แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ่ี 18 วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา และเขา้ รว่ มพธิ กี รรมดว้ ยความเตม็ ใจ และ
ปฏบิ ตั ติ นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมนนั้ ยอ่ มทาใหเ้ กดิ ความสงบสุขและเขา้ ถงึ พระรตั นตรยั
2. ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.2 ม.4-6/4 วเิ คราะหห์ ลกั ธรรม คตธิ รรมทเี่ กย่ี วเน่อื งกบั วนั สาคญั ทางศาสนาและเทศกาลทสี่ าคญั ของศาสนา
ทต่ี นนับถอื และปฏบิ ตั ติ นไดถ้ ูกต้อง
2.19จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วเิ คราะหห์ ลกั ธรรม คตธิ รรมทเ่ี กย่ี วเน่อื งกบั วนั สาคญั ทางศาสนาและเทศกาลทส่ี าคญั ของศาสนา
ทต่ี นนับถอื ได้
2) ปฏบิ ตั ติ นไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งในวนั สาคญั ทางศาสนาและเทศกาลทส่ี าคญั ของศาสนา
ทต่ี นนบั ถอื
3. สาระการเรียนรู้
3.18สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- หลกั ธรรม คตธิ รรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งกบั วนั สาคญั และเทศกาลทส่ี าคญั ในพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาอน่ื
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้
3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
(ชว่ั โมงที่ 1)
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA Model)
นกั เรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ อ่ นเรยี นทกุ ชวั่ โมง
ชวั่ โมงที่ 1
นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 เรอื่ ง วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี
ขนั้ ที่ 1 ทบทวนความรเู้ ดิม คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ นกั เรยี นมคี วามประทบั ใจในกิจกรรมของ
ชาวพทุ ธที่ปฏิบตั ิเนื่องในวนั สาคญั ของ
a. ครแู จกภาพใหน้ ักเรยี นคลู่ ะ 1 ภาพ เป็นภาพเกยี่ วกบั การเขา้ รว่ ม พระพุทธศาสนาวนั ใดบ้าง อธิบายเหตุผล
พธิ กี รรมในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา และภาพกจิ กรรมที่
สอดคลอ้ งกบั เหตุการณใ์ นวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
ดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
b. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคอู่ อกมายนื เขา้ แถวเรยี งกนั ทหี่ น้าชนั้ เรยี นและ
อธบิ ายภาพทตี่ นไดร้ บั ว่า ภาพนนั้ เกย่ี วขอ้ งกบั วนั สาคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนาอย่างไร พรอ้ มอธบิ ายเหตุผล
c. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
ขนั้ ท่ี 2 แสวงหาความรใู้ หม่
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6 คาถามกระต้นุ ความคิด
2. หนงั สอื คน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ 3. หอ้ งสมุด ปัจจบุ นั น้ีนักเรยี นปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมท่ี
เกยี่ วเน่ืองในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
4. แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ อย่างไรบ้าง และผลท่ีไดร้ บั เป็นอยา่ งไร
1. ครแู บ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุม่ กลุ่มละ 6 คน คละกนั ตามความ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
สามารถ คอื เก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งเก่ง ปานกลางค่อนขา้ งอ่อน ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
และอ่อน ครูชแ้ี จงใหน้ กั เรยี นทุกคนปฏบิ ตั หิ นา้ ทตี่ อ่ กลมุ่ ดว้ ย
ความรบั ผดิ ชอบและมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั
2. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ กาหนดหมายเลขประจาตวั 1-6 ตามลาดบั
เรยี กกลมุ่ น้วี ่า กลมุ่ เดมิ
3. สมาชกิ กลุ่มเดมิ แยกยา้ ยไปรวมกบั กลุ่มใหมท่ ่มี หี มายเลขเดยี วกนั
เรยี กกลุ่มน้วี า่ กลุ่มใหม่ แลว้ ใหส้ มาชกิ กลุ่มใหมร่ ว่ มกนั ศกึ ษาความรู้
จากหนังสอื เรยี น หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ และแหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
ตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดให้ ดงั น้ี
- กลุ่มหมายเลข 1 ศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง หลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งใน
วนั วสิ าขบูชา
- กลุ่มหมายเลข 2 ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง หลกั ธรรมทเี่ กย่ี วเน่อื งใน
วนั มาฆบูชา
- กลุม่ หมายเลข 3 ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง หลกั ธรรมทเี่ กยี่ วเน่อื งใน
วนั อาสาฬหบชู า
- กลุ่มหมายเลข 4 ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง หลกั ธรรมทเี่ กย่ี วเน่อื งใน
วนั อฏั ฐมบี ชู า
- กล่มุ กล่มุ หมายเลข 5 ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง หลกั ธรรมทเี่ กย่ี วเน่อื งใน
วนั ธรรมสวนะ
- กลมุ่ หมายเลข 6 ศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง หลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งใน
วนั เทศกาลสาคญั
จากนนั้ บนั ทึกความรูท้ ีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทกึ การอา่ น
4. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ ที่ 3 ศึกษาทาความเขา้ ใจขอ้ มูล/ความร้ใู หม่ และเชื่อมโยงความร้ใู หม่กบั ความร้เู ดิม
ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานที่ 18.1 – 18.6 คาถามกระตุ้นความคิด
1. สมาชกิ กลุ่มใหม่แตล่ ะหมายเลขชว่ ยกนั ทาใบงาน ดงั น้ี ถ้าชาวพุทธทุกคนปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมท่ี
- กลมุ่ หมายเลข 1 ทาใบงานท่ี 18.1 เรอ่ื ง หลกั ธรรมท่ี เก่ยี วเนื่องในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
เกี่ยวเน่ืองในวนั วิสาขบชู า นักเรยี นคิดว่าจะเกิดผลดีอย่างไรบา้ ง จง
- กลมุ่ หมายเลข 2 ทาใบงานท่ี 18.2 เรื่อง หลกั ธรรมที่ อธิบาย
เก่ียวเนื่องในวนั มาฆบชู า
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
- กลุ่มหมายเลข 3 ทาใบงานท่ี 18.3 เรอ่ื ง หลกั ธรรมที่ ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
เก่ียวเน่ืองในวนั อาสาฬหบูชา
- กลมุ่ หมายเลข 4 ทาใบงานที่ 18.4 เรอื่ ง หลกั ธรรมท่ี
เก่ียวเน่ืองในวนั อฏั ฐมบี ชู า
- กลุ่มหมายเลข 5 ทาใบงานท่ี 18.5 เรื่อง หลกั ธรรมท่ี
เกี่ยวเนื่องในวนั ธรรมสวนะ
- กลมุ่ หมายเลข 6 ทาใบงานท่ี 18.6 เรื่อง หลกั ธรรมท่ี
เก่ียวเน่ืองในเทศกาลสาคญั
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
ชวั่ โมงที่ 2
ขนั้ ท่ี 4 แลกเปล่ยี นความรคู้ วามเขา้ ใจกบั กลมุ่
สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานที่ 18.1 – 18.6
1. สมาชกิ กลุ่มใหม่แยกยา้ ยกลบั เขา้ สู่กลมุ่ เดมิ แลว้ ผลดั กนั เล่าความรูท้ ่ี
ไดศ้ ึกษามาและอธบิ ายผลงานในใบงานทต่ี นรบั ผดิ ชอบใหเ้ พ่อื นฟัง
2. ครสู ุม่ ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงาน กล่มุ ละ 1 ใบงาน แลว้ ให้
กลมุ่ อ่นื ทมี่ ผี ลงานแตกตา่ งกนั ไปนาเสนอเพมิ่ เตมิ โดยครูเป็นผู้
ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขนั้ ท่ี 5 สรปุ และจดั ระเบียบความรู้ คาถามกระต้นุ ความคิด
วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนามี
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
ความสาคญั อย่างไร
1. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สรปุ เป็นองคค์ วามรูใ้ หม่เกยี่ วกบั วนั สาคญั ทาง (เป็นศูนย์รวมของพระพุทธศาสนกิ ชนได้
พระพทุ ธศาสนา ในหวั ขอ้ หลกั ธรรมสาคญั ทเี่ กยี่ วเน่อื งในวนั สาคญั ทาง รว่ มมอื กนั ทากจิ กรรมทางศาสนา และปฏบิ ตั ิ
พระพุทธศาสนาและแนวทางการปฏบิ ตั ิ ตนตามหลกั ธรรมทเี่ กยี่ วเนอื่ งในวนั สาคญั
ทางพระพทุ ธศาสนา สง่ ผลตอ่ การดาเนนิ
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ชวี ติ อยา่ งปกตสิ ุข)
ขนั้ ท่ี 6 ปฏิบตั ิและ/หรือแสดงผลงาน คาถามกระต้นุ ความคิด
นกั เรยี นมวี ิธีการเชิญชวนให้ผอู้ ่ืนปฏิบตั ิ
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
ตนตามหลกั ธรรมท่ีเกี่ยวเนื่องในวนั
สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงานทหี่ นา้ ชนั้ เรยี น โดยใชว้ ธิ กี ารท่ี สาคญั ทางพระพุทธศาสนาอย่างไรบ้าง
หลากหลาย ครูเป็นผูต้ รวจสอบความถกู ตอ้ ง (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้
อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ขนั้ ท่ี 7 ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
1. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นเขา้ ร่วมพธิ กี รรมในวนั สาคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนา และปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งกบั วนั สาคญั
ทางพระพทุ ธศาสนา
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจใบงานที่ 18.1 ใบงานที่ 18.1
ตรวจใบงานที่ 18.2 ใบงานที่ 18.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 18.3 ใบงานที่ 18.3 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 18.4 ใบงานท่ี 18.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 18.5 ใบงานที่ 18.5 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 18.6 ใบงานที่ 18.6 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอ่าน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.6
2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ
(1) เทพรตั นราชสดุ า เจา้ ฟ้ามหาจกั รสี ริ นิ ธร สยามบรมราชกมุ าร,ี สมเดจ็ พระ. (2546). พทุ ธประวตั ิสงั เขป
และศาสนพิธีสงั เขป. กรุงเทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั .
(2) บรรจบ บรรณรจุ ิ และเสนาะ ผดงุ ฉัตร. (2550). วนั วิสาขบูชา : แนวทางการปฏิบตั ิสาหรบั
พทุ ธศาสนิกชน. กรงุ เทพมหานคร : กรมศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม.
3) บตั รภาพ การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
4) บตั รภาพ กจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ งกบั เหตกุ ารณใ์ นวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
5) ใบงานท่ี 18.1 เร่อื ง หลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั วสิ าขบชู า
6) ใบงานท่ี 18.2 เรอ่ื ง หลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งในวนั มาฆบูชา
7) ใบงานท่ี 18.3 เรอ่ื ง หลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งในวนั อาสาฬหบูชา
8) ใบงานท่ี 18.4 เรอ่ื ง หลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่อื งในวนั อฏั ฐมบี ชู า
9) ใบงานท่ี 18.5 เรอ่ื ง หลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งในวนั ธรรมสวนะ
10) ใบงานท่ี 18.6 เร่อื ง หลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่อื งในเทศกาลสาคญั
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://th.wikipedia.org/wiki/รายช่อื วนั สาคญั ทางศาสนาพุทธ
บตั รภำพ กำรเข้ำรว่ มพธิ ีกรรมในวันสำคัญทำงพระพุทธศำสนำ
ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2
ภาพท่ี 3 ภาพที่ 4
บตั รภำพ กิจกรรมท่ีสอดคล้องกับเหตุกำรณ์ในวันสำคัญทำงพระพุทธศำสนำ
ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2
ภาพท่ี 3 ภาพท่ี 4
ใบงำนท่ี 18.1 เรื่อง หลกั ธรรมที่เกีย่ วเนอื่ งในวนั วสิ าขบูชา
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั วสิ าขบชู า
ความกตญั ญรู คู้ ณุ อริยสจั 4
ต่อบุคคลต่างๆ
หลกั ธรรมท่ีเก่ียวเนื่อง
ในวนั วิสาขบูชา
ความไมป่ ระมาท
ไมป่ ระมาททางโลก ไมป่ ระมาท
ในด้านต่างๆ ทางธรรม
ตอนที่ 2
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั วสิ าขบชู า
ใบงำนที่ 18.1 เรือ่ ง หลกั ธรรมทีเ่ กีย่ วเนอื่ งในวนั วสิ าขบูชา เฉลย
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั วสิ าขบชู า
พระสมั มาสมั พุทธเจา้ ครู อาจารย์ ทุกข-์ (ปัญหาของชวี ติ )
บดิ า มารดา พระมหากษตั รยิ ์ สมุทยั -(สาเหตขุ องปัญหา)
ป่ยู ่า ตายายและ ชุมชนและประเทศชาติ นิโรธ-(ภาวะแหง่
กตญั ญูตอ่ ญาติ ผูม้ อี ุปการะคณุ การดบั ของทกุ ข)์
มรรค-(การดาเนินการ
ความกตญั ญรู ้คู ณุ ไปส่คู วามดบั ทกุ ข)์
ต่อบคุ คลต่างๆ
อริยสจั 4
หลกั ธรรมท่ีเก่ียวเนื่อง
ในวนั วิสาขบูชา
ความไมป่ ระมาท
ไมป่ ระมาททางโลก ไม่ประมาท
ในดา้ นต่างๆ ทางธรรม
ระวงั ตนใหพ้ น้ จากความชวั่
การศกึ ษา ทาความดี
การประกอบอาชพี ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง
การดารงชวี ติ
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั วสิ าขบูชา
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ใบงำนท่ี 18.2 เรื่อง หลกั ธรรมทีเ่ กีย่ วเนอื่ งในวนั มาฆบูชา
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั มาฆบูชา
ทางกาย ทางวาจา ทางใจ
การละความชวั ่ การทาความดี
หลกั ธรรมที่เกี่ยวเน่ือง
ในวนั มาฆบูชา
การทาจิตให้ผ่องใส
ทาจิตให้ปราศจากนิ วรณ์
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั มาฆบชู า
ใบงำนที่ 18.2 เรื่อง หลกั ธรรมทีเ่ กีย่ วเนอื่ งในวนั มาฆบูชา เฉลย
ตอนที่ 1
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั มาฆบูชา
ไม่ฆ่าสตั ว์ ไมพ่ ูดเพอ้ เจอ้ ไมค่ ดิ โลภ การทาทาน
ไม่ลกั ทรพั ย์ ไม่พูดคาหยาบ ไมค่ ดิ พยาบาท
ไมป่ ระพฤติ ไมพ่ ดู ส่อเสยี ด ไม่คดิ เหน็ ผดิ การรกั ษา
ผดิ ในกาม ไม่พดู เทจ็ ศลี
ทางใจ
ทางกาย ทางวาจา การเจรญิ ภาวนา
การละความชวั ่ การทาความดี
หลกั ธรรมท่ีเกี่ยวเนื่อง
ในวนั มาฆบูชา
การทาจิตให้ผอ่ งใส
ทาจิตให้ปราศจากนิ วรณ์
ละเวน้ บาป ถอื ศลี บาเพญ็ กศุ ลดว้ ยการ
ปฏบิ ตั แิ ละวปิ ัสสนา
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั มาฆบูชา
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ใบงำนท่ี 18.3 เรื่อง หลกั ธรรมทีเ่ กีย่ วเนอื่ งในวนั อาสาฬหบูชา
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั อาสาฬหบชู า
ศีล สมาธิ
หลกั ธรรมท่ีเกี่ยวเน่ือง
ในวนั อาสาฬหบูชา
ปัญญา
ตอนที่ 2
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั อาสาฬหบชู า
ใบงำนท่ี 18.3 เรือ่ ง หลกั ธรรมทีเ่ กีย่ วเนอื่ งในวนั อาสาฬหบูชา เฉลย
ตอนที่ 1
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั อาสาฬหบูชา
สมั มาอาชวี ะ สมั มาวายามะ
(การเลย้ี งชพี ชอบ) (ความพยายามชอบ)
สมั มากมั มนั ตะ
(การกระทาชอบ) สมั มาสติ
(ความระลกึ ชอบ)
สมั มาวาจา
(การเจรจาชอบ) สมั มาสมาธิ
(การตงั้ จติ มนั่ ชอบ)
ศีล
สมาธิ
หลกั ธรรมท่ีเก่ียวเน่ือง
ในวนั อาสาฬหบชู า
ปัญญา
สมั มาทฏิ ฐิ สมั มาสงั กปั ปะ
(ความเหน็ ชอบ) (ความดารชิ อบ)
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั อาสาฬหบชู า
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ใบงำนท่ี 18.4 เรื่อง หลกั ธรรมที่เกีย่ วเนอื่ งในวนั อฏั ฐมบี ูชา
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั อฏั ฐมบี ูชา
ขนั ธ์ 5
หลกั ธรรมท่ีเกี่ยวเน่ือง
ในวนั อฏั ฐมบี ชู า
ไตรลกั ษณ์
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเสนอขอ้ คดิ เพอ่ื นาไปส่กู ารปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่อื งในวนั อฏั ฐมบี ชู า
ใบงำนที่ 18.4 เรื่อง หลกั ธรรมที่เกีย่ วเนอื่ งในวนั อฏั ฐมบี ูชา เฉลย
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั อฏั ฐมบี ูชา
สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสขุ มเวทนา
เวทนา
สญั ญา (การจาได)้
รปู สว่ นทีเ่ ป็นร่างกาย ขนั ธ์ 5 สงั ขาร (การปรงุ แต่ง)
หลกั ธรรมที่เก่ียวเน่ือง วิญญาณ (การรบั รู)้
ในวนั อฏั ฐมบี ูชา
ไมอ่ ยใู่ นอานาจ
อนิจจงั (ไมเ่ ทยี่ ง) ไตรลกั ษณ์ อนตั ตา เป็นสภาพทหี่ า
เจา้ ของไมไ่ ด้
ทกุ ขงั (ความทกุ ข)์ เป็นสภาพสญู
สภาวทกุ ข์ (ทุกขป์ ระจาสงั ขาร) ทกุ ขขนั ธ์ (กองทุกขจ์ ากขนั ธ์ 5)
ปกณิ ณกทกุ ข์ (ทุกขจ์ ร)
นิพทั ธทุกข์ (ทกุ ขป์ ระจา) ววิ าทมลู กทุกข์ (การทะเลาะเบาะแวง้ )
พยาธทิ ุกข์ (ความเจบ็ ไข)้
อาหารปรเิ ยฏฐทิ ุกข์ (หาไม่พอเลย้ี งชพี )
สนั ตาปทกุ ข์ (ความกระวนกระวายใจ)
วปิ รณิ ามทุกข์ (ความปรวนแปร
เปลยี่ นไปจากสงิ่ ทมี่ อี ยู่แลว้ )
วปิ ากทุกข์ (ทกุ ขเ์ กดิ จากผลกรรม)
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเสนอขอ้ คดิ เพอ่ื นาไปส่กู ารปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่อื งในวนั อฏั ฐมบี ชู า
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ใบงำนที่ 18.5 เรื่อง หลกั ธรรมที่เกีย่ วเนอื่ งในวนั ธรรมสวนะ
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั ธรรมสวนะ
คณุ สมบตั ิของผ้ฟู ัง หลกั การตดั สินใจเช่ือ
การฟังธรรมตามกาล
หลกั ธรรมท่ีเกี่ยวเนื่อง
ในวนั ธรรมสวนะ
การรกั ษาศีล
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั ธรรมสวนะ
ใบงำนท่ี 18.5 เรือ่ ง หลกั ธรรมที่เกีย่ วเนอื่ งในวนั ธรรมสวนะ เฉลย
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในวนั ธรรมสวนะ
ไม่ดูหมนิ่ ความรู้ ดว้ ยการฟังตามกนั มา ดว้ ยการถอื สบื กนั มา
ความสามารถ ดว้ ยอา้ งคมั ภรี ์ ดว้ ยการเลา่ ลอื
ของผูแ้ สดงธรรม เพราะการอนุมาน เพราะตรรกะ
ไมด่ หู มนิ่ หวั ขอ้ ธรรมทแี่ สดง การตรกึ ตรอง
ไม่ดูแคลนตนเองว่าโง่จน เพราะเขา้ กบั ทฤษฎขี องตน เหน็ รปู ลกั ษณะน่าเชอื่
ไม่สามารถเขา้ ใจธรรมได้ เพราะท่านเป็นครขู องเรา
ตงั้ สมาธขิ ณะฟังธรรม
โยนโิ สมนสกิ าร อย่าปลงใจเชือ่
คณุ สมบตั ิของผฟู้ ัง หลกั การตดั สินใจเช่ือ
เวน้ จากการฆ่าสตั ว์ การฟังธรรมตามกาล
เวน้ จาก หลกั ธรรมท่ีเกี่ยวเน่ือง เวน้ จากการดมื่ เหลา้ และ
การลกั ขโมย ในวนั ธรรมสวนะ ของมนึ เมารวมทงั้ สงิ่ เสพตดิ
การรกั ษาศีล
เวน้ จากการ เวน้ จาก
ประพฤตผิ ดิ ในกาม การพดู โกหก
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในวนั ธรรมสวนะ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ใบงำนท่ี 18.6 เรื่อง หลกั ธรรมทีเ่ กีย่ วเนอื่ งในเทศกาลสาคญั
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองในเทศกาลสาคญั
วิรตั ิ ปวารณา
เทศกาลวนั เขา้ พรรษา เทศกาลวนั ออกพรรษา
หลกั ธรรมท่ีเก่ียวเน่ือง บญั ญตั ิธรรม
ในเทศกาลสาคญั
เทศกาลวนั เทโวโรหณะ
ปรมตั ถธรรม (ความจริงแท้)
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเสนอขอ้ คดิ เพอ่ื นาไปส่กู ารปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่อื งในเทศกาลสาคญั
ใบงำนที่ 18.6 เรือ่ ง หลกั ธรรมทีเ่ กีย่ วเนอื่ งในเทศกาลสาคญั เฉลย
ตอนที่ 1
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์ แสดงหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่ืองในเทศกาลสาคญั
สมั ปัตตวริ ตั ิ (การงดเวน้ ฝ่ายผูว้ า่ กล่าวตกั เตอื น ฝ่ายผูถ้ กู ว่ากล่าว
จากบาปดว้ ยมหี ริ โิ อตตปั ปะ) (มเี มตตา) ตกั เตอื น
สมาทานวริ ตั (ิ การงดเวน้ บาปดว้ ย
การสมาทานศลี 5 หรอื ศลี 8) ปวารณา
สมจุ เฉทวริ ตั ิ (การงดเวน้ บาป
ไดเ้ ด็ดขาดโดยตรง)
วิรตั ิ
เทศกาลวนั เข้าพรรษา เทศกาลวนั ออกพรรษา
หลกั ธรรมที่เก่ียวเนื่อง สมมตสิ จั จะเป็น
ในเทศกาลสาคญั ความจรงิ สมมติ
เทศกาลวนั เทโวโรหณะ บญั ญตั ิธรรม
ปรมตั ถธรรม (ความจริงแท้)
จติ เจตสกิ รูป นพิ พาน
(ดนิ น้า ลม ไฟ)
(สงิ่ ทจี่ ติ รบั รูท้ างอารมณ์ (ปรงุ แตง่ จติ ใหเ้ กดิ (การดบั กเิ ลสตณั หา
ตา หู จมูก ล้นิ กายใจ) เวทนา สญั ญา สงั ขาร) อยา่ งส้นิ เชงิ )
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเสนอขอ้ คดิ เพอ่ื นาไปส่กู ารปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กย่ี วเน่อื งในเทศกาลสาคญั
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม
ของผ้รู บั การ ความมวี ินยั เออ้ื เฟื้ อ ความ ความ เวลา 20
คิดเหน็ คิดเหน็ คะแนน
ประเมิน เสียสละ
43214321432143214321
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง การตงั้ ใจ การแกไ้ ข รวม
ของผ้รู บั การ รว่ มมือกนั ความ ความ ทางาน ปัญหา/หรือ 20
ทากิจกรรม คิดเหน็ คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมอื ง
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
และสงั คม
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
4. ใฝ่เรียนรู้ สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพ่อื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู ี่ 19 ศาสนพธิ ี
เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ ี และพธิ กี รรมของพระพทุ ธศาสนาอยา่ งถูกตอ้ งนนั้ ยอ่ มทาใหเ้ กดิ ความสขุ ใจ และเป็น
ส่วนหนงึ่ ของการทาหน้าทช่ี าวพทุ ธทด่ี ี
2. ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.2 ม.4-6/2 ปฏบิ ตั ติ นถูกตอ้ งตามศาสนพธิ ี พธิ กี รรมตามหลกั ศาสนาทต่ี นนับถอื
2.20จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4) อธบิ ายขนั้ ตอนของการปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ ขี องพระพทุ ธศาสนาไดถ้ กู ตอ้ ง
5) ปฏบิ ตั ติ นและวเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามขนั้ ตอนของศาสนพธิ แี ละพธิ กี รรมของพระพทุ ธศาสนาได้
3. สาระการเรยี นรู้
3.19สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) บุญพธิ ี ทานพธิ ี กศุ ลพธิ ี
2) คุณคา่ และประโยชน์ของศาสนพธิ ี
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
4.1 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
(ชว่ั โมงที่ 1) คาถามกระตุ้นความคิด
นกั เรียนเคยเขา้ ร่วมศาสนพิธขี อง
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
พระพทุ ธศาสนาพิธีใดบา้ ง จงยกตวั อย่าง
วิธีสอนแบบธรรมสากจั ฉา (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ดลุ ยพนิ ขิ องครผู สู้ อน)
นักเรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ อ่ นเรยี น
คาถามกระต้นุ ความคิด
ชวั่ โมงท่ี 1 บญุ พิธีแตกต่างจากทานพิธีอย่างไร
ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน (บุญพธิ ี เป็นพธิ ที าบุญเกยี่ วกบั การฉลองหรอื
ความเป็นสริ มิ งคล ส่วนทานพธิ ี เป็นพธิ ถี วาย
ส่อื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ ทานต่างๆ เพอื่ ใชส้ อยหรอื บูชาพระ)
30. ครูนาภาพมาใหน้ กั เรยี นวเิ คราะห์ ดงั น้ี
- ภาพที่ 1 ภาพการแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
- ภาพท่ี 2 ภาพการตกั บาตร
- ภาพท่ี 3 ภาพพธิ เี วยี นเทยี นในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
- ภาพที่ 4 ภาพการถวายสงั ฆทาน
- ภาพท่ี 5 ภาพการทาบญุ เล้ยี งพระ
31. นกั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ ว่า ภาพใดมคี วามคลา้ ยคลงึ กนั
อธบิ ายเหตผุ ล
32. ครอู ธบิ ายเช่อื มโยงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า ภาพท่ี 1 และ 3 เป็นกุศล
พธิ ี ส่วนภาพท่ี 2 และ 5 เป็นบุญพธิ ี
33. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
ขนั้ สอน
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.6
2. หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ 3. ใบงานที่ 19.1
4. หอ้ งสมดุ 5. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
ขนั้ ที่ 1 แสวงหาความรู้
นักเรยี นกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) รว่ มกนั แสวงหา
ความรูเ้ กยี่ วกบั ศาสนพธิ ี จากหนังสอื เรยี น หนังสอื คน้ ควา้
เพม่ิ เตมิ หอ้ งสมุด และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ ในหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
1) กศุ ลพธิ ี
2) บญุ พธิ ี
3) ทานพธิ ี
แลว้ บนั ทกึ ความรูท้ ีไ่ ดล้ งในแบบบนั ทกึ การอ่าน
ขนั้ ที่ 2 คน้ พบความร้/ู สนทนาแลกเปลยี่ นความรู้ คาถามกระต้นุ ความคิด
a. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุม่ ร่วมกนั สนทนาแลกเปลย่ี นความรู้ ศาสนพิธีมคี ณุ คา่ อยา่ งไร
เกยี่ วกบั ความหมาย ความสาคญั แนวทางการปฏบิ ตั ติ นใน
กศุ ลพธิ ี บญุ พธิ ี และทานพธิ ี (เป็นศูนยร์ วมจติ ใจของพทุ ธศาสนกิ ชน และ
b. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ สง่ ผลใหพ้ ุทธศาสนิกชนรสู้ กึ เลอื่ มใสใน
พระพุทธศาสนา)
ชวั่ โมงที่ 2
คาถามกระต้นุ ความคิด
ขนั้ ที่ 3 วิเคราะหแ์ ละประเมินคา่ ความรู้ นกั เรยี นมวี ิธีการเชิญชวนให้ผอู้ น่ื เขา้ รว่ ม
10. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั หาภาพกจิ กรรมในกศุ ลพธิ ี
บญุ พธิ ี และทานพธิ ี จานวน 3 ภาพ มารว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละ ศาสนพิธีของพระพุทธศาสนา
ตอบคาถามในใบงานที่ 19.1 เรอ่ื ง ศาสนพิธี (บุญพธิ ี เป็นพธิ ที าบุญเกยี่ วกบั การฉลองหรอื
11. ตวั แทนกลุ่มออกมานาเสนอผลงานทหี่ นา้ ชนั้ เรยี น โดยครเู ป็น ความเป็นสริ มิ งคล สว่ นทานพธิ ี เป็นพธิ ถี วาย
ผูต้ รวจสอบความถูกตอ้ ง ทานตา่ งๆ เพอื่ ใชส้ อยหรอื บชู าพระ)
ขนั้ ที่ 4 พิสูจน์ความร้หู รอื ปฏิบตั ิ
ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นไปรว่ มกจิ กรรมในวนั สาคญั ทาง
พระพุทธศาสนา และศาสนพธิ ี
ขนั้ สรปุ
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสาคญั ของการเขา้ ร่วมศาสนพธิ แี ละ
การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเี่ กย่ี วเน่อื งในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
• ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละคนรายงานผลการปฏิบตั ิตนในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี
โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
5) การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
6) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเี่ กยี่ วเนอื่ งในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
7) การวเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเี่ กยี่ วเนอื่ งในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
8) การเขา้ รว่ มศาสนพธิ ขี องพระพทุ ธศาสนา
9) การวเิ คราะหผ์ ลของการเขา้ ร่วมศาสนพธิ ขี องพระพุทธศาสนา
นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 6 เรือ่ ง วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 19.1 ใบงานท่ี 19.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอา่ น ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 6 แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจรายงานผลการปฏบิ ตั ติ นในวนั สาคญั ทาง แบบประเมนิ รายงานผลการปฏบิ ตั ติ นในวนั ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
พระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี สาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6
2) หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
(2) เทพรตั นราชสดุ า เจา้ ฟ้ามหาจกั รสี ริ นิ ธร สยามบรมราชกุมาร,ี สมเดจ็ พระ. (2546). พทุ ธประวตั ิสงั เขป
และศาสนพิธีสงั เขป. กรงุ เทพมหานคร : มหามกุฏราชวทิ ยาลยั .
(2) บรรจบ บรรณรจุ ิ และเสนาะ ผดงุ ฉตั ร. (2550). วนั วิสาขบูชา : แนวทางการปฏิบตั ิสาหรบั
พทุ ธศาสนิกชน. กรงุ เทพมหานคร : กรมศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม.
3) บตั รภาพ
4) ใบงานท่ี 19.1 เรอ่ื ง ศาสนพธิ ี
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://th.wikipedia.org/wiki/รายช่อื วนั สาคญั ทางศาสนาพุทธ
กำรประเมนิ ช้ินงำน/ภำระงำน (รวบยอด)
แบบประเมินรายงานผลการปฏิบตั ิตนในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การเขา้ ร่วมพธิ กี รรมในวนั สาคญั ทาง
พระพุทธศาสนา
2 การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วเน่อื งในวนั สาคญั
ทางพระพุทธศาสนา
3 การวเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมท่ี
เกยี่ วเน่ืองในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
4 การเขา้ รว่ มศาสนพธิ ขี องพระพุทธศาสนา
5 การวเิ คราะหผ์ ลของการเขา้ ร่วมศาสนพธิ ขี อง
พระพทุ ธศาสนา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน 4
3
ดมี าก = 2
ดี = 1
พอใช้ =
ปรบั ปรุง =
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
17 - 20 ดมี าก
14 - 16 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
บตั รภำพ
ภาพที่ 1 ภาพที่ 2
ภาพที่ 3 ภาพที่ 4
ภาพที่ 5
ใบงำนที่ 19.1 เรือ่ ง ศาสนพธิ ี
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาภาพการร่วมศาสนพธิ ตี ่างๆ ของชาวพทุ ธ มาวเิ คราะหแ์ ลว้ ตอบคาถาม
ภาพท่ี 1
ชอ่ื ภาพ...........................................
1. พธิ กี รรมในภาพน้ี เป็นศาสนพธิ ปี ระเภทใด
2. บุคคลในภาพปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมอยา่ งไร
3. การเขา้ ร่วมพธิ กี รรมของบคุ คลในภาพ มผี ลดอี ย่างไร
4. นกั เรยี นจะมสี ว่ นร่วมในพธิ กี รรมดงั กลา่ วในโอกาสใด
ภาพที่ 2
ช่อื ภาพ...........................................
1. พธิ กี รรมในภาพน้ี เป็นศาสนพธิ ปี ระเภทใด
2. บุคคลในภาพปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมอยา่ งไร
3. การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมของบคุ คลในภาพ มผี ลดอี ย่างไร
4. นกั เรยี นจะมสี ่วนร่วมในพธิ กี รรมดงั กลา่ วในโอกาสใด
ภาพที่ 3
ช่อื ภาพ...........................................
1. พธิ กี รรมในภาพน้ี เป็นศาสนพธิ ปี ระเภทใด
2. บุคคลในภาพปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมอยา่ งไร
3. การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมของบคุ คลในภาพ มผี ลดอี ย่างไร
4. นกั เรยี นจะมสี ่วนร่วมในพธิ กี รรมดงั กลา่ วในโอกาสใด
ใบงำนท่ี 19.1 เรื่อง ศาสนพธิ ี เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นนาภาพการร่วมศาสนพธิ ตี า่ งๆ ของชาวพทุ ธ มาวเิ คราะหแ์ ลว้ ตอบคาถาม
ภาพที่ 1
ชอ่ื ภาพ...........................................
1. พธิ กี รรมในภาพน้ี เป็นศาสนพธิ ปี ระเภทใด
2. บุคคลในภาพปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมอยา่ งไร
3. การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมของบคุ คลในภาพ มผี ลดอี ยา่ งไร
4. นักเรยี นจะมสี ว่ นรว่ มในพธิ กี รรมดงั กล่าวในโอกาสใด
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ภาพท่ี 2
ช่อื ภาพ...........................................
1. พธิ กี รรมในภาพน้ี เป็นศาสนพธิ ปี ระเภทใด
2. บคุ คลในภาพปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมอยา่ งไร
3. การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมของบคุ คลในภาพ มผี ลดอี ย่างไร
4. นักเรยี นจะมสี ว่ นร่วมในพธิ กี รรมดงั กลา่ วในโอกาสใด
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ภาพท่ี 3
ช่อื ภาพ...........................................
1. พธิ กี รรมในภาพน้ี เป็นศาสนพธิ ปี ระเภทใด
2. บคุ คลในภาพปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมอยา่ งไร
3. การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมของบคุ คลในภาพ มผี ลดอี ย่างไร
4. นักเรยี นจะมสี ว่ นร่วมในพธิ กี รรมดงั กลา่ วในโอกาสใด
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ