จากท่ีกลา่ วมานี้ กระผมก็ไมม่ ีส่งิ อืน่ แอบแฝง”

เจา้ คณะตำ� บลแมร่ มิ และคณะกรรมการสงฆท์ ม่ี าสอบสวน พากนั สอบสวนทา่ นใน
ทุกๆ เรอื่ งทถ่ี ูกกล่าวหา หลวงป่ชู อบตอบคาํ ถามทเ่ี ขาถามท่านไดท้ กุ ข้อ ทําใหค้ ณะท่ี
มาตรวจสอบจงึ สน้ิ สงสยั ในตวั ของทา่ น หลวงปธู่ ทิ า่ นใหก้ ารรบั รองสถานะหลวงปชู่ อบ
ทา่ นจงึ พน้ ขอ้ กลา่ วหาทกุ เรอื่ ง ทา่ นจงึ ไดจ้ าํ พรรษาอยบู่ า้ นสนั ปา่ ตงึ อยา่ งเปน็ ปรกตสิ ขุ
จนพ้นพรรษาปีพุทธศักราช ๒๔๙๑

เมื่อกล่าวถึงหลวงปู่ครูบาธรรมธิแล้ว ผู้บันทึกขอเล่าถึงองค์ท่านสักเล็กน้อย
เพอ่ื ให้ลูกหลานลูกศษิ ยร์ ุ่นหลงั ของหลวงป่ชู อบไดร้ ู้ถึงความสัมพนั ธข์ องหลวงปชู่ อบ
กบั หลวงปูค่ รูบาธรรมธิ มคี วามเป็นมาอยา่ งไรในอดีต

หลวงปชู่ อบเล่าใหฟ้ ังวา่ “ทา่ นอาจารย์ธมิ ีความสนใจในการปฏิบัติทางด้านจติ
ภาวนามาก อาจารยธ์ ทิ า่ นไปฝากตวั เปน็ ลกู ศษิ ยค์ รบู าเจา้ ศรวี ชิ ยั ผยู้ ง่ิ ใหญแ่ หง่ ลา้ นนา”
ท่านบอกคร้ังหนึ่งหลวงปู่ธิท่านเดินทางมากราบองค์ท่านหลวงปู่มั่น ที่บ้านแม่กอย
อาํ เภอพรา้ ว หลวงปธู่ ฟิ งั ธรรมองคท์ า่ นหลวงปมู่ นั่ ทา่ นเกดิ ความศรทั ธาในคาํ สอนของ
องคท์ า่ นหลวงปมู่ นั่ จงึ ฝากตวั เปน็ ลกู ศษิ ยอ์ งคท์ า่ น หลวงปธู่ ทิ า่ นพบกนั กบั หลวงปชู่ อบ
ครง้ั แรกทบี่ า้ นแมก่ อย อาํ เภอพรา้ ว ทา่ นทงั้ สองถกู อธั ยาศยั ใจคอกนั ในทางธรรม เวลา

251

หลวงปู่ธิติดขัดสงสัยในธรรมวินัยเรอ่ื งใด ทา่ นจะมาปรกึ ษาขอ้ ธรรมวินัยนัน้ ๆ กบั
หลวงปชู่ อบ จงึ ทาํ ใหท้ า่ นทงั้ สองสนทิ สนมกนั จนหลวงปชู่ อบทา่ นเรยี กหลวงปธู่ วิ า่ “ตปุ๊ ”้ี
พระพช่ี าย

หลงั จากหลวงปชู่ อบไปเทยี่ ววเิ วกจาํ พรรษาอยปู่ ระเทศพมา่ ทา่ นทงั้ สองกไ็ มไ่ ด้
พบกนั นานหลายปี ทา่ นทงั้ สองมาพบกนั อกี ครงั้ ทบ่ี า้ นนำ�้ รนิ อาํ เภอแมร่ มิ หลวงปชู่ อบวา่
หลวงปู่ธิท่านสนใจทางด้านภาวนา ท่านเป็นพระมหานิกายสายเหนือท่ีเป็นลูกศิษย์
ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่นอีกองค์หน่ึง หลังจากท่านอาจารย์ม่ันกลับมาอยู่อีสาน
อาจารยธ์ ทิ า่ นกแ็ สวงหาครบู าอาจารยผ์ มู้ คี วามรมู้ าแนะนาํ ธรรมใหก้ บั ทา่ น ทา่ นอธษิ ฐาน
วา่ “หากขา้ พเจา้ ไมไ่ ดพ้ บกบั ทา่ นพระอาจารยม์ นั่ อกี กข็ อใหข้ า้ พเจา้ ไดพ้ บกบั ลกู ศษิ ยท์ ี่
เคยปฏบิ ตั กิ บั ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั โดยตรง ทา่ นผนู้ จ้ี ะตอ้ งเปน็ ผรู้ ธู้ รรมมวี าสนารว่ มกนั
กับข้าพเจา้ มาก่อน ขอให้ทา่ นผู้น้ีได้มาเป็นผทู้ ีแ่ ก้ไขปัญหาธรรมใหก้ ับข้าพเจา้ ”

“เรากับท่านอาจารย์ธิมวี าสนาร่วมกันมาก่อนในทางน้ี พอเรากับทา่ นมาพบกัน
อกี ครง้ั ทบี่ า้ นนำ�้ รนิ อาจารยธ์ ทิ า่ นถามเราถงึ ปญั หาทท่ี า่ นคาใจมานาน เราแกป้ ญั หาธรรม
ใหท้ า่ น อาจารยธ์ พิ จิ ารณาตามธรรมทเี่ ราแสดงใหฟ้ งั ทา่ นอทุ านลนั่ วดั นำ้� รนิ “เฮาปะ่ แลว้
คนทจี่ ะมาแกไ้ ขปญั หาใหก้ บั เฮา เฮาปะ่ แลว้ ๆ” อาจารยธ์ ทิ า่ นวา่ ของทา่ นซำ้� ๆ อยา่ งนนั้
จนเราข�ำในอาการกิริยาดีใจของท่าน”

หลวงปธู่ ิท่านนิมนต์หลวงปชู่ อบไปจาํ พรรษาอยู่ดว้ ยกนั ทีบ่ า้ นสนั ป่าตึง หลวงปู่
ชอบบอกหลวงปู่ธวิ า่ ทา่ นขอจําพรรษาเพยี งลาํ พังองคเ์ ดียวเพ่อื ความสะดวกในเวลา
ปฏบิ ตั ิ หลวงปชู่ อบทา่ นถามหลวงปธู่ วิ า่ “ใกลๆ้ วดั สนั ปา่ ตงึ มวี ดั ปา่ อยหู่ รอื ไม”่ หลวงปธู่ ิ
บอก “แถวนน้ั ไม่มีวัดป่า ถ้าอาจารย์ชอบอยากจะจาํ พรรษาอยแู่ ถวน้นั ผมจะใหโ้ ยม
ไปทาํ เสนาสนะใหจ้ าํ พรรษา” เมอื่ สรา้ งเสนาสนะเสรจ็ แลว้ หลวงปธู่ ทิ า่ นใหโ้ ยมมานมิ นต์
หลวงป่ชู อบทบ่ี ้านน�ำ้ รนิ ไปจําพรรษาทเ่ี สนาสนะป่าบ้านสนั ป่าตึง

ระหว่างองค์ท่านทั้งสองจําพรรษาอยู่บ้านสันป่าตึงด้วยกัน ตอนเย็นแต่ละวัน
หลวงปู่ธิท่านจะเดินจากวัดสันป่าตึง มาสนทนาธรรมกับหลวงปู่ชอบ หรือบางครั้ง

252

หลวงปชู่ อบทา่ นกจ็ ะไปหาหลวงปธู่ ทิ วี่ ดั สนั ปา่ ตงึ จนกลายเปน็ กจิ วตั รประจาํ วนั ของทา่ น
ทงั้ สอง ในตอนนน้ั องคท์ า่ นทง้ั สองจงึ มคี วามสนทิ แนบแนน่ ตอ่ กนั หลวงปชู่ อบทา่ นวา่
หลวงปู่ธิเป็นสหายธรรมสายมหานิกายที่ท่านรักและเคารพนับถือมากองค์หนึ่ง
ทา่ นบอก “อาจารยธ์ เิ ปน็ ทงั้ พช่ี ายเปน็ ทง้ั เพอ่ื นรว่ มตายของเราอกี องคห์ นงึ่ ทา่ นเปน็ พระ
ท่ีเรากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ อาจารย์ธิท่านเป็นสหธรรมิกมิตรแท้ของเรามาตั้งแต่
อดตี จนถงึ ปจั จบุ นั ”

ทกุ ครงั้ ทห่ี ลวงปชู่ อบขนึ้ ไปเมตตาลกู ศษิ ยท์ างเชยี งใหม่ ทา่ นจะแวะไปกราบเยยี่ ม
สนทนากบั หลวงปู่ธทิ กุ ครั้ง ผ้บู นั ทกึ เคยพบหลวงปูธ่ ิหลายครง้ั เวลาท่ีทา่ นเดินทางมา
เยี่ยมหลวงปู่ชอบท่ีวัดป่าโคกมน งานทําบุญครบรอบอายุขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ
แตล่ ะปี หลวงปชู่ อบท่านจะใหท้ ําหนงั สอื กราบนมิ นตอ์ งค์ท่านหลวงปธู่ ใิ ห้มารว่ มใน
งานเปน็ กรณพี เิ ศษ หลวงปชู่ อบทา่ นจะสละทพี่ กั ของทา่ นใหห้ ลวงปธู่ พิ กั ทกุ ครงั้ และ
มอบหมายให้ผูบ้ นั ทกึ เปน็ ตวั แทนของทา่ นดูแลหลวงปูธ่ ิอย่าใหข้ าดตกบกพร่อง

พอ่ แมค่ รอู าจารยช์ อบทา่ นบอก “อาจารยธ์ ิ แตก่ อ่ นทา่ นดแู ลปฏบิ ตั กิ บั เรามาเปน็
อยา่ งดี เราตอ้ งดแู ลทา่ นอยา่ งดเี พอ่ื เปน็ การตอบแทนบญุ คณุ ทา่ นทเ่ี คยมตี อ่ เรา เรามอบ
หมายให้ท่านเป็นหวั ใจในการดแู ลอาจารยธ์ แิ ทนเรา”

ตนเองดใี จทพ่ี อ่ แมค่ รบู าอาจารยย์ กหนา้ ทอี่ ปุ ฏั ฐากองคท์ า่ นหลวงปธู่ ิ พระอรยิ เจา้
ล้านนา ทอี่ งค์ทา่ นหลวงปูช่ อบรับรองในภมู วิ ่า “ประเสรฐิ แล้ว” เวลาหลวงปู่ธิมาพักที่
วดั ปา่ โคกมน หลวงปชู่ อบกบั ตนเองจะมาคอยดแู ลองคท์ า่ นอยา่ งสมำ�่ เสมอ ไมว่ า่ จะเปน็
กลางวนั หรอื กลางคนื หลวงปชู่ อบทา่ นจะปฏบิ ตั ติ อ่ องคท์ า่ นหลวงปธู่ ิ ยงั กบั วา่ ทา่ นเปน็
พระผ้นู ้อย ซ่งึ ตนเองไม่เคยเห็นพอ่ แมค่ รูบาอาจารย์ทา่ นแสดงออกกับใคร นอกจาก
ทา่ นจะแสดงกบั องคท์ า่ นหลวงปเู่ ทสก์ เทสรงั สี นอกจากหลวงปเู่ ทสกแ์ ลว้ กม็ หี ลวงปู่
ครบู าธรรมธินีแ่ หละที่หลวงปชู่ อบทา่ นแสดงความเคารพนอบนอ้ มออกมาใหเ้ หน็

หลวงปธู่ ทิ า่ นเปน็ พระมหาเถระผใู้ หญท่ อ่ี อ่ นนอ้ มถอ่ มตนมาก แววตาทา่ นบง่ บอก
ถงึ ความเปน็ พระทม่ี เี มตตาธรรมสงู เหน็ ความอาจหาญในแววตาของทา่ น กค็ ดิ นกึ ไป

253

ตามประสาตนเอง หลวงปู่ธิสมัยเปน็ หนมุ่ ทา่ นคงจะดดุ นั เอาการเหมือนกัน เพราะ
แววตานกั สขู้ องท่านฉายแววซอ่ นคมภายในใหเ้ ห็น

เรยี นถามองคท์ า่ นหลวงปธู่ ถิ งึ ความสมั พนั ธข์ องทา่ นกบั หลวงปชู่ อบ หลวงปธู่ ทิ า่ น
ตอบแบบถอ่ มตนวา่ “ผมพรรษามากกวา่ อาจารยช์ อบ ๕ พรรษา ถงึ อาจารยช์ อบทา่ น
จะออ่ นพรรษากว่าผมก็ตาม อาจารยช์ อบท่านเป็นผ้แู นะนําทางดา้ นภาวนาให้กบั ผม
ผมจึงเคารพนับถืออาจารย์ชอบเป็นครูบาอาจารย์ที่มีบุญคุณกับผมมากในเร่ืองน้ี
ผมกับทา่ นจึงท้ิงกนั ไม่ไดจ้ นกวา่ จะตายจากกัน”

ฟังหลวงปู่ครูบาธรรมธทิ ่านพูดแลว้ ทําใหต้ นเองเห็นภาพความเป็นปยิ มติ รใน
อดตี ขององคท์ า่ นทงั้ สองไดอ้ ยา่ งชดั เจน ความเปน็ ปยิ มติ รสหธรรมกิ ของพอ่ แมค่ รบู า-
อาจารยท์ ง้ั สององคท์ า่ นจงึ มน่ั คง สง่ ผลมาใหเ้ ราพระเณรลกู หลานยคุ ปจั จบุ นั ไดส้ านตอ่
แนวทางของพอ่ แมค่ รบู าอาจารยท์ ง้ั สองไว้ กราบคารวะองคท์ า่ นหลวงปธู่ ิ วดั สนั ปา่ ตงึ
“เพอื่ นแทเ้ มือ่ ยามยาก” ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ดว้ ยความเคารพย่ิง

สรา้ งสำ� นักสงฆ์ผาแด่น

ปีพุทธศักราช ๒๔๙๑ พระคุณเจา้ หลวงปูช่ อบ ฐานสโม ตอนทา่ นจําพรรษาที่
เสนาสนะปา่ บา้ นสันป่าตงึ อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชียงใหม่ ทา่ นได้รูจ้ กั กนั กับตาเสาร์
ชาวกะเหรย่ี ง บา้ นผาแดน่ ตาํ บลสนั ปา่ ยาง อาํ เภอแมแ่ ตง จงั หวดั เชยี งใหม่ พาพนี่ อ้ ง
ลงจากดอยผาแดน่ มาทําบุญกับหลวงป่ธู ิ ท่ีวัดบ้านสันป่าตงึ

หลวงปชู่ อบบอก อดตี ชาตทิ า่ นกบั ตาเสารผ์ าแดน่ เคยเกดิ เปน็ พน่ี อ้ งกนั เมอ่ื ชาติ
ที่ท่านเกิดเป็นชาวกะเหร่ียง ประเทศพม่า ชาติน้ันตาเสาร์เกิดเป็นพ่ีชายของท่าน
หลวงพอ่ ยาง (หลวงปคู่ าํ ผอง กสุ ลธโร) เกดิ เปน็ นอ้ งชาย พอทา่ นจบกจิ ในพระศาสนาแลว้
หลวงปู่ชอบท่านจึงเดินทางไปโปรดบุคคลท่ีเก่ียวข้องกันกับองค์ท่าน ท้ังกายทิพย์
กายหยาบ ใหร้ จู้ กั ศลี ธรรม ตาเสารก์ บั หลวงปคู่ าํ ผอง อดตี พช่ี ายกบั นอ้ งชายขององคท์ า่ น
เป็นอกี ผู้หนึ่งทพ่ี ่อแม่ครอู าจารยช์ อบท่านโปรดเอาจนรูเ้ ห็นเป็นธรรมในพระศาสนา

254

ตาเสาร์นิมนต์องค์ท่านหลวงปู่ชอบไปพักภาวนาท่ีผาแด่น เพ่ือโปรดญาติโยม
ชาวกะเหรยี่ ง บา้ นผาแดน่ ใหม้ ศี รทั ธาในพระพทุ ธศาสนา ตาเสารพ์ าองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ
ไปดดู อยลกู หนง่ึ ซง่ึ อยไู่ มไ่ กลจากบา้ นผาแดน่ มากเทา่ ไรนกั หลวงปชู่ อบทา่ นพจิ ารณา
สถานที่แหง่ นีเ้ จรญิ ธรรม ท่านจงึ บอกตาเสาร์วา่ “เราจะจําพรรษาอยู่ทน่ี ี”่

ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๒ พรรษาท่ี ๒๕ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นจาํ พรรษาองคเ์ ดยี ว
ท่ีบ้านผาแด่น ตําบลสันป่ายาง อําเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นปีแรกท่ี
หลวงปชู่ อบทา่ นสรา้ งสาํ นกั สงฆผ์ าแดน่ ขน้ึ มาเพอื่ ใชเ้ ปน็ สถานทฝ่ี กึ ฝนอบรมลกู ศษิ ย์

สํานักสงฆ์ผาแด่นเป็นวัดแรกท่ีหลวงปู่ชอบสร้างขึ้นมาในพระพุทธศาสนา
ในนามของทา่ น สืบเนื่องจากทา่ นได้รบั มอบหมายจากองค์ทา่ นหลวงปูม่ น่ั ภรู ิทัตโต
ฝากพระศาสนาใหท้ า่ นเปน็ ผสู้ บื ทอดพระศาสนา องคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั ขอใหห้ ลวงปชู่ อบ
ออกมาสอนโลก ฝึกฝนอบรมธรรมสร้างทายาทให้พระศาสนา หลวงปู่ชอบท่าน
พิจารณาตามทอี่ งค์ทา่ นหลวงปู่ม่นั ผ้เู ปน็ พอ่ แม่ครบู าอาจารย์บอก ทา่ นจงึ สรา้ งสํานัก
สงฆผ์ าแดน่ ขน้ึ มาเพอ่ื ใชเ้ ปน็ สถานทฝี่ กึ ฝนอบรมลกู ศษิ ย์ สาํ นกั สงฆผ์ าแดน่ นเ้ี ปน็ จดุ
เร่ิมต้นทหี่ ลวงปชู่ อบทา่ นใชเ้ ป็นสถานท่รี วบรวมลูกศิษยข์ ึ้นมาในพระพุทธศาสนา

องค์ท่านหลวงปมู่ ัน่ ลาเข้านพิ พาน

ปพี ุทธศกั ราช ๒๔๙๒ เป็นปแี รกทห่ี ลวงปูช่ อบ ฐานสโม ทา่ นมาจําพรรษาและ
สรา้ งสาํ นกั สงฆผ์ าแดน่ ขน้ึ มา หลงั ออกพรรษาของปนี ี้ วงศก์ รรมฐานไดส้ ญู เสยี พอ่ แม-่
ครูบาอาจารย์ ผเู้ ป็นเสาหลักของพระฝ่ายวปิ ัสสนาธรุ ะ องค์ทา่ นหลวงป่มู ่ัน ภรู ทิ ัตโต
ท่านละสังขารนิพพาน เม่ือวันท่ี ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๒ เร่ืองนี้
หลวงปู่ชอบทา่ นได้เล่าใหฟ้ ังว่า

“ปีแรกจําพรรษาอยู่ผาแด่น ท่านอาจารย์ใหญ่ม่ันมาหาเราในนิมิตสี่ครั้ง
ทา่ นเมตตามาเยีย่ มแสดงธรรมใหฟ้ งั ทางนิมติ ก่อนจากไปแตล่ ะครัง้ ท่านจะบอกวา่
“ทา่ นชอบ อกี ไมน่ านเรากจ็ ะละสงั ขารแลว้ นะ” ทา่ นบอกวนั เวลา สถานทลี่ ะสงั ขาร ใหฟ้ งั
ทั้งหมด

255

พอวันอาจารย์ใหญ่มั่นท่านละสังขาร เราเฝ้าดูเหตุการณ์น้ีอยู่ตลอด พอขึ้น
ยามสาม โลกธาตใุ นจติ เกดิ สน่ั สะเทอื นอยา่ งรนุ แรง เราราํ พงึ ในใจ “ทา่ นอาจารยใ์ หญ่
ละสังขารแล้วน้อ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ส้ินสังขารธาตุขันธ์จากโลกน้ีเข้านิพพานอย่าง
สมบรู ณ์แลว้ ”

ตีสี่ เราออกมาเดินจงกรมอยหู่ นา้ ศาลาผาแด่น อาจารย์ใหญม่ ่นั ทา่ นมาปรากฏ
รปู สมมุตอิ ย่บู นอากาศ เหนือทางเดินจงกรมของเรา เรานั่งคกุ เขา่ ลงพ้นื กราบคารวะ
ทา่ นอาจารยใ์ หญอ่ ยบู่ นอากาศ ทา่ นบอกเรา “ทา่ นชอบ ผมละขนั ธเ์ ขา้ นพิ พานแลว้ เดอ้
ท่านอย่าเสียเวลาไปงานเผาผีสรีระเน่าเหม็นของเราเด้อ ให้ท่านประกอบความเพียร
เพ่ือโปรดสัตว์โลกผู้ยังข้องคาอยู่น้ีให้ได้มากท่ีสุด ท่านเป็นลูกศิษย์ผู้หน่ึงท่ีเราฝาก
พระศาสนาไวใ้ หท้ า่ นดแู ล ใหท้ า่ นรบั ภาระโปรดสตั วโ์ ลกตอ่ จากเรา ประโยชนส์ ตั วโ์ ลก
บางบุคคลจะเต็มเป่ียมไดเ้ พราะทา่ นชว่ ยหนุนเสริม ใหท้ า่ นจงจาํ คาํ เราเอาไว”้

พอวา่ จบ อาจารยใ์ หญท่ า่ นกล็ อยขน้ึ ไปยงั เบอ้ื งสงู สดุ ฟากฟา้ เราเดนิ จงกรมถวาย
พระคณุ ขององคท์ า่ นจนสวา่ งแจง้ ทาํ ความเพยี รเพอื่ ถวายเปน็ อาจารยิ บชู าแดอ่ งคท์ า่ น
เพยี งอยา่ งเดยี ว ไมส่ นใจในเรอื่ งอาหารการขบฉนั ใจมนั ไมอ่ ยากทาํ อยา่ งอนื่ นอกจาก
การทาํ ความเพียรถวายพระคณุ ท่านอาจารย์ใหญม่ ่นั เทา่ นนั้ ”

ทา่ นบอก ตลอดระยะ ๓ วนั ทที่ า่ นทาํ ความเพยี รถวายเปน็ อาจารยิ บชู าแดอ่ งคท์ า่ น
หลวงปู่ม่ัน ภรู ิทตั โต ผูเ้ ป็นพ่อแมค่ รูบาอาจารย์ พอถอนจิตออกมารบั แขก พวกเทพ
เทวดาพญานาคทุกช้ันภูมิ พากันมาแสดงความอาลัยต่อการจากไปขององค์ท่าน
หลวงปู่มั่นให้ท่านทราบ เทพเจ้าเหล่าเทวดาท้ังหลายที่เคยได้รับความชุ่มเย็นใน
เมตตาธรรมขององค์ท่านหลวงปู่มั่น เม่ือสิ้นองค์ท่านไปแล้ว พวกเขาไม่รู้จะพ่ึงพิง
องิ ธรรมกบั ผใู้ ด โดยเฉพาะเทพเจา้ เหลา่ เทวดาในเมอื งเชยี งใหม่ พากนั มาหาหลวงปชู่ อบ
เพือ่ ใหท้ า่ นแสดงปลอบประโลมเปน็ จำ� นวนมาก

256

บญุ ฤทธ์ิ ชา้ งเผือกผาแด่น

กอ่ นเขา้ พรรษาปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓ หลวงปูบ่ ุญฤทธิ์ ปณั ฑิโต ทา่ นเดินทาง
บกุ ปา่ ฝา่ ดอยขน้ึ มาบา้ นกะเหรยี่ งผาแดน่ เพอื่ จะมาฝากตวั เปน็ ลกู ศษิ ยอ์ งคท์ า่ นหลวงปู่
ชอบ ฐานสโม

องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอก “กอ่ นบญุ ฤทธม์ิ าหา เฮานมิ ติ เหน็ ชา้ งเผอื กมานอบนอ้ ม
พอบุญฤทธ์ิมาขอเป็นลกู ศษิ ย์ เฮาพจิ ารณาวาสนาทา่ นบญุ ฤทธ์ิ ทา่ นบุญฤทธิเ์ ป็นผมู้ ี
วาสนาฮเู้ หน็ ธรรม เฮาเลยรับเอาทา่ นบุญฤทธิไ์ ว้เป็นลูกศษิ ย์ เฮาทรมานท่านบุญฤทธิ์
ดว้ ยการปฏบิ ตั ทิ กุ วถิ ที างกรรมฐาน ลกู ขนุ นางผดู้ ตี นี แดงนมี่ นั สอิ ดทนไดซ้ ำ่� ใด๋ บญุ ฤทธ์ิ
ทนต่อการฝึกฝนเฮาได้เบ่ิดทุกอย่าง ด่ากะบ่เถียง บ่ให้กินข้าว บุญฤทธิ์กะทนได้
เฮาเคยี่ วเขน็ บญุ ฤทธอ์ิ ยผู่ าแดน่ สองปี บญุ ฤทธก์ิ ะไดด้ วงตาธรรมอยนู่ นั่ ชา้ งเผอื กผาแดน่
บญุ ฤทธข์ิ องเฮานี่ ปลอ่ ยไปไสกะบห่ ลงปา่ บ่หลงทาง”

หลวงปู่ชอบท่านเล่าประวัติหลวงปู่บุญฤทธ์ิให้ฟังว่า หลวงปู่บุญฤทธ์ิท่านเป็น
ลกู ผดู้ มี ตี ระกลู จบการศกึ ษาสงู ทา่ นบอก “ทา่ นบญุ ฤทธเ์ิ ปน็ ลกู ศษิ ยอ์ งคแ์ รกของเฮา
ทม่ี าจากลกู เจา้ มนุ ขนุ นาง ทา่ นบญุ ฤทธแ์ิ บกคมั ภรี ม์ าถามเฮาเรอ่ื งธรรม อา่ นอนั ใดม๋ า
สงสยั อนั ใดม๋ า กะเอาตาํ รามาถามเฮา เฮาบอก “ถามหาเอาสวรรคว์ มิ านนพิ พานอหี ยงั
จากตาํ รา เฮาบแ่ มน่ นกั อา่ น เฮาเปน็ นกั ทาํ อยากฮอู้ หี ยงั กะใหเ้ รยี นเอาในจติ ในใจของ
ตนเอง มนั ถงึ จะเกดิ ปญั ญาฮธู้ รรมขนึ้ มาได้ อา่ นหนงั สอื มนั กะไดแ้ ตส่ ญั ญาความจาํ ได้
หมายรเู้ ทา่ นนั้ อา่ นไปหลายกะเถยี งกบั ตาํ รา ถา้ จะมาอยฝู่ กึ ฝนกบั เฮา กะใหว้ างตาํ รา
ไวก้ อ่ น อยากฮอู้ หี ยงั กะใหเ้ รยี นเอาในจติ ในใจของตนเอง เฮาสสิ อนให”้ บญุ ฤทธถ์ิ งึ วาง
หนังสือลงมอื ปฏบิ ัติ”

หลังจากองค์ท่านหลวงปู่ชอบแนะนําอุบายธรรมในการปฏิบัติให้แล้ว หลวงปู่
บญุ ฤทธท์ิ า่ นกล็ งมอื ปฏบิ ตั ิ เดนิ จงกรมภาวนายนั รงุ่ ยนั คำ�่ หลวงปบู่ ญุ ฤทธท์ิ า่ นปฏบิ ตั ิ
ไมถ่ งึ เดอื น จติ ทา่ นกร็ วมเปน็ สมาธิ จากคาํ ถามทที่ า่ นเคยถามองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่
“จติ แยกจากขันธห์ ้าน้นั เปน็ อย่างไร” ทา่ นกม็ าทราบดว้ ยตนเองท่ผี าแดน่

257

หลวงปู่บุญฤทธ์ิเล่าเรื่องการปฏิบัติของท่านตอนอยู่กับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ
ทผ่ี าแดน่ ใหฟ้ งั วา่ “ผมอา่ นหนงั สอื มา หนงั สอื เขาบอกจติ แยกรปู แยกนามออกมาเปน็
แบบน้ี เรยี นถามพอ่ แมค่ รจู ารย์ “จติ แยกจากขนั ธห์ า้ มนั เปน็ แบบทเี่ ขาวา่ นหี้ รอื ขอรบั ”
ถกู ทา่ นอาจารยช์ อบวา่ ให้ “ถามหาสแิ ตกอหี ยงั เอาพทุ โธใหม้ นั ไดใ้ นจติ ในใจของตนเอง
เสียก่อนคอ่ ยมาถามเรา”

ผมกล็ ยุ เอาพทุ โธ เดนิ จงกรมภาวนาวนั หนงึ่ ๆ หลายชว่ั โมง ยงิ่ ทาํ ความเพยี รมาก
เทา่ ไหร่ ใจยงิ่ ดดู ดมื่ ในความเพยี รของตนเอง พอจติ รวมเปน็ สมาธเิ ทา่ นน้ั แหละ รเู้ ลย
ออ๋ จติ แยกจากขนั ธห์ า้ แยกรปู แยกนาม มนั เปน็ แบบนนี้ เี่ อง เกดิ ปญั ญารดู้ ว้ ยตนเอง
ซงึ่ ตา่ งจากตาํ รบั ตาํ ราทตี่ นเองเคยศกึ ษาเลา่ เรยี นมา แผนทกี่ ระดาษกบั การเดนิ ทางจรงิ
มันต่างกัน เปรยี บอย่างหนึ่ง เหมือนดูรปู ภาพอาหารกับการชมิ รสชาติมนั ตา่ งกัน

พอ่ แมค่ รูอาจารยท์ า่ นรูว้ า่ ผมมตี น้ ทุนแลว้ ท่านถาม “เปน็ ยังไงบุญฤทธิ์ รู้แลว้
หรอื ยงั ” ผมบอก “รแู้ ลว้ ครบั ทา่ นอาจารย”์

ผมเล่าเรอื่ งภายในใหท้ า่ นทราบ ทา่ นอาจารยช์ อบบอก “ที่ผมไมพ่ ูดให้ท่านฟัง
ทแี รกนั้น กลัวทา่ นจะลังเลในเวลาปฏิบตั ิ ท่านฟงั ดว้ ยกิเลส ในใจของทา่ นกฟ็ ังด้วย
นกั ภาวนาผฝู้ กึ หดั ใหม่ กเิ ลสมนั จะกา้ วขานาํ หนา้ เรากอ่ นเสมอ เราตอ้ งเอาความเพยี ร
ศรทั ธา ขนั ติ วิริยะ ว่ิงนําหน้ามัน” ทา่ นอาจารย์บอกให้เอาตอ่ อยา่ หยดุ แคน่ ้ี นเี่ ปน็
เพยี งจดุ เรม่ิ ตน้ ทจ่ี ะยกจติ ของตนเองขน้ึ สวู่ ปิ สั สนา พอ่ แมค่ รอู าจารยท์ ่านให้กําลังใจ
ผมกไ็ ด้ใจ ลุยปฏบิ ัตเิ ต็มที่ อดนอน ผ่อนอาหาร ทําความเพียรข้ามวันขา้ มคืน ยงิ่ ทํา
มากเทา่ ไหรย่ ง่ิ เหน็ ผลในการปฏบิ ตั ขิ องตนเองมากเทา่ นน้ั เหมอื นเราคา้ ขายแลว้ ไดก้ าํ ไร
ใจมนั กเ็ พยี รสิ ไดป้ ฏบิ ตั กิ บั พอ่ แมค่ รอู าจารยช์ อบแบบตวั ตอ่ ตวั ผมเลยไปเรว็ ตนเอง
ตง้ั ตน้ ธรรมในใจไดท้ ผ่ี าแดน่ จากการเคย่ี วเขญ็ ของพอ่ แมค่ รอู าจารยช์ อบทัง้ หมด”

องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ “เฮาเคยี่ วเขญ็ บญุ ฤทธอิ์ ยผู่ าแดน่ อยา่ งหนกั ทา่ นบญุ ฤทธิ์
เดมิ ทมี ที ฐิ ใิ นชาตติ ระกลู การศกึ ษา บย่ อมใผง๋ า่ ยๆ เฮาปราบมานะทฐิ ติ วั นขี้ องทา่ นบญุ ฤทธ์ิ
ใหล้ งกอ่ น กอ่ นทจ่ี ะสอนเรอ่ื งการปฏบิ ตั ิ บญุ ฤทธย์ิ อมเฮา จงึ ละมานะทฐิ ติ นเองลงได”้

258

องค์ทา่ นหลวงปู่ชอบบอกหลวงป่บู ุญฤทธ์ิ ท่านเปน็ พระเมอื งกรงุ ตดิ ในรสชาติ
อาหารการขบฉนั แบบคนเมอื ง ตอนมาอยู่ผาแด่นใหมๆ่ องคท์ า่ นใช้วิธเี อาอาหารละ
อาหารลองใจหลวงปบู่ ญุ ฤทธิ์ เวลาบณิ ฑบาตไดเ้ นอื้ ไดป้ ลามา องคท์ า่ นจะกกั ไวไ้ มแ่ บง่
ใหห้ ลวงปบู่ ญุ ฤทธไิ์ ดฉ้ นั แตล่ ะวนั หลวงบญุ ฤทธทิ์ า่ นจะฉนั ตาํ รากบอนใสเ่ กลอื หรอื ไม่
ก็ผักจ้ิมกับน�้ำพริกกะเหร่ียง พอฉันไปหลายวัน ท่านก็ท้องเสียถ่ายจนแสบท้อง
แสบไส้

เรยี นถามหลวงปบู่ ญุ ฤทธถิ์ งึ เรอ่ื งน้ี ทา่ นบอก “เรากร็ วู้ า่ ทา่ นอาจารยช์ อบฝกึ ความ
อดทนให้เราในเรอื่ งอาหาร เราไม่ออกปากใหท้ า่ นฟัง อดทนเอาเพราะเราอยากได้ดี
ยอมรับว่าตอนไปปฏิบัติกับท่านอาจารย์ชอบใหม่ๆ ตนเองยังติดขัดในเร่ืองอาหาร
เพราะคนุ้ เคยแตอ่ าหารคนเมอื ง อยกู่ บั ทา่ นอาจารยช์ อบ ฉนั ตาํ บอนใสเ่ กลอื พอปะแลม่ ๆ
ตําบอนกะเหรี่ยงมันเละเหมือนข้ีควาย ฉันเข้าไป เราถึงกับอาเจียนออกมา ฉันน�้ำ
พรกิ กะเหรีย่ งน่ี ทอ้ งเสียถา่ ยทอ้ งอยูห่ ลายวนั ท่านอาจารย์ชอบบอก “ไม่ตายหรอก
บุญฤทธ์ิ ถ้าตายเพราะอาหารพวกน้ี พวกกะเหรย่ี งพวกยางเขาตายไปกอ่ นทา่ นแลว้ ”

หลวงปู่บุญฤทธ์ิถ่ายท้องจนไม่มีแรงเดินบิณฑบาต ท่านนอนซมไข้อยู่ท่ีพัก
หลายวนั มวี นั หนง่ึ ลกู ตาเสาร์ ชาวกะเหรย่ี งผาแดน่ แตง่ งาน ตาเสารเ์ อาไกต่ ม้ ตวั หนง่ึ
ใส่บาตรให้องค์ท่านหลวงปู่ชอบ องค์ท่านหลวงปู่ชอบบิณฑบาตได้ไก่ต้มตัวน้ีมา
ท่านยกให้หลวงปู่บญุ ฤทธ์ิฉนั ทั้งหมด องคท์ า่ นหลวงปู่ชอบบอก “บญุ ฤทธิ์ นย่ี าดี
ฉันซะจะได้หายป่วยหายไข้ ลา้ งท้องลา้ งไส้ตนเอง” หลวงปู่บญุ ฤทธทิ์ า่ นฉนั ไก่ตม้ ที่
องค์ท่านหลวงปู่ชอบยกให้ ปรากฏว่าหลังจากนนั้ มา ทา่ นจะฉันอาหารประเภทไหน
ก็ไม่เคยท้องร่วงอีกเลย องค์ท่านหลวงปู่ชอบจึงตั้งฉายาให้หลวงปู่บุญฤทธ์ิตอนอยู่
ผาแด่นวา่ “บุญฤทธไิ์ ก่ตม้ ”

เร่ืองอาหารอีกเร่ืองหน่ึงที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบเล่าให้ฟังตอนจําพรรษาอยู่ที่
ผาแด่นกับหลวงปู่บุญฤทธิ์ ท่านบอก “บิณฑบาตกับท่านบุญฤทธิ์ พวกยางเอาปิ้ง
ขี่คนั คาก (ปง้ิ คางคก) ใส่บาตรใหเ้ ฮาโตหน่ึง มื้อน่ันบณิ ฑบาตบไ่ ด้อีหยงั นอกจาก
ปิ้งขีค่ ันคากโตเดยี ว เฮาแบ่งปงิ้ ข่ีคนั คากทางขาโตย้ (สว่ นขาหลัง) ให้ทา่ นบญุ ฤทธ์ิ

259

คนั สบิ อกวา่ ปง้ิ ขคี่ นั คาก กะยา่ นทา่ นบญุ ฤทธบิ์ ก่ ลา้ ฉนั เฮาบอกบญุ ฤทธ์ิ “เอา้ นป่ี ง้ิ กบบก
ฉนั ซะ” ฉนั แลว้ ทา่ นบญุ ฤทธถ์ิ ามเฮา “ทา่ นอาจารย์ กบบก นมี่ นั เหมอื นกบั กบทวั่ ไปไหม”
เฮาบอก “อยากเห็นมนั เป็นโต๋จงั๋ ใด๋ กะไหไ้ ปเปิดไม้แป้นหม่องล้างบาตรเบงิ่ อยู่นัน่ มี
กบบกอยโู่ ตหนงึ่ ” ทา่ นบญุ ฤทธเิ์ ปดิ ไมแ้ ปน้ เหน็ ขค่ี นั คาก ฮอ้ งขนึ้ กบั หมอ่ ง “ทา่ นอาจารย์
นม่ี นั คางคกนี”่ เฮาว่า “เออ น่นั แหละกบบก มอ้ื หลงั กะใหจ้ ําไว้ ทฉ่ี นั ไปแลว้ กะปง้ิ
กบบกโตแบบนล่ี ่ะ” บุญฤทธ์เิ ฮด็ หน้าเซเ่ ว่ ปากบอ่ อกตเี้ พิน่ ฉนั ไปแล้วเด้ ฮากออก
กะบท่ นั ”

เรอ่ื งปง้ิ กบบกท่ผี าแดน่ นี้ เปน็ เรอ่ื งทหี่ ลวงปชู่ อบเลา่ ทไี ร องคท์ า่ นจะหวั เราะจน
น�้ำตาเล็ดทุกครั้ง องค์ท่านจะข�ำหลวงปู่บุญฤทธ์ิเวลาเล่าถึงเร่ืองน้ี ลูกศิษย์รุ่นหลัง
อยา่ งพวกเราฟงั แลว้ ก็พลอยข�ำขนั ไปกับองคท์ า่ น

องค์ท่านหลวงปชู่ อบ “บญุ ฤทธม์ิ าอยูผ่ าแดน่ ใหม่ๆ บฮ่ จู้ ักทาก ทากอยู่ผาแดน่
บแ่ มน่ ของขอ่ ยเด้ ใบไมไ้ หวแตล่ ะครงั้ ชหู ัวซาบราบปานถว่ั งอก เฮาบอกท่านบุญฤทธิ์
ลงไปตกั นำ้� อยซู่ �ำบอ่ มาใหเ้ ฮาสรง ทา่ นบญุ ฤทธก์ิ ลบั ขนึ้ มา ถกื ทากดดู เลอื ดตามแขนขา
จนดาํ เบดิ่ บญุ ฤทธถิ์ ามเฮา “อาจารย์ อยบู่ นดอยแบบนกี้ ม็ ปี ลงิ เนา๊ ะ” เฮาวา่ “มนั บแ่ มน่
ปลงิ เด้ บญุ ฤทธ์ิ มนั เปน็ ทากกนิ เลอื ดคนคอื กนั กบั ปลงิ ปลงิ มนั อยนู่ ำ้� ทากมนั อยบู่ ก
หมอ่ งซมุ่ ๆ” หมอ่ มบญุ ฤทธเิ์ พน่ิ จงั่ ฮวู้ า่ ทาก มอื้ หลงั ลงไปตกั นำ�้ หมอ่ มบญุ ฤทธเ์ิ พน่ิ ระวงั
ทากปานหยงั ”

คําพูดแต่ละคําที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบกล่าวถึงหลวงปู่บุญฤทธิ์นั้น ศิษย์ผู้น้อง
อย่างพวกเราสัมผัสได้ในเมตตาของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ท่านมีต่อหลวงปู่บุญฤทธิ์
ปณั ฑโิ ต ท่านบอก “หลงั จากอาจารยใ์ หญม่ ั่นฝากพระศาสนาใหเ้ ราสอนคนแทนทา่ น
บญุ ฤทธเ์ิ ปน็ ลกู ศษิ ยอ์ งคแ์ รกทเี่ ฮาฝกึ ฝน เฮาบไ่ ดฝ้ กึ ทา่ นบญุ ฤทธใิ์ หม้ าเปน็ พระเฝา้ วดั
เฮาฝึกท่านบุญฤทธิใ์ หเ้ ปน็ ชา้ งเผือกในพระศาสนา เฮาฝึกทา่ นบุญฤทธ์ใิ หเ้ ป็นนาบุญ
ของโลก”

260

วัดป่าผาแด่น

ปพี ทุ ธศักราช ๒๔๙๓ หลวงปบู่ ญุ ฤทธิ์ ปัณฑโิ ต ทา่ นเดนิ ทางขึ้นมาผาแด่น
เพื่อมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์จําพรรษาศึกษาธรรมกับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม
หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านจําพรรษาคร้ังแรกกับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ท่ีสํานักสงฆ์ผาแด่น
แหง่ น้ี เม่อื ปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ หลวงปู่บุญฤทธเิ์ ลา่ ถึงตอนทา่ นเดนิ ทางมาฝากตัว
เป็นลูกศิษย์ของพระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่ีสํานักสงฆ์บ้านผาแด่น ตําบล
สันปา่ ยาง อาํ เภอแมแ่ ตง จังหวัดเชียงใหม่ ดงั ปรากฏในหนังสอื ชวี ประวตั ิของท่าน
ดงั นี้

“ออกจากวดั บรมนวิ าส อาตมากร็ บี กลบั วดั ดวงแข หวั ลาํ โพง ตอนนนั้ ใกลจ้ ะถงึ
วนั อธิษฐานเขา้ พรรษาแลว้ อาตมากร็ บี ไปลาเจา้ อาวาสวดั ดวงแข กราบเรียนท่านวา่
“กระผมจะรีบไปตามหาท่านพระอาจารย์ชอบ” ท่านเจ้าอาวาสตอบว่า “ท่านคิดดูดี
แลว้ หรอื บญุ ฤทธ์ิ การทท่ี า่ นจะไปตามหาทา่ นพระอาจารยช์ อบนนั้ มนั ไมใ่ ชเ่ รอื่ งงา่ ยๆ นะ
เด๋ยี วก็ไดห้ ามท่านออกมาจากป่าหรอก”

อาตมาในตอนนั้นไมเ่ ช่อื ใครหรอก คดิ อยูอ่ ยา่ งเดียวเท่าน้นั วา่ จะต้องตามหา
ท่านพระอาจารย์ชอบใหพ้ บเท่านัน้ ก็เลยรบี ลาทา่ นเจ้าอาวาสวัดดวงแข เพอื่ ท่จี ะข้ึน
รถไฟมงุ่ หน้าไปยงั เมอื งเชียงใหม่ ในตอนแรกทเี่ ดนิ ทางไปถึงเมืองเชียงใหม่ อาตมา
ได้ไปพักอยู่ที่วัดแม่ริม (วัดป่าน�้ำริน) ที่วัดแม่ริม ได้พบกับท่านพระอาจารย์ตื้อ
(อจลธัมโม) อาจารยต์ ื้อทา่ นไดห้ ้ามเอาไวว้ ่า “อย่าไปเลยมนั ลําบากมาก พระขุนนาง
อยา่ งทา่ นนี้ จะอยกู่ บั ทา่ นอาจารยช์ อบไดเ้ หรอ” แตอ่ าตมากไ็ มฟ่ งั เสยี งทท่ี า่ นอาจารยต์ อื้
หา้ มไว้ ไดเ้ ขา้ ไปกราบทา่ นอาจารยแ์ หวน (หลวงปแู่ หวน สจุ ณิ โณ) แจง้ ความประสงคก์ บั
ท่านวา่ “กระผมอยากจะไปขออยูจ่ ําพรรษากบั ท่านอาจารยช์ อบ” ท่านอาจารยแ์ หวน
ทา่ นกไ็ ดห้ า้ มเอาไวเ้ ชน่ เดยี วกนั วา่ “การเดนิ ทางเขา้ ไปหาทา่ นอาจารยช์ อบนน้ั มนั ลาํ บาก
มากนกั ” แต่อาตมาก็ตัง้ ใจแนว่ แน่แลว้ วา่ จะตอ้ งเดนิ ทางไปหาทา่ นอาจารยช์ อบ และ
ขออยจู่ าํ พรรษากบั ท่านให้ได้

261

ตอนเชา้ ไดว้ า่ จา้ งคนขนของบกุ ปา่ ฝา่ เขาขน้ึ ไปทผ่ี าแดน่ พน้ื ดนิ ทข่ี นึ้ ไปนนั้ ขโ้ี คลน
ลกึ ถงึ หวั เขา่ เดนิ ขนึ้ เขาสงู ไปเรอื่ ยๆ กนิ ระยะเวลาไปถงึ ครงึ่ วนั เดนิ ทางไปทง้ั วนั จะหา
รอยเท้าของคนหรือของสัตว์น้ันก็ไม่เห็นมีเลย หนทางข้ึนไปผาแด่นนั้นลําบากมาก
เดนิ วนหลงปา่ อยตู่ งั้ สองหน กวา่ จะเดนิ ทางไปถงึ วดั หลวงปชู่ อบ (วดั ปา่ ผาแดน่ ) กเ็ ปน็
เวลาเอาเกอื บคำ่� นกึ แอบบน่ ในใจวา่ “แหม ทา่ นอาจารยช์ อบน่ี ทาํ ไมทา่ นถงึ ไดม้ าอยู่
ในท่ีลาํ บากอยา่ งนห้ี นอ”

ความจริงอาตมากะว่าจะให้ไปถึงพอดี คือวันรุ่งขึ้นก็ให้เป็นวันเข้าพรรษา
เพ่อื จะเปน็ การบงั คับตนเองไปในตัววา่ จะเปลยี่ นใจไปไหนไม่ไดอ้ ีกแลว้ พอขึน้ ไปถึง
ก็จุดเทียนอธิษฐานขออยู่จําพรรษาบนภูเขาสูงที่วัดป่าบ้านยางผาแด่น กับท่านพระ
อาจารยช์ อบ

พอรุ่งข้ึนเช้านั่นเอง โอ๊ย เจอกับข้าวของยางแท้ๆ เลยโยม เฉพาะอย่างย่ิง
มนั เปน็ อะไรกไ็ มร่ ู้ มนั เหมอื นกบั ขค้ี วายทก่ี าํ ลงั เละๆ คอื เขาเอาใบบอนมาตาํ ใสน่ ำ�้ กบั
เกลือผสมกนั พอตักใส่ปากฉันเท่านน้ั แหละ อาตมาท้องรว่ งทุกวัน เป็นระยะเวลา
ประมาณเดือนหนึ่ง ยาแกท้ อ้ งเสียหรอื ว่ายาอะไรทม่ี ตี ดิ ตัวไป เอามากนิ จนหมดขวด
กไ็ ม่เป็นผลอะไร

วันหนึ่งคิดว่าจะไม่บิณฑบาตแล้วล่ะ พอดีพวกยางเขาเอาเน้ือไก่มาถวาย
หลวงปู่ชอบ ตามปรกติพวกยางเขาจะไม่ค่อยกินเน้ือสัตว์ ถ้าวันไหนมีหมู มีเน้ือ
มไี ก่ แสดงวา่ วนั นนั้ จะตอ้ งมงี านถวายผี หรอื ไมก่ จ็ ะเปน็ งานแตง่ ของเขา เขาเอาเนอ้ื ไก่
มาถวายหลวงปูช่ อบ แตห่ ลวงปู่ชอบท่านไมฉ่ นั ท่านบอกใหเ้ อาไปถวายทา่ นบญุ ฤทธ์ิ
โอ๊ย พอได้ฉนั เนื้อไก่ทีห่ ลวงปูช่ อบทา่ นเมตตาใหม้ า อาการทอ้ งร่วงนั้นหายเด็ดขาด
เป็นปลดิ ท้ิงทันที

วัดปา่ บา้ นผาแดน่ ตั้งอย่บู นภูเขาสงู ในป่าใหญ่ กลางคืนมกั จะมีเสยี งแปลกๆ
ชวนใหน้ า่ กลวั อยเู่ สมอ ตกลงในปนี น้ั (๒๔๙๓) อาตมากไ็ ดอ้ ยรู่ ว่ มจาํ พรรษากบั ทา่ น
อาจารยช์ อบ เพยี งสององคเ์ ทา่ นนั้ ” (จากหนงั สอื ชวี ประวตั ิ หลวงปบู่ ญุ ฤทธ์ิ ปณั ฑโิ ต)

262

ขอเลา่ เรอ่ื งวดั ปา่ ผาแดน่ เพมิ่ เตมิ เลก็ นอ้ ย วดั ปา่ ผาแดน่ หรอื ชอ่ื ทพี่ ระกรรมฐาน
ท่านมกั จะเรียกวา่ “วดั ปา่ บา้ นยางผาแดน่ ” วัดปา่ ผาแด่นตัง้ อยทู่ ีบ่ า้ นผาแดน่ ต�ำบล
สนั ปา่ ยาง อำ� เภอแมแ่ ตง จงั หวดั เชยี งใหม่ วดั ปา่ ผาแดน่ ตงั้ อยใู่ นเขตวนอทุ ยานดอย
สเุ ทพ-ดอยปุย ชาวบ้านผาแด่นเปน็ ชาวกะเหรี่ยงทัง้ หมบู่ ้าน

สมัยหลวงปชู่ อบเท่ยี ววเิ วกอย่ทู างเชียงใหม่ ท่านจะแวะเขา้ มาพกั ภาวนาโปรด
โยมบา้ นผาแดน่ เสมอ เพอื่ ปลกู ฝงั ศลี ธรรมใหก้ บั ชาวบา้ นทน่ี ี่ ถงึ ในปจั ฉมิ วยั องคท์ า่ น
ไม่สามารถเดนิ เหินไดอ้ ย่างสะดวกเหมือนแตก่ ่อน ถ้ามาเชยี งใหม่เมื่อไหร่ ทา่ นจะให้
ลกู ศษิ ยพ์ าขน้ึ มาพกั ทบี่ า้ นผาแดน่ ใหไ้ ด้ บางครงั้ ชว่ งฤดฝู น รถยนตไ์ มส่ ามารถวง่ิ เขา้
มาไดอ้ ย่างสะดวก หลวงปู่ชอบทา่ นก็จะให้ลูกศิษย์หามเสลย่ี งพาท่านบกุ ปา่ ลยุ โคลน
ขึน้ ไปจนถึงบา้ นผาแดน่ ให้ได้ ทาํ ให้อดคดิ ไมไ่ ด้ว่า บ้านผาแด่นแห่งนม้ี ีความพิเศษ
กบั องค์ท่านจรงิ ๆ

ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๒๐ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบมอบหมายใหห้ ลวงปคู่ าํ ผอง กสุ ลธโร
เจ้าอาวาสวดั ปา่ ผาแด่น สร้างศาลาปฏิบตั ิธรรมขนึ้ มาใหมเ่ พื่อทดแทนหลงั เกา่ ทีช่ ํารุด
ทรุดโทรม ศาลาปฏิบัติธรรมหลังนี้สร้างเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ องค์ท่าน
หลวงปชู่ อบ จงึ ใหม้ กี ารจดั งานฉลองศาลาวดั ปา่ ผาแดน่ ขนึ้ มา โดยนมิ นตพ์ ระคณุ เจา้
หลวงปหู่ ลุย จันทสาโร สหายธรรมขององคท์ า่ นเป็นองคแ์ สดงธรรม

วดั ปา่ ผาแดน่ เปน็ วดั ทพี่ ระปา่ กรรมฐานทา่ นจะแวะเขา้ มาพกั ภาวนาอยมู่ ไิ ดข้ าด
นับตั้งแต่สมัยที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบเข้ามาพักภาวนาจําพรรษาอยู่ที่นี่ วัดป่าผาแด่น
จงึ เปน็ ทดี่ งึ ดดู ใจของพระกรรมฐาน ตลอดจนผแู้ สวงหาความสงบ มกั จะมาพกั ภาวนา
กันอยู่ท่ีน่ี วัดป่าผาแด่นจึงเป็นอีกวัดหน่ึงที่สงบเงียบเหมาะสําหรับท่านผู้ที่ต้องการ
ภาวนาหาความสงบและทางพน้ ทกุ ข์

263

ปดิ ทโิ ตหยดุ สายน้�ำ

กอ่ นวนั เพญ็ เดอื น ๖ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓ หลวงปตู่ อื้ อจลธมั โม ทา่ นใหโ้ ยม
บ้านน�้ำริน มานิมนต์หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ที่บ้านผาแด่น โยมบ้านนำ้� รินบอกกับ
หลวงปชู่ อบวา่ หลวงปเู่ ทสก์ เทสรงั สี ขอนมิ นตใ์ หท้ า่ นไปรว่ มลงอโุ บสถสามคั คี และ
ร่วมประชุมกองทัพธรรมกรรมฐาน ลูกศิษย์องค์ท่านหลวงปู่ม่ัน ภูริทัตโต ท่ีวัด
เจดยี ห์ ลวง อําเภอเมอื ง จงั หวัดเชียงใหม่

ก่อนหลวงปู่ชอบท่านจะเดินทางไปบ้านน้�ำริน ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก
จนน้�ำหลากลงจากเขา ตอนเช้าหลังฉันภัตตาหารแล้ว หลวงปู่ชอบท่านชวนตาเสาร์
บ้านผาแด่น เดินทางไปบ้านน�้ำริน สมทบกับคณะหลวงปู่ต้ือ เพื่อเดินทางไปวัด
เจดยี ์หลวง ระหวา่ งทางจากบ้านผาแดน่ มาบา้ นน้�ำริน ตอ้ งข้ามลาํ หว้ ย แต่เนือ่ งจาก
ฝนตกหนักลงมาทงั้ คนื น้ำ� ป่าไดพ้ ัดเอาขอนไม้ท่ที ่านเคยใชไ้ ต่ขา้ มหายไปกับสายน�ำ้
ตาเสาร์เหน็ ไม่มีขอนไม้ไต่ขา้ ม จึงชวนหลวงปูช่ อบกลบั ไปท่ีบ้านผาแดน่ ก่อน หลงั นำ้�
ลดแล้วค่อยเดินทางไปบา้ นน้�ำรนิ กนั

หลวงปชู่ อบบอก “มาถงึ ปา่ นนแ้ี ลว้ ยงั ไงกต็ อ้ งไปบา้ นนำ�้ รนิ ใหไ้ ด”้ ทา่ นบอกตาเสาร์
“ถา้ เราบอกใหข้ า้ มนำ้� เมอื่ ไหร่ เอง็ ตอ้ งรบี ขา้ มทนั ที อยา่ รรี อ” ตาเสารบ์ อกหลวงปชู่ อบ
“ตนเองไม่กล้าข้ามห้วย เพราะกลัวถูกนำ้� ป่าพัด” องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอกตาเสาร์
“ไมต่ อ้ งกลวั เรารบั รองความปลอดภยั ใหเ้ อง ถา้ เราบอกใหข้ า้ มนำ�้ เมอื่ ไหร่ แกตอ้ งรบี
ข้ามทนั ที อยา่ ลังเล” พอบอกตาเสารแ์ ล้ว หลวงปูช่ อบทา่ นยนื นงิ่ อย่รู มิ ตล่ิง มองดู
สายน�้ำปา่ ข่นุ แดงที่กําลังไหลหลากอย่างเช่ียวกราก เพียงไมก่ อ่ี ึดใจที่ท่านยนื เพ่งดูนำ้�
ปรากฏนำ�้ ปา่ ทก่ี าํ ลงั ไหลหลากอยา่ งบา้ คลง่ั กห็ ยดุ ไหลอยา่ งกะทนั หนั คลา้ ยกบั มที าํ นบ
เขือ่ นขนั ธม์ ากั้นขวางสายน้ำ� เอาไว้

พอน�้ำลดลงประมาณหัวเข่า หลวงปู่ชอบท่านบอกตาเสาร์ให้รีบเดินลุยน้�ำ
ขา้ มฝง่ั ไปเดย๋ี วน้ี ตาเสารม์ วั ตะลงึ กบั เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบจงึ ดใุ ห้

264

“ขะใจเ๋ วยๆ กะ๊ ผ่ออะหยังนนั่ ” (รีบไปไวๆ สิจะมวั มาดอู ะไรอยนู่ ่นั ) พอตาเสาร์ได้สติ
จงึ รบี เอาบริขารขององค์ท่านหลวงปู่ชอบและสมั ภาระของตนเอง เดนิ ลุยน้ำ� ขา้ มห้วย
ไปขึ้นฝั่งอีกฟาก พอตาเสารข์ นึ้ ฝง่ั แลว้ หลวงปชู่ อบทา่ นจงึ เดนิ ลยุ นำ้� ขา้ มลำ� ธารตาม
หลงั มา พอหลวงปชู่ อบทา่ นขนึ้ ฝง่ั แลว้ สายนำ�้ ทหี่ ยดุ ไหลไปชว่ั ขณะ กก็ ลบั มาหลากอยา่ ง
บา้ คลั่งเหมือนเดมิ ยังกบั ว่าทํานบขนั ธ์ทพิ ย์ท่ีปิดกนั้ น้ันพังทลายลง

ตาเสาร์ ชาวกะเหรย่ี ง เห็นเหตกุ ารณ์แบบนี้ถึงกบั ต่นื เตน้ ตัง้ แต่เกดิ มาตนเอง
เพง่ิ จะได้เห็นเหตุการณ์ทีเ่ หนอื ธรรมชาตแิ บบน้ี ตาเสารส์ งสัยในเหตุการณ์ จงึ ถาม
องค์ท่านหลวงปชู่ อบว่า “อาจารย์ นมี่ นั เกดิ อะไรขึ้น” หลวงปชู่ อบท่านว่าให้ตาเสาร์
“เอ็งจะมาถามหาสวรรค์วิมานอะไรในตอนนี้ รีบเดินทางเด๋ียวนี้ เด๋ียวมันจะมืดค่�ำ
ระหวา่ งทางกอ่ นถงึ บา้ นนำ้� รนิ ” คาํ ตอบกไ็ มไ่ ด้ แถมยงั ถกู องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่ ใหอ้ กี
ตาเสารจ์ ึงแบกความสงสัยเรือ่ งน้ไี ปจนถงึ บ้านนำ�้ รนิ วัดเจดยี ์หลวง จังหวัดเชียงใหม่

หลงั กลบั จากประชมุ กองทพั ธรรมกรรมฐาน วดั เจดยี ห์ ลวง จงั หวดั เชยี งใหม่ แลว้
ตาเสารย์ งั ไมห่ ายสงสยั ในเรอื่ งสายนำ้� หยดุ ไหล จงึ ถามหลวงปชู่ อบวา่ “อาจารยท์ าํ อยา่ งไร
นำ�้ ถงึ หยดุ ไหลไปได”้ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอกตาเสารว์ า่ “เราใชค้ าถา คาถาธรรมบทน้ี
มสี ามคำ� ฟงั ครง้ั เดยี วกจ็ าํ ได้ แตจ่ ะใชไ้ มไ่ ดเ้ หมอื นเรา เพราะนเี่ ปน็ คาถาธรรมทเี่ กดิ ขน้ึ
จากบุญบารมีของเราโดยเฉพาะ” องคท์ า่ นจึงบอกคาถานใ้ี ห้ตาเสารฟ์ งั

มพี ระรนุ่ พหี่ ลายทา่ นนาํ คาถาบทนไี้ ปลองใชด้ ู แตไ่ มเ่ ปน็ ผลเหมอื นกบั องคท์ า่ น
หลวงปู่ชอบ ตนเองก็เคยนําคาถาบทนี้ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบไปลองใช้ดูตามคํายุ
ของครูบาอาจารย์ร่นุ พ่ี ท่องจนปากเปียกปากแฉะ ก็ไมม่ ผี ลอะไรเกิดข้ึน เรียนถาม
องคท์ า่ น “ทาํ ไมมนั ใชไ้ มไ่ ด้ ทง้ั ทส่ี ามคาํ นกี้ ระผมกจ็ าํ ขน้ึ ใจ” พอ่ แมค่ รอู าจารยท์ า่ นแนะ
นาํ ด้วยเอ็นดู “ไปปิดกอ๊ กน�ำ้ ดกี วา่ โบย้ บ่เมื่อยปากในการท่อง ความสงู บ่ถึง จะเขยง่
แคไ่ หนกค็ วา้ ไมไ่ ด้ ของแบบนอี้ ยทู่ บ่ี ญุ บารมขี องผนู้ น้ั ไมใ่ ชข่ องสาธารณะทใี่ ครๆ จะมี
ไดท้ กุ คน”

เรียนถามองค์ท่าน “คาถาหยดุ สายน้ำ� นี้ มอี ย่ใู นตําราเล่มไหนบ้างขอรบั ”

265

องค์ท่านบอก “ไม่มีในคัมภีร์เล่มไหนๆ คาถาบทน้ีผุดขึ้นขณะเราภาวนาอยู่
เมอื งปนั ประเทศพมา่ คาถาธรรมนเี้ กดิ จากบารมที เี่ ราเคยบาํ เพญ็ มาเมอ่ื สมยั เราเกดิ เปน็
ฤาษอี ยเู่ มอื งพมา่ คนอน่ื นาํ ไปใชไ้ มเ่ ปน็ ผล ทา่ นเรยี น (พระอาจารยจ์ นั ทรเ์ รยี น คณุ วโร)
กม็ ปี ระจาํ ตวั ทา่ นศรี (พระอาจารยส์ มศรี อตั ตสริ )ิ กม็ ปี ระจาํ ตวั ของเหลา่ นเี้ กดิ จากบญุ
บารมี ทา่ นเรยี น ทา่ นศรี บ�ำเพญ็ มาแตใ่ นอดตี พอภาวนาจนจติ สงบมฌี านแลว้ สง่ิ เหลา่ น้ี
กจ็ ะถกู เปดิ ออกใหเ้ รารู้ เหมอื นกบั เราเปดิ คมั ภรี อ์ อกมาอา่ น คาถาธรรมผดุ ขน้ึ ขณะภาวนา
หรอื ฝนั เหน็ ใหจ้ าํ เอา คาถาหรอื ธรรมเหลา่ นี้ เมอื่ นาํ ไปใชป้ ระกอบศลี ธรรม จะเกดิ ประโยชน์
กบั ตนเองและผอู้ น่ื คาถาเกดิ ขน้ึ ขณะภาวนาเปน็ “ไสยข์ าว” มคี ณุ บเ่ ปน็ โทษ บค่ อื คาถา
“ไสย์ดาํ ” อวชิ ชาเดรจั ฉาน ท่หี าเอาประโยชนใ์ นทางลวงโลก พระเณรองคใ์ ดไปเรียน
มนตด์ าํ มาประกอบชพี หากนิ ทางสะเดาะเคราะห์ ลงเลขยนั ต์ พระเณรองคน์ นั้ ขาดจาก
ความเปน็ มนษุ ยต์ งั้ แตย่ งั บท่ นั ตาย ตายไปแลว้ กต็ กอบาย เกดิ เปน็ สตั วน์ รก เดรจั ฉาน
เปรต ผี สง่ิ ใดทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทา่ นสงั่ หา้ มไว้ อยา่ ขนื ไปทาํ ทาํ ไปแลว้ ตอ้ งโทษตกอบาย
อยา่ งเดยี ว ไมเ่ ปน็ อนื่ พระเณรเราทที่ าํ ผดิ ธรรมผดิ วนิ ยั เปน็ เปรตเปน็ สตั วน์ รกมากมาย
ตกนรกอบายภูมิข้ามพทุ ธันดรกม็ ากองค์ ตกอบายภูมใิ นยุคพระพทุ ธเจา้ สมณโคดม
กม็ หี ลาย เอาเฉพาะพระเณรเราตกนรกอยา่ งเดยี ว คานเหลก็ เทา่ ตน้ ตาลยงั โกง่ งอ เพราะ
หนักผา้ เหลือง

ขณะบนั ทกึ เรอ่ื งน้ี นกึ ถงึ พระอาจารยส์ มศรี อตั ตสริ ิ พระอาจารยส์ มศรเี ลา่ ใหฟ้ งั
ตอนท่านพรรษาสาม พระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร พาท่านไปพักภาวนาอยู่
วดั ปา่ อมั พวนั ตาํ บลนำ�้ หมาน อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั เลย พระอาจารยส์ มศรที า่ นถกู ยกั ษ์
ตนหนงึ่ มาขู่ โดยจะจบั ตวั ของทา่ นฟาดลงกบั พน้ื ทา่ นบอกตอนนนั้ จติ ทา่ นยงั เตาะแตะ
กําลงั หดั ไต่ตน้ ฌานอยู่ จึงเกิดการเกรงในอาํ นาจตะบองใหญ่ของยักษ์ตนน้ี

ขณะจติ ทา่ นเกดิ อาการตา้ นเกรงในอาํ นาจของยกั ษต์ นนอี้ ยู่ จๆู่ มเี สยี งธรรมผดุ ขนึ้
มาในจติ บอกทา่ นใหท้ อ่ งคาถาบทนข้ี นึ้ มาเพอ่ื ขบั ไลย่ กั ษ์ พระอาจารยส์ มศรที า่ นจงึ ทอ่ ง
คาถาบทนตี้ ามเสยี งธรรมในจติ บอก พอทา่ นทอ่ งคาถาบทนข้ี นึ้ มา ปรากฏมเี สยี งคาํ ราม
กระหมึ่ ขน้ึ มา เกดิ อสั นบี าตผา่ เปรยี้ งลงมาตอ่ หนา้ ยกั ษต์ นนี้ ยกั ษต์ นนเี้ หน็ อสั นธี รรม
ผา่ เปรยี้ งลงตอ่ หนา้ จงึ เกดิ อาการเกรงกลวั ในอาํ นาจธรรมทพ่ี ระอาจารยส์ มศรสี าธยาย

266

มนั จงึ รบี หนอี อกจากวดั ปา่ อมั พวนั บา้ นไรม่ ว่ ง หนไี ปทางเขอื่ นนำ้� หมาน พระอาจารย์
สมศรที ่านกําหนดไล่ตาม จนยกั ษ์ตนนข้ี อยอมแพ้ในธรรมของท่าน

ฟงั พระอาจารย์สมศรเี ลา่ ให้ฟัง ตนเองรสู้ ึกต่ืนเตน้ กับเรื่องราวภายในของท่าน
ทแี รกนกึ วา่ ทา่ นจะราบเรยี บเงยี บในธรรมอยา่ งเดยี ว พอเวลาเอาจรงิ ทา่ นกโ็ ปง้ เดยี วจอด
แบบพอ่ แมค่ รูอาจารย์

ภายหลังพระอาจารย์สมศรี ท่านนําเรื่องน้ีกราบเรียนองค์ท่านหลวงปู่ชอบ
องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอก “คาถานเี้ กดิ ขนึ้ จากบารมขี องทา่ นศรเี อง”

หลวงปชู่ อบทา่ นแนะนาํ พระอาจารยส์ มศรวี า่ “คาถาหรอื ธรรมใดผดุ ขนึ้ ขณะทเ่ี รา
ภาวนาหรอื ฝนั เหน็ คาถาธรรมนน้ั ๆ เปน็ ของมงคลเฉพาะบคุ คล สงิ่ เหลา่ นจี้ ะไมเ่ กดิ ขน้ึ
กบั บคุ คลทว่ั ไป นอกจากผู้น้ันจะมวี าสนาทางธรรม”

องค์ท่านบอกพระอาจารย์สมศรีให้นําคาถาบทน้ีไปใช้เพื่อความเป็นมงคล
สงเคราะห์ธรรมผู้อ่ืนทั้งภายนอกภายใน พระอาจารย์สมศรีท่านจึงใช้คาถาบทน้ีมา
ตัง้ แต่ท่านพรรษาสามจนถงึ ปจั จบุ นั ในเวลาท่ที ่านสงเคราะห์บคุ คล

เรื่องหยุดสายน้�ำขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ ไม่มีลูกหลานทายาทธรรมคนไหน
ทําได้เหมือนองค์ท่าน เร่ืองน้ีเป็นเร่ืองลึกลับขององค์ท่านหลวงปู่ชอบเกินกว่า
ทายาทธรรมและบคุ คลทั่วไปจะเขา้ ถึง

ไมแ่ ปลกหรอกทพี่ ระอาจารยจ์ นั ทรเ์ รยี นบอก “เรอื่ งฤทธนิ์ ่ี เปน็ ของเลน่ พอ่ แม-่
ครจู ารยเ์ พน่ิ เฮาอยกู่ บั เพน่ิ เหน็ ประจาํ พวกทา่ นเหน็ ซำ�่ น่ี เฮาเหน็ หลายกวา่ นน้ั พอ่ แม-่
ครูจารยถ์ ้าเพิ่นบเ่ ด็ดขาด เฮาบ่หมอบราบยอมเพิ่นดอก”

267

ประชุมกองทพั ธรรมทีว่ ัดเจดยี ์หลวง

ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓ หลงั ผา่ นงานประชมุ เพลงิ องคท์ า่ นหลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตั โต แลว้
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ทา่ นขึ้นมาจังหวดั เชียงใหม่ หลวงปเู่ ทสกท์ า่ นนิมนตห์ ม่คู ณะ
ทีเ่ ปน็ ลกู ศษิ ยข์ ององคท์ ่านหลวงปู่มั่น มาประชมุ ลงปาฏิโมกขก์ นั ทวี่ ดั เจดีย์หลวง

องค์ท่านหลวงปู่ชอบเล่าให้ฟังว่า คร้ังน้ันเป็นการประชุมลูกศิษย์ของท่าน
อาจารยใ์ หญม่ นั่ มากทส่ี ดุ ในเชยี งใหม่ หลงั จากสนิ้ ทา่ นอาจารยใ์ หญไ่ ปแลว้ จาํ นวนพระ
ที่มาประชุมกันในวันน้ัน ๘๐ กว่ารูป พระที่เข้าประชุมลงปาฏิโมกข์กันในครั้งนั้น
ส่วนมากจะเปน็ พระท่ีท่านมีภูมธิ รรมแลว้ ทง้ั นนั้

ครบู าอาจารยท์ เี่ คยผา่ นการฝกึ ฝนอบรมกบั องคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั โดยตรงทเ่ี ขา้ รว่ ม
ประชมุ ทว่ี ดั เจดียห์ ลวงในครัง้ น้ัน เฉพาะท่หี ลวงปู่ชอบทา่ นจาํ ไดม้ ี ๑. หลวงปเู่ ทสก์
เทสรงั สี ๒. หลวงปอู่ อ่ น ญาณสริ ิ ๓. หลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โญ ๔. หลวงปตู่ อ้ื อจลธมั โม
๕. หลวงปแู่ หวน สุจณิ โณ ๖. หลวงปสู่ าม อกญิ จโณ ๗. หลวงปสู่ ีโห เขมโก
๘. หลวงปู่สิม พุทธาจาโร ๙. หลวงปู่ลี ธัมมธโร ๑๐. หลวงปู่กู่ ธัมมทินโน
๑๑. หลวงปู่เหรยี ญ วรลาโภ ๑๒. หลวงป่เู กตุ วัณณาโก ๑๓. หลวงปู่มหาป่นิ ชลิโต
๑๔. หลวงปผู่ นั่ ปาเรสโก ฯลฯ ในทปี่ ระชมุ สงฆห์ มคู่ ณะไดย้ กใหอ้ งคท์ า่ นหลวงปเู่ ทสก์
เปน็ ผนู้ ํากองทพั ธรรมภาคเหนอื เนอื่ งจากทา่ นมอี าวโุ สมากกวา่ องค์อ่ืนๆ

องค์ท่านหลวงปู่ชอบ “ท่านอาจารย์เทสก์บอกหมู่คณะให้พากันปฏิบัติตาม
หลกั ธรรมวินัยของพระศาสนา ใหพ้ ากนั ปฏิบตั ติ ามคําสอนของท่านอาจารย์ใหญม่ ่นั
อยา่ งเครง่ ครดั โดยใหเ้ อาวดั เจดยี ห์ ลวงเปน็ ศนู ยก์ ลางของพระกรรมฐานทข่ี นึ้ มาเทย่ี ว
วิเวกจ�ำพรรษาทางเมอื งเชยี งใหม่”

ขอแทรกอธิบายโดยย่อสําหรับความนัยในการประชุมกองทัพธรรมกรรมฐาน
ลกู ศษิ ยข์ ององคท์ า่ นหลวงปมู่ นั่ ทวี่ ดั เจดยี ห์ ลวงครงั้ น้ี หลงั งานประชมุ เพลงิ องคท์ า่ น
หลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตั โต ทวี่ ดั สทุ ธาวาส จงั หวดั สกลนคร ผา่ นไปไมน่ าน หลวงปเู่ ทสก์ เทสรงั สี

268

ทา่ นไดร้ บั มอบหมายจากหลวงปสู่ งิ ห์ ขนั ตยาคโม ผเู้ ปน็ อาจารย์ ใหข้ นึ้ มาประชมุ กองทพั
ธรรมกรรมฐาน ลกู ศษิ ยอ์ งคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั ทว่ี ดั เจดยี ห์ ลวง มตสิ งฆใ์ นทปี่ ระชมุ พากนั
ยกหลวงปชู่ อบ ฐานสโม กบั หลวงปตู่ อื้ อจลธมั โม ใหเ้ ปน็ ผดู้ แู ลหมคู่ ณะกรรมฐานทาง
ภาคเหนอื หลวงปชู่ อบปฏเิ สธในฐานะนี้ ทา่ นยกหลวงปตู่ อ้ื ใหเ้ ปน็ แมท่ พั หลวงกองทพั
ธรรมกรรมฐานภาคเหนอื สว่ นทา่ นขอเปน็ ผใู้ หค้ าํ ปรกึ ษา เพราะทา่ นอยากจะอยอู่ ยา่ ง
สงบเงียบ สนั โดษ ไม่ตอ้ งการระคนปนกับคนหม่มู าก

หลวงปชู่ อบทา่ นบอก หลงั ประชมุ กองทพั ธรรมกรรมฐานภาคเหนอื แลว้ หลวงปู่
เทสก์ เทสรงั สี ทา่ นพาหม่คู ณะลูกศิษยอ์ งค์ทา่ นหลวงปู่ม่นั ภูรทิ ัตโต ลงไปเผยแผ่
พระศาสนาทางภาคใต้ ครูบาอาจารย์ที่ติดตามหลวงปู่เทสก์ลงไปเผยแผ่ศาสนาท่ี
ภาคใตย้ คุ แรกจะมี หลวงปเู่ หรยี ญ วรลาโภ หลวงปผู่ น่ั ปาเรสโก เปน็ ตน้ จากนน้ั จะมี
ลูกศิษย์ขององค์ท่านหลวงปู่ม่ันเดินทางลงไปเผยแผ่พระศาสนาทางภาคใต้ตาม
หลวงปเู่ ทสก์ อกี หลายองค์ เชน่ หลวงปหู่ ลา้ เขมปตั โต เปน็ ตน้ แตผ่ อู้ ยกู่ บั หลวงปเู่ ทสก์
ท่ีภาคใต้นานที่สุด ท่านบอกคือหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ รองลงมาคือหลวงปู่ผั่น
ปาเรสโก

หลวงปู่ชอบท่านกล่าวถึงการประชุมพระเณรกรรมฐานลูกศิษย์ขององค์ท่าน
หลวงปู่ม่นั ทีม่ ีการรวมตัวกนั มากในสมัยนน้ั มีท้ังหมด ๖ ครั้ง คร้งั แรกทเ่ี สนาสนะปา่
บา้ นสามผง จงั หวดั นครพนม ครง้ั ที่ ๒ ทว่ี ดั ศรจี นั ทร์ จงั หวดั ขอนแกน่ ครงั้ ท่ี ๓ ทว่ี ดั
ป่าสาลวนั จงั หวดั นครราชสีมา ครง้ั ที่ ๔ ท่วี ดั เจดียห์ ลวง จังหวดั เชียงใหม่ คร้ังที่ ๕
ทวี่ ัดป่าหนองผอื จงั หวดั สกลนคร และครั้งท่ี ๖ ท่วี ดั เจดยี ห์ ลวง จงั หวัดเชยี งใหม่
หลงั จากผา่ นงานประชมุ เพลงิ ขององคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั ทง้ั ๖ ครง้ั นน้ั หลวงปชู่ อบทา่ นได้
เขา้ รว่ มประชมุ ด้วยทุกครงั้

จนกระทั่งปพี ุทธศักราช ๒๕๐๐ ท่านพ่อลี ธัมมธโร ไดจ้ ดั งาน ๒๕ ศตวรรษ
พระพทุ ธศาสนาขนึ้ มา ทว่ี ดั อโศการาม ตาํ บลทา้ ยบา้ น อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั สมทุ รปราการ
ท่านพ่อลีได้นิมนต์ครูบาอาจารย์ท่ีเป็นลูกศิษย์เคยผ่านการฝึกฝนอบรมจากองค์ท่าน
หลวงปมู่ นั่ ใหม้ ารว่ มประชมุ กนั ทวี่ ดั อโศการาม ครง้ั นนั้ หลวงปชู่ อบทา่ นเดนิ ทางไปรว่ ม

269

ประชุมพร้อมกบั หลวงป่หู ลุย จันทสาโร หลวงปู่คําดี ปภาโส หลวงปู่ซามา อจุตโต
หลวงปู่เฉย สุทโธ และหลวงพ่อบัวคํา มหาวีโร งานประชุมกองทัพธรรมที่วัด
อโศการามนั้น ถอื วา่ เป็นการประชมุ กองทัพธรรมทมี่ ลี กู ศษิ ยข์ ององค์ท่านหลวงปมู่ น่ั
มาประชมุ กนั มากทส่ี ดุ ในประเทศไทย โดยมพี ระคณุ เจา้ หลวงปสู่ งิ ห์ ขนั ตยาคโม เปน็
องค์ประธานสงฆ์ในที่ประชุม

หลวงปู่ชอบท่านกล่าวว่า ถ้าไม่มีกองทัพธรรมกรรมฐานลูกศิษย์ของท่าน
อาจารย์ใหญ่ม่ันค้�ำพระศาสนาในประเทศไทยแล้ว ศาสนาในเมืองไทยจะอ่อนแอ
มากกวา่ น้ี การปฏบิ ตั ขิ องพระเณรเถรชจี ะแหลกเหลวจนดไู มไ่ ด้ สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์
(อว้ น ติสโส) เจา้ คุณอุบาลคี ุณปู มาจารย์ (จนั ทร์ สิริจันโท) พระอาจารย์ใหญม่ ั่น
พระอาจารย์สิงห์ พระอาจารย์มหาปิ่น พวกท่านมองเห็นการณ์ไกลของพระศาสนา
จึงพากันต้ัง “กองทัพธรรมกรรมฐาน” ขึ้นมาเพื่อค้�ำชูพระพุทธศาสนาในเมืองไทย
ของเราให้เจริญรุ่งเรืองม่ันคง สืบอายุวัสสาพระพุทธศาสนาในประเทศไทยของเรา
ให้ไดน้ านท่ีสุด

สรา้ งวดั ปา่ ท่าสวย

หลังออกพรรษา ปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม
ท่านมอบหมายให้หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ดูแลสํานักสงฆ์ผาแด่น บ้านผาแด่น
ตําบลสันปา่ ยาง อําเภอแมร่ ิม จังหวัดเชียงใหม่ องคท์ ่านเดนิ ทางกลบั มาเมอื งเลย
เพอื่ จะมาโปรดญาติพี่น้องบา้ นวังม่วงและบ้านโคกมน

สมัยนั้นบ้านโคกมนยังไม่มีวัดป่า องค์ท่านจึงเข้าไปพักท่ีป่าริม “แม่น้�ำสวย”
บรเิ วณบา้ นวงั มว่ ง ตาํ บลเอราวณั อาํ เภอเอราวณั จงั หวดั เลย องคท์ า่ นบอก “เมอื่ สมยั
ว่างศาสนา ก่อน “พระพุทธเจ้าสมณโคดม” จะมาตรัสรู้ มีชาติหนึ่งเราเกิดเป็น
เกง้ ตวั เมยี พาลกู ออกหากนิ ดอกแค ลกู มะขามปอ้ ม สถานทเ่ี ราพาลกู มากนิ ดอกแคปา่
มะขามปอ้ มในชาตนิ นั้ ปจั จบุ นั คอื ทตี่ ง้ั โรงตม้ นำ้� รอ้ นวดั ปา่ โคกมน ทตี่ รงนเ้ี ราใหส้ รา้ ง

270

โรงนำ�้ รอ้ นวดั ปา่ โคกมนทบั ทเี่ อาไว้ เพอ่ื เปน็ เครอ่ื งเตอื นใจในภพชาติ ชาตทิ เี่ ราเกดิ เปน็
เกง้ เราถกู นายพรานสองคนยิงดว้ ยลกู ดอกอาบพิษต้นยางนอ่ ง ลูกของเรา (เสรมิ สิริ
ผสมพงษ์) ถูกยิงตายคาท่ี เราถูกยิงท่ีขาหน้าข้างซ้าย วิ่งหนีนายพรานมาล้มลงท่ี
หน้าประตูวัดท่าสวยในปัจจุบันนี้ พวกพรานเอามีดตัดเอ็นขอ้ เทา้ เราเพอ่ื ไมใ่ หว้ งิ่ หนี
เขาพากันแล่เน้ือเถือหนังจนเราสิ้นใจ บริเวณนี้เราถูกนายพรานแล่เนื้อเถือหนังฆ่า
เราเลยสร้างที่พักทับเอาไวเ้ พ่ือเป็นอนุสรณ์เตือนใจ”

ทา่ นบอกลกู ของทา่ นทเี่ กดิ เปน็ เกง้ ในชาตนิ นั้ ปจั จบุ นั ทา่ นบอกเขาเกดิ เปน็ ลกู สาว
คนจนี อยอู่ าํ เภอบา้ นแพง จงั หวดั นครพนม พอชาตปิ จั จบุ นั องคท์ า่ นจงึ เดนิ ทางไปโปรด
ลูกสาวของท่านให้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เรื่องความผูกพันในภพชาติการเกิด
ขององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบกบั ลกู สาว เสรมิ สริ ิ ผสมพงษ์ เปน็ เรอื่ งทสี่ ดุ นายพรานทงั้ สอง
ท่านบอกทกุ วนั นย้ี งั อย่ใู นนรก อีกนานกวา่ จะพ้นได้

ทา่ นวา่ “ชาตนิ น้ั เราตายอยา่ งทกุ ขท์ รมานทสี่ ดุ ยงั ไมท่ นั ตาย เขากเ็ อามดี ตดั เสน้ เอน็
แล่เนื้อเถือหนังเราออกเป็นช้ินๆ กว่าจะสิ้นใจ เราต้องทรมานอยู่นาน” ท่านบอก
“เหน็ กรรมของตนเองแลว้ เราสลดใจในภพชาตกิ ารเกดิ เราเองกเ็ คยทาํ กรรมกบั พราน
สองคนนม้ี าก่อน เม่ือ ๑ กปั กอ่ นนน้ั เราเกิดเป็นมนุษย์ พรานสองคนน้ีเกดิ เป็น
ไสเ้ ดอื น เราจบั ไสเ้ ดอื นสองตวั นมี้ าตดั เปน็ เหยอ่ื ลอ่ ปลา พอถงึ คราวเอาคนื เขาจงึ พากนั
แล่เน้ือเถือหนังเราจนส้ินใจ เรากับพรานสองคนน้ีจบกันแล้วท่ีชาตินี้ ไม่ว่ากับใคร
เราก็ไมม่ เี วรจองจาํ กับใครอีก ทุกอย่างสําหรบั เรามันหมดแลว้ ท่ชี าตินี”้

หลวงปชู่ อบสรา้ ง “วดั ปา่ ทา่ สวย” เพราะเหตจุ ากอดตี ขององคท์ า่ น ประกอบกบั
องคท์ า่ นจะโปรดญาตพิ น่ี อ้ งบา้ นวงั มว่ ง โคกมน ใหร้ หู้ ลกั พระพทุ ธศาสนา ปพี ทุ ธศกั ราช
๒๔๙๔ ท่านจึงสร้างวัดป่าท่าสวยข้ึนมา ในปีน้ีมีพระจ�ำพรรษาร่วมกับองค์ท่าน
๒ รูป คอื หลวงปู่พุทธา ฐติ สิริ กับ หลวงพอ่ บวั คาํ มหาวโี ร ออกพรรษา องคท์ า่ น
พาหลวงพอ่ บวั คาํ เทยี่ ววเิ วก โดยใหห้ ลวงปพู่ ทุ ธา ฐติ สริ ิ เปน็ ผดู้ แู ลวดั ปา่ ทา่ สวยแทน
องค์ทา่ น

271

กลบั จากเทย่ี ววเิ วก ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๕ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบพาหลวงพอ่ บวั คาํ
มหาวีโร และพระเณรอกี ๓ รูป มาสร้างสาํ นกั สงฆถ์ ำ�้ แกง้ ยาว บา้ นโคกแฝก ตําบล
ผานอ้ ย อาํ เภอวงั สะพงุ จงั หวดั เลย ปนี อ้ี งคท์ า่ นจาํ พรรษาอยถู่ ำ้� แกง้ ยาว วดั ปา่ ทา่ สวย
องค์ท่านมอบหมายให้หลวงปู่พุทธา ฐิตสิริ กับพระม่อย จําพรรษาแทนองค์ท่าน
ออกพรรษา ปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๙๕ หลวงปหู่ ลุย จนั ทสาโร แวะมาเยยี่ มหลวงป่ชู อบ
ท่านจึงมอบหมายใหห้ ลวงปหู่ ลยุ ดูแลสาํ นักสงฆถ์ ำ้� แก้งยาวแทนองคท์ ่าน

หลังมอบหมายภาระในการดูแลสํานักสงฆ์ถ้�ำแก้งยาวให้หลวงปู่หลุยแล้ว
หลวงปชู่ อบทา่ นพาหลวงพอ่ บวั คาํ และพระเณรกลบั มาวดั ปา่ ทา่ สวย เพอ่ื รว่ มกบั ญาติ
พ่นี อ้ งบ้านวงั มว่ ง บ้านโคกมน สร้างกฏุ ิ ศาลา วดั ป่าท่าสวย ปพี ุทธศักราช ๒๔๙๖
องคท์ า่ นจำ� พรรษาทวี่ ดั ปา่ ทา่ สวย ในพรรษาปนี ้ี มหี ลวงปพู่ ทุ ธา ฐติ สริ ิ หลวงพอ่ บวั คาํ
มหาวีโร กับพระเณรอีก ๕ รปู รว่ มจําพรรษากับองคท์ า่ น หลงั ออกพรรษา องค์ท่าน
มอบหมายใหห้ ลวงปพู่ ทุ ธา ฐติ สริ ิ ดแู ลวดั ปา่ ทา่ สวย หลวงปชู่ อบทา่ นพาหลวงพอ่ บวั คาํ
มหาวโี ร ขน้ึ มาเทย่ี ววเิ วกทเ่ี ชยี งใหม่ เพอื่ จะมาเยย่ี มหลวงปบู่ ญุ ฤทธิ์ ปณั ฑโิ ต ลกู ชาย
ทายาทธรรมขององคท์ ่าน ทีส่ าํ นักสงฆผ์ าแดน่ บา้ นผาแดน่ ตาํ บลสันปา่ ยาง อาํ เภอ
แม่รมิ จังหวัดเชยี งใหม่

คันจนสลบ

หลงั ออกพรรษาปี ๒๔๙๖ พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นพาหลวงพอ่ บวั คาํ
มหาวโี ร ข้นึ มาเที่ยวทางภาคเหนือ เป็นคร้งั แรกทหี่ ลวงพ่อบัวคํา อดีตเจา้ อาวาสวัด
ป่าสัมมานุสรณ์ ท่านได้ขึ้นมาเท่ียววิเวกทางแดนดินถ่ินเมืองเหนือ หลวงปู่ชอบพา
หลวงพ่อบัวคําเที่ยววิเวกพักภาวนาตามสถานที่ต่างๆ ท่ีองค์ท่านหลวงปู่มั่นเคยมา
พกั ภาวนา จากนน้ั ทา่ นพาหลวงพอ่ บวั คาํ ไปเย่ยี มหลวงปู่บุญฤทธ์ิ ปัณฑโิ ต ทีบ่ า้ น
ผาแดน่ ระหวา่ งพกั อยทู่ ีบ่ า้ นผาแด่น หลวงปชู่ อบทา่ นเกดิ เปน็ โรคภูมแิ พค้ นั ตามตวั
จนอยลู่ าํ บาก ทา่ นจงึ พาหลวงพอ่ บวั คาํ เดนิ ทางกลบั มารกั ษาตวั ทเ่ี มอื งเลย โดยมหี ลวงปู่
บุญฤทธ์ริ ่วมเดนิ ทางมาส่ง

272

ระหวา่ งนง่ั รถไฟเดนิ ทางจากเมอื งเชยี งใหมม่ าจงั หวดั ลำ� ปาง อาการคนั ขององค์
ท่านกาํ เริบขนึ้ มาอยา่ งหนกั ท่านจงึ พาคณะแวะเขา้ ไปพกั รักษาตัวอยู่กบั หลวงป่แู วน่
ธนปาโล ที่วดั ถ�้ำพระสบาย ตาํ บลนาครวั อาํ เภอแมท่ ะ จังหวดั ลําปาง

หลวงปชู่ อบทา่ นแวะเขา้ ไปพกั ทวี่ ดั ถำ�้ พระสบาย ทา่ นไดพ้ บกบั ทา่ นพอ่ ลี ธมั มธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ มาพักภาวนาอยู่กับหลวงปู่แว่นก่อนหน้าที่
หลวงปชู่ อบทา่ นจะเดินทางมาถงึ ท่านพอ่ ลี วดั อโศการาม เหน็ อาการขององคท์ ่าน
หลวงปู่ชอบผิดปรกติเช่นนี้ องค์ท่านพ่อลีจึงชวนหลวงปู่ชอบให้ไปพักรักษาตัวอยู่
ท่ีวัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี หลวงปู่ชอบท่านขอพิจารณารักษาอาการของตนเองท่ี
ถำ�้ พระสบายก่อน ถ้าไม่ดขี นึ้ ทา่ นถงึ จะลงไปรักษาทว่ี ดั ป่าคลองก้งุ

พอหลังวันวิสาขบูชา ท่านพ่อลีก็ออกจากวัดถ�้ำพระสบายเดินทางไปจังหวัด
จนั ทบุรี สว่ นหลวงปู่ชอบท่านยังพักรักษาตัวอยทู่ ว่ี ดั ถำ้� พระสบาย โดยมีหลวงปู่แว่น
ทา่ นอาสาเปน็ หมอยารกั ษาโรคให้องค์ท่าน จวนใกลจ้ ะเข้าพรรษาแลว้ อาการผื่นคนั
ของหลวงปชู่ อบกย็ งั ไมท่ เุ ลาเบาบาง หลวงปแู่ วน่ ทา่ นจงึ นมิ นตห์ ลวงปชู่ อบใหจ้ าํ พรรษา
อยดู่ ว้ ยกนั ทว่ี ดั ถำ้� พระสบาย ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๙๗ หลวงปชู่ อบทา่ นจงึ จาํ พรรษารกั ษา
โรคผน่ื คนั ของทา่ นที่วดั ถ้ำ� พระสบาย เพราะความไมส่ บายของธาตขุ ันธท์ า่ นเป็นเหตุ

องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ “ตอนพกั อยถู่ ำ�้ พระสบาย ทา่ นแวน่ เหน็ เรามผี นื่ คนั เตม็ ตวั
ไปหมด ทา่ นแวน่ เพนิ่ เปน็ หมอยา เพน่ิ หายานน้ั ยานมี้ ารกั ษาเรา ทา่ นแวน่ บอก “อาจารย์
นยี่ าดีคุณภาพท่หี นึ่งเลย ยาอนั นก่ี ะดี คุณภาพเปน็ หนง่ึ คือกนั ” ยาแต่ละอยา่ งท่ีทา่ น
แวน่ หามาใหเ้ ราฉนั เราทา มแี ตย่ าดที ห่ี นง่ึ บม่ ยี าดที สี่ องจกั ยห่ี อ้ เลย” พอ่ แมค่ รอู าจารย์
ทา่ นเล่าไปพรอ้ มกบั หัวเราะข�ำขันอยา่ งสนุกสนาน เม่ือเอย่ ถงึ ชอื่ องค์ทา่ นหลวงปู่แว่น
วัดถ้�ำพระสบาย สหธรรมกิ รนุ่ น้องทอี่ งค์ทา่ นสนิทสนมคนุ้ เคย

“ทา่ นแวน่ หายาอะไรมารกั ษาเรากไ็ มห่ ายสกั ที เอามากนิ มาทากไ็ ดแ้ คพ่ อบรรเทา
เทา่ นนั้ แหละ หนาํ ซำ�้ ยาบางตวั ทที่ า่ นแวน่ เอาใหท้ า ยงิ่ มาชว่ ยปลกุ ผคี นั ใหม้ นั ลกุ ขน้ึ มา
อาละวาดหนกั ขึน้ กวา่ เก่าอกี

273

โธๆ่ โรคคนั นมี้ นั บธ่ รรมดาเดอ้ เวลามนั คนั ขน้ึ มา หาทปี อยกู่ ะบไ่ ด้ หาทสี่ บาย
กะบ่มี (คนั ไปทัง้ ตัวจนหาที่สบายไม่เจอ) คนั หลายๆ เกาจนหนงั กําพร้าขาดตดิ เลบ็
ออกมา เวลาคนั ขน้ึ มาหนกั ๆ นเ่ี ราถงึ กบั สะหวอยไปเปน็ บาด (เวลามนั คนั ขนึ้ มามากๆ
เราถงึ ขน้ั สลบไปกม็ )ี มนั คนั หลายจนลมตขี นึ้ อกหายใจบอ่ อก จนเกอื บตายเพราะคนั
ทา่ นแวน่ เหน็ เราคนั จนสลบ ถามเราวา่ “มนั คนั หลายปานนน้ั บอ่ าจารย์ มนั คอื คนั บพ่ อ
ดา้ มพอดีแท”้ เราตอบว่า “ถา้ อยากรู้ว่าหนกั ขนาดไหน ใหท้ ่านแว่นลองมาคนั แบบ
เราดู แลว้ จะรฤู้ ทธิ์มนั เอง”

ตอ่ มาทา่ นแวน่ เกิดเปน็ ลมพษิ เหมอื นกนั กับเรา ทา่ นแวน่ คนั หลายจนบม่ ที ปี อยู่
เอายานน่ั ยานม่ี ารกั ษากบ็ ห่ ายสกั ที สดุ ทา้ ยทา่ นแวน่ ไปไดย้ าดผี บี อกมาจากไหนกไ็ มร่ ู้
ท่านแว่นให้เณรกบั ผา้ ขาวไปเอาบอนมาตําจนแหลก ทาตามตัวของตนเอง ธรรมชาติ
บอนมนั เปน็ ของคนั อยแู่ ลว้ พอเอามาทาตามตวั มนั ยง่ิ คนั หนกั เขา้ ไปกวา่ เกา่ อกี พอคนั
มนั แสดงอาการออกมาอยบู่ ไ่ ดต้ เี้ พนิ่ บาดนี่ ทา่ นแวน่ ใหเ้ ณรกบั ผา้ ขาวเอาผา้ อาบนำ�้ มดั
แขนมดั ขาตวั เองไวก้ บั เตยี ง นอนกดั แขว่ กดั ฟนั กรอดๆ เพราะคนั พษิ บอน พษิ คนั มนั
ตขี นึ้ หนกั จนทา่ นแวน่ สลบคาเตยี ง แตพ่ อฟน้ื ขน้ึ มา ปรากฏวา่ อาการคนั ของทา่ นแวน่
หายไปเลย เออ สูตรยาดีผีบอกทา่ นแว่นนกี้ ะใชไ้ ดผ้ ลคือกนั

ทา่ นแวน่ แนะนาํ สตู รยาดผี บี อกนใ้ี หเ้ ราลองเอาไปใชด้ ู เราบเ่ อานาํ ดอก แคน่ ม้ี นั
กะคันเกอื บสติ ายอยูแ่ ลว้ ถา้ เอาบอนมาทาเขา้ ไปอกี มันจะบ่คนั หนักกว่าเดมิ อกี หรอื
สตู รทา่ นแว่นก็ให้เปน็ สูตรของทา่ นเถอะ เราทําตามไมไ่ ด้ ธาตุขนั ธ์มันไม่เหมอื นกนั
ทา่ นแวน่ บอก “อาจารย์ ของแบบนคี้ นั ยอกตอ้ งเอาคนั บง่ มนั ถงึ จะแกพ้ ษิ กนั ได”้ เรากะวา่
“เออ ชา่ งหวั มนั เถอะ เราไมเ่ อาดว้ ยหรอก โรคคนั ของเรามนั บห่ ายดอก มนั จะหายตอ่
เมอื่ ตายจากกนั เทา่ นน้ั ไฟมนั จะเปน็ หมอรกั ษาเอง โรคกรรมแกบ้ ไ่ ด้ กรรมใครกรรมมนั
ทา่ นแว่นพ้นโรคน้ีไปได้เพราะทา่ นพ้นจากกรรมไปนแี้ ล้ว”

หลวงปู่ชอบนอกจากท่านจะอาพาธเป็นโรคอัมพฤกษ์แล้ว ก็มีโรคคันนี่แหละ
ทีเ่ ปน็ โรคประจาํ ตัวของท่าน ยงิ่ หน้าหนาว ผวิ ท่านจะแหง้ ทา่ นจะมอี าการคนั ตามตัว
อย่างหนกั ดึกดื่นพระเณรท่เี ฝา้ ต้องต่นื ขน้ึ มาทายาใหอ้ งคท์ ่าน ยาดยี ่หี อ้ อะไรเอามา

274

ทาใหท้ า่ น อยา่ งมากอาการคนั ของท่านก็พอทุเลาลงได้บา้ งเล็กนอ้ ย แต่ถงึ ขน้ั ทท่ี า่ น
คนั จนสลบน้ี ตนเองไมเ่ คยเหน็ อยา่ งมากเหน็ แตท่ า่ นบอกแนน่ หนา้ อก เพราะลมพษิ
มนั ตีข้นึ หวั ใจ

ทา่ นบอกกรรมทําให้คนั น้ี เกิดจากกรรมในชาตปิ จั จุบันของท่าน ตอนเป็นเด็ก
เล้ยี งควาย ทา่ นเอาหมามุ่ยไปแกลง้ เพอื่ น จนเพ่อื นของทา่ นเกดิ อาการคันเพราะพิษ
หมามยุ่ จนกลายเปน็ ภมู แิ พ้ กรรมนจ้ี งึ สง่ ผลใหท้ า่ นตอ้ งมาเปน็ โรคภมู แิ พใ้ นปจั จบุ นั

หมอผจี ิตบอด

เร่อื งนี้เกิดขน้ึ ชว่ งนอกพรรษา ปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ พระคณุ เจ้าหลวงปชู่ อบ
ฐานสโม บอก “ตอนนนั้ เราพักภาวนากับท่านบัวคํา (หลวงพ่อบวั คํา มหาวโี ร) ท่ี
บา้ นแมส่ ะลวง ตาํ บลขเี้ หลก็ อาํ เภอแมร่ มิ จงั หวดั เชยี งใหม่ มชี ายคนหนง่ึ เปน็ หมอผี
เขามคี วามเชอ่ื วา่ บาปบญุ นรกสวรรคไ์ มม่ จี รงิ เปน็ เรอื่ งทพ่ี ระพทุ ธเจา้ พดู เพอื่ ใหค้ นโง่
กลวั เท่าน้นั ” ทา่ นบอกมานะทิฐหิ มอผีคนนแ้ี รงมาก จติ เขามืดบอดในธรรมจนยากที่
พระพทุ ธเจา้ องคใ์ ดจะมาโปรดใหพ้ บกบั แสงสวา่ งได้

ตอนพกั อยบู่ า้ นแมส่ ะลวง หมอผผี นู้ มี้ กั จะเขา้ มารบกวนทา่ นบอ่ ยครงั้ มกั จะมา
พดู จาบจว้ งพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ จนหลวงปู่ชอบท่านไล่หมอผคี นน้ใี ห้ออก
ไปจากอาราม แทนท่หี มอผีคนนจ้ี ะสํานึกในบาปบญุ คุณโทษของตนเอง กลับด่าทอ
องคท์ ่านด้วยถอ้ ยคาํ หยาบคายตา่ งๆ นานา ตามแต่กเิ ลสจะสรรหาคําพดู

หลงั จากนน้ั ตอ่ มาไมก่ วี่ นั หมอผผี นู้ น้ี อนหลบั ตายไมร่ ตู้ วั กอ่ นรงุ่ สาง จติ หมอผผี นู้ ้ี
มาปรากฏใหอ้ งคท์ า่ นเหน็ ทวี่ ดั หมอผผี นู้ บ้ี อกทา่ นวา่ “คนตบ้ี า้ นเฮาเปน็ อะหยงั บฮ่ พู้ ากนั
ฮอ้ งไหว้ า่ เฮาตา๋ ยแลว้ เฮายงั บต่ า๋ ยเตอ่ื ” องคท์ า่ นวา่ “คดิ เบง่ิ วา่ จติ มนั มดื ขนาดใด๋ ตายไป
แล้ว มนั ยงั บฮ่ ู้วา่ เจ้าของตาย เฮาบอกมนั ใหก้ ลับไปผอ่ ความแตต้ ี่บา้ นเจ้าของเต๊อะ”
หลวงปู่ชอบท่านไล่หมอผีผู้นี้ให้กลับไปดูความจริงที่บ้าน ท่านว่าเวลาหมอผีผู้น้ีเขา
เดนิ ออกไปทางหนา้ วดั เหมอื นกบั ตอนทเี่ ขายงั มชี วี ติ อยู่ ไมไ่ ดห้ ายไปเหมอื นกบั ทค่ี น

275

ท้ังหลายเข้าใจกัน ท่านบอกเวลาพวกผีไป บางครั้งก็เดินจากไปก็มี บางคร้ังก็
อนั ตรธานไปก็มี การไปการมาของพวกนี้ไมต่ ายตวั

ตอนเชา้ หลวงปชู่ อบทา่ นเดนิ ไปบณิ ฑบาตทางบา้ นหมอผผี นู้ เ้ี พอื่ จะพสิ จู นค์ วามรู้
ขององค์ท่าน เมียหมอผีเห็นพระมาบิณฑบาต จึงนิมนต์องค์ท่านให้หยุดรับบาตร
ทา่ นวา่ “แตก่ อ่ นเราเดนิ บณิ ฑบาตผา่ นบา้ นหลงั นม้ี าหลายครง้ั คนทบี่ า้ นนไี้ มเ่ คยใสบ่ าตร
ใหเ้ ราหรอื พระเณรองคไ์ หนเลย ตอนหมอผมี ชี วี ติ อยู่ เขาหา้ มคนทบ่ี า้ นไมใ่ หใ้ สบ่ าตร
พระเณร เขาว่าใส่บาตรพระเณรนนั้ เสยี เปลา่ ไมไ่ ดอ้ ะไรกลับมากนิ เลยี้ งผเี ล้ียงเจ้า
ยงั ไดก้ ินของเหลอื ”

ระหว่างเมียหมอผีผู้นี้กําลังจัดเตรียมข้าวปลาอาหารเพ่ือใส่บาตร ท่านเห็นจิต
หมอผผี นู้ ย้ี นื มองดทู า่ นอยใู่ ตย้ งุ้ ฉางบา้ นของเขา เขาแสดงกริ ยิ าไมพ่ อใจองคท์ า่ นอยา่ ง
ทเ่ี คยแสดงเมอื่ ตอนทย่ี งั ไมต่ าย พอเมยี หมอผใี สบ่ าตรเสรจ็ แลว้ หลวงปชู่ อบทา่ นถาม
“ทบี่ า้ นโยมมอี ะไร ผคู้ นพลกุ พลา่ นแตเ่ ชา้ ” เมยี หมอผบี อกองคท์ า่ นวา่ “ปอ้ เฮอื นสามขี อง
เขาตาย” ทา่ นถาม “ปอ้ เฮอื นของโยมปว่ ยเปน็ อะไรตาย” เมยี หมอผบี อก “ไมท่ ราบวา่
ป้อเฮือนเป็นอะไรตาย ตอนค่�ำยังกินข้าวอู้จากันอยู่ดีๆ พอตอนเช้าต่ืนมานึ่งข้าว
ปลุกเท่าไหร่ ป้อเฮอื นก็ไม่ออื ออขานตอบตนเอง จึงรูว้ า่ เขาตายไปแล้ว”

ทา่ นวา่ ขณะทเี่ มยี หมอผใี สบ่ าตรใหก้ บั องคท์ า่ นนนั้ ถา้ หมอผผี นู้ มี้ จี ติ ยนิ ดใี นบญุ
ทภี่ รรยาทาํ ในขณะนน้ั เขากจ็ ะไดร้ บั ผลบญุ ทนั ที แตเ่ ปน็ เพราะจติ เขามดื บอดในธรรม
จนเกินกว่าพระพุทธเจ้าองค์ใดจะเสด็จมาเยียวยา จิตเขาจึงถูกบาปอกุศลมาปิดก้ัน
ทางบุญ ทําให้ไม่ไดร้ บั ผลบญุ ท่เี มยี ของตนเองอทุ ิศใหใ้ นตอนนนั้ ท่านวา่ เวลาอวิชชา
มหามดื มนั แสดงออก มนั จะปดิ กน้ั คณุ งามความดขี องสตั วโ์ ลกไวท้ งั้ หมด ราหอู มจนั ทร์
ถงึ วนั ยงั เคลอ่ื นยา้ ย แตอ่ วชิ ชามหามดื ในจติ ของสตั วโ์ ลก ทา่ นประมาณไมไ่ ดว้ า่ เมอ่ื ไหร่
สัตว์โลกผู้นั้นๆ จะหลดุ พ้นจากมนั ไปได้

หลงั บณิ ฑบาต ทา่ นเดนิ กลบั มายงั ทพ่ี กั หลวงปชู่ อบทา่ นเหน็ หมอผเี ดนิ ตามหลงั
ทา่ นมาเหมอื นกบั คนเดนิ ตามคน ทา่ นกาํ หนดดจู ติ ของหมอผผี นู้ ม้ี าตลอดทาง รวู้ า่ จติ

276

หมอผผี นู้ เี้ ศรา้ หมอง จนไมม่ ชี อ่ งทางใหอ้ งคท์ า่ นฉายธรรมนาํ สขุ ให้ หลงั ฉนั ภตั ตาหาร
แล้ว หลวงปู่ชอบท่านออกมาเดินจงกรมอยู่ข้างที่พัก ขณะพ่อแม่ครูอาจารย์เดิน
จงกรมอยนู่ นั้ หมอผผี นู้ เ้ี ขา้ มายนื ขวางทางจงกรม ทาํ ตาขงึ ขงั ใสท่ า่ น กริ ยิ าหมอผผี นู้ ้ี
แสดงกบั ทา่ นเหมอื นกับกริ ิยาท่ีเขาเคยแสดงใส่ท่านเมือ่ ตอนมีชีวิตอยู่

ทา่ นบอกจิตหมอผีว่า “มาขวางทางเราทาํ ความเพยี รทาํ ไม ถ้าอยากได้บุญกใ็ ห้
แสดงความเคารพต่อพระธรรม โดยการนัง่ ลงพนมมือ เราจะอุทิศบุญให”้ แทนท่ี
หมอผีผู้น้ีจะอ่อนน้อมถ่อมตนเพื่อรับเอาบุญกุศลที่ท่านจะอุทิศให้ เขาบอกท่านว่า
“เฮายังบ่ต๋าย ถ้าเฮาตา๋ ยต๊เุ จา้ จะเหน็ เฮาไดจ้ ะใด”

ท่านว่า “แกไม่รู้หรือว่าตนเองน้ันตายไปแล้ว ลูกเมียญาติพี่น้องเขาพากันจัด
งานศพใหแ้ กอยทู่ บ่ี า้ น แกจะมางมงายอะไรกบั มานะทฐิ ขิ องตนเองแบบน้ี ไมใ่ ชเ่ พราะ
มานะทฐิ ขิ องตนเองแบบนหี้ รอื ทท่ี าํ ใหจ้ ติ ของแกมดื บอดจนมองไมเ่ หน็ แสงสวา่ งของ
ธรรม ใหก้ ลบั ไปดคู วามจริงท่บี ้านของแกสิ อย่ามารบกวนเราทําความเพียร มนั จะ
ท�ำให้ตนเองเป็นบาปหนักกวา่ น้ี ทุกขท์ เ่ี ปน็ อยูน่ ้ี มนั ยังไม่พออีกหรอื ” พอถกู ท่านว่า
หมอผกี ห็ นีไปจากทา่ น

พอครบกําหนดเผา ลูกเมียญาติพ่ีน้องเอาศพของหมอผีไปเผายังป่าช้าของ
หมบู่ า้ น ทา่ นบอกการเผาศพของหมอผกี เ็ ปน็ ปรกตเิ หมอื นกบั การเผาศพคนทว่ั ไป ไมม่ ี
อะไรทจี่ ะทำ� ใหค้ นมารว่ มงานอกสนั่ ขวญั แขวน คนื เดยี วกนั นน้ั ราวสองทมุ่ ขณะกำ� ลงั
ไหวพ้ ระสวดมนตอ์ ยทู่ พ่ี กั ทา่ นไดย้ นิ เสยี งหมอผรี อ้ งไหห้ นา้ ทพี่ กั ทา่ นจงึ กำ� หนดถาม
หมอผีผนู้ ีว้ ่า “มารอ้ งไหอ้ ะไรอยู่นี่” หมอผบี อก “ตเุ๊ จา้ เฮาตา๋ ยแล้ว เฮาบอ่ ยากตา๋ ย
จว่ ยเฮาจมิ ” (ชว่ ยเราด้วย)

องคท์ า่ นบอกหมอผี “ทุกคนเกิดมาไมม่ ีใครหนีความตายพ้น ไมว่ ่าภมู ิไหนๆ
เม่ือถึงเวลาแล้วก็ต้องตายย้ายจุติด้วยกนั ท้ังนั้น สตั วโ์ ลกทุกตนหนีกรรมของตนเอง
ไมพ่ น้ เจา้ กเ็ ปน็ ผหู้ นง่ึ ทหี่ นกี รรมของตนเองไมพ่ น้ เหมอื นกนั ใหร้ ะลกึ ถงึ ความดขี อง
ตนเองเอาไว้ คณุ งามความดที ี่ตนเองได้กระทํามาจะนาํ เจา้ ไปเกิดในภพภูมทิ ด่ี งี าม”

277

ทา่ นพจิ ารณาหมอผผี นู้ จ้ี ะสงเคราะหไ์ ดห้ รอื ไม่ ทา่ นรวู้ า่ ไมม่ วี าสนาสงเคราะหธ์ รรม
กบั หมอผผี นู้ ี้ เพราะไรว้ าสนาตอ่ กนั ประกอบกบั กรรมของหมอผผี นู้ ท้ี เี่ ขาประมาทใน
พระรตั นตรยั จงึ ทาํ ใหจ้ ติ เขามดื บอดจนแสงธรรมสอ่ งไมถ่ งึ องคท์ า่ นบอกหมอผผี นู้ วี้ า่
“เราชว่ ยอะไรเจา้ ไมไ่ ด้ เพราะตอนเปน็ มนษุ ย์ เจา้ ไมม่ ีความเคารพในพระรัตนตรัย
ให้ยอมรับผลกรรมของตนเองเสีย ทุกอย่างมันสายไปหมดแล้ว” พอหมอผีรู้ว่า
องค์ทา่ นหลวงป่ชู อบช่วยอะไรไมไ่ ด้ เขาเดนิ ร้องไห้ออกไปทางหนา้ วดั ปา่ บา้ นสะลวง
จากคืนน้ัน พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านก็ไม่เคยเห็นจิตวิญญาณหมอผีผู้นี้มาหาองค์ท่าน
อีกเลย

ก่อนพอ่ แมค่ รอู าจารยช์ อบจะออกจากวดั ป่าแม่สะลวง ทา่ นขนึ้ ไปเยยี่ มหลวงปู่
บุญฤทธ์ิ ปัณฑิโต ทายาทธรรมลูกชายขององคท์ า่ นที่สาํ นักสงฆบ์ ้านผาแด่น ตําบล
สันป่ายาง อำ� เภอแม่รมิ จงั หวดั เชยี งใหม่ พอ่ แม่ครูอาจารย์หาจตุ ิการเกดิ ของหมอผี
ผนู้ ี้ องคท์ า่ นทราบวา่ หมอผผี นู้ ต้ี ก “นรกมดื ” ทแี่ สงสวา่ งทางบญุ สอ่ งไมถ่ งึ ทา่ นบอก
“สัตว์นรกขุมนี้ไม่มีสิทธ์ิท่ีจะได้รับการอุทิศบุญจากใคร เปรียบด่ังนักโทษห้ามเยี่ยม
ห้ามประกัน สัตว์โลกผู้ใดตกนรกขุมนี้แล้วจะต้องอยู่ในนรกขุมนี้จนกว่าจะพ้นจาก
บาปกรรมของตนเอง”

ทา่ นยกตวั อยา่ ง “อดตี เรากเ็ คยตกนรกขมุ นม้ี าแลว้ ” ทา่ นบอก “บพุ กรรมทท่ี าํ
ให้เราตกนรกขมุ นี้ เปน็ บุพกรรมเดียวกันกบั หมอผผี ู้นี”้ พ่อแม่ครอู าจารย์ทา่ นบอก
ผบู้ นั ทกึ กเ็ คยผา่ นการตกนรกขมุ นม้ี าเหมอื นกนั กบั องคท์ า่ น ฟงั ทา่ นบอกบพุ กรรมของ
ตนเองแลว้ สลดใจในกรรมของตนเอง พอ่ แมค่ รอู าจารยช์ อบทา่ นบอก “สตั วน์ รกขมุ นี้
มคี วามหวิ โหยโดยตลอด สตั วน์ รกขมุ นไ้ี มม่ ตี า แตม่ เี ลบ็ แหลมคมดงั มดี โกน สมั ผสั
กันเองกเ็ ข่นฆา่ กนิ กัน สัตว์นรกตวั ไหนหลีกเร้นหลบหนี ก็ตกลงไปในบึงทะเลกรด
เพยี งชวั่ ฟา้ แลบกไ็ มเ่ หลอื รา่ งกายเถา้ กระดกู ดบั อตั ภาพจากนไ้ี ปกถ็ อื กำ� เนดิ ขนึ้ มาใหม่
กลายรา่ งเปน็ สตั วน์ รกอกี ขา้ มสองพทุ ธนั ดรจงึ ขา้ มได”้ องคท์ า่ นเองกไ็ มส่ ามารถบอก
ไดว้ า่ ขา้ มพทุ ธนั ดรแตล่ ะครงั้ นน้ั เปน็ เวลากปี่ ขี องมนษุ ยโ์ ลกทจ่ี ะคำ� นวณได้ เพราะเรอ่ื ง
ของธรรมนน้ั เจยี มจนอปุ มา

278

พระอาจารยย์ ่านเสือ

พระคณุ เจ้าหลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นยกตวั อย่างเหตุการณข์ าดสติเรือ่ งหนึง่
สอนลกู ศษิ ย์ ท่านบอก “เราพาหมูค่ ณะเท่ียววเิ วกเชียงดาว มที ่านสิม (พุทธาจาโร)
มหาจามผเิ ลอ้ (หลวงปจู่ าม มหาปญุ โญ) ทา่ นเกตุ (หลวงปเู่ กตุ วณั ณาโก) ทา่ นเขอ่ื ง
(พระเข่อื ง อภิปุญโญ ชาวจังหวัดนครพนม) กับท่านยา่ นเสอื

ทา่ นยา่ นเสือเลอื กพักใกล้ลาํ ธาร เราบอกให้ย้ายไปพกั ทีอ่ ่ืน ถา้ อย่ใู กล้ลาํ ธาร
จะเปน็ การรบกวนสตั วล์ งมากนิ นำ�้ จะถกู สตั วท์ �ำอนั ตรายได้ ถา้ ชา้ งมากนิ นำ�้ มนั เหน็ อะไร
กดี ขวาง มนั จะทาํ อนั ตรายได้ ทา่ นยา่ นเสอื บอกเรา “ถงึ เสอื จะมา ฟา้ จะรอ้ ง กะบข่ อเปลย่ี น
สถานทตี่ ง้ั ใจไวแ้ ลว้ ” บอกเตอื นไมฟ่ งั เรากะปลอ่ ยใหเ้ จอเอง หลงั สรงนำ้� แลว้ เราบอก
หมู่คณะแยกกันทําความเพียรตามอัธยาศัย เราไหว้พระสวดมนต์จบแล้ว กะนอน
เอนหลงั ดดั เสน้ อยใู่ นกลดจนเผลอหลบั ไป ราวสองทมุ่ สะดงุ้ ตนื่ ไดย้ นิ เสอื รอ้ งขนึ้ ทาง
ท่านสมิ พกั เสอื ตวั นม้ี ันร้องทกั ป่าลงมาทางทเ่ี ราพกั ”

หลวงปชู่ อบทา่ นเปน็ ผทู้ เ่ี ขา้ ใจในธรรมชาตขิ องสตั วเ์ สอื เนอื้ ปา่ เปน็ อยา่ งดี ทา่ นวา่
เวลาเสอื รอ้ งแตล่ ะคร้ัง เสยี งมันจะบอกอารมณใ์ นขณะน้นั ทา่ นบอกเสอื ตัวนมี้ นั รอ้ ง
ทักปา่ ตามประสาครม้ึ อกครึม้ ใจของมัน มันรอ้ งบอกเขตแดนตวั เองใหส้ ตั ว์อืน่ ทราบ
เทา่ นนั้ ถา้ เสอื ลา่ เนอื้ มนั จะไมร่ อ้ งใหส้ ตั วอ์ นื่ ไดย้ นิ เสยี ง มนั จะเงยี บจนสตั วอ์ น่ื ตายใจ
กว่าจะรู้อีกทีกต็ อ่ เม่อื มนั เขา้ มาคาบคอแลว้ พ่อแม่ครูอาจารยช์ อบทา่ นจึงเรยี กเสอื วา่
“บกั คาบคอ” เวลาเรยี กหมา องคท์ า่ นจะเรยี กวา่ “บกั เสอื คาบคอ” สองคาํ นเี้ ปน็ ศพั ทเ์ ฉพาะ
ทล่ี กู ศษิ ยใ์ กลช้ ดิ ทกุ คนตอ้ งรใู้ นเวลาทอ่ี งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบกลา่ วถงึ สตั วส์ องประเภทน้ี

ทา่ นบอกเสอื ตวั นมี้ านงั่ หอบแหก่ ๆ อยขู่ า้ งกลดของเราไมต่ า่ งอะไรกบั หมาหอบแดด
เสอื ตวั นีม้ องดูกลดของท่านอยพู่ กั หน่ึง มันคงสงสัยวา่ ส่ิงนคี้ อื อะไร จงึ เดินเขา้ มาดม
มงุ้ กลดของทา่ น พอมนั ไดก้ ลนิ่ คน เสอื ตวั นมี้ นั ถอยไปตง้ั หลกั สง่ เสยี งครางฮอื ๆ เหมอื น
ถามไถใ่ นส่งิ ทตี่ นเองสงสยั

279

เสอื ขสี้ งสยั ตวั นเี้ ดนิ มาดมมงุ้ กลดหลวงปชู่ อบอกี ครงั้ มนั เอาจมกู ดมเทา้ จนทา่ น
เกิดอาการจ๊ักกะจี้ หลวงปู่ชอบท่านงอขาเข้าเพื่อเอาเท้าหลบจมูกของเสือ เสือตัวน้ี
เมอื่ รวู้ า่ สง่ิ ทม่ี นั กาํ ลงั ดมอยนู่ เ้ี คลอื่ นหนี มนั จงึ มดุ หนา้ ไลด่ มเทา้ ของทา่ นเขา้ มาเรอ่ื ยๆ
เมอื่ ชกั เทา้ หนีอีกไมไ่ ด้แลว้ หลวงป่ชู อบทา่ นจงึ ถีบเข้าทหี่ นา้ เสอื ตวั นีเ้ พ่ือเตอื นให้มัน
หยดุ พฤตกิ รรม เสอื ตวั นเี้ มอ่ื ถกู บาทาลบู พกั ตรเ์ ขา้ อยา่ งจงั มนั ถงึ กบั รอ้ งโฮก้ เผน่ หนี
หลวงปู่ชอบเห็นเสือเผ่นหนี ท่านหัวเราะในท่าเสือเผ่นขนานแท้ของมัน พระเณร
ทีน่ ง่ั ฟงั พากนั หวั เราะขำ� ขนั ไปกบั องคท์ า่ น ถาม “พอ่ แม่ครอู าจารย์เอาเท้าขา้ งไหนถบี
หนา้ เสอื ” องคท์ า่ นเอามอื ตบขาขวาบอก “ขา้ งนๆี่ ” ทา่ นวา่ “เสอื ตวั นอี้ อ่ นโยนมากทสี่ ดุ
จนเราอยากจะกอดคอมัน”

เสือโคร่งตัวนี้มันหนีไปทางลําธารน้�ำท่ีพระแขวนกลดอยู่ข้างพระอาจารย์รูปน้ี
ท่านลุ้นอย่าให้เสือมาทางน้ี โบราณว่าเกลียดส่ิงไหนได้ส่ิงน้ัน เสือตัวท่ีหลวงปู่ชอบ
ทา่ นถบี หนา้ มนั เดนิ ตรงมาทางทพ่ี ระอาจารยท์ า่ นนพี้ กั อยู่ เสอื มนั จะมากนิ นำ�้ ในลาํ ธาร
แตพ่ อมนั เหน็ กลดของพระแขวนอยู่ มนั จงึ เดนิ เขา้ ไปดใู กลๆ้ พระอาจารยท์ า่ นนก้ี ลวั
เสอื อยแู่ ลว้ พอเสือเดินเขา้ มาใกล้กลด ทา่ นถงึ กับร้องล่ันดอย ลกุ ข้นึ วิง่ หนเี สอื ด้วย
อาการกลัว จนลืมไปวา่ ตนเองอยู่ในกลด พอลุกขึน้ กลดท่ีแขวนอยู่กห็ ลุด ม้งุ กลด
พันตัวพันขาพระอาจารยท์ ่านนจี้ นล้มกล้งิ ตกลงไปท่ีลาํ ธาร

หลวงปชู่ อบกบั หมคู่ ณะไดย้ นิ เสยี งอาจารยท์ า่ นนร้ี อ้ ง จงึ พากนั ออกมาดเู พอ่ื ทจี่ ะ
ช่วยเหลอื หมูค่ ณะไม่เหน็ เสอื ตามที่พระอาจารย์ท่านนีร้ อ้ งว่าเสอื ตะปบท่าน เสอื มัน
ตกใจหนีขึ้นป่าข้ึนดอยไปต้ังแต่พระอาจารย์รูปนี้ท่านร้องข้ึนมาทีแรกแล้ว ที่ว่าเสือ
ตะปบน้ัน แทจ้ รงิ คอื มุง้ กลดพนั ตวั พอตกลงไปในลาํ ธาร ผา้ มุ้งจึงดดู ซบั นำ้� ตดิ แนบ
ตัวทา่ น จึงเขา้ ใจวา่ เสอื มันกาํ ลงั ตะปบ

พอไดส้ ติ พระอาจารยร์ ปู นท้ี า่ นบอก “ไมอ่ ยากอยทู่ น่ี เ่ี พราะกลวั เสอื ” หลวงปชู่ อบ
ทา่ นบอก “จะออกจากป่าตอนนไี้ ม่ได้ กลางคนื หตู าไม่สว่าง มันจะเกิดอันตรายได้
ถ้าจะไปจริงๆ พรุ่งนี้เราจะให้หมู่เพื่อนออกไปส่ง” หลวงปู่ชอบแก้ปัญหาโดยให้
พระอาจารย์รูปนีไ้ ปนอนกับกบั หมูเ่ พ่อื นเพราะกลดท่านพงั

280

ท่านบอก “ตง้ั แตเ่ ราเหน็ พระกลัวเสอื เรากเ็ หน็ ท่าน... นแ้ี หละที่กลัวเสอื มาก
จนขาดสติ เราเลยตง้ั ฉายาใหท้ ่านวา่ อาจารยย์ ่านเสือ” (อาจารย์กลัวเสือ) ปัจจบุ ัน
(พ.ศ. ๒๕๓๖) พระอาจารยท์ า่ นนยี้ งั อยใู่ นพระศาสนา ผบู้ นั ทกึ พบพระอาจารยท์ า่ นนี้
ตอนมากราบคารวะองค์ท่านหลวงปู่ชอบ กราบเรียนขออนุญาตท่ีจะบันทึกเรื่อง
ของทา่ นไวโ้ ดยไมข่ อออกนาม พระอาจารยท์ า่ นนบ้ี อก “ยนิ ดที เี่ รอื่ งของเราจะเปน็ หนงึ่
ในข้อเตือนใจท่ีจะบันทึกไว้ใน “มหากาพย์แห่งชีวิตพระอรหันต์ผู้ทรงฤทธิ์แห่งยุค”
พระคุณเจา้ หลวงปูช่ อบ ฐานสโม”

หลวงปู่ชอบกับเสือ

ชีวประวัติพระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม คัดลอกจากหนังสือปฏิปทาของ
พระธุดงคกรรมฐาน สายท่านพระอาจารยม์ ัน่ ภูริทัตโต เรียบเรียงโดย พระธรรม-
วสิ ทุ ธมิ งคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมั ปนั โน) วัดป่าบ้านตาด ตำ� บลบ้านตาด
อ�ำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เหตกุ ารณเ์ กย่ี วกบั เสือ ๒ เร่อื งนี้ เกดิ ขึน้ ในปี ๒๔๘๑
และในปี ๒๕๐๓ องคท์ ่านหลวงตามหาบวั เรียบเรยี งไวด้ ังนี้

“ทา่ นอาจารยอ์ งคน์ ้ี (หลวงปชู่ อบ) ทา่ นคงเชอ่ื คณุ ธรรมทงั้ หลายดงั กลา่ วมาอยา่ ง
ฝงั ใจ จงึ ชอบบกุ ปา่ ฝา่ อปุ สรรคนานาชนดิ ไมม่ ที อ้ ถอยออ่ นแอ แตร่ สู้ กึ วา่ ทา่ นพอใจและ
ด�ำเนินวิธนี อ้ี ยา่ งสนทิ ใจมากขึน้ เราทราบไดเ้ วลาออกพรรษาแล้ว ท่านตอ้ งออกเดนิ
ธดุ งคเ์ ขา้ ปา่ เขา้ เขาหายเงยี บไปเลยทกุ ปี ไมเ่ หน็ ทา่ นมาอยมู่ ว่ั สมุ คลกุ คลกี บั ใครๆ เหน็ แต่
ท่านเข้าป่าเข้าเขาเร่งความเพียรทางใจไม่มีลดละปล่อยวาง ท่านพูดเรื่องป่าเร่ืองเขา
เร่ืองถ้�ำเงื้อมผาในสถานที่ตา่ งๆ ไดอ้ ย่างคล่องปากด้วยทา่ ทางอนั พอใจจริง ย่งิ ใหท้ ่าน
พรรณนาป่า พรรณนาเขา พรรณนาถ�ำ้ พรรณนาเงอ้ื มผา ด้วยแลว้ ท�ำให้ผ้ฟู ังสนใจ
ในสภาพเชน่ นั้นอยแู่ ลว้ เกดิ ความเพลนิ ใจ ไมอ่ ยากให้จบลงงา่ ยๆ และวาดมโนภาพ
ไปตามอย่างสุดซึ้งเพลินใจ ประหนึ่งตนก็จะไปปลงภาระอันหนักหน่วงคือกิเลส
ทกุ ประเภทจากบนบา่ คอื ดวงใจลงโดยสนิ้ เชงิ ในทดี่ งั กลา่ วนนั้ จรงิ ๆ ฟงั แลว้ เกดิ ก�ำลงั ใจ
คดิ อยากไปและอยใู่ นทเ่ี หมาะๆ ดงั ทา่ นเลา่ ใหฟ้ งั เปน็ ทบ่ี �ำเพญ็ ใจจะไดส้ งบเยอื กเยน็

281

งา่ ยกวา่ ทธ่ี รรมดาที่เคยอยมู่ าจนจ�ำเจ (เหตุการณป์ ี ๒๕๐๓ ทบี่ า้ นห้วยขยาด เมือง
สานะคาม กำ� แพงนครเวยี งจนั ทน์ ประเทศลาว ตรงกนั ขา้ มกบั บา้ นสงาว ตำ� บลหว้ ยพชิ ยั
อ�ำเภอปากชม จังหวัดเลย)

บางครงั้ จะเปน็ เวลาเราก�ำลงั นงั่ ภาวนาอยู่ หรอื จะเปน็ เวลาเรานอนหลบั กท็ ราบ
ไมไ่ ด้ ตอนกลางคนื ไมท่ ราบวา่ เปน็ เวลาเทา่ ไหร่ เสอื โครง่ ใหญด่ อ้ มเขา้ มาจนถงึ แครเ่ ลก็ ๆ
ทเ่ี ราพกั นอนโดยไมร่ สู้ กึ ตวั เลย ตนื่ เชา้ จงึ เหน็ รอยมนั เพราะบรเิ วณทอ่ี ยอู่ าศยั เราปดั
กวาดไว้อย่างเตียนโล่ง อะไรเดินเข้ามาต้องเห็นรอยทันที พอเห็นรอยมันตอนเช้า
ข้างๆ บริเวณ จงึ ตามดูรอยมันเขา้ มา ทไี่ หนได้ มนั เขา้ มาจนถึงแคร่ทีน่ อนเราจรงิ ๆ
ไมไ่ ดห้ า่ งกนั อะไรเปน็ เมตรๆ ศอกๆ เลย เรากะดรู อยเทา้ มนั เหยยี บไวก้ บั แครท่ นี่ อน
หา่ งกนั เพยี งศอกเดยี วกไ็ มถ่ งึ มนั คงจะสดู ดมกลน่ิ คนดบิ คนดแี ลว้ คอ่ ยๆ ถอยออกไป
เวลาไปกก็ ลบั ออกไปทางเกา่ ทมี่ นั เขา้ มานน่ั เอง ไมเ่ ทยี่ วเดนิ ตามบรเิ วณรอบๆ ทเ่ี ราพกั
อยเู่ ลย พอเหน็ รอยมนั ทกี่ ลา้ หาญเขา้ มาจนถงึ ตวั คน เรารสู้ กึ เสยี วนดิ ๆ เพราะรอยมนั
ใหญ่มากผดิ ปรกติ แต่ก็เหน็ มาเพยี งคนื เดียวเทา่ น้ัน ไมเ่ หน็ มาอกี เลย เราเองก็พกั
อยทู่ นี่ นั่ เปน็ เดอื นๆ ถา้ มนั สนใจจะเอาเราเปน็ อาหารจรงิ ๆ กค็ งกลบั มาอกี แตเ่ หน็ หาย
เงยี บไปเลย ไดย้ ินแตเ่ สียงมันร้องครวญครางอยตู่ ามรอบๆ บริเวณธรรมดาเหมือน
ที่เคยไดย้ นิ ท่วั ไป

ผู้เขียนเปน็ คนนสิ ยั ซอกแซก พอไดย้ นิ ทา่ นเลา่ ใหฟ้ ัง ก็รบี เรียนถามเปน็ เชงิ
สง่ เสรมิ ทนั ทวี า่ “น่ัน เขา้ ใจว่ามันเขา้ มาไหวช้ มบารมที า่ นอาจารย์ตา่ งหาก มิได้เขา้ มา
ฐานเปน็ ศตั รู เพราะเปน็ สตั วบ์ วชบำ� เพญ็ ธรรมไมไ่ ดเ้ หมอื นมนษุ ย์ เมอ่ื เดนิ เทย่ี วเปะปะ
มาเจอพระผู้มีเมตตา ก็เกรงว่าพระทา่ นจะกลวั เลยแอบด้อมเขา้ มาในเวลาทา่ นหลับ
จะไดช้ มสนทิ ใจ ทง้ั พระทา่ นกไ็ มร่ สู้ กึ ตวั และไมก่ ลวั อนั เปน็ การเขยา่ ขวญั โดยผดิ ความ
มุ่งหมายท่ีมนั อตุ ส่าห์มากราบเยี่ยมท้ังที พอไดไ้ หว้อยา่ งสมใจแล้ว ก็รีบถอยออกไป
ทนั ที กลวั ทา่ นจะตนื่ และกลวั ซง่ึ อาจแสดงอาการหรอื รา่ ยมนตว์ ชิ าคาถาอาคมอยา่ งใด
อย่างหน่ึงใส่มันก็ได้พอให้เสียเส้นใจท่ีมันเคารพเลื่อมใส กระผมคิดว่าควรจะเป็น
อยา่ งนั้นมากกว่าอย่างอน่ื ไมเ่ ช่นนัน้ มนั คงไม่กลา้ เขา้ มาจนถึงท่ีแน่ๆ”

282

ทา่ นหวั เราะเบาๆ แลว้ พดู วา่ “มนั จะไปรคู้ วามเลอื่ มใสศรทั ธาอะไรกบั เรา นอกจาก
มนั อาจคดิ วา่ นเี่ ปน็ อาหารวา่ งของมนั จงึ แอบเขา้ มาดู พอทราบวา่ เปน็ คนซงึ่ เปน็ สง่ิ ทมี่ นั
เคยกลวั มาแตเ่ กดิ จงึ รบี หลบหนไี ป นบั แตว่ นั นนั้ แลว้ ไมเ่ หน็ มนั มาดอ้ มๆ มองๆ อกี เลย
จนกระทง่ั เราหนจี ากที่น่ัน”

ท่านวา่ “สัตว์พรรคน์ ีก้ ็แปลก ราวกับมอี ะไรเขา้ สิงใจใหม้ นั คดิ อยากมาดูพระ
กรรมฐานทก่ี ำ� ลงั น่งั สมาธภิ าวนาบ้าง ก�ำลงั เดนิ จงกรมท�ำความเพียรอยบู่ ้าง กำ� ลังนั่ง
ภาวนาอยภู่ ายในมงุ้ บา้ ง กำ� ลงั หลบั อยบู่ า้ ง บางทอี ยๆู่ ตอนเชา้ มนั คดิ อยากขนึ้ มาหาเรา
กข็ น้ึ มานง่ั แบบสนุ ขั นงั่ ดเู ราอยา่ งดอื้ ๆ โดยไมท่ ำ� ทา่ ใหเ้ รากลวั บางทกี ลางคนื กท็ งั้ เดนิ
ทั้งร้องครวญครางข้ึนมาหาเราอยู่ในถ�้ำ เม่ือมาถึงแล้วก็นั่งดูเราเฉยๆ แบบสุนัขนั่ง
เสรจ็ แลว้ กล็ งไปโดยไมท่ ำ� ทา่ ทำ� ทางใหเ้ ปน็ ทนี่ า่ กลวั อะไรเลย แตเ่ รากอ็ ดขยาดมนั ไมไ่ ด้
เพราะเปน็ สตั วท์ นี่ า่ กลวั มาแตไ่ หนแตไ่ รอยแู่ ลว้ ทแี่ ปลกกค็ อื ไมว่ า่ ตวั ใดมาหาเราในทใี่ ด
และเวลาใด ซง่ึ มแี ตช่ นดิ ลายพาดกลอนตวั ใหญๆ่ และยาวเหยยี ดนา่ กลวั ทง้ั นนั้ แตม่ ไิ ด้
แสดงอาการคำ� รามอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ใหเ้ ปน็ ทนี่ า่ กลวั เลย เพยี งมาดเู สรจ็ แลว้ กห็ นไี ป
ไมก่ ลบั มาอกี เลย ไมว่ า่ เราพกั อยทู่ เี่ ชน่ ไร เวลาเขามาหาเรากม็ าในลกั ษณะเดยี วกนั คอื
มไิ ดแ้ สดงตวั เปน็ ศตั รแู ละพยายามจะกดั ฉกี เปน็ อาหาร แตม่ าในลกั ษณะสตั วบ์ า้ นทม่ี ี
ความเชอ่ื งชนิ ตอ่ คนมาแลว้ จงึ มไิ ดแ้ สดงตวั เปน็ ศตั รตู อ่ เรา แตแ่ สงตาทมี่ นั มองมาหา
เราแตล่ ะครง้ั นนั้ รสู้ กึ คมกลา้ มากตามธรรมชาตขิ องมนั ทงั้ ทมี่ นั มไิ ดใ้ ชแ้ สงตาสมั ปยตุ
ไปดว้ ยความกรวิ้ โกรธหวิ โหยจะตะครบุ เรากนิ เปน็ อาหารเลย แตก่ เ็ ปน็ แสงตาทคี่ มกลา้
นา่ กลวั ตามธรรมชาตขิ องมนั อยู่น่นั เอง”

ผเู้ ขียน (หลวงตามหาบวั ) ปากอยไู่ มเ่ ป็นสขุ จึงเรยี นถามทา่ นวา่ “เวลามนั เขา้
มาหาทา่ นอาจารย์ ทา่ นอาจารยไ์ ดพ้ ดู คยุ อะไรกบั มนั บา้ งหรอื เปลา่ ”

ท่าน พูดบ้างเหมือนกัน เช่นว่าจะขึ้นมาท�ำไมท่ีนี่ เพราะไม่ใช่ท�ำเลหากินของแก
เปน็ ท่ีพกั ภาวนาของพระอาจารย์ตา่ งหาก ไปเสยี ไปเท่ียวที่อืน่ อย่าขน้ึ มาท่ีน่ี
เดย๋ี วพระทา่ นกลวั แกจะเปน็ บาปตกนรกนะ ทว่ี า่ เดยี๋ วพระทา่ นกลวั นะ วา่ เฉยๆ
ความจริงเรากลัวมันตัง้ แตม่ องเหน็ ทีแรก”

283

ผถู้ าม “ทา่ นอาจารยเ์ คยเดนิ เขา้ ไปหามนั บา้ งหรอื เปลา่ ขณะทม่ี นั ขน้ึ มานงั่ ดทู า่ นอาจารย์
อยตู่ ่อหน้า”

ทา่ น “บางครงั้ กเ็ ดนิ เขา้ ไปหามนั เหมอื นกนั เวลาบอกใหม้ นั หนไี ป แตม่ นั ยงั ไมไ่ ป คงนง่ั
ดูเราเฉยๆ อยู่ เรากเ็ ดินเขา้ ไปหามนั ซงึ่ อยหู่ า่ งกันประมาณสามส่ีวาเทา่ นัน้
ทัง้ เดินเขา้ ไป ทั้งชม้ี อื บอกมันว่า โนน้ ทำ� เลเทยี่ วของแก มีแต่ป่าแต่เขาทั้งนน้ั
จะเท่ียวท่ีไหนก็ได้ตามใจชอบ ดีกว่ามาเที่ยวท่ีน่ีให้พระท่านกลัว ไปเด๋ียวนี้
อยา่ ขึน้ มาน่งั เลน่ ให้พระกลวั ทา่ นกำ� ลังภาวนา เด๋ยี วตกนรกนะ เวลาจะไป
มนั โดดปกุ๊ เดยี วแลว้ กห็ ายเงยี บไปเลย มนั คงรเู้ รอ่ื งของพระอยบู่ า้ งผมวา่ ถา้ ไมร่ ู้
มนั จะขนึ้ มาหาอะไรในถำ�้ ทเ่ี ราอยู่ เพราะถำ้� บางแหง่ กโ็ ลง่ โถงไมน่ า่ อยู่ และไมน่ า่
ขนึ้ มาสำ� หรบั สตั วพ์ รรคน์ ้ี ซง่ึ ตอ้ งอยใู่ นทก่ี ำ� บงั หลบซอ่ นเกบ็ เนอื้ เกบ็ ตวั ตามนสิ ยั
มนั ตอ้ งรู้เรอ่ื งของพระอยู่บา้ งจงึ อุตส่าหข์ ้ึนมาหาเรา ในลกั ษณะคล้ายคลึงกบั
เด็กทีค่ ดิ สนุก กพ็ ากนั ข้ึนไปหาพระบนถ้ำ� ซง่ึ เคยมอี ยบู่ ่อยๆ ในเวลากลางวนั
เงียบๆ แต่เสือผิดกับเด็กอยู่บ้างที่ชอบมาหาพระตอนกลางคืนหรือตอนเช้า
กอ่ นบิณฑบาต”

ผ้ถู าม “กอ่ นทเ่ี สอื จะขน้ึ มานน้ั ทา่ นอาจารยเ์ คยนกึ อยากใหม้ นั ขนึ้ มาหาบา้ งหรอื เปลา่ ”

ท่าน “จะคดิ อยากใหม้ นั ขึ้นมาหาประโยชนอ์ ะไรเล่า แม้แตม่ าชว่ั ขณะเท่าน้ันกก็ ลวั
มนั แทบจะตายและเหงอื่ แตกโชกอยแู่ ลว้ ถา้ มนั ขนื อยทู่ น่ี นั่ นานๆ ไมย่ อมลงไป
นา่ กลวั ไขจ้ บั สน่ั เลน่ งานในขณะนนั้ โดยไมต่ อ้ งสงสยั ใครจะคดิ คะนองดอื้ ดา้ น
อยากให้เสือขน้ึ มาหาไม่เขา้ เรอ่ื งเข้าราวอยา่ งนนั้ ” เลา่ แลว้ ทา่ นหัวเราะนดิ หน่งึ

ผถู้ าม “กเ็ หน็ ทา่ นอาจารยก์ ลา้ หาญไมน่ กึ กลวั อะไร อยคู่ นเดยี ว ไมม่ เี พอ่ื นคยุ แกง้ ว่ ง
นกึ สนกุ ขน้ึ มาอยากใหเ้ สอื มาเปน็ เพอ่ื นคยุ บา้ ง กระผมจงึ ไดเ้ รยี นถามอยา่ งนน้ั ”

ทา่ นยมิ้ แลว้ พดู วา่ “หาเรอื่ งตายไมเ่ ขา้ ทา่ เขา้ ทอี ะไรเลย ใครจะไปหาญคดิ เชน่ นน้ั
ซง่ึ เป็นความประมาทผิดธรรม เผอื่ มันโผลข่ ้ึนมาท�ำท่าเอาจรงิ เอาจงั จะมโี ลกไหนให้
คนกลา้ ไมร่ จู้ กั ตายอยลู่ ่ะ ดังน”้ี

284

พักภาวนาทีผ่ าหม่ พร้าว ประเทศลาว

เรอ่ื ง “ผาหม่ พรา้ ว” เปน็ เรอ่ื งทพี่ ระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ทา่ นอธบิ ายเรอื่ ง
“พญานาค” ในเชิงลึกมากท่ีสุดเท่าที่ตนเองได้เคยบันทึกเรื่องราวพญานาคในแต่ละ
สถานที่ท่ีองคท์ า่ นไดเ้ ล่าให้ฟัง และเรอ่ื งพกั ภาวนาท่ีผาหม่ พรา้ วนี้ มีความสําคัญกบั
ครูบาอาจารยท์ ่านหนึง่ คือ หลวงพอ่ บุญพนิ กตปุญโญ วดั ปา่ ผาเทพนิมติ อําเภอ
นคิ มน�ำ้ อนู จงั หวดั สกลนคร “ช้างเผือกหว้ ยขยาด” ขององคท์ า่ นหลวงป่ชู อบ

หลวงพ่อบุญพินท่านเดินทางมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ
ทบี่ า้ นหว้ ยขยาด เมอื งสานะคาม กาํ แพงนครเวยี งจนั ทน์ ประเทศลาว และเปน็ ครง้ั แรก
ที่หลวงพ่อบุญพินท่านได้เท่ียววิเวกกับองค์ท่านหลวงปู่ชอบในฐานะลูกศิษย์กับ
อาจารย์

ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ หลวงพอ่ บุญพิน กตปุญโญ กับพระอาจารย์สอน
สกลนคร (ลาสิกขา) เดินทางจากจังหวัดสกลนคร มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ฝึกฝน
อบรมธรรมกบั องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ หลวงพอ่ บญุ พนิ ไมท่ ราบวา่ องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ
เท่ียววิเวกอยู่ท่ีไหน ท่านกับพระอาจารย์สอนจึงพากันเดินทางไปกราบขอพักกับ
หลวงปู่หลุย จนั ทสาโร ท่วี ดั ถ�้ำผาปู่ ตําบลนาออ้ อําเภอเมือง จงั หวดั เลย

หลวงปหู่ ลุยบอกหลวงพ่อบญุ พนิ วา่ “ตอนนอี้ าจารยช์ อบท่านพาลูกศิษย์เทย่ี ว
วเิ วกอยทู่ างเขตบา้ นปากชม ตาํ บลปากชม อาํ เภอเชยี งคาน” (ในขณะนน้ั ) หลวงปหู่ ลยุ
บอกหลวงพ่อบุญพินให้พักที่วัดถ�้ำผาปู่ก่อน เมื่อเสร็จธุระแล้ว ท่านจะพาไปหา
หลวงปู่ชอบที่ปากชม พกั อย่ถู ำ�้ ผาปปู่ ระมาณหนึ่งอาทติ ย์ จากนนั้ หลวงปหู่ ลุยท่าน
พาหลวงพอ่ บุญพนิ ไปตามหาหลวงปชู่ อบทบี่ ้านสงาว ตําบลห้วยพิชัย อําเภอปากชม
จงั หวัดเลย (พ.ศ. ๒๕๐๓ บ้านสงาว ยังข้ึนอยู่กับอาํ เภอเชยี งคาน)

พอไปถึงบา้ นสงาว ชาวบา้ นบอกวา่ หลวงป่ชู อบท่านพาลกู ศษิ ยข์ า้ มโขงไปเทีย่ ว
วิเวกที่บ้านห้วยขยาด ฝั่งลาว หลวงปู่หลุยท่านพาหลวงพ่อบุญพินนั่งเรือข้ามฟาก

285

ไปฝั่งลาว ท่านได้พบกับหลวงปู่ชอบคร้ังแรกท่ีบ้านห้วยขยาด หลวงพ่อบุญพิน
ท่านกราบถวายตัวขอเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ชอบ ความเป็นศิษย์กับอาจารย์ของ
หลวงพอ่ บญุ พนิ กตปญุ โญ กบั องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ ฐานสโม เรม่ิ ตน้ ทบ่ี า้ นหว้ ยขยาด
ประเทศลาว

หลวงปชู่ อบพาลกู ศษิ ยพ์ กั ภาวนาอยทู่ บ่ี า้ นหว้ ยขยาด ประมาณ ๑๔ คนื ชาวบา้ น
นำ้� วงั มานมิ นตอ์ งคท์ า่ นและคณะไปโปรดญาตโิ ยมทางบา้ นนำ้� วงั องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ
จงึ พาคณะเดนิ ทางไปบา้ นนำ�้ วงั โดยมหี ลวงปหู่ ลยุ จนั ทสาโร หลวงพอ่ บวั คาํ มหาวโี ร
พระคล้าย พระมอ่ ย สามเณรทองรัตน์ สามเณรบญุ เพ็ง พ่อไข พ่อเกล้ยี ง พ่อยงั
ตดิ ตามไปพรอ้ มกบั องคท์ า่ น สว่ นหลวงพอ่ บญุ พนิ นน้ั ถกู องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบลองใจ
ให้พกั อยทู่ ่ีป่าบา้ นห้วยขยาด ลําพังองคเ์ ดียว

หลวงพ่อบุญพินบอกตอนนั้นท่านก็น้อยใจอยู่บ้างท่ีพ่อแม่ครูจารย์หลวงปู่ชอบ
ไมใ่ หท้ า่ นตดิ ตามไปพรอ้ มกบั องคท์ า่ น หลวงพอ่ บญุ พนิ ทา่ นบอก “ผมใหก้ าํ ลงั ใจตนเอง
ว่า ท่านอาจารย์ชอบกําลังพิสูจน์จิตใจเราว่าอดทนอาจหาญหรือไม่” ท่านว่าท่ีบ้าน
ห้วยขยาด กลางคนื เสอื มนั จะร้องออกหากนิ ใกลท้ ่ที ่านพกั ทา่ นกลวั เสอื แต่ขม่ ใจ
ตนเองไว้ด้วยการภาวนา ภายหลังหลวงปู่ชอบท่านให้หลวงพ่อบัวคํากับโยมมารับ
หลวงพ่อบุญพินไปพักภาวนาด้วยกันท่ีผาห่มพร้าว ผาห่มพร้าวแห่งน้ีจะอยู่ตรงข้าม
กนั กบั บา้ นคกไผ่ ตาํ บลปากชม อาํ เภอเชยี งคาน จงั หวดั เลย (ในขณะนนั้ พ.ศ. ๒๕๐๓)

วนั ทเี่ ดนิ ทางไปผาหม่ พรา้ ว ชาวบา้ นนำ�้ วงั นาํ เรอื มารบั องคห์ ลวงปชู่ อบและคณะ
ไปพกั ทผี่ าหม่ พรา้ ว พอเรอื มารบั ใกลจ้ ะถงึ ผาหม่ พรา้ วประมาณ ๑ กโิ ลเมตร หลวงปชู่ อบ
ทา่ นบอกใหจ้ อดเรอื เทยี บฝั่ง องคท์ า่ นลงจากเรอื เดนิ สะพายถงุ บาตรนาํ หน้าลูกศษิ ย์
โดยทิ้งกระติกน้�ำเอาไว้ให้สามเณรเพ็งถือตามหลังมา หลวงปู่ชอบท่านเดินไปได้
ระยะหนงึ่ ก็ยงั ไม่เห็นลูกศิษยต์ ามมา จึงหยดุ คอย ท่านบอกเราน่ังคอยพระเณรอยู่
หินก้อนหน่ึงท่ียื่นลงไปในแม่น�้ำโขง ท่านว่าหินก้อนน้ีมีลักษณะกลมมนขนาดใหญ่
เท่ากบั ช้าง ขณะน่งั คอยลกู ศิษยอ์ ยู่หนิ กอ้ นนี้ ทา่ นมองไปทกี่ ลางน้ำ� โขง เหน็ หวั ดาํ ๆ
ขนาดเทา่ ฆอ้ งใหญ่ เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ ๑ วา หวั ดาํ ๆ ทอ่ี งคท์ า่ นเหน็ น้ี ผดุ ขน้ึ

286

ผดุ ลงอยกู่ ลางแมน่ ำ�้ โขงประมาณสบิ กวา่ นาที สงิ่ ทท่ี า่ นวา่ นกี้ จ็ มหายลงไปในแมน่ ำ้� โขง
ท่านทราบว่าพญานาคผาห่มพร้าวมาแสดงตัวบอกให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ดูแลสถานท่ีแห่งนี้
พอคณะตามมาสมทบ องค์ท่านจึงพาลูกศิษย์ท้ังหมดข้ึนไปพักที่ผาห่มพร้าว โดย
องค์ทา่ นเลือกพักอยทู่ ีน่ งั่ รา้ นหนา้ ถ้�ำผาห่มพรา้ ว หนั หน้าออกไปทางแม่น�้ำโขง

หลวงปู่ชอบถามโยมชาวบา้ นนำ�้ วงั ว่า “เคยเห็นตวั อะไรที่หัวมนั กลมดําตวั ใหญ่
ประมาณเทา่ ฆอ้ งในแมน่ ำ้� โขงบา้ งไหม” โยมผชู้ ายคนหนงึ่ ตอบวา่ “ขา้ นอ้ ยไมเ่ คยเหน็
สตั วท์ ่มี ีลักษณะอยา่ งท่ที ่านอาจารยว์ ่ามานี้ เคยได้ยนิ แตเ่ ขาวา่ มันมปี ลาฝาไร (ปลา
กระเบนนำ้� จดื หรอื ปลาราห)ู อยใู่ นแมน่ ำ้� โขง ผขู้ า้ ไมเ่ คยเหน็ ปลาฝาไรเลย ไมร่ วู้ า่ มนั จะ
ใช่หรือไม่” หลวงปู่ชอบท่านถามเพ่ืออยากรู้ความเข้าใจคนที่นี่ว่าเขาเข้าใจในเร่ืองนี้
อย่างไร ท่านน้ันรแู้ ล้ววา่ นีค่ ืออะไร

คนื แรกพกั ทผ่ี าหม่ พรา้ ว บา้ นนำ�้ วงั องคท์ า่ นบอกมผี วั เมยี คหู่ นงึ่ ขนึ้ จากแมน่ ำ�้ โขง
มาหาทา่ น ผวั เมยี คนู่ เี้ ขาบอกจะมาขอดลู ายมอื ใหอ้ งคท์ า่ น หลวงปชู่ อบปฏเิ สธทจี่ ะให้
สองผัวเมียนี้ดูลายมอื ท่านบอก “ไมต่ อ้ งดูลายมือใหเ้ ราหรอก มอี ะไรเกดิ ข้ึน เราจะ
ภาวนาดเู อง” เมอ่ื องคท์ า่ นปฏเิ สธเชน่ น้ี สองผวั เมยี คนู่ จ้ี งึ ลาทา่ นกลบั ลงไปในแมน่ ำ�้ โขง

ข้ามมาอีกวัน ขณะองค์ท่านหลวงปู่ชอบนั่งเหลาไม้สีฟันอยู่หน้าถ้�ำผาห่มพร้าว
มพี ญานาคตนหนงึ่ สณั ฐานดาํ เหลอื่ ม ตวั ขนาดเทา่ ตน้ ตาลใหญ่ เอาหวั มาพาดวางไวท้ ่ี
ก้อนหินหนา้ ถ�ำ้ ส่วนลาํ ตัวจมอยู่ในแม่น�้ำโขง พญานาคตนนไ้ี มแ่ สดงกิรยิ าอยา่ งอืน่
นอกจากกริ ยิ านเี้ ทา่ นนั้ หลวงปชู่ อบวา่ พญานาคตนนเี้ ขาขนึ้ มาดวู า่ ทา่ นมาทาํ อะไรอยทู่ น่ี ่ี
เขามาดูว่าท่านเอาสมบัติอะไรในถ้ำ� ออกไปหรือเปล่า พญานาคตนนี้เฝ้าดอู งคท์ ่านอยู่
จนถงึ เวลาประมาณสีโ่ มงเย็น เขาจงึ จมลงไปในแมน่ ้ำ� โขง

ทถ่ี ำ้� ผาหม่ พรา้ ว หลวงปชู่ อบทา่ นวา่ มพี ระพทุ ธรปู โบราณหลายองค์ พระพทุ ธรปู
ทท่ี าํ จากทองคาํ กม็ ี ทาํ จากเงินก็มี ทาํ จากสํารดิ กม็ ี ทําจากชนิ เงินกม็ ี พระพทุ ธรปู
แกะสลักจากไม้ก็มี ภายในถ้�ำผาห่มพร้าวมีถ้วยโถโอชามโบราณของลาวอยู่ในถ�้ำ
แห่งนี้มาก หลวงปู่ชอบท่านจัดเรียงพระพุทธรูปขึ้นใหม่เพ่ือกราบไหว้บูชาเวลาไหว้

287

พระสวดมนต์ พญานาคตนนี้จึงขึน้ มาดูวา่ ท่านจะเอาสมบัติภายในถำ�้ ออกไปหรือไม่
ท่านว่าแต่ก่อนเคยมีพระมาพักที่น่ีแล้วแอบเอาพระพุทธรูปโบราณออกไปจากถ�้ำ
พญานาคทร่ี กั ษาสมบตั ศิ าสนาผาหม่ พรา้ วไมพ่ อใจ จงึ สง่ั สอนพระขโี้ ลภพวกนจ้ี นหนี
แตกกระเจงิ

คนื ทส่ี อง ทา่ นบอกมพี ญานาคสองตนขนึ้ มาจากแมน่ ำ้� โขง พอถงึ ฝง่ั พวกเขาพากนั
ถอดรปู พญานาคออก กลายเปน็ รปู รา่ งมนษุ ยแ์ ทน ทา่ นวา่ เวลาพญานาคถอดรปู ออก
งา่ ยเหมอื นกบั คนเราถอดเสอื้ ผา้ เมอื่ ถอดรปู กายนาคาออกแลว้ ผหู้ นงึ่ เปน็ ชาย ผหู้ นงึ่
เปน็ หญงิ พญานาคในรปู มนษุ ยแ์ ตง่ กายดว้ ยอาภรณส์ แี ดงสด ชดุ ทเ่ี ขาแตง่ เหมอื นกบั
ชุดเจ้าเมืองลาวสมัยโบราณ ประดับประดาแก้วมุกมณีเล็กน้อยพอดูงาม ท่านบอก
ถ้าดูจากรูปมนุษย์ทเ่ี ขาจำ� แลงมา พญานาคทง้ั สองถา้ เปน็ คนกอ็ ายุประมาณสส่ี บิ ปี

หลวงปู่ชอบท่านถามชายผู้นี้ว่า “ท่านเป็นใครมาจากไหน” เขาตอบท่านว่า
“ข้าพเจา้ ช่อื กากะละนาคราช มวี ิมานอยใู่ ต้แม่นำ�้ โขง ตรงผาห่มพรา้ ว”

องคท์ า่ นถาม “พญานาคทเ่ี อาหวั มาพาดกอ้ นหนิ หนา้ ถำ�้ เมอ่ื ตอนกลางวนั นี้ ใชท่ า่ น
หรอื ไม่” กากะละนาคราชตอบวา่ เปน็ เขาเอง

ทา่ นถาม “เม่อื ตอนกลางวันมาเฝา้ ดูอาตมาด้วยประสงคใ์ ด” กากะละนาคราช
บอก “ข้าพเจ้ามาดูว่าท่านจะเอาพระพุทธรูปของเก่าที่อยู่ในถ�้ำไปเป็นสมบัติส่วนตัว
หรอื ไม่ เคยมพี ระมาอยทู่ นี่ แี่ ลว้ แอบเอาสมบตั พิ ระศาสนาออกไป จนขา้ พเจา้ ตอ้ งไปตาม
เอาสมบตั พิ ระศาสนาเหลา่ นน้ั กลบั คนื มาไวท้ เี่ ดมิ ” หลวงปชู่ อบถาม “ทา่ นมาหาอาตมา
ด้วยประสงค์ใด” เขาตอบท่านว่า “ข้าพเจ้ากับคู่บารมีมาขอสนทนาธรรมกับท่าน”
องคท์ า่ นถาม “พญานาคกส็ นใจใฝธ่ รรมในพระศาสนาอยหู่ รอื ” กากะละนาคราชบอก
“พญานาคศรัทธาในคาํ สอนของพระพุทธเจา้ มพี ญานาคสว่ นน้อยทไี่ มส่ นใจในพระ
ศาสนา เหมอื นคนเราผสู้ นใจพระศาสนาก็ใฝ่บญุ ผู้ไม่สนใจในพระศาสนากใ็ ฝ่บาป
เรอ่ื งนพี้ ญานาคกบั มนษุ ยจ์ งึ ไมแ่ ตกตา่ งกนั ตงั้ แตท่ า่ นมาพกั อยทู่ น่ี ่ี พวกขา้ พเจา้ มคี วาม
อบอนุ่ เยน็ ใจ กระแสธรรมทท่ี า่ นแผเ่ มตตา พวกขา้ พเจา้ มคี วามสขุ จงึ ตอ้ งขน้ึ มาหาทา่ น
ถงึ ทีน่ ่”ี

288

องค์ท่านหลวงปู่ชอบให้กากะละนาคราชกับคู่บารมีเทวีของเขาสมาทานรับเอา
พระไตรสรณคมนไ์ ปปฏบิ ตั ิ องคท์ า่ นแสดงธรรมอานิสงสศ์ ลี ให้พญานาคท้ังสองฟงั
หลังจากองค์ท่านแสดงธรรมให้กากะละนาคราชและเทวีฟังแล้ว ท่านถามพญานาค
“ทําไมจงึ ตอ้ งมาเกยี่ วขอ้ งกับพระศาสนา พญานาคขึ้นมาโลกมนุษย์เพราะเหตุอะไร”

กากะละนาคราชตอบทา่ นวา่ “พญานาคมาจากมนษุ ยพ์ ทุ ธบรษิ ทั ศลี ธรรมทเ่ี คย
ปฏบิ ตั ยิ งั ตดิ ในจติ ในใจ ถงึ เกดิ เปน็ พญานาคกย็ งั เคารพศรทั ธาในพระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์ อยเู่ หมอื นเดมิ พญานาคจงึ ตอ้ งเขา้ มาเกย่ี วขอ้ งรกั ษาพระศาสนา พญานาคเปน็
เทพเทวดาอีกภูมหิ นึ่งที่พระพทุ ธเจา้ ทกุ ๆ พระองคฝ์ ากศาสนาไว้ใหด้ แู ล”

หลวงปชู่ อบทา่ นถาม “บา้ นเมอื งพญานาคไมม่ วี ดั วาศาสนาหรอื พวกทา่ นถงึ ตอ้ ง
ไดข้ น้ึ มาโลกมนษุ ย”์ กากะละนาคราชบอกทา่ นวา่ “ทเ่ี มอื งบาดาลไมม่ วี ดั วาศาสนาใหไ้ ด้
ปฏิบัติ วัดวาศาสนามีแต่เฉพาะโลกมนุษย์เท่าน้ัน โลกมนุษย์เป็นภูมิบําเพ็ญได้ท้ัง
บญุ บาป ผใู้ ฝด่ กี ฝ็ กั ใฝใ่ นการบำ� เพญ็ บญุ บญุ กศุ ลทบ่ี ำ� เพญ็ จกั สง่ ผลใหเ้ ลอื่ นคณุ งาม
ความดีเป็นเทพเทวดาอยู่ตามสวรรค์ช้ันต่างๆ ผู้ทําบาปก็ตกอบายภูมิเป็นสัตว์นรก
เปรต อสรู กาย เดรัจฉาน ตามความหนกั เบาของบาปกรรมท่ตี นเองไดก้ ระท�ำมา”

บุพกรรมพญานาคสองผวั เมีย

องค์ทา่ นหลวงปูช่ อบถามถึงบพุ กรรมของเจา้ จอมผาหม่ พร้าวกับคู่บารมี พากัน
ทํากรรมอะไรถงึ ได้มาเกย่ี วขอ้ งกับพระพุทธศาสนา “เหตจุ ากกรรมอะไร ทา่ นทง้ั สอง
จงึ ไดม้ าปกปกั รักษาสมบตั ขิ องพระศาสนาอยทู่ ่ีน่ี”

กากะละนาคราชบอกองคท์ า่ นวา่ “ชาตทิ ขี่ า้ พเจา้ เปน็ มนษุ ย์ ขา้ พเจา้ เปน็ คนนกั เลง
มทุ ะลใุ จรอ้ น เมียข้าพเจา้ จึงชวนเข้าวดั ปฏบิ ัตธิ รรม ถือศลี อโุ บสถในวันพระ บญุ ท่ี
ข้าพเจ้ารักษาศีลห้าและศีลอุโบสถ ประกอบกับบุญท่ีข้าพเจ้าได้อุปัฏฐากพระสงฆ์
องคเ์ ณร บญุ เหลา่ นส้ี ง่ ผลใหข้ า้ พเจา้ ได้เกิดเปน็ เทวภมู พิ ญานาค

289

ตอนเปน็ มนษุ ยป์ ฏบิ ตั อิ ยใู่ นวดั วาศาสนา ขา้ พเจา้ เผลอพลาดกรรมเพยี งครง้ั เดยี ว
ในการปฏบิ ตั ติ อ่ สมบตั ศิ าสนา ขา้ พเจา้ กบั เมยี ไดย้ มื จอบ เสยี ม มดี พรา้ ของวดั เอาไป
ปลกู ผกั ทาํ ไร่ พอพชื ผกั ออกผล ขา้ พเจา้ กบั เมยี กจ็ ะนาํ มาทาํ เปน็ อาหารถวายพระสงฆ์
องคเ์ ณรในวัด มดี พร้า จอบ เสียม ที่หยิบยมื ของสงฆไ์ ปใช้ ชาํ รดุ แตกหัก ขา้ พเจา้
ก็ไม่ได้นํามาชดใช้คืนให้กับสงฆ์ ปล่อยท้ิงสมบัติของสงฆ์เหล่าน้ีไปเพราะชะล่าใจ
คิดว่ากรรมเล็กน้อยแค่นี้จักไม่เป็นผล เพราะตนเองไม่มีเจตนายักยอก ก่อนตาย
จิตข้าพเจ้าไปติดยึดกับของสงฆ์ท่ีตนเองยืมไปใช้แล้วไม่ส่งคืน เพราะจิตติดยึดใน
ของสงฆ์ทตี่ นเองยมื ไปใชไ้ มส่ ง่ คนื นี้ จงึ ทาํ ใหข้ า้ พเจา้ เปน็ พญานาคปกปกั รกั ษาสมบตั ิ
พระศาสนา ถา้ จติ ตนเองไมไ่ ปตดิ ยดึ ในเรอื่ งนกี้ อ่ นตาย ขา้ พเจา้ จกั ไดเ้ กดิ เปน็ เทพเทวดา
ชั้นภูมิท่ีสูงกว่าน้ี ส่วนคู่บารมีของข้าพเจ้าเขาปรารถนาเกิดเป็นคู่บารมีกับข้าพเจ้า
ตลอดไป ความปรารถนาประกอบบญุ ของเขา จงึ ทาํ ใหไ้ ดม้ าเกดิ เปน็ พญานาคคบู่ ารมี
ของข้าพเจา้ ”

องค์ท่านหลวงปู่ชอบถาม “ทําไมเมืองของพญานาคจึงได้ชื่อว่าเมืองบาดาล”
พญานาคเจา้ จอมผาหม่ พรา้ วตอบทา่ นวา่ “เมอื งบาดาลคอื ชอ่ื ทมี่ นษุ ยเ์ รยี กกนั ขน้ึ มาเอง
พวกข้าพเจา้ มีวมิ านทิพย์ซอ่ นเหลอื่ มกันกบั ภมู มิ นษุ ย์ พญานาคบางหมเู่ หลา่ กอ็ ยู่ใน
สวรรค์ บางหมู่เหล่าก็อยู่ภูเขา บางหมู่เหล่าก็อยู่ในน�้ำ บางหมู่เหล่าก็อยู่ใต้พิภพ
พวกขา้ พเจา้ จะเรยี กชอ่ื เมอื งตามชอ่ื พญานาคผเู้ ปน็ หวั หนา้ จา่ เมอื ง เมอื งขา้ พเจา้ อยคู่ อื
เมืองกากะละนคร”

องค์ท่านหลวงปู่ชอบถาม “โลกมนุษย์อาศัยแสงสว่างจากไฟจากพระอาทิตย์
แสงเดอื นแสงดาว เมอื งบาดาลของพวกทา่ นอาศยั แสงสวา่ งจากอะไรเปน็ เครอ่ื งดาํ รงอย”ู่
พญานาคผาหม่ พรา้ วบอกองคท์ า่ นวา่ “แสงสวา่ งพระอาทติ ย์ แสงเดอื น แสงดาว ไมส่ ามารถ
สอ่ งถงึ นาคพภิ พได้ ทน่ี าคพภิ พไมม่ กี ลางวนั กลางคนื เหมอื นโลกมนษุ ย์ ทน่ี าคพภิ พของ
พวกขา้ พเจา้ จะมีแกว้ แสงทิพยส์ ว่างไสวอยูต่ ลอดเวลา แสงสวา่ งแก้วแสงทิพยเ์ ย็นใส
ไมร่ อ้ นเหมอื นแสงพระอาทติ ย์ แกว้ ทพิ ยแ์ สงเมอื งนเี้ กดิ จากบญุ ฤทธข์ิ องพวกขา้ พเจา้
พญานาคทกุ ตนจะมแี กว้ ทพิ ยเ์ ปน็ บญุ ฤทธป์ิ ระจาํ ตวั แกว้ ทพิ ยบ์ ญุ ฤทธเ์ิ ปน็ แกว้ สารพดั นกึ
ทพ่ี ญานาคทกุ ตนใชน้ ริ มิต”

290

องค์ทา่ นหลวงปู่ชอบ “พวกมนุษย์กนิ เนอื้ สตั ว์พชื ผักเปน็ อาหาร พวกพญานาค
กนิ อะไรเปน็ อาหาร” เจา้ จอมผาหม่ พรา้ วตอบองคท์ า่ นวา่ “พญานาคเปน็ กายทพิ ย์ ไมม่ ี
เวทนาหวิ โหยเหมอื นกบั มนษุ ย์ ความเหนอ่ื ยหวิ จะไมม่ ใี นพญานาค พวกขา้ พเจา้ อมิ่ ทพิ ย์
ในบุญ จึงไม่มเี วทนาหวิ โหยเหมือนกายหยาบอยา่ งมนุษยห์ รือเดรัจฉาน”

องคท์ า่ นถาม “พญานาคมฤี ทธเ์ิ ดชมากแคไ่ หน” เจา้ จอมผาหม่ พรา้ วบอกองคท์ า่ น
วา่ “พญานาคมฤี ทธิเ์ ดชมากจนเกินจะประมาณได้ ถ้าพญานาคอยากจะทาํ ร้ายผู้ใด
เพยี งแคเ่ พง่ ฤทธใิ์ สม่ นษุ ยผ์ นู้ นั้ กจ็ ะเปน็ จลุ ทนั ที พญานาคมฤี ทธจ์ิ าํ แลงเปน็ อะไรกไ็ ด้
ตามทตี่ นเองอยากจะเปน็ แต่สุดท้ายต้องกลบั ส่อู ัตภาพภมู เิ ดิมของตน”

องคท์ า่ นถาม “เวลาอยบู่ า้ นเมอื งของตน พญานาคมรี ปู รา่ งแบบไหน” กากะละ-
นาคราชบอกทา่ นวา่ “พวกขา้ พเจา้ มรี ปู รา่ งเหมอื นกบั มนษุ ย”์ ทา่ นถาม “รปู รา่ งพญานาค
เกิดขึ้นได้อย่างไร” กากะละนาคราชบอกท่านว่า “รูปพญานาคเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุ
๖ ประการ ๑. เวลาแสดงตน ๒. เวลาเกิดโทสะ ๓. เวลาเดนิ ทาง ๔. เวลาเผลอสติ
๕. เวลาแสดงฤทธิ์ ๖. จติ ปฏพิ ัทธ์ในกาม”

ทา่ นถาม “พญานาคขน้ึ มาโลกมนษุ ยเ์ พราะเหตอุ ะไร” เขาบอกทา่ นวา่ “พญานาค
ขนึ้ มาโลกมนษุ ยด์ ว้ ยเหตหุ ลกั ๔ ประการ ๑. มาเพอ่ื สกั การะกราบไหวส้ ง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธขิ์ อง
พระพทุ ธศาสนา พระพุทธรปู สถปู เจดียท์ ่ีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพทุ ธเจา้
และพระอรหนั ตสาวก ๒. มาเพอ่ื กราบไหวฟ้ งั ธรรมกบั ทา่ นผทู้ รงธรรม ๓. มาเพอื่ บาํ เพญ็
บญุ บารมใี หก้ บั ตนเอง ๔. มาเพอื่ เทยี่ วในโลกมนษุ ย์ แตม่ าเทยี่ วโลกมนษุ ยน์ จ้ี ะไมข่ นึ้
มาบอ่ ย เพราะโลกมนษุ ยว์ นุ่ วายดว้ ยกเิ ลส บา้ นเมอื งพวกขา้ พเจา้ สงบเงยี บเยน็ กวา่ โลก
มนษุ ยม์ าก”

องค์ท่านถามว่า “มนษุ ย์มกี ารทะเลาะเบาะแวง้ ทํารา้ ยเข่นฆ่ากนั พญานาคเปน็
แบบนี้เหมือนกันกับมนุษย์หรือเปล่า” เขาตอบท่านว่า “พญานาคก็มีการวิวาทกัน
เหมอื นกบั มนษุ ย์ พอมปี ัญหากนั พญานาคราชผเู้ ปน็ เจ้าจะเป็นผู้พพิ ากษา เรื่องการ
เขน่ ฆา่ กนั ในสงั คมของพญานาคไมม่ ี เพราะพญานาคเปน็ เทวดา มเี ทวธรรมครองใจ”

291

องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบถามกากะละนาคราช เจา้ จอมพญานาคผาหม่ พรา้ วทกุ แงม่ มุ
ท่ีองค์ท่านอยากรู้ กากะละนาคราชตอบทุกเร่ืองที่องค์ท่านถาม พอได้เวลาสมควร
กากะละนาคราชและคบู่ ารมขี องเขาพากนั ลาองคท์ า่ นกลบั ไปยงั บา้ นเมอื งของพวกเขา
ท่านวา่ เวลาพญานาคทัง้ สองกลับ เขาจะกลายรา่ งเป็นพญานาคจมลงไปในแมน่ �ำ้ โขง
หนา้ ผาหม่ พรา้ ว ไมไ่ ดเ้ อาหวั มดุ ลงไปในนำ้� เหมอื นพฤตกิ รรมแบบงทู ว่ั ไป ทา่ นวา่ กริ ยิ า
แบบนี้ เป็นกริ ิยาในการไปการมาทเี่ ป็นลักษณะเฉพาะของพวกพญานาคทัง้ สเ่ี หล่า

ทา่ นบอกพญานาคจะมพี ฤตกิ รรมแตกตา่ งจากงทู วั่ ไปคอื เวลาเดนิ ทาง พญานาค
จะลอยตัวไปในลกั ษณะพงุ่ ไปขา้ งหนา้ เหมอื นลูกธนูออกจากคนั ศร หรือลอยไปใน
ลกั ษณะเหมอื นกบั คลน่ื นำ�้ พวกงเู วลาไปจะเลอื้ ยวกวนซา้ ยขวา พญานาคจะไมเ่ อาหวั
ของตนเองแตะพื้นดินเหมือนงู พญานาคเวลาพักจะขดตัวเป็นชั้นวง แล้วเอาหัว
พาดวางไวท้ ีล่ าํ ตวั เรือ่ งนอ้ี งคท์ ่านเคยถามเทพนาคา พญานาคผูร้ ักษาพระพทุ ธบาท
สร่ี อย “เพราะอะไร พญานาคจงึ ตอ้ งทำ� กริ ยิ าทแี่ ตกตา่ งจากง”ู เทพนาคาบอกองคท์ า่ นวา่
“พญานาคเปน็ เทพ มศี กั ดเ์ิ หนอื กวา่ พวกงทู เี่ ปน็ สตั วเ์ ดรจั ฉาน พญานาคจงึ แสดงศกั ดนิ า
ของตนเองแบบน”ี้

หลงั จากพญานาคผาหม่ พรา้ วสองผวั เมยี กลบั แลว้ องคท์ า่ นถอนออกจากสมาธิ
พ่อแม่ครูจารย์บอก “คนื นนั้ เราไมไ่ ด้พกั ขนั ธ์ห้าเลย เราไหว้พระสวดมนตแ์ ผ่เมตตา
จนถงึ อรณุ วนั ใหม”่ พอฟา้ เหน็ อรณุ แลว้ หลวงพอ่ บญุ พนิ ทา่ นเอานำ�้ อนุ่ มาใหอ้ งคท์ า่ น
หลวงปชู่ อบลา้ งหนา้ หลวงปชู่ อบถาม “ยพุ นิ (ชอื่ ทค่ี รบู าอาจารยท์ า่ นใชเ้ รยี กชอ่ื หลวงพอ่
บญุ พิน) เม่ือคืนภาวนาเป็นอยา่ งไรบา้ ง เมอ่ื คนื นมี้ ีพญานาคสองผวั เมยี ผาหม่ พร้าว
เขาพากันมาหาเรา ทา่ นเหน็ พวกเขามยั๊ ” หลวงพอ่ บุญพินวา่ “ข้านอ้ ยไมเ่ ห็นขอรับ”

องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบพดู หยอกหลวงพอ่ บญุ พนิ วา่ “ตาหมากขามขี้ พญานาคเขามา
แสดงตวั ใหด้ กู ม็ องไมเ่ หน็ เขา ของเปน็ ตวั ยงั มองไมเ่ หน็ แลว้ กเิ ลสทเี่ ปน็ นามธรรมในใจ
แตล่ ะชน้ั มนั จะไปมองเหน็ ไดย้ งั ไง เวลาเราบอกใหภ้ าวนากอ็ ยา่ ขเี้ กยี จ มนั จะเปน็ พยาน
รกู้ บั เราบา้ ง นอี่ ะไรๆ กใ็ หแ้ ตพ่ อ่ แกม่ นั ดใู หห้ มดทกุ อยา่ ง” หลวงพอ่ บญุ พนิ ถกู องคท์ า่ น
หลวงปชู่ อบเบิกอรุณใจใหท้ า่ นแต่เชา้ มดื

292

หลวงปชู่ อบทา่ นเลา่ เรอื่ งพญานาคสองผวั เมยี ผาหม่ พรา้ วใหห้ ลวงพอ่ บญุ พนิ ฟงั
หลวงพอ่ บญุ พนิ ทา่ นบอกกบั ผบู้ นั ทกึ “ผมกเ็ พลนิ ในเรอื่ งทพี่ อ่ แมค่ รจู ารยท์ า่ นเลา่ ใหฟ้ งั
ก่อนออกบณิ ฑบาต ตอนน้ันเรายงั ภาวนาอ่อนหัดอยู่ จงึ ไม่เห็นพญานาคเหมือนกบั
พอ่ แมค่ รจู ารยท์ า่ น” หลวงปชู่ อบชำ� นาญในกายทพิ ย์ ทา่ นมวี าสนาโปรดพวกกายทพิ ย์
ไดม้ าก พวกเทวดาพญานาคจะมาหาทา่ นทกุ วนั บางทเี ทวดาอยเู่ มอื งเชยี งใหมย่ งั พากนั
มากราบเย่ียมฟังธรรมกับองค์ทา่ นทีโ่ คกมน วาสนาพ่อแมค่ รจู ารย์ชอบท่านโดดเดน่
มากในเร่ืองน้ี ยากทีล่ กู ศิษยอ์ ยา่ งพวกเราจะมบี ญุ บารมเี หมอื นองคท์ ่าน

นาคาคะนองชล

ต้ังแต่วันแรกที่พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พาลูกศิษย์มาพักภาวนาท่ี
ผาหม่ พรา้ ว บา้ นนำ�้ วงั เมอื งสานะคาม แขวงกาํ แพงนครเวยี งจนั ทน์ ประเทศลาว องคท์ า่ น
บอกลกู ศษิ ยท์ กุ คนวา่ “สถานทแี่ หง่ นมี้ เี จา้ จอมเขารกั ษา ใหพ้ ระเณรเราพากนั สาํ รวมใน
ศลี ของตนเอง อยา่ ประมาทในสถานที่ เวลาลา้ งบาตรอยา่ เทเศษอาหารลงไปในนำ้� โขง
เปน็ อนั ขาด จะเปน็ เหตใุ หเ้ จ้าจอมสถานท่ีเขาไม่พอใจ อย่าพากนั คกึ คะนองฝนื คาํ สง่ั
ของเราเปน็ อนั ขาด ถา้ เกดิ อะไรขนึ้ มามนั จะแกไ้ ขลาํ บาก” ลกู ศษิ ยท์ ง้ั พระ เณร ฆราวาส
จงึ พากนั ถอื คาํ สงั่ ขององคท์ า่ นอยา่ งเครง่ ครดั ตง้ั แตว่ นั แรกทเ่ี ขา้ มาพกั อยทู่ ผ่ี าหม่ พรา้ ว

วนั ทจ่ี ะเดนิ ทางออกจากผาหม่ พรา้ วกลบั มายงั ฝง่ั ไทย องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอก
ลกู ศษิ ยว์ า่ “หลงั ฉนั อาหารแลว้ ใหพ้ ระเณรเราพากนั แตง่ บรขิ ารเตรยี มเดนิ ทาง จะมเี รอื
โยมบา้ นสะหงาวมารบั พวกเรากลบั ฝง่ั ไทย” หลงั ฉนั ภตั ตาหารเสรจ็ แลว้ พระเณรลกู ศษิ ย์
ติดตาม พากันเอาบาตรไปลา้ งทีท่ า่ น�้ำรมิ ฝั่งโขงตามปรกตอิ ยา่ งท่เี คยปฏิบตั ิกนั มา

วนั นน้ั หลวงพอ่ บญุ พนิ กตปญุ โญ ทา่ นบอกมฝี งู ปลาขาวนางตวั ขนาดสองนวิ้ มอื
ฝูงใหญ่ พากนั มาลอยเล่นน�้ำอยใู่ กลๆ้ กับบริเวณทา่ ล้างบาตร หลวงพ่อบุญพนิ ท่าน
เขา้ ใจวา่ ปลาขาวนางฝงู นี้ มนั คงอยากจะมากนิ ขา้ วกน้ บาตรพระเณร หลวงพอ่ บญุ พนิ
ทา่ นคดิ เออ้ื เฟอ้ื อยากจะสงเคราะหป์ ลาขาวนางฝงู นี้ จงึ เทเศษอาหารในบาตรของทา่ น

293


Click to View FlipBook Version