อักษรธรรมลานนา ๑๑๙
การใชเ คร่ืองหมายตา งๆในอักษรธรรมลานนา
หรือ มนส์ เครื่องหมายวิรามนี้สวนใหญจะพบเฉพาะในงานปริวรรตเพ่ือกันความเขาใจผิด
ในการออกเสยี ง
๓. เคร่อื งหมายธรรมดาทัว่ ไป
เคร่ืองหมายตอไปนี้ มีการใชคลายกับอักษรไทยมาตรฐานเกือบทุก
ประการ จะแตกตางกนั อยูบา งคือรูปลกั ษณของอกั ษรและการจดั วางเทานั้น เชน ฯ
ซ่ึงเทากับ –อ แตวางไวขางลางอักษรไมไดวางเรียงเหมือน –อ เปนตน (ณ ท่ีนี้
จะนํามาแสดงเพียงบางสระ เพราะไดกลาวไวแลวในการผสมอักษรในบทที่ ๒)
ดังตวั อยางตอไปน้ี
๓.๑ ฯ ไมกอ บางแหงเรียกวา ออ ลอย เทียบไดกับ -อ (สระออ) ในภาษาไทย
มาตรฐาน แตตอ งมีตัวสะกด ถาไมมตี ัวสะกดใช -ํฯ เชน
แดฯร ฯ้ร แดดรอ น
นกฯ บ¶ ฯ นอกบา น
บ¶ฯกฯก บางกอก
๓.๒ โ- ไมโก ใชเขียนคําลานนาท่ัวไป ตรงกับ โ- ในภาษาไทยมาตรฐาน และใช
ไมตางกัน สว น เ-า ทีใ่ ชแ ทน โ- สาํ หรับเขียนภาษาบาลีเทานนั้
ส้฿ฯโอ สมโอ
ค โฯ วโอ้อดฯ คุยโวโออวด
ตฯ฿้บ¶ฯโก ตน บา โก
๑๒๐ อกั ษรธรรมลานนา
ไห่ฯโต ใหญโ ต
หฯ฿โน หวั โน
๓.๓ ๋ ไมเกาหอหน้ึง , -ึ ไมเกาจูจ้ี ใชไมเหมือนภาษาไทยมาตรฐาน ถือเปน
สัญลกั ษณพิเศษ เทยี บเทากบั เ-า (เ-า้ ) เชน จ๋ (เจา) จึ (เจา) เปน ตน
*หมายเหตุ ไมเ กาหอ หนง่ึ ใชเ หมอื นกับไมเ กาจจู ี้ คือ แทนสระ เ-า (เ-า )
๓.๔ เครื่องหมายวรรคตอนตางๆ เชน เริ่มบรรทัดใหม ค่ันกลาง และจบขอความนน้ั
ตามเอกสารโบราณตางๆ ไมมีความแนนอน จะใชอยางไรขึ้นอยูกับผูเขียน ไมมีอะไรตายตัว
เหมือนเครอ่ื งหมายในภาษาไทยมาตรฐาน สมคดิ วชั รศาสตร (๒๕๔๘, หนา ๒๗) ไดร วบรวมไว
ดังนี้
อักษรธรรมลานนา ๑๒๑
การใชเครือ่ งหมายตา งๆในอักษรธรรมลานนา
สวนในฟอนทหรือแบบตัวอักษร LANNA TILOK ไดเพิ่มสัญลักษณไวเชนกัน แตไมได
อธบิ ายวา เคร่ืองหมายเหลานีใ้ ชใ นตอนไหนและใชอยางไร ผเู ขยี นคิดวา ทส่ี ัญลกั ษณเ หลา นไ้ี มมี
คําอธิบายไวชัดเจนเหมอื นเครื่องหมาย จุดไขปลา ลูกน้ํา ยติภังค อัฑฒภาค ฯลฯ ในภาษาไทย
มาตรฐานนั้น เพราะข้ึนอยูกับการใชของแตละคน ที่จะใชใหเหมาะสมตามท่ีตองการ
สาํ หรบั เคร่ืองหมายดังกลาวมีแสดงไว ดงั น้ี
C D FG kj
hf ed
cH
RSVWXYZa
b c efhij
k Po p
ท่ีมา: Font LN TILOK, แนวทางการเขยี นศัพทว ิชาการดว ยอักษรธรรมลา นนา. สํานกั สง เสรมิ
ศลิ ปวัฒนธรรม มหาวิทยาลยั เชียงใหม.
เคร่ืองหมายทีน่ ํามาแสดงไวข างตน ไมจ าํ กดั แนนอนวา เคร่ืองหมายไหนเปน เครอ่ื งหมาย
วรรคตอน ขึ้นตนยอ หนาหนา ใหม หรืออืน่ ๆ เหมือนภาษาไทยมาตรฐาน ทง้ั นข้ี นึ้ อยูก บั ผนู ําไปใช
วาจะมีจินตนาการ หรือศิลปะในการนําไปใชอยางไร สวนใหญก็เปนไปตามความตองการ
ของผูนําไปใชเอง และแลวแตวาใครจะประดษิ ฐลักษณะอยางไร ไมเหมือนเคร่ืองหมายจุลภาค
มหพั ภาค อฒั ภาค ยัติภังค ฯลฯ ท่ีมกี ารใชบ อกไวช ัดเจน
อกั ษรธรรมลานนา ๑๒๓
อกั ขรวธิ พี เิ ศษ อักษรพิเศษ อกั ษรกล
บทท่ี ๔
อกั ขรวธิ พี ิเศษ อักษรพิเศษ อักษรกล
๑. ความรเู บอื้ งตน
โดยทวั่ ไปอกั ขรวิธีภาษาลานนามีการเขียนคลายๆ กับภาษาไทยมาตรฐาน เชน การวาง
พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต แตมีผิดเพ้ียนออกไปบาง ซึ่งโบราณไดจารไวอยางไร คนรนุ หลงั
มักจะทําตามเพราะคนสวนใหญเช่ือและศรัทธาในครูอาจารย ไมกลาเปลี่ยนแปลงเพราะเกรง
จะถูกครหาวาลบหลู บางก็คิดวาปราชญโบราณทานมีเหตุผลในการจาร เนื่องจากพื้นท่ีจํากัด
จึงตองมีตัวพิเศษ อักขรวิธีเฉพาะกิจ แมกระท่ังเขียนแบบยนยอ เพ่ือใหเหมาะกับเน้ือท่ี
โดยเฉพาะในใบลานหรือพับสา ทม่ี ขี นาดจํากดั
ผูเขียนไดสนทนากับอนุรส เพชรนิล (๒๕๖๓, สัมภาษณ) พอครูผูเช่ียวชาญดานอักษร
ธรรมลานนา ไดใหความกระจางวา การที่มีอักขรวิธีพิเศษเกิดขึ้นน้ัน เพราะสมัยเดิมพระภิกษุ
สามเณรมีเวลามาก เชน ทําวัตรสวดมนตเสร็จแลว มักจะนําอักษรลานนามาเขียนเปนอักษร
คําทายซ่ึงกันและกัน หรือบางทีพระเถระผูใหญตองการสอนใหสามเณรมีความเบิกบาน
ในการเรียนรูอักษรธรรม จึงต้ังปญหาข้ึนถาม (อักษรไขวบางผสมแบบหลายๆชั้นบาง) ถาตอบ
ไมได ก็จะลงโทษดวยการนวดตัวหรือแขงขา เปนตน แมจะเปนความเห็นบางสวน แตมีสวน
ในการเกิดขึน้ ของอักขรวิธีพเิ ศษนค้ี อนขางมาก เน่อื งเพราะพระภิกษุสามเณรมีเวลาในการขบคิด
มาก จึงไดร ังสรรคง านเขยี นที่แปลกแตกตา งจากวิธีธรรมดาไวจ ํานวนไมน อ ย
กิจกรรมดังกลาว ทําใหเ กิดอกั ขรวิธีพิเศษและอักษรพเิ ศษข้ึน ซึ่งนับวา อา นคอนขางยาก
สําหรับผูเร่ิมศึกษาอักษรธรรมลานนา แมในอักษรไทยมาตรฐาน ก็มีการเขียนทายอักษรกัน
หรือปริศนาคําทาย เชน เหลูาบ เทากับ เหลา ลาบ หลู (หลู คือ การนําเอาเลือดวัวควาย
สดๆ มาทําเปนอาหารใสเสนหมี่และนํ้าพริกลาบ เปนอาหารเหนือ ที่เปนท่ีนิยม)
หรือเขารหัสอักษรเพ่ือรูเฉพาะกลุม อาจเพื่อประโยชนบางอยางรวมกันหรือเพ่ือสันทนาการ
ตลอดจนเขียนแบบประหยดั พืน้ ที่จงึ มีการยออักษร เปนตน
๑๒๔ อักษรธรรมลา นนา
สวนบุญคิด วัชรศาสตร (๒๕๔๘, หนา ๒๔) เรียกอักขรวิธีพิเศษวา “คําศัพทเขียน
พิเศษ” พรอมไดใหขอคิดเห็นวา ถือวาเปนคําศัพทบังคับใชโดยเฉพาะ และเปนคําศัพท
สาํ เรจ็ รูป จะตองเขียนเชนน้ี อานอยา งน้ี และความหมายเฉพาะศพั ทน้นั ๆ เมื่อผูเรยี นไปอานพบ
คําเหลานี้จะตองอาศัยปฏิภาณ ตลอดถึงการสังเกต ความชํานาญ และตรวจดูบริบทขางเคยี ง
ของประโยคความประกอบดวย ก็สามารถจะอานและตีความหมายได ความคุนชิน
และประสบการณ ในการเห็นการเรียนรจู ึงมีความสาํ คัญมาก ในการท่ีจะอานและตีความศพั ท
เหลาน้ีไดอ าจกลา วไดวา บางทอี าจจะมผี สู รา งศัพทพิเศษเหลาน้ีขน้ึ มาอกี ก็ได
อักขรวิธพี เิ ศษท่ีปรากฏในคัมภีรห รือตําราตา งๆ มกั จะเปนคําทเ่ี ขียน อยา งหนงึ่ แตอา น
อีกอยางหน่ึง (เรืองเดช ปนเขื่อนขัตย, ๒๕๕๕, หนา ๑๒) ซึ่งมักจะเรียกกันวา คําพิเศษ บาง
หรือ อักขรวิธีพิเศษ บาง หรือไมก็เรียกตามภาษาบาลีวา กติปยศัพท คือ ศัพทท่ีมีอยูเล็กนอย
(ทวี เขื่อนแกว, ๒๕๓๑, หนา ๒๐๓) มณี พยอมยงค (๒๕๑๑, หนา ๘๔) เรียกวา “คําที่อาน
ยาก” สวนสิงฆะ วรรณสัย (๒๕๑๘, หนา ๘๔) เรียกวา “ศัพทหรือคําที่เขียนเปนพิเศษ”
บางแหง เรียกวา “คําเขียนมักงาย” (มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตเชียงใหม, ๒๕๔๓,
หนา ๕) ชาวไทยดําเรียกวา “เขาแจ” (เรณู วิชาศิลป, ๒๕๖๔, หนา ๑๙) และ “การเขียนคํา
แบบพเิ ศษ” (กรรณกิ าร วิมลเกษม,๒๕๕๘,หนา ๒๒๓) คาํ เหลา น้มี ีคาํ เรียกแตกตางกันไปสุดแต
ใครจะสงั เกตเห็นแลวนําไปตง้ั เปน ช่ือเรยี กศพั ทที่มลี ักษณะพิเศษเหลาน้ี
คําพิเศษ อักขรวิธีพิเศษ หรือคําที่อานยาก คําเหลาน้ีนักปราชญเมืองเหนือนิยมเขียน
สืบๆ กันมา (มณี พยอมยงค, ๒๕๑๑, หนา ๘๔) การนิยมเขียนสบื ๆ กันมาอาจจะผดิ อักขรวิธี
เดิม พิสดารไปจากแบบแผนเหลาน้ี เราไมสามารถตัดสนิ วา ถกู หรอื ผดิ ได แตจ ําเปนตอ งเรยี นรู
และจดจาํ เพราะจะมปี รากฏใหเ หน็ ในคัมภรี และตําราตาง ๆ มากมาย
ดงั ท่ี ธวชั ปุณโณทก (๒๕๔๙, หนา ๑๙๐) ไดตั้งขอสงั เกตไวว า อักขรวธิ พี ิเศษ หมายถึง
คําท่ีเขียนไมเปนไปตามกฎเกณฑการผสมคํามากนัก แตก็นิยมใชกันมาแตโบราณคําเหลาน้ี
มีปญ หามากสาํ หรับผเู รม่ิ เรยี น บางคาํ ก็เปนคาํ เขยี นยอ แตใหอ า นเตม็ คาํ ฉะนน้ั เมอ่ื อา นตามตัว
จะผิดความหมาย” ผเู รยี นจะตอ งจดจาํ เทา น้นั เพราะไมเ ปน ไปตามกฎเกณฑท างอักขรวิธที ี่มีอยู
แตพ ิเศษพิสดารออกไป ตองสงั เกตและเรยี นรดู ว ยตนเอง ประสบการณใ นการอานจะเปนตวั ชวย
ใหอา นไดแ ละตคี วามหมายของคาํ เหลานไ้ี ด
อักษรธรรมลานนา ๑๒๕
อกั ขรวิธีพเิ ศษ อักษรพิเศษ อกั ษรกล
เรณู วชิ าศิลป (๒๕๖๔, หนา ๑๙) ใหค วามหมายของอักขรวธิ ีพเิ ศษไวสอดคลอ งกันวา
๑. คําท่ีอานยาก คือ คําที่เขียนและอานโดยเฉพาะ คําเหลาน้ีนักปราชญลานนานิยม
เขยี นสืบๆ ตอ กนั มา
๒. การสะกดคําแบบพิเศษ ท่ีแตกตางออกไป กลายเปนการสะกดคําโดยเฉพาะ
สนั นิษฐานวา เปน การเขียนตามความนิยมท่สี ืบเนอื่ งกันมาจากจารึก และเอกสารโบราณ
๓. อักขรวิธีที่เขียนแตกตางไปจากกฎเกณฑพบไมบอยนัก และสวนใหญเปนเพราะ
ผูเขียนมีเจตนาเขียนยอเอาไวเพื่อเขาใจเฉพาะตนเอง แตภายหลังมีการเลียนแบบและนิยมกัน
มากขึน้
๔. การเขยี นคาํ แบบพเิ ศษตายตัว ไมเปลย่ี นแปลง เรยี กวาคําซอน หรอื คาํ ตาย
๕. ชาวไทยดําเรียกคําที่เขียนดวยอักขรวิธีพิเศษแบบนี้วา เขาแจ แจ หมายถึง
มุม คายกล ดังนั้นคําวา เขาแจ คือ คําท่ีเปนกลหรือเปนคําในคายกล ตองมีรหสั หรอื กญุ แจไข
ตองมีผูรูหรือมีครูเปน ผบู อกสืบตอกันมาจึงจะอา นได เปนการเขียนไวเองไมไดใหใครอานบา งก็
อยากปกปดความรู บา งกว็ า เปน การประหยัดกระดาษและนํ้าหมกึ
อักขรวิธีพิเศษ คํายาก หรือคําพิเศษ ที่พบไดในตําราคัมภีรตางๆ เปนคํานอกเหนือ
กฎเกณฑ นอกตํารา อาจจะเปนการเขารหัส ความพลั้งเผลอจนกลายเปนความนิยมสืบมา
หรืออาจเปนเพราะตั้งใจเขียนเพื่อปดบังอะไรบางอยาง อันอาจจะเปนความลับทางการเมือง
หรือเขียนข้ึนมาเพ่ือประหยัดพ้ืนท่ี ประหยัดวัสดุอุปกรณ เหลาน้ีผูศึกษาไมควรไปตําหนิ
หรือไปแกไขแตอยางใด เพียงศึกษาใหรูความหมายและคุณคาท่ีซอนอยูในความพิเศษ
ของอักขรวิธีเหลาน้นั กถ็ ือวา เปน ประโยชนอยางมหาศาลแลว
หลักเกณฑในการสังเกตการเขียนอักขรวิธีพิเศษน้ี กรรณิการ วิมลเกษม (๒๕๕๘)
จาํ แนกไว ๓ ลักษณะ คือ
๑๒๖ อักษรธรรมลานนา
๑.จะตอ งเขยี นตามแบบเดิมเสมอไมนิยมเขยี นอยางอน่ื เชน คํ คํ (ก็) กฯาํ
(กะทํา) ดี ฯ (ดีหล)ี ดา (ดูรา) ทั าฯ (ท้ังหลาย) ¢ (นา) บํ บํ (บ บ) เปนตน
๒.นิยมเขียนพยัญชนะตนในสองพยางคซอนกัน (เขียนเรียงกันก็ไมผิด) ชาว
ลานนานิยมเขียนเพือ่ ประหยัดพน้ื ท่ี เชน คีฯ กีฯ (ก็ดี) คีฯ (ก็มี) คํฯา (ก็วา) เขัฯาง เขัฯาฯ
(ขา วของ) ไพฯา (ไปหา) มฯัา (มักวา) บฯี (บมี) เปนตน
๓.เขียนเปนคํายอ มีใชนอยมากและไมใชอยางสม่าํ เสมอ เชน งัฯ ัฯ ,(เงนิ )
ขตดม,(เขา ตอกดอกไม), จั (จกั ) รั (รกั ) เปน ตน
สรุปวา คําที่มีลักษณะพิเศษเหลานี้ ไดยึดถือกันมาแตโบราณ เขียนผิดถูกอยางไร
ตองคงไว นีค่ อื ขอ ยกเวน ผูเขยี นอยากเรยี กคําเหลา นวี้ า “คํายกเวน พเิ ศษ” เพราะเราจะตอ งอา น
คัมภีรโบราณตาง ๆ อยูแลว ในบทนี้ผูเขียนจะรวบรวมคําอานยากเหลาน้ีมาไวในที่เดียวกัน
เพอื่ เปนประโยชน ตอ ผูเรยี นอันจะเปนกุญแจสําคัญในการไขปริศนาทางอักษรธรรม โดยจะแยก
ตามอักขรานุกรมแบบอักษรลา นนา ดงั นี้
๑.๑ อกั ขรพิเศษ ก (ก)
ตารางที่ ๕๒ อักษรพิเศษ ก (ก)
อกั ษรธรรมลานนา คําอา น ความหมาย
กํฯ¶ฯ ก็วา กว็ า
กัมีฯ กม๋ั ป คัมภรี
กีฯ กด็ ี ก็ดี
แนฯว ¶ ฯ ขะแนมวา หวังวา , ขอใหจรงิ เถอะ
กฤสาฯ กฤษณา กฤษณา, ไมกฤษณา, สีดาํ
อักษรธรรมลานนา คาํ อา น อกั ษรธรรมลา นนา ๑๒๗
อักขรวธิ พี เิ ศษ อักษรพเิ ศษ อักษรกล
แกฯจ่ น์ฯ แกน จันทร
กฯตฯยิ ฿ ฯ เกียรตยิ ศ ความหมาย
กราบเกลา แกน จนั ทร
าฯเกาฯั ขะโหลง บา พรา ว ชื่อเสียง
ขะโหง้ฯ บ¶ ฯ า้ ฯ กลองขาว กราบเกลา
ก่งฯ เขัา กะทาํ กะลามะพราว
กฯํ¶ฯ โกรธา ภาชนะใสข า วเหนียวน่งึ
โกธ¶,ฯ ธา กุญชร กระทาํ
กญุ ฯร โกรธ
ชา ง
ส ตา กระสัตรา, ขะสตั รา
กษตั รา
๑.๒ อกั ขรพิเศษ ข (ข)
ตารางที่ ๕๓ อักษรพเิ ศษ ข (ข)
อกั ษรธรรมลา นนา คําอาน ความหมาย
เคร่อื งใช
เขาฯั ฯ ขา วของ ชุดหรือตํารา
ข้ีเหลา
ขฯาๆ ขนาน
ขีหฯิั ขเี้ หลา
๑๒๘ อกั ษรธรรมลา นนา
ข ต ฑ ม ล ท เขา ตอกดอกไมล าํ เทียน ขาวตอกดอกไมแ ละเทียน (ลํา
เทยี น)
ขฯึ ขึด ประหลาดใจ/อัปมงคล
เขาั เขา ขาว
ขขฯ฿ ฯา ฯ ขนขวาย แสวงหา
ขรฯ เขยี น เขียน
ขัดะ้ , ขฯัดกฯ ขกั ดอก ขัดขอ ง
ขไฯึ จฯ ขน้ึ ไจย ขึ้นใจ
๑.๓ อักขรพิเศษ ค (ค)
ตารางท่ี ๕๔ อักษรพิเศษ ค (ค)
อกั ษรธรรมลานนา คําอา น ความหมาย
ก็
คํ ก็ กด็ ี
ก็ไม
คฯี ก็ดี คือวา
คลาดคลา
คํฯ ก็บ ครั้นวา
คื¶ฯ ฯ/ คฯ¶ื ฯ คอื วา
คฯ¶ฯคฯ¶ ฯ/ค¶ฯคฯา กา ดกา
คัฯ¶ฯ กันวา
คนฯว¶นฯ คนตฺ ฺวาน (บาล)ี อกั ษรธรรมลานนา ๑๒๙
คฤหถ์ฯ คระหัฏฐ อกั ขรวธิ ีพเิ ศษ อกั ษรพิเศษ อักษรกล
คราวาส
¶ฯว¶ฯ เกง๋ิ กาง ไปแลว
เ ่ิคฯ ¶ฯ คณะ คฤหสั ถ
8ะฯ กะดา ง ฆราวาส
คาฯๆ้ ฯ กวา น กึง่ กลาง
คา้ฯ ฯ คนฺตฺวา (ภาษาบาลี) คณะ
8¢ฯ กระดาง
กวาน
ไปแลว
๑.๔ อักขรพเิ ศษ ฅ (ฅ)
ตารางท่ี ๕๕ อักษรพิเศษ ฅ (ฅ)
อกั ษรธรรมลา นนา คําอา น ความหมาย
คะนงึ
ฅฯง คะนงิ เครือ่ งบนิ
คอยยังชว่ั , ดีข้ึน
เ ่ึฯงบฯิ เครือ่ งบนิ
แฅรฯ หฯ้ ฯ แควนหนอ ย
๑๓๐ อักษรธรรมลานนา
๑.๕ อักขรพเิ ศษ ง (ง)
ตารางที่ ๕๖ อกั ษรพเิ ศษ ง (ง)
อักษรธรรมลานนา คาํ อา น ความหมาย
งุม งาม
ง่มุ งาฯ้ งุมงวา กลับหลงั
งวงงงวย
ง้ฯาฯ งวาย งบี ชัว่ ขณะ
ง่างฯ ิฯ งา วงิด
งิฯงุบงิ ฯ ง่บิ งบุ งบิ
๑.๖ อกั ขรพเิ ศษ จ (จ)
ตารางที่ ๕๗ อกั ษรพิเศษ จ (จ)
อักษรธรรมลานนา คาํ อาน ความหมาย
จักวา จะวา
จ¶ฯั ฯ จกั วา จักมา
จัก
จฯัา จักมา จนั ทา
เจาขา
จั จกั จักรวาล
จ¢ฯ จัน๋ ตา
เจาัฯ เจาขา
จ ว¶ฯ จักรวาล
อักษรธรรมลานนา คําอา น อกั ษรธรรมลานนา ๑๓๑
เดิฯ จระเดิน อกั ขรวิธีพเิ ศษ อกั ษรพิเศษ อกั ษรกล
จฺ ฯรจา เจยี รจา
จฯเั ขฯะ จักเขบ็ ความหมาย
เดนิ ทางไกล
เจรจา
ตะเข็บ,ตะขาบ
๑.๗ อักขรพิเศษ ช (ช)
ตารางที่ ๕๘ อกั ษรพิเศษ ช (ช)
อักษรธรรมลานนา คาํ อาน ความหมาย
ชนะ
ชะฯ /ชน ชนะ ฉะนแี้ ล
ช่ือวา
ช¢ฯ ชะแลนา ไชยฤกษ
ชืน่ ชม
ช¶ืฯ ฯ จื้อวา ชมพูทวปี
ไชฯฤกฯ์ ไชยฤกษ
ชืฯ จนื่ จม
ชมฯทีฯบ ชมพทู วีป
๑๓๒ อกั ษรธรรมลานนา
๑.๘ อักขรพเิ ศษ ซ (ซ)
ตารางท่ี ๕๙ อักษรพิเศษ ซ (ซ)
อักษรธรรมลา นนา คาํ อาน ความหมาย
ซาบ,ซานไป,ซาบซมึ
ซฯาฯ ซลาบ ลบู คลํา
ลาง
ซฯาฯ ซวาม ย่สี บิ
ซฯ้ฯ ซวย
ซาฯ ซาว
๑.๙ อักขรพเิ ศษ ฑ (ฑ)
ตารางท่ี ๖๐ อักษรพเิ ศษ ฑ (ฑ)
อกั ษรธรรมลานนา คําอาน ความหมาย
ดูกร
ดู า ดูการะ/ดกู รา ดรู า
ดหี ลี (ดแี ทเ ทียว)
า ดูรา ดงั น้ี
ดกึ
ดี ฯ ดีหลี ดาวดงึ ส
ดฯงี ดังน้ี ความหมาย
เดิะฯ เด๊ิก
ฑาวดสิ า ดาวดิงสา
อกั ษรธรรมลา นนา คาํ อา น
ดัะฯ ดอก อกั ษรธรรมลา นนา ๑๓๓
ดัฤฯ ด่ังฤา อักขรวิธพี เิ ศษ อกั ษรพิเศษ อกั ษรกล
ดฯัเิฯ ยวฯ ฯ ฯ ดกั ปง เย็นวอย
ดอก
ดั่งฤา
เงยี บเฉียบ
๑.๑๐ อกั ขรพเิ ศษ ต (ต)
ตารางที่ ๖๑ อกั ษรพิเศษ ต (ต)
อักษรธรรมลา นนา คาํ อา น ความหมาย
รแู จง ธรรม
ติ รฯ ตเี ตยี น ตราบเทาท่ี
ตวั ตอตวั แตน
ตีาฯ ตีต๋ า ย ใน...นั้น
กลา วปรชั ญา/ตรสั รู
แตฯ่ ตอแตน ตราบเทาท/่ี ตราบจน
มากมาย (รอยลาน)
ตสฯิ ํ ตสมฺ ึ (ภาษาบาล)ี
ฯา ตรัสผะหญา
าฯตเฯํ ท¶ ฯ ตราบตอเตา
ตื ตื้อ
๑๓๔ อักษรธรรมลา นนา
๑.๑๑ อักขรพเิ ศษ ถ (ถ)
ตารางที่ ๖๒ อักษรพเิ ศษ ถ (ถ)
อกั ษรธรรมลานนา คาํ อาน ความหมาย
ถงึ
เถฯิ เถิง เสียงดงั โถม (เสียงปน,เสียงฟา ผา)
ถนน
โถ้ฯ โถม
ถรฯๆ฿ ถนร
๑.๑๒ อักขรพิเศษ ท (ท)
ตารางท่ี ๖๓ อกั ษรพิเศษ ท (ท)
อักษรธรรมลา นนา คาํ อา น ความหมาย
มาก, ทง้ั หลาย
ทัฯาฯ ท้งั หลาย แทแ ล
ทุกขย าก
แท้ ฯ แทแล, แทแ ละ เทียว
ก็ยอม
ทุ้ ทกุ ทกุ ์ฯ ทกุ ข, ตกุ , ตุกข เน้อื ทราย
ทฺฯว ท่ วฯ เทยี ว, เท่ยี ว
ทฯรย่มฯ เตียนยอม
¶ฯฯ ทราย
๑.๑๓ อกั ขรพเิ ศษ ธ (ธ) อกั ษรธรรมลานนา ๑๓๕
อกั ขรวิธีพิเศษ อกั ษรพเิ ศษ อกั ษรกล
ตารางที่ ๖๔ อกั ษรพิเศษ ธ (ธ)
ความหมาย
อักษรธรรมลานนา คําอาน ทรมาน
ธรรมจกั ร
ธรฯํ มาฯ ธรมาน ธรรมดา
ธมฯจ ก์ฯ ธัมมจกั ก
ธมดฯ า ธัมมดา
๑.๑๔ อกั ขรพเิ ศษ น (น)
ตารางที่ ๖๕ อักษรพิเศษ น (น)
อกั ษรธรรมลานนา คาํ อาน ความหมาย
เนมนิ ทร
เนมิ นฯ เนมินทร เหลาสนาม
หนึง่
¢ฯสฯ฿ม ์ นาฏสนม นพิ พาน
นฯึ น่ึง
นพิ าฯ ฯ นพิ พาน
๑๓๖ อักษรธรรมลานนา
๑.๑๕ อักขรพเิ ศษ นา (¢)
ตารางท่ี ๖๖ อักษรพเิ ศษ นา (¢)
อกั ษรธรรมลา นนา คําอาน ความหมาย
นางฟา
¢ฟฯ า้ นางฟา นาที
นาน้าํ
¢ฯ นาที เนา
¢¢ํ นานํ้า
เ¢่ั เนา
๑.๑๖ อักขรพเิ ศษ บ (บ) (เทา กบั บ ในอกั ษรธรรมลา นนา เทากบั ป ในภาษาบาล)ี
ตารางท่ี ๖๗ อักษรพิเศษ บ (บ)
อกั ษรธรรมลานนา คําอาน ความหมาย
บีฯ บม ี ไมมี
บ่¶ฯ ฯ บม า ไมม า
ฯา ประญา/ผญา (ผะ-หยา) ปญ ญา
บสเ¢ฯ ปสนโฺ น (ภาษาบาลีป ปสนโฺ น
เบª้ าฯ เปดสะหนา ปรศิ นา,ปฤษณา
¶ฯªาฯ ฯ ปราสสจาก ปราศจาก
อักษรธรรมลา นนา คาํ อา น อกั ษรธรรมลานนา ๑๓๗
อักขรวิธีพิเศษ อักษรพิเศษ อกั ษรกล
บ่£า่ ชฯ บอ ยาชะแล
ความหมาย
บลกฯ¸ าฯ บัลลงั การ เชน นั้นแล
บลั ลังก
หฯา ฯ ผะหมาด ประมาท ,ละเลย
บอก
บัฯะ บฯก บฯกั บอก ปฏสิ นธิ
เปรยี บเทียบ
บฏสิ นฯิ ปฏสิ นธิ
บฯ ทฯม เผยี บเตยี ม
๑.๑๗ อักขรพิเศษ ป (ป) (เทากับ ป ในอักษรธรรมลานนาและภาษาไทยมาตรฐาน
ไมใ ชเขียนภาษาบาลี)
ตารางท่ี ๖๘ อักษรพเิ ศษ ป (ป)
อักษรธรรมลานนา คําอา น ความหมาย
เปฯ ฯว เปนเปย ว เปน เปลียว (ลักษณะไฟรกุ โหม)
เปฯะปกฯ เปยะเปยก เปยกนา้ํ
เปเฯ พรืฯ กฯั เปนเปอนกัน๋ เปนเพ่อื นกัน
ปฯ฿งปฯ่ ฯ ปลงปลอ ย ปลอ ยวาง
ป,ฯ ปตู ปะตู ประตู
๑๓๘ อกั ษรธรรมลา นนา
๑.๑๘ อักขรพเิ ศษ ผ (ผ)
ตารางท่ี ๖๙ อักษรพิเศษ ผ (ผ)
อักษรธรรมลา นนา คําอาน ความหมาย
หากวา
ผ¶ิฯ ฯ ผิวา ร่ัวซมึ
ข้ีเหร
ผิฯ ผิ่ว มโี ชค (เหมอื นผมี าโปรด)
ผารฯ า้ ฯ/ฮ้าฯ ผางราย, ผา งฮา ย
ผโี ผฯ฿ ผโี ผด
๑.๑๙ อกั ขรพิเศษ พ (พ) (พ, ป อกั ษรต่าํ คูและอกั ษรกลาง)
ตารางท่ี ๗๐ อักษรพเิ ศษ พ (พ)
อักษรธรรมลานนา คาํ อา น ความหมาย
ไพฯา ไปมา ไปมา
ฯะ / ฯะ เพราะ เพราะ
พฯๆงี ฯ ปน อ ง พี่นอง
พะฯั ปอก กลบั
ห฿ ์ฯ พรหม พรหม
ไพาๆ ฯห้ฯา ไปปายหนา ไปภายหนา
อกั ษรธรรมลานนา ๑๓๙
อกั ขรวิธพี เิ ศษ อกั ษรพเิ ศษ อักษรกล
อักษรธรรมลานนา คําอา น ความหมาย
พิมฯา ปมปา พิมพา
เพฯะ พธุ ์
พ่าหฯ ่าฯ ฯ เปงปุด ขนึ้ 15 ค่าํ วันพธุ
ก นี ปา ยหยาน, พายหยา น กลวั , พา ยแพ
เพาฯ /โพธิ
พรูกน,ี้ พูกนี้ พรุง นี้
จ้ิ
โพธิ โพธิ
พระเจา พระพุทธเจา
จ๋ ้ พระเจา พระพุทธเจา
ไพฯา ไปหา ไปหา
๑.๒๐ อกั ขรพเิ ศษ ฟ (ฟ) ความหมาย
ตารางท่ี ๗๑ อักษรพเิ ศษ ฟ (ฟ) รีบรอ น
เจรจา
อักษรธรรมลานนา คาํ อาน ฟางขาว
ฟฟฯั า้ ฯ ฟงฟา ว
ฟอู่ ู้ ฟูอู
เฟงฯ เฟอ ง
๑๔๐ อกั ษรธรรมลานนา
๑.๒๑ อกั ขรพเิ ศษ ภ (ภ)
ตารางท่ี ๗๒ อกั ษรพเิ ศษ ภ (ภ)
อกั ษรธรรมลานนา คําอา น ความหมาย
งาม , เจริญ
ภ ภัทร (พดั -ทรฺ ะ) ภิกษสุ งฆ
ภิกฯสง฿ ์ฯ ภกิ ษสุ งฆ
๑.๒๒ อักขรพิเศษ ม (ม)
ตารางท่ี ๗๓ อักษรพเิ ศษ ม (ม)
อักษรธรรมลา นนา คาํ อาน ความหมาย
เทา ใด ประมาณ
มะฯั มอก เมา
มทั รี
ม๋/มัิ เมา ทําลาย
มกั
ม มัทรี มักวา
ตาย, สน้ิ แลว
มาฯ้ ฯ มลา ง/มา ง (มะ-ลาง) มือไว
มั มัก
ม¶ฯั ฯ มักวา
ม้ ฯร เมย้ี น
มืมํ ่ฯ มมี อ
อักษรธรรมลานนา คาํ อา น อกั ษรธรรมลานนา ๑๔๑
มฯ฿ท ฿ฯ มนทล/มนตล อักขรวธิ พี ิเศษ อักษรพิเศษ อกั ษรกล
มั¸คฯ มังกะ ละ
มยํฯ มยหฺ ํ ความหมาย
มณฑล
มงคล
ของฉนั (ภาษาบาล)ี
๑.๒๓ อกั ขรพิเศษ ย (ย)
ตารางที่ ๗๔ อกั ษรพเิ ศษ ย (ย)
อักษรธรรมลา นนา คําอา น ความหมาย
ทํางาน
เยฯะกาฯ เยยี ะการ
ดขี ึ้น , คอยยังชัว่
ยัฯแฅรฯ ยงั แควน
เพราะทาน (ไดหยอ นเปน=ได
ห้ ฯรเพฯิ หยอ นเปน เพราะเขา,ทาน)
ปศาจ
เยฯ เยน (ออกเสยี งขึ้นจมกู )
ยักฯ์เยฯ ยักษเ ยน ยกั ษ, ปศาจ
๑๔๒ อกั ษรธรรมลา นนา
๑.๒๔ อักขรพิเศษ ร (ร)
ตารางที่ ๗๕ อักษรพิเศษ ร (ร)
อักษรธรรมลา นนา คําอา น ความหมาย
ราํ พงึ , รําพนั
ราํ เพฯิ รา่ํ เปง อนั วา
ฤา
รื อนั วา ฤาวา
รฤ รอื , ฤา เรยี น
รฤว¶ ฯ ฤาวา
รฯ เรยี น
๑.๒๕ อักขรพเิ ศษ อย (£)
ตารางที่ ๗๖ อกั ษรพิเศษ อย (£)
อกั ษรธรรมลา นนา คําอา น ความหมาย
เรยี งราย
£าฯ อยาย เย็น
ยอง/วางไวขา งบน
เ£ฯ เอยน อยา
อยู
£ฯง อยอง
£า่ อยา
£่ อยู
อักษรธรรมลานนา คาํ อา น อกั ษรธรรมลานนา ๑๔๓
อกั ขรวธิ พี เิ ศษ อักษรพเิ ศษ อกั ษรกล
£า่ ฯ อยาง
ความหมาย
£าฯ อยาก อยา ง
อยาก
๑.๒๖ อักขรพิเศษ ฤ (ฤ)
ตารางท่ี ๗๗ อกั ษรพเิ ศษ ฤ (ฤ)
อักษรธรรมลา นนา คาํ อาน ความหมาย
ฤกษ
รฤกฯ์ ฤกษ ฤา
ตกแตง
ฦ/รฦ ฤๅ รศั มี
ลอื ชา
ริสฯา ริด-สะ-หนา ปรศิ นา
ราศี
รัสฯ/ี รªฯี รสั มี
รฤชา ฤๅชา
ริªาฯ ริศนา
รีฯา ราศี
๑๔๔ อักษรธรรมลา นนา
๑.๒๗ อักขรพเิ ศษ ล (ล)
ตารางที่ ๗๘ อักษรพเิ ศษ ล (ล)
อักษรธรรมลา นนา คาํ อาน ความหมาย
ลกู
ลู้ ลูก ปูลาด
โลหกมุ ภีนรก
ลฯ¶ฯ ลวาด ลทั ธิพยากรณ
เลน
เล¶ฯหกุมฯนี ร฿ฯ โลหกมุ ภนี รก ลักษณะ
ลทิพฯ ฯากรฯ ณ์ ลทั ธิพยากร ณ
เหฯร้ เหลน
ลกั ณฯ ลกั ษณะ
๑.๒๘ อกั ขรพิเศษ ว (ว)
ตารางท่ี ๗๙ อักษรพเิ ศษ ว (ว)
อกั ษรธรรมลานนา คาํ อา น ความหมาย
วัฯ¶ฯ วัดวา วัดวา
เวิฯๆ วเิ วก วิเวก
ว¶ฯªๆาฯ วาสนา วาสนา
เวทาๆฯ เวทนา เวทนา
อักษรธรรมลานนา คําอาน อกั ษรธรรมลานนา ๑๔๕
วกฯ เวยี ก อักขรวิธพี ิเศษ อกั ษรพเิ ศษ อกั ษรกล
วงฯ เวยี ง
ความหมาย
งาน
เวยี ง
๑.๒๙ อักขรพิเศษ ส (ส)
ตารางที่ ๘๐ อักษรพเิ ศษ ส (ส)
อักษรธรรมลา นนา คําอาน ความหมาย
สนกุ
สฯๆก สนกุ สนาน
สหาย
สฯๆาฯ สนาน เสมอ
เสนา
สาๆฯ ฯ สหาย สนาม
ใสน้ํา
เสฯิ เสมอ สามจาํ นวน
สยอง
เสฯาๆ เสนา จดจาํ
สาฯ ฯ สนาม
ไสาํฯ้ ใสน ํา้
สสส สามจํานวน
สๆ ฯง สยอง
สาํฯ สะหนาํ
๑๔๖ อักษรธรรมลานนา
อกั ษรธรรมลา นนา คาํ อาน ความหมาย
เสฯะิ เสิก ศกึ
สมาฯ ฯ สมปาน สมดงั่ นกึ
ส฿เญฯยฯ,สเ฿ ญฯฯ สัญชยั สัญชัย
สรมณ สมณะ
฿ม์ฯ เสวย เสวย
เสๆฯิ ฯ เสดาะเคราะห เสดาะเคราะห
สโดฯะ ะฯ เสมอื น เสมอื น
เสฯรื สวรรค สวรรค
สรฯๆั /สรฯั ์ฯ สพั พัญู สพั พญั ู
สพ¡ฯ สงสาร สงสาร
ส฿ฯาๆ ฯ สะหลี ศรี-มงคล
สี ฯ สระเด็จ เสดจ็
สะหยบุ ทาว ลมเปนลม,ลม ลง
เดฯั สวัสดี
สฯบ ท¶ฯ ศร,ี สะหลี
เศรษฐี
สัฯªฯ สวัสสะดี
สะหลี,สรี
เสฐฯี เสฏฐี
อักษรธรรมลา นนา คําอาน อักษรธรรมลา นนา ๑๔๗
อักขรวธิ พี เิ ศษ อักษรพิเศษ อักษรกล
เสจฯั สเดฯ สะเด็จ
ความหมาย
ส ตู สตั รู,สตั ถู เสด็จ
ศตั รู
๑.๓๐ อักขรพิเศษ ห (ห)
ตารางที่ ๘๑ อกั ษรพิเศษ ห (ห)
อักษรธรรมลา นนา คาํ อา น ความหมาย
หาก
หาั หาก หากวา
เหา
ห¶ ฯ หากวา หมิ พานต
นอ ย
ห,ัิ ห๋ เหา ใสวาววับ
เก็บสะสม
หมิ ฯาน์ฯ หมิ ปานต จับ, คลํา
เหมน็
ห้ฯฯ หนอ ย เก็บไว,เก็บพบั ซอนไวอยา งดี
เหืฯม เหลือ้ ม
หฯมหั บฯ /มฯ หั ฯบ ฮอมหยบั
หฯบ หยบุ
เหรฯ ะ เหม็น
หฯดฯ เหมียด
๑๔๘ อกั ษรธรรมลา นนา
อักษรธรรมลา นนา คําอาน ความหมาย
ลม
หฯ้ม หลม กลับหลงั , กลับลํา
ยอ ๆ
ห้¶ฯ ฯ ฯ,หาฯ้ ฯ หวาย
ห่ๆฯฯ หยอ ๆ
๑.๓๑ อักขรพิเศษ อ (อ)
ตารางท่ี ๘๒ อักษรพเิ ศษ อ (อ)
อกั ษรธรรมลานนา คาํ อาน ความหมาย
อนั ตราย
อ฿ ¢ฯฯ อนตราย อศั จรรย
อรหนั ต
อªฯร้ /อªจัฯ อัสสจรั , อสั สจัน ผูหญิง
อัญเชญิ
อรห¢ฯ อรหันตา อะไร
อาศัย
อิตฯี อิตถี อนิ ทรีย,รางกาย
อังคาร
อัเชิ อญั เจิญ
อ£ฯั อะหยงั
อา อาสะไหล
± นฯี ฯ์ อินทรยี
อค¸ ¶ฯ องั คาร
อกั ษรธรรมลา นนา คาํ อา น อกั ษรธรรมลา นนา ๑๔๙
อักขรวิธพี เิ ศษ อกั ษรพิเศษ อกั ษรกล
อารา¢ฯ อาราธนา
ความหมาย
อาชา อาชญา อาราธนา
´า เอา อาชญา
เอา
๑.๓๒ อกั ขรพเิ ศษ ฮ (ฮ)
ตารางท่ี ๘๓ อักษรพเิ ศษ ฮ (ฮ)
อักษรธรรมลานนา คาํ อาน ความหมาย
หา, เรมิ่
ฮิ ฮิ พลาด , หวิด
เฮย
ฮาฯ ฮาด รอ ง
เฮย
เฮฺฯ / ฝ / เฝ เฮย
ฮฯม่ ฮอม
เ£ ฯ เฮย
๑๕๐ อกั ษรธรรมลา นนา
๑.๓๓ อักษรพเิ ศษหมวดเบด็ เตล็ด
ตารางที่ ๘๔ อกั ษรพเิ ศษ หมวดเบด็ เตลด็
อักษรธรรมลา นนา คําอา น ความหมาย
เงนิ ทอง
ฯั เงนิ คํา สามที
แหง
3ฯ สามที ขา ง
เวยี ง
ญง แหง เวยี งถูกตแี ตก
ชาง
เวยี ง
เวยี งหวาก
๒. อกั ขรวิธพี ิเศษในเอกสารโบราณ (อกั ขรวธิ ีพเิ ศษเพม่ิ เตมิ )
เรณู วิชาศิลป (๒๕๖๔) ไดรวบรวมอักขรวิธีพิเศษในเอกสารโบราณของไทยอกี จาํ นวน
หนงึ่ ซงึ่ ไดเ ปรยี บเทียบความพเิ ศษของอักขรวิธีพเิ ศษ และเกณฑปกติไว ผเู ขยี นคดั สรรมาเฉพาะ
คาํ ทีไ่ มซ้ํากบั อักขรวธิ พี เิ ศษหรือคํายากขา งตน ดงั น้ี
อักษรธรรมลานนา ๑๕๑
อักขรวธิ ีพิเศษ อักษรพิเศษ อกั ษรกล
ตารางที่ ๘๕ ตารางแสดงอกั ขรวิธีพเิ ศษในเอกสารโบราณ
อักขรวธิ พี เิ ศษ รูปถายทอด อกั ขรวธิ ี รปู อกั ษรไทย ความหมาย
ปกติ
แท้ฯง แทยง ท่ ฯงแท้ เท่ียงแท เทย่ี งแท
ยาฯ฿ ฯ ย-ว าน ยฯย฿ าฯ ย่วั ยาน ยวดยาน
หาื ห้าื หหื า หือ้ หา ใหห า
สฯา฿ ฯ สังาน สส฿ฯ าฯ สงสาร การเวียนวายตายเกิด
เหัฯาฯ เหลูาบ เหั าฯ หล้ฯ าฯ เหลาหลลู าบ เหลา หลู ลาบ
เสั งฯ เสัยง เสฯส้ฯง เสยี เส้ยี ง ทั้งหมด
ตฯี ตถี ติถี ติถี ดถิ ี
สสฯรั ๆฯ สสงั้ รๆอ สฯสั ฯร สงั่ สอน สง่ั สอน
ไพ้ฯาฯ ไพงาย ไพพาฯงาฯ ไพพายงาย ไปถึงเวลาเชา
โยาฯิ โยธิ า โยธิฯา โยธยิ า อยุธยา
เมฯัา฿ เมม า ม฿ฯเมัา มวั เมา มวั เมา
ติ ฯร ตๆิ ยร ตติ รฯ ตเิ ตียน ติเตยี น
โย¶ฯ ฯ โยธา โยธ¶ฯ โยธา โยธา
ไพฯๆ ไพๆสู ไพสู่ ไพสู ไปสู
๑๕๒ อักษรธรรมลานนา
อกั ขรวธิ พี เิ ศษ รปู ถา ยทอด อกั ขรวิธี รูปอกั ษรไทย ความหมาย
ปกติ
ไสาฯํ ใสนํา ไส¢ํ ใสน ํ้า ใสน้ํา
ราสี ราศี
รีาฯ รีศา ราสี หลอ (กริยา) หลอ
แมร ะมงิ แมน าํ้ ปง
ห฿ฯ หลั ห฿ํ ฯ จงิ เทยี่ งดาย จึงมน่ั คงแทจริง
แลเหลียว แลเหลยี ว
แมรมิ ํ แมรมิ ํ แม่รมฯิ เรว็ เรว็
พทุ ธเจา พระพุทธเจา
จิฯทดฯํ าฯ จิงทยฺ ํดาย จทฯิ งฯ ดาฯ พรเจา พระพทุ ธเจา
ดีหลี ดีมาก
¦หฯ ํฯ แลหลฺยํ แลหฯวฯ นิ น้ี
เสมอ เหมอื น ดงั
รฯ ํ รฺยํ เรัฯ ชื่ ชื่อ
ทา วกนื า ทาวกอื นา
พทุ จฯ ิุ้ พทุ ธจิ พุทฯเ จัา ดงั รื เหตใุ ด (ดังฤา)
ภจุ ภจู เจาั
ดฤหฯี ดีหลี ดหี ีฯ
นฤ นิ นิ
เสฤฯ เสมิ เสฯิ
ชฤ ชื ชื
ท¶ฯ กฯ ฤ¢ ทาวกื นา ทา้ กฯ ¢ื
ดัรฯ ฤ ดังรื ดัฯรื
อักษรธรรมลา นนา ๑๕๓
อกั ขรวธิ ีพเิ ศษ อกั ษรพิเศษ อักษรกล
อักขรวิธีพเิ ศษ รูปถา ยทอด อกั ขรวิธี รปู อักษรไทย ความหมาย
ปกติ
£ฤน์ อยนื £ฯึ อฺยืน ยืน
หนังสื
หฯสั ฤ หนังสื หฯงั สื เริกฟา หนังสอื
รกั
เรฤฟ้า เรกื ฟา เรฯฟิ ้า ลกั ฤกษฟา
ปลูกแปลง รัก
รั, รัร ,รัร ร,ั รรั ,รร้ั รัฯ ใดได
ลัก ขโมย
ร้ฯ รลฺ ั ลฯั ตาํ นานนา น
รูวา อนั้ ปลกู สรา ง
ปะุ แ้ ปฯ ปะู แปง ปกฯ แปฯง
เทอะรา เชน ในประโยควา ผใู ด
ใดๆ ใด ๆ ใดได้ ดเี ทอะรา ไดเ ลาไดอ านกด็ ี
ตาํ ฯ ตาํ นา น ตํา¢ฯ ฯ ตาํ นานนาน
หุหร้่ฯ หหุ ว่รั ร้วู ¶ฯอัฯ หรอื วา จะเปน อยางนนั้
กระมงั
¶ฯ ทรา เทิฯะรา เถดิ นะ
ดี ¶ฯ ดีทรา ดีเทฯะิ รา
ว.ดมี าก ดแี ท ดแี ลว
๑๕๔ อักษรธรรมลา นนา
๓. อักษรพิเศษ (อธบิ ายเพิม่ เตมิ )
อักษรพิเศษในอักษรธรรมลานนา หมายถึง อักษรที่ผิดแผกจากกลุม อักษรอื่น
โดยเฉพาะถา เปรียบเทียบกับอกั ษรไทยมาตรฐาน คอื แทนทีจ่ ะเปนอกั ษรธรรมดา เชน ก คอื ก ข
คือ ข แตอักษรที่จะกลาวตอไปน้ี ไมเปนเชนนั้น จะมีลักษณะพิเศษเฉพาะ ในท่ีน้ี จะเรียกวา
อกั ษรพเิ ศษ ดงั ตวั อยาง
๑) ª สะสองหอง อักษรนี้แทนที่จะเขียน เปน สส (สส) แตปรากฏรูปเปน สฺส
ใชในภาษาบาลี (แทน สสฺ ) เชน
ผเªา ผสโฺ ส
ตª ตสฺส
สพฯบ ¶ฯบª สพฺพปาปสฺส
มนุเªา มนสุ โฺ ส
µหบิ ªเิ กา เอหปิ สฺสโิ ก
๒) ¢ นา ตวั นแ้ี ทนทจี่ ะเขียนเปน นา (น+า) แตปรากฏรปู เปน ¢ สนั นิษฐานวา
นาจะไดรับอิทธิพลจากอักษรขอมในการเขียนคําวา นา ( ) )ซึ่งอักษร น กับสระ -า เขียน
ติดกนั ในอกั ษรธรรมลานนาจงึ ไมใ ช นา แตจะใช ¢ แทน ดังนี้
ฯ นา
¢ํ นาํ้ (แทนทีจ่ ะเปน นํา)
¢ นา
สค¸ ¶ฯ ¢ฯ สงั คายนา
รฯ ฯั นารกั
อักษรธรรมลา นนา ๑๕๕
อักขรวิธีพเิ ศษ อักษรพเิ ศษ อกั ษรกล
¢ฯหาฯ้ นายหนา
¢ย฿ฯ นายก
สุบฏบิ เ¢ฯ สุปฏปิ นฺโน
¢คราฯ นาคราช
¢สๆ ว·¶ฯ นานาสงั วาส
¢สฯ าฯ นางสาว
¢พํ า นาํ พา
¢ฯก ฯร นามกร (นาม-มะ-กอ น)
วเฯั ¢ั่ วนั เนา
ตาํ ¢คฯ ¶ ฯ ตํานานคาว
๓) ¦ แล และ
¦ (แล และ) หากตามธรรมดาจะเขยี นเปน และ ตวั น้ี แตกลับมีอักษรพิเศษเปน ¦
ทั้งนี้นักปราชญส ันนิษฐานวา ตัวพิเศษท้ังหลายคงตองการประหยัดพื้นที่ในการเขียนบนใบลาน
ซึ่งจะมีพื้นทจี่ ํากดั ตวั ¦ สามารถนาํ อักษรอน่ื มาผสมเขาไดอ ีกดว ย
ตัวอยางการใช
¦ฯ อานวา แลว
¦เณฯ อานวา พระและเณร
¦าฯ อา นวา แลนา
๑๕๖ อักษรธรรมลานนา
ดฯนั ี¦ อา นวา ดงั นแ้ี ล
ขอสังเกต การใช ฯแล แมผสมกับ ว เปน ¦ อานวา แลว โดยไมตองใสไมโทถือวา
เปน คาํ พิเศษ ซ่งึ ผศู กึ ษาตองสงั เกตอยตู ลอดเพราะไมเหมอื นกบั อักษรไทยมาตรฐาน ท่ีไดร ับการ
แกไ ขจนคงทไี่ ดมาตรฐานแลว
๔) รื อันวา
รี ริ อักษรพิเศษน้ีไมมีเคร่ืองหมายใดๆ ท่ีจะบงบอกวาจะอานเปน อันวา แตนาจะ
อานเปน รือ หรือ รึ รี ริ (อันวา) สวนใหญจะใชนําหนาการเทศน หรือการทําขวัญตางๆ
เชน
รี แม่เผฯิ¦แมฺฯภู่ อันวา แมเ ผ้งิ และแมงภู
รี พุทเฯ จาั ต฿ฯ เสิฯ อนั วาพระพุทธเจา ตนประเสริฐ
รี ศาฑา อันวา พระศาสดา
๕) ´า เอา
´า เกิดจากการผสมระหวาง ´ อู และ า อา = ´า อานวา เอาใชเขียน
คําลา นนาเทา นั้น แทนท่จี ะเขยี นเปน เอา ดังตวั อยา ง
´า ธม์มฯ าบฏบิ ฯั เอาพระธรรมมาปฏบิ ัติ
´าสติมาไส่ จ เอาสติมาใสใจ
๖) ส ส
ส คือ ส เสือ ในอักษรธรรมลานนา แตนิยมใชเขียนแทน ศ (ศ) และ ษ (ษ)
ในภาษาสันสกฤต เชน กุศล แทนท่ีจะเขียนเปน กุศ฿ฯ แตเขียนเปน กุส฿ฯ ศรี แทนที่จะเปน
ศ แตเขียนเปน ศัตรู แทนท่ีจะเขียนเปน ศ แตเขียนเปน ภาษา แทนท่ีจะเปน
อกั ษรธรรมลานนา ๑๕๗
อักขรวธิ พี ิเศษ อกั ษรพิเศษ อักษรกล
ภาษา แตเขียนเปน ภาสา เปนตน อีกอยางตัวสะกดท่เี ปน ศ ษ สวนใหญก็จะนิยมใช ส
อีกเชน กัน เชน อสั ฯรั (อัศจรรย) เปน ตน
๗) - ระวง ระโฮง
- ระวง หรือ ระโฮง เปนอักษรที่มีความพิเศษกวาเครื่องหมาย ร กล้ําคือใช
เปลี่ยนแปลงเสยี งพยัญชนะได ดงั น้ี
ก. ควบกลํ้าพยัญชนะท่ี ๑ ออกเสยี งเปนตัวที่ ๒ ของวรรค เชน
กร ออกเสยี งเปน ขข
าฯ กราบ ออกเสยี งเปน ขาฯ ขาบ
ตร ออกเสียงเปน ถ
าฯ ตร ออกเสยี งเปน ถาฯ ถาบ
สตั รู ออกเสียงเปน ถู สตั ถู
ปร ออกเสียงเปน ผ
ปร ออกเสียงเปน ผผ
¶ฯ ปราบ ออกเสยี งเปน ผาฯ ผาบ
บฯ เปรียบ ออกเสียงเปน ผบฯ เผยี บ
๑๕๘ อกั ษรธรรมลานนา
ข. ควบกล้าํ พยญั ชนะที่ ๓ ออกเสยี งเปน ตัวท่ี ๔ ของวรรค เชน
(พร) ออกเสยี งเปน ภ (ภ)
พุทเฯฺ จาั (พระพุทธเจา ) ออกเสียงเปน ภพทุ ฯเจาั (ภะพุทธเจา )
*หมายเหตุ ตามแบบอกั ขรวธิ ีลา นนากําหนดไววา กร เปน ข / คร เปน ฅ / ค ตร เปน
ถ / พร เปน ภ / ปร เปน ผ ซง่ึ สงิ ฆะ วรรณสัย (๒๕๑๘) อธิบายถงึ เกณฑก ารใช - (ระวง
/ระโฮง) เพมิ่ เติมสรปุ ไดดังนี้
๑. -วฯ฿ ซอ นหนาพยญั ชนะที่ ๑ วรรค ใหอ อกเสยี งเปนตัวท่ี ๒
๒. -ว฿ฯ ซอนหนา พยัญชนะท่ี ๓ วรรค ใหอ อกเสียงเปน ตัวที่ ๔
๓. -ว฿ฯ ซอ นหนาพยญั ชนะที่ ๒-๔ วรรค ใหอ อกเสยี งท้งั ๒ เสียง
ตารางพยญั ชนะวรรคในภาษาบาลี (เพอ่ื ประกอบการอานตามกฎขา งตน)
แถว ๑ แถว ๒ แถว ๓ แถว ๔ แถว ๕
วรรค กะ ก ข ค ฆ ง
วรรค จะ จ ฉ ช ฌ ญ
วรรค ฏะ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
วรรค ตะ ต ถ ท ธ น
วรรค ปะ บ ผ พ ภ ม
อักษรธรรมลา นนา ๑๕๙
อกั ขรวิธีพเิ ศษ อกั ษรพเิ ศษ อักษรกล
ตวั อยา ง
ฯ ๑. -ว฿ฯ ซอนหนาพยญั ชนะที่ ๑ วรรค ใหออกเสยี งเปน ตวั ที่ ๒
ตารางท่ี ๘๖ ตาราง -ว฿ฯ ซอ นหนาพยัญชนะท่ี ๑
อกั ษรธรรมลานนา อักษรไทยมาตรฐาน คาํ อาน ความหมาย
กราบ ขาบ กราบไหว
าฯ ปราสาท ผาสาท ปราสาท
าสาฯ ตริ ถิ ดําริ
ปราํ ผําม,ผาม ปรํา
¶ํ ฯ ปราบ ผาบ ปราบ
าฯ ประกาย ผะกาย ประกาย
กาฯ
ฯ ๒. -ว฿ฯ ซอ นหนาพยญั ชนะท่ี ๓ วรรค ใหออกเสียงเปนตัวที่ ๔
ตารางที่ ๘๗ ตาราง -วฯ฿ ซอนหนาพยัญชนะท่ี ๓
อกั ษรธรรมลา นนา อกั ษรไทยมาตรฐาน คาํ อาน ความหมาย
ครัว ฆวั ครัว,สิ่งของ
ค฿ฯ ครู ฆู ครู
มทั รี มะธี พระนางมทั รี
พรา ภา มดี พรา
ม ท ทรง ธง ทรง,ดาํ รง
พา้ พราน ภาน พราน
ท฿ฯ
พาฯ
๑๖๐ อักษรธรรมลานนา
๓. -ว฿ฯ ซอ นหนา พยัญชนะท่ี ๒ และ๔ วรรค ใหออกทงั้ ๒ เสียง
ตารางท่ี ๘๘ ตาราง -วฯ฿ ซอ นหนา พยัญชนะท่ี ๒ และ ๔
อกั ษรธรรมลานนา อักษรไทยมาตรฐาน คําอา น ความหมาย
ขรขุ ระ ขรุขระ พื้นไมเรียบ,ขรขุ ระ
ข ขะ ถริ ถะหริ แกลง ทาํ ,มายา
ถ ธรง ธะรง ธาํ รง
ธ฿ฯ ถรอง ถะหรอง กรอง,กรองน้าํ ใหใส
ถฯง์ ธรอ ธะรอ เคร่ืองสีคลา ยซออู
ธํฯ เฉรมิ ฉะเหริม เสรมิ
เ ฉิฯ
ในปจจุบันบางศัพทอาจจะไมอานตามเกณฑขางตน เพราะอิทธิพลของภาษาไทย
มาตรฐาน เชนคําวา าฯ ซ่ึงตามหลักตองอานวา ขาบ (กราบไหว) ผูเขียนแมอายุมากแลว
ยังไมเคยใชคําวา ขาบ เลย แตอยางไรกด็ ี หลักเกณฑเดมิ ผศู ึกษาควรเรียนรูไ ว เพื่อใหร ูวา เกณฑ
เดิมโบราณในสมยั น้นั อา นวาอยา งไร
ลักษณะพิเศษดังท่ีไดกลาวมา ทั้งอักขรวิธีพิเศษและอักษรพิเศษ พบไดนอยมาก
ในภาษาไทยมาตรฐาน แตในอักษรธรรมลานนาพบมากมาย สาเหตุหน่ึง อาจเปนเพราะวา
ยังไมมีการตกลงสังคายนาการใชอยางแนนอน ถึงแมวาจะทําการตกลงกันไดในตอนน้ี
แตลักษณะพิเศษเหลาน้ี ก็จะยังมีอยูในคัมภีรเกาอยูดี อีกนัยหนึ่งเพราะอักษรธรรมลานนา
ในปจจุบนั ยังไมเปนท่ีแพรหลายและนิยมใช กันทั่วไป แมจะมีการตกลงก็อาจจะลืมเลอื นกันได
ในภายหลัง หากไมมีการสืบตอ หรือมีการใชอยางเปนทางการ ผูเขียนคิดวา คําวาเขียนแบบ
เชียงใหมนิยม ลําพูนนิยม ลําปางนิยม ก็ยังจะมีใหเห็นกนั ตอไปไมส้ินสุด และควรจะยึดไวตาม
โบราณนิยม
อักษรธรรมลา นนา ๑๖๑
อกั ขรวธิ ีพิเศษ อักษรพเิ ศษ อกั ษรกล
๔. อกั ษรกล
กลอักษร คือ การจารจารึกหรือเขียนท่ีแตกตางไปจากอักขรวิธีเดิมที่มีอยู เสมือนเปน
การสรา งรหสั ในหมูห รือคณะใดคณะหนึ่ง เพ่ือใชในยามวิกฤติการณ ทางการเมอื ง เชน ในภาวะ
สงคราม ซ่งึ ลานนาในสมัยหนง่ึ ปกครองโดยรัฐบาลพมา จาํ เปน ตองมกี ารสอ่ื สารท่ปี ด บังซอ นเรน
ความจริง เพื่อปองกันภัย กลอักษรท่สี รา งขึ้นมาเพ่อื เลยี่ งอนั ตรายดังกลา ว อีกนัยหน่ึง อาจเปน
เพราะวาอักษรธรรมลานนานั้น มีลักษณะใกลเคียงกับอักษรพมาเปนอยางมาก (อักษรธรรม
ลานนากับอักษรพมาสันนิษฐานวานาจะมาจากแหลงเดียวกัน บางก็เขาใจกันวา อักษรธรรม
ลานนาพฒั นามาจากอกั ษรมอญ-พมา )
ลมูล จนั ทนหอม (๒๕๔๒, หนา ๗๙) แบง อกั ษรกล ออกเปน ๔ กลุม ดงั นี้
๑. อกั ษรเสียบ
๒. อักษรแบบกุงนอนเฟย
๓. อักษรรหสั ตัวเลข
๔. การปรับเขยี นอกั ษรบางตวั และการเขียนแบบประหยดั
การแบงดังกลาวลวนแตเปนรหัสทางตัวอักษรทั้งสิ้น ตามกฎเกณฑทางอักขรวิธี
ไมมีการเขยี นแบบดงั ทจ่ี ะกลา วตอจากน้ีเลย สนัน่ ธรรมธิ (๒๕๔๓, หนา ข) ตั้งชอื่ อักษรกลเหลา นี้
วา อักษรพิเศษในภาษาลานนา และมองเห็นวา ระบบ การเขียนแบบพิสดารน้ี มีหลักเกณฑ
ท่ีคอนขางแนนอน และนิยมเขียนกันมากในคัมภีรโ บราณ มีอยู ๓ ประเภท สอดคลองกบั เกณฑ
ของลมลู จันทนห อม ดังน้ี
๑. การใชต ัวเลขแทนตวั อักษร
๒. ตัวเสียบ
๓. กุงนอนเฟย
๑๖๒ อกั ษรธรรมลา นนา
อยางไรกด็ ี แมจะมกี ลอกั ษรหรืออักษรกลเกิดข้นึ แตก็ใชว า กฎเกณฑต า งๆ จะเหมอื นกัน
ท้ังอาณาจกั รลา นนา ยงั มีขอ แตกตา งกนั ออกไปอกี มากมาย โดยรายละเอยี ด เพราะวา ในสมัยนน้ั
การสื่อสารและคมนาคมยังไมส ะดวก เหมือนปจ จุบนั กอปรกับภัยสงครามท่เี กิดขึ้นในขณะนั้น
เปนอุปสรรคในการตดิ ตอ กนั การปองกนั ภยั สงครามโดยการตั้งกลอกั ษรกลจงึ่ แตกตางกันออกไป
ณ ทีน่ ้ี จะยึดตามหลักของสนัน่ ธรรมธิ (๒๕๓๔) และ ลมลู จันทนหอม (๒๕๔๒) ดังน้ี
๑) อักษรเสียบ (ตวั เสยี บหรอื ตวั ตาง)
อักษรเสียบ คือ ตัวท่ีมีลักษณะ / หรือ // ลักษณะเหมือนไมเสียบ หรือตะเกียบ
เพือ่ แสดงเปนเครือ่ งหมายใหร วู า อยา อานอยา งท่เี ขยี น เพราะไมไดต รงตวั บางทีเรยี กวา ตัวตาง
คําวา ตาง คือ ตาง ในภาษาลานนา แปลวา แทน คือ ลักษณะน้ีตองการใชตัวเสียบแทนอกั ษร
อีกตัวหน่ึงน่ันเอง ซึ่งมีกฎเกณฑต้ังเอาไวกอนหนาน้ันแลว ตัวเสียบ / ตัวตางนี้ จะตองมี
การตกลงกนั ไวแ ลววา จะอา นอยา งไร ใชไมเ สยี บแทนตัวอะไร ซ่งึ กถา (คลา ยรหัส) มหี ลายสาํ นัก
ที่คิดมาใช และสมมตุ กิ นั ข้นึ มาใชเพื่อความปลอดภัยทางการเมอื ง หรอื ภยั สงคราม ดังไดกลา วไว
แลว
คนลําปางจะอานตัวเสยี บของคนเชียงใหมไมได หรือรหัสของเมืองเชียงใหมกับอําเภอ
ฮอด อาจจะไมเ หมอื นกนั เปน ตน (ลมลู จนั ทนห อม, หนา ๘๐) ในอาณาจกั รลา นนาไมไ ดม ีเน้อื ที่
แคบพอจะเขา ใจกนั ไดห มดในสมยั นั้น ซึ่งมีการคมนามทีไ่ มส ะดวกเหมือนสมัยปจจบุ นั ท้งั ยงั ไมได
สังคายนาตกลงระเบียบกฎเกณฑรวมกันกอนดวย อักษรกลจึงใชไดเฉพาะกาลเทานั้น แตก็มี
ความจําเปนที่จะตองศึกษาไว เพื่อนําไปเปนความรูในการอานคัมภีรหรือประวัติศาสตรหรือ
วทิ ยาการตา งๆ ท่เี กิดขน้ึ ในสมัยนั้นๆ การเขียนอกั ษรกลสวนใหญผ กู แบบสมั ผสั เพอื่ ใหจ ํางายดังน้ี
อักษรธรรมลานนา ๑๖๓
อกั ขรวิธีพิเศษ อักษรพิเศษ อักษรกล
ตารางที่ ๘๙ แสดงอักษรเสียบ/ตวั ตางแบบสัมผัสสูตรพอ หนานสงิ หค าํ เคหัง
สตู ร บัญญตั ิ สูตร บัญญตั ิ
กฯํ-งา ก เปน ง ง เปน ก เผา้ -พฯ฿ ผ เปน พ พ เปน ผ
ขา-คู ข เปน ค ค เปน ข ต฿-ฯ ถฯง ต เปน ถ ถ เปน ต
จา-ชู้ จ เปน ช ช เปน จ £ฯง- หื £ เปน ต ต เปน £
ซ-ยฯํ ซ เปน ย ย เปน ซ ธ-น ธ เปน น น เปน ธ
¢-ขฯํ น เปน ด ด เปน น .ฅ-่ เบ¶ฯ ฅ เปน บ บ เปน ฅ
ต-ฯํ เทัา ต เปน ม ม เปน ต ´า-สฯั อ เปน ส ส เปน อ
ป่า-หฯาฯ ป เปน ม ม เปน ป ส-หฯาฯ ส เปน ล ล เปน ส
ฟ-ัฯ เว¶ฯ ฟ เปน ว ว เปน ฟ
สูตรพอหนานสิงหคํา เคหัง บานเลขท่ี ๘๒ หมู ๒ ตําบลสันทราย จังหวัดเชียงใหม
(อา งถงึ ใน สนน่ั ธรรมธ,ิ ๒๕๓๔, หนา ๔๑)
สวนอีกสูตรเปนสูตรของหนานยวง ตําบลหวยกาน และตําบลบานโฮง อําเภอเมือง
จังหวัดลําพูน (อางถงึ ใน สนั่น ธรรมธิ, ๒๕๓๔ : ๔๓) ดงั น้ี
๑๖๔ อกั ษรธรรมลานนา
ตารางที่ ๙๐ ตารางอักษรเสียบสูตรพอหนานยวง
สูตร บญั ญัติ สูตร บญั ญตั ิ
ฅ เปน ห ห เปน ฅ
กงฯ -เงา้ ก เปน ง ง เปน ก ฅ-เหัา จ เปน ย ย เปน จ
ถ เปน ย ย เปน ถ
เข้า-คู ข เปน ค ค เปน ข จา-โย ธ เปน ภ ภ เปน ธ
อ เปน ส ส เปน อ
โป-ม ป เปน ม ม เปน บ โถ-ยาํ น เปน ด ด เปน น
น-ลฯั น เปน ล ล เปน น ธํา-ภ
ผัฯ เกัา ผ เปน ต ต เปน ผ อ-ฯํ ส
ว-เชัา ว เปน ช ช เปน ว ¢-เด
ต-เถาั ต เปน ถ ถ เปน ต
สูตรตัวเสียบนี้ คอื ตวั แทนน่นั เอง มกี ารตกลงหรอื ทาํ เปน สูตรกอ นวา ใชต วั นี้แทนตัวนั้น
ซึ่งภาษาเหนือใชคําวา ตาง หรือ ตัวตาง เชน ก แทน ง ฅ แทน ห เปนตน แตละสตู ร
ไมเหมือนกนั จงึ ถอื วาสรางมาเฉพาะเหตุการณเ ทานั้น เชน
ลฯบิ ํ¶ฯ ถอดเปน สฯฅิ า แทนทจ่ี ะอา นวา ลบฯิ ํ¶ฯ
เข£ฯั ถอดเปน เคหฯั แทนที่จะอา นวา เข£งั
อกั ษรธรรมลา นนา ๑๖๕
อักขรวิธีพเิ ศษ อักษรพเิ ศษ อกั ษรกล
๒) อักษรกงุ นอนเฟย
อักษรกลชนิดน้ี มีลักษณะการเขียนซอนคําอาน เฉพาะคําที่อยูตรงกลางเทาน้ัน
เสมือนกุงนอนอยูในพุมไม (พุมไมนํ้า) หรือพงหญา สิ่งท่ีตองการคือกุง ไมใชพงหญาหรือไมนํา้
สูตรนใี้ ชพ รางตาผอู า นใหเ กิดการมนึ งง ไขวเขว ถอื วาเปน รหสั อีกชนดิ หนง่ึ ในการซอ นความหมาย
เพื่อซอนการสอื่ สารอนั เปน การปอ งกนั ภัย ท่เี กดิ จากศตั รูในสงคราม ดังตวั อยาง
โวิฯาโหาฯ ฯโาฯาโฯ รฯ
กุงท่ีนอนซอนอยู คอื อักษรตัวหนาปรากฏใหเห็น คือ วิ ห-า ร อานวา วหิ าฯ ตัว
ที่ทําตัวหนาไวเทานั้นท่ีจะนํามาประกอบเปนคํา คือ เลือกเอาเฉพาะกุงไมเอาอักษรอื่นๆ ซึ่ง
เปรียบเสมือนพุมไมนํ้ามาประกอบเปนคําอานเลย ถาจะอานท้ังหมดไมสามารถอานใหมี
ความหมายได
เ ิ(เ๒า(าเ ฅ(ฯ าเําฯ(าเ ิ(ฯ าเ ร(ฯิ า = หฯาฯฅา ขฯร
อักษรกลชนิดนี้ หากไมมีเหตุการณทางการเมือง คงไมมีใครนํามาใช เพราะมีความ
ยงุ ยากเกนิ ไปในการส่ือความหมาย
๓) อักษรรหัสตัวเลข
อักษรรหัสตัวเลข คือ การใชตัวเลขแทนตัวอักษร สามารถประกอบเขาเปนรูปพยางค
คํา จนสามารถสื่อความหมายได สนั่น ธรรมธิ (๒๕๓๔, หนา ๒๐) สํารวจพบการใชรหัสตัวเลข
๔ แบบคือ
ก. แบบเรียงตวั เลข
ข. แบบเรยี งตัวเลขโดยทต่ี วั เลขอยูในวงเล็บ
ค. แบบตัวเลขซอนกนั
ง. แบบตัวเลขซอ นทบั กนั
๑๖๖ อักษรธรรมลานนา
ก. แบบเรยี งตวั เลข
เปนลกั ษณะการใชกลที่ใชต ัวเลขแทนตัวอักษร (พยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต)
โดยจะตัง้ หลกั เกณฑก ันข้นึ วา เลขใดแทนอักษรใด เชน
1 แทนสระลอย
ตารางท่ี ๙๑ ตารางการใชต ัวเลขแทนตวั อกั ษร
1 แทน ก ข ค ฆ ง
2 แทน จ ฉ ช ฌ ญ
3 แทน ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
4 แทน ต ถ ท ธ น
5 แทน บ ผ พ ภ ม
อกั ษรธรรมลานนา ๑๖๗
อกั ขรวธิ พี เิ ศษ อกั ษรพิเศษ อกั ษรกล
8 แทน ย ร ล ว
๔ แทน ส ห ฬ อํ
ตัวอยางตัวเลขที่ใชแ ทนสระ
ตวั เลขทีใชแ้ ทนวรรณยกุ ต์
ตัวอยา งการเรยี งตัวเลข
12 45 66513 65567 6661
ค ณ แปด หมู แฬ เจาั เหยิ
= 8ณแปฯหแ่ฯ ลเจาั เหิ ฯ
ข. แบบเรียงตัวเลขโดยท่ีตวั เลขอยใู นวงเล็บ
กลอกั ษรชนดิ นี้ เหมือนขอ ก. แตน าํ เลขใหอยใู นวงเลบ็ เทา นนั้ เชน
ถอด ธาํ ทุกะ นิ บา-
๑๖๘ อกั ษรธรรมลานนา
ถอด ผูก สบิ สาม แด่¦
-สามเณไฯ จขรฯ ธม์ฯทุกนฯ บิ ¶ฯผูก์สิฯแท้¦
(สนั่น ธรรมธ,ิ ๒๕๓๕ ,หนา ๒๕)
ค. แบบตัวเลขซอนกัน
อกั ษรกลแบบตัวเลขซอ นกนั คอื การนําเอาตวั เลขมาซอนกนั แตตวั หลกั ตองอยู
ดานบน ตัวเลขกําหนดอกั ษรของวรรคอยูดานลาง เชน
ถอด มโหสดผตุ ฯ฿¦
=มโหสผ฿ฯ ูกตฯ¦้
ง. แบบตวั เลขซอนทับกัน
อักษรกลแบบตัวเลขซอ นทับกนั นี้ เปนการใชตัวเลขที่กาํ หนดวา เปนตัวอะไร
ของแตละวรรค ซอนทบั กันในแนวต้งั เชน
= หัฯา ทัเฯ คั ฯาไขพาฯนีแล
(สนั่น ธรรมธิ, ๒๕๓๔ ,หนา ๓๒)
การใชเลขทับซอนอีกประเภทหนึ่ง คือ ใชรูปวงกลมเล็กๆ หรือจุดเล็กๆ
เพ่มิ ลงไป เพอ่ื กําหนดใหรูวา เปนเครื่องหมายของอกั ษรตวั ใด โดยมกี ารต้งั สตู รไวกอ น ดงั นี้