หลวงป่ซู ามาบอกท่านอุดมใหถ้ อยออกมาขา้ งนอก เพราะเกรงจะไปกระทบกบั
ธรรมภายในขององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ หลวงปูซ่ ามากับทา่ นอุดมพากนั ถอยออกจาก
เตียงพักขององค์ท่านหลวงปู่ชอบได้ประมาณสองเมตร แสงสว่างนี้ก็ปรากฏขึ้นมา
อีกครั้ง ย่ิงท่านทั้งสองถอยออกไกลจากเตียงขององค์ท่านหลวงปู่ชอบมากเท่าไหร่
แสงสว่างเนยี นใสนก้ี ็ทวีแสงเพ่มิ ขึ้น
หลวงปู่ซามากับท่านอุดมพากันออกมาน่ังดูองค์ท่านหลวงปู่ชอบอยู่หน้าถ�้ำ
ท่านท้ังสองเห็นหลวงปู่ชอบนั่งยิ้มอยู่ภายในกลดเหมือนกับท่ีเห็นกันในครั้งแรก
ทา่ นอดุ มอดสงสยั ไมไ่ ด้ จงึ คลานเขา้ ไปเปดิ ดมู งุ้ กลดขององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบอกี ครงั้
เหน็ หลวงปูช่ อบท่านนอนน่งิ ไมไ่ ดล้ ุกขึ้นมานั่งย้ิมดังที่ตนเองกบั หลวงป่ซู ามาเหน็
หลวงปู่ซามาท่านบอกพระอุดมว่า “อย่าไปยุ่ง เด๋ียวจะกระทบธรรมภายในที่
ท่านอาจารย์ชอบแสดงอยู”่ หลวงปูซ่ ามาบอกท่านอุดมวา่ “ตอนนอี้ าจารยช์ อบทา่ น
กาํ ลงั แสดงธรรมใหเ้ ทพเทวดาฟงั อยา่ ไปยงุ่ กบั วตั รปฏบิ ตั ภิ ายในของทา่ น เรอ่ื งนเี้ ปน็
วาสนาของท่าน เราเป็นลูกศิษย์อย่าเข้าไปยุ่งให้ครูบาอาจารย์ท่านเสียงานภายใน
ถ้าอยากจะรเู้ รือ่ งอะไร กใ็ หเ้ รียนถามครบู าอาจารย์เอาในวันหลัง” หลวงปู่ซามาท่าน
พดู ตดั บทเพอื่ ไมใ่ หท้ า่ นอดุ มเขา้ ไปรบกวนเวลาองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบกาํ ลงั แสดงธรรม
โปรดแขกพเิ ศษขององคท์ า่ น
พอเชา้ วนั ใหม่ ท่านอดุ มจดั น�้ำอุ่น ไม้สีฟัน เข้าไปถวายองค์ท่านหลวงปูช่ อบ
หลวงป่ชู อบถามทา่ นอดุ มวา่ “โบ้ย เม่อื คืนเห็นอหี ยงั บ”่ ทา่ นอดุ มตอบองคท์ า่ นว่า
“ขา้ นอ้ ยเหน็ แสงสวา่ งในถำ�้ ขอรบั ” หลวงปชู่ อบถามพระอดุ มวา่ “เมอื่ คนื นเี้ หน็ เทวดาบ”่
ทา่ นอดุ มตอบองคท์ า่ นตามซอื่ วา่ “ขา้ นอ้ ยบเ่ หน็ ขอรบั ” หลวงปชู่ อบพดู หยอกทา่ นอดุ ม
ด้วยวลีเอ็นดูประจําองค์ท่าน “ตาหมากขามข้ี” (ตาหมากขามข้ี เป็นสํานวนอีสาน
มีความหมายคล้ายกับคําว่า ตาถัว่ หรอื ความหมาย มตี าหามีแววไม)่
หลงั ยกไรต่ าหมากขามขใี้ หท้ า่ นอดุ มเปน็ เจา้ ของแลว้ หลวงปชู่ อบเลา่ เรอื่ งเมอื่ คนื
ท่ีผ่านมาให้ท่านอุดมฟัง “เมื่อคืนพวกเทพเทวดาจากหลายชั้นภูมิพากันมาหาเรา
344
ทา้ วสกั กะพญาอนิ ทรพ์ าบรวิ ารมาฟงั ธรรมกบั เรา เมอื่ คนื เทวดาพากนั มาหลายสบิ พนั
จนเตม็ ภทู อก แสงสวา่ งทที่ า่ นเหน็ นนั้ คอื รศั มขี องเทพเจา้ เหลา่ เทวดาเปลง่ บารมี จงึ ปรากฏ
แสงนวลสวา่ งให้ท่านได้เห็นภายนอก เหน็ หรือยังละ่ ปาฏหิ าริยพ์ ระศาสนาเป็นจง่ั ได๋
เหน็ หรอื ยงั สง่ิ ทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทา่ นตรสั ไวน้ นั้ มอี ยจู่ รงิ ถา้ อยากไดด้ มี ธี รรม กป็ ฏบิ ตั ใิ ห้
มันได้จนสน้ิ สงสยั พอตาจติ ตาใจเปิดแล้ว กจ็ ะรู้วา่ ธรรมทพี่ ระพุทธเจ้าทา่ นตรัสรู้นั้น
เป็นจงั่ ได๋ ถา้ รู้ธรรมแล้ว กะบต่ ้องให้ผูใ้ ดมาสอนอีก มันจบเบ่ิดสอู่ ยา่ ง (มันจบหมด
ทุกอย่าง) พอเฮาบอกใหท้ ําความเพยี ร มันกะใหเ้ ฮาเปน็ เถา้ แกไ่ ปขออสี าด อีหมอน
ใหม้ นั มนั สเิ อาสาดเอาหมอนนนั่ บเ่ ปน็ สรณะพาไปสวรรคน์ พิ พาน ตาหมากขามขเี้ อย้ ”
ทา่ นอดุ มบอก ตอนนนั้ ตนเองไมม่ คี าํ แกต้ วั เพราะทกุ อยา่ งทอ่ี งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ
พูดมานั้นเป็นความจริงท่ีว่ิงชนใจ ท่านอุดมบอกตนเองได้แต่ก้มหน้ารับธรรมอรุณ
เบกิ ฟา้ ทอี่ งค์ท่านหลวงปู่ชอบเปิด “ตาหมากขามข้ี” ใหต้ ง้ั แต่เชา้ กอ่ นออกบณิ ฑบาต
คาํ วา่ “ตาหมากขามข้ี” นี้เปน็ ประโยคธรรม “คําวเิ ศษ” ทอ่ี งค์ท่านหลวงปชู่ อบ
มกั จะพดู ใหล้ กู ศษิ ย์ พระเณรองคไ์ หนทอี่ งคท์ า่ นไมใ่ หน้ สิ ยั เวลาตาํ หนพิ ระเณรรปู นน้ั ๆ
องคท์ า่ นจะไมเ่ อย่ คาํ วา่ “ตาหมากขามข”ี้ ออกมา ถา้ พระเณรองคไ์ หนถกู หลวงปชู่ อบ
ท่านว่า “ตาหมากขามข้”ี พระเณรองคน์ ั้นจะเป็นท่ยี อมรับกันในศิษย์สายธรรมของ
องคท์ ่านหลวงปชู่ อบวา่ นค่ี อื “ทายาทผ้สู บื นสิ ัยทางธรรม” ท่อี งคท์ า่ นกาํ ลงั ฝึกฝน
เรื่องท่ีองค์ท่านหลวงปู่ชอบปรากฏแสงสว่างน้ี พระเณรที่อุปัฏฐากองค์ท่าน
จะเหน็ กนั ทกุ คำ�่ คนื สว่ นมากแสงนวลแบบนจ้ี ะเกดิ ขนึ้ หลงั เวลาสท่ี มุ่ เปน็ ตน้ ไป บางวนั
ก็สวา่ งมาก บางวันกส็ ว่างนอ้ ย
เรียนถามองค์ทา่ นว่า “แตล่ ะคนื ทําไมมแี สงสว่างมากน้อยตา่ งกัน”
องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอก “ขนึ้ อยกู่ บั วนั นน้ั เทวดามามากมานอ้ ย ถา้ เทวดามามาก
แสงสวา่ งนกี้ เ็ กดิ ขน้ึ มาก ถา้ เทวดามานอ้ ย แสงสวา่ งนกี้ จ็ ะนอ้ ย” เรอื่ งปาฏหิ ารยิ พ์ น้ื ฐาน
แบบนี้ขององคท์ ่านหลวงปชู่ อบ ลกู ศษิ ยอ์ ปุ ัฏฐากจะเห็นกันทกุ วันจนกลายเปน็ เรือ่ ง
ที่คุ้นชิน
345
เร่ืองฤทธาปาฏิหาริย์เราเห็นมามากต่อมาก เวลาใครพูดเร่ืองปาฏิหาริย์ให้ฟัง
เรานนั้ เฉยๆ ไมต่ น่ื เตน้ เพราะเราเหน็ มามากตอ่ มากทพี่ อ่ แมค่ รบู าอาจารยห์ ลวงปชู่ อบ
ท่านแสดงให้ดู บางครงั้ องคท์ า่ นหายตัวไปตอ่ หน้าตอ่ ตา บางครั้งองค์ทา่ นแสดงกาย
ออกเปน็ หลายคน ทง้ั เปน็ เณร เปน็ พระ และรปู รา่ งองคท์ า่ นในวาระเดยี วกนั บางครงั้
องค์ทา่ นกล็ อยตวั ข้ึนบนอากาศใหล้ กู ศิษยผ์ ู้อุปัฏฐากได้เหน็
ถามท่าน “พ่อแม่ครูบาอาจารยท์ ําแบบนไ้ี ดย้ งั ไง”
องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอก “มโนมยิทธิ ฤทธ์ทิ างใจ”
ทา่ นพระอาจารยจ์ นั ทรเ์ รยี น คณุ วโร วดั ถำ้� สหายธรรมจนั ทรน์ มิ ติ บอก “ทพ่ี วกทา่ น
เหน็ นย้ี งั นอ้ ย เฮาเทยี่ ววเิ วกกบั เพนิ่ บางเทอื่ เฮาเดนิ แซงเพนิ่ ไปลบิ ๆ หลวงปชู่ อบเพน่ิ
แสดงฤทธิ์เดนิ ออกหนา้ เฮา หลวงปชู่ อบเพ่นิ เรว็ เฮาเอาตีนเดิน เพิ่นเอาฌานเดิน”
ท่ีพักขององค์ท่าน บางวันก็จะมีกลิ่นหอมคล้ายดอกไม้หรือเครื่องหอมโชยมา
ให้ลูกศิษย์ที่เฝ้าอุปัฏฐากได้สัมผัส ส่วนมากกล่ินหอมที่ว่าน้ีมักจะเกิดขึ้นในวันพระ
ผบู้ นั ทกึ ครบู ากลว้ ย เรยี นถามองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบถงึ เรอื่ งกลน่ิ หอมทเ่ี กดิ ขนึ้ ในทพ่ี กั
ของพอ่ แมค่ รบู าอาจารยน์ เี้ กดิ จากอะไร องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอกบางครงั้ เกดิ จากเทพ
เทวดาเขานํามาลัยดอกไม้ทิพย์มาไหว้สาสักการะองค์ท่าน บางครั้งเกิดจากอํานาจ
คณุ ศลี คณุ ธรรมทอ่ี งคท์ า่ นแสดงใหบ้ คุ คลรบั รเู้ พอื่ เปน็ กาํ ลงั ใจในการปฏบิ ตั ขิ องบคุ คล
นัน้ ๆ
กล่ินศีลกล่ินธรรมของหลวงปู่ชอบเวลาท่ีท่านแสดงให้ลูกศิษย์รับทราบนั้น
กลนิ่ ศลี กลน่ิ ธรรมขององคท์ า่ นจะหอมหวนคลา้ ยกลนิ่ พกิ ลุ โชย กลนิ่ ทพิ ยก์ ลน่ิ ธรรม
ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ เมื่อใครได้สัมผัสจะรู้สึกชุ่มช่ืนข้ึนมาในจิตใจ จนยากจะ
อธบิ ายเป็นวจั นภาษา ไม่ว่าผูน้ ั้นจะใช้ภาษาพูดหรือภาษาเขียนอยา่ งชาํ นาญก็ตาม
346
กรรมทำ� ร้ายผทู้ รงธรรม
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๒๙ พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม รบั นมิ นตไ์ ปเมตตาวดั
แหง่ หนง่ึ หลวงปชู่ อบเดนิ ทางจากวดั ปา่ โคกมนไปพรอ้ มลกู ศษิ ย์ มพี ระอาจารยอ์ านนท์
เปน็ หวั หนา้ อปุ ฏั ฐาก หลวงปชู่ อบไปพกั อยวู่ ดั ลา้ นขวด คนื นนั้ ทา่ นสนทนากบั พระเณร
ญาติโยมจนถึงดกึ ดื่นเทยี่ งคืน
หลังจากพระเณรญาตโิ ยมลากลับแลว้ พระอาจารย์อานนท์นมิ นต์หลวงปูช่ อบ
พกั ผอ่ นเพราะเหน็ วา่ ดกึ แลว้ หลวงปชู่ อบบอก “เรายงั ไมง่ ว่ งนอน” ทา่ นบอกพระเณร
“คนื นอี้ ยา่ เพงิ่ พากนั นอนเรว็ นกั ถา้ ใครไมง่ ว่ งกใ็ หอ้ ยเู่ ปน็ เพอื่ นเรา ถา้ ใครงว่ งกใ็ หไ้ ป
นอนท่ีอ่นื อยา่ มานอนอยู่ทน่ี ่ี ใหพ้ ากันดูฟนื ดไู ฟ อยา่ หลงหลับเพลนิ จนไม่ร้เู รอ่ื ง”
คาํ พดู ของหลวงปู่ชอบในคืนนนั้ พระเณรท่ีอุปัฏฐากไมม่ ใี ครคดิ เอะใจอะไรกัน
พากันคดิ กนั วา่ หลวงปชู่ อบทา่ นใหไ้ ปดบั ไฟธูปไฟเทยี น
เวลาประมาณตหี นงึ่ พระอาจารยอ์ านนทก์ างมงุ้ ใหอ้ งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ ระหวา่ ง
กาํ ลงั กางมงุ้ อยนู่ นั้ พระอาจารยอ์ านนทเ์ หน็ ผชู้ ายสองคนเดนิ มาทางทพี่ กั หลวงปชู่ อบ
ทา่ นคดิ วา่ “ดกึ ปา่ นนแี้ ลว้ ยงั มโี ยมมาหาหลวงปชู่ อบอยหู่ รอื ” ความคดิ ทา่ นไมท่ นั จาง
ผชู้ ายสองคนนไ้ี ดจ้ ดุ ไฟใส่ทอ่ นไมท้ ี่พนั ผ้าอาบนำ้� มัน ผู้ชายทั้งสองคนไดข้ วา้ งคบไฟ
ขน้ึ ไปบนหลงั กฏุ ทิ พ่ี กั ของหลวงปชู่ อบ แลว้ พากนั หนไี ปทางฝง่ั โรงเรยี นทอ่ี ยตู่ ดิ กบั วดั
พระอาจารยอ์ านนทท์ า่ นบอกพระเณรใหพ้ ากนั มาดบั ไฟทกี่ าํ ลงั ลกุ ไหมห้ ลงั คากฏุ ิ
ที่พักของหลวงปู่ชอบ พระอาจารย์อานนท์ท่านเก็บผ้าครองของหลวงปู่ชอบมาถือไว้
กบั ตวั เพราะเกรงบรขิ ารขององคท์ า่ นจะถกู ไฟไหม้ พระอาจารยอ์ านนทว์ า่ หลวงปชู่ อบ
ทา่ นนง่ั ยม้ิ ดพู ระเณรดบั ไฟ ไมแ่ สดงอาการตนื่ เตน้ ใดๆ ออกมาใหเ้ หน็ เลย พระอาจารย์
อานนท์ว่าพระเณรตอนน้ันพากันดับไฟยังกับลิงต่ืนเพลิง ท่านอุ้มหลวงปู่ชอบฝ่าไฟ
ลงจากกฏุ อิ ยา่ งทลุ กั ทเุ ล นมิ นตห์ ลวงปชู่ อบนง่ั พกั ทร่ี ถเขน็ หลวงปชู่ อบทา่ นนง่ั ดพู ระเณร
ดับไฟทีก่ าํ ลงั ลุกไหม้ท่พี ักของท่านอยู่ประมาณสบิ นาทเี พลงิ จึงสงบ
347
ทพี่ กั ของหลวงปชู่ อบถกู เผาไปครงึ่ หลงั ไมส่ ามารถทจ่ี ะพกั ได้ พระเณรอปุ ฏั ฐาก
นิมนต์องค์ท่านหลวงปู่ชอบไปพักที่ศาลา โยมท่ีติดตามหลวงปู่ชอบมาจากเมืองเลย
นิมนต์องค์ท่านไปพักท่ีวัดแห่งอื่นเพ่ือความปลอดภัย หรือไม่ก็เดินทางกลับวัดป่า
โคกมนในคนื นเี้ ลย หลวงปชู่ อบทา่ นบอก “เราไมก่ ลบั จะอยทู่ น่ี ก่ี อ่ น คนมาทาํ รา้ ยเรา
เขาทาํ ไดแ้ คน่ ้แี หละ กรรมที่ทําจะสนองคนื พวกเขาในปัจจุบัน”
โยมบางคนโกรธแค้นผู้มาเผากุฏิของหลวงปู่ชอบ จะเอาเร่ืองจนถึงที่สุด
หลวงปชู่ อบเตอื นสติ ทา่ นบอก “เราผถู้ กู กระทาํ ยงั รจู้ กั อเุ บกขาวางเฉย คนอน่ื ไมต่ อ้ ง
มาแคน้ เคอื งแทนเราหรอก ใครทาํ อะไรไป บาปกรรมจะคนื เขาเอง กรรมจะเปน็ ผบู้ งการ
ผนู้ น้ั เอง” ตาํ รวจถามองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ ทา่ นบอก “เรอ่ื งนเ้ี ราไมต่ ดิ ใจ เรามาทนี่ เ่ี พอ่ื
โปรดสัตว์ ไม่ไดม้ าหาเรอื่ งผู้หน่งึ ผู้ใด” หลวงปู่ชอบทา่ นพกั อยทู่ ่ีวัดลา้ นขวด ๓ คืน
จึงเดินทางกลบั มาวัดป่าโคกมน
หลงั จากเหตกุ ารณน์ ผ้ี า่ นไปไมถ่ งึ ปี หลวงพอ่ โก เจา้ อาวาสวดั ลา้ นขวด มากราบ
องค์ท่านหลวงปู่ชอบที่วัดป่าโคกมน หลวงพ่อโกกราบเรียนองค์ท่านหลวงปู่ชอบว่า
หนึ่งในสองคนท่ีถูกจ้างมาให้ลอบเผากุฏิ เขาไปกินเหล้ากับเพื่อน พอเมาแล้ว
ทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในวงเหล้า ถูกเพ่ือนในวงเหล้าเอามีดแทงตาย ถัดมาไม่นาน
ชายอกี คนหน่งึ ทรี่ ว่ มกนั เผากฏุ ิ ขับรถมอเตอรไ์ ซค์ลม้ ตายไปอีกคน
พอชายทั้งสองนี้ตายไปในเวลาไล่เรียงกัน ผู้ที่จ้างวานคนทั้งสองเกิดวิปลาส
เป็นบา้ หลวงพ่อโกบอกชายผจู้ ้างคนมาลอบทํารา้ ยหลวงปชู่ อบน้ี เป็นบา้ หนักถึงข้ัน
คลมุ้ คลงั่ ไมใ่ สเ่ สอ้ื ผา้ บาปกรรมทาํ กบั พระอรยิ สงฆผ์ ทู้ รงธรรม เปดิ ปากใหพ้ ดู ออกมาวา่
จ้างคนมาลอบเผากุฏิหลวงปู่ชอบ คนท้ังหลายจึงรู้ว่าชายห่มเหลืองผู้นี้คือคนที่อยู่
เบื้องหลงั ว่าจ้างใหค้ นมาเผากุฏเิ พื่อหวงั ทํารา้ ยองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ชายผู้ทีว่ า่ จา้ งให้
คนมาเผากฏุ หิ ลวงปชู่ อบเปน็ บา้ หนกั ถงึ ขนั้ ไมใ่ สเ่ สอ้ื ผา้ ญาตพิ น่ี อ้ งจงึ จบั มดั ลา่ มโซไ่ ว้
ใตถ้ นุ บา้ น สดุ ทา้ ยชายผนู้ ไ้ี ดก้ นิ ยาเบอื่ หนปู ลดิ ชวี ติ ความเปน็ คนของตนเองไปจากโลก
ผู้คนที่ร้เู ร่อื งนตี้ ่างสลดใจในกรรมของเขา
348
บนั ทกึ ตอ่ ทา้ ย วนั ที่ ๑๒ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๓ หลวงปชู่ อบทา่ นเดนิ ทางไปที่
วัดล้านขวดอีกครั้งตามคํานิมนต์ของหลวงพ่อโก คร้ังน้ีผู้บันทึกได้เดินทางไปกับ
หลวงปชู่ อบ หลวงพอ่ โกและญาตโิ ยมนาํ เรอ่ื งนม้ี าสนทนากบั หลวงปชู่ อบ โดยผบู้ นั ทกึ
เปน็ ผซู้ กั ถามเรอื่ งราว เมอ่ื ทราบเรอ่ื งและไดเ้ หน็ สถานทเี่ กดิ เหตแุ ลว้ ตนเองรสู้ กึ สลดใจ
ในกรรม กราบเรียนองค์ท่านหลวงปู่ชอบถึงท่ีหมายปลายทางของผู้กระทํากรรม
ท้ังสามว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน องค์ท่านพูดท่ามกลางพระเณรและญาติโยมว่า
“คนทั้งสามตอนน้ีอยู่ท่ีเดียวกับเทวทัต ท้ังสามคนจะพ้นอเวจีทีหลังเทวทัต”
ฟังหลวงปู่ชอบพูดแล้วสยองกรรมไปกับพวกเขา อเวจีขุมน้ีไม่เคยปรานีสุขให้กับ
สัตว์นรกตัวไหนเลย
เรื่องหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ถูกวางเพลิงที่พกั เมอื่ ปี ๒๕๒๙ น้ี เปน็ เรื่องภายใน
ทป่ี ดิ กนั ไว้ เพราะหลวงปชู่ อบทา่ นไมใ่ หเ้ ปดิ เผยในตอนนน้ั เนอ่ื งจากจะมคี นสรา้ งเวร
กับอีกฝ่ายหน่ึง เรื่องนี้เดิมทีจะไม่มีการลงในชีวประวัติขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ
เพราะเหน็ วา่ เปน็ เรอื่ งภายในทซี่ บั ซอ้ นกบั คนภายนอก ครบู าอาจารยอ์ ปุ ฏั ฐากองคท์ า่ น
หลวงปูช่ อบ ร่นุ ทายาทธรรม ท่านใหน้ ําเร่อื งนีม้ าเปดิ เผยเพอื่ เป็นคติธรรมสอนใจถงึ
กรรมเบยี ดเบยี นผทู้ รงธรรม กรรมเบยี ดเบยี นทา่ นผทู้ รงธรรมนเี้ ปน็ กรรมอยมั ภะทนั ตา
ส่งผลเร็วในปัจจุบันโดยไม่ต้องรอชาติหน้า เร่ืองน้ีผู้บันทึกเขียนเพื่อเป็นอุทาหรณ์
เทา่ นัน้ ไม่มเี จตนาเปน็ อยา่ งอ่ืน สําหรับผู้ทสี่ ร้างกรรมกบั ทา่ นผู้ทรงธรรม
แม่ส�ำเนยี ง คุณนายโอโล่
หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ ประธานสงฆ์ วดั ภรู ทิ ตั ตะ เมอื งออนทารโิ อ รฐั แคลฟิ อรเ์ นยี
ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านมากราบนิมนต์หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ไปเมตตาในงาน
วางศลิ าฤกษพ์ ระอโุ บสถ วดั ภรู ทิ ตั ตะ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า หลวงปชู่ อบทา่ นรบั นมิ นต์
หลวงปสู่ วุ จั น์ จะไปเมตตาในงาน พอมขี า่ วหลวงปชู่ อบทา่ นจะไปประเทศสหรฐั อเมรกิ า
ลกู ศษิ ยท์ างเมอื งไทยเปน็ หว่ ง ไมอ่ ยากใหท้ า่ นไป หลวงปชู่ อบทา่ นบอกลกู ศษิ ย์ “เมอ่ื ย
กะอดเอา ข่ีเคร่ืองบินมันบ่เมื่อยคือย่างดอก (มันไม่เหนื่อยเหมือนกับเดินหรอก)
349
โยมเมืองไทยเฮาไปโปรดหลายแล้ว โยมอยู่อเมริกา เฮายังบ่เคยไปโปรดเขาเลย
ท่านสุวัจน์นิมนต์เฮาไปปลูกศรัทธาพระศาสนาไห่กับญาติโยมทางนั่น เฮาไปสร้าง
ประโยชน์ไห่พระศาสนา บไ่ ดไ้ ปเท่ียวเบิ่งฝรัง่ ”
หลวงป่บู ุญเพ็ง เขมาภริ โต วดั ถ�ำ้ กลองเพล ตําบลโนนทัน อาํ เภอเมอื ง จังหวดั
หนองบวั ลาํ ภู ทา่ นมาเยยี่ มหลวงปชู่ อบทว่ี ดั ปา่ โคกมน หลวงปชู่ อบบอกหลวงปบู่ ญุ เพง็
ใหไ้ ปเทศนโ์ ปรดญาตโิ ยมทป่ี ระเทศสหรฐั อเมรกิ า หลวงปบู่ ญุ เพง็ ทา่ นรบั ทจี่ ะเดนิ ทาง
ไปประเทศสหรฐั อเมริกาพร้อมกับหลวงปูช่ อบ
คุณนายสําเนยี ง บับภาวนั หรอื “แม่โอโล่” นามฉายาทห่ี ลวงปชู่ อบท่านตั้งให้
คุณนายสําเนียง เน่ืองจากคุณนายสําเนียงชอบทาํ อาหารประเภท “พะโล้” ทุกชนิด
มาถวายหลวงปชู่ อบเปน็ ประจาํ หลวงปชู่ อบทา่ นจงึ ตง้ั ฉายา คณุ นายโอโล่ หรอื แมโ่ อโล่
ให้คุณแมส่ ําเนยี ง (หลวงปชู่ อบท่านเรียกแกงพะโล้วา่ แกงโอโล)่
คณุ แมส่ าํ เนียงทราบขา่ วว่าหลวงปู่ชอบจะไปประเทศสหรฐั อเมรกิ า แม่สาํ เนียง
มาถามหลวงปู่ชอบถึงเรื่องน้ี หลวงปู่ชอบชวนแม่สําเนียงไปประเทศสหรัฐอเมริกา
ดว้ ยกนั กบั องคท์ า่ น ทา่ นบอก “ไหแ่ มโ่ อโลไ่ ปอเมรกิ า ไปเอาผวั ฝรงั่ ” แมส่ าํ เนยี งตอบ
หลวงปู่ชอบดว้ ยสําเนยี งเสยี งไทเลยว่า “พอ้ เอ๋ย (พ่อเอย๋ ) สิไ๊ ห่ลูกไปเอาผวั ฝรั่งจงั๋ ใด๋
ขา้ นอ้ ยเฒา่ แลว้ บแ่ มน่ ผแู้ ซผ่ สู้ า๊ ว ฝรง่ั ผใู้ ดเ๋ พนิ่ สเ๊ิ บงิ่ ” แมส่ าํ เนยี งตอบแบบสนกุ สนาน
ดว้ ยความเปน็ กนั เองกบั องค์ท่านหลวงปชู่ อบในฐานะ “ลูกบุญธรรม”
หลวงปชู่ อบ “บแ่ มน่ ไหไ่ ปเอาผวั ตอนนี้ ไหไ่ ปอยอู่ เมรกิ ากอ่ น ไปอยนู่ นั่ แลว้ กะสิ
ไดเ้ ปน็ สาวขนึ้ ใหม่ หน้าตางามใสกัว่ อยเู่ มืองไทยอีก อยเู่ มอื งฝร่งั มนั มเี ครื่องสําอาง
มนั หลาย สนกุ แตง่ หนา้ แตง่ ตา สเิ อางามซำ่� ไดก๋ ะได”่ (จะเอาสวยขนาดไหนกไ็ ด)้ พดู จบ
หลวงปูช่ อบทา่ นก็หัวเราะ แมส่ าํ เนียงกห็ ัวเราะ คนอื่นๆ ท่ีฟงั ก็พลอยหวั เราะ เพราะ
คดิ ว่าเป็นเรอ่ื งตลกทหี่ ลวงปชู่ อบท่านพูดหยอกลูกศษิ ย์
พระอาจารย์จนั ทรเ์ รียน คณุ วโร วดั ถ�้ำสหายธรรมจนั ทร์นมิ ิต จงั หวัดอุดรธานี
ทราบเรื่องหลวงปู่ชอบจะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านถามเรื่องน้ีกับ
350
ครูบาอาจารย์ หลวงปู่ชอบท่านชวนพระอาจารย์จันทร์เรียนให้ไปโปรดญาติโยมท่ี
ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยกัน พระอาจารย์จันทร์เรียนปฏิเสธหลวงปู่ชอบในเรื่องน้ี
พระอาจารยจ์ นั ทรเ์ รยี นทา่ นวา่ “ไปอหี ยงั อเมรกิ า บรษิ ทั บรวิ าร พนี่ อ้ งขา้ นอ้ ยบม่ อี ยนู่ น่ั
ข้าน้อยบ่คอื ครจู ารยเ์ ด้ บารมีรอบโลก โปรดเจก๊ โปรดไทย โปรดฝรั่ง ครูบาอาจารย์
บารมีหลายกะไปโลดแหล่ว”
วนั ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ คณะหลวงปชู่ อบเดนิ ทางไปประเทศสหรฐั อเมรกิ า
โดยมีผู้ติดตามคือ ๑. พระอาจารยด์ าด สิรปิ ญั โญ ๒.พระอาจารยข์ ันตี ญาณวโร
๓. พระอาจารยเ์ ฉลยี ว วรกจิ โจ ๔. พระอาจารยแ์ สง จริ วฒั ฑโก ๕. พระอาจารยอ์ าํ นวย
กนั ตจาโร ๖. แมจ่ อ้ ย (จนั ทรน์ วล พรมมาส) ๗. แมโ่ อโล่ (คณุ นายสาํ เนยี ง บบั ภาวนั )
โดยมีคณะของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี วัดราชบพิธ กรุงเทพฯ
และคณะของทา่ นพระครเู ขมากรพสิ ทุ ธ์ิ (หลวงพอ่ เขม้ ) วดั ปา่ คลองกงุ้ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
รว่ มเดนิ ทางไปพร้อมกบั คณะของหลวงปู่ชอบ
ถึงประเทศสหรฐั อเมรกิ า คณะหลวงป่ชู อบพกั ทีว่ ัดภูรทิ ัตตะ เมืองออนทารโิ อ้
รัฐแคลิฟอร์เนีย เสร็จจากงานวางศิลาฤกษ์อุโบสถวัดภูริทัตตะแล้ว หลวงปู่ชอบ
และคณะ เดนิ ทางไปเมตตาญาตโิ ยมชาวไทยชาวลาวทอ่ี ยตู่ ามเมอื งตา่ งๆ ของประเทศ
สหรฐั อเมรกิ าตามทลี่ กู ศษิ ยน์ มิ นต์ พอใกลว้ นั ทจ่ี ะกลบั มาเมอื งไทย หลวงปชู่ อบและ
คณะกลับมาพักทว่ี ดั ภูริทัตตะอีกครั้งหน่งึ
วนั อาทติ ยท์ ่ี ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เวลาประมาณหนง่ึ ทมุ่ คณะศิษย์
วดั ภรู ทิ ตั ตะ ไดร้ ว่ มกนั สวดมนตไ์ หวพ้ ระพรอ้ มกบั คณะของหลวงปชู่ อบ หลงั ไหวพ้ ระ
สวดมนตแ์ ลว้ ญาตโิ ยมกราบนิมนตค์ รูบาอาจารยแ์ สดงธรรม หลวงปู่ชอบท่านบอก
หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต เป็นองค์แสดงธรรม หลวงปู่บุญเพ็งท่านกราบเรียน
หลวงปู่ชอบว่า “จะใหก้ ระผมแสดงธรรมเรื่องอะไร” หลวงปู่ชอบบอกหลวงปูบ่ ญุ เพง็
ใหแ้ สดงธรรมเร่อื ง มรณงั เม ภวิสสติ (ธรรมอนั กลา่ วถึงใหม้ ีสติระลกึ ถึงความตาย
อยูเ่ สมอ) หลวงป่บู ุญเพง็ ท่านจงึ แสดงธรรมเรือ่ งน้ตี ามทอี่ งค์ท่านหลวงปูช่ อบบอก
351
หลวงปู่บุญเพ็งท่านบอก “เราก็ไม่คิดว่าธรรมท่ีหลวงปู่ชอบท่านบอกให้แสดง
ในวนั นนั้ จะเปน็ ผล เราแสดงธรรมโดยไมห่ ลบั ตา แสดงธรรมไปมองดผู คู้ นไป วนั นนั้
เราน่ังแสดงธรรมอยู่ข้างๆ หลวงปู่ชอบ เราแสดงธรรมประมาณหนึ่งช่ัวโมงก็ยุติ
พอแสดงธรรมจบ ญาติโยมกอ็ อกไปนอกศาลา บางคนกไ็ ปเข้าห้องน้�ำ อากาศวันน้ัน
มนั รอ้ นอบอา้ วมาก ตอนเทศนอ์ ยเู่ หงอื่ แตกจนจวี รชมุ่ เหน็ แมส่ าํ เนยี งถอื กระเปา๋ เดนิ ไป
ห้องน้�ำ เราก็คิดว่าแกร้อน คงอยากจะไปอาบน�้ำ น่ันคือคร้ังสุดท้ายท่ีเราได้เห็น
แมส่ าํ เนียง
เรานัง่ คุยกบั หลวงปชู่ อบกบั โยมอยเู่ กอื บชว่ั โมง มีคนร้องขึ้นวา่ “มีผหู้ ญิงนอน
เปน็ ลมอยใู่ นหอ้ งนำ้� ” ผหู้ ญงิ ทน่ี อนอยใู่ นหอ้ งนำ�้ คอื แมส่ าํ เนยี ง โยมวดั ภรู ทิ ตั ฯ โทรศพั ท์
เรยี กรถพยาบาลใหม้ ารบั แมส่ าํ เนยี งไปสง่ โรงพยาบาล หมอฝรง่ั บอกแมส่ าํ เนยี งเสยี ชวี ติ
ก่อนท่พี วกหมอพยาบาลจะมาถงึ แล้ว วนั นัน้ โยมเศรา้ กนั ทงั้ วัด”
หลงั งานฌาปนกจิ แมส่ าํ เนยี งผา่ นไปประมาณหนง่ึ เดอื น หลวงปบู่ ญุ เพง็ ทา่ นมา
เยยี่ มหลวงปชู่ อบทว่ี ดั ปา่ โคกมน หลวงปบู่ ญุ เพง็ ถามหลวงปชู่ อบวา่ “ตอนนแ้ี มส่ าํ เนยี ง
เป็นยงั ไงบา้ ง” หลวงปู่ชอบทา่ นบอก “จ่อแลว้ ” (อยู่ในครรภแ์ ล้ว) หลวงปบู่ ญุ เพง็
ถาม “แม่ส�ำเนียงจะเกดิ ที่ไหน” หลวงปูช่ อบ “เกิดอยูเ่ มืองท่ีตาย”
ปี ๒๕๓๔ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม รบั นมิ นตไ์ ปจาํ พรรษาทวี่ ดั พทุ ธรตั นาราม เมอื ง
เคลเลอร์ รฐั เทก็ ซสั ประเทศสหรัฐอเมริกา คณะหลวงปชู่ อบเดนิ ทางจากเมืองไทย
ไปจําพรรษาท่ปี ระเทศสหรฐั อเมรกิ า วนั ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ลูกศิษยต์ ิดตาม
ทา่ นไปจาํ พรรษาท่ีประเทศสหรัฐอเมริกานัน้ มี ๑. พระเฉลียว วรกิจโจ ๒. พระแสง
จิรวัฒฑโก ๓. พระอาํ นวย กนั ตาจาโร ๔. พระวรี ะศักด์ิ ธรี ภัทโท (ครบู ากลว้ ย -
ผ้บู นั ทกึ ) ๕. คณุ แมจ่ อ้ ย (อาจารยจ์ นั ทร์นวล พรมมาส) โยมอุปฏั ฐาก
วันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ขณะองค์ทา่ นหลวงปชู่ อบและผู้บนั ทึก
(ครบู ากลว้ ย) พักอยทู่ ว่ี ดั ภูรทิ ัตตะ เมอื งออนทารโิ อ้ รัฐแคลฟิ อร์เนีย เวลาประมาณ
สี่โมงเย็น ตนเองพาหลวงปู่ชอบน่ังรถเข็นชมบริเวณรอบๆ วัดภูริทัตตะ ผู้บันทึก
352
(ครูบากล้วย) กับหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ พากันเข็นรถองค์ท่านหลวงปู่ชอบชมรอบ
บรเิ วณวดั ภูรทิ ตั ตะ จนถึงเวลาประมาณหา้ โมงเย็น จงึ พาหลวงป่ชู อบมานั่งพักฉนั น้ำ�
ใต้ต้นไม้ทางเข้าประตูวัดภูริทัตตะ ระหว่างป้อนน้�ำปานะองค์ท่านหลวงปู่ชอบ
หลวงปสู่ วุ จั นท์ า่ นจะสนทนากบั องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบในเรอื่ งขอ้ อรรถขอ้ ธรรม ตนเอง
นง่ั ฟังกแ็ อบเก็บบนั ทกึ ไว้ในใจ
ญาติโยมพอเห็นหลวงปู่ชอบท่านพักฉันน�้ำปานะแล้ว จึงพากันเข้ามากราบ
สนทนากับองค์ท่าน หลวงปู่ชอบท่านเปิดโอกาสให้ญาติโยมซักถามข้อธรรมต่างๆ
อยา่ งเปน็ กนั เอง เรอื่ งสว่ นมากทโี่ ยมเขาอยากรคู้ อื เรอ่ื งนรกสวรรค์ บาปบญุ คณุ โทษ
และเรอ่ื งราวการเดนิ ธดุ งคข์ ององคท์ า่ น หลวงปชู่ อบทา่ นเมตตาตอบคาํ ถามกบั ทกุ คน
โดยมตี นเอง (ครูบากล้วย) เป็นผูแ้ ปลอธบิ ายคาํ พดู ของหลวงปูช่ อบให้ญาติโยมฟัง
บรรยากาศการสนทนาธรรมกับองคท์ ่านหลวงปูช่ อบวนั นี้เปน็ ไปอยา่ งรืน่ เริงในธรรม
หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ ทา่ นเอย่ ปาก “ยากมากทห่ี ลวงปชู่ อบทา่ นจะคยุ กบั โยมแบบ
นานๆ วันน้ีเป็นวันพิเศษในธรรมที่หลวงปู่ชอบท่านเมตตาแสดงธรรมแบบสากัจฉา
(การถามตอบ) ให้โยมฟัง พวกโยมท่ีมานี้มีวาสนามากที่หลวงปู่ชอบท่านพูดด้วย
อาตมาเปน็ ลกู ศษิ ยข์ องทา่ นมากอ่ น กย็ งั ไมเ่ คยเหน็ หลวงปชู่ อบทา่ นสนทนากบั โยมมาก
ถึงขนาดนี้”
องค์ท่านหลวงปู่ชอบหันไปตอบหลวงปู่สุวัจน์ว่า “มื่อนี่ธรรมมันออกสุวัจน์
พระธรรมอยากแสดง” พอว่าจบ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ชอบท่านย้ิมให้หลวงปู่สุวัจน์
หลวงปู่สวุ จั น์ทา่ นก้มกราบท่ตี กั ขององคท์ ่านหลวงปูช่ อบ องค์ทา่ นหลวงปชู่ อบเอามอื
ลบู หวั หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ กริ ยิ าขององคท์ า่ นแสดงออกแบบความรกั ความเมตตาของ
พอ่ ทม่ี ตี อ่ ลกู องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอกกบั โยม “พระอยอู่ เมรกิ านี่ เฮาไวใ้ จทา่ นสวุ จั น์
องคเ์ ดยี ว ทา่ นสวุ จั นพ์ น้ โลกตง้ั แตอ่ ยถู่ ำ้� เปด็ (วดั ถำ�้ เปด็ จ.สกลนคร) พระอยอู่ เมรกิ าน่ี
นอกจากท่านสวุ ัจน์แลว้ จิตยังส่ันไหว ใจยังสัน่ คลอนกบั โลกอยู่”
ญาติโยมลูกศิษย์หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ พอได้ยินองค์ท่านหลวงปู่ชอบว่าแล้ว
พากนั ปลม้ื ปตี จิ นบางคนตอ้ งซบั นำ�้ ตา ไดย้ นิ หลวงปชู่ อบทา่ นวา่ เรานขี้ นลกุ ขน้ึ มาดว้ ย
353
ธรรมอนั ปตี ิ วนั นเ้ี ราไดอ้ ปุ ฏั ฐาก “พระอรหนั ต์ ฐานสโม” รว่ มกนั กบั “พระอรหนั ต์ สวุ โจ”
ชวี ติ ทางธรรมของเราวันนว้ี เิ ศษวโิ สที่สุด
ขณะหลวงปู่สุวัจน์กําลังสนทนากับองค์ท่านหลวงปู่ชอบอยู่นั้น มีสามีภรรยา
คู่หนึ่งเป็นคนอสี าน ทํางานอยแู่ อลเอ ผู้เปน็ สามอี ุม้ ลูกนอ้ ยเดก็ ผหู้ ญงิ อายปุ ระมาณ
๕-๖ เดอื น เขา้ มากราบหลวงป่ชู อบ หลวงปู่ชอบท่านจ้องดเู ด็กน้อยคนนอ้ี ยา่ งไมล่ ะ
สายตา ทา่ นมองเดก็ หญงิ คนนแี้ ลว้ ยม้ิ ให้ เหมอื นกบั วา่ ทา่ นรจู้ กั มกั คนุ้ กบั เดก็ หญงิ นอ้ ย
คนน้ี หลวงปู่ชอบท่านขย�ำกระดาษเช็ดปากปาใส่เด็กน้อยคนนี้ พร้อมกับพูดว่า
“แม่โอโลเ่ กิดแลว้ น้อ”
ผบู้ นั ทกึ ถาม “เดก็ นอ้ ยคนนเ้ี ปน็ ใคร” หลวงปชู่ อบบอก “เดก็ นอ้ ยคนนค้ี อื แมโ่ อโล่
แมโ่ อโลเ่ กดิ เปน็ เดก็ นอ้ ยผนู้ ”ี่ หลวงปชู่ อบทา่ นปากระดาษเชด็ ปากของทา่ นใสเ่ ดก็ หญงิ
น้อยคนนี้อีก เวลาหลวงปู่ชอบเรียกชื่อ “แม่โอโล่ๆ” เด็กน้อยคนนี้จะย้ิมชูมือ
สองขา้ งขน้ึ แสดงกริ ยิ าพอใจ ผบู้ นั ทกึ บอกพอ่ เดก็ นอ้ ยคนนใ้ี หอ้ มุ้ ลกู สาวเขาเขา้ มาใกลๆ้
หลวงปชู่ อบ หลวงป่ชู อบท่านเปา่ ลมใสห่ น้าเดก็ นอ้ ยคนนี้ เวลาถกู หลวงปชู่ อบเป่าลม
ใสห่ นา้ เดก็ นอ้ ยคนนจ้ี ะกระโดดเตน้ บนตกั พอ่ หวั เราะดใี จ หลวงปชู่ อบ หลวงปสู่ วุ จั น์
กบั ญาติโยมทีเ่ หน็ พากันหวั เราะไปตามกิริยาของเดก็ น้อย
พอ่ เดก็ นอ้ ยคนนถี้ ามหลวงปชู่ อบวา่ “ลกู สาวของผม ใชแ่ มส่ าํ เนยี งทม่ี าพรอ้ มกบั
หลวงปใู่ ชไ่ หมครับ” หลวงปชู่ อบท่านตอบวา่ “แม่น (ใช)่ เด็กนอ้ ยผนู้ คี้ อื แมส่ ำ� เนยี ง
แมส่ ําเนียงตายแลว้ เกิดเปน็ เดก็ น้อยผู้น”ี้
หลวงปสู่ วุ จั น์ “ตอนแมส่ าํ เนยี งจากไป หลวงปรู่ ไู้ หมขอรบั ” หลวงปชู่ อบ “ฮู้ เบง่ิ อยู่
ตลอด”
หลวงปสู่ วุ จั น์ “แมส่ าํ เนยี งชาตนิ ี้ ทาํ ไมไดเ้ กดิ กบั แมค่ นน”้ี หลวงปชู่ อบ “มวี าสนา
ฮว่ มกนั มากอ่ น สองชาตทิ แี่ ลว้ คนนี่ (ทา่ นชม้ี อื ใสแ่ มข่ องเดก็ นอ้ ย) เคยเกดิ เปน็ ลกู สาว
แมส่ ําเนยี ง ชาตนิ ี้คนเคยเป็นลกู กลบั มาเป็นแม่ คนเคยเป็นแม่กลบั มาเป็นลกู กรรม
ผูกขอ้ งพัวพันกันมา”
354
หลวงปู่ชอบบอกให้เอารูปในย่ามของท่านเอามาให้เด็กน้อยคนนี้ ท่านโยนรูป
นามบตั รของทา่ นใหก้ บั เดก็ นอ้ ยคนน้ี แลว้ บอกกบั พอ่ แมข่ องเดก็ วา่ “ใหเ้ กบ็ รปู ของเฮา
ไวใ้ หเ้ ขาเบง่ิ ตอนเขาใหญ่ บอกเขาวา่ เฮาเมตตาเขาเสมอ เฮาอยบู่ า้ นโคกมน เมอื งเลย
พี่นอ้ งเกา่ เขาอยู่เมอื งเลย บาดเขาใหญแ่ ลว้ ให้ไปหาพ่ีนอ้ งเก่าเขาอยเู่ มอื งเลย ให้ไป
กราบเจดียเ์ ฮาอยูบ่ ้านโคกมน”
หลวงปู่ชอบทา่ นโนม้ ตัวลงเปา่ ลมใส่หนา้ เดก็ น้อยคนนี้ ๓ ครง้ั แลว้ องค์ทา่ น
พูดข้ึนมาวา่ “แม่โอโล่นอ้ ย” แลว้ องค์ทา่ นก็หัวเราะ
พอคำ่� ไดเ้ วลาสรงนำ้� หลวงปสู่ วุ จั น์ สวุ โจ กบั ครบู านวย และผบู้ นั ทกึ (ครบู ากลว้ ย)
ไดก้ ราบนมิ นตอ์ งค์ท่านหลวงป่ชู อบไปสรงนำ�้ เพือ่ เตรียมตวั ลงไปเปน็ ประธานในพธิ ี
เจรญิ พระพุทธมนตใ์ นงานมทุ ติ าจิตหลวงปสู่ ุวจั น์ สวุ โจ ทศ่ี าลาเมตตา วดั ภรู ทิ ตั ตะ
เมืองออนทารโิ อ้ รฐั แคลฟิ อร์เนีย
สยบชา้ งตกมัน
เมอื่ พดู ถงึ เรอื่ งความกลา้ หาญชาญชยั ของพระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม แลว้
ตนเองขอนาํ บนั ทกึ เรอ่ื งหนง่ึ ของหลวงปชู่ อบมาเลา่ สฟู่ งั เหตกุ ารณน์ เี้ กดิ ขนึ้ ในพรรษา
ปพี ุทธศักราช ๒๕๓๓ วนั ท่ี ๖ กันยายน ที่วดั ป่าฐานสโม บา้ นซำ� ทอง ตําบลนามาลา
อําเภอนาแห้ว จงั หวัดเลย
หลวงปชู่ อบทา่ นสตั ตาหะไปดกู ารสรา้ งศาลาทว่ี ดั ปา่ ฐานสโม ทางลกู ศษิ ยไ์ ดว้ า่ จา้ ง
ชา้ งลากไม้ของโยม บ้านทา่ สองคอน ตําบลปลาบา่ อําเภอภูเรอื จังหวดั เลย ๒ เชือก
เพอื่ มาชกั ลากไมอ้ อกจากปา่ มาสรา้ งศาลาวดั ปา่ ฐานสโม ในจาํ นวนชา้ งสดี อ ๒ เชอื กนี้
มชี า้ งตัวหนง่ึ เร่มิ “ตกมัน” ระหวา่ งลากไม้ออกจากปา่ ขน้ึ มาวดั ชา้ งเชอื กนม้ี ันจะพงุ่
ชนชา้ งอกี เชอื กมาระหวา่ งทาง เจา้ ของชา้ งเชอื กนบ้ี อก กะลากไมข้ นึ้ มาวดั เสรจ็ จะลา่ ม
ชา้ งเชือกนีไ้ วส้ ักระยะจนกว่ามันจะหายจากอาการตกมัน
355
เยน็ วนั ท่ี ๖ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ชา้ งทง้ั สองเชอื กลากไมซ้ งุ ขน้ึ มาทลี่ านบรเิ วณ
จะสรา้ งศาลาวดั ปา่ ฐานสโม ขณะนนั้ หลวงปชู่ อบทา่ นใหพ้ ระเณรอปุ ฏั ฐากพาทา่ นออก
มาจงกรมอยขู่ า้ งๆ โรงครวั ชว่ั คราว พวกโยมแมค่ รวั เหน็ ชา้ งลากไมข้ น้ึ มา คงคดิ อยาก
จะเมตตาชา้ ง กลัววา่ ช้าง ๒ เชอื กนจี้ ะเหน่ือยจะหิว พากันตกั น�ำ้ ใส่ถงั เอาแตงกวา
จะไปใหช้ ้างทง้ั ๒ เชอื กน้ีกิน หลวงป่ชู อบทา่ นส่ังห้าม “อยา่ เข้าไปใกล้ช้าง ตอนน้ีชา้ ง
มันกําลังเคียว อนั ตราย อยา่ เข้าไปใกลม้ ัน” ความหมายขององค์ทา่ นห้ามลกู ศษิ ย์วา่
อย่าเข้าไปใกล้ช้าง เพราะตอนนชี้ า้ งมันกําลังตกมัน
พวกโยมลูกศิษย์อยากถ่ายภาพหลวงปู่ชอบกับช้างเพื่อเป็นท่ีระลึก พวกโยม
ลูกศิษย์เอาแตงกวามาถวายให้หลวงปู่ชอบท่านย่ืนให้ช้างกิน หลวงปู่ชอบท่านบอก
“บด่ หี วา่ ชา้ งมนั เคยี วอย”ู่ องคท์ า่ นวา่ แบบยมิ้ ๆ ขนาดหลวงปชู่ อบทา่ นบอกมาแบบนี้
พวกโยมก็ยังบอกท่าน “ไม่เปน็ ไรหรอกหลวงปู่ หลวงปู่เมตตาชา้ งด้วย” หลวงปู่ชอบ
ทา่ นไมพ่ ดู โตต้ อบกบั โยม องคท์ า่ นนงั่ มองดเู จา้ ของชา้ ง ๒ ตวั กาํ ลงั ปลดทอ่ นซงุ ออก
จากช้าง
หลวงปชู่ อบทา่ นบอกโยมใหเ้ ขา้ ไปอยใู่ นโรงครวั บอกเณรบง่ิ กบั เณรตอ๋ งใหเ้ ขา้ ไป
อยใู่ นศาลาชวั่ คราวของวดั ปา่ ฐานสโม ทา่ นบอก “โบย้ เอาหมากแตงมา เอาหมากแตงให้
ช้างกิน” ตนเองขอแตงกวากับโยมเพ่ือมอบให้หลวงปู่ชอบท่านเอาให้ช้างกิน ขณะ
หลวงปู่ชอบท่านกําลังยื่นแตงกวาให้ช้างกินอยู่น้ัน อาจารย์เหลียวถือกล้องเดินมา
ถา่ ยรปู หลวงปชู่ อบทา่ นยน่ื แตงกวาใหช้ า้ งกนิ รปู ถา่ ยครงั้ แรกไมไ่ ดเ้ ปดิ แฟลช ถา่ ยรปู
ครงั้ ทีส่ อง อาจารย์เหลียวเปดิ แฟลชถ่ายรปู
พอแสงแฟลชวาบออกมาเทา่ น้ันแหละ ช้างอีกตัวหน่ึงมนั ตกใจแสงแฟลช หผู ่ึง
หูกางขึ้นมาทันที ตนเองเห็นช้างมันหูกางหางต้ังพ่นลมออกมาทางงวงแบบน้ี รู้โดย
สัญชาตญาณว่าช้างตัวน้ีมันจะเอาเร่ืองแล้ว ช้างตัวน้ีมันพุ่งเข้าไปชนดันช้างอีกตัวท่ี
หลวงปชู่ อบทา่ นกาํ ลงั ยนื่ แตงกวาให้ จนชา้ งเชอื กนนั้ มนั เซถลาไป ตนเองรบี ดงึ รถเขน็
ของหลวงปชู่ อบถอยออกจากวถิ ขี องชา้ งเชอื กทก่ี าํ ลงั ตกมนั เจา้ ของชา้ งทน่ี งั่ อยบู่ นคอ
เอาตะขอสับลงท่ีหัวช้างเสียงดังโป๊กๆ จนนับคร้ังไม่ถ้วน เพื่อท่ีจะหยุดการกระทํา
356
ของชา้ งเชอื กนี้ ช้างเชือกนถี้ ูกเหล็กตะขอตีจนหัวของมนั เลือดไหลอาบ มันก็ไม่หยดุ
อาการคลุ้มคลงั่ ลง
ช้างตกมนั เชอื กน้ีมนั สะบัดตัวไปมาเพือ่ จะให้ควาญช้างตกลงมา แต่ยอมรบั สติ
ควาญช้างคนน้ดี มี าก ควาญชา้ งเอามอื ของตนเองสอดเขา้ จบั ทโี่ ซค่ อช้างไวอ้ ย่างแนน่
ช้างจึงสลัดเขาไม่ตกจากคอช้าง ตนเองดูเหตุการณ์ก็ลุ้นอย่างตกใจ ไม่อยากให้
ควาญชา้ งคนนต้ี กลงจากคอช้าง ถา้ เขาตกลงจากคอช้างแลว้ กไ็ ม่รู้วา่ จะสูญเสยี อะไร
ข้ึนมาบ้าง สว่ นพวกทอี่ ยากให้หลวงป่ชู อบทา่ นเมตตาช้างอยา่ งนักหนาน้นั ไดย้ ินแต่
เสียงร้องวี๊ดว้ายกะตู้วู้อยู่ด้านหลัง เราไม่ได้หันไปดู เพราะตอนน้ันเรากําลังยืนจ่อ
ลมหายใจจะเปน็ หรือตายอยู่
ชา้ งตกมนั เชอื กนี้ ถงึ มนั จะถกู เจา้ ของเอาตะขอสบั หวั จนเลอื ดอาบ มนั กพ็ ยายาม
จะเดนิ เข้าหาหลวงปู่ชอบอยู่ตลอด ตนเองเหน็ แบบนแี้ ล้วเกิดอาการกลวั ไดแ้ ตป่ ลง
ตายไวใ้ นใจ “วนั นีก้ ูกับหลวงป่ชู อบได้ตายรว่ มกนั แน”่ ใจคดิ ถงึ เร่อื งชา้ งตกมันชน
ท่านพระอาจารย์ดนัย น้องชายของท่านพระอาจารย์จื่อ วัดเขาตาเงาะ ที่เขาใหญ่
จนพระอาจารยด์ นยั ทา่ นมรณภาพไปตอ่ หนา้ ตอ่ ตาทา่ นพระอาจารยจ์ อ่ื เหตจุ ากลกู ศษิ ย์
ถา่ ยรปู ใชแ้ ฟลชนแ่ี หละเปน็ เหตใุ หช้ า้ งตกใจขนึ้ มา คดิ ในใจ ประวตั ศิ าสตรม์ นั จะซำ้� รอย
กนั หรือ
ความกลัวตายของสัตว์โลกมันแสดงความเห็นแก่ตัวขึ้นมา ตนเองก้าวขาขยับ
จะวงิ่ หนี มอื ขวากจ็ บั รถเขน็ ของหลวงปชู่ อบลากถพู าองคท์ า่ นออกมาเพอ่ื ใหพ้ น้ อนั ตราย
จากช้างตัวนี้ ลากรถเข็นทา่ นออกมา ปากกร็ อ้ งตะโกน “หลวงปู่ๆๆ” หลวงป่ชู อบ
ท่านเอามือขวาของท่านตบที่พักแขนรถเข็นของท่านอย่างแรงหลายคร้ังเพ่ือเป็นการ
เตือนสตเิ รา ตอนนแ้ี หละเราจงึ เร่ิมมสี ตเิ ปน็ ของตวั เองขน้ึ มาอยา่ งชดั เจน คดิ ในใจ
ตนเอง ถ้าเราไม่มีกรรมเจ็บกรรมตายเพราะช้างตัวนี้ เราก็จะไม่เจ็บไม่ตายเพราะ
มันหรอก เราเกิดความม่ันใจลึกๆ ในตอนนั้น บุญบารมีของพ่อแม่ครูบาอาจารย์
หลวงปชู่ อบยอ่ มคมุ้ ครองเราและทา่ นใหป้ ลอดภยั ตนเองเชอื่ มน่ั แบบนี้ ความกลวั ในใจ
จงึ ลดลง ไมใ่ หจ้ ติ ลนลานเกนิ กวา่ สตจิ ะทดั ทานเอาอยู่ มองดแู ววตาชา้ งมนั จอ้ งเขมง็ ใส่
357
หลวงปชู่ อบแบบไมล่ ะสายตา แววตาของมนั แสดงออกถงึ ความดรุ า้ ย หมายจะเอาชวี ติ
ของหลวงปู่ชอบและเราใหไ้ ด้
หลวงปู่ชอบท่านจ้องหน้าช้างตกมันเชือกน้ีด้วยแววตาแข็งกร้าวเหมือนพร้อมที่
จะสปั ระยทุ ธก์ นั ทนั ที ตงั้ แตช่ า้ งตกมนั เชอื กนอ้ี าละวาด หลวงปชู่ อบทา่ นไมแ่ สดงอาการ
ตกใจใดๆ ออกมาใหเ้ หน็ เลย ไมว่ า่ จะทางในกริ ยิ าหรอื ในแววตา เจา้ ของชา้ งพยายาม
บงั คับไม่ให้ชา้ งมันเข้ามาหาหลวงปู่ชอบ การสบั ตะขอลงบนหัวของมนั แทบจะไมเ่ กดิ
ประโยชนอ์ ะไรทจ่ี ะบงั คบั มนั ได้ หนาํ ซำ้� การสบั ตะขอลงไปบนหวั ของมนั กลบั ยงิ่ ยวั่ ยุ
อารมณ์ของมนั ให้โกรธกร้วิ ข้ึนมามากกวา่ เดมิ
ช้างสีดอตกมันตัวน้ี มันเอางวงมาดึงหลวงปู่ชอบในขณะท่ีองค์ท่านนั่งอยู่บน
รถเขน็ ช้างเอางวงดงึ รถเข็นหลวงป่ชู อบ เป็นสิง่ แปลกประหลาดทีเ่ ราและคนอนื่ ใน
เหตุการณ์เห็น ช้างไม่สามารถดึงหลวงปู่ชอบหรือดึงรถเข็นของท่านให้ปลิวไปตาม
กาํ ลงั ของมนั ไดเ้ ลย ขณะทชี่ า้ งมนั ดงึ ตวั ทา่ น หลวงปชู่ อบทา่ นจะนงั่ นงิ่ เฉยๆ บนรถเขน็
เปน็ ทองไม่รูร้ อ้ นกบั เหตุการณท์ ่กี ําลังเกดิ ขนึ้ ต่อหนา้ อยา่ งสดๆ รอ้ นๆ
แววตาของหลวงปู่ชอบท่านจะจ้องเขม็งใส่ช้างอย่างไม่กะพริบตา หลวงปู่ชอบ
ทา่ นจอ้ งไปทต่ี าของชา้ งตกมนั จนเหน็ คว้ิ ของทา่ นขมวดเขา้ หากนั ชา้ งสดี อตกมนั ตวั น้ี
พอถกู หลวงปู่ชอบท่านจอ้ งใส่ มันหยดุ กึกลงทนั ที จู่ๆ มันก็หยุดน่งิ ไปทงั้ ๆ ทีง่ วง
ของมันยังเกาะเกีย่ วไว้ท่ีรถเขน็ ของท่าน ช้างตัวนมี้ ันหยดุ เกอ้ อยปู่ ระมาณนาที ก็ร้อง
“อู๊ก” ออกมาจนเสยี งดังสนั่นลัน่ เขาวดั ป่าฐานสโม แล้วมนั กถ็ อยหลังกรูดๆ ออกไป
โดยทเ่ี จ้าของไมต่ อ้ งออกคําส่ัง หรือเอาตะขอสบั ลงบนหวั ของมัน
ชา้ งมนั เดินงวงตกถอยหลงั กรดู ๆ หนีออกไป เหมอื นกิรยิ ามันกลัวอะไรขน้ึ มา
ท้ังที่เม่ือไม่ก่ีนาทีท่ีผ่านมา มันกําลังแสดงอาการโกรธเกร้ียวดุร้ายหมายจะทําร้าย
หลวงปชู่ อบหรอื ไมก่ เ็ ปน็ เรา เมอื่ ไมก่ นี่ าทที ผี่ า่ นมาตอนนนั้ เราตกใจกลวั แทบแย่ แตพ่ อ
เห็นช้างมันแสดงอาการถอดใจเอาอย่างดื้อๆ เช่นน้ี เราหายจากตกใจกลายเป็นงง
เขา้ มาแทนท่ี พอตงั้ หลกั สตใิ จของตนเองได้ เรารบี เขน็ รถของหลวงปชู่ อบใหอ้ อกหา่ ง
358
จากวถิ ที างชา้ งตกมัน เพราะถ้ามันเกดิ ฮดึ ขึน้ มาอีกจะยุง่ ไปใหญ่ พอ่ แม่เราเคยบอก
อยา่ ไวใ้ จทาง อย่าวางใจสัตวห์ น้าขน คนหนา้ สวย เดีย๋ วจะซวยเพราะมนั
พอช้างตกมันตัวน้ีสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เจ้าของช้างเอามันไปล่ามโซ่ไว้ท่ี
ต้นไมใ้ หญ่ทางข้ึนวัดป่าฐานสโม ตนเองวา่ ให้พวกช่างยุอยากถา่ ยรูป “ถา้ หลวงป่ทู ่าน
เป็นอะไรเพราะช้างตัวน้ี มีใครรับผิดชอบได้ไหม หาเร่ืองไม่เป็นเร่ือง น่ีดีนะเป็น
หลวงปูช่ อบ ถ้าเปน็ คนอื่นไม่ใช่ตายดบั แนวกันแลว้ หรือ” หลวงปชู่ อบทา่ นเห็นท่าตน
จะเอาใหญ่แล้ว องค์ท่านบอกพากลบั ทพ่ี ัก
อยดู่ ้วยกนั ทกี่ ฏุ ิ ถามองคท์ ่านวา่ “ชา้ งตวั นมี้ ันเปน็ อะไร” ทา่ นบอก “ชา้ งโตน่ี
มนั กาํ ลงั เคยี ว (กาํ ลงั ตกมนั ) เฮาบอ่ ยากเขา้ ใกล้ ฮอู้ ยมู่ นั เปน็ อหี ยงั พอมนั เหน็ แสงวาบ
มนั ตกใจโมโห เลยแลน่ ใสเ่ ฮา เฮาเลยหยดุ มนั ไว”้ ถามหลวงปู่ “เอาอะไรสู้ มนั ถงึ ไดก้ ลวั
ถอยหนลี นลาน” หลวงปชู่ อบทา่ นเอามอื ขวาของทา่ นแตะทหี่ นา้ อก ทา่ นบอก “เอาใจสู้
กบั มนั ” เรยี นถามวา่ “เอาใจสกู้ บั มนั ทาํ ไมมนั ถงึ กลวั ปานน”ี้ ทา่ นบอก “อยากฮู้ กะไห่
ไปภาวนาเบงิ่ เอา”
หลวงปชู่ อบทถ่ี ำ�้ ยาภลู ังกา
วนั ที่ ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๓ พระคณุ เจา้ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม เดนิ ทาง
จากวดั ปา่ โคกมน บา้ นโคกมน ตาํ บลผานอ้ ย อาํ เภอวงั สะพงุ จงั หวดั เลย ผตู้ ดิ ตามมี
พระอาจารย์เหลียว ครบู าจําเนียร ครูบากล้วย สามเณรบิ่ง สามเณรอว้ น พ่อแปด๊
องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบรบั นมิ นตจ์ ากพระอาจารยแ์ ยง สขุ กาโม เจา้ อาวาสวดั เจตยิ าคริ วี หิ าร
(ภทู อก) ไปเปน็ ประธานสงฆใ์ นงานพธิ เี ปดิ เจดยี พ์ พิ ธิ ภณั ฑ์ พระอาจารยจ์ วน กลุ เชฏโฐ
วดั เจตยิ าคริ วี หิ าร บา้ นคาํ แคน ตาํ บลนาแสง อาํ เภอศรวี ไิ ล จงั หวดั หนองคาย ในวนั ท่ี
๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๓ (ปจั จุบันคือ อําเภอศรีวิไล จงั หวดั บงึ กาฬ)
ก่อนเดินทางออกจากวดั ป่าโคกมน หลวงปชู่ อบบอก “วันนี้เราจะไปพักภาวนา
อยู่ถ�้ำยาภูลังกา” (บ้านนาโพธิ์ ตําบลไผ่ล้อม อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม)
359
ทา่ นบอก “พวกอทสิ มานกาย (ภมู กิ ายทพิ ย)์ ทภ่ี ลู งั กา มานมิ นตใ์ หเ้ ราไปเมตตาโปรด
พวกเขาทน่ี น่ั คนื นเ้ี ราจะพกั ทน่ี เี่ พอ่ื โปรดพวกกายทพิ ยท์ ภ่ี ลู งั กาใหพ้ วกเขาไดร้ บั ความ
ผาสุกในธรรม”
๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เดนิ ทางออกจากวดั ปา่ โคกมนไปวดั ทพิ ยร์ ฐั นมิ ติ ร
(วดั บา้ นจกิ ) ตาํ บลหมากแขง้ อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั อดุ รธานี เวลา ๑๐.๓๘ น. หลวงปชู่ อบ
ทา่ นแวะเยย่ี มหลวงปถู่ ริ ฐติ ธมั โม ลกู ศษิ ยร์ นุ่ ใหญข่ องทา่ น ออกจากวดั บา้ นจกิ เดนิ ทาง
มาที่อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มาแวะฉันน�้ำท่ีร้านขายยาสว่างโอสถ
ร้านลกู ศษิ ยข์ ององค์ท่าน ถงึ อําเภอบา้ นแพง เฮยี เกษมนมิ นต์หลวงป่ชู อบพักจําวัดที่
บา้ นของเขา เนอื่ งจากวดั ถำ�้ ยาภลู งั กาไมม่ พี ระเณร เกรงหลวงปจู่ ะไมส่ ะดวกถา้ ไปพกั
อยทู่ น่ี ั่น
หลวงปชู่ อบบอกเฮยี เกษม “เรามธี รุ ะภายในอยภู่ ลู งั กา คนื นเ้ี ราจะพกั อยภู่ ลู งั กา”
เฮยี เกษมรบั ทราบคาํ ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบคอื อะไร เฮียเกษมกราบนมิ นตห์ ลวงปู่
และคณะ พรงุ่ นเี้ ชา้ จะไปรบั องคท์ า่ นและคณะลงมาฉนั ขา้ วทบ่ี า้ นเพอ่ื ความเปน็ สริ มิ งคล
(วดั ถำ้� ยาภลู งั กา สมยั กอ่ น หลวงปบู่ ญุ มี ปรปิ ณุ โณ ทา่ นเคยจาํ พรรษาทน่ี ี่ หลวงปู่
บญุ มแี ละพระเณร วดั ถำ้� ยาภลู งั กา ถกู นางชใี จบาปคนหนงึ่ เบยี ดเบยี น องคท์ า่ นหลวงตา
มหาบวั ญาณสมั ปนั โน จงึ บอกหลวงปบู่ ญุ มแี ละพระเณรออกจากวดั เพอื่ ไมอ่ ยากให้
นางชีคนนเี้ ปน็ บาปกรรมหนักกวา่ เดิม ปี ๒๕๓๓ วัดถ้�ำยาภูลังกาไมม่ ีพระเณรอยู่
จําพรรษาแม้แต่องค์เดียว วัดถ้�ำยาภูลังกาตอนน้ันจึงกลายเป็นวัดร้างพระเณรไป
ชัว่ ขณะ
กอ่ นเขา้ พรรษาปี พ.ศ. ๒๕๓๓ หลวงปชู่ อบทา่ นไปเยยี่ มหลวงตามหาบวั ทว่ี ดั ปา่
บ้านตาด หลวงตามหาบัวทา่ นเล่าเรื่องนใี้ ห้หลวงปูช่ อบฟัง หลวงปู่ชอบท่านพิจารณา
อย่สู ักพักหนง่ึ จงึ เอย่ ขึ้นมา “มารศาสนาตัวนี้ ใครปราบมันไม่ได้ เราจะเป็นผปู้ ราบ
มานะทฐิ ขิ องมนั เอง” ในพรรษาปี พ.ศ. ๒๕๓๓ หลวงปชู่ อบทา่ นเดนิ ทางไปปราบนางชี
มารศาสนาท่ีภลู ังกา จนนางมารชีน้อี ยู่วดั ถำ�้ ยาภูลงั กาไมไ่ ด้)
360
คนื วนั ที่ ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๓ สามทมุ่ กวา่ หลงั จากพระเณรไหวพ้ ระ
สวดมนต์ที่ศาลาวัดถ�้ำยาภูลังกากันเสร็จแล้ว อาจารย์เหลียวแยกไปพักที่กุฏิเชิงเขา
ครูบาจําเนียรกับเณรอ้วน พากันออกมานอนบริเวณศาลาหน้าห้องพักหลวงปู่ชอบ
ผู้บันทกึ กับเณรบิ่ง พากันอยู่เฝา้ หลวงป่ชู อบในศาลาห้องพกั หลวงปู่ชอบบอก “ท่าน
อาจารยเ์ สาร์ ท่านอาจารยม์ นั่ ทา่ นอาจารยข์ าว (หลวงปขู่ าว อนาลโย) เทพเทวดา
พญานาคจะมาเย่ยี มเรา”
ท่านบอกตอนหัวค่�ำมีเปรตพระตนหนึ่ง ตายตง้ั แตป่ ีพทุ ธศกั ราช ๑๐ หลงั สร้าง
พระธาตพุ นม ๒ ปี เปรตพระตนนมี้ าขอสว่ นบญุ กบั ทา่ น ทา่ นพจิ ารณาบพุ กรรมเปรต
พระตนนห้ี นกั เกนิ กวา่ ทา่ นจะโปรดได้ “อดตี เปรตพระตนนเ้ี คยเบยี ดเบยี นสมณะสงฆ์
องคเ์ ณรผมู้ ศี ลี ธรรมใหไ้ ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น กรรมนจี้ งึ บบี บงั คบั ใหไ้ ดร้ บั ทกุ ข์ เปรต
พระตนน้ีมสี ายรัดประคดเอวมดั พนั ไวท้ ี่เอว สายรดั ประคดเปรตตนนีจ้ ะมีไฟลุกอยู่
ตลอดเวลา เปรตตนนเ้ี มอื่ พน้ จากภมู เิ ปรตแลว้ กจ็ ะตกนรกอกี เปรตพระตนนจี้ ะเสวย
ทกุ ขอ์ ยใู่ นภมู เิ ปรตอกี นาน สน้ิ อายพุ ระศาสนาไปแลว้ กย็ งั ไมไ่ ดพ้ น้ จากภมู เิ ปรต พอเรา
ไมส่ ามารถอทุ ิศบญุ ใหไ้ ด้ เปรตตนนี้มันเดนิ รอ้ งไห้ออกจากวดั ถำ้� ยาภลู ังกา ไปทาง
บ้านนาโพธิ”์
ผู้บันทกึ นึกขนึ้ มาได้ว่า เมื่อตอนหวั ค่�ำได้ยินเสยี งผู้ชายร้องไหอ้ ยู่หนา้ ศาลาวดั
ถ�้ำยาภูลังกา เสียงผู้ชายร้องไห้น้ีได้ยินอยู่นาน จึงเดินออกมาดู พอออกมาดูแล้ว
กไ็ มเ่ หน็ มผี ชู้ ายคนไหนมารอ้ งไหอ้ ยหู่ นา้ ศาลา เหน็ แตค่ รบู าจาํ เนยี รกบั เณรบงิ่ นง่ั ฉนั นำ�้
ถามครบู าจาํ เนยี ร “ไดย้ นิ เสยี งคนรอ้ งไหไ้ หม” ทา่ นบอก “ไดย้ นิ เหมอื นกนั ” พาเณรบงิ่
เดนิ ดูรอบศาลา ก็ไมเ่ ห็นคนร้องไห้อย่แู ถวน้ี เรยี นถามหลวงปู่ชอบวา่ “เสียงรอ้ งไห้ที่
ไดย้ นิ เมอ่ื ตอนหวั คำ่� นี้ คอื เสยี งเปรตพระตนนใ้ี ชไ่ หม” ทา่ นบอก “ใช่ เสยี งมนั นน่ั แหละ
พอเราบอกว่าโปรดไม่ได้ ใหใ้ ช้กรรมของตนเองเอา มันเลยร้องไห้เดินหนจี ากเราไป”
ตอนตีสี่กวา่ ห้องพักของหลวงป่ชู อบสวา่ งไสวมาก จนมองเห็นตวั หลวงปูช่ อบ
และวตั ถสุ ง่ิ ของในหอ้ ง ตนเองคลานออกมาจากหอ้ งพกั ของหลวงปชู่ อบ เกรงวา่ จะไป
กระทบกับธรรมภายในที่ท่านกําลังแสดง ออกมาน่ังชมแสงสว่างอยู่นอกห้องพัก
361
หลวงปชู่ อบไดส้ กั พกั เหน็ เณรบงิ่ คลานออกมาจากหอ้ งของทา่ น เณรบงิ่ บอก “ครบู าๆ
หอ้ งหลวงปหู่ งุ้ หงุ่ ” (สวา่ งไสว) เณรบง่ิ เหน็ หอ้ งหลวงปชู่ อบสวา่ งไสวเหมอื นเปดิ ไฟไว้
จึงรีบแจ้นออกมาบอกเณรบ่ิง “อย่าเสียงดัง หลวงปู่ท่านกําลังรับแขกภายในอยู่”
พาเณรบิ่งออกมาดูที่ขา้ งนอกศาลา วัดถ้�ำยาภลู งั กา ยง่ิ พากันออกห่างจากศาลามาก
เทา่ ไร ความสวา่ งไสวนก้ี จ็ ะเพม่ิ มากขนึ้ เปน็ ลาํ ดบั เหมอื นกบั มใี ครเรง่ แสงใหส้ วา่ งขนึ้
เณรบงิ่ ตน่ื เตน้ มากกบั ปรากฏการณท์ ไ่ี ดเ้ หน็ เณรบงิ่ บอก “ตงั้ แตเ่ กดิ มา ผมกะหาพอ้
(เพ่งิ จะเจอ) กบั ของแบบน”ี้
ตหี า้ ครงึ่ ทาํ ขอ้ วตั รหลวงปชู่ อบ ทา่ นถาม “เมอ่ื คนื เหน็ อะไรไหมโบย้ ” ตอบองคท์ า่ น
วา่ “อศั จรรยใ์ จหลายอยา่ งอยขู่ อรบั ” ทา่ นวา่ “คนแบกคมั ภรี ศ์ าสนาบไ่ ดเ้ หน็ คอื พวกเรา
ผู้ปฏิบัติน่ะ ผู้ปฏิบัติเท่าน้ันถึงจะรู้ในเรื่องแบบนี้ได้ อย่าเป็นกุดจ่ีหากินแต่ขี้ผู้อื่น
ให้ปฏิบัติเอาแล้วจะรู้เอง เวลาเราชวนภาวนาแล้วอย่าข้ีคร้าน เข้าใจบ่” คิดในใจ
วนั น้พี อ่ แมค่ รบู าอาจารยท์ า่ นใหพ้ รเราแต่เช้ามดื เลยหรือ
องคท์ า่ นเลา่ ใหฟ้ งั วา่ “เมอื่ คนื มเี ทพเทวดาจากหลายชน้ั ภมู มิ าหาเรามาก เปรตผี
อยู่ภูลังกาก็พากันมาขอเมตตาจากเรา ศรีสุทโธนาคราชก็พาบริวารมากราบเย่ียมเรา
ทา้ วสกั กะพญาอนิ ทรก์ พ็ าบรวิ ารมาขอฟงั ธรรมมงคลสตู รกบั เรา” เณรบงิ่ ถาม “หอ้ งหลวงปู่
ทําไมมนั สวา่ งยังกบั เปิดไฟไว”้ องค์ทา่ นบอก “ท้าวมหาพรหมมาสนทนาธรรมกับเรา
พวกพรหมเขามักจะพากันมาตอนหลังเวลาเทยี่ งคนื พวกพรหมเขามรี ศั มสี ว่างสดใส
กวา่ พวกเทพเทวดาทวั่ ไป บญุ บารมขี องพรหมเขาจะสงู กวา่ พวกเทพเทวดาทวั่ ไป ความ
สว่างสดใสน้เี กดิ จากบารมีธรรมทพ่ี วกพรหมเขาบ�ำเพญ็ มา”
หลงั จากพาองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบทาํ ธรุ ะสว่ นตวั เสรจ็ แลว้ ตนเองกจ็ ดั แตง่ บรขิ าร
เพอ่ื เตรยี มเดนิ ทางไปภทู อก บอกเณรบง่ิ พาหลวงปชู่ อบไปจงกรมอยใู่ นศาลา จดั บรขิ าร
แล้ว ก็ออกมานง่ั จดบนั ทึกอยู่หนา้ ศาลาวัดถำ�้ ยาภูลงั กา เวลา ๐๖.๑๗ น. เฮียเกษม
สง่ รถมารบั หลวงปชู่ อบและผตู้ ดิ ตามไปฉนั ภตั ตาหารทบ่ี า้ น บอกคนขบั รถวา่ ใหร้ อกอ่ น
ตอนน้ีหลวงป่ชู อบท่านกําลังทําความเพียร ประมาณเจด็ โมงแลว้ คอ่ ยไป คนขับเขาก็
นัง่ รอ เรากน็ ่ังเขียนบนั ทกึ ของเราไป
362
หลวงปู่ชอบกับพอ่ แมข่ องแผน่ ดิน
เชา้ วนั ที่ ๒๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๓ หลวงปชู่ อบและลกู ศษิ ยต์ ดิ ตาม ออกจาก
วดั ถำ้� ยาภลู งั กา ลงฉนั ภตั ตาหารทร่ี า้ นของเฮยี เกษม บา้ นแพง หลวงปชู่ อบพกั อยบู่ า้ น
เฮียเกษมจนถึงเทย่ี ง จากน้ันองคท์ ่านจงึ เดินทางไปทว่ี ดั เจตยิ าคริ วี ิหาร บา้ นคาํ แคน
ตําบลนาแสง อําเภอศรีวไิ ล จงั หวัดหนองคาย (ปัจจบุ นั อยูใ่ นเขตจังหวดั บึงกาฬ)
หลวงปู่ชอบท่านนั่งรถเก๋งเฮียเกษม มีผู้บันทึกกับครูบาจําเนียรนั่งติดตามไป
ปฏบิ ตั อิ งคท์ า่ น หลวงปชู่ อบทา่ นใหแ้ บง่ พระเณรออกเปน็ สองชดุ รถของวดั ปา่ โคกมน
ทา่ นให้เปน็ รถตาม มีอาจารยเ์ หลยี ว เณรบิ่ง เณรอว้ น น่งั ไป กอ่ นถงึ อาํ เภอศรีวไิ ล
หลวงปชู่ อบทา่ นบอก “อยา่ เพง่ิ เขา้ ไปภทู อกตอนนี้ ใหแ้ วะพกั ขา้ งทางทไ่ี หนกอ่ นกไ็ ด”้
เฮยี เกษมจงึ พาหลวงปชู่ อบแวะพกั ฉนั นำ�้ ทร่ี า้ นขายเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ตลาดอาํ เภอศรวี ไิ ล
กราบเรยี นองคท์ า่ นวา่ “ทาํ ไมหลวงปไู่ มเ่ ขา้ ไปวดั ภทู อกตอนนเี้ ลย จะไดพ้ กั ผอ่ น
รอเวลางานอยทู่ นี่ น่ั ถา้ ไปชา้ เจา้ หนา้ ทต่ี าํ รวจทหารเขาจะปดิ ถนนเพอ่ื ความสะดวกใน
การรบั เสดจ็ ” ทา่ นบอก “ทเ่ี ราไมเ่ ขา้ ไปตอนน้ี เพราะมหาบวั ทา่ นแสดงธรรม เราไมอ่ ยาก
ไปกวนเวลาคนทเ่ี ขากาํ ลงั ฟงั ธรรม ถา้ เขา้ ไปในตอนนี้ พระเณรญาตโิ ยมกจ็ ะพากนั แห่
มาหมุ้ ลอ้ มเราเฉยๆ มนั จะไมเ่ กดิ ประโยชนอ์ ะไรกบั ตวั ของพวกเขา ใหเ้ ขาไดฟ้ งั ธรรม
ท่านมหาบัวจะดกี ว่า จะไดเ้ กิดประโยชน์ในทางด้านปญั ญาให้กบั พระเณรญาตโิ ยม”
ถามเฮยี เกษมวา่ “หลวงตามหาบวั ทา่ นมาเทศนใ์ นงานหรอื ” เฮยี เกษมบอก “ไมร่ ู้
เพง่ิ ไดย้ นิ หลวงปทู่ า่ นพดู ใหฟ้ งั นแี่ หละ” ถามหลวงปู่ “หลวงตามหาบวั ทา่ นมาหรอื ขอรบั ”
ท่านบอก “ตอนน้ีมหาบัวกําลังแสดงธรรมอยู่ ถ้าอยากรู้ ไปถึงวัดภูทอกค่อยถาม
ท่านแยงด”ู (หลวงตาแยง สขุ กาโม)
บ่ายสองโมงครึ่ง หลวงปูช่ อบท่านบอกใหเ้ ดนิ ทางไปภูทอกได้แลว้ มหาบัวท่าน
ออกจากภูทอกเดินทางกลับบ้านตาดแล้ว องค์ท่านสั่งให้รถวัดป่าโคกมนว่ิงน�ำหน้า
รถเฮยี เกษมทที่ า่ นนง่ั ใหว้ งิ่ ตามหลงั จดั ขบวนรถกนั เสรจ็ กพ็ ากนั เดนิ ทางไปวดั ภทู อก
363
ถงึ บา้ นคําแคน เจ้าหนา้ ทต่ี ํารวจเหน็ หลวงปูช่ อบนง่ั อยู่ในรถ ทางเจา้ หนา้ ท่ีตํารวจจงึ
อาํ นวยความสะดวกใหข้ บวนของหลวงปชู่ อบใชเ้ สน้ ทางสาํ รองในการรบั เสดจ็ เพราะ
เส้นทางสายน้จี ะมงุ่ ลดั ตดั เขา้ ไปถงึ ทหี่ นา้ ศาลาของวัดภทู อก
พระอาจารย์แยง เจ้าอาวาสวดั ภทู อก กราบเรยี นองค์ท่านหลวงปชู่ อบ “ข้าน้อย
นกึ ว่าหลวงปูจ่ ะไม่มาเสียแล้ว พระเณรญาติโยมเขาก็ถามแตกแซวๆ ว่าหลวงปชู่ อบ
ท่านจะมาหรือไม”่ หลวงปู่ชอบท่านบอกพระอาจารย์แยง “ถ้าเรารบั ปากว่ามากค็ อื มา
เราจะไมเ่ ปลยี่ นเปน็ อยา่ งอนื่ เมอ่ื วานเราไปพกั ภลู งั กา ไปโปรดสตั วอ์ ยทู่ น่ี นั่ มาถงึ ศรวี ไิ ล
ก็ยังอยู่กอ่ น กะใหม้ หาบัวแสดงธรรมจบแลว้ เราถงึ จะเข้ามา”
หลวงตาแยงทา่ นวา่ “หลวงตามหาบวั ทา่ นเพงิ่ กลบั ไปไดไ้ มน่ านนี้ ขา้ นอ้ ยนมิ นต์
ทา่ นใหอ้ ยู่จนเสร็จพธิ ีกอ่ นแล้วคอ่ ยกลบั หลวงตามหาบวั ท่านกไ็ มย่ อมอยู่ ทา่ นบอก
หลวงปชู่ อบทา่ นมาเปน็ ประธานกเ็ ลศิ เลอพอเพยี งแลว้ เรามาเทศนส์ งเคราะหพ์ ระเณร
ญาตโิ ยมเท่านน้ั เราก็จะไปแลว้ ทา่ นว่าคนมนั เยอะวุ่นวาย หลวงตามหาบัวท่านกเ็ ลย
กลับวดั ”
หลวงปสู่ ุวัจน์ สุวโจ และพระเณร พากันนวดเส้นถวายองคท์ า่ นหลวงปู่ชอบ
หลวงปบู่ ญุ เพง็ เขมาภริ โต ทา่ นตามมากราบองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ หลวงปบู่ ญุ เพง็ กราบ
เรยี นองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่ “วนั นสี้ มเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั กบั สมเดจ็ พระราชนิ ี พรอ้ มกบั
สมเดจ็ พระเทพฯ ทา่ นจะเสดจ็ มาเปน็ ประธานในงานพธิ บี รรจอุ ฐั ธิ าตขุ องทา่ นอาจารยจ์ วน
ขอนมิ นตห์ ลวงปเู่ มตตาใหก้ าํ ลงั ใจพระองคท์ า่ นทงั้ สองดว้ ยขอรบั ทง้ั สองพระองคท์ า่ น
จะได้หายเหน่ือย ท่านจะมีกําลังใจดูแลไพร่ฟ้าประชาชนของพระองค์ให้ผาสุก
แมเ่ จา้ หลวงพระราชินีทา่ นว่า ได้กราบพระคณุ เจา้ หลวงปู่ชอบแลว้ ชุม่ ฉ�ำ่ เยน็ ใจ เวลา
ท่ีหลวงปู่ชอบท่าน “ยม้ิ อริยะสดใส” พระองค์ท่านทรงปลื้มปตี ใิ จหลาย”
องค์ท่านหลวงปู่ชอบตอบว่า “เฮาว่าคําราชาศัพท์บ่เป็น” หลวงปู่บุญเพ็งบอก
หลวงปู่ “ก็พดู ธรรมดานี่แหละ พระเจา้ แผ่นดนิ พระราชนิ ี ทา่ นฟังเข้าใจอยู่ดอก”
หลวงปชู่ อบทา่ นวา่ “เฮาเวา่ ภาษาไทยบเ่ ปน็ เด้ เฮาเวา่ เปน็ แตภ่ าษาลาว พระเจา้ แผน่ ดนิ
364
เพ่ินจะฟังรู้เร่ืองบ่ ให้ทา่ นเพง็ เว่ากับเพ่นิ แทนดกี ว่า เฮาเว่าบค่ ่อง (เราพดู ไมถ่ นดั )
ในทางน”้ี หลวงปบู่ ญุ เพง็ ทา่ นวา่ “ขา้ นอ้ ยพดู กบั พระองคท์ า่ นทง้ั สองกไ็ มเ่ ทา่ พอ่ แมค่ รบู า-
อาจารย์พูดเอง บารมีของลูกศิษย์กับบารมีของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ไม่เหมือนกัน
ถา้ หลวงปใู่ หพ้ รพระองคท์ า่ นทงั้ สองแลว้ ทง้ั สองพระองคท์ า่ นจะเจรญิ อายวุ ฒั นมงคล
ยืนยาวนาน” องค์ท่านหลวงปู่ชอบ “เฮาจะให้พรเพื่อเป็นกําลังใจพ่อเจ้าแม่เจ้าของ
แผน่ ดนิ ” (คาํ วา่ พอ่ เจา้ แผน่ ดนิ แมเ่ จา้ แผน่ ดนิ เปน็ คำ� ทอี่ งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบกลา่ วถงึ
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ)
พอใกลเ้ วลา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ สมเดจ็ พระบรมราชนิ นี าถฯ สมเดจ็
พระเทพฯ จะเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ มาถงึ วดั ภทู อก ทางเจา้ หนา้ ทฝี่ า่ ยประสานงานไดม้ า
นมิ นตห์ ลวงปชู่ อบลงไปทปี่ ะราํ พธิ ฝี า่ ยสงฆ์ ซง่ึ อยตู่ ดิ กนั กบั พลบั พลาทปี่ ระทบั ชว่ั คราว
ของพ่ออยู่หัวและแม่อยู่หัวท้ังสองพระองค์ท่าน ตลอดทางเข็นรถของหลวงปชู่ อบ
ออกจากศาลาวดั ภทู อกมาทปี่ ะราํ พธิ ี ญาตโิ ยมพสกนกิ รทน่ี ง่ั อยสู่ องฟากฝง่ั ทาง เมอื่ เหน็
หลวงปชู่ อบนง่ั รถเขน็ ผา่ นมา ตา่ งพากนั พนมมอื เปลง่ คาํ วา่ สาธตุ ลอดทางทห่ี ลวงปชู่ อบ
ทา่ นผา่ น ญาตโิ ยมพากนั เอาผา้ เชด็ หนา้ ผา้ แพรวาวางลงกบั พนื้ เพอ่ื อยากทจี่ ะใหร้ อยลอ้
รถเขน็ ของหลวงป่ชู อบประทับรอย
ภูมิใจในชวี ติ เกดิ มา ๒๑ ปี ไดม้ าอยูร่ ่วมในเหตุการณม์ งคลแผ่นดนิ ไดเ้ ห็น
บุญบารมีความย่ิงใหญ่ของผู้เลิศเลอทางด้านศาสนจักร ได้มาเห็นบุญบารมีของ
พระองคท์ า่ นผเู้ ปน็ ภมู พิ ลงั แผน่ ดนิ ไดเ้ หน็ ทา่ นผมู้ บี ญุ บารมที ง้ั ทางโลกและทางธรรม
ในวาระเดียวกัน นับว่าเป็นมงคลของชีวิตที่ได้เกิดในแผ่นดินไทยภายใต้ศาสนจักร
และราชอาณาจกั รทท่ี รงธรรมคกู่ ัน หาไมไ่ ดอ้ กี แลว้ ชีวติ น้ี เข็นรถหลวงปชู่ อบผ่านไป
ใจกเ็ กดิ ปตี ิตลอดทาง
เวลา ๑๖.๐๐ น. สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ สมเดจ็ พระราชนิ ฯี และ สมเดจ็ พระเทพฯ
ทงั้ สามพระองคเ์ สดจ็ มาถึงภายในบริเวณงาน หลังจากผู้วา่ ราชการจังหวดั หนองคาย
กล่าวรายงานกับพระองค์ท่านแล้ว ในหลวงกับพระราชินีท่านทราบว่าองค์ท่าน
หลวงปู่ชอบอยู่ในปะรําพิธีสงฆ์ พระองค์ท่านทั้งสองไม่เข้าในพลับพลาที่ประทับ
365
พระองคท์ า่ นท้ังสองและสมเดจ็ พระเทพฯ เสดจ็ พระราชดาํ เนนิ เขา้ มากราบองคท์ ่าน
หลวงปชู่ อบและครูบาอาจารยพ์ ระภกิ ษุสามเณรทภ่ี ายในปะราํ พิธสี งฆ์
ในหลวงทา่ นพนมมอื ไหวอ้ งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ พระองคท์ า่ นถามหลวงปชู่ อบวา่
“ท่านพระอาจารย์สบายดีไหมขอรับ” หลวงปู่ชอบท่านนิ่งไม่ตอบ หลวงปู่บุญเพ็ง
กราบเรยี นองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่ “หลวงปู่ พระเจา้ แผน่ ดนิ เพนิ่ ถามหลวงปวู่ า่ สบายดี
อยู่บ่” องค์ท่านหลวงปู่ชอบย้ิมแล้วตอบว่า “สบายดีอยู่” ในหลวงท่านตรัสถาม
หลวงปชู่ อบวา่ “ปนี ที้ า่ นพระอาจารยอ์ ายเุ ทา่ ไหรแ่ ลว้ ขอรบั ” หลวงปทู่ า่ นตอบวา่ “อายยุ า่ งเขา้
เกา้ สบิ ปแี ลว้ ” ในหลวงท่านตรสั ว่า “สมเด็จย่าปีน้ีท่านกอ็ ายุครบเก้าสบิ ปแี ล้วขอรบั ”
พระราชนิ ที า่ นตรสั ถงึ เรอื่ งหลวงปชู่ อบเดนิ ทางไปโปรดญาตโิ ยมทปี่ ระเทศสหรฐั อเมรกิ า
หลวงปชู่ อบทา่ นไดไ้ ปเมตตาฟา้ หญงิ อบุ ลรตั นฯ์ ทว่ี ดั ภรู ทิ ตั ฯ เมอื งออนทารโิ อ้ และทส่ี วน
อาโวกาโด้ เวลาทพี่ ระราชนิ ที า่ นตรสั ออกมา พระองคท์ า่ นจะแยม้ พระสรวลอยตู่ ลอด
ในหลวงทา่ นตรสั กบั หลวงปชู่ อบวา่ “ขอนมิ นตท์ า่ นพระอาจารยอ์ ยดู่ าํ รงธาตขุ นั ธ์
นานๆ ขอนิมนต์ท่านพระอาจารยเ์ มตตาประชาชนชาวไทยใหไ้ ด้รับความสงบรม่ เย็น
โดยท่ัวหน้ากัน” องค์ท่านหลวงปู่ชอบนิ่งมองพระพักตร์ของในหลวง กิริยานี้ของ
หลวงปู่ชอบ คือท่านกําลังแผ่เมตตาให้กับในหลวง ครูบาอาจารย์ที่อยู่ในปะรําพิธี
ตอนนั้นพากันนงิ่ สงบเงียบด้วยกนั หมด
หลวงปู่บุญเพ็งท่านพูดข้ึนมาว่า “ขอนิมนต์หลวงปู่เมตตาพระเจ้าอยู่หัวกับ
พระราชนิ ที า่ นแหนข้ อรบั ” องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่ “เฮาเมตตาเพนิ่ แลว้ ” หลวงปบู่ ญุ เพง็
ทา่ นกราบเรยี นวา่ “หลวงปเู่ มตตาอยใู่ นจติ ในใจ พระเจา้ แผน่ ดนิ กบั พระราชนิ เี พน่ิ บไ่ ด้
ยนิ นาํ เด้ นมิ นตห์ ลวงปใู่ หพ้ รทงั้ สองพระองคเ์ พนิ่ แหน้ เพนิ่ สไิ ดม้ กี าํ ลงั ใจในการดแู ล
ไพรฟ่ ้าประชาชน”
องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบกลา่ วคาํ ใหพ้ รในหลวงกบั พระราชนิ วี า่ “เปน็ สขุ ๆ อายุ วณั โณ
สุขงั พลัง” พอ่ อยู่หัวแม่อยู่หวั ทัง้ สองพระองค์ ทา่ นพนมมอื กม้ รบั พรจากองค์ทา่ น
หลวงปชู่ อบดว้ ยความปตี ยิ นิ ดี พระราชนิ ที า่ นจะแยม้ พระสรวลตลอดเวลาทอ่ี งคท์ า่ น
366
หลวงปชู่ อบใหพ้ ร พระแมห่ ลวงทา่ นตรสั ขน้ึ มาวา่ “ไดก้ ราบไดเ้ หน็ ทา่ นหลวงปชู่ อบแลว้
ชนื่ ใจ”
ก่อนที่ทั้งสองพระองค์จะกราบลาหลวงปชู่ อบเพือ่ ไปประกอบพระราชพิธี และ
ทรงเยย่ี มเยยี นพสกนกิ รของพระองค์ ในหลวงกบั พระราชนิ ไี ดถ้ วายปจั จยั หลวงปชู่ อบ
เปน็ เงนิ จาํ นวน ๓ หมนื่ บาท เปน็ เงนิ ใบละ ๑๐๐ บาททงั้ หมด กอ่ นทที่ ง้ั สองพระองค์
ทา่ นจะกราบลาหลวงปูช่ อบ ในหลวงทา่ นกราบขออนญุ าตหลวงปู่ชอบถา่ ยรปู โดย
พระองคเ์ ปน็ ผฉู้ ายรปู ของหลวงปชู่ อบดว้ ยพระองคเ์ อง จากนนั้ พระองคท์ า่ นทงั้ สามได้
กราบลาหลวงปชู่ อบและครบู าอาจารยเ์ สดจ็ ไปประกอบพระราชพธิ ตี ามหมายทก่ี าํ หนด
เมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ และสมเดจ็
พระเทพฯ ทา่ นเสดจ็ ไปประกอบพระราชพธิ ที พี่ ลบั พลาทป่ี ระทบั รบั รองแลว้ หลวงปชู่ อบ
กก็ ลบั มาพกั ท่ีศาลาวดั ภทู อก
หลงั สรงนำ�้ เสรจ็ แลว้ ประมาณหกโมงเยน็ หลวงปชู่ อบบอก “คนื นเี้ ราจะไปพกั ที่
บา้ นดงคาํ โพธิ์ เราจะไปโปรดพญานาคเขอ่ื นนำ�้ อนู ” พระเณรทตี่ ดิ ตามพากนั เกบ็ บรขิ าร
เดนิ ทางไปบา้ นดงคาํ โพธ์ิ ผบู้ นั ทกึ บอกพระวดั ภทู อกใหก้ ราบเรยี นทา่ นพระอาจารยแ์ ยง
หลวงปชู่ อบทา่ นไมไ่ ดพ้ กั ดว้ ย ทา่ นจะไปพกั ทบ่ี า้ นดงคาํ โพธิ์ ออกจากวดั ภทู อก เดนิ ทาง
มาถงึ วัดปา่ โพธ์ิศรวี ารรี าม บ้านดงคาํ โพธิ์ ตําบลปลาโหล อำ� เภอวาริชภูมิ จงั หวัด
สกลนคร เวลาสองทมุ่ ครึง่ ผูบ้ นั ทกึ ไปบอกพระอาจารยท์ ววี ่า “หลวงป่ชู อบท่านจะ
มาพกั คา้ งคนื ดว้ ย” พระอาจารยท์ วนี มิ นตห์ ลวงปชู่ อบไปพกั ทม่ี ณฑปบรรจอุ ฐั ธิ าตขุ อง
องค์ทา่ นหลวงปมู่ ่นั ภรู ทิ ตั โต ท่ีอยูต่ ดิ กบั ตลิง่ ของเขื่อนนำ�้ อนู
วดั ปา่ โพธศิ์ รวี ารรี าม บา้ นดงคาํ โพธ์ิ ตาํ บลปลาโหล อาํ เภอวารชิ ภมู ิ จงั หวดั สกลนคร
เดมิ ชื่อสาํ นกั สงฆ์ดงคําโพธิ์ สร้างโดยหลวงปูห่ ลยุ จันทสาโร วดั แห่งนี้ หลวงปู่หลยุ
ทา่ นสรา้ งขนึ้ มาเพอื่ ใชเ้ ปน็ ทค่ี ดั กรองพระเณรทจ่ี ะเขา้ ไปปฏบิ ตั กิ บั องคท์ า่ นหลวงปมู่ น่ั ท่ี
บา้ นหนองผอื หลวงปชู่ อบวา่ “ถา้ ไมม่ หี ลวงปหู่ ลยุ แลว้ จะไมม่ วี ดั ปา่ หนองผอื เหลอื ไว้
เป็นตํานานของพ่อแม่ครบู าอาจารย์มัน่ ไวใ้ หค้ นรุ่นหลงั ได้ร้”ู
367
หลวงปชู่ อบ “อาจารยห์ ลยุ ทา่ นมาบรู ณะสรา้ งทพี่ กั ของทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ไวท้ น่ี ี่
เพื่อรอการกลับมาของพ่อแม่ครูจารย์ม่ันโดยเฉพาะ อาจารย์หลุยจําพรรษาอยู่บ้าน
หนองผอื ๕ ปี เพ่ือรอท่านพระอาจารยใ์ หญ่ม่ัน อาจารยห์ ลยุ ท่านใช้ปัญญานิมนต์
พอ่ แมค่ รจู ารยใ์ หญม่ นั่ มาจาํ พรรษาอยทู่ ห่ี นองผอื กอ่ นทา่ นอาจารยใ์ หญม่ น่ั จะละขนั ธ์
ทา่ นพกั จาํ พรรษาอยทู่ น่ี ี่ เรอื่ งราวการฝกึ ฝนอบรมลกู ศษิ ยข์ องทา่ นพระอาจารยใ์ หญม่ น่ั
จบทุกอยา่ งอย่ทู บี่ า้ นหนองผือนแ่ี หละ”
บนั ทึกหลวงปู่ชอบไปโปรดลูกศษิ ย์ทแี่ ม่สอด
๗ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ ลกู ศษิ ยข์ ององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบชอื่ คณุ เวทนิ และ
คณุ เหมยี ว อยทู่ อ่ี าํ เภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก มากราบนมิ นตห์ ลวงปชู่ อบไปโปรดญาตโิ ยม
ชาวเขาเผา่ มเู ซอ บา้ นหว้ ยปลาหลด ตาํ บลดา่ นแมล่ ะเมา อาํ เภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก และ
นิมนต์หลวงปู่ชอบไปเป็นประธานสงฆ์ในงานถวายกุฏิที่สํานักสงฆ์บ้านห้วยปลาหลด
โดยในงานนจี้ ะมผี หู้ ลกั ผใู้ หญค่ นมชี อ่ื เสยี งมารว่ มในงานครงั้ นดี้ ว้ ย แตท่ างคณุ เหมยี ว
กบั คณุ เวทินไมไ่ ด้บอกชื่อว่าแขกผูห้ ลักผู้ใหญน่ ้นั เปน็ ใคร
คณุ เวทนิ กบั คณุ เหมยี วพยายามพดู อธบิ ายอยนู่ าน องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบกย็ งั ไม่
ตอบรบั หรอื ปฏเิ สธอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ผบู้ นั ทกึ จงึ กราบเรยี นหลวงปชู่ อบวา่ “โยมเหมยี ว
กบั โยมเวทนิ ไดร้ บั มอบหมายจากทา่ นพระอาจารยเ์ ดน่ นนั ทโิ ย และทา่ นพระอาจารย์
สชุ นิ ปรปิ ณุ โณ มากราบนมิ นตห์ ลวงปไู่ ปเมตตาโปรดญาตโิ ยมชาวเขาเผา่ มเู ซอ บา้ น
หว้ ยปลาหลด หลวงปพู่ อจะเมตตารบั นมิ นตไ์ ปโปรดญาตโิ ยมทางเมอื งตากไหมขอรบั ”
พอหลวงป่ชู อบท่านได้ยนิ วา่ ไปโปรดชาวเขา และเอย่ ช่อื ท่านพระอาจารย์เดน่ กบั ทา่ น
พระอาจารย์สุชนิ ข้นึ มา องคท์ ่านลุกขน้ึ มานั่งน่งิ พจิ ารณาอยคู่ ร่หู นึ่ง สักพักทา่ นพดู
ออกมาวา่ “เฮาพิจารณาแล้ว เฮาสิไปเมตตาให”้
ทางคุณเหมียวและคุณเวทินดีใจที่หลวงปู่ชอบท่านเมตตารับนิมนต์ไปโปรด
ญาติโยมทางแม่สอด ทางผู้บันทึกบอกคุณเหมียวกับคุณเวทินว่า “ช่วงระหว่างน้ี
368
หลวงปชู่ อบทา่ นจะไมร่ บั นมิ นตไ์ ปทางไหน เนอ่ื งจากองคท์ า่ นจะตอ้ งอยโู่ ปรดลกู ศษิ ย์
ทีเ่ ดินทางมารว่ มงานมทุ ิตาจติ ของท่านในวนั ท่ี ๑๐-๑๒ กมุ ภาพนั ธ์ และวนั ที่ ๑๖
หลวงป่ชู อบทา่ นมงี านนมิ นตท์ าํ บุญแจกขา้ วท่บี า้ นโคกมน”
ทางคณุ เหมยี วกบั คณุ เวทนิ กราบเรยี นหลวงปชู่ อบวา่ “วนั ท่ี ๑๖ กมุ ภาพนั ธ์ หลงั จาก
หลวงป่เู สร็จกจิ นมิ นตท์ ี่บา้ นโคกมนแลว้ ถ้าจะรับหลวงปเู่ ดนิ ทางไปแมส่ อด หลวงปู่
จะสะดวกหรอื ไม”่ องคท์ า่ นบอกสะดวก พรอ้ มทจี่ ะเดนิ ทางไปไดท้ กุ เมอื่ ทางเจา้ ภาพ
ผู้นิมนต์เกรงว่าหลวงปู่ชอบท่านจะเหน่ือยในการเดินทางหากหลวงปู่น่ังรถยนต์เป็น
เวลานานๆ หลายช่วั โมง ทางเจา้ ภาพผู้นิมนต์จะเอาเฮลิคอปเตอร์มารบั องค์ท่านเพือ่
ความสะดวกรวดเรว็ ในการเดนิ ทาง หลวงปู่ชอบทา่ นบอก “เฮาบข่ ฮี่ อ มันหนวกหู
ขฮี่ อเทอี่ ใด หดู บั ตบั ไหมส้ เู่ ทอี่ เฮาสเิ ดนิ ทางโดยรถยนตเ์ อา” ทางคณุ เหมยี วกบั คณุ เวทนิ
จึงรับเอาเจตนาน้ขี ององคท์ ่านหลวงปชู่ อบไปแจ้งแก่ทางเจา้ ภาพเพ่อื ทราบตามนี้
วนั ที่ ๑๖ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ หลังจากองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบเสรจ็ จากงาน
นมิ นตท์ าํ บญุ แจกขา้ วทบี่ า้ นโคกมนแลว้ ทางทา่ นพระอาจารยเ์ ดน่ และทา่ นพระอาจารย์
สชุ ิน ไดน้ ํารถยนต์มารับองคท์ า่ นหลวงป่ชู อบและคณะสองคนั หลวงปชู่ อบทา่ นนง่ั
รถเกง๋ ฮอนดา้ ปา้ ยแดงทนี่ าํ มาจากเชยี งใหมเ่ พอ่ื มารบั องคท์ า่ นโดยเฉพาะ หลวงปชู่ อบ
และผบู้ นั ทกึ อาจารยเ์ หลยี ว ครบู าเมา้ นง่ั รถยนตค์ นั เดยี วกนั กบั หลวงปชู่ อบ พระเณร
องคอ์ นื่ ๆ และลกู ศษิ ยต์ ดิ ตาม พากนั นง่ั รถกระบะมติ ซบู ชิ ไิ ซโคลนสเี ทาตามหลงั มองดู
นาฬกิ าทีร่ ถยนตต์ อนหลวงปู่ชอบทา่ นออกจากวดั เวลานาฬิกา ๑๐.๐๒ น.
องค์ท่านหลวงปู่ชอบมาแวะฉันเพลที่ร้านขายยาเฉลิมโชคเภสัช หน้าตลาดเช้า
เมืองเลย ซ่งึ เป็นรา้ นขายยาของเฮียอว้ นเฉลมิ โชค หลงั จากหลวงปชู่ อบท่านฉันเพล
เสรจ็ แลว้ องคท์ า่ นสนทนากบั ลกู ศษิ ยใ์ นตลาดอยพู่ กั หนงึ่ จากนนั้ ทา่ นลาลกู ศษิ ยอ์ อก
เดนิ ทางไปอาํ เภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก รถยนตท์ นี่ ง่ั แลน่ มาถงึ สามแยก กม.๐ เมอื งเลย
ตนเองมองดนู าฬิกาทร่ี ถยนต์ เวลา ๑๒.๓๐ น.
รถยนต์คันทห่ี ลวงปู่ชอบทา่ นน่ัง มีโยมเวทินเป็นคนขับรถ ตอนแรกโยมเวทิน
ไมก่ ลา้ ขบั เรว็ นกั เพราะเกรงวา่ หลวงปชู่ อบทา่ นจะตกใจ พอรถถงึ แยกบา้ นทรพั ยไ์ พรวลั ย์
369
กอ่ นจะเขา้ ตวั เมอื งจงั หวดั พษิ ณโุ ลก อาจารยเ์ หลยี วทา่ นถามโยมเวทนิ วา่ “รถคนั นด้ี ใู หม่
ปา้ ยแดง ทาํ ไมมนั วงิ่ ช้าจัง วงิ่ เร็วกว่าน้ไี ด้ไหม” อาจารยเ์ หลยี วถามหลวงปู่ชอบว่า
“จะให้รถวงิ่ เรว็ หรือวง่ิ ช้าครับหลวงป”ู่ หลวงปูช่ อบท่านบอก “ฟา้ วๆ ไป” (รบี ๆ ไป)
แลว้ หลวงปูช่ อบท่านบอกกบั โยมเวทินวา่ “เอาโลด แล่นเร็วๆ โลด”
พอหลวงปชู่ อบทา่ นบอกวา่ เอาโลด แลน่ เรว็ ๆ โลดเทา่ นน้ั แหละ โยมเวทนิ เหยยี บ
คนั เรง่ รถเพม่ิ ความเรว็ ขน้ึ มาทนั ที จนเขม็ ไมลร์ ถยนตห์ ยดุ อยทู่ ี่ ๑๘๕ กโิ ลเมตรตอ่ ชว่ั โมง
เรานี้หายใจหายคอไมท่ ่ัวทอ้ ง บอกโยมเวทนิ วา่ “ค่อยๆ ไป ค่อยๆ มากไ็ ด”้
พอรถว่ิงเร็วดังใจ หลวงปู่ชอบท่านนั่งย้ิมพอใจในความเร็ว ผู้บันทึกบอก
หลวงปชู่ อบวา่ “ครบู าอาจารย์ กระผมยงั บไ่ ดเ้ ปน็ เจา้ อาวาส กระผมยงั บอ่ ยากตายตอน
เปน็ พระหนมุ่ กระผมอยากตายตอนแกต่ อนเฒา่ ” หลวงปชู่ อบทา่ นหวั เราะชอบใจทเี่ หน็
ผบู้ นั ทกึ กลวั ความเรว็ ของรถ หลวงปชู่ อบทา่ นยกมอื ขวาขน้ึ มาพรอ้ มกบั บอกโยมเวทนิ
ว่า “ไปๆ” เราก็นึกในใจ เอ หลวงป่ทู ่านก็สรรหาวธิ มี าทรมานลกู ศษิ ย์แบบแปลกๆ
อยเู่ รอื่ ย นเ่ี ปน็ อกี วธิ กี ารหนงึ่ ทหี่ ลวงปชู่ อบทา่ นฝกึ ลกู ศษิ ยใ์ หม้ คี วามกลา้ วธิ กี ารทรมาน
ลกู ศษิ ยข์ องหลวงปชู่ อบนยี้ ากทจ่ี ะคาดเดาใจขององคท์ า่ นได้ เราเปน็ คนทก่ี ลวั ความเรว็
เพราะเคยมอี ดตี ในเรอ่ื งนม้ี ากอ่ น ตง้ั แตป่ ระสบอบุ ตั เิ หตทุ างรถยนตม์ า ตนเองกข็ ะเหยด็
ขยาดในเรอ่ื งความเรว็ มาตง้ั แตน่ นั้ หลวงปชู่ อบทา่ นเปน็ คนจติ ใจเรว็ ทา่ นเปน็ คนมจี รติ
จติ ใจไปเรว็ มาเรว็ เปน็ อปุ นสิ ยั ขององคท์ า่ น ซงึ่ เปน็ ทท่ี ราบกนั ดใี นหมลู่ กู ศษิ ยใ์ กลช้ ดิ
เรอื่ งภายนอก หลวงปชู่ อบทา่ นไมต่ กใจอะไรงา่ ยๆ จะมบี า้ งเปน็ บางครงั้ ทท่ี า่ นจะสะดงุ้
ตกใจเสยี งฟา้ ผา่ และเสยี งพลปุ ระทดั นอกจากนน้ั แลว้ กไ็ มม่ อี ะไรทจี่ ะมาทาํ ใหอ้ งคท์ า่ น
ตกใจสะดุง้ เลย
คณะของหลวงปชู่ อบเดนิ ทางมาถงึ สาํ นกั สงฆบ์ า้ นหว้ ยปลาหลด เวลา ๑๘.๐๐ น.
ผบู้ นั ทกึ มองออกไปนอกรถ เหน็ คณุ หญงิ พนั ธเ์ ครอื ยงใจยทุ ธ และคณุ หญงิ คณุ นาย
หลายท่าน มายืนรอคอยต้อนรับองคท์ ่านหลวงปชู่ อบ ผบู้ นั ทกึ นึกแปลกใจวา่ ทําไมมี
ทา่ นผหู้ ลกั ผใู้ หญข่ องบา้ นเมอื งมารอพบหลวงปชู่ อบอยทู่ น่ี ม่ี ากมายหลายทา่ น นกึ ยอ้ น
สะดุดใจไปตั้งแต่ว่าจะเอาเฮลิคอปเตอร์มารับหลวงปู่ชอบ แต่ตอนน้ันตนเองยังไม่
370
กระจา่ งใจอะไรมาก ตนเองเพ่งิ จะมากระจ่างใจเอาในตอนนน้ี ี่แหละ คดิ ในใจสงสยั
งานน้ีจะเป็นงานชา้ งเมืองตากเสยี แลว้
หลังจากคุณหญิงพันธุ์เครือกราบถวายพวงมาลัยองค์ท่านหลวงปู่ชอบแล้ว
ผบู้ นั ทกึ กบั หมคู่ ณะพากนั เขน็ รถของหลวงปชู่ อบมาทพี่ กั ทท่ี างวดั จดั ไวใ้ หอ้ งคท์ า่ นและ
คณะ ขณะเขน็ รถหลวงปชู่ อบมาตามทาง จะมชี าวเขามเู ซอ บา้ นหว้ ยปลาหลด ทง้ั เดก็
และผใู้ หญพ่ ากนั เดนิ แหแ่ หนตามรถเขน็ ขององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบมาตลอดทาง เดก็ ๆ
ชาวเขามูเซอทีน่ เี่ ขาพดู จานา่ รกั มาก พวกเด็กๆ พากนั เรยี กช่อื องค์ทา่ นหลวงปชู่ อบ
วา่ “โหลปู่ซ่อ” พวกเดก็ ๆ พากันตะโกนชื่อขององคท์ า่ นหลวงปู่ชอบไปตลอดทางว่า
“โหลปูซ่ อ่ มาเลๆ” (หลวงปูช่ อบมาแลว้ ๆ) หลวงปู่ชอบท่านได้ยนิ เด็กๆ มูเซอ บ้าน
หว้ ยปลาหลด เปล่ียนช่ือใหม่ให้องค์ทา่ นเป็น “โหลปู่ซอ่ ” องค์ทา่ นนง่ั ยม้ิ กร่ิมอยู่บน
รถเขน็ ไปตลอดทาง
ผบู้ นั ทกึ เหน็ หลวงปชู่ อบทา่ นยมิ้ อารมณด์ แี บบน้ี ตนเองกเ็ ปน็ ขนุ พลอยผสมโรง
เรยี กชอื่ ใหมข่ องหลวงปชู่ อบไปพรอ้ มกบั เดก็ ๆ มเู ซอวา่ “โหลปซู่ อ่ มาเล โหลปซู่ อ่ มาเล”
พวกเดก็ ๆ มเู ซอ เหน็ ผบู้ นั ทกึ รว่ มสนกุ ไปกบั เขาดว้ ย พวกเดก็ ๆ มเู ซอ บา้ นหว้ ยปลาหลด
ยิ่งเรียกชื่อ “โหลปู่ซ่อมาเล” ดังข้ึนกว่าเดิม ทําเอาหลวงปู่ชอบท่านหัวเราะออกมา
หลวงปชู่ อบทา่ นเอามอื ขวาของทา่ นตบทพี่ กั แขนรถเขน็ แสดงออกถงึ ความพอใจของ
องคท์ า่ น วันน้ีเดนิ ทางน่งั รถเหนื่อยมาท้งั วนั กม็ าสนกุ สนานเอาตอนที่เดก็ ๆ พูดว่า
“โหลปซู่ ่อมาเล”
ทบี่ ้านมูเซอ ห้วยปลาหลด
พอพาหลวงปู่ชอบขน้ึ ไปพักบนกฏุ ิ พระเณรในวดั พากันเข้ามากราบคารวะองค์
ทา่ นหลวงปชู่ อบ ผ้บู ันทึกมองดวู า่ ท่านองคไ์ หนเปน็ พระอาจารย์เดน่ นันทโิ ย ท่าน
องคไ์ หนเปน็ พระอาจารยส์ ชุ นิ ปรปิ ณุ โณ เพราะผบู้ นั ทกึ ยงั ไมร่ จู้ กั กนั กบั ครบู าอาจารย์
ทง้ั สองทา่ นนเ้ี ลย ไดแ้ ตเ่ ดาเอาวา่ พระทม่ี ากราบองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบในตอนนี้ มพี ระ
371
สององคด์ จู ะมอี ายพุ รรษามากกวา่ ทกุ ๆ องคท์ นี่ งั่ รวมอยกู่ บั หมพู่ ระเณร พระองคห์ นง่ึ
ท่านน่งั อยูข่ ้างๆ หลวงปชู่ อบ ดูกิริยาทา่ ทางของท่านเรยี บร้อย ต่อมาทราบวา่ ท่านคอื
พระอาจารยส์ ชุ นิ ปรปิ ณุ โณ เจา้ อาวาสวดั ธรรมสถติ ตาํ บลกระเฉด อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั
ระยอง อีกองคห์ นึ่งนน้ั ทา่ นนุ่งห่มจวี รสบงไม่คอ่ ยเรียบร้อย ทราบชื่อในภายหลงั ว่า
ทา่ นชอื่ พระอาจารยเ์ ดน่ นนั ทโิ ย ประธานสงฆข์ องสาํ นกั สงฆด์ อยมเู ซอ บา้ นหว้ ยปลาหลด
ตําบลดา่ นแมล่ ะเมา อําเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก
(ตอ้ งกราบขออภยั ทา่ นพระอาจารยเ์ ดน่ ดว้ ยความเคารพอยา่ งสงู ขอรบั กระผม
และผตู้ ดิ ตามหลวงปชู่ อบ ตอนพบทา่ นพระอาจารยเ์ ดน่ ครง้ั แรกนน้ั เหน็ ทา่ นอาจารย์
เปน็ พะรงุ พะรงั แบบนีจ้ ริงๆ ตอ้ งกราบขออภยั ท่านพระอาจารย์เดน่ ดว้ ยความเคารพ
อย่างสงู ครบั ผม)
พระอาจารย์เด่นท่านเข้ามากราบองค์ท่านหลวงปู่ชอบ หลวงปู่ชอบท่านมอง
พระอาจารยเ์ ดน่ ดว้ ยสายตาจอ้ งเขมง็ เหมอื นกบั ทา่ นจะปราบพยศอะไรบางอยา่ งของ
พระอาจารยเ์ ดน่ ถา้ หลวงปชู่ อบทา่ นใชส้ ายตาจอ้ งมองใครแบบไมล่ ดละแลว้ แสดงวา่
องคท์ า่ นจะปราบพยศหรอื จะสอนอะไรใหก้ บั ทา่ นผนู้ นั้ ซงึ่ ความพเิ ศษแบบนี้ ผบู้ นั ทกึ
ไมอ่ าจคดิ กา้ วลว่ งภายในของครบู าอาจารย์ รใู้ นใจแตว่ า่ นเี่ ปน็ ความเมตตาทหี่ ลวงปชู่ อบ
ทา่ นมีให้กับทา่ นพระอาจารยเ์ ดน่ นันทิโย อยา่ งแนน่ อน
ผู้บันทึกมองไปตามสายตาขององค์ท่านหลวงปู่ชอบเพ่ือดูอากัปกิริยาของท่าน
พระอาจารยเ์ ดน่ เหน็ ทา่ นพระอาจารยเ์ ดน่ แสดงอาการเกรงองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบออกมา
ใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจน ผบู้ นั ทกึ มาทราบภายหลงั ทที่ า่ นพระอาจารยเ์ ดน่ เปดิ เผยใหฟ้ งั ดงั นี้
ทอี่ งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบรบั นมิ นตเ์ ดนิ ทางมาทห่ี ว้ ยปลาหลด เพราะทา่ นจะไปสอนอะไร
บางอยา่ งใหก้ บั ทา่ นพระอาจารยเ์ ดน่ ซงึ่ เรอ่ื งนผ้ี บู้ นั ทกึ มอิ าจทราบ เพราะเปน็ ความนยั
ขององค์ทา่ นหลวงปู่ชอบกบั ทา่ นพระอาจารย์เด่น นันทโิ ย
อาจารยเ์ ดน่ ทา่ นพดู ใหฟ้ งั วา่ กอ่ นหลวงปชู่ อบทา่ นจะมาหว้ ยปลาหลด อาจารยเ์ ดน่
ฝนั วา่ ทา่ นวงิ่ หนีพระข้นึ ไปบนภเู ขา ในนมิ ติ นน้ั อาจารย์เดน่ ทา่ นยืนหัวเราะอยบู่ นเขา
372
กวักมือตะโกนเรียกท้าทายพระที่วิ่งตามท่านมา ในฝันน้ันท่านหัวเราะชอบใจท่ีพระ
ทงั้ หลายวงิ่ ตามทา่ นไมท่ นั พอสนิ้ เสยี งหวั เราะแลว้ อาจารยเ์ ดน่ ทา่ นไดย้ นิ เสยี งหวั เราะ
ดงั ขนึ้ มาจากทางดา้ นหลงั ของทา่ น พระอาจารยเ์ ดน่ เหน็ หลวงปชู่ อบยนื หวั เราะอยทู่ าง
ดา้ นหลงั ของทา่ น พอทา่ นรวู้ า่ หลวงปชู่ อบทา่ นยนื หวั เราะอยทู่ างดา้ นหลงั อาจารยเ์ ดน่
ทา่ นตกใจจนจติ ถอนออกจากนมิ ติ พอจติ ถอนแลว้ อาจารยเ์ ดน่ ทา่ นรสู้ กึ กลวั ในองค์
ทา่ นหลวงปชู่ อบ
พระอาจารยเ์ ดน่ ทา่ นจงึ ลกุ ขน้ึ มานง่ั ภาวนา พระอาจารยเ์ ดน่ นนั ทโิ ย ทา่ นอธษิ ฐาน
จติ ว่า “ถา้ องคท์ ่านหลวงปู่ชอบจะมาโปรดเมตตาช้แี นะแนวทางธรรมแกก่ ระผมแล้ว
กระผมขอนิมนตค์ รบู าอาจารย์มาชแ้ี นะแนวทางแก่เกลา้ กระผมไดเ้ ลย” เมอื่ อธิษฐาน
จิตแลว้ พระอาจารย์เดน่ ทา่ นก็นั่งภาวนาต่อไป ขณะที่พระอาจารย์เด่นท่านน่ังภาวนา
อยู่นนั้ ปรากฏมเี สยี งฟา้ ผา่ ดังเปรยี้ งขึ้นมาในจิตของท่าน จนจติ ของทา่ นเกดิ อาการ
ลนั่ สะดงุ้ ขน้ึ มา พระอาจารยเ์ ดน่ ทา่ นจงึ พจิ ารณาเรอื่ ง “ฟา้ ผา่ กลางใจ” กะทนั หนั เชน่ นี้
เกิดข้ึนจากอะไร
ระหวา่ งจติ นกึ คดิ ตรองในสมาธธิ รรมนนั้ พระอาจารยเ์ ดน่ นนั ทโิ ย ทา่ นมาสะดดุ
ธรรมในคําพูดของหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม ที่เคยบอกท่านเอาไว้ท่ีวัดป่าอาจารย์ตื้อ
อาํ เภอแมแ่ ตง วา่ “ถา้ จะมพี ระอรหนั ตห์ รอื ทา่ นผมู้ บี ญุ มาหา เวลาภาวนาอยดู่ ๆี จะเกดิ
มเี สยี งฟา้ ผา่ ปรากฏขนึ้ มาในจติ ของตนเอง” (นกั ภาวนาผมู้ อี งคฌ์ านประคองจติ จะรจู้ ติ
ลน่ั ใน) พระอาจารยเ์ ดน่ ทา่ นบอกวา่ ตอนทที่ า่ นใหโ้ ยมไปนมิ นตอ์ งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ
มาท่ีห้วยปลาหลดนั้น ทา่ นมีความมัน่ ใจวา่ องคท์ า่ นหลวงป่ชู อบตอ้ งมาเมตตาทา่ นที่
ห้วยปลาหลดอยา่ งแนน่ อน
พอท่านอาจารย์เด่นพูดให้ฟัง ผู้บันทึกจึงถึงบางอ้อทันทีที่หลวงปู่ชอบท่าน
เดินทางมาท่ีห้วยปลาหลด เพราะหลวงปู่ท่านจะมาปราบพยศและสอนธรรมให้ท่าน
พระอาจารยเ์ ดน่ นเี่ อง เพราะเปน็ เรอ่ื งภายในของพระอาจารยเ์ ดน่ นเี่ อง ถา้ ไมอ่ ยา่ งนนั้
หลวงปู่ชอบท่านจะไม่ถ่อสังขารมาหนาวลมท่ีดอยมูเซออย่างนี้หรอก ท้ังที่ก่อนหน้า
จะมาทีน่ ี่ องคท์ า่ นหลวงปู่ชอบเป็นไข้หวัดอ่อนๆ อยแู่ ล้ว
373
อากาศท่หี ว้ ยปลาหลดคนื น้ีหนาวเย็นเป็นอย่างมาก สที่ มุ่ กวา่ หลวงป่ชู อบทา่ น
เรม่ิ ไอและมไี ข้ ทา่ นบอก “โบย้ บอกพระเณรเรา ถา้ ใครจะนอนใหพ้ ากนั ไปนอนทอี่ นื่
อยา่ มานอนทหี่ อ้ งน้ี คนื นร้ี าว ๕ ทมุ่ พญานาคอยเู่ ขอื่ นภมู พิ ลจะพากนั มาเยยี่ มฟงั ธรรม
กบั เรา ถา้ เรายงั ไมบ่ อกใหน้ อน อยา่ พากนั นอนเปน็ อนั ขาด ตอนเรารบั แขกแสดงธรรม
ให้พากันสาํ รวมกริ ยิ ามารยาทเอาไวใ้ ห้ดี อย่าพากนั ทาํ ตัวเปน็ ลิงเปน็ คา่ งใหพ้ วกเทพ
เทวดาเขาตาํ หนิเอาได้ ถา้ ใครทนงว่ งไม่ไหว กใ็ ห้นงั่ พงิ ฝาหลับเอา ห้ามนอนเหยยี ด
ตะเขเ้ ปน็ อนั ขาด” หลงั จากหลวงปชู่ อบทา่ นบอกพระเณรแลว้ องคท์ า่ นใหป้ ดิ ไฟในหอ้ ง
ทั้งหมด
ตอนหลวงปู่ชอบท่านภาวนา ผู้บนั ทกึ กบั หมูเ่ พ่อื นพากนั นง่ั พงิ ฝาพักหลบั ตาอยู่
ราว ๒๐ นาที จงึ ลมื ตาขนึ้ มาดหู ลวงปชู่ อบ เหน็ หลวงปชู่ อบทา่ นนง่ั หลบั ตาภาวนา ภายใน
หอ้ งพกั ของหลวงปชู่ อบสวา่ งตาเหมอื นกบั เปดิ ไฟเอาไว้ รอบกฏุ ทิ พี่ กั ของทา่ นสวา่ งใส
จนมองเห็นต้นไม้ได้อย่างถนัดตาเหมือนกับส่องตะเกียงเจ้าพายุดู ส่วนตัวเข้าใจว่า
แสงสว่างนีเ้ กิดจากอะไร ถา้ เฝา้ หลวงปู่ชอบตอนกลางคนื มักจะเจอกับปรากฏการณ์
แสงสวา่ งนวลใส และกลน่ิ บปุ ผชาติ ทพิ ยเ์ ทวดาปรากฏใหร้ ทู้ างสมั ผสั ภายในอยเู่ สมอ
หกทมุ่ กวา่ หลวงปชู่ อบทา่ นลมื ตาขนึ้ มาพรอ้ มกบั ไอเปน็ ระยะๆ หลงั จากฉนั นำ�้ อนุ่
และยาแกไ้ อแลว้ อาการไอของทา่ นกพ็ อบรรเทาความถลี่ งไปบา้ ง หลวงปชู่ อบทา่ นถาม
วา่ “เข่ือนภมู ิพลอยูไ่ กลจากท่นี ่มี ากไหม” ผู้บันทึกตอบทา่ นไมไ่ ด้ เพราะเพง่ิ เคยมา
จงั หวดั ตากเปน็ ครงั้ แรก ตอบทา่ นวา่ “ผมไมร่ วู้ า่ เขอ่ื นภมู พิ ลอยไู่ กลจากทนี่ ม่ี ากเทา่ ไหร่
แตท่ แี่ นๆ่ เขอ่ื นภมู พิ ลตอ้ งอยใู่ นเขตจงั หวดั ตากนแี่ หละ ไมอ่ ยจู่ งั หวดั อน่ื หรอกครบั ”
หลวงป่ชู อบท่านวา่ ให้ “ทา่ นนี่กช็ ่างพดู เหมอื นกบั ศรธี นญชัยเนา๊ ะ”
หลวงปชู่ อบบอก พญานาคอยเู่ ขอื่ นภมู พิ ลเพง่ิ ลาทา่ นไปเมอ่ื สกั ครนู่ เี่ อง พญานาค
มานมิ นตใ์ หอ้ งคท์ า่ นไปโปรดพวกเขาทถี่ ำ้� ชา้ งรอ้ ง เขอ่ื นภมู พิ ล ทา่ นบอกขอดธู าตขุ นั ธ์
ตนเองก่อนวา่ จะไปได้หรือไม่ ถามท่าน “เวลาหลวงปู่แสดงธรรมให้พวกเทพเทวดา
ฟังนี้เหน่ือยไหม เพราะดูตอนน้ีสภาพร่างกายของหลวงปู่ไม่ค่อยพร้อมที่จะรับแขก
ไดเ้ ลย” ทา่ นบอก “ตอนแสดงธรรมภายในมนั ไมเ่ หนอื่ ย เพราะเปน็ การแสดงดว้ ยจติ
374
ไม่ได้ใชธ้ าตุขนั ธแ์ สดง แต่พอถอนจิตออกมาอยู่กบั ธาตุขันธใ์ นปจั จบุ ันแลว้ มันจะ
เหนอ่ื ยมาก เพราะธาตขุ นั ธเ์ ครอื่ งมอื ของจติ ตอนนมี้ นั แปรปรวนออ่ นแรงไปมากแลว้ ”
กราบเรยี นองคท์ า่ นดว้ ยความหว่ งใยวา่ “ถา้ ธาตขุ นั ธข์ องหลวงปตู่ อนนอ้ี อ่ นแรง
ไมพ่ รอ้ มทร่ี บั แขกภายนอกภายในแบบน้ี นมิ นต์หลวงปพู่ ักก่อน ไม่ตอ้ งฝนื รา่ งกาย
ตนเองใหล้ าํ บาก พกั รกั ษารา่ งกายของตนเองใหเ้ ขา้ ทเ่ี ขา้ ทางเสยี กอ่ น แลว้ คอ่ ยออกมา
รบั แขกกไ็ ด”้ ทา่ นบอก “มนั งดไมไ่ ด้ ถา้ คดิ เหน็ แตป่ ระโยชนต์ นอยา่ งเดยี ว ศาสนาจะไม่
ขยายศรทั ธา หากคดิ เอาแตป่ ระโยชนค์ วามสบายของตนเองเปน็ หลกั ศาสนากจ็ ะอายุ
สน้ั ลง” หลวงปชู่ อบทา่ นเมตตาสตั วโ์ ลก ทงั้ ภมู หิ ยาบ กายละเอยี ด โดยไมม่ ปี ระมาณ
โดยทท่ี า่ นไมห่ ว่ งใยในสงั ขารธาตขุ นั ธข์ องตนเองเลย พอทา่ นวา่ มาแบบนี้ ตนเองกไ็ ม่
หา้ มท่าน เพราะจะเป็นกรรมขวางธรรมพระอรหันตโ์ ปรดสตั ว์
หลวงปชู่ อบบอกทเี่ ขอื่ นภมู พิ ลมพี ญานาคตนหนง่ึ ถกู ขงั ไวอ้ ยทู่ น่ี นั่ พญานาคตนนี้
มนี สิ ยั อนั ธพาลดรุ า้ ย ไปลม่ เรอื ทาํ ใหม้ คี นตาย พญานาคตนนล้ี ม่ เรอื พระและชาวบา้ น
ตายมาหลายคนแลว้ พญานาคตนนมี้ ฤี ทธเิ์ ดชมาก ไมม่ พี ญานาคตนไหนในแมร่ ะมงิ ค์
สฤู้ ทธข์ิ องมนั ได้ ถา้ พญานาคตนนไ้ี มถ่ กู ขงั ไว้ มนั จะทาํ รา้ ยคนและสตั วใ์ หไ้ ดร้ บั อนั ตราย
ล้มตายเพราะอํานาจฤทธข์ิ องมัน
ถามองคท์ า่ นวา่ “พญานาคตนนถี้ กู ขงั ไวย้ งั ไง” หลวงปชู่ อบทา่ นบอกถกู ขงั ดว้ ย
ขา่ ยฤทธ์ิครอบไว้ ถ้าจติ มันแสดงโทสะ ขา่ ยฤทธ์ินี้กจ็ ะบบี รดั ตัวมันให้แรงเขา้ เท่ากับ
โทสะทม่ี นั มใี นตอนนน้ั มนั จะเดนิ ทางไปไหนมาไหนหรอื จะแสดงฤทธไ์ิ มไ่ ด้ เพราะถกู
ขา่ ยฤทธนิ์ คี้ รอบเอาไว้ พญานาคตนนจี้ ะพน้ จากการถกู ขงั ดว้ ยเหตุ ๒ ประการ ๑. สาํ นกึ
ในบาปกรรมของตนเอง ๒. พน้ จากชาติการเกิดเป็นพญานาค แต่ที่ท่านบอกน่ากลัว
ทส่ี ดุ คอื พญานาคตนนหี้ ลงั จากพน้ ภมู พิ ญานาคแลว้ จะตกนรกทนั ที เนอื่ งจากกรรม
ปาณาติบาตฆ่ามนษุ ย์
เวลาหลวงปชู่ อบพดู ทา่ นจะไอเปน็ ระยะๆ ยงิ่ ดกึ อากาศหนาว ทา่ นยงิ่ ไอถหี่ นกั ขน้ึ
เรอ่ื ยๆ กราบเรยี นองคท์ า่ นใหพ้ กั มอี ะไรคอ่ ยคยุ กนั วนั หนา้ กไ็ ด้ แตห่ ลวงปชู่ อบทา่ นฝนื
375
ทา่ นอยากจะพดู คยุ ดว้ ยอยอู่ ยา่ งนน้ั พออาการไอบรรเทาลง ทา่ นกจ็ ะพดู ทง้ั ๆ ทเ่ี สยี งของ
ทา่ นนนั้ แหบพรา่ ทา่ นบอก “ตอนหวั คำ่� เราพจิ ารณาธาตขุ นั ธข์ องตนเอง ปอดทงั้ สองขา้ ง
เราเปน็ ฝา้ ครง่ึ หนง่ึ ” กราบเรยี นองคท์ า่ นวา่ “ถา้ อยา่ งนน้ั คนื นห้ี ลวงปไู่ ปหาหมอเลยไหม
ถา้ ปลอ่ ยไวข้ า้ มวนั ขา้ มคนื เดยี๋ วอาการของหลวงปจู่ ะทรดุ หนกั ลงไปกวา่ น”ี้ ทา่ นบอก
“เราขอพจิ ารณาฟอกธาตขุ นั ธต์ นเองกอ่ น ถา้ ไมไ่ หวจรงิ ๆ พรงุ่ นค้ี อ่ ยวา่ กนั อกี ท”ี ตนเอง
จึงจดั ท่ีนอนใหอ้ งคท์ า่ นพักธาตุขนั ธ์
๖ โมงเชา้ วนั ที่ ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ หลวงปชู่ อบทา่ นตนื่ ตนเองกบั ครบู า
จาํ เนยี ร พาหลวงปชู่ อบเขา้ หอ้ งนำ้� เอาผา้ ชบุ นำ้� อนุ่ เชด็ เนอื้ เชด็ ตวั ใหท้ า่ น ทา่ นบอก “อาการ
เราไมด่ ขี น้ึ เลย ฟอกธาตขุ นั ธก์ เ็ อาไมอ่ ยู่ ไดแ้ ตท่ รงฌานรกั ษาธาตขุ นั ธเ์ อาไว”้ ทา่ นถาม
“กิจนิมนต์ของเราวันนมี้ อี ะไรบา้ ง”
เรยี นทา่ นวา่ “วนั นต้ี อนเชา้ เปน็ ประธานรบั มอบถวายกฏุ ิ ตอนสาย คณุ หญงิ อรชร
คงสมพงษ์ และคณะ จะมากราบหลวงปู่ จากเทย่ี งเปน็ ตน้ ไป ครบู าอาจารยแ์ ละญาตโิ ยม
นมิ นตห์ ลวงปนู่ ง่ั เรอื ลอ่ งนำ�้ เมย ชว่ งบา่ ย เวลาหลวงปสู่ ะดวก อาจารยไ์ สว ถำ้� อนิ ทนลิ
นมิ นตไ์ ปเมตตาพระเณรทส่ี าํ นกั สงฆถ์ ำ้� อนิ ทนลิ ” หลวงปชู่ อบทา่ นวา่ “ไมร่ เู้ ราจะไปไหว
หรอื เปลา่ ขอดอู าการตนเองกอ่ น ถา้ ไมไ่ หว เรากจ็ ะยกเลกิ กจิ ทงั้ หมด ยกเวน้ งานทนี่ ”่ี
(สาํ นักสงฆ์ห้วยปลาหลด)
ตอนเช้า องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบเปน็ ประธานสงฆ์รับมอบถวายกุฏิ ท่สี าํ นกั สงฆ์
หว้ ยปลาหลด พระเณรทงั้ หมดพากนั มานงั่ ฉนั ภตั ตาหารทลี่ านสนามหญา้ ขา้ งกฏุ ทิ พ่ี กั
รบั รองของหลวงปชู่ อบ วันน้ีหลวงปู่ชอบท่านฉันอาหารได้ไม่มาก เน่อื งจากอาการไข้
รบกวนธาตขุ นั ธ์
ตอนสายเก้าโมงกวา่ ขณะหลวงป่ชู อบพักอย่ทู ่ีห้อง มีเฮลิคอปเตอรบ์ นิ มาจาก
กองบนิ พษิ ณโุ ลก มาลงจอดทล่ี านสนามหญา้ สาํ นกั สงฆห์ ว้ ยปลาหลด คณุ หญงิ อรชร
คงสมพงษ์ และคณะผตู้ ดิ ตาม เขา้ มากราบถวายของ และสนทนากบั หลวงป่ชู อบอยู่
พกั หนงึ่ จากนน้ั คณุ หญงิ อรชรและคณะออกไปแจกของใหก้ บั ชาวมเู ซอ หว้ ยปลาหลด
ท่ีลานสนามหญ้าขา้ งทพ่ี ักของหลวงป่ชู อบ
376
ได้ยินเสียงปี่เสียงแคนชาวเขาอยู่ข้างนอก ชะเง้อหน้าต่างมองดูเห็นชาวมูเซอ
หว้ ยปลาหลด เตน้ รำ� กนั สนกุ สนานตามประเพณรี บั แขกของพวกเขา หลวงปชู่ อบทา่ น
ถามว่า “เสียงอะไรดงั อีแ้ อ่ๆ อยขู่ ้างนอก” บอกท่านว่า “ชาวบ้านมูเซอ หว้ ยปลาหลด
เขาพากนั เตน้ “จะกอื ” ตอ้ นรบั แขกผมู้ าเยอื น” หลวงปชู่ อบทา่ นอยากดเู ตน้ จะกอื ของ
ชาวมเู ซอ ผูบ้ ันทกึ อ้มุ หลวงปชู่ อบออกมาดูชาวมเู ซอเต้นจะกอื อยู่ทร่ี ะเบยี งกฏุ ิ
หลวงปชู่ อบทา่ นนงั่ ดชู าวเขาเตน้ ราํ ดว้ ยอาการนง่ิ เฉย เปน็ บคุ ลกิ ประจาํ องคท์ า่ น
หลวงปชู่ อบนงั่ ดชู าวเขาเตน้ ราํ อยนู่ าน ทา่ นมาหวั เราะเอาตอน “ผเู้ ฒา่ ปซ่ี า” แกเปา่ แคน
แลว้ เคย้ี วหมากไปดว้ ย ไมท่ ราบวา่ ผเู้ ฒา่ ปซ่ี าเปา่ แคนจงั หวะไหนกนั แน่ เปา่ แคนอยดู่ ๆี
นำ�้ หมากเกดิ ไหลเขา้ คอ จนผเู้ ฒา่ ปซ่ี าสาํ ลกั นำ้� หมากตนเองไอจนตาถลนเถลอื ก ทาํ เอา
หลวงปู่ชอบและคนที่ดูผูเ้ ฒ่าป่ีซาเป่าแคนหัวเราะไปตามๆ กัน ด้วยเลือดศลิ ปินอัน
เขม้ ขน้ ของผเู้ ฒา่ ปซ่ี า ขนาดแกไอแคก่ ๆ อยู่ แกกฝ็ นื เปา่ แคนตอ่ ไปเพอ่ื ทจ่ี ะใหจ้ บเพลง
ผเู้ ฒ่าป่ซี าแกเปา่ แคนและไอไปดว้ ย จนนางราํ ทเี่ ตน้ ตามจังหวะปีแ่ คนของผูเ้ ฒา่ ป่ซี า
พากนั เต้นผิดจงั หวะจะโคนกันไปหมด
นางรำ� คนไหนจะไปเตน้ ตามจงั หวะปแ่ี คนของแกได้ เพราะเสยี งปแ่ี คนผเู้ ฒา่ ปซ่ี า
ดงั ออกมาไมเ่ ปน็ จงั หวะจะเสยี ง เสยี งแคนผเู้ ฒา่ ปซ่ี าดงั ออกมาอแี้ คก่ ๆ เสยี งแคนปน
เสยี งไอ จนมคี นบอกใหผ้ เู้ ฒา่ ปซ่ี าหยดุ เปา่ แคนเอาไวก้ อ่ น ผเู้ ฒา่ ปซ่ี าแกหยดุ เปา่ แคน
มาน่ังเป่าไอของแกอยู่ที่หน้าระเบียงกุฏิที่พักของหลวงปู่ชอบ หลังหายจากไอแล้ว
ผ้เู ฒา่ ปซ่ี าพาเมยี ข้ึนมากราบหลวงปู่ชอบทร่ี ะเบยี งกุฏิ
ผเู้ ฒา่ ปซ่ี าบอกหลวงปชู่ อบวา่ “โหลปๆู่ เมฮาบอ่ วา่ มาเคอเหโหลปซู่ อ่ มาบอ่ มาเคอ
สา่ บา่ เหอ้ โหลปซู่ อ่ ตอนเมฮาอายสุ สิ ป่ี ี บา้ นเกา่ เมฮาอยเู่ มอปา้ วเชใหมป่ นุ้ หนา” ผเู้ ฒา่ ปซ่ี า
แกพดู กับหลวงปู่ชอบภาษาคาํ เมืองสาํ เนียงชาวเขา ฟังแกพูดแลว้ ข�ำดี
แปลคําพดู ผู้เฒ่าปซี่ าพดู กบั องค์ท่านหลวงปชู่ อบ คอื “หลวงปๆู่ เมยี ของเรา
มนั บอกวา่ มนั เคยเหน็ หลวงปชู่ อบ มนั เคยใสบ่ าตรใหห้ ลวงปชู่ อบตอนมนั อายสุ บิ สป่ี ี
บ้านเก่าเมยี ของเราอย่เู มืองพร้าวเชยี งใหม่นูน้ ”
377
หลวงป่ชู อบทา่ นถามแมเ่ ฒ่า เมยี ของผูเ้ ฒ่าปี่ซาว่า “ตอนอยู่เมืองพรา้ วเคยเห็น
ทา่ นอาจารยใ์ หญม่ นั่ ไหม” เมยี ผเู้ ฒา่ ปซ่ี าตอบทา่ นวา่ “เคยเหน็ เคยใสบ่ าตรใหห้ ลวงปมู่ นั่ ”
แมเ่ ฒา่ เลา่ ยอ้ นความหลงั ใหห้ ลวงปชู่ อบฟงั วา่ “ตอนนนั้ ตนเองอยบู่ า้ นมเู ซอ หว้ ยนำ�้ ขนุ่
(เขตอำ� เภอแมส่ รวย จงั หวดั เชยี งราย) อาจารยม์ นั่ ทา่ นไปบณิ ฑบาตกบั ตชุ๊ อบ ตขุ๊ าว ตตุ๊ อ้ื
ตลุ๊ ม” (หลวงปชู่ อบทา่ นบอกเปน็ หลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โญ เพราะลกู ศษิ ยข์ องหลวงปมู่ นั่
ไม่มีพระช่ือลม น่าจะเพี้ยนจากสําเนียงการพูดแบบชาวเขาของแม่เฒ่าปี่ซาก็เป็นได้
ผูบ้ ันทึก)
หลวงปชู่ อบทา่ นถามเมยี ผเู้ ฒา่ ปซ่ี าวา่ “ใสบ่ าตรใหท้ า่ นอาจารยใ์ หญม่ นั่ แลว้ รสู้ กึ
ยังไงบา้ ง” เมยี ผู้เฒา่ ปีซ่ าบอกวา่ “ใส่บาตรใหห้ ลวงปู่ม่นั แลว้ สบายใจดี เวลาใสบ่ าตร
หลวงปมู่ น่ั ทา่ นจะยม้ิ ให”้ แมเ่ ฒา่ จงึ จาํ ตดิ ใจรอยยมิ้ ขององคท์ า่ นหลวงปมู่ นั่ เทา่ เดย๋ี วน้ี
ฟงั แมเ่ ฒา่ พดู เรากย็ งั ยมิ้ ตามแก แมเ่ ฒา่ เมยี ผเู้ ฒา่ ปซ่ี า แกบญุ หลายจรงิ ๆ ทไ่ี ดใ้ สบ่ าตร
องค์ท่านหลวงปู่มนั่ พระอรหนั ตผ์ ้ยู ง่ิ ใหญแ่ หง่ ก่ึงพุทธกาล
ผบู้ นั ทกึ ถามแมเ่ ฒา่ ปซ่ี าวา่ “หลวงปมู่ น่ั ทา่ นยม้ิ เหมอื นกบั หลวงปชู่ อบไหม” แมเ่ ฒา่
บอก “ไมเ่ หมอื นกนั เวลาหลวงปมู่ นั่ ยมิ้ แววตาของทา่ นดนู า่ เกรงขาม หลวงปชู่ อบทา่ น
จะยม้ิ เหมือนละออ่ น ไม่นา่ กลวั ” ตนเองเหน็ ดว้ ยกบั แมเ่ ฒ่าปี่ซา รอยยิม้ หลวงปูช่ อบ
จะเหมอื นกบั รอยยิม้ ของเด็กน้อย
ผเู้ ฒา่ ปซ่ี ากบั เมยี คยุ กบั หลวงปชู่ อบประมาณสบิ กวา่ นาทกี ล็ ากลบั พอผเู้ ฒา่ ปซ่ี า
กับเมียลากลับ ตนเองพาหลวงปู่ชอบเข้าห้องพักผ่อน หลังเท่ียงวัน อาการไข้ของ
หลวงปชู่ อบสงู ขน้ึ ทา่ นบอก “ใหพ้ าเราไปโรงพยาบาล อาการภายในเราตอนนไี้ มด่ แี ลว้ ”
ตนเองได้ยินก็เกดิ วิตกในอาการของครูบาอาจารย์ ปรกติหลวงปชู่ อบท่านจะไมช่ อบ
ฉนั ยา ทา่ นไมช่ อบไปหาหมอ ทา่ นไมช่ อบไปโรงพยาบาล แตค่ รงั้ นท้ี า่ นบอกใหร้ บี พาเรา
ไปโรงพยาบาลโดยด่วน แสดงว่าอาการภายในของทา่ นนั้นตอ้ งหนักมากแล้ว
พวกคณะอุปัฏฐากรีบพาหลวงปู่ชอบไปโรงพยาบาลอําเภอแม่สอด ด้วยความ
ทลุ กั ทเุ ล ตนเองใหห้ ลวงปชู่ อบทา่ นนง่ั บนตกั อมุ้ กอดทา่ นเอาไว้ ตวั หลวงปชู่ อบรอ้ นมาก
378
อยา่ งผดิ ปรกติ ทา่ นบอก “เราหนาวมาก มันหนาวมาจากขา้ งใน” ท่านพูดพรอ้ มกบั
สน่ั สะบนั้ ขนึ้ เปน็ ระยะๆ เราสนั นษิ ฐานเบอื้ งตน้ วา่ อาการของทา่ นตอ้ งเกดิ จากปอดชน้ื
อยา่ งแนน่ อน เพราะอาการแบบน้ีของหลวงปู่ชอบตนเองเคยเหน็ มาก่อน
ถึงโรงพยาบาลอําเภอแมส่ อด มีนางพยาบาลคนหนึง่ เดนิ มาถามหลวงปูช่ อบว่า
“หลวงตาเปน็ อะไรถงึ ไดม้ าหาหมอ” หลวงปชู่ อบทา่ นบอกนางพยาบาลวา่ “เปน็ ไข”้ จากนน้ั
พยาบาลโรงพยาบาลแม่สอดเปดิ หอ้ งพเิ ศษใหห้ ลวงปูช่ อบและคณะตดิ ตามเขา้ พกั
คืนวนั ที่ ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หลวงปชู่ อบและคณะอปุ ฏั ฐาก พกั ท่ี
โรงพยาบาลแมส่ อด กาํ หนดการที่หลวงปูช่ อบท่านจะเดินทางไปพักที่ถำ�้ ชา้ งรอ้ งและ
ถำ้� อนิ ทนลิ นน้ั ตนเองแจง้ เลอื่ นกาํ หนดการทงั้ หมดออกไปกอ่ น เนอื่ งจากตอ้ งดอู าการ
ครบู าอาจารย์
ทโ่ี รงพยาบาลแม่สอด
เชา้ วนั ที่ ๑๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ อาการไขข้ ององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบดขี นึ้ บา้ ง
เลก็ นอ้ ย เสยี งพดู ของทา่ นเปลยี่ นไปเพราะหลอดลมอกั เสบ เนอ่ื งจากทา่ นไออยา่ งหนกั
ตอนประมาณแปดโมงกว่าๆ หลวงปู่ชอบท่านได้ยินเสียงเด็กผู้ชายร้องไห้ดังมาจาก
อาคารอีกหลงั หนงึ่ ในโรงพยาบาลแม่สอด ท่านบอกใหไ้ ปดวู า่ เดก็ นอ้ ยคนนที้ ําไมถงึ
รอ้ งไหเ้ สยี งดงั ตนเองเดนิ ไปดตู ามทหี่ ลวงปชู่ อบทา่ นบอก เหน็ เดก็ ผชู้ ายคนหนงึ่ อายุ
ประมาณ ๗-๘ ปี กาํ ลังถูกหมอถอนฟนั ให้ ที่เดก็ คนนรี้ อ้ งเพราะเจบ็ ทถ่ี ูกหมอถอน
ฟนั ผุ
ตนเองกลับมารายงานให้หลวงปู่ชอบท่านทราบ ยังไม่ทันได้พูดอะไรขึ้นมา
หลวงปชู่ อบทา่ นพดู ขน้ึ มากอ่ นวา่ “หมอดงึ แขว่ เดก็ นอ้ ยบอ้ ” (หมอถอนฟนั เดก็ นอ้ ยหรอื )
เรานกึ ขำ� ในคาํ พดู ของทา่ น เมอ่ื ครบู าอาจารยท์ า่ นรอู้ ยแู่ ลว้ วา่ หมอกาํ ลงั ถอนฟนั ใหเ้ ดก็
แลว้ ทําไมตอ้ งให้เราเดนิ ไปดดู ้วยตนเองอกี คดิ ในใจ หลวงปชู่ อบทา่ นตอ้ งการใหเ้ รา
เปน็ พยานในความรขู้ ององค์ท่าน
379
เวลาเก้าโมงกวา่ มีผ้หู ญงิ คนหนึง่ อายุประมาณ ๔๐ ปี ผหู้ ญงิ คนนีล้ กั ษณะผิว
ขาวเหลือง สูงไมน่ อ้ ยกว่า ๑๘๐ เซนติเมตร ครบู าจําเนียร พระอุปัฏฐากหลวงปชู่ อบ
สงู ๑๗๕ เซนตเิ มตร ยนื อยไู่ มห่ า่ งจากผหู้ ญงิ คนนม้ี ากนกั ครบู าจาํ เนยี รยงั ดเู ตย้ี กวา่
ผหู้ ญงิ คนนี้อย่างเห็นได้ชัด ผหู้ ญงิ คนน้นี งุ่ ผา้ ซนิ่ แบบชาวไทยใหญ่ มดั เกล้ามวยผม
มปี น่ิ ปกั กลางมวยผม ลกั ษณะของเธอมสี งา่ ราศอี งอาจนา่ เกรงขามมาก ตอนเหน็ ผหู้ ญงิ
คนนคี้ รงั้ แรก เรายงั รสู้ กึ เกรงในอาํ นาจทม่ี ใี นตวั เขาจนยากทเี่ ราจะอธบิ าย ตนเองไมเ่ คย
เกรงกลวั อาํ นาจผหู้ ญงิ คนไหน แตก่ บั ผหู้ ญงิ คนนี้ เรากบั แปลกทร่ี สู้ กึ เกรงกลวั เกรงใจ
ในตัวของเธอ ทั้งๆ ท่ีเรากบั เขาก็ไม่เคยพบหน้าค่าตากนั มาก่อน กริ ิยาหลวงปู่ชอบ
เวลาผหู้ ญงิ คนนเ้ี ขา้ มาหา องคท์ า่ นจะสาํ รวมนง่ิ ในกริ ยิ าจนผดิ ปรกตอิ ยา่ งทเ่ี ราไมเ่ คย
เหน็ ทา่ นปฏิบัติแบบน้กี บั ใครมาก่อน
ผู้หญิงคนนี้เธอมาพรอ้ มกับผ้ตู ิดตาม ๕ คน เป็นผู้ชาย ๔ คน ผูห้ ญงิ ๑ คน
ลักษณะการแต่งตัวของผู้ติดตามจะด้อยอาภรณ์และเครื่องประดับกว่าผู้หญิงคนนี้
กริ ยิ าของผตู้ ดิ ตามจะแสดงความออ่ นนอ้ มเคารพผหู้ ญงิ คนนเ้ี หมอื นกบั วา่ เปน็ บา่ วไพร่
ในเวียงวงั จนเราคิดว่าผ้หู ญิงคนน้ีเธอเปน็ เจ้าขุนมูลนางเกา่ ผู้ชายทต่ี ดิ ตามผู้หญงิ
คนนมี้ า นง่ั อยหู่ า่ งจากเราประมาณ ๑ เมตร ผชู้ ายคนนเี้ ขาอมุ้ บาตรสแตนเลสไวใ้ นมอื
๑ ใบ บาตรใบนก้ี ะดดู ว้ ยสายตาประมาณขนาดแปดนิ้วครงึ่ ผ้หู ญงิ อีกคนถอื พาน
พวงมาลัยร้อยดว้ ยดอกมะลิซอ้ น
ตนเองถามผหู้ ญงิ คนนว้ี า่ “มาจากไหน” เพอื่ เปน็ การทกั ทายใหเ้ กดิ ความคนุ้ เคย
พอวา่ จบ ถูกหลวงปชู่ อบท่านปักสายตาขึงใส่เป็นเชงิ เตอื นหา้ มไมใ่ หพ้ ดู ปรกติเราจะ
ถามจะทกั ใครทม่ี าหาองคท์ า่ น หลวงปชู่ อบทา่ นกไ็ มเ่ คยหา้ มปราม หรอื ใชส้ ายตาเปน็
เชิงหา้ มปรามเรา มีแตท่ ่านจะบอกให้เราเป็นผพู้ ูดผถู้ ามแทนท่าน แตก่ บั ผ้หู ญิงคนนี้
เรากแ็ ปลกใจ ทาํ ไมทา่ นถงึ ตอ้ งหา้ มไมใ่ หเ้ ราพดู เราถาม หลวงปชู่ อบทา่ นพดู กบั ผหู้ ญงิ
คนนเี้ ปน็ ภาษาอสี านวา่ “ฮไู้ ดจ้ ั่งใดว๋ ่าเฮาอยู่น”่ี
ผหู้ ญงิ คนนพี้ นมมอื ตอบองคท์ า่ นเปน็ ภาษากลางวา่ “ขา้ พเจา้ ทราบขา่ วจากญาติ
ทางนี้ บอกว่าท่านพระอาจารย์ป่วยมารักษาตัวอยู่ท่ีโรงพยาบาลแม่สอด ข้าพเจ้า
380
เปน็ หว่ ง อยากมากราบทา่ นพระอาจารยม์ าก ขา้ พเจา้ พาญาตพิ น่ี อ้ งขา้ มฝง่ั มากราบทา่ น
พระอาจารย์ เกรงวา่ วนั นีพ้ ระอาจารยจ์ ะไม่อย่ทู ีน่ ่ี ขา้ พเจา้ จงึ รบี มากราบเพอ่ื มาขอพร
จากท่านพระอาจารย์”
คาํ พดู คาํ จาผ้หู ญงิ คนน้ี เหมอื นเธอมคี วามสนิทชิดเชื้อกบั องคท์ ่านหลวงป่ชู อบ
มานาน กริ ยิ าคาํ พดู ขององคท์ า่ นหลวงปชู่ อบกด็ เู หมอื นกบั วา่ รจู้ กั มกั คนุ้ กนั กบั ผหู้ ญงิ
คนนเ้ี ป็นอย่างดี ตนเองอยกู่ บั องคท์ า่ นหลวงปูช่ อบมา ๓ ปี กไ็ มเ่ คยเห็นผหู้ ญิงคนน้ี
มากอ่ นเลย และไมเ่ คยได้ยนิ หลวงปูช่ อบพูดให้ฟังว่าทา่ นรู้จักมกั จกี่ ับผคู้ นญาตโิ ยม
แถวน้ี มีแต่เคยเหน็ คนทางเมืองตากไปทําบญุ กับองค์ทา่ นทเ่ี มืองเลย แต่ไม่ใชก่ ลมุ่
ผ้หู ญงิ คนน้ี
หลวงปชู่ อบพดู กบั ผหู้ ญงิ คนนวี้ า่ “ยนิ ดที ม่ี าเยยี่ มมายามเฮา พากนั มาหลายคนบ”่
ผูห้ ญงิ คนน้ตี อบหลวงป่ชู อบว่า “พากนั มาท้งั หมด ๘ เจา้ คะ่ ” เรานับคนทมี่ ากับเธอ
ตั้งแต่แรกทเี่ ข้ามาในหอ้ งหลวงปู่ ตนเองนบั แลว้ นบั อกี นับยงั ไงกม็ แี ค่ ๖ คนเทา่ น้นั
มผี หู้ ญงิ ๒ คน ผ้ชู าย ๔ คน ทเ่ี ธอว่า ๘ นน้ั อกี ๒ คน นอ้ี ยทู่ ี่ไหน เพราะนอกหอ้ ง
หลวงปชู่ อบกไ็ มม่ ใี ครอยขู่ า้ งนอก เราตกเลขหรอื วา่ เขาตกเลข ตนเองสงสยั ตงั้ แตก่ ารมา
ของผู้หญงิ คนนแี้ ละคณะตัง้ แตต่ น้ แลว้
เราถามผู้หญงิ คนน้วี ่า “มา ๘ คน หรอื ว่า ๖ คน” เธอแสดงอาการอกึ อักที่จะ
ตอบคาํ ถามของเรา เราถามผชู้ ายคนทนี่ ง่ั หา่ งจากเรา ๑ เมตร “โยมมากนั ทงั้ หมดกคี่ น”
ผชู้ ายคนนไี้ มต่ อบคาํ ถามเรา เขาไดแ้ ตย่ มิ้ กม้ หนา้ ไมส่ บตากบั เราอกี อา้ ยคนนกี้ ม็ าแปลก
อีกคน ตนเองสงสัยจึงถามหลวงปู่ชอบไปตรงๆ ว่า “หลวงปู่ โยมพวกน้ีเป็นใคร
มาจากไหนกนั แน”่ (มาสาํ นกึ ไดท้ หี ลงั ตอนเฝา้ หลวงปชู่ อบอยโู่ รงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา
กรงุ เทพฯ การถามแบบน้ี เปน็ การถามทเ่ี สยี มารยาทตอ่ ครบู าอาจารยม์ าก เพราะความ
อยากรมู้ ากของตนเอง จงึ ทาํ ใหเ้ สียมารยาทธรรมเนยี มธรรมนสิ ัยของผู้เป็นลูกศษิ ย)์
หลวงปชู่ อบท่านทําตาดุใส่ ทา่ นดุตอ่ หนา้ หมคู่ ณะและแขก “อยู่ซ่อื ๆ แน่ อยา่
เวา่ หลาย” (อยเู่ ฉยๆ หนอ่ ย อยา่ พดู มาก) ถกู ครบู าอาจารยต์ าํ หนอิ ยา่ งน้ี ตนเองกป็ ดิ
381
ปากเงียบ ความสงสยั ในใจน้นั กลับมีมากข้นึ กว่าเดิม ผ้หู ญิงคนน้ถี ามหลวงปชู่ อบวา่
“ทา่ นอาจารยย์ งั จาํ ภาษาพมา่ ไดไ้ หม” หลวงปชู่ อบทา่ นตอบผหู้ ญงิ คนนสี้ น้ั ๆ วา่ “ออื ”
จากนนั้ ผหู้ ญงิ คนนพี้ ดู ภาษาพมา่ กบั หลวงปชู่ อบ โดยไมม่ ภี าษาไทยหลดุ ปนออกมา
แม้แต่คําเดียว คล้ายกับเขาไม่ต้องการให้เราและหมู่คณะพระเณรท่ีเฝ้าหลวงปู่ชอบ
ในขณะน้ันรูค้ ํารคู้ วามท่เี ธอกําลังสนทนากบั หลวงปชู่ อบ ขณะทีผ่ หู้ ญงิ คนนพ้ี ดู ภาษา
พมา่ กบั หลวงปชู่ อบ หลวงปชู่ อบทา่ นนง่ั สาํ รวมนง่ิ หลบั ตาฟงั ผหู้ ญงิ คนนพ้ี ดู อยตู่ ลอด
พอผหู้ ญิงคนนี้พูดจบ หลวงปชู่ อบทา่ นกล็ ืมตาขึ้นมาพูดภาษาพม่ากบั เธอ
หลวงปชู่ อบทา่ นพดู ภาษาพมา่ ไดค้ ลอ่ งแคลว่ ชดั เจนมากจนเราแปลกใจ เคยไดย้ นิ
แตห่ ลวงปชู่ อบบอกวา่ ทา่ นอยเู่ มอื งพมา่ มานาน จนสามารถพดู และเทศนเ์ ปน็ ภาษาพมา่
ภาษาไทยใหญ่ ไดอ้ ยา่ งคล่องปากไมต่ ดิ ขดั กเ็ พิ่งมาประจกั ษ์กบั หูกบั ตาในวนั น้ที ไี่ ด้
ยนิ หลวงปชู่ อบทา่ นพดู ภาษาพมา่ ถา้ เปน็ ภาษาไทยใหญ่ ตนเองพอฟงั รเู้ รอื่ งบา้ ง เพราะ
เคยอยูก่ บั ชาวไทยใหญ่ แต่ภาษาพม่าน้ี ยอมรบั ตรงๆ วา่ ไม่รู้เร่อื งสกั คําเลย
ผหู้ ญงิ คนนสี้ นทนากบั หลวงปชู่ อบดว้ ยภาษาพมา่ ประมาณ ๑๐ นาที กอ่ นทเี่ ธอ
จะลากลบั ผหู้ ญงิ คนนเี้ ธอพดู ภาษาไทยภาคกลางกบั หลวงปชู่ อบ เธอขอโอกาสสวดมนต์
ถวายหลวงปู่ชอบ หลวงปู่ชอบท่านน่ังนง่ิ เป็นเชงิ รับในนำ้� ใจของเธอ หลวงปู่ชอบท่าน
จะนงั่ หลับตาฟงั เสียงสวดมนตข์ องผ้หู ญงิ คนน้แี ละคณะ
ผู้หญิงคนนี้กบั คณะของเธอสวดมนต์บทอะไรกไ็ มร่ ู้ ตนเองและพระเณรทเี่ ฝา้
หลวงปชู่ อบไมม่ ใี ครรสู้ กั องคเ์ ลย ไมเ่ คยไดย้ นิ บทสวดมนตน์ ม้ี ากอ่ น เรอื่ งสวดมนตใ์ น
เจด็ ตาํ นาน สบิ สองตาํ นาน และสวดมนตบ์ ทกาลเฉพาะนนั้ เราสวดไดท้ ง้ั หมด แตพ่ อ
ไดย้ นิ บทสวดมนตท์ ผี่ หู้ ญงิ คนนแ้ี ละเหลา่ บรวิ ารของเธอสวดถวายองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ
ที่โรงพยาบาลแม่สอด นกึ ไม่ออก เพราะไม่เคยได้ยินไดฟ้ ังจากท่ไี หนมาก่อนเลย
เสียงผู้หญิงคนน้ีและบริวารเวลาเปล่งเสียงออกมามีอํานาจมาก เสียงพวกเขา
ดงั กงั วานชดั เจน เสยี งสวดมนตจ์ ะแหลมคลา้ ยเสยี งงจู งอาง ฟงั แลว้ ขนลกุ เสยี งสวด
แหลมหวดี ลกั ษณะแบบน้ี ตนเองเคยไดย้ นิ ตอนไปพกั อยวู่ ดั ถำ�้ ผาจม ตาํ บลเวยี งผางคาํ
382
อาํ เภอแมส่ าย จงั หวดั เชยี งราย เอาเรอื่ งนมี้ าเลา่ ใหห้ ลวงปชู่ อบทา่ นฟงั หลวงปชู่ อบทา่ น
บอกเป็นเสยี งพญานาคร่ายมนต์
กอ่ นทผ่ี หู้ ญงิ คนนกี้ บั คณะจะลากลบั เธอขอพรจากหลวงปชู่ อบ หลวงปชู่ อบให้
พรเธอทัง้ ทเ่ี สียงของท่านตอนน้ันแผ่วเบาแหบพรา่ มาก หลวงปชู่ อบทา่ นใหพ้ รผู้หญงิ
คนนวี้ า่ “สพั พตี โี ย..ไปจนถงึ อายวุ ณั โณ สขุ งั พลงั ” แลว้ ทา่ นวา่ ตอ่ ทา้ ยวา่ “ขอใหเ้ ปน็ สขุ
เป็นสุข” ขณะหลวงปู่ชอบท่านให้พร ผหู้ ญิงคนนแ้ี ละคณะจะพากันหมอบกราบลง
กบั พืน้ พอหลวงปู่ชอบท่านให้พรจบ ผหู้ ญิงคนน้แี ละคณะรับวา่ “สาธุ” สามคร้ัง
จากนั้นผหู้ ญิงคนนีเ้ ธอขอลาองคท์ า่ นหลวงปู่ชอบกลับ
พอผหู้ ญงิ คนนแี้ ละคณะออกไปจากหอ้ ง หลวงปชู่ อบทา่ นกห็ ลบั ตา ไมพ่ ดู จากบั
ใครอกี เลย ตนเองประคองหลวงปชู่ อบนอน จดั ทา่ ใหท้ า่ นเรยี บรอ้ ยแลว้ รบี ออกไปดู
นอกหอ้ งเพราะอยากรวู้ า่ ผหู้ ญงิ คนนเี้ ปน็ ใครกนั แน่ พอออกมาดนู อกหอ้ ง กไ็ มม่ ใี คร
ท้งั ๆ ท่ีเรากับเขาท้งิ ระยะห่างกันแคช่ วั่ เวลาประเดีย๋ วเดยี ว ตนเองเดนิ ตามออกไปดู
จนเกือบจะถึงหน้าโรงพยาบาลอําเภอแม่สอด เห็นพระอาจารย์สุเชาว์ (สํานักสงฆ์
สามหม่นื ทุง่ ) กับโยมผชู้ ายหนง่ึ คน โยมผูห้ ญงิ หนง่ึ คน กําลังจะมาเยีย่ มองคท์ ่าน
หลวงปชู่ อบ ตนเองถามพระอาจารยส์ เุ ชาวว์ า่ “เหน็ โยมผหู้ ญงิ สองคนกบั โยมผชู้ ายสคี่ น
เดินสวนทางออกไปหรือไม่” (ทางเดินอาคารหลังน้ีมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว)
พระอาจารยส์ ุเชาวก์ บั โยมบอกว่า “ไม่เห็นมีใครเดนิ สวนออกมาเลย” ตอนนั้นเราไม่
สะดวกทจ่ี ะถามหลวงปชู่ อบในเรอ่ื งนี้ (จบบนั ทกึ วนั ท่ี ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔)
ต่อบันทึก อําเภอแม่สอด จังหวดั ตาก หลังจากหลวงปูช่ อบ ฐานสโม กลับมา
วัดปา่ โคกมน ท่านเลา่ เร่อื งตอนพักรักษาอย่โู รงพยาบาลแพทยป์ ญั ญาให้พระเณรฟัง
ทา่ นบอกมพี ญานาคเทพเทวดาหลายชน้ั ภมู มิ าเยย่ี มขอพรฟงั ธรรมกบั ทา่ นจำ� นวนมาก
มีเทวดาสองแม่ลูกอยู่ภูบักได๋ อําเภอภูเรือ จังหวัดเลย จําแลงเป็นมนุษย์มาสวด
“โพชฌงั คะปะรติ ตงั ” ถวายทา่ น ทา่ นพจิ ารณาธรรมโพชฌงค์ ๗ ทเี่ ทวดาสองแมล่ กู สวด
ถวาย ทาํ ใหท้ า่ นฟน้ื ปว่ ยไดเ้ รว็ ขนึ้ จนคณุ หมอปญั ญา สง่ สมั พนั ธ์ บอก “หลวงปชู่ อบ
ท่านมีบญุ มาก ท่านมีเทวดามาช่วยรักษาธาตขุ นั ธ์ของทา่ น”
383
ทา่ นบอก “ตอนอยโู่ รงพยาบาลแมส่ อด มมี เหสพี ญานาคราช เขอื่ นภมู พิ ล มากราบ
เราท่โี รงพยาบาล นางพญานาคราชกับบรวิ ารพากนั เจริญ “มนต์อายุวัฒนะนาคราช”
ถวายเราให้ฟื้น นางนาคราชนิมนต์เราให้ทรงธาตุขันธ์อยู่โปรดสัตว์อีก ป่วยครั้งน้ี
เรารอดได้เพราะเทพเทวดากับหมอปัญญาพากนั รักษาเอาไว้ ถ้าพวกน้ีเขาไมร่ ักษาไว้
เรากก็ ะจะไมอ่ ยแู่ ลว้ เรากะจะละขนั ธท์ เ่ี ดยี วกนั กบั อาจารยค์ าํ ด”ี (หลวงปคู่ าํ ดี ปภาโส
ทา่ นละขันธ์ท่หี ้อง ๓๑๔ โรงพยาบาลแพทยป์ ัญญา กรงุ เทพฯ ซ่ึงเปน็ หอ้ งเดียวกันที่
หลวงปูช่ อบพกั รักษาเวลาท่านเข้ารักษาตัวทโี่ รงพยาบาลแพทยป์ ัญญา)
ถามองค์ทา่ นวา่ “ท่โี รงพยาบาลแมส่ อด ใช่ผูห้ ญิงตวั ใหญๆ่ สูงๆ ใช่ไหมทเ่ี ปน็
ผู้สวดมนต์อายุวัฒนะนาคราช” หลวงปู่ชอบบอก “หญิงผู้น้ีแหละที่เป็นพญานาค
จําแลงมา”
ถามท่านว่า “เขานิมนต์หลวงปู่ให้ทรงธาตุขันธ์ตอนไหน” หลวงปู่ชอบบอก
“ตอนเขาพดู ภาษาพมา่ ” ถามองคท์ า่ น “มนตอ์ ายวุ ฒั นะนาคราช” นม้ี อี ยใู่ นตาํ ราบทสวด
เลม่ ไหน” หลวงปู่ชอบทา่ นบอก “ไม่มใี นตําราบทสวดของพวกเรา เป็นมนต์บทสวด
เฉพาะของพวกนาคาพญานาค พวกเขามักจะเจรญิ มนตบ์ ทน้ีเพือ่ ใหต้ นเองและผอู้ น่ื
มคี วามสขุ อายยุ ืน”
พอคยุ กบั ทา่ นถงึ ตรงนี้ ตนเองนกึ ขน้ึ มาไดว้ า่ บาตรกบั พวงมาลยั ทเี่ ขานำ� มาถวาย
หลวงปู่ชอบในวนั นนั้ หายังไม่เจอ เพราะตอนออกจากโรงพยาบาลแมส่ อด วนั ที่ ๑๘
กุมภาพนั ธ์ ตนเองก็ดแู ต่หลวงปู่ชอบ ไมไ่ ด้สนใจของอะไรท่ใี ครนํามาถวาย พอถงึ
โรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา ถามหมเู่ พอ่ื นถงึ บาตรทโ่ี ยมถวาย “มใี ครเกบ็ เอามาบา้ งไหม”
หมคู่ ณะแตล่ ะองคก์ ค็ ดิ วา่ ทา่ นนนั้ ทา่ นนเี้ ปน็ ผเู้ กบ็ มา สดุ ทา้ ยกไ็ มม่ ใี ครเหน็ บาตรใบนี้
กบั พวงมาลยั นั้นเลย
หลวงปชู่ อบท่านบอก “ของพวกนเ้ี ปน็ สมมุตสิ ักการะ เปน็ มายาวัตถุ ไมใ่ ช่วัตถุ
ของแท้ พอเราเผลอแล้ว ของพวกนี้ก็จะอันตรธานไปเอง” องค์ท่านเปรียบให้ฟัง
เหมอื นกับนำ�้ แข็ง พอเราปลอ่ ยทง้ิ ไว้ มันก็จะละลายหายไปเอง
384
ยานอกกะดี ยาในกะดี
ตอนสายวนั ที่ ๑๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ หลงั จากแขกพเิ ศษทมี่ าจากเขอื่ นภมู พิ ล
กลบั ไปแลว้ พระอาจารยส์ ชุ ิน ปริปุณโณ (วัดธรรมสถิต ตาํ บลกระเฉด อาํ เภอเมือง
จงั หวดั ระยอง) ทา่ นมาเยย่ี มหลวงปชู่ อบทโ่ี รงพยาบาลแมส่ อด พระอาจารยช์ นิ บอกวา่
“วันน้ีที่แม่สอดไม่มีเครื่องบินมาลง ถ้าจะนําหลวงปู่ชอบมารักษาที่โรงพยาบาล
แพทยป์ ญั ญา กรงุ เทพฯ จะตอ้ งเดนิ ทางดว้ ยรถยนตเ์ ทา่ นน้ั หรอื ไมก่ ร็ อขน้ึ เครอื่ งลงไป
ในวนั พรุง่ น้ี อาการหลวงปชู่ อบนา่ เปน็ ห่วง ช้าเพียงวนั เดยี วก็ไม่ได้” คณะอุปัฏฐาก
จงึ ตดั สนิ ใจพาหลวงปชู่ อบมาโรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญาโดยทางรถยนต์ พระอาจารยส์ ชุ นิ
ทา่ นจัดรถวอลโว่สดี าํ ใหห้ ลวงปชู่ อบนั่งเพ่ือความสะดวกในธาตขุ ันธข์ องท่าน
หลวงปชู่ อบทา่ นแวะเมตตาพระเณรทวี่ ดั ถำ�้ อนิ ทนลิ ประมาณ ๕ นาที โดยทา่ น
นงั่ อยใู่ นรถยนตใ์ หพ้ ระเณรกราบ พระอาจารยไ์ สว เจา้ อาวาสวดั ถำ�้ อนิ ทนลิ นาํ พระบรม-
สารรี กิ ธาตทุ เ่ี ตรยี มจะบรรจใุ นเจดยี ว์ ดั ถำ้� อนิ ทนลิ มาใหห้ ลวงปชู่ อบดู หลวงปชู่ อบทา่ น
ดูอยคู่ ร่หู น่งึ แลว้ บอกให้พระอาจารยไ์ สวนําไปบรรจเุ อง
คณะหลวงปชู่ อบเดนิ ทางมาถงึ โรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา กรงุ เทพฯ เวลาทมุ่ กวา่
มโี ยมเมอื งเลยลกู ศษิ ยใ์ กลช้ ดิ หลวงปชู่ อบ ๔ คน มารออยทู่ โ่ี รงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา
โยมบอก ทราบเร่ืองจากอาจารย์เฉลียวโทรไปบอกว่าหลวงปู่ไม่สบายอาการหนัก
พวกตนเป็นห่วง จึงพากันเดนิ ทางมารอหลวงปทู่ โี่ รงพยาบาลแพทย์ปัญญา
นายแพทยป์ ญั ญา สง่ สมั พนั ธ์ เจา้ ของโรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา นมิ นตห์ ลวงปชู่ อบ
ทําการเอ็กซเรย์ ผลเอก็ ซเรย์ออกมาว่าหลวงปชู่ อบท่านเป็นปอดชน้ื มีน้ำ� ในปอดมาก
จึงทําให้ท่านเป็นไข้สั่น คุณหมอปัญญาจัดยาขับน�้ำและยาแก้ไข้ถวายหลวงปู่ชอบ
คณุ หมอปญั ญาบอก “ครบู า พรงุ่ นถี้ า้ หลวงปตู่ นื่ จากจาํ วตั รแลว้ อยา่ เพงิ่ ใหท้ า่ นฉนั นำ้�
ฉันอาหาร พรุ่งน้ีผมจะนิมนต์หลวงปู่ท่านมาเอ็กซเรย์ดูปอดอีกคร้ังเพื่อให้แน่ใจ”
ถามคุณหมอปัญญาวา่ “อาการของหลวงป่ชู อบทา่ นหนักไหม” คณุ หมอปญั ญาบอก
385
“หนกั เอาการเหมอื นกนั ครบู า ถา้ ยาขบั นำ้� ไมส่ ามารถชว่ ยได้ ผมคงตอ้ งเจาะทอ้ งหลวงปู่
เพอ่ื ดดู นำ้� ออกจากปอดของทา่ น” หลงั เอก็ ซเรยท์ ราบผลในเบอ้ื งตน้ แลว้ ทางคณุ หมอ
ปญั ญากราบนมิ นต์องคท์ า่ นหลวงปู่ชอบเขา้ พกั รักษาอาการอาพาธทหี่ อ้ ง ๓๑๔
(หมายเหตุ หอ้ ง ๓๑๔ โรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา เปน็ หอ้ งทหี่ ลวงปคู่ าํ ดี ปภาโส
วดั ถำ�้ ผาปู่ อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั เลย ทา่ นละขนั ธ์ หลงั หลวงปคู่ าํ ดที า่ นละขนั ธท์ ห่ี อ้ งนแี้ ลว้
ทางคณุ หมอปญั ญาจงึ จดั เปน็ หอ้ งพกั รกั ษาองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ และครบู าอาจารยท์ ม่ี า
พกั รักษาที่โรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา)
เช้าวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ พาครบู าอาจารย์เขา้ หอ้ งน้�ำ เอาผ้าชบุ
นำ้� อนุ่ เชด็ หนา้ เชด็ ตวั ใหท้ า่ น จดั ไมเ้ กยี ใหท้ า่ นแปรงปาก เรยี นองคท์ า่ นวา่ “วนั นห้ี มอ
ปญั ญานิมนต์หลวงปไู่ ปเอ็กซเรยอ์ กี คร้ัง” หลวงปู่ชอบถาม “เอก๊ กะเลคืออีหยงั โบ้ย”
ตนเองนกึ ขำ� คำ� พดู ครบู าอาจารย์ กราบเรยี นขยายความใหท้ า่ นฟงั วา่ “หมอปญั ญาเพนิ่
ขอนมิ นตห์ ลวงปใู่ หไ้ ปตรวจเบง่ิ ปอดอกี เทอื่ หนงึ่ หมอปญั ญาเพน่ิ ใหน้ มิ นตห์ ลวงปไู่ ป
นอนกลน้ั หายใจอยบู่ นเตยี งไฟวาบ” พอบอกเตยี งไฟวาบ ทา่ นยมิ้ หลวงปชู่ อบทา่ นจะ
เรยี กเตียงเอก็ ซเรยว์ ่า “เตยี งไฟวาบ”
ทา่ นวา่ “มอื่ คนื เฮาเบง่ิ อาการเจา้ ของปว่ ยเทอ่ื นหี้ นกั เตบิ โบย้ (ปว่ ยครงั้ นห้ี นกั มาก
ไอห้ นู) ตอนนแ้ี คนแนแ่ ล้ว (ตอนนีด้ ขี ้ึนบ้างแล้ว) เฮาเอาจิตฟอกขนั ธเ์ จา้ ของเบิ่ดคืน
ขนั ธมารนมิ นตเ์ ฮาวางขนั ธห์ า้ พระมานมิ นต์ “อาจารยอ์ ยา่ ฟา้ วไป (อาจารยอ์ ยา่ เพง่ิ รบี ไป)
อยู่โปรดสตั ว์นาํ กนั กอ่ น” เทวดาภบู ักไดมาเยย่ี มเฮา”
หลงั เสรจ็ ธรุ ะสว่ นตวั แลว้ ผบู้ นั ทกึ พาหลวงปชู่ อบเขา้ หอ้ งเอก็ ซเรย์ หลงั เอก็ ซเรยแ์ ลว้
คณุ หมอปัญญาเอาฟิล์มเอก็ ซเรยไ์ ปสอ่ งดู ภาพเมอ่ื วานกบั วนั นตี้ า่ งกันมาก เมอื่ วาน
ปอดหลวงปชู่ อบเปน็ ฝา้ ขาวเกอื บทงั้ หมด แตว่ นั นฝี้ า้ ขาวมเี ลก็ นอ้ ย คณุ หมอปญั ญาบอก
“นำ้� ในปอดหลวงปลู่ ดลงไปมาก” คณุ หมอปญั ญานมิ นตห์ ลวงปชู่ อบเอก็ ซเรยซ์ ำ�้ อกี ครงั้
เพื่อความแน่ใจ ผลเอ็กซเรย์ท้ังสองครั้ง ปรากฏน้�ำในปอดของท่านลดลงไปจริง
คณุ หมอปญั ญาบอกผบู้ นั ทกึ “เทวดาชว่ ยผมรกั ษาหลวงปดู่ ว้ ยกนั เมอ่ื วานนำ้� ทว่ มปอด
386
ของทา่ นเกอื บจะทง้ั หมด ดฟู ลิ ม์ เอก็ ซเรย์ ผมตกใจเลย คนธรรมดาเราถงึ ขนั้ นอ้ี ยไู่ มไ่ ด้
แลว้ หลวงปชู่ อบทา่ นมเี ทวดารกั ษา ผมรกั ษาทา่ นมาหลายปี เหน็ ความอศั จรรยใ์ นบารมี
ของทา่ นหลายครั้ง นก่ี อ็ กี คร้ังหนึง่ ที่หลวงปู่ชอบทา่ นทําใหผ้ มเห็น”
หลงั เอก็ ซเรยเ์ สรจ็ แลว้ ตนเองพาหลวงปชู่ อบกลบั หอ้ งพกั เพอ่ื ฉนั ภตั ตาหาร ถวาย
ยาแกไ้ ขส้ องเมด็ ใหค้ รบู าอาจารยฉ์ นั ตามทค่ี ณุ หมอปญั ญาจดั ให้ หลงั ฉนั ภตั ตาหารแลว้
คุณหมอปญั ญาเข้ามาคยุ กับหลวงปูช่ อบเปน็ การส่วนตวั คุณหมอปัญญากราบเรียน
หลวงปชู่ อบใหท้ ราบเรอื่ งผลการเอก็ ซเรย์ คณุ หมอปญั ญากราบเรยี นองคท์ า่ นหลวงปู่
ชอบวา่ “เมอื่ วานนำ�้ ในปอดหลวงปมู่ มี าก ผมเหน็ แลว้ วติ ก วนั นนี้ ำ�้ ในปอดหลวงปลู่ ดลง
จนเกอื บเปน็ ปรกติ อาการไขก้ ล็ ดลงจนจะเปน็ ปรกติ ถา้ วนั นน้ี ำ้� ในปอดหลวงปไู่ มล่ ดลง
ผมจะขอโอกาสเจาะทอ้ งหลวงปดู่ ดู เอานำ�้ ในปอดออก ตอนนอี้ าการหลวงปดู่ ขี น้ึ จนผม
อัศจรรยใ์ จ หลวงปู่ใชธ้ รรมรักษาตวั เองหรอื ครบั อาการจึงได้หายเร็วแบบน”้ี
หลวงปู่ชอบตอบคณุ หมอปญั ญาวา่ “อือ ได้ยาดี ยานอกกะดี ยาในกะด”ี
ถามคณุ หมอปญั ญาถงึ ยาทเี่ อาใหห้ ลวงปชู่ อบทา่ นฉนั เมอ่ื วาน ทเี่ มอื งเลยมไี หม
คณุ หมอปญั ญาบอกทเ่ี มอื งเลยกม็ ี คณุ หมอบอกชอื่ ยาใหท้ ราบ เรานน้ั ถงึ บางออ้ เพราะ
คิดไม่ออก ถ้ารู้ว่าเป็นยาตัวน้ี จะเอาให้หลวงปู่ชอบท่านฉันตั้งแต่อยู่บ้านมูเซอ
ห้วยปลาหลดแลว้ หลวงปชู่ อบท่านว่าให้ “อยากฮู้หยงั แตล่ ะอยา่ ง ให้ผ่านโง่ไปก่อน”
โพชฌงค์ธรรม เทวดาสองแม่ลกู ภบู กั ได
เวลาประมาณหนงึ่ ทมุ่ วนั ท่ี ๒๐ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ โยมเมง้ (คณุ กวงเมง้
แซเ่ ลา้ ) พาคณะมากราบหลวงปชู่ อบทโี่ รงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา โยมเมง้ ถาม “อาการ
หลวงปดู่ ขี ้ึนไหมครบั ” หลวงป่ชู อบท่านตอบโยมเม้ง “แคนแน่แลว้ แตย่ งั บ่หายขาด”
(ดขี น้ึ บา้ งแลว้ แตย่ งั ไมห่ ายขาด) โยมเมง้ กลา่ ว “นมิ นตห์ ลวงปหู่ ายไวๆ อยกู่ บั ลกู ศษิ ย์
ไปนานๆ” หลวงปชู่ อบทา่ นตอบสนั้ ๆ วา่ “ออื ” ผบู้ นั ทกึ ชวนโยมเมง้ กบั คณะมานง่ั คยุ กนั
อย่ทู างปลายเท้าหลวงปู่ชอบ เพือ่ อยากใหค้ รูบาอาจารยไ์ ด้พกั ผ่อน
387
นงั่ คยุ กบั โยมเมง้ ไมน่ านเทา่ ไหร่ ไดย้ นิ เสยี งพดู “ขอกราบทา่ นพระอาจารยช์ อบ
ไดไ้ หมเจา้ คะ” หนั ไปมอง เหน็ ผหู้ ญงิ สองคนยนื อยตู่ รงประตใู นหอ้ งพกั ของหลวงปชู่ อบ
ผหู้ ญงิ คนหนงึ่ อายปุ ระมาณหา้ สบิ กวา่ ปี ผหู้ ญงิ อกี คนอายปุ ระมาณยส่ี บิ กลางๆ ทง้ั
สองคนมีหนา้ ตาคลา้ ยกัน การแต่งกายกเ็ หมอื นกนั ลกั ษณะการแตง่ กายของผหู้ ญงิ
ท้งั สองคนคลา้ ยคนทาํ งานออฟฟศิ
ตนเองสงสัยว่าผู้หญิงสองคนนี้เข้ามาในห้องพักของหลวงปู่ชอบได้ยังไง หลัง
โยมเมง้ และคณะเขา้ มาแลว้ ตนเองบอกเณรบง่ิ (สามเณรทาํ นอง ไชยแสง) เฝา้ หนา้ หอ้ ง
เอาไว้ อยา่ ใหใ้ ครเขา้ มา ถา้ มใี ครจะมากราบหลวงปู่ กบ็ อกใหเ้ ขารอเขา้ เวลาเดยี วตอน
ทาํ วตั รสวดมนตส์ องทมุ่ แตต่ อนผหู้ ญงิ สองคนนเ้ี ขา้ มาในหอ้ ง ไมม่ ใี ครไดย้ นิ เสยี งประตู
เปดิ เลย ถามผ้ทู ีอ่ ยู่ในห้องด้วยกัน “ไดย้ ินเสยี งประตเู ปดิ ม้ยั ” ทกุ คนสา่ ยหน้าบอก
เหมอื นกนั “ไมไ่ ดย้ นิ ” ปรกตหิ อ้ งทหี่ ลวงปชู่ อบทา่ นพกั เวลาใครเขา้ ออกจะไดย้ นิ เสยี ง
เปิดปิดประตูดังออดแอดทกุ คร้ัง
ขณะผู้หญิงสองคนน้ีกําลังกราบหลวงปู่ชอบ ตนเองออกไปถามเณรบิ่งท่ีเฝ้า
หนา้ หอ้ งวา่ “ไดใ้ หใ้ ครเขา้ ไปในหอ้ งหลวงปหู่ รอื ไม”่ เณรบงิ่ บอก “ไมไ่ ดใ้ หใ้ ครเขา้ ไป”
“เห็นใครเดินเขา้ ไปเองม้ยั ” เณรบิง่ บอก “ไมเ่ ห็น ตนเองอยู่หน้าหอ้ งตลอด” ชใี้ ห้
เณรบ่งิ ดู “ผูห้ ญงิ สองคนนี้ เขาเขา้ ไปในห้องหลวงป่ชู อบได้ยงั ไง” เณรบง่ิ เหน็ ผู้หญิง
สองคนนแี้ ลว้ แสดงอาการแปลกใจออกมา บอกเณรบงิ่ “อยา่ พดู อะไรมาก ใหส้ งั เกตดู
ผู้หญิงสองคนน้ไี วใ้ ห้ด”ี
ถาม “โยมรไู้ ดย้ งั ไงวา่ หลวงปชู่ อบทา่ นพกั อยทู่ น่ี ”ี่ ผหู้ ญงิ ทม่ี อี ายบุ อก “ญาตทิ าง
เพชรบูรณแ์ จ้งใหท้ ราบ”
ถาม “โยมอยกู่ รงุ เทพหรอื ” เขาบอก “ไมไ่ ดอ้ ยกู่ รงุ เทพ อยใู่ กลๆ้ กบั เพชรบรู ณ”์
ถาม “โยมมากันก่คี น” เขาตอบ “มากบั ลูกสาว”
ถาม “โยมพากนั ขบั มาจากเพชรบรู ณเ์ ลยหรอื ” ผหู้ ญงิ คนนเี้ ขาไมต่ อบ เขาหนั ไป
388
มองหลวงปชู่ อบ แสดงนยั กริ ยิ าไมอ่ ยากใหเ้ ราถามอะไรเขาอกี ผหู้ ญงิ คนทเี่ ปน็ ลกู สาว
ตั้งแต่เขา้ มาในห้อง เขาจะนัง่ มองหลวงปูช่ อบอยา่ งเดยี ว ไม่พดู จากบั ใคร
หลวงปชู่ อบลมื ตาขนึ้ มาเหน็ ผหู้ ญงิ สองแมล่ กู น้ี ทา่ นยม้ิ ใหเ้ หมอื นคนเราไดเ้ หน็
หน้าคนรู้จักกัน ท่านถามผู้หญิงคนท่ีเป็นแม่ว่า “ฮู้จ่ังได๋ว่าเฮาอยู่น่ี” ผู้หญิงคนนี้
ตอบทา่ น “ญาตอิ ยเู่ พชรบรู ณบ์ อก โยมกบั ลกู สาวจะมาสวดโพชฌงคถ์ วายทา่ นอาจารย”์
หลวงปชู่ อบนิ่งพจิ ารณาอยพู่ ักหนง่ึ ทา่ นจงึ ตอบสองแม่ลูกนว้ี า่ “ออื ”
ทา่ นบอกจดั ทใ่ี หใ้ หม่ เราจะภาวนาฟังธรรม ตนเองจัดหมอนพิงหลงั ใหค้ รบู า-
อาจารย์ หม่ ผา้ จวี รใหอ้ ยา่ งเรยี บรอ้ ย ถอดหมวกออกใหท้ า่ น ขณะจดั ความเรยี บรอ้ ยให้
หลวงปชู่ อบทา่ นปกั ตาใสเ่ ปน็ สญั ญาณเตอื นใหส้ าํ รวม ตนเองอยากจะรว่ มสวดโพชฌงค์
ถวายครบู าอาจารย์ จงึ ขอโอกาส ทา่ นบอก “ฟงั ซอื่ ๆ ใหโ้ ยมเขาสวด” ทา่ นกน็ งั่ หลบั ตา
ภาวนา
นัง่ สังเกตดูผู้หญงิ สองคนน้อี ยู่ขา้ งหลวงปชู่ อบ คดิ สงสัยผ้หู ญงิ สองคน คําพดู
คาํ จาของเขากบั หลวงปชู่ อบเหมอื นรจู้ กั กนั มากอ่ น อยกู่ บั ครบู าอาจารยส์ ามปี ตนเอง
กไ็ มเ่ คยเหน็ ผหู้ ญงิ สองคนนมี้ ากอ่ นเลย และไมเ่ คยเหน็ หลวงปชู่ อบทา่ นอนญุ าตใหใ้ คร
มาสวดมนต์ “โพชฌงค”์ ถวายในเวลาท่ีท่านอาพาธ
ผูห้ ญิงสองแมล่ ูกคูน่ ้ีสวดมนต์ “โพชฌงค”์ (ธรรม ๗ อย่างของผมู้ งุ่ หวังความ
สาํ เรจ็ ) ไดค้ ลอ่ งแคล่ว โดยไม่เปดิ หนังสือสวดมนตท์ เี่ ราเอาให้พวกเขาดูเลย เสยี ง
สวดมนต์ของเขาดังกังวานยังกับมีคนเป็นร้อยร่วมสวด อักขระฐานกรณ์ท่ีผู้หญิง
สองคนนสี้ วดสาธยาย ตา่ งกบั สาํ เนยี งเสยี งมคธทเี่ ราคนุ้ เคย ซง่ึ ตนเองกไ็ มเ่ คยไดย้ นิ
สาํ เนยี งมคธคาถาแบบนจ้ี ากทไี่ หนมากอ่ น ทงั้ ทเี่ รานน้ั กเ็ ปน็ ผหู้ นงึ่ ทสี่ วดมคธคาถาได้
ชัดเจนในการออกเสยี งควบคำ�
ตอนสองแม่ลูกคนู่ ส้ี วดมนต์โพชฌงค์ ๗ ถวาย หลวงปชู่ อบทา่ นจะนั่งหลบั ตา
ภาวนาฟงั โดยไมข่ ยบั ตวั ใหเ้ หน็ เลย องคท์ า่ นจะนงั่ หลบั ตานงิ่ ไมไ่ หวตงิ ไมต่ า่ งอะไรกบั
คนที่ส้ินลมหายใจ ตนเองน่ังสังเกตดูอยู่นานจึงว่าผู้หญิงสองแม่ลูกคู่นี้เขาไม่ใช่
389
คนเราธรรมดา ผหู้ ญงิ ทง้ั สองไมม่ เี งารปู เมอ่ื ตอ้ งแสงไฟเหมอื นคนเราทวั่ ไป เวลาทงั้ สอง
สวดมนตไ์ มข่ ยบั ปากใหเ้ หน็ แมแ้ ตค่ รงั้ เดยี ว แตเ่ สยี งสวดมนตข์ องพวกเขาจะดงั กงั วาน
ออกมาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ไมม่ สี ะดดุ แมแ้ ตค่ รงั้ เดยี ว เราจงึ หายสงสยั วา่ ผหู้ ญงิ สองแมล่ กู
คู่นี้เข้ามาในห้องพักของหลวงปู่ชอบได้ยังไง โดยท่ีผู้เฝ้าหน้าประตูไม่เห็นเขาเข้ามา
หรือผู้ที่อยใู่ นห้องกไ็ มม่ ีใครไดย้ นิ เสยี งเปดิ ประตู
พอผหู้ ญงิ สองแมล่ กู คนู่ สี้ วดมนตธ์ รรม “โพชฌงค”์ ครบ ๗ จบ เขาทงั้ สองกลา่ ว
คาํ “สาธ”ุ แลว้ กม้ กราบหลวงปชู่ อบเพยี งครง้ั เดยี ว ไมไ่ ดก้ ราบสามครง้ั เหมอื นกบั คนเรา
ทว่ั ไปเวลากราบพระสงฆอ์ งคเ์ ณร ตอนผหู้ ญงิ ทง้ั สองกลา่ วคาํ “สาธ”ุ นน้ั เสยี งพวกเขา
มอี าํ นาจมาก คาํ สาธุการของพวกเขาดงั คาํ รณ จนทกุ คนทีน่ ง่ั อยใู่ นห้องสมั ผสั รบั รไู้ ด้
หลวงปู่ชอบทา่ นยกมอื ข้ึนกล่าวคํา “สาธุ” แสดงอนโุ มทนารับ กริ ิยาแบบนี้ของ
ครูบาอาจารย์ท่านจะไม่ค่อยแสดงออกให้โยมเห็น เป็นสิ่งท่ีอัศจรรย์มาก หลังจาก
หลวงปชู่ อบทา่ นภาวนาฟงั ธรรม “โพชฌงค”์ ทส่ี องแมล่ กู รว่ มกนั สวดถวาย แววตาของ
ทา่ นดสู ดชนื่ ขนึ้ มาทนั ตาเหน็ หนา้ ขององคท์ า่ นมสี ฝี าดแดงขนึ้ มา ถา้ หนา้ ของหลวงปชู่ อบ
แดงฝาดเลือดใหเ้ หน็ นั่นหมายถึงสขุ ภาพธาตุขันธข์ ององค์ท่านสมบรู ณ์
องคท์ า่ นบอกผหู้ ญงิ สองแมล่ กู วา่ “ถา้ บฟ่ า้ ว กะอยไู่ หวพ้ ระสวดมนตก์ บั พระเณร
กอ่ น” (ถา้ ไมร่ บี กใ็ หอ้ ยไู่ หวพ้ ระสวดมนตก์ บั พระเณรกอ่ น) ผหู้ ญงิ ทงั้ สองพนมมอื ขนึ้
เป็นเชิงตอบรับ แลว้ พากันขยับไปนงั่ ชดิ ฝาฝนังใกลท้ างเข้าหอ้ งน�ำ้ น่งั กม้ หน้าสํารวม
ในกริ ยิ า เหน็ แลว้ นา่ เลอื่ มใส พอพระเณรญาตโิ ยมพรอ้ มกนั แลว้ อาจารยเ์ หลยี ว (เฉลยี ว
วรกจิ โจ) เจา้ อาวาสวดั ปา่ โคกมน นาํ ทาํ วตั รสวดมนต์ โดยตนเองเปน็ ผรู้ บั หนั ทะ มะยงั
ตน้ เสียง
หลงั ไหวพ้ ระสวดมนตแ์ ลว้ ญาตโิ ยมพากนั กราบขอสนทนาธรรมกบั หลวงปชู่ อบ
ตนรบั หน้าทีเ่ ป็นผู้แปลคําพูดของหลวงปชู่ อบจากภาษาอสี านเป็นภาษากลางให้โยมท่ี
ฟงั ได้เข้าใจ ระหว่างหลวงปู่ชอบทา่ นสนทนากบั ลูกศิษยน์ ัน้ ผหู้ ญิงสองแมล่ ูกคนู่ ้ีเขา
จะนง่ั หลบั ตาฟังอยู่ข้างหลงั ของเรา
390
วันนี้หลวงปู่ชอบท่านคุยกับลูกศิษย์มากเป็นพิเศษ จนไม่มีใครอยากจะลา
ทา่ นกลบั หลวงปชู่ อบพดู เรอื่ งการไปเทยี่ ววเิ วกของทา่ นตามสถานทตี่ า่ งๆ ในเชยี งใหม่
และประเทศพมา่ และเร่ืองเทพเทวดาแต่ละสถานทีม่ าเย่ยี มทา่ น
หลวงปชู่ อบสนทนากบั ลกู ศษิ ยป์ ระมาณครงึ่ ชว่ั โมง ตนเองมวั แตด่ แู ลหลวงปชู่ อบอยู่
หันไปดอู ีกที ไม่รวู้ ่าสองแมล่ กู ค่นู เี้ ขาไปกนั ตอนไหน เพราะตอนน้ันจะมคี นเขา้ ออก
ในห้องอย่างต่อเน่ือง ถามองค์ท่านหลวงปู่ชอบ “สองแม่ลูกคู่นี้เขาไปตอนไหน”
ท่านบอก “ไปหวา่ งหน่ึงน้บี ่เห็นบ่ เขาฮอดเมืองเลยแลว้ ” (ไปเมอื่ สักครู่น้ีไม่เหน็ หรือ
เขาถงึ เมอื งเลยแลว้ ) ถามทา่ น “พวกนเี้ ขาคอื ไปเรว็ มาเรว็ แท”้ ทา่ นบอก “พวกนเี้ วลาไป
เวลามาไมม่ ีอะไรขดั ข้องสาํ หรบั พวกเขา แคอ่ ึดใจเขากไ็ ปไดถ้ งึ ไหนตอ่ ไหน”
วดั แพทยป์ ญั ญา
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญาได้สองวัน
อาการไข้ขององค์ท่านก็หายเป็นปรกติ ช่วงพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญานั้น
หลวงปชู่ อบทา่ นจะออกมานง่ั รถเขน็ จงกรมอยปู่ ระจาํ ไมต่ า่ งอะไรกบั ตอนทที่ า่ นอยวู่ ดั
มีเร่ืองข�ำขันเร่ืองหน่ึง ตอนหลวงปู่ชอบท่านพักรักษาตัวอยู่ท่ีโรงพยาบาล
แพทยป์ ัญญา หลวงป่ชู อบเหน็ นางพยาบาลใส่ชดุ ขาว ทา่ นคิดวา่ เปน็ แมช่ ี ขณะโยม
เกรยี งศกั ดก์ิ าํ ลงั เขน็ รถจงกรมใหห้ ลวงปชู่ อบอยู่ หลวงปชู่ อบทา่ นกวกั มอื เรยี กผบู้ นั ทกึ
ใหเ้ ข้ามาหา หลวงปูช่ อบทา่ นถามผู้บนั ทึกว่า “โบย้ ๆ วดั นี้วัดอีหยงั คอื มแี ม่ขาวแมช่ ี
หลายแท้” ผู้บันทึกนึกข�ำในคําพูดของหลวงปู่ชอบ กราบเรียนองค์ท่านให้ทราบว่า
“ทนี่ ม่ี นั บแ่ มน่ วดั เดอ้ หลวงปู่ ทนี่ ค่ี อื โรงพยาบาลแพทยป์ ญั ญา” หลวงปชู่ อบ “วดั แพทย-์
ปัญญาบ้อ เฮาบเ่ คยไดย้ ินจกั เท่อี ชื่อวดั นี้”
พอดตี อนน้ันมีนางพยาบาลคนหนงึ่ เดินผ่านมา ตนเองเรียกนางพยาบาลคนน้ี
ให้เธอมายืนยันกับหลวงปู่ชอบว่าท่ีน่ีเป็นโรงพยาบาล และผู้หญิงท่ีแต่งชุดขาวคือ
นางพยาบาล ไม่ใชแ่ ม่ชี
391
หลวงปู่ชอบท่านถามนางพยาบาลคนน้ีว่า “แม่ขาวบวชมานานแล้วบ้อ”
นางพยาบาลคนนเ้ี ธอทาํ หนา้ งงๆ ไมเ่ ขา้ ใจในภาษาอสี านทหี่ ลวงปชู่ อบทา่ นถาม ตนเอง
จึงอธิบายแปลคําพูดของหลวงปู่ชอบให้นางพยาบาลคนนี้ฟัง พอนางพยาบาลคนน้ี
เธอเขา้ ใจในคาํ ถามของหลวงปชู่ อบแลว้ เธอยม้ิ อยา่ งอายๆ ตอบองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่
“หนยู งั ไมไ่ ดบ้ วชเปน็ แมช่ เี จ้าคะ่ หนูเปน็ นางพยาบาล ไมไ่ ด้เป็นแมช่ ีเจา้ คะ่ หลวงป่”ู
พอรวู้ า่ ผหู้ ญงิ แตง่ ชดุ ขาวนน้ั ไมใ่ ชแ่ มช่ ี แตเ่ ปน็ นางพยาบาล หลวงปชู่ อบทา่ นพดู
กับนางพยาบาลคนน้ีว่า “จั๊กแหล่ว (ไม่รู้สิ) เห็นผู้หญิงแต่งชุดขาวเดินไปเดินมา
เฮากะคดึ วา่ เป็นแมข่ าว แม่ชี เฮากะคึดอยู่ นว่ี ัดอีหยังมันคือมีแม่ขาวแมช่ หี ลายแท้”
ทุกคนที่ฟังพอได้ยินหลวงปู่ชอบท่านพูดแบบน้ี พากันหัวเราะคร่ึมทั้งวง
หลวงปชู่ อบทา่ นกอ็ ดหวั เราะไวไ้ มอ่ ยู่ ทา่ นวา่ “เฮาวา่ อยู่ วดั อหี ยงั คอื มแี ตแ่ มข่ าวแมช่ ี
หลายแท้ หาพระเณรอยใู่ นวดั กะบม่ จี กั๊ องค์ คดึ อยู่ วดั นผ่ี ใู้ ดเ๋ ปน็ เจา้ อาวาส บดั ใดแ๋ ท้
(ทไ่ี หนได)้ หมอปญั ญาเพนิ่ เปน็ เจา้ อาวาสวดั นนี่ อ้ ” พระเณรญาตโิ ยมพากนั หวั เราะใน
คำ� พดู ของหลวงปชู่ อบ หลวงปชู่ อบเวลาทา่ นอยากใหล้ กู ศษิ ยข์ ำ� ขนั ทา่ นมกั จะพดู อะไร
ออกมาแบบซื่อๆ ใสๆ ใหล้ กู ศิษยไ์ ด้น้ำ� ตาเลด็ อยเู่ รือ่ ย
พญานาคนำ้� ตกไนแองการา่
วนั องั คาร ท่ี ๑๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ พระคุณเจา้ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
รบั นมิ นตจ์ ากลกู ศษิ ยเ์ มอื งบฟั ฟาโล่ เดนิ ทางไปชมนำ�้ ตกไนแองการา่ คณะตดิ ตามองค์
ทา่ นไปชมนำ�้ ตกไนแองการา่ มี ทา่ นเจา้ คณุ มหาสมาน สริ ปิ ญุ โญ (พระนเิ ทศศาสนคณุ )
วดั ธรรมบชู า ทา่ นเจา้ คณุ มหาประสาท ปญั ญาธโร (พระเทพวรคณุ เจา้ อาวาสวดั บรมนวิ าส)
พระอาจารยเ์ ฉลยี ว วรกจิ โจ พระอาจารยแ์ สง จริ วฒั ฑโก พระอาจารยอ์ าํ นวย กนั ตาจาโร
พระวรี ะศกั ด์ิ ธรี ภทั โท (ครบู ากลว้ ย ผบู้ นั ทกึ ) ลกู ศษิ ยฆ์ ราวาสตดิ ตาม มคี ณุ แมจ่ อ้ ย
(อาจารย์จันทร์นวล พรมมาส) ท้าวกุ้ง ชาวลาว สญั ชาตอิ เมริกัน และโยมชาวลาว
อยู่เมอื งบัฟฟาโร่อกี สีค่ น ร่วมเดินทางไปชมน้�ำตกไนแองการา่
392
ออกเดนิ ทางจากเมอื งบปั ฟาโรม่ าทนี่ ำ้� ตกไนแองการา่ ใชเ้ วลาประมาณสสี่ บิ นาที
วนั นแี้ สงแดดแรงมากจนองคท์ า่ นหลวงปชู่ อบบอกใหเ้ อาแวน่ ตากนั แดดใสใ่ หอ้ งคท์ า่ น
กอ่ นถงึ นำ�้ ตกไนแองการา่ อกี ไมก่ ไ่ี มล์ เรมิ่ เหน็ ไอนำ้� ลอยฟอ่ งบนอากาศ โยมทมี่ าดว้ ย
ชบี้ อกพกิ ดั ของนำ้� ตกใหอ้ งคท์ า่ นหลวงปชู่ อบดู หลวงปชู่ อบทา่ นมองดไู อนำ้� บนอากาศ
อย่างสนใจ ไมพ่ ูดจากับใครจนเดนิ ทางมาถงึ น้ำ� ตกไนแองการา่
ถึงนำ�้ ตกไนแองการา่ สงั เกตดูองคท์ ่านเงยี บขรึม ไม่พดู จากบั ใครๆ ไมว่ ่าโยม
ว่าพระจะถามอะไร องค์ท่านก็ไม่อู้จาด้วย หลังคณะองค์ท่านหลวงปู่ชอบอยู่ท่ีนี่ได้
พกั หนงึ่ ฟา้ ทแ่ี จง้ จางปางกค็ รม้ึ ฝน มองดรู อบบรเิ วณนำ้� ตกไนแองการา่ มแี สงแดดสอ่ ง
ตามปรกติ เพียงแต่บริเวณท่ีหลวงปู่ชอบอยู่เท่าน้ันที่มีเมฆมัวมาจากทางฝั่งประเทศ
แคนาดา
เมฆก้อนนี้ก่อตัวขึ้นมาได้ไม่นาน ฝนก็ตกลงมา คณะท้ังหมดจึงพากันเข้าไป
หลบฝนท่ีรา้ นขายของที่ระลึกให้กบั นกั ท่องเท่ยี ว หลบฝนกันอยูท่ ่นี ปี่ ระมาณสิบนาที
ฝนกซ็ าเซา แตเ่ มฆมัวเหนือน้ำ� ตกไนแองการ่ายงั เค้ารปู แมเ่ บ้ยี ผบู้ ันทกึ ทว้ งเมฆทรง
งแู ผแ่ มเ่ บยี้ ถกู องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบวา่ ให้ “อยซู่ อื่ ๆ แหน้ อยา่ ปากหลาย บเ่ คยเหน็ บ”่
(อยูเ่ ฉยๆ อยา่ พูดมาก ไมเ่ คยเห็นหรอื ) องค์ทา่ นบอกให้เราสาํ รวมปากสาํ รวมคาํ
พอฝนหยดุ ตก จงึ พากนั ออกจากรา้ นขายของทรี่ ะลกึ เลาะชมนำ้� ตกไนแองการา่
เลาะชมนำ�้ ตกไนแองการา่ ไดไ้ มถ่ งึ สบิ นาที ฝนกเ็ ทลงมาอกี รอบ ฝนครง้ั ทส่ี องนต้ี กหนกั
ยังกับฝนนางแมวเซิ้งบ้ังไฟ คณะท้ังหมดจึงพาองค์ท่านหลวงปู่ชอบเข้าไปหลบฝนที่
อาคารเช่าชุดนักท่องเท่ียวลงไปชมน้�ำตก ระหว่างหลบฝนกันอยู่ที่นี่ องค์ท่านบอก
“กลบั เดี๋ยวนี”้ เรยี นองคท์ า่ นว่า “ใหฝ้ นหยุดตกกอ่ นแล้วค่อยกลับกนั ” ถกู ท่านวา่ ให้
“ย่านอหี ยังกบั ฝน ฝนมันบ่ซมึ เข้าไปในใจคนคอื กเิ ลสดอก”
พอฝนหยดุ ตกแลว้ คณะทกี่ ลบั พรอ้ มกบั องคท์ า่ นหลวงปชู่ อบ มพี ระอาจารยแ์ สง
พระอาจารย์อํานวย และโยมชาวลาว เมืองบัฟฟาโล่ อีกสี่คน คณะอยู่ชมน้�ำตก
มที า่ นเจา้ คณุ มหาสมาน (พระนเิ ทศศาสนคณุ ) ทา่ นเจา้ คณุ มหาประสาท (พระเทพวรคณุ )
393