The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nutthakit, 2022-05-23 03:36:12

boonleur02-press2 (BK) 95%

boonleur02-press2 (BK) 95%

อกั ษรธรรมลา นนา ๑๙
ประวัตอิ ักษรธรรมลา นนา

ตารางที่ ๗ ตารางอกั ษรมอญโบราณ

ทีม่ า : สํานักหอสมดุ แหงชาติ กรมศลิ ปากร (๒๕๖๒, หนา ๑๑)

๒๐ อกั ษรธรรมลา นนา

ตารางที่ ๘ ตารางอกั ษรมอญปจ จบุ ัน

ที่มา : สาํ นกั หอสมุดแหงชาติ กรมศลิ ปากร (๒๕๒๖,หนา ๑๓)
จากการเปรียบเทียบลกั ษณะอกั ษรพมา อกั ษรมอญ และอกั ษรลา นนา ทาํ ใหเชอ่ื ไดวา อักษร
ธรรมลานนาพัฒนามาจากอักษรพมาและอักษรมอญ เพราะประเทศพมามีอิทธิพลทางดาน
การปกครองตออาณาจกั รลา นนามากวา ๒๐๐ ป อิทธพิ ลทางวฒั นธรรมและการเมอื ง ยอมสงผลไปยงั
วัฒนธรรมดา นตัวอักษร ตลอดจนภาษาบางไมมากก็นอย
อักษรธรรมลานนานิยมเขียนตัวสะกดใหอยูขางลางอักษรนํา ซึ่งหากเช่ือ ตามผัง หรือขอ
สันนิษฐานขางตนเกี่ยวกับวิวัฒนาการหรอื ท่มี าของอักษรตระกูลน้ี การผสมอักษรจึงคลายกบั อกั ษร
พราหมี อกั ษรเทวนาครี ทีม่ ีพยัญชนะตน ตัวสะกด ตัวเชิงตา งๆ แตบ างทา นตัง้ ขอสงั เกตวา เหตุที่เขยี น
ตัวสะกดใหอยูขางลาง อาจเปนเพราะตองการประหยัดเนื้อทใ่ี นการเขียน แตผูเขียนเห็นวาอาจเปน
เพราะอทิ ธิพลของอกั ษรคฤนถ หรอื อักษรของอินเดียที่นิยมเขียนตวั สะกดไวขางลา ง หรอื ตัวครงึ่ อกั ษร
ในกรณีเปน ตวั สะกด เมื่อเรารับตัวอักษรอินเดียเขา มาใช จึงรับอักขรวิธีการเขียนของอนิ เดยี เขามาใช

อักษรธรรมลา นนา ๒๑
ประวัตอิ ักษรธรรมลา นนา

ดวยท้ังน้ีอักษรขอม อักษรมอญ อักษรพมา ตางก็เขียนในทํานองเดียวกับอกั ษรลานนา เพราะไดรบั
อิ ท ธิ พ ล ม า จ า ก อั ก ษ ร อิ น เ ดี ย เ ช น กั น ลั ก ษ ณ ะ ท่ี โ ค ง ก ล ม ข อ ง อั ก ษ ร ล า น น า
อาจเปลยี่ นแปลงไปตามผเู ขียนอักษรทปี่ ระสงคจ ะเขียนเลน หางหรอื ทาํ ใหเ กดิ ทรงเหล่ียมเพื่อความงาม
ทางศิลปะ

ปจจุบนั มีผูพยายามทาํ ใหก ารเรียนอกั ษรธรรมลานนาสะดวกและงา ยขน้ึ เหมอื นทอ งภาษาไทย
มาตรฐาน จงึ เลียนแบบหนังสือที่ใชเรียนกนั ในประถม ก กา เพื่อใหคลายกันทสี่ ุด ดังเชน ผทู ่ใี ชน ามวา
ครูแหวว (๒๕๖๓: เขา ถึงจาก https://th.wikipedia.org/wiki (ออนไลน) เขาถงึ เม่อื ๒๕ เมษายน ๒๕๖๓)
ไดทําสื่อการเรยี นรู อักษรธรรมลานนาสําหรบั ทองจําใหมีความใกลเคียงกับภาษาไทยมาตรฐานท่ีสดุ
ดงั นี้

๒๒ อกั ษรธรรมลา นนา

อักษรธรรมลา นนา ๒๓
ประวัตอิ ักษรธรรมลา นนา

๒๔ อกั ษรธรรมลา นนา

อักษรธรรมลานนา ๒๕
ประวตั อิ ักษรธรรมลา นนา

(เยียะนาหลาเปนขาควาย เอาเมียขวายเปนขาลูก : ทํานาชาเปนขาควาย แตงงานชา
เปน ขา ลูก : ผเู ขียนปรวิ รรตแปลความหมาย)

แมจะไมเ ปน ท่นี ิยมอยางกวางขวางเหมือนการทองจําภาษาไทยมาตรฐาน แตก ็สามารถชวยให
การเรียนอักษรธรรมลานนานาเรียนมากย่ิงข้ึน มีความเปนมาตรฐานมากกวาโบราณท่ีวัสดุอุปกรณ
และสื่อการเรียนสอนยังไมแพรหลายและทันสมัยอยางปจจุบัน และตอจากน้ีผูเขียนจะกลาวถึง
ลกั ษณะอักษรลา นนาอยางละเอยี ดตามหัวขอตอไปน้ี

๒๖ อกั ษรธรรมลา นนา

๒.๑ สระ
อักษรธรรมลานนา มีรูปสระ ๓๘ รูป เสียงสระ ๒๑ เสียง แบงออกได ๒ กลุม คือ สระลอย
และ สระจม

๒.๑.๑ สระลอย ใชสําหรับเขียนนาํ หนา คํา มีทัง้ หมด ๘ ตวั คือ
ตารางท่ี ๙ ตารางสระลอยในอักษรธรรมลานนา

อ (อะ) อา (อา)
± (อิ) ² (อ)ี
³ (อุ) ´ (อ)ู
µ (เอ) โอ (โอ)

สระลอยท้ัง ๘ ตัว จะใชตอนที่คําศัพทน้ันๆ มีสระเปนตัวแรกของคํา เชน อกาลิเกา
(อกาลิโก) อาคนเฯ กา (อาคนตฺ ุโก) ±ท¶ฯนิ (อทิ านิ) ²ทิส(ํ อีทิสํ) ³ทกภเยา (อทุ กภโย) ´กา
(อกู า) µกมเค¶ฯ ฯ (เอกมคฺโค) โอว¶ฯทกเฯ มา (โอวาทกฺขโม) เปนตน

๒.๑.๒ สระจม ใชส าํ หรบั ผสมกบั พยญั ชนะ มี ๓๘ รปู ๒๑ เสียงแบงเปน สระเสยี งสน้ั
และสระเสยี งยาว ดงั น้ี
ตารางที่ ๑๐ ตารางสระจมในอกั ษรธรรมลา นนา

สระเสยี งสน้ั สระเสยี งยาว
ะะาา
ิ ิี ี

อกั ษรธรรมลา นนา ๒๗
ประวัตอิ กั ษรธรรมลา นนา

ึ ึื ื
 ุ ู
เ-ะ เ-ะ เ- เ-
แ-ะ แ-ะ แ- แ-
โ-ะ โ-ะ เ-า โ-

สระเสยี งส้ัน สระเสยี งยาว
โ-ะฯ เ-าะ -ฯํ -อ
เ-ฯะิ เ-อะ เ-ิ เ-อ
เ-ฯะ เ-ียะ เ-ฯ เ-ยี
เ-ะฯื เ-อะ เ-ฯื เ-อ
-ฯ฿ะ วั ะ -฿ฯ วั
-าํ ำ ไ- ไ- ใ-
ไ-ฯ ไ-ย โ- โ-
เ-า้ เ-า เ-า โ-

ํ อัง (นคิ หติ )

๒๘ อกั ษรธรรมลา นนา ง

๒.๒ พยัญชนะ (วรรค/อวรรค)
พยัญชนะในภาษาลา นนา มี ๔๔ รูป ๒๐ เสยี ง ดงั นี้ ภ
กข ฃ ค ฅ ฆ ภ
กข ฃ ค ฅ ฆ ศ
จฉ ช ซ ฌ ญ ศ
จฉ ช ซ ฌญ
ฏฐ ฑ ฒ ณ
ฏฐ ฑ ฒ ณ
ตถ ท ธ น
ตถ ท ธ น
บป ผ ฝ พ ฟ
บป ผ ฝ พ ฟ
มย ร ล ว ส
มย ร ล ว ส
ษ ห ฬ อ ฮ £า
ษ ห ฬ อ ฮ ย (อย)

อกั ษรธรรมลานนา ๒๙
ประวตั ิอักษรธรรมลา นนา

หากนําอักษรธรรมลานนาไปเขียนภาษาบาลี จะแบงเปนพยัญชนะวรรค และพยัญชนะ
อวรรค (เศษวรรค) ไดด งั น้ี

ตารางที่ ๑๑ ตารางแสดงพยญั ชนะวรรค/อวรรค

แถว ๑ แถว ๒ แถว ๓ แถว ๔ แถว ๕

วรรค กะ ก (ก) ข (ข) ค (ค) ฆ (ฆ) ง (ง)

วรรค จะ จ (จ) ฉ (ฉ) ช (ช) ฌ (ฌ) ญ (ญ)

วรรค ฏะ ฏ (ฏ) ฐ (ฐ) ฑ (ฑ) ฒ (ฒ) ณ (ณ)

วรรค ตะ ต (ต) ถ (ถ) ท (ท) ธ (ธ) น (น)

วรรค ปะ บ (ป) ผ (ผ) พ (พ) ภ (ภ) ม (ม)
เศษวรรค
ย (ย) ร (ร) ล (ล) ว (ว) ส (ส) ห (ห) ฬ(ฬ)
อ(ํ องั )

หากนําอกั ษรธรรมลา นนามาเปรยี บเทียบกบั อกั ษรไทยมาตรฐาน จะไดด ังนี้

๓๐ อกั ษรธรรมลา นนา

ตารางที่ ๑๒ ตารางเทยี บอกั ษรไทยกบั อกั ษรธรรมลานนาในการจัดไตรยางค (อกั ษร ๓ หม)ู

อักษรไทย อักษรลา นนา

หนวยเสียง อกั ษรสงู อักษรกลาง อกั ษรต่ํา อักษรสงู อกั ษรกลาง อกั ษรตาํ่

๑. /p/ ป ป พ

๒. /t/ ต ต ท

๓. /k/ ก ก ค

๔. /c/ จ จ ช

๕. /ʔ/ อ อ

๖. /ph/ ผ พผ ภ

๗. /th/ ถ ทถ ธ

๘. /kh/ ข คข ฅ

๙. /ch/ ฉ ช (ส) ฌ

๑๐. /b/ บ บ

๑๑. /d/ ด ฑ

๑๒. /f/ ฝ ฟฝ ฟ

๑๓. /s/ ส ซส ซ

๑๔. /h/ ห ฮห ร/ฮ

๑๕. /m/ หม ม ห ม

หนวยเสียง อกั ษรสูง อักษรไทย อักษรต่ํา อักษรธรรมลานนา ๓๑
๑๖. /n/ หน อักษรกลาง น ประวัติอักษรธรรมลานนา

๑๗. /ɲ/ อกั ษรลานนา
อักษรสูง อกั ษรกลาง อักษรตา่ํ
๑๘. /ŋ/ หง ง
ห น / -ฯ
๑๙. /l/ หล ล ห ย
ห ง
๒๐. /r/ หร ร ห ล

๒๑. /w/ หว ว ร
ห ว
๒๒. /y/ หญ/หย ญ/ย
£ -ฯ

๒.๓ พยญั ชนะสะกด

พยญั ชนะสะกดในอักษรธรรมลา นนา บางตวั ไมใชพ ยญั ชนะดังท่ีแสดงไว ในเบ้อื งตน แต
มีการใช เชิงหรือ หางเชนเดียวกับอักษรขอม หรืออักษรคร่ึงตัวของอักษรเทวนาครี ซ่ึงนาจะรับ
อทิ ธิพลทส่ี ืบเนื่องกนั มา ดงั นี้

ก : (ใชเขียนดา นขวามอื หลงั พยัญชนะตน หรอื สระเชน
กา: (กาก) กั: (กกั ) และใช -ฯ สะกด เชน กาฯ ขาฯ

ฐ -ฯ เสฏีฯ เสฏฐี

ฌ -ฯ ³บชาฯ เยา อปุ ชฺฌาโย

ญ - ส¡า สญั ญา

๓๒ อกั ษรธรรมลานนา

น -ฯ ฝฯหั ั ฝน หนั

บ -ฯ กบฯ กัปปะ

ม -ฯ ธม์ฯ ธัมม

ย -ฯ เสยฯ เสยฺย

ผ -ฯ บุบฯา บปุ ผา

พ -ฯ สพฯ สัพพะ

ส - ตมิ ํ ตสมฺ ึ

ษ -ฯ ึ ฯภา พฤษภา

ศ -ฯ ึ ฯจิกาย฿ฯ พฤศจิกายน

ล -ฯ มลฯ มลั ละ

ล -ฯ ฯี ปลี=ป

ถ -ฯ วตฯ /วตฯ วัตถุ

ฒ -ฯ วฑฯ¢ วัฑฒนา หรอื วฒั นา

*หมายเหตุ หาง (เชงิ หรอื ตีน) ของอกั ษร ฐ ถ พ ใชเหมอื นกนั คอื -ฯ และ บ ป
เหมือนกันคือ -ฯ อักษรที่เหลือนอกน้ันแมจะเปนตัวสะกดก็ยังคงรูปเดิมไว ก - ฯ, ข –ฯ,
ค –ฯ , ท –ฯ, ด –ฯ, ง -ฯ, จ -ฯ , ฉ –ฯ, ณ –ฯ, ธ –ฯ, ภ –ฯ , ฯฯลฯ

อกั ษรธรรมลา นนา ๓๓
ประวัติอกั ษรธรรมลานนา

หากจดั เปนตารางจะสังเกตเห็นไดชดั และจาํ ไดงายกวา ดงั น้ี
ก) พยญั ชนะตวั สะกดในพยัญชนะวรรค
ตารางท่ี ๑๓ ตารางแสดงพยญั ชนะวรรคในอกั ษรธรรมลานนา

วรรค ๑ ๒ ๓ ๔ ๕

ก ก ก -ฯ ข -ฯ ค -ฯ ฆ -ฯ ง -ฯ
จ จ จ -ฯ ฉ -ฯ ช -ฯ ฌ -ฯ ญ –ฯ,

-
ฏ ฏ ฏ -ฯ ฐ -ฯ ฑ -ฯ ฒ -ฯ ณ -ฯ
ต ต ต -ฯ ถ -ฯ ท -ฯ ธ -ฯ น -ฯ
บ ป บ -ฯ ผ -ฯ พ -ฯ ภ -ฯ ม -ฯ

ข. พยญั ชนะตวั สะกดในพยัญชนะอวรรค ส -

ตารางที่ ๑๔ ตารางแสดงพยญั ชนะวรรคในอักษรธรรมลานนา
ย -ฯ ร –ฯ ล –ฯ ว-ฯ ห ศ -ฯ ษ –ฯ
ห - ฬ -ฯ อ -ฯ ฮ -

สําหรับอักษรทเี่ พ่มิ เสียงเขา มาตามเสียงของภาษาไทยมาตรฐานและลานนา คือ ฃ –ฯ ฅ

–ฯ ฟ -ฯ ฝ –ฯ (ตามโบราณแลวอักษรเหลา น้ีไมม ีเชงิ รวมทั้ง ฆ ฌ ฉ ภ ห ฬ ฮ ) ไมน ยิ มเปน
ตัวสะกด อักษร ฟ มีบางหากจะเขียนเพื่อรักษารูปศัพทท่ีมาจากภาษาตางประเทศ เชน ยีราฟ

๓๔ อกั ษรธรรมลานนา

บุฟเฟต ฯลฯ (แตก็นิยมเขียนตามเสียงมากกวา) ฃ ฅ ฆ ฉ ผ ภ ไมนิยมนํามาเปนตัวสะกด
แตสามารถเปน อกั ษรทีน่ ํามาซอนกนั ได

๒.๔ ตวั เลข

ตวั เลขในอักษรธรรมลานนามีอยู ๒ ลกั ษณะ คอื เลขท่ีนยิ มใชเ ขยี นในคมั ภรี  (เลขธมั ม/ ธรรม)
และเลขโหราศาสตร (หรือเลขโหราใชในการคาํ นวณ) ดังน้ี

ตารางท่ี ๑๕ ตารางแสดงตวั เลขในธรรมและเลขโหราเปรยี บเทยี บกบั เลขไทย

เลขในธรรม/ธมั ม เลขโหรา เปรียบเทยี บกับเลขไทย

๑1 ๑

๒2 ๒

๓3 ๓

๔4 ๔

๕5 ๕

๖6 ๖

๗7 ๗

๘8 ๘

๙9 ๙

๐0 0

อกั ษรธรรมลา นนา ๓๕
ประวัตอิ ักษรธรรมลา นนา

๒.๕ อกั ษรเพิ่มเติม (พเิ ศษ)

๒.๕.๑ ๒- เครื่องหมายน้ี ใชเขียนเติมพยัญชนะเดิม เพื่อเปล่ียนเปนพยัญชนะ
อกี ตวั หนงึ่ เชน

๒ + ข/ข = ฃ (ฃ)

๒ + ค/ค = ฅ (ฆ)

๒ + ช /ช = ซ (ซ)

๒ + พ/พ = ฟ (ฟ)

ร๒ + ³ / อุ = ´ (อู)

๒.๕.๒ ª สะสองหอ ง ใชเขยี นศัพทท ม่ี ี ส สองตวั หรอื ส ซอนตัวเอง (สวนใหญ
จะปรากฏในภาษาบาลี) เชน ª ในคาํ วา ตª (ตสสฺ ) มª (มสสฺ )ุ เปนตน

๒.๕.๓ - ระวง หรือ ระโฮง ใชเขียนนําหนาพยัญชนะเพ่ือเปนเครื่องหมาย

ท่ีแสดงวาพยัญชนะน้ันตองออกเสียงแบบมีลม และพยัญชนะทีม่ ี ร ควบกลา้ํ เชน (พระ) เทฯ
(ประเทศ) เปน ตน (มอี ธิบายรายละเอียดในบทตอ ไป)

๒.๕.๔ ๅ ไมกาโวง/ไมกาหลวง คือ สระ -า ใชเขียนเฉพาะพยัญชนะบางตัว
เทานั้นท่ีปรากฏใหเห็น คือ ค (ค) ท (ท) ว (ว) ธ (ธ) บ (บ) เชน ค¶ฯมว¶ฯสี บฏิสมิฯท¶ฯ
ภคว¶ฯ สทฯ¶ฯ บ¶ฯฏิเมากฯสีล ฯ เปนตน สาเหตุท่ีพยัญชนะเหลาน้ีใช ๅ เพื่อปองกัน
การสับสนในการเขียน (เพราะในสมยั เดิมตองเขียนดวยลายมือ ซ่ึงบางรายเขียนเลนหาง เขียนหวัด

เปน ตน) เชน

คา คลายอกั ษร ก ต

ทา คลายอกั ษร ต ห

๓๖ อักษรธรรมลานนา

ธา คลา ยอกั ษร ต

บา คลายอกั ษร ห

วา คลายอกั ษร ต

ฉะน้ัน เพื่อเลี่ยงการส่ือสารผิดจึงตองใช ¶ฯ เปน ค¶ฯ ท¶ฯ ธ¶ฯ บ¶ฯ ว¶ฯ (ในกรณี
มีตัวพิมพใ นฟอนทตา ง ๆ เกิดข้ึนในขณะน้ี คงแกปญหาความสบั สันไดแ ลว แตก็ไดกลายมาเปนความ

นยิ มอนั เกดิ จากความเคยชนิ ไปแลว ) ในบางตาํ รา ¶ฯ ใชกับ จ ไดด ว ย เชน จ¶ฯค¶ ฯ จ¶เฯ ถิฯ จ¶ฯบัฯ
จ¶ฯ จ¶ฯ จ¶ฯมฯร จ¶ฯมรี จ¶ฯรีฯ จ¶ฯมฯร จ¶ฯฯ ฯลฯ (อรุณรัตน วิเชยี รเขียว และคณะ, ๒๕๓๙, หนา
๑๗๔-๑๗๕) และยังใชก ับ อกั ษร ถ ร อกี ดวย เชน สตฯ¶ ฯ ดรู ¶ฯ (มณี พะยอมยงค, ๒๕๑๑, หนา
๗๗)

๒.๕.๕ ฤ ตัว ฤ อักษรนี้ผูเขียนคิดวา เปนสัญลักษณท่ีใชในการเขียนภาษาสันสกฤต
(คาํ ยืม) ในภายหลงั และยังใชแ ทนสระ ◌ื ไดดว ย เชน มฤ = มอื

๒.๕.๖ ฦ ตัว ฦ ใชน าํ หนาคาํ ซ่งึ มีใชนอยมากในภาษาไทยมาตรฐานตัว ฤ (ล)ึ เลิก
ใชแ ลว ตวั อยางการใช ฦ เชน

ฦชา = ฤๅชา

ฦไชฯ / ฦเชยฯ = ฦๅไชย

๒.๕.๗ หาง อะ เทากับ อักษร อ (อ ลอย) เชน นฯง (นอง) สฯง (สอง)
มงฯ (มอง) จงฯ (จอง) เปนตน

๒.๕.๘ -ฯ ละหอย ใชควบกล้ําหรอื เปน ตวั สะกด เชน ก้ฯา (กลา) ีฯ (ปล)ี

๒.๕.๙ - ฯฯ ไมกอย (สระ ออ กับ ย สะกด) เชน ห้ฯฯ (หนอย) คฯฯ (กอย) สฯฯ
(สอย)

อกั ษรธรรมลา นนา ๓๗
ประวัตอิ กั ษรธรรมลานนา

๒.๖ เครือ่ งหมายกาํ กบั อกั ษร

เครื่องหมายกํากับอักษรในภาษาลานนา มีลักษณะคลายกับภาษาไทยมาตรฐาน
เชน ◌ั ◌็ ◌์ เปนตน แตกม็ ีเครอื่ งหมายบางอยา งทม่ี ีความแตกตางพเิ ศษออกไป ดังน้ี

๒.๖.๑ ไมเอก หรือ ไมเ หยาะ เชน ขา่ (ขา ) ส่า (สา )

๒.๖.๒ -ั ไมซัด แทนไมหันอากาศ ไมตรี (อักษรตํ่า) ไมไตคู เชน ฝัฯ ฝน
ม้า มา เัฯ เปด

๒.๖.๓ -฿ ไมกง ใชเ ขียนบนตัวพยญั ชนะท่มี ีสระ โ- ะ ลดรูป เชน มฯ฿ (มด) ก฿ฯ
(กง) เขียนรวมกบั ว จะเปนรูป –฿ฯ สระ อัว เชน ผฯ฿ (ผัว)

๒.๖.๔ -ั ไมกัก ใชเขียนแทนตัว ก สะกด เม่ือสัญลักษณนี้ปรากฏ
คํานั้นจะเปนเสียงสนั้ เชน เดั เด็ก จั (จกั ) มั (มัก) เปน ตน

๒.๖.๕ ๋ ไมเกา หอหนง้ึ ใชแ ทน เ-้า (เ- า) เชน จ๋ (เจา)

๒.๖.๖ -ึ้ ไมเกาจูจี้ เทยี บเทา เ-้า (เ- า) ขุึ จ้ึ (เขา,เจา)

-์๒.๖.๗ ระ หาม คอื ตัวการันต ( ◌์ ) หรือทณั ฑฆาต ในภาษาไทยมาตรฐาน

ใสไ วเพอ่ื หา มออกเสยี งในพยญั ชนะนนั้ ๆ เชน อง฿ ์ฯ (องค) ธมั ์ฯ (ธัมม) ทุก์ฯ (ทุกข)

๒.๖.๘ -ๆ ไมซํ้า (ไมสองนอย) เทียบเทาไมยมก ( ๆ ) ในภาษาไทยมาตรฐาน
มีวธิ ใี ชคลายกับไมยมก แตม ขี อ แตกตางในบางกรณี เชน เขยี นไวบ นพยัญชนะ เชน

ก. ถา เขยี นบนคําใด คํานัน้ จะออกเสยี ง ๒ คร้งั เชน

ฑี = ดๆี

นฯๆั = นักๆ

๓๘ อกั ษรธรรมลา นนา

ข. ถาเขียนบนพยัญชนะทม่ี สี ระสองรปู พยัญชนะนนั้ จะเปน พยญั ชนะตน ๒ คาํ เชน

สๆา฿ฯ ฯ = สงสาร

เขๆาัฯ ฯ = เขาของ

ค. ถา เขียนบนพยญั ชนะท่ีซอนกัน ๒ รปู ตอ งอา นคําน้ันสองพยางค พยัญชนะบนจะ
ออกเสยี ง /อะ/ และพยญั ชนะลา งจะอานออกเสยี งอักษรนํา เชน สฯงๆ (สมอง)

๒.๖.๘ส-· ไมก ังไหล ใชแทน งั และตองวางไวบนพยญั ชนะตวั ที่สอง เชน ท· ฯาฯ
(ทง้ั หลาย) สเ·วฯ (สังเวช)

๒.๖.๙ -ะ ไมก ะปยาด (อธบิ ายไวแลวในบทท่ี ๑) นอกจากคอื สระ –ะ ยังใชแ ทน
ก สะกดคลา ย -ั เชน บัะฯ (บอก) พะั (พกั )

สวน -๋ -ั และ -ะ (๒.๖.๕-๒.๖.๖-๒.๖.๙) ท้งั ๓ อักษรนี้ มักจะใชต อน

ท่ีกระดาษสา (พบั สา) หรือใบลานมีเน้ือท่ีจํากดั ในการเขยี น จึงจะใชเขียน เชน แทนทีจ่ ะใช พเจัา

มักฯ แตจะใช พจ๋ พจัิ มะัฯ แทน เพ่ือประหยัดพน้ื ทนี่ ่ันเอง มณี พะยอมยงค (๒๕๑๑,

หนา ๗๗) เรยี กอักษรทัง้ สามนี้วา “ตวั หนงั สือเขยี นพเิ ศษ”

๓. ระบบเสยี งของภาษาลา นนา

ระบบเสียงในภาษาลานนาแมจะมีความคลายคลึงกับภาษาไทยมาตรฐาน แตเสียงเฉพาะ
ภาษาท่ีไดรับอิทธิพลจากภาษาไทยมาตรฐาน มีระบบเสยี งอีกจํานวนมากที่มคี วามแตกตางกัน อุดม
รุงเรืองศรี (๒๕๔๗) ไดจ ัดเปนหมวดหมตู ามหลกั ไตรยางคแ บบภาษาไทยมาตรฐานไวดังนี้

อักษรธรรมลานนา ๓๙
ประวตั อิ ักษรธรรมลา นนา

๓.๑ อักษรสูง มีพื้นเสียงเปนเสียงจัตวาแบบภาษาไทยมาตรฐาน ไดแกพยัญชนะตาง ๆ
ดงั ตอไปนี้

ก ข ฃ ฉ ฎ ฐ ตถป ผ ฝ ศ ษ

ส ห หง หน หม หย หล หว กร ข

ร ปร ตร

๓.๒ อกั ษรกลาง มพี น้ื เสยี งเทากบั เสยี งสามญั ในภาษาไทยมาตรฐาน ไดแ ก พยัญชนะตาง ๆ
ดังตอ ไปน้ี

บ ก อย อ

๓.๓ อักษรตํ่า มีพื้นเสียงเปนเสียงจัตวาในภาษาไทยมาตรฐาน ไดแก พยัญชนะตาง ๆ
ดงั ตอไปน้ี

ค ฆ ง ช ฌญฒณท ธ น
พร มยลว ฬฟฅซฮ

* หมายเหตุ การจัดหมวดหมูดังกลาวขางตน จะนําไปเปรียบเทียบอักษร ๓ หมู
ในภาษาไทยมาตรฐานไมไดท้ังหมด เพราะฐานเสียงหรือการออกเสียงของชาวลานนาตางจาก
ชาวไทยกลางคอนขา งมาก

เรอื งเดช ปนเขื่อนขตั ิย นกั ภาษาศาสตร มหาวิทยาลยั มหิดล (๒๕๕๕, หนา ๔๙-๕๐)
จัดระบบเสยี งพยัญชนะลานนา เปน ตารางไวด งั นี้

๔๐ อกั ษรธรรมลา นนา

ตารางท่ี ๑๖ ตารางอกั ษร ๓ หมูในอกั ษรธรรมลา นนา

หนวยเสยี งภาษาลานนา ตัวอักษรธรรมลานนา

ประเภทของเสียง หนว ยเสียง อกั ษรสูง อกั ษรกลาง อกั ษรตํ่า

Manner of Phonemes High class Mid class Low class
Articulations

pป พ

Voiceless t ต ท
Unaspirated c จ ช
ก ค
Stops k

ʔอ

Voiced b บ
Aspirated d ฑ

ph ผ ภ

Voiceless th ถ/ฐ ฅ/ฆ
Unaspirated kh ข

m ห ม

n ห น/ณ
Nasals ɲ ห ย

ŋ ห ง

s ฉสษศ อักษรธรรมลานนา ๔๑
ฝ ประวตั อิ กั ษรธรรมลานนา
Fricatives f ห
h ห ซฌ
ห ฟ
Lateral l ฮ/ร
£ (ร) ล ฬ
w ว
Semivowels j ญ/ฆ

การจัดระบบเสียงแบบไตรยางคในอักษรธรรมลานนาท่ีมีขอแตกตางกัน ในบางกลุม
เพราะจัดตามการออกเสียงของชาวลา นนา ซ่ึงจะมรี ะดับเสยี งที่แตกตา งกบั ชาวไทยภาคกลาง เรมิ่ แรก
ของการใชอักษรธรรมลานนา ผูเขียนสันนิษฐานวานาจะนํามาใชในการถายทอดเสียงภาษาบาลี
ซง่ึ รงุ เรอื งมากในลานนา เพราะฉะน้นั จงึ มีการออกเสยี งคลา ยภาษาบาลี แตจ ะมบี างอักษรทีอ่ อกเสยี ง
ตามความสะดวก และเคยชนิ ของชาวลานนา ดงั ตวั อยา ง

ก ข ค ฆง

กะ ขะ กะ ฆะ งะ

จ ฉ ช ฌญ

จะ ฉะ จะ ฌะ ญะ

ฏ ฐฑ ฒณ

ระ ฏะ (ฏ) ระ ฐะ (ฐ) ระฑะ(ฑ) ระฒะ (ฒ) ระณะ (ณ)

ตถ ท ธ น

ตะ ถะ ตะ ธะ นะ

๔๒ อกั ษรธรรมลานนา

บ ผ พ ภม
ปะ ผะ ปะ ภะ มะ

ยร ลว ส
ยะ ระ ละ วะ สะ

ห ฬ อํ
หะ ฬะ อํ

*หมายเหตุ อักษร ก ข จ ฉ บ ฏ ฐ ต ถ ส ห เปน อกั ษรสงู มีเสยี ง
จัตวา อยูในตัวตามการออกเสียงแบบชาวลานนาอักษรที่เพ่ิมมามีจุดประสงคคลายกับภาษาไทย
มาตรฐาน คือ เพ่ือนํามาเขียนคํายืม โดยเฉพาะคําที่ยืมมาจากบาลีสันสกฤต เชน ษ (ษ) ศ (ศ)
และพยัญชนะ ฏ (ฏ) ฐ (ฐ) ฑ (ฑ) ฒ (ฒ) ณ (ณ)

อักษร ๓ หมูหรอื ไตรยางคดงั ไดก ลา วขา งตนแลวนน้ั ชาวลา นนาไดจ ดั ตามแบบเสียงเฉพาะถิน่
ลานนา คือ เสียงสูง เสียงกลาง เสียงตาํ่ ดังกลา วขางตน หากนํามาจัดเปนตาราง เพื่อใหเหน็ กระจาง
ชดั จะไดด งั ตอ ไปน้ี

ตารางท่ี ๑๗ ตารางอกั ษรสูง มี ๑๖ ตวั

กขฃจฉฏฐป
ก ข ฃ จ ฉ ฏ ฐ ป

ผตถสหฝษศ
ผ ต ถ ส ห ฝ ษ ศ

อักษรธรรมลา นนา ๔๓
ประวตั ิอกั ษรธรรมลา นนา

ในตําราโบราณไดจดั อกั ษร ห นาํ คือ

ห+ง = ห ออกเสียง หงะ

ห+น = ห ออกเสียง หนะ

ห+ม = ห ออกเสียง หมะ

ห+ย = ห ออกเสยี ง หยะ

ห+ล = ห ออกเสยี ง หละ

ห+ว = ห ออกเสียง หวะ

อกี ทั้งไดผนวกอกั ษรควบกลาํ้ คือ รวมเปนอักษรสงู ดวย

ตารางที่ ๑๘ ตารางอกั ษรสูง มี ๑๖ ตวั ตารางอักษรกลาง มี ๔ ตัว

อ ด £า บ

อ ฎ ด ฑ อย บ

ตารางท่ี ๑๙ ตารางอกั ษรสงู มี ๑๖ ตัวตารางอกั ษรต่ํา มี ๒๓ ตัว

ค ฅฆง ช ซ ฌญฒ

ค ฅ ฆ ง ช ซฌญฒ

ณทธนพฟภมย

ณทธ นพฟภมย

รลวฬฮ

ร ลวฬฮ

๔๔ อกั ษรธรรมลานนา

สวนเสียงกลางและเสียงตํ่าในภาษาไทยมาตรฐาน สวนใหญมักจะตรงกับเสียงสูงในภาษา
ลานนา เชน ตา เปน ตา กา เปน กา อาจเปน ไปได อักขรวิธีของอักษรธรรมลา นนาบางตําราจึงจัด
อักษรท่ีมี ห นํา เปนอักษรชนิดหนึ่งเพื่องายในการจดจํา (ควบสองอักษร) เปนพยัญชนะเสียงสูง
ซงึ่ การจัดอกั ขรวธิ แี ตกตา งไปจากอกั ษรไทยมาตรฐานอยูอีกจํานวนหน่งึ

ขอสังเกตอีกอยางหนึ่งในภาษาลานนา ไมปรากฏรูปวรรณยุกต  (จัตวา) เหตุที่ไมปรากฏ
รูปวรรณยุกตจัตวาน้ัน นักปราชญทางภาษาลานนายืนยันวา เพราะมีเสียงครบแลว สวนไมตรี
ใชตวั เดียวกันกบั ไมโ ท (ทวี เขือ่ นแกว , ม.ป.ป. : ๕) ซึ่งในอักขรวธิ ีอักษรลานเรียกวา ไมซ ัด ( ั ) บางที
กแ็ ยกชดั เจนเปน ไมขอชา ง ( )้

อักษรธรรมลานนาในสมัยโบราณปรากฏการใชวรรณยุกตไมมากนักบางคําก็ไมมีเลย
จะตอ งเดาคาํ อา น หรือความหมายตามบรบิ ทของคํานั้น ๆ ไปดว ย ดงั ตัวอยา ง

คาํ อาน เสยี้ งเงินท้งั คาไม คาคาํ คา จา ง คา แตมบริบูรณท ้ังมวล เปนเงิน ๔๕,๔๕๐ เงนิ อัน
เปนพระพทุ ธเจามี ๓,๒๗๐ เงินอันเปน เงนิ พระญาเจา ตนบุญ ๓๖,๙๙๐ เงนิ ตา คํามี ๑,๒๒๓ เสยี้ ว
(กรรณิการ วิมลเกษม, ๒๕๕๘, หนา ๒๔๕) จะสังเกตเห็นวา คําวา เสี้ยง ไม จาง เจา ฯลฯ
ไมมีวรรณยุกตจึงตองอาศัยความชํานาญในการอาน และมีความรูในภาษาลานนาเปนทุนเดิม
จึงจะสามารถอานได โดยเฉพาะคําวา เส้ียง (แปลวา หมด) คนภาคอื่น ๆ ไมสามารถรูความหมาย
ไดเ ลย

เสียงจัตวาในบางที่ คําๆ เดียวกัน ออกเสียงไดท้ังสามญั และจตั วา เชน กํากิฯ = กําก๋ิน
คําแรกนาจะออกเสียงวา กํา คําท่ีสองออกเสียงเปน กิ๋น (จัตวา) ซึ่งถาจะใหเขียนถูกตามเสียง
ตองเปน คํ¶ฯกิฯ (กํากิ๋น) อยางไรกด็ ีผูเขยี นคิดวา ปราชญชาวบา นตางก็เขยี นกันไปโดยไมม ีหลกั เกณฑ
ท่ีแนนอน แตเปนท่ีนาสังเกตวา ในสมัยสุโขทัยก็มีวรรณยุกตอยูสองรปู เทานัน้ คือ เอก ( ◌่ ) และโท
( ◌๋ ) อาจสันนิษฐานไดวา พอ ขุนรามคําแหง มหาราช ทรงประดิษฐอ ักษรไทยโดยผสมระหวา งอกั ษร
ขอม(ขอมวิวัฒนาการมาจากอักษรคฤนถ)และมอญซ่ึงอักษรมอญวิวัฒนาการมาเปนอักษรลานนา
การมีเฉพาะวรรณยกุ ตเอกและโทเพราะววิ ฒั นาการมาจากแหลงเดยี วกัน

อักษรธรรมลานนา ๔๕
ประวตั ิอกั ษรธรรมลานนา

จากท่กี ลาวมาท้งั หมดน้ี ผูเ ขยี นเห็นควรอยา งยงิ่ ทจ่ี ะมีการสังคายนา จัดอกั ขรวิธภี าษาลานนา
ใหเปนมาตรฐานสากล ผูเขียนอานคัมภีรมามาก และเห็นวาการเขียนยังไมเปนระบบ ไมมีทิศทาง
ท่ีแนนอน ทวี เขื่อนแกว (ม.ป.ป., หนา ๘) ไดต้ังขอ สังเกตและเตือนผูศึกษาภาษาลานนาไววา
การเขยี นหนงั สอื ไทยเหนือโบราณก็เชน เดียวกับภาษาทวั่ ไป คอื เขยี นผดิ ๆ พลาดๆ ตอ งอาศยั ปฏิภาณ
และความชาํ นาญ เพราะฉะนนั้ กอนจะศึกษาอกั ษรธรรมลานนา จงึ ควรรกู อนวาคัมภีร หรอื ตาํ ราตา งๆ
เขยี นกนั โดยพระสงฆใ นสมัยตา งๆ มรรคนายกวัดบา ง ชาวบานบา ง มาตรฐาน จึงไมเ ปน แบบเดยี วกนั
แตสามารถส่ือความหมายเขาใจกันได คัมภีร ตําราตํานาน หรือธรรมนิทานตาง ๆ ยังสามารถนํามา
ปริวรรตเปนภาษาไทยมาตรฐาน อนุรักษสืบตอ เพื่อนําไปใชใหเกิดประโยชนไดอยางมหาศาล

อักษรธรรมลานนามีอักขรวิธีท่ีเปนเอกลักษณแตกตางไปจากภาษาไทยมาตรฐาน ท้ังยังมี
คําพิเศษทีเ่ ขยี นไมตรงตามหลักอักขรวธิ ี ซ่งึ ผเู ขียนจะนาํ มา ใหศ กึ ษาจนครบถว นในบทที่ ๔



อกั ษรธรรมล้านนา ๔๗
อักขรวิธีอักษรธรรมล้านนา : การผสมอกั ษร

บทท่ี ๒

อกั ขรวธิ ีอกั ษรธรรมล้านนา : การผสมอกั ษร

๑. ความรู้เบือ้ งต้น

การผสมอักษรตามอักขรวิธีอักษรธรรมล้านนา มีหลักการเหมือนกับการผสมอักษร
ในภาษาไทยมาตรฐาน คือ จะผสมด้วยพยญั ชนะต้น สระ และตัวสะกด เพียงแต่การผสมอกั ษร
ตามอักขรวิธีอักษรธรรมล้านนาบางคาจะมีลักษณะพิเศษ เช่น มีพยัญชนะตัวสะกดอยู่ข้างลา่ ง
บ้าง ตัวสะกดเปน็ ตวั เชิงบา้ งซงึ่ แตกต่างจากภาษาไทยมาตรฐาน

๑.๑ เกณฑก์ ารผสมอกั ษร

การผสมอกั ษรธรรมลา้ นนา สมเจตน์ วิมลเกษม (๒๕๔๔, หน้า ๔๕) ต้ังข้อสังเกตไว้ว่า
อักขรวิธี หรอื หลกั การผสมอกั ษรธรรมลา้ นนาหรือตวั เมอื งนัน้ แตกตา่ งกบั อกั ขรวธิ ีของภาษาไทย
กลาง ทงั้ นี้ เพราะอกั ขรวิธีของอกั ษรธรรมล้านนานนั้ พยญั ชนะต้นซ่งึ เปน็ พยญั ชนะตัวเต็มจะอยู่
บนบรรทัด ส่วนพยญั ชนะที่ทาหน้าที่เป็นตัวสะกดตัวตาม ตัวควบกล้า ซึง่ ใชร้ ปู ตัวเต็มบ้าง ใชห้ าง
ฐาน หรือเชิงของพยัญชนะบ้าง อาจวางไว้ข้างล่าง ข้างหน้า ข้างหลังของพยัญชนะต้นก็ได้
สาหรับสระก็สามารถวางไว้รอบพยัญชนะต้น คือ วางไว้ บน ล่าง ข้างหน้า และข้างหลัง
พยญั ชนะกไ็ ด้ การผสมอักษรธรรมน้ี มคี วามต่างจากภาษาไทยมาตรฐานคอ่ นขา้ งมาก

อักขรวิธีของอักษรล้านนาคล้ายกับอักษรในประเทศอินเดีย คือ อักษรปัลลวะ อักษร
พราหมี และอักษรเทวนาครีซึ่งจะมีตัวสะกดท่ีเรียกว่า คร่ึงตัว อยู่ข้างล่างบ้าง ซ้อนกันบ้าง
วางอยู่ข้างบนบา้ ง (ในกรณอี กั ษร ร เรผะ) และบรรทัดเดียวกนั ก็มี (กรณีมีวริ าม กากบั ) ตอ่ มา
อทิ ธพิ ลของอักษรอนิ เดียมีอทิ ธิพลตอ่ อักษรเขมร ซึ่งมตี วั สะกด (หาง ตีน หรือเชิง) ต่อมาอกั ขรวิธี
ล้านนาได้รับอิทธพิ ลอีกทอดหน่ึง

วิธีการผสมอักษรธรรมลา้ นนาน้ี เรืองเดช ปันเข่ือนขัติย์ (๒๕๕๕, หน้า ๑๐) สรุปไว้
ดงั นี้

๔๘ อักษรธรรมล้านนา

๑. การผสมคา โดยท่ัวไปคล้ายกบั อกั ขรวิธีภาษาไทย คือ มีอักษรหนึ่งตัวเป็นพยญั ชนะ
ต้น ถ้ามีตัวกล้าก็จะเขียนห้อยไว้ข้างลา่ งเสมอ จะมีวางไว้ข้างหนา้ บ้างเฉพาะ ร (พฺ) เป็นตัวกล้า
เท่าน้ัน เสร็จแล้วเอาพยญั ชนะดังกล่าวมาผสมกบั ตัวสระต่างๆ อาจเป็นสระบนหรอื สระล่างกไ็ ด้
สระหนา้ หรือสระหลงั ก็ได้ แล้วแต่ชนดิ ของสระน้ัน เชน่ กา (ก๋า) กี (กี๋) กู (กู๋) โก (โก๋) กล้ าฯ
(กลา้ ) พรฯ (พระ) เป็นตน้

๒. การเขยี นตวั สะกดมหี ลักเกณฑ์ ดังนี้

ก. ถา้ คาใดมสี ระบน (ท่ีใช้เขียนบนคาต่างๆ) เช่น - - - - และสระหนา้
(สระทีเ่ ขียนหน้าคาตา่ ง ๆ) เชน่ แ- เ- โ- และสระหลงั (สระท่ใี ช้เขียนหลงั อกั ษรตา่ ง ๆ)
เช่น –า รวมทั้ง โ- ลดรูปด้วย ตัวสะกดของคาท่ีมีสระดังกล่าว มักจะเขียนไว้ข้างล่างของคา
นัน้ ๆ เสมอ เชน่ กีดฯ (กีด, แคบ) แกัวฯ (แกว้ ) กาดฯ (กาด) กฯด฿ (กด) เป็นตน้

ข. ถ้าคาใดมีสระล่าง (สระท่ีเขียนไว้ข้างล่างของอักษร) เช่น - -ู -
ตัวสะกดนิยมเขียนถัดจากพยัญชนะต้นเสมอ เช่น กุบ (กุบ, หมวก) สูบ (สูบ) ขอฯบ (ขอบ)
เปน็ ต้น

ส่วนธวัช ปุณโณทก (๒๕๔๙, หน้า ๑๘๙-๑๙๐) ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการผสม
อักษรไว้ ๘ ขอ้ ดงั นี้

๑. พยัญชนะต้น จะใช้พยญั ชนะตวั เต็มวางไวบ้ นบรรทัด

๒. พยญั ชนะควบกลา้ จะใชพ้ ยญั ชนะตวั ครง่ึ วางไว้ใต้บรรทัด เชน่

หงฯล฿ หลง

หฺลายฯ หลาย

แก่ฯรว แกว่น (เกง่ /กลา้ หาญ)

อักษรธรรมลา้ นนา ๔๙
อกั ขรวธิ อี กั ษรธรรมล้านนา : การผสมอักษร

หากเป็น ร ควบกล้า จะวางตัวครึ่งหรอื ระวง ไว้หน้าพยญั ชนะ ดงั น้ี

พรฯยฯา พระยา
บรฯสทิ ธ์ิฯ ประสทิ ธ์ิ

๓. พยญั ชนะทต่ี ามอักษรนา จะใชต้ ัวคร่งึ วางไวใ้ ตพ้ ยัญชนะนา เชน่

หาฺน้ หน้า

ไฯ หฯว้ ไหว้

๔. สระลอย จะวางไว้หนา้ คา เชน่

อาไระฯศยฯ อาสัย (อาศรยั )

อุฯไทยฯ อทุ ัย

เอฯกา เอกา

๕. สระจม วางรอบพยญั ชนะตน้ เชน่

ไม้คดฯใ฿ ช้แปขงฯ อํฯ *ไม้คฑใชแ้ ปง๋ ขอ (ไม้กด๊ ใจ้แปง๋ ขอ-ทาขอ)

เหกล้ฯ งอใฯํ ชแ้ ปฯงคยวฯ *เหล็กงอใชแ้ ป๋งคยว (เหลก็ งอใจแ้ ปง๋ เคียว)

ฅค฿นฯ อฯด฿ ยฯ่างฯดยฯว *คนคฑอยา่ งฑยว (คนกด๊ อยา่ งเดยี ว)

ใช้เยยฯะหัยงฯ บ่ได้ *ใชเ้ ยยะหยังบไ่ ฑ้ (ใจ้เยยี ะหยงั บ่ได้)

*หมายเหตุ ถอดอักษรในรูปของการปริวรรตตามตวั อกั ษรจะได้กล่าวกฎเกณฑ์
ปริวรรตโดยละเอยี ดต่อไปในบทท่ี ๑๑

๕๐ อักษรธรรมลา้ นนา

๖. ตัวสะกด ใช้ตัวคร่ึงวางไว้ใต้บรรทัด หากไม่มีตัวคร่ึงให้ใช้ตัวเต็มวางไว้

ใต้บรรทดั

๗. สระ ถา้ วางอยใู่ ตบ้ รรทดั ให้ใชต้ วั เต็มสะกดวางบนบรรทดั เช่น

นฯ้องนาฯงฯ = น้องนาง

๘. ตัวสะกดตัวตามในภาษาบาลี ให้วางตัวสะกดไว้บนบรรทัด และวางตัวตาม
ด้วยตวั คร่ึง (ตวั สะกดหรือตัวเชงิ )ไว้ใต้บรรทัด เชน่

อิฯติบิเสา ภควาฯ อรหํสมมฯาสมุพฯเทธฯาฯ วิชชฯา จรณสมบฯเนาฯนฯ สุคเตา
เลากวิทู อนตุ ตฺฯเรา บรุ ิสทมมฺฯสารถิ สตถฯา เทวมนสุ สฯานํ พุเทฯาฺธ ฯ ภควาฯติ

อุดม รุ่งเรืองศรี (๒๕๒๗, หน้า ๗๑-๘๐) สรุปรูปแบบการวางตาแหน่งตัวอักษร
(พยญั ชนะและสระ) อย่างละเอียดไว้ ดังนี้ (ส = สระ และ พ = พยญั ชนะ)

๑. แนวต้ัง มี ๖ แบบ ดงั น้ี

พ ๑.๑ รูปสระอยใู่ ตพ้ ยญั ชนะเดย่ี ว เช่น

ส ยู (ยู = ไม้กวาด) ปู (ปู๋ = ป)ู

ส ๑.๒ รูปสระอยเู่ หนือพยญั ชนะเดีย่ ว เช่น

พ มี (มี) ดี (ด)ี

พ ๑.๓ รูปสระอยใู่ ต้พยัญชนะซ้อน เชน่

พ หฯูม (หมู) หนฯู (หน)ู



อักษรธรรมล้านนา ๕๑
อกั ขรวิธอี ักษรธรรมล้านนา : การผสมอกั ษร

ส ๑.๔ รปู สระอย่เู หนือพยญั นะซ้อน เช่น

พ หี ม(ฯ หมี) ฅีวฯ (ควี = รบกวน)



ส ๑.๕ รปู สระอยบู่ นและล่างพยญั ชนะเดย่ี ว เชน่

พ ผว฿ฯ (ผัว) ขํฯอ (ขอ)



ส ๑.๖ รปู สระอยู่บนและลา่ งพยญั ชนะซอ้ น เชน่

พ หล่ํ ฯอ (หลอ่ ) หยํ้ ฯอ (หยอ้ = เสยี ดส)ี





๒. แนวนอน มี ๔ แบบ คอื

พส ๒.๑ รูปสระตามหลงั พยัญชนะเด่ยี ว เช่น

มา (มา) ลา (ลา)

สพ ๒.๒ รปู สระอยหู่ น้าพยญั ชนะเด่ยี ว เชน่

โห่ (โห)่ ไพไร่

(ไพไร่ = ไปไฮ่)

ส พ ส ๒.๓ รปู สระอย่หู น้าและหลงั พยัญชนะเดย่ี ว เช่น

เมยฯ (เมีย) เสยฯ (เสยี )

๕๒ อกั ษรธรรมลา้ นนา

๓. แนวตงั้ ผสมแนวนอน มี ๑๙ แบบ

พส ๓.๑ รปู สระอยูห่ ลังและบนพยญั ชนะเดย่ี ว เชน่

หามฯ (หาม) ลาฯก (ลาก)

ส ๓.๒ รูปสระอยบู่ นและหลังพยญั ชนะเดี่ยว เช่น
พส
ดาํ (ดา) ลํา (ลา)

สพ ๓.๓ รูปสระอยู่หน้าพยญั ชนะซ้อน เชน่

เขฯว (เขว) (วา้ )ฯ เหฯว่ ((ว้า) เหว่)

พส ๓.๔ รูปสระอยู่หลงั พยญั ชนะซอ้ น เช่น

หาฯม (หาม) หฯวะ (หวะ = ประแยก)

พพส ๓.๕ รปู สระอยูห่ ลังพยญั ชนะซอ้ นและมีตัวสะกด เช่น

ระฯกายฯ (กราย) ฯ พรฯานฯ (พราน)

ส ๓.๖ สระอยบู่ นและหลงั พยญั ชนะซอ้ น เช่น

พ พ ส ระฯพา่ํ (พร่า) รฯะฯคา่ํ (ครา่ )

อกั ษรธรรมลา้ นนา ๕๓
อกั ขรวิธีอกั ษรธรรมล้านนา : การผสมอกั ษร

พพพ ๓.๗ สระอยลู่ า่ งรปู พยญั ชนะ ๓ ตวั เรียงกนั เชน่

กฯ ฯอง (กรอง) ฯ ระฯพ้อมฯ (พรอ้ ม)

ส ๓.๘ รปู สระอย่บู นพยญั ชนะ ๓ ตวั มีตวั สะกดลา่ ง เช่น

พ พ พ ระฯส฿ม๊ณฯ (สรมณ)์ ฯ



ส ๓.๙ รูปสระอยู่ดา้ นบนและลา่ งพยญั ชนะ ๓ ตวั เรียงกัน เช่น
พพพ ระฯสมวฯ฿ (สรวม) ฯ



ส ๓.๑๐ รูปสระอยดู่ า้ นหน้า บนและลา่ งพยัญชนะ ๒ ตวั เรียงกัน เช่น
สพพ เดรอฯื (เดอื น) เฯ มองฯื (เมือง)



ส ๓.๑๑ รูปสระล้อมพยัญชนะเด่ยี วทง้ั ๔ ด้าน เชน่
สพส เรฯออื (เรอื ) ฯ เมฯืออ (เมือ = กลบั ไป)



๕๔ อกั ษรธรรมลา้ นนา

ส ๓.๑๒ รปู สระล้อมพยัญชนะทงั้ ๔ ด้าน เชน่

สพส เหอืลอฯ (เหลอื )
พ ฯ


ส ๓.๑๓ รูปสระอยบู่ นและหลงั พยญั ชนะซอ้ น เชน่

พส หมาฯ่๊ (หม่า) หาํฯน (หนา)



ส ๓.๑๔ รปู สระอยู่หน้า บน และลา่ งพยญั ชนะเด่ียว มีพยญั ชนะอกี ตัวซอ้ น
สพ
อยูข่ ้างลา่ ง เช่น

เสๆิอฯม (เสมอ) เสฯนิๆอ (เสนอ)


ส ๓.๑๕ รปู สระอยู่หน้า บน และลา่ งพยัญชนะสองตัวเรียงกนั และมพี ยญั ชนะ
สพพ อีกตัวซ้อนอยู่ล่างสุด เชน่
เหฯืมงอ (เหมือง) เหมอฯรื (เหมือน)




ส อักษรธรรมล้านนา ๕๕
สพพ อักขรวธิ ีอกั ษรธรรมล้านนา : การผสมอักษร

พ ๓.๑๖ รปู สระอยู่หน้า บน และล่างพยัญชนะซอ้ นและมีตวั สะกด เชน่
ส เหยือฯ ฯง (เหยือง = รงั เกยี จ ขยะแขยง)

พส ๓.๑๗ รูปสระอยู่หลังพยัญชนะซ้อนมีตวั สะกด เชน่
พพ
หลฯายฯ (หลาย) หามฯก (หมาก)

ส ๓.๑๘ รปู สระอยู่บนพยัญชนะและมีตัวสะกด เช่น

พส หมรฯ฿่ (หมน่ ) ห่฿ลฯร (หลน่ )



อย่างไรก็ดีการผสมอักษรธรรมล้านนา ยังมีลักษณะพิเศษนอกเหนือเกณฑ์ดังกล่าว
ออกไปอีก (อักขรวิธีพิเศษ) ซ่ึงจะมีตัวอย่างการผสมแสดงเป็นข้ันตอนต่อไป เพื่อให้เห็นวงศพั ท์
ของภาษาล้านนา หรือคาเมือง ต่อจากนี้จะได้นาพยัญชนะและสระมาแสดง พร้อมเทียบเสียง
กับภาษาไทยมาตรฐาน อันจะทาให้ง่ายในการอ่านภาษาล้านนา โดยจะนาอกั ษรมาทาเป็นตาราง
ดังนี้

๕๖ อักษรธรรมล้านนา

ตารางท่ี ๒๐ ตารางเปรยี บเทียบพยัญชนะลา้ นนา-ไทยมาตรฐาน-สัทอกั ษร

พยัญชนะ อ่านว่า ไทยมาตรฐาน สทั อกั ษร
ก กะ๋
ข ข๋ะ กk
ฃ ฃะ๋
ค ก๊ะ ข kh
ฅ ฅะ
ฆ ฆะ ฃ kh
ง งะ
จ จะ๋ ค kh
ฉ สะ๋ /ฉ๋ะ
ช จะ๊ ต kh
ซ ซะ
ฌ ฌะ ฆ kh
ญ ญะ
ฏ ระฏ๋ะ งŋ
ฐ ระฐ๋ะ
จc

ฉs

ช ch

ซs

ฌ ch

ญɲ

ฏt

ฐ th

อกั ษรธรรมลา้ นนา ๕๗
อักขรวิธีอักษรธรรมลา้ นนา : การผสมอักษร

พยญั ชนะ อา่ นวา่ ไทยมาตรฐาน สัทอักษร
ฑ ระฑะ๋ /ดะ๋
ฒ ระฒะ ฑ/ด/ฎ d
ณ ระณะ
ต ต๋ะ ฒ th
ถ ถ๋ะ
ท ตะ๋ ณn
ธ ธะ
น นะ ตt
บ ป๋ะ/ปะ๋
ป ปะ๋ ถ th
ผ ผ๋ะ
ฝ ฝ๋ะ ทt
พ ปะ๊
ฟ ฟะ ธ th
ภ ภะ
ม มะ นn

บ/ป (บาลี) b, p

ปp

ผ ph

ฝ ph

พ/ป p

ฟf

ภ ph

มm

๕๘ อักษรธรรมลา้ นนา อา่ นวา่ ไทยมาตรฐาน สทั อกั ษร
ยะ
พยัญชนะ ระ ยɲ
ย ละ
ร วะ ร r, l
ล สะ๋
ว ศะ๋ /สะ๋ ลl
ส ษะ๋ /ส๋ะ
ศ หะ๋ วw
ษ ฮะ
ห ฬะ สs
ฮ องั
ฬ อะ๋ ศs
อํ อยะ/หยะ
อ ษs
อยฯ
หh

ฮh

ฬl

อ ʔaŋ

อʔ

อย j

สาหรบั อักษร ย (ย) และ อยฯ (อย) และ หยฯ (หย) มีความสบั สนในการใช้นบั แต่โบราณ
ยกเว้นภาษาพูดซึ่งไม่มปี ัญหาแต่อยา่ งใด ณ ท่ีน้ีจะแยกการใช้อกั ษรทั้ง ๓ ไว้เพื่อให้เหน็ การใช้

ที่แตกตา่ งกัน ดังน้ี

อักษรธรรมล้านนา ๕๙
อักขรวิธอี ักษรธรรมล้านนา : การผสมอกั ษร

ตารางท่ี ๒๑ ตารางเปรียบเทยี บการใช้ อยฯ (อย) และ ย (ย)

อยฯ อา่ นว่า ความหมาย ย อา่ นวา่ ความหมาย

อยฯะ อยะ ระยะ ยะ ยะ แตก, อา้

อยฯา ยา เยียวยา,รกั ษา ยา ยา ยาสบู , ยาฝนิ่

อยฯา่ อยา่ อย่า ย่า ย่า แม่ของพ่อ

อยฯํา ยา พิษ ฉมัง ยาํ ยา ยาเกรง ยาผกั

อยฯาฯง ยาง เหนยี วเหนอะ ยางฯ ยาง ไม้ยาง,เผ่ายาง

โอยฯฯด โหยด พงั ทลาย โยดฯ โยด ยิง่ ยวด

อยฯาดฯ หยาด หยาดน้าท่ี ยาดฯ ยาด ขว่ น
หลง่ั ลงพน้ื

อยฯานฯ ยาน พาหนะ ยาฯน ยาน หย่อนลง

อยฯายฯ ยาย เรยี งตอ่ กนั ไป ยายฯ ยาย แมข่ องแม่

อยฯดอฯ หยอด หยอด ยดฯอ ยอด ยอด

อยฯดฯั หยดั น้าทห่ี ยุดหยด ยัฯด ยัด ยดั
แล้ว

อยฯฯด฿ หยด (นา้ )หยด ย฿ศฯ ยศ ยศ

อยฯยฯด เหยียด ทาให้ตรง ยยดฯ เยยี ด ยัดเยียด

๖๐ อกั ษรธรรมล้านนา วางไวข้ ้างบน ยงฯอ ยอง ชาวยอง
ย่อง ยงฯอ่ ย่อง ยกยอ่ ง
อยฯฯอง ยอง อยู่ ยู่ ยู้ ผลัก
อยฯฯอง่ หย่อง อย่าง ยา่ งฯ ย่าง ยา่ ง,กา้ วเดนิ
อยฯู่ อยู่ ยา่ ง ย้างฯ ยา้ ง หยดุ พกั
อยฯา่ ฯง อย่าง อากาศเย็น เยนฯ เยน็ เย็น
อยฯา้ ฯง หยา้ ง ตากผ้าในรม่ ยงัฯ ยัง คงอย,ู่ ยงั อยู่
เอยฯนฯ เยน็ ยนื ยฯนื ยนื ยนื ยาว
อยฯงฯั ยงั ยืด ยืดฯ ยืด ยดื ยาว
อยฯฯนื ยนื เอื้อมมอื ขึ้น ยื ยือ ขยายเวลาออกไป
อยฯฯดื หยืด หยบิ ขอ
อยฯฯอื้ หย้อื

ตารางที่ ๒๒ ตารางการใช้ ย อกั ษรธรรมลา้ นนา ๖๑
ย คาอ่าน อกั ขรวิธอี ักษรธรรมล้านนา : การผสมอักษร
ยู ยู
ยกั ์ษฯ ยกั ษ์ ความหมาย
ยื ยือ ไม้กวาด
ยฯอก ยอก ยักษ์
ยยฯบ เยียบ ขยายเวลา
เยอร้ืฯ เยือ้ น กระแทก (อยา่ งแรง)
ยกฯ฿ยอํฯ ยกยอ เยน็ ยะเยยี บ
ยอฯร้ ยอ้ น ทนทาน
ยบฯอ ยอบ ยกยอ
ยอยฯ ฯ ยอย เพราะ เพราะวา่ เพราะเหตวุ า่
ยาฯม ยาม ยอบ ย่อลงไป
ย่ํอฯ ย่อ เครอ่ื งชงั่ ชนิดหนงึ่
ยบุฯ ยบุ ยาม รออกี สกั พักหนึง่
ย่ยฯอ ฯ ย่อย เคร่อื งในสตั ว์ (ผา้ ขรี้ ิ้ว)
ยํ่า ย่า ยุบ
ย่อย
เหยียบยา่

๖๒ อกั ษรธรรมล้านนา ความหมาย
ย่น
ตารางท่ี ๒๓ ตารางการใช้ หยฯ หญ้า
หยฯ คาอ่าน เปน็ หมวด เปน็ หมู่
ห้ย฿ รฯ หยน้ เบอื่ หนา่ ย
ห้ยาฯ หย้า คลา
หยุฯม หยมุ ประชดุ
เหืยงฯอ เหยือง ติดใจ
หยฯุบ หยบุ ผอม
ห้ํยฯอ หยอ้ ช้า เนิบนาบ
ห้ยาฯ ฯม หย้าม ถ่อย, สิน้ คดิ
หยมฯอ หยอม ยักไหล่
เหยิฯอม เหยิม ชะลอ
หยฯกอ หยอ็ ก เย็บ
หยฯ้อง หย้อง
หยฯอ้ร หยอ้ น
หยฯิบ หยบิ

อักษรธรรมลา้ นนา ๖๓
อักขรวิธีอักษรธรรมลา้ นนา : การผสมอกั ษร

เรณู วิชาศลิ ป์ (ม.ป.ป., หนา้ ๖) ได้จดั หนว่ ยเสยี งพยญั ชนะของอักษรธรรมล้านนาเอาไว้
เพอื่ ใหง้ า่ ยต่อการเข้าใจและนาไปใชไ้ ดอ้ ย่างถูกต้อง โดยไดแ้ บง่ หน่วยเสียงพยญั ชนะไวท้ ้ังสน้ิ ๒๐
หน่วยเสียงดงั น้ี

ตารางท่ี ๒๔ ตารางหนว่ ยเสียงพยัญชนะลา้ นนาเปรยี บเทียบพยัญชนะไทยปจั จบุ นั

หน่วยเสียง
ที่ พยญั ชนะล้านนา รปู พยัญชนะไทยปัจจุบัน รปู พยญั ชนะลา้ นนา

๑. /p/ ปพ ปพ

๒. /ph/ ผ พ ภ พฺร ผ พ ภ พรฯ

๓. /b/ บ บ

๔. /t/ ฏตท ฏตท

๕. /th/ ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ ทฺร ตฺร ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ ทรฯ
ตรฯ

๖. /d/ ฎด ฎด

๗. /c/ จช จช

๘. /k/ กค กค

๙. /kh/ ข ฃ กรฺ ค คฺร ฅ ฆ ข ฃ กรฯ ค ครฯ ฅ ฆ

๑๐. /ʔ/ อ อ

๑๑. /f/ ฝฟ ฝฟ

๖๔ อกั ษรธรรมล้านนา

หนว่ ยเสยี ง
ที่ พยญั ชนะลา้ นนา รูปพยัญชนะไทยปัจจุบัน รูปพยญั ชนะลา้ นนา

๑๒. /s/ ฉชซศษส ฉชซศษส

๑๓. /h/ รหฮ รหฮ

๑๔. /m/ ม หฺม ม หมฺ

๑๕. /n/ ณ น หฺน ณ น หนฺ

๑๖. /ɲ/ ญ ย หฺญ หยฺ ญ ย หญฺ หยฺ

๑๗. /ŋ/ ง หฺง ง หงฺ

๑๘. /l/ ล ฬ หลฺ ล ฬ หลฺ

๑๙. /w/ ว หฺว ว หฺว

๒๐ /j/ อฺย (หฺย) อยฯ (หยฺ )

บางแห่งได้จัดพยัญชนะต้น ๒ รูป ฐานเสียงเดยี วเป็นพยญั ชนะถัดจากพยัญชนะทก่ี ล่าว
ไว้แลว้ ขา้ งต้น ซ่งึ ภาษาไทยมาตรฐาน เรียกวา่ ห นา และ ควบกลา้ สามารถแบง่ ได้ ดังน้ี

อกั ษรธรรมล้านนา ๖๕
อักขรวิธอี กั ษรธรรมล้านนา : การผสมอกั ษร

ก. อกั ษร ห นา
ตารางท่ี ๒๕ ตาราง ห นา ในอักษรธรรมล้านนา

รปู อกั ษรล้านนา การออกเสยี ง รูปอักษรไทย สทั อักษร

หงฺ หงะ๋ หง ŋ

หฺน หนะ๋ หน n

หฺม หม๋ะ หม m

หยฺ หญะ๋ หย ɲ

หลฺ หละ๋ หล l

ข. ร ควบกลา้ แตอ่ อกเสียงไมต่ รงตามหลักเหมือนภาษาไทยมาตรฐาน

ตารางท่ี ๒๖ ตาราง ร ควบกล้า ในอกั ษรธรรมลา้ นนา

รูปอักษรล้านนา การออกเสยี ง รปู อักษรไทย สทั อกั ษร

กรฯ ข๋ะ กร kh

ขรฯ ข๋ะ ขร kr

ครฯ คะ คร kr

บรฯ ผ๋ะ ปร ph

พรฯ พะ พร ph

หรฯ ห๋ะ หร h

๖๖ อักษรธรรมล้านนา

พยัญชนะอกี ประเภทหน่ึง คอื พยญั ชนะต้นสองรูป แต่ออกเสียง (ฐานเสียง) เดยี่ วหรอื คู่
กไ็ ด้ เชน่

รปู อักษรลา้ นนา การออกเสยี ง รูปอกั ษรไทย สทั อกั ษร

ตรฯ ถ/๋ ถะหละ๋ ตร th

ทรฯ ทะ/ทะละ ทร th

สรฯ ส๋ะ/สะหละ สร s

ค. อักษร ว ควบกล้า อักษร ว ควบกล้า ออกเสียงเหมือน ว ควบกล้าในภาษาไทย
มาตรฐาน (ชาวลา้ นนาโบราณใชน้ ้อยมาก)

ตารางท่ี ๒๗ ตาราง ว ควบกล้า ในอกั ษรธรรมลา้ นนา

รปู อักษรลา้ นนา การออกเสยี ง รูปอกั ษรไทย สัทอกั ษร

กวฯ ก๋วะ กว kw

ขฯว ข๋วะ ขว kw

ฃวฯ ฃ๋วะ ฃว kw

ควฯ กว๊ ะ คว kw

ฅฯว ฅวะ ฅว kw

งฯว งวะ งว ŋw

จฯว จวะ๋ จว cw

ชฯว จวะ ชว cw

อักษรธรรมล้านนา ๖๗
อกั ขรวิธอี กั ษรธรรมลา้ นนา : การผสมอักษร

รปู อกั ษรล้านนา การออกเสียง รปู อักษรไทย สัทอกั ษร
ซวฺฯ ซวะ
ตฯว ตว๋ะ ซว cw
นวฯ นวะ๊
ยฯว ญวะ ตว tw
อยฯฺวฯ ยวะ
รวฯ ลวะ๊ นว nw
ลฯว ลวะ
สวฯ สว๋ะ ยว nw
อวฯ อว๋ะ
อยว jw

รว lw

ลว lw

สว Sw

อว ʔw

ง. พยัญชนะต้น ๓ รูป พยัญชนะที่มีปรากฏน้อยอีกประเภทหนึ่ง คือ พยัญชนะต้น
๓ รปู ออกเสียงควบกนั (ไมป่ รากฏในภาษาไทยมาตรฐาน)

ตารางท่ี ๒๘ พยัญชนะตน้ ๓ รูป ในอกั ษรธรรมล้านนา

รูปอักษรล้านนา การออกเสียง รปู อักษรไทย สทั อักษร

หวงฺ หงวะ๋ หงว ŋw

หฺวล หลว๋ะ หลว lw

๖๘ อักษรธรรมล้านนา

๒. การจัดพยัญชนะเพ่อื การปริวรรต

เพ่ือป้องกันการสบั สนในการใช้อกั ษรธรรมลา้ นนา ผู้เขียนเหน็ วา่ ควรจะมีตารางสาหรับ
เปรียบเทียบว่าอักษรธรรมดังกล่าวถ้าใช้เขียนภาษาล้านนา ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาบาลี
จะมีลักษณะไปในทางใด และเพ่ือให้เห็นชัดเจนว่าคืออักษรใด จะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ในการนาอกั ษรธรรมลา้ นนาไปใชใ้ หถ้ ูกตอ้ ง ดงั นี้

ตารางท่ี ๒๙ ตารางการเปรียบอกั ษรเพ่ือการปริวรรต

อกั ษรธรรม อกั ษรธรรม ภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต
ล้านนา/ ลา้ นนา มาตรฐาน
ตัวสะกด

ก ก๋ (ก๋อ) ก กก

ข ข๋ (ขอ๋ ) ข ขข

ฃ ฃ๋ (ฃ๋อ) ฃ --

ค ก (กอ) ค คค

ฅ ฅ (คอ) ฅ และ ค - -

ง ง (งอ) ง งง

จ จ/๋ จอ๋ จ จจ

ช จ (จอ) ช ชช

ซ ซ (ซอ) ซ --

ฌ ฌ (เฌอ) ฌ ฌฌ

ญญ ญ ญ ญ


Click to View FlipBook Version