อักษรธรรมลา นนา ๒๗๑
ขอสังเกตความพิเศษของอักขรวิธีอักษรธรรมลานนา
๒.๖ อักษรธรรมลา นนา ไมม ี ค ตวั ก ทีใ่ ชแ ทน ค ในภาษาบาลีแตเสียง ในภาษาลา นนา
ออกเปน กะ ภาษาไทยมาตรฐานจะนาํ ตวั ก มาเทียบไดกบั ตัว ค ดังน้ี
ตารางท่ี ๑๑๑ ตารางการอาน ค เปน ก
ภาษาไทยมาตรฐาน อกั ษรธรรมลา นนา ออกเสยี ง
คาํ ค¶ํ ฯ กาํ
คาํ เมือง คํ¶ฯเมงฯื กําเมอื ง
ภควโต ภควเตา พะ-กะ -วะ-โต
หากเขียนเปนภาษาบาลี จะอานเปน ค (มขี อไมแ นนอนอยูบา ง เชน ภควเตา = พะ-กะ -
วะ -โต ) เชน
อคฯี อานวา อคั คี (อกั - ค)ี
บุคฯล อานวา ปุคคล (ปุก –คะ- ละ) (ปุก-กะ-ละ)
๒.๗ อกั ษรธรรมลานนาสรางตัว ฅ (ฅ) เพือ่ ใชแ ทน ค (ค) แทนทจ่ี ะเปนตวั ค อกั ษร
ฅ ใชเพิ่มเขามา โดยออกเสียงคลายตัว ค หรือ ฅ จึงทําใหมีการใชสับสนกันมากระหวาง ฅ
และ ค เชน บางก็เขียน คน เปน ค฿ฯ บางก็เขียนเปน ฅ฿ฯ หรือคําวา คํา บางก็เขียนเปน ฅา
และบางก็เขียนเปน คํ¶ฯ ซ่ึงไมแนนอน ตัว ฅ และ ค ถือวาเปนอักษรต่ําท้ัง ๒ ตัว
แมจะใชปนกันในการเขียนภาษาเหนือ แตถานําไปเขียนภาษาบาลีตัว ฅ ใชไมได ตองใช ค
เทา น้นั เชน อคฯี จะเขยี น อฅฯ ไมไ ด
อน่ึง หลักในการเขียน ค และ ฅ นั้น มขี อแตกตางกนั อยวู า หากในภาษาไทยมาตรฐาน
ออกเสียง ค อักษรลานนาจะแทนดวย ค (กะ คือ ก ) เชน คํา อักษรธรรมลานนาจะเปน 8ํ¶ฯ
ชาวลานนาออกเสยี งเปน กํา หากภาษาไทยมาตรฐานออกเสียง ค อักษรธรรมลา นนาจะเปน ฅ
๒๗๒ อกั ษรธรรมลา นนา
เชน ทองคาํ อกั ษรธรรมจะตอ งเปน ทงฯ ฅา (ทองคํา) หากชาวลานนาออกเสยี ง ก (กอ เสียง
สามัญ) คือตองใช 8 (เสียงสามัญ) เชน เค¶ฯ (เกา) ถาออกเสียง กอ เชน การ ตองใช ก
เชน กาบฯ ¶ ฯ (กา นบาน) เปน ตน
๒.๘ อักษรธรรมลา นนาใช ฑ แทน ด
ฑ ซ่ึงเทียบเทากับ ฑ ยังนํามาใชเปนอักษร ด (ไมใชกับภาษาบาลี) น้ี ในภาษา
ลา นนา ออกเสยี งทงั้ ด และออกเสยี ง ท คลา ยภาษาไทยมาตรฐาน เชน
มเ฿ ณฯา ออกเสยี ง มน - โท
บัณติฯ ออกเสยี ง บัน – ดิด
เดิฯ ออกเสยี ง เดิน
ดฯร ออกเสยี ง ดอน
ภาษามาตรฐานกเ็ ชน เดยี วกนั ในกรณกี ารออกเสียง ฑ เปนตน วา
มณโฑ ออกเสยี ง มน-โท
บณั เฑาะก ออกเสียง บนั -เดาะ
บณั ฑิต ออกเสียง บัน-ดิด
๒.๙ เสียงอักษร ญ (นาสกิ ) ไมมีในภาษาไทยมาตรฐาน ญ ท่ีปรวิ รรตจากอกั ษรธรรม
ลานนาเปน หญ/หย อยางไรกไ็ มส ามารถ ออกเสยี งเปน ญ ซ่งึ ตรงกบั (n) ในภาษาสันสกฤตได
แมญ่ ฯิ = แมญ งิ
ไมไดออกเสียง แมหญิง อยางภาษาไทยกลาง แตออกเสียงเปน แมญิง (เสียงขึ้นจมกู )
เสียงดังกลาว มีในภาษาฝรัง่ เศส ภาษาสนั สกฤต และภาษาองั กฤษบางคํา
อักษรธรรมลา นนา ๒๗๓
ขอสงั เกตความพิเศษของอักขรวธิ ีอกั ษรธรรมลานนา
*หมายเหตุ สวนใหญจะใช แม่ยิฯ แตเสียงยังออกคงเดิม เชนเดียวกบั คําวา แม่ญิฯ
คอื เสยี งขนึ จมกู
๒.๑๐ ศัพทภาษาลานนาที่มีความหมายตรงกับภาษาไทยมาตรฐาน ใหเขียนตาม
อกั ษรวิธธี รรมลา นนา เชน
ขาํ้ฯ (ขว้ํา) ไมใ ช ฅาํ่ฯ (ควํ่า)
ฅเ฿ฯ ถัา (คนเถา ) ไมใ ช ฅฯ฿เฒาั (คนเฒา )
พาไฯ น (พายใน) ไมใ ช ภาฯไน (ภายใน)
เขาั (เขา =ขาว) ไมใ ช ข้าฯ (ขา ว)
¢ํถ มฯ้ (น้ําถว ม) ไมใช ¢ํทฯม่ (นํา้ ทวม)
นฯึ (นง่ึ =หนึง่ ) ไมใ ช หฯึง (หน่ึง)
เฝฯหั (เฝก หัด) ไมใ ช ฝฯหฝั ฯ (ฝกหัด)
๒.๑๑ ขอสังเกตคํายืมจากภาษาบาลีสันสกฤต ออกเสียง ป (ป) ใหใช บ (บ) แทน
ยกเวนเปนคาํ ภาษาเหนอื (กาํ เมือง)
เยาชน ประโยชนะ ไมใช ปเยาชน
บฏิกิรยิ า ปฏิกริ ิยา ไมใ ช ปฏิกริ ิยา
แตหากเขียนเปนภาษาลานนาแทจ ะใช ป เชน า้ ปู ปาฯ ี เปนตน
๒.๑๒ กรณี ร หัน (รร) ทีม่ าจากภาษาอื่น (เขมร/สนั สกฤต) ไมเขียน เปน รร หรอื
ร แตจ ะมวี ิธกี ารเขยี น ดังน้ี
๒๗๔ อักษรธรรมลา นนา
๑) ถาเปนภาษาสันสกฤต ใหใ ชภ าษาบาลแี ทน เชน
กรรม เขยี นเปน กม์ฯ
บรรพชา เขยี นเปน บพฯช ฯา
๒) ถา จะใหอ อกเสยี งตรงกบั รร ใหใ ช น ( น -ฯ) สะกด เชน
บรรยาย เขยี นเปน บัยฯ าฯ
กรรไกร เขียนเปน กฯ
สรางสรรค เขยี นเปน ้าสฯ นั ์ฯ
๒.๑๓ คําศัพทลานนาโบราณ ท่ีปรากฏในใบลานหรือปบสา (พับสา) เกาคนรุนใหม
อาจเกิดความสับสน คิดวา เขียนผิด หรอื สงสัยในความหมาย เชน
ตารางที่ ๑๑๒ ตารางการตั้งขอสังเกตคาํ ศัพทล านนาโบราณ
ศัพทล านนาโบราณ คาํ อาน ภาษาไทยปจ จุบัน/
ความหมาย
บฯร บวั ระ บวร
บรฯ าฯ บัวราณ โบราณ
บฯรมฯร/บฯร มฯร บวั ระ/บอระมวน บรบิ รู ณ
บรฯ โพฯ฿ บวั รโพค บริโภค
บร฿ฯ พา บัวรพา บูรพา
บรฯ ฯ บัวรม บรม
อักษรธรรมลานนา ๒๗๕
ขอสังเกตความพเิ ศษของอกั ขรวธิ ีอักษรธรรมลานนา
ศัพทล านนาโบราณ คําอา น ภาษาไทยปจจบุ ัน/
ความหมาย
บรฯ พาฯ
บรฯ ิสทุ ฯิ บวั รพาน บรวิ าร
เดฯั บัวริสทุ ธิ์ บรสิ ุทธ์ิ
สเฯ รฯ สระเด็จ(มกั จะใชในพระ เสรจ็
ชุ ธรรมเทศนา ตอนสง ทาย)
ขฯึ สมเรจ สําเรจ็
ขึฯ ชุ (ไมมีใชในภาษาไทย รวม,ต้ังไวร วมกนั ,ทุก
มาตรฐาน)
ขึด (ไมมีใชในภาษาไทย ขอ หา ม (เสนียดจญั ไร
มาตรฐาน) ตางๆ)
ขตึ (ไมม ใี ชใ นภาษาไทย การงาน การทําเวทมนต
มาตรฐาน)
๒.๑๔ ภาษาลานนาเนนเขียนตามเสียง เม่ือนําคํายืมมาเขียน (ยกเวนภาษาบาลี)
สว นใหญจ ะเขยี นโดยเนน เสยี งมากกวารูปศัพท เชน
อัศจรรย อªั จัฯ (อสั สจนั )
โรเบริ ต (Robert) โรเบติ (โรเบติ )
ทราม ซาฯ (ซาม)
๒๗๖ อักษรธรรมลา นนา
๒.๑๕ คาํ ศัพทเดียวกันเขียนไดหลายแบบ
อกั ษรธรรมลานนา ดังทไี่ ดกลาวมาแลววา ยังไมมกี ารสงั คายนา ฉะนน้ั ยังไมม ีกฎเกณฑ
หรืออักขรวิธี ท่ีแนนอน อีกอยาง วัดตาง ๆ หรือหลายสํานักตางก็เขียนไปตามความเขาใจ
หรือตามครูอาจารยของตน จึงมีขอแตกตางกันอยูมาก แตอยางไรก็ดี ขอความที่จะใชสื่อสาร
กันน้ันไมคอ ยจะมีปญ หามากนกั ในที่นี้จะนาํ คําทเ่ี ขยี นไดหลายแบบมาแสดงในบางสวน ดังน้ี
ตารางท่ี ๑๑๓ ตารางการตงั้ ขอสงั เกตการเขยี นภาษาลา นนาทเ่ี ขียนไดหลายแบบ
แบบที่ ๑ แบบที่ ๒ แบบที่ ๓ คาํ อา น
กฯี คฯี คดํ ,ี คํด,ี คดั ี กด็ ี
กีฯ 8ฯ 8มํ ี ก็มี
ทฯาฯ ทั าฯ ฯ ท· ฯาฯ,ทัาฯ ท้งั หลาย
โร฿ฯรรฯ โรรฯ฿ รฯ ,โรรฯ฿ ฯ โฮฯ฿ ฯร โรงเรียน
ม้า มฯ้า ม้ฯา มา
เหฯอื เหฯิอ เหฯึอ เหนือ
เจัฯ เจะฯ - เจบ็
กฯ฿ กฯ฿ ก฿ฯ กวั๋ (กลวั )
เดฯั เดฯะ - เด็ก
เหกัฯ เหกฯ ะ เหัฯ เหฯะั เหลก็
เดฯะิ เดิฯ เดิฯะ เด้ิก (ดึก)
โกฯะ โกํฯะ - เกาะ
อกั ษรธรรมลานนา ๒๗๗
ขอสงั เกตความพเิ ศษของอกั ขรวธิ อี ักษรธรรมลานนา
แบบท่ี ๑ แบบท่ี ๒ แบบที่ ๓ คาํ อา น
เมิฯง เมงฯื
เกะฯ เกั ฯ เมงึฯ เมอฯื เมอื ง
หงฯ หฯง - เก็บ
ดฯกั ดฯะั
ธัม์ฯ ธมฯั ์ หงฯ ฯ หฯงฯ หลวง
พีฯๆง พีนงฯ้ ดฯก ดอก
เขัาขงฯ เขาฯั ๆฯ - ธัมม
ฅ฿ฯ 8฿ - ปนอง (พน่ี อ ง)
เหัฯ เหฯะ
จัา จาฯ - เขา ของ
จัฯ จั
เสฯ เสัฯ - คน/ฅน
เัฯ เปฯะ
เค¶ฯ เคฯั¶ฯ - เห็ด
เมฯ เมัฯ
ได้ ได้ฯ จาะ จาก
จะั จกั
- เสยี
- เปด
เคัฯ¶ฯ เกา (ตน )
- เมยี
- ได
๒๗๘ อกั ษรธรรมลา นนา
แบบที่ ๑ แบบท่ี ๒ แบบที่ ๓ คาํ อา น
เกือฯ เกิฯอ เกืฯอฯ เกฯอิ เกลอ๋ื /เกื๋อ (เกลอื )
สาลา ศาลา - ศาลา
บ฿ บะ฿ - บะ
ลู้ ลู้ะ ลกู ์/ลกู ลูก
ปาเวณี บ¶ฯเวณี ปาเวณ/ี ประเวณี
บารมี บ¶รฯ มี เวณี ปา รมี (บารมี)
ปารมี ผะโยชะนะ ผะโยช
โยชะฯ เยาชน บเยาชน
ผะโยจะนะ
โท฿ โท โท฿ฯ โทฯ โตส (โทษ)
พฯะั พกฯ - พวก
เชฯั เชฯะ - เจก (จีน)
มฯั มั - มัก
มหา มฯา - มหา
ลาํ พาฯ ลมฯาฯ ลาํ พาฯ ฯ ลาํ ปาง
แพ่ แ่ - แป (แพ/ แพร)
กงฯ กฯง กฯง ฯ กฯง กลว ง กวง (กลวง)
กัฯ ปฯก ะ - ปอก
อกั ษรธรรมลานนา ๒๗๙
ขอ สังเกตความพิเศษของอกั ขรวิธีอกั ษรธรรมลานนา
แบบที่ ๑ แบบท่ี ๒ แบบท่ี ๓ คําอา น
จดฯั จดฯ ะ
ม·คล มค· ฯ ,ม·คฯ฿ - จอด
เพิาฯ สตั ์ฯ โพธิสัต์ฯ
บํ บ่ มั¸คฯะ มงั กะละ (มงคล)
รฤก์ฯ รฤก์
ธานี ธ¶นฯ ี โพฯสิ ตั ์ฯ โพธสิ ัตต
รฯั ฮฯั - ไม, (คําปฏิเสธ)
8ํ คั
สวªั ฯ สวัสีฯ รฤก์ฯ ฤกษ
- เมอื ง,นคร
- รัก
คํ ก็
สวฯัดี สวสั ดี
*คําวา บํ บ่ อานวา บอ แปลวา ไม สว นคําวา บํฯ อานวา บอ เหมือนกนั แตเ ปนคํานาม
มีความหมายวา บอ นํ้า ซง่ึ มักจะใชกันสับสนพอสมควร หากผูศึกษาพบคาํ ทัง้ สามในบรบิ ทตา ง ๆ
ตอ งพิจารณาวาความหมายวาคอื อะไรในกรณที ม่ี ผี ูเขียนเกดิ ความพล้งั เผลอ
หมายเหตุ ศัพทท่ีความหมายเดียวกัน แตเขียนไดหลายแบบนี้ มีปรากฏอีกมากมาย
ที่นํามาแสดง ณ ที่นี้เปนเพยี งบางสวนเทา น้นั
๒.๑๖ ภาษาลานนาอาจไมอานตามอักษรท่ีปรากฏ (เขียนอยางหน่ึง แตอาจจะอา น
อกี อยา งหนง่ึ ) เหตุเพราะยดึ ถือกนั มาแตโบราณ เชน
๒๘๐ อกั ษรธรรมลานนา
รื รอื อานวา อันวา
กาฯ ประกา น อา นวา ผะกา น
ยา ประยา อา นวา ผญา / ผะ -หญา
สฯั กระสัต อา นวา ขะ –สดั
๒.๑๗ อักษรธรรมลานนา ไมมี -ัฯ ( ยั ) ภาษาไทยมาตรฐานมีสระ ไ /ใ/ไ-ย และ ยั
(ในภาษาบาลี ที่ปรากฏรูป เ -ยยฺ นยิ ม อา น ไอ หรือ เอยยะ) หากจะเขียนคําวาวทิ ยาลัย จะตอ ง
เขยี นเปน ไ – ย เทาน้ัน คือ วิทฯาไลฯ ผูท ี่เริม่ เรียนใหม อาจจะเห็นวาไมต รงกับรูปศพั ทเดิม
คอื –ยั
๒.๑๘ อักษรธรรมลา นนาใช ไ-, ใ-, เ-ยฯ, ไ-ฯ, ไ-ยฯ
๑) ไ- ใชแทนท้ัง ไ- และ ใ- แมปจจุบันจะมีผูเ พ่ิม ใ ขึ้นเพื่อใหสอดคลอ งกับ
ภาษาไทยมาตรฐาน แตในคัมภีรโบราณตางๆ ไมปรากฏเลย ปจจุบันมใี ช ใ ( ใ ) ในแถบจังหวดั
เชียงใหม
๒) เ-ยฯ สว นใหญใชเ ขียนภาษาบาลี เชน
เอยฺยามิ = เอยฯามิ
เวเนยฺย = เวเนยฯ
๓) ไ-ฯ คือ รูป ไ-ย ในภาษาไทยมาตรฐานใชแทน ัย (คํายืมภาษาบาลี
สันสกฤต เชน คาํ วา ชย นย อาลย เปนตน) ดว ย เชน
อาลัย = อาไลฯ
วัดไชยมงคล = วัฯ ชฯมฯค฿ ฿ฯ
วินัย = วไิ นฯ
อกั ษรธรรมลานนา ๒๘๑
ขอสงั เกตความพิเศษของอักขรวธิ อี กั ษรธรรมลานนา
๔) ไ-ยฯ (ไ-ยย) มีใชน อ ย เชน
ไกยฺย = ไกยฯ
ไทยยฺ ทาน = ไทยฯาท¶ฯ
สวนใหญจะใช ไ-ยยฺ แทนในการเขียนภาษาบาลี (เ-ยฺย)
สวนรูป อัย ( ัฯ ) ไมมีใชในอักษรธรรมลานนา ปรับรูปมาจากคําบาลี เชน ชย-ชัย
สระไอทใี่ ช คอื เ-ยฯ, ไ-ยฯ, ไ เทานั้น ถา หากจะเขียน ัฯ จะอา น เอียก ตามการออกเสยี ง
ของคนลา นนา ดังนัน้ การใชไมห นั อากาศกับคาํ ท่ีลงทา ยดว ย ย ถือวา เทยี บผิดแนว เนอ่ื งจาก –ั
เทียบเทา ไมก กั ใชเขียนเพอื่ แสดงวา มี ก สะกด และ - ฯ คอื หาง ย ใชไ ดทั้ง ย สะกด สระเอยี
(มีตัวสะกด) ผสมไมกัก (สมทบ พาจรทิศ และคณะ, ๒๕๕๗ : ๓๓) อัย จึงไมมีใชในอักษรธรรม
ลานนา นอกจากนิยมเขียนตามภาษาไทยมาตรฐาน ซึ่งมีใหเห็นคอนขางมาก เชน พระครูสีล
สังวรภิรัต (๒๕๕๔,หนา ๒-๓) ใชค าํ วา โกสั พฯ ารา,คตํ ้งฯ อาศัฯ และ หเื ปฯจั ฯั ฯ (พระครู
สีลสังวรภิรัต,๒๕๕๔,หนา ๖๘) หากยึดตามโบราณนิยมแลว คําวา วิทยาลัย ตองเขียนเปน
วิทฯาไลฯ ไมใช วิทฯาลัฯ , อาไลฯ ไมใช อาลัฯ อยางท่ีมีใชในภาษาไทยมาตรฐาน
(วทิ ยาลยั ,อาลัย)
๒.๑๙ บางคาํ ศพั ทต องสันนิษฐานในการตีความหมาย เอกสารในสมยั โบราณไมวาจะ
เปนปบสา ใบลาน สมุดขอย มักจะจารดวยลายมือ และจารดวยอุปกรณที่อาจจะไมทันสมัย
อาจจะเปนเหล็กจาร ซ่ึงตองเผาไฟกอนจะเขียนลงไปในใบลาน แลวใชเขมาทาซ้ํา เพ่ือใหเกิด
ความชัดเจน จึงอาจจะมีขอบกพรองหลายประการ เชน ใบลาน มีความกวางจํากัด ฉะน้ัน
อาจมกี ารเขียนยอ บา ง รวมบา ง หรือเขียนยาก เพราะวสั ดุไมคมอาจมีขาดๆ เกินๆ
อีกอยางผูบันทึกอาจเปนผูท่ีมีความรู เชี่ยวชาญในหลักภาษา ซึ่งจดจาร
ดวยความละเมียดละไมท้ังลายมือและความถูกตอง แตถาตรงกันขามก็อาจขาดระเบียบ
และมีขอผิดพลาดมากมาย ดังนั้นคําศัพทจึงอาจตองสันนิษฐานโดยดูจากบรบิ ท ความเปน ไปได
และคาดเดาใหใกลเคียงทีส่ ดุ
๒๘๒ อกั ษรธรรมลานนา
ในทนี่ ี้จะนาํ มาเสนอเพ่ือใหพิจารณา อนั อาจจะเปนประโยชนใ นการสนั นิษฐานเพื่อไดพ บ
ศัพทตางๆ ในคัมภีรหรือเอกสารอื่นใด ดังนี้ (สรุปจาก การสันนิษฐานศัพทของเรณู วิชาศิลป,
มปป : ๑๒๓-๑๓๓)
๑) ภาษาธรรมลา นนาโบราณมกั ไมมีวรรณยุกต
ตารางท่ี ๑๑๔ ตารางแสดงอักษรธรรมลา นทไี่ มใชวรรณยกุ ต
ภาษาลา นนา ถอดเปนอกั ษรไทย สนั นิษฐานศพั ท
ค¶ํ ฯชู คําชู คาํ้ ชู
นําหกั นําหนัก นํา้ หนัก
ไสงฯ ไสอ ง ใสสอง /สอ งใส
ชาเฯ จา ชาวเจา ชาวเจา
รงฯ ไห รองไห รอ งไห
๒) บางเอกสารใช ห แทน ร เชน
ตารางท่ี ๑๑๕ ตารางแสดงการใช ห แทน ร
ภาษาลา นนา ถอดเปนอักษรไทย สนั นิษฐานศพั ท
เรียก
หฯก เหียก นาไร
¢ไห นาไห
๓) ภาษาธรรมลานนาท่ีไดรับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา ซ่ึงใชภาษาบาลีปนไทย
ตอ งอา นภาษาบาลเี ทยี บกับคาํ ไทยทีซ่ อนกบั คาํ บาลี เชน
อักษรธรรมลา นนา ๒๘๓
ขอ สังเกตความพเิ ศษของอกั ขรวธิ ีอักษรธรรมลานนา
ตารางท่ี ๑๑๖ ตารางแสดงอิทธพิ ลภาษาบาลใี นภาษาลานนา
ภาษาลานนา ถอดเปนอักษรไทย สนั นิษฐานศพั ท
¢ตฯฅ ทฯ ที ิฯ นําตนฅนทที ิบ นํ้าตนคนทีทพิ ย
µกํ ิตาคํหา้ ผดู้ วฯ เอกปตตาคหาผุดยา เอกปต ตาก็หากพอ ผเู ดียว
๔) ขอสันนิษฐานคาดเดาตามบริบท (และลายเสน) การอานตามลายเสนจากผูเ ขียน
ที่มีลายมือหลากแบบตอ งใชประสบการณแ ละบริบทกาํ กับ เชน
ตารางที่ ๑๑๗ ตารางแสดงขอสันนิษฐานอักษรธรรมลานนาจากลายเสนและบริบท
ภาษาลานนา สนั นิษฐานศพั ท
อเท¶ฯ อเทา (อโท)
แล เเล
มเ¢ มเนา (มโน)
แรฯฺ แรน
แตฯฺ แตก
ล แล
พํแลแม พอ แลแม
แห่ง แหง
แสฯนี (แสทน)ี แสนที
แต่ กฯฺ แตไกล
๒๘๔ อกั ษรธรรมลานนา
๕) ระบบการเขียนที่ไมแนนอนในอักษรธรรมลานนา ในสมัยโบราณไมมีกฎเกณฑ
แนนอน ผูเขียนไมวาจะเปนพระภิกษุ สามเณร หรือปราชญชาวบาน ตางมีความสามารถ
ไมเทากัน เพราะฉะนัน้ คําศัพทคําเดียวกันจึงมีการเขียนท่ี แตกตางกัน แตก็พอจะสนั นิษฐานได
ดงั นี้
ตารางที่ ๑๑๘ ตารางแสดงการเขียนทไ่ี มแ นน อนในภาษาลานนา
ภาษาลา นนา อานวา
จาฯจา / จรฯ จา เจรจา
หวฯ ฯ /หฯง/หฯงฯ/ หฯง หลวง
ชงฯ แสฯ เชียงแสน
รีฯ/รฯก /รฤก์ฯ ฤกษ
ทาัฯ ย/ท¸ฯาฯ ทัง้ หลาย
๖) คาํ ทมี่ ีความหมายเดยี วกนั แตเขยี นตา งกนั ในแตละยุคสมัยอาจเขยี นคําศพั ท
คาํ เดียวกันแตมคี วามตางกนั ออกไป เชน
๖.๑ การใช / ห
ตารางที่ ๑๑๙ ตารางแสดงการใช / ห ความหมาย
ห หอรทัย
รฯ ไทฯ หรฯ ไทฯ
ฅฯํ า หฅํฯ า หอคํา
อักษรธรรมลานนา ๒๘๕
ขอสงั เกตความพิเศษของอกั ขรวธิ ีอกั ษรธรรมลานนา
ห ความหมาย
หํฯ ฯิ หํหฯ ิฯ หอหงิ่
า้ ฯดา หา้ ฯดา หางดา
เฝัา แ ฯ เฝาั แหฯ เฝา แหน
หู หู
าฯ หาฯ หาย
า่ ฝฯ ห่าฝฯ หา ฝน
ฯ หฯ หก
ฯิ หิฯ หมิ
งฯ้ หัฯง หอ ง
ฯิ หิฯ หิน
๖.๒ การใช ฃ / ข
ตารางท่ี ๑๒๐ ตารางแสดงการใช ฃ / ข ความหมาย
ฃข
ฃฯ ขฯํ ขอ
ฃาฯ ขาฯ ขาว
ฃนุ /ฃรุ ขนุ /ขรุ ขนุ
๒๘๖ อกั ษรธรรมลานนา
๖.๓ การใช ร / ล
ตารางที่ ๑๒๑ ตารางแสดงการใช ร / ล
รล ความหมาย
แถมเลา
แถฯเรัา แถฯเ ลัา ลมกมั มัชวาต
ลักขณะ
รกฯ มฯซ ว¶ฯ ลกฯ มชฯ ว¶ฯ ลาํ บาก
รกฯน ลกณฯ
ราํ บ¶ฯ ลาํ บ¶ฯ
๒.๒๐ การใช ว (ว) กลาํ้ และ ว (ว) เปนตวั สะกด ตอ งระมดั ระวงั มิใหส ื่อความหมาย
ผิด คาํ ทม่ี ี ว (ว) กลาํ้ จะเขียนไวใตต ัวถูกกลํา้ ถา เขียนใตสระ จะเปน ตวั สะกด เชน
ขฯา ขวา
ขาฯ ขาว
ฅัาฯ ควา้
ฅา้ ฯ คา้ ว
๒.๒๑ ขอสังเกตในการใช ร และ ฮ (ร และ ฮ) ในภาษาลานนนา
ตารางท่ี ๑๒๒ ตารางแสดงการใช ตวั ร ออกเสียง ฮ
ร คําอา น ความหมาย
เรฯืร เฮือน เรือน
ร่ฯง ฮอง รอ ง
ร อักษรธรรมลา นนา ๒๘๗
รัฯ ขอสังเกตความพิเศษของอกั ขรวิธีอักษรธรรมลานนา
รฯก
รรฯ้ คําอาน ความหมาย
รฯั ฮัก รัก
รา ฮวก รวก (ไม)
ราฯ ฮอ น รอน
ราฯ ฮงั รัง
รู้ ฮา รา (เชอ้ื ),เรา (สองรา)
แรฯ ฮาก ราก (อว ก)
แระ ฮาน ราน (รานกงิ่ ไม)
ไร่ ฮู รู
ไร แฮก แรก
รี ฯ แฮะ แระ (ถ่วั )
เรฯดื ไฮ ไร
รุม ไฮ ไร
เราั ฮีบ รบี
เฮือด เรอื ด
ฮมุ รุม
เฮา เรา
๒๘๘ อกั ษรธรรมลานนา คาํ อาน ความหมาย
ฮาย ราย,ซุกซน
ร ฮู รู
รา้ ฯ เฮียว เรียว (เพรยี ว)
รู ฮา น รา น
รฯว ฮูป รปู
รา้ ฯ ฮอง รอ ง
รปู /รูบ เฮยี ก (เฮยี กขวัญ) เรยี ก
รฯง้ เฮยี น เรียน
รฯก ฮอด รอด (ถึง ไปรอด ไปฮอด)
รฯร ฮด รด
รดฯ ฮม รม
รฯ฿ ฮวม รวม
ร฿่ฯ แฮว แรว
รฯม แฮง แรง
แรฯ้ ฮวก ลูกออด
แรฯ ฮิม รมิ
รกฯ
ริฯ
อักษรธรรมลานนา ๒๘๙
ขอ สงั เกตความพิเศษของอักขรวธิ อี ักษรธรรมลานนา
ร คาํ อา น ความหมาย
รฯ ฯ ฮอย รอย
ร่มฯ ฮวม รว ม
ราฯ ฮาง ราง
ร฿ฯ ฮบ รบ
ราฯ ฮาด ราด
ตัว ร ในภาษาไทยมาตรฐานเกือบท้ังหมด ออกเสียงเปน ฮ ในภาษาลานนาแทบท้ังสิ้น
สวนตัว ร ออกเสียง ร สวนใหญจะเปน คํายืมจากภาษาอ่ืน เชน รถ ราม รวี รีวิว รจนา ริษยา
รังสี ระเบียบ ระบบ เปนตน จะไมอ า นออกเสยี ง ฮ ยกเวน คาํ วา จารีต ท่ตี ดั คาํ มาเปน ฮีต บาง
คําออกเสียง ร ตามภาษาไทยมาตรฐาน ไมออกเสียงเปน ฮ เชน รวย รํา ระบํา เปนตน
แตอยางไรก็ดี เวลาอานอักษร ร คนลานนาออกเปน ล ไมไดออกเสียงเปน ร ยกเวนผูไดรับ
อิทธิพลจากภาษาไทยมาตรฐานหรือในกลุมผูมีการศึกษาสูงเทาน้ันฮ ออกเสียง ฮ (ไมมีสวน
เกย่ี วขอ งกับตวั ร) ซึ่งเปน ภาษาลา นนาเดิมน้ันก็มอี ยูเชน กัน เชน ฮวก (ลกู ออ ด) ฮุด (ดงึ กระชาก
ใหข าด) (ผอี )ี ฮุม (รงุ ) ฮํา (ฝนตกใสจ นเปยก รมุ สกรมั เชน ไลฮ าํ ) ฮอม (บรจิ าค รวมชวยเหลอื )
ฮอก (กระดง่ิ แขวนววั ควาย) ฮาม (รนุ กลาง เชน ไกฮ าม แปลวา ไกร ุนกระทง) ฮาย (ลกั ษณะการ
ตัดเลาะกง่ิ ไมลง, ตัดผมแบบซอยลงมา) เฮอะ (รกรุงรัง) (ข)้ี เฮอะ (ขยะ) โฮะ (แกง) เปน ตน ดงั
ตาราง
ตารางท่ี ๑๒๓ ตารางการใช ฮ ในภาษาธรรมลานนาท่ีไมไ ดรับอิทธิพลจาก ร
ฮ/ฮ คําอาน ความหมาย
โฮะ โฮะ แกงโฮะ
ฯก ฮวก ลกู ออด
๒๙๐ อกั ษรธรรมลานนา
ฮ/ฮ คาํ อา น ความหมาย
ฮดุ ฮุด ดึงกระชากใหข าด
ฮมุ ฮมุ (ผีอฮี มุ ) รงุ
ฮาํ ฮาํ (ฝน)ตกใสจ นเปย กปอน (ฝนพราํ )
ฯก ฮอก กระดิ่งแขวนวัวควาย
ฮาฯ ฮาย ลกั ษณะการตดั ผมแบบซอยลงมา
เฮฯะิ เฮอะ รกรงุ รงั (ขเ้ี ฮอะ=ขยะ)
ฮาฯ ฮาด คาง (ทําสิง่ ใดก็ตามแลวคางไวไ มไดท าํ ตอ)
ฮาฯ ฮาม รนุ กลาง (เชน ไกรุนกลางไมออ นไมแ กใ นวัย)
ฮาฯมะ ฮางมะ (แตงไทย) ทแ่ี กแดดจะสกุ ก็ไมใ ช ไมส กุ ก็
ไมใช มีรสชาติไมอรอยคลายสกุ เพราะบม
แกส
ฮ้ ฯ ฮยุ สอยผา (ในลักษณะเย็บซอมสอยผา ทชี่ ํารดุ )
อนึ่ง สําหรับเหตุผลท่ีไมใชตัว ฮ เพราะบางศัพทเม่ือพิมพเขียนหรือจารลงไป
จะมีความยงุ ยากกรณี ตามดวย อ (ลอย) ฯ หรืออกั ษรอ่นื เชน ฮฯั ฮัก ฮุม ฮมุ ฮ่ฯ฿ ฮม ฮฯ฿
ฮด จะมีความเกะกะและยุงยากทง้ั ไมส วยในการเขียน (แมแตตัวพมิ พก็ยังดูเกะกะ รุงรัง) ย่ิงถา
เขียนเปนศิลปะเลนหางดวยแลวจะมีความสับสนในการอานมาก แตถาใชตัว ร จะสะดวก
และไมเกะกะท้ังดูสวยงามอกี ดวย เชน รัฯ รฯฯ เรืฯร ร฿ฯ ร฿่ฯ เปน ตน แตบางทานจะเขียน
ทงั้ ฮัก ฮุม ฮม ฮด ๒ ทัง้ แบบ ในพจนากรมของ อดุ ม รงุ เรืองศรี (๒๕๔๗) และสมคิด วชั รศาสตร
(๒๕๓๘) ปรากฏ ร และ ฮ ใชร ว มกัน ทัง้ ๒ พยัญชนะ ดงั นี้
อักษรธรรมลานนา ๒๙๑
ขอ สงั เกตความพเิ ศษของอักขรวิธอี กั ษรธรรมลานนา
ตารางท่ี ๑๒๔ ตารางการแสดงการใช ร / ฮ รว มกนั
รฮ
รัฯ ฮฯั
เรัา เฮาั
เรืรฯ เฮฯรื
รฯ่฿ ฮ่ฯ฿
รฯิ ฮฯิ
ราฯ ฮาฯ
รู ฮู
จากการสังเกต จะเห็นชัดวา การใช ฮ มีความสับสนและยุงยากในการเขียนตัวสะกด
หรือตัวตาม เพราะหางของตัว ฮ นั้น มีความยาว ในการใชอักษรไทยเขียนภาษาบาลี ตามหลกั
มกี ารตัดฐาน ญ และ ฐ คงเปนเพราะเหตุผลน้ี เชน ปุญฺ า สญฺ า เปน ตน (ตวั ฐ เวลาเขยี นบาลี
ใหตัดฐานออก แตในเคร่ืองพิมพ เชน คอมพวิ เตอรไมส ามารถทําได)
๒.๒๒.๑ อักษรที่มกั ใชส ับสนในพยญั ชนะวรรคและอวรรค
พยัญชนะวรรคในการจัดแบบบาลีและสันสกฤต เดิมทีเดียวไมนาจะมีปญหาใด ๆ
แตอิทธิพลของภาษาไทยมาตรฐานทาํ ใหก ารใชพยัญชนะในแตละวรรคและพยัญชนะเศษวรรค
เกดิ ความสบั สน ดังในตาราง
๒๙๒ อกั ษรธรรมลา นนา
ตารางที่ ๑๒๕ ตารางแสดงพยัญชนะวรรคและเศษวรรคทมี ีปญหาในอกั ขรวิธี
วรรค ก ก ข ค ฆ ง
วรรค จ จ ฉ ช ฌ ญ
วรรค ฏ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
วรรค ต ต ถ ท ธ น
วรรค ป บ /ป ผ พ ภ ม
เศษวรรค ย ร ล ว ส ศ ษ ห ฬ ( ◦ )
๒.๒๒.๑ อักษรท่ใี ชสับสนในพยัญชนะวรรคและอวรรค (เศษวรรค)
๑) ก/ค
การเขียน ก (กะ =อักษรสูง) และค (กะ =อักษรต่ํา) มักจะเกิดความสับสน
อยเู สมอ เพราะการทองจาํ ในแบบชาวเหนอื จะทอ งเปน กะ (ก) และ กะ (ค) อักษรทัง้ ๒ มเี สยี ง
ใกลกนั มาก แต ก เปนอกั ษรสงู ค เปนอกั ษรต่ํา กา อา นวา กา ค¶ฯ อานวา กา กรณเี ขียนอาน
แบบลานนา แตถา นําไปเขยี นแบบอกั ษรไทยมาตรฐาน กา อานวา กา (ไมใ ชก า) ค¶ฯ อานวา คา
(ไมใ ชก า) การสบั สนในภาษาลานนา และภาษาไทยมาตรฐานนี้ทาํ ใหเกดิ การใชปะปะกนั มปี ญหา
ตามมามากมาย เชน กีฯ ค(ีฯ ก็ด)ี มีการเขยี น ๒ แบบเพราะความสับสนและเขาใจผดิ ในเสยี ง
๒) 8 - ฅ
8 - ฅ ตัว 8 (ค) (ซงึ่ ชาวลา นนาออกเสยี งเปน กะ คอื ก ไก เสียงสามัญ)
ใชเปนตัว ก ในอกั ษรธรรม แตพ อในอักษรบาลี-สนั สกฤตกลับใชเปน ค (พยัญชนะวรรคที่ ๓ ของ
วรรค ก) ความสับสนั นี้ จงึ เกิดข้นึ บอ ยมากจนทําใหเ กิด ฅ คือ ฅ ,ฅ ใชเสรมิ เปนเสยี ง ค กรณี
อักษรธรรมลา นนา ๒๙๓
ขอ สังเกตความพิเศษของอักขรวิธีอกั ษรธรรมลานนา
คาํ ยืมท่นี าํ มาเฉพาะเสยี ง เชน ม¢ี ฅฯ฿ แทนที่จะเปน มี¢ค฿ฯ แตโ บราณกลบั ไมนยิ มใช ไปใช
ตวั ฅ แทน
๓) จ-ช
จ (จะ อกั ษรสงู ) และ ช (จะอกั ษรตาํ่ ) ๒ พยญั ชนะนี้ มคี วามสับสนมาก เชน
ช้าฯ อานวา จาง ในภาษาเหนือ แตค อื ชาง ในภาษาไทยมาตรฐาน ฉะนนั้ ตองแยกใหช ดั เจนวา
จ คือ จ ในลานนา คือ จ (จอ) ในภาษาไทยมาตรฐานและบาลีสันสกฤต จะไป ตองเขียนวา
จไพ ไมใ ช ชไพ น้ําชา ตอ งเขยี นเปน ¢ชํ า ไมใช ¢จํ า
๔) ฏ-ด
ฏ (ระฏะ/ฏ อักษรสูง) ใชกับภาษาบาลีและสันสกฤษเทานั้น แตชาวเหนือท่ี
โบราณที่ไมคอยจะรูภาษาบาลีสันสกฤตมักจะเขียนเปน ต เกือบทั้งหมด ฑ (ระฎะ/ฎ ด ฑ)
แทนไดทง้ั ฎ ด ฑ ถา หากเขียนเปน บาลสี นั สกฤตคือตัว ฑ ถาเปน อกั ษรธรรมใชแ ทนตวั ด และ ฎ
(ซ่ึงมีใชมาก แทท่ีจริงแลวแปลงมาจาก ฏ ปฏัก เชน กฎหมาย ชฎา เปนตน) คําวา เดิน
ในภาษาไทยก็ตองเขียนเปน เฑิฯ เดือน ตองเขียนเปน เดืฯร เน่ืองจาก อักษรท่ีตรงกบั เสียง ด
ไมม ใี นอักษรธรรมลา นนา ซึง่ ยมื มาใชเ ขียนภาษาบาลเี ปน เบื้องแรก (บาลไี มม ตี วั ด)
๕) ต-ท
ต (ตะ/ต อักษรสูง) คือตัว ต ในลานนามักจะใชสับสนกับตัว ท (ตะ/ต
อักษรต่ํา) ซึ่งคือตัว ต ของลานนนา แตคือ ท ของบาลีสันสกฤตและอักษรไทยมาตรฐาน
(ถาเทียบกัน) หากเขียนวา ตาฯ ท¶ฯฯ มีความหมายตางกัน คําแรกคือ ตาย (ตาฯ death)
คําที่สองคือ ทาย (ท¶ฯฯ fortell) ถาเขียนคําวา ทหาฯ อานวา ทะ-หาน ในภาษาไทยมาตรฐาน
อานวา ตะ-หาน ในภาษาลานนา ท¶ฯ อาน ตาน ความหมายคือการใหทานในภาษาลานนา
แตอานวา ทาน ในภาษาไทยมาตรฐาน แตชาวลานนามักจะสบั สนเขียนเปน ตาฯ ซ่ึงตรงนี้
ตองอา นวา ตา น แตถ า เปน ตนตาล ตองเขียนวา ตาฯ อานวา (ตน ) ตา น
๒๙๔ อกั ษรธรรมลานนา
๖) บ-ป
บ /ป บ และ ป ในภาษาไทยมาตรฐานแบง กันไวอยางชัดเจน แตในอักษร
ธรรมลานนา บ (ปะ) ตัวนี้ คือตัว ป ในบาลีสันสกฤตเทานั้น ไมใช ป ในภาษาลานนาแท
จะตองใช ป (ป หางยาว) เชนคําวา ปา ปา แตถาเปน ปณฺฑิโต จะตองใช บ คือ บณิฯเตา
ท่ีเกิดความสับสนเพราะวา ป ในภาษาบาลีสันสกฤตนํามาเปนเสียง บ ในภาษาเสียสวนใหญ
เชน บัณฑิต บุปผา บริหาร บริการ บริจาค เปนตน แตบางคําก็คงไว เชน ประเทศ ประภาษ
ปฤษณา ปฤษฎางค เปนตน และที่สบั สนหนักเขาไปอีกกค็ ือชาวลานนาเรียกอักษร บ วาตัว ปะ
ปอ ม (ป หางสนั้ ) ผูศึกษาที่ใหมตอ อกั ษรตวั นี้กเ็ ลยเขาใจวา คือ ป ปล อยางเดยี วกม็ ี
๗) ป-พ
ป (ปะ = ป อักษรสูงลานนา) มักจะมีการใชสับสนกับอักษร พ (ปะ = ป
อักษรต่ําลานนา) บางทีเรยี กวา ปะข้ีปุม อยางเชนคําวา พีน้ฯง อานวา ปนอง ในภาษาลานนา
แตอานวา พี่นอง ในภาษาไทย เพราะตัว พ ตรงกับ พ ของภาษาบาลีสันสกฤต
และ พ ในภาษาไทยมาตรฐาน ความเขาใจผิดท้ัง ป และ พ จึงมักเกิดขึ้นอยูเสมอ เชน เขียน
คําวา ปา เปน พ้า ปา เปน พา่ วันพุธ (วพัฯ ุธ) เขียนเปน วัปฯ ดุ เปนตน
๘) พ-ภ
พ และ ภ (พะ = ภ อักษรต่ํา) พ กับ ภ ในภาษาไทยมาตรฐาน
คือเสียงเดียวกัน แตในอักษรธรรมลานนา พ ปะ เทียบเทาเสียง ป เชน พีน้ฯง (ปนอง)
และเขาใจกันวา ภ คือเสียง พ กฎหมายแพง นักปราชญชาวเหนือจะเขียนเปน ก฿ฯหฯาฯแภ่ฯ
นัยวาเขียนไปตามเสียง ซึ่งที่จริงแลว พ คือ พ ในภาษาบาลีสันสกฤตและภาษาไทยมาตรฐาน
ความเขาใจ ของชาวลา นนาเมอ่ื เปนเชน นี้จึงนํา ภ มาเขียนแทนตวั พ เสยี สว นใหญ
๙) ส- ศ- ษ
ส ศ ษ ส / ศ /ษ ตวั ส ทงั้ ๓ ชนิดน้ี แททจี่ รงิ แลว ในภาษาลานนาโบราณ
ไมม เี สยี งตวั ศ และ ษ แมก ระท่ังภาษาไทยมาตรฐานเองกต็ าม แตเมอ่ื มคี ํายมื จากภาษาสนั สกฤต
อกั ษรธรรมลา นนา ๒๙๕
ขอสงั เกตความพเิ ศษของอกั ขรวธิ อี กั ษรธรรมลานนา
จึงปรากฏรปู ศ และ ษ เพอ่ื มาเปนพยญั ชนะเพิ่มเติมซง่ึ ในภาษาสนั สกฤตมีใชสวนในอักษรธรรม
ลา นนามกั จะใช ส แทบท้ังหมดไมว า จะเปนคาํ วา ศีล สมาธิ ศาลา ภาษา ศรี โทษ ก็มักจะเขยี น
เปน สี ฯ สมาธิ สาลา สี โท฿ เปน ตน ยกเวน การเขยี นเนอื่ งจากอทิ ธิพลของภาษาไทย
มาตรฐาน
๑๐) ร-ล-ฬ
สวน ร ล ฬ มีปญหาอยูบางเชนกัน กลาวคือชาวเหนือไมมีการออกเสียง ร
มีแตเสียง ล ฉะนั้น ไมวาพยัญชนะตนจะเปน ร ล หรือ ฬ ชาวลานนาออกเสียงเดียวคือ ล
แมจะเปนพยัญชนะควบกลํ้าดวย ร ล ก็ออกเสียงไปอีกแบบหนึ่ง เชน เปรียบ ออกเสียงเปน
เผยี บ ปลี ออกเสียงเปน ป เปน ตน
๒.๒๓ รูปลักษณของอักษรธรรมลานนา ถาจารดวยเหล็กจารหรือเขียน ลักษณะก็
ขึ้นอยูกับลายมือของแตละคน สวนการพิมพลักษณหรือแบบ (ฟอนท) คลายกับอักษรไทย
มาตรฐานที่มฟี อ นทแ บบไทยสารบรรณ หรอื อังสนา เชนน้ี เปน ตน
ภาพ : รปู ลกั ษณอกั ษรธรรมลานนาบนผา ยันต
ทม่ี า : เขา ถึงจาก www.facebook.com/WipakHistory/photos (ออนไลน) เขา ถงึ เมื่อ ๑๙
กันยายน ๒๕๖๓
๒๙๖ อกั ษรธรรมลา นนา
ภาพ : รปู ลักษณอ กั ษรธรรมลานนาในปบ สา (พับสา)
ท่ีมา : เขาถึงจาก www.facebook.com/WipakHistory/photos(ออนไลน) เขาถึงเมอ่ื ๑๙
กันยายน ๒๕๖๓
ภาพ : รูปลักษณอ กั ษรธรรมลา นนาฟอ นทค อมพวิ เตอร
ที่มา : เขาถงึ จาก https://www.gotoknow.org/posts (ออนไลน) เขาถงึ เมือ่ ๑๙ สิงหาคม
๒๕๖๓
อักษรธรรมลา นนา ๒๙๗
ขอ สงั เกตความพิเศษของอักขรวิธีอกั ษรธรรมลานนา
การพิมพจะมีความเปน มาตรฐานคลา ยกับอักษรไทยมาตรฐาน แตปญหาอยูท่ีลักษณะ
การพิมพ และขบวนการคอนขางจะยาก คอมพิวเตอรบ างประเภทอาจไมร องรับอักษรแปลก ๆ
ซึ่งเราจะตองใสฟอนทน้ัน ๆ ไวกอนลวงหนา เชนนี้ ตัวพยัญชนะตนและตัวสะกดน้ัน
พิมพค อนขา งยาก จะตองมีวธิ กี ารที่จะจดั การอุปสรรคตรงนีอ้ กี คอ นขา งมาก จุดน้ี อาจเปน สาเหตุ
หนึ่งแหง การเลอื นหายของอักษรธรรมโบราณ
ผูศึกษาตองคอยสังเกตและใชประสบการณในการอานคัมภีร นิทานหรือตําราตาง ๆ
สั่งสมความเชยี่ วชาญในการสงั เกตเองจงึ จะชาํ นาญในการอาน
อักษรธรรมลา้ นนา ๒๙๙
การอา่ นอกั ษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนอื
บทท่ี ๑๐
การอา่ นอกั ษรธรรมล้านนาแบบชาวล้านนา
๑. ความร้เู บอ้ื งตน้
การอ่านอกั ษรธรรมลา้ นนาจากบทเรยี นสนั้ ๆ ท่ไี ดก้ ล่าวมาขา้ งตน้ น้ัน มคี วามยุ่งยากนอ้ ย
เพราะมคี าอธิบายถงึ หลักเกณฑ์ให้ผเู้ รยี นรู้ลว่ งหน้ากอ่ นในเวลาท่ีศกึ ษามาไมน่ าน แต่ถ้าหากได้ฝึก
อา่ นขอ้ ความท่ีมคี วามยาวจะมีความยุง่ ยากมากกวา่ อาจเพราะความไมค่ ุ้นเคย ไมเ่ คยชนิ เหมือน
อ่านภาษาไทยมาตรฐาน ท้งั ยังตอ้ งตคี วามหมายของแต่ละคา และดบู ริบทตา่ งๆประกอบด้วย
อุปสรรคอีกอย่างหน่ึงของการอ่านอักษรธรรมล้านนา คือ ผู้เรียนต่างได้รับอิทธิพล
จากภาษาไทยมาตรฐาน จึงมักจะสู้คนโบราณที่เรียนอักษรธรรมล้านนาอย่างเดียวมาตั้งแต่ต้น
ไมไ่ ด้
ผู้เรียนจึงต้องสังเกตให้ลึกซ้ึงก่อนอ่าน ทั้งนี้ควรอ่านลายมือที่เขียนแตกต่างกัน
พร้อมสังเกตอักขรวิธีท่ีแตกต่างกัน และปัจจุบันน้ีได้มีการประดิษฐ์ตัวอักษรธรร มล้านนา
ด้วยคอมพิวเตอร์ ผู้เรียนจึงควรหัดอ่านตัวอักษรล้านนาจากสื่อออนไลน์ด้วย อักษรประดิษฐ์
ในรูปแบบต่างๆ (ฟ้อนท์) จะช่วยให้มีความชานาญ อ่านได้ทั้งลายมือสวยเป็นระเบียบ
และลายมือหวัดแบบไร้ระเบียบ ตัวพิมพ์หรือตัวเล่นหาง เล่นศิลปะ กล่าวคือ จะเขียนจะพมิ พ์
ในรูปแบบอย่างไร ก็สามารถอ่านได้ เหมือนสามารถอ่านลายมือและรูปแบบพิมพใ์ นภาษาไทย
มาตรฐาน สาหรับตัวอย่างท่ีจะนามาเสนอในหนังสือเล่มนี้ จะเป็นตัวอักษรธรรมล้านนา
ทีป่ ระดษิ ฐ์ด้วยเคร่ืองคอมพิวเตอรแ์ ละลายมอื ปราชญช์ าวบ้าน
๒. หลักการอ่านอักษรธรรมลา้ นนา
การอ่านอกั ษรธรรมล้านนา มคี วามแตกต่างจากการอา่ นภาษาไทยมาตรฐานท้งั ทางด้าน
เสยี ง คา บางทีรวมถงึ ความหมายด้วย ขอ้ ควรระวงั ในการอา่ นแบบชาวเหนอื มี ดังนี้
๓๐๐ อักษรธรรมล้านนา
๑. อักษร ป ต จ ก (ป ต จ ก) เป็นอักษรสูง คาว่า ปา ตา จา กา ต้องอา่ นเป็น ปา๋
ต๋า จ๋า กา๋
๒. อักษร พ ท ช ค เท่ากับอักษร ป ต จ ก ในภาษาไทยมาตรฐาน เป็นอกั ษรตา่
ปา ตา จา กา อา่ นตามปกติ (เทา่ กับเสียงสามญั ) ทงั้ นยี้ กเว้นเขยี นเป็นภาษาบาลหี รอื ภาษาไทย
มาตรฐานจะตรงกับอกั ษร พ ท ช ค
๓. อักษร พ ท ช ค ถ้ามีไม้เอก ( ่ ) อ่านเป็นเสียงโท (เหมือนอักษรต่าคู่
ในภาษาไทยมาตรฐาน) พํ่ฯอ ท่ี ช่างฯ คา่ ฯ ปอ้ ต้ี จ้าง ก้า มเี ครือ่ งหมายโท ( ) ใหอ้ ่านเปน็
เสียงตรี (เหมือนอักษรต่าคู่ทุกประการ) พา ท้าฯ ชางฯ ค้าฯ ป๊า ต๊า จ๊าง ก๊า (เท่ากับ ป้า ท้า
ชา้ ง ค้า)
๔. อกั ษร พ ท ช ค อกั ษรต่าคาตาย ใหอ้ ่านออกเสียงเบญจมา (กง่ึ ตรแี ละโท) พัดฯ
ทัฯด ชัดฯ คัดฯ ออกเสยี งเป็น ปดั๊ ต๊ดั จด๊ั กดั๊
๕. อกั ษร พ ท ช ค ผสมกับคาตายเสียงยาวอ่านออกเสียงเป็นเสียงโท พากฯ พาดฯ ทากฯ
ชาตฯ คาฯบ อา่ นเสียงเปน็ ป้าก ป้าด ชา้ ต ก้าบ
๖. คาท่ีมีพยัญชนะต้นเป็นอักษรสูง หรือ คาท่ีมี ห นา และอักษรกลางมีไม้โท ให้อ่าน
เสียงเบญจมา เช่น หา หาฯน ได อางฯ (ห้า หน้า ได้ อา้ ง)
๗. คาที่มีพยญั ชนะตน้ เป็นอกั ษรสูงหรอื อักษรกลางผสมกบั คาตาย เสยี งสั้น ให้อา่ นเป็น
จัตวาท้ังหมด เช่น ขัฯด หดัฯ ตกัฯ ปัฯก ดับฯ ใหอ้ ่าน ขั๋ด ห๋ัด ตกั๋ ป๋กั ด๋ับ เปน็ ต้น
อักษรธรรมล้านนา ๓๐๑
การอ่านอักษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนอื
๘. อักษร ร ใหอ้ า่ นเป็น ๒ ลกั ษณะดงั น้ี
๑) สาหรบั ภาษาลา้ นนาตอ้ งอ่าน ร (ร) เปน็ ฮ (ฮ) เช่น
ริ ฮิ ริ เป็น ฮิ
รฯัก ฮฯัก รกั เป็น ฮัก
เรือฯร เฮือฯร เรอื น เปน็ เฮือน
รอฯง ฮงฯอ รอ้ ง เป็น ฮ้อง
รดฯอ ฮอฯด รอด เป็น ฮอด
๒) อกั ษร ร (ร) อา่ นเปน็ ล (ล) เฉพาะคายืมจากภาษาบาลีภาษาสันสกฤต
และภาษาไทยมาตรฐาน เช่น (สรุปจากเรอื งเดช ปนั เขอื่ นขตั ยิ ์, ๒๕๕๕: ๕๓)
ร฿ฯถ อา่ นวา่ ลด
รฯงัสี อ่านว่า ลงั สี
อนรุ ัก์ษฯ อ่านวา่ อนุลัก
โรฯค฿ อ่านว่า โลก
๓๐๒ อักษรธรรมลา้ นนา
๓. การอ่านอกั ษรธรรมประดษิ ฐจ์ ากคอมพิวเตอร์ (สภุ าษติ ,คาคม,ผญา,บทเพลง
ภาคเหนอื )
สบิฯปีอาบฯน้ํฯบห่ ฯาน ฯว สิบปี๋อาบนา้ บห่ นาว
ซาวปฯ แี อ่วสฯ าวบฯ ก่ ายฯ ซาวปแ๋ี อว่ สาวบ่กา้ ย
สามสฯ ิบฯปีบ่หฯาน่ ยฯสส฿งฯ ารฯ สามสิบปบ๋ี ่หนา่ ยสงสาร
ส่ีสบิฯปีเยยฺ ฯะการฯเหฯอมรื ฟาผา่ สี่สบิ ปเ๋ี ยียะการเหมอื นฟา้ ผ่า
หาสบิปฯ ีสาวนฯ อฯยฯด่าบ่เจ็บฯไจ ห้าสบิ ปี๋สาวนอ้ ยด่าบเ่ จ็บใจ
หฯส฿ก ิบปฯ ีไอเหมืฯรอ ฟาฯโน ข฿ฯก หกสิบปไี๋ อเหมือนฟานโขก
เจัฯดสิบปฯ ีบ่าฯโหกฯเ฿ ตตฯม ฯว฿ เจด็ สิบปี๋บา่ โหกเต๋มตวั๋
แปดสฯ ิบฯปีไครฯ่หฯเ฿ว หรฯอมื ไห แปดสิบปีใ๋ คร่หัวเหมอื นไห้
เกั้าสบิปฯ ีไขคํตายฯบ่ไขคตํ ายฯ เกา้ สบิ ปีไ๋ ขก้ ต็ า๋ ยบไ่ ขก้ ต็ าย
(เรอื งเดช ปนั เข่อื นขตั ยิ ์, ๒๕๕๕, ๕๓)
สาวฯเอยฯสาวฯ อายฯมาฟู่นอฯง หฺวังเปฺนฯคู่ปอฯงรฺอฯมแพฺงฯ ยามฯเดือฯรส่อฯงฟา ดาวฯคํดับฯ
แสงฯ พ่ีหลฯยฯวผแอฯ่ํ ยเงฯ คหาแห่งเฯ จั้า พ่บี ่ํรัฯไก ผ เทั่าฯน้ยฯนองฯ เหั้าฯน ในโขงฯช฿ มพฯโลฯนก ี้
สาวเอยสาว อ้ายมาฟู่น้อง หวังเป็นคู่ป้องรอมแพง ยามเดือนส่องฟ้าดาวก็ดับแสง พ่ี
เหลียวผอ่ แยงเคหาแห่งเจา้ พบ่ี ร่ ักไผ เท่านายนอ้ งเหนา้ ในโขงชมพโู ลกนี้
(อุดม รงุ่ เรอื งศร,ี ๒๕๒๘, หน้า ๔๒)
อักษรธรรมลา้ นนา ๓๐๓
การอา่ นอักษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนอื
การฯทาฯตง ฯ฿ด มฯัอน บฯ฿ด ่ได ล฿ฯมทาฯไง นระฯคฯงทั่ อฯง
ขํฯอสมู า อาวอฯ าพน่ี องฯ มนัอฯ ฿บฯด ไ่ ดเหฯลออื แรฯง
บ่ใช่ต฿นฯด ักฯ บ่ไชต่ ห฿ดฯ นฯา คอ่ยฯ ฯต฿อฯด ฯอกมา หามฺ พํอฯสะดงุ
การตางตด มันอดบไ่ ด้ ลมทางในค่ังท้อง
ขอสูมา อาวอาพ่นี ้อง มนั อดบไ่ ดเ้ หลือแฮง
บ่ใช่ตดหนัก บใ่ ช่ตดหนา คอ่ ยตดออกมา หมาปอสะดงุ้
ออ่ื ่ืชาชา หัลบฯ สอฯงตาแมไ่ พน้นอฯกบา้ นฯ
แมไ่ พเกับฯหสมฯ านใฯ ส่ซามาแขวฯร ไพเกบ็มฯ แหใฯน สซ่ ามาตอฯร
นอฯงอยฯา่ ไหออรฯ แม่ไพไรบ่ ม่าฯ ฯ ห้นื อฯงหบลัฺฯสอฯงตา
นอฯรจาทที่ ้ีทีท่ ต่ี ิดกฯ ันฯ หบฺัล เมื่ฯออ วันนฯ อฯงอยฯา่ ไหออรฯ
อํอฯอ้อื อรฯ ห้ืหฺลับเฯ สยฯเทฯอิะน้ยฯ
ออื่ ออ้ื จาจา หลับสองตา๋ แมไ่ ปนานอกบา้ น
แมไ่ ปเก็บหมะส้านไส่ซา้ มาแขวน ไปเก็บมะแหนใสซ่ า้ มาตอ้ น
น้องอย่าไห้อ้อนแมไ่ ปไฮบ่ ่มา หอ้ื น้องหลับสองตา๋
นอนจาตต่ี ต้ี ตี่ ้ีตดิ กัน๋ หลับเมอื่ วนั นอ้ งอย่าไหอ้ ้อน
อออื้ออ้อน หอื้ หลบั เสยี เตอะนาย
(กรมศลิ ปากร, ๒๕๓๙, ๓๙)
๓๐๔ อักษรธรรมลา้ นนา น้ยฯหบัลฯ ฯสฯองตาจไพให
น้ยไฯ หอยฯาฯกก ินชฯ ิ้นฯ
อื่อ่ืชาชา น้ยฯไหอยฯาฯกก ินปฯ ลาฯ
แกวฯแกน่ฯไทลกู แม่ จไหยฺ ว่ นัฯน่ึงฯ มีเขั้าเยอฯน ยฯ่สฯองสาฯกม รอฯ
บฯมไี ผไดแลฯไน่ พฯาห อดใฯ฿ จหัฯลบฯสงอฯ ตา
บไฯมี ผฅฯ฿ไน ดแลฯไน่ พสรอฯ แกวฯแก่นฯไทอ่แี ม่ จไหยฺ ว่ นัฯนฯงึ่
พรอฯ แลฯฯวคอ่ยฯ หฯ บลัฯ ฯไพ นายหลับสองตาจะไปไห้
แกวนฯ ฯรอ ชาจไพไห นายไหอ้ ยากกิ๋นจิ๊น
นายไหอ้ ยากกิ๋นปา๋
อื่อออื จาจา มีข้าวเยน็ อยสู่ องสามก้อน
แกว้ แกน่ ไท้ลูกแม่จะใหญ่วันหนงึ่ อดใจห๋ ลับสองตา๋
บม่ ไี ผใดแลน่ ไปหา แก้วแก่นไทอ้ ่ีแมจ่ ะใหญว่ ันหนึง่
บม่ ไี ผคนใดแลน่ ไปสอ้ น
ป้อนแลว้ คอ่ ยหลับไป (กรมศลิ ปากร, ๒๕๓๙: ๓๙)
แก้วนอนจาจะไปไห้
เกั้าหลฯยฯมสบิฯหลยฯ มฯ บ่เทัา่ ฯหลฯยฯมใบคาฯ เก้าั หฯาน สบิฯหนฯาบ่เทาั่ ฯหานฯ คําฯอู
เกา้ เหล้ียมสิบเหลี้ยม บอ่ เตา้ เหลี้ยมใบคา เกา้ หนาสบิ หนาบ่อเตา้ หนากาอู้
(มีความรู้ความสามารถย่อมเอาตัวรอดได้ทกุ สถานการณ์)
อกั ษรธรรมลา้ นนา ๓๐๕
การอา่ นอักษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนอื
เกเิฯด ปฅฯน ฿นฯขห้ึนฯ วฯยไฯ หฯหน ื้สุด ขุดรูไหนฯหืต้ ึ้กฯ
เกิดเป๋นคนข้ึนหว้ ยไหนหือ้ สุด ขุดฮูไหนหือ้ ตึ้ก (บางทอ้ งทอ่ี อกเสยี งเปน็ เตก๊ิ )
(ทาอะไรไมค่ วรทอ้ ถอย ทาให้ถึงทีส่ ุด)
ไกเ่ คิยชฯ นฯ฿ ฅนเฯ฿ คยิ ฯฟอรฯ
ไกเ่ กยจน คนเกยฟ้อน
(คนที่มีประสบการณ์ย่อมทางานทเี่ คยมาแลว้ ได้)
ขงฯอ กินฯลําฯ ปฯนักนฯิฅนห฿ฯ ยนฯอ ฯ กนฯิฅนฯด฿ ยฯวชาแฯง คฯน
ของกนิ๋ ลา ป๋ันกิน๋ คนหน้อย กิน๋ คนเดียวจ๊างแกน๊
(การรู้จกั เอ้ือเฟือ้ เผือ่ แผแ่ กค่ นอืน่ เปน็ สิ่งด)ี
ขาเก่าเต่ารายฯ เสออืฯ ฅวฯายฯมเี ขัา จกฯเ้ั ขบแฯ มงฯเวาั ฯ ลยฯงไวบ่ได
ข้าเกา่ เตา่ ฮา้ ย เสือควายมีเขา จกั๊ เข็บแมงเวา เล้ยี งไว้บไ่ ด้
(อยา่ เล้ียงหรอื เก็บส่งิ ที่มอี นั ตรายเอาไวใ้ กล้ตัว)
ข้ีตา ยาตา
ข้ตี ๋า ยาต๋า
(สง่ิ ทดี่ ูเหมอื นวา่ น่ารงั เกียจอาจจะยงั มปี ระโยชน)์
ขีห้ ฯมยงฯ เกดฯกิ บัฯเหัลฯก
ขเ้ี หมีย้ ง เกดิ กบั เหลก็
(ทกุ สง่ิ ทุกอย่างยอ่ มมขี อ้ บกพร่อง เมแ้ ตส่ ิ่งทแ่ี ขง็ แรงคงทนมากทส่ี ดุ )
๓๐๖ อักษรธรรมลา้ นนา
ขี้แหงฯ จบัฯตาหมฯา
ขแ้ี หง้ จับตาหมา
(ของทเี่ รามองไม่เหน็ คณุ คา่ อาจจะมคี ุณคา่ สาหรับผอู้ นื่ )
ฅน฿ทฯ ี่สวกฯ รายฯ โทสะในใจ ชา่ หงฯ มุ มไี ภยฯ บีดฯอยฯ่ใกลฯ
คนตส้ี วกฮ้าย โทสะในใจ จ้างหมุ มีภยั บ่ดอี ยู่ใกล้
(ควรอยหู่ า่ งคนข้ีโมโห)
คําฯบฯมีแปลงฯ ใส่ คําฯบใ่ หย่ ฯแปงฯล เอาั
กาบ่มแี ป๋งใส่ กาบใ่ หญ่แป๋งเอา
(อย่าพดู ถา้ ไมม่ ีหลกั ฐานขอ้ มลู ต่างๆ อย่าเสริมแตง่ เรอ่ื งราวเล็กๆ)
คฯวึด า่ ฯตห฿ฯว ฯกวลั ฅฅื นฯง฿ ่าวฯ ควดฯึ า่ ตฯ งฯว฿ ่าฯวฅฅื ฿ฯนหกลัฯว
กึ๊ดว่าตั๋วหลว็ ก คือคนงา่ ว กึ๊ดวา่ ตว๋ั งา่ วคอื คนหล็วก
(อวดร้อู วดฉลาดคอื คนโง่ คนฉลาดมกั ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน)
ถื้นฯบ่ยาฯว ใจดาํ ก่ําเสา้ั
ถ้นึ บ่ยาว ใจ๋ดากา่ เส้า
(อยา่ ใจร้อน จะเสียใจภายหลงั )
ใครฯ่ขี้ลห่นฯ฿ าขฯอร ใครฯ่นอฯรล฿นฯห่ าสาดฯ
ใค่ขลี้ ่นหาขอน ใคน่ อนลน่ หาสาด
(ใหอ้ ยูด่ ้วยความไมป่ ระมาท ควรมีการวางแผนกอ่ นทางาน)
อักษรธรรมลา้ นนา ๓๐๗
การอา่ นอกั ษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนือ
ใครฯ่เปฯขน า หื้อยฯ่ดายฯ
ใคเ่ ปน๋ ขา้ หอ้ื อย่ดู าย
(ค่าของคนอยู่ทกี่ ารทางาน)
ใครฯ่เปเฯน จ้าั หห้ื ่รฯัม รยรฯ คณุ ใค่เปนฯขุรหืห้ ่รฯมั เฝ้ัาเจ้ัา
ใค่เป๋นเจ้าห้ือหม่ันเฮยี นคุณ ใค่เปน๋ ขุนหือ้ หม่ันเฝ้าเจา้
(อยากเปน็ นายคนให้หม่ันศกึ ษาหาความรู้ และรบั ใช้ใกล้ชดิ เจ้านาย)
ใครฯ่เปฯนฅมน฿ฯ หี ห้ื ฯ่ัมรคา้ ฯ ใครฯ่เปนฯข้ขี าหื้เปนฯน ้ยบฯ รฯกนัฯ
ใคเ่ ป๋นคนมีห้ือหม่ันกา๊ ใค่เป๋นข้ขี า้ หอ้ื เปน๋ นายประกั๋น
(การค้าขายเท่านนั่ ที่จะทาให้คนม่งั คัง่ การคา้ ประกันคนอื่นมแี ตจ่ ะเดอื ดรอ้ น)
ใครฯ่หกลัวฯ ห้ลื งฯ่อ ใต ใครฯ่ใบหข้ื ึน้ฯเหืฯออน
ใคห่ ล็วกหือ้ ลอ่ งใต้ ใคใ่ บห้ อื้ ข้ึนเหนอื
(การโอนอ่อนผอ่ นตามเปน็ วิสัยของคนฉลาด การโตเ้ ถยี งขัดขนื เป็นวิสยั ของคนโง)่
ใครฯ่หเื้ พฯร้ิน ัอฯก ยฯาฯกนัฯกจหั ัวงฯ ไครฯ่หืเ้ พฯิ้ชน งัคฯ ําดฯ ยวฯ คไํ ด
ใคห่ ้อื เปิน้ ฮักยากนักจกั หวัง ใคห่ ื้อเป้ินจังคาเดียวก็ได้
(กวา่ ผลดจี ะปรากฏน้นั ยาก ตอ้ งใช้เวลา ส่วนผลของความช่วั น้ันปรากฏง่าย วินาทีเดียว
กท็ าได)้
ใจบ่แขงัฯบไ่ ดขช่ี างพฯ ู ใจบก่ ลาฯ บ่ฯไดขีช่ าฯงงา
ใจบ๋ แ่ ขง็ บไ่ ด้ขจ่ี ๊างปู๊ ใจบก่ ล้าบ่ได้ขจี่ า๊ งงา
(กาลังใจเป็นส่งิ สาคัญยิง่ ในการทางาน งานสาเร็จดว้ ยดีเพราะมจี ติ ใจเข้มแข็ง)
๓๐๘ อักษรธรรมลา้ นนา
ใจบญุ ชางหฯ มุ มีลาภฯ
ใจ๋บุญจ้างหุมมีลาภ
(คนใจบญุ มักจะมีลาภ)
ชางเฯ หลรฯ อยฯ่าชัฯกหางฯ
จา๊ งเลน่ อย่าจั๊กหาง
(อยา่ ขดั ขวางผู้มีอานาจ)
ช้ฯนิบเ่ นั่าฯ หฯนอรบช่ ี คําบฯ ีมเฯ ขัาบว่ ่าฯ
จิน้ บเ่ น่า หนอนบ่จี กาบ่มเี ขาบ่วา่
(ถ้าไมม่ เี หตุ คงไมม่ ผี ล)
เถั้าแกแ่ ลฯฯวดแฯกั รบฯว ่หมาฯ ฯน หวฯ฿หงฯกอ ซรุ ซาเฯน ยยฯะการบฯ ่ได
เฒ่าแก่แลว้ ดักแฮ้วบ่หมาน หวั หงอกซุนซานเยียะกา๋ รบไ่ ด้
(ทาอะไรใหน้ ึกถงึ สังขาร)
ตาฯใม จปลาฯ จกนิฯเบัฯด ตาฯใม จเปดัจฯ กินฯหฯอยฯ
ตา๋ มใจป๋ ๋าจะกินเบ็ด ตามใจเปด็ จะก๋นิ หอย
(ควรรู้จักอะลมุ้ อล่วยซ่ึงกนั และกัน)
ตหี ฿วฯฟากสฯ ฯ่ัรๆน ห฿ฯฝว า ตหี วหฯ฿ ฯาม หผื้ ํ่ฯหอ นาฯ เจา้ั
ตี๋หวั ฟากสน่ันหวั ฝา ตีห๋ วั หมาห้อื ผ่อหนา้ เจ้า
(อยา่ ทาอะไรกระทบกระเทอื นคนอืน่ )
อกั ษรธรรมล้านนา ๓๐๙
การอ่านอักษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนอื
ตูบหฯยนอ ไฯ ผวา่ ฯบมฯผี ี ฅงฯน฿ าฅฯม ฯน฿ดีไผว่าบฯ ฯมเี จั้า
ตูบหน้อยไผวา่ บ่มีผี คนงามคนดไี ผวา่ บ่มีเจ้า
(คือคาหยอกของหนุ่มสาว : คนสวย/หล่อ ดีย่อมเป็นท่ปี รารถนา/หรอื มีเจา้ ของแล้ว)
ทําฯพฯํอหลาฯ บฯ หาบฯพฯอํอ ยฯ่
ทาปอหลาบ หาบปออยู่
(การลงโทษควรทาแต่พอดี อยา่ ทาเกนิ กว่าเหต)ุ
ทุก์อขฯ ยฯ่าไพหีนฯ มีอยฯา่ ไพอฯวด
ตกุ๊ ขอ์ ยา่ ไปหนี มีอยา่ ไปอวด
(ควรทาใจวางเฉยทง้ั ตอนจน (รา้ ย) และตอนมัง่ มี)
นรฯอ ทสี่ งู ห้ืนรอฯ ขวฯํา นอรฯ ที่ต่าํ หืน้ ฯอรหาฯง ยฯ
นอนตี้สงู ห้ือนอนคว่า นอนต้ีตา่ หอื้ นอนหงาย
(อยู่ตาแหน่งสูงให้มองลงเบ้ืองล่าง (ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา) ถ้าตาแหน่งต่า ควรมองสูง
ปฏบิ ัตติ ามผ้บู ังคับบัญชา)
น้เํฯ ตฯบม อกฯ คฯกอ ตอกฯ บ่ดฯงั
น้าเตม็ บอกคอก ตอกบด่ ัง
(คนร่ารวยและมีความรู้จรงิ มกั ไมโ่ ออ้ วด)
บฯหีด วฯล ฯกก่รฯอ หํมฯอ บฯซีด ฯกอ ร่ฯอ ปี่
บด่ ีหลว็ กก่อนหมอ บ่ดซี อก่อนป่ี
(ไม่ควรทาตัวอวดร้อู วดฉลาด)
๓๑๐ อักษรธรรมล้านนา
บท่ ฯนันั่ฯง ฟ้หฯงั ยยฯ ดฯ แขงฯ
บ่ตนั นง่ั ฟัง่ เหยยี ดแข้ง
(อย่าพูด กอ่ นท่จี ะทา/ยงั ไมท่ ันนัง่ อย่าเหยยี ดแขง้ กอ่ น)
บหีมฯ ห้ื า บมา่ฯ หโื้ ซฯะอ
บ่มีห้อื หา บ่มาหอ้ื เซาะ
(ใหม้ คี วามพยายามขวนขวาย)
เปฯนพอชฯํ่ ายฯ อยฯ่าฟัฯงคําสฯ ่ํฯอ
เป็นคนจาย อย่าฟังทาสอ่
(เป็นผชู้ ายไม่ควรหเู บา เชือ่ ง่าย)
เปยฯะได ไหฯสม ยฯง
เปยี ะไดไ้ หม้เสีย้ ง
(คนใจเยน็ ย่อมได้เปรียบคนใจร้อน)
ระฯพจัน์อฯท ยฯ่ฟาส่องฯ แจงฯกาฯล ฯงหาวฯ ฝงู หมฯด่ าฯว ยมอ่ฯ แฝงแฯ อบอฯ อมฯ
พะจั๋นทอ์ ยูฟ่ า้ สอ่ งแจ้งก๋างหาว ฝูงหมดู าว ยอ่ มแฝงแอบอ้อม
(บุคคลใดใหค้ วามร่มเย็น ย่อมมผี คู้ นหอ้ มลอ้ ม)
พ่องฯ ชุหไื้ ด พงฯอ่ ไคหเื้ สยฯ
พ่องจุหื้อได้ พอ่ งไกห๊ อื้ เสีย
(ใหร้ จู้ กั ดคู น เพราะอาจถกู หลอกหรือเอาวดั เอาเปรียบ)
อกั ษรธรรมลา้ นนา ๓๑๑
การอา่ นอักษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนือ
พ่ายฯเสิกบฯ ่หหื้ ีนฯจากฯเจาั้ กนเฯั้ ข้ัาบ่ห้หื ีนฯจากเฯ มอฯงิ
พ่ายเสกิ บห่ อ้ื หนีจากเจ้า ก้นั ขา้ วบห่ อ้ื หนีจากเมอื ง
(แมท้ ุกข์ยากพ่ายแพ้ไม่ควรหนจี ากนาย ยากจนเพียงใดไม่ควรหนถี ิน่ ตน)
เพนิกฯ้ าํ หเ้ื รัากบัอฯ ฯ เมอฯอื่ เขัากฯบอั ฯหเ้ื รัากาํ
เป้ินก๋าห้อื เฮากอบ เมอ่ื เขากอบห้อื เฮากา๋
(ชว่ ยเหลือกนั คนละไมล้ ะมอื )
มฅีดฯ เฯ฿ม คั้าชฯ า่ เงฯ ปฯขน าเสกฯิ แมย่ งฯหิ ลบัฯ ฯเดชฯกิ ่าฯหง ุมมชี ู
มีดคมเก๊าจ้างเป๋นข้าเศิก แมห่ ญิงหลับเดกิ จ้างหุมมีจู๊
(อยา่ วางใจอะไร)
แมบงฯ ฿ฯบง ่ตายฯกนใ้ัฯ บไม
แมงบ้งบต่ ๋ายกนั้ ใบไม้
(คนขยันไม่มวี ันอดตาย)
ไมสาวฯแหมฯรบเ่ หฯรมือ มืเทฯงิ
ไม้ส้าวแหมน้ บ่เหมือนมอื เติง
(ใหใ้ ครทากไ็ มเ่ หมือนทาด้วยตวั เอง)
เยยฯะฅ฿ฯนดยวฯ เมมรฯอื ตายฯ เยยฯะหลาฯ ยเฯ หืมรฯอ เหรลฯ
เยียะคนเดียวเหมือนตา๋ ย เยยี ะคนหลายเหมือนเลน่
(การมีความพรอ้ มเพรยี งในการทางานยอ่ มนามาซ่งึ สขุ และความสาเร็จ)
๓๑๒ อักษรธรรมลา้ นนา
ลกู สิบปฯ ายฯนฯอัง่ ยฯายอฯ ยฯ่เฝ้ัา บเ่ ทา่ั เฯ มยแฯ พรงฯ ฯ่วมซฯรอ
ลกู สบิ ปา๋ ย นงั่ ยายอยู่เฝ้า บ่เตา้ เมยี แปงฮว่ มซอ้ น
(ภรรยายอ่ มรู้ใจสามมี ากทีส่ ุด)
ลยงฯ ลกู นฯักเผื่อฯอตายฯ ลยงฯ หาฯม หลฯายฯเผฯืออ่ วํ้อฯ
เลยี้ งลกู นักเผ่ือตา๋ ย เลย้ี งหมาหลายเผื่อว้อ
(ยอมส้นิ เปลืองเพื่อประกันความเส่ียง)
หฯมน่ อูฯาเคา้ั ฯ เถา้ั อูฯาปายฯ
หนุม่ เอาเก๊า เฒ่าเอาปา๋ ย
(ทางานตามความเหมาะสมกับอาย)ุ
หาลฯ ฯงเทฯืออ่ ปสู่ อรฯ หาลฯ นฯ หลฯางฯการฯหลาฯ สนฯ อรฯ ปู่
หล้างเตอ้ื ปู่สอนหลาน หล้างกา๋ รหลานสอนปู่
(ต่างก็เรยี นรซู้ ง่ึ กันและกนั )
อยฯ่าปเฯืด สื้ฯออ หเ้ื พน้หิฯ ฯหนั ลฯัง
อย่าปดื เส้อื ห้อื เปนิ้ หันหลัง
(ไมค่ วรนาเรือ่ งของตนไปเล่าให้คนอื่นฟัง)
อนฯึเหฯรือม ฟานฯ บ่เท่ัาฯฅฯก฿น าเฯร หรมฯอื เถ่าั
อึนเหมือนฟาน บ่เตา้ คนกานเหมอื นเฒา่
(กระโดดโลดเตน้ เหมือนกวาง ไม่เท่าคนเฒา่ ทางาน)
อักษรธรรมลา้ นนา ๓๑๓
การอา่ นอกั ษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนือ
บทเ฿ฯ พลฯงซนอฯํ อฯยไฯ ชยาฯ
๑.นอฯยฯไชยาฯ
พงฯว ดอกฯ ไมเบฯบง่ าฯนสฯๆอลร ฝูงภมอฯรภู่เผฯสงิ้ ดอฯ ไซ
ดอกฯ พิกลุ ขอฯงพ่ีตนใ฿ฯ ต ล฿มพฯ ไฯดั มมาสู่บา้ ฯนตู
รแู น่ซดฯเั ขา้ั สอฯดสฯงอ หู วา่ สฯ ีชม฿ ถพฯ กู ปาํ้ เคาั้ เฯ นฯง้ิ
เคา้ั ฯมนฯตั ายปฯ ลฯายฯมเนัฯ ซงฯิ้ ลํากฯ เฯงิ่ นฯงติ้ ายฯโคฯน่ทยฯว ฯแนฯว
ดฯกอ พิกลุ ค่ํฅืดฯอกแกฯว ไพเปนขฯ งฯอ เพนิแ้ฯ ลฯวเฯ นฯอิ ฯ
๑. นอ้ ยไชยา
ปวงดอกไมเ้ บง่ บานสลอน ฝูงภมรภเู่ ผงิ้ สอดไซ้
ดอกพิกลุ ของพต่ี น้ ใต้ ลมปัดไมม้ าสบู่ ้านตู๋
ฮแู้ น่ชัดเข้าสอดสองหู ว่าสีจมปูถกู ป้าเกา๊ เนงิ้
เกา๊ มันตา๋ ยปลา๋ ยมันเสงิ้ ลากงิ่ เนง้ิ ตา๋ ยโกน้ ตวยแนว
ดอกพิกลุ กค็ อื ดอกแก้ว ไปเปน๋ ของเปนิ้ แล้วเนอ
๓๑๔ อักษรธรรมล้านนา บํ่ไหฅวฯ ฯอรเฟอรฯื ท่ยฯงมฯม้รั แทเลั้า
มแี ตเ่ คัา้ ไฯ หวหฯ ั่ฯวรฅรฯอ เฟอรฯื
๒.แวแฯน่ กฯว บํเ่ หมรฯอื ล฿ฯมเชยิ ฯรําเพิยคฯ ํจนนฯั้
แตฯมเคั้ามฯ ันฯเนฯงปิ้ ลฯายฯมบนฯั ถ่ รอฯ บเ่ ปนขฯ งฯอ เพิ้นฅฯ ฯใ฿น ด
ตามคฯ าํ ลฯ มเฯ฿ พพ้ินฯ ัอฯด ฯอกเขั้า บไ่ หฅฯว รฯอ หงฯย่ ฯงชายเฯ นฯอิ
กิ่มงฯ นัฯแทบ่แส่เสฯอลรื
ใจฅําญิงน้ีหนฯมิ ท่ยงฯ ห้ฯรัม บไ่ หวคอนเฟือนเตี้ยงหมั้นแต้เลา้
ยฯเัง ปกฯน รฯจ฿ฯกแวแฯน่ กวฯเงัาใส มีแต่เก๊าไหวหวน่ั คอนเฟือน
บ่เหมอื นลมเจยราเพยกจ็ ะนนั้
๒. แว่นแกว้ บ่เปน๋ ของเปิ้นคนใด
แต๋มเกา๊ มนั เนง้ิ ปล๋ายมนั บ่ถอน บ่ไหวคอนเหงย่ี งจา๊ ยเนอ
ตา๋ มคาลมเป้ินปั๊ดออกเขา้
กิ่งมันแต๊บ่แสเ่ สลอื น ตามคฯ ําฯลฯ฿มเพนิ้มฯ าเลั่าอู
ใจคาญิงนอ้ งหนมิ เตยี้ งหมน้ั ฝา่ ยฯทาพฯง รู เพนฯ้ิมาใสบ่ รฯจํา
ยังเป๋นกระจกแวน่ แกว้ เงาใส ทางฯฝา่ ยพฯ ํ่อตฯ ฯนว฿ ฯองน้งแฯ วแนฯ่ กวฯ
เพจฯิ้น กฯนแิ ขแฯก ตฯกง่ ารวฯ ิวาหฯ ์
๓.นยฯอ ฯไชยาฯ สฯวร่ ไชยาฯ บ่สเฯม฿ พฯงิเจ้ัา
ต฿วฯพน่ี อฯยฯจขถฯอํ าฯม
เขาั ว่าฯน้ยมฯ ชี ูบ้านฯวัสงฯ งิ ์หฯฅาํ
บา้ วฯน ฯสงั งิ ์หฯฅาํ เพนฯห้ิ ม้ฯรั คํไวแลฯวฯ
คํตกล฿ฯ ฿แฯง ลฯวฯบไ่ ชค่ าฯหา
เม่ือฯอใดชาพนี่ อฯยฯไครฯ่รูเคั้าฯ ฯ
โพรฯอฯะขยฯมเขั้าขฯงอ เงิฯนทฯอง อกั ษรธรรมลา้ นนา ๓๑๕
มาลฯะหมงฯอ ตาํ่ กอฯยฯเนอฯ.ิ การอา่ นอกั ษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนือ
ฝ่าทฯง าฯนง ้ยฯบ่หมฯายฯก่ยวฯ ขงฯอ
๓.น้อยไชยา ตา๋ มคาลมเพื่อมาเลา่ อู้
ตั๋วปนี้ ้อยจะขอถาม ฝ่ายทางปนู้ เปนิ้ มาใสผ่ ะจา๋
เขาวา่ นายมีชบู้ ้านวงั สงิ ห์คา ตางฝ่ายป้อต๋วั สาวนอ้ งนางแว่นแก้ว
บา้ นวงั สงิ ห์คาเปน้ิ หม้ันกไ็ ว้แล้ว เพื่อนจะกนิ แขกแต่งก๋ารวิวาห์
ก็ตกลงเพ่อื นแล้วบ่ใจก๊ าหา ส่วนไชยาบ่สมเปิงเจา้
เมอื่ ใดจาพน่ี อ้ ยใคร่ฮเู้ ก๊า ฝา่ ยตางนายบห่ มายเก่ยี วข้อง
เพราะเขยี มเข้าของเงินทอง
มาละหมองตา่ ก๊อยเนอ กาฯรต฿กฯลค฿งฯ ยํ บฯัง แ่ ลฯฯว
โพรฯอฯะํ ไครฯ่รคู ําฟฯ คู่ าํ จฯ า
๔.แวแฯน่ กวฯ จวา่ ฯใดชาตฯ฿วนงฯอ คํไครฯ่รู
ตนฯ฿ว ฯงอ นี้บ่ลา่ ไหหฯล ลฯ฿ง จอูฯาเปฯชน ู
จึเงฯ่ ชญฯติ พ฿ฯว ่ฯาีม หยฯว ฯแกฯว ฤาจักฯทฯงิ้เสยฯแลฯวฯ
จฯิงเ่ ชนฯญิ ฯอยฯพีม่ าเปกษิฯ า อยฯเ่ ปฯคน ูส่ รฯาทงฯ ยฯมฅฯงิ
การฯทม่ี าฟอู่ ู
คาฯวา่ ฯอูฯาเปนฯเมยฯ
ฤาอูฯาเปนฯเมยนฯ ้งฯชาฯงแกฯว
๓๑๖ อักษรธรรมลา้ นนา บ่อําพรฯาฯนง ้นงฯ ้นถฯ ฯอง
ขอฯํบฯกอ น้ยฯหแ้ื นใ่ จจรฯงฯ ก๋ารตกลงกย็ งั บ่แล้ว
๔. แว่นแกว้ เพราะใคร่ฮ้กู าฟู่กาจา๋
จะวา่ ใดจาตวั๋ นอ้ งก็ใครฮ่ ู้
ตว๋ั นอ้ งน้ีบ่ล่าใหลหลง จะเอาเป็นจู๊ (ช)ู้
จ่งึ เจญิ ตัว๋ ปม้ี าห้วยแก้ว ฤาจกั ท้งิ เสียแลว้
จ่งึ เจญิ นอ้ ยป้ีมาเปกิ ษา อย่เู ปน๋ กสู้ ร้างเตียมคิง
กา๋ รตม้ี าฟอู่ ู้ บ่อาพรางนางนาถนอ้ ง
กาวา่ เปน๋ เมีย
ฤาเอาเปน๋ เมียนางจ๊างแก้ว บ่ลฯลอํ่ วฯงพรฯาแฯง มน่ ้รฯง ่าแงฯ ฅวฯ
ขอบอกนายหอ้ื แน่ใจจงิ บห่ ืค้ ลฯาดฯแคเฯวล รฯองื่ คําฯสเี น
๕.นอฯยฯไชยฯา ท่ยฯงสคมฯ฿ เนเมรมฯอื พี่คดึฯเล่ัา
บจ่ หุ ฯอกล นฯองหืห้ ร่มฯ หองฯม หมฯาฯง ขฯหํอ ้ฟื าผา่ ห฿วแฯ ม่เมยตฯ ายฯ
พีห่ มฯายฯอูฯา ฯเปนฯเมยฯน้ชฯง าฯแง กวฯ ลูกพํ่อฯชายฟฯ แู ทคบฯํ่พฯล้งั
หลฯอรแกนฯว อฯงใจยฯงับ่เหวฯ พ่นี ยฯอ จฯ กัตฯ ายฯเปฯพน ืนฯ
หลรฯอ พ่ีจุคยํ ลังฯ ่ายเฯ จ้ัา ฟเู่ มอืฯอ่ ฅทืนฯ งฯบึ ่ขนฯืเมออฯื่ เชั้า
ลกู แมญ่ ฯฟงิ เู่ หฯลรคฯดํ่บ ายฯ บรฯยฯบเหมอรฯื เหัล้ ฯากบัฯพาฯง
หอฯลรน้ยฯตายไฯ พเปฯนไก่ตฯง้ั บไ่ํ ชจ่ าจงฯ านกฯ องฯ เนอฯิ
ฟบู่ ่ถกู วฯนพั กู คขฯ่บํ ืฯน
การฯรฯกกั ัฯนขงอฯ ขาทึฯเง จา้ั
ปาคฯก ําใฯ ดพ่คี ทํ่ ฯึง
๕. นอ้ ยไชยา อักษรธรรมลา้ นนา ๓๑๗
บจ่ หุ ลอกน้องหอื้ หม่นหมองหมาง การอา่ นอกั ษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนอื
ป้ีหมายเอาเปน๋ เมยี นางจา๊ งแก้ว
หลอนแกว้ นอ้ งใจ๋ยงั บเ่ หว บล่ อ่ ลวงพลางแม่นางฮา่ งแคว้
หลอนปีจ้ กุ ็ยงั ลา่ ยเจ้า บ่หื้อคลาดแคลว้ เรอ่ื งคาสเี น
ลูกแม่ญงิ ช่างฟเู่ หลน้ กบ็ อ่ ดาย เตยี้ งสมคะเนเหมอื นพคี่ ดิ เล้า
หลอนนายตา๋ ยเป๋นไกต่ ั้ง ขอหอื้ ฟ้าผา่ หวั แม่เมยี ตา๋ ย
ฟบู่ อ่ ถูกวันพูกกบ็ ่ขืน ลูกปอ้ จายฟแู่ ตก๊ บ็ ่พล้งั
ก๋ารฮักกั๋นของขา้ ตงึ เจา้ ป้ีนอ้ ยจกั ตา๋ ยเป๋นพืน
ปากคาใดป้กี ็ตงึ ฟูเ่ มื่อคนื ตึงบ่ขืนเมอื่ เจ๊า
เผยี บเหมอื นเหล้ากับปาง
๖.แวแฯน่ กวฯ บไ่ ดจ้ ๋างจากนอ้ งเนอ
หฯอลรวา่ แฯ ทเหอรฯมื ดฯง่ัคาํ จฯ า
บข่ รฯอํ ฯกัไผสกฯเั ท่าั ฯกิ่กฯง อฯยฯ นงฯอ ขสฯํอ ัญญฯากับตฯ ฿วฯพนี่ อยฯ ฯ
ฅ฿นฯอน่ืฯน บัฯรอฯยทฯ งฯึบ่แลฯบห่ ลยฯ วฯ ขํอฯรฯัพก น่ี อฯยฯไชยาฯ นคี้ ํฅด฿นฯ ยวฯ
หรอฯล ว่าฯนงฯอ จุสพั หฯพ ฯล้ี จขอํฯรกฯัดยวฯ ชายดฯ ยฯวคํเทั่านฯ ี้
ลูกแมญ่ ฯงบิ ่ใช่ว่าฯดายฯ ขํหอฯ ้ืฟาผ่าหวพฯ฿ ผฯํ่อ ต฿วฯ ายฯ
กนิคฯ ยํ ทฯงั แึฯง กสลยฯมยําใสแ่ ย ลกู พํ่ฯชอ ายฯขี้จุคํแทๆ
หลฯอรพีน่ ฯอยไฯ ชยาฯ รแฯัก ทขาเจ้ัา บะเขืฯออ แจยําใสเ่ ทัาฯ
คํ่ยิฯนดีจมฯ่ิ แทเนฯอิ ฯ
๓๑๘ อักษรธรรมลา้ นนา
๖. แว่นแก้ว
หลอนวา่ แตเ๊ หมือนดงั กาจา๋ น้องขอสญั ญากบั ตัว๋ ปนี้ ้อย
บข่ อฮักไผสกั เตา๊ กงิ่ กอ้ ย ขอฮกั ปนี้ อ้ ยไชยานี้ก็คนเดียว
คนอ่นื นบั รอ้ ยตงึ บ่แลบเ่ หลียว จะขอฮักเดยี วจายเดยี วกเ็ ตา๊ นี้
หลอนว่าน้องจะสัปปะหล้ี ขอหอ้ื ฟ้าผ่าหวั ปอ้ ผัวตา๋ ย
ลกู แม่ญงิ บใ่ จ๊ว่าดาย ลูกปอ้ จายขจี้ กุ ็แต๊ ๆ
กิ๋นก็ยังตึงแกส้ ะเลียมยาใสแ่ ย้ บะเขือแจ้ยาใสเ่ ตา
หลอนปนี้ อ้ ยไชยาฮักแตข๊ า้ เจ้า ก็ยนิ ดจี ิ่มแตเ้ นอ
พรพระบวชใหม่
เอฯวํ เหานตฯ ดแี ลฯอัชชฯในวนนัฯ ี้คํเปฯวน นฯัดเี ปฯนวนัฯระฯสสี ุพฯภม¸คลฯ อนับฯ รฯเสฯฏิล้ําเลิศฯย่ิฯงก่าวฯ
วฯแัน ลฯยาทมฯ ลั ฯายฯ บฯดันีห้ มาฯ ยมฯ ีบิตามารฯดาพํฯอแม่ ทัเฯง ถ้าั แกส่ ัมฯนพ ฯธว฿งสฯา แลฯสัทาธฯ ฯทาฯย฿ทกฯ าฯยิ
กามวฯรห่ฯมที่อูฯากันฯเขัา้ มาสู่อารามฯ ต่างฯมปี ีติบาฯนช฿มฯช่ืนไฯ ดพ้ รฯอฯม กันฯมาย฿กยฯ ื่ฯนยงฯัต฿นฯต฿วฯแหงฯ่
อาตมาหื้ไดเถิงบฯ พฯชพ ากม์ฯใม หฯมเ่ พื่ออฯ จฝั ฯัปง ลฯกไวยฯห้เื ปฯนญาติกาสาสสฯาๆฯน ทาฯญาฯต ร่วมฯ
พทุ ฯธบาฯทเจัา้ โคดมฯว฿ า่ สฯ ัฯนนี้แทดีลฯ
แม่นฯวาฯคําฯมักฯคําฯบรฯาฯถนฯๆาแหง่ปฯ ฐมะมลู สัทฯธาฯทายฯ ฿ฯกทายฯ ิกาทัลฯายฯหากฯมีดวฯยบฯ รฯการฯสันฯ
ใดคฯดี คํขหฯํอ สื้ ฯม฿มเน้ไมยใฯ ฝ่อางอฯ ยฯาไดหล฿ ฯงขอฯงฅางสฯ พั พฯเยอืฯงสกับฯ รฯการสฯ ัพฯพวัตถฯทานฯทัลฯายฯมวฯ
รฝูงนี้ แม่นฯจัอุฯทิสสฯส่วฯรบุญส่วฯรกุส฿ลฯไพหาฝูงญาติกามวฯรห่มฯไดเจดฯะเช่นฯปู่ตา
ยายฯมิตฯแกวฯสๆหฯายฯฅํา ครฯบาฯอุฯบัชฌายฯพํอฯแม่ชตฯาเชื้อฯอแต่ว฿งศฯสฯาผูจุติมรณาไพสู่
ปรโลฯพก ายฯหนาฯ หลฯอรเขาเจ้าั เขาทา่ ฯนทลั ฯายฯไดวาฯอง ารมฯ฿อาไลยไฯ พบ่ช่าไฯง ดไพต฿ขกฯ องฯ ฅาฯง
อยฯในจตุรอบายฯ ฯทัง ๔ คํขํหฯอ ้ืน้บุรทาฯนทัลฯายไฯ พอมุ ป฿กฯยกฯ฿ยๆ ายฯท่ียาฯกพรฯกฯาที่ทุก์ขหฯ ื้ไดเถิงฯ
สุข์ในทฆี ากาลฯบัฯดนแ้ี ทดีลฯ ฅืสเพาั ฅําลําบรฯเสฐนฯิ ้เมืฯเอ กิเฯด มือฯงสวรฯั ผลฯะบรุ หัฯตน หอ่ฯ นาฯ
ฅสื บม฿ฯ ฯัอต มนัฯ ี ไนเมฯืองฅแ฿นฯ ลฯชัฯฟน้ าดลี ฯ แมวน่ฯ า่ อฯ ยฯท่ไี กลสฯ ดุ วิไสยไฯ พบรฯอดคํขํอฯอัเญิชฯญ์เทพฯไธ้ฯ
อักษรธรรมลา้ นนา ๓๑๙
การอ่านอกั ษรธรรมล้านนาแบบชาวเหนือ
เจัา้ มเหสกั าขฯ ตนฯม฿ พี ฯทง รฯิธ ิทฯธี จุง่ มาชฯ่วยนฯ ้ํอูฯาสฯว่รกสุ ฿ลฯบุญทาฯนทัลฯายมฯ รฯว ฝูงนี้ไพบรฯาฯกฏ฿ฯ
จ฿ดฯเจือฯอ์ทัดฯส่ฯองหันฯาคฯองตาทกุ ฏฐฯานะอัฯนอยฯอันฯไพจุ่งจกัมฯ ีท่ยฯงแทดีลฯ ส฿มฯดังฯคําฯบาฯฬีพรฯพทุ ธฯ
เจ้าั ไดเทสน้ไววา่ ฯ
“ยถาวาฯริวหาบูราบริบุเรนิตฯสาครํ เอฯวเมวพงฯเตาทินํนฯ เบตานํ อุฯ
บกบบฯติ พงฯจิตฯฉ ํ บตถฯิตํ ตุมหํฯ ขบิ บฯเมว สมชิ นฌฯ ตฯ สเพฯพบเู รนฯต สก· บบฯาฯ จเน้ฯท บณรฯณ
เสา ยถา มณเิ ชาติ รเสา ยถา”
สพีพฯติเยา วิวชฌฯนตฯ สพพฯเราเคาฯวินสสฯนตฯ มาเต ภวตฯวนตฯราเยา สุขี
ทีฆายเุ กา ภวอภิวาฯทนสลี ิสสฯนจิ ํจฯ วุฑฒาฯ บจายิเน้ จตตาฯ เราธมฯมาวฑนฒฯ ิตฯ อา
ยุวเณาฯณ สขุ ํ พลํ “ยาวนิพฯพานํ บรมํ สุขํ”
เอวัง โหนตุ ดีแล อัชชะ ในวันน้ีก็เปน๋ วันดี ศรีศุภะ มังคะละอันผะเสฐิ ล้าเลิศย่ิงกวา่ วนั
ท้ังหลาย บัดนี้หมายมปี ิต่ามาดาพ่อแม่ ทั้งเถ้าแก่สมั พนั ธะวงศา แลสัทธาทายกทายิก๋ามวลหมู่ตี้
เอาก๋ันมาสู่อาราม ต่างมีป๋ีติบานจมจ้ีน ได้พร้อมใจ๋ก๋ันมายกยื่น ยังต๋นตั๋วแต่งอัตตะมา หื้อได้เถงิ
ปัพพชากั๋มม์ใหม่ เพื่อจักฝังปลูก ไว้เป๋นญาติกา ศาสนทายาท ร่วมพุทธบาทเจ้าโคดม วันสันน้ี
ดีหลีแล แม่นคา มักคาผาถนามีน้อยมาก ได้คิดใจ๋แลออกปากสนั ใด หื้อสมมโนมยั ใฝ่อา้ ง อย่าได้
หลงข้องคา้ ง สกั เยือ่ งสักผะก๋าร สัพพะวตั ถไุ ทยทานมนี อ้ ยมาก แมน่ จักอทุ ิสสะฝากไปหาฝูงญาติ
กาหลายมวลหมู่ ได้เจ็ดเจ๊นปตู่ านาย มิตรเก้ือสหาย ครูบาอุปัชฌาย์พ่อแม่ จ๊ันเจ้ือแต่วงศา ผู้จตุ ิ
มรณาไปสโู่ ลกภายหน้า หลานเขาเจ้า ท้ังหลายไดว้ างจติ ใจอ๋ ารมณ์อาลัยไปบช่ ่าง ได้ไปหลงขอ้ ง
ค้าง อยใู่ นจตุรอบาย กข็ อหื้อนาบุญตานทั้งหลาย ไปอ้มุ ปกยกย้ายจากท่พี รากที่ทุกข์ หื้อได้เถิงสุข
ในทีฆากาลบัดน้ีแต้ดีหลี คือสะเปาคาลาผะเสิฐ นาเมือเกิดเมืองสวรรค์ ผละบุญทนั หันตอ่ หนา้
คือวา่ สมบัตอิ นั มี ในเมอื งคนแลจน้ั ฟ้าดีหลี แมน่ อยู่ไกล๋สุดวิสัยปบร่ อด ก็ขอเจญิ แทพไธเ้ จา้ มเหา
สิกขาต๋นมีอิทธิฤทธี จุ่งมาช่วยนาเอาส่วนกุศล บุญทานท้ังหลายมวลฝงู นี้ไปผากฎจดเจือตด๊ั ส่อง
หนา้ กองตา๋ ทุกฐานอนั อยู่อนั ไปนั้นจงุ่ จกั มีเที่ยงแท้ ดหี ลี สมดังคาบาลพี ระพุทธเจ้าได้เตสนาไวว้ ่า
ยถา วารวิ หา ปรู าปเู รนติ สาคร เอวเมว อโิ ต ทนิ ฺน เปตาน อปุ กปปฺ ติ อิจฺฉติ ปตฺถิต ตุมหฺ
ขปิ ฺปเมว สมชิ ฺฌนฺตุ สพฺเพ ปเู รนตฺ ุ สงกฺ ปฺปา จนโฺ ท ปณณฺ รโส ยถา มณโิ ชติ รโส ยถา
๓๒๐ อกั ษรธรรมล้านนา
สพฺพีติโย วิวชชฺ นฺตุ สพฺพโรโค วินสฺสนตฺ ุ มา เต ภวตฺวนตฺ ราโย สขุ ี ทีฆายโุ ก ภว อภิวาทน
สลี ิสฺส นจิ จฺ วุฑฺฒาปจายิโน จตฺตาโร ธมมฺ า วฑฒฺ นฺติ อายุ วณโฺ ณ สุข พล ฯ
สาวฯมเอฯํ ทฯอไิ ชค์
อายฅฯ นฯ฿จ฿นจฯ ําตฯองทน฿ฯปั่นฯรถ฿ฯถีบฯ จไพจีบฯอ่ีนอฯงฅ฿นฯงามฯ พํอไฯ พถฯงึอายฯคฟํ ้ังฯเอิ้ฯนถามฯ (ชํ้า)
อ่ีนอฯงฅงฯน฿ ามกฯ เฯนิ ขาั้ แลงฯแลฯวฯคาฯ
นงฯอ ไดยนคฯิ ํปดิบฯ รฯตดู ังฯปังฯ้ อายเฯ ลิยฟฯ ง้ัจฯ งู ร฿ถถฯ ีบฯออฯกมา อายฯฅ฿นฯจน฿มฯ ัฯนบีฯมวาสฯ ฯาน (ช้ํา)
จไพเหฯืรอ ฮอฯรดา หฯยืร ามาฮาเพิ้ไฯน ดจได
คาํ ฯดยวฯ คมํ ีร฿ถยฯ ามาฮา รอฯยซฯ าหวฯ ากายฯหนฯาอายฯไพ นฯองไดยินฯคํฟั้งลฯ ุกตามฯไฟ
(ช้ํา) แลฯเฯว อ้ฯอนิ อฯักไพ อายมฯ ฯอํเทอฯริ ์ไชค์ ไพไหฯมน าเจั้า อายฯไดยนิหฯ ัยงฯ มาผิฯดใจแทว่าฯ
จขายฯน้ซื้คาฯวาฯสักฯคันฯ พํอฯไพถึงฯอายฯจเบิ้ลฯน้ํฯมันฯ(ชํ้า) หื้นอฯงแคนฯฅัวฯรตายฯช่างฯมันฯสาวฯมํอฯ
เทฯอิร์ไชค์
สาวมอเตอรไ์ ซค์
อ้ายคนจนจา๋ ต้องทนป่ันรถถบี จะไปจบี อีน้องคนงาม พอไปถึงอ้างกฟ็ ั้ง เอิ้นถาม (ซา้ )
“อ่ีน้องคนงามกิ๋นข้าวแลงแล้วกา” น้องได้ยินก็ปิดประตู๋ดังปั้ง อ้ายเลย ฟั้งจูงรถถีบออกมา
อา้ ยคนจน๋ มนั บม่ ีวาสนา (ซา้ ) จะไปเหมอื นฮอนด้า หรือยามาฮา เปนิ้ ได้จะใดกาเดียวก็มีรถยามา
ฮา ร้อยซาวห้าก๋ายหน้าอ้ายไป อี่น้องได้ยิน ก็ฟั้งลุกต๋ามไฟ (ซ้า) แล้วเอิ้นออกไป “อ้าย
มอเตอรไ์ ซค์ไปไหนมาเจ้า” อ้ายได้ยินหยังมาผิดใจแ๋ ต้ว่า จะขายนาซื้อคาวาสักกัน พอไปถึงอา้ ย
จะเบลิ้ นา้ มนั (ซ้า) หอ้ื น้องแกน๋ ควนั ต๋ายจ๊างมันสาวมอเตอร์ไซค์